﻿_id	DE_Strategy	Goal	Indicator	Target_Value	Agency	Overall_Result	Result
1	ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม	1. ทุกภาคส่วนได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม	"1. จำนวนผู้ใช้ประโยชน์จากการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม
หมายเหตุ
1) นับรวมจำนวนผู้ใช้บริการ Free Wi-Fi และการเชื่อมต่อจากโครงข่าย (Open Access) ภายใoพื้นที่โครงข่ายเน็ตประชารัฐ
2) ผู้ใช้ประโยชน์ หมายถึง ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงวัย ที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านดิจิทัล
3) หน่วยงานจัดเก็บตัวชี้วัด: สป.ดศ. (กส.)"	2.9 ล้านคน	กส.	"1. ดศ. ได้มอบหมายให้ TOT (ในขณะนั้น) เป็นผู้ดำเนินการโครงการ
เน็ตประชารัฐ โดยได้ดำเนินการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ให้ครอบคลุมหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล 24,700 หมู่บ้าน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19๙ ธ.ค.2560 และต่อมาได้เพิ่มความเร็วเป็น 100/50 Mbps ด้วยอัตราค่าบริการเท่าเดิม โดยยังคงจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะประจำหมู่บ้าน 24,700 หมู่บ้าน จนถึงปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 11,350,747 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 6 ต.ค.65) 
2. โครงการเน็ตประชารัฐได้รับงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตประจำหมู่บ้านถึงเดือน ธ.ค. 2561 
3. สป.ดศ. ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผน USO ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.2560-2564) โดยสำนักงาน กสทช. ได้แจ้งว่า ไม่สามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ จนกระทั่งปี ๒๕๖๕ ก็ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว ในระหว่างรอการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการ สป.ดศ. จึงได้ขอความร่วมมือให้ NT สนับสนุนให้บริการไปพลางก่อน จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีการเก็บค่าใช้จ่ายยอดค้างชำระ และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดงบประมาณ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 64 มอบหมายให้ท้องถิ่นรับผิดชอบการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะประจำหมู่บ้าน 24,700 หมู่บ้าน ให้เกิดความต่อเนื่อง และเห็นชอบในหลักการให้โอนทรัพย์สินให้กับ NT เพราะ สป.ดศ. ไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ตาม พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ทำให้มีปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการ ในระหว่างนี้ สป.ดศ. ได้ให้ สดช. ดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่อง โดยบรรจุแผนงานโครงการการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะประจำหมู่บ้านในพื้นที่เป้าหมาย ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้าน โดยระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี (พ.ศ. 2566-2569) ในแผน USO  ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2565-2569) 
4. สป.ดศ. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานโอนสิทธิการบริหารจัดการทรัพย์สินภายใต้โครงการเน็ตประชารัฐและส่วนต่อขยายให้ NT ต่อไป โดยมีผู้แทน NT ร่วมเป็นคณะทำงาน ซึ่งได้มีมติครั้งที่ 3/2565 วันที่ 4 ก.ค.65 และครั้งที่ 4/2565 วันที่ 3 ส.ค.65 เห็นชอบ ดังนี้
- โอนทรัพย์สินฯ ให้กับ สดช. เพื่อจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต จำนวน 24,700 หมู่บ้าน อย่างต่อเนื่อง
- เห็นควรให้ สป.ดศ. ให้สิทธิ NT นำทรัพย์สินฯ ไปบริหารจัดการ เพื่อ MA โครงข่าย รวมทั้งการเปิดโครงข่าย Open Access
- ให้ สป.ดศ. ขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อนำไปชำระค่าใช้จ่ายค้างชำระ (ม.ค.62 - ก.ย. 65) ให้ NT 
