﻿_id	NewsTitle	Detail	NewsDate	Region	Province	Department	Link_News
1	พาณิชย์สระแก้วเผยมาตรการคุมเข้มจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละราคาสูง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวนงเยาว์&nbsp;ศรีฉันทะมิตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;เปิดเผย</strong>&nbsp;จากกรณีราคาสุกรที่ปรับสูงขึ้นในระยะนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์มาตรการและข้อพึงปฏิบัติในส่วนที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบ&nbsp;ให้ประชาชนในจังหวัดสระแก้วทราบดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ได้มีประกาศ&nbsp;ห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อให้สุกรและเนื้อสุกรมีปริมาณเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.&nbsp;คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ได้มีประกาศ&nbsp;กำหนดให้ผู้เลี้ยง&nbsp;ผู้จำหน่าย&nbsp;ผู้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร&nbsp;ซึ่งครอบครองสุกรมีชีวิตที่มีปริมาณตั้งแต่ห้าร้อยตัวขึ้นไป&nbsp;ไม่ว่าจะครอบครองในฐานะผู้มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองแทนผู้อื่น&nbsp;แจ้งปริมาณการเลี้ยง&nbsp;ปริมาณการซื้อ&nbsp;ปริมาณการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณการส่งออก&nbsp;ปริมาณคงเหลือ&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และสถานที่เลี้ยง&nbsp;แจ้งข้อมูลทุกวันจันทร์ของสัปดาห์&nbsp;และกำหนดให้ผู้ครอบครองสุกรชำแหละผ่าซีก&nbsp;เนื้อสุกรชำแหละแยกชิ้นส่วน&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;เนื้อไหล่&nbsp;เนื้อสะโพก&nbsp;เนื้อสันคอ&nbsp;เนื้อสันนอก&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;และเนื้อหมูสามชั้น&nbsp;ที่มีปริมาณรวมกันตั้งแต่ห้าพันกิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;ไม่ว่าจะครอบครองในฐานะผู้มีกรรมสิทธิ์หรือครอบครองแทนผู้อื่น&nbsp;แจ้งปริมาณการซื้อ&nbsp;ปริมาณการจำหน่าย&nbsp;ปริมาณการใช้&nbsp;ปริมาณการส่งออก&nbsp;ปริมาณการรับฝาก&nbsp;ปริมาณคงเหลือ&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;และสถานที่เก็บ&nbsp;โดยให้แจ้งข้อมูลทุกวันจันทร์ของสัปดาห์&nbsp;ความก้าวหน้าในการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;มีผู้ประกอบการที่เลี้ยงสุกรมีชีวิตในจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ซึ่งมีจำนวนครอบครองสุกรมีชีวิตมากกว่า&nbsp;500&nbsp;ตัว&nbsp;แจ้งข้อมูลรวม&nbsp;81&nbsp;ราย&nbsp;มีปริมาณสุกรในความครอบครองรวมทั้งสิ้น&nbsp;250,000&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้กรมการค้าภายในทราบแล้ว&nbsp;เพื่อจะใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนบริหารจัดการปริมาณเนื้อหมูให้เพียงพอกับการบริโภคของประชาชนในประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">3.&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้ออกตรวจสอบสถานประกอบการและห้องเย็นร่วมกับด่านกักกันสัตว์สระแก้ว&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;กอรมน.จังหวัดสระแก้ว&nbsp;สถานีตำรวจภูธรจังหวัด/อำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;ถึง&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ไม่มีห้องเย็น&nbsp;สถานประกอบการที่มีพฤติกรรมกักตุนเนื้อสุกรแต่อย่างใด&nbsp;ซึ่งหากมีผู้ประกอบการที่กระทำความผิดดังกล่าว&nbsp;จะมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">4.&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ออกติดตามสำรวจราคาเนื้อสุกรชำแหละในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วทั้งจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ซึ่งระดับราคาจำหน่ายสุกรมีชีวิตในขณะนี้มีราคาระหว่าง&nbsp;100&nbsp;&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;ราคาจำหน่ายสุกรชำแหละในห้างสรรพสินค้า&nbsp;แม็คโคร&nbsp;โลตัส&nbsp;หมูสามชั้นกิโลกรัมละ&nbsp;235&nbsp;&nbsp;249&nbsp;บาท&nbsp;หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;175&nbsp;&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;ในส่วนเขียงหมูทั่วไปราคาจำหน่ายหมูสามชั้นกิโลกรัมละ&nbsp;230&nbsp;&nbsp;250&nbsp;บาท&nbsp;หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;170&nbsp;&nbsp;190&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">5.&nbsp;ในส่วนมาตรการกำกับดูแลการจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ได้มีประกาศ&nbsp;กำหนดให้ผู้จำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;และส่วนที่บริโภคได้&nbsp;ต้องแสดงราคาสินค้าในบริเวณที่จำหน่ายสินค้านั้นให้ชัดเจนและครบถ้วน&nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้กำหนดอัตราเปรียบเทียบปรับสำหรับแผงลอย&nbsp;หรือเร่ขาย&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ร้านค้าธรรมดา&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;และนิติบุคคล&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;และหากมีการกระทำผิดซ้ำจะมีโทษปรับเพิ่มเป็น&nbsp;2&nbsp;เท่า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละในจังหวัดสระแก้วทุกท่านทราบ</strong>&nbsp;จะต้องปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ชัดเจน&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบการจำหน่ายเนื้อสุกรให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ดุลยศักดิ์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;ส.ปชส.สระแก้ว&nbsp;ภาพ&nbsp;-&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สวท.สระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201142245150
2	"ททท. ร่วมกับ เขื่อนสิรินธร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย    แถลงข่าวกิจกรรมเสนอขาย Lets Go อีสาน In Love ภายใต้โครงการ ""เมืองรองต้องไป @ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"""	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสมชาย&nbsp;ชมภูน้อย&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;พรคุณา&nbsp;วิศวกรระดับ&nbsp;10&nbsp;ทำการแทนหัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;แถลงข่าวกิจกรรมเสนอขาย&nbsp;Lets&nbsp;Go&nbsp;อีสาน&nbsp;In&nbsp;Love&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""เมืองรองต้องไป&nbsp;@ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ""&nbsp;จัดขึ้นที่&nbsp;บริเวณเส้นทางเดินชมธรรมชาติ&nbsp;(Nature&nbsp;Walkway)&nbsp;เขื่อนสิรินธร&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดโขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล&nbsp;และเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การแถลงข่าวครั้งนี้&nbsp;มีการจัดการแสดงดนตรีพื้นบ้าน&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;</strong>วิสาหกิจชุมชน&nbsp;จากประชาชนเขตพื้นที่อำเภอสิรินธร&nbsp;หรือภายในจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;มีส่วนราชการ&nbsp;,&nbsp;ภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ที่เข้าร่วมแถลงข่าว&nbsp;เยี่ยมชมและเลือกซื้อสินค้า&nbsp;พร้อมนำข้อมูลของสินค้าไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;สร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201143036162
3	สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด ส่งเสริมช่องทางการตลาด และบรรเทาปัญหาค่าครองชีพแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( วันที่ 1 ก.พ.65 )	"<p><strong>&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ทำการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพดี&nbsp;ราคาประหยัด&nbsp;</strong>ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;และบรรเทาปัญหาค่าครองชีพแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;บริเวณห้องโถงหน้ากองคลัง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคาร&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>สำหรับการจัดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในวันนี้&nbsp;เป็นผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จาก</strong></p><p><strong>""ร้านจันทร์ลอยฟาร์ม""&nbsp;</strong>&nbsp;อำเภอมหาราช&nbsp;จัดจำหน่ายผลิตทางการเกษตร&nbsp;ผักสลัดปลอดสารพิษ&nbsp;น้ำสลัดเพื่อสุขภาพ&nbsp;และมะเขือเทศราชินี&nbsp;มีสาขาจัดหน่ายสินค้าที่&nbsp;Top&nbsp;Supermarket&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;Central&nbsp;Ayutthaya&nbsp;และตลาดหลวงปู่ทวด&nbsp;เปิดจำหน่ายทุกวัน&nbsp;ส่วนวันอังคารมีจำหน่ายที่ตลาดนัดตอนเย็นห้างสรรพสินค้า&nbsp;Big&nbsp;C&nbsp;และวันศุกร์เปิดจำหน่ายที่ตลาดนัดเช้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>""ร้านเจ้าปลุกขนมหวาน""&nbsp;อำเภอมหาราช&nbsp;จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;ผลไม้อบแห้ง</strong>&nbsp;เปิดร้านประจำทุกวันที่หน้าร้านอาหารเจ้าปลุกสาขา&nbsp;1</p><p><strong>""น้ำปลาหวานออเจ้า""&nbsp;กลุ่มสตรีศรีบางปะหัน&nbsp;อำเภอบางปะหัน</strong>&nbsp;จัดจำหน่ายมะม่วงและน้ำปลาหวานรสเลิศ&nbsp;ดีกรีรางวัลชนะเลิศน้ำปลาหวานออเจ้าสูตรปลาย่าง&nbsp;มีสาขาจัดหน่ายสินค้าที่ลาน&nbsp;Central&nbsp;เพลินนคร&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;Central&nbsp;Ayutthaya,&nbsp;ร้านอยุธยาน้ำนาลมเย็น,&nbsp;ตลาดหลวงปู่ทวด&nbsp;และวัดท่าการ้อง</p><p><strong>""เส้นสานป่านแก้ว""&nbsp;กลุ่มผสานใจตำบลขยาย&nbsp;อำเภอมหาราช&nbsp;</strong>จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จักสานเส้นพลาสติก&nbsp;กระเป๋าเอนกประสงค์&nbsp;ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;50-350&nbsp;บาท</p><p>ผู้ที่สนใจร่วมอุดหนุนสินค้า&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;035&nbsp;336542</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201103955036
4	ตลอดปี 2565 ไทยจะผลักดันแนวคิด BCG ผ่านกลไกต่างๆ ของเอเปค สร้างความเข้าใจในทุกระดับ	<p><strong>นางสาวปฤณัต&nbsp;อภิรัตน์&nbsp;รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วงที่ประเทศไทย&nbsp;เป็นเจ้าภาพเอเปค&nbsp;ตลอดปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีการผลักดันโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;(Bio&nbsp;Economy,&nbsp;Circular&nbsp;Economy,&nbsp;Green&nbsp;Economy)&nbsp;หรือเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เป็นประเด็นหลักในทุกเวทีและการประชุมทุกระดับ&nbsp;เนื่องจากมองว่า&nbsp;BCG&nbsp;สามารถตอบโจทย์ความท้าทายต่างๆ&nbsp;ได้เพราะโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดโดยรวมของคนในสังคม&nbsp;เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่มีคุณภาพและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล&nbsp;ซึ่งเมื่อนำมาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจ&nbsp;จะเน้นการนำนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์&nbsp;โดยเฉพาะการใช้พลังงานหมุนเวียน&nbsp;การแปรขยะให้มีค่าและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบองค์รวม&nbsp;ก็จะช่วยสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมให้ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต&nbsp;โดยไทยจะส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมส่วนในกลุ่ม&nbsp;MSME&nbsp;และ&nbsp;Start&nbsp;up&nbsp;ก็จะเน้นสร้างการมีส่วนร่วมกับเยาวชน&nbsp;การส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืนและการเงินสีเขียว&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>รองอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ผลลัพธ์ที่ไทยคาดหวัง&nbsp;ในฐานะเจ้าภาพเอเปคคือ&nbsp;การจัดทำเอกสารระดับผู้นำที่นำแนวคิดเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;แสดงเจตนารมณ์ของผู้นำ&nbsp;ในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ไปสู่การพัฒนาที่สมดุล&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมและยั่งยืน&nbsp;เน้น&nbsp;5&nbsp;เป้าหมายหลักคือ&nbsp;การจัดการสภาพปัญหาภูมิอากาศ&nbsp;การปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์&nbsp;การค้าและการลงทุนที่ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;การบริหารจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพและการลดและบริหารจัดการของเสีย&nbsp;โดยไทยจะจัดงานเสวนาเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเรื่อง&nbsp;BCG&nbsp;ให้ที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปคและเวทีต่างๆ&nbsp;ตลอดทั้งปี&nbsp;รวมถึงการใช้แนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;ผ่านกลไกต่างๆ&nbsp;ที่เอเปคมีอยู่ก่อนแล้ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201105732059
5	นักท่องเที่ยวใช้โอกาสวันเที่ยวเทศกาลตรุษจีน ล่องเรือชมความงามของบัวหลวงที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเต็มทุ่งสามร้อยยอด	<p><strong>(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ทุ่งบัวบานสามร้อยยอด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.ไร่เก่า&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นักท่องเที่ยวฉลองวันเที่ยวเทศกาลตรุษจีนพากันมาล่องเรือชมความสวยงามของดอกบัวหลวงที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งในพื้นที่กว่า&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;โดย&nbsp;นายอภิรักษ์&nbsp;เสรีสกุลธร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านสามร้อยยอด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ทุ่งบัวบานสามร้อยยอด&nbsp;เป็นชุมชนท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีของชาวบ้านเกาะมอญ-เกาะไผ่&nbsp;ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับอำเภอ&nbsp;ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด&nbsp;ช่วงนี้ดอกบัวหลวงกำลังบานสะพรั่งสวยงามเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเช้าประมาณ&nbsp;6&nbsp;โมงเช้า&nbsp;ดอกบัวจะโผล่พ้นน้ำรับแสงแดด&nbsp;ประกอบกับทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาสามร้อยยอดจึงเหมาะสมกับการเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยบัวจะออกดอกบานสะพรั่งถึงเดือนมีนาคม</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายประชุม&nbsp;เหมือนสุวรรณ&nbsp;อายุ&nbsp;56&nbsp;ปี&nbsp;ผู้ประกอบอาชีพถ่อเรือนำเที่ยว&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาชมความสวยงามของบึงบัว&nbsp;ทำให้มีรายได้เสริม&nbsp;โดยมีเรือไว้บริการ&nbsp;7&nbsp;ลำ&nbsp;ขณะที่ช่วงค่ำสามารถไปชมหิ่งห้อยในพื้นที่บึงบัวได้&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวที่สนใจติดต่อได้ที่&nbsp;นายอภิรักษ์&nbsp;เสรีสกุลธร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;โทร.092-651-3269&nbsp;หรือติดตามได้&nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&nbsp;ทุ่งบัวบานตำนานเรือสำเภา&nbsp;และเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	1/2/2022	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201111409075
6	รัฐบาล มั่นใจเศรษฐกิจโตตามเป้า ท่องเที่ยว ส่งออก การลงทุนต่างชาติ ขยายตัวชัดเจน	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาล&nbsp;&nbsp;เชื่อมั่นว่า&nbsp;เศรษฐกิจประเทศไทยปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ&nbsp;4.0&nbsp;ต่อปี&nbsp;(โดยมีช่วงคาดการณ์ที่ร้อยละ&nbsp;3.5&nbsp;ถึง&nbsp;4.5)&nbsp;ตามการคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ประเทศและรายได้ครัวเรือน&nbsp;ด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้งบประมาณแผ่นดิน&nbsp;3.1&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;งบลงทุนรัฐวิสาหกิจ&nbsp;3.07&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;พ.ร.ก.เงินกู้&nbsp;ควบคู่ไปกับการเติบโตของภาคการส่งออก&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การลงทุนจากต่างชาติ&nbsp;ที่มีตัวเลขยืนยันเป็นที่ประจักษ์</p><p><strong>การดำเนินการต่างๆ&nbsp;จะอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยทางสาธารณสุข&nbsp;รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจต้องอยู่ภายในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกันกำหนด&nbsp;ที่ระดับร้อยละ&nbsp;1.0-3.0&nbsp;ต่อปี</p><p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้(1&nbsp;ก.พ.)&nbsp;เป็นวันแรกที่จะกลับมาใช้การลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยผ่านระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น&nbsp;เพิ่มรายได้แก่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สำหรับในภาพรวมทั้งปี&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ทั่วโลกสามารถบริหารจัดการได้ดี&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ&nbsp;7-8&nbsp;ล้านคน&nbsp;และนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางจำนวน&nbsp;160&nbsp;ล้านคนครั้ง&nbsp;มีรายได้รวมทั้งสิ้น&nbsp;1.3&nbsp;-1.8&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;และหากสามารถเปิดด่านค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านได้ในไตรมาสแรกนี้&nbsp;มีความเป็นไปได้ที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็น&nbsp;15&nbsp;ล้านคน</p><p><strong>ขณะที่ภาคการส่งออก&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ได้รายงานตัวเลขการส่งออกทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ขยายตัวถึงร้อยละ&nbsp;17.14&nbsp;สูงสุดในรอบ&nbsp;11&nbsp;ปี&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;2.71&nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;&nbsp;สำหรับการส่งออกปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าไว้ที่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3-4&nbsp;หรือมีมูลค่า&nbsp;2.7-2.8&nbsp;แสนล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;จากปัจจัยบวกที่เกิดขึ้น&nbsp;ประกอบกับประโยชน์ที่ไทยเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;(RCEP)&nbsp;ที่ทำให้สินค้าไทยไม่ต้องเผชิญกับกำแพงภาษี&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>คาดว่า&nbsp;การส่งออกสินค้าที่ยังเติบโตต่อเนื่อง</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;ผลไม้สด&nbsp;ผลไม้แช่แข็ง&nbsp;สินค้ากลุ่มยาและเวชภัณฑ์&nbsp;ถุงมือยาง&nbsp;สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;อาหารเลี้ยงสัตว์&nbsp;สินค้าอุตสาหกรรม&nbsp;รถยนต์&nbsp;สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน&nbsp;อัญมณี&nbsp;คอมพิวเตอร์&nbsp;&nbsp;และเครื่องปรับอากาศ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งคือ</strong>&nbsp;การลงทุนจากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการขยายตัวขึ้น&nbsp;โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;รายงานว่า&nbsp;จากสถานการณ์การส่งออกที่มีแนวโน้มโตต่อเนื่อง&nbsp;ค่าเงินบาทอ่อนและโควิดสายพันธุ์โอมิครอนไม่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงมากนัก&nbsp;ส่งผลดีต่อการลงทุนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเขต&nbsp;EEC&nbsp;&nbsp;ยอดการจัดตั้งธุรกิจใหม่เขต&nbsp;EEC&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีจำนวนถึง&nbsp;6,698&nbsp;ราย&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;&nbsp;9.73&nbsp;โดยนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นชาติที่เข้ามาลงทุนใน&nbsp;EEC&nbsp;มากที่สุด&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;คาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในพื้นที่เขต&nbsp;EEC&nbsp;จะยู่ที่&nbsp;6,500&nbsp;&nbsp;6,800&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201104552043
7	จังหวัดตรัง   จัดชุดลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกสินค้าเนื้อสุกรชำแหละ ไม่พบการกักตุนสินค้าและสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการบริโภค	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกสินค้าเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พศ.&nbsp;2497&nbsp;ณ&nbsp;ร้านหมูดี&nbsp;ซีพีพอร์คช็อป&nbsp;บริษัท&nbsp;สยามแม็คโคร&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;เบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;และบริษัท&nbsp;เพิ่มพูนผลิตภัณฑ์อาหาร&nbsp;ผลจากการตรวจสอบไม่พบการกักตุนสินค้าและสินค้ามีเพียงพอกับความต้องการบริโภค&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;</strong>ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;มาตรา&nbsp;30&nbsp;หากฝ่าฝืนอัตราโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งจำปรับ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;41</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201104145042
8	พาณิชย์ลำปาง ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอาหารสดในพื้นที่	<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายอาหารสดในพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;และอำเภอแม่ทะ&nbsp;โดยพบว่าสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน</p><p><strong>สำหรับราคาจำหน่ายสินค้าอาหารสดที่สำคัญ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;สุกรชำแหละ&nbsp;เนื้อแดง&nbsp;สะโพก-ไหล่&nbsp;ราคา&nbsp;174-230&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ไก่สดชำแหละ&nbsp;อก-ตะโพก-น่อง&nbsp;ราคา&nbsp;65-75&nbsp;บาท/กก.&nbsp;และไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาฟองละ&nbsp;3.00-3.50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่พบพฤติกรรมในการกักตุนสินค้า</strong>&nbsp;หรือขายเกินราคาที่กำหนด&nbsp;ทางร้านได้มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าที่จำหน่ายถูกต้อง&nbsp;ชัดเจน&nbsp;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการปิดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;และไม่ให้มีการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันควร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	1/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201104055037
9	Test & Go วันแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติ เริ่มทยอยเดินทางเข้าประเทศไทย คัดกรองเข้มงวด	<p><strong>นายกิตติพงศ์</strong>&nbsp;<strong>กิตติขจร</strong>&nbsp;<strong>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทอท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้(1&nbsp;ก.พ.)&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ที่รัฐบาลโดย&nbsp;ศบค.&nbsp;ได้ปรับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;สำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักร&nbsp;โดยจะเริ่มให้ผู้เดินทางจากทุกประเทศทั่วโลกลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยโดยระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้อีกครั้ง&nbsp;โดยไม่จำกัดประเทศที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;ส่งผลให้มีเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศกลับมาใช้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;โดยเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวน&nbsp;113&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เป็นขาเข้า&nbsp;46&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;มีผู้โดยสารประมาณ&nbsp;2,475&nbsp;คน&nbsp;ขาออก&nbsp;67&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศรวม&nbsp;7,233&nbsp;คน&nbsp;ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวโซนยุโรป&nbsp;ขณะที่เที่ยวบินภายในประเทศมีผู้โดยสารประมาณ&nbsp;21,279&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนี้&nbsp;คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;</strong>ในฐานะท่าอากาศยานหลักของประเทศมีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสารที่จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง&nbsp;ภายใต้มาตรการคัดกรองที่เข้มงวดปฏิบัติตามแนวทาง&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข</p><p><strong>โดยบูรณาการกับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน</strong>&nbsp;COVID-19&nbsp;หรือ&nbsp;EOC&nbsp;ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;สายการบิน&nbsp;ตลอดจนผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ในส่วนของการให้บริการขนส่งผู้โดยสารไปยังโรงแรมที่จองล่วงหน้า&nbsp;กรณีรถโรงแรมสำหรับผู้โดยสารระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ไม่เพียงพอ&nbsp;ทอท.&nbsp;ได้จัดเตรียมรถแท็กซี่ที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;plus&nbsp;และ&nbsp;AOT&nbsp;Limousine&nbsp;พร้อมให้บริการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศที่จองโรงแรมไว้ล่วงหน้าตามมาตรการที่&nbsp;ศบค.&nbsp;&nbsp;กำหนด&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งผู้โดยสารที่เข้มงวด</p><p><strong>ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจ&nbsp;&nbsp;บุคลากร&nbsp;&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;ได้รับฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งคาดว่า&nbsp;ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้จะสามารถฉีดได้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จำนวน&nbsp;25,000&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการสุ่มตรวจคัดกรองผู้ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ</p><p><br></p><p><br></p>	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201153741236
10	จ.บึงกาฬ พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าตรุษจีนปีนี้ถือว่ามียอดขายต่ำสุดในรอบ 10 ปี ลูกค้าลดลงอย่างมาก เนื่องมาจากปัญหาหมูราคาแพง ยังดีที่มีโครงการหมูพาณิชย์ลดราคา จึงช่วยบรรเทาสถานการณ์ลงได้บ้าง	<p>ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ภายในตลาดสดเทศบาลเมืองบึงกาฬ&nbsp;ถึงบรรยากาศการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคราคาเนื้อหมู&nbsp;ตลอดจนข้าวของเครื่องเซ่นไหว้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;โดยที่ร้านเจ๊บัวที่จำหน่ายผลไม้&nbsp;และสินค้าสำหรับเซ่นไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน&nbsp;พบว่ามีลูกค้ามาซื้อสินค้าน้อยลงกว่าปีก่อนอย่างมาก&nbsp;ทั้งที่ในปีนี้ทางร้านไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า&nbsp;ยังคงขายในราคาเดิม</p><p><strong>ส่วนที่เขียงหมูของเจ๊เล่ย</strong>&nbsp;ในตลาดสดเทศบาลเมืองบึงกาฬ&nbsp;บอกว่า&nbsp;ปีนี้เป็นปีที่ยอดขายต่ำที่สุด&nbsp;ตรุษจีนปีนี่สั่งหมูมาขายเพียง&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และยังขายไม่ได้เลย&nbsp;ต่างจากปีที่แล้วที่ขายหมูหมดทั้ง&nbsp;8&nbsp;ตัวในวันเดียว&nbsp;แต่ยังดีปีนี้ที่มีโครงการหมูลดราคาของพาณิชย์&nbsp;เข้ามาช่วยขายในกิโลกรัม&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;กิโลกรัมต่อเขียง&nbsp;ยอมรับว่าตรุษจีนปีนี้ยอดขายตกต่ำสุดในรอบ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;และเพิ่งจะเคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้&nbsp;พ่อค้าขายหัวหมูบางรายปีนี้ก็เลิกขายแล้ว</p><p><strong>เช่นเดียวกับเขียงหมูของเจ๊กบ&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ปีนี้มียอดสั่งซื้อหัวหมูเพียง&nbsp;4&nbsp;หัวเท่านั้น&nbsp;โดยหัวหมูต้มสุกราคาหัวละ&nbsp;500-700&nbsp;บาทตามขนาด&nbsp;ส่วนเนื้อหมูก็ขายลำบาก&nbsp;เพราะราคากิโลกรัมละ&nbsp;220&nbsp;บาท&nbsp;ดีที่ได้โควต้าของโครงการหมูพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;มาช่วย&nbsp;จึงทำให้พอมีประชาชนมาซื้อหมูได้บ้าง&nbsp;และยังให้เหตุผลว่าส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเข้าไปเลือกซื้อสินค้าที่ห้างใหญ่ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เทสโก้โลตัส&nbsp;และแม็คโคร&nbsp;มากกว่ามาซื้อที่ตลาดสด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201140354134
11	หลวงพ่อมอบเครื่องสีข้าวโรงสีชุมชน เพื่อพัฒนาต่อยอดวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ให้พึ่งตัวเองอย่างยั่งยืน	"<p><strong>ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนบ้านสังแก&nbsp;ต.แตล&nbsp;อ.ศีขรภูมิ&nbsp;จ&nbsp;สุรินทร์</strong>&nbsp;ชาวบ้านร่วมกันทำบุญถวายภัตาหารเพลพระสงฆ์&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;ในโอกาสได้รับมอบเครื่องสีข้าวขนาด&nbsp;3.5&nbsp;แรง&nbsp;ซึ่งได้รับสนับสนุนโดยพระเดชพระคุณ&nbsp;หลวงพ่อ&nbsp;""พระพรหมเวที""&nbsp;เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ได้นำไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์วิสาหกิจของกลุ่มให้ขยายต่อยอดต่อไป&nbsp;ที่จะเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกของการปลูกฝังให้ชาวนาไทย&nbsp;หันมาสีข้าวเปลือกเป็นข้าวสารนำออกถึงมือผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;โดยเฉพาะการผลิตข้าวสารบรรจุถุงศูนย์ยากาศออกจำหน่าย&nbsp;ทั้งจำหน่ายโดยตรงและทางออนไลน์&nbsp;สร้างความดีใจให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยได้นิมนต์พระมหาเจริญสุข&nbsp;คุณวีโร&nbsp;รองเจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ฝ่ายมหานิกาย&nbsp;เจิมแป้งและประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;พร้อมเปิดเดินเครื่องสีข้าวชุมชนเป็นปฐมฤกษ์อีกด้วย</p><p><strong>รศ.ดร.วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;</strong>ผู้ประสานงานโครงการฯ&nbsp;บอกว่า&nbsp;โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานบริการวิชาการรับใช้สังคม&nbsp;ของ&nbsp;อาจารย์ในระดับอุดมศึกษา&nbsp;ที่มีการออกทำงานพัฒนาในชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะสังคมชนบท&nbsp;ซึ่งหมู่บ้านนี้เป็น&nbsp;1&nbsp;ในหมู่บ้านรักษาศีล&nbsp;5&nbsp;มีสัมมาชีพและมีความวิริยะอุตสาหะรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อเลี้ยงวัว&nbsp;โดยธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;นันทิโย&nbsp;ดร.&nbsp;(พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ)&nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม&nbsp;และประธานมูลนิธิวัดอินทารามอำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยเริ่มต้นมีสมาชิก&nbsp;9&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และได้วัวที่ได้รับการไถ่ชีวิตมาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;เป็นเพศผู้และเพศเมีย&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;1&nbsp;คู่&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุรินทร์มีกลุ่มธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;จนถึงปัจจุบันแล้วกว่า&nbsp;33&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ส่งเสริมให้เลี้ยงขยายพันธุ์วัวที่ได้รับการไถ่ชีวิตจากพุทธศาสนิกชนและหลวงพ่อแดงเอง&nbsp;ได้รับผลประสบผลสำเร็จ&nbsp;หญ้าเนเปียร์&nbsp;กล้วย&nbsp;และปลูกพืชแบบเกษตรผสมผสานไว้รับประทานในครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งต้องรับฟังข้อมูลและทำความเข้าใจในแนวคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มธนาคารวัว&nbsp;รวมทั้งมีโครงการธนาคารน้ำใต้ดินควบคู่ในพื้นที่ไปด้วย&nbsp;มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจน&nbsp;ยังเกิดการสร้างความสามัคคีในชุมชนและความร่วมแรงของพลังบวร&nbsp;เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนอย่างมีทิศทางในการพัฒนาด้านอื่นๆ&nbsp;ต่อไปด้วย</p><p><strong>ปัจจุบันซึ่งไม่ว่าจะในจังหวัด</strong>หรือภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ของประเทศไทยลงมาสู่ระดับหมู่บ้านต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โครงการช่วยเหลือชาวนา&nbsp;ลดเลิกการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;ให้หันกลับมารักษาและฟื้นฟูสภาพดิน&nbsp;จึงมีโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเป็นทุนภายในและใช้เทคโนโลยีการขยายต่อยอดจากการจัดโครงการธนาคารวัวระยะที่สอง&nbsp;เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจครัวเรือน&nbsp;จึงเริ่มต้นที่การส่งมอบโรงสีข้าวเพื่อชาวนาในการสร้างผลิตภัณฑ์สีข้าวสารบรรจุถุงศูนย์ยากาศจำหน่ายและขยายต่อยอดจะได้ส่วนที่เป็นปลายข้าวรำอ่อนนำไปเลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมทั้งการยกระดับผลิตภัณฑ์ครัวเรือนได้แก่การเลี้ยงไหมและสร้างผลิตภัณฑ์จากไหมออกจำหน่าย&nbsp;ในนามของวิสาหกิจชุมชนอีกด้วย</p><p><strong>นายประจวบ?&nbsp;สมัคร?สมาน?&nbsp;</strong>ประธานวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ธนาคารครัวหลวงพ่อแดงสาขาหมู่&nbsp;6&nbsp;บ้านสังแก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตอนแรกหลายๆ&nbsp;โครงการทำมาแล้วหายไปไม่ยั่งยืน&nbsp;แต่เมื่อได้โครงการธนาคารวัวของหลวงพ่อแดง&nbsp;หลายอย่างเป็นความจริง&nbsp;จนได้ชักชวนสมาชิกมาเข้าโครงการจนประสบความสำเร็จ&nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนบ้านสังแกได้รับมอบเครื่องสีข้าว&nbsp;ขนาด&nbsp;3.5&nbsp;แรงนี้ไว้ประจำชุมชนเพื่อใช้ในการสีข้าวของชุมชนและจำหน่ายโดยชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นการได้รับการสนับสนุนจากพระพรหมเวทีเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;ในการสนับสนุนเครื่องสีข้าว&nbsp;ในการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p>"	1/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201141822143
12	หนาวนานขึ้น นกยูงยังออกมาโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็น เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง ขยายเวลาจองเข้าชมนกยูงถึง 15 ก.พ.นี้	<p>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เนื่องด้วยฤดูกาลที่มีการเปลี่ยนแปลง&nbsp;อากาศมีความหนาวยาวนานขึ้น&nbsp;นกยูงมีการปรับตัวตามสภาพอากาศ&nbsp;โดยปกติของทุกปีช่วงเวลานี้&nbsp;จะเริ่มทยอยหายเข้าป่าเพื่อวางไข่&nbsp;จึงทำให้นกยูงยังคงปรากฏตัวให้นักท่องเที่ยวได้ชม&nbsp;สามารถตั้งกล้องในซุ้มบังไพรเพื่อเก็บภาพนกยูง&nbsp;และชมนกขนาดเล็กชนิดอื่นๆ&nbsp;ได้&nbsp;เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าบ้านโฮ่ง&nbsp;เบื้องต้นจึงได้ขยายเวลาเข้าชมได้ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถจองคิวได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;085&nbsp;598&nbsp;7750&nbsp;และ&nbsp;086&nbsp;191&nbsp;6647</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>ขอเน้นย้ำให้ผู้ที่เดินทางไปเที่ยวชมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/2/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201121815096
13	จ.ลำพูน ลงติดตามราคาสินค้าช่วงตรุษจีน หมู ไก่ ไข่ ราคาทรงตัว ส่วนผัก ผลไม้ราคาปรับลด	<p><strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ที่ใช้เป็นอุปกรณ์&nbsp;และเป็นอาหารประกอบพิธีในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;แหล่งค้าขายขนาดใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ห้างบิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์&nbsp;สาขาลำพูน&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;สาขาลำพูน&nbsp;และตลาดลำพูนจตุจักร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำพูน</p><p><strong>จากการตรวจสอบไม่พบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีนแต่อย่างใด</strong>&nbsp;สินค้าส่วนใหญ่คงมีราคาทรงตัว&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;อาหารไหว้เจ้าตรุษจีน&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ยกเว้น&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;ราคามีการปรับลดลง&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยประกอบกับผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&nbsp;ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายไว้ถูกต้อง&nbsp;ชัดเจน&nbsp;ไม่พบการกระทำการผิดกฎหมายแต่อย่างใด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อมิให้เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงแต่เทศกาลตรุษจีน&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นว่ามีการกักตุน&nbsp;</strong>หรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;แห่ง&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับ&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำและปรับ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/2/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201122004097
14	ประชาชนชาวเชียงใหม่ตื่นตัวกดรับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส 4 	"<p><strong>ประชาชนเชียงใหม่ที่เคยได้รับสิทธิ์คนละครึ่งในรอบที่ผ่านมาให้ความสนใจ&nbsp;กดรับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;กันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา</strong></p><p><strong>บรรยากาศการกดรับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;</strong>สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งในรอบที่ผ่านมา&nbsp;พบว่าประชาชนชาวเชียงใหม่ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยในรอบนี้&nbsp;เป็นการมอบเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กับประชาชนได้ออกมาจับจ่าย&nbsp;คนละ&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;โดยรัฐช่วยจ่ายวันละ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;27.98&nbsp;ล้านคน&nbsp;ตลอดระยะเวลาของโครงการ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;โดยที่ตลาดสดแถวอำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์กันตั้งแต่เช้าหลังกดรับสิทธิ์แล้ว&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าสามารถเริ่มใช้สิทธิ์ได้เลย&nbsp;จึงยังไม่ได้เตรียมตัวมา&nbsp;แต่ก็รู้สึกดีใจที่โครงการคนละครึ่งกลับมาอีกครั้ง</p><p><strong>ด้านนางสายพิณ&nbsp;แก้วสายเจริญ&nbsp;</strong>เจ้าของร้านลาบป้าพิณ&nbsp;ร้านขายอาหารพื้นเมือง&nbsp;ในตลาด&nbsp;ป.พัน&nbsp;7&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รู้สึกพึงพอใจกับโครงการคนละครึ่งเป็นอย่างมาก&nbsp;ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบนี้&nbsp;เพราะช่วยให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายซื้อของมากขึ้น&nbsp;แม้จะเพียงเล็กน้อย&nbsp;ในส่วนของตนนั้น&nbsp;แม้จะได้เงินเพิ่มขึ้นไม่มาก&nbsp;แต่ก็ยังพอมีรายได้เพิ่มขึ้นมาบ้าง</p><p><strong>ขณะที่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งส่วนใหญ่&nbsp;</strong>รู้สึกพึงพอใจที่รัฐบาลมีโครงการอีกครั้งเห็นว่าสามารถช่วยเหลือประชาชน&nbsp;รวมถึงผู้ที่มีรายได้น้อย&nbsp;ตลอดจน&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น&nbsp;ในช่วงที่มีสถานการณ์ของโรคโควิด-19&nbsp;กำลังแพร่ระบาด&nbsp;รวมทั้งอยากให้มีโครงการนี้ต่อไปอีก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4</strong>&nbsp;หลังจากกดยืนยันสิทธิ์แล้ว&nbsp;จะต้องเริ่มใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ์&nbsp;โดยสิทธิ์ที่เหลืออาจจะนำมาพิจารณาเปิดให้ลงทะเบียนอีก&nbsp;ส่วนประชาชนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;คนละครึ่งเฟส&nbsp;3&nbsp;มาก่อน&nbsp;สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนกว่าจะครบจำนวนประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ์&nbsp;ที่แอปพลิเคชัน&nbsp;""เป๋าตัง""&nbsp;และ&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;โดยสามารถใช้สิทธิ์โครงการ&nbsp;คนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.65</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201122513099
15	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  ประชุมหารือร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เรื่อง การขุดลอกร่องน้ำกันตัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเดินเรือและส่งเสริมเศรษฐกิจ	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือ</strong>&nbsp;ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การขุดลอกร่องน้ำกันตัง&nbsp;ฝั่งกันตังใต้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสภาพปัญหาโดยหลักทางลักษณะกายภาพของร่องน้ำกันตัง</strong>&nbsp;ทำให้ท่าเรือกันตังและท่าเรือนาเกลือซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญทางฝั่งอันดามันตอนใต้&nbsp;อยู่ใกล้เส้นทางเดินเรือหลักที่จะไปยังช่องแคบมะละกา&nbsp;ประกอบกับเป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่ในแม่น้ำตรัง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จะเกิดการตื้นเขินของตะกอนอยู่เป็นประจำช่วงปากแม่น้ำ&nbsp;ประกอบกับสายการเดินเรือมีความต้องการที่จะขุดลอกให้ได้ความลึกเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อรองรับเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้น&nbsp;โดยปัจจุบันท่าเรือนาเกลือและท่าเรือกันตังรองรับอยู่&nbsp;พบอุปสรรคคือแนวหินและแนวร่องที่ยังไม่ได้ขนาดมาตรฐานตามผลการศึกษา&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการขุดลอกโดยเร่งด่วน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหากดำเนินการได้แล้วเสร็จ&nbsp;จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเดินเรือ</strong>ได้สะดวกตลอดเวลา&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจของจังหวัดตรังและพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;สามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัย&nbsp;ลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า&nbsp;ส่งเสริมระบบเครือข่ายการคมนาคมขนส่ง&nbsp;ในการกระจายสินค้าและรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201141939145
16	จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว ภายใต้โครงการ Test & Go เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัด เริ่ม 1 ก.พ.นี้	"<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายให้เดินหน้าจัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการด้านสาธารณสุขที่รัดกุม&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในหลายๆ&nbsp;สาขาอาชีพ&nbsp;มีงาน&nbsp;มีรายได้&nbsp;เพื่อดูแลตนเองและครอบครัว&nbsp;แต่ต้องไม่ขัดต่อสถานการณ์การควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;ของทั่วโลก&nbsp;จึงได้วางนโยบายกำหนดให้ประเทศไทยเริ่มให้ผู้เดินทางจากทุกประเทศทั่วโลก&nbsp;ลงทะเบียนเพื่อขออนุญาตเข้าประเทศไทยโดยระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้อีกครั้ง&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขานรับแนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งยืนยันว่าพร้อมรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างเต็มที่&nbsp;ภายใต้มาตรการสาธารณสุขขั้นสูงสุด&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต้องกักตัวตามนโยบายการเปิดประเทศของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยผู้เดินทางภายใต้โครงการ&nbsp;TEST&nbsp;&amp;&nbsp;GO&nbsp;จากทุกประเทศทั่วโลกและฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก่อนเดินทางอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จะต้องการเข้าพักในโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;คือ&nbsp;ในคืนที่&nbsp;1&nbsp;และคืนที่&nbsp;5&nbsp;หลังจากเดินทางถึงประเทศไทย&nbsp;ส่วนผู้เดินทางภายใต้โครงการ&nbsp;Sandbox&nbsp;และฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก่อนเดินทางอย่างน้อย&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;จะต้องการเข้าพักในโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;7&nbsp;คืน&nbsp;ในส่วนโรงแรม&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ที่มีใบรับรอง&nbsp;SHA++&nbsp;และพร้อมให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;มีจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;Krungsri&nbsp;River&nbsp;Hotel&nbsp;2.&nbsp;Classic&nbsp;Kameo&nbsp;Ayutthaya&nbsp;Hotel&nbsp;3.&nbsp;Kantary&nbsp;Hotel&nbsp;Ayutthaya&nbsp;4.&nbsp;T.M.&nbsp;Land&nbsp;Hotel&nbsp;5.&nbsp;Choke&nbsp;Set&nbsp;Thee&nbsp;Hotel&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางจังหวัดโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;กำหนดเป้าหมาย&nbsp;บูรณาการทำงาน&nbsp;มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;ขอให้ทุกคนได้ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;เพื่อต่อยอดการพัฒนา&nbsp;เอกลักษณ์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และภาคภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน</p><p>&nbsp;</p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201140940139
17	ครม. เห็นชอบปรับกรอบวงเงินโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง เพิ่มขึ้นเป็น 96,868 ล้านบาท	<p><strong>นางสาวไตรศุลี</strong>&nbsp;&nbsp;<strong>ไตรสรณกุล</strong>&nbsp;<strong>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.ปรับกรอบวงเงินโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง&nbsp;ช่วงบางซื่อ-รังสิต&nbsp;และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน&nbsp;ที่เกิดจากภาระภาษีต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงแหล่งเงินกู้จากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;หรือ&nbsp;JICA&nbsp;เป็นแหล่งเงินกู้ภายในประเทศ&nbsp;,ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรจากการนำเข้าของโครงการฯสายสีแดง&nbsp;และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นที่ต้องชำระให้ผู้รับจ้างในส่วนที่เป็นเงินเยนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;2,917&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ช่วงบางซื่อ-รังสิต&nbsp;จำนวน&nbsp;2,011&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน&nbsp;จำนวน&nbsp;906&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทำให้กรอบวงเงินลงทุนโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงตามมติ&nbsp;ครม.เดิมที่อนุมัติไว้จำนวน&nbsp;93,950&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;96,868&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้อนุมัติให้&nbsp;รฟท.</strong>กู้เงินภายในประเทศมาจ่ายค่าอากรนำเข้า(Import&nbsp;Duty)&nbsp;ที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณจาก&nbsp;ครม.และมีมูลค่างานระบุไว้ในสัญญาแล้วเป็นจำนวนเงิน&nbsp;660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินจำนวน&nbsp;7,985&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วยช่วงบางซื่อ-รังสิต&nbsp;จำนวน&nbsp;7,078&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และช่วงบางซื่อ&nbsp;ตลิ่งชันจำนวน&nbsp;906&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;โดยให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินที่เหมาะสม&nbsp;พร้อมทั้งค้ำประกันเงินกู้ภายใต้กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติให้แก่&nbsp;รฟท.&nbsp;โดยรัฐบาลรับภาระค่างานโครงสร้างพื้นฐานงานโยธาและส่วนที่เกี่ยวข้องตามหลักการของมติครม.เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2549&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	1/2/2022	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201151644204
18	ผลการเจรจาธุรกิจภาพยนตร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับผู้ให้บริการ Streaming ความบันเทิงชื่อดัง สร้างรายได้กว่า 815 ล้านบาท	<p><strong>นายเอกฉัตร&nbsp;ศีตวรรัตน์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการเจรจาธุรกิจภาพยนตร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง&nbsp;ในโครงการ&nbsp;Content&nbsp;Pitching&nbsp;ธุรกิจภาพยนตร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง&nbsp;ภายใต้นโยบายยุทธศาสตร์&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นครั้งแรกในการดึงผู้ให้บริการสตรีมมิ่งความบันเทิง&nbsp;เช่น&nbsp;Netflix&nbsp;,&nbsp;WeTV&nbsp;เจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย&nbsp;15&nbsp;บริษัท&nbsp;สามารถสร้างรายได้&nbsp;รวมกว่า&nbsp;815&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจ</strong>จากผู้ให้บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรกคือ&nbsp;คอนเทนต์ทีวีซีรีส์&nbsp;คอนเทนต์ภาพยนตร์&nbsp;และคอนเทนต์แอนิเมชั่นซีรีส์&nbsp;แสดงให้เห็นว่า&nbsp;อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย&nbsp;มีศักยภาพที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากความสามารถและผลงานที่โดดเด่นของผู้ประกอบการไทย&nbsp;ที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ&nbsp;และพฤติกรรมการรับชมคอนเทนต์ในรูปแบบ&nbsp;Online&nbsp;Platform&nbsp;ของผู้บริโภคที่สอดรับยุค&nbsp;New&nbsp;Normal</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ยังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ในรูปแบบอื่นๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การขยายโอกาสในการดำเนินธุรกิจทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์สอดรับยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;การจัดนิทรรศการและการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;รวมไปถึงการจัดกิจกรรม&nbsp;Networking&nbsp;สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ&nbsp;โดยสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;ในการสร้างผลงานคุณภาพภายใต้แนวคิด&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ซึ่งมีการผสมผสานเอาเอกลักษณ์ที่สำคัญของไทย&nbsp;เช่น&nbsp;ศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และอาหารไทยเข้าไปในผลงานอีกด้วย</p><p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ได้มอบนโยบายผลักดันให้ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;Creative&nbsp;Economy&nbsp;และส่งเสริมให้ไทยเป็น&nbsp;Hub&nbsp;ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์&nbsp;รวมทั้งกระทรวงได้ดำเนินแผนงานเพื่อสอดรับกับนโยบายส่งเสริม&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ให้ไทยไปผงาดได้ในตลาดโลก&nbsp;โดยได้มีการส่งเสริม&nbsp;สร้างเครือข่ายและขยายโอกาสเผยแพร่ผลงานดังกล่าวสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจ&nbsp;ดิจิทัลคอนเทนต์แล้ว&nbsp;ยังเป็นการกระตุ้นการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;อาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรม&nbsp;ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201211103351
19	จ.พะเยา แถงข่าวจัดงาน มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก Eastern Lanna Ethnic Fair 2022	<p><strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายวราดิศร&nbsp;อ่อนนุช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/นางนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาแพร่/นายกฤชเพชร&nbsp;เพชระบูรณิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน/นายวิสูตร&nbsp;บัวชุม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานเชียงราย&nbsp;และนางนิภาพรรณ&nbsp;ณ&nbsp;ลำปาง&nbsp;รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา&nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ข่วงชาติพันธุ์&nbsp;วิถีบรรพกาล&nbsp;ตำนานบรรพชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;waterside&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเอ็มทู&nbsp;โฮเทล&nbsp;วอเตอร์ไซด์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา</p><p><strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;(เชียงราย/พะเยา/แพร่/น่าน)&nbsp;หรือกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก&nbsp;เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม&nbsp;มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน&nbsp;รวมถึงมีกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย&nbsp;ก่อให้เกิดศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น&nbsp;ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้&nbsp;และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นและประเทศ&nbsp;สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออกนั้น&nbsp;มีมากกว่า&nbsp;18&nbsp;กลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา&nbsp;ดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด&nbsp;จัดงานดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธ์ในกลุ่มล้านนาตะวันออก&nbsp;สนับสนุนส่งเสริมชุมชนที่มีชาติพันธุ์ต่างๆ&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน&nbsp;และสร้างจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมวิถีชีวิต&nbsp;ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;ตลอดจนเกิดการสืบทอด&nbsp;หวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน</p><p><strong>ด้านนางนิภาพรรณ&nbsp;ณ&nbsp;ลำปาง</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา&nbsp;รวมถึงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;และยังเป็นการจัดงานภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไรวัสโควิด-19&nbsp;สำหรับไฮไลท์ของงานพบกับพิธีเปิดงานและขบวนแห่อลังการชาติพันธุ์&nbsp;ล้านนาตะวันออก/การแสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;ชุด&nbsp;ข่วงหลวงชาติพันธุ์&nbsp;ปิติบุรศรัทธะสถาน&nbsp;อุษาล้านนา&nbsp;มหาจินตนาฎกรรม&nbsp;จิตวิญญาณ&nbsp;แห่งบรรพชน&nbsp;แฟชั่นโชว์&nbsp;เครื่องแต่งกายทางชาติพันธุ์และการแสดงศิลปิน&nbsp;ไม้เมือง/การประกวดเครื่องแต่งกายชาติพันธุ์/การประกวดนางงามชาติพันธุ์&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดการจัดงาน&nbsp;อาทิ&nbsp;การสาธิตวิถีชีวิตชาติพันธุ์/การแสดงศิลปวัฒนธรรม/การละเล่น/การแสดงวงดนตรีของชาติพันธุ์/การแสดงและจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์กว่า&nbsp;80&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ข่วงการศิลป์ชาติพันธุ์&nbsp;และ&nbsp;ข่วงกาดหมั้วชาติพันธุ์</p><p><strong>จังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวตลอดจนผู้สนใจ&nbsp;มาเที่ยวงาน&nbsp;มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ตามวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	1/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201162921272
20	พาณิชย์บึงกาฬพร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าและบริการ ช่วงเทศกาลตรุษจีน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นางสาวเอื้อนจิตร&nbsp;ช่วยนก&nbsp;พาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ</strong>&nbsp;พร้อมคณะตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ฝ่ายทหาร&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬร่วมลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์จำหน่ายสินค้าและบริการหลักของจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;สาขาบึงกาฬ,&nbsp;หจก.บิ๊กเสื้อ&nbsp;สโตร์,&nbsp;แม็คโคร&nbsp;สาขาบึงกาฬ&nbsp;และตลาดสดเทศบาลตำบลบึงกาฬ</p><p><strong>การลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าและบริการ&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;</strong>ของจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยไม่พบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่ราคาสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด&nbsp;มีการตรวจสอบการปิดป้ายแสดงสินค้าและบริการที่จัดเจน&nbsp;การจำหน่ายสินค้าและบริการที่ตรงตามป้ายแสดงสินค้า&nbsp;รวมถึงมีการแนะนำเรื่องของมาตรฐานด้านสุขอนามัย&nbsp;ความสะอาด&nbsp;และความปลอดภัยของสินค้าและบริการให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าข้างต้นให้ปฏิบัติตาม&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความน่าสน&nbsp;สร้างมาตรฐานที่ดีแก่ร้านค้า&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจในการเลือกอุปโภคบริโภคอย่างปลอดภัย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	1/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201161436263
21	กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 โดยพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี จัดงาน เจมส์ แอนด์ จิวเวลลี่แฟร์ 2022 ยกระดับมาตรฐานการผลิตและการตลาดของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;ก.พ.65&nbsp;)&nbsp;ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;เจมส์&nbsp;แอนด์&nbsp;จิวเวลลี่แฟร์&nbsp;2022&nbsp;โดยจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;และจังหวัดนครนายก&nbsp;ได้เดินหน้าส่งเสริมการตลาดของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;สนับสนุนและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ตลาดทั้งใน&nbsp;และต่างประเทศ&nbsp;ส่งเสริมการทำการตลาดเชิงรุก&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;ภายในประเทศและการส่งออกสินค้าไทย&nbsp;สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ&nbsp;ตลอดจนพัฒนาทักษะของ&nbsp;ผู้ประกอบการให้สามารถผลิตและเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เป็นการต่อยอดให้แก่&nbsp;ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับได้เข้าถึงตลาด&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;นครอัญมณีศูนย์กลางการค้า&nbsp;อัญมณีและเครื่องประดับจองโลก""&nbsp;ได้จัดงาน&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;เจมส์&nbsp;แอนด์&nbsp;จิวเวลลี่แฟร์&nbsp;2022&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี&nbsp;โดยในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจําหน่ายสินค้า&nbsp;อัญมณีและเครื่องประดับที่มีความสวยงามและโดดเด่น&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องประดับที่ทำจากอัญมณี&nbsp;สร้อย&nbsp;แหวน&nbsp;ต่างหู&nbsp;เข็มกลัด&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยเฉพาะทับทิมสยามเมืองจันท์&nbsp;และพลอยแดง&nbsp;ไพลิน&nbsp;พลอยเขียวส่อง&nbsp;บุษราคัม&nbsp;พลอยสตาร์&nbsp;โกเมนและพลอยชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;จำนวนผู้ประกอบการที่ร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;30&nbsp;คูหา&nbsp;มีการเจรจาธุรกิจ&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรมประจําวัน&nbsp;สร้างสีสันบรรยากาศภายในงานและยังสามารถรับบริการ&nbsp;ตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;ได้ที่ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	1/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201171200286
22	เตรียมเปิดรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 คาดเริ่มใช้สิทธิได้ช่วงไตรมาส 4 ปี 2565	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ข้อมูลผู้มีรายได้น้อยที่เป็นปัจจุบัน&nbsp;ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรสวัสดิการสังคมของภาครัฐ&nbsp;ให้แก่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น&nbsp;โดยจะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน&nbsp;และครอบครัวของผู้ลงทะเบียนด้วย&nbsp;ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องมีสัญชาติไทย&nbsp;มีอายุตั้งแต่&nbsp;18&nbsp;ปีบริบูรณ์ขึ้นไป&nbsp;ไม่เป็นภิกษุ&nbsp;สามเณร&nbsp;นักพรตหรือนักบวช&nbsp;ผู้ต้องขัง&nbsp;บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ฯ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงานราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ผู้รับบำเหน็จรายเดือน&nbsp;ผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการการเมือง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;และสมาชิกวุฒิสภา&nbsp;รวมทั้งต้องมีรายได้ไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาทต่อคนต่อปี&nbsp;หากมีครอบครัว&nbsp;รายได้เฉลี่ยของครอบครัวต้องไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาทต่อคนต่อปี&nbsp;ส่วนทรัพย์สินทางการเงิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เงินฝาก&nbsp;สลาก&nbsp;พันธบัตรและตราสารหนี้ภาครัฐ&nbsp;ต้องมีมูลค่าไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ต่อคน&nbsp;และหากมีครอบครัว&nbsp;ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัว&nbsp;ต้องมีมูลค่าไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์&nbsp;ไม่มีบัตรเครดิต&nbsp;ไม่มีวงเงินกู้&nbsp;หรือมีวงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน&nbsp;1.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และวงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">คาดว่าจะเริ่มลงทะเบียนได้ประมาณไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ของปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และจะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการได้ในช่วงไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะเป็นการใช้บัตรประชาชนแทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;สำหรับรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม&nbsp;เป็นผู้กำหนด&nbsp;ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ร่างประกาศคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม&nbsp;โดยให้มีการประเมินผลการดำเนินงานและความคุ้มค่าในการจัดประชารัฐสวัสดิการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง&nbsp;พร้อมทั้งรายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201211816354
23	ยอดผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง วันแรกกว่า 2 ล้านคน มูลค่าการใช้จ่ายกว่า 500 ล้านบาท	<p><strong>นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ได้เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายวันนี้เป็นวันแรก&nbsp;(1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;โดยโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.)&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน&nbsp;2.4&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;501.24&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;253.43&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;247.81&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีประชาชนที่กดยืนยันเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;16.93&nbsp;ล้านราย&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong>&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;2.89&nbsp;ล้านราย&nbsp;มียอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;573.54&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;1.47&nbsp;แสนราย&nbsp;มียอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;57.66&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการ&nbsp;รวม&nbsp;5.44&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด&nbsp;1,132.44&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับประชาชนผู้เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;และประสงค์จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันทีหลังการกดยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ&nbsp;สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;หรือผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนกว่าจะครบ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;โดยสามารถเริ่มใช้จ่ายวันแรกในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>	1/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201210355342
24	ปีเสือทอง ต้องชิม น้ำผึ้งสีทองจากดอกสาบเสือ ซึ่ง 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว ของเกษตรกรกลุ่มเลี้ยงผึ้งน้ำริด สกัดจากธรรมชาติ สีทอง หอม หวานน้อย สรรพคุณทางยามากมาย กระแสตอบรับลูกค้าดี ขายสร้างรายได้งาม	"<p><strong>ช่วงอากาศหนาวแบบนี้&nbsp;ที่&nbsp;ฟาร์มน้ำผึ้งน้ำริด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;</strong>นายสันติ&nbsp;คงสิน&nbsp;เจ้าของฟาร์ม&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกในกลุ่มเลี้ยงผึ้งน้ำริด&nbsp;กำลังช่วยกันเก็บรังผึ้ง&nbsp;ที่วางไว้ใกล้ดอกสาบเสือ&nbsp;ซึ่งเป็นดอกไม้ป่า&nbsp;1&nbsp;ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น&nbsp;นำมาสกัดเป็นน้ำผึ้งดอกสาบเสือ&nbsp;สารพัดสรรพคุณ&nbsp;แถมสร้างงานรายได้ต่อยอดสู่เกษตรกรรุ่นใหม่</p><p><strong>เจ้าของฟาร์มบอกกับทีมข่าวว่า&nbsp;ในอากาศหนาว&nbsp;ทำให้ดอกสาบเสือ&nbsp;</strong>ดอกไม้ป่าที่ขึ้นตามเขาซึ่งเป็นไม้ล้มลุกและเป็นวัชพืช&nbsp;ออกดอกสวยงามช่อสีขาวอมม่วง&nbsp;เกษตรกรนำฝูงผึ้งไปปล่อย&nbsp;เก็บน้ำหวานจากดอกสาบเสือ&nbsp;เพื่อนำมาสกัดน้ำผึ้งดิบจากธรรมชาติแท้&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);"">ทุกๆ&nbsp;7-9&nbsp;วัน&nbsp;จะมีการตรวจเช็ครวงผึ้งว่าขนาดที่ใหญ่พอ</span>จะเก็บผลผลิต&nbsp;ก็จะทำการเก็บรวงผึ้งไปสกัดเอาน้ำหวาน&nbsp;ซึ่งสีของน้ำผึ้งสาบเสือ&nbsp;จะสีเหลืองทอง&nbsp;ปีนี้&nbsp;100&nbsp;ลัง&nbsp;คาดว่าจะได้น้ำผึ้งประมาณ&nbsp;400&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เบื้องต้นสกัดเป็นน้ำผึ้งดิบแท้&nbsp;บรรจุขวดขนาด&nbsp;1,000&nbsp;กรัม&nbsp;ขายขวดละ&nbsp;259&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ต้นสาบเสือ&nbsp;เป็นพืชสมุนไพรของทางภาคเหนือ</strong>&nbsp;มีสรรพคุณทางยามากมาย&nbsp;มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมโทรมของร่างกาย&nbsp;ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น&nbsp;&nbsp;และน้ำผึ้งดอกสาบเสือของกลุ่มเกษตรกรน้ำริด&nbsp;ได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ผลิตน้ำผึ้งปลอดภัยคุณภาพเกรด&nbsp;A&nbsp;หอมและหวานน้อย&nbsp;เหมาะสำหรับบริโภค&nbsp;หรือนำไปเป็นส่วนผสมต่างๆ&nbsp;ในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความหวาน&nbsp;กลมกล่อมและมากด้วยคุณค่า</p><p>ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มน้ำผึ้งน้ำริด&nbsp;ได้มีการปรับผลิตภัณฑ์เพื่อเตรียมเข้าสู่ธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ขยายโอกาสทางการตลาดรับรองผลผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยได้มีการสกัดเป็นน้ำผึ้งดิบแท้บรรจุขวด&nbsp;และนอกจากจะบรรจุขวดขายแล้ว&nbsp;ยังนำไปต่อยอด&nbsp;ชงเป็นเมนู&nbsp;มะนาวน้ำผึ้งโซดา&nbsp;ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก&nbsp;เพราะดื่มแล้วสดชื่น&nbsp;ราคาก็ไม่แพงแก้วละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;โดยขายในชุมชนหรือตามออเดอร์ที่สั่งทางออนไลน์&nbsp;หากใครสนใจจะสั่งซื้อน้ำผึ้งดอกสาบเสือสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้งน้ำริด&nbsp;085-270-2287&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	1/2/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220201204805334
25	ส.ปชส.ยโสธร บูรณาการ  พช.จังหวัดยโสธร บริษัทประชารัฐรักสามัคคี บิสคลับ และ YSF  ไลฟ์สด !!!  จำหน่ายสินค้าโอทอปผ่านสื่อออนไลน์ และกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่จังหวัดยโสธร&nbsp;หน่วยงานสำนักงาน</strong>ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร&nbsp;บริษัทประชารัฐรักสามัคคี&nbsp;บิสคลับและเครือข่าย&nbsp;YSF&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;บูรณาการจัดกิจกรรมไลฟ์สด&nbsp;!!!&nbsp;จำหน่ายสินค้าโอทอปของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงฟ้าหยาดพัฒนา&nbsp;ตำบลฟ้าหยาดอำเภอมหาชนะชัย&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อจำหน่ายสินค้าไม่ว่าจะเป็นมาลัยข้าวตอก&nbsp;กระเป๋า&nbsp;ตะกร้า&nbsp;ผ้าทอ&nbsp;</strong>และของที่ระลึกต่างๆ&nbsp;ผ่านทางเฟสบุ๊ค&nbsp;แฟนเพจ&nbsp;:&nbsp;ของกิน&nbsp;ของฝากโอทอป&nbsp;ยโสธร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสินค้าโอทอปในการจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงลูกค้าหรือผู้บริโภคผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดยโสธรในยุคโควิด-19&nbsp;ตลอดจนให้ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และปรับตัวให้เท่าทันยุค&nbsp;4.0&nbsp;ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือสื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทและเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าสู่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยในวันนี้ทาง&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้ลงพื้นที่ร่วมเยี่ยมทางกลุ่มดังกล่าวด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การบูรณาการจัดกิจกรรมไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;</strong>นั้น&nbsp;จะไลฟ์สดทุกวันอังคาร&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;-12.00&nbsp;น.&nbsp;ผ่านทางเฟสบุ๊ค&nbsp;แฟนเพจ&nbsp;:&nbsp;ของกิน&nbsp;ของฝากโอทอป&nbsp;ยโสธร&nbsp;ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือน&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และวางแผนที่จะไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าโอทอปและจะขยายสู่สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดยโสธรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	1/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202075358366
26	Beer Runกองถ่ายหนังต่างชาติเข้าพบรมว.ท่องเที่ยวฯมอบของที่ระลึกแทนความประทับใจในโอกาสถ่ายทำหนังในไทย	"<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;ให้เกียรติต้อนรับ&nbsp;มร.โอลิเวอร์&nbsp;อาคคามานน์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ลิฟวิ่ง&nbsp;ฟิล์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;และคณะ&nbsp;&nbsp;เนื่องในโอกาสมอบของที่ระลึกภาพพร้อมข้อเขียนและลายเซ็นของ&nbsp;มร.ปีเตอร์&nbsp;&nbsp;ฟาร์เรลลี่&nbsp;ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลออสการ์&nbsp;สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม&nbsp;และเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ&nbsp;สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม&nbsp;ในปี&nbsp;2019&nbsp;จากภาพยนตร์&nbsp;เรื่อง&nbsp;""Green&nbsp;Book""&nbsp;ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์&nbsp;&nbsp;เรื่อง&nbsp;""Beer&nbsp;Run""&nbsp;ที่มีความประทับใจหลังจากเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;กันยายน&nbsp;&nbsp;26&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างขวัญ&nbsp;กำลังใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย&nbsp;อันจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงแก่ประเทศไทยในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>"	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202102423399
27	โรตีน้าน นาน ไร้น้ำมัน กรอบนอกนุ่มใน สายสุขภาพห้ามพลาด	<p><strong>ลุกซ์ใหม่&nbsp;โรตีน้าน&nbsp;นาน&nbsp;ไร้น้ำมัน&nbsp;กรอบนอกนุ่มใน&nbsp;</strong>สายสุขภาพห้ามพลาดของอร่อย&nbsp;ที่&nbsp;THE&nbsp;CHAPATI&nbsp;ยะลา</p><p><strong>ใครสายสุขภาพ&nbsp;ที่เคยได้ทานโรตีไร้น้ำมัน&nbsp;ที่&nbsp;ร้าน&nbsp;THE&nbsp;CHAPATI&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ไม่ควรพลาดลุกซ์ใหม่&nbsp;จากโรตีแผ่นบางๆ&nbsp;ซึ่งทำมาจากแป้งโรตีโฮมวีค&nbsp;แป้งอัตตา&nbsp;นำมาทอด&nbsp;โดยไม่ใช้น้ำมันตอนนี้มีแบบเป็นขนมปัง&nbsp;ยาวๆ&nbsp;นำมาคลุกเคล้ากับเกล็ดแป้ง&nbsp;แล้วนำไปขึ้นเตาทอดไม่ใช้น้ำมัน&nbsp;นุ่มๆ&nbsp;เมื่อทานกับแกง&nbsp;แพะ&nbsp;แกงเนื้อ&nbsp;แกงถั่วดาน&nbsp;ถั่วลูกไก่&nbsp;แกงสมองวัว&nbsp;แกงเป็ด&nbsp;หลายๆคนที่ได้ทานแล้วต่างบอกว่า&nbsp;รสชาติอร่อยจริงๆ&nbsp;เหมาะกับสายที่รักสุขภาพ&nbsp;โดยผู้ที่มาทาน&nbsp;ส่วนใหญ่ก็จะมาทานกันเป็นประจำเช้าๆ&nbsp;เกือบทุกวัน&nbsp;ไม่มีไขมันกรอบนอกนุ่มใน&nbsp;ส่วนแกงก็อร่อยทุกแกง</p><p><strong>นายเจะอิสมาแอ&nbsp;เจ๊ะโมง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ชอบทานโรตีจาปาตี&nbsp;ร้านนี้เปิดมานานแล้ว&nbsp;4-5&nbsp;</strong>ปีใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีชื่อเสียงมานาน&nbsp;เป็นจุดขายอย่างหนึ่งของจังหวัดยะลา&nbsp;จะมาทานเป็นประจำโรตีไม่มีน้ำมันอาหารถูกปาก&nbsp;สดอร่อยด้วย&nbsp;ครึ่งวันก็หมดแล้ว&nbsp;สำหรับรสชาติโรตีแกง&nbsp;เหมือนกับได้ทานอาหารอินเดีย&nbsp;ปากีสถาน&nbsp;ฝีมือดี&nbsp;ไม่ต้องไปไกลทานได้ที่นี่&nbsp;ช่วงนี้โควิดประหยัดเยอะ&nbsp;ส่วนพนักงานของทางร้าน&nbsp;ก็พูดได้หลายภาษาคอยต้อนรับลูกค้า</p><p><strong>ส่วนผู้สูงอายุที่มาทานเป็นประจำ&nbsp;นายยะยา&nbsp;มะโซะ&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong>ชอบทานหมดเลยร้านนี้เพื่อสุขภาพ&nbsp;ไม่มีผงชูรสปรุงแต่งมาทุกวัน&nbsp;คนแก่ๆ&nbsp;ทานได้&nbsp;ลูกค้าก็เพิ่มมาเรื่อยๆ&nbsp;ขอบคุณแทนเจ้าของร้านที่เลือกสิ่งแปลกใหม่&nbsp;ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพน่าจะถูกปากของลูกค้า&nbsp;ปรุงมามีความหลากหลาย&nbsp;คนต่างประเทศก็มาทาน&nbsp;เป็นทางเลือกให้ชาวยะลา&nbsp;มารับบริการ&nbsp;ซึ่งเป็นของในพื้นที่ผสมผสานกับอินเดีย&nbsp;ปากีสถาน&nbsp;บังคลาเทศ</p><p><strong>นายฟัยยาฎ&nbsp;มะโซร์&nbsp;เจ้าของร้าน&nbsp;เดอะจาปาตี&nbsp;บอกว่า&nbsp;สำหรับโรตีแบบใหม่รสชาติจะพิเศษ</strong>&nbsp;มีความเหนียวนุ่ม&nbsp;ที่เกิดจากการคิดสูตรไปเรื่อยๆ&nbsp;อยากให้มีโรตีหนานุ่มบ้าง&nbsp;ชาปาตี&nbsp;เป็นโฮมวีค&nbsp;แบบบางนุ่ม&nbsp;อันนี้คือ&nbsp;หนานุ่ม&nbsp;กินได้ทั้งวัน&nbsp;โดยเริ่มจากนำแป้งมาหมักทิ้งไว้&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;แล้งลองนำมาทอด&nbsp;ตอนเช้าไปกินตอนเย็นก็อร่อย&nbsp;ใช้แป้งโรตี&nbsp;1&nbsp;ลูก&nbsp;เท่ากับ&nbsp;2&nbsp;แผ่น&nbsp;อยากให้ความหนานุ่ม&nbsp;ก็เลยเพิ่มไปเลย&nbsp;ลูกเดียวลูกค้ารู้เรื่องทั้งวัน&nbsp;เอามาย่างไร้น้ำมัน&nbsp;ก็เป็นโฮมวีคเหมือนกัน&nbsp;กลายเป็นสูตรใหม่ของทางร้าน&nbsp;เป็นโรตีนาน&nbsp;โรตีน้าน&nbsp;นานเพราะหมักแป้ง&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งจะมีหลายแบบบางคนทำแบบกลมๆ&nbsp;แต่ทางร้าน&nbsp;อยากให้เป็นขนมปังยาวๆ&nbsp;ลุกซ์ใหม่ของทางร้านซึ่งที่นี่จะไม่มีน้ำมันที่เป็นความต่างกับร้านอื่น</p><p><br></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202090512368
28	"จังหวัดอุบลฯ จัดงาน ""ช้อปของเด่น  กินของดี ที่มาระแม ครั้งที่ 1"" เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงโควิด19"	<p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;เทศกาลช้อปของเด่น&nbsp;กินของดี&nbsp;ที่มาระแม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอาคารศาลาเรือนไทย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่วยสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิค-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น</strong>&nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&nbsp;(สสส.)&nbsp;มูลนิธิสื่อสร้างสุข&nbsp;หรือโครงการกินสบายใจ&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นำสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;สินค้าเด่นของจังหวัด&nbsp;สินค้าลดค่าครองชีพมาจำหน่าย&nbsp;ให้กับประชาชนได้เลือกซื้อไปบริโภค&nbsp;รวมทั้งมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;/&nbsp;รายงาน&nbsp;2&nbsp;ก.พ.65&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202100416389
29	จังหวัดตรัง จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค ราคาถูก สู้ภัยโควิด-19 ครั้งที่ 4 เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรังขับเคลื่อนโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;&nbsp;อำเภอหาดสำราญ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งภายในงานมีจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ&nbsp;20-40&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;(30&nbsp;ฟอง)&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;65&nbsp;บาท/แผง&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;(1&nbsp;ลิตร)&nbsp;45&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่&nbsp;สะโพก&nbsp;ขาหน้า&nbsp;คอ)&nbsp;150&nbsp;บาท/กก.&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มากกว่า&nbsp;20&nbsp;รายการ&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกัดโควิด-19&nbsp;</strong>อย่างเคร่งครัด&nbsp;และครั้งต่อไปกำหนดระหว่างวันที่&nbsp;4-5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงไปเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกกว่าท้องตลาดในวันและสถานที่ดังกล่าว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202092938374
30	กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน เตรียมจัดงานมหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก  วันที่ 12-16 กุมภาพันธ์ 2565	<p><strong>กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;(เชียงราย/พะเยา/แพร่/น่าน)&nbsp;</strong>หรือกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก&nbsp;เตรียมจัดงาน&nbsp;มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;ในนามกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก&nbsp;ได้ร่วมกันดำเนินการแถลงข่าว&nbsp;การจัดเตรียมจัดงาน&nbsp;&nbsp;มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนา&nbsp;ตะวันออก&nbsp;Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ที่โรงแรมเอ็มทู&nbsp;โฮเทล&nbsp;วอเตอร์ไซด์&nbsp;อำเภอเมืองพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก&nbsp;ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม&nbsp;มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน&nbsp;รวมถึงมีกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย&nbsp;ก่อให้เกิดศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น&nbsp;ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่สนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้&nbsp;และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ท้องถิ่นและประเทศ&nbsp;โดยมีนายบำรุง&nbsp;สังข์ขาว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และสื่อมวลชนในจังหวัดพะเยาร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ในกลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออกนั้น</strong>&nbsp;มีมากกว่า&nbsp;18&nbsp;กลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดาราอั้ง&nbsp;ไทใหญ่&nbsp;ไตหย่า&nbsp;บีซู&nbsp;ลาหู่&nbsp;ไทเขิน&nbsp;ปกาเกอญอ&nbsp;ไทพวน&nbsp;อาข่า&nbsp;ขมุ&nbsp;เย้าหรืออิ้วเมี่ยน&nbsp;ม้ง&nbsp;ลัวะ&nbsp;ไทลื้อ&nbsp;ปะโอ&nbsp;ภูไทหรือผู้ไท&nbsp;ลีซู&nbsp;หรือลีซอ&nbsp;และไทยวน&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;งานมหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ข่วงชาติพันธุ์&nbsp;วิถีบรรพกาล&nbsp;ตำนานบรรพชน&nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะมีการจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์&nbsp;การแสดงศิลปะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์&nbsp;วิถีการดำรงชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ&nbsp;ทั้งนี้การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;และการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา&nbsp;รวมถึงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;(เชียงราย/พะเยา/แพร่/น่าน)&nbsp;โดยยังเป็นการจัดงานภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202101345395
31	ผู้ว่าฯพังงา กำชับพาณิชย์จังหวัด ตรวจสอบราคาสินค้าใกล้ชิด	<p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>ได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในพื้นที่จังหวัดพังงากับพาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;โดยนายชัยรัตน์&nbsp;ชื่นเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;ได้รายงานราคาสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะเนื้อสุกรซึ่งพบว่าเนื้อแดงที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมีราคา&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;บางพื้นที่&nbsp;220&nbsp;บาท&nbsp;ผักและผลไม้ราคาขยับขึ้นลงตามฤดูกาล&nbsp;รวมทั้งสินค้าที่จำเป็นอื่นๆในช่วงนี้ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ปกติมีการปรับขึ้นลงตามกลไกของตลาดและตามฤดูกาลของผลผลิตที่เข้าสู่ตลาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้กำชับให้ออกตรวจสอบราคา</strong>และสต๊อกสินค้าอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;การลักลอบนำเข้า&nbsp;</p><p>สำหรับการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;1,400&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กระทรวงพาณิชย์จัดทำโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;เพื่อเปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาถูกที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะเนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;ข้าวสารและสินค้าอื่นที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันในราคาพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้พี่น้องประชนหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;จำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินจริง&nbsp;ให้แจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202094449379
32	นายกรัฐมนตรี พอใจโครงการคนละครึ่งเฟส 4 วันแรกคึกคัก ใช้สิทธิ์กว่า 5 ล้านคน เศรษฐกิจหมุนเวียน	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19&nbsp;ของรัฐ&nbsp;ในรอบปีใหม่นี้&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ที่รัฐบาลมีการเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระในการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp;กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ</strong>&nbsp;และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;รัฐบาลได้เพิ่มวงเงินใช้จ่ายจำนวน&nbsp;200&nbsp;บาท/คน/เดือน&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ใช้จ่ายตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ส่วนโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;</strong>กระทรวงการคลัง&nbsp;ได้โอนเงิน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;เข้าแอปฯ&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;แล้ว&nbsp;และให้กดยืนยันใช้สิทธิและใช้จ่ายได้เมื่อวาน&nbsp;(1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เป็นวันแรกจนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยความคืบหน้า&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการวันแรก&nbsp;16.93&nbsp;ล้านคน&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิ&nbsp;5.1&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายรวม&nbsp;1,155&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นยอดใช้จ่ายจากประชาชน&nbsp;585&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยอดรัฐร่วมจ่าย&nbsp;570&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;(กลุ่มเดิม)&nbsp;มีจำนวน&nbsp;&nbsp;27.98&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;ที่กดยืนยันสิทธิในแอพเป๋าตังค์จะต้องเริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ&nbsp;ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนกว่าจะครบ&nbsp;29&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;โดยกลุ่มนี้สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชน-ร้านค้า&nbsp;</strong>ใช้จ่ายโครงการเพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์บรรเทาความเดือดร้อนลดภาระค่าจ่าย&nbsp;ห้ามแลกเป็นเงินสด&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย&nbsp;หากระบบตรวจพบว่าทุจริตจะถูกดำเนินคดีแพ่งและอาญา&nbsp;ชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางราชการ&nbsp;ถูกเพิกถอนสิทธิทั้งร้านค้าและประชาชนโดยร้านค้าจะถูกระงับใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;&nbsp;หรือแอปพลิเคชันถุงเงินของร้านค้า&nbsp;และจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐในอนาคตที่มีทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องได้</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;พอใจสถานการณ์เศรษฐกิจช่วงต้นปี</strong>&nbsp;ปัญหาสินค้าราคาแพงเริ่มคลี่คลาย&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมเป็นไปในทิศทางที่ควบคุมได้&nbsp;กระแสการใช้จ่ายทยอยฟื้นตัวหลังจากรัฐบาลมีการผ่อนคลายและมาตรการเปิดประเทศ&nbsp;ประชาชนไทยได้รับวัคซีนครบโดส&nbsp;รวมทั้งสถานประกอบการต่างๆ&nbsp;ส่วนใหญ่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ&nbsp;เพียงแค่วันแรกของโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร้านค้าต่างคึกคัก&nbsp;เชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าว&nbsp;จะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในช่วง&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;นี้ได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202103248408
33	นายกรัฐมนตรียินดี ไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมช่วงเทศกาลตรุษจีน 2565 เที่ยวไทยปลอดภัยทุกเทศกาล	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;เผยข่าวดีในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี&nbsp;2565&nbsp;โดยจากข้อมูลของอโกด้า&nbsp;ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลชั้นนำด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ระบุว่า&nbsp;กรุงเทพมหานครของไทย&nbsp;เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในทวีปเอเชียที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;พร้อมเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปี&nbsp;2565&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยินดีที่ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ทำงานอย่างแข็งขัน&nbsp;รวมถึงประชาชนชาวไทยทุกคนที่มีส่วนร่วมสร้างภาพลักษณ์และเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก&nbsp;</p><p><strong>จากการรวบรวมข้อมูลการจองที่พักบนแพลตฟอร์มอโกด้า</strong>&nbsp;โดยข้อมูลของทั้งทวีปเอเชียแสดงให้เห็นว่า&nbsp;ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี&nbsp;2565&nbsp;เมืองใหญ่และเมืองหลวงที่เป็นตัวเลือกจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้แก่&nbsp;เซี่ยงไฮ้&nbsp;(จีน),&nbsp;โตเกียว&nbsp;(ญี่ปุ่น),&nbsp;กัวลาลัมเปอร์&nbsp;(มาเลเซีย),&nbsp;มะนิลา&nbsp;(ฟิลิปปินส์)&nbsp;และกรุงเทพฯ&nbsp;(ไทย)&nbsp;ขณะที่ในประเทศ/เขตปกครองตนเองอื่นๆ&nbsp;เมืองรีสอร์ท&nbsp;อาทิ&nbsp;บาหลี&nbsp;(อินโดนีเซีย),&nbsp;เกาะเชจู&nbsp;(เกาหลี),&nbsp;ไถจง&nbsp;(ไต้หวัน)&nbsp;และเกาะฟูโกว๊ก&nbsp;(เวียดนาม)&nbsp;เป็นตัวเลือกจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ&nbsp;ของนักท่องเที่ยว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อโกด้า&nbsp;เปิดเผย&nbsp;8&nbsp;จุดหมายปลายทางยอดนิยม</strong>ช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยสำหรับประเทศไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อันดับที่&nbsp;1&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;อันดับที่&nbsp;3&nbsp;เขาใหญ่&nbsp;อันดับที่&nbsp;4&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ซึ่งอันดับ&nbsp;1-4&nbsp;ยังคงอันดับเดิมจากปี&nbsp;2564&nbsp;อันดับที่&nbsp;5&nbsp;หัวหิน/ชะอำ&nbsp;และอันดับที่&nbsp;6&nbsp;กระบี่&nbsp;เพิ่มขึ้นมา&nbsp;1&nbsp;อันดับจากปีที่แล้ว&nbsp;ขณะที่อันดับที่&nbsp;7&nbsp;พัทยา&nbsp;และอันดับที่&nbsp;8&nbsp;เชียงราย&nbsp;ตกลงไป&nbsp;1&nbsp;อันดับจากปีที่แล้ว</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความสำเร็จดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยและได้ปรับนโยบายให้สอดรับกับสถานการณ์โลกอยู่เสมอ&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศผ่านระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ภายใต้การดำเนินมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่น&nbsp;ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยคึกคักมากยิ่งขึ้น&nbsp;สร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่และเอกชน&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ตลอดจนจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในประเทศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202103843415
34	ชวนชมทุ่งทานตะวัน เรียนรู้วิถีชีวิตพอเพียง ที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลแม่ยวม	<p><strong>นายสงวน&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลแม่ยวม</strong>&nbsp;เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลแม่ยวม&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านห้วยทราย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลแม่ยวม&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในระยะนี้พร้อมเปิดให้เข้าชมทุกวัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ก่อตั้งศูนย์ฯ&nbsp;</strong>เดิมเป็นที่ดินที่จัดสรรให้ชาวบ้านทำประโยชน์เกี่ยวกับการเกษตร&nbsp;ครัวเรือนละ&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;มีคลองชลประทานไหลผ่าน&nbsp;จึงมีแนวคิดพัฒนาเพิ่มเติมให้เป็นพื้นที่ที่มีชีวิตไปพร้อมกับการกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;จึงได้ใช้ทุ่งดอกทานตะวัน&nbsp;เป็นจุดดึงดูดควบคู่กับการสร้างพื้นที่สำหรับความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่การปลูกพืชสวนครัว&nbsp;ปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ตัวอย่างให้ประชาชนได้เรียนรู้การทำโคกหนองนาโมเดล&nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน&nbsp;ให้เป็นตำบลที่มีมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน&nbsp;สมเป็นยุคแม่ยวมพัฒนา</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;</strong>ในอนาคตจะดำเนินการจัดตั้งเป็นสำนักงานของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงสำนักปลัด&nbsp;เพื่อให้บริการกับประชาชนได้สะดวกมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากที่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลางของทั้ง&nbsp;13&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ต้องการเดินทางไปเยี่ยมชม&nbsp;หากมาจากตัวเมืองแม่สะเรียง&nbsp;ให้ใช้ถนนสายแม่สะเรียง-แม่สามแลบ&nbsp;ข้ามสะพานลำน้ำยวม&nbsp;ไปฝั่ง&nbsp;อบต.แม่คง&nbsp;มุ่งลงไปทางทิศใต้ระยะทางประมาณ&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;หากเดินทางมาจากอำเภอสบเมย&nbsp;ใช้ถนนสายสบเมย-แม่สะเรียง&nbsp;มุ่งหน้าขึ้นไปทิศเหนือพอถึงบ้านคอนผึ้ง&nbsp;ให้ใช้ทางแยกบ้านคอนผึ้ง-บ้านห้วยสิงห์&nbsp;ข้ามสะพานลำน้ำยวม&nbsp;เมื่อถึงทางแยกบ้านห้วยสิงห์ให้เลี้ยวขวาขึ้นไปทางทิศเหนือ&nbsp;รวมระยะทางประมาณ&nbsp;15&nbsp;กิโลเมตร</p><p><br></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202101826398
35	นายกรัฐมนตรี พอใจภาพรวมการลงทะเบียน Test & Go วันแรกกว่า 23,000 คน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยภาพรวมการเปิดให้ลงทะเบียน&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;วันแรก&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;29,194&nbsp;เฉพาะประเภท&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;จำนวน&nbsp;23,660&nbsp;คน&nbsp;และมีแนวโน้มตัวเลขการลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;มุ่งเดินหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับมาตรการสาธารณสุข&nbsp;พร้อมกำชับทุกหน่วยงานดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนนโยบาย&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทย&nbsp;ภายใต้มาตรการสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&nbsp;รวมทั้งยังมุ่งส่งเสริมการใช้&nbsp;Soft&nbsp;Power&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยให้โดดเด่น&nbsp;ส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ&nbsp;ปรับกลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในประเทศได้อีกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;รายใหม่วันนี้&nbsp;รวม&nbsp;8,587&nbsp;ราย</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นผู้ป่วยจากในประเทศ&nbsp;8,456&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ&nbsp;131&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ป่วยสะสม&nbsp;233,116&nbsp;ราย&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;หายป่วยกลับบ้าน&nbsp;8,485&nbsp;ราย&nbsp;หายป่วยสะสม&nbsp;182,756&nbsp;ราย&nbsp;(ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ผู้ป่วยกำลังรักษา&nbsp;83,094&nbsp;ราย&nbsp;เสียชีวิต&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;ล่าสุดการให้บริการวัคซีน&nbsp;โควิด-19&nbsp;สะสมอยู่ที่&nbsp;116,577,541&nbsp;โดส&nbsp;เข็มที่&nbsp;1&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;52,355,169&nbsp;โดส&nbsp;เข็มที่&nbsp;2&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;48,688,642&nbsp;โดส&nbsp;เข็มที่&nbsp;3&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;14,515,311&nbsp;โดส&nbsp;เข็มที่&nbsp;4&nbsp;ฉีดสะสม&nbsp;1,018,419&nbsp;โดส</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำทุกหน่วยงานดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;บูรณาการทุกภาคส่วนในการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย&nbsp;ช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการให้กลับมาฟื้นตัวได้โดยเร็ว&nbsp;ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการสาธารณสุข&nbsp;เพื่อให้ประเทศเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง</span></p><p>&nbsp;</p><p><br></p>"	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202105703439
36	ปางอุ๋ง เขตอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ ผ่านการประเมินมาตรฐาน SHA Plus+พร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกฤดูกาล	<p><strong>ปางอุ๋ง&nbsp;หรือโครงการพระราชดำริปางตอง&nbsp;2</strong>&nbsp;อยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ&nbsp;เนื่องจากมีป่าสนขึ้นเรียงรายอยู่รอบๆ&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขา&nbsp;เหนือระดับน้ำทะเล&nbsp;1,200&nbsp;เมตร</p><p><strong>บรรยากาศสงบเงียบโดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว</strong>&nbsp;ตอนเช้าๆ&nbsp;จะมีลมหนาวพัดมาพร้อมกับไอหมอกที่ลอยอยู่เหนือผืนน้ำ&nbsp;ประกอบกับความสวยงามของแสงแดดอุ่นๆ&nbsp;ที่สาดกระทบยอดเขาเป็นภาพที่สวยงามจนบรรยายด้วยคำพูดไม่ได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีต้นไม้&nbsp;ดอกไม้เมืองหนาว&nbsp;อาทิ&nbsp;ดอกนางพญาเสือโคร่ง&nbsp;ดอกฮอลลี่ฮ็อค&nbsp;ป่าสนและต้นส้มสเปนให้ได้ชื่นชม</p><p><strong>เขตอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ</strong>&nbsp;ผ่านการประเมินมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus+&nbsp;ซึ่งเป็นความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;นักท่องเที่ยวต้องผ่านการตรวจคัดกรองและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ&nbsp;ส่วนผู้ที่ต้องการพักค้างก็ต้องดำเนินการจองผ่านสำนักอุทยานแห่งชาติปางอุ๋ง&nbsp;เที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลย&nbsp;เพราะอากาศเย็นสบายทุกฤดูกาล</p><p><br></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202111029445
37	พาณิชย์จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และน้ำมันพืช พร้อมกำชับให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;และน้ำมันพืช&nbsp;ณ&nbsp;เทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;และบิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์เซ็นเตอร์&nbsp;พบว่า&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพก&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;อกไก่&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;เป็นไปตามมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือเทสโก&nbsp;โลตัส&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์เซ็นเตอร์&nbsp;และแม็คโคร&nbsp;ในการจำหน่ายเนื้อไก่สดเพื่อลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค&nbsp;ขณะที่น้ำมันปาล์ม&nbsp;ราคาลิตรละ&nbsp;61-62&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ราคาลิตรละ&nbsp;58&nbsp;บาท&nbsp;และมีการจำกัดปริมาณการซื้อสินค้า&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปิดป้าย</strong>แสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากผู้บริโภคไม่ได้รับเป็นธรรมทางการค้าหรือได้รับความเดือดร้อนจากการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร&nbsp;075-223076&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1569</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202112556461
38	เริ่มแล้ว! พาณิชย์แม่ฮ่องสอน รับสมัครร้านค้าธงฟ้า ช่วยจำหน่าย หมู ไก่ ไข่ ข้าว น้ำมัน ราคาประหยัด ตามโครงการพาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน ปี 2565	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>รับสมัครร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วมโครงการพาณิชย์...ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน&nbsp;เพิ่มช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในราคาประหยัดให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง&nbsp;โดยเปิดรับในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ร้าน&nbsp;ส่วนภูมิภาค&nbsp;จำนวน&nbsp;1,970&nbsp;ร้าน&nbsp;ซึ่งคุณสมบัติของร้านค้าที่เข้าร่วม&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะพิจารณาร้านค้าที่สามารถจำหน่ายเนื้อหมูและเนื้อไก่ได้เป็นลำดับแรก</p><p><strong>สำหรับข้อปฏิบัติเมื่อเข้าร่วมโครงการ</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการต้องสั่งซื้อสินค้าส่งเสริมการขายในโครงการ&nbsp;และจำหน่ายในราคาที่กรมฯ&nbsp;กำหนด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ไก่-น่องติดสะโพก&nbsp;65&nbsp;บาท/กก.&nbsp;2.หมูเนื้อแดง&nbsp;180&nbsp;บาท/กก.&nbsp;3.&nbsp;ไข่ไก่-เบอร์&nbsp;M&nbsp;95&nbsp;บาท/แผง&nbsp;4.น้ำมันปาล์ม&nbsp;(ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร)&nbsp;60&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;5.ข้าวขาว&nbsp;5%&nbsp;(ถุง&nbsp;5&nbsp;กก.)&nbsp;90&nbsp;บาท/ถุง&nbsp;พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการฯ&nbsp;ตลอดโครงการ&nbsp;ติดตั้งป้ายราคาสินค้าตลอดโครงการ&nbsp;และรายงานข้อมูลยอดจำหน่าย&nbsp;จำนวนผู้ซื้อแบบรายวัน</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;ร้านค้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สามารถสั่งสินค้าผ่านสำนักงานพาณิชย์ฯ&nbsp;หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;โดยห้ามจำหน่ายสินค้าในโครงการฯ&nbsp;เกินราคาที่กรมฯ&nbsp;กำหนด&nbsp;และห้ามจำหน่ายสินค้าเกินจำนวนที่จำกัดต่อคน&nbsp;หากพบการกระทำผิดเงื่อนไข&nbsp;กรมฯหรือสำนักงานพาณิชย์&nbsp;จะดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์การเป็นร้านธงฟ้าทันที&nbsp;พร้อมทั้งดำเนินคดีขั้นสูงสุด&nbsp;ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร&nbsp;053&nbsp;611376&nbsp;กลุ่มงานส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202114928482
39	องค์การตลาด จัดสัมมนาจับคู่ธุรกิจ	"<p><strong>องค์การตลาด&nbsp;จัดสัมมนาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;AORTOR&nbsp;GLOBAL&nbsp;MARKETING&nbsp;ของถูกขายฟรี&nbsp;ของดีพาส่งออก&nbsp;นำผู้ประกอบการกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ส่งออกสินค้าคุณภาพไปต่างประเทศ</strong></p><p><strong>นายทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>มอบให้&nbsp;นายภาณุพล&nbsp;รัตนกาญจนภัทร&nbsp;อดีตผู้อำนวยการตลาด&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ของถูกขายฟรี&nbsp;ของดีพาส่งออก&nbsp;ภายในงานมีผู้ส่งออกผู้ผลิตสินค้า&nbsp;เข้าร่วมกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;Health&nbsp;Land&nbsp;Resort&nbsp;and&nbsp;Spa&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p><strong>นายวิทยา&nbsp;ทรัพย์เย็น&nbsp;รองผู้อำนวยการองค์การตลาด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>องค์การตลาด&nbsp;(อต.)&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ของถูกขายฟรี&nbsp;ของดีพาส่งออก&nbsp;เป็นโครงการที่ส่งเสริมช่วยเหลือให้ประชาชนเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ให้มีช่องทางในการระบายสินค้า&nbsp;ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งกิจกรรมสัมมนาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;Aortor&nbsp;Global&nbsp;Marketing&nbsp;ของถูกขายฟรี&nbsp;ของดีพาส่งออก&nbsp;ครั้งนี้ตั้งเป้าส่งขายในตลาดใน&nbsp;3&nbsp;ประเทศ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการต่อยอดงานของกระทรวงมหาดไทยที่ได้ดำเนินการมา&nbsp;โดยเข้าไปส่งเสริมและหาช่องทางให้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ&nbsp;เปรียบเหมือนผู้ประกอบการท้องถิ่นมีสินค้าอยู่ในมือ&nbsp;แต่จัดพื้นที่และช่องทางจัดจำหน่ายให้มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและวิธีการส่งออกอย่างมีคุณภาพต่อไป</p><p><strong>นายภาณุพล&nbsp;รัตนกาญจนภัทร&nbsp;อดีตผู้อำนวยการตลาด&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการดังกล่าวเป็นการส่งเสริม&nbsp;ช่วยเหลือให้ประชาชนเกษตรกรผู้ประกอบการ&nbsp;ให้มีช่องทางในการระบายสินค้า&nbsp;ส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ&nbsp;โดยการจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการตลาดต่างประเทศจากวิทยากรที่มีความรู้และชำนาญการทางด้านการส่งออก&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนสินค้าไทยเพื่อสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าได้จริง&nbsp;และสอดรับกับนโยบายหลักองค์การตลาด&nbsp;""AORTOR&nbsp;GLOBAL&nbsp;MARKETING&nbsp;ของถูกขายฟรี&nbsp;ของดีพาส่งออก</p><p><strong>กระทรวงมหาดไทยคาดหวังอย่างยิ่งว่า&nbsp;องค์การตลาดจัดโครงการนี้จะช่วยต่อยอดธุรกิจ&nbsp;การขายสินค้าออนไลน์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;สินค้าด้านการเกษตร&nbsp;สินค้าชุมชน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความชำนาญในการสร้างผลผลิตในการส่งออก&nbsp;และมีคุณภาพสู่ตลาดโลก&nbsp;ตอนนี้มีความร่วมมือกับประเทศหลัก&nbsp;ๆ&nbsp;คือ&nbsp;จีน&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;และตุรกี</p><p><br></p><p>ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2/2/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202135637560
40	จังหวัดตาก ร่วมบูรณาการติดตามและกำกับดูแลราคาสินค้า จุดจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ และตลาดสด อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก	<p><strong>เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก&nbsp;บูรณาการร่วมกับ</strong>&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดตาก&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอ&nbsp;สถานีตำรวจภูธรอำเภอ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;และองค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ด้านราคาและปริมาณเนื้อสุกร&nbsp;ณ&nbsp;จุดจำหน่ายเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;ในพื้นที่อำเภอในพื้นที่อำเภออุ้มผาง</p><p><strong>ผลการตรวจสอบ&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1.&nbsp;สินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์</p><p>สุกรชำแหละ</p><p>-&nbsp;เนื้อแดง/เนื้อสะโพก/หัวไหล่&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;189&nbsp;-&nbsp;220&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;หมูสามชั้น&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;210&nbsp;-&nbsp;225&nbsp;บาท</p><p>เนื้อไก่ชำแหละ</p><p>-&nbsp;เนื้อส่วนน่องติดสะโพก&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;85&nbsp;-&nbsp;90&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;เนื้อส่วนอกไก่&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;-&nbsp;90&nbsp;บาท</p><p>ปลาสด</p><p>-&nbsp;ปลานิลสด&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;65-70&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;ปลาทับทิมสด&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;90-100&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน</p><p>จังหวัดตาก&nbsp;มีปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</strong>&nbsp;และห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หรือฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202130801537
41	บรรยากาศการใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งเฟส 4 ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา คึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิ์ตามร้านค้าร้านอาหารกันอย่างเนืองแน่น พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่เริ่มโครงการนี้ขึ้นมา	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)บรรยากาศตามร้านอาหาร&nbsp;ร้านขายสินค้า&nbsp;ต่างๆ&nbsp;</strong>ในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้น&nbsp;พบว่ามีลูกค้าที่ใช้สิทธิ&nbsp;""คนละครึ่งเฟส&nbsp;4""&nbsp;มาใช้บริการซื้อสินค้า&nbsp;ทานอาหารเป็นจำนวนมาก&nbsp;ต่างจ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง&nbsp;หลังยืยยันรับสิทธิ&nbsp;""คนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;""&nbsp;แล้ววานนี้&nbsp;ได้สิทธิ&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย&nbsp;50%&nbsp;หรือสูงสุดวันละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;หากในแต่ละวันเกิดใช้ไม่หมด&nbsp;ระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้ทบยอดรวมของผู้ได้รับสิทธิและจะคำนวณสิทธิใหม่ให้ในเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;ของทุกวัน&nbsp;โดยสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00-23.00&nbsp;น.</p><p>ขณะที่ลูกค้ารายหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ก็บอกตรงกันว่าอยากให้รัฐบาลขยายเวลาโครงการนี้ออกไปอีกตามช่วงเทศกาลต่างๆ&nbsp;เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งเรื่องอาหารการกินและของใช้ในบ้าน&nbsp;พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่เริ่มโครงการนี้ขึ้นมา</p><p><strong>นายโฆสิต&nbsp;ทองรุด&nbsp;ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย&nbsp;สาขาเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผู้เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;หากประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ให้กดยืนยันสิทธิ&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันทีหลังการกดยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว&nbsp;</p><p>ในส่วนของประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3&nbsp;จะสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนกว่าจะครบจำนวนประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;โดยสามารถเริ่มใช้จ่ายวันแรกในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยสามารถตรวจสอบร้านค้าที่เข้าร่วมแต่ละโครงการได้ที่&nbsp;www.คนละครึ่ง.com.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202133024546
42	พาณิชย์แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ติดตามราคาสินค้า-ปริมาณ-สถานที่จัดเก็บสินค้าอุปโภคบริโภค อ.ขุนยวม อ.แม่สะเรียง และ อ.แม่ลาน้อย ไม่พบการกักตุนสินค้า	<p><strong>เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;ปริมาณ&nbsp;และสถานการณ์การจัดเก็บสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;และ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;เบื้องต้นไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;ร้านค้าแสดงป้ายราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;และสินค้าเพียงพอต่อการบริโภค&nbsp;</p><p><strong>พื้นที่อำเภอขุนยวม</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร้าน&nbsp;หจก.จันจิรา&nbsp;และร้านแตงโมพาณิชย์&nbsp;ผลการตรวจสอบผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;65-70&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;65-67&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;105&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.ราคา&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;บาท</p><p><strong>อำเภอแม่ลาน้อยลงพื้นที่&nbsp;</strong>ร้านศิริภร&nbsp;แม่ลาน้อย&nbsp;และร้านไทยรงค์&nbsp;ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;2&nbsp;ร้าน&nbsp;ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;60-63&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;32&nbsp;บาท</p><p><strong>อำเภอแม่สะเรียงลงพื้นที่</strong>&nbsp;ร้าน&nbsp;หจก.บุญเจริญแม่สะเรียง&nbsp;ร้านร่ำรวยการค้า&nbsp;และ&nbsp;ร้านรัตนา&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;60-&nbsp;62&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;98-110&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;95&nbsp;บาท&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;23-33&nbsp;บาท</p><p><strong>ในส่วนของตลาดสดจอมแจ้ง</strong>&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;และสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202133749552
43	ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงตลอดปี 2564 ทุกชนิดลดลง	<p><strong>นางสาวนันธิกา&nbsp;ทังสุพานิช&nbsp;อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยต่อวันปี&nbsp;2564&nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;การใช้น้ำมันเชื้อเพลงลดลงร้อยละ&nbsp;3.5&nbsp;โดยการใช้น้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์&nbsp;หรือ&nbsp;Jet&nbsp;A1&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;36.0&nbsp;กลุ่มเบนซินลดลงร้อยละ&nbsp;8.5&nbsp;โดยมีการใช้น้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;29.03&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ในช่วงไตรมาสแรกของปี&nbsp;ส่วนการใช้กลุ่มเบนซินในเดือนมกราคมอยู่ในระดับต่ำที่&nbsp;27.31&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลลดลงร้อยละ&nbsp;3.5&nbsp;น้ำมันก๊าดลดลงร้อยละ&nbsp;6.3&nbsp;ส่วนภาพรวมการใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;15.6&nbsp;ก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;7.4&nbsp;การใช้&nbsp;NGV&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;19.1&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดในช่วงไตรมาส&nbsp;4&nbsp;มีทิศทางดีขึ้นและประชาชนได้รับวัคซีนมากขึ้น<strong>&nbsp;</strong>ประกอบกับการคลายล็อคดาวน์&nbsp;นโยบายเปิดประเทศและการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ความต้องการใช้น้ำมันจึงเติบโตอีกครั้ง&nbsp;โดยการใช้กลุ่มเบนซินแตะระดับสูงสุดในรอบ&nbsp;9&nbsp;เดือน&nbsp;ที่&nbsp;33.71&nbsp;ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;63.13&nbsp;ล้านลิตร/วัน&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;(ลดลงร้อยละ&nbsp;3.5)&nbsp;สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว&nbsp;บี7&nbsp;การใช้ลดลงมาอยู่ที่&nbsp;39.84&nbsp;ล้านลิตร/วัน&nbsp;(ลดลงร้อยละ&nbsp;9.0)&nbsp;น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา&nbsp;ซึ่งเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม&nbsp;2562&nbsp;ปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่&nbsp;19.25&nbsp;ล้านลิตร/วัน&nbsp;และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว&nbsp;บี20&nbsp;มีปริมาณการใช้&nbsp;0.99&nbsp;ล้านลิตร/วัน</p><p><strong>สำหรับการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่&nbsp;863,232&nbsp;บาร์เรล/วัน&nbsp;</strong>(เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;2.1)<strong>&nbsp;</strong>มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่&nbsp;60,672&nbsp;ล้านบาท/เดือน&nbsp;(เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;63.0)&nbsp;สำหรับการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป&nbsp;(น้ำมันเบนซินพื้นฐาน&nbsp;น้ำมันดีเซลพื้นฐาน&nbsp;น้ำมันเตา&nbsp;น้ำมันอากาศยาน&nbsp;และ&nbsp;LPG)&nbsp;ลดลงมาอยู่ที่&nbsp;34,822&nbsp;บาร์เรล/วัน&nbsp;(ลดลงร้อยละ&nbsp;22.7)&nbsp;คิดเป็นมูลค่าการนำเข้า&nbsp;2,343&nbsp;ล้านบาท/เดือน&nbsp;(เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20.4)&nbsp;การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นการส่งออกน้ำมันเบนซิน&nbsp;น้ำมันดีเซล&nbsp;ไบโอดีเซล&nbsp;น้ำมันเตา&nbsp;น้ำมันอากาศยาน&nbsp;น้ำมันก๊าด&nbsp;และ&nbsp;LPG&nbsp;โดยปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่&nbsp;203,182&nbsp;บาร์เรล/วัน&nbsp;(เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;9.3)&nbsp;คิดเป็นมูลค่าส่งออกรวม15,141&nbsp;ล้านบาท/เดือน&nbsp;(เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;81.7)</p><p><br></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202134017553
44	การค้าชายแดนและผ่านแดน ปี 2564  ขยายตัวเกินเป้ากว่าร้อยละ 30 มูลค่ากว่า 1.7 ล้านล้านบาท	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฎ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;141,507&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;12.92&nbsp;โดยเป็นมูลค่าการส่งออก&nbsp;83,517&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และการนำเข้า&nbsp;57,990&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;การค้าชายแดนและผ่านแดน&nbsp;มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น&nbsp;1,715,345&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;30.03&nbsp;โดยเฉพาะการส่งออกเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;34.6&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;1,031,330&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเกินกว่าเป้าที่กำหนดไว้ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ร้อยละ&nbsp;6</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าการส่งออก&nbsp;</strong>ผ่านการค้าชายแดนและผ่านแดนไว้ที่ร้อยละ&nbsp;5-7<strong>&nbsp;</strong>คาดว่าการส่งออกจะมีมูลค่าประมาณ&nbsp;1.10&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการประเมินเศรษฐกิจโลกและประเทศเพื่อนบ้านยังมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ค่าเงินบาทที่ยังอ่อนค่า&nbsp;รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากการให้บริการรถไฟ&nbsp;ลาว-จีน&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกสินค้าไทยไปจีนทำได้สะดวกมากขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด&nbsp;</strong>ระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับภาคเอกชนที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มข้น&nbsp;และการเร่งรัดเปิดด่านชายแดนเพิ่ม&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมี&nbsp;97&nbsp;ด่าน&nbsp;เปิดแล้ว&nbsp;48&nbsp;ด่าน&nbsp;และมีเป้าหมายเปิดในปีนี้อีก&nbsp;12&nbsp;ด่าน&nbsp;ซึ่งจะเร่งรัดต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;สถานการณ์โอมิครอน&nbsp;ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการเปิด-ปิดด่านและสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจในเมียนมา&nbsp;ที่อาจมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าชายแดนไทยไปเมียนมาได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202141215571
45	ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักตบชวาในกว๊านพะเยา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมทางน้ำ ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้	<p><strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;และนายกเทศมนตรีเมืองพะเยา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผักตบชวาและวัชพืชในกว๊านพะเยา&nbsp;เพื่อวางแผนการดำเนินงานในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมวางแผนการดำเนินงานแบบบูรณาการทั้งในระดับจังหวัดและท้องถิ่น&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กว๊านพะเยา&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่&nbsp;</strong>อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์นี้จังหวัดพะเยามีกำหนดจัดกิจกรรมทางน้ำ&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;<strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;กว๊านพะเยาสายน้ำแห่งชีวิต&nbsp;ตานข้าวทิพย์พระเจ้าตนหลวงณ&nbsp;ท่าเรือวัดติโลกอาราม&nbsp;ถึงวัดศรีโคมคำ&nbsp;จังหวัดพะเยา,&nbsp;&nbsp;<strong>วันที่&nbsp;4-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;แอ่วพะเยา&nbsp;เที่ยวเบาเบา&nbsp;บันดาลใจ,&nbsp;<strong>และวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;เวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลก&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือวัดติโลกอาราม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202143446581
46	ผลการดำเนินงานปี 2564 ธอส. ประสบความสำเร็จตามพันธกิจ ทำให้คนไทยมีบ้าน ได้อย่างต่อเนื่อง 	<p><strong>นายฉัตรชัย&nbsp;ศิริไล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารอาคารสงเคราะห์&nbsp;(ธอส.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;ธอส.&nbsp;ยังคงสามารถตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง&nbsp;ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง&nbsp;โดยสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้กว่า&nbsp;246,875&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวน&nbsp;181,843&nbsp;บัญชี&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;9.65&nbsp;ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายและถือเป็นจำนวนสินเชื่อปล่อยใหม่ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;มีจำนวนลูกค้าที่ได้รับความช่วยเหลือผ่าน&nbsp;22&nbsp;มาตรการ&nbsp;สูงสุดถึง&nbsp;973,227&nbsp;บัญชี&nbsp;วงเงินสินเชื่อกว่า&nbsp;847,218&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ&nbsp;87&nbsp;กลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติ&nbsp;และล่าสุด&nbsp;(ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;ยังคงมีลูกค้าที่อยู่ในมาตรการความช่วยเหลือเดิมของธนาคารลงทะเบียนแจ้งความประสงค์มาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อขยายการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น&nbsp;81,192&nbsp;บัญชี&nbsp;เงินต้นคงเหลือ&nbsp;84,137&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับแผนการดำเนินงานในปี&nbsp;2565&nbsp;ธอส.&nbsp;</strong>กำหนดยุทธศาสตร์ภายใต้แนวคิด&nbsp;GHB&nbsp;Next&nbsp;Move&nbsp;Sustainable&nbsp;Bank&nbsp;มุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ด้วย&nbsp;3&nbsp;แนวทางหลักในการขับเคลื่อนองค์กร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;Technology&nbsp;ใช้&nbsp;Technology&nbsp;Digital&nbsp;ปรับกระบวนการให้บริการลูกค้า&nbsp;การยกระดับ&nbsp;Operation&nbsp;การทำงานที่เกี่ยวกับลูกค้า&nbsp;ตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;3&nbsp;จากเป้าหมายในปี&nbsp;2564&nbsp;และการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานสู่&nbsp;People&nbsp;Excellence&nbsp;ด้วยการสร้าง&nbsp;Mindset&nbsp;บุคลากรกว่า&nbsp;5,000&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้มีความพร้อมสามารถปรับตัวและเปลี่ยนแปลงให้เสมอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี&nbsp;พร้อมทำงานด้วยความรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ&nbsp;เพื่อเดินหน้าตามพันธกิจ&nbsp;ทำให้คนไทยมีบ้านต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202192837771
47	จ.มุกดาหาร ออกตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค สร้างความมั่นใจช่วงเทศกาลตรุษจีน	<p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;อาหารสด&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;อาหารสด&nbsp;อาหารทะเล&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน&nbsp;และสร้างการรับรู้ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ให้ยึดถือปฏิบัติตามแนวทางมาตรการ&nbsp;และกำหนดราคาสินค้า&nbsp;ตามที่กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กำหนด&nbsp;รวมทั้งมาตรการของกรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดพรเพชร&nbsp;ตรวจห้องเย็น&nbsp;วี.ซี.มีท&nbsp;มีปริมาณสุกรชำแหละไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ไม่มีการกักตุนสินค้า&nbsp;และห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;ส่วนใหญ่ราคายังทรงตัวยกเว้น&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;ที่ปรับสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน&nbsp;ขวดละ&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;(62&nbsp;บาท/ขวด)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202144343585
48	จ.เลย เปิดงานดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย ประจำปี 2565 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว เน้นป้องกันโรคโควิด-19 เข้มข้น ผู้ร่วมขบวนแห่และผู้ประกอบการค้าต้องตรวจ ATK ทุกคน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เมื่อเย็นวานนี้&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานดอกฝ้ายบาน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมไทเลย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามกีฬากลางจังหวัดเลย&nbsp;โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดเลย&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;เข้าร่วมงานงาน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในการจัดงาน&nbsp;ดอกฝ้ายบาน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมไทเลย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;มีความแตกต่างจากทุกปี&nbsp;โดยเน้นย้ำรูปแบบในการจัดงานต้องอยู่ภายใต้มาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยเคร่งครัด&nbsp;เป็นการเปิดพื้นที่ในการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเลยและพื้นที่ใกล้เคียงหลังจากที่ประสบปัญหาในการทำมาค้าขายในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดรุนแรงที่ผ่านมา&nbsp;ร่วมสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามของจังหวัดเลย&nbsp;ต่อยอดส่งต่อรุ่นต่อรุ่นกับเยาวชนคนรุ่นหลัง&nbsp;สนับสนุนการหารายได้ให้กับองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะเหล่ากาชาดจังหวัดเลย&nbsp;จะได้นำรายได้ไปให้การช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้&nbsp;ขาดแคลน&nbsp;ด้อยโอกาส&nbsp;ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;สำหรับความพร้อมและการมีส่วนร่วมของทุกๆ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;อำเภอทั้ง&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ต้องชื่นชมและขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยกันจัดงานและขบวนแห่ที่สวยงาม&nbsp;มีความพร้อมเป็นอย่างดียิ่ง&nbsp;ภายใต้ข้อจำกัดของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และจำกัดด้วยเงื่อนไขเวลา&nbsp;แต่ทุกๆ&nbsp;หน่วยงานมีความพร้อมและจัดงานออกมาได้ดีมากๆ&nbsp;แสดงให้เห็นความร่วมมือที่เต็มเปี่ยม&nbsp;หากทุกคนได้สนับสนุนดังที่เห็นนี้จะทำให้เราฝ่าฟันวิกฤติต่างๆ&nbsp;ไปได้อย่างแน่นอน&nbsp;เพราะเราต้องดำเนินชีวิตควบคู่กับมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ซึ่งยังคงอยู่กับเรา&nbsp;เราต้องดำเนินการตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเลยอย่างเคร่งครัด&nbsp;ขั้นสูงสุดตลอดเวลาแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;ดำรงชีวิตวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;และได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการ&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและพี่น้องชาวจังหวัดเลยทุกคน&nbsp;การจัดงานครั้งนี้เป็นการจัดงานใหญ่ครั้งแรกหลังการแพร่ระบาดรอบที่&nbsp;5&nbsp;ทุกคนที่ร่วมงานต้องมีผลวัคซีนครบโด้ส&nbsp;ผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ผู้ประกอบการต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุกคน&nbsp;จึงทำให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่ร่วมงานจะมีความสะดวกสบายและปลอดภัยอย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้าน&nbsp;นายผดุงศักดิ์&nbsp;หาญปรีชาสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเลยจัดงานกาชาดครั้งแรกในปี&nbsp;2522&nbsp;โดยตั้งชื่องานกาชาดตามพืชเศรษฐกิจของจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฝ้าย&nbsp;จึงใช้ชื่องานว่า&nbsp;""งานกาชาด&nbsp;ดอกฝ้ายบาน&nbsp;ที่เมืองเลย""&nbsp;และต่อมาในปี&nbsp;พ.ศ.2529&nbsp;ได้เปลี่ยนชื่อเป็น&nbsp;""งานกาชาด&nbsp;ดอกฝ้ายบานมะขามหวานเมืองเลย""&nbsp;แต่เนื่องจากในปัจจุบัน&nbsp;พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดเลยได้เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ทำให้ชื่องานกาชาดไม่สอดคล้องกับอัตลักษณ์&nbsp;และไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจังหวัดเลยได้อย่างแท้จริง&nbsp;จึงจัดให้มีการประกวด&nbsp;และตั้งชื่องานกาชาดขึ้นใหม่ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557&nbsp;โดยใช้ชื่อว่า&nbsp;""งานดอกฝ้ายบาน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมไทเลย""&nbsp;มาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยได้พื้นที่ในการนำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้ครอบครัวและเป็นการกระต้นเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัดเลย&nbsp;เผยแพร่ประเพณีวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง&nbsp;ให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยได้พักผ่อนหย่อนใจหลังจากเสร็จสิ้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;สนับสนุนการจัดหารายได้ให้กับองค์กรสาธารณกุศล&nbsp;ให้ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสถานศึกษาและสื่อมวลชนทุกแขนง&nbsp;ได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งผลงานและแนวความคิดในการพัฒนาจังหวัดเลยให้เป็น&nbsp;เมืองแห่งการท่องเที่ยว&nbsp;การค้า&nbsp;และการลงทุน&nbsp;ภายใต้การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ให้ผู้มาเที่ยวงานได้ชม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202145946595
49	อ.จัตุรัส สร้างสะพานจุดชมวิวชมบัวแดงบึงละหาน รองรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาล	<p><strong>นายวรศิษย์&nbsp;พุฒจีบ&nbsp;นายอำเภอจัตุรัส</strong>&nbsp;นำทีมบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่&nbsp;ตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยการสร้างสะพานจุดชมวิวชมบัวแดงบึงละหาน&nbsp;เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล&nbsp;โดยได้มีการจัดการ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.อำนวยการและจัดเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;สมาชิก&nbsp;อส.&nbsp;รับและคุมทะเบียนไม้ที่หมู่บ้าน/ตำบล&nbsp;นำมาส่ง&nbsp;พร้อมทั้งเร่งรัดหมู่บ้าน&nbsp;ตำบลต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ให้ระดมและรวบรวมไม้จากการบริจาค/สนับสนุน&nbsp;จากวัด&nbsp;ชุมชน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายมาเก็บรักษา&nbsp;ณ&nbsp;จุดกองอำนวยการ&nbsp;(วัดโนนหัวช้างฯ)</p><p>2.&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเรือรับจ้างในการซ่อมแซมทาสีเรือ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวในห้วง&nbsp;เทศกาลชมทุ่งบัวแดงบึงละหาน&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ</p><p>3.&nbsp;รับรายงานจากหมู่บ้านดอนละนาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลละหาน&nbsp;ซึ่งได้ประสานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหานร่วมกันทำความสะอาด&nbsp;ปรับภูมิทัศน์&nbsp;ร้านขายอาหาร/จุดจอดรถ&nbsp;บริเวณจุดชมวิวบ้านดอนละนาม&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาในห้วงเทศกาลฯ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202153609635
50	จังหวัดตรัง ติดตามสถานการณ์และราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมอนุมัติงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก สู้ภัยโควิด-19 บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดตรังได้ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;ทั้งเนื้อหมู&nbsp;ไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;และสินค้าต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ประกาศรายการสินค้าและบริการควบคุม&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;56&nbsp;รายการ&nbsp;จากเดิม&nbsp;51&nbsp;รายการ&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;หมูและเนื้อหมู&nbsp;แชมพู&nbsp;ผงซักฟอก&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;กระเทียม&nbsp;อาหารกึ่งสำเร็จรูป&nbsp;เครื่องแบบนักเรียน&nbsp;ค่ารักษาพยาบาล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มาตรการทางกฎหมาย&nbsp;</strong>ออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ&nbsp;โดยเฉพาะเนื้อหมู&nbsp;ขอให้ผู้ครอบครองสุกรมีชีวิตตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตัว&nbsp;แจ้งปริมาณการครอบครองทุก&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อทราบสต๊อกการครอบครองของสุกรมีชีวิตทั้งประเทศ&nbsp;รวมถึงการครอบครองเนื้อสุกรแช่เย็นตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;พันกิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งให้ทราบด้วยเช่นกัน&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;ขณะที่ผู้เลี้ยงไก่ที่มีปริมาณการเลี้ยงตั้งแต่&nbsp;100,000&nbsp;ตัวขึ้นไป&nbsp;และโรงชำแหละไก่ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า&nbsp;4,000&nbsp;ตัวต่อวัน&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สต็อก&nbsp;และต้นทุนราคาจำหน่ายทุกเดือน&nbsp;ซึ่งได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดจังหวัดตรังได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และราคาสินค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมตรวจสอบการติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจน&nbsp;หากไม่ปฏิบัติตามต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;จังหวัดตรังได้อนุมัติงบประมาณจำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;ปกติราคา&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;น้ำมันพืชปาล์มขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;วันละ&nbsp;180&nbsp;ขวด&nbsp;ปกติราคา&nbsp;57-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้ให้สิทธิ์ผู้ซื้อไข่ไก่คนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;น้ำมันพืชคนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;นอกจากนี้ยังจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละ&nbsp;อาทิ&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไล่/สะโพก/ขาหน้า/คอ)&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามชั้น&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;ราคา&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ซี่โครง&nbsp;ราคา&nbsp;170-180&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับ/หัวใจ)&nbsp;ราคา&nbsp;130-140&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ขา-หัว&nbsp;ราคา&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;ราคา&nbsp;110-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50-70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	2/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202151804616
51	สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จัดประชุมวิชาการนานาชาติ ครั้งที่ 7 Towards the Sustainable Gem Industry Beyond 2022 ดึงกูรูในวงการอัญมณีและเครื่องประดับทั่วโลกร่วมชี้แนวทางอนาคต หวังกระตุ้นยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ หลังสัญญาณส่งออกอัญมณีไทยพุ่งสูงเกือบ 27%	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องแกรนด์บอลรูมโรงแรมมณีจันทร์รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;(GIT&nbsp;2021)&nbsp;และงานประชุมด้านพลอยสี&nbsp;(Corundum&nbsp;Symposium)&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;เพื่อสร้างเวทีในการนำเสนอองค์ความรู้&nbsp;เผยแพร่&nbsp;และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;รวมถึงด้านการตลาด&nbsp;ระหว่างนักวิชาการ&nbsp;นักวิจัย&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ภูมิเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;และ&nbsp;นายสุเมธ&nbsp;ประสงค์พงษ์ชัย&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;GIT&nbsp;ร่วมในพิธี&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;นับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทย&nbsp;โดยเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆ&nbsp;แม้ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทยจะมีมูลค่าส่งออกลดลงถึงร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;แต่ตลอดปี&nbsp;2564&nbsp;พบสัญญาณบวกเรื่อยมา&nbsp;นับตั้งแต่เดือนมีนาคม&nbsp;ที่การส่งออกสินค้านี้ปรับเพิ่มขึ้นโดยตลอด&nbsp;ส่งผลให้สถิติรอบปีที่ผ่านมา&nbsp;มูลค่าการส่งออกรวมทองคำพุ่งสูงขึ้นถึง&nbsp;6,158.66&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ซึ่งขยายตัวเพิ่มถึงร้อยละ&nbsp;26.94&nbsp;และคาดว่าแนวโน้มในปี&nbsp;2565&nbsp;การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจะยังคงดีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับการจัดงานการประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;(The&nbsp;7th&nbsp;International&nbsp;Gem&nbsp;&amp;&nbsp;Jewelry&nbsp;Conference&nbsp;หรือ&nbsp;GIT&nbsp;2021)&nbsp;และงานประชุมด้านพลอยสี&nbsp;(Corundum&nbsp;Symposium)&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย&nbsp;ในฐานะศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก&nbsp;ซึ่งมีส่วนในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการ&nbsp;และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้สามารถก้าวข้ามความท้าทายในการส่งออกที่ในวิถีความปกติใหม่&nbsp;หรือในยุค&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุเมธ&nbsp;ประสงค์พงษ์ชัย&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;GIT&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การจัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านอัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7&nbsp;จัดขึ้นภายใต้แนวคิด&nbsp;Towards&nbsp;the&nbsp;Sustainable&nbsp;Gem&nbsp;Industry&nbsp;Beyond&nbsp;2022&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในอุตสาหกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม&nbsp;โปร่งใส&nbsp;และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายของโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน&nbsp;และเพื่อให้สอดคล้องรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่เป็นอุปสรรคในการเดินทาง&nbsp;และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;งานประชุมครั้งนี้จึงจัดในรูปแบบ&nbsp;Hybrid&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่าง&nbsp;การจัดงาน&nbsp;Onsite&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;และการเผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบ&nbsp;Virtual&nbsp;Conference&nbsp;โดยการจัดงานครั้งนี้&nbsp;ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;นักวิจัย&nbsp;ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกว่า&nbsp;150&nbsp;รายเข้าร่วมประชุม&nbsp;และมีวิทยากรผู้มีชื่อเสียงระดับโลกร่วมบรรยายและอัปเดตเทรนด์ต่างๆ&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;เรื่อง&nbsp;อีกทั้งสถาบันยังจัดให้มีการนำเสนอผลงานวิชาการจากทั่วโลกอีกกว่า&nbsp;70&nbsp;เรื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;เทรนด์อุตสาหกรรรมอัญมณีและเครื่องประดับในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;:&nbsp;SDGs)&nbsp;ขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;การดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม&nbsp;การศึกษาระบบสำแดงและการติดตามแหล่งที่มาของพลอยสีโดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;Block&nbsp;chain&nbsp;ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับโลก&nbsp;ที่จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของตลาดโลก&nbsp;และผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวให้ทัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดแสดงพลอยสวยน้ำงาม&nbsp;และมีคุณภาพสูงที่ได้รับรางวัลจากการประกวด&nbsp;GITs&nbsp;Enchanting&nbsp;Ruby&nbsp;&amp;&nbsp;Sapphire&nbsp;Award&nbsp;ภายในงานด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202153331629
