{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"Detail","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"text"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"แม่ทัพภาค 4 - ผบช.ภาค 9 เดินสายตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ด่านตรวจความมั่นคง หลังเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา กำชับ รักษาความปลอดภัยเข้มข้นทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน","<p><strong>แม่ทัพภาค&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;ผบช.ภาค&nbsp;9&nbsp;เดินสายตรวจเยี่ยม&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านตรวจความมั่นคง&nbsp;หลังเกิดเหตุระเบิดป่วนเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>กำชับ&nbsp;รักษาความปลอดภัยเข้มข้นทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน&nbsp;ปิดจุดอ่อน&nbsp;ทำตามกฎ&nbsp;และไม่สร้างเงื่อนไข&nbsp;</p><p><strong>จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;ลูก&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28-29&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งได้กำชับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;ให้ปรับแผนและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น&nbsp;ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจในเมืองและพื้นที่เปราะบางทุกจุด&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้&nbsp;ซึ่งมีการเฉลิมฉลองและจัดกิจกรรมของคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>ล่าสุดทางด้าน&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;</strong>พร้อมด้วยพลตำรวจโท&nbsp;นันทเดช&nbsp;ย้อยนวล&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;ได้เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด่านตรวจขุนไวย์,&nbsp;จุดตรวจชุดปฏิบัติการดินแดน&nbsp;ถนนวิฑูรอุทิศ&nbsp;4,&nbsp;ชุดปฏิบัติการอัศวิน&nbsp;ชุมชนผังเมือง&nbsp;4&nbsp;เทศบาลนครยะลา,&nbsp;ป้อมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน&nbsp;(อปพร.)&nbsp;สวนขวัญเมือง,&nbsp;ด่านตรวจท่าสาป&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา&nbsp;22,&nbsp;จุดตรวจสะพานดำกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองยะลา&nbsp;2,&nbsp;มูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา&nbsp;และจุดตรวจเซฟตี้โซนหน้าสถานีรถไฟยะลา(ขาออก)&nbsp;โดยคณะได้พบปะ&nbsp;พูดคุย&nbsp;สอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะและมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&nbsp;ก่อนมอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;และกำลังพลในการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา,&nbsp;นายธราวุธช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมคณะในครั้งนี้</p><p><strong>พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;เผยว่า&nbsp;&nbsp;วันนี้ได้มาเยี่ยม&nbsp;</strong>และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ตลอดจนมาสอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;รับฟังข้อเสนอแนะ&nbsp;มอบนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้กับกำลังพล&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่&nbsp;บริเวณเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้ความรู้สึกในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนลดลง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี,&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับถึงการบูรณาการกำลังที่มีอยู่ทุกภาคส่วนอย่างครอบคลุม&nbsp;รู้จักการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติในกลไกต่างๆให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ดีหลังจากทรุดตัวลงในระยะหนึ่งจากสถานการณ์&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;สิ่งสำคัญหลังจากนี้อยากเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนได้ถอดบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น&nbsp;รู้จักการเฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติ&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เดินสายให้ความรู้ประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการสังเกตให้กับกำลังที่เฝ้าตรวจตามจุดต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนซึ่งมีส่วนร่วม&nbsp;ที่มีจิตอาสาในการเฝ้าระวังเหตุ&nbsp;หรือพี่น้องเครือข่ายตาสับปะรด&nbsp;และนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&nbsp;ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานซึ่งจะเข้าไปประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ&nbsp;และร่วมกันในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่มากยิ่งขึ้น\"</p><p><strong>ทางด้านพลตำรวจโท&nbsp;นันทเดช&nbsp;ย้อยนวล&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9</strong>&nbsp;ได้กล่าว&nbsp;ขอบคุณเจ้าหน้าที่&nbsp;และกำลังพลทุกนายที่ได้ทุ่มเท&nbsp;และเสียสละปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนห้วงที่ผ่านมา&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติงานให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&nbsp;ทั้งจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;บริเวณด่านชั้นนอก&nbsp;ด่านชั้นในปิดช่องว่าง&nbsp;ปิดจุดอ่อนของการปฏิบัติงานให้ได้&nbsp;ยกระดับเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;การควบคุมพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยให้กำลังพลเพิ่มความเข้มในการตรวจยานพาหนะ&nbsp;และบุคคลต้องสงสัย&nbsp;อีกทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ต้องปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท&nbsp;มีความตื่นตัวอยู่เสมอ&nbsp;พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เมื่อได้สอบถามพี่น้องประชาชน&nbsp;ร้านค้า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการบางส่วนนั้น&nbsp;ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย&nbsp;แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล&nbsp;คุมเข้มด้านมาตรการต่างๆเพิ่มขึ้นก็คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&nbsp;ทั้งยังเป็นกำลังใจให้กำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชนให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;และจะสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่อีกด้วย</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศช่วงเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่ของเขตเทศบาลนครยะลายังคงมีความคึกคัก</strong>&nbsp;พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยเฉพาะทางท่านแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;ได้ลงพื้นที่มา&nbsp;ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;</p>","1/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201093225010"],
    [2,"แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จุดตรวจ ด่านตรวจ ในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา สร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน ","<p><strong>แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;</strong>และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่จุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;เน้นย้ำการทำงาน&nbsp;ปิดจุดอ่อน&nbsp;ทำตามกฎ&nbsp;และไม่สร้างเงื่อนไข</p><p><strong>พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4</strong>&nbsp;พร้อมด้วยพลตำรวจโท&nbsp;นันทเดช&nbsp;ย้อยนวล&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด่านตรวจขุนไวย์,&nbsp;จุดตรวจชุดปฏิบัติการดินแดน&nbsp;ถนนวิฑูรอุทิศ&nbsp;4,&nbsp;ชุดปฏิบัติการอัศวิน&nbsp;ชุมชนผังเมือง&nbsp;4&nbsp;เทศบาลนครยะลา,&nbsp;ป้อมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน&nbsp;(อปพร.)&nbsp;สวนขวัญเมือง,&nbsp;ด่านตรวจท่าสาป&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยะลา&nbsp;22,&nbsp;จุดตรวจสะพานดำกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองยะลา&nbsp;2,&nbsp;มูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา&nbsp;และจุดตรวจเซฟตี้โซนหน้าสถานีรถไฟยะลา(ขาออก)&nbsp;โดยคณะได้พบปะ&nbsp;พูดคุย&nbsp;สอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะและมอบนโยบายในการปฏิบัติงาน&nbsp;ก่อนมอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;และกำลังพลในการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา,&nbsp;นายธราวุธช่วยเกิดนายอำเภอเมืองยะลา,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมคณะในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;\"&nbsp;วันนี้มาเยี่ยม&nbsp;และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ตลอดจนมาสอบถามปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;รับฟังข้อเสนอแนะ&nbsp;มอบนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้กับกำลังพล&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่&nbsp;บริเวณเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจทำให้ความรู้สึกในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนลดลง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี,&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับถึงการบูรณาการกำลังที่มีอยู่ทุกภาคส่วนอย่างครอบคลุม&nbsp;รู้จักการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติในกลไกต่างๆให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังก้าวเดินไปในทิศทางที่ดีหลังจากทรุดตัวลงในระยะหนึ่งจากสถานการณ์&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;สิ่งสำคัญหลังจากนี้อยากเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนได้ถอดบทเรียนจากสิ่งที่เกิดขึ้น&nbsp;รู้จักการเฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติ&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เดินสายให้ความรู้ประชาสัมพันธ์ถึงวิธีการสังเกตให้กับกำลังที่เฝ้าตรวจตามจุดต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนซึ่งมีส่วนร่วม&nbsp;ที่มีจิตอาสาในการเฝ้าระวังเหตุ&nbsp;หรือพี่น้องเครือข่ายตาสับปะรด&nbsp;และนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&nbsp;ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานซึ่งจะเข้าไปประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ&nbsp;และร่วมกันในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่มากยิ่งขึ้น\"&nbsp;</p><p><strong>ด้านพลตำรวจโท&nbsp;นันทเดช&nbsp;ย้อยนวล&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;\"ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่&nbsp;และกำลังพลทุกนายที่ได้ทุ่มเท&nbsp;และเสียสละปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชนห้วงที่ผ่านมา&nbsp;เน้นย้ำการปฏิบัติงานให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&nbsp;ทั้งจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;บริเวณด่านชั้นนอก&nbsp;ด่านชั้นในปิดช่องว่าง&nbsp;ปิดจุดอ่อนของการปฏิบัติงานให้ได้&nbsp;ยกระดับเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;การควบคุมพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยให้กำลังพลเพิ่มความเข้มในการตรวจยานพาหนะ&nbsp;และบุคคลต้องสงสัย&nbsp;อีกทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ต้องปฏิบัติงานด้วยความไม่ประมาท&nbsp;มีความตื่นตัวอยู่เสมอ&nbsp;พร้อมรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างทันท่วงที\"&nbsp;</p><p><strong>จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เมื่อได้สอบถามพี่น้องประชาชน&nbsp;ร้านค้า&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการบางส่วนนั้น&nbsp;ยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย&nbsp;แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล&nbsp;คุมเข้มด้านมาตรการต่างๆเพิ่มขึ้นก็คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น&nbsp;ทั้งยังเป็นกำลังใจให้กำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจเพื่อพี่น้องประชาชนให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;และจะสอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่บรรยากาศช่วงเทศกาลตรุษจีนในพื้นที่ของเขตเทศบาลนครยะลา</strong>ยังคงมีความคึกคัก&nbsp;พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ท่านแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;9&nbsp;ได้ลงพื้นที่มา&nbsp;ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201102811030"],
    [3,"ไม่มีการหารือถึงการงดประชุมสภาผู้แทนราษฏรสัปดาห์นี้","<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สุกิจ&nbsp;อัถโถปกรณ์&nbsp;ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในบุคลากรของรัฐสภา&nbsp;ว่า&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;ส.ส.&nbsp;ไม่มีการแจ้งผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม&nbsp;โดยยอดรวมยังเป็น&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;ส.ส.พรรคภูมิใจไทย&nbsp;8&nbsp;คน,&nbsp;ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ขณะที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;พบเพิ่มอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็น&nbsp;26&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้ไม่มีการหารือถึงการงดประชุมสภาผู้แทนราษฏรสัปดาห์นี้</strong>&nbsp;&nbsp;โดยนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;ยังคงนัดประชุมเช่นเดิม&nbsp;ทั้งนี้เคารพ&nbsp;ส.ส.ทุกคนที่จะใช้สิทธิกักตัวเมื่อมีอาการ&nbsp;แต่เชื่อว่า&nbsp;จะไม่มีปัญหากับองค์ประชุม&nbsp;โดยที่ผ่านมาได้หารือกับวิปรัฐบาลแล้ว&nbsp;ยังมั่นใจว่าการประชุมสัปดาห์นี้สามารถเดินหน้าได้&nbsp;แต่หากมีข้อขัดข้องคงต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง</p><p><strong>ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;</strong>กล่าวถึงข้อสังเกตการตรวจด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ที่ผลการติดเชื้อไม่ยืนยัน&nbsp;100%&nbsp;ทำให้&nbsp;ส.ส.ที่ตรวจผลเป็นลบ&nbsp;ว่า&nbsp;การตรวจด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ถือว่าเหมาะสมที่สุด&nbsp;เพราะหากจะตรวจเชิงลึกด้วย&nbsp;RT-PCR&nbsp;ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ส.ส.ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;หากติดเชื้อคงมีอาการแสดงและไม่เข้าร่วมการประชุมในวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ดังนั้นถือว่าวางใจระดับหนึ่ง&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ส.ส.ที่มาประชุมต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้าร่วมประชุม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","1/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201110117063"],
    [4,"จ.หนองคาย ปลุกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่รัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านทุจริต","<p><strong>สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;</strong>จัดโครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปลุกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่รัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ภายใต้หลักสูตรเสริมสร้างธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565</p><p><strong>เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงแรมอัศวรรณ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปลุกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่รัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ภายใต้หลักสูตรเสริมสร้างธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;จัดให้มีขึ้น</p><p><strong>โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐฯ</strong>&nbsp;ที่จัดขึ้นในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญ&nbsp;เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนกระบวนการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เพื่อนำกระบวนการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ไปใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและสกัดกั้นการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เพื่อปลุกจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตและปรับฐานความคิดเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ&nbsp;ให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล&nbsp;และเพื่อสกัดกั้นหรือระงับยับยั้งการทุจริตเชิงพื้นที่ให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดหนองคาย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","1/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201140127132"],
    [5,"ป.ป.ช. สกลนคร ขับเคลื่อนการป้องกันและสร้างเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน","<p><strong>สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร</strong>&nbsp;ยกระดับสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ขับเคลื่อนการป้องกันและสร้างเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&nbsp;นำโดยนายสุกฤษฎิ์&nbsp;เทียงเเก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดโครงการรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต&nbsp;กิจกรรมสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น&nbsp;สื่อพื้นบ้าน&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำชุมชน&nbsp;(อป.มช.)&nbsp;และต้านทุจริตจังหวัดสกลนคร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระธาตุเชิงชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสกลนคร&nbsp;(หลังใหม่)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารของสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ในการยกระดับภาพลักษณ์สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&nbsp;เกิดการบูรณาการของเครือข่ายและภาคีทุกภาคส่วนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการสร้างกระแสสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตอย่างจริงจังและต่อเนื่อง</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.</strong>&nbsp;ประจำจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาสำคัญที่บ่อนทำลายสังคมไทยในทุกระดับ&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;จึงกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&nbsp;โดยมุ่งเน้นการปลูกจิตสำนึกและค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความโปร่งใส&nbsp;มุ่งประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;และปราศจากการทุจริตในทุกระดับ</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในวันนี้มีการบรรยายในหัวข้อ</strong>&nbsp;กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ต้านโกง&nbsp;และงานสื่อสารเพื่อต้านโกง&nbsp;โดยวิทยากรจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;เครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น&nbsp;สื่อพื้นบ้าน&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำชุมชน&nbsp;(อป.มช.)&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","1/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201140725137"],
    [6,"ออกหมายจับ 2 คนร้าย วางะบิดเสาไฟฟ้า ที่ ยะลา","<p><strong>จากเหตุการณ์&nbsp;คนร้ายได้ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าหลายจุด</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;และ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธ.ค.64&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>ความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;หลังพนักงานสอบสวน&nbsp;</strong>ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา&nbsp;ทางศาลจังหวัดยะลา&nbsp;ได้อนุมัติหมายจับ&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;&nbsp;แล้ว&nbsp;คือ&nbsp;นายอายุ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;และนายนอร์ดิน&nbsp;&nbsp;อา&nbsp;37&nbsp;ปี&nbsp;ในคดีก่อการร้ายร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย&nbsp;เป็นอั้งยี่&nbsp;ซ่องโจร&nbsp;ร่วมกันสะสมกำลังพล&nbsp;หรืออาวุธเพื่อก่อการร้าย&nbsp;จากการตรวจสอบประวัติพบเคยก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;ขณะนี้&nbsp;เชื่อว่าน่าจะหลบหนีและหลบซ่อนตัวอยู่ตามตะเข็บชายแดน&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้แจ้งเตือนผู้ที่ให้การสนับสนุน&nbsp;หรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด&nbsp;ทั้งการให้ที่พักพิง&nbsp;เก็บซ่อนอาวุธ&nbsp;หรือจัดหาเสบียง&nbsp;จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;มาตรา&nbsp;189&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><strong>ส่วนเหตุระเบิดบริเวณหน้าสถานีรถไฟยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;ม.ค.65</strong>&nbsp;ความคืบหน้าล่าสุดทาง&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบตัวคนร้ายแล้ว&nbsp;อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ&nbsp;และขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","1/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201142932161"],
    [7,"ปปท.เขต 4 จัดกิจกรรม : ปลุกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่รัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต","<p><strong>สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;เขต&nbsp;4</strong>&nbsp;จัดโครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;กิจกรรมปลุกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่รัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ภายใต้หลักสูตรเสริมสร้างธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมอัศวรรณ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;:&nbsp;ปลุกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่รัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ภายใต้หลักสูตรเสริมสร้างธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตามโครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;นำโดย&nbsp;พ.ต.ท.ยุทธาศักดิ์&nbsp;อินทรทรัพย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;(ปปท.เขต.4)&nbsp;โดยมีนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานเปิดงานฯ&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดหนองคาย&nbsp;เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ท.&nbsp;เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ในการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตตามนโยบาย&nbsp;\"โกงเก่าหมดไป&nbsp;โกงใหม่ไม่เกิด&nbsp;และไม่เปิดโอกาสให้โกง\"&nbsp;มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ&nbsp;การดำเนินโครงการปลูกจิตสำนึกเจ้าหน้าที่ของรัฐตามหลักธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;ภายใต้หลักสูตรเสริมสร้างธรรมาภิบาลต่อต้านการทุจริต&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;1.)เพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนกระบวนการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;2.)&nbsp;เพื่อนำกระบวนการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ไปใช้เป็นเครื่องมือในการบูรณาการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และสกัดกั้นการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;3.)เพื่อปลุกจิตสำนึกต่อต้านการทุจริต&nbsp;และปรับฐานความคิดเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับให้สามารถแยกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;4.)เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีศักยภาพในการปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล&nbsp;และ&nbsp;5.)&nbsp;เพื่อสกัดกั้นหรือระงับยับยั้งการทุจริตเชิงพื้นที่ให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","1/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สวท.หนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201145940186"],
    [8,"ตม.ระนองส่งตัวผู้ต้องกักชาวเมียนมา 102 คน กลับประเทศ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.45&nbsp;น.&nbsp;ที่ท่าเทียบเรือศุลกากรระนอง</strong>(ประภาคารเฉลิมพระเกียรติฯ)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมืองระนอง&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;พล.ต.ต&nbsp;ศรัญญู&nbsp;ชำนาญราช&nbsp;ผบก.ภ.จว.ระนอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.ต.อ.สมชาย&nbsp;จิตสงบ&nbsp;ผกก.ตม.จว.ระนอง&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข&nbsp;และหน่วยงานความมั่นคง&nbsp;ร่วมกับผู้ช่วยทูตแรงงานสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;เพื่อส่งกลับผู้ต้องกักชาวเมียนมาซึ่งอยู่ที่อาคารผู้ต้องกักทั้งหมด&nbsp;102&nbsp;คน&nbsp;กลับประเทศทางจังหวัดเกาะสอง</p><p><strong>พ.ต.อ.สมชาย&nbsp;จิตสงบ&nbsp;ผกก.ตม.จว.ระนอง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผู้ต้องกักชาวเมียนมาที่มีการส่งกลับในวันนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;102&nbsp;คน&nbsp;ชาย&nbsp;63&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;39&nbsp;คน&nbsp;ถูกกักตัวมาแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ทุกคนปลอดจากเชื้อโควิด-19&nbsp;เป็นผู้ต้องกักที่อยู่ที่อาคารกักตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนองทั้งหมด&nbsp;โดยเป็นการประสานงานของทางการไทยกับทางการเมียนมา&nbsp;ซึ่งล่าสุดทางการเมียนมาตอบรับให้ส่งกลับมาได้ทั้งหมด&nbsp;ขณะนี้อาคารกักตัวจะไม่มีผู้ต้องกัก&nbsp;และจะดำเนินการทำความสะอาด&nbsp;โดยจะเปิดรับผู้ต้องกักที่ได้มีการฝากไว้กับสถานีตำรวจภูธรตามจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ใน&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;เข้ามาได้ใน&nbsp;4-5&nbsp;วันนี้&nbsp;โดยได้มีการดำเนินการส่งรายชื่อและภูมิลำเนาของผู้ต้องกักไปยังทางการเมียนมา&nbsp;เพื่อดำเนินการส่งกลับเป็นรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ส.ปชส.ระนอง/ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","1/2/2022","ภาคใต้","ระนอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201171814288"],
    [9,"กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายก อบต.ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารครบแล้วทั้ง 29 แห่ง","<p><strong>นางสาวพิมล&nbsp;โพนทราย&nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&nbsp;กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ที่ดำเนินการเลือกตั้ง&nbsp;สมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;แห่งกระจาย&nbsp;อยู่ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>ภายหลังจากการเลือกตั้ง&nbsp;กกต.&nbsp;ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง</strong>สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ภายใน&nbsp;30&nbsp;วันครบแล้งทั้ง&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;ยังเหลือ&nbsp;ผลการรับรองการเลือกตั้ง&nbsp;นายก&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล</strong>ในส่วนที่เหลืออีก&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.นิคมคำสร้อย&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;2.นายก&nbsp;อบต.นาสะเม็ง&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;3&nbsp;นายก&nbsp;อบต.โพธิ์ไทร&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;4.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ชะโนดน้อย&nbsp;อำเภอดงหลวง&nbsp;5&nbsp;.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.โนนยาง&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;และ&nbsp;6.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ป่งขาม&nbsp;ดงหมู&nbsp;อำเภอหว้านใหญ่&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","1/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201192134319"],
    [10,"ครม. เห็นชอบ ลดเงินสมทบประกันสังคม ม.40 อีก 6 เดือน เริ่ม 1 ก.พ. - 31 ก.ค.65","<p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;ลดเงินสมทบประกันสังคม&nbsp;ม.40&nbsp;อีก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่ม&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ก.ค.65</strong></p><p><br></p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอัตราส่งเงินสมทบภายหลังปรับลดทั้ง&nbsp;3&nbsp;ทางเลือก&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอดังนี้</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;42&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;3&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และเสียชีวิต</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;4&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;และชราภาพ</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;3&nbsp;</strong>ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;5&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ชราภาพ&nbsp;และสงเคราะห์บุตร</p><p><br></p><p>Cr#ที่มา&nbsp;:&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</p><p><a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%9419?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZV9Dn6ehH9xMsx_pWoKIjy6YpNsWcEaJ1b8Nwxg9oFKLRk6lOQugc5gIAqFrmmHQl7LvT5tV47TtnXH248dpvn2xYbq9mBGmwHamVxGIaPYj-ZhXcgEMAHuU0ZhESPbz2bZCGBrEga7l77VMZGS-K0Z&amp;__tn__=*NK-R\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","1/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201195614324"],
    [11,"สภาผู้แทนราษฏร เปิดให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาขน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การประชุมสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;วันนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;โดยหลังการปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่เพื่อส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ไข&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากนั้นมีวาระพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้ว&nbsp;และยังมีวาระพิจารณาเรื่องด่วน&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;เป็นผู้เสนอ&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดอุกฉกรรจ์ที่ใช้ความรุนแรง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;เสนอโดย&nbsp;นางสาวพัชรินทร์&nbsp;ซำศิริพงษ์&nbsp;กับคณะ&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;พิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อให้ที่ประชุมลงมติ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;,&nbsp;พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;และพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202105046436"],
    [12,"กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารครบแล้ว","<p><strong>นางสาวพิมล&nbsp;โพนทราย&nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศ&nbsp;กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองคืการบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</p><p><strong>ภายหลังจากการเลือกตั้ง&nbsp;กกต.&nbsp;ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ภายใน&nbsp;30&nbsp;วันครบ&nbsp;แล้วทั้ง&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>ยังเหลือ&nbsp;ผลการรับรองการเลือกตั้ง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;เนื่องจาก&nbsp;มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการตั้ง</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กกต.ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในส่วนที่เหลืออีก&nbsp;6&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.นิคมคำสร้อย&nbsp;อ.นิคมคำสร้อย&nbsp;2.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.นาสะแม็ง&nbsp;อ.ดอนตาล&nbsp;3.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.โพธิ์ไทร&nbsp;อ.ดอนตาล&nbsp;4.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ชะโนดน้อย&nbsp;อ.ดงหลวง&nbsp;5.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.โนนยาง&nbsp;อ.ดงหลวง&nbsp;และ&nbsp;6.&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ป่งขาม&nbsp;ดงหมู&nbsp;อ.หว้านใหญ่</p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202121123494"],
    [13,"แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ กำลังพล และประชาชนในพื้นที่เมืองปัตตานี เน้นย้ำนำประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน","<p><strong>วานนี้&nbsp;(1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;พร้อมด้วยพลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี,&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;นรินทร์&nbsp;บูสะมัญ&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี,&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;แก้วประดิษฐ์&nbsp;นายอำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;และคณะผู้บังคับบัญชาในพื้นที่&nbsp;เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดตรวจปัตตานีคอนกรีต,&nbsp;จุดตรวจพญาเมือง,&nbsp;จุดตรวจตลาดมะกรูด,&nbsp;จุดตรวจศาลหลักเมือง,&nbsp;จุดตรวจมัสยิดปากีสถาน&nbsp;และจุดตรวจศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว&nbsp;เน้นย้ำนำประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนในการทำงาน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ก่อนเดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์ควบคุม&nbsp;CCTV&nbsp;หรือศูนย์พิทักษ์ปัตตานี&nbsp;เทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการสั่งการหลักในการติดตามความเคลื่อนไหว&nbsp;ควบคุม&nbsp;เฝ้าระวังในภาวะที่เกิดเหตุต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่วางกระจายอยู่ทุกซอกทุกมุมในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติงาน</strong>&nbsp;ที่เจ้าหน้าที่จะต้องชิงความได้เปรียบรู้จักสังเกตุ&nbsp;และรายงานเหตุการณ์&nbsp;อย่างทันท่วงที&nbsp;โดยที่ผ่านมาสามารถจับภาพเหตุการณ์ผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรม&nbsp;ตลอดจนคดีความมั่นคงได้หลายคดี&nbsp;ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถป้องกันเหตุนำไปสู่การขยายผลติดตามจับกุมคนร้ายได้&nbsp;ก่อนมอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;และกำลังพลในการปฏิบัติงานรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน</p><p><strong>พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;\"วันนี้มาเยี่ยมให้กำลังใจ&nbsp;ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะ&nbsp;และมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;กำลังพล&nbsp;และกำลังภาคประชาชนในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดปัตตานีให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น&nbsp;จะเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่น&nbsp;ทุ่มเท&nbsp;และเสียสละมีจิตอาสาทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่ผ่านมาคณะผู้บังคับบัญชาได้หมุนเวียนมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ&nbsp;และแนะนำการทำงานต่อเนื่อง&nbsp;ในวันนี้ก็เช่นกันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลานั้น&nbsp;ต้องการมาเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นเรียน&nbsp;มาศึกษา&nbsp;ทบทวน&nbsp;และนำมาปรับปรุงแก้ไขให้มีความรัดกุมมายิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;ปิดจุดอ่อน&nbsp;ช่องว่างในการปฏิบัติงานให้ได้&nbsp;ตระหนักคิดอยู่เสมอว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงมักเปลี่ยนกลยุทธ์&nbsp;และวิธีการต่างๆ&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;เราเองก็จำเป็นต้องรู้จักการสังเกตุ&nbsp;รู้เท่าทันด้วยเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือต้องเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน</strong>&nbsp;และประสานการทำงานอย่างครอบคลุมทุกภาคส่วน&nbsp;และอยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนได้ช่วยเป็นหูเป็นตา&nbsp;หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-1732999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202092312370"],
    [14,"รอง เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ตรวจเยี่ยม จุดตรวจ ด่านตรวจ และร้านค้าให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประชาชน หลังเกิดเหตุป่วนเมืองยะลา","<p><strong>พันเอก&nbsp;ธนัส&nbsp;ฉิมพาลี&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ด่านตรวจสะเตง&nbsp;2.จุดตรวจทางเข้าเซฟตี้โซน&nbsp;2&nbsp;(จุดรัฐปิติ)&nbsp;3.ตรวจเยี่ยมร้านธาราซีฟู้ด&nbsp;4.&nbsp;ร้านน้ำชาลุงเริน&nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อพบปะสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัย&nbsp;และให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านตรวจ&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในเขตเมืองยะลา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;ธนัส&nbsp;ฉิมพาลี&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;การลงมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาสอบถามปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมมาเน้นย้ำการปฏิบัติงาน&nbsp;มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนายขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวดและตั้งอยู่บนความไม่ประมาท&nbsp;พร้อมกันนี้ก็ถือโอกาสมาตรวจเยี่ยมร้านค้าต่างๆ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนเรื่องความปลอดภัยขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่และร่วมกันแจ้งเบาะแสเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เมื่อพบเจอวัตถุหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202103926422"],
    [15,"รอง เลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ตรวจเยี่ยม จุดตรวจ ด่านตรวจ และร้านค้า ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประชาชน หลังเกิดเหตุป่วนเมืองยะลา","<p><strong>รอง&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;</strong>จุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่&nbsp;และประชาชน&nbsp;หลังเกิดเหตุป่วนเมืองยะลา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;ธนัส&nbsp;ฉิมพาลี&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ด่านตรวจสะเตง&nbsp;2.จุดตรวจทางเข้าเซฟตี้โซน&nbsp;2&nbsp;(จุดรัฐปิติ)&nbsp;3.ตรวจเยี่ยมร้านธาราซีฟู้ด&nbsp;4.&nbsp;ร้านน้ำชาลุงเริน&nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อพบปะสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัย&nbsp;และให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านตรวจ&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยหลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดในเขตเมืองยะลา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;ธนัส&nbsp;ฉิมพาลี&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;การลงมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาสอบถามปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมมาเน้นย้ำการปฏิบัติงาน&nbsp;มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนายขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวดและตั้งอยู่บนความไม่ประมาท&nbsp;พร้อมกันนี้ก็ถือโอกาสมาตรวจเยี่ยมร้านค้าต่างๆ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนเรื่องความปลอดภัยขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่และร่วมกันแจ้งเบาะแสเปลี่ยนเจ้าหน้าที่เมื่อพบเจอวัตถุหรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202104138423"],
    [16,"ครม.อนุมัติงบกลาง 251 ล้าน จ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า","<p><strong>ครม.อนุมัติงบกลาง&nbsp;251&nbsp;ล้าน&nbsp;จ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า&nbsp;3,999&nbsp;อัตรา&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการจ้างเหมาพนักงานปฏิบัติงานของกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่าและพันธุ์พืชประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;251.94&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้งบประมาณจากงบกลาง&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจ้างเหมาพนักงานจำนวน&nbsp;3,999&nbsp;อัตรา</strong>&nbsp;ในอัตราจ้าง&nbsp;9,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;ระยะเวลาการจ้าง&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;ระหว่างเดือนมีนาคม.-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปฏิบัติงานตามภารกิจสำคัญของกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่าและพันธุ์พืช</p><p><strong>โครงการดังกล่าวเป็นการจ้างงานราษฎรในพื้นที่</strong>มาช่วยสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานในพื้นที่ในการอนุรักษ์&nbsp;คุ้มครอง&nbsp;และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า&nbsp;เช่น&nbsp;งานด้านป้องกันรักษาป่า&nbsp;การลาดตระเวนตรวจปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&nbsp;งานควบคุมไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;งานปราบปรามการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าระหว่างประเทศ&nbsp;งานอนุรักษ์ทรัพยากรป่าต้นน้ำ&nbsp;งานสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลป่าไม้&nbsp;งานบริการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ&nbsp;รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพนักงานที่ถูกเลิกจ้างในส่วนที่ถูกปรับลดงบประมาณ&nbsp;เนื่องมาจากการได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202104828433"],
    [17,"ระเบิดป่วนเมืองยะลา  เชื่อมโยงเหตุ  ที่สถานีรถไฟ   คดีคืบหน้าไปมาก  จนท.เร่งคลี่คลาย","<p><strong>พลตำรวจตรีทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เผย&nbsp;ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดป่วยเมือง&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;21&nbsp;ลูก&nbsp;ตั้งแต่เมื่อวันที่&nbsp;28-29&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;เบื้องต้นมีความคืบหน้าไปพอสมควร&nbsp;แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้</p><p><strong>โดยพบว่า&nbsp;เหตุระเบิด&nbsp;มีความเชื่อมโยงกับเหตุ&nbsp;</strong>ลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลูก&nbsp;บริเวณศาลาใกล้ทางขึ้นบนสถานีรถไฟยะลา&nbsp;ช่วงกลางดึกวันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่า&nbsp;มาจากทั้งการปิดล้อมในอำเภอระแงะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และการจับกุมและยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202112717462"],
    [18,"รองผู้ว่าฯ ยะลา มอบเงินเยียวยาฯ เพิ่มเติม 450,000 บาท แก่ตำรวจ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน หลังแพทย์มีความเห็นได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ ให้ทำร่างกายพิการและทุพพลภาพ","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;สภ.จะกว๊ะ&nbsp;ต.จะกว๊ะ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;</strong>จ.ยะลา&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ยะลา&nbsp;เป็นประประธานมอบเงินเยียวยาฯ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;จำนวน&nbsp;450,000&nbsp;บาท&nbsp;ให้แก่&nbsp;ด.ต.เศกสันต์&nbsp;ชายมัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.จะกว๊ะ&nbsp;อ.รามัน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.จะกว๊ะ&nbsp;ซึ่งเดินทางกลับจากการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ด่านตรวจรอยต่อจังหวัดยะลา&nbsp;ตามมาตรการโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่บ้านปูลามอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกะรอ&nbsp;(รอยต่ออำเภอกะพ้อ&nbsp;จังหวัดปัตตานี)&nbsp;เป็นเหตุให้รับบาดเจ็บ&nbsp;</p><p><strong>โดยทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาฯ&nbsp;จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้มอบเงินเยียวยา&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ต่อมาแพทย์มีความเห็นว่า&nbsp;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;พิการ/ทุพพลภาพ&nbsp;(ระดับ&nbsp;5)&nbsp;จึงขออนุมัติเพิ่มเติมอีก&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;450,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือ&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2548&nbsp;และตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2555&nbsp;ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีนายวีรวัฒน์&nbsp;ศิริกุลพิพัฒน์&nbsp;ปภ.ยะลา&nbsp;นายชาคร&nbsp;คงเสรีกุล&nbsp;ป้องกันจังหวัดยะลา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเยียวยาฯ&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202120827490"],
    [19,"ปัตตานี-ประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม","<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;(2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า&nbsp;&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์</strong>&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมปาร์ค&nbsp;อินทาวน์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;สถิตย์&nbsp;บุญเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการกองกิจการพิเศษศูนย์สันติวิธี</strong>&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;การประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรมขึ้นวันนี้&nbsp;เพื่อต้องการให้กลุ่มผู้นำภาคประชาชน&nbsp;บุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;ด้านศาสนา&nbsp;อันเป็นที่เคารพนับถือทางสังคม&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความยุติธรรม&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร&nbsp;สร้างความเข้าใจในสถานการณ์ความจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;รับทราบแนวนโยบายแห่งรัฐ&nbsp;ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของตนเอง&nbsp;ในการมีส่วนร่วมการสร้างสันติสุขให้ยั่งยืน&nbsp;เพื่อพัฒนาสัมพันธ์&nbsp;และพัฒนาศักยภาพผู้นำระดับผู้บริหาร&nbsp;ผู้นำองค์กรในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;นำไปสู่การมีส่วนร่วม&nbsp;ในการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง&nbsp;โดยใช้หลักสันติวิธี&nbsp;และเพื่อให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;และเป็นตัวกลางในการเสริมสร้าง&nbsp;ความรู้&nbsp;ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;นำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐกับพี่น้องประชาชนอย่างถูกต้องต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202130331532"],
    [20,"ชายแดน อ.พบพระเข้ม ทหาร ฉก.ร.14 ใช้ม้า ในการลาดตระเวน พิสูจน์ทราบ เฝ้าตรวจฯ พื้นที่ สกัดขบวนการแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;14&nbsp;</strong>โดย&nbsp;ร้อย.ร.1413&nbsp;ปฏิบัติภารกิจตามแผนการปฏิบัติการเชิงรุก&nbsp;ในพื้นที่ปฏิบัติการ&nbsp;โดยใช้สัตว์ทางทหาร&nbsp;(ม้า)&nbsp;ในการลาดตระเวน&nbsp;พิสูจน์ทราบ/เฝ้าตรวจฯ&nbsp;บริเวณพื้นที่เพ็งเล็ง&nbsp;บ้านทหารผ่านศึก&nbsp;ต.รวมไทยพัฒนาฯ&nbsp;-&nbsp;บ้านผ่านศึกพัฒนา&nbsp;ต.วาเล่ย์&nbsp;อ.พบพระ&nbsp;จ.ตาก&nbsp;เพื่อเป็นการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการนำพาแรงงานต่างด้าวฯ,&nbsp;กลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;และป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ไม่พบการกระทำผิดกฎหมายแต่อย่างใด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ</strong>&nbsp;ได้มีการสกัดกั้นจับกุมขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ว่าจะเป็นในพื้นที่อำเภอวังเจ้า&nbsp;อำเภอบ้านตาก&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;และอำเภอพบพระ&nbsp;จับได้เป็นจำนวนมากและดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;แต่ขบวนการขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองยังไม่หยุด&nbsp;และจับได้เป็นรายวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีรายงานว่า&nbsp;ยังมีแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ที่พักรออยู่ฝั่งประเทศเมียนมา</strong>&nbsp;จำนวนนับหมื่นคน&nbsp;ที่อาจจะลักลอบข้ามแม่น้ำเมย&nbsp;เพื่อจะเข้ามาทำงาน&nbsp;ในกรุงเทพและปริมณฑล&nbsp;เฉลี่ยค่าหัว&nbsp;ที่จะต้องเสียให้แก่นายหน้า&nbsp;ราว&nbsp;20,000-25,000&nbsp;บาท&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ทางการไทย&nbsp;แม้จะเข้มงวดและจับกุมได้ทุกวัน&nbsp;แต่ก็มีบางส่วนที่เล็ดลอดเข้าไปยังเมืองชั้นในได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคตะวันตก","ตาก","สวท.แม่สอด จ.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202141450576"],
    [21,"นิพนธ์เร่งรัดพิจารณาพรบ. เข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น-ผู้บริหารท้องถิ่น","<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;N&nbsp;402</strong>&nbsp;อาคารรัฐสภา&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รมช.มหาดไทย&nbsp;ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;(กมธ.)&nbsp;วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ&nbsp;(พ.ร.บ.)&nbsp;การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;",null,null,null,null,null],
    [22,".&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;เพื่อพิจารณาร่าง&nbsp;พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;",null,null,null,null,null,null],
    [23,".&nbsp;โดยมีคณะผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการสอบสวนในกรณี</strong>ที่มีการเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ว่ามีความเหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจและหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่&nbsp;อย่างไรโดยที่ประชุมได้รับฟัง&nbsp;การชี้แจงข้อมูล&nbsp;ข้อเท็จจริง&nbsp;ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งได้พิจารณาจบชั้นทบทวนแล้ว&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นว่าเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปตามข้อบังคับและพิจารณาอย่างรอบคอบจึงมีมติเชิญผู้แปรญัตติ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ท่านเข้าชี้แจงต่อกรรมมาธิการในการประชุมครั้งต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ</strong>การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนฯ&nbsp;ในการศึกษาดูงานและจัดสัมมนาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น&nbsp;พศ.....&nbsp;หลังจากรับฟังความเห็นในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;และภาคใต้&nbsp;จังหวัดสงขลาไปแล้วนั้น&nbsp;ครั้งต่อไปจะไปรับฟังความเห็นในพื้นที่ภาคอีสาน&nbsp;เดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202141316573",null],
    [24,"นายกรัฐมนตรี หารือเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ สานต่อความร่วมมือรอบด้าน","<p><strong>นายแร็มโก&nbsp;โยฮันเนิส&nbsp;ฟัน&nbsp;ไวน์คาร์เดิน</strong>&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;Remco&nbsp;Johannes&nbsp;van&nbsp;Wijngaarden)&nbsp;&nbsp;เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในโอกาสเข้ารับหน้าที่&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวต้อนรับและยินดีกับการเข้ารับตำแหน่ง</strong>&nbsp;เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย&nbsp;ซึ่งไทยและเนเธอร์แลนด์ต่างมีความสัมพันธ์และประวัติศาสตร์ร่วมกันมายาวนานกว่า&nbsp;400&nbsp;ปี&nbsp;ผ่านการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับและความร่วมมือพหุภาคี&nbsp;และทวิภาคี&nbsp;โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุน&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการน้ำที่ทั้งสองประเทศต่างให้ความสำคัญเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน&nbsp;โดยในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีร่วมแสดงความยินดีกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อย่างเป็นทางการของเนเธอร์แลนด์&nbsp;&nbsp;พร้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์</p><p><strong>ด้านเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับตำแหน่ง&nbsp;&nbsp;ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศในอาเซียนที่เนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญและมีบทบาทในด้านการค้าการลงทุนระหว่างกัน&nbsp;โดยไทยมีศักยภาพอย่างยิ่งในการส่งออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;ไปยังตลาดสหภาพยุโรป&nbsp;รวมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;เทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;อาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ&nbsp;ซึ่งเนเธอร์แลนด์เน้นแนวทางการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนและคำนึงถึงการใช้พลังงานทดแทนในอนาคต&nbsp;โดยเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลในด้านต่างๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันต่อไป</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เห็นว่า&nbsp;&nbsp;เนเธอร์แลนด์เป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมามูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งยังลงทุนในไทยมากเป็นอันดับที่&nbsp;1&nbsp;ในกลุ่มสหภาพยุโรป&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งออกไม้ดอกไม้ประดับและพันธุ์ไม้ระหว่างกัน&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ฯ</strong>&nbsp;เห็นพ้องว่าทั้งสองฝ่ายสามารถผลักดันการค้าการลงทุนให้มากขึ้น&nbsp;รวมทั้งการฟื้นการเจรจา&nbsp;FTA&nbsp;ไทย-EU&nbsp;และการยกระดับความสัมพันธ์อาเซียน-EU&nbsp;ซึ่งเห็นพ้องว่า&nbsp;ไทยและเนเธอร์แลนด์&nbsp;สามารถเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือที่จะต่อยอดผลประโยชน์ร่วมกันได้ระหว่างสองภูมิภาค</p><p><strong>ด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เนเธอร์แลนด์</strong>&nbsp;พร้อมร่วมมือกับไทยในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ด้านนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;ซึ่งไทยให้ความสำคัญและสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเนเธอร์แลนด์&nbsp;โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ทั้งสองประเทศได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติกับกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการน้ำแห่งราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์เมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>ด้านเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;และเทคโนโลยีชีวภาพ</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เสนอให้ขยายความร่วมมือระหว่าง&nbsp;Food&nbsp;Valley&nbsp;ของเนเธอร์แลนด์และเมืองนวัตกรรมอาหาร&nbsp;(Food&nbsp;Innopolis)&nbsp;ของไทย&nbsp;ซึ่งทางเนเธอร์แลนด์&nbsp;มีแผนที่จะจัดตั้งจุดประสานงานเครือข่ายระดับโลกด้านนวัตกรรมอาหาร&nbsp;ด้านเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์&nbsp;ยินดีให้ความร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน&nbsp;โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่จะต้องคำนึงถึงเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียินดีที่เนเธอร์แลนด์</strong>&nbsp;จะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;&nbsp;(EXPO&nbsp;2022&nbsp;Floriade&nbsp;Almere)&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งไทยจะเข้าร่วมงานเช่นเดียวกัน&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;Thailand&nbsp;Pavilion&nbsp;ในแนวคิด&nbsp;Trust&nbsp;Thailand&nbsp;โดยเชื่อมั่นว่างานดังกล่าวจะช่วยสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนการใช้เทคโนโลยีสีเขียวและนวัตกรรมเพื่อการผลิตและชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอนาคต</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ฯ</strong>&nbsp;ได้แสดงความยินดีกับการเป็นเจ้าภาพ&nbsp;&nbsp;APEC&nbsp;2022&nbsp;ของไทย&nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะประสบความสำเร็จและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก&nbsp;นายกรัฐมนตรียืนยันว่า&nbsp;ไทยพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;เปิดกว้าง&nbsp;เชื่อมโยงและสมดุล&nbsp;ซึ่งพร้อมที่จะนำข้อหารือที่ได้ไปสานต่อร่วมกับเนเธอร์แลนด์&nbsp;และ&nbsp;EU&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202192019762"],
    [25,"ที่ประชุม 3 ฝ่าย เห็นพ้องกำหนดกรอบเวลาอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 รวม 30 ชั่วโมง อภิปรายสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของประชาชน","<p><strong>การประชุมร่วม&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายที่มีนายสุชาติ&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;รองประธานสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;มีนายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นตัวแทนรัฐบาล&nbsp;เข้าร่วมประขุมกับนายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;และนายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้าน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;โดยมีนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เข้าร่วมสังเกตการณ์&nbsp;</p><p><strong>นายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ตกลงกันที่จะใช้เวลาในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;กำหนดการอภิปราย&nbsp;2&nbsp;วันคือวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;24.30&nbsp;น&nbsp;และวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;โดยฝ่ายค้านได้เวลา&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้เวลา&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;พร้อมยืนยันจะใช้เวลาของสภาฯ&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย</p><p><strong>ด้านายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;เห็นว่า</strong>&nbsp;การอภิปรายของฝ่ายค้านเป็นประโยชน์ที่จะได้อภิปรายชี้จุดข้อบกพร่องของรัฐบาล&nbsp;จึงให้เวลาฝ่ายค้านอย่างเต็มที่&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และรัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้&nbsp;โดยรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือในการอภิปรายอย่างเต็มที่&nbsp;แต่ขอให้ใช้เวลาการอภิปรายสร้างสรรค์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202192423768"],
    [26,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย  ครม. เห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565  ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการฯ อย่างต่อเนื่อง","<p>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวถึงโครงการลงทะเบียน&nbsp;เพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มตกหล่นให้สามารถเข้าถึงโครงการ&nbsp;คาดว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;(ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;เดิมและผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่)&nbsp;สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;&nbsp;2561&nbsp;โดยมีการปรับหลักเกณฑ์ของผู้ลงทะเบียนเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง&nbsp;คาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนประมาณไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ของปี&nbsp;และสามารถเริ่มใช้ในไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ได้รับสิทธิจะได้สวัสดิการ&nbsp;คือ&nbsp;วงเงิน&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;/คน/เดือน</strong>&nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้เกินกว่า&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และวงเงิน&nbsp;300&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;,&nbsp;ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงตุ้ม&nbsp;วงเงิน&nbsp;45&nbsp;บาท/คน/3&nbsp;เดือน&nbsp;,&nbsp;ค่าโดยสารรถ&nbsp;ขสมก.&nbsp;รถไฟฟ้าในวงเงิน&nbsp;500&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;,&nbsp;ค่าโดยสารรถบริษัท&nbsp;ขนส่ง&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;(บขส.)&nbsp;500&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;และชำระค่ารถโดยสารไฟฟ้า&nbsp;500&nbsp;บาท/คน/เดือน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202163050687"],
    [27,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอัตราส่งเงินสมทบภายหลังปรับลดทั้ง&nbsp;3&nbsp;ทางเลือก&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;1&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;42&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;3&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;ทางเลือกที่&nbsp;2&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;4&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;และชราภาพ&nbsp;และทางเลือกที่&nbsp;3&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;5&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ชราภาพ&nbsp;และสงเคราะห์บุตร</p><p><strong>โดยการลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน</strong>&nbsp;จะทำให้กองทุนประกันสังคมได้รับเงินสมทบลดลงแต่กองทุนประกัน&nbsp;สังคมยังคงมีเงินสมทบเพียงพอ&nbsp;สำหรับรายจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;40&nbsp;และไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะกองทุนในระยะยาว</p><p><strong>นอกจกานี้&nbsp;ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;</strong>วิธีการ&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;",null,null,null,null,null],
    [28,".&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้&nbsp;เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2550&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ&nbsp;เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้รับเงินบำเหน็จชราภาพ&nbsp;ในกรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน&nbsp;60&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่เดือนที่มีสิทธิรับบำนาญชราภาพ&nbsp;ให้ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202164429702",null],
    [29,"ครม.เห็นชอบ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 65","<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ&nbsp;โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มตกหล่นให้สามารถเข้าถึงโครงการ&nbsp;คาดว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;(ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;เดิมและผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่)&nbsp;สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;&nbsp;2561&nbsp;โดยมีการปรับหลักเกณฑ์ของผู้ลงทะเบียนเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง&nbsp;คาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนประมาณไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ของปี&nbsp;และสามารถเริ่มใช้ในไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</p><p><strong>สำหรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน&nbsp;มีดังนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.มีสัญชาติไทย&nbsp;มีอายุตั้งแต่&nbsp;18&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้&nbsp;ภิกษุ&nbsp;สามเณร&nbsp;นักพรต&nbsp;หรือนักบวช&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;ผู้ถูกกักกัน&nbsp;ผู้ต้องกักขัง&nbsp;บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ผู้รับบำเหน็จรายเดือน&nbsp;ผู้รับบำนาญปกติ&nbsp;หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการการเมือง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และสมาชิกวุฒิสภา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.รายได้ของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/คน/ปี&nbsp;และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/คน/ปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เงินฝาก&nbsp;สลาก&nbsp;พันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐ&nbsp;เดิม&nbsp;ทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เปลี่ยนเป็น&nbsp;บุคคล&nbsp;(ต่อปี)&nbsp;และครอบครัว&nbsp;(เฉลี่ยต่อคนต่อปี)&nbsp;ทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ไม่มีวงเงินกู้&nbsp;หรือ&nbsp;มีวงเงินกู้&nbsp;ณ&nbsp;เวลาใดเวลาหนึ่ง&nbsp;แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์&nbsp;(วงเงินกู้บ้าน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,วงเงินกู้รถ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.ต้องไม่มีบัตรเครดิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;หรือ&nbsp;มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;ณ&nbsp;เวลาใดเวลาหนึ่ง&nbsp;จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข&nbsp;ดังนี้&nbsp;(เดิม&nbsp;เกษตรกร&nbsp;มีที่ดิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ไม่ใช่เกษตรกร&nbsp;มีที่ดิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;บ้าน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ตารางวา&nbsp;ห้องชุด&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;35&nbsp;ตารางเมตร)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202164411701"],
    [30,"ครม.เห็นชอบขยายเวลาลดเงินสมทบประกันสังคม ม.40 (6 เดือน)","<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;</strong>ที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอัตราส่งเงินสมทบภายหลังปรับลดทั้ง&nbsp;3&nbsp;ทางเลือก&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;42&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;3&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และเสียชีวิต</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;4&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;และชราภาพ</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;3&nbsp;</strong>ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;5&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ชราภาพ&nbsp;และสงเคราะห์บุตร</p><p><strong>การลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;</strong>จะทำให้กองทุนประกันสังคมได้รับเงินสมทบลดลงแต่กองทุนประกัน&nbsp;สังคมยังคงมีเงินสมทบเพียงพอ&nbsp;สำหรับรายจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;40&nbsp;และไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะกองทุนในระยะยาว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202164150699"],
    [31,"ครม.เห็นชอบการตั้งศูนย์ประสานงานแก้ปัญหา Fake news","<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;กลาง&nbsp;ประจำกระทรวง&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;เดินหน้าขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ป้องกันการยั่วยุ&nbsp;สร้างความแตกแยกในสังคมในวงกว้าง&nbsp;ทั้งนี้จะให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์</p><p><strong>ปัจจุบันมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์</strong>&nbsp;และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ&nbsp;หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างและเผยแพร่&nbsp;ข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีแนวโน้ม&nbsp;ที่จะขยายตัวมากขึ้น&nbsp;ดังนั้นร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;นี้จะเป็นกรอบในการขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชน&nbsp;และสังคมในวงกว้างโดยเฉพาะข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม&nbsp;การยั่วยุ&nbsp;ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม&nbsp;ข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;ตลอดจนกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;วัฒนธรรมอันดี&nbsp;และสถาบันหลักของชาติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202164708705"],
    [32,"ผู้ว่าฯนราธิวาสร่วมประชุมการชี้แจง แนวทางการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ. 2497 ผ่านระบบวิดิทัศน์ทางไกล(VCS)","<p><strong>วันนี้&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมดำรงธรรม&nbsp;</strong>ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยนายชยาวุธ&nbsp;จันทร&nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย&nbsp;ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;โดยมีนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายปรีชา&nbsp;นวลน้อย&nbsp;ปลัดจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมผ่านระบบวิดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(VCS)&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์ปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรและโภคภัณฑ์อื่น&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างผิดปกติ&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็น&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการหรือผู้ค้าเนื้อสุกรในการกักตุนเนื้อสุกร&nbsp;รวมทั้งโภคภัณฑ์อื่น&nbsp;โดยประสงค์จะให้เนื้อสุกรและโภคภัณฑ์อื่นขาดแคลนในท้องตลาดเพื่อจะได้นำเนื้อสุกรและ&nbsp;โภคภัณฑ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ออกจำหน่ายในราคาสูง&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องนำมาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติสำรวจ&nbsp;การกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;มาบังคับใช้โดยเคร่งครัด&nbsp;จึงได้จัดให้มีการประชุมเพื่อชี้แจ&nbsp;การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ๒๔๙๗&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เพื่อให้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน</p><p><strong>โดยกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ทุกจังหวัด</strong>&nbsp;สั่งการให้พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ตามคำสั่งคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;ที่&nbsp;1/2563&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ลงวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2563&nbsp;พิจารณาให้ความสำคัญ&nbsp;กับการออกปฏิบัติหน้าที่ในการสำรวจการกักตุนเนื้อสุกรในพื้นที่&nbsp;และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตาม&nbsp;พระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการและกำชับให้&nbsp;</strong>นายอำเภอและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ในสังกัด&nbsp;ออกปฏิบัติหน้าที่ในการสำรวจการกักตุนเนื้อสุกรและโภคภัณฑ์อื่นในพื้นที่ตามที่เห็นสมควร&nbsp;โดยขอให้บูรณาการ&nbsp;ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ของหน่วยงานอื่น&nbsp;ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย&nbsp;และให้จังหวัด&nbsp;ทุกจังหวัด&nbsp;รายงานผลการดำเนินการตามแบบรายงานฯ&nbsp;ทุกวันจันทร์</p><p><strong>ทางด้านนายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกอำเภอของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้รับทราบและนำข้อสั่งการของกระทรวงมหาดไทยนำไปปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ดังกล่าวต่อไป&nbsp;</p><p>สำหรับประชาชนหากพบเห็นการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;สามารถโทรมาได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน&nbsp;หรือแจ้งมาที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202164856706"],
    [33,"กองกำลังผาเมือง ฝึกทบทวนการปฏิบัติภารกิจในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศในพื้นที่อำเภอชายแดน","<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจ&nbsp;กรมทหารม้าที่&nbsp;4&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;</strong>ฝึกทบทวนการปฏิบัติภารกิจในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อากาศยาน&nbsp;ฮ.ท.&nbsp;145&nbsp;(Air&nbsp;Ambulance)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอชายแดน</p><p><strong>ร้อยเอก&nbsp;เตมีย์&nbsp;เทียนแก้ว&nbsp;นายทหารฝ่ายยุทธการ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;4</strong>&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;4&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;ได้ดำเนินการจัดฝึกทบทวนการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;ร่วมกับอากาศยาน&nbsp;ฮ.ท.145&nbsp;(Air&nbsp;Ambulance)&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพล&nbsp;และบุคลากรในการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;กับอากาศยานจริง&nbsp;,กรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บตามแนวชายแดนที่ห่างไกล&nbsp;ให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที&nbsp;โดยจำลองเหตุการณ์การฝึกลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ,&nbsp;การจัดทำสนามเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;อำเภอเวียงแหง&nbsp;และอำเภอฝาง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการฝึกลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน&nbsp;กับอากาศยานจริง&nbsp;ฝึกการปฏิบัติงานของกำลังพลตามแนวชายแดน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานสาธารณะสุข&nbsp;และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเวียงแหง&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;4&nbsp;</strong>กองกำลังผาเมือง&nbsp;ได้ดำเนินการฝึกทบทวนการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อสม.เวียงแหง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ชีพ&nbsp;โรงพยาบาลเวียงแหง&nbsp;เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจาก&nbsp;สนาม&nbsp;ฮ.&nbsp;โครงการดอยดำ&nbsp;ไปยังสนาม&nbsp;ฮ.&nbsp;สนามฟุตบอล&nbsp;สถานีตำรวจภูธรเวียงแหง&nbsp;ตำบลเมืองแหง&nbsp;อำเภอเวียงแหง&nbsp;ด้านพื้นที่อำเภอฝาง&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่&nbsp;4&nbsp;กองกำลังผาเมือง&nbsp;ดำเนินการฝึกทบทวนการปฏิบัติภารกิจ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอ่างขาง&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์กู้ชีพ&nbsp;โรงพยาบาลฝาง&nbsp;เคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจาก&nbsp;สนาม&nbsp;ฮ.&nbsp;สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง&nbsp;ไปยัง&nbsp;สนาม&nbsp;ฮ.&nbsp;สนามกีฬาอำเภอฝาง&nbsp;ตำบลเวียง&nbsp;อำเภอฝาง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202173623729"],
    [34,"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการส่งเสริมความยุติธรรม เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;</strong>โรงแรมปาร์คอินทาวน์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม&nbsp;ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;รับฟังข้อเสนอแนะ&nbsp;ร่วมกับผู้นำภาคประชาชน&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิด้านศาสนา&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความยุติธรรมในพื้นที่&nbsp;แสวงหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธี&nbsp;โดยมีพลโท&nbsp;ธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี&nbsp;,&nbsp;นายสมนึก&nbsp;พรหมเขียว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;,&nbsp;ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ตลอดจนคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรม&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ได้มาพบปะพูดคุย&nbsp;ในการเสริมสร้างความเข้าใจ&nbsp;การมีส่วนร่วมในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;และในฐานะของผู้นำศาสนา&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;จะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งนโยบายของรัฐ&nbsp;การสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน&nbsp;เกิดขึ้นจากความคิด&nbsp;และข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วน&nbsp;นับเป็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่เข้มแข็ง&nbsp;แม้การทำงานอาจจะมีข้อบกพร่อง&nbsp;มีความเข้าใจไม่ตรงกันอยู่บ้าง&nbsp;แต่ก็ได้ผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านคอยชี้แนะแนวทาง&nbsp;ตลอดระยะเวลากว่า&nbsp;10&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ทุกท่านถือเป็นครูสำหรับการทำงานในพื้นที่&nbsp;เป็นผู้ที่คอยให้คำแนะนำ&nbsp;บ่มสอนถึงขนบธรรมเนียมประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ให้อยู่ร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างราบรื่น&nbsp;วันนี้หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ช่วยเหลือสามารถร้องขอได้ทันที&nbsp;และขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าพวกเราจะนำสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลโท&nbsp;ธิรา&nbsp;แดหวา&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;\"วันนี้ทุกภาคส่วนพยายามหาทางออกให้แก่ผู้กระทำผิดตามแนวทางสันติวิธี&nbsp;ทั้งการพูดคุยผ่านศูนย์สานใจสู่สันติที่เปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดเข้ามาพูดคุย&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย&nbsp;ลดการเข้าบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่&nbsp;แต่หากมีความจำเป็นที่ต้องเข้าบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ก็ได้ดำเนินการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชน&nbsp;เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด&nbsp;ในเรื่องการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ได้มีการพูดคุยกันเมื่อวันที่&nbsp;11-12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้พูดคุยกันใน&nbsp;3&nbsp;สารัตถะ&nbsp;คือ&nbsp;การลดความรุนแรง&nbsp;การปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;และการแสวงหาทางออกทางการเมือง&nbsp;โดยบรรยากาศการพูดคุยนับว่าดีขึ้นมาก&nbsp;ซึ่งในช่วงประมาณเดือนมีนาคมจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;แต่การพูดคุยที่สำคัญที่สุดคือการพูดคุยในวันนี้&nbsp;ซึ่งเป็นการพูดคุยภายในประเทศ&nbsp;ทุกภาคส่วนมาร่วมกันหารือ&nbsp;เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา&nbsp;และนำสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในที่ประชุมได้หารือการดำเนินงานที่สำคัญ&nbsp;ทั้งการระดมสรรพกำลัง</strong>ในการควบคุมพื้นที่&nbsp;แนวทางการเข้าบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;เพื่อลดการสูญเสีย&nbsp;ตลอดจนการสร้างความเข้าใจแก่พี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานต่างๆ&nbsp;จะต้องอยู่ภายใต้นโยบายของรัฐบาล&nbsp;คือ&nbsp;แนวทางสันติวิธี&nbsp;หลักสิทธิมนุษยชน&nbsp;และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;อันจะนำสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202175258738"],
    [35,"กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี ขานรับ ขับเคลื่อน โครงการจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้า (ชุมชนหมู่บ้านปลอดโควิด  19) ห่วงใยประชาชนท่ามกลางสถานการณ์โควิด 19 เร่งยับยั้ง แยก หยุดเชื้อ ป้องกันการแพร่ระบาดลุกลาม","<p><strong>กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ขานรับ&nbsp;ขับเคลื่อน&nbsp;โครงการจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้า&nbsp;</strong>(ชุมชน/หมู่บ้านปลอดโควิด&nbsp;&nbsp;19)&nbsp;ห่วงใยประชาชนท่ามกลางสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;เร่งยับยั้ง&nbsp;แยก&nbsp;หยุดเชื้อ&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาดลุกลาม&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พ.อ.เวชยันต์&nbsp;แว่นไธสงค์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกลโดยมีพลโท&nbsp;สุขสรรค์&nbsp;หนองบัวล่าง&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;1&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;1&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าท่ามกลางสถานการณ์โควิด&nbsp;19&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ห่วงใยความเป็นอยู่&nbsp;ของพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบความเดือดร้อนถึงชาวบ้าน&nbsp;แม้นว่าทุกภาคส่วนพร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกด้านแล้ว&nbsp;ทั้งลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่เพื่อการป้องกัน&nbsp;ยับยั้ง&nbsp;ควบคุมสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;19&nbsp;ไม่ให้เกิดการระบาดลุกลามและเป็นหมู่บ้านปลอดโควิด&nbsp;ตามโครงการจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้า&nbsp;ซึ่งไม่เพียงปลุกกระแสให้ชาวบ้านตื่นตัว&nbsp;ได้หันมาป้องกันแบบเข้มงวด&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังภายใต้องค์ความรู้&nbsp;ที่ให้ประชาชนเรียนรู้&nbsp;สามารถแยกชุมชนปลอดภัย&nbsp;ปลอดโควิด&nbsp;19&nbsp;ชาวบ้านจะได้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ&nbsp;ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนตามโครงการจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้า</strong>&nbsp;(ชุมชน/หมู่บ้านปลอดโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เพื่อสร้างให้ชุมชน&nbsp;ประกาศเป็นพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;ที่เกิดจากความคิดของคนในชุมชน&nbsp;มีความร่วมมือ&nbsp;รักษามาตรฐานความเข้มข้นในการป้องกัน&nbsp;สามารถควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดลุกลาม&nbsp;ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย&nbsp;จะดำเนินการจัดตั้งให้เป็นหมู่บ้านพื้นที่สีฟ้า&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรีรายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202182010745"],
    [36,"แม่ทัพน้อยที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ติดตามการการดำเนินโครงการของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 จำนวน 11  โครงการ และปัญหาด้านความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ","<p><strong>วานนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;1400&nbsp;น.&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พ.อ.&nbsp;วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พล.ท.&nbsp;กิตติศักดิ์&nbsp;บุญพระธรรมชัย&nbsp;มทน.2/&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;2&nbsp;&nbsp;(1)&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ติดตามการปฎิบัติภาระกิจของ&nbsp;กอ.รมน.ศก.&nbsp;และรับฟังบรรยายสรุปจาก&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;เกี่ยวกับการดำเนินโครงการของ&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;โครงการ&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมถึงปัญหาด้านความมั่นคงอื่นๆ&nbsp;ภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ณ&nbsp;ห้อง&nbsp;ศูนย์บริหารจัดการน้ำ&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202211659810"],
    [37,"กอ.รมน.ศรีสะเกษ นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ให้การต้อนรับ แม่ทัพน้อยที่ 2 รอง.ผอ.รมน.ภาค 2(1)ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามภารกิจ","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;1100&nbsp;น.วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พ.อ.&nbsp;วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนา,&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พล.ท.&nbsp;กิตติศักดิ์&nbsp;บุญพระธรรมชัย&nbsp;มทน.2/&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;2&nbsp;(1)&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นเยี่ยมครอบครัวพลทหาร&nbsp;ธนากร&nbsp;รู้เกณฑ์&nbsp;สังกัด&nbsp;มทบ.15&nbsp;ค่ายรามราชนิเวศน์&nbsp;พร้อมสอบถามความเป็นอยู่และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;23&nbsp;ม.10&nbsp;บ้านไพรพัฒนา&nbsp;ต.ไพรพัฒนา&nbsp;อ.ภูสิงห์&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p><strong>จากนั้นพล.ท.&nbsp;กิตติศักดิ์&nbsp;บุญพระธรรมชัย&nbsp;มทน.2/&nbsp;</strong>รอง&nbsp;ผอ.รมน.ภาค&nbsp;2&nbsp;(1)&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นตรวจเยี่ยมโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;นายพร&nbsp;รักษามั่น&nbsp;บ.อาวอย&nbsp;ต.โสน&nbsp;อ.ขุขันธ์&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;นายวิทยา&nbsp;บุตรวงศ์&nbsp;บ.&nbsp;อาวอย&nbsp;ต.โสน&nbsp;อ.ขุขันธ์&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;นายยนต์&nbsp;จินดาวงษ์&nbsp;บ.อาวอยเหนือ&nbsp;ต.โสน&nbsp;อ.ขุขันธ์&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมเครื่องมือพ่นยาทางการเกษตรและ&nbsp;น้ำหมักชีวภาพ&nbsp;(EM)&nbsp;เพื่อพัฒนาและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202204213800"],
    [38,"โฆษกรัฐบาลมั่นใจ \"นายก\" แจงศึกอภิปราย ม.152 ฉลุย วอนอภิปรายเน้นเนื้อหา อย่าประท้วงเลอะเทอะ","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>กล่าวถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง&nbsp;หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยไม่มีการลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2560&nbsp;ว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านทุกเรื่อง&nbsp;เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายต่างๆ&nbsp;ตามขั้นตอนอย่างถูกต้องครบถ้วน&nbsp;อีกทั้งยังบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตลอดมา&nbsp;โดยนายกฯ&nbsp;กล่าวเสมอว่า&nbsp;รัฐบาลชุดนี้ทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน&nbsp;และเด็ดขาดกับการทุจริตคอร์รัปชัน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทุกนโยบายไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลชุดไหนนั้น</strong>&nbsp;ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่สามารถจะทำให้ทุกคนพอใจได้&nbsp;ซึ่งฝ่ายค้านก็คงเป็นหนึ่งในนั้น&nbsp;แต่ยืนยันว่า&nbsp;รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;ก่อนที่จะเดินหน้าสู่การพัฒนาประเทศเพื่อพลิกโฉมประเทศต่อไป</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;สำหรับเวลาอภิปรายนั้นก็คงเป็นไปตามความเหมาะสม&nbsp;หากฝ่ายค้านอภิปรายด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริงประชาชนย่อมได้ประโยชน์&nbsp;&nbsp;แต่หากยังใช้วิธีการอภิปรายแบบเดิมๆ&nbsp;เน้นการอภิปรายแบบเสียดสี&nbsp;ถากถาง&nbsp;&nbsp;ชนิดเอามันส์เข้าว่าเหมือนหลายๆ&nbsp;ครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย&nbsp;ที่รัฐบาลและประชาชนต้องมาเสียเวลากับความไร้สาระของฝ่ายค้าน&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;หากมีการประท้วงก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องหักเวลาของฝ่ายที่ประท้วง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ฝ่ายค้านอย่าประท้วงเลอะเทอะ&nbsp;จะได้ไม่ออกลูกงอแงภายหลังว่าเวลาอภิปรายไม่พอ&nbsp;แล้วก็ไปทะเลาะกันเองว่าใครเบียดเบียนเวลาอภิปรายของใครหรือไม่</p><p><br></p><p><br></p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113315916"],
    [39,"ส.ส.พรรคก้าวไกล ยื่นใบลาออกจาก ส.ส. ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ","<p><strong>นายวิโรจน์&nbsp;ลักขณาอดิศร&nbsp;ส.ส.&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;</strong>ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น&nbsp;..บัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล&nbsp;มีผลวันพรุ่งนี้&nbsp;เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยทันทีที่หนังสือลาออกมีผล&nbsp;จะเริ่มทำงานลงพื้นที่ร่วมกับว่าที่&nbsp;ผู้สมัคร&nbsp;สก.&nbsp;ของพรรคก้าวไกล&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทำนโยบายให้กระชับไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ทั้งระบบสาธารณูปโภค&nbsp;สวัสดิการ&nbsp;คุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพต้องดีขึ้น&nbsp;เป็นเมืองที่ปลอดภัย&nbsp;นับเป็นความท้าทายใหม่&nbsp;ในงานบริหารของตนเองและทีมว่าที่ผู้สมัคร&nbsp;สก.&nbsp;ของพรรคก้าวไกล&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอบคุณประชาชน&nbsp;ที่รู้สึกเสียดายการทำหน้าที่&nbsp;ส.ส.&nbsp;ของตนเองในสภา&nbsp;แม้จะมีข้อบกพร่องไปบ้างแต่ก็ถือว่ามีความพยายามจนเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของหลายๆ&nbsp;คน</p><p><strong>ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ&nbsp;กทม.</strong>&nbsp;จะมีขึ้นเมื่อไหร่ไม่ได้กังวล&nbsp;เพราะได้ทำตามแนวทางและแผนที่วางเอาไว้&nbsp;เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา&nbsp;เพราะไม่สามารถบังคับให้รัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งได้</p><p><strong>หลังจากนี้ในการอภิปรายทั่วไป</strong>โดยไม่มีการลงมติตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ขอให้ติดตามการทำหน้าที่ของ&nbsp;ส.ส.&nbsp;ฝ่ายค้านและพรรคก้าวไกลที่จะเสนอแนะสิ่งที่รัฐบาลควรนำไปขับเคลื่อนและแก้ไขทั้งปัญหาต่างๆ&nbsp;ที่เกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาชี้ให้เห็นแล้วว่าประชาชนเห็นว่าการเลือกตั้งมีความสำคัญและจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง</p><p><br></p><p><br></p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203155329122"],
    [40,"สภาผู้แทนราษฎร เปิดให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ","<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;รองประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุม&nbsp;โดยเปิดให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ไข&nbsp;ซึ่งปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;น้ำประปาไม่ได้คุณภาพและขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;มีสมาชิกนำเข้าหารือจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงปัญหายังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากผลกระทบอุทกภัยในปี&nbsp;2564&nbsp;และการจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจากโรคระบาดเป็นไปด้วยความล่าช้</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังมีปัญหาถนนชำรุดยังไม่ได้รับการแก้ไข&nbsp;ปัญหาชุดตรวจ&nbsp;ATK</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;มีราคาแพงและกระจายไม่ทั่วถึง&nbsp;ซึ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากสินค้าราคาแพงในขณะนี้อย่างมาก&nbsp;รวมถึงยังมีปัญหาขาดแคลนงบประมาณในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพื่อสร้างรายได้ในพื้นที่&nbsp;ปัญหากลุ่มชาติพันธุ์และปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203115418963"],
    [41,"จนท.ความมั่นคงเข้าปิดล้อมบังคับใช้กฎหมายผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เบื้องต้นคนร้ายถูกวิสามัญ 3 ราย ขณะที่ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน ใช้หลักเจรจาก่อนคนร้ายจะยิงใส่เจ้าหน้าที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;บริเวณมัสยิดโค็กเคต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นผลสืบเนื่องจากที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจำนวน&nbsp;4&nbsp;คนเข้ามาหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการสนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;จากเบาไปหาหนัก&nbsp;เน้นการเจรจากับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนในสถานที่ดังกล่าว&nbsp;โดยการนำของผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนเครือญาติ&nbsp;เกลี้ยกล่อม&nbsp;ให้ออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้ทางคดีตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การเจรจาไม่เป็นผล&nbsp;กลุ่มก่อเหตุรุนแรงวิ่งฝ่าวงล้อมและยิงใส่เจ้าหน้าที่&nbsp;</strong>จึงเกิดการปะทะ&nbsp;ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;1.&nbsp;นายจีรศักดิ์&nbsp;เพ็งเล๊าะ&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;1/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;อ.จะนะ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;2.นายอดินันท์&nbsp;ดอเลาะ&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;64/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.ลำไพร&nbsp;อ.เทพา&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;3.นายสุรินทร์&nbsp;กาเส็ง&nbsp;และคนที่&nbsp;4.นายศรัทธา&nbsp;อาแว&nbsp;จากการตรวจสอบตรวจยึดยืนอาวุธปืนซุ่มยิง&nbsp;จำนวน1&nbsp;กระบอก&nbsp;,&nbsp;ปืน&nbsp;AK47&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;และลูกโม่อีก&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;ทั้งนี้ทางแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เน้นการเจรจาเกลี้ยกล่อม&nbsp;ให้คนร้ายที่ยังหลบซ่อนอยู่ออกมามอบตัว&nbsp;เพื่อต่อสู้ทางกระบวนการทางกฎหมาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ&nbsp;มีหมาย&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;หลายหมาย&nbsp;และเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;และมีความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในพื้นที่&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทาง&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ยืนยัน</strong>&nbsp;มัสยิดเป็นศาสนสถาน&nbsp;เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ&nbsp;ของพี่น้องในพื้นที่&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ปฏิบัติด้วยความรุนแรงอย่างแน่นอน&nbsp;หากผู้ก่อเหตุที่หลบซ่อนอยู่ไม่ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ก่อน&nbsp;และใช้มัสยิดเป็นสถานที่ในการหลบซ่อนตัว&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าได้หลงเชื่อข่าวที่บึดเบือน&nbsp;ที่มีผู้ที่ไม่หวังพยายามปลุกปั่น&nbsp;สร้างความแตกแยก&nbsp;ทั้งนี้ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมพื้นที่อยู่&nbsp;พร้อมเจรจา&nbsp;คนร้ายที่เหลือออกมามอบตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203112731905"],
    [42,"นายกรัฐมนตรี มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวช่องพัฒนาระบบการศึกษา ปรับหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต","<p><strong>พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;โพสต์ข้อความผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;</strong>ส่วนตัวใจความสำคัญว่า&nbsp;หลังการเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ได้เดินหน้าขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ&nbsp;ตามยุทธศาสตร์ทันที&nbsp;โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสานต่อนโยบายโดยแปลงออกมาให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายใน&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ทั้งด้านแรงงาน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ความร่วมมือการค้าการลงทุน&nbsp;และด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;พร้อมให้รายงานความก้าวหน้าต่อตนเองในทันที&nbsp;รวมทั้งการสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเต็มที่&nbsp;ในการดำเนินการคู่ขนานกันไปด้วย&nbsp;เนื่องจากสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้&nbsp;นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะเปิดประตูสู่การสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ&nbsp;ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมากมายในรอบกว่า&nbsp;30&nbsp;ปี</p><p><strong>นอกจากการสร้างความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว&nbsp;สิ่งสำคัญคือการสร้างคนในชาติด้วยการศึกษา</strong>&nbsp;ที่ต้องพัฒนาให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ครม.ครั้งล่าสุด&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จึงได้เห็นชอบนโยบายการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา&nbsp;หรือที่เรียกว่า&nbsp;<strong>Higher&nbsp;Education&nbsp;Sandbox</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการนำร่องของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;ที่จะพัฒนาหลักสูตรการศึกษารูปแบบใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;การเรียนการสอนในรายวิชาบังคับบางวิชา&nbsp;ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนในสถานศึกษา&nbsp;แต่สามารถไปเรียนจากการทำงานในสถานประกอบการแทน&nbsp;โดยไม่เพียงให้ความสำคัญในเชิงหลักการอย่างเดียว&nbsp;แต่เน้นประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงไปอีกทั้งเป็นการศึกษาที่ไม่เน้นปริญญา&nbsp;แต่มุ่งตอบสนองการทำงาน&nbsp;การสร้างอาชีพ&nbsp;เป็นการผลิต<strong>&nbsp;\"กำลังคนขั้นสูง\"</strong>&nbsp;สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว&nbsp;โดย&nbsp;อว.ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย&nbsp;(ทปอ.)&nbsp;มหาวิทยาลัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;(BOI)&nbsp;ในการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนรูปแบบใหม่&nbsp;ที่ตอบโจทย์ความต้องการ&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่มากขึ้น&nbsp;ซึ่งกล่าวได้ว่า&nbsp;เป็นอีกก้าวสำคัญของ&nbsp;<strong>การปฏิรูปการศึกษา&nbsp;</strong>ในระดับมหาวิทยาลัย&nbsp;ที่จะสร้างคนขึ้นมารองรับการขับเคลื่อนประเทศชาติ&nbsp;ส่วนในระดับ<strong>&nbsp;\"การศึกษาขั้นพื้นฐาน\"</strong>&nbsp;รัฐบาลได้ผลักดัน&nbsp;พ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ให้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทในแต่ละท้องถิ่น&nbsp;ทั้งอาชีพและความต้องการแรงงาน</p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203120936977"],
    [43,"ตำรวจคีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี เอาจริง จับ ปรับ แจกหมวก กวดขันวินัยจราจร หวังลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน","<p><strong>พ.ต.ต.สุบัญชา&nbsp;พืชผล&nbsp;สวป.สภ.คีรีรัฐนิคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>อำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ภายใต้การนำของนายชวลิต&nbsp;โรจนรัตน์&nbsp;&nbsp;นายอำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;และ&nbsp;พ.ต.อ.เกรียงไกร&nbsp;ไกรแก้ว&nbsp;ผกก.สภ.คีรีรัฐนิคม&nbsp;มีนโยบายการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยสวมหมวกนิรภัย&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p><p><strong>โดยมุ่งหวังที่จะสร้างจิตสำนึกในการขับขี่ปลอดภัย</strong>&nbsp;ให้รถจักรยานยนต์สวมใส่หมวกนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย&nbsp;และกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง&nbsp;&nbsp;ไม่ประมาท&nbsp;และมีน้ำใจต่อกัน&nbsp;เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน&nbsp;ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;เนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนทำให้คนไทยเสียชีวิต&nbsp;และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ&nbsp;ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ&nbsp;และด้านอื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>สถานีตำรวจภูธรคีรีรัฐนิคม&nbsp;ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ลดอุบัติเหตุ</strong>ทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาล&nbsp;และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด&nbsp;ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติในการสร้างความปลอดภัยทางถนน</p><p><strong>พ.ต.ต.สุบัญชา&nbsp;พืชผล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและจริงจัง&nbsp;โดยวันแรกได้ตั้งด่านตรวจจับ&nbsp;ปรับ&nbsp;และแจกหมวดกันนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้าย&nbsp;หลังจากนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มข้น&nbsp;รวมทั้งกวดขันพฤติกรรมการขับขี่ปลอกภัย&nbsp;การดื่มแอลกอฮอล์ในขณะขับขี่&nbsp;การฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร&nbsp;ดัดแปลงสภาพรถ&nbsp;และกฎระเบียบอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113546926"],
    [44,"โฆษก กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า  แถลงคืบหน้า ปะทะวิสามัญกลุ่มก่อเหตุรุนแรง 3 ศพ ที่จะนะ","<p><strong>พ.อ.เกรียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;เปิดเผย&nbsp;จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง&nbsp;เข้าปิดล้อมพื้นที่บริเวณมัสยิดโค้กเคต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;อ.จะนะ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษร่วมได้สืบทราบพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;คนร้ายจำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;เข้ามาหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการสนธิกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;จากเบาไปหาหนัก&nbsp;เน้นการเจรจากับผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>โดยได้นำผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนเครือญาติ</strong>&nbsp;เกลี้ยกล่อม&nbsp;ให้ออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้ทางคดีตามกฎหมาย&nbsp;ซึ่งการเจรจาไม่เป็นผล&nbsp;กลุ่มก่อเหตุรุนแรงวิ่งฝ่าวงล้อมออกจากบ้านหลังดังกล่าว&nbsp;ไปทางมัสยิดซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าง&nbsp;พร้อมยิงใส่เจ้าหน้าที่&nbsp;จึงเกิดการปะทะ&nbsp;ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;</p><p>1.&nbsp;นายจีรศักดิ์&nbsp;เพ็งเล๊าะ&nbsp;อายุ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;1/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;อ.จะนะ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;</p><p>2.นายอดินันท์&nbsp;ดอเลาะ&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;64/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.ลำไพร&nbsp;อ.เทพา&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;</p><p>3.นายสุรินทร์&nbsp;กาเส็ง&nbsp;และคนที่&nbsp;4.นายศรัทธา&nbsp;อาแว&nbsp;จากการตรวจสอบตรวจยึดยืนอาวุธปืนซุ่มยิง&nbsp;จำนวน1&nbsp;กระบอก&nbsp;,&nbsp;ปืน&nbsp;AK47&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;และลูกโม่อีก&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เน้นการเจรจาเกลี้ยกล่อม</strong>&nbsp;ให้คนร้ายที่ยังหลบซ่อนอยู่ออกมามอบตัว&nbsp;เพื่อต่อสู้ทางกระบวนการทางกฎหมาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ&nbsp;มีหมาย&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;หลายหมาย&nbsp;และเคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;และมีความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในพื้นที่&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทาง&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ยืนยัน&nbsp;มัสยิดเป็นศาสนสถาน</strong>&nbsp;เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ&nbsp;ของพี่น้องในพื้นที่&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะไม่ปฏิบัติด้วยความรุนแรงอย่างแน่นอน&nbsp;หากผู้ก่อเหตุรุนรุนที่หลบซ่อนอยู่ไม่ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ก่อน&nbsp;และใช้มัสยิดเป็นสถานที่หลบซ่อนตัว&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าได้หลงเชื่อข่าวที่บึดเบือน&nbsp;ที่มีผู้ที่ไม่หวังพยายามปลุกปั่น&nbsp;สร้างความแตกแยก&nbsp;ทั้งนี้ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังคงปิดล้อมพื้นที่อยู่&nbsp;พร้อมเจรจา&nbsp;คนร้ายที่เหลือออกมามอบตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113014907"],
    [45,"โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจงเหตุปิดล้อมจะนะ หลังวิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรง  3  ราย","<p><strong>โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;แจงเหตุปิดล้อมจะนะ&nbsp;สงขลา&nbsp;</strong>หลังวิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;3&nbsp;รายเสียชีวิต&nbsp;พบ&nbsp;หมายป.วิอาญาหลายหมาย</p><p><strong>จากกรณี&nbsp;เมื่อ&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลา&nbsp;05.40&nbsp;น.เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย</strong>พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;บริเวณมัสยิดโค็กเคต&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;ถูกวิสามัญ&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;พ.อ.เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>ได้ระบุว่า&nbsp;เหตุดังกล่าวเกิดจากเจ้าหน้าที่ได้เข้า&nbsp;ปิดล้อมพื้นที่&nbsp;พร้อมการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;กับ&nbsp;ผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;หลังผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้มัสยิดเป็นฐานเตรียมก่อเหตุรุนแรง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;คนร้ายได้&nbsp;ถูกวิสามัญ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;คือ&nbsp;นายศรัทธา&nbsp;อาแว&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;3&nbsp;หมาย&nbsp;นายสุรินท์&nbsp;กาเส็ง&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;7&nbsp;หมาย&nbsp;&nbsp;นาย&nbsp;อดินันท์&nbsp;ดอเลาะ&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;1&nbsp;หมาย&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ตรวจพบอาวุธปืน&nbsp;3&nbsp;กระบอกในที่เกิดเหตุได้แก่&nbsp;ปืนซุ่มยิง&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;AK47&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;&nbsp;ปพ.ลูกโม่&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;จนท.พยามเจรจาให้ยอมมอบตัว&nbsp;โดยเชิญผู้นำศาสนา&nbsp;</strong>เครือญาติ&nbsp;ครอบครัวช่วยเกลี้ยกล่อม&nbsp;แต่ไม่เป็นผล&nbsp;กลับพยายามยิงฝ่าวงล้อมเพื่อเปิดทางหลบหนี&nbsp;จึงเกิดการปะทะกัน&nbsp;ทำให้&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีก&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ที่หลบซ่อนอยู่&nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังพยามเจรจาให้ยอมมอบตัวต่อสู้ทางกฎหมาย&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการใช้ความรุนแรง&nbsp;&nbsp;ทราบดีว่า&nbsp;มัสยิดเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนา&nbsp;ถ้าผู้ก่อเหตุไม่ใช้มัสยิดเป็นการป้องกันตนเอง&nbsp;หลบซ่อน&nbsp;และยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่&nbsp;ก่อน&nbsp;ซึ่งบางครั้งเจ้าหน้าที่ต้องใช้วิจารณญาณ&nbsp;ต้องใช้การตอบโต้เท่าที่จำเป็น</p><p><strong>เท่าที่ทราบคนร้ายมี&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;อยู่ระหว่างเจรจา</strong>&nbsp;โดยผู้เสียชีวิตมี&nbsp;หมายป.วิอาญาหลายหมาย&nbsp;และเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;เชื่อมโยงการก่อเหตุ&nbsp;ทั้ง&nbsp;จะนะ&nbsp;นาทวี&nbsp;สงขลา&nbsp;อยู่ในกลุ่มของ&nbsp;นายจีรศักดิ์&nbsp;เพ็งเลาะ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113211912"],
    [46,"รองนายกรัฐมนตรี ระบุพร้อมชี้แจงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยพรรคภูมิใจไทย ยืนยันไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;ได้เตรียมข้อมูลสำหรับชี้แจงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ไว้แล้ว&nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลให้เกียรติ&nbsp;ส.ส.ทุกฝ่าย&nbsp;พร้อมรับฟัง&nbsp;และชี้แจงข้อสงสัยในทุกข้อกล่าวหา&nbsp;เพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงการแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงที่ตนเองรับผิดชอบ&nbsp;ส่วนตัวพร้อมเปิดใจรับฟังทุกด้าน&nbsp;ซึ่งสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ต้องนำมาพิจารณา&nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ไม่มีปัญหาหากจะเข้าประชุมสภา&nbsp;เพื่อพิจารณากฎหมายลูกสองฉบับ&nbsp;ซึ่งเป็นกฎหมายที่สำคัญ&nbsp;ยืนยัน&nbsp;การประชุมสภา&nbsp;วาระสำคัญ&nbsp;ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยต่ำกว่า&nbsp;51&nbsp;เสียง&nbsp;ขณะเดียวกันได้กำชับ&nbsp;ส.ส.ให้ป้องกันการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เพื่อไม่ให้กระทบต่อคะแนนลงมติ&nbsp;เนื่องจากลงมติออนไลน์ไม่ได้&nbsp;เพราะกฎหมายไม่รองรับ</p><p><strong>ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;หรือ&nbsp;กกต.</strong>ได้ประกาศการคำนวน&nbsp;ส.ส.&nbsp;400&nbsp;เขตออกมาแล้วนั้น&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;กล่าวว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมองว่าการเลือกตั้งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา&nbsp;ซึ่งก็ต้องมีความพร้อมไว้เสมอ&nbsp;ขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยไม่สนใจส่งผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113633934"],
    [47,"ศอ.บต.ร่วมหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ แถลงผลการปฏิบัติงานเด่นในรอบเดือนที่ผ่านมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมเจริญจิตต์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา</strong>&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&nbsp;ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;และพันตำรวจเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;ทัศนา&nbsp;หัวหน้างานกฎหมายและสอบสวนฯ/ผู้ช่วยโฆษก&nbsp;กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมแถลง&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายถึงผลการปฏิบัติงาน&nbsp;การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ในห้วงที่ผ่านมา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในห้วงเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;และด้านการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ซึ่งได้ดำเนิน&nbsp;โครงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยการสร้างบ้านและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;บริษัทห้างร้านและภาคประชาชน&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;ทัศนา&nbsp;ได้แถลงถึงสถิติการเกิดเหตุ</strong>และก่อเหตุในพื้นที่ในห้วงเดือนมกราคม&nbsp;๒๕๖๕&nbsp;ซึ่งได้เกิดเหตุก่อความรุนแรง&nbsp;8&nbsp;เหตุเหตุอาชญากรรม&nbsp;7&nbsp;เหตุและเหตุปะทะ&nbsp;3&nbsp;เหตุ&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และและผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ทหาร&nbsp;8&nbsp;นาย&nbsp;ตำรวจ&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ออกหมายจับป.วิอาญาคดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;หมายจับกุม&nbsp;11&nbsp;หมาย&nbsp;หลบหนี&nbsp;12&nbsp;หมาย&nbsp;จำหน่ายหมายจับคดีค้างเก่า&nbsp;19&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;30&nbsp;หมาย&nbsp;การออกหมายจับ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;8&nbsp;หมาย&nbsp;และจำหน่ายหมาย&nbsp;ค้างเก่า&nbsp;2&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;10&nbsp;หมาย&nbsp;มีผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์&nbsp;และศาลฎีการวม&nbsp;2&nbsp;คดีจำเลย&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็น&nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;และยกฟ้อง&nbsp;3&nbsp;คน</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ศอ.บต.ในฐานะหน่วยงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้แก่พี่น้องประชาชนทุกมิติ&nbsp;มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในห้วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา&nbsp;มีการดำเนินงานที่สำคัญหลายด้าน&nbsp;อาทิ&nbsp;ในห้วงปลายเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;บุคลากร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านภักดี&nbsp;ตำบลเขื่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อทรงเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน&nbsp;และโครงการพระราชดำริฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;รศ.ดร.บดินทร์&nbsp;รัศมีเทศ&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะครู&nbsp;บุคลากรตลอดจน&nbsp;นักเรียน&nbsp;ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ&nbsp;&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;ศอ.บต.ได้มีการสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย&nbsp;ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยสนับสนุนครูสอนภาษาไทย&nbsp;38&nbsp;อัตรา&nbsp;เพื่อยกระดับการอ่านเขียนภาษาไทยของนักเรียน&nbsp;ซึ่งในภาพรวมมีนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ที่มีทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี</strong>&nbsp;มีผลการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน&nbsp;ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1-2&nbsp;เปรียบเทียบ&nbsp;ระหว่างปีการศึกษาที่&nbsp;2/2561&nbsp;กับปีการศึกษา&nbsp;2/2563&nbsp;ระดับ&nbsp;ชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;มีการพัฒนาศักยภาพของวิทยากรผู้สอนภาษาไทยในทุกมิติ&nbsp;อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ส่งผลให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;ปีการศึกษาที่&nbsp;2/2563&nbsp;มีผลการเรียนดีขึ้น&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;22.73&nbsp;ระดับดี&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;50.00&nbsp;และประถมศึกษา&nbsp;ชั้นปีที่&nbsp;2&nbsp;มีผลการประเมินอยู่ในระดับปรับปรุง&nbsp;ระดับพอใช้&nbsp;ดีขึ้น&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;36.36&nbsp;ระดับดี&nbsp;ยังคงมีผลการประเมินคงเดิม&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;45.45&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศอ.บต.ส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์&nbsp;การสืบสาน</strong>&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์&nbsp;สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;เกิดเป็นความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่น&nbsp;เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ควรแก่การอนุรักษ์&nbsp;เป็นการปลุกจิตสำนึกให้เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ได้รับรู้&nbsp;เกิดความเข้าใจ&nbsp;ตระหนักในคุณค่า&nbsp;คุณประโยชน์&nbsp;ที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้กระบวนการถ่ายทอดจากผู้รู้&nbsp;ผู้สูงอายุหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนสู่เยาวชน&nbsp;คนรุ่นใหม่ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;เพื่อให้การฝึกอาชีพเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;กิจกรรมฝึกอาชีพหลักสูตรท้องถิ่น&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมศักยภาพศิษย์เก่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และศอ.บต.&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;กิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรียนรู้วิถี&nbsp;ตชด.&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม&nbsp;และความเป็นไทย&nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;(ค่ายเด็ก&nbsp;ตชด.&nbsp;Camping&nbsp;2)&nbsp;และกิจกรรมโครงการฝึกอบรมเพาะเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรด้วย&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;ณ&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และประธาน&nbsp;กพต.&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาและรับฟังความคืบหน้าการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานผลการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยังยืน&nbsp;เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;พื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ผ่านโครงการนำร่อง&nbsp;1&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือนยากจน&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;การทำงานให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;และกำหนดให้ปี&nbsp;65&nbsp;เป็น&nbsp;ปีแห่งการแก้ปัญหาความยากจน&nbsp;และรับทราบความสำเร็จ&nbsp;การดำเนินงานแก้ปัญหาการว่างงานของแรงงาน&nbsp;ที่กลับจากต่างประเทศเนื่องจากภาวะโควิด-19&nbsp;สามารถแก้ปัญหาแรงงาน&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ได้&nbsp;3,748&nbsp;คน&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ได้&nbsp;11,257&nbsp;คนและระยะที่&nbsp;3&nbsp;กำลังดำเนินการภายใน&nbsp;มี.ค.65&nbsp;โดยตั้งเป้าไว้&nbsp;5,000&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งได้รับทราบความสำเร็จ&nbsp;ในการพัฒนารูปแบบการทำงาน&nbsp;ด้านการเรียนรู้ภาษาไทยกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ&nbsp;2-5&nbsp;ขวบ&nbsp;โดยเด็กมีพัฒนาการด้านการใช้ภาษาไทยเพิ่มขึ้นตามลำดับ&nbsp;และ&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กำชับให้เร่งขยายผลการดำเนินการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;กพต.ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่สำคัญ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์หลักสูตรเข้มข้น&nbsp;และเตรียมการจัดตั้งโรงเรียนเทคโนโลยีและนวัตกรรม,&nbsp;การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้โครงการขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริฯ&nbsp;,โครงการจัดตั้งหอเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;กับการพัฒนา&nbsp;จชต.,&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใต้แผนปฎิบัติการส่งเสริมวิถีไทยในจชต.&nbsp;พ.ศ.2565-2570&nbsp;,การสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;สานใจไทย&nbsp;สู่ใจใต้&nbsp;และเห็นชอบการสนับสนุนให้เปิดท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ปี&nbsp;65-66&nbsp;เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กระทรวงต่างๆ</strong>&nbsp;และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน&nbsp;ที่ผ่านมาโดยมีความก้าวหน้าและความสำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;หลายโครงการ&nbsp;พร้อมขอให้มีการขับเคลื่อน&nbsp;ขยายผลให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น&nbsp;ต่อไป&nbsp;กำชับ&nbsp;กพต.ให้ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในการกำกับดูแล&nbsp;แผนงานให้เป็นไปตามมติ&nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจชต.&nbsp;ให้มีความอยู่ดีกินดี&nbsp;มีการศึกษาที่ดี&nbsp;มีงานทำมีรายได้&nbsp;ควบคู่การสร้างความเข้าใจ&nbsp;กับทุกฝ่าย&nbsp;เพื่อนำไปสู่ความมีสันติสุขในพื้นที่&nbsp;จชต.โดยเร็ว&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;สั่งการเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการร่วมมือกันผลักดันและทำงานให้เกิดผลสำเร็จเป็นธูปธรรมโดยเร็วที่สุด&nbsp;พร้อมมอบหมายให้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้ดำเนินงานตามมติ&nbsp;กพต.&nbsp;และข้อสั่งการให้บรรลุผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&nbsp;และมอบหมาย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารการพัฒนาเพื่อสนับสนุนข้อมูลของทุกส่วนราชการและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสื่อมวลชนของทุกส่วนราชการ&nbsp;และกระทรวงการต่างประเทศนำข้อมูลไปเผยแพร่และขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สาธารณะ&nbsp;</p><p><strong>ทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมแถลงข่าว&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;25</strong>&nbsp;อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบพระชนมพรรษา&nbsp;การกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;หัวหมาก&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานการแถลง&nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยมีรายการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;รวมถึงเป็นช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศอีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยมีนโยบายที่จะผลักดันสนามแห่งนี้ให้เป็นสนาม&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;การแข่งขันครั้งนี้จะนำมาซึ่งมิติใหม่ของวงการกีฬาชายแดนใต้&nbsp;เปิดบ้านรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลก&nbsp;ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่าสนามแห่งนี้จะสำเร็จและก้าวสู่สนามระดับโลก&nbsp;ได้สร้างชื่อเสียง&nbsp;และประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อไป&nbsp;สำหรับ&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดแข่งขันเพื่อควอลิฟายสนามสู่การเป็น&nbsp;1&nbsp;ในสนาม&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;หากสำเร็จจะเป็นสนามที่&nbsp;2&nbsp;ของประเทศไทยต่อจากสนาม&nbsp;Thailand&nbsp;by&nbsp;UTMB&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดย&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;จะทำการปล่อยตัว&nbsp;ที่อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;มีระยะทางแข่งขัน&nbsp;3&nbsp;ระยะคือ&nbsp;ระยะ&nbsp;เบตง&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ระยะ&nbsp;เบตง&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และระยะ&nbsp;เบตง&nbsp;25&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ขอเชิญชวนผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่&nbsp;www.runningconnect.com&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมการแถลงข่าวร่วม&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จะมีกำหนดจัดขึ้น&nbsp;ในห้วงสัปดาห์แรกของทุกเดือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203152147091"],
    [48,"จังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวชาวกรีซขอบคุณที่เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนเข้ามาช่วยเหลือ และยังคงรักประเทศไทยและจะยังกลับมาเที่ยวทุกๆ ปี ด้านตำรวจท่องเที่ยวฯเผยพร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง","<p><strong>จากกรณีครอบครัว&nbsp;Mr.Alexandros&nbsp;Alexiadis&nbsp;นักท่องเที่ยวสัญชาติกรีซ&nbsp;</strong>ได้มาพักผ่อนที่&nbsp;กะตะ&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และถูกคนร้ายขโมยเงินไปจนหมด&nbsp;และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้&nbsp;และนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากเงินที่หายเป็นเงินทั้งหมดที่นำติดตัวมา&nbsp;ตามที่เพจ&nbsp;KNIGHTS&nbsp;BORDER&nbsp;และสื่อ&nbsp;ออนไลน์ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;17.45&nbsp;น.&nbsp;ว่าที่&nbsp;พ.ต.ท.เอกชัย&nbsp;ศิริ&nbsp;</strong>สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ตพร้อมด้วยสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้ดูแล&nbsp;อำนวยความสะดวก&nbsp;นักท่องเที่ยวผู้เสียหายครอบครัว&nbsp;Mr.Alexandros&nbsp;Alexiadis&nbsp;นักท่องเที่ยวสัญชาติกรีซมาตั้งแต่ต้น&nbsp;ได้เดินทางไปพบและพูดคุยกับนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อสอบถามสิ่งที่อยากให้ช่วยเหลือเพิ่มเติม&nbsp;พร้อมได้ถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้&nbsp;</p><p><strong>พ.ต.ท.เอกชัย&nbsp;ศิริ&nbsp;สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวมีความสบายใจมากขึ้น&nbsp;จากการที่เห็นเจ้าหน้าที่หลายส่วนเข้ามาช่วยเหลือ&nbsp;และยังคงรักประเทศไทยและจะยังกลับมาเที่ยวทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;แต่&nbsp;Mr.Alexandros&nbsp;Alexiadis&nbsp;ยังคงท่องเที่ยวอยู่ในจังหวัดภูเก็ตต่ออีก&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ส่วนภรรยาและลูกๆ&nbsp;ได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว&nbsp;และทางตำรวจท่องเที่ยวพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเหลือกับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203141412034"],