- ให้นำวาระแนวทางการแก้ไขปัญหาเสนอที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลฯ และคณะรัฐมนตรี  
- ให้ สป.ดศ. เร่งดำเนินการขั้นตอนการโอนทรัพย์สินให้กับ สดช. ตามขั้นตอนโดยเร็ว 
- ให้ NT เร่งดำเนินการเสนอค่าตอบแทนจากการให้สิทธิบริหารจัดการทรัพย์สินภายใต้โครงการเน็ตประชารัฐ
ปัญหา/อุปสรรค 
ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณทำให้โครงการเน็ตประชารัฐมียอดค่าใช้จ่ายค้างชำระในการให้บริการพร้อมบำรุงรักษาโครงข่าย และบริหารจัดการระบบต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 จนถึงปัจจุบัน"	11,350,747 คน
2			"2. จำนวนผู้ได้รับบริการโครงข่ายแบบเปิด (Open Access) ภายใต้โครงข่าย เน็ตประชารัฐและส่วนต่อขยาย
หมายเหตุ
1) บริการโครงข่ายแบบเปิด (Open Access) เป็นการให้บริการต่อ port subscriber ไปถึงระดับครัวเรือน (last mile)
2) subscriber คือ ผู้ลงทะเบียนต่อ 1 หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อขอรับบริการโครงข่ายต่อขยายไปยังครัวเรือน"	400,000 subscribers	กส.	"การเปิดโครงข่ายโครงการเน็ตประชารัฐแบบเปิด (Open Access Network) 
   ดศ. ได้พิจารณาเห็นชอบให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่แสดงความสนใจเข้าเชื่อมต่อโครงข่ายฯ จำนวน ๖ ราย ปัจจุบันมี
ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้ลงนามในสัญญาฯ และเชื่อมต่อโครงข่ายเรียบร้อยแล้ว จำนวน ๔ ราย ได้แก่ 
    ๑) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 
    ๒) ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส.ที.แอล เสียง (ไทยแลนด์) 
    ๓) ห้างหุ้นส่วนจำกัด วารินชำราบเคเบิ้ล ที.วี 
    ๔) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
ซึ่งผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมได้เชื่อมต่อและให้บริการไปยังบ้าน เรือนประชาชนแล้ว จำนวน ๓๖๑,๐๕๙ Subscribers
ปัญหา/อุปสรรค 
โครงข่ายโครงการเน็ตประชารัฐแบบเปิด (Open Access Network) เป็นโครงการต่อขยายของโครงการเน็ตประชารัฐซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล (พื้นที่โซน C+) ทำให้การเข้าถึงเป้าหมายผู้ใช้บริการมีจำนวนน้อย"	361,059 Subscribers
3	ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ	"2. การบริหารราชการในองค์กร
มีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล"	"1. ร้อยละความสำเร็จของการดำเนินการ
ตามแผนปฏิบัติราชการ"	ร้อยละ 80	กก. และทุกกอง	"ดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการฯ ได้ตามเป้าหมาย 
ปัญหา/อุปสรรค
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID–19) ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการตามแผนงาน/โครงการในบางโครงการจึงไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด"	ร้อยละ 80
4			2. ร้อยละความสำเร็จของการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 	ร้อยละ 80	ศปท.	ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.256๕ ของ สป.ดศ. เสร็จเรียบร้อย ซึ่งมีกิจกรรมทั้งหมด จำนวน ๒๓ กิจกรรม	ร้อยละ ๑๐๐
5			3. จำนวนองค์ความรู้ที่บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพ	"ร้อยละ 80 ได้รับการพัฒนาศักยภาพ
ไม่น้อยกว่า 3
องค์ความรู้ ต่อปี"	กก. /พร.	"ปี 2565 ได้มีการอบรมบุคลากรภายใน สป.ดศ. จำนวน 327 คน ให้ได้รับการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 10 องค์ความรู้ ดังนี้ 
1. หลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี ครั้งที่ 1 จำนวน 35 คน 
2. หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (ส.นบส.) จำนวน ๑ คน
3. หลักสูตรเฉพาะด้านกฎหมาย จำนวน ๑ คน 
4. หลักสูตรเฉพาะด้านพัสดุ จำนวน 3 คน
5. โครงการ Happy Work Happy Life จำนวน 40 คน
6. หลักสูตรพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ จำนวน 8 คน
7. หลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านพัสดุตามระเบียบกระทรวงการคลังจัดซื้อจัดจ้างฯ ของ สป.ดศ. จำนวน 47 คน
8. หลักสูตรการสร้างกรอบความคิดและเทคนิคการเขียนภาพแทนความคิด (Visual Thinking) จำนวน 30 คน
9. หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา จำนวน 41 คน
10. การจัดกิจกรรม KM Forum 2 ครั้ง รวมจำนวน 124 คน"	"จำนวน 10
องค์ความรู้ที่บุคลากร
ร้อยละ 81.75 
ได้รับการพัฒนาศักยภาพ"
6			"4. จำนวนบริการอัจฉริยะ (Smart Service) ที่ สป.ดศ. ให้บริการประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหรือต่อยอดจากเดิม 
หมายเหตุ
บริการอัจฉริยะ (Smart Service) หมายถึง บริการดิจิทัลในลักษณะอัตโนมัติ
ที่ผู้รับบริการสามารถได้รับบริการดิจิทัล
ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวก
ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องร้องขอ
หรือยื่นเรื่องต่อรัฐผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล
ที่หลากหลาย"	ไม่น้อยกว่า 1 บริการ	กก.	"กก. จำนวน 2 บริการ ได้แก่
1) การให้บริการข้อมูลภาครัฐผ่านระบบ Voice Bot เป็นจำนวน 436,598 ครั้ง โดยเป็นการให้บริการข้อมูลที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ในการตอบคำถามผ่านทาง Call Center 
2) การให้บริการข้อมูลภาครัฐผ่านระบบ Chat Bot เป็นจำนวน 3,268 ครั้ง โดยเป็นการให้บริการข้อมูลที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ในการตอบคำถามผ่านทางหน้าเว็บไซต์ www.gcc.go.th
ศท. จำนวน 4 บริการ ดังนี้
1) ระบบบริหารจัดการองค์กรภาครัฐ (Back office) ทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านนโยบายและแผน และด้านงบประมาณของหน่วยงาน (ควบคุมการเบิกจ่าย สรุปผล และติดตามงบประมาณ)
2) ระบบเว็บไซต์กระทรวงฯ ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านดิจิทัลแก่ประชาชน และให้บริการข้อมูลแก่หน่วยงานภาครัฐ เช่น เกณฑ์ราคากลางคอมพิวเตอร์
3) ระบบ Data Catalog ให้บริการข้อมูลในรูปแบบ Open Data
4) การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐ เป็นการอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานภาครัฐให้สามารถ Download แบบฟอร์มเอกสารที่เกี่ยวข้อง หลักเกณฑ์การพิจารณา และลงทะเบียนนัดหมายเพื่อขอหารือฯ"	6 บริการ
7			"5. ระดับความสำเร็จในการจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานในระบบ e-office
หมายเหตุ
1) ตัวชี้วัดตามประกาศ สป.ดศ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนใน สป.ดศ. (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563
2) เกณฑ์ค่าเป้าหมาย 5 ระดับ ประกอบด้วย
ระดับ 1 รวบรวมข้อมูล และจัดหมวดหมู่
ระดับ 2 ออกแบบแฟ้มข้อมูล (Data Catalog)
ระดับ 3 กำหนดรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล
ระดับ 4 นำเข้าข้อมูลในระบบ Safe Drive ในระบบ e-office หรือระบบที่ สป.ดศ. ประกาศให้ใช้
ระดับ 5 มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่องและนำเข้าข้อมูลในระบบ Safe Drive ในระบบ e-office หรือระบบที่ สป.ดศ. ประกาศให้ใช้ โดยมีการแบ่งปันข้อมูลและนำข้อมูล
ไปใช้ประโยชน์"	ระดับ 5 	ศท.	หน่วยงานใน สป.ดศ. มีการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนำเข้าข้อมูลในระบบ Safe Drive ในระบบ e-office และปรับปรุงข้อมูลที่มีอยู่ในระบบฯ ให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการแบ่งปันข้อมูลและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ด้วย	ระดับ 5
8			6. ระดับความสำเร็จในการดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากค่ามาตรฐาน 	ระดับ 5	กก.	"ดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากค่ามาตรฐานได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ตัวชี้วัดนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 และ 26 กันยายน 2560 ในการกำกับดูแลการประหยัดพลังงานในภาคราชการ และใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินผู้บริหารองค์การของสำนักงาน ก.พ.ร. และใช้ผลการประเมินจากระบบ http://e-report.energy.go.th/ ของสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งผลการประเมินในระบบ 