52	"จ.อุบลฯ เปิดงาน ""เทศกาล ช้อปของเด่น กินของดี ที่มาระแม ครั้งที่ 1"" Kick off กินสบายใจสู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG)"	"<p><strong>บริเวณศาลาเรือนไทย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเปิดงาน&nbsp;""เทศกาล&nbsp;ช้อปของเด่น&nbsp;กินของดี&nbsp;ที่มาระแม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1""&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;กินสบายใจสู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย&nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ในจังหวัดอุบลราชธานีร่วมจัดขึ้น&nbsp;&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่วยสินค้าให้กับกลุ่มเกษตรและเครือข่าย&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยนำเอาสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;สินค้าเด่นของจังหวัด&nbsp;และสินค้าลดค่าครองชีพ&nbsp;จำหน่ายในราคาถูก&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;และสินค้าเด่นของจังหวัดไปสู่ตลาดผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ทั้งในรูปของตลาดออนไลน์&nbsp;ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เริ่มดำเนินการไปแล้วภายใต้ชื่อ""ตลาด&nbsp;U-Green&nbsp;ตลาดเกษตรอินทรีย์อุบลราชธานี&nbsp;โดยมีนายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายมงคล&nbsp;จุลทรรศน์&nbsp;ประธานหอการค้า&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พระพิพัฒน์วชิโรภาส&nbsp;ที่ปรึกษากระทรวงมหาดไทย&nbsp;และหัวหน้าส่วยราชการ&nbsp;ร่วมในพิธี</p><p><strong>สำหับรูปแบบตลาดออฟไลน์</strong>&nbsp;โดยเริ่มดำเนินการครั้งนี้เป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ&nbsp;""เทศกาล&nbsp;ช้อปของเด่นกินของดี&nbsp;ที่มาระแม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1""&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณศาลาเรือนไทย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยเปิดจำหน่ายทุกวันพุธแรกของเดือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดอุบลราชธานีให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด&nbsp;เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง</p><p><strong>นอกจากนี้ยังเป็นการขับเคลื่อนความร่วมมือ</strong>ในการพัฒนาระบบอาหารเพื่อสุขภาวะด้วยเกษตรอินทรีย์ช่วยกลุ่มเปราะบาง&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤติ&nbsp;จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และการระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;หรือที่รู้จักกันในนามโครงการกินสบายใจ&nbsp;โดยร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานีและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;ที่มีการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202155341654
53	พาณิชย์ฯ แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าต่อเนื่อง กำชับห้ามกักตุนสินค้า และห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;ปริมาณและสถานการณ์จัดเก็บสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ดังนี้&nbsp;ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;พื้นที่อำเภอขุนยวม&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;และอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าชัดเจน&nbsp;สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค</p><p><strong>พื้นที่อำเภอขุนยวม&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ร้าน&nbsp;หจก.จันจิรา&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;และร้านแตงโมพาณิชย์&nbsp;ต.ขุนยวม&nbsp;อ.ขุนยวม&nbsp;พบว่า&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;65-70&nbsp;บาท,&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;65-67บาท,&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;105&nbsp;บาท,&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท,&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;25-30&nbsp;บาท</p><p><strong>พื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;ร้านศิริภร&nbsp;แม่ลาน้อย&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;และร้านไทยรงค์&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;พบว่า&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;60-63&nbsp;บาท,&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท,&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท,&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;18-32&nbsp;บาท</p><p>พื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้าน&nbsp;หจก.บุญเจริญแม่สะเรียง&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง,&nbsp;ร้านร่ำรวยการค้า&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง,&nbsp;ร้านรัตนา&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;พบว่า&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;59&nbsp;บาท,&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;60-62&nbsp;บาท,&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;98-110&nbsp;บาท,&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาแผงละ&nbsp;95&nbsp;บาท,&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ขนาด&nbsp;700&nbsp;มล.&nbsp;ราคา&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;33&nbsp;บาท</p><p><strong>ในส่วนของตลาดสดจอมแจ้ง</strong>&nbsp;ต.แม่สะเรียง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;พบว่าหมูเนื้อเเดง&nbsp;ราคา&nbsp;220&nbsp;บาท/กก.&nbsp;,สันใน&nbsp;ราคา&nbsp;220&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;สันนอก&nbsp;ราคา&nbsp;220&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;สามชั้น&nbsp;ราคา&nbsp;220&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ราคา&nbsp;120&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ปลานิล&nbsp;ราคา&nbsp;70-80&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ปลาดุก&nbsp;ราคา&nbsp;70&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ไก่สดรวมเครื่องใน&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;น่องติดสะโพก&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;อกไก่&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;ราคา&nbsp;60-70&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ราคา&nbsp;10-15&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;ราคา&nbsp;15-25&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;คะน้า&nbsp;ราคา&nbsp;40&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ผักบุ้งจีน&nbsp;ราคา&nbsp;40&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;มะนาว&nbsp;ราคา&nbsp;2-5&nbsp;บาท/ลูก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ร้านค้าปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202160121658
54	Biz Clup เลย จับคู่ธุรกิจ Biz Clup สกลนคร ส่งเสริมความร่วมมือการค้า การลงทุนร่วมกัน	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วยนางเบญจวรรณ&nbsp;ตัญญู&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;ระหว่างเครือข่ายธุรกิจบิสคลับ&nbsp;(Biz&nbsp;Club)&nbsp;จังหวัดเลยกับเครือข่ายธุรกิจบิสคลับ&nbsp;(Biz&nbsp;Club)&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ที่บูธสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;ในงาน&nbsp;ดอกฝ้ายบาน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมไทเลย&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;1-9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;การบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจในครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างกัน&nbsp;เพื่อให้บรรลุความสำเร็จตามวัตถุประสงค์&nbsp;และสร้างความเข้าใจทั้งสองฝ่าย&nbsp;โดยมีสาระสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ร่วมมือกันส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;ซึ่งกันและกัน&nbsp;และมีการพัฒนาร่วมกันบนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน&nbsp;และสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน&nbsp;ภายใต้ขอบเขตของตนเท่าที่กฎหมายหรือระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับที่บังคับใช้ในประเทศของคู่ค้าจะอนุญาต</p><p>2.ร่วมมือในการทำธุรกิจร่วมกัน&nbsp;โดยมีการแลกเปลี่ยนสินค้าและสร้างมูลค่าทางการค้าระหว่างกัน&nbsp;ภายใต้การส่งมอบสินค้าที่คู่ค้าตกลง&nbsp;ตามรายละเอียด&nbsp;คุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;และระยะเวลาซื้อขายที่กำหนด&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ทำการของแต่ละฝ่าย</p><p>3.ร่วมมือเกี่ยวกับรูปแบบและแผนงานความร่วมมือ&nbsp;ตลอดถึงการทำสัญญาข้อตกลงทางการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;ซึ่งจะได้มีการพิจารณาในรายละเอียดความร่วมมือในโอกาสต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202163728694
55	ธ.ก.ส. โอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 งวดที่ 1-15 (เพิ่มเติม) พร้อมงวดที่ 16 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกษาปณ์&nbsp;เงินรวง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ธกส.&nbsp;ได้โอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;1-15&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;พร้อมงวดที่&nbsp;16&nbsp;จำนวน&nbsp;31&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้แก่เกษตรกรจำนวน&nbsp;3,898&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่งผลให้ภาพรวมการโอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;โอนเงินไปแล้วจำนวน&nbsp;85,736&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้ว&nbsp;4,605,703&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โครงการประกันรายได้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เป็นช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ได้รับผลตอบแทนจากการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;เป็นการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุนและช่วยแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และอุทกภัย&nbsp;โดยที่กลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติ&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ&nbsp;BAAC&nbsp;Connect&nbsp;รวมถึงสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้&nbsp;ATM&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทั่วประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	2/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202193621781
56	ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมความคืบหน้าของบริษัทเอ็นเนอร์โกร (ประเทศไทย) จำกัด โครงการอุตสาหกิจกัญชงครบวงจร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;กุลตังวัฒนา&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บ.&nbsp;เอ็นเนอร์โกร&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายวีระกิตติ์&nbsp;รันทกิจธนวัชร์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมด้วยคณะส่วนราชการที่ติดตาม&nbsp;เข้าเยี่ยมชมความคืบหน้าของบริษัทเอ็นเนอร์โกร&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;โครงการอุตสาหกิจกัญชงครบวงจร&nbsp;พร้อมทั้งรับชมการดำเนินงานของกิจการ</p><p><strong>ทั้งนี้ผลจากการเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน</strong>&nbsp;ทางคณะผู้เข้าเยี่ยมชม&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลหาแนวทางช่วยผลักดันการต่อยอดช่วยเกษตรกร&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเชิงพานิชย์&nbsp;เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคต่อไป&nbsp;และ&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพสารสกัดจากกัญชง&nbsp;ให้ได้ตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;มอก&nbsp;3171-2564,&nbsp;มอก&nbsp;3172-2564&nbsp;,&nbsp;มอก&nbsp;3173-2564&nbsp;เพื่อส่งออกต่างประเทศ&nbsp;และข้อมูล&nbsp;MSDS&nbsp;ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202171044718
57	จ.พังงา รับฟังแนวทางการบังคับใช้กฎหมายควบคุมราคาสินค้าและโภคภัณฑ์ ป้องกันการกักตุน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;พล.ต.ต.ธรรมนูญ&nbsp;ประยืนยง&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดพังงา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;หน่วยงานในระดับอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และผู้นำท้องที่&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังแนวทางการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พศ.2497&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;โดยมีนายชยาวุธ&nbsp;จันทร&nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ตามที่ได้เกิดสถานการณ์ราคาเนื้อสุกรและสินค้าโภคภัณฑ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ปรับราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ&nbsp;ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>โดยพลเอกอนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;</strong>ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ออกประกาศกำหนดให้เนื้อสุกรหรือโภคภัณฑ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งมีปัญหาการกักตุนหรือเกิดภาวการณ์ขาดแคลนโภคภัณฑ์ในท้องตลาดอย่างผิดปกติ&nbsp;เป็นโภคภัณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประสงค์จะทำการสำรวจฯ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;9&nbsp;(2)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.2497&nbsp;ประกอบกับประกาศคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจและแบบเอกสารในการดำเนินการตามมาตรา&nbsp;9&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2497&nbsp;ลงวันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2563&nbsp;และดำเนินการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2479&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;ได้กำชับให้พาณิชย์จังหวัด</strong>พังงาบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่ในเขตท้องที่ทุกอำเภอ&nbsp;ดำเนินการสำรวจตรวจสอบการกักตุนสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนและซ้ำเติมประชาชนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;หากพบเจอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ&nbsp;ตามอำนาจหน้าที่อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบและป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบได้&nbsp;หากพี่น้องประชาชนพบเห็นหรือมีเบาะแสการกักตุนสินค้าต่างๆ&nbsp;สามารถแจ้งผ่านศูนย์ดำรงธรรม&nbsp;โทร.1567&nbsp;หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;หมายเลข&nbsp;1569&nbsp;ได้ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202173839732
58	"จังหวัดสระแก้วจัด มหกรรมการค้าชายแดน สีสันตะวันออก 2022"""	<p><strong>(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดรถไฟ&nbsp;อำเภออรัญประเทศ&nbsp;จังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายวิทยากร&nbsp;มณีเนตร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และ&nbsp;นางขวัญเรือน&nbsp;เทียนทอง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เปิดงานมหกรรมการค้าชายแดน&nbsp;สีสันตะวันออก&nbsp;2022&nbsp;โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดรถไฟ&nbsp;อำเภออรัญประเทศ&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;มีผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;SMEs&nbsp;สมาชิกเครือข่ายธุรกิจ&nbsp;MOC&nbsp;BIZ&nbsp;CLUB&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&nbsp;เครือข่ายธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกมาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;150&nbsp;คูหา&nbsp;พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายและกิจกรรมบันเทิงจากเหล่าศิลปินดารานักร้องนักแสดงที่จะมามอบความบันเทิงในงาน</p><p><strong>สำหรับงานมหกรรมการค้าชายแดน&nbsp;สีสันตะวันออก&nbsp;2022&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;โดยกลุ่มพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกได้จัดงาน&nbsp;มหกรรมการค้าชายแดน&nbsp;สีสันตะวันออก&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมตลาดการค้าชายแดน&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพการตลาดและยกระดับรายได้&nbsp;สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ&nbsp;และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจทางการค้าในกลุ่มภาคตะวันออกโดยขยายโอกาสทางการตลาดสู่การเชื่อมโยงตลาดชายแดนประเทศกัมพูชา</p><p><br></p><p>ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202182310747
59	รองผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ เปิดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ (New Normal) รุ่นที่ 1	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่โรงแรมพรหมพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร&nbsp;สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การอบรมเพื่อยกระดับชุมชนท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ไปสู่ชุมชนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;ตอบสนองความต้องการของตลาดการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;และพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะชุมชนท่องเที่ยวที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุง&nbsp;ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;และยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของชุมชนให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรคภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บุคลากร&nbsp;ผู้ให้บริการด้านอาหารผู้ให้บริการด้านที่พัก&nbsp;ผู้ให้บริการด้านนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ในชุมชนท่องเที่ยวบ้านดวนใหญ่&nbsp;ตำบลดวนใหญ่&nbsp;อำเภอวังหิน&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;40&nbsp;คน</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวรุจาภา&nbsp;วีสเพ็ญ</strong>&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสุรินทร์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;คณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ดวนใหญ่&nbsp;ผู้รับการอบรม&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิดการอบรมในครั้งนี้</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202184358751
60	การท่องเที่ยวเขื่อนรัชชประภา เดือนมกราคมที่ผ่านมา เงินสะพัดกว่า 31 ล้านบาท พบว่ายอดนักทองเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเกือบพันคน คาดเดือนกุมภาพันธ์ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น หลังเปิดระบบเดินทางเข้าประเทศในรูปแบบ Test & Go	<p><strong>นายวีรยุทธ&nbsp;ขนุนนิล&nbsp;นายอำเภอบ้านตาขุน&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวเขื่อนรัชชประภา&nbsp;อำเภอบ้านตาขุน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่เดินทางเข้ามาในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด&nbsp;15,546&nbsp;คน&nbsp;ลดลงจากเดือนที่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,036&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;6.35&nbsp;&nbsp;คนไทยจำนวน&nbsp;10,957&nbsp;คน&nbsp;ลดลง&nbsp;1,817&nbsp;คน&nbsp;ภาคเหนือจำนวน&nbsp;224&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มขึ้นจำนวน&nbsp;22&nbsp;คน&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;5,307&nbsp;คน&nbsp;จำนวนลดลง&nbsp;2,088&nbsp;คน&nbsp;ภาคอีสานจำนวน&nbsp;343&nbsp;คน&nbsp;ลดลง&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;ภาคตะวันออกจำนวน&nbsp;757&nbsp;คน&nbsp;ลดลง&nbsp;178&nbsp;คน&nbsp;ภาคตะวันตกจำนวน&nbsp;298&nbsp;คน&nbsp;ลดลง&nbsp;172&nbsp;คน&nbsp;ภาคใต้จำนวน&nbsp;2,723&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;263&nbsp;คน&nbsp;สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานีจำนวน&nbsp;1,305&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;456&nbsp;คน&nbsp;ชาวต่างชาติจำนวน&nbsp;4,589&nbsp;คน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;781&nbsp;คน&nbsp;ทวีปเอเซีย&nbsp;จำนวน&nbsp;377&nbsp;คน&nbsp;ทวีปยุโรป&nbsp;จำนวน&nbsp;3,819&nbsp;คน&nbsp;ทวีปอเมริกาเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;319&nbsp;คน&nbsp;ทวีปอเมริกาใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คน&nbsp;ทวีปแอฟริกา&nbsp;จำนวน&nbsp;-&nbsp;คน&nbsp;และทวีปโอเชียเนีย&nbsp;จำนวน&nbsp;65&nbsp;คน&nbsp;และรูปแบบการท่องเที่ยว&nbsp;แบบไป-กลับ&nbsp;(one&nbsp;day&nbsp;trip)&nbsp;จำนวน&nbsp;7,948&nbsp;คน&nbsp;ค้างคืน&nbsp;(overnight)&nbsp;จำนวน&nbsp;7,598&nbsp;คน&nbsp;การใช้เรือโดยสาร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,490&nbsp;ลำ&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;486&nbsp;ลำ&nbsp;และขนาด&nbsp;11-24&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,004&nbsp;ลำ&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ยอดนักท่องเที่ยวที่ลดลงอาจจะส่งผลมาจากการระงับการจองเดินทางเข้าประเทศในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;และปัจจัยค่าครองชีพในปัจจุบันที่สูงขึ้น</p><p><strong>ด้านนายอำเภอบ้านตาขุน&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;สำหรับการแสดงตนของนักท่องเที่ยวการฉีดวัคซีน&nbsp;1&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;คน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;9,748&nbsp;คน&nbsp;3&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,892&nbsp;คน&nbsp;4&nbsp;เข็ม&nbsp;จำนวน&nbsp;209&nbsp;คน&nbsp;และหนังสือรับรองการตรวจหาเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;234&nbsp;คน&nbsp;หนังสือรับรองการเป็นโควิด-19&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คน&nbsp;เด็กอายุต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;จำนวน&nbsp;1,231&nbsp;คน&nbsp;รายได้เฉลี่ยคิดอัตราเฉลี่ยหัวละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;คิดเป็นจำนวนเงิน&nbsp;31,092,000&nbsp;บาทแต่คาดว่าภายหลังประเทศไทยเปิดระบบการจองเข้าประเทศในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;เหมือนเดิมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นและยอดเงินสะพัดกว่าเท่าตัวอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202184932752
61	ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของราษฏร บ้านซาโห่ ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลาพร้อมอวยพรเนื่องในวันตรุษจีน	"<p><strong>วันนี้&nbsp;&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บ้านซาโห่&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ธารน้ำทิพย์&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผศ.ดร.ทิพยวรรณ&nbsp;นิลทยา&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;นายมะอูโซะ&nbsp;สาลัง&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลธารน้ำทิพย์&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบและรับฟังปัญหาอันเนื่องมาจากความเดือดร้อนเส้นทางการสัญจร&nbsp;และการไม่มีไฟฟ้าในหมู่บ้าน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ได้แจ้งความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินการในระยะต่อไปให้ราษฏรได้รับทราบ&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ผ่านมาได้ถวายฏีกาเรื่องความเดือดร้อนดังกล่าวต่อสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า</strong>&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เมื่อคราวเสด็จทรงงานในพื้นที่&nbsp;ในการนี้ได้แจ้งความคืบหน้าและแนวทางการดำเนินการในระยะต่อไปให้ราษฏรได้รับทราบ</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ยังได้มอบโอวาทและอวยพรเนื่องในวันปีใหม่จีน&nbsp;(วันตรุษจีน)&nbsp;</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	2/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202193308777
62	ภูเก็ตขนส่งร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ให้บริเวณรถแท็กซี่ท้องถิ่น (ป้ายเขียว) จุดจอดหน้าโรงแรมและคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยตาเอียด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ภายในซอยตาเอียด&nbsp;ต.ฉลอง&nbsp;อ.เมืองภูเก็ต&nbsp;</strong>พ.ต.อ.จีระศักดิ์&nbsp;เสียมศักดิ์&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วยนายกรณ์พิทักษ์&nbsp;อาสนสุวรรณ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และตำรวจ&nbsp;สภ.ฉลอง&nbsp;อ.เมืองภูเก็ต&nbsp;ลงพื้นที่พูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ให้บริเวณรถแท็กซี่ท้องถิ่น&nbsp;(ป้ายเขียว)&nbsp;จุดจอดหน้าโรงแรมและคอนโดมีเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยตาเอียด&nbsp;หลังเกิดกรณีพิพาทเรื่องราคาค่าโดยสารระหว่างคนขับแท็กซี่หน้าร้านอาหารชื่อดังบริเวณชายหาดกมลา&nbsp;ต.กมลา&nbsp;อ.กะทู้&nbsp;กับนักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;และการให้บริการของรถรับจ้างที่เรียกผ่านแอพพลิเคชันต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีผู้ประกอบการแท็กซี่คิวดังกล่าวร่วมให้ข้อมูลสะท้อนปัญหา</strong>และความต้องการ&nbsp;พ.ต.อ.จีระศักดิ์&nbsp;เสียมศักดิ์&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงพบปะพูดคุยกับผู้ให้บริการรถแท็กซี่ท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;โดยเริ่มจุดแรกในซอยตาเอียด&nbsp;เพื่อทำความเข้าใจถึงหลักการให้บริการที่ดี&nbsp;และการเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆของนักท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ก็จะได้มีการจัดระเบียบคิวรถแท็กซี่ท้องถิ่นตามจุดต่างๆ&nbsp;</strong>ทั่วทั้งเกาะภูเก็ต&nbsp;พร้อมจัดทำประวัติเจ้าของรถและจำนวนรถที่ให้บริการ&nbsp;และที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียกใช้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านทางแอพพลิเคชันในการเข้ามารับส่งผู้โดยสารได้&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมามีการกล่าวอ้างว่าไม่สามารถเข้ามารับผู้โดยสารได้เนื่องจากมีคิวรถแท็กซี่ท้องถิ่นให้บริการอยู่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปัจจุบันมีรถรับจ้างของภูเก็ตที่สามารถเรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่</strong>นและได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;Hello&nbsp;Phuket&nbsp;Service&nbsp;และมีการคิดอัตราค่าโดยสารไม่แตกต่างจากแท็กซี่ท้องถิ่นในพื้นที่มากนัก&nbsp;ส่วนแอพพลิเคชั่นอื่นๆ&nbsp;ยังอยู่ในขั้นตอนรอการรับรองอย่างถูกต้อง&nbsp;จากการพูดคุยกับผู้ให้บริการแท็กซี่ท้องถิ่นคิวดังกล่าว&nbsp;ทุกคนเข้าใจ&nbsp;และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ&nbsp;ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการแก้ปัญหาร่วมกันของทุกฝ่าย&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำอีก&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ก็จะได้ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับคิวรถอื่นๆ&nbsp;ทั่วทั้งเกาะภูเก็ตต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202200838786
63	ศรีสะเกษ  เดินหน้าขับเคลื่อนวาระจังหวัด การท่องเที่ยวและเมืองกีฬา	<p><strong>เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เรื่องการท่องเที่ยวและเมืองกีฬา&nbsp;เพื่อติดตามและหารือแนวทางการดำเนินงานโดยมีประเด็นสำคัญประกอบด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การพัฒนา/ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม&nbsp;เช่น&nbsp;วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว(วัดล้านขวด)&nbsp;วัดป่าบ้านหนองดวน(วัดสองล้านขวด)&nbsp;และการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอขุนหาญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การจัดทำมาตรฐานการให้บริการด้านที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร(Sisaket&nbsp;Sure)&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับรองนักท่องเที่ยวและนักกีฬา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;โครงการฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;การเป็นวิทยากรหลักสูตรอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การเตรียมการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด&nbsp;ศึกษาธิการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เลขาธิการสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัด&nbsp;ผู้บริหารองค์กรเอกชน&nbsp;ผู้บริหารการศึกษา&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;สมาคม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202202023789
64	วาเลนไทน์นี้ จังหวัดศรีสะเกษจัดเต็ม ผุดไอเดียเก๋ รักใครต้องให้หอม ส่งความสุข-มอบความรักด้วยหอมแดง	<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่บริเวณลานโคปุระ&nbsp;สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และภาคีเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;หอมแดง&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อเป็นการส่งความสุขช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;ด้วยการมอบหอมแดงคุณภาพ&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;แทนใจให้กับบุคคลที่เรารักและเคารพนับถือ&nbsp;โดยในเบื้องต้นได้ปล่อยคาราวาน&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อเดินทางไปส่งยัง&nbsp;จังหวัดกาฬสินธ์&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และจังหวัดเลย&nbsp;เป็นปฐมฤกษ์ด้วย</p><p><strong>นายวัฒนากล่าวว่า&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ได้เปิดช่องทางออนไลน์ในการสั่งซื้อหอมแดง&nbsp;GI&nbsp;เกรด&nbsp;A&nbsp;ใส่ในถุงตาข่าย&nbsp;ถุงละประมาณ&nbsp;1&nbsp;กก.พร้อมป้ายข้อความอวยพร&nbsp;บรรจุกล่องละ&nbsp;3&nbsp;ถุง&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;3&nbsp;กก.ต่อ&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;ราคาพร้อมจัดส่งถึงบุคคลที่เรารักและเคารพนับถือ&nbsp;ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยในราคาเพียง&nbsp;189&nbsp;บาท/ชุด&nbsp;หรือ&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยผู้สนใจสั่งซื้อผ่าน&nbsp;Line&nbsp;Official&nbsp;เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด&nbsp;ID&nbsp;LINE&nbsp;:&nbsp;@119&nbsp;pgqgr&nbsp;หรือทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fan&nbsp;page&nbsp;:&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อส่งความสุขมอบความรักในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นี้&nbsp;สื่อรักด้วยใจ					
65	ส่งหอมแดง&nbsp;GI&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ไปเสิร์ฟถึงครัวคนที่เรารัก&nbsp;เพื่อส่งเสริมเกษตรกร&nbsp;สร้างรายได้สู่ชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202202623792	
66	ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับห้างโลตัส เปิดตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธกส. หวังสร้างรายได้ให้กับชุมชน	<p><strong>จังหวัดศรีรสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับห้างโลตัส</strong>&nbsp;เปิดตลาดนัดของดี&nbsp;วิถีชุมชนลูกค้า&nbsp;ธกส.โดยนำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;SMEs&nbsp;เกษตร,&nbsp;Smarts&nbsp;NewGen&nbsp;ให้มีสถานที่&nbsp;และช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน</p><p><strong>วานนี้&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้างโลตัสสาขาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายนรากร&nbsp;ไชยสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธกส.จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และทีมงาน&nbsp;ร่วมกับผู้จัดการห้างโลตัส&nbsp;เปิดตลาดนัดของดี&nbsp;วิถีชุมชนลูกค้า&nbsp;ธกส.โดยนำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;SMEs&nbsp;เกษตร,&nbsp;Smarts&nbsp;NewGen&nbsp;เป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนตลอดห่วงโซ่&nbsp;มูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;ร่วมกับเครือข่าย&nbsp;เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;โดยการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพ&nbsp;และผลผลิตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ก็ยังพบว่าลูกค้า&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่&nbsp;ยังประสบปัญหาด้านการตลาด&nbsp;ราคาผลผลิตผันผวน&nbsp;ช่องทางการจำหน่ายไม่เพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>ธกส.จึงร่วมมือกับเครือข่าย&nbsp;ดำเนินการอย่างเป็นระบบ</strong>ในการส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;และขนาดหย่อม&nbsp;และเกษตรกรไทย&nbsp;ให้มีตลาด&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;เติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;ได้มีสถานที่และช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และนาย&nbsp;สุทัย&nbsp;ฉะกะนันท์&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ร่วมเป็นประธานในการเปิดตลาด&nbsp;โดยจะเปิดการจำหน่ายสินค่าที่มีคุณภาพ&nbsp;มากกว่า&nbsp;20&nbsp;บูส&nbsp;มาเปิดจำหน่ายทุกวัน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่ารากชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายหลังจากที่พวกเราชาวเกษตรกรหัวขบวนได้ทำการบรรจงปลูก&nbsp;ผลิต&nbsp;อย่างดีมีคุณภาพ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ปลูก&nbsp;ปรับ&nbsp;แปร&nbsp;และเปลี่ยน&nbsp;เพื่อให้สินค้าที่จะออกจากชุมชนมีคุณภาพที่ดีที่สุด&nbsp;สู่มือ&nbsp;สู่ครัวผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;โดยผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ดี&nbsp;ในราคาของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;เกษตรกรได้ขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ถึงมือผู้บริโภค&nbsp;ต้องขอบคุณนโยบายของผู้บริหารธนาคารฯ&nbsp;ธกส.ที่จะดูแลระบบเศรษฐกิจฐานรากของเกษตรกร&nbsp;พี่น้อง&nbsp;SME&nbsp;รวมทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อให้มีรายได้&nbsp;นั้นหมายถึงแม่น้ำทุกเส้น&nbsp;ทุกสายจะไหลเข้าสู่ชุมชนได้อย่างสะดวกเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการส่งเสริมการตลาดแก่ชุมชน&nbsp;ก็จะเริ่มตั้งแต่&nbsp;ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ</strong>&nbsp;ได้อย่างครบวงจร&nbsp;ซึ่งหากทุกคนมีรายได้&nbsp;ก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อไปได้&nbsp;ซึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือ&nbsp;วันนี้เกษตรกรต้องขายสินค้าออนไลน์ได้&nbsp;เพื่อการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;สามารถโต้ตอบกันได้&nbsp;เพื่อการพัฒนาคุณภาพสินค้า&nbsp;ให้เป็นไปตามที่ผู้บริโภค</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202204441801
67	จ.นครพนม แถลงข่าวการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ปี 2565	<p><strong>วันนี้(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่วัดพระธาตุพนม&nbsp;วรมหาวิหาร&nbsp;อำเภอธาตุพนม</strong>&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;พระเทพวรมุนี&nbsp;ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค&nbsp;10&nbsp;และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม&nbsp;วรมหาวิหาร&nbsp;พระครูพนมปรีชากร&nbsp;ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม&nbsp;วรมหาวิหาร&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;นายวรรณพล&nbsp;ต่อพล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมบัติ&nbsp;จูถนอม&nbsp;ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง&nbsp;พล.ต.ต.ธนชาติ&nbsp;รอดคลองตัน&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม&nbsp;นายแพทย์ปรีดา&nbsp;วรหาร&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม&nbsp;นางสาวกนกวรรณ&nbsp;ดุงศรีแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขานครพนม&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>จังหวัดนครพนม&nbsp;วัดพระธาตุพนม&nbsp;วรมหาวิหาร&nbsp;ร่วมบูรณาการหน่วยงาน</strong>ที่เกี่ยวข้องจัดงานนมัสการพระธาตุพนม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;9-17&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยจัดเป็นการภายในแบบเรียบง่าย&nbsp;ไม่มีมหรสพ&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ยังคงมีนิทรรศการหมู่บ้านรักษาศีล&nbsp;5&nbsp;พิธีอัญเชิญพระอุปคุตแบบเรียบง่าย&nbsp;เพื่อรักษาประเพณี&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมพิธีต้องรับวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ให้มีการรายงานผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ก่อนมาร่วมงาน&nbsp;นำผลการรับวัคซีน(หมอพร้อม)&nbsp;แสดงต่อเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าร่วมงาน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;ตลอดระยะเวลาร่วมงาน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202224938815
68	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่นำคณะลงพื้นที่อำเภอเหนือคลอง สำรวจพื้นที่พัฒนาตำบลตลิ่งชันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายสงัด&nbsp;พืชพันธุ์&nbsp;&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&nbsp;ผู้แทนหอการค้าจังหวัดกระบี่&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;ซึ่งจากการวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่&nbsp;พบว่าที่ตั้งของพื้นที่ติดทะเล&nbsp;มีหาดทรายยาว&nbsp;มีท่าเรือแหลมหินทึ่สามารถใช้เดินทางไปยังเกาะพีพี&nbsp;โดยใช้เวลาเพียง&nbsp;35&nbsp;นาที&nbsp;มีจุดชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;มีลำคลองที่กว้าง&nbsp;และยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเลทั้งกุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลา&nbsp;ที่สำคัญตั้งอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติกระบี่เพียงแค่&nbsp;29&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พร้อมรับฟังสภาพความเป็นอยู่&nbsp;และรายงานบริบทพื้นที่&nbsp;ตลอดจนปัญหาอุปสรรคความจำเป็น&nbsp;ในพื้นที่โดยรับทราบจากผู้แทนนายอำเภอเหนือคลอง&nbsp;กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;พร้อมแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;ในเบื้องต้นดังนี้&nbsp;ส่งเสริมให้ทุกหมู่บ้านโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;(กม.)&nbsp;มีการทำแผนหมู่บ้านกันอย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อจะได้ทราบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน&nbsp;ยกระดับอาหารทะเลพื้นบ้านให้มีมาตรฐานและบรรจุภัณฑ์เหมาะสม&nbsp;พัฒนาท่าเรือแหลมหินให้มีศักยภาพสามารถรองรับการเดินทางไปยังเกาะพีพี&nbsp;และหมู่เกาะต่างๆ&nbsp;ขุดลอกและขยายคลองหลีให้กว้างขึ้น&nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นตลาดน้ำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดกระบี่&nbsp;จัดระเบียบหมู่บ้านประมงชายฝั่งทั้งความสะอาดและการให้บริการนักท่องเที่ยว</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เชื่อมั่นว่าแนวทางข้างต้นนี้หากทำสำเร็จจะทำให้ตำบลตลิ่งชันเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกระบี่ส่งผลให้ชาวตลิ่งชันมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ส่งเสริมความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้มีรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ตำบลตลิ่งชัน&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านมีรายได้ต่ำจำนวนมาก&nbsp;ทั้งที่มีต้นทุนทางธรรมชาติมากมายและหลากหลายด้านที่จะสามารถนำมาสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ทั้งนี้&nbsp;เพื่อผลักดัน&nbsp;ตลิ่งชันโมเดล&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการ&nbsp;Krabi&nbsp;stedy&nbsp;&nbsp;กระบี่ต้องเดินหน้า&nbsp;พัฒนาคนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202224534813
69	พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ยืนยัน ด่านช่องจอม ไม่มีการนำส่งออกสุกรมีชีวิต ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ	<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ออกติดตามสถานการณ์การส่งออกสุกรมีชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;ด่านศุลกากรช่องจอม&nbsp;ตำบลด่าน&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;พบว่า&nbsp;ด่านช่องจอม&nbsp;ไม่มีการนำส่งออกสุกรมีชีวิตแต่อย่างใด&nbsp;เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เรื่องห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักร&nbsp;ส่วนสินค้าที่พบการนำเข้าบริเวณหน้าด่านได้แก่&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และมันเส้น&nbsp;นำเข้ามาเป็นระยะๆ&nbsp;และจากการไปตรวจจุดพักสุกรมีชีวิต&nbsp;ของผู้ประกอบการภายนอก&nbsp;พบว่าจุดดังกล่าวไม่มีการนำเข้าหรือส่งออกสุกรมีชีวิตเช่นเดียวกัน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สถานการณ์เรื่องราคาสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;สุกรมีชีวิต&nbsp;สุกรชำแหละ&nbsp;</strong>มีการปรับราคาลดลง&nbsp;จากเดิมสุกรมีชีวิตน้ำหนัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;ราคาหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ&nbsp;110-115&nbsp;บาท&nbsp;ลดลงเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;100-106&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ดีขึ้นในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จึงฝากถึงชาวสุรินทร์ว่า&nbsp;ขณะนี้ปริมาณสุกรมีเพียงพอสำหรับการบริโภคอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202230600825
70	ประชุมเตรียมการดำเนินโครงการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นางสาวเพ็ญศิริรัตน์&nbsp;อาจทวีกุล&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาววรัญญา&nbsp;อินทรพันธุ์&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน&nbsp;นางสาวนวลปราง&nbsp;อุภัยศรี&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว&nbsp;นางญาณัท&nbsp;กุดกุง&nbsp;นักพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;และนางสาวพรนภา&nbsp;ศรีเลิศ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ร่วมประชุมเตรียมการดำเนินโครงการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมจังหวัดอำนาจเจริญกิจกรรมงานประเพณีแห่ยักษ์คุอัตลักษณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระมงคลมิ่งเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอำนาจเจริญ</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202230505824
71	จังหวัดสุรินทร์ ตรวจติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้า ณ ด่านศุลกากรช่องจอม	<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(2&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผู้แทนปลัดจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผู้แทนรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผู้แทนมณฑลทหารบกที่&nbsp;25&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายด่านศุลกากรช่องจอม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าด่านกักกันสัตว์สุรินทร์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;2-5&nbsp;สุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และผู้แทนนายอำเภอกาบเชิงประชุม&nbsp;และลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด่านศุลกากรช่องจอม&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;โดยมีนายจำลอง&nbsp;ผูกดวง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นเลขานุการ</p><p><strong>สำหรับประเด็นการตรวจติดตามสถานการณ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้าครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย</strong></p><p>1)&nbsp;ระเบียบ/ประกาศต่างๆ&nbsp;ด้านการกำกับดูแลสินค้าเกษตร&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ในเขตชายแดน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การควบคุมขนย้ายหอมหัวใหญ่&nbsp;กระเทียม&nbsp;ที่นำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;ห้ามมิให้ขนย้ายหอมหัวใหญ่และกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีปริมาณตั้งแต่&nbsp;400&nbsp;กก.&nbsp;ขึ้นไปเข้ามาหรือออกจากจังหวัดสุรินทร์/การควบคุมการขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดและมันเส้น&nbsp;ห้ามขนย้ายหัวมันสำปะหลังสดหรือมันเส้นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างรวมกันซึ่งปริมาณครั้งละตั้งแต่&nbsp;10,000&nbsp;กก.&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;เข้ามาหรือออกจากอำเภอกาบเชิง&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;และอำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยปริมาณการขออนุญาตขนย้ายมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;10,776&nbsp;ฉบับ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;337,921&nbsp;ตัน&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,792&nbsp;ฉบับ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;87,250&nbsp;ตัน</p><p>โดยกำหนดให้ผู้ประกอบจะต้องขออนุญาตขนย้ายกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ก่อนทำการขนย้าย/ห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักรทุกกรณี</p><p>2)&nbsp;การตรวจติดตามการปฏิบัติตามกฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ประกาศที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และติดตามสถานการณ์การส่งออก-นำเข้าสินค้า/ด้านการค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19/การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	2/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220202233511827
72	พาณิชย์ลำปาง ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอาหารสดในพื้นที่ พบปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน	<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้</strong>เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายอาหารสดในพื้นที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ซึ่งพบว่า&nbsp;การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน</p><p><strong>สำหรับราคาจำหน่ายสินค้าอาหารสดที่สำคัญ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;สุกรชำแหละ&nbsp;เนื้อแดง&nbsp;สะโพก&nbsp;&nbsp;ไหล่&nbsp;ราคา&nbsp;169-220&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ไก่สด&nbsp;ชำแหละ&nbsp;อก-ตะโพก-น่อง&nbsp;ราคา&nbsp;70-75&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ปลานิล&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.&nbsp;,&nbsp;ปลาดุก&nbsp;(บิ๊กอุย)&nbsp;ราคา&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ราคา&nbsp;120&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;กุ้งขาว&nbsp;70&nbsp;ตัว/กก.&nbsp;ราคา&nbsp;220&nbsp;&nbsp;240&nbsp;บาท,&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาฟองละ&nbsp;3.00-3.50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไม่พบพฤติกรรมในการกักตุนสินค้าหรือขายเกินราคา</strong>ที่กำหนดทางร้านได้มีการปิดป้ายแสดงสินค้าที่จำหน่าย&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;ชัดเจน&nbsp;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำการปิดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;และไม่ให้มีการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าและขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันควร&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203081104833
73	จังหวัดตรัง   จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค ราคาถูก สู้ภัยโควิด-19 ครั้งที่ 3 เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอหาดสำราญ&nbsp;โดยมีพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;นายอำเภอหาดสำราญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกกว่า</strong>ท้องตลาดร้อยละ&nbsp;20-40&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;(30&nbsp;ฟอง)&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;65&nbsp;บาท/แผง&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;(1&nbsp;ลิตร)&nbsp;45&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่&nbsp;สะโพก&nbsp;ขาหน้า&nbsp;คอ)&nbsp;150&nbsp;บาท/กก.&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มากกว่า&nbsp;20&nbsp;รายการ&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกัดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และครั้งต่อไปกำหนดระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงไปเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกกว่าท้องตลาดในวันและสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203095325857
74	สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพดี ราคาประหยัด ส่งเสริมช่องทางการตลาด และบรรเทาปัญหาค่าครองชีพแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 )	"<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ผู้ประกอบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>ทำการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพดี&nbsp;ราคาประหยัด&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;และบรรเทาปัญหาค่าครองชีพแก่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;บริเวณห้องโถงหน้ากองคลัง&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคาร&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><strong>สำหรับการจัดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในวันนี้&nbsp;เป็นผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;จาก</strong></p><p><strong>""กลุ่มสัมมาชีพชุมชนโคกระวางหมู่ที่&nbsp;2""&nbsp;อำเภออุทัย&nbsp;</strong>จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ผัก-ผลไม้ปลอดสารพิษ&nbsp;น้ำพริกนรกแมงดา&nbsp;น้ำพริกนรกปลาย่าง&nbsp;น้ำพริกเผาปลาย่าง&nbsp;กล้วยตาก&nbsp;และบัวลอยไข่หวาน</p><p><strong>""ร้านบ้านสลัด""&nbsp;อำเภอภาชี&nbsp;</strong>จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ผักสลัดออแกนิค&nbsp;น้ำสลัดเพื่อสุขภาพ&nbsp;และสลัดโรล</p><p><strong>ผู้ที่สนใจร่วมอุดหนุนสินค้า</strong>&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;035&nbsp;336542</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>เว็บไซต์&nbsp;&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203102808868
75	พช.แพร่ จัด ตลาดร่วมใจ ต้านภัยโควิด	<p><strong>พัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;จัด&nbsp;ตลาดร่วมใจ&nbsp;ต้านภัยโควิด&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดกาดสามวัย&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><strong>นายสุสังข์&nbsp;ชุ่มมะโน&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>แจ้งว่า&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่&nbsp;โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;ตลาดร่วมใจ&nbsp;ต้านภัยโควิด&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์&nbsp;ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้น&nbsp;ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอีกด้วย</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนเลือกซื้อสินค้า</strong>&nbsp;ตลาดร่วมใจ&nbsp;ต้านภัยโควิด&nbsp;มีผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพจำหน่ายหลากหลาย&nbsp;จัดจำนวน&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;4,&nbsp;11,&nbsp;18,&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และวันศุกร์ที่&nbsp;4,&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดกาดสามวัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;การจัดตลาดในครั้งนี้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203103138870
76	จังหวัดพะเยาแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวงานประเพณี วัฒนธรรม เนื่องในวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา ประจำปี พ.ศ. 2565 เวียนเทียนทางน้ำ กลางกว๊านพะเยา หนึ่งเดียวในโลก ครั้งที่ 44-46 จังหวัดพะเยา	<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายบำรุง&nbsp;สังข์ขาว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;พร้อมด้วยวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา&nbsp;ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา&nbsp;และผู้แทน&nbsp;ททท.สำนักงานเชียงราย&nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวงานประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;วันวิสาขบูชา&nbsp;วันอาสาฬหบูชา&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เวียนเทียนทางน้ำ&nbsp;กลางกว๊านพะเยา&nbsp;หนึ่งเดียวในโลก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;44-46&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ที่ห้างสรรพสินค้าท็อปส์พลาซ่า&nbsp;สาขาพะเยา&nbsp;ซึ่งจังหวัดพะเยา&nbsp;โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา&nbsp;และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพะเยา&nbsp;ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวงานประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;วันวิสาขบูชา&nbsp;วันอาสาฬหบูชา&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เวียนเทียนทางน้ำ&nbsp;กลางกว๊านพะเยา&nbsp;หนึ่งเดียวในโลก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;44-46&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ซึ่งเริ่มมีการเวียนเทียนครั้งแรก&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2551&nbsp;หลังจากได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปหินทรายหลวงพ่อศิลาไปประดิษฐาน&nbsp;ณ&nbsp;วัดติโลกอาราม&nbsp;กลางกว๊านพะเยาต่อมาทางจังหวัดพะเยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกับชุมชนรอบกว๊านพะเยา&nbsp;ได้จัดงานเวียนเทียน&nbsp;ณ&nbsp;วัดติโลกอารามอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ทางจังหวัดพะเยาได้มีการกำหนด&nbsp;ที่จะจัดกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา&nbsp;??&nbsp;ครั้งที่&nbsp;44&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;45&nbsp;เนื่องในวันวิสาขบูชา&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;และครั้งที่&nbsp;46&nbsp;เนื่องในวันอาสาฬหบูชา&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;?เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิมาฆบูชา&nbsp;วันวิสาขบูชา&nbsp;และวันอาสาฬหบูชา&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;และส่งเสริมวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;วิถีชีวิตของชุมชนรอบกว๊านพะเยาและการท่องเที่ยวของจังหวัดพะเยา&nbsp;จังหวัดพะเยาจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวพะเยา&nbsp;จังหวัดใกล้เคียง&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาท่องเที่ยวงานประเพณี&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;เนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;วันวิสาขบูชา&nbsp;และวันอาสาฬหบูชาประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ของจังหวัดพะเยา&nbsp;ชมทิวทัศน์ยามเย็นของกว้านพะเยา&nbsp;การแสดงศิลปะวัฒนธรรม&nbsp;ชิม&nbsp;อาหารพื้นถิ่นของกินพื้นบ้าน&nbsp;เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าทางวัฒนธรรม&nbsp;</p><p><strong>เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.</strong>พิธีเปิดงานเวียนเทียนทางน้ำ&nbsp;กลางกว๊านพะเยา&nbsp;หนึ่งเดียวในโลกครั้งที่&nbsp;44&nbsp;-&nbsp;46&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม&nbsp;พร้อมชมศิลปะการแสดงทางวัฒนธรรม&nbsp;ลงเรือประกอบพิธีเวียนเทียนทางน้ำรอบวัดติโลกอารามกลางกว้านพะเยากับบรรยากาศยามพระอาทิตย์อัสดง&nbsp;หลังทิวเขาอันสวยงามของกว๊านพะเยา&nbsp;ที่จะเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่กว้านพะเยาจะสวยที่สุด&nbsp;และขอเชิญชวนมาพักค้างคืนที่พะเยา&nbsp;เพื่อมาชมความสวยงามของกว๊านพะเยา&nbsp;ตอนที่พระอาทิตย์ขึ้น&nbsp;และพระอาทิตย์ตก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้การจัดกิจกรรมทางจังหวัดพะเยา</strong>ยังคงจัดกิจกรรมภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203104439876
77	พาณิชย์จังหวัดแพร่ ร่วมกับร้านขายเนื้อหมู จำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 150 บาท	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ร่วมกับร้านขายเนื้อหมูจำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;เร่งแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาวะราคาสุกรที่สูงขึ้น<strong>&nbsp;</strong>ยอดการจำหน่ายสะสมช่วงเดือนมกราคม&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชนได้เกือบสองแสนบาท</p><p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ร่วมกับร้านหมูอินเตอร์&nbsp;ร้านทอฝันหมูสด&nbsp;และเขียงหมูน้ำทองฟาร์ม&nbsp;จำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;จุดจำหน่าย&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;เป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วนในภาวะราคาสุกรที่สูงขึ้น&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีช่องทางในการเลือกซื้อเนื้อหมูราคาถูกกว่าท้องตลาด</p><p><strong>ทั้งนี้ยอดจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;469.03&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;70,354.50&nbsp;บาท&nbsp;ผู้ซื้อจำนวน&nbsp;281&nbsp;ราย&nbsp;สามารถลดค่าครองชีพประชาชนจำนวน&nbsp;17,823.14&nbsp;บาท&nbsp;และยอดการจำหน่ายสะสมช่วงเดือนมกราคม&nbsp;(18&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;4,716.05&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;707,407.50&nbsp;บาท&nbsp;ผู้ซื้อจำนวน&nbsp;3,085&nbsp;ราย&nbsp;สามารถลดค่าครองชีพประชาชนจำนวน&nbsp;179,209.71&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับจังหวัดแพร่เนื้อสุกร&nbsp;</strong>ไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภค&nbsp;มีปริมาณเพียงพอตามความต้องการของประชาชน&nbsp;และมีการปิดป้ายแสดงราคาชัดเจน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203105942883
78	"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา เดินหน้าซักซ้อมแนวทางการดำเนินงาน ""โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง"" (นำร่อง) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565"	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;เซ่งมาก&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;(นำร่อง)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตในภาคการเกษตรในระดับพื้นที่&nbsp;(หมู่บ้าน&nbsp;ตำบล)&nbsp;อย่างแท้จริง&nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่สามารถวิเคราะห์ศักยภาพและโอกาส&nbsp;วางแผนการผลิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด</p><p><strong>โดยโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นความร่วมมือระหว่างส่วนราชการระดับกระทรวง&nbsp;กรม&nbsp;สถาบันการเงินและภาคเอกชนในส่วนกลาง&nbsp;เพื่อสร้างกลไกการดำเนินงานแบบบูรณาการในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการตนเองในระดับหมู่บ้าน&nbsp;ผ่านคณะกรรมการหมู่บ้านและอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านจังหวัดสงขลา&nbsp;ดำเนินการคัดเลือกหมู่บ้านต้นแบบของจังหวัดสงขลา&nbsp;(ระยะที่&nbsp;2)&nbsp;1&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;(บ้านนาใน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนาหว้า)&nbsp;สินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;คือ&nbsp;พืชผักผลไม้ปลอดภัย&nbsp;(ระยะที่&nbsp;3)&nbsp;หมู่บ้านต้นแบบของอำเภอ&nbsp;15&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;สินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางพารา&nbsp;กล้วยน้ำว้า&nbsp;กาแฟ&nbsp;ทุเรียนพื้นเมือง&nbsp;พลู&nbsp;ข้าว&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้ง-ชันโรง&nbsp;ข้าวพื้นเมือง&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านประมง&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203112420899
79	กระทรวงการคลัง ยืนยัน โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ช่วยกระตุ้นและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง มั่นใจ มีเม็ดเงินหมนเวียนกว่า 7 หมื่นล้านบาท	<p><strong>นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการเริ่มต้นใช้โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;</strong>โดยระบุว่าไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง&nbsp;เพราะผู้มีรายได้น้อยไม่มีเงินเพียงพอที่จะเติมเงินเข้าไปในแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง&nbsp;ทำให้นโยบายนี้ไม่ได้ผลเท่าที่ควร&nbsp;โดยชี้แจงว่า&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานราก&nbsp;ไม่ได้มีลักษณะของการแจกเงิน&nbsp;แต่เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนส่งต่อกำลังซื้อไปยังผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ให้สามารถมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มากกว่า&nbsp;1.3&nbsp;ล้าน&nbsp;ร้านค้า&nbsp;และประชาชนมากกว่า&nbsp;26&nbsp;ล้านคน&nbsp;ได้ร่วมใช้สิทธิ&nbsp;จึงกล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์&nbsp;สามารถเพิ่มเม็ดเงินจำนวนประมาณ&nbsp;326,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หมุนเวียนขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ&nbsp;ขณะที่โครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ซึ่งได้เริ่มใช้จ่ายแล้วเมื่อ&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และจะสิ้นสุดในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะสามารถเพิ่มเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกเกือบ&nbsp;7&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้กระทรวงการคลัง&nbsp;ยังได้ดำเนินโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษควบคู่กันไปด้วย&nbsp;เพื่อดูแลและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ได้ทั่วถึงมากที่สุด</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการที่รัฐบาลใช้ดูแลเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงให้ความสำคัญสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย&nbsp;รวมถึงมาตรการที่สนับสนุนการจ้างงาน&nbsp;และการช่วยให้ภาคธุรกิจและประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการใช้จ่ายเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&nbsp;และสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืน&nbsp;โดยในระยะยาว&nbsp;กระทรวงการคลังมุ่งเป้าหมายสู่การยกระดับรายได้&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;และสร้างสวัสดิการที่มั่นคงให้กับประชาชน&nbsp;ควบคู่กับการสร้างความรู้และทักษะทางการเงินที่จำเป็น&nbsp;รวมถึงความรู้เท่าทันเกี่ยวกับภัยทางการเงินต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งโครงการคนละครึ่ง&nbsp;สามารถเสริมสร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชนได้อย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้นอีกด้วย</p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203112428901
80	ตรวจตลาดย่านทวีวัฒนา พบราคาสินค้าเป็นที่น่าพอใจ พร้อมย้ำหากพบการจำหน่ายเกินราคาจะดำเนินคดีทางกฎหมายทันที	<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดเวิลด์มาร์เก็ต&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;กรมฯ&nbsp;หารือร่วมกับผู้เลี้ยง<strong>&nbsp;กำหนดราคาเนื้อสุกร</strong>มีชีวิตหน้าฟาร์มในราคา&nbsp;100-110&nbsp;บาท&nbsp;ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูตามท้องตลาดมีการปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;<strong>&nbsp;สำหรับราคาเนื้อไก่&nbsp;</strong>น่องติดสะโพกอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;//&nbsp;น่อง&nbsp;สะโพก&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;65-70&nbsp;บาท&nbsp;//&nbsp;เนื้ออกอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;75-80&nbsp;บาท&nbsp;<strong>นอกจากนี้ราคาไข่ไก่&nbsp;</strong>มีการปรับราคาลดลงมาบ้างแล้ว&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;อยู่ที่แผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เฉลี่ยฟองละ&nbsp;3.33&nbsp;บาท&nbsp;ถือว่าอยู่ในราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำกับอยู่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม</strong>&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ</p><p><br></p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113227913
81	จังหวัดตรัง  บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลทุ่งยาวและตลาดนัดหาดเลาอำเภอปะเหลียนเพื่อติดตามสถานการณ์ ปริมาณ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอปะเหลียน&nbsp;ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลปะเหลียน&nbsp;ผู้แทนนายกเทศมนตรี&nbsp;ต.ปะเหลียน&nbsp;ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;บูรณาการลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลทุ่งยาวและตลาดนัดหาดเลาอำเภอปะเหลียนเพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;และกำกับดูแลร้านค้าให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;ป้องกันการกักตุนและปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาจำหน่ายเนื้อวัวกิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดทั้งตัวไม่รวมเครื่องในกิโลกรัมละ&nbsp;&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพกกิโลกรัมละ70&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ฟองละ&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;แตงกวากิโลกรัมละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ปลาทูขนาด&nbsp;5&nbsp;-6&nbsp;ตัวต่อกิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;หอมแดงกิโลกรัมละ&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้กำชับให้ผู้ประกอบการค้าปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน</strong>และไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	3/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203113332919
82	จ.มุกดาหาร ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมความคืบหน้าโครงการอุตสาหกิจกัญชงครบวงจร บริษัทเอ็นเนอร์โกร (ประเทศไทย) จำกัด	<p><strong>นายวิรัตน์&nbsp;กุลตังวัฒนา&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร</strong>&nbsp;บ.&nbsp;เอ็นเนอร์โกร&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายวีระกิตติ์&nbsp;รันทกิจธนวัชร์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมด้วยคณะส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่&nbsp;เยี่ยมชม&nbsp;การดำเนินโครงการ&nbsp;อุตสาหกิจกัญชงครบวงจร&nbsp;ของบริษัทเอ็นเนอร์โกร&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;บ้านโงสำราญ&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปผลความคืบหน้าของโครงการ&nbsp;และการแลกเปลี่ยนด้านการพัฒนาคุณภาพสารสกัดจากกัญชง&nbsp;ให้ได้ตามมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อส่งออกต่างประเทศ&nbsp;และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&nbsp;การต่อยอดเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกให้กับเกษตรกรทดแทนมันสำปะหลังและพืชอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อเพิ่มอาชีพ&nbsp;รายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ประชาชน&nbsp;มากขึ้น</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;บริษัทเอ็นเนอร์โกร&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นโครงการบริการสุขภาพ&nbsp;ครบวงจร&nbsp;และได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;ใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์&nbsp;ใบอนุญาตผลิต&nbsp;(ปลูก&nbsp;)&nbsp;ใบอนุญาตผลิต(&nbsp;ที่มิใช่การปลูก&nbsp;)&nbsp;รวมทั้งใบอนุญาตอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกัญชง&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;600&nbsp;ไร่&nbsp;บ้านโค้งสำราญ&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลคำอาฮวน&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;พร้อมทีมวิจัย&nbsp;และนักพัฒนาด้านพืชศาสตร์&nbsp;วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>เพื่อพัฒนามาตรฐานการปลูกกัญชง&nbsp;(Hemp)</strong>&nbsp;เพื่อนำมาใช้ทางการอุตสาหกรรม&nbsp;ศึกษา&nbsp;ทดลอง&nbsp;ปรับปรุงพันธุ์กัญชงที่เหมาะสมสำหรับเมืองไทย&nbsp;โดยจะเริ่มจากสายพันธุ์ท้องถิ่นและสาย&nbsp;พันธุ์ที่มีปริมาณ&nbsp;THC&nbsp;(Tetrahydro&nbsp;cannabidiol)&nbsp;ตรงตามกฎหมายควบคุม&nbsp;แปรรูปเมล็ดกัญชงโดยนำมาสกัดเป็นน้ำมันเมล็ดกัญชง&nbsp;(Hemp&nbsp;Seed&nbsp;Oil)&nbsp;โอเมก้า&nbsp;3,6,9&nbsp;แป้งเมล็ดกัญชง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;แปรรูปอินทรียวัตถุ&nbsp;(Biomass)&nbsp;ราก&nbsp;ต้น&nbsp;ใบ&nbsp;ดอกโดยนำมาสกัด&nbsp;เป็นน้ำมัน&nbsp;CBD&nbsp;(CBD&nbsp;Oil)CBDผง(CBD&nbsp;Isolate)&nbsp;</p><p><strong>แปรรูปเส้นใยที่เหลือใช้โดยนำมาทำเป็นภาชนะบรรจุอาหารทดแทน</strong>ถุงพลาสติกและกล่องโฟม&nbsp;ศึกษาทดลองการทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ&nbsp;จากผลิตภัณฑ์กัญชงและสมุนไพร&nbsp;(Hemp&nbsp;and&nbsp;Herbs)ในรูปแบบที่ทันสมัย&nbsp;ปลอดภัยและได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ในการปลูกกัญชงอุตสาหกรรม(Industrial&nbsp;Hemp)&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกทดแทนมันสำปะหลัง&nbsp;เป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้การปลูกกัญชงอุตสาหกรรมครบวงจรให้แก่วิสาหกิจชุมชนอื่นๆและผู้ที่มีความสนใจ&nbsp;เป็นศูนย์ผลิตต้นพันธุ์กัญชงอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตสารสกัด&nbsp;จากกัญชง&nbsp;(&nbsp;Hemp&nbsp;)&nbsp;และสารสกัดจากสมุนไพรต่างๆ&nbsp;เพื่อเป็นวัตถุดิบ&nbsp;ที่ได้มาตรฐานสากล&nbsp;ให้โรงงานอุตสาหกรรมปลายน้ำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	3/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203120349973
83	จังหวัดชัยนาท จัด ตลาดนัดชุมชน ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 2 ที่ อำเภอหันคา เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของครัวเรือนประชาชน	"<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณวงเวียนหอนาฬิกา&nbsp;อำเภอหันคา</strong>&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของครัวเรือนประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมเปิดงาน&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;วันนี้&nbsp;มีความพิเศษที่มีหน่วยงานราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยส่วนราชการของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมูในราคาที่ถูกมาก&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และราคาประหยัด&nbsp;โดยจะหมุนเวียนไปจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;ในทุกอำเภอ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;</strong>กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203122116983
84	รองผู้ว่าฯ ชัยนาท ออกตรวจสอบติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และกำกับให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหันคา อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท	<p><strong>เช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์ม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;นางสาวชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจตลาดสดเทศบาลตำบลหันคา&nbsp;อำเภอหันคา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดสดขนาดใหญ่ในเขตเทศบาลตำบลหันคา&nbsp;เพื่อตรวจติดตามราคาสินค้าต่างๆ&nbsp;ประเภทเนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;พืชผักและผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;โดย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้ทำความเข้าใจกับพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดเกี่ยวกับการค้าขายสินค้า&nbsp;ขอให้มีการค้าขายในราคาตามความเป็นจริง&nbsp;และจำหน่ายสินค้าด้วยความเป็นธรรมกับผู้บริโภค&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือไม่ให้มีการกักตุนสินค้า&nbsp;หรือฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของหน่วยงานสังกัดกรมการค้าภายใน</strong>ได้มีการตรวจสอบการใช้ตาชั่ง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการดัดแปลงแก้ไขเครื่องชั่ง&nbsp;หรือโกงตาชั่ง&nbsp;เพื่อเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203123619991
85	รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบเนื้อสุกรในสต๊อก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางกฤษญาพร&nbsp;สุนทรพจน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการฯ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณเนื้อสุกรคงเหลือในสต๊อกของผู้รับฝาก&nbsp;บริษัท&nbsp;โชคนาวี&nbsp;ห้องเย็น&nbsp;จำกัด&nbsp;และห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี&nbsp;สาขาสมุทรสงคราม&nbsp;เพื่อตรวจสอบสต๊อกเนื้อสุกร&nbsp;โดยที่บริษัทเบทาโกรเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ประกอบการได้ฝากเนื้อสุกรในห้องเย็น&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนเนื้อสุกรแช่แข็งไว้เก็งกำไร&nbsp;รวมทั้งเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ผลจากการตรวจสอบพบว่ามีเอกสารถูกต้องและปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการทุกประการ&nbsp;รวมทั้งมีการป้องกันโรคระบาดในสุกรอย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลจากการตรวจสอบพบว่ามีเอกสารถูกต้องและปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการทุกประการ&nbsp;รวมทั้งมีการป้องกันโรคระบาดในสุกรอย่างเข้มงวด&nbsp;และหากตรวจพบการกักตุนสินค้าและฉวยโอกาสขึ้นราคาจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างเฉียบขาด&nbsp;โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการจำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;ไม่ฉวยโอกาสกักตุนเพื่อหวังผลทางด้านการตลาดหรือราคา&nbsp;ที่สูงกว่าราคาควบคุม&nbsp;และหากประชาชนพบการกระทำผิดแจ้งได้ทางสายด่วน&nbsp;1569&nbsp;ได้ทันที</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203124905992
86	บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด คาดการณ์ประมาณกลางปี 2565 จะมีปริมาณเที่ยวบินมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น ประมาณ 1,500  2,000 เที่ยวบินต่อวัน 	<p><strong>นายทินกร&nbsp;ชูวงศ์&nbsp;รักษาการ&nbsp;กรรมการผู้อำนวยการใหญ่&nbsp;บวท.&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน&nbsp;โดยขณะนี้การเดินทางส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งในภาพรวมปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างชะลอตัว&nbsp;ตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมามีปริมาณเที่ยวบินเฉลี่ย&nbsp;1,100&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;มีปริมาณเที่ยวบินรวม&nbsp;5,450&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีนในสถานการณ์ปกติ&nbsp;ก่อนโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่มีเที่ยวบินพิเศษ&nbsp;(Extra&nbsp;Flight)&nbsp;เพิ่มขึ้นจากตารางบินปกติ&nbsp;โดยเฉพาะเที่ยวบินต้นทางและปลายทางจากจีน&nbsp;แต่ในปีนี้เป็นการเดินทางภายในประเทศไปยังเมืองท่องเที่ยว&nbsp;โดยภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางที่มีการเดินทางมากที่สุด&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;130&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;รองลงมาเป็นเชียงใหม่&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;100&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;</strong>หากไม่มีปัจจัยอื่นมากระทบ&nbsp;คาดว่ากลางปีนี้จะมีปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;1,500&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศขณะนี้มีปริมาณเฉลี่ย&nbsp;300&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ต่อวัน&nbsp;และคาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;500&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าปริมาณเที่ยวบินโดยรวมอาจเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;2,000&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่ามีการเดินทางในรูปแบบ&nbsp;Private&nbsp;Jet&nbsp;และ&nbsp;Charter&nbsp;Flight&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;บวท.&nbsp;จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านระบบอุปกรณ์ที่พร้อมให้บริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ด้านอัตรากำลังที่ได้วางแผนจัดอัตรากำลังให้เพียงพอพร้อมรับทุกสถานการณ์&nbsp;ด้านมาตรการรองรับการจราจรทางอากาศ&nbsp;เพื่อให้การบริหารจราจรทางอากาศมีความเหมาะสม&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และไม่เกิดความล่าช้า&nbsp;รวมทั้งด้านมาตรการเชิงป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;ที่ได้เน้นย้ำให้บุคลากรปฏิบัติตามแนวทางของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203134238019
87	ปั้นนักธุรกิจมืออาชีพ หนุนใช้เทคโนโลยี-ดิจิทัล พลิกฟื้นธุรกิจ ผลักดันผู้ประกอบการต่อยอดธุรกิจในยุคโควิด-19	"<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;จัดกิจกรรมนักธุรกิจมืออาชีพ(Smart&nbsp;Professional&nbsp;Entrepreneurs&nbsp;:&nbsp;DBD-SPE)&nbsp;เสริมสร้างองค์ความรู้และให้คำปรึกษากับธุรกิจ&nbsp;อาทิ&nbsp;การตลาดการเงิน&nbsp;การบริหารองค์กร&nbsp;การบริหารทรัพยากรมนุษย์&nbsp;และเทคโนโลยีหรือนวัตกรรม&nbsp;ในลักษณะเสริมสร้างองค์ความรู้&nbsp;&nbsp;รายกลุ่ม&nbsp;(Group&nbsp;Coaching)&nbsp;และจัดให้มีที่ปรึกษาลงให้คำปรึกษาเป็นรายธุรกิจ&nbsp;(One-on-One&nbsp;Coaching)&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจโดยใช้แผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ&nbsp;&nbsp;(Business&nbsp;Plan)&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมหลักสูตร&nbsp;DBD-SPE&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;577&nbsp;ราย&nbsp;โดยสามารถสร้างเครือข่ายธุรกิจและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า&nbsp;&nbsp;300&nbsp;ล้านบาทต่อปี</p><p><strong>ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;</strong>จนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.dbd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.dbd.go.th</a>&nbsp;หรือสายด่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;1570</p><p><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203151209085
88	เดินหน้านโยบายดีพร้อม แคร์ ยกระดับงานฝีมือหัตถกรรมท้องถิ่น เร่งสร้างมูลค่าและแก้ไขปัญหาแก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคเหนือ	<p><strong>ดร.ณัฐพล&nbsp;รังสิตพล&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;(กสอ.)&nbsp;</strong>หรือดีพร้อม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถิติในภาพรวม&nbsp;ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชนกว่า&nbsp;190,000&nbsp;รายการ&nbsp;และผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนรวมกว่า&nbsp;50,000&nbsp;ราย&nbsp;ที่ประสบปัญหาในการปรับตัวสู่การแข่งขันและการสร้างความแข็งแกร่งในระดับเศรษฐกิจในระดับฐานราก&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าประเภทงานฝีมือ&nbsp;-&nbsp;หัตถกรรมท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งเป็นรูปแบบสินค้าที่หลายภูมิภาคนำมาพัฒนาเป็นธุรกิจและใช้สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;</p><p><strong>ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ความต้องการของผู้บริโภคและไลฟ์สไตล์</strong>การใช้ชีวิตเริ่มมีความหลากหลายจึงทำให้การแข่งขันในธุรกิจดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ทั้งในเรื่องการออกแบบมาตรฐาน&nbsp;การใช้ประโยชน์&nbsp;รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;ได้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับงานหัตกรรมท้องถิ่นให้มีมูลค่าและสามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่&nbsp;จึงเดินหน้านโยบายปี&nbsp;2565&nbsp;ดีพร้อมแคร์&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;ศูนย์ลำปาง&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับสินค้าประเภทงานฝีมือ&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าประเภทเซรามิก&nbsp;เน้นการสร้างความร่วมมือใน&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;การให้ความร่วมมือด้านบุคลากรมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการให้ความรู้ทักษะด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์แก่นักศึกษาของศูนย์ลำปาง&nbsp;การให้ความร่วมมือด้านการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือเครื่องใช้&nbsp;เทคโนโลยีและสถานที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาวัสดุอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการฝึกภาคปฏิบัติสำหรับนักศึกษา</p><p><strong>สำหรับเป้าหมายของความร่วมมือดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นการสนับสนุนแผนพัฒนาจังหวัดลำปางและภูมิภาค&nbsp;รวมถึงให้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือเกิดการต่อยอดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;และนโยบายสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมมีผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีการพัฒนานวัตกรรมและวัสดุอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อให้เกิดการต่อยอดการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203150956081
89	จังหวัดพัทลุง เปิดประมูล ทะเบียนรถเลขสวย หมวดอักษร กท รวม 301 หมายเลข ในรูปแบบใหม่ ป้องกันโควิด-19 ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต	"<p><strong>นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นประธานในงานแถลงข่าว&nbsp;การประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยจังหวัดพัทลุง&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กท&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศิวา&nbsp;2&nbsp;โรงแรมศิวารอยัล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพศมน&nbsp;เจตน์ครองสุข&nbsp;ขนส่งจังหวัดพัทลุง&nbsp;นางศิวาพร&nbsp;มนูญดาหวี&nbsp;ประธานกรรมการบริหารโรงแรม&nbsp;ศิวา&nbsp;รอยัล&nbsp;พัทลุง&nbsp;ร่วมในการแถลงข่าว&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมภายในงาน</p><p><strong>นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;ที่เป็นที่นิยม&nbsp;หรือเป็นที่ต้องการของประชาชน&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;""กท""&nbsp;ซึ่งมีความหมายว่า&nbsp;""ก้าวหน้าร่ำรวย&nbsp;ทะเบียนสวยเลขมงคล""&nbsp;จำนวน&nbsp;301&nbsp;หมายเลข&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจ&nbsp;เข้าร่วมเสนอราคาประมูลอย่างโปร่งใส&nbsp;&nbsp;และเป็นธรรม&nbsp;ซึ่งนอกจากผู้เข้าร่วมประมูล&nbsp;จะได้หมายเลขทะเบียนรถที่ถูกใจ&nbsp;และแผ่นป้ายทะเบียนรถที่สวยงามแล้ว&nbsp;ยังได้ร่วมสร้างบุญ&nbsp;สร้างกุศล&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;เพราะรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ&nbsp;จะนำไปสมทบเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;หรือ&nbsp;กปถ&nbsp;และ&nbsp;นำมาสนับสนุน&nbsp;การรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน&nbsp;ผ่านทางโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ตลอดจนนำมาช่วยเหลือเยียวยา&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;ในปีนี้</strong>เป็นการประมูลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยเป็นการประมูลทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น&nbsp;ทาง&nbsp;vww.tabienrod.com&nbsp;ซึ่งสามารถประมูลได้แล้วตั้งแต่วันนี้&nbsp;จนถึงวันเสาร์ที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พร้อมฝากถึงประชาชนที่สนใจเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการประมูลทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;ให้ลงทะเบียน&nbsp;และ&nbsp;ร่วมกันประมูล&nbsp;</p><p><strong>ด้านนาง&nbsp;นางพศมน&nbsp;เจตน์ครองสุข&nbsp;ขนส่งจังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;ได้กล่าวเชิญชวนเจ้าของรถ&nbsp;หรือผู้ที่สนใจ&nbsp;เข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถ&nbsp;ประเกทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กท&nbsp;""ก้าวหน้าร่ำรวย&nbsp;ทะเบียนสวยเลขมงคล""&nbsp;โดยผู้ประสงค์เข้าร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;สามารถเริ่มประมูลได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทาง&nbsp;ww.tabienrod.com&nbsp;หรือ&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;080-8617496&nbsp;/&nbsp;074-840149&nbsp;/&nbsp;074-840150&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1584&nbsp;หรือ&nbsp;สแกนคิวอาโค๊ด&nbsp;เพื่อเข้าแอพลิเคชั่นไลน์&nbsp;ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>นางพศมน&nbsp;ระบุว่า&nbsp;การประมูลในครั้งนี้&nbsp;ยังมีบริการประมูลแบบอัตโนมัติ</strong>&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมประมูล&nbsp;สามารถ&nbsp;ระบุ&nbsp;อัตราการประมูลสูงสุดของตัวเองได้&nbsp;ซึ่งหากมีการแข่งขันกัน&nbsp;ระบบจะทำการประมูลให้โดยอัตโนมัติ&nbsp;จนกว่าจะถึงราคาสูงสุดที่ผู้ประมูลกำหนดไว้&nbsp;พร้อมระบุว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีผู้ที่สนใจลงทะเบียนในการประมูลแล้วกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;เปิดประมูลหมายเลขไปแล้วกว่า&nbsp;200&nbsp;หมายเลข&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นอกจากทะเบียน&nbsp;หมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;""กท""&nbsp;จำนวน&nbsp;301&nbsp;หมายเลขแล้ว&nbsp;ยังมีหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;ที่ประมูลไปก่อนหน้านี้&nbsp;และ&nbsp;ผู้ประมูลได้ไปไม่ได้จ่ายเงิน&nbsp;คงเหลืออยู่ให้ประมูลเช่นเดียวกัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;""กจ""&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;""กฉ""&nbsp;และ&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;""กต""อีกจำนวน&nbsp;30&nbsp;หมายเลข&nbsp;ทำให้ยอดรวมการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยในครั้งนี้&nbsp;มีทั้งสิ้น&nbsp;331&nbsp;หมายเลข</p><p><strong>สำหรับป้ายที่นำออกประมูลครั้งนี้&nbsp;มีลักษณะพิเศษ</strong>&nbsp;เป็นแผ่นป้ายกราฟฟิก&nbsp;สีสันสวยงาม&nbsp;โดยนำสัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นภาพพื้นหลังแผ่นป้าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หนังตะลุง&nbsp;มโนราห์&nbsp;ภูเขาอกทะลุ&nbsp;และดอกบัวทะเลน้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	3/2/2022	ภาคใต้	พัทลุง	สวท.พัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203141103032
90	สทนช.เปิดเวทีรับฟังความเห็นภาคส่วนเกี่ยวข้องจากระยอง  ชลบุรี ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุงสรุปผลศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล รองรับความเสี่ยงขาดแคลนน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ก่อนเสนอ กนช. รับทราบความก้าวหน้าต้น มี.ค.นี้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ดร.สุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)</strong>&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศ&nbsp;โครงการศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;โดยมี&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;พิรุณ&nbsp;เหมะรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นางพัชรวีร์&nbsp;สุวรรณิก&nbsp;ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำ&nbsp;สทนช.&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โดยเป็นการประชุมพร้อมกัน&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมแคนทารี&nbsp;เบย์โฮเทล&nbsp;แอนด์เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์และถ่ายทอดการประชุม&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังจังหวัดชลบุรี&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;อวานี&nbsp;พัทยา&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียจากการพัฒนาโครงการ&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;องค์กรพัฒนาเอกชน&nbsp;ผู้ใช้น้ำ&nbsp;นักวิชาการอิสระ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;และสื่อมวลชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดร.สุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;ได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;เห็นชอบในหลักการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(ปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2580)&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมรองรับความต้องการใช้น้ำที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนในปัจจุบัน&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องจัดหาน้ำต้นทุนเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นคงของทรัพยากรน้ำในพื้นที่&nbsp;และจัดสรรน้ำให้แก่ภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างสมดุลเป็นธรรม&nbsp;&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;และลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างภาคส่วนต่างๆ&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการโครงการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือก&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีที่ให้น้ำในปริมาณสูงเพียงพอที่จะเสริมความมั่นคงของทรัพยากรน้ำในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;ได้อย่างยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล&nbsp;(Desalination)&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;ได้แก่&nbsp;พื้นที่เศรษฐกิจตามแนวชายฝั่งซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องการความมั่นคงด้านน้ำสูง&nbsp;ปัจจุบันมีทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง&nbsp;อุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และเมืองท่องเที่ยว&nbsp;เช่น&nbsp;เมืองพัทยา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการผลิตน้ำในปริมาณสูง</strong>&nbsp;จำเป็นต้องศึกษาถึงความเป็นไปได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;วิศวกรรม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงศึกษารูปแบบของการลงทุนที่มีความเหมาะสม&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการความเสี่ยงของทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยอง&nbsp;สทนช.&nbsp;ได้มอบหมายให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ดำเนินโครงการศึกษาการผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเพื่อแก้ไขปัญหาความเสี่ยงของการขาดแคลนน้ำในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยวัตถุประสงค์หลักของโครงการศึกษา&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;แก้ไขปัญหาลดความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำของพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;เสนอแนวทางการใช้น้ำจืดที่ผลิตจากน้ำทะเลร่วมกับการบริหารจัดการน้ำต้นทุนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยองอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;3)&nbsp;ศึกษาปริมาณและคุณภาพน้ำที่ต้องการสำหรับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและเมืองพัทยา&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;เสนอรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสม&nbsp;แนวทางการคำนวณเพื่อกำหนดราคาค่าน้ำ&nbsp;และปัจจัยที่ควรพิจารณาในการจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อการลงทุนและการก่อสร้างโครงการต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การประชุมปัจฉิมนิเทศในวันนี้&nbsp;ทางคณะผู้ศึกษาได้นำเสนอผลการศึกษา</strong>ของโครงการในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ&nbsp;และรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ&nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงผลการศึกษาของโครงการให้มี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กนช.รับทราบในต้นเดือนมีนาคมนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203145311061
91	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 2/2565 ที่อำเภอหันคา"	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วงเวียนหอนาฬิกาเทศบาลตำบลหันคา&nbsp;อำเภอหันคา&nbsp;</strong>จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวชไมพร&nbsp;อำไพจิตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอหันคา&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลหันคา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203143109046
92	"นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาเที่ยวชมเช็คอิน ""สวรรค์บนดิน สนามบินเบตง"" อย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากกรมท่าอากาศยานทดลองการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ท่าอากาศยานเบตงเที่ยวแรก ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเตรียมลงพื้นที่ประชุมติดตามความพร้อมในการเปิดใช้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการ สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์แบบประจำ ในวันเสาร์ที่ 5 ก.พ.65 นี้"	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางมาเที่ยวชมเช็คอิน&nbsp;""สวรรค์บนดิน&nbsp;สนามบินเบตง""&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ภายหลังจากกรมท่าอากาศยานทดลองการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ท่าอากาศยานเบตงเที่ยวแรก&nbsp;ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี&nbsp;ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเตรียมลงพื้นที่ประชุมติดตามความพร้อมในการเปิดใช้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการ&nbsp;สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์แบบประจำ&nbsp;ในวันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;3&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;นักท่องเที่ยวในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>ยังคงเดินทางมาเที่ยวชมท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ซึ่งเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่&nbsp;ลำดับที่&nbsp;29&nbsp;ของกรมท่าอากาศยาน&nbsp;ที่มีสโลแกนว่า&nbsp;""สวรรค์บนดิน&nbsp;สนามบินเบตง""&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวถ่ายรูปสถาปัตยกรรมของอาคารท่าอากาศยานนานาชาติเบตง&nbsp;ที่ตกแต่งด้วยไม้ไผ่&nbsp;สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งคำว่า&nbsp;""เบตง""&nbsp;หรือ&nbsp;""บือตง""&nbsp;เป็นภาษามลายูถิ่น&nbsp;แปลว่า&nbsp;""ไม้ไผ่""&nbsp;พร้อมเช็คอินแลนด์มาร์คแห่งนี้ตามโซเชียลมีเดีย&nbsp;หลังจาก&nbsp;สนามบินเบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;กรมท่าอากาศยาน&nbsp;จึงได้ทดลองให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เที่ยวแรกโดยสายการบินนกแอร์&nbsp;แบบ&nbsp;Q-400&nbsp;เที่ยวบินพิเศษ&nbsp;เช่าเหมาลำ&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง&nbsp;&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;บรรทุกผู้โดยสารที่เป็นผู้ประกอบการชาวเบตงในกรุงเทพ&nbsp;ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;คน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายของพลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางดวงพร&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;ปฏิบัติงานในฐานะผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงตั้งขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;จะให้บริการสาธารณะแก่อากาศยานภายในประเทศ&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;08.00&nbsp;-&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;มีความยาวทางวิ่ง&nbsp;1800&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถรองรับเครื่องบินที่ขนาดสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;ATR-72&nbsp;และเครื่องบิน&nbsp;Q-400&nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารประมาณ&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;&nbsp;แม้ท่าอากาศยานเบตงจะยังไม่ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&nbsp;แต่สามารถให้บริการเที่ยวบินของราชการและเที่ยวบินส่วนบุคคลที่สนใจทำการบินได้แล้ว&nbsp;โดยในวันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นี้&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;จะลงมาประชุมติดตามความพร้อมในการเปิดใช้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการ&nbsp;สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์แบบประจำ&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบความพร้อมของสนามบิน&nbsp;อาคารผู้โดยสาร&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวกภานในท่าอากาศยาน&nbsp;ซึ่งการเปิดเที่ยวบินของท่าอากาศยานเบตงจะช่วยแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทาง&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงมีความพร้อมในด้านกายภาพ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;สิ่งอำนวยความสะดวก&nbsp;และบุคลากรที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บริการภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;(กพท.)&nbsp;ซึ่งท่าอากาศยานเบตงได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;เตรียมสรุปข้อตกลงสำหรับการเปิดทำการบินแบบประจำ&nbsp;(Schedule&nbsp;Flight)&nbsp;ตามที่ได้ยื่นขออนุญาตทำการบินไว้&nbsp;2&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;1.หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่&nbsp;และ&nbsp;2.ดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภาพ/ข่าว&nbsp;อดินันท์&nbsp;มะลี&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;084-8559605</p>"	3/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203152641093
93	จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับมือกลุ่ม 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน และ มทร.สุวรรณภูมิ จัดมหกรรมการแสดงนวัตกรรมภาคเกษตร UP EXPO 2021 : ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน	"<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;เดอะ&nbsp;ฮอลล์&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซนเตอร์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค</strong>&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา/หัวหน้ากลุ่มภาคกลางตอนบน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดมหกรรมการแสดงนวัตกรรมภาคเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;UP&nbsp;EXPO&nbsp;2021&nbsp;:&nbsp;ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ดร.สมพล&nbsp;รัชตะพิมลชัย&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาดศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค&nbsp;ผู้แทนจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;แขกผู้มีเกียรติ&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิด&nbsp;โดยมี&nbsp;รศ.ดร.ประมุข&nbsp;อุณหเลขกะ&nbsp;อธิการบดี&nbsp;มทร.สุวรรณภูมิ(หันตรา)&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;สำหรับการจัดงานมหกรรมการแสดงนวัตรกรรมภาคเกษตรของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;UP&nbsp;EXPO&nbsp;2021&nbsp;:&nbsp;ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;-&nbsp;19.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;เดอะฮอลล์&nbsp;คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าคัดสรรเกษตรปลอดภัย&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าจากผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;และ&nbsp;Start&nbsp;up&nbsp;รุ่นใหม่&nbsp;ของดี&nbsp;6&nbsp;จังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;รวมถึงกิจกรรมอบรมอาชีพฟรีให้กับผู้เที่ยวชมงาน&nbsp;และอบรมการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;โดยสามารถลงทะเบียนเข้ารับการอบรมล่วงหน้าได้ทาง&nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&nbsp;UP&nbsp;EXPO&nbsp;2021&nbsp;:&nbsp;ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10</strong>&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด""&nbsp;และนิทรรศการผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร&nbsp;(Future&nbsp;Innovation)&nbsp;จากสถาบันการศึกษาต่างๆ&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;SME&nbsp;-Start&nbsp;up&nbsp;และปราชญ์ชุมชน&nbsp;จุดถ่ายแบบสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและมีชื่อเสียงของทั้ง&nbsp;6&nbsp;จังหวัดภาคกลางตอนบน&nbsp;ผ่านระบบเทคโนโลยีเสมอจริง&nbsp;(AR)&nbsp;ที่ทันสมัย&nbsp;มีเวทีเสวนา&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางสร้างสรรค์&nbsp;อาทิ&nbsp;หัวข้อ&nbsp;""BCG&nbsp;Mode!&nbsp;โอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน&nbsp;""เกษตรอินทรีย์&nbsp;LOW&nbsp;CARBON""&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยการจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคที่สาธารณสุขกำหนด&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;ซึ่งคาดว่ามหกรรม&nbsp;UP&nbsp;EXPO2021&nbsp;:&nbsp;ศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน&nbsp;จะเป็นเวทีนำร่องในการเพิ่มพูนความรู้&nbsp;พัฒนาทักษะด้านดิจิตอลส่งเสริมพัฒนาเกษตรกร&nbsp;และกลุ่มธุรกิจเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;รวมถึงการสร้างคลัสเตอร์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับกลุ่มจังหวัดตามแนวทางเศรษฐกิจ&nbsp;4.0&nbsp;และไทยแลนด์&nbsp;4.0&nbsp;""สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการแข่งขันอย่างยั่งยืน""&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203170445164
94	สภาเกษตรกร จ.ตราด ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการบันทึกความร่วมมือด้านการจัดการตลาดสินค้าเกษตรไทย-จีน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>(3?&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)?&nbsp;นายประพัฒน์&nbsp;ปัญญาชาติรักษ์&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;</strong>ประกาศเจตนารมณ์และเป็นพยานในการบันทึกความร่วมมือ(MOU)&nbsp;ด้านการจัดการตลาดสินค้าเกษตรไทย-จีน&nbsp;ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;โดย&nbsp;นายรัตนะ&nbsp;สวามีชัย&nbsp;เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;Xishuangbanna&nbsp;Yijiade&nbsp;Comercial&nbsp;Trading&nbsp;Co.,Ltd&nbsp;โดย&nbsp;Mr.Zhou&nbsp;Hong&nbsp;biang&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ไอริช&nbsp;เนเจอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;โดย&nbsp;ดร.ภูวัสสโรดม&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ส้มทอง&nbsp;จำกัด&nbsp;โดย&nbsp;นายทินกฤต&nbsp;ชีวินวรกุล&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;จัดขึ้นที่โรงเรียนภาษาจีนซิงหัว&nbsp;ตำบลแม่สลองนอก&nbsp;อำเภอแม่ฟ้าหลวง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ต่อจากนั้นเป็นการลงนาม&nbsp;ทำการค้าขายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร</strong>&nbsp;ระหว่าง?&nbsp;บริษัท?&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีตราด(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;?จำกัด?&nbsp;โดย?&nbsp;นายสว่าง?&nbsp;ชื่นอารมย์?&nbsp;ในนามประธานสภาเกษตรกร?จังหวัดตราด?&nbsp;และ?ประธานกรรมการ?&nbsp;บริษัท?&nbsp;ประชารัฐ?รักสามัคคี?ตราด(วิสาหกิจเพื่อสังคม)?&nbsp;จำกัด?&nbsp;และบริษัท?&nbsp;Xishuangbanna&nbsp;Yijiade&nbsp;Comercial&nbsp;Trading&nbsp;Co.,Ltd&nbsp;โดย&nbsp;Mr.Zhou&nbsp;Hong&nbsp;biang&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;ฯ&nbsp;ทั้งนี้?เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและประสานงานกับภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;และองค์กรระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อพัฒนาเกษตรกรรม?&nbsp;เพื่อสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าเพิ่มขึ้นและเพิ่มช่องทางการส่งออกและเพิ่มมูลค่าการค้าของไทย?&nbsp;เพื่อการขยายตัวของการค้าและการลงทุน&nbsp;ตลอดจนการเสริมสร้างความเชื่อมโยงตามความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว&nbsp;เรื่อง&nbsp;การขนส่งสินค้าผ่านแดนจากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีนบนเส้นทางรถไฟสายจีน&nbsp;&nbsp;ลาว&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019?&nbsp;(โควิด?&nbsp;-19?)&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรระหว่างผู้ผลิต&nbsp;ผู้ขาย&nbsp;และผู้ซื้อ&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นธรรม</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203164702163
95	จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลตำบลสิเกา และตลาดสดนาเมืองเพชร อำเภอสิเกา เพื่อติดตามสถานการณ์ ปริมาณ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอสิเกา&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลตำบลสิเกา&nbsp;และตลาดสดนาเมืองเพชร&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;และกำกับดูแลร้านค้าให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;ป้องกันการกักตุนและปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;หมูสามชั้นกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดทั้งตัวไม่รวมเครื่องในกิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพกกิโลกรัมละ&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ฟองละ&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;แตงกวากิโลกรัมละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ผักกาดขาวกิโลกรัม&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์ปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพปรับตัวสูงขึ้น</strong>&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังจึงได้มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไก่สด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในตลาดสด/ตลาดนัด&nbsp;และร้านจำหน่ายเนื้อหมูในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกำกับดูแลร้านค้าให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าจังหวัดตรังรวมทีมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	3/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203173726176
96	นายกรัฐมนตรี สั่งการบอร์ดบีโอไอ ปรับโครงสร้างทำงานให้ทันสมัยมากขึ้น เตรียมสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;หรือบอร์ดบีโอไอ&nbsp;ว่า&nbsp;ได้มีการติดตามความก้าวหน้าในการทำงานและแผนงานในระยะต่อไป&nbsp;ซึ่งตนเองได้สั่งการให้มีการปรับโครงสร้างของบีโอไอให้ทันสมัยมากขึ้น&nbsp;เพื่อรองรับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน&nbsp;โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและด้านภาษี&nbsp;จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเรื่องสิทธิประโยชน์เรื่องใหม่ๆ&nbsp;เพื่อทำให้เกิดการลงทุนใหม่มากยิ่งขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับรายงานก่อนสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">จนถึงช่วงปี&nbsp;2562-2564&nbsp;นั้น&nbsp;พบว่า&nbsp;สถิติการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;และเมื่อประเมินจากการลงทุนจริงพบว่า&nbsp;มีการลงทุนมากขึ้น&nbsp;อาจเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ทำให้นักลงทุนไม่สามารถเดินทางได้สะดวกมากนัก&nbsp;จึงทำให้นักลงทุนมีโอกาสอยู่ในประเทศไทยและเล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทย&nbsp;อีกทั้งยังเชื่อมั่นในมาตรการของรัฐบาลในการดูแลสุขภาพให้กับแรงงานต่างๆ&nbsp;และไม่จำเป็นต้องปิดกิจการและถือเป็นโอกาสของประเทศไทย</span></p><p><br></p><p><br></p>"	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203190638237
97	คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เห็นชอบปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร พร้อมผลักดันไทยก้าวสู่ Bio Hub ในภูมิภาค	<p><strong>นางสาวดวงใจ&nbsp;อัศวจินตจิตร์&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน</strong>&nbsp;(บีโอไอ)&nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้เห็นชอบปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตรและเปิดประเภทกิจการใหม่&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่&nbsp;Bio&nbsp;Hub&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และสร้างความสามารถในการแข่งขันรองรับการขยายตัวในอุตสาหกรรมเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจการศูนย์การค้าการผลิตผลทางการเกษตรระบบดิจิทัล&nbsp;เพื่อยกระดับภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&nbsp;โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และกิจการนิคมหรือเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร&nbsp;เพื่อรองรับสถานประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตร&nbsp;เกษตรแปรรูป&nbsp;อาหาร&nbsp;รวมทั้งบริการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร&nbsp;โดยจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;ห้องปฏิบัติการ&nbsp;สถาบันฝึกอบรมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตรและอาหาร&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และสถาบันศึกษา&nbsp;โดยมีเงื่อนไขต้องมีพื้นที่นิคมไม่ต่ำกว่า&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;และห้ามตั้งในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร&nbsp;และสมุทรปราการ&nbsp;โดยทั้งสองประเภทกิจการใหม่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;5&nbsp;ปี</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมบีโอไอ</strong>&nbsp;ได้ปรับปรุงประเภทกิจการ&nbsp;เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร&nbsp;เช่น&nbsp;สบู่&nbsp;ยาสระผม&nbsp;ยาสีฟันและเครื่องสำอาง&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยหากเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูงจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด&nbsp;8&nbsp;ปี</p><p><strong>ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค&nbsp;</strong>คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างมากในอีก&nbsp;10&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;โดยปัจจุบันไทยสามารถนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เพียง&nbsp;1,800&nbsp;ชนิด&nbsp;จากที่มีอยู่กว่า&nbsp;1&nbsp;หมื่นชนิด&nbsp;ที่ประชุมบีโอไอ&nbsp;จึงคาดว่าการปรับปรุงประเภทกิจการครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศและยกระดับสมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203190541236
98	ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน ปี 2564 มูลค่ากว่า 6.4 แสนล้านบาท กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และอุตสาหกรรม BCG ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง	<p><strong>นางสาวดวงใจ&nbsp;อัศวจินตจิตร์&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน</strong>&nbsp;หรือบีโอไอ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;642,680&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;59&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;จำนวนโครงการรวม&nbsp;1,674&nbsp;โครงการ&nbsp;โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;และอุตสาหกรรมการแพทย์&nbsp;มีอัตราการขยายตัวสูง&nbsp;จากนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต&nbsp;ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ&nbsp;(FDI)&nbsp;มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;รวม&nbsp;783&nbsp;โครงการ&nbsp;มูลค่าเงินลงทุนรวม&nbsp;455,331&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;163&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยประเทศที่ยื่นขอรับการส่งเสริมที่มีมูลค่าเงินลงทุนมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;จีน&nbsp;และสิงคโปร์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย</strong>&nbsp;มีมูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น&nbsp;340,490&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดย&nbsp;5&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;อุตสาหกรรมการแพทย์&nbsp;อุตสาหกรรมปิโตรเคมี&nbsp;และเคมีภัณฑ์&nbsp;อุตสาหกรรมการเกษตรและแปรรูปอาหาร&nbsp;และอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน</p><p><strong>ส่วนพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;EEC&nbsp;มีการขอรับการส่งเสริมจำนวน&nbsp;453&nbsp;โครงการ</strong>&nbsp;มูลค่าเงินลงทุนรวม&nbsp;220,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจังหวัดระยองมีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด&nbsp;ด้านคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น&nbsp;16,732&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวน&nbsp;180&nbsp;โครงการ&nbsp;ภาพรวมตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;99,709&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;999&nbsp;โครงการ</p><p><strong>เลขาธิการ&nbsp;บีโอไอ&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;สำหรับกิจการในกลุ่ม&nbsp;BCG&nbsp;ซึ่งครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;BCG&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น&nbsp;152,434&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;123&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&nbsp;และตั้งแต่ปี&nbsp;2558&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม&nbsp;BCG&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;675,781&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวม&nbsp;2,996&nbsp;โครงการ&nbsp;ทั้งนี้เป็นผลจากมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอที่มุ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต&nbsp;สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p><br></p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203190411235
99	บอร์ดบีโอไอเห็นชอบ ปรับมาตรการส่งเสริมลงทุนภาคเกษตร ผลักดันไทยก้าวสู่ Bio Hub ในภูมิภาค	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;(บอร์ดบีโอไอ)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ขอให้บีโอไอทบทวนปรับปรุงมาตรการ&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขการส่งเสริมการลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;เพื่อให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาก็ขอชื่นชมที่บีโอไอได้ดูแลนักลงทุนต่างประเทศที่อยู่ในประเทศเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งเรื่องการส่งเสริมการลงทุนและการดูแลสุขภาพภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;จนทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจและเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้มีการลงทุนต่อเนื่องและบางรายมีการขยายการลงทุนด้วย&nbsp;รวมไปถึงหลายประเทศก็มีความสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทยเช่นกัน&nbsp;โดยให้มีการศึกษาแนวทางจากต่างประเทศมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของไทยและให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;ตลอดจนขอให้มีแนวทางส่งเสริมการลงทุนที่ไม่ใช่เพียงสิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามหลักการของ&nbsp;OECD</p><p><strong>สำหรับมติที่ประชุมบอร์ดบีโอไอที่สำคัญคือ</strong>&nbsp;เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตรและเปิดประเภทกิจการใหม่&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจการศูนย์การค้าผลิตผลทางการเกษตรระบบดิจิทัลและกิจการนิคมหรือเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร&nbsp;และทบทวนสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู&nbsp;Bio&nbsp;Hub&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;รองรับการขยายตัวในอุตสาหกรรมเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีการแข่งขันสูงมากในตลาดโลก&nbsp;โดยทั้งสองประเภทกิจการใหม่จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล&nbsp;5&nbsp;ปี</p><p><strong>บีโอไอได้ปรับปรุงประเภทกิจการ&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และสิทธิประโยชน์</strong>&nbsp;ให้ครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร&nbsp;ครอบคลุมถึงยาสมุนไพร&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร&nbsp;เวชสำอาง&nbsp;หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้สมุนไพรเป็นวัตถุดิบ&nbsp;โดยหากเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง&nbsp;จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับทราบรายงานสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีมูลค่ารวม&nbsp;642,680&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	3/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203185321224
100	ศรีสะเกษ !! ธ.ก.ส.ศรีสะเกษ ร่วมกับห้างโลตัส เปิดตลาดนัดของดี วิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส. หวังสร้างรายได้ให้กับชุมชน	"<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับห้างโลตัส&nbsp;เปิดตลาดนัดของดี</strong>&nbsp;วิถีชุมชนลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.โดยนำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;SMEs&nbsp;เกษตร,&nbsp;Smarts&nbsp;NewGen&nbsp;ให้มีสถานที่&nbsp;และช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน</p><p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้างโลตัสสาขาศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายนรากร&nbsp;ไชยสิทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และทีมงาน&nbsp;ร่วมกับผู้จัดการห้างโลตัส&nbsp;เปิดตลาดนัดของดี&nbsp;วิถีชุมชนลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.โดยนำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;SMEs&nbsp;เกษตร,&nbsp;Smarts&nbsp;NewGen&nbsp;เป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนตลอดห่วงโซ่&nbsp;มูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;ร่วมกับเครือข่าย&nbsp;เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;โดยการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณภาพ&nbsp;และผลผลิตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ก็ยังพบว่าลูกค้า&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่&nbsp;ยังประสบปัญหาด้านการตลาด&nbsp;ราคาผลผลิตผันผวน&nbsp;ช่องทางการจำหน่ายไม่เพียงพอ&nbsp;ธ.ก.ส.จึงร่วมมือกับเครือข่าย&nbsp;ดำเนินการอย่างเป็นระบบในการส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;และขนาดหย่อม&nbsp;และเกษตรกรไทย&nbsp;ให้มีตลาด&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;เติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;ได้มีสถานที่และช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และ&nbsp;นายสุทัย&nbsp;ฉะกะนันท์&nbsp;รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ร่วมเป็นประธานในการเปิดตลาด&nbsp;โดยจะเปิดการจำหน่ายสินค่าที่มีคุณภาพ&nbsp;มากกว่า&nbsp;20&nbsp;บูธ&nbsp;มาเปิดจำหน่ายทุกวัน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ภายหลังจากที่พวกเราชาวเกษตรกรหัวขบวนได้ทำการบรรจงปลูก&nbsp;ผลิต&nbsp;อย่างดีมีคุณภาพ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ปลูก&nbsp;ปรับ&nbsp;แปร&nbsp;และเปลี่ยน&nbsp;เพื่อให้สินค้าที่จะออกจากชุมชนมีคุณภาพที่ดีที่สุด&nbsp;สู่มือ&nbsp;สู่ครัวผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;โดยผู้บริโภคได้รับสินค้าที่ดี&nbsp;ในราคาของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;เกษตรกรได้ขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ถึงมือผู้บริโภค&nbsp;ต้องขอบคุณนโยบายของผู้บริหารธนาคารฯ&nbsp;ธ.ก.ส.ที่จะดูแลระบบเศรษฐกิจฐานรากของเกษตรกร&nbsp;พี่น้อง&nbsp;SME&nbsp;รวมทั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อให้มีรายได้&nbsp;นั้นหมายถึงแม่น้ำทุกเส้น&nbsp;ทุกสายจะไหลเข้าสู่ชุมชนได้อย่างสะดวกเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งการส่งเสริมการตลาดแก่ชุมชน&nbsp;ก็จะเริ่มตั้งแต่&nbsp;ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ได้อย่างครบวงจร&nbsp;ซึ่งหากทุกคนมีรายได้&nbsp;ก็จะทำให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อไปได้&nbsp;ซึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือ&nbsp;วันนี้เกษตรกรต้องขายสินค้าออนไลน์ได้&nbsp;เพื่อการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;สามารถโต้ตอบกันได้&nbsp;เพื่อการพัฒนาคุณภาพสินค้า&nbsp;ให้เป็นไปตามที่ผู้บริโภค</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	3/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203194108257
101	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร บูรณาการจัดงานมหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์ วิถียโสธร 2565 สะออน 50 ปี ศรียโสธร  ขับเคลื่อนด้านเกษตรอินทรีย์	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชัยเวชพิสิฐ&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ผลิต/ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ประชาชนและสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยโสธร&nbsp;ได้บูรณาการหน่วยงาน&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;มหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;เสริมสร้างโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขาย&nbsp;และขยายโอกาสการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;พร้อมชมนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ด้วย&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;มีการแสดงและจำหน่ายสินค้าอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรแปรรูป&nbsp;และสินค้าจากธรรมชาติ&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าว&nbsp;ผักสด&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหาร&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;สมุนไพร&nbsp;ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ&nbsp;จักสานไม้ไผ่&nbsp;ส่งตรงจากฟาร์มและชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คูหา&nbsp;มีนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;การทำอาหารจากวัตถุดิบอินทรีย์&nbsp;เสวนาการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;&nbsp;&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;สาธิตแปรรูปสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;การแสดงดนตรี&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายนาทีทองชิงโชคเครื่องใช้ไฟฟ้า</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ</strong>ในงานมหกรรมสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;วิถียโสธร&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธรพร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการเกษตรอินทรีย์วิถียโสธร&nbsp;เฉลิมฉลองจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;3-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโลตัส&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	3/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203222941287
102	จังหวัดยโสธร จัดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาด เจรจาธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์ พร้อมลงนาม MOU เจรจาธุรกิจ Business Matching ระหว่างภาคเอกชนกับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดยโสธร รวมมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เจรจาธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัยจังหวัดยโสธร&nbsp;ตามโครงการพัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;กิจกรรมเพิ่มมูลค่าและช่องทางตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;โดยมีพาณิชย์จังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดยโสธร&nbsp;ประธาน&nbsp;YEC&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมทับทิม&nbsp;1&nbsp;โรงแรมเจ.พี.เอ็มเมอร์รัลด์&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อร่วมกันเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;อันจะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;และเพิ่มศักยภาพด้านการตลาด&nbsp;ให้กลุ่มเกษตรกรอย่างแท้จริง&nbsp;เป็นไปตามนโยบายการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp;ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจของประเทศจากภายใน&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;Local&nbsp;Economy&nbsp;ซึ่งเศรษฐกิจฐานรากถือเป็นหัวใจหลักสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจของชาติ</p><p><strong>สำหรับการเจรจาธุรกิจครั้ง&nbsp;มีผู้ร่วมเจรจาประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;กลุ่ม</strong>&nbsp;และกลุ่มผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;บริษัท&nbsp;ทั้งนี้ได้มีพิธีลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;Business&nbsp;Matching&nbsp;ระหว่างกลุ่มเกษตรกรจังหวัดยโสธร&nbsp;และผู้รับซื้อ&nbsp;ผลการเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คู่&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;45,650,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ปริมาณ&nbsp;1,278&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;44,750,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;มะม่วง&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ปริมาณ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;ผัก&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่ว&nbsp;งา&nbsp;มูลค่า&nbsp;500,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ยังได้กล่าวเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&nbsp;ทั้งประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;รวมทั้งผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	3/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220203230106293
103	พาณิชย์ 17 จังหวัดภาคเหนือ ผนึกกำลังจัดงานแสดงสินค้า พร้อมเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย เมียนมา ลาว	<p><strong>วานนี้&nbsp;(3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่นชั้น&nbsp;1</strong>&nbsp;เซ็นทรัลพลาซ่าพิษณุโลก&nbsp;นางลลิดา&nbsp;จิวะนันทประวัต&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนภาคเหนือ&nbsp;&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก&nbsp;เป็นเจ้าภาพนำสำนักงานพาณิชย์&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ร่วมจัดงานเพื่อ&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการในภาคเหนือและพัฒนาศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการสู่ตลาดการค้าชายแดน</p><p><strong>ภายในงานมีการ&nbsp;จำหน่ายสินค้า&nbsp;อาทิ&nbsp;อัญมณีและเครื่องประดับ&nbsp;</strong>เครื่องเงิน/ทอง&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง&nbsp;เสื้อผ้าฝ้าย&nbsp;ผ้าหม้อห้อม&nbsp;ขนม/ของฝาก&nbsp;และของใช้&nbsp;ของตกแต่งบ้าน&nbsp;ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภาคเหนือ&nbsp;ซึ่งมีระยะเวลา&nbsp;ในการจัดงาน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2-6&nbsp;กุมภาพันธ์2565&nbsp;&nbsp;ของ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คูหา&nbsp;ส่วนการเจรจาธุรกิจ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;ผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าจาก&nbsp;สปป.&nbsp;ลาว&nbsp;และเมียนมา&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจการค้า&nbsp;พร้อมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมความบันเทิงตลอดการจัดงาน</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ในการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าในภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงในตลาดภูมิภาค&nbsp;สร้างความสัมพันธ์ทางการค้าและความร่วมมือทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และคาดหวังว่าจะช่วยสร้างการจับจ่ายใช้สอยของภาคเหนือ&nbsp;ให้คึกคักมากยิ่งขึ้น&nbsp;หลังจากที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มา&nbsp;อย่างยาวนาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคเหนือ	พิษณุโลก	สวท.พิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204083738315
104	จังหวัดสระแก้ว ขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนรองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน	<p><strong>ที่ห้องประชุมบูราพา&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสระแก้ว&nbsp;</strong>จัดประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;มีนายณัฏฐชัย&nbsp;นำพูลสุขสันติ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ประธานการในการประชุม&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ภายใต้การทำงานของคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;กพร.ปจ.&nbsp;มีผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน&nbsp;โดยความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนร่วมดำเนินการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.อุตสาหกรรมการเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;</p><p>2.อุตสาหกรรมภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ&nbsp;</p><p>3.อุตสาหกรรมภาคธุรกิจวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;</p><p>4.อุตสาหกรรมไฟฟ้า&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;และดิจิทัล&nbsp;</p><p>5.อุตสาหกรรมการศึกษา&nbsp;</p><p>6.อุตสาหกรรมเทคโนโลยีก่อสร้าง&nbsp;</p><p>7.อุตสาหกรรมเทคโนโลยียานยนต์&nbsp;</p><p><strong>ในการกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;</strong>มีเป้าหมายทั้งด้านการอบรม&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;13,145&nbsp;คน&nbsp;แผนด้านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,300&nbsp;คน&nbsp;และแผนด้านการประเมินความรู้ความสามารถ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,265&nbsp;คน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเพิ่มหน่วยงานเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน</strong>ขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;พิจารณาต่อไป&nbsp;//ดุลยศักดิ์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;ส.ปชส.สระแก้ว&nbsp;รายงาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สวท.สระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204085358320