    [49,"กอ.รมน.ภาค 4 สน.แถลงร่วม 3 ฝ่าย เผยผลการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหา และพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>วันนี้&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมเจริญจิตต์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา</strong>&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พันเอกเกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันตำรวจเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;ทัศนา&nbsp;ผู้ช่วยโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และนายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมแถลงข่าวชี้แจงการปฏิบัติงานในห้วงเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในห้วงเดือน&nbsp;ม.ค.65&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจในการควบคุมพื้นที่&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&nbsp;และภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในการพัฒนาพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;สำหรับด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;เมื่อ&nbsp;20&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;0600&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;43&nbsp;ได้สนธิกำลังร่วม&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าตรวจสอบ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;41/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลละหาร&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อม&nbsp;และเกลี้ยกล่อมให้ออกมามอบตัวแต่ไม่เป็นผล&nbsp;คนร้ายกลับวิ่งฝ่าออกมาจากบ้าน&nbsp;และใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ทำให้&nbsp;ร.อ.&nbsp;สุริยะ&nbsp;บินญาวัง&nbsp;ถูกกระสุนปืนทะลุสะโพกด้านซ้าย&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้&nbsp;เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;นายรอซาลี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;11&nbsp;หมาย&nbsp;และ&nbsp;นายมารวาน&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;3&nbsp;หมาย&nbsp;จากการพิสูจน์หลักฐานที่เกี่ยวข้องพบว่าทั้งคู่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุสะเทือนขวัญ&nbsp;&nbsp;ฆ่าและเผา&nbsp;3&nbsp;พ่อลูก&nbsp;ตระกูลกิตติประภานันท์&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;เม.ย.&nbsp;2564&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ตรวจยึดอาวุธปืน&nbsp;AK&nbsp;47&nbsp;และ&nbsp;AK&nbsp;102&nbsp;ของคนร้าย&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;กระบอก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กกล.ตร.จชต.จะได้ชี้แจงถึงที่มาและประวัติการก่อเหตุต่อไป</p><p><strong>ต่อมาเมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;45</strong>&nbsp;ได้ติดตามกรณีคนร้ายลอบขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่&nbsp;ชตค.ลูโบะบายะ&nbsp;อ.ยี่งอ&nbsp;&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;&nbsp;และต่อมาสืบทราบว่าคนร้าย&nbsp;ได้เข้ามาหลบซ่อนอยู่ภายในห้องเช่า&nbsp;บ.บาโงระนะ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.มะรือโบตก&nbsp;อ.ระแงะ&nbsp;&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;จึงได้สนธิกำลังร่วม&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เข้าตรวจสอบ&nbsp;โดยคนร้ายได้เปิดฉากยิงเข้าใส่&nbsp;เป็นเหตุให้กระสุนปืนถูกข้อเท้าซ้ายของ&nbsp;อาสาสมัครทหารพราน&nbsp;ธวัชชัย&nbsp;ทินกร&nbsp;ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงกันตัว&nbsp;ออกมา&nbsp;จากนั้นได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายที่อยู่ภายในบ้าน&nbsp;ออกมามอบตัวโดยเชิญผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นรวมทั้ง&nbsp;พ่อและแม่ของคนร้ายมาร่วมเจรจา&nbsp;แต่ในขณะที่พ่อและแม่ของคนร้ายกำลังเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นั้น&nbsp;คนร้ายได้ยิงสวนออกมา&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้กันตัวทั้งคู่ให้ออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;จนกระทั่งวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;1200&nbsp;เหตุการณ์ได้ยุติลง&nbsp;พบว่ามีคนร้ายเสียชีวิตจำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายอับดุลฮากัม&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;นายมะตอฮา&nbsp;&nbsp;ทั้งคู่มีประวัติหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;กรณีเหตุขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการ&nbsp;ชคต.ลุโบะบายะ&nbsp;อ.ยี่งอ&nbsp;ฯ&nbsp;เมื่อ&nbsp;22&nbsp;เม.ย.&nbsp;64&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังตรวจยึดอาวุธปืน&nbsp;3&nbsp;กระบอก</p><p><strong>สำหรับเหตุเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;299/1&nbsp;หมู่&nbsp;13</strong>&nbsp;ต.ตันหยงมัส&nbsp;อ.ระแงะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;เมื่อ&nbsp;23&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และต่อมามีการนำประเด็นดังกล่าวมาสื่อสารโจมตีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ว่ามีการกระทำที่เกินกว่าเหตุ&nbsp;จนเป็นที่สนใจของสังคมอย่างกว้างขวาง&nbsp;โดยบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากเป็นบ้านของ&nbsp;นายมูฮัมหมัดฟิตรี&nbsp;เจะหะ&nbsp;ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ&nbsp;และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;ของศาลจังหวัดนราธิวาส&nbsp;จากกรณียิง&nbsp;นายไพศาล&nbsp;และนางสุมล&nbsp;จุ่งสกุล&nbsp;2&nbsp;สามี&nbsp;-&nbsp;ภรรยา&nbsp;เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม&nbsp;เมื่อ&nbsp;15&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2562&nbsp;นอกจากนี้ยังมี&nbsp;ส่วนร่วมในการก่อเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอีกหลายคดี&nbsp;โดยในวันเกิดเหตุ&nbsp;หน่วยได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวภาคประชาชนว่า&nbsp;นายมูฮัมหมัดฟิตรี&nbsp;เข้ามาเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุในพื้นที่&nbsp;จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยรวมทั้งที่บ้านหลังดังกล่าวและได้เชิญผู้ใหญ่บ้านมาร่วมเป็นพยาน&nbsp;แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือ&nbsp;อีกทั้งได้พยายามขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าทำการตรวจสอบภายในบ้านจาก&nbsp;นางสาวซัลวานีย์&nbsp;ยาแล&nbsp;ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องหาคนดังกล่าว&nbsp;พร้อมกับได้ส่งเสียงร้องโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ดังที่ปรากฏในคลิปดังที่ทราบแล้ว</p><p><strong>ด้านความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;นำโดยพลเอก&nbsp;วัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุย&nbsp;สรุปผลความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขหลังจากร่วมประชุมหารือกับคณะผู้แทนกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;BRN&nbsp;ณ&nbsp;กรุงกัวลาลัมเปอร์&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฝั่งไทยและคณะผู้แทน&nbsp;BRN&nbsp;นำโดยอุสตาส&nbsp;อานัส&nbsp;อับดุลเราะห์มานและคณะ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายตันซรี&nbsp;อับดุล&nbsp;ราฮิม&nbsp;บิน&nbsp;โมฮัมหมัด&nbsp;นอร์&nbsp;เป็นผู้อำนวยความสะดวก&nbsp;ในการพูดคุย&nbsp;และมีผู้เชี่ยวชาญร่วมสังเกตุการณ์อีก&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดีทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;มีท่าทีที่มีมิตรไมตรีต่อกัน&nbsp;โดยผลการหารือจากการประชุมดังกล่าวมีข้อสรุปใน&nbsp;3&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การลดความรุนแรง&nbsp;การปรึกษาหารือของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;การแสวงหาทางออกทางการเมือง&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;เรื่องเป็นไปตามเจตนารมณ์และความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และครอบคลุมทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;นั่นคือการอยากเห็นความสงบสุข&nbsp;ในพื้นที่การใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข&nbsp;และการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชน&nbsp;รวมทั้งอยากเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าอันจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขอย่างถาวรยั่งยืนต่อไปอย่างไรก็ตาม&nbsp;การพูดคุยครั้งต่อไป&nbsp;ได้มีการหารือในที่ประชุมว่า&nbsp;จะมีการพูดคุยกัน&nbsp;2-3&nbsp;เดือนต่อครั้ง&nbsp;ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิดด้วย</p><p><strong>ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ร่วมแถลงผลการปฎิบัติระดมกวาดล้างนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ&nbsp;ตามแผนยุทธการพิทักษ์นิบง&nbsp;2/2565&nbsp;โดยร่วมปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายที่ร่วมกันสมคบ&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;ฟอกเงิน&nbsp;ที่ได้มาจากการค้าขายยาเสพติดของเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;และใกล้เคียง&nbsp;โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้รวม&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;ยึดของกลาง&nbsp;ยาบ้า&nbsp;ได้รวม&nbsp;1,323,778&nbsp;เม็ด&nbsp;ไอซ์&nbsp;1.95&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ตลอดจนยึดทรัพย์รวมมูลค่ากว่า&nbsp;26&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ด้านการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการช่วยเหลือประชาชน</strong>&nbsp;ในห้วงเดือน&nbsp;ม.ค.65&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ร่วมส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและดูแลพี่น้องประชาชนในหลายๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยได้ดำเนิน&nbsp;โครงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยการสร้างบ้านและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;เติมฝัน&nbsp;ปันสุข,&nbsp;โครงการ&nbsp;บ้านปันสุข&nbsp;โดยหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี,โครงการ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนรา&nbsp;ซ่อมสร้าง&nbsp;ปันสุข,&nbsp;โครงการ&nbsp;ฉก.สงขลา&nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ซึ่งในเดือน&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ได้ดำเนินการในทุกพื้นที่รวม&nbsp;4&nbsp;หลัง&nbsp;และในปีงบประมาณ&nbsp;65&nbsp;ได้ดำเนินการแล้ว&nbsp;8&nbsp;หลัง&nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย&nbsp;โดยพิจารณาสร้างให้กับ&nbsp;ประชาชนที่มีจิตอาสา&nbsp;จิตสาธารณะ&nbsp;ช่วยเหลือภาครัฐ&nbsp;ช่วยเหลือสังคม&nbsp;โดยใช้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;บริษัทห้างร้านและภาคประชาชน&nbsp;ในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203152712094"],
    [50,"ศอ.บต.ร่วมหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ  แถลงผลการปฏิบัติงานเด่นในรอบเดือนที่ผ่านมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมเจริญจิตต์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา</strong>&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง&nbsp;ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;และพันตำรวจเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;ทัศนา&nbsp;หัวหน้างานกฎหมายและสอบสวนฯ/ผู้ช่วยโฆษก&nbsp;กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ร่วมแถลง&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายถึงผลการปฏิบัติงาน&nbsp;การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ในห้วงที่ผ่านมา</p><p><strong>พันเอก&nbsp;เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในห้วงเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านการควบคุมพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;และด้านการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ซึ่งได้ดำเนิน&nbsp;โครงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยการสร้างบ้านและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;บริษัทห้างร้านและภาคประชาชน&nbsp;ในพื้นที่</p><p><strong>พันตำรวจเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;ทัศนา&nbsp;ได้แถลงถึงสถิติการเกิดเหตุ</strong>และก่อเหตุในพื้นที่ในห้วงเดือนมกราคม&nbsp;๒๕๖๕&nbsp;ซึ่งได้เกิดเหตุก่อความรุนแรง&nbsp;8&nbsp;เหตุเหตุอาชญากรรม&nbsp;7&nbsp;เหตุและเหตุปะทะ&nbsp;3&nbsp;เหตุ&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และและผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ทหาร&nbsp;8&nbsp;นาย&nbsp;ตำรวจ&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;&nbsp;ประชาชน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ออกหมายจับป.วิอาญาคดีความมั่นคง&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;หมายจับกุม&nbsp;11&nbsp;หมาย&nbsp;หลบหนี&nbsp;12&nbsp;หมาย&nbsp;จำหน่ายหมายจับคดีค้างเก่า&nbsp;19&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;30&nbsp;หมาย&nbsp;การออกหมายจับ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;หมาย&nbsp;จับกุม&nbsp;8&nbsp;หมาย&nbsp;และจำหน่ายหมาย&nbsp;ค้างเก่า&nbsp;2&nbsp;หมาย&nbsp;รวมจำหน่ายหมาย&nbsp;10&nbsp;หมาย&nbsp;มีผลคำพิพากษาคดีความมั่นคงของศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์&nbsp;และศาลฎีการวม&nbsp;2&nbsp;คดีจำเลย&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;แยกเป็น&nbsp;จำคุกตลอดชีวิต&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;และยกฟ้อง&nbsp;3&nbsp;คน</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ศอ.บต.ในฐานะหน่วยงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้แก่พี่น้องประชาชนทุกมิติ&nbsp;มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในห้วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา&nbsp;มีการดำเนินงานที่สำคัญหลายด้าน&nbsp;อาทิ&nbsp;ในห้วงปลายเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่าน&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;บุคลากร&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านภักดี&nbsp;ตำบลเขื่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อทรงเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน&nbsp;และโครงการพระราชดำริฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;รศ.ดร.บดินทร์&nbsp;รัศมีเทศ&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะครู&nbsp;บุคลากรตลอดจน&nbsp;นักเรียน&nbsp;ร่วมเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ&nbsp;&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;ศอ.บต.ได้มีการสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย&nbsp;ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยสนับสนุนครูสอนภาษาไทย&nbsp;38&nbsp;อัตรา&nbsp;เพื่อยกระดับการอ่านเขียนภาษาไทยของนักเรียน&nbsp;ซึ่งในภาพรวมมีนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ที่มีทักษะการอ่านเขียนภาษาไทยดีขึ้นตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี</strong>&nbsp;มีผลการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของนักเรียน&nbsp;ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1-2&nbsp;เปรียบเทียบ&nbsp;ระหว่างปีการศึกษาที่&nbsp;2/2561&nbsp;กับปีการศึกษา&nbsp;2/2563&nbsp;ระดับ&nbsp;ชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;มีการพัฒนาศักยภาพของวิทยากรผู้สอนภาษาไทยในทุกมิติ&nbsp;อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ส่งผลให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่&nbsp;1&nbsp;ปีการศึกษาที่&nbsp;2/2563&nbsp;มีผลการเรียนดีขึ้น&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;22.73&nbsp;ระดับดี&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;50.00&nbsp;และประถมศึกษา&nbsp;ชั้นปีที่&nbsp;2&nbsp;มีผลการประเมินอยู่ในระดับปรับปรุง&nbsp;ระดับพอใช้&nbsp;ดีขึ้น&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;36.36&nbsp;ระดับดี&nbsp;ยังคงมีผลการประเมินคงเดิม&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;45.45&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ศอ.บต.ส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์&nbsp;การสืบสาน</strong>&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์&nbsp;สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน&nbsp;เกิดเป็นความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่น&nbsp;เป็นมรดกอันล้ำค่าที่ควรแก่การอนุรักษ์&nbsp;เป็นการปลุกจิตสำนึกให้เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ได้รับรู้&nbsp;เกิดความเข้าใจ&nbsp;ตระหนักในคุณค่า&nbsp;คุณประโยชน์&nbsp;ที่ต้องร่วมกันอนุรักษ์ให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้กระบวนการถ่ายทอดจากผู้รู้&nbsp;ผู้สูงอายุหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชนสู่เยาวชน&nbsp;คนรุ่นใหม่ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง&nbsp;เพื่อให้การฝึกอาชีพเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;กิจกรรมฝึกอาชีพหลักสูตรท้องถิ่น&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมศักยภาพศิษย์เก่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และศอ.บต.&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการเพาะเห็ดฟางในตะกร้าของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;กิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรียนรู้วิถี&nbsp;ตชด.&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม&nbsp;และความเป็นไทย&nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;(ค่ายเด็ก&nbsp;ตชด.&nbsp;Camping&nbsp;2)&nbsp;และกิจกรรมโครงการฝึกอบรมเพาะเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรด้วย&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;ณ&nbsp;ตึกบัญชาการ&nbsp;1&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และประธาน&nbsp;กพต.&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาและรับฟังความคืบหน้าการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานผลการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยังยืน&nbsp;เพื่อขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;พื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ผ่านโครงการนำร่อง&nbsp;1&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือนยากจน&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;การทำงานให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;และกำหนดให้ปี&nbsp;65&nbsp;เป็น&nbsp;ปีแห่งการแก้ปัญหาความยากจน&nbsp;และรับทราบความสำเร็จ&nbsp;การดำเนินงานแก้ปัญหาการว่างงานของแรงงาน&nbsp;ที่กลับจากต่างประเทศเนื่องจากภาวะโควิด-19&nbsp;สามารถแก้ปัญหาแรงงาน&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ได้&nbsp;3,748&nbsp;คน&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ได้&nbsp;11,257&nbsp;คนและระยะที่&nbsp;3&nbsp;กำลังดำเนินการภายใน&nbsp;มี.ค.65&nbsp;โดยตั้งเป้าไว้&nbsp;5,000&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งได้รับทราบความสำเร็จ&nbsp;ในการพัฒนารูปแบบการทำงาน&nbsp;ด้านการเรียนรู้ภาษาไทยกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ&nbsp;2-5&nbsp;ขวบ&nbsp;โดยเด็กมีพัฒนาการด้านการใช้ภาษาไทยเพิ่มขึ้นตามลำดับ&nbsp;และ&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กำชับให้เร่งขยายผลการดำเนินการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;กพต.ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่สำคัญ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์หลักสูตรเข้มข้น&nbsp;และเตรียมการจัดตั้งโรงเรียนเทคโนโลยีและนวัตกรรม,&nbsp;การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายใต้โครงการขยายผลการพัฒนาตามแนวพระราชดำริฯ&nbsp;,โครงการจัดตั้งหอเฉลิมพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;กับการพัฒนา&nbsp;จชต.,&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนภายใต้แผนปฎิบัติการส่งเสริมวิถีไทยในจชต.&nbsp;พ.ศ.2565-2570&nbsp;,การสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;สานใจไทย&nbsp;สู่ใจใต้&nbsp;และเห็นชอบการสนับสนุนให้เปิดท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ปี&nbsp;65-66&nbsp;เพื่อส่งเสริมการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กระทรวงต่างๆ</strong>&nbsp;และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน&nbsp;ที่ผ่านมาโดยมีความก้าวหน้าและความสำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;หลายโครงการ&nbsp;พร้อมขอให้มีการขับเคลื่อน&nbsp;ขยายผลให้มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น&nbsp;ต่อไป&nbsp;กำชับ&nbsp;กพต.ให้ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในการกำกับดูแล&nbsp;แผนงานให้เป็นไปตามมติ&nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจชต.&nbsp;ให้มีความอยู่ดีกินดี&nbsp;มีการศึกษาที่ดี&nbsp;มีงานทำมีรายได้&nbsp;ควบคู่การสร้างความเข้าใจ&nbsp;กับทุกฝ่าย&nbsp;เพื่อนำไปสู่ความมีสันติสุขในพื้นที่&nbsp;จชต.โดยเร็ว&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;พร้อมนี้&nbsp;สั่งการเน้นย้ำให้ทุกส่วนราชการร่วมมือกันผลักดันและทำงานให้เกิดผลสำเร็จเป็นธูปธรรมโดยเร็วที่สุด&nbsp;พร้อมมอบหมายให้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้ดำเนินงานตามมติ&nbsp;กพต.&nbsp;และข้อสั่งการให้บรรลุผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&nbsp;และมอบหมาย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารการพัฒนาเพื่อสนับสนุนข้อมูลของทุกส่วนราชการและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสื่อมวลชนของทุกส่วนราชการ&nbsp;และกระทรวงการต่างประเทศนำข้อมูลไปเผยแพร่และขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่สาธารณะ&nbsp;</p><p><strong>ทาง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมแถลงข่าว&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;25</strong>&nbsp;อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบพระชนมพรรษา&nbsp;การกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;หัวหมาก&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานการแถลง&nbsp;โดยกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยมีรายการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา&nbsp;รวมถึงเป็นช่องทางการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศอีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยมีนโยบายที่จะผลักดันสนามแห่งนี้ให้เป็นสนาม&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;สนามที่&nbsp;2&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;การแข่งขันครั้งนี้จะนำมาซึ่งมิติใหม่ของวงการกีฬาชายแดนใต้&nbsp;เปิดบ้านรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและทั่วโลก&nbsp;ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นว่าสนามแห่งนี้จะสำเร็จและก้าวสู่สนามระดับโลก&nbsp;ได้สร้างชื่อเสียง&nbsp;และประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อไป&nbsp;สำหรับ&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดแข่งขันเพื่อควอลิฟายสนามสู่การเป็น&nbsp;1&nbsp;ในสนาม&nbsp;World&nbsp;Series&nbsp;หากสำเร็จจะเป็นสนามที่&nbsp;2&nbsp;ของประเทศไทยต่อจากสนาม&nbsp;Thailand&nbsp;by&nbsp;UTMB&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดย&nbsp;Amazean&nbsp;Jungle&nbsp;Trail&nbsp;จะทำการปล่อยตัว&nbsp;ที่อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;มีระยะทางแข่งขัน&nbsp;3&nbsp;ระยะคือ&nbsp;ระยะ&nbsp;เบตง&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ระยะ&nbsp;เบตง&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และระยะ&nbsp;เบตง&nbsp;25&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ขอเชิญชวนผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมแข่งขันได้ที่&nbsp;www.runningconnect.com&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กิจกรรมการแถลงข่าวร่วม&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จะมีกำหนดจัดขึ้น&nbsp;ในห้วงสัปดาห์แรกของทุกเดือน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203151818090"],
    [51,"จังหวัดสตูล ชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการสะพาน Andaman Gateway (สะพานสตูล-เปอร์ลิส) ต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมวัฒนโกเมร&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสตูล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยงข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;โดยมีนายมนูญ&nbsp;สิวาภิรมย์รัตน์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยโปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting</p><p><strong>ด้วยคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ&nbsp;กิจการชายแดนไทย&nbsp;</strong>ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ&nbsp;พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง&nbsp;หรือศึกษาเรื่องใดที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐและกิจการชายแดนไทย&nbsp;โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;จะมีการพิจารณาเรื่อง&nbsp;การติดตามความคืบหน้าโครงการสะพาน&nbsp;Andaman&nbsp;Gateway&nbsp;(สะพานสตูล-เปอร์ลิส)&nbsp;กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามแนวชายแดนภาคใต้</p><p><strong>ซึ่งในที่ประชุมฯ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้ให้ข้อมูล&nbsp;ข้อเท็จจริง&nbsp;</strong>และ&nbsp;ข้อคิดเห็น&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในประเด็น&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการสะพาน&nbsp;Andaman&nbsp;Gateway&nbsp;(สะพานสตูล-เปอร์ลิส)&nbsp;ของจังหวัดในการผลักดันและขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง&nbsp;,&nbsp;</p><p>2.ปัญหาและอุปสรรค&nbsp;พร้อมทั้งแนวทางในการแก้ไขปัญหาของจังหวัด&nbsp;เพื่อเร่งให้เกิดการก่อสร้างตามโครงการดังกล่าว&nbsp;,&nbsp;</p><p>3.ข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะและความต้องการการสนับสนุนของจังหวัดในเชิงนโยบาย&nbsp;กฎหมาย&nbsp;และการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;เกี่ยวกับโครงการสะพาน&nbsp;Andaman&nbsp;Gateway&nbsp;(สะพานสตูล-เปอร์ลิส)&nbsp;เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้และตลอดแนวชายแดนภาคใต้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ยังคงร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</strong>ในการผลักดันและขับเคลื่อนโครงการสะพาน&nbsp;Andaman&nbsp;Gateway&nbsp;(สะพานสตูล-เปอร์ลิส)&nbsp;กับการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวตามแนวชายแดนภาคใต้&nbsp;ให้เกิดขึ้นได้จริง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203154237111"],
    [52,"ยะลา เดินหน้าบูรณาการร่วม ป้องกันขจัดปัญหายาเสพติดในพื้นที่  ติดตามความก้าวหน้า ศอ.ปส.จังหวัด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565)&nbsp;นายภิรมย์นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;(ศอ.ปส.จ.ยล)&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อรับฟังสรุปผลการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในภาพรวมของจังหวัดยะลา&nbsp;ห้วงการทำงานที่ผ่านมา&nbsp;รวมถึงชี้แจงผลการดำเนินงานและการรับฟังปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้า&nbsp;ร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;อาคาร3&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.&nbsp;ยะลา&nbsp;ได้กล่าวชื่นชมการทำงาน&nbsp;</strong>กรณี&nbsp;แถลงการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ถือว่าเป็นหน้าเป็นตา&nbsp;ขอบคุณการทำงานของทุกภาคส่วนร่วมดำเนินการชื่นชมการขยายผลจากเล็กสู่ใหญ่&nbsp;สู่การจับกุมกว่าล้านเม็ด&nbsp;ทั้งด้าน&nbsp;ปปส.&nbsp;หน่วยปฏิบัติในพื้นที่คนอยู่เบื้องหลังมีจำนวนมาก&nbsp;ทุกคนสำคัญหมดในทุกภาคส่วน&nbsp;เราได้ทลายกรอบจุดนั้นได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด</strong>&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ดำเนินการจัดวางข้อมูลข่าวสารด้านยาเสพติดติดตามสถานการณ์ปัญหายาเสพติดเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการหรือโครงการต่างๆเพื่อป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาโดยบูรณาการการทำงานร่วมกันจากทุกภาคส่วนรวมถึงสนับสนุนงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน/หมู่บ้านเพื่อให้ทุกพื้นที่ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","3/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203155727126"],
    [53,"นายกรัฐมนตรี ยืนยันยังไม่มีแนวคิดยุบสภาและปรับคณะรัฐมนตรี ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงการคาดการณ์และวิเคราะห์การยุบสภาในขณะนี้ว่า&nbsp;ตนเองได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ได้วิเคราะห์และปรึกษาหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&nbsp;ซึ่งการตัดสินใจทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีอยู่&nbsp;ซึ่งยืนยันขณะนี้ยังไม่มีอะไร&nbsp;สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องการที่สุดคือ&nbsp;ต้องเดินหน้าทำงานให้ได้&nbsp;แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของบ้านเมืองให้ได้ก่อน&nbsp;ส่วนเรื่องการเมืองค่อยว่ากันทางการเมืองต่อไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงการอภิปรายทั่วไป</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;แบบไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ซึ่งหลายเรื่องชี้แจงไปแล้ว&nbsp;และย้ำว่าให้เกียรติในการอภิปรายต่างๆเสมอ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่ายังไม่มีใครมาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีตามที่มีกระแสข่าว&nbsp;อีกทั้งยังไม่มีแนวคิดปรับคณะรัฐมนตรีในขณะนี้&nbsp;เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมาซึ่งพรรคพลังประชารัฐแพ้นั้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีแพ้และชนะบ้างในแต่ละเขตเลือกตั้ง&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีเขตเลือกตั้งจำนวนมาก&nbsp;จะแพ้&nbsp;1-2&nbsp;เขต&nbsp;ก็ว่ากันไป&nbsp;ตามคะแนนความนิยมของประชาชน&nbsp;โดยไม่เกี่ยวข้องกับกระแสนิยมรัฐบาล&nbsp;และไม่ทราบว่าตนเองเป็นขาลงหรือขาขึ้น&nbsp;ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการทำงานมากกว่าและการเมืองก็คือการเมือง&nbsp;ทั้งนี้ยังเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจตนเอง&nbsp;โดยขอให้ถึงการเลือกตั้งใหญ่ก่อน&nbsp;ถึงช่วงเวลานั้นค่อยประเมินกันอีกที&nbsp;ขณะเดียวกันให้กำลังใจพรรคพลังประชารัฐในการทำงาน&nbsp;เชื่อว่าด้วยสถานการณ์การเมืองขณะนี้ทุกพรรคการเมืองทำงานไม่ง่าย&nbsp;และย้ำว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีการประสานทำงานด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน&nbsp;ส่วนจะมีการประสานทำงานกับพรรคเศรษฐกิจไทยอย่างไร&nbsp;เพื่อรักษาสเถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ระบุว่า&nbsp;เป็นการประสานการทำงานในฐานะพรรคการเมืองและพรรคร่วมรัฐบาลตามปกติอยู่แล้ว&nbsp;โดยเข้าใจตรงกันว่าทำงานเพื่อประเทศชาติให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติได้โดยเร็วที่สุด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวย้ำว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;จะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการของคณะกรรมการการเลือกตั้งและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ส่วนการเลือกตั้งใหญ่ก็ต้องรอกฏหมายลูกให้แล้วเสร็จตามกระบวนการ&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203184513219"],
    [54,"ส่งผู้ชุมนุมกลุ่มพีมูฟ กลับบ้าน ยืนยันว่าจะทำให้ประชาชนทุกคนมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น หลุดพ้นจากเส้นแบ่งความยากจน","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ในฐานะประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม&nbsp;(พีมูฟ)&nbsp;เดินทางมาพบกลุ่มผู้ชุมนุม&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล&nbsp;เพื่อส่งกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นรถกลับบ้าน&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเป็นห่วงจึงได้มอบหมายให้ตนเองมาแก้ปัญหาของประชาชน&nbsp;ซึ่งขอยืนยันว่าจะทำให้ประชาชนทุกคนมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นและหลุดพ้นจากเส้นแบ่งความยากจน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายอนุชา&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;(สปน.)&nbsp;&nbsp;ได้จัดรถบัสจำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อส่งกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางกลับยังภูมิลำเนา&nbsp;แบ่งเป็นภาคใต้&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีอีก&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ส่วนที่เหลือจัดเป็นรถตู้ส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต&nbsp;ให้เดินทางกลับไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","3/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203185016220"],
    [55,"เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองศรีสะเกษ สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี พ.ศ. 2565","<p><strong>สำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;นางชนิตา&nbsp;พีรบวรเดช&nbsp;ประธานสภาเทศบาลเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมสภาเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยแรก&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อเสนอญัตติขอรับความเห็นชอบต่อสภาเทศบาล&nbsp;ในญัตติต่างๆ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>(small&nbsp;green&nbsp;triangle)&nbsp;สำนักปลัดเทศบาล&nbsp;โทร.&nbsp;045-620211-4&nbsp;ต่อ&nbsp;112(small&nbsp;green&nbsp;triangle)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","3/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203200345267"],
    [56,"ศอ.บต. เตรียมจัดเวทีระดมความเห็น โอกาสและศักยภาพของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ มุ่งสร้างสันติสุข จชต.","<p><strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;</strong>จัดการประชุมผู้บริหารเพื่อติดตามงานและรับมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จากทุกกระทรวง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนัก/กองภายใน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;&nbsp;เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกมิติ</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มอบนโยบายการดำเนินงานในปีงบประมาณ&nbsp;2565</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;สิ่งที่อยากให้ผลักดันให้เร็วที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือนยากจน&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าการพัฒนาเพื่อเป็นต้นแบบของประเทศ&nbsp;โดยผลดำเนินการต้องให้เป็นรูปธรรมตามแผนงานที่วางไว้&nbsp;พร้อมดำเนินการพัฒนาต่อยอดและเสริมจากการพัฒนาของจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การคงอยู่ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;คือ&nbsp;การขับเคลื่อนแก้ไข</strong>ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติสุข&nbsp;ซึ่งปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยคือ&nbsp;โลกมุสลิม&nbsp;ที่ประเทศต้องดำเนินการสร้างความสัมพันธ์&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยและซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก็ต้องมีการวางแผนดำเนินการเพื่อสอดรับนโยบายการพัฒนา&nbsp;โดยการเปิดเวทีระดมสมองจากผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;แรงงานไทย&nbsp;ศิษย์เก่าจากประเทศโลกมุสลิม&nbsp;นักธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;มาระดมสมองออกความคิดเห็นในหัวข้อ&nbsp;โอกาสและศักยภาพของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการตามโครงการและแผนงานในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</strong>นั้น&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เน้นย้ำถึงการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และมติของการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;โดยเฉพาะการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่&nbsp;โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่แก้ไขอย่างเต็มกำลังและผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","4/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204084042316"],
    [57,"ศอ.บต. เตรียมจัดเวทีระดมความเห็น โอกาสและศักยภาพของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ มุ่งสร้างสันติสุข จชต. เร็วๆ นี้","<p><strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;</strong>จัดการประชุมผู้บริหารเพื่อติดตามงานและรับมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีพลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;และมีรองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จากทุกกระทรวง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนัก/กองภายใน&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่างๆในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกมิติ</p><p><strong>พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ได้มอบนโยบายการดำเนินงานในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;สิ่งที่อยากให้ผลักดันให้เร็วที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;1&nbsp;ครัวเรือนยากจน&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าการพัฒนาเพื่อเป็นต้นแบบของประเทศ&nbsp;โดยผลดำเนินการต้องให้เป็นรูปธรรมตามแผนงานที่วางไว้&nbsp;พร้อมดำเนินการพัฒนาต่อยอดและเสริมจากการพัฒนาของจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การคงอยู่ของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;คือ&nbsp;การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดสันติสุข&nbsp;ซึ่งปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยคือ&nbsp;โลกมุสลิม&nbsp;ที่ประเทศต้องดำเนินการสร้างความสัมพันธ์&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยและซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;นั้น&nbsp;&nbsp;ก็ต้องมีการวางแผนดำเนินการเพื่อสอดรับนโยบายการพัฒนา&nbsp;โดยการเปิดเวทีระดมสมองจากผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;แรงงานไทย&nbsp;ศิษย์เก่าจากประเทศโลกมุสลิม&nbsp;นักธุรกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;มาระดมสมองออกความคิดเห็นในหัวข้อ&nbsp;โอกาสและศักยภาพของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการตามโครงการและแผนงานในปีงบประมาณ&nbsp;2565</strong>&nbsp;นั้น&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เน้นย้ำถึงการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และมติของการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(กพต.)&nbsp;โดยเฉพาะการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางในพื้นที่&nbsp;โดยจะเดินหน้าลงพื้นที่แก้ไขอย่างเต็มกำลังและผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","4/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204084250317"],
    [58,"ยะลา ยกระดับคุมความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันการตอบโต้ จากเหตุที่จะนะ","<p><strong>ผู้การฯยะลา&nbsp;สั่งยกระดับคุมความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;ป้องกันเหตุตอบโต้&nbsp;</strong>หลัง&nbsp;จนท.&nbsp;วิสามัญฯ&nbsp;3&nbsp;คนร้าย&nbsp;มอบตัว&nbsp;1&nbsp;ที่จะนะ&nbsp;</p><p><strong>หลังจากที่เจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;บังคับใช้กฎหมายพื้นที่เป้าหมาย</strong>&nbsp;เข้าปิดล้อมตรวจค้นภายในบ้านพัก&nbsp;ชุมชนบ้านท่าชะมวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;อ.จะนะ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ในช่วงเช้าของวันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนเกิดการปะทะระลอกหลายชั่วโมง&nbsp;ทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;สามารถตรวจยึดปืนซุ่มยิง&nbsp;,&nbsp;ปืนสงคราม&nbsp;AK-47&nbsp;,&nbsp;ปืนพกลูกโม่&nbsp;ในที่เกิดเหตุไวได้&nbsp;จนกระทั่งล่าสุด&nbsp;ช่วงเย็น&nbsp;นายจีรศักดิ์&nbsp;&nbsp;รายที่&nbsp;4&nbsp;ได้ยินยอมมอบตัว&nbsp;จากการตรวจสอบพบทั้ง&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;ป.วิอาญา&nbsp;</p><p><strong>จากเหตุดังกล่าว&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจจะมีการตอบโต้จากกลุ่มคนร้าย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางหน่วยความมั่นคงได้แจ้งเตือนไปยังทุกหน่วยกำลัง&nbsp;ทั้ง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ให้เพิ่มความเข้ม&nbsp;ยกระดับการรักษาความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;เพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรงตอบโต้&nbsp;&nbsp;โดยเน้นให้มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลบริเวณเขตรอยต่อ&nbsp;อ.แม่ลาน&nbsp;อ.ยะรัง&nbsp;อ.ทุ่งยางแดง&nbsp;อ.โคกโพธิ์&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;อ.รือเสาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;อ.สะบ้าย้อย&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ซึ่งเชื่อมต่อกับ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;อ.รามัน&nbsp;อ.กาบัง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;รวมทั้งเพิ่มความเข้ม&nbsp;ด่านตรวจทั้งชั้นนอก&nbsp;และชั้นใน</p><p><strong>ขณะเดียวกันทางด้าน&nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;ได้เรียกกำลัง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ทั้ง&nbsp;ฉก.ยะลา&nbsp;ฉก.ตร.ยะลา&nbsp;91&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ชุด&nbsp;เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;(EOD.)&nbsp;&nbsp;กำชับการปฏิบัติ&nbsp;ในการตรวจเข้มในแต่ละส่วน&nbsp;ทั้งจุดตรวจรอบเมือง&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;&nbsp;การออกจรยุทธ์พิทักษ์พื้นที่&nbsp;แนวตะเข็บรอยต่อ&nbsp;และการเตรียมปฏิบัติการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;ซึ่งทางทาง&nbsp;ฉก.ยะลา&nbsp;ได้เสริมกำลัง&nbsp;พิทักษ์พื้นที่เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้สามารถควบคุมพื้นที่ได้ในวงกว้าง&nbsp;และเต็มพื้นที่มากขึ้น</p><p><strong>พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;&nbsp;ระบุว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>อย่างน้อย&nbsp;พื้นที่รอบใน&nbsp;จะมีการเข้มงวดกับบุคคลเป้าหมาย&nbsp;กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ที่น่าสงสัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาจทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์&nbsp;ได้รับผลกระทบบ้าง&nbsp;แต่เพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม&nbsp;ก็ขอให้ช่วยกันให้โอกาสเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก็ขอความร่วมมือภาคประชาชน&nbsp;ให้ช่วยสอดส่อง&nbsp;เป็นหู&nbsp;เป็นตา&nbsp;</strong>ให้กับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อระวังป้องกันไม่ให้มีการวางสิ่งแปลกปลอมต่างๆ&nbsp;และให้คำแนะนำในการตรวจสอบ&nbsp;ช่องทางการติดต่อแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;ต้องไม่นิ่งเฉยต่อการเข้ามาทำร้ายพี่น้องประชาชนชาวยะลา&nbsp;ไม่ว่าจะทางตรง&nbsp;หรือ&nbsp;ทางอ้อม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","4/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204084939318"],
    [59,"กอ.รมน.จังหวัดอำนาจเจริญ ประชุมปฐมนิเทศและมอบแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำลังพล ประจำปี 2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในการประชุมปฐมนิเทศและมอบแนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;รวมทั้งบูรณาการแผนงานและประสานความสอดคล้องในการปฏิบัติงานด้านการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;เป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะ&nbsp;สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ภายใต้การบังคับบัญชาและขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี&nbsp;จัดตั้งตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;พ.ศ.2551&nbsp;มีผลบังคับใช้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2551&nbsp;กลไกของการทำงานของ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;เป็นการทำงานร่วมกันของ&nbsp;พลเรือน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;เป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เสริมการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานตามหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง</p><p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ในฐานะ&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณทุกส่วนราชการที่ได้แก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยถือเป็นผลงานโดยรวมที่ทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติเพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน&nbsp;หลังจากนั้นได้มอบนโยบายในการปฏิบัติงานในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานยึดถือปฏิบัติตามนโนบยายของนายกรัฐมนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ให้ทุกกลุ่มงานเป็นส่วนปฏิบัติหลักในการขับเคลื่อนงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;,&nbsp;การดำเนินงานเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ&nbsp;โดยมีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย&nbsp;การร่วมบำเพ็ญประโยชน์ในโครงการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;การขยายผลสืบสานและต่อยอดศาสตร์พระราชา&nbsp;หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;,&nbsp;การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ซึ่งถือเป็นความเร่งด่วนสูงสุด&nbsp;เพื่อให้&nbsp;กอ.รมน.เป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส&nbsp;,&nbsp;การจัดระเบียบสังคม,&nbsp;การแก้ไขปัญหายาเสพติด,&nbsp;การพิทักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ให้สามารถจัดการภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>","4/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204095947338"],
    [60,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม. มีมติเห็นชอบ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565","<p><strong>(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบ&nbsp;โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มตกหล่นให้สามารถเข้าถึงโครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;คาดว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;(ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เดิมและผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่)&nbsp;สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;2559&nbsp;&nbsp;2561&nbsp;โดยมีการปรับหลักเกณฑ์ของผู้ลงทะเบียนเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง&nbsp;คาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนประมาณไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ของปี&nbsp;และสามารถเริ่มใช้ใน&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ<strong>สำหรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน&nbsp;มีดังนี้&nbsp;</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีสัญชาติไทย&nbsp;มีอายุตั้งแต่&nbsp;18&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้&nbsp;ภิกษุ&nbsp;สามเณร&nbsp;นักพรต&nbsp;หรือนักบวช&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;ผู้ถูกกักกัน&nbsp;ผู้ต้องกักขัง&nbsp;บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ผู้รับบำเหน็จรายเดือน&nbsp;ผู้รับบำนาญปกติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการการเมือง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และสมาชิกวุฒิสภา</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายได้ของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/คน/ปี&nbsp;และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/คน/ปี&nbsp;</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เงินฝาก&nbsp;สลาก&nbsp;พันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐ&nbsp;เดิม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เปลี่ยนเป็น&nbsp;บุคคล&nbsp;(ต่อปี)&nbsp;และครอบครัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;(เฉลี่ยต่อคนต่อปี)&nbsp;ทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีวงเงินกู้&nbsp;หรือ&nbsp;มีวงเงินกู้&nbsp;ณ&nbsp;เวลาใดเวลาหนึ่ง&nbsp;แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>วงเงินกู้บ้าน&nbsp;&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>วงเงินกู้รถ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต้องไม่มีบัตรเครดิต</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;หรือ&nbsp;มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;ณ&nbsp;เวลาใดเวลาหนึ่ง&nbsp;จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข&nbsp;ดังนี้&nbsp;(เดิม&nbsp;เกษตรกร&nbsp;มีที่ดิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ไม่ใช่เกษตรกร&nbsp;มีที่ดิน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;บ้าน&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ตารางวา&nbsp;ห้องชุด&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;35&nbsp;ตารางเมตร)</p><p><strong>กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;(บ้านพร้อมที่ดิน)</p><p>1.&nbsp;กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว</p><p>-&nbsp;บ้านเดี่ยว&nbsp;ทาวน์เฮาส์&nbsp;ห้องแถว&nbsp;และตึกแถว&nbsp;ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ตารางวา</p><p>-&nbsp;ห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;35&nbsp;ตารางเมตร</p><p>2.&nbsp;กรณีเป็นที่อยู่อาศัย&nbsp;และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่ดินแยกออกจากที่อยู่อาศัย&nbsp;</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตร&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ไร่</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไร่</p><p><strong>กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;(บ้านพร้อมที่ดิน)</p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว</p><p><strong>กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของที่ดิน&nbsp;ที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว&nbsp;</strong>ทาวน์เฮาส์&nbsp;ห้องแถว&nbsp;และตึกแถวแยกจากกัน&nbsp;ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม&nbsp;&nbsp;ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินของลงทะเบียนและคู่สมรสแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;25&nbsp;&nbsp;ตารางวา</p><p><strong>กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของที่ดินที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว&nbsp;</strong>ทาวน์เฮาส์&nbsp;ห้องแถว&nbsp;และตึกแถวร่วมกัน&nbsp;ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม&nbsp;ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสรวมกันต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ตารางวา<strong>กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของห้องชุดแยกจากกัน</strong>&nbsp;ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม&nbsp;ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;35&nbsp;ตารางเมตร</p><p><strong>กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของห้องชุดร่วมกัน</strong>&nbsp;ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม&nbsp;ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสรวมกันต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;35&nbsp;ตารางเมตร</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีเป็นที่อยู่อาศัย&nbsp;และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ไร่</p><p><strong>ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ไร่</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ไร่</p><p><strong>ผู้ที่ได้รับสิทธิจะได้สวัสดิการดังนี้</strong></p><p>วงเงิน&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;/คน/เดือน&nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้เกินกว่า&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;&nbsp;100,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และวงเงิน&nbsp;300&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ปี?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงตุ้ม&nbsp;วงเงิน&nbsp;45&nbsp;บาท/คน/3&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ค่าโดยสารรถ&nbsp;ขสมก.&nbsp;รถไฟฟ้าในวงเงิน&nbsp;500&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ค่าโดยสารรถบริษัท&nbsp;ขนส่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(บขส.)&nbsp;500&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ชำระค่ารถโดยสารไฟฟ้า&nbsp;500&nbsp;บาท/คน/เดือน</p><p><strong>หน่วยงานรับลงทะเบียน</strong></p><p>1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)</p><p>2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารออมสิน</p><p>3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</p><p>4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมบัญชีกลาง</p><p>5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;(ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ)</p><p>6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเขตกรุงเทพมหานาคร</p><p>7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเมืองพัทยา&nbsp;หรือ&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนกำหนด</p><p>8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์โครงการกำหนดเปิดจุดลงทะเบียน&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;&nbsp;ออนไลน์</p><p><strong>โดยให้คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&nbsp;(คบจ.)</strong>&nbsp;เป็นผู้ช่วยประสานงานการลงทะเบียนรอบใหม่&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจในการลงทะเบียนรอบใหม่&nbsp;และสามารถประสานงานสำหรับการลงทะเบียนในต่างจังหวัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>นอกจากนี้ยังกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้บัตรสวัสดิการฯ&nbsp;และปัญหาผู้มีบัตรฯ&nbsp;ที่ไม่ควรได้รับสิทธิ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จะมีการเปิดรับลงทะเบียนตามโครงการฯ&nbsp;อย่างน้อยปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;</strong>และจะมีการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงทะเบียนอย่างน้อยปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;อีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","4/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204111643390"],
    [61,"ส.ส.ต่างนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่อง ","<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;วันนี้</strong>&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;รองประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุม&nbsp;โดยประธานเปิดโอกาสให้สมาชิกนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าหารือ&nbsp;เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ไข&nbsp;ทั้งนี้มีสมาชิกนำปัญหาการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาโครงการต่างๆ&nbsp;เป็นไปอย่างล่าช้า&nbsp;ทั้งการจ่ายเงินชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี&nbsp;2564&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยประกันรายได้เกษตรกรบางพื้นที่ที่ล่าช้า&nbsp;รวมทั้งการจ่ายเงินชดเชยเกษตรกรจากโรคระบาดในสัตว์&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีปัญหาอื่นโดยเฉพาะปัญหาการแพรร่ระบาดของโรคโควิด-&nbsp;19</strong>&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่ปัจจุบันมีเด็กติดจำนวนมาก&nbsp;จึงขอให้เร่งจัดสรรวัคซีนให้กับเด็กอายุ&nbsp;5&nbsp;-11&nbsp;ปี&nbsp;ให้เพียงพอและทั่วถึง&nbsp;ปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำทั้งอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร&nbsp;ปัญหาถนนชำรุดเสียหายยังไม่ได้รับการแก้ไข&nbsp;ปัญหาผลกระทบจากการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เจ้าหน้าที่สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กและประขาชนในพื้นที่&nbsp;ปัญหาไม่มีที่ดินทำกินและบุกรุกพื้นที่ป่า&nbsp;ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดและปัญหาผู้ประกอบอาชีพประมงได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมต่างๆ&nbsp;เพื่อประกอบอาชีพ</p><p><br></p><p><br></p>","4/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204113129401"],
    [62,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 40 อีก 6 เดือน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;</span>คณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;ที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีอัตราส่งเงินสมทบภายหลังปรับลดทั้ง&nbsp;3&nbsp;ทางเลือก&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทางเลือกที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;42&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;3&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และเสียชีวิต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทางเลือกที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;4&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;และชราภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทางเลือกที่&nbsp;3</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;5&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ชราภาพ&nbsp;และสงเคราะห์บุตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จะทำให้กองทุนประกันสังคมได้รับเงินสมทบลดลงแต่กองทุนประกัน&nbsp;สังคมยังคงมีเงินสมทบเพียงพอ&nbsp;สำหรับรายจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;40&nbsp;และไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะกองทุนในระยะยาว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ครม.อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;ระยะเวลา</strong>&nbsp;และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;.&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ&nbsp;ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้&nbsp;เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2550</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นหลักประกันแก่ผู้รับเงินบำเหน็จชราภาพ&nbsp;ในกรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน&nbsp;60&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่เดือนที่มีสิทธิรับบำนาญชราภาพ&nbsp;ให้ได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายใน&nbsp;60&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญชราภาพ&nbsp;ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ&nbsp;จากเดิม&nbsp;10&nbsp;เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับครั้งสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย&nbsp;เป็น&nbsp;จำนวนเท่ากับจำนวนเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย&nbsp;x&nbsp;จำนวนเดือนที่เหลือหลังจากผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายจนครบ&nbsp;60&nbsp;เดือน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ตัวอย่างเช่น&nbsp;กรณีที่ผู้ประกันตนได้รับบำนาญชราภาพเดือนละ&nbsp;5,250&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้รับมาแล้ว&nbsp;20&nbsp;เดือน&nbsp;ก่อนถึงแก่ความตาย&nbsp;&nbsp;เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต&nbsp;ทายาทของผู้ประกันตนจะได้รับบำเหน็จชราภาพ&nbsp;ตามที่ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่กำหนด&nbsp;คือ&nbsp;5,250&nbsp;x&nbsp;(60-20)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;=&nbsp;210,000&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมจะได้รับ&nbsp;5,250&nbsp;x&nbsp;10&nbsp;=&nbsp;52,500&nbsp;บาท</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บุคคลซึ่งถูกงดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพ&nbsp;เนื่องจากกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนและความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงด้วยเหตุเสียชีวิต&nbsp;หากบุคคลนั้นได้รับเงินบำนาญชราภาพมาแล้วไม่เกิน&nbsp;60&nbsp;เดือน&nbsp;ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ&nbsp;จากเดิม&nbsp;10&nbsp;เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนครั้งสุดท้าย&nbsp;ก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน&nbsp;เป็น&nbsp;จำนวนเท่ากับจำนวนเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน&nbsp;x&nbsp;จำนวนเดือนที่เหลือหลังจากผู้รับเงินบำนาญชราภาพกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนจนครบ&nbsp;60&nbsp;เดือน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;<strong>ตัวอย่างเช่น&nbsp;กรณีที่ผู้ประกันตนได้รับบำนาญชราภาพเดือนละ&nbsp;5,250&nbsp;บาท&nbsp;และได้รับเงินบำนาญชราภาพมาแล้ว&nbsp;20&nbsp;เดือน&nbsp;ต่อมากลับเข้ามาทำงาน&nbsp;เงินบำนาญชราภาพดังกล่าวจะถูกงดจ่าย&nbsp;และเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต&nbsp;ทายาทของผู้ประกันตนจะได้รับบำเหน็จชราภาพ&nbsp;ตามที่ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่กำหนด&nbsp;คือ&nbsp;5,250&nbsp;x&nbsp;(60-20)&nbsp;=&nbsp;210,000&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมจะได้รับ&nbsp;5,250?10&nbsp;=&nbsp;52,500&nbsp;บาท</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กำหนดให้ผู้รับบำนาญชราภาพที่อยู่ก่อนกฎกระทรวงฉบับนี้ใช้บังคับ</strong>และรับบำนาญชราภาพมาแล้วยังไม่ครบ&nbsp;60&nbsp;เดือน&nbsp;ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพจนครบ&nbsp;60&nbsp;เดือน&nbsp;และในกรณีรับเงินบำนาญชราภาพมาแล้ว&nbsp;แต่จำนวนเดือนเหลือน้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวน&nbsp;10&nbsp;เท่าของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","4/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204114921418"],
    [63,"โฆษกรัฐบาลเร่งงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เตรียมประชุม 20 โฆษกกระทรวง  7 กุมภาพันธ์นี้ ","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตนเองได้เชิญโฆษกกระทรวงทั้ง&nbsp;20&nbsp;กระทรวงและส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชุมคณะกรรมการโฆษกกระทรวง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2565&nbsp;&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;&nbsp;โดยเป็นการประชุมทางไกลผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;&nbsp;เพื่อบูรณาการแนวทางการประชาสัมพันธ์และการนำเสนอผลงานรัฐบาลเตรียมความพร้อมข้อมูลในการชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานของแต่ละกระทรวง&nbsp;ทั้งนี้พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยังให้คำแนะนำและแนวทงการทำงานของโฆษกกระทรวง&nbsp;ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ&nbsp;โดยเน้นการทำงาน&nbsp;ประสาน&nbsp;&nbsp;รับ&nbsp;-&nbsp;ขยาย&nbsp;&nbsp;รุก&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p><strong>ประสาน&nbsp;&nbsp;ทํางานประสานกับทุกกระทรวงและหน่วยงานอื่นๆ</strong>&nbsp;เพื่อการได้ข้อมูลเชิงลึก&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;&nbsp;รับ&nbsp;-&nbsp;เตรียมรับมือการการปล่อยข่าวสารเชิงลบ&nbsp;การเตรียมทีม&nbsp;เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง&nbsp;ทันที&nbsp;หาความร่วมมือกับเครือข่าย&nbsp;ขยาย&nbsp;-&nbsp;ทํางานเชิงบวก&nbsp;กระจายข้อมูลข่าวสารต่อสื่อมวลชน&nbsp;ทันทีและทั่วถึง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;รุก&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;เสนอประเด็นเชิงรุกที่มีผลต่อภาพลักษณ์เชิงบวกต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล&nbsp;ขณะเดียวกันก็ต้องนําประเด็นใหม่ๆ&nbsp;เสนอแก่สื่อมวลชนและสังคมอย่างต่อเนื่องและต้องเท่าทันการสื่อสารยุคใหม่&nbsp;ทั้งผ่านเครือข่ายสื่อมวลชน&nbsp;กลุ่ม&nbsp;influencer&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;platform&nbsp;สมัยใหม่&nbsp;เพื่อเข้าถึงทุกกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;โดยเฉพาะเยาวชน&nbsp;คนรุ่นใหม่ๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;และทั่วถึง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า&nbsp;โฆษกกระทรวง</strong>&nbsp;ต้องทำหน้าที่สื่อสารประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงานและรัฐบาล&nbsp;ยังต้องเป็นด่านแรกในการแถลงและชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้นให้สังคมรับรู้ข้อเท็จจริงในทันที&nbsp;โดยล่าสุด&nbsp;ที่ประชุมคระรัฐมนตรียังมีมติให้มีการจัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;กลาง&nbsp;ประจำกระทรวง&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;&nbsp;ถือเป็นช่องทางขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเป็นประโยชน์&nbsp;เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ</strong>ที่กำลังจะเกิดขึ้นกลางเดือนนี้&nbsp;รัฐบาลไม่มีความกังวล&nbsp;นายกรัฐมนตรีมั่นใจรัฐมนตรีทุกท่าน&nbsp;สามารถตอบทุกคำถามทุกข้อสงสัย&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลทำงานโดยคำนึงถึงการแก้ปัญหาของประเทศและบนประโยชน์ของพี่น้องประชาชน&nbsp;&nbsp;โดยส่วนตัวยังเชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากการติดตามการอภิปรายในครั้งนี้&nbsp;เพราะจะได้เห็นถึงผลงานรัฐบาล&nbsp;ซึ่งหลายโครงการประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจของชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;กาารพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯลฯ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายกรัฐมนตรีกำชับให้ตนและโฆษกกระทรวง&nbsp;ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น&nbsp;หากมีการจงใจนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน&nbsp;ขอให้โฆษกกระทรวงต้องรีบชี้แจ้งข้อมูล&nbsp;ข้อเท็จจริงให้ประชาชน&nbsp;ทราบข้อเท็จจริง&nbsp;รวมทั้งรวบรวมข้อมูลให้โฆษกรัฐบาลเพื่อชี้แจงให้ประชาชนทราบอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","4/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204214636718"],
    [64,"นายกรัฐมนตรี ขอทุกฝ่ายร่วมมือแก้ปัญหา ไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรล่ม เดินหน้าพิจารณากฎหมายสำคัญให้แล้วเสร็จ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ล่มบ่อยครั้ง&nbsp;จะกระทบการพิจารณากฎหมายที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรหรือไม่&nbsp;ว่า&nbsp;บางครั้งที่สมาชิกไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้&nbsp;เพราะต้องกักตัว&nbsp;แต่ก็มีบางพรรคที่มาเข้าร่วมประชุม&nbsp;แต่ไม่ลงชื่อ&nbsp;ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่าเป็นวิธีทางการเมืองหรือไม่&nbsp;ส่วนการพิจารณากฎหมายนั้นอยากให้แล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้&nbsp;แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันนำกฎหมายต่างๆ&nbsp;ไปพิจารณา&nbsp;ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน&nbsp;โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;เพราะหากทุกคนอยากจะเลือกตั้ง&nbsp;ก็ต้องพิจารณาให้เแล้วสร็จ&nbsp;ไม่ควรให้สภาล่ม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนจะมีโอกาสไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อะไรที่ไม่จำเป็น&nbsp;ขอยังไม่พูด&nbsp;เพราะเป็นเรื่องที่จะต้องตัดสินใจเอง&nbsp;ส่วนจะต้องมีการหารือร่วมกับพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สถานการณ์การเมืองที่ไม่สงบขณะนี้ไม่สามารถถ่วงการทำงานของตนเองได้&nbsp;เพราะมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้ดีที่สุด&nbsp;จึงขอไม่นำเรื่องการเมืองมากังวล&nbsp;พร้อมยืนยันไม่เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น&nbsp;เพราะต่างคนก็มีบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ&nbsp;ดังนั้นขออย่านำทุกอย่างมาเป็นเรื่องการเมืองทั้งหมด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังไม่คิดว่าจะเดินหน้ารัฐบาลสมัยที่&nbsp;3&nbsp;หรือไม่&nbsp;เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์</span></p><p><br></p><p><br></p>","4/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204144659536"],
    [65,"นายกรัฐมนตรี ย้ำเดินหน้าแก้ปัญหาทุกเรื่องอย่างเต็มที่ เตือนประชาชนใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า หลังราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วันนี้ได้เรียกคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจหลายฝ่ายมาหารือถึงมาตรการดูแลประชาชน&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาพลังงาน&nbsp;ชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;เรื่องหนี้สิน&nbsp;ซึ่งทุกอย่างต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการบรรเทาความเสียหายจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั้งนี้ยืนยันว่าได้พยายามแก้ไขทุกปัญหา&nbsp;ไปพร้อมการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการทำงานปฏิรูปเชิงโครงสร้างและทุกอย่างต้องโปร่งใส&nbsp;เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังเตือนประชาชนในเรื่องการใช้พลังงาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ให้เกิดความคุ้มค่าและประหยัด&nbsp;จากสถานการณ์ด้านพลังงานโลกที่กำลังมีปัญหา&nbsp;เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทุกวัน&nbsp;และยังไม่รวมค่าขนส่งและค่าแปรรูปต่างๆ&nbsp;ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นด้วย&nbsp;ดังนั้นต้องเตรียมความพร้อมว่าจะอยู่อย่างไรให้เกิดความพอเพียงและใช้ในสิ่งที่จำเป็นจริงๆ&nbsp;ซึ่งตราบใดที่ทุกอย่างยังคงปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;รัฐบาลต้องหามาตรการต่างๆ&nbsp;มาช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมจำนวนมากและวันนี้รัฐบาลทำเกือบทุกมาตรการแล้ว&nbsp;โดยสิ่งที่ทำวันนี้ได้เป็นแบบอย่างให้กับหลายประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;ที่ประเทศไทยได้รับการชื่นชมมาก</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนก่อนหมดวาระของรัฐบาล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ต้องการเร่งแก้ปัญหาเรื่องใดให้แล้วเสร็จนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต้องดูความจำเป็นเร่งด่วน&nbsp;โดยเน้นเรื่องที่มีคนเดือดร้อนมากที่สุดก่อน&nbsp;พร้อมยืนยันมาตรการของรัฐที่ออกมาหลายโครงการ&nbsp;ไม่ใช่การหาเสียง&nbsp;แต่เป็นการทำเพื่อประชาชน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","4/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204215312723"],
    [66,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบตั้งศูนย์ประสานงานแก้ปัญหา Fake news","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติ</span>เห็นชอบ&nbsp;ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;กลาง&nbsp;ประจำกระทรวง&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;เดินหน้าขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ป้องกันการยั่วยุ&nbsp;สร้างความแตกแยกในสังคมในวงกว้าง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้จะให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ประสานงานกลาง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สาระสำคัญร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;อาทิ&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กำหนดนิยามคำสำคัญ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;(Social&nbsp;Media)&nbsp;และ&nbsp;ข่าวปลอม&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จัดตั้งศูนย์ประสานงานกลาง</strong>&nbsp;ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์กลาง&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ&nbsp;ให้ทุกกระทรวงจัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ประจำกระทรวง&nbsp;และให้กรมการปกครอง&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวปลอม&nbsp;ดำเนินการแถลงข่าวทันที</strong>ที่พบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอมและแจ้งกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ภายใน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และให้บังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบและต้องจัดให้มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กรณีข่าวปลอมใดที่เข้าข่ายหรือสมควรดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย</strong>หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;ให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบตามระเบียบนี้&nbsp;แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;(ดศ.)&nbsp;ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย&nbsp;หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์&nbsp;ออกจากระบบคอมพิวเตอร์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิ์</strong>&nbsp;ของงานเพื่อการประเมินผลการดำเนินงานตามระเบียบนี้</p><p><strong>ปัจจุบันมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์</strong>&nbsp;และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ&nbsp;หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างและเผยแพร่&nbsp;ข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีแนวโน้ม&nbsp;ที่จะขยายตัวมากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดังนั้น&nbsp;ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์</strong>&nbsp;นี้จะเป็นกรอบในการขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชน&nbsp;และสังคมในวงกว้างโดยเฉพาะข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม&nbsp;การยั่วยุ&nbsp;ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม&nbsp;ข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;ตลอดจนกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;วัฒนธรรมอันดี&nbsp;และสถาบันหลักของชาติ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","4/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204153444570"],
    [67,"ไทยและออสเตรีย เห็นพ้องเพิ่มพูนความร่วมมืออย่างรอบด้าน การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม","<p><strong>นางอีวา&nbsp;แฮเกอร์&nbsp;(H.E.&nbsp;Mrs.&nbsp;Eva&nbsp;Hager)</strong>&nbsp;เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เนื่องในโอกาสพ้นจากหน้าที่&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับออสเตรียที่มีความใกล้ชิดและแน่นแฟ้นยาวนานกว่า&nbsp;153&nbsp;ปี&nbsp;และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันมากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ&nbsp;ประชาชนของทั้งสองประเทศ</p><p><strong>ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย</strong>&nbsp;แสดงความยินดีกับไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค&nbsp;(APEC)&nbsp;ในปีนี้&nbsp;ซึ่งออสเตรียพร้อมให้การสนับสนุนบทบาทของไทยอย่างเต็มที่และยินดีที่ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือที่เข้มแข็งใน&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลายๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยเฉพาะด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;และด้านการศึกษา&nbsp;ซึ่งทั้งสองได้จัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกัน&nbsp;มั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันผลักดันให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้โดยเร็ว</p><p><strong>สำหรับประเด็นเรื่องสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ไทยยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินมาตรการควบคุมโควิด-19&nbsp;ร่วมกับฝ่ายออสเตรีย&nbsp;คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเป็นลำดับ&nbsp;โดยขณะนี้ประเทศไทยได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง&nbsp;จึงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะมีการเดินทางไปมาหากันมากขึ้นและเป็นโอกาสเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ไทยพร้อมเพิ่มพูนมูลค่าการค้ากับออสเตรียมากขึ้นอย่างเท่าเทียม</strong>&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยเชิญชวนนักลงทุนออสเตรียให้เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;กลุ่มดิจิทัลและเทคโนโลยี&nbsp;5G&nbsp;กลุ่มสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีและกลุ่มระบบขนส่ง/โลจิสติกส์อัจฉริยะ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","4/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204213534706"],
    [68,"รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมจุดตรวจความมั่นคงเมืองสงขลา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้เข้มงวดในเรื่องการตรวจการเข้าเมืองสงขลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ตรวจเยี่ยมจุดตรวจความมั่นคงเมืองสงขลา&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เข้มงวดในเรื่องการตรวจการเข้าเมืองสงขลา&nbsp;และจะนำกำลังทหารพรานหญิงและชุดลาดตระเวนจรยุทธ&nbsp;เข้ามาเสริมจุดตรวจในพื้นที่เมืองสงขลาและหาดใหญ่ในวันพรุ่งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เมื่อช่วงเย็นวันนี้&nbsp;(4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณจุดตรวจความมั่นคง&nbsp;สวน&nbsp;72&nbsp;พรรษา&nbsp;มหาราชินี&nbsp;เขตเทศบาลนครสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นเส้นทางเข้า-ออก&nbsp;เมืองสงขลา&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จุดของจุดตรวจความมั่นคงเมืองสงขลา&nbsp;เส้นทางถนนติณสูลานนท์&nbsp;เข้าเมืองสงขลา&nbsp;พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ที่จุดตรวจความมั่นคง&nbsp;ในพื้นที่เมืองสงขลา&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เข้มงวดในเรื่องการตรวจการเข้าเมืองสงขลา&nbsp;และพร้อมเน้นย้ำให้เข้มงวดในเรื่องการตรวจการเข้าเมืองสงขลาและในวันพรุ่งนี้&nbsp;จะนำกำลังทหารพรานหญิงและชุดลาดตระเวนจรยุทธ&nbsp;กองกำลังทหารพราน&nbsp;เข้ามาเสริมจุดตรวจในพื้นที่เมืองสงขลาและเมืองหาดใหญ่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พล.ต.อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับในช่วงนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือว่าเกิดเหตุ&nbsp;ที่ผ่านมาที่เราทราบก็คือพื้นที่เมืองยะลา&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;28&nbsp;ต่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;เหตุที่เกิดขึ้นในช่วงนี้&nbsp;ดู&nbsp;ๆ&nbsp;ก็อาจจะถี่ขึ้นมาสักนิดนึง&nbsp;หลังจากการพูดคุยสันติสุขจริง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วปกติในการพูดคุยก็จะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อยู่บ่อยเช่นเดียวกัน&nbsp;ในส่วนของหน่วยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วงนี้ก็จะเพิ่มความเข้มในทุกพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับวันนี้&nbsp;ในส่วนของท่านแม่ทัพภาคที่&nbsp;4</strong>&nbsp;ได้มาวางแผนการ&nbsp;รปภ.เมืองเศรษฐกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;เมืองหาดใหญ่และเมืองสงขลา&nbsp;หลังจากนี้&nbsp;ก็จะมีกำลังจะมาเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน&nbsp;นอกจากมาเพิ่มในเรื่องของงานด้านเชิงรุกแล้ว&nbsp;ก็มาสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันในเรื่องของการเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน&nbsp;วันนี้ทั้งท่านแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ก็ไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เมืองหาดใหญ่&nbsp;ส่วนของผมก็มาเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เมืองสงขลา</p>","4/2/2022","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204212530703"],
    [69,"รถไฟสายใต้พร้อมเปิดเดินรถอีกครั้งหลังวันที่ 5 ก.พ.65 หลังเคลียร์เส้นทางและซ่อมบำรุงทางจากเหตุระเบิดรางรถไฟระหว่างสถานี จะนะ-ท่าแมงลักแล้วเสร็จ","<p><strong>นายประชานิวัฒน์&nbsp;บัวศรี&nbsp;ผู้ช่วยสารวัตรรถจักร</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเส้นทางรถไฟ&nbsp;ระหว่างสถานี&nbsp;จะนะ-ท่าแมงลัก&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านโคกม้า&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนทำให้เจ้าหน้าที่EOD&nbsp;ฉก.ตชด.43&nbsp;คือ&nbsp;ด.ต.วิศิษฎ์&nbsp;บัวศรี&nbsp;และด.ต.สรชา&nbsp;อนุญาโตได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;หลังเข้ามาตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดริมทางรถไฟ&nbsp;เมื่อช่วงค่ำของวันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ซึ่งในครั้งนั้นนายสุทธิศักดิ์&nbsp;หมีนเส็น&nbsp;ประชาชนที่ออกหาปลาในบริเวณดังกล่าวเหยียบกับระเบิด&nbsp;ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>ความคืบหน้าล่าสุด</strong>&nbsp;หลังหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงเข้าตรวจสอบ&nbsp;และเคลียร์เส้นทางตลอดแนวเส้นทางรถไฟในพื้นที่ระหว่างสถานี&nbsp;จะนะ-ท่าแมงลักแล้วเสร็จ&nbsp;ในขณะที่วิศวกรและช่างซ่อมบำรุงของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เข้าไปตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้นและประเมินสถานการณ์แล้วว่าจะมีการซ่อมบำรุงในจุดที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;และพร้อมเปิดเส้นทางในจุดดังกล่าวให้สามารถเดินรถได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.ของวันที่&nbsp;5&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ดังนั้นรถไฟขบวนท้องถิ่น&nbsp;และรถเร็วสุไหงโก-ลก-กรุงเทพ&nbsp;จากต้นทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกจึงสามารถเดินรถได้ตามปกติ</p><p><strong>นายประชานิวัฒน์&nbsp;บัวศรี&nbsp;ผู้ช่วยสารวัตรรถจักร</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;ระบุ&nbsp;รถไฟสายใต้คือเส้นทางคมนาคมหลักของประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนที่สะดวก&nbsp;และประหยัด&nbsp;อีกทั้งยังเป็นช่องทางการจัดส่งสินค้า&nbsp;สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่&nbsp;เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ&nbsp;และสร้างความเสียหายให้กับรถไฟ&nbsp;จะมีการพิจารณาเพื่อประเมินความเสี่ยงในการให้บริการ&nbsp;เพราะชีวิตพนักงานและประชาชนสำคัญที่สุด&nbsp;</p><p><strong>โดยในครั้งนี้ฝ่ายความมั่นคง</strong>ได้มีการตรวจสอบพื้นที่และมีการกำหนดแผนรักษาความปลอดภัยให้แล้ว&nbsp;ประกอบกับเข้าใจถึงความเดือดร้อนและผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงพิจารณาเปิดเดินรถตามปกติอีกครั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","4/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204203314692"],
    [70,"สมาชิกวุฒิสภาเตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน วันที่ 11-12 ก.พ.65","<p><strong>คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา</strong>พบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;โดยนายวัลลภ&nbsp;ตังคณานุรักษ์&nbsp;พร้อมคณะเตรียมลงพื้นที่&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-12&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ตามกำหนดการเบื้องต้น&nbsp;ดังนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;ก.พ.65&nbsp;</strong>ศึกษาการดำเนินงานของกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านโนนรัง&nbsp;อำเภอเขื่องใน/รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;อำเภอสว่างวีระวงศ์/รับฟังบรรยายสรุปโครงการโซลาร์เซลล์บนผิวน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนสิรินธร&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;ก.พ.65&nbsp;</strong>รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์นาแปลงใหญ่&nbsp;ที่ห้องประชุมอำเภอโพธิ์ไทร/รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากกลุ่มโอทอป&nbsp;เครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยวสามพันโบก&nbsp;และรับทราบประเด็นปัญหาการท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมติดตามการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&nbsp;ที่สามพันโบก</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่ของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะที่ได้รับ&nbsp;ไปดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภาต่อไป&nbsp;ตามสโลแกนที่ว่า&nbsp;โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ไปด้วยมิตรไมตรี&nbsp;ปฏิบัติต่อทุกคนในพื้นที่อย่างเป็นกัลยาณมิตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","5/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205120636783"],
    [71,"รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เยี่ยมร้านค้าสร้างความอุ่นใจมั่นใจให้กับร้านค้าต่าง ๆ ในจังหวัดยะลา ยามค่ำคืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;เยี่ยมร้านค้าสร้างความอุ่นใจมั่นใจให้กับร้านค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดยะลา&nbsp;ยามค่ำคืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พันเอก&nbsp;นิติ&nbsp;ติณสูลานนท์&nbsp;รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ด่านตรวจไอยรา&nbsp;2.ด่านตรวจเวฬุวัน&nbsp;และ&nbsp;3.ร้านน้ำชา&nbsp;3A&nbsp;Coffee&nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านตรวจ&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย&nbsp;พบปะสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัย&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พันเอก&nbsp;นิติ&nbsp;ติณสูลานนท์&nbsp;รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;การลงมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาเน้นย้ำการปฏิบัติงานพร้อมมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย&nbsp;ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด&nbsp;ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท&nbsp;และถือโอกาสมาตรวจเยี่ยมสร้างความอุ่นใจมั่นใจให้กับร้านค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในยามค่ำคืน&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่&nbsp;และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร.06-1173-2999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>","5/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205123406814"],
    [72,"รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เยี่ยมร้านค้าสร้างความอุ่นใจมั่นใจให้กับร้านค้าต่าง ๆ ในจังหวัดยะลา ยามค่ำคืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.&nbsp;ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;เยี่ยมร้านค้าสร้างความอุ่นใจมั่นใจให้กับร้านค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดยะลา&nbsp;ยามค่ำคืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พันเอก&nbsp;นิติ&nbsp;ติณสูลานนท์&nbsp;รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ด่านตรวจไอยรา&nbsp;2.ด่านตรวจเวฬุวัน&nbsp;และ&nbsp;3.ร้านน้ำชา&nbsp;3A&nbsp;Coffee&nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดตรวจด่านตรวจ&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย&nbsp;พบปะสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัย&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พันเอก&nbsp;นิติ&nbsp;ติณสูลานนท์&nbsp;รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;การลงมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาเน้นย้ำการปฏิบัติงานพร้อมมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกนาย&nbsp;ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด&nbsp;ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท&nbsp;และถือโอกาสมาตรวจเยี่ยมสร้างความอุ่นใจมั่นใจให้กับร้านค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในยามค่ำคืน&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่&nbsp;และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร.06-1173-2999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>","5/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205125327823"],
    [73,"เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย จับกุมคนไทยและชาวมาเลเซีย ขณะตัดรั้วชายแดนขนใบกระท่อมเข้ามา 17 กระสอบ หนัก 510 กิโลกรัม มาส่งให้พ่อค้าคนไทย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;จับกุมคนไทยและชาวมาเลเซีย&nbsp;ขณะตัดรั้วชายแดนขนใบกระท่อมเข้ามา&nbsp;17&nbsp;กระสอบ&nbsp;หนัก&nbsp;510&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มาส่งให้พ่อค้าคนไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เจ้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่รับผิดชอบคุมพื้นที่แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;7&nbsp;หน่วย</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;5&nbsp;ร่วมกับทหารร้อย&nbsp;ร.5021&nbsp;ตชด.437&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา&nbsp;ศุลกากรสะเดา&nbsp;ตม.สงขลา&nbsp;และตำรวจ&nbsp;สภ.สะเดา&nbsp;ร่วมกันจับกุมนายวิวัฒน์&nbsp;หนูยก&nbsp;อายุ&nbsp;33&nbsp;ปี&nbsp;ชาวตำบลทุ่งหมอ&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และนายมูฮัมหมัด&nbsp;ซากี&nbsp;บิน&nbsp;อับดุล&nbsp;เราะมาน&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;ชาวมาเลเซีย&nbsp;คารั้วชายแดนไทยมาเลเซีย&nbsp;บริเวณหลักเขตแดนที่&nbsp;17&nbsp;A/23&nbsp;บ้านทับโกบ&nbsp;ตำบลสะเดา&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;เมื่อช่วงตี&nbsp;4&nbsp;ครึ่งที่ผ่านมา&nbsp;ขณะกำลังขนใบพืชกระท่อม&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;กระสอบ&nbsp;น้ำหนักรวม&nbsp;450&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยหนักกระสอบละ&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;จากฝั่งมาเลเซียเข้ามายังฝั่งไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากการสอบถามทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน</strong>&nbsp;บอกว่า&nbsp;ขนใบกระท่อมทั้ง&nbsp;15&nbsp;กระสอบ&nbsp;มาซ่อนไว้ริมถนนเลียบชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;เพื่อรถรถกระบะมารับ&nbsp;โดยอ้างว่าได้รับการว่าจ้างจากพ่อค้าใบกระท่อมชื่อนายแมค&nbsp;ไม่ทราบชื่อจริง&nbsp;ให้มาคนได้ค่าจ้างคนละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;โดยใช้วิธีตัดรั้วลวดหนามชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ขนเข้ามา&nbsp;แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังออกลาดตระเวนมาพบและจับกุมได้&nbsp;ส่วนชายชาวมาเลเซีย&nbsp;บอกว่า&nbsp;มีภรรยาเป็นชาวตำบลปาดังเบซาร์&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และได้แอบมาหาภรรยาโดยลักลอบเข้าออกทางช่องทางธรรมชาติริมรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;ฝั่งตำบลปาดังเบซาร์&nbsp;โดยไม่ได้ผ่านการคัดกรองโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;พร้อมใบกระท่อมส่งศุลกากรอำเภอสะเดา</strong>&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;โดยมีความผิดฐานลักลอบนำเข้าพืชเศรษฐกิจโดยไม่ผ่านขบวนการศุลกากร&nbsp;นำเข้าโดยผิดกฎหมาย&nbsp;แม้ว่าในประเทศไทยใบกระท่อมจะปลดล็อคจากบัญชียาเสพติดแล้วก็ตาม&nbsp;แต่การลักลอบนำเข้ามาจากมาเลเซียจากผิดกฏหมายอยู่</p>","5/2/2022","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205132743835"],
    [74,"หนองคาย ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้าน กองทัพบก สาขากองพลทหารราบที่ 3 เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดหนองคาย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หนองคาย&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้าน&nbsp;กองทัพบก&nbsp;สาขากองพลทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดหนองคาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อยสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี</strong>&nbsp;บ้านเปงจาน&nbsp;อ.รัตนวาปี&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;พล.ต.ณรงค์&nbsp;สวนแก้ว&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;พร้อมด้วยคุณพัชราวดี&nbsp;สวนแก้ว&nbsp;ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก&nbsp;สาขากองพลทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;,&nbsp;พ.อ.จักรพงษ์&nbsp;โพธิ์นาเเค&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;13/ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;พ.อ.ศิวดล&nbsp;ยาคล้าย&nbsp;เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;,&nbsp;พ.ท.วิทยา&nbsp;สาริยา&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;2&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;13&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางเยี่ยมให้กำลังใจพบปะและมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.ปฎิวัติ&nbsp;ชื่นศรี&nbsp;รองผู้บังการกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมกำลังพลให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การเดินทางมาครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับกำลังพล</strong>&nbsp;พร้อมได้ให้โอวาทโดยเน้นย้ำการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้ายาเสพติด&nbsp;การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ที่อาจนำเอาเชื้อไว้รัสโควิด-19&nbsp;เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยได้&nbsp;ตลอดจนการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน&nbsp;เน้นย้ำห้ามกำลังพลทุกนายเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;และความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","5/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205135309844"],
    [75,"นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ นำอุปกรณ์กายภาพบำบัดการเดินป้องกันการหกล้มด้วยสปริง 2+2 ทิศทาง มาจัดแสดงภายในงานวันนักประดิษฐ์  ประจำปี 2564 - 2565 ครั้งที่ 23","<p><strong>นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ&nbsp;นำอุปกรณ์กายภาพบำบัดการเดินป้องกันการหกล้มด้วยสปริง&nbsp;2+2&nbsp;ทิศทาง&nbsp;มาจัดแสดงภายในงานวันนักประดิษฐ์&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;23&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;น.ส.อภิวรรณษา&nbsp;อินตะโสม&nbsp;นักศึกษาชั้น&nbsp;ปวส.2/4&nbsp;วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ในคณะผู้ประดิษฐ์&nbsp;อุปกรณ์กายภาพบำบัดการเดินป้องกันการหกล้มด้วยสปริง&nbsp;2+2&nbsp;ทิศทาง&nbsp;มาจัดแสดงภายในงานวันนักประดิษฐ์&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;(Thailand&nbsp;Inventors&nbsp;Day&nbsp;2021&nbsp;&amp;&nbsp;2022)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;23&nbsp;ที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;บางนา&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;อุปกรณ์ดังกล่าวเหมาะสมหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว&nbsp;หรือมีการผ่าตัด&nbsp;ทำให้ช่วยในการเคลื่อนที่ได้&nbsp;มีระบบเซฟตี้ความปลอดภัย&nbsp;ปรับระดับความสูง&nbsp;ป้องกันการลื่นไถล&nbsp;ปัจจุบันได้มีการมอบให้โรงพยาบาลอำนาจเจริญ&nbsp;และจำหน่ายแล้ว&nbsp;ในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดเพื่อรองรับในการดูแลผู้ป่วยให้มากขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;น.ส.นาถตยา&nbsp;นานอก&nbsp;และ&nbsp;น.ส.จิระนันท์&nbsp;แหสกุล&nbsp;ชั้น&nbsp;ม.4&nbsp;โรงเรียนเมืองคง&nbsp;อ.คง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้นำผลงานการพัฒนาการยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมภาพปะติดเมล็ดข้าวย้อมสี&nbsp;ข้าวของพ่อ&nbsp;ก่องานศิลป์คู่ถิ่นเมืองคงอำเภอคง&nbsp;มาจัดแสดงภายในงานด้วย&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ได้มีการนำเมล็ดข้าวในพื้นที่มาต่อยอด&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มให้ออกมาในรูปแบบ&nbsp;ของผลงานศิลปะ&nbsp;ทั้งภาพบุคคลสำคัญ&nbsp;รวมทั้งเป็นภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราว&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;และยังเป็นการยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมผลงาน&nbsp;หรือสิ่งประดิษฐ์อื่นๆได้ทางเว็บไซต์&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลงานการจัดแสดงจากกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เพื่อส่งเสริมผลงานของคนไทยต่อยอดและมีประโยชน์ในการใช้งานในอนาคตต่อไป&nbsp;</p>","6/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206134626083"],
    [76,"ทหารพราน 47 ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ  สร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา","<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47</strong>&nbsp;จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&nbsp;(ชป.พิทักษ์พื้นที่)&nbsp;ทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย&nbsp;ประกอบด้วยเขตพื้นที่&nbsp;ป่าภูเขา,&nbsp;ชุมชนไทยพุทธ,&nbsp;พื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้าน&nbsp;Support&nbsp;site&nbsp;รวมถึงจุดเสี่ยง&nbsp;จุดล่อแหลมต่างๆ&nbsp;เพื่อจำกัดเสรีความพยายาม&nbsp;ในการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้ามที่อาจลักลอบเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;อำเภอยะหา,&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;และอำเภอกรงปินัง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>ทั้งนี้การปฏิบัติงานกำลังพลมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา&nbsp;</strong>และไม่ประมาทต่อสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ประชาชน&nbsp;โดยในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลพื้นที่และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-173-2999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","6/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206193115160"],
    [77,"นายกรัฐมนตรี มอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศ ในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง ครั้งที่ 7 ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบรางวัลองค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ณ&nbsp;ตึกสันติไมตรี&nbsp;(หลังใน)&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;และผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;หน่วยงานอื่นของรัฐที่ได้รับรางวัลเข้าร่วม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวแสดงความยินดีชื่นชมหน่วยงานที่ได้รับรางวัล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจของหน่วยงาน&nbsp;ที่จะส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังในภาพรวมของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล&nbsp;พร้อมกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า&nbsp;การได้รับรางวัลถือเป็นเรื่องที่ยาก&nbsp;แต่การรักษารางวัลไว้ยากกว่า&nbsp;ขอให้ช่วยกันทำงานเดินหน้าต่อไปอย่างรอบคอบ&nbsp;ลดผลกระทบด้านการเงินการคลัง&nbsp;และปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารจัดการการเงินการคลังให้เป็นไปอย่างถูกต้อง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้มีเสถียรภาพ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สิ่งสำคัญจะต้องมีการบริหารจัดการภาครัฐที่ดี&nbsp;มีการตรวจสอบ&nbsp;ไม่ทุจริต&nbsp;มีความโปร่งใส&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดปัญหาและขจัดปัญหาด้านการเงินการคลังของประเทศได้&nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;โดยกำหนดตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในทุกมิติ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่มุ่งมั่น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งตลอดมา&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติงานด้านการเงินการคลังในภาพรวมของหน่วยงานให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงต่อไป&nbsp;พร้อมกล่าวย้ำว่า&nbsp;รางวัลที่ดีที่สุดคือเกียรติยศและความไว้วางใจจากผู้อื่นที่มอบให้กับตัวเรา</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","7/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207151530371"],
    [78,"รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรเกิดเหตุสภาล่ม","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงกรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มบ่อยครั้ง&nbsp;ในขณะที่รัฐบาลมีกฎหมายสำคัญกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาว่า&nbsp;ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง&nbsp;เพราะระยะหลังเป็นกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ส่วนกฎหมายของรัฐบาลจะเสนอหลังการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ&nbsp;ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและส่วนตัวเห็นว่าการประชุมสภาไม่ว่าจะเป็นการพิจารณากฎหมายใดก็ตาม&nbsp;สภาก็ไม่ควรจะล่มทั้งนั้น&nbsp;พร้อมกันนี้ปฏิเสธตอบคำถามกรณีหากกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเกิดปัญหาตามมาหรือกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่&nbsp;แต่ชี้แจงเพิ่มเติมว่า&nbsp;กฎหมายทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับถือเป็นกฎหมายสำคัญ&nbsp;ย่อมมีผลกระทบต่อรัฐบาล</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายวิษณุ&nbsp;ยังเปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้นัดเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;หรือ&nbsp;กกต.&nbsp;มาหารือวันนี้เกี่ยวกับร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;โดยจะหารือว่าจากการไปรับฟังความเห็นมามีปัญหาหรือมีแนวทางอย่างไร&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กกต.ก็จะได้นำส่งร่างให้วิปรัฐบาลพิจารณาและจึงจะนำเข้า&nbsp;ครม.ในวันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;จากนั้นจะส่งสภาฯทันทีในช่วงบ่าย&nbsp;ส่วนจะบรรจุวาระเมื่อใดขึ้นอยู่กับนายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","7/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207151356370"],
    [79,"การรับสมัครเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองลพบุรี","<p><strong>บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี&nbsp;เขตการเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;</strong>อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เป็นวันแรกของการรับสมัคร&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัคร&nbsp;ในช่วงเช้ามีผู้มาสมัครเดินทางนำเอกสาร&nbsp;หลักฐานมาสมัคร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยจะเปิดรับสมัครไปถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;นางสาวพลอยนภัส&nbsp;สละชีพ&nbsp;อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี&nbsp;เขตการเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ลาออกจากตำแหน่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี&nbsp;กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี&nbsp;เขตการเลือกตั้งที่&nbsp;1&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;แทนตำแหน่งที่ว่างลงในวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","7/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207121301266"],
    [80,"ภูเก็ต ผบ.ตร.เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว","<p><strong>ภูเก็ตผบ.ตร.เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีเพื่อเร่งติดตาม</strong>ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว&nbsp;ความคืบหน้ากรณี&nbsp;2&nbsp;คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวต่างชาติเสียชีวิตหน้าวิลล่าหรู&nbsp;ในพื้นที่ตำบลราไวย์&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดวันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พลตํารวจเอกสุวัฒน์?&nbsp;แจ้งยอดสุข?</strong>&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ?&nbsp;พร้อมด้วยพลตํารวจเอกสุชาติ&nbsp;ธีระสวัสดิ์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,&nbsp;พลตำรวจโทสุรเชษฐ์&nbsp;หักพาล&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พลตำรวจโทอำพล&nbsp;บัวรับพร&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมเร่งรัดติดตามการสืบสวนสอบสวนกรณีนายซิง&nbsp;แมนดีฟ&nbsp;สัญชาติแคนาดา&nbsp;ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าวิลล่าในพื้นที่&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;อ.เมืองภูเก็ต&nbsp;ร่วม&nbsp;กับทีม&nbsp;ตำรวจชุดสืบสวนและคลี่คลายคดีดังกล่าว&nbsp;เมื่อเดินทางมาถึงก็ได้เข้าห้องประชุมที่ชั้น&nbsp;3&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตทันที&nbsp;โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดว่า?&nbsp;จะมีการสั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งตรวจสอบประวัติ</strong>ความชัดเจนว่าของผู้ตาย&nbsp;เป็นใคร&nbsp;มาจากไหน&nbsp;และมีส่วนเกี่ยวพันกับคดีที่ผิดกฎหมายใดบ้าง?&nbsp;ทั้งในประเทศแคนาดาและอินเดีย&nbsp;หลังจากพบว่าผู้ตายมีการปลอมแปลงตัวตน?&nbsp;โดยการใช้ชื่อและพาสปอร์ตของผู้อื่นในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย?&nbsp;รวมไปถึงการตรวจสอบด้วยว่าคนร้ายทั้งสองคน?&nbsp;เป็นคนสัญชาติใด&nbsp;มีประวัติทำผิดกฎหมายและมีประวัติพัวพันกับ&nbsp;แก๊งมาเฟียต่างชาติแก๊งใดบ้าง?&nbsp;อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่า&nbsp;ภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;ก.พ.)&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;พร้อมด้วยชุดสืบสวนจะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207122543274"],
    [81,"โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประชุมโฆษกกระทรวงต่างๆ เน้นย้ำการทำงานเพื่อสื่อสารโดยตรงถึงประชาชน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ป้องกันการบิดเบือน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโฆษกกระทรวง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยได้ให้นโยบายเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;และเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน&nbsp;ตามแนวนโยบายที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าประชาชนต้องได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารถึงประชาชนต้องครอบคลุม&nbsp;และเป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์&nbsp;ซึ่งในโอกาสนี้&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์&nbsp;ช่องทางการสื่อสารกับประชาชน&nbsp;และแนวทางการทำงานของตนเอง&nbsp;กับโฆษกกระทรวง/ผู้แทน&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ร่วมประเมิน&nbsp;และรับฟังข้อเสนอแนะระหว่างกันเพื่อพัฒนาการทำงานในอนาคต</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การทำงานที่ผ่านมาร่วมกับโฆษกกระทรวงทุกหน่วยงาน&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ได้รับความช่วยเหลือร่วมมือจากทุกหน่วยงาน&nbsp;จึงได้ใช้โอกาสนี้&nbsp;ขอบคุณโฆษกกระทรวงทุกคน&nbsp;และได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น&nbsp;เพื่อให้เกิดโอกาสในการพัฒนาแนวทางการทำงานร่วมกันต่อไปทั้งนี้ขอให้โฆษกกระทรวงเตรียมข้อมูลผลงานของรัฐบาลนำเสนอในเชิงประจักษ์&nbsp;ป้องกันการถูกบิดเบือนและเน้นทำงานเชิงรุก&nbsp;โดยเฉพาะช่วงก่อนการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;นอกจากนั้นแล้วในประเด็นทางการเมืองก็จะมีการชี้แจงด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;ตรงประเด็น</span></p>","7/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207143759338"],
    [82,"ครม. มีมติรับทราบมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากกรณีจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนนบริเวณทางข้าม นโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ครั้งที่ 12565","<p><strong>ครม.&nbsp;มีมติรับทราบมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน</strong>จากกรณีจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนนบริเวณทางข้าม&nbsp;ตามที่คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เสนอให้เป็นมาตรการเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตของประชาชนที่ใช้ทางข้ามถนนตลอดจนการขับขี่และสัญจรในชีวิตประจำวัน</p><p><strong>มาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากกรณีจักรยานยนต์ชนคนข้ามถนนบริเวณทางข้าม&nbsp;ครอบคลุม</strong>&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;มาตรการด้านกฎหมาย&nbsp;:&nbsp;หาทางในการเพิ่มโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร,&nbsp;การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ,&nbsp;การเร่งรัดให้มีการจัดข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับประวัติและการกระทำความผิดของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่</p><p>2.&nbsp;มาตรการด้านถนน&nbsp;:&nbsp;ให้จัดทำมาตรฐานทางข้ามที่ปลอดภัย,&nbsp;เสนอให้มีการสำรวจวิศวกรรมจราจรบริเวณทางข้ามทั่วประเทศ,&nbsp;การปรับปรุงวิศวกรรมจราจรบริเวณทางข้ามให้มีความปลอดภัย</p><p>3.&nbsp;มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;:&nbsp;ให้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการข้ามถนนที่ปลอดภัยให้กับประชาชนทุกกลุ่ม,&nbsp;พัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน&nbsp;ที่เน้นให้ความรู้&nbsp;เสริมสร้างทักษะเกี่ยวกับการข้ามถนนที่ปลอดภัยทุกช่วงวัย,&nbsp;ให้ความสำคัญในการสร้างการรับรู้การข้ามถนนที่ปลอดภัยกับนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ทั้งในรูปแบบการจัดทำสื่อสร้างสรรค์และรูปแบบออนไลน์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายกฯสั่งการในที่ประชุมฯ&nbsp;และกำชับให้ทุกฝ่ายดำเนินการอย่างจริงจัง</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก&nbsp;โดยเน้นย้ำว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน&nbsp;ทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง&nbsp;การรักษาวินัยจราจร&nbsp;การนำเทคโนโลยีวิศวกรรมจราจรมาปรับใช้&nbsp;รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกกับผู้ใช้รถใช้ถนน&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่คนไทยทุกคน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207134335303"],
    [83,"พรรคร่วมฝ่ายค้าน? ยังรักกันเหมือนเดิม? เดินหน้านับองค์ประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อกดดันรัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายแพทย์?&nbsp;ชลน่าน?&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ผู้นำฝ่ายค้าน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นำทีมพรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;แถลงข่าวกรณีดราม่า&nbsp;ความขัดแย้งระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย?&nbsp;โดยยืนยันพรรคร่วมฝ่ายค้าน?&nbsp;ไม่มีอะไรที่ติดใจกันและกำลังเตรียมพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจทั่วไปตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;และ&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์นี้?&nbsp;ยืนยัน?จะร่วมกันทำหน้าที่?&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมงของฝ่ายค้าน?&nbsp;เพื่อประโยชน์ของประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;ภายใต้กรอบ?การล้มมเหลวแก้ปัญหาเศรษฐกิจ?ปากท้อง&nbsp;โรคระบาด?&nbsp;ทุจริตคอร์รัปชัน?และ?การเมือง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ผู้นำฝ่ายค้าน&nbsp;ยืนยันพรรคร่วมฝ่ายค้าน?</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ยังคงร่วมมือกัน?ทำงาน&nbsp;แม้ความคิดเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน?&nbsp;แต่มีเป้าหมายเดียวกัน?&nbsp;เพื่อกดดันให้รัฐบาลคืนอำนาจให้ประชาชน&nbsp;ด้วยมาตรการขอตรวจสอบองค์ประชุมทุกสัปดาห์&nbsp;โดยเสนอเป็นญัตติให้เสียบบัตร?&nbsp;หากพบมีการเสียบบัตรแทนกันก็จะเสนอให้ขานชื่อ&nbsp;เพื่อชี้ให้เห็นว่า&nbsp;ถ้าองค์ประชุมล่มทุกสัปดาห์&nbsp;รัฐบาลก็ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ&nbsp;ทั้งนี้?ยอมรับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน?&nbsp;มติการลงคะแนน&nbsp;แต่ละเรื่องเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค&nbsp;ซึ่งไม่มีใครบังคับได้จนนำมาสู่ดราม่าของฝ่ายค้าน?&nbsp;ต่อไปจะมีการประสานงานและร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด?</span></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","7/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207150645366"],
    [84,"ตรวจเยี่ยมต่อเนื่องเจ้าหน้าที่ - ร้านค้า สร้างความมั่นใจให้ประชาชน จ.ยะลา ย้ำ ความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพ ดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย","<p><strong>พันเอก&nbsp;นิติ&nbsp;ติณสูลานนท์&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในการรักษาความปลอดภัยเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดตรวจป้อมตำรวจเซฟตี้โซน&nbsp;1&nbsp;,จุดตรวจไทยอาสาป้องกันชาติถนนจงรัก&nbsp;และจุดตรวจป้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนถนนโปห้วยอุทิศ&nbsp;ซึ่งได้เน้นย้ำให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย&nbsp;รวมทั้งได้นำข้อห่วงใยของ&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ&nbsp;ชี้แจงให้กำลังพลได้รับทราบ&nbsp;รวมทั้งได้พบปะให้กำลังใจกลุ่มผู้ประกอบการร้านขายอาหารบริเวณหน้าบริษัทมาสด้า&nbsp;ถนนรวมมิตร&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมเพื่อให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่</strong>ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่มีความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย&nbsp;ตลอดจนพบปะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงานเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;สอดส่องดูแลพื้นที่และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-1732-999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207145002348"],
    [85,"สนง.กิจการยุติธรรมสร้างการรับรู้แนวทางการเผยแพร่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพงษ์ธร&nbsp;ธัญญสิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานกิจการยุติธรรม&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวทางการเผยแพร่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;จึงได้ดำเนินการขับเคลื่อนการสร้างการรับรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยจัดทำสื่อความรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ของสำนักงานกิจการยุติธรรม&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับเครือข่ายและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการเรียนรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงเกิดความรู้ความเข้าใจด้วยภาษาง่าย&nbsp;ๆ&nbsp;ทำให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้&nbsp;มีความปลอดภัยและสงบสุข&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมไทยเคารพกฎหมายต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานกิจการยุติธรรม&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าถึงความรู้ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม</strong>&nbsp;จึงขอความร่วมมือหน่วยงานของท่าน&nbsp;เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางการเข้าถึงสื่อและสื่อความรู้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม&nbsp;ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์&nbsp;กิจกรรม&nbsp;โครงการ&nbsp;การจัดรายการวิทยุ&nbsp;หรือในรูปแบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กลุ่มสื่อสารองค์กร&nbsp;(วราลักษณ์)&nbsp;โทร.1&nbsp;2142&nbsp;3685&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;:&nbsp;t&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"mailto:waraluck@oja.go.th\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">waraluck@oja.go.th</a>.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","7/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207162434418"],
    [86,"ภูเก็ตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุผู้ตายใช้พาสปอร์ตเล่มจริง แต่เปลี่ยนข้อมูลในเล่ม ส่วนการสืบสวนยังบอกไม่ได้มากนักแต่ก็เร่งจับคนร้ายให้","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;14.20&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผบ.ตร.พร้อมด้วย&nbsp;พล.ต.อ.สุชาติ&nbsp;ธีระสวัสดิ์&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ตร.และ&nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&nbsp;&nbsp;หักพาล&nbsp;ผช.ผบ.ตร.ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุม&nbsp;2&nbsp;มือปืน&nbsp;ที่ก่อเหตุยิงชายชาวแคนาดาเสียชีวิตหน้าวิลล่าในพื้นที่&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;หลังจาก&nbsp;&nbsp;ผบ.ตร.ได้ประชุมร่วมกับชุดคลี่คลายคดีตั้งแต่เวลา&nbsp;11.20-14.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า&nbsp;จากแนวทางการสืบสวนสอบสวน&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;ผู้ตายอาจใช้หนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)หลายเล่ม&nbsp;&nbsp;ซึ่งอาจเป็นไปได้ผู้ตายอาจถือหลายสัญชาติก็ไม่ได้หมายความผิดกฎหมายอะไร&nbsp;แต่การเข้ามายังประเทศไทยเมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต&nbsp;มีการสแกนเก็บภาพใบหน้าและเก็บประวัติตามปกติ&nbsp;ขณะเดียวกันถ้าก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยเข้ามายังประเทศไทยกี่ครั้ง&nbsp;และใช้ชื่อของใครและชื่ออะไร&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ตม.จะต้องไปตรวจสอบย้อนหลัง&nbsp;เพราะถ้าผู้ตายเคยเดินทางเข้ามายังประเทศไทยก่อนวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ข้อมูลจะต้องมีการบันทึก&nbsp;และเมื่อผู้ตายเข้ามาวันที่&nbsp;27&nbsp;ม.ค.65&nbsp;ภาพหน้าพาสปอร์ตหรือภาพถ่ายผู้ตายจะต้องขึ้นโชว์&nbsp;และยิ่งถ้าเป็นคนละชื่อกัน&nbsp;หน้าพาสปอร์ตจะขึ้นโชว์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;เล่ม&nbsp;</p><p><strong>จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนจะพูดได้แค่ที่สามารถพูดได้</strong>&nbsp;เพราะมีทั้งบวกและลบ&nbsp;โดยการเก็บข้อมูลชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าเมืองไทยด้วยระบบไบโอเราจะทราบเมื่อคนๆนั้นเดินทางกลับเข้ามาครั้งที่&nbsp;2&nbsp;แต่ไม่ได้ใช้ชื่อหนังสือเดินทางเหมือนครั้งแรก&nbsp;ประวัติจะบันทึกและแสดงต่อเจ้าหน้าที่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรณีผู้ตายใช้หนังสือเดินทางตามที่พบในห้องพักนั้น</strong>&nbsp;จากการสอบถามไปยังประเทศแคนาดา&nbsp;ปรากฎว่าหนังสือเดินทางเล่มดังกล่าวของผู้ตายเป็นหนังสือที่ออกจากทางการของประเทศแคนาดาจริง&nbsp;เป็นหนังสือเดินทางจริง&nbsp;แต่มีการนำมาเปลี่ยนข้อมูลเท็จในพาสปอร์ต&nbsp;ทำให้เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจริงไม่จริง&nbsp;แม้แต่ทั่วโลกก็ไม่รู้&nbsp;เพราะเป็นหนังสือเดินทางที่ออกจากทางการของประเทศนั้นๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เราไม่รู้เลยว่าผู้เสียชีวิตเคยไปก่อเหตุอะไรมาหรือเคยไปทำอะไรมา&nbsp;ตราบใดประเทศนั้นไม่ได้แจ้งเรามา&nbsp;ไม่เคยมีการส่งหมายจับมาให้เราๆจึงไม่รู้ได้ว่าผู้เสียชีวิตไปทำอะไรมา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในส่วนของคนร้ายในตอนนี้ก็ยังไม่ฟันธงว่าเป็นคนต่างชาติหรือไม่</strong>&nbsp;ส่วนคนร้ายจะอยู่ในพื้นที่หรือหลบหนีไปแล้วยังไงเราก็ต้องติดตามจับกุมตัวมาให้ได้&nbsp;ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่าจากแนวทางการสืบสวนพบ&nbsp;2&nbsp;มือปืนที่ก่อเหตุได้มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ตก่อนลงมือสังหารผู้ตายราว&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดยมือปืนทั้ง&nbsp;2&nbsp;มักจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแห่งหนึ่งในพื้นที่&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;โดยทำตัวเหมือนกับชาวต่างชาติที่อยู่ใน&nbsp;จ.ภูเก็ตทั่วไป&nbsp;จึงเชื่อได้ว่ามือปืนอาจอยู่ในพื้นที่หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทย&nbsp;จนผู้ตายเดินทางมายัง&nbsp;จ.ภูเก็ตจึงสบโอกาสลงมือสังหาร&nbsp;เนื่องจากผู้ตายอยู่เพียงลำพัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207162656420"],
    [87,"ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามพร้อมแถลงความคืบหน้ากรณี 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวต่างชาติเสียชีวิตหน้าวิลล่าหรูในพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต เชื่อเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลคลี่คลายคดีโดยเร็วที่สุด","<p><strong>ผบ.ตร.&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามพร้อมแถลงความคืบหน้ากรณี&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;</strong>ใช้อาวุธปืนยิงชาวต่างชาติเสียชีวิตหน้าวิลล่าหรูในพื้นที่ตำบลราไวย์&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;เชื่อเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลคลี่คลายคดีโดยเร็วที่สุด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.20&nbsp;น.&nbsp;ที่กองบังคับกรตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>พลตำรวจเอก&nbsp;สุวัฒน์?&nbsp;แจ้งยอดสุข?&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ?&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;สุชาติ&nbsp;ธีระสวัสดิ์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พลตำรวจโท&nbsp;สุรเชษฐ์&nbsp;หักพาล&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,พลตำรวจโท&nbsp;อำพล&nbsp;บัวรับพร&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;และคณะ&nbsp;ประชุมเร่งรัดติดตามการสืบสวนสอบสวนกรณี&nbsp;นายซิง&nbsp;แมนดีฟ&nbsp;สัญชาติแคนาดา&nbsp;ที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าวิลล่าในพื้นที่&nbsp;ตำบลราไวย์&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยประชุมร่วมกับทีมตำรวจชุดสืบสวนและคลี่คลายคดีดังกล่าวโดยใช้เวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หลังจากการประชุม&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;สุวัฒน์?&nbsp;แจ้งยอดสุข?&nbsp;</strong>ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่รอทำข่าวจำนวนมาก&nbsp;โดย?&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ความคืบหน้าของคดียังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้&nbsp;แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลที่เชื่อมั่นว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;โดยผู้ตาย&nbsp;เกิดที่ประเทศอินเดีย&nbsp;ถือสัญชาติอินเดีย&nbsp;จนอายุ&nbsp;6-7&nbsp;ขวบ&nbsp;ได้อพยพไปอยู่ประเทศแคนนาดา&nbsp;โดยมีขื่อจริงว่า&nbsp;จิมมี่&nbsp;และทราบว่าทางแคนนาดา&nbsp;ได้เนรเทศผู้ตายออกจากประเทศ&nbsp;เนื่องจากทำความผิดร้ายแรง&nbsp;ส่วนแนวทางคดีมุ่งประเด็นเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับทางประเทศแคนนาดาและอินเดียอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของข้อมูลผู้ตายที่มีการใช้พาสปอร์ตของผู้อื่นนั้น&nbsp;</strong>การตรวจสอบการเข้าประเทศ&nbsp;เดิมทีหนังสือเดินทางใช้ตรวจสอบแบบพิมพ์ลายนิ้วมือตามปกติ&nbsp;ก่อนมาใช้ระบบไบโอเมสติก&nbsp;ซึ่งการตรวจเอกสารประวัติเป็นการตรวจสอบข้อมูลจากต้นทางที่นำมายื่นแสดง&nbsp;ซึ่งหากทางแคนนาดาไม่แจ้งประวัติข้อมูลอาชญากรรมก็จะไม่สามารถตรวจสอบได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การตรวจสอบข้อมูลอยู่ระหว่างให้&nbsp;ตม.&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด&nbsp;ก่อนแจงรายละเอียดได้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากแนวทางการสืบสวนพบ&nbsp;2&nbsp;มือปืนที่ก่อเหตุ</strong>&nbsp;ได้มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลราไวย์&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;ก่อนลงมือสังหารผู้ตายราว&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดยมือปืนทั้ง&nbsp;2&nbsp;มักจะไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแห่งหนึ่งในพื้นที่&nbsp;โดยทำตัวเหมือนกับชาวต่างชาติที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตทั่วไป&nbsp;จึงเชื่อได้ว่ามือปืนอาจอยู่ในพื้นที่หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทย&nbsp;จนผู้ตายเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และสบโอกาสจึงลงมือสังหาร&nbsp;เนื่องจากผู้ตายอยู่เพียงลำพัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","7/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207164637432"],