e-report.energy.go.th รายเดือนแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบที่ 1 เดือนกันยายน 2564 - กุมภาพันธ์ 2565 และรอบที่ 2 เดือน มีนาคม – สิงหาคม 2565 โดยผลการประเมินรอบที่ 1 (กันยายน 2564 - กุมภาพันธ์ 2565) = 42.29 % คิดเป็น ระดับ 5 และ
ผลการประเมินรอบที่ 2 อยู่ระหว่างการประเมินผล"	ระดับ 5 
9			7. จำนวนนโยบาย/แผน/มาตรการ/มาตรฐาน/ความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล    	ไม่น้อยกว่า 2 เรื่อง 	กม. /ตป. /ยศ.	"ปท. จำนวน 1 เรื่อง คือ ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง แนวปฏิบัติตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564 ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2564
กส. จำนวน 1 เรื่อง คือ ระเบียบกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่าด้วยการใช้เครื่องวิทยุคมนาคมแบบสังเคราะห์ความถี่ (Synthesizer) พ.ศ. 2565
กม. จำนวน 1 เรื่อง คือ ประกาศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน ระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2565 (รมว.ดศ. ลงนามแล้ว อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา)"	3 เรื่อง
10	ยุทธศาสตร์ที่ 3 เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล	3. ทุกภาคส่วนมีความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล	"1. ร้อยละความสำเร็จในการดำเนินการและสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีดิจิทัล
หมายเหตุ
สามารถแบ่งย่อย ออกเป็นจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่
1. การระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย 
2. งานตรวจสอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
3. งานวิเคราะห์และพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ"	ร้อยละ 95 	ปท./ ปอท.	"1. การระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย 
ปท. คิดเป็นร้อยละ 97.33
- จำนวนเรื่องที่รับเข้า จำนวน 6,169 URLs
- จำนวนเรื่องที่ได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จ จำนวน  6,004 URLs 
(นับผลงานที่รับเรื่องตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 64 - 30 ส.ค. 65) 
ปอท. คิดเป็นร้อยละ 100
- ตรวจพบ 2,799 เรื่อง
- ส่งปิดกั้น 2,799 เรื่อง
2. งานตรวจสอบข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ 
ปท. คิดเป็นร้อยละ 99.24
- จำนวนเรื่องที่รับเข้า 14,946 เรื่อง
- จำนวนเรื่องดำเนินการแล้วเสร็จ 14,832 เรื่อง 
ปอท. คิดเป็นร้อยละ 100
- รับเข้า 56 เรื่อง
- ดำเนินการ 56 เรื่อง
3. งานวิเคราะห์และพิสูจน์หลักฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศ 
ปท. คิดเป็นร้อยละ 93.94
- จำนวนเรื่องที่รับเข้า 33 เรื่อง
- จำนวนเรื่องที่ได้ดำเนินการ 31 เรื่อง
ปอท. คิดเป็นร้อยละ 88.03
- รับเข้า 401 เรื่อง
- ดำเนินการ 353 เรื่อง	
ค่าเฉลี่ย ปท. คิดเป็นร้อยละ 96.84 และ ปอท. คิดเป็นร้อยละ 96.01"	ร้อยละ 96.43
11			"2. ร้อยละที่เพิ่มขึ้นจากการตรวจพบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม/ผิดกฎหมาย โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัย
หมายเหตุ
ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดดังกล่าว เป็นการนำข้อมูลผลการดำเนินงาน ในงบประมาณ พ.ศ. 2562 มาเป็นฐานในการคำนวณ โดยมีผลการดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม จำนวน 3,815 เว็บไซต์"	ร้อยละ 5 	ปอท.	"การตรวจพบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม/ผิดกฎหมาย จำนวน 3,170 เว็บไซต์
ปัญหา/อุปสรรค 
ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดที่ลดลงดังกล่าว เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 77/2565 ลงวันที่ 28 ก.พ.65 เรื่องการรับแจ้งความและการบริหารคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีผ่านอิเล็กทรอนิกส์  กำหนดลักษณะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สำคัญให้หน่วยงานต่างๆ ใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับคำร้องทุกข์และทำการสืบสวนสอบสวน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการแจ้งความและติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยกำหนดให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดย บก.ปอท. ทำการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเนื่องจากภารกิจในบางส่วนอยู่ในอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จึงเป็นเหตุให้ผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามค่าเป้าหมายตัวชี้วัดที่กำหนด"	"ลดลง
ร้อยละ 16.91 จากปีฐาน"
12			3. ร้อยละความสำเร็จของการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี	"ร้อยละ 97 
ของเป้าหมาย"	ปอท.	ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวน 159 คดี คิดเป็นร้อยละ 112.77 จากค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ค่าเป้าหมายตัวชี้วัดดังกล่าว คือ ดำเนินการจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ จำนวน 141 คดี)	ร้อยละ 112.77
13			4. จำนวนหน่วยงานระดับกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารในภาวะวิกฤต และมีความพร้อมในระบบสื่อสารสำรองของภาครัฐ 	"128 แห่ง
(เพิ่มหน่วยงานภาครัฐ 21 แห่ง)"	กส.	"1. กส. ไม่ได้รับงบประมาณดำเนินการ
2. มท. ได้ดำเนินการจัดหาระบบสื่อสารสำรองให้หน่วยงานระดับกระทรวงแล้ว ๖ แห่ง และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว จำนวน ๒๒ แห่ง"	ไม่ได้รับงบประมาณ
14			"5. จำนวนบุคลากรและประชาชนที่ได้รับการยกระดับทักษะรองรับการสร้างความตระหนักในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย	
หมายเหตุ
ที่มาของการกำหนดค่าเป้าหมายได้มาจากการรวบรวมข้อมูลเป้าหมายโครงการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สป.ดศ. (ปท.) และ ปอท. หน่วยงานจัดเก็บตัวชี้วัด : ยศ. "	2,000 คน	ปท./ ปอท.  	"ปอท. จำนวน 970 คน ดังนี้
1. โครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพให้กับข้าราชการตำรวจเพื่อปรับความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ (จำนวน 175 คน)
2.  โครงการอบรมพนักงานสอบสวนและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการให้บริการประชาชน (จำนวน 50 คน)
3. โครงการอบรมปรับพื้นฐานข้าราชการตำรวจที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในสังกัด บก.ปอท. (จำนวน 100 คน)
4. โครงการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านพัสดุ การเงิน และงบประมาณ  
(จำนวน 50 คน)
5. โครงการอบรมเสริมสร้างประสิทธิภาพในการตรวจพิสูจน์พยาน หลักฐานทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(จำนวน 50 คน)
6.โครงการอบรมเสริมสร้างประสิทธิภาพในการตรวจพิสูจน์พยาน หลักฐานทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 
(จำนวน 45 คน)
7.โครงการอบรมพัฒนาเครือข่ายประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยงข้องกับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
(จำนวน 50 คน)
8.โครงการอบรมเยาชนร่วมใจต้านภัยไซเบอร์ (จ่าฮูกสอนเด็ก)
(จำนวน 500 คน)
ปท. จำนวน 1,450 คน 
- กิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ในส่วนภูมิภาค ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti-Fake News Center : AFNC) จำนวน 4 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม  กิจกรรมรวมทั้งสิ้น 1,450 คน แบ่งเป็น onsite 658 คน และ   online 792 คน"	2,420 คน