105	ขนส่งสมุทรปราการ แจ้งขยายระยะเวลาให้เจ้าของรถที่แผ่นป้ายทะเบียนรถตัวอักษร ซีดจาง สามารถนำแผ่นป้ายทะเบียนรถมาเคลือบสีใหม่ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;อนันตกูล&nbsp;ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เจ้าของรถที่พบว่าแผ่นป้ายทะเบียนมีสีบนตัวอักษร&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;หรือตัวอักษรบอกชื่อจังหวัดซีดจาง&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในหมวด&nbsp;3กก&nbsp;&nbsp;4กฆ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;รวมถึงบางหมวดของต่างจังหวัด&nbsp;โดยเป็นแผ่นป้ายทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกผลิตและออกให้ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;สิงหาคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2557&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเจ้าของรถสามารถนำแผ่นป้ายทะเบียนมาเคลือบสีแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ได้&nbsp;</strong>โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;สามารถยื่นขอเคลือบสีใหม่ได้&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;29&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยถอดแผ่นป้ายทะเบียนรถ&nbsp;ที่ต้องการเคลือบสีใหม่&nbsp;ที่ผ่านการทำความสะอาดเบื้องต้น&nbsp;และแผ่นป้ายทะเบียนอยู่ในสภาพสมบูรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่บิดงอ&nbsp;เจาะรู&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมหลักฐาน&nbsp;ใบคู่มือจดทะเบียนรถหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ&nbsp;กรณีเป็นนิติบุคคลให้ใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล&nbsp;ส่วนเจ้าของรถที่ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง&nbsp;ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ&nbsp;พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ</p><p><strong>โดยติดต่อขอเคลือบสีใหม่ได้ที่งานแผ่นป้ายทะเบียนรถ&nbsp;อาคาร&nbsp;7&nbsp;</strong>กรมการขนส่งทางบกโดยตรงซึ่งสามารถรอรับได้ภายในวันที่ติดต่อทันที&nbsp;หรือให้ยื่นความประสงค์ได้ที่สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน&nbsp;หรืออยู่ในความรับผิดชอบ&nbsp;กรณีดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาดำเนินการรวมจัดส่งไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;วันทำการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในช่วงเวลาการส่งแผ่นป้าย&nbsp;เพื่อเคลือบสีใหม่เจ้าของรถสามารถใช้ใบนัดรับแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นหลักฐานชั่วคราวแสดงกับเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่แทนแผ่นป้ายทะเบียนรถที่อยู่ระหว่างส่งเคลือบสีได้&nbsp;โดยสามารถตรวจสอบหมวดแผ่นป้ายทะเบียนซีดจาง&nbsp;ได้ที่เว็บไซต์&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;https://www.dlt.go.th/th/public-news/view.php?_did=2819</p><p><strong>ขนส่งจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;กรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถ</strong>ไม่ได้อยู่ในหมวด&nbsp;3กก&nbsp;&nbsp;4กฆ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;หรือแผ่นป้ายทะเบียนที่มิได้ผลิตและออกให้ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;สิงหาคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2557&nbsp;หรือพบว่าสาเหตุสีหลุดลอกมาจากการใช้งาน&nbsp;การขัดล้างที่ไม่ถูกวิธี&nbsp;แผ่นป้ายทะเบียนรถชำรุดจากสาเหตุอื่น&nbsp;หรือสูญหาย&nbsp;เจ้าของรถสามารถติดต่อขอรับแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ทดแทนของเดิม&nbsp;โดยติดต่อที่สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนหรืออยู่ใน&nbsp;&nbsp;ความรับผิดชอบ&nbsp;ซึ่งเจ้าของรถต้องเสียค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายแผ่นละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อรักษาและยืดอายุการใช้งาน&nbsp;แผ่นป้ายทะเบียนรถ&nbsp;</strong>ขอให้เจ้าของรถให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาแผ่นป้ายทะเบียนรถให้ถูกวิธี&nbsp;ไม่ใช้น้ำยาขัดล้างถูรุนแรงบริเวณแผ่นป้าย&nbsp;ตัวอักษรหรือตัวเลข&nbsp;ให้ใช้น้ำเปล่าหรือน้ำผสมแชมพูอ่อนๆ&nbsp;และใช้ผ้านุ่มบางหรือสำลีเช็ดทำความสะอาด&nbsp;ส่วนเจ้าของรถที่ต้องการใส่กรอบแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อป้องกันการชำรุดก็สามารถกระทำได้&nbsp;โดยต้องเป็นกรอบใสที่มองเห็นรายละเอียดของแผ่นป้ายทะเบียนรถได้ชัดเจน&nbsp;ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของกรอบบดบังส่วนที่เป็นหมวดอักษร&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;และตัวอักษรบอกชื่อจังหวัดโดยเด็ดขาด&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;โทรสายด่วน&nbsp;1584&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204085959321
106	ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก แถลงข่าวโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เปิดฟ้าเมืองตาก ภายใต้กิจกรรมปั่นเปิดฟ้าเมืองตาก ในวันที่ 12 ก.พ. 65 และกิจกรรมวิ่งเทรล ตากเทรล ในวันที่ 20 ก.พ. 65 นี้	"<p><strong>ที่บริเวณศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;แถลงข่าวโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว&nbsp;เปิดฟ้าเมืองตาก&nbsp;ภายใต้กิจกรรมปั่นเปิดฟ้าเมืองตาก&nbsp;และกิจกรรมวิ่งเทรล&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตาก&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับการแถลงข่าวในครั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จัดขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดตากอย่างมั่นใจ&nbsp;หลังจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เป็นไปในทางที่ดีขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันการจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;2&nbsp;รายการสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรม""ปั่นเปิดฟ้าเมืองตาก""&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;บนเส้นทางปั่นอำเภอเมืองตาก&nbsp;เพื่อชื่นชมประวัติศาสตร์ชาติไทยกับแนวคิดตามรอยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;เยี่ยมชมรอยอารยะธรรมดินแดนสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;โดยไม่มีการแข่งขัน&nbsp;มีจุดปล่อยตัว&nbsp;ณ&nbsp;ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;</p><p>ไปยังจุดที่&nbsp;1&nbsp;วัดชัยชนะสงคราม&nbsp;,&nbsp;</p><p>จุดที่&nbsp;2&nbsp;สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์&nbsp;200&nbsp;ปี&nbsp;,&nbsp;</p><p>จุดที่&nbsp;3&nbsp;วัดดอยข่อยเขาแก้ว&nbsp;,&nbsp;</p><p>จุดที่&nbsp;4&nbsp;ศาลหลักเมืองสี่มหาราช&nbsp;,&nbsp;</p><p>จุดที่&nbsp;5&nbsp;วัดกลางสวนดอกไม้&nbsp;</p><p><strong>และปั้นกลับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;รวมระยะทางปั่น&nbsp;18.6&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;ส่วนอีกกิจกรรมหนึ่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรม&nbsp;""ตากเทรล""&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านตาก&nbsp;เพื่อเชิญชวนผู้รักการวิ่งเทรล&nbsp;ผู้รักการผจญภัย&nbsp;และการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ได้ชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;โดยระหว่างทางจะร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง&nbsp;อีกทั้งสนุกสนานไปกับเส้นทางท้าทาย&nbsp;รวมทั้งได้ขึ้นไปชมวิวที่จุดไฮไลท์ที่ดอยห้วยทู่&nbsp;ซึ่งจะมีป้ายดอยห้วยทู่และวิวแบบ&nbsp;360&nbsp;องศา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอื่นๆ&nbsp;</strong>อีกมากมายของจังหวัดตาก&nbsp;ซึ่งในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;จะมีการเปิด&nbsp;""ตลาดนัดวินเทจ""&nbsp;เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยว&nbsp;ผู้สนใจได้ร่วมช้อป&nbsp;เลือกซื้อสินค้าถิ่น&nbsp;สินค้าหายาก&nbsp;ที่ลานหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองตาก&nbsp;ในทุกเช้าวันเสาร์&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204093123327
107	ร้อยเอ็ดเปิดงานโครงการตลาดนัดชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จังหวัดร้อยเอ็ด ประจำปี 2565	<p><strong>วานนี้&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณศูนย์&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ถนนทางเข้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และถนนหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการตลาดนัดชุมชน&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;ฝ่ายทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนในทุกระดับ&nbsp;นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบถึงปัญหาค่าครองชีพ&nbsp;และจากการปรับราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคขื้น&nbsp;รัฐบาลจึงมีความห่วงใยผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน&nbsp;ให้ดำเนินการแก้ไขและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;โดยการจัดตลาดนัด&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;จำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ในราคาที่ประหยัด&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิต&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและให้เกิดความยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณการสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;ให้กับแขกผู้มีเกียรติและเยี่ยมชมบูทจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานโครงการ&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะดำเนินการทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ในสัปดาห์แรกของทุกเดือน&nbsp;ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;เดือนกันยายน&nbsp;2565&nbsp;โดยในครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;ครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;บรรเทาค่าครองชีพลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204095101336
108	ผู้ว่าฯ ยโสธร เปิดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาด เจรจาธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดภัยจังหวัดยโสธร พร้อมเป็นพยานลงนาม MOU เจรจาธุรกิจ Business Matching ระหว่างภาคเอกชนกับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดยโสธร รวมมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท	<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เจรจาธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัยจังหวัดยโสธร&nbsp;ตามโครงการพัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;กิจกรรมเพิ่มมูลค่าและช่องทางตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;โดยมีพาณิชย์จังหวัด&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดยโสธร&nbsp;ประธาน&nbsp;YEC&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมทับทิม&nbsp;1&nbsp;โรงแรมเจ.พี.เอ็มเมอร์รัลด์&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อร่วมกันเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;อันจะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เกษตรปลอดภัย&nbsp;และเพิ่มศักยภาพด้านการตลาด&nbsp;ให้กลุ่มเกษตรกรอย่างแท้จริง&nbsp;เป็นไปตามนโยบายการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาล&nbsp;ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจของประเทศจากภายใน&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;Local&nbsp;Economy&nbsp;ซึ่งเศรษฐกิจฐานรากถือเป็นหัวใจหลักสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจของชาติ</p><p><strong>สำหรับการเจรจาธุรกิจครั้ง&nbsp;มีผู้ร่วมเจรจาประกอบด้วย</strong>&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และกลุ่มผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์/เกษตรปลอดภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;บริษัท&nbsp;ทั้งนี้ได้มีพิธีลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;เจรจาธุรกิจ&nbsp;Business&nbsp;Matching&nbsp;ระหว่างกลุ่มเกษตรกรจังหวัดยโสธร&nbsp;และผู้รับซื้อ&nbsp;ผลการเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คู่&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;45,650,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ปริมาณ&nbsp;1,278&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;44,750,000&nbsp;บาท&nbsp;2.&nbsp;มะม่วง&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ปริมาณ&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;3.&nbsp;ผัก&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่ว&nbsp;งา&nbsp;มูลค่า&nbsp;500,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ยังได้กล่าวเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน&nbsp;ทั้งประเพณี&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;รวมทั้งผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่จังหวัดยโสธร&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204101113349
109	วอนลดความเข้มระบบ Test & Go ลดความยุ่งยากให้นักท่องเที่ยว คงมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายสุพันธุ์&nbsp;มงคลสุธี&nbsp;ประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)</strong>&nbsp;กล่างถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการเยียวยาของรัฐบาล&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการเยียวยาของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ดี&nbsp;ทั้งโครงการคนละครึ่ง&nbsp;โครงการช้อปดีมีคืน&nbsp;และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;แต่เป็นเพียงการกระตุ้นระยะสั้นเท่านั้น&nbsp;ประชาชนไม่ได้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแพงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สิ่งสำคัญขณะนี้คือ&nbsp;ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้น</strong>&nbsp;ทั้งเรื่องการลงทุนและการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย&nbsp;เพราะเม็ดเงินหลักๆ&nbsp;ของประเทศมาจากการท่องเที่ยวถึง&nbsp;10%&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่า&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;โครงการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง&nbsp;นับเป็นเรื่องที่ดีมาก&nbsp;แต่ควรกลับไปใช้ระบบเดิมจะดีกว่า&nbsp;เพราะการที่นักท่องเที่ยวต้องกลับมาตรวจโควิด-19&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;หลังเข้าประเทศครบ&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;มองว่าเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับนักท่องเที่ยวและอาจส่งผลให้เขาไม่อยากมาเที่ยวเมืองไทยได้&nbsp;ถ้าเป็นไปได้อยากให้ประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศให้เป็นปกติในทุกรูปแบบ&nbsp;ในทุกกิจกรรม&nbsp;แต่ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ก็น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นกลับมาดีขึ้นได้</p><p><br></p><p><br></p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204103835371
110	ยืนยัน ท่าอากาศยานเบตงมีศักยภาพพร้อมทุกด้าน รองรับการเปิดให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ	<p><strong>นายปริญญา</strong>&nbsp;<strong>แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในวันพรุ่งนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.)&nbsp;&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยจะมีการประชุมร่วมกับกรมท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ติดตามการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการสำหรับเที่ยวบินแบบประจำ&nbsp;พร้อมตรวจสอบความพร้อมสนามบิน&nbsp;อาคารที่พักผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ซึ่งการเปิดเที่ยวบินของท่าอากาศยานเบตงจะช่วยแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทาง&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา</strong>&nbsp;กรมท่าอากาศยาน&nbsp;ได้เปิดทดลองให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;ให้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ&nbsp;(Charter&nbsp;Flight)&nbsp;เส้นทางดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;&nbsp;ด้วยอากาศยานแบบ&nbsp;Q-400&nbsp;ความจุผู้โดยสารจำนวน&nbsp;86&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;&nbsp;และนโยบายของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;&nbsp;ที่มอบหมายให้หน่วยงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;</strong>จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;แม้ที่ผ่านมาท่าอากาศยานเบตงจะยังไม่ได้เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ&nbsp;แต่สามารถให้บริการเที่ยวบินของราชการและเที่ยวบินส่วนบุคคลที่สนใจทำการบินได้แล้ว&nbsp;โดยมีความพร้อมในด้านกายภาพ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;สิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้บริการภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;ได้มอบใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&nbsp;(Public&nbsp;Aerodrome&nbsp;Aerodrome&nbsp;Operating&nbsp;Certificate:&nbsp;PAOC)&nbsp;ให้แก่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ในเส้นทางการบินใหม่ของประเทศไทย&nbsp;หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่&nbsp;และดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นเอกสารที่ยืนยันได้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยและความพร้อมของท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ทำให้ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;สามารถให้บริการแบบสาธารณะได้ตามกฎหมายตั้งแต่นี้เป็นต้นไป&nbsp;และยังถือเป็นท่าอากาศยานแห่งแรกที่ได้รับมอบใบรับรองนี้ภายหลังการจัดตั้ง&nbsp;CAAT&nbsp;ซึ่งเป็นการพิจารณาด้วยกระบวนการใหม่ตามมาตรฐานสากล</p><p><br></p><p><br></p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204104250376
111	จ.ลำปาง เตรียมจัดงานจิบกาแฟในสวน ย้อนวันวาน..หอมหวาน..ที่หนองกระทิง 26-27 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>องค์การบริหาร?ส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยว?และกีฬา?จังหวัด?ลำปาง&nbsp;กำหนดจัดงานจิบกาแฟในสวน&nbsp;ย้อนวันวาน..หอมหวาน..ที่หนองกระทิง&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะหนองกระทิง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;โดยภายในงานพบกับรวมพลสุดยอด&nbsp;ชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;จากแหล่งปลูกในจังหวัดลำปาง&nbsp;ชาสมุนไพร&nbsp;กาแฟแปรรูป&nbsp;ขนม&nbsp;เบอเกอรี่&nbsp;และร้านกาแฟ&nbsp;อีกทั้งยังมีโซน&nbsp;Outdoor&nbsp;camping&nbsp;เข้ากับวิถีเที่ยวแบบ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;พร้อมชมนิทรรศการกระบวนการผลิตกาแฟต้นน้ำจากไร่&nbsp;สู่กระบวนการคั่วกาแฟ&nbsp;จนถึงกาแฟแปรรูปถึงร้านคาเฟ่&nbsp;ในบรรยากาศในสวนดนตรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้สนใจร่วมออกร้านสอบถามเพิ่มเติม&nbsp;</strong>โทร.&nbsp;086&nbsp;496&nbsp;1418&nbsp;,&nbsp;086&nbsp;382&nbsp;5387&nbsp;และสามารถสมัครได้ทางทางลิ้งค์&nbsp;https://docs.google.com/.../1FAIpQLSfdg.../viewform</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204103517369
112	ผู้ประกอบการไทยจับคู่ธุรกิจ ทำ Live Sale ผ่านแพลตฟอร์มเถาเป่าของจีนเป็นครั้งแรก ผลตอบรับดีเยี่ยม	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;นำผู้ประกอบการอาหาร&nbsp;เกษตร&nbsp;และเกษตรแปรรูปของไทย&nbsp;ที่ผ่านการคัดเลือก&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;จากโครงการ&nbsp;DTN&nbsp;Business&nbsp;Plan&nbsp;Award&nbsp;2021&nbsp;ชี้ช่องโอกาส&nbsp;บุกตลาดด้วย&nbsp;FTA&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการนำเข้าของจีน&nbsp;รวมทั้งจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าผ่านทาง&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;และจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26-27&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;ได้ทำ&nbsp;Live&nbsp;Sale&nbsp;ผ่านแพลตฟอร์มเถาเป่า&nbsp;(TAOBAO)&nbsp;เป็นครั้งแรก&nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างดี&nbsp;สามารถจำหน่ายสินค้าหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;สำหรับกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์&nbsp;(OBM)&nbsp;มีผู้นำเข้าจีนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า&nbsp;9&nbsp;บริษัท&nbsp;คาดว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;ผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;จะทำยอดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้กว่า&nbsp;140&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี</strong>&nbsp;(FTA)&nbsp;เพิ่มแต้มต่อขยายการส่งออกสินค้าไปตลาดต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน-จีน&nbsp;ซึ่งได้ลดหรือยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าส่วนใหญ่ให้กับสินค้าอาหาร&nbsp;เกษตร&nbsp;และเกษตรแปรรูปของไทยแล้ว&nbsp;จึงเป็นโอกาสในการส่งออกไปตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก&nbsp;มีมูลค่าถึง&nbsp;1.94&nbsp;ล้านล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;และผู้บริโภคจีนส่วนใหญ่มีความสนใจและต้องการซื้อสินค้าประเภทดังกล่วของไทยเพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>ขณะทีในปี&nbsp;2564&nbsp;มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปจากไทยไปจีน</strong>&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;&nbsp;38,513.70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;8.89&nbsp;จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า&nbsp;สินค้าส่งออกสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี&nbsp;อาหารสำเร็จรูป&nbsp;ผลไม้กระป๋องและแปรรูป&nbsp;&nbsp;อาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204144006523
113	ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคราคาถูกสู้ภัยโควิด -19 จังหวัดตรัง ครั้งที่ 3 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">(4&nbsp;ก.พ.2565)&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคราคาถูกสู้ภัยโควิด&nbsp;-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายประกอบด้วยไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">จากราคาปกติ&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;,&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;51&nbsp;&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยจำกัดการซื้อคนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;สำหรับไข่ไก่และน้ำมันพืช&nbsp;คนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเนื้อหมูชำแหละจำหน่าย&nbsp;โดยหมูเนื้อแดง(ไหล่-สะโพก-ขาหน้าและคอ)&nbsp;จากราคาตลาด&nbsp;</span>180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;หมูสามชั้นจากราคาปกติ&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ซี่โครง&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;170-&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เครื่องใน(ตับและหัวใจ)&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;130-140&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ขาและหัวหมู&nbsp;ปกติกิโลกรัมละ&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;110-120&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;จำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;50&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยจำกัดการซื้อหมูเนื้อแดงและหมูสามชั้นคนละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาร่วมจำหน่ายในราคาประหยัดด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204120101422
114	รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเตรียมลงพื้นที่ติดตามความพร้อมในการเปิดใช้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 5 ก.พ.65 นี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นางดวงพร&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส&nbsp;</strong>ปฏิบัติงานในฐานะผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจากสนามบินเบตงได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;กรมท่าอากาศยานได้ทดลองให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์เที่ยวแรกเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;ม.ค.2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์&nbsp;แบบ&nbsp;Q-400&nbsp;เที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำ&nbsp;DD&nbsp;6260&nbsp;เส้นทางดอนเมือง&nbsp;&nbsp;เบตง&nbsp;-&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ที่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>ในวันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นี้&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;จะลงมาประชุมติดตามความพร้อมในการเปิดใช้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการ&nbsp;สำหรับเที่ยวบินพาณิชย์แบบประจำ&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบความพร้อมของสนามบิน&nbsp;อาคารผู้โดยสารและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน&nbsp;โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ท่าอากาศยานเบตงตั้งขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ</strong>และความมั่นคงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ช่วยแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน&nbsp;ไม่สะดวกต่อการเดินทาง&nbsp;รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอเบตง&nbsp;ซึ่งจะให้บริการสาธารณะแก่อากาศยานภายในประเทศ&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;08.00&nbsp;-&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีความยาวทางวิ่ง&nbsp;1,800&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถรองรับเครื่องบินที่ขนาดสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;ATR-72&nbsp;และเครื่องบิน&nbsp;Q-400&nbsp;ที่มีความจุผู้โดยสารประมาณ&nbsp;80&nbsp;ที่นั่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204120613427
115	ทยอยรับมอบหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้ารุ่นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ รองรับโครงการรถไฟทางคู่และสถานีกลางบางซื่อ 	<p><strong>นายนิรุฒ</strong>&nbsp;<strong>มณีพันธ์</strong>&nbsp;<strong>ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีรับมอบรถจักรดีเซลไฟฟ้า&nbsp;(Diesel&nbsp;Electric&nbsp;Locomotive)&nbsp;โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า&nbsp;น้ำหนักกดเพลา&nbsp;16&nbsp;ตันต่อเพลา&nbsp;พร้อมอะไหล่&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;จากบริษัทผู้ผลิตและนำเข้ากิจการร่วมค้า&nbsp;เอสเอฟอาร์&nbsp;ที่สถานีรถไฟศรีราชา&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;การรถไฟฯ&nbsp;มีแผนดำเนินการจัดหารถเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและทดแทนรถเก่าที่ต้องปลดระวาง&nbsp;ที่มีใช้งานอยู่ในปัจจุบันประมาณ&nbsp;250&nbsp;คัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานมานานกว่า&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการจัดหาหัวรถจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า&nbsp;รวมถึงรองรับการเปิดรถไฟทางคู่และสถานีกลางบางซื่อ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า&nbsp;</strong>เป็นแผนจัดหารถเพื่อทดแทนรถที่ปลดระวาง&nbsp;ตามแผน&nbsp;50&nbsp;คัน&nbsp;วงเงิน&nbsp;6,525&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีกำหนดระยะเวลาการส่งมอบรถจักรเป็น&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;ระยะแรกรับมอบจำนวน&nbsp;20&nbsp;คัน&nbsp;และระยะ&nbsp;2&nbsp;รับมอบเพิ่ม&nbsp;30&nbsp;คัน&nbsp;ในช่วงปลายปี&nbsp;2565&nbsp;โดยรถที่รับมอบจำนวน&nbsp;20&nbsp;คัน&nbsp;ในครั้งนี้จะต้องทำการทดสอบระบบทั้งหมด&nbsp;คาดว่าจะสามารถนำมาให้บริการได้ภายในเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>จุดเด่นของรถจักรดีเซลไฟฟ้าดังกล่าว</strong>&nbsp;ได้ถูกออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัย&nbsp;มีสมรรถนะในการลากจูงขบวนรถโดยสารได้ความเร็วสูงสุด&nbsp;120&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;และลากจูงขบวนรถสินค้าที่ความเร็วสูงสุด&nbsp;70&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;มีการติดตั้งระบบห้ามล้ออัตโนมัติ&nbsp;หรือ&nbsp;ATP&nbsp;(Automatic&nbsp;Train&nbsp;Protection&nbsp;-&nbsp;ATP)&nbsp;เครื่องยนต์รถจักร&nbsp;ผลิตจากประเทศเยอรมนี&nbsp;ซึ่งมีค่ามาตรฐานในการปล่อยควันไอเสียต่ำ&nbsp;จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตลอดจนได้ติดตั้งระบบกล้อง&nbsp;CCTV&nbsp;เพื่อบันทึกเหตุการณ์ด้านหน้ารถจักรและเครื่องพ่วงเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินรถ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในอนาคต&nbsp;การรถไฟฯ&nbsp;</strong>มีแผนที่จะจัดหาแคร่สินค้าเพิ่ม&nbsp;975&nbsp;คัน&nbsp;รวมถึงการจัดหารถดีเซลรางประมาณ&nbsp;184&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการเดินทางให้กับประชาชนซึ่งได้เสนอต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;สศช.และกระทรวงคมนาคมพิจารณาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204143350512
116	จังหวัดพิษณุโลก บูรณาการหน่วยงานรัฐ-เอกชน เดินหน้าขายสินค้าราคาถูกลดภาระค่าครองชีพ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;นายรณรงค์&nbsp;นครจินดา</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ออกเยี่ยมร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;พาณิชย์					
117	ลดราคา&nbsp;!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;เป็นการบูรณาการระหว่าง&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;ประสานผู้ประกอบการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ซีพี&nbsp;เบทาโกร&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;9&nbsp;ไก่สด&nbsp;และโรงงานน้ำตาลทรายพิษณุโลก&nbsp;นำสิรนค้ามาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;ทั่วไป&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.30&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;น้ำตาลถุงละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพกกิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่กิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;สินค้าปลาแปรรูป&nbsp;50-100&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ</strong>&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และผลกระทบจากภาวการณ์ปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จากโรคระบาดจากสัตว์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนได้มีช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันในราคาประหยัดได้มากขึ้น&nbsp;อีกทั้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ยังแจ้งประชาสัมพันธ์กำหนดการจำหน่ายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดต่อเนื่องทุกวันศุกร์&nbsp;(ช่วงเช้า)ตลอดเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคเหนือ	พิษณุโลก	สวท.พิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204130247451	
118	จังหวัดตรัง เปิดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคราคาถูกสู้ภัยโควิด 19 จังหวัดตรัง ครั้งที่ 3 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19	<p><strong>จังหวัดตรังเปิดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;</strong>บริโภคราคาถูกสู้ภัยโควิด&nbsp;19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.2565)&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอห้วยยอด&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคราคาถูกสู้ภัยโควิด&nbsp;19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายประกอบด้วยไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;,&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;51&nbsp;&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;&nbsp;โดยจำกัดการซื้อคนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;สำหรับไข่ไก่และน้ำมันพืช&nbsp;คนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเนื้อหมูชำแหละจำหน่าย&nbsp;โดยหมูเนื้อแดง</strong>(ไหล่-สะโพก-ขาหน้าและคอ)&nbsp;จากราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;หมูสามชั้นจากราคาปกติ&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;180-200&nbsp;บาทจำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ซี่โครง&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;170-&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เครื่องใน(ตับและหัวใจ)&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;130-140&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ขาและหัวหมู&nbsp;ปกติกิโลกรัมละ&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;110-120&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;จำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;50&nbsp;&nbsp;70&nbsp;บาทจำหน่ายเพียง&nbsp;50&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยจำกัดการซื้อหมูเนื้อแดงและหมูสามชั้นคนละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาร่วมจำหน่ายในราคาประหยัดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204134908480
119	"พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์จัด ""ตลาดนัดพาณิชย์"" จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร"	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กำหนดจัด&nbsp;""ตลาดนัดพาณิชย์""&nbsp;จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;ของเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมีผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;พืชผักต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ข้าวสารอินทรีย์&nbsp;สินค้าไข่ไก่&nbsp;สินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในราคาพิเศษ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยจะดำเนินการจัดตลาดนัดพาณิชย์&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;08.00&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204140232489
120	ร้อยเอ็ด เปิดงานโครงการตลาดนัดชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ประจำปี 2565	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่บริเวณศูนย์&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ถนนทางเข้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และถนนหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการตลาดนัดชุมชน&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;ฝ่ายทหาร&nbsp;,&nbsp;ตำรวจ&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;,&nbsp;กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคาถูก</strong>&nbsp;และให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;ครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;บรรเทาค่าครองชีพลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;แก้ไขและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตให้เกิดความยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ภายในงานมีการมอบใบประกาศเกียรติคุณการสวมใส่ผ้าไทย</strong>&nbsp;มีบูธจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์&nbsp;การจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ&nbsp;เนื้อหมูราคาถูก&nbsp;และสินค้าอื่นๆอีกมามาย&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานโครงการ&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะดำเนินการทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ในสัปดาห์แรกของทุกเดือน&nbsp;ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;เดือนกันยายน&nbsp;2565</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สวท.ร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204140947497
121	"พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์จัด ""ตลาดนัดพาณิชย์"" จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารพิษ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์กำหนดจัด&nbsp;""ตลาดนัดพาณิชย์""&nbsp;จำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;ของเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมีผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;พืชผักต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ข้าวสารอินทรีย์&nbsp;สินค้าไข่ไก่&nbsp;สินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในราคาพิเศษ&nbsp;โดยจะดำเนินการจัดตลาดนัดพาณิชย์&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์</p>"	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204142250507
122	หนองคาย ลงนามโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน	"<p><strong>เทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOA)&nbsp;&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน&nbsp;&nbsp;บริเวณถนนมีชัย&nbsp;ช่วงตั้งแต่สี่แยกดอนแดง&nbsp;ถึง&nbsp;แยกตลาดวัดธาตุ&nbsp;เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง&nbsp;และเพื่อลดปัญหาความไม่เป็นระเบียบของสายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงของระบบและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมเทศบาลเมืองหนองคาย</strong>&nbsp;นางสาวสิริมา&nbsp;วัฒโน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOA)&nbsp;&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน&nbsp;&nbsp;บริเวณถนนมีชัย&nbsp;ช่วงตั้งแต่สี่แยกดอนแดง&nbsp;ถึงแยกตลาดวัดธาตุ&nbsp;ระหว่างเทศบาลเมืองหนองคายและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุรุยศ&nbsp;เอียสกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย&nbsp;,&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;บินตะคุ&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองคาย&nbsp;เป็นตัวแทนเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;และมี&nbsp;นายพสุธา&nbsp;คันศร&nbsp;รองผู้ว่าการก่อสร้างและบริหารโครงการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;,&nbsp;นายกิตติเมศร์&nbsp;กรพัฒนสวัสดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการกิจการพิเศษ&nbsp;เป็นตัวแทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยาน&nbsp;ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ&nbsp;ในครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>นายอุรุยศ&nbsp;เอียสกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่เทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน&nbsp;บริเวณถนนมีชัย&nbsp;ช่วงตั้งแต่สี่แยกดอนแดง&nbsp;ถึงแยกตลาดวัดธาตุ&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น&nbsp;339,931,669&nbsp;บาท&nbsp;โดยแยกเป็นงานก่อสร้างด้านโยธาที่เทศบาลเมืองหนองคายสนับสนุนเป็นเงิน&nbsp;163,000,000&nbsp;บาท&nbsp;และงานก่อสร้างระบบไฟฟ้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับผิดชอบ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;&nbsp;176,931,669&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2554&nbsp;เทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;</strong>ได้จัดทำกิจกรรม&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน&nbsp;เฟสที่&nbsp;1&nbsp;โดยก่อสร้างนำร่อง&nbsp;บริเวณถนนเจนจบทิศ&nbsp;และถนนประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;(ถึงแยกซอยเวียดนามอนุสรณ์)&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;900&nbsp;เมตร&nbsp;ใช้งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น&nbsp;49&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;เทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อจากเฟสที่&nbsp;1&nbsp;ถนนประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;จากแยกซอยเวียดนามอนุสรณ์&nbsp;ถึง&nbsp;แยกถนนโพธิ์ชัย&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;1,900&nbsp;เมตร&nbsp;ใช้งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;126,936,212.70&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในการนี้&nbsp;เทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&nbsp;</strong>ได้จัดให้มีการทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOA)&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเป็นเคเบิ้ลใต้ดิน&nbsp;บริเวณถนนมีชัย&nbsp;ช่วงตั้งแต่สี่แยกดอนแดง&nbsp;ถึงแยกตลาดวัดธาตุ&nbsp;ในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองบริเวณถนนสายดังกล่าว&nbsp;โดยการนำสายไฟฟ้าตลอดจนสายสื่อสารต่างๆ&nbsp;ลงใต้ดิน&nbsp;เพื่อลดปัญหาความไม่เป็นระเบียบของสายต่างๆ&nbsp;สร้างความมั่นคงของระบบ&nbsp;และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งจะส่งเสริมให้หนองคาย&nbsp;เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204151635561
123	หมูสดตลาดนัดชุมชน หน้าศาลากลางสัปดาห์ที่ 3 ประชาชนยังคงแห่ซื้อตั้งแต่ตี 5  ขณะที่สินค้าอย่างอื่นยังคงได้รับความนิยมไม่แพ้กัน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณตลาดนัดชุมชนสินค้าราคาถูก</strong>&nbsp;ลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริโภค&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายใต้แนวคิดของนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พบว่าหมูสดที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายนันท์ภวินทร์&nbsp;มโนภัทรวรากรณ์&nbsp;เจ้าของร้านแอร์ฝนหมูสด</strong>&nbsp;เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า&nbsp;วันนี้ได้มีประชาชนในพื้นที่มารอคิวเพื่อซื้อหมูสดตั้งแต่เวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.เป็นจำนวนมาก&nbsp;จนทำให้หมูที่นำมาจำหน่ายหมดเกลี้ยงตั้งแต่&nbsp;08.30น.ทำให้ต้องไปหาหมูมาจำหน่ายเพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้ซื้อหมูไปบริโภคในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ในปัจจุบันไปด้วยกัน&nbsp;ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ยังคงได้รับความนิยมไม่แพ้กัน&nbsp;เช่น&nbsp;ของใช้ครัวเรือน&nbsp;ผักสด&nbsp;และอาหารปรุงสำเร็จ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตลาดนัดชุมชนสินค้าราคาถูก&nbsp;ลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน</strong>&nbsp;ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;2&nbsp;ครั้งที่ผ่านมา&nbsp;สามารถลดค่าครองชีพ&nbsp;ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่กว่า&nbsp;50,670&nbsp;บาท&nbsp;โดย&nbsp;ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มีแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนไปจนกว่าราคาสินค้ากลับสู่สภาวะปกติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204151053558
124	จังหวัดยะลา ติดตามการดำเนินการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตง	<p><strong>วันนี้&nbsp;4&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ห้องประชุมพิกุล&nbsp;ชั้น3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้ประชุมติดตามการดำเนินการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;หอการค้าจังหวัด&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;และสายการบินนกแอร์&nbsp;เพื่อหารือแก้ไขปัญหาข้อติดขัดต่างๆ&nbsp;ในการเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ให้เกิดความชัดเจน</p><p><strong>สำหรับการเปิดให้บริการสายการบินเชิงพาณิชย์&nbsp;</strong>ตัวแทนจากสายการบินนกแอร์&nbsp;ได้เสนอให้ทดลองเปิดเที่ยวเป็นระยะเวลาประมาณ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;โดยเสนอให้ทางภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวช่วยโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;เพื่อที่จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;รวมไปถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;เพราะการให้บริการนี้&nbsp;จะเชื่อมโยงต่อเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;และปากท้องของพี่น้องประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้ติดตามความพร้อมในการต้อนรับ&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม&nbsp;ซึ่งมีกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตง&nbsp;และตรวจราชการโรงพยาบาลเบตง&nbsp;ในวันพรุ่งนี้&nbsp;เสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	4/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204152656563
125	หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะด้านเศรษฐกิจการค้าและติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดในพื้นที่จังหวัดลพบุรี	<p><strong>นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวาลกุลกิจ&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อตรวจราชการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;(รอบที่&nbsp;1)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;3-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องรับรองป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวาลกุลกิจ&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้เข้าพบ&nbsp;นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อหารือผลกระทบด้านเศรษฐกิจของจังหวัดจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;และได้เดินทางไปที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อประชุมหารือกับภาคเอกชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชนด้านเศรษฐกิจ,&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดลพบุรี,&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี&nbsp;และประธานเครือข่าย&nbsp;Biz&nbsp;club&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;โดยภาคเอกชน&nbsp;อยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเรื่องการขนส่งวัตถุดิบและค่าขนส่งผ่านด่านชายแดนที่มีต้นทุนสูงขึ้น,&nbsp;อยากให้ส่งเสริมเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยมีการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;มีการเชื่อมโยงการค้ากับกลุ่ม&nbsp;Biz&nbsp;club&nbsp;ทั่วประเทศเพื่อเชื่อมโยงการค้า&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนร้านค้าชุมชนให้เชื่อมโยงรับชื้อผลผลิตจากเกษตรกรในชุมชน&nbsp;เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและสร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;จากนั้นเวลาช่วงบ่าย&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวาลกุลกิจ&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประกอบการ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้กสิกรรมไร้สารพิษละโว้ธานี&nbsp;อำเภอท่าวุ้ง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้า&nbsp;รวมถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ&nbsp;เพื่อนำไปแก้ไขต่อไป</p><p><strong>อนึ่ง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวาลกุลกิจ&nbsp;</strong>หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนใบหม่อนฟาร์ม&nbsp;อำเภอท่าหลวง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการต้องการให้ประสานหน่วยงานเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนใบหม่อนฟาร์ม&nbsp;เพื่อให้เพียงพอกับตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ที่กำลังเตรียมการลงนามทำสัญญาข้อตกลง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204155448584
126	จ.จันทบุรีเปิดงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65&nbsp;)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณถนนศรีจันท์&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ASEAN&nbsp;Gems&nbsp;Central&nbsp;market@chantaburi&nbsp;โดยมีการแสดง&nbsp;3&nbsp;เชื้อชาติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ญวน&nbsp;จีน&nbsp;และ&nbsp;ไทย&nbsp;พร้อมทั้งกล่าวเปิดงาน&nbsp;และเยี่ยมชมการจัดแสดงพลอยชนิดต่างๆ&nbsp;เยี่ยมชมการสาธิตการทำพลอย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การโกรน&nbsp;แต่งเจียระไน&nbsp;และการขึ้นตัวเรือนพลอย&nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี&nbsp;International&nbsp;Chanthaburi&nbsp;Gems&nbsp;and&nbsp;Jewelry&nbsp;Festival&nbsp;2021-2022&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>ไฮไลต์ในพิธีเปิด&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;การแสดงแฟชั่นโชว์อัญมณีและเครื่องประดับที่ออกแบบและผลิตโดยฝีมือผู้ประกอบการชาวจันทบุรี&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;GO&nbsp;TOGETHER&nbsp;:&nbsp;Chanthaburi&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gems&nbsp;เปิดโลกอัญมณี...วิถีเสน่ห์เมืองจันท์&nbsp;ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับตลาดพลอยจันท์สู่ตลาดพลอยมาตรฐานและส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็งและส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีร่วมกับสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี&nbsp;พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;เพื่อยกระดับตลาดพลอยจันท์สู่ตลาดพลอยมาตรฐานส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมากกว่า&nbsp;300&nbsp;คูหา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204162314605
127	ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ มอบโชคใหญ่ จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มอบโชคใหญ่รถยนต์&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;พร้อมรางวัลอื่นๆอีกมูลค่ากว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีนายอำเภอสมเด็จ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนประชาชน&nbsp;ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในการจับรางวัลครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ศาลเจ้าพ่ออำเภอสมเด็จ&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;นายอดิศร&nbsp;วิทูรศิลป์&nbsp;นายอำเภอสมเด็จ&nbsp;เป็นประธานการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตัวแทนประชาชนลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเชาวฤทธิ์&nbsp;เกตุดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2539&nbsp;ซึ่งผู้ฝากเงินจะได้สิทธิประโยชน์เป็นดอกเบี้ยเงินฝาก&nbsp;พร้อมได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล&nbsp;เพียงมีเงินฝากคงเหลือทุก&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;โดยการจับสลากในระดับจังหวัดปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;และ&nbsp;5&nbsp;สิงหาคมของทุกปี&nbsp;และมีเงินฝากคงเหลือทุก&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้สิทธิ์ลุ้นรางวัลระดับประเทศอีก&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจับรางวัลในครั้งนี้เป็นการจับรางวัลมอบโชคให้สำหรับลูกค้าระดับจังหวัด</strong>&nbsp;รวมรางวัลจำนวน&nbsp;802&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่ารางวัลกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยธนาคารได้ดำเนินการจับรางวัลจากทุกสาขาในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;โดยผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;เป็นรถยนต์มิตซูบิชิ&nbsp;ไทรทัน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.นายศิริชัย&nbsp;ชื่นช้อย&nbsp;ชาวอ.ห้วยผึ้ง&nbsp;2.นางไกศิริ&nbsp;เชิดชู&nbsp;ชาว&nbsp;อ.เขาวง&nbsp;3.นายสีจันทร์&nbsp;แสบงบาล&nbsp;ชาว&nbsp;อ.กุฉินารายณ์&nbsp;,&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;ทองคำรูปพรรณหนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;รางวัล&nbsp;,&nbsp;รางวัลที่&nbsp;4&nbsp;ทองคำรูปพรรณนำหนัก&nbsp;2&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;97&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;5&nbsp;ทองคำรูปพรรณหนัก&nbsp;1&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;634&nbsp;รางวัล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับช่องทางการตรวจสอบรายชื่อของลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ทุกท่าน&nbsp;</strong>สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่&nbsp;สาขาที่ท่านฝากเงินออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;หรือรอรับหนังสือ/จดหมายจากทางธนาคารแจ้งให้ไปรับรางวัล&nbsp;โดยเอกสารการขอรับรางวัลประกอบไปด้วย&nbsp;เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;สมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;บัตรประจำตัวประชาชน&nbsp;หนังสือ/จดหมายแจ้งให้ไปรับรางวัล&nbsp;</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สวท.กาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204163207609
128	"นายกรัฐมนตรีเปิดพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม จ.พังงา ชูเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ""เรียนรู้ รำลึก ผนึกชุมชนก้าวไปด้วยกัน "" เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ช่วยสร้างงาน-รายได้แก่ประชาชนในพื้นที่"	"<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2556&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;พลเอกประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์สึนามิ&nbsp;บ้านน้ำเค็ม&nbsp;ตำบลบางม่วง&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์จากทำเนียบรัฐบาล&nbsp;พร้อมมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย&nbsp;NBT&nbsp;2HD&nbsp;โดยมีนายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นางยุพา&nbsp;ทวีวัฒนะกิจบวร&nbsp;ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา&nbsp;นายอำเภอตะกั่วป่า&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางม่วง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และชาวบ้านตำบลบางม่วง&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิด&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม&nbsp;ตำบลบางม่วง&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;รับฟังบทเพลงและบทกลอนรำลึกถึงเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสีนามิที่ผ่านมากว่า&nbsp;17&nbsp;ปี&nbsp;โดยนายจุมพล&nbsp;ทองตัน&nbsp;หรือโกไข่&nbsp;และเด็กชายกามินทร์&nbsp;ถือแก้ว&nbsp;ผู้ชนะเลิศการประกวดแต่งบทกลอน&nbsp;""น้ำเค็มบ้านฉัน""&nbsp;ชมนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์&nbsp;เรือส้ม&nbsp;เรือฟ้า&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมถิ่นใต้และร้านค้าตลาดชุมชน</p><p><strong>รัฐบาล&nbsp;โดยกระทรวงวัฒนธรรม</strong>&nbsp;ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็ม&nbsp;ตำบลบางม่วง&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อเป็นสถานที่รำลึกถึงเหตุการณ์พิบัติภัยแผ่นดินไหว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2547&nbsp;และยังเป็นสถานที่เรียนรู้&nbsp;ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อการเฝ้าระวังและป้องกัน&nbsp;ซึ่งแต่เดิมคนไทยไม่เคยประสบเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาก่อน&nbsp;ทั้งยังแสดงถึงความร่วมมือของคนไทย&nbsp;และคนทั่วโลก&nbsp;ที่เดินทางมาร่วมรำลึกทุกปี&nbsp;รวมทั้งเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;โดยเป็นศูนย์รวมกิจกรรมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมชุมชน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ช่วยสร้างาน&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ใหม่ของกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;คือ&nbsp;""วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์&nbsp;มีบทบาทนำในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย&nbsp;""&nbsp;และปรับเปลี่ยนภารกิจ&nbsp;ทั้งการสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;สู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ&nbsp;ขณะนี้การดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็มและงานปรับปรุงภูมิทัศน์เสร็จสมบูรณ์แล้ว</p><p><strong>สำหรับพิพิธภัณฑ์สึนามิบ้านน้ำเค็มสร้างขึ้นบนพื้นที่กว่า&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;</strong>โดยอาคารจัดแสดงหลักเป็นอาคารชั้นเดียว&nbsp;ด้านหน้าออกแบบเป็นเส้นโค้งในรูปแบบของคลื่น&nbsp;และมีช่องเปิดรับแสงเป็นทรงกลมแบบฟองคลื่นกระจายตามความยาวของอาคาร&nbsp;ทำให้ภายในอาคาร&nbsp;เกิดที่ว่างคล้ายท้องคลื่นยาวตลอดห้องจัดแสดง&nbsp;โดยมีหอเตือนภัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือประมงพื้นบ้าน&nbsp;เป็นแลนด์มาร์กที่ให้ผู้มาเยี่ยมเยียนสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพได้โดยรอบและพื้นที่โครงการฯ&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;4&nbsp;ส่วนหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.ส่วนจัดแสดงภายนอกอาคาร&nbsp;จัดแสดงเรือประมง&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพัดพาเข้ามาจากชายฝั่งเหลือร่องรอยยังคงเป็นวัตถุพยานที่สำคัญของเหตุการณ์ในครั้งนั้น&nbsp;</p><p>2.ส่วนบริการ&nbsp;ภายในมีพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ให้บริการข้อมูล&nbsp;ส่วนขายของที่ระลึก&nbsp;ห้องน้ำบริการประชาชน&nbsp;โดยมีห้องมัลติมีเดียจัดฉายวีดิทัศน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ภัยสึนามิ&nbsp;เป็นการนำเข้าสู่เนื้อหาการจัดแสดงนิทรรศการ</p><p>3.ส่วนจัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่จัดแสดงที่ร้อยเรียงเรื่องราวประกอบวัตถุจัดแสดงซึ่งเก็บรวบรวมจากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยสึนามิที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2547&nbsp;โดยลำดับของการจัดแสดงโซนที่&nbsp;1&nbsp;สัณฐานของบ้านน้ำเค็ม&nbsp;โซนที่&nbsp;2&nbsp;เรื่องเล่าจากผู้ประสบภัย&nbsp;โซนที่&nbsp;3&nbsp;ความรู้เบื้องต้นธรรมชาติของสึนามิ&nbsp;โซนที่&nbsp;4&nbsp;เล่าเรื่องจากวัตถุ&nbsp;โซนที่&nbsp;5&nbsp;และโซนที่&nbsp;6&nbsp;เป็นเรื่องราวต่อเนื่องที่เกิดขึ้นภายหลังจากภัยพิบัติในต้านการเรียนรู้และป้องกัน&nbsp;ส่วนสุดท้ายโซนที่&nbsp;7&nbsp;เป็นบ้านพื้นที่ที่เปิดให้ชุมชนสามารถเข้าใช้สอยในกิจกรรมของชุมชน&nbsp;</p><p>4.พื้นที่สนับสนุนอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ลานจอดรถและพื้นที่ภูมิทัศน์โดยรอบอาคารทั้งนี้&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวชาวไทย&nbsp;และชาวต่างประเทศ&nbsp;สามารถเข้าชมด้านตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;-&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;(ยกเว้นวันจันทร์-อังคาร)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204172124627
129	"ยโสธรพร้อมจัดใหญ่ เวทีมิสแกรนด์ ""ยโสธร-มุกดาหาร"" หวังฟื้นท่องเที่ยวอีสาน"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดร.นุชิตา&nbsp;สุวเเพทย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองยโสธร</strong>&nbsp;พร้อมคณะกรรมการกองประกวด&nbsp;มิสแกรนด์ยโสธร&nbsp;มิสแกรนด์มุกดาหาร&nbsp;2022&nbsp;ได้เข้าพบ&nbsp;หารือ&nbsp;ขอคำเเนะนำจาก&nbsp;นางประภาศรี&nbsp;สุฉันทบุตร&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;เกี่ยวกับการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เเละเปิดตัว&nbsp;20&nbsp;สาวงาม&nbsp;โชว์อัตลักษณ์&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ของเมืองยโสธร&nbsp;&nbsp;ในรูปแบบความงดงาม&nbsp;ด้วยภูมิปัญญาอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยจะเก็บตัวตั้งแต่ในวันที่&nbsp;8-11&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ด้วยการนำสาวงามทั้ง&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;มาสัมผัสกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวอีสานดั้งเดิม&nbsp;วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าในท้องถิ่น&nbsp;และสถานสำคัญที่อันงดงาม&nbsp;ซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดการท่องเที่ยว&nbsp;ไม่ให้จางหายไปกับกระแสสังคมเมืองปัจจุบัน&nbsp;เพื่อคัดเลือกทุกวัน&nbsp;จนเหลือผู้เข้ารอบ&nbsp;13&nbsp;คนสุดท้าย&nbsp;และรอบตัดสินจะถูกจัดขึ้นในวันที่&nbsp;12&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมเจ.พี.&nbsp;เอ็มเมอรัลด์&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย</strong>&nbsp;ดร.นุชิดา&nbsp;สุวเเพทย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรี&nbsp;เทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;นายณัทธภัทร&nbsp;มูลเหลา&nbsp;ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ยโสธร&nbsp;นายธนัช&nbsp;หรินทจินดา&nbsp;ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์มุกดาหาร&nbsp;ทั้งนี้การจัดงานประกวดดำเนินการภายใต้มาตรการ&nbsp;ป้องกัน&nbsp;การกระจายเชื้อโควิด-19&nbsp;ภายใต้การเเนะนำของจังหวัดยโสธรอย่างเคร่งครัด&nbsp;หวังสร้างชื่อเสียง&nbsp;เเละส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับมงกุฎของมิสแกรนด์ยโสธร&nbsp;และมิสแกรนด์มุกดาหารในปีนี้</strong>&nbsp;นับเป็นการนำเอาอัตลักษณ์สำคัญของทั้ง&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;มารังสรรค์&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;พัฒนา&nbsp;เพื่อให้เกิดชิ้นงานอันโดดเด่น&nbsp;หวังเผยแพร่ความสวยงามของจังหวัดยโสธร&nbsp;และมุกดาหารมากที่สุด&nbsp;เพื่อดึงนักท่องเที่ยวให้มาเยือนในช่วงบรรยากาศเย็นสบายในภาคอีสาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;เวทีประกวดมิสแกรนด์ยโสธรและมิสแกรนด์มุกดาหาร&nbsp;2565</strong>&nbsp;ยังมุ่งเฟ้นหาสาวงาม&nbsp;ให้เป็นตัวแทน&nbsp;ของจังหวัดยโสธร&nbsp;เเละจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อส่งเข้าเข้าประกวด&nbsp;มิสแกรนด์ไทยแลนด์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกิดจิตสำนึกและมีความภาคภูมิใจต่อตนเอง&nbsp;และมาตุภูมิของตนเอง&nbsp;หวังส่งเสริมให้เยาวชนในท้องถิ่น&nbsp;แสดงศักยภาพออกมาในสิ่งที่ถูกต้อง&nbsp;และบำเพ็ญประโยชน์ให้กับภูมิลำเนาท้องถิ่น&nbsp;ที่สำคัญการจัดประกวดยังมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของจังหวัดยโสธร&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;หวังสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนทางด้านการค้าให้มีการจับจ่ายใช้สอยให้มากขึ้น&nbsp;จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;เข้ามาท่องเที่ยวและพักผ่อนในจังหวัดยโสธร&nbsp;มากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายณัทธภัทร&nbsp;มูลเหลา&nbsp;ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์ยโสธร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อได้รับลิขสิทธิ์จัดการประกวดมิสแกรนด์ยโสธร&nbsp;จึงได้จัดการประกวดในจังหวัดยโสธรเป็นครั้งแรก&nbsp;เพราะตั้งแต่มีการจัดการประกวดมิสแกรนด์ในรูปแบบจังหวัดมา&nbsp;ยังไม่มีโอกาสได้จัดในพื้นที่ของจังหวัดยโสธร&nbsp;แต่จะไปประกวดในจังหวัดใกล้เคียงทั้งสิ้น&nbsp;จึงต้องการดึงเวทีประกวดให้กลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมนางงาม&nbsp;ยกระดับเวทีการประกวดระดับจังหวัดให้มีมาตรฐาน&nbsp;และมีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น&nbsp;และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยประชาสัมพันธ์&nbsp;และสร้างภาพลักษณ์&nbsp;การท่องเที่ยวให้กับจังหวัดยโสธร&nbsp;มาแล้วอยากกลับมาเที่ยวซ้ำอีกและบอกต่อ&nbsp;ด้วยการแชร์ภาพ&nbsp;และบรรยากาศอันสวยงามให้เพื่อนฝูงได้รับรู้&nbsp;โดยผู้ที่สนใจสมารถเข้าชมกิจกรรมได้ที่เพจเฟซบุ๊ก&nbsp;""มิสแกรนด์ยโสธร&nbsp;""</p>"	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204193418676
130	รอง ผวจ.ยโสธร เปิดงานประเพณีบุญข้าวจี่และสู่ขวัญข้าว ที่สัดบูรพา ต.ทุ่งแต้ อ.ทรายมูล	<p><strong>เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;พระเทพวงศาจารย์&nbsp;เจ้าคณะจังหวัดยโสธร&nbsp;ประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;คณะสงฆ์วัดดบูรพาทุ่งแต้&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำหมู่บ้าน&nbsp;คณะครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;พุทธศาสนิกชนชาวบ้านทุ่งแต้&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;สืบสานประเพณีบุญข้าวจี่&nbsp;บายศรีสู่ขวัญข้าว&nbsp;ที่วัดบูรพา&nbsp;บ้านทุ่งแต้&nbsp;ตำบลทุ่งแต้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>การจัดงานประเพณีบุญข้าวจี่&nbsp;</strong>บายศรีสู่ขวัญข้าว&nbsp;ของชาวบ้านทุ่งแต้&nbsp;เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณีท้องถิ่นชาวอีสาน&nbsp;ตามประเพณีฮีต&nbsp;สิบสอง&nbsp;พร้อมทั้งเพื่อถ่ายทอดสู่ชนรุ่นหลังให้ร่วมอนุรักษ์&nbsp;วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชุมชนให้คงอยู่สืบไป</p><p><strong>บุญข้าวจี่&nbsp;หรือชาวอีสานบางหมู่บ้านเรียกงานบุญนี้ว่าบุญคุ้ม&nbsp;</strong>คือจะทำบุญกันเป็นคุ้มๆ&nbsp;หรือบางหมู่บ้านก็จะทำกันที่วัดประจำหมู่บ้าน&nbsp;โดยจะทำในช่วงเดือนสามหรือเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;และจะทำควบคู่กันกับพิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว&nbsp;คือมีการถวายข้าวเปลือกให้พระสงฆ์&nbsp;และนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์&nbsp;เมื่อเสร็จพิธีสงฆ์แล้วก็บายศรีสู่ขวัญข้าวในยุ้งฉาง&nbsp;ตามธรรมเนียมพราหมณ์&nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้าน&nbsp;และเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพทำนา&nbsp;ให้มีความสุข&nbsp;ความเจริญในการดำเนินชีวิตและทำนาได้ผลผลิตที่อุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นงานประเพณีท้องถิ่น&nbsp;ที่ชาวบ้านและวัดบูรพาราม&nbsp;บ้านทุ่งแต้&nbsp;ได้ร่วมสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204175140646
131	อปท.ร่วมกับ พช. ขับเคลื่อนการจัดตั้งตลาดนัดชุมชนตลาดต้นเพ็ก และพัฒนาศูนย์โอทอปตำบลโพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี	<p><strong>ที่ห้องประชุมศูนย์&nbsp;OTOP&nbsp;ตำบลโพนเพ็ก</strong>&nbsp;นายอวยชัย&nbsp;ปู่หลุ่น&nbsp;นายก&nbsp;อบต.โพนเพ็ก&nbsp;เป็นประธานเปิดประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานจัดตั้งตลาดนัดชุมชนและศูนย์โอทอป&nbsp;ตำบลโพนเพ็ก&nbsp;เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง</p><p><strong>นางเอกหทัย&nbsp;พนมอุปถัมภ์&nbsp;</strong>พัฒนาการอำเภอมัญจาคีรี&nbsp;ได้ร่วมเวทีเพื่อกำหนดแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานตลาดนัดชุมชนและศูนย์จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ตำบลโพนเพ็ก&nbsp;โดยเน้นการมีส่วนร่วมของกลุ่มองค์กรที่เข้าร่วมประชุม&nbsp;การถอดบทเรียนจากตลาดนัดชุมชนที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;นำมาสู่การจัดโครงสร้างองค์กรและการกำหนดแผนงานของตลาดนัดชุมชน&nbsp;เบื้องต้นมีแผนเปิดทดลองตลาด&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ภายใต้แนวความคิดของตลาดชุมชน&nbsp;เพื่อชุมชน&nbsp;และคงเอกลักษณ์ของชุมชน&nbsp;โดยมีผู้บริหาร&nbsp;อปท.&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มสตรี&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ภายในตำบล&nbsp;เข้าร่วมในการรับฟังหารืออย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ทุกภาคส่วนรู้สึกเป็นเกียรติและมีความพร้อมในการสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภายในชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204174936645
132	6 มี.ค.นี้ ชวนวิ่งพิชิต สามลุ่มน้ำ โขง ชี มูล สะออน 50 ปี ศรียโสธร	"<p><strong>จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ร่วมกับหอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;เทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร&nbsp;การกีฬาแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยโสธร&nbsp;และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่&nbsp;YEC&nbsp;YASOTHON&nbsp;กำหนดจัดงานวิ่งพิชิต""สามลุ่มน้ำโขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร""ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;04.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จุดปล่อยตัว&nbsp;ณ&nbsp;ลานวิมานพญาแถน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ในรูปแบบของ&nbsp;Sport&nbsp;Tourism&nbsp;และเป็นการส่งเสริมรณรงค์ให้ทุกคนออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)</p><p><strong>รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย</strong>&nbsp;มอบให้แก่หอการค้า&nbsp;จ.&nbsp;ยโสธร&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดยโสธร&nbsp;และศูนย์ปันฮัก&nbsp;ชองหอการค้ายโสธร&nbsp;เพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณะกุศล&nbsp;การจัดงานครั้งนี้ได้เน้นเรื่องมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>บุคคลที่เข้าร่วมสนับสนุนงานวิ่งครั้งนี้</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;เทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;นายวิโรจน์&nbsp;ฉัตรหิรัญย์&nbsp;ประธานหอการค้า&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;อดีตประธานหอการค้าเเละกรรมการหอการค้า&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;นางประภาศรี&nbsp;สุฉันทบุตร&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นายขวัญพัฒน์&nbsp;เชื้อวาณิชย์&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;จึงวิวัฒนาภรณ์&nbsp;นางเพชรรวง&nbsp;พวงเเก้ว&nbsp;นายประวิทย์&nbsp;ทองวิทยาพร&nbsp;นายไพศาล&nbsp;เเจ่มจำรัส&nbsp;เเละนักธุรกิจ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;บุคคลทั่วไป&nbsp;ร่วมสนับสนุนงานวิ่ง&nbsp;""โขงชีมูล""&nbsp;ในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สวท.ยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204181225653
133	มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ช่วง 3 วันแรก ยอดการใช้จ่ายกว่า 6,500 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลล่าสุด&nbsp;(ณ&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;พบว่ามีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน&nbsp;13.53&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;4,974.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;2,516.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;2,458&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะเดียวกันมีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;23.07&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน&nbsp;1.33&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;46&nbsp;ราย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน&nbsp;7.63&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;1,510.91&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4.83&nbsp;แสนราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;94.86&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยทุกโครงการมีผู้ใช้สิทธิรวม&nbsp;21.64&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด&nbsp;6,580.47&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง&nbsp;ๆ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;สามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;หรือผ่านเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โฆษกกระทรวงการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการ&nbsp;และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ไม่หวังดีที่เสนอจะช่วยหาประโยชน์จากโครงการ&nbsp;โดยไม่ได้ทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการจริงอย่างเด็ดขาด&nbsp;เนื่องจากภาครัฐมีระบบการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้อีกและมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204215024721
134	พาณิชย์ขอนแก่น จับมือไปรษณีย์ไทย ส่งสินค้าให้ผู้ประกอบการ คุ้มค่า ราคาถูก ค่าบริการขนส่งเริ่มต้นที่ 25 บาท	<p><strong>นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมการประกอบธุรกิจการค้าและการตลาด&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;และผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;นำสินค้ามาจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;ในโครงการ&nbsp;ตลาดพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;(MOC&nbsp;ขายถูก)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยมีร้านค้าเข้าร่วมจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;คือ</p><p>1.ร้านพี่สมัยผักสดและผลไม้&nbsp;=&nbsp;5,000&nbsp;บาท</p><p>2.ร้านผักอินทรีย์ซำสูง&nbsp;=&nbsp;3,000&nbsp;บาท</p><p>3.ไก่ย่างดอกไม้ฟาร์ม&nbsp;=&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p>4.ไก่ไร้เก้าฑ์&nbsp;=&nbsp;1,500&nbsp;บาท</p><p>5.ไข่ไก่จำนวน&nbsp;105&nbsp;แผง&nbsp;=&nbsp;9,975&nbsp;บาท</p><p>6.หมูเนื้อแดงจำนวน&nbsp;150&nbsp;กก.&nbsp;=&nbsp;22,500&nbsp;บาท</p><p>7.ร้านหมูณัฐ&nbsp;=&nbsp;7,685&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>8.ร้านขายปลานิล&nbsp;=&nbsp;3,000&nbsp;บาท</p><p>9.ข้าวสาร&nbsp;80&nbsp;กก.&nbsp;=&nbsp;2,000&nbsp;บาท</p><p>10.ร้านปลากริมไข่เต่า&nbsp;=&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>รวมยอดการจำหน่ายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น&nbsp;66,160&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204185313665
135	เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ชวนแอ่วงานมหกรรมไม้ดอก ไม้ประดับ ครั้งที่ 45	<p><strong>เกษตรจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ชวนเที่ยวงานมหกรรมไม้ดอก&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;45&nbsp;พบกับการประกวดไม้ดอก&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;12&nbsp;ชนิด&nbsp;279&nbsp;ประเภท&nbsp;</p><p><strong>นายเจริญ&nbsp;พิมพ์ขาล&nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>เชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมไม้ดอก&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;45&nbsp;ที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดแสดงนิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ/การจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับจากกลุ่มเกษตรกรจำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย/การจัดกิจกรรมประกวดไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ชนิด&nbsp;279&nbsp;ประเภท&nbsp;อาทิ&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;บอนไซ&nbsp;โป๊ยเซียน&nbsp;ไม้ประดับกระถางและที่สำคัญในปีนี้&nbsp;ได้มีไม้ใบด่างที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันมาจัดแสดงและประกวดในครั้งนี้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญของภาคเหนือ</strong>&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากมีสภาพอากาศเหมาะสมต่อการผลิตไม้ตัดดอกเมืองหนาว&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;กุหลาบ&nbsp;เบญจมาศ&nbsp;มากาเร็ต&nbsp;พีค็อก&nbsp;ตลอดจนไม้กระถาง&nbsp;และไม้ถุงนานาชนิด&nbsp;ทำให้เกิดรายได้จากการประกอบอาชีพรวมหลายล้านบาท&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ปลูก&nbsp;3,555&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;1,146&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่ปลูกมากได้แก่&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;แม่วาง&nbsp;จอมทอง&nbsp;นอกจากนี้เทศบาลนครเชียงใหม่&nbsp;ได้จัดประดับตกแต่งภายในบริเวณสวนสาธารณะหนองบวกหาด&nbsp;และบริเวณโดยรอบให้สวยงามด้วยไม้ดอกนานาพันธ์&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;7&nbsp;โซน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;Tree&nbsp;of&nbsp;Heaven&nbsp;:&nbsp;&nbsp;ต้นไม้แห่งสรวงสวรรค์&nbsp;ที่เปรียบเสมือนใจกลางของโลก&nbsp;ที่คอยส่องแสงสุขสกาวนำทางความหวังไปสู่มวลมนุษย์&nbsp;ผ่านเส้นทางซุ้มรูปหัวใจ&nbsp;ที่สื่อถึงการส่งความสุข&nbsp;ไปยังหัวใจของทุกคน,&nbsp;Garden&nbsp;of&nbsp;Hope&nbsp;:&nbsp;สวนแห่งความหวัง&nbsp;เป็นซุ้มทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยสวนดอกพิทูเนีย&nbsp;ดอกไม้แห่งความไม่สิ้นหวังที่เบ่งบานพร้อมกัน&nbsp;ให้ผู้ที่ก้าวมายังสวนแห่งนี้&nbsp;ได้เติมเต็มความหวังและแรงบันดาลใจในการสู้ชีวิตต่อไป,&nbsp;&nbsp;Queen&nbsp;of&nbsp;Flora&nbsp;:&nbsp;ราชินีดอกไม้ผู้งดงามที่ออกมาต้อนรับเหล่าผู้มาเยือน&nbsp;พร้อมดลบันดาลให้เหล่าพฤกษานานาพันธุ์ได้เบ่งบานเต็มท้องทุ่งสู่นครบุปผาแห่งนี้,&nbsp;&nbsp;Aurora&nbsp;Borealis&nbsp;:&nbsp;เส้นทางแห่งออโรร่า&nbsp;อุโมงค์ทางเดินที่ประดับประดาด้วยไฟเป็นทางยาวเปรียบเสมือนแสงเหนือที่ส่องสว่างบนท้องฟ้ายามราตรีที่มีความสวยงามตระการตา,&nbsp;Orchids&nbsp;of&nbsp;Paradise&nbsp;:&nbsp;อุโมงค์สวนกล้วยไม้นานาพันธุ์&nbsp;ที่ออกดอกเบ่งบานหลากสีสัน&nbsp;ส่งกลิ่นหอมฟุ้งเป็นทางยาว&nbsp;เปรียบเสมือนเส้นทางแห่งความมั่งคั่ง&nbsp;ความรัก&nbsp;และความสง่างาม&nbsp;ที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิต,&nbsp;&nbsp;Fantasy&nbsp;Happy&nbsp;&nbsp;Barn&nbsp;:&nbsp;โรงนาแห่งความสุข&nbsp;อุโมงค์ทางเดินที่ให้บรรยากาศแบบโรงนา&nbsp;ที่เต็มไปด้วยแปลงดอกไม้เมืองหนาวหลากสายพันธุ์&nbsp;ที่เบ่งบาน&nbsp;มอบความสุขให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม,&nbsp;Elysium&nbsp;Fields&nbsp;:&nbsp;ท้องทุ่งดินแดนสุขาวดี&nbsp;พื้นที่บริเวณเวทีกลางที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งรวงข้าวสีทองที่เปล่งประกายงดงาม&nbsp;ราวกับทุ่งเอลิเซียมในดินแดนสวรรค์ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นสูงสุดจากเทพปกรณัมของกรีกเป็นพื้นที่แห่งความสุขที่น่าอภิรมย์สูงสุดของมวลมนุษย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	4/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204185752666
136	การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรี จัดงาน เที่ยวไทยมั่นใจไปกับ SHA ในรูปแบบ Covid Free-setting	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</strong>&nbsp;นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และ&nbsp;นายอภิชัย&nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;&nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;เที่ยวไทยมั่นใจไปกับ&nbsp;SHA&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมกับจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;จัดงานเที่ยวไทยมั่นใจไปกับ&nbsp;SHA&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;4-6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.00-22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;&nbsp;โดยนำเสนอเอกลักษณ์สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีและจังหวัดท่องเที่ยวในภาคกลางให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่&nbsp;กระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยว&nbsp;และกระจายรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการผ่อนคลายมาตรการจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;คลี่คลายลง&nbsp;ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวจะได้ออกเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม&nbsp;สัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลาย&nbsp;รวมถึงการได้ลิ้มลองรสชาติอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;4&nbsp;โซนหลัก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.โซน&nbsp;SHA&nbsp;&nbsp;Pavilion&nbsp;&nbsp;นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;2.โซน&nbsp;Gastronomy&nbsp;Zone&nbsp;คัดสรรร้านอาหาร&nbsp;และเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น&nbsp;รวมถึงการรังสรรค์เมนูอาหารท้องถิ่นจากเชฟชุมชน&nbsp;3.โซน&nbsp;Premium&nbsp;&nbsp;Craft&nbsp;Zone&nbsp;&nbsp;จำหน่ายสินค้า&nbsp;Premium&nbsp;Craft&nbsp;ที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่น&nbsp;4.โซน&nbsp;DIY&nbsp;&nbsp;Zone&nbsp;&nbsp;เรียนรู้กิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;ที่น่าสนใจพร้อมทั้งยังมีการแสดงจากวงดนตรีในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;better&nbsp;mood&nbsp;และวงเย็นนี้กินอะไร&nbsp;และการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เบล&nbsp;วริศรา&nbsp;(เอาปากกามาวง)&nbsp;เท่ห์&nbsp;อุเทน&nbsp;พรหมมินทร์&nbsp;และ&nbsp;กบ&nbsp;ทรงสิทธิ์&nbsp;รุ่งนพคุณศรี&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โก้&nbsp;แซกแมน&nbsp;ชมพู&nbsp;ฟรุตตี้&nbsp;&nbsp;และวง&nbsp;No&nbsp;One&nbsp;Else&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ชรัส&nbsp;เฟื่องอารมณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตุ๊ก&nbsp;วิยะดา&nbsp;และ&nbsp;เอ๊ะ&nbsp;จิรากร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีบริการ&nbsp;SHA&nbsp;Clinic&nbsp;อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการมาลงทะเบียน</strong>&nbsp;รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และให้คำปรึกษาในการลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;10&nbsp;ประเภทกิจการ&nbsp;โดยผู้ประกอบการที่สนใจยื่นสมัครรับตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;ต้องเตรียมภาพถ่ายมาตรฐานการให้บริการ&nbsp;และเอกสารสำคัญของสถานประกอบการ&nbsp;(รับทั้งเอกสารและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)&nbsp;ตามหัวข้อและรายละเอียดการสมัครของแต่ละประเภทกิจการ&nbsp;โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""&nbsp;https://www.thailandsha.com/checklist_example&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;https://www.thailandsha.com/checklist_example</a>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำหนดรูปแบบการจัดงานภายใต้มาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free-Setting</strong>&nbsp;ตามมาตฐานทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;จำกัดจำนวนผู้ร่วมงาน&nbsp;900&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงานต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;หรือแสดงหลักฐานการตรวจโรคโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit&nbsp;(ATK)&nbsp;โดยมีผลเป็นลบไม่เกิน&nbsp;&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านการคัดกรองอุณหภูมิ&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะอยู่ในงาน&nbsp;ลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;รวมทั้งมีบริการชำระเงินผ่านการโอน&nbsp;Mobile&nbsp;Banking&nbsp;เพื่อลดการสัมผัส&nbsp;รวมถึงมีจุดบริการแอลกอฮอล์ทั่วบริเวณการจัดงานอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	4/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210200540891
137	ผักกาดหวาน ตำนานการเกษตรสู่คำขวัญจังหวัดสุรินทร์	<p><strong>จากคำขวัญจังหวัดสุรินทร์ที่ว่า</strong>&nbsp;สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่&nbsp;ผ้าไหมงาม&nbsp;ประคำสวย&nbsp;ร่ำรวยปราสาท&nbsp;ผักกาดหวาน&nbsp;ข้าวสารหอม&nbsp;งามพร้อมวัฒนธรรม&nbsp;แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบที่มาซึ่งเป็นหนึ่งผลผลิตทางการเกษตรคือ&nbsp;ผักกาดหวาน</p><p><strong>นายธนกฤต&nbsp;เจียรวัฒนากร&nbsp;เจ้าของผักกาดหวานสามผึ้ง&nbsp;(รุ่นลูก)&nbsp;</strong>เล่าว่า&nbsp;บิดาของตน&nbsp;ได้อพยพมาจากเมืองจีน&nbsp;และตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อำเภอกาบเชิง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และได้ทำการเกษตร&nbsp;รวมถึงการปลูกหัวผักกาด&nbsp;โดยได้ใช้กระบวนการถนอมอาหารโดยการหมักน้ำผึ้งในโอ่งมังกร&nbsp;เพื่อรับประทานในครัวเรือน&nbsp;แต่ด้วยหัวผักกาดที่หมักน้ำผึ้งมีจำนวนมาก&nbsp;จึงได้ทำการบรรจุขาย&nbsp;และส่งออกไปทั่ว&nbsp;จนกระทั่งชื่อเสียงเรียงนาม&nbsp;และความหวาน&nbsp;หอม&nbsp;อร่อย&nbsp;ได้ไปสัมผัสลิ้นของท่านเหมา&nbsp;เจอ&nbsp;ตุง&nbsp;และจอมพลเจียงไคเชก&nbsp;จึงได้มีการสืบประวัติที่มาการผลิตจากการขนส่งรถไฟในสมัยนั้น&nbsp;จนกลายเป็นที่โด่งดังทั่วโลกจากรุ่นสู่รุ่น</p><p>ส่วนที่มาของสามผึ้ง&nbsp;เกิดจากการใช้น้ำผึ้งหมักหัวผักกาดจนทำให้ผึ้งป่าเข้ามาทำรังในบ้าน&nbsp;และในครอบครัวมีผู้ชายด้วยกันทั้งหมดสามคน&nbsp;จึงตั้งชื่อเป็นสามผึ้งแต่นั้นเป็นต้นมา</p><p><strong>ถึงแม้การเวลาจะผ่านไปกี่ชั่วอายุคน</strong>&nbsp;แต่ความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องของความหอม&nbsp;หวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อย&nbsp;ของหัวผักกาดตราสามผึ้ง&nbsp;ก็ยังคงติดใจคนทั่วโลก&nbsp;และสามารถทำได้หลากหลายเมนู&nbsp;เช่น&nbsp;ยำ&nbsp;ผัดไข่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อีกทั้งในปัจจุบัน&nbsp;ได้มีการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ให้หันมาปลูกหัวผักกาดเพื่อสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชนอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204202514690
138	จังหวัดเพชรบุรี เจาะข้อมูล ปริมาณการเลี้ยงหมู  จัดทำบัญชีคุม ฯ ต้องรู้ชัดปริมาณการซื้อ ปริมาณการจำหน่าย สานนโยบายคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ ที่กำหนดให้สุกร เนื้อสุกร เป็นสินค้าควบคุม	<p><strong>เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและผู้ประกอบการ&nbsp;ร่วมประชุมหารือแนวทางบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เร่งหารือผู้ประกอบการเลี้ยงสุกร&nbsp;ในเขตจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประสานผู้แทนจากหลายบริษัท&nbsp;รวม&nbsp;51&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ที่มีการเลี้ยงหมูเกิน&nbsp;500&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งระบบการบริหารจัดการข้อมูลนั้น&nbsp;ทางฟาร์มทั้งหมดจะต้องรายงานผ่านศูนย์ทางบริษัท&nbsp;และส่งต่อข้อมูลให้กับพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภายในวันจันทร์ทุกสัปดาห์&nbsp;โดยดำเนินการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้กับทางรัฐบาล&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการให้การกำกับดูแลสุกรและเนื้อสุกรมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของประชาชนในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายเฉลียว&nbsp;สาขามณี</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการอิสระ&nbsp;กล่าวถึงราคาหมูว่าเป็นเรื่องของคนไกการตลาด&nbsp;ซึ่งปริมาณหมูจะขึ้นอยู่กับ&nbsp;demand&nbsp;supply&nbsp;ปริมาณความต้องการซื้อ&nbsp;แต่ปัญหาหมูแพงที่เกิดขึ้น&nbsp;สาเหตุเกิดจากโรคระบาด&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ผู้เลี้ยงรายย่อยในจังหวัดเพชรบุรีเลิกเลี้ยงไปแล้วหลายราย&nbsp;และส่วนที่เหลืออยู่ก็ได้ลดปริมาณการเลี้ยงลง&nbsp;ซึ่งผลจาการเกิดโรคระบาดสุกร&nbsp;เลยทำให้ที่ผ่านเกิดการขาดแคลนค่อนข้างจะหนัก&nbsp;แต่ภาวะปัจจุบันราคาเริ่มลดลง&nbsp;ส่วนหนึ่งผ่านเทศกาลตรุษจีนมาแล้วความต้องการมันลดลงด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;น</strong>ายกรรัตน์&nbsp;คุ้มกระ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้เข้าไปสำรวจปริมาณการเลี้ยงหมู&nbsp;ทั้งเกษตรกรรายเล็ก&nbsp;รายย่อย&nbsp;รายใหญ่&nbsp;และสำรวจปริมาณเนื้อหมู&nbsp;ว่า&nbsp;มีปริมาณเท่าไหร่&nbsp;โดยการตรวจสอบ&nbsp;ปริมาณหมูในทุกห้องเย็น&nbsp;ซึ่งจะใช้เป็นฐานข้อมูล&nbsp;ในการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้ส่งผลต่อราคาหมูในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	4/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204234520735
139	ส่งมอบโครงการออมสินมีดี ชุมชนวิถีถิ่นไทย 2564 พัฒนาผู้ประกอบการโฮมสเตยส์	<p><strong>นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู</strong> ร่วมกิจกรรมพิธีส่งมอบโครงการออมสินมีดี ชุมชนวิถีถิ่นไทย 2564 เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการโฮมสเตยส์ โดยดำเนินการพัฒนาศักยภาพร่วมกับกลุ่มองค์กรชุมชนและผู้ประกอบการโฮมสเตย์ในพื้นที่บ้านห้วยเดื่อ ตำบลโนนทัน อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งมีธนาคารออมสินสาขาหนองบัวลำภู องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับชุมชนและเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพในชุมชน ลดรายจ่าย สร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ ของชุมชนเสริมสร้างความมั่งคั่ง มั่นคง ทางเศรษฐกิจ สังคมและชุมชนฐานรากให้สามารถเข้าสู่แหล่งเงินทุนและรายได้อย่างยั่งยืน </p><p><strong>บ้านห้วยเดื่อ มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 7 หลังคาเรือน </strong>โดยมีที่พักพร้อมอาหารและเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชน ซื้อผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของชุมชน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเน้นเชิงคุณภาพ ไม่ได้เน้นเชิงปริมาณตามวิถีชีวิตใหม่ โดยใช้มาตรการควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข</p><p>&nbsp;</p>	4/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220204220916726
140	จังหวัดลำปาง แถลงข่าว?จัดงาน Lampang Ceramic World Class (ลำปางเซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 34)	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class&nbsp;(ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่?&nbsp;34)&nbsp;ภายใต้โครงการมหกรรมลำปางชนะแกรนด์เซลล์&nbsp;โดยมีนางสาวตวงรัตน์?&nbsp;โล่ห์สุนทร?&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง?&nbsp;,&nbsp;นายกิติศักดิ์&nbsp;สินวนาทรัพย์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง?&nbsp;,&nbsp;นายสกล&nbsp;สุพรรณบรรจง?&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง?&nbsp;,&nbsp;นายชัยณรงค์?&nbsp;จุมภู?&nbsp;ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง?&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนสหกรณ์เซรามิกและหัตถอุตสาหกรรมลำปาง&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายต่อศักดิ์&nbsp;ประคำทอง&nbsp;นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง?&nbsp;ร่วมแถลงข่าว?ต่อสื่อมวลชน?และประชาชนที่มาร่วมงาน?&nbsp;ณ?&nbsp;บริเวณแลนด์มาร์ค?&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแลนด์มาร์ด&nbsp;สะพานดำ&nbsp;อ.เมืองลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดงาน?&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class&nbsp;(ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34)?</strong>&nbsp;กำหนดจัดขึ้น?ระหว่างวันที่?&nbsp;12-22&nbsp;กุมภาพันธ์?&nbsp;2565?&nbsp;ณ?&nbsp;ลานอเนนกประสงค์ห้างไทยวัสดุลำปาง&nbsp;โดยภายในงานฯ?&nbsp;จะพบกับบูธร้านค้าจากผู้ประกอบการเซรามิกทั่วทั้งลำปาง&nbsp;ผู้ประกอบการไม้&nbsp;และสิ่งทอ&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์&nbsp;ที่ได้รับการยกระดับสู่ระดับโลก</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;มินิคอนเสิร์ต&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;Lampang&nbsp;Master&nbsp;Chef&nbsp;Ceramic&nbsp;และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;จากทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ</p>	5/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205093926744
141	บรรยากาศวันที่ 2 ของตลาดนัดชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดร้อยเอ็ด	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณถนนหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ดร.เอกภาพ&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดร.รัชนี&nbsp;พลซื่อ&nbsp;ประธานคณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นำสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดมาจัดจำหน่าย&nbsp;ภายในงาน&nbsp;OTOP&nbsp;MARKET&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยได้จำหน่ายเนื้อหมูกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;(มีจำนวนจำกัด)&nbsp;ครอบครัวละ&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ได้รับความสนใจจากประชาชน&nbsp;ต่อแถวเข้าคิวซื้อเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดได้นำทีมลงมือเป็นพ่อค้าขายเนื้อหมูด้วยตนเอง&nbsp;และภายในงานยังมีสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;อาหาร&nbsp;ผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;มาจัดจำหน่ายอีกมาก</p><p><strong>โดยการจัดตลาดนัด&nbsp;ตลาดชุมชน</strong>&nbsp;จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค&nbsp;ในราคาที่ประหยัด&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิต&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและให้เกิดความยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินงานโครงการตลาดนัดชุมชน&nbsp;</strong>กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะดำเนินการทุกวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ในสัปดาห์แรกของทุกเดือน&nbsp;ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน&nbsp;2565&nbsp;โดยในครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการตั้งแต่วันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;ครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;บรรเทาค่าครองชีพลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;กระจายรายได้สู่ชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	5/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205114324776
142	ไปรษณีย์ไทย จัดทำแสตมป์ชุดกุลาบสีม่วงพร้อมกลิ่นหอมต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ ส่งต่อความรักแบบวิถีใหม่	<p><strong>นายดนันท์&nbsp;สุภัทรพันธุ์&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในเทศกาลวาเลนไทย์ปีนี้ได้จัดทำแสตมป์ชุดสื่อแห่งความรัก&nbsp;โดยใช้ภาพกุหลาบพร้อมกลิ่นหอม&nbsp;&nbsp;ซึ่งกุหลาบสีม่วงถือเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจ&nbsp;ความสง่างามและความสำเร็จ&nbsp;สอดคล้องกับการเป็นสีประจำปี&nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางส่งต่อความรักและเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จและเพื่อตอบสนองวิถีใหม่แบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;การส่งโปสต์การ์ด&nbsp;หรือของขวัญ&nbsp;พร้อมผนึกแสตมป์วาเลนไทน์กลิ่นกุหลาบช่วยเพิ่มความพิเศษให้ของขวัญในการบอกรักแบบเว้นระยะห่าง&nbsp;ผู้สนในสามารถซื้อได้ที่&nbsp;ไปรษณีย์ทั่วประเทศตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&nbsp;ราคาดวงละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;(เต็มแผ่น&nbsp;10&nbsp;ดวง)&nbsp;ซองวันแรกจำหน่าย&nbsp;19&nbsp;บาท&nbsp;หรือซื้อออนไลน์ได้ที่&nbsp;www.thailandpostmart.com&nbsp;&nbsp;สำหรับการใช้เทคนิคกลิ่นหอมบนดวงแสตมป์ภาพดอกกุหลาบเริ่มมาตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2545&nbsp;จนมาถึงชุดปัจจุบันนับเป็นแสตมป์กุหลาบกลิ่นหอมชุดที่&nbsp;13&nbsp;โดยแต่ละชุดจะมีกลิ่นหอมที่แตกต่างกันไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205121139790
143	นายรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อร้องเรียนโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4  เตือนอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากที่รัฐบาลได้มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทางเว็บไซต์&nbsp;www.เราเที่ยวด้วยกัน.com&nbsp;มีกรณีร้องเรียนว่า&nbsp;โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ปรับราคาขึ้นสูงกว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ทั้งนี้พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้ติดตามและสั่งการให้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและการท่องเที่ยวเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;พบว่า&nbsp;โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ไม่ได้ปรับราคาขึ้นอย่างที่เป็นกระแสในสื่อโซเชียล&nbsp;เนื่องจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ไม่ได้เปิดรับผู้ประกอบการรายใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการในเฟสนี้&nbsp;ดังนั้นโรงแรมต่างๆ&nbsp;ยังต้องใช้จำนวนห้องพักและราคาห้องพักเดิมที่แจ้งไว้ตั้งแต่เฟส&nbsp;3&nbsp;จะไม่สามารถปรับราคาได้&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ประชาชนพบว่ามีราคาที่สูงขึ้น</strong>&nbsp;อาจเกิดจากจำนวนห้องที่ทางโรงแรมสมัครเข้าระบบเต็มในช่วงเวลานั้นๆ&nbsp;ทำให้ต้องปรับประเภทของห้องพักที่ราคาสูงขึ้นได้&nbsp;ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม&nbsp;อย่าให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;เพราะทุกโครงการที่รัฐบาลดำเนินการเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน&nbsp;หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส&nbsp;4&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;9,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าโรงแรมที่พักร้อยละ&nbsp;40&nbsp;สูงสุด&nbsp;3,000&nbsp;บาท/ห้อง/คืน&nbsp;คนละไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ห้อง&nbsp;คูปองส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;600&nbsp;บาทต่อห้องต่อคืน&nbsp;ประชาชนจะชำระ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และรัฐบาลสนับสนุนอีกร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ผ่านการตัดเงินจากคูปอง&nbsp;และค่าโดยสารเครื่องบิน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;แสนสิทธิ&nbsp;เป็นโครงการที่เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ&nbsp;ทั้งนี้ข้อมูลจากเว็บไซต์&nbsp;เราเที่ยวด้วยกัน.com&nbsp;หลังเปิดให้เริ่มใช้สิทธิของเฟส&nbsp;4&nbsp;เพียง&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจองห้องพักแล้วเกือบ&nbsp;2&nbsp;แสนสิทธิ&nbsp;จากที่รัฐบาลให้ทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;ซึ่งนับว่ากระแสการตอบรับโครงการดีมาก&nbsp;โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ก็ได้ประเมินว่าโครงการนี้จะช่วยให้การท่องเที่ยวในประเทศในครึ่งแรกของปีจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยต่อเนื่อง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอให้ทุกคนยังคงป้องกันขั้นสูงสุด</strong>&nbsp;ด้วยการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแบบครอบจักรวาล&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;หมั่นตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และสังเกตเฝ้าระวังอาการอย่างสม่ำเสมอและสถานประกอบการและร้านอาหารต่างๆ&nbsp;เข้มงวดในการปฏิบัติตาม&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;เพื่อการใช้ชีวิตได้ปกติสุขที่สุดต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	5/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205121541796
144	ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์ จับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค สมุดเงินฝากเล่มแดง ลุ้นรับรางวัลมูลค่า   15.8 ล้านบาท 8 กุมภาพันธ์ นี้	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดย&nbsp;?ธ.ก.ส.สาขาเขาค้อ&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมมอบบ้านตามโครงการ&nbsp;""คิดดี&nbsp;ทำดี&nbsp;ออมวันละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อสังคม""&nbsp;และโครงการ&nbsp;""ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ""?&nbsp;โดยครั้งนี้เป็นการมอบบ้านให้แก่?&nbsp;น.ส.บังอร?&nbsp;กาเผือก?&nbsp;เลขที่?&nbsp;66&nbsp;ม.1&nbsp;ต.สะเดาะพง?&nbsp;อ.เขาค้อ?&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายภาคภูมิ?&nbsp;ภูมี?&nbsp;นายอำเภอเขาค้อ&nbsp;เป็นประธาน?&nbsp;พร้อมนี้นายทัศนนท์?&nbsp;ชินกุลกิจนิวัฒน์?&nbsp;ผู้ช่วย?&nbsp;ผอ.ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;,&nbsp;นายเสกสรร&nbsp;ยาดี?&nbsp;ผู้จัดการสาขาเขาค้อ&nbsp;,&nbsp;?นางจันทร์แรม?&nbsp;ศรีเดช?&nbsp;นายก?&nbsp;อบต.เขาค้อ&nbsp;?,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;,&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่?&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีพร้อมร่วมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่?&nbsp;น.ส.อังอร?&nbsp;กาเผือก?&nbsp;อีกจำนวนมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับ&nbsp;""โครงการคิดดี&nbsp;ทำดี&nbsp;ออมวันละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อสังคม""</strong>&nbsp;เป็นโครงการที่พนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกคนในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ร่วมออมเงินวันละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งปี?จะได้เงินรวม&nbsp;550,000&nbsp;บาท&nbsp;ในปีนี้?ได้นำเงินมอบให้โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ซื้อเครื่องมือแพทย์&nbsp;350,000บาท&nbsp;และสร้างบ้านให้ประชาชนอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;(สร้างที่?&nbsp;อ.วิเชียรบุรี?1หลัง)&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี?&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;และการมอบบ้านครั้งนี้เป็นการมอบบ้านหลังที่&nbsp;52&nbsp;ที่โครงการฯ&nbsp;ได้สนับสนุนสร้างบ้านมานับแต่เริ่มแรก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนโครงการ&nbsp;""ปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับผู้พิการ""&nbsp;นั้น</strong>&nbsp;ทาง&nbsp;อบต.เขาค้อ&nbsp;จัดทำโครงการและได้สนับสนุนเงินงบประมาณเสริม&nbsp;ในการก่อสร้างบ้านครั้งนี้อีก&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;20,000&nbsp;บาท</p>"	5/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205124120817
145	ประชาชนต่างออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านโครงการคนละครึ่ง ย่ายตลาดห้วยขวางอย่างต่อเนื่อง 	<p><strong>หลังจากที่รัฐบาลเปิดโครงการคนละครึ่งต่อเนื่อง&nbsp;เป็นระยะที่&nbsp;4</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่าประชาชนที่ตลาดห้วยขวางออกมาใช้จ่ายเลือกซื้อสินค้า&nbsp;อาหารและของกิน&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;โดยสิทธิรัฐช่วยจ่าย&nbsp;50%&nbsp;ไม่เกินวันละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;หรือสูงสุดไม่เกิน&nbsp;&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;ตลอดระยะเวลาโครงการ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>หนึ่งในประชาชนที่ใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เล่าว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่มีโครงการคนละครึ่งช่วยเหลือประชาชนได้เยอะ&nbsp;ส่วนใหญ่ซื้อสินค้าประจำวันเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านและอยากให้มีโครงการอีกต่อเนื่องเพราะเป็นการช่วยเหลือประชาชนและเป็นโครงการที่ทุกคนรอคอย</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ผู้ประกอบการร้านลูกชิ้น&nbsp;เล่าว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่มีโครงการคนละครึ่งสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านได้มากขึ้น&nbsp;เนื่องจากประชาชนมีกำลังซื้อและสามารถใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องลังเล&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้จึงอยากให้รัฐบาลต่อโครงการ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป</p><p><strong>ประชาชนผู้เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;</strong>ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;และสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ทันทีหลังการกดยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว&nbsp;และในส่วนของประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3&nbsp;จะสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;หรือผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;.com&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จนกว่าจะครบจำนวนประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;โดยสามารถเริ่มใช้จ่ายวันแรกในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p>	5/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205212551961
146	ธ.ก.ส.สาขาตรัง จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค ครั้งที่ 2 ประจำปี 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;ธนาเจริญสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ณ&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งการจัดงานเป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นางยุพา&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาตรัง</strong>&nbsp;(ในสังกัด&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;เป็นเงินฝากประเภทมีดอกเบี้ยและมีรางวัลเป็นสิ่งของ&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนผู้สนใจรักการออม&nbsp;ได้มีโอกาสรับโชคจากการฝากเงินที่ธนาคารกำหนด&nbsp;โดยกำหนดให้มีการจับรางวัลระดับจังหวัด&nbsp;ปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จัดขึ้นในวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นในวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;และการจับรางวัลในระดับประเทศ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งในปีนี้ธนาคารจับรางวัลระดับประเทศเมื่อวันเสาร์ที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่บางเขน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับรางวัลในจังหวัดตรังครั้งนี้&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;259&nbsp;รางวัล</strong>&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;9,395,750&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;Mitsubishi&nbsp;Attrage&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รางวัล&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;Honda&nbsp;Wave&nbsp;110&nbsp;i&nbsp;จำนวน&nbsp;109&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;3&nbsp;สร้อยคอทองคำหนัก&nbsp;2&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;145&nbsp;รางวัล&nbsp;โดยการจับรางวัลในครั้งนี้มีการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&nbsp;FM&nbsp;91.25&nbsp;MHz&nbsp;และทางเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;สวท.ตรัง&nbsp;Live&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;www.baac.or.th&nbsp;และเฟซบุ๊ก&nbsp;ธ.ก.ส&nbsp;BAAC&nbsp;Thailand</p>	5/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205124623819
147	ชาวประมงกระบี่เฮแห่จับแมงกะพรุนลอดช่องขายสร้างรายได้ดีมาเร็วกว่าทุกปี ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าต้องแย่งกันรับซื้อให้ราคาสูงตัวละ 5 บาท	<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;บรรยากาศชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;นำเรือหัวโทงออกตระเวน&nbsp;ไปตามน่านน้ำแถวเกาะรังหน้าถ้ำพระนางอ่าวไร่เล&nbsp;ต.อ่าวนาง&nbsp;นำเรือหางยาวดัดแปลงออกจับแมงกะพรุนกันอย่างคึกคักสร้างรายได้ในช่วงนี้&nbsp;โดยหนึ่งในนั้น&nbsp;คือ&nbsp;ครอบครัวของนายสุทัศน์&nbsp;หมาดชาย&nbsp;อายุ&nbsp;36&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านบ้านคลองกำ&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.คลองประสงค์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;ใช้สวิงด้ามยาวดัดแปลงพิเศษเฉพาะ&nbsp;คอยช้อนตักแมงกะพรุนลอดช่อง&nbsp;เมื่อเต็มลำเรือก็จะหันหัวเรือมุ่งหน้าสู่ท่าเรือบ้านปากหรา&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตลิ่งชัน&nbsp;อ.เหนือคลอง&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;โดยมีกลุ่มพ่อค้ามาตั้งเต๊นท์จองพื้นที่คอยรับซื้อในราคาตัวละ&nbsp;4-5&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอเหนือคลอง&nbsp;มีรายได้พอเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวในระยะนี้&nbsp;บางรายที่มีเรือลำใหญ่&nbsp;เรือ&nbsp;1&nbsp;ลำจุได้เยอะนับพันตัวจะมีรายได้&nbsp;4-5,000&nbsp;บาท/ต่อวัน&nbsp;แต่ถ้าลำเล็กจุได้แค่&nbsp;2-300&nbsp;ตัว&nbsp;รายได้ก็จะได้เพียง&nbsp;1-2,000&nbsp;บาท/ต่อวัน</p><p><strong>นายสุทัศน์&nbsp;หมาดชาย</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ชาวประมงที่หันมาตักแมงกะพรุนก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเท่าตัว&nbsp;เนื่องจากช่วงการระบาดของโควิด-19&nbsp;เรือหางยาวนำเที่ยวขาดรายได้&nbsp;จึงดัดแปลงเรือออกมาจับแมงกะพรุนแทน&nbsp;เป็นรายได้ทดแทนจากการการท่องเที่ยวที่หายไป&nbsp;อย่างไรก็ตามในปีนี้ราคาแมงกะพรุนยังสูงอยู่&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าจะรับซื้อในราคาตัวละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีพ่อค้าแม่ค้าเปิดรับซื้อหลายราย</p><p><strong>สำหรับแมงกะพรุนที่พ่อค้ามารับซื้อ</strong>&nbsp;จากชาวประมงจะเป็นแมงกะพรุนลอดช่อง&nbsp;เริ่มจากการนำมาหมักเกลือ&nbsp;พอแห้งแล้วก็ส่งต่อไปบริษัทที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;จากนั้นจะทำการแปรรูปอีกครั้ง&nbsp;บรรจุใส่ลังไม้ส่งขายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;เกาหลี&nbsp;จีน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งนิยมรับประทานกัน&nbsp;เพราะเชื่อว่ามีส่วนช่วยบำรุงร่างกายบำรุงกำลังวังชา&nbsp;ส่วนในประเทศไทยจะนิยมทานเป็นกับ&nbsp;เช่น&nbsp;ยำแมงกะพรุน&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205122801810
148	สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่น จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค มอบโชคใหญ่รถยนต์ 6 คัน และของรางวัลมากกว่า 14 ล้านบาท	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่โรงแรมเดอะเลค&nbsp;โฮเทล&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้ทำการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นการจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชคระดับจังหวัดเป็นครั้งที่&nbsp;55&nbsp;เพื่อมอบโชคให้กับลูกค้าระดับจังหวัด&nbsp;มูลค่ารางวัลกว่า&nbsp;14&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีนายจารึก&nbsp;เหล่าประเสริฐ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานการจับรางวัลมอบโชคแก่ผู้โชคดีลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจิรวัฒน์&nbsp;โลหะ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;เป็นผลิตภัณฑ์เงินของธนาคาร&nbsp;ประเภทมีรางวัลและธนาคารกำหนดให้มีการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคระดับจังหวัด&nbsp;ปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;และในวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;และระดับประเทศ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อมอบรางวัลให้กับผู้ฝากเงินที่มียอดเงินฝากในบัญชีทุก&nbsp;ๆ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;และฝากต่อเนื่อง&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้สิทธิ์ลุ้นรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;และยิ่งฝากมาก&nbsp;ยิ่งมีสิทธิ์มาก&nbsp;ผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยและมีโอกาสได้รับรางวัล&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;รถยนต์&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ทองคำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>พร้อมกล่าวต่ออีกว่า</strong>&nbsp;การจับรางวัลในครั้งนี้&nbsp;เป็นการจับรางวัลมอบโชคให้สำหรับลูกค้าระดับจังหวัด&nbsp;มูลค่ารางวัลกว่า&nbsp;14&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;จำนวน&nbsp;553,902&nbsp;บัญชี&nbsp;จำนวนเงินฝากทั้งสิ้น&nbsp;11,166&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีจำนวนบัตรลูกค้าผู้มีสิทธิ์&nbsp;8,400,895&nbsp;บัตร&nbsp;โดยธนาคารได้ดำเนินการจับรางวัลที่&nbsp;5&nbsp;,&nbsp;4&nbsp;,&nbsp;3&nbsp;,&nbsp;2&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;เป็นรถยนต์&nbsp;Mitsubishi&nbsp;Attrage&nbsp;Special&nbsp;Edition&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;รางวัล&nbsp;เพื่อมอบโชคแก่ลูกค้าผู้มีสิทธิ์ที่ฝากเงินบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคในจังหวัดขอนแก้นทั้ง&nbsp;31&nbsp;สาขา&nbsp;โดยผู้ฝากเงินสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับรางวัลได้ที่ประกาศรางวัล&nbsp;ณ&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาที่ลูกค้าฝากเงิน&nbsp;และสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จะจัดงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชคระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งต่อไปเป็นครั้งที่&nbsp;56&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาตลาดกลางสินค้าเกษตรขอนแก่น</p>	5/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205131115832
149	จังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการท่องเที่ยวภายในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 45	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;บรรยากาศการท่องเที่ยวภายในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;45&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย&nbsp;และชาวต่างชาติ&nbsp;เข้าท่องเที่ยวภายในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับครั้งที่&nbsp;45&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองบวกหาด&nbsp;อำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;ให้ความสนใจเข้าไปท่องเที่ยวชมความงดงามของดอกไม้นานาพันธุ์&nbsp;และความสวยงามของรถบุปผชาติ&nbsp;งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;45&nbsp;อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยภายในบริเวณสวนสาธารณะหนองบวกหาด&nbsp;จะเปิดให้เข้าชมความงดงามของดอกไม้นานาพันธ์เป็นรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30-22.00&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;รอบ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;1.30&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าผ่านทางแอปพลิเคชัน&nbsp;Que-Q&nbsp;และ&nbsp;Walk-in&nbsp;ลงทะเบียนหน้างาน&nbsp;ซึ่งแต่ละรอบสามารถเข้าชมได้ครั้งละ&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;จากการจองแอปพลิเคชัน&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;และ&nbsp;Walk-in&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีน&nbsp;COVID-19&nbsp;ต่อเจ้าหน้าที่หน้างาน&nbsp;พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าชมงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ที่สวนเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;82&nbsp;พรรษา</strong>&nbsp;<strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>นักท่องเที่ยวทยอยเข้าชมความงดงามภายในสวน&nbsp;และขบวนรถบุปผชาติอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันเช่นเดียวกัน&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด&nbsp;""งามสะพรั่งบุปผา&nbsp;พันธุ์พฤกษานครพิงค์""&nbsp;โดยได้มีการตกแต่งสวนด้วยไม้ดอกและไม้ประดับนานาพันธุ์&nbsp;ซึ่งมีความสวยงามและหาชมได้ยาก&nbsp;โดยเฉพาะดอกไม้เมืองหนาวที่ยังคงเป็นไฮไลท์ของงาน&nbsp;รวมถึงการจัดแสดงและการประกวดรถบุปผชาติ&nbsp;โดยได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากการเคลื่อนขบวนพาเหรดไปตามถนน&nbsp;เปลี่ยนมาเป็นการนำรถที่ประดับตกแต่งแล้ว&nbsp;นำมาจอดไว้ตามจุดที่กำหนดแทน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับชมและถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;การประกวดไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;การจัดสวนนิทรรศการ&nbsp;พร้อมทั้งมีการแสดงและสาธิตผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;(OTOP)&nbsp;ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย</p>"	5/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205134514840
150	ธ.ก.ส.ลำพูน จับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท 290 รางวัล	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาลำพูน&nbsp;ได้มีการจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อมอบโชคครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ให้แก่ลูกค้า&nbsp;ที่ฝากเงินกับบัญชีเงินฝากสมุดเล่มสีแดง&nbsp;ที่ฝากตามเงื่อนไขของทางธนาคาร&nbsp;คือ&nbsp;ต้องเป็นผู้ที่ฝากเงินที่มียอดฝากคงเหลือทุก&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ฝากติดต่อกันทุก&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้รับสิทธิ์ชิงรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ซึ่งการจับรางวัลระดับจังหวัดจะมีปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;และจะมีการขับรางวัลใหญ่ระดับประเทศ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งผู้มีสิทธิ์ที่จะได้จับรางวัลระดับประเทศ&nbsp;ต้องเป็นผู้ที่มียอดเงินฝากคงเหลือทุก&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ฝากติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้รับสิทธิ์ชิงรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ฝากติดต่อกัน&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้รับสิทธิ์ชิงรางวัลจำนวน&nbsp;2&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ภายใน&nbsp;1&nbsp;มกราคม-30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;ของทุกปี</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;กุลวิจิตร์รัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจับรางวัลในครั้งนี้&nbsp;มีรางวัลที่จะมอบให้ประชาชนทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;290&nbsp;รางวัล&nbsp;รวมมูลค่ากว่า&nbsp;7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><br></p><p>รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์เก๋ง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รางวัล</p><p><br></p><p>รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;รางวัล</p><p><br></p><p>รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;สร้อยคอทองคำ&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;2&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;รางวัล</p><p><br></p><p>รางวัลที่&nbsp;4&nbsp;สร้อยคอทองคำ&nbsp;น้ำหนัง&nbsp;1&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;159&nbsp;รางวัล</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เจ้าของบัญชีเงินฝากสมุดเล่มแดงที่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล&nbsp;สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ที่หน้าเว็บไซต์&nbsp;www.baac.or.th&nbsp;และที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	5/2/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205135130843
151	"ธ.ก.ส. ลำปาง จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคระดับจังหวัด ""ยิ่งออม ยิ่งดี ทวีโชค สะท้านเมืองลำปาง ภาค 2"" รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท"	"<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;จัดงานการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;""ยิ่งออม&nbsp;ยิ่งดี&nbsp;ทวีโชค&nbsp;สะท้านเมืองลำปาง&nbsp;ภาค&nbsp;2""&nbsp;ณ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;มี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;สวท.ลำปาง&nbsp;กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามบรรยากาศและร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>นายไพรัตน์&nbsp;ผลาศักดิ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เป็นธนาคารของรัฐที่ให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ด้วยบริการที่หลากหลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทต่างๆ&nbsp;การให้บริการสินเชื่อ&nbsp;รวมทั้งบริการใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;สำหรับเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคเป็นผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทหนึ่งของธนาคารที่ส่งเสริมการออมเงิน&nbsp;นอกจากได้รับดอกเบี้ยแล้ว&nbsp;ผู้ฝากมีโอกาสได้รับรางวัลชิงโชค&nbsp;ซึ่งผู้ฝากเงินที่มียอดเงินฝากคงเหลือทุก&nbsp;ๆ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ฝากติดต่อกันทุกๆ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ในแต่ละรอบดำเนินการ&nbsp;จะได้รับบัตรจับรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;โดยกำหนดจับรางวัลปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;สำหรับการจับรางวัลในครั้งนี้มียอดเงินฝาก&nbsp;8,879&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำนวนบัตรจับรางวัล&nbsp;7,177,009&nbsp;บัตร&nbsp;และมีของรางวัลที่มอบให้แก่ผู้โชคดี&nbsp;จำนวน&nbsp;978&nbsp;รางวัล&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;11,154,510&nbsp;บาท</p><p><strong>รางวัลประกอบด้วย</strong>&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์เก๋ง&nbsp;ขนาด&nbsp;1200&nbsp;ซีซี&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;5,819,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;HONDA&nbsp;WAVE&nbsp;110I&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;2,635,200&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;ทองรูปพรรณ&nbsp;หนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,020,000&nbsp;บาท&nbsp;รางวัลที่&nbsp;4&nbsp;ตู้เย็น&nbsp;Toshiba&nbsp;6.5&nbsp;คิว&nbsp;1&nbsp;บานประตู&nbsp;จำนวน&nbsp;157&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;893,330&nbsp;บาท&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;5&nbsp;พัดลมตั้งพื้น&nbsp;18&nbsp;นิ้ว&nbsp;ยี่ห้อฮาตาริ&nbsp;จำนวน&nbsp;722&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;786,980&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับรายชื่อผู้โชคดีได้รับรางวัล&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ลำปาง&nbsp;</strong>จะแจ้งประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง&nbsp;โดยสามารถติดตามประกาศได้ที่&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ลำปาง&nbsp;ทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	5/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205135049842
152	ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยืนยันไม่มีการตรวจค้นหน้ากากอนามัย เนื่องจากไม่ใช่สิ่งของอันตรายห้ามขึ้นเครื่องบิน	<p><strong>ฝ่ายกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์</strong>&nbsp;<strong>ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทอท.&nbsp;ชี้แจงกรณีมีการโพสต์ข้อความประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับมาตรการการนำหน้ากากอนามัยออกนอกราชอาณาจักร&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ชื่อเพจ&nbsp;Suvarnabhumi&nbsp;Airport&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการตามที่กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ขอความร่วมมือให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดำเนินการแจ้งให้ผู้โดยสารทราบ&nbsp;เพื่อให้ถือปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ซึ่งได้สร้างความกังวลแก่ผู้โดยสารว่าจะมีการตรวจค้นและห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำหน้ากากอนามัยติดตัวขึ้นเครื่อง&nbsp;หรือโหลดไปกับสัมภาระที่บรรจุใต้ท้องเครื่องในกรณีที่เดินทางไปยังต่างประเทศหรือไม่นั้น&nbsp;โดยยืนยันว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะไม่มีการตรวจค้นหน้ากากอนามัยที่ผู้โดยสารพกติดตัว&nbsp;หรือโหลดไปกับสัมภาระใต้ท้องเครื่อง&nbsp;เนื่องจากไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่</p><p><strong>ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;จะทำการตรวจค้นสัมภาระติดตัวผู้โดยสารและสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่องและตรวจยึดเฉพาะวัตถุอันตราย&nbsp;หรือสิ่งของต้องห้ามตามมาตรการที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กพท.กำหนดเท่านั้น&nbsp;ซึ่งหน้ากากอนามัยไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดดังกล่าว&nbsp;หากผู้โดยสารต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับประกาศคณะกรรมการกลางฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ขอให้ติดต่อไปที่&nbsp;สายด่วน&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;โทร.&nbsp;1569</p><p><br></p><p><br></p>	5/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205185525932
153	ร้อยเอ็ด จับสลากรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค มอบให้ลูกค้าผู้ฝากเงิน ประเภทออมทรัพย์ทวีโชค	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นยประธานการจับสลากรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;เพื่อมอบรางวัลแก่ลูกค้าผู้ฝากเงินประเภทออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมสาเกตฮอลล์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วยนายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;รุ่งพนารัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และผู้บริการ&nbsp;บุคลลากร&nbsp;ในสังกัด&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยการจับรางวัลในครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการจับรางวัลในระดับจังหวัดที่จะมอบให้แก่ผู้โชคดีที่ฝากเงินกับ&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขาในจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยผู้ที่ฝากเงินครบทุก&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;และคงเงินฝากในบัญชีต่อเนื่องครบ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ก่อนเดือนจับรางวัล&nbsp;จะได้รับคูปองชิงรางวัล&nbsp;1&nbsp;ใบ&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการจับรางวัลปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคมและวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;และจัดงานจับรางวัลรวมในระดับประเทศช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี&nbsp;ซึ่งของรางวัลในครั้งนี้มี&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;69&nbsp;รางวัล&nbsp;รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;ทองคำหนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;4&nbsp;ทองคำหนักสองสลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;195&nbsp;รางวัลและอีกมากมาย&nbsp;รวมมูลค่าทั้งสิ้น&nbsp;15.3&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนผลการจับฉลาก&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1</strong>&nbsp;รถยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;ได้แก่&nbsp;เข็มทอง&nbsp;บุญธรรม&nbsp;จากสาขาหนองฮี&nbsp;,&nbsp;นางสาวแสงจันทร์&nbsp;อุดทา&nbsp;สาขาหนองพอก&nbsp;,&nbsp;นายวิศรุต&nbsp;ทินบังและนายอุดม&nbsp;ทินบัง&nbsp;สาขาปทุมรัตต์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รายระเอียดผลการจับรางวัลอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ต่อไป</p>	5/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205141801856
154	ธ.ก.ส.สาขาตรัง จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค ครั้งที่ 2 ประจำปี 2564	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายสราวุธ&nbsp;ธนาเจริญสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ณ&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งการจัดงานเป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นางยุพา&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;ผู้จัดการ&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาตรัง&nbsp;(ในสังกัด&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดตรัง)</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;เป็นเงินฝากประเภทมีดอกเบี้ยและมีรางวัลเป็นสิ่งของ&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนผู้สนใจรักการออม&nbsp;ได้มีโอกาสรับโชคจากการฝากเงินที่ธนาคารกำหนด&nbsp;โดยกำหนดให้มีการจับรางวัลระดับจังหวัด&nbsp;ปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งครั้งที่&nbsp;1&nbsp;จัดขึ้นในวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นในวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปี&nbsp;และการจับรางวัลในระดับประเทศ&nbsp;ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งในปีนี้ธนาคารจับรางวัลระดับประเทศเมื่อวันเสาร์ที่&nbsp;23&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่บางเขน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับรางวัลในจังหวัดตรังครั้งนี้&nbsp;รวมจำนวนกว่า&nbsp;259&nbsp;รางวัล</strong>&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;9,395,750&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;Mitsubishi&nbsp;Attrage&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รางวัล&nbsp;รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;Honda&nbsp;Wave&nbsp;110&nbsp;i&nbsp;จำนวน&nbsp;109&nbsp;รางวัล&nbsp;และรางวัลที่&nbsp;3&nbsp;สร้อยคอทองคำหนัก&nbsp;2&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;145&nbsp;รางวัล&nbsp;โดยการจับรางวัลในครั้งนี้มีการถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;FM&nbsp;91.25&nbsp;MHz&nbsp;และทางเพจเฟซบุ๊ค&nbsp;สวท.ตรัง&nbsp;Live&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ที่ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;ของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;www.baac.or.th&nbsp;และ&nbsp;เฟซบุ๊ค&nbsp;ธกส&nbsp;BAAC&nbsp;Thailand</p>	5/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205141924858
155	จ.แพร่ เชิญชวน ชิม ช้อป ชม สินค้า ตลาดร่วมใจ ต้านภัยโควิด	<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;กาดสามวัย?&nbsp;(ข่วงวัฒนธรรมเมืองแพร่)?&nbsp;เทศบาลเมืองแพร่&nbsp;ตำบลในเวียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบาทสตรี&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ในชื่องาน&nbsp;ตลาดร่วมใจ&nbsp;ต้านภัยโควิด&nbsp;</p><p><strong>โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่จัดขึ้น&nbsp;</strong>เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์&nbsp;ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้น&nbsp;ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ได้กู้ยืมเงินประเภทเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;ปี&nbsp;2560-2564&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;กลุ่ม</p><p><strong>งานดังกล่าวมีผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจ</strong>&nbsp;ร่วมอุดหนุนและเลือกซื้อสินค้ามากมายหลายประเภท&nbsp;จัดจำนวน&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;คือ&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;4,&nbsp;11,&nbsp;18,&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และวันศุกร์ที่&nbsp;4,&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;กาดสามวัย&nbsp;(ข่วงวัฒนธรรมเมืองแพร่)?&nbsp;เทศบาลเมืองแพร่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205151509869
156	ท่าอากาศยานเบตง พร้อมเปิดเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ร่วมประชุมหารือกับกรมท่าอากาศยานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการเตรียมเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตงอย่างเป็นทางการ&nbsp;สำหรับเที่ยวบินแบบประจำ&nbsp;โดยมีพลโท&nbsp;เกรียงไกร&nbsp;ศรีรักษ์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;นายปริญญา&nbsp;แสงสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมท่าอากาศยาน&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมส่วนราชการและตัวแทนภาคประชาชนร่วมให้การต้อนรับ</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผลจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ&nbsp;จะทำการเปิดท่าอากาศยานเบตงและรองรับการเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาค่าโดยสารให้อยู่ในความเหมาะสมและคุ้มทุนของสายการบิน&nbsp;พร้อมทั้งยืนยันไม่มีปัญหาเรื่องน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านในการร่อนลงจอดและตนเชื่อว่าสนามบินเบตงจะกลายเป็นศูนย์กลางการบิน&nbsp;ที่เชื่อมโยงการเดินทางจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์&nbsp;สู่การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และในภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ของไทยได้ต่อไปในอนาคต&nbsp;ขณะที่ในวันเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;จะเชิญนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะไม่เกินวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</p><p><strong>ด้านนางดวงพร&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส</strong>&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสนมบินเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;ได้มอบใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ&nbsp;(Public&nbsp;Aerodrome&nbsp;Aerodrome&nbsp;Operating&nbsp;Certificate&nbsp;:&nbsp;PAOC)&nbsp;ให้แก่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ในเส้นทางการบินใหม่ของประเทศไทย&nbsp;หาดใหญ่-เบตง-หาดใหญ่&nbsp;และดอนเมือง-เบตง-ดอนเมือง&nbsp;ซึ่งเป็นเอกสารที่ยืนยันได้ถึงมาตรฐานความปลอดภัยและความพร้อมของท่าอากาศยานเบตง&nbsp;ทำให้ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;สามารถให้บริการแบบสาธารณะได้ตามกฎหมายตั้งแต่นี้เป็นต้นไป&nbsp;และหลังจากได้รับใบรับรองการดำเนินการสนามบินสาธารณะ&nbsp;ทำให้มีเครื่องบินส่วนบุคคลเข้ามามากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งขณะนี้สนามบินเบตงมีความพร้อมเต็มรูปแบบ&nbsp;ในการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	5/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205162158889
157	"ขอเชิญร่วมลุ้นโชคกับงานมัจฉากาชาด ""งานดอกฝ้ายบานสืบสานวัฒนธรรมไทเลย"" ประจำปี 2565"	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;,&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;พินิจพานิชย์&nbsp;,&nbsp;ปลัดจังหวัดเลย&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;,&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกันนำรางวัลมัจฉากาชาด&nbsp;เทลงบ่อตักม้จฉา&nbsp;ที่ร้านมัจฉากาชาด&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดเลย&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมลุ้นโชคและอุดหนุนร้านกาชาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดเลยร่วมออกร้านกาชาดในงาน&nbsp;ดอกฝ้ายบาน&nbsp;สืบสานวัฒนธรรมไทเลย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานได้มีโอกาสร่วมสนุก&nbsp;ลุ้นโชค&nbsp;พร้อมกับได้ร่วมทำบุญกับร้านมัจฉากาชาด&nbsp;บัตรราคาใบละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ลุ้นรับของรางวัล&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ตู้เย็น&nbsp;เครื่องซักผ้า&nbsp;เครื่องปั้มน้ำ&nbsp;รถจักรยาน&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;และของรางวัลอีกมากมาย&nbsp;นอกจากได้ลุ้นของรางวัลแล้ว&nbsp;ยังได้ร่วมทำบุญกับกาชาดจังหวัดเลยด้วย&nbsp;โดยรายได้จากการออกร้านมัจฉากาชาด&nbsp;จะนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลน&nbsp;ยากไร้&nbsp;ด้อยโอกาส&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดเลยมีการจำหน่ายสลากกาชาด&nbsp;ฉบับละ&nbsp;50&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ลุ้นรับรางวัล&nbsp;อาทิ&nbsp;รถยนต์ปิคอัพ&nbsp;(Cab)&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;ทองรูปพรรณ&nbsp;รถจักรยาน&nbsp;พัดลม&nbsp;และกะทะไฟฟ้า&nbsp;รวมมูลค่ารวม&nbsp;1,653,400&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งกำหนดออกรางวัล&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;20.00-22.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลาง&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p>	5/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205162624891