    [88,"ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามพร้อมแถลงความคืบหน้ากรณี 2 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงชาวต่างชาติเสียชีวิตหน้าวิลล่าหรูในพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต เชื่อเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมข้อมูลคลี่คลายคดีโดยเร็วที่สุด","<p><strong>จากกรณี&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;ก่อเหตุยิงชาวต่างชาติเสียชีวิตบริเวณหน้าวิลล่าในพื้นที่</strong>&nbsp;ตำบลราไวย์&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ล่าสุด&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่&nbsp;กองบังคับกรตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;สุวัฒน์?แจ้งยอดสุข?&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ?นำคณะ&nbsp;ร่วมประชุมเร่งรัดติดตามการสืบสวนสอบสวนกรณี&nbsp;นายซิง&nbsp;แมนดีฟ&nbsp;สัญชาติแคนาดา&nbsp;ที่ถูกยิงเสียชีวิต&nbsp;ซึ่งการประชุมใช้เวลากว่า&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;พลตำรวจเอก&nbsp;สุวัฒน์?แจ้งยอดสุข?&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;</strong>ได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่รอทำข่าวจำนวนมาก&nbsp;โดย?ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ความคืบหน้าของคดียังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้&nbsp;แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลที่เชื่อมั่นว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;โดยผู้ตาย&nbsp;เกิดที่ประเทศอินเดีย&nbsp;ถือสัญชาติอินเดีย&nbsp;จนอายุ&nbsp;6-7&nbsp;ขวบ&nbsp;ได้อพยพไปอยู่ประเทศแคนนาดา&nbsp;โดยมีขื่อจริงว่า&nbsp;จิมมี่&nbsp;และทราบว่าทางแคนนาดา&nbsp;ได้เนรเทศผู้ตายออกจากประเทศ&nbsp;เนื่องจากทำความผิดร้ายแรง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนแนวทางคดีมุ่งประเด็นเกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;</strong>ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับทางประเทศแคนนาดาและอินเดียอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนการเข้าเมืองได้มีการตรวจสอบพาสปอร์ตทั้งแบบพิมพ์ลายนิ้วมือ&nbsp;และการใช้ระบบไบโอเมสติก&nbsp;ซึ่งการตรวจเอกสารประวัติเป็นการตรวจสอบข้อมูลจากต้นทางที่นำมายื่นแสดง&nbsp;ซึ่งหากทางแคนนาดาไม่แจ้งประวัติข้อมูลอาชญากรรมก็จะไม่สามารถตรวจสอบได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การตรวจสอบข้อมูลอยู่ระหว่างให้&nbsp;ตม.&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด</strong>&nbsp;ก่อนแจงรายละเอียดได้&nbsp;ส้วนแนวทางการสืบสวนพบ&nbsp;2&nbsp;มือปืนที่ก่อเหตุ&nbsp;ได้มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ราว&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ก่อนก่อเหตุโดยใช้ชีวิตแบบชาวต่างชาติทั่วไป&nbsp;จึงเชื่อได้ว่ามือปืนอาจอยู่ในพื้นที่หรืออาศัยอยู่ในประเทศไทย&nbsp;จนผู้ตายเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และสบโอกาสจึงลงมือสังหาร&nbsp;เนื่องจากผู้ตายอยู่เพียงลำพัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207173215458"],
    [89,"ฝ่ายปกครองอำเภอชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี รวบผู้ต้องหายาเสพติดพร้อมของกลางยาบ้าคาถนน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอชัยบุรี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของนายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอชัยบุรี&nbsp;สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดยนายเกรียงศักดิ์&nbsp;หลเมฆ&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ว่าที่ร้อยเอกธเนศ&nbsp;ชาคริตสกุล&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และสมาชิก&nbsp;อส.อ.ชัยบุรี&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;20&nbsp;ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อนายวิโรจน์หรือเอ๋&nbsp;&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;33&nbsp;หมูที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสองแพรก&nbsp;อำเภอชัยบุรี&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;สถานที่จับกุมบริเวณริมถนนสาธารณะ&nbsp;บ้านหารยาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสองแพรก&nbsp;อำเภอชัยบุรี&nbsp;พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)&nbsp;เม็ดสีส้มมีอักษรภาษาอังกฤษ&nbsp;WY&nbsp;จำนวน&nbsp;117&nbsp;เม็ด&nbsp;และเม็ดสีเขียวมีอักษรภาษาอังกฤษ&nbsp;WY&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เม็ด&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;118&nbsp;เม็ด&nbsp;</p><p><strong>โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า&nbsp;มียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;</strong>(เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหา&nbsp;พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.ชัยบุรี&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","7/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207221229538"],
    [90,"ครม. เห็นชอบ เตรียมตั้งศูนย์ (Fake news)","<p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่</strong>&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;กลาง&nbsp;ประจำกระทรวง&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;เดินหน้าขจัดข่าวปลอม&nbsp;<strong>(Fake&nbsp;news)&nbsp;</strong>ป้องกันการยั่วยุ&nbsp;สร้างความแตกแยกในสังคมในวงกว้าง</p><p><strong>ทั้งนี้จะให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์</strong></p><p>1.&nbsp;ศูนย์ประสานงานกลาง</p><p>2.&nbsp;ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง</p><p>3.&nbsp;ศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด</p><p>เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์</p><p>สาระสำคัญร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;อาทิ</p><p>&nbsp;กำหนดนิยามคำสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;(Social&nbsp;Media)&nbsp;และ&nbsp;ข่าวปลอม</p><p>&nbsp;จัดตั้งศูนย์ประสานงานกลาง&nbsp;ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์กลาง&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ&nbsp;ให้ทุกกระทรวงจัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ประจำกระทรวง&nbsp;และให้กรมการปกครอง&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;ศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด</p><p>&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวปลอม&nbsp;ดำเนินการแถลงข่าวทันทีที่พบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอมและแจ้งกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ภายใน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมงและให้บังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบและต้องจัดให้มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว</p><p>&nbsp;กรณีข่าวปลอมใดที่เข้าข่ายหรือสมควรดำเนินการระงับการทำ&nbsp;ให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;ให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบตามระเบียบนี้&nbsp;แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;(ดศ.)&nbsp;ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย&nbsp;หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์&nbsp;ออกจากระบบคอมพิวเตอร์</p><p>&nbsp;กำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิ์&nbsp;ของงานเพื่อการประเมินผลการดำเนินงานตามระเบียบนี้</p><p>ปัจจุบันมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ&nbsp;หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างและเผยแพร่&nbsp;ข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีแนวโน้ม&nbsp;ที่จะขยายตัวมากขึ้น</p><p><strong>ดังนั้นร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;นี้จะเป็นกรอบในการขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชน&nbsp;และสังคมในวงกว้างโดยเฉพาะข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม&nbsp;การยั่วยุ&nbsp;ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม&nbsp;ข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;ตลอดจนกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;วัฒนธรรมอันดี&nbsp;และสถาบันหลักของชาติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","7/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207235809554"],
    [91,"กระทรวงมหาดไทย เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว","<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้</strong>&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุม&nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจ&nbsp;คือ&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เสนอขอความเห็นชอบผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว</p><p><strong>กระทรวงอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;เสนอการกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้ายและผลตอบแทนการผลิต&nbsp;และจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;และการกำหนดราคาอ้อยขั้นต้นและผลตอบแทนการผลิต&nbsp;และจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นต้น&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2564/2565</p><p><strong>กระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;จะรายงานผลการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลที่มีระยะเวลาการชำระหนี้เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งดำเนินการในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p><strong>กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;อว.</strong>&nbsp;เสนอร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564-2570</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ครม.&nbsp;</strong>จะพิจารณาร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่าด้วยมาตรการทางบริหารในการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208101805594"],
    [92,"7 รัฐมนตรีภูมิใจไทย พร้อมใจยื่นหนังสือขอลาประชุมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการขยายสัญญาสัมปทานสายสีเขียว","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;รัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกุล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;&nbsp;นายทรงศักดิ์&nbsp;ทรงศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนางกนกวรรณ&nbsp;วิลาวัลย์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;ได้ยื่นหนังสือขอลาการประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;เนื่องจากติดภาระกิจและแสดงออกถึงที่ไม่เห็นด้วยกรณีกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เสนอวาระเพื่อพิจารณา&nbsp;ขอความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว&nbsp;ของกรุงเทพมหานคร&nbsp;(กทม.)&nbsp;เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับบริษัท&nbsp;ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BTSC&nbsp;บริษัทในเครือ&nbsp;บริษัท&nbsp;บีทีเอส&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BTS&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี&nbsp;2572&nbsp;ออกไปเป็นปี&nbsp;2602&nbsp;แลกกับเก็บค่าโดยสาร&nbsp;65&nbsp;บาทตลอดสาย&nbsp;ให้&nbsp;ครม.พิจารณาอนุมัติ&nbsp;ประกอบกับมองว่า&nbsp;กระทรวงมหาดไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล&nbsp;หากมีการอนุมัติวาระดังกล่าวจะส่งผลทางด้านกฎหมายในอนาคตได้&nbsp;&nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าว&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้แสดงความเห็นคัดค้านต่อการขยายสัญญาสัมปทานมาโดยตลอด&nbsp;พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติม&nbsp;เข้า&nbsp;ครม.&nbsp;ทุกครั้งที่จะมีการเสนอ&nbsp;โดยเฉพาะใน&nbsp;4&nbsp;ประเด็นหลัก</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ล่าสุดในการประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;วันนี้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทางกระทรวงคมนาคมยังได้เสนอความเห็นเพิ่มเติมเสนอเข้าไปประกอบด้วย&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลที่&nbsp;กทม.&nbsp;จัดทำเพิ่มเติมนั้น&nbsp;ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในข้อเท็จจริงที่ทำให้การวิเคราะห์ของกระทรวงคมนาคมแตกต่างไปจากเดิม&nbsp;โดยเฉพาะในประเด็น&nbsp;1.การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสิ่งก่อสร้างและที่ดินตลอดแนวโครงการรถไฟฟ้าทั้ง&nbsp;2&nbsp;ช่วงยังคงเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;(รฟม.)เนื่องจากยังไม่มีการโอนไปยัง&nbsp;กทม.&nbsp;เนื่องจากยังไม่มีการจ่ายค่าชดเชยสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;&nbsp;2.การคำนวณค่าโดยสาร&nbsp;และการรองรับระบบตั๋วร่วม&nbsp;รวมถึงความชัดเจนของประเด็นข้อกฎหมาย&nbsp;ที่ทาง&nbsp;กทม.ยืนยันว่าจะเข้าดำเนินการตั๋วร่วมแต่จะไม่ยอมลงทุนเอง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","8/2/2022","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208104037621"],
    [93,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตั้งใจผลักดัน ให้พรรคได้ส.ส.เขต สมัยหน้า 150 คน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)กล่าวว่า&nbsp;มติการประชุมพรรคเมื่อวานนี้&nbsp;ให้ตนเองรักษาการผู้อำนวยการพรรค&nbsp;โดยจะต้องมาดูเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง&nbsp;เป็น&nbsp;400&nbsp;เขต&nbsp;ตามรูปแบบบัตรเลือกตั้ง&nbsp;2&nbsp;ใบ&nbsp;ซึ่งถือว่าตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก&nbsp;ต้องมาพิจารณาตัวผู้สมัครให้เกิดความเหมาะสม&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐมีความตั้งใจให้พรรคพลังประชารัฐนั้น&nbsp;เติบโตไปในทิศทางที่มีจำนวน&nbsp;ส.ส.มากขึ้น&nbsp;มีการตั้งเป้าหมายอยู่ที่&nbsp;150&nbsp;ส.ส.เขต&nbsp;ส่วนกรรมการบริหารชุดใหม่&nbsp;จะประชุมกรรมการบริหารพรรคในช่วงเดือนเมษายนนี้&nbsp;ส่วนการลาออกไปของสมาชิกพรรคบางส่วน&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;มองว่า&nbsp;ถือว่าเป็นส่วนเดียวต้องยอมรับว่าทางการเมืองมีเข้าและมีออกเป็นเรื่องธรรมดา</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐเมื่อวานนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ไม่ได้มีการหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี&nbsp;แต่ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอด&nbsp;พร้อมย้ำว่าที่ตนเองมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;ประเด็นสำคัญคือ&nbsp;การที่พรรคสนับสนุนพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208103741616"],
    [94,"ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ ด่านตรวจ และร้านค้า ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>พันเอก&nbsp;ภูมเดชา&nbsp;พ่วงเจริญ&nbsp;รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของกำลังพลในการรักษาความปลอดภัยเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;และพบปะสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่พร้อมสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนด้านความปลอดภัย</p><p><strong>โดยได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;จุดตรวจตำรวจสะเตง,&nbsp;จุดตรวจตำรวจมลายูบางกอก,&nbsp;ไทยอาสาป้องกันชาติปากซอยมะลิ&nbsp;และจุดตรวจตำรวจเมืองทอง&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย&nbsp;รวมทั้งได้นำข้อห่วงใยของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ&nbsp;ชี้แจงให้กำลังพลได้รับทราบ&nbsp;และได้พบปะให้กำลังใจกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณหน้าซอยคุรุ&nbsp;ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;สอดส่องดูแลพื้นที่และร่วมกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเจอสิ่งผิดปกติในพื้นที่&nbsp;หากพบเห็นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-1732-999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","8/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208101536593"],
    [95,"ภูเก็ตวงจรปิดเผยภาพ 2 คนร้าย หลังจากที่ก่อเหตุเรียบร้อยแล้วขณะรองผบ.ตร.ยังคงประชุมและดูเส้นทางที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ","<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงาน&nbsp;ว่า&nbsp;ภายหลังจาก&nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข</strong>&nbsp;ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ&nbsp;พร้อมด้วยพล.ต.อ.สุชาติ&nbsp;ธีระสวัสดิ์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,&nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&nbsp;หักพาล&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;,&nbsp;พล.ต.ท.อำพล&nbsp;บัวรับพร&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมกันประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีและร่วมกันหารือถึงแนวทางการติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมชายต่างชาติ&nbsp;</p><p><strong>ข้อมูลล่าสุด&nbsp;ระบุว่า&nbsp;มีสัญชาติอินเดีย&nbsp;เหตุเกิดเมื่อช่วงดึกของวันที่&nbsp;4&nbsp;</strong>กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ก่อนที่จะมีผู้มาพบศพในช่วงเช้าของวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;บริเวณหน้าวิลล่าหนึ่งในพื้นที่&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;โดยได้กำชับตำรวจเร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวน&nbsp;รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และติดตามจับผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>หลังการประชุม&nbsp;พล.ต.อ.สุชาติ&nbsp;ธีระสวัสดิ์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่วิลล่าที่เกิดเหตุ&nbsp;ติดตามความคืบหน้าการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ&nbsp;ตลอดจนภาพกล้องวงจรปิดจุดต่างๆ&nbsp;ที่มีการจับภาพชายผู้ต้องสงสัยไว้ได้&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการหลบหนี&nbsp;เพื่อหาเบาะแสในการติดตามหาตัวคนร้าย&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มีการเดินลัดเลาะไปตามแนวชายหาดมิตรภาพ&nbsp;เพื่อไปยังจุดที่มีหล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายต้องสงสัยไว้ได้&nbsp;ขณธเดินขึ้นจากชายหาดไปยังถนนสายหลัก&nbsp;ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีรายงานด้วยว่า&nbsp;นอกจากภาพของกล้องวงจรปิดร้านอาหารแห่งหนึ่ง</strong>ริมชายหาดที่บันทึกภาพชายต้องสงสัยเดินอยู่บริเวณชายหาด&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;แล้ว&nbsp;ล่าสุดยังมีหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดของคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งที่สามารถจับภาพ&nbsp;2&nbsp;ชายต้องสงสัยเดินลัดเลาะขึ้นมาจากชายหาดผ่านลานจอดรถมุ่งหน้าไปยังถนนสายหลัก&nbsp;ในช่วงเวลาประมาณสี่ทุ่มเศษ&nbsp;และเป็นช่วงหลังมีการก่อเหตุฆาตกรรมไม่นานซึ่งในภาพจะปรากฏคสร้ายอย่างชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208103450614"],
    [96,"ผบ.ฉก.นราธิวาส ตรวจเยี่ยมติดตามผลการปฎิบัติงาน และรับทราบปัญหาข้อขัดข้องของหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 อำเภอสุไหงโกลก","<p><strong>ที่&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส&nbsp;93&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลปาเสมัส&nbsp;อำเภอสุไหงโกลก</strong>&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;ก่อเกียรติ&nbsp;เข็มแดง&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส&nbsp;93&nbsp;พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการปฎิบัติงานที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;แนวทางการวางกำลัง&nbsp;และแผนการปฏิบัติงานที่สำคัญในห้วงต่อไป&nbsp;ตลอดจนรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;โดย&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ได้เน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายของ&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ในการปฏิบัติงาน&nbsp;เรื่องการระมัดระวังการก่อเหตุของผู้ก่อเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ&nbsp;อาทิ&nbsp;การก่อเหตุต่อเป้าหมายอ่อนแอ,&nbsp;การก่อเหตุด้วยระเบิดแสวงเครื่องแบบเร่งด่วน,&nbsp;การใช้ไปป์บอมต่อฐานฯ&nbsp;การลวงเข้าพื้นที่,การก่อเหตุต่อระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญ&nbsp;เพื่อตอบโต้การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่&nbsp;รวมทั้งในงานด้านกิจการพลเรือนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส&nbsp;รวมถึงได้เน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติตามมาตราการในการป้องการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส</strong>&nbsp;ขอให้กําลังพลทุกนาย&nbsp;มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถในการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่&nbsp;ตลอดจนได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป&nbsp;&nbsp;เพราะขวัญกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208103609615"],
    [97,"หนองคาย- กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 กรมทหารพรานที่ 21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จับกุมผู้ต้องหาพร้อมกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 688 กิโลกรัมที่ลักลอบนำข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน","<p><strong>ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2104&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21</strong>&nbsp;กองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;กกล.สุรศักดิ์องกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;พล.ต.ณรงค์&nbsp;สวนแก้ว&nbsp;ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;มอบให้&nbsp;พ.อ.ปฎิวัติ&nbsp;ชื่นศรี&nbsp;รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;เป็นประธานแถงลงข่าว&nbsp;ร่วมกับ,นายสมควร&nbsp;ใจสื่อ&nbsp;นายอำเภอสังคม,พ,ต,อ,เจษฎา&nbsp;คุ้มศาสตรา&nbsp;ผู้กำกับการ&nbsp;สภ.สังคม,ร.อ.พงษ์ศักดิ์&nbsp;สุขรมณ์&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;เฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2104&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;จับกุม&nbsp;นายอาริยะ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ชาว&nbsp;อ.ศรีสงคราม&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;ได้พร้อมของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;688&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รถยนต์&nbsp;อีซูซุ&nbsp;ดีแม็ก&nbsp;สีบอร์นเงิน&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;&nbsp;ผข.8986&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ได้ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านน้ำไพร&nbsp;ต.สังคม&nbsp;อ.สังคม&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;</p><p><strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;พล.ต.ณรงค์&nbsp;สวนแก้ว&nbsp;</strong>ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี,พล.ต.ต.พุฒิพงษ์&nbsp;มุสิกุล&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย,พ.อ.จักรพงษ์&nbsp;โพธิ์นาแค&nbsp;ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;(ร.13),พ.อ.ปฎิวัติ&nbsp;ชื่นศรี&nbsp;รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;2(ร.13),น.อ.ราฆพ&nbsp;เทวะประทีป&nbsp;ผู้บังการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย,&nbsp;และพ.ต.อ.เจษฎา&nbsp;คุ้มศาสตรา&nbsp;ผู้กำกับการ&nbsp;สภ.สังคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;</strong>หลังจาก&nbsp;ร.อ.พงษ์ศักดิ์&nbsp;สุขรมณ์&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2104&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;ได้รับแจ้งจากสาย&nbsp;ว่า&nbsp;จะมีการลักลอบนำยาเสพติดจำนวนมากข้ามแม่น้ำโขงมาขึ้นฝั่งไทย&nbsp;ในพื้นที่บ้านน้ำไพร&nbsp;ต.สังคม&nbsp;อ.สังคม&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;จึงได้รายงานให้&nbsp;พ.อ.อุทัย&nbsp;นิลเนตร&nbsp;ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;ทราบ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้สนธิกำลังเข้าดักซุ่ม&nbsp;ต่อมาพบเรือหางยาว&nbsp;2&nbsp;ลำ</strong>&nbsp;แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;มุ่งหน้ามาฝั่งไทยและเข้าจอดเทียบฝั่ง&nbsp;ก็ได้มีชายต้องสงสัยที่นั่งมาในเรือได้แบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นจากเรือนำมาวางไว้บนตลิ่ง&nbsp;พบรถยนต์คันดังกล่าววิ่งเข้ามาจอดที่เขื่อนป้องกันตลิ่ง&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวขอตรวจสอบ&nbsp;คนขับรถได้ขับรถออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วแต่เกิดหลงทาง&nbsp;จอดรถแล้วเปิดประตูรถอาศัยความมืดวิ่งหลบหนี&nbsp;เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;หลบหนีไปได้&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;จึงเข้าตรวจสอบพื้นที่พบกระสอบต้องสงสัย&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;กระสอบ&nbsp;ภายในบรรจุกัญชาแห้งอัดแท่ง&nbsp;</p><p><strong>จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง&nbsp;มาที่กองร้อยเฉพาะกิจ</strong>ทหารพรานที่&nbsp;2104&nbsp;เพื่อตรวจนับอย่างระเอียด&nbsp;รวมกัญชาที่ตรวจยึดได้ครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;688&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา&nbsp;รวมกับพวกที่หลบหนีมียาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;5(กัญชา)ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;&nbsp;ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.สังคม&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208104646634"],
    [98,"ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ","<p><strong>การประชุมร่วมกันของรัฐสภา</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุม&nbsp;พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ&nbsp;โดยนายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;ร่างกฎหมายนี้เพื่อให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม&nbsp;ซึ่งเป็นการกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า&nbsp;และเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้พิจารณาเรื่องที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานให้เสร็จสิ้นเมื่อใดซึ่งจะสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้&nbsp;ด้วยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินการอันจะทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยสะดวกและรวดเร็ว&nbsp;ตลอดจนสอดคล้องกับยุทธศาตร์ชาติในการปรับกระบวนกายุติธรรม</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สมาชิกรัฐสภาต่างอภิปรายสนับสนุนหลักการของร่างกฎหมาย</strong>นี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมที่สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น&nbsp;และยังจะทำให้เกิดการปฏิรูปที่แท้จริงเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม</p><p><br></p><p><br></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208143456757"],
    [99,"ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้รอโทษจำคุกผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. กรณีเล็งปืนใส่แท็กซี่ ","<p><strong>ศาลอาญา&nbsp;ถนนรัชดาภิเษก&nbsp;นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์&nbsp;</strong>คดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา&nbsp;4&nbsp;เป็นโจทก์&nbsp;ฟ้องนายพิเศษ&nbsp;หรือภูษิต&nbsp;นาคะพันธุ์&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;เป็นจำเลยในความผิดฐาน&nbsp;ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธฯ,&nbsp;พาอาวุธปืนไปในเมืองฯ,&nbsp;ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวโดยการขู่เข็ญและความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ&nbsp;จากกรณีเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2561&nbsp;จำเลย&nbsp;ใช้อาวุธปืนเล็งใส่และพูดข่มขู่คนขับรถแท็กซี่รับจ้าง&nbsp;</p><p><strong>คดีนี้&nbsp;ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ</strong>&nbsp;รวมจำคุก&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;31,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมรายงานตัวการคุมประพฤติทุก&nbsp;4&nbsp;เดือนใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ต่อมา&nbsp;อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ไม่ให้รอการลงโทษ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว</strong>&nbsp;เห็นว่า&nbsp;อาวุธปืนที่จำเลย</p><p>พาไปนั้น&nbsp;เป็นอาวุธปืนมีทะเบียน&nbsp;ที่จำเลยได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย&nbsp;ทั้งจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวเพียงเพื่อข่มขู่&nbsp;ไม่ให้ผู้เสียหายขับรถติดตามเท่านั้น&nbsp;โดยไม่ปรากฏว่า&nbsp;จำเลยจะใช้อาวุธปืนยิงทำร้ายผู้เสียหายให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต&nbsp;หรือร่างกายแต่อย่างใด&nbsp;พฤติการณ์จึงไม่ร้ายแรงนัก&nbsp;เมื่อจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนและได้ชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นการบรรเทาผลร้ายให้แก่ผู้เสียหาย&nbsp;จนเป็นที่พอใจและผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไปแล้ว&nbsp;เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี&nbsp;ที่ศาลชั้นต้น&nbsp;พิพากษารอการลงโทษและคุมความประพฤติจำเลยนั้น&nbsp;ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย&nbsp;&nbsp;อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น&nbsp;พิพากษายืน</p><p><br></p><p><br></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208144450766"],
    [100,"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี ขับเคลื่อนเครือข่ายภาคประชาชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมแควใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;พันเอก&nbsp;บรรเจิด&nbsp;จันทร์ส่งเสริม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำชุมชนและเครือข่าย&nbsp;เข้าร่วมฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>ดำเนินโครงการ&nbsp;&nbsp;กำกับ&nbsp;&nbsp;ติดตาม&nbsp;&nbsp;และประเมินผล&nbsp;แผนงานตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในการประชุมขับเคลื่อนมวลชนเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;เน้นในด้านการแจ้งเตือนปัญหาด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรืออาจจะเกิดขึ้นในอนาคตที่จะส่งผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและชุมชน&nbsp;รวมทั้งการรับข้อมูลข่าวสารจากทางราชการด้านความมั่นคง&nbsp;นำไปแจ้งเตือนและขยายผลประชาสัมพันธ์ให้ได้รับรู้&nbsp;รับทราบอย่างทั่วถึง&nbsp;และยังมีการเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนได้แจ้งปัญหาต่อหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั้งโดยตรงและผ่านทางช่องทางสายด่วน&nbsp;1374&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","8/2/2022","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210201026892"],
    [101,"ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ แถลงจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติดนับแสนเม็ด ยึดทัพย์มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท","<p><strong>ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;แถลงจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติด</strong>รายใหญ่ตามนโยบายรัฐบาลภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;\"พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้\"&nbsp;ได้ของกลางเป็นยาบ้า&nbsp;134,000&nbsp;เม็ด&nbsp;&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;สารไอซ์&nbsp;182&nbsp;กรัม&nbsp;และตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า&nbsp;6,91,7100&nbsp;บาท&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่บริเวณหน้า&nbsp;ตึกอาคารภูธรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;พลตำรวจตรีชาญชัย&nbsp;พงษ์พิชิตกุล&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;และกองกำลังสุรนารี&nbsp;แถลงผลการจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติดรายใหญ่&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;&nbsp;\"พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้&nbsp;\"โดยสามารถจับกุมเครือข่ายค้ายา&nbsp;ที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านได้ผู้ต้องหาเป็นชาวไทยจำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมของกลางยาบ้า&nbsp;134,000&nbsp;เม็ด&nbsp;&nbsp;ไอซ์&nbsp;182&nbsp;กรัมและตรวจยึดทรัพย์สิน&nbsp;ตามประมวลการตามประมวลกฎหมายยาเสพติดได้จำนวน&nbsp;12&nbsp;รายการมูลค่ากว่า&nbsp;6,917,100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ต้องการแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;โดยได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;ที่ต้องการดำเนินการอย่างจริงจังทั้งระบบ&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมถึงการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ปราบปรามแหล่งผลิต&nbsp;และเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน&nbsp;และพื้นที่ตอนใน&nbsp;โดยให้เป็นการแก้ไขปัญหาภายในของประเทศด้วยหลักกฎหมายไทยและหลักสากล&nbsp;</p><p><strong>โดยตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;ชุดปฏิบัติการตำรวจตระเวน</strong>ชายแดนตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;21&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดกองกำลังสุรนารี&nbsp;สามารถจับกุมผู้กระทำผิด&nbsp;ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;ได้ผู้ต้องหา&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอสำโรงทาบ&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;และได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สิน&nbsp;เป็นบ้านพักอาศัยจำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;รถยนต์ส่วนบุคคล&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คันรถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ทองรูปพรรณ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รายการ&nbsp;รวมมูลค่าทรัพย์สิน&nbsp;ที่ตรวจยึดได้ประมาณ&nbsp;6,917,100&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พันตำรวจตรี&nbsp;ชาญชัย&nbsp;พงษ์พิชิตกุล&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ได้กล่าวขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน&nbsp;และสถานประกอบการทุกแห่ง&nbsp;ในการขอให้แจ้งเบาะแสข้อมูลผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด&nbsp;ทั้งผู้เสพ&nbsp;ผู้ค้าในสถานประกอบการ&nbsp;หรือ&nbsp;ในสถานที่พักอาศัย&nbsp;โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด&nbsp;ที่&nbsp;1599&nbsp;สายด่วน&nbsp;191&nbsp;หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;และเพื่อลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเข้มข้น&nbsp;เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเนื่องจาก&nbsp;ที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กำชัย&nbsp;วันสุข&nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&nbsp;รายงาน</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208143256754"],
    [102,"พรรคก้าวไกล? เรียกร้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมาปกป้องผลประโยชน์ของคนกรุงเทพมหานครกรณีการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสุรเชษฐ์&nbsp;ประวีณวงศ์วุฒิ&nbsp;ส.ส.&nbsp;บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และนายวิโรจน์&nbsp;ลักขณาอดิศร&nbsp;ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;แถลงข่าวไม่เห็นด้วยกรณีที่คณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายเวลา&nbsp;สัมปทานรถไฟฟ้า&nbsp;BTS&nbsp;สายสีเขียว&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;โดยนายสุรเชษฐ์&nbsp;เห็นว่า&nbsp;ยังมีปัญหาอีกหลายอย่าง&nbsp;แต่รัฐบาลพยายามดึงดันและนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรีหลายรอบ&nbsp;โดยเห็นว่าการต่อสัญญาแบบผิดๆ&nbsp;จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ในอนาคต&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขสัญญาจะเป็นไปได้ยาก&nbsp;โดยทางออกเรื่องนี้พรรคก้าวไกลเห็นว่าควรที่จะร่วมผลักดันตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมเป็นระบบรถไฟฟ้าและรถเมล์</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ด้านนายวิโรจน์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สิ่งที่เรียกร้องคือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องไม่ปล่อยหรือละเลย&nbsp;จะต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและต้องทำให้มั่นใจว่าเงื่อนไขในการต่อสัญญาสัมปทานไปอีก&nbsp;30&nbsp;ปีที่จะไปสิ้นสุดในปี&nbsp;2602&nbsp;มีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันเกี่ยวกับตั๋วร่วมหรือบัตรโดยสารร่วมหรือไม่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าโดยสารที่แพงต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208143804760"],
    [103,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผย คณะรัฐมนตรีให้เพิ่มเติมข้อทักท้วงของกระทรวงคมนาคม ต่อโครงการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ก่อนเสนอ คณะรัฐมนตรีใหม่อีกครั้ง","<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบความคืบหน้าผลการเจรจาและร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว&nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ใช้เวลาหารือในเรื่องนี้เป็นเวลานาน&nbsp;เนื่องจากต้องกลับไปทำรายละเอียดตามที่กระทรวงคมนาคมขอข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;ภายหลังจากที่กระทรวงคมนาคมมีหนังสือขอความชัดเจนมา&nbsp;ก็ต้องดำเนินการตอบรับ&nbsp;โดยไม่ได้กำหนดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาเร็วสุดเมื่อใด&nbsp;ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อใดก็เมื่อนั้น&nbsp;และนำกลับมาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การถอน&nbsp;หรือการตีกลับ&nbsp;เพียงแต่ต้องนำข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมมาชี้แจงต่อข้อทักท้วงของกระทรวงคมนาคมให้ได้</p><p><strong>ด้านนายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรีให้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้เร็วที่สุด</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208153910816"],
    [104,"ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ทลายเครือข่ายยานรก รวบพ่อค้า 169 คน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;ที่ห้องโถง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;คีรีศักดิ์&nbsp;ตันตินวะชัย&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พันเอก&nbsp;วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ฝ่ายทหาร&nbsp;นายเริงศักดิ์&nbsp;เกตุจันทึก&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทีเกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดตามยุทธการ&nbsp;พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้&nbsp;ของตำรวจภูธรภาค&nbsp;3&nbsp;และยุทธการ&nbsp;&nbsp;238&nbsp;พิทักษ์นครลำดวน&nbsp;เพื่อที่จะกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาบ้าให้หมดไปจากพื้นที่</p><p><strong>พลตำรวจตรี&nbsp;คีรีศักดิ์&nbsp;ตันตินวะชัย&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;3&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;สันติ&nbsp;เหล่าประทาย&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกันสั่งการให้เจ้านห้าที่ชุดปฏิบัติการตามยุทธการ&nbsp;238&nbsp;พิทักษ์นคตลำดวน&nbsp;สืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายยาเสพติด&nbsp;ในห้วงตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ตำรวจในสังกัดตำรวจภุธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จับกุมยาเสพติดทั้งหมด&nbsp;166&nbsp;ราย&nbsp;ได้ผู้ต้องหา&nbsp;169&nbsp;คน&nbsp;ของกลางยาบ้า&nbsp;72,348&nbsp;เม็ด&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;3&nbsp;&nbsp;กระบอก&nbsp;ยึดทรัพย์&nbsp;รถยนต์&nbsp;2&nbsp;คันจักรยานยนต์&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งในเขตรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค&nbsp;3&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จับกุมคดียาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า&nbsp;ได้มากที่สุด&nbsp;โดยตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;คือตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ถึงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;4&nbsp;เดือนกว่า&nbsp;สามารถจับกุมได้ของกลางกว่า&nbsp;700,000&nbsp;แสนเม็ด&nbsp;ได้ร่วมล้านเม็ดแล้ว</p><p><strong>รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;3&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>และตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน&nbsp;และสถานประกอบการ&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;ในการแจ้งเบาะแส&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด&nbsp;ทั้ง&nbsp;ผู้เสพ&nbsp;ผู้ค้า&nbsp;ในสถานประกอบการ&nbsp;และอาศัยสถานประกอบการ&nbsp;ในการกระทำผิด&nbsp;โดยแจ้งข้อมูลผ่าน&nbsp;สายด่วนยาเสพติด&nbsp;1599,&nbsp;สายด่วน&nbsp;&nbsp;191,&nbsp;Application&nbsp;Police&nbsp;I&nbsp;lert&nbsp;U&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สายด่วน&nbsp;1567&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการปราบปราม&nbsp;ติดตามจับกุม&nbsp;มาดำเนินคดี&nbsp;ให้ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;และลดปัญหายาเสพติด&nbsp;ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น&nbsp;เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","8/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208150017774"],
    [105,"นายกรัฐมนตรี กำชับ ส.ส.ให้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณากฎหมายสำคัญ พร้อมห่วงใยประชาชนเดินทาง แนะนำยกการ์ดให้สูง","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;&nbsp;มีข้อสั่งการฝากถึง&nbsp;ส.ส.ทุกคน&nbsp;ให้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้มากที่สุด&nbsp;เพราะมีกฎหมายสำคัญที่ต้องพิจารณา&nbsp;ยืนยันการเมืองไทยมีเสถียรภาพและไทยยังเป็นเป้าหมายต่างประเทศ&nbsp;ที่สามารถประคับประคองสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ได้ดี&nbsp;รวมทั้งยังมีสิ่งดีๆ&nbsp;เกิดขึ้นมากมาย&nbsp;พร้อมกันนี้นายกรุฐมนตรียังห่วงใยประชาชนที่มีการเดินทางเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยขอให้เพิ่มความระมัดระวัง&nbsp;เพราะแม้ประเทศไทยจะสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้&nbsp;ทั้งการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จากประชาชนที่สมัครใจ&nbsp;แต่ต้องยกการ์ดให้สูง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;หาวิธีอำนวยความสะดวกในเรื่องการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;อุทยานฯ&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ควรมีระบบการจอง&nbsp;ระบบเวลาเปิดและปิดของสถานที่ท่องเที่ยวให้เหมาะสมตลอดจนลดความแออัด&nbsp;แล้วอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวอย่างเต็มที่</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208155314833"],
    [106,"นายกรัฐมนตรี กำชับ ส.ส.ให้เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณากฎหมายสำคัญ พร้อมห่วงใยประชาชนเดินทาง แนะนำยกการ์ดให้สูง พร้อมสั่งการดูแลสถานที่ท่องเที่ยว เน้นการอำนวยความสะดวกและลดปัญหาแออัด","<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>มีข้อสั่งการฝากถึง&nbsp;ส.ส.ทุกคน&nbsp;ให้เข้าร่วมประชุม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎรให้มากที่สุด&nbsp;เพราะมีกฎหมายสำคัญที่ต้องพิจารณา&nbsp;ยืนยันการเมืองไทยมีเสถียรภาพ&nbsp;และไทยยังเป็นเป้าหมายต่างประเทศ&nbsp;ที่สามารถประคับประคองสถานการณ์โควิด19&nbsp;ได้ดี&nbsp;รวมทั้งยังมีสิ่งดี&nbsp;ๆ&nbsp;เกิดขึ้นมากมาย&nbsp;พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรียังห่วงใยประชาชนที่มีการเดินทางเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยขอให้เพิ่มความระมัดระวัง&nbsp;เพราะแม้ประเทศไทยจะสามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ได้&nbsp;ทั้งการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;จากประชาชนที่สมัครใจ&nbsp;แต่ต้องยกการ์ดให้สูง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาวิธีอำนวยความสะดวกในเรื่องการท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;อุทยานที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ควรมีระบบการจอง&nbsp;ระบบเวลาเปิดและปิดของสถานที่ท่องเที่ยวให้เหมาะสมตลอดจนลดความแออัด&nbsp;แล้วอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวอย่างเต็มที่</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208151737794"],
    [107,"กองปราบร่วมตำรวจตรัง ทลายเครือข่ายยาเสพติด แดง ศรีเทพ ฆ่าทวงเงินยานรก รวบ 9 ผู้ต้องหาเตรียมขยายผล","<p><strong>ที่กองบังคับการตำรวจภูธร&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;พล.ต.ต.สันทัด&nbsp;วินสน&nbsp;ผบก.ภ.จว.ตรัง&nbsp;</strong>พล.ต.ต.มนตรี&nbsp;เทศขัน&nbsp;ผบก.ป.&nbsp;พ.ต.อ.พงศ์ปณต&nbsp;ชูแก้ว&nbsp;ผกก.6&nbsp;บก.ป.&nbsp;และเจ้าหน้าที่ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ&nbsp;สอบสวนกลางปราบปราม&nbsp;องค์กรยาเสพติด&nbsp;ฆ่าทวงเงินยานรก&nbsp;ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;กทม.&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อไล่ล่าจับกุมผู้ต้องหากลุ่มขบวนการยาเสพติดเครือข่าย&nbsp;แดง&nbsp;ศรีเทพ&nbsp;นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ของพื้นที่ภาคใต้&nbsp;สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา&nbsp;ได้จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ผู้ต้องหาในคดีฆ่าจำนวน&nbsp;&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;คือ&nbsp;1.นายจำรัส&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;51&nbsp;ปี&nbsp;,&nbsp;2.นายวรวุฒิ&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;,&nbsp;3.นายเอกพล&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;และ&nbsp;ผู้ต้องหาในคดีสนับสนุนหรือช่วยเหลือหรือสมคบค้ายาเสพติด&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>1.นายก้องกมล&nbsp;จุติภักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;</p><p>2.นายปุรเชษฐ์&nbsp;บำรุงรัตน์&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;</p><p>3.นายธรรมศักดิ์&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;41&nbsp;ปี&nbsp;</p><p>4.นายวีระเดช&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;</p><p>5.น.ส.วิสา&nbsp;อายุ&nbsp;38&nbsp;ปี&nbsp;</p><p>6.นายขจรศักดิ์&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;</p><p>พร้อมของกลาง&nbsp;อาวุธปืนรวม&nbsp;4&nbsp;กระบอก&nbsp;เครื่องกระสุน&nbsp;54&nbsp;นัด&nbsp;ยาบ้า&nbsp;จานวน&nbsp;262&nbsp;เม็ด&nbsp;ไอซ์&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;0.79&nbsp;กรัม&nbsp;พร้อมยึดทรัพย์สินตามกฎหมายยาเสพติดอีกหลายรายการ</p><p><strong>พล.ต.ต.มนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจาก&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.64&nbsp;ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนพกสั้น&nbsp;ยิงนายสุชาติ&nbsp;สุนทร&nbsp;หรือ&nbsp;ปู&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;จนเสียชีวิตหน้าบ้านเลขที่&nbsp;126&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.เกาะเปียะ&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยมีมูลเหตุการสังหารมาจาก&nbsp;การฆ่าทวงเงินยาเสพติด&nbsp;เนื่องจากผู้ตายติดค้างเงินค่ายาเสพติด&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;หรือแดง&nbsp;&nbsp;พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ซึ่งมีประวัติก่อเหตุคดีอุกฉกรรจ์และมีหมายจับคดียาเสพติดมากมายหลายคดี&nbsp;ปัจจุบันได้หลบซ่อนตัวอยู่ตามพื้นที่ชายแดนประเทศไทยติดกับประเทศเมียนมาร์&nbsp;บริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>แนวทางสืบสวนพบว่านายสมหมาย&nbsp;ได้จ้างวานให้กลุ่มมือปืน</strong>&nbsp;ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ลงมือก่อเหตุ&nbsp;มีการวางแผนตระเตรียมการมาเป็นอย่างดี&nbsp;คดีดังกล่าวมีความยุ่งยากสลับซับซ้อน&nbsp;เกี่ยวพันกันหลายท้องที่&nbsp;ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;จึงได้อนุมัติโอนสํานวนให้&nbsp;บก.ป.&nbsp;ดำเนินการสืบสวนสอบสวน&nbsp;จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับนายสมหมาย&nbsp;และพวก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังได้เชิญตัวบุคคลใกล้ชิดกลุ่มผู้ต้องหา</strong>มาทำการสอบปากคำในฐานะพยานอีก&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ขณะที่เครือข่ายยาเสพติดของนายสมหมายมีการทำกันเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่&nbsp;กระจายตัวอยู่ในพื้นที่&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;โดยมีนายสมหมาย&nbsp;ที่กบดานซ่อนตัวอยู่มนแทบพื้นที่ชายแดนจ.เชียงราย&nbsp;เป็นหัวหน้าขบวนการ&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้ควบคุม&nbsp;คอยสั่งการลงมายังกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่&nbsp;หากเครือข่ายคนใดมีปัญหาติดค้างเงิน&nbsp;ก็จะสั่งการให้มือปืนในเครือข่ายไปข่มขู่&nbsp;หรือ&nbsp;ตามเก็บ&nbsp;เช่นเดียวกับคดีฆ่านายสุชาติ&nbsp;และ&nbsp;คดียิงถล่มบ้านพักในพื้นที่&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;อีกหลายคดี&nbsp;ขณะเดียวเจ้าหน้าที่ยังสืบพบอีกว่า&nbsp;เงินที่ได้จากการค้ายา&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;จะทำการยักย้าย&nbsp;ถ่ายโอน&nbsp;ไปยังเครือญาติใน&nbsp;พื้นที่&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;และเพื่อเป็นการล้างบางจับกุมกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวให้สิ้นซากจึงนำมาสู่การเปิดปฏิบัติในครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","8/2/2022","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208151331787"],
    [108,"ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราว ของทางการเมียนมา ณ จังหวัดสมุทรสาคร ออกไปอีก 1 ปี เพื่อให้แรงงานเมียนมามีเอกสารประจำตัว โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ","<p><strong>น.ส.ไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการศูนย์จัดเก็บข้อมูลแรงงานเมียนมาชั่วคราว&nbsp;(The&nbsp;Temporary&nbsp;Data&nbsp;Collection&nbsp;:&nbsp;TDCC)&nbsp;ของทางการเมียนมา&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้แรงงานเมียนมามีเอกสารประจำตัว&nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ&nbsp;และทำให้การบริหารจัดการแรงงานเมียนมาในประเทศไทยเกิดความต่อเนื่อง&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาครพิจารณากำหนดวัน&nbsp;เวลา&nbsp;ในการเริ่มเปิดดำเนินการ&nbsp;รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติงานของศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯของทางการเมียนมา&nbsp;ให้สอดคล้องกับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(โควิด-19)&nbsp;ซึ่งศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯ&nbsp;ของทางการเมียนมาได้ยุติการดำเนินการแล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย&nbsp;ได้มีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;แจ้งความประสงค์ขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินการศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯของทางการเมียนมาออกไปอีก&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายจ้าง&nbsp;และแรงงานเมียนมาให้สามารถมีเอกสารประจำตัวได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยที่ไม่ต้องเดินทางกลับประเทศ&nbsp;รวมทั้งเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในภาพรวมได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>น.ส.ไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แนวทางการดำเนินการของศูนย์จัดเก็บข้อมูลฯ&nbsp;ของทางการเมียนมา</strong>&nbsp;ยังคงให้เป็นไปตามแนวทางที่&nbsp;ครม.ได้ให้ความเห็นชอบ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2563&nbsp;เช่น&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;เป็นกลุ่มแรงงานเมียนมา&nbsp;ไม่รวมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์อื่น&nbsp;เป็นการดำเนินการชั่วคราวระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สถานที่ตั้ง&nbsp;ตลาดทะเลไทย&nbsp;ตำบลท่าจีน&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา&nbsp;ได้แก่&nbsp;แบบคำขอ&nbsp;บัตรประจำตัวประชาชนเมียนมา&nbsp;และสำเนาทะเบียนบ้านเมียนมา&nbsp;ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ&nbsp;จะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย&nbsp;ยกเว้นเมื่อไปรับหนังสือเดินทาง&nbsp;ณ&nbsp;จุดที่กำหนด&nbsp;ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวน&nbsp;1,050&nbsp;บาท&nbsp;ขณะที่สถานที่รับหนังสือเดินทาง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย&nbsp;และศูนย์ออกหนังสือเดินทางบริเวณชายแดน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฝั่งท่าขี้เหล็ก&nbsp;ตรงข้ามอำเภอแม่สาย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ฝั่งเมียวดี&nbsp;ตรงข้ามอำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;และฝั่งเกาะสอง&nbsp;ตรงข้ามอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208152335800"],
    [109,"ที่ประชุม ครม.อนุมัติหลักการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล","<p><strong>น.ส.ไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;เกี่ยวกับการประกาศและการเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายหรือเป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง&nbsp;การระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้ที่ถูกประกาศรายชื่อดังกล่าว&nbsp;การเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน&nbsp;และอำนาจหน้าที่ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)&nbsp;ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงานด้านความมั่นคงในการป้องกันการก่อการร้ายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&nbsp;จะทำให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับต่อประชาคมโลกในการป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย&nbsp;และก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบกิจการและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ</p><p><strong>สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;กำหนดกระบวนการส่งเรื่องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติพิจารณากำหนดหรือเพิกถอนรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้าย&nbsp;หรือเป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง,&nbsp;กำหนดให้นำมาตรการระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินมาใช้โดยอนุโลมกับทรัพย์สินที่โอนเข้าบัญชีที่ถูกระงับการดำเนินการกับทรัพย์สินอันเนื่องมาจากมีการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการก่อการร้ายหรือเป็นผู้ที่มีการกระทำอันเป็นการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง&nbsp;&nbsp;</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208153508808"],
    [110,"ครม. เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ 42 แนวทางดำเนินงาน วงเงิน 40,972.60 ล้านบาท","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;</strong>ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2565-2570)&nbsp;กรอบวงเงินรวม&nbsp;40,972.60&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ให้มีคุณภาพที่ดี&nbsp;ด้วยการใช้ความรู้&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;จัดการ&nbsp;การใช้ประโยชน์และการสร้างคุณค่าจากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;และการสร้างความสามารถในการพึ่งตนเอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติการฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1&nbsp;การสร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากร&nbsp;ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรม&nbsp;ด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และการใช้ประโยชน์&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;2,290&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2&nbsp;การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร&nbsp;อัตลักษณ์&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&nbsp;และเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;1,820&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;การยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;33,301&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;และยุทธศาสตร์ที่&nbsp;4&nbsp;การเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแส&nbsp;การเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;3,213.5&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;รัฐบาลมุ่งเน้นการดำเนินงาน&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการฯ&nbsp;BCG&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2564-&nbsp;2570)</strong>&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;เชิงรุก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายกรัฐมนตรีจะกำกับดูแล&nbsp;ขับเคลื่อนบูรณาการการทำงานสู่การปฏิบัติ&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;อีกทั้งจะมีการติดตามและการประเมินผลเพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;และเป็นประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208155255832"],
    [111,"กรมบังคับคดีชวนลูกหนี้กว่า 90,000 ราย เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1 ในวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2565 ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี","<p>นางทัศนีย์&nbsp;เปาอินทร์&nbsp;อธิบดีกรมบังคับคดี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศว่าปีเป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;ประกอบกับนโยบาย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;และหนี้เช่าซื้อรถยนต์&nbsp;(ลิสซิ่ง)&nbsp;จึงได้จัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ในวันที่&nbsp;25-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;บางนา&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน</p><p><strong>กรมบังคับคดีได้เชิญลูกหนี้&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;95,000&nbsp;ราย&nbsp;ในชั้นก่อนฟ้อง&nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา</strong>&nbsp;ทั้งกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)&nbsp;และสถาบันการเงินเข้าร่วม&nbsp;กว่า&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ลูกหนี้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเบื้องต้นในการขยายเวลาการชำระหนี้&nbsp;การลดเบี้ยปรับ&nbsp;การลดดอกเบี้ย&nbsp;การลดค่างวดรายเดือน&nbsp;ไม่ถูกฟ้องคดี&nbsp;งดยึดทรัพย์&nbsp;งดขายทอดตลาด&nbsp;ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี&nbsp;และสิทธิประโยชน์อื่นๆ&nbsp;โดยลงทะเบียนผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;และรับบัตรคิวเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยหน้างาน&nbsp;</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;0&nbsp;2881&nbsp;4840&nbsp;</strong>หรือสายด่วนกรมบังคับคดี&nbsp;1111&nbsp;กด&nbsp;79&nbsp;และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;0&nbsp;2141&nbsp;2768&nbsp;-73</p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208160356842"],
    [112,"หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงปฏิบัติการฟ้าสางที่ฝั่งโขงต่อเนื่อง จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางกัญชา 1,056 กิโลกรัม ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลตำรวจเอก&nbsp;เฉลิมเกียรติ&nbsp;ศรีวรขาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;พร้อมด้วยนายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมบัติ&nbsp;จูถนอม&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานตามยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง&nbsp;ที่ร่วมกันระดมกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่แบบต่อเนื่อง&nbsp;หลังเมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;จับกุมผู้ต้องหา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ตรวจยึดยาบ้าได้&nbsp;440,054&nbsp;เม็ด&nbsp;กัญชา&nbsp;200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ไอซ์ประมาณ&nbsp;100&nbsp;กรัม&nbsp;รถมอเตอร์ไซค์&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และเรือกีบ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และในช่วงเย็นเวลา&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;บูรณาการวางจุดสกัดและเฝ้าระวัง&nbsp;หลังได้รับการประสานงานข่าว&nbsp;จนตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถกระบะ&nbsp;แต่บุคคลที่อยู่ในรถได้หลบหนีไป&nbsp;ปรากฏว่าบนรถมีของกลางเป็นกัญชา&nbsp;25&nbsp;กระสอบ&nbsp;รวมน้ำหนัก&nbsp;1,056&nbsp;กิโลกรัม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขณะเดียวกัน&nbsp;ฝ่ายปกครองจังหวัดนครพนมร่วมกับกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดยกองบังคับการควบคุมที่&nbsp;1&nbsp;ฝ่ายความมั่นคงอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกอาสาสมัคร&nbsp;ลงพื้นที่ออกลาดตระเวน&nbsp;ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย&nbsp;และจัดระเบียบสังคมตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;จนนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่อำเภอท่าอุเทน&nbsp;ตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน&nbsp;72,000&nbsp;เม็ด&nbsp;และฝิ่น&nbsp;1,026&nbsp;กรัม&nbsp;ส่วนที่อำเภอศรีสงคราม&nbsp;เป็นการปิดล้อมตรวจค้นเพื่อจับกุมเป้าหมายผู้ที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;ได้ผู้ต้องหา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมยาบ้า&nbsp;232&nbsp;เม็ด&nbsp;อาวุธปืนไทยประดิษฐ์&nbsp;1&nbsp;กระบอก&nbsp;เครื่องกระสุนขนาด&nbsp;0.38&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;นัด&nbsp;ที่บ้านเซียงเซา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบ้านเอื้อง&nbsp;และการปิดล้อมตรวจค้นจับกุมเป้าหมายผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่บ้านนาคำและบ้านขว้างคลี&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ได้ผู้ต้องหา&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และยาบ้า&nbsp;92&nbsp;เม็ด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208194945950"],
    [113,"ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา มีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย โดยรัฐบาลยืนยันกฎหมายนี้เป็นประโยชน์แก่ผู้กระทำผิดไม่ว่าจะเป็นคนจน หรือคนรวย","<p><strong>การประชุมร่วมกันของรัฐสภา</strong>&nbsp;ที่ประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ&nbsp;โดยนายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า&nbsp;ตามที่มาตรา&nbsp;77&nbsp;ของรัฐธรรมนูญ&nbsp;บัญญัติให้รัฐกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง&nbsp;ประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายได้กำหนดให้มีการปรับปรุงกฎหมายในการกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพความผิดหรือมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิดและฐานะผู้กระทำความผิดเพื่อไม่ให้บุคคลต้องรับโทษหนักเกินไป&nbsp;หรือต้องรับภาระในการรับโทษที่แตกต่างกันเนื่องจากฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน&nbsp;ซึ่งผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีสามารถชำระค่าปรับได้&nbsp;แต่ผู้ที่มีฐานะยากจนต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ&nbsp;และต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา&nbsp;ขณะที่นานาประเทศได้เริ่มปรับเปลี่ยนบทลงโทษความผิดอาญาเป็นมาตรการอื่นที่ไม่ใช่โทษอาญามากขึ้น&nbsp;ดังนั้นจึงควรพัฒนากฎหมายไทยให้สอดคล้องกับนานาประเทศ&nbsp;เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม</p><p><strong>ขณะที่สมาชิกรัฐสภา&nbsp;อภิปรายเห็นด้วยอย่างกว้างขวาง</strong>&nbsp;แต่มีบางส่วน&nbsp;แสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มคนรวยและยากจนได้&nbsp;โดยนายวิษณุ&nbsp;เครืองาม&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้อำนาจเจ้าหน้าที่หรือศาลเปลี่ยนโทษปรับสถานเดียวไปเป็นพินัยได้&nbsp;ซึ่งหลักของการปรับเป็นพินัยจะไม่ถือว่าเป็นโทษอาญา&nbsp;และหากไม่มีเงินจ่ายจะไม่เปลี่ยนเป็นกักขังและไม่ลงในทะเบียนอาชญากรรม&nbsp;โดยอาจสั่งให้เปลี่ยนไปทำงานสาธารณะช่วยเหลือสังคมหรือให้สามารถผ่อนชำระได้&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้กระทำผิดไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นคนจนหรือคนรวย&nbsp;</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวด้วยคะแนน&nbsp;544&nbsp;เสียง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ไม่เห็นด้วยไม่มี&nbsp;และงดออกเสียง&nbsp;3&nbsp;เสียง&nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;กำหนดแปรญัตติภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208194713948"],
    [114,"ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์ เยี่ยมให้กำลังใจทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ในพื้นที่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">&nbsp;พลตรี&nbsp;สามารถ&nbsp;มโนรถมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;36/หัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมรองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตเพชรบูรณ์และคณะ&nbsp;เดินทางพบปะทหารผ่านศึก&nbsp;และครอบครัวทหารผ่านศึก&nbsp;มอบเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;และผ้าห่มกันหนาว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;นาย&nbsp;ดังนี้</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">1.&nbsp;นายจรูญโรจน์&nbsp;ค้อศุภฤกษ์สกุล&nbsp;เป็นราษฎรอาสาสมัครปฏิบัติราชการในพื้นที่อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(ปลดพิการทุพพลภาพ)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;49&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาค้อ&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">2.&nbsp;นายกรเอก&nbsp;ชยณัฐรณชัช&nbsp;เป็นราษฎรอาสาสมัครปฏิบัติราชการในพื้นที่อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(ปลดพิการทุพพลภาพ)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;13&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาค้อ&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">3.&nbsp;นายจำ&nbsp;แซ่ลี&nbsp;เป็นราษฎรอาสาสมัครปฏิบัติราชการในพื้นที่อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(ปลดพิการทุพพลภาพ)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;32/2&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาค้อ&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">&nbsp;4.&nbsp;อส.ทพ.&nbsp;ซะ&nbsp;แซ่หยาง&nbsp;เป็นราษฎรอาสาสมัครปฏิบัติราชการในพื้นที่อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(ปลดพิการทุพพลภาพ)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;6/3&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาค้อ&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);\">5.นายปรีชา&nbsp;อุ้ยวงค์ษา&nbsp;เป็นราษฎรอาสาสมัครปฏิบัติราชการในพื้นที่อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;(ปลดพิการทุพพลภาพ)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;286&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาค้อ&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</span></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>","8/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209001727013"],
    [115,"ผลสำรวจพบว่าคนไทยเข้าใจประโยชน์จากความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย และส่งผลดีต่อจังหวัดชายแดนใต้","<p><strong>ผลสำรวจซูเปอร์โพล&nbsp;(SUPER&nbsp;POLL)&nbsp;เรื่อง&nbsp;ฟื้นสัมพันธ์&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ความหวัง&nbsp;ความห่วงใย&nbsp;ชายแดนใต้</strong>&nbsp;จากกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ&nbsp;1,137&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;4&nbsp;ก&nbsp;พ.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ที่พบว่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;95.5&nbsp;ระบุทุกคนคือคนไทย&nbsp;ไม่ว่าอยู่ภาคใด&nbsp;ศาสนาและวัฒนธรรมใดในประเทศไทย&nbsp;ก็คือคนไทยด้วยกัน&nbsp;/ร้อยละ&nbsp;94.8&nbsp;มองว่าเป็นคนไทยด้วยกันต่างห่วงใยต่อปัญหาใต้&nbsp;พร้อมช่วยกันและไม่ทอดทิ้งกัน&nbsp;/ร้อยละ&nbsp;90.2&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;การฟื้นสัมพันธ์เป็นโอกาสและความหวัง&nbsp;ในการศึกษาเข้าถึงแก่นของศาสนาและยุติปัญหาความรุนแรง&nbsp;และ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;89&nbsp;เชื่อว่าเป็นโอกาสของการจัดตั้ง&nbsp;ศูนย์กลางอาหารฮาลาลโลก&nbsp;สู่ตะวันออกกลาง&nbsp;เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับทราบผลสำรวจดังกล่าว</strong>&nbsp;และรู้สึกดีใจที่ประชาชนคนไทยมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้&nbsp;และที่สำคัญเข้าใจถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ของสองประเทศ&nbsp;ทั้งด้านการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;พลังงานและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และที่สำคัญซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศที่มีบทบาทอย่างมากในกลุ่มสมาชิกของกรอบความร่วมมืออิสลาม&nbsp;(Organization&nbsp;of&nbsp;Islamic&nbsp;Cooperation)&nbsp;หรือ&nbsp;OIC&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อความสัมพันธ์ทางการทูตไทยต่อประเทศตะวันออกกลางและประเทศมุสลิมในภูมิภาคอื่น</p><p><strong>ในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลกจะเดินทางจากซาอุดีอาระเบียมาเยือนประเทศไทย</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากประชาคมโลกว่าเป็นปราชญ์ด้านพหุศาสนาและพหุวัฒนธรรม&nbsp;ต้องการผลักดันความร่วมมือในการป้องกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนต่างศาสนา&nbsp;และจะได้มีการเยี่ยมคารวะสมเด็จพระสังฆราช&nbsp;จุฬาราชมนตรี&nbsp;นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาด้วย&nbsp;ซึ่งถือเป็นอีกวาระสำคัญของการเน้นย้ำของไทยในการเคารพซึ่งทุกศาสนา&nbsp;และยึดมั่นแนวทางการพัฒนาบนพื้นฐานสังคมที่มีความหลากหลาย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อต่อยอดโอกาสจากการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;</strong>ทางศอ.บต.&nbsp;ได้เตรียมจัดเวทีสัมมนาเพื่อระดมความคิดเห็นและรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้นำศาสนา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และประชาชนทุกสาขาอาชีพ&nbsp;กว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ที่มีประสบการณ์ทั้งการเรียน&nbsp;การทำงานและการใช้ชีวิตในราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ข้อมูลที่ได้จะเสนอต่อรัฐบาล&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการจัดทำนโยบายและแนวทางการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป</p>","9/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209144019213"],
    [116,"นายกฯ เผย อยู่ระหว่างดูรายละเอียดโครงสร้างภาษีน้ำมัน ยืนยันรัฐบาลแก้ปัญหาบนพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์","<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตอนนี้</strong>&nbsp;ว่าได้มีการหารือกันแล้วโดยเฉพาะโครงสร้างภาษี&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดของภาษีแต่ละส่วนว่าจะสามารถปรับแก้ตรงไหนได้บ้าง&nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนมาโดยตลอด&nbsp;เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาในหลากหลายมิติ&nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักที่ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มาจากต้นทุนพลังงานโลกที่ปรับสูงขึ้นทั่วโลก&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกประเทศที่อยู่เหนือการควบคุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนทุกคนอดทนรอการแก้ไขปัญหาอีกซักระยะ&nbsp;</strong>เพราะรัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาโดยคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม&nbsp;เพราะมองว่าสถานการณ์ด้านราคาเชื้อเพลิงจะเป็นปัญหาไปอีกซักระยะ&nbsp;ดังนั้นรัฐบาลจะต้องบริหารจัดการใช้งบประมาณในการดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างเหมาะสมเพราะในขณะนี้การอุดหนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพยุงราคาในตอนนี้ก็ต้องใช้งบประมาณกว่าเดือนละ&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาทแล้ว&nbsp;การพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพราะเกี่ยวพันกับงบประมาณที่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทุกกลุ่ม</p><p><strong>นายกฯ&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตหลายด้านในแบบที่ไม่มีรัฐบาลใดเคยเจอมาก่อน</strong>&nbsp;ทั้งโรคระบาด&nbsp;ราคาพลังงาน&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;ความมั่นคงทางภูมิภาค&nbsp;รัฐบาลเองก็ได้พยายามดูแลอย่างรอบด้านซึ่งเป็นสิ่งที่ต่างชาติได้ชื่นชมในการบริหารจัดการของประเทศไทย&nbsp;จึงขอให้ทุกฝ่ายอย่าเอาทุกปัญหาทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายการเมืองมารวมกัน&nbsp;จนเกิดความสับสนวุ่นวาย&nbsp;ฉุดรั้งประเทศไม่ให้เดินต่อไปได้&nbsp;</p>","9/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209144521218"],
    [117,"รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลยังราบรื่น","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ภายหลังการประชุมคณะกรรมการ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวถึงความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลว่า&nbsp;ยังราบรื่นและยังถือว่าดีอยู่&nbsp;ส่วนได้มีการพูดคุยอะไรกับนายกรัฐมนตรีบ้างหรือไม่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ด้านนายสันติ&nbsp;พร้อมพัฒน์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในฐานะรักษาการเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;(พปชร.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การพูดคุยกับพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการกระทรวงกลาโหม</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นการพูดคุยกันเรื่องงานและภายในพรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีปัญหาอะไร</span></p><p><br></p><p><br></p>","9/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209180103352"],
    [118,"จเรทหารทั่วไป สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะตรวจราชการการปฏิบัติราชการของกองเรือยุทธการ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรคในการทำงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พล.อ.คำรณ&nbsp;เครือวิชฌยาจารย์&nbsp;จเรทหารทั่วไป&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;และคณะได้เดินทางไปตรวจสอบการปฏิบัติราชการของกองเรือยุทธการ&nbsp;อ.สัตหีบ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;โดยได้สักการะพระเจ้าบรมวงศ์เธอ&nbsp;พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์&nbsp;กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์&nbsp;องค์บิดาของทหารเรือไทย&nbsp;ที่อยู่ด้านหน้ากองบัญชาการ&nbsp;กองเรือยุทธการ&nbsp;พร้อมกับถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับ&nbsp;พล.ร.อ.สุวิน&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ&nbsp;พล.ร.ท.ไพศาล&nbsp;มีศรี&nbsp;พล.ร.ท.ไพศาล&nbsp;เฮงจิตตระกูล&nbsp;รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ&nbsp;และคณะ&nbsp;ก่อนจะเข้าร่วมประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์การตรวจสอบการปฏิบัติราชการของกองเรือยุทธการ&nbsp;และรับฟังการบรรยายสรุปบทบาทการจัดเตรียมกำลังทางเรือ&nbsp;และการปฏิบัติหน้าที่ตามที่รับมอบหมายจากกองทัพเรือ</p><p><strong>พล.อ.คำรณ&nbsp;เครือวิชฌยาจารย์&nbsp;จเรทหารทั่วไป&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของกองเรือยุทธการกล่าว&nbsp;เพื่อนำนโยบายข้อห่วงใยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มาบอกกล่าวข้าราชการทหารสังกัดกองเรือยุทธการ&nbsp;และเพื่อมารับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ข้อเสนอแนะในการทำงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;รวมทั้งนำเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยจเรทหาร&nbsp;จากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ&nbsp;มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานซึ่งกันและกันด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/2/2022","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209134618188"],
    [119,"นายกฯ ระบุปมรถไฟฟ้าสายสีเขียว ไม่สร้างความขัดแย้งในรัฐบาล ทุกอย่างต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นสำคัญ","<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวถึงการพิจารณาขอความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของกรุงเทพมหานคร&nbsp;(กทม.)&nbsp;เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BTSC&nbsp;บริษัทในเครือของบริษัท&nbsp;บีทีเอส&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;โฮลดิ้งส์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BTS&nbsp;ออกไปอีก&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี&nbsp;2572&nbsp;ออกไปเป็นปี&nbsp;2602&nbsp;นั้นว่าในขณะนี้มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมมาก็ต้องชี้แจงทำความเข้าใจกัน&nbsp;แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาเพราะปัญหาเกิดขึ้นแล้วมีภาระงบประมาณที่ต้องจ่าย&nbsp;ยอมรับว่าข้อสัญญาของรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นมีคามซับซ้อน&nbsp;แต่ตนเองยึดหลักการแก้ไขปัญหาโดยไม่เอื้อประโยชน์แก้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด&nbsp;ยึดหลักผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลักเท่านั้น&nbsp;อีกทั้งต้องคำนึงถึงบริหารจัดการหนี้สาธารณะควบคู่กันไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความขัดแย้งภายในของรัฐบาล&nbsp;</strong>เพราะหน่วยงานด้านกฎหมายได้พิจารณาถี่ถ้วนแล้ว&nbsp;ส่วนจะดำเนินการได้หรือไม่ได้นั้น&nbsp;ขอให้รอผลสรุปอีกครั้งหนึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี</p>","9/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209151706245"],
    [120,"ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ ด่านตรวจ และร้านค้า ในเขตเทศบาลนครยะลาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>พันเอก&nbsp;ธนัช&nbsp;ฉิมพาลี&nbsp;รองเลขาธิการกองอำนวยการรรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยที่ปฏิบัติงานด่านตรวจ&nbsp;&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;&nbsp;พื้นที่เซฟตี้โซน&nbsp;รวมทั้งพบปะให้กำลังใจ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และร้านค้า&nbsp;ตามสั่งการของ&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;ในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จุดตรวจบ้านร่ม,&nbsp;จุดตรวจเซฟตี้โซน&nbsp;ถนนยะลา,&nbsp;จุดตรวจเซฟตี้โซน&nbsp;ถนนระนอง,&nbsp;สถานีตำรวจชุมชนสิโรรส&nbsp;และร้านกาแฟอาเหลียง&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย&nbsp;รวมทั้งได้นำข้อห่วงใยของ&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ&nbsp;ชี้แจงให้กำลังพลได้รับทราบ&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;ก่อนจะพบปะพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ&nbsp;ในบริเวณใกล้เคียง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา&nbsp;ดูแลสอดส่องพื้นที่พบเห็นวัตถุต้องสงสัย&nbsp;</strong>หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-1732999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209141701201"],
    [121,"วันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานในพิธีชุมนุมกำลังพล</strong>สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ครบรอบปีที่&nbsp;68</p><p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดน</strong>จังหวัดพัทลุง&nbsp;ที่1&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานในพิธีชุมนุมกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ครบรอบปีที่&nbsp;68&nbsp;พร้อมด้วยนายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;นายวิญญ์&nbsp;สิทธิเชนทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ว่าที่นายกองเอก&nbsp;อดุล&nbsp;ชูทอง&nbsp;ปลัดจังหวัดพัทลุง&nbsp;และนางมะลิ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุง&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้อ่านสารของผู้บัญชาการ</strong>กองร้อยรักษาดินแดน&nbsp;เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ได้เวียนมาบรรจบ&nbsp;ครบรอบปีที่&nbsp;68&nbsp;ผมขอส่งความปรารถนาดี&nbsp;และความห่วงใยมายังผู้บังคับบัญชา&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;รวมทั้งขอให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนทุกท่าน&nbsp;ได้ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานรำลึกถึงวีรกรรมของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศทั้งกายและใจ&nbsp;เพื่อชาติบ้านเมืองตลอดระยะเวลากว่าหกสิบปี&nbsp;ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงลงพระปรมาภิไธย&nbsp;ในพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดนให้ไว้&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2497&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งถือเป็นวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน</strong>&nbsp;และพระราชทานธงประจำกองอาสารักษาดินแดนเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มิถุนายน&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2497&nbsp;ในพิธีสวนสนามคราวเดียวกันนั้นทรงพระราชทานพระบรมรโชวาทแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ความว่า&nbsp;&nbsp;\"ขอให้เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่โดยพยายามฝึกสอนอบรมประชาชน&nbsp;ให้เข้าใจกิจการในหน้าที่ของตน&nbsp;ทั้งในส่วนตัวของบุคคล&nbsp;ของครอบครัว&nbsp;ของหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่&nbsp;ตลอดจนชาติบ้านเมืองในที่สุด&nbsp;เพื่อได้มีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกัน&nbsp;ที่จะช่วยป้องกันภัยอันตรายและรักษาความสงบในท้องถิ่นของตน&nbsp;ด้วยความองอาจ&nbsp;กล้าหาญ&nbsp;และซื่อสัตย์สุจริต&nbsp;เพื่อชาติบ้านเมือง&nbsp;และความเป็นเอกราชของเราจะได้วัฒนาถาวร\"&nbsp;ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีนโยบายชัดเจนในการพัฒนาขีดความสามารถในกำลังพล&nbsp;ให้มีความเป็นธรรมและอยู่ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี&nbsp;จงภาคภูมิใจและมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;ตามคำขวัญที่ว่า&nbsp;มิใช่แต่ตำรวจหรือทหารที่ป้องกันพสุธาก็หาไม่&nbsp;อส.&nbsp;ก็หวงแหนแผ่นดินไทย&nbsp;พลีชีพให้ทั้งตายเป็นเช่นเดียวกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ด้านนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ได้มอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และนางมะลิ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพัทลุงพร้อมด้วยสมาชิกเหล่ากาชาด&nbsp;ได้มอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;จากมูลนิธิกองอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ทุน&nbsp;และทุนสวัสดิการกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดพัทลุง&nbsp;ที่1&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ทุน</p><p><strong>ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้ให้กำลังใจกำลังพลสมาชิก</strong>กองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;12&nbsp;กองร้อย&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ&nbsp;ตั้งใจปฏิบัติหน้า&nbsp;และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/2/2022","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209145356232"],
    [122,"ครม.เห็นชอบการ One MAP แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน (11 จังหวัด)","<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;4000&nbsp;(One&nbsp;Map)</strong>&nbsp;และรับรองเส้นแนวเขตที่ดินของรัฐ&nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตที่ดินของรัฐ&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;เริ่มเปิดโครงการตั้งแต่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2559&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในโครงการฯ&nbsp;และมอบนโยบายในการดำเนินการ&nbsp;ปรับปรุงแผนเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1:4000&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลต้องการจัดการที่ดินของรัฐ&nbsp;ให้มีแนวเขตที่ดินตรงตามที่ประกาศในกฎหมาย&nbsp;แนวเขตที่ดินต้องต่อกันสนิท&nbsp;ไม่ทับซ้อนและไม่มีช่องว่าง&nbsp;และได้รับประโยชน์จากการที่แนวเขตที่ดินของรัฐเป็นแนวเดียวกัน</p><p><strong>แนวเขตที่ดินดังกล่าว&nbsp;จะช่วยแก้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานภาครัฐ</strong>ที่เกี่ยวข้องกับแนวเขตของที่ดิน&nbsp;ซึ่งเดิมแต่ละหน่วยงานอาจมีแผนที่หรือแนวเขตของตัวเอง&nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกัน&nbsp;ทำให้เกิดข้อพิพาทในแนวที่ดินต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีกฎหมายเกี่ยวข้องแตกต่างกัน&nbsp;ซึ่งกระทบต่อประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินเหล่านั้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209173812334"],
    [123,"ครม. มีมติเห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG","<p><strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบ&nbsp;ร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG</strong>&nbsp;(การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio&nbsp;-&nbsp;Circular&nbsp;-&nbsp;Green&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2565-2570)&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ให้มีคุณภาพที่ดี&nbsp;ด้วยการใช้ความรู้&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;จัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;การสร้างคุณค่า&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;จากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;และการสร้างความสามารถในการพึ่งตนเอง</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;ไทยในฐานะเจ้าภาพการจัดการประชุมเอเปค&nbsp;(APEC&nbsp;2022)&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ&nbsp;21&nbsp;เขตเศรษฐกิจชั้นนำ&nbsp;และมีโอกาสต้อนรับผู้นำระดับโลก&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสื่อสารการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของไทย&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ให้ทั่วโลกได้รับรู้ผ่านทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเวทีดังกล่าว&nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ต้องสอดคล้องกับการพัฒนาในระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม&nbsp;และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","9/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209173319331"],
    [124,"รอง.ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหารพร้อมคณะลงพื้นที่ประเมิน การขับเคลื่อนแผนงานตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ประจำปี 2565 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>พ.อ.วรพรต&nbsp;แก้ววิจิตร&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงาน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;แผนงานตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลเหล่าหมี&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;เพื่อติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อน&nbsp;แผนงานตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ตำบลเหล่าหมี&nbsp;พร้อมประชุมรับฟังปัญหา&nbsp;ข้อเสนอแนะจากคณะติดตาม&nbsp;ประเมินผล&nbsp;เพื่อให้การดำเนินโครงการ&nbsp;แผนงานตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;อบต.เหล่าหมี&nbsp;อ.ดอนตาล&nbsp;โดยมีนายปราโมทย์&nbsp;ศรีมุกดา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าหมี&nbsp;และคณะทำงาน&nbsp;แผนงานตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ตำบลเหล่าหมี&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>พ.อ.วรพรต&nbsp;แก้ววิจิตร&nbsp;</strong>รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;แผนงานตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เป็นหนึ่งในแผนแม่บทย่อยด้านการรักษาความสงบภายในประเทศและแผนแม่บทย่อยด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วยด้านการเสริมสร้างความมั่นคง&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด&nbsp;ด้านการบริหารจัดการผู้คนหลบหนีเข้าเมือง&nbsp;ด้านการรักษาความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;โดยมีกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;กำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;ติดตามและประเมินผล&nbsp;และนอกจากนั้น&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;ยังได้รับมอบหมายเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;พร้อมกับรับทราบปัญหาและให้ข้อเสนอแนะการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนงาน&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์&nbsp;</p><p><strong>จากการลงพื้นที่ครั้งนี้</strong>&nbsp;ทราบว่าประชาชน&nbsp;ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไข&nbsp;คือปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ปัญหายาเสพติด&nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;ปรับปรุงถนนระหว่างหมู่บ้านที่ชำรุดให้สัญจรสะดวก&nbsp;ขยายเขตไฟฟ้าแรงต่ำ&nbsp;เนื่องจากการขยายตัวของชุมชน&nbsp;ทั้งนี้คณะทำงานทั้ง&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;(ระดับจังหวัด)&nbsp;ได้รวบรวมข้อมูลนำไปจัดทำแผน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาสู่ตำบลต้นแบบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","9/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209175301349"],
    [125,"ตำรวจชุดคลี่คลายคดี 2 มือปืนยิงชาวต่างชาติเสียชีวิตในพื้นที่ตำบลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ปูพรมตามที่พักแหล่งชาวต่างชาติ แต่ยังไม่พบตัวคนร้าย","<p><strong>จากกรณี&nbsp;ชาวต่างชาติที่ถูก&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;ยิงเสียชีวิตในพื้นที่ตำบลราไวย์</strong>&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;&nbsp;(วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี&nbsp;ได้สนธิกำลังวางแผนเข้าตรวจค้นเป้าหมายที่คาดว่าจะเป็นจุดหลบซ่อนตัวของคนร้ายที่ก่อเหตุ&nbsp;&nbsp;โดยเป้าหมายหลักที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้น&nbsp;อยู่ภายในซอยไสยวน&nbsp;9&nbsp;ตำบลราไวย์&nbsp;ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่&nbsp;ที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยอยู่&nbsp;ทั้งที่เป็นบ้านเช่า&nbsp;แมนขั่น&nbsp;อพาร์ตเม้นท&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;วิลล่า&nbsp;และสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบเสื้อและหมวกแก๊ปที่ถูกถอดทิ้งไว้</strong>&nbsp;และเบาะแสจากกล้องวงจรปิด&nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;ได้มีการตรวจสอบหนังสือเดินทางและเปรียบเทียบภาพถ่าย&nbsp;รูปพรรณสัณฐาน&nbsp;แต่ยังไม่พบบุคคลต้องสงสัยที่มีลักษณะคล้ายกับ&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;และขณะนี้ชุดคลี่คลายคดี&nbsp;ได้มีการแบ่งกำลังออกไปตามจุดต่างๆ&nbsp;และยังคงมีการติดตามคนร้ายอย่างอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ยังไม่มีเบาะแสใดๆ&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;</p><p><strong>ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เร่งเก็บหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมตัวคนร้ายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209204033413"],
    [126,"เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. เบตง เข้าจับกุมพ่อค้ายาไอซ์ คา ขนำ ภายในสวนผลไม้หลังสำนักสงฆ์วัดถ้ำเก้าอี้ รับสารภาพ ถูกจับดำเนินคดีมาแล้ว 2 ครั้ง นำมาขายให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่","<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กพ.65&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;สืบทราบว่า&nbsp;</strong>ที่ขนำ&nbsp;มีบ่อเลี้ยงปลานิลอยู่ด้านหน้า&nbsp;ภายในสวนผลไม้&nbsp;บ้านกุนุงจนอง&nbsp;&nbsp;ต.เบตง&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังเขาสำนักสงฆ์วัดถ้ำเก้าอี้&nbsp;มีการลักลอบขายยาไอซ์&nbsp;และมีกลุ่มวัยรุ่นมานั่งมั่วสุมเป็นประจำในช่วงเวลากลางคืน&nbsp;จึงสั่งการให้&nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;ประสาน&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;รับผิดชอบงานยาเสพติด&nbsp;นายปัจฉิมณรงค์&nbsp;ปัจจิมเพ็ชร&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอเบตง&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445,&nbsp;ฉก.ตชด.44,&nbsp;อส.อำเภอเบตง&nbsp;(ชป.เอราวัณ)&nbsp;เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นจับกุม</p><p><strong>โดยใช้รถจักรยานยนต์&nbsp;ขี่อ้อมไปตามถนนภายในสวนยางพาราบริเวณบ้านยี้ไร่</strong>&nbsp;ประมาณ&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อจะเข้าทางป่าด้านหลังขนำ&nbsp;เนื่องจากขนำดังกล่าวเจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าตรวจค้นหลายครั้งแล้ว&nbsp;แต่กลุ่มผู้ค้ายาก็ไหวตัวทันหนีได้ตลอด&nbsp;เพราะมีกลุ่มวัยรุ่นบริเวณปากทางเข้าโทรศัพท์ไปแจ้งให้หลบหนี&nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็กระจายกำลังปิดล้อม&nbsp;จนสามารถจับกุมนายรุสดี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;28/5&nbsp;ถ.กุนุงจนอง1&nbsp;ต.เบตง&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พร้อมของกลางยาไอซ์&nbsp;5&nbsp;ถุง&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;197.6&nbsp;กรัม&nbsp;ตราชั่งดิจิตอล&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;อุปกรณ์การแบ่งยาไอซ์&nbsp;อุปกรณ์การเสพยาไอซ์&nbsp;และโทรศัพท์มือถือ&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;&nbsp;อยู่ภายในขนำที่เกิดเหตุ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบและทำบันทึกจับกุมที่กองร้อย&nbsp;ตชด.445</p><p><strong>จากการสอบสวนเบื้องต้น&nbsp;รับสารภาพ&nbsp;มีอาชีพเลี้ยงปลานิลขาย</strong>&nbsp;เคยถูกจับดำเนินคดีเกี่ยวกับยาไอซ์มาแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ยาไอซ์ที่ถูกจับกุมพึ่งมีคนนำมาส่งให้เมื่อคืนนี้&nbsp;ตนขายยาไอซ์มาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;เดือนนึง&nbsp;ตนจะสั่งซื้อยาไอซ์ประมาณ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;แต่ละครั้งจะได้ประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ขีด&nbsp;ซึ่งจะมีคนนำมาวางไว้ข้างลำธารก่อนถึงขนำ&nbsp;แล้วตนก็จะไปเก็บนำมาแบ่งจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่น&nbsp;ในราคา&nbsp;กรัมละ&nbsp;700&nbsp;บาท&nbsp;ลูกค้าส่วนใหญ่จะขี่รถจักรยานยนต์มาซื้อในขนำ&nbsp;ตนจะไม่นำยาไอซ์ออกมาส่งให้ในเมือง&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่&nbsp;ส่วนผู้ที่มาแสพที่ขนำก็จะเป็นพรรคพวกเพื่อนฝูง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหามีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;พร้อมนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209202034401"],
    [127,"ครม.อนุมัติงบกลาง 3,150 ล้านบาท ตอบแทนเป็นขวัญกำลังใจให้ อสม. เพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 6 เดือน","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;2565&nbsp;งบกลาง&nbsp;&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ภายใต้โครงการค่าตอบแทน&nbsp;&nbsp;เยียวยา&nbsp;ชดเชยและเสี่ยงภัย&nbsp;</p><p>สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)&nbsp;ในการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในชุมชน&nbsp;วงเงินจำนวน&nbsp;3,150&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่&nbsp;อสม.จำนวน&nbsp;1,039,729&nbsp;คน&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร(อสส.)&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;10,577&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;1,050,306&nbsp;คน&nbsp;ในอัตราเดือนละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ต่อคนระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","9/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บุรีรัมย์","สวท.บุรีรัมย์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209202709405"],
    [128,"รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่เร่งตรวจสอบป่าสงวนน้ำตกหินลาด? เกาะสมุย? หลังพบถูกบุกรุก? ตัดไม้? นำไม้ผลเข้ามาปลูกหวังยึดครองใช้ประโยชน์","<p><strong>พลตรี&nbsp;ศานติ&nbsp;ศกุนตนาค&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ</strong>การบุกรุกป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกหินลาด?&nbsp;บริเวณพื้นที่&nbsp;หมู่4&nbsp;ตำบลลิปะน้อย&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี?&nbsp;หลังได้รับรายงาน?&nbsp;พบถูกบุกรุก?ทำลาย?&nbsp;มีการตัดต้นไม้?&nbsp;พร้อมปรับพื้นที่นำต้นมังคุด&nbsp;ต้นทุเรียน&nbsp;เข้าไปปลูกในพื้นที่ป่า&nbsp;เพื่อเตรียมการเข้าไปยึดครองภายหลัง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ศรีจันทร์&nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจป่า&nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;สฎ.16&nbsp;(เกาะสมุย)&nbsp;,&nbsp;นาย&nbsp;จิรภัทร&nbsp;ชูจันทร์&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;และ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;พื้นที่เกาะสมุย&nbsp;เข้าร่วมตรวจสอบ?&nbsp;พร้อมตรวจเก็บหลักฐาน?&nbsp;ดำเนินคดีกับผู้มีส่วนกระทำผิดต่อไป</p><p><strong>รองแม่ทัพภาคที่?&nbsp;4&nbsp;ได้สั่งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ</strong>?กับผู้ที่ลักลอบบุกรุกทำลายป่าโดยด่วน&nbsp;เนื่องจากป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำตกหินลาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลลิปะน้อย&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ถือเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกใหม่ในพื้นที่?เกาะสมุย?&nbsp;จึงต้องเร่งแก้ไขและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลรักษา?&nbsp;เพื่อไม่ให้ป่าโดนบุกรุกทำลาย&nbsp;ขยายวงกว้าง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210101124490"],
    [129,"นายกรัฐมนตรี มีถ้อยแถลงการเป็นเจ้าภาพเอเปค สัปดาห์หน้าผู้แทนของเขตเศรษฐกิจเอเปค จะเริ่มต้นการหารือรอบแรกของปี ","<p><strong>กระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;เผยแพร่ถ้อยแถลงของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเป็นเจ้าภาพเอเปค&nbsp;ค.ศ.2023&nbsp;-&nbsp;2024&nbsp;ความว่า&nbsp;ปีนี้&nbsp;ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย&nbsp;-&nbsp;แปซิฟิก&nbsp;หรือเอเปค&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ภูมิภาคของเรา&nbsp;ตั้งเป้าหมายจะฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;อย่างยั่งยืนและครอบคลุม&nbsp;โดยในสัปดาห์หน้า&nbsp;ผู้แทนของเขตเศรษฐกิจเอเปค&nbsp;จะเริ่มต้นการหารือรอบแรกของปี&nbsp;เพื่อวางแผนงานสําหรับปีนี้และผลักดันการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอาโอทีอารยา&nbsp;ซึ่งได้รับความเห็นชอบเมื่อปีที่แล้ว&nbsp;เพื่อการบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ปุตราจายา&nbsp;ค.ศ.2040&nbsp;โดยวิสัยทัศน์นี้&nbsp;จะกําหนดแนวทางการดำเนินงานของเอเปคในอีก&nbsp;20&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;ซึ่งหัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปค&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;เปิดกว้าง&nbsp;สร้างสัมพันธ์&nbsp;เชื่อมโยงกัน&nbsp;สู่สมดุล&nbsp;</p><p><strong>โดยประเด็นสำคัญคือ&nbsp;การทำให้เอเปค&nbsp;เปิดกว้างสู่ทุกโอกาส</strong>&nbsp;เชื่อมโยงในทุกมิติและสร้างสมดุลในทุกด้าน&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความไม่สมดุลที่เห็นเด่นชัดขึ้นจากวิกฤตโรคระบาดและการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค&nbsp;ด้วยการนำแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ซึ่งเป็นโมเดลที่บูรณาการแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;3&nbsp;ข้อเข้าด้วยกันมาใช้ประโยชน์</p><p><strong>ส่วนภารกิจของเอเปค&nbsp;เป็นงานระยะยาวที่ต้องการความร่วมมือ</strong>และความพยายามอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ความมุ่งมั่นของสมาชิกเอเปค&nbsp;ที่มีต่อการพัฒนาภูมิภาคเอเชีย&nbsp;-&nbsp;แปซิฟิก&nbsp;จะถูกสานต่อโดยเจ้าภาพเอเปคในปีต่อๆ&nbsp;ไป&nbsp;โดยความยินดีที่จะประกาศว่า&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;จะเป็นเจ้าภาพเอเปคในปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2023&nbsp;และเปรูจะเป็น&nbsp;เจ้าภาพเอเปคในปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2024&nbsp;ด้วยความร่วมมือกัน&nbsp;พวกเรา&nbsp;จะเติมเต็มเป้าหมายร่วมในการสร้างประชาคมเอเชีย&nbsp;-&nbsp;แปซิฟิก&nbsp;ที่เปิดกว้าง&nbsp;มีพลวัต&nbsp;พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและมีสันติภาพ&nbsp;เพื่อประชาชนของเราทุกคนและคนรุ่นหลัง</p><p><strong>&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไทยรอที่จะต้อนรับผู้นำเอเปค&nbsp;สู่ประเทศไทย</strong>&nbsp;ในเดือนพฤศจิกายนนี้&nbsp;ซึ่งทุกคนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดเป้าหมายที่สำคัญสำหรับภูมิภาคร่วมกัน</p><p><br></p><p><br></p>","10/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210105507516"],
    [130,"จับมือพรรคเล็ก ตั้งกลุ่ม 16 โหวตสวนรัฐบาล ยืนยันไม่ได้ตั้งเพื่อเรียกผลประโยชน์ แต่อาจกดดันรัฐบาลยุบสภา","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายมงคลกิตติ์&nbsp;สุขสินธารานนท์&nbsp;ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงการจัดตั้งกลุ่ม&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นการรวมตัวของกลุ่มพรรคเล็กเดิมและฝ่ายค้านบางส่วน&nbsp;ซึ่งแนวทางการทำงานคล้ายกับพรรคร่วมฝ่ายค้านและกลุ่มนี้ได้ตั้งตนเองเป็นผู้ประสานงานและตั้งให้นายพิเชษฐ&nbsp;สถิรชวาล&nbsp;ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;เป็นหัวหน้ากลุ่ม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการหารือทางกลุ่ม&nbsp;มีมติว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เรื่องใดก็ตามของรัฐบาลที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนและไม่สามารถแก้ปัญหาได้&nbsp;ทางกลุ่มจะมีมติโหวตในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นหลัก&nbsp;ไม่สนมติวิปรัฐบาล</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งนี้ยืนยันด้วยว่าการที่ตั้งกลุ่ม&nbsp;16&nbsp;คนขึ้นมา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ไม่ได้ต้องการเป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง&nbsp;หรือเรียกรับผลประโยชน์อื่นใด&nbsp;แต่อาจตั้งมาเพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา&nbsp;หรือลาออกมากกว่า&nbsp;พร้อมเปิดเผยว่ากลุ่ม&nbsp;16&nbsp;คนที่มีการรวมกันตอนนี้อาจจะมีแนวทางการเมืองในอนาคตร่วมกัน&nbsp;หรือตั้งทัพสู้ศึกเลือกตั้งในครั้งหน้าเป็นพรรคเดียวกัน&nbsp;หรือหากด้วยกับแนวทางของพรรคเศรษฐกิจไทย&nbsp;ก็อาจจะไปรวมกันเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต&nbsp;แต่ต้องรอยุบสภา</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","10/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210153311734"],
    [131,"กองทัพบก ส่งกำลังพลเข้าร่วมกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้การฝึกผสมรหัส Hanuman Guardian 2022","<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กองทัพบกเดินหน้าเสริมสร้างทักษะด้านการทหารให้กำลังพลสู่มาตรฐานสากล&nbsp;โดยเฉพาะการฝึกผสมกับกองทัพมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีกำหนดการเข้าร่วมการฝึกผสมรหัส<strong>&nbsp;Hanuman&nbsp;Guardian&nbsp;2022&nbsp;</strong>&nbsp;กับ&nbsp;กองพลน้อยส่งทางอากาศที่&nbsp;4&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;25&nbsp;กองกำลังทางบกสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก&nbsp;และหนึ่งในกิจกรรมการฝึกดังกล่าวคือ&nbsp;การกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p><strong>กองทัพบกได้ส่งกำลังพล&nbsp;กองร้อยส่งกำลังทางอากาศ&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;นาย&nbsp;</strong>ร่วมเข้าร่วมการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์&nbsp;ณ&nbsp;Joint&nbsp;Base&nbsp;Lewis-McChord&nbsp;(JBLM)&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;เป็นการสนธิกำลังจากหลายหน่วย&nbsp;ซึ่งกองทัพบกได้เตรียมความพร้อมด้านการฝึก&nbsp;ด้านธุรการ&nbsp;ควบคู่กับการป้องกันโควิด-19&nbsp;ทั้งก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;และหลังการฝึก&nbsp;กำลังพลได้รับการเสริมสร้างทักษะด้านยุทธวิธีทางทหาร&nbsp;สมรรถภาพร่างกาย&nbsp;ภาษา&nbsp;การรับวัคซีน&nbsp;และการทดสอบหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โดยมีกำหนดเดินทางออกจากประเทศไทย&nbsp;ในวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สหรัฐฯ&nbsp;ให้การสนับสนุนการเคลื่อนย้ายกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์ในการฝึก&nbsp;ตามกรอบความร่วมมือ&nbsp;</strong>นอกจากนี้การฝึกยังได้รับอนุญาตจาก&nbsp;ศบค.&nbsp;ให้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รวมทั้งการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดในขณะอยู่ที่สหรัฐฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยดำเนินการฝึกด้วยระบบปิด&nbsp;และใช้มาตรการกักตัวในการฝึกทางทหาร&nbsp;มีการตรวจคัดกรองหาเชื้อตามห้วงเวลา</p><p>การฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์ระหว่างกองทัพบกและกองทัพบกสหรัฐ&nbsp;ได้ดำเนินการฝึกร่วมกันมาหลายครั้ง&nbsp;นอกจากจะเพิ่มพูนทักษะและประสบการณ์ทางทหารให้กับกำลังพล&nbsp;โดยเฉพาะการส่งกำลังเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการแล้ว&nbsp;ยังเป็นโอกาสอันดีกระชับความสัมพันธ์&nbsp;และเสริมสร้างความร่วมมือทางทหาร&nbsp;นำมาซึ่งความมั่นคงในมิติอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กองทัพบกตระหนักดีถึงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในปัจจุบัน</strong>&nbsp;ได้มีการปรับตัวให้สอดคล้องและเหมาะสม&nbsp;ด้วยการปรับมาตรการ&nbsp;สร้างความปลอดภัยอย่างเต็มที่&nbsp;และดำรงไว้ซึ่งภารกิจในรูปแบบต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะการฝึกศึกษากับกองทัพมิตรประเทศ&nbsp;ซึ่งยังคงมีความจำเป็นที่ต้องดำรงความต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้เกิดพัฒนาการทางทหารและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป</p>","10/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210115711577"],
    [132,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม. เคาะแผนที่ One Map ใน 11 จังหวัด ใช้มาตราส่วน 1 : 4000 แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน  ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราดรายงาน&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีมติ&nbsp;เห็นชอบผลดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;4000&nbsp;(One&nbsp;Map)&nbsp;และรับรองเส้นแนวเขตที่ดินของรัฐ&nbsp;กลุ่มจังหวัดที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นนทบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;อ่างทอง&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินฯ&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนของหน่วยงานรัฐ&nbsp;9&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;กรมธนารักษ์&nbsp;กรมที่ดิน&nbsp;กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ</strong>&nbsp;และใช้มาตราส่วนในแผนที่แนบท้ายกฎหมายแตกต่างกัน&nbsp;ส่งผลให้มีพื้นที่ทับซ้อนกว่า&nbsp;542.35&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ซึ่งมีมากกว่าพื้นที่ประเทศไทยที่มีประมาณ&nbsp;320.7&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะใช้แผนที่&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;</strong>ที่&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ให้ความเห็นชอบแทนแผนที่แนบท้ายกฎหมาย&nbsp;และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;360&nbsp;วัน&nbsp;โดยอาจขอขยายระยะเวลาการดำเนินการต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้ไม่เกิน&nbsp;180&nbsp;วัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติพิจารณาแก้ปัญหาหรือให้ความช่วยเหลือประชาชน</strong>ได้ตามความเหมาะสม&nbsp;รวมทั้งให้กำหนดหลักการคุ้มครองและรับรองการดำเนินการของคณะกรรมการ&nbsp;คณะทำงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐนั้นด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","10/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210114328570"],
    [133,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.เห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (พ.ศ. 2565-2570)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">(10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงาน&nbsp;ว่า&nbsp;</span>ตามที่&nbsp;ครม.&nbsp;(19&nbsp;ม.ค.&nbsp;64)&nbsp;มีมติเห็นชอบให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;สอดคล้องกับเป้าหมายการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;SDGs)&nbsp;ของสหประชาชาติเพื่อแก้ปัญหาที่ทั้งโลกกำลังเผชิญ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาสภาวะโลกร้อน&nbsp;ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ล่าสุด&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบ&nbsp;ร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG</strong>&nbsp;(การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio&nbsp;-&nbsp;Circular&nbsp;-&nbsp;Green&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2565-2570)&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้มีคุณภาพที่ดี&nbsp;ด้วยการใช้ความรู้&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;จัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;การสร้างคุณค่า&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;จากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;และการสร้างความสามารถในการพึ่งตนเอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ภายใต้&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1</strong>&nbsp;การสร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากร&nbsp;ความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรมด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และการใช้ประโยชน์&nbsp;มีตัวชี้วัดอาทิ&nbsp;คลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมดิจิทัล&nbsp;เทคนิคและนวัตกรรม&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;สภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;โดยมีโครงการ&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการคลังข้อมูลดิจิทัลความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรมโดยบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;ให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Biodiversity&nbsp;Genome&nbsp;Project&nbsp;และโครงการการจัดทำแผนที่ใต้สมุทร&nbsp;และฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งทะเลไทย&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;2,290&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2</strong>&nbsp;การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร&nbsp;อัตลักษณ์&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&nbsp;และเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มีตัวชี้วัดอาทิ&nbsp;อัตราการขยายตัวของ&nbsp;GDP&nbsp;ของภูมิภาคเติบโตเพิ่มขึ้น&nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากปีพ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ลดลงไม่น้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านคน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;1,820&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับ&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการพัฒนาการเกษตรเศรษฐกิจจากจุลินทรีย์และเห็ดรา&nbsp;เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;โครงการการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จากความหลากหลายทางชีวภาพสู่ความมั่งคั่ง&nbsp;มั่นคง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โครงการยกระดับคุณภาพ&nbsp;ความปลอดภัย&nbsp;และมาตรฐานของอาหาร&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;(Street&nbsp;Food/วิสาหกิจชุมชน)&nbsp;และโครงการพลังงานชุมชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;</strong>การยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน&nbsp;(ประกอบด้วย&nbsp;5&nbsp;สาขา&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาขาการเกษตร&nbsp;และอาหาร&nbsp;สาขาการแพทย์และสุขภาพ&nbsp;สาขาพลังงาน&nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ&nbsp;สาขาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และสาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน)&nbsp;โดยมีตัวชี้วัดสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;เพิ่ม&nbsp;GDP&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;3&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;รายได้ครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท/&nbsp;ครัวเรือน/ปี&nbsp;เพิ่ม&nbsp;GDP&nbsp;สาขายาและวัคซีน&nbsp;เป็น&nbsp;9&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;สาขาเครื่องมือแพทย์สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;100,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มการเข้าถึงเครื่องมือแพทย์ให้ประชาชน&nbsp;ในภูมิภาคและชนบท&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพิ่มอันดับการจัดอันดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;(Global&nbsp;Wellness&nbsp;Travel&nbsp;Ranking)&nbsp;เป็น&nbsp;Top&nbsp;5&nbsp;ภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2570&nbsp;การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงไม่น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ภายในปี&nbsp;2570&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยมีตัวอย่างโครงการที่สำคัญ&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;โครงการ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;สาขาเกษตรแบบบูรณาการเชิงพื้นที่&nbsp;(Area&nbsp;Based)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการ&nbsp;การใช้ประโยชน์จากคลังข้อมูลขนาดใหญ่ภาคการเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเพิ่ม&nbsp;ประสิทธิภาพ&nbsp;การผลิต&nbsp;และจัดสมดุลการผลิต&nbsp;-&nbsp;การตลาด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการ&nbsp;รับรองมาตรฐานสินค้าปลอดภัยเชื่อมสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;สู่อุตสาหกรรมอาหาร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการพัฒนากลไกบริหารจัดการและมาตรการ&nbsp;เพื่อลดการสูญเสียอาหาร&nbsp;(food&nbsp;loss)&nbsp;และขยะอาหาร&nbsp;(food&nbsp;waste)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการยกระดับแพลตฟอร์มการผลิตวัคซีนระดับอุตสาหกรรม&nbsp;ครบวงจร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการการผลิตยาต้านไวรัสรองรับการระบาดใหญ่&nbsp;และสร้างศักยภาพการผลิตยาภายในประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการยกระดับ&nbsp;การแพทย์จีโนมิกส์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการบริการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาด้านนวัตกรรมและเสริม&nbsp;มาตรฐานเครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลนให้เป็นสากล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการ&nbsp;ยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยด้วยนวัตกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">10.&nbsp;&nbsp;โครงการการพัฒนาแนวทาง&nbsp;วิธีการ&nbsp;และกระบวนการติดตามประเมินผล&nbsp;การกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากโครงการภาคป่าไม้ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อให้เกิดการรับรองเป็นคาร์บอนเครดิต&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ&nbsp;ตามมาตรฐานของประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">11.&nbsp;&nbsp;โครงการการพัฒนาพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">12.&nbsp;&nbsp;โครงการยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการท้องถิ่น&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวหลังโควิด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">13.&nbsp;&nbsp;โครงการสร้างความรับรู้และมีส่วนร่วม&nbsp;ในเรื่อง&nbsp;BCG</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">14.&nbsp;&nbsp;โครงการจัดการขยะพลาสติกครบวงจร&nbsp;แยก&nbsp;รวบรวม&nbsp;จัดเก็บ&nbsp;หมุนเวียนใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมให้มีการนำมาใช้ซ้ำ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">15.&nbsp;&nbsp;โครงการบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสีย&nbsp;อาหารและขยะอาหารระดับชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;4</strong>&nbsp;การเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแส&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;โดยตัวชี้วัด&nbsp;อาทิ&nbsp;จำนวนผู้ที่ได้รับการพัฒนาให้มีทักษะที่สูงขึ้นไม่น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;จำนวนวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)&nbsp;และธุรกิจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ&nbsp;BCG&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีตัวอย่างโครงการที่สำคัญเช่น&nbsp;โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Youth&nbsp;Startup&nbsp;Fund)&nbsp;โครงการ&nbsp;พลิกโฉมการเรียนรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ด้วยนวัตกรรม&nbsp;และศาสตร์เชิงบูรณาการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ประโยชน์ของ&nbsp;BCG&nbsp;โมเดล</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ถ้านำแนวคิดเรื่อง&nbsp;BCG&nbsp;มาใช้&nbsp;จะทำให้คนตกงาน&nbsp;เริ่มหันกลับมาสนใจการทำงานในภาคการเกษตร&nbsp;ช่วยลดภาวะการว่างงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;</strong>ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารในระดับที่ดี&nbsp;ในแง่ของการผลิต&nbsp;ไทยผลิตอาหารได้เป็นอันดับต้นๆ&nbsp;ของโลก&nbsp;แต่ผลิตอาหารประเภทส่วนเกิน&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต&nbsp;เช่น&nbsp;แป้ง&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ในจำนวนมาก&nbsp;ขณะที่อาหารประเภทโปรตีน&nbsp;กลับผลิตได้ไม่เพียงพอ&nbsp;จึงต้องพยายามปรับให้การผลิตอาหารประเภทส่วนเกินมาเป็นโปรตีน&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้กับประเทศ&nbsp;ด้วยการนำแนวทาง&nbsp;BCG&nbsp;เข้าไปช่วย&nbsp;และทำให้กลุ่มคนทุกระดับ&nbsp;ได้รับสารอาหาร&nbsp;และสามารถเข้าถึงอาหารได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านพลังงาน&nbsp;</strong>ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาแก๊สธรรมชาติมาก&nbsp;ใช้ในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;60%&nbsp;และมีแนวโน้มว่าจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากในอนาคต&nbsp;BCG&nbsp;จะเข้ามาช่วยให้ไทยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน&nbsp;จากเดิม&nbsp;16.5%&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;20%</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านสุขภาพ</strong>&nbsp;ในแต่ละปีประเทศไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มยา&nbsp;และเวชภัณฑ์&nbsp;ในปัจจุบันทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมกำลังศึกษาเรื่องการผลิตยา&nbsp;เช่น&nbsp;ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน&nbsp;ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง&nbsp;ยารักษาโรคมะเร็ง&nbsp;เพื่อลดการนำเข้ายาในอนาคต&nbsp;เช่นเดียวกับวัคซีนที่อยู่ในขั้นการทดลอง&nbsp;เพื่อนำมาใช้จริง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านความยั่งยืน</strong>&nbsp;เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;คาดหวังว่าเมื่อทำ&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;ได้แล้ว&nbsp;จะสามารถลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติลงไป&nbsp;อีกทั้งยังสามารถ&nbsp;ลดมลพิษ&nbsp;เช่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ขยะ&nbsp;น้ำเสีย&nbsp;การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ดูแลสัตว์สูญพันธุ์&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;ในรูปแบบเดิมอาจทำให้ธรรมชาติสึกหรอ&nbsp;แต่เมื่อมีการวางแผนการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการดูแลธรรมชาติ&nbsp;จะทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวเกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210120602582"],
    [134,"ภูเก็ตชุดคลี่คลายคดีพบวัตถุต้องสงสัยในทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 20 เมตรและห่างจากจุดเกิดประมาณ 100 เมตร รอ ผบ.ตร.แถลงความคืบหน้าคดียิงชาวต่างชาติบ่ายนี้","<p><strong>จากกรณี&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเป็นชาวต่างชาติ&nbsp;กระหน่ำยิงชายชาวต่างชาติ</strong>&nbsp;สัญชาติอินเดีย&nbsp;เสียชีวิตคาวิลล่าหรู&nbsp;ริมหาดมิตรภาพ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;4&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังติดตามตัวคนร้าย&nbsp;</p><p><strong>โดยชุดสืบสวน&nbsp;บก.สส.ภ.8&nbsp;พร้อมด้วยชุดสืบสวน&nbsp;</strong>กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต&nbsp;ตลอดจนชุดสืบสวน&nbsp;บก.ป.ลงพื้นที่ต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นสถานที่ที่&nbsp;2&nbsp;มือปืนพักอาศัยในย่าน&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;&nbsp;อ.เมือง&nbsp;&nbsp;ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;กม.&nbsp;เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย&nbsp;หลังพบภาพ&nbsp;2&nbsp;มือปืนเดินผ่านกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ&nbsp;หลังก่อเหตุ&nbsp;จนพบหมวกแก๊ปและเสื้อฮูดแขนยาวที่เชื่อว่าเป็นของคนร้ายถอดทิ้งอยู่บริเวณสวนยางพารา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความคืบหน้าล่าสุด&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.)&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิสูจน์หลักฐาน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด&nbsp;EOD&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และ&nbsp;ตชด.42&nbsp;ลงพื้นที่หาดมิตรภาพห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;โดยใช้เครื่องสแกนโลหะเพื่อสแกนหาสิ่งผิดปกติ&nbsp;และเป็นการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม&nbsp;โดยมีการนำสุนัขตำรวจจากหน่วยตชด&nbsp;42&nbsp;ร่วมค้นหาหลักฐานด้วย&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบ&nbsp;พบเจ้าหน้าที่มีการเก็บวัตถุพยานบางอย่างที่เป็นโลหะ</strong>ได้เพิ่มเติมที่บริเวณในทะเลห่างจากริมชายหาดดังกล่าวประมาณ&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดยืนยันว่า&nbsp;วัตถุพยานที่เก็บได้เป็นอาวุธปืนจำนวน&nbsp;2&nbsp;กระบอกที่คนร้ายนำมาทิ้งไว้หลังก่อเหตุหรือไม่&nbsp;ต้องรอ&nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการบินลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อแถลงความคืบหน้าในช่วง&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210143018665"],