158	ตลาดร่วมใจ ต้านภัยโควิด ส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;นายสุสังข์&nbsp;ชุ่มมะโน&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่&nbsp;โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;ตลาดร่วมใจ&nbsp;ต้านภัยโควิด&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์&nbsp;ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดแพร่&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้น&nbsp;ทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขอเชิญชวนเลือกซื้อสินค้า&nbsp;ตลาดร่วมใจ&nbsp;ต้านภัยโควิด</strong>&nbsp;มีผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพจำหน่ายมากมาย&nbsp;โดยจัดตลาดฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;4&nbsp;,&nbsp;11&nbsp;,&nbsp;18&nbsp;,&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;วันศุกร์ที่&nbsp;4&nbsp;,&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดกาดสามวัย&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;การจัดตลาดในครั้งนี้&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>	5/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205163221893
159	ธ.ก.ส. จังหวัดมุกดาหาร จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคครั้งที่ 2 ประจำปีบัญชี 2564	<p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>จับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชคครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีบัญชี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;179&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;340,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;(กระบะ)&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;TOYOTA&nbsp;REVO&nbsp;Smart&nbsp;Cab&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,300,000&nbsp;บาท</p><p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายพรชัยพุดซ้อน&nbsp;นายกอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประจำปีบัญชี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุม&nbsp;โรงเรียนผึ่งแดดวิทยาคาร&nbsp;ตำบลผึ่งแดด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาผึ่งแดด&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น&nbsp;และเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในรอบบัญชี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อตอบแทนสิทธิ์ในการรับของรางวัล&nbsp;ตามเงื่อนไขของโครงการเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;นอกจากดอกเบี้ยที่ได้รับเช่นเดียวกับการฝากเงินกับธนาคารทั่วไป&nbsp;พร้อมกับมีการถ่ายทอดสดการจับรางวัล&nbsp;ผ่านเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;สวท.มุกดาหาร&nbsp;และเพจเฟสบุ๊ค&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>นายสุรพล&nbsp;พลยศ</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เป็นธนาคารของรัฐบาล&nbsp;ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลทุกยุกต์ทุกสมัย&nbsp;ให้ดำเนินงานในโครงการสำคัญของรัฐบาล&nbsp;มีความจำเป็นต้องระดมเงินทุนเพื่อนำไปบริหารด้านการเงินของประเทศ&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;เป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;เงินฝากออมทรัพย์โครงการประเภทหนึ่ง&nbsp;ที่ธนาคารเปิดให้บริการ&nbsp;เพื่อจูงใจให้ประชาชนมีนิสัยรักการออมและออมเงินอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นการสร้าง&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนลูกค้าเงินฝากทั่วไป&nbsp;ในชุมชนให้มีความเข้มแข็งมั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประขาชนทั่วไป&nbsp;มีรูปแบบการออมที่ได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย&nbsp;และสิทธิ์ในการรับของรางวัล&nbsp;ตามเงื่อนไขของโครงการเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ยอดเงินฝากคงเหลือทุกๆ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ติดต่อกันทุกๆ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้รับสิทธิ์จับ&nbsp;รางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;ลุ้นรางวัล&nbsp;ระดับจังหวัดปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยธนาคารกำหนดวันจับรางวัล&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;สิงหาคม&nbsp;และวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ของทุกปี&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยอดเงินฝากคงเหลือทุกๆ&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้รับสิทธิ์จับรางวัล&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;และติดต่อกัน&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;จะได้รับสิทธิ์จับรางวัลเพิ่ม&nbsp;1&nbsp;สิทธิ์&nbsp;รวมเป็น&nbsp;2&nbsp;สิทธิ์ลุ้นรางวัลระดับประเทศปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในการจับรางวัลเงินฝากออมทรัพย์ทวีโซคระดับจังหวัดมุกดาหารในครั้งนี้&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีบัญชี&nbsp;2564</p><p><strong>สำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ประกอบด้วยสาขาต่างๆ&nbsp;ในสังกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;สาขา&nbsp;โดยสาขาผึ่งแดดเป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน&nbsp;ทุก&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;สาขาผึ่งแดด&nbsp;2.&nbsp;สาขาดอนตาล&nbsp;3.สาขาดงหลวง&nbsp;4.&nbsp;สาขาหนองสูง&nbsp;5.สาขานิคมคำสร้อย&nbsp;6.สาขาดงหลวง&nbsp;7.สาขานิคมคำสร้อย</p><p>ในการจับรางวัลในครั้งนี้รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;179&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;3,448.210.68&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบด้วย</p><p>รางวัลที่&nbsp;1&nbsp;รถยนต์&nbsp;(กระบะ)&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;TOYOTA&nbsp;REVO&nbsp;Smart&nbsp;Cab&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,31313.13&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;2&nbsp;รถจักรยานยนต์&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;รางวัลมูลค่า&nbsp;753,030.30&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;3&nbsp;สร้อยคอทองคำรูปพรรณ&nbsp;หนัก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;148,712.12&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;4&nbsp;สร้อยคอทองคำรูปพรรณ&nbsp;หนัก&nbsp;2&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;รางวัลมูลค่า&nbsp;357,034.34&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;5&nbsp;Tablet&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;HUAWEI&nbsp;MatePadจำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัลมูลค่า&nbsp;36,333.33&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;6&nbsp;SAMSUNG&nbsp;ที่วี&nbsp;UHD&nbsp;LED&nbsp;ปี&nbsp;2021&nbsp;43&nbsp;นิ้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;58,545.45&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;7&nbsp;สร้อยคอทองคำรูปพรรณ&nbsp;หนัก&nbsp;1&nbsp;สลึง&nbsp;จำนวน&nbsp;109&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;851,072&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;8&nbsp;Mobile&nbsp;โทรศัพท์มือถือ&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;HUAWEI&nbsp;V7a&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;89,850&nbsp;บาท</p><p>รางวัลที่&nbsp;9&nbsp;ตู้เย็น&nbsp;SAMSUNG&nbsp;2&nbsp;ประตู&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รางวัล&nbsp;มูลค่า&nbsp;22,320&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	5/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205203248951
160	จังหวัดสระแก้ว จัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;จัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;กิจการก้าวหน้า&nbsp;เลขมงคลคู่บารมี&nbsp;เสริมราศีวงศ์ตระกูล&nbsp;นํารายได้ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(5&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานเปิดการประมูลทะเบียนรถเลขสวยของจังหวัดสระแก้ว&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้จัดการประมูล&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่ดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้งการประมูลในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ทาง&nbsp;www.tabienrod.com&nbsp;ซึ่งความพิเศษของทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประมูลได้จะมีสิทธิในเลขทะเบียนนั้นตลอดไป&nbsp;และสามารถโอนขาย&nbsp;หรือมอบให้บุคคลอื่นได้&nbsp;และที่สำคัญแผ่นป้ายทะเบียนรถที่นํามาประมูลนี้&nbsp;เป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถที่มีเอกลักษณ์เป็นภาพ<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);"">กราฟิก</span>สัญลักษณ์ของเมืองสระแก้ว&nbsp;พื้นแผ่นป้ายเป็นภาพปราสาทสด๊กก๊อกธม&nbsp;เขาฉกรรจ์&nbsp;ละลุ&nbsp;ผีเสื้อปางสีดา&nbsp;และดอกแก้ว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;แผ่นป้ายทะเบียนรถ&nbsp;ทั้ง&nbsp;301&nbsp;หมายเลข&nbsp;หลวงปู่บุดดา&nbsp;ปัญญาธโร&nbsp;วัดป่าใต้พัฒนาราม&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ได้ประกอบพิธีอธิษฐานจิต&nbsp;ประสาทพร&nbsp;ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นการเจิมรถที่เป็นสิริมงคลด้วยบารมีของพระอริยะเจ้า&nbsp;ซึ่งมีคุณค่าคู่ควรแก่การครอบครอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;สุเมธาธิกุล&nbsp;ขนส่งจังหวัดสระแก้ว</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดสระแก้วจัดการประมูลหมายเลขทะเบียนรถซึ่งเป็นที่ต้องการ&nbsp;หรือเป็นที่นิยมของประชาชน&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กต&nbsp;กิจการก้าวหน้า&nbsp;เลขมงคลคู่บารมี&nbsp;เสริมราศีวงศ์ตระกูล&nbsp;จํานวน&nbsp;301&nbsp;เลขหมาย&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว&nbsp;หรือทางอินเทอร์เน็ตwww.tabienrod.com&nbsp;เพื่อนํารายได้&nbsp;จากการประมูลเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;(กปถ.)&nbsp;สนับสนุนกิจกรรมและโครงการ&nbsp;ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนน&nbsp;สร้างประโยชน์ต่อจังหวัดสระแก้วและสังคมโดยรวม&nbsp;ตลอดจนการจัดสรรอุปกรณ์&nbsp;ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน</p>"	5/2/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205174009917
161	ธ.ก.ส. จังหวัดเพชรบูรณ์ จับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค สมุดเงินฝากเล่มแดง ลุ้นรับรางวัลมูลค่า 15.8 ล้านบาท 8 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>เชิญร่วมงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;ให้ผู้ฝากเงินลุ้นรับรางวัลมูลค่า&nbsp;15.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</p><p><strong>ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;กำหนดให้มีการจัดงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;สมุดเงินฝากเล่มสีแดง&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาเพชรบูรณ์&nbsp;เพื่อมอบโชคให้ลูกค้าเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;โดยมีรางวัลมูลค่ากว่า&nbsp;15.8&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ฉิมภารส&nbsp;</strong>ผู้อานวยการสานักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กำหนดให้มีการจัดงานจับรางวัลออมทรัพย์ทวีโชค&nbsp;สมุดบัญชีเงินฝากเล่มสีแดง&nbsp;ในวันอังคารที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์หลัง&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาเพชรบูรณ์&nbsp;โดยกำหนดเริ่มงาน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก</strong>&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;คณาคำ&nbsp;ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานการจับรางวัล&nbsp;โดยมีรางวัลมูลค่ารวม&nbsp;15.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งมีรางวัลที่&nbsp;1&nbsp;ทองคำแท่ง&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนั้นยังมีทองคำแท่งหนัก&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;,2&nbsp;บาท/และสร้อยคอทองคำหนัก&nbsp;1&nbsp;บาท,&nbsp;2&nbsp;สลึง,&nbsp;1&nbsp;สลึง&nbsp;มีน้ำหนักทองคำรวม&nbsp;524&nbsp;บาท&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;811&nbsp;รางวัล&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังสามารถติดตามการถ่ายทอดสด</strong>&nbsp;ทาง&nbsp;FacebooK&nbsp;สํานักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พร้อมลุ้นรับรางวัล&nbsp;สาหรับผู้ตอบคำถามหรือแคปหน้าจอการแชร์&nbsp;facebook&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>การฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ทวีโชคสมุดเล่มสีแดง</strong>&nbsp;สามารถฝากได้ทุกคนทุกอาชีพ&nbsp;และฝากได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&nbsp;สามารถเปิดบัญชีครั้งแรกได้ตั้งแต่&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหากมีเงินฝาก&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลกับ&nbsp;ธ.ก.ส.3&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยในระดับจังหวัดปีละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;และเดือนสิงหาคม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ระดับประเทศในเดือนธันวาคม&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ครั้งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	5/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205204201952
162	พาณิชย์ปทุมธานี จับมือพาณิชย์กลุ่มภาคกลางปริมณฑล ยกตลาดชุมชนขึ้นห้างกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากLocal Market วิถีชุมชน คนใกล้กรุง11-13 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์การโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี</strong>&nbsp;จับมือพาณิชย์กับภาคกลางปริมณฑล&nbsp;ได้แก่จังหวัดนนทบุรี&nbsp;สมุทรปราการและนครปฐม&nbsp;กำหนดจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการร่วมค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีชื่องานว่า&nbsp;&nbsp;Local&nbsp;Market&nbsp;วิถีชุมชน&nbsp;คนใกล้กรุง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสัน&nbsp;ไลฟ์สไตล์&nbsp;ศรีสมาน&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ภายในงานมีการคัดสรรสินค้าชุมชนเด่น&nbsp;ออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คูหา&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าเกษตรสำคัญ&nbsp;ข้าวหอมปทุมพรีเมี่ยม&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Organic&nbsp;กล้วยหอมทองปทุม&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Global&nbsp;GAP&nbsp;ส้มโอนครชัยศรี&nbsp;เนื้อโคขุนกำแพงแสน&nbsp;ปลาสลิดบางบ่อ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และผลิตภัณฑ์เด่นอื่นๆ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ของใช้ของตกแต่งบ้านจากแร่ดีบุก&nbsp;เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด&nbsp;เครื่องประดับลงยาแบบโบราณ&nbsp;รวมไปถึงเครื่องประดับ&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;และอาหารอร่อยจาก&nbsp;4&nbsp;จังหวัดด้วย&nbsp;ทั้งยังมีการเชื่อมโยงเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้จำหน่าย&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;กับผู้ผลิตสินค้าชุมชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;รวมไปถึงมีการจัดจุดแสดงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลฯ&nbsp;</strong>ดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ&nbsp;ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันผู้ประกอบการ&nbsp;และเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพความพร้อมของผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น&nbsp;และช่วยให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ผลิตมีโอกาสเข้าถึงช่องทางการตลาด&nbsp;การเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั้งภายในและต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;การจัดเจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;และผู้นำเข้าในต่างประเทศ&nbsp;เพื่อให้เกิดมูลค่าการค้าที่สูงขึ้น&nbsp;ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;และยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	5/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220205214928964
163	"ลำปาง พร้อมเปิดบ้านเชิญเที่ยวงาน ""Lampang Ceramic World Class"" (เซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 34)"	"<p><strong>นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;นายกิติศักดิ์&nbsp;สินวนาทรัพย์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง&nbsp;นายสกล&nbsp;สุพรรณบรรจง&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง&nbsp;นายชัยณรงค์&nbsp;จุมภู&nbsp;ผู้แทนสหกรณ์เซรามิกและหัตถอุตสาหกรรมลำปาง&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายต่อศักดิ์&nbsp;ประคำทอง&nbsp;นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง&nbsp;แถลงข่าวถึงการเตรียมความพร้อมการจัดงานมหกรรมสินค้าของดีเมืองรถม้า&nbsp;""Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class""&nbsp;หรือกิจกรรม&nbsp;""งานลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34""&nbsp;ที่บริเวณพื้นที่แลนด์มาร์คข้างทางรถไฟ&nbsp;""สะพานดำ""&nbsp;ตำบลสบตุ๋ย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><strong>นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งาน&nbsp;""Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class""&nbsp;หรือ&nbsp;""ลำปางเซรามิคแฟร์""&nbsp;ถือเป็นงานประจำปีที่ทางจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคมและชมรมต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;จัดกิจกรรมขึ้นในช่วงฤดูการท่องเที่ยว&nbsp;Hi&nbsp;Season&nbsp;และนับเป็นงานมหกรรมใหญ่ระดับจังหวัด&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งงานมหกรรมสินค้าแห่งภูมิปัญญาประจำท้องถิ่น&nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปาง&nbsp;มีการรวบรวมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สินค้าด้านเซรามิคทุกรูปแบบ&nbsp;ทุกระดับ&nbsp;จากโรงงานแหล่งผลิตที่มีคุณภาพในจังหวัดลำปางนำมาจำหน่ายอย่างหลากหลาย</p><p><strong>การจัดงานดังกล่าวเพื่อต้องการจะเผยแพร่เชิดชูอัตลักษณ์ของจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>ให้สมกับที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนครอันดับหนึ่งของประเทศไทย&nbsp;""ลำปาง-นครแห่งเมืองเซรามิค""&nbsp;และเพื่อจะประชาสัมพันธ์สินค้าเซรามิคของลำปาง&nbsp;ให้ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปยังพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;อันจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาส&nbsp;ให้เจ้าของโรงงานเซรามิค&nbsp;ได้มีโอกาสนำสินค้าผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงออกสู่แก่สายตาลูกค้า&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจ&nbsp;เกิดการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนออกสู่ตลาดทั้งในประเทศและตลาดสากล&nbsp;ซึ่งจะช่วยพัฒนาความพร้อมแก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ให้สามารถก้าวสู่ระบบตลาดการค้าเสรีได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p><p><strong>นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;การจัดงาน&nbsp;""Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class""&nbsp;หรือ&nbsp;""ลำปางเซรามิคแฟร์""&nbsp;ถือเป็นการดำเนินกิจกรรมเชิงรุกเพื่อยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมของจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้สามารถแข่งขันปรับตัวได้ทันกับกระแสธุรกิจภายในประเทศและกระแสโลก&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ซึ่งจำเป็นที่จะต้องสร้างความต่อเนื่องในกระบวนการผลิตและการตลาด&nbsp;เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดลำปางสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้&nbsp;โดยการจัดงานปีนี้นับเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;34&nbsp;และได้มีการกำหนดที่จะจัดงานกิจกรรมขึ้นในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;12-22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณลานจอดรถ&nbsp;ห้างไทวัสดุสาขาลำปาง&nbsp;ตำบลชมพู&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ซึ่งได้วางรูปแบบการจัดงานไว้ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา&nbsp;โดยจะมีผู้ผลิตสินค้าเซรามิคจากโรงงานต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดลำปางกว่า&nbsp;100&nbsp;แห่ง&nbsp;นำผลิตภัณฑ์สินค้าเซรามิคระดับคุณภาพของโรงงาน&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูกเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้งเครื่องประดับ&nbsp;ของตกแต่งบ้าน&nbsp;สิ่งของเครื่องใช้และของที่ระลึก&nbsp;พร้อมกันนี้จะได้นำสินค้าเซรามิคที่ได้มีการพัฒนารูปแบบเป็นนวัตกรรมใหม่&nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าในระดับคุณภาพส่งออกและได้รับรางวัลนวัตกรรมสร้างสรรค์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;นำมาจัดแสดงภายในงานนี้ด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังได้จัดให้มีการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากชุมชนทั้งในและต่างจังหวัด&nbsp;ทั้งผลิตภัณฑ์ไม้&nbsp;สิ่งทอ&nbsp;รวมไปถึงผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค&nbsp;ที่ได้รับการยกระดับสู่ระดับโลก&nbsp;ตลอดจนยังมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;การแสดงมินิคอนเสิร์ต&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;Lampang&nbsp;Master&nbsp;Chef&nbsp;Ceramic&nbsp;และการแสดงศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;จากชุมชนต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>"	6/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206080614985
164	เที่ยวหาดหินกูแบปุโรง ออนเดอะบีช พักผ่อนคลายร้อน	<p><strong>ในช่วงนี้ที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีอากาศที่ร้อนหลังฝนทิ้งช่วง</strong>&nbsp;น้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ที่&nbsp;กูแบปุโรง&nbsp;ออนเดอะบีช&nbsp;ช่วงเช้าน้ำจะมาก&nbsp;พอตกช่วงบ่ายไปจนถึงเย็นน้ำจะลดลง&nbsp;ทำให้มองเห็นน้ำใสและหาดหินที่สวยงาม&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่บ้านกูแบปุโรง&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบันนังสาเรง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงก็จะนำครอบครัว&nbsp;ญาติพี่น้อง&nbsp;บุตรหลานไปเที่ยวพักผ่อน&nbsp;นั่งล้อมวงใต้ต้นไม้รับประทานอาหาร&nbsp;เดินเล่นริมหาดและลงเล่นน้ำคลายร้อน&nbsp;ถ่ายรูป&nbsp;เซลฟี่กันอย่างสนุกสนาน</p><p><strong>หากไม่ได้นำอาหารมารับประทาน&nbsp;</strong>ที่นี่ก็จะมีร้านค้าของชาวชุมชนคอยให้บริการประชาชนที่มาเที่ยวทั้ง&nbsp;อาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;ผลไม้&nbsp;ส่วนความปลอดภัยในการเล่นน้ำก็จะมีเสื้อชูชีพให้เช่า&nbsp;มีเรือบริการให้พายเล่น&nbsp;โดยมีกำลังท้องถิ่นคอยดูแลอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	6/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206082637990
165	จับจ่าย เฟส 4 คนละครึ่ง ยะลา ยังคึกคัก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยโครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ที่ตลาดประชาชื่นยะลา</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นร้านขายอาหาร&nbsp;ขนม&nbsp;ของชาวมุสลิม&nbsp;ยังคงมีประชาชนที่ใช้สิทธิคนละครึ่ง&nbsp;ออกมาจับจ่ายกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยบางคนบอกว่าเพิ่งจะใช้สิทธิครั้งแรก&nbsp;หลังจากที่ทางรัฐได้โอนเงินให้&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อ&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้กดยืนยันเข้าร่วมไปแล้ว&nbsp;โดยสมัครเข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่เฟสแรก&nbsp;ดีใจที่มีโครงการนี้ต่อได้มาใช้จ่าย&nbsp;ลดไปได้ครึ่งหนึ่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่&nbsp;ทางร้านค้าที่ได้เข้าร่วมโครงการเอง&nbsp;ต่างก็ดีใจ</strong>&nbsp;มีลูกค้าเยอะตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้ก็มีคนมาใช้จ่ายเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ช่วยให้ยอดขายของทางร้านเพิ่มมากกว่าปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่ได้กดยืนยันรับสิทธิคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4</strong>&nbsp;ก็จะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;หากไม่ใช้สิทธิ์ก็จะถูกตัดสิทธิทันที&nbsp;สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;โดยมีเงื่อนไข&nbsp;ใช้จ่ายได้ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวัน</p>	6/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206082903991
166	มรย.โชว์งานวิจัยภูมิปัญญาอาหารท้องถิ่น ภายใต้แบรนด์ Bis Meal ยกระดับตำรับอาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ ณ Melayu Living ปัตตานี	<p><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;โชว์งานวิจัยประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;เรื่องการพัฒนาและยกระดับตำรับอาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์&nbsp;โดยคว้าถ้วยรางวัลระดับ&nbsp;Bronze&nbsp;Award&nbsp;จากการเข้าร่วมจัดนิทรรศการในงาน&nbsp;มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;(Thailand&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;2021)&nbsp;และรางวัล&nbsp;Regional&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Inventors&nbsp;Day&nbsp;๒๐๒๑&nbsp;Award&nbsp;ระดับ&nbsp;Gold&nbsp;Award&nbsp;ในมหกรรมงานวิจัยและวันนักประดิษฐ์ส่วนภูมิภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;เช้าชาม&nbsp;เย็นชาม&nbsp;อาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;Melayu&nbsp;Living&nbsp;ต.อาเนาะรู&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ชินีเพ็ญ&nbsp;มะลิสุวรรณ&nbsp;อาจารย์มีนา&nbsp;ระเด่นอาหมัด&nbsp;ตัวแทนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ร่วมต้อนรับแขกผู้เกียรติ&nbsp;และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.ชินีเพ็ญ&nbsp;มะลิสุวรรณ</strong>&nbsp;ตัวแทนนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำหรับผลงานวิจัย&nbsp;เรื่องการพัฒนาและยกระดับตำรับอาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ถือเป็นอีกส่วนสำคัญในการยกระดับอาหารพื้นถิ่นชายแดนใต้ที่ใกล้จะสูญหาย&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าให้เกิดขึ้นกับชุมชนและท้องถิ่น&nbsp;โดยการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีทั้งหมด&nbsp;15&nbsp;ตำรับ&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำสลัดลาวา&nbsp;ตูปะซูตง&nbsp;ลาดูไดฟูกุ&nbsp;ทาโก้เมี่ยงปลานิล&nbsp;คนทีชีสเค้ก&nbsp;ซาบาซีเรียล&nbsp;โดยให้อาหารเป็นตัวแทนในการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;พร้อมกันนี้ยังได้นำตัวอย่าง&nbsp;คนทีชีสเค้ก&nbsp;และขนมอีกหลายชนิดมาให้ผู้ที่เข้าชมผลงานวิจัยในครั้งนี้&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมเปิดตัวอาหารเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ซุ้มอาหาร&nbsp;15&nbsp;เมนู&nbsp;รวมถึงชิมอาหารพื้นถิ่นชายแดนใต้&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;Bis&nbsp;Meal&nbsp;จากเชฟในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;ท่าน&nbsp;และกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งมอบของที่ระลึกให้แขกผู้เกียรติและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานในครั้งนี้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206085051993
167	บริษัท SPRC  เดินหน้าลงพื้นที่พบปะกลุ่มชาวประมงระยอง รับทราบปัญหา ระบุพร้อมเยียวยาเบื้องต้นสัปดาห์หน้า	<p><strong>บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เดินหน้าลงพื้นที่พบปะกลุ่มชาวประมงระยอง</strong>&nbsp;รับทราบปัญหา&nbsp;ระบุพร้อมเยียวยาเบื้องต้นสัปดาห์หน้า&nbsp;ขณะที่ชาวประมงบอก&nbsp;การเยียวยาไม่สำคัญ&nbsp;แต่อยากให้เปิดทะเลให้ออกไปทำการปะมงได้&nbsp;ขณะที่บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;เริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน&nbsp;และทำกิจกรรมทางน้ำช่วงวันหยุด</p><p><strong>มิสเตอร์&nbsp;โรเบิร์ต&nbsp;โจเซฟ&nbsp;โดบริค&nbsp;</strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้ลงพื้นที่บริเวณบ้านก้นอ่าว&nbsp;ตำบลเพ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;เพื่อพบปะกับชาวประมงพื้นบ้าน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาของกลุ่มชาวประมง&nbsp;เนื่องจากในแต่ละพื้นที่มีปัญหาที่แตกต่างกัน&nbsp;พร้อมมอบถุงน้ำใจ&nbsp;ที่ประกอบด้วยข้าวสาร&nbsp;อาหารแห้ง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;ซึ่ง&nbsp;CEO&nbsp;ของ&nbsp;SPRC&nbsp;ยืนยันว่าจะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างดีที่สุด&nbsp;โดยจะเริ่มจากกลุ่มผู้มีรายได้น้อย&nbsp;ต้องหาเช้ากินค่ำ&nbsp;ขาดรายได้ก่อน&nbsp;ซึ่งจะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาได้ในสัปดาห์หน้า</p><p><strong>ขณะที่ชาวประมงบอกว่า</strong>&nbsp;การเยียวยาไม่สำคัญ&nbsp;แต่อยากให้เปิดทะเลให้ออกไปทำการประมงได้ให้เสียก่อน&nbsp;เพราะปากท้องของทุกคนในครอบครัวสำคัญกว่า&nbsp;ส่วนการเยียวยาอย่ามาตั้งกฎเกณฑ์ได้เท่านั้นเท่านี้พอ&nbsp;ซึ่งผู้กระทำผิดต้องชดใช้อยู่แล้ว&nbsp;ส่วนบรรยากาศที่หาดแม่รำพึง&nbsp;วันนี้ก็มีเริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน&nbsp;รับประทานอาหารทะเล&nbsp;ลงเล่นน้ำ&nbsp;และทำกิจกรรมทางน้ำกันบ้างแล้ว&nbsp;หลังจากที่สภาพน้ำทะเลมีความใส&nbsp;ไร้คราบน้ำมันเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารริมทะเลหาดแม่รำพึง&nbsp;บอกว่า&nbsp;บรรยากาศก็ยังคงเงียบเหงาอยู่&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวันธรรมดาวันหยุดจะเยอะหน่อย&nbsp;อย่างไรก็ตามก็พอมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาพักผ่อนยาว&nbsp;พอได้ค่าแรงลูกจ้างก็ดีใจแล้ว&nbsp;ส่วนนักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็ยังเดินทางมาพักผ่อนเหมือนเดิม&nbsp;โดยบอกว่าไม่กังวลเรื่องข่าวคราบน้ำมันที่รั่วไหลออกมา&nbsp;เพราะมาแล้วไม่พบมีคราบน้ำมันแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206095918000
168	อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เปิดตลาดนัดรักษ์ศีขรภูมิเพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน	"<p><strong>นายกิตติ&nbsp;สัตย์ซื่อ</strong>&nbsp;นายอำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดนัดชุมชน""ตลาดนัดรักษ์ศีขรภูมิ""&nbsp;โดยมีนายอนุชา&nbsp;วัชระศีขร&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศีขรภูมิ&nbsp;พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและหัวหน้าส่วนราชการมาร่วมพิธีเปิดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาแก้ไขปัญหาและค่าครองชีพตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด&nbsp;ยุติธรรม&nbsp;ซึ่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่ายนั้น&nbsp;เป็นของดีมีคุณภาพจากแหล่งชุมชน&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มเครือข่ายองค์กรสตรี&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพและกลุ่มเครือข่ายโคกหนองนาในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิ</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>ยังมีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรจากโครงการ&nbsp;""สุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์""&nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดสุรินทร์โดยจำหน่ายสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;ลานหน้าองค์ปราสาทศีขรภูมิ&nbsp;ตำบลระแงง&nbsp;&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>นายกิตติ&nbsp;สัตย์ซื่อ&nbsp;</strong>นายอำเภอศีขรภูมิยังกล่าวว่า&nbsp;ตลาดนัดรักษ์ศีขรภูมิ&nbsp;เกิดจากการบูรณาการของหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;มีวัตถุประสงค์เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;ภูมิปัญญา&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และประเพณีพื้นบ้านของอำเภอศีขรภูมิอันเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;อีกทั้งยังมีการนำเสนอสาธิตวิธีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;นำเสนอกิจกรรมการแสดงต่างๆของหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่อำเภอศีขรภูมิสลับสับเปลี่ยนเวียนมาจัดการแสดง&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจมาจับจ่ายใช้สอย&nbsp;และเลือกซื้อสินค้าในราคายุติธรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206100133001
169	จังหวัดตรัง กำหนดจัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก สู้ภัยโควิด-19 จังหวัดตรัง (ครั้งที่ 3) ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2565 ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอย่านตาขาว	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กำหนดจัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;3)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอย่านตาขาว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดตรังได้ติดตามและเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทั้งเนื้อสัตว์&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน</strong>&nbsp;โดยวันที่&nbsp;7-8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-15.00&nbsp;น.&nbsp;(หรือจนกว่าสินค้าหมด)&nbsp;สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายประกอบด้วยไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;,&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;51-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยจำกัดการซื้อคนละ&nbsp;1&nbsp;แผงสำหรับไข่ไก่และน้ำมันพืช&nbsp;คนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเนื้อหมูชำแหละจำหน่าย</strong>&nbsp;โดยหมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่-สะโพก-ขาหน้า&nbsp;และคอ)&nbsp;จากราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;หมูสามชั้นจากราคาปกติ&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;180-200&nbsp;บาทจำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ซี่โครง&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;170-180&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับและหัวใจ)&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;130-140&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ขาและหัวหมู&nbsp;ปกติกิโลกรัมละ&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;110-120&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;จำหน่ายเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;&nbsp;จากราคาปกติ&nbsp;50-70&nbsp;บาทจำหน่ายเพียง&nbsp;50&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;โดยจำกัดการซื้อหมูเนื้อแดงและหมูสามชั้นคนละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัมเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนจำหน่ายในราคาประหยัดด้วย</p>	6/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206112404032
170	จังหวัดตรัง เดินหน้าติดตามสถานการณ์ ปริมาณ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และกำกับดูแลร้านค้าให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้า  ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอหาดสำราญ&nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลหาดสำราญ&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดนัดหน้าโรงพักเก่าอำเภอหาดสำราญ&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;และกำกับดูแลร้านค้าให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;ป้องกันการกักตุนและปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาจำหน่ายเนื้อวัวกิโลกรัมละ&nbsp;250&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดทั้งตัวไม่รวมเครื่องในกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพกกิโลกรัมละ&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ฟองละ&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;ผักกาดขาวกิโลกรัมละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ผักกาดขาวปลีกิโลกรัม&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>จากสถานการณ์ปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภคบริโภค</strong>ที่จำเป็นต่อการครองชีพปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม&nbsp;ดังนั้น&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จึงได้มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไก่สด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในตลาดสด/ตลาดนัด&nbsp;และร้านจำหน่ายเนื้อหมูในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม-&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกำกับดูแลร้านค้าให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206121449042
171	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดตรังอย่างต่อเนื่อง	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;พบว่า&nbsp;สถานการณ์การค้าจังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือ&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมัน&nbsp;น้ำตาล&nbsp;&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ซอสหอยนางรม&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ฯลฯพบว่า&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206121653043
172	จังหวัดเพชรบุรีต้อนรับนักวิ่งทั่วสารทิศทั้งชาวไทย-ต่างประเทศ งานวิ่งแก่งกระจาน Kaengkrachan Explorer Run 2022 ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ชี้ กิจกรรมวิ่งคือมิติการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว ที่ไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพ แต่คือการเสริมสร้างความสุขทั้งกายและใจ	<p><strong>เวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางสาวเลิศจันฑา&nbsp;สีเหลืองสวัสดิ์&nbsp;ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่&nbsp;นายอำเภอแก่งกระจาน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;นักวิ่งทั้งชาวไทย-ต่างประเทศ&nbsp;ร่วมกิจกรรมวิ่ง&nbsp;Kaengkrachan&nbsp;Explorer&nbsp;Run&nbsp;2022&nbsp;แก่งกระจานเอ๊กซ์โปเรอร์รัน&nbsp;2022&nbsp;ณ&nbsp;แก่งกระจาน&nbsp;ริเวอร์ไซค์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;แคมป์ปิ้ง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;ได้กล่าวต้อนรับนักกีฬาวิ่งทั้งชาวไทยที่มาจากทั่วประเทศ&nbsp;และนักกีฬาจากต่างประเทศด้วยความยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสมาเยือนแก่งกระจานพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศบริสุทธิ์&nbsp;สูดโอโซนบนพื้นที่สูง&nbsp;เหมาะแก่การวิ่งเพื่อสุขภาพ&nbsp;ได้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามมาก&nbsp;พร้อมขอขอบคุณนักวิ่งทุกท่าน&nbsp;ที่มาด้วยหัวใจ&nbsp;ที่ได้สร้างการกุศลร่วมกัน&nbsp;ซึ่งจะนำรายได้จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลแก่งกระจาน&nbsp;และนับเป็นการ&nbsp;ส่งเสริมการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวในจังหวัดเพชรบุรีขึ้นอีกมิติหนึ่ง</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางสาวเลิศจันฑา&nbsp;สีเหลืองสวัสดิ์&nbsp;ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่&nbsp;หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;YEC</strong>&nbsp;หนึ่งในกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนกิจกรรมวิ่งแก่งกระจาน&nbsp;เปิดเผยด้วยความตื้นตันว่า&nbsp;นับเป็นความร่วมมือของภาคเอกชน&nbsp;ที่ทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นที่จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เพื่อพัฒนาเมืองเพชรบุรี&nbsp;ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่จะร่วมช่วยกันผนึกกำลัง&nbsp;มาทำให้เศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดเพชรบุรีฟื้นตัว&nbsp;แข็งแรงจึงเชื่อว่าในทุกๆกิจกรรมที่ดำเนินการ&nbsp;จะช่วย&nbsp;เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อันจะส่งผลต่อยอกการพัฒนาในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้านต่อไป</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมวิ่ง&nbsp;Kaengkrachan&nbsp;Explorer&nbsp;Run&nbsp;2022</strong>&nbsp;ได้รับการตอบรับจากนักวิ่งที่มาจากทั่วสารทิศ&nbsp;ทั้งในประเทศที่มาจากหลายจังหวัดและมาจากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งต่างมีความสุขที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศเมืองมรดกโลก&nbsp;และได้ร่วมสร้างกุศลช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์&nbsp;นำมาซึ่งความสุขทั้งกายและใจ&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้มอบเหรียญที่ระลึกให้นักกีฬาที่เข้าเส้นชัยทุกรุ่น&nbsp;และมอบถ้วยรางวัลให้ผู้ชนะการแข่งขันทุกประเภท&nbsp;บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข</p><p><strong>สำหรับเหรียญรางวัลที่ระลึกเป็นแบบแฮนด์เมด</strong>&nbsp;แบบเหรียญเดียวในโลก&nbsp;และถ้วยรางวัลที่ไม่มีที่ใดเหมือน&nbsp;เพราะทำด้วยใจที่บรรจงประดิษฐ์ด้วยมือ&nbsp;&nbsp;นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของผู้ที่เข้ารับรางวัลทุกคน&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีได้เยี่ยมร้านสินค้าชุมชนที่นำผลผลิตมาจำหน่ายให้นักกีฬาและนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งต่างให้ความสนใจทั้งพืชผลการเกษตรและผลผลิตของชุมชน&nbsp;ทั้งชมพู่เพชร&nbsp;ขนมหวานเมืองเพชร&nbsp;และสินค้าต่างมากมาย&nbsp;สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย&nbsp;</p>	6/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206132847081
173	กลุ่มผู้ประกอบการเดินรถโดยสาร 100 คัน ได้รับผลกระทบน้ำมั่นรั่วไหลกลางทะเลระยอง ขาดรายได้ไม่มีลูกค้าขึ้นรถ เบื้องต้นได้รวบรวมรายชื่อร้องขอเยียวยา	<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีกลุ่มผู้ประกอบการเดินรถสองแถวโดยสาร&nbsp;ได้ผลกระทบและความเดือดร้อนจากคราบน้ำมันบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ขาดรายได้ไม่มีลูกค้าขึ้นรถ&nbsp;ต้องหยุดวิ่ง&nbsp;โดยเบื้องต้นได้รวบรวมรายชื่อเรียกร้องเยียวยา</p><p>&nbsp;<strong>นายนพพร&nbsp;จิตเฉลิมชัยพันธุ์</strong>&nbsp;ประธานสหกรณ์บริการเดินรถระยองรวมรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีรถยนต์สองแถวโดยสารรับจ้าง&nbsp;วิ่งระหว่าง&nbsp;ระยอง-&nbsp;ท่าเรือแกลง-&nbsp;วังแก้วและบ้านสันติวัน&nbsp;อีกสายวิ่งระหว่าง&nbsp;ระยอง&nbsp;-ตะพง-หาดแม่รำพึง&nbsp;และมีวิ่งระหว่างระยอง-กะเฉด-สำนักทอง&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;130&nbsp;กว่าคัน&nbsp;ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์&nbsp;คราบน้ำมันขึ้นชายหาดแม่รำพึง&nbsp;และคำสั่งประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.บ้านเพ&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;และหมู่&nbsp;10&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;ขอให้งดเล่นน้ำ&nbsp;จับสัตว์น้ำ&nbsp;และขอความร่วมมือหยุดการค้าขายอาหารทะเลชั่วคราว</p><p><strong>นายนพพร&nbsp;จิตเฉลิมชัยพันธุ์</strong>&nbsp;ประธานสหกรณ์บริการเดินรถระยองรวมรถ&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่าผลกระทบคือนักท่องเที่ยวไม่มา&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าขายของไม่ได้&nbsp;ขายน้อยลงหลายรายต้องหยุดขาย&nbsp;ไม่มีรายได้&nbsp;เขาก็ไม่นั่งรถเข้าไปซื้อของในเมืองระยอง&nbsp;หลังเกิดเหตุท่อน้ำมันรั่ว&nbsp;รถโดยสารหลายคันต้องหยุดวิ่งไม่มีคนโดยสาร&nbsp;ขาดทุนค่าน้ำมัน&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2556&nbsp;ท่อน้ำมันรั่วเหมือนกัน&nbsp;ได้เงินเยียวยารายละ&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;มาเจอโควิด-19&nbsp;โรงเรียนปิดหมด&nbsp;รถโดยสารก็ได้รับผลกระทบไม่มีเด็กนักเรียนขึ้นรถไปโรงเรียน&nbsp;ต้องมาเจอเหตุน้ำมันรั่วซ้ำอีก&nbsp;ครั้งนี้ได้รับผลกระทบหนักมาก&nbsp;ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อโชเฟอร์รถโดยสาร&nbsp;พร้อมเอกสารร้องทุกข์ขอรับการเยียวยาไปยื่นที่เทศบาลตำบลแกลงกะเฉดแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	6/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206163116111
174	ผวจ.แพร่ เชิญเที่ยวชมทุ่งทานตะวันหนองม่วงไข่	"<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ขอเชิญเที่ยวชมทุ่งทานตะวัน?&nbsp;เทศบาลตำบลหนองม่วงไข่?&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาชมความสวยงามของดอกทานตะวัน?&nbsp;ซึ่งจะออกดอกราวกลางเดือนกุมภาพันธ์?&nbsp;2565&nbsp;ณ?&nbsp;บริเวณข้างเทศบาลตำบลหนองม่วงไข่?&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่?&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p>สำหรับประวัติความเป็นมาของอำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;แต่เดิมเป็นตำบลหนองม่วงไข่&nbsp;เริ่มตั้งเป็นกิ่งอำเภอ&nbsp;เมื่อเดือนกันยายน&nbsp;2512&nbsp;ต่อมายกฐานะเป็นอำเภอเมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;กันยายน&nbsp;2538&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;5710&nbsp;ตร.กม.&nbsp;ประชาขนในอำเภอประกอบอาชีพทำนา&nbsp;ทำสวน&nbsp;ทำไร่&nbsp;เป็นหลัก</p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;white;"">หนองม่วงไข่</strong>&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งของเวียงโกศัย&nbsp;หรือเมืองแพร่&nbsp;เป็นแหล่งชุมชนที่เริ่มตั้งถิ่นฐานจากอิทธิพลของสภาพธรรมชาติ&nbsp;โดยชุมชนอยู่อาศัยตามที่ราบลุ่มของแม่น้ำยม&nbsp;และลำห้วยต่างๆ&nbsp;จากการค้นคว้าจากเอกสารและคำบอกเล่าของคนดั้งเดิม&nbsp;พบว่าเมื่อสองร้อยกว่าปีที่ผ่านมาแม่น้ำยมได้เปลี่ยนเส้นทางการไหลของน้ำ&nbsp;ทำให้ทางน้ำเก่าเกิดเป็นหนองน้ำ&nbsp;และ<strong>ริมหนองน้ำมีต้นมะม่วงลูกสั้นกลมเหมือนไข่&nbsp;จึงเรียกว่า&nbsp;หนองม่วงไข่&nbsp;</strong>บริเวณแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้เป็นศูนย์กลางของชุมชน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	6/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206163955117
175	โควิด-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ชี้เป็นโอกาสส่งออกสินค้าอาหารแห่งอนาคต	<p><strong>นายพจน์&nbsp;อร่ามวัฒนานนท์&nbsp;รองประธานกรรมการหอการค้าไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งผลต่อเทรนด์ของผู้บริโภคให้มีการเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ด้วยการหันมาใส่ใจสุขภาพและเลือกรับประทานอาหารคุณภาพดีมีประโยชน์&nbsp;ทำให้&nbsp;อาหารแห่งอนาคต&nbsp;หรือ&nbsp;future&nbsp;food&nbsp;ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน&nbsp;จนกลายเป็นโอกาสและความท้าทายที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>เทรนด์อาหารในอนาคต</strong>&nbsp;ที่น่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยแล้ว&nbsp;เช่น&nbsp;อาหารพืชแบบธรรมชาติ&nbsp;(Plant-Based&nbsp;Food)&nbsp;อาหารจากแมลง&nbsp;(Insect&nbsp;Food)&nbsp;และอาหารจากท้องถิ่น&nbsp;(Localization)&nbsp;เนื่องจากประเทศไทยมีจุดแข็งที่เป็นประเทศเกษตรกรรม&nbsp;มีวัตถุดิบที่เหมาะสม&nbsp;และมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในลักษณะดังกล่าว&nbsp;สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศในระยะต่อไปได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพ&nbsp;กลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;กลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มนักท่องเที่ยว</p><p><strong>หอการค้าไทย&nbsp;ได้ทำงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;</strong>เพื่อร่วมกันสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง&nbsp;ในการสนับสนุนผู้ประกอบการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคตของไทย&nbsp;ส่งออกสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศ&nbsp;เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้มีโอกาสในการค้าและลงทุนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งได้จัดโครงการในการพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อส่งเสริมสมาชิกผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ตลอดจนการส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออกไปยังสมาชิก&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้มาตรฐานฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;157&nbsp;รายแล้ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในโอกาสที่ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน&nbsp;APEC&nbsp;2022</strong>&nbsp;ซึ่งจะเป็นการต้อนรับผู้นำจาก&nbsp;21&nbsp;เขตเศรษฐกิจทั่วโลก&nbsp;เป็นโอกาสที่จะสามารถแสดงศักยภาพและภาพลักษณ์ด้านการเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรมอาหารและอาหารแห่งอนาคต&nbsp;โดยภาคเอกชนพร้อมเชื่อมโยงอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและยกระดับผู้ประกอบการไทยให้มีขีดความสามารถต่อไป</p><p>สำหรับมูลค่าส่งออกอาหาร&nbsp;future&nbsp;food&nbsp;ของไทยในระยะ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;(2010-2021)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีสัดส่วนส่งออกอาหารอนาคตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;8&nbsp;เดือนแรก&nbsp;(ม.ค.-ส.ค.)&nbsp;ของปี&nbsp;2564&nbsp;มูลค่าส่งออกสินค้าอาหารของไทยสูงกว่า&nbsp;806,430&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นอาหารกลุ่ม&nbsp;future&nbsp;food&nbsp;&nbsp;กว่า&nbsp;71,570&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	6/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220206175706130
176	นายกรัฐมนตรี สั่งการเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลงทะเบียน Thailand Pass ย้ำไม่ประมาท การ์ดอย่าตก	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามความคืบหน้าภายหลังมีการปรับนโยบาย&nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยวให้สามารถใช้ระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ได้อีกครั้งเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ยอดการลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;เพิ่มขึ้นภายในวันแรกรวมแล้วกว่า&nbsp;35,046&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังคาดการณ์ว่า</strong>&nbsp;ยอดรวมการลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงกว่า&nbsp;6&nbsp;หมื่นราย&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม&nbsp;ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย&nbsp;สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่สามารถแบ่งแยกตามกลุ่มประเทศ&nbsp;ทั้งกลุ่มประเทศยุโรป&nbsp;กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกและกลุ่มประเทศอื่นๆ&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินการตามนโยบายเป็นผลสำเร็จ&nbsp;แต่ขอให้เข้มงวด&nbsp;เคร่งครัด&nbsp;ไม่ประมาทจนอาจส่งผลถึงมาตรการควบคุมทางสาธารณสุข&nbsp;รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขด้วย</p><p><strong>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีการส่งเสริมแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยประจำปี&nbsp;2565&nbsp;Visit&nbsp;Thailand&nbsp;Year&nbsp;2022&nbsp;ด้วยแนวคิด&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand,&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;ที่จัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;รวมทั้งเตรียมการหารือเพื่อจัด&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;กับประเทศที่มีศักยภาพ&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวร่วมกัน&nbsp;โดยล่าสุดจะมีการพิจารณาร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ถึงความเป็นไปได้ในการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีน&nbsp;รวมถึงการพิจารณาร่วมกับทางการมาเลเซีย&nbsp;ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เช่นเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางการจัด&nbsp;Travel&nbsp;Bubble</strong>&nbsp;เป็นการเปิดประเทศเพื่อการท่องเที่ยวตามพื้นที่ที่กำหนด&nbsp;เน้นการควบคุมและจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้อยู่ในมาตรการทางสาธารณสุข&nbsp;ซึ่งผู้ที่เดินทางภายใต้&nbsp;Travel&nbsp;Bubble&nbsp;สามารถเดินทางภายใน&nbsp;&nbsp;Bubble&nbsp;ไม่ต้องกักตัว&nbsp;ซึ่งจะทำเป็นข้อตกลงร่วมกันในลักษณะทวิภาคี&nbsp;เพื่อกำหนดจำนวนคนที่จะอนุญาตให้เดินทางแลกเปลี่ยนกัน&nbsp;รวมทั้งการจัดการพิเศษ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขอวีซ่า&nbsp;การโดยสารเครื่องบิน&nbsp;ที่พัก&nbsp;การเยี่ยมเยือน&nbsp;การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและผู้รับประกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207100749202
177	จ.ลำปาง แถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดประชุมสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือสัญจร ระหว่าง 24 -25 ก.พ. 65	"<p><strong>นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;</strong>พร้อมด้วยส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมงานแถลงข่าวการจัดประชุมสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือสัญจร&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;18&nbsp;สมาคม&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่กำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>จะมีการจัดเสวนา&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ทิศทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&nbsp;รวมทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และการแสดงความคิดเห็นการพัฒนา/ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ทั้ง&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อต่อยอดแนวความคิดของแต่ละสมาคม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเวียงแก้ว&nbsp;โรงแรมลำปางเวียงทอง&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;""ข้าวแลงขันโตก""&nbsp;การเดินแบบเครื่องแต่งกายล้านนาประยุกต์&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;บูธอาหารและโอทอป&nbsp;ณ&nbsp;สโมสรจิตต์อารีสปอร์ตคอมเพล็กซ์&nbsp;หมู่บ้านจิตต์อารีวิลล์&nbsp;2</p><p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;โปรแกรมการท่องเที่ยวให้กับคณะผู้เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม&nbsp;เขมโก&nbsp;วัดดอยพระฌาน&nbsp;พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้&nbsp;พิพิธภัณฑ์ลำปาง&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวที่สนใจอีกมากมาย&nbsp;ซึ่งจะเป็นการร่วมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ในพื้นที่</p><p><strong>การจัดประชุมสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือสัญจรครั้งนี้</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางให้เป็นที่รู้จักและแพร่หลาย&nbsp;เพื่อส่งเสริมรายได้และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อเป็นการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธภาพอันดีของสมาชิกในสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ&nbsp;เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์อันเป็นภารกิจหลักของสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือในการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้เกิดภาพพจน์อันดีและเผยแพร่ชื่อเสียงแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;เพื่อสนับสนุนโครงการ&nbsp;ประชุมเมืองไทยปลอดภัยกว่า&nbsp;ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ในการเข้ามาท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในเมืองไทย&nbsp;ภายใต้มาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;โดย&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้จากการประชุมต่อยอดแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางสู่สากลต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207093055184
178	ภาครัฐ จับมือ ซีพีเอฟ เปิดโครงการ ข้าวแกง 20 บาท ถูกใจชุมชน	"<p><strong>ก.เกษตรฯ-ก.พาณิชย์&nbsp;จับมือ&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;เปิดโครงการ&nbsp;</strong>ข้าวแกง&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ถูกใจชุมชน&nbsp;นำร่อง&nbsp;10&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ช่วยชาวบางพลัด-บางกอกน้อย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;ม.ร.ว.เสนีย์&nbsp;ปราโมช</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือซีพีเอฟ&nbsp;ผนึกกำลังร่วมเปิด&nbsp;โครงการ&nbsp;ข้าวแกง&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ถูกใจชุมชน&nbsp;นำร่อง&nbsp;10&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ในชุมชนเขตบางพลัดและบางกอกน้อย&nbsp;โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ต้องผลิตและจำหน่ายข้าวแกงในราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวิกฤติโควิด-19&nbsp;ให้อิ่มท้อง&nbsp;จากการรับประทานอาหารที่สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ในราคาถูก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ซีพีเอฟได้สนับสนุนวัตถุดิบคุณภาพและได้มาตรฐาน&nbsp;คือ&nbsp;ไข่ไก่และเนื้อไก่สด&nbsp;นอกจานี้ยังมีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชนร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าว&nbsp;อาทิ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;และในฐานะเลขานุการมูลนิธิฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการ&nbsp;ข้าวแกง&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ถูกใจชุมชน&nbsp;เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น&nbsp;โดยนำร่อง&nbsp;10&nbsp;ร้านในชุมชนเขตบางพลัดและบางกอกน้อย&nbsp;จึงขอความร่วมมือกับหน่วยงานเอกชน&nbsp;อย่าง&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;และปตท.&nbsp;ในการสนับสนุนร้านค้าในชุมชนให้มีรายได้&nbsp;ตลอดจนคนในชุมชนได้บริโภคอาหารที่ดีมีคุณภาพและราคาถูก&nbsp;รวมทั้งนำเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวมาแจกจ่ายด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสิริพงศ์&nbsp;อรุณรัตนา&nbsp;ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตว์บก</strong>&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ในโครงการ&nbsp;ข้าวแกง&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ถูกใจชุมชน&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาหารปลอดภัยและมีคุณภาพดีสู่ประชาชนผู้บริโภค&nbsp;ควบคู่การช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;โดยซีพีเอฟได้ส่งมอบวัตถุดิบเนื้อไก่และไข่ไก่แก่ร้านข้าวแกงทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;สนับสนุนให้พ่อค้าแม่ค้านำไปปรุงเป็นข้าวแกง&nbsp;จำหน่ายในราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;แก่ผู้บริโภคในชุมชนเขตบางพลัดและเขตบางกอกน้อย&nbsp;ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย&nbsp;รวมถึงลดต้นทุนการผลิตให้ร้านค้ามีรายได้หมุนเวียนที่ดีขึ้น&nbsp;สอดคล้องกับปรัชญา&nbsp;3&nbsp;ประโยชน์สู่ความยั่งยืน&nbsp;ของเครือซีพี&nbsp;ในการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และบริษัท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางจันทร์จิรา&nbsp;พันธุ์เกตุ&nbsp;เจ้าของร้านปูข้าวแกง&nbsp;20&nbsp;บาท</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การที่มีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือเรื่องวัตถุดิบ&nbsp;ช่วยให้แม่ค้าสามารถขายข้าวแกงราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ได้เพราะต้นทุนลดลง&nbsp;แม่ค้าอยู่ได้&nbsp;ชาวชุมชนก็สามารถลดค่าครองชีพได้ด้วย&nbsp;ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมช่วยเหลือในโครงการฯ&nbsp;นี้ที่ผ่านมา&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;รวมถึงหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในการดำเนินโครงการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้ดำเนินโครงการ&nbsp;""อาหารปลอดภัยจากใจ...สู่ชุมชน""&nbsp;อาหารอุ่นร้อนพร้อมรับประทานจากรถ&nbsp;CPF&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;ให้พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ&nbsp;</p><p><strong>รวมถึง&nbsp;การส่งมอบอาหารในโครงการ&nbsp;CPF&nbsp;ส่งอาหารจากใจ&nbsp;</strong>ร่วมต้านภัยโควิด-19""&nbsp;และโครงการ&nbsp;ครัวปันอิ่ม&nbsp;ซีพีร้อยเรียงใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ด้านความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ซีพีเอฟได้เป็นส่วนหนึ่งในโครการ&nbsp;""พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;โดยนำสินค้าคุณภาพปลอดภัย&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมูสด&nbsp;เนื้อไก่สด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมจัดโปรโมชั่นลดสูงสุด&nbsp;50%&nbsp;และบริการส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ&nbsp;เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของคนไทย&nbsp;สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัท&nbsp;ร่วมเคียงข้างคนไทยสู้วิกฤติไปด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	7/2/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207093552186
179	ทุ่มงบลงทุนกว่า 43,000 ล้านบาท เดินหน้าพัฒนาโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์อีก 3 โครงการหลัก	<p><strong>นายสราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;หรือมอเตอร์เวย์&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ทางกรมทางหลวงได้จัดลำดับความสำคัญในการก่อสร้างมอเตอร์เวย์จำนวน&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;วงเงินรวมกว่า&nbsp;43,800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข&nbsp;ช่วงรังสิต-บางปะอิน&nbsp;(M5)</strong>&nbsp;ระยะทาง&nbsp;22&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;วงเงินลงทุน&nbsp;27,800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;งานดำเนินงานและบำรุงรักษา&nbsp;(O&amp;M)&nbsp;&nbsp;รวมทั้งการเก็บค่าผ่านทางแบบไร้ไม้กั้นโดยเทคโนโลยี&nbsp;AI&nbsp;(Artificial&nbsp;Intelligence)&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;ในเส้นทางมอเตอร์เวย์&nbsp;บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว&nbsp;(M82)&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;12,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;และโครงการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาที่พักริมทาง&nbsp;สถานที่บริการทางหลวงบางละมุง&nbsp;กม.137+800&nbsp;ซึ่งโครงการนี้อยู่ระหว่างเสนอขอรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ&nbsp;และศูนย์บริการทางหลวงศรีราชา&nbsp;กม.93+750&nbsp;อยู่ระหว่างเสนอขอรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนฯ&nbsp;วงเงินรวมในการดำเนินการประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ตามแผนโครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข&nbsp;</strong>ช่วงรังสิต-บางปะอิน&nbsp;(M5)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี&nbsp;ขออนุมัติรูปแบบ&nbsp;การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;(Purchasing&nbsp;Private&nbsp;Partnership:&nbsp;PPP)&nbsp;ภายในไตรมาส&nbsp;1&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;จากนั้นจะเปิดให้เอกชนมาร่วมดำเนินการ&nbsp;โดยมีแผนก่อสร้างปี&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;2569&nbsp;เปิดให้บริการได้ในปี&nbsp;2570&nbsp;</p><p><strong>ส่วนงานบำรุงรักษา&nbsp;(O&amp;M)&nbsp;</strong>รวมทั้งการเก็บค่าผ่านทางแบบไร้ไม้กั้นโดยเทคโนโลยี&nbsp;AI&nbsp;&nbsp;ในเส้นทางมอเตอร์เวย์&nbsp;บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว&nbsp;ในเส้นทางดังกล่าวนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอรูปแบบ&nbsp;PPP&nbsp;&nbsp;ให้กระทรวงฯ&nbsp;พิจารณา&nbsp;เพื่อนำเสนอ&nbsp;ครม.เห็นชอบต่อไป&nbsp;คาดว่าจะสามารถประมูล&nbsp;PPP&nbsp;ได้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;และดำเนินการติดตั้งระบบในปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;ปลายปี&nbsp;2567&nbsp;จากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนวิ่งฟรีทดสอบระบบและเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในปี&nbsp;2568</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207103051218
180	ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดโครงการจำหน่ายสินค้า ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค- บริโภค ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19 จังหวัดตรัง ระยะที่ 3	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค&nbsp;ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;7-8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดตรังได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดกิจกรรมในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาวะค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>โดยในวันนี้</strong>&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้นำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;ปกติราคา&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;&nbsp;น้ำมันพืชปาล์มขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;วันละ&nbsp;180&nbsp;ขวด&nbsp;ปกติราคา&nbsp;57-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้ให้สิทธิ์ผู้ซื้อไข่ไก่คนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;น้ำมันพืชคนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;นอกจากนี้ยังจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละ&nbsp;อาทิ&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่/สะโพก/ขาหน้า/คอ)&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามชั้น&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;ราคา&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ซี่โครง&nbsp;ราคา&nbsp;170-180&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับ/หัวใจ)&nbsp;ราคา&nbsp;130-140&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ขา-หัว&nbsp;ราคา&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;ราคา&nbsp;110-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50-70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทั้งเนื้อสัตว์&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207102104210
181	เร่งแก้มาตรฐานเหล็กแผ่นเคลือบ หลังที่ประชุมเห็นชอบประกาศเป็นสินค้าควบคุมภายในปีนี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค	<p><strong>นายจุลพงษ์&nbsp;ทวีศรี&nbsp;รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากการใช้สินค้า&nbsp;โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเหล็กเป็นสินค้าที่ต้องได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;ซึ่งสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;ได้กำหนดมาตรฐานสินค้ากลุ่มเหล็กไปแล้วจำนวน&nbsp;196&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ&nbsp;175&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;และเป็นมาตรฐานบังคับที่&nbsp;สมอ.&nbsp;ควบคุมให้สินค้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานอีกจำนวน&nbsp;21&nbsp;&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;และได้ทบทวนปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ให้มีความทันสมัย&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการตรวจควบคุมสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน</strong>&nbsp;ในรอบปีที่ผ่านมา&nbsp;ได้ยึดอายัดเหล็กไม่ได้มาตรฐานมูลค่ากว่า&nbsp;90&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากปี&nbsp;2563&nbsp;ที่มีการยึดอายัดมูลค่ากว่า&nbsp;850&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แสดงให้เห็นถึงการผลิตและนำเข้าเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการการกำกับดูแลของ&nbsp;สมอ.&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;สมอ.&nbsp;ได้แก้ไขปรับปรุงมาตรฐานเหล็ก&nbsp;2&nbsp;รายการ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสีและเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียมผสมสังกะสี&nbsp;เนื่องจากเหล็กดังกล่าวเป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำไปใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นเคลือบโลหะ&nbsp;ท่อเหล็กกล้าเคลือบโลหะ&nbsp;ชิ้นส่วนรถยนต์และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;พร้อมทั้งเร่งรัดให้ดำเนินการเป็นสินค้าควบคุมในคราวเดียวกัน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของประชาชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียมผสมสังกะสี</strong>&nbsp;ได้แก้ไขชื่อมาตรฐานใหม่ให้ครอบคลุมทั้งกรณีรีดร้อนและรีดเย็น&nbsp;แบ่งชั้นคุณภาพจาก&nbsp;9&nbsp;ชั้นคุณภาพเป็น&nbsp;10&nbsp;ชั้นคุณภาพ&nbsp;รวมทั้งแก้ไขส่วนประกอบทางเคมีและกำหนดเกณฑ์ปริมาณอะลูมิเนียมในมวลเคลือบ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งคาดว่า&nbsp;มาตรฐานดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในปีนี้&nbsp;โดย&nbsp;สมอ.&nbsp;จะดำเนินการประกาศเป็นสินค้าควบคุมต่อไป&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย</p><p><br></p><p><br></p>	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207104902227
182	สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยผลสำรวจ เร่งแก้ปัญหาภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมเสนอภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือ	<p><strong>นายวิรัตน์&nbsp;เอื้อนฤมิต&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)&nbsp;</strong>เปิดเผยผลการสำรวจ&nbsp;FTI&nbsp;Poll&nbsp;ครั้งที่&nbsp;14&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;สินค้าแพง&nbsp;ค่าครองชีพพุ่งจะช่วยเหลือประชาชนได้อย่างไร&nbsp;ว่า&nbsp;ส.อ.ท.&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ&nbsp;และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้&nbsp;และคาดว่าภาวะราคาสินค้าแพงจะยาวนานไป&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;หรืออาจยาวไปจนถึงสิ้นปีนี้&nbsp;หากราคาพลังงานยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการสามารถตรึงราคาสินค้าได้อีกแค่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เดือนเท่านั้น&nbsp;โดยเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนโดยการลดค่าสาธารณูปโภค&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าไฟฟ้า&nbsp;ค่าน้ำประปา&nbsp;ค่าเดินทาง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ลดภาระภาษีและค่าธรรมเนียม&nbsp;เช่น&nbsp;ภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิง&nbsp;และสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีพอื่นๆ&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในช่วงนี้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากการสำรวจผู้บริหาร&nbsp;ส.อ.ท.&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุมผู้บริหารจาก&nbsp;45&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;และ&nbsp;76&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัด</strong>&nbsp;ผลการสำรวจ&nbsp;FTI&nbsp;Poll&nbsp;ครั้งที่&nbsp;14&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;คำถาม&nbsp;อาทิ&nbsp;ปัจจัยที่คาดส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ&nbsp;และต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;76.7&nbsp;/ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ&nbsp;74.0&nbsp;/ค่าขนส่งที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงร้อยละ&nbsp;63.3&nbsp;และปัญหาขาดแคลนแรงงานรวมถึงภาระค่าใช้จ่ายด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;51.3&nbsp;</p>	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207121133265
183	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าเนื้อหมูเริ่มปรับราคาลดลง และสร้างความมั่นใจประชาชน ลูกชิ้นหมูบ้านแหลมเพชรบุรี มีคุณภาพได้รับมาตรฐาน อ.ย.	<p><strong>พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าเนื้อหมูเริ่มปรับราคาลดลง</strong>&nbsp;และสร้างความมั่นใจประชาชน&nbsp;ลูกชิ้นหมูบ้านแหลมเพชรบุรี&nbsp;มีคุณภาพได้รับมาตรฐาน&nbsp;อ.ย.&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดและปริมาณการเลี้ยงหมูน้อยลง&nbsp;ส่งผลให้ราคาหมูเนื้อแดงมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาหมูเนื้อแดง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายเล็ก&nbsp;และรายใหญ่&nbsp;ราคาเริ่มลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อแดงส่วนไหล่&nbsp;จากราคากิโลกรัมละ&nbsp;170-180&nbsp;บาท&nbsp;ลดราคาเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;164-165&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ผู้บริโภคพิจารณาเลือกซื้อร้านที่ปิดป้ายแสดงสินค้าที่ชัดเจน</strong>&nbsp;ประกอบการเลือกซื้อ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีก็ได้มีการติดตามราคาสินค้า&nbsp;ไม่ให้ผู้ค้ากักตุนสินค้า&nbsp;ปฏิเสธการขาย&nbsp;นอกจากเนื้อสัตว์&nbsp;ก็ตรวจสอบน้ำมันพืชที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;และได้จัดกิจกรรม&nbsp;ธงฟ้า&nbsp;ราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดเคลื่อนที่&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่จะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;กรณีที่ผู้ผลิตในจังหวัดชลบุรี&nbsp;มาแอบอ้างตราสินค้า</strong>&nbsp;ตราลูกชิ้นบ้านแหลม&nbsp;ของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;ผลการตรวจสอบที่ผลิตได้มาตรฐานตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;ได้รับมาตรฐาน&nbsp;อ.ย.&nbsp;โดยผู้ประกอบการบ้านแหลม&nbsp;เป็นผู้ทำเองมาตลอด&nbsp;ผลิตวันละ&nbsp;200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มีมาตรฐานการผลิตที่ถูกต้อง&nbsp;ถูกสุขลักษณะอนามัย&nbsp;และส่งขายตลาดนัดในจังหวัดเพชรบุรีเท่านั้น&nbsp;ไม่มีการนำไปในจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ซึ่งหากมีสินค้าตราลูกชิ้นบ้านแหลมที่ไปขายอยู่ที่อื่น&nbsp;เชื่อได้ว่าไม่ใช่ของที่ผลิตที่เพชรบุรี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/7&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207121449268
184	หอการค้ายะลา เผย สนามบินเบตงความหวังเศรษกิจของประชาชน ระบุ ขอความชัดเจนราคาเที่ยวบิน	<p><strong>หอการค้ายะลา&nbsp;เผย&nbsp;สนามบินเบตงความหวังเศรษกิจของประชาชน&nbsp;ระบุ&nbsp;ขอความชัดเจนราคาเที่ยวบิน</strong></p><p><strong>ภายหลังจากที่&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมการเปิดท่าอากาศยานเบตง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><p><strong>นายกันต์พงษ์&nbsp;ลิ่มกาญจนา&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ถือเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันจะมีนักท้องเที่ยวที่เข้ามายัง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;เฉลี่ยที่วันละ&nbsp;2&nbsp;พันคน&nbsp;แต่หากสนามบินได้เปิดใช้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากถึง&nbsp;3-4&nbsp;พันคนต่อวัน&nbsp;เศรษฐกิจรายได้ของคนในพื้นที่ก็จะเพิ่มขึ้นสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;ที่ชุมชนอัยเยอร์เวง&nbsp;จะมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ต้องการให้ความรุนแรงยุติลง&nbsp;โดยการนำเอาเศรษฐกิจฐานรากเข้ามากำหนดเป็นตัวชี้วัดในการหารายได้&nbsp;เพราะถ้าเศรษฐกิจฐานรากหรือชุมชนมีรายได้&nbsp;</p><p><strong>ประธานหอการค้าจังหวัดยะลา&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;สิ่งที่ทางภาคเอกชนยังแสดงความเป็นห่วงคือ&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;ที่ต้องกำหนดราคาให้ชัดเจนในกรณีที่รัฐบาลไม่สนับสนุนในการประกันที่นั่ง&nbsp;นกแอร์จะกำหนดราคาเที่ยวบินเท่าไหร่&nbsp;หรือในกรณีที่รัฐบาลสนับสนุนการประกันที่นั่นให้&nbsp;จะกำหนดราคาเที่ยวบินเท่าไหร่&nbsp;ซึ่งทางหอการค้าพร้อมที่จะช่วยในการประชาสัมพันธ์&nbsp;ในฐานะภาคเอกชนหอการค้ามีหน้าที่ที่จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจอยู่ได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/2/2022	NULL	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207132446287
185	มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการเบิกจ่าย ระดับดี ในระดับประเทศ จากกรมบัญชีกลาง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการเบิกจ่าย&nbsp;ระดับดี&nbsp;ในระดับประเทศ&nbsp;จากกรมบัญชีกลาง</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ขอแสดงความยินดีกับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณด้านการเบิกจ่าย&nbsp;ระดับดี&nbsp;ในระดับประเทศ</strong>&nbsp;องค์กรที่มีความเป็นเลิศในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลัง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;มี&nbsp;286&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;จากกรมบัญชีกลาง&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;รับมอบโล่ห์รางวัล&nbsp;จาก&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.ศิริชัย&nbsp;นามบุรี&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;และเจ้าหน้าที่งานการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมติดตามการมอบรางวัลผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมกลาดี&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;50&nbsp;พรรษา&nbsp;มหาวชิราลงกรณ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207132836290
186	อนุรักษ์ประติมากรรมปูนปั้นวัดช้างรอบอุทยานกำแพงเพชร พร้อมเชื่อม 3 แหล่งมรดกโลกกระตุ้นการท่องเที่ยว	<p><strong>นายกิตติพันธ์&nbsp;พานสุวรรณ&nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้จัดโครงการอนุรักษ์ประติมากรรมปูนปั้นวัดช้างรอบ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งมรดกโลกของประเทศไทย&nbsp;ล่าสุดประติมากรรมรูปช้างและลวดลายปูนปั้นต่างๆ&nbsp;อยู่ในสภาพชำรุดเสี่ยงต่อการพังทลายต้องเร่งดำเนินการอนุรักษ์&nbsp;</p><p><strong>โดยอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร</strong>&nbsp;สำนักศิลปากรที่&nbsp;6&nbsp;สุโขทัย&nbsp;และกลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมประติมากรรม&nbsp;กองโบราณคดี&nbsp;จะร่วมกันจัดทำแนวทางการดำเนินงานอนุรักษ์ประติมากรรม&nbsp;รูปช้างและลวดลายปูนปั้นประดับวัดช้างรอบ&nbsp;กำหนดแล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2565&nbsp;เน้นการทำความสะอาดคราบไคล&nbsp;สิ่งสกปรกและวัชพืช&nbsp;เสริมความมั่นคงของศิลาแลง&nbsp;อิฐ&nbsp;ดินเผา&nbsp;ลวดลายประดับตกแต่งโดยใช้วัสดุดั้งเดิมที่ใช้สำหรับการอนุรักษ์หรือวัสดุทดแทนที่ได้รับการยอมรับตามหลักสากล&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ระหว่างการอนุรักษ์ประติมากรรมปูนปั้นวัดช้างรอบ</strong>&nbsp;ได้ให้สำนักศิลปากรที่&nbsp;6&nbsp;สุโขทัย&nbsp;ทำการสำรวจเพื่อจัดทำแผนการบูรณะองค์เจดีย์ประธานและพื้นที่โดยรอบ&nbsp;&nbsp;หลังจากดำเนินการแล้วเสร็จให้จัดทำแผนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง&nbsp;3&nbsp;&nbsp;แหล่งมรดกโลก&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร&nbsp;เข้าด้วยกัน&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการจัดระบบอำนวยความสะดวกทั้งการขยายถนน&nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์เป็นการรองรับการท่องเที่ยวหลังวิกฤติโควิด-19&nbsp;คลี่คลายอีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207145351353
187	ททท.ตรัง ทำพิธีบวงสรวงเตรียมจัดงาน Trang Food FestiWOW: Season of Love 10-14 ก.พ.นี้ เที่ยวงานแล้วต้องว้าว สุดปัง บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายสุดฟินเหมือนหลุดมิติไปในห้วงแห่งรัก ที่มีหลากสไตล์ 	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ททท.ตรัง&nbsp;ทำพิธีบวงสรวงเตรียมจัดงาน</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;</strong><strong>Trang&nbsp;Food&nbsp;FestiWOW</strong>:&nbsp;Season&nbsp;of&nbsp;Love&nbsp;10-14&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;เที่ยวงานแล้วต้องว้าว&nbsp;สุดปัง&nbsp;บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายสุดฟินเหมือนหลุดมิติไปในห้วงแห่งรัก&nbsp;ที่มีหลากสไตล์&nbsp;ได้แก่&nbsp;Zone&nbsp;wedding&nbsp;planner,&nbsp;Zone&nbsp;Chefts&nbsp;Grill&nbsp;Factory,&nbsp;Japanese&nbsp;Style,&nbsp;Chinese&nbsp;Style,&nbsp;Thai&nbsp;Style&nbsp;และ&nbsp;Forest&amp;Sea&nbsp;พร้อมเชิญชวนชาวตรังทุกท่านมาเป็นเจ้าภาพมาถ่ายรูปกับบรรยากาศงานชวนครอบครัว&nbsp;เพื่อนฝูง&nbsp;นักท่องเที่ยวมาเที่ยวผ่านโซเซียล&nbsp;หากท่านใดมียอดไลค์&nbsp;ยอดแชร์&nbsp;เยอะสามารถลุ้นรับของรางวัลของที่ระลึกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตรังได้</p><p><strong>ที่บริเวณสวนทับเที่ยง&nbsp;ถนนพัทลุง&nbsp;ต.ทับเที่ยง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับเทศบาลนครตรัง&nbsp;YEC&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เราได้จัดบรรยากาศจำลองสวนที่เป็นสวนพักผ่อนบรรยากาศสีชมพูโรแมนติก&nbsp;ซึ่งการเริ่มต้นในการทำงานเราจะมองในเรื่องของสายมูที่ปัจจุบันนี้เรื่องเที่ยวเรื่องไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่นิยมกันเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้จัดงานและนักท่องเที่ยว&nbsp;และวันนี้จึงได้มีการทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอใช้สถานที่&nbsp;ขอให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่น&nbsp;รวมทั้งเจ้าภาพที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;มาทำพิธีเพื่อเป็นสิริมงคลและให้ประสบความสำเร็จ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;นับว่ามีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกหลายที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศาลเจ้าต่าง&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;พระยารัษฎานุประดิษฐ์&nbsp;ศาลหลักเมือง&nbsp;ตามศรัทธาที่เชื่อถือเพื่อเหมาะแก่คู่รักและครอบครัว&nbsp;ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลและเสริมบารมีได้อีกด้วย&nbsp;ซึ่งขณะทำพิธีบวงสรวงบูชาเหล่าเทพเทวา&nbsp;ที่สิงสถิตและรักษาสถานที่สวนทับเที่ยงแห่งนี้&nbsp;รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งในจังหวัดตรังและ&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;นอกจากนี้ในการทำพิธีบวงสรวงปรากฏว่า&nbsp;บรรยากาศบนท้องฟ้ามืดไม่มีแดด&nbsp;พอเริ่มทำพิธีบวงสรวง&nbsp;เมฆได้ลอยผ่านดวงอาทิตย์เห็นแดดส่องมาทันที&nbsp;สื่อให้เห็นว่าเทพยาดาฟ้าดินรับรู้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เปิดทาง&nbsp;ถือเป็นฤกษ์มงคลในการจัดงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสัญญา&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;นายกเทศมนตรีนครตรัง&nbsp;พร้อมนางสาวลดาวัลย์&nbsp;ช่วยชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;และคณะผู้บริหารเทศบาลนครตรัง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ททท.ตรัง&nbsp;ผู้ประกอบการจังหวัดตรังร่วมพิธีในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับภายในงานมีหลากสไตล์&nbsp;ได้แก่&nbsp;Zone&nbsp;wedding&nbsp;planner</strong>,&nbsp;Chefts&nbsp;Grill&nbsp;Factory,&nbsp;Japanese&nbsp;Style,&nbsp;Chinese&nbsp;Style,&nbsp;Thai&nbsp;Style&nbsp;และ&nbsp;Forest&amp;Sea</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จึงขอเชิญชวนชาวตรังทุกท่านมาเป็นเจ้าภาพในการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;</strong>สามารถมาถ่ายรูปกับบรรยากาศงานเชิญชวนครอบครัว&nbsp;เพื่อนฝูง&nbsp;นักท่องเที่ยวมาเที่ยวผ่านโซเซียล&nbsp;หากท่านใดมียอดไลค์&nbsp;ยอดแชร์&nbsp;เยอะสามารถลุ้นรับของรางวัลของที่ระลึกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตรังได้&nbsp;เป็นกระเป๋าเดินทางมูลค่า&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;1&nbsp;รางวัล&nbsp;และกระเป๋าเดินทางมูลค่า&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;อีก&nbsp;2&nbsp;รางวัล&nbsp;จะประกาศผลและรับรางวัลในวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์นี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	7/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207133521294
188	"ตรัง สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่ายชวนนักท่องเที่ยวถ่ายรูปเช็คอินกับ ""บอนกระดาดยักษ์"" สูง 3 เมตร และ ""ปาล์มเจ้าเมืองตรัง"" สัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์ ป่าใจกลางเมืองตรัง เปิดทุกวัน 08.30-16.30 น. (ไม่มีค่าเข้าชม)"	"<p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;ต.ทุ่งค่าย&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</span>นายกอบศักดิ์&nbsp;เพ็ญนุกูล&nbsp;หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;นำผู้สื่อข่าวเยี่ยมชม&nbsp;บอนกระดาดยักษ์&nbsp;หรือโหรา(ภาษาถิ่นภาคใต้)&nbsp;ซึ่งมีให้พบเห็นเฉพาะป่าดิบชื้นโซนภาคใต้ของประเทศไทย&nbsp;เป็นพืชที่อยู่ในตระกูล&nbsp;Alocasia&nbsp;อโลคาเซีย&nbsp;ลักษณะของบอนกระดาดเขียวนั้นเป็นไม้ล้มลุก&nbsp;มีหัวอยู่ใต้ดิน&nbsp;สามารถเติบโตเป็นกอและสูงได้ถึง&nbsp;2-3&nbsp;เมตร&nbsp;ต้นสั้นตั้งตรง&nbsp;มีน้ำยางสีขาว&nbsp;ใบเรียงหนาแน่นที่ยอด&nbsp;รูปไข่แกมสามเหลี่ยม&nbsp;ยาวได้ถึง&nbsp;120&nbsp;ซม.&nbsp;โคนแฉกลึกเป็นเงี่ยงลูกศร&nbsp;เส้นโคนใบข้างละ&nbsp;1&nbsp;เส้น&nbsp;ก้านใบอวบ&nbsp;ยาว&nbsp;50120&nbsp;ซม.&nbsp;เป็นกาบประมาณกึ่งหนึ่ง&nbsp;ช่อดอกแบบช่อเชิงลดมีกาบ&nbsp;ออกเป็นคู่ตามซอกกาบ&nbsp;กาบหุ้มช่อดอกสีครีม&nbsp;ยาว&nbsp;1335&nbsp;ซม.&nbsp;โคนกาบรูปไข่&nbsp;ปลายเรียวแคบรูปใบหอก&nbsp;ยาว&nbsp;1029&nbsp;ซม.&nbsp;งุ้มคล้ายหมวก&nbsp;ช่อดอกสั้นกว่ากาบเล็กน้อย&nbsp;ก้านช่อสั้น&nbsp;ดอกเพศเมียอยู่ด้านล่าง&nbsp;รูปกรวย&nbsp;ยาว&nbsp;12&nbsp;ซม.&nbsp;รังไข่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ&nbsp;3&nbsp;มม.&nbsp;ยอดเกสรเพศเมียจัก&nbsp;35&nbsp;พู&nbsp;สีเหลือง&nbsp;อันที่เป็นหมันสีครีม&nbsp;ช่วงดอกเพศผู้สีขาว&nbsp;ยาว&nbsp;37&nbsp;ซม.&nbsp;อับเรณูเป็นเหลี่ยม&nbsp;ปลายเว้า&nbsp;รยางค์เชื่อมติดกันคล้ายหมวก&nbsp;ผลรูปรี&nbsp;ยาวประมาณ&nbsp;1.2&nbsp;ซม.&nbsp;สุกสีส้มอมแดง</p><p><strong>โดยหัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;ได้จัดทำเป็นจุดเช็คอิน</strong>&nbsp;ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป&nbsp;และได้รู้จัก&nbsp;พืชชนิดนี้&nbsp;ภายในสวนรับกระแสไม้ฟอกอากาศ&nbsp;ที่กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน&nbsp;ที่มีความสวยงามขนาดใหญ่และบอนกระดาดมีอายุมาก&nbsp;20-30&nbsp;ปี&nbsp;และที่นี่ยังมีพันธุ์ไม้เกือบ&nbsp;700&nbsp;กว่าชนิด&nbsp;หลากหลายสายพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวได้แหล่งเรียนรู้พรรณไม้นานาชนิดพร้อมศึกษาธรรมชาติ&nbsp;อากาศดีไม่มีขาย&nbsp;มาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์&nbsp;ป่าใจกลางเมืองตรัง&nbsp;ได้ที่&nbsp;""สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย""&nbsp;ต.ทุ่งค่าย&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยจะเปิดให้เข้าชม&nbsp;ไปสัมผัสธรรมชาติ&nbsp;สูดอากาศบริสุทธิ์&nbsp;ถ่ายรูปเช็คอินกับ&nbsp;""บอนกระดาดยักษ์""&nbsp;และ&nbsp;""ปาล์มเจ้าเมืองตรัง""&nbsp;เปิดทุกวัน&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;(ไม่มีค่าเข้าชม)&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;075291456&nbsp;นอกจากนี้ทางสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;ได้มีการดำเนินการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;บริเวณอาคารที่ทำการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และเขตพื้นที่บริการ&nbsp;รวมทั้งทำการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;เจ้าหน้าที่สวนฯ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และยังได้ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;+&nbsp;โดยมีเงื่อนไข&nbsp;คือ&nbsp;สถานประกอบการนั้น&nbsp;ๆต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;บุคลากรในสถานประกอบการ&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;70%&nbsp;ต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;จึงจะได้รับ&nbsp;SHA&nbsp;Plus</p><p><strong>นายกอบศักดิ์&nbsp;เพ็ญนุกูล&nbsp;หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;บอนกระดาดยักษ์เป็นลักษณะของพืชตระกูลบอนการเจริญเติบโตเกิดจากการแตกของหัวมัน&nbsp;บางคนก็ไม่เคยเห็นต้นที่แก่จริง&nbsp;ๆจะแตกออกมาเป็นเมล็ดซึ่งจะพบเห็นได้น้อยมาก&nbsp;สำหรับบอนกระดาดยักษ์จะพบเจอในเขตป่าดิบชื้นภาคใต้&nbsp;และในส่วนของพฤกษศาสตร์เรานำมาเพื่อรวบรวมให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเกี่ยวกับพืชตระกูลบอนและยังจัดไว้สำหรับเป็นจุดเช็คอินให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายภาพด้วย&nbsp;ต้นใหญ่ต้นนี้มีอายุประมาณ&nbsp;20-30&nbsp;ปี&nbsp;เป็นขนาดทรงพุ่มความกว้างมีขนาด&nbsp;2-3เมตร&nbsp;ความสูงขนาด&nbsp;2.5&nbsp;เมตร&nbsp;และพืชชนิดนี้เป็นพืชที่มีอายุยืนนาน&nbsp;ซึ่งคุณสมบัติของเขาปลูกไว้เพื่อฟอกอากาศ&nbsp;จึงทำให้คนนิยมในการปลูกบอนกันเยอะ&nbsp;ส่วนยางของบอนจะทำให้ระคายเคืองผิวได้&nbsp;ส่วนใหญ่บอนกระดาดยักษ์จะเน้นใช้เป็นไม้ประดับฟอกอากาศ</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ทั้งนี้ในสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่ายเป็นแหล่งรวบรวมไม้หลากหลายสายพันธุ์</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">และเป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รวบรวมพันธุ์บอนเพื่อเป็นวงบอนในอนาคตและวันนี้ที่ได้นำต้นบอนกระดาดยักษ์มาทำเป็นจุดเด่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม&nbsp;เรียนรู้เกี่ยวกับพืชตระกูลบอน&nbsp;และที่นี่ยังมีพันธุ์ไม้เกือบ&nbsp;700&nbsp;กว่าชนิดที่ให้ทุกคนได้มาศึกษา&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีจัดอันดับว่าอยู่ต้นๆ&nbsp;แห่งประเทศไทยเลยก็ว่าได้&nbsp;ปัจจุบันนี้เราได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม&nbsp;ซึ่งในขณะนี้สะพานเรือนยอดไม้ยังคงทำการซ่อมแซมอยู่&nbsp;แต่ปรับปรุงใกล้เสร็จแล้ว&nbsp;คาดว่าจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน&nbsp;โดยตอนนี้ยังไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม&nbsp;แต่คาดว่าในอนาคตอาจจะมีการเก็บค่าเข้าชมในอนาคตต่อไป&nbsp;หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่เว็บเพจสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่ายจังหวัดตรัง&nbsp;หรือเดินทางเข้ามาได้เลย&nbsp;แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการโควิด&nbsp;19&nbsp;ฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายสุรศักดิ์&nbsp;คงสิน&nbsp;เจ้าหน้าที่สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;บอกว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">บอนกระดาดยักษ์เป็นพืชที่พบในเขตป่าดิบชื้นภาคใต้&nbsp;ซึ่งเป็นพืชไม้ล้มลุกที่มีหัว&nbsp;มีเหง้า&nbsp;อยู่ด้านหน้าซึ่งมีเหง้าที่สะสมอาหาร&nbsp;ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเมื่อใบเขาโดนความร้อนหรืออุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมใบเขาจะเหี่ยว&nbsp;แต่เมื่อเขาได้รับความชื้นและได้รับอุณภูมิที่เต็มที่&nbsp;จะมีการแตกใบใหม่ขึ้นมาซึ่งบอนกระดาด&nbsp;พวกนี้จะอยู่ในตระกูล&nbsp;</span>Alocasia&nbsp;อโลคาเซีย&nbsp;หากถามว่าหาพบเจอยากไหมนั้นในเขตภาคใต้จะมีอยู่เยอะ&nbsp;สำหรับพื้นที่ป่าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จะหาได้ยากจึงเป็นบอนที่มีความสำคัญ&nbsp;จะเป็นบอนที่มีลักษณะทรงพุ่มกว้าง&nbsp;มีขนาดของใบที่ใหญ่&nbsp;โดยพืชตระกูลบอนคนส่วนใหญ่จะชอบนำหัวไปขยายพันธุ์พืช&nbsp;แต่ก็มีโอกาสพบได้น้อยมากสำหรับบอนที่มีอายุอยู่เยอะ&nbsp;ที่จะมีลักษณะของการแตกดอกและผสมเกสร&nbsp;มีการติดเมล็ดอย่างเช่นในสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย&nbsp;ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งให้ความรู้&nbsp;เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชภายในภาคใต้&nbsp;โดยพันธกิจหลักของเราจะเป็นแหล่งสถานที่รวบรวมพันธุ์พืช&nbsp;เป็นสถานที่ที่จัดเก็บพันธุ์ไม้ตามหลักอนุกรมวิทานพืช&nbsp;จึงได้เก็บรวบรวมพันธุ์พืชที่หายากเป็นพันธุ์พืชท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งในภายภาคหน้าทางหัวหน้าอุทยานฯจะมีการปรับปรุง&nbsp;ให้พื้นที่ตรงนี้เป็นวงบอน&nbsp;พันธุ์พืชในตระกูลของพวกบอนต่อไป</p><p><strong>สำหรับพืชตระกูลบอนที่มีความสมบูรณ์</strong>&nbsp;แทนที่เขาจะมีการแตกหน่อ&nbsp;แต่มีการแตกดอกขึ้นมา&nbsp;เพื่อผสมเกสรและมีการติดเมล็ดสามารถนำเมล็ดนี้&nbsp;ไปเพาะได้แต่การเพาะเมล็ดพันธุ์พืชเขาจะไม่นิยม&nbsp;เพราะจะทำให้การเติบโตช้า&nbsp;ส่วนในเรื่องของการดูแลไม่ได้ถือว่ายากแต่ต้องเข้าใจเขา&nbsp;เพราะพืชชนิดนี้ต้องได้รับคุณภูมิความชื้นที่พอเหมาะแก่การเจริญเติบโต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207134536304
189	คณะกรรมการเครือข่ายองค์ความรู้ (KBO) จังหวัดตราด  ร่วมกันคัดเลือก 5 ผลิตภัณฑ์ประเภทปรับตัวสู่การพัฒนา (Quadrant D) ที่มีศักยภาพ หรือระดับ 1 - 3 ดาว	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายกัฬชัย&nbsp;&nbsp;เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;(Knowledge&nbsp;&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO)&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมที่ห้องประชุมสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;(Knowledge&nbsp;&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO)&nbsp;จังหวัดตราดในครั้งนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมได้มีการนำเสนอผลการดำเนินการขับเคลื่อนงานเครือข่ายองค์ความรู้&nbsp;(Knowledge&nbsp;&nbsp;Based&nbsp;OTOP&nbsp;:&nbsp;KBO)&nbsp;ของจังหวัดตราดที่ผ่านมา&nbsp;ในการเป็นกลไกในการเพิ่มขีดความสามารถของกลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;สู่การแข่งขันทางการตลาดได้&nbsp;อย่างไรก็ตามการประชุมในครั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ประเภทปรับตัวสู่การพัฒนา&nbsp;(Quadrant&nbsp;D)&nbsp;ที่มีศักยภาพ&nbsp;หรือระดับ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;ดาว&nbsp;ที่ลงทะเบียนผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ปี&nbsp;2557&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;จากจำนวน&nbsp;20&nbsp;กลุ่ม/ราย&nbsp;ที่มีความโดดเด่น&nbsp;มีศักยภาพ&nbsp;และสามารถนำไปต่อยอดนวัตกรรมเด่นได้&nbsp;ให้เหลือจำนวน&nbsp;5&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ&nbsp;กลุ่มทอผ้าบางปิด&nbsp;2)&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ&nbsp;กลุ่มทอผ้าบ้านธรรมชาติล่าง&nbsp;3)&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อม&nbsp;กลุ่มสตรีผ้ามัดย้อมบ้านท่าระแนะ&nbsp;4)&nbsp;ผลิตภัณฑ์น้ำพริกหอย&nbsp;กลุ่มบ้านสลักพัฒนา&nbsp;60&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;ผลิตภัณฑ์น้ำซอส&nbsp;กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านปากพีด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	7/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207140147308
190	รองผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม นำคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประชุมผ่านระบบซูม ติดตามผลการดำเนินงานที่ผ่านมา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;</strong>นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยที่ประชุมแจ้งให้ทราบเรื่องการขอใช้พื้นที่จุดพักรถบริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;35&nbsp;ถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรที่&nbsp;73&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทสมุทรสงครามและแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม&nbsp;ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้าง&nbsp;288&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะนี้ยังไม่มีส่วนราชการใดมาขออนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ในการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายและแสดงสินค้าเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;โดยกรมทางหลวงชนบทสามารถอนุญาตได้เป็นการชั่วคราว&nbsp;โดยเสนอแผนงาน&nbsp;โครงการให้อธิบดีพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ&nbsp;ส่วนโครงการที่จะดำเนินการในปี&nbsp;2565&nbsp;ของกรมทางหลวงชนบท&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมงานอำนวยความปลอดภัยถนนสาย&nbsp;สส.2021&nbsp;แยก&nbsp;ทล.35-ชะอำ&nbsp;ตำบลยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;2.50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;13,654,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานปรับปรุงโครงสร้าง,งานผิวทาง,งานตีเส้นจราจร,งานจราจรสงเคราะห์และงานไฟฟ้าแสงสว่าง&nbsp;และกิจกรรมงานบำรุงถนนสาย&nbsp;สส.2021&nbsp;แยก&nbsp;ทล.35-ชะอำ&nbsp;ตำบลยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;7,475,000&nbsp;บาท&nbsp;ได้แก่&nbsp;งานป้ายจราจร,งานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง&nbsp;และปรับปรุงทางแยกเป็นต้น</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาการบริหารจัดการน้ำบริเวณคลองแม่กลอง-คลองสุนัขหอน&nbsp;</strong>เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;แต่ปัจจุบันคลองดังกล่าวประสบปัญหาน้ำเน่าเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและการทำเกษตรกรรมเป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้พิจารณาขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านเส้นทางท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่งทะเล&nbsp;4&nbsp;จังหวัดให้เต็มศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่&nbsp;เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งในส่วนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;มีจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์อยู่ในเส้นทาง&nbsp;โดยจะมีการดำเนินการก่อสร้างป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทาง&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;35&nbsp;ถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรที่&nbsp;73&nbsp;และก่อสร้างทางเลี่ยงเมือง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณจังหวัดเพชรบุรีในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวอีกด้วย&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/2/2022	NULL	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207154222388
191	องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ประชุมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา 	<p><strong>องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</strong>&nbsp;(อพท.)&nbsp;ประชุมร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;เตรียมความพร้อมให้&nbsp;เบตง&nbsp;ขึ้นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;(ชั้น&nbsp;5)</strong>&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นประธานในการประชุม&nbsp;การสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;อำเภอเบตงและพื้นที่เชื่อมโยง&nbsp;นำมาตรฐานฯ&nbsp;ไปปฏิบัติ&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป&nbsp;โดยมีนายสกุล&nbsp;เล็งลัคน์กุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีตำบลธารน้ำทิพย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;และผู้แทนศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษ</strong>เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดประชุมครั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมหารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมการประกาศพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว&nbsp;จะนับเป็นการช่วยส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวในอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ให้มีมาตรฐานและมีความยั่งยืน&nbsp;โดยการดำเนินงานนับจากนี้ไป&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะร่วมหารือกับ&nbsp;อพท.&nbsp;กำหนดกรอบงานในการศึกษาศักยภาพพื้นที่แห่งนี้&nbsp;พร้อมสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเบื้องต้นในอำเภอเบตง&nbsp;เพื่อให้เห็นศักยภาพของเมืองในลำดับแรก&nbsp;และเพื่อเป็นข้อมูลที่จะนำไปดำเนินการศึกษาในเชิงลึกต่อไป</p><p><strong>ผู้อำนวยการองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</strong>&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศ&nbsp;เห็นความสำคัญในการผนึกกำลังหน่วยงานภาคีพันธมิตร&nbsp;เพื่อประสานงานการบริหารจัดการการท่องเที่ยวระหว่าง&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่มีอำนาจหน้าที่ในบริหารจัดการการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;แต่อพท.&nbsp;เพียงหน่วยงานเดียวไม่อาจพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงได้&nbsp;</p><p><strong>จึงขยายแนวคิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</strong>&nbsp;ไปยังองค์กรที่มีบทบาทในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้มากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะองค์กรในระดับท้องถิ่นที่เป็นเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวและมีความสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างมาก&nbsp;แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว&nbsp;แต่การทำงานของ&nbsp;อพท.&nbsp;ในการส่งเสริมมาตรฐาน&nbsp;โดยเฉพาะการจัดการด้านความปลอดภัย&nbsp;ก็ได้มุ่งเน้นไปที่มาตรการ&nbsp;แนวทาง&nbsp;การปรับตัวและเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการเป็นสำคัญ&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ในภาคการท่องเที่ยว&nbsp;และชุมชนท้องถิ่น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207153733385
192	ภาคเอกชนจังหวัดสกลนคร จัดทริปนำเที่ยวต้นแบบ 1 วัน เที่ยว กิน IN สกลนคร	<p><strong>สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>จัดกิจกรรม&nbsp;Fam&nbsp;Trip&nbsp;ล่องเรือหนองหาร&nbsp;แดนอีสานแห่งวัฒนธรรม&nbsp;จัดทริปนำเที่ยวต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เที่ยว&nbsp;กิน&nbsp;IN&nbsp;สกลนคร&nbsp;หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว</p><p><strong>บริษัท&nbsp;สกลนครพัฒนาเมือง&nbsp;จำกัด&nbsp;บริษัท&nbsp;สกลนครทราเวล&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และผู้ผลิตสื่อโซเชียล&nbsp;ร่วมทริปนำเที่ยวต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เที่ยว&nbsp;กิน&nbsp;IN&nbsp;สกลนคร&nbsp;ที่&nbsp;สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Fam&nbsp;Trip&nbsp;ล่องเรือหนองหาร&nbsp;แดนอีสานแห่งวัฒนธรรม&nbsp;เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;โดยนำผู้ร่วมกิจกรรมท่องเที่ยว&nbsp;</p><p>จุดแรก&nbsp;คือที่วัดถ้ำผาแด่น&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน&nbsp;โดดเด่นด้วยรูปปั้นองค์พญานาคปรก&nbsp;มีภาพแกะสลักนูนต่ำบนหน้าผาหินที่มีความวิจิตรงดงาม&nbsp;</p><p>จุดที่สองนำผู้ร่วมกิจกรรมกราบสักการะพญาเต่างอย&nbsp;ตำนานความศักดิ์สิทธิ์&nbsp;และเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธาของผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้&nbsp;ขอโชคลาภ&nbsp;</p><p>จุดที่สาม&nbsp;ชุมชนท่าแร่&nbsp;เพื่อเก็บภาพความประทับใจ&nbsp;ของวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;บ้านโบราณที่สวยงามอายุมากกว่า&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งถูกสร้างขึ้นในรูปแบบตึกปูนทรงยุโรป&nbsp;ด้วยสถาปัตยกรรมโคโลเนียลแบบฝรั่งเศส&nbsp;ผสมเวียดนามและตำนานความเชื่อของถนนแห่งดวงดาวของชุมชนชาวคริสต์&nbsp;</p><p>จุดที่สี่&nbsp;เป็นการล่องเรือหนองหาร&nbsp;ไปยังเกาะดอนสวรรค์&nbsp;พร้อมชมธรรมชาติของนกปากห่างอพยพ&nbsp;ชมพระอาทิตย์ตก&nbsp;ณ&nbsp;บึงหนองหาร&nbsp;แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</p><p>สุดท้าย&nbsp;กราบนมัสการองค์พระธาตุเชิงชุม&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร&nbsp;พร้อมชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;บริเวณถนนผ้าคราม&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมครามอันลือชื่อของจังหวัดสกลนคร</p><p><br></p><p>&nbsp;<strong>นายชูพงศ์&nbsp;คำจวง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กิจกรรม&nbsp;Fam&nbsp;Trip&nbsp;ล่องเรือหนองหาร&nbsp;แดนอีสานแห่งวัฒนธรรม&nbsp;ทริปนำเที่ยวต้นแบบ&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เที่ยว&nbsp;กิน&nbsp;IN&nbsp;สกลนคร&nbsp;นี้&nbsp;เป็นการจุดประกายในการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดสกลนคร&nbsp;ให้เกิดขึ้น&nbsp;พัฒนาไกด์หรือมัคคุเทศก์ท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งต่อไปนอกจากจะท่องเที่ยวในเขตอำเภอเมืองสกลนคร&nbsp;แล้ว&nbsp;อาจจะเป็นทริปท่องเที่ยวต่างอำเภอ&nbsp;เพื่อชมแหล่งอารยธรรม&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207163119424
193	ส่งเสริมผลงานการออกแบบจากเศษวัสดุเหลือใช้ โชว์ศักยภาพในเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2565 (BKKDW 2022)	"<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;(DITP)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ดำเนินนโยบายตามนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์&nbsp;""ตลาดนำการผลิต""&nbsp;ที่นำความต้องการของผู้บริโภคในตลาดโลกมากำหนดทิศทางการผลิตสินค้าให้สอดคล้องกับเมกะเทรนด์และด้วยสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนไปจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ที่ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและใส่ใจตนเองมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวและพัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาดด้วยสินค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างผลกระทบต่อโลกให้น้อยที่สุดและเน้นการนำวัสดุที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;</p><p><strong>อธิบดีกรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยอีกว่า</strong>&nbsp;ได้เริ่มดำเนินโครงการพัฒนาผลผลิตเหลือใช้ทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดสากล&nbsp;โดยโครงการดังกล่าวเริ่มต้นครั้งที่ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557&nbsp;ภายในงานมีการจัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการที่เล็งเห็นความสำคัญของการนำเศษวัสดุเหลือใช้ในภาคอุตสาหกรรมมาหมุนเวียนใหม่&nbsp;และเพื่อเป็นการตอบรับนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;Economy&nbsp;Model)&nbsp;ที่ต้องการสร้างวงจรการผลิตแบบแนวคิดขยะเหลือศูนย์&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ใหม่&nbsp;จึงได้ออกมาเป็นผลงานจาก&nbsp;15&nbsp;แบรนด์ที่มีความน่าสนใจทั้งในเชิงวัสดุ&nbsp;แนวคิด&nbsp;เรื่องราว&nbsp;และการออกแบบ&nbsp;แบ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ใช้เศษเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;(DEWA)&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และกลุ่มสินค้าที่ใช้เศษจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;(DEWI)&nbsp;อีก&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>เนื่องจากการจัดงานดังกล่าวเป็นเวทีศักยภาพ&nbsp;</strong>ที่ผู้ประกอบการจะได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มผู้ซื้อ&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;ผู้ประกอบการรายอื่นๆ&nbsp;และประชาชนทั่วไป&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และเพื่อขยายโอกาสทางการค้าในเชิงพาณิชย์ต่อไป&nbsp;DEWA&nbsp;&amp;&nbsp;DEVI&nbsp;2021&nbsp;EXHIBITION&nbsp;ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ&nbsp;(BKKDW&nbsp;2022)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สถานที่จัดนิทรรศการ&nbsp;TCDC&nbsp;อาคารไปรษณีย์กลาง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ห้องฟังก์ชั่น&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.-&nbsp;21.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p><br></p>"	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207184625482
194	4 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันจัดโครงการ ราษฎร์-รัฐสาคร นำสินค้าราคาถูกช่วยเหลือประชาชน	<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;เป็นประธานในการปล่อยขบวนรถโครงการ&nbsp;ราษฎร์-รัฐสาคร&nbsp;รวมใจลดราคา&nbsp;!&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ทางสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร,สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร,หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ได้ร่วมมือกันจัดขึ้น</p><p><strong>ด้วยสถานการณ์ปัญหาค่าครองชีพครัวเรือนในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากการปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จึงร่วมหารือกับ&nbsp;นายอภิสิทธิ์&nbsp;เตชะนิธิสวัสดิ์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายชาธิป&nbsp;ตั้งกุลไพศาล&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรสาครที่มีศักยภาพ&nbsp;เพราะในสมุทรสาครนั้นมีโรงงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครจำนวนมาก&nbsp;เพื่อประสานขอความร่วมมือจากภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;นำสินค้าดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ราคาถูก&nbsp;มาจำหน่าย&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จึงได้ดำเนินการจัดทำ&nbsp;โครงการราษฎร์-รัฐสาคร&nbsp;ร่วมใจลดราคา&nbsp;จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค&nbsp;ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;ภายในจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;จำนวนแห่งละ&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ในเวลา&nbsp;15.00-18.00&nbsp;น.&nbsp;ได้แก่</p><p><strong>ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;7-9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;</p><p><strong>ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;14-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดคลังทอง&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;วันที่&nbsp;21-23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านแพ้ว&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว</p><p><strong>โดยมีสินค้าต่างๆ&nbsp;มากมาย&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;กก.ละ&nbsp;150&nbsp;บาท</strong>&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;87&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวสารหอมมะลิ&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;130&nbsp;-145&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันพืชโอลีน&nbsp;ราคาพิเศษ&nbsp;&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;หลากหลายยี่ห้อ&nbsp;น้ำตาลทรายมิตรผล&nbsp;น้ำยาซักผ้า&nbsp;น้ำยาล้างจาน&nbsp;ยี่ห้อครอสซุปเปอร์&nbsp;อาหารแช่แข็ง&nbsp;ปลาแซลมอนหมักซอส&nbsp;บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;และของอย่างอื่นอีก&nbsp;&nbsp;มากมาย&nbsp;ในราคาพิเศษ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	7/2/2022	ภาคตะวันตก	สมุทรสาคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207164142430
195	ปี 2564 ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 5.9 แสนล้านบาท ช่วยคนไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19 กว่า 11 ล้านคน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยผลการดำเนินงานปี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ธนาคารมียอดสินทรัพย์รวม&nbsp;3,045,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์&nbsp;มียอดเงินฝากรวม&nbsp;2,576,934&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยอดสินเชื่อรวม&nbsp;2,270,281&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่รวม&nbsp;590,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ระดับความแข็งแกร่งพิจารณาจากอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง&nbsp;(BIS&nbsp;Ratio)&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ16.06&nbsp;และธนาคารยังสามารถควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้&nbsp;(NPLs)&nbsp;ให้อยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ&nbsp;2.5&nbsp;ของสินเชื่อรวม&nbsp;และมีเงินสำรองเพื่อรองรับความเสียหายจากหนี้เสีย&nbsp;รวม&nbsp;93,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสูงที่สุดในรอบหลายปี&nbsp;สะท้อนความมั่นคงมีเสถียรภาพของธนาคารที่ระดับร้อยละ&nbsp;165.09&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวนกว่า&nbsp;12,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และทำกำไรได้ในระดับที่เหมาะสม&nbsp;รวม&nbsp;25,260&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินจำนวนกว่า&nbsp;16,000&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในปีที่ผ่านมา&nbsp;ธนาคารได้สนองนโยบายรัฐบาล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และผู้มีรายได้น้อยเป็นจำนวนมาก&nbsp;ผ่านมาตรการและโครงการต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;36&nbsp;โครงการ&nbsp;ช่วยเหลือประชาชนได้ถึง&nbsp;11.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยประสบความสำเร็จในการอนุมัติสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;MyMo&nbsp;ให้ลูกค้าเป็นจำนวนกว่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านราย&nbsp;รวมถึงการช่วยผู้มีรายได้น้อยให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินด้วยต้นทุนที่ถูกลงและเป็นธรรม</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;ยังคงเดินหน้าบทบาทธนาคารเพื่อสังคม</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยมุ่งเน้นภารกิจที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;การจัดทำโครงการสินเชื่อที่ดินและขายฝาก&nbsp;เพื่อช่วยผู้ที่เดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ&nbsp;การยกระดับบริการอนุมัติสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;MyMo&nbsp;ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญกับการวางแผนเกษียณ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประชาชนก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย&nbsp;ตลอดจนการขับเคลื่อนองค์กรตามกรอบแนวคิด&nbsp;ESG&nbsp;และ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207200818506
196	รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการพัฒนาสถานประกอบการโรงแรมเข้าสู่มาตรฐานโรงแรมสีเขียว (Green Hotel)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาสถานประกอบการโรงแรมเข้าสู่มาตรฐานโรงแรมสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Hotel):&nbsp;กิจกรรมพัฒนาบุคลากรด้านโรงแรม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมบลูโซเทลสมาร์ท&nbsp;กระบี่&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนางสาวจรรยารักษ์&nbsp;สาธิตกิจ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน</p><p><strong>การจัดโครงการครั้งนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;และสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและบุคลากรผู้ให้บริการโรงแรมในจังหวัดกระบี่&nbsp;ให้มีความรู้ในการปรับเปลี่ยนสถานประกอบการที่พักเป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มจำนวนโรงแรมที่เข้าสู่มาตรฐานโรงแรมสีเขียวในจังหวัดกระบี่ให้มากขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกระบี่&nbsp;ในประเด็นการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นการท่องเที่ยวสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Tourism)&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพให้ได้มาตรฐานในระดับสากล&nbsp;และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและนานาชาติ&nbsp;เน้นการสร้างความตระหนักแก่ทุกภาคส่วนในความเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;และพัฒนาบุคลากรทางการท่องเที่ยวให้มีบริการที่เป็นเลิศ&nbsp;และการสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียวให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สอดคล้องกับ</strong>เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals)&nbsp;โดยมีการจัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้นระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;กลุ่มเป้าหมายเป็นบุคลากรผู้ให้บริการด้านโรงแรม&nbsp;/&nbsp;ที่พัก&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน</p><p><strong>โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ได้เน้นย้ำให้มีการพัฒนาเพื่อสร้างความเป็นโรงเเรมสีเขียว</strong>&nbsp;(Green&nbsp;Hotel&nbsp;)&nbsp;การท่องเที่ยวและสร้างจิตสำนึกในการเป็นผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมเข้าสู่กระบวนการมาตรฐานการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งจะเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐาน&nbsp;บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นเลิศ&nbsp;ก่อให้เกิดความประทับใจ&nbsp;ส่งผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียวให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย///</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน&nbsp;/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207171250444
197	นายกรัฐมนตรี กำชับปี 65 ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ BCG มุ่งเน้นทำงานเชิงรุก พลิกโฉมประเทศทำให้ประชาชนมีรายได้	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;ประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ตึกภักดีบดินทร์&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล</p><p>โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า&nbsp;การดำเนินการของคณะกรรมการ&nbsp;BCG&nbsp;ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างน่าพอใจ</p><p>โดยมุ่งหวังให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกฝ่าย</strong>&nbsp;ที่มีส่วนขับเคลื่อนแนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;และขอให้ทุกฝ่ายนำแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ไปประยุกต์ให้เข้ากับกรอบของความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;(Sustainability)&nbsp;ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่วาระหลักของการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;ซึ่งไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้อีกด้วย&nbsp;เพื่อทำให้เห็นภาพการทำงานของประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สภาพัฒน์ฯ)&nbsp;ติดตามผลลัพธ์ของโมเดล&nbsp;BCG&nbsp;ที่นำมาปรับใช้&nbsp;ตลอดจนให้สำนักงบประมาณนำเอาแนวคิด&nbsp;BCG&nbsp;ไปเป็นแนวในการจัดสรรงบประมาณอีกด้วย&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;จะต้องเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงโดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;ในการพลิกโฉมประเทศไทย&nbsp;ทำให้ประชาชนมีรายได้และเกิดความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน</p><p><strong>มติที่สำคัญของที่ประชุมฯ&nbsp;ในครั้งนี้</strong>&nbsp;ที่ประชุมพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;เพื่อการบรรลุเป้าหมาย&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;โดยเห็นชอบมาตรการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อน&nbsp;4&nbsp;ด้านที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;การจัดสรรงบประมาณ&nbsp;ขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;ให้สอดคล้องกับแนวทาง&nbsp;มาตรการและโครงการบูรณาการสำคัญที่บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการ&nbsp;2)&nbsp;ภาครัฐปรับยุทธศาสตร์บูรณาการ&nbsp;BCG&nbsp;เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;3)&nbsp;การสร้างระบบนิเวศเพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน&nbsp;4)&nbsp;การสนับสนุนภาคประชาสังคม&nbsp;ด้วยการให้การสนับสนุนการจัดตั้ง&nbsp;National&nbsp;Food&nbsp;Bank&nbsp;การจัดตั้งเครือข่ายผู้ประกอบการผลิตอาหาร&nbsp;การให้ภาคเอกชนร่วมกันพัฒนาระบบสนับสนุนต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ระบบ&nbsp;Logistics&nbsp;และระบบบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน&nbsp;รวมถึงปรับกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนการบริจาคอาหารส่วนเกินในลักษณะเดียวกับ&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;บริจาคอาหารของประเทศเกาหลีใต้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207184338479
198	SME D Bank ร่วมกับสภาเภสัชกรรม สนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการร้านขายยา ช่วยเสริมสภาพคล่องธุรกิจ	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;สนับสนุนให้การใช้บริการเภสัชกรรมชุมชน&nbsp;(ร้านยาเภสัชกร)&nbsp;ของประชาชน&nbsp;ในการเลือกซื้อสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์&nbsp;เพื่อดูแลและป้องกันสุขภาพ&nbsp;มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;จึงได้ร่วมกับสภาเภสัชกรรม&nbsp;ในการสนับสนุนเภสัชกรที่เปิดร้านยาอยู่แล้ว&nbsp;หรือเภสัรกรคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำธุรกิจร้านยาของตัวเอง&nbsp;ซึ่งมีตัวเลขการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;45,706&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;30&nbsp;พ.ย.&nbsp;64)&nbsp;ได้เข้าถึงแหล่งทุนผ่านผลิตภัณฑ์สินเชื่อต่างๆ&nbsp;ของ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง&nbsp;ลงทุน&nbsp;หรือขยาย&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;และเป็นทุนหมุนเวียน&nbsp;โดยอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ&nbsp;4.5&nbsp;ต่อปี&nbsp;ผ่อนนานสูงสุด&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;วงเงินกู้สูงสุด&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">แจ้งความประสงค์ได้ทุกสาขาของ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ทั่วประเทศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;หรือผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.smebank.co.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.smebank.co.th</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รวมทั้งแอปพลิเคชัน&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1357</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	7/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207200541504
199	จังหวัดตรัง จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค ราคาถูก สู้ภัยโควิด-19 อำเภอย่านตาขาว เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอย่านตาขาว&nbsp;&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งภายในงานมีจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ&nbsp;20-40&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;&nbsp;(30&nbsp;ฟอง)&nbsp;จำหน่ายราคา&nbsp;65&nbsp;บาท/แผง&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;(1&nbsp;ลิตร)&nbsp;45&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่&nbsp;สะโพก&nbsp;ขาหน้า&nbsp;คอ)&nbsp;150&nbsp;บาท/กก.&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;มากกว่า&nbsp;20&nbsp;รายการ&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อีกทั้งเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทั้งเนื้อสัตว์&nbsp;หมู&nbsp;&nbsp;ไก่&nbsp;&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;การจัดโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกัดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207175400464
200	"อุทยานแห่งชาติภูลังกา ประกาศว่านักท่องเที่ยวที่จะเข้าเที่ยวชม ""ถ้ำนาคา"" ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จะต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน QueQ มาเท่านั้น หากไม่จองตามระบบ จะไม่สามารถเข้าชมได้"	<p><strong>อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ออกประกาศโดยเน้นย้ำว่า</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวที่จะเข้าชมถ้ำนาคา&nbsp;ต้องจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมมาใช้ในการเช็คอินเพื่อเข้าชมถ้ำ&nbsp;ได้แก่</p><p>1.&nbsp;หลักฐานการจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ</p><p>2.&nbsp;หลักฐานการฉีดวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;(ยกเว้น&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;Johnson&amp;Johnson)&nbsp;หรือใบรับรองแสดงประวัติการติดเชื้อมาก่อนอยู่ในช่วง&nbsp;1-3&nbsp;เดือน&nbsp;หรือผลการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ภายใน&nbsp;72&nbsp;ชม.&nbsp;หรือผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชม.&nbsp;(ต้องนำชุดตรวจมาเอง)</p><p>3.&nbsp;บัตรประจำตัวประชาชนตามรายชื่อที่ทำการจองคิวมา&nbsp;(แทนกันไม่ได้)</p><p><strong>ขั้นตอนการเข้าเช็คอินและซื้อตั๋ว</strong></p><p>1.&nbsp;นักท่องเที่ยวเข้าเช็คอินลงทะเบียน&nbsp;ณ&nbsp;จุดคัดกรองพร้อมทั้งแสดงหลักฐานตามข้อ&nbsp;2&nbsp;ทุกคน</p><p>2.&nbsp;แสดงหลักฐานการจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;พร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวประชาชนและแสดงตัวตนตามรายชื่อการจองในแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ</p><p>3.&nbsp;ชำระค่าเข้าอุทยานและค่าประกันอุบัติเหตุในเขตอุทยาน</p><p><strong>โดยมีค่าเข้าชม&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>3.1&nbsp;กรณีเป็น&nbsp;ชาวไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ใหญ่&nbsp;(อายุ&nbsp;15-60&nbsp;ปี)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;20&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เด็ก&nbsp;(อายุ&nbsp;3-14&nbsp;ปี)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;10&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ที่อายุต่ำกว่า&nbsp;3&nbsp;ปีหรือเกิน&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;เข้าชมอุทยานฟรี</p><p>3.2&nbsp;กรณีเป็นชาวต่างชาติ&nbsp;(ยึดตามสัญชาติ)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ใหญ่&nbsp;(อายุ&nbsp;15&nbsp;ปีขึ้นไป)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;200&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เด็ก&nbsp;(อายุ&nbsp;3-15&nbsp;ปี)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;100&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>***ค่าประกันอุบัติเหตุในเขตอุทยาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ชาวไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;10&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-ชาวต่างชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;40&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บาท</p><p>4.&nbsp;ติดต่อจุดลงทะเบียนอาสาฯ&nbsp;เพื่อรับอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในการนำทางและบริการนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทางการเดินทาง&nbsp;(ค่าบริการอาสา&nbsp;ขึ้นอยู่กับสินน้ำใจของนักท่องเที่ยวจะมอบให้อาสาได้โดยตรง)</p><p>5.&nbsp;เข้าเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวถ้ำนาคาตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานและอาสาสมัครช่วยเหลือนักท่องเที่ยว</p><p><strong>โดยอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ย้ำว่าหากนักท่องเที่ยวท่านใด</strong>ที่ทำการจองกับกลุ่มทัวร์&nbsp;หรือหน่วยงานใดๆ&nbsp;ที่ไม่ใช่กับอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;แล้วไม่ได้รับหลักฐานการจองคิวอย่างถูกต้อง&nbsp;นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้าเที่ยวชม&nbsp;ถ้ำนาคา&nbsp;และทางอุทยานแห่งชาติภูลังกาจะไม่รับผิดชอบใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;นักท่องเที่ยวจะต้องทำการติดต่อกับกลุ่มทัวร์หรือหน่วยงานนั้นๆ&nbsp;ให้รับผิดชอบในส่วนนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บึงกาฬ	สวท.บึงกาฬ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207175840467
201	พาณิชย์ศรีสะเกษ  ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดสินค้าหอมแดงศรีสะเกษ ในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ	<p><strong>วันนี้&nbsp;นายชัยรัตน์&nbsp;บุญส่ง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวจันทร&nbsp;เหล่าเลิศ&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ปฏิบัติการ&nbsp;กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน&nbsp;ดำเนินการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดสินค้าหอมแดงศรีสะเกษ&nbsp;โดยพบกับเกษตรอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;เกษตรกรผู้ผลิตและผู้ประกอบการ&nbsp;(ล้ง)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันผลผลิตหอมแดง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอยางชุมน้อย&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวแล้วประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;และยังประสบปัญหาไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้มากนัก&nbsp;สาเหตุจากผู้ส่งออกชะลอการรับซื้อ&nbsp;เนื่องจากปัญหาค่าระวางเรือขนส่งและตู้คอนเทนเนอร์ไม่เพียงพอ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207184642485
202	จังหวัดตราด แถลงเตรียมความพร้อมจัดโครงการ ถึงเวลา...บอกรักตราด@เขาระกำ	<p><strong>(7&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในการแถลงข่าว&nbsp;การจัดโครงการ&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด&nbsp;@เขาระกำ&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;สำนักงานตราด&nbsp;สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;&nbsp;3&nbsp;อพท.&nbsp;ร่วมกันกำหนดจัดโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;บริเวณศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ</p><p><strong>สำหรับจัดโครงการ&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด&nbsp;@เขาระกำ</strong>&nbsp;นับเป็นการจัดงาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;หลังจากปีที่ผ่านาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของโครงการกำลังใจ&nbsp;และยังเป็นการสร้างรายได้และกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;โดยโครงการนี้มีกิจกรรมที่หลากหลาย&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ปั่น...&nbsp;บอกรักตราด&nbsp;เส้นทางตราด&nbsp;-&nbsp;วัดบุปผาราม&nbsp;-&nbsp;พระจมน้ำ&nbsp;-&nbsp;เขาระกำ</strong>&nbsp;ระยะทางรวมประมาณ&nbsp;20&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยมีค่าสมัคร&nbsp;350&nbsp;บาท/คน&nbsp;โดยได้รับเสื้อยืดที่ระลึก&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมคูปองอาหาร&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับใช้ในงาน&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด&nbsp;@เขาระกำ</p><p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;26565&nbsp;กิจกรรมพายซัพ...กระซิบรัก&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ลำ</strong>&nbsp;เริ่มปล่อยตัวผู้พายซัพบอร์ด&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ</p><p><strong>และวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมจดทะเบียนสมรรัก&nbsp;สมรส</strong>&nbsp;นอกสถานที่ให้กับประชาชนทั่วไป&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่ต้องการจดทะเบียนในวันวาเลนไทน์&nbsp;เริ่มกิจกรรมการจดทะเบียน&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่จัดงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังมีการแสดงบนเวทีในทุกค่ำคืน</strong>&nbsp;ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่&nbsp;สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;หรือสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	7/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207194159497
203	สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราดร่วมกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตราดและเครือข่ายภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน จัดแถลงข่าว กิจกรรม ถึงเวลา...บอกรักตราด 12-14 กุมภาพันธ์ ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเรือนจำเขาระกำ	<p><strong>จังหวัดตราด&nbsp;จัดกิจกรรมแถลงข่าว&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด@เขาระกำ&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตราด&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;และผู้แทนกรมราชทัณฑ์&nbsp;ร่วมแถลงข่าว&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;</strong>ได้ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตราด&nbsp;จึงกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด@เขาระกำ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้และกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;โดยจัดให้มีกิจกรรมการออกบูธจัดจำหน่ายสินค้าของชุมชนร้านค้า&nbsp;ร้านอาหารในจังหวัดตราด&nbsp;มากกว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;ในทุกวันตั้งแต่เวลา&nbsp;13.00-20.00&nbsp;และในแต่ละวันยังจัดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>วันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กิจกรมการปั่นจักรยาน&nbsp;</strong>ผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;เริ่มปล่อยตัวที่ศาลา&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ปั่นมายัง&nbsp;สถานที่จัดงานโครงการกำลังใจเขาระกำ</p><p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;26565&nbsp;กิจกรรมพาย&nbsp;SUP&nbsp;BOARD&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;50&nbsp;ลำ&nbsp;เริ่มปล่อยตัวผู้พาย&nbsp;Sup&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ</p><p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมจดทะเบียนสมรรัก&nbsp;สมรส&nbsp;</strong>นอกสถานที่ให้กับประชาชนทั่วไป&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่ต้องการจดทะเบียนในวันวาเลนไทน์&nbsp;เริ่มกิจกรรมการจดทะเบียน&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่จัดงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	7/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207200012499
204	"อบจ.ระยอง จัดงาน""Rayong in love ชวนชิม ริมเล"" ชวนนักท่องเที่ยวกินอาหารทะเลฟรี 3 วัน กระตุ้นท่องเที่ยว หลังสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลคลี่คลาย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองได้ปลดธงแดง ให้ลงเล่นน้ำหาดแม่รำพึงได้แล้ว"	"<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่บริเวณลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.&nbsp;ระยอง&nbsp;นายแพทย์สุนทร&nbsp;เหรียญภูมิการกิจ&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;นายวัชรพล&nbsp;สารสอน&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ททท.สำนักงานระยอง&nbsp;พ.ต.ต.จิระเกียรติ&nbsp;เทียนชัย&nbsp;สารวัตรท่องเที่ยวระยอง&nbsp;นายไพรัตน์&nbsp;อรุณเวสสะเศรษฐ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเพ&nbsp;นายทวีป&nbsp;แสงกระจ่าง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวจัดงาน&nbsp;""Rayong&nbsp;in&nbsp;love&nbsp;ชวนชิม&nbsp;ริมเล""&nbsp;กระตุ้นท่องเที่ยว&nbsp;หลังสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลคลี่คลาย&nbsp;ซึ่งจัดขึ้น&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลเพ&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;ก.พ.65&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรม&nbsp;เปิดให้กินอาหารทะเลฟรี&nbsp;และมีการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก&nbsp;พร้อมแจกรางวัลที่พักให้ในวันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.นี้ด้วย&nbsp;ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าว&nbsp;มุ่งเน้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในด้านการบริโภคอาหารทะเลและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง&nbsp;หลังมีการกู้คราบน้ำมันจนคลี่คลายแล้ว</p><p><strong>ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ได้ทำการปลดธงแดงที่มีการเตือนห้ามลงเล่นน้ำหาดแม่รำพึงที่ปักบริเวณลานหินขาวออก&nbsp;เพื่อประกาศให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ตามปกติแล้ว</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้สามารถกำจัดคราบน้ำมันได้เบ็ดเสร็จแล้ว&nbsp;มั่นใจในความปลอดภัยของทะเลระยอง&nbsp;ว่าปลอดภัย&nbsp;รวมถึงอาหารทะเลระยองก็มีการตรวจสอบในทุกตลาดแล้วว่าปลอดภัยไร้สารเจือปน&nbsp;จึงขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในความปลอดภัยเดินทางกลับมาท่องเที่ยวได้&nbsp;พร้อมประกาศปลดธงแดงที่หาดแม่รำพึง-ก้นอ่าว&nbsp;ออก&nbsp;สามารถลงเล่นน้ำตามปกติแล้ว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดการเก็บกู้น้ำมันที่รั่วออกมา&nbsp;มีการจัดการเป็นระบบที่ดีและจัดการได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;จึงทำให้ชายหาดกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็ว&nbsp;จึงอยากจะขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเที่ยวได้แล้ว&nbsp;เพราะทะเลระยองปลอดภัย&nbsp;เช่นเดียวกับอาหารทะเลระยอง&nbsp;รับประกันว่าปลอดภัยไร้กังวลอย่างแน่นอน&nbsp;เพราะตนก็กินอยู่ทุกวัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	7/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207200346503
205	อุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ลงนามบันทึกความเข้าใจกับดีแทคว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10:00&nbsp;น.&nbsp;นายประสงค์&nbsp;ผลส่ง&nbsp;</strong>อุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสมใจ&nbsp;ยาวะโนภาส&nbsp;หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอมรรัตน์&nbsp;จันทร์ชูวงศ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;ว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โปรแกรม&nbsp;ZOOM&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและดีแทค&nbsp;ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ&nbsp;</strong>ว่าด้วยความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ดีแทคเน็ตทำกินร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในชุมชน&nbsp;นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการจัดการธุรกิจสินค้าชุมชนที่มากด้วยอัตลักษณ์ให้&nbsp;152&nbsp;หมู่บ้านจาก&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านวิถีความเป็นไทย&nbsp;ต่อยอดด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อความยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207202447517
206	ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ทั่วไทย สู้ภัยโควิด  19 ประจำปี 2565	<p><strong>วันนี้&nbsp;(7&nbsp;ก.พ.2565)&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;(โดมแอร์)&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;อ.เมืองตรัง</p><p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ได้รับการประสานจากกลุ่ม</strong>&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อการตลาดจังหวัดสงขลา&nbsp;(กลุ่มกิจการเพื่อสังคม)&nbsp;มีความประสงค์จัดงานมหกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์OTOPภายใต้ชื่องาน&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กำหนดการจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าห้างสรรพสินค้าโรบินสัน&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยกำชับให้คณะทำงานฯ&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการ</strong>ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัดในสถานการณ์วิถีใหม่&nbsp;โดยผ่านมติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตรัง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้.-</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดแก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTO&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถี&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;โคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;จากจังหวัดตรังและจากต่างจังหวัดทั่วประเทศที่สมัครใจ&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ในการส่งเสริมตลาดประชารัฐประเภทตลาดประชารัฐของดีจังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.เพื่อให้จังหวัดตรังได้มีการประชาสัมพันธ์และกระตุ้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการจัดการชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดตรัง</p><p><strong>ในการจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ไทยสู้ภัยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในครั้งนี้</strong>&nbsp;มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้า&nbsp;SMEs&nbsp;อาหารชวนชิมจากจังหวัดตรัง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และทั่วประเทศ&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;284&nbsp;บูท&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการของจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;บูท&nbsp;เป้าหมายสำคัญของการจัดกิจกรรม&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ&nbsp;OTOP&nbsp;อยู่ที่การส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนผลิต&nbsp;สามารถมีช่องทางในการจำหน่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;การตลาด&nbsp;นำการผลิต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	7/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220207202818519
207	อพท.ชวน คิดถึงชุมชน เรียนรู้แหล่งโบราณทวารวดีอู่ทอง เล่าขานเมืองลูกปัด สัมผัสวิถีชุมชน	"<p><strong>องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว</strong>อย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจหลักในการประสาน&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับชุมชน&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงตลาดคุณภาพหลังสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>ทาง&nbsp;อพท.&nbsp;ได้ทำการคัดเลือกชุมชนเมืองโบราณทวารวดีอู่ทอง</strong>&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนนำร่องของ&nbsp;โดย&nbsp;อู่ทอง&nbsp;นับเป็นเมืองโบราณที่มีความเป็นมายาวนานนับพันปี&nbsp;ทั้งยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญดังจะเห็นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ปรากฏ&nbsp;ว่าที่นี่เคยเป็นทั้งเมืองหลวงของอาณาจักรทวารวดี&nbsp;และเป็นศูนย์กลางของดินแดนสุวรรณภูมิ&nbsp;จุดก่อกำเนิดวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;และศิลปะมากมายในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อพท.&nbsp;โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ได้พัฒนากิจกรรมท่องเที่ยว</strong>ที่หลากหลายในพื้นที่&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวิถีชุมชนเข้าด้วยกัน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;การออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ผ่านการปั้นและเพ้นท์หัวตุ๊กตาโบราณทวารวดี&nbsp;เป็นฝายาดมยาหม่อง&nbsp;หรือกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านที่นำสิ่งรอบตัวในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;สืบสานต่อกันมาเกิดเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ตาลต้านตึง&nbsp;ที่ได้นำวัตถุดิบจากท้องถิ่นอย่างก้านต้นตาล&nbsp;มาดัดแปลง&nbsp;เป็นไม้นวดแผนโบราณ&nbsp;เหล่านี้&nbsp;อพท.ได้ผลักดันส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนเมืองโบราณทวารวดีอู่ทองให้เป็นต้นแบบตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก&nbsp;GSTC&nbsp;และเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือนในแหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง&nbsp;ให้เกิดความไว้วางใจตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><strong>นาวาอากาศเอก&nbsp;อธิคุณ&nbsp;คงมี&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;อพท.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทาง&nbsp;อพท.ได้จัดแคมเปญ&nbsp;""คิดถึงชุมชน""&nbsp;ที่จะพาผู้โชคดีจากการร่วมสนุกกับทาง&nbsp;อพท.&nbsp;เดินทางสัมผัสวิถีและกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;12&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;ซึ่งโดยทั่วไปจะโปรโมทการท่องเที่ยวด้วยบล็อกเกอร์&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้มีชื่อเสียงทั่วไป&nbsp;แต่ครั้งนี้&nbsp;ทาง&nbsp;อพท.&nbsp;ได้จัดแคมเปญ&nbsp;โดยการนำนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเพื่อนำกลับไปบอกเล่าเรื่องราว&nbsp;ให้คนใกล้ชิด&nbsp;และ&nbsp;ร่วมโพสต์ลงเฟซบุค&nbsp;เป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวที่ง่าย&nbsp;และประหยัด&nbsp;สำหรับแคมเปญ&nbsp;""คิดถึงชุมชน""&nbsp;อพท.&nbsp;จะมีการจัดกิจกรรมร่วมสนุกผ่านเพจ&nbsp;DASTA&nbsp;Thailand&nbsp;ให้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;FAM&nbsp;Trip&nbsp;กับ&nbsp;อพท.&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;เส้นทางท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;เขตพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวโดยชุมชนและเชื่อมโยงตลาดคุณภาพ&nbsp;ซึ่เป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และช่วยเหลือชุมชนท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208084536560
208	เกษตรลำปาง ร่วมกับ สวทช.เชียงใหม่ และ ม.ราชภัฎลำปาง ผลักดันวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วม CTAP	<p><strong>นางปัณฑิกา&nbsp;ยะหัวฝาย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ</strong>&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ลงพื้นที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่จาก&nbsp;สวทช.เชียงใหม่&nbsp;มหาลัยราชภัฎลำปาง&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ร่วมในการสอบถามข้อมูลกลุ่มเพื่อขอเข้าร่วมโครงการสนับสนุนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อชุมชน&nbsp;(community&nbsp;based&nbsp;Technology&nbsp;and&nbsp;&nbsp;innovation&nbsp;&nbsp;Assistance&nbsp;Project&nbsp;:&nbsp;CTAP)&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรบ้านทุ่งม่านเหนือตำบลบ้านเป้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกลุ่มมีความต้องการพัฒนาสถานที่ผลิตให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GMP</strong>&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ผลิตสินค้าได้แก่&nbsp;น้ำพริก&nbsp;ผงกล้วยบด&nbsp;ข้าวหมาก&nbsp;พริกป่น&nbsp;ข้าวคั่ว&nbsp;ฯลฯ&nbsp;วางจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัลลำปาง&nbsp;เซ็นทรัลเวิลด์&nbsp;เซ็นทรัลเวิลด์&nbsp;และเซ็นทรัลบางนา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	8/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208085756568
209	ททท. นำแพลตฟอร์มออนไลน์สนับสนุนการท่องเที่ยว พร้อมใช้แนวคิด Amazing Thailand New Chapter ต่อยอดจัดกิจกรรม	<p><strong>นายนิธี&nbsp;สีแพร&nbsp;รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;หลังจากรัฐบาลปรับนโยบาย&nbsp;เปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยให้ใช้ระบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ยอดการลงทะเบียนผ่านระบบ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;เพิ่มมากขึ้นเป็นหมื่นราย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;ททท.&nbsp;ได้นำข้อมูลสาระสนเทศมาให้บริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;สนับสนุน&nbsp;เน้นการหาข้อมูลผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดยใช้ประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์มการออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดมีนักท่องเที่ยวใช้ข้อมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวมากกว่า&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ล้านคน&nbsp;ครอบคลุมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง&nbsp;ทั้งข้อมูลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ประเพณีต่างๆ&nbsp;การรายงานสภาพอากาศ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;กีฬา&nbsp;ดนตรี&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวผ่านสายด่วน&nbsp;1672</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ททท.&nbsp;ยังได้&nbsp;ใช้แนวคิด&nbsp;</strong>Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;New&nbsp;Chapter&nbsp;ต่อยอดจัดกิจกรรม&nbsp;เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวขาวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวให้มากขึ้น&nbsp;พร้อมแนะนำให้ผู้ประกอบการเรียนรู้เข้าใจถึงสถานการณ์ในปัจจุบันเรียนรู้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ทั้งด้านสุขภาพ&nbsp;ขณะที่&nbsp;ททท.&nbsp;พร้อมทำงานร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและให้คำปรึกษาในทุกด้านและให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในท้องถิ่นทุกแห่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208102929605
210	นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์งานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย 16-20 กุมภาพันธ์นี้	"<p><strong>ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี</strong>&nbsp;นายอิทธิพล&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เข้าพบพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมทั้งนำชมกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์งานแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&nbsp;(CCPOT&nbsp;GRAND&nbsp;EXPOSITION)&nbsp;ประกอบด้วยนิทรรศการและตัวอย่างผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย(CCPOT)&nbsp;</p><p><strong>งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;16-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;BCG&nbsp;และผลักดัน&nbsp;""Soft&nbsp;Power""&nbsp;ความเป็นไทย&nbsp;เช่น&nbsp;งานฝีมือและหัตถกรรม&nbsp;ทัศนศิลป์&nbsp;การออกแบบ&nbsp;แฟชั่น&nbsp;และเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;พร้อมยกระดับสินค้าและบริการของชุมชนในภาพลักษณ์ใหม่&nbsp;ให้เป็นที่สนใจของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ</p><p><strong>สำหรับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย&nbsp;(CCPOT)&nbsp;</strong>แบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน&nbsp;ระดับเอก&nbsp;เป็นสินค้าระดับพรีเมียมและระดับโท(สินค้าทั่วไป)&nbsp;และผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามากจากมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;ระดับเพชร&nbsp;คือสินค้าระดับพรีเมียม&nbsp;และระดับทอง&nbsp;คือสินค้าทั่วไป&nbsp;รวมทั้งสิ้นกว่า&nbsp;5,000&nbsp;รายการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเสื้อผ้า&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208105850643
211	เร่งจัดระเบียบถ้ำนาคา จำกัดจำนวนไม่เกิน 700 คนต่อวัน ย้ำต้องไม่มีปัญหา VIP พร้อมปฏิเสธข่าวย้ายเจ้าหน้าที่ยกชุด	<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปถ้ำนาคา&nbsp;ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;&nbsp;ไม่สามารถลงจากเขาได้ทันตามเวลาที่กำหนดและติดค้างอยู่บนเขาจำนวนมาก&nbsp;ว่า&nbsp;เช้าวันนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รวมทั้งประชาชน&nbsp;จะร่วมกันหาทางออก&nbsp;วางแนวปฏิบัติ&nbsp;&nbsp;เพื่อลดความแอออัด&nbsp;พร้อมกำชับให้จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน&nbsp;700&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;ติดตั้งอุปกรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;กล้องวงจรปิดและเครื่องนับจำนวนคน&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการเป็นไปอย่างเข้มงวด&nbsp;สำหรับเส้นทางขึ้นลง&nbsp;ยังมองว่าเส้นทางในปัจจุบัน&nbsp;สะดวกและปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว&nbsp;หากเกิดปัญหาไม่สามารถที่จะนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไปรับส่งได้&nbsp;ต้องลำเลียงด้วยกำลังคนโดยการเดินเท้าลงมาเท่านั้น</p><p><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ปฏิเสธข่าว</strong>&nbsp;การโยกย้ายเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบทั้งชุด&nbsp;ยืนยันได้ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง&nbsp;มีแต่จะเพิ่มจำนวน&nbsp;เพื่อเข้าไปดูแลประชาชนให้ทั่วถึงมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งต้องไม่ให้มีปัญหานักท่องเที่ยว&nbsp;VIP&nbsp;เกิดขึ้นอีก&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208102623602
212	ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงาระบุการกลับใช้รูปแบบการท่องเที่ยวแบบ Test&Go ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังจังหวัดพังงาเพิ่มมากขึ้น ขณะที่โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 จังหวัดพังงาติด 1 ใน 5 จังหวัดที่มีผู้ใช้สิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันสูงที่สุด	<p><strong>นายพงศกร&nbsp;เกตุประภากร&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;กล่าวว่าหลังจากรัฐบาลกลับมาใช้การท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;อีกครั้งเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมาส่งผลให้มียอดการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดพังงาเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบแซนบ็อกด์ราว&nbsp;3&nbsp;ถึง&nbsp;5&nbsp;เท่า&nbsp;</p><p><strong>โดยคาดการณ์ว่าช่วงเดือนมีนาคมจะมียอดนักท่องเที่ยวมากขึ้นตามลำดับ</strong>&nbsp;ขณะที่โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส&nbsp;4&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจใช้สิทธิมากที่สุดติด&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของประเทศ&nbsp;จึงได้จัดทำแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและจัดกิจกรรมบล็อกเกอร์แฟมทริป&nbsp;เพื่อรีวิวโรงแรม&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารต่างๆ&nbsp;เพื่อนำเสนอมิติการท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบของจังหวัดพังงา</p><p><strong>ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงายังได้กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยว</strong>ที่จะเดินทางมายังจังหวัดพังงาด้วยว่าให้ใช้แพลทฟอร์มห้างสรรพสินค้าออนไลน์&nbsp;https://phang-nga.org/&nbsp;ซึ่งรวบรวมข้อมูลที่พัก&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ของที่ระลึก&nbsp;และโปรโมชั่นทั่วทั้งจังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	8/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208104147627
213	"รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันโครงการข้าวแกงจานละ 20 บาท เป็นโครงการความร่วมมือของภาคเอกชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ ขณะที่โครงการ ""พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน"" เป็นโครงการของกระทรวงพาณิชย์ที่แจ้งล่วงหน้าชัดเจนแล้ว"	"<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>กล่าวถึงเรื่องโครงการข้าวแกงจานละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ประสานงานกับภาคเอกชนเพื่อจัดโครงการดังกล่าวเพื่อช่วยให้ประชาชนในชุมชนสามารถซื้อข้าวแกงราคาถูกได้&nbsp;เพราะมีอยู่หลายร้านที่ได้ประสานงาน&nbsp;ถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนในชุมชน&nbsp;เนื่องจากเป็นความร่วมมือระหว่างนายชนินทร์&nbsp;รุ่งแสง&nbsp;อดีต&nbsp;ส.ส.กรุงเทพมหานคร&nbsp;พรรคประชาธิปัตย์&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชนที่ช่วยกัน&nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถดำเนินการได้&nbsp;ส่วนกรณีที่ว่าที่ผู้สมัคร&nbsp;สก.&nbsp;และว่าที่ผู้สมัคร&nbsp;ส.ส.&nbsp;มีการนำรูป&nbsp;นายสุชัชวีร์&nbsp;สุวรรณสวัสดิ์&nbsp;ไปจัดทำเป็นป้ายโฆษณา&nbsp;ระบุว่าเป็นผู้ประสานงานให้กระทรวงพาณิชย์นำโครงการลดสินค้าเพื่อประชาชนมาให้บริการในพื้นที่นั้น&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;โครงการ&nbsp;<strong>""พาณิชย์ลดราคา!&nbsp;ช่วยประชาชน</strong>""&nbsp;เป็นไปตามกำหนดการที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่แล้ว&nbsp;ซึ่งได้มีการประกาศล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะไปจำหน่ายที่ไหน&nbsp;วันและเวลาใด&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;เป็นการทำหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะให้เป็นเรื่องของการหาเสียง&nbsp;</strong>พร้อมกับเห็นว่าช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ช่วงการเลือกตั้ง&nbsp;บางกรณีอาจนำมาเป็นเรื่องของการลดความน่าเชื่อถือทาการเมืองกัน&nbsp;ซึ่งข้อเท็จจริงมีองค์กรที่ตรวจสอบความถูกต้องอยู่แล้ว</p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208105931647
214	สร้างความรู้มาตรฐาน ISO 9001 ยุค New Normal   สร้างความรู้และทักษะผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ยกระดับสู่สากล	<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โลจิสติกส์เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้นทุกปีและเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;จึงจัดโครงการยกระดับความเชื่อมั่นธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ด้วยมาตรฐานสากล&nbsp;อาทิ&nbsp;จัดสัมมนาเพื่อสร้างความรู้มาตรฐาน&nbsp;ISO&nbsp;9001&nbsp;ยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อให้มีการพัฒนาให้มีระบบและได้รับใบรับรองมาตรฐาน&nbsp;ISO&nbsp;9001&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อปรับตัวและเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ปรับรูปแบบธุรกิจให้ทันสมัย&nbsp;ยกระดับศักยภาพธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทยให้มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มอบหมาย&nbsp;</strong>ให้กรมฯเร่งดำเนินการสร้างศักยภาพและโอกาสทางการค้าธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทย&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามีการพัฒนาจากกรมฯแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;678&nbsp;ราย&nbsp;สามารถนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาประมวลผล&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และมีศักยภาพมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208143249753
215	กระทรวงพลังงานวางมาตรการช่วยเหลือปัญหาราคาก๊าซหุงต้มหรือ LPG ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะยังคงมาตรการอุดหนุนไปจนถึง 31 มีนาคมนี้ พร้อมยืนยันจะพิจารณาจากค่าครองชีพของประชาชนเป็นหลัก	<p><strong>นายสมภพ&nbsp;พัฒนอริยางกูล&nbsp;โฆษกกระทรวงพลังงาน&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาก๊าซหุงต้มหรือ&nbsp;LPG&nbsp;ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;โครงสร้างราคา&nbsp;LPG&nbsp;ของไทยจะอ้างอิงตามการปรับขึ้นลงตามราคาตลาดโลกในส่วนของราคา&nbsp;ณ&nbsp;โรงกลั่น&nbsp;โดยกำหนดให้เปลี่ยนแปลงทุก&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;เพื่อลดความผันผวน&nbsp;โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงพลังงานได้ใช้กลไกเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เข้าไปอุดหนุนราคาขายให้อยู่ที่&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม</strong>&nbsp;ซึ่งโดยไม่รวมค่าขนส่งและค่าบริการของแต่ละร้านค้า&nbsp;โดยเริ่มอุดหนุนตั้งแต่เดือนมีนาคม&nbsp;2563&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนร้านอาหารและค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;หากไม่มีการช่วยเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ราคาขายที่แท้จริงจะสูงถึง&nbsp;434&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นกลไกสำคัญในการเข้าไปอุดหนุนราคาเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนอยู่ในภาวะติดลบค่อนข้างมาก</strong>&nbsp;ทำให้มีแนวโน้มว่าต้องมีการปรับขึ้นราคา&nbsp;แต่เมื่อถึงช่วงดังกล่าวก็อาจจะมีการพิจารณาความเหมาะสมต่อไป&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;สถานการณ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;กบง.&nbsp;ก็ได้มีมติขยายการตรึงราคาที่&nbsp;318&nbsp;บาทต่อถัง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ไม่รวมค่าขนส่ง)&nbsp;ซึ่งเดิมสิ้น&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ก็ได้ขยายถึง&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งได้ขอความอนุเคราะห์ทางบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ขยายระยะเวลาการช่วยเหลือกลุ่มร้านค้า&nbsp;หาบเร่&nbsp;แผงลอยอาหาร&nbsp;โดยให้ส่วนลดค่าก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;&nbsp;ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เช่นกัน</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208122118680
216	ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ตรวจเยี่ยมตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด แหล่งอาหารทะเลสด สะอาด แห่งแรกของประเทศไทย	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยนายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่&nbsp;""ตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด""&nbsp;ตำบลแหลมใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมีนายสมพร&nbsp;สมุทรโสภากุล&nbsp;ประธานสหกรณ์ประมงแม่กลองจำกัด&nbsp;พร้อมสมาชิกให้การต้อนรับและนำชมและเยี่ยมผู้ประกอบการแพปลา&nbsp;ตลาดปลาแม่กลอง&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดปลาที่ใหญ่เป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;เริ่มเปิดขายปลาตั้งแต่เวลา&nbsp;03.00&nbsp;น.ของทุกวันจนถึงรุ่งเช้า&nbsp;ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวก็จะคึกคักไปด้วยผู้คนและรถยนต์พาหนะที่เข้ามาซื้อขายปลากัน&nbsp;เนื่องจากอาหารทะเลสดๆ&nbsp;จะถูกนำขึ้นจากทะเลโดยเรือประมงมาจำหน่ายแก่ผู้ซื้อที่มีทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่มาซื้อ&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลา&nbsp;และหมึกทุกชนิดไปขายส่งตามตลาดสด&nbsp;ขายปลีกตามตลาดนัด&nbsp;และสถานที่ต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรทสงคราม&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นอกจากจะเป็นเมืองด้านการเกษตรแล้ว&nbsp;อาชีพการทำประมงถือว่าเป็นอาชีพหลักที่สำคัญอีกอาชีพหนึ่งของคนสมุทรสงคราม&nbsp;การลงพื้นที่แพปลาครั้งนี้นอกจากมาเยี่ยมแล้วยังถือโอกาสมาตรวจสอบราคาการจำหน่ายอาหารทะเลสดด้วย&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบกับราคาสินค้าในตลาดเช่นกัน&nbsp;เนื่องจากร้านอาหาร-ที่พัก&nbsp;ไม่มียอดดสั่งซื้อทำให้ราคาไม่แพงนัก&nbsp;จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้ผู้บริโภคหันมาทานปลา&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;&nbsp;อาหารทะเลหลากหลายในตลาดแห่งนี้&nbsp;ทั้งสด&nbsp;สะอาด&nbsp;ราคาย่อมเยาว์&nbsp;ตลาดเปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา&nbsp;03.00&nbsp;-05.00&nbsp;น.&nbsp;อยู่ติดถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;เข้ามาไม่ถึง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;เดินทางมาง่ายและสะดวก&nbsp;ทั้งนี้มาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทางตลาดมาตรการเข็มงวด&nbsp;มีการตรวจATK&nbsp;ทุก&nbsp;ๆ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;พ่อค้า&nbsp;-&nbsp;แม่ค้า&nbsp;คนงานได้ผ่านการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;3&nbsp;เข็มทุกคน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>พร้อมคณะได้ร่วมประชุมหารือรับทราบการดำเนินงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานของตลาดปลาสหกรณ์ประมงแม่กลอง&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามในด้านเศรษฐกิจของจังหวัดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208112227656
217	กลุ่มรถบรรทุก ปักหลักตั้งเวทีปราศรัย บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องมาตรการและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน	<p><strong>บรรยากาศที่หน้ากระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;ภายหลังจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;ประกาศนัดทำกิจกรรมรวมพลังของคนรถบรรทุกครั้งสุดท้าย&nbsp;หรือ&nbsp;ทรัคพาวเวอร์ไฟนอลซีซัน&nbsp;เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันดีเซลเหลือลิตรละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ตามที่เคยได้เสนอไปก่อนหน้านี้&nbsp;โดยตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่า&nbsp;มีกลุ่มรถบรรทุกและแนวร่วมรถแท็กซี่&nbsp;ทยอยเข้ามารวมตัว&nbsp;พร้อมมีการตั้งเวทีปราศรัยแสดงข้อเรียกร้องผ่านเครื่องขยายเสียง&nbsp;ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่สถานการณ์&nbsp;ล่าสุด&nbsp;ตัวแทนกลุ่มรถบรรทุก&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;จะมีการปักหลังค้างคืนต่อไป&nbsp;โดยยังคงยืนยันตามข้อเรียกร้อง&nbsp;รวมทั้งต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลาออกจากตำแหน่ง&nbsp;โดยภาพรวมสถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ส่วนการจราจรบริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน&nbsp;พบว่า&nbsp;ติดขัดเป็นบางช่วง&nbsp;ผู้ที่จะเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าว&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางคู่ขนาน&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่อย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208142725742
218	จ.ยะลาผนึกกำลังภาครัฐ - เอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่	"<p><strong>จ.ยะลา&nbsp;หารือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชนเป็นหนึ่งเดียว&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;ที่ห้องประชุมศรียะลา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อาคาร&nbsp;3&nbsp;ศาลากลาง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;เรื่องเศรษฐกิจต้องขอบคุณทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน&nbsp;เรื่องความมั่นคงสำคัญ&nbsp;พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวได้เข้ามาในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า&nbsp;โดยขับเคลื่อนจากหน่วยงานรัฐ&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;รักตัวเอง&nbsp;รักครอบครัวรักประเทศไทย&nbsp;ทิศทางดีขึ้น&nbsp;แต่ต้องเติมเต็มภาคเอกชน&nbsp;อยากสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;อยากให้กระชับร่วมเป็นผนึกกำลังหนึ่งเดียวกันชื่นชมพื้นที่&nbsp;อ.เบตงมีเข้มแข็งเป็นอย่างมาก&nbsp;ก็อยากให้ทั้งจังหวัดได้เข้มแข็งเช่นเดียวกัน&nbsp;กรณีการเปิดสนามบินพูดในนามจังหวัดไม่ได้&nbsp;ยังไม่นิ่ง&nbsp;ต้องหาจุดร่วมระหว่างรัฐและภาคธุรกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการ&nbsp;และการที่เครื่องบินขึ้นลงนั้นไม่ใช่หน้าที่จังหวัดเพียงอย่างเดียว&nbsp;แต่จะต้องร่วมดำเนินการในทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งกรณีเปิดสนามบินอย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ยังกำหนดราคาไม่ได้&nbsp;ต้องมีตารางการบินที่ชัดเจน&nbsp;86&nbsp;ที่นั่งให้การันตี74&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ราคาขาเดียว&nbsp;3,650&nbsp;บาท&nbsp;สองขา&nbsp;7&nbsp;พันกว่าบาท&nbsp;ทั้งนี้ยังไม่อยากให้มองเรื่องธุรกิจเป็นหลัก&nbsp;อยากให้มองนักท่องเที่ยวในทุกระดับสามารถจับต้องได้&nbsp;เพราะยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากจะมาท่องเที่ยวที่เบตง&nbsp;พยายามหาจุดร่วมให้ได้&nbsp;ยังไม่อยากให้พูดเรื่องที่เป็นจุดต่าง&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดยังคงผลักดันต่อไป&nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจกิจได้ขับเคลื่อน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้เศรษฐกิจจังหวัดยะลาในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านนับว่าขยายตัว</strong>&nbsp;หลายกิจกรรมเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น&nbsp;โดยได้รับผลดีต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุม&nbsp;covid-19&nbsp;คาดว่า&nbsp;อีก&nbsp;6&nbsp;เดือนข้างหน้า&nbsp;เศรษฐกิจในอนาคตจะปรับดีขึ้น&nbsp;รวมถึงภาครัฐมีมาตรการเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	8/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208121357677
219	กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง เปิดสัมมนาอนาคตเศรษฐกิจและความท้าทายใหม่ในปี 2022	"<p><strong>ที่&nbsp;โรงแรมพูลแมน&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ราชาออร์คิด&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;เปิดโครงการสัมมนาอนาคตเศรษฐกิจและความท้าทายใหม่ในปี&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจให้แก่บุคลากรของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;จากจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;รศ.ดร.ธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความสามารถด้านการพยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ&nbsp;เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้และนำไปใช้ในการคาดการณ์สถานการณ์หรือวางแผนในการปฏิบัติงานได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายหลังการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก</strong>และเศรษฐกิจไทยเป็นวงกว้างไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาดการเงิน&nbsp;ราคาพลังงาน&nbsp;สินค้าโภคภัณฑ์&nbsp;และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันทิศทางเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวและหลายประเทศมีแนวโน้มที่จะควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ได้ดีขึ้นแต่ยังคงต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของ&nbsp;covid&nbsp;สายพันธุ์ใหม่&nbsp;อย่าง&nbsp;""&nbsp;โอมิครอน""&nbsp;และการปรับตัวให้อยู่ร่วมกับโรค&nbsp;covid-19&nbsp;ได้อย่างปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;covid-19&nbsp;แล้ว</strong>การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การปรับตัวสู่สังคมดิจิทัลเพราะเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของ&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;เป็นตัวเร่งในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการลดลงของวัยแรงงานผลักดันให้ต้องมีแนวทางการพัฒนาแบบใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทสังคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;นโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกับประเทศกำลังพัฒนาที่มีผลต่อการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	8/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208135025714
220	พาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกขิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19	<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายสุเมธ&nbsp;ธีรนิติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกขิงที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;<strong>นายเกรต&nbsp;แซ่หว้า&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเข็กน้อย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากกรณีเกษตรกรผู้ปลูกขิง&nbsp;ตำบลเข็กน้อย&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถจำน่ายขิงได้ส่งผลให้สินค้าขิงล้นตลาดและราคาตกต่ำ&nbsp;และเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับขณะนี้ในพื้นที่ตำบลเข็กน้อย</strong>&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์มีการปลูกขิงเนื้อที่&nbsp;2,862&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตราคาไร่ละ&nbsp;7,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มีผลผลิตรวม&nbsp;20,034&nbsp;ตัน&nbsp;ราคาขิงเกรด&nbsp;A&nbsp;หน้าสวนกิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งราคาหน้าสวนที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ต้องจำหน่ายใน&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;จึงได้ร่วมบูรณาการกับมณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;ค่ายพ่อขุนผาเมือง/กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;ค่ายพ่อขุนผลเมือง/ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์/สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์/โรงพยาบาลเพชรบูรณ์/เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;16จัดกิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เข้าไปรับซื้อขิงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร&nbsp;รวมยอดการสั่งซื้อที่มามอบในวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;จำนวน&nbsp;3,700&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;รวมค่าขนส่ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;55,500&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นายสุเมธ&nbsp;ธีรนิติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากกิจกรรมในวันนี้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้ปลูกขิงได้&nbsp;และในอนาคตจะมีการวางแผนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรตัวนี้&nbsp;ซึ่งต้องมีการหาตลาดรองรับผลิตภัณฑ์การแปรรูปขิงต่อไป&nbsp;</p><p><strong>----เสียง-----</strong></p><p><strong>นายสุเมธ&nbsp;ธีรนิติ&nbsp;</strong></p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์</strong></p><p><strong>สำหรับส่วนราชการในจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>ที่ต้องการสั่งขิง&nbsp;สามารถสั่งโดยตรงกับองค์การบริหารส่วนตำบลเข็กน้อย&nbsp;หน่วยงานละไม่น้อยว่า&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัมๆ&nbsp;ละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;(รวมค่าขนส่ง)&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208132634701
221	สภาเกษตรกรฯ เปิดทางเชื่อมตลาดสินค้าเกษตรไทย-จีน ปล่อยขบวนมีนาคมนี้	<p><strong>นายประพัฒน์&nbsp;ปัญญาชาติรักษ์&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;</strong>กล่าวถึงการประกาศเจตนารมณ์และเป็นพยานในการบันทึกความร่วมมือ(MOU)&nbsp;ด้านการจัดการตลาดสินค้าเกษตรไทย-จีน&nbsp;ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;โดย&nbsp;นายรัตนะ&nbsp;สวามีชัย&nbsp;เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;Xishuangbanna&nbsp;Yijiade&nbsp;Comercial&nbsp;Trading&nbsp;Co.,Ltd&nbsp;โดย&nbsp;Mr.Zhou&nbsp;Hong&nbsp;biang&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ไอริช&nbsp;เนเจอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;โดย&nbsp;ดร.ภูวัสสโรดม&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ส้มทอง&nbsp;จำกัด&nbsp;โดย&nbsp;นายทินกฤต&nbsp;ชีวินวรกุล&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;และการลงนามทำการค้าขายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีตราด&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;โดย&nbsp;นายสว่าง&nbsp;ชื่นอารมย์&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;และ&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีตราด(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;Xishuangbanna&nbsp;Yijiade&nbsp;Comercial&nbsp;Trading&nbsp;Co.,Ltd&nbsp;โดย&nbsp;Mr.Zhou&nbsp;Hong&nbsp;biang&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนภาษาจีนซิงหัว&nbsp;ตำบลแม่สลองนอก&nbsp;อำเภอแม่ฟ้าหลวง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ว่า&nbsp;นับเป็นโอกาสดีที่สภาเกษตรกรแห่งชาติมีพันธมิตรที่คิดอยากจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้ก้าวผ่านสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เพราะภาคการเกษตรได้รับผลกระทบเรื่องการส่งออกไปตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก&nbsp;การประกาศเจตนารมณ์และเป็นพยานในการบันทึกความร่วมมือดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรจะได้ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ดีและยกระดับให้สูงขึ้น&nbsp;พร้อมทั้งได้ช่องทางในการส่งออกที่ดี&nbsp;เป็นธรรม&nbsp;ซึ่งระบบขนส่งทางรางจะช่วยประหยัดต้นทุน&nbsp;สะดวกที่สุดกับเกษตรกรไทย&nbsp;ซึ่งคาดหวังว่าเกษตรกรไทยจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;เช่น&nbsp;ทุกรายต้องได้&nbsp;GAP&nbsp;ต้องตรวจคุณภาพสินค้าให้ปราศจากสารปนเปื้อน&nbsp;โดยเกษตรกรที่มีความพร้อมมีผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;ผลไม้&nbsp;หรือ&nbsp;พืชผลเกษตรคุณภาพดีและต้องการที่จะส่งออกไปตลาดต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งสภาเกษตรกรฯจะเริ่มจากเกษตรกรเครือข่ายที่มีความพร้อมก่อน&nbsp;เช่น&nbsp;มี&nbsp;GAP&nbsp;GMP&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่พร้อมสภาเกษตรกรฯจะช่วยประสานส่วนราชการให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่กระบวนการเพื่อตรวจและให้ได้การรับรองให้เร็วที่สุดก่อนจะนำไปสู่การส่งออกผลผลิตต่อไป</p><p><strong>ซึ่งจากที่ได้หารือร่วมกันผลผลิตที่มีความพร้อมเพื่อส่งออกมากที่สุด&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เพราะเกษตรกรในเครือข่ายปลูกจำนวนเยอะและมีความพยายามเพื่อส่งออกบ้างแล้วแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;ครั้งนี้จึงคาดหวังว่าผลผลิตจะนำส่งออกได้เนื่องจากบริษัททางจีนมีศักยภาพมากพอที่จะผลักดันสินค้าไทยให้ผ่านมาตรการต่างๆได้&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;หากเกษตรกรมีความพร้อม&nbsp;มีผลไม้หรือพืชผลเกษตรที่มีคุณภาพดีต้องการผลักดันไปตลาดเพื่อส่งออก</strong>&nbsp;ขอให้ประสานไปที่สภาเกษตรกรทุกจังหวัด&nbsp;สภาฯจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่&nbsp;แล้วจะนำเสนอไปยังกลุ่มผู้ค้าของประเทศจีน&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบสภาพสินค้าและผลักดันผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ให้พี่น้องเกษตรกรไทยได้ประโยชน์สูงสุดต่อไป&nbsp;&nbsp;นายประพัฒน์&nbsp;กล่าว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;Mr.Zhou&nbsp;Hong&nbsp;biang&nbsp;ประธานกรรมการบริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;Xishuangbanna&nbsp;Yijiade&nbsp;Comercial&nbsp;Trading&nbsp;Co.,Ltd&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้นในประเทศจีนทำให้ประชากรมีความต้องการบริโภคสินค้าเยอะและตอนนี้ต้องการนำเข้าจากต่างประเทศพอสมควร&nbsp;โดยขั้นตอนคือทำหนังสือขออนุญาตไปทางประเทศจีน&nbsp;เมื่อเปิดด่านเต็มที่ก็สามารถดำเนินการได้เลย&nbsp;สินค้าที่ทางประเทศจีนต้องการนำเข้าเริ่มต้นจากผลไม้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ลำไย&nbsp;สับปะรด&nbsp;รวมทั้งปศุสัตว์&nbsp;ไม้&nbsp;ผลิตภัณฑ์ไม้&nbsp;และจะรับซื้อทั้งหมด&nbsp;รอบแรกที่จะนำเข้าผ่านขนส่งระบบรางประมาณเดือนมีนาคมนี้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ตอนนี้ติดปัญหาเรื่อง&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ที่ลิงก์ระหว่างสองประเทศยังไม่ตรงกัน&nbsp;ต้องทำการปรับเล็กน้อย&nbsp;ขณะที่คำแนะนำถึงเกษตรกรหรือผู้ประกอบการไทย&nbsp;คือ&nbsp;ขอให้เน้น&nbsp;1.คุณภาพสินค้า&nbsp;2.ตรวจสอบแหล่งที่มา&nbsp;3.การป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายสว่าง&nbsp;ชื่นอารมย์&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;</strong>และ&nbsp;ประธานกรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีตราด&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีนั้นมี&nbsp;77&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;รัฐบาลเป็นผู้ก่อตั้ง&nbsp;และประสานงานกันทั้งหมด&nbsp;ซึ่งตามที่ทางบริษัทประเทศจีนได้กล่าวถึงเรื่องของคุณภาพสินค้า&nbsp;แหล่งที่มา&nbsp;รวมทั้งการตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;ก็ตาม</p><p><strong>จากนี้ไปจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับผู้ประกอบการเพื่อจัดทำล้ง(โรงรับซื้อ)ในระบบปิด</strong>&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายเป็นการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19&nbsp;ง่ายต่อการควบคุมสินค้าและรวบรวม&nbsp;ซึ่งบริษัทประชารัฐรักสามัคคี&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;จะรวบรวมสินค้าตามที่ทางประเทศจีนต้องการ&nbsp;รวมทั้งนำเสนอสินค้าอื่นๆ&nbsp;ต่อไปด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208123658687
222	"ธ.ก.ส.ประจวบฯ เปิด ""ตลาดเกษตรปลอดภัย ธ.ก.ส. Go Green"" เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร"	"<p><strong>(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่บริเวณ&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมชม&nbsp;""ตลาดเกษตรปลอดภัย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;Go&nbsp;Green""&nbsp;ซึ่งจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดสารเคมีจากเกษตรกรลูกค้าในโครงการครึ่งไร่คลายจน&nbsp;ชุมชนอุดมสุข&nbsp;ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;โดยได้กำหนดเปิดจำหน่ายทุกวันจันทร์&nbsp;และวันอังคาร&nbsp;ของทุกสัปดาห์ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;-12.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรลูกค้าธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เห็นถึงความสำคัญ&nbsp;ของการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&nbsp;โดยเน้นกระบวนการผลิตจากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&nbsp;และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมผู้ซื้อให้เห็นความสำคัญในการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งภายในงานยังได้จัดให้มีการสาธิต&nbsp;การทำน้ำยาล้างจาน</strong>&nbsp;การทำสารชีวภัณฑ์ไล่แมลง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&nbsp;หรือประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในครัวเรือน&nbsp;หรือทำการเกษตรในต้นทุนต่ำ&nbsp;พร้อมทั้งมีการเชื่อมโยงเครือข่ายภาคเอกชน&nbsp;ในการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ปั๊ม&nbsp;ปตท.&nbsp;ชะอำ&nbsp;(ฝั่งเข้ากรุงเทพฯ)&nbsp;จำหน่ายวันพฤหัสบดี-อาทิตย์&nbsp;ปั๊ม&nbsp;ปตท.ช้างเผือกเกาะยายฉิม&nbsp;จำหน่ายวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์&nbsp;และการเปิดจำหน่ายบริเวณหน้า&nbsp;ธ.ก.ส.สาขาประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ทับสะแก&nbsp;เกาะยายฉิม&nbsp;สามร้อยยอด&nbsp;ปราณบุรี&nbsp;และจะดำเนินการเปิดตลาดในอนาคตให้ครบทุกสาขาอย่างน้อย&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในด้านการตลาดให้เกษตรกรที่มีความตั้งใจผลิตอาหารปลอดภัยต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	8/2/2022	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208130028690
223	กรมการขนส่งทางบก ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านในเส้นทางบก และแสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย	<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;และเครือข่ายการขนส่งที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นัดรวมตัวกันบริเวณกระทรวงพลังงาน&nbsp;เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่&nbsp;25&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ว่า&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งสินค้า&nbsp;มีความห่วงใยและเข้าใจถึงผลกระทบของผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19&nbsp;แพร่ระบาด&nbsp;รวมถึงราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของผู้ประกอบการขนส่งสินค้า&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลและกระทรวงพลังงานก็ได้มีการพิจารณาแนวทางในการลดผลกระทบ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;การใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งด้วยการตรึงราคาน้ำมันดีเซลเพื่อลดผลกระทบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมการขนส่งทางบกขอแสดงความห่วงใย&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการขนส่ง&nbsp;ผู้ขับรถบรรทุก&nbsp;แสดงออกอย่างเหมาะสมภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย&nbsp;และหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านในเส้นทาง&nbsp;ในส่วนของสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย&nbsp;ที่นำรถแท็กซี่จำนวนหนึ่งเข้าร่วมกับกลุ่มรถบรรทุก&nbsp;เพื่อขอให้กระทรวงพลังงานพิจารณาปรับลดราคาก๊าซ&nbsp;NGV&nbsp;ขอให้แสดงออกภายใต้ขอบเขตของกฎหมายเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบก&nbsp;ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ขับรถแท็กซี่&nbsp;โดยเน้นไปที่การลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;เช่น&nbsp;การอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีทางเลือกอื่นติดตามรถแทน&nbsp;GPS&nbsp;และได้พัฒนา&nbsp;Application&nbsp;เรียกใช้บริการรถแท็กซี่&nbsp;อนุญาตให้มีการติดตั้งสื่อโฆษณาบนแท็กซี่&nbsp;และได้ขยายอายุแท็กซี่จาก&nbsp;9&nbsp;ปี&nbsp;เป็น&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;รวมไปถึงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่&nbsp;และรถจักรยานยนต์สาธารณะ&nbsp;ที่มีอายุเกิน&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมการขนส่งทางบก&nbsp;ได้ส่งผู้ตรวจการสังเกตการณ์สถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว&nbsp;และจะเร่งทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการขนส่งและผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะต่อไป</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208135705720
224	จังหวัดลำปาง หนุนผู้ประกอบการสู่มาตรการ Universal Prevention และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA ประกาศความพร้อมรับนักท่องเที่ยวด้านความปลอดภัย	<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานลำปาง&nbsp;จัดฝึกอบรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์มาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารครัวสวนดุสิต&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเข้าสู่มาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัย&nbsp;(SHA)&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครอง&nbsp;ส่วนท้องถิ่น&nbsp;สมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภัตตาคาร/ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่พักและโฮมสเตย์&nbsp;นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;สุขภาพและความงาม&nbsp;ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า&nbsp;กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;การจัดกิจกรรม/จัดประชุม&nbsp;โรงละคร/โรงมหรสพ&nbsp;และร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&nbsp;เข้าร่วมอบรมจำนวน&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>นางรัชดาภรณ์&nbsp;โออิน&nbsp;</strong>ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันมีสถานประกอบการในจังหวัดลำปางผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA&nbsp;จำนวน&nbsp;136&nbsp;แห่ง&nbsp;และสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมมอบตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อประกาศความพร้อมรับนักท่องเที่ยวด้านความปลอดภัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ประธานในพิธีเปิดฝึกอบรมฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ประกอบกับองค์การอนามัยโลก&nbsp;ได้มีการออกมาตรการทางสุขอนามัย&nbsp;เพื่อให้ทุกคนดูแลตนเองและคนรอบข้างจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรค&nbsp;เช่น&nbsp;การสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;การเว้นระยะห่าง&nbsp;และการล้างมือบ่อยๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับจังหวัดลำปางมีรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลประชาชนในจังหวัดลำปางให้ปลอดโรคและปลอดภัย&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;โดยพัฒนาสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้ปรับเปลี่ยนเข้าสู่มาตรฐานการเป็นสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ภายใต้มาตรฐาน&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;(SHA)&nbsp;ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208133939709
225	พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดรับผู้ประกอบการสินค้า GI ร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ฟรี ถึง 15 ก.พ. นี้เท่านั้น	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รับสมัครผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;เข้าร่วมโครงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จะได้รับการออกแบบบรรจุภัณฑ์&nbsp;และผลิตบรรจุภัณฑ์ภายในวงเงิน&nbsp;30,000&nbsp;บาท/ราย&nbsp;ได้รับไฟล์ภาพนิ่งของผู้ประกอบการ&nbsp;และบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเรียบร้อยแล้ว&nbsp;รวมถึงรายละเอียดในการประเมินราคาของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้ประกอบการเพื่อใช้ผลิตต่อไปในอนาคต&nbsp;ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร&nbsp;ผู้สนใจสามารถสมัครและกรอกข้อมูลได้ทางลิงก์&nbsp;https://docs.google.com/.../1_76FHRmHzUwVRWXYK.../edit&nbsp;ซึ่งจะหมดเขตรับสมัครภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>สำหรับหลักเกณฑ์หลักเกณฑ์ของสินค้า&nbsp;</strong>ผู้ผลิต&nbsp;หรือผู้ประกอบการ&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.เป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;2.&nbsp;เป็นผู้ผลิต&nbsp;หรือผู้ประกอบการสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และยังไม่หมดอายุการอนุญาตใช้ตรา&nbsp;3.เป็นสินค้าที่มีศัยภาพ&nbsp;และมีผลผลิตสม่ำเสมอที่สามารถทำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;4.เป็นผู้ที่มีศักยภาพ&nbsp;สามารถทำการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกแบบในครั้งต่อไปได้นอกเหนือจากที่กรมฯ&nbsp;ได้ดำเนินการผลิตให้ในเบื้องต้น&nbsp;5.เป็นผู้ที่มีศักยภาพ&nbsp;มีแนวโน้มที่จะขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในอนาคต&nbsp;6.หากเป็นผู้ที่สมัคร&nbsp;IP&nbsp;Champion&nbsp;2021&nbsp;สาขาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สินค้า&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;หรือผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับการคัดเลือกในปีนี้&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมอีกครั้งในปีถัดไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208134156710
226	กลุ่มน้ำอ้อยอินทรีย์ป่าปุ๊ จ.แม่ฮ่องสอน แปรรูปน้ำอ้อยอัดก้อน สร้างรายได้งาม ส่งขายทั้งออฟไลน์ และออนไลน์	<p><strong>นายกุศล&nbsp;สุปัญโญ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บ้านป่าปุ๊&nbsp;</strong>หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ชาวบ้านป่าปุ๊มีการทำน้ำอ้อยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;โดยใช้วัตถุดิบจากต้นอ้อยที่ปลูกไว้ในบริเวณหมู่บ้าน&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรของกลุ่มปลูกอ้อยบ้านป่าปุ๊&nbsp;ที่ปลูกอ้อยประมาณ&nbsp;10&nbsp;กว่าราย&nbsp;บนเนื้อที่กว่า&nbsp;30&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;ซึ่งในอดีตนั้น&nbsp;น้ำอ้อยจะทำไว้รับประทานกันเองในบ้านและขายเพื่อให้มีรายได้เล็กๆ&nbsp;น้อยๆ&nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;แต่ปัจจุบัน&nbsp;มีหน่วยงานราชการหลายแห่งเข้ามาส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฯ&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดฯ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลผาบ่อง&nbsp;พร้อมทั้งมีการแนะนำการจัดตั้งกลุ่ม&nbsp;อบรมให้ความรู้เพิ่มเติม&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยเพื่อจะได้ผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย&nbsp;ซึ่งเมื่อก่อนจะปลูกอ้อยพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;ที่บ้านป่าปุ๊ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปลูกอ้อยกันแทบทุกครัวเรือน&nbsp;จากนั้นก็ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มขึ้น&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มน้ำอ้อยอินทรีย์ป่าปุ๊&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางสุพรรณ&nbsp;แววดาว</strong>&nbsp;เกษตรกรสมาชิกกลุ่มน้ำอ้อยอินทรีย์ป่าปุ๊&nbsp;ได้เล่าถึงขั้นตอนการแปรรูปน้ำอ้อยอัดก้อน&nbsp;ว่า&nbsp;เริ่มจากตัดอ้อยในตอนเช้า&nbsp;จากนั้นเอามาล้างให้สะอาด&nbsp;แล้วนำมาเข้าเครื่องหนีบ&nbsp;ก่อนนำมาเคี่ยวจนแห้งได้ที่&nbsp;ซึ่งใช้เวลาประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แล้วก็นำมาวางบนไม้กระดานที่เตรียมไว้&nbsp;เพื่อตัดเป็นแผ่น&nbsp;ก่อนนำไปแพ็กใส่ถุงเป็นบรรจุภัณฑ์เพื่อจำหน่ายต่อไป&nbsp;ซึ่งการเคี่ยวแต่ละครั้งจะใช้น้ำอ้อย&nbsp;3&nbsp;ปีบ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;50&nbsp;กิโล&nbsp;ใช้เวลาเคี่ยวประมาณ&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เมื่อเคี่ยวจนแห้งเหนียวได้ที่แล้วจะเหลือน้ำหนัก&nbsp;8-9&nbsp;กิโล&nbsp;นางสุพรรณ&nbsp;ระบุว่า&nbsp;จะใช้น้ำอ้อยล้วนๆ&nbsp;ไม่ผสมอะไรเลยเป็นน้ำอ้อยสดนำมาจากอ้อยอินทรีย์&nbsp;การปลูกอ้อยที่นี่จะเป็นอ้อยอินทรีย์&nbsp;100%&nbsp;วันหนึ่งๆ&nbsp;จะทำได้ประมาณ&nbsp;4&nbsp;หม้อต้ม&nbsp;หรือ&nbsp;12&nbsp;ปีบ</p><p><strong>นางสาวสมหมาย&nbsp;กล้าณรงค์&nbsp;</strong>ที่ปรึกษากลุ่มน้ำอ้อยอินทรีย์ป่าปุ๊&nbsp;ได้กล่าวถึงเรื่องของการตลาด&nbsp;ปัจจุบันเน้นจำหน่ายให้กับลูกค้าทั้งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะการจำหน่ายแบบออนไลน์&nbsp;ถ้าในจังหวัดลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจะขายดีมากในช่วงปลายปีถึงต้นปี&nbsp;เพราะเป็นฤดูท่องเที่ยวของแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนราคาจำหน่ายสนนราคาถุงละ&nbsp;40&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำอ้อยอัดก้อน&nbsp;ซึ่งแต่ละปีจะมีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;3-4&nbsp;หมื่นบาท</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ</strong>อยากมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตและการทำน้ำอ้อยที่บ้านป่าปุ๊นั้น&nbsp;หรือต้องการผลิตภัณฑ์น้ำอ้อยอินทรีย์&nbsp;ติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;&nbsp;Facebook&nbsp;กลุ่มสตรีแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านป่าปุ๊&nbsp;โทร.089-8351039&nbsp;หรือทางไอดีไลน์&nbsp;prmel</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208135323717
227	สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย มั่นใจ ส่งออกไตรมาสแรกปีนี้ ขยายตัวที่ร้อยละ 5 แนะภาครัฐเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างประเทศ กระตุ้นการส่งออกต่อเนื่อง	<p><strong>นายชัยชาญ&nbsp;เจริญสุข&nbsp;ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;(สรท.)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถานการณ์การค้าระหว่างประเทศของไทยตลอดทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า&nbsp;การส่งออกมีมูลค่ารวม&nbsp;271,173.5&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;17.1&nbsp;ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า&nbsp;267,600.3&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;29.8&nbsp;ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยในปี&nbsp;2564&nbsp;เกินดุล&nbsp;3,573.2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดว่าการส่งออกในไตรมาสแรกของปี&nbsp;2565&nbsp;จะขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;และคงคาดการณ์ส่งออกทั้งปี&nbsp;2565&nbsp;ขยายตัวระหว่างร้อยละ&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;(ณ&nbsp;เดือนกุมภาพันธ์2565)&nbsp;โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง&nbsp;ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก&nbsp;ปัญหาแรงงานในภาคการผลิตขาดแคลนต่อเนื่อง&nbsp;ปัญหาความหนาแน่นภายในท่าเรือประเทศปลายทาง&nbsp;ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน&nbsp;และสถานการณ์โควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;รวมทั้งสายพันธุ์ย่อย&nbsp;BA.2&nbsp;ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สรท.&nbsp;&nbsp;มีข้อเสนอแนะขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;จัดกิจกรรมเยือนซาอุดิอาระเบียและประเทศเป้าหมายสำคัญ&nbsp;เร่งผลักดันการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;พร้อมกับเพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในประเทศคู่เจรจาให้มากขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ขอให้เร่งยกระดับการใช้ระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าเต็มรูปแบบ&nbsp;เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;รวมทั้งตรึงราคาพลังงาน&nbsp;และพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ&nbsp;โดยพิจารณาปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป&nbsp;</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208161743849
228	หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดมหาสารคาม ร่วมโครงการสัมมนาอนาคตเศรษฐกิจและ ความท้าทายใหม่ในปี 2022	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่โรงแรมพูลแมน&nbsp;ขอนแก่นราชาออคิด</strong>&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วมโครงการสัมมนาอนาคตเศรษฐกิจและ&nbsp;ความท้าทายใหม่ในปี&nbsp;2022&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาอนาคตเศรษฐกิจและความท้าทายใหม่ในปี&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต&nbsp;โดยบุคลากรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;จากจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ร่วมประชุม</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภายหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19</strong>&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย&nbsp;เป็นวงกว้าง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาดการเงิน&nbsp;ราคาพลังงาน&nbsp;สินค้าโภคภัณฑ์&nbsp;และอัตราเงินเฟ้อ&nbsp;ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันทิศทางเศรษฐกิจยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว&nbsp;และหลายประเทศมีแนวโน้มที่จะควบคุมการระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ได้ดีขึ้น&nbsp;แต่ยังคงต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่&nbsp;อย่าง&nbsp;โอไมครอน&nbsp;และการปรับตัวให้อยู่ร่วมกับโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างปลอดภัย&nbsp;นอกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย&nbsp;ยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านการปรับตัวสู่สังคมดิจิทัล&nbsp;การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ&nbsp;และการลดลงของวัยแรงงานทำให้ต้องมีแนวทางการพัฒนาแบบใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทสังคม&nbsp;รวมทั้งนโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;โดยเฉพาะกับประเทศกำลังพัฒนาที่มีผลต่อการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้น&nbsp;</strong>กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;จึงได้จัด&nbsp;โครงการสัมมนาอนาคตเศรษฐกิจและความท้าทายใหม่ในปี&nbsp;2022&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;โดยการสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;รศ.ดร.ธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย&nbsp;ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ร่วมรบรรยายในหัวข้อ&nbsp;อนาคตเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปี&nbsp;2022</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	8/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208135853722
229	กลุ่มผู้ใช้รถบรรทุก รถแท็กซี่ ยังคงปักหลักตั้งเวทีปราศรัย บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">บรรยากาศที่กระทรวงพลังงาน&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ภายหลังจากที่นายอภิชาติ&nbsp;ไพรรุ่งเรือง&nbsp;ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดตั้งเวทีขึ้นปราศรัยในช่วงเช้าที่ผ่านมา&nbsp;พบว่า&nbsp;ขณะนี้ยังคงมีแกนนำกลุ่มอื่นๆ&nbsp;ขึ้นปราศรัยแสดงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมกลุ่มผู้ใช้รถบรรทุกและรถแท็กซี่&nbsp;ที่เข้ามาปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยการปราศรัยได้พูดถึงมาตรการข้อเรียกร้องและเสนอแนะของสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยต่อรัฐบาล&nbsp;เช่น&nbsp;ให้มีการลดภาษีสรรพสามิตในช่วงราคาน้ำมันดิบขาดตลาด&nbsp;ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้เป็นธรรมกับประชาชนและยกเลิกการนำน้ำมันไบโอดีเซล&nbsp;B100&nbsp;มาผสมกับน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;พร้อมประกาศปักหลักค้างคืนหน้ากระทรวงพลังงาน</span></p><p><br></p><p><br></p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208144049762
230	ปลัดกระทรวงพาณิชย์เผยพบผู้ฉวยโอกาสกักตุนสินค้า อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี 12 ราย พร้อมย้ำหากพบผู้กระทำความผิดอีก จะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด	<p><strong>นายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยภายหลังการส่งสายตรวจลงพื้นที่สำรวจเนื้อหมูในห้องเย็นป้องกันการฉวยโอกาสกักตุนสินค้า&nbsp;</strong>โดยข้อมูลที่ได้รับพบว่า&nbsp;มีห้องเย็นและโรงเชือดทั่วประเทศที่เข้าเกณฑ์เก็บเนื้อหมูมากกว่า&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไปมีอยู่&nbsp;404&nbsp;ราย&nbsp;มีปริมาณเนื้อหมูรวมทั้งสิ้น&nbsp;15.5&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;และทั่วประเทศมีทั้งสิ้น19.5&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;พบผู้กระทำผิดกฎหมายตาม&nbsp;พ.ร.บ.สินค้าและบริการฯ&nbsp;คือ&nbsp;ไม่แจ้งปริมาณราคา&nbsp;สถานที่เก็บและการจัดทำบัญชีสินค้าเนื้อหมู&nbsp;และแจ้งข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง&nbsp;รวมถึงไม่ขออนุญานประกอบกิจการห้องเย็นพบใน&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังจากนี้จะมีการติดตามสถานการณ์สินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>โดยจะมีการกำหนดสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพ&nbsp;อาทิ&nbsp;ซอสปรุงรสเครื่องใช้ไฟฟ้าอาหารกระป๋อง&nbsp;และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป&nbsp;รวมถึง&nbsp;สินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยาฆ่าแมลง&nbsp;และอาหารสัตว์</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208154900826
231	พาณิชย์ลำปาง ขับเคลื่อนทีมเซลล์แมนจังหวัด ด้านการค้าและการตลาด ผ่านระบบ Zoom meeting	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน&nbsp;ด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลล์แมนจังหวัด)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;meeting&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการค้าและการตลาดจังหวัดลำปาง&nbsp;รวมถึงหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการตลาดในประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผลการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงจำหน่ายสินค้าผ่าน&nbsp;Application&nbsp;Pinto</strong>&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์ฯ&nbsp;ได้จัดกิจกรรม&nbsp;เพิ่มความรู้ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การใช้งานและการขายสินค้าออนไลน์ผ่าน&nbsp;""Application&nbsp;Crystal&nbsp;Pinto""&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>เชิญชวนคณะทำงานฯ&nbsp;เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;Salesman&nbsp;จังหวัด&nbsp;Go-Inter&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;</strong>เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ด้วยหลักสูตรด้านการเจรจาต่อรองทางธุรกิจ&nbsp;ตลอดจนการบริหารจัดการการขนส่งและโลจิสติกส์&nbsp;วันที่&nbsp;17-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;&nbsp;17.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การรับสมัครและต่ออายุผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;Thai&nbsp;Select</strong>&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์ฯ&nbsp;มีแผนการลงพื้นที่ประสานการต่ออายุร้านอาหารไทยของจังหวัดลำปางเดิมที่ได้รับตราสัญลักษณ์&nbsp;Thai&nbsp;SELECT&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ร้านในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;รวมทั้งรับสมัครร้านอาหารไทยที่สนใจขอรับตราสัญลักษณ์&nbsp;Thai&nbsp;SELECT&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับผลการจัด&nbsp;ตลาดนัดพาณิชย์&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;MOC&nbsp;Biz&nbsp;Club&nbsp;Lampang&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ตลาดนัดพาณิชย์รวมใจสู้ภัยโควิด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;6&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าเทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;สาขาลำปางโซน&nbsp;Trendy&nbsp;Plaza&nbsp;มีผู้ประกอบเข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;ยอดจำหน่ายทั้งสิ้น&nbsp;30,100&nbsp;บาท&nbsp;และผลการจัดงาน&nbsp;Lanna&nbsp;Expo&nbsp;2021&nbsp;กินดี&nbsp;อยู่ดี&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบ&nbsp;พระชนมพรรษาอำเภอเมืองเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีผู้ประกอบการจังหวัดลำปางเข้าร่วม&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่าจำหน่ายรวม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;645,222&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์ฯ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ</strong>&nbsp;ณ&nbsp;เมืองฮ่องกง&nbsp;จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจการค้าออนไลน์&nbsp;(OBM)&nbsp;ระหว่างผู้ประกอบการไทย&nbsp;รายนาปางคูนเซรามิค&nbsp;กับประกอบการฮ่องกง&nbsp;บริษัท&nbsp;Chiangmai&nbsp;Herbs&nbsp;Trading&nbsp;Limited&nbsp;หรือ&nbsp;ABOUTHAI&nbsp;(Hong&nbsp;Kong&nbsp;Ltd.)&nbsp;เบื้องต้นบริษัท&nbsp;นาปางคูน&nbsp;จำกัด&nbsp;จะจัดส่งสินค้าตัวอย่าง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รายการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดกาแฟเล็ก&nbsp;แก้วน้ำเล็ก&nbsp;และชุดกาแฟดริฟ&nbsp;พร้อมทั้งส่งแคตตาล็อกสินค้าแบบอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้พิจารณาเพื่อสั่งซื้อสินค้าในโอกาสต่อไป&nbsp;และปัจจุบันทางบริษัทเชียงใหม่เฮิร์บส์ฯ&nbsp;สนใจชุดชงชาพร้อมแก้ว&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือเกี่ยวกับการแพ็คสินค้าเพื่อจัดส่งและค่าขนส่งสินค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	8/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208141136734
232	รมว.กระทรวงการต่างประเทศหารือภาคเอกชนไทย ถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย  ซาอุดีอาระเบีย ในสาขาที่มีศักยภาพ และเตรียมจัดคณะนักธุรกิจและภาคเอกชนไทย เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียในโอกาสแรก	<p><strong>นายดอน&nbsp;ปรมัตถ์วินัย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;ร่วมหารือกับ&nbsp;นายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมตัวแทนภาคเอกชน&nbsp;กว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะและข้อคิดเห็น&nbsp;เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือ&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าและการลงทุน&nbsp;ระหว่างไทย&nbsp;-&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;หลังจากที่ทั้งสองประเทศ&nbsp;ได้ประกาศปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติแบบสมบูรณ์&nbsp;หลังจากการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งได้มีการหารือถึงสาขาและภาคเศรษฐกิจที่ไทยและซาอุดีอาระเบีย&nbsp;มีศักยภาพที่จะร่วมมือกันได้&nbsp;อาทิ&nbsp;การบริการและการโรงแรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;พลังงาน&nbsp;ยานยนต์&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;และการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;โดยย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy&nbsp;Model&nbsp;-&nbsp;BCG)&nbsp;ของไทยกับนโยบายวิสัยทัศน์&nbsp;ค.ศ.&nbsp;2030&nbsp;ของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ที่สามารถสอดรับกันได้อย่างดีเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมฯ&nbsp;ยังหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;</strong>เป็นหัวหน้าคณะ&nbsp;เพื่อนำภาครัฐ&nbsp;นักธุรกิจ&nbsp;และภาคเอกชนไทยเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ภายในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;หรือในโอกาสแรก&nbsp;เพื่อพบหารือและแสวงหาโอกาสความร่วมมือกับผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชนซาอุดีอาระเบียต่อไป</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208150418777
233	ครม. รับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจไทย ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน คาดปีนี้เศรษฐกิจขยายตัวที่ร้อยละ 3.4 ขณะที่ปี 2566 ขยายตัวที่ร้อยละ 4.7 จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ	<p><strong>น.ส.ไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจไทย&nbsp;ประจำไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;(เดือนตุลาคม-ธันวาคม&nbsp;2564)&nbsp;ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน&nbsp;(กนง.)&nbsp;โดย&nbsp;กนง.&nbsp;มีมติเป็นเอกฉันท์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;และ&nbsp;22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ&nbsp;0.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;พร้อมประเมินว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง&nbsp;อย่างไรก็ตามควรติดตามการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนอย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กนง.&nbsp;เห็นว่าควรคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้&nbsp;เนื่องจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย&nbsp;จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ&nbsp;และคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่เพิ่มขึ้นชั่วคราว&nbsp;จะคลี่คลายภายในปี&nbsp;2565&nbsp;แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</p><p><strong>สำหรับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจการเงิน&nbsp;เพื่อประกอบการดำเนินนโยบายการเงินนั้น</strong>&nbsp;กนง.ระบุว่า&nbsp;เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า&nbsp;มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;แต่ชะลอลงตามลำดับ&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงตามการระบาดของโควิด-19&nbsp;ในช่วงต้นปี&nbsp;และในปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวตามการคลี่คลายของสถานการณ์&nbsp;ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย&nbsp;ภาคธุรกิจสามารถระดมทุนได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ความเสี่ยงด้านเครดิตยังเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;ส่วนเสถียรภาพระบบการเงินยังเปราะบาง&nbsp;ซึ่งอาจชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะต่อไป&nbsp;จึงต้องติดตามและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความเสี่ยงระยะปานกลาง&nbsp;ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด-19</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กนง.&nbsp;ยังได้คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจในปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;3.4&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;4.7&nbsp;จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก&nbsp;ขณะที่มูลค่าการส่งออกในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ&nbsp;3.51&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;2.9&nbsp;ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;คาดว่าปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;5.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ&nbsp;20&nbsp;ล้านคน&nbsp;ด้านการบริโภคภาคเอกชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ&nbsp;5.6&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ&nbsp;3.8&nbsp;&nbsp;ส่วนการลงทุนภาคเอกชนปี&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ&nbsp;5.4&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเป้าหมายตลอดช่วงประมาณการ&nbsp;โดยปี&nbsp;2565&nbsp;ปรับเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ&nbsp;1.7&nbsp;เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้นชั่วคราวตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;1.4</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208154323818
234	กระทรวงการต่างประเทศ เดินหน้าผลักดัน soft power 5 สิ่งสำคัญของไทย สร้างมูลค่าเพิ่ม ในเวทีโลก	<p><strong>นายธานี&nbsp;แสงรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมสารนิเทศ&nbsp;และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อน&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;ของไทย&nbsp;ในเวทีโลก&nbsp;โดยมองว่า&nbsp;วัฒนธรรมไทยที่มีศักยภาพ&nbsp;หรือเป็น&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;มี&nbsp;5&nbsp;สิ่งสำคัญ&nbsp;หรือเรียกว่า&nbsp;5F&nbsp;ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;เล็งเห็นโอกาสที่สามารถผลักดัน&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ในเวทีโลกได้&nbsp;ได้แก่&nbsp;<strong>1.&nbsp;อาหาร&nbsp;(Food)</strong>&nbsp;ด้วยการทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก&nbsp;/&nbsp;<strong>2.&nbsp;ภาพยนตร์และวีดิทัศน์&nbsp;(Film)</strong>&nbsp;ด้วยการส่งเสริมละคร&nbsp;ภาพยนตร์&nbsp;วงดนตรีไทย&nbsp;ไปฉายในต่างประเทศ&nbsp;รวมถึง&nbsp;การดึงกองถ่ายภาพยนตร์จากต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาใช้สถานที่ในประเทศไทยด้วย&nbsp;/&nbsp;<strong>3.&nbsp;การออกแบบแฟชั่นไทย&nbsp;(Fashion)</strong>&nbsp;ด้วยการส่งเสริมนักออกแบบแฟชั่นไทยทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่&nbsp;/&nbsp;<strong>4.&nbsp;ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย&nbsp;(Fighting)&nbsp;</strong>ด้วยการส่งเสริมมวยไทย&nbsp;ในรูปแบบการออกกำลังกาย&nbsp;/&nbsp;<strong>5.&nbsp;เทศกาลประเพณีไทย&nbsp;(Festival)</strong>&nbsp;โดยส่งเสริมให้ทั่วโลกรู้จักวัฒนธรรมประเพณีไทยด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ผ่านการจัดงานเทศกาลไทย&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Festival&nbsp;ตามเมืองต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;เช่น&nbsp;ลอสแอนเจลิส&nbsp;โตเกียว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;ของไทย</strong>&nbsp;ส่วนหนึ่งมาจากคนไทย&nbsp;ที่ไปใช้ชีวิตในต่างแดน&nbsp;และนำภูมิปัญญาที่ติดตัวไปทำให้ต่างชาติรู้จักความเป็นไทย&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;อาหารไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีละครไทย&nbsp;ที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน&nbsp;หรือ&nbsp;วงดนตรี&nbsp;4MIX&nbsp;ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของไทย&nbsp;อย่างจริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;จะทำให้&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;เหล่านี้&nbsp;เป็นที่รู้จักและสามารถไปได้ไกลมากกว่าเดิม</p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.จันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208161201845
235	กระทรวงพลังงาน ขอให้ประชาชนและผู้ประกอบการภาคการขนส่ง เข้าใจถึงสถานการณ์ราคาพลังงานในประเทศ	"<p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">นายสมบูรณ์&nbsp;หน่อแก้ว&nbsp;รองปลัดกระทรวงพลังงาน</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นผู้แทนกระทรวงพลังงานรับหนังสือจากนายอภิชาติ&nbsp;ไพรรุ่งเรือง&nbsp;ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่เรียกร้องให้ภาครัฐโดยกระทรวงพลังงานลดราคาน้ำมันดีเซลเหลือ&nbsp;25&nbsp;บาทต่อลิตรเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการขนส่ง&nbsp;รวมทั้งขอให้ลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต&nbsp;ลดค่าการตลาด&nbsp;และหยุดผสมไบโอดีเซลในน้ำม้นดีเซลชั่วคราว&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงตามไปด้วย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">กระทรวงพลังงาน&nbsp;ชี้แจงว่า</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน&nbsp;ได้ดำเนินหลายมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ทั้งลดค่าไฟฟ้า&nbsp;ค่าก๊าซหุงต้ม&nbsp;ส่วนสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;ได้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้ลดค่าการตลาด&nbsp;และปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนถึงปัจจุบันมีสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมัน&nbsp;B7&nbsp;B10&nbsp;และ&nbsp;B20&nbsp;เหลือขั้นต่ำร้อยละ&nbsp;5&nbsp;อีกทั้งขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาในหลายด้านด้าน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">ขอให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;แต่กระทรวงพลังงานก็ขอยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจะยังคงเตรียมหามาตรการอื่นๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด&nbsp;โดยใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจนปัจจุบันติดลบกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;เกิดจากเศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;ทำให้ในหลายประเทศ&nbsp;มีการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;ส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจาก&nbsp;supply&nbsp;มีไม่เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;เกิดความตึงเครียดทางการเมืองในหลายพื้นที่ในโลกที่หนุนให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นอีก&nbsp;รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง&nbsp;ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา&nbsp;ที่สำคัญประเทศไทยเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันดิบกว่าถึงร้อยละ&nbsp;80-90&nbsp;ของความต้องการ&nbsp;ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยจึงขึ้นลงสอดคลัองกับราคาตลาดโลก</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208195240953
236	จังหวัดภูเก็ต จัดโครงการ คนตงห่อ ยกชั้นแบ่งปันทุกข์-สุข (Together We Share) ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและจังหวัด เน้นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ SMEs ของจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากสู่ตลาดสากล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;</strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตได้จัด&nbsp;คนตงห่อ&nbsp;ยกชั้นแบ่งปันทุกข์-สุข&nbsp;(Together&nbsp;We&nbsp;Share)&nbsp;ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและจังหวัด&nbsp;เน้นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;SMEs&nbsp;ของจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน&nbsp;เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากสู่ตลาดสากล&nbsp;รวมทั้งเป็นการสร้างความสมดุลของการอยู่ร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจทุกรูปแบบ&nbsp;เสริมสร้างสมรรถนะในการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพเข้าถึง&nbsp;เข้าใจ&nbsp;ประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมสังคมเกื้อกูล&nbsp;</strong>ด้วยการยกชั้น&nbsp;(ปิ่นโต)&nbsp;ร่วมวงทานอาหาร&nbsp;เสริมสร้างความสัมพันธ์&nbsp;ความสมานฉันท์&nbsp;การอยู่ร่วมกันแบบครอบครัวเดียวกัน&nbsp;แลกเปลี่ยนแนวคิด&nbsp;หาแนวทางแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;อย่างเป็นระบบครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่มั่นคงของประชาชนในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;คนตงห่อ&nbsp;ยกชั้นแบ่งปันทุกข์-สุข&nbsp;ครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;9&nbsp;</strong>โดยภาคเอกชน&nbsp;คือ&nbsp;บริษัท&nbsp;เซ็นทรัลพัฒนา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เป็นเจ้าภาพ&nbsp;นำโดย&nbsp;นางสาววิไลพร&nbsp;ปิติมานะอารี&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มงานปฏิบัติการสาขาเขต&nbsp;8&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอานุภาพ&nbsp;รอดขวัญ&nbsp;ยอดระบำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายสมปราชญ์&nbsp;ปราบสงคราม&nbsp;ปลัดจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;โดยต่างนำปิ่นโตมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรคการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้เข้าร่วมทุกคนสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;และล้างมือก่อนเข้างาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;</strong>ถือเป็นภาคเอกชนที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;โดยมีการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของกลุ่ม&nbsp;SMEs&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามันนำสินค้ามาวางจำหน่ายภายในตลาดน้ำ&nbsp;ของห้างเซ็นทรัลภูเก็ต&nbsp;เพื่อขยายพื้นที่การตลาดและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสเข้าถึงและเลือกซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ถือเป็นช่องทางการส่งเสริมสินค้าท้องถิ่นสู่ตลาดสากล&nbsp;พร้อมขยายเศรษฐกิจในพื้นที่เสริมทัพภาคการท่องเที่ยว&nbsp;สู่ความเป็นอยู่ที่มั่นคงของประชาชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208164352866
237	พ่อเมืองศรีสะเกษ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว กิจกรรม ยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ (New Normal)	<p><strong>ที่โรงแรมลักษ์ลดา&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร&nbsp;สินค้า&nbsp;และบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นางสาวรุจาภา&nbsp;วีสเพ็ญ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong>กลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;บุคลากรผู้ให้บริการด้านอาหาร&nbsp;ด้านที่พัก&nbsp;ด้านนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ในชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านซำตารมย์&nbsp;ตำบลตระกาจ&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมในระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับชุมชนท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ไปสู่ชุมชนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมและศักยภาพในการนำความรู้&nbsp;ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งภายใน&nbsp;และนอกจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และเป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้า&nbsp;และบริการทางการท่องเที่ยวของชุมชนให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรคภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)</strong>&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;นายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;วิทยากร&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	8/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208192039942
238	โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิช่วง 7 วันที่แรกแล้วกว่า 20 ล้านคน ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 14,000 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ในช่วง&nbsp;7&nbsp;วันแรก&nbsp;(ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน&nbsp;20.40&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;14,027.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;7,102.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;6,924.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;มีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จำนวน&nbsp;24.51&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;1.33&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;166&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;สามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ&nbsp;สามารถลงทะเบียน&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.xn--42caj4e6bk1f5b1j.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">www.คนละครึ่ง.com</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โฆษกกระทรวงการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการฯ&nbsp;และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ไม่หวังดีที่เสนอจะช่วยหาประโยชน์จากโครงการ&nbsp;โดยไม่ได้ทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการจริงอย่างเด็ดขาด&nbsp;เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด&nbsp;เนื่องจากภาครัฐมีระบบการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้อีก&nbsp;และมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208194250943
239	จังหวัดเพชรบุรี ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;<strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประธานพร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภารรัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ผ่านระบบทางไกลผ่าน&nbsp;(Zoom&nbsp;Conference)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภารรัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เรื่องการขอใช้พื้นที่จุดพักรถบริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;35&nbsp;ถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตรที่&nbsp;73&nbsp;ซึ่งแขวงทางหลวงชนบทสมุทรสงคราม&nbsp;ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้&nbsp;(Thailand&nbsp;Riviera)&nbsp;โดยเริ่มดำเนินโครงการแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2561&nbsp;งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น&nbsp;288&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ภาคเอกชนมีความสนใจขอใช้พื้นที่จุดพักรถตั้งเป็นศูนย์จัดจำหน่าย&nbsp;แสดงสินค้าของกลุ่มจังหวัด&nbsp;โดยเอกชนเป็นผู้บริหารภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติให้แขวงทางหลวงชนบทสมุทรสงครามเร่งศึกษาหลักเกณฑ์การขอใช้พื้นที่ดังกล่าวแจ้งให้ที่ประชุมทราบในการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เนื่องจากยังไม่ได้รับทราบหลักเกณฑ์การขอใช้พื้นที่ที่ชัดเจนจากกรมทางหลวง&nbsp;ที่ประชุมจึงมีมติให้แขวงทางหลวงชนบทสมุทรสงครามหารือไปยังกรมทางหลวงชนบท&nbsp;พร้อมให้กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;มีหนังสือสอบถามโดยตรงไปยังกรมทางหลวงชนบทอีกทางด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรีแจ้งว่ากรมทางหลวงได้รับอนุมัติงบประมาณในการทำทางเชื่อมทางเข้าจุดพักรถแล้ว&nbsp;ซึ่งที่ประชุมเห็นพ้องต้องว่า&nbsp;เพื่อให้การใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า&nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง&nbsp;และควรนำเสนอรูปแบบการสร้างให้พี่ประชุมทราบก่อนการก่อสร้างจะเริ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208194835949
240	เทศกาลความรัก...ข้ามกาลเวลา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจจังหวัดสตูลเตรียมจัดงานเทศกาลแห่งความรัก กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล 12-14 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;2&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;จัดแถลงข่าวการจัดงาน&nbsp;เทศกาลความรัก...ข้ามกาลเวลา&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยมีนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนายสัมฤทธิ์&nbsp;เลียงประสิทธิ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;นายภาณุ&nbsp;วรมิตร&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;และนายวิชิต&nbsp;แซ่ลิ่ม&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกำแพง&nbsp;ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ในห้วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมานั้น&nbsp;ส่งผลให้การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักลง&nbsp;แต่ในปัจจุบันนี้สถานการณ์เริ่มที่จะดีขึ้นและยังสามารถควบคุมได้&nbsp;และเมื่อติดตามการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่&nbsp;2565&nbsp;จะเห็นว่าจังหวัดสตูลยังเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดสตูลมากเป็นหมื่นคน&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้จะช่วยเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นความเป็นสตูล&nbsp;ตามคำขวัญที่ว่า&nbsp;สตูล&nbsp;สงบ&nbsp;สะอาด&nbsp;ธรรมชาติบริสุทธิ์</p><p><strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล</strong>&nbsp;กล่าวว่า<strong>&nbsp;</strong>ในช่วงนี้เราจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวมาจังหวัดสตูลเพิ่มมากขึ้นทุกวัน&nbsp;ยิ่งวันหยุดแหล่งท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ&nbsp;มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;จะเห็นว่าจังหวัดสตูลพยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีการเคลื่อนไหวอยู่ต่อเนื่องและเชื่อว่าจังหวัดสตูลน่าจะเป็นจังหวัดแรกๆ&nbsp;ที่พยายามฟื้นตัวหลังวิกฤติ&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยวางแผนไว้ว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้&nbsp;จะให้สตูลมี&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศกาลแห่งความรัก&nbsp;,&nbsp;เทศกาลงานว่าว&nbsp;และกิจกรรมวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ตะรุเตา&nbsp;ซึ่งทั้งหมดจะช่วยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของสตูลไม่ให้หยุดนิ่ง</p><p><strong>นายกเทศมนตรีตำบลกำแพง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;เป้าหมายของการจัดงานจะเน้นเรื่องของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนในชุมชน&nbsp;โดยนำจุดไฮไลท์ที่สะพานข้ามกาลเวลา&nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;รวมกับเทศกาลแห่งความรัก&nbsp;เป็นความรักข้ามกาลเวลา</p><p><strong>ผู้อำนวยการ&nbsp;ททท.สำนักงานสตูล</strong>&nbsp;กลาวปิดท้ายการแถลงข่าวว่า&nbsp;เป็นเรื่องที่น่ายินดีเมื่อดูจากสถิติจำนวนยอดการจองห้องพักของจังหวัดสตูล&nbsp;ดีที่สุดในภาคใต้&nbsp;คิดสัดส่วนได้ราว&nbsp;73%&nbsp;ซึ่งมากกว่าจังหวัดใหญ่ๆ&nbsp;ในภาคใต้&nbsp;โดยการจัดงานดังกล่าวก็จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดได้อีกทาง&nbsp;แต่รูปแบบการจัดงานแม้ว่าจะอยู่ในห้วงเทศกาลแห่งความรัก&nbsp;แต่ไฮไลท์ภายในงานจะเน้นไปที่เรื่องการส่งเสริมชุมชน&nbsp;อิ่มอร่อยกับร้านอาหารกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;สินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดสตูล&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;และจุดเช็คอิน&nbsp;เช่น&nbsp;ซุ้มอุโมงค์ไฟประดับแอลอีดี,&nbsp;ต้นไม้ประดับไฟ,&nbsp;จุดถ่ายภาพจำลองเขตข้ามกาลเวลา&nbsp;รวมถึงจุดเช็คอิน&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราด้วย&nbsp;และดนตรีโฟร์คซอง&nbsp;โดยงาน&nbsp;เทศกาลความรัก...ข้ามกาลเวลา&nbsp;จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่เทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ใช้มาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;สำหรับผู้ร่วมงานทุกราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208202655965
241	เตรียมพบ หลาดริมคลองงา Love Market @ ศาลากลางจังหวัดพังงา พร้อม ชิม ช็อป ชม แชร์ ไหว้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ประชุมติดตามความคืบหน้าคณะทำงานจัดงาน&nbsp;หลาดริมคลองงา&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;มีคณะทำงานที่ประกอบด้วยส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมภูผา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อติดตามการวางขั้นตอนแผนงาน&nbsp;เช่น&nbsp;ผังการจัดวางร้านค้า&nbsp;โซนการแสดง&nbsp;โซนถ่ายรูป&nbsp;โซนจอดรถของพ่อค้าแม่ค้าและของประชาชน&nbsp;จุดคัดกรองตามมาตรการของทางสาธารณสุข&nbsp;ระบบไฟฟ้า&nbsp;ระบบสื่อสาร&nbsp;การจัดการขยะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้ตลาดแห่งนี้เป็นแหล่งค้าขายและเป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดเช็คอินชมธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของพี่น้องชาวพังงาและจังหวัดใกล้เคียง</p><p><strong>จังหวัดพังงา</strong>&nbsp;รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยให้สำรวจสถานที่เพื่อใช้จัดกิจกรรมในลักษณะที่ให้เกษตรกรได้พบปะกับผู้ซื้อโดยตรงซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;กระตุ้นการค้าขายและสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ดังนั้นจึงได้กำหนดพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันตกของศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;ซึ่งอยู่ติดกับคลองพังงาและมีทางเดินเท้าสะดวกสบาย&nbsp;ให้เป็นตลาดนัดโดยใช้ชื่อว่า&nbsp;หลาดริมคลองงา&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Love&nbsp;Market&nbsp;ชิม&nbsp;ช็อปสินค้าเกษตร&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;สินค้าโอทอปของดีเมืองพังงา&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ชมการแสดงของเด็กนักเรียน&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;การละเล่นต่างๆ&nbsp;การจัดแสดงโชว์รถโบราณ&nbsp;รถบิ๊กไบค์&nbsp;กิจกรรมทางน้ำในคลองพังงา&nbsp;และอีกมากมาย&nbsp;ที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย&nbsp;ให้ตลาดแห่งนี้เป็นจุดเช็คอิน&nbsp;จุดเซลฟี&nbsp;ชมทัศนียภาพของเทือกเขาช้างสัญลักษณ์ของจังหวัดพังงาที่งดงาม&nbsp;ในบรรยากาศแดดร่มลมตกริมคลองพังงา&nbsp;และแชร์ภาพประทับใจลงในโซเซียลมีเดียให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;พร้อมยังได้กราบไหว้พระทิพยมงคลพุทธปฏิมากรที่ประดิษฐานอยู่ภายในหอพระด้วย&nbsp;และที่สำคัญเป็นการปลุกการค้าการขายและระบบเศรษฐกิจของพังงาให้กลับมาคึกคัก&nbsp;ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตภายใต้วิถีชีวิตใหม่ในสถานการณ์ของโรคระบาด&nbsp;</p><p><strong>หลาดริมคลองงา&nbsp;@&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;Love&nbsp;Market&nbsp;จะเปิดตลาดจำหน่ายครั้งแรกวันที่&nbsp;23-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักนี้&nbsp;และครั้งต่อไปทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;17.00-20.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208205204979
242	มณฑลทหารบกที่ 36 ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกขิงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019	<p><strong>มณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;</strong>ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกขิงในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ที่ประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p><strong>เนื่องด้วยกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</strong>กำลังประสบปัญหาผลผลิตขิงล้นตลาด&nbsp;และราคาขิงตกต่ำเป็นอย่างมาก&nbsp;อีกทั้งไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อผลผลิตขิงจากสวนของเกษตรกร&nbsp;อันเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;</p><p>เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกขิง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.มณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;ได้ให้การช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;โดยการสั่งซื้อขิง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;เป็นผู้รับมอบขิงจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับกำลังพลและครอบครัว&nbsp;โดยมีผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;36&nbsp;เป็นผู้มอบให้กับกำลังพลของหน่วย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการ&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;36</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	8/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	เพชรบูรณ์	สวท.เพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208211004990
243	จ.หนองคาย เปิดตลาดนัดเครื่องบินสินค้าเกษตรปลอดภัยคนไทยยิ้มได้	"<p><strong>สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;จัดโครงการตลาดนัดเครื่องบิน&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;คนไทยยิ้มได้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบ&nbsp;การและเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้มีช่องทางการระบายสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน</p><p><strong>เย็นวันนี้&nbsp;(8&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ชิค&nbsp;ชิค&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;หนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดตลาดนัดเครื่องบิน&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;คนไทยยิ้มได้&nbsp;ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ชิค&nbsp;ชิค&nbsp;มาร์เก็ต&nbsp;หนองคาย&nbsp;จัดให้มีขึ้น</p><p><strong>การจัดโครงการตลาดนัดเครื่องบิน</strong>&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;คนไทยยิ้มได้&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ได้มีช่องทางการระบายสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้า&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มีคุณภาพแต่ขาดช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และเป็นการสร้างการเรียนรู้&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และประสบการณ์การค้าขายให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่ายในตลาดฯ&nbsp;โดยจะเปิดขายในทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี&nbsp;ของสัปดาห์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.-&nbsp;20.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	8/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองคาย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209003041016
244	จังหวัดศรีสะเกษ เตรียมการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้กิจกรรม อาภรณ์ อาหาร งานศิลป์ จากท้องถิ่น สู่สากล	<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมในระหว่างวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้</p><p>1.เพื่อพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ตามกรอบทิศทางยุทธศาสตร์&nbsp;ระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี</p><p>&nbsp;2.เพื่อปรับปรุงพัฒนาการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;และสร้างรายได้เพิ่มทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น</p><p>3.เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)</p><p>4.เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมให้เกิดการพัฒนาพื้นที่&nbsp;แหล่งเรียนรู้&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม</p><p>5.&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับ&nbsp;ผู้ฝึกสอน&nbsp;และนักกีฬา&nbsp;ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัด</strong>&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จังหวัด&nbsp;ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอเมือง&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ผู้แทนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>	8/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208234033007
245	พ่อเมืองศรีสะเกษ เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว กิจกรรม ยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ (New Norm) รุ่นที่ 3	<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมลักษ์ลดา&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร&nbsp;สินค้า&nbsp;และบริการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่การเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงคุณภาพรองรับการท่องเที่ยวตามวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Norm)&nbsp;รุ่นที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;</strong>บุคลากร&nbsp;ผู้ให้บริการด้านอาหาร&nbsp;ด้านที่พัก&nbsp;ด้านนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;ในชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านซำตารมย์&nbsp;ตำบลตระกาจ&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมในระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;เพื่อยกระดับชุมชนท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ไปสู่ชุมชนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;(New&nbsp;Normal)</p><p>&nbsp;2.&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ</p><p>3.&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมและศักยภาพในการนำความรู้&nbsp;ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;ในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งภายใน&nbsp;และนอกจังหวัดศรีสะเกษ</p><p>4.&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า&nbsp;และบริการทางการท่องเที่ยวของชุมชนให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการควบคุมโรคภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;</strong>การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;นายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;วิทยากร&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมในกิจกรรม&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	8/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220208232710004
246	"พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ส่งเสริมด้านการตลาดอินทรีย์ โดยออกตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการ ""สุรินทร์รุ่งเรือง  เมืองเกษตรอินทรีย์"" ประจำปี  2565 เพื่อส่งเสริมด้านการตลาดอินทรีย์"	"<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมด้านการตลาดและกำกับดูแลพื้นที่โซนใต้ของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;&nbsp;อำเภอบัวเชด&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;และนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;ร่วมออกตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;""สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์""&nbsp;ประจำปี&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้านโคกกลาง&nbsp;ตำบลโคกกลาง&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และบ้านรุน&nbsp;ตำบลตะเคียน&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>โดยทั้ง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้านได้ดำเนินกิจกรรมปลูกพืชผัก</strong>&nbsp;ซึ่งคนในชุมชนจะใช้พื้นที่ของตนเองและพื้นที่สาธารณะในการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;เช่น&nbsp;คะน้า&nbsp;ต้นหอม&nbsp;ผักชี&nbsp;ถั่วฟักยาว&nbsp;&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกเหนือจากการปลูกข้าวตามฤดูกาล&nbsp;โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะส่งให้ตลาดในพื้นที่&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;&nbsp;โรงเรียน&nbsp;&nbsp;โรงพยาบาลสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัววันละ&nbsp;&nbsp;200&nbsp;-300&nbsp;&nbsp;บาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผลผลิตทั้ง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ยังไม่เพียงพอ</strong>ต่อความต้องการของตลาด&nbsp;เนื่องจากยังมีความต้องการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ระบบโซล่าเซลล์เพื่อดูดน้ำมาใช้&nbsp;และระบบการจัดการผลผลิตให้มีคุณภาพ</p><p><strong>ตามนโยบายสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;</strong>ของนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ที่ต้องการให้ชุมชนทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;และคนสุรินทร์สุขภาพดี&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์จะดำเนินการเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าอินทรีย์&nbsp;&nbsp;กับร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;&nbsp;เอาท์เลท&nbsp;ตามเส้นทางสำคัญของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;เพื่อขยายตลาดให้เกษตรกรต่อไป&nbsp;ตามความพร้อมในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	9/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209091727036
247	เที่ยวตรัง อิ่มท้อง อิ่มใจ แบกหัวใจเต็มไปด้วยรัก ที่งานTRANG Food FestiWOW: Season of Love 10-14 กุมภาพันธ์ 2565	<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;ร่วมกับ</strong>&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;ผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดตรัง&nbsp;(YEC)&nbsp;ชวนชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;บอกรักกลางสวนทับเที่ยง&nbsp;ภายในงาน&nbsp;TRANG&nbsp;Food&nbsp;FestiWOW&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปท์&nbsp;Season&nbsp;of&nbsp;Love&nbsp;ไม่ว่าจะฤดูไหน&nbsp;ขอให้พื้นที่นี้จงมีแต่ความรักตลอดไปในวันที่&nbsp;10-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การตกแต่งที่แสนโรแมนติกจาก&nbsp;Wedding&nbsp;Planner&nbsp;ชื่อดังของตรัง&nbsp;The&nbsp;Classic&nbsp;wedding&nbsp;บนพื้นที่กว่า&nbsp;4&nbsp;ไร่พร้อมชิมอาหารที่รังสรรค์ขึ้นใหม่&nbsp;เพื่อสื่อถึงความรักจากร้านอาหารชื่อดังโดยเชฟรุ่นใหม่และเชฟรุ่นเก๋า&nbsp;พร้อมทั้งวิสาหกิจชุมชนที่นำเสนอความอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นเมืองตรัง&nbsp;กว่า&nbsp;13&nbsp;ร้าน&nbsp;ภายใต้การตกแต่งแบบนานาชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ไทย&nbsp;จีน&nbsp;&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสาวลดาวัลย์&nbsp;ช่วยชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว</strong>แห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เราจัดงานนี้เพื่อสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวและตอกย้ำภาพลักษณ์จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอาหาร&nbsp;สวรรค์ของนักเดินทางสายกิน&nbsp;Food&nbsp;Lover&nbsp;และ&nbsp;ในเดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นเดือนแห่งความรัก&nbsp;เชิญชวนนักท่องเที่ยว&nbsp;มาเปิดประสบการณ์ความว้าว&nbsp;WOW&nbsp;&nbsp;กับ&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>WOW&nbsp;อาหาร</strong>&nbsp;สัมผัส&nbsp;รูป&nbsp;รส&nbsp;กลิ่น&nbsp;เสียง&nbsp;กับ&nbsp;เมนูอาหารจานเด็ด&nbsp;โดยการนำเสนอเมนูอาหารจากเชฟรุ่นเก๋าและ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คนรุ่นใหม่ในจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบชุมชนในท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>WOW&nbsp;การตกแต่ง</strong>&nbsp;แช๊ะภาพ&nbsp;กับจุดเช็คอินต่างๆ&nbsp;แชร์และบอกต่อกับภาพความประทับใจในบรรยากาศโรแมนติก&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>WOW&nbsp;การแสดง</strong>&nbsp;การแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลง&nbsp;สร้างกลิ่นไออบอวลไปด้วยความรัก</p><p><strong>โดยในงาน&nbsp;มีการแบ่งโซนการออกร้านเป็น&nbsp;6&nbsp;โซน&nbsp;คือ</strong>&nbsp;</p><p><strong>โซนที่&nbsp;1&nbsp;<u>Wedding&nbsp;Planner</u>&nbsp;</strong>คนมีรัก&nbsp;ที่จะเริ่มต้นชีวิตคู่&nbsp;มาปรึกษาเรื่องความรัก&nbsp;ได้ในโซน&nbsp;Wedding&nbsp;Planner&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกูรูด้านการจัดงานแต่งงาน&nbsp;อย่าง&nbsp;The&nbsp;Classic&nbsp;Trang&nbsp;ที่มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา&nbsp;พร้อมกับชิมขนมมงคล&nbsp;หรือ&nbsp;เครปรูปหัวใจ&nbsp;เพื่อเสริมมงคลในชีวิตรัก&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;การจัดช่อดอกไม้แห้ง&nbsp;สไตล์บูทีค&nbsp;เป็นช่อดอกไม้สวยๆในแบบฉบับของตนเอง&nbsp;หรือจะวางแผนการมีบุตร&nbsp;ตรวจสุขภาพคู่รัก&nbsp;โรงพยาบาลวัฒนแพทย์&nbsp;พร้อมยินดีให้บริการ&nbsp;และสำหรับคนที่ต้องการอยากทำนายดวงชะตาความรัก&nbsp;ช่วงนี้จะเป็นอย่างไร&nbsp;สามารถมาพูดคุยกับ&nbsp;แม่หมอพยากรณ์&nbsp;ได้ในโซนนี้&nbsp;</p><p><strong>โซนที่&nbsp;2&nbsp;<u>Japanese&nbsp;Style</u></strong>&nbsp;ตกแต่งแบบสวนหินญี่ปุ่น&nbsp;โดยประกอบด้วยร้านขนมชื่อดัง&nbsp;อย่าง&nbsp;KUANITO&nbsp;&amp;&nbsp;ACHI&nbsp;นำเสนอเมนูแสนอร่อย&nbsp;เช่น&nbsp;ขนมโอปันยากิ&nbsp;เครื่องดื่มอะชิไข่มุก&nbsp;และสินค้าจักสานถักทอ&nbsp;ร้านคาเฟ่สไตล์มินิมอล&nbsp;อย่าง&nbsp;OBCS:&nbsp;Optimum&nbsp;Balance&nbsp;Coffee&nbsp;Stores&nbsp;ที่นำเสนอเมนูเครื่องดื่ม&nbsp;อาทิ&nbsp;1.&nbsp;Matcha&nbsp;latte&nbsp;2.&nbsp;Matcha&nbsp;coconut&nbsp;3.&nbsp;japan&nbsp;plum&nbsp;soda&nbsp;4.&nbsp;Japan&nbsp;Strawberry&nbsp;soda&nbsp;(น้ำธีมความรัก)&nbsp;5.&nbsp;Japan&nbsp;strawberry&nbsp;milk&nbsp;(น้ำธีมความรัก)&nbsp;6.&nbsp;Honey&nbsp;lemonade&nbsp;soda&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ขนมอย่าง&nbsp;pavlova&nbsp;strawberry&nbsp;sauce&nbsp;(&nbsp;ขนมไฮไลท์&nbsp;ธีม&nbsp;ความรัก&nbsp;)&nbsp;และ&nbsp;ไอศกรีมชาเขียวกับวนิลลา&nbsp;เสิร์ฟพร้อมถั่วแดงญี่ปุ่นและโมจิ&nbsp;ส่วนของคาวจะเป็นของทานเล่น&nbsp;Corn&nbsp;Dog&nbsp;รสทาโกยากิ&nbsp;อีกหนึ่งร้านในโซนนี้&nbsp;คือ&nbsp;Kram&nbsp;Koon&nbsp;ครามคูน&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผ้ามัดย้อมที่นำกรรมวิธีแบบ&nbsp;ชิโบริ&nbsp;ของญี่ปุ่น&nbsp;มาผสมผสาน&nbsp;และใช้วัตถุดิบจากสีธรรมชาติ&nbsp;จากต้นคราม-คูน-ครั่ง-ขมิ้น-มังคุด-ฝาง&nbsp;และดิน&nbsp;จนมีลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;สีสันสวยสะดุดตา&nbsp;และการออกแบบดีไซน์ที่สวมใส่สบาย&nbsp;ทันสมัย&nbsp;จนสามารถยกระดับชิ้นงานสู่สากล&nbsp;พร้อมสาธิต&nbsp;DIY&nbsp;การย้อมผ้าครามคูน&nbsp;</p><p><strong>โซนที่&nbsp;3&nbsp;<u>Italian&nbsp;Grill&nbsp;Style&nbsp;</u></strong>จากร้าน&nbsp;CHEF&nbsp;S&nbsp;grill&nbsp;factory&nbsp;เป็นอาหารคานาเป้&nbsp;คำเล็กๆ&nbsp;ประกอบด้วย1.&nbsp;เนื้อสกิวเวอร์&nbsp;2.&nbsp;หมูสกิวเวอร์&nbsp;3.&nbsp;แซลม่อลเบิร์นซอสมะนาวศรีทองดำ&nbsp;4.&nbsp;กุ้งพันเบคอน&nbsp;5.&nbsp;สลัดทูน่า&nbsp;6.&nbsp;หอยเชลล์ย่าง&nbsp;7.&nbsp;คุกกี้บราวนี่&nbsp;8.&nbsp;ทาร์ตพายลูกจาก&nbsp;</p><p><strong>โซนที่&nbsp;4&nbsp;<u>Thai&nbsp;Style&nbsp;</u></strong>จาก&nbsp;<strong>กะช่องฮิลส์&nbsp;เต็นท์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ห้องอาหารลูกลม&nbsp;Kachonghills&nbsp;Tented&nbsp;Resort,&nbsp;Nayong</strong>&nbsp;ประกอบด้วย1.&nbsp;เมี่ยงส้มหมูย่างใบกาแฟ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ซุปฟักเหลืองพริกไทยปะเหลียน&nbsp;ครูตองซ์ปลาเค็มตรัง&nbsp;3.&nbsp;พาสต้าเส้นข้าวเบายอดม่วงนาโยง&nbsp;เสิร์ฟพร้อมกุ้งย่างซอสเคยฉลู&nbsp;และ&nbsp;<strong>ครัวลำพู</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;หมี่แกงปู&nbsp;2.&nbsp;ข้าวผัดทะเล&nbsp;3.&nbsp;กระเบื้องลำพู&nbsp;4.&nbsp;หลนปู&nbsp;</p><p><strong>โซนที่&nbsp;5&nbsp;<u>Chinese&nbsp;Style</u></strong>&nbsp;โซนนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร้านดังจากจังหวัดตรังหลายร้าน&nbsp;อาทิ&nbsp;<strong>ภัคตาคารโกยาว&nbsp;</strong>1.&nbsp;ขนมปังอบกรอบ&nbsp;จิ้มสังขยา&nbsp;2.&nbsp;ข้าวหน้าแกงกะหรี่ไก่&nbsp;<strong>Shambala&nbsp;</strong>1.&nbsp;Slow&nbsp;bar&nbsp;tea&nbsp;2.&nbsp;นางมารแซ่โลหิต&nbsp;3.&nbsp;สุ่ยเซียนนมสด&nbsp;4.&nbsp;ยู่หยวน&nbsp;5.&nbsp;หมี่หวานชาทีกวนอิม&nbsp;<strong>Lions&nbsp;Tale&nbsp;</strong>1.&nbsp;KAO&nbsp;YOOK&nbsp;BAO&nbsp;BUN&nbsp;2.&nbsp;cocktail&nbsp;1&nbsp;3.&nbsp;cocktail&nbsp;2&nbsp;<strong>Ling&nbsp;Chen&nbsp;Caf?&nbsp;</strong>1.&nbsp;ผักบุ้งไต่ราว&nbsp;2.&nbsp;โอวเอ้ว&nbsp;3.&nbsp;ค้างคาวเผือกทอด&nbsp;</p><p><strong>โซนที่&nbsp;6&nbsp;<u>Forest&nbsp;and&nbsp;Sea&nbsp;zone&nbsp;</u>จากร้าน</strong>&nbsp;Botanic&nbsp;Cafe&nbsp;1.&nbsp;ยาดอง4&nbsp;ชนิด(เน้น&nbsp;โด่ไม่รู้ล้ม)&nbsp;2.&nbsp;บะจ่างหัวใจมหาเศรษฐี(มงคล)&nbsp;3.&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;-&nbsp;Secret&nbsp;of&nbsp;love&nbsp;bear&nbsp;bear&nbsp;-&nbsp;อเมริกาโน่กระท่อม&nbsp;พร้อม&nbsp;Workshop&nbsp;การบีบขนมอาลัวดอกไม้&nbsp;ทำขนมด้วยฝีมือของตนเอง&nbsp;เพื่อมอบให้กับคนที่รัก&nbsp;ด้วย&nbsp;ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต&nbsp;(ดอกไม้สัญลักษณ์ของรักแท้)&nbsp;เวลา&nbsp;18.00-19.00&nbsp;น.&nbsp;จัดเป็นรอบ&nbsp;รอบละ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;คนละ&nbsp;99.-&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมรับ&nbsp;ขนมอาลัวดอกฟอร์เก็ตมีน็อต&nbsp;1&nbsp;ชุด&nbsp;และอาหารทะเลสดๆพรีเมี่ยม&nbsp;จาก&nbsp;วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและการค้าพัฒนาอาชีพบ้านเจ้าไหม&nbsp;โดย&nbsp;หาดยาว&nbsp;ชาวเล&nbsp;นำเสนอเมนู&nbsp;Seafood&nbsp;BBQ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการออกซุ้ม&nbsp;จาก&nbsp;วิสาหกิจชุมชน</strong>จักสานก้านจากบ้านนายอดทอง&nbsp;โดย&nbsp;สุจินต์&nbsp;ไข่ริน&nbsp;จากตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;โดยการนำก้านจากที่เป็นวัสดุเหลือใช้&nbsp;มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ฝาชี&nbsp;กระบุง&nbsp;ตะกร้า&nbsp;กระเป๋า&nbsp;กระทง&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;หมาใบจาก&nbsp;หรือ&nbsp;หมาตักน้ำ&nbsp;ภาชนะใส่อาหาร&nbsp;น้ำและเครื่องดื่ม&nbsp;ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมของบรรพชนชาวตำบลวังวน&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;โดยนำกาบหมากมาพับขึ้นรูปเป็นถังน้ำขนาดเล็ก&nbsp;ภาษาชาวบ้านเรียกว่า&nbsp;หมาหรือติหมา&nbsp;ซึ่งเป็นหัตถกรรมที่มีรูปลักษณ์เฉพาะถิ่นและมีความเป็นตัวตนของคนในชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการอำนวยความสะดวกที่จอดรถ</strong>&nbsp;ทางเทศบาลนครตรังได้จัดรถไฟฟ้าให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;สำหรับ&nbsp;รับ-ส่ง&nbsp;ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวสามารถจอดรถได้ที่&nbsp;ลานพระบรมรูป&nbsp;ร.5&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่เทศกิจอำนวยความสะดวกด้านการจราจร&nbsp;&nbsp;ตลอดการจัดงาน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้มาร่วมงาน&nbsp;ทางผู้จัดงาน&nbsp;TRANG&nbsp;Food&nbsp;&nbsp;FestiWOW&nbsp;&nbsp;:&nbsp;Season&nbsp;&nbsp;of&nbsp;Love&nbsp;มี&nbsp;มาตรการการคัดกรองโควิด&nbsp;-19&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;สสจ.&nbsp;บริเวณทางเข้างานมีจุดคัดกรองและแสดงผลวัคซีนด้วยแอพพลิเคชั่น&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;พร้อมด้วยเครื่องนับจำนวนคน&nbsp;people&nbsp;counter&nbsp;เพื่อจำกัดคนเข้างาน&nbsp;ส่วนบริเวณทางออก&nbsp;มีเครื่องนับจำนวนและออกได้เพียงทางเดียว&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่&nbsp;อสม.&nbsp;ดูแลความเรียบร้อย</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;ผู้ที่มาร่วมบูธ&nbsp;จะต้องฉีดวัคซีนจำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็มและต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนออกงาน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ทางร้านต้องสวมถุงมือ&nbsp;มีเจลแอลกอฮอล์&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;มีการทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ขาย&nbsp;และการจ่ายเงินรองรับการจ่ายออนไลน์หรือมีถาดรับเงินสด</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้มาร่วมงาน&nbsp;จะต้องฉีดวัคซีนจำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยแสดงผ่าน&nbsp;app&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;สแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;สแกนวัดอุณหภูมิ&nbsp;รับเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผ่านเครื่องนับจำนวน&nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;&nbsp;โดยแบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;สี&nbsp;สีเหลืองสำหรับผู้ที่เข้ามาร่วมงานจากในพื้นที่&nbsp;และสีน้ำเงินสำหรับผู้ที่เข้ามาร่วมงานนอกพื้นที่งาน&nbsp;TRANG&nbsp;&nbsp;Food&nbsp;FestiWOW&nbsp;:&nbsp;Season&nbsp;of&nbsp;Love&nbsp;จัดที่&nbsp;สวนทับเที่ยง&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรังในวันที่&nbsp;10-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209102747051
248	ลำปาง เสริมความพร้อมในการรับนักท่องเที่ยว หนุนสถานประกอบการพัฒนาสู่มาตรฐาน SHA	"<p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;บูรณาการหน่วยงานขับเคลื่อนมาตรการความพร้อม</strong>&nbsp;ป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;COVID-19&nbsp;นำตัวแทนสถานประกอบการจากทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมฝึกอบรมพัฒนาระบบบริการด้านสุขอนามัย&nbsp;หนุนสร้างมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;เสริมความเชื่อมั่นในการเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานลำปาง&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;""รณรงค์และประชาสัมพันธ์ยกระดับมาตรการความสะอาด&nbsp;หรือ&nbsp;ความปลอดภัยด้านสุขอนามัย""&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;เปิดเวทีนำตัวแทนผู้ประกอบการจากทุกภาคส่วนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมอบรมประชุมสัมมนาเสริมความเข้าใจ&nbsp;เรื่องแนวทางปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดการประชุมสัมมนาขึ้น&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารครัวสวนดุสิต&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งจังหวัดลำปาง&nbsp;ตำบลสบตุ๋ย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><strong>มีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้เกียรติเป็นประธานร่วม</strong>เวทีเปิดการประชุมสัมมนา&nbsp;พร้อมกล่าวให้โอวาทมอบแนวคิดในเรื่อง&nbsp;""หลักการบริหารพัฒนางานบริการอย่างมีคุณภาพ&nbsp;ภายใต้วิถีชีวิตรูปแบบใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจสู่มาตรฐานการเป็นสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ภายใต้มาตรฐาน&nbsp;Safety&nbsp;&amp;&nbsp;Health&nbsp;Administration&nbsp;หรือ&nbsp;SHA&nbsp;โดยมีสถานประกอบการกลุ่มเป้าหมายจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการด้านต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดลำปาง&nbsp;ทั้งส่วนราชการ&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;โฮมสเตย์&nbsp;สถานที่นันทนาการ&nbsp;ที่ท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ให้บริการยานพาหนะ&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;สถานเสริมความงาม&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;สถานบริการศูนย์กีฬา&nbsp;หอประชุม&nbsp;โรงละครมหรสพ&nbsp;ตลอดจนร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;100&nbsp;แห่ง&nbsp;จัดส่งตัวแทนเข้าร่วมอบรมประชุมสัมมนาฯ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับการประชุมสัมมนาดังกล่าว&nbsp;เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งภายใต้โครงการ</strong>&nbsp;""รณรงค์และประชาสัมพันธ์มาตรการ&nbsp;Universal&nbsp;Prevention&nbsp;และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;SHA""&nbsp;เพื่อการยกระดับมาตรการความสะอาด&nbsp;หรือ&nbsp;ความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ของสถานประกอบการในจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีจุดมุ่งหมาย&nbsp;ในการที่จะกระตุ้นให้สถานประกอบการต่างๆ&nbsp;ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ได้เพิ่มความรัดกุมกับสินค้างานบริการ&nbsp;โดยคำนึงถึงข้อกำจัดในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปลอดภัยถูกต้องตามหลักสุขอนามัย&nbsp;โดยมีเครื่องหมาย&nbsp;SHA&nbsp;เป็นตรารับรองที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนในการอบรมครั้งนี้มีความมุ่งหวัง&nbsp;ต้องการให้ตัวแทนหน่วยงานองค์กรที่ผ่านการอบรม&nbsp;ได้เป็นพี่เลี้ยงที่จะนำความรู้ที่ได้รับไปดำเนินการขยายผลสู่หน่วยงานองค์กรต่างๆ&nbsp;ทั้งภายในและภายนอก&nbsp;เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน&nbsp;พัฒนางานบริการในสถานประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางให้ก้าวไปสู่ระดับมาตรฐาน&nbsp;ให้หน่วยงานองค์กรที่กำลังพัฒนาได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และที่ผ่านการรับรองแล้วให้รักษามาตรฐานพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นเป็น&nbsp;SHA&nbsp;PLUS</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่สถานประกอบการ&nbsp;ที่ได้มีการพัฒนา</strong>มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากระดับ&nbsp;SHA&nbsp;เป็น&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;คือ&nbsp;มีพนักงานในสถานที่ประกอบการได้รับวัคซีน&nbsp;COVID-19&nbsp;ครบโดส&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;70%&nbsp;ของพนักงานทั้งหมด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้ให้เกียรติมอบตราเครื่องหมาย&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;ให้แก่สถานประกอบการดังกล่าว&nbsp;โดยปัจจุบันจังหวัดลำปาง&nbsp;มีสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;171&nbsp;แห่ง&nbsp;แบ่งเป็นสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;จำนวน&nbsp;136&nbsp;แห่ง&nbsp;และ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;แห่ง</p><p><strong>โดยจากการดำเนินการดังกล่าว&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้สอบถามตัวแทน</strong>ผู้ประกอบการในพื้นที่จาก&nbsp;""โรงแรม&nbsp;ทรีธารา""&nbsp;พบว่าหลังจากที่สถานประกอบการ&nbsp;ได้มีการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจนได้รับตรารับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS+&nbsp;ก็ทำให้โรงแรมได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจจากผู้บริโภคเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ผ่านมาได้มีลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการมากขึ้น&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ในเรื่องของการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;หากทางจังหวัดมีแนวทางที่จะพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นเป็น&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;ผู้ประกอบการก็มีความสนใจและพร้อมที่จะร่วมดำเนินการทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	9/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209105324063
249	ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดพะเยา ออกหาขุดไข่แมงมันขายสร้างได้ กิโลกว่า 2,000 บาท เนื่องจากเป็นอาหารตามฤดูกาล	<p><strong>นายนิวัฒน์&nbsp;อุปปิง&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลแม่นาเรือ&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;พร้อมกับเพื่อนบ้าน&nbsp;ต่างพากันออกกขุดหาไข่แมงมันบริเวณจอมปลวกริมสวนข้างทาง&nbsp;หลังช่วงนี้แมงมันซึ่งเป็นอาหารที่ชาวเหนือนิยมบริโภค&nbsp;เริ่มออกไข่&nbsp;ถือเป็นที่ต้องการของชาวบ้านที่จะหามาเพื่อจำหน่ายและทำเป็นอาหาร&nbsp;ทำให้ราคาไข่แมงมันสูงมาก&nbsp;เฉลี่ยกิโลกรัมละ&nbsp;2,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เนื่องจากเป็นอาหารที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลและหายาก&nbsp;ต้องใช้ความชำนาญในการหาและขุดขึ้นมา</p><p><strong>นายนิวัฒน์&nbsp;อุปปิง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองและเพื่อนบ้าน</strong>จะช่วยกันออกขุดหาไข่แมงมัน&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ไข่แมงมันเริ่มที่จะออกแล้ว&nbsp;แต่จะไม่มากเท่าไหร่&nbsp;เพราะเป็นช่วงต้นปีหรือต้นฤดูกาล&nbsp;โดยตนจะทำการสังเกตดินที่เคยมีแมงมันออกเป็นตัว&nbsp;จากนั้นจะขุดตามรู&nbsp;เนื่องจากจุดไหนที่มีแมงมันไข่อยู่&nbsp;จะมีรอยพรุนๆของเนื้อดิน&nbsp;จากนั้นจะทำการขุดลงไปหาหลุมที่แมงมันอาศัยอยู่&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการขุด&nbsp;ซึ่งการหาไข่แมงมันวันหนึ่งสามารถหาได้&nbsp;1-3&nbsp;หลุม&nbsp;แล้วแต่กำลัง&nbsp;โดยการนำไปจำหน่ายนั้น&nbsp;จะพิจารณาที่ขนาดของหลุมที่แมงมันอาศัยและมีจำนวนไข่มากหรือน้อย&nbsp;ซึ่งบางครั้งเจอหลุมใหญ่ก็จะขายได้&nbsp;1,000-2,000&nbsp;บาทต่อหลุม&nbsp;ถือว่าสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดีในช่วงนี้</p><p><strong>สำหรับไข่แมงมันหลังจากที่ออกหาและได้มาแล้วก็จะนำมาล้าง</strong>&nbsp;โดยการร่อนด้วยน้ำสะอาด&nbsp;กับผ้าขาวบาง&nbsp;เพื่อล้างดินโคลนที่ติดปะปนมากับแมงมันและไข่ออก&nbsp;จากนั้นก็จะนำไปจำหน่าย&nbsp;หรือนำมารับประทาน&nbsp;ซึ่งจะขายโดยการใช้ถ้วยขนาดเล็กตวง&nbsp;ราคาอยู่ที่ถ้วยละ&nbsp;20-30&nbsp;บาท&nbsp;อยู่ที่ไข่มากหรือน้อย&nbsp;โดยช่วงนี้ชาวบ้านสนใจที่จะหามารับประทานกันเป็นอย่างมาก&nbsp;โดยนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย&nbsp;ทั้ง&nbsp;เจียวใส่ไข่&nbsp;แกงกับผักหลากหลายชนิด&nbsp;หรือจะทำเป็นห่อหมก&nbsp;ซึ่งชาวบ้านทางเหนือส่วนใหญ่เชื่อว่าในปีหนึ่งๆ&nbsp;จะหาโอกาสกินไข่แมงมันได้สักครั้ง&nbsp;ถึงแม้ว่าราคาจะแพง&nbsp;แต่ก็จะเสาะหาเพื่อนำมารับประทานกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209110702070
250	การน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนำพาชุมชนทุ่งหยีเพ็ง ก้าวพ้นวิกฤตจากโรคโควิด-19 ไปได้	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลัง&nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนทุ่งหยีเพ็ง&nbsp;อ.เกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่ว่า&nbsp;สมาชิกวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวทุ่งหยีเพ็ง&nbsp;ตำบลศาลาด่าน&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;ได้บอกเล่าเรื่องราวขณะแจวเรือถ่าน&nbsp;(เรือที่เคยใช้บรรทุกไม้ฟืนแล้วดัดแปลงมาต้อนรับนักท่องเที่ยว)&nbsp;ให้ชมบรรยากาศสองข้างทางป่าชายเลน&nbsp;ระยะทางไปกลับกว่า&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกมีผลกระทบ&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนชุมชนแห่งนี้มากว่า&nbsp;2&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;และสมาชิกของชุมชนทุ่งหยีเพ็งกว่า&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ต้องขายเรือเพราะแบกรับภาระหนี้สินที่กู้มาซื้อเรือไม่ไหว&nbsp;ถึงแม้จะมีวิกฤติขาดรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;แต่ชาวทุ่งหยีเพ็งยังโชคดีที่ไม่ต้องไปซื้ออาหารกินเพราะชาวบ้านสามารถหาได้เองจากป่าชายเลนที่อนุรักษ์ไว้เป็นป่าชุมชนเนื้อที่เกือบสองพันไร่&nbsp;เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วย&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปลา&nbsp;ปู&nbsp;นานาชนิด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนทุ่งหยีเพ็ง&nbsp;อยู่รอดได้ในยามวิกฤต&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ความรักความสามัคคี&nbsp;การช่วยเหลือกันซึ่งกันและกัน&nbsp;และการพึ่งตนเองของชุมชน&nbsp;ซึ่งกิจกรรมที่ชาวบ้านร่วมกันทำเองโดยไม่ต้องรองบประมาณภาคราชการเพียงอย่างเดียว&nbsp;เช่น&nbsp;การทำท่าเรือเพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับมาอีกครั้งหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;สิ้นสุดลง&nbsp;มูลค่าหลายแสนบาทโดยใช้แรงงานชุมชน&nbsp;ซึ่งบทเรียนของชุมชนทุ่งหยีเพ็ง&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าหากทุกคนได้น้อมนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแนวคิดพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;มาใช้ในการดำเนินชีวิต&nbsp;ทั้งการรู้จักออมเงินเพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ&nbsp;การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นด้วยการ&nbsp;กินทุกอย่างที่ปลูก&nbsp;ปลูกทุกอย่างที่กิน&nbsp;การสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรชุมชน&nbsp;การทำอาชีพมากกว่าหนึ่งอาชีพ&nbsp;การพึ่งพาตนเองและความรักความสามัคคีของชุมชน&nbsp;จะทำให้มีภูมิคุ้มกันสามารถก้าวผ่านวิกฤตไปได้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ขอเชิญชวนชาวกระบี่ทุกคนช่วยกันเป็นกำลังใจให้ชาวทุ่งหยีเพ็ง&nbsp;</strong>ด้วยการไปเที่ยวหรือประสานนำนักท่องเที่ยวที่มากระบี่ให้ไปนั่งเรือชมบรรยากาศป่าชายเลนของบ้านทุ่งหยีเพ็ง&nbsp;รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209112537093