    [135,"ผู้บังคับการตำรวจภูเก็ต ยืนยันไม่มีเหตุทำร้ายร่างกายภรรยานักฟุตบอลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตามกระแสข่าวที่ออกมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;พล.ต.ต.เสริมพันธุ์&nbsp;ศิริคง&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;หลังมีรายงานออกมาเกี่ยวกับเหตุทำร้ายร่างกายภรรยานักฟุตบอลชื่อดังชาวเยอรมนีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ก็ได้สั่งการให้สถานีตำรวจทุกสถานี&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ศูนย์&nbsp;191&nbsp;เร่งทำการตรวจสอบกรณีข่าวของนาง&nbsp;เคธี&nbsp;ฮุมเมิลส์&nbsp;(Cathy&nbsp;Hummels)&nbsp;ภรรยาของ&nbsp;&nbsp;นาย&nbsp;มัทซ์&nbsp;ฮุมเมิลส์&nbsp;(Mats&nbsp;Hummels)&nbsp;ซึ่งเป็นนักฟุตบอลทีมชาติเยอรมนี&nbsp;ที่มีการระบุว่า&nbsp;โดนคนร้ายทำร้ายร่างกายและขโมยโทรศัพท์มือถือ&nbsp;ซึ่งเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และภรรยาของนักฟุตบอลรายดังกล่าวได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หลังจากที่สั่งการให้ทุกหน่วยตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว</strong>&nbsp;ไม่พบว่ามีเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตแต่อย่างใด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ซึ่งหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งดูแลให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","10/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210143139669"],
    [136,"กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุงคัดเลือกคณะกรรมการกิ่งกาชาดชุดใหม่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุงคัดเลือกคณะกรรมการกิ่งกาชาดชุดใหม่</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง&nbsp;ได้จัดประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยมีนายวุฒิศักดิ์&nbsp;สิงหเดโช&nbsp;นายอำเภอบางละมุง&nbsp;และ&nbsp;นางลลิตภัทร&nbsp;สิงหเดโช&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง&nbsp;ร่วมเป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องด้วยคณะกรรมการกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุงชุดเก่าได้หมดวาระไปเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ตามระเบียบข้อบังคับของสภากาชาดไทย&nbsp;เมื่อคณะกรรมการหมดวาระลง&nbsp;ต้องทำการเลือกตั้งคณะกรรมการภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตำแหน่งนายกกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;เป็นรองประธาน&nbsp;เหรัญญิก&nbsp;เลขานุการ&nbsp;และกรรมการบริหารไม่น้อยกว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยอำเภอบางละมุง&nbsp;ได้เสนอชื่อผู้ที่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกกิ่งกาชาดอำเภอ</strong>&nbsp;รองนายกกิ่งกาชาดอำเภอ&nbsp;เหรัญญิก&nbsp;และเลขานุการ&nbsp;ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรีพิจารณา&nbsp;ก่อนเสนอสภากาชาดไทยพิจารณาแต่งตั้ง&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;8&nbsp;คน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางลลิตภัทร&nbsp;สิงหเดโช&nbsp;ดำรงตำแหน่งนายกกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง&nbsp;นางศุภพิชญ์&nbsp;เรืองรุ่ง&nbsp;นางอังคณา&nbsp;โขนแจ่ม&nbsp;และนางสุภาพร&nbsp;ประกอบธรรม&nbsp;ดำรงตำแหน่งรองนายกกิ่งกาชาดอำเภอบางละมุง&nbsp;ส่วนนางสาวดวงกมล&nbsp;เจียมใจ&nbsp;ตำแหน่งเหรัญญิก&nbsp;ส่วน&nbsp;นางสาวอิ่มใจ&nbsp;บูรณเจริญกิจ&nbsp;ตำแหน่งเลขานุการ&nbsp;นางสาวจรรยารักษ์&nbsp;นวลศิริ&nbsp;ตำแหน่งผู้ช่วยเหรัญญิก&nbsp;และ&nbsp;นางสาวลัดดาวัลย์&nbsp;ผิวเกลี้ยง&nbsp;ตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการ&nbsp;วันนี้ได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการอีกจำนวน&nbsp;12&nbsp;คน&nbsp;โดยให้สมาชิกออกเสียงลงคะแนนคัดเลือกผู้เหมาะสมตามเสียงข้างมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/2/2022","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210143106666"],
    [137,"ตรวจเยี่ยมจุดตรวจ ด่านตรวจ และร้านค้า ในเขตเทศบาลนครยะลาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>พันเอก&nbsp;เฉลิมพงค์&nbsp;คงบัว&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า,&nbsp;พันเอก&nbsp;ประสาทภพ&nbsp;หยะกังฉัตร์&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า,&nbsp;ผู้แทนสำนักมวลชนและกิจการพิเศษกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า,&nbsp;ผู้แทน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;และ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจตำรวจยะลาที่&nbsp;91&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน&nbsp;ตามคำสั่งของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ประจำจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจ&nbsp;พื้นที่เซฟตี้โซน&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด่านตรวจท่าสาป,&nbsp;จุดตรวจแยกโกวิทพาณิชย์&nbsp;(ตลาดใหม่)&nbsp;ของไทยอาสาป้องกันชาติ&nbsp;(ทสปช.)&nbsp;,&nbsp;ตลาดพิมลชัย,&nbsp;จุดตรวจวิฑูรอุทิศ&nbsp;10&nbsp;ของหมวดที่&nbsp;5&nbsp;กำกับการปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดยะลา,&nbsp;ร้านข้าวต้ม&nbsp;หยก-ตง&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่และผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองยะลา&nbsp;ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ตามสั่งการของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;</strong>พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำกำลังพลให้มีความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย&nbsp;การควบคุมพื้นที่&nbsp;กำชับกำลังพลเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา</strong>&nbsp;ดูแลสอดส่องพื้นที่พบเห็นวัตถุต้องสงสัย&nbsp;หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่เบอร์สายตรงแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โทร&nbsp;061-1732999&nbsp;และเบอร์สายด่วน&nbsp;1341&nbsp;หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210141900648"],
    [138,"ครม. เห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ","<p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คาดกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการแห่งรัฐอย่างครบวงจร</strong></p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>และเห็นชอบร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการดำเนินงาน&nbsp;และความคุ้มค่าในการจัดประชารัฐสวัสดิการ&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือกลุ่มตกหล่นให้สามารถเข้าถึงโครงการ&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประชาชนผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;(ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;เดิมและผู้เข้าข่ายได้รับสิทธิรายใหม่)&nbsp;คาดสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ต.ค.&nbsp;65&nbsp;มีกรอบวงเงิน&nbsp;564.455&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;ค่าจ้างเหมาบริการระบบลงทะเบียน&nbsp;และการยืนยันตัวตน&nbsp;164.274&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p>-&nbsp;ค่าใช้จ่ายสำหรับการรับลงทะเบียน&nbsp;ของหน่วยรับลงทะเบียน&nbsp;400.181&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเบิกจ่ายจากงบของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม&nbsp;ที่ได้รับการจัดสรรไว้แล้ว&nbsp;</p><p><strong>คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน&nbsp;</strong></p><p>-&nbsp;ผู้ที่มีสัญชาติไทย&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;</p><p>-&nbsp;ต้องไม่เป็นภิกษุ&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานราชการ&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐ&nbsp;</p><p>-&nbsp;รายได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/คน/ปี&nbsp;และรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท/คน/ปี&nbsp;</p><p>-&nbsp;ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีวงเงินกู้&nbsp;หรือมีวงเงินกู้&nbsp;ณ&nbsp;เวลาใดเวลาหนึ่ง&nbsp;แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;วงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัย&nbsp;รวมไม่เกิน&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และวงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>-&nbsp;ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;ณ&nbsp;เวลาใดเวลาหนึ่ง&nbsp;ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;ครม.ยังเห็นชอบให้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และปัญหาผู้มีบัตรที่ไม่ควรได้รับสิทธิ&nbsp;</p><p><strong>โดยจะมีการเปิดรับลงทะเบียน&nbsp;ตามโครงการฯ&nbsp;อย่างน้อยปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</strong>&nbsp;และจะมีการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและตรวจสอบข้อมูลของผู้ลงทะเบียน&nbsp;อย่างน้อยปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้ได้รับสิทธิจากโครงการฯ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จะใช้บัตรประจำตัวประชาชนแทนบัตร&nbsp;สวัสดิการฯ&nbsp;เนื่องจากบัตรสวัสดิการฯ&nbsp;จะหมดอายุการใช้งานในเดือนกันยายน&nbsp;2565&nbsp;อีกทั้งลดปัญหาเรื่องการสวมสิทธิบัตรประจำตัวประชาชนหรือการนำบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่นไปใช้สิทธิแทน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/2/2022","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210151649725"],
    [139,"ครม.เคาะ! ลดเงินสมทบประกันสังคม ม.40 อีก 6 เดือน เริ่ม 1 ก.พ.- 31 ก.ค.65","<p><strong>ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาการลดอัตราเงินสมทบของผู้ประกันตน&nbsp;มาตรา&nbsp;40</strong>&nbsp;ที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ก.ค.&nbsp;65&nbsp;โดยมีอัตราส่งเงินสมทบภายหลังปรับลดทั้ง&nbsp;3&nbsp;ทางเลือก&nbsp;ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;1&nbsp;</strong>ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;42&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;3&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;4&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;และชราภาพ&nbsp;</p><p><strong>ทางเลือกที่&nbsp;3</strong>&nbsp;ลดเงินสมทบเหลือ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิม&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้ประโยชน์ทดแทนใน&nbsp;5&nbsp;กรณี&nbsp;คือ&nbsp;ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย&nbsp;ทุพพลภาพ&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;ชราภาพ&nbsp;และสงเคราะห์บุตร&nbsp;แม้การลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;40&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;จะทำให้กองทุนประกันสังคมได้รับเงินสมทบลดลง&nbsp;แต่กองทุนประกันสังคมยังคงมีเงินสมทบเพียงพอ&nbsp;สำหรับรายจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา&nbsp;40&nbsp;และไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะกองทุนในระยะยาว&nbsp;การปรับลดเงินสมทบดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกันตนมีกำลังซื้อมากขึ้น&nbsp;อันจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/2/2022","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210154651748"],
    [140,"ครม. เห็นชอบเตรียมตั้งศูนย์ประสานงานแก้ปัญหา Fake news ","<p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบจัดตั้ง&nbsp;\"ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;เดินหน้าขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ป้องกันการยั่วยุ&nbsp;สร้างความแตกแยกในสังคมในวงกว้าง</strong></p><p><br></p><p><strong>ครม.&nbsp;เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;\"ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;\"กลาง\"&nbsp;\"ประจำกระทรวง\"&nbsp;\"ประจำจังหวัด\"&nbsp;เดินหน้าขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ป้องกันการยั่วยุ&nbsp;สร้างความแตกแยกในสังคมในวงกว้าง&nbsp;ทั้งนี้จะให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;1.&nbsp;ศูนย์ประสานงานกลาง&nbsp;2.&nbsp;ศูนย์ประสานงานประจำกระทรวง&nbsp;3.&nbsp;ศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาการเผยแพร่&nbsp;ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;สาระสำคัญร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;อาทิ&nbsp;กำหนดนิยามคำสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;\"สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;(Social&nbsp;Media)\"&nbsp;และ&nbsp;\"ข่าวปลอม\"&nbsp;จัดตั้งศูนย์ประสานงานกลาง&nbsp;ให้สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;\"ศูนย์ประสานงานการป้องกันปราบปราม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์กลาง\"&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการ&nbsp;ให้ทุกกระทรวงจัดตั้ง&nbsp;\"ศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ประจำกระทรวง\"&nbsp;และให้กรมการปกครอง&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;จัดตั้ง&nbsp;\"ศูนย์ประสานงานการป้องกัน&nbsp;ปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ประจำจังหวัด\"&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ที่ได้รับมอบหมายทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ประสานงานประจำจังหวัด&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข่าวปลอม&nbsp;ดำเนินการแถลงข่าวทันทีที่พบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอมและแจ้งกรมประชา&nbsp;สัมพันธ์&nbsp;ภายใน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมงและให้บังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบและต้องจัดให้มีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว&nbsp;กรณีข่าวปลอมใดที่เข้าข่ายหรือสมควรดำเนินการระงับการทำ&nbsp;ให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;ให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบตามระเบียบนี้&nbsp;แจ้งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;(ดศ.)&nbsp;ดำเนินการระงับการทำให้แพร่หลาย&nbsp;หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์&nbsp;ออกจากระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;กำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายผลสัมฤทธิ์&nbsp;ของงานเพื่อการประเมินผลการดำเนินงานตามระเบียบนี้&nbsp;ปัจจุบันมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลเท็จ&nbsp;หรือมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างและเผยแพร่&nbsp;ข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีแนวโน้ม&nbsp;ที่จะขยายตัวมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ว่าด้วยการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;นี้จะเป็นกรอบในการขจัดข่าวปลอม&nbsp;(Fake&nbsp;news)&nbsp;ที่มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินต่อประชาชน&nbsp;และสังคมในวงกว้างโดยเฉพาะข่าวที่สร้างความแตกแยกในสังคม&nbsp;การยั่วยุ&nbsp;ข่าวที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม&nbsp;ข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ต่อประเทศ&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;ตลอดจนกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;วัฒนธรรมอันดี&nbsp;และสถาบันหลักของชาติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/2/2022","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210155304751"],
    [141,"รองนายกรัฐมนตรี แจง ครม. 3 มาตรการ ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;แจง&nbsp;ครม.&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;มอบศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;เร่งสร้างกระแสการรับรู้&nbsp;ด้านความปลอดภัยทางถนนทั่วประเทศ</strong></p><p><br></p><p><strong>พล.อ.&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ว่า&nbsp;คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติได้เห็นชอบมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจากกรณี&nbsp;รถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนนบริเวณทางข้าม&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.&nbsp;มาตรการด้านกฎหมาย&nbsp;เพิ่มโทษกรณีผู้ขับขี่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามสัญญาณหรือเครื่องหมายจราจร&nbsp;นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;จัดให้มีข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับประวัติและการกระทำความผิดของผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่&nbsp;ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เพิ่มฐานความผิดกรณีฝ่าฝืน&nbsp;ไม่ปฏิบัติตามสัญญาณจราจร&nbsp;หรือเครื่องหมายจราจรให้เป็นฐานความผิดที่ต้องบันทึกคะแนนความประพฤติในการขับรถเพื่อตัดคะแนนความประพฤติเมื่อผู้ขับขี่กระทำผิด&nbsp;</p><p>2.&nbsp;มาตรการด้านถนน&nbsp;จัดทำมาตรฐานทางข้ามที่มีความปลอดภัย&nbsp;สำรวจมาตรฐานวิศวกรรมจราจร&nbsp;บริเวณทางข้ามเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข&nbsp;อาทิ&nbsp;การตีเส้นหยุด&nbsp;และการจัดทำป้ายเตือนให้หยุด&nbsp;หรือให้ทางแก่คนเดินข้าม&nbsp;การติดตั้งสัญญานไฟจราจรเพื่ออำนวยความปลอดภัยสำหรับคนข้าม&nbsp;การตีเส้นสีจราจรก่อนถึงทางข้ามเพื่อให้ลดความเร็ว&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p>3.&nbsp;มาตรการด้านผู้ใช้รถ&nbsp;ใช้ถนน&nbsp;เช่น&nbsp;การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการข้ามถนนที่ปลอดภัยให้กับประชาชนทุกกลุ่ม&nbsp;พัฒนาหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน&nbsp;เน้นให้ความรู้และเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้&nbsp;เกี่ยวกับการข้ามทางที่ปลอดภัยในทุกช่วงวัย&nbsp;ปลูกฝังเพื่อสร้างความตระหนักรู้&nbsp;ทั้งในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์&nbsp;และรูปแบบออนไลน์&nbsp;ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;ได้มอบหมายคณะอนุกรรมการด้านการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกและความตระหนักในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เร่งสร้างกระแสการรับรู้และความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนน&nbsp;และมอบหมายให้อนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&nbsp;8&nbsp;คณะ&nbsp;เร่งนำมาตรการข้างต้นไปขับเคลื่อนและนำเสนอผลการดำเนินงานให้รับทราบโดยเร็วต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","10/2/2022","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210155701755"],
    [142,"รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ตรวจเยี่ยม หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 จังหวัดปัตตานี","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พล.อ.&nbsp;สุภโชค&nbsp;ธวัชพีระชัย&nbsp;รอง&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด</strong>&nbsp;และคณะตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วย&nbsp;โดยเข้ารับฟังการบรรยายสรุป&nbsp;เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน&nbsp;และปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;พร้อมทั้งพบปะกำลังพล&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จชต.&nbsp;โดยมี&nbsp;พล.ต.&nbsp;กฤษณ์&nbsp;จันทรนิยม&nbsp;ผอ.สนภ.4&nbsp;นทพ.&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;พ.อ.&nbsp;สุรภาพ&nbsp;พรหมภัทรพร&nbsp;ผบ.นพค.44&nbsp;สนภ.4&nbsp;นทพ.&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;นพค.44&nbsp;สนภ.4&nbsp;นทพ.&nbsp;ต.น้ำดำ&nbsp;อ.ทุ่งยางแดง&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210154212742"],
    [143,"จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งที่1/2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศรีวิชัย&nbsp;Aโรงแรมวังใต้</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กต.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;กต.ตร.ภาคประชาชนคณะกรรมการ&nbsp;และที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีพล.ต.ต.สาธิต&nbsp;พลพินิจ&nbsp;ผบก.ก.จว.สุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาในเรื่องการดำเนินการตามคำร้องเรียน&nbsp;หรือข้อเสนอแนะของประชาชนในท้องถิ่นชุมชน&nbsp;และปัญหาความไม่ปลอดภัยของประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;ชุมชน&nbsp;และการแก้ไขปัญหาโดยให้ประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีส่วนร่วมกับ&nbsp;กต.ตร.&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;กต.ตร.&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และที่ปรึกษาฯ&nbsp;และแนวทางการขับเคลื่อน&nbsp;กต.ตร.จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;และเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน</p><p><strong>พล.ต.ต.สาธิต&nbsp;พลพินิจ&nbsp;ผบก.ก.จว.สุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลการปฏิบัติและคดีที่น่าสนใจในรอบที่ผ่านมาของตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;22.30&nbsp;น.&nbsp;สภ.บางสวรรค์&nbsp;จับผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(ยาบ้า)&nbsp;จำนวน&nbsp;370,272&nbsp;เม็ด&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;19.23&nbsp;น.&nbsp;ที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;จับผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;ยาบ้า)&nbsp;ได้&nbsp;36,415&nbsp;เม็ด&nbsp;ไอซ์&nbsp;511&nbsp;กรัม&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;2&nbsp;กระบอกพร้อมเครืองกระสุน&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;สภ.เคียนซา&nbsp;จับผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(ยาบ้า)&nbsp;ได้&nbsp;16,800&nbsp;เม็ด</p><p><strong>พล.ต.ต.สาธิต&nbsp;พลพินิจ&nbsp;ผบก.ก.จว.สุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับผลตรวจยึดทรัพย์สิน&nbsp;ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;1.ตรวจยึดบ้านเดี่ยว&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;มูลค่า&nbsp;4,000,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;2.รถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;รถยนต์กะบะ&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;ยี่ห้อฟอร์ด&nbsp;จำวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;รถยนต์เก๋ง&nbsp;ยี่ห้อเบนซ์&nbsp;จำวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท&nbsp;-ทรัพย์สินอื่นๆ&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;รายการ&nbsp;&nbsp;มูลค่า&nbsp;120,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;8,120,000&nbsp;บาท&nbsp;รถยนต์กะบะ&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;ยี่ห้ออิซูซุ&nbsp;จำวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;600,000&nbsp;บาท&nbsp;อายัดบัญชีธนาคาร&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;410,000&nbsp;บาท&nbsp;ทรัพย์สินอื่นๆ&nbsp;&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;รายการ&nbsp;มูลค่า&nbsp;335,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;1,345,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;2&nbsp;คดี&nbsp;ยึดทรัพย์รวมมูลค่าประมาณ&nbsp;9,465,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภ.จว.สุราษฎร์ธานี&nbsp;และ&nbsp;สภ.ในสังกัด&nbsp;ขานรับความคิดเห็น</strong>และข้อเสนอแนะ&nbsp;จาก&nbsp;กต.ตร.เรื่องมาตรการการลัก&nbsp;ผลผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;และปฏิบัติการล้อมจับผู้ต้องหา&nbsp;คดีฆ่าบุพการี&nbsp;พื้นที่&nbsp;สภ.พุนพิน&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหาปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของประชาชนและสื่อมวลชน&nbsp;และในวันที่&nbsp;5&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;พล.ต.ท.สุรเชษฐ์&nbsp;หักพาล&nbsp;ผู้ช่วย&nbsp;ผบ.ตร.&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการปิดล้อมตรวจค้น&nbsp;ผู้มีอิทธิพล&nbsp;มือปืน&nbsp;ค้ามนุษย์&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;ฟอกเงิน&nbsp;หนี้นอกระบบ&nbsp;ตำรวจภูธรภาค&nbsp;8&nbsp;ณ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการตำรวจและลูกจ้าง</strong>ประจำตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมกันพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้&nbsp;เพื่ออนุมัติเงินกู้สามัญ&nbsp;ปิดชำระหนี้สถาบันการเงินอื่น&nbsp;และร่วมกันจัดโครงการ&nbsp;ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง&nbsp;สำหรับกลุ่มหนี้วิกฤต&nbsp;ที่ต้องดำเนินการแก้ปัญหาเร่งด่วน&nbsp;และร่วมกันจัดโครงการ&nbsp;ฝึกอบรมอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวเป็นต้น.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","10/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210160315758"],
    [144,"สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอร์ซอ เตรียมแผนอพยพสำหรับคนไทยในยูเครน หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน","<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ</strong>และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ช่วงที่ผ่านมา&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศยูเครน&nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด&nbsp;เบื้องต้นยังไม่มีผลกระทบต่อคนไทยในยูเครน&nbsp;แต่สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ได้เตรียมแผนอพยพในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินไว้สำหรับชุมชนคนไทยในยูเครน&nbsp;ซึ่งมีจำนวนประมาณ&nbsp;200&nbsp;ถึง&nbsp;230&nbsp;คน&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอยู่ภายในร้านสปาและนวดไทย&nbsp;ขณะที่&nbsp;บางส่วนสมรสกับชาวยูเครนและพำนักอยู่ภายในกรุงเคียฟ</p><p><strong>สำหรับชาวไทยในยูเครน&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือ</strong>&nbsp;สามารถติดต่อผ่านเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;คนไทยในประเทศยูเครน&nbsp;กลุ่มไลน์ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;กับชุมชนไทยในยูเครน&nbsp;กลุ่มเทเลแกรม&nbsp;ระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;กับเจ้าของร้านสปาไทยชาวยูเครน&nbsp;และสายด่วน&nbsp;+48&nbsp;686&nbsp;642&nbsp;348&nbsp;(สามารถติดต่อได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง)</p><p><br></p><p><br></p>","10/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210182629838"],
    [145,"สภาผู้แทนราษฏร ปิดประชุมหลังฝ่ายค้านเสนอนับองค์ประชุมและองค์ประชุมไม่ครบ","<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณารับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน&nbsp;เรื่อง&nbsp;นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และเข้าสู่การพิจารณารับทราบรายงานประจำปี&nbsp;2562&nbsp;กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ&nbsp;โดยผู้ชี้แจงขอเลื่อนชี้แจงเป็นวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ระหว่างนั้น&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;เชื้อเมืองพาน&nbsp;ส.ส.เชียงราย&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;ลุกขึ้นเสนอว่าการรับทราบรายงานมีความจำเป็นที่จะต้องมีองค์ประชุมให้ครบจึงเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมทำให้&nbsp;นายอรรถกร&nbsp;ศิริลัทธยากร&nbsp;&nbsp;ส.ส.ฉะเชิงเทรา&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;เสนอให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ&nbsp;ซึ่งมีผู้รับรองทั้ง&nbsp;2&nbsp;มติ&nbsp;ทำให้นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เสนอให้วิปทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ไปหารือกันโดยให้เหตุผลว่าการรับทราบรายงานของหน่วยงานเป็นเรื่องที่ไม่ลงมติแต่เป็นสิทธิ์ของสมาชิกในการเสนอหาก&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ยืนยันไม่หารือกันก็เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้&nbsp;ระหว่างนั้นมีการโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลโ&nbsp;ดย&nbsp;ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล&nbsp;มองว่าการเสนอญัตติดังกล่าวไม่สามารถทำได้&nbsp;และระหว่างรอองค์ประชุมนั้น&nbsp;นายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานวิปรัฐบาล&nbsp;ระบุว่า&nbsp;การเสนอนับองค์ประชุมเช่นนี้เหมาะสมและถือเป็นญัตติหรือไม่จึงอยากให้ประธานสภาผู้แทนราษฏรได้ทบทวน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ประธานการประชุมยืนยันว่า&nbsp;</strong>การดำเนินการดังกล่าวเป็นสิทธิ์ของสมาชิกที่จะเสนอตรวจสอบองค์ประชุมได้&nbsp;ส่วนการเสนอเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสามัญสำนึก&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;ความจริงแล้วองค์ประชุมครบถ้านับตัวบุคคล</p><p><strong>จากนั้นสมาชิกถกเถียงกันกว่า&nbsp;20&nbsp;นาที</strong>&nbsp;นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ให้สมาชิกตรวจสอบองค์ประชุมโดยการเสียบบัตรปรากฎว่ามีผู้แสดงตนเพียง&nbsp;227&nbsp;คน&nbsp;ไม่ครบประองค์ทำให้ต้องปิดการประชุม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","10/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210183409844"],
    [146,"คนร้ายขว้างระเบิด ใส่ตู้เอทีเอ็ม ที่  อ.บันนังสตา จ.ยะลา เจ็บ 1","<p><strong>คนร้ายขว้างระเบิด&nbsp;ใส่ตู้เอทีเอ็ม&nbsp;ที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;เจ็บ&nbsp;1&nbsp;เมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;19.55&nbsp;น.&nbsp;ทาง&nbsp;สภ.บันนังสตา&nbsp;ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ&nbsp;ตชด.บ้านภักดี&nbsp;ว่าได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ก่อเหตุขว้างระเบิดเข้าไปในบริเวณตู้&nbsp;เอทีเอ็มหน้าป้อมยามบริเวณหน้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลางม.1&nbsp;เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ทราบชื่อ&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;มามะ&nbsp;อายุ&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;โดนสะเก็ดระเบิด&nbsp;ที่แขน&nbsp;ขามือ&nbsp;และทางซีกซ้ายลำตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผู้บาดเจ็บได้ถูกส่งตัวไปรักษาที่&nbsp;รพ.&nbsp;บังนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","11/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211085256931"],
    [147,"นายกรัฐมนตรี สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเหตุน้ำมันรั่วไหลกลางทะเล จังหวัดระยองโดยด่วน ห่วงผลกระทบต่อฝประชาชนและสิ่งแวดล้อม กำชับให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด","<p><strong>กรณีเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ของบริษัทสตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;มหาชน&nbsp;(SPRC)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;</strong>โดยเป็นน้ำมันค้างท่อในจุดเดียวกับที่เคยเกิดการรั่วไหลเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่จังหวัดระยอง&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;และกรมเจ้าท่า&nbsp;บูรณาการแก้ไขปัญหาโดยด่วน&nbsp;อย่าให้กระทบถึงพี่น้องประชาชนบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินน้ำมันรั่วไหล&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;(ภาวะน้ำมันรั่วไหลขนาดเล็ก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ตัน)&nbsp;เนื่องจากพบฟิล์มน้ำมันดิบ&nbsp;(สีเงิน)&nbsp;บริเวณทิศเหนือ&nbsp;ห่างจากทุ่นผูกเรือน้ำลึกแบบทุ่นเดี่ยวกลางทะเลประมาณ&nbsp;3&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;ห่างจากฝั่งประมาณ&nbsp;11&nbsp;ไมล์ทะเล&nbsp;และเป็นจุดเดียวกับที่เคยเกิดการรั่วไหลขึ้นครั้งก่อน</p><p><strong>กองทัพเรือได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ขึ้นสำรวจและกำหนดแนวทางการใช้สารขจัดคราบน้ำมันให้ได้ประโยชน์สูงสุดในจุดที่เกิดคราบน้ำมัน</strong>&nbsp;เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่สามารถจัดการคราบน้ำมันให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว&nbsp;และมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์&nbsp;รวมถึงปริมาณน้ำมันไม่ให้ไหลเข้าชายฝั่งได้&nbsp;ส่วนกรมเจ้าท่าได้เร่งประสานงานกับทางบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อตรวจสอบจุดที่รั่วไหลว่ายังคงมีปริมาณน้ำมันตกค้างอยู่ในท่ออีกหรือไม่&nbsp;เพื่อวางแผนและเตรียมการป้องกันเกิดเหตุซ้ำ</p>","11/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211143254130"],
    [148,"เหตุสภาผู้แทนราษฎรล่มไม่กระทบการทำงานรัฐบาล","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;กล่าวถึงเหตุการณ์สภาผู้แทนราษฎรล่มจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า&nbsp;ไม่กระทบต่อการทำงานของรัฐบาล&nbsp;เพราะเหตุการณ์ที่สภาฯล่มเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ไม่ใช่เป็นวาระสำคัญ&nbsp;หรือมีประเด็นอะไร&nbsp;ส่วนที่ขณะนี้สังคมต่อว่าการทำหน้าที่ของ&nbsp;ส.ส.เป็นอย่างมาก&nbsp;ที่ปล่อยให้สภาฯล่มถึง&nbsp;17&nbsp;ครั้ง&nbsp;นายอนุชา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต้องขออภัยประชาชน&nbsp;เพราะมี&nbsp;ส.ส.ไม่แสดงตน&nbsp;แต่ก็ขอยอมรับว่าจริงๆ&nbsp;แล้วไม่มี&nbsp;ส.ส.คนไหนอยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้</p><p><strong>ส่วนหลังจากนี้จะมีการกำชับ&nbsp;ส.ส.อย่างไร&nbsp;</strong>นายอนุชา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส่วนหนึ่งที่สภาฯล่ม&nbsp;ก็เพราะมีคนเจ็บป่วยจากโควิด-19&nbsp;แล้วต้องกักตัว&nbsp;ขณะที่เสียงของพรรคพลังประชารัฐก็มีอยู่ประมาณหนึ่ง&nbsp;แต่ก็จะพยายามแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อลดเหตุการณ์สภาฯล่มให้น้อยที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","11/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211141434116"],
    [149,"นายกฯ เผยที่ประชุม ศบค.เตรียมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์โรคระบาดผ่อนคลายลง ย้ำต้องไม่ประมาท ปฎิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุข ชี้สัมพันธ์พรรคร่วมยังดี วอน ส.ส.ตั้งใจทำงานในสภา","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ตึกภักดีบดินทร์&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;ว่าสถานการณ์โควิดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น&nbsp;แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นแต่ตัวเลขผู้ที่มีอาการรุนแรงลดลง&nbsp;ในขณะที่ศักยภาพด้านสาธารณสุขอย่างเพียงพอและรองรับต่อสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งนี้ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก&nbsp;แต่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมกันนี้ในที่ประชุมยังได้เน้นย้ำในเรื่องของการเตรียมเปิดการเรียนการสอนในโรงเรียน&nbsp;การเปิดประเทศเพื่อท่องเที่ยว&nbsp;โดยต่างชาติได้ยอมรับแนวทางการปฏิบัติของประเทศไทย&nbsp;ว่าได้มาตรฐานเป็นอย่างดี&nbsp;โดยล่าสุด&nbsp;สหภาพยุโรป&nbsp;ได้รับรองระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Pass&nbsp;บนหมอพร้อม&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางเข้า&nbsp;60&nbsp;ประเทศ&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจและน่ายินดีสำหรับการทำงานอย่างหนักของบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรียังกล่าวอีกว่า&nbsp;ในขณะนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาของคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย</strong>&nbsp;จึงขอร้องไปยังฝ่ายนิติบัญญัติ&nbsp;ให้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;เผื่อไม่ซ้ำเติมเพิ่มปัญหาให้กับประเทศชาติ&nbsp;ในสภาวการณ์แบบนี้&nbsp;ทั้งนี้ยืนยันความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหนียวแน่นเป็นปกติดี&nbsp;ไม่ได้มีความขัดแย้งตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้น<strong>&nbsp;ส่วนกรณีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้น</strong>ยืนยันว่า&nbsp;เป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามกรอบของกฎหมาย&nbsp;และตนเองจะตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่ถูกต้องเท่านั้น</p>","11/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211141035108"],
    [150,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผย นายกรัฐมนตรี พูดคุยแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเป็นการส่วนตัว หลังประชุม ศบค. เพื่อขอช่วยกันทำงานสภาให้เรียบร้อย มั่นใจอยู่ครบสมัย","<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong>&nbsp;กล่าวถึงการหารือกับนายกรัฐมนตรี&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นการพูดคุยเรื่องการทำงานในสภา&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีขอให้พรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันทำงานสภาให้เรียบร้อย&nbsp;ให้ผ่านไปให้ได้&nbsp;พร้อมมั่นใจว่าตรวจสอบเสียงรัฐบาลแล้วยังมั่นคง&nbsp;และยืนยันว่าทำงานร่วมกันได้</p><p><strong>ส่วนการหารือกับนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;ได้มีการรับปากกับนายกรัฐมนตรีที่ขอความร่วมมืองานสภาหรือไม่&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทุกคนก็คุยกันว่าจะช่วยกันทำงานในสภาให้เรียบร้อย&nbsp;ขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาลให้ครบสมัย&nbsp;ส่วนที่มีปัญหาเรื่องสภาล่ม&nbsp;ตนเองมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ&nbsp;เพราะเป็นวาระไม่สำคัญ&nbsp;บางครั้ง&nbsp;ส.ส.อาจจะไปปฏิบัติภารกิจอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;ประชุมกรรมาธิการ&nbsp;ซึ่งในอดีตวาระรับทราบจะไม่มีการนับองค์ประชุม&nbsp;เพราะยังไม่ใช่วาระสำคัญของรัฐบาล</p><p><strong>กรณี&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยืนยันว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐต่อหรือไม่นั้น</strong>&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เรื่องนี้ต้องคุยกันอีกครั้ง&nbsp;ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา&nbsp;เพราะเหลืออีกตั้ง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งจากการนับเสียงจากทุกพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;และพรรคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;พบว่า&nbsp;ยังเพียงพอ&nbsp;ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;ไม่น่ากังวล&nbsp;โดยย้ำว่าคงไม่สามารถตอบได้ว่าหลังจากนี้จะไม่เห็นภาพสภาล่มอีก&nbsp;เพราะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของส.ส.&nbsp;400&nbsp;กว่าคน&nbsp;ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว&nbsp;ส.ส.ทุกคนก็ต้องช่วยกัน&nbsp;ไม่ควรจะเอาเป็นประเด็นทางการเมืองทุกเรื่อง&nbsp;ควรจะพิจารณาด้วยว่าเรื่องไหนสำคัญไม่สำคัญ</p><p><strong>ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองจนต้องยุบสภาก่อนนั้น&nbsp;</strong>เรื่องนี้คงตอบไม่ได้&nbsp;แต่เท่าที่พูดคุยกันก็มั่นใจได้ว่าทุกพรรคยังเชื่อมั่นที่จะจับมือกับรัฐบาลต่อไป</p>","11/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211133335086"],
    [151,"พรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันร่วมทำงานกับนายกรัฐมนตรี จนครบวาระ","<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ว่าบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างปกติดี&nbsp;ตนเองนั่งติดกับพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และได้ตอบข้อซักถามกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว&nbsp;ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องของการทำงานตามขั้นตอนปกติ&nbsp;ไม่ได้มีเรื่องที่ผิดใจกันตามที่เป็นข่าวออกมาก่อนหน้านี้&nbsp;ทั้งนี้ภายหลังจากการประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;รัฐมนตรีในกลุ่มพรรคภูมิใจไทยได้เดินมาส่งพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กลับเข้าไปยังตึกไทยคู่ฟ้า</p><p><strong>ด้านนายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์</strong>&nbsp;รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;(ดีอีเอส)&nbsp;และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;(พปชร.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้ฝากกำชับไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ้ายค้านให้ร่วมกันขับเคลื่อนงานสภาฯ&nbsp;ให้เกิดความเรียบร้อย&nbsp;ส่วนกรณีในช่วงนี้ที่มีเหตุสภาฯล่มบ่อยครั้งเชื่อว่าเป็นเหตุไม่ปกติ&nbsp;เพราะในอดีตการประชุมพิจารณาในรูปแบบที่ไม่ต้องลงมติจะไม่มีการขอนับองค์ประชุม&nbsp;จึงมองว่าเป็นเกมการเมือง&nbsp;โดยในส่วนของคะแนนเสียงของฝั่งรัฐบาล&nbsp;มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาเพราะได้มีการตรวจสอบและรับการยืนยันจากสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลแล้วว่า&nbsp;ยังคงมีความมั่นคงเข้มแข็งอยู่&nbsp;ไม่มีปัญหาสามารถทำงานร่วมกันได้&nbsp;ยืนยันว่ารัฐบาลจะสามารถทำงานได้จนครบวาระอย่างแน่นอน&nbsp;ทั้งนี้เมื่อถามว่าจากนี้จะไม่มีกรณีสภาฯล่มแล้วใช่หรือไม่&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตรงนี้อยู่ที่ความร่วมมือของสมาชิกสภาฯ&nbsp;กว่า&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;ส.ส.ทุกคนต้องช่วยกันไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล&nbsp;หรือฝ่ายค้าน&nbsp;เพราะถือเป็นหน้าที่ในการทำงานในสภาฯ</p><p><br></p><p><br></p>","11/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211215712310"],
    [152,"วงจรปิดจับภาพ คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม ที่เขื่อนบางลาง จ.ยะลา ไว้ได้","<p><strong>วงจรปิดจับภาพ&nbsp;คนร้ายก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม&nbsp;</strong>ที่เขื่อนบางลาง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ไว้ได้<strong>&nbsp;</strong>จากกรณีที่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;19.50น.&nbsp;ได้เกิดเหตุ&nbsp;คนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวนก่อเหตุวางระเบิดบริเวณตู้เอทีเอ็มกรุงไทยข้างป้อมยามของที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;ส.ต.ต.กฤษฎา&nbsp;ทองศรี&nbsp;ผบ.หมู่.กก.ตชด.44&nbsp;ชุดพิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;มีบาดแผลจากโดนเศษกระจกบาด&nbsp;ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&nbsp;ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;พรมโครต&nbsp;ผบ.หมู่.กก.ตชด.44&nbsp;ชุดพิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;มีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอก&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;มามะ&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย&nbsp;ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวาและขาทั้ง&nbsp;2&nbsp;ข้าง&nbsp;และนายมะสือลี&nbsp;วาเลาะ&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย&nbsp;มีอาการหูอื้อ</p><p><strong>จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณประตูทางเข้า</strong>ที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;พบว่าเมื่อเวลาประมาณ&nbsp;19.17&nbsp;น.&nbsp;ได้มีบุคคลต้องสงสัยจำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;โดยผู้ขับขี่แต่งกายใส่ชุดคลุมสีขาว&nbsp;ใส่หมวกกันน๊อกและใส่แมส&nbsp;ส่วนผู้นั่งซ้อนท้ายแต่งกายใส่ชุดคลุมสีดำ&nbsp;สวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายกับผู้หญิง&nbsp;มีผ้าปิดบังใบหน้า&nbsp;ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณประตูทางเข้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;จากนั้นผู้นั่งซ้อนท้ายได้ถือถุงพลาสติกใสซึ่งมีวัตถุบางอย่างใส่อยู่ภายในถุงดังกล่าว&nbsp;และเดินเข้าไปบริเวณตู้เอทีเอ็มข้างป้อมยาม&nbsp;และได้เดินกลับออกมาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์&nbsp;และขับขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปทาง&nbsp;บ.สนามบิน&nbsp;ม.1&nbsp;ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ต่อมาเมื่อเวลา&nbsp;19.38&nbsp;น.&nbsp;ได้เกิดระเบิดขึ้นบริเวณตู้เอทีเอ็มดังกล่าวเป็นเหตุให้นายอิสมาแอ&nbsp;มามะ(จนท.รปภ.)&nbsp;,นายมะสือลี&nbsp;วาเลาะ(จนท.รปภ.),&nbsp;ส.ต.ต.กฤษฎา&nbsp;ทองศรี&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;พรมโครต&nbsp;ได้รับบาดเจ็บ</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ชุด&nbsp;EOD&nbsp;และชุดพิสูจน์หลักฐา</strong>น&nbsp;ได้&nbsp;เข้าตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุ&nbsp;ที่ตู้&nbsp;ATM&nbsp;หน้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อเก็บหลักฐาน&nbsp;และชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดที่ยังหลงเหลือ&nbsp;หลังจากค่ำวานนี้&nbsp;พบว่าคนร้ายเป็นชาย&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา&nbsp;แล้วนำระเบิดไปวางไว้หน้าตู้&nbsp;ATM&nbsp;ก่อนจุดฉนวนระเบิด&nbsp;ทำให้มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;4&nbsp;ราย</p><p><strong>จากการตรวจสอบ&nbsp;พบวัตถุเศษชิ้นส่วนประกอบระเบิด&nbsp;</strong>เป็นชนิดคล้ายกับกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุป่วนเมืองยะลา&nbsp;16&nbsp;จุดในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;โดยสภาพตู้&nbsp;ATM&nbsp;แตกละเอียด&nbsp;ซึ่งทางพันตำรวจเอกสายูตี&nbsp;กาเต๊ะ&nbsp;ผกก.สภ.บันนังสตา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ภาพจากกล้องวงจรปิด&nbsp;บันทึก&nbsp;ขณะที่คนร้าย&nbsp;2&nbsp;คนไว้ได้&nbsp;ที่ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอด&nbsp;โดยใส่หมวกกันน็อคอำพรางใบหน้า&nbsp;ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายแต่งกายใส่ชุดคลุมสีดำ&nbsp;สวมผ้าคลุมศีรษะคล้ายกับผู้หญิง&nbsp;มีผ้าปิดบังใบหน้า&nbsp;นำระเบิดไปวางไว้&nbsp;ก่อนจะขึ้นรถแล้วซ้อนรถจักรยานยนต์หลบหนีไป&nbsp;แต่จะเกี่ยวข้องกับเหตุวางระเบิดป่วนเมืองยะลาหรือไม่ต้องรอการสืบสวนอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐาน&nbsp;เพื่อหาความเชื่อมโยง</strong>กลุ่มผู้ก่อเหตุ&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;เชื่อว่าเป็นเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เอง&nbsp;ต่างรู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจาก&nbsp;คนร้ายนำระเบิดมาวางไว้ใกล้ชุมชน&nbsp;ซึ่งตู้&nbsp;ATM&nbsp;ที่เกิดเหตุ&nbsp;มีเพียงตู้เดียวที่ชาวบ้านต้องเข้าไปทำธุรกรรมทางการเงินทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","11/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211153944157"],
    [153,"นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยความรู้สึกถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ในอนาคตอาจจะส่งผลดีต่อพี่น้องชาวมุสลิมในประเทศไทยโดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;บริเวณลานมัสยิดกลางจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;นราพิทักษ์กุล&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงกรณีความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียว่า&nbsp;เท่าที่ได้รับความคิดเห็นของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่บอกว่าเกิดผลดีโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในเรื่องของความสัมพันธ์จะได้เท่าเทียมกันกับประเทศอาเซียนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;10&nbsp;ประเทศ&nbsp;หลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;ไปเยือนซาอุดีอาระเบียไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้เข้าสู่ปกติก็จะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นแล้วเราไปทำพิธีฮัจญ์ก็ดีและอุมเราะห์ก็ดีก็จะได้รับความสะดวกและดูแลเท่าเทียบกัน&nbsp;ประการที่&nbsp;2&nbsp;ถ้าหากว่าความสัมพันธ์เข้าสู่ปกติแล้วคนซาอุดีอาระเบีย&nbsp;แล้วก็ภาคใต้ของเราจะไปมาหาสู่โดยตรงไม่ต้องผ่านประเทศที่สามแล้วจะไปซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ถ้าหากว่าไม่มีเครื่องบินก็ต้องแวะประเทศอื่นแต่เมื่อไหร่ความสัมพันธ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นก็สามารถที่จะมีเครื่องบินทางซาอุดีอาระเบียโดยตรงที่กรุงเทพ&nbsp;กรุงเทพไปที่&nbsp;Jeddah&nbsp;ก็ดีขึ้นทุกอย่าง&nbsp;อำนวยความสะดวกในอนาคตโดยเฉพาะคนที่ไปทำฮัจญ์ไม่แน่เราอาจจะขอให้เจ้าหน้าที่ทางด้านของซาอุดีอาระเบียตรวจค้นเข้าเมืองมาตรวจสัมภาระ&nbsp;มาตรวจตรา&nbsp;หนังสือเดินทางตั้งแต่ประเทศไทยเลย&nbsp;นอกจากนั้นมีเรื่องเศรษฐกิจ&nbsp;อาหารกระป๋อง&nbsp;น้ำผลไม้กระป๋อง&nbsp;ก็จะได้เข้าประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งจะผลดีอย่างมากมายในอนาตคต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","11/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211180803223"],
    [154,"กอ.รมน. ประชุมติดตามการขับเคลื่อนโครงการ กำกับ ติดตาม และประเมินผล แผน \"ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน\" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ของ กอ.รมน.จ.นราธิวาส","<p><strong>กอ.รมน.&nbsp;ประชุมติดตามการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;กำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผล</strong>&nbsp;แผน&nbsp;\"ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของ&nbsp;กอ.รมน.จ.นราธิวาส&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมและประสานการปฏิบัติกับศูนย์&nbsp;CCTV&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;สวัสดิ์&nbsp;ชนะจิตราสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย</strong>และยุทธศาสตร์ความมั่นคง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ไปปฏิบัติราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้(นราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการทางฝ่ายอำนวยการ&nbsp;และประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการในพื้นที่ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;และกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10-12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;(11&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พลโท&nbsp;สวัสดิ์&nbsp;เป็นประธานการประชุม</strong>ติดตามการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;กำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;และประเมินผล&nbsp;แผน&nbsp;\"ตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมรับทราบปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้อง&nbsp;และข้อเสนอแนะในการดำเนินการติดตามการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ&nbsp;ที่ห้องประชุมพระยานราศัยสุนทร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีนาวาเอก&nbsp;รัฐพล&nbsp;ลุนพลรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;&nbsp;จริตงาม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;สวัสดิ์ฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการตำบล&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;</strong>เป็นโครงการสำคัญที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;หรือ&nbsp;กอ.รมน.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&nbsp;โดย&nbsp;กอ.รมน.ส่วนกลาง&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ดำเนินการเป็นโครงการที่นำนโยบาย/ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่&nbsp;(จังหวัด/อำเภอ/ตำบล)&nbsp;ที่ผ่านมาคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมาธิการด้านการทหารและความมั่นคงของรัฐ&nbsp;คอยกำกับ&nbsp;ติดตาม&nbsp;โดยให้กอ.รมน.&nbsp;นำผลในการดำเนินการขับเคลื่อนไปชี้แจงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;จะมีการประชุมสรุปผลในรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ของปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><strong>\"...ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้าที่ตำบล&nbsp;ทั้ง&nbsp;290&nbsp;ตำบลในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;กอ.รมน.จังหวัด&nbsp;&nbsp;จะเน้นการนำพันธกิจของ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;เน้นที่การจัดทำแผนเพื่อขจัดปัญหาภัยคุกคาม&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ส่วนนี้&nbsp;จะต้องหาแนวทางเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกัน&nbsp;ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป&nbsp;โดยจะรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้เสนอที่ประชุม&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65...\"</p><p><strong>หลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ&nbsp;พลโท&nbsp;สวัสดิ์&nbsp;และคณะ&nbsp;</strong>ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและประสานการปฏิบัติกับศูนย์&nbsp;CCTV&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","11/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211175316219"],
    [155,"รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนความสัมพันธ์ 9 ด้าน กับซาอุฯ","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;รมว.กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ขับเคลื่อนความสัมพันธ์&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;กับซาอุฯ&nbsp;ขณะที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เตรียมเปิดเวทีระดมความคิดเห็น&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้กับ&nbsp;จชต.&nbsp;เร็ว&nbsp;ๆ&nbsp;นี้</strong></p><p>&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)</strong>&nbsp;นายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;กำหนดทิศทางแนวทางการดำเนินการ&nbsp;เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศซาอุดิอาระเบีย&nbsp;โดยมี&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;นายดามพ์&nbsp;บุญธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเอเชียใต้ตะวันออกกลางและแอฟริกา&nbsp;ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(ระบบ&nbsp;Zoom)</p><p><strong>นายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;</strong>กล่าวถึงการประชุมครั้งนี้ว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นการจัดประชุม&nbsp;เพื่อหารือภายหลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งถือเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นครั้งแรกในรอบกว่า&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;โดยได้มีการหารือความร่วมมือ&nbsp;และเตรียมฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย&nbsp;&nbsp;ซาอุดีอาระเบียให้เข้าสู่ภาวะปกติและแน่นเฟ้นยิ่งขึ้นตามลำดับ&nbsp;การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามกรอบนโยบาย&nbsp;และแผนความร่วมมือต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งในส่วนของภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชนทั้ง&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านพลังงาน&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ด้านอาหาร&nbsp;ด้านสุขภาพ&nbsp;ด้านความมั่นคง&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;และศาสนา&nbsp;ด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;ตลอดจนด้านกีฬา</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ขณะนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทยที่ทำให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นปกติตามเดิม&nbsp;เนื่องจากประชากรในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;โดยส่วนใหญ่เป็นพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลาม&nbsp;(คิดเป็นร้อยละ&nbsp;80)&nbsp;โดยศาสนา&nbsp;ความเชื่อ&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และอัตลักษณ์ของพี่น้องในพื้นที่&nbsp;ฯ&nbsp;จะเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยและซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เนื่องจากในแต่ละปีมีพี่น้องประชาชนชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์&nbsp;กว่า&nbsp;8,000&nbsp;คน&nbsp;รวมถึงการเดินทางไปประกอบอาชีพเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่ในห้วงที่ผ่านมามีสถานการณ์เกิดขึ้นมากมาย&nbsp;ทำให้ประชาชนต้องเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยกว่า&nbsp;4,000&nbsp;คน&nbsp;เนื่องด้วยอัตราการเรียกเก็บภาษีของซาอุดีอาระเบียที่สูงขึ้น&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ได้มีการติดตามให้ความช่วยเหลือในการสนับสนุนการใช้ภาษาไทยแก่บุตรหลานของแรงงานไทยในซาอุดีอาระเบียที่เดินทางกลับมายังมาตุภูมิเนื่องจากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,200&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งยังเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความประสงค์ที่จะกลับไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียอีกครั้ง&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;ศอ.บต.จะดำเนินการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้มีศักยภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;นำร่องให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และถือเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการขยายพื้นที่และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เตรียมจัดสัมมนาและระดมความคิดเห็น&nbsp;โอกาส&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่&nbsp;ของความสัมพันธ์ไทย&nbsp;&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โดยสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยฟาฎอนี&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการในรูปแบบระดมความคิดเห็นและจัดทำเป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;Focus&nbsp;Group&nbsp;ร่วมกับส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานภาคเอกชน&nbsp;ผู้แทนภาคประชาสังคม&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อนำข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมผลักดันและเชื่อมโยงการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทย&nbsp;&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และครอบคลุมในทุกมิติ&nbsp;และเตรียมเสนอต่อกระทรวงการต่างประเทศทราบต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","11/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211180128222"],
    [156,"จังหวัดมุกดาหารจัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ประจำปี 2565","<p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานใน</strong>กิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดนประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;250&nbsp;ปีมุกดาหาร&nbsp;อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมี&nbsp;นางอิสรีย์&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมในกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;การทำบุญ&nbsp;ทางศาสนาเพื่ออุทิศส่วนกุศล</strong>ให้กับสมาชิกอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บังคับบัญชา&nbsp;สมาชิกอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;การอ่านสารของ&nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;การกล่าวคำปฏิญาณตนของสมาชิกอาสารักษาดินแดน&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง&nbsp;&nbsp;การมอบเข็มอาสารักษาดินแดนสดุดี&nbsp;สมาชิกอาสารักษาดินแดน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;มอบทุนการศึกษามูลนิธิ&nbsp;อาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;แก่บุตรสมาชิกอาสารักษาดินแดนจำนวน&nbsp;4&nbsp;ทุน&nbsp;ทุนการศึกษาจากสมาคมแม่บ้านมหาดไทยแก่บุตรจำนวน&nbsp;39&nbsp;ทุน&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;อิสรีย์มั่งคั่ง&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มอบผ้าห่มให้แก่สมาชิกอาสารักษาดินแดนจำนวน&nbsp;180&nbsp;ผืนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ในฐานะ&nbsp;ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;ได้กล่าวให้โอวาทกำลังพลและฝากแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน&nbsp;คือ&nbsp;ขอให้ทุกคนได้ทุ่มเทแรงกาย&nbsp;แรงใจ&nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ทันเวลา&nbsp;ทันเหตุการณ์&nbsp;และต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ&nbsp;ให้เกียรติและเคารพซึ่งกันและกัน&nbsp;ต้องระลึกเสมอว่าประชาชนคือผู้สนับสนุน&nbsp;และให้โอกาสเราในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติบ้านเมือง</p><p>ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมให้ประชาชนอย่างเสมอภาคกัน&nbsp;และสมาชิกอาสารักษาดินแดนเป็นกองกำลังพลเรือนกึ่งทหาร&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จะต้องรักษาระเบียบวินัย&nbsp;และข้อบังคับของหน่วยอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>สำหรับสารผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา</strong>กองอาสารักษาดินแดน&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ความตอนหนึ่งว่า&nbsp;ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ได้เวียนมาบรรจบ&nbsp;ครบรอบปีที่&nbsp;68&nbsp;ผมขอส่งความปรารถนาดี&nbsp;และความห่วงใยมายังผู้บังคับบัญชา&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;รวมทั้งขอให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนทุกท่าน&nbsp;ได้ร่วมกันตั้งจิตอธิษฐานรำลึกถึงวีรกรรมของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้อุทิศทั้งกายและใจ&nbsp;เพื่อซาติบ้านเมืองตลอดระยะเวลากว่าหกสิบปี&nbsp;ที่ผ่านมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดนให้ไว้&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2497&nbsp;ซึ่งถือเป็นวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน&nbsp;และพระราชทานธงประจำกองอาสารักษาดินแดนเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มิถุนายน&nbsp;พุทธศักราช&nbsp;2597&nbsp;ในพิธีสวนสนามคราวเดียวกันนั้น</p><p><strong>ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่เจ้าหน้าที่และสมาชิก</strong>กองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ความว่า&nbsp;\"ขอให้เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่โดยพยายามฝึกสอนอบรมประชาชน&nbsp;ให้เข้าใจกิจการในหน้าที่ของตน&nbsp;ทั้งในส่วนตัวของบุคคล&nbsp;ของครอบครัว&nbsp;ของหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่&nbsp;ตลอดจนชาติบ้านเมืองในที่สุด&nbsp;เพื่อได้มีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกัน&nbsp;ที่จะช่วยป้องกันภัยอันตรายและรักษาความสงบในท้องถิ่นของตน&nbsp;ด้วยความองอาจ&nbsp;กล้าหาญ&nbsp;และชื่อสัตย์สุจริต&nbsp;เพื่อชาติบ้านเมือง&nbsp;และความเป็นเอกราชของเราจะได้วัฒนาถาวร\"</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;การปฏิบัติภารกิจในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ขอให้ผู้บังคับบัญชา</strong>เจ้าหน้าที่&nbsp;และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ได้น้อมนำพระบรมราโชวาท&nbsp;มาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของตน&nbsp;ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์การรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;การป้องกันปราบปรามและการบำบัดรักษาผู้เสพยาเสพติด&nbsp;การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมทั้งการปฏิบัติงานตามโครงการพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน&nbsp;และประเทศชาติสืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","11/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211184656232"],
    [157,"เทศบาลเมืองมุกดาหาร ปรับปรุงอาคารท่าเทียบเรือท่าข้าม รองรับการเปิดประเทศ","<p><strong>นางสุวรรณี&nbsp;ตั้งปณิธานนท์&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;ผอ.กองช่างและคณะทำงาน&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสอบอาคารท่าเทียบเรือ&nbsp;ท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และบริเวณโดยรอบ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตลาดอินโดจีน&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;เพื่อปรับปรุง&nbsp;ซ่อมแซม&nbsp;อาคาร&nbsp;สถานที่ให้อยู่ในสภาพความพร้อมของการใช้งาน&nbsp;หลังจากหยุดให้บริการไป&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมเปิดเมือง&nbsp;กับประเทศเพื่อนบ้าน</strong>&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;อีกไม่นานนี้&nbsp;หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดดีขึ้น&nbsp;ทั้งการควบคุม&nbsp;การป้องกันและการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ได้ตามที่รัฐบาลและจังหวัดกำหนด&nbsp;ซึ่งปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้มีการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ให้กับประชาชนไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;82&nbsp;เกินกว่าที่รัฐบาลกำหนดต้องฉีดวัคซีนให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือ&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และรัฐบาล&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ได้ประกาศเปิดประเทศ&nbsp;รับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ&nbsp;ในเขตท่องเที่ยวสีเขียว&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ผ่านท่าอากาศยานนานาชาติ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;1&nbsp;หนองคาย&nbsp;&nbsp;นครหลวงเวียงจันทน์&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย&nbsp;ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ด่านสากลสะพานมิตรภาพไทย&nbsp;ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;3&nbsp;นครพนม-ท่าแขก&nbsp;เริ่มวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมีประเทศกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;17&nbsp;ประเทศ&nbsp;รวมถึงประเทศไทยด้วย</p><p><strong>สำหรับท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นด่านสากลระหว่างประเทศแห่งที่&nbsp;2&nbsp;นอกจากด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย&nbsp;ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดอินโดจีน&nbsp;โดยให้บริการเรือโดยสารข้ามฟาก&nbsp;รวมทั้งขนถ่ายสินค้า&nbsp;จากจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ไปสะหวันนะเขต&nbsp;และจากสะหวันนะเขต&nbsp;มายังจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งแต่ละปี&nbsp;มีการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออก&nbsp;ไม่ต่ำกว่าปีละ&nbsp;3,000&nbsp;ล้าน&nbsp;ยกเว้นในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่ต้องหยุดชะงักและงดให้บริการ&nbsp;ตามมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทั้งไทยและลาว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","11/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211195701248"],
    [158,"แม่ทัพภาค ที่ 4 ประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เน้นย้ำนโยบายสำคัญ และข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ จนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้คลี่คลายตามลำดับ","<p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(VTC)&nbsp;เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย&nbsp;และสั่งการของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ตลอดจนเพื่อเน้นย้ำนโยบายที่สำคัญและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบกให้หน่วยนำไปปฏิบัติ&nbsp;ให้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;รศ.ดร.บดินทร์&nbsp;รัศมีเทศ&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหาร</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้,&nbsp;รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้,&nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้,&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;\"ในห้วงที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;จนสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้คลี่คลายตามลำดับ&nbsp;ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;ก็ได้บูรณาการสร้างความเข้าใจ&nbsp;รณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;covid-19&nbsp;ทำให้ในพื้นที่มีอัตราการติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในวันนี้ได้มาหารือถึงประเด็นการทำงานด้านต่างๆ&nbsp;และจะได้นำมาเป็นบทเรียนให้นำไปปรับปรุง&nbsp;ทบทวนการปฏิบัติ&nbsp;ทั้งการทำงานที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว&nbsp;และการทำงานที่ยังคงเกิดข้อบกพร่องที่นำไปสู่ความสูญเสีย&nbsp;หรือลดความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความสัมพันธ์ของประเทศไทย</strong>และซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ซึ่งมีผลโดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สิ่งใดที่ตกผลึกแล้ว&nbsp;ฝากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้กระจายข้อมูลต่างๆ&nbsp;ให้หน่วยเฉพาะกิจต่างๆในพื้นที่นำไปสู่การชี้แจงผ่านเวทีสภาธิปไตยตำบล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงการทำงานของรัฐบาลที่ส่งผลในทางที่ดีต่อพี่น้องประชาชน&nbsp;ในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้าต้องขอขอบคุณความคืบหน้าของการดำเนินคดีต่างๆ&nbsp;การติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้ข้อผิดพลาดในการดำเนินการลดน้อยลง\"</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วย</strong>ดูแลเรื่องสิทธิสวัสดิการ&nbsp;เบี้ยเลี้ยง&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;คุณภาพชีวิตของกำลังพล&nbsp;หากมีข้อติดขัดในการดำเนินการให้ผู้บังคับหน่วยได้แจ้งให้กับกำลังพลได้เข้าใจ&nbsp;ให้กำกับและดูแลการใช้สื่อโซเชียลของกำลังพล&nbsp;ให้กำลังพลใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์&nbsp;ให้หน่วยได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเตรียมความพร้อมกันอย่างจริงจังบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัย&nbsp;วางแผนการทำงานให้ครอบคลุม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้หน่วยดำรงความมุ่งหมาย</strong>ในการปฏิบัติมาตรการเชิงรุกการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก&nbsp;ปฏิบัติงานอย่างรอบคอบลดช่องว่างในความผิดพลาด&nbsp;การตั้งจุดตรวจจุดสกัด&nbsp;ด่านต่างๆ&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความเป็นกลาง&nbsp;ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ&nbsp;กำชับเพิ่มเติมภายหลังจากการเกิดเหตุให้ทุกหน่วยเร่งสร้างความเข้าใจโดยเฉพาะภายหลังการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละพื้นที่เร่งสร้างการรับรู้ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อให้สังคมและประชาชนได้รับทราบไปในทิศทางที่ถูกต้อง&nbsp;และเป็นจริง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การทำงานของกำลังพลยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการ</strong>ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก่อนวาระการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้กระทำพิธีรับมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์&nbsp;ซึ่งจะกระทำพิธีมอบให้กับนายทหารสัญญาบัตรในกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ที่มีความเหมาะสม&nbsp;และบุคคลที่กระทำคุณประโยชน์แก่กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และส่วนรวม&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมจัดเป็นผู้พิจารณามอบ&nbsp;โดยมีแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา&nbsp;ซึ่งเข็มที่ระลึกวชิราวุธานุสรณ์ถือเป็นเกียรติสูงสุดของกองทัพภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้ที่ได้รับการประดับเข็มที่ระลึกวชิราวุธานุสรณ์อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","11/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211203152252"],
    [159,"รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามแผนการสกัดกั้นป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;ติดตามแผนการสกัดกั้นป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;บริเวณ&nbsp;แม่น้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;ณ&nbsp;ด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">ที่&nbsp;ด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">&nbsp;พลเอก&nbsp;สุภโชค?&nbsp;ธวัชพีระชัย?&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามแผนการสกัดกั้นป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;บริเวณแม่น้ำโก-ลก&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปแผนการสกัดกั้นตามแนวชายแดน&nbsp;รวมถึงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำสุไหงโกลก&nbsp;และการก่อสร่างรั้วความมั่นคงอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่&nbsp;ตามแผนงานโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;,&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;,&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;แวสาแม&nbsp;สาและ&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรตากใบ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">จากนั้น&nbsp;พลเอก&nbsp;สุภโชค?&nbsp;ธวัชพีระชัย?&nbsp;รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้เดินตรวจภูมิประเทศ&nbsp;บริเวณแม่น้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;โดยสั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน&nbsp;รวมทั้งเครื่องมือในการควบคุมพื้นที่&nbsp;และสกัดกั้นชายแดนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ด้านการวางกำลังตามแนวชายแดน&nbsp;การประสานงานกับหน่วยข่าว&nbsp;และมีการจัดตั้งแหล่งข่าวในประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนและภัยแทรกซ้อน&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;ตามแนวชายแดนทั้งทางน้ำ&nbsp;และทางบก&nbsp;จัดชุดลาดตระเวนทางน้ำตามลำน้ำสุไหงโก-ลก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">พร้อมทั้งจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">&nbsp;รุกงานด้านการเมือง&nbsp;สร้างความตระหนักรู้ให้ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนให้การปฏิเสธการสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;ตลอดจนสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนได้รับทราบถึงความจำเป็นที่ปิดช่องทางผิดกฎหมาย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">ตลอดจนการบูรณาการเครื่องมือ&nbsp;และยุทโธปกรณ์พิเศษในการเฝ้าตรวจ&nbsp;และสกัดกั้นพื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ&nbsp;ใช้อากาศยานโดรนบินลาดตระเวนตรวจการณ์&nbsp;และกดดันทางอากาศ&nbsp;ทางน้ำใช้เรือในการเฝ้าตรวจ&nbsp;ด้วยการจัดตั้งจุดตรวจทางน้ำ&nbsp;ควบคุมปมคมนาคมทางน้ำ&nbsp;และลาดตระเวนตรวจการณ์ตามลำน้ำโก-ลก&nbsp;และทางบก&nbsp;เพื่อป้องกัน&nbsp;สกัดกั้น&nbsp;ยับยั้งการลักลอบขนย้ายอาวุธ&nbsp;ยาเสพติด&nbsp;แรงงานต่างด้าว&nbsp;สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ&nbsp;และการคัดกรองบุคคล&nbsp;ตลอดจนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;หรือโรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;และเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีเอกภาพ&nbsp;และมีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ทำพื้นที่ชายแดนให้มีความมั่นคง&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจบริเวณชายแดน&nbsp;อีกทั้งรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดเหตุรุนแรง&nbsp;ความสูญเสียชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินของประชาชน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","11/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211212224290"],
    [160,"ศอ.บต. ส่งความห่วงใยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จชต.พร้อมให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบคลุมทุกมิติ","<p><strong>นายแพทย์&nbsp;สมหมาย&nbsp;บุญเกลี้ยง&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ</strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางอาดีลา&nbsp;บูเดียะ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานเยียวยา&nbsp;กองส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และเจ้าหน้าที่เยียวยา&nbsp;เข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อสร้าง&nbsp;ขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว&nbsp;พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง&nbsp;9&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;มี&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และอีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ได้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน&nbsp;โดยผู้บาดเจ็บได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;อําเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันตำรวจตรีเอกยศ&nbsp;ศิริเพ็ญ&nbsp;พันตำรวจตรี&nbsp;สุวัฒน์&nbsp;ไชยสุก&nbsp;ร้อยตำรวจเอกอิทธิพล&nbsp;อองสิน&nbsp;รักษาตัว&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลสงขลานครินทร์&nbsp;อําเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ดาบตำรวจวิศิษฎ์&nbsp;บัวศรี&nbsp;ดาบตำรวจสรชา&nbsp;อนุญาโต&nbsp;ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บจาก&nbsp;เหตุระเบิดเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD)&nbsp;หลังเข้าตรวจสอบเหตุระเบิดสะพานรถไฟ&nbsp;ข้ามคลองน้ำเค็ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;บ้านโคกม้า&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ซึ่งมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบขว้างระเบิดเข้าไปในบริเวณตู้เอทีเอ็มหน้าป้อมยามบริเวณที่ทำการไฟฟ้าเขี่อนบางลาง&nbsp;ตำบลเขี่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยขณะนี้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สิบตำรวจตรี&nbsp;อิทธิพล&nbsp;พรมโคตร&nbsp;สิบตำรวจตรี&nbsp;กฤษฎา&nbsp;ทองศิริ&nbsp;</p><p><strong>และยังมีประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน&nbsp;2&nbsp;รายคือ</strong>&nbsp;นายสุทธิศักดิ์&nbsp;หมีนเส็น&nbsp;จากเหตุระเบิดบริเวณสะพานรถไฟข้ามคลองน้ำเค็ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;บ้านโคกม้า&nbsp;&nbsp;ตำบลบ้านนา&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พักรักษาตัว&nbsp;ที่โรงพยาบาลสงขลา&nbsp;และนายมนูญ&nbsp;อุ่นอก&nbsp;ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในอำเภอเมืองยะลา&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณถนนหน้าร้านบิ๊กซีเลยตลาดผังเมือง&nbsp;4&nbsp;ทางไปแฟลตตำรวจ&nbsp;ถนนผังเมือง&nbsp;4&nbsp;ตำบลสะเตง&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการลงพื้นที่เยี่ยมในครั้งนี้</strong>&nbsp;<strong>นายแพทย์&nbsp;สมหมาย&nbsp;บุญเกลี้ยง</strong>&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้นำความห่วงใยจากเลขาธิการ&nbsp;&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดการได้รับสิทธิ์เยียวยาตามหลักเกณฑ์&nbsp;และรับฟังปัญหาหากมีข้อติดขัด&nbsp;จะให้การช่วยเหลือเบื้องต้นทันที&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มงานเยียวยา&nbsp;จะนำเข้าสู่การพิจารณา&nbsp;และหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้ครอบคลุมในทุกมิติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212065529338"],
    [161,"โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ ยะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จ.ยะลา","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบ&nbsp;ประชาชน&nbsp;-&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์&nbsp;ระเบิดตู้&nbsp;เอ.ที.เอ็ม&nbsp;ที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง</strong></p><p><br></p><p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;</strong>ให้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นผู้เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน&nbsp;มอบแก่ประชาชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดบริเวณตู้&nbsp;เอ.ที.เอ็ม&nbsp;หน้าป้อมยาม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เชิญดอกไม้&nbsp;และกระเช้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยม</strong>&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;มามะ&nbsp;เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณแขนขวา&nbsp;และขาทั้งสองข้าง&nbsp;ซึ่งพักรักษาตัวที่&nbsp;ร.พ.ยะลา&nbsp;โดยทางคณะแพทย์ได้ให้ยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ทำความสะอาดตกแต่งบาดแผล&nbsp;ปัจจุบันคนไข้รู้สึกตัวดี&nbsp;อาการโดยรวมปลอดภัย&nbsp;พร้อมทั้งได้เชิญกระแสรับสั่งพระบาทพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ที่ทรงห่วงใย&nbsp;ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผู้ว่าฯ&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานมามอบให้&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ&nbsp;สร้างความปลาบปลื้ม&nbsp;และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เชิญดอกไม้&nbsp;และกระเช้าสิ่งของพระราชทาน</strong>&nbsp;ไปเยี่ยม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;พรมโคตร&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;กก.ตชด.44&nbsp;จนท.ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.&nbsp;&nbsp;กฤษฎา&nbsp;ทองศิริ&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;กก.ตชด.44&nbsp;จนท.ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;ซึ่งพักรักษาตัวที่&nbsp;รพ.ยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;ภายในศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจ&nbsp;แห่งชาติส่วนหน้า&nbsp;(ศปก.ตร.สน.)&nbsp;โดย&nbsp;ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;มีอาการแน่นหน้าอก&nbsp;หูอื้อ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อทั่วไป&nbsp;ไม่มีสะเก็ดระเบิด&nbsp;อาการโดยรวมปลอดภัย&nbsp;ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวดี&nbsp;ส่วน&nbsp;ส.ต.ต.กฤษฎา&nbsp;มีอาการแน่นหน้าอก&nbsp;หูอื้อ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อลำตัวด้านขวามีแผลสะเก็ดบริเวณ&nbsp;หลัง-สะโพกขวา&nbsp;ต้นขาด้านขวา&nbsp;บวมแดงปวดเล็กน้อย&nbsp;อาการโดยรวมปลอดภัย&nbsp;ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวดี&nbsp;</p><p><strong>การนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้เชิญกระแสรับสั่งพระบาทพระเจ้าอยู่หัว</strong>&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ที่ทรงห่วงใย&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้ผู้ว่าฯ&nbsp;เชิญสิ่งของพระราชทานมามอบให้&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ซึ่งการได้รับสิ่งของพระราชทานครั้งนี้ได้&nbsp;สร้างความปลาบปลื้ม&nbsp;และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;และครอบครัว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212110242384"],
    [162,"โปรดเกล้าฯ ผู้ว่าฯ ยะลาเชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน เยี่ยม จนท.ได้รับบาดเจ็บจากเหตุไม่สงบฯ","<p><strong>ที่โรงพยาบาลยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;ให้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เชิญดอกไม้&nbsp;ตะกร้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยม&nbsp;นายอิสมะแอ&nbsp;มามะ&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;พนักงาน&nbsp;รปภ.เขื่อนบางลาง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;285/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง&nbsp;ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน&nbsp;โดนระเบิดขว้างบริเวณตู้&nbsp;ATM&nbsp;หน้าป้อมยามโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เหตุเกิด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ถูกสะเก็ดระบิดบริเวณแขนขวา&nbsp;และขาทั้งสองข้าง&nbsp;แพทย์ให้ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดแผล&nbsp;แต่งแผล&nbsp;ล่าสุดอาการปลอดภัยรู้สึกตัวดี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ได้เดินทางต่อไปยังโรงพยายาลยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;</strong>ภายในศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เยี่ยมอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;ชุด&nbsp;ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จากเหตุการณ์เหตุการณ์เดียวกัน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;พรมโคตร&nbsp;อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;กก.ตชด.44&nbsp;ชุด&nbsp;ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;ได้รับบาดเจ็บมีอาการแน่นหน้าอกด้านซ้าย&nbsp;หูอื้อด้านซ้านแต่สามารถได้ยินตามปกติ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อทั่วไป&nbsp;ไม่มีบาดแผลสะเก็ดระเบิด&nbsp;2.ส.ต.ต.กฤษฎา&nbsp;ทองศิริ&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;กก.ตชด.44&nbsp;ชุด&nbsp;ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;ได้รับบาดเจ็บมีอาการแน่นหน้าอกหูอื้อทั้งสองข้าง&nbsp;สามารถได้ยินตามปกติ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อลำตัวด้านขวา&nbsp;มีบาดแผลสะเก็ดระเบิด&nbsp;บริเวณหลัง-สะโพกขวา&nbsp;ต้นขาด้านขวา&nbsp;อาการปลอดภัยรู้สึกตัวดี&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งถึงความห่วงใย</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;และประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้อาการปลอดภัย&nbsp;อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด&nbsp;การได้รับพระราชทาน&nbsp;พระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติ&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว&nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212111058385"],
    [163,"กอ.รมน.ภาค 4 สน.ประชุมหน่วยขึ้นตรง เน้นย้ำนโยบายสำคัญ และข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ จนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้คลี่คลายตามลำดับ","<p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(VTC)&nbsp;เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย&nbsp;และสั่งการของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ตลอดจนเพื่อเน้นย้ำนโยบายที่สำคัญและข้อสั่งการของผู้บัญชาการทหารบกให้หน่วยนำไปปฏิบัติ&nbsp;ให้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;โดยมี&nbsp;รศ.ดร.บดินทร์&nbsp;รัศมีเทศ&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้,&nbsp;รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้,&nbsp;ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้,&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชาของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า,&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>\"ในห้วงที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;จนสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้คลี่คลายตามลำดับ&nbsp;ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;ก็ได้บูรณาการสร้างความเข้าใจ&nbsp;รณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกัน&nbsp;covid-19&nbsp;ทำให้ในพื้นที่มีอัตราการติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในวันนี้ได้มาหารือถึงประเด็นการทำงานด้านต่างๆ&nbsp;และจะได้นำมาเป็นบทเรียนให้นำไปปรับปรุง&nbsp;ทบทวนการปฏิบัติ&nbsp;ทั้งการทำงานที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว&nbsp;และการทำงานที่ยังคงเกิดข้อบกพร่องที่นำไปสู่ความสูญเสีย&nbsp;หรือลดความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชน&nbsp;ในส่วนของการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความสัมพันธ์ของประเทศไทยและซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ซึ่งมีผลโดยตรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;สิ่งใดที่ตกผลึกแล้ว&nbsp;ฝากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้กระจายข้อมูลต่างๆ&nbsp;ให้หน่วยเฉพาะกิจต่างๆในพื้นที่นำไปสู่การชี้แจงผ่านเวทีสภาธิปไตยตำบล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงการทำงานของรัฐบาลที่ส่งผลในทางที่ดีต่อพี่น้องประชาชน&nbsp;ในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้าต้องขอขอบคุณความคืบหน้าของการดำเนินคดีต่างๆ&nbsp;การติดตามการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนทำให้ข้อผิดพลาดในการดำเนินการลดน้อยลง\"&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยดูแลเรื่องสิทธิสวัสดิการ&nbsp;</strong>เบี้ยเลี้ยง&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;คุณภาพชีวิตของกำลังพล&nbsp;หากมีข้อติดขัดในการดำเนินการให้ผู้บังคับหน่วยได้แจ้งให้กับกำลังพลได้เข้าใจ&nbsp;ให้กำกับและดูแลการใช้สื่อโซเชียลของกำลังพล&nbsp;ให้กำลังพลใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์&nbsp;ให้หน่วยได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเตรียมความพร้อมกันอย่างจริงจังบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการดูแลความปลอดภัย&nbsp;วางแผนการทำงานให้ครอบคลุม&nbsp;สำหรับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายให้หน่วยดำรงความมุ่งหมายในการปฏิบัติมาตรการเชิงรุกการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก&nbsp;ปฏิบัติงานอย่างรอบคอบลดช่องว่างในความผิดพลาด&nbsp;การตั้งจุดตรวจจุดสกัด&nbsp;ด่านต่างๆ&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความเป็นกลาง&nbsp;ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ&nbsp;กำชับเพิ่มเติมภายหลังจากการเกิดเหตุให้ทุกหน่วยเร่งสร้างความเข้าใจโดยเฉพาะภายหลังการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละพื้นที่เร่งสร้างการรับรู้ในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อให้สังคมและประชาชนได้รับทราบไปในทิศทางที่ถูกต้อง&nbsp;และเป็นจริง&nbsp;นอกจากนี้การทำงานของกำลังพลยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ก่อนวาระการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>ได้กระทำพิธีรับมอบเข็มวชิราวุธานุสรณ์&nbsp;ซึ่งจะกระทำพิธีมอบให้กับนายทหารสัญญาบัตรในกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ที่มีความเหมาะสม&nbsp;และบุคคลที่กระทำคุณประโยชน์แก่กองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และส่วนรวม&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมจัดเป็นผู้พิจารณามอบ&nbsp;โดยมีแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณา&nbsp;ทั้งนี้เข็มที่ระลึกวชิราวุธานุสรณ์ถือเป็นเกียรติสูงสุดของกองทัพภาค&nbsp;4&nbsp;และผู้ที่ได้รับการประดับเข็มที่ระลึกวชิราวุธานุสรณ์อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212112934408"],
    [164,"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯยะลา เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดตู้ ATM หน้าป้อมยามโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง ยะลา","<p><strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;</strong>ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;ให้นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เชิญดอกไม้&nbsp;ตะกร้าสิ่งของพระราชทานเยี่ยม&nbsp;นายอิสมะแอ&nbsp;มามะ&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;รปภ.เขื่อนบางลาง&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;285/1&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง&nbsp;ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวน&nbsp;โดนระเบิดขว้างบริเวณตู้&nbsp;ATM&nbsp;หน้าป้อมยามโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เหตุเกิดช่วงค่ำของวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ถูกสะเก็ดระบิดบริเวณแขนขวา&nbsp;และขาทั้งสองข้าง&nbsp;แพทย์ให้ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดแผล&nbsp;แต่งแผล&nbsp;อาการปลอดภัยรู้สึกตัวดี&nbsp;พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นเดินทางต่อไปยังโรงพยายาลยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;</strong>ภายในศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เข้าเยี่ยมอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;ชุด&nbsp;ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จากเหตุการณ์เหตุการณ์เดียวกัน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;พรมโคตร&nbsp;อายุ&nbsp;23&nbsp;ปี&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;กก.ตชด.44&nbsp;ชุด&nbsp;ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;ได้รับบาดเจ็บมีอาการแน่นหน้าอกด้านซ้าย&nbsp;หูอื้อด้านซ้านแต่สามารถได้ยินตามปกติ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อทั่วไป&nbsp;ไม่มีบาดแผลสะเก็ดระเบิด&nbsp;2.ส.ต.ต.กฤษฎา&nbsp;ทองศิริ&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;ผบ.หมู่&nbsp;กก.ตชด.44&nbsp;ชุด&nbsp;ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;ได้รับบาดเจ็บมีอาการแน่นหน้าอกหูอื้อทั้งสองข้าง&nbsp;สามารถได้ยินตามปกติ&nbsp;ปวดกล้ามเนื้อลำตัวด้านขวา&nbsp;มีบาดแผลสะเก็ดระเบิด&nbsp;บริเวณหลัง-สะโพกขวา&nbsp;ต้นขาด้านขวา&nbsp;อาการปลอดภัยรู้สึกตัวดี</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้เชิญพระราชกระแสรับสั่งถึงความห่วงใย&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;44&nbsp;ที่ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;รปภ.เขื่อนบางลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้อาการปลอดภัย&nbsp;อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด&nbsp;การได้รับพระราชทาน&nbsp;พระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ยังความปลาบปลื้มปิติ&nbsp;และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว&nbsp;อย่างหาที่สุดมิได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212113141410"],
    [165,"ยะลา ผู้ว่าฯ มอบเงินเยียวยา  ผู้บาดเจ็บ จากเหตุระเบิดตู้ เอ.ที.เอ็ม.บันนังสตา","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>โดย&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้มอบเงินช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ&nbsp;แก่นายอิสมาแอ&nbsp;มามะ&nbsp;อายุ&nbsp;34&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย&nbsp;ที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ต.ต.&nbsp;กฤษฎา&nbsp;ทองศิริ&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.อิทธิพล&nbsp;พรมโคตร&nbsp;จนท.ชป.พิทักษ์เขื่อนบางลาง&nbsp;รายละ&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามระเบียบหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน&nbsp;ได้ก่อเหตุขว้างระเบิดเข้าไปใน&nbsp;บริเวณตู้เอทีเอ็ม&nbsp;หน้าป้อมยามบริเวณหน้าที่ทำการโรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;ตำบลเขื่อนบางลาง&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และยังคงพักรักษาตัวที่&nbsp;รพ.ยะลา&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และโรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์&nbsp;ภายในศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติส่วนหน้า&nbsp;(ศปก.ตร.สน.)&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยทั้งหมดอาการปลอดภัย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212113943414"],
    [166,"พะเยา ตรวจยึดพื้นที่และไม้นายทุนโค่นขวางทางเข้าพื้นที่การเกษตรชาวบ้าน","<p><strong>เจ้าหน้าที่ป่าไม้&nbsp;ตำรวจป่าไม้&nbsp;สนธิกำลัง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;32&nbsp;&nbsp;เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่&nbsp;รวมทั้งไม้&nbsp;หลังมีนายทุนเข้าทำการแผ้วถาง&nbsp;และมีการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่นับ&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อขวางทางเข้าออกพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่เตรียมที่จะออกหมายจับนายทุนคนดังกล่าว&nbsp;ผู้ที่อ้างในการทำประโยชน์ในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>เจ้าหน้าที่ป่าไม้อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ตำรวจป่าไม้&nbsp;</strong>สนธิกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดพะเยา&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่32&nbsp;ต้องเข้าทำการตรวจยึดพื้นที่บริเวณหมู่ที่&nbsp;16&nbsp;บ้านภูเงิน&nbsp;ตำบลแม่ปืม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;หลังมีนายทุนได้ทำการแผ้วถางและตัดต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนนับ&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;ขวางถนนซึ่งเป็นทางเข้าออกพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน&nbsp;จนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน&nbsp;เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>วันนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงได้สนธิกำลังเข้าทำการตรวจสอบ&nbsp;พบว่าพื้นที่ดังกล่าว</strong>เป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งได้มีผู้ที่อ้างตนเข้าทำประโยชน์และทำกินในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;และได้มีการตัดไม้และล้มไม้ขนาดใหญ่&nbsp;และมีการขุดสระ&nbsp;รวมทั้งมีการแผ้วถางโครงสร้างภายใน&nbsp;เขตป่าสงวน&nbsp;ซึ่งได้เรียกตัวผู้ที่กล่าวอ้างเป็นผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวเข้าทำการเจรจาแล้วแต่ไม่มาแสดงตน&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเข้าตรวจยึดพื้นที่&nbsp;พร้อมกับยึดไม้ที่ถูกตัด&nbsp;รวมทั้งจะออกหมายเรียกและหมายจับ&nbsp;เพื่อส่งดำเนินคดีต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สัมภาษณ์...นายไกรวุฒิ&nbsp;วรรณคำ&nbsp;เจ้าพนักงานป่าไม้&nbsp;</p><p>หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","ภาคเหนือ","พะเยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212155701485"],
    [167,"กัมพูชา ส่งตัวผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 21 ราย ถึงไทยวันนี้ หลังรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะตำรวจ PCT และ DES  เดินทางไปประสานความร่วมมือ","<p><strong>พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์&nbsp;กิตติประภัสร์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;(ศปอส.ตร&nbsp;)&nbsp;หรือ&nbsp;PCT&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะตำรวจ&nbsp;PCT&nbsp;และ&nbsp;ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ&nbsp;&nbsp;DES&nbsp;เดินทางกลับจากประเทศกัมพูชา&nbsp;พร้อมนำผู้ต้องหา&nbsp;&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;กลับมาดำเนินคดีในไทย&nbsp;หลังเดินทางไปประสานความร่วมมือกับผู้แทนฝ่ายรัฐบาลกัมพูชา&nbsp;ปฏิบัติการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจากปฎิบัติการวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ตำรวจไทยและเจ้าหน้าที่กัมพูชา&nbsp;ร่วมตรวจค้นเป้าหมาย&nbsp;3&nbsp;จุดพร้อมกันในกรุงพนมเปญ&nbsp;และในเมืองพระสีหนุ&nbsp;ซึ่งสถานที่เหล่านี้ใช้เป็นสถานที่พักอาศัยของผู้ต้องหา&nbsp;และยังใช้เป็นสถานที่ดำเนินการหลอกลวงผู้เสียหาย&nbsp;เช่นการชักชวน&nbsp;หลอกลงทุนซื้อขายเหรียญสกุลดิจิทัล&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;หรือ&nbsp;แม้แต่การแอบอ้างเป็น&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;และ&nbsp;DSI&nbsp;&nbsp;ในการหลอกลวงเหยื่อ&nbsp;และยังมีการหลอกลวงให้เล่นเกมส์แบบพิชิตเป็นภารกิจ&nbsp;โดยส่งลิ้งค์ผ่านเว็บไซต์&nbsp;ซึ่งแก๊งคอลเซนเตอร์จะอ้างตัวเป็นเครือของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง&nbsp;ของไทยและบริษัทพลังงานรายใหญ่ในไทยไปหลอกลวงเหยื่อ&nbsp;โดยมีคนจีนเป็นหัวหน้าและควบคุมการทำงาน&nbsp;ซึ่งผู้เสียหายเป็นคนไทยจำนวนมาก&nbsp;รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดนับพันล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ที่ถูกจับกุมได้&nbsp;เจ้าหน้าที่กัมพูชา</strong>&nbsp;ได้นำตัวทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เพื่อกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย&nbsp;ในข้อหา&nbsp;เป็นอั้งยี่ซ่องโจร&nbsp;มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ&nbsp;สำหรับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี&nbsp;เจ้าหน้าที่กัมพูชา&nbsp;จะเร่งรัดดำเนินการติดตามตัวเพื่อส่งตัวให้กลับประเทศไทยโดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์&nbsp;ระบุอีกว่า&nbsp;คดีลักษณะนี้&nbsp;เป็นคดีที่รัฐบาลให้ความสำคัญ</strong>&nbsp;เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ที่ผ่านมาทาง&nbsp;DES&nbsp;ได้รับเรื่องร้องเรียน&nbsp;เรื่องคอลเซ็นเตอร์ที่มาหลอกลวงคนไทยจำนวนมาก&nbsp;โดยต้นตออยู่ที่ประเทศกัมพูชา&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการปราบปรามต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","NULL","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212150122474"],
    [168,"ผู้บัญชาการทหารบก เยี่ยมให้กำลังใจผู้สมัครคัดเลือกทหารออนไลน์ โดยเปิด 35 มณฑลทหารบกคัดเลือกทหารพร้อมกัน และเตรียมเข้าประจำการในเดือนพฤษภาคมนี้","<p><strong>พลเอกณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก</strong>&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยมการคัดเลือกทหารกองประจำการ&nbsp;ตามโครงการรับสมัครทหารกองเกินอายุ&nbsp;18-20&nbsp;ปี&nbsp;และอายุ&nbsp;22-29&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;กรณีพิเศษด้วยระบบออนไลน์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;11&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยตรวจเลือกทหารที่กองทัพบกดำเนินการคัดเลือกในระหว่างวันที่&nbsp;12-13&nbsp;กุมภาพันธ์พร้อมกัน&nbsp;&nbsp;35&nbsp;มณฑลทหารบกทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อรับชายไทยดังกล่าวเข้ามาเป็นทหารกองประจำการผลัด1/2565&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีนี้ได้รับความสนใจมีผู้สมัครเป็นทหารถึง&nbsp;11,002&nbsp;คน</strong>&nbsp;สำหรับการคัดเลือกที่มณฑลทหารบกที่&nbsp;11&nbsp;ในวันนี้&nbsp;มีผู้สมัครเป็นทหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;325&nbsp;คน&nbsp;และมีผู้ปกครองเข้าร่วมชมบรรยากาศการคัดเลือก&nbsp;//โอกาสนี้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้พบปะให้กำลังใจผู้สมัครและครอบครัว&nbsp;พร้อมขอบคุณที่มีใจรักในการเป็นทหาร&nbsp;เสียสละสมัครเข้าร่วมในโครงการ&nbsp;กองทัพบกพร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาเป็นทหารตามที่ตั้งใจไว้</p><p><strong>สำหรับการคัดเลือกในครั้งนี้ใช้กระบวนการเดียวกับการตรวจเลือกทหารประจำปี&nbsp;</strong>จะต้องผ่านการตรวจร่างกาย&nbsp;ตรวจเอกสาร&nbsp;มีคุณสมบัติตามที่ราชการกำหนด&nbsp;และการเลือกหน่วยทหารที่จะประจำการหรือเลือกหน่วยข้างเคียง&nbsp;ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกกองทัพบกจะออกใบนัดเพื่อให้มารายงานตัวเข้าประจำการ&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยในระหว่างนี้&nbsp;หน่วยทหารจะมีการติดต่อ&nbsp;แจ้งข้อมูลและให้คำแนะนำกับว่าที่ทหารใหม่เป็นระยะ&nbsp;ทั้งในเรื่องการเตรียมความพร้อมของร่างกาย&nbsp;ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212151037479"],
    [169,"ฉก.ทพ.36 ติวเข้มการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมดูแลประชาชนผู้ประสบอุบัติเหตุจากไฟป่า","<p><strong>ตามนโยบายของ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;โดย&nbsp;กองกำลังนเรศวร</strong>&nbsp;ให้หน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;เตรียมความพร้อมของชุดปฏิบัติการดับไฟป่า&nbsp;เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ห้วงฤดูแล้ง&nbsp;ในระหว่างเดือน&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;ถึง&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือมักประสบปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;อันเป็นสาเหตุของมลพิษทางอากาศ&nbsp;ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ&nbsp;รวมทั้งสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;และมักมีประชาชนประสบอุบัติเหตุขณะดับไฟป่า&nbsp;ทั้งที่บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นประจำทุกปี</p><p><strong>พันเอกสมภพ&nbsp;ใจบุญ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36</strong>&nbsp;จึงได้สั่งการให้&nbsp;ร.อ.บรรจง&nbsp;อัมพุธ&nbsp;ผู้ช่วยนายทหาร&nbsp;ฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;และ&nbsp;ส.ท.ปรวีย์&nbsp;กุณี&nbsp;นายสิบเสนารักษ์&nbsp;&nbsp;ทำการฝึกอบรมกำลังพลชุดปฏิบัติการดับไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อเป็นการฝึกทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับตนเอง&nbsp;และประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุจากไฟป่า&nbsp;โดยได้ดำเนินการฝึก&nbsp;การปฐมพยาบาลเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;การห้ามเลือด&nbsp;เพื่อป้องกันเลือดไหลออกจำนวนมาก&nbsp;อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากที่สุด&nbsp;การดาม&nbsp;กรณีลื่นล้ม&nbsp;หรือผลัดตกจากที่สูง&nbsp;โดยแสวงเครื่องมือในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;การทำแผลไฟไหม้&nbsp;เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระหว่างนำส่งโรงพยาบาล</p><p><strong>และที่สำคัญคือ&nbsp;การทำ&nbsp;CPR&nbsp;เมื่อผู้ป่วยหมดสติจากการสำลักควันไฟ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังจะหยุดหายใจ&nbsp;หรือหัวใจกำลังจะหยุดเต้น&nbsp;ให้กลับมาหายใจตามปกติ&nbsp;ซึ่งต้องกระทำอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพราะหากสมองขาดออกซิเจนไปเกิน&nbsp;4&nbsp;นาที&nbsp;สมองอาจเสียหายได้&nbsp;และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากพื้นที่อันตราย&nbsp;ไปยังพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;โดยใช้เปลที่แสวงเครื่องจากธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;และเสื้อ&nbsp;หากในบางพื้นที่ก็จำกัดด้วยภูมิประเทศ&nbsp;ไม่สามารถนำเปลเข้าไปได้&nbsp;ก็จะใช้การอุ้ม&nbsp;ทั้งท่าอุ้มเดี่ยว&nbsp;และท่าอุ้มคู่&nbsp;ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212161742487"],
    [170,"มณฑลททหารบกที่ 36 ดำเนินการคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2565","<p><strong>พลตรี&nbsp;สามารถ&nbsp;มโนรถมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;36</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ&nbsp;ผู้ที่เข้ารับการคัดเลือก&nbsp;เป็นทหารกองประจำการ</p><p>โดยหน่วยทหารในพื้นที่&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;เปิดรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการจำนวน&nbsp;14&nbsp;หน่วย&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีทหารกองเกินในพื้นที่&nbsp;และต่างพื้นที่เข้าร่วมสมัครทั้งสิ้น&nbsp;223&nbsp;นาย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ทหารกองเกินช่วงอายุ&nbsp;18&nbsp;&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;จำนวน&nbsp;215&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;อายุ&nbsp;22&nbsp;&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมทั้งได้บริการแจกจ่ายอาหารกล่องและน้ำดื่ม&nbsp;ให้กับทหารกองเกิน&nbsp;พร้อมญาติ&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;ค่ายพ่อขุนผาเมือง&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินการดังกล่าว&nbsp;ได้ปฏิบัติอยู่ภายใต้มาตรการ</strong>ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;/สวท.เพชรบูรณ์</p><p>แหล่งข้อมูล&nbsp;:&nbsp;มทบ.36</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212180335499"],
    [171,"เจ้าหน้าที่ ตชด. อส. เบตง รวบพ่อค้ายาบ้า พร้อมของกลางยาบ้าร้อยกว่าเม็ด รับสารภาพรับมาถุงละ 8,000 บาทขายเม็ดละ 100 บาท","<p><strong>พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;สืบทราบว่า&nbsp;</strong>ที่บ้านเลขที่&nbsp;456&nbsp;หมู่8&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและมีการมั่วสุม&nbsp;จึงสั่งการให้&nbsp;ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;ประสาน&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;รับผิดชอบงานยาเสพติดนายปัจฉิมณรงค์&nbsp;ปัจจิมเพ็ชร&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอเบตง&nbsp;วางแผนนำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445,&nbsp;ฉก.ตชด.44,&nbsp;อส.อำเภอเบตง&nbsp;(ชป.เอราวัณ)&nbsp;เข้าตรวจค้นจับกุม</p><p><strong>เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูน</strong>ชั้นเดียวอยู่ติดถนนสายบ้านปากบาง-บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา10&nbsp;มีชายนอนอยู่บนเปลที่ผูกกับต้นไม้บริเวณหน้าบ้าน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และมีกลุ่มวัยรุ่นนั่งอยู่บริเวณหลังบ้าน&nbsp;เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างก็วิ่งหนีเข้าป่าไปคนละทิศละทาง&nbsp;เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมชายที่นอนอยู่บนเปลได้&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ทราบชื่อนายวรศักดิ์&nbsp;อายุ&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นบุคคลที่อาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าว&nbsp;และตรงกับที่เจ้าหน้าที่สืบสวนมาว่าเป็นผู้จำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและหมู่บ้านข้างเคียง&nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจค้นตัว&nbsp;พบยาบ้า&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;จำนวน&nbsp;131&nbsp;เม็ด&nbsp;อยู่ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นสามส่วนข้างซ้ายที่สวมใส่อยู่&nbsp;จึงควบคุมตัวมาสอบและทำบันทึกจับกุมที่กองร้อย&nbsp;ตชด</p><p><strong>จากการสอบสวนเบื้องต้น&nbsp;รับสารภาพ&nbsp;มีอาชีพรับจ้างกรีดยาง</strong>&nbsp;ขายยาบ้ามาแล้วประมาณ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ยาบ้าที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม&nbsp;พึ่งซื้อมาเมื่อ&nbsp;4&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;แต่ละครั้งจะซื้อมาครั้งละ&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;(200&nbsp;เม็ด)&nbsp;ในราคา&nbsp;8,000&nbsp;บาท&nbsp;แล้วจะนำมาเสพและแบ่งขายให้พรรคพวกเพื่อนฝูงในราคาเม็ดละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนกลุ่มที่วิ่งหลบหนีไป&nbsp;คือเพื่อนๆ&nbsp;ที่มานั่งเสพยา&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหามีไว้ในครอบครอง&nbsp;ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน)โดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","12/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213060528565"],
    [172,"รัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพิ่มคุ้มครองสตรีในชนบทและทุกกลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการให้เร่งรัดผลักดันให้เกิดความคืบหน้าจากการนำเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย&nbsp;(Universal&nbsp;Periodic&nbsp;Review:&nbsp;UPR)&nbsp;ตามกลไกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ&nbsp;ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ&nbsp;จัดทำรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศ&nbsp;โดยการทบทวนแต่ละรอบจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประเทศไทยได้ให้คำมั่นโดยสมัครใจในการดำเนินการในหลายประเด็น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อาทิ&nbsp;ร่วมมือในการขจัดความไร้รัฐและส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของกลุ่มคนไร้รัฐไร้สัญชาติ&nbsp;ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน&nbsp;ต่อต้านการทรมานและลงโทษที่โหดร้าย&nbsp;การส่งเสริมมาตรการบังคับสำหรับภาคธุรกิจในการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ประเทศสมาชิก&nbsp;UN&nbsp;ประเทศอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สามารถร่วมพิจารณารายงาน&nbsp;และร่วมให้ข้อเสนอแนะได้</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การนำเสนอรายงานการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทย&nbsp;รอบที่&nbsp;3&nbsp;เมื่อเดือนพฤศจิกายน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ประเทศต่างๆ&nbsp;ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ไทย&nbsp;รวม&nbsp;278&nbsp;ข้อ&nbsp;โดยคณะผู้แทนไทยได้ตอบรับทันที&nbsp;193&nbsp;ข้อ&nbsp;ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะนำเสนอรายงานดังกล่าวให้ดีที่สุด&nbsp;และล่าสุดคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เห็นชอบที่จะรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอีก&nbsp;25&nbsp;ข้อ&nbsp;รวมเป็นข้อเสนอแนะที่ไทยตอบรับแล้วทั้งหมด&nbsp;218&nbsp;ข้อ&nbsp;ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จะได้แจ้งท่าที&nbsp;ดังกล่าวแก่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติต่อไป&nbsp;ซึ่งบางประเด็นรัฐบาล&nbsp;ก็ได้ดำเนินการแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ข้อเสนอแนะที่ไทยตอบรับต่างเป็นข้อเสนอแนะที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;แผนสิทธิมนุษยชน&nbsp;หรือเป็นข้อเสนอแนะที่หน่วยงานดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;เช่น&nbsp;การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;การให้ความช่วยเหลือทางสวัสดิการสังคม&nbsp;รัฐบาลมุ่งมั่นให้ความร่วมมือกับนานาประเทศ&nbsp;แนวทางในการประกาศคำมั่นโดยสมัครใจและการพิจารณาตอบรับข้อเสนอแนะ&nbsp;ได้คำนึงถึงความสอดคล้องกับกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศ&nbsp;ค่านิยมเชิงหลักการของสังคมและความพร้อมในการดำเนินการของหน่วยงาน&nbsp;ซึ่งสะท้อนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","13/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213135051675"],
    [173,"นายกรัฐมนตรี สั่งเข้มงวดสกัดกั้นขบวนการลักลอบแรงงานเถื่อน กำชับกวาดล้างแก๊งคอลเซนเตอร์ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวด&nbsp;สกัดกั้นขบวนการขนย้าย&nbsp;ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทย&nbsp;ตามแนวชายแดนและจุดเสี่ยงช่องทางธรรมชาติรอบด้านทุกช่องทางมากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;เพื่อสกัดกั้นการก่อเหตุลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;เน้นย้ำให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นตอของขบวนการ&nbsp;ห้ามละเว้นโทษทุกกรณี&nbsp;โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;</p><p><strong>หากพบเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการทั้งอาญาและวินัยให้ถึงที่สุด</strong>&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;11-12&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;กองกำลังสุรสีห์&nbsp;สามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา&nbsp;ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผู้หลบหนีเข้าเมือง&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;264&nbsp;คน&nbsp;เป็นชาย&nbsp;156&nbsp;คน&nbsp;หญิง&nbsp;108&nbsp;คน&nbsp;และผู้ให้การช่วยเหลือซ่อนเร้นนำพาเป็นชาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน</p><p><strong>นอกจากปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าวแล้ว</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;ได้สั่งการให้เร่งระดมกวาดล้างแก๊งคอลเซนเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทย&nbsp;พร้อมเตือนประชาชนที่เข้าร่วมแก๊งคอลเซนเตอร์&nbsp;จะมีความผิดและต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน&nbsp;พร้อมกับฝากให้ประชาชนระมัดระวัง&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มลักษณะของแก๊งคอลเซนเตอร์ที่มีการโทรศัพท์ไปข่มขู่&nbsp;อ้างเป็นเจ้าหน้าที่หลอกให้โอนเงิน&nbsp;&nbsp;หลอกให้ลงทุน&nbsp;รวมทั้งหลอกในรูปแบบอื่นๆ&nbsp;ขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อ&nbsp;อย่าโอนเงินให้กับคนที่ยังไม่เคยรู้จัก&nbsp;ขอให้ตั้งสติ&nbsp;รวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด&nbsp;นำข้อมูลมาปรึกษาเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่&nbsp;หรือแจ้งข้อมูลได้ที่&nbsp;ศูนย์&nbsp;PCT&nbsp;081-8663000&nbsp;เวลาราชการ&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;บช.สอท.&nbsp;1441&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;รวมถึงแจ้งมายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล&nbsp;โทร.1111</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","13/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213131051658"],
    [174,"นายกรัฐมนตรี พอใจ EU รับรอง Thailand Digital Health Pass บนระบบ หมอพร้อม ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ยินดีที่สหภาพยุโรปได้ให้การรับรอง&nbsp;Thailand&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Pass&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากการความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลไทย&nbsp;ที่ต้องการดำเนินการเพื่อปลดทุกล็อค&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน&nbsp;มุ่งกระตุ้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในการพบหารือระหว่าง&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กับนายเดวิด&nbsp;เดลี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;David&nbsp;Daly)&nbsp;เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย&nbsp;(วันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ซึ่งได้เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในโอกาสเข้ารับหน้าที่&nbsp;ก็ได้หยิบยกความสำเร็จดังกล่าวของรัฐบาลไทยกับนายกรัฐมนตรีด้วย&nbsp;โดย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ขอบคุณสหภาพยุโรปได้มีมติ&nbsp;Equivalence&nbsp;Decision&nbsp;ยอมรับ&nbsp;Thailand&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Pass&nbsp;บนระบบ&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;ให้ใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางในยุโรปได้เทียบเท่ากับ&nbsp;EU&nbsp;Digital&nbsp;COVID&nbsp;Certificate</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณและชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ดำเนินการผลักดันจนสหภาพยุโรปให้การรับรองดังกล่าว&nbsp;จนผ่านการรับรองระบบการตรวจสอบเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;จากสหภาพยุโรป&nbsp;ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกการเดินทางเข้าประเทศในระบบนี้กว่า&nbsp;60&nbsp;ประเทศ/ดินแดน&nbsp;และยังสามารถใช้ในการติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดให้ประชาชนเริ่มทดสอบใช้งานระบบดังกล่าวได้แล้ว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และไทยเป็นประเทศที่&nbsp;2&nbsp;ในอาเซียนที่ได้รับการรับรองระบบนี้&nbsp;สหภาพยุโรป&nbsp;(EU)&nbsp;ได้มีมติยอมรับและขึ้นทะเบียนเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;Thailand&nbsp;Digital&nbsp;Health&nbsp;Pass&nbsp;บนหมอพร้อม&nbsp;ให้มีความเท่าเทียมกับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป&nbsp;(EU&nbsp;Digital&nbsp;COVID&nbsp;Certificate&nbsp;:EU&nbsp;DCC)&nbsp;โดยผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคนสามารถใช้เอกสารรับรองบนหมอพร้อม&nbsp;แสดงสถานะสุขภาพ&nbsp;ก่อนเดินทางสู่ประเทศ/ดินแดนที่เข้าร่วมของสหภาพยุโรปได้กว่า&nbsp;60&nbsp;ประเทศ/ดินแดน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป&nbsp;27&nbsp;ประเทศ&nbsp;และประเทศนอกสหภาพยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรอง&nbsp;33&nbsp;ประเทศ&nbsp;รวมถึงสามารถใช้แสดงข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในประเทศ/ดินแดนเหล่านั้นได้ด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ยังเป็นการยกระดับระบบตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19&nbsp;ของไทย&nbsp;และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคได้อีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กำกับสั่งการให้เร่งทำงานต่อยอดกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&nbsp;</span></p><p><br></p><p><br></p>","13/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213135556679"],