251	อบจ.แม่ฮ่องสอน ชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม #ใบเสร็จแลกหมวก ในงานเปิดเมิงไต ชิมอาหารไทใหญ่ ชมสินค้าท้องถิ่น ครั้งที่ 14  วันที่ 17 - 21 ก.พ.65  ณ ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา	<p><strong>นายอัครเดช&nbsp;วันไชยธนวงศ์&nbsp;</strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งเชิญนักท่องเที่ยวที่มาพักในโรงแรมหรือสถานประกอบการที่พักในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;#ใบเสร็จแลกหมวก&nbsp;ในงานเปิดเมิงไต&nbsp;ชิมอาหารไทใหญ่&nbsp;ชมสินค้าท้องถิ่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;14&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา&nbsp;ถนนบริบาลเมืองสุข&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีกติกาง่าย&nbsp;ๆ&nbsp;ดังนี้</p><p><strong>1.เช็คอินและแชร์สถานที่ท่านเข้าพักโรงแรม/เกสเฮ้าส์&nbsp;ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>พร้อมทั้งเช็คอินและแชร์สถานที่ท่องเที่ยวหรือจุดแลนด์มาร์กมหัศจรรย์สีสันแห่งโคมตะวันตก&nbsp;ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แสดงให้เห็นผ่านโทรศัพท์มือถือ</p><p><strong>2.&nbsp;นำหลักฐานการชำระค่าที่พัก&nbsp;ที่เข้าพักระหว่างวันที่&nbsp;11-21&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยนำใบเสร็จมาแลกรับหมวก&nbsp;ได้ที่งานเปิดเมิงไต&nbsp;ชิมอาหารไทยใหญ่&nbsp;ชมสินค้าท้องถิ่น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;14&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา&nbsp;ถนนบริบาลเมืองสุข&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;หรือที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>3.&nbsp;ใบเสร็จห้องพักราคา&nbsp;500-999&nbsp;บาท/ห้อง&nbsp;แลกรับหมวกได้&nbsp;1&nbsp;ใบ</p><p>4.&nbsp;ใบเสร็จห้องพักราคา&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;แลกรับหมวกได้&nbsp;2&nbsp;ใบ</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;</strong>โทร&nbsp;053-611326&nbsp;หรือ&nbsp;081&nbsp;164&nbsp;9720&nbsp;หรือสแกนคิวอาร์โค๊ดบนโปสเตอร์เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209114059110
252	ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวใน จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมส่งเสริมการขาย Wonder island Samui , Phangan , Tao EP 2 Love vacation นำเสนอแพกเกจท่องเที่ยวสุดพิเศษ ตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-สมุย เริ่มต้น 1,800 บาท	<p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;Wonder&nbsp;island&nbsp;Samui&nbsp;,&nbsp;Phangan&nbsp;,&nbsp;Tao&nbsp;EP&nbsp;2&nbsp;Love&nbsp;vacation&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าลิฟต์แก้ว&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซนทรัลเวิลด์&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ&nbsp;3&nbsp;สมาคมท่องเที่ยวของเกาะสมุย&nbsp;เกาะพะงัน&nbsp;เกาะเต่า&nbsp;,&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และ&nbsp;ททท.สำนักงาน&nbsp;เกาะสมุย&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงานเป็นการนำเสนอแพกเกจการท่องเที่ยวทั้งที่พัก</strong>&nbsp;กิจกรรมท่องเที่ยว&nbsp;และสปา&nbsp;ในราคาพิเศษ&nbsp;พร้อมทั้งราคาตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-สมุย&nbsp;ราคาเริ่มต้นเที่ยวละ&nbsp;1,800&nbsp;บาท&nbsp;และการส่งเสริมการขายครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;กุมพาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้นายรัชชพร&nbsp;พูลสวัสดิ์&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย</strong>&nbsp;นางศุภากาญจน์&nbsp;ยอดฉุน&nbsp;ผอ.ททท.สำนักงานเกาะสมุย&nbsp;นางสาวฉันทนา&nbsp;ลิ้มสุวรรณ&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะเต่า&nbsp;ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส&nbsp;และผู้บริหารบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;เข้าร่วมการเปิดงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกิจกรรมดังกล่าวด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209113820108
253	มหกรรมThailand E-Commerce Expo 2022กระตุ้นเศรษฐกิจยุคโควิดด้วยการค้าออนไลน์	<p><strong>นางรวีพรรณ&nbsp;ช้างเย็นฉ่ำ&nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;E-Commerce&nbsp;กลายเป็นช่องทางการตลาดและการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น&nbsp;ผู้ประกอบการฝปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์&nbsp;กรมฯ&nbsp;จึงเตรียมจัดมหกรรม&nbsp;Thailand&nbsp;E-Commerce&nbsp;Expo&nbsp;2022&nbsp;ตลอดจนจัดทำแนวทางการส่งเสริมผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;การสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการให้ใช้&nbsp;e-Commerce&nbsp;ผ่านการจัดอบรมหลักสูตรปั้นนักค้าออนไลน์ขั้นเทพ&nbsp;การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;e-Commerce&nbsp;ด้วยการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการส่งเสริมโอกาสทางการตลาดและกระตุ้นการค้าออนไลน์&nbsp;อาทิ&nbsp;การให้ส่วนลดค่าขนส่ง&nbsp;คูปองส่วนลดจากแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;รวมถึงสินเชื่อและค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษจากสถาบันการเงิน&nbsp;ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางการขายและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดการหมุนเวียน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ต่อยอดผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ&nbsp;300&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ส่งเสริมการขายจำหน่ายสินค้าบน&nbsp;e-Marketplace&nbsp;และมีมูลค่าการซื้อขายบน&nbsp;e-Marketplace&nbsp;ในสัปดาห์แรกสูงกว่า&nbsp;5,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของผู้ประกอบการไทยในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;และตอบโจทย์ความต้องการหรือไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแต่ละกลุ่มให้ดีและเร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209125722158
254	ส.อ.ท.เร่งรัฐแก้ปัญหาค่าครองชีพ-ตรึงราคาน้ำมันดีเซล-คุมเงินเฟ้อแม้ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้น 5 เดือนต่อเนื่อง	<p><strong>นายสุพันธุ์&nbsp;มงคลสุธี&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการผ่อนคลายโควิด-19&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินการได้มากขึ้น&nbsp;ภาคการส่งออกเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง&nbsp;ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปรับตัวอยู่ในระดับ&nbsp;88.0&nbsp;เพิ่มขึ้นจาก&nbsp;86.8&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่&nbsp;5&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการสำรวจผู้ประกอบการ&nbsp;1,335&nbsp;ราย&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;45&nbsp;กลุ่ม&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรมทั่วประเทศในเดือน&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลในเรื่องของราคาน้ำมัน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ร้อยละ70.1&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบจากความไม่แน่นอนของต้นทุนประกอบการที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งจากราคาพลังงาน&nbsp;ค่าขนส่ง&nbsp;รวมถึงส่งผลต่อราคาวัตถุดิบและสินค้านำเข้าของตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ยังไม่คลี่คลาย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ในอีก&nbsp;3&nbsp;เดือนข้างหน้าจะปรับตัวสูงขึ้น</strong>&nbsp;อยู่ที่ระดับ&nbsp;96.4&nbsp;จากระดับ95.2&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;เริ่มระบาดในประเทศไทยและในหลายประเทศทั่วโลก&nbsp;ยังไม่รุนแรงและอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการล็อคดาวน์&nbsp;ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทยอยฟื้นตัว</p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209152151248
255	จังหวัดชุมพรจัดโครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวชุมพรสู่มาตรฐานสากล	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวชุมพรสู่มาตรฐานสากล&nbsp;กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมมรกตทวิน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;</p><p><strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การอบรมพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวในครั้งนี้&nbsp;สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดชุมพร&nbsp;ให้มีศักยภาพ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และความรู้ในวิชาชีพอย่างถูกต้อง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าสู่มาตรฐานสากล&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวภายในพื้นที่จังหวัดชุมพรให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;และสามารถนำไปยกระดับการให้บริการและปรับปรุงสถานประกอบการของตนสู่มาตรฐานสากลได้&nbsp;ตลอดจนเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดชุมพร&nbsp;และส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ด้านว่าที่ร้อยเอกสันติพงศ์&nbsp;บุลยเลิศ&nbsp;</strong>ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวชุมพรสู่มาตรฐานสากล&nbsp;กิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร&nbsp;ให้มีศักยภาพมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวภายในจังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;การบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ&nbsp;มีความรู้ในวิชาชีพอย่างถูกต้อง&nbsp;เพียบพร้อมคุณธรรมจริยธรรม&nbsp;พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ผู้ประกอบการและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพร&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/2/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209121417136
256	ส.อ.ท. เปิดตัวแพลตฟอร์มพัฒนาคนในภาคอุตสาหกรรม จัดอบรม 241 หลักสูตรตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายและ Future Skill Set	<p><strong>นายกฤษณ์&nbsp;อิ่มแสง&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)</strong>&nbsp;และประธานคณะกรรมการ&nbsp;FTI&nbsp;Academy&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้เปิดหลักสูตร&nbsp;FTI&nbsp;Academy&nbsp;ที่รวบรวมความรู้ด้านอุตสาหกรรม&nbsp;ยกระดับแรงงานภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ทั้ง&nbsp;Upskill&nbsp;และ&nbsp;Reskill&nbsp;ส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;ด้วยโปรแกรมระบบบริหารการจัดการเรียนการสอน&nbsp;Learning&nbsp;Management&nbsp;System&nbsp;(LMS)&nbsp;ซึ่งมีศูนย์รวมความรู้กว่า&nbsp;241&nbsp;หลักสูตร&nbsp;ภายใน&nbsp;9&nbsp;สถาบันมหาวิทยาลัยและสถาบันพันธมิตร&nbsp;ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าอบรมผ่าน&nbsp;platform&nbsp;กว่า&nbsp;5,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยจะเน้นหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;S-Curve&nbsp;ประกอบด้วยClassroom&nbsp;Training,&nbsp;Online&nbsp;Training,&nbsp;Inhouse&nbsp;Training&nbsp;และ&nbsp;E-Learning&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แนวทางการพัฒนาหลักสูตรในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะเน้นความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และภาคการศึกษาภายใต้Model&nbsp;Sandbox&nbsp;ของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(สอวช.)&nbsp;เพื่อการพัฒนากำลังคนตามความต้องการของอุตสาหกรรมและส่งเสริมการลงทุน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนสมรรถนะสูงด้านวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;และวิทยาศาสตร์</p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209152629251
257	"ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช กำหนดจัดกิจกรรม ""มาฆะ มานะ มานครฯ"" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่เมืองรองตามอัตลักษณ์พื้นที่นครศรีธรรมราช"	"<p><strong>จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;พันธมิตรภาครัฐและเอกชน&nbsp;กำหนดจัดงานเนื่องในวันมาฆบูชา&nbsp;ภายใต้ชื่อกิจกรรม&nbsp;""มาฆะ&nbsp;มานะ&nbsp;มานครฯ""&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการผ้าพระบฏ&nbsp;การกวนข้าวมธุปายาสยาคู&nbsp;12&nbsp;กระทะ&nbsp;12&nbsp;ปีนักษัตร&nbsp;การแสดงโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;ชิมอาหารถิ่นและสินค้าชุมชน&nbsp;โดยท่องเที่ยวชุมชนที่ได้เชิญมาร่วมกิจกรรมนั้น&nbsp;เป็นชุมชนที่กิจกรรมเด่น&nbsp;อาหารดี&nbsp;มีทั้งการสาธิตการผลิต&nbsp;พร้อมทั้งจำหน่ายอาหารอร่อยที่ขึ้นชื่อของชุมชน&nbsp;ขนมพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองกว่า&nbsp;30&nbsp;ชนิด&nbsp;และการลงมือทำกิจกรรม&nbsp;DIY</p><p><strong>นางพิชญ์สินี&nbsp;ทัศน์นิยม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานนครศรีธรรมราช&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กิจกรรม&nbsp;""มาฆะ&nbsp;มานะ&nbsp;มานครฯ""&nbsp;ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวพื้นที่เมืองรอง&nbsp;ตามอัตลักษณ์พื้นที่ในรูปแบบ&nbsp;Event&nbsp;Marketing&nbsp;ตามนโยบายด้านการท่องเที่ยวที่มุ่งหมายให้เกิดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;และกระจายการเดินทางท่องเที่ยวภายในภูมิภาค&nbsp;เป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระดับฐานรากตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยคำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยในการควบคุมโรคโควิด-19</p><p><strong>ในวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงาน&nbsp;""มาฆะ&nbsp;มานะ&nbsp;มานครฯ""</strong>&nbsp;ชมการแสดงชุด&nbsp;""ระบำสราญราษฎร์สักการะ""&nbsp;จากวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;รับฟังในเวทีเสวนา&nbsp;""มาฆะวิสาสะ""&nbsp;โดย&nbsp;นายแพทย์บัญชา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;กรรมการและเลขานุการ&nbsp;มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส&nbsp;อินทปัญโญ&nbsp;(สวนโมกข์กรุงเทพ)&nbsp;และ&nbsp;ศุ&nbsp;บุญเลี้ยง&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ชมการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์&nbsp;""ลักษมีสีดา""&nbsp;ผู้ที่จะเข้าร่วมงานทุกคน&nbsp;ต้องผ่านการฉีดวัคซีนอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยจะต้องแสดงผลการฉีดวัคซีน&nbsp;covid&nbsp;19&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;""หมอพร้อม""&nbsp;หรือเอกสารแสดงผล&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ร่วมงาน&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;ส่วนผู้ที่จะมาจำหน่ายสินค้าภายในงาน&nbsp;นอกจากจะต้องมีการแสดงข้อมูลวัคซีน&nbsp;covid&nbsp;-19&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้ว&nbsp;ยังได้มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วันที่จัดกิจกรรมเพื่อความปลอดภัยจากโรคโควิด-19</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209125957162
258	กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เตรียมเปิดยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่อีก 3 แปลง บริเวณทะเลอ่าวไทยภายในปี 2565 คาดจะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท	<p><strong>นายสราวุธ&nbsp;แก้วตาทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ว่า&nbsp;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp;ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจด้านการกำกับดูแล&nbsp;และส่งเสริมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน&nbsp;มีแผนเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่&nbsp;24&nbsp;บริเวณทะเลอ่าวไทยจำนวน&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;สำรวจในปี&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต&nbsp;หรือ&nbsp;PSC&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>1)&nbsp;แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข&nbsp;G1/65&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;8,487&nbsp;ตารางกิโลเมตร</strong>&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;พื้นที่&nbsp;A&nbsp;จำนวน&nbsp;8,298&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;และพื้นที่&nbsp;B&nbsp;จำนวน&nbsp;188&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>2&nbsp;)&nbsp;แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข&nbsp;G2/65&nbsp;มีพื้นที่รวม&nbsp;15,030&nbsp;ตารางกิโลเมตร</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>3)&nbsp;แปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยหมายเลข&nbsp;G3/65&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;11,646&nbsp;ตารางกิโลเมตร</strong>&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่&nbsp;A&nbsp;จำนวน&nbsp;11,028&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;และพื้นที่&nbsp;B&nbsp;จำนวน&nbsp;618&nbsp;ตารางกิโลเมตร</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่&nbsp;24&nbsp;ในทะเลอ่าวไทย</strong>&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในการออกประกาศเชิญชวนให้ยื่นขอสิทธิฯ&nbsp;ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคาดหวังว่าพื้นที่แปลงสำรวจและผลิตดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่ปัจจุบันจะเริ่มมีปริมาณน้อยลงไปเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะเดียวกันเป็นการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;คาดว่าการเปิดให้ยื่นขอสิทธิฯ&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;จะมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และยังช่วยเพิ่มรายได้ให้ภาครัฐ&nbsp;และทดแทนการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผลการดำเนินเงาน&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ&nbsp;สามารถนำส่งรายได้เข้ารัฐในรูปแบบค่าภาคหลวง&nbsp;ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ&nbsp;รายได้จากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และรายได้อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าตอบแทน&nbsp;&nbsp;&nbsp;การต่อระยะเวลาผลิต&nbsp;ได้จำนวน&nbsp;53,637&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในส่วนของภาษีเงินได้ปิโตรเลียม&nbsp;ที่จัดเก็บโดยกระทรวงการคลัง&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;49,948&nbsp;ล้านบาท</p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209151205242
259	ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ : รู้จัก SEC ให้มากขึ้น ด้วยศักยภาพ ประตูสู่การท่องเที่ยวฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน มาตรฐานระดับนานาชาติ	<p><strong>จาก&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;ของกรอบการพัฒนาระดับพื้นที่&nbsp;</strong>โดยขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน&nbsp;(Southern&nbsp;Economic&nbsp;Corridor&nbsp;:&nbsp;SEC)&nbsp;เจาะ&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคใต้ตอนบน&nbsp;คือ&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;คือการเล็งเห็นศักยภาพ&nbsp;การพัฒนาประตูสู่การท่องเที่ยวฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่ระดับนานาชาติ&nbsp;เด่นชัดจากการผลักดันของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทีเส็บ&nbsp;ให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นไมซ์ซิตี้&nbsp;(MICE&nbsp;City)&nbsp;ที่&nbsp;กระตุ้นการจัดงานประชุมสัมมนา&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ประชุมเมืองไทย&nbsp;ปลอดภัยกว่า&nbsp;รองรับได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การขับเคลื่อน&nbsp;SEC&nbsp;คือความชัดเจนของรัฐบาลที่ต้องการวางรากฐาน</strong>เพื่อการพัฒนาประเทศและการลงทุน&nbsp;ด้วยการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่&nbsp;เชื่อมโยงการคมนาคมและขนส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;SEC&nbsp;จะเป็นประตูเศรษฐกิจด้านตะวันตกของไทยสู่เอเชียใต้&nbsp;สามารถเชื่อมโยงกับ&nbsp;EEC&nbsp;ทำให้ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ต่ำลง&nbsp;และจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;ระบบสาธารณูปโภคที่มีศักยภาพและเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของเมืองและการท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209144541219
260	"พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ ออกตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการ ""สุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์"" ประจำปี 2565 พื้นที่โซนใต้"	"<p><strong>นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยตนในฐานะหัวหน้าคณะทำงานส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;และกำกับดูแลพื้นที่โซนใต้&nbsp;ได้ออกตรวจติดตามการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;""สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;หมู่บ้านโคกกลาง&nbsp;ตำบลโคกกลาง&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และบ้านรุน&nbsp;ตำบลตะเคียน&nbsp;อำเภอกาบเชิง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยผลผลิตทั้ง&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;และยังพบปัญหาการขาดแหล่งน้ำ</p><p><strong>สำหรับนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ต้องการให้ชุมชนทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;และคนสุรินทร์สุขภาพดี&nbsp;พร้อมกันนี้พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์จะดำเนินการเชื่อมโยงด้านการตลาดสินค้าอินทรีย์&nbsp;กับร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;เอาท์เลท&nbsp;ตามเส้นทางสำคัญของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อขยายตลาดให้เกษตรกรต่อไป&nbsp;ตามความพร้อมในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209140814196
261	จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตลาดสุขสันต์ ตลาดนัดตาชม อำเภอรัษฎา และตลาดเสริมเจตน์ อำเภอห้วยยอด เพื่อตรวจสอบเครื่องชั่งและติดตามสถานการณ์ ปริมาณ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอห้วยยอด&nbsp;และผู้แทนหัวหน้าสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดเขต&nbsp;3-6&nbsp;กระบี่&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดสุขสันต์&nbsp;ตลาดนัดตาชม&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;และตลาดเสริมเจตน์&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;เพื่อตรวจสอบเครื่องชั่งและติดตามสถานการณ์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;กำกับดูแลร้านค้าให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;ป้องกันการกักตุนและปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่าร้านค้าใช้เครื่องชั่งที่ได้รับอนุญาตและเที่ยงตรงทุกราย</strong>&nbsp;และร้านค้าส่วนใหญ่&nbsp;ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาจำหน่ายเนื้อวัวกิโลกรัมละ&nbsp;240&nbsp;บาท&nbsp;หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;170-180&nbsp;บาท&nbsp;หมูสามชั้นกิโลกรัมละ&nbsp;170-180&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดทั้งตัวไม่รวมเครื่องในกิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพกกิโลกรัมละ&nbsp;85&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ฟองละ&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;ผักกาดขาวกิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ผักกาดขาวปลีกิโลกรัม&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากสถานการณ์ปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;</strong>ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังจึงได้มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไก่สด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในตลาดสด/ตลาดนัด&nbsp;และร้านจำหน่ายเนื้อหมูในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกำกับดูแลร้านค้าให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าจังหวัดตรังรวมทีมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209145041224
262	จังหวัดตรัง  จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตรวจสอบ ติดตามการกักตุนสินค้าลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกสินค้าเนื้อสุกรชำแหละ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนปลัดจังหวัด&nbsp;ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง&nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัดตรัง&nbsp;และปศุสัตว์อำเภอเมือง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกสินค้าเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และตามพระราชบัญญัติสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์&nbsp;พศ.&nbsp;2497&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;เบทาโกรช็อป&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;และร้านหมูถูกใจ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ผลจากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;เบทาโกรช็อป&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;มีสต็อกเนื้อสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;792&nbsp;กิโลกรัม</strong>&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;มีสต็อกเนื้อสุกรจำนวน&nbsp;1,167.43&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และร้านหมูถูกใจ&nbsp;มีสต็อกเนื้อสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;429.6&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;และมีปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายชัดเจน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้แจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;&nbsp;มาตรา&nbsp;30&nbsp;หากฝ่าฝืนอัตราโทษ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งจำปรับ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;41</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209145558234
263	จังหวัดตรัง   ติดตามสถานการณ์ ปริมาณ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และกำกับดูแลร้านค้าไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ผู้แทนพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตลาดนัดเสริมสุขอำเภอห้วยยอดเพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;และกำกับดูแลร้านค้าให้ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าอย่างชัดเจน&nbsp;ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;ป้องกันการกักตุนและปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน&nbsp;อาทิ&nbsp;ราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดทั้งตัวไม่รวมเครื่องในกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;น่องไก่ติดสะโพกกิโลกรัมละ&nbsp;75&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;ฟองละ&nbsp;3.50&nbsp;-&nbsp;3.60&nbsp;บาท&nbsp;ผักกาดขาวปลีกิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;แตงกวากิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จากสถานการณ์ปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพปรับตัวสูงขึ้น</strong>&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังจึงได้มอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพประชาชน&nbsp;อาทิ&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ไก่สด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ในตลาดสด/ตลาดนัด&nbsp;และร้านจำหน่ายเนื้อหมูในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกำกับดูแลร้านค้าให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;และสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าจังหวัดตรังรวมทีมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209150600240
264	พาณิชย์จังหวัดเลย พร้อมคณะ ติดตามและตรวจสอบการเก็บสต็อกสุกรชำแหละ ป้องกันการกักตุน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางเบญจวรรณ&nbsp;ตัญญู&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปกครองจังหวัดเลย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบการเก็บสต็อกสุกรชำแหละ&nbsp;ณ&nbsp;ห้างสรรพสินค้าในพื้นที่&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่าไม่มีผู้ประกอบการห้องเย็นรายใดมีการเก็บปริมาณเนื้อสุกรชำแหละเกิน&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และอยู่ในข่ายที่จะต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้า&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;ลงวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ปัจจุบันจังหวัดเลยมีฟาร์มเลี้ยงสุกรจำนวน&nbsp;81&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;</strong>เป็นฟาร์มขนาดใหญ่&nbsp;68&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ปริมาณสุกร&nbsp;63,624&nbsp;ตัวต่อรอบการเลี้ยง&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;และมีจำนวนห้องเย็นในพื้นที่จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ในอำเภอเมืองเลย&nbsp;อำเภอหนองหิน&nbsp;อำเภอภูกระดึง&nbsp;ส่วนการฆ่าสุกรกับโรงฆ่าสัตว์ในจังหวัด&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงรายย่อย&nbsp;ส่วนผู้เลี้ยงรายใหญ่และขนาดกลางจะมีเอกชนเป็นนายทุน&nbsp;รับซื้อสุกรมีชีวิตส่งไปยังผู้ค้ารายใหญ่ในจังหวัดนครปฐม&nbsp;และบางส่วนส่งเข้าโรงฆ่าสัตว์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ขอนแก่น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;ยังได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;การปิดป้ายแสดงราคาการจำหน่ายปลีกสินค้าและบริการ&nbsp;การกักตุนสินค้า&nbsp;หรือการจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร&nbsp;ถ้าหากมีการกระทำผิดและถูกดำเนินคดี&nbsp;ต้องระวางโทษสูงสุด&nbsp;คือ&nbsp;จำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;โดยผู้ใดพบเห็นการกักตุนสินค้าหรือการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;042-811485&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;1569</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209154435260
265	เศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นอยากให้ประชาชนมั่นใจสามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้	<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังการกล่าวแสดงความยินดี&nbsp;เนื่องในวันครบรอบ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ของ&nbsp;Post&nbsp;today&nbsp;ภายใต้งาน&nbsp;Future&nbsp;of&nbsp;Growth&nbsp;Forum:&nbsp;Thailand&nbsp;Vision&nbsp;2030&nbsp;ว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ส่งผลกระทบทั่วทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจที่ถูกปิดในกิจกรรมต่างๆ&nbsp;มีการลดต้นทุนการผลิตรวมไปถึงระบบสาธารณสุข&nbsp;การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่เป็นผลกระทบหลักของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมในเรื่องวัคซีน&nbsp;</strong>ป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้จะไม่กระจายไปมากกว่าเดิม&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในด้านธุรกิจต่างๆต้องมีการปรับตัว&nbsp;กรณีติดต่อสื่อสารกันผ่านระบบ&nbsp;Online&nbsp;/&nbsp;การค้าขาย&nbsp;แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในการเปลี่ยนรูปแบบใหม่แล้วจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ</p><p><strong>ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยปกติแล้วจะเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศประมาณ&nbsp;40&nbsp;ล้านคน&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;12&nbsp;&nbsp;ของ&nbsp;GDP&nbsp;จากรายได้ทั้งหมด&nbsp;ซึ่งภาครัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;มาตรการชดเชยรายได้สำหรับผู้ที่ขาดรายได้&nbsp;มาตรการรักษาระดับการจ้างงาน&nbsp;ชดเชยแรงงานจากประกันสังคม&nbsp;หรือแม้กระทั่งโครงการคนละครึ่งโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและดำเนินการต่อไปได้ในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209181108362
266	ผลการดำเนินงานปี 64  EXIM BANK ขยายสินเชื่อช่วย SMEs กว่า 7 หมื่นล้านบาท 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายรักษ์&nbsp;วรกิจโภคาทร&nbsp;กรรมการผู้จัดการ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;(EXIM&nbsp;BANK)&nbsp;เปิดเผยผลการดำเนินงานปี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;สามารถพลิกผลประกอบการกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง&nbsp;แม้โควิด-19&nbsp;จะทำให้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่&nbsp;โดยมีกำไรสุทธิสูงถึง&nbsp;1,531&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สูงสุดในรอบ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ด้วยการขยายบทบาทการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งด้านการเงิน&nbsp;และไม่ใช่การเงินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีสินเชื่อคงค้าง&nbsp;152,773&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เติบโตจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ&nbsp;12.97&nbsp;ซึ่งเป็นผลงานด้านสินเชื่อที่สูงสุดตั้งแต่เปิดดำเนินการมา&nbsp;28&nbsp;ปี&nbsp;แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อการค้า&nbsp;40,259&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และสินเชื่อเพื่อการลงทุน&nbsp;112,514&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยการให้สินเชื่อทั้งหมดของ&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ทำให้เกิดปริมาณธุรกิจ&nbsp;196,726&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งเป็นปริมาณธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs)&nbsp;70,797&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;35.99&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ยังได้รับอนุมัติเงินเพิ่มจากกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ&nbsp;จำนวน&nbsp;4,198&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นับเป็นการเพิ่มทุนครั้งแรกในรอบ&nbsp;12&nbsp;ปี&nbsp;ในการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;ให้สามารถทำการค้าการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างเข้มแข็งต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;EXIM&nbsp;BANK</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ตั้งเป้าสินเชื่อเป็น&nbsp;2&nbsp;เท่าของการเติบโตของระบบ&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;165,&nbsp;000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และในปี&nbsp;2567&nbsp;ที่&nbsp;200,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนจำนวนลูกค้าตั้งเป้าเพิ่มขึ้น&nbsp;5&nbsp;เท่า&nbsp;ของส่วนเพิ่มในแต่ละปี&nbsp;โดยมีนโยบายมุ่งเน้นบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ด้วยภารกิจ&nbsp;ซ่อม&nbsp;สร้าง&nbsp;เสริม&nbsp;และสานพลัง&nbsp;รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;พร้อมกับโอกาสที่กำลังเข้ามาตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก&nbsp;ซึ่งการสร้างผู้ส่งออกใหม่&nbsp;จากกลุ่มผู้ผลิตเพื่อผู้ส่งออกที่มีจำนวนมาก&nbsp;จะทำให้ธุรกิจส่งออกของไทยมีจำนวนราย&nbsp;และมูลค่าเพิ่มขึ้น&nbsp;เป็นการขยายฐานการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นคง&nbsp;ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ&nbsp;GDP&nbsp;ขณะเดียวกันยังช่วยนำพาผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงโอกาสใหม่ๆ&nbsp;ทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศอีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209182717373
267	รัฐบาลเชิญชวนนักท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ ร่วมโครงการทัวร์เที่ยวไทย	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากที่รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาโครงการทัวร์เที่ยวไทยจากเดิมสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ไปสิ้นสุดพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ขณะนี้ระบบได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนซื้อรายการนำเที่ยว&nbsp;บริษัทนำเที่ยวรายเดิมเริ่มส่งรายการนำเที่ยวและบริษัทนำเที่ยวรายใหม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้แล้ว&nbsp;จึงขอเชิญชวนทั้งประชาชนที่สนใจและผู้ประกอบการนำเที่ยวเข้าร่วมโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนสามารถดำเนินการขอรับสิทธิตามโครงการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์</strong>&nbsp;โดยสามารถตรวจสอบแพ็คเกจท่องเที่ยวของบริษัทนำเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์&nbsp;www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย&nbsp;ซึ่งมีการจัดแบ่งกลุ่มให้เลือก&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วยกลุ่ม&nbsp;silver&nbsp;เป็นแพ็คเกจทัวร์ราคาถูก&nbsp;กลุ่ม&nbsp;Gold&nbsp;แพ็คเกจทัวร์ราคาปานกลาง&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;Platinum&nbsp;แพ็คเกจทัวร์ราคาสูง&nbsp;</p><p>ขณะที่ผู้ประกอบการนำเที่ยวรายเดิมสามารถยื่นรายการนำเที่ยว&nbsp;ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและศึกษารายละเอียดขั้นตอนและหลักเกณฑ์ตามโครงการได้ที่เว็บไซต์&nbsp;www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย&nbsp;ซึ่งข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เหลือสิทธิตามโครงการกว่า&nbsp;168,000&nbsp;สิทธิ&nbsp;จากที่รัฐบาลให้สิทธิ&nbsp;2&nbsp;แสนสิทธิ&nbsp;สำหรับสิทธิตามโครงการนี้&nbsp;รัฐบาลจะสนับสนุนส่วนลดค่าแพ็คเกจท่องเที่ยวในประเทศให้ประชาชนผู้ร่วมโครงการ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;5,000&nbsp;บาท/สิทธิ&nbsp;โดยให้&nbsp;1&nbsp;สิทธิต่อคน&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;2&nbsp;แสนสิทธิ&nbsp;โดยผู้จะเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;และจะไม่สามารถใช้แพ็คเกจท่องเที่ยวของโครงการทัวร์เที่ยวไทยในช่วงเวลาเดียวกับการเข้าพักโรงแรม/ที่พักของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ได้</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับว่าเนื่องจากขณะนี้ยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ขอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)&nbsp;เข้มงวดการกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินทางท่องเที่ยวภายใต้โครงการและกำกับให้ผู้ประกอบการนำเที่ยวดูแลนักท่องเที่ยวตามมาตรการป้องกันโรคโดยเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209180909359
268	ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการให้แก่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน	"<p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.40&nbsp;น.&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมพระนราภิบาล&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติราชการให้แก่นายก&nbsp;อปท.&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายบุญพาศ&nbsp;รักนุ้ย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายกูเซ็ง&nbsp;ยาวอหะซัน&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.นราธิวาส&nbsp;และผู้นำส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ก่อนเริ่มการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>ได้มีการมอบประกาศเกียรติคุณ&nbsp;""โครงการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564""&nbsp;รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดให้แก่เทศบาลเมืองสุไหงโกลก</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้จังหวัดนราธิวาสมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบแนวทางการปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้รูปแบบ&nbsp;""เต็มที่&nbsp;ใส่ใจ&nbsp;ร่วมแรงร่วมใจ&nbsp;พัฒนานราฯ&nbsp;บ้านเรา""&nbsp;ให้ปฏิบัติการทำงานในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ&nbsp;เอาใจใส่ในงานที่ทำ&nbsp;มากกว่าทำหน้าที่โดยทั่วไป&nbsp;คำนึงถึงผลสัมฤทธิ์มากกว่าผลสำเร็จ&nbsp;ชาวบ้านได้อะไรหลังจากจบโครงการ&nbsp;การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีรายได้&nbsp;ความเป็นอยู่&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำในเรื่องของการปกป้องและเทิดทูนสถาบัน&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ดำเนินโครงการจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;การสนองตอบนโยบายรัฐบาล&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;""คนนราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง""&nbsp;และการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	9/2/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209163516292
269	ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการฟาร์มกระต่ายเนื้อ ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล หวังต่อยอดเป็นเนื้อสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนายโกเมศ&nbsp;ปิยะพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการเลี้ยงกระต่ายเพื่อจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มกระต่ายเนื้อของนายอับดุลรอหมาน&nbsp;หลังปูเต๊ะ&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;123&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ร่วมชิมเมนูที่ทำจากกระต่าย&nbsp;คือ&nbsp;สะเต๊ะกระต่าย&nbsp;และคั่วกลิ้งกระต่าย&nbsp;ด้วย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการรับฟังขอมูลจากเจ้าของฟาร์มฯ&nbsp;ทราบว่า&nbsp;กระต่ายเนื้อได้รับความนิยมในแถบฝั่งยุโรป&nbsp;รวมถึงอินโดนีเซีย&nbsp;และมาเลเซีย&nbsp;ซึ่งฟาร์มแห่งนี้เป็นฟาร์มแรกของจังหวัดสตูล&nbsp;จึงได้ลงมาเพื่อติดตามการบริหารจัดการฟาร์มฯ&nbsp;ได้เห็นถึงภาพของสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่อาจจะทำรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจได้ด้วย&nbsp;ส่วนในอนาคตจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรืออำเภอ&nbsp;ร่วมดูแลและส่งเสริมต่อไป&nbsp;รวมถึงการสำรวจความต้องการของตลาดว่าเข้ากับจริตคนไทยแค่ไหน&nbsp;เพราะกระต่ายบริโภคได้โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นพี่น้องมุสลิมหรือศาสนิกอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วนรสชาติมีรสสัมผัสที่ดีมาก&nbsp;ซึ่งฟาร์มแห่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นว่าประชาชนชาวสตูลสามารถหาช่องทางเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนของตนได้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;กล่าวเช่นกันว่า&nbsp;</strong>ในส่วนของสำนักงานฯ&nbsp;พร้อมที่จะช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ซึ่งจะดูในส่วนที่เกี่ยวของกับการเพาะเลี้ยงกระต่าย&nbsp;ตั้งแต่โครงสร้างหลัก&nbsp;ตัวโรงเรือน&nbsp;กรงกระต่าย&nbsp;และแปลงหญ้า&nbsp;ว่าสามารถใช้เทคโนโลยีอะไรที่จะเข้ามาช่วยได้&nbsp;เบื้องต้นในเรื่องของแสงสว่างจะใช้ระบบโซล่าเซลล์&nbsp;ส่วนการควบคุมโรงเรือนจะใช้ระบบ&nbsp;Smart&nbsp;Control&nbsp;เพื่อควบคุมอุณหภูมิโรงเรือน&nbsp;ส่วนการทำแปลงหญ้าจะใช้ระบบน้ำอัตโนมัติ&nbsp;อีกทั้งในอนาคตจะต่อยอดการควบคุมทั้งหมดด้วยสมาร์ทโฟน&nbsp;รวมถึงการต่อยอดพัฒนาแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;ทั้งแบบ&nbsp;On&nbsp;Site&nbsp;คือให้ผู้ซื้อเยี่ยมชมฟาร์มได้&nbsp;หรือขาย&nbsp;On&nbsp;Line&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมที่ครอบคลุมต่อไปในอนาคต</p><p><strong>นายอับดุลรอหมาน&nbsp;หลังปูเต๊ะ&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>เริ่มจากการชื่นชอบรับประทานกระต่ายเนื้อ&nbsp;และเมื่อกลับมาอยู่ที่จังหวัดสตูลหารับประทานได้ยาก&nbsp;จึงเพาะเลี้ยงเองเพื่อบริโภคในครัวเรือน&nbsp;โดยนำพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;และเริ่มจำหน่ายในรูปแบบพรีออเดอร์จนได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;ทั้งจากจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;และจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งสายพันธุ์ที่เลี้ยง&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์&nbsp;แคลิฟอเนีย&nbsp;และ&nbsp;PL&nbsp;จะจับจำหน่ายเมื่อมีน้ำหนักราว&nbsp;2.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ขายได้กิโลกรัมละ&nbsp;350&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนที่ตนจำหน่ายคือเมนูกระต่ายสมุนไพรอบน้ำผึ้งตัวละ&nbsp;599&nbsp;บาท&nbsp;โดยเนื้อกระต่ายถือเป็นอาหารสำหรับคนรักสุขภาพ&nbsp;มีคุณค่าทางอาหารสูง&nbsp;ไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ&nbsp;มีความนุ่ม&nbsp;ปรุงอาหารรสชาติดี&nbsp;เคี้ยวง่ายไม่เหนียวเกินไป&nbsp;ส่วนตัวมองว่าในอนาคตเนื้อกระต่ายอาจกลายเป็นทางเลือกใหม่ด้านอาหารและตลาดจะเติบโตไปได้อีกมาก&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;เพจ&nbsp;กระต่ายเนื้อสตูล&nbsp;หรือโทรศัพท์&nbsp;097-2428443</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	9/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209163233287
270	คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 1 งวดที่ 16 ปี 2564/65	<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;รอบ&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;16&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อชดในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong></p><p><br></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;16&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์อ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong>&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>ข้อ&nbsp;1&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;16&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;21-27&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวเปลือกชนิดต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ตันละ&nbsp;11,277.37&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;10,302.60&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;8,545.50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;8,347.63&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;10,375.77&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ข้อ&nbsp;2&nbsp;การชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง&nbsp;มีอัตราส่วนต่างที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรใช้ในการจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจ่ายเงินงวดที่&nbsp;16&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ตันละ&nbsp;2,722.63&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ตันละ&nbsp;697.40&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>3.ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ตันละ&nbsp;1,454.50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ตันละ&nbsp;1,454.50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>5.ข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ตันละ&nbsp;1,624.23&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209165128306
271	ผู้ว่า ฯ สตูล พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าของฟาร์มเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อเพื่อการบริโภค หวังเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกอีกทางหนึ่งในช่วงโควิด-19 พร้อมส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายในอนาคต	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายโกเมศ&nbsp;ปิยะพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง&nbsp;และสื่อมวลชนจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่ในกำลังใจ&nbsp;นายอับดลรอหมาน&nbsp;หลังปูเต๊ะ&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;123&nbsp;หมูที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อ&nbsp;เพื่อการบริโภค</p><p><strong>นายอับดลรอหมาน&nbsp;หลังปูเต๊ะ</strong>&nbsp;เจ้าของฟาร์มกระต่ายเนื้อสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ส่วนตัวตนชอบกินเนื้อกระต่าย&nbsp;เมื่อครั้งเรียนที่ประเทศอินโดนีเซียก็ชอบรับประทานอาหารจากเนื้อกระต่าย&nbsp;เพราะเป็นสัตว์ที่มีโภชนาการค่อนข้างสูง&nbsp;และเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกอีกทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งคนไทยไม่ค่อยทำกัน&nbsp;ช่วงโควิด-19&nbsp;เป็นช่วงวิกฤติที่หลายคนประสบมาอาชีพอย่างอื่นต้องชะงักหมด&nbsp;ซึ่งตนเองทำอาชีพเขียนโปสเตอร์&nbsp;ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน&nbsp;จึงคิดพัฒนาการเลี้ยงกระต่ายสายเนื้อ&nbsp;ตอนนี้ขายทางออนไลน์&nbsp;มีลูกค้าสั่งซื้อทั้งในจังหวัดสตูล&nbsp;จังหวัดทางภาคอีสาน&nbsp;และภาคเหนือ</p><p><strong>นายอับดลรอหมาน&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;เดิมทีได้ซื้อพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์กระต่าย&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;สายพันธุ์ซึ่งเป็นลูกผสมพันธุ์เนื้อ&nbsp;(นิวซีแลนด์ไวท์&nbsp;ไจแอนท์&nbsp;แคลิฟอร์เนีย&nbsp;ดำภูพาน&nbsp;ลูกผสมไทย&nbsp;กระต่ายพื้นเมือง&nbsp;และสายพันธุ์ที่&nbsp;PL&nbsp;สายพันธุ์ไทย&nbsp;พัฒนาโดยคนไทย&nbsp;และเนื่องจากกระต่ายสามาถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและคลอดลูกออกมาแต่ละครั้งหลายตัว&nbsp;ในปัจจุบันที่ฟาร์มเลี้ยงกระต่าย&nbsp;สามารถขยายพันธุ์จนมีกระต่ายเนื้อกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;โดยมีชื่อว่าฟาร์ม&nbsp;กระต่ายเนื้อสตูล&nbsp;สำหรับการเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อตั้งแต่คลอดลูกมาใหม่ๆจนกระทั่งถึงเวลานำเนื้อมารับประทานใช้เวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งกระต่ายมีน้ำหนักประมาณ&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;2.50&nbsp;กก.&nbsp;ก็สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้แล้ว&nbsp;และในช่วงเดือนใกล้รอมฎอนนี้&nbsp;ทางฟาร์มได้เตรียมกระต่ายเนื้อไว้&nbsp;100&nbsp;ตัวเพื่อจำหน่าย&nbsp;สามารถสั่งซื้อได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;09-7242-8443</p><p><strong>ด้านนายโกเมศ&nbsp;ปิยะพันธุ์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ในส่วนของสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;เข้ามาดูแลในเรื่องของกระบวนการเพาะเลี้ยงกระต่ายโดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้าง&nbsp;ตัวโรงเรือน&nbsp;กรงกระต่าย&nbsp;แปลงหญ้า&nbsp;ว่าสามารถนำเทคโนโลยีประเภทไหนเข้ามาช่วยเหลือในได้บ้าง&nbsp;และในเบื้องต้นจะดูในเรื่องของระบบโซล่าเซลล์ที่ช่วยให้แสงสว่าง&nbsp;การควบคุมอุณหภูมิของโรงเรือนอาจจะใช้ระบบ&nbsp;smart&nbsp;control&nbsp;เพื่อมาควบคุมอุณหภูมิของโรงเรือน&nbsp;และการทำแปลงหญ้าอาจจะใช้ระบบให้น้ำอัตโนมัติ&nbsp;ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาไปควบคุมโดยสมาร์ทโฟน&nbsp;ส่วนกระบวนการเพาะเลี้ยง&nbsp;และกระบวนการแปรรูป&nbsp;จะมาดูว่าผลิตภัณฑ์ที่จะแปรรูป&nbsp;สามารถแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง&nbsp;และช่องทางการจำหน่ายสินค้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209165033305
272	สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง	<p><strong>จากความเคลื่อนไหวการเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคาน้ำมัน</strong>ที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยกลุ่ม&nbsp;สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;&nbsp;Truck&nbsp;Power&nbsp;Final&nbsp;Season&nbsp;โดยมีรถสิบล้อกว่า&nbsp;100&nbsp;คันจากทั่วประเทศมาปักหลักหน้ากระทรวงพลังงานเพื่อติดตามความคืบหน้าหลังเคยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เดือน&nbsp;พ.ย.ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับลดราคาน้ำมันดีเซลให้เหลือลิตรละ&nbsp;25&nbsp;บาทเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยเสนอให้ปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต&nbsp;ลดค่าการตลาด&nbsp;และหยุดผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากราคาไบโอดีเซลมีราคาสูง&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลมีราคาสูงตามไปด้วย</p><p><strong>นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวถึงการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล</strong>ในปัจจุบันให้ไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;จะใช้เงินกองทุนน้ำมันเฉลี่ย&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;หากจะให้ราคาลดลงเหลือ&nbsp;25&nbsp;บาทตามข้อเรียกร้อง&nbsp;จะต้องใช้เงินตรึงราคาถึง&nbsp;9&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;คิดเป็นวงเงินรวม&nbsp;17,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;ซึ่งไม่สามารถหาแหล่งเงินมาได้&nbsp;เนื่องจากปัจจุบัน&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ติดลบไปแล้ว&nbsp;14,080&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และอยู่ระหว่างกู้เงินอีก&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาทเพื่อมาพยุงราคาดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตรและดูแลราคา&nbsp;LPG&nbsp;ที่กำลังมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น</p><p><strong>สำหรับราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก</strong>&nbsp;เนื่องจากไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ&nbsp;มีความต้องการใช้พลังงานในภาคการผลิต&nbsp;ทำให้ความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จนไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการ&nbsp;ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศเช่น&nbsp;การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน&nbsp;ข้อพิพาทยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดในรอบ&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;โดย&nbsp;เพียงเดือนเดียวต้นทุนราคาน้ำมันขึ้นมาเกือบ&nbsp;6&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;หากรัฐบาลไม่ตรึงราคาไว้&nbsp;ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลจะเกิน&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งขณะนี้รัฐได้นำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนประมาณลิตรละเกือบ&nbsp;5&nbsp;บาท</strong>ซึ่งใกล้เคียงกับภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว&nbsp;รวมทั้งจะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209221532433
273	จ.มุกดาหาร ประชุมฝ่ายความมั่นคง และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เตรียมเปิดด่านสากล สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร	<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมแก่งกะเบาชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานประชุมฝ่ายความมั่นคงและหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการเตรียมเปิด&nbsp;ด่านพรมแดน&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;สะหวันนะเขต&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้ามเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;หลังจากสถานการณ์&nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สามารถควบคุมได้&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;มากกว่าร้อยละ&nbsp;82.0&nbsp;ของจำนวนประชากรทั้งจังหวัด&nbsp;หรือเกินกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;หรือ&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ของประชากรในจังหวัด&nbsp;และปฎิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดและได้ผล&nbsp;สามารถเปิดจังหวัดได้&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;รายได้ให้กับประชาชน&nbsp;หลังจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบกับรัฐบาล&nbsp;สปป.ลาวมีนโยบายเปิดการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;จากประเทศในเขตท่องเที่ยวสีเขียว&nbsp;โดยมีประเทศกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;จีน&nbsp;เวียดนาม&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ไทย&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;อังกฤษ&nbsp;เยอรมัน&nbsp;เนเธอแลนด์&nbsp;สเปน&nbsp;อิตาลี&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;แคนาดาและออสเตรเลีย&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;โดยแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ</p><p><strong>ระยะแรก</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยผ่านด่านสากลสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทร์&nbsp;และท่าอากาศยานนานาชาติวัดไต</p><p><strong>ระยะที่&nbsp;2&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ผ่านด่านสากลสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;มุกดาหาร-สะหวันนะเขต&nbsp;สะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;3&nbsp;นครพนม-ท่าแขก&nbsp;แขวงคำม่วน&nbsp;</p><p><strong>และระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;แต่ยังไม่ระบุรายละเอียด</p><p><strong>ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามที่ทางการ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;กำหนด&nbsp;</strong>และต้องเป็นนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะและผ่านบริษัทท่องเที่ยวที่กำหนดไว้</p><p><strong>จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นจังหวัดชายแดนติดกับ&nbsp;แขวงสะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;โดยมีด่านพรมแดนสากล&nbsp;สะพานมิตรภาพไทย&nbsp;ลาว&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;และท่าเทียบเรือท่าข้าม&nbsp;เทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;เป็นเส้นทางเข้า-ออก&nbsp;ประเทศ&nbsp;แต่จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ด่านทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งถูกปิดไป&nbsp;ไม่ให้ประชาชนทั่วไปเดินทางเข้า-ออกได้&nbsp;ยกเว้นรถบรรทุกสินค้าที่ผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพแห่งที่&nbsp;2&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ไม่ให้มีการแพร่ระบาดมากขึ้น</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในเบื้องต้นได้มอบหมายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;และส่วนราชการหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ด่านตรวจโรค&nbsp;ระหว่างประเทศจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ด่านศุลกากรมุกดาหาร&nbsp;อำเภอที่อยู่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ฝ่ายความมั่นคงไปศึกษาข้อกำหนด&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;และระเบียบของ&nbsp;แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แล้วนำเสนอในการประชุมในครั้งถัดไป&nbsp;เพื่อจะได้พิจารณาร่วมกันถึงความเหมาะสม&nbsp;เปิดได้หรือไม่ได้&nbsp;ก่อนประชุมร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;หากเป็นไปได้จะได้นำเสนอผ่านกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;แขวงสะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ถึงเจ้าแขวงสะหวันนะเขต&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ในการพิจารณาร่วมกันต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	9/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209175913351
274	ผู้ว่า ฯ สตูล พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าของฟาร์มเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อ เพื่อการบริโภค หวังเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกอีกทางหนึ่งในช่วงโควิด พร้อมส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายในอนาคต	<p><strong>ผู้ว่า&nbsp;ฯ&nbsp;สตูล&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ให้กำลังใจ</strong>เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อ&nbsp;เพื่อการบริโภค&nbsp;หวังเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกอีกทางหนึ่งในช่วงโควิด&nbsp;พร้อมส่งเสริมช่องทางการจำหน่ายในอนาคต&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายโกเมศ&nbsp;ปิยะพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฉลุง&nbsp;และสื่อมวลชนจังหวัดสตูล&nbsp;ลงพื้นที่ในกำลังใจ&nbsp;นายอับดลรอหมาน&nbsp;หลังปูเต๊ะ&nbsp;อายุ&nbsp;35&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;123&nbsp;หมูที่1&nbsp;ต.ฉลุง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สตูล&nbsp;เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อ&nbsp;เพื่อการบริโภค&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอับดลรอหมาน&nbsp;หลังปูเต๊ะ&nbsp;เจ้าของฟาร์มกระต่ายเนื้อสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ส่วนตัวตนชอบกินเนื้อกระต่าย&nbsp;เมื่อครั้งเรียนที่ประเทศอินโดนีเซียก็ชอบรับประทานอาหารจากเนื้อกระต่าย&nbsp;เพราะเป็นสัตว์ที่มีโภชนาการค่อนข้างสูง&nbsp;และเป็นสัตว์เศรษฐกิจทางเลือกอีกทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งคนไทยไม่ค่อยทำกัน&nbsp;ช่วงโควิด-19&nbsp;เป็นช่วงวิกฤติที่หลายคนประสบมาอาชีพ&nbsp;อย่างอื่นต้องชะงักหมดซึ่งตนเองทำอาชีพเขียนโปสเตอร์&nbsp;ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน&nbsp;ตนจึงคิดพัฒนาการเลี้ยงกระต่ายสายเนื้อ&nbsp;ตอนนี้ขายทางออนไลน์&nbsp;มีลูกค้าสั่งซื้อทั้งในจังหวัดสตูล&nbsp;จังหวัดทางภาคอีสาน&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;</p><p><strong>นายอับดลรอหมาน&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;เดิมทีได้ซื้อพ่อพันธุ์&nbsp;แม่พันธุ์กระต่าย&nbsp;</strong>3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;สายพันธุ์ซึ่งเป็นลูกผสมพันธุ์เนื้อ&nbsp;(นิวซีแลนด์ไวท์&nbsp;ไจแอนท์&nbsp;แคลิฟอร์เนีย&nbsp;&nbsp;ดำภูพาน&nbsp;ลูกผสมไทย&nbsp;กระต่ายพื้นเมือง&nbsp;และสายพันธุ์ที่&nbsp;PL&nbsp;สายพันธุ์ไทย&nbsp;พัฒนาโดยคนไทย&nbsp;และเนื่องจากกระต่ายสามาถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและคลอดลูกออกมาแต่ละครั้งหลายตัว&nbsp;ในปัจจุบันที่ฟาร์มเลี้ยงกระต่าย&nbsp;สามารถขยายพันธุ์จนมีกระต่ายเนื้อกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;โดยมีชื่อว่าฟาร์ม&nbsp;กระต่ายเนื้อสตูล&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการเลี้ยงกระต่ายพันธุ์เนื้อตั้งแต่คลอดลูกมาใหม่ๆ&nbsp;</strong>จนกระทั่งถึงเวลานำเนื้อมารับประทานใช้เวลาประมาณ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งกระต่ายมีน้ำหนักประมาณ&nbsp;&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;2.50&nbsp;กก.&nbsp;ก็สามารถนำไปปรุงเป็นอาหารได้แล้ว&nbsp;และในช่วงเดือนใกล้รอมฎอนนี้&nbsp;ทางฟาร์มได้เตรียมกระต่ายเนื้อไว้&nbsp;100&nbsp;ตัวเพื่อจำหน่าย&nbsp;สามารถสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรศัพท์นี้&nbsp;09-7242-8443&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายโกเมศ&nbsp;ปิยะพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล</strong>&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;ในส่วนของสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานสตูล&nbsp;เข้ามาดูแลในเรื่องของกระบวนการเพาะเลี้ยงกระต่ายโดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้าง&nbsp;ตัวโรงเรือน&nbsp;กรงกระต่าย&nbsp;แปลงหญ้า&nbsp;ว่าสามารถนำเทคโนโลยีประเภทไหนเข้ามาช่วยเหลือในได้บ้าง&nbsp;และในเบื้องต้นจะดูในเรื่องของระบบโซล่าเซลล์ที่ช่วยให้แสงสว่าง&nbsp;การควบคุมอุณหภูมิของโรงเรือนอาจจะใช้ระบบ&nbsp;smart&nbsp;control&nbsp;เพื่อมาควบคุมอุณหภูมิของโรงเรือน&nbsp;และการทำแปลงหญ้าอาจจะใช้ระบบให้น้ำอัตโนมัติ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาไปควบคุมโดยสมาร์ทโฟน&nbsp;ส่วนกระบวนการเพาะเลี้ยง</strong>&nbsp;และกระบวนการแปรรูป&nbsp;จะมาดูว่าผลิตภัณฑ์ที่จะแปรรูป&nbsp;สามารถแปรรูปเป็นอะไรได้บ้าง&nbsp;และช่องทางการจำหน่ายสินค้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริมต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	9/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209201247398
275	พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาจัดงาน  Korat Green Market ครั้งที่ 2 ตลาดโคราช ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด  หวังกระตุ้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;""ตลาดโคราช&nbsp;ปันน้ำใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด""&nbsp;KORAT&nbsp;&nbsp;GREEN&nbsp;&nbsp;MARKET&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีนายชรินทร์&nbsp;ทองสุข&nbsp;รองผู้ว่าฯ&nbsp;,&nbsp;นายศารุมภ์&nbsp;โหม่งสูงเนิน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา,&nbsp;นางภาวนา&nbsp;ประจิตต์&nbsp;ผอ.ททท.&nbsp;สนง.นครราชสีมา,หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;,นายศักดิ์ชาย&nbsp;ผลพานิชย์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และนางสาวสมลักษณ์&nbsp;ศรีสุวรรณ&nbsp;ประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาและภาคีเครือข่ายงาน&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08:00&nbsp;น.-&nbsp;20:00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ณ&nbsp;ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>นายศารุมภ์&nbsp;โหม่งสูงเนิน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานครั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมาได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการจัดงานทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยครั้งที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ได้จัดไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;&nbsp;ธันวาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;Korat&nbsp;Green&nbsp;Market&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;กินดี&nbsp;อยู่ดี&nbsp;วิถีโคราช&nbsp;ณ&nbsp;เขาใหญ่พาโนราม่าฟาร์ม&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;ซึ่งได้รับผลตอบรับจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;กำหนดจัดตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;Korat&nbsp;Green&nbsp;Market&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ตลาดโคราช&nbsp;ปันน้ำใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;และครั้งที่&nbsp;3&nbsp;กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;แห่งนี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;งาน&nbsp;Korat&nbsp;Green&nbsp;Market</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ตลาดโคราช&nbsp;ปันน้ำใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;เป็นการบูรณาการการจัดงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วน&nbsp;นโยบายแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากผลกระทบจากสถานการณ์&nbsp;โควิด-19&nbsp;โดยจัดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เกษตรกรชาวโคราชได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้า&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;ตลาดโคราช&nbsp;ปันน้ำใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;ซึ่งจะจัดจำหน่ายทุกวันศุกร์ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;และได้ดำเนินการมาแล้ว&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้&nbsp;ยังเป็นการสร้างความมั่นใจและสร้างภาพลักษณ์&nbsp;(Image)</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าอินทรีย์และอาหารปลอดภัยของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ให้ผู้ซื้อ&nbsp;ผู้บริโภคได้รู้จักและมั่นใจในคุณภาพและทราบถึงวิถีชีวิต&nbsp;การกินอยู่ของคนโคราช&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดและขยายโอกาสการจำหน่ายสินค้าของจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และยังเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัยของจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้าจำนวน&nbsp;70&nbsp;คูหา&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดภัย&nbsp;จากเกษตรกรอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;อำเภอปักธงชัย&nbsp;และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จากการประสานของสนง.เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;,สินค้าอาหารปลอดภัยและสินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาและต่างอำเภอ&nbsp;</p><p><strong>จากการประสานของ&nbsp;สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>เทศบาลจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และ&nbsp;เครือข่ายธุรกิจ&nbsp;&nbsp;Biz&nbsp;club&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;,กลุ่มผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง&nbsp;จากชมรมคนหูหนวกจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สมาคมคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหวจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนกลุ่ม&nbsp;View&nbsp;Share&nbsp;Farm&nbsp;จากการประสานของ&nbsp;สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;,สินค้าราคาประหยัด&nbsp;จาก&nbsp;ห้างค้าปลีกชั้นนำ&nbsp;เช่น&nbsp;โลตัส&nbsp;และ&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;ใช้จ่ายซื้อสินค้า&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Cashless&nbsp;society&nbsp;สังคมไร้เงินสด&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Korat&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;และภายในงานยังมีกิจกรรมดนตรี&nbsp;กิจกรรมเช็คอิน&nbsp;แชร์&nbsp;รับคูปองเงินสด&nbsp;เพื่อซื้อสินค้าภายในงาน&nbsp;กิจกรรมสินค้านาทีทองและการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้อง&nbsp;ลำเพลิน&nbsp;วงศกร&nbsp;</p><p><strong>พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวในตอนท้ายว่า&nbsp;ผลที่คาดว่าจะได้รับ</strong>ในการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;คือ&nbsp;1)&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;2)&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการสินค้าชุมชน&nbsp;3)&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดจากการจำหน่ายสินค้า&nbsp;โดยงาน&nbsp;Korat&nbsp;Green&nbsp;Market&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ตลาดโคราช&nbsp;ปันน้ำใจ&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;จะจัดอีกครั้งระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	9/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220209213819421
276	สถานการณ์ราคาเนื้อหมูลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำให้รัฐบาลแก้ปัญหารวดเร็วและถูกจุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน	<p><strong>เนื้อหมูเป็นสินค้าที่เฝ้าระวัง&nbsp;ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;เริ่มมีการปรับราคาลงมาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว</strong>&nbsp;โดยราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดง&nbsp;ส่วนสะโพก&nbsp;ไหล่&nbsp;ไม่รวมหมูเนื้อแดงปรุงแต่ง&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;164-170&nbsp;บาท&nbsp;ลดจากสัปดาห์ที่แล้ว&nbsp;(วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65)&nbsp;ที่ราคาเฉลี่ยทั้งประเทศกิโลกรัมละ&nbsp;187&nbsp;บาท&nbsp;และตอนนี้เฉลี่ยทั้งประเทศกิโลกรัมละ&nbsp;175&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามการสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ที่ให้กำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;แก้ไขปัญหาและดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยได้มีการจัดชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจออกตรวจสอบห้องเย็น&nbsp;และโรงเชือด&nbsp;ที่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;(กกร.)&nbsp;กำหนดให้แจ้งการเก็บสต๊อกเนื้อหมูตั้งแต่&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;ซึ่งมีผู้แจ้ง&nbsp;404&nbsp;ราย&nbsp;มีเนื้อหมูในสต๊อก&nbsp;15.5&nbsp;ล้าน&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สำหรับรายที่ไม่แจ้ง&nbsp;ก็มีการตรวจสอบด้วย&nbsp;โดยตรวจรวม&nbsp;616&nbsp;ราย&nbsp;รวมมีเนื้อหมู&nbsp;19.5&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;พบผู้กระทำผิด&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;ส่งฟ้องและมีคำพิพากษาแล้ว&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินคดี&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;นอกจากนี้ยังจัดชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าทั้งในกรุงเทพมหานคร&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;ซึ่งในกรุงเทพได้ตรวจสอบตลาดสด&nbsp;103&nbsp;แห่ง&nbsp;ห้างค้าส่งค้าปลีก&nbsp;101&nbsp;แห่ง&nbsp;และในต่างจังหวัดก็ตรวจสอบทั้งตลาดสด&nbsp;และห้างเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยรายที่พบการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่ปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;ขายเกินราคา&nbsp;ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคจำเป็นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ก็เริ่มทยอยปรับราคาลงเช่นกัน&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ราคาจำหน่ายในห้าง&nbsp;เนื้อน่องติดสะโพก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนในตลาดสด&nbsp;ราคาแตกต่างกันแต่ละพื้นที่&nbsp;เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;70-75&nbsp;บาท&nbsp;และคาดว่าแนวโน้มราคาจะยังทรงตัวต่อไป&nbsp;ส่วนน้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ราคาที่สำรวจจากร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ขวดลิตรละ&nbsp;64-65&nbsp;บาท&nbsp;และในห้าง&nbsp;61-62&nbsp;บาท&nbsp;โดยราคามีแนวโน้มลดล&nbsp;งและทรงตัวในระดับนี้ต่อไปอีกประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ผักสดมีราคาทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง&nbsp;ตามแต่ละพื้นที่&nbsp;โดยมีต้นทุนค่าขนส่งเป็นตัวแปร&nbsp;ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคทั่ว&nbsp;ๆ&nbsp;ไป&nbsp;ราคาทรงตัว&nbsp;ยกเว้นภาคใต้&nbsp;ที่ราคาอาจจะสูงกว่าภาคอื่นเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีต้นทุนในเรื่องค่าขนส่งจากระยะทางที่ไกล</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210094222475
277	คนละครึ่งเฟส 4 ใช้สิทธิแล้ว 21 ล้านราย เปิดลงทะเบียนผู้ใช้รายใหม่เริ่มวันนี้ (10 ก.พ. 65) จนครบ 29 ล้านสิทธิ เริ่มใช้จ่ายได้วันที่ 17 ก.พ. นี้	<p><strong>โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;&nbsp;กระตุ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.&nbsp;65</strong>&nbsp;มีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;24.67&nbsp;ล้านราย&nbsp;จากจำนวนผู้ใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จำนวน&nbsp;26.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;1.33&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;205&nbsp;ราย&nbsp;โดยในวันนี้จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนกลุ่มใหม่ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ลงทะเบียนเป็นวันแรก&nbsp;(10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ต่อเนื่องทุกวัน&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;หรือเว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;จนกว่าจะครบจำนวน&nbsp;29&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนทั่วไปฯ&nbsp;ที่ลงทะเบียนโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สำเร็จ&nbsp;จะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;</strong>พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;21.17&nbsp;ล้านราย&nbsp;มียอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;16,334.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;8,269.0&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;8,065.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และมียอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทตามร้านค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;6,062.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านธงฟ้า&nbsp;3,188.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้าน&nbsp;OTOP&nbsp;783.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านค้าทั่วไป&nbsp;5,993.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ร้านบริการ&nbsp;283.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และกิจการขนส่งสาธารณะ&nbsp;22.8&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชนทุกกลุ่ม&nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ถือเป็นโครงการที่ประชาชนพอใจ&nbsp;สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายได้จริง&nbsp;เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนส่งต่อกำลังซื้อไปยังผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ให้สามารถมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ผู้ประกอบการจนถึงระดับฐานราก</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210093057466
278	กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจับมือพันธมิตรจัดงาน DIPROM MOTOR SHOW 2022 ครั้งแรกภาคเหนือที่ลำปาง	<p><strong>กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;(กสอ.)&nbsp;ห</strong>รือดีพร้อม&nbsp;จับมือพันธมิตรภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;จัดงาน&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;มอเตอร์&nbsp;โชว์&nbsp;(DIPROM&nbsp;MOTOR&nbsp;SHOW&nbsp;2022)&nbsp;ณ&nbsp;อาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้าอุตสาหกรรมภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;วันที่&nbsp;9-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับภูมิภาค&nbsp;พร้อมทั้งผลักดันให้มีการจัดนิทรรศการและงานแฟร์ได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว&nbsp;และขานรับมาตรการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;ในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์&nbsp;ซึ่งเป็นครั้งแรกที่&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นตลาดยานยนต์โดยเฉพาะในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;</strong>ยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาจาก&nbsp;ดีพร้อม&nbsp;ผ่านโครงการพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;คพอ.&nbsp;เข้ามาร่วมในงานดังกล่าวด้วย&nbsp;เพื่อแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคที่สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาตอบโจทย์การทำตลาดในยุคปกติใหม่&nbsp;ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งคาดว่าตลอดการจัดงานในครั้งนี้จะมีเงินสะพัดภายในงานกว่า&nbsp;115&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ภายในงานจะพบกับรถยนต์และจักรยานยนต์กว่า&nbsp;20&nbsp;ค่ายดัง&nbsp;ยกขบวนพาเหรดโปรโมชั่นพิเศษสุดมาให้เลือกสรรภายในงานไม่ต่ำกว่า&nbsp;10%&nbsp;พร้อมดาวน์&nbsp;0%&nbsp;ตลอดจนเดินช้อปสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีราคาประหยัดลดสูงสุด&nbsp;70%&nbsp;จากผู้ประกอบการทั่วไทยกว่า&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปและชิ้นส่วนเครื่องจักรกล&nbsp;กลุ่มธุรกิจเครื่องสำอาง&nbsp;ผลิตภัณฑ์สมุนไพร&nbsp;ของใช้ของตกแต่ง&nbsp;อุตสาหกรรมเครื่องนุ่มห่ม&nbsp;และอาหารชื่อดังเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;รังสิตพล</strong>&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานในช่วงเย็นวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวต้อนรับ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210100729486
279	ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย รัฐบาลมีความห่วงใยและเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง	<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากความเคลื่อนไหวการเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นโดยกลุ่ม&nbsp;สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Truck&nbsp;Power&nbsp;Final&nbsp;Season&nbsp;โดยมีรถสิบล้อกว่า&nbsp;100&nbsp;คัน&nbsp;จากทั่วประเทศมาปักหลักหน้ากระทรวงพลังงาน&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังเคยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับลดราคาน้ำมันดีเซลให้เหลือลิตรละ&nbsp;25&nbsp;บาทเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยเสนอให้ปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต&nbsp;ลดค่าการตลาด&nbsp;และหยุดผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากราคาไบโอดีเซลมีราคาสูง&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลมีราคาสูงตามไปด้วย</p><p><strong>โดยนายสมบูรณ์&nbsp;หน่อแก้ว&nbsp;รองปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;ชี้แจงว่า</strong>&nbsp;ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก&nbsp;เนื่องจากไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ&nbsp;มีความต้องการใช้พลังงานในภาคการผลิต&nbsp;ทำให้ความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จนไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการ&nbsp;ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน&nbsp;ข้อพิพาทยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดในรอบ&nbsp;7&nbsp;ปี</p><p><strong>ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธุ์มีเชาว์&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;เพียงเดือนเดียวต้นทุนราคาน้ำมันขึ้นมาเกือบ&nbsp;6&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;หากรัฐบาลไม่ตรึงราคาไว้&nbsp;ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลจะเกิน&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งขณะนี้รัฐได้นำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนประมาณลิตรละเกือบ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งใกล้เคียงกับภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว&nbsp;รวมทั้งจะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210101626492
280	ยกขบวนสินค้าเกษตรดีลเด็ดกว่า100ร้าน จำหน่ายบนแพลตฟอร์มเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาดคาดยอดขายสูงกว่า 500ล้านบาท	<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;สร้างช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรด้วยแพลตฟอร์มกลาง&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าเกษตรไทยผลักดันกลุ่มสหกรณ์การเกษตรนำร่อง&nbsp;26&nbsp;สหกรณ์ขึ้นจำหน่ายได้แล้วรวมสินค้ากว่า&nbsp;80&nbsp;รายการ&nbsp;ซึ่งการันตียอดขายกว่า&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คาดว่าจะเปิดร้านเพิ่มเติมบนทั้งสองแพลตฟอร์มกว่า&nbsp;100&nbsp;ร้านค้า</strong>&nbsp;พร้อมยกทัพสินค้าเกษตรหลากหลายประเภทกว่า&nbsp;300&nbsp;รายการ&nbsp;ทั้งข้าวสาร&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;สินค้าประมงและสินค้าปศุสัตว์&nbsp;จากกลุ่มเกษตรกรในความดูแลของ&nbsp;6&nbsp;หน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;กรมประมง&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมหม่อนไหมและกรมการข้าว&nbsp;การันตีคุณภาพและมาตรฐานการผลิตให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มฐานลูกค้าให้กับกลุ่มเกษตรกรและจะช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น&nbsp;โดยคาดว่าในปีนี้จะสามารถปิดดีลออเดอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้สูงถึง&nbsp;500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรม&nbsp;</strong>การเตรียมความพร้อมให้กลุ่มเกษตรกรในการนำสินค้าขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มจะเริ่มขึ้นในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;ผ่านเว็บไซค์&nbsp;Thaitrade.com&nbsp;และ&nbsp;Phenixbox.com&nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;สายด่วน&nbsp;1570</p><p><br></p><p><br></p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145712713
281	ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 สำหรับประชาชนทั่วไป วันแรก มีผู้ลงทะเบียนแล้วเกินกว่าครึ่ง	<p><strong>กระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong>&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;วันนี้เป็นวันแรก&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผ่านช่องทางแอปพลิเคชันเป๋าตัง&nbsp;และผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง.com&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;พบว่ามีสนใจผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วเกินกว่าครึ่ง</strong>&nbsp;และมีจำนวนสิทธิคงเหลือลดลงต่อเนื่อง&nbsp;โดยประชาชนยังสามารถลงทะเบียนได้จนกว่าจะครบ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.-22.00&nbsp;น.ต่อเนื่องทุกวัน&nbsp;และจะสามารถเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนค่าซื้อสินค้า&nbsp;หรือบริการในอัตราร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวัน&nbsp;และไม่เกิน&nbsp;1,200&nbsp;บาทต่อคน&nbsp;ตลอดระยะเวลาโครงการฯ</p><p><strong>ผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong>&nbsp;จะต้องใช้จ่ายก่อนวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;หากเกินกำหนดจะถูกตัดสิทธิและจะนำสิทธิคงเหลือมาเปิดให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง</p><p><strong>ด้านนายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ประชาชนและผู้ประกอบการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการฯ&nbsp;และอย่าหลงเชื่อการเชิญชวนตามโฆษณาผ่านช่องทางต่างๆ&nbsp;ของผู้ไม่หวังดีที่เสนอจะช่วยหาประโยชน์จากโครงการ&nbsp;โดยไม่ได้ทำการซื้อขายสินค้าหรือบริการจริงอย่างเด็ดขาด&nbsp;เพราะอาจตกเป็นเหยื่อในการสนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด&nbsp;เนื่องจากภาครัฐมีระบบการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้อีก&nbsp;รวมทั้งจะมีโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p><br></p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210112110545
282	ประชาชนแห่เข้าคิว ซื้อไข่ ไก่ พาณิชย์ ลดราคา ช่วยชาวยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>&nbsp;ทางกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ร่วมกับจังหวัดยะลา&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ขึ้น&nbsp;ซึ่งมีประชาชนจำนวนมาก&nbsp;มายืนเข้าคิวรอตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะปล่อยแถว&nbsp;ให้เข้าไปซื้อสินค้า&nbsp;ครั้งละ&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;เพื่อลดการแออัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่ประชาชนนิยมเลือกซื้อก็จะเป็นไข่ไก่&nbsp;ราคาถูก</strong>&nbsp;นอกจากนี้ก็จะเลือกซื้อข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาล&nbsp;และอื่นๆ</p><p><strong>ชาวยะลา&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;การจัดลดราคาสินค้า&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดยะลา&nbsp;และพาณิชย์&nbsp;ได้นำสินค้าที่มีความจำเป็นมาลดราคาให้กับประชาชนดีมาก&nbsp;ตอนนี้ของแพงมาก&nbsp;ไข่&nbsp;เป็นอาหารที่จำเป็น&nbsp;ยิ่งถ้าบ้านไหนมีเด็ก&nbsp;ก็จะประหยัดไปได้เยอะ&nbsp;และอยากให้มีการจัดลดราคาสินค้า&nbsp;อย่างต่อเนื่องจะได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p><strong>ด้านนางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;&nbsp;บอกว่างานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;เป็นโครงการธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชนในส่วนภูมิภาค&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากต้นทุนสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา</p><p><strong>โดยกำหนดจัดขึ้น&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;คือ&nbsp;วันนี้&nbsp;10&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;และ&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;11&nbsp;ก.พ&nbsp;65</strong>&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ส่วนสินค้าไฮไลต์&nbsp;ที่นำมาลดราคาจะมีจำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;และไข่ไก่&nbsp;&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพของประชาชนอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยไข่ไก่&nbsp;จากราคาเดิมแผงละ&nbsp;115&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;แผงละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ไก่สด&nbsp;(น่องสะโพก)&nbsp;ราคาเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;(พิเศษช่วงนาทีทอง&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;เฉพาะช่วงเวลา&nbsp;11.00&nbsp;&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;)&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;จากเดิมขวดละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ราคาในงานขวดละ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;จากเดิมขวดละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราคาในงานขวดละ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;24&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;กก.ละ&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;ประชาชนที่สนใจก็สามารถมาซื้อสินค้า&nbsp;พาณิชย์ลดราคา&nbsp;เพื่อชาวยะลา&nbsp;ได้ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210112406549
283	"มรภ.ยะลา ร่วมลงนาม MOU นำร่อง ""Local SME Startup & Scale Up Development : วิศวกรสังคม (ซ่อมและสร้างให้สังคมเข้มแข็ง)"""	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;ร่วมการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการนำร่อง&nbsp;""Local&nbsp;SME&nbsp;Startup&nbsp;&amp;&nbsp;Scale&nbsp;Up&nbsp;Development&nbsp;:&nbsp;วิศวกรสังคม&nbsp;(ซ่อมและสร้างให้สังคมเข้มแข็ง)""&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Zoom)&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอก&nbsp;ดาว์พงษ์&nbsp;รัตนสุวรรณ&nbsp;องคมนตรี&nbsp;เป็นประธานกิตติมศักดิ์ในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;38&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;กับ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;เพื่อร่วมดำเนินโครงการนำร่อง&nbsp;Local&nbsp;SME&nbsp;Startup&nbsp;&amp;&nbsp;Scale&nbsp;Up&nbsp;Development&nbsp;:&nbsp;วิศวกรสังคม&nbsp;ซ่อมและสร้างให้สังคมเข้มแข็ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;โดยความร่วมมือนี้&nbsp;จะเป็นการเสริมหนุนให้เกิดประโยชน์ต่อนักศึกษา&nbsp;คณาจารย์&nbsp;ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ประเด็นสำคัญ&nbsp;คือ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1.&nbsp;นักศึกษาได้รับการพัฒนา&nbsp;soft&nbsp;skills&nbsp;จำเป็นสำหรับศตวรรษที่&nbsp;21&nbsp;ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม&nbsp;และต่อยอดสู่สมรรถนะการเป็นผู้ประกอบการจากแพลตฟอร์มการเรียนรู้&nbsp;SME&nbsp;Academic&nbsp;365&nbsp;จะเป็นเยาวชนที่มีทัศนคติที่ดีและถูกต้องโดยมีส่วนช่วยพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และสามารถมองเห็นโอกาสการประกอบการ&nbsp;สร้างธุรกิจเป็นของตนเองจากฐานทรัพยากรในชุมชนท้องถิ่นได้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;จะมีการคัดเลือกกลุ่มนักศึกษาวิศวกรสังคมที่มีศักยภาพ</strong>เพื่อบ่มเพาะเป็น&nbsp;Local&nbsp;SME&nbsp;startup&nbsp;ต้นแบบรายภูมิภาค&nbsp;และขยายผลในปีต่อๆ&nbsp;ไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2.&nbsp;คณาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏที่ดำเนินงานพัฒนาท้องถิ่นตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;ได้รับการเสริมศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อนำไปต่อยอดองค์ความรู้และเสริมหนุนให้เกิดการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้แก่ชุมชนท้องถิ่นโดยการเป็นผู้ประกอบการในระบบได้อย่างมั่นคง&nbsp;และพัฒนาผู้ประกอบการเดิมด้วยองค์ความรู้ใหม่ๆ&nbsp;ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่อย่างเป็นระบบ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้</strong>&nbsp;จึงเป็นการจัดการประสานประโยชน์องค์ความรู้วิศวกรสังคมและการเป็นผู้ประกอบการสู่การปฏิบัติ&nbsp;เพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;ร่วมซ่อมและสร้างสังคมให้เข้มแข็งได้อย่างแท้จริง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมบัติ&nbsp;โยธาทิพย์&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;ระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนา&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏ&nbsp;38&nbsp;แห่ง&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Zoom)</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	10/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210113913565
284	แจ้งปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวทุกช่องทาง บนถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก	<p><strong>การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟม.&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ซิโน-ไทย&nbsp;เอ็นจีเนียริ่ง&nbsp;แอนด์&nbsp;คอน&nbsp;สตรัคชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา&nbsp;โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู&nbsp;ช่วงแคราย&nbsp;-&nbsp;มีนบุรี&nbsp;มีความจำเป็นต้องปิดเบี่ยงจราจรพื้นราบชั่วคราวทุกช่องทาง&nbsp;ฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก&nbsp;และปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวทุกช่องทาง&nbsp;บนสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;ฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก&nbsp;เพื่อดำเนินงานรื้อย้ายสะพานลอยหลบการก่อสร้างโครงการฯ&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;04.00&nbsp;น.โดยจะมีการปิดเฉพาะวันที่มีการปฏิบัติงานเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>โดยจะทำการปิดเบี่ยงจราจรพื้นราบชั่วคราวทุกช่องทาง&nbsp;ฝั่งขาออก</strong>&nbsp;มุ่งหน้ามีนบุรี&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร&nbsp;ถึงบริเวณรีเจ้นท์&nbsp;โฮม&nbsp;15&nbsp;คอนโด&nbsp;และปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวทุกช่องทาง&nbsp;บนสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;ฝั่งขาออก&nbsp;มุ่งหน้ามีนบุรี&nbsp;ผู้ใช้เส้นทางรถที่มุ่งหน้ามีนบุรี&nbsp;ห้ามขึ้นสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;มุ่งหน้ามีนบุรี&nbsp;(ฝั่งขาออก)&nbsp;โดยให้เบี่ยงขึ้นสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;ฝั่งขาเข้า&nbsp;ทดแทน&nbsp;ส่วนรถที่ต้องการเข้ารีเจ้นท์&nbsp;โฮม&nbsp;คอนโด&nbsp;และบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;2&nbsp;ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;4&nbsp;เพื่อออกสู่ถนนพหลโยธินและกลับรถ&nbsp;บริเวณกองพันทหารสื่อสารที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;1&nbsp;แล้วเข้าสู่วงเวียน&nbsp;เพื่อเลี้ยวซ้ายแล้วใช้ช่องทางชิดเกาะกลาง&nbsp;เพื่อเข้ารีเจ้นท์&nbsp;โฮม&nbsp;คอนโด&nbsp;และบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;2&nbsp;ทดแทน&nbsp;และรถที่ออกจากรีเจ้นท์&nbsp;โฮม&nbsp;คอนโด&nbsp;และบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ&nbsp;2&nbsp;ที่ต้องการมุ่งหน้าถนนพหลโยธิน&nbsp;ให้ใช้ช่องทางชิดบาทวิถี&nbsp;ทดแทน</p><p><strong>สำหรับในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในช่วงเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;จะปิดเบี่ยงจราจรพื้นราบชั่วคราวทุกช่องทาง&nbsp;ฝั่งขาเข้า&nbsp;มุ่งหน้าหลักสี่&nbsp;ตั้งแต่บริเวณพุทธวิชชาลัย&nbsp;ถึงบริเวณก่อนถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครและปิดเบี่ยงจราจรชั่วคราวทุกช่องทาง&nbsp;บนสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;ฝั่งขาเข้า&nbsp;มุ่งหน้าหลักสี่&nbsp;โดยรถที่มุ่งหน้าหลักสี่&nbsp;ห้ามขึ้นสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;มุ่งหน้าหลักสี่&nbsp;(ฝั่งขาเข้า)&nbsp;โดยให้เบี่ยงขึ้นสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;ฝั่งขาออก&nbsp;ทดแทน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่รถจากถนนพหลโยธินที่ต้องการมุ่งหน้าหลักสี่</strong>&nbsp;ให้เข้าสู่วงเวียน&nbsp;แล้วเลี้ยวเข้าถนนรามอินทรา&nbsp;เพื่อกลับรถบริเวณศูนย์รักษาความปลอดภัย&nbsp;17&nbsp;รามอินทรา&nbsp;ก่อนถึงแยกลาดปลาเค้า&nbsp;แล้วเบี่ยงใช้สะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;ฝั่งขาออก&nbsp;ทดแทน&nbsp;ส่วนรถที่มุ่งหน้ามีนบุรี&nbsp;ห้ามขึ้นสะพานข้ามวงเวียนบางเขน&nbsp;มุ่งหน้ามีนบุรี&nbsp;(ฝั่งขาออก)&nbsp;ให้ใช้ช่องทางพื้นราบ&nbsp;แล้วเข้าสู่วงเวียน&nbsp;เลี้ยวเข้าถนนรามอินทรา&nbsp;ทดแทน&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวอาจส่งผลให้การจราจรชะลอตัว&nbsp;ติดขัด&nbsp;และอาจมีเสียงดังรบกวนโดยระหว่างดำเนินงาน&nbsp;จะมีการติดตั้งป้ายเตือนล่วงหน้าก่อนถึงจุดเบี่ยง&nbsp;ป้ายจราจร&nbsp;กรวยยางและสัญญาณไฟส่องสว่าง&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง&nbsp;รฟม.&nbsp;ขออภัยในความไม่สะดวก&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145515709
285	เสริมศักภาพการท่องเที่ยวภายในประเทศ ดันเมืองรองสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางภาคใต้	<p><strong>นายวิเศรษฐ์&nbsp;สนธิชัย&nbsp;รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยสมายล์แอร์เวย์&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันการท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;เป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่เกิดการระบาดโควิด-19&nbsp;เพื่อเป็นการเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวภายในประเทศและดันเมืองรองสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางภาคใต้&nbsp;รองรับการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในอนาคต</p><p><strong>สายการบินไทยสมายล์&nbsp;</strong>พร้อมเปิดเส้นทางภายในประเทศใหม่&nbsp;สุวรรณภูมิ-&nbsp;ตรัง&nbsp;อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;อาทิ&nbsp;สตูล&nbsp;พัทลุง&nbsp;ดันศักยภาพเมืองรองที่มีความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;ให้เป็นหนึ่งจุดหมายการเดินทางที่สำคัญในภาคใต้และรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย&nbsp;ที่ต้องการกลับภูมิลำเนา&nbsp;หรือติดต่อธุรกิจ&nbsp;ราชการ&nbsp;และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเที่ยวบินสุวรรณภูมิ&nbsp;&nbsp;ตรัง</strong>&nbsp;ไทยสมายล์ให้บริการทุกวัน&nbsp;พร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิส&nbsp;บริการอาหารแบบนำกลับ&nbsp;จองที่นั่งล่วงหน้า&nbsp;และบริการฟรีน้ำหนักกระเป๋าสูงสุด&nbsp;&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยให้บริการ&nbsp;2&nbsp;ชั้นที่นั่งโดยสาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;พรีเมียมอีโคโนมี&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;PLUS&nbsp;Class&nbsp;12&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;และชั้นอีโคโนมี&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;Class&nbsp;150/156&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยเครื่องบินแอร์บัส&nbsp;A320-200&nbsp;ที่พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน&nbsp;ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;1,000&nbsp;บาท/ท่าน/เที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;(รวมทุกอย่างแล้ว)&nbsp;เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เปิดทำการจองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;สนใจสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์&nbsp;https://bit.ly/3HEisrE&nbsp;,&nbsp;ศูนย์บริการลูกค้า&nbsp;(Call&nbsp;Center)&nbsp;โทร.&nbsp;1181&nbsp;หรือ&nbsp;0&nbsp;2118&nbsp;8888,&nbsp;ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Service&nbsp;Center)&nbsp;และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Travel&nbsp;Agents)&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ไทยสมายล์ได้รับมอบตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA+&nbsp;(SHA&nbsp;Plus)&nbsp;</strong>นับเป็นสายการบินแรกร่วมกับการบินไทยที่ได้ยกระดับมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยและสุขอนามัยในการให้บริการบนอากาศยาน&nbsp;สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารบนเที่ยวบิน&nbsp;ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;SHA&nbsp;(Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration)&nbsp;ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ไม่ต่ำกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของพนักงานทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สายการบินยังปฏิบัติตามข้อกำหนด</strong>ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในการกำกับดูแลพนักงานด่านหน้าที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้โดยสารให้มีการรับการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;100%&nbsp;และมีการดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิดในแต่ละสัปดาห์&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145319704
286	พาณิชย์แพร่ขอความร่วมมือผู้ค้าเนื้อไก่และไข่ไก่ตรึงราคาสินค้าช่วยประชาชน เป็นเวลา 6 เดือน	<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ</strong>&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าไก่เนื้อและไข่ไก่ตรึงราคาสินค้า&nbsp;เพื่อช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในสถานการณ์ที่ประชาชนหันมาบริโภคเนื้อไก่และไข่ไก่มากขึ้นจากภาวะเนื้อสุกรมีราคาสูง&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;สมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย&nbsp;สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่&nbsp;และกรมปศุสัตว์&nbsp;เห็นชอบร่วมกันกำหนดราคาจำหน่ายไก่มีชีวิตและเนื้อไก่สด&nbsp;ช่วยเหลือประชาชนเป็นเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;โดยจำน่ายไก่มีชีวิตหน้าฟาร์มกิโลกรัมละ&nbsp;33.50&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สด&nbsp;น่อง&nbsp;สะโพก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60-65&nbsp;บาท&nbsp;และเนื้ออกไก่กิโลกรัมละ&nbsp;65-70&nbsp;บาท</p><p><strong>ส่วนผู้เลี้ยงไก่ไข่</strong>จะตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ฟองละ&nbsp;2.90&nbsp;บาท&nbsp;ไปจนกว่าสถานการณ์ราคาสินค้าจะคลี่คลาย&nbsp;และได้จัดทำราคาจำหน่ายปลีกไข่ไก่ที่เหมาะสม&nbsp;โดยไข่ไก่เบอร์&nbsp;0&nbsp;จำหน่ายไม่เกินฟองละ&nbsp;4.30&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;ไม่เกินฟองละ&nbsp;4.00&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;ไม่เกินฟองละ&nbsp;3.70&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ไม่เกินฟองละ&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;4&nbsp;ไม่เกินฟองละ&nbsp;3.30&nbsp;บาท&nbsp;และเบอร์&nbsp;5&nbsp;ไม่เกินฟองละ&nbsp;3.10&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งไม่รวมถึงไข่ไก่คัดคุณภาพหรือบรรจุภัณฑ์พิเศษ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210114305569
287	ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม 2565 ปรับตัวลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน	<p><strong>นายธนวรรธน์&nbsp;พลวิชัย&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงผลสำรวจพบว่า&nbsp;ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจลดลง&nbsp;จากระดับ&nbsp;40.1&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;38.7&nbsp;ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องของการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอน&nbsp;ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมถึงปัญหาราคาสินค้าแพงโดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาหมูและสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการที่มีการเพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับราคาน้ำมันแพงขึ้น&nbsp;ซึ่งภาครัฐจะมีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่งผลความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจปรับตัวลดลงเล็กน้อยต่อไปจนถึงไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;แต่ยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;มีความเชื่อมั่นว่า</strong>&nbsp;ผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลง&nbsp;จาก&nbsp;30.0&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;28.5&nbsp;ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน&nbsp;โดยปรับลดลงจากระดับ&nbsp;53.8&nbsp;มาอยู่ที่ระดับ&nbsp;52.5&nbsp;ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ&nbsp;5&nbsp;เดือน&nbsp;ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าปกติ&nbsp;(ค่าปกติคือ&nbsp;100)&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่า&nbsp;ผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นอย่างมากเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในอนาคต&nbsp;ซึ่งทำให้ผู้บริโภคเริ่มรู้สึกมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวได้ในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145217699
288	เดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตามนโยบายรัฐบาล ดึงต่างชาติร่วมลงทุน หลังวิกฤตโควิด-19 ผ่านพ้นไป	<p><strong>หม่อมหลวง&nbsp;ชโยทิต&nbsp;กฤดากร&nbsp;ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนการค้าไทย&nbsp;เปิดแผนการเข้ามาทำหน้าที่&nbsp;หลังได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาล&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;จะเดินหน้าทำตามนโยบาย&nbsp;ตอบสนองสิ่งที่พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ&nbsp;โดยเฉพาะเศรษฐกิจ&nbsp;12&nbsp;S-Curve&nbsp;ในกลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;โดยจะต้องเพิ่มการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ&nbsp;หลังวิกฤตโควิด&nbsp;-19&nbsp;ผ่านพ้นไป&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาในช่วงวิกฤตโควด&nbsp;-19&nbsp;หลายประเทศปรับแผนการขับเคลื่อนประเทศกันใหม่ทั่วโลก&nbsp;รวมถึงไทยเองเช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>รัฐบาลได้เพิ่มแผนผลักดันทางเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;นอกเหนือจากเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;รถยนต์&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ดิจิทัล&nbsp;ผลิตยาและการท่องเที่ยว&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;อุตสาหกรรมรถยนต์&nbsp;อิเล็กทรอนิกส์และการท่องเที่ยว&nbsp;มีผลกระทบกับจีดีพีของไทยอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันหลายประเทศในเอเชีย&nbsp;จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;และสหรัฐอเมริกา&nbsp;ต่างเป็นเป้าหมายของไทยในการเข้าลงทุนในอุตสาหกรรม&nbsp;รถยนต์&nbsp;ทำให้ได้มีการสอบถามความเห็น&nbsp;เพื่อนำไปสู่การโน้มน้าวเข้ามาลงทุนในไทย&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มล.ชโยทิต&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;ต่างชาติสนใจแต่ติดขัดเรื่องขอวีซ่าในการอยู่ในประเทศที่มีระยะสั้นเพียง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ดังนั้นแผนการโน้มน้าว&nbsp;&nbsp;จูงใจให้บริษัทต่างชาติ&nbsp;นักลงทุน&nbsp;เข้าลงทุนในไทย&nbsp;เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ทันสมัย&nbsp;ต้องเร่งดำเนินการ&nbsp;ตามที่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พยายามผลักดันให้เกิดการปฎิรูป&nbsp;การถือวีซ่า&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่มีชำนาญการและมีศักยภาพพิเศษ&nbsp;ตามแผน&nbsp;เข้ามาอยู่ในไทย&nbsp;ให้ได้เพิ่มขึ้นอีก&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;หรือมากกว่า&nbsp;ขณะที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ&nbsp;4&nbsp;แสนคน&nbsp;จะช่วยเพิ่ม&nbsp;ทั้งองค์ความรู้และเม็ดเงิน&nbsp;เข้ามาอยู่ในประเทศไทยในระยะยาว</p><p><strong>โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์อีวีในประเทศไทย</strong>&nbsp;ที่มีปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เจ้าอยู่ในประเทศ&nbsp;ทั้งญี่ปุ่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;และจีน&nbsp;ก็มีการตอบรับอย่างดีที่จะลงทุนต่อในไทย&nbsp;&nbsp;ดังนั้นการที่ไทยมีแผนในการผลิตรถยนต์&nbsp;อีวี&nbsp;ที่เปลี่ยนจากน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า&nbsp;ก็จะต้องพยายามผนวกเรื่องทั้ง&nbsp;2&nbsp;นี้&nbsp;มารวมกัน&nbsp;ทั้งอุปกรณ์การผลิต&nbsp;ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์&nbsp;ที่สิงคโปร์&nbsp;&nbsp;มาเลเชีย&nbsp;ลุยในธุรกิจเหล่านี้อยู่&nbsp;เพื่อให้ไทยเป็นประเทศต้นๆ&nbsp;ในสายผลิตด้วย&nbsp;รวมถึงธุรกิจผลิตยา&nbsp;ที่ไทยเล็งเห็นและตั้งเป้าหมายจะ&nbsp;ผลิตยาให้ได้ในระดับโลก&nbsp;โดยจะต้องหาแนวทางโน้มน้าวลงทุนในไทยให้เพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ไทยยังต้องการเป็นศูนย์รวมการเก็บข้อมูลระดับโลก</strong>&nbsp;เพื่อพลิกโฉม&nbsp;ดิจิทัล&nbsp;4.0&nbsp;และเป็นประเทศที่คนรุ่นใหม่สนใจ&nbsp;น่าจะมาลงทุนที่สิงคโปร์&nbsp;มาเลเซีย&nbsp;และการมาทำงานครั้งนี้ก็จะสานต่อเพื่อให้เดินหน้างานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในขณะที่ไทยเองก็ต้องเตรียมความพร้อม&nbsp;เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ซึ่งบีโอไอและสถาบันการศึกษา&nbsp;ก็รับจะช่วยพัฒนาคนให้เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;เนื่องจากจะไม่เป็นช่องว่างของไทยแล้วจะมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144942692
289	ปัตตานี-ติดตามโครงการท่องเที่ยววิถีประสบการณ์สัมผัสจังหวัดภาคใต้ชายแดน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;นายมนูญ&nbsp;แว่นแก้ว&nbsp;รองประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน&nbsp;และกำหนดราคากลางการจ้างเหมากิจกรรม&nbsp;เพื่อติดตามโครงการท่องเที่ยววีถีประสบการสัมผัสภาคใต้ชายแดน&nbsp;ซึ่งจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้อนุมัติดำเนินการจัดโครงการท่องเที่ยววิถีประสบการณ์สัมผัสจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นกิจกรรมเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ที่ต้องดำเนินการจัดงานในช่วงฤดูผลไม้&nbsp;สามารถตอบโจทย์ให้นักท่องเที่ยวได้ดี&nbsp;และชุมชนท่องเที่ยวมีความพร้อมในการจัดงานด้วย&nbsp;และทางคณะกรรมการฯ&nbsp;จะมีการสำรวจเส้นทางเชื่อมโยงท่องเที่ยวก่อนจัดงานจริง&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีทั้งนักท่องเที่ยวจากส่วนกลาง&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;ได้รับรู้เส้นทางการท่องเที่ยวเกิดความประทับใจ&nbsp;เพื่อต่อยอดจัดทำโปรแกรมท่องเที่ยวเส้นทางใหม่ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามวัตถุประสงค์</strong>และตอบโจทย์เส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดนโครงการใหม่&nbsp;กรรมการร่างขอบเขตของงาน&nbsp;และราคากลาง&nbsp;พิจารณาแล้ว&nbsp;เห็นควรเลื่อนการจัดงานจากเดิม&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เลื่อนเป็นการจัดกิจกรรมในห้วงไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเวลาเทศกาลผลไม้ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;สำหรับเวลาที่ชัดเจนต้องขอเสนอขออนุมัติต่อไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	10/2/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210134943622
290	รัฐบาล เตรียมกู้เงิน 2-3 หมื่นล้านบาท เพื่อตรึงราคาน้ำมัน? ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมพิจารณา?มาตรการใหม่ ๆ ในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ	<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี?และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตอบกระทู้ถามสด?ของนายกิตติกร&nbsp;โลห์สุนทร&nbsp;ส.ส.ลำปาง&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;ถึงประเด็นปัญหาราคาค่าน้ำมันแพง&nbsp;</strong>โดยย้ำว่า&nbsp;รัฐบาล?ตระหนักถึงการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซล?ปัจจุบันใช้เงินกองทุนไปแล้ว&nbsp;1.5&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;และขณะนี้อยู่ในกระบวนการขอกู้เงิน&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;เพื่อดำเนินการต่อ&nbsp;เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา?&nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ลดส่วนผสมของน้ำมันชีวภาพนั้น&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;ที่ไม่สามารถทำได้โดยเร็วเพราะจะกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน?&nbsp;อย่างไรก็ตาม?&nbsp;ขณะนี้?รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>ส่วนค่าไฟฟ้านายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ&nbsp;(กพช.)&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้พิจารณาในระยะสั้นเพื่อลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ&nbsp;(LNG)&nbsp;ที่มีราคาแพง&nbsp;โดยใช้วิธีผลิตอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;ขยายต่ออายุโรงไฟฟ้าถ่านหิน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;หรือรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน.</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144216677
291	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตาก ลงพื้นที่อำเภอบ้านตาก และอำเภอสามเงา สำรวจสถานการณ์ด้านราคา และการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแสดงราคาจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ก๊าซหุงต้ม	<p><strong>นางสาวปาริชาติ&nbsp;พงค์พันเทา&nbsp;</strong>พาณิชย์จังหวัดตาก&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้าลงพื้นที่อำเภอบ้านตาก&nbsp;และอำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อสำรวจสถานการณ์ด้านราคาและการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแสดงราคาจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ก๊าซหุงต้ม&nbsp;โดยมีผลการสำรวจดังนี้</p><p>1.&nbsp;ราคาจำหน่ายก๊าซหุงต้มไม่รวมค่าขนส่ง&nbsp;ดังนี้</p><p>-&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;135&nbsp;-&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>-&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;7&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;190&nbsp;-&nbsp;200&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;355&nbsp;-&nbsp;370&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;ขนาดบรรจุ&nbsp;48&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;1,100&nbsp;-&nbsp;1,200&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;ร้านค้าและจุดจำหน่ายก๊าซหุงต้มมีการติดป้ายแสดงราคาชัดเจน&nbsp;สำหรับค่าขนส่งขึ้นอยู่กับระยะทางในการจัดส่ง</p><p><strong>ทั้งนี้</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากมีการปรับราคาก๊าซหุงต้มขึ้นต้องมีการปรับเปลี่ยนราคาให้ถูกต้องและชัดเจน&nbsp;และห้ามมิให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210134147620
292	จำหน่ายหมูราคาถูกเพื่อประชาชน เกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ  12  19 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>นายปณิธาน&nbsp;มีไชยโย&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการเกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ&nbsp;เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้หน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์หมูราคาแพง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคการเกษตร&nbsp;ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูป&nbsp;ตลอดจนประชาชนทั่วไป&nbsp;จึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น&nbsp;จำหน่ายหมูเพื่อประชาชน&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม&nbsp;ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;การันตีด้วยมาตรฐานปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;เพียงกิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาทราคาเดียว&nbsp;จำนวน&nbsp;150,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;บริษัท&nbsp;วี.ซี.มีท&nbsp;โปรเซสซิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ผลิตเนื้อหมูมาตรฐานส่งออก&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.17.00&nbsp;น.&nbsp;หรือจนกว่าสินค้าจะหมด&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรม&nbsp;ตลาดริมน้ำ&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ย่านพหลโยธิน&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดซื้อได้ท่านละไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม</strong>&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ซื้อสินค้ากันทั่วถึง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตลาด&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ของกรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด&nbsp;ขอความร่วมมือทุกท่านปฏิบัติตามมาตรการที่&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;กำหนด&nbsp;และจำกัดผู้ซื้อในพื้นที่จำหน่ายเนื้อหมู&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด</p><p><br></p><p><br></p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144749688
293	รัฐบาล เตรียมกู้เงิน 2-3 หมื่นล้านบาท ตรึงราคาน้ำมัน? ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 	"<p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธ์มีเชาว์</strong>&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี?และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตอบกระทู้ถามสด?ของนายกิตติกร&nbsp;โลห์สุนทร&nbsp;ส.ส.ลำปาง&nbsp;พรรคเพื่อไทย&nbsp;ถึงประเด็นปัญหาราคาค่าน้ำมันแพง&nbsp;โดยย้ำว่า&nbsp;รัฐบาล?ตระหนักถึงการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซล?&nbsp;ปัจจุบันใช้เงินกองทุนไปแล้ว&nbsp;1.5&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;และขณะนี้อยู่ในกระบวนการขอกู้เงิน&nbsp;2-3&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;เพื่อดำเนินการต่อ&nbsp;เชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา?&nbsp;ส่วนข้อเสนอให้ลดส่วนผสมของน้ำมันชีวภาพนั้น&nbsp;ยอมรับว่า&nbsp;ที่ไม่สามารถทำได้โดยเร็วเพราะจะกระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;?อย่างไรก็ตาม?&nbsp;ขณะนี้?รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการใหม่ๆ&nbsp;เพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);"">ส่วนกรณีที่มีผู้ระบุว่า&nbsp;ประเทศไทยมีราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ&nbsp;30&nbsp;บาท</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);"">&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ถือว่าแพงที่สุดนั้น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการค้นข้อมูลพบว่าหลายรัฐบาลมีราคาสูงเช่นเดียวกัน&nbsp;และเมื่อเทียบกับ&nbsp;8&nbsp;ประเทศ&nbsp;ในกลุ่มอาเซียน&nbsp;ยกเว้นบูรไนและมาเลเซีย&nbsp;ที่มีแหล่งพลังงานของตนเองและสามารถส่งออกได้ไม่จำกัด&nbsp;พบว่า&nbsp;ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่&nbsp;6-7&nbsp;ส่วนประเทศที่แพงที่สุดคือ&nbsp;สิงคโปร์</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210144655685
294	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ กรณีข้อเรียกร้องราคาน้ำมันแพงและแนวทางแก้ปัญหา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;&nbsp;จากความเคลื่อนไหวการเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;โดยกลุ่ม&nbsp;สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Truck&nbsp;Power&nbsp;Final&nbsp;Season&nbsp;โดยมีรถสิบล้อกว่า&nbsp;100&nbsp;คันจากทั่วประเทศมาปักหลักหน้ากระทรวงพลังงานเพื่อติดตามความคืบหน้าหลังเคยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับลดราคาน้ำมันดีเซลให้เหลือลิตรละ&nbsp;25&nbsp;บาทเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยเสนอให้ปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต&nbsp;ลดค่าการตลาด&nbsp;และหยุดผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากราคาไบโอดีเซลมีราคาสูง&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลมีราคาสูงตามไปด้วย</p><p><strong>นายสมบูรณ์&nbsp;หน่อแก้ว&nbsp;</strong>รองปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนรับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มดังกล่าว&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก&nbsp;เนื่องจากไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ&nbsp;มีความต้องการใช้พลังงานในภาคการผลิต&nbsp;ทำให้ความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จนไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการ&nbsp;ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศเช่น&nbsp;การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน&nbsp;ข้อพิพาทยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดในรอบ&nbsp;7&nbsp;ปี</p><p><strong>นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธุ์มีเชาว์&nbsp;</strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;ระบุว่า&nbsp;เพียงเดือนเดียวต้นทุนราคาน้ำมันขึ้นมาเกือบ&nbsp;6&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;หากรัฐบาลไม่ตรึงราคาไว้ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลจะเกิน&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งขณะนี้รัฐได้นำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนประมาณลิตรละเกือบ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งใกล้เคียงกับภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว&nbsp;รวมทั้งจะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก&nbsp;</p><p><strong>นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน</strong>&nbsp;กล่าวถึงการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบันให้ไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;จะใช้เงินกองทุนน้ำมันเฉลี่ย&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;หากจะให้ราคาลดลงเหลือ&nbsp;25&nbsp;บาทตามข้อเรียกร้อง&nbsp;จะต้องใช้เงินตรึงราคาถึง&nbsp;9&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;คิดเป็นวงเงินรวม&nbsp;17,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;ซึ่งไม่สามารถหาแหล่งเงินมาได้&nbsp;เนื่องจากปัจจุบัน&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ติดลบไปแล้ว&nbsp;14,080&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และอยู่ระหว่างกู้เงินอีก&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาทเพื่อมาพยุงราคาดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตรและดูแลราคา&nbsp;LPG&nbsp;ที่กำลังมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้สำหรับโครงสร้างราคาน้ำมันใน&nbsp;1&nbsp;ลิตรจะประกอบด้วยต้นทุน&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1)&nbsp;ต้นทุนเนื้อน้ำมัน&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;40-&nbsp;60)&nbsp;คือ&nbsp;ต้นทุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงกลั่น&nbsp;ซึ่งอ้างอิงราคาตามตลาดกลางภูมิภาคเอเชีย</p><p>2)&nbsp;ภาษีต่างๆ&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;30-&nbsp;40)&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาษีสรรพสามิต&nbsp;ภาษีเทศบาล&nbsp;และภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาประเทศ&nbsp;และบำรุงท้องถิ่น&nbsp;โดยภาษีที่จัดเก็บ&nbsp;ได้แก่</p><p>3)&nbsp;กองทุนต่างๆ&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;5-20)&nbsp;เช่น&nbsp;กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน</p><p>4)&nbsp;ค่าการตลาด&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;10-18)&nbsp;คือ&nbsp;ส่วนที่เป็นต้นทุน&nbsp;ค่าใช้จ่าย&nbsp;และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ&nbsp;ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน&nbsp;การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ&nbsp;รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้กับประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210172952811
295	พาณิชย์ลำปาง ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านธงฟ้าราคาประหยัด ป้องกันฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า	"<p><strong>นางสาวเยาวเรศ&nbsp;แซ่โค้ว&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอเถิน&nbsp;เพื่อติดตามตรวจสอบป้องปรามการทำผิดเงื่อนไขโครงการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ร้านค้าต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา&nbsp;หรือจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควรโดยเด็ดขาด&nbsp;ซึ่งหากพบหลักฐานว่าร้านค้าใดจำหน่ายสินค้าราคาแพงเกินสมควร&nbsp;จะดำเนินคดีตามมาตรา&nbsp;29&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;ของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;มีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;1.4&nbsp;แสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;และกรณีรับแลกสิทธิเป็นเงินสด&nbsp;ผู้รับซื้อสิทธิและผู้ขายสิทธิจะมีความผิดฐานฉ้อโกง&nbsp;ความผิดตามพระราชบัญญัติ&nbsp;(พ.ร.บ.)&nbsp;ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์&nbsp;พ.ศ.2560</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบร้านค้าที่รับแลกเงินแทนการซื้อสินค้า</strong>&nbsp;ฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า&nbsp;หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;5426&nbsp;5022</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	10/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145906717
296	โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง งวดที่ 3	<p><strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคา&nbsp;งวดที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น</strong></p><p><br></p><p><strong>นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;งวดที่&nbsp;3&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;โดยระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;1-31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวนับจากวันที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.64&nbsp;บาท&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกร&nbsp;หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โทร.034-564294</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210150939722
297	ผู้ว่าฯ ลพบุรี เปิดทุ่งทานตะวันบาน บนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ เพื่อเป็นแลนด์มารค์แห่งใหม่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวเทศกาลวันแห่งความรัก	<p><strong>ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานเทศบาลตำบลกกโก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;นายนิวัตน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ร่วมกันเป็นประธาน&nbsp;เปิดเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันบาน&nbsp;ในวันแห่งความรัก&nbsp;บนพื้นที่รวมกว่า&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;ของตำบลกกโก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งสำนักงานเทศบาลตำบกกกโก&nbsp;ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;บานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เป็นแลนด์มารค์แห่งใหม่&nbsp;ในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักส่งเสริมการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรทุ่งทานตะวันบาน&nbsp;ของตำบลกกโก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p><strong>ตลอดจน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้หน่วยงาน&nbsp;ชุมชน&nbsp;และองค์กรท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่</strong>ในชุมชนของตนเอง&nbsp;ในรูปแบบใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-19&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องผ่านจุดคัดกรอง&nbsp;แสดงผลการฉีดวัคซีนมาก่อนแล้ว&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;ตามที่คณะกรรมการจัดงานกำหนด&nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ประกอบกับช่วงนี้&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;จัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;ซึ่งชาวลพบุรีจะพร้อมใจแต่งไทยทั้งเมือง&nbsp;จึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้&nbsp;นุ่งโจง&nbsp;ห่มสไบ&nbsp;แต่งชุดไทยสวยๆ&nbsp;มาถ่ายภาพกับดอกทานตะวัน&nbsp;ซึ่งกำลังทยอยออกดอกเบ่งบานเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่งต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะบานเต็มพื้นที่&nbsp;ในวันแห่งความรัก&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งสากล&nbsp;ถือว่าเป็นวันแห่งความรัก&nbsp;ผู้คนก็จะมีการแสดงความ&nbsp;รักต่อกัน&nbsp;เช่น&nbsp;ในทางโลกตะวันตกจะมอบดอกกุหลาบสีแดงให้แก่กัน&nbsp;ประเทศญี่ปุ่นจะมอบขนมช็อกโกแลตให้แก่คนที่ตนรัก&nbsp;สำหรับในประเทศไทยนั้น&nbsp;ส่วนใหญ่จะมอบดอกกุหลาบสีแดงเป็นตัวแทนความรักให้แก่คนที่ตนรัก&nbsp;ขณะที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีการเพาะปลูกทานตะวันเป็นลำดับต้นๆ&nbsp;ของประเทศ&nbsp;คณะผู้จัดงานจึงเห็นว่าดอกทานตะวัน&nbsp;ก็สามารถเป็นตัวแทนการแสดงความรักที่มีต่อกันได้&nbsp;และแสดงออกถึงความรักเดียวใจเดียวด้วย&nbsp;เนื่องจากดอกทานตะวันนั้น&nbsp;จะไม่หันหน้ามองสิ่งใดนอกจากดวงอาทิตย์เท่านั้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ทางเทศบาลตำบลกกโก&nbsp;ในฐานะคณะผู้จัดาน&nbsp;จึงได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทุ่งทานตะวันบานที่ตำบลกกโก&nbsp;และแสดงออกถึงสัญลักษณ์ในการเป็นทุ่งดินแดนแห่งรัก&nbsp;ความเป็นรักแท้&nbsp;และรักเดียวใจเดียว&nbsp;ตลอดช่วงเทศกาลแห่งความรัก</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน</strong>&nbsp;<strong>ยังมีรถรางโบราณ&nbsp;คอยให้บริการ&nbsp;รับ-ส่ง&nbsp;นักท่องเที่ยว</strong>&nbsp;พาชมทุ่งทานตะวันแปลงใหญ่ในพื้นที่ของตำบลกกโก&nbsp;พร้อมทั้งเปิดพื้นลานกิจกรรม&nbsp;จำหน่ายสิ้นค้าของฝาก&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ของกลุ่มวิสากิจชุมชนต่างๆ&nbsp;มาวางจำหน่ายภายในงาน&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนมีรายได้&nbsp;จากการจำหน่ายสินค้าของตนเองให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้าของตนเองได้อีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210145916718
298	โครงการคนละครึ่ง เฟส 4 เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง	<p><strong>&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง</strong>&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;ในวันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;-&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;ต่อเนื่องทุกวัน&nbsp;จนกว่าจะครบจำนวนประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;โดยช่องทางการลงทะเบียนแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;กรณี&nbsp;ดังนี้</p><p>1.)&nbsp;กรณีเป็นประชาชนที่เคยได้รับสิทธิมาตรการ/โครงการอื่นของรัฐที่มีการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;หรือ&nbsp;ผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง&nbsp;.com</p><p>2)&nbsp;กรณีประชาชนที่ไม่มีแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.คนละครึ่ง&nbsp;.com</p><p><strong>ประชาชนทั่วไปฯ&nbsp;</strong>ที่ลงทะเบียนโครงการฯ&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;สำเร็จ&nbsp;จะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.65</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211005941928
299	ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์  ติดตามผลการปฏิบัติงานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565	<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องห้วยสำราญ</strong>&nbsp;สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หารือข้อราชการร่วมกับ&nbsp;นางสาวสุนันทา&nbsp;กังวาลกุลกิจ&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การดูแลค่าครองชีพประชาชนตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล/กระทรวงพาณิชย์</p><p><strong>เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การเจรจาการค้าและการจัดทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนสินค้า&nbsp;การจัดหาตลาดให้กับเกษตรผู้ผลิตสินค้า&nbsp;คณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;การประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;ดูแลพืชเศรษฐกิจ&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรและโครงการคู่ขนานตามมาตรการในการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร</p><p>การส่งเสริมพัฒนาตลาดและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจยุคใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมธุรกิจบริการ&nbsp;การส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;งานการค้าชายแดน&nbsp;การส่งเสริมตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;งานส่งเสริมตลาดและพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจและการให้บริการข้อมูลด้านการพาณิชย์&nbsp;ทั้งนี้มี&nbsp;นายชัยรัตน์&nbsp;บุญส่ง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมหารือ</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210161309765