    [175,"ไทยพร้อมจะขับเคลื่อน โมเดลเศรษฐกิจใหม่ของไทย หรือ BCG Model ไปกับการประชุมเอเปค (APEC 2022)","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)</strong>&nbsp;มีมติเมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;สอดคล้องกับเป้าหมายการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;SDGs)&nbsp;ของสหประชาชาติเพื่อแก้ปัญหาที่ทั้งโลกกำลังเผชิญ&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาสภาวะโลกร้อน&nbsp;ความยากจนและความเหลื่อมล้ำ</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;ไทยในฐานะเจ้าภาพการจัดการประชุมเอเปค&nbsp;(APEC&nbsp;2022)</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจของ&nbsp;21&nbsp;เขตเศรษฐกิจชั้นนำ&nbsp;และมีโอกาสต้อนรับผู้นำระดับโลก&nbsp;จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสื่อสารการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของไทย&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ให้ทั่วโลกได้รับรู้ผ่านทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในเวทีดังกล่าว&nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ต้องสอดคล้องกับการพัฒนาในระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม&nbsp;และการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า</p><p><strong>และในวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบ&nbsp;ร่างแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;(การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio&nbsp;-&nbsp;Circular&nbsp;-&nbsp;Green&nbsp;Economy&nbsp;:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2565-2570)&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน&nbsp;ประชาชนมีรายได้ดี&nbsp;คุณภาพชีวิตดี&nbsp;รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ให้มีคุณภาพที่ดี&nbsp;ด้วยการใช้ความรู้&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;&nbsp;จัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;การสร้างคุณค่า&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;จากทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;และการสร้างความสามารถในการพึ่งตนเอง</p><p><strong>แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ภายใต้&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;<u>โดยยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1</u></strong>&nbsp;การสร้างความยั่งยืนของฐานทรัพยากร&nbsp;ความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรมด้วยการจัดสมดุลระหว่างการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และการใช้ประโยชน์&nbsp;มีตัวชี้วัดอาทิ&nbsp;คลังข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมดิจิทัล&nbsp;เทคนิคและนวัตกรรม&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;สภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;ในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;โดยมีโครงการ&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการคลังข้อมูลดิจิทัลความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และวัฒนธรรมโดยบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;ให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และโครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Biodiversity&nbsp;Genome&nbsp;Project&nbsp;และโครงการการจัดทำแผนที่ใต้สมุทร&nbsp;และฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพทางทะเลและชายฝั่งทะเลไทย&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;2,290&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2</strong>&nbsp;การพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งด้วยทุนทรัพยากร&nbsp;อัตลักษณ์&nbsp;&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&nbsp;และเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มีตัวชี้วัด&nbsp;อาทิ&nbsp;อัตราการขยายตัวของ&nbsp;GDP&nbsp;ของภูมิภาคเติบโตเพิ่มขึ้น&nbsp;ไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และความเหลื่อมล้ำทางรายได้ลดลงไม่น้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านคน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;1,820&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับ&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการพัฒนาการเกษตรเศรษฐกิจจากจุลินทรีย์และเห็ดรา&nbsp;เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;โครงการการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จากความหลากหลายทางชีวภาพสู่ความมั่งคั่ง&nbsp;มั่นคง&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โครงการยกระดับคุณภาพ&nbsp;ความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;และมาตรฐานของอาหาร&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;(Street&nbsp;Food/วิสาหกิจชุมชน)&nbsp;และโครงการพลังงานชุมชน<strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;</strong>การยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน&nbsp;(ประกอบด้วย&nbsp;5&nbsp;สาขา&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาขาการเกษตร&nbsp;และอาหาร&nbsp;สาขาการแพทย์และสุขภาพ&nbsp;สาขาพลังงาน&nbsp;วัสดุและเคมีชีวภาพ&nbsp;สาขาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;และสาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน)&nbsp;โดยมีตัวอย่างโครงการที่สำคัญ&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;โครงการ</p><p><strong>ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;4</strong>&nbsp;การเสริมสร้างความสามารถในการตอบสนองต่อกระแส&nbsp;การเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;โดยตัวชี้วัดอาทิ&nbsp;จำนวนผู้ที่ได้รับการพัฒนาให้มีทักษะที่สูงขึ้นไม่น้อยกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;จำนวนวิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;(Startup)&nbsp;และธุรกิจที่ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ&nbsp;BCG&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีตัวอย่างโครงการที่สำคัญเช่น&nbsp;โครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น&nbsp;&nbsp;(Youth&nbsp;Startup&nbsp;Fund)&nbsp;โครงการ&nbsp;พลิกโฉมการเรียนรู้ด้านเกษตรสมัยใหม่ด้วยนวัตกรรม&nbsp;และศาสตร์เชิงบูรณาการ</p><p><strong>สำหรับประโยชน์ของ&nbsp;BCG&nbsp;โมเดล</strong>&nbsp;คือ&nbsp;<strong><u>ด้านเศรษฐกิจ</u></strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ถ้านำแนวคิดเรื่อง&nbsp;BCG&nbsp;มาใช้&nbsp;จะทำให้คนตกงาน&nbsp;เริ่มหันกลับมาสนใจการทำงานในภาคการเกษตร&nbsp;ช่วยลดภาวะการว่างงาน&nbsp;</p><p><strong><u>ด้านความมั่นคงทางด้านอาหาร</u></strong>&nbsp;ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารในระดับที่ดี&nbsp;ในแง่ของการผลิต&nbsp;ไทยผลิตอาหารได้เป็นอันดับต้นๆ&nbsp;ของโลก&nbsp;แต่ผลิตอาหารประเภทส่วนเกิน&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต&nbsp;เช่น&nbsp;แป้ง&nbsp;น้ำตาล&nbsp;ในจำนวนมาก&nbsp;ขณะที่อาหารประเภทโปรตีน&nbsp;กลับผลิตได้ไม่เพียงพอ&nbsp;จึงต้องพยายามปรับให้การผลิตอาหารประเภทส่วนเกินมาเป็นโปรตีน&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสให้กับประเทศ&nbsp;ด้วยการนำแนวทาง&nbsp;BCG&nbsp;เข้าไปช่วย&nbsp;และทำให้กลุ่มคนทุกระดับ&nbsp;ได้รับสารอาหาร&nbsp;และสามารถเข้าถึงอาหารได้&nbsp;</p><p><strong><u>ด้านพลังงาน</u></strong>&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาแก๊สธรรมชาติมาก&nbsp;ใช้ในการผลิตไฟฟ้า&nbsp;60%&nbsp;และมีแนวโน้มว่าจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากในอนาคต&nbsp;BCG&nbsp;จะเข้ามาช่วยให้ไทยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน&nbsp;จากเดิม&nbsp;16.5%&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;20%&nbsp;</p><p><strong><u>ด้านสุขภาพ</u></strong>&nbsp;ในแต่ละปีประเทศไทยนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มยา&nbsp;และเวชภัณฑ์&nbsp;ในปัจจุบันทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมกำลังศึกษาเรื่องการผลิตยา&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;ยารักษาโรคสะเก็ดเงิน&nbsp;ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง&nbsp;ยารักษาโรคมะเร็ง&nbsp;เพื่อลดการนำเข้ายาในอนาคต&nbsp;&nbsp;เช่นเดียวกับวัคซีนที่อยู่ในขั้นการทดลอง&nbsp;เพื่อนำมาใช้จริง&nbsp;</p><p><strong><u>ด้านความยั่งยืน</u></strong>&nbsp;เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;คาดหวังว่าเมื่อทำ&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;ได้แล้ว&nbsp;จะสามารถลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติลงไป&nbsp;อีกทั้งยังสามารถ&nbsp;ลดมลพิษ&nbsp;เช่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ขยะ&nbsp;น้ำเสีย&nbsp;การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ดูแลสัตว์สูญพันธุ์&nbsp;</p><p><strong><u>ด้านการท่องเที่ยว</u></strong>&nbsp;ในรูปแบบเดิมอาจทำให้ธรรมชาติสึกหรอ&nbsp;แต่เมื่อมีการวางแผนการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับการดูแลธรรมชาติ&nbsp;จะทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวเกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","13/2/2022","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213104236602"],
    [176,"รัฐบาลเร่งใช้แผนที่ One MAP แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เริ่มต้นที่กลุ่มแรก 11 จังหวัด","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;</strong>เห็นชอบการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;4000&nbsp;(One&nbsp;Map)&nbsp;และรับรองเส้นแนวเขตที่ดินของรัฐ&nbsp;เพื่อช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับขอบเขตที่ดินของรัฐ&nbsp;&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;เริ่มเปิดโครงการ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2559&nbsp;</p><p><strong>โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในโครงการฯ&nbsp;</strong>และมอบนโยบายในการดำเนินการ&nbsp;ปรับปรุงแผนเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ&nbsp;มาตราส่วน&nbsp;1:4000&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลต้องการจัดการที่ดินของรัฐ&nbsp;ให้มีแนวเขตที่ดินตรงตามที่ประกาศในกฎหมาย&nbsp;แนวเขตที่ดินต้องต่อกันสนิท&nbsp;ไม่ทับซ้อนและไม่มีช่องว่าง&nbsp;และได้รับประโยชน์จากการที่แนวเขตที่ดินของรัฐเป็นแนวเดียวกัน&nbsp;&nbsp;แนวเขตที่ดินดังกล่าว&nbsp;จะช่วยแก้ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับแนวเขตของที่ดิน&nbsp;ซึ่งเดิมแต่ละหน่วยงานอาจมีแผนที่หรือแนวเขตของตัวเอง&nbsp;&nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกัน&nbsp;ทำให้เกิดข้อพิพาทในแนวที่ดินต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีกฎหมายเกี่ยวข้องแตกต่างกัน&nbsp;กระทบต่อประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินเหล่านั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ</strong>&nbsp;(สคทช.)&nbsp;เสนอ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนของหน่วยงานรัฐประกอบด้วย&nbsp;9&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;,&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;,&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;,&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;,&nbsp;กรมธนารักษ์&nbsp;,&nbsp;กรมที่ดิน&nbsp;,&nbsp;กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&nbsp;,&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;&nbsp;ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับและใช้มาตราส่วนในแผนที่แนบท้ายกฎหมายแตกต่างกัน&nbsp;จึงเป็นเหตุให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีพื้นที่รวม&nbsp;542.35&nbsp;ล้านไร่&nbsp;มากกว่าพื้นที่ประเทศไทย&nbsp;</strong>ที่มีประมาณ&nbsp;320.7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;การดำเนินการปรับปรุงแนวเขตที่ดิน&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;แบ่งการดำเนินการเป็น&nbsp;7&nbsp;กลุ่มจังหวัด&nbsp;กลุ่มละ&nbsp;11&nbsp;จังหวัดทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยเริ่มต้น&nbsp;กลุ่มจังหวัด&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;จังหวัดได้แก่&nbsp;นนทบุรี&nbsp;,&nbsp;นครปฐม&nbsp;,&nbsp;อ่างทอง&nbsp;,&nbsp;&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;,&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;,&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;,&nbsp;&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;,&nbsp;&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;,&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;,&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และสุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินการต่อจากนี้&nbsp;ให้หน่วยงานที่มีที่ดินของรัฐแก้ไขกฎหมาย</strong>ที่เกี่ยวข้องโดยใช้แผนที่&nbsp;One&nbsp;Map&nbsp;ที่&nbsp;ครม.&nbsp;ให้ความเห็นชอบแทนแผนที่แนบท้ายกฎหมายและใช้เป็นแนวเขตที่ดินของรัฐตามกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;360&nbsp;วัน&nbsp;โดยอาจขอขยายระยะเวลาการดำเนินการต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้ไม่เกิน&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติพิจารณา</strong>แก้ปัญหาหรือให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ตามความเหมาะสม&nbsp;รวมทั้งให้กำหนดหลักการคุ้มครองและรับรองการดำเนินการของคณะกรรมการ&nbsp;คณะทำงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ได้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐนั้นด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/2/2022","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213111656607"],
    [177,"ภูเก็ตศาลออกหมายจับ 2 คนร้าย ยิงหนุ่มอินเดียสัญชาติแคนนาดาเสียชีวิตหน้าวิลล่าริมหาดมิตรภาพตำบลราไวย์แล้วเตรีมประสานตำรวจสากลติดตามตัวมาดำเนินคดี","<p><strong>ภูเก็ตศาลออกหมายจับ&nbsp;2&nbsp;คนร้าย&nbsp;ยิงหนุ่มอินเดียสัญชาติแคนนาดา</strong>เสียชีวิตหน้าวิลล่าริมหาดมิตรภาพตำบลราไวย์แล้วเตรีมประสานตำรวจสากลติดตามตัวมาดำเนินคดี&nbsp;เมื่อช่วงเช้า&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;ก.พ.65&nbsp;มีรายงานว่า&nbsp;หลังจากพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.ฉลอง&nbsp;จ.ภูเก็ตได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ&nbsp;เสนอต่อศาล&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;อนุมัติหมายจับ&nbsp;2&nbsp;มือปืนที่ก่อเหตุกระหน่ำยิงนายจิมมี่&nbsp;ซิง&nbsp;มาเฟียระดับรองหัวหน้าแก๊งค์ในประเทศแคนาดาเสียชีวิต&nbsp;คาลานจอดรถหน้าวิลล่าหรูริมหาดมิตรภาพ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ต.ราไวย์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;เมื่อกลางดึกวันที่&nbsp;4&nbsp;ก.พ.65&nbsp;และแม่บ้านของวิลล่ามาพบศพรุ่งเช้าวันที่&nbsp;5&nbsp;ก.พ.65&nbsp;จนมีการตั้งชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวและเร่งสืบสวนสอบสวนคนร้ายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>พล.ต.อ.สุวัฒน์&nbsp;แจ้งยอดสุข&nbsp;ผบ.ตร.ออกมาระบุว่า&nbsp;2&nbsp;มือปืนที่ก่อเหตุ&nbsp;</strong>ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;จากนั้นศาลจังหวัดภูเก็ตอนุมัติออกหมายจับคนร้ายเมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พร้อมกับประสานไปยังตำรวจสากลและตำรวจแคนาดา&nbsp;ตลอดจนตำรวจประเทศปลายทางที่คาดว่า&nbsp;คนร้ายหลบหนีเข้าประเทศไป&nbsp;เพื่อติดตามจับกุมตัวส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>ผู้ต้องหาทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>นายแฌเนอร์&nbsp;คาร์ล&nbsp;ลาร์คัมพ์&nbsp;(Gene&nbsp;Karl&nbsp;Lanrkamp)&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปีและนายแมทธิว&nbsp;เลอ็อง&nbsp;โอวิด&nbsp;ดูเปร&nbsp;(Matthew&nbsp;&nbsp;Leandre&nbsp;&nbsp;Ovide&nbsp;&nbsp;Dupre)&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน&nbsp;หรือเพื่อตระเตรียมการ&nbsp;หรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น&nbsp;มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอันสมควร&nbsp;และยิงปืนโดยใช่เหตุในเมือง&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;หรือที่ชุมชน&nbsp;มีอายุความ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>โดยขั้นตอนต่อไปหลังจากศาลออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว&nbsp;</strong>ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานไปยังองค์การตำรวจสากล&nbsp;เพื่อพิจารณาออกหมายแดง&nbsp;(Red&nbsp;Notice)&nbsp;เพื่อแจ้งให้ประเทศสมาชิกทั้ง&nbsp;195&nbsp;ประเทศทั่วโลกให้ช่วยดำเนินการแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์&nbsp;พร้อมทั้งทำการจับกุมตัว&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในไทยต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213114052610"],
    [178,"รองผู้บัญชาการทหารบกลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการรับสมัครคัดเลือกทหารกองประจำการด้วยระบบออนไลน์","<p><strong>ที่อาคารอเนกประสงค์&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;ค่ายสุรนารี&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;อภินันท์&nbsp;&nbsp;คำเพราะ&nbsp;รองผู้บัญชาการบก&nbsp;ตรวจเยี่ยมการรับสมัครคัดเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการด้วยวิธีร้องขอ&nbsp;(กรณีพิเศษ)&nbsp;ด้วยระบบออนไลน์&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;สวราชย์&nbsp;แสงผล&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ซึ่งวันนี้เป็นวันที่&nbsp;2&nbsp;ที่ทางกองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;ได้ทำการคัดเลือกซึ่งยังคงเดินทางเข้ามาคัดเลือกอย่างต่อเนื่องได้เข้ามารายงานตัว&nbsp;และเข้าสู่กระบวนการตรวจสุขภาพร่างกาย&nbsp;จากแพทย์โรงพยาบาลค่ายสุรนารี&nbsp;และคัดกรองจากหน่วยสัสดี&nbsp;ซึ่งโครงการรับสมัครชายไทยเป็นทหารกองประจำการด้วยระบบออนไลน์ถือเป็นนโยบายของกองทัพบก&nbsp;ที่ได้ดำเนินการเป็นปีแรก&nbsp;และมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้มีญาติๆ&nbsp;ของผู้สมัครคัดเลือกต่างเดินทางมาส่งบุตรหลานเพื่อให้กำลังใจ&nbsp;โดยทางมณฑลทหารบกที่&nbsp;21&nbsp;ยังได้จัดรถครัวสนาม&nbsp;มาประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้กับญาติๆ&nbsp;และผู้ที่มาให้กำลังใจผู้สมัครคัดเลือกในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการรับสมัครการคัดเลือกทหารกองเกินเป็นทหารกองประจำการ&nbsp;</strong>ยังคงให้ผู้สมัครระบุหน่วยที่เข้าประจำการได้เลย&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;2&nbsp;ของการรับสมัครจากการสอบถามจะเป็นเครือญาติ&nbsp;หรือลูกหลานที่รับรู้จากครอบครัวกำลังพลเป็นส่วนใหญ่&nbsp;และผู้ที่มารายงานตัวจะเข้าประจำการ&nbsp;ผลัดที่&nbsp;1/2565&nbsp;หรือ&nbsp;ผลัด&nbsp;2/2565&nbsp;สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;ในส่วนของกองทัพภาคที่&nbsp;2&nbsp;มีชายไทยสมัครใจสมัครทหารจำนวน&nbsp;3,340&nbsp;นาย&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;118&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึ่งเป้าหมายที่รับสมัคร&nbsp;2,818&nbsp;ราย&nbsp;โดยกลุ่มอายุที่สมัครประกอบด้วย&nbsp;ชายไทยอายุ&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(เกิดปี&nbsp;2545-2547)&nbsp;จำนวน&nbsp;2,951&nbsp;นาย&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มอายุ&nbsp;22-29&nbsp;(เกิดปี&nbsp;2536-2543)&nbsp;ที่เคยเข้ารับการตรวจเลือกทหารแล้ว&nbsp;แต่ไม่ถูกเข้าประจำการ&nbsp;ทุกประเภท&nbsp;จำนวน&nbsp;389&nbsp;นาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระบวนการรับสมัครและคัดเลือกจะดำเนินการในช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งมณฑลทหารบกทั้ง&nbsp;10&nbsp;แห่งทั่วภาคอีสาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","13/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213141859684"],
    [179,"ทหารพราน 47  \"ฝึกเข้ม\" เคลื่อนย้ายด้วยอากาศยาน  เพิ่มขีดความสามารถกำลังพล","<p><strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;47&nbsp;จัดกำลังพลของหน่วย</strong>ในส่วนของชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่&nbsp;(ชป.พิทักษ์พื้นที่)&nbsp;ทำการซักซ้อมแผนการเคลื่อนย้ายกำลังพลในพื้นที่ด้วยอากาศยาน&nbsp;(Helicopter)&nbsp;ณ&nbsp;สนามฝึก/ทดสอบ&nbsp;กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;4707&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อเป็นการฝึกความชำนาญ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถให้กับกำลังพล&nbsp;อีกทั้งเป็นการสร้างมาตรฐาน&nbsp;และศักยภาพของหน่วยในรูปแบบการปฏิบัติภารกิจเป็นบุคคล&nbsp;และเป็นชุดปฏิบัติการ&nbsp;ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้&nbsp;จะเป็นการฝึกความชำนาญ</strong>&nbsp;เพิ่มศักยภาพ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถให้กำลังพล&nbsp;และมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;และเพิ่มความชำนาญในการป้องกัน&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;และการระงับเหตุได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213151700697"],
    [180,"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ  ต้อนรับและหารือข้อราชการกับกรรมการการเลือกตั้ง และคณะ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยม และติดตามการปฏิบัติงานของ กกต.ประจำจังหวัด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ณ&nbsp;ห้องห้วยสำราญ&nbsp;สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ต้อนรับและหารือข้อราชการกับ&nbsp;ศาสตราจารย์สันทัด&nbsp;ศิริอนันต์ไพบูลย์&nbsp;กรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;และคณะ&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยม&nbsp;และติดตามการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">โดยมี&nbsp;นายนเรศ&nbsp;สุวรรณกูฏ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมหารือ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","13/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213154419715"],
    [181,"รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามตรวจเยี่ยการเลือกตั้งสมาชิก อบต.","<p><strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแพรกหนามแดงและตำบลท่าคาอำเภออัมพวาจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ด้วยคณะกรรมการเลือกตั้งได้มีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลใหม่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้งจำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;6&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;6&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;จึงได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและเข้มงวดตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","13/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213164609726"],
    [182,"ปฏิบัติการสยบไพรี รวบตัว เจ๊เชียงราย ตัวสั่งการใหญ่เครือข่ายยาเสพติดภาคใต้ พร้อมยึดทรัพย์ 42 ล้านบาท","<p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;รอย&nbsp;อิงคไพโรจน์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;เปิดเผยผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามแผนยุทธการสยบไพรี&nbsp;65/6&nbsp;\"ถล่มนักค้าแดนใต้&nbsp;2\"&nbsp;จากการขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสําคัญระดับประเทศ&nbsp;จนสามารถออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;เจ๊เชียงราย&nbsp;เป็นผู้ติดต่อประสานงานหลัก&nbsp;ระหว่างผู้ผลิตนอกประเทศกับผู้ค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศ&nbsp;รวมถึงเป็นผู้จัดหาและสั่งการทีมลําเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ&nbsp;เข้าสู่พื้นที่ตอนในและส่งออกไปยังประเทศที่สาม&nbsp;ปฏิบัติการครั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่หลายส่วนงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ด้านพลตำรวจตรี&nbsp;พรศักดิ์&nbsp;สุรสิทธิ์&nbsp;ผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด&nbsp;4&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนหนึ่งและตรวจยึดทรัพย์สินเป็นบ้านพร้อมที่ดิน&nbsp;รวม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;หลัง&nbsp;โฉนดที่ดิน&nbsp;8&nbsp;แปลง&nbsp;มูลค่าประมาณ&nbsp;15&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้มากกว่า&nbsp;42&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบประวัติ&nbsp;เจ๊เชียงราย</strong>&nbsp;พื้นเพเป็นคนจังหวัดพัทลุง&nbsp;แต่ย้ายมาอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงรายพร้อมลูกชาย&nbsp;โดยมาเป็นตัวการใหญ่ในการประสานงานเครือข่ายยาเสพติด&nbsp;ส่วนลูกชาย&nbsp;ถูกขุมขังในเรือนจำจังหวัดเชียงราย&nbsp;ในข้อหาค้ายาเสพติด&nbsp;ส่วนผู้ต้องหาอีกรายหนึ่งคือ&nbsp;เจ๊ปทุม&nbsp;มีหน้าที่คอยรับงานเจ๊เชียงราย&nbsp;แล้วพบยังมีหมายจับในคดีเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","13/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213191504752"],
    [183,"ผบ.ฉก.นราธิวาส ตรวจเยี่ยม การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ  สร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส","<p><strong>ผบ.ฉก.นราธิวาส&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;เพิ่มความชำนาญ</strong>&nbsp;เสริมศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่&nbsp;เน้นย้ำเพิ่มมาตรการป้องกันรักษาความปลอดภัย&nbsp;โดยรอบวัดรัตนานุภาพ&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.สุไหงปาดี&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์&nbsp;ตำบลมะรือโบออก&nbsp;อำเภอเจาะไอร้อง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;</strong>ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางมาตรวจเยี่ยมมาตรการรักษาความปลอดภัย&nbsp;และชมการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;&nbsp;ของวัดรัตนานุภาพ&nbsp;ตำบลโต๊ะเด็ง&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยคณะได้เข้ารับฟังบรรยายสรุปการปฎิบัติการที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;และแผนงานการปฎิบัติการที่สำคัญในห้วงต่อไป&nbsp;พร้อมทั้งแผนการรักษาความปลอดภัย&nbsp;วัดรัตนานุภาพ&nbsp;ของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;พันเอกภาคิน&nbsp;เกื้อกูล&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;48&nbsp;</strong>กำลังพล&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้&nbsp;จัดให้มีการจำลองเหตุการณ์</strong>ตามสมมติฐาน&nbsp;คนร้ายเข้าโจมตี&nbsp;วัดรัตนานุภาพ&nbsp;ทางทิศตะวันตก&nbsp;ของวัด&nbsp;เป็นเหตุให้มีกําลังพลได้รับบาดเจ็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;นาย&nbsp;และทําการตัดต้นไม้ขวางถนน&nbsp;พร้อมทั้งวางวัตถุต้องสงสัย&nbsp;บริเวณก่อนถึงวัดรัตนานุภาพ&nbsp;จากนั้นกําลังพลที่ประสบเหตุเข้าที่กําบัง&nbsp;และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ทั้งเข้าให้การช่วยเหลือ&nbsp;และเคลื่อนย้าย&nbsp;ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ประสาน&nbsp;&nbsp;กํานัน&nbsp;&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;นําอาสาสมัครประจําพื้นที่ทําการเคลียร์เส้นทางให้สามารถใช้การได้ตามปกติ&nbsp;ประสานขอรับการสนับสนุนรถกู้ชีพ/กู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือกำลังพลผู้บาดเจ็บนําส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี&nbsp;หรือส่งกลับทางอากาศยาน&nbsp;แล้วแต่สถานการณ์&nbsp;และประสานสถานีตํารวจภูธรสุไหงปาดี&nbsp;จัดร้อย.เวร.20,&nbsp;30&nbsp;เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;เป็นการปิดสถานการณ์ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>การปฎิบัติตามแผนเผชิญเหตุเป็นการบูรณาการร่วมกันในการปฏิบัติ</strong>ของทุกภาคส่วนอย่างประสานสอดคล้อง&nbsp;ตามสถานการณ์ที่ได้ตั้งสมมติฐาน&nbsp;ตลอดจนมอบนโยบายในการดำเนินงานให้กับกำลังพล&nbsp;และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;การซักซ้อมแผนเผชิญเหตุนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถให้กำลังพล&nbsp;และทุกภาคส่วนได้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;และเพิ่มความชำนาญในการป้องกัน&nbsp;การเตรียมความพร้อม&nbsp;และการระงับเหตุได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที&nbsp;ภาพรวมในวันนี้มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกภาคส่วน&nbsp;ว่าจะสามารถสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต&nbsp;และทรัพย์สินต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;ยังได้พบปะ&nbsp;มอบนโยบาย</strong>&nbsp;แนงทางการปฎิบัติ&nbsp;ตลอดจนมอบสิ่งของบำรุงขวัญ&nbsp;เพื่อสร้างขวัญ&nbsp;และกำลังใจให้กับกำลังพลปฎิบัติงานในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","13/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213204809779"],
    [184,"นายกรัฐมนตรี ย้ำให้ทุกหน่วยงานทำงานแก้ปัญหาแบบพุ่งเป้า เน้นการเชื่อมโยง ใช้จ่ายงบประมาณรอบคอบ โปร่งใส","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นประธานการประชุมร่วมคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค&nbsp;(ก.บ.ภ.)&nbsp;</strong>และคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;(ก.น.จ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำความสำคัญการดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่มีความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล</strong>&nbsp;โดยเฉพาะด้านการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า&nbsp;โดยดำเนินการให้มีความสอดคล้องกัน&nbsp;และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการร่วมกันเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง&nbsp;รวมทั้งควรมีการติดตามประเมินผลการดำเนินงานในระยะที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม&nbsp;ตลอดจนให้ความสำคัญกับการสื่อสารเกี่ยวกับการดำเนินงานพัฒนาให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้และสร้างความเข้าใจร่วมกัน&nbsp;โดยทุกหน่วยงานต้องมีการพัฒนาปรับปรุงการทำงานแก้ไขสิ่งต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมให้ได้&nbsp;สอดคล้องกับศักยภาพ&nbsp;โอกาสของแต่ละพื้นที่&nbsp;และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ทุกฝ่ายบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งระดับงานฟังก์ชั่น&nbsp;งานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;ตลอดจนมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง&nbsp;และนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เต็มศักยภาพ</strong>&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างประสานสอดคล้องกัน&nbsp;เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;ประเมินผลได้ตามห้วงระยะเวลาที่กำหนดไว้&nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับพื้นที่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ระดับภูมิภาค&nbsp;ขยายมาสู่ภาพรวมในระดับประเทศ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีกำชับถึงการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;ต้องคำนึงถึงรายได้ของประเทศที่มีอยู่&nbsp;</strong>รวมทั้งต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง&nbsp;รอบคอบ&nbsp;สุจริต&nbsp;โปร่งใส&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ</p><p><strong>สำหรับมติที่ประชุม&nbsp;กบภ.&nbsp;และ&nbsp;กนจ.&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;อาทิ</strong>&nbsp;เห็นชอบแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;,แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;1,854&nbsp;โครงการ&nbsp;40,822.6021&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,ข้อเสนอแผนงานโครงการของส่วนราชการที่สอดคล้องกับร่างกรอบแผนพัฒนาภาค&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;ที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;937&nbsp;โครงการ&nbsp;,การขอโอนเปลี่ยนแปลงโครงการเพื่อชดเชยเงินถูกพับไปของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557&nbsp;-&nbsp;2563</p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214125015910"],
    [185,"ประธานสภาผู้แทนราษฏร ระบุปัญหาความวุ่นวายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ยังไม่กระทบการทำงาน พร้อมเตือนรัฐบาลรู้โจทย์สภาองค์ประขุมไม่ครบควรเตรียมรับมือได้ดีขึ้น","<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไประหว่าง&nbsp;17-18&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นเรื่องที่วิป&nbsp;2&nbsp;ฝ่ายตกลงกรอบเวลากันเองโดยให้ไปบริหารจัดการเวลากันเอง&nbsp;แต่มีข้อแม้ว่าฝ่ายรัฐบาลเมื่อครบ&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;สามารถต่อเวลาได้&nbsp;แต่การอภิปรายต้องอยู่ในข้อบังคับ&nbsp;การอภิปรายทั่วไปเป็นการซักถามข้อเท็จจริงและให้ข้อแนะนำ&nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;มาตรา&nbsp;152&nbsp;ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านแม้จะเข้มข้น</strong>&nbsp;แต่ยังอยู่ในกรอบความร่วมมือในเกณฑ์ดีอยู่&nbsp;ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากฎหมายไม่มีค้างแม้แต่เรื่องเดียวถือว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม&nbsp;ส่วนญัตติที่ค้างอยู่เป็นเรื่องเพื่อทราบที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว&nbsp;ปกติเรื่องเหล่านี้ไม่มีปัญหา&nbsp;แต่ช่วงหลังพบว่าองค์ประชุมจะไม่ครบในช่วงบ่าย&nbsp;ซึ่งเร็วกว่าอดีตที่องค์ประชุมจะไม่ครบช่วงใกล้ปิดประชุมหรือวันศุกร์&nbsp;ซึ่งตนเองบอกแล้วถ้าไม่อยากประชุมวันศุกร์ให้เลิกประชุมวันพุธและพฤหัสบดีนานขึ้น&nbsp;ส่วนที่มีการตอบโต้ไปมามองว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติเพียงแต่เสียเวลาไม่จำเป็น&nbsp;</p><p><strong>ประธานสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;กล่าวถึงทางออกของปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าอีกฝ่ายตั้งใจว่าจะให้องค์ประชุมไม่ครบ&nbsp;ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมองค์ประชุมให้พร้อม&nbsp;เพราะเมื่อทราบโจทย์ก็สามารถเตรียมรัยมือได้ดีขึ้น&nbsp;ส่วนกรณีของ&nbsp;3&nbsp;ส.ส.&nbsp;ที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐยังไม่แจ้งสังกัดต้องรอความคืบหน้าสัปดาห์นี้.</p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214133740929"],
    [186,"คืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดที่ยะลา  เจ้าหน้าที่เตรียมขอศาลออกหมายจับ นายอิสมาแอ ฯ   หลังหลักฐาน  ยืนยันชัด","<p><strong>คืบหน้าเหตุระเบิดหลายจุดที่ยะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่เตรียมขอศาลออกหมายจับ&nbsp;</strong>นายอิสมาแอ&nbsp;&nbsp;แกนนำระดับปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;หลังหลักฐาน&nbsp;ดี.เอ็น.เอ&nbsp;ที่เทปกาวสีดำ&nbsp;ในชิ้นส่วนแผงวงจรระเบิด&nbsp;ยืนยันชัด&nbsp;</p><p><strong>จากเหตุการณ์เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;ม.ค&nbsp;65&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;ซึ่งคนร้ายได้เดินสายลอบวางระเบิดหลายจุดในเขต&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ทำให้ทรัพย์สินประชาชน&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;และประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;และยังพบวัตถุต้องสงสัยวางอีกหลายจุด&nbsp;ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงระบุว่าเป็นการตอบโต้ของคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตที่บ้านบาโงระ&nbsp;อ.ระแงะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;นั้น</p><p><strong>ความคืบหน้า&nbsp;ล่าสุด&nbsp;มีรายงานจากชุดสืบสวนความมั่นคง</strong>ที่ลงสืบสวนสอบสวนในพื้นที่จากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่าระเบิดที่นำมาใช้ในการก่อเหตุเป็นระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก&nbsp;บรรจุในกระป๋องโลหะ&nbsp;จุดชนวนด้วยระบบตั้งเวลา&nbsp;IC&nbsp;&nbsp;TIMER&nbsp;ให้ระเบิดต่อเนื่องกัน&nbsp;จากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์พบดีเอ็นเอ&nbsp;เป็นของ&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;มูซอ&nbsp;ที่เทปกาวสีดำ&nbsp;ในชิ้นส่วนแผงวงจรระเบิด</p><p><strong>สำหรับนายอิสมาแอ&nbsp;มูซอ&nbsp;เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ</strong>&nbsp;มีหมายจับ&nbsp;ป.วิ&nbsp;อาญา&nbsp;3หมาย&nbsp;ที่สำคัญได้แก่&nbsp;คดีลอบวางระเบิดตลาดพิมลชัยใจ&nbsp;กลางเมืองยะลา&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2561โดยการก่อเหตุครั้งนั้น&nbsp;ได้มีผู้เสียชีวิตถึง&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และบาดเจ็บอีก&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม&nbsp;ของคนร้าย&nbsp;และเป็นคดีสะเทือนใจของพี่น้องประชาชนชาวยะลา&nbsp;และคนทั้งประเทศเป็นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีคดีปล้นรถยนต์บริษัทเคอรี่ไปประกอบระเบิดแล้วนำไปจอดไว้</strong>ข้างกำแพงหลังสถานีตำรวจภูธร&nbsp;รามัน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงตำรวจภูธรจังหวัดยะลาได้มียื่นคำร้องให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาพร้อมได้ประกาศสืบจับไว้แล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","14/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214135550943"],
    [187,"ที่ประชุมวุฒิสภา เห็นชอบวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อกำหนดเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตุลาการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ","<p><strong>การประชุมวุฒิสภา&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบวาระ&nbsp;3&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;</strong>ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ&nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว&nbsp;ด้วยคะแนนเสียง&nbsp;175&nbsp;ต่อ&nbsp;3&nbsp;เสียง&nbsp;และงดออกเสียง&nbsp;2&nbsp;เสียง&nbsp;โดยหลังจากนี้จะส่งร่างพระราชบัญญัติไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป&nbsp;สำหรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว&nbsp;เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2543&nbsp;เพื่อกำหนดเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตุลาการให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ&nbsp;(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา&nbsp;32)&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมาตรา&nbsp;190&nbsp;ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่ง&nbsp;แต่ในกรณีที่พ้นจากตำแหน่งเพราะความตาย&nbsp;เกษียณอายุตามวาระหรือพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ&nbsp;และไม่ได้กำหนดให้วุฒิสภาถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง&nbsp;จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม&nbsp;พ.ศ.2543&nbsp;ในส่วนที่เกี่ยวกับการนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งและการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ&nbsp;รวมทั้งยกเลิกเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งกรณีวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตำแหน่งเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย</p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214135529942"],
    [188,"จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 ปล่อยแถวดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาล 14 กุมภา วันวาเลนไทน์","<p><strong>พล.ต.ท.จิรพัฒน์&nbsp;ภูมิจิตร&nbsp;ผบช.ภ.1&nbsp;ประธานพิธีฯ&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;เพชรยวน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พ.ต.อ.นฤนาท&nbsp;พุทไธสง&nbsp;รักษาการแทน&nbsp;ผบก.ตร.ภว.&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;พ.อ.อ.สุวัฒน์&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายภัทรพงษ์&nbsp;เก่าเงิน&nbsp;ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;ผกก.ในสังกัด&nbsp;ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ,&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ,&nbsp;ทหาร,&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และอาสาสมัคร&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;250&nbsp;นาย&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดมหาธาตุ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>พล.ต.ท.จิรพัฒน์&nbsp;ภูมิจิตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ได้กำชับว่าพี่น้องประชาชนจะเดินทางออกมาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เนื่องในวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เป็นเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;ซึ่งอาจจะมีกลุ่มมิจฉาชีพถือโอกาสก่อเหตุอาชญากรรมขึ้นได้&nbsp;ก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทางจังหวัดทำการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นอาวุธสงคราม&nbsp;อาวุธปืน&nbsp;วัตถุระเบิด&nbsp;รวมทั้งยาเสพติด&nbsp;เพื่อเป็นการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และรักษาความสงบเรียบร้อยในสังคม&nbsp;ตลอดจนการให้การบริการประชาชนในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในช่วงเทศกาลดังกล่าว&nbsp;อย่างมีความสุขและมีความปลอดภัยทุกคน&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;ส.ปชส.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://ayutthaya.prd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214155933030"],
    [189,"ที่ประชุมวุฒิสภา เห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลังมีความเห็นต่างของสมาชิก","<p><strong>การประชุมวุฒิสภา&nbsp;วันนี้</strong>&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ในวาระการพิจารณาเรื่องด่วนร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ&nbsp;ที่มีนายสุรชัย&nbsp;เลี้ยงบุญเลิศชัย&nbsp;เป็นประธานกรรมาธิการฯ&nbsp;พิจารณาแล้วเสร็จ&nbsp;โดยเนื้อหาที่กรรมาธิการฯ&nbsp;แก้ไข&nbsp;มีสาระสำคัญคือ&nbsp;ให้การประชุมวุฒิสภาสามารถทำผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้เมื่อมีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถจัดประชุมวุฒิสภาได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สมาชิกที่เข้าประชุมจะประชุมผ่านระบบออนไลน์บางสื่อหรือทั้งหมดก็ได้&nbsp;โดยเปิดช่องให้การประชุมร่างกฎหมายหรือร่างข้อบังคับหรือพระราชกำหนด&nbsp;,?การพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ,&nbsp;เห็นชอบให้บุคคลพ้นตำแหน่ง&nbsp;,&nbsp;พิจารณารัฐธรรมนูญ&nbsp;กฎหมาย&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;ที่วุฒิสภามีมติให้กระทำเป็นการลับสามารถประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้หากมีระบบควบคุมการประชุมที่มีความมั่นคงปลอดภัยเพียงพอ&nbsp;และเป็นกรณีที่ประธานวุฒิสภาเห็นสมควรตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา&nbsp;โดยในการพิจารณาประเด็นการเปิดช่องให้ประชุมวุฒิสภาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;และยังไม่มีการลงมติหรือขอความเห็นชอบต้องพักการประชุมเกือบ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และต้องเลื่อนการพิจารณาร่างข้อบังคับวุฒิสภา&nbsp;(ฉบับที่...)&nbsp;พ.ศ...&nbsp;ออกไป&nbsp;หลังจาก&nbsp;ส.ว.&nbsp;อภิปรายท้วงติงว่าการกำหนดข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาดังกล่าวอาจขัดกับรัฐธรรมนูญและมีผู้กล่าวหาไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ภายหลังพักประชุม</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;สิงห์ศึก&nbsp;สิงห์ไพร&nbsp;รองประธานวุฒิสภา&nbsp;ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมแจ้งว่า&nbsp;จากการหารือระหว่างสมาชิก&nbsp;ประธานและรองประธานแล้ว&nbsp;เห็นว่าให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณา&nbsp;ซึ่งไม่มี&nbsp;ส.ว.เห็นแย้ง&nbsp;ทำให้ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาไปก่อน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214195051122"],
    [190,"นายกรัฐมนตรี หารือเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก พร้อมประสานความร่วมมือ สร้างความปรองดอง สันติภาพในประเทศและทั่วโลก","<p><strong>ดร.&nbsp;มุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลกะรีม&nbsp;อัลอีซา</strong>&nbsp;(Dr.&nbsp;Mohammad&nbsp;bin&nbsp;Abdulkarim&nbsp;Al-Issa)&nbsp;เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เพื่อกระชับความสัมพันธ์</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวยินดีที่เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลกเดินทางเยือนไทย</strong>&nbsp;ที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือที่ดีระหว่างกัน&nbsp;ไทยชื่นชมความเป็นผู้นำทางศาสนาและสนับสนุนแนวทางอิสลามสายกลางของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างศาสนิกชนต่างศาสนา&nbsp;พร้อมหวังว่าการเยือนไทยครั้งนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทยกับองค์การสันนิบาตมุสลิมโลกที่เป็นรูปธรรมเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่ายต่อไป&nbsp;และไทยยินดีที่เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลกให้ความสนใจในความเป็นพหุสังคมของไทย&nbsp;ที่ประกอบไปด้วยผู้คนต่างศาสนาที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ&nbsp;</p><p><strong>พร้อมย้ำว่า&nbsp;ไทยพร้อมสนับสนุนภารกิจขององค์การสันนิบาตมุสลิมโลก</strong>&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามหลักของศาสนาอิสลามและเป็นสะพานในการพูดคุยระหว่างผู้คนที่หลากหลายที่จะนำมาซึ่งสันติภาพ&nbsp;ความยุติธรรมและการอยู่ร่วมกัน&nbsp;จึงหวังว่าการเยือนครั้งนี้จะช่วยนำมาซึ่งความแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับโลกมุสลิม&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายกรัฐมนตรียินดีที่ไทยสามารถเป็นแกนกลางเชื่อมอาเซียนกับประเทศมุสลิม&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเดินหน้าความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย</p><p><strong>ด้านเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก</strong>&nbsp;กล่าวขอบคุณและยินดีที่การเยือนไทยในครั้งจะช่วยเสริมสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศไทยและส่งเสริมปฏิสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ระหว่างผู้คนที่มีประเพณีทางศาสนาที่ต่างกัน&nbsp;อีกทั้งรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้เยือนไทยในครั้งนี้&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางมาได้ศึกษาประวัติและเห็นถึงความเข้มแข็งของสังคมไทย&nbsp;เป็นหนึ่งในความสนใจในการเดินทางเยือนประเทศไทย&nbsp;พร้อมเห็นว่าประเทศไทยมีจุดแข็งและมีลักษณะที่น่าชื่นชมคือ&nbsp;การมีปฏิสัมพันธ์ที่หลากหลายของสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;ไม่ปรากฎข้อขัดแย้ง&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐาน&nbsp;3&nbsp;ประการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การอบรมในระดับครอบครัว&nbsp;ระดับศาสนาและศีลธรรม&nbsp;และในระดับสถานบันการศึกษา&nbsp;ทำให้สังคมไทยน่าชื่นชม&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีในการอยู่อย่างปรองดองของพหุวัฒนธรรม</p><p><strong>โอกาสนี้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์</strong>&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ของไทยด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214193004106"],
    [191,"จ.นครพนม ร้อย. ทพ.2109 เข้มตามแนวชายแดน ยึดยาบ้าได้ 1,638,000 เม็ด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม</strong>&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานนำคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครพนม&nbsp;(ศอ.ปส.จ.นพ.)&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;หน่วยทหาร&nbsp;ตำรวจและฝ่ายปกครอง&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวผลการดำเนินงานที่ได้มีการบูรณาการความร่วมมือ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่&nbsp;ภายใต้แผนยุทธการฟ้าสางที่ฝั่งโขง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จนนำไปสู่การตรวจยึดยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1,638,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ที่อำเภอท่าอุเทน&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2109&nbsp;(ร้อย.&nbsp;ทพ.2109)&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;กองบังคับการควบคุมที่&nbsp;1&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งประเทศไทย&nbsp;จึงได้มีการบูรณาการความร่วมมือหน่วยความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่&nbsp;2109&nbsp;,&nbsp;หมวดลาดตระเวน&nbsp;QRF&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;,&nbsp;กองร้อย&nbsp;QRF&nbsp;กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;237&nbsp;หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม&nbsp;โดยสถานีเรือบ้านแพง&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และ&nbsp;สภ.ท่าอุเทน&nbsp;ร่วมกันลาดตระเวนเฝ้าระวังตามจุดตรวจ&nbsp;จุดเสี่ยง&nbsp;และจุดล่อแหลมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กระทั่งเวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ทำการลาดตระเวนถึงริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านเหล่าสวนกล้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหนองเทา&nbsp;อำเภอท่าอุเทน</strong>&nbsp;ก็ได้สังเกตเห็นว่ามีบุคคลชายต้องสงสัยลักษณะท่าทางมีพิรุธ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;วิ่งลงไปในแม่น้ำโขงด้วยความเร่งรีบ&nbsp;เมื่อถึงเรือกีบที่จอดลอยลำอยู่ก็ได้ติดเครื่องยนต์แล้วแล่นออกจากบริเวณดังกล่าวตัดข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านทันที&nbsp;จึงได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยรอบทั้งหมดที่กลุ่มชายต้องสงสัยพากันวิ่งออกมา&nbsp;ทำให้พบกระสอบบรรจุยาบ้าวางอยู่บนพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดแรกเป็นยาบ้าจำนวน&nbsp;1&nbsp;กระสอบและอีก&nbsp;1&nbsp;ถุงเล็ก&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;พบยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;กระสอบ&nbsp;และจุดที่&nbsp;3&nbsp;พบยาบ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระสอบ&nbsp;เมื่อนับรวมกันได้&nbsp;1,638,000&nbsp;เม็ด&nbsp;จึงได้ร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>","14/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214170517072"],
    [192,"สร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนน ขับเคลื่อนการทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในระดับพื้นที่ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี","<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ประชุมขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาลและภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;มาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;จากกรณีรถจักรยานยนต์ชนคนเดินข้ามถนนบริเวณทางข้าม&nbsp;ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกรุงเทพมหานคร&nbsp;ใช้กลไกในพื้นที่รณรงค์ให้ประชาชนมีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนน&nbsp;โดยเฉพาะเด็ก-เยาวชนในสถานศึกษาเพื่อสร้างจิตสำนึก&nbsp;การดำเนินการตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ติดตามราคาสินค้าและโภคภัณฑ์ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หากพบการขึ้นราคาสินค้าเกินกำหนด&nbsp;หรือพบการกักตุนโภคภัณฑ์สินค้าต่างๆ&nbsp;ให้ดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;เช่นเดียวกับการจัดที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;ต้องดำเนินการให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินในการประกอบอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น</p><p><strong>ส่วนการจัดการปัญหาหมอกควันและไฟป่า</strong>&nbsp;ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ติดตามสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;หมอกควันในพื้นที่&nbsp;พร้อมทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ&nbsp;ปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เสี่ยง&nbsp;แบ่งพื้นที่รับผิดชอบบูรณาการซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;การเตรียมการรับมือภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำ</strong>&nbsp;ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ&nbsp;ปริมาณฝนที่ตกและปริมาณน้ำตามแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยใช้กลไกของคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการของจังหวัด&nbsp;ให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเน้นย้ำการดำเนินงาน</strong>&nbsp;ของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาตรงจุด&nbsp;รวมทั้งการแก้ปัญหาสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระเบียบสายสื่อสาร&nbsp;เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;ตลอดจนการแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากสภาพพื้นผิวถนนขรุขระและชำรุดเสียหาย&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและบรรเทาผลกระทบจากความเดือดร้อนให้กับประชาชน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","14/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214193243113"],
    [193,"ชาวบ้านใน อ.เบตง จ.ยะลา พบ กระสุนปืนใหญ่โผล่ในคลอง หลังน้ำลด แจ้งเจ้าหน้าที่ทำการเก็บกู้ คาดสมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา","<p><strong>ร.ต.อ.พรชัย&nbsp;ชูนวล&nbsp;พนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;</strong>ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจบ้านปากบาง&nbsp;ว่ามีชาวบ้านพบระเบิดอยู่ในคลองปากบาง&nbsp;บ้านปากบาง&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จึงประสาน&nbsp;ร.ต.อ.สมบัติ&nbsp;มณีรัตน์&nbsp;หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;ตชด.445&nbsp;รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ตชด.&nbsp;อส.&nbsp;กู้ภัยสว่างเบตงธรรมสถาน</p><p><strong>เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบว่าคลองดังกล่าวเคยเปิดให้ประชาชน</strong>และนักท่องเที่ยว&nbsp;เล่นเป็นสถานที่ล่องแก่ง&nbsp;แต่ได้ปิดให้บริการไปนานแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กันชาวบ้านและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกเพื่อป้องกันอันตราย&nbsp;และเข้าไปตรวจสอบพบว่า&nbsp;เป็นหัวกระสุนปืนใหญ่&nbsp;ขนาด&nbsp;105&nbsp;มม.&nbsp;จมอยู่ในน้ำภายในคลอง&nbsp;ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากบนฝั่ง&nbsp;ช่วงนี้หน้าร้อน&nbsp;น้ำในคลองลดลงไปมาก&nbsp;ทำให้ตื้นเขิน&nbsp;จนเห็นโขดหินต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>คาดว่าเพราะน้ำแห้งลดเหลือน้อย&nbsp;จึงทำให้มีชาวบ้าน</strong>มาพบลูกกระสุนปืนใหญ่ลูกนี้&nbsp;คาดว่าเป็นลูกกระสุนปืนใหญ่ที่หลงเหลือจากการต่อสู้สมัยโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายาที่หลบหนีการปราบปรามของรัฐบาลมาเลเซียเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการและเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย&nbsp;&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;ในอดีต&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวในอดีต&nbsp;เป็นพื้นที่สีแดง&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์การรบ&nbsp;</strong>จึงมีการขุดพบลูกระเบิดและลูกกระสุนปืนใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;ซึ่งครั่งล่าสุด&nbsp;ก็พบเมื่อปี&nbsp;2559&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จึงได้ทำการเก็บกู้และนำกลับมาที่กองร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;เพื่อนำไปทำลายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","14/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214203425143"],
    [194,"รองเลขาธิการ? ศอ.บต.? ร่วมประชุม? สล.คปต. พิจารณา?ขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหา? จชต.?","<p><strong>สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;(สมช.)</strong>&nbsp;ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(สล.คปต.)&nbsp;จัดการประชุม&nbsp;สล.คปต.&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมวิจิตรวาทการ&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;เพื่อพิจารณากลั่นกรอง&nbsp;ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(คปต.)?&nbsp;</p><p><strong>โดยการประชุมครั้งนี้มี&nbsp;พลเอก&nbsp;สุพจน์&nbsp;มาลานิยม&nbsp;</strong>เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและผู้อำนวยการ?&nbsp;สล.คปต.&nbsp;เป็นประธานการประชุม?&nbsp;และมี?&nbsp;รศ.ดร.บดินทร์&nbsp;รัศมีเทศ&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;&nbsp;ศูนย์อำนวยการ?บริหาร?จังหวัด?ชายแดน?ภาคใต้?&nbsp;(ศอ.บต.)?&nbsp;เป็นผู้แทนพลเรือตรี?&nbsp;สมเกียรติ?&nbsp;ผลประยูร?&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะคณะที่ปรึกษา&nbsp;สล.คปต.&nbsp;และ&nbsp;นายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ในฐานะ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.คปต.&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุม?&nbsp;สล.?คปต.&nbsp;?ได้มีการหารือ?และ</strong>พิจารณาการขับเคลื่อนงานของคณะอนุกรรมการบริหารจัดการด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(อบศ.จชต.)&nbsp;การขับเคลื่อนงานบูรณาการฐานข้อมูลด้านความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;และพิจารณา&nbsp;โครงการเช่าระบบป้องกันความปลอดภัยเขตเมือง&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;ด้วยระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด&nbsp;&nbsp;(CCTV)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอของ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;(กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;สน.)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215084746201"],
    [195,"กระทรวงการคลัง เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณากฎหมายขอลดภาษีน้ำมันดีเซลไม่เกิน 3 บาทต่อลิตร แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง","<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้</strong>&nbsp;(15&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;โดยมีวาระที่น่าสนใจคือ&nbsp;กระทรวงการคลัง&nbsp;เสนอกฎหมายขอลดภาษีน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง&nbsp;โดยจะออกเป็นร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร</p><p><strong>ด้านกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;เสนอมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ว่าด้วยเรื่อง&nbsp;มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;EV&nbsp;ในประเทศไทย&nbsp;การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;และ&nbsp;พรรคการเมือง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เสนอร่างกฎกระทรวงระบบการป้องกันและควบคุมโรคระบาด&nbsp;&nbsp;ร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตร</p><p><strong>กระทรวงยุติธรรม</strong>&nbsp;เสนอร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ฉบับ</p><p>กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เสนอขอความเห็นชอบให้การประปาส่วนภูมิภาคปรับเพิ่มเงินค่าตอบแทนพิเศษรายเดือน&nbsp;ให้แก่พนักงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดชายแดนภาคใต้</p><p><strong>กระทรวงศึกษาธิการ</strong>&nbsp;เสนอการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลสำหรับนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน&nbsp;ประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษา&nbsp;ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;ปวช.&nbsp;&nbsp;ร่างแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ</p><p>ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564-2580</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;เสนอร่างแผนปฏิบัติการ&nbsp;ด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่สาม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565-2570</p><p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เสนอการขยายระยะเวลาของการใช้แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560-2564</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215092004208"],
    [196,"ตัวแทนครูขอบคุณนายกฯ และรัฐบาล ผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจัง จนเกิดผลเป็นรูปธรรม","<p><strong>ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;นำคณะครู&nbsp;เข้าพบ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เพื่อแสดงความขอบคุณในการผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู&nbsp;โดย&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้ครูอย่างยิ่ง&nbsp;สิ่งที่สำคัญที่สุด&nbsp;คือต้องแก้หนี้เก่าให้ได้&nbsp;ซึ่งมีจำนวนมหาศาล&nbsp;จะนำงบประมาณทั้งหมดมาทุ่มตรงนี้ไม่ได้&nbsp;เพราะกลไกที่มีอยู่แล้วเดิม&nbsp;ตนได้ให้นโยบายว่าต้องเริ่มต้นแก้อย่างไร&nbsp;แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;และสร้างกลไก&nbsp;สานต่อนโยบาย&nbsp;หากเป็นไปได้สำเร็จตามไปสู่การแก้หนี้ในส่วนอื่นๆด้วย&nbsp;ทั้งพลเรือน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ครู</p><p><strong>นอกจากนี้รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาหนี้สิน&nbsp;และปัญหาความยากจนรายครัวเรือน&nbsp;</strong>ซึ่งจะดูในทุกมิติ&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;ปัญหาความยากจนเกิดจากหลายด้านทั้งจากรายได้&nbsp;คุณภาพ&nbsp;ชีวิต&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ&nbsp;การบริการภาครัฐ&nbsp;ต้องแก้ไขทั้งระบบ&nbsp;ซึ่งแต่ละภาคส่วนที่เป็นองค์ประกอบประสิทธิภาพ&nbsp;ก็ไม่ต้องใช้&nbsp;งบประมาณภาครัฐไปเติม&nbsp;ที่สำคัญคือต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขอบคุณครูและดีใจที่มอบดอกไม้ให้&nbsp;อย่างน้อยเป็นกำลังใจให้มีแรงทำงานต่อไป&nbsp;</strong>ตนเองก็เป็นครอบครัวครูอยู่แล้ว&nbsp;แม่ก็เป็นครู&nbsp;ตนเองก็เคยเป็นครูทหารมาหลายปี&nbsp;สอนพลทหาร&nbsp;สอนกันคนละเรื่องคนละแบบ&nbsp;สอนให้คนไปรบ&nbsp;สอนให้กล้าที่จะไปสู้ฝ่ากระสุนข้าศึกได้&nbsp;นั่นคือครูทางทหาร&nbsp;แต่คงไม่ได้ไปรบกับใคร&nbsp;แต่จะรบกับเรื่องของความยากจนของครู&nbsp;</p><p><br></p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215141321365"],
    [197,"กกต.แจกใบเหลือง นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร ชง ศาลอุทธรณ์สั่งเลือกตั้งใหม่ พร้อม เพิกถอนสิทธิสมัคร สุรวัช","<p><strong>เว็บไซต์สำนักงาน&nbsp;กกต.ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย&nbsp;กกต.ให้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์&nbsp;หรือศาลอุทธรณ์ภาค</strong>&nbsp;เพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;(อบจ.)&nbsp;สมุทรสาครใหม่&nbsp;แทนนายอุดม&nbsp;ไกรวัตนุสสรณ์&nbsp;และสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;เรืองศรี&nbsp;สมาชิกสภา&nbsp;อบจ.&nbsp;อ.กระทุ่มแบน&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;5&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น&nbsp;หรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;108&nbsp;วรรคสอง&nbsp;รวมทั้งให้ดำเนินคดีอาญากับ&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;65(1)&nbsp;ประกอบมาตรา&nbsp;126&nbsp;เนื่องจากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า&nbsp;ประมาณเดือน&nbsp;ต.ค.-พ.ย.&nbsp;63&nbsp;มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้โทรศัพท์ติดต่อโรงเรียนแห่งหนึ่ง&nbsp;เพื่อย้ายนักเรียน&nbsp;ซึ่งเป็นหลานสาวเข้าเรียน&nbsp;ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวแนะนำว่านักเรียนต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน&nbsp;ผู้มีสิทธิ์คนดังกล่าวจึงได้ติดต่อ&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;และได้รับคำแนะนำว่าให้ไปพบกับบิดาตนซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองกระทุ่มแบน&nbsp;หลังจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนดังกล่าวได้พบกับบิดาของ&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;แล้วก็ได้ไปติดต่อที่สำนักทะเบียนดำเนินการย้ายชื่อนักเรียนคนดังกล่าวเข้าบ้านเลขที่ของโรงเรียนและสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนดังกล่าว&nbsp;จากนั้นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนดังกล่าวได้ส่งข้อความขอบคุณนายสุรวัช&nbsp;ทางแอปพลิเคชันไลน์ที่&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;และบิดาของนายสุรวัฒน์&nbsp;ช่วยเหลือให้หลานสาวได้เข้าโรงเรียนตามที่ประสงค์&nbsp;ตามหลักเกณฑ์ที่สามารถเข้าเรียนได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การที่&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;โพสต์บทสนทนาระหว่างตนเองกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนดังกล่าวในบัญชีเฟซบุ๊ก&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;\"ได้ช่วยฝากหลานของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนดังกล่าวเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และขอให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนดังกล่าวลงคะแนนให้แก่&nbsp;นายอุดม&nbsp;\"การกระทำของ&nbsp;นายสุรวัช&nbsp;จึงมีลักษณะเป็นการแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชนหรือสมาชิกในกลุ่มเฟซบุ๊ก&nbsp;ที่พบเห็นให้ลงคะแนนให้แก่&nbsp;นายอุดม&nbsp;จึงเข้าลักษณะเป็นการจัดทำ&nbsp;ให้&nbsp;เสนอให้สัญญา&nbsp;ว่าจะให้&nbsp;หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่นายอุดม&nbsp;ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;65(1)โดยนายอุดมย่อมได้รับประโยชน์ในการเลือกตั้งจากการกระทำของนายสุรวัช&nbsp;เป็นเหตุให้ผลการเลือกตั้ง&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สมุทรสาคร&nbsp;ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายอุดมเกิดจากการเลือกตั้งที่ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมตาม&nbsp;พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;108&nbsp;วรรคสอง&nbsp;</p><p><br></p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215134252336"],
    [198,"สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังเหตุขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครนเบื้องต้น ยังไม่พบการข่าวกระทบความมั่นคง โดยยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ ดูแลสถานทูต และพลเมืองของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิด","<p><strong>พันตำรวจเอกกฤษณะ&nbsp;พัฒนะเจริญ&nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong>&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;มีการติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยยังไม่พบการข่าวที่กระทบต่อความมั่นคงของไทย&nbsp;แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ก็ไม่ประมาท&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ&nbsp;ดูแลสถานทูตของทั้งสองประเทศและที่พักเจ้าหน้าที่ทูตในไทยแล้ว&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้ความขัดแย้งจะไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย</strong>&nbsp;แต่ตำรวจสันติบาล&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;ตำรวจสอบสวนกลาง&nbsp;และตำรวจไซเบอร์&nbsp;ก็จะมีการเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง&nbsp;เพื่อป้องกันเหตุที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบความขัดแย้งระหว่างบุคคล&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ขอประชาชนแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ตำรวจทำการตรวจสอบ</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลตำรวจตรีจิรสันต์&nbsp;แก้วแสงเอก&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;</strong>กล่าวด้วยว่า&nbsp;เบื้องต้นทางสถานเอกอัครราชทูตยูเครนและสถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย&nbsp;ยังไม่มีการทำหนังสือร้องขอให้ทางตำรวจเข้าพื้นที่รักษาความปลอดเพิ่มเติม&nbsp;แต่&nbsp;พลตำรวจโทสำราญ&nbsp;นวลมา&nbsp;ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;ได้สั่งการให้มีเพิ่มความเข้มดูแลพื้นที่บริเวณดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีตำรวจสันติบาล&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;</strong>รวมถึง&nbsp;ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;เฝ้าระวังในพื้นที่สถานทูตดังกล่าวทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ส่วนกรณีที่มีการชาวต่างชาติทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศที่อยู่ในประเทศไทยนั้น&nbsp;จะมีเฝ้าระวัง&nbsp;หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น&nbsp;จะทำการตรวจสอบเพิ่มเติม&nbsp;ในการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล&nbsp;และถิ่นที่อยู่ว่า&nbsp;มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศหรือไม่ต่อไป</p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215140714357"],
    [199,"เจ้าหน้าที่ ตชด. อส.เบตง ค้นบ้านชาวเขาเผ่าอาข่า หลังได้รับแจ้ง ขายเฮโรอีน ฝิ่น ให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานในพื้นที่","<p><strong>ร.ต.อ.มาตุภูมิ&nbsp;ธรรเนียม&nbsp;หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว</strong>&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.445&nbsp;สืบทราบว่า&nbsp;ที่บ้านเลขที่&nbsp;144/1&nbsp;กม.10&nbsp;(บ้านหมาหลง)&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มีการลักลอบมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติดให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานในพื้นที่&nbsp;จึงรายงานให้&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;จินตาคม&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ตชด.445&nbsp;ทราบ&nbsp;พร้อมทั้งประสานนายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอเบตง&nbsp;รับผิดชอบงานยาเสพติด&nbsp;นายปัจฉิมณรงค์&nbsp;ปัจจิมเพ็ชร&nbsp;ปลัดป้องกันอำเภอเบตง&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;ตชด.445,&nbsp;ฉก.ตชด.44,&nbsp;อส.อำเภอเบตง&nbsp;(ชป.เอราวัณ)&nbsp;เข้าทำการตรวจค้นจับกุม</p><p><strong>เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงพบบ้านดังกล่าวเป็นบ้านปูนห้องแถว</strong>ชั้นเดียวปลูกติดกันหลายหลัง&nbsp;ประตูบ้านปิดอยู่&nbsp;จึงได้เคาะประตูเรียก&nbsp;จนมีคนเปิดประตูออกมา&nbsp;ทราบชื่อนายอาฉ่า&nbsp;&nbsp;หรืออาฉ่า&nbsp;อายุ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งเป็นบุคคลไร้สัญชาติ&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;อาข่า&nbsp;ที่อยู่ในประเทศไทยบ้านเลขที่&nbsp;363/พ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ต.แม่สลองนอก&nbsp;อ.แม่ฟ้าหลวง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ตามที่ได้สืบทราบมาก่อนหน้านี้&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้น&nbsp;พบเฮโรอีน&nbsp;หรือผงขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;หลอด&nbsp;น้ำหนักรวมประมาณ&nbsp;1.51&nbsp;กรัม&nbsp;ฝิ่นบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;34.00&nbsp;กรัม&nbsp;ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีม่วง&nbsp;ซึ่งแขวนอยู่ที่ราวตากผ้าบริเวณหลังบ้าน</p><p><strong>จากการสอบสวนเบื้องต้นรับสารภาพ&nbsp;มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอเบตง</strong>&nbsp;5&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;มีอาชีพรับจ้างถางป่า&nbsp;เฮโรอีน&nbsp;ซื้อมาจากคนรู้จักที่เป็นชาวเขา&nbsp;6&nbsp;หลอด&nbsp;ราคา&nbsp;600&nbsp;บาท&nbsp;ตนเสพไปแล้ว&nbsp;3&nbsp;หลอด&nbsp;ส่วนฝิ่นซื้อมา&nbsp;3,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำมากินกับน้ำร้อนเป็นยา&nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ&nbsp;จึงตั้งข้อหามีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;1&nbsp;(เฮโรอีน)&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;และ&nbsp;มีไว้ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท&nbsp;2&nbsp;(ฝิ่นดิบ)&nbsp;ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.เบตง&nbsp;ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อินโฟ&nbsp;45&nbsp;ชิ้น&nbsp;สตอรี่โพสต์&nbsp;45&nbsp;ชิ้น&nbsp;โมชันกราฟฟิก&nbsp;20&nbsp;ชิ้น</p>","15/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215143524380"],
    [200,"นายกรัฐมนตรี  ยืนยันไม่กังวลและพร้อมชี้แจงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ 17-18 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;17-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่องและไม่กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษ&nbsp;พร้อมมองว่าการพูดและการแสดงใดๆ&nbsp;ในสภาเป็นเรื่องของสังคม&nbsp;โดยให้ขอติดตามว่าจะมีฝ่ายใดเสนอนับองค์ประชุมหรือไม่&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;</strong>ที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;รัฐบาลเตรียมเรื่องเสียงการลงมติอย่างไร&nbsp;รวมถึงกระแสข่าว&nbsp;260&nbsp;เสียงในโพยของนายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย&nbsp;จะสามารถช่วยได้จริงหรือไม่นั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่าสนใจแต่เพียงว่าจะทำวันนี้และวันพรุ่งนี้ให้ดีขึ้นอย่างไร&nbsp;และเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนประเทศชาติ&nbsp;ส่วนเรื่องคะแนนเสียง&nbsp;เรื่องพรรคการเมือง&nbsp;เป็นเรื่องของสภา&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.&nbsp;ขณะเดียวกันที่มีการวิเคราะห์กันว่าโพย&nbsp;260&nbsp;เสียง&nbsp;น่าจะเป็นเสียงสนับสนุนนายอนุทิน&nbsp;ให้เป็นนายกรัฐมนตรี&nbsp;หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองมากกว่านั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;เป็นเรื่องของการวิเคราะห์&nbsp;สิ่งสำคัญอยู่ที่ประชาชน</p><p><br></p><p><br></p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181209534"],
    [201,"ครม.ไฟเขียว! ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงข้อริเริ่มการใช้พลังงานสะอาด ไทย-บริษัทเอกชนสหรัฐ","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.เห็นชอบร่างหนังสือแสดงเจตจำนง&nbsp;(Letter&nbsp;of&nbsp;Intent:&nbsp;LOI)&nbsp;สำหรับข้อริเริ่มความต้องการใช้พลังงานสะอาด&nbsp;(Clean&nbsp;Energy&nbsp;Demand&nbsp;Initiative:&nbsp;CEDI)&nbsp;ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและภาคเอกชนของประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;ซึ่งจะมีพิธีลงนามในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>หนังสือแสดงเจตจำนงฉบับนี้&nbsp;เป็นการแสดงความมุ่งมั่นร่วมกัน</strong>&nbsp;ในการส่งเสริมการลงทุนสำหรับธุรกิจที่สนใจและมีศักยภาพในการจัดหาและใช้พลังงานสะอาด&nbsp;โดยฝ่ายสหรัฐฯจะชักชวนนักลงทุนมาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย&nbsp;และฝ่ายไทยจะอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการจัดหาพลังงานสะอาดสำหรับการดำเนินธุรกิจของสหรัฐฯ&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมถึงการพัฒนาทางเลือกอื่นๆ&nbsp;ที่มีความเหมาะสม&nbsp;ผ่านแนวทางการจัดหาพลังงานสะอาดที่ฝ่ายไทยจะดำเนินการในอนาคต&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;1)การผลักดันให้เกิดตลาดพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพและสามารถแข่งขันด้านราคาได้&nbsp;2)การกำหนดนโยบายด้านพลังงานสะอาดให้มีความเหมาะสม&nbsp;3)การส่งเสริมระบบการรับรองสถานะด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้ในการซื้อขายพลังงานสะอาด&nbsp;4)การสนับสนุนการพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐานของด้านไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและสามารถรองรับการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดได้</p><p><strong>ในเบื้องต้นมีภาคเอกชนของสหรัฐฯ</strong>&nbsp;ประสงค์ที่จะร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงค์ทั้งหมด&nbsp;19&nbsp;บริษัท&nbsp;โดยจะนำเงินมาลงทุนคิดเป็นมูลค่าอาจสูงถึง&nbsp;2,384&nbsp;ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;การร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงในครั้งนี้&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของไทยในการส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;&nbsp;(BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model)&nbsp;ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมโอกาสของการลงทุนระหว่างสหรัฐกับไทยด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215180929524"],
    [202,"ครม.ผ่านร่างกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง 23 จังหวัด ใช้แนวเขตใหม่เป็นเส้นตรงลากผ่านจุดพิกัด ลดปัญหาพื้นที่ประมงทับซ้อน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;ว่าที่ประชุมเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง&nbsp;แยกเป็นรายจังหวัด&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ&nbsp;เพื่อให้ทราบถึงเขตทะเลชายฝั่งที่ชัดเจนและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;อันจะเป็นการลดความขัดแย้งของชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&nbsp;อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในเขตทะเลชายฝั่งให้อยู่ในภาวะที่สมดุลสามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้&nbsp;มีสาระสำคัญ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เป็นการกำหนดเขตทะเลชายฝั่งแยกเป็นรายจังหวัด&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ตรัง&nbsp;ตราด&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระนอง&nbsp;สตูล&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยกำหนดระยะแนวเขตทะเลชายฝั่งเป็น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เส้นตรงลากผ่านจุดพิกัด&nbsp;จากเดิมที่กำหนดเป็น&nbsp;เส้นโค้งเว้า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในกรณีที่เขตทะเลชายฝั่งทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าหรือเขตอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตามกฎหมายอื่นใด&nbsp;การทำการประมงหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตทะเลชายฝั่งนั้นต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังได้เห็นชอบ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ร่างกฎกระทรวงยกเลิกการกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;กฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;และกฎกระทรวงกำหนดเขตทะเลชายฝั่ง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;3)&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;เนื่องจากกฎกระทรวงฯ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;เป็นการกำหนดเขตทะเลชายฝั่งของ&nbsp;9&nbsp;จังหวัดเป็นเส้นโค้งเว้า&nbsp;ซึ่งทำให้เกิดความไม่ชัดเจนและเป็นปัญหาสำหรับชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;และได้มีการปรับปรุงแนวเขตทะเลชายฝั่งและแผนที่ทะเลชายฝั่งใหม่เฉพาะจังหวัดตราดและชลบุรี&nbsp;โดยออกเป็นกฎกระทรวงฯ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;และฉบับที่&nbsp;3&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;แต่ยังไม่ครอบคลุมจังหวัดอื่นที่ติดทะเล&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องยกเลิกร่างกฎกระทรวงทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฉบับดังกล่าว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215191531575"],
    [203,"ครม. อนุมัติโครงการในส่วนของจัดหาครุภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการรองรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง(ผู้ป่วยสีเหลือง สีแดง) ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;อนุมัติโครงการในส่วนของจัดหาครุภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการรองรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง(ผู้ป่วยสีเหลือง&nbsp;สีแดง)&nbsp;ที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเป็นหลักจำนวน&nbsp;17&nbsp;โครงการ&nbsp;กรอบวงเงินรวม&nbsp;5,731&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้จ่ายจากเงินกู้ภายใต้แผนงานหรือโครงการกลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;ตามบัญชีแนบท้าย&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฯ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;(แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข)&nbsp;ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้เสนอ&nbsp;พร้อมกันนี้ที่ประชุม&nbsp;ยังอนุมัติโครงการบริหารจัดการนำส่งผู้ป่วยโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นค่าชดเชยปฏิบัติการฉุกเฉินพิเศษระดับพื้นฐานของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน(สพฉ.)&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;37.5&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ครม.ได้อนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;ให้สำนักงานประกันสังคม&nbsp;เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการเยียวยาผู้ประกันตน&nbsp;ในกิจการสถานบันเทิงและผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐประกอบด้วย&nbsp;การปรับเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายผู้ประกันตนมาตรา&nbsp;39&nbsp;และมาตรา&nbsp;40&nbsp;ของโครงการเยียวยากิจการสถานบันเทิงจากเดิม&nbsp;110,669&nbsp;คน&nbsp;เป็น&nbsp;138,669&nbsp;คนหรือเพิ่มขึ้น&nbsp;28,000&nbsp;คน&nbsp;และปรับเพิ่มกรอบวงเงินของโครงการเยียวยากิจการสถานบันเทิงจากเดิม&nbsp;607&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็น&nbsp;747&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;140&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อนุมัติให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ขยายเวลาโครงการมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนิสิตนักศึกษา&nbsp;ในสถาบันอุดมศึกษาภาครัฐและเอกชน&nbsp;จากเดิมสิ้นสุดเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นสิ้นสุดเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เห็นชอบให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนขยายเวลาของโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเสริมศักยภาพสมาชิกสหกรณ์ผู้ทำนาเกลือทะเล&nbsp;จากสิ้นสุดเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นสิ้นสุดเดือน&nbsp;มิ.ย.&nbsp;2565&nbsp;หลังได้รับผลกระทบจากการระบาดหนักของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก&nbsp;ขยายเวลาดำเนินโครงการแปลงใหญ่กระบือชลบุรีครบวงจร&nbsp;จากสิ้นสุดเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ครม.&nbsp;ยังเห็นชอบให้จังหวัดกระบี่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ลำพูนและจังหวัดตาก&nbsp;เปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการ&nbsp;หรือยกเลิกโครงการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;(พ.ร.ก.กู้เงินฯ&nbsp;1&nbsp;ล้านล้านบาท)&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองเชิงพาณิชย์สู้ภัยโควิด&nbsp;ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ได้ขยายเวลาโครงการจากที่สิ้นสุดโครงการในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นสิ้นสุดเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215190555565"],
    [204,"ครม.เห็นชอบ เวนคืนที่ดินริมคลองลุงหน่าง แขวงแสมดำ-บางบอนใต้ สร้างเขื่อนขยายคลองแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงแสมดำ&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;และแขวงบางบอนใต้&nbsp;เขตบางบอน&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;โดยมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงแสมดำ&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;และแขวงบางบอนใต้&nbsp;เขตบางบอน&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;มีความกว้าง&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;ความยาวประมาณ&nbsp;1.7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการขยายคลองและก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กคลองลุงหน่าง&nbsp;ช่วงทางรถไฟวงเวียนใหญ่-มหาชัยถึงคลองบางบอน&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากปัจจุบันคลองลุงหน่างมีความกว้างเพียง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร</strong>&nbsp;และมีลักษณะเป็นคอขวด&nbsp;&nbsp;ทำให้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;ฝั่งตะวันตกได้เพียงพอ&nbsp;จึงจำเป็นต้องขยายคลองและสร้างเขื่อน&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำไปยังโครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-&nbsp;คลองสนามชัย&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริได้อย่างรวดเร็ว</p><p>ร่างพระราชกฤษฎีกามีระยะเวลาบังคับใช้&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;โดยเริ่มให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในแนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนได้ภายใน&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215180226515"],
    [205,"แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ  16- 21 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อจัดแสดงและสาธิต","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กองทัพบก&nbsp;โดย&nbsp;กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;แจ้งเคลื่อนย้ายกำลังพล&nbsp;อาวุธยุทโธปกรณ์และยานพาหนะ&nbsp;ของกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;1,&nbsp;กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;5&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;1,&nbsp;กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;6&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;1,&nbsp;กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;7&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;1&nbsp;และกองสรรพาวุธเบา&nbsp;กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน&nbsp;เพื่อจัดแสดงและสาธิตอำนาจการยิงเหล่าทหารปืนใหญ่&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ฝึกศูนย์การทหารปืนใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยเดินทางเพื่อซักซ้อมในวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และเคลี่อนย้ายกลับใน&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;และเดินทางในวันยิงสาธิตวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;และเคลื่อนย้ายกลับในวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เวลา&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;เคลื่อนย้ายทางรถยนต์จาก&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;ถนนแจ้งวัฒนะ&nbsp;&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;&nbsp;ถนนพหลโยธิน&nbsp;&nbsp;อำเภอวังน้อย&nbsp;&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองสระบุรี&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;และ&nbsp;เคลื่อนย้ายกลับ&nbsp;กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่&nbsp;1&nbsp;ตามเส้นทางเดิม&nbsp;จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบและขออภัยในความไม่สะดวก</span></p><p><br></p><p><br></p>","15/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215185110554"],
    [206,"ทหารพราน 2110 มุกดาหาร  ตรวจยึดยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ในเขตพื้นที่ ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล","<p><strong>พ.อ.อุทัย&nbsp;นิลเนตร&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;</strong>กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;ได้รับแจ้งว่า&nbsp;จะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่บ้านดอนตาล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.ดอนตาล&nbsp;อ.ดอนตาล&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;จึงได้สั่งการให้กองร้อยทหารพรานที่&nbsp;2110&nbsp;กองบังคับการเฉพาะกิจ&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;21&nbsp;จัดชุดเฝ้าติดตามและหาข่าว</p><p><strong>จนกระทั่งเวลา&nbsp;05.35&nbsp;น.&nbsp;ชุดลาดตระเวนซุ่มเฝ้าตรวจสอบพบชายจำนวน&nbsp;2&nbsp;คน</strong>&nbsp;ได้ขับขี่จักรยานยนต์&nbsp;ยี่ห้อฮอนด้า&nbsp;เวฟ&nbsp;100&nbsp;สีน้ำเงินดำ&nbsp;ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน&nbsp;พร้อมกระสอบปุ๋ย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระสอบ&nbsp;วางไว้ตรงกลาง&nbsp;ระหว่างคนขับกับคนซ้อน&nbsp;ท้าย&nbsp;1&nbsp;กระสอบ&nbsp;วางอยู่หน้าคนขับ&nbsp;1&nbsp;กระสอบ&nbsp;วิ่งผ่านมา&nbsp;จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ&nbsp;แต่ชาย&nbsp;2&nbsp;คนดังกล่าว&nbsp;เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่แสดงท่าทางตกใจ&nbsp;มีพิรุธ&nbsp;โดยชายที่นั่งซ้อนท้ายได้โยนกระสอบทิ้งลงข้างทางใกล้กับฝายน้ำล้นห้วยกะลึม&nbsp;ก่อนวิ่งย้อนกลับไปทางบ้านนาห้วยกอก&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามแต่ไม่ทัน&nbsp;จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว&nbsp;พบถุงปุ๋ยสีขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กระสอบ&nbsp;เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นยาเสพติด</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;จึงได้ประสาน&nbsp;หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;</strong>ตรวจยึดนำของกลางทั้งหมดมาที่ฐานปฏิบัติการ&nbsp;ปช.5&nbsp;(ฐานดอนตาล)&nbsp;เป็นยาเสพติดประเภท&nbsp;1&nbsp;&nbsp;(ยาบ้า)&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;230,000&nbsp;เม็ด&nbsp;ก่อนนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.&nbsp;ดอนตาล&nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","15/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215233358630"],
    [207,"ชุดสายตรวจสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส สาขาสุไหงโก-ลก พร้อมหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง ยึดของกลางบุหรี่เถื่อนมูลค่ารวมกว่า 1,600,000 บาท","<p><strong>ที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส&nbsp;สาขาสุไหงโก-ลก</strong>&nbsp;นายจีระนันท์&nbsp;ใจห้าว&nbsp;สรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กก.สส.ภ.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;และหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;แถลงข่าวการตรวจยึดของกลางบุหรี่ซิกาแรตที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิต&nbsp;มูลค่าของกลางรวมกว่า&nbsp;1,600,000&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยชุดสายตรวจสรรพสามิต&nbsp;สาขาสุไหงโก-ลก&nbsp;ได้รับแจ้งว่า</strong>จะมีการลักลอบนำบุหรี่หนีภาษีเข้ามาในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลกโดยมีจุดนัดหมาย&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่ด้านหลังศูนย์จำหน่ายรถอีซูซุ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปาเสมัส&nbsp;อำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จึงมาการนำกำลังเข้าดักซุ่ม&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนกระทั่งเวลา&nbsp;01.30&nbsp;น.ได้พบรถยนต์ต้องสงสัยเข้ามาในบริเวณดังกล่าว&nbsp;เมื่อรถทั้ง2&nbsp;คันจอดสนิทจึงได้แสดงตัวเพื่อจับกุม&nbsp;แต่เมื่อกลุ่มคนร้ายจำนวน&nbsp;5&nbsp;คนเห็นเจ้าหน้าที่จึงอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีเข้าป่าละเมาะ&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลาง&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ยาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบยี่ห้อ&nbsp;U2&nbsp;บรรจุลังกระดาษ&nbsp;ขนาด&nbsp;50&nbsp;แคตตอน&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ซอง&nbsp;รวม&nbsp;40&nbsp;ลังมูลค่ายาสูบทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;ซองหรือ&nbsp;200,000&nbsp;มวนพร้อมรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า&nbsp;ฟอร์จูนเนอร์&nbsp;สีดำ&nbsp;ป้ายทะเบียน&nbsp;4กจ&nbsp;6483&nbsp;กทม.&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และรถยนต์กระบะตอนเดียว&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;โตโยต้า&nbsp;รุ่นไฮลักซ์&nbsp;รีโว่&nbsp;สีเทา&nbsp;ป้ายแดงทะเบียน&nbsp;ก-0568&nbsp;&nbsp;นราธิวาส&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ทั้งนี้มูลค่าของกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,600,000&nbsp;บาท&nbsp;ภาษีสรรพสามิต&nbsp;1,285,064&nbsp;บาท&nbsp;มูลค่าค่าปรับ&nbsp;19,275,960&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นายจีระนันท์&nbsp;ใจห้าว&nbsp;สรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นายภาณุพงศ์&nbsp;ศรีเกตุ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิต&nbsp;ภาค&nbsp;9&nbsp;ให้ความสำคัญกับการปราบปรามบุหรี่ที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตตามนโยบายของกรมสรรพสามิต&nbsp;หน่วยงานในระดับพื้นที่จึงมีการจัดชุดสายตรวจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยในครั้งนี้ถือเป็นการยึดของกลางที่มีมูลค่าทางภาษีที่รัฐต้องสูญเสียไปเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลคาดว่าคนร้ายเตรียมลักลอบนำบุหรี่หนีภาษีส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพราะบุหรี่ยี่ห้อดังกล่าวยังไม่พบว่ามีการนำมาจำหน่ายในพื้นที่แต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำเบาะเเสที่ได้รับไปทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอัตราโทษในคดีดังกล่าว&nbsp;พนักงานสอบสวนจะรวบรวม</strong>ข้อมูลพร้อมแจ้งข้อหาต่อไปเนื่องจากเกี่ยวพันกับหลายหน่วย&nbsp;ซึ่งเฉพาะ&nbsp;พ.ร.บ.สรรพสามิต&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;จะมีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ปรับ&nbsp;15&nbsp;เท่าของมูลค่าทางภาษี&nbsp;ซึ่งในครั้งนี้มีค่าปรับ19,275,960&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งยังไม่รวมความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.อื่นๆ&nbsp;อีกหลายรายการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","15/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215200234596"],
    [208,"ยะลา  เตือนเพ่งเล็ง  วัตถุระเบิดซุกซ่อนในถุงกาแฟ  หลัง เจอ 2 ครั้งที่  บันนังสตา","<p><strong>จากเหตุการณ์เมื่อ&nbsp;14&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้มีกลุ่มคนร้าย&nbsp;</strong>นำวัตถุระเบิดที่ใส่มาในภาชนะลักษณะถุงกาแฟ&nbsp;ไปวางไว้ในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;&nbsp;โดยทางเจ้าหน้าที่&nbsp;ชุดเก็บกู้&nbsp;สามารถเก็บกู้ไว้ได้&nbsp;และต่อมามีการก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว&nbsp;ซ้ำอีก&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.บันนังสตา</p><p><strong>ล่าสุดทางหน่วยงานความมั่นคงได้เร่งแจ้งเตือน&nbsp;ผู้ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;</strong>เวรยาม&nbsp;ในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;วิสาหกิจ&nbsp;ธนาคาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;รวมไปถึงหน่วยกำลังในพื้นที่&nbsp;ให้หมั่นตรวจสอบ&nbsp;วัตถุต้องสงสัย&nbsp;ซึ่งคนร้ายอาจจะซุกซ่อนวัตถุระเบิดใส่มาในภาชนะลักษณะถุงกาแฟ&nbsp;และนำมามาวางทิ้งไว้&nbsp;เพื่อก่อเหตุ&nbsp;ร้ายในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","16/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216115138724"],
    [209,"วิปรัฐบาล กำชับคณะรัฐมนตรีและ ส.ส. ร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฏร ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.พ. 65) โดยพร้อมเพียง พร้อมขอให้การอภิปรายเป็นไปตามญัตติที่เสนอ","<p>&nbsp;นายชินวรณ์&nbsp;บุณยเกียรติ&nbsp;รองประธานคณะกรรมการประสานง<strong>านพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;(วิปรัฐบาล)&nbsp;กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของรัฐบาลในการประชุมสภาผู้แทนราษฏรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป&nbsp;</strong>เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีโดยไม่ลงมติ&nbsp;ตามรัฐธรรมนูญ&nbsp;มาตรา&nbsp;152&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ว่า&nbsp;วิปรัฐบาลได้หารือและมีข้อสรุปร่วมกันว่าจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายตามญัตติที่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฏรอย่างเต็มที่&nbsp;โดยได้จัดสรรเวลาให้&nbsp;ฝ่ายค้าน&nbsp;รวม&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และคณะรัฐมนตรี&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เบื้องต้นได้จัดสรรให้&nbsp;ส.ส.&nbsp;รัฐบาล&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพราะ&nbsp;ส.ส.มีสิทธิที่จะอภิปรายได้&nbsp;และหากการชี้แจงของรัฐมนตรีใช้เวลาเกิน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;สามารถทำได้&nbsp;โดยเชื่อว่าฝ่ายค้านคงไม่ขัดข้อง&nbsp;หากเวลาประชุมแต่ละวันจะเกินเวลาที่กำหนด</p><p><strong>นอกจากนี้ขอให้รัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมให้พร้อมเพรียง&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>เพื่อแสดงถึงศักยภาพและเป็นตัวอย่าง&nbsp;ขณะเดียวกันขอให้เนื้อหาของการอภิปรายเป็นไปตามญัตติที่เสนอประเด็นรวมทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;ประเด็น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด&nbsp;ส่วนการชี้แจงของรัฐมนตรีที่บางเรื่องอาจเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ไม่สามารถเปิดเผยในที่ประชุมได้จะให้ทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;และวิปรัฐบาลชี้แจงรายละเอียดแต่ละประเด็นภายหลังการอภิปรายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;โดยวิปรัฐบาลจะคอยมอนิเตอร์ประเด็นว่าเรื่องใดหรือมีข้อมูลใดควรเผยแพร่เพิ่มเติมคู่ขนานจากสิ่งที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงเพื่อให้สังคมเกิดขึ้นเข้าใจ&nbsp;ทั้งนี้ยืนยันไม่ใช่ทีมตอบโต้นอกสภา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","16/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216193606931"],
    [210,"ประเด็นการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติวันนี้ เน้นเรื่องเศรษฐกิจ-ปากท้อง มั่นใจไม่มีปัญหาสภาล่ม","<p><strong>นายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้าน</strong>&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ&nbsp;มาตรา&nbsp;152&nbsp;วันนี้&nbsp;ว่า&nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมเต็มที่&nbsp;โดยไม้เด็ดวันนี้อยู่ที่การพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;โดยจะมีนายมิ่งขวัญ&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่&nbsp;และนายมงคลกิตติ์&nbsp;สุขสินธารานนท์&nbsp;หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์&nbsp;ร่วมอภิปรายด้วย&nbsp;</p><p><strong>คาดหวังว่า&nbsp;การอภิปรายวันนี้</strong>&nbsp;ประชาชนจะได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐบาล&nbsp;ความยากลำบากที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;ว่าความอ่อนแอที่เกิดขึ้น&nbsp;ไม่ได้มาจากปัจจับภายนอก&nbsp;แต่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในของรัฐบาล&nbsp;เมื่อประชาชนเห็นแบบนี้แล้วก็จะตัดสินใจได้ว่าจะให้เวลากับรัฐบาลอีกหรือไม่&nbsp;ทั้งนี้เห็นได้ว่า&nbsp;ก่อนการอภิปรายรัฐบาลเริ่มมีการแก้ปัญหามาบ้างแล้ว&nbsp;ทั้งการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน&nbsp;รวมถึงการดูแลเกษตกร&nbsp;การชดเชยรายได้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;จึงมองว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นผลดีกับประชาชน</p><p><strong>ส่วนจะเกิดสภาล่มอีกหรือไม่นั้น</strong>&nbsp;นายสุทิน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไม่มีเหตุผลที่เกิดขึ้น&nbsp;เพราะมีการหารือกันไว้แล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217102651033"],
    [211,"พร้อมให้ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติอย่างเต็มที่ แต่หากนอกกรอบจะมีทีมกฎหมายพรรคร่วมรัฐบาลจะทักท้วง","<p><strong>นายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ส.ส.นครสวรรค์&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;หรือวิปรัฐบาล&nbsp;กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;-18&nbsp;ก.พ.นี้ว่า&nbsp;จะเปิดให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่&nbsp;โดยให้เวลา&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่หากอภิปรายนอกประเด็นจะมีทีมฝ่ายกฎหมายของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลคอยทักท้วงให้การอภิปรายอยู่ในกรอบมาตรา&nbsp;152&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่&nbsp;แต่จะไม่มีการทักท้วงจนทำให้อภิปรายไม่ราบรื่น&nbsp;ขอเพียงให้ฝ่ายค้านอภิปรายหรือซักถามอยู่ในประเด็นเท่านั้น&nbsp;เพราะคณะรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมชี้แจงอยู่แล้วและยังถือเป็นโอกาสให้รัฐบาลชี้แจงผลงานให้ประชาชนรับทราบด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;คาดหวังว่าวันแรกของการอภิปราย&nbsp;ฝ่ายค้านจะอภิปรายแบบซักถามข้อเท็จจริงและเกี่ยวกับการบริหารงาน&nbsp;อย่าใช้วาทกรรมที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217102906034"],
    [212,"นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ขอ ส.ส.สู้ให้เต็มที่และสามัคคีกัน","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เข้าร่วมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่อาคารรัฐสภา&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับ&nbsp;ส.ส.ที่มาต้อนรับ&nbsp;ที่บริเวณชั้น&nbsp;1&nbsp;ว่า</p><p>ขอให้สู้เต็มที่และสามัคคีกัน&nbsp;โดยไม่ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนว่ามีการเตรียมความพร้อมรับมือการอภิปรายอย่างไรบ้าง&nbsp;ระบุเพียงสั้นๆ&nbsp;ว่า&nbsp;ยังไม่เริ่มการอภิปราย</p><p><strong>ส่วนกรณีที่นายทักษิณ&nbsp;ชินวัตร&nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ออกมาเตือนนายกรัฐมนตรีให้ระวังจะถูกปล้นตำแหน่งกลางอากาศนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไม่มีอะไรทั้งนั้น</p><p><br></p><p><br></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217101845027"],
    [213,"สภาผู้แทนราษฎร เริ่มพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ","<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง&nbsp;หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี&nbsp;ที่นายชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;รวม&nbsp;173&nbsp;รายชื่อ&nbsp;ร่วมกันเสนอ&nbsp;โดยวันนี้(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ซึ่งเป็นแรกของการอภิปราย&nbsp;นายชล&nbsp;น่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ได้อภิปรายเสนอญัตติคนแรก&nbsp;ก่อนที่หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะอภิปรายต่อไป&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;การเสนอญัตติครั้งนี้เป็นเจตนาดีของฝ่ายค้านและไม่มีเจตนาแอบแฝงใดๆ&nbsp;เพื่อต้องการรับฟังและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีใน&nbsp;4&nbsp;เรื่องหลักคือ&nbsp;วิกฤติเศรษฐกิจสินค้าราคาแพง&nbsp;,&nbsp;วิกฤติโรคระบาดทั้งโควิด-19&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;,&nbsp;วิกฤติการเมืองที่การปฏิรูปการเมืองล้มเหลวและวิกฤติเรื่องของความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกิดปัญหาต่างๆ&nbsp;ทั้งปัญหายาเสพติด&nbsp;การทุจริตคอร์รัปชัน&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;รวมถึงประเทศสูญเสียโอกาสในการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นายนิโรธ&nbsp;สุนทรเลขา&nbsp;ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล</strong>&nbsp;หรือวิปรัฐบาล&nbsp;กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;-18&nbsp;&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์นี้ว่า&nbsp;จะเปิดให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างเต็มที่&nbsp;โดยให้เวลา&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่หากอภิปรายนอกประเด็นจะมีทีมฝ่ายกฎหมายของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลคอยทักท้วงให้การอภิปรายอยู่ในกรอบมาตรา&nbsp;152&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่&nbsp;แต่จะไม่มีการทักท้วงจนทำให้อภิปรายไม่ราบรื่น&nbsp;เพราะคณะรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงและยังถือเป็นโอกาสให้รัฐบาลชี้แจงผลงานให้ประชาชนรับทราบด้วย</p><p><strong>นายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ประธานวิปฝ่ายค้าน</strong>&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;มาตรา&nbsp;152&nbsp;วันนี้&nbsp;ว่า&nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมเต็มที่&nbsp;โดยไม้เด็ดวันนี้อยู่ที่การพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;คาดหวังว่าการอภิปรายวันนี้ประชาชนจะได้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐบาล&nbsp;ความยากลำบากที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;ว่าความอ่อนแอที่เกิดขึ้น&nbsp;ไม่ได้มาจากปัจจับภายนอก&nbsp;แต่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในของรัฐบาล&nbsp;จึงมองว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเป็นผลดีกับประชาชน</p><p><strong>สำหรับกรอบเวลาการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติครั้งนี้</strong>&nbsp;กำหนดไว้&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-18&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;รวม&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ฝ่ายค้าน&nbsp;ใช้เวลา&nbsp;22&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;รัฐบาล&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217110846055"],
    [214,"กกต. ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามความร่วมมือการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองคุณภาพ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ระดับนโยบายในการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองคุณภาพและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย&nbsp;อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;โดยนายอิทธิพร&nbsp;บุญประคอง&nbsp;ประธานกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;(กกต.)&nbsp;ลงนามความร่วมมือกับ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;นายแสวง&nbsp;บุญมี&nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;รักษาการแทนเลขาธิการ&nbsp;คณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้ง&nbsp;2&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องแถลงข่าว&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารพระจอมเกล้า&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การลงนามความร่วมมือครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นับว่าเป็นความร่วมมือในระดับนโยบายในการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองคุณภาพและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&nbsp;ผ่านแนวทางการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองคุณภาพ&nbsp;ให้กับนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;เพื่อสร้างแกนนำพลเมืองคุณภาพเพื่อพัฒนานักศึกษาแกนนำในการเป็นวิทยากร&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในมหาวิทยาลัยราชภัฎ&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;แห่ง&nbsp;และขยายผลให้กับนักเรียนในสถานศึกษาทั่วประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในขณะเดียวกัน&nbsp;ผลักดันหลักสูตรวิชา&nbsp;\"พลเมืองที่เข้มแข็ง&nbsp;\"</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นวิชาศึกษาทั่วไป&nbsp;(General&nbsp;Education&nbsp;:&nbsp;GE)&nbsp;ในมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง&nbsp;หรือ&nbsp;บูรณาการกับรายวิชาศึกษาทั่วไปอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งจัดทำคู่มือการสอนรายวิชาศึกษาทั่วไป&nbsp;(General&nbsp;Education)&nbsp;วิชาพลเมืองคุณภาพ&nbsp;(Quality&nbsp;Citizen)&nbsp;ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;กับกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217184400304"],
    [215,"รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และชี้แจงฝ่ายค้านในทุกประเด็นที่มีข้อสงสัย","<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การอภิปรายในครั้งนี้วิธีการที่รัฐบาลจะนำข้อมูลข่าวสารต่างๆ&nbsp;นอกจาการที่รัฐมนตรีชี้แจงในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว&nbsp;ยังจะให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ได้เผยแพร่และชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนทราบด้วย&nbsp;โดยเฉพาะหากผู้อภิปรายนำเสนอข้อมูลที่ขัดต่อความเป็นจริงหน่วยงานราชการ&nbsp;พร้อมที่จะออกมาแก้ไขข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน&nbsp;รวมถึงแถลงโดยใช้เอกสารเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ&nbsp;ให้ทราบ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ&nbsp;แต่เป็นการเปิดโอกาสให้&nbsp;ส.ส.&nbsp;ฝ่ายค้าน&nbsp;ได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งรัฐบาลใจกว้างพร้อมรับฟังข้อท้วงติงของฝ่ายค้าน</p><p><strong>ส่วนเรื่องวัคซีนที่นายทักษิณ&nbsp;ชินวัตร&nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ออกมาพูดนั้น&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิ่งใดที่เป็นประโยชน์พร้อมรับฟัง&nbsp;โดยยอมรับว่าเคยทำงานร่วมกันมาก่อนและเป็นผู้มีพระคุณหลายเรื่องในอดีต&nbsp;และปัจจุบันยังมีความเคารพในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่จึงไม่ขอตอบโต้อะไรและขอใช้เวทีสภาฯ&nbsp;ในการชี้แจงข้อสงสัยของสมาชิก</p><p><br></p><p><br></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217144758139"],
    [216,"รัฐบาลทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน  รัฐบาลต้องแก้ปัญหาทั้งหมด ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง","<p><strong>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี</strong> ชี้แจงในการอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ยืนยันพร้อมรับฟังสภาฯ และรับฟังด้วยเหตุผล เนื่องจากตอนนี้มีหลายสถานการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งรัฐบาลได้ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแก้ปัญหา</p><p><strong>การเข้าสู่อำนาจของรัฐบาล ยืนยันว่า</strong> รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลตั้งแต่ปี 2557 ทุกคนที่เข้ามาที่นี้ มาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาจากการเลือกตั้งใหม่ตามกฎหมายใหม่</p><p><strong>ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น อาทิ </strong>อัตราการว่างงาน การเปิด/ปิดกิจการ มีการแก้ปัญหาจนคืบหน้าไปมาก สถานการณ์วันนี้ไม่ปกติ เป็นวิกฤตการณ์ของโลก เมื่อเกิดขึ้นการแก้ปัญหาทำได้ยาก แต่รัฐบาลต้องแก้ปัญหาทั้งหมด ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง  ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ก็ขึ้นลงตามราคากลไกตลาด แต่รัฐบาลเข้าไปตรวจสอบว่าสูงขึ้นเพราะอะไร เกิดจากต้นทุน หรือเกิดจากการฉวยโอกาส ก็ได้เข้าไปแก้ปัญหาแบบลงลึก ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาได้ทันที&nbsp;</p><p><strong>ส่วนเรื่องปัญหาราคาน้ำมัน </strong>ก็เกิดจากความต้องการใช้พลังงานที่เกิดพร้อมกันทั่วโลก หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งรัฐบาลก็ได้แก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทุกคนทำเต็มที่ในการแก้ปัญหาเพื่อลดผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งการเยียวยาผ่านคนละครึ่ง หรือโครงการอื่นๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217121356076"],
    [217,"ฝ่านค้านเน้นอภิปรายปัญหาเศรษฐกิจ ของแพง","<p><strong>วันแรกของการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ</strong>&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ของรัฐธรรมนูญฯ&nbsp;ภาพรวมจนถึงขณะนี้ยังคงเป็นไปด้วยความราบรื่น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมรับฟังอภิปรายตั้งแต่ช่วงเช้า&nbsp;โดยเริ่มการอภิปราย&nbsp;นายชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้อภิปรายเปิดญัตติเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าราคาแพงที่ประชาชนกำลังประสบอยู่&nbsp;พร้อมย้ำเรื่องที่นำมาอภิปรายไม่ใช่ปัญหาเดิมแต่เป็นปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไข</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ชี้แจงทันทีว่า&nbsp;รัฐบาลพร้อมรับฟังด้วยเหตุผลและสิ่งที่เป็นประโยชน์&nbsp;แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลายเรื่องพร้อมกัน&nbsp;รัฐบาลพยายามแก้ไขร่วมกับหลายภาคส่วน&nbsp;และจะให้รัฐมนตรีช่วยชี้แจงรายละเอียดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาให้ประชาชนเข้าใจ&nbsp;ส่วนปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดจากวิกฤติของโลก&nbsp;ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งหมดจนขณะนี้ดีขึ้นมาก&nbsp;รวมทั้งเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19&nbsp;และการจัดหาวัคซีนที่ช่วงแรกมีความไม่แน่นอน&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้แก้ปัญหาจนปัจจุบันมีเพียงพอและเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ</p><p><strong>จากนั้นยังคงเป็นการอภิปรายของฝ่ายค้าน&nbsp;</strong>ในส่วนของหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;ทั้งปัญหาการปฏิรูปการเมืองและการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน&nbsp;ล้มเหลวและไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม</p><p><br></p><p><br></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217143841131"],
    [218,"รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนนำร่องแก้หนี้ครูตำรวจ","<p><strong>หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน</strong>&nbsp;ผ่านการทำงานของ&nbsp;คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย&nbsp;โดยมีการกำหนด&nbsp;8&nbsp;เป้าหมายสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.การกำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ&nbsp;(เน้น&nbsp;SFIs&nbsp;และ&nbsp;SMEs)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.การแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการ&nbsp;โดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.การปรับลดและทบทวนโครงสร้างและเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม&nbsp;และการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.การแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนรายย่อยและ&nbsp;SMEs</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8.การปรับปรุงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเอื้อให้เกิดการแก้ไขปัญหาหนี้สิน</p><p><strong>ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวได้เริ่มนำร่องแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและตำรวจ&nbsp;</strong>โดยมีแนวทางแก้ปัญหา&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุบยอดหนี้&nbsp;โดยใช้ทรัพย์สินและรายได้ในอนาคตของครู&nbsp;เพื่อให้ยอดหนี้ลดลง&nbsp;และสามารถชำระคืนได้จากเงินเดือน&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้เงินบำเหน็จตกทอดมาชำระหนี้บางส่วน&nbsp;,ปรับดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อ&nbsp;หักเงินเดือนข้าราชการที่มีความเสี่ยงต่ำ,ปรับลดค่าธรรมเนียมทำประกันชีวิตและการค้ำประกันโดยบุคคลที่ไม่จำเป็น&nbsp;,ยกระดับระบบการตัดเงินเดือนข้าราชการให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;มีสหกรณ์ครูจำนวน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ครอบคลุมครูทั่วประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;สมัครเข้าร่วมดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงฯ&nbsp;กำหนด&nbsp;และคาดว่าจะมีเพิ่มในระยะต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217152805172"],
    [219,"ครม.รับทราบมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร","<p><strong>คณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า</strong>&nbsp;ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต&nbsp;การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ&nbsp;(Zero&nbsp;Emission&nbsp;Vehicle:&nbsp;ZEV)&nbsp;ของยานยนต์ทุกประเภทอีกด้วย&nbsp;เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนฯ&nbsp;ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี&nbsp;และไม่ใช่ภาษีโดยเป็นมาตรการระยะสั้น&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2568</p><p><strong>ช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;(ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2566)&nbsp;</strong>มาตรการสนับสนุนฯ&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว&nbsp;ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์&nbsp;&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;และกรณีรถยนต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ&nbsp;(CKD)&nbsp;ผ่านการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า&nbsp;ลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม&nbsp;สร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการในไทย</p><p><strong>ส่วนช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีถัดไป&nbsp;(ปี&nbsp;2567&nbsp;-&nbsp;2568)&nbsp;</strong>มาตรการสนับสนุน&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก&nbsp;โดยยกเลิกการยกเว้น&nbsp;/&nbsp;ลดอากรนำเข้า&nbsp;รถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือ&nbsp;ให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป&nbsp;เพื่อทำให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคันที่นำเข้าสูงกว่ารถยนต์&nbsp;/&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ในประเทศรองรับแนวโน้มความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ลดการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;รวมทั้งจะเป็นการสนับสนุนการผลิตรถยนต์&nbsp;/&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217153251179"],
    [220,"กระทรวงยุติธรรม เตรียมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1","<p><strong>กระทรวงยุติธรรมเตรียมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;</strong>กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนา&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน\"&nbsp;มีการเชิญลูกหนี้จำนวนกว่า&nbsp;95,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นลูกหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในชั้นก่อนฟ้อง&nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา&nbsp;ซึ่งมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;และสถาบันการเงินต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;กว่า&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั้งนี้ลูกหนี้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเบื้องต้น&nbsp;คือ&nbsp;การขยายเวลาการชำระหนี้&nbsp;&nbsp;การลดเบี้ยปรับ&nbsp;การลดดอกเบี้ย&nbsp;การลดค่างวดรายเดือน&nbsp;&nbsp;ไม่ถูกฟ้องคดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;งดยึดทรัพย์&nbsp;งดขายทอดตลาด&nbsp;ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี&nbsp;และ&nbsp;สิทธิประโยชน์อื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;โดยการไกล่เกลี่ยจะมีผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลาง&nbsp;และมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงการไกล่เกลี่ยเป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;จึงควรมาร่วมงานด้วยตัวเองเพื่อชี้แจงกับเจ้าหนี้</p><p><strong>กระทรวงยุติธรรม&nbsp;โดยกรมบังคับคดีและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ</strong>จะเดินหน้าจัดงานไปทุกภาคทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน&nbsp;สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;0&nbsp;2881&nbsp;4840&nbsp;หรือสายด่วนกรมบังคับคดี&nbsp;1111&nbsp;กด&nbsp;79&nbsp;และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;0&nbsp;2141&nbsp;2768&nbsp;-73</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217162657218"],
    [221,"ครม.เห็นชอบลดภาษีนำเข้าน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร ระยะเวลา 3 เดือน","<p><strong>คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....</strong>&nbsp;โดยมีสาระสำคัญเป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล&nbsp;และน้ำมันอื่นๆ&nbsp;ที่คล้ายกัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ลดลงโดยตรง&nbsp;และสะท้อนไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะลดลงตามไปด้วย&nbsp;ซึ่งจะทำให้โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล&nbsp;ปรับลดประมาณ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยรายละเอียด&nbsp;มีดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถัน&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;6.440&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.440&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถัน&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;6.440&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.440&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซล&nbsp;ประเภท&nbsp;เมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสม&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;4&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;6.440&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.440&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซล&nbsp;ประเภท&nbsp;เมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสม&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;4&nbsp;แต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;7&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;5.990&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.200&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซล&nbsp;ประเภท&nbsp;เมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมเกินร้อยละ&nbsp;7&nbsp;แต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;9&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;5.930&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.170&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;จะมีผลตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;2565&nbsp;</strong>จากนั้นตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;พ.ค.&nbsp;2565&nbsp;จะกลับสู่อัตราภาษีเดิม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217181502293"],
    [222,"อำเภอเบตงเปิดการฝึกอบรมกำลังประจำถิ่น และกำลังประชาชน เพิ่มทักษะและขีดความสามารถในการดูแลรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบในพื้นที่รับเปิดประเทศ","<p><strong>อำเภอเบตงเปิดการฝึกอบรมกำลังประจำถิ่น</strong>&nbsp;และกำลังประชาชน&nbsp;เพิ่มทักษะและขีดความสามารถในการดูแลรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบในพื้นที่รับเปิดประเทศ&nbsp;วันนี้&nbsp;17&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรยะรม&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมทบทวนกำลังประจำถิ่น&nbsp;(อส.)&nbsp;และกำลังประชาชน&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะวิทยากร&nbsp;และกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้านละ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;80&nbsp;คนโดยได้รับการสนับสนุนชุดวิทยากรและเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด&nbsp;(EOD)&nbsp;กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;445&nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการปกครอง</p><p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังคงก่อเหตุร้ายรายวันทำร้ายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมทั้งทำลายทรัพย์สินของทางราชการอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาดังกล่าวภาครัฐจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพื้นที่หมู่บ้าน&nbsp;ตำบลโดยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ซึ่งได้จัดตั้งกองกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชน&nbsp;เพื่อให้มีบทบาท&nbsp;หน้าที่ในการดูแล&nbsp;คุ้มครองตำบลรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน&nbsp;รวมทั้งนักท่องเที่ยว&nbsp;ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตงในช่วงเปิดประเทศ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้กำลังประจำถิ่นและกำนันประชาชนมีทักษะ</strong>และขีดความสามารถในการดูแลรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่อย่างเข้มแข็งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเบตงได้ดำเนินการตามแนวทางข้อสั่งการของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเบตง&nbsp;(ศปก.อ.เบตง&nbsp;)&nbsp;ดำเนินการฝึกอบรมกำลังประจำถิ่นและกำนันประชาชนระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนให้มีทักษะความสามารถในการรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;ภายในหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;รักษาความปลอดภัยเส้นทาง&nbsp;รักษาความปลอดภัยครู&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ชุมชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;พื้นที่ล่อแหลมและมาตรการเชิงรับเพื่อให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการสั่งใช้กำลังประจำถิ่นและกำลังประชาชนในตำบลหมู่บ้านให้มีความพร้อมความเข้มแข็งในการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","17/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217162134213"],
    [223,"ฝ่ายค้านเรียกร้องนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบกับการปกปิดข้อมูลการระบาดจบองโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายปดิพัทธ์&nbsp;สันติภาดา&nbsp;ส.ส.พิษณุโลก&nbsp;พรรคก้าวไกล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อภิปรายชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารงานและการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล&nbsp;ที่ปกปิดการควบคุมโรคระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ทำให้เกษตรกรรายกลางและรายย่อยประสบปัญหาอย่างรุนแรง&nbsp;ทำให้ประชาชนต้องได้รับผลกระทบปัญหาสินค้าราคาแพง&nbsp;ขณะที่ค่าแรงไม่ได้ปรับขึ้นตามไปด้วย&nbsp;ทั้งที่รัฐบาลรู้มานานแล้วว่ามีโรคระบาดดังกล่าวเกิดขึ้น&nbsp;ทำให้มีบุคคลเพียงกลุ่มเล็กๆ&nbsp;และเป็นนายทุนใหญ่&nbsp;ที่รู้ถึงสถานการณ์แพร่ระบาด&nbsp;ได้มีโอกาสแสวงหาผลประโยชน์&nbsp;ขณะที่เกษตรกรรายเล็กๆ&nbsp;จะต้องจับสุกรขายก่อนกำหนดในราคาที่ถูกลงอย่างมาก&nbsp;พร้อมนำเอกสารมายืนยันว่า&nbsp;พบการแพร่ระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรจริงมาแสดงในห้องประชุมด้วย&nbsp;ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการอะไร&nbsp;จะทำให้นายทุนใหญ่&nbsp;จะเข้ามาควบคุมปัจจัยการผลิตได้ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;ดังนั้นจึงอยากทราบว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะรับผิดชอบการปกปิดข้อมูลและการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&nbsp;ที่ทำให้ประเทศได้รับความเสียหายได้อย่างไร</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายปดิพัทธ์&nbsp;เสนอแนะรัฐบาลจะต้องวางแผน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มาตรฐานในการฟื้นฟูและพัฒนาฟาร์มรายย่อย&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;จะต้องร่วมกับสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ&nbsp;ในการสร้างความรู้เรื่องการทำฟาร์มที่มีความปลอดภัยทางชีวภาพและร่วมกับเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ด้วยการช่วยเหลือด้านการลงทุน&nbsp;เป็นเงินกู้ปราศจากดอกเบี้ยอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;รวมทั้งใช้เทคโนโลยีออนไลน์ไปช่วย&nbsp;เพื่อให้การขนส่งซื้อขายสุกรโดยตรงน้อยที่สุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217185440309"],