300	กรมเจ้าท่า ขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือโดยสารข้ามฝาก ตรึงราคาเรือโดยสารต่อไปอีกระยะช่วยประชาชน	<p><strong>นายภูริพัฒน์&nbsp;ธีระกุลพิศุทธิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ผู้ประกอบการเดินเรือ&nbsp;ประสบกับภาวะราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า&nbsp;29&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แต่ผู้ประกอบการยังคงให้ความร่วมมือในการจัดเก็บอัตราค่าโดยสารตามประกาศกรมเจ้าท่ามาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมากรมเจ้าท่าได้ออกประกาศที่&nbsp;68/2563&nbsp;กำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นการเฉพาะและชั่วคราว&nbsp;ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน&nbsp;ในเกณฑ์ค่าน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารสำหรับเรือข้ามฟาก&nbsp;เส้นทางนนทบุรี-บางศรีเมือง&nbsp;/ท่าช้าง-วังหลัง/ท่าช้าง-วัดระฆัง/วังหลัง-ท่าพระจันทร์เหนือ/วังหลัง-มหาราช/ราชวงศ์&nbsp;ท่าดินแดง&nbsp;จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;เส้นทางโอเรียนเต็ล-วัดสุวรรณ&nbsp;ท่าเตียน-วัดอรุณ&nbsp;จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;เส้นทางสี่พระยา-คลองสาน&nbsp;จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา&nbsp;4.50&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;เส้นทางพระสมุทรเจดีย์-วิบูลย์ศรี&nbsp;สะพานตากสิน&nbsp;(สาทร)ฝั่งพระนคร-ฝั่งธนบุรี&nbsp;จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา&nbsp;5.50&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;เส้นทางปากคลองตลาด-วัดกัลยาฯ-วัดกุฎีจีน&nbsp;จัดเก็บค่าโดยสารในอัตรา&nbsp;6&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19</strong>&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางน้ำ&nbsp;ทำให้มีการใช้บริการเรือโดยสารลดลง&nbsp;เมื่อพิจารณาถึงผู้ใช้บริการเรือโดยสารข้ามฟากเปรียบเทียบจำนวนผู้โดยสารก่อนและระหว่างสถานการณ์โควิด-19&nbsp;พบว่ามีจำนวนคนโดยสารลดลงในทุกเส้นทาง&nbsp;โดยมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยลดลงถึงร้อยละ&nbsp;65&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการประกอบการเดินเรือ&nbsp;จึงเรียกร้องภาครัฐขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร&nbsp;จาก&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;เป็น&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบกับราคาค่าน้ำมันปรับสูงขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อบริหารสถานการณ์การเดินเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา</strong>ให้ยังคงสามารถให้บริการต่อไปได้&nbsp;และให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม&nbsp;ในการบรรเทาค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและรักษาการให้บริการเดินเรือสาธารณะของผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งกรมเจ้าท่าคำนึงถึงภาระและภาวการณ์ประกอบการที่ขาดทุนในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยได้ร่วมกับสมาคมเรือไทยพิจารณาผลกระทบเพื่อกำหนดมาตรการและอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม&nbsp;โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;เพื่อให้การบริการเดินเรือโดยสารข้ามฟาก&nbsp;สามารถดำเนินการอยู่ได้โดยไม่เพิ่มภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนเกินสมควร</p><p><br></p><p><br></p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210190037866
301	จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขับเคลื่อนแนวทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG MODEL)	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมประชุมกับส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการขับเคลื่อนแนวทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(DEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;MODEL)&nbsp;เพื่อพิจารณาพื้นที่เป้าหมายในการขับเคลื่อนแนวทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงฯ&nbsp;พื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านทุ่งท่าเนียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลทุ่ง&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาสถานที่ตั้ง&nbsp;อาณาเขต&nbsp;ผังบริเวณ&nbsp;สภาพทั่วไปของพื้นที่&nbsp;ขั้นตอนการขออนุญาต&nbsp;และการเข้าไปใช้ประโยชน์&nbsp;โดยมีส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อบต.ทุ่ง&nbsp;โครงการชลประทานสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอไชยา&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;4</p><p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข&nbsp;ให้แก่ประชาชนตามแนวทางของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเป็นหน่วยงานหลักที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;จึงได้เสนอการขับเคลื่อนแนวทางเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(Sufficiency&nbsp;Economy&nbsp;Development&nbsp;Zone&nbsp;:&nbsp;DEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;MODEL)&nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการระดับกรมและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงหาดไทย&nbsp;หน่วยงานระดับจังหวัด&nbsp;และภาคีเครือข่ายต่างๆ&nbsp;7&nbsp;เครือข่าย&nbsp;โดยมีขอบเขต&nbsp;9&nbsp;กิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แนวทางการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย/พื้นที่ปฏิบัติการเข้าร่วมเขตพัฒนาฯ</strong>&nbsp;เสนอผ่านกลไกคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน&nbsp;ประเภทพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;ที่ดินของส่วนราชการ&nbsp;พื้นที่สาธารณประโยชน์&nbsp;พื้นที่ภาคเอกชน&nbsp;พื้นที่ภาควิชาการ/สถาบันการศึกษา&nbsp;พื้นที่องค์การศาสนา&nbsp;และพื้นที่ภาคประชาชน&nbsp;ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ที่ครองกรรมสิทธิ์&nbsp;และพื้นที่ที่มีความพร้อมในการดำเนินงานได้ทันที&nbsp;โดยได้รับอนุญาตตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ขณะที่กรณีภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;องค์กรศาสนา&nbsp;ภาควิชาการ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;จะเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ต้องยินยอมให้ใช้พื้นที่และจดทะเบียนการใช้ประโยชน์ร่วมกับสำนักงานที่ดินให้ถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210160427761
302	คณะวิทยาการจัดการ ม.สงขลานครินทร์ จับมือพันธมิตรบริษัทเอกชนในพื้นที่ EEC วิจัยร่วมเพื่อพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมตลาดหุ่นยนต์และระบบออโตเมติกในประเทศไทย	<p><strong>วันนี้&nbsp;(10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ที่ห้องประชุมทรัพย์อนันต์&nbsp;</strong>คณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อาจารย์พิชิต&nbsp;เรืองแสงวัฒนา&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาความร่วมมือดำเนินการวิจัย&nbsp;ระหว่าง&nbsp;คณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;โดย&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัฒน์&nbsp;หังสพฤกษ์&nbsp;คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ยูนิคัล&nbsp;เวิร์คส์&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์ในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;โดย&nbsp;ดร.&nbsp;พชระ&nbsp;แซ่โง้ว&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ในการที่จะสานพลังร่วมกันวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตลาดหุ่นยนต์และระบบออโตเมติกในประเทศไทย&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งภายหลังการลงนามสัญญาความร่วมมือในวันนี้&nbsp;ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการวิจัยร่วมกันและมีการสนับสนุนงบประมาณในการทำวิจัยร่วมกันทั้ง&nbsp;2&nbsp;ฝ่าย&nbsp;ในประเด็นการพัฒนาตลาดสำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบออโตเมติกต่อไป</p><p><strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรวัฒน์&nbsp;หังสพฤกษ์&nbsp;คณบดีคณะวิทยาการจัดการ</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;ในฐานะที่มีบทบาทเป็นกลไกหลักในการพัฒนาภาคใต้และประเทศ&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;เพื่อสนับสนุนนโยบาย&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;ของรัฐบาลที่มุ่งกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมแห่งอนาคต&nbsp;ซึ่งต้องมีการพัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง&nbsp;&nbsp;(High&nbsp;Technology)&nbsp;รองรับนโยบาย&nbsp;10&nbsp;อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจในพื้นที่&nbsp;</strong>EEC&nbsp;ให้ก้าวไปสู่การเป็นธุรกิจที่มีความเข้มแข็ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ&nbsp;เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;และทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว&nbsp;ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า&nbsp;ความรู้ความสามารถของบุคลากรของบริษัท&nbsp;ยูนิคัล&nbsp;เวิร์คส์&nbsp;จำกัด&nbsp;เมื่อนำมาผสมผสาน&nbsp;แลกเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;และปฏิบัติงานร่วมกันกับทางคณาจารย์ของคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;จะเป็นพลังสําคัญที่จะผลักดันให้วิชาการและงานวิจัยมีความเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	10/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210161548767
303	จ.สุโขทัย ชูสินค้าหัตถอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์สู่สากล ขับเคลื่อนสุโขทัยเมืองสร้างสรรค์	<p><strong>จังหวัดสุโขทัย</strong>&nbsp;ชูสินค้าหัตถอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์สู่สากล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนสุโขทัยเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน&nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;</strong>ได้จัดทำโครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าหัตถกรรม&nbsp;ด้วยนวัตกรรมเชิงสร้างสรรค์สู่สากล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน&nbsp;โดยการพัฒนากลุ่มสินค้าหัตถกรรมประเภทเครื่องเงิน-ทองสุโขทัย&nbsp;ผ้าทอ&nbsp;เครื่องสังคโลก&nbsp;เครื่องปั้นดินเผา&nbsp;หัตถกรรมจากไม้&nbsp;และพุทธศิลป์ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าของชาวจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบันทั้งรูปแบบผลิตภัณฑ์&nbsp;และราคา&nbsp;</p><p><strong>นางสาวอัญชลี&nbsp;พลคชา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าหัตถอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่น&nbsp;ชั้น&nbsp;G&nbsp;ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซา&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แอร์พอร์ต&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยการจัดโซน&nbsp;DIY&nbsp;ฝึกทำงานฝีมือสินค้าหัตถอุตสาหกรรมจากกลุ่มผ้าทอสุโขทัย&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุโขทัยให้เป็นที่ประจักษ์อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้นำผู้ประกอบการจากจังหวัดสุโขทัยไปศึกษาดูงานเมืองสร้างสรรค์ของจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดการบริหารจัดการเพิ่มมูลค่าจากต้นทุนวัฒนธรรมอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210184608854
304	สว.กษิดิศ นำสมาชิกกลุ่มพัฒนาอาชีพฯ เรียนรู้การเลี้ยงปลากือเลาะห์ สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก จ.ยะลา	<p><strong>นายกษิดิศ&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;</strong>ในฐานะคณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมอาชีพและการออม&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ข่าวสดยะลา,&nbsp;นายนิแอ&nbsp;สามะอาลี&nbsp;นักประชาสัมพันธ์&nbsp;ประจำสำนักงาน&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา,&nbsp;สำนักข่าวอิศรา&nbsp;โต๊ะข่าวภาคใต้&nbsp;&nbsp;นางสาวรอกีเยาะ&nbsp;อาบู&nbsp;ประธานศูนย์พัฒนาอาชีพ&nbsp;กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้&nbsp;นำ&nbsp;ศูนย์พัฒนาอาชีพ&nbsp;กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้&nbsp;ศึกษาเรียนรู้การเลี้ยงปลากือเลาะห์&nbsp;หรือปลาพลวงชมพู&nbsp;ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายสมปอง&nbsp;แสงทอง&nbsp;หัวหน้าประมง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.ต.อ.รัฐพลชัย&nbsp;เพ็ญสงคร&nbsp;ผกก.สภ.โกตาบารู&nbsp;นายภูริวะจน์&nbsp;นิธินันท์พิบูล&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ร่วมต้อนรับ</p><p><strong>นายกษิดิศ&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;</strong>ในฐานะคณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมอาชีพและการออม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปลากือเลาะห์เป็นของดีที่อยู่ในบ้าน&nbsp;ที่&nbsp;จ.ยะลามีคุณค่า&nbsp;ทำไมส่วนอื่นๆ&nbsp;ถึงไม่รู้จัก&nbsp;รู้จักเฉพาะในวงแคบๆ&nbsp;ให้ขยายผลต่อประชาชนไม่เฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั่วประเทศให้ได้รู้จักของดี&nbsp;พื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;และสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;ให้ได้โอกาส&nbsp;ให้มีการรับรู้ถึงของดีตรงนี้&nbsp;และทำอย่างไรให้&nbsp;ขยายพื้นที่มากขึ้น&nbsp;ทราบว่าราคาตก&nbsp;กิโล&nbsp;3,000&nbsp;กว่าบาท&nbsp;1&nbsp;ตัวประมาณ&nbsp;7000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นโอกาสของพี่น้องในพื้นที่&nbsp;อีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำได้&nbsp;อยากจะสะท้อนไปให้ผู้บริหารประเทศได้รับทราบ&nbsp;ว่า&nbsp;พื้นที่ตรงนี้มีอะไรบ้าง</p><p><strong>จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;</strong>เราจริงๆ&nbsp;แล้ว&nbsp;มีของดีไม่ใช่แค่ปลากือเลาะห์เท่านั้นมีหลายอย่าง&nbsp;เราต้องให้โอกาสเขา&nbsp;โดยเฉพาะส่วนราชการ&nbsp;ที่รับผิดชอบ&nbsp;มีอะไรที่สนับสนุนเขา&nbsp;ในอนาคตอยากให้มีเพียงพอไปแจกให้เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;จะทำให้ไปถึงจุดนั้นได้ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล&nbsp;จะนำเรียนเรื่องนี้ไปสะท้อนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220210194644887
305	จังหวัดตรัง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง จัดงาน TRANG Food FestiWOW: Season of Love ภายใต้การตกแต่งที่แสนโรแมนติกจาก Wedding Planner ชื่อดังของตรัง The Classic wedding บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ พร้อมชิมอาหารที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ เพื่อสื่อถึงความรักจากร้านอาหารชื่อดังโดยเชฟรุ่นใหม่และเชฟรุ่นเก๋า	<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>โดยสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;จัดงาน&nbsp;TRANG&nbsp;Food&nbsp;FestiWOW:&nbsp;Season&nbsp;of&nbsp;Love&nbsp;ภายใต้การตกแต่งที่แสนโรแมนติกจาก&nbsp;Wedding&nbsp;Planner&nbsp;ชื่อดังของตรัง&nbsp;The&nbsp;Classicwedding&nbsp;บนพื้นที่กว่า&nbsp;4&nbsp;ไร่พร้อมชิมอาหารที่รังสรรค์ขึ้นใหม่&nbsp;เพื่อสื่อถึงความรักจากร้านอาหารชื่อดังโดยเชฟรุ่นใหม่และเชฟรุ่นเก๋า</p><p><strong>ที่สวนทับเที่ยง</strong>&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวลดาวัลย์&nbsp;ช่วยชาติ&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง,&nbsp;นายประชา&nbsp;งามรัตนกุล&nbsp;&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;เจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง,&nbsp;ผู้ประกอบการรุ่นใหม่,&nbsp;หอการค้าจังหวัดตรัง(YEC)&nbsp;จัดงาน&nbsp;TRANG&nbsp;Food&nbsp;FestiWOW&nbsp;ภายใต้คอนเซ็ปท์Season&nbsp;of&nbsp;Loveไม่ว่าจะฤดูไหน&nbsp;ขอให้พื้นที่นี้จงมีแต่ความรักตลอดไป&nbsp;ภายใต้การตกแต่งที่แสนโรแมนติกจาก&nbsp;Wedding&nbsp;Planner&nbsp;ชื่อดังของตรัง&nbsp;The&nbsp;Classicwedding&nbsp;บนพื้นที่กว่า&nbsp;4&nbsp;ไร่พร้อมชิมอาหารที่รังสรรค์ขึ้นใหม่&nbsp;เพื่อสื่อถึงความรักจากร้านอาหารชื่อดังโดยเชฟรุ่นใหม่และเชฟรุ่นเก๋า&nbsp;พร้อมทั้งวิสาหกิจชุมชนที่นำเสนอความอร่อยจากวัตถุดิบท้องถิ่นเมืองตรังกว่า&nbsp;13&nbsp;ร้าน&nbsp;ภายใต้การตกแต่งแบบนานาชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;ไทย&nbsp;จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;ยุโรป&nbsp;</p><p><strong>นางสาวลดาวัลย์&nbsp;ช่วยชาติ&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดงานเพื่อสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวและตอกย้ำภาพลักษณ์จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอาหาร&nbsp;สวรรค์ของนักเดินทางสายกิน&nbsp;Food&nbsp;Lover&nbsp;และในเดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นเดือนแห่งความรัก&nbsp;เชิญชวนนักท่องเที่ยว&nbsp;มาเปิดประสบการณ์ความว้าว&nbsp;WOW&nbsp;กับ&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;WOW&nbsp;อาหาร&nbsp;สัมผัส&nbsp;รูป&nbsp;รส&nbsp;กลิ่น&nbsp;เสียง&nbsp;กับเมนูอาหารจานเด็ด&nbsp;โดยการนำเสนอเมนูอาหารจากเชฟรุ่นเก๋าและคนรุ่นใหม่ในจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบชุมชนในท้องถิ่น&nbsp;WOW&nbsp;การตกแต่ง&nbsp;แช๊ะภาพ&nbsp;กับจุดเช็คอินต่างๆ&nbsp;แชร์และบอกต่อกับภาพความประทับใจในบรรยากาศโรแมนติก&nbsp;&nbsp;WOW&nbsp;การแสดง&nbsp;การแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลง&nbsp;สร้างกลิ่นไออบอวลไปด้วยความรัก&nbsp;โดยในงาน&nbsp;มีการแบ่งโซนการออกร้านเป็น&nbsp;6โซน&nbsp;ซึ่งการจัดงาน&nbsp;TRANG&nbsp;Food&nbsp;FestiWOW:&nbsp;Season&nbsp;of&nbsp;Love&nbsp;10-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211005607927
306	สหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชรจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือซื้อ-ขายผลผลิตการเกษตรวงเงิน 683 ล้านบาทจำแนกเป็นข้าวเปลือก 399 ล้านบาท มันสำปะหลัง 284 ล้านบาท	<p><strong>สหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร</strong>จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือซื้อขาย&nbsp;ผลผลิตการเกษตรวงเงิน&nbsp;683&nbsp;ล้านบาทจำแนกเป็นข้าวเปลือก&nbsp;399&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;284&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>วันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;10.00น.ที่ห้องประชุมเยาวมาลย์&nbsp;โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;และสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)&nbsp;ซื้อ&nbsp;ขาย&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;ภายใต้โครงการจัดการผลผลิตเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ระหว่างสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับผู้ประกอบการภาคเอกชนในจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;และมีนายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์,&nbsp;นายวิฑูร&nbsp;อุดมรัตนิวาส&nbsp;รองผอ.ฝ่ายกิจการสาขาภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;(ธกส.),นางสาวไพรินทร์&nbsp;สุขเล็ก&nbsp;สหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชรร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;ในรูปแบบกำแพงเพชรโมเดล&nbsp;ระยะเวลาขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงิน&nbsp;แก่สถาบันเกษตรกรนำไปรวบรวม&nbsp;รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปที่ปลูกข้าวและมันสำปะหลัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	10/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211004600925
307	ธุรกิจโรงแรมใน จ.ประจวบฯ เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากยอดการจองห้องพักในโครงการเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง	<p><strong>นายภัทรพล&nbsp;ดีปานแก้ว&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;โรงแรมแอทที&nbsp;</strong>บูทีค&nbsp;ต.คลองวาฬ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจากมีการเปิดระบบจองห้องพักโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ขณะนี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจจองห้องพักในโครงการแล้วจำนวนมากและยังคงมีการจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์&nbsp;วันหยุดยาว&nbsp;และเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง&nbsp;โดยจะมีการจองล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า&nbsp;3-4&nbsp;สัปดาห์เพราะเกรงว่าห้องพักจะเต็ม&nbsp;</p><p><strong>โครงการดังกล่าว&nbsp;ถือว่าเป็นโครงการที่ดีอย่างมาก</strong>&nbsp;ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศต่อเนื่องจากเทศกาลปีใหม่&nbsp;มั่นใจว่าจะทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวคึกคักไปถึงช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมนี้&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์และฤดูกาลท่องเที่ยวทางทะเล&nbsp;ทำให้ภาคธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัวหลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;19&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงการจับจ่ายใช้สอยและทำให้เกิดการจ้างงานในชุมชนอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคตะวันตก	ประจวบคีรีขันธ์	สวท.ประจวบคีรีขันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211091213937
308	ข้าวแกง คนละครึ่ง คึกคัก  แม่ค้ายะลา  เผย ปมเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง  ทำหลายร้าน ยกเลิกเข้าร่วม เฟส 4	<p><strong>ข้าวแกง&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;คึกคัก&nbsp;แม่ค้ายะลา&nbsp;เผย&nbsp;ปมเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง&nbsp;</strong>ทำหลายร้าน&nbsp;ยกเลิกเข้าร่วม&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ประชาชนชาวยะลา&nbsp;ยังคงใช้สิทธิจับจ่าย&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;หลังรัฐ&nbsp;ได้โอนเงิน&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;เข้าแอปเป๋าตัง&nbsp;ให้กับที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;และในช่วงที่ยังคงมีสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>ทำให้บรรยากาศที่ร้านข้าวแกงพี่หยก&nbsp;มีประชาชนมาใช้สิทธิ</strong>คนละครึ่งซื้อแกงถุง&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เจ้าของร้านพี่หยก&nbsp;บอกว่า&nbsp;ทางร้านได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาตั้งแต่เฟสแรก&nbsp;แล้ว&nbsp;พอเริ่มโครงการเฟส&nbsp;4&nbsp;ก็ได้กดยืนยันเข้าร่วม&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;ประชาชนก็มาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้ทางร้านมียอดขายเพิ่มขึ้น&nbsp;กว่าปกติ&nbsp;ซึ่งทางร้านก็จะมีลูกค้าที่ใช้จ่ายกับเงินสด&nbsp;รวมไปถึงมาจ่ายกับคนละครึ่ง&nbsp;ด้วย&nbsp;ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนได้เป็นอย่างดี</p><p>ขณะเดียวกัน&nbsp;ตอนนี้&nbsp;มีกระแสข่าวลือ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;พูดกันว่า&nbsp;จะมีการเก็บภาษีโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ย้อนหลังจากทางสรรพากร&nbsp;ทำให้บางร้านยกเลิกไม่เข้าร่วมเฟส&nbsp;4&nbsp;ก็มี&nbsp;เค้าบอกว่ากลัวภาษีย้อนหลัง&nbsp;ถ้าเก็บภาษีย้อนหลังร้านค้าก็ไม่ไหว&nbsp;ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างใด&nbsp;อยากให้ทางภาครัฐช่วยชี้แจงให้ร้านค้าได้ทราบด้วย&nbsp;ส่วนทางร้านของพี่หยกเอง&nbsp;จ่ายภาษีอยู่แล้ว&nbsp;ก็เข้าร่วมคนละครึ่ง&nbsp;ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด</p><p><strong>ด้านลูกค้าคนละครึ่ง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ใช้คนละครึ่งมาตั้งแต่เฟสแรกแล้ว</strong>&nbsp;พอมาเฟส&nbsp;4&nbsp;ก็กดยืนยันเข้าร่วมได้เลย&nbsp;โครงการนี้ดีเหมือนกันได้ช่วยชาวบ้าน&nbsp;ตั้งแต่ใช้มาก็ไม่มีปัญหาอะไร&nbsp;ที่ฟังมามีบางร้านเค้าจะบวกเพิ่ม&nbsp;7&nbsp;%&nbsp;เก็บเพิ่ม&nbsp;จากลูกค้า&nbsp;ก็มี&nbsp;เค้ากลัวภาษีย้อนหลัง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211091937944
309	อบจ.แม่ฮ่องสอน ชวนเที่ยวชมความงดงามสีสันแห่งโคมล้านนาตะวันตก กว่า 3 พันดวง ในพื้นที่ 2 อำเภอ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน	<p><strong>นายอัครเดช&nbsp;วันไชยธนวงศ์&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กิจกรรมแลนด์มาร์คมหัศจรรย์สีสันแห่งโคมล้านนาตะวันตก&nbsp;เพื่อสร้างแลนด์มาร์คทางการท่องเที่ยวเพื่อโน้มน้าวใจให้นักท่องเที่ยวสนใจมาเยี่ยมเยือนจังหวัดแม่ฮ่องสอนมากยิ่งขึ้น&nbsp;และกระจายรายได้ให้กลุ่มผู้ผลิตโคมพื้นถิ่นในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จึงเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมความสวยงามของสีสันโคมล้านนาตะวันตก&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;&nbsp;25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;และระหว่างวันที่&nbsp;&nbsp;25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อำเภอปาย</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่ของอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>มีการประดับตกแต่งโคมที่บริเวณศูนย์ไทใหญ่ศึกษา&nbsp;วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนอำเภอปายจะจัดแสดงไว้บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปาย&nbsp;และถนนคนเดินปาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว</strong>สามารถเดินทางมาเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น&nbsp;เพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้มีจุดเช็คอินในบรรยากาศการประดับประดาโคมสีสันสวยงาม&nbsp;และเพิ่มรายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211092343947
310	สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อแก้ไขปัญหา การคมนาคมทางบกเส้นทางถนนระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับจังหวัดเชียงใหม่	<p><strong>สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;การคมนาคมทางบกเส้นทางถนนระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;วันนี้&nbsp;(เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.)&nbsp;ที่ห้องประชุมแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานแขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับพลเอกสกนธ์&nbsp;สัจจานิตย์&nbsp;รองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง&nbsp;โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ในการจัดประชุมร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;ด้านการคมนาคมทางบกเส้นทางถนนระหว่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ทั้งด้านความพร้อมในการขยายทางจราจรบริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;1095&nbsp;การบำรุงรักษาเส้นทางจราจรทางบกทางหลวงหมายเลข&nbsp;108&nbsp;และการตรวจสอบความปลอดภัยบนท้องถนนและการบำรุงรักษาถนนให้มีความปลอดภัยมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211093314951
311	จชัยภูมิ เชิญเที่ยวทุ่งคอสมอส กลางหุบเขากังหันลม ช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก	<p><strong>กลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;อีกแห่งหนึ่ง&nbsp;ติดอินเทรนไปแล้ว&nbsp;สำหรับทุ่งคอสมอส&nbsp;เบิ่งบานสีสันสวยงาม&nbsp;กลางหุบเขา&nbsp;ที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งกังหันลม&nbsp;เปิดตัวยังไม่นาน&nbsp;ได้รับการตอบรักจากนักท่องเที่ยว&nbsp;นักเซลฟี่&nbsp;เป็นอย่างมาก&nbsp;ต่างพาเพื่อนๆ&nbsp;พาครอบครัว&nbsp;ขึ้นไปเที่ยวชมและถ่ายรูปขึ้นโซเชียลกันอย่างคึกคัก&nbsp;ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งการให้บริการที่จอดรถ&nbsp;รถนำเที่ยว&nbsp;การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;บ้านพัก&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;บอกได้เลยว่า&nbsp;กิจกรรมนี้ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;โดยประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ&nbsp;ดูแล&nbsp;บริหารจัดการ&nbsp;ที่สำคัญเห็นลู่ทางสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว&nbsp;ขณะที่ส่วนราชการ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองท้องถิ่น&nbsp;คอยเป็นพี่เลี้ยง&nbsp;คอยสนับสนุน&nbsp;ประชาชนที่ชอบความรัก&nbsp;ความสวยงาม&nbsp;14&nbsp;กุมภา&nbsp;วันวาเลนไทน์นี้ไม่ควรพลาด</p><p><strong>นายเดช&nbsp;เสนาะคำ&nbsp;นายอำเภอซับใหญ่</strong>&nbsp;<strong>เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิแห่งใหม่นี้&nbsp;ใช้&nbsp;motto&nbsp;การท่องเที่ยวว่า&nbsp;มนต์เสน่ห์ทุ่งกันหัน&nbsp;มหัศจรรย์ทุ่งคอสมอส&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยนายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมตัวกันสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน&nbsp;สามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง&nbsp;โดยดึงจุดเด่นคือ&nbsp;ทุ่งกันลมขนาดยักษ์ที่ตั้งเรียงรายกว่า&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;อยู่กลางหุบเขา&nbsp;แล้วเลือกพื้นที่&nbsp;โลเคชันเข้ากับทุ่งกังหันลม&nbsp;ปรับพื้นที่แล้วปลูกดอกคอสมอส&nbsp;เป็นทุ่งใหญ่กว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;สำหรับให้คนเดินลงไปถ่ายรูป&nbsp;&nbsp;จุดนี้ตั้งอยู่ในเขตบ้านบุฉนวน&nbsp;ตำบลซับใหญ่&nbsp;อำเภอซับใหญ่&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;โดยแบ่งเป็นแปลงให้แต่ละหมู่บ้านเป็นเจ้าของ&nbsp;ปลูกและดูแล&nbsp;ให้ดอกคอสมอส&nbsp;ผลัดเปลี่ยนรุ่นตลอดเทศกาลท่องเที่ยว&nbsp;เมื่อมีทุ่งดอกคอสมอสแล้ว&nbsp;ก็ต้องมีระบบ&nbsp;ให้การบริการนักท่องเที่ยว&nbsp;การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งชาวบ้านได้เข้ามาดูแล&nbsp;จัดเก็บค่าบริการ&nbsp;ที่จอดรถ&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;รถบริการรับส่งนักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>การเดินทางเข้าแหล่งท่องเที่ยว</strong>&nbsp;มีความสะดวก&nbsp;ห่างจากตัวเมืองประมาณ&nbsp;60&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ตามทางหลวงแผ่นดินสาย&nbsp;225&nbsp;ชัยภูมิ-&nbsp;หนองบัวระเหว-ซับใหญ่&nbsp;มีทางเลี้ยวซ้าย&nbsp;เข้าบ้านบุฉนวน&nbsp;เป็นทางราดยางตลอดสาย&nbsp;เมื่อถึงจุดท่องเที่ยวจะมีที่จอดรถ&nbsp;และนั่งรถบริการนำเที่ยวขึ้นไป&nbsp;ชมความสวยงามอลังการของทุ่งคอสมอส&nbsp;จุดเช็คอินแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ</p><p><br></p><p><br></p>	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211093435953
312	"เชิญชวนเที่ยวคลองโอ่งอ่าง ชมศิลปะแห่งแสง ดอกไม้แห่งมิตรภาพ"" ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้"	"<p><strong>พล.ต.อ.อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตลอดเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่คลองโอ่งอ่างได้จัดให้มีการแสดงผลงานศิลปะแห่งแสงจากกลุ่มนักออกแบบแสง&nbsp;(&nbsp;Light&nbsp;Artist&nbsp;)&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ดอกไม้แห่งมิตรภาพ&nbsp;ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนเรื่องราว&nbsp;อดีต&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;และอนาคตของย่านนี้&nbsp;ผ่านแสงไฟลวดลายดอกไม้นานาพันธุ์โดยส่วนหนึ่งของไฟที่จัดแสดงดัดแปลงมาจากภาพวาดของน้องๆ&nbsp;โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ&nbsp;</p><p><strong>การแสดงศิลปะแห่งแสงไฟจะเปิดให้ชมได้ทุกวัน</strong>&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเชิงสะพานดำรงสถิต&nbsp;คลองโอ่งอ่าง&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ในเวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.-&nbsp;24.00&nbsp;น.</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ขอเชิญเที่ยวชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;</strong>ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง&nbsp;ในทุกวันศุกร์&nbsp;เสาร์&nbsp;&nbsp;อาทิตย์&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;และการพายเรือคยัค&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;สามารถจองคิวล่วงหน้าผ่าน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;""&nbsp;พายเรือคลองโอ่งอ่าง""&nbsp;ในแอปพลิเคชัน&nbsp;Line&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมกิจกรรม&nbsp;หรือซื้อสินค้าให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>"	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211103053974
313	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง  ผลักดันผลิตภัณฑ์เตยปาหนันและก้านจาก สู่ช่องทางการตลาดออนไลน์ ครั้งที่ 3	<p><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงและเผยแพร่ผลิตภัณฑ์สู่ช่องทางการตลาดออนไลน์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ตามโครงการยกระดับสินค้าและบริการด้วยช่องทางการตลาดวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้จากการพัฒนาและออกแบบจากเตยปาหนันและก้านจาก&nbsp;ผ่านการไลฟ์สดทางเพจเฟสบุ๊คเพื่อให้เกิดการซื้อขายจริง&nbsp;โดยเจ้าของเพจ&nbsp;กระเป๋ากระจูด&nbsp;ร้านธรรมมือ&nbsp;ทะเลน้อย&nbsp;มีผู้ติดตามกว่า&nbsp;92,000&nbsp;follows&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดุหุนสามัคคี&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;การจัดกิจกรรมไลฟ์สดครั้งนี้&nbsp;เป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จักสานเตยปาหนัน&nbsp;ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดุหุนสามัคคี&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และผลิตภัณฑ์จักสานก้านจากของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานก้านจากโต๊ะเมือง&nbsp;และกลุ่มจักสานก้านจากบ้านนายอดทอง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;รวมถึงได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการในการใช้โอกาสจากช่องทางการตลาดออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทันที&nbsp;เกิดมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้นกว่า&nbsp;124,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งผลิตภัณฑ์จากเตยปาหนันและก้านจากที่ได้รับความสนใจ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระเป๋าเตยปาหนันรูปแบบต่างๆ&nbsp;กระเป๋าสตางค์&nbsp;กระเป๋าอเนกประสงค์&nbsp;ตะกร้าใส่ผลไม้&nbsp;ถาดผลไม้ขนาดต่างๆหลากหลายรูปทรง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;</strong>สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน&nbsp;สร้างภาพลักษณ์สินค้าที่มีศักยภาพของจังหวัดตรังให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;สร้างรายได้ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์จากพืชพื้นถิ่น&nbsp;รวมทั้งช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดตรังได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211102219965
314	ภาพรวมเศรษฐกิจ ปี 2564 จังหวัดกาฬสินธุ์ขยายตัวร้อยละ 4.7 คาดว่าปี 2565 โควิด-19 คลี่คลายจะขยายตัว ร้อยละ 12	<p><strong>สำนักงานคลังจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;</strong>สรุปสภาวะเศรษฐกิจในจังหวัดกาฬสินธ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;4.7&nbsp;ส่วนในปี&nbsp;2565&nbsp;หากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;คาดว่าจะส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;12</p><p><strong>นางสาวสุธีรา&nbsp;กิจนาบูรณ์&nbsp;คลังจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการสำรวจสภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พบว่าประมาณการเศรษฐกิจมีการขยายตัว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;4.7&nbsp;เนื่องจากจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;อ้อย&nbsp;เป็นหลัก&nbsp;โดยผลผลิตทางการเกษตรได้ส่งผลในด้านภาคอุตสาหกรรมโรงงาน&nbsp;ทั้งมีโรงงานน้ำตาล&nbsp;โรงงานแปรรูปมันสำปะหลัง&nbsp;ก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่&nbsp;ประกอบกับปี&nbsp;2564&nbsp;มันสำปะหลังมีราคาเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดการจ้างงานในภาคโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;สร้างรายได้หมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจ&nbsp;ในส่วนของภาคการบริการ&nbsp;การโรงแรม&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์ประสบสภาวะเดียวกันกับจังหวัดอื่น&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้ซบเซาลงไปบ้าง&nbsp;ในส่วนของภาคเอกชนและประชาชน&nbsp;ถือว่ามียอดขึ้น&nbsp;จากนโยบายของรัฐบาล&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการเราชนะ&nbsp;โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;อีกทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีการเร่งรัดการใช้จ่ายเงินของส่วนราชการ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ทำให้มีการหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;อย่างไรก็ตามในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดการณ์ว่าหากสถานการณ์โตวิด-19&nbsp;คลี่คลายลง&nbsp;ภาคการบริการ&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ในจังหวัดกาฬสินธุ์ขยับขยายได้&nbsp;ประมาณการได้ว่า&nbsp;สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;อาจจะเพิ่มขึ้นที่ร้อยละ&nbsp;12</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211104046991
315	สานต่อโครงการ เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า SME ปีที่ 3 สร้างโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอี	<p><strong>นางสาวนารถนารี&nbsp;รัฐปัตย์</strong>&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;หรือ&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย&nbsp;โดยเฉพาะด้านช่องทางขายที่ถูกจำกัด&nbsp;ส่งผลให้รายได้ลดลง&nbsp;</p><p><strong>SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย</strong>&nbsp;ร่วมมือกับบริษัท&nbsp;ซีพี&nbsp;ออลล์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;ผู้บริหารเซเว่น&nbsp;อีเลฟเว่น&nbsp;(7-11)&nbsp;และเซเว่น&nbsp;เดลิเวอรี่&nbsp;ร่วมจัดโครงการจับคู่ธุรกิจ&nbsp;เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า&nbsp;SME&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งนับเป็นการจัดต่อเนื่องปีที่&nbsp;3&nbsp;เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้า&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;ได้นำเสนอสินค้า&nbsp;เพื่อเพิ่มโอกาสจะเข้าวางจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดต่างๆ&nbsp;ของซีพี&nbsp;ออลล์&nbsp;ทั้งออฟไลน์และออนไลน์&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านเซเว่น&nbsp;อีเลฟเว่น&nbsp;(7-11),&nbsp;All&nbsp;Online&nbsp;,&nbsp;ทเวนตี้โฟร์&nbsp;ช้อปปิ้ง&nbsp;และร้านยา&nbsp;เอ็กซ์ต้า&nbsp;&nbsp;พลัส&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ช่วยผลักดันให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและทั่วถึง&nbsp;สนับสนุนให้ผู้ประกอบการขยายตลาด&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;สามารถดำเนินธุรกิจไปได้ด้วยดี</p><p><strong>สำหรับโครงการดังกล่าว&nbsp;เปิดกว้างให้กลุ่มสินค้าหลากหลาย</strong>&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป&nbsp;ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ของใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;สิ่งสำคัญต้องเป็นสินค้าที่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;กำลังการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการและกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;ได้รับมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;(อย.)&nbsp;เครื่องหมายการผลิตปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกอย่าง&nbsp;GMP&nbsp;หรือเครื่องหมายมาตรฐานอาหารฮาลาล&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสมัครผ่านทางออนไลน์ฟรี&nbsp;เพียงสแกน&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ถึงเดือนตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยในแต่ละรอบสมัครภายในวันที่&nbsp;25&nbsp;&nbsp;ของทุกเดือน&nbsp;สมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อน&nbsp;ด่วน!&nbsp;รับจำนวนจำกัด&nbsp;จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกต่อไป&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;โทร.1357</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า&nbsp;SME</strong>&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการสมัครมากกว่า&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;นำเสนอสินค้ากว่า&nbsp;400&nbsp;รายการ&nbsp;เบื้องต้นได้รับการคัดเลือกเข้าวางขายสินค้าผ่านเครือข่ายของซีพี&nbsp;ออลล์&nbsp;เช่น&nbsp;บริษัท&nbsp;สมาร์ทไซเอนซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;จำหน่ายโปรตีนไข่ขาว&nbsp;ตรา&nbsp;Hemomin&nbsp;,&nbsp;บริษัท&nbsp;เคียงมูล&nbsp;พลังงานยั่งยืน&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;จำหน่ายถ่านไม้ไผ่อัดแท่งดูดกลิ่น&nbsp;และร้าน&nbsp;พีพี&nbsp;เฟรม&nbsp;สุโขทัย&nbsp;จำหน่ายกรอบรูปไม้&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;ภูมิสุรกุล&nbsp;</strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;(รษก.)&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีพี&nbsp;ออลล์&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผู้บริหารเซเว่น&nbsp;อีเลฟเว่น&nbsp;และเซเว่น&nbsp;เดลิเวอรี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ซีพี&nbsp;ออลล์&nbsp;มีนโยบายและความมุ่งมั่นในการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยล่าสุดได้จัดตั้งศูนย์&nbsp;7&nbsp;สนับสนุนเอสเอ็มอี&nbsp;ดำเนินงานภายใต้ภารกิจ&nbsp;3&nbsp;ให้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ให้ช่องทางขาย&nbsp;ให้ความรู้&nbsp;และให้การสนับสนุน&nbsp;ถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาและยกระดับสินค้า&nbsp;เพื่อวางจำหน่ายผ่านช่องทางการขายที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยบริษัทจะเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอี&nbsp;ให้สามารถรับมือและดำเนินธุรกิจ&nbsp;ก้าวผ่านทุกวิกฤตได้อย่างมั่นคง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211140538098
316	กาฬสินธุ์ วาเลนไทน์เช็คอินที่สวนปลายตะวัน สุดสวย อาหารเลิศรส	<p><strong>เทศกาลวาเลนไทน์ที่สวนปลายตะวัน</strong>&nbsp;อำเภอสมเด็จ&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ดอกไม้สวย&nbsp;บรรยากาศดี&nbsp;ร่มรื่น&nbsp;เช็คอินมุมถ่ายภาพปังๆ&nbsp;อาหารสะอาด&nbsp;อร่อย&nbsp;เมื่อก้าวเดินเข้าไปที่สวน&nbsp;ปลายตะวัน&nbsp;ตำบลสมเด็จ&nbsp;อำเภอสมเด็จ&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ด่านแรกคือคัดกรองตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;เมื่อเดินเข้าไปจะพบความร่มรื่นทั้งทางเดิน&nbsp;ต้นไม้&nbsp;ตกแต่งวางมุมไว้อย่างละเอียดอย่างตั้งใจ&nbsp;ที่จะให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ&nbsp;ตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้พบ&nbsp;ตื่นตาตื่นใจกับสวนดอกไม้สวย&nbsp;สดใส&nbsp;ไม่แพ้ที่ใด&nbsp;หลากหลายมุมถ่ายภาพเช็คอิน&nbsp;พาคู่รัก&nbsp;หรือเพื่อน&nbsp;ๆ&nbsp;มาแล้วไม่ผิดหวังในพื้นที่สวนกว่า&nbsp;7&nbsp;ไร่</p><p><strong>คุณมยุรา&nbsp;พานิชพงศ์ภัค&nbsp;เจ้าของสวนปลายตะวัน&nbsp;</strong>บอกว่า&nbsp;ด้วยความที่เป็นคนชอบต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ&nbsp;จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ก่อเกิดสวนแห่งนี้ขึ้นมา&nbsp;โดยการจินตนาการตามความเหมาะสมกับพื้นที่ว่าจะปลูกจุดไหนเป็นดอกอะไร&nbsp;ตรงไหนเป็นสะพานแขวน&nbsp;สะพานไม้ทางเดิน&nbsp;และให้มีดอกไม้นานาชนิดออกดอกบานสะพรั่ง&nbsp;หลากสี&nbsp;หลากหลายพันธุ์&nbsp;ให้แขกผู้มาเยือนได้ถ่ายภาพและสัมผัสความสดชื่นได้เต็มที่&nbsp;พร้อมกันนั้นก็มีที่พักให้บริการด้วย</p><p><strong>ส่วนการบริการร้านอาหารมีเมนูหลากหลายประเภท</strong>ไว้บริการลูกค้าด้วยกุ๊กฝีมือเยี่ยม&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;สะอาด&nbsp;พร้อมพนักงานเสิร์ฟที่สะอาด&nbsp;อีกมุมคือร้านกาแฟ&nbsp;ทั้งเครื่องดื่ม&nbsp;ร้อน&nbsp;เย็น&nbsp;เมนูเค้ก&nbsp;และขนมมีให้รับประทานชิลล์&nbsp;ๆ&nbsp;ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ช่องทางการติดต่อสวนปลายตะวัน&nbsp;เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;สวนปลายตะวัน&nbsp;โทร&nbsp;094&nbsp;493&nbsp;4166&nbsp;เปิดเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ปิดทุกวันจันทร์</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	กาฬสินธุ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211104352993
317	ความงาม ดอกเอื้องแซะ บานสะพรั่ง กล้วยไม้หายาก ควรค่าแก่การอนุรักษ์	"<p><strong>เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสะวิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เผยภาพความงามของ&nbsp;ดอกเอื้องแซะ&nbsp;กล้วยไม้หอมล้ำค่าที่อยู่คู่กับเมืองแม่สะเรียงมาช้านาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ระบุว่า&nbsp;พบ&nbsp;ดอกเอื้องแซะ&nbsp;ระหว่างการเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพ&nbsp;หรือ&nbsp;Smart&nbsp;patrol&nbsp;จึงได้เก็บข้อมูลและภาพถ่ายมาเผยแพร่&nbsp;ช่วงนี้ดอกเอื้องแซะนั้นกำลังบานชูช่อสวยงามไปทั่วกัน&nbsp;แต่ค่อนข้างพบเจอได้น้อยลง&nbsp;เนื่องจากเป็นกล้วยไม้ที่หายากและได้รับความนิยมในตลาด&nbsp;มักถูกลักลอบเก็บออกมาจากป่าเพื่อขาย&nbsp;จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้อย่างยิ่ง</p><p><strong>หากย้อนไปตามตำนานเมืองแม่สะเรียง</strong>&nbsp;เมื่อครั้งที่ยังมีชื่อ&nbsp;เรียกว่า&nbsp;""เมืองยวม""&nbsp;ยังได้บันทึกไว้ว่าในสมัยโบราณ&nbsp;""เอื้องแซะ""&nbsp;เป็นเครื่องสักการะชั้นสูง&nbsp;เป็นเครื่องบรรณาการอย่างหนึ่งที่ชาว&nbsp;""ลัวะ""&nbsp;ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอนจะต้องนำส่งถวายแด่เจ้ามหาชีวิต&nbsp;""เมืองเชียงใหม่""&nbsp;หรือกษัตริย์ผู้ครองล้านนาแทนการเกณฑ์แรงงาน&nbsp;เป็นของสูงค่าจากผืนป่าสู่คุ้มหลวงแลหอคำ&nbsp;คนต่ำใต้ลุ่มฟ้าอย่าหมายว่าจะได้ยล</p><p><strong>เอื้องแซะ&nbsp;เอื้องแซะหอม</strong>&nbsp;ชื่อวิทยาศาสตร์:&nbsp;Dendrobium&nbsp;scabrilingue&nbsp;Lindl.&nbsp;วงศ์:&nbsp;Orchidaceae&nbsp;เป็นประเภท&nbsp;กล้วยไม้อิงอาศัย&nbsp;ลำต้นมีลักษณะรูปรี&nbsp;สูง&nbsp;10-20&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ข้อคอดเล็กน้อย&nbsp;ผิวต้นเป็นร่องตื้นๆ&nbsp;ตามยาว&nbsp;และมีขนสั้นละเอียดสีดำ&nbsp;ต้นค่อนข้างแข็ง&nbsp;ขึ้นเป็นกลุ่มเล็กๆ&nbsp;ส่วนใบจะมี&nbsp;3-4&nbsp;ใบใกล้ยอด&nbsp;รูปรี&nbsp;ปลายหยักเว้าไม่เท่ากัน&nbsp;แผ่นใบหนาและเหนียว&nbsp;ดอก&nbsp;มักจะออกเป็นช่อสั้น&nbsp;1-2&nbsp;ดอกตามข้อใกล้ยอด&nbsp;กลีบดอกสีขาวอมเขียวอ่อนเป็นมัน&nbsp;โคนกลีบปากกระดกตั้งขึ้นทั้งสองข้าง&nbsp;ปลายแผ่เป็นแผ่นยาว&nbsp;เมื่อแรกบานสีเขียวอมเหลือง&nbsp;สีจะเข้มขึ้นในวันถัดไปจนเป็นสีเหลืองเข้มหรือเหลืองอมส้ม&nbsp;ดอกบานนานเป็นเดือน&nbsp;กลิ่นหอมมาก&nbsp;ออกดอกเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์</p><p><br></p><p><br></p>"	11/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211105405001
318	ผวจ.ยะลา เยี่ยมตลาดพาณิชย์ลดราคาสินค้า ช่วยชาวยะลา	<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;กพ.65)</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เดินทางเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลาได้นำสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา</p><p><strong>นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมกับจังหวัดยะลา&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชนในส่วนภูมิภาค&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10-11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;(ระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;วัน)&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-18.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ประกอบด้วยสินค้าไฮไลต์&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รายการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;และไข่ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพของประชาชนอื่นๆ&nbsp;อีกมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากต้นทุนสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่นำมาจัดรายการประกอบด้วย</strong>&nbsp;ไข่ไก่จากราคาเดิมแผงละ&nbsp;115&nbsp;บาทราคาในงาน&nbsp;แผงละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สด&nbsp;(น่องสะโพก)&nbsp;ราคาเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;(พิเศษช่วงนาทีทอง&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;เฉพาะช่วงเวลา&nbsp;11.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เวลา&nbsp;16.00-17.00&nbsp;น.)&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;จากเดิมขวดละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงานขวดละ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;จากเดิมขวดละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ราคาในงานขวดละ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;และน้ำตาลทราย&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;24&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;กก.ละ&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211110837014
319	ผวจ.ยะลา ขายไข่ไก่ งานพาณิชย์ ลดราคา ช่วยชาวยะลา บรรยากาศวันสุดท้ายคึกคัก	<p><strong>ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ยะลา</strong>&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;และ&nbsp;นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของงาน&nbsp;โดยบรรยากาศ&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคักประชาชนในพื้นที่ยะลา&nbsp;ยืนเข้าคิวรอซื้อสินค้าราคาประหยัด&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;</strong>ได้พบปะพูดคุยกับประชาชนที่มารอคิวซื้อสินค้า&nbsp;และได้ร่วมขายสินค้าในงาน&nbsp;ทั้งไข่ไก่&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาล&nbsp;และไก่สด&nbsp;สร้างความตื่นเต้น&nbsp;และประทับใจแก่ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในวันนี้เป็นอย่างมาก</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา</strong>&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;-11&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสินค้าที่ราคาสูงขึ้น&nbsp;และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211113212037
320	ผู้ว่าฯ ยะลา ตรวจเยี่ยมตลาดพาณิชย์ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ ช่วยเหลือประชาชน	<p><strong>ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา</strong>&nbsp;อ.เมิอง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;ชูทอง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ&nbsp;พร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับประชาชน&nbsp;ในกิจกรรม&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลาได้จัดขึ้น&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชนในส่วนภูมิภาค&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;11&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยการนำสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;หลายรายการ</p><p><strong>นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมกับจังหวัดยะลา&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;จัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ&nbsp;งานพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยชาวยะลา&nbsp;ตามโครงการธงฟ้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพประชาชนในส่วนภูมิภาค&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;สินค้าประกอบด้วย&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;ไก่เนื้อ&nbsp;และไข่ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพของประชาชนอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากต้นทุนสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นและการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา&nbsp;ราคาจำหน่าย&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;จากราคาเดิมแผงละ&nbsp;115&nbsp;บาทราคาในงาน&nbsp;แผงละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สด&nbsp;(น่องสะโพก)&nbsp;ราคาเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;(พิเศษช่วงนาทีทอง&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;เฉพาะช่วงเวลา&nbsp;11.00&nbsp;&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;)&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;จากเดิมขวดละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงานขวดละ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;จากเดิมขวดละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงานขวดละ&nbsp;49&nbsp;บาท&nbsp;และน้ำตาลทราย&nbsp;จากเดิม&nbsp;กก.ละ&nbsp;24&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในงาน&nbsp;กก.ละ&nbsp;17&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในการครองชีพ&nbsp;อีกหลายรายการ&nbsp;นำมาลดราคา&nbsp;จำหน่ายช่วยเหลือประชาชน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211124341068
321	จังหวัดสตูล ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) 	<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน</strong>เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;(กรอ.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;(กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;พร้อมรายงานความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเกาะหลีเป๊ะรองรับการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มงานยุทธศาสตร์&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;จัดการประชุม</strong>&nbsp;คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;(กรอ.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;&nbsp;(กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการจาก&nbsp;6&nbsp;จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ขณะที่จังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;เดอะ&nbsp;โคโค่&nbsp;แกรนด์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาเลต์&nbsp;ปากบารา&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ได้รับทราบและมีมติเห็นชอบ&nbsp;จากการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่&nbsp;(ครม.สัญจร)&nbsp;ที่จังหวัดกระบี่&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;&nbsp;16&nbsp;&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยได้มีการติดตามความคืบหน้าของโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ&nbsp;ภายใน&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;494&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเกาะหลีเป๊ะรองรับการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;งบประมาณ&nbsp;83&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นงบประมาณดำเนินการอาคาร/สิ่งก่อสร้าง&nbsp;28&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และครุภัณฑ์ทางการแพทย์/ครุภัณฑ์สำนักงาน/ครุภัณฑ์อื่นๆ&nbsp;55&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยจะทำการก่อสร้างในพื้นที่เดิม&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;3&nbsp;งาน&nbsp;,&nbsp;โครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้&nbsp;อนุรักษ์ฟื้นฟูพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;82&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,&nbsp;โครงการพัฒนาแห่ลท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,&nbsp;โครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Health&nbsp;Sandbox&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ภาพรวมทั้งโครงการฯ&nbsp;นั้น&nbsp;แต่ละจังหวัดมีความพร้อมอยู่แล้ว</strong>ทั้งด้านสถานที่&nbsp;และแผนดำเนินการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนของ&nbsp;การเสนอสำนักงบประมาณอนุมัติเท่านั้น&nbsp;ก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของข้อเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่</strong>กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ด้านสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วยด้านการเยียวยา&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;,&nbsp;ด้านการท่องบเที่ยว&nbsp;รวม&nbsp;8&nbsp;โครงการ&nbsp;,&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;,&nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;และด้านโครงการสร้างพื้นฐาน&nbsp;9&nbsp;โครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม&nbsp;3&nbsp;เรื่อง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การบริหารจัดการพืชหลัก&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;ยางพารา&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;,&nbsp;การให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ&nbsp;(Specialized&nbsp;Expo)&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;EXPO&nbsp;&nbsp;2028&nbsp;&nbsp;Phuket&nbsp;,&nbsp;Thailand&nbsp;และการยกระดับเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชกระท่อมและกัญชาด้วยการวิจัยและพัฒนา&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;(กรอ.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;กำหนดประชุม&nbsp;2&nbsp;เดือนครั้ง&nbsp;โดยครั้งถัดไปจะกำหนดประชุมฯ&nbsp;ร่วมกันในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211130131072
322	ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เผยถึงโครงการ Phuket Sandbox สร้างรายได้ สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน และประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยวันละกว่า 3,000 ราย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากรัฐบาลได้ขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;เป็นโครงการนำร่องเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ&nbsp;หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ด้วยการต้อนรับนักเดินทางจากต่างประเทศ&nbsp;ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ครบโดสแล้ว&nbsp;และจังหวัดภูเก็ตถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย&nbsp;จึงเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกเปิดโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หลังจากมีการเปิดประเทศ&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;</strong>ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;โดยเฉลี่ยขณะนี้อยู่ที่ประมาณวันละ&nbsp;3,000&nbsp;กว่าราย&nbsp;ส่งผลให้ตัวเลขรายได้เพิ่มสูงขึ้นตามมา&nbsp;จึงเป็นที่มาของรอยยิ้มให้กับประชาชน&nbsp;หลังจากประสบสถานการณ์โควิดกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตเริ่มดีขึ้น&nbsp;ความเป็นอยู่ของประชาชนเริ่มขยับไปในทิศทางที่อยู่ได้และเริ่มเติบโต&nbsp;โครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;จึงถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทำให้มีการขยายผลไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น&nbsp;สร้างรอยยิ้ม&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;มากขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ขับเคลื่อนแนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน&nbsp;โดยเน้นการ&nbsp;เพิ่มเสาเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;มากกว่าภาคการท่องเที่ยว&nbsp;โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต&nbsp;สร้างความมั่นคงให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน&nbsp;ผ่านวิกฤติสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211130535073
323	ปัตตานี-ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน	<p><strong>ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัด</strong>&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;นายณัฐกฤช&nbsp;สิทธิโอสถ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จังหวัดปัตตานีได้มีการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มีวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;955&nbsp;แห่ง&nbsp;สมาชิกจำนวน&nbsp;13,648&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งกิจการที่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน</strong>ประกอบกิจการมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;การผลิตพืช&nbsp;การแปรรูปและผลิตภัณฑ์อาหาร&nbsp;และการผลิตปศุสัตว์&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้ส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โครงการทุเรียนคุณภาพจังหวัดชายแดนใต้&nbsp;โดยร่วมกับสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระราชดำริ&nbsp;ได้มีการปรับรูปแบบโครงการทุเรียนคุณภาพ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในรูปแบบการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน&nbsp;มีเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;73&nbsp;คน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;9&nbsp;ตำบล&nbsp;ที่มีความเข้าใจ&nbsp;มีความพร้อม&nbsp;และต้องการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนในปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ผลปรากฏว่าจังหวัดปัตตานี&nbsp;มีวิสาหกิจชุมชนทุเรียนคุณภาพที่จัดตั้งใหม่</strong>&nbsp;ในอำเภอสายบุรี&nbsp;อำเภอกะพ้อ&nbsp;และอำเภอยะหริ่ง&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการทุเรียนคุณภาพของจังหวัดปัตตานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;วิสาหกิจชุมดังกล่าวยังต้องการความรู้&nbsp;และการพัฒนาด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคต&nbsp;กลุ่มยังต้องพึ่งพาหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าไปให้คำปรึกษา&nbsp;และพัฒนาทักษะกระบวนงานที่วิสาหกิจชุมชนต้องการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดแผนการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น</strong>&nbsp;ดำเนินการโดยคณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&nbsp;เขต&nbsp;และระดับประเทศ&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;โดยใช้หลักเกณฑ์การประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมการ&nbsp;ฯ&nbsp;ระดับต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ใช้เป็นแนวทางดำเนินการประกวด&nbsp;ซึ่งเมื่อได้ดำเนินการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จังหวัดต้องรายงานผลการประกวดให้คณะกรรมการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น&nbsp;ระดับเขตภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211130729074
324	ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เผยถึงโครงการ Phuket Sandbox สร้างรายได้ สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน และประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมเฉลี่ยวันละกว่า 3,000 ราย	<p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากรัฐบาลได้ขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;เป็นโครงการนำร่องเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ&nbsp;หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ด้วยการต้อนรับนักเดินทางจากต่างประเทศ&nbsp;ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ครบโดสแล้ว&nbsp;และจังหวัดภูเก็ตถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย&nbsp;จึงเป็นพื้นที่นำร่องแห่งแรกเปิดโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หลังจากมีการเปิดประเทศ&nbsp;ผ่านโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;</strong>ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิม&nbsp;โดยเฉลี่ยขณะนี้อยู่ที่ประมาณวันละ&nbsp;3,00&nbsp;กว่าราย&nbsp;ส่งผลให้ตัวเลขรายได้เพิ่มสูงขึ้นตามมา&nbsp;จึงเป็นที่มาของรอยยิ้มให้กับประชาชน&nbsp;หลังจากประสบสถานการณ์โควิดกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตเริ่มดีขึ้น&nbsp;ความเป็นอยู่ของประชาชนเริ่มขยับไปในทิศทางที่อยู่ได้และเริ่มเติบโต&nbsp;โครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;จึงถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทำให้มีการขยายผลไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น&nbsp;สร้างรอยยิ้ม&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;มากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ขับเคลื่อนแนวทางการสร้างความเข้มแข็ง</strong>ให้กับประชาชน&nbsp;โดยเน้นการ&nbsp;เพิ่มเสาเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;มากกว่าภาคการท่องเที่ยว&nbsp;โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต&nbsp;สร้างความมั่นคงให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน&nbsp;ผ่านวิกฤติสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212062644330
325	กำชับ คปภ. ก่อนปิดบริษัท หรือคืนใบอนุญาตแก่ผู้เอาประกัน ต้องพิจารณาการคุ้มครองผู้เอาประกันเป็นสิ่งสำคัญ 	<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง&nbsp;ว่า&nbsp;ธุรกิจประกันภัยของประเทศไทย&nbsp;มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;ถือเป็นแหล่งการระดมเงินออม&nbsp;ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนกรณีประกันเจอจ่ายจบ</strong>&nbsp;ทางคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย&nbsp;หรือ&nbsp;คปภ.&nbsp;ได้มีผลบังคับให้บริษัทประกันภัยปิดกิจการไปแล้วสองบริษัท&nbsp;ส่วนบริษัทที่เหลืออยู่ระหว่างการขอคืนใบอนุญาต&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขที่คณะกรรมการ&nbsp;คปภ.&nbsp;กำหนด&nbsp;โดยย้ำว่าต้องคุ้มครองผู้เอาประกันภัยภายใต้การปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างรัดกุม&nbsp;โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้เอาประกันคือหลักการสำคัญสูงสุด&nbsp;ทั้งประกันบริษัทขนาดใหญ่&nbsp;ขนาดกลางและขนาดเล็ก&nbsp;ทั้งนี้ที่ผ่านมา&nbsp;คปภ.&nbsp;ได้มีการทดสอบความเข้มแข็งทั้งสถานะการเงิน&nbsp;รวมถึงขีดความสามารถในการรองรับวิกฤตต่างๆ&nbsp;ของบริษัทประกันภัยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ยืนยันว่าระบบประกันภัยยังมีความน่าเชื่อถือ</p><p><strong>ด้านนายสุทธิพล&nbsp;ทวีชัยการ&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;คปภ.</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการเลิกกิจการของบริษัท&nbsp;อาคเนย์ประกันภัยว่า&nbsp;นับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ&nbsp;คปภ.&nbsp;ได้พิจารณาและกำหนดเงื่อนไข&nbsp;เพื่อเป็นการพิทักษ์ประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;คปภ.&nbsp;ได้ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษและประชุมร่วมกับบริษัท&nbsp;โดยทางบริษัทได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและมีการขออนุญาตเพื่อโอนกรมทัณฑ์ที่เป็น&nbsp;Non&nbsp;Covid&nbsp;ให้กับบริษัทอื่น&nbsp;หรือจัดหาผู้รับประกันรายใหม่แทน&nbsp;โดยมีการสื่อสารกับผู้เอาประกันภัย&nbsp;ให้ผู้ทำประกันสามารถที่จะบอกเลิกกรมทัณฑ์ด้วยความยินยอม&nbsp;และบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวน&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีผู้เอาประกันภัยติดต่อในระบบประมาณ&nbsp;800,000-900,000&nbsp;ราย&nbsp;และโอนชำระเข้าไปประมาณ&nbsp;300,000&nbsp;ราย&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;คปภ.&nbsp;ได้มีการประชุมหารือร่วมกันและแนะนำให้ขยายเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211141209110
326	เงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับลดลงช่วงครึ่งปีหลัง จากราคาน้ำมันเป็นสำคัญ	<p><strong>นายสุรัช&nbsp;แทนบุญ&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ฝ่ายนโยบายการเงิน</strong>&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ธปท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มสูงกว่ากรอบเป้าหมายในช่วงแรกของปีนี้&nbsp;และมีแนวโน้มปรับลดลงในช่วงหลังของปี&nbsp;โดยอัตราเงินเฟ้อล่าสุด&nbsp;ณ&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;ปรับเพิ่มมาที่ร้อยละ&nbsp;3.23&nbsp;จากราคาพลังงานเป็นสำคัญ&nbsp;ซึ่งราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเกือบร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่แล้วและอาหารสด&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเป็นการปรับขึ้นราคาสินค้าเฉพาะบางหมวด&nbsp;ไม่ได้มีการเพิ่มขึ้นในหลายๆ&nbsp;สินค้าพร้อมกันเป็นวงกว้าง&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันมีสินค้าจำนวนมากเกือบ&nbsp;200&nbsp;รายการที่ราคาคงที่หรือลดลง</strong>&nbsp;สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อในระยะต่อไป&nbsp;แนวโน้มของราคาน้ำมัน&nbsp;รวมถึงการคลี่คลายของปัญหาการขาดแคลนชิป&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์และเนื้อหมู&nbsp;จะช่วยให้อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กำลังซื้อที่เริ่มฟื้นตัว</strong>&nbsp;ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์อยู่ในระดับต่ำ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี&nbsp;ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ร้อยละ&nbsp;1-3&nbsp;โดย&nbsp;ธปท.&nbsp;จะติดตามภาวะและแนวโน้มเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด&nbsp;สำหรับการดำเนินนโยบายการเงิน&nbsp;ยังให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ&nbsp;ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว&nbsp;จะทำให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;ส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบของ&nbsp;COVID-19&nbsp;จากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่รายได้ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ธปท.&nbsp;ได้ออกมาตรการการเงินรูปแบบต่างๆ&nbsp;เพื่อลดภาระหนี้&nbsp;แก้หนี้เดิม&nbsp;เติมเงินใหม่ให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่องในระยะข้างหน้า</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211140905103
327	เกษตรแปลงใหญ่บ้านหนองเจริญเพิ่มโอกาสทางการตลาด พร้อมจำหน่ายแตงโมรูปหัวใจรับเทศกาลวันแห่งความรัก	<p><strong>นายประภาส&nbsp;สานอูป&nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันตามระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มผลิต&nbsp;รวมกลุ่มกันขาย&nbsp;และพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน&nbsp;พื้นที่บ้านหนองเจริญ&nbsp;ตำบลแม่ยางตาล&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;มีศักยภาพในการปลูกแตงโม&nbsp;โดยทั้งหมู่บ้านได้ทำการปลูกแตงโมมาเป็นเวลากว่า&nbsp;80&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;เป็นรายได้ให้กับชาวบ้านหลังฤดูการทำนา&nbsp;แต่มักจะประสบปัญหาเรื่องโรคระบาด&nbsp;แมลงศัตรูพืช&nbsp;ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;สำนักงานเกษตรฯ&nbsp;จึงส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกแตงโมรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่แตงโมหนองเจริญ&nbsp;มีพื้นที่ปลูกกว่า&nbsp;300&nbsp;ไร่</p><p><strong>โดยปีนี้เป็นปีแรกของการทดลองปลูกแตงโมรูปหัวใจขึ้น&nbsp;</strong>เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับแตงโมมากขึ้น&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรอำเภอร้องกวางได้สนับสนุนงบประมาณในการถ่ายทอดองค์ความรู้และศึกษาดูงานเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการปลูกแตงโมรูปหัวใจจากพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และยังได้สนับสนุนแบบพิมพ์รูปหัวใจให้เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ได้ทดลองปลูกด้วย&nbsp;ซึ่งขณะนี้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดยังมีน้อย&nbsp;เนื่องจากเป็นปีแรกที่ทดลองทำแตงโมรูปหัวใจ&nbsp;แต่ได้พร้อมจำหน่ายให้กับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่จะถึงนี้แล้ว&nbsp;ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแตงโมหนองเจริญ&nbsp;อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211140911106
328	จังหวัดกระบี่ประชุมเตรียมพร้อมต้อนรับคณะเอกอัครราชฑูตประจำประเทศไทย 8 ประเทศ ในโอกาสพบปะหารือข้อราชการและเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน Krabi   Advanture  Race  2021 ณ หาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธาน</strong>การประชุมเตรียมความพร้อมต้อนรับคณะเอกอัครราช&nbsp;ทูต(สุภาพสตรี)&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;ประเทศ&nbsp;ประกอบด่วยประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน&nbsp;แคนาดา&nbsp;สาธารณรัฐฟิลิปินส์&nbsp;ตุรกี&nbsp;บาเรน&nbsp;ปานามา&nbsp;โคลัมเบีย&nbsp;และอินเดีย&nbsp;มีกำหนดเดินทางมายังจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อเข้าเยี่ยมคาราวะผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;และรับทราบความคืบหน้าของการปรับปรุงท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่&nbsp;ในความพร้อมที่เปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน&nbsp;Krabi&nbsp;Adventure&nbsp;Race&nbsp;๒0๒๑&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหาดอ่าวนาง&nbsp;ต.อ่าวนาง&nbsp;อ.เมืองกระบี่&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพนมเบญจา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;&nbsp;&nbsp;กำหนดการเดินทางของคณะเอกอัครราชทูต&nbsp;ปฏิบัติภารกิจและทำกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ในการจัดกิจกรรมการแข่งขัน&nbsp;อันดามันลีก&nbsp;Krabi&nbsp;Adventure&nbsp;Race&nbsp;2021&nbsp;ประเภทวิ่งชายหาด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โอกาสเดียวกันนี้&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;คณะเอกอัครราชทูต</strong>&nbsp;จะมีการประชุมแลกเปลี่ยนแลเชื่อมสัมพันธไมตรีร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงแรมโซฟิเทลกระบี่&nbsp;โภคีธรา&nbsp;ช่วงบ่ายเดินทางไปยังบ้านเกาะกลาง&nbsp;ตำบลเกาะกลาง&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน&nbsp;และปฏิบัติกิจกรรมต่างที่บ้านเกาะกลาง&nbsp;และช่วงเย็นเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันวิ่งชายหาด&nbsp;Krabi&nbsp;Adventure&nbsp;Race&nbsp;๒0๒๑&nbsp;ประเภทวิ่งชายหาด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆในพื้นที่ของจังหวัดกระบี่&nbsp;โรงเรียนหนองทะเลวิทยา&nbsp;และสะพานท่าเทียบเรืออ่าวท่าเลน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่คณะบุคคลสำคัญและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;&nbsp;เตรียมความพร้อมการรองรับอย่างสมเกียรติในครั้งนี้&nbsp;โดยการจัดกิจกรรในวันดังกล่าว&nbsp;เป็นไปภายใต้มาตรการของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211141016107
329	ไทยมุ่งเน้นการพัฒนาข้าวสายพันธุ์ใหม่ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบรางวัลการประกวดข้าวพันธ์ุใหม่เพื่อการพาณิชย์ว่า&nbsp;การประกวดครั้งนี้เพื่อคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ดีที่สุด&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;ข้าวขาวพื้นนุ่ม&nbsp;และข้าวขาวพื้นแข็ง&nbsp;พร้อมวางยุทธศาสตร์ข้าวไทยเพื่อการพาณิชย์&nbsp;มุ่งเน้นลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ให้เหลือ&nbsp;3,000&nbsp;&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;600&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;และวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ได้&nbsp;12&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ภายในปี&nbsp;2567&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกและการบริโภคในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>การประกวดครั้งนี้ประสบความเสร็จ</strong>&nbsp;ได้ข้าวพันธุ์ใหม่&nbsp;6&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;เป็นไปตามยุทธศาสตร์ข้าวไทยที่กำหนดไว้&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ต้องได้&nbsp;12&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;และตั้งเป้าไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ปีจากนี้&nbsp;ต้องให้ข้าวพันธุ์ใหม่ลงสู่แปลงนาเกษตรเพื่อการพาณิชย์ได้&nbsp;ช่วยเพิ่มมูลค่าส่งออกในอนาคต&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;รัฐหนุนเอกชนนำ&nbsp;มีกรมการค้าต่างประเทศคอยประสานงาน&nbsp;และร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดผลตามเป้าหมายต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ร.ต.ท.&nbsp;เจริญ&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;</strong>นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกข้าวจำนวน&nbsp;61&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยในปีนี้ตั้งเป้าส่งออกจำนวน&nbsp;70&nbsp;ล้านตัน&nbsp;พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนในการร่วมกันพัฒนาพันธุ์ข้าว&nbsp;เพื่อให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211215823311
330	เกษตรเมืองยะลา ติดตามกิจกรรมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสบู่น้ำผึ้งชันโรง	<p><strong>นางวีระ&nbsp;สมศิริ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายวิทยา&nbsp;สายกีเส็ง&nbsp;ติดตามกิจกรรมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสบู่น้ำผึ้งชันโรง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบุดี&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;ซึ่งทางกลุ่มฯ&nbsp;ได้นัดหมายสมาชิก&nbsp;มาร่วมกันผลิตสบู่น้ำผึ้งชันโรงจำนวน&nbsp;100&nbsp;ก้อน&nbsp;จากการสั่งของลูกค้า&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;โดยผลิตสบู่นำผึ้งชันโรงเป็นรูปหัวใจ&nbsp;และรูปดอกกุหลาบ&nbsp;สมาชิกเข้าร่วม&nbsp;5&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211150757147
331	ประชาชนชาวสุรินทร์ให้ความสนใจสินค้าเกษตรถูกและดีกับตลาดนัดพาณิชย์ทุกวันศุกร์	"<p><strong>ประชาชนให้ความสนใจเลือกหาสินค้าเพื่อการอุปโภค-บริโภคราคาถูกกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ซึ่งได้ดำเนินการจัด&nbsp;""ตลาดนัดพาณิชย์""&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-12.00&nbsp;น.&nbsp;มีการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทร์&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;พืชผักต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ข้าวสารอินทรีย์&nbsp;ปลอดสารพิษ&nbsp;สินค้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในราคาจากเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากประชาชนที่ผ่านไปมาและทราบข่าว&nbsp;เดินทางมาแวะอุดหนุนสินค้าราคาถูกมีคุณภาพกันหน้าหน้า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211163050192
332	ททท. จัดงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2565 รูปแบบ Covid Free Event เน้นประสบการณ์ท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ต่อยอดแบรนด์ Amazing Thailand	"<p><strong>นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้จัดงาน&nbsp;""เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีท่องเที่ยวไทยมุมมองใหม่&nbsp;เน้นสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว&nbsp;สอดคล้องกับแคมเปญ&nbsp;เที่ยวเมืองไทย&nbsp;Amazing&nbsp;ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;ผสมผสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ภายในงาน&nbsp;ททท.ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยว</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;โซนโฉมใหม่การท่องเที่ยวไทย&nbsp;/&nbsp;โซนหมู่บ้านทั้ง&nbsp;5&nbsp;ภาค&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ที่เป็นศูนย์รวมของดีของดังประจำแต่ละภาค&nbsp;ทั้งอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงสถานที่ไฮไลท์หลักในภูมิภาคนั้นๆ&nbsp;และ&nbsp;โซน&nbsp;STREET&nbsp;FOOD&nbsp;กรุงเทพมหานครที่รวมอาหารร้านเด็ดของกรุงเทพฯกว่า&nbsp;50&nbsp;ร้านค้า&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการแสดงวัฒนธรรมและการแสดงจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;อาทิ&nbsp;วี&nbsp;วิโอเล็ต&nbsp;,&nbsp;เบล&nbsp;วริศรา,&nbsp;ลุลา&nbsp;,&nbsp;วง&nbsp;4EVE&nbsp;&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังคงปฎิบัติตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;โดยผู้เข้าชมงานต้องได้รับการคัดกรอง&nbsp;2&nbsp;จุดคือ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายบริเวณจุดและ&nbsp;Check&nbsp;in&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;ตามข้อกำหนดของสวนลุมพินี&nbsp;โดยในแต่ละโซนกิจกรรมต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อม&nbsp;หรือแสดงหลักฐานรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;หรือเลือกบริการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ราคา&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;ในบริเวณงาน&nbsp;โดยติดตั้งแอปพลิเคชัน&nbsp;Dr.AnyWhere&nbsp;เมื่อตรวจผ่านแล้วจะได้รับสติ๊กเกอร์ผ่านเข้างานสามารถเข้าชมโซนอื่นๆ&nbsp;ได้เลย</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ<strong>&nbsp;</strong>สวนลุมพินี&nbsp;&nbsp;กรุงเทพมหานคร</p><p><br></p><p><br></p>"	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211204604270
333	กรมเจ้าท่า เร่งดำเนินการกรณีน้ำมันดิบค้างท่อรั่วไหลออกสู่ทะเลจังหวัดระยอง 	<p><strong>นายภูริพัฒน์</strong>&nbsp;<strong>ธีระกุลพิศุทธิ์</strong>&nbsp;<strong>รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>หลังจากได้รับแจ้งจาก&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ที่ได้ดำเนินการขยับท่อ&nbsp;เพื่อตรวจสอบท่อบริเวณจุดรั่วทุ่นผูกจอดเรือ&nbsp;SPM&nbsp;(single&nbsp;point&nbsp;mooring)&nbsp;ทำให้เกิดเหตุน้ำมันดิบที่ค้างท่อเดิมไหลออกสู่ทะเลเพิ่มเติม&nbsp;</p><p><strong>จากการประมาณการ&nbsp;มีปริมาณน้ำมัน&nbsp;5,000&nbsp;ลิตร</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ดำเนินการเข้าล้อมบูมและดำเนินการเร่งจัดเก็บคราบน้ำมันดังกล่าวฯ&nbsp;เรียบร้อยแล้วนั้นในส่วนของกรมเจ้าท่าได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาระยอง&nbsp;ออกประกาศกรมเจ้าท่า&nbsp;ให้ระมัดระวังการเดินเรือและระมัดระวังความปลอดภัย&nbsp;หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณดังกล่าว&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาระยอง&nbsp;ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด&nbsp;&nbsp;ในการกระทำดังกล่าวที่ฝ่าฝืนคำสั่งระงับใช้ท่าเรือ&nbsp;และก่อให้เกิดมลพิษทางทะเล&nbsp;พร้อมกันนี้กรมเจ้าท่ามีหนังสือแจ้งให้บริษัทฯ&nbsp;ดำเนินการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในระดับ&nbsp;Tier&nbsp;1&nbsp;ที่มีระดับปริมาณรั่วไหลไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างขนถ่ายน้ำมัน&nbsp;ผู้ที่ทำให้เกิดน้ำมันรั่วไหลต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการขจัดคราบน้ำมัน&nbsp;หรือขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โ&nbsp;โดยบริษัทฯ&nbsp;ได้ทำการแจ้งให้กรมเจ้าท่าทราบแล้ว&nbsp;พร้อมแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดระยองรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;เพื่อเตรียมการรองรับเหตุที่เกิดขึ้นกรณีหากคราบน้ำมันขยายวงกว้าง</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการตามแผนขจัดคราบน้ำมัน</strong>&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;ได้ให้บริษัทเข้าระงับเหตุดังกล่าว&nbsp;โดยการล้อมบูม&nbsp;จัดเรือสนับสนุนและรายงานผลการทำงานให้กรมเจ้าท่าทราบทันที&nbsp;ในส่วนของกรมเจ้าท่า&nbsp;ได้ทำการจัดเรือตรวจการณ์เข้าสนับสนุน&nbsp;พร้อมตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;ปัจจุบันบริษัทฯสามารถระงับเหตุการณ์ได้แล้วและจะดำเนินการฟื้นฟูตามมาตรการ&nbsp;พร้อมประเมินค่าความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมอันเนื่องมาจากน้ำมันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211215155307
334	เชิญชวนร่วมงานมหกรรมอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล จัดแสดงนวัตกรรมในแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วประเทศ	<p><strong>นายอิทธิพล&nbsp;&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ได้ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;&nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;มูลนิธิอารยสถาปัตย์&nbsp;เพื่อคนทั้งมวล&nbsp;จัดงานเอ็กซ์โปวิถีปกติใหม่&nbsp;&nbsp;มหกรรมอารยสถาปัตย์และนวัตกรรมสุขภาพเพื่อคนทั้งมวล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;บางนา&nbsp;&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์นั้น&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนกระทรวงวัฒนธรรม</strong>&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อคนทั้งมวล&nbsp;นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทั่วประเทศ&nbsp;ที่ได้พัฒนาอาคาร&nbsp;สถานที่ให้มีความเป็นอารยสถาปัตย์&nbsp;สำหรับผู้พิการที่อุทยานประวัติศาสตร์&nbsp;&nbsp;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;หอสมุดแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;หอจดหมายเหตุ&nbsp;รวมถึงประสานงานกับเครือข่ายทางวัฒนธรรมให้จัดอาสาสมัครเข้ามาช่วยดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมและนิทรรศการ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ตลาดนัด&nbsp;เพื่อคนทั้งมวล&nbsp;การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลใน&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;สถาปัตยกรรมและบ้านสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ&nbsp;นวัตกรรมเมืองผู้สูงอายุและศูนย์ดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมและการเสวนาอารยสถาปัตย์จากประเทศต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;อิสราเอล&nbsp;อังกฤษ&nbsp;เบลเยี่ยม&nbsp;เยอรมัน&nbsp;อิตาลี&nbsp;ซึ่งงานจัดภายใต้โควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ผู้สนใจเข้าร่วมงานที่จัดไปจนถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;-19.00&nbsp;น.&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211204254264
335	กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เตรียมระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วน ทบทวนกรอบการเจรจาอาเซียน+1 ของไทย 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กรมฯ&nbsp;เตรียมเชิญหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;ฝ่ายนิติบัญญัติและภาคประชาสังคม&nbsp;เพื่อหารือทบทวนกรอบการเจรจาอาเซียน+1&nbsp;ของไทย&nbsp;ที่มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี&nbsp;2552&nbsp;ในช่วงเดือน&nbsp;ก.พ.-มี.ค.&nbsp;นี้&nbsp;เพื่อให้ไทยสามารถเข้าร่วมการเจรจายกระดับ&nbsp;FTA&nbsp;และจัดทำ&nbsp;FTA&nbsp;ใหม่ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;หลังจากปีที่ผ่านมา&nbsp;อาเซียนกับคู่เจรจา&nbsp;อาทิ&nbsp;จีน&nbsp;อินเดีย&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;และเกาหลีใต้&nbsp;ได้เห็นพ้องว่าจะเริ่มเจรจาเพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ของอาเซียน+1&nbsp;ที่มีอยู่&nbsp;ให้มีความทันสมัยและเปิดเสรีมากขึ้น&nbsp;และประเทศอื่นๆ&nbsp;นอกภูมิภาคที่มีความสนใจจะทำ&nbsp;FTA&nbsp;กับอาเซียน&nbsp;โดยช่วงต้นเดือน&nbsp;ก.พ.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;55&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อเตรียมการไว้แล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับการเจรจาเพื่อยกระดับความตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน+1</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;คาดว่าจะมีประเด็นใหม่ๆ&nbsp;ที่หลายประเทศให้ความสนใจ&nbsp;อาทิ&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;(AANZFTA)&nbsp;จะมีประเด็นเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;วิสาหกิจขนาดกลาง&nbsp;ขนาดย่อม&nbsp;และรายย่อย&nbsp;(MSMEs)&nbsp;การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;และ&nbsp;FTA&nbsp;สำหรับอาเซียน-จีน&nbsp;(ACFTA)&nbsp;จะมีประเด็นเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;เศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;นโยบายแข่งขันทางการค้า&nbsp;การคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;เพื่อให้ทันสถานการณ์การค้าที่เปลี่ยนไป&nbsp;หากสามารถหาข้อสรุปการร่างกรอบการเจรจาฯ&nbsp;ได้แล้ว&nbsp;จะเสนอระดับนโยบายกระทรวง&nbsp;เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ปัจจุบันอาเซียนมี&nbsp;FTA&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;ฉบับ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาเซียน-จีน&nbsp;อาเซียน-ญี่ปุ่น&nbsp;อาเซียน-เกาหลีใต้&nbsp;อาเซียน-อินเดีย&nbsp;อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์&nbsp;อาเซียน-ฮ่องกง&nbsp;และอาร์เซ็ป&nbsp;(อาเซียน+5)&nbsp;ซึ่งความตกลงฯ&nbsp;ได้เริ่มมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ปี&nbsp;2548&nbsp;และอาเซียนได้ประกาศเริ่มเจรจา&nbsp;FTA&nbsp;กับแคนาดา&nbsp;เมื่อปลายปี&nbsp;2564</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211215027306
336	ไทยสมายล์แอร์เวย์ ขยายฐานการบินใหม่ เส้นทางดอนเมือง  เชียงใหม่ พร้อมให้บริการ 25 กุมภาพันธ์นี้ 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายวิเศรษฐ์&nbsp;สนธิชัย&nbsp;รักษาการ&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยสมายล์แอร์เวย์&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สายการบินไทยสมายล์&nbsp;ได้เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารในการเดินทางมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเดินหน้าขยายฐานปฏิบัติการบินจาก&nbsp;เส้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;สู่ท่าอากาศยานดอนเมือง&nbsp;ซึ่งมีเส้นทางบินใหม่&nbsp;บินตรงไป-กลับ&nbsp;จากดอนเมืองสู่เชียงใหม่&nbsp;เมืองท่องเที่ยวเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ให้บริการ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;พร้อมมอบบริการฟูลเซอร์วิสเช่นเดิม&nbsp;เป็นไปตามนโยบายขยายเส้นทางบินของไทยสมายล์&nbsp;ที่ต้องการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายให้บริการครอบคลุมจุดหมายหลักทั่วประเทศ&nbsp;คงความเป็นผู้นำผู้ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิสสำหรับผู้โดยสารที่อาศัยในกรุงเทพฯ&nbsp;ตอนเหนือและจังหวัดใกล้เคียง</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ปัจจุบันไทยสมายล์ยังคงยึด&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ&nbsp;เป็นฐานการบินหลักในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศที่สามารถเชื่อมต่อกับเที่ยวบินระหว่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย&nbsp;มีศักยภาพ&nbsp;พร้อมทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าสู่เมืองได้สะดวก&nbsp;ในขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมือง&nbsp;ยังคงมีขีความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง&nbsp;30&nbsp;ล้านคนต่อปี&nbsp;อีกทั้งยังมีระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองที่สะดวกมากขึ้น&nbsp;ด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง&nbsp;โครงข่ายรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อไปสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครและพื้นที่ชานเมือง&nbsp;รองรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเพิ่มขึ้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">การขยายฐานการบินดังกล่าว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;จึงเป็นการเพิ่มผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ๆ&nbsp;และสามารถบริหารจัดการเครื่องบินให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ผู้โดยสารมีทางเลือกใหม่ในการเดินทางที่คุ้มค่า&nbsp;ปรับเปลี่ยนการเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเดินทางออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;ที่สนามบินสุวรรณภูมิ&nbsp;หรือสนามบินดอนเมือง&nbsp;ในขณะที่ขากลับจากเชียงใหม่ก็สามารถเลือกมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ&nbsp;หรือสนามบินดอนเมืองได้เช่นกัน&nbsp;ทำให้ผู้โดยสารสามารถรับบริการแบบฟูลเซอร์วิสที่ยอดเยี่ยมของไทยสมายล์ได้ทั้ง&nbsp;2&nbsp;สนามบินอีกด้วย&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;หรับเที่ยวบินใหม่&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;-&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ไทยสมายล์ให้บริการทุกวัน&nbsp;วันละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;พร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิส&nbsp;อาทิ&nbsp;จองที่นั่งล่วงหน้า&nbsp;บริการฟรีน้ำหนักกระเป๋าสูงสุด&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ให้บริการอาหารบนเที่ยวบินแบบนำกลับ&nbsp;ตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือน&nbsp;และสามารถสะสมคะแนน&nbsp;Royal&nbsp;Orchid&nbsp;โดยไทยสมายล์ให้บริการ&nbsp;2&nbsp;ชั้นที่นั่งโดยสาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;พรีเมี่ยม&nbsp;อีโคโนมี่&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;PLUS&nbsp;Class&nbsp;12&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;และชั้นอีโคโนมี่&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;Class&nbsp;150/156&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ทำการบินโดยเครื่องบินแอร์บัส&nbsp;A320-200&nbsp;ในโอกาสเปิดเส้นทางบินใหม่ไทยสมายล์เสนอบัตรโดยสารราคาเริ่มต้นที่&nbsp;900&nbsp;บาท/ท่าน/เที่ยว&nbsp;&nbsp;(รวมทุกอย่างแล้ว)&nbsp;เดินทางได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">เปิดทำการจองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;สนใจสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์&nbsp;www.thaismileair.com,&nbsp;ศูนย์บริการลูกค้า&nbsp;(Call&nbsp;Center)&nbsp;โทร.&nbsp;1181&nbsp;หรือ&nbsp;0-2118-8888,&nbsp;ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Service&nbsp;Center)&nbsp;และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Travel&nbsp;Agents)&nbsp;ทั่วประเทศ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211214306301
337	กระทรวงพาณิชย์หารือภาคเอกชน กำหนด 5 ยุทธศาสตร์ ขยายตลาดซาอุดีอาระเบีย	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิช</strong>ย์&nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมเพื่อฟื้นความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการกำหนด&nbsp;5&nbsp;&nbsp;มาตรการ&nbsp;เพื่อทำการค้าในตลาดซาอุดีอาระเบียให้เป็นรูปธรรม&nbsp;โดยให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบีย&nbsp;(JTC)&nbsp;เพื่อเป็นเวทีในการเจรจาการค้าระหว่างกันอย่างเป็นทางการ&nbsp;นำไปสู่การจัดทำ&nbsp;FTA&nbsp;ระหว่างกันได้ต่อไปในอนาคต&nbsp;และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกัน&nbsp;พร้อมมอบหมายกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ดำเนินการจัดกิจกรรมในทุกรูปแบบ&nbsp;เพื่อให้เกิดการซื้อขายระหว่างกัน&nbsp;ทำรายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จะเป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาให้ข้อมูล</strong>&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจในตลาดซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการไทย&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักและจัดทำระบบข้อมูลตลาดซาอุดีอาระเบียเชิงลึก&nbsp;กฎระเบียบต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลนำไปใช้ได้ต่อไป&nbsp;คาดว่าการส่งออกของไทยไปซาอุดีอาระเบียในปี&nbsp;2565&nbsp;จะเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;6.2&nbsp;เป็นอย่างน้อย&nbsp;โดยเฉพาะข้าว&nbsp;ที่จะเป็นตลาดสำคัญของไทยในอนาคต</p><p><strong>ด้านนายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล</strong>&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นอกจากด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;หอการค้าฯ&nbsp;ยังให้ความสำคัญในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะดำเนินการควบคู่กัน</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกไปซาอุดีอาระเบีย</strong>&nbsp;มูลค่า&nbsp;51,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่การนำเข้า&nbsp;มูลค่า&nbsp;181,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่งผลให้ขาดดุล&nbsp;130,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งสินค้าที่นำเข้าส่วนใหญ่คือ&nbsp;น้ำมัน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มูลค่าการส่งออกหลังจากนี้ตั้งเป้าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยสินค้า&nbsp;3&nbsp;หมวดสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;อาหาร&nbsp;ข้าว&nbsp;ไก่สด&nbsp;ผลไม้&nbsp;เนื้อปลา&nbsp;กาแฟ&nbsp;ขนมจากน้ำตาล&nbsp;อาหารปรุงแต่งจากธัญพืช&nbsp;สินค้าอุตสาหกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;รถยนต์และอุปกรณ์รถยนต์และชิ้นส่วน&nbsp;ยางรถยนต์&nbsp;เครื่องปรับอากาศ&nbsp;ตู้เย็น&nbsp;ตู้แช่แข็ง&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;อัญมณีและเครื่องประดับและภาคบริการ&nbsp;เช่น&nbsp;โรงพยาบาล&nbsp;หรือบริการทางการแพทย์&nbsp;โรงแรมและกิจกรรม&nbsp;หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211203658254
338	พาณิชย์ฯปทุมธานี โชว์ศักยภาพสินค้าชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ยอดขายมากกว่า 50 ล้านบาท	<p><strong>พาณิชย์ฯปทุมธานี&nbsp;โชว์ศักยภาพสินค้าชุมชนกลุ่มจังหวัดภาคกลาง</strong>ปริมณฑล&nbsp;ยอดขายมากกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสัน&nbsp;ไลฟ์สไตล์&nbsp;ศรีสมาน&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;นายพงศธร&nbsp;กาญจนะจิตรา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล&nbsp;พร้อมด้วยนายวีระพงศ์&nbsp;สืบค้า&nbsp;พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายพงศ์สุธี&nbsp;สุขศิริ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;นางสาวนิพทธา&nbsp;จันย่อง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนนทบุรี&nbsp;นายสาธิต&nbsp;กล่อมสวัสดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายพงษ์เทพ&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายอัครภูมิ&nbsp;สมแสง&nbsp;เกษตรจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นางธนินท์พรรณ&nbsp;ภววัฒนานุสรณ์&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายสุรพงษ์&nbsp;&nbsp;เป้ากลาง&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายเชาวลิต&nbsp;ครองสิน&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นางสุดาลักษ์&nbsp;ชินวิรารัฒน์&nbsp;ผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และประธานเครือข่ายธุรกิจบิสคลับทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมถึงนักธุรกิจทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาเจรจาการค้า&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดงานฯ</p><p><strong>นายวีระพงศ์&nbsp;สืบค้า&nbsp;พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;เปิดเผย</strong>&nbsp;การจัดงาน&nbsp;Local&nbsp;Market&nbsp;วิถีชุมชน&nbsp;คนใกล้กรุง&nbsp;ในครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ซึ่งกลุ่มภาคกลางปริมณฑล&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นนทบุรี&nbsp;สมุทรปราการและนครปฐม&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ร่วมค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ&nbsp;ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;รวมทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถ&nbsp;&nbsp;ในการแข่งขันผู้ประกอบการ&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพความพร้อมของผู้ผลิต</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น&nbsp;และช่วยให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้ผลิตมีโอกาสเข้าถึงช่องทางการตลาด&nbsp;มีการเชื่อมโยงตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั้งภายในและต่างประเทศ&nbsp;โดยเน้นการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;&nbsp;การจัดเจรจาธุรกิจการค้ากับผู้ประกอบการรายใหญ่&nbsp;ผู้ส่งออก&nbsp;และผู้นำเข้าในต่างประเทศ&nbsp;เพื่อให้เกิดมูลค่าการค้าที่สูงขึ้น&nbsp;ผู้ประกอบการมีความสามารถในการแข่งขันเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า&nbsp;เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;และยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริเวณชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าโรบินสัน&nbsp;ไลฟ์สไตล์&nbsp;ศรีสมาน&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ภายในงานมีการคัดสรรสินค้าชุมชนเด่น&nbsp;สินค้าไฮไลท์&nbsp;นำมาออกบูธแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คูหา&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ข้าวหอมปทุมพรีเมี่ยม&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Organic&nbsp;กล้วยหอมทองปทุม&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;Global&nbsp;GAP&nbsp;จากจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ส้มโอนครชัยศรี&nbsp;จากจังหวัดนครปฐม&nbsp;ปลาสลิดบางบ่อ&nbsp;จากจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด&nbsp;จากจังหวัดนนทบุรี&nbsp;รวมถึงผลิตภัณฑ์เด่นอื่นๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ของใช้ของตกแต่งบ้านจากแร่ดีบุก&nbsp;เครื่องประดับลงยาแบบโบราณ&nbsp;รวมไปถึงเสื้อผ้า&nbsp;และอาหารอร่อยหลากหลายเมนู&nbsp;และมีการจัดจุดแสดงสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)</p><p><strong>โดยในวันนี้มีคู่ค้าที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงการซื้อขายกันแล้วอย่างน้อย&nbsp;5&nbsp;คู่&nbsp;อาทิ</strong></p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;เซ็นทรัล&nbsp;ฟู้ด&nbsp;รีเทล&nbsp;จำกัด&nbsp;(ห้างสรรพสินค้า&nbsp;Tops&nbsp;Market)&nbsp;กับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนส้มโอมณฑลนครชัยศรี&nbsp;ตกลงซื้อขายผลผลิตส้มโอนครชัยศรี&nbsp;ปริมาณ&nbsp;40&nbsp;ตัน</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;เซ็นทรัล&nbsp;ฟู้ด&nbsp;รีเทล&nbsp;จำกัด&nbsp;(ห้างสรรพสินค้า&nbsp;Tops&nbsp;Market)&nbsp;กับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนส้มโอมณฑลนครชัยศรี&nbsp;ตกลงซื้อขายผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;ปริมาณ&nbsp;50&nbsp;ตัน</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ชายแดน&nbsp;อิมพอร์ตเอ็กซ์พอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอส.พี.เอส.&nbsp;ฟรุ๊ตส์&nbsp;จำกัด&nbsp;ตกลงซื้อขายผลผลิตกล้วยหอมทองปทุม&nbsp;ปริมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;เค.&nbsp;เอฟ.&nbsp;อิมพอร์ต-เอกซ์พอร์ต&nbsp;(ไทยแลนด์)&nbsp;จำกัด&nbsp;กับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนส้มโอมณฑลนครชัยศรี&nbsp;ตกลงซื้อขายผลผลิตส้มโอนครชัยศรี&nbsp;ปริมาณ&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยอีซี่&nbsp;เอ็กซ์เพรส&nbsp;จำกัด&nbsp;กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;บ้านเพลิน&nbsp;ฟู้ด&nbsp;จำกัด&nbsp;ตกลงซื้อขาย&nbsp;ผลไม้แปรรูป&nbsp;ปริมาณ&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;โดยเกิดมูลค่าการซื้อขายในงานรวมมากกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211175640220
339	อุทยานแห่งชาติภูลังกาปิดถ้ำนาคี (นครพนม) เป็นชั่วคราว หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด	"<p><strong>นายพันธ์ยศ&nbsp;กีรติพงศ์ศักดา&nbsp;นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;(ถ้ำนาคี)&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;เนื่องจากมีการพบผู้ติดเชื้อยืนยันโดยเป็นอาสานำเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;""ถ้ำนาคี""&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;5-10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>อุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;พิจารณาแล้วเพื่อเป็นการป้องกัน</strong>และลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;25&nbsp;และ&nbsp;35&nbsp;(4)&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวและการพักค้างแรมของอุทยานแห่งชาติภูลังกา&nbsp;(ถ้ำนาคี)&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึง&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินมา&nbsp;ใช้หลักฐานดังกล่าว</strong>&nbsp;มาเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อขออนุญาตเข้าพื้นที่&nbsp;หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ขัดข้อง&nbsp;ทางอุทยานจะให้เข้าพื้นที่ได้เป็นกรณี&nbsp;ๆ&nbsp;ไป&nbsp;และนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มีหลักฐานตามด้านบนจะต้องได้รับการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่จุดลงทะเบียนเข้าอุทยาน&nbsp;และผลเป็นลบ&nbsp;นำไปยื่นเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อีก&nbsp;1&nbsp;อย่างด้วย&nbsp;(นำชุดตรวจมาเอง)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครพนม	สวท.นครพนม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211183954228
340	ขอนแก่น จัดใหญ่มหกรรมบ้านและคอนโด 65 กระตุ้นเศรษฐกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 1 ของปี คาดเงินสะพัดกว่า 1,000 ล้านบาท	"<p><strong>ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาขอนแก่น&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;มณีโชติ&nbsp;</strong>รอง&nbsp;ผวจ.ขอนแก่น&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;มหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น&nbsp;2022&nbsp;Khon&nbsp;Kaen&nbsp;House&nbsp;&amp;&nbsp;&nbsp;Condo&nbsp;&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนายวุฒิชัย&nbsp;ฉัตรชัยพลรัตน์&nbsp;นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น&nbsp;และนายชาญณรงค์&nbsp;บุริสตระกูล&nbsp;ประธานหอการค้า&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ร่วมพิธีเปิดงาน&nbsp;ซึ่งสมาคมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;หอการค้าจังหวัดขอนแก่น&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้จัดกิจกรรมขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;9-13&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;ที่ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่า&nbsp;&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์&nbsp;และประชาชนทั่วไปร่วมชมงาน</p><p><strong>นายสุเทพ&nbsp;มณีโชติ&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มหกรรมบ้านและคอนโดขอนแก่น&nbsp;เป็นงานที่รวบรวมบ้านและดอนโดกว่า&nbsp;100&nbsp;โครงการ&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในจังหวัดขอนแก่น&nbsp;จากหลายบริษัท&nbsp;เพื่อแสดงศักยภาพของสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ผ่านการการออกแบบบ้านและคอนโด&nbsp;ตามความต้องการในการใช้ชีวิตของคนขอนแก่นยุดใหม่อย่างลงตัว&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนขอนแก่น</p><p><strong>&nbsp;ขอนแก่นเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่ดี&nbsp;อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>เชื่อมต่อระหว่างประเทศและหัวเมืองสำคัญฯ&nbsp;ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง&nbsp;ทำให้ได้รับการยอมรับว่าเป็น&nbsp;""มหานครแห่งอาเซียน""&nbsp;เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ&nbsp;ศูนย์กลางทางการแพทย์&nbsp;ศูนย์กลางการศึกษา&nbsp;ศูนย์กลางการให้บริการด้านต่างๆ&nbsp;รวมถึงด้านการค้าและการขนส่งทำให้ขอนแก่นมีอัตราการเจริญเติบโต&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว&nbsp;อันเนื่องมาจากความต้องการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัย&nbsp;ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;และเพื่อเป็นโอกาสในการทำธุรกิจและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><strong>โดยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดขอนแก่น</strong>ในปีที่ผ่านมา&nbsp;มีโครงการที่พักอาศัยเกิดขึ้นมาก&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของคนต่างถิ่น&nbsp;ที่ต้องการย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในจังหวัดขอนแก่นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยศักยภาพของเมือง&nbsp;ประกอบกับจังหวัดขอนแก่นมีโครงการพัฒนาเกิดขึ้นหลายโครงการ&nbsp;เช่นโครงการขอนแก่นสมาร์ทชิตี้&nbsp;โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่&nbsp;ซึ่งสถานีรถไฟขอนแก่นพัฒนาเป็นสถานีรถไฟยกระดับ&nbsp;ตลอดจนโครงการรถไฟรางเบา&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้คน&nbsp;ต่างถิ่นสนใจที่จะย้ายเข้ามาทำการลงทุนและอยู่อาศัยในเขตเมืองขอนแก่นกันมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211184228230
341	เปิดแล้ว! ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ ชวนประชาชนสนับสนุนผลิตภัณฑ์กลุ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแม่ฮ่องสอน 3 อำเภอโซนใต้	<p><strong>นายปฐมพงษ์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;และตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสังคม&nbsp;คัดเชียงแสน&nbsp;นายอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พัฒนาการอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พัฒนาการอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ผอ.สวท.แม่สะเรียง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;เพื่อสนองนโยบายตามข้อสั่งการของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ภายในงานจัดจำหน่าย&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด&nbsp;</strong>และสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;และอำเภอสบเมย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าศูนย์ศิลปาชีพ&nbsp;สาขาอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการดำเนินกิจกรรมฯ&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า</p><p><strong>ตามที่&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชน</strong>&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาค่าครองชีพครัวเรือนในปัจจุบัน&nbsp;มีแนวโน้มสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกระดับโดยรัฐบาลมีความห่วงใยผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.จัดตลาดนัด&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด&nbsp;2.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสินค้า&nbsp;ไม่มีการจำหน่ายเกินราคา&nbsp;กักตุน&nbsp;และปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ&nbsp;3.&nbsp;ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;โดยเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือนส่งเสริมให้ประชาชนประกอบอาชีพ&nbsp;เชิญชวนกลุ่มและสมาชิกกลุ่มต่างๆ&nbsp;ในการจัดอบรม&nbsp;หรือฝึกสอนอาชีพ&nbsp;เช่น&nbsp;ทำอาหาร&nbsp;การจำหน่ายพืชผักสวนครัว&nbsp;ฯลฯ&nbsp;จึงเป็นที่มาของโครงการในวันนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211192617239
342	จังหวัดนครสวรรค์ จัดงานเทศกาลข้าวใหม่ปลามัน มหัศจรรย์วันวาเลนไทน์ ณ พาสานต้นแม่น้ำเจ้าพระยา 11-14 ก.พ.65	<p><strong>จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;จัดงานเทศกาลข้าวใหม่ปลามัน&nbsp;มหัศจรรย์วันวาเลนไทน์&nbsp;ณ&nbsp;พาสานต้นแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;11-14&nbsp;ก.พ.65&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;เดชพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทศกาลข้าวใหม่ปลามัน&nbsp;มหัศจรรย์วันวาเลนไทน์&nbsp;ณ&nbsp;พาสานต้นแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ที่บริเวณเกาะกลางโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;เนื่องในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;หลังจากห่างหายไป&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นางจิราภา&nbsp;เชื้อดวงผุย&nbsp;รักษาการแทนพัฒนาการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่&nbsp;11-14&nbsp;กุมภาพันธ์?&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวระดับจังหวัด&nbsp;สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สินค้าท้องถิ่น&nbsp;รวม&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;กิจกรรมกินข้าวหม้อเดียวกัน&nbsp;กินกันฉันพี่น้อง&nbsp;โดยบริการข้าวพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;ข้าวขาวเกยไชย&nbsp;จากอำเภอชุมแสง&nbsp;การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านจากชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;เช่น&nbsp;รำไทดำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;รำแคนลาวครั่ง&nbsp;อ.ลาดยาว&nbsp;ม้าแห่นาค&nbsp;อ.บรรพตพิสัย&nbsp;การประกวดการแต่งกายย้อนยุค&nbsp;การแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์&nbsp;ขุนภักดี&nbsp;สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ดำเนินการภายในมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19&nbsp;ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในงาน&nbsp;ต้องได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;และต้องมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่แสดงผลไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนร่วมงาน&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.นครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211193855244
343	โครงการ Thailand The Year of Turn a Round พลิกโฉมประเทศไทย สู้ภัยโควิด 2022 ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน 	<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดโครงการThailand&nbsp;The&nbsp;Year&nbsp;of&nbsp;Turn&nbsp;a&nbsp;Round<strong>&nbsp;</strong>พลิกโฉมประเทศไทย&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;2022&nbsp;ว่า&nbsp;งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชนได้เสริมสร้างความเชื่อมั่นนำพาองค์กรและประเทศให้กลับมาเติบโต&nbsp;ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจภายในปี&nbsp;2565&nbsp;จะเริ่มดีขึ้น&nbsp;เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างในเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลด้านเศรษฐกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;Mobile&nbsp;Application&nbsp;&nbsp;การเปลี่ยนแปลงด้านสภาวะภูมิอากาศ&nbsp;ในช่วงโควิด-19&nbsp;มีการผลิตสินค้าและบริการต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเริ่มจากภาคการขนส่งที่มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;ภาคการท่องเที่ยว&nbsp;จะมีการเน้นด้านคุณภาพของการท่องเที่ยว&nbsp;จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว&nbsp;เพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคน&nbsp;รวมถึงฟื้นฟูธรรมชาติควบคู่ไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;พัฒนาพื้นที่&nbsp;สร้างการเจริญเติบโตในโครงการ&nbsp;ECC&nbsp;อาทิ&nbsp;รถไฟความเร็วสูงสนามบินอู่ตะเภา&nbsp;หรือท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุต&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดธุรกิจฐานราก&nbsp;และนำ&nbsp;SMEs&nbsp;เข้ามาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211212859297
344	จังหวัดชุมพร จัดงาน Amazing Robusta @Chumphon ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันให้ชุมพรเป็นเมืองแห่งกาแฟโรบัสต้าอย่างแท้จริง	<p><strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอภิชัย&nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;Amazing&nbsp;Robusta&nbsp;@&nbsp;Chumphon&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์&nbsp;ชุมพรคือเมืองแห่งกาแฟโรบัสต้า&nbsp;โดยมีนางปวีณ์ริศา&nbsp;เกิดสม&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร,&nbsp;นายนพพร&nbsp;อุสิทธิ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการด้านธุรกิจกาแฟ&nbsp;และประชาชนชาวจังหวัดชุมพรเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กาแฟโรบัสต้า&nbsp;ถือเป็นกาแฟ</strong>ประจำพื้นที่และสร้างรายได้จากการขายเมล็ดกาแฟ&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากกาแฟโรบัสต้า&nbsp;เป็นรายได้ลำดับต้น&nbsp;ๆ&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว&nbsp;และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;เพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าให้เกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจด้านกาแฟ&nbsp;รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและผู้ประกอบการธุรกิจด้านกาแฟทั่วทุกภาคของประเทศที่มาร่วมในงาน&nbsp;เพื่อนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากเมล็ดกาแฟ&nbsp;สู่ผลิตภัณฑ์กาแฟ&nbsp;สู่การจำหน่ายกาแฟไปยังผู้บริโภคที่ไม่ใช่เพียงชาวชุมพรหรือคนไทย&nbsp;แต่เป็นผู้ดื่มกาแฟทั่วโลก</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายอภิชัย&nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ททท.&nbsp;สนับสนุนและส่งเสริมที่จะให้เกิดการท่องเที่ยวภาคประชาชน&nbsp;และขณะนี้เองก็สนใจในเรื่องสินค้าเชิงเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะกาแฟซึ่งชุมพรขึ้นชื่อเรื่องกาแฟโรบัสต้าเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ&nbsp;ทำให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวสู่แหล่งผลิต&nbsp;กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว&nbsp;และจังหวัดชุมพรเองก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ทั้งสวนผลไม้&nbsp;และชายทะเล&nbsp;รวมถึงชาวชุมพรก็มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี</p><p><strong>สำหรับงาน&nbsp;Amazing&nbsp;Robusta&nbsp;@&nbsp;Chumphon&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;10-14&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00-21.00น.&nbsp;บริเวณสวนสาธารณะอาภากรเกียรติวงศ์&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การออกร้านจำหน่ายอาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ร้านขายของที่ระลึกกิจกรรม&nbsp;Coffee&nbsp;Talk,&nbsp;&nbsp;กิจกรรม&nbsp;&nbsp;Coffee&nbsp;&nbsp;Battle,&nbsp;&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Music&nbsp;Art&nbsp;&amp;&nbsp;Craft&nbsp;กิจกรรมคูปองส่วนลดค่าอาหารและเครื่องดื่มในงานจากการเล่นเกมส์&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมในภาคบันเทิงพบกับศิลปินรับเชิญ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.&nbsp;พบกับ&nbsp;ลุลา,&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;ก.พ.&nbsp;พบกับ&nbsp;ซิน&nbsp;ซิงกุล่า,&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;ก.พ.&nbsp;พบกับ&nbsp;แก้ม&nbsp;วิชญานี,&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;ก.พ.&nbsp;พบกับ&nbsp;แพรว&nbsp;คณิตกุล&nbsp;และวันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.&nbsp;พบกับ&nbsp;ไอซ์&nbsp;ศรัณยู&nbsp;ซึ่งคาดว่าการจัดงานจะช่วยผลักดันกาแฟพันธุ์โรบัสต้าของชุมพรให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบโควิด-19&nbsp;และสามารถผลักดันให้จังหวัดชุมพรให้เป็นเมืองแห่งกาแฟโรบัสต้าอย่างแท้จริง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่เข้าร่วมงาน&nbsp;ต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;</strong>บริเวณจุดคัดกรองด้านหน้างาน&nbsp;หากไม่มีหลักฐานยืนยันการได้รับวัคซีน&nbsp;หรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;จะมีบริการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ยืนยันว่าถึงแม้จะเป็นการจัดงานภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทางจังหวัดไม่ได้ละเลย&nbsp;มีการบังคับใช้มาตรการ&nbsp;V-U-C-A&nbsp;อย่างเคร่งครัด.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	11/2/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สวท.ชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211223740319
345	กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ครั้งที่ 1/2565 ที่จังหวัดสตูล	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ&nbsp;(กรอ.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมซายัง&nbsp;โรงแรมเดอะโคโค่&nbsp;แกรนด์&nbsp;ชาเลต์&nbsp;ปากบารา&nbsp;อ.ละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;และประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Webex)&nbsp;โดยมี&nbsp;คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจากทุกภาคส่วน&nbsp;ในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;(กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ระนอง&nbsp;และสตูล)&nbsp;เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ในฐานะประธานการประชุมครั้งนี้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ต้องขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการทั้ง&nbsp;</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(0,&nbsp;0,&nbsp;0);"">6&nbsp;จังหวัดในกลุ่มภาคใต้อันดามันที่ให้เกียรติมาประชุมที่จังหวัดสตูล&nbsp;โดย</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">การประชุม&nbsp;กรอ.ครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุม&nbsp;กรอ.&nbsp;ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;ที่มีมติร่วมกัน&nbsp;ให้มีการจัดประชุม&nbsp;กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อติดตามดูงานในพื้นที่&nbsp;และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายเร่งด่วนและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีหลายโครงการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ความก้าวหน้าโครงการศึกษาออกแบบความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจวิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการก่อสร้างสะพานอันดามันเกตเวย์&nbsp;(สะพานสตูล-เปอร์ลิส)&nbsp;โครงการพัฒนาระบบสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมเกาะหลีเป๊ะรองรับการท่องเที่ยวนานาชาติ&nbsp;ความก้าวหน้าในการพัฒนาท่าอากาศยานสตูล&nbsp;ความก้าวหน้าการก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ท่านุ่น(พังงา)&nbsp;โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน&nbsp;ความก้าวหน้าการสนับสนุนการทำประมงน่านน้ำ&nbsp;เช่น&nbsp;ปลาทูน่าเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจความก้าวหน้าของประเทศไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน&nbsp;Expo&nbsp;วาระพิเศษ&nbsp;Specialised&nbsp;expo&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;Expo&nbsp;-2028&nbsp;Phuket&nbsp;Thailand&nbsp;โดยผู้เข้าประชุมมีทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจาก&nbsp;6&nbsp;จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน</span></p><p><strong>สำหรับจังหวัดสตูล&nbsp;มีหลายโครงการที่มีการติดตามความคืบหน้า</strong>&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;และในที่ประชุมมีมติร่วมกันให้จัดการประชุมครั้งต่อไปใน&nbsp;2&nbsp;เดือนข้างหน้าที่จังหวัดระนอง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	11/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211224522321
346	วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้า บ้านหินลับศิลามงคล จังหวัดหนองบัวลำภู ต้อนรับการมาเยือนของคณะวุฒิสภาฯ พร้อมพูดคุยหารือแนวทางพัฒนาการค้าขายผ่านตลาดออนไลน์	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู</strong>&nbsp;ให้การรับรอง&nbsp;พลโท&nbsp;จเรศักณิ์&nbsp;อานุภาพ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;และคณะ&nbsp;ซึ่งเดินทางมาเยือนบ้านหินลับศิลามงคล&nbsp;ตำบลหนองสวรรค์&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ต่างรอต้อนรับคณะเดินทางด้วยไมตรีจิตยิ่ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พลโท&nbsp;จเรศักณิ์&nbsp;อานุภาพ&nbsp;กล่าวทักทายผู้เข้าร่วมกิจกรรมพบปะพูดคุยครั้งนี้&nbsp;</strong>และกล่าวถึงจุดประสงค์ที่เดินทางมายังวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้า&nbsp;บ้านหินลับศิลามงคล&nbsp;ว่าเพื่อหารือกับกลุ่มวิสาหกิจในการค้าขายสินค้าผ้าทอผ่านการตลาดออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;ไลฟ์สดขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย&nbsp;(เฟซบุ๊ก)&nbsp;ว่าผลเป็นเช่นไร&nbsp;เกิดปัญหาอุปสรรค&nbsp;และต้องการพัฒนาไปในทิศทางใด&nbsp;ซึ่งคำตอบที่ได้รับผ่านผู้นำกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;คือการค้าขายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว&nbsp;มีกลุ่มที่เข้ามาดูการไลฟ์สด&nbsp;เป็นกลุ่มผู้ประกอบกิจการผ้าทอด้วยกัน&nbsp;แต่กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าที่มีความประสงค์จะซื้อสินค้า&nbsp;เข้าไม่ถึงหรือไม่รู้จักช่องทางการดังกล่าว&nbsp;จึงไม่เกิดรายได้เป็นรูปธรรม&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจึงยังขายสินค้าผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;ซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาสินค้า&nbsp;และทำให้รายได้ที่กลุ่มวิสาหกิจได้รับยังไม่เป็นที่พึงพอใจเท่าที่ควร</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หลังจากได้รับฟังประเด็นดังกล่าว</strong>&nbsp;พลโท&nbsp;จเรศักณิ์&nbsp;อานุภาพ&nbsp;ได้หารือกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;และได้มองแนวทางแก้ไขเป็นการสร้างคนกลาง&nbsp;หรืออินฟลูเอนเซอร์/พรีเซนเตอร์&nbsp;ของจังหวัดหนองบัวลำภูขึ้นมา&nbsp;เพื่อเป็นตัวแทนในการนำเสนอสินค้าประเภทผ้าทอผ่านโซเชียลมีเดียหรือสื่อออนไลน์&nbsp;อันจะนำไปสู่การรวมกลุ่มของผู้ประกอบกิจการผ้าทอในจังหวัด&nbsp;ได้จำหน่ายสินค้าประเภทผ้าทอโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง&nbsp;แต่ผ่านอินฟลูเอนเซอร์/พรีเซนเตอร์ดังกล่าว&nbsp;ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการกำหนดผู้ที่มีความเป็นไปได้หรือมีความสามารถที่จะดำเนินการตามวิธีการดังกล่าวแล้ว&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดก็ได้รับทราบ&nbsp;และจะมีการหารือ&nbsp;รวมถึงพัฒนาการค้าขายออนไลน์ต่อไป&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการผ้าทอของจังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากผลิตสินค้าที่น่าพึงพอใจ&nbsp;รวมถึงเป็นการส่งเสริมและส่งออกสินค้าทางวัฒนธรรมประเภท&nbsp;OTOP&nbsp;และ&nbsp;CPOT&nbsp;ของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	11/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	หนองบัวลำภู	สวท.หนองบัวลำภู	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220211225926323
347	จังหวัดนครสวรรค์ จัดงานเทศกาลข้าวใหม่ปลามัน มหัศจรรย์วันวาเลนไทน์ @พาสานต้นแม่น้ำเจ้าพระยา	<p><strong>นายปรีชา&nbsp;เดชพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทศกาลข้าวใหม่ปลามัน&nbsp;มหัศจรรย์วันวาเลนไทน์&nbsp;ณ&nbsp;พาสานต้นแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ที่บริเวณเกาะกลางโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;เนื่องในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;หลังจากห่างหายไป&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19</p><p><strong>โดย&nbsp;นางจิราภา&nbsp;เชื้อดวงผุย&nbsp;รักษาการแทนพัฒนาการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กิจกรรมนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่&nbsp;11-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;?2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.-21.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวระดับจังหวัด&nbsp;สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สินค้าท้องถิ่น&nbsp;รวม&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;กิจกรรมกินข้าวหม้อเดียวกัน&nbsp;กินกันฉันพี่น้อง&nbsp;โดยบริการข้าวพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;ข้าวขาวเกยไชย&nbsp;จากอำเภอชุมแสง&nbsp;การแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านจากชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;เช่น&nbsp;รำไทดำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;รำแคนลาวครั่ง&nbsp;อ.ลาดยาว&nbsp;ม้าแห่นาค&nbsp;อ.บรรพตพิสัย&nbsp;การประกวดการแต่งกายย้อนยุค</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้</strong>&nbsp;ดำเนินการภายในมาตรการควบคุมป้องกันโควิด-19&nbsp;ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในงาน&nbsp;ต้องได้รับวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็มขึ้นไป&nbsp;และต้องมีผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ที่แสดงผลไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ก่อนร่วมงาน&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;DMHTTA</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	11/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นครสวรรค์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212004749328
348	เนื้อหมู 150,000 กิโลกรัม จำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูกกว่าท้องตลาด  12-19 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-19&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดโครงการเกษตรช่วยประชาชนลดค่าครองชีพ&nbsp;จำหน่ายหมูเนื้อแดงคุณภาพดี&nbsp;ผ่านมาตรฐานปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;จำนวน&nbsp;150,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จัดจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;กำหนดให้ซื้อได้ไม่เกินคนละ&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือจนกว่าสินค้าจะหมด&nbsp;</p><p><strong>ประชาชนที่สนใจสามารถเดินทางไปเลือกซื้อได้ที่&nbsp;</strong>ลานกิจกรรมตลาดริมน้ำ&nbsp;อตก.&nbsp;เลียบคลองบางซื่อ&nbsp;&nbsp;จากนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะขยายการจัดกิจกรรมนำสินค้าเนื้อหมูไปจำหน่ายยังจังหวัดต่างๆ&nbsp;ให้ครอบคลุม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลยังได้จัดกิจกรรมในช่วงวันแห่งความรัก</strong>&nbsp;สื่อรักด้วยใจ&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;โดยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำหอมแดงสินค้า&nbsp;GI&nbsp;คุณภาพดีเกรด&nbsp;A&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูกเพียง&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัมในราคา&nbsp;189&nbsp;บาท&nbsp;ประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212112020391
349	นายกรัฐมนตรี เตรียมติดตามความคืบหน้าการพัฒนาภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาล	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;จะเป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาคและคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนและการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ในวันอังคารที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;เตรียมประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;Workation&nbsp;Thailand&nbsp;เปลี่ยนสถานที่ทำงานในบรรยากาศที่ต่างไปจากเดิม</span><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">และกิจกรรมวิ่งมาราธอน&nbsp;เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทางกีฬาของไทย&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212203841531
350	นายกรัฐมนตรี เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงกำกับติดตามให้เป็นไปตามเป้าหมาย	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงบประมาณได้รายงานให้&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ทราบถึงภาพรวมการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;ณ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;(ต.ค.-ธ.ค.64)&nbsp;ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนมีการเบิกจ่าย&nbsp;ก่อหนี้ผูกพันสูงกว่าเป้าหมาย&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ยังแพร่ระบาด</strong>&nbsp;ยังส่งผลให้หลายหน่วยงานต้องปรับแผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทำให้บางส่วนมีการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;ในส่วนนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับ&nbsp;ให้แต่ละกระทรวง&nbsp;หรือหน่วยงานพิจารณาแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;กำหนดโครงการต่างๆ&nbsp;ที่สอดคล้องกับปริบทใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมาย</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อให้เม็ดเงินงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ</strong>และมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานดำเนินการตามข้อเสนอแนะของสำนักงบประมาณคือ&nbsp;ให้มีการเร่งรัดการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างงบลงทุนรายการปีเดียว&nbsp;โดยให้ก่อหนี้ผูกพันให้เสร็จภายในไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ของปีงบประมาณ&nbsp;(ม.ค.-มี.ค.65)&nbsp;และให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด&nbsp;รัฐมนตรีที่กำกับดูแล&nbsp;หรือรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมาย&nbsp;กำกับหน่วยรับงบประมาณ&nbsp;ดูแล&nbsp;เร่งรัด&nbsp;ติดตามและประเมินการปฏิบัติงานการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&nbsp;ซึ่งสำนักงบประมาณนำผลการเบิกจ่ายที่เกิดขึ้นมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณางบประมาณปี&nbsp;2566&nbsp;ด้วย</p><p><strong>สำหรับผลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ</strong>&nbsp;ณ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;(1&nbsp;ต.ค.-31&nbsp;ธ.ค.64)&nbsp;มีการเบิกจ่ายงบประมาณไปทั้งสิ้น&nbsp;9.86&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;มีการก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;1.13&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำ&nbsp;8.89&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;35.70&nbsp;จากวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำรวม&nbsp;2.49&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;8.98&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;ส่วนของการเบิกจ่ายงบลงทุน&nbsp;มีการเบิกจ่าย&nbsp;9.70&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;15.95&nbsp;ของวงเงินรายจ่ายลงทุนทั้งหมด&nbsp;ก่อหนี้ผูกพันแล้ว&nbsp;2.31&nbsp;แสนล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212112140395