    [224,"นายกรัฐมนตรี ยืนยันในการอภิปรายทั่วไม่โดยไม่ลงมติ รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเต็มที่","<p><strong>การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติวันแรก</strong>&nbsp;ภาพรวมเป็นไปด้วยความราบรื่น&nbsp;โดยฝ่ายค้านมุ่งเน้นประเด็นด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ปากท้องประชาชน&nbsp;สินค้าอุโภคบริโภคราคาสูงขึ้นแต่ค่าแรงถูก&nbsp;และโรคระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีนที่ล่าช้า&nbsp;รวมถึงโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ที่มีการปกปิดข้อมูลเอื้อประโยชน์นายทุน&nbsp;ซึ่งพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และเป็นผลดีต่อประชาชน&nbsp;โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้จะพบกับวิกฤติโควิด-19&nbsp;และปัจจัยต่างๆ&nbsp;จากทั่วโลก&nbsp;แต่รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาทุกมิติเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;ว่า&nbsp;การบริหารงบประมาณรัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสมและสมดุล&nbsp;ทั้งรายได้และรายจ่ายของประเทศในภาพรวม&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันภาคการลงทุนและอุตสาหกรรมขยายตัวเป็นอย่างดี&nbsp;มีการจ้างงานมากขึ้นและตกงานน้อยลง&nbsp;อีกทั้งนักลงทุนก็พอใจมาตรการของรัฐบาลและพร้อมลงทุนต่อเนื่อง&nbsp;และจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของไทย&nbsp;พบว่าอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่ายังมีความเข้มแข็ง&nbsp;แม้จะปรับเพดานหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น&nbsp;แต่ยังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังตามกฏหมายและย้ำว่ารัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาด้านพลังงานเพื่อบรรเทาความเเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;โดยให้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><strong>ด้านนายปดิพัทธ์&nbsp;สันติภาดา&nbsp;ส.ส.พิษณุโลก&nbsp;พรรคก้าวไกล</strong>&nbsp;อภิปรายการบริหารงานของรัฐบาล&nbsp;เกี่ยวกับการปกปิดการควบคุมโรคระบาดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ทำให้เกษตรกรรายกลางและรายย่อยประสบปัญหารับผลกระทบปัญหาสินค้าราคาแพง&nbsp;ดังนั้นจึงอยากทราบว่า&nbsp;จะรับผิดชอบกับประเด็นดังกล่าวและการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&nbsp;ที่ทำให้ได้รับความเสียหายได้อย่างไร</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่าไม่ได้สนับสนุนผู้ค้ารายใหญ่</strong>&nbsp;เพราะต้องการให้ประชาชนเข้มแข็งมากที่สุด&nbsp;อีกทั้งประเทศไทยต้องอยู่ได้จากเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างยั่งยืน&nbsp;แต่การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กติกาและความเท่าเทียมกัน&nbsp;อีกทั้งราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นมาตั้งแต่อดีตและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้เข้าไปดูที่ต้นตอปัญหาและสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217183139298"],
    [225,"ประชาชนจังหวัดภูเก็ต ได้ให้ความสนใจติดตามรับชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 32 หรือการเปิดอภิปรายวันแรก โดย นายกฯ ยืนยันรัฐบาลแก้ไขปัญหาประเทศท่ามกลางโควิด-19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ประชาชนคอการเมืองในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ให้ความสนใจติดตามรับชมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;32&nbsp;</strong>สมัยสามัญ&nbsp;ประจำปีครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เป็นพิเศษ&nbsp;เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป&nbsp;เพื่อซักถามข้อเท็จจริง&nbsp;และเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจง&nbsp;ซึ่งในการเปิดอภิปรายวันแรก&nbsp;นายกรัฐมนตรียืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหามาตลอดท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19&nbsp;เห็นได้จาก&nbsp;9&nbsp;เดือนแรกปี&nbsp;2564&nbsp;เศรษฐกิจไทยพลิกกลับมาเป็นบวก&nbsp;รวมถึงการแก้ไขปัญหาโควิด-19&nbsp;พบว่าไทยสามารถฟื้นตัวจากโควิดได้เป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของโลก&nbsp;และเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของเอเชีย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังระบุว่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่เกิดสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั่วโลก</strong>&nbsp;ไทยสามารถฉีดวัคซีนสำเร็จ&nbsp;100&nbsp;ล้านโดสได้ก่อนเป้าหมายที่วางไว้&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจไทย&nbsp;6&nbsp;เดือนแรกกลับมาเป็นบวกอยู่ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;ต่อปี&nbsp;ซึ่งเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ไทยพร้อมเปิดประเทศอย่างยั่งยืนควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือโควิด-19&nbsp;โดยมีแผนเผชิญหน้า&nbsp;แผนอนาคต&nbsp;พร้อมการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;ซึ่งรัฐบาลเร่งแก้ไขที่ต้นเหตุ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำหรับจังหวัดภูเก็ตได้เดินหน้าควบคุมป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</strong>ควบคู่การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทุกกลุ่มครบ&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มเด็ก&nbsp;และผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;เพื่อลดอัตราความเสี่ยงของกลุ่มคนเหล่านี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","17/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217185242308"],
    [226,"มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ประกาศลาออกจาก ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่กลางสภาผู้แทนราษฎร หลังอุดมการณ์ไม่ตรงกัน","<p><strong>นายมิ่งขวัญ&nbsp;แสงสุวรรณ์&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคเศรษฐกิจใหม่</strong>&nbsp;ประกาศลาออกจาก&nbsp;ส.ส.&nbsp;ระหว่างการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;โดยระบุเหตุผลว่าอุดมการณ์ไม่ตรงกัน&nbsp;แต่จะยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองนอกสภาต่อไป</p><p><strong>นายมิ่งขวัญ&nbsp;ได้อภิปรายถึงการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ล้มเหลว</strong>&nbsp;ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มเป็น&nbsp;9&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ยอดคนจนเพิ่มจาก&nbsp;14&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็น&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ&nbsp;1.4&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ&nbsp;ทั้งข้าว&nbsp;ลำไย&nbsp;ประมง&nbsp;โดยเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;รองประธานสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;คนที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ซึ่งทำหน้าที่การประชุม&nbsp;ระบุว่า&nbsp;เป็นเรื่องที่เสียดาย&nbsp;ที่คนคุณภาพอย่างนายมิ่งขวัญประกาศลาออก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217185203307"],
    [227,"รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาและพลิกโฉมประเทศแบบสมดุล จนนานาชาติให้การยอมรับและมีความเชื่อมั่นประเทศไทย","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;โพสต์ข้อความผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;ส่วนตัว&nbsp;ใจความสำคัญว่า&nbsp;จากญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;มีข้อมูลหลายส่วนที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง&nbsp;อาจสร้างผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน&nbsp;ซึ่งได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจงให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนได้รับทราบ&nbsp;และชี้แจงเพิ่มเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันทั่วโลก&nbsp;รวมทั้งประเทศไทย</strong>&nbsp;กำลังเผชิญกับมหาวิกฤติโควิด&nbsp;ที่ทำให้เศรษฐกิจของโลกถดถอยอย่างรุนแรงที่สุด&nbsp;แต่รัฐบาลและ&nbsp;ศบค.&nbsp;ก็สามารถบริหารสถานการณ์&nbsp;ด้วยหลักการรักษาความสมดุลทางด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจจนเป็นผลสำเร็จ&nbsp;นานาชาติให้การยอมรับและชื่นชมประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในประเทศที่รับมือกับสถานการณ์โควิดได้ที่ดีที่สุดสร้างความเชื่อมั่นต่อทุกภาคส่วนของไทยและชาวโลกอีกด้วย</p><p><strong>จากความสำเร็จดังกล่าว&nbsp;ส่งผลดีสืบเนื่องในอีกหลายด้าน</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;เศรษฐกิจไทยใน&nbsp;9&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;พลิกกลับมาเป็นบวก&nbsp;ได้ที่ร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;ต่อปี&nbsp;เกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดหมาย&nbsp;&nbsp;จำนวนลูกหนี้ที่ต้องการขอพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย&nbsp;ลดลงมากกว่าครึ่ง&nbsp;จาก&nbsp;12.5&nbsp;ล้านบัญชี&nbsp;เหลือ&nbsp;6&nbsp;ล้านบัญชี&nbsp;การจ้างงานมีมากขึ้น&nbsp;ผู้ตกงานน้อยลง&nbsp;โดยจำนวนผู้มีงานทำ&nbsp;37.9&nbsp;ล้านคน&nbsp;ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส&nbsp;3&nbsp;ของปี&nbsp;2564&nbsp;ที่มีจำนวน&nbsp;37.7&nbsp;ล้านคน&nbsp;นักศึกษาจบใหม่&nbsp;มีงานทำรวมกว่าร้อยละ&nbsp;80&nbsp;การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว&nbsp;ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสูงขึ้น&nbsp;โดยมียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากกว่า&nbsp;600,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การส่งออกทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;ดีขึ้นอย่างมาก&nbsp;โดยมีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;ร้อยละ&nbsp;18.91&nbsp;การจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินการคลังของไทย&nbsp;อยู่ในระดับมีเสถียรภาพสะท้อนได้ว่าภาคการเงินการคลังของไทยยังเข้มแข็งและมีความน่าเชื่อถือในระดับสูง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ยังไม่รู้วันสิ้นสุด</strong>&nbsp;รัฐบาลไม่เคยหยุดการพัฒนาและการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ&nbsp;โดยพร้อมที่จะพลิกโฉมประเทศ&nbsp;ด้วยการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายและพร้อมฟื้นฟูประเทศ&nbsp;ไปสู่การเป็นประเทศชั้นนำของโลกได้ในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","17/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217195701347"],
    [228,"สภาผู้แทนราษฎร เตรียมพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติต่อเนื่องวันที่สอง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การประชุมสภาผู้แทนราษฎร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี&nbsp;ในเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ซึ่งเป็นวันสุดท้าย&nbsp;หลังวันแรกอภิปรายจนถึงเวลา&nbsp;00.49&nbsp;น.&nbsp;และสั่งปิดการประชุม&nbsp;โดยสมาชิกอภิปรายให้ข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ&nbsp;และท้วงติงการบริหารงานของรัฐบาลที่สินค้าราคาแพง&nbsp;ค่าแรงถูก&nbsp;โรคระบาดโควิด-19&nbsp;และโรคระบาดในสุกร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่างตอบชี้แจงทุกข้อสงสัยที่สมาชิกอภิปราย&nbsp;เช่น&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;แม้จะพบเชื้อโรค&nbsp;ASF&nbsp;ในสุกร&nbsp;แต่รัฐบาลก็เร่งดำเนินการ&nbsp;ไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;พร้อมยืนยันไม่ใช่เพราะโรค&nbsp;ASF&nbsp;ที่ทำให้สุกรตาย&nbsp;หมูขาดตลาดแล้วทำให้เนื้อหมูราคาแพง&nbsp;เพราะปริมาณหมูอยู่ครบ&nbsp;และในวันนี้ทุกคนยอมรับแล้วว่า&nbsp;เกิดจากความผิดพลาดจากกลไกทางการตลาด&nbsp;โดยรัฐบาล&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เคยได้ประโยชน์จากพ่อค้าสุกรแต่อย่างใด&nbsp;ทุกฝ่ายมุ่งมั่นทำงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนอย่างเต็มความสามารถ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขณะนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ชี้แจงกรณีน้ำมันแพงทั้งน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล&nbsp;ว่า&nbsp;กรณีราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นขณะนี้เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก&nbsp;ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย&nbsp;ถือเป็นปัจจัยภายนอกประเทศที่ควบคุมได้ยาก&nbsp;ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการด้วยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง&nbsp;3&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;และคงต้องหาทางประคับประคอง&nbsp;คาดว่าราคาไม่น่าจะแพงไปกว่าที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ&nbsp;8&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;อีกทั้งคงไม่ก่อให้เกิดภาระประชาชน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับกรอบเวลาการอภิปรายขณะนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เหลือเวลา&nbsp;15&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ฝ่ายค้านเหลือเวลากว่า&nbsp;10&nbsp;ขณะที่รัฐบาลกว่า&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218092319396"],
    [229,"นายกรัฐมนตรี พอใจภาพรวมคณะรัฐมนตรีในการชี้แจงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะของฝ่ายค้าน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;พอใจภาพรวมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี&nbsp;ในวันแรกเมื่อวานนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีสามารถชี้แจงตอบคำถามด้วยข้อมูลที่ชัดเจน&nbsp;พร้อมฝากขอบคุณทุกเสียงสะท้อนที่ชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่มีการเตรียมตัว&nbsp;เตรียมพร้อมข้อมูลชี้แจงในรัฐสภามาอย่างดี&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำไม่ต้องการสร้างความแตกแยก&nbsp;พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ&nbsp;หากเรื่องใดไม่ดีก็จะตรวจสอบ&nbsp;ขอให้มั่นใจว่า&nbsp;นายกรัฐมนตรีตั้งใจแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกเรื่อง&nbsp;ให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;ตามกรอบวงเงินและกฏหมายที่มีอยู่</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนกร&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ช่วงหนึ่งในระหว่างการประชุมวานนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาพลังงาน&nbsp;โดยให้ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลทุกประเภทไม่ให้เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ตรึงราคาก๊าซหุงต้มขนาดถัง&nbsp;15&nbsp;กก.&nbsp;ที่&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;ซึ่งราชกิจจานุเษกษา&nbsp;ได้เผยแพร่กฏกระทรวง&nbsp;กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;19)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;3&nbsp;มีผลแล้วถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกปรับตัวลงตั้งแต่วันนี้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218092430397"],
    [230,"ถ้าไทยแพ้คดี ใครรับผิดชอบ ระหว่างประยุทธ์กับประเทศ","<p><strong>นางสาวจิราพร&nbsp;สินธุไพร&nbsp;ส.ส.ร้อยเอ็ด&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;อภิปรายว่า</strong>&nbsp;การเปิดทางให้&nbsp;บริษัท&nbsp;คิงส์เกต&nbsp;คอนโซลิเดเต็ด&nbsp;ลิมิเต็ด&nbsp;นำผงเงินผงทองคำที่ถูกอายัดไว้ออกขาย&nbsp;การให้สิทธิสำรวจแร่เกือบ&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;การให้สิทธิต่อประทานบัตร&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาประนีประนอมยอมความหรือไม่&nbsp;</p><p><strong>มีการเจรจาประนีประนอมยอมความกันในเดือนตุลาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ในข้อกำหนดถึง&nbsp;11&nbsp;ข้อ&nbsp;พร้อมอนุญาตให้ขายผงแร่ทอง&nbsp;ผงแร่เงินที่ถูกอายัดไว้&nbsp;เป็นการเอาผลประโยชน์ชาติแลกกับการถอนฟ้องใช่หรือไม่&nbsp;</p><p><strong>สิ่งที่รัฐบาลทำคือ&nbsp;การใช้&nbsp;ม.44&nbsp;ซึ่งเป็นกฎหมายที่ต่างชาติไม่ยอมรับ</strong>&nbsp;โอกาสจะแพ้ก็ค่อนข้างสูงมาก&nbsp;และจะส่งผลกระทบเป็นสึนามิต่อผู้ออกกฎหมายและบังคับใช้มาตราดังกล่าวในอีกหลากหลายกรณี&nbsp;จึงทำให้รัฐบาลต้องประนีประนอมยอมความเพื่อประโยชน์ของตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล&nbsp;คสช.&nbsp;ในขณะนั้นหรือไม่</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ชี้แจงประเด็นที่ถูกอภิปรายว่า&nbsp;รัฐบาลทุกสมัย&nbsp;ต้องมีหน้าที่พิจารณามาตรการต่างๆ&nbsp;ให้เหมาะสม&nbsp;สนับสนุนการลงทุน&nbsp;ให้มีการทำเหมืองทอง&nbsp;กรณีบริษัทอัคราก็เป็นบริษัทหนึ่งที่สามารถต่อใบอนุญาตได้&nbsp;และบริษัทอัครา&nbsp;ไม่มีการแลกเปลี่ยนอะไรทั้งสิ้นกับรัฐบาล&nbsp;ยืนยันรัฐบาลยึดผลประโยชน์ของประเทศ&nbsp;ของประชาชนเป็นหลัก&nbsp;เป็นธรรมกับทุกฝ่าย&nbsp;รัฐบาลไม่ต้องการทำเหมือง&nbsp;หรือยึดเหมืองมาเป็นของรัฐ&nbsp;เราไม่สามารถระบุได้ว่าใครผิดใครถูก&nbsp;เพราะอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218095331402"],
    [231,"จำทนนอนข้างรั้ววัด หวังตรวจโควิดฟรี","<p><strong>นายสุรวิทย์&nbsp;คนสมบูรณ์&nbsp;ส.ส.&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;พรรคเพื่อไทย</strong>&nbsp;อภิปรายถึงความผิดพลาด&nbsp;การทำงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโควิด-19&nbsp;มีการทุจริตเบิกจ่ายค่ารักษาโรคโควิด-19&nbsp;ในสถานพยาบาลใน&nbsp;กทม.&nbsp;บางแห่ง&nbsp;แต่รัฐบาลสั่งปิดสถานพยาบาลที่มีอยู่ประมาณ&nbsp;200&nbsp;แห่ง&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;กทม.&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;ล้านกว่าคน&nbsp;ขาดการบริการด้านสาธารณสุขในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้มีประชาชนนอนเสียชีวิตข้างถนน&nbsp;ประชาชนจำทนนอนข้างรั้ววัด&nbsp;หวังตรวจโควิดฟรี</p><p><strong>นายสุรวิทย์&nbsp;คนสมบูรณ์&nbsp;กล่าวถึง&nbsp;</strong>การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในแคมป์คนงาน&nbsp;รัฐบาลประกาศจะปิดแคมป์คนงาน&nbsp;ปิดโรงงาน&nbsp;ก็ทำให้คนงานตื่นตระหนกและเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่ก็ปล่อยให้มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศ</p><p><strong>ช้วงท้าย</strong>&nbsp;<strong>นายสุรวิทย์&nbsp;คนสมบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;</strong>อย่าเข้าใจว่าตัวเองเป็นพระราม&nbsp;ให้กล้าอ่านคอมเมนท์&nbsp;&nbsp;เพราะงอมพระรามเป็นอย่างไร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218143855550"],
    [232,"ผู้ปกครองกังวลต่อการให้บุตรหลานไปฉีดวัคซีน","<p><strong>นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย</strong> อภิปรายทั่วไป ซักถามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะปัญหาการจัดการโควิด - 19 ว่าวันนี้ ไทยมีผู้ติดเชื้อนิวไฮ 18,000 ราย คนเสียชีวิตรวมกว่า 20,000 กว่าคน เด็กในวัยเรียนขาดการใช้ชีวิต การเรียนในสังคม ทำให้เกิดการถดถอย คนทำงานตกงาน โดยไม่ทันได้คาดคิด สภาพปัญหาเหล่านี้เกิดจากการบริหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า&nbsp;</p><p><strong>การระบาดโควิด สายพันธุ์เดลต้า !</strong>&nbsp;เกิด 3 ช.&nbsp;เชื่องช้า&nbsp;- การบริหารจัดการโควิดล่าช้า&nbsp;</p><p>ชีวิต - เสียชีวิตในสภาพอนาถา การฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น&nbsp;ชดเชย - ค่าเสี่ยงภัย ล่าช้า  ไม่ทั่วถึง ค่าชดเชยการจัดงานศพ  เด็กกำพร้า</p><p>เกิด 3 ข. คือขาดแคลน - อุปกรณ์ป้องกันโควิด  เตียงรักษา ยารักษา วัคซีน และ ATK&nbsp;ขาดการเยียวยาทันท่วงทีและขาดความเชื่อมั่น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดูแลบุตรหลาน ในยุคโควิด-19</strong>&nbsp;ประเด็นที่เป็นที่ห่วงใย ในเรื่องของการบริหารการจัดการวัคซีนในเด็ก พบว่าเรื่องที่ผู้ปกครองหนักใจมากๆ ได้แก่ สุขภาพ / การฉีควัคซีนในเด็ก&nbsp;</p><p>การเรียนออนไลน์ พฤติกรรมและพัฒนาการ&nbsp;ความกังวลของผู้ปกครองในเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน&nbsp;ผลข้างเคียงในระยะยาวและอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนทันที&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218143916551"],
    [233,"สาเหตุที่ต้องใช้สารเคมีปริมาณมากเกินกว่าที่คำนวณ เร่งแก้ปัญหา ไม่ได้ปกปิดข้อเท็จจริง","<p><strong>นายวาโย&nbsp;อัศวรุ่งเรือง&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคก้าวไกล</strong>&nbsp;อภิปรายว่า&nbsp;การฉีดวัคซีนของเด็กต่างประเทศนั้นเริ่มฉีดที่อายุ&nbsp;5&nbsp;ขวบ&nbsp;แต่ประเทศไทยเริ่มฉีดในเด็ก&nbsp;3&nbsp;ขวบ&nbsp;และต่างประเทศรับรองวัคซีนในเด็กคือ&nbsp;ไฟเซอร์&nbsp;แต่ประเทศไทยกลับมี&nbsp;ซิโนเวค&nbsp;เพิ่มมาอีกยี่ห้อ&nbsp;แต่ไม่มีประเทศไหนใช้กัน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนเหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง</strong>&nbsp;<strong>จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</strong>รั่วไหลลงอ่าวไทย&nbsp;ยังคงเต็มไปด้วยข้อสงสัยคาใจผู้คน&nbsp;ทั้งตัวเลขปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล&nbsp;การใช้สารเคมีสลายน้ำมันกว่า&nbsp;7&nbsp;หมื่นลิตร&nbsp;ผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางทะเล&nbsp;ตลอดจนสาเหตุที่ต้องใช้สารเคมีปริมาณมากเกินกว่าที่คำนวณได้&nbsp;เพราะปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลจริงนั้นมีปริมาณมากกว่าที่ชี้แจง&nbsp;ใช่หรือไม่&nbsp;และปริมาณสารเคมีที่เทลงทะเลมากเกินไปนั้น&nbsp;ก่อให้เกิดผลเสียอย่างไร</p><p><strong>ด้านนายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;กล่าวชี้แจงถึงคราบน้ำมันรั่วจังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งเกิดจากน้ำมันรั่วตอนกลางคืนเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;หยุดตอน&nbsp;00.30&nbsp;น.&nbsp;ท่ามกลางความมึดจึงไม่ทราบว่าน้ำมันลอยไปทางไหนบ้าง&nbsp;จึงใช้สาร&nbsp;dispersant&nbsp;ในการขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;ในจำนวนที่มากขึ้น</p><p><strong>สำหรับปริมาณน้ำมันรั่วนั้น&nbsp;ใช้ตัวเลขตามที่&nbsp;</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)<strong>&nbsp;</strong>(SPRC)&nbsp;บอกคือ&nbsp;50,000&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;ส่วนสารเคมีใช้เป็นยี่ห้อเดิมแต่คนละสารเคมี&nbsp;ซึ่งมีความปลอดภัย&nbsp;food&nbsp;grade&nbsp;ย่อยสลายคราบน้ำมันได้ดีมากกว่า&nbsp;คำนึงถึงการใช้ปริมาณสารเคมีที่เหมาะสมและไม่ได้มีเจตนาบิดบังข้อเท็จจริงใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218111418426"],
    [234,"ความจำเป็นของการ \"กู้เงินเพิ่ม\" และ \"ขยายเพดานหนี้สาธารณะ\" ของภาครัฐ","<p><strong>ช่วงที่ผ่านมามีประเด็นคำถามถึงการกู้เงินและขยายเพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาลมากมาย&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ลองมาไล่เรียงความจำเป็นของการกู้และขยายเพดานหนี้สาธารณะกันอีกครั้ง</strong></p><p><strong><u>หนี้สาธารณะ&nbsp;คือ?</u></strong></p><p>ตามความหมาย&nbsp;คือหนี้ที่ถือโดยรัฐบาลกลาง,&nbsp;หน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น,&nbsp;องค์กรของรัฐ,&nbsp;รัฐวิสาหกิจ,&nbsp;การค้ำประกันหนี้สินโดยรัฐบาล&nbsp;ซึ่งการเกิดขึ้นของหนี้สาธารณะส่วนใหญ่ของรัฐบาลทั่วโลกมาจากการดำเนินนโยบายแบบขาดดุล&nbsp;คือรายได้ของรัฐน้อยกว่ารายจ่ายของรัฐ&nbsp;ทำให้ต้องมีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลในแต่ละรอบปีงบประมาณ</p><p><strong>การกู้เงินของรัฐบาล&nbsp;มีได้หลายช่องทาง&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;,&nbsp;เอกชน,&nbsp;รัฐบาลต่างประเทศ,&nbsp;องค์กรทางการเงินระหว่างประเทศ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong><u>หนี้สาธารณะและเพดานหนี้สาธารณะ(เงินกู้)ของไทยในปัจจุบัน</u></strong></p><p><strong>กระทรวงการคลังรายงานหนี้สาธารณะของไทย&nbsp;ณ&nbsp;สิ้นเดือน&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564</strong>&nbsp;อยู่ที่&nbsp;9.62&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;หรือ&nbsp;59.58%&nbsp;ของจีดีพี&nbsp;ใกล้ทะลุ60%&nbsp;ต่อจีดีพี&nbsp;ซึ่งเป็นกรอบความยั่งยืนทางการคลังเก่า&nbsp;ก่อนที่คณะรัฐมนตรีรัฐบาล&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชาได้มีมติเห็นชอบให้ขยายเพดานการก่อหนี้ได้ไม่เกิน70%&nbsp;ของจีดีพี&nbsp;หรือว่าง่ายๆกู้ได้อีก1ล้านล้านบาท&nbsp;นอกเหนือจากแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong><u>ความจำเป็นของการขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก&nbsp;60%&nbsp;เป็น&nbsp;70%&nbsp;ต่อGDP&nbsp;(ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ)</u></strong></p><p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;ได้เคยอธิบายไว้ว่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้กับรัฐบาลและไม่เป็นอุปสรรคหากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อดำเนินนโยบายการคลังในระยะปานกลาง&nbsp;โดยยังคงมีความสามารถในการชำระหนี้อยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;ที่สำคัญเพื่อให้ประเทศมีช่องทางในการกู้เงิน&nbsp;ที่มีความจำเป็นต้องกู้จำนวนมากเพื่อฟื้นฟูและเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</p><p><strong><u>กู้&nbsp;2&nbsp;รอบรวม&nbsp;1.5ล้านล้านบาท&nbsp;ใช้ทำอะไรบ้าง</u></strong></p><p><strong>ที่ผ่านมาเรามี&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม</strong>&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ฉบับแรก&nbsp;1ล้านล้านบาท&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;อีก&nbsp;5แสนล้านบาท&nbsp;รวม&nbsp;1.5ล้านล้านบาทข้อมูลจากสำนักบริหารหนี้สาธารณะพบว่าการเบิกจ่ายและครม.อนุมัติโครงการไปแล้วจนถึงเดือนก.พ.2565นี้&nbsp;อยู่ในฉบับที่&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;402,&nbsp;865ล้านบาท&nbsp;เหลือยังไม่ได้เบิกใช้และครม.ยังไม่อนุมัติ&nbsp;ประมาณ&nbsp;97,135ล้านบาท&nbsp;ถามว่า&nbsp;แล้วกว่า&nbsp;1.4ล้านบาท&nbsp;ที่เบิกและครม.อนุมัติไปแล้วนั้นนำไปใช้และจะใช้อะไรบ้าง?&nbsp;ซึ่งก็ตอบแบบเร็วๆได้เลยว่าส่วนใหญ่ก็นำไปใช้ตามชื่อของพ.ร.ก.&nbsp;\"แก้ปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;ฟื้นฟู\"&nbsp;ผ่านโครงการและแผนงานจำนวนมาก&nbsp;<strong>ยกตัวอย่าง</strong></p><p>-&nbsp;จัดหาวัคซีนป้องกันโควิดที่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติในไทยได้ฉีดไปแล้วกว่าร้อยละ76&nbsp;ในเข็มแรก&nbsp;เข็ม2&nbsp;กว่าร้อยละ70&nbsp;เข็ม3&nbsp;กว่าร้อยละ27&nbsp;และยังมีเข็ม4&nbsp;รวมทั้งวัคซีนรุ่นใหม่ในอนาคตที่จะจัดหามาบริการฉีดให้แบบฟรี&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายใด&nbsp;ๆ</p><p>-&nbsp;จัดหาอุปกรณ์การแพทย์-เวชภัณฑ์ในการรักษา&nbsp;ป้องกันและตรวจหาเชื้อโควิด</p><p>-&nbsp;ค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์-อสม.</p><p>-&nbsp;เยียวยาประชาชนทั่วไป&nbsp;อย่าง&nbsp;โครงการคนละครึ่งมาถึงเฟส4แล้ว,&nbsp;ลดค่าน้ำค่าไฟ,&nbsp;เงินเยียวยาผู้ประกันตน,&nbsp;งบอุดหนุนนายจ้างให้จ้างงานต่อ,&nbsp;เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ,&nbsp;เงินช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากโควิด,&nbsp;อุดหนุนโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;ฯลฯ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีโครงการสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;อีกหลายโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวและเติบโต&nbsp;</strong>อย่างเงินช่วยเหลือชาวนาผ่านโครงการประกันราคาข้าว&nbsp;กว่า89,&nbsp;000ล้านบาท&nbsp;จ่ายเป็นงวด&nbsp;ๆ&nbsp;ไปแล้วกว่า&nbsp;13,&nbsp;000ล้านบาท,&nbsp;โครงการสร้างและต่อขยายรถไฟฟ้าสารพัดสีกว่า10&nbsp;สาย,&nbsp;เดินหน้าสร้างถนน-ทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)สายต่าง&nbsp;ๆ,&nbsp;เดินหน้ารถไฟความเร็วสูง,&nbsp;เดินหน้าระบบราง,&nbsp;ขนส่งทางบก&nbsp;น้ำ&nbsp;อากาศ&nbsp;สารพัดโครงการ,&nbsp;เดินหน้าEEC&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong><u>รัฐบาลก่อน&nbsp;ๆ&nbsp;กู้เงินไหม?&nbsp;</u></strong></p><p><strong>มีทั้งออกเป็นพ.ร.บ.และพ.ร.ก&nbsp;</strong>ยกตัวอย่างรัฐบาลทักษิณ&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน7.8แสนล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูระบบสถาบันการเงิน&nbsp;เฟส2,&nbsp;รัฐบาลอภิสิทธิ์&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้านบาท&nbsp;เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ,&nbsp;รัฐบาลยิ่งลักษณ์&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงิน3.5แสนล้านบาท&nbsp;เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำฯ&nbsp;และอีกฉบับพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้านบาท&nbsp;เพื่อโครงสร้างพื้นฐานฯ&nbsp;แต่กฎหมายกู้เงินฉบับนี้ไม่ประสบความสำเร็จ</p><p><strong><u>ประเทศอื่นกู้เงินไหม?&nbsp;หนี้สาธารณะเขาเป็นอย่างไร?</u></strong></p><p><strong>โควิด19&nbsp;ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกหนักเป็นประวัติการณ์ในรอบ&nbsp;100&nbsp;ปีเลยก็ว่าได้</strong>&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เกือบทุกประเทศทั่วโลกมีการกู้เงินและขยายเพดานหนี้สาธารณะกันทั้งนั้น&nbsp;ยกตัวอย่างข้อมูลจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศหรือIMF&nbsp;เมื่อปีที่ผ่านมา&nbsp;ญี่ปุ่นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ&nbsp;3&nbsp;ของโลก&nbsp;มีประชากรกว่า&nbsp;126ล้านคน&nbsp;แต่มีหนี้สาธารณะต่อ&nbsp;GDP&nbsp;มากที่สุดอยู่ที่&nbsp;234.18%&nbsp;ประเทศพัฒนาแล้วทางยุโรปอย่างอิตาลี&nbsp;ประชากรกว่า&nbsp;60ล้านคน&nbsp;มีหนี้สาธารณะต่อ&nbsp;GDP&nbsp;133.43%&nbsp;สหรัฐอเมริกาขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของโลก&nbsp;มีประชากรกว่า&nbsp;329ล้านคน&nbsp;มีหนี้สาธารณะมากกว่า&nbsp;105%&nbsp;ขณะที่สิงคโปร์เพื่อนบ้านอาเซียนของเรามีประชากรเกือบ&nbsp;6ล้าน&nbsp;มีหนี้สาธารณะ&nbsp;130%&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกให้ความสำคัญกับความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ให้อยู่ในการควบคุมได้</strong>และไม่ผิดนัดชำระหนี้มากกว่ายอดเพดานหนี้ที่สูงลิ่วของประเทศเหล่านี้มากกว่า&nbsp;ซึ่งเมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทยที่มีหนี้สาธารณะต่อ&nbsp;GDP&nbsp;ไม่ถึง60%&nbsp;(59.58)&nbsp;สามารถขยายหนี้ไปได้อีกถึง&nbsp;70%&nbsp;ตัวเลขระดับนี้จึงไม่น่าเหนือการควบคุมแต่อย่างใด</p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218110813421"],
    [235,"รองนายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการนโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติ จัดทำแนวทางเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางสังคม ยึดทางสายกลางสร้างสรรค์และสันติวิธี","<p><strong>พลเอกคงชีพ&nbsp;ตันตระวาณิชย์&nbsp;โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายของสภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;</strong>ผ่านระบบ&nbsp;VTC&nbsp;โดยที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;ความคืบหน้าการจัดทำ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;(&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;)&nbsp;การประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงของไทยปี&nbsp;2565&nbsp;และการพัฒนาความรู้และความร่วมมือทางวิชาการความมั่นคง&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ให้ความเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แนวทางเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางสังคม</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนร่วมแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการป้องกันและตอบสนองต่อปัญหาความรุนแรงในทุกรูปแบบที่เกิดขึ้น</p><p><strong>พล.อ.ประวิตร&nbsp;ย้ำงานความมั่นคงมีความสำคัญและต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;</strong>ขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สมช.&nbsp;เสนอ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ&nbsp;(&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;)&nbsp;ให้&nbsp;สมช.&nbsp;และคณะรัฐมนตรีทราบ&nbsp;พร้อมจัดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนภายในเดือนเมษายน&nbsp;ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประสานให้ความร่วมมือกับ&nbsp;สมช.ขับเคลื่อนแนวทางเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางสังคม&nbsp;เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกัน&nbsp;ในการป้องกันแนวคิดที่ยึดหลักความรุนแรงทุกรูปแบบ</p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218120431451"],
    [236,"ไทยผลักดันให้อาเซียน ส่งเสริมความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ และเร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ","<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ</strong>&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เข้าร่วมผ่านระบบการประชุมทางไกลเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและประเด็นท้าทายของโลก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรีของไทยได้ผลักดันให้อาเซียน&nbsp;ยืนหยัดท่าทีต่อมหาอำนาจ&nbsp;เพื่อลดการแข่งขันที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</strong>ด้วยการสร้างเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจ&nbsp;และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันอย่างสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อสันติภาพ&nbsp;เสถียรภาพ&nbsp;และความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของภูมิภาค&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ยังได้เรียกร้องการเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียน&nbsp;เพื่อรักษาเอกภาพ&nbsp;ความปรองดอง&nbsp;และการคงบทบาทนำในบริบทความท้าทายทางยุทธศาสตร์และความมั่นคง</p><p><strong>ที่ประชุมฯ&nbsp;ยังกล่าวสนับสนุนการทำงานของกัมพูชา&nbsp;ในฐานะประธานอาเซียนปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;และนายปรัก&nbsp;สุคน&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา&nbsp;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนในประเด็นเมียนมา&nbsp;เพื่อดำเนินการตามฉันทามติ&nbsp;5&nbsp;ข้อ&nbsp;ของที่ประชุมผู้นำอาเซียน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา&nbsp;ในการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในเมียนมาและในภูมิภาค</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีของไทย&nbsp;ได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของไทยในการเป็นประเทศผู้ประสานงานของอาเซียน&nbsp;เรื่องความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;</strong>โดยผลักดันให้อาเซียน&nbsp;เร่งรัดการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ผ่านความร่วมมือต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;ในกรอบอาเซียนรวมทั้ง&nbsp;แนวทางการดำเนินงานที่สร้างสรรค์ของอาเซียน&nbsp;เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในเมียนมาอย่างสันติ</p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218124153470"],
    [237,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม. รับทราบ แนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ  ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ครม.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;รับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิตการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ&nbsp;(Zero&nbsp;Emission&nbsp;Vehicle:&nbsp;ZEV)&nbsp;ของยานยนต์ทุกประเภท&nbsp;ดังนี้&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;(ปี&nbsp;65&nbsp;-&nbsp;66)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว&nbsp;ด้วยการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า&nbsp;ลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม&nbsp;และสร้างแรงจูงใจดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ใน&nbsp;2&nbsp;ปีถัดไป&nbsp;(ปี&nbsp;67&nbsp;-&nbsp;68)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก&nbsp;ยกเลิกการยกเว้น/ลดอากรนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;แต่คงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;เช่น</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">-&nbsp;ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนที่มีการนำเข้าในช่วงปี&nbsp;65&nbsp;-&nbsp;68&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">-&nbsp;ให้นับมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าเป็นต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศสำหรับการคำนวณมูลค่าเพิ่มในประเทศ&nbsp;ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ของราคายานยนต์ไฟฟ้าหน้าโรงงาน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">-&nbsp;ผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;เพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงแรก&nbsp;(กรณีผลิตชดเชย&nbsp;ภายในปี&nbsp;67&nbsp;ให้ผลิตเท่ากับจำนวนที่นำเข้าในปี&nbsp;65&nbsp;-&nbsp;66&nbsp;และหากจำเป็นต้องขยายเวลา&nbsp;ให้ผลิตชดเชยถึงปี&nbsp;68&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">-&nbsp;ผลิตหรือใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">เพื่อไม่ให้ไทยสูญเสียโอกาส&nbsp;และความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์&nbsp;ซึ่งอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของไทย</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","18/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218123811467"],
    [238,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;ผ่านการทำงานของ&nbsp;คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยโดยมี&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;โดยมีการกำหนด&nbsp;8&nbsp;เป้าหมายสำคัญ&nbsp;ดังนี้</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">1.การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">2.การกำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ&nbsp;(เน้น&nbsp;SFIs&nbsp;และ&nbsp;SMEs)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">3.การแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">4&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการ&nbsp;โดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">5.การปรับลดและทบทวนโครงสร้างและเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม&nbsp;และการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">6.การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">7.การแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนรายย่อยและ&nbsp;SMEs</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">8.การปรับปรุงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเอื้อให้เกิดการแก้ไขปัญหาหนี้สิน</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นำร่องแก้หนี้ครู-ตำรวจ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวได้เริ่มนำร่องแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและตำรวจ&nbsp;โดยมีแนวทางแก้ปัญหา&nbsp;ได้แก่</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ยุบยอดหนี้&nbsp;โดยใช้ทรัพย์สินและรายได้ในอนาคตของครู&nbsp;เพื่อให้ยอดหนี้ลดลง&nbsp;และสามารถชำระคืนได้จากเงินเดือน&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้เงินบำเหน็จตกทอดมาชำระหนี้บางส่วน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ปรับดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อ&nbsp;หักเงินเดือนข้าราชการที่มีความเสี่ยงต่ำ&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ปรับลดค่าธรรมเนียมทำประกันชีวิตและการค้ำประกันโดยบุคคลที่ไม่จำเป็น&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ยกระดับระบบการตัดเงินเดือนข้าราชการให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;มีสหกรณ์ครูจำนวน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ครอบคลุมครูทั่วประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;สมัครเข้าร่วมดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงฯกำหนด&nbsp;และคาดว่าจะมีเพิ่มในระยะต่อไป</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ด้านกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้ครู&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">โดยเริ่มจากการการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า&nbsp;70&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนครู&nbsp;การนำรายได้ในอนาคตของครูมาใช้ประกันการกู้ยืม&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ครูต้องซื้อประกันทั้งระบบรวมปีละนับหมื่นล้านบาท&nbsp;การยกระดับระบบสินเชื่อสวัสดิการหักเงินเดือนที่จะช่วยแก้ปัญหาครูมีเงินเดือนหลังจากจ่ายหนี้ไม่ถึงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ไม่พอใช้ดำรงชีพ&nbsp;ปัญหาการกู้เกินศักยภาพ&nbsp;และปัญหาที่เงินที่ชำระหนี้ถูกนำไปตัดเงินต้นน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่นำไปจ่ายดอกเบี้ย&nbsp;อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการในฐานะนายจ้างที่จะเข้ามาเป็นคนกลางช่วยครูไกล่เกลี่ยและแก้ปัญหาหนี้สิน</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ทั้งนี้&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ได้เปิดตัวโครงการ&nbsp;\"สร้างโอกาสใหม่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้ครูไทย\"</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;เพื่อลงทะเบียนแสดงความจำนงที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นตัวกลางในการที่จะช่วยครูไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาหนี้สินในมิติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การขอปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลง&nbsp;ให้สอดคล้องกับสินเชื่อสวัสดิการหักเงินเดือนที่ความเสี่ยงต่ำ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อไป&nbsp;refinance&nbsp;สินเชื่อดอกเบี้ยสูง&nbsp;เพื่อลดภาระ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การขอปรับลดค่าธรรมเนียมประกันที่ไม่มีความจำเป็นให้ลดลง</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อให้เงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า&nbsp;30%&nbsp;หรือ&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อใช้ดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อเตรียมเกษียณอายุ&nbsp;หรือกรณีที่เกษียณแล้วมีภาระที่จะต้องจ่ายหนี้นานหลายปี</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินกรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว&nbsp;ทั้งกรณีผู้กู้&nbsp;และผู้ค้ำประกัน</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ดังนั้น&nbsp;สำหรับครูที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินโดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ปัญหาหนี้สินสามารถลงทะเบียนแจ้งความจำนง&nbsp;ผ่าน&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.moe.go.th\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">http://www.moe.go.th</a><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือนจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ด้านกระทรวงยุติธรรม&nbsp;เตรียมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;บางนา&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน\"&nbsp;มีการเชิญลูกหนี้จำนวนกว่า&nbsp;95,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นลูกหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในชั้นก่อนฟ้อง&nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา&nbsp;ซึ่งมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;และสถาบันการเงินต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;กว่า&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;มีหน่วยงานเข้าร่วมไกล่เกลี่ย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">กยศ.&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารออมสิน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารกรุงศรีอยุธยา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารกรุงเทพ&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารซิตี้แบงก์&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;กรุงเทพพาณิชย์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">10.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">11.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">12.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;ซิตี้คอร์ป&nbsp;ลิสซิ่ง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">13.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;เจเอ็มที&nbsp;เน็ทเวอร์ค&nbsp;เซอร์วิสเซ็ส&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">14.&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;เคบี&nbsp;เจ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">15.&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;โตโยต้า&nbsp;ลีสซิ่ง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">16.&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;เจ&nbsp;จำกัด</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นอกจากนี้ในวันที่&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;มีหน่วยงานที่เข้าร่วมไกล่เกลี่ย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">กยศ.&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ธนาคารซิตี้แบงก์&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บัตรกรุงไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">5.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">6.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;ซิตี้คอร์ป&nbsp;ลิสซิ่ง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">7.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;เจเอ็มที&nbsp;เน็ทเวอร์ค&nbsp;เซอร์วิสเซ็ส&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">8.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;เคบี&nbsp;เจ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">9.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;เจ&nbsp;จำกัด&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ทั้งนี้ลูกหนี้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเบื้องต้น</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;คือ&nbsp;การขยายเวลาการชำระหนี้&nbsp;&nbsp;การลดเบี้ยปรับ&nbsp;การลดดอกเบี้ย&nbsp;การลดค่างวดรายเดือน&nbsp;&nbsp;ไม่ถูกฟ้องคดี&nbsp;&nbsp;งดยึดทรัพย์&nbsp;งดขายทอดตลาด&nbsp;ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี&nbsp;และสิทธิประโยชน์อื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;โดยการไกล่เกลี่ยจะมีผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลาง&nbsp;และมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงการไกล่เกลี่ยเป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;จึงควรมาร่วมงานด้วยตัวเองเพื่อชี้แจงกับเจ้าหนี้&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">กระทรวงยุติธรรมโดยกรมบังคับคดีและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะเดินหน้าจัดงานไปทุกภาคทั่วประเทศ</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ภายใต้แนวคิดมีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน&nbsp;สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;0&nbsp;2881&nbsp;4840&nbsp;หรือสายด่วนกรมบังคับคดี&nbsp;1111&nbsp;กด&nbsp;79&nbsp;และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;0&nbsp;2141&nbsp;2768&nbsp;-73</span>&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","18/2/2022","NULL","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218130150476"],
    [239,"นายกฯ แจงสภาฯ ปมเหมืองทองอัครา  ยืนยันการต่อใบอนุญาตสัมปทานเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย","<p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ตอบข้อซักถามของฝ่ายค้าน&nbsp;</strong>ที่นำเรื่องที่คณะอนุญาโตตุลาการ&nbsp;เลื่อนอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาด&nbsp;กรณีบริษัท&nbsp;คิงส์เกต&nbsp;ประเทศออสเตรเลีย&nbsp;ฟ้องร้องรัฐบาลไทย&nbsp;ที่มีคำสั่งห้ามประกอบกิจการเหมืองทองคำชาตรี&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;และ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;มาเป็นคำถาม&nbsp;ว่า&nbsp;การเลื่อนอ่านคำวินิจฉัยเพราะมีการไปเสนอข้อแลกเปลี่ยนใด&nbsp;หรือไม่&nbsp;และการ&nbsp;ออกคำสั่ง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;44&nbsp;ระงับการทำเหมืองแร่&nbsp;เป็นข้อกฎหมายที่ไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;กรณีเหมืองทองอัครา&nbsp;เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี&nbsp;2535&nbsp;-&nbsp;2544</strong>&nbsp;ที่มีการให้สัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำ&nbsp;แต่ต่อมามี&nbsp;การร้องเรียนเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพ&nbsp;จากสารพิษตกค้างการทำเหมือง&nbsp;และเมื่อรัฐบาล&nbsp;คสช.เข้ามาทำหน้าที่&nbsp;จึงจำเป็นต้องพิจารณา&nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;และ&nbsp;ประชาชน&nbsp;พร้อมปรับปรุง&nbsp;พ.ร.บ.การประกอบกิจการเหมืองแร่&nbsp;ทำให้มีบริษัทเอกชน&nbsp;เข้ามาขอใบอนุญาตใหม่และต่อใบอนุญาติทำเหมืองแร่เดิมกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;รวมถึง&nbsp;บริษัทอัครา&nbsp;จึงเป็นที่มาของการต่อใบอนุญาติ&nbsp;สัมปทาน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;ของบริษัทอัครา&nbsp;เมื่อปลายปีที่แล้ว&nbsp;โดยไม่ได้เป็นไปเพื่อการแลกเปลี่ยนใด&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งสิ้น</p><p><strong>ส่วนการเจรจาประนีประนอม&nbsp;เกิดขึ้นโดยคำแนะนำของอนุญาโตตุลาการ&nbsp;ซึ่งต้องใช้เวลา</strong>&nbsp;ทั้งนี้การฟ้องร้องของคิงส์เกตเป็นเพราะเข้าใจผิดคิดว่า&nbsp;รัฐบาลไทยมีเจตนาจะเข้าไปยึดทำเหมืองเสียเอง&nbsp;ซึ่งไม่ใช่อย่างนั้น&nbsp;ยืนยัน&nbsp;การดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&nbsp;โดยไม่อนุญาตให้ทำเหมืองในเขตที่ห้าม&nbsp;เช่นแหล่งต้นน้ำ&nbsp;เขตโบราณสถาน&nbsp;เขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ส่วนการใช้&nbsp;มาตรา&nbsp;44&nbsp;ก็เป็นไปเพื่อให้มีการดำเนินการทำเหมืองแร่&nbsp;ให้ถูกต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย</p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218133913492"],
    [240,"ป.ป.ช. ภาค 7 แถลงผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564  2565 โดย ป.ป.ช.ภาค 7 มีมติชี้มูลความผิดจำนวน 139 เรื่อง และเรื่องกล่าวหาร้องเรียนอยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริง 1149 เรื่อง","<p><strong>ที่ห้องประชุมริมน้ำ&nbsp;โรงแรมริเวอร์ตัน&nbsp;อัมพวา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;</strong>นายหิรัณย์เศรษฐ&nbsp;เหยี่ยวประยูร&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;7&nbsp;พร้อมผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค&nbsp;7&nbsp;ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานของสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;7&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564-2565&nbsp;</p><p><strong>ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;7&nbsp;ได้สรุปนโยบายและผลการดำเนินงาน</strong>ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564-2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตในเขตพื้นที่&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ภาค&nbsp;7&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;เขตพื้นที่ภาค&nbsp;7&nbsp;มีเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่อยู่ระหว่างแสวงหาข้อเท็จจริงทั้งหมด&nbsp;1,149&nbsp;เรื่อง&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;353&nbsp;เรื่อง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;796&nbsp;เรื่อง&nbsp;ผลการดำเนินงานในชั้นไต่สวนข้อเท็จจริง&nbsp;มีเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่อยู่ระหว่างไต่สวนข้อเท็จจริงทั้งหมด&nbsp;302&nbsp;เรื่อง&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;113&nbsp;เรื่อง&nbsp;คงเหลือ&nbsp;189&nbsp;เรื่อง&nbsp;และเรื่องที่คณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;มีมติชี้มูล&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;139&nbsp;เรื่อง&nbsp;แบ่งเป็นชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย&nbsp;88&nbsp;เรื่อง&nbsp;ชี้มูลความผิดทางวินัย&nbsp;13&nbsp;เรื่อง&nbsp;ชี้มูลความผิดทางอาญา&nbsp;10&nbsp;เรื่อง&nbsp;ชี้มูลว่า&nbsp;ร่ำรวยผิดปกติ&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ถอดถอนดำเนินการตาม&nbsp;(มาตรา&nbsp;64)10&nbsp;เรื่อง&nbsp;ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ&nbsp;ตาม(มาตรา&nbsp;61)&nbsp;1&nbsp;เรื่อง&nbsp;และข้อกล่าวหาตกไป&nbsp;หรือยุติการสอบสวน&nbsp;13&nbsp;เรื่อง&nbsp;</p><p><strong>ผลการดำเนินงานด้านการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินในเขตพื้นที่ภาค&nbsp;7</strong></p><p>ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีแสตงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การตรวจสอบปกติการตรวจสอบยืนยัน&nbsp;และการตรวจสอบเชิงลึก&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;มีมติกรณีตรวจสอบปกติแล้วจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;2,303&nbsp;บัญชี&nbsp;ตรวจสอบยืนยันจำนวน&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;และการตรวจสอบเชิงลีก&nbsp;48&nbsp;ราย</p><p><strong>&nbsp;ส่วนผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในเขตพื้นที่ภาค&nbsp;7&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;(Integritynd&nbsp;Transparency&nbsp;Assessment:&nbsp;ITA)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p>มีหน่วยงานภาครัฐในเขตพื้นที่ภาค&nbsp;7&nbsp;เข้าร่วมรับการประเมินด้านคุณธรรมละความโปร่งใสทั้งหมด&nbsp;706&nbsp;แห่ง&nbsp;โดยมีคะแนนเฉลี่ยทุกหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;82.46&nbsp;คะแนน&nbsp;และมีหน่วยงานมีผลคะแนนผ่านเกณฑ์จำนวน&nbsp;376&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;53.26&nbsp;ของทุกหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดที่ได้คะแนนสูงสุดคือ&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้&nbsp;90.78&nbsp;คะแนน</p><p><strong>และโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในระดับพื้นที่&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการลงพื้นที่สังเกตการณ์โครงการการใช้จ่าย&nbsp;งบประมาณของหน่วยงานในพื้นที่ภาค&nbsp;7&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อระงับยับยั้ง&nbsp;ป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริต&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;ป้องนำปราบ&nbsp;คือเมื่อมีเหตุมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น&nbsp;ทาง&nbsp;ป.ป.ช.จะลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;ก่อนที่เหตุการณ์ทำผิดจะสำเร็จกลายเป็นคดีความ&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ภาค&nbsp;7&nbsp;และ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัด&nbsp;ได้ผนึกกำลังร่วมกัน&nbsp;ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;สังเกตการณ์&nbsp;โครงการของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รวม&nbsp;184&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;263&nbsp;โครงการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","18/2/2022","ภาคตะวันตก","ราชบุรี","สวท.ราชบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218160001604"],
    [241,"แก้กฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  แก้ปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงประชาชน","<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</strong>&nbsp;กล่าวในสภาผู้แทนราษฎรว่าว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งรัดดำเนินการจัดการปัญหามิจฉาชีพหลอกเงินประชาชน&nbsp;ซึ่งมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้โอกาสที่ระบบการสื่อสารของประเทศไทยเป็นระบบเปิด&nbsp;ใช้ความโลภ&nbsp;ความหวาดกลัว&nbsp;ทำให้ทุกคนที่มีเสรีภาพในการสื่อสารสามารถทำอาชญากรรมได้</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางออกของเรื่องนี้คือ&nbsp;การควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ต&nbsp;ให้ปลอดภัยและเป็นประโยชน์&nbsp;คือการใช้&nbsp;Single&nbsp;Gateway&nbsp;ขณะนี้หลายประเทศสามารถแก้ปัญหาอาชญกรรมได้ด้วย&nbsp;Single&nbsp;Gateway</p><p><strong>ส่วนการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนในอนาคตอีกวิธีคือ</strong>&nbsp;การแก้กฎหมาย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;คอมพิวเตอร์&nbsp;ที่จะกำจัดสิ่งผิดกฎหมายในอินเทอร์เน็ตให้ได้อย่างรวดเร็วและรัฐบาลสามารถทำงานได้เต็มที่</p><p><br></p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218143559543"],
    [242,"พตส.12 ศึกษาดูงานการเมืองที่อุดรธานี","<p><strong>พตส.12&nbsp;ศึกษาดูงานการเมืองที่อุดรธานี&nbsp;</strong>พตส.12&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;ภาระกิจ&nbsp;การบริหารงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด&nbsp;และบทบาทการดำเนินงานของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมเซ็นทาราคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์อุดรธานี&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;นำนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง&nbsp;รุ่นที่&nbsp;12&nbsp;หรือ&nbsp;พตส.12&nbsp;มาศึกษาดูงาน&nbsp;ภาระกิจ&nbsp;การบริหารงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด&nbsp;และบทบาทการดำเนินงานของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;มอบหมายให้</strong>นายกองเอกปราโมทย์&nbsp;ธัญญพืช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และบรรยายการสรุปภาพรวมจังหวัดอุดรธานี&nbsp;จากนั้นเป็นการรับฟังการบรรยาสรุปจากนายสัมพันธ์&nbsp;แสงคำเลิศ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ในหัวข้อภารกิจและการบริหารงานของสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;พตส.12&nbsp;ได้แบ่งกลุ่มศึกษาดูงานที่ทำการตัวเเทนพรรคการเมือง</strong>&nbsp;และที่ทำการสาขาพรรคการเมือง&nbsp;เพื่อศึกษาดูงานบทบาทการดำเนินงานของสาขาพรรคการเมือง&nbsp;และกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการตัวเเทน&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ประจำจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เขตเลือกตั้งที่&nbsp;6&nbsp;และที่ทำการสาขาพรรคเพื่อไทย&nbsp;ลำดับที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดอุดรธานี</p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ภาพ&nbsp;/&nbsp;จักรกฤษณ์&nbsp;ทัพวัฒน์&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218153559581"],
    [243,"กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันวัคซีนที่ฉีดให้กับเด็กพิจารณาอย่างรอบด้านมีความปลอดภัยไม่ได้เป็นการใช้คนไทยทดลอง หวั่นการอภิปรายในสภาฯ อาจทำให้ข้อมูลสับสนประชาชนตื่นตระหนกได้","<p><strong>นายแพทย์&nbsp;เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พร้อมพร้อมคณะ&nbsp;ได้แถลงชี้แจงถึงกรณี&nbsp;นายวาโย&nbsp;อัศวรุ่งเรือง&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคก้าวไกล&nbsp;อภิปรายเรื่องการฉีดวัคซีนซิโนแวคให้กับเด็กว่าเสี่ยงที่จะได้รับผลข้างเคียง</strong>&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;การอภิปรายเรื่องวัคซีนในเด็กอาจทำประชาชนเข้าใจผิด&nbsp;และตื่นตระหนก&nbsp;ซึ่งยืนยันว่าวัคซีนที่นำมาใช้กับเด็กมีการระมัดระวังอย่างมากในการพิจารณา&nbsp;มีการวิจัยถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพอย่างรอบด้าน&nbsp;ฉีดบนพื้นฐานวิชาการไม่ใช่เป็นการทดลองและไม่ได้เป็นการบังคับฉีดแต่อย่างใด&nbsp;ดังนั้นขอให้มั่นใจว่าวัคซีนซิโนแวคที่ฉีดในเด็กมีความปลอดภัย?และมีประสิทธิภาพ?พร้อมย้ำว่าวัคซีนซิโนแวคช่วยชีวิตคนไทย&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงแรกได้เป็นอย่างดี&nbsp;รวมถึงสูตรไขว้เป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยสองชนิดมาฉีดกระตุ้นเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสูงขึ้น&nbsp;จึงขอให้มั่นใจว่าการฉีดวัคซีนในเด็กมีผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเห็นชอบ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีการเตรียมถอดโรคโควิด-19&nbsp;ออกจากระบบบริการเจ็บป่วยฉุกเฉิน&nbsp;หรือ&nbsp;ยูเซ็ป&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขไม่มีทางทำให้ประชาชนเดือดร้อน&nbsp;แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม&nbsp;ซึ่งปัจจุบันรู้จักโรคนี้ดีขึ้น&nbsp;ประกอบกับโรคไม่รุนแรงเหมือนเดิม&nbsp;อีกทั้งกำลังบริหารจัดการให้เป็นโรคประจำถิ่นจึงอาจไม่มีความจำเป็นโรคฉุกเฉินต่อไป&nbsp;แต่ผู้ที่มีอาการหนักยังเข้ารับรักษาฉุกเฉินได้</p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218162215619"],
    [244,"จังหวัดสตูล ร่วมประชุมบูรณาการและขับเคลื่อนการบริหารจัดการชายแดน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ผ่านระบบทางไกล (VCS)","<p><strong>ที่ห้องประชุมโต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ด้านมาเลเซีย&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมบูรณาการและขับเคลื่อนการบริหารจัดการชายแดน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ผ่านระบบทางไกล&nbsp;(VCS)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;เฉลิมพล&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/ผู้อำนวยการปฏิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;จากห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;และแผนการดำเนินงานตามสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ตลอดจนร่วมกันหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายแบบบูรณาการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218165610640"],
    [245,"จังหวัดตราด นำหน่วยงานด้านความมั่นคง ประชุมร่วมการบริหารจัดการชายแดนเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ภายใต้สถานการณ์โควิด -19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</strong>&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงเข้าร่วมประชุมบูรณาการ&nbsp;การบริหารจัดการชายแดนเพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ผ่านการประชุมวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอก&nbsp;เฉลิมพล&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;ผู้บัญชาการทหารสูงสุด&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการปฏิบัตินโยบายชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เป็นประธานในที่ประชุมร่วมกับจังหวัดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการประชุมร่วมประชุมบูรณาการการบริหารจัดการชายแดน</strong>เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ในครั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอข้อสั่งการของ&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการประชุมกับ&nbsp;ศบค.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รวมถึงการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว&nbsp;ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว&nbsp;และการดำเนินการตามข้อสั่งการของศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;และการกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การประชุมครั้งนี้ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายแบบบูรณาการ&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","18/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218171914648"],
    [246,"ศอ.บต. ร่วมต้อนรับเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก ในกิจกรรมแสดงปาฐกถาพิเศษ   ความสำคัญของพันธมิตรหลากหลายอารยธรรม","<p><strong>นายธวัชชัย&nbsp;นามสมุทร&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;เป็นผู้แทน&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ร่วมกิจกรรมแสดงปาฐกถาพิเศษ&nbsp;ว่าด้วยความสำคัญของพันธมิตรหลากหลายอารยธรรม&nbsp;ณ&nbsp;อาคารมหาจุฬาลงกรณ์&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์มุสลิมศึกษา&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา&nbsp;</strong>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมเอเชียใต้ตะวันออกกลางและแอฟริกา&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จัดการแสดงปาฐกถาพิเศษโดย&nbsp;ดร.มุฮัมหมัด&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลกะรีม&nbsp;อัลอีซา&nbsp;เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก&nbsp;ในโอกาสเยือนศูนย์มุสลิมศึกษา&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในประเทศเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>ดร.อารีฝีน&nbsp;ยามา&nbsp;นักวิจัยประจำศูนย์มุสลิมศึกษา&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา</strong>&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;กล่าวถึงการปาฐกถาครั้งนี้ผ่านเว็บไซต์&nbsp;Chula.ac.th&nbsp;ว่า&nbsp;การมาแสดงปาฐกถาโดย&nbsp;ดร.มุฮัมมัด&nbsp;บิน&nbsp;อับดุลกะรีม&nbsp;อัลอีซา&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างพันธมิตรทางวัฒนธรรม&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นต้นแบบของประเทศที่ประชาชนอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม&nbsp;ได้รับฟังแนวคิดในการอยู่ร่วมกันท่ามกลางวัฒนธรรม&nbsp;อารยธรรมความเชื่อที่แตกต่างกัน&nbsp;โดยเฉพาะการเคารพสิทธิและความเห็นต่างของแต่ละศาสนาและอารยธรรม&nbsp;รวมทั้งแนวคิดในการสร้างความปรองดอง&nbsp;แม้จะมีความต่างทางวัฒนธรรมและความเชื่อแต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดแสดงปาฐกถาพิเศษ&nbsp;ว่าด้วยความสำคัญของพันธมิตรหลากหลายอารยธรรม</strong>&nbsp;จัดขึ้นภายใต้มาตรการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และแนวปฏิบัติการจัดกิจกรรมในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;โดยได้มีการขอความร่วมมือให้ผู้เข้าร่วมงานตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และแสดงผล&nbsp;ATK&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงก่อนเข้าร่วมงานเพื่อความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","18/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218174814666"],
    [247,"วันที่สองของการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ นายกรัฐมนตรีชี้แจงกรณีเหมืองทองอัครา ยืนยันไม่ลาออก","<p><strong>การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติในวันสุดท้าย</strong>&nbsp;ตลอดทั้งวัน&nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้าน&nbsp;เน้นอภิปรายและตั้งข้อสังเกตในประเด็นต่างๆ&nbsp;ทั้งกรณีเหมืองทองอัครา&nbsp;สินค้าราคาแพง&nbsp;การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และการฉีดวัคซีนในเด็ก&nbsp;รวมทั้งการระบาดของโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ที่กล่าวหาว่ารัฐบาลปกปิดข้อมูลและเอื้อประโยชน์นายทุน&nbsp;โดยในประเด็นเหมืองทองอัครานั้น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงปี&nbsp;2535&nbsp;-&nbsp;2544&nbsp;ที่มีการให้สัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำ&nbsp;แต่ต่อมามีการร้องเรียนเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพจากสารพิษตกค้างและรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ&nbsp;(คสช.)&nbsp;เข้ามาทำหน้าที่จึงจำเป็นต้องพิจารณาลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน&nbsp;พร้อมปรับปรุงพระราชบัญญัติการประกอบกิจการเหมืองแร่&nbsp;ทำให้มีบริษัทเอกชนเข้ามาขอใบอนุญาตใหม่และต่อใบอนุญาตทำเหมืองแร่เดิมกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;รวมถึงบริษัทอัคราเมื่อปลายปีที่แล้ว&nbsp;โดยไม่ได้เป็นไปเพื่อการแลกเปลี่ยนใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการเจรจาประนีประนอมเกิดขึ้นโดยคำแนะนำของอนุญาโตตุลาการ</strong>&nbsp;ซึ่งการฟ้องร้องของบริษัทคิงส์เกตเป็นเพราะเข้าใจผิดคิดว่ารัฐบาลไทยมีเจตนาจะเข้าไปยึดทำเหมืองเสียเอง&nbsp;ซึ่งไม่เป็นความจริง&nbsp;ยืนยันการดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&nbsp;ส่วนการใช้&nbsp;มาตรา&nbsp;44&nbsp;เพื่อให้การทำเหมืองแร่เป็นไปอย่างถูกต้องและอยู่ในกรอบของกฎหมาย&nbsp;ยืนยันไม่ลาออก</p><p><strong>ด้านนายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;</strong>การอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษพื้นที่สำรวจแร่แก่บริษัทอัครา&nbsp;เป็นการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ&nbsp;ฝ่ายไทยไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มการเจรจาเพื่อการแลกเปลี่ยนใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;และแม้ยังไม่ได้ข้อยุติแต่ที่ผ่านมาเป็นไปในทิศทางบวก&nbsp;จึงไม่เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ตามที่มีการนำมาอภิปรายกล่าวอ้างทั้งสิ้น</p><p><strong>ส่วนประเด็นสินค้าราคาแพง&nbsp;</strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;สินค้าราคาแพงเป็นผลจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จึงมีผลทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ&nbsp;ซึ่งทั่วโลกต่างประสบปัญหาแบบเดียวกัน&nbsp;แต่ประเทศไทยยังสามารถรับมือได้ดีกว่าอีกหลายประเทศ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หมวดสินค้าที่สูงขึ้นอย่างชัดเจนมีเพียงหมวดที่เกี่ยวกับการขนส่ง&nbsp;ขณะที่สินค้าหมวดอื่นยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติและมีบางอย่างราคาลดลง&nbsp;รัฐบาลได้ขอความร่วมมือจนสามารถตรึงราคาสินค้าไว้หลายรายการและยังบูรณาการร่วมกับหลายภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหาราคาหมูแพง&nbsp;ซึ่งสาเหตุมาจากกลไกตลาด&nbsp;โดยสามารถแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลายได้ในระยะเวลา&nbsp;29&nbsp;วัน&nbsp;ส่งผลให้ราคาหมูขณะนี้ลดลงในหลายพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>เช่นเดียวกับนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ชี้แจงเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ไม่เคยปิดบังข้อมูลการแพร่ระบาดเนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี&nbsp;2561&nbsp;ที่ทราบว่าต่างประเทศมีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวไทยได้ป้องกันอย่างดีที่สุดเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;จนได้รับการยกย่องว่าสามารถป้องกันโรคได้ดีที่สุดในอาเซียน&nbsp;ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมุ่งมั่นทำอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้บริโภคและเมื่อเกิดการระบาดขึ้นก็รีบออกมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโดยด่วน&nbsp;พร้อมย้ำว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์แก่นายทุนรายใหญ่อย่างแน่นอน</p><p><strong>ส่วนข้อกล่าวหาความผิดพลาดในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</strong>&nbsp;และวัคซีนสำหรับเด็กนั้น&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;ตลอด&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขสามารถวางแผนรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งความพร้อมของบุคลากร&nbsp;ยาและเวชภัณฑ์&nbsp;รวมถึงการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ซึ่งไม่สามารถตอบได้ว่าโควิด-19&nbsp;จะหมดไปเมื่อไหร่&nbsp;ดังนั้นการฉีดวัคซีนยังมีความจำเป็นถึงแม้ว่าจะให้เป็นโรคประจำถิ่นแล้วก็ตาม&nbsp;เพราะผู้เสียชีวิตกว่าร้อยละ&nbsp;90&nbsp;พบว่ายังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;หรือยังไม่ครบโดส&nbsp;และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;ส่วนการฉีดวัคซีนให้กับเด็ก&nbsp;ยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขไม่เคยฉีดวัคซีนตามอำเภอใจ&nbsp;แต่ต้องได้รับการพิจารณาจากบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์&nbsp;มีการทดลองและวิจัยรองรับ&nbsp;ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;ขณะเดียวกันวัคซีนที่ฉีดให้กับประชาชนเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","18/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218205732762"],
    [248,"จ.มุกดาหาร สมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่รับทราบปัญหาพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร และติดตามความคืบหน้า การแก้ปัญหา พื้นที่ป่าดงหมู","<p><strong>คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;</strong>นำโดย&nbsp;พลโท&nbsp;จเรศักดิ์&nbsp;อานุภาพ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเอก&nbsp;สนธยา&nbsp;ศรีเจริญ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;พลเอก&nbsp;สุรศักดิ์&nbsp;กาญจนรัตน์&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นายสาธิต&nbsp;เหล่าสุวรรณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นายเกียว&nbsp;แก้วสุทอ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นายเชิดศักดิ์&nbsp;สันติวรวุฒิ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ยศสิงห์คำ&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน&nbsp;รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;ตลอดจนข้อเสนอแนะจากประชาชน&nbsp;และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และ&nbsp;นายพรชัย&nbsp;พุฒซ้อน&nbsp;นายอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมชี้แจง&nbsp;ในประเด็นที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมโรงเรียนคำป่าหลายสรรพวิทย์&nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>พลโท&nbsp;จเรศักดิ์&nbsp;อานุภาพ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงพื้นที่จังหวัดมุกดาหารครั้งนี้&nbsp;นอกจากเยี่ยมเยียนรับฟังปัญหาของประชาชน&nbsp;ยังเป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อร้องเรียนของประชาชน&nbsp;เกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ป่าดงหมู&nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย&nbsp;และไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน&nbsp;เนื่องจากอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ซึ่งต้องการให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้ประชาชนที่ครอบครองมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;เพื่อเป็นหลักทรัพย์ในการนำไปแปลงเป็นทุน&nbsp;ในการสร้างอาชีพและรายได้&nbsp;ปัญหาการทำเหมือแร่&nbsp;ในเขตพื้นที่ตำบลคำป่าหลายของบริษัทหนึ่ง&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการขอสำปะทานบัตร&nbsp;โดยชาวบ้านไม่อยากให้มีในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากอยู่ในเขตต้นน้ำและเป็นแหล่งน้ำซับที่ชาวบ้าน&nbsp;ได้อาศัย&nbsp;ดื่ม&nbsp;กิน&nbsp;โดยกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อนำน้ำไปใช้เพื่อการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัญหากลิ่นเหม็นของโรงงานยาพารา&nbsp;ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;บริเวณใกล้เคียงและปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;ทำให้ชาวบ้านซึ่งเคยอาศัยแหล่งน้ำในการทำมาหากิน&nbsp;และแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค&nbsp;บริโภคได้เหมือนเดิม&nbsp;เนื่องจากเกิดมลพิษ&nbsp;และน้ำเสีย&nbsp;โดยต้องการให้โรงงานคืนธรรมชาติให้กับชาวบ้านบ้างอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;60&nbsp;เพื่อลูกหลานในอนาคต</p><p><strong>พลโท&nbsp;จเรศักดิ์&nbsp;อานุภาพ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;แม้ไม่มีอำนาจในการบริหาร&nbsp;แต่ก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และซักถามรัฐบาลเกี่ยวกับการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว&nbsp;รวมถึงการรับทราบปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากประชาชน&nbsp;เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและแก้ไขปัญหา&nbsp;ซึ่งปัญหาใดที่สามารถแก้ไขได้ในระดับจังหวัด&nbsp;จะได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ไขปัญหา&nbsp;ส่วนปัญหาใดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระดับจังหวัดได้&nbsp;เนื่องจากติดขัดปัญหาทางด้านกฎหมายหรืออื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกินขีดความสามารถของจังหวัด&nbsp;ทางคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;จะได้รวบรวมนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับ&nbsp;กรม&nbsp;กระทรวง&nbsp;และรัฐบาล&nbsp;ได้รับทราบและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นในช่วงบ่าย&nbsp;คณะเดินทางลงพื้นที่ป่าดงหมู</strong>&nbsp;เพื่อศึกษาสภาพพื้นที่&nbsp;และข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูล&nbsp;ในการเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","18/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218193620720"],
    [249,"นายกรัฐมนตรี ขอบคุณข้อห่วงใยและข้อแนะนำจากฝ่ายค้าน ยืนยันเร่งแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยยึดหลักกฏหมาย","<p><strong>เสร็จสิ้นแล้วสำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;152&nbsp;ของรัฐธรรมนูญ&nbsp;ภาพรวมการอภิปรายตลอด&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยวานนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ฝ่ายค้านเน้นอภิปรายถึงปัญหาในด้านต่างๆ&nbsp;พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหายกระดับมาตรการแก้ปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;เน้นการทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ&nbsp;รวมทั้งเปลี่ยนตัวชี้วัดการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;โดยระหว่างการอภิปรายช่วงหนึ่ง&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้ขอขอบคุณในคำแนะนำต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะข้อห่วงใยเรื่องการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว&nbsp;พร้อมรับฟังคำแนะนำและข้อปฏิบัติต่างๆ&nbsp;ไปหารือ&nbsp;โดยขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่จะนำผลต่างๆ&nbsp;ทั้งร่างสัญญาร่วมลงทุนที่นำมาเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;มาพิจารณาอย่างรอบคอบ&nbsp;เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี&nbsp;และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน&nbsp;และต้องคำนึงถึงภาระทางการเงินของรัฐที่จะต้องรับผิดชอบ&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวถึงโอกาสที่รัฐบาลพยายามหารายได้ใหม่ๆ</strong>&nbsp;ในการสร้างงานใหม่&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;โดยประเทศไทยต้องมีการลงทุนและเตรียมความพร้อมที่จะเติบโตไปพร้อมกับแนวโน้มเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;คลี่คลายลง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;,การลดปริมาณคาร์บอน&nbsp;มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการสนับสนุนเศรษฐกิจแบบ&nbsp;BCG&nbsp;,การค้าและการลงทุนที่มีการกระจายตัวมากขึ้น&nbsp;,ขณะเดียวกันแต่ละประเทศก็จะต้องมีการพัฒนาให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้นด้วย&nbsp;โดยเฉพาะในเรื่องการแพทย์&nbsp;ยาและวัคซีนจากสถานการณ์&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวถึงการเยือนประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ</strong>&nbsp;&nbsp;ว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของรัฐบาลไทย&nbsp;ช่วยสร้างโอกาสให้แก่ไทยในหลายด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;,ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;,ด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;และอาจมีการขยายข้อตกลงเพิ่มเติมในด้านน้ำมันดิบ&nbsp;ซึ่งการผูกมิตรกับซาอุดีอาระเบียที่ถือเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก&nbsp;อาจช่วยบรรเทาปัญหาราคาน้ำมันได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวาง&nbsp;Roadmap&nbsp;เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างในด้านต่างๆ&nbsp;แล้ว</p><p><strong>ภายหลังจากที่สมาชิกฯ&nbsp;ได้อภิปรายซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหา</strong>&nbsp;ต่อคณะรัฐมนตรีในประเด็นต่างๆ&nbsp;เสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;ประธานในที่ประชุม&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งสมาชิกฯ&nbsp;ก่อนสั่งปิดประชุมเวลา&nbsp;01.35&nbsp;น.</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","19/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219114854846"],
    [250,"ครม.ไฟเขียวลดภาษีดีเซล 3 บาท/ลิตร 3 เดือน","<p><strong>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;เห็นชอบมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล&nbsp;ในอัตรา&nbsp;3&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</strong>จากปัจจุบันเก็บที่ราคา&nbsp;5.99&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;นับแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;โดยการพิจารณาเรื่องนี้&nbsp;ครม.พิจารณาเป็นวาระลับ&nbsp;และเห็นชอบให้ดำเนินการเพื่อลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง</p><p><strong>โดยปัจจุบันกรมสรรพสามิต&nbsp;จัดเก็บภาษีน้ำมันดีเซลในอัตรา&nbsp;5.99&nbsp;บาทต่อลิตร</strong>&nbsp;สามารถจัดเก็บรายได้ประมาณเดือนละ&nbsp;1.2&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;หรือ&nbsp;ปีละประมาณ&nbsp;1.44&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;จากการใช้น้ำมันประมาณ&nbsp;2&nbsp;พันล้านลิตรต่อเดือน&nbsp;การปรับลดอัตราภาษีลง&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;จะทำให้สูญเสียรายได้ไปราว&nbsp;70,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>Cr<a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZU3NIQ1E2DbOi1NPqTcO_ybfHh4ViD9Av3zwrcZmOZFKeIDHEHN2A5O-H_BOcKpZCWoKztZyZa-QxDasmIPLEMyRTU2nTn_Srxl_Jsyl29l0mys1l7CiY1HJGfTk_bEpolTaKFeY63zYrGun9YY5QSg&amp;__tn__=*NK-R\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">#ลดภาษีน้ำมัน</a></p><p><a&nbsp;href=\"https://www.facebook.com/hashtag/nbt2hd?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZU3NIQ1E2DbOi1NPqTcO_ybfHh4ViD9Av3zwrcZmOZFKeIDHEHN2A5O-H_BOcKpZCWoKztZyZa-QxDasmIPLEMyRTU2nTn_Srxl_Jsyl29l0mys1l7CiY1HJGfTk_bEpolTaKFeY63zYrGun9YY5QSg&amp;__tn__=*NK-R\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--accent);&nbsp;background-color:&nbsp;transparent;\">#NBT2HD</a></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","19/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219073051799"],
    [251,"รัฐมีมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิต รองรับความต้องการ ลดการนำเข้า","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;มีมติรับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต&nbsp;การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ&nbsp;(Zero&nbsp;Emission&nbsp;Vehicle:&nbsp;ZEV)&nbsp;ของยานยนต์ทุกประเภทอีกด้วย&nbsp;เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนฯ&nbsp;ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี&nbsp;และไม่ใช่ภาษีโดยเป็นมาตรการระยะสั้น&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2565-2568&nbsp;โดยช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;(ปี&nbsp;2565-2566)&nbsp;มาตรการสนับสนุนฯ&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว&nbsp;ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;และกรณีรถยนต์/รถยนต์กระบะ/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ&nbsp;(CKD)&nbsp;ผ่านการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้าลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม&nbsp;สร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ของผู้ประกอบการในไทย</p><p><strong>ส่วนช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีถัดไป&nbsp;(ปี&nbsp;2567-2568)</strong>&nbsp;มาตรการสนับสนุนจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก&nbsp;โดยยกเลิกการยกเว้น/ลดอากรนำเข้า&nbsp;รถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือ&nbsp;ให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป&nbsp;เพื่อทำให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคันที่นำเข้าสูงกว่ารถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศรองรับแนวโน้มความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ลดการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;รวมทั้งจะเป็นการสนับสนุนการผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ</p><p><strong>นอกจากนี้ยังได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิต</strong>&nbsp;รถยนต์&nbsp;/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนที่มีการนำเข้าในช่วงปี&nbsp;2565-2568&nbsp;การให้นับมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าเป็นต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศสำหรับการคำนวณมูลค่าเพิ่มในประเทศ&nbsp;ได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ของราคายานยนต์ไฟฟ้าหน้าโรงงาน&nbsp;การผลิตรถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;เพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงแรก&nbsp;(กรณีผลิตชดเชย&nbsp;ภายในปี&nbsp;2567&nbsp;ให้ผลิตเท่ากับจำนวนที่นำเข้าในปี&nbsp;2565-2566&nbsp;และหากจำเป็นต้องขยายเวลา&nbsp;การผลิตชดเชยถึงปี&nbsp;2568&nbsp;และการผลิตหรือใช้&nbsp;แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบในประเทศตามเงื่อนไขที่กำหนด)</p><p><strong>การดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;</strong>มุ่งหวังให้&nbsp;ราคารถยนต์&nbsp;และรถจักรยานยนต์ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่&nbsp;&nbsp;(Battery&nbsp;&nbsp;Electric&nbsp;Vehicle:&nbsp;BEV)&nbsp;สามารถแข่งขันได้&nbsp;และแผน&nbsp;30@30&nbsp;โดยปี&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2030&nbsp;จะผลิตยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;30%&nbsp;ของการผลิตรถยนต์ในไทยปัจจุบันมีความร่วมมือของทั้ง&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ได้แก่&nbsp;สมาคมรถยนต์ไฟฟ้าในไทย&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;และ&nbsp;สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(สอวช.)&nbsp;มีการจัดสัมมนาเพื่อเป็นการให้องค์ความรู้ในเรื่องของยานยนต์ไฟฟ้าในทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่&nbsp;ระบบขับเคลื่อนประเทศไทยกับความพร้อมรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า</p><p><strong>สำหรับจุดตัดระหว่างรถยนต์กับรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;</strong>มีวางเป้าไว้ในปี&nbsp;2573&nbsp;นั้นหมายว่าระหว่างนี้ไปจนถึงปี&nbsp;2573&nbsp;จะยังมีการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่&nbsp;แต่สุดท้ายแล้วรถยนต์เหล่านี้ก็จะเริ่มอิ่มตัว&nbsp;ซึ่งว่าเป้าไว้วางจะมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปี&nbsp;2573&nbsp;ประมาณ&nbsp;50&nbsp;%&nbsp;และ&nbsp;2578&nbsp;ผลิต&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ซึ่งภาครัฐจะมีการสนับสนุนให้มีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกลง&nbsp;และสามารถประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","19/2/2022","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219101726818"],
    [252,"ยุติธรรมจังหวัดลำปาง เผยแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ผ่านโครงการ \"สร้างโอกาสใหม่ ให้ครูไทย\"","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสุรีย์&nbsp;ภู่เพชร&nbsp;ยุติธรรมจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;ผ่านการทำงานของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ซึ่งมีการกำหนด&nbsp;8&nbsp;เป้าหมายสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;1.การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;2.การกำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ&nbsp;(เน้น&nbsp;SFIs&nbsp;และ&nbsp;SMEs)&nbsp;3.การแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;4.การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการ&nbsp;โดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ&nbsp;5.การปรับลดและทบทวนโครงสร้างและเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม&nbsp;และการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้&nbsp;6.การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล&nbsp;7.การแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนรายย่อยและ&nbsp;SMEs&nbsp;และ&nbsp;8.การปรับปรุงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเอื้อให้เกิดการแก้ไขปัญหาหนี้สิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในส่วนของการแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครู</strong>&nbsp;ได้เปิดตัวโครงการ&nbsp;\"สร้างโอกาสใหม่&nbsp;ให้ครูไทย\"&nbsp;เพื่อลงทะเบียนแสดงความจำนงที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นตัวกลางในการที่จะช่วยครูไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาหนี้สินในมิติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;1.การขอปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลง&nbsp;ให้สอดคล้องกับสินเชื่อสวัสดิการหักเงินเดือนที่ความเสี่ยงต่ำ&nbsp;2.ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อไป&nbsp;refinance&nbsp;สินเชื่อดอกเบี้ยสูง&nbsp;เพื่อลดภาระ&nbsp;3.การขอปรับลดค่าธรรมเนียมประกันที่ไม่มีความจำเป็นให้ลดลง&nbsp;4.การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อให้เงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า&nbsp;30%&nbsp;หรือ&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อใช้ดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี&nbsp;5.การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อเตรียมเกษียณอายุ&nbsp;หรือกรณีที่เกษียณแล้วมีภาระที่จะต้องจ่ายหนี้นานหลายปี&nbsp;และ&nbsp;6.การไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินกรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว&nbsp;ทั้งกรณีผู้กู้&nbsp;และผู้ค้ำประกัน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สำหรับครูที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินโดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินสามารถลงทะเบียนแจ้งความจำนง&nbsp;ผ่าน<a&nbsp;href=\"&nbsp;http://www.moe.go.th&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">&nbsp;http://www.moe.go.th</a>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ยุติธรรมจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ด้านกระทรวงยุติธรรม&nbsp;เตรียมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ขึ้นในวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;บางนา&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน\"&nbsp;มีการเชิญลูกหนี้จำนวนกว่า&nbsp;95,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นลูกหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในชั้นก่อนฟ้อง&nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา&nbsp;ซึ่งมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;และสถาบันการเงินต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;กว่า&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งจะเดินหน้าจัดงานไปทุกภาคทั่วประเทศ&nbsp;โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;0&nbsp;2881&nbsp;4840&nbsp;หรือสายด่วนกรมบังคับคดี&nbsp;1111&nbsp;กด&nbsp;79&nbsp;และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;0&nbsp;2141&nbsp;2768&nbsp;-73</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","19/2/2022","NULL","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219103400820"],
    [253,"รัฐบาลมีดีลใหญ่ ยกทรัพย์สินชาติ แลกกับการถอนฟ้อง ล้างผิดให้กับพลเอก ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ ?","<p><strong>บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน)</strong> ประกอบธุรกิจเหมืองแร่ทองคําที่ใหญ่ที่สุดใน          ประเทศไทย ได้รับใบอนุญาตประทานบัตรเป็นระยะเวลา 20 ปี เมื่อปี 2543 ให้ดําเนินกิจการเหมืองแร่ชาตรี ในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์ ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท คิงส์เกต</p><p>คอนโซลิเดทเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย จากการประกอบกิจการเหมืองแร่ ทำให้คนในพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และทวีความรุนแรงมากขึ้น ในปี 2557</p><p>ชาวบ้านจึงได้รวมตัวยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังรัฐบาล คสช. พร้อมข้อมูลหลักฐานหลังทีมงานแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต</p><p><strong>ปี 2560 คิงส์เกตนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ</strong> สมยอมเรื่องคดีความเพื่อแลกกับการกลับมาทำเหมืองทองอีกครั้ง ลงพื้นที่เจาะเลือดประชาชนรอบเหมืองทองอัครา  จังหวัดพิจิตร ประมาณ 700 ตัวอย่าง พบกว่าครึ่งมีสารโลหะหนักในกระแสเลือด ดินและน้ำมีสาร ปนเปื้อนจนไม่สามารถบริโภคได้ ปี 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด จนกระทั่งปลายปี 2559 ก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ด้วยคำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญและเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรอได้อีกต่อไป 13 ธันวาคม 2559 จึงได้มีคำสั่งหัวหน้า คสช. ตาม ม.44 ให้ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำทุกราย ระงับการประกอบกิจการเป็นการชั่วคราว รวมถึงระงับการออกประทานบัตรและใบอนุญาตสำรวจแร่ไว้ชั่วคราว เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและระงับผลกระ</p><p>ทบที่จะเกิดขึ้น</p><p><strong>หลังจากนั้นในปี 2560 </strong>คณะกรรมการนโยบายแร่แห่งชาติ (คนร.)ได้เปิดให้มีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสำรวจและทำเหมืองแร่อีกครั้งภายใต้ พ.ร.บ.แร่ 2560 แต่ต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวดมากขึ้น ระหว่างนั้นบริษัท คิงส์เกต ไม่จริง</p><p><strong>การต่ออายุเป็นไปตามขั้นตอนปกติ </strong>ต้องทำตาม พ.ร.บ.แร่ 2560 กรอบนโยบายบริหารจัดการแร่ทองคำ 2560 ต้องมีคณะกรรมการเฝ้าระวังโดยมีผู้แทนของทุกฝ่ายเป็นการต่ออายุในพื้นที่เดิม</p><p>ไม่ได้เพิ่ม หรือขยายชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบต้องการให้เหมืองกลับมาเปิดอีกครั้ง</p><p><strong>ยืนยันเป็นการต่ออายุตามคำขอเดิมที่ยื่นไว้ </strong>โดยยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกประการ</p><p>กับฝ่ายไทยได้มีการเจรจาหารือเพื่อแก้ไขข้อพิพาทมาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ</p><p>เพราะคิงส์เกต ไม่ทำตามกรอบนโยบายและเงื่อนไขที่ตั้งขึ้น จึงทำให้คิงส์เกตนำข้อพิพาทนี้เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เรียกค่าเสียหายประมาณ 30,000 ล้านบาทจากการถูกปิดเหมือทอง</p><p>จนปัจจุบันคณะอนุญาโตตุลาการได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยเรื่องของคดีนั้นล่าสุด นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ฝ่ายได้มีการเจรจาขอเลื่อนการออกคำชี้ขาดออกไปก่อน เพื่อให้มีเวลาเจรจารายละเอียดที่เหลือร่วมกัน เชื่อว่าถ้าตกลงกันได้ เรื่องการฟ้องร้องก็น่าจะจบลงด้วยดี</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นปี 2565</strong> บริษัทอัครา รีซอร์สเซส เปิดเผยว่า ได้รับอนุญาตการต่ออายุประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ทองคำ จำนวน 4 แปลงออกไปอีก 10 ปี จนถึงปี 2574 จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่ามา เป็นการสมยอมเรื่องคดีความ เพื่อแลกกับการกลับมาทำเหมืองทองอีกครั้ง</p><p>หรือไม่ <strong>คำตอบคือ ไม่จริง</strong> เพราะ...</p><p><strong>การอนุญาตให้อัคราต่ออายุประทานบัตร </strong>เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการแร่ตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถอนฟ้อง</p><p><strong>การกลับมาทำเหมืองแร่ของอัคราต้องทำตามกฎระเบียบใหม่</strong> ทั้ง พ.ร.บ.แร่ 2560 และกรอบนโยบายบริหารจัดการแร่ทองคำ 2560 ที่มีความรัดกุมขึ้นกว่าในอดีต เช่น การทำข้อมูลพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การจัดทำแนวกันชนการทำเหมือง การตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง</p><p>การวางหลักประกันการฟื้นฟูพื้นที่การทำเหมือง กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพและการทำประกันภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินบุคคลภายนอก เป็นต้น</p><p><strong>กพร.ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม </strong>ด้วยการตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังผลกระทบจากการทำเหมือง</p><p>โดยต้องประกอบด้วยผู้แทนของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นหลังได้รับการต่ออายุ</p><p>ประทานบัตร</p><p><strong>การต่ออายุประทานบัตร 4 แปลงของอัครา </strong>เป็นการอนุญาตให้ประกอบกิจการในพื้นที่เดิม</p><p>ไม่ได้เพิ่ม หรือขยายพื้นที่ใหม่แต่อย่างใด</p><p><strong>ก่อนการดำเนินการได้มีการสำรวจความคิดเห็น </strong>ของชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบในรัศมี 500</p><p>เมตร  3 กม.ในพื้นที่จ.พิจิตร เพชรบูรณ์และพิษณุโลก ช่วงปี 58-64 รวม 5 ครั้ง ด้วยการสุ่มตัวอย่าง พบส่วนใหญ่ต้องการให้เหมืองเปิดดำเนินการ จึงเป็นการยืนยันว่าการต่ออายุประทานบัตรเป็นการอนุญาตตามคำขอเดิมที่ได้ยื่นไว้ก่อนมีข้อพิพาทและบริษัทได้ยินยอมที่จะปฏิบัติตาม พ.ร.บ.แร่ 2560 ทุกประการ คณะกรรมการแร่จึงได้อนุญาตตามขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ภายใต้ดุลยภาพทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน มิใช่การนำทรัพยากรธรรมชาติไปแลกเปลี่ยนเ พื่อให้เกิดการถอนฟ้องแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p>","19/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219195355001"],
    [254,"กระทรวงศึกษาจับมือกระทรวงยุติธรรมและสถาบันการเงิน เตรียมแก้หนี้ ครู และตำรวจ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;ผ่านการทำงานของ&nbsp;คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;โดยมีการกำหนด&nbsp;8&nbsp;เป้าหมายสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การกำหนดให้การไกล่เกลี่ยและการปรับโครงสร้างหนี้เป็นวาระของประเทศ&nbsp;(เน้น&nbsp;SFIs&nbsp;และ&nbsp;SMEs)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการ&nbsp;โดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการตำรวจ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;การปรับลดและทบทวนโครงสร้างและเพดานอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม&nbsp;และการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.&nbsp;การแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของประชาชนรายย่อยและ&nbsp;SMEs</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;8.&nbsp;การปรับปรุงขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเอื้อให้เกิดการแก้ไขปัญหาหนี้สิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในส่วนของการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวได้เริ่มนำร่องแก้ปัญหาหนี้สินข้าราชการครูและตำรวจ&nbsp;</strong>โดยมีแนวทางแก้ปัญหา&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ยุบยอดหนี้&nbsp;โดยใช้ทรัพย์สินและรายได้ในอนาคตของครู&nbsp;เพื่อให้ยอดหนี้ลดลง&nbsp;และสามารถชำระคืนได้จากเงินเดือน&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้เงินบำเหน็จตกทอดมาชำระหนี้บางส่วน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ปรับดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ&nbsp;5&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อ&nbsp;หักเงินเดือนข้าราชการที่มีความเสี่ยงต่ำ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ปรับลดค่าธรรมเนียมทำประกันชีวิตและการค้ำประกันโดยบุคคลที่ไม่จำเป็น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ยกระดับระบบการตัดเงินเดือนข้าราชการให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมมากขึ้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;มีสหกรณ์ครูจำนวน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;ครอบคลุมครูทั่วประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;สมัครเข้าร่วมดำเนินการตามแนวทางที่กระทรวงฯ&nbsp;กำหนด&nbsp;และคาดว่าจะมีเพิ่มในระยะต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong><u>ด้านกระทรวงศึกษาธิการ</u></strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้ครู&nbsp;โดยเริ่มจากการการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกว่า&nbsp;70&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อช่วยเหลือเพื่อนครู&nbsp;การนำรายได้ในอนาคตของครูมาใช้ประกันการกู้ยืม&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ครูต้องซื้อประกันทั้งระบบรวมปีละนับหมื่นล้านบาท&nbsp;การยกระดับระบบสินเชื่อสวัสดิการหักเงินเดือนที่จะช่วยแก้ปัญหาครูมีเงินเดือนหลังจากจ่ายหนี้ไม่ถึงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ไม่พอใช้ดำรงชีพ&nbsp;ปัญหาการกู้เกินศักยภาพ&nbsp;และปัญหาที่เงินที่ชำระหนี้ถูกนำไปตัดเงินต้นน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่นำไปจ่ายดอกเบี้ย&nbsp;อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการในฐานะนายจ้างที่จะเข้ามาเป็นคนกลางช่วยครูไกล่เกลี่ยและแก้ปัญหาหนี้สิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้เปิดตัวโครงการ</strong>&nbsp;<strong><u>สร้างโอกาสใหม่&nbsp;ให้ครูไทย</u></strong>เพื่อลงทะเบียนแสดงความจำนงที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นตัวกลางในการที่จะช่วยครูไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาหนี้สินในมิติต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การขอปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ลดลง&nbsp;ให้สอดคล้องกับสินเชื่อสวัสดิการหักเงินเดือนที่ความเสี่ยงต่ำ&nbsp;,&nbsp;ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อไป&nbsp;refinance&nbsp;สินเชื่อดอกเบี้ยสูง&nbsp;เพื่อลดภาระ&nbsp;,&nbsp;การขอปรับลดค่าธรรมเนียมประกันที่ไม่มีความจำเป็นให้ลดลง&nbsp;,&nbsp;การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อให้เงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า&nbsp;30%&nbsp;หรือ&nbsp;9,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อใช้ดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี&nbsp;,&nbsp;การปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพื่อเตรียมเกษียณอายุ&nbsp;หรือกรณีที่เกษียณแล้วมีภาระที่จะต้องจ่ายหนี้นานหลายปี&nbsp;,&nbsp;การไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินกรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว&nbsp;ทั้งกรณีผู้กู้&nbsp;และผู้ค้ำประกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดังนั้น&nbsp;สำหรับครูที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สิน</strong>โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สินสามารถลงทะเบียนแจ้งความจำนง&nbsp;ผ่าน&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.moe.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">http://www.moe.go.th</a>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือนจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong><u>ด้านกระทรวงยุติธรรม</u></strong>&nbsp;เตรียมจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในวันที่&nbsp;25-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;บางนา&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;<strong><u>ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน</u></strong>&nbsp;มีการเชิญลูกหนี้จำนวนกว่า&nbsp;95,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นลูกหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในชั้นก่อนฟ้อง&nbsp;และหลังศาลมีคำพิพากษา&nbsp;ซึ่งมีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;(กยศ.)&nbsp;และสถาบันการเงินต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;กว่า&nbsp;16&nbsp;แห่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยในวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีหน่วยงานเข้าร่วมไกล่เกลี่ย&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;กยศ.&nbsp;,&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;,&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;,&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;,&nbsp;ธนาคารกรุงศรีอยุธยา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;ธนาคารกรุงเทพ&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;ธนาคารซิตี้แบงก์&nbsp;,&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;กรุงเทพพาณิชย์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;ซิตี้คอร์ป&nbsp;ลิสซิ่ง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เจเอ็มที&nbsp;เน็ทเวอร์ค&nbsp;เซอร์วิสเซ็ส&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เคบี&nbsp;เจ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;โตโยต้า&nbsp;ลีสซิ่ง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;เจ&nbsp;จำกัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีหน่วยงานที่เข้าร่วมไกล่เกลี่ย</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กยศ.&nbsp;,&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;,&nbsp;ธนาคารซิตี้แบงก์&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บัตรกรุงไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;ซิตี้คอร์ป&nbsp;ลิสซิ่ง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เจเอ็มที&nbsp;เน็ทเวอร์ค&nbsp;เซอร์วิสเซ็ส&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เคบี&nbsp;เจ&nbsp;แคปปิตอล&nbsp;จำกัด&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;บริหารสินทรัพย์&nbsp;เจ&nbsp;จำกัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้ลูกหนี้ที่เข้าร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยในครั้งนี้&nbsp;จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเบื้องต้น</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การขยายเวลาการชำระหนี้&nbsp;&nbsp;การลดเบี้ยปรับ&nbsp;การลดดอกเบี้ย&nbsp;การลดค่างวดรายเดือน&nbsp;&nbsp;ไม่ถูกฟ้องคดี&nbsp;&nbsp;งดยึดทรัพย์&nbsp;งดขายทอดตลาด&nbsp;ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี&nbsp;และสิทธิประโยชน์อื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;โดยการไกล่เกลี่ยจะมีผู้ไกล่เกลี่ยเป็นคนกลาง&nbsp;และมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงการไกล่เกลี่ยเป็นลายลักษณ์อักษร&nbsp;จึงควรมาร่วมงานด้วยตัวเองเพื่อชี้แจงกับเจ้าหนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กระทรวงยุติธรรมโดยกรมบังคับคดีและกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะเดินหน้าจัดงานไปทุกภาคทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ภายใต้แนวคิด&nbsp;มีหนี้ต้องแก้ไข&nbsp;รุกก้าวไปอย่างยั่งยืน&nbsp;สอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;0&nbsp;2881&nbsp;4840&nbsp;หรือสายด่วนกรมบังคับคดี&nbsp;1111&nbsp;กด&nbsp;79&nbsp;และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ&nbsp;0&nbsp;2141&nbsp;2768&nbsp;-73</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","20/2/2022","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220103634055"],
    [255,"เอกอัครราชทูต จาก 5 ประเทศ เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า","<p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;พันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นางเราชัน&nbsp;เยสบูลาโตวา&nbsp;เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;และเอกอัครราชทูต&nbsp;อีก&nbsp;4&nbsp;ประเทศ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สาธารณรัฐฟิลิปปินส์&nbsp;สาธารณรัฐปานามา&nbsp;สาธารณรัฐโคลัมเบีย&nbsp;และประเทศแคนนาดา&nbsp;ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดพังงา&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้นำชุมชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;การเดินทางเข้าชมพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็มในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย&nbsp;</p><p><strong>พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม&nbsp;เปิดอย่างเป็นทางการ</strong>เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ส่วนหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.ส่วนจัดแสดงภายนอกอาคาร&nbsp;จัดแสดงเรือประมง&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดพาเข้ามาจากชายฝั่งเหลือร่องรอยยังคงเป็นวัตถุพยานที่สำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนั้น&nbsp;</p><p>2.ส่วนบริการ&nbsp;ภายในมีพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ให้บริการข้อมูล&nbsp;ส่วนขายของที่ระลึก&nbsp;ห้องน้ำบริการประชาชน&nbsp;โดยมีห้องมัลติมีเดียจัดฉายวิดีทัศน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยสึนามิ&nbsp;เป็นการนำเข้าสู่เนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการ</p><p>3.ส่วนจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่จัดแสดงที่ร้อยเรียงเรื่องราวประกอบวัตถุจัดแสดงซึ่งเก็บรวบรวมจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิที่เกิดขึ้นในไทย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2547&nbsp;โดยลำดับของการจัดแสดงโซนที่&nbsp;1&nbsp;สัณฐานของบ้านน้ำเค็ม&nbsp;โซนที่&nbsp;2&nbsp;เรื่องเล่าจากผู้ประสบภัย&nbsp;โซนที่&nbsp;3&nbsp;ความรู้เบื้องต้นธรรมชาติของสึนามิ&nbsp;โซนที่&nbsp;4&nbsp;เล่าเรื่องจากวัตถุ&nbsp;โซนที่&nbsp;5&nbsp;และโซนที่&nbsp;6&nbsp;เป็นเรื่องราวต่อเนื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากภัยพิบัติในต้านการเรียนรู้และป้องกัน&nbsp;ส่วนสุดท้ายโซนที่&nbsp;7&nbsp;เป็นบ้านพื้นที่ที่เปิดให้ชุมชนสามารถเข้าใช้สอยในกิจกรรมของชุมชน&nbsp;</p><p>&nbsp;4.พื้นที่สนับสนุนอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ลานจอดรถและพื้นที่ภูมิทัศน์โดยรอบอาคารทั้งนี้&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;และชาวต่างประเทศ&nbsp;สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;8.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;(ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","20/2/2022","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220162150136"],
    [256,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมหารือ กกต.กำหนดวันเลือกตั้งท่องถิ่น","<p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;กล่าวถึงการประชุมร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;หรือ&nbsp;กกต.&nbsp;ในวันนี้ว่า&nbsp;เป็นการหารือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้งทั้งในส่วนของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;และนายกเมืองพัทยา&nbsp;ซึ่งหากทุกอย่างพร้อมจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;จากนั้นจะแจ้งกลับไปยัง&nbsp;กกต.&nbsp;เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งว่าจะเป็นวันใด</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ปฏิเสธว่าการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จะนำเรื่องการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ามาพิจารณาหรือไม่ว่า&nbsp;เรื่องนี้ยังไม่สามารถตอบได้&nbsp;เพราะว่าเรื่องอยู่ที่&nbsp;ครม.พิจารณา&nbsp;ไม่ได้อยู่ที่มหาดไทย&nbsp;ขณะเดียวกันได้ตอบคำถามที่กระทรวงคมนาคมถามกลับมาทั้งหมดแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221115721316"],
    [257,"เทศบาลนครตรัง จัดกิจกรรมการประชุมสมาชิกสภาเมืองนครตรัง ครั้งที่ 1 ตามโครงการสภาเมืองนครตรัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคารอเนกประสงค์เทศบาลนครตรัง</strong>&nbsp;ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสุดใจ&nbsp;ทองย้อย&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมสมาชิกสภาเมืองนครตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ตามโครงการสภาเมืองนครตรัง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;สืบเนื่องจากคณะผู้บริหารเทศบาลนครตรัง&nbsp;ภายใต้การบริหารของ&nbsp;ดร.สัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;ได้มีนโยบายในการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยคิด&nbsp;และเสนอแนวทางในการพัฒนาเทศบาลนครตรัง&nbsp;จึงมีนโยบายในการจัดตั้งสภาเมืองนครตรังขึ้น&nbsp;เพื่อให้สภาเมืองนครตรังเป็นจุดรวมในการระดมความคิดและสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงภาคประชาชน&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปพัฒนาเทศบาลนครตรังต่อไปในอนาคต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยการประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีคณะผู้บริหารเทศบาลนครตรัง&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการจากภาคประชาชน</strong>&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;ตัวแทนภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาเมืองนครตรัง&nbsp;เข้าร่วมฯ&nbsp;โดยมีวาระเสนอที่ประชุมทราบ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นโยบายของคณะผู้บริหารเทศบาลนครตรังในการจัดตั้งสภาเมืองนครตรัง&nbsp;เรื่องเสนอที่ประชุม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ขั้นตอนการจัดตั้งสภาเมืองนครตรัง&nbsp;ระเบียบเทศบาลนครตรังว่าด้วยสภาเมืองนครตรัง&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;และรายชื่อสมาชิกสภาเมืองนครตรัง&nbsp;และเรื่องเสนอให้ที่ประชุมร่วมพิจารณา&nbsp;การคัดเลือกประธานสภาเมืองนครตรัง&nbsp;และรองประธานสภาเมืองนครตรัง&nbsp;โดยรายชื่อผู้ที่ได้การเสนอชื่อเป็นประธานสภาเมืองนครตรัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวินัย&nbsp;ทองรัตน์&nbsp;รองประธานคนที่&nbsp;1&nbsp;นายมานิต&nbsp;วงษ์สุรีย์รัตน์&nbsp;และ&nbsp;รองประธานคนที่&nbsp;2&nbsp;นางผ่องศรี&nbsp;แก้วชูเสน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/2/2022","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221101234255"],
    [258,"ประธานรัฐสภา เชื่อ 2 วัน ผ่านร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมืองได้","<p><strong>นายชวน&nbsp;หลีกภัย&nbsp;ประธานรัฐสภา</strong>&nbsp;กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภา&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส&nbsp;ส.และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;ว่า&nbsp;ทางวิป&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายได้หารือร่วมกัน&nbsp;ได้ข้อสรุปจะประชุมกัน&nbsp;2&nbsp;วันคือ&nbsp;วันที่&nbsp;24-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;โดยแต่ละฝ่ายจะได้เวลาอภิปรายไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;และคาดว่า&nbsp;2&nbsp;วันจะพิจารณาได้แล้วเสร็จ&nbsp;หรืออาจจะเร็วกว่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนรายละเอียดการพิจารณา&nbsp;</strong>จะเริ่มพิจารณาตั้งแต่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.ก่อน&nbsp;จนครบทั้ง&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;จากนั้นจึงจะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมืองต่ออีก&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;ส่วนการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาหลังรับหลักการวาระแรก&nbsp;จะหารือกันในที่ประชุม&nbsp;ว่าจะให้เป็นคณะกรรมาธิการชุดเดียวกันเลยหรือไม่&nbsp;ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะมีมติ</p><p><strong>นายชวน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ไม่จำเป็นจะต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญ</strong>&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายลูกทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับโดยเฉพาะ&nbsp;เพราะสามารถรับหลักการวาระแรกได้ทันในสมัยประชุมนี้&nbsp;และเมื่อเปิดสมัยประชุมหน้าในเดือนพฤษภาคม&nbsp;ก็สามารถบรรจุวาระ&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;เข้าสู่การพิจารณาได้ทันที&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มั่นใจว่า&nbsp;การประชุมครั้งนี้จะไม่มีปัญหาองค์ประชุมล่ม&nbsp;เพราะมีสมาชิกวุฒิสภาประชุมด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221150842422"],
    [259,"นายกรัฐมนตรี ระบุ นายสนธยาและนายสุชาติ ต้องพูดคุยแก้ปัญหาความขัดแย้งเพราะอยู่พรรคเดียวกัน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างนายสนธยา&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;นายกเมืองพัทยา&nbsp;และนายสุชาติ&nbsp;ชมกลิ่ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า&nbsp;ส่วนตัวไม่ได้ไปจัดการอะไร&nbsp;แต่ให้ไปพูดคุยกันเอง&nbsp;เพราะทุกอย่างต้องมีความรักความสามัคคีกันเนื่องจากอยู่ในพรรคพลังประชารัฐด้วยกัน&nbsp;ก็ควรหารือกันให้เกิดความเข้าใจ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยระบุว่าจะถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หากกฎหมายกัญชาไม่ผ่านความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎรนั้น&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เรื่องนี้สภาต้องไปพูดคุยและพิจารณากันเอง&nbsp;เพราะตนเองไม่ได้อยู่ในสภา&nbsp;ไม่สามารถร่วมโหวตใดๆได้&nbsp;พร้อมยืนยันรัฐบาลทำอย่างเต็มที่แล้ว&nbsp;และถ้าจะบอกว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าวก็คงไม่ส่งไปถึงสภา</span></p><p><br></p><p><br></p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221144738399"],
    [260,"นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ปรับแผนยุทธศาสตร์ชาติให้สอดคล้องสถานการณ์โลก เน้นแก้ปัญหายากจน","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;&nbsp;กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้มีการทบทวนและปรับแผนงานต่างๆ&nbsp;เพราะอยู่ในช่วงระยะ&nbsp;5&nbsp;ปีของยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ซึ่งต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานกาณ์โลกในปัจจุบันและสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับรายได้ของประชาชนในทุกๆ&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จึงมีการแก้ปัญหาแบบพุ่งเป้าลงไปรายครัวเรือนและแต่ละพื้นที่&nbsp;รวมถึงต้องปรับแผนให้สอดคล้องกับการใช้จ่ายงบประมาณในปี&nbsp;2565&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13</strong>&nbsp;ซึ่งมีการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;โดยต้องนำด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลมาเสริมในการทำงาน&nbsp;หรือนำภาคเอกชนที่มีธุรกิจใหม่ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เรื่องบล็อกเชน&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Internet&nbsp;of&nbsp;Things&nbsp;(IoT)&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้&nbsp;ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขนาดใหญ่ในระยะยาวและหลายคนก็ให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้&nbsp;ดังนั้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการศึกษาในรายละเอียด&nbsp;ทั้งด้านโอกาสและวิกฤติ&nbsp;&nbsp;เพราะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในเรื่องระบบการเงิน&nbsp;การคลัง&nbsp;การลงทุนต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีทั้งผลดีและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ตนเองจึงได้สั่งการให้ศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามกระแสโลกให้ได้&nbsp;และให้ได้รับประโยชน์สูงสุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221151134428"],
    [261,"ฝ่ายค้าน เตรียมนำข้อมูลหลังอภิปรายทั่วไปดำเนินการต่อ หลังมีหลายเรื่องที่มีลักษณะของข้อเท็จจริงของการกระทำผิดกฎหมาย","<p><strong>นายแพทย์&nbsp;ชลน่าน&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติแล้ว&nbsp;จากนี้อยู่ในกระบวนการที่ต้องหารือกันเพราะมีหลายเรื่องที่มีลักษณะของข้อเท็จจริงของการกระทำผิดที่ปรากฎว่าพบการกระทำผิดและเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฏหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;การปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;เนื่องจากหลักฐานที่ได้มาเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเมื่อมีการเกิดโรคแล้วมีวิธีการที่จะป้องกัน&nbsp;แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับว่าเกิดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;&nbsp;ASF&nbsp;และไม่ยอมประกาศให้เป็นโรคแพร่ระบาด&nbsp;ดังนั้นจึงเป็นการส่อให้เห็นว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมาย&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;157&nbsp;ซึ่งจะยื่นฟ้องหรือไม่จะต้องหารือกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการเลยหรือไม่หรือจะนำไปเป็นประเด็นในการยื่นขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา&nbsp;151&nbsp;และสำหรับประเด็นอื่นๆ&nbsp;ต้องดูในรายละเอียดว่าจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร&nbsp;เช่น&nbsp;นำการอภิปรายของสมาชิกมาขยายและเผยแพร่ต่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าเจตนารมย์ในการอภิปรายครั้งนี้ว่าเป็นการอภิปรายเพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนและสิ่งที่รัฐบาลควรทำเป็นอย่างไร</p><p><strong>ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร</strong>&nbsp;ยังกล่าวถึงการเตรียมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;ว่า&nbsp;จะพยายามแสดงให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้เห็นถึงหลักการและเหตุผลของกฎหมายให้มากที่สุดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันพรรคการเมือง&nbsp;และชี้ให้เห็นว่ากฎหมายลูกฉบับใหม่นี้บุคคลภายนอกพรรคการเมืองสามารถชี้แนะและให้คำปรึกษาได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221150437419"],
    [262,"ตำรวจภูธรจังหวัดยะลาร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเบตง สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)","<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงแรม&nbsp;เบตง&nbsp;เมอร์ลิน&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;พ.ต.อ.ศุภกร&nbsp;พึ่งรศ&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;ประธานเปิดโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรม&nbsp;ระดับตำบล&nbsp;เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม&nbsp;ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&nbsp;(Stronger&nbsp;Together)&nbsp;ให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าวของรัฐบาล&nbsp;โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พ.ต.อ.ศุภกร&nbsp;พึ่งรศ&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ตามนโยบายรวมไทยสร้างชาติ&nbsp;ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาล&nbsp;ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทุกรูปแบบ&nbsp;โดยบูรณาการการดำเนินการจากทุกภาคส่วน&nbsp;ผนึกกำลังกับเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;ร่วมกันพัฒนา&nbsp;และแก้ไขปัญหาในชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;ตอบสนองความต้องการของประชาชนในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;มิติ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา&nbsp;ได้จัดโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมาย&nbsp;เพื่อให้ชุมชน&nbsp;สังคมมีความสุขสงบเรียบร้อย&nbsp;</strong>ประชาชนมีอาชีพมีรายได้&nbsp;ส่งเสริมวัฒนธรรม&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม&nbsp;โดยการสร้างเครือข่าย&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เด็กและเยาวชน&nbsp;บูรณาการความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน&nbsp;สนับสนุนเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการเฝ้าระวังป้องกันอาชญากรรม&nbsp;และร่วมรับผิดชอบ&nbsp;ต่อสังคมให้ปลอดภัยจากปัญหาอาชญากรรม&nbsp;</p><p><strong>รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้ปฏิบัติงานตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล&nbsp;เพื่อให้ข้าราชการตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์&nbsp;บำบัดทุกข์&nbsp;และบำรุงสุขให้แก่ประชาชน&nbsp;อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;เพื่อความสงบสุขของประชาชน&nbsp;สังคมและประเทศชาติ&nbsp;สืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221134924372"],
    [263,"จังหวัดสตูล ประชุมติดตามผลการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2565","<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;ประชุมติดตามผลการป้องกัน</strong>และปราบปรามยาเสพติด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการจากหน่วยงานที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการ&nbsp;ฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;โต๊ะพญาวัง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล</p><p><strong>โดยในที่ประชุมได้ชี้แจงแนวทางในการประเมิน</strong>สภาพปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ของศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสตูล&nbsp;(ศอ.ปส.จ.สต.)&nbsp;พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม&nbsp;และการบำบัดรักษายาเสพติดในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีทั้งการดำเนินการจับกุมและดำเนินการตามกฎหมายทั้งผู้เสพและผู้จำหน่าย</p><p><strong>การดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด</strong>ในสถานศึกษา&nbsp;ระหว่างเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;กุมถาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้ดำเนินงานอยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ด้านมาตรการสร้างการรับรู้&nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด&nbsp;ทั้งหลักคิดและแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาทักษะทางสมอง&nbsp;ทักษะชีวิต&nbsp;และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว&nbsp;ผ่านกลุ่มสังคมออนไลน์&nbsp;ทั้งกลุ่มครูปฐมวัยและครูผู้รับผิดชอบงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดในหน่วยงานทางการศึกษาทุกสังกัด&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนครู&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;นำองค์ความรู้ไปออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และสื่อสารกับเครือข่ายผู้ปกครอง&nbsp;ตลอดจนออกแบบกิจกรรมให้ผู้ปกครองจัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยตนเอง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้ติดตามผล</strong>การดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาของหน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;พร้อมทั้งแจ้งหน่วยงาน/สถานศึกษา&nbsp;ดำเนินการบันทึกข้อมูลในระบบข้อมูลสารสนเทศยาเสพติดจังหวัด&nbsp;และระบบดูแลและติดตามการใช้สารเสพติดในสถานศึกษาด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน</strong>ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนและสังคม&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้กำชับและให้มีการกวดขันผู้ใต้บังคับบัญชามิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด&nbsp;ซึ่งหากผู้ใดพบเบาะแสยาเสพติดให้แจ้งไปยัง&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดสตูล&nbsp;โทร.074&nbsp;-&nbsp;724632&nbsp;ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/2/2022","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221135746378"],
    [264,"คณะพูดคุยสันติสุข จชต.ลงพิ้นที่ จชต.เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต.ในระยะต่อไป","<p><strong>วันนี้&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1</strong>&nbsp;บก.&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลเอกวัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่ิอประชุมหารือ&nbsp;กับคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะต่อไป&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4,&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชาและส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและประชุม</p><p><strong>พลเอกวัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับภารกิจที่ลงมาวันนี้&nbsp;ประสงค์ที่จะลงมาปรึกษาหารือกับกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วม&nbsp;เกิดการงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเกิดความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น&nbsp;จะเห็นได้ว่าการจะมีการพูดคุยกับในละครั้งจะต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสม&nbsp;ประเด็นลดความรุนแรงนั้น&nbsp;ตั้งใจจะมาพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โดยตรง&nbsp;เพื่อให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะภาคประชาชนหรือภาคส่วนต่างๆ&nbsp;นั้น&nbsp;</strong>ได้มีข้อเสนอแนะถึงแนวทางการดำเดินการและแนวทางการลดความรุนแรงทุกรูปแบบ&nbsp;โดยเฉพาะการลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี&nbsp;การลดความรุนแรงต่อพื้นที่สาธารณะและลดความรุนแรงต่อพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งทางคณะจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวเพื่อนำไปสู่กระบวนการพูดคุยในโอกาสต่อไป&nbsp;ซึ่งจะมีกำหนดห้วงเวลาในการพูดคุยในครั้งต่อไป&nbsp;ประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้&nbsp;และจะนำประเด็นการใช้ความรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนนั้นไปหารือในเวทีการพูดคุยอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางคณะพูดคุยมองว่าเหตุการณ์ความรุนแรง</strong>ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีผลการทบต่อการพูดคุยแต่อย่างใด&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้นำศาสนาในพื้นที่ยังคงสนับสนุนให้มีการพูดคุย&nbsp;และยังคงหวังที่จะให้มีการคืบหน้า&nbsp;อันจะเป็นการลดเหตุการณ์ความรุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข</p><p><strong>ด้านพลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/</strong>ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาได้หารือกับภาคประชาชน&nbsp;&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ทั้งเรื่องการลดความรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ต่อกลุ่มเปราะบาง&nbsp;หรือในพื้นที่เขตเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งหมดจำเป็นต้องนำความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคมเข้าไปพูดคุยด้วย&nbsp;ในส่วนของกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้มีมาตรการต่างๆเช่นกัน&nbsp;ซึ่งในวันนี้จะได้หารือกับหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;ถึงมาตรการที่ได้กำหนดไว้&nbsp;หากย้อนกลับไปเมื่อ&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;จะเห็นได้ว่าอัตราการก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอนลดลง&nbsp;ในปีนี้จะได้หารือตลอดจนแนวทางการดำเนินการเดินทางการลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221145655410"],
    [265,"ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร นำคณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรต่างๆ ศึกษาดูงานด้านการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติของกองทัพบกที่ลพบุรี","<p><strong>พลโท&nbsp;ไพศาล&nbsp;งามวงศ์วาน&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร&nbsp;สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ</strong>&nbsp;นำคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร&nbsp;(วปอ.)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;64&nbsp;รวมถึงคณะสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร&nbsp;และหลักสูตรต่างๆ&nbsp;ของกองทัพบกและกองทัพอากาศ&nbsp;อีกหลายสถาบัน&nbsp;อาทิ&nbsp;วิทยาลัยเสนาธิการทหาร&nbsp;หลักสูตรเสนาธิการทหารบก&nbsp;หลักสูตรเสนาธิการทหารอากาศ&nbsp;หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก&nbsp;หลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง&nbsp;สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ&nbsp;เดินทางเข้าศึกษาดูงานด้านการทหารของกองทัพบกและหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ&nbsp;ณ&nbsp;สนามกองพลรบพิเศษที่&nbsp;1&nbsp;ค่ายเอราวัณ&nbsp;ต.เขาสามยอด&nbsp;อ.เมืองลพบุรี</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลโท&nbsp;ณัฐวุฒิ&nbsp;นาคะนคร&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับ&nbsp;และร่วมบรรยายสรุปเกี่ยวกับจังหวัดลพบุรี&nbsp;และภารกิจของหน่วยทหารรบพิเศษ&nbsp;ให้คณะได้รับฟัง</p><p><strong>โอกาสเดียวกัน&nbsp;ยังได้นำคณะเข้ารับชมการสาธิต&nbsp;การปฏิบัติการทางทหารของหน่วยรบพิเศษ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การกระโดดร่มรูปแบบต่างๆ&nbsp;ทั้งทางยุทธวิธี&nbsp;เพื่อแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูง&nbsp;และทางการกีฬา&nbsp;,&nbsp;การใช้สื่อการแสดงเพื่อสร้างความรู้รักสามัคคี&nbsp;และเทิดทูนสถาบัน&nbsp;ของวงดนตรีกองทัพบก&nbsp;โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา&nbsp;รวมถึงการปฏิบัติการรบพิเศษ&nbsp;ทั้งทางอากาศ&nbsp;ภาคพื้นดิน&nbsp;และการปฏิบัติการทางน้ำ&nbsp;อาทิ&nbsp;การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ&nbsp;การช่วยเหลือตัวประกัน&nbsp;การลงสู่ผิวน้ำโดยอากาศยาน&nbsp;การปฏิบัติการโดยตรงต่อที่หมายบนฝั่ง&nbsp;การชิงตัวบุคคลสำคัญ&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นเขี้ยวเล็บ&nbsp;ที่สำคัญยิ่งของหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพไทย&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของคณะเป็นอย่างมาก</p><p><strong><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>หลังจากนั้นในช่วงบ่าย&nbsp;ยังได้นำคณะเดินทางไปชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์</strong>&nbsp;และการสาธิตการยิงปืนใหญ่&nbsp;ของศูนย์การทหารปืนใหญ่&nbsp;ค่ายภูมิพล&nbsp;ตำเขาพระงาม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตรี&nbsp;นพสิทธิ์&nbsp;คงชินศาสตร์ธิติ&nbsp;ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมทั้งนำคณะชมการสาธิต&nbsp;การปฏิบัติการของเหล่าทหารปืนใหญ่&nbsp;และอำนาจการยิงปืนใหญ่ชนิดต่างๆ&nbsp;ที่ผลิตโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันประเทศและพลังงานทหาร&nbsp;รวมถึงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน&nbsp;ของหน่วยทหารปืนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;ในการปฏิบัติงานร่วมกับอากาศยานที่ใช้ในกองทัพบก&nbsp;ของศูนย์การบินทหารบก&nbsp;ทั้งด้านการป้องกันแนวชายแดน&nbsp;และงานด้านการบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ในการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221152140438"],
    [266,"คณะพูดคุยสันติสุข จชต. เตรียม ยกประเด็นลดเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ ก่อนเปิดโต๊ะเจรจามีนาคม นี้","<p><strong>พลเอก&nbsp;วัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข&nbsp;จชต.&nbsp;</strong>หารือแม่ทัพภาค&nbsp;4&nbsp;ยกประเด็นลดเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ&nbsp;ก่อนเปิดโต๊ะเจรจา&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;วัลลภ&nbsp;รักเสนาะ</strong>&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้นำคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมเข้าร่วมประชุมหารือกับทางพลโทเกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ถึงความคืบหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;อาคาร&nbsp;(1)&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>พลเอกวัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่&nbsp;ในวันนี้ก็เพื่อมาหารือกับกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสม&nbsp;และเกิดความแน่นแฟ้น&nbsp;การจะมีการพูดคุยกับในแต่ละครั้ง&nbsp;จะต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสม&nbsp;ในส่วนประเด็นลดความรุนแรงนั้น&nbsp;ตั้งใจจะมาพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โดยตรง&nbsp;เพื่อให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเฉพาะภาคประชาชนหรือภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้มีข้อเสนอแนะถึงแนวทางการดำเนินการและแนวทางการลดความรุนแรงทุกรูปแบบ&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะการลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี&nbsp;</strong>ทั้งต่อพื้นที่สาธารณะและลดความรุนแรงต่อพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งทางคณะจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การแก้ไข</p><p>ขณะเดียวกันคณะได้กำหนดห้วงเวลาในการพูดคุยในครั้งต่อไป&nbsp;ประมาณเดือนมีนาคมนี้&nbsp;และจะนำประเด็นการใช้ความรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนนั้นไปหารือในเวทีการพูดคุยในโอกาสต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางคณะพูดคุยมองว่าเหตุการณ์ความรุนแรง</strong>ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีผลการทบต่อการพูดคุยแต่อย่างใด&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้นำศาสนาในพื้นที่&nbsp;ก็ยังคงสนับสนุนให้มีการพูดคุย&nbsp;และยังคงหวังที่จะให้มีความคืบหน้า&nbsp;อันจะเป็นการลดเหตุการณ์ความรุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขโดยเร็ว</p><p><strong>ทางด้านแม่ทัพภาค&nbsp;4&nbsp;เผยว่า&nbsp;ที่ผ่านมาได้หารือกับภาคประชาชนสังคม&nbsp;</strong>ทั้งเรื่องการลดความรุนแรง&nbsp;ต่อเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ต่อกลุ่มเปราะบาง&nbsp;หรือในพื้นที่เขตเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;จำเป็นต้องนำความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;เข้าไปพูดคุยด้วย&nbsp;ในส่วนของกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้มีมาตรการต่างๆเช่นกัน&nbsp;ซึ่งในวันนี้จะได้หารือกับหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;ถึงมาตรการ&nbsp;ได้กำหนดไว้&nbsp;อยากย้อนกลับไปเมื่อ&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;จะเห็นได้ว่าอัตราการก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอนลดลง&nbsp;ในปีนี้จะได้หารือ&nbsp;ตลอดจนแนวทางการดำเนินการเดินทางการบดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/2/2022","NULL","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221152515442"],
    [267,"อำเภอเบตงคุมเข้มชายแดน สกัดขบวนการยาเสพติด ขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายหลังใกล้เปิดประเทศ","<p><strong>วันนี้&nbsp;21&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา</strong>&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทั้ง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ลให้เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;สกัดกั้นขบวนการขนย้าย&nbsp;ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรไทยภายหลังประเทศไทยจะเปิดประเทศในเดือนมีนาคมนี้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สั่งการ&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการ</strong>ร่วมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการจับกุมผู้กระทำความผิด&nbsp;ในการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับตั้งด่านตรวจ&nbsp;ลาดตระเวนบนบกและทางน้ำ&nbsp;เพื่อตรวจตราแรงงานต่างด้าวที่&nbsp;กระทำผิดกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งการป้องกันการ&nbsp;ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมากขึ้น</p><p><strong>ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;445</strong>&nbsp;เบตง&nbsp;ได้ออกลาดตระเวนทางน้ำ&nbsp;ในเขื่อนบางลางซึ่งเป็นเส้นทางน้ำเชื่อมต่ออำเภอธารโต&nbsp;ซึ่ง&nbsp;เป็นเส้นทางลัดทางน้ำเข้าเขตตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อีกเส้นทางหนึ่ง&nbsp;จึงได้เพิ่มมาตรการคุมเข้มลาดตระเวน&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยทำการตรวจค้นเรือเป้าหมาย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ได้ทำการตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัด</strong>&nbsp;เพื่อตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ก่อเหคุใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้เส้นทางนี้หลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่&nbsp;หรือลักลอบเข้ามาก่อเหตุร้ายในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งสกัดกั้นกลุ่มที่นำสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่&nbsp;ทั้งกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่อาจลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงพื้นที่3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กลุ่มผู้ค้าของเถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งเหล้า&nbsp;บุหรี่&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคที่หลบหนีภาษีศุลกากรและกลุ่มค้ามนุษย์&nbsp;ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากบริเวณถนนสายหลักเส้น&nbsp;410&nbsp;ยะลา&nbsp;&nbsp;เบตง</strong>&nbsp;มีจุดตรวจที่มีการบูรณาการร่วมกำลัง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และ&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ในการตรวจค้นรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รวมทั้งบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ&nbsp;กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด&nbsp;กลุ่มผู้ค้าของเถื่อนและกลุ่มผู้ค้ามนุษย์&nbsp;ต้องหลักเลี่ยงการใช้ถนนสายหลักหันมาใช้เส้นทางถนนสายรอง&nbsp;และในทางน้ำ&nbsp;แทนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นและการถูกจับกุม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/2/2022","NULL","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221155727465"],
    [268,"อำเภอเบตงคุมเข้มชายแดน สกัดขบวนการยาเสพติด ขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายหลังใกล้เปิดประเทศ","<p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ทั้ง&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ลให้เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;สกัดกั้นขบวนการขนย้าย&nbsp;ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรไทยภายหลังประเทศไทยจะเปิดประเทศในเดือนมีนาคมนี้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้สั่งการ&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>บูรณาการร่วมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการจับกุมผู้กระทำความผิด&nbsp;ในการปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;พร้อมกับตั้งด่านตรวจ&nbsp;ลาดตระเวนบนบกและทางน้ำ&nbsp;เพื่อตรวจตราแรงงานต่างด้าวที่&nbsp;กระทำผิดกฎหมาย&nbsp;รวมทั้งการป้องกันการ&nbsp;ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ&nbsp;จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมากขึ้น</p><p><strong>ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่&nbsp;445&nbsp;</strong>เบตง&nbsp;ได้ออกลาดตระเวนทางน้ำ&nbsp;ในเขื่อนบางลางซึ่งเป็นเส้นทางน้ำเชื่อมต่ออำเภอธารโต&nbsp;ซึ่ง&nbsp;เป็นเส้นทางลัดทางน้ำเข้าเขตตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;อีกเส้นทางหนึ่ง&nbsp;จึงได้เพิ่มมาตรการคุมเข้มลาดตระเวน&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยทำการตรวจค้นเรือเป้าหมาย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ได้ทำการตั้งจุดตรวจ&nbsp;จุดสกัด</strong>&nbsp;เพื่อตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ก่อเหคุใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้เส้นทางนี้หลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่&nbsp;หรือลักลอบเข้ามาก่อเหตุร้ายในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งสกัดกั้นกลุ่มที่นำสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่&nbsp;ทั้งกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่อาจลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กลุ่มผู้ค้าของเถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งเหล้า&nbsp;บุหรี่&nbsp;เครื่องอุปโภคบริโภคที่หลบหนีภาษีศุลกากรและกลุ่มค้ามนุษย์&nbsp;ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากบริเวณถนนสายหลักเส้น&nbsp;410&nbsp;ยะลา&nbsp;&nbsp;เบตง</strong>&nbsp;มีจุดตรวจที่มีการบูรณาการร่วมกำลัง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;และ&nbsp;อส.ฝ่ายปกครอง&nbsp;ในการตรวจค้นรถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;รวมทั้งบุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด&nbsp;ทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ&nbsp;กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด&nbsp;กลุ่มผู้ค้าของเถื่อนและกลุ่มผู้ค้ามนุษย์&nbsp;ต้องหลักเลี่ยงการใช้ถนนสายหลักหันมาใช้เส้นทางถนนสายรอง&nbsp;และในทางน้ำ&nbsp;แทนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นและการถูกจับกุม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","21/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221160117467"],
    [269,"นายกรัฐมนตรี หารือเอกอัครราชทูตฮังการี สานต่อความร่วมมือในทุกมิติ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายชานโดร์&nbsp;ชีโปช&nbsp;(H.E.&nbsp;Mr.&nbsp;S?ndor&nbsp;Sipos)</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในโอกาสเข้ารับหน้าที่&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณฝ่ายฮังการีที่ให้การสนับสนุนไทยในเวทีสหภาพยุโรปเสมอมา&nbsp;เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฮังการีจะยั่งยืนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งกล่าวแสดงความยินดีที่&nbsp;รศ.ดร.&nbsp;กอตอลิน&nbsp;กอริโก&nbsp;ชาวฮังการี&nbsp;ได้รับพระราชทานรางวัล&nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในสาขาการแพทย์&nbsp;ในบทบาทการพัฒนานาเทคโนโลยี&nbsp;mRNA&nbsp;มาประยุกต์ใช้กับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งสำคัญยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปัจจุบันและยืนยันว่า&nbsp;ไทยพร้อมขยายความร่วมมือทั้งในทวิภาคีและพหุภาคีอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ด้านเอกอัครราชทูตฮังการี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ยืนยันว่าพร้อมจะสานต่อเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับฮังการีให้แนบแน่นและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ผ่านอุตสาหกรรมการเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีชีวภาพต่างๆ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข&nbsp;นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าจะสามารถส่งเสริมความร่วมมือในด้านที่ทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพ&nbsp;อาทิ&nbsp;การพัฒนาวัคซีน&nbsp;การแพทย์ทางเลือก&nbsp;การบริหารจัดการโรคอุบัติใหม่&nbsp;&nbsp;ด้านการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง&nbsp;เพื่อฉลองครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-ฮังการี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;(Joint&nbsp;Commission&nbsp;on&nbsp;Economic&nbsp;Cooperation&nbsp;&nbsp;JCEC)&nbsp;ในช่วงครึ่งแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าจะเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการค้าการลงทุน&nbsp;โดยไทยพร้อมจะเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;พร้อมกล่าวเชิญชวนนักธุรกิจฮังการีให้ลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและด้านการเกษตร&nbsp;ด้านการศึกษาและด้านการกีฬา</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","21/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221195357602"],
    [270,"รองแม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุรักษาความปลอดภัยเมืองหาดใหญ่ สั่งคุมเข้มเมืองเศรษฐกิจชายแดนใต้ ต้องปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนักลงทุน","<p><strong>พลตรี&nbsp;อุทิศ&nbsp;อนันตนานนท์&nbsp;รองแม่ทัพภาคที่&nbsp;4/&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>เป็นประธานการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุรักษาความปลอดภัยเมืองหาดใหญ่&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา(ฝ่ายทหาร),&nbsp;ปลัดป้องกันจังหวัดสงขลา,ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่,หัวหน้าส่วนราชการ,ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมในพิธี</p><p><strong>ตามที่&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา&nbsp;บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้ง&nbsp;ทหาร,ตำรวจ,ฝ่ายปกครอง,ภาคเอกชน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ดำเนินการซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยเมืองหาดใหญ่&nbsp;ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;เมืองหลัก&nbsp;ของจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ได้&nbsp;โดยในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้สนับสนุน&nbsp;กำลังทหารพราน&nbsp;ทั้งชายและหญิง&nbsp;มาร่วมปฏิบัติภารกิจในการป้องกัน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และนักลงทุน&nbsp;ที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่&nbsp;ซึ่งหากพื้นที่ปลอดภัยไม่เกิดเหตุการณ์จะเป็นการกระตุ้นเศษฐกิจในพื้นที่ให้กลับมาเหมือนเดิม&nbsp;สำหรับการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุในครั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจ&nbsp;ขั้นตอนแนวทางการปฏิบัติในการแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที&nbsp;เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น&nbsp;อีกทั้งยังได้เน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/2/2022","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221195748614"],
    [271,"หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้? ประชุมหารือ? แม่ทัพภาคที่ 4? ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้อง?","<p><strong>หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;ประชุมหารือ?&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4?&nbsp;ตลอดจนส่วนที่เกี่ยวข้อง?&nbsp;เดินหน้าขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะต่อไป</strong></p><p><strong>ณ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร</strong>&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลเอก&nbsp;วัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;เดินทางปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประชุมปรึกษาหารือกับคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะต่อไป&nbsp;ตลอดจนชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;แลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;คำแนะนำ&nbsp;และข้อกังวลของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4,&nbsp;พลโท&nbsp;ธิราแดหวา&nbsp;แม่ทัพน้อยที่&nbsp;4/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า,&nbsp;คณะผู้บังคับบัญชา&nbsp;และเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>พลเอก&nbsp;วัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;</strong>หลังจากได้มีการพูดคุยหารือกับคณะผู้แทนของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ&nbsp;(บีอาร์เอ็น)&nbsp;ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;เมื่อช่วง?&nbsp;มกราคม?&nbsp;ที่ผ่านมา?&nbsp;จนทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมกันในหลักการ&nbsp;3&nbsp;ข้อ?ที่จะเป็นสารัตถะของการพูดคุยในระยะต่อไป?&nbsp;ครั้งนี้จึงลงมาปรึกษาหารือกับกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วม&nbsp;เกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเกิดความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น&nbsp;จะเห็นได้ว่าการจะมีการพูดคุยกันในแต่ละครั้งจะต้องมีการปรึกษาหารือเพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสม&nbsp;โดยเฉพาะประเด็นลดความรุนแรง?&nbsp;ตั้งใจจะมาพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;โดยตรง&nbsp;เพื่อให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด?<strong>นอกจากนี้?&nbsp;ภาคประชาชน?&nbsp;และภาคส่วนต่างๆ&nbsp;</strong>ได้มีข้อเสนอแนะถึงแนวทางการดำเนินการ&nbsp;และแนวทางการลดความรุนแรงทุกรูปแบบ&nbsp;โดยเฉพาะการลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี&nbsp;การลดความรุนแรงต่อพื้นที่สาธารณะและลดความรุนแรงต่อพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งทางคณะพูดคุย?&nbsp;จะหยิบยกประเด็นดังกล่าวเพื่อนำไปสู่กระบวนการพูดคุยในโอกาสต่อไป&nbsp;โดยจะมีกำหนดห้วงเวลาในการพูดคุยในครั้งต่อไป&nbsp;ประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้&nbsp;และจะนำประเด็นการใช้ความรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนไปหารือในเวทีการพูดคุยอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้ทางคณะพูดคุยมองว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้มีผลการทบต่อการพูดคุยแต่อย่างใด&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้นำศาสนาในพื้นที่ยังคงสนับสนุนให้มีการพูดคุย&nbsp;และยังคงหวังที่จะให้มีการคืบหน้า&nbsp;อันจะเป็นการลดเหตุการณ์ความรุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ที่ผ่านมากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค?&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า?&nbsp;ได้หารือกับภาคประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคม&nbsp;ทั้งเรื่องการลดความรุนแรงต่อเป้าหมายอ่อนแอ&nbsp;ต่อกลุ่มเปราะบาง&nbsp;หรือในพื้นที่เขตเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้งหมดจำเป็นต้องนำความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน&nbsp;ภาคประชาสังคมเข้าไปพูดคุยด้วย&nbsp;ในส่วนของกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ได้มีมาตรการต่างๆเช่นกัน&nbsp;ซึ่งในวันนี้จะได้หารือกับหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข&nbsp;ถึงมาตรการที่ได้กำหนดไว้&nbsp;หากย้อนกลับไปเมื่อ&nbsp;2-3&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;จะเห็นได้ว่าอัตราการก่อเหตุในช่วงเดือนรอมฎอนลดลง&nbsp;ในปีนี้จะได้หารือตลอดจนแนวทางการดำเนินการเดินทางการลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221193556584"],
    [272,"รอง ผบช.ภ.8 ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณถนนราชดำเนิน&nbsp;สนามหน้าเมือง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>พล.ต.ต.วันไขย&nbsp;เอกพรพิชญ์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร&nbsp;ภาค&nbsp;8&nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ของตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีนายสมพงษ์&nbsp;มากมณี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พล.ต.ต.สมชาย&nbsp;ซื่อต่อตระกูล&nbsp;ผบก.ภ.จว.&nbsp;นครศรีธรรมราช,&nbsp;รอง&nbsp;ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช&nbsp;ผู้แทนมณฑลทหารบกที่&nbsp;41&nbsp;ผู้แทนนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช,&nbsp;ผู้แทน&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ผู้แทนสำนักงานป้องและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ชุดปฏิบัติการทุกหน่วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.ท.ธีระพล&nbsp;พุ่มชัย&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม&nbsp;</strong>ความผิดเกี่ยวกับการพนัน/ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด/ความผิดเกี่ยวกับการลักสอบหลบหนีเข้าเมือง/ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปิน&nbsp;เครื่องกระสุนปืน&nbsp;และวัตถุระเบิด&nbsp;ความผิดเกี่ยวกับสถานบริการ&nbsp;และการสืบสวนจับกุมบุคคลตามหมายจับ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงาน/เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;จึงได้จัดให้มีการปล่อยแถว/ระดมกวาดล้างอาชญากรรมขึ้น&nbsp;โดยบูรณาการกำลังพล&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้/ประกอบด้วยชุดปฏิบัติการจากสถานีตำรวจภูธรในสังกัด&nbsp;กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช/ตำรวจตระเวนชายแดน/ทหารจากมณฑลทหารบกที่&nbsp;41&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ตำรวจทางหลวง&nbsp;ตำรวจท่องเที่ยว/ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;ตำรวจรถไฟทุ่งสง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน/อาสาสมัครตำรวจ/และมูลนิธิต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;๒๘๓&nbsp;นาย&nbsp;โดยหลังปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม&nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/&nbsp;และปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย/&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของตน&nbsp;เช่นเดียวกับสถานีตำรวจภูธร&nbsp;ที่ไม่ได้มาร่วมพิธีปล่อยแถวในครั้งนี้&nbsp;พร้อมกันทั้งจังหวัด</p><p><strong>พล.ต.ต.วันไขย&nbsp;เอกพรพิชญ์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร&nbsp;ภาค&nbsp;8&nbsp;</strong>กล่าวรู้สึกยินดี&nbsp;และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง&nbsp;ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งจะเห็นว่าเป้าหมาย&nbsp;ในการดำเนินการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์นั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;สำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล&nbsp;และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เป็นกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่ได้มารวมพลัง&nbsp;ร่วมแรงร่วมใจในการปล่อยแถวกวาดล้าง&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>","21/2/2022","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221225707676"],
    [273,"คณะทูตหญิง จาก 5 ประเทศ เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ปรึกษาข้อราชการเกี่ยวกับการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 และการส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบ Eco tourism เพื่อพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ที่&nbsp;ห้องประชุมมุขหน้า&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตหญิง&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;จาก&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;H.E.&nbsp;Itzel&nbsp;Karina&nbsp;Chen&nbsp;Chan&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Panama&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;,H.E.&nbsp;Dr.Sarah&nbsp;Taylor&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Canada&nbsp;to&nbsp;Thailand,&nbsp;H.E.&nbsp;Millicent&nbsp;Cruz-Paredes&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;The&nbsp;Philippines&nbsp;to&nbsp;Thailand,&nbsp;H.E.&nbsp;Ana&nbsp;Maria&nbsp;Prieto&nbsp;Abad&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Colombia&nbsp;to&nbsp;Thailand,&nbsp;H.E.&nbsp;Raushan&nbsp;Yesbulatova&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Kazakhstan&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;,&nbsp;Mr.Yerlan&nbsp;Tlenchiyev&nbsp;Embassy&nbsp;of&nbsp;Kazakhstan&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;และ&nbsp;Mr.&nbsp;Thanadit&nbsp;Chitaroon&nbsp;Embassy&nbsp;of&nbsp;Kazakhstan&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;เข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อปรึกษาข้อราชการเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตมีการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาคการท่องเที่ยวได้อย่างดี</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ในโอกาสนี้&nbsp;H.E.&nbsp;Itzel&nbsp;Karina&nbsp;Chen&nbsp;Chan&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Panama&nbsp;to&nbsp;Thailand</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศปานามาเป็นประเทศที่มีประชากรไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศไทย&nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่มีต้นแบบด้านการท่องเที่ยวที่ดี&nbsp;สามารถเป็นต้นแบบให้กับประเทศปานามาได้&nbsp;ดังนั้นการได้ร่วมกับจังหวัดภูเก็ตในการเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ถือเป็นพัฒนาการท่องเที่ยวด้านหนึ่งของประเทศปานามาในอนาคต&nbsp;โดยสิ่งที่ประเทศปานามาคาดหวังคือการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการ&nbsp;Eco&nbsp;tourism&nbsp;เพื่อพัฒนาด้านการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต่อไป</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ด้าน&nbsp;H.E.&nbsp;Raushan&nbsp;Yesbulatova&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Kazakhstan&nbsp;to&nbsp;Thailand</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เอกอัครราชทูตผู้หญิง&nbsp;ประจำประเทศไทยมีจำนวน&nbsp;15&nbsp;ชาติ&nbsp;โดยในวันนี้เดินทางมาที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;5&nbsp;ชาติ&nbsp;ในแต่ละปีคณะทูตจะเดินทางไปจังหวัดต่างๆ&nbsp;เพื่อหารือแนวทางการทำงานด้านการทูตและเชื่อมความสัมพันธ์&nbsp;ซึ่งในโอกาสนี้ขอขอบคุณตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่ช่วยเหลือชาวคาซัคสถานจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศ&nbsp;ทำให้นักท่องเที่ยวต้องติดค้างอยู่ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในทุกด้าน</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ส่วนทางด้าน&nbsp;H.E.&nbsp;Millicent&nbsp;Cruz-Paredes&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;The&nbsp;Philippines&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กล่าวว่า&nbsp;ขอขอบคุณจังหวัดภูเก็ตที่ให้เข้าพบในวันนี้&nbsp;ซึ่งได้มีการเดินมาเยี่ยมชม&nbsp;3&nbsp;จังหวัดฝั่งอันดามัน&nbsp;ทั้งจังหวัดกระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&nbsp;พร้อมการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาระหว่างกัน</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ด้าน&nbsp;H.E.&nbsp;Ana&nbsp;Maria&nbsp;Prieto&nbsp;Abad&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Colombia&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;จากการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดพังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ทำให้ได้เห็นบทบาทของชุมชนในการทำงานร่วมกับภาครัฐ&nbsp;เช่น&nbsp;กิจกรรมปล่อยเต่าซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;และจากการเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม&nbsp;พบว่าแม้จะผ่านมา&nbsp;17&nbsp;ปีแล้วแต่ทุกภาคส่วนยังคงให้ความร่วมมืออย่างดี&nbsp;จนทำให้ผ่านวิกฤตดังกล่าวมาได้</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">และ&nbsp;H.E.&nbsp;Dr.Sarah&nbsp;Taylor&nbsp;Ambassador&nbsp;of&nbsp;Canada&nbsp;to&nbsp;Thailand&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;รู้สึกยินดีมากที่ได้มีส่วนร่วมในการเดินทางมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;โดยเมื่อ&nbsp;2&nbsp;ปีก่อนได้เดินทางมาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และได้เห็นถึงการดำเนินการของภูเก็ตสมาร์ทซิตี้&nbsp;ซึ่งประเทศแคนาดาก็มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน&nbsp;และทราบว่าขณะนี้มีบริษัทของจังหวัดภูเก็ตที่ทำงานในการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียภายในโรงแรมอังสนา&nbsp;ซึ่งหากจังหวัดภูเก็ตและสถานทูตแคนาดาสามารถทำงานร่วมกันในโครงการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมได้ประเทศแคนาดามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตมีความยินดีที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศทั้ง&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นประเทศปานามา,คาซัคสถาน,แคนาดา,ฟิลิปปินส์&nbsp;และโคลัมเบีย&nbsp;เพื่อนำสิ่งดีๆมาพัฒนาและขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และจังหวัดภูเก็ตพร้อมที่จะดูแลนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตให้ดีที่สุด&nbsp;ซึ่งเป็นความตั้งใจของประเทศไทยในการดูแลนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียน&nbsp;เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างดีที่สุด&nbsp;พร้อมขอบคุณทุกประเทศที่ให้ความชื่นชมจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และให้เป็นจังหวัดนำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;โดยการดำเนินการในโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดและประเทศไทย&nbsp;และจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการทำงานร่วมกับชุมชนอย่างเข้มแข็ง&nbsp;โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;(Eco&nbsp;tourism)&nbsp;เพื่อผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางของ&nbsp;MICE&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัด&nbsp;Specialized&nbsp;Expo&nbsp;ในปี&nbsp;2028</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ซึ่งหากได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจะต้องได้รับการโหวตจากประเทศสมาชิก&nbsp;จึงอยากขอให้ทุกประเทศช่วยสนับสนุนให้จังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัด&nbsp;Specialized&nbsp;Expo&nbsp;ในปี&nbsp;2028&nbsp;ส่วนทางด้าน&nbsp;Phuket&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;นั้น&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้แบ่งเป็น&nbsp;7&nbsp;ประเภทหลักๆ&nbsp;ซึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คือการที่จังหวัดภูเก็ตเปิดเป็นจังหวัดนำร่องโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;โดยการสร้างแพลตฟอร์ม&nbsp;ภูเก็ตต้องชนะ.com&nbsp;เพื่อบริหารจัดการวัคซีน&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชนในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และขณะนี้จังหวัดภูเก็ตสามารถรองรับ&nbsp;5G&nbsp;ซึ่งหากโอกาสต่อไปหากมีการสนใจในการลงทุนด้านเทคโนโลยี&nbsp;ก็พร้อมยินดีและขอเชิญชวนนักลงทุนจากทุกประเทศมาลงทุนในจังหวัดภูเก็ต</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","21/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221234706689"],
    [274,"ผบ.ฉก.ปัตตานี ร่วมหารือ ขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต.","<p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;</strong>ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ร่วมประชุมหารือ&nbsp;รับฟังแนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการสร้างการพูดคุยเพื่อสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;วัลลภ&nbsp;รักเสนาะ&nbsp;หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เป็นประธาน</p><p><strong>ซึ่งการลงมาของคณะพูดคุยฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;</strong>เพื่อปรึกษาหารือ&nbsp;ขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วม&nbsp;ให้เกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเกิดความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>จากการหารือ&nbsp;คณะพูดคุยฯ&nbsp;จะนำประเด็นการลดความรุนแรงทุกรูปแบบ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี&nbsp;การลดความรุนแรงต่อพื้นที่สาธารณะและลดความรุนแรงต่อพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนไปหารือในเวทีการพูดคุยที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นในห้วงปลายเดือน&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","21/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221192813581"],
    [275,"ศอ.บต.? เตรียมจัดประชุมระดมความเห็นสอดรับการพัฒนา? \"โอกาส? ศักยภาพและความท้าทายของ? จชต. และของประเทศไทย ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์? ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์\"","<p><strong>ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;(ศอ.บต.)?&nbsp;</strong>กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการสัมมนา?&nbsp;\"โอกาส?&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;และของประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;ในการประชุมเตรียมความพร้อมวันนี้&nbsp;พลเรือตรี?&nbsp;สมเกียรติ?&nbsp;ผล?ประยูร?&nbsp;เลขาธิการ?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;zoom</p><p><strong>พลเรือตรี?&nbsp;สมเกียรติ?&nbsp;ผล?ประยูร?&nbsp;เลขาธิการ?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;</strong>การประชุมในวันนี้เป็นการประชุมคณะที่ปรึกษาฯ&nbsp;ในการจัดงานสัมมนาศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;ได้จัดตั้งคณะที่ปรึกษาขึ้นเพื่อดำเนินการจัดงานสำคัญในห้วงวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์?นี้?&nbsp;ซึ่ง?เป็นผลสืบเนื่องจาก?&nbsp;พลเอก?&nbsp;ประยุทธ์?&nbsp;จันทร์?โอชา?&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;เดินทางเยือนประเทศ?ซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และได้มีการแถลงความสำเร็จของการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ?&nbsp;โดยมีประเด็นทิศทางความร่วมมือ&nbsp;9&nbsp;ด้าน?&nbsp;ประกอบด้วย?&nbsp;การท่องเที่ยว?&nbsp;พลังงาน?&nbsp;แรงงาน?&nbsp;อาหาร?&nbsp;การค้าและการลงทุน?&nbsp;สุขภาพ?&nbsp;ความมั่นคง?&nbsp;การศึกษา?&nbsp;ศาสนาและกีฬา?&nbsp;สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญของประเทศที่มีฐานและความร่วมมือของราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียมาอย่างยาวนาน?&nbsp;แม้ในห้วงที่&nbsp;2&nbsp;ประเทศไม่ได้มีความสัมพั?นธ์?ที่สมบูรณ์?&nbsp;แต่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังมีความสำคัญ&nbsp;เพราะมีพี่น้องประชาชนเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์และพิธีฮัจญ์?&nbsp;ณ?&nbsp;ประเทศ?ซาอุดีอาระเบีย?ทุกปี&nbsp;ดังนั้น?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;จึงเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมใหญ่เพื่อระดมความเห็นทั้งปวง?&nbsp;ในการยกระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ?&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์นี้?</p><p><strong>สำหรับการจัดสัมมนา&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์?&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี?&nbsp;</strong>จะมีการแสดงปาฐกถา?&nbsp;โดย?&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;หัวข้อ?&nbsp;ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;โอกาสและศักยภาพของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์?&nbsp;และการบรรยายในหัวข้อดังกล่าว?&nbsp;จากอุปทูตไทยประจำประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และอุปทูตซาอุดีอาระเบียประจําประเทศไทย?&nbsp;พร้อมกันนี้จะมีการนำเสนอผลการประชุม&nbsp;Focus&nbsp;Group&nbsp;ที่มีการรวบรวมความเห็นจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายอาชีพในวันที่?&nbsp;14-15?&nbsp;กุมภาพันธ์?ที่ผ่านมา?ในภาพรวม?&nbsp;อีกทั้งจะมีการเสนอแนะแนวทางการสร้างความร่วมมือในประเด็นการพัฒนาต่างๆ&nbsp;จากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี?&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมพบปะผู้นำ&nbsp;4&nbsp;เสาหลักภายในงานครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","21/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221231932683"],
    [276,"ศอ.บต.เดินหน้า? เตรียมจัดประชุมระดมความเห็นสอดรับการพัฒนา? \"โอกาส? ศักยภาพและความท้าทายของ? จชต. และของประเทศไทย ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์? ไทย-ซาอุดิอาระเบียโดยสมบูรณ์\"","<p><strong>พลเรือตรี?&nbsp;สมเกียรติ?&nbsp;ผล?ประยูร?&nbsp;เลขาธิการ?&nbsp;ศอ.บต.?เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการสัมมนา?&nbsp;\"โอกาส?&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;และของประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดิอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการประชุมดังกล่าว&nbsp;เป็นการประชุมคณะที่ปรึกษาฯ&nbsp;</strong>ในการจัดงานสัมมนาศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งศอ.บต.?&nbsp;ได้จัดตั้งคณะที่ปรึกษาขึ้นเพื่อดำเนินการจัดงานสำคัญในห้วงวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์?นี้?&nbsp;ซึ่ง?เป็นผลสืบเนื่องจาก?&nbsp;พลเอก?&nbsp;ประยุทธ์?&nbsp;จันทร์?โอชา?นายกรัฐมนตรี?&nbsp;เดินทางเยือนประเทศ?ซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และได้มีการแถลงความสำเร็จของการฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ?&nbsp;โดยมีประเด็นทิศทางความร่วมมือ&nbsp;9&nbsp;ด้าน?&nbsp;ประกอบด้วย?&nbsp;การท่องเที่ยว?&nbsp;พลังงาน?&nbsp;แรงงาน?&nbsp;อาหาร?&nbsp;การค้าและการลงทุน?&nbsp;สุขภาพ?&nbsp;ความมั่นคง?&nbsp;การศึกษา?&nbsp;ศาสนาและกีฬา?&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ</strong>ของประเทศที่มีฐานและความร่วมมือของราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียมาอย่างยาวนาน?&nbsp;แม้ในห้วงที่&nbsp;2&nbsp;ประเทศไม่ได้มีความสัมพั?นธ์?ที่สมบูรณ์?&nbsp;แต่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังมีความสำคัญ&nbsp;เพราะมีพี่น้องประชาชนเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์และพิธีฮัจญ์?&nbsp;ณ?&nbsp;ประเทศ?ซาอุดิอาระเบีย?ทุกปี&nbsp;ดังนั้น?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;จึงเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมใหญ่เพื่อระดมความเห็นทั้งปวง?&nbsp;ในการยกระดับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ?&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์นี้?&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดสัมมนา&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์?&nbsp;</strong>ที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี?&nbsp;จะมีการแสดงปาฐกถา?&nbsp;โดย?&nbsp;นายกรัฐมนตรี?&nbsp;หัวข้อ?&nbsp;ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;โอกาสและศักยภาพของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์?&nbsp;และการบรรยายในหัวข้อดังกล่าว?&nbsp;จากอุปทูตไทยประจำประเทศซาอุดิอาระเบีย&nbsp;และอุปทูตซาอุดิอาระเบียประจําประเทศไทย?&nbsp;พร้อมกันนี้จะมีการนำเสนอผลการประชุม&nbsp;Focus&nbsp;Group&nbsp;ที่มีการรวบรวมความเห็นจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายอาชีพในวันที่?&nbsp;14-15?&nbsp;กุมภาพันธ์?ที่ผ่านมา?ในภาพรวม?&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;จะมีการเสนอแนะแนวทางการสร้างความร่วมมือ</strong>ในประเด็นการพัฒนาต่างๆจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี?&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;รัฐมนตรีช่วย&nbsp;ว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมพบปะผู้นำ&nbsp;4&nbsp;เสาหลักภายในงานครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222091001692"],
    [277,"ครม. กระทรวงพาณิชย์ เสนอประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน ปีการผลิต 2564/65","<p><strong>การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุม&nbsp;โดยมีวาระสำคัญคือ&nbsp;กระทรวงการคลังจะเสนอการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่&nbsp;ตามการปล่อยคาร์บอน&nbsp;โดยจะปรับขึ้นภาษีสำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป&nbsp;หรือรถที่ใช้น้ำมันให้เสียภาษีสูง&nbsp;รถน้ำมัน&nbsp;ไฮบริด&nbsp;และอีโคคาร์</p><p><strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เสนอประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;หลังจากผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&nbsp;จากปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ขออนุมัติดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2564&nbsp;และร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับการประกอบกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตร&nbsp;พ.ศ...&nbsp;ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร&nbsp;ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;",null,null,null,null,null],
    [278,".&nbsp;(มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย)</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะขอความเห็นชอบร่างข้อตกลง&nbsp;</strong>ด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย</p><p>&nbsp;<strong>กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม&nbsp;(ฉบับที่..)&nbsp;พ.ศ...</p><p><strong>กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;</strong>เสนอร่างแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;</p><p><strong>และต้องจับตาว่ากระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;หรือ&nbsp;กกต.&nbsp;จะเสนอให้&nbsp;ครม.เห็นชอบให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</p><p>สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร&nbsp;(ส.ก.)&nbsp;นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา</p><p><strong>รวมถึงติดตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</strong>หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดจนการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในเรือนจำและทัณฑสถาน&nbsp;จากงบกลาง&nbsp;รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา&nbsp;แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาด&nbsp;ของกระทรวงยุติธรรม</p><p><br></p><p><br></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222093841693",null],
    [279,"กำชับ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย หยุดแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกุล&nbsp;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ออกมาปรามว่าให้เบาๆ&nbsp;หน่อยในการแสดงความคิดเห็น&nbsp;หลังจาก&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;ส.ส.นครพนม&nbsp;พรรคภูมิใจไทย&nbsp;ไปพูดในพื้นที่ว่าจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;หากกฎหมายกัญชงกัญชาไม่ผ่านความเห็นชอบ&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;ได้สั่งการให้นายศุภชัย&nbsp;โพธิ์สุ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;ทุกคนของพรรค&nbsp;งดให้ความเห็นด้านการเมือง&nbsp;เรื่องการร่วมรัฐบาล&nbsp;ให้หัวหน้าพรรคพูดคนเดียวเท่านั้น&nbsp;พร้อมระบุ&nbsp;คนเป็น&nbsp;ส.ส.ในพื้นที่ตัวเองมักมีอารมณ์เป็นธรรมดา&nbsp;เพราะฉะนั้นอย่าคิดมาก&nbsp;ทั้งนี้การร่วมรัฐบาลไม่มีการขู่&nbsp;ใครจะกล้าขู่กล้าต่อรอง&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เขียนข่าวกันไปทั้งนั้น&nbsp;ยืนยันยังให้ความเคารพนายกรัฐมนตรี&nbsp;พูดจากันด้วยเหตุด้วยผล&nbsp;นายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยขู่พรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;เรามีมารยาทและวัฒนธรรมพูดกันดีๆ&nbsp;ดีกว่า</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222160950933"],
    [280,"นายกรัฐมนตรี ชมการสาธิตการใช้ประโยชน์ฐานข้อมูล TCD ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ","<p><strong>ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;</strong>นายเอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เข้าพบพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เพื่อเสนอโครงการเชื่อมโยงข้อมูลชุมชนกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ&nbsp;(U2T)&nbsp;มหาวิทยาลัยสู่ตำบล&nbsp;ซึ่งเป็นฐานข้อมูลชุมชนของประเทศขนาดใหญ่&nbsp;หรือรวบรวมข้อมูลสําคัญพื้นฐานของเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกจัดเก็บ&nbsp;เชื่อมโยงการวิเคราะห์กับข้อมูลความต้องการของตลาด&nbsp;ข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานราชการอื่น&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ทําการทดลองสืบค้น</strong>&nbsp;ข้อมูลตามความสนใจ&nbsp;ด้วยโปรแกรมที่ใช้สืบค้นตัวอย่างการเชื่อมโยงข้อมูล&nbsp;TCD&nbsp;ไปสู่&nbsp;BCG&nbsp;Product&nbsp;สำหรับฐานข้อมูล&nbsp;TCD&nbsp;ดังกล่าวได้จัดทําในพื้นที่&nbsp;3,000&nbsp;ตําบลทั่วประเทศในช่วงปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;50</p><p><br></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222110631746"],
    [281,"ผู้ว่าฯ ลำพูน ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;3</strong>&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;(Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings)&nbsp;มุ่งพัฒนาเพื่อความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดลำพูน&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พ.อ.&nbsp;ไพรัฐ&nbsp;แด้วแดง&nbsp;สัสดีจังหวัดลำพูน&nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;3&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;(Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;อภิเชษฐ์&nbsp;ซื่อสัตย์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;ภาค&nbsp;3&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในวาระการประชุมมีประเด็นเรื่องสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สรุปสถานการณ์ความมั่นคงภายใน&nbsp;ความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการของ&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;3&nbsp;โครงการเพชรในตม&nbsp;พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการเผาไร่อ้อย&nbsp;การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างยั่งยืน&nbsp;ด้วยป่าเปียกและการลดเชื้อเพลิง&nbsp;การแต่งตั้งคณะกรรมการติดตาม&nbsp;และขยายผลทางคดีแรงงานต่างด้าวฯ&nbsp;เพื่อป้องกันข้อกล่าวหาการค้ามนุษย์จากประชาคมโลก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>","22/2/2022","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222105723743"],
    [282,"กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดกำลังพร้อมดูแลความเรียบร้อยและการจราจร ในการจัดกิจกรรมชุมนุม โดยรอบทำเนียบรัฐบาล และจุดต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่เป็นการยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง โดยใช้เวลาไม่นาน","<p><strong>พลตำรวจตรีจิรสันต์&nbsp;แก้วแสงเอก&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตำรวจนครบาลยังคงดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร&nbsp;บริเวณจุดที่มีการชุมนุมของกลุ่มต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;มีการปักหลักพักค้างของ&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่กลุ่มเครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย&nbsp;บริเวณหน้าวัดมกุฏกษัตริย์&nbsp;เลียบคลองผดุงกรุงเกษม&nbsp;/&nbsp;กลุ่มเครือข่ายสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มสหพันธ์การเกษตรแห่งประเทศไทย&nbsp;บริเวณหน้าธนาคารแห่งประเทศไทยใต้สะพานพระราม&nbsp;8&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเคลื่อนไหวของอีกหลายกลุ่ม&nbsp;เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล</strong>&nbsp;โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;กลุ่มภาคีบางกลอย&nbsp;ร่วมกับกลุ่ม&nbsp;P-move&nbsp;รวมตัวบริเวณทำเนียบรัฐบาล&nbsp;โดยช่วงบ่าย&nbsp;จะมีกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&nbsp;ไปยื่นหนังสือเพิ่มเติม&nbsp;และยังมีกลุ่มประชาชนคนไทย&nbsp;ที่จะเข้ายื่นหนังสือ&nbsp;บริเวณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา&nbsp;ด้วย&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;กองบัญชาการตำรวจนครบาล&nbsp;ได้จัดเตรียมกำลัง&nbsp;ไว้ดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุมทุกจุดแล้ว&nbsp;โดยส่วนใหญ่<em>&nbsp;</em>พบว่า<em>&nbsp;</em>เป็นการยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง<em>&nbsp;</em>เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน<em>&nbsp;</em>พร้อมแนะนำประชาชนให้หลีกเส้นทางที่มีการจัดกิจกรรมชุมนุม&nbsp;เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจร</p><p><strong>ส่วนการดำเนินคดีทึ่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;821&nbsp;คดี&nbsp;ขณะนี้&nbsp;สอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว&nbsp;474&nbsp;คดี&nbsp;ที่เหลืออยู่ระหว่างการสอบสวน</p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222123202805"],
    [283,"กองทัพบก เฝ้าระวัง โอมิครอน คุมเข้มมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน และเดินหน้าจัดสอบเป็นข้าราชการกองทัพบกวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้","<p><strong>พันเอกหญิง&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;งาทอง&nbsp;รองโฆษกกองทัพบก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันของกองทัพบกด้วยระบบออนไลน์&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;ณรงค์พันธ์&nbsp;จิตต์แก้วแท้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับข้อมูลการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;กำชับกำลังพลดำรงมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด&nbsp;รวมทั้งการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด&nbsp;การรักษาระยะห่าง&nbsp;ลดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง&nbsp;การฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อดำรงความพร้อมสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในห้วงนี้สภาพอากาศมีความแปรรวน&nbsp;ส่งผลให้เกิด&nbsp;ไฟป่า&nbsp;ภัยแล้งและอุทกภัยในบางพื้นที่</strong>&nbsp;กำชับให้หน่วยทหารเตรียมการ&nbsp;ช่วยประชาชนรับมือการเปลี่ยนฤดูกาล&nbsp;และภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นให้ทันต่อสถานการณ์&nbsp;ลดผลกระทบมากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนภารกิจในพื้นที่ชายแดน&nbsp;</strong>กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกต้องทุ่มเทสกัดกั้นยาเสพติด&nbsp;สิ่งผิดกฎหมาย&nbsp;และลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ&nbsp;ขอให้กำลังใจกำลังพล&nbsp;ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&nbsp;เพราะเป็นภารกิจที่มีความเสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะเมื่อมีการปะทะกับกลุ่มคนที่กระทำผิดกฎหมาย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เรื่องการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบกประจำปี&nbsp;65&nbsp;</strong>จะดำเนินการสอบภาควิชาการพร้อมกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นักเรียนนายสิบทหารบก,&nbsp;ทหารกองหนุนส่วนกำลังรบและส่วนสนับสนุนการรบ,&nbsp;ทหารกองหนุนเป็นนายทหารประทวนสายงานสัสดี&nbsp;และทหารอาสาอัตรานายทหารประทวน&nbsp;ซึ่งสนามสอบถูกจัดขึ้นในทุกกองทัพภาค&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;กำชับให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการและควบคุมมาตรฐานการสอบให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด&nbsp;ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกให้กับผู้สมัครสอบอย่างเต็มที่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิสวัสดิการ&nbsp;และความเดือดร้อนของกำลังพลทุกระดับชั้น&nbsp;</strong>มอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สิน&nbsp;ให้หน่วยทหารพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานในรูปแบบ&nbsp;<strong>คลินิกทางการเงิน</strong>&nbsp;ให้คำปรึกษาแนะนำช่องทางและวิธีการปลดเปลื้องภาระหนี้สินอย่างมีคุณภาพ&nbsp;เพื่อคลายความกังวลและให้กำลังพลมีกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป</p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222122343801"],
    [284,"ยะลา เปิดช่องทางให้คำปรึกษา ผู้ถูกคุมความประพฤติ ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำ","<p><strong>สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา&nbsp;จัดโครงการให้คำปรึกษา</strong>เชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม&nbsp;เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติ&nbsp;มีความเข้าใจในการดำเนินชีวิต&nbsp;และไม่หวนซ้ำกระทำผิดอีก</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยะล</strong>า&nbsp;บ้านปากาซาแม&nbsp;ม.1&nbsp;ต.วังพญา&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;สิบตำรวจตรี&nbsp;ชัยวัฒน์&nbsp;หินอ่อน&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอรามัน&nbsp;ได้เปิดโครงการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม&nbsp;เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติ&nbsp;ได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการดำเนินชีวิต&nbsp;เกิดแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง&nbsp;สามารถอยู่ร่วมกันกับชุมชนได้อย่างมีความสุข&nbsp;และไม่หวนซ้ำกระทำผิดอีก&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอธิพล&nbsp;มะหันตาพันธ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดยะลา&nbsp;นายชานนท์&nbsp;เจะหะมะ&nbsp;ประธานองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และ&nbsp;ผู้ถูกคุมความประพฤติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>สิบตำรวจตรี&nbsp;ชัยวัฒน์&nbsp;หินอ่อน&nbsp;ปลัดอาวุโสอำเภอรามัน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยคุมประพฤติเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลัก&nbsp;ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด&nbsp;เพื่อคืนคนดีสู่สังคม&nbsp;การให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ถูกคุมประพฤติได้เข้าใจตนเองมากขึ้น&nbsp;ภายใต้ความสัมพันธ์ที่อบอุ่น&nbsp;ความเอื้ออาทรระหว่างสมาชิกในกลุ่ม&nbsp;มีการยอมรับซึ่งกันและกัน&nbsp;จะส่งเสริมให้ผู้ถูกคุมประพฤติรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากขึ้น&nbsp;จนสามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมให้เป็นที่ยอมรับของสังคมได้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่ม</strong>&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;ก.พ.65&nbsp;(3&nbsp;วัน&nbsp;2&nbsp;คืน)&nbsp;โดยมีการบรรยายกลุ่ม&nbsp;เสริมสร้างหลักธรรมทางศาสนา&nbsp;พัฒนาบุคลิกภาพ&nbsp;และสมรรถนะทางร่างกาย&nbsp;ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;สร้างความสัมพันธ์ภายในกลุ่ม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","22/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222130359821"],
    [285,"ENTEC สวทช. ร่วม วช. ส่งมอบ Encase เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการผลิตทางไฟฟ้าเคมี แก่ 10 โรงพยาบาล ใน 4 จังหวัดเพื่อให้โรงพยาบาลสามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ ENERclean ได้เอง ","<p><strong>ดร.สุมิตรา&nbsp;จรสโรจน์กุล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมพลังงาน&nbsp;ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(ENTEC)&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;โครงการวิจัยนี้&nbsp;มุ่งเน้นพัฒนาเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบ&nbsp;ด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี&nbsp;หรือ<strong>&nbsp;ENcase</strong>&nbsp;เพื่อผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์<strong>&nbsp;ENERclean&nbsp;</strong>ที่มีความพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานจริงกับสถานประกอบการด้านสาธารณสุข&nbsp;สำหรับทำลายเชื้อโรคในขั้นตอนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อที่แหล่งกำเนิด&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อ&nbsp;SARs-CoV-2&nbsp;โครงการวิจัยดังกล่าว&nbsp;เป็นผลงานวิจัยและพัฒนา&nbsp;โดย&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;สุภสิทธิ์มงคล&nbsp;และทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(ENTEC)&nbsp;สวทช.&nbsp;ร่วมกับหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง.&nbsp;ภายใต้โครงการวิจัย&nbsp;การพัฒนาชุดผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี&nbsp;สำหรับบำบัดขยะมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานประกอบการสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)</p><p><strong>ปัจจุบันทีมวิจัยดำเนินการติดตั้งเครื่อง&nbsp;ENcase&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แล้ว&nbsp;10&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรงพยาบาลยางชุมน้อย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลเมืองจันทร์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนคูณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลยางชุมใหญ่&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านผักขะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลปากน้ำหลังสวน&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลพะโต๊ะ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;/&nbsp;โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;/&nbsp;และโรงพยาบาลวารินชำราบ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p>ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(ENTEC)</p><p><strong>น.ส.วิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วช.สนับสนุนงานวิจัย&nbsp;สวทช.&nbsp;โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(ENTEC)&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;การพัฒนาชุดผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี&nbsp;สำหรับบำบัดมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานประกอบการด้านสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งทีมนักวิจัย&nbsp;สวทช.ประสบความสำเร็จในการพัฒนา&nbsp;ENcase&nbsp;เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ENERclean&nbsp;มีความพร้อมสำหรับนำไปใช้งานจริงในสถานประกอบการด้านสาธารณสุข&nbsp;ในการทำลายเชื้อโรคในขั้นตอนการบำบัดมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19&nbsp;ที่ยังคงมีความรุนแรงในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อในโรงพยาบาล&nbsp;รวมถึงช่วยให้ระบบการจัดการมูลฝอย&nbsp;ติดเชื้อภายในโรงพยาบาลเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;สุภสิทธิ์มงคล&nbsp;นักวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(ENTEC)</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ENcase&nbsp;เป็นนวัตกรรมเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์&nbsp;ถูกออกแบบให้สามารถผลิตน้ำยาได้ทั้งกรดและด่างจากการทำปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี&nbsp;โดยมีน้ำและเกลือโซเดียมคลอไรด์เป็นวัตถุดิบสำคัญ&nbsp;ภายในเครื่องมีการติดตั้งเซลล์ประจุไฟฟ้าบวกทำให้เกิดน้ำยาที่เป็นกรด&nbsp;และประจุไฟฟ้าลบทำให้เกิดน้ำยาที่เป็นด่าง&nbsp;รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบ&nbsp;Reverse&nbsp;Osmosis&nbsp;(RO)&nbsp;เพื่อปรับสภาพน้ำให้บริสุทธิ์ก่อนทำปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้ากับเกลือหรือโซเดียมคลอไรด์&nbsp;ทำให้เครื่องสามารถผลิตน้ำยาออกมาได้ทั้งที่เป็นกรดและด่างในเวลาเดียวกัน&nbsp;มีกำลังผลิตน้ำยาได้ถึง&nbsp;30&nbsp;ลิตรต่อชั่วโมง&nbsp;แบ่งเป็นกรด&nbsp;15&nbsp;ลิตร&nbsp;และด่าง&nbsp;15&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยกรดที่ผลิตออกมาจะเป็นกรดอ่อนในช่วง&nbsp;pH&nbsp;4-6&nbsp;ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์&nbsp;มีคุณสมบัติเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค&nbsp;(AOAC&nbsp;955.14,&nbsp;955.15,&nbsp;955.17&nbsp;และ&nbsp;964.02)&nbsp;ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมอาหารและยา&nbsp;และมีประสิทธิภาพในการยับยั้ง/ฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&nbsp;2019&nbsp;(SARS-CoV-2)&nbsp;บนพื้นผิวสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีรูพรุนได้&nbsp;99.9%&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;ASTM&nbsp;E1053-20&nbsp;ทำให้สามารถประยุกต์ใช้งานด้านการแพทย์และอุตสาหกรรมอาหารได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ENERclean&nbsp;ยังสามารถนำไปใช้ฆ่าเชื้อทดแทนแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ทดแทนสารฆ่าเชื้อที่เป็นอันตราย&nbsp;จำพวกสารฟอกขาวคลอรีน&nbsp;สำหรับทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณอาคาร&nbsp;รวมถึงฆ่าเชื้อในอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;ปลา&nbsp;และอาหารทะเล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขึ้นกับปริมาณความเข้มข้นของคลอรีน</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;เดชสายบัว&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยายาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบ้านผักขะ&nbsp;ต.ลิ้นฟ้า&nbsp;อ.ยางชุมน้อย&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;มีผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เดินทางเข้ามาในพื้นที่ตำบลลิ้นฟ้าเป็นจำนวนมาก&nbsp;ส่งผลให้การจัดการขยะติดเชื้อและการใช้แอลกกอฮอล์เพิ่มจำนวนมากขึ้น&nbsp;จึงเล็งเห็นว่าหากต้องการลดค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาล&nbsp;โดยเข้าร่วมโครงการใช้เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์กับ&nbsp;สวทช.&nbsp;ซึ่งภายหลังจากที่นักวิจัยและทีมงานมาติดตั้งเครื่องและอบรมการใช้งาน&nbsp;ทำให้สามารถผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อขยะมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การนำไปใช้กับคนหรือผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ในการล้างมือได้ดี&nbsp;ลดการใช้แอลกอฮอล์&nbsp;โดยใช้วัตถุดิบตั้งต้นเพียงแค่เกลือบริโภคและน้ำเป็นส่วนผสมเท่านั้น&nbsp;ทำให้ต้นทุนจะน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้แอลกอฮอล์ในการฆ่าเชื้อ</p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222125538820"],
    [286,"รอฟังฝ่ายค้านชี้แจงร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ก่อนพิจารณาว่าจะรับหลักการหรือไม่","<p><strong>นายชินวรณ์&nbsp;บุณยเกียรติ</strong>&nbsp;รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;(วิปรัฐบาล)&nbsp;กล่าวถึงการประชุมวิปรัฐบาลเพื่อเตรียมพร้อมในการประชุมร่วมรัฐสภา&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;ในวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;ส.ส.เข้าชื่อเสนอ&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;ฉบับ&nbsp;ว่า&nbsp;มติของที่ประชุมวิปรัฐบาล&nbsp;ให้พรรคร่วมรัฐบาลลงมติรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;(ฉบับที่...)&nbsp;พ.ศ...&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;และที่&nbsp;ส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;ในทุกฉบับ&nbsp;เพราะมีหลักการในทำนองเดียวกัน&nbsp;และจะใช้ร่างพระราชบัญญัติญฯ&nbsp;ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา&nbsp;พร้อมกับตั้งกรรมาธิการวิสามัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;คน&nbsp;พิจารณาแปรญัตติภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;<strong>ส่วนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;(ฉบับที่...)&nbsp;พ.ศ....</strong>&nbsp;ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ&nbsp;และมี&nbsp;ส.ส.เข้าชื่อเสนอ&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;เบื้องต้นวิปรัฐบาล&nbsp;เห็นว่าให้รับหลักการฉบับที่เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;และใช้ฉบับที่เสนอโดยนายวิเเชียร&nbsp;ชวลิต&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคพลังประชารัฐ&nbsp;และคณะ&nbsp;เป็นร่างหลัก&nbsp;ส่วนกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาจะใช้ชุดเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;เพื่อให้การทำงานรวดเร็วมีประสิทธิภาพ&nbsp;เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฉบับ&nbsp;เกี่ยวข้องกันและมีผู้เสนอชุดเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>ส่วนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง</strong>&nbsp;ที่เสนอโดย&nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้านนั้น&nbsp;ต้องรอฟังในการพิจารณาอีกครั้ง&nbsp;เพราะแต่ละฉบับนั้นมีรายละเอียดที่เสนอและหลักการที่แตกต่างกัน&nbsp;ซึ่งวิปรัฐบาลมองว่าการแก้ไขประกอบรัฐธรรมนูญควรแก้ไขให้สอดคล้องกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว</p><p><strong>รองประธานวิปรัฐบาล&nbsp;กล่าวถึงกรณีที่&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;พรรคพลังธรรมใหม่</strong>&nbsp;ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีเนื้อหาแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นบัตรเลือกตั้ง&nbsp;2&nbsp;ใบ&nbsp;ว่า&nbsp;ตนเองได้ชี้แจงกับที่ประชุมว่าในชั้นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญมีประเด็นที่ตกผลึกชัดเจน&nbsp;ส่วนการคำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่ง&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;ได้ยึดตามการแก้ไขมาตรา&nbsp;91&nbsp;ของรัฐธรรมนูญ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระบวนการที่&nbsp;ส.ส.ยื่นเรื่องไม่เป็นเหตุให้การพิจารณาร่างร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองต้องสะดุดลง&nbsp;อีกทั้งเมื่อประธานรัฐสภาบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระแล้ว&nbsp;กระบวนการต้องเดินหน้าทำให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;180&nbsp;วัน</p><p><strong>สำหรับกรอบเวลาการพิจารณา</strong>จะยึดเวลาที่ใช้อภิปรายตามที่คณะกรรมการประสานงาน&nbsp;3&nbsp;ฝ่ายหารือคือ&nbsp;ให้ฝ่ายผู้เสนอญัตติ&nbsp;5&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ประธานในที่ประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ส.ว.&nbsp;ส.ส.รัฐบาล&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้าน&nbsp;ฝ่ายละ&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากนั้นให้แต่ละฝ่ายได้นำเวลาที่จัดสรรไปบริหารเพื่อให้การพิจารณาแล้วเสร็จในช่วงวันและเวลาที่กำหนด</p><p><br></p><p><br></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222160746932"],
    [287,"ครม.เห็นชอบร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชนปี 2564-2568 มุ่งสู่เยาวชนอาเซียนที่พร้อมรับอนาคตโดยเสริมทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)เห็นชอบต่อร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชนปี&nbsp;2564-2568&nbsp;(Draft&nbsp;ASEAN&nbsp;Work&nbsp;Plan&nbsp;on&nbsp;Youth&nbsp;2021-2025)&nbsp;และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ในฐานะรัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบงานด้านเยาวชนของประเทศไทย&nbsp;มีหนังสือแจ้งการรับรองร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชนไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียนหลังจาก&nbsp;ครม.มีมติเห็นชอบแล้ว&nbsp;ซึ่งจะต้องแจ้งการรับรองร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชนภายในวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>ร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชน</strong>&nbsp;มีความสอดคล้องกับมาตรการเชิงกลยุทธ์และผลลัพธ์ของแผนงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน&nbsp;2025&nbsp;และมีวิสัยทัศน์คือ&nbsp;มุ่งสู่เยาวชนอาเซียนที่พร้อมรับอนาคตโดยเสริมทักษะสำหรับศตวรรษที่&nbsp;21&nbsp;และทักษะดิจิทัล&nbsp;และการสร้างสถาบันกลไกของการมีส่วนร่วมของเยาวชน&nbsp;รวมถึงการกำหนดนโยบายระดับภูมิภาค&nbsp;ประกอบด้วยผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย&nbsp;5&nbsp;ประเด็นหลัก&nbsp;5&nbsp;ผลลัพธ์ระยะสั้น&nbsp;13ผลผลิต&nbsp;และ&nbsp;14&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่ประเด็นเรื่องการศึกษา&nbsp;,&nbsp;เรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่&nbsp;,&nbsp;การจ้างงานและโอกาส,&nbsp;การมีส่วนร่วมและการจ้าง&nbsp;และประเด็นสุดท้าย&nbsp;ความตระหนักรู้&nbsp;คุณค่าและอัตลักษณ์อาเซียน</p><p><strong>สำหรับแผนงานเดิมตามกรอบการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านเยาวชน</strong>&nbsp;ปี&nbsp;2559-2563&nbsp;ได้สิ้นสุดลงในปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทสสมาชิกอาเซียนจึงได้จัดทำร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชน&nbsp;เพื่อใช้เป็นแผนงานฉบับใหม่ในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในระยะอีก&nbsp;5&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในฐานะรัฐมนตรีอาเซียนที่รับผิดชอบงานด้านเยาวชนของประเทศไทยจะต้องรับรองแผนงานดังกล่าวต่อสำนักเลขาธิการอาเซียน&nbsp;เพื่อให้ร่างแผนงานอาเซียนด้านเยาวชนมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222202150129"],
    [288,"ซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเมืองยะลา สร้างความเชื่อมั่นประชาชน","<p><strong>จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;</strong>รวมถึงพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งคนร้ายยังคงมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ&nbsp;เพื่อแสดงศักยภาพ&nbsp;รวมถึงตอบโต้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชนเกิดการสูญเสีย&nbsp;รวมไปถึงทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;เมืองหลัก</strong>&nbsp;ตามกรอบการปฏิบัติของ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;&nbsp;ในวันนี้(22&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;&nbsp;ทางหน่วยเฉพาะกิจตำรวจยะลา&nbsp;91&nbsp;&nbsp;จึงได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมี&nbsp;พลตรีทวนทอง&nbsp;ทองสุภา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดการซักซ้อมแผน&nbsp;ณ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา</p><p><strong>ซึ่งการซ้อมแผนรักษาความปลอดภัย&nbsp;อำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;ได้กำหนดใช้&nbsp;3&nbsp;มิติการซ้อม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ก่อนเกิดเหตุ&nbsp;มุ่งเน้นการรับข่าวสารแจ้งเตือน&nbsp;และเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ&nbsp;ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะของจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจรอบเขตเมืองยะลา&nbsp;ระหว่างเกิดเหตุ&nbsp;เน้นการปฏิบัติตามขั้นตอน&nbsp;หลักยุทธวิธีของหน่วยในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สามารถระงับเหตุ&nbsp;หรือป้องกันการเกิดเหตุได้&nbsp;และ&nbsp;หลังเกิดเหตุ&nbsp;สามารถติดตาม&nbsp;จับกุม&nbsp;สืบสวนสอบสวน&nbsp;จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ&nbsp;นำมาซึ่งการบังคับใช้กฎหมายได้</p><p><strong>สำหรับการฝึกซ้อมในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;ใช้แบบข้าศึกสมมติ&nbsp;</strong>&nbsp;หลังจากคนร้ายได้ปล้นรถยนต์กระบะ&nbsp;จากพื้นที่&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;คาดว่านำประกอบระเบิดแสวงเครื่อง&nbsp;เพื่อนำมาก่อเหตุในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;พร้อมกับนำรถคันดังกล่าวมาจอดไว้ที่สวนขวัญเมืองยะลา&nbsp;วางวัตถุต้องสงสัย&nbsp;ไว้&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยกำลัง&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้เข้าดำเนินการเก็บกู้&nbsp;เพื่อป้องกันเหตุ&nbsp;ระงับเหตุ&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ประสานด่านตรวจ&nbsp;จุดตรวจ&nbsp;ติดตามจับกุมคนร้าย&nbsp;จนครบทุกมิติการปฏิบัติ</p><p><strong>โดยการซักซ้อมครั้งนี้มี&nbsp;เจ้าหน้าที่จาก&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน&nbsp;10&nbsp;หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;ชุดปฏิบัติการสุนัขทหาร&nbsp;สมาชิกไทยอาสาป้องกันชาติ&nbsp;และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ชีพกู้ภัยในเขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;ร่วมดำเนินการซ้อม&nbsp;150&nbsp;คน</p><p><strong>พลตรีทวนทอง&nbsp;ทองสุภา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา&nbsp;ระบุว่า&nbsp;&nbsp;</strong>สถานการณ์การก่อเหตุรุนแรง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ถือได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของหน่วยงานราชการเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์&nbsp;ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง&nbsp;ยังมีความมุ่งหมายที่จะก่อเหตุ&nbsp;เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของอำนาจรัฐ&nbsp;จึงทำให้ทุกหน่วยในพื้นที่&nbsp;ต้องช่วยกันป้องกัน&nbsp;ระงับยับยั้ง&nbsp;ความพยายามในการก่อเหตุของฝ่ายตรงข้ามร่วมกัน&nbsp;อันจะเป็นผลให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","22/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222154211922"],
    [289,"จ.สุราษฎร์ธานีประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.สฎ.และส่วนราชการครั้งที่ 1/2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเมืองคนดี</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะกรรมการ&nbsp;ศอ.ปส.จ.สฎ.และส่วนราชการครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อพิจารณาประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;</p><p>โดยมีมาตรการป้องกันยาเสพติด&nbsp;แผนงานสร้างการรับรู้และภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติด&nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันเด็กปฐมวัยพัฒนาทักษะทางสมอง&nbsp;พัฒนาทักษะชีวิตที่เหมาะสมในสถานศึกษา&nbsp;อายุ&nbsp;7-12&nbsp;ปี&nbsp;ให้ความรู้การป้องกันยาเสพติดที่เหมาะสม&nbsp;มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนสำรวจค้นหานักเรียนที่มีความเสี่ยง&nbsp;เพื่อการดูแลช่วยเหลือที่เหมาะสม&nbsp;สำหรับอายุ&nbsp;13-19&nbsp;ปี&nbsp;เสริมสร้างทักษะในการจัดการชีวิต&nbsp;ทักษะอาชีพสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในเด็กและเยาวชนนอกสถานศึกษา&nbsp;และแผนงานการสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการที่มีลูกจ้าง&nbsp;10&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ต้องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ๆ&nbsp;ในสถานประกอบกิจการ&nbsp;สถานประกอบกิจการได้รับ&nbsp;(มยส.)&nbsp;โรงงานสีขาว&nbsp;และสถานประกอบการ&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;๑๐&nbsp;คนลงมา&nbsp;ให้สร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในสถานประกอบการเผยแพร่ความรู้เพื่อป้องกันยาเสพติดในกลุ่มแรงงานนอกระบบโดยอาสาสมัครแรงงาน&nbsp;แผนงานการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของครอบครัว&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.ส่งเสริมละพัฒนาความร่วมมือของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน&nbsp;(ศพค.)&nbsp;ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งในครอบครัวและพัฒนาทักษะของบุตรหลานเพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด&nbsp;2.&nbsp;เสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านครอบครัวให้กับกลุ่มเป้าหมายในศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน&nbsp;(ศพค.)&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวได้พัฒนาทักษะด้านการดูแลบุตรหลานเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดแผนงานการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ดังนี้&nbsp;การแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ชุมชนไม่มีปัญหา&nbsp;(รักษาสภาพ)&nbsp;หมู่บ้านชุมชน&nbsp;ที่พบผู้เสพในหมู่บ้านชุมชนจะนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา&nbsp;และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของหมู่บ้านชุมชน&nbsp;กองทุนแม่&nbsp;มาตรการบำบัดรักษา&nbsp;มาตรการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายและมาตรการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ในห้วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ห้วงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ไม่พบการลำเลียงผ่านเส้นทางสายหลัก&nbsp;พบเพียงแหล่งพักยาเสพติดในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงกับตอนล่าง&nbsp;โดยแหล่งพักยาเสพติดอยู่ในพื้นที่อำเภอศรีรัฐนิคม&nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มเครือข่ายนายสุรัตน์&nbsp;หรือไข่เล็ก&nbsp;ฉิมเรือง&nbsp;ยังคงมีความเคลื่อนไหวรับส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยใช้พื้นที่อำเภอพระแสงเก็บพักยาเสพติด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการรับและส่งยาเสพติดจะนำมาวางไว้</strong>บริเวณหลักกิโลเมตรหรือบริเวณริมถนนสายเซาเทิร์น&nbsp;ชีบอร์ด&nbsp;(กระบี่&nbsp;-&nbsp;สุราษฎร์ธานี)&nbsp;ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวจะมีการกระจายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;สำหรับนักค้ารายสำคัญในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยภาพรวมจะอยู่ในพื้นที่อำเภอพระแสง&nbsp;คีรีรัฐนิคม&nbsp;กาญจนดิษฐ์&nbsp;เมือง&nbsp;บ้านนาสาร&nbsp;เคียนซา&nbsp;และบ้านนาเดิม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติดยังคงพบว่า</strong>อยู่ในพื้นที่ชุมชนเมือง&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่&nbsp;สำหรับยาเสพติดที่แพร่ระบาดเป็น&nbsp;ยาบ้า&nbsp;ไอซ์&nbsp;และกัญซา&nbsp;เฮโรอีนยังมีการแพร่ระบาดเฉพาะพื้นที่อำเภอเกาะสมุยสถานการณ์การค้ายาเสพติด&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จากรายงานสถิติการจับกุมคดียาเสพติดพบการจับกุมคดียาเสพติดรวมผู้ต้องหา&nbsp;438&nbsp;คน&nbsp;จับกุม&nbsp;5&nbsp;ข้อหาหลักได้&nbsp;52&nbsp;คดี&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;59&nbsp;คน&nbsp;และสามารถตรวจยึดของกลางยาบ้าได้จำนวน&nbsp;880,029&nbsp;เม็ด&nbsp;ไอซ์&nbsp;2,815&nbsp;กรัม&nbsp;กัญชา&nbsp;1,980&nbsp;กรัม&nbsp;กัญชาแห้ง&nbsp;919&nbsp;กรัม&nbsp;เฮโรอีน&nbsp;2&nbsp;กรัม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222161232934"],
    [290,"น.ท.ประมวล ศรีทัน หัวหน้าฝ่ายสร้างความเข้าใจ ฉก.นย.ทร.ร่วมประชุมสภาสันติสุขตำบลบาเจาะครั้งที่ 2/2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.40&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ</strong>&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;นาวาโท&nbsp;ประมวล&nbsp;ศรีทัน&nbsp;หัวหน้าฝ่ายสร้างความเข้าใจ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ&nbsp;ร่วมประชุมสภาประชาธิปไตยตำบลบาเจาะ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอับดุลฮาลิม&nbsp;ลามะทา&nbsp;กำนันตำบลบาเจาะ&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมประชุมในครั้งนี้</p><p><strong>โดยที่ประชุมครั้งนี้ได้หารือในวาระด้านความมั่นคงและรักษาความสงบเรียบร้อย</strong>&nbsp;ด้านแผนงานและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านประสานแผนงานพัฒนาพื้นที่และงบประมาณ&nbsp;ด้านพัฒนาสังคม&nbsp;สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้านการพัฒนาการศึกษา&nbsp;ศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;ด้านงานอำนวยการและบริหารจัดการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นาวาโท&nbsp;ประมวล&nbsp;ศรีทัน&nbsp;หัวหน้าฝ่ายสร้างความเข้าใจ</strong>&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือได้กล่าวว่าเรื่องการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และนอกพื้นที่นั้น&nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่ที่ถูกต้องรวมทั้งที่ชัดเจนที่สุดคือไม่เข้าใจผิด&nbsp;คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหรือเกิดความสงสัยต่างๆ&nbsp;หรืออาจจะเป็นปัญหาของพี่น้องในพื้นที่ที่เสนอ&nbsp;ร้องทุกข์&nbsp;ทางฝ่ายความเข้าใจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต้องเข้าไปชี้แจงและสร้างความเข้าใจ&nbsp;รวมทั้งนำปัญหานั้นไปแก้ไข&nbsp;</p><p><strong>ทุกๆ&nbsp;ประเด็นหรือปัญหาที่เกิดขึ้นแน่นอนว่า&nbsp;</strong>สิ่งสำคัญเรื่องของการอยู่ในพื้นที่พี่น้องจะต้องได้รับความสุขทั้งกายและใจ&nbsp;ความสงสัยหรือปัญหาต่างๆนาๆ</p><p>จะได้รับการแก้ไขหรือได้รับคำตอบเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นอยู่อย่างมีความสุขและถ้ามีปัญหาขัดข้องใดหน่วยงานจะต้องเข้าไปชี้แจงและเข้าไปช่วยเหลือทุกๆด้าน&nbsp;จะต้องได้รับการแก้ไข</p><p><strong>ส่วนในเรื่องการประชุมวันนี้คือการประชุมสภาประชาธิปไตยตำบล&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่มีจุดศูนย์กลางในการนำปัญหาที่เกี่ยวข้องหรือทุกข์ของชาวบ้านทุกข์ของประชาชนในพื้นที่มาเสนอในสภาประชาธิปไตยตำบลโดยท่านกำนันเป็นประธานประชุมซึ่งทุกๆปัญหาของชาวบ้านก็ได้เสนอในที่ประชุมซึ่งมีหัวหน้าศูนย์ราชการต่างๆเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อรับฟังและนำเสนอข้อมูลเหล่านี้อโดยหน่วยงานเกี่ยวข้องก็จะรับทราบปัญหาและนำปัญหาไปแก้ไขให้กับชาวบ้านและพี่น้องในพื้นที่โดยเชื่อมโยงกับความเข้าใจคือทุกๆปัญหาจะได้รับการแก้ไขที่ประชาชนได้เสนอขอความต้องการหรือว่าขอพัฒนาพื้นที่ต่างๆได้รับการแก้ไขและการพัฒนาหรืออย่างไรก็ตามได้รับคำตอบต่างๆมี่เกิดความสงสัยไม่ให้ประชาชนพี่น้องเกิดความสงสัยไม่สบายใจในทุกเรื่อง</p><p><strong>การประชุมสภาประชาธิปไตยตำบลก็ถือว่ามีความสำคัญ</strong>ที่จะรวบรวมปัญหาและหาทางออกให้กับประชาชนนำสู่การพัฒนาพื้นที่ต่อไป&nbsp;ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;พี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าใจการทำงานของ&nbsp;จนท.รัฐและพร้อมให้ความร่วมมือต่างๆ&nbsp;เข้าใจสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นและพร้อมร่วมกันพัฒนาพื้นที่และให้เกิดสันติสุขในพื้นที่&nbsp;เกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222164718987"],
    [291,"ครม.เห็นชอบต่อกรอบท่าทีไทยสำหรับการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อกรอบท่าทีไทยสำหรับการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;สมัยที่&nbsp;5&nbsp;ช่วงที่&nbsp;2&nbsp;(UNEA&nbsp;5.2)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการประชุมสมัยพิเศษ&nbsp;เนื่องในวาระครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(UNEP@50)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;กรุงไนโรบี&nbsp;ประเทศเคนยา&nbsp;โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ครม.ยังเห็นชอบในหลักการต่อร่างข้อมติและข้อตัดสินใจ&nbsp;17&nbsp;ข้อมติ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศและโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ(UNEP)&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกและเห็นชอบในหลักการให้ประเทศไทยร่วมอุปถัมภ์&nbsp;ข้อมติที่ประเทศไทยได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวอย่างโดดเด่นทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกใน&nbsp;4&nbsp;ข้อ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่างข้อมติการจัดการมลพิษจากพลาสติกและการจัดการขยะทะเล&nbsp;2&nbsp;ข้อมติ&nbsp;และร่างข้อมติด้านการจัดการสารเคมี&nbsp;2&nbsp;ข้อมติ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พร้อมกันนี้&nbsp;ครม.ยังเห็นชอบในหลักการ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ต่อร่างปฏิญญาระดับรัฐมนตรี&nbsp;มีสาระสำคัญมุ่งเน้นการดำเนินงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืนและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และเห็นชอบร่างปฏิญญาทางการเมือง&nbsp;ซึ่งมีเนื้อหาเน้นย้ำถึงการให้คำมั่นที่จะเสริมสร้างการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ&nbsp;โดยบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจและสังคม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222201428122"],
    [292,"รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดสมุทรสงคราม","<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;สมุทรสงครามเป็นประธานการประชุม</strong>คณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมแม่กลอง&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p><strong>นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;&nbsp;เพื่อรับรองรายงานการประชุม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และรับทราบการรายงานของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในด้านความมั่นคง&nbsp;และเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาให้หน่วยงานด้านความมั่นคง&nbsp;ได้นำเสนอข้อมูลสำคัญและน่าสนใจเพื่อพิจารณาแก้ปัญหาในที่ประชุม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222175442037"],
    [293,"จ.นราธิวาสประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฯ","<p><strong>ที่ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>โดยมีประเด็นสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การวิเคราะห์สถานการณ์</strong>ในรอบที่ผ่านมาและแนวโน้มในห้วงต่อไป,การติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อการร้ายและการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน,คดีสำคัญ&nbsp;คดีความมั่นคง&nbsp;และผลการดำเนินการ,การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า,สถานการณ์การค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส,การสกัดกั้น&nbsp;ป้องปรามและการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมือง&nbsp;และการปฏิบัติหน้าที่ของชุดคุ้มครองตำบล&nbsp;(ชคต.)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำการปฏิบัติให้ตั้งอยู่บนความปลอดภัย</strong>&nbsp;และให้ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอรักษามาตรฐานการประเมินชุดคุ้มครองตำบลไว้ให้ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/2/2022","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222193423096"],
    [294,"อ.เบตง บูรณาการกำลังทุกภาคส่วนร่วมซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ","<p><strong>พ.อ.วิชิต&nbsp;ปัญติภาณุวัฒน์&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานการซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัยเมืองเศรษฐกิจ&nbsp;8&nbsp;เมืองหลัก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนทั้ง&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;กองกำลังภาคประชาชน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;โดยมี&nbsp;ผบ.ฉก.ตชด.44&nbsp;รอง&nbsp;ผกก.สภ.เบตง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;ร่วมซักซ้อมแผนในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>พ.อ.วิชิต&nbsp;ปัญติภาณุวัฒน์&nbsp;รอง&nbsp;ผบ.ฉก.ยะลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;รวมถึงพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งคนร้ายยังคงมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ&nbsp;เพื่อแสดงศักยภาพ&nbsp;รวมถึงตอบโต้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชนเกิดการสูญเสีย&nbsp;รวมไปถึงทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการซ้อมแผนรักษาความปลอดภัย&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;</strong>ได้กำหนดใช้&nbsp;3&nbsp;มิติการซ้อม&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;ก่อนเกิดเหตุ&nbsp;มุ่งเน้นการรับข่าวสารแจ้งเตือน&nbsp;และเพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ&nbsp;ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะของจุดตรวจ&nbsp;ด่านตรวจรอบเขตเมืองยะลา&nbsp;ระหว่างเกิดเหตุ&nbsp;เน้นการปฏิบัติตามขั้นตอน&nbsp;หลักยุทธวิธีของหน่วยในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สามารถระงับเหตุ&nbsp;หรือป้องกันการเกิดเหตุได้&nbsp;และ&nbsp;หลังเกิดเหตุ&nbsp;สามารถติดตาม&nbsp;จับกุม&nbsp;สืบสวนสอบสวน&nbsp;จนทราบตัวผู้ก่อเหตุ&nbsp;นำมาซึ่งการบังคับใช้กฎหมายได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจ&nbsp;ขั้นตอนการปฏิบัติ&nbsp;ในการแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","22/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222234400161"],
    [295,"สภาผู้แทนราษฏร เปิดโอกาสให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนประชาชนก่อนพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว","<p><strong>การประชุมสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ในเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ภายหลังการปรึกษาหารือของสมาชิกถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;และรับราบผลการดำเนินงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;ที่ประชุมมีวาระพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;ฉบับ&nbsp;เช่น&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;,&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;,&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..&nbsp;)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..&nbsp;)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีวาระพิจารณาเรื่องด่วน&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;โดยในจำนวนนี้มี&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการกระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เช่น&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ&nbsp;และได้ส่งคืนสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา</p>","23/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223101142190"],
    [296,"ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เตรียมพิจารณาปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และแนวทางการรักษาพยาบาลตามหลักการ UCEP","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;/โควิด-19&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุม&nbsp;ศบค.ชุดใหญ่&nbsp;ซึ่งจะประเมินสถานการณ์แนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;พิจารณาปรับมาตรการควบคุมดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;หลังจำนวนมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงการปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร&nbsp;แผนการให้บริการวัคซีน&nbsp;เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขยกระดับการเตือนภัยโควิด-19&nbsp;เป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;โดยขอความร่วมมือประชาชนงดเข้าสถานที่เสี่ยง&nbsp;เลี่ยงการรวมกลุ่ม&nbsp;ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะรายงานการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามหลักการ&nbsp;UCEPและแผนรองรับการรักษาผู้ป่วยที่ต้องมีเพียงพอ&nbsp;ซึ่งรวมถึงHome&nbsp;Isolation&nbsp;และCommunity&nbsp;Isolation&nbsp;นอกจากนี้คาดว่าจะมีการปรับมาตรการเปิดเรียนแบบ&nbsp;onsite</p>","23/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223105340217"],
    [297,"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง จัดอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมเทศบาลนครตรัง&nbsp;พลตรีมานพ&nbsp;น่วมบัว</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;รวมทั้งแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;3&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในราชอาณาจักร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อให้มวลชนในพื้นที่มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีต่อท้องถิ่นของตนเอง&nbsp;และเข้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสนับสนุนการดำเนินงานให้กับหน่วยงานภาครัฐในการเฝ้าระวังติดตาม&nbsp;ตรวจสอบสถานการณ์ในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;</p><p><strong>ทำให้หน่วยงานภาครัฐมีเครือข่ายในการติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ</strong>&nbsp;ในพื้นที่เฝ้าระวังนำไปสู่กระบวนการวางแผน&nbsp;กำหนดมาตรการ&nbsp;วางแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/2/2022","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223104909214"],
    [298,"ยะลา คนร้ายลอบวางระเบิดรถสายตรวจตำรวจ บาดเจ็บ 2 ราย","<p><strong>พ.ต.ต.อิสระพันธ์&nbsp;สุรทิพย์&nbsp;สว.(สอบสวน)สภ.ตาเซะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;รับแจ้งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;สภ.ตาเซะ&nbsp;ถูกลอบวางระเบิด&nbsp;มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ&nbsp;2&nbsp;นาย&nbsp;เหตุเกิดบ้านตาเซะ&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;ต่อมาพร้อม&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;กุลวงษ์มาณะโส&nbsp;สวญ.สนธิกำลังรุดไปที่เกิดเหตุห่างจาก&nbsp;สภ.ตาเซะราว&nbsp;2&nbsp;กม.พบรถกระบะสายตรวจ&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;และรถ&nbsp;จยย.อีก&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ&nbsp;ส.ต.ต.สืบพงศ์&nbsp;โสภิกุล&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;</strong>ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขาขวา&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.ชลธี&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;อายุเท่ากัน&nbsp;บาดเจ็บมือขวากับมีอาการหูอื้อ&nbsp;ถูกนำส่ง&nbsp;รพ.ศูนย์ยะลาแล้ว&nbsp;ในที่เกิดเหตุพบกล่องเหล็ก&nbsp;ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;สะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายจึงได้เก็บรวบรวมไว้</p><p><strong>สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า&nbsp;ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว</strong>&nbsp;มี&nbsp;ร.ต.อ.สนธยา&nbsp;คงทน&nbsp;หน.ชป.คร..เป็นหัวหน้าขุด&nbsp;นำกำลังออกลาดตระเวนด้วยรถกระบะและรถ&nbsp;จยย.รวม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;มาถึงที่เกิดเหตุ&nbsp;จู่&nbsp;ๆ&nbsp;ได้เกิดระเบิดขึ้น&nbsp;เป็นเหตุให้ส.ต.ต.สืบพงศ์&nbsp;โสภิกุล&nbsp;และ&nbsp;ส.ต.ต.ชลธี&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ที่ขับขี่&nbsp;รถ&nbsp;จยย.ถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ&nbsp;ส่วนคนร้ายคาดว่าเป็นแนวร่วมในพื้นที่แอบนำระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักราว&nbsp;1-2&nbsp;กก.มาวางไว้แบบเร่งด่วน&nbsp;จุดชนวนกับวิทยุสื่อสารขณะรถสายตรวจแล่นผ่าน&nbsp;จนเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บดังกล่าว&nbsp;คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223134352323"],
    [299,"ป่วนไม่เลิก คนร้ายลอบวางระเบิด ตูมสนั่นใกล้ถนนพาดรถไฟ ตำรวจ สภ.ตาเซะ ยะลา เจ็บ 2","<p><strong>พ.ต.ต.อิสระพันธ์&nbsp;สุรทิพย์&nbsp;สว.(สอบสวน)สภ.ตาเซะ</strong>&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ได้รับแจ้งจาก&nbsp;ร้อยเวร&nbsp;20&nbsp;ขณะที่ร้อยเวร&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;ชป.เคลื่อนที่เร็ว&nbsp;ออกตรวจด้วยรถ&nbsp;กระบะหุ้มเกราะ&nbsp;&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และ&nbsp;รถ&nbsp;จยย.จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ได้เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว&nbsp;ใกล้กับถนนพาดรถไฟ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านตาเซะ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ห่างจาก&nbsp;สภ.ตาเซะ&nbsp;ประมาณ&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;2&nbsp;นาย</p><p><strong>หลังรับแจ้ง&nbsp;พ.ต.ท.อรรถพล&nbsp;กุลวงษ์มานะโส&nbsp;สวญ.สภ.ตาเซะ</strong>&nbsp;นำกำลัง&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;ชุด&nbsp;เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด&nbsp;(EOD.)&nbsp;และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่&nbsp;10&nbsp;ยะลา&nbsp;&nbsp;ทหาร&nbsp;และ&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที&nbsp;ด้วยความระมัดระวังเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะก่อเหตุซ้ำซ้อน</p><p><strong>ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนน&nbsp;เจ้าหน้าที่พบแต่เพียงคราบเลือด</strong>จำนวนหนึ่ง&nbsp;ใกล้กันเล็กน้อยพบชิ้นส่วนไฟกระพริบหักโค่น&nbsp;และเศษสะเก็ดระเบิด&nbsp;&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;กระจัดกระจายเต็มพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน&nbsp;ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;และ&nbsp;ชุด&nbsp;กู้ชีพ&nbsp;-&nbsp;กู้ภัย&nbsp;ได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา&nbsp;ไปก่อนหน้านี้แล้ว&nbsp;ทราบชื่อภายหลัง&nbsp;ส.ต.ต.ชลธี&nbsp;ศรีแก้ว&nbsp;ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณมือและศีรษะ&nbsp;ส.ต.ต.สืบพงษ์&nbsp;โสภิกุล&nbsp;ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา&nbsp;แพทย์กำลังช่วยชีวิตเป็นการด่วน</p><p><strong>จากการสอบสวนทราบว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;</strong>สภ.ตาเซะ&nbsp;ร้อยเวร&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;ชป.เคลื่อนที่เร็ว&nbsp;ออกตรวจตราดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยรถยนต์กระบะหุ้มเกราะ&nbsp;4&nbsp;ประตู&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;รถ&nbsp;จยย.จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ตามปกติ&nbsp;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายที่ได้ลอบวางระเบิดแบบเร่งด่วน&nbsp;น้ำหนักไม่ต่ำกว่า&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แล้วได้กดชนวนระเบิดขึ้น&nbsp;ขึ้น&nbsp;1&nbsp;ลูก&nbsp;เสียงดังสนั่นหวั่นไหว&nbsp;ส่งผลทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บดังกล่าว&nbsp;เบื้องต้นคาด&nbsp;เป็นการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;หวังสังหารเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;เพื่อต้องการแสดงศักยภาพของกลุ่มว่ายังสามารถก่อเหตุสร้างความปั่นป่วนได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;พล.ต.ต.ทินกร&nbsp;รังมาตย์&nbsp;ผบก.ภ.จว.ยะลา&nbsp;ได้สั่งการด่วน</strong>ให้ทุกหน่วยในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพิ่มความเข้มงวด&nbsp;และเพิ่มความระมัดระวังในการออกปฏิบัติหน้าที่&nbsp;รวมถึงการรักษาฐานที่ตั้ง&nbsp;เตรียมความพร้อมกำลังพล&nbsp;อาวุธยุทโธปกรณ์&nbsp;พร้อมตอบโต้ได้ทันทีเมื่อมีสถานการณ์ทุกมิติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223134557325"],
    [300,"กระทรวงการต่างประเทศ เตือนคนไทย ระวังถูกหลอกไปทำงานในประเทศกัมพูชา","<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงพนมเปญ&nbsp;ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชาแล้วประมาณ&nbsp;1,500&nbsp;คน&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;เมืองใหญ่ของกัมพูชา&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดพระสีหนุ&nbsp;กรุงพนมเปญ&nbsp;และปอยเปต&nbsp;จังหวัดบันเตียเมียนเจย&nbsp;ตรงข้าม&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;มีแนวโน้มขยายไปบริเวณชายแดนเวียดนาม&nbsp;ซึ่งทางสถานทูตฯ&nbsp;ให้การช่วยเหลือส่งกลับประเทศไทยแล้วกว่า&nbsp;1,200&nbsp;คน&nbsp;แต่พบว่าแนวโน้มยังไม่ลดลง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงาน&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;ถูกหลอกผ่านนายหน้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;ให้ไปทำหน้าที่แอดมิน&nbsp;คอลเซ็นเตอร์&nbsp;ล่อลวงให้เหยื่อลงทุนในสินทรัพย์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;หากทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย&nbsp;ก็จะถูกขายทอดตลาดไปยังนายจ้างกลุ่มอื่น&nbsp;ซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์&nbsp;หากต้องการหนี&nbsp;ก็จะถูกทำร้ายร่างกาย&nbsp;จึงขอย้ำว่า&nbsp;ไม่ให้หลงเชื่อคำกล่าวอ้างต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปทำงานผิดกฎหมาย&nbsp;เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกหลอก&nbsp;ถูกทำร้ายร่างกายแล้ว&nbsp;ยังมีโทษในคดีอาญาของทั้งสองประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากข้อมูลยังพบว่า&nbsp;กลุ่มเป้าหมายที่ถูกหลอกส่วนใหญ่&nbsp;เป็นคนไทยในวัยทำงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</strong>&nbsp;โดยที่ผ่านมา&nbsp;ทางสถานทูตฯ&nbsp;ได้ช่วยเหลือและแจ้งความกับตำรวจกัมพูชา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ติดตามให้คำแนะนำแก่ญาติของผู้เสียหาย&nbsp;โดยจะใช้เวลา&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อดำเนินการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ก่อนช่วยเหลือส่งกลับได้&nbsp;</p>","23/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223131441289"],
    [301,"ศอ.บต. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง โอกาส ศักยภาพและความท้าทาย ของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทยภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;มหาวิทยาลัยฟาฏอนี&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;</strong>จังหวัดปัตตานี&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง&nbsp;โอกาส&nbsp;&nbsp;ศักยภาพ&nbsp;และความท้าทาย&nbsp;ของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;โดยภายในงานมีการกล่าวปาฐกถาจาก&nbsp;นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ผ่าน&nbsp;video&nbsp;conference&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;โอกาสและศักยภาพของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์&nbsp;ที่สมบูรณ์</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวในตอนหนึ่งว่า&nbsp;ภายใต้ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียจะเป็นทั้งโอกาส&nbsp;ความหวัง&nbsp;และเป็นความท้าทายในการเดินหน้าพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกมิติ&nbsp;ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องเตรียมพร้อมและร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในอนาคตโดยความร่วมมือที่สำคัญที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์&nbsp;ต่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ขอเน้นย้ำในเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;ได้มีส่วนร่วมในการคิดและออกแบบนโยบาย&nbsp;ออกแบบกลไกและแนวทางการพัฒนาภายใต้การเปิดศักราช&nbsp;เชื่อมความสัมพันธ์ของราชอาณาจักรไทยราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างสมบูรณ์&nbsp;ข้อเสนอของทุกท่าน&nbsp;ยืนยัน&nbsp;ที่จะให้การสนับสนุนและผลักดันไปเป็นวาระสำคัญการพัฒนา&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล&nbsp;เพื่อจะได้ดำเนินการเสนอและผลักดันกระบวนการทำงานของที่ประชุมไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมโดยเร็ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานมีการบรรยายในหัวข้อ&nbsp;โอกาส&nbsp;ศักยภาพ</strong>และความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;โดย&nbsp;นายอิซอม&nbsp;ซอเละห์&nbsp;เอช.&nbsp;อัลจีเตลี&nbsp;&nbsp;อุปทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย&nbsp;และ&nbsp;นายสธน&nbsp;เกษมสันต์&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อุปทูตไทยประจำกรุงริยาด&nbsp;ประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;มีการนำเสนอผลการระดมความคิดเห็นในขั้นต้น&nbsp;(Focus&nbsp;Group)&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นไปแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14-15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดย&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และ&nbsp;มีการให้ข้อเสนอแนะและแนวทางในการสร้างความสัมพันธ์ในประเด็นสำคัญต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;กล่าวถึงการผลักดันจังหวัดชายแดนภาคใต้</strong>สู่การเป็นพื้นที่อาหารฮาลาลโลกว่า&nbsp;มีความพร้อมในการผลักดันจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่การเป็นพื้นที่อาหารฮาลาลโลก&nbsp;พร้อมส่งเสริมการทำมาตรฐานฮาลาลที่ทั่วโลกยอมรับ&nbsp;โดยผลิตอาหารตั้งต้น&nbsp;กลางและปลายที่เชื่อมโยงกัน&nbsp;รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อเตรียมสร้างนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;เข้าสู่ตลาดแรงงานที่มีศักยภาพ&nbsp;พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมโยงจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่ประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างสมบูรณ์&nbsp;โดยต้องอาศัยศักยภาพแกนนำบุคคลเพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกมิติโดยเฉพาะอย่างยิ่งความก้าวหน้าทางความสัมพันธ์&nbsp;ของไทยและซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และพัฒนาทักษะภาษาอาหรับเพื่อให้เข้าสู่ตลาดแรงงานที่สามารถสร้างรายได้ในการดูแลตนเองและครอบครัว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การรวบรวมข้อเสนอแนะในครั้งนี้จะเป็นการรวบรวบข้อมูล&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้มิติความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เพื่อจัดทำเป็นร่างกรอบและจะปรับปรุง&nbsp;หลังจาก&nbsp;รับคำแนะนำ&nbsp;ข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะในครั้งนี้เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศนำเสนอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต่อที่ประชุม&nbsp;กพต.&nbsp;และเสนอ&nbsp;ครม.ต่อไป&nbsp;เชื่อมั่นว่าจะเป็นทิศทางสำคัญที่จะยกระดับความร่วมมือ&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;และจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน&nbsp;มีการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;(Focus&nbsp;Group)&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;เพื่อรวบรวบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้มิติความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน&nbsp;จะเป็นประโยชน์สูงสุด&nbsp;กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย&nbsp;ที่สำคัญในการดำเนินการในพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ระดับประเทศต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","23/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223142358351"],
    [302,"ศอ.บต. จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง โอกาส ศักยภาพและความท้าทาย ของจังหวัดชายแดนภาคใต้และ ของประเทศไทยภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;มหาวิทยาลัยฟาฏอนี&nbsp;อำเภอยะรัง</strong>&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง&nbsp;โอกาส&nbsp;&nbsp;ศักยภาพ&nbsp;และความท้าทาย&nbsp;ของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทยภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;ภายในงานมีการกล่าวปาฐกถาจาก&nbsp;นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ผู้แทนนายกรัฐมนตรี&nbsp;ผ่าน&nbsp;video&nbsp;conference&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;&nbsp;โอกาสและศักยภาพของประเทศไทยและจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์&nbsp;ที่สมบูรณ์</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;นาคาศัย&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทุกท่านคงได้รับทราบข่าวที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;จากการที่พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ&nbsp;เป็นการเปิดศักราชเชื่อมความสัมพันธ์ของราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างสมบูรณ์&nbsp;ถือเป็นย่างก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;พัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนทั้งสองประเทศ&nbsp;อย่างแน่นแฟ้น&nbsp;และพร้อมจะเดินไปสู่ความสำเร็จด้วยกัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการบรรยายในหัวข้อ&nbsp;โอกาส&nbsp;ศักยภาพและความท้าทาย</strong>ของจังหวัดชายแดนภาคใต้และของประเทศไทย&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์&nbsp;โดย&nbsp;นายอิซอม&nbsp;ซอเละห์&nbsp;เอช.&nbsp;อัลจีเตลี&nbsp;อุปทูตราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียประจำประเทศไทย&nbsp;และนายสธน&nbsp;เกษมสันต์&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;อุปทูตไทยประจำกรุงริยาด&nbsp;ประเทศซาอุดีอาระเบีย&nbsp;และ&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีการให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการสร้างความร่วมมือในประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านพลังงาน&nbsp;ด้านแรงงาน&nbsp;ด้านอาหาร&nbsp;ด้านสุขภาพด้านความมั่นคง&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ศาสนาและวัฒนธรรม&nbsp;ด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;ตลอดจนด้านการกีฬา&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/2/2022","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223142735353"],
    [303,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. รับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>&nbsp;กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.&nbsp;รับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต&nbsp;การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตและการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ&nbsp;(Zero&nbsp;Emission&nbsp;Vehicle:&nbsp;ZEV)&nbsp;ของยานยนต์ทุกประเภทอีกด้วย&nbsp;เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนฯ&nbsp;ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี&nbsp;และไม่ใช่ภาษีโดยเป็นมาตรการระยะสั้น&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2568&nbsp;</p><p><strong>ช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;(ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2566)&nbsp;มาตรการสนับสนุนฯ</strong>&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว&nbsp;ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์&nbsp;/&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;และกรณีรถยนต์&nbsp;/&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;/&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ&nbsp;(CKD)&nbsp;ผ่านการยกเว้นหรือลดอากรนำเข้า&nbsp;ลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนด&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม&nbsp;สร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของผู้ประกอบการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในไทย</p><p><strong>ส่วนช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีถัดไป&nbsp;(ปี&nbsp;2567&nbsp;-&nbsp;2568)&nbsp;มาตรการสนับสนุน</strong>&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก&nbsp;โดยยกเลิกการยกเว้น&nbsp;/&nbsp;ลดอากรนำเข้า&nbsp;รถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;แต่ยังคงมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;และ/หรือ&nbsp;ให้เงินอุดหนุนตามเงื่อนไขที่กำหนดต่อไป&nbsp;เพื่อทำให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคันที่นำเข้าสูงกว่ารถยนต์&nbsp;/&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","23/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223152748385"],
    [304,"จ.หนองคาย ป.ป.ช.จัดโครงการแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่","<p><strong>ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดโครงการแก้ไขปัญหาทุจริตในพื้นที่ของสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&nbsp;และชี้ให้เห็นบทลงโทษของผู้กระทำการทุจริต&nbsp;ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการแก้ไขปัญหาการทุจริต</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมคอนเวนชั่นฮอลล์&nbsp;โรงแรมหนองคายธาวิลล่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแก้ไขปัญหาทุจริตในพื้นที่ของสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองคาย&nbsp;ที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองคาย&nbsp;จัดให้มีขึ้น</p><p><strong>โครงการแก้ไขปัญหาทุจริตในพื้นที่ของสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองคาย&nbsp;</strong>ที่จัดให้มีขึ้นครั้งนี้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต&nbsp;และชี้ให้เห็นบทลงโทษของผู้กระทำการทุจริต&nbsp;ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการแก้ไขปัญหาการทุจริต&nbsp;และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;และระเบียบ&nbsp;ประกาศ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;รองผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;136&nbsp;คน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","23/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223175613467"],
    [305,"ครม.ชะลอการยกเลิก UCEP โควิด19 ยังเป็นโรคฉุกเฉิน รักษาฟรีได้ทุกที่ทุกสิทธิ์","<p><strong>ภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ออกประกาศเรื่องข้อกำหนดเกณฑ์รักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;</strong>เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน&nbsp;หรือยูเซ็ป&nbsp;(UCEP)&nbsp;ซึ่งจะมีการปรับให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้ารักษาฟรีตามสิทธิสุขภาพของตนเอง&nbsp;เช่น&nbsp;ประกันสังคม&nbsp;สวัสดิการข้าราชการ&nbsp;สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(บัตรทอง)&nbsp;โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไปนั้น</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบให้กระทรงสาธารณสุข&nbsp;เลื่อนการประกาศยกเลิกใช้ระบบ&nbsp;UCEP&nbsp;</strong>หรือการรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กรณีวิกฤตหรือฉุกเฉินออกไปก่อน&nbsp;เนื่องจากแนวโน้มการติดเชื้อมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้นพร้อมทั้งขอให้ยึดหลักเจ็บป่วยวิกฤต&nbsp;ฉุกเฉิน&nbsp;รักษาฟรีทุกที่&nbsp;พร้อมกันนี้ต้องมีการซักซ้อมทำความเข้าใจ&nbsp;ปรับการบริการ&nbsp;รองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือกลุ่มสีเขียวที่มีค่อนข้างมาก&nbsp;รวมถึงให้เพิ่มคู่สาย&nbsp;1331&nbsp;ให้การบริการครอบคลุม&nbsp;จึงถือว่าให้ชะลอประกาศออกไปโดยยังไม่มีผลบังคับใช้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ยังเป็นโรคฉุกเฉิน&nbsp;รักษาฟรีได้ทุกที่ทุกสิทธิ์&nbsp;รพ.เอกชนปฏิเสธไม่ได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","23/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223220148556"],
    [306,"ครม.เห็นชอบปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ สนับสนุนยานยนต์ ไฟฟ้า ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด","<p><strong>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>&nbsp;ตามที่กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตเสนอให้พิจารณามาตรการภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิต&nbsp;เพื่อส่งเสริมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;CO2&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้รถสันดาปภายในเปลี่ยนมาเป็นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","23/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223215926555"],
    [307,"เร่งสร้างสัมพันธ์? ไทย-ซาอุ?ฯ เผย? เป็นนิมิตหมาย?ที่ดีในการยกระดับเศรษฐกิจ? จชต.","<p><strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดงานสัมมนา?&nbsp;</strong>\"โอกาส?&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาค?ใต้?&nbsp;และของประเทศไทย?&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบียโดยสมบูรณ์\"&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุชา?&nbsp;นาคาศัย?&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี?&nbsp;เป็นประธาน?และร่วมปาฐกถา?&nbsp;\"ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;โอกาสและศักยภาพของประเทศและจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์\"&nbsp;และมี&nbsp;นายอิซอม?&nbsp;ซอและห์?&nbsp;เอช.?&nbsp;อัลจีเตลี?&nbsp;อุปทูตสถานเอกอัครราชทูต?อาณาจักรซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;ประจำประเทศไทย?&nbsp;และ&nbsp;นายสธน?&nbsp;เกษมสันต์?&nbsp;ณ?&nbsp;อยุธยา?&nbsp;อุปทูตไทย?&nbsp;ณ?&nbsp;กรุงริยาด?&nbsp;ประเทซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมบรรยายพิเศษ?&nbsp;โอกาส?&nbsp;ศักยภาพ?&nbsp;และความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาค?ใต้?&nbsp;และของประเทศไทย?&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;โดยสมบูรณ์</p><p><strong>นายอิซอม?&nbsp;ซอและห์?&nbsp;เอช.?&nbsp;อัลจีเตลี?&nbsp;อุปทูตสถานเอกอัครราชทูต?อาณาจักรซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;ประจำประเทศไทย</strong>?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับประเทศไทยเป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน?&nbsp;และถูกสถาปนาขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม&nbsp;2500&nbsp;และผ่านช่วงเวลาต่างๆจนนำไปสู่การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ?&nbsp;สู่ระดับอุปทูต?&nbsp;อย่าง?ไรก็ตาม&nbsp;จากการที่?&nbsp;พลเอก?&nbsp;ประยุทธ์?&nbsp;จันทร์โอชา?&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;เยือนซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามคำเชิญของ?&nbsp;เจ้าชายมูฮัมหมัด?&nbsp;บิน?&nbsp;ซัลมาน?&nbsp;บิน?&nbsp;อับดุลอาซิซ?&nbsp;อัล&nbsp;ซาอูด?&nbsp;มกุฎราชกุมาร?&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;พร้อมร่วมแถลงการณ์ของทั้งสองประเทศภายหลังการเยือนดังกล่าว?&nbsp;เปรียบเสมือน&nbsp;road&nbsp;map&nbsp;และเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่?&nbsp;สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ?&nbsp;และเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง?&nbsp;สำหรับการเป็นหุ้นส่วนในด้านต่างๆ?&nbsp;อย่างไรก็ตามการค้าระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศในปี?&nbsp;ค.ศ&nbsp;2020&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;5.5&nbsp;พันล้านดอลลาร์?&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;2&nbsp;เท่าภายในระยะเวลาอันสั้นนี้</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสธน?&nbsp;เกษมสันต์?&nbsp;ณ?&nbsp;อยุธยา?&nbsp;อุปทูต?ประเทศ?ไทย&nbsp;ณ?&nbsp;กรุงริยาด?&nbsp;ประเทศ?ซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;</strong>กล่าวว่า?&nbsp;การรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และการเยือนประเทศ?ไทยของเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก?&nbsp;ซึ่งเป็นชาวซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;รวมถึงการตอบรับคำเชิญที่จะมาเยือนประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ของเลขาธิการองค์การ&nbsp;OIC&nbsp;ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศของประเทศมุสลิมซึ่งมี?ซาอุดีอาระเบียเป็นแกนหลัก?&nbsp;ถือว่าเป็นข่าวดีและเรื่องที่ดีสำหรับคนไทย?&nbsp;ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด?&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศกำลังยกร่าง&nbsp;road&nbsp;map&nbsp;ของความร่วมมือในภาพรวม</strong>และอยู่ระหว่างการจัดตั้งกลไกหารือทวิภาคีอย่างเป็นทางการ?&nbsp;รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานต่างๆ&nbsp;เพื่อจัดทำข้อตกลงให้เป็นกรอบในการดำเนินการร่วมกันในหลายด้าน?&nbsp;เช่น?&nbsp;ด้านแรงงาน?&nbsp;การท่องเที่ยว?&nbsp;การลงทุน?&nbsp;เป็นต้น?&nbsp;สำหรับข้อความที่นายกรัฐมนตรีฝากถึงคนไทยในซาอุดีอาระเบียและคนไทยที่จะเดินทางไปซาอุดีอาระเบียในอนาคตนั้น?&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า?&nbsp;คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าใด?&nbsp;หรือประกอบอาชีพใด?&nbsp;เป็นเหมือนทูตของไทยในซาอุดีอาระเบียทั้งสิ้น?&nbsp;สามารถช่วยสร้างและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในซาอุดีอาระเบีย?&nbsp;เพื่อสร้างสัมพันธ์ระดับประเทศให้ดีขึ้นต่อไป</p><p><strong>สำหรับการร่างกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงานการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้?</strong>&nbsp;ที่&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;จัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นในช่วงวันที่&nbsp;14-15?&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา?&nbsp;โดยมีผู้นำศาสนา?&nbsp;ภาคประชาสังคม?&nbsp;ภาคเอกชน?&nbsp;ภาค?ประชาชน?&nbsp;นักศึกษาและศิษย์?เก่าจากต่างประเทศเข้าร่วมประชุมและเสนอข้อคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;ภายใต้สัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดีอาระเบียใน??&nbsp;9&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย?&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว?&nbsp;พลังงาน?&nbsp;แรงงาน?&nbsp;อาหาร?&nbsp;การค้าและการลงทุน?&nbsp;สุขภาพ?&nbsp;ค?วามร่วมมือทางการศึกษา?&nbsp;ศาสนา?&nbsp;และด้านการกีฬา?&nbsp;โดยจะมีการพิจารณาร่างกรอบแนวทางขับเคลื่อนงานที่สมบูรณ์&nbsp;เพื่อส่งต่อให้กระทรวงการต่างประเทศนำไปขับเคลื่อนและผลักดันต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","23/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223213629553"],
    [308,"ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เตรียมพิจารณากฎหมายลูก 2 ฉบับวันนี้","<p><strong>การประชุมร่วมกันของรัฐสภา</strong>&nbsp;พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง&nbsp;ที่มี&nbsp;ส.ส.เข้าชื่อเสนอ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;10&nbsp;ฉบับ&nbsp;แบ่งเป็นร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;เสนอโดย&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคก้าวไกล&nbsp;และร่างพระชาบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;เสนอโดยคณะรัฐมนตรี&nbsp;พรรคร่วมฝ่ายค้าน&nbsp;พรรคประชาชาติ&nbsp;&nbsp;พรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;พรรคก้าวไกลและพรรคพลังประชารัฐ&nbsp;โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการพิจารณาวาระแรกขั้นรับหลักการ&nbsp;โดยกรอบเวลาการอภิปรายเบื้องต้นกำหนดไว้ระหว่างวันที่&nbsp;24-25&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;แบ่งเวลาอภิปรายทั้งฝ่ายรัฐบาล&nbsp;ฝ่ายค้านและวุฒิสภา&nbsp;ฝ่ายละ&nbsp;6&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>ขณะที่มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เป็นไปอย่างเข้มงวด</strong>&nbsp;โดยผู้ที่เดินทางเข้ามาในรัฐสภาต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งต้องลงทะเบียนคัดกรองโควิด&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาและเว้นระยะห่าง&nbsp;รวมทั้งจัดบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;จนถึงเวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","24/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224113005668"],
    [309,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. ชะลอการยกเลิก UCEP พร้อมเตรียมระบบรักษาผู้ป่วยตามความเหมาะสม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ออกประกาศเรื่องข้อกำหนดเกณฑ์รักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน&nbsp;หรือยูเซ็ป&nbsp;(UCEP)&nbsp;ซึ่งจะมีการปรับให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้ารักษาฟรีตามสิทธิสุขภาพของตนเอง&nbsp;เช่น&nbsp;ประกันสังคม&nbsp;สวัสดิการข้าราชการ&nbsp;สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(บัตรทอง)&nbsp;โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไปนั้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ล่าสุด&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบให้กระทรงสาธารณสุข&nbsp;เลื่อนการประกาศยกเลิกใช้ระบบ&nbsp;UCEP&nbsp;</strong>หรือการรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กรณีวิกฤตหรือฉุกเฉินออกไปก่อน&nbsp;เนื่องจากแนวโน้มการติดเชื้อมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งขอให้ยึดหลักเจ็บป่วยวิกฤต&nbsp;ฉุกเฉิน&nbsp;รักษาฟรีทุกที่พร้อมกันนี้ต้องมีการซักซ้อมทำความเข้าใจ&nbsp;ปรับการบริการ&nbsp;รองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือกลุ่มสีเขียวที่มีค่อนข้างมาก&nbsp;รวมถึงให้เพิ่มคู่สาย&nbsp;1331&nbsp;ให้การบริการครอบคลุม&nbsp;จึงถือว่าให้ชะลอประกาศออกไปโดยยังไม่มีผลบังคับใช้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขประกาศระดับการเตือนภัยโควิดเป็นระดับ&nbsp;4&nbsp;ทั่วประเทศ</strong>&nbsp;ซึ่งเดิมทีกระทรวงสาธารณสุขประกาศเตือนภัยโควิด-19&nbsp;ระดับ&nbsp;4&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;ระดับมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้และไม่เคยประกาศลดระดับ&nbsp;ส่วนสาเหตุที่จะต้องประกาศระดับ&nbsp;4&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;นั้นเพื่อเป็นการเน้นย้ำให้กับประชาชนเท่านั้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากสถานการณ์ที่ต้องเตือนภัยระดับ&nbsp;4&nbsp;</strong>เนื่องจากการติดเชื้อตอนนี้มีแบ่งสีเป็นส้มและสีแดง&nbsp;โดยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;(13-19&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีการติดเชื้อกระจายทั่วประเทศเป็นพื้นที่สีแดงและสีส้ม&nbsp;โดยสีแดงมีผู้ติดเชื้อมากกว่า&nbsp;100&nbsp;ต่อประชากรแสนคนส่วนสีส้มประมาณ&nbsp;10-99&nbsp;ต่อประชากรแสนคน&nbsp;ซึ่งกลุ่มอายุที่ติดเชื้อพบเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม&nbsp;แต่มากสุดคือ&nbsp;วัยทำงาน&nbsp;และวัยเด็ก&nbsp;ดังนั้นการทำงาน&nbsp;การทานข้าวด้วยกัน&nbsp;การมีกิจกรรมร่วมกันยังเป็นปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224095751622"],
    [310,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม. มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวถึงการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์&nbsp;สนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด&nbsp;ว่า&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามที่กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตเสนอให้พิจารณามาตรการภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิต&nbsp;เพื่อส่งเสริมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;CO2&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้รถสันดาปภายในเปลี่ยนมาเป็นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมสรรพสามิต&nbsp;ได้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างแรงจูงใจในการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น&nbsp;โดยการทยอยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ประเภทพลังงานเชื้อเพลิงให้เหมาะสมแบบขั้นบันได&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;และ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2573&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ&nbsp;1&nbsp;จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตประกาศกำหนด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/2/2022","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224100037624"],
    [311,"เปิด มิติ ข้อเสนอ จาก จชต. ต่อคณะ นรม.มซ. จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่าง 24-26 นี้","<p><strong>ตามที่&nbsp;ดาโต๊ะ&nbsp;โยเยีย&nbsp;ซามูเอล&nbsp;(Datuk&nbsp;Jojie&nbsp;Samuel)&nbsp;</strong>เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย&nbsp;ได้เผย&nbsp;หลังเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำวันตรุษจีนของสโมสร&nbsp;Malaysia&nbsp;&nbsp;Thailand&nbsp;&nbsp;Club&nbsp;(KMT)&nbsp;ที่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;ว่า&nbsp;ดาโต๊ะ&nbsp;สรี&nbsp;อิสมาอิล&nbsp;ซับรี&nbsp;ยาอากอบ&nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย&nbsp;จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;24-26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ตามคำเชิญของ&nbsp;พล.อ.&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ถือเป็นเยือนไทยครั้งแรกนับตั้งแต่&nbsp;ดาโต๊ะ&nbsp;สรี&nbsp;อิสมาอิลฯ&nbsp;เข้ารับตำแหน่ง&nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย&nbsp;เมื่อ&nbsp;ส.ค.&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งในวาระการประชุมหารือระหว่างการเยือนครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;การเปิดพรมแดน,&nbsp;ความร่วมมือทวิภาคี&nbsp;ตลอดจนการสำรวจโอกาสทางการค้า&nbsp;และการลงทุนหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การรับรู้ใบรับรองการฉีดวัคซีนจากทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเดินเยือนทางไทยของ&nbsp;ดาโต๊ะ&nbsp;สรี&nbsp;อิสมาอิลฯ&nbsp;คาดว่าจะนำมาซึ่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าวดีเกี่ยวกับการเปิดพรมแดนทางบก&nbsp;ไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซียอีกครั้ง</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;นายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม.&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศอ.บต.&nbsp;มีข้อเสนอ&nbsp;การประชุมหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีประเทศไทยและนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซียและได้เตรียมแผนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้ง&nbsp;ในเรื่องของการเร่งรัดดำเนินโครงการตามกรอบแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย&nbsp;&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ไทย&nbsp;(Indonesia-Malaysia-Thailand&nbsp;Growth&nbsp;Triangle:&nbsp;IMT&nbsp;&nbsp;GT)&nbsp;โดยเฉพาะแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงชายแดนประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก&nbsp;(แห่งที่&nbsp;2)&nbsp;อำเภอสุไหงโกลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส,&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก&nbsp;อำเภอตากใบ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีความร่วมมือเรื่องดังกล่าวมากว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;และโครงการเชื่อมโยงระบบการขนส่งทางราง&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่อำเภอสุไหงโกลก&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และรัฐกลันตันในประเทศมาเลเซีย&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวร่วมกันของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ข้อเสนอการริเริ่มนำร่องเมืองคู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์&nbsp;ฝ่ายประเทศไทยเห็นควรเสนอเมืองท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งมีอัตลักษณ์ความเป็นพหุสังคม&nbsp;ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ&nbsp;ประเพณี&nbsp;วัฒนธรรมและอาหารเฉพาะถิ่นที่มีความงดงามเป็นการเฉพาะ&nbsp;ในขณะที่ประเทศมาเลเซีย&nbsp;เห็นควรเสนอรัฐปีนัง&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;เป็นเมืองคู่พัฒนาด้านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์&nbsp;จากพื้นฐานอัตลักษณ์เฉพาะเมืองที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน&nbsp;อันจะสร้างความเป็นเมืองคู่ฐานและยกระดับการพัฒนาในมิติการท่องเที่ยวและการพัฒนาอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;ประเทศไทยมีโครงการวิ่งตามภูมิศาสตร์ในขณะที่ประเทศมาเลเซียมีการแข่งขันวิ่งมาราธอน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ส่งเสริมให้นักธุรกิจรุ่นใหม่และองค์กรภาคธุรกิจของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ</strong>&nbsp;มีความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่&nbsp;ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมนวัตกรรมทั้งในระดับอุตสาหกรรม&nbsp;ระดับองค์กรและระดับประชาชนทั่วไป&nbsp;มีการแลกเลี่ยนความร่วมมือ&nbsp;ความรู้ด้านเทคนิคทางการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการนำวิจัย&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านเกษตรกรรม&nbsp;การค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;แรงงาน&nbsp;และพาณิชย์&nbsp;และการเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและธุรกิจเอกชนเพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนพันธมิตรในการดำเนินงานทั้งในระดับนโยบาย&nbsp;และปฏิบัติ&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างให้เกิด&nbsp;ระบบนวัตกรรมระหว่างประเทศ&nbsp;ขึ้นโดยเร็ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โดยอาจให้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการพัฒนาในระยะต่อไป</p><p><strong>เร่งรัดดำเนินการให้&nbsp;ABD&nbsp;ดำเนินการจัดทำรายงานการศึกษาการ</strong>เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจที่&nbsp;6&nbsp;(Economic&nbsp;Corridor&nbsp;6)&nbsp;ตามที่มีการเสนอพัฒนาเขตเศรษฐกิจและการค้าใหม่ภายใต้กรอบแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย&nbsp;&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ไทย&nbsp;(Indonesia-Malaysia-Thailand&nbsp;Growth&nbsp;Triangle:&nbsp;IMT&nbsp;&nbsp;GT)&nbsp;และดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการและการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติที่เป้นรูปธรรมเพื่อเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจและการค้าของทั้ง&nbsp;3&nbsp;ประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาตามที่ที่ประชุมผู้นำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย&nbsp;&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;&nbsp;ไทย&nbsp;เห็นชอบไว้ด้วยแล้ว</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;เชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนให้เป็นหมุดหมายของการพัฒน</strong>าพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;การค้าและการท่องเที่ยวของประเทศไทยและประเทศมาเลเซียในเชิงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์การพัฒนา&nbsp;ผ่าน&nbsp;การจัดตั้งระเบียงเศรษฐกิจลิมอดาซา&nbsp;(Limor&nbsp;Dasar&nbsp;Version&nbsp;5-5-5)&nbsp;บนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5&nbsp;จังหวัดใต้สุดของไทย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;จังหวัดสตูลและจังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;5&nbsp;รัฐทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย&nbsp;ประกอบด้วยรัฐกลันตัน&nbsp;รัฐเคดะห์&nbsp;รัฐเปรัค&nbsp;รัฐเปอร์ลิสและรัฐปีนัง&nbsp;ในความร่วมมือ&nbsp;5&nbsp;สาขาสำคัญเพื่อพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจร่วมกัน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คือ&nbsp;สาขาการค้า&nbsp;สาขาการลงทุน&nbsp;สาขาการท่องเที่ยว&nbsp;สาขาโลจิสติกส์และสาขาอุตสาหกรรมเกษตรอาหารฮาลาล</p><p><strong>พ.อ.เกียรติศักดิ์&nbsp;ณีวงษ์&nbsp;โฆษก&nbsp;กอ.รมน.ภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้านของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ได้เตรียมพร้อมของมาตรการ&nbsp;ในการเฝ้าระวัง&nbsp;และป้องกันและดูแลตามตะเขบชายแดน&nbsp;รวมทั้งยังเน้นหนักจากผู้บังคับบัญชามาอย่างต่อเนื่องในการ&nbsp;บูรณาการตาม&nbsp;แผนขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการชายแดนด้านความมั่นคง&nbsp;โดยมุ่งให้เกิดการบูรณาการ&nbsp;การดำเนินงานของหน่วยงานความมั่นคงอย่างมีเอกภาพ&nbsp;และประสิทธิภาพ&nbsp;มีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนในลักษณะประชารัฐ&nbsp;และส่งเสริมกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในทุกระดับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224103811637"],
    [312,"การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง สมัยสามัญ สมัยแรก ประจำปี พ.ศ.2565","<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ดำเนินการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;สมัยสามัญสมัยแรก&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;มีคณะผู้บริหารสมาชิกสภาหัวหน้าส่วนราชการประชุมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบดังนี้&nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2563,&nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564,&nbsp;ญัตติขออนุมัติโอนงบประมาณรายจ่ายตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565,&nbsp;ญัตติขออนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงงบประมาณรายจ่าย&nbsp;ตามข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และญัตติขอความเห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันจัดทำบริการสาธารณะด้านการกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;และให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันจัดทำบริการสาธารณะด้านการกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นในจังหวัดลำปาง&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;101&nbsp;แห่ง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในญัตติคัดเลือกคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;โดยสภาฯ&nbsp;ได้ดำเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายถาวร&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;และนายธนาวุฒิ&nbsp;เป็งขวัญ&nbsp;และผลการคัดเลือกคณะกรรมการคมนาคม&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายถาวร&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;พ.ต.ท.พิมล&nbsp;คงทอง&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;เตชะปลูก&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;มาเรียน&nbsp;นายกฤศน์วัต&nbsp;ประสาน&nbsp;นายพิเชฐ&nbsp;ทินอยู่&nbsp;และ&nbsp;น.ส.ศุภารนันท์&nbsp;เชื้อจิ๋ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/2/2022","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224112624665"],
    [313,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.ไฟเขียวลดภาษี นำเข้ารถยนต์ EV สูงสุด 40 %","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามที่กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต&nbsp;เสนอให้พิจารณามาตรการภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิต&nbsp;เพื่อส่งเสริมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย&nbsp;และการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;CO2&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป&nbsp;(CBU)&nbsp;ประกอบสำเร็จรูปนำเข้าทั้งคัน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้&nbsp;FTA&nbsp;และการนำเข้าทั่วไป&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2566&nbsp;ดังนี้</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">1.ราคาขายปลีกแนะนำ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กรณีใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;อากรไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ให้ยกเว้นอากร&nbsp;&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;อากรเกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ให้ลดลงอีกร้อยละ&nbsp;40&nbsp;สำหรับกรณีนำเข้าทั่วไป&nbsp;อากรร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ให้ลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;2.&nbsp;ราคาขายปลีกตั้งแต่&nbsp;2-7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;กรณีใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;อากรไม่เกินร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ให้ยกเว้นอากร&nbsp;&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;อากรเกินร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ให้ลดลงอีกร้อยละ&nbsp;20&nbsp;สำหรับอัตราอากรนำเข้าทั่วไปให้ลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","24/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224134019740"],
    [314,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ ครม.ชะลอการยกเลิก UCEP พร้อมเตรียมระบบรักษาผู้ป่วยตามความเหมาะสม","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ภายหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้ออกประกาศ&nbsp;เรื่องข้อกำหนดเกณฑ์รักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน&nbsp;หรือยูเซ็ป&nbsp;(UCEP)&nbsp;ซึ่งจะมีการปรับให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;เข้ารักษาฟรีตามสิทธิสุขภาพของตนเอง&nbsp;เช่น&nbsp;ประกันสังคม&nbsp;สวัสดิการข้าราชการ&nbsp;สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&nbsp;(บัตรทอง)&nbsp;โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไปนั้น</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ล่าสุดคณะรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">มีมติเห็นชอบให้กระทรงสาธารณสุข&nbsp;เลื่อนการประกาศยกเลิกใช้ระบบ&nbsp;UCEP</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;หรือการรักษาผู้ป่วยโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กรณีวิกฤตหรือฉุกเฉินออกไปก่อน&nbsp;เนื่องจากแนวโน้มการติดเชื้อมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งขอให้ยึดหลักเจ็บป่วยวิกฤต&nbsp;ฉุกเฉิน&nbsp;รักษาฟรีทุกที่&nbsp;พร้อมกันนี้ต้องมีการซักซ้อมทำความเข้าใจ&nbsp;ปรับการบริการ&nbsp;รองรับผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรือกลุ่มสีเขียวที่มีค่อนข้างมาก&nbsp;รวมถึงให้เพิ่มคู่สาย&nbsp;1331&nbsp;ให้การบริการครอบคลุม&nbsp;จึงถือว่าให้ชะลอประกาศออกไปโดยยังไม่มีผลบังคับใช้</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ดังนั้น&nbsp;โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ยังเป็นโรคฉุกเฉิน&nbsp;รักษาฟรีได้ทุกที่ทุกสิทธิ์&nbsp;รพ.เอกชนปฏิเสธไม่ได้</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การแบ่งสีผู้ป่วยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;ระดับ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">อาการโควิดสีเขียว</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ผู้ป่วยที่มีอาการโควิดสีเขียว&nbsp;คือผู้ที่ไม่มีอาการ&nbsp;หรือมีอาการเล็กน้อย&nbsp;เช่น</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;มีไข้อุณหภูมิ&nbsp;37.5&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ลิ้นไม่รับรส&nbsp;จมูกไม่รับกลิ่น</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ไอ&nbsp;มีน้ำมูก&nbsp;เจ็บคอ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ตาแดง&nbsp;มีผื่น&nbsp;และถ่ายเหลว</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้เข้าระบบรักษาที่บ้าน</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;(HI&nbsp;:&nbsp;Home&nbsp;Isolation)&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;(CI&nbsp;:&nbsp;Community&nbsp;Isolation)&nbsp;เช่น&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;หรือฮอสพิเทล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งยังพอมีพื้นที่ว่างให้เข้ารับการรักษา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อบริหารจัดการให้เหลือจำนวนเตียงในโรงพยาบาลไว้รองรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการหนักอย่างผู้ป่วยโควิดสีเหลืองและสีแดง&nbsp;ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">อาการโควิดสีเหลือง</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ผู้ป่วยที่มีอาการโควิดสีเหลือง&nbsp;คือผู้ที่มีอาการเสี่ยงรุนแรง&nbsp;หรือมีโรคร่วม&nbsp;เช่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;เวียนหัว&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;ไอแล้วมีอาการเหนื่อย</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;หายใจลำบาก</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ขับถ่ายเหลว&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อวันขึ้นไป</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;ปอดอักเสบ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้จัดว่าเป็นผู้ป่วยโควิดสีเหลือง</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากมีอาการที่รุนแรงกว่าผู้ป่วยโควิดสีเขียว&nbsp;จึงไม่เหมาะที่จะทำการกักตัวรักษาที่บ้านแบบ&nbsp;HI&nbsp;หรือ&nbsp;CI&nbsp;ได้&nbsp;และควรเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล&nbsp;เพื่อได้รับการดูแลจากแพทย์</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">อาการโควิดสีแดง</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ผู้ป่วยที่มีอาการโควิดสีแดง</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;คือผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง&nbsp;ต้องรีบเข้ารับการรักษาตัวโดยเร็ว</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ระบบหายใจมีปัญหารุนแรง&nbsp;ทำให้หายใจลำบาก&nbsp;หอบเหนื่อย&nbsp;หากเอกซเรย์จะพบปอดอักเสบรุนแรง</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;เกิดภาวะปอดบวมจากการเปลี่ยนแปลงความอิ่มตัวของเลือด</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;แน่นหน้าอกตลอดเวลา&nbsp;และหายใจเจ็บหน้าอก</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ตอบสนองช้า&nbsp;หรือไม่รู้สึกตัว</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">อาการของผู้ป่วยโควิดสีแดงจัดว่ามีอาการรุนแรง</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดที่ห้อง&nbsp;ICU&nbsp;เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับเครื่องช่วยหายใจ&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","24/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224134848744"],
    [315,"ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ มาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกปาล์มน้ำมันและสวนยาง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">คณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติอนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;7,660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทั่วประเทศประมาณ&nbsp;3.8&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยยังคงหลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&nbsp;(อัตราน้ำมันร้อยละ&nbsp;18)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;ต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&nbsp;3&nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">จะเริ่มตั้งแต่เดือน&nbsp;ก.ย.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ส.ค.&nbsp;2565</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ตลอดทั้งปี</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ยังอนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;วงเงิน&nbsp;603.50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และให้การยางแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;ที่รับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการยางสามารถซื้อผลผลิตยางแห้งได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;350,000&nbsp;ตัน&nbsp;(คิดราคาเฉลี่ยปี&nbsp;2564&nbsp;ยางแผ่นดิบราคา&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อผลผลิตยางแห้งจากเกษตรกรชาวสวนยางในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปีส่วนระยะ&nbsp;เวลาดำเนินการโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือน&nbsp;ส.ค.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ธ.ค.2565&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ทั้งนี้&nbsp;มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสนับสนุนสินเชื่อ</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">เป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ได้&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">การขยายกำลังการผลิต&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">-&nbsp;การซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่เก็บสต็อกยาง&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">จากเดิมที่ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อไม้ยาง</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;และผลิตภัณฑ์มาเก็บสต็อกและแปรรูปเท่านั้น&nbsp;สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">แหล่งสินเชื่อ&nbsp;ผู้ประกอบการจะต้องมีสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;และหรือ&nbsp;สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;กับสถาบันการเงินตามรายชื่อธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน&nbsp;(เฉพาะกิจ)&nbsp;ที่สนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการ&nbsp;จากเดิมที่กำหนดเฉพาะ&nbsp;สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เท่านั้น&nbsp;W</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">จำนวนไม่เกิน&nbsp;600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากวงเงินกู้&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;ชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไม้ยาง&nbsp;และหรือชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;ที่ใช้ในการขยายกำลังการผลิต&nbsp;&nbsp;ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่&nbsp;เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ&nbsp;จากเดิมที่ไม่กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","24/2/2022","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224140340750"],
    [316,"ครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้กว่า 7 พันล้านบาท ชาวสวนปาล์มน้ำมันและสวนยาง","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;</strong>อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันปี&nbsp;2564-2565&nbsp;วงเงิน&nbsp;7,660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในช่วงที่ราคาผลผลิตตกต่ำแก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;ทั่วประเทศประมาณ&nbsp;3.8&nbsp;แสนราย&nbsp;โดยยังคงหลักการเดิมเช่นเดียวกับในครั้งที่ผ่านมา&nbsp;คือ&nbsp;กำหนดราคาประกันของปาล์มทะลาย&nbsp;(อัตราน้ำมันร้อยละ&nbsp;18)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท,&nbsp;ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไร่,&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร,&nbsp;ต้องเป็นพื้นที่ปลูกต้นปาล์มอายุ&nbsp;3&nbsp;ปีขึ้นไปที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;</p><p><strong>ส่วนระยะเวลาการจ่ายเงินประกันรายได้จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2564-สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตลอดทั้งโครงการ&nbsp;เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในการบริโภคและพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปาล์มทะลายมีราคาเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;6.9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้&nbsp;4&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ตลอดทั้งปี</p><p><strong>ครม.อนุมัติโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;วงเงิน&nbsp;603.50&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;และให้การยางแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;ที่รับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;โดยกำหนดเป้าหมายให้ผู้ประกอบกิจการยางสามารถซื้อผลผลิตยางแห้งได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;350,000&nbsp;ตัน&nbsp;(คิดราคาเฉลี่ยปี&nbsp;2564&nbsp;ยางแผ่นดิบราคา&nbsp;57&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยในการขอสินเชื่อเพื่อซื้อผลผลิตยางแห้งจากเกษตรกรชาวสวนยางในอัตราร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปีส่วนระยะ&nbsp;เวลาดำเนินการโครงการจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม&nbsp;2564-ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;</strong>เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายใน&nbsp;กิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขยายกำลังการผลิต,&nbsp;การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่,&nbsp;การซื้อที่ดินเพื่อเป็นที่เก็บสต็อกยาง&nbsp;จากเดิมที่ผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อไม้ยาง<strong>&nbsp;</strong>และผลิตภัณฑ์มาเก็บสต็อกและแปรรูปเท่านั้น&nbsp;สำหรับรายละเอียดการปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมีดังนี้&nbsp;</p><p><strong>แหล่งสินเชื่อ&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการจะต้องมีสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและหรือ&nbsp;สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;กับสถาบันการเงินตามรายชื่อธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน(เฉพาะกิจ)&nbsp;ที่สนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการ&nbsp;จากเดิมที่กำหนดเฉพาะ&nbsp;สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;เท่านั้น&nbsp;รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;จำนวนไม่เกิน&nbsp;600&nbsp;ล้านบาทจากวงเงินกู้&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์&nbsp;คือ&nbsp;ชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อไม้ยาง&nbsp;และหรือชดเชยดอกเบี้ยสินเชื่อเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานกิจการไม้ยางและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการขยายกำลังการผลิต/ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งเดิมหรือที่ตั้งใหม่&nbsp;เพื่อใช้ในการประกอบกิจการ&nbsp;จากเดิมที่ไม่กำหนดเงื่อนไขดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/2/2022","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224154217833"],
    [317,"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่ จัดอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพนมเบญจา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;พลตรีมานพ&nbsp;น่วมบัว&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพัฒนาเครือข่ายเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;รวมทั้งแจ้งข้อมูลข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ&nbsp;โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน&nbsp;40&nbsp;คน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่&nbsp;3&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในราชอาณาจักร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อให้มวลชนในพื้นที่มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ตระหนักรู้ถึงผลกระทบจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีต่อท้องถิ่นของตนเอง&nbsp;และเข้าเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสนับสนุนการดำเนินงานให้กับหน่วยงานภาครัฐในการเฝ้าระวังติดตาม&nbsp;ตรวจสอบสถานการณ์ในการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ทำให้หน่วยงานภาครัฐมีเครือข่ายในการติดตามตรวจสอบในพื้นที่เฝ้าระวังนำไปสู่กระบวนการวางแผน&nbsp;กำหนดมาตรการ&nbsp;วางแนวทางการปฏิบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;/&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน&nbsp;24&nbsp;ก.พ.2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/2/2022","NULL","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224154307834"],
    [318,"องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจันทบุรีประเมินความเสี่ยงพื้นที่ชายแดนต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับชุมชนแรงงานต่างชาติในประเทศไทย","<p><strong>วันที่&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp;</strong>จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;โดยคณะองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน&nbsp;หรือ&nbsp;IOM&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจันทบุรีได้ลงพื้นที่ประเมินความเสี่ยง&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนและค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก&nbsp;การมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;และการรับมือทางสาธารณสุขชายแดน&nbsp;ต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สำหรับชุมชนแรงงานต่างชาติในประเทศไทย&nbsp;เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;มีเป้าหมายในการเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการ&nbsp;เสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านตรวจคนเข้าเมืองรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินความต้องการของด่านพรมแดนทั้งอุปกรณ์&nbsp;ขั้นตอนการดำเนินงาน&nbsp;องค์ความรู้เพื่อสามารถระบุความเสี่ยง&nbsp;ข้อท้าทาย&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริการจัดการโยกย้ายถิ่นฐาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งในปัจจุบันและที่คาดการณ์ไว้ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งเป็นข้อมูลจากหน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รวมทั้งชุมชน&nbsp;และประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการย้ายถิ่น&nbsp;สามารถระบุสถานที่ที่ถือว่าเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>ได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าบริเวณชายแดนที่กำลังให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;รวมทั้งการให้บริการขนส่งสินค้าชายแดน&nbsp;ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ&nbsp;และบรรยากาศตลาดชายแดนบ้านแหลม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/2/2022","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224223318032"],
    [319,"ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเป็นประธานเนื่องในวันรบพิเศษ ครอบรอบ 56 ปี ที่ จังหวัดลพบุรี","<p><strong>ที่&nbsp;หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ&nbsp;ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;ภูมิพัฒน์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;เนื่องใน&nbsp;&nbsp;วันรบพิเศษครบรอบ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;ณัฐวุฒิ&nbsp;นาคะนคร&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ&nbsp;ได้นำตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;วางพานพุ่มถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้เดินทางไปยังแหล่งสมาคมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นประธานในพิธีมอบเครื่องหมายแสดงความสามารถพิเศษนักกระโดดร่มชั้นกิตติมศักดิ์&nbsp;และประกาศนียบัตรให้แก่ผู้บังคับหน่วยทหารหัวหน้าหน่วยงานราชการและคณะบุคคลต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;46&nbsp;คน&nbsp;ในฐานะเป็นผู้ทำคุณประโยชน์&nbsp;อุทิศตนเพื่อสังคม&nbsp;และมีอุปการคุณแก่หน่วยรบพิเศษ&nbsp;และกองทัพบกในช่วงปีที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อเชิดชูเกียรติ&nbsp;เนื่องในวันรบพิเศษประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้เป็นประธานประกอบพิธีสงฆ์</strong>&nbsp;เพื่อระลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของนักรบพิเศษที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศชาติในสมรภูมิรบต่างๆ&nbsp;ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมีอดีตผู้บังคับบัญชาและเพื่อนทหารรบพิเศษ&nbsp;เข้าร่วมพิธีแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ตามมาตาการป้องกันโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเครงคัด</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก&nbsp;ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่กำลังพลของหน่วยรบพิเศษ</strong>ซึ่งมีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านยุทธการ&nbsp;ด้านยุทธศึกษา&nbsp;รวมถึงงานวิจัยและการพัฒนายุทโธปกรณ์&nbsp;เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;นาย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากว่าสถานการณ์สู้รบในอดีตจนถึงปัจจุบันทางกองทัพบกได้ใช้หน่วยรบพิเศษในการเข้าแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ</strong>&nbsp;ของบ้านเมืองมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในขณะเดียวกันยังได้เร่งรัดพัฒนาการจัดหน่วยให้มีขีดความสามารถ&nbsp;จนขยายขึ้นมาเป็นหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษในปัจจุบัน&nbsp;เทียบเท่ากองทัพภาค&nbsp;มีภารกิจเกี่ยวกับการสงครามพิเศษทั้งปวง&nbsp;ตั้งแต่การวางแผน&nbsp;การอำนวย&nbsp;การกำกับการ&nbsp;ทั้งด้านการฝึกศึกษา&nbsp;และการปฏิบัติงานเป็นหน่วยหวังผลทางยุทธศาสตร์&nbsp;ที่มีบทบาทในการออมกำลัง&nbsp;และชดเชยอำนาจกำลังรบที่เสียเปรียบ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหาร&nbsp;ได้ให้โอวาทแก่กำลังพลนักรบพิเศษ</strong>&nbsp;ซึ่งวันรบพิเศษ&nbsp;ถือเป็นวันรวมจิตใจของทหารนักรบพิเศษ&nbsp;เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีเกียรติประวัติที่มีความมุ่งมั่นในภารกิจอย่างกล้าหาญของทหารรบพิเศษ&nbsp;ซึ่งในการปฏิบัติงานของหน่วยจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันมีภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศชาติทุกรูปแบบ&nbsp;ซึ่งทหารรบพิเศษ&nbsp;ต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ&nbsp;ต้องรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ความมั่นคงปัจจุบัน&nbsp;ในทุกรูปแบบเป็นอย่างดี&nbsp;เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตอบสนองภารกิจได้ในทุกสถานการณ์&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","24/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224164025879"],
    [320,"ที่ประชุมรัฐสภา รับหลักการวาระแรก ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.","<p><strong>การประชุมร่วมรัฐสภาวันนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมมีการพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร่าง&nbsp;พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;&nbsp;และร่าง&nbsp;พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องระบบเลือกตั้งก่อนหน้านี้&nbsp;โดยให้กลับไปใช้ระบบแบบบัตร&nbsp;2&nbsp;ใบ&nbsp;&nbsp;มี&nbsp;ส.ส.&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;เหมือนรัฐธรรมนูญปี&nbsp;2540&nbsp;โดยที่ประชุมพิจารณา&nbsp;ร่าง&nbsp;พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยการเลือกตั้ง&nbsp;ส.ส.&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ฉบับรวมกัน&nbsp;เป็นเรื่องแรก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร่างที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;เป็นผู้เสนอ/ร่างของพรรคเพื่อไทย&nbsp;ร่างพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ร่างของพรรคก้าวไกล</p><p><strong>โดยสาระสำคัญที่มีการถกเถียงกันอย่างมาก</strong>&nbsp;ในส่วนที่ฝ่ายค้าน&nbsp;ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล&nbsp;เสนอเพิ่มในส่วนที่เกี่ยวกับหมายเลขผู้สมัครสำหรับหาเสียง&nbsp;ทั้งการเลือก&nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&nbsp;และ&nbsp;ส.ส.แบบแบ่งเขต&nbsp;เป็นแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว&nbsp;เพื่อความสะดวกของประชาชนป้องกันการสับสน&nbsp;ขณะที่ร่างของคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ยังคงหลักการเดิม&nbsp;ใช้แบบพรรคเดียวหลายเบอร์&nbsp;เนื่องจากเห็นว่า&nbsp;รัฐธรรมนูญ&nbsp;มาตรา&nbsp;90&nbsp;กำหนดให้มีการรับสมัคร&nbsp;ส.ส.แบบแบ่งเขต&nbsp;ก่อน&nbsp;การรับสมัคร&nbsp;ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;ที่จะส่งผลให้การรับสมัคร&nbsp;ส.ส.แบบแบ่งเขตต้องมีการจับหมายเลข&nbsp;แต่ละเขตแตกต่างกัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง&nbsp;</strong>โดยฝ่ายรัฐบาล&nbsp;เห็นว่า&nbsp;เรื่องนี้เป็นประเด็นเดียวที่แตกต่างกันชัดเจน&nbsp;ระหว่างฉบับฝ่ายค้านและรัฐบาล&nbsp;ในการเสนอร่างกฎหมายครั้งนี้&nbsp;พร้อมยอมรับว่า&nbsp;การเป็นพรรคเดียวเบอร์เดียว&nbsp;สามารถทำให้การหาเสียงง่ายประหยัดค่าใช้จ่ายในการหาเสียง&nbsp;แต่หากเป็นคนละเบอร์จะทำให้ประชาชนพิจารณาเลือกได้และเชื่อว่าจะไม่ทำให้ประชาชนสับสน</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;เห็นว่า</strong>&nbsp;เรื่องพรรคเดียวหลายเบอร์&nbsp;นอกจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแล้ว&nbsp;ยังเป็นเรื่องที่ต้องให้เกียรติประชาชน&nbsp;เพราะประชาชนรู้จักผู้สมัคร&nbsp;ที่จะเข้ามาเป็นผู้แทนดีพอสมควร&nbsp;ดังนั้นการมีเลขต่างกันไม่ใช่ปัญหา&nbsp;แม้หมายเลขเดียวกันจะง่ายกว่า&nbsp;แต่การพิจารณาร่ากฎหมายต้องยืนอยู่บนหลักการของรัฐธรรมนูญ&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;พรรคเดียวหลายเบอร์ประชาชนจะไม่สับสน&nbsp;หากเป็นผู้สมัครที่ลงพื้นที่</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังจากอภิปรายมาตลอดหลังจากอภิปรายมาตลอดทั้งวัน</strong>&nbsp;ที่ประชุมลงมติเป็นรายฉบับ&nbsp;โดยเห็นด้วยรับหลักการวาระแรก&nbsp;ในร่างทั้ง&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา&nbsp;49&nbsp;คน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","24/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224210715008"],
    [321,"กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระยอง เปิดฝึกอบรมหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายกลุ่มมวลชนสนับสนุนภารกิจกองทัพเรือ","<p><strong>ที่อาคารฝึกอบรมเทศบาลตำบลชากบก&nbsp;อ.บ้านค่าย&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นาวาเอกรังสรรค์&nbsp;แตงฉิม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระยอง&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&nbsp;(อพป.)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีชาวบ้านตำบลชากบก&nbsp;เข้ารับการอบรม&nbsp;</p><p><strong>โดยในกิจกรรมได้มีการฝึกการใช้อาวุธปืน</strong>&nbsp;การหาข่าวด้านความมั่นคง&nbsp;การป้องกันเหตุร้าย&nbsp;การป้องกันและจับกุมยาเสพติด&nbsp;การตรวจค้น&nbsp;การช่วยเหลือตัวประกัน&nbsp;เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน&nbsp;ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ด้านสาธารณชน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นาวาเอกรังสรรค์&nbsp;แตงฉิม&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในจังหวัดระยอง&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;ปฏิบัติราชการแทน&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การฝึกอบรมดังกล่าว&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงในพื้นที่ในรูปแบบการแจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์การสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่&nbsp;และภารกิจของทหารเรือให้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้ได้มาซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อกองทัพเรือ&nbsp;และได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นประโยชน์กับภารกิจทหารเรือที่รับผิดชอบโดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายกลุ่มมวลชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;</p><p><strong>โดยได้จัดการฝึกอบรมชาวบ้านในพื้นที่ตำบลชากบก&nbsp;</strong>เข้ามาร่วมการฝึกอบรม&nbsp;โดยทางเทศบาลตำบลชากบก&nbsp;ให้การสนับสนุนสถานที่ในการฝึกอบรมในการฝึกอบรมในครั้งนี้ทางอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง&nbsp;(อพป.)&nbsp;จะได้นำทักษะในการฝึกอบรมไปใช้ในชีวิตประจำวันและช่วยเหลือเจ้าพนักงานภาครัฐต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","24/2/2022","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224193758970"],
    [322,"ศรชล.สตูล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมเรือขนส่งใบกระท่อมจากอินโดนีเซีย กลางน่านน้ำเขต อช.ตะรุเตา กว่า 500 กิโลกรัม","<p><strong>วานนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว</strong>ของ&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.&nbsp;ว่ามีเรือประมงต้องสงสัย&nbsp;จะทำการลักลอบขนพืชใบกระท่อมจากประเทศอินโดนีเซีย&nbsp;เข้ามาในเขตน่านน้ำประเทศไทย&nbsp;จากนั้น&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;น.อ.ธนฤกษ์&nbsp;วรชาตินักรบ&nbsp;ผู้บังคับการ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ศรชล.ภาค&nbsp;3&nbsp;และรองอำนวยการ&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ศรชล.ภาค3&nbsp;(ผบ.นก.กมต.ศรชล.ภาค&nbsp;3/รอง&nbsp;ผอ.ศรชล.สต.ศรชล.ภาค3)ได้สั่งการให้&nbsp;พ.ต.ท.ศิโรดม&nbsp;สนุนดี&nbsp;สารวัตร&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.&nbsp;นำเรือตรวจการณ์&nbsp;ตรน.521&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;และชปพ.นสร.กร.นำเรือ&nbsp;RIB&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;ด่านศุลกากรสตูล&nbsp;และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสตูล&nbsp;บูรณาการกำลังร่วมกันออกทำการตรวจสอบเรือต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;พ.ต.ท.ศิโรดม&nbsp;สนุนดี&nbsp;สารวัตร&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.</strong>&nbsp;ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับ&nbsp;จนท.ของอุทยานแห่งชาติบนเกาะตะรุเตาให้ช่วยทำการตรวจสอบเรือต้องสงสัยในพื้นที่รับผิดชอบ.&nbsp;พบเรือลำดังกล่าวบริเวณด้านทิศใต้ของเกาะตะรุเตา&nbsp;พบเรือต้องสงสัยลักษณะเป็นเรือขนถ่ายสินค้าขนาดเล็ก&nbsp;ตอนกลางลำเรือไม่มีเก๋งเรือแต่มีโครงเหล็กสำหรับขึงแสลมกรองแสงเพื่อทำเป็นหลังคาบังแดดดูจากลักษณะของเรือแล้วไม่ใช่เรือประมงของประเทศไทย&nbsp;</p><p><strong>น.อ.ธนฤกษ์&nbsp;วรชาตินักรบ&nbsp;ผอ.ศรชล.สต.&nbsp;ได้สั่งการให้</strong>&nbsp;น.ต.ปรัชญ์&nbsp;ขำเจริญ&nbsp;ผบ.นรภ.ทร.เกาะหลีเป๊ะพร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;นป.สอ.รฝ.452&nbsp;นำกำลังพลชุดตรวจค้นและจับกุมและกำลังพลของ&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.บูรณาการกำลังร่วมกันให้เข้าตรวจสอบเป้าหมาย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;พ.ต.ท.ศิโรดม&nbsp;สนุนดี&nbsp;สารวัตร&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.&nbsp;ตรน.521&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;ชปพ.นสร.กร.นำเรือRIB&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;ซึ่งขณะนั้นได้เดินทางกลับไปรอรับสถานการณ์บริเวณท่าเทียบเรือของ&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.&nbsp;โดยนำกำลังออกไปสมทบเพิ่มเติม&nbsp;จนกระทั้งในเวลา13.30&nbsp;น.&nbsp;ชุดตรวจค้นและจับกุมได้ตรวจพบเรือต้องสงสัยลำดังกล่าว&nbsp;พร้อมด้วยลูกเรือจำนวน&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;จึงได้ร่วมกันเข้าทำการขอตรวจค้นเรือ&nbsp;ปรากฎพบพืชกระท่อมวางเรียงอยู่ในระวางเรือเป็นจำนวนมากปกปิดอำพลางด้วยแสลมกรองแสงและผ้าใบคลุมเอาไว้&nbsp;&nbsp;จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม&nbsp;</p><p><strong>เวลาต่อมาเมื่อกำลังของ&nbsp;ส.รน.3&nbsp;กก.9&nbsp;บก.รน.&nbsp;ตรน.521&nbsp;</strong>พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;ชปพ.นสร.กร.นำเรือRIB&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลประจำเรือ&nbsp;เดินทางมาถึงที่หมายจึงได้ร่วมกันตรวจค้นร่วมกันโดยละเอียดอีกครั้ง&nbsp;เมื่อขอตรวจสอบเอกสารต่างๆตามขั้นตอนปรากฏว่าไม่สามารถนำเอกสารใดๆ&nbsp;มาแสดงต่อทาง&nbsp;จนท.ได้&nbsp;สอบถามเบื้องต้นให้การว่าเรือไม่มีชื่อและไม่มีเอกสารใดๆ&nbsp;ผู้ต้องหา&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;คือนายมูลายาดี&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;,&nbsp;นายมูฮัมหมัดนูร&nbsp;อายุ&nbsp;50&nbsp;และนาย&nbsp;ยูไนดี&nbsp;อายุ&nbsp;27ปี&nbsp;เป็นชาวอิโดนีเซีย&nbsp;เดินทางจากหมู่บ้านสุราไว&nbsp;อ.บาโยอุเดาะ&nbsp;จ.อาเจ๊ะตะวันออก&nbsp;ประเทศอินโดนีเซีย&nbsp;โดยได้เดินทางมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่&nbsp;22&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;24.00&nbsp;น&nbsp;จนถึงเกาะตะรุเตา&nbsp;23&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณหาดมอและ&nbsp;ก.ตะรุเตา&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งได้รับว่าจ้างมาจากเจ้าของที่อินโดนีเซียชื่อปะอาดัง&nbsp;ให้นำพืชใบกระท่อมมาส่งให้คนไทย&nbsp;ชื่อนายปะตำ&nbsp;เพื่อมารับของบริเวณดังกล่าวจนกระทั้งถูกจนท.ไทยจับกุมได้ในเวลาต่อมา&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นจึงได้ทำการควบคุมเรือพร้อมด้วยลูกเรือและของกลาง</strong>เป็นพืชในกระท่อมจำนวน&nbsp;27ถุง&nbsp;น้ำหนักรวมทั้งหมด&nbsp;508&nbsp;ก.ก.นำส่งพนักงานสอบสวนที่ท่าเทียบเรือตำมะลังเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&nbsp;เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้จำนวน&nbsp;2&nbsp;ข้อหา&nbsp;คือ&nbsp;</p><p>1.เป็นคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ผ่านตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;</p><p>2.ช่วยกันซ่อนเร้น&nbsp;ช่วยจำหน่าย&nbsp;ช่วยพาเอาไปเสีย&nbsp;ซื้อ&nbsp;รับจำนำ&nbsp;หรือรับเอาไว้โดยประการใด&nbsp;ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี&nbsp;หรือของต้องจำกัด&nbsp;หรือของต้องห้าม&nbsp;หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดี&nbsp;หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร&nbsp;ข้อจำกัด&nbsp;หรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","25/2/2022","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225085637054"],
    [323,"ประธานวิปฝ่ายค้าน ขอให้สมาชิกวุฒิสภาเปิดใจรับฟังข้อเสนอ โดยเฉพาะประเด็นไพรมารีโหวต","<p><strong>นายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน</strong>&nbsp;หรือวิปฝ่ายค้าน&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;วันนี้(25&nbsp;ก.พ.)&nbsp;ไม่น่าจะไม่รับหลักการทั้ง&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;แต่คงจะผ่านบางฉบับ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ยังมีความกังวลในบางประเด็น&nbsp;อาทิ&nbsp;ตัดไพรมารีโหวตออก&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาไม่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงกระบวนการไพรมารีโหวต&nbsp;พร้อมยืนยันกระบวนการไพรมารีโหวต&nbsp;เป็นปัญหาต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง&nbsp;จึงเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภา&nbsp;ที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;เปิดใจและรับฟังความต้องการของผู้ปฏิบัติ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;&nbsp;ส.ส.&nbsp;และสมาชิกพรรคการเมือง&nbsp;ที่ไม่มีเจตนาอื่นใด&nbsp;นอกจากจะทำให้กฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและขอให้สมาชิกวุฒิสภาลงมติในทุกฉบับ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","25/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225100626083"],
    [324,"ผู้บริหาร ศอ.บต. ร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p><strong>นายแพทย์สมหมาย&nbsp;บุญเกลี้ยง&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;</strong>ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทาง&nbsp;แผนและนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคใต้&nbsp;และการกำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด&nbsp;โดยมี&nbsp;พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์?&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุม&nbsp;ซึ่งมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หน่วยงานรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;1&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ค่ายสิรินธร&nbsp;ตำบลเขาตูม&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>พลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง</strong>ภายในภาค&nbsp;4&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไปในพื้นที่&nbsp;และให้ทุกพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม&nbsp;เพราะปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพราะสิ่งเหล่านั้นคือความทุกข์ของพี่น้องประชาชน&nbsp;ยิ่งระบาดหนักเท่าไหร่&nbsp;ประชาชนยิ่งมีความทุกข์มากกว่าเดิม&nbsp;และในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้าถือเป็นงานที่เร่งด่วนในการแก้ไข&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในเรื่องการฝึกอบรมอาชีพฯ&nbsp;ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประสานงานกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอ&nbsp;ตรวจสอบกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ซึ่งมีหลักเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาจากการติดยาเสพติด&nbsp;การฝึกอบรมวิชาชีพแต่ละสาขาวิชาให้ดำเนินการตามแผนและเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;ถือได้ว่าทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ&nbsp;ร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดผลสัมฤทธิ์และขจัดยาเสพติดให้หมดไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด</strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;จะดำเนินการในเรื่องการประเมินผลการลดความรุนแรงของปัญหาการค้าและแพร่ระบาดยาเสพติด&nbsp;ประเมินผลการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน&nbsp;และการขยายแนวทางของศาสตร์พระราชา&nbsp;ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","25/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225144835231"],
    [325,"อำเภอเบตง จัดการฝึกทบทวนชุด ชรบ.ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง เเพิ่มทักษะและ ขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน","<p><strong>ที่โรงเรียนบ้านวังใหม่&nbsp;ม.5&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;นายมังโซ&nbsp;หะยีอาแว&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมฝึกทบทวนชุด&nbsp;ชรบ.ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะและ&nbsp;ขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เจ๊ะหะมะ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลอัยเยอร์เวง,&nbsp;นายพิชัย&nbsp;แก้วจำรัส&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;และนายฮัมซา&nbsp;เซ็งโซะ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดฯ&nbsp;</p><p><strong>นายมังโซ&nbsp;หะยีอาแว&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางอำเภอเบตงได้จัดการฝึกทบทวนชุด&nbsp;ชรบ.โดยฝึกระเบียบวินัย&nbsp;บุคคลท่ามือเปล่า&nbsp;&nbsp;ระเบียบแถว&nbsp;&nbsp;การตั้งจุดตรวจสกัด-&nbsp;การตรวจค้นบุคคล&nbsp;&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;-การรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;โดยเน้นหลักเรื่องการป้องปรามแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดในพื้นที่&nbsp;และสอดส่องสังเกต&nbsp;บุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมแจ้งข่าวสารให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อดำเนินการตรวจค้นจับกุม&nbsp;ตามนโยบายของภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ลดน้อยหมดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","25/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225153519255"],
    [326,"จ.จันทบุรีประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ผ่านระบบการประชุมทางไกล เว้นระยะห่างป้องกันโควิด -19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุม&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยใช้&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings&nbsp;โดยมีวาระการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานของตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;แนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่&nbsp;จาก&nbsp;สถานีตำรวจภูธร&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กอ.รมน.จว&nbsp;&nbsp;&nbsp;กปช.จต.&nbsp;&nbsp;&nbsp;มทบ.19&nbsp;&nbsp;ฉก.นย.จันทบุรี&nbsp;&nbsp;&nbsp;สภ.ในสังกัด&nbsp;ภ.จว.จันทบุรี&nbsp;&nbsp;ตชด.&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตม.&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตำรวจน้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตำรวจทางหลวง&nbsp;แนวทางแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงานเหตุการณ์&nbsp;สถานการณ์ที่สำคัญในพื้นที่การหารือร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการ&nbsp;แนวทาง&nbsp;ในการแก้ไขปัญหา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/2/2022","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155021273"],
    [327,"ผลกระทบ-ท่าทีรัฐบาลไทย ต่อ \"วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน\"","<p><strong>ทันทีที่รัสเซียเปิดปฏิบัติการพิเศษทางการทหารในภูมิภาคดอนบาสส์</strong>&nbsp;ทางตะวันออกของยูเครน&nbsp;มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นในกรุงเคียฟและหลายเมืองของยูเครนหลายระลอกเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ผลกระทบมากน้อยที่ตามมาย่อมมีต่อไทยและทั่วโลกอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้</p><p><strong>ผลกระทบที่เห็นได้ชัดในทันทีทันใดคือ</strong>&nbsp;ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย&nbsp;หรือ&nbsp;SET&nbsp;ลดลงถึง&nbsp;33.73&nbsp;จุด&nbsp;หรือลบ&nbsp;1.99%&nbsp;เมื่อปิดตลาดวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก&nbsp;ความผันผวนด้านราคานี้ยังลามไปถึงตลาดทองคำ&nbsp;น้ำมัน&nbsp;คริปโตฯ&nbsp;โดยเรื่องนี้เป็นที่เข้าใจได้ว่านักลงทุนต่างวิตกต่อภาวะสงครามที่เกิดขึ้นนั่นเอง</p><p><strong>ผลกระทบประการต่อมาที่เกิดขึ้นทันทีกับไทยคือ</strong>&nbsp;การอพยพคนไทยในยูเครนที่มีอยู่ราว&nbsp;230&nbsp;คน&nbsp;ออกไปยังที่ปลอดภัยและกลับประเทศไทยทันทีที่เกิดภาวะวิกฤต&nbsp;ในเรื่องนี้ทางพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความห่วงใยคนไทยที่อยู่ในยูเครน&nbsp;จึงสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศเข้าช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;โดยทางกระทรวงการต่างประเทศได้กำหนดแผนอพยพคนไทยไว้พร้อมแล้วก่อนหน้านี้&nbsp;ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์&nbsp;ที่มีอาณาเขตดูแลประเทศยูเครนด้วย&nbsp;ได้ติดต่อสื่อสารกับกลุ่มคนไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีหากมีเหตุจำเป็นและพร้อมปฏิบัติตามแผนที่วางไว้&nbsp;คือ&nbsp;ใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำอพยพคนไทยจากเมืองลวิฟ&nbsp;(Lviv)&nbsp;ของยูเครนโดยตรง</p><p>กรณีน่านฟ้าปิด&nbsp;จะอพยพคนไทยมารวมกันที่เมืองลวิฟ&nbsp;เพื่อเดินทางข้ามแดนโดยรถต่อไปยังกรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์&nbsp;เพื่อขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับไทย&nbsp;กรณีสุดท้ายคือ&nbsp;ทางการไทยจะจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับคนไทยที่ยูเครน&nbsp;หรือ&nbsp;กรุงวอร์ซอ&nbsp;ซึ่งการบินไทยและกองทัพอากาศ&nbsp;ได้ร่วมเตรียมการไว้พร้อมแล้ว&nbsp;ความเป็นไปได้น่าจะเป็นแผน&nbsp;2&nbsp;เพราะทางยูเครนได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและปิดน่านฟ้าแล้ว</p><p><strong>ผลกระทบต่อไทยในระยะต่อมาทั้งระยะกลางและระยะยาว&nbsp;</strong>หากมองด้านเศรษฐกิจเป็นหลักแล้วก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยแต่ก็ไม่ถึงกับมากมายนัก&nbsp;นักการเงินอย่าง&nbsp;อมรเทพ&nbsp;จาวะลา&nbsp;ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่&nbsp;ผู้บริหารสำนักวิจัยและที่ปรึกษาการลงทุนธนาคารซีไอเอ็มบีไทย&nbsp;ได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า&nbsp;\"หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย&nbsp;3&nbsp;ด้านคือ&nbsp;เงินเฟ้อ&nbsp;ส่งออกและท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉพาะเงินเฟ้อจะเป็นด้านที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด&nbsp;เพราะรัสเซียถือเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุด&nbsp;เมื่อรัสเซียถูกคว่ำบาตรจากยุโรป&nbsp;ทำให้ยุโรปต้องหันไปใช้พลังงานทางเลือกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;อาจทะลุ&nbsp;100&nbsp;ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&nbsp;และมีโอกาสไปสู่&nbsp;120&nbsp;ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เงินเฟ้อของไทยและต่างประเทศเร่งตัวแรงขึ้น&nbsp;จึงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด&nbsp;คาดว่าสถานการณ์นี้จะลากยาวไปถึงกลางไตรมาส&nbsp;2</p><p><strong>ส่วนด้านการส่งออก&nbsp;แม้ไทยจะส่งออกไปรัสเซียไม่มาก</strong>&nbsp;หรือประมาณหลักพันล้านดอลลาร์&nbsp;แต่ไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการที่เศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว&nbsp;เพราะไทยส่งออกไปยุโรปถึง&nbsp;10%&nbsp;จึงอาจทำให้การส่งออกของไทยชะลอตัวได้</p><p><strong>ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวรัสเซียมาไทยประมาณ&nbsp;4&nbsp;ล้านคน&nbsp;หรือ&nbsp;4%&nbsp;ของนักท่องเที่ยวโดยรวม&nbsp;หากเงินรัสเซียอ่อนค่า&nbsp;อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาไทยลดลง&nbsp;หรือหากเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัว&nbsp;อาจเห็นนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มยุโรปมาไทยลดลงเช่นกัน&nbsp;ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญของไทยในขณะนี้</p><p><strong>ท่าทีรัฐบาลไทยต่อ\"&nbsp;วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน\"&nbsp;</strong>กระทรวงการต่างประเทศของไทย&nbsp;ได้เผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐบาลไทยบนเว็บไซต์กระทรวง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ประเทศไทยได้ติดตามพัฒนาการในยูเครนด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง&nbsp;โดยเฉพาะการทวีความตึงเครียดในทวีปยุโรป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เราสนับสนุนความพยายามที่ยังคงดำเนินอยู่เพื่อแสวงหาการแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติผ่านการหารือ</p><p><strong>สอดคล้องกับนายสุริยา&nbsp;จินดาวงษ์&nbsp;เอกอัครราชทูต</strong>&nbsp;ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ&nbsp;ที่กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;76&nbsp;ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์คสหรัฐอเมริกา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;(ตามเวลาในไทย&nbsp;24&nbsp;ก.พ.)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยเฝ้าติดตามสถานการณ์ในยูเครนด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง&nbsp;ซึ่งคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ</p><p><strong>ประเทศไทยสนับสนุนความพยายาม</strong>ในการหาทางยุติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสันติผ่านการเจรจาที่เป็นไปตามกฎบัตรขององค์การสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;โดยธำรงไว้ซึ่งหลักการว่าด้วยอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน</p><p><strong>ประเทศไทยยังสนับสนุนการเรียกร้อง</strong>ของเลขาธิการใหญ่องค์การสหประชาชาติ&nbsp;ที่ให้หาทางยุติเรื่องนี้อย่างสันติวิธี&nbsp;ตามแนวทางของข้อตกลงมินสก์&nbsp;รวมถึงความพยายามของสหประชาชาติและกลไกในระดับภูมิภาค&nbsp;รวมถึงองค์การเพื่อความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป&nbsp;หรือโอเอสซีอีและนอร์มังดี&nbsp;ฟอร์แมต&nbsp;เพื่อลดความตึงเครียดและหาข้อยุติอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ประเทศไทยยังคงกังวลเรื่องความเป็นไปได้</strong>ที่จะเกิดประเด็นทางด้านมนุษยธรรมตามมา&nbsp;ของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งประเทศไทยร่วมเรียกร้องกับประชาคมระหว่างประเทศ&nbsp;ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดกลั้นให้ถึงที่สุด&nbsp;รวมถึงการให้ความมั่นใจว่าจะปกป้องคุ้มครองประชาขนและโครงสร้างพื้นฐานฝ่ายพลเรือน</p><p><strong>ท่าทีของไทยผ่านแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;และเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำ&nbsp;UN&nbsp;ถือว่าถูกต้องเหมาะสมที่สุดในเวลานี้แล้ว</p>","25/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225164336331"],
    [328,"ที่ประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ถกเถียงกันอย่างมากคือ ระบบไพรมารีโหวต","<p><strong>การประชุมร่วมกันของรัฐสภา</strong>&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ฉบับ&nbsp;วันนี้ตลอดทั้งวัน&nbsp;ที่ประชุมกฎหมายจะคิดเน้นอภิปรายในประเด็นการคัดเลือกผู้สมัคร&nbsp;โดยการเลือกตั้งเบื้องต้นระดับเขต&nbsp;หรือไพรมารีโหวต&nbsp;ซึ่งฝ่าย&nbsp;ส.ส.&nbsp;ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน&nbsp;ส่วนใหญ่แม้จะไม่เห็นด้วยกับระบบนี้&nbsp;แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ&nbsp;ขณะที่สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ที่เห็นว่าระบบไพรมารีโหวต&nbsp;จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างแท้จริง&nbsp;และตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่สุด</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในประเด็นดังกล่าว</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;นายนิกร&nbsp;จำนง&nbsp;สมาชิกรัฐสภา&nbsp;ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา&nbsp;อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;ของพรรคร่วมรัฐบาล&nbsp;ซึ่งเสนอ&nbsp;2&nbsp;ประเด็นที่สำคัญคือ&nbsp;หลักการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา&nbsp;35&nbsp;เกี่ยวกับตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด&nbsp;และหลักการเกี่ยวกับการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนทั้งสองแบบให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่สามารถปฏิบัติได้&nbsp;ในมาตรา&nbsp;50&nbsp;และมาตรา&nbsp;53&nbsp;ของกฏหมายเดิม&nbsp;ที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งเบื้องต้น&nbsp;หรือ&nbsp;Primary&nbsp;Election&nbsp;จากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกับระบบการเมืองไทยและปฏิบัติไม่ได้จริง&nbsp;และขอให้สมาชิกรัฐสภา&nbsp;ช่วยสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;ที่มีปัญหาในภาคปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ให้ดีขึ้นด้วยรัฐสภาของเรา&nbsp;ไม่จําเป็นต้องไปทบทวนว่าปัญหานี้มาจากใคร&nbsp;มาจากอะไร&nbsp;แต่เราต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้</p><p><strong>พล.อ.สมเจตน์&nbsp;บุญถนอม&nbsp;ส.ว.&nbsp;</strong>อภิปรายประกาศไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ&nbsp;ว่าด้วยพรรคการเมือง&nbsp;ที่เสนอโดย&nbsp;ส.ส.&nbsp;ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ฉบับ&nbsp;เนื่องจากมีเนื้อหาที่เกินเลยไม่สอดคล้องกับรัฐธรมนูญ&nbsp;ขัดขวางการมีส่วนร่วมของสมาชิกที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ&nbsp;ขัดขวางการพัฒนาพรรคการเมือง&nbsp;ให้เป็นของประชาชน&nbsp;เป็นสถาบันทางการเมือง&nbsp;ทั้งนี้จะรับหลักการเพียงร่าง&nbsp;พ.ร.ป.ของคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)?เพราะมีหลักการสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ&nbsp;แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;(ฉบับที่1)&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งการที่พรรคการเมืองกล่าวอ้างว่าการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง&nbsp;โดยการเลือกตั้งขั้นต้น&nbsp;ให้สมาชิกพรรคร่วมคัดเลือก&nbsp;นั้นทำไม่ได้จริง&nbsp;เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;มองว่า&nbsp;เป็นการทำลายคุณค่าและทำความสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&nbsp;แต่ระบบดังกล่าวจะทำให้พรรคการเมืองพ้นจากการครอบงำของนายทุน&nbsp;รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขไม่ให้คนนอกพรรคครอบงำ&nbsp;พร้อมยืนยันว่า&nbsp;เจตนาของการร่างกฎหมายไม่ใช่มุ่งเพื่อทำลายพรรคการเมือง</p><p><strong>นายสุทิน&nbsp;คลังแสง&nbsp;ส.ส.มหาสารคาม&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เคารพความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ที่ต้องการให้มีระบบไพรมารีโหวต&nbsp;แต่สมาชิกพรรคการเมืองของประเทศไทยไม่เหมือนกับสหรัฐอเมริกา&nbsp;สมาชิกที่จะเข้ามามีส่วนร่วมและทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง&nbsp;จะต้องอยู่ร่วมกัน&nbsp;มีอุดมการณ์ร่วมกันมายาวนาน&nbsp;ต้องทำงานร่วมกันมาพอสมควร&nbsp;ซึ่งพรรคเพื่อไทย&nbsp;ไม่ได้ปฏิเสธระบบไพรมารีโหวต&nbsp;แต่ขอให้ทำในระดับจังหวัด&nbsp;ไม่ใช่ระดับเขต&nbsp;และเชื่อว่า&nbsp;เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมระบบไพรมารีโหวต&nbsp;จะเกิดขึ้นได้&nbsp;แต่ไม่ใช่เวลานี้</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว</strong>&nbsp;วิป&nbsp;3&nbsp;ฝ่าย&nbsp;กำหนดกรอบการพิจารณาเอาไว้&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย&nbsp;คาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จรับหลักการได้ประมาณ&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","25/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225214310449"],
    [329,"ไทยและมาเลเซีย พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างรอบด้าน","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;กล่าวถ้อยแถลงร่วมกับ&nbsp;ดาโตะ&nbsp;ซรี&nbsp;อิซมาอิล&nbsp;ซาบรี&nbsp;ยาคบ&nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย&nbsp;ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย&nbsp;และเป็นผู้นำรัฐบาลต่างประเทศคนแรกที่เยือนไทย&nbsp;ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;โดยยืนยันความตั้งใจเสริมสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ&nbsp;บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ&nbsp;</p><p><strong>จากการหารือร่วมกันทั้งสองฝ่ายมี&nbsp;4&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;การฟื้นฟูความเชื่อมโยงในทุกมิติ&nbsp;การกระตุ้นเศรษฐกิจและแสวงหาความร่วมมือสาขาใหม่ๆ&nbsp;&nbsp;การพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และความมั่นคงชายแดน&nbsp;และการรื้อฟื้นกลไกหารือทวิภาคี&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะบทบาทที่สร้างสรรค์ของอาเซียน&nbsp;ประเด็นสถานการณ์ในเมียนมา&nbsp;เน้นย้ำการรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอาเซียน&nbsp;ท่ามกลางความท้าทายเพื่อรักษาดุลยภาพในภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>โดยทั้งสอง&nbsp;พร้อมร่วมมือกันในกรอบความร่วมมือต่างๆ&nbsp;</strong>มาเลเซียพร้อมให้การสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยในปีนี้ด้วย&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียืนยันเจตนารมณ์ของไทย&nbsp;ที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียในทุกระดับและทุกมิติ&nbsp;โดยมีประโยชน์สุขของ&nbsp;ครอบครัวชาวไทยและมาเลเซีย&nbsp;เป็นหมุดหมายสำคัญ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;หวังว่าไทยและมาเลเซีย&nbsp;</strong>จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอย่างแข็งขันในทุกระดับ&nbsp;และได้ขยายความร่วมมือไปยังประเด็นใหม่ๆ&nbsp;ของความร่วมมือ&nbsp;โดยเฉพาะการฟื้นฟูผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;เห็นด้วยกับบริบทจากการหารือกัน&nbsp;เพื่อเปิดการเดินทางระหว่างประชาชนสองประเทศให้มากขึ้น&nbsp;มุ่งส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน&nbsp;และการส่งเสริมกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดการพบปะหารือระหว่างกัน&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะเผยแพร่แถลงข่าวร่วม&nbsp;สะท้อนเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกัน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><strong>ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวร่วม</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรม&nbsp;ณ&nbsp;โถงกลาง&nbsp;ตึกสันติไมตรี&nbsp;และนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย&nbsp;ณ&nbsp;ตึกสันติไมตรีหลังนอก</p><p><br></p><p><br></p>","25/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225205003428"],
    [330,"การประชุมสภาเทศบาลนครยะลา สมัยสามัญ สมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;นายสมชัย&nbsp;ฤทธิผลิน&nbsp;ประธานสภาเทศบาลนครยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมสภาเทศบาลนครยะลา&nbsp;สมัยสามัญ&nbsp;สมัยแรก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพิจารณาญัตติของคณะผู้บริหารเทศบาล&nbsp;ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์&nbsp;ยิ่งชนม์เจริญ&nbsp;นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;และฝ่ายบริหารเทศบาลนครยะลา&nbsp;ได้เสนอญัตติเรื่อง&nbsp;ขอความเห็นชอบให้ใช้ประโยชน์ภายในอาคารอุทยานการเรียนรู้&nbsp;เทศบาลนครยะลา&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;4&nbsp;เพื่อให้สถานเอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;ดำเนินโครงการจัดทำมุมจำลองสวิสเซอร์แลนด์&nbsp;(SWISS&nbsp;CORNER&nbsp;Simulation)&nbsp;ประกอบด้วยมุมความรู้ต่างๆ&nbsp;สำหรับเปิดให้บริการและเป็นศูนย์กลางกระจายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;และประชาชนในจังหวัดยะลา&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;โดยที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้ใช้ประโยชน์ภายในอาคารอุทยานการเรียนรู้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","25/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226043344460"],
    [331,"ทยอยอพยพคนไทยในยูเครน ไปยังศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทย เมืองลวิฟ แล้ว ","<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;แจ้งสถานะการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;คณะเจ้าหน้าที่จากสถานทูตฯ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;เดินทางจากกรุงวอร์ซอ&nbsp;ไปถึงศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยเมืองลวิฟและจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;เรียบร้อยแล้ว&nbsp;เบื้องต้นมีคนไทย&nbsp;10&nbsp;คนพร้อมคู่สมรสชาวยูเครน&nbsp;เดินทางเข้ามาพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;แล้ว&nbsp;และมีคนไทยอีกประมาณ&nbsp;20-30&nbsp;คน&nbsp;แจ้งว่ากำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางจากเมืองต่างๆ&nbsp;มายังเมืองลวิฟโดยรถยนต์ส่วนตัว&nbsp;หรือรถไฟ</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;สถานการณ์ของกรุงเคียฟและเมืองหลักต่างๆ</strong>&nbsp;มีความเสี่ยงและอันตรายมากขึ้นเป็นลำดับ&nbsp;ทำให้ทางการยูเครน&nbsp;ประกาศให้ประชาชนอยู่ในที่ตั้งและหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจากที่พัก&nbsp;โดยเฉพาะในเวลากลางคืน&nbsp;(หลังเวลา&nbsp;22.00&nbsp;&nbsp;07.00&nbsp;น.)&nbsp;ทำให้ยังมีคนไทยในเมืองต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเคียฟ&nbsp;เมือง&nbsp;Kharkiv&nbsp;(คาคีฟ)&nbsp;เมือง&nbsp;Mykolaiv&nbsp;(มิกโคลาอีฟ)&nbsp;ยังต้องอยู่&nbsp;ณ&nbsp;ที่ตั้งเพื่อความปลอดภัย&nbsp;เช่น&nbsp;ที่พักที่นายจ้างจัดให้&nbsp;สถานที่หลบภัย&nbsp;สถานีรถไฟใต้ดิน&nbsp;ตามคำแนะนำของทางการยูเครน&nbsp;โดยทางสถานทูตฯ&nbsp;จะเตรียมจัดหารถเช่าและช่องทางการเดินทางสาธารณะที่เปิดให้บริการเพื่อนำคนไทยออกมาจากพื้นที่เสี่ยงและเดินทางออกจากยูเครนให้เร็วที่สุดต่อไป</p><p><strong>สำหรับแผนการนำคนไทยออกจากยูเครน</strong>&nbsp;วันอาทิตย์ที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;จะนำคนไทยจากเมือง&nbsp;Odessa&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;เดินทางไปยังจุดผ่านแดนยูเครน-โรมาเนีย&nbsp;(ระยะทาง&nbsp;300&nbsp;ก.ม.)&nbsp;&nbsp;โดยรถบัสเช่า&nbsp;จากนั้นทางสถานเอกอัคราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงบูคาเรสต์&nbsp;จะช่วยนำกลุ่มคนไทย&nbsp;เดินทางไปยังกรุงบูคาเรสต์โดยรถบัส&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินพาณิชย์ในวันที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และวันจันทร์ที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;(หรือวันอาทิตย์ที่&nbsp;27&nbsp;ก.พ.)&nbsp;นำคนไทยที่เข้าพักในศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;และคนไทยที่มีที่พักในเมืองลวีฟ&nbsp;ประมาณ&nbsp;30-60&nbsp;คน&nbsp;เดินทางเข้าประเทศโปแลนด์&nbsp;ไปยังกรุงวอร์ซอ&nbsp;เพื่อเตรียมการเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินพาณิชย์ต่อไป&nbsp;จากการประสานกับผู้แทนกลุ่มคนไทยในเมืองต่างๆ&nbsp;คนไทยทุกคนยังปลอดภัย&nbsp;&nbsp;ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ&nbsp;หรือได้รับอันตราย</p><p><br></p><p><br></p>","26/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226193758729"],
    [332,"นายกรัฐมนตรีออกคำสั่ง ศบค. ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 23 ปรับข้อกำหนดการเดินทางเข้าไทย  มีผล 1 มีนาคมนี้","<p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เผยแพร่&nbsp;คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;ไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ที่&nbsp;5/2565</strong>&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;23)</p><p><strong>ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;</strong>ให้ขยายระยะเวลา&nbsp;การบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;นั้น</p><p><strong>โดยที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.</strong>&nbsp;ได้ออกคำสั่งเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันโรคให้เหมาะสมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;กลายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;(Omicron)&nbsp;ที่สามารถแพร่กระจายและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;และพบว่าไวรัสโคโรนากลายพันธุ์&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนไม่ทำให้ผู้ติดเชื้อเกิดอาการป่วยที่รุนแรง&nbsp;จึงเห็นควรปรับมาตรการป้องกันโรคให้มีความเหมาะสม&nbsp;และให้การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์</p><p><strong>นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จึงมีคำสั่ง</strong>ให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ&nbsp;ให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p><strong>ข้อ&nbsp;1.&nbsp;ให้คำสั่งระงับการรับลงทะเบียนการเดินทางเข้าราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว&nbsp;</strong>ยกเว้นกรณีการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้ซึ่งได้รับอนุญาตประเภท&nbsp;(2)&nbsp;ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;(เฉพาะเกาะเต่า&nbsp;เกาะพะงันและเกาะสมุย)&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;(เฉพาระอำเภอบางละมุง&nbsp;เมืองพัทยา)&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;(เฉพาะตำบลนาจอมเทียน&nbsp;และตำบลบางเสร่)&nbsp;และจังหวัดตราด&nbsp;(เฉพาะอำเภอเกาะช้าง)&nbsp;ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป&nbsp;จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น</p><p><strong>ข้อ&nbsp;2.&nbsp;ให้รับการลงทะเบียนการเดินทางเข้าราชอาณาจักรของผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;เฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;(เฉพาะเกาะเต่า&nbsp;เกาะพะงัน&nbsp;และเกาะสมุย)&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;(เฉพาะอำเภอบางละมุง&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;(เฉพาะตำบลนาจอมเทียนและตำบลบางเสร่)&nbsp;และจังหวัดตราด&nbsp;(เฉพาะอำเภอเกาะช้าง)</p><p><strong>ข้อ&nbsp;3.&nbsp;ให้ปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท&nbsp;(1)</strong></p><p>3.1&nbsp;ให้มีหลักฐานการชำระค่าที่พักหรือสถานที่กักกันที่ทางราชการกำหนดในวันแรกที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;และหลักฐานการชำระค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมถึงค่าชุดตรวจและน้ำยาที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยการติดเชื้อ&nbsp;SARS&nbsp;-&nbsp;CoV&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;(เชื้อก่อโรค&nbsp;COVID-19)&nbsp;แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง&nbsp;(Antigen&nbsp;Self&nbsp;-&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;หรือ&nbsp;ATK)</p><p>3.2&nbsp;กรณีเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;ณ&nbsp;ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศทางอากาศให้คัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ผู้เดินทาง&nbsp;และยื่นเอกสารหรือแสดงหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ&nbsp;ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข</p><p>3.3&nbsp;กรณีเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;ทางบกและทางน้ำ&nbsp;ให้ตรวจคัดกรองอาการทางเดินหายใจ&nbsp;วัดไข้&nbsp;และยื่นเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่</p><p>3.4&nbsp;เมื่อเดินทางไปยังโรงแรมหรือสถานที่พัก&nbsp;ต้องเข้ารับการกักกัน&nbsp;ตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่หรือจังหวัดที่ราชการกำหนด&nbsp;ส่วนอายุยังไม่ครบ&nbsp;6&nbsp;ปีบริบูรณ์&nbsp;ให้ตรวจหาเชื้อโดยน้ำลายได้&nbsp;โดยในระหว่างที่รอผลการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ห้ามผู้เดินทางเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พัก</p><p>(1)&nbsp;กรณีผลการตรวจ&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR&nbsp;ในครั้งแรกยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ให้ผู้เดินทางสามารถเดินทางในราชอาณาจักรได้&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดตลอดเวลาที่อยู่ในราชอาณาจักร&nbsp;และต้องตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;และให้รายงาน&nbsp;และบันทึกผลในแอปพลิเคชันหรือระบบที่ทางราชการกำหนดด้วย</p><p>(2)&nbsp;กรณีผลการตรวจ&nbsp;ในครั้งแรกยืนยันว่าผู้เดินทางมีเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ให้โรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการพิจารณาดำเนินการดูแลรักษาพยาบาลตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;โดยให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจหรือรักษาพยาบาลทั้งหมด</p><p><strong>ข้อ&nbsp;4.&nbsp;ให้ปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท&nbsp;(2)&nbsp;</strong>ดังนี้</p><p>4.1&nbsp;ให้มีหลักฐานการชำระค่าที่พัก&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และหลักฐานค่าตรวจหาเชื้อโดยวิธี&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR</p><p>จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมถึงค่าชุดตรวจ&nbsp;ATK</p><p>4.2&nbsp;ให้เดินทางไปยังโรงแรมหรือสถานที่พักในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวที่ทางราชการกำหนด&nbsp;ตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ระหว่างที่รอผลห้ามผู้เดินทางเดินทางออกนอกโรงแรมหรือสถานที่พัก&nbsp;อายุยังไม่ครบ&nbsp;6&nbsp;ปีบริบูรณ์&nbsp;และได้เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล&nbsp;ให้ทำการตรวจหาเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธีการโดยน้ำลายได้</p><p>(1)&nbsp;กรณีผลการตรวจเชื้อ&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR&nbsp;ในครั้งแรก&nbsp;ไม่มีเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ให้ผู้เดินทางสามารถเดินทางในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวได้&nbsp;โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;และตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เพื่อยืนยันว่าไม่มีเชื้อ</p><p>(2)&nbsp;กรณีผลการตรวจหาเชื้อในครั้งแรก&nbsp;มีเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ให้โรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการพิจารณาดำเนินการดูแลรักษาพยาบาลตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;โดยให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจหรือรักษาพยาบาลทั้งหมด</p><p>4.3&nbsp;กรณีผู้เดินทางในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;(เฉพาะเกาะเต่า&nbsp;เกาะพะงัน&nbsp;และเกาะสมุย)&nbsp;หากผลการตรวจเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;โดยวิธี&nbsp;RT&nbsp;-&nbsp;PCR&nbsp;ในครั้งแรกยืนยันว่าผู้เดินทางไม่มีเชื้อโรคโควิด-19&nbsp;ให้ผู้เดินทางสามารถเดินทางในกลุ่มจังหวัดดังกล่าวได้&nbsp;แต่เปลี่ยนโรงแรมได้ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;แห่ง</p><p><strong>ข้อ&nbsp;5&nbsp;ให้ปรับมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท&nbsp;(1)&nbsp;(2)&nbsp;(4)&nbsp;(5)&nbsp;และ&nbsp;(6)&nbsp;</strong>เฉพาะในส่วนกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลหรือหลักประกันอื่นใดตลอดระยะเวลาที่ผู้เดินทางอยู่ในราชอาณาจักรในวงเงินไม่น้อยกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐ</p><p><strong>ข้อ&nbsp;6&nbsp;ให้ผู้เดินทางซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามข้อ&nbsp;3&nbsp;และข้อ&nbsp;4&nbsp;ข้างต้น</strong>&nbsp;ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอื่น&nbsp;1&nbsp;ตามคำสั่งที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้โดยเคร่งครัด</p><p><strong>ข้อ&nbsp;7&nbsp;สำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรประเภท&nbsp;(3)&nbsp;(4)&nbsp;(5)&nbsp;และ&nbsp;(6)&nbsp;</strong>ให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้โดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</strong>จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น</p><p><strong>สั่ง&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong></p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา</strong></p><p>นายกรัฐมนตรี</p><p>ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19</p><p><br></p><p><strong>รายละเอียดประกาศฉบับเต็ม</strong></p><p><a&nbsp;href=\"http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/048/T_0063.PDF\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/048/T_0063.PDF</a></p>","27/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227041442760"],
    [333,"ทยอยอพยพคนไทย ออกจากประเทศยูเครน ทั้งหมดยังปลอดภัย ","<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;รายงานการช่วยเหลือคนไทยในยูเครนในสถานการณ์ฉุกเฉิน/ภัยสงคราม&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;มีคนไทยเดินทางมาเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;รวม&nbsp;47&nbsp;คน&nbsp;และมีคนไทยอีก&nbsp;43&nbsp;คนที่อยู่ในระหว่างการเดินทางจากเมืองต่างๆ&nbsp;มายังเมืองลวิฟ&nbsp;ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ติดตามสอบถามความเป็นอยู่กับกลุ่มคนไทยในเมืองต่างๆ&nbsp;ทราบว่า&nbsp;คนไทยทั้งหมดยังปลอดภัย&nbsp;ไม่มีใครได้รับอันตราย&nbsp;หรือบาดเจ็บ&nbsp;&nbsp;โดยยังมีคนไทยอีกกว่าร้อยคน&nbsp;ที่ยังต้องอยู่ในเมืองที่พำนักและไม่สามารถเดินทางออกมาได้&nbsp;&nbsp;เนื่องจากมีการประกาศปิดเมือง&nbsp;หรือสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย&nbsp;อาทิ&nbsp;เมืองมิกโคลาอีฟ&nbsp;(มีคนไทย&nbsp;7&nbsp;คน)&nbsp;เมืองคาร์คีฟซึ่งอยู่ติดชายแดนรัสเซีย&nbsp;(มีคนไทย&nbsp;12&nbsp;คน)&nbsp;ส่วนคนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ&nbsp;สามารถเดินทางออกมาได้แล้ว&nbsp;102&nbsp;คน&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;148&nbsp;คน&nbsp;(เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการแล้ว&nbsp;43&nbsp;คน)&nbsp;โดยมีคนไทยที่สมรสกับชาวยูเครนและบุตร&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;คนแสดงความประสงค์จะพำนักกับครอบครัวต่อไป&nbsp;(สามีไม่สามารถเดินทางออกมานอกยูเครนได้)</p><p><strong>ส่วนแผนการนำคนไทยออกจากยูเครน</strong>&nbsp;วันอาทิตย์ที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นำคนไทยจากเมืองโอเดซา(Odessa)&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;คน&nbsp;เดินทางไปยังจุดผ่านแดนยูเครน-โรมาเนีย&nbsp;โดยรถบัสเช่า&nbsp;จากนั้นสถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงบูคาเรสต์&nbsp;จะช่วยรับช่วงต่อโดยนำกลุ่มคนไทยเดินทางโดยรถบัสเช่าไปยังกรุงบูคาเรสต์&nbsp;ประเทศโรมาเนีย&nbsp;เพื่อเตรียมเดินทางกลับประเทศไทยโดยเครื่องบินพาณิชย์ในวันที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;จะนำคนไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;43&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติฯ&nbsp;เมืองลวิฟเดินทางโดยรถบัสเช่ามายังกรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์&nbsp;และในวันจันทร์ที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จัดรถบัสเช่าไปรับคนไทย&nbsp;ชุดที่&nbsp;2&nbsp;จากศูนย์ปฏิบัติฯ&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;เพื่อมายังกรุงวอร์ซอ&nbsp;และรอการเดินทางกลับไทยโดยเครื่องบินพาณิชย์&nbsp;(ประมาณวันที่&nbsp;1-4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","27/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227134553865"],
    [334,"รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ออกถ้อยแถลงต่อสถานการณ์ในยูเครน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ใช้การเจรจาและช่องทางการทูต ","<p><strong>กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เผยแพร่ถ้อยแถลงรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน</strong>&nbsp;ต่อสถานการณ์ในยูเครน&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน&nbsp;ห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่ผันผวนและความขัดแย้งกันด้วยอาวุธในยูเครน&nbsp;เราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุดและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่&nbsp;ในการหารือผ่านทุกช่องทาง&nbsp;รวมถึงช่องทางการทูตเพื่อควบคุมสถานการณ์&nbsp;ลดความตึงเครียดและแสวงหาการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี&nbsp;ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ&nbsp;หลักการของกฎบัตรสหประชาชาติและสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p><p><strong>เราเชื่อว่า&nbsp;ยังคงมีพื้นที่สำหรับการหารืออย่างสันติ</strong>&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้สถานการณ์อยู่เหนือการควบคุม&nbsp;เพื่อให้สันติภาพ&nbsp;ความมั่นคงและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวกันดำรงอยู่ต่อไป&nbsp;จึงนับเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย&nbsp;ที่จะยึดมั่นหลักการของการเคารพซึ่งกันและกันในอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดนและสิทธิที่เท่าเทียมกันของทุกชาติ</p><p><br></p><p><br></p>","27/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227134303862"],
    [335,"จนท.ควบคุมตัว น.ศ.ยะลา 6 รายต้องสงสัยป่วนใต้","<p><strong>เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวน&nbsp;กองกำลังสืบสวนภูธรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ฉก.ตร.ยะลา&nbsp;91&nbsp;พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด&nbsp;EOD&nbsp;และ&nbsp;ศพฐ.10&nbsp;สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้น&nbsp;พื้นที่เป้าหมายเพื่อหาตัวบุคคลต้องสงสัย&nbsp;บริเวณบ้านเลขที่&nbsp;90/4&nbsp;ถ.สิโรรส&nbsp;10&nbsp;ต.สะเตง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จากการตรวจค้นพบบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.นายมุสลิม&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;24&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;199&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ตาเนาะปูเต๊ะ&nbsp;อ.บังนังสตา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;นายบัสรี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;26&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;76/3&nbsp;ม.9&nbsp;อ.กรงปินัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;นายอารีส&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;อยู่&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;63&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บาเจาะ&nbsp;อ.บังนังสตา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;นายอิรฟาน&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;18/2&nbsp;ม.1&nbsp;อ.กาบัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.นายอัสรี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;อยู่&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;71/1&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ประจัน&nbsp;อ.ยะรัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;นายซูไฮมี&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;192/3&nbsp;ม.4&nbsp;ต.เมาะมาวี&nbsp;อ.ยะรัง</p><p>เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมวัตถุพยาน&nbsp;นำไปตรวจสอบ&nbsp;พร้อมควบคุมบุคคลทั้ง&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;ส่งศูนย์ซักถาม&nbsp;ฉก.ทพ.41&nbsp;ต.วังพญา&nbsp;อ.รามัน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เพื่อดำเนินการซักถามต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","27/2/2022","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227170729950"],
    [336,"สำนักงานยุติธรรม?จังหวัดตรัง? จัดประชุมเพื่อขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม?ในพื้นที่จังหวัดตรัง? ตามนโยบายกระทรวงยุติธรรม?ในการอำนวยความยุติธรรมและลดความเลื่อมล้ำแก่ประชาชน?","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอภัย?&nbsp;เอียดบัว?&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ?จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธาน?การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม?&nbsp;ครั้งที่?&nbsp;8/2565&nbsp;ณ?&nbsp;ห้องหยงหลิง&nbsp;สำนักงานยุติธรรม?จังหวัดตรัง&nbsp;และมีคณะกรรมการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม?เข้าร่วมการประชุม&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนภารกิจกระทรวงยุติธรรม?ในพื้นที่จังหวัดตรัง?&nbsp;ตามนโยบายกระทรวงยุติธรรม?ในการอำนวยความยุติธรรมและลดความเลื่อมล้ำแก่ประชาชน?แก้ไขหรือบรรเทาเยียวยาปัญหาเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์?ที่เร่งด่วน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;&nbsp;ในฐานะองค์กรหลักในการสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม</strong>&nbsp;บนรากฐานของความเท่าเทียม&nbsp;โดยนำความยุติธรรมไปสู่ประชาชนด้วยความสะดวก&nbsp;และรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งสร้างสังคมแห่งความปลอดภัย&nbsp;กระทรวงยุติธรรมได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และพร้อมเคียงข้าง&nbsp;สร้างความยุติธรรม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม&nbsp;ตามนโยบายของศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข&nbsp;ยุติธรรมเชิงรุก&nbsp;สร้างสุขให้ประชาชน&nbsp;&nbsp;โดยทิศทางการทำงานต่อไปของกระทรวงยุติธรรม&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;เทพสุทิน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม&nbsp;ได้กำหนดนโยบายการบริหารราชการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายและทั่วถึง&nbsp;ซึ่งให้ความสำคัญต่อการทำงานที่โปร่งใส&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;ให้ความเสมอภาคแก่ทุกฝ่าย&nbsp;ประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนได้รับรู้ถึงสิทธิของตนเองในกระบวนการยุติธรรม&nbsp;พร้อมบูรณาการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาแก่พี่น้องประชาชนว่ากระทรวงยุติธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/2/2022","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228103557074"],
    [337,"นำคนไทยชุดแรก 99 คน ออกจากยูเครน ไปยังโปแลนด์และโรมาเนียแล้ว","<p><strong>สถานเอกอัครราชทูต&nbsp;ณ&nbsp;กรุงวอร์ซอ</strong>&nbsp;รายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;(สถานะวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.)&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ช่วยเหลือให้คนไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;99&nbsp;คนอพยพออกจากยูเครน&nbsp;โดยคนไทย&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;เดินทางจากศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยในยูเครน&nbsp;เมืองลวิฟ&nbsp;(Lviv)&nbsp;ถึงกรุงวอร์ซอ&nbsp;ประเทศโปแลนด์&nbsp;โดยสวัสดิภาพ&nbsp;</p><p><strong>ส่วนอีก&nbsp;39&nbsp;คน&nbsp;เดินทางจากเมืองโอเดซา</strong>&nbsp;(Odessa)&nbsp;ถึงกรุงบูคาเรสต์&nbsp;ประเทศโรมาเนีย&nbsp;โดยสวัสดิภาพเช่นกัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐบาลไทยจะจัดให้คนไทยทั้ง&nbsp;99&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งคนไทยที่จะเดินทางออกมาจากยูเครนเพิ่มเติม&nbsp;ให้เดินทางโดยเครื่องบินพาณิชย์กลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;มีคนไทยทยอยมาเข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ</strong>&nbsp;เพิ่มเติมอีก&nbsp;42&nbsp;คน&nbsp;และมีคนไทยอีกประมาณ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ที่กำลังเดินทางมายังเมืองลวิฟ&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;มีแผนจะนำคนไทยที่เข้าพักที่ศูนย์ปฏิบัติการฯ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;เดินทางเข้าประเทศโปแลนด์ในช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)</p><p><strong>สถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;ได้ติดตามสอบถามความเป็นอยู่</strong>กับกลุ่มคนไทยในเมืองต่างๆ&nbsp;ที่ยังเดินทางออกมาไม่ได้&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย&nbsp;หรือมีการประกาศปิดเมือง&nbsp;ทราบว่า&nbsp;คนไทยทั้งหมดยังปลอดภัย&nbsp;ไม่มีใครได้รับอันตราย&nbsp;หรือบาดเจ็บ&nbsp;โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ&nbsp;เตรียมความพร้อมที่จะจัดยานพาหนะไปรับคนไทยเมื่อสถานการณ์อำนวยในโอกาสแรก</p><p><br></p><p><br></p>","28/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228160637252"],
    [338,"โฆษกรัฐบาลเผยนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วนติดตามสถานการณ์ในยูเครน-รัสเซีย เร่งรัดสั่งการแก้ปัญหาต่างๆ","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เรียกประชุมรองนายกรัฐมนตรีทุกด้าน&nbsp;เพื่อติดตามเพื่อติดตามสถานการณ์เร่งด่วน</strong>&nbsp;และได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมในการกำหนดมาตรการรับมืออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&nbsp;การประชุมในวันนี้เพื่อเป็นการติดตามสถานการณ์&nbsp;และพัฒนาการในยูเครน&nbsp;ซึ่งทวีความตึงเครียดขึ้นด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อทุกประเทศ&nbsp;เนื่องจากทุกประเทศมีความสำคัญทางเศรษฐกิจกับไทย&nbsp;ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัด&nbsp;คือราคานํ้ามันที่สูงขึ้น&nbsp;และราคาหุ้นและคริปโตที่ลดลง&nbsp;และเศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบแน่นอนหากสถานการณ์ยืดเยื้อ</p><p><strong>ด้านนายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;</strong>กล่าวว่าในส่วนของไทยได้ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วง&nbsp;และสนับสนุนความพยายามที่ยังคงดำเนินอยู่&nbsp;เพื่อการแก้ไขสถานการณ์อย่างสันติผ่านการหารือ</p><p>ด้านนายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า&nbsp;แม้ไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการนำเข้าพลังงาน&nbsp;ทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว&nbsp;แต่ทางกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประเมินและเตรียมความพร้อมหากเกิดสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้น&nbsp;โดยได้เตรียมความพร้อมด้านปริมาณสำรองพลังงานไว้&nbsp;รวมทั้งได้เตรียมมาตรการในการบรรเทาให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศหาช่องทางช่วยเหลือ&nbsp;และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป&nbsp;</strong>นอกจากเตรียมแผนอพยพคนไทยออกจากยูเครนแล้ว&nbsp;ยังได้สั่งการให้เตรียมแผน/มาตรการรองรับผลกระทบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย&nbsp;ทั้งสถานการณ์น้ำมัน&nbsp;ตลาดหลักทรัพย์&nbsp;อัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;และการค้าและการลงทุน&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างรอบด้าน&nbsp;โดยที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศ&nbsp;ดังนั้นการดำเนินการใด&nbsp;ๆ&nbsp;ขอให้ทำด้วยความรอบคอบ&nbsp;ระมัดระวัง&nbsp;เหมาะสม&nbsp;และพร้อมรับมือหากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้รับรายงานเรื่องสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้&nbsp;และการแก้ไขปัญหาความยากจน</strong>&nbsp;โดยสถานการณ์อุทกภัยเป็นผลกระทบจากคลื่นลมแรงและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;และ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยปัจจุบันสถานการณ์ภาพรวมระดับน้ำลดลงทุกจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การแก้ปัญหาความยากจน&nbsp;</strong>นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วนที่สุด&nbsp;พร้อมขอให้นำโครงการ&nbsp;หรือนโยบายของรัฐบาลนำมาต่อยอด&nbsp;ใช้แก้ปัญหาเชิงรุกให้เกิดผลโดยเร็ว&nbsp;อาทิ&nbsp;smart&nbsp;farmer&nbsp;โคกหนองนา&nbsp;โมเดล&nbsp;เป็นต้น</p>","28/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228140403168"],
    [339,"รมช.มหาดไทย มุ่งเน้นส่งเสริมอารยสถาปัตย์ ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">          รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มุ่งเน้นส่งเสริมอารยสถาปัตย์ ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">          นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายและกิจกรรมต่างๆ ด้านอารยสถาปัตย์ พร้อมทั้งมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างครอบคลุม ให้สามารถเข้าถึงบริการของรัฐและใช้ประโยชน์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ ความเสมอภาค เท่าเทียม เป็นธรรม ภายใต้สโลแกน กระทรวงมหาดไทย ส่งเสริมอารยสถาปัตย์ ขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม ที่ผ่านมา กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. 2548 และประกาศบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2564 ให้ครอบคลุมถึงอาคารบางประเภทที่มีขนาดและลักษณะที่สมควรต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์อาคารได้มากยิ่งขึ้น</span></p><p><br></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2564 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประเภท ขนาด ลักษณะของอาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตั้ง ขนาด จำนวนและมาตรฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ทั้งประเภทอาคารแต่ละประเภท และสิ่งอำนวยความสะดวกที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง</span></p>","28/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301115654090"],
    [340,"สถานการณ์ยาเสพติดจังหวัดมุกดาหาร ยังมีการลักลอบนำเข้า ตามแนวชายแดนไม่หวั่นต่อการแพร่ระบาดของโรคและการจับกุมอย่างต่อเนื่อง","<p><strong>สถานการณ์ยาเสพติดจังหวัดมุกดาหาร ยังมีการลักลอบนำเข้า ตามแนวชายแดนไม่หวั่นต่อการแพร่ระบาดของโรคและการจับกุมอย่างต่อเนื่อง </strong></p><p>&nbsp;&nbsp;วันนี้ ( 28 ก.พ.65 ) ที่ห้องประชุมแก้วกินรี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ได้มีการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดมุกดาหาร(ศอ.ปส.จ.มห) โดยมีนายบุญเรือง เมฆฉิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธาน เพื่อรับทราบสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ในรอบเดือน กุมภาพันธ์ การจับกุมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และข้อสั่งการเพิ่มเติมของผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดมุกดาหาร &nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานของหน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดปี 2565และเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งได้ประกาศให้ การแก้ปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการรายงานของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 (ปปส.ภาค 4 ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารว่า จากข้อมูลการจับกุมคดีสำคัญในเดือนตุลาคม 2564 - ปัจจุบัน มีผลการจับกุมการนำเข้ายาเสพติดเป็นลำดับ 4 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยชนิดยาเสพ ติดที่มีการลักลอบนำเข้าในห้วงนี้ คือ ยาบ้า กัญชา และไอซ์ แม้มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 และเพิ่มความเข้มงวดในการผ่านแดนระหว่างประเทศ &nbsp;ตรวจยึดและจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่องก็ตาม ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติด มายังพื้นที่หมู่บ้านตามแนวชายแดนแต่อย่างใด ซึ่งมีทั้งรายใหญ่และรายย่อย โดยพื้นที่ที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดส่วนใหญ่ใช้ช่องทางธรรมชาติ จุดผ่อนปรน หมู่บ้านชายแดนที่ติดกับแม่น้ำโขง เป็นช่องทางหลัก &nbsp;พื้นที่นำเข้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ส่วนพื้นที่พบมีการแพร่ระบาดมากที่สุดได้ อำเภอเมือง หว้านใหญ่ ดอนตาล คำชะอี นิคมคำสร้อย ๆ ตามลำดับ </p><p>&nbsp;&nbsp;ส่วนการป้องกันปราบปรามการค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ในเดือน กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้มีการตรวจยึดยาบ้าและกัญชารายใหญ่ 4 ราย กว่า 340,000 เม็ด กัญชา กว่า 700 กิโลกรัม โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 112,000 เม็ด ในเขตพื้นที่ บ้านนาโพธฺ อำเภอดอนตาล วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 230,000 เม็ด ในเขตพื้นที่หมู่ 11 ตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล พร้อมผู้ต้องหา 2 คน&nbsp;วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ตรวจยึดกัญชาอัดแท่ง&nbsp;จำนวน 350 กิโลกรัม ที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านดานคำ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร และวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ตรวจยึดกัญชา จำนวน&nbsp;537 กิโลกรัม ที่ทางหลวงชนบท บ้านคำฮี  นาโสกน้อย ตำบลโพนทราย พร้อมผู้ต้องหา 2 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง </p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะที่ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มีข้อสั่งการ ให้หน่วยความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น หลังจากกลุ่มผู้ผลิตผู้ค้ายาเสพติด ได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียง การลักนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือ มายังแนวชายแดนแม่น้ำโขงภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น &nbsp;และได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งจนสามารถจับกุม ตรวจยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง และแสดงความห่วงใยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเพิ่มความระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดด้วย </p><p>&nbsp;</p>","28/2/2022","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228180439328"],
    [341,"จ.ภูเก็ต ยังคงพบมีการระบาดของยาบ้าอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามอย่างเข้มงวด","<p><strong>นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งมีการรายงานปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่ยังพบมีการระบาดในพื้นที่&nbsp;และหลังจากที่มีการเพิกถอนพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภทที่&nbsp;5&nbsp;และการยกเลิกบัตร&nbsp;ป.ป.ส.&nbsp;ทำให้มีการจับกุมคดียาเสพติดน้อยลง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว</strong>&nbsp;จึงยังคงพบการระบาดของยาเสพติด&nbsp;โดยเป็นยาบ้ามากสุด&nbsp;เนื่องจากมีราคาลดลงจากเดิมมาก&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;ไอซ์&nbsp;ที่พบกลุ่มผู้เสพเป็นผู้ที่มีฐานะทางการเงิน&nbsp;และมีปริมาณของกลางที่จับกุมเพิ่มขึ้น&nbsp;ตามมาคือ&nbsp;กัญชา&nbsp;ส่วนเฮโรอีนและโคเคน&nbsp;ยังคงพบเฉพาะกลุ่ม&nbsp;และมียาเสพติดที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;คือกลุ่มยากล่อมประสาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;บูรณาการข้อมูลเพื่อเร่งปราบปรามอย่างเข้มงวด&nbsp;และเดินหน้าสกัดกั้นยาเสพติด&nbsp;ไม่ให้มีการนำเข้ามาในพื้นที่ทุกเส้นทาง&nbsp;เพื่อเป็นการตัดวงจรยาเสพติดในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/2/2022","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228200631360"],
    [342,"ภูเก็ตเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อหารือข้อราชการ","<p><strong>ที่ห้องรับรองรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;มุขหน้า&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางหลังใหม่</strong>&nbsp;นาย&nbsp;เยฟเกนี&nbsp;โตมีฮิน&nbsp;(Mr.Evgeny&nbsp;Tomakhin)&nbsp;เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;นายวลาดีมีร์&nbsp;วี.&nbsp;ซอสนอฟ&nbsp;กงสุลใหญ่สหพันธรัฐรัสเซีย&nbsp;ประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และคณะขอเข้าเยี่ยมคารวะ&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อปรึกษาหารือข้อราชการ&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;การเพิ่มความร่วมมือ&nbsp;ระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับสหพันธรัฐรัสเซีย&nbsp;และความร่วมมือทวิภาคี&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากนายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ติดราชการจึงมอบหมายให้ตนเป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในการปรึกษาหารือข้อราชการ&nbsp;ซึ่งการพบปะในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่าได้มาพบปะรัฐบาลท้องถิ่นและได้เห็นว่าประชากรของเค้าที่มาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตนั้น&nbsp;ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ประมาณแปดพันคนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตที่กำลังท่องเที่ยวอยู่ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ&nbsp;125&nbsp;ปีของความสัมพันธ์ไทยกับรัสเซียซึ่งจะครบในเดือนกรกฎาคม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ก็จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องกับเรากับเมืองมืองคัมชัตคาเขตการปกครองกับภูเก็ตซึ่งจะสถาปนาบ้านพี่เมืองน้องกันซึ่งเค้าก็ติดตามได้จาก&nbsp;MOU&nbsp;ที่ทำข้อตกลงระหว่างไทยกับคัมชัตคาซึ่งทางประเทศไทยอยู่ระหว่างการตรวจสอบบันทึกข้อตกลงความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างกันซึ่งเป็นเรื่องของกรมสนธิสัญญาของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยซึ่งทางภูเก็ตยังไม่สามารถที่จะทำเองได้ซึ่งถ้าได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยเมื่อไหร่&nbsp;จังหวัดภูเก็ตถึงจะบันทึกข้อตกลงกับทางเขตการปกครองคัมชัตคาได้&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดคิดว่าน่าจะทันในช่วงปีความสำคัญ&nbsp;125&nbsp;ปีนี้&nbsp;เรื่องที่&nbsp;2&nbsp;ที่ทางเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียอยากจะแจ้งให้ทางจังหวัดทราบคือเรื่องขอสร้างค่ายมวย&nbsp;thai&nbsp;boxing&nbsp;ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งทางจังหวัดแจ้งว่าสามารถดำเนินการได้แต่ต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตจากทางจังหวัดภูเก็ตอย่างถูกต้อง&nbsp;อีกเรื่องคือเค้ามายืนยันในจุดยืนในเรื่องของข้อขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนว่าทางรัสเซียได้พยายามที่จะเจรจาแต่เนื่องจากว่าข้อตกลงไม่เป็นผลจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายภูมิกิตติช์&nbsp;รักแต่งาน&nbsp;นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นอกจากนี้ทางด้านท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวรัสเซียยังคงเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;มาตลอดตั้งแต่เปิดช่วง&nbsp;sanbox&nbsp;เป็นต้นมาตอนนี้ทิ้งห่างจากตำแหน่งอันดับ&nbsp;2&nbsp;ไปช่วงตัวแล้วจังหวัดภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสะสมเกือบ&nbsp;50,000&nbsp;คนในเดือนมีนาคมนี้ยังคงเห็นตารางการเดินทางของนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาค่อนข้างเยอะพอสมควรรวมถึงไฟท์บินที่เดินทางมาจากรัสเซียในหลายๆ&nbsp;เมืองยังไม่ได้มีปฏิกิริยาในเชิงการท่องเที่ยวมากนักจึงฝากถึงประชาชนว่าไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","28/2/2022","ภาคใต้","ภูเก็ต","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228191228342"]
]}