351	รัฐบาลจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผลักดันผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จาก RCEP ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าไทย 3.9 หมื่นรายการ	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ภายหลังความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;(Regional&nbsp;Comprehensive&nbsp;Economic&nbsp;Partnership)&nbsp;หรือ&nbsp;RCEP&nbsp;ประกอบด้วยประเทศสมาชิก&nbsp;15&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาเซียน&nbsp;10&nbsp;ประเทศ&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;และนิวซีแลนด์&nbsp;มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์จาก&nbsp;RCEP&nbsp;อย่างสูงสุด&nbsp;ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการมาแล้วในหลายด้านด้วยกัน&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;การสร้างความเข้าใจกฎเกณฑ์ทางการค้าต่างๆ&nbsp;แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;การช่วยวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ&nbsp;การชี้แนะแนวทางพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด&nbsp;RCEP&nbsp;อย่างเต็มที่&nbsp;และกระทรวงการคลังได้ออกมาตรการช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;ซึ่งประเทศไทย&nbsp;เป็นหนึ่งในสมาชิก&nbsp;RCEP&nbsp;จะได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งจากการช่วยลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและโอกาสส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;เกษตรกรไทยมีโอกาสขายสินค้าเกษตรได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคจะมีทางเลือกซื้อสินค้าและบริการที่หลากหลายและส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญของภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>ประเทศสมาชิก&nbsp;จะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;39,366&nbsp;รายการ</strong>&nbsp;โดยลดภาษีเหลือ&nbsp;0%&nbsp;ทันที&nbsp;จำนวน&nbsp;29,891&nbsp;รายการ&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลไม้สดและแปรรูป&nbsp;สินค้าประมง&nbsp;น้ำผลไม้&nbsp;ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง&nbsp;รถยนต์และส่วนประกอบ&nbsp;พลาสติก&nbsp;เคมีภัณฑ์&nbsp;ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;และคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ&nbsp;ซึ่งจะเพิ่มโอกาสทางการส่งออกให้กับสินค้าไทย&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากกฎถิ่นกำเนิดสินค้า</strong>&nbsp;เป็นการเพิ่มทางเลือกในการใช้วัตถุดิบของประเทศสมาชิก&nbsp;สินค้าไทยที่จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;อาหารปรุงแต่ง&nbsp;อาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;รองเท้า&nbsp;เหล็กและผลิตภัณฑ์จากเหล็ก&nbsp;รวมถึงปลาทูน่ากระป๋อง&nbsp;ที่ไทยนำเข้าวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากแหล่งนอกภูมิภาค&nbsp;ก็จะสามารถผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิดและได้รับสิทธิ์การลดภาษีนำเข้าได้ง่ายขึ้น&nbsp;เมื่อเทียบกับความตกลง&nbsp;FTA&nbsp;อื่นๆ&nbsp;ก่อนหน้า</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs</strong>&nbsp;ที่ประกอบธุรกิจส่งออก&nbsp;หรืออยู่ในห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;โดยเน้นส่งออกไปยังประเทศสมาชิก&nbsp;RCEP&nbsp;หากต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;ทาง&nbsp;EXIM&nbsp;BANK&nbsp;ได้ออกบริการ&nbsp;สินเชื่อเอ็กซิมลุยตลาด&nbsp;RCEP&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด&nbsp;2.75%&nbsp;ในปีแรก&nbsp;วงเงินสูงสุด&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยสามารถใช้หนังสือค้ำประกันบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;ร่วมกับบุคคล/นิติบุคคลค้ำประกัน&nbsp;เป็นหลักประกันร่วมได้กรณีกู้เงินไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แถมวงเงิน&nbsp;Forward&nbsp;Contract&nbsp;สูงสุด&nbsp;1&nbsp;เท่าของวงเงินสินเชื่อ&nbsp;เป้าหมายวงเงินสนับสนุนรวม&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้ถึง&nbsp;29&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212112303398
352	นายกรัฐมนตรี พอใจประชาชนตอบรับคนละครึ่ง เฟส 4 ลงทะเบียนเต็ม 29 ล้านสิทธิแล้ว 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความยินดีที่กระแสตอบรับจากประชาชนพอใจและชื่นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ&nbsp;COVID-19&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;โดยหลังเปิดให้ใช้จ่ายเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ความคืบหน้าการใช้จ่ายล่าสุด&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ผู้ใช้สิทธิ&nbsp;สะสม&nbsp;รวม&nbsp;34.42&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่าย&nbsp;สะสม&nbsp;รวม&nbsp;23,032.55&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสม&nbsp;22.23&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสม&nbsp;20,612.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม&nbsp;10,433.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่ายสะสม&nbsp;10,178.5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสม&nbsp;11.32&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสม&nbsp;2,248.45&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสม&nbsp;0.87&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสม&nbsp;171.80&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ส่วนของโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ที่ได้เปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;(ประชาชนทั่วไป)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ขณะนี้&nbsp;มีผู้ลงทะเบียนครบแล้วจำนวน&nbsp;29&nbsp;ล้านสิทธิ&nbsp;ซึ่งประชาชนทั่วไปฯ&nbsp;ที่ลงทะเบียนโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สำเร็จ&nbsp;จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนของประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ยังสามารถกดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยจะต้องเริ่มใช้สิทธิโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212203954532
353	ไทย พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2022 นายกรัฐมนตรี สั่งการทุกหน่วยงานขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตลอดปี&nbsp;2565&nbsp;ของไทย&nbsp;(APEC&nbsp;2022)&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้กล่าวในการประชุมคณะกรรมการระดับชาติ&nbsp;เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ว่า<strong>ขณะนี้&nbsp;การเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทยเริ่มต้นขึ้นแล้ว</strong>&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่เจ้าภาพ&nbsp;รวมทั้งร่วมมือกันขับเคลื่อนผลลัพธ์จากการประชุมให้เป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่</p><p>การประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มีหัวข้อหลักของการประชุมคือ&nbsp;เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์&nbsp;เชื่อมโยงกัน&nbsp;สู่สมดุล&nbsp;หรือ&nbsp;Open.&nbsp;Connect.&nbsp;Balance.&nbsp;มีประเด็นสำคัญคือ&nbsp;การทำให้เอเปคเปิดกว้างสู่ทุกโอกาส&nbsp;เชื่อมโยงในทุกมิติและสร้างสมดุลในทุกด้าน&nbsp;เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความไม่สมดุลที่เห็นเด่นชัดขึ้นจากวิกฤติโรคระบาดและการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค&nbsp;ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;เน้นการค้าการลงทุนแบบเสรีและการกระชับความร่วมมือในการรวมกลุ่มเศรษฐกิจ&nbsp;ให้ความสำคัญกับการเร่งฟื้นฟูความเชื่อมโยงในภูมิภาคอย่างปลอดภัย&nbsp;ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ&nbsp;คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการทำงานในทุกมิติ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย</strong>&nbsp;เพื่อผลักดันและส่งเสริมผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนคนไทย&nbsp;ในทุกด้าน&nbsp;ทั้งด้านการค้าการลงทุน&nbsp;การพัฒนาเทคโนโลยีและดิจิทัล&nbsp;การพัฒนาชุมชน&nbsp;สตรี&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความภาคภูมิใจครั้งนี้&nbsp;โดยร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;ต้อนรับผู้นำจากทั่วโลกเข้าร่วมการประชุมตลอดปีนี้&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;จะกำกับดูแลการเตรียมการและการดำเนินการเป็นเจ้าภาพเอเปค&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;ของไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวในการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพของไทย&nbsp;ได้ตามช่องทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Twitter&nbsp;และ&nbsp;Instagram&nbsp;#APEC2022THAILAND&nbsp;#เอเปค2565&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212112403402
354	ตามซ้อไปเช็คอินปัตตานี  กับทริปสวยสวย ในเมืองปัตตานี เที่ยวแบบคลาสิค ณ ย่านกือดาจีนอ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี	<p><strong>นายสมนึก&nbsp;พรหมเขียว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ตามไป&nbsp;Check-In&nbsp;ตานี&nbsp;กับแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสวยสวยสุขใจเฮงเฮงเฮงไปกับซ้อปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>อาคารไวท์เฮาส์&nbsp;พิพิธภัณฑ์ชูเกียรติ-ปิติเจริญกิจ&nbsp;ไวท์เฮาส์&nbsp;</strong>เป็นชื่อเรียกบ้านสีขาวหลังใหญ่&nbsp;ตั้งอยู่บนถนนฤาดี&nbsp;ตำบลอาเนาะรู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;มีรูปแบบอาคารที่ทันสมัยและดูแปลกตากว่าบ้านหลังอื่นๆ&nbsp;ในยุคสมัยเดียวกัน&nbsp;สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักอาศัยเมื่อประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2477&nbsp;&nbsp;ตัวบ้านมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบยุโรป&nbsp;เป็นอาคารสูงสามชั้น&nbsp;แต่ละชั้นมีระเบียงรายรอบ&nbsp;ประตูหน้าต่างมีลักษณะเป็นซุ้มโค้ง&nbsp;ช่องแสงประดับกระจกสีสวยงาม&nbsp;มีการจัดแสดง&nbsp;เครื่องทองเหลือง&nbsp;อาวุธ&nbsp;เครื่องกระเบื้อง&nbsp;ซื่งล้วนแสดงถึงความรุ่งเรืองของปัตตานีในอดีต&nbsp;และบริเวณระเบียงชั้น&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ยังเป็นจุดเช็คอินวิวชิโนปัตตานีได้อย่างสวยงาม&nbsp;&nbsp;นั่งรถเรือกอและชมวิวเมืองปัตตานี</p><p><strong>ศาลหลักเมืองปัตตานี&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณสนามศักดิ์เสนีย์&nbsp;ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด</strong>&nbsp;ริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี&nbsp;ตำบลสะบารัง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;สร้างเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2494&nbsp;สมัยพระยารัตนภักดีเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ศาลแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองปัตตานีและนักท่องเที่ยวที่แวะไปเที่ยว&nbsp;มักจะพากันไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;และตั้งอยู่บริเวณที่ตั้งของลานศิลปวัฒนธรรม&nbsp;หอนาฬิกาสามวัฒนธรรม&nbsp;ปืนใหญ่พญาตานีจำลอง&nbsp;และประติมากรรม&nbsp;3&nbsp;เสาคู่สะท้อนวิถีวัฒนธรรมปัตตานี&nbsp;ณ&nbsp;ริมแม่น้ำปัตตานีนั่งรถเรือกอและชมวิวเมืองปัตตานีจุดต่อไป</p><p><strong>ผนังนกนางแอ่นตำบลอาเนาะรู&nbsp;บริเวณบ้านนกนางแอ่นของคุณชูเกียรติ&nbsp;ปิติเจริญกิจ</strong>&nbsp;(ศูนย์รถยนต์&nbsp;Ford&nbsp;เก่า)&nbsp;ผนังพื้นสีแดงที่นำนกนางแอ่นที่มาผสมผสานกับลวดลายประแจจีนโบราณสีเหลือง&nbsp;แสดงให้เห็นว่าปัตตานีมีอาคารนกนางแอ่นมากมาย&nbsp;ถือเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ร่ำรวย&nbsp;มั่งคั่ง</p><p><strong>นั่งรถเรือกอและชมวิวเมืองปัตตานีจุดต่อไป</strong>&nbsp;บ้านขุนพิทักษ์รายามุมถนนอาเนาะรู&nbsp;องค์การยูเนสโกมอบรางวัล&nbsp;Award&nbsp;of&nbsp;Merit&nbsp;โครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี&nbsp;2021&nbsp;ให้กับ&nbsp;บ้านขุนพิทักษ์รายา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าอายุนับร้อยปีในประเทศไทย&nbsp;เดินย่านเมืองเก่าปัตตานี&nbsp;ย้อนวันวานกือดาจีนอ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;5&nbsp;บ้านกงสี&nbsp;และธรรมศาลา&nbsp;</p><p><strong>ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว&nbsp;หรือ&nbsp;ศาลเจ้าเล่งจูเกียง&nbsp;</strong>ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;63&nbsp;ถนนอาเนาะรู&nbsp;ตำบลอาเนาะรู&nbsp;เป็นศาลที่ประดิษฐานรูปแกะสลักของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว&nbsp;พระหมอ&nbsp;เจ้าแม่ทับทิม&nbsp;ในวันขึ้น&nbsp;15&nbsp;ค่ำ&nbsp;เดือน&nbsp;3&nbsp;ของทุกปีจะมีงานประเพณีแห่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไปตามถนนสายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภายในตัวเมืองปัตตานีทำพิธีลุยไฟบริเวณหน้าศาลเจ้าเล่งจูเกียง&nbsp;ว่ายน้ำข้ามแม่น้ำตานีบริเวณสะพานเดชานุชิต&nbsp;ในงานนี้มีผู้ที่เคารพศรัทธามาร่วมงานเป็นจำนวนมากทุกปี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212100903357
355	กระทรวงพลังงานแจงราคาน้ำมันแพง ย้ำไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ราคาจึงเป็นไปตามตลาดโลก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">จากความเคลื่อนไหวการเรียกร้องให้รัฐแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;โดยกลุ่ม&nbsp;สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;Truck&nbsp;Power&nbsp;Final&nbsp;Season&nbsp;โดยมีรถสิบล้อกว่า&nbsp;100&nbsp;คันจากทั่วประเทศมาปักหลักหน้ากระทรวงพลังงาน&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังเคยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาดังกล่าวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับลดราคาน้ำมันดีเซลให้เหลือลิตรละ&nbsp;25&nbsp;บาทเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;โดยเสนอให้ปรับลดการเก็บภาษีสรรพสามิต&nbsp;ลดค่าการตลาด&nbsp;และหยุดผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลชั่วคราว&nbsp;เนื่องจากราคาไบโอดีเซลมีราคาสูง&nbsp;ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลมีราคาสูงตามไปด้วย</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายสุพัฒนพงษ์&nbsp;พันธุ์มีเชาว์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;ระบุว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;เพียงเดือนเดียวต้นทุนราคาน้ำมันขึ้นมาเกือบ&nbsp;6&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;หากรัฐบาลไม่ตรึงราคาไว้&nbsp;ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลจะเกิน&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งขณะนี้รัฐได้นำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาอุดหนุนประมาณลิตรละเกือบ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งใกล้เคียงกับภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว&nbsp;รวมทั้งจะพิจารณาช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายกุลิศ&nbsp;สมบัติศิริ&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">กล่าวถึงการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลในปัจจุบันให้ไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;จะใช้เงินกองทุนน้ำมันเฉลี่ย&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;หากจะให้ราคาลดลงเหลือ&nbsp;25&nbsp;บาทตามข้อเรียกร้อง&nbsp;จะต้องใช้เงินตรึงราคาถึง&nbsp;9&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;คิดเป็นวงเงินรวม&nbsp;17,000&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;ซึ่งไม่สามารถหาแหล่งเงินมาได้&nbsp;เนื่องจากปัจจุบัน&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ติดลบไปแล้ว&nbsp;14,080&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และอยู่ระหว่างกู้เงินอีก&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อมาพยุงราคาดีเซลที่&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตรและดูแลราคา&nbsp;LPG&nbsp;ที่กำลังมีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้น</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ด้านนายสมบูรณ์&nbsp;หน่อแก้ว&nbsp;รองปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ซึ่งเป็นตัวแทนรับหนังสือเรียกร้องจากกลุ่มดังกล่าว&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;ราคาน้ำมันสำเร็จรูปของไทยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก&nbsp;เนื่องจากไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ&nbsp;มีความต้องการใช้พลังงานในภาคการผลิต&nbsp;ทำให้ความต้องการน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;จนไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการ&nbsp;ประกอบกับความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;การเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน&nbsp;ข้อพิพาทยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดในรอบ&nbsp;7&nbsp;ปี</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">สำหรับโครงสร้างราคาน้ำมันใน&nbsp;1&nbsp;ลิตรจะประกอบด้วยต้นทุน&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;""><u>ต้นทุนเนื้อน้ำมัน</u></strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;4060)&nbsp;คือ&nbsp;ต้นทุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงกลั่น&nbsp;ซึ่งอ้างอิงราคาตามตลาดกลางภูมิภาคเอเชีย</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;""><u>ภาษีต่างๆ&nbsp;</u></strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">(ร้อยละ&nbsp;3040)&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาษีสรรพสามิต&nbsp;ภาษีเทศบาล&nbsp;และภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาประเทศ&nbsp;และบำรุงท้องถิ่น&nbsp;โดยภาษีที่จัดเก็บ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;""><u>กองทุนต่างๆ</u></strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;&nbsp;20)&nbsp;เช่น&nbsp;กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;""><u>ค่าการตลาด</u></strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;1018)&nbsp;คือ&nbsp;ส่วนที่เป็นต้นทุน&nbsp;ค่าใช้จ่าย&nbsp;และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ&nbsp;ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน&nbsp;การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ&nbsp;รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้กับประชาชน</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	12/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212115353419
356	ททท.จันทบุรี จัดงาน ชิมกาแฟเมืองจันท์ส่งเสริมการท่องเที่ยว	<p><strong>ททท.สำนักงานจันทบุรีจัดงาน&nbsp;Coffee&nbsp;and&nbsp;Friends&nbsp;Chanthaboon&nbsp;2022&nbsp;รวบรวมร้านกาแฟชื่อดัง&nbsp;ในจังหวัดจันทบุรีมาออกร้านจำหน่ายบริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวชมวิถีชีวิตริมน้ำจันทบูร</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ศาลเจ้าที่ตลาดล่าง&nbsp;ตำบลตลาด&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนสมาคม&nbsp;องค์กรด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องร่วมเปิดงาน&nbsp;Coffee&nbsp;and&nbsp;Friends&nbsp;CHANTHABOON&nbsp;2022&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลเจ้าตลาดล่าง&nbsp;ชุมชนริมน้ำจันทบูร&nbsp;จังหวัดจันทบุรีภายในงานมีร้านกาแฟขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ร้านขายของที่ระลึก&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;มาเปิดร้านจำหน่ายกว่า&nbsp;20&nbsp;ร้านค้า&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Coffee&nbsp;talk&nbsp;แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นและการพัฒนากาแฟสมัยใหม่เพื่อดึงดูดใจลูกค้าสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;งานจัดในรูปแบบบรรยากาศสบายๆ&nbsp;แต่ละร้านจะให้ความรู้นำเสนอ&nbsp;Show&nbsp;Case&nbsp;ทางด้านกาแฟ&nbsp;เอกลักษณ์ของกาแฟ&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดยมีวิทยากรที่มีประสบการณ์&nbsp;ความรู้&nbsp;และความชำนาญด้านกาแฟ&nbsp;สายพันธุ์จันทบูร&nbsp;ร้านขายขนมเคียงคู่กาแฟจันท์&nbsp;และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหลากหลาย&nbsp;พร้อมดนตรี&nbsp;Mini&nbsp;Acoustic&nbsp;Song&nbsp;และกิจกรรมแลกของรางวัล&nbsp;โดยการจัดทำเป็น&nbsp;คาเฟ่พาสปอร์ต&nbsp;แจกผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ชุด&nbsp;ไปประทับตราร้านค้าที่กำหนดในริมน้ำจันทบูร&nbsp;เมื่อได้รับตราประทับครบ&nbsp;5&nbsp;ดวง&nbsp;สามารถนำมาแลกรับเมล็ดกาแฟสายพันธุ์จันทบูรณ์เพื่อนำไปเพาะปลูกขยายพันธุ์ได้อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212121946425
357	ผอ.สำนักพัฒนาภาคที่ 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตสายหลักที่อำเภอชัยบุรี	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">จ่าเอกวันชัย&nbsp;เกิดด้วยทอง&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">พร้อมด้วยกลุ่มกฎหมาย&nbsp;กลุ่มยุทธศาสตร์ฯ&nbsp;ร่วมต้อนรับ&nbsp;พลตรี&nbsp;กฤษณ์&nbsp;จันทรนิยม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคที่&nbsp;4&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;นายอำเภอชัยบุรี&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่แปลง&nbsp;คทช.&nbsp;(บริษัทจิวกังจุ้ยพัฒนา&nbsp;จำกัด)&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ไทรทอง&nbsp;อ.ชัยบุรี&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตสายหลัก&nbsp;งบประมาณกองทุนฯ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ในการนี้ได้ร่วมปรึกษาหารือ&nbsp;รับทราบปัญหาอุปสรรค&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;แนวทางการปรับปรุงงานถนนสายหลักในแปลง&nbsp;คทช.&nbsp;สุทัศน์&nbsp;โดย&nbsp;ส.ป.ก.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการขอความอนุเคราะห์&nbsp;ฝ่ายทหารช่างฯ&nbsp;มาดำเนินการสำรวจ&nbsp;ออกแบบ&nbsp;และประมาณราคา&nbsp;งานปรับปรุงถนนผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็กในแปลงสุทัศน์&nbsp;ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	12/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212124526428
358	รองผู้ว่าฯ สมุทรสงครามประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง	<p><strong>รองผู้ว่าฯ&nbsp;สมุทรสงครามประชุม&nbsp;คณะกรรมการจังหวัดร่วมกันพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชง&nbsp;พร้อมเห็นชอบอนุญาตให้ผลิตกัญชงเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;3&nbsp;ราย</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ</strong>&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามเป็นประธานประชุมคณะกรรมการจังหวัดเพื่อพิจารณาการขออนุญาตผลิตกัญชงซึ่งมีผู้ขออนุญาต&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นายภูวชาต&nbsp;กึ่งวงษ์&nbsp;ขอปลูกที่บ้านเลขที่&nbsp;48&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลท่าคา&nbsp;อำเภออัมพวา,&nbsp;นายวรวิทย์&nbsp;กมลธรรม&nbsp;ขอปลูกที่บ้านเลขที่&nbsp;1140/2&nbsp;ถนนไชยพร&nbsp;ตำบลแม่กลอง&nbsp;อำเภอเมือง,&nbsp;นายณรงค์ฤทธิ์&nbsp;กมลธรรม&nbsp;ขอปลูกที่บ้านเลขที่&nbsp;150&nbsp;ถนนแหลมใหญ่&nbsp;ตำบลแม่กลอง,&nbsp;และ&nbsp;บริษัทธาราเธรา&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;111/1-3&nbsp;หมู่&nbsp;ถนนพระราม&nbsp;2&nbsp;ตำบลบางแก้ว&nbsp;อำเภอเมือสมุทรสงคราม&nbsp;โดยที่ประชุมได้พิจารณาตามบันทึกการตรวจสถานที่ก่อนขออนุญาตผลิตกัญชง&nbsp;แปลนสถานที่ปลูก&nbsp;เอกสาร&nbsp;การตรวจประวัติอาชญากรรม&nbsp;แผนการผลิตและใช้ประโยชน์,&nbsp;การรักษาความปลอดภัย,&nbsp;กำหนดบัญชีผู้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซี่งผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;คือ&nbsp;บริษัทธาราเธรา&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ประชุมขอให้เพิ่มเติมข้อมูลอื่นๆ&nbsp;ที่ยังขาดพิจารณาในครั้งต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212132446445
359	รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  เผยความคืบหน้าล่าสุดการขจัดคราบน้ำมัน ที่จังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมอยู่ในวงจำกัด แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด	<p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการขจัดคราบน้ำมันที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(12&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;&nbsp;ศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ํามันรั่วไหล&nbsp;&nbsp;ได้จัดส่งเรือออกตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณมาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ติดตามการเคลื่อนที่ขณะนี้&nbsp;Boom&nbsp;และคราบน้ำมันยังคงอยู่ที่ตำแหน่งเดิมเนื่องจากไม่มีกระแสลม&nbsp;มีระยะห่างจากชายฝั่ง&nbsp;3.67&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ห่างจากชายหาดแม่รำพึงประมาณ&nbsp;8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และห่างจากชายฝั่งเกาะเสม็ด&nbsp;15&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบบูมที่ทำการล้อมคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;รวมพื้นที่ไม่ถึง&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;บริเวณดังกล่าวมีเรือเฝ้าระวังประจำจุดรั่วไหล&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ลำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือ&nbsp;Boom&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือพ่นสารเคมี&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;และมีการกั้น&nbsp;Boom&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ปาก&nbsp;และมีการกั้น&nbsp;Boom&nbsp;บริเวณหน้าอ่าวพร้าว&nbsp;เกาะเสม็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ปาก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจติดตามเส้นทาง</strong>การแพร่กระจายน้ำมันทางชายหาดใน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่บ้านคลอง&nbsp;กะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&nbsp;&nbsp;-&nbsp;บ้านก้นอ่าว&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จุดที่&nbsp;ห่างจากหินขาวหินดำ&nbsp;บริเวณ&nbsp;(คลองหัวรถ)&nbsp;จากการตรวจสอบยังไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;จุดที่&nbsp;2&nbsp;ได้ทำการสำรวจหน้าศาลเจ้าแม่ทัพทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ(ทอ)&nbsp;ระยะประมาณ&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;จากการตรวจสอบยังไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และจุดที่&nbsp;3&nbsp;ได้ทำการสำรวจชายหาดบริเวณบ้านเพ&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จากการตรวจสอบยังไม่พบคราบน้ำมัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวัง</strong>และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;กระแสคลื่นลมในทะเลซึ่งมีผลต่อการเคลื่อนตัวของคราบน้ำมัน&nbsp;เพื่อวางแผนในการป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้น้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212145711472
360	จังหวัดนครปฐม เปิดจำหน่ายหมูเนื้อแดงในราคาถูกกิโลกรัมละ 140 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนให้สามารถซื้อหมูได้ในราคาที่ย่อมเยา	<p><strong>บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;</strong>ได้เปิดให้มีการจำหน่ายหมูเนื้อแดงราคาถูก&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้สามารถซื้อหมูได้ในราคาที่ย่อมเยา&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่าย&nbsp;จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>โดยนายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;นายอำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจำหน่ายในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับการจำหน่ายหมูราคาถูกในครั้งนี้&nbsp;เป็นหมูเนื้อแดงคุณภาพดี</strong>&nbsp;ด้วยมาตรฐานปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;ถุงละ&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัมต่อคน&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยจำหน่ายระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าสินค้าจะหมด&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;ซื้อได้คนละ&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อให้ทั่วถึงกันทุกคน&nbsp;นอกจากนี้ทางโลตัส&nbsp;สาขานครปฐม&nbsp;ได้นำสินค้าลดราคามาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำมัน&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;และสินค้าทั่วไป&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้ออีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212140850460
361	ททท. ขับเคลื่อน  การฟื้นฟูเศรษฐกิจพัฒนาสู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ BCG Model จังหวัดสงขลา - จังหวัดสตูล - จังหวัดพัทลุง  จังหวัดปัตตานี	<p><strong>ที่&nbsp;ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;</strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานในการสัมมนา&nbsp;โครงการ&nbsp;การฟื้นฟูเศรษฐกิจพัฒนาสู่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;-&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;-&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;10-13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่</strong>&nbsp;ได้เข้าร่วมเสวนา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวภัทรอนงค์&nbsp;ณ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ภูมิภาคภาคใต้</p><p>นายสุทธิพงศ์&nbsp;เผื่อนพิภพ&nbsp;นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์วรวิทย์&nbsp;วาณิชย์สุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์&nbsp;ม.อ.หาดใหญ่&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;สุดยอดนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;2563&nbsp;และหัวหน้าโครงการโรงงานสารสกัดจากพืชกระท่อมมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้&nbsp;นายศิวัฒน์&nbsp;สุวรรณวงศ์&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา&nbsp;และรองศาสตร์จารย์&nbsp;ดร.จันทิมา&nbsp;ชั่งสิริพร&nbsp;คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;มอ.หาดใหญ่&nbsp;และที่ปรึกษาวิสาหกิจศูนย์การเรียนรู้&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;แปลงเพาะปลูกกระท่อมต้นแบบและเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน&nbsp;ในหัวข้อการปั้นเมืองหาดใหญ่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;ดร.เกษกนก&nbsp;กมลมาตยากุล&nbsp;คณะพยาบาลศาสตร์&nbsp;มอ.หาดใหญ่&nbsp;ผู้มีประสบการณ์ตรงและเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;เป็นผู้ดำเนินรายการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสัมฤทธิ์&nbsp;บุญรัตน์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;นางปฏิมา&nbsp;ตันติเมตตา&nbsp;หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล&nbsp;และคณะสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;-&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;-&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เข้าร่วมรับฟังการเสวนาในครั้งนี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การดำเนินงานในโครงการดังกล่าวได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว</strong>ในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขและชุมชนปลอดภัยไร้โควิด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212144639468
362	ททท.พังงา กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ไทยเที่ยว เที่ยวไทย ในรูปแบบคาราวานรถยนต์ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา	"<p><strong>นายอะหมาน&nbsp;หมัดอาดัม&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>สำนักงานพังงา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สมาคมส่งเสริมการกีฬาและวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวไทย&nbsp;(สกวท.)&nbsp;ร่วมกบการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และ&nbsp;ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ไทยเที่ยว&nbsp;เที่ยวไทย&nbsp;ในรูปแบบคาราวานรถยนต์&nbsp;กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่และจังหวัดพังงา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเป้าหมายประชาชนผู้สนใจท่องเที่ยวแบบคาราวานรถยนต์เข้าร่วมกิจกรรม</strong>&nbsp;เส้นทางจังหวัดพังงาไปยังจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยกำหนดกิจกรรมคาราวานแรลลี่ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;19-20&nbsp;กพ.2565&nbsp;เส้นทางพังงา-กระบี่&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;""สู่แหล่งอารยธรรมเมืองปกาศัย&nbsp;ความมหัศจรรย์&nbsp;2&nbsp;สายน้ำ&nbsp;มรดกลุ่มน้ำอันดามัน""&nbsp;ค่าใช้จ่ายคันละ&nbsp;1,800&nbsp;บาทสำหรับ&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;โดยรวมที่พัก&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;อาหารหลัก&nbsp;3มื้อ&nbsp;เสื้อ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;หมวก&nbsp;2&nbsp;ใบ&nbsp;และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจุดเริ่มต้นกิจกรรมกำหนดไว้ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินร์</strong>&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เวลา&nbsp;06.30&nbsp;น.&nbsp;โดยมีกิจกรรมเด่นอาทิ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ปลูกหญ้าทะเล&nbsp;ชายหาดบ้านน้ำเมา&nbsp;วิทยาลัยแพะนานาขาติกระบี่&nbsp;งานเลี้ยง&nbsp;ประกาศรางวัล&nbsp;เล่นเกมส์&nbsp;ชมนิทรรศการ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศิลป์อันดามัน&nbsp;กระบี่&nbsp;งานเกษตรแฟร์&nbsp;ณ&nbsp;ลานพระอาทิตย์&nbsp;สอบถามข้อมูลและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่&nbsp;ที่เพจ&nbsp;สมาคมส่งเสริมการกีฬาและวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวไทย&nbsp;หรือ&nbsp;โทรศัพท์หมายเลข&nbsp;09-4593-5935&nbsp;รับจำกัดเพียง&nbsp;100&nbsp;คัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	12/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212161842488
363	"พาณิชย์แม่ฮ่องสอน ชวนอุดหนุน ""ผักกาดขาว"" จากเกษตรแม่ฮ่องสอน กิโลกรัมละ 5 บาท"	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดให้สั่งซื้อผักกาดขาวของเกษตรกร</strong>&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรผู้ปลูกผักกาดขาว&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาผักกาดขาวล้นตลาดและราคาตกต่ำ&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;(รวมค่าขนส่ง)&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสนับสนุนสามารถสั่งซื้อได้ทาง&nbsp;คิวอาร์โค้ด&nbsp;ทุกวันจันทร์</strong>หรือวันพฤหัสบดี&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อรวบรวมคำสั่งซื้อส่งให้แก่เกษตรกร&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ร้อยตรีกานต์นิธิ&nbsp;คำโพธิ์พิเศษ&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ปฏิบัติการ&nbsp;โทร.&nbsp;08&nbsp;6586&nbsp;6540&nbsp;หรือ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;5361&nbsp;1638</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	12/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212162233489
364	ยืนยืน ฐานข้อมูลผู้ประกอบการโครงการคนละครึ่งไม่ได้มีการเชื่อมต่อระบบกับกรมสรรพากร 	<p><strong>นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สศค.&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;ชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง&nbsp;ว่า&nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีที่ผู้ประกอบการร้านค้าที่จังหวัดขอนแก่นรายหนึ่งรับทราบข่าวการประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากรเกี่ยวกับการยื่นเสียภาษีและสามารถขอคำแนะนำได้จากสรรพากรทั่วประเทศ&nbsp;จึงได้เข้าปรึกษาและขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่พร้อมเอกสารหลักฐานเพื่อประสงค์ชำระภาษีให้ถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>หลังจากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบหลักฐานของผู้ประกอบการแล้วพบว่า</strong>&nbsp;รายได้ของผู้ประกอบการดังกล่าวเกิน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ได้ให้คำแนะนำจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เนื่องจากมีรายได้เกิน&nbsp;1.8&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;และเจ้าหน้าที่ได้คำนวณภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำว่าเบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถยื่นคำร้องของดเบี้ยปรับได้&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการรายดังกล่าวก็ได้ยื่นชำระภาษีพร้อมทั้งได้รับการพิจารณางดเบี้ยปรับทำให้มีการชำระภาษีลดลงกว่าที่ปรากฎในข่าวเรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>ยืนยันว่า&nbsp;รัฐบาลดำเนินโครงการคนละครึ่งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;ลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนและส่งผ่านกำลังซื้อไปสู่ผู้ประกอบการให้มีรายได้เพิ่ม&nbsp;เมื่อผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วและอยู่ในเกณฑ์เสียภาษีตามกฎหมายก็สามารถไปชำระภาษีได้&nbsp;ส่วนฐานข้อมูลโครงการคนละครึ่งไม่ได้มีการเชื่อมต่อระบบกับกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบรายได้แต่อย่างใด</p><p><strong>ผู้อำนวยการ&nbsp;สศค.&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;การปฎิบัติตามกฎหมายผู้ประกอบกิจการที่เป็นบุคคลธรรมดาประกอบกิจการแล้วมีรายได้&nbsp;หากในปี&nbsp;2564&nbsp;มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องมีหน้าที่นำรายได้มายื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ผู้ประกอบการสามารถนำเอกสารหลักฐานต้นทุนในการประกอบกิจการ&nbsp;</strong>มาหักค่าใช้จ่ายจากยอดขายเพื่อคำนวณภาษีเงินได้ที่จะต้องชำระ&nbsp;หรือหากไม่มีการเก็บเอกสารหลักฐานต้นทุนก็สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามที่กฎหมายกำหนดได้&nbsp;ซึ่งในบางกรณีก็จะไม่มีภาษีที่ต้องชำระแต่อย่างใด&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการมีรายได้จากการขายสินค้าตั้งแต่&nbsp;1.8&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;จะมีภาระหน้าที่ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนดไว้อีกประการหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212200452515
365	"แห่กินซีฟู้ดฟรีงาน""Rayong in love ชวนชิม ริมเล""แน่น ทั้งนี้จัดขึ้นมุ่งสร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวและประชาชน หลังเกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล"	"<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;นายอนันต์&nbsp;นาคนิยม&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;&nbsp;ร่วมเปิดงาน&nbsp;""Rayong&nbsp;in&nbsp;love&nbsp;ชวนชิม&nbsp;ริมเล""&nbsp;</p><p><strong>โดยมีบุ๋ม&nbsp;ปนัดดา&nbsp;วงศ์ผู้ดี&nbsp;ดาราแลพิธีกรชื่อดัง</strong>&nbsp;ร่วมสร้างสีสันในงานด้วย&nbsp;โดยจัดขึ้นบริเวณลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ภายในงานได้เปิดให้กินอาหารทะเลหลากหลายเมนูฟรี&nbsp;มีประชาชนแห่ต่อคิวกินฟรีเพียบ&nbsp;ซึ่งหมดลงภายในพริบตาเดียวหลังเปิดให้กินฟรี</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานดังกล่าว&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น</strong>ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในด้านการบริโภคอาหารทะเล&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง&nbsp;หลังเกิดวิกฤติเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล&nbsp;นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดให้มีการจดทะเบียนสมรสสำหรับคู่รัก&nbsp;พร้อมแจกรางวัลเป็นที่พักให้&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.นี้ด้วย</p><p><strong>นายสาธิต&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข</strong>&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;จากการตรวจคุณภาพอาหารทะเลของจังหวัดระยองหลายพื้นที่&nbsp;พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;มีความปลอดภัย&nbsp;สามารถรับประทานได้.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	12/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212191006510
366	จังหวัดสุรินทร์ทำบุญใส่บาตรกับช้างท่ามกลางทะเลธง  ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีพุทธ	<p><strong>ณ?&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์?&nbsp;(หลังเก่า)?&nbsp;ถนนหลักเมือง?&nbsp;อ.เมืองสุรินทร์?&nbsp;</strong>จ.สุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์?ได้จัดกิจกรรม?&nbsp;ผู้ว่าฯ?&nbsp;พาแต่งผ้าไทย?&nbsp;ทำบุญใส่บาตร?&nbsp;กับช้าง&nbsp;ท่ามกลาง?ต็วนเลต็วง?&nbsp;(ทะเลธง)?&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว?&nbsp;วิถีพุทธ?&nbsp;วิถีธรรม?&nbsp;วิถีคนกับช้าง?&nbsp;และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีวิถีสุรินทร์?&nbsp;ทุกวันเสาร์&nbsp;โดยมีพระครูสถิตปัญญาคุณ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอกาบเชิง?&nbsp;(ธ)?&nbsp;เป็นประธานฝ่ายสงฆ์&nbsp;และนายสันทัด?&nbsp;แสนทอง?&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน?&nbsp;ข้าราชการ?&nbsp;องค์กรภาคีเครือข่าย?&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และพุทธศาสนิกชิกชน?&nbsp;ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน&nbsp;โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์?&nbsp;กำกับดูแลพิธีการ?&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212193239511
367	รมต.คลังลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท จ.สระแก้ว หนุนขนส่งไทย-กัมพูชาเพื่อเตรียมเปิดด่าน	<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;ผวจ.สระแก้ว&nbsp;นำหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างถนน-อาคารศุลกากร</strong>&nbsp;รองรับการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท&nbsp;อ.อรัญประเทศ&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;ส่งเสริมการขนส่งสินค้าไทย-กัมพูชา&nbsp;คาดแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินงานได้ในปีหน้า</p><p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;12.30&nbsp;ของวันนี้&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;พร้อมคณะลงพื้นที่สระแก้ว&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปริญญา&nbsp;โพธิสัตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;น.ส.นงเยาว์&nbsp;ศรีฉันทะมิตร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;จันทร์ไทยศรี&nbsp;นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ&nbsp;นายชนาธิป&nbsp;โคกมณี&nbsp;นายอำเภออรัญประเทศ&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางลงพื้นที่&nbsp;อ.อรัญประเทศ&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท&nbsp;เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างไทยและกัมพูชา</p><p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;จ.บันเตียเมียนเจย&nbsp;ราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เรื่องการเปิดใช้จุดผ่านแดนถาวรสตึงบท-บ้านหนองเอี่ยน&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงผชาก็อนดาล&nbsp;กรุงปอยเปต&nbsp;จ.บันเตียเมียนเจย&nbsp;ตรงข้าม&nbsp;อ.อรัญประเทศ&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;เป็นช่องสำหรับขนส่งสินค้าเข้าออกส่งเสริมการค้าระหว่างกันไทยกับกัมพูชาโดยแจ้งว่าโครงการก่อสร้างเส้นทางเชื่อมต่อสะพานมิตรไทย&nbsp;กัมพูชา&nbsp;สตึงบท-บ้านหนองเอี่ยน&nbsp;กับเส้นทางหมายเลข&nbsp;5&nbsp;(AH1)&nbsp;เกือบจะแล้วเสร็จ&nbsp;อีกทั้งจุดตรวจชั่วคราวและเจ้าหน้าที่ที่ประจำจุดผ่านแดนถาวรสตึงบท-บ้านหนองเอี่ยน&nbsp;พร้อมปฏิบัติหน้าที่แล้วเช่นกัน&nbsp;และจากการตรวจสอบความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน&nbsp;ของสำนักงานศุลกากรอรัญประเทศ&nbsp;ที่ได้งบประมาณจำนวน&nbsp;234.99&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากกรมศุลกากร&nbsp;เพื่อใช้เป็นพื้นที่ดำเนินการของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย&nbsp;พบว่า&nbsp;มีความคืบหน้าแล้ว&nbsp;16%&nbsp;โดยมีกำหนดเสร็จสิ้นในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.ย.2565&nbsp;ส่วนการก่อสร้างถนนหมายเลข&nbsp;3646&nbsp;ของแขวงทางหลวงสระแก้ว&nbsp;มีความคืบหน้าแล้วถึง76%&nbsp;และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากการดำเนินการก่อสร้างในส่วนต่างๆ&nbsp;แล้วเสร็จตามสัญญาก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจะสามารถปฏิบัติงานได้ทันที</p><p><strong>สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงหมายเลข&nbsp;33</strong>-ทางหลวงหมายเลข&nbsp;3366-สะพานข้ามคลองพรมโหด-บ้านหนองเอี่ยน&nbsp;ต.ท่าข้าม&nbsp;อ.อรัญประเทศ&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;ไปยังบ้านสตึงบท&nbsp;ต.ปอยเปต&nbsp;อ.โอโจรว&nbsp;จ.บันเตียเมียนเจย&nbsp;ประเทศกัมพูชา&nbsp;เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;เนื่องจากการค้าบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวร&nbsp;บ้านคลองลึก&nbsp;อ.อรัญประเทศ&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;(บริเวณตลาดโรงเกลือ)&nbsp;ปัจจุบันมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทำให้จุดผ่านแดนมีความหนาแน่น&nbsp;เกิดการจราจรติดขัดบริเวณด่านพรมแดนจากรถที่มาขนส่งสินค้า&nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาซื้อสินค้าที่ตลาดโรงเกลือ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อขยายพื้นที่การค้าการลงทุนชายแดนบริเวณบ้านหนองเอี่ยน&nbsp;จึงได้ก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่เพื่อให้รองรับการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต&nbsp;เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง&nbsp;ประหยัดค่าใช้จ่าย&nbsp;และลดปัญหาการติดขัดของการจราจรจากรถขนส่งสินค้าบริเวณด่านพรมแดน&nbsp;บ.คลองลึก&nbsp;รวมถึงสนับสนุนศักยภาพจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่&nbsp;โดยการขยายพื้นที่การค้าการลงทุนบริเวณชายแดนในการรับการส่งออกและการนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศตามนโยบายด้านโลจิสติกส์ของประเทศ&nbsp;และเป็นส่วนในการส่งเสริมนโยบายและแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียนดังกล่าว</p><p><br></p><p>ประจัก-สุชีวิน&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212194735513
368	"เปิดอย่างเป็นทางการ ""งาน Lampang Ceramic World Class (ลำปางเซรามิกแฟร์ ครั้งที่ 34)"" กระตุ้นการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว"	<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class&nbsp;(ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34)&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;และมี&nbsp;ดร.นิติภูมิธณัฐ&nbsp;มิ่งรุจิราลัย&nbsp;ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class</p><p><strong>งาน&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class&nbsp;(ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34)&nbsp;</strong>เป็นงานประจำปีของจังหวัดลำปาง&nbsp;และอยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวของประเทศไทย&nbsp;โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์ห้างไทวัสดุ&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;ภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าเซรามิก&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของใช้&nbsp;ของฝาก&nbsp;ของชำร่วย&nbsp;จากโรงงานเซรามิก&nbsp;และหัตถอุตสาหกรรม&nbsp;รวมร้านค้ามากกว่า&nbsp;180&nbsp;บูธ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการสาธิตขึ้นรูปเซรามิก&nbsp;กิจกรรมสาธิตจากสถาบันการศึกษาต่างๆ&nbsp;การฝึกอาชีพระยะสั้น&nbsp;การแสดงนิทรรศการ&nbsp;Ceramic&nbsp;24&nbsp;Hrs.</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID19&nbsp;</strong>ทำให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของจังหวัด&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปางจึงร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดลำปางและสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง&nbsp;จัดงาน&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class&nbsp;(ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34)&nbsp;ภายใต้โครงการมหกรรมลำปางชนะแกรนด์เซลล์&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&nbsp;เกิดการหมุนเวียนทางระบบเศรษฐกิจ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212205350537
369	ทูตการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางเรียนรู้ สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>นางสาวสุชาดา&nbsp;นามวงศ์&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;</strong>และทูตการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เดินสายเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยในช่วงเช้าได้เดินทางไปที่สวนพอเพียงเห็มสุขออร์แกนิค&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมสินค้าและผลิตภัณฑ์&nbsp;กรรมวิธีการผลิตที่สะอาด&nbsp;ถูกหลัก&nbsp;และปลอดสารพิษแบบออร์แกนิค&nbsp;จากนั้นได้เดินทางขึ้นวัดภูพนมดี&nbsp;เจดีย์หินพันล้านก้อน&nbsp;บ้านนาอุดม&nbsp;ตำบลหนองไฮ&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;เพื่อชมความงดงามของเจดีย์หินพันล้านก้อน&nbsp;สำหรับเจดีย์หินพันล้านก้อนสร้างอย่างสวยงามตั้งอยู่บนภูหินทราย&nbsp;วัดภูพนมดี&nbsp;ตระหง่านเด่นเห็นยอดแหลมจากด้านล่าง&nbsp;ห้อมล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เป็นป่าชุมชนที่มีความสมบูรณ์เจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;ด้วยปูนคอนกรีตแล้วนำหินสีเทาสีขาวก้อนเล็กๆ&nbsp;จำนวนนับไม่ถ้วนมาตกแต่งติดเรียงรายตามผนัง&nbsp;เพดาน&nbsp;รูปปั้นต่างๆ&nbsp;ให้เป็นลวดลายดูสวยงาม&nbsp;จนกลายเป็นเจดีย์หินพันล้านก้อน&nbsp;มีความสูงกว่า&nbsp;30&nbsp;เมตร&nbsp;ฐานกว่า&nbsp;20&nbsp;เมตร&nbsp;รอบพื้นที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่&nbsp;เป็นทั้งสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและปฏิบัติธรรม&nbsp;ปัจจุบันวัดภูพนมดีได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา&nbsp;นอกจากเจดีย์หินพันล้านก้อน&nbsp;ยังเป็นที่ประดิษฐานพระศรีรัตนตรัยรัตน์&nbsp;พระพุทธรูปสีขาวริมหน้าผา&nbsp;พร้อมสิ่งเคารพศักดิ์สิทธิ์มากมาย</p><p><strong>จากนั้นในช่วงบ่าย&nbsp;ได้เดินทางไปที่แก่งคันสูง&nbsp;</strong>เพื่อชมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ&nbsp;แก่งคันสูง&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณตำบลโคกสาร&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;ด้วยภูมิทัศน์โดยรอบที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ&nbsp;ชมแก่งกลางลำน้ำที่มีความสวยงามของแก่งในลำน้ำโขง&nbsp;แก่งคันสูงเกิดจากลานหินกว้างที่กั้นขวางลำน้ำโขง&nbsp;ในช่วงฤดูน้ำลดสามารถมองเห็นเกาะแก่งกลางน้ำได้&nbsp;ไฮไลท์ของการมาเที่ยวแก่งสูง&nbsp;คือ&nbsp;การได้นั่งทานอาหารบนเรือนแพลอยน้ำ&nbsp;ให้เลือกหลากหลายร้าน&nbsp;ไว้บริการนักท่องเที่ยวริมแก่ง&nbsp;สามารถมานั่งทานอาหารเอาขาจุ่มน้ำแบบเพลินๆ&nbsp;โดยอาหารที่ขายส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารอีสาน&nbsp;ทั้งส้มตำ&nbsp;น้ำตก&nbsp;ลาบ&nbsp;ปลาเผา&nbsp;ยำต่างๆ&nbsp;สั่งอาหารแล้วนั่งชมวิวรับลมเย็นกันได้&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างชัดเจน&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;MTW(ASIA)&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการประกวดระดับโลก&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และประเทศในเอเชีย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(&nbsp;ททท.)&nbsp;ภายใต้การกำกับของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ได้เล็งเห็นปัญหาและความสำคัญในการร่วมกันกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวของประเทศ&nbsp;จึงได้ดำเนินการเฟ้นหาทูตการท่องเที่ยว&nbsp;และ&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;ทั้ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยได้ทำการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติในการเข้ารับตำแหน่ง&nbsp;ที่ฉีกทุกกฎของการประกวด&nbsp;เน้น&nbsp;สวยเป็นรอง&nbsp;สมองเป็นหลัก&nbsp;ตามสโลแกนที่ว่า&nbsp;ครองใจทุกสายตา&nbsp;ทรงคุณค่ามากกว่าความงาม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;ทั้ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;77&nbsp;คน&nbsp;จะต้องทำหน้าที่เป็น&nbsp;ทูตการท่องเที่ยว&nbsp;ประจำจังหวัดที่ได้รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อทำการประชาสัมพันธ์&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภาพลักษณ์&nbsp;และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;หลังเกิดวิกฤตสถานการณ์โควิค&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ผ่านรูปแบบกิจกรรม&nbsp;ทั้งระบบออนไลน์&nbsp;และระบบออฟไลน์&nbsp;ควบคู่กันไปตลอดทั้งปี</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	12/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220212235551559
370	รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ตรวจติดตามดำเนินการพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว (พื้นที่สีฟ้า)	<p><strong>ที่บริเวณถนนคนเดินเชียงคาน&nbsp;อำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย</strong>&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามดำเนินการพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;(พื้นที่สีฟ้า)&nbsp;ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายโสภณ&nbsp;สุวรรณรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการเขตที่&nbsp;10,&nbsp;</strong>นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย,&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอเชียงคาน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายชัยวัฒน์&nbsp;ชื่นโกสุม&nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้ได้ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินการพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;(พื้นที่สีฟ้า)&nbsp;ตามคำสั่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่าผู้ประกอบการในถนนคนเดินเชียงคานได้รับวัคซีน&nbsp;3-4&nbsp;&nbsp;เข็มแล้วครบทุกร้าน&nbsp;และ&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;จากการสอบถาม&nbsp;เจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลเชียงคาน&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ไม่มีระยะความเสี่ยงต่อการท่องเที่ยวของอำเภอเชียงคาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	13/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213062106572
371	จังหวัดตราด เปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ถึงเวลา...บอกรักตราด@เขาระกำ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายพีระ&nbsp;เอี่ยมสุนทร&nbsp;ปลัดจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด@เขาระกำ&nbsp;โดยทางสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;ร่วมโดย&nbsp;นายเอนก&nbsp;ทองลอย&nbsp;นายกิตติพงษ์&nbsp;ละชั่ว&nbsp;ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตราด&nbsp;นายศักดินัย&nbsp;นุ่มหนู&nbsp;ส.ส.จ.ตราด&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยว&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ที่จะจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;26565&nbsp;จะเป็นกิจกรรม&nbsp;พายซับ....กระชับรัก&nbsp;พาย&nbsp;SUP&nbsp;BOARD</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ลำ&nbsp;เริ่มปล่อยตัวผู้พาย&nbsp;Sup&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำวังปลาหมอ&nbsp;และฟังเพลงเพราะจาก&nbsp;ศิลปินร้าน&nbsp;HAPA</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ในวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมจดทะเบียนสมรรัก&nbsp;สมรส&nbsp;นอกสถานที่</strong>ให้กับประชาชนทั่วไป&nbsp;และนักท่องเที่ยวที่ต้องการจดทะเบียนในวันวาเลนไทน์&nbsp;เริ่มกิจกรรมการจดทะเบียน&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่จัดงาน&nbsp;รวมทั้งมีการปลูกต้นรักกระชับใจ&nbsp;และฟังเพลงเพราะๆ&nbsp;จาก&nbsp;เอกสุรเชษฐ์&nbsp;/&nbsp;ศิลปินจากร้านบ้านเพื่อน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ภายในงานมีการออกบูธจัดจำหน่ายสินค้าของชุมชนร้านค้า</strong>&nbsp;ร้านอาหารในจังหวัดตราด&nbsp;มากกว่า&nbsp;50&nbsp;บูธ&nbsp;ในทุกวันตั้งแต่เวลา&nbsp;13.00-20.00&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการจัดกิจกรรม&nbsp;ถึงเวลา...บอกรักตราด&nbsp;@เขาระกำ</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ในการสร้างรายได้และกิจกรรมการท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;ข่าวสวท.ตราด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213072843573
372	นักปั่นจากทั่วประเทศ ร่วม ปั่นทางไกล ตามรอยอารยธรรมทวารวดีส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตรและอารยธรรมทวารวดี ราชบุรี- สุพรรณบุรี	"<p><strong>ที่กาดวิถีชุมชนคูบัว&nbsp;อำเภอเมืองราชบุรี&nbsp;จังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;บรรดานักปั่นจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสภายใต้แนวคิดปั่นวิถีใหม่ตามรอยทวารวดี&nbsp;ซึ่งเป็นการปั่นทางไกลตามรอยอารยธรรมทวารวดี&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;<strong>โดย&nbsp;นายประกอบ&nbsp;วงศ์มณีรุ่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong>&nbsp;กล่าวขณะเป็นประธานเปิดงานว่า&nbsp;ในปัจจุบันแนวโน้มเรื่องการท่องเที่ยวสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นกระแสหลักที่สนใจและถูกพูดถึงเป็นจำนวนมากกิจกรรมการปั่นในครั้งนี้จะเป็นการตอบโจทย์เรื่องของการท่องเที่ยวสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงการท่องเที่ยวทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;การท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;/การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1</strong>&nbsp;มีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์&nbsp;เช่น&nbsp;ประวัติศาสตร์ยุคทวารวดีรวมถึงกลุ่มชาติติพันธ์ที่หลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไทยทรงดำ&nbsp;ไทยยวน&nbsp;ลาวครั่งซึ่ง&nbsp;นับเป็นจุดแข็งของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีร่วมกันสามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;โดยจังหวัดราชบุรีจะเป็นการปั่นจักรยานจังหวัดราชบุรีถึงจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โดยผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในสมัยทวารวดี&nbsp;อาทิ&nbsp;ชุมชนโบราณสถาณบ้านคูบัว/พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;หรสพการเล่นชั้นสูงที่เก่าแก่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโกในปีพ.ศ.&nbsp;2550</p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(69,&nbsp;69,&nbsp;69);"">ด้าน&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(69,&nbsp;69,&nbsp;69);"">&nbsp;การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้มาตรการแนวทางปฏิบัติประกาศและคำสั่งป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้น&nbsp;3&nbsp;เส้นทางโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยืน(องค์การมหาชน)&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7ภายใต้กรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอารยธรรมทวารวดี&nbsp;โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;ภายใต้ชื่องานปั่นวิถีใหม่&nbsp;ตามรอยตามรอยทวารวดีให้เกิดการบูรณาการการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างยังยืนและเกิดการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;โดยกิจกรรมการปั่นจักรยานทั้ง&nbsp;3&nbsp;เส้นทางจะมีศิลปินนักปั่นที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมกิจกรรมการปั่นจักรยาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายมนัสวิน&nbsp;นันทเสน&nbsp;หรือติ๊ก&nbsp;ชีโร่&nbsp;คุณอรุณนภา&nbsp;พาณิชย์จรูญ&nbsp;(หวาน&nbsp;หวานนางฟ้าสายปั่น&nbsp;และคุณแมว&nbsp;จิรศักดิ์&nbsp;ปานพุ่ม)&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับเกียรติจาก&nbsp;ทพ.อนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;พร้อมทีมงานเพื่อนหมอหน่อย&nbsp;ร่วมกิจกรรมด้วย&nbsp;และ&nbsp;นางสาวกุลวดี&nbsp;นพอมรบดี&nbsp;สส.จังหวัดราชบุรีกล่าวต้อนรับ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213093520579
373	นายกรัฐมนตรี สั่งเตรียมพร้อมเปิดด่านชายแดนใต้รับนักท่องเที่ยว คาดว่าเปิดได้เดือนมีนาคมนี้	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ในฐานะ&nbsp;ผอ.ศบค.&nbsp;ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ศบค.&nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;(ศปก.กก.)&nbsp;ร่วมกันเร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกรับนักท่องเที่ยว&nbsp;พื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และ&nbsp;สตูล&nbsp;คาดว่า&nbsp;น่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณ&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยในเบื้องต้นทราบว่าทางประเทศมาเลเซียมีความพร้อมดำเนินการเช่นกัน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ซึ่งท่านนายกฯได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนการประสานงานในเรื่องดังกล่าวด้วย&nbsp;เพื่อนำไปสู่การเห็นชอบอย่างเป็นทางการของทั้งสองฝ่าย&nbsp;ซึ่งขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอไมครอน&nbsp;อยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล&nbsp;รัฐบาล&nbsp;จึงเร่งดำเนินการตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยวและจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆอย่างมากและระหว่างนี้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการในเรื่อง&nbsp;ระบบการตรวจลงตรา&nbsp;การตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;โรงแรมที่มีมาตรฐาน&nbsp;SHA++&nbsp;ความพร้อมของมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ของสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ระบบการขนส่ง&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ห้างสรรพสินค้า</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ตนเอง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;พร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ&nbsp;ขอเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้เร่งการฉีดให้ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มในเด็กวัยเรียน&nbsp;และการฉีดเข็มกระตุ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้มีโรคเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;โรคเสี่ยง&nbsp;สตรีมีครรภ์&nbsp;ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดในจังหวัดชายแดนใต้นั้น&nbsp;อยู่ในระดับเฝ้าระวัง&nbsp;เช่นเดียวกับ&nbsp;อีก&nbsp;25&nbsp;จังหวัด&nbsp;ระบบสาธารณสุข&nbsp;มีความพอเพียงในเรื่องเตียงรองรับผู้ป่วยอาการหนัก&nbsp;และยารักษาที่จะจ่ายให้กับผู้ป่วยทั้งในระบบ&nbsp;Home&nbsp;Isolation&nbsp;และ&nbsp;Community&nbsp;Isolation</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	13/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213135216676
374	"อบจ.ลำปาง ส่งเสริมการออกกำลังกายและการท่องเที่ยว ในงานวิ่ง ""หนองกระทิง-บ่อแฮ้วซุปเปอร์มินิ-มาราธอนครั้งที่ 12"" ลำปาง 5 - 6 มีนาคม นี้"	"<p><strong>นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายกิตติพันธ์&nbsp;จันทร์หอม&nbsp;ประธานชมรมเดิน-วิ่งหนองกระทิงลำปาง&nbsp;และคณะ&nbsp;ร่วมหารือถึงการจัดงานวิ่ง&nbsp;""หนองกระทิง-บ่อแฮ้วซุปเปอร์มินิ-มาราธอนครั้งที่&nbsp;12""&nbsp;ที่กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่&nbsp;5&nbsp;และวันอาทิตย์ที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะหนองกระทิง&nbsp;ซึ่งอยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนเพื่อการกุศล</p><p><strong>นายก&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อบจ.ลำปาง&nbsp;มีความยินดีและพร้อมให้การสนับสนุน&nbsp;เพราะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;สร้างรายได้สู่จังหวัดในอีกทางหนึ่ง&nbsp;โดยมีตัวเลขผู้สมัครวิ่งทั้งในและต่างจังหวัด&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;700&nbsp;คน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้สอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสวนสาธารณะหนองกระทิง&nbsp;เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาปรับปรุงตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้ครอบคลุมทั้งเรื่องของสุขภาพ&nbsp;การท่องเที่ยวและด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้สวนสาธารณะหนองกระทิงเป็นพื้นที่แห่งความสุขของทุกคน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213095436585
375	ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ระบุงาน พังงา อินเตอร์เนชั่นแนลมาราธอน 2022 จะเป็นส่วนงานแสดงศักยภาพของพื้นที่ในการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก และนำเสนอจุดแข็งด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา	<p><strong>นายพงศกร&nbsp;เกตุประภากร&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการที่จังหวัดพังงาเตรียมจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับนานาชาติ&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;7-9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งนอกจากกิจกรรมการวิ่งแล้วยังมีกิจกรรมใหญ่ๆ&nbsp;อีกสองกิจกรรมร่วมด้วยคือ&nbsp;มหกรรมบอลลูน&nbsp;Phang-nga&nbsp;Open&nbsp;sky&nbsp;Festival&nbsp;โดยร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;บุญรอดบริวเวอร์รี&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่เคยจัดกิจกรรมบอลลูนที่จังหวัดเชียงรายมาจัดแสดงที่จังหวัดพังงาให้เป็นมหกรรมบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;และยังมีการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;The&nbsp;Spirit&nbsp;of&nbsp;Phang-nga&nbsp;Teste&nbsp;เป็นการนำเสนอจุดแข็งด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมหกรรมอาหารนี้จะยังคงมีการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตร่วมด้วย&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;กิจกรรมการแข่งขันวิ่งกำหนดไว้เป็นวันที่&nbsp;8-9&nbsp;พฤษภาคมจัดขึ้น&nbsp;</strong>ภายใต้แนวคิด&nbsp;The&nbsp;Happiness&nbsp;Home&nbsp;of&nbsp;runner&nbsp;มีการแข่งขันครบทุกระยะทั้งฟันรัน&nbsp;มินิมาราธอน&nbsp;ฮาล์ฟมาราธอน&nbsp;และฟูลมาราธอน&nbsp;ตลอดจนสร้างสีสันด้วยการจัดไนท์รันด้วย&nbsp;ทั้งนี้คาดหวังให้พังงาอินเตอร์เนชันแนลมาราธอนเป็นกิจกรรมหลักของจังหวัดพังงาและให้เทียบเท่ากับบุรีรัมย์มาราธอน&nbsp;โดยผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านเพจ&nbsp;Phang-nga&nbsp;International&nbsp;Marathon&nbsp;2022</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213101950593
376	การบินไทย จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย เนื่องในวันแห่งความรัก	<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;หรือสายการบินไทย&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร&nbsp;นักธุรกิจ&nbsp;นักท่องเที่ยวระยะยาวจากญี่ปุ่นที่มีความประสงค์เดินทางมายังประเทศไทย&nbsp;&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;สายการบินไทย&nbsp;ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;จัดโปรโมชัน&nbsp;FLY&nbsp;with&nbsp;THAI&nbsp;,&nbsp;FLY&nbsp;with&nbsp;LOVE&nbsp;&nbsp;ต้อนรับวันวาเลนไทน์&nbsp;และเทศกาล&nbsp;White&nbsp;Day&nbsp;หรือวันแห่งความรักของชาวญี่ปุ่น&nbsp;ด้วยบัตรโดยสารราคาพิเศษ&nbsp;3&nbsp;เส้นทางจากเมืองหลักของญี่ปุ่นมายังประเทศไทย&nbsp;ได้แก่&nbsp;โตเกียว&nbsp;(นาริตะ)&nbsp;โอซากา&nbsp;และนาโกยา&nbsp;</p><p><strong>สำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;14-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;และ&nbsp;14-25&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เดินทางตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565</p><p><strong>สำหรับโปรโมชัน&nbsp;FLY&nbsp;with&nbsp;THAI,&nbsp;FLY&nbsp;with&nbsp;LOVE</strong>&nbsp;เป็นบัตรโดยสารราคาพิเศษชั้นประหยัดและชั้นธุรกิจ&nbsp;เดินทางด้วยเที่ยวบินของการบินไทย&nbsp;เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ&nbsp;กำหนด&nbsp;พิเศษ&nbsp;&nbsp;เพียงกรอกรหัสส่วนลด&nbsp;AMAZINGXTHAI&nbsp;เมื่อซื้อบัตรโดยสาร&nbsp;ผู้โดยสาร&nbsp;1&nbsp;ท่านต่อ&nbsp;1&nbsp;รหัสส่วนลด&nbsp;รับส่วนลดเพิ่มอีก&nbsp;3,000&nbsp;เยน&nbsp;โดยการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;สำนักงานประเทศญี่ปุ่น&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;สำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสารตั้งแต่วันที่&nbsp;14-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;14-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213130754655
377	เดินหน้าตรวจควันดำรถบรรทุก รถโดยสาร ต่อเนื่องทั่วประเทศ ป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5	<p><strong>นายจิรุตม์&nbsp;วิศาลจิตร&nbsp;อธิบดีกรมการขนส่งทางบก</strong>&nbsp;เผยผลการดำเนินการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยผลการตรวจ&nbsp;เฉพาะวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ดำเนินการตรวจวัดควันดำรถโดยสารและรถบรรทุกทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1,396&nbsp;คัน&nbsp;พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ในขณะที่พบรถที่มีค่าควันดำร้อยละ&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;45&nbsp;ได้ออกใบเตือนเพื่อให้ผู้ประกอบการไปบำรุงดูแลรักษารถไม่ให้มีค่าควันดำเกิน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คัน&nbsp;ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการตรวจควันดำรถทั้งสิ้น&nbsp;121,837&nbsp;คัน&nbsp;พ่นห้ามใช้แล้วจำนวน&nbsp;586&nbsp;คัน</p><p><strong>กำชับผู้ประกอบการและเจ้าของรถทุกคันที่ถูกพ่นห้ามใช้</strong>&nbsp;ต้องนำรถไปแก้ไขและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขนส่ง&nbsp;หากฝ่าฝืนใช้รถโดยที่มีคำสั่งห้ามใช้&nbsp;มีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;ด้านประชาชนสามารถมีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;</p><p>ด้วยการส่งภาพรถบรรทุกและรถโดยสารควันดำที่สังเกตเห็นหมายเลขทะเบียนชัดเจน&nbsp;ให้ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1584&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213125302633
378	"งาน ""เทศกาลความรัก...ข้ามกาลเวลา""  ที่สตูลคึกคัก หลัง ททท.สตูลดึงผู้ว่าฯ และคุณนายมาโชว์ความหวานเชิญชวนเที่ยวงาน ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19"	"<p><strong>ช่วงค่ำวันที่&nbsp;12&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;งาน&nbsp;มีการจัดพิธีเปิดงาน&nbsp;""เทศกาลความรักข้ามกาลเวลา""&nbsp;</strong>ที่บริเวณหน้าเทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;อ.ละงู&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกหนึ่งกิจกรรม&nbsp;ที่&nbsp;ททท.สตูล&nbsp;ร่วมมือกับ&nbsp;อบจ.สตูล&nbsp;เทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;ก.พ.2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาตรี&nbsp;ณ&nbsp;ถลาง&nbsp;ปลัดจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p><p><strong>โดยก่อนถึงวันงาน&nbsp;ททท.สำนักงานสตูล&nbsp;</strong>ได้เชิญ&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นพรีเซนเตอร์โชว์ความหวานด้วยภาพคู่ในชุดสีชมพูหวานแหว๋ว&nbsp;เดินชมนกชมไม้&nbsp;ถ่ายภาพคู่&nbsp;โชว์ความหวานของความรักที่น่าชื่นชม&nbsp;ณ&nbsp;สะพานข้ามกาลเวลา&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา&nbsp;เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวในและต่างจังหวัดให้มาเที่ยวงานผ่านทางสื่อต่างๆ</p><p><strong>ซึ่งภายในงานได้มีการจัดบูธชุมชนท่องเที่ยว</strong>&nbsp;จำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน&nbsp;และโปรแกรมนำเที่ยวชุมชน&nbsp;มีอาหารหลากหลายเมนู&nbsp;อุโมงไฟสีสันต์สวยงาม&nbsp;มุมถ่ายรูปเก๋ๆ&nbsp;จุดเช็คอิน&nbsp;มีการแสดงดนตรี&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงาน&nbsp;ยังมีการแสดงดนตรีจาก&nbsp;วงกอและแฟมิลี่</strong>&nbsp;,&nbsp;กัวลาบารา&nbsp;,&nbsp;บ้านนายหัว&nbsp;,&nbsp;TG&nbsp;Band&nbsp;,&nbsp;ทองแดงบันเทิง&nbsp;และอื่นๆอีกมากมาย&nbsp;อิ่มอร่อยกับร้านอาหารกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;สินค้าจากชุมชนท่องเที่ยวจังหวัดสตูล&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;จุดเช็คอินมากมาย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการเทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;ซุ้มอุโมงค์ไฟประดับแอลอีดี&nbsp;,&nbsp;ต้นไม้ประดับไฟ&nbsp;,&nbsp;จุดถ่ายภาพจำลองเขตข้ามกาลเวลา&nbsp;รวมถึงจุดเช็คอิน&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมูเกาะเภตรา</p><p><strong>ขอเชิญชวน...เที่ยวงาน&nbsp;""เทศกาลความรักข้ามกาลเวลา""&nbsp;</strong>ด้วยกัน&nbsp;ภายใต้การควบคุมป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;งานมีถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;ก.พ.2565</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;ส.ปชส.สตูล</p><p>เครดิตคลิป&nbsp;:&nbsp;ชาป่าเมือง&nbsp;เครือข่ายนักข่าว&nbsp;ส.ปชส.สตูล</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213114056611
379	เริ่มแล้ว งาน มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก Eastern Lanna Ethnic Fair 2022	"<p><strong>ที่&nbsp;ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา</strong>&nbsp;<strong>นายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงาน&nbsp;มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;""Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ข่วงชาติพันธุ์&nbsp;วิถีบรรพกาล&nbsp;ตำนานบรรพชน&nbsp;ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;ตำบลเวียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ในกลุ่มล้านนาตะวันออก&nbsp;สนับสนุนส่งเสริมชุมชนที่มีชาติพันธุ์ต่างๆ&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์และเพื่อสร้างจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมวิถีชีวิต&nbsp;ประวัติศาสตร์ของกลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;ตลอดจนเกิดการสืบทอด&nbsp;หวงแหน&nbsp;มรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การสาธิตวิธีชีวิตชาติพันธุ์</strong>ในบ้านจำลองของแต่ละชาติพันธุ์&nbsp;18&nbsp;หลัง&nbsp;,&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;,&nbsp;การละเล่น&nbsp;,&nbsp;การแสดงวงดนตรีชาติพันธุ์&nbsp;,&nbsp;นิทรรศการเครื่องแต่งกายชาติพันธุ์&nbsp;,&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าชาติพันธุ์กว่า&nbsp;80&nbsp;ร้านค้า&nbsp;,&nbsp;รวมถึงข่วงการศิลป์ชาติพันธุ์&nbsp;และข่วงกาดหมั้วชาติพันธุ์&nbsp;โดยมีไฮไลท์ในช่วงค่ำของงานแต่ละวัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;12&nbsp;ก.พ.65&nbsp;พิธีเปิดงานและขบวนแห่อลังการชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;,&nbsp;13&nbsp;ก.พ.65&nbsp;การแสดงแสงสีเสียวงชุด&nbsp;ข่วงหลวงชาติพันธุ์&nbsp;ปิติบุรศรัทธะสถาน&nbsp;อุษาล้านนา&nbsp;มหาจินตนาฎกรรม&nbsp;จิตวิญญาณ&nbsp;แห่งบรรพชน&nbsp;,&nbsp;14&nbsp;ก.พ.65&nbsp;Fashion&nbsp;Show&nbsp;เครื่องแต่งกายทางชาติพันธุ์และการแสดงศิลปินไม้เมือง&nbsp;,&nbsp;15&nbsp;ก.&nbsp;พ.65&nbsp;การประกวดเครื่องแต่งกายชาติพันธุ์&nbsp;,&nbsp;16&nbsp;ก.พ.65&nbsp;การประกวดนางงามชาติพันธุ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยวในจังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>รวมถึงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;(เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน)&nbsp;โดยยังเป็นการจัดงานภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สวท.พะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213115010617
380	มหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตจันทบุรี จัดงานราชมงคลรักษ์เหลืองจันท์ วันดอกไม้บาน ครั้งที่ 20 อนุรักษ์กล้วยไม้สายพันธุ์พื้นเมือง ส่งเสริมการท่องเที่ยว เติมเต็มความรู้วิชาการเกษตร ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมงานคึกคัก	<p><strong>ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก&nbsp;วิทยาเขตจันทบุรี&nbsp;</strong>ได้จัดงาน&nbsp;ราชมงคล&nbsp;รักษ์เหลืองจันท์&nbsp;วันดอกไม้บาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;20&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิเวศน์&nbsp;หาญสมุทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ร่วมพิธีเปิดงานราชมงคล&nbsp;รักษ์เหลืองจันท์&nbsp;วันดอกไม้บาน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;20&nbsp;ที่มีการจัดตกแต่งสถานที่สวยงามด้วยพันธุ์ไม้ดอก&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;กล้วยไม้สายพันธุ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นที่ชื่นชอบของประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;มุมถ่ายภาพที่ระลึกสวยงามสอดคล้องเทศกาลแห่งความรักจดทะเบียนสมรสวันวาเลนไทน์&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานเน้นกิจกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์กล้วยไม้พันธุ์พื้นเมือง&nbsp;เหลืองจันทบูร&nbsp;</strong>และกล้วยไม้สายพันธุ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เผยแพร่ผลงานวิจัยที่โดดเด่น&nbsp;ผลงานทางวิชาการ&nbsp;และผลงานเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมทางการเกษตร&nbsp;ของคณาจารย์และนักศึกษา&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การแปรรูปเพิ่มมูลค่าพืชผลทางการเกษตร&nbsp;การจัดประกวดและแข่งขันอาชีพทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;การประกวดกล้วยไม้&nbsp;พื้นเมืองเหลืองจันทบูร&nbsp;กล้วยไม้สายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;เฟิร์น&nbsp;บอนไซ&nbsp;หม้อข้าวหม้อแกงลิง&nbsp;&nbsp;การประกวดไก่พื้นเมือง&nbsp;ไก่ต่อ&nbsp;ไก่ตั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;การประกวดหนูน้อยเหลืองจันท์&nbsp;&nbsp;&nbsp;การแข่งขันทักษะทางวิชาการ&nbsp;การแสดงผลผลิตของนักศึกษา&nbsp;สินค้าของเกษตร&nbsp;OTOP&nbsp;ประชารัฐของดีเมืองจันท์และสินค้าของดีจากจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในภูมิภาค&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และการแสดงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;งานจะมีไปจนถึงวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213122651624
381	"กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน  จัดงาน มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก ""Eastern Lanna Ethnic Fair 2022"	"<p><strong>ขบวนแห่รวมทั้งการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ที่สวยงามอลังการ&nbsp;ของกลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;ที่มีกว่า&nbsp;18&nbsp;ชาติพันธุ์</strong>&nbsp;เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในงาน&nbsp;มหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;""Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022&nbsp;ที่ทาง&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;ได้จัดขึ้นบริเวณลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;ริมกว๊านพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ทางด้านชาติพันธุ์&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมอัตลักษณ์อันโดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรม&nbsp;รวมทั้งสาธิตเผยแพร่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของพี่น้องชาติพันธ์&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;และเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน&nbsp;โดยการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;มีนายศักดิ์ฤทธิ์&nbsp;สลักคำ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นประธานเปิดงานฯ&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;การจัดงานมหกรรมชาติพันธุ์ล้านนาตะวันออก&nbsp;""Eastern&nbsp;Lanna&nbsp;Ethnic&nbsp;Fair&nbsp;2022</strong>&nbsp;ถือเป็นกิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวชาติพันธุ์ของกลุ่มล้านนาตะวันออกภายใต้โครงการบูรณาการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;2&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วย&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;และน่าน&nbsp;โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;ถึง&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์หลังเทศบาลเมืองพะเยา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมและส่งเสริมอัตลักษณ์อันโดดเด่นทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์</strong>&nbsp;นำสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;โดยกิจกรรมในงานจะประกอบด้วย&nbsp;การแสดงออกทางด้านศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์&nbsp;การแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธ์&nbsp;การแต่งกาย&nbsp;การสาธิตและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของชาติพันธ์&nbsp;การประกวดธิดาชาติพันธ์&nbsp;ซึ่งบรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์เข้าร่วมงานจาก&nbsp;4&nbsp;จังหวัดล้านนาตะวันออกกว่า&nbsp;18&nbsp;ชาติพันธุ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคเหนือ	พะเยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213123320626
382	ลำปาง เปิดบ้านจัดงาน Lampang Ceramic World Class ขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่	"<p><strong>เริ่มต้นอีกครั้งกับงานมหกรรมแสดงสุดยอดผลิตภัณฑ์สินค้าของดีเมืองรถม้า</strong>&nbsp;""Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class""&nbsp;หรือ&nbsp;""ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34""&nbsp;ปีนี้ลำปางเปิดบ้านพร้อมจัดเต็มกิจกรรมใหญ่&nbsp;รับนักท่องเที่ยว&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;หวังสร้างรายได้กระตุ้นการค้าการลงทุนในพื้นที่</p><p><strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;สมาคมเครื่องปั้น&nbsp;</p><p>ดินเผาจังหวัดลำปาง&nbsp;และหลายหน่วยงานองค์กรทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งจากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคมชมรมต่างๆ&nbsp;ในเขตพื้นที่&nbsp;จัดมหกรรมงานใหญ่ระดับจังหวัด&nbsp;โชว์และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าของดีอันเป็นอัตลักษณ์ประจำเมืองรถม้า&nbsp;ในงาน&nbsp;""Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class""&nbsp;หรือ&nbsp;""ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34""&nbsp;เปิดประตูบ้านนำผู้ผลิต-ผู้ประกอบการจากกว่า&nbsp;50&nbsp;โรงงานทั่วจังหวัด&nbsp;ร่วมออกบูธจัดแสดงนวัตกรรมผลผลิต&nbsp;และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซรามิกสินค้าของดีเมืองรถม้า&nbsp;ณ&nbsp;ที่บริเวณลานอเนกประสงค์&nbsp;ด้านหน้าห้างไทวัสดุ&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;ตำบลชมพู&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;มี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้เกียรติเป็นประธาน&nbsp;นำคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;คณะกรรมการสมาคมเครื่องปั้นดินเผาฯ&nbsp;หัวหน้าหน่วยงานส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนของหน่วยงานองค์กรต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกันทำพิธีเปิดงาน&nbsp;""Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class""&nbsp;""เซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34""&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;โดยมีพี่น้องประชาชนชาวลำปาง&nbsp;รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด&nbsp;และคณะสื่อมวลชนจากสื่อทุกแขนงในพื้นที่&nbsp;ให้ความสนใจเข้าร่วมงานกิจกรรม&nbsp;พร้อมกับเลือกชมเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์เซรามิกภายในงานกันอย่างคับคั่ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำหรับงานลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว</strong>&nbsp;และเป็นหนึ่งงานมหกรรมสินค้าแห่งภูมิปัญญาประจำท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดจะได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทุกภาคส่วนในพื้นที่&nbsp;จัดงานกิจกรรมขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นฤดูของการท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาว&nbsp;โดยการจัดงานเพื่อต้องการจะเผยแพร่เชิดชูอัตลักษณ์ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้สมกับที่ได้รับการยกย่องให้เป็นนครอันดับหนึ่งของประเทศไทย&nbsp;""ลำปาง-นครแห่งเมืองเซรามิก""&nbsp;และเพื่อจะประชาสัมพันธ์สินค้าเซรามิคของ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ให้ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปยังพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;อันจะเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัด&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาส&nbsp;ให้เจ้าของโรงงานเซรามิก&nbsp;ได้มีโอกาสนำสินค้าผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงออกสู่แก่สายตาลูกค้า&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจเกิดการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากชุมชนออกสู่ตลาดทั้งในประเทศและตลาดสากล&nbsp;อันเป็นการพัฒนาความพร้อมแก่ผู้ประกอบการให้สามารถก้าวสู่ระบบตลาดการค้าเสรีได้อย่างภาคภูมิ&nbsp;มั่นคงและยั่งยืน</p><p><strong>โดยการจัดงานปีนี้นับเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;34&nbsp;</strong>ซึ่งได้วางรูปแบบการจัดงานไว้ตามแบบสไตล์&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;มีการกำหนดที่จะจัดงานกิจกรรมยาวต่อเนื่องไปจนถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ด้านหน้าห้างไทวัสดุ&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนถึงเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ทุกวัน&nbsp;โดยจะเปิดพื้นที่ลานกิจกรรม&nbsp;ทำการรวบรวมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สินค้าเซรามิกระดับคุณภาพ&nbsp;จากผู้ผลิตโรงงานที่มีชื่อเสียงภายในจังหวัด&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;แห่ง&nbsp;นำมาจัดจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เดินเลือกชมเลือกซื้อสินค้ากันอย่างสบายใจ&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีทั้งเครื่องประดับ&nbsp;ของตกแต่งบ้าน&nbsp;สิ่งของเครื่องใช้&nbsp;และของที่ระลึก&nbsp;พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้จัดเตรียมกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ที่น่าสนใจไว้อีกมากมายเพื่อจะสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอดงาน&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการเล่าเรื่องราวความเป็นมาจุดเริ่มต้นจากดินขาวสู่เซรามิคระดับโลก&nbsp;พร้อมโชว์ผลงานนวัตกรรมจากงานเซรามิกในด้านต่างๆ&nbsp;การจัดแสดงสาธิตการนำเซรามิกไปตกแต่งบ้าน&nbsp;รวมถึงการสาธิตวิธีการผลิตเซรามิกตั้งแต่กระบวนการขึ้นรูป&nbsp;การเพ้นท์รูป-การเขียนลวดลาย&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานได้ทดลองวาดเขียนลวดลายเซรามิกด้วยตนเอง&nbsp;หรือจะฝึกอาชีพระยะสั้น&nbsp;โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเที่ยวชมงาน&nbsp;""ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34""&nbsp;ได้ทุกวันตามวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดลำปางขอความร่วมมือให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมงานกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;และให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ&nbsp;""COVID-19""&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213124251627
383	สว.กษิดิศ นั่งรถจิ๊ปโบราณ ปีนเขาหินล้านงามตาชี พร้อมดันงานพัฒนาตามนโยบายรัฐบาล	<p><strong>ที่บริเวณหินล้านงาม&nbsp;บูเกะโต๊ะบีแด&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตาชี&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>นายกษิดิศ&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะคณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมอาชีพและการออม&nbsp;พร้อมภรรยา&nbsp;นางศิริมา&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;และ&nbsp;พันเอก&nbsp;ชลัช&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;รองผู้อำนวยการกิจการพิเศษ&nbsp;ศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;เดินทางมาเยี่ยม&nbsp;พี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และพบปะนายอาซูวรรณ&nbsp;เบ็ญสะมะแอ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;,ประธานกลุ่ม&nbsp;รถ&nbsp;Enduro&nbsp;นายชัยนูลอาบีดี&nbsp;ยะผา&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;8&nbsp;ต.ยะหา&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์พัฒนาอาชีพ&nbsp;กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ตำบลยะหา&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;ที่อยู่ร่วมกันอย่างพหุวัฒนธรรม&nbsp;พร้อมยังได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่&nbsp;ใช้ชีวิตปกติ&nbsp;ดังพี่ฉันท์น้องอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ในโอกาสนี้&nbsp;นายกษิดิศ&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;</strong>ในฐานะคณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมอาชีพและการออม&nbsp;พร้อมภรรยา&nbsp;นางกศิมา&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้นั่งรถจิ๊ป&nbsp;ซึ่งเป็นรถโบราณรุ่นหลังสงครามโลก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อชมบรรยากาศ&nbsp;ใน&nbsp;ต.ตาชี&nbsp;และ&nbsp;ปีนเขา&nbsp;ชมงานพัฒนา&nbsp;หินล้านงาม&nbsp;บูเกะโต๊ะบีแด&nbsp;และยังได้มอบเงินให้เด็กๆ&nbsp;ที่มาต้อนรับอีกด้วย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิสิษฐ์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาชี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายกษิดิศ&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</strong>&nbsp;ในฐานะคณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมอาชีพและการออม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตอนนี้ทางรัฐบาลกำลังสนับสนุนการท่องเทียวเชิงอนุรักษ์หลังจากที่ได้คุยกับ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ในพื้นที่ก็มีสิ่งที่ควรจะต้องสนับสนุน&nbsp;เพื่อเกื้อกูลหนุ่นให้มีการท่องเทียว&nbsp;เพื่อเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;ให้พี่น้องทั้งประเทศได้มาที่นี้&nbsp;&nbsp;ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลพยายามหาทางออกในปัญหาต่างๆ&nbsp;ซึ่งตรงนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;มีปัญหาหลายอย่างที่ควรเกื้อกูลกันระหว่างท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้เกิดการพัฒนา&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ใน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;พื้นที่ตรงนี้&nbsp;หินล้านงาม&nbsp;บูเก๊ะโต๊ะบีแด&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตาชี&nbsp;</strong>ผมคิดว่าเป็นพื้นที่ธรรมชาติ&nbsp;ได้สร้างสรรค์มาอย่างสวยงาม&nbsp;มันไม่ได้มีใครจะสร้างขึ้นปีสองปี&nbsp;ผมคิดว่าความเป็นมาจะต้องมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน&nbsp;เพราะกว่าที่ธรรมชาติ&nbsp;จะสร้างสรรค์มาถึงทุกวันนี้ได้ต้องใช้เวลา&nbsp;เราจะทำอย่างไร&nbsp;ให้พี่น้องในพื้นที่&nbsp;มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น&nbsp;ถ้าพี่น้องประชาชนนักท่องเทียวทั่วไทยได้มีโอกาสมาเทียวและสัมผัส&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;พหุวัฒนธรรม&nbsp;ได้มาเห็นความน่ารักของพี่น้องประชาชนที่นี้&nbsp;มันจะทำให้สิ่งที่เป็นภาพข่าวที่ไม่ดี&nbsp;สิ่งจะเกิดขึ้น&nbsp;มันจะตรงข้าม&nbsp;มันสงบ&nbsp;อยู่กันร่มเย็น&nbsp;เพราะข่าวที่ออกไป&nbsp;เป็นข่าวจำนวนน้อย&nbsp;แต่ออกไปแล้วทำให้พี่น้องทั่วประเทศ&nbsp;เกิดความกังวล&nbsp;ที่จะไม่มา&nbsp;</p><p><strong>ผมในฐานนะ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา</strong>&nbsp;ที่ได้มาเยี่ยมในพื้นที่นี้&nbsp;แม้ว่าจะอยู่ไกล&nbsp;แต่พอมาถึงมันคุ้มค่า&nbsp;ที่ได้เห็นธรรมชาติและมีความปลอดภัย&nbsp;อยากจะสะท้อนปัญหาประเด็นต่างๆ&nbsp;ที่มีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และรัฐบาลได้นำปัญหาเหล่านี้เข้าสู้ขบวนการในการแก้ไข&nbsp;เพื่อให้การทำงานตามตามเจตนารมณ์&nbsp;ที่ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ได้ตั้งใจที่จะทำ&nbsp;จะได้มีผลสัมฤทธิ์&nbsp;ในอนาคต&nbsp;ซึ่งผลสัมฤทธิ์&nbsp;ที่เกิดขึ้นก็เพื่อลูกหลานเราของเราทุกคน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายพิสิษฐ์&nbsp;ศรีสุข&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาชี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันนี้&nbsp;มีความยินดีมากและขอขอบคุณ&nbsp;ที่&nbsp;นายกษิดิศ&nbsp;อาชวคุณ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ในฐานะคณะกรรมการประสานงานเพื่อสนับสนุนโครงการกองทุนการศึกษา&nbsp;และคณะอนุกรรมการสร้างเสริมอาชีพและการออมและคณะ&nbsp;ได้มาเยี่ยมและร่วมหาทางออกต่อปัญหาที่มีอยู่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับหินล้านงาม&nbsp;บูแกะโต๊ะบีแด&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตาชี&nbsp;อ.ยะหา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</strong>เป็นพื้นที่ห่างไกล&nbsp;ที่&nbsp;รอโอกาสการพัฒนา&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้จากฐานรากจริงๆ&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;ที่นี้จะเป็นแหล่งท่องเทียวที่ขึ้นชื่อไม่แพ้ที่อื่น&nbsp;ถ้าสามารถพัฒนาได้&nbsp;สำหรับถนนที่เป็นทางขึ้น&nbsp;จุดตรงนี้&nbsp;จะต้องคุยกับป่าไม้&nbsp;คาดว่าน่าจะมีทางออกที่ดีให้พี่น้องที่นี้ได้&nbsp;เพราะเท่าที่ทราบ&nbsp;ล่าสุดมีกฎหมายบางมาตราที่พอจะคุย&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาตรงนี้ได้อยู่&nbsp;และทาง&nbsp;อบต.&nbsp;มีความยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนตรงนี้อย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อพี่น้องประชาชน&nbsp;และเชื่อว่าภาพดีๆ&nbsp;จะเกิดขึ้นอีกเยอะในพื้นที่หากสามารถปลดล๊อกตรงนี้ได้&nbsp;</p><p><strong>พันเอก&nbsp;ชลัช&nbsp;ศรีวิเชียร&nbsp;รองผู้อำนวยการกิจการพิเศษ&nbsp;ศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ก็เป็นโอกาสอีกครั้ง&nbsp;หลังจากช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ดูแลในพื้นที่ตรงนี้&nbsp;ในฐานนะผู้บังคับหน่วยวันนี้ก็ได้กลับมาดู&nbsp;ในนามของคณะประสานงาน&nbsp;ระดับพื้นที่&nbsp;หรือ&nbsp;สล.3&nbsp;ซึ่งวันนี้เราก็มาฟังในเรื่องของขบวนการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน&nbsp;เกี่ยวกับกระบวนการพูดคุย&nbsp;เราก็เชื่อว่าในส่วนของการพัฒนาพื้นที่ตรงนี้&nbsp;มันอาจจะดูห่างไกล&nbsp;แต่ถ้ามองในเรื่องของมิติการท่องเทียว&nbsp;วันนี้มีความสำคัญ&nbsp;เพราะอย่างน้อยมันเป็นการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;ให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งอาจเจอปัญหา&nbsp;ในเรื่องของโควิดในช่วงที่ผ่านมาและ&nbsp;อีกหลายๆเรื่อง&nbsp;แต่ตรงนี้ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับพี่น้องพื้นที่ให้ได้เข้ามาเทียวชมสิ่งดีๆ&nbsp;ธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;ถือว่า&nbsp;ได้สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้พี่น้องในพื้นที่&nbsp;และที่สำคัญตรงนี้&nbsp;ก็ถือว่าเป็นการสร้างสันติสุขขนาดเล็ก&nbsp;แต่เชื่อว่าตรงนี้&nbsp;จะมีทางออกที่ดีขึ้น&nbsp;นิติของการพัฒนา&nbsp;พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ก็คงต้องหนุนเสริมจากภาครัฐหลายๆ&nbsp;ส่วน&nbsp;สิ่งต่างๆ&nbsp;ตรงนี้&nbsp;ในเรื่องของการขยับงานพัฒนา&nbsp;การสร้างงานในพื้นที่ให้เกิดเรื่องของธรรมชาติที่บริสุทธิ์&nbsp;ที่สวยงาม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213125951641
384	นักท่องเที่ยวสายบุญ แห่เดินทางไป พิสูจน์ศรัทธา พิชิต 3,790 ขั้น กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนยอดเขาวงพระจันทร์ จำนวนมาก ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้รถติดยาว กว่า 10 กิโลเมตร ล่าสุดทางวัด ประกาศขยายเวลาขึ้นเขาวงพระจันทร์ต่อเนื่องไปถึงวันที่ 27 ก.พ.นี้ ซึ่งจากเดิมกำหนดไว้แค่วันที่ 15 ก.พ. นี้เท่านั้น	"<p><strong>วัดเขาวงพระจันทร์&nbsp;เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวัดที่เป็นดัง&nbsp;</strong>และศูนย์รวมจิตใจของชาวลพบุรี&nbsp;เลยก็ว่าได้&nbsp;บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาทแท้&nbsp;(รอยพระบาทที่&nbsp;4)&nbsp;ที่&nbsp;ในช่วงเทศกาลประมาณเดือนสาม&nbsp;ช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีจะมีการจัด&nbsp;เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท&nbsp;บนยอดเขาวงพระจันทร์&nbsp;ด้วยการเดินขึ้น&nbsp;บันได&nbsp;3,790&nbsp;ขั้น&nbsp;และสำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กำหนดขึ้นขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;1-15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>แต่เนื่องจากในช่วง&nbsp;ตลอด&nbsp;10&nbsp;กว่าวัน&nbsp;ที่ผ่านมา</strong>&nbsp;หลังจากที่วัดเขาวงพระจันทร์&nbsp;ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขากราบไหว้สักการะรอยพระพุทธบาท&nbsp;พิสูจน์ศรัทธา&nbsp;เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาวงพระจันทร์บนยอด&nbsp;&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยงดในเรื่องการจัดงานมหรสพต่างๆ&nbsp;คงไว้แค่จัดสถานที่&nbsp;และดอกไม้&nbsp;ธูปเทียน&nbsp;ประดับไฟ&nbsp;ตลอดแนวทางขึ้นเขาวงพระจันทร์&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ทำให้บรรยากาศแหล่งท่องเที่ยวบนยอดเขาวงพระจันทร์&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอโคกสำโรง&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;</p><p><strong>มีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่จังหวัดลพบุรี&nbsp;และจากทั่วประเทศ</strong>&nbsp;นับหมื่นคน&nbsp;ได้เดินทางมาเที่ยวและขึ้นเขาวงพระจันทร์&nbsp;กราบไหว้สักการะรอยพระพุทธบาท&nbsp;พิสูจน์ศรัทธาบนเขาวงพระจันทร์&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าได้มากราบสักการะหลวงพ่อพุทธโชค&nbsp;พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่&nbsp;ศิลปะแบบเชียงแสน&nbsp;ยุคต้นที่ปะดิษฐ์ฐานอยู่ที่เชิงเขาวงพระจันทร์&nbsp;ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี&nbsp;และใหญ่เป็นลำดับที่&nbsp;2&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ตลอดเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><strong>ทำให้การจราจร&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์&nbsp;และวันอาทิตย์&nbsp;</strong>บริเวณทางเข้าวัดเขาวงพระจันทร์&nbsp;ติดขัดยาวหลายกิโลเมตร&nbsp;ตั้งแต่ถนนพหลโยธิน&nbsp;จนถึงหน้าวัดเขาวงพระจันทร์&nbsp;&nbsp;ยาวกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะเข้ามาถึงบริเวณวัด&nbsp;ประกอบกับในช่วงนี้&nbsp;มีสภาพอากาศที่แปรปรวน&nbsp;บางวันมีฝนตก&nbsp;ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเสียโอกาสในการขึ้นสู่ยอดเขาวงเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>&nbsp;***&nbsp;และ&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา&nbsp;มีสาธุชน&nbsp;ผู้แสวงบุญได้เดินทางมากราบไหว้</strong>สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;บนยอดเขาวงพระจันทร์&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;และเพื่อลดความแออัดของจำนวนคนในช่วงเวลาอันจำกัด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งจากเดิม&nbsp;ทางวัดจะอำนวยความสะดวกเปิดไฟให้นักท่องเที่ยว&nbsp;สามารถเดินขึ้นเขาวงพระจันทร์ได้&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>****&nbsp;แต่ล่าสุด&nbsp;เพื่อสนองศรัทธาประชาชน&nbsp;ทางวัด&nbsp;จึงได้ขยายเวลา</strong>&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางขึ้นเขาวงพระจันทร์&nbsp;ออกไปจนถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;แต่ทั้งนี้..กำหนดการ&nbsp;อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้&nbsp;ถ้าปริมาณน้ำบนยอดเขา&nbsp;ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน&nbsp;โดยขอให้นักท่องเที่ยว&nbsp;สาธุชน&nbsp;ทุกท่านที่เดินทางมา&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ซึ่งคาดว่า...ในวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก</strong>&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคู่รัก&nbsp;เดินทางมาเที่ยวเพื่อ&nbsp;พิสูจน์&nbsp;รักแท้&nbsp;ไม่แพ้ระยะทาง&nbsp;รวมถึงยังมีคนเล่ากันว่า&nbsp;ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับ&nbsp;พิสูจน์รักแท้&nbsp;สำหรับคู่รักจนเป็นตำนาน&nbsp;เพราะแม้ระยะทางจะไม่ไกลมากเท่ายอดเขาลูกอื่นที่ต้องพิชิต&nbsp;แต่การเดินขึ้นบันไดต่อเนื่อง&nbsp;ไปสามพันกว่าขั้น&nbsp;ก็ไม่ใช่อะไรที่ง่ายเลยเหมือนกัน&nbsp;บางคู่อาจจะรักกันมากขึ้น&nbsp;หรือ&nbsp;บางคู่อาจจะไม่ไหวจนถึงขั้นเลิกกันไปเลยก็ได้&nbsp;งานนี้ลองจูงมือแฟนมา&nbsp;พิสูจน์รักกันได้เลยจ้า&nbsp;แล้วจะได้ตะโกนดังๆ&nbsp;ว่า&nbsp;""รักแท้&nbsp;ไม่แพ้ระยะทาง""&nbsp;แน่นอน</p><p><strong>ซึ่งการขึ้นเขาวงพระจันทร์&nbsp;ส่วนมากจะใช้เวลาเดินขึ้นเขาในตอนกลางคืน</strong>&nbsp;เนื่องจากอากาศเย็นสบายไม่ร้อน&nbsp;และเมื่อขึ้นไปถึงบนยอดก่อนตอนเช้า&nbsp;ก็จะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้ารับแสงแรกสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า&nbsp;และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้มาพิชิตยอดเขาวงพระจันทร์ที่มีความสูง&nbsp;3,790&nbsp;ขั้น&nbsp;ซึ่งถือเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี&nbsp;และยังมีความเชื่อกันว่า&nbsp;หากใครได้มานมัสการ&nbsp;รอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาวงพระจันทร์&nbsp;จะประสบความสุข&nbsp;สมหวังทุกประการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	13/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213153808706
385	ศรีสะเกษ จัดใหญ่ !! พลิกโฉมเมืองฟื้นเศรษฐกิจ ผุดมหกรรมสินค้า-เปิดหอ ขวัญเมืองศรี แลนด์มาร์คใหม่ที่ใครก็อยากมา	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผวจ.ศรีสะเกษ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่นสู่สากล&nbsp;โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวตามอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;กิจกรรมถนนสายธรรมะ&nbsp;คีตะศิลป์&nbsp;ถิ่นดงลำดวน&nbsp;เพื่อส่งสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ขึ้น&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวายอนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมเปิด&nbsp;หอขวัญเมืองศรี&nbsp;แลนด์มาร์คใหม่เมืองศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมชมการแสดงดนตรีร่วมสมัย&nbsp;จาก&nbsp;มรภ.ศรีสะ&nbsp;เกษ&nbsp;และโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">โดยกิจกรรมในงานจะเป็นการนำสินค้าพรีเมี่ยม&nbsp;แบรนด์ดัง&nbsp;แบรนด์ศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการโดยตรงมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;เป็นสินค้าที่แปรรูปด้วยเทคโนโลยีและนวัต&nbsp;กรรม&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;หอมแดง&nbsp;และกระเทียม&nbsp;ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;กาแฟโรบัสต้า&nbsp;สมุน&nbsp;ไพรแปรรูป&nbsp;ผ้าเบญจศรี&nbsp;สินค้าโอท็อป&nbsp;(OTOP)&nbsp;เนื้อโคขุน&nbsp;อาหารจากเชฟดัง&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นต่างๆของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;นอก&nbsp;จากนี้ในบริเวณดังกล่าวยังมีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมจากศิลปินและเยาวชนของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และบูธถ่ายภาพที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">สำหรับพื้นที่ที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของจังหวัดศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่สร้างโดยงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อันเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดรวมทั้งเป็นพื้นที่ให้ชาวจังหวัดศรีสะเกษได้ออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ตามนโยบายการขับเคลื่อนเมือง&nbsp;sport&nbsp;city&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;มีการออกแบบให้มีความทันสมัย&nbsp;สวยงาม&nbsp;สีสันสดใส&nbsp;พร้อมบึงบัวรูปหัวใจ&nbsp;เหมาะแก่การพักผ่อนและถ่ายรูปเชลฟี่&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเดือน&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรักเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ&nbsp;เข้ามาเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาประหยัดได้ในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้ภายใต้มาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขด้วย.</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</span></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	13/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213153919710
386	กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่เมืองเลย สำรวจศักยภาพสินค้ากาแฟและไม้ประดับ กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ อ.ภูเรือ และจัดสัมมนาชี้ช่องโอกาสขยายส่งออกกาแฟไทย หนุนใช้ประโยชน์ FTA เจาะตลาดต่างประเทศ หวังยกระดับสินค้า สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรไทย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายผดุงศักดิ์&nbsp;หาญปรีชาสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ร่วมเปิดงานสัมมนา&nbsp;เรื่อง&nbsp;รอบรู้ตลาดการค้าเสรี&nbsp;สร้างแต้มต่อกาแฟไทยขยายตลาดส่งออก&nbsp;ห้องประชุมโรงแรมภูเรือ&nbsp;แซงค์ฌัวรี&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;สปา&nbsp;จ.เลย&nbsp;มีผู้ผลิตกาแฟ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จากอำเภอภูเรือ&nbsp;อำเภอนาแห้ว&nbsp;อำเภอปากชม&nbsp;อำเภอนาด้วง&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;เข้าร่วมหารือกับผู้แทนกรมเจรจาฯ&nbsp;สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;และเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งเห็นพ้องกันว่า&nbsp;การพัฒนากาแฟไทยให้ได้คุณภาพ&nbsp;สามารถสร้างจุดแข็งจากอัตลักษณ์&nbsp;ความพิเศษของกาแฟไทยจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กาแฟไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการยังสามารถใช้ประโยชน์จาก&nbsp;FTA&nbsp;ขยายกาแฟไทยสู่ตลาดโลกได้อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยเมื่อวันที่&nbsp;11-12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม</strong>&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ได้ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;เพื่อหารือเรื่องโอกาสและช่องทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;กับสินค้าเกษตรของไทย&nbsp;โดยกลุ่มแรก&nbsp;เป็นกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับบ้านแก่งไฮ&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;ปลูกต้นคริสต์มาส&nbsp;ไม้ใบ&nbsp;ไม้มงคล&nbsp;ไม้ฟอกอากาศ&nbsp;ไม้จิ๋ว&nbsp;ส่งขายทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้กลุ่มต้องปรับตัวเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์และเฟซบุ๊ก&nbsp;ประสบความสำเร็จด้วยดี&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;เนื่องจากผู้บริโภคไม้ดอกไม้ประดับมักจะให้ความนิยมพันธุ์ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ไม้ดอกที่มีสีสันที่โดดเด่นสวยงาม&nbsp;หลากหลาย&nbsp;ไม้ใบที่ทรงสวย&nbsp;ลำต้นที่แข็งแรง&nbsp;และต้านทานโรคได้ดี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เกษตรกรจึงเห็นความสำคัญและต้องการได้รับการสนับสนุนด้านการวิจัยเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อการขยายพันธุ์ต้นกล้าที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัยเข้าไปให้คำแนะนำแล้ว&nbsp;แม้ในปัจจุบัน&nbsp;เกษตรกรจะเน้นขายในประเทศ&nbsp;แต่ก็มีความสนใจที่จะขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออก&nbsp;ซึ่งจะสามารถใช้ประโยชน์จาก&nbsp;FTA&nbsp;ได้&nbsp;เพราะ&nbsp;17&nbsp;ประเทศที่ไทยมี&nbsp;FTA&nbsp;ด้วย&nbsp;ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับไม้ดอกไม้ประดับส่งออกจากไทยแล้ว&nbsp;ยังเหลืออินเดียที่ยังคงเก็บภาษีศุลกากรกับไม้ดอกที่ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;และไม้ประดับที่ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;อันดับที่&nbsp;1&nbsp;ในอาเซียน&nbsp;และอันดับที่&nbsp;16&nbsp;ของโลก&nbsp;มูลค่าการส่งออกอยู่ที่&nbsp;124.2&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;โดยมีสหรัฐอเมริกา&nbsp;อาเซียน&nbsp;(ฟิลิปปินส์&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;สปป.ลาว)&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;และจีน&nbsp;เป็นตลาดส่งออกหลัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้าน&nbsp;นายชูศักดิ์&nbsp;ชื่นประโยชน์&nbsp;รองประธานกรรมการหอการค้าไทย</strong>&nbsp;ได้แนะนำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารู้จักกับ&nbsp;น่านโมเดล&nbsp;ที่สภาหอการค้าไทยไปจับมือกับผู้ปลูกกาแฟจังหวัดน่าน&nbsp;นำผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;วิทยาเขตกำแพงแสน&nbsp;มาช่วยพัฒนาคุณภาพ&nbsp;ส่งเสริมการตลาด&nbsp;สร้างตรารับรองต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ตรา&nbsp;GAP&nbsp;ตราฮาลาล&nbsp;ตลอดจนให้คำแนะนำเรื่องการปลูก&nbsp;การทดสอบดิน&nbsp;การให้น้ำ&nbsp;ให้ปุ๋ย&nbsp;ตัดแต่งใบ&nbsp;กำจัดโรคและแมลง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทำให้ได้ผลผลิตกาแฟสูงถึง&nbsp;3&nbsp;ตันต่อไร่&nbsp;(จากปกติประมาณ&nbsp;1&nbsp;ตันต่อไร่)&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;หมื่นบาท&nbsp;ซึ่งช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรได้ในระยะยาว&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยส่งออกกาแฟดิบ&nbsp;กาแฟคั่ว&nbsp;และกาแฟสำเร็จรูปไปตลาดโลกรวมมูลค่า&nbsp;103.62&nbsp;ล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp;โดยมีกัมพูชา&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เมียนมา&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;และฟิลิปปินส์&nbsp;เป็นตลาดสำคัญ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;14&nbsp;ประเทศคู่&nbsp;FTA&nbsp;ของไทย&nbsp;คือ&nbsp;อาเซียน&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;นิวซีแลนด์&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;ชิลี&nbsp;ไม่เก็บภาษีศุลกากรกับเมล็ดกาแฟที่ส่งออกจากไทยทุกรายการแล้ว&nbsp;ขณะที่&nbsp;4&nbsp;ประเทศ&nbsp;ยังเก็บภาษีศุลกากรอยู่&nbsp;คือ&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;(กาแฟคั่ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10-12)&nbsp;จีน&nbsp;(กาแฟไม่ได้คั่ว&nbsp;ทั้งที่แยกและไม่ได้แยกกาเฟอีน&nbsp;และกาแฟคั่วที่ไม่ได้แยกกาเฟอีน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;5)&nbsp;เปรู&nbsp;(กาแฟคั่วและไม่คั่ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;6-11)&nbsp;และอินเดีย&nbsp;(กาแฟคั่ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;100)&nbsp;โดยญี่ปุ่นได้ตกลงลดภาษีศุลกากรกับสินค้ากาแฟคั่วส่งออกจากไทย&nbsp;ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค&nbsp;(RCEP)&nbsp;โดยจะทยอยลดภาษีให้เหลือร้อยละ&nbsp;0&nbsp;ในปี&nbsp;2580</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	13/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213163030723
387	ปางช้างแม่สา จังหวัดเชียงใหม่  จัดงานวิวาห์คู่รักช้างบันลือโลก สืบสานสายพันธุ์ช้างไทย	<p><strong>ปางช้างแม่สา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</strong>จัดงานวิวาห์ให้กับคู่รักช้าง&nbsp;สืบสานสายพันธุ์ช้างไทย</p><p>ที่บริเวณชายป่าของปางช้างแม่สา&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่<strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นางอัญชลี&nbsp;กัลมาพิจิตร&nbsp;ผู้บริหารปางช้างแม่สา&nbsp;</strong>อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า<strong>&nbsp;</strong>ช้างคู่นี้คบหาดูใจกันมาประมาณ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่ตนได้ให้ควาญแดง&nbsp;ซึ่งเดิมดูแลพลายอ๊อดเพียงเชือกเดียว&nbsp;ได้เลี้ยงพังคูณทรัพย์&nbsp;หรือแม่แป้นด้วย&nbsp;โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดเป็นความรักของช้างทั้งสองเชือกขึ้นมาได้&nbsp;นับเป็นเรื่องที่แปลกและน่ายินดีที่ธรรมชาติของช้าง&nbsp;เขาจะมีการดมกลิ่นกัน&nbsp;หรือคลอเคลียกันอยู่แล้ว&nbsp;ในช้างเพศผู้และเพศเมีย&nbsp;ที่ชอบพอกัน&nbsp;ซึ่งพลายอ๊อดไม่เคยแบ่งอาหารให้ใครแต่ยอมแบ่งอาหารให้แม่แป้นร่วมกินอาหารด้วยและยังมีการป้อนให้กันอีกด้วย&nbsp;ซึ่งตนเองเลี้ยงช้างก็ต้องการให้ช้างอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข&nbsp;ถ้าโชคดีในอีกไม่ช้าอาจจะมีลูกช้างเกิดใหม่ในปางช้าง&nbsp;ซึ่งจะช่วยสืบสานสายพันธุ์ช้างและอนุรักษ์ช้างไทยต่อไป</p><p><strong>สำหรับปางช้างแม่สาเคยมีช้างเลี้ยงกว่า&nbsp;80&nbsp;เชือก&nbsp;</strong>แต่ปัจจุบันเหลือเพียง&nbsp;69&nbsp;เชือกเท่านั้น&nbsp;เพราะมีช้างชราจำนวนมากและช้างบางส่วนได้ล้มตายจากไป&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้เร่งสนับสนุนการผสมพันธุ์&nbsp;ตามธรรมชาติของช้าง&nbsp;แต่ต้องระวังไม่ให้อยู่ในสายเลือดที่ใกล้ชิดกัน&nbsp;หรือเป็นครอบครัวพ่อแม่เดียวกันเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้แล้วทางปางช้างยังมีแผนที่จะพัฒนาปางช้างสู่การเป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างแม่สาและยังยืนยันที่จะเลี้ยงช้างให้ดีที่สุดต่อไป&nbsp;เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้มีสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยม&nbsp;ที่คนมาเที่ยวต้องมาเช็คอินดูช้างที่ปางช้างแม่สา</p><p><strong>ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;มาท่องเที่ยวในช่วงของเทศกาลแห่งความรัก</strong>&nbsp;ซึ่งปางช้างแม่สา&nbsp;เปิดให้เข้าชมช้างทุกวัน&nbsp;รวมทั้งทำกิจกรรมป้อนอาหารช้าง&nbsp;จำหน่ายตะกร้าผลไม้&nbsp;เพียงตะกร้าละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;วันจันทร์ถึงวันศุกร์&nbsp;เปิด&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;วันเสาร์ถึงวันอาทิตย์&nbsp;วันหยุดนักขัตฤกษ์&nbsp;เปิดถึง&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;หรือสามารถโอนเงินช่วยช้างได้ที่&nbsp;มูลนิธิอนุรักษ์ช้างไทย&nbsp;Elephant&nbsp;Conservation&nbsp;Foundation&nbsp;ธนาคารกรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;สาขากาดสวนแก้ว&nbsp;หมายเลขบัญชี&nbsp;531-&nbsp;0-&nbsp;66551-&nbsp;7&nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-5320-6247,&nbsp;0-5320-6248&nbsp;,&nbsp;081-882-3738&nbsp;,&nbsp;089-838-4242</p><p><br></p><p><br></p>	13/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213165041727
388	"ททท.สุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม ""ปั่นท่องเที่ยววิถีใหม่ หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่"" ส่งเสริมการท่องเที่ยวและออกกำลังการเพื่อสุขภาพ"	<p><strong>นายจักรกฤษ&nbsp;ฝั่งชลจิตร์&nbsp;นายอำเภอดอนสัก</strong>&nbsp;พร้อมนางสาวนันทวัน&nbsp;ศิริโภคพัฒน์&nbsp;ผอ.ททท.&nbsp;สำนักงานสุราษฎร์ธานี&nbsp;ร่วมปล่อยตัวนักปั่นในกิจกรรม&nbsp;ปั่นท่องเที่ยววิถีใหม่&nbsp;หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่&nbsp;ที่วัดดอนสัก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมีนักปั่นจากจังหวัดชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลาและสุราษฎร์ธานี&nbsp;เข้าร่วมกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><strong>โดยปั่นผ่านตามจุดเช็คอินเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;วัดดอนสัก&nbsp;วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์&nbsp;ชุมชนบ้านเกาะแรต&nbsp;หาดนางกำและเดอะเชฟบีชคาเฟ่&nbsp;หาดนางกำ&nbsp;มีระยะทางปั่นกว่า&nbsp;60&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวเชื่อว่านักปั่นทุกคนจะได้รับความสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎ์ธานี</p><p><br></p><p><br></p>	13/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213175427741
389	จังหวัดตรัง โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง ร่วมกับหอการค้าจังหวัดตรัง องค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดตรัง เทศบาลนครตรัง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง ได้จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร 2022 ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2565 ครั้งที่ 25 โดยคู่บ่าวสาวจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน จำนวน 14 คู่	<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับหอการค้าจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>องค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดตรัง&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานตรัง&nbsp;ได้จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร&nbsp;2022&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13-15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;25&nbsp;โดยคู่บ่าวสาวจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คู่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในวันนี้&nbsp;(13&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;คู่บ่าวสาวทั้ง&nbsp;14&nbsp;คู่&nbsp;</strong>ได้เดินทางด้วยรถตุ๊ก&nbsp;ๆ&nbsp;หัวกบ&nbsp;ออกจากหอการค้าจังหวัดตรัง&nbsp;ไปยังอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์&nbsp;เพื่อสักการะพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;และร่วมบันทึกภาพร่วมกับคู่บ่าวสาว&nbsp;</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;ประธานและคู่บ่าวสาว&nbsp;ก็ได้ออกเดินทางด้วยขบวนรถตุ๊กๆ&nbsp;หัวกบ</strong>&nbsp;มายังบริเวณลานน้ำพุพะยูน&nbsp;และสวนทับเที่ยง&nbsp;พร้อมกับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก&nbsp;เวลาต่อมาคู่บาวสาวก็จะเดินทางไปยังที่พัก&nbsp;ที่อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในพิธีดำน้ำจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลในวันต่อไป&nbsp;(14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)</p><p><strong>งานวิวาห์ใต้สมุทรเป็นงานที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันจัดขึ้น</strong>&nbsp;และชาวตรังทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าภาพ&nbsp;จังหวัดตรังในช่วงนี้จึงมีบรรยากาศของความรักอบอวลไปทั่วเมือง&nbsp;นอกจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ยังต่อยอดให้จังหวัดตรังเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้ทุกกิจกรรมที่จัดขึ้น&nbsp;คำนึงถึงมาตรการความปลอดภัยเป็นหลัก</strong>&nbsp;งานจะเป็นรูปแบบนิวนอร์มอล&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213191741755
390	รองผู้ว่าฯ ตรัง นำคู่บ่าวสาวที่เข้าร่วมกิจกรรมวิวาห์ใต้สมุทร 2022 สักการะพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)	<p><strong>ที่สวนสาธารณะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ&nbsp;ตำบลทับเที่ยง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายภูวนัฐ&nbsp;สมใจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมวิวาห์ใต้สมุทร&nbsp;2022&nbsp;นำคู่บ่าวสาวสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี&nbsp;(คอซิมบี้&nbsp;ณ&nbsp;ระนอง)&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว</p><p><strong>โดยจังหวัดตรัง&nbsp;สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับหอการค้าจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;เทศบาลนครตรัง&nbsp;และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานตรัง&nbsp;กำหนดจัดให้มีงานวิวาห์ใต้สมุทร&nbsp;2022&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดเป็นครั้งที่&nbsp;25&nbsp;โดยมีคู่บ่าวสาวจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คู่&nbsp;เพื่อมาดำน้ำจดทะเบียนสมรสใต้ท้องทะเลตรัง&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรังตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจนำมาซึ่งรายได้เข้าสู่จังหวัดตรังและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทรในปีนี้จัดขึ้นบริเวณหินก้อนเดียวเกาะมุกด์อำเภอกันตัง</strong>&nbsp;จังหวัดตรังซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสวยงามน้ำทะเลใสและมีความลึกประมาณ&nbsp;6&nbsp;เมตร&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาและผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวคู่บ่าวสาวและมีนายทะเบียน&nbsp;8&nbsp;ท่าน&nbsp;ทำหน้าที่จดทะเบียนสมรสใต้ทะเลและรดทรายสังข์ให้แก่คู่บ่าวสาว&nbsp;และความพิเศษในปีนี้&nbsp;มีการจัดกิจกรรมวิ่งคู่รัก&nbsp;ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะคู่รักแบบหนุ่มสาวแต่เป็นคู่พี่น้อง&nbsp;เพื่อนครอบครัว&nbsp;ทุกเพศทุกวัย&nbsp;สามารถร่วมกิจกรรมวิ่งคู่รักได้เพื่อเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการออกกำลังกาย&nbsp;เนื่องจากจังหวัดตรังได้รับการประกาศให้เป็นเมืองกีฬาหรือ&nbsp;Sport&nbsp;City&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทุกกิจกรรมได้จัดขึ้นโดยคำนึงถึงการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;รวมทั้งมาตรการความปลอดภัยเป็นหลักโดยการจัดงานเป็นรูปแบบของ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ร่วมงานและนักท่องเที่ยวโดยผู้เข้าร่วมงานจะต้องได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;รวมทั้งแสดงผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213192052759
391	"สำนักทะเบียนอำเภอเบตงร่วมกันจัดสถานที่เตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรส "" เบตงที่รัก รักที่สุด ใต้สุดสยาม @ รักใต้ไอหมอก "" ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ ณ จุดชมวิวทะเลหมอก สกายวอร์คอัยเยอร์เวง"	"<p><strong>ที่จุดชมวิวทะเลหมอก&nbsp;สกายวอร์คอัยเยอร์เวง</strong>&nbsp;(SKY&nbsp;WALK&nbsp;AYERWENG)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางมุกดา&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายกกิ่งกาชาดอำเภอเบตง&nbsp;ได้ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่ในการจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรส&nbsp;""เบตงที่รัก&nbsp;รักที่สุด&nbsp;ใต้สุดสยาม&nbsp;@&nbsp;รักใต้ไอหมอก&nbsp;""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่จะจัดขึ้นในวันจันทร์&nbsp;ที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยมีนางสาวบุศริน&nbsp;เถาวัลย์&nbsp;ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปกครอง&nbsp;และ&nbsp;อส&nbsp;รวมกันจัดสถานที่ต้อนรับคู่รักทั้ง&nbsp;31&nbsp;คู่&nbsp;ที่จะมาร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสในปีนี้&nbsp;</p><p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักทะเบียนอำเภอเบตงได้เตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรส&nbsp;""&nbsp;เบตงที่รัก&nbsp;รักที่สุด&nbsp;ใต้สุดสยาม&nbsp;@&nbsp;รักใต้ไอหมอก&nbsp;""&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;ที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;&nbsp;19.30&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวทะเลหมอก&nbsp;สกายวอร์คอัยเยอร์เวง&nbsp;(SKY&nbsp;WALK&nbsp;AYERWENG)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง&nbsp;และสนับสนุน</strong>ให้มีการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;เพื่อรักษาสิทธิสถานภาพ&nbsp;บุคคลและสถานะของครอบครัว&nbsp;ซึ่งคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสในวันดังกล่าว&nbsp;จะได้รับของขวัญ&nbsp;และของที่ระลึกทุกคู่&nbsp;และมีสิทธิ์ลุ้นรับจับรางวัลพิเศษอีกมากมาย</p><p><strong>สำหรับการแต่งกายของคู่สมรสในวันจดทะเบียนสมรส&nbsp;แต่งชุดบ่าวสาว</strong>&nbsp;ชุดไทย&nbsp;ชุดมลายู&nbsp;ชุดจีนชุดสวยงาม&nbsp;หรือเสื้อผ้าคู่&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;ส่วนผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;แขกผู้มีเกียรติ&nbsp;แต่งกายสวยงามด้วยตีมสีแดง&nbsp;สีชมพู&nbsp;ชุดสวยงามอื่น&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><h1><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></h1><p><br></p>"	13/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213195515764
392	คนแห่กินฟรีซีฟู๊ดริมหาดแม่รำพึงระยอง คึกคัก ยอดคนร่วมงานทะลุ 500 คน	<p><strong>สำหรับบรรยากาศกินฟรีซีฟู๊ด&nbsp;ลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;</strong>ในงานระยอง&nbsp;อินเลิฟ&nbsp;ชวนชิม&nbsp;ริมเล&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เป็นวันที่&nbsp;2&nbsp;ของการจัดงานที่เปิดให้ผู้คนกินฟรีอาหารทะเลซีฟู๊ด&nbsp;โดยจังหวัดระยองร่วมกับ&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวและเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเกี่ยวกับอาหารทะเลระยองให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค&nbsp;ภายหลังเกิดน้ำมันดิบของบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลี่ยม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;รั่วไหลลงทะเลระยอง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;จนส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดระยองและอาหารทะเลระยอง&nbsp;ตามมา</p><p><strong>อย่างไรก็ดีสำหรับงานวันที่สองที่จัดขึ้นนี้&nbsp;ได้มีการนำอาหารทะเลจากกลุ่มประมงพื้นบ้าน</strong>และร้านอาหารทะเลริมหาดแม่รำพึงจังหวัดระยอง&nbsp;มาร่วมออกบูธกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;ปรุงทำอาหารซีฟู๊ดหลากหลายนานาชนิดทั้ง&nbsp;นึ่ง&nbsp;ปิ้ง&nbsp;ย่าง&nbsp;ยำ&nbsp;ผัด&nbsp;ทอด&nbsp;แจกจ่ายให้ผู้คนที่ไปร่วมงานได้กินกันแบบฟรี&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งวันนี้&nbsp;ทางจังหวัดระยองและ&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ได้จัดเตรียม&nbsp;กุ้ง&nbsp;หอย&nbsp;ปู&nbsp;ปลา&nbsp;น้ำหนักเป็นร้อย&nbsp;ๆ&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มาปรุงอาหารแจกให้คนกิน&nbsp;โดยผู้คนที่ไปร่วมงานต่างเข้าคิวต่อแถวกันยาวเหยียดรับอาหารตามหน้าบูธต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;กว่า&nbsp;15&nbsp;บูธ&nbsp;ประเมินผู้คนวันนี้&nbsp;น่าจะทะลุ&nbsp;500&nbsp;คนเลยทีเดียว</p><p><strong>สำหรับงานกินฟรีซีฟู๊ด&nbsp;ในงานระยองอินเลิฟ&nbsp;ชวนชิมริมเล</strong>จะมีไปจนถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้&nbsp;เหลืออีก&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา&nbsp;17&nbsp;นาฬิกาเป็นต้นไป&nbsp;กินซีฟู๊ดฟรี&nbsp;ริมหาดทะเลระยอง&nbsp;ท่ามกลางสายลม&nbsp;เสียงคลื่นทะเล&nbsp;และเสียงเพลง&nbsp;และในวันวาเลนไทน์นี้&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;ยังจะเปิดบูธจดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักอีกด้วย&nbsp;พร้อมทั้งจัดรางวัลแจกคู่รักทุกคู่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	13/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220213225212784
393	"จังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ""ปั่นนอนเกาะ ลัดเลาะชมธรรมชาติ"""	"<p>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานเปิดและปล่อยตัวกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;""ปั่นนอนเกาะ&nbsp;ลัดเลาะชมธรรมชาติ""&nbsp;เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยว&nbsp;""ปั่นนอนเกาะ&nbsp;ลัดเลาะชมธรรมชาติ""&nbsp;และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;และอำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ที่สนามกีฬากลางจังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย</strong>และกระตุ้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;และอำเภอดอนสักทำให้เห็นถึงความสำคัญของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และประโยชน์ในการเดินทางด้วยจักรยาน&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรภาครัฐกับภาคประชาชน&nbsp;และเป็นการสร้างเครือข่ายนักปั่นจักรยานให้เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยมีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันในพื้นที่ชุมชนทำให้เกิดการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี.&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	14/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214095253805
394	สานต่อธุรกิจแฟรนไชส์ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตั้งเป้าภายในปี 2565 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 4,600 ล้านบาท	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ลูกจ้างในภาคธุรกิจถูกเลิกจ้าง&nbsp;ตกงาน&nbsp;ส่งผลเป็นลูกโซ่สะเทือนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ&nbsp;กระทรวงฯ&nbsp;ใช้&nbsp;ธุรกิจแฟรนไชส์&nbsp;เป็นโมเดลในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งดูได้จากความสำเร็จของการจัดงาน&nbsp;แฟรนไชส์สร้างอาชีพ&nbsp;ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคเมื่อปลายปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;สร้างผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ได้กว่า&nbsp;5,800&nbsp;ราย&nbsp;มูลค่ารวมกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สร้างความหวังของประชาชนที่กลับมามีอาชีพ&nbsp;มีงาน&nbsp;มีรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวอีกครั้ง&nbsp;ได้เรียนรู้การเริ่มต้นประกอบธุรกิจและจะเน้นการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งระบบประสานสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับกรมการค้าภายใน&nbsp;สนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์&nbsp;เพื่อนำไปขยายธุรกิจสำหรับแฟรนไชส์รายเดิม&nbsp;หรือนำไปเลือกซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนใจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงฯ&nbsp;ตั้งเป้าภายในปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>จะสร้างอาชีพให้ประชาชนผ่านระบบแฟรนไชส์&nbsp;&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า&nbsp;4,600&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์&nbsp;มีมูลค่าตลาดรวมกว่า&nbsp;3&nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;1.9&nbsp;ของ&nbsp;GDP&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;ถือเป็นการใช้เป็นเครื่องมือในการ&nbsp;สร้างงานสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ทั้งในยามที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤตนี้</p><p><br></p><p><br></p>	14/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214103028833
395	รายงานพิเศษ : จังหวัดพังงาติด 1 ใน 5จังหวัดของประเทศที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ขณะที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการห้างสรรพสินค้าออนไลน์ภายใต้ชื่อ Phang nga.org  เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวและเป็นช่องทางสะสมแต้มจากการใช้จ่ายเพื่อนำไปเป็นส่วนลดการซื้อสินค้าได้อีกด้วย	"<p><strong>จากการที่รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน</strong>&nbsp;เฟส&nbsp;1&nbsp;&nbsp;4&nbsp;พบว่าจังหวัดพังงาเป็นจังหวัด&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกันโดยนายพงศกร&nbsp;เกตุประภากร&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงากล่าวว่า&nbsp;จังหว้ดพังงาได้จัดทำแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อนำเสนอมิติของการท่องเที่ยวจังหวัดพังงาในหลากหลายรูปแบบเช่นการให้บล็อกเกอร์จัดกิจกรรมเฟรมทริป&nbsp;เพื่อรีวิวโรงแรมที่พัก&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหารของจังหวัดพังงา</p><p><strong>""โครงการเราเที่ยวด้วยกันมีผลอย่างมาก&nbsp;ตั้งแต่เฟส&nbsp;1&nbsp;เฟส&nbsp;สอง&nbsp;เฟส&nbsp;สามเฟส&nbsp;&nbsp;4</strong>&nbsp;พังงาเราติดท้อป&nbsp;5&nbsp;ของประเทศไทยมาโดยตลอด&nbsp;ตอนนี้โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส&nbsp;4&nbsp;ตอนนี้เราก็&nbsp;ได้มีการทำแคมเปญที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยรวมถึงมีการให้&nbsp;ตัวบล้อกเกอร์จัดเป็นบล้อกเกอร์แฟมทริป&nbsp;เพื่อมารีวิวโรงแรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร้านอาหารต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อที่จะนำเสนอตัวมิติของการ&nbsp;ท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบของจังหวัดพังงา&nbsp;""</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดพังงายังได้ทำความร่วมมือกับจังหวัดอันดามัน</strong>ทั้งจังหวัดกภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;และพังงา&nbsp;ในการสร้างความร่วมมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน&nbsp;เพื่อการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น&nbsp;ได้จัดระบบการจองห้องพักผ่านห้างสรรพสินค้าออนไลน์ของจังหวัดพังงาเว็ปไซต์&nbsp;https://phang-nga.org/&nbsp;ซึ่งรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;โรงแรม&nbsp;และโปรโมชั่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดพังงา&nbsp;ตลอดจนด้านการขนส่งให้ผู้ให้บริการแท็กซี่ของจังหวัดพังงาเข้ามาขึ้นทะเบียนกับพังงาดอทโออาร์จี&nbsp;โดยความร่วมมือกับสำนักงานขนส่งจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นการป้องกันนักท่องเที่ยวถูกเอารัดเอาเปรียบเนื่องจากมีการกำหนดราคามาตรฐานเอาไว้</p><p><strong>&nbsp;""มีการจัดระบบการจองห้องพักใหม่ผ่านตัวเวปไซต์&nbsp;พังงา&nbsp;ดอทโออาร์จี</strong>&nbsp;เวปไซต์นี้ก็จะรวมตัวสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;รวมทัวร์นำเที่ยว&nbsp;รวมโรงแรม&nbsp;รวมโปรโมชั่นดี&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีอยู่ในจังหวัดแล้วก็ร้านอาหาร&nbsp;ทั้งหมดเข้าไปอยู่ในพื้นที่เดียวกัน&nbsp;รวมถึงเรามีแผนการที่จะจัดระบบการขนส่ง&nbsp;แท็กซี่ใหม่ของจังหวัดพังงาด้วย&nbsp;เราให้แท็กซี่ทั้งจังหวัด&nbsp;ผ่านขนส่งจังหวัดมาขึ้นทะเบียนกับ&nbsp;พังงา&nbsp;ดอทโออาร์จี&nbsp;แล้วก็เซ็ตราคาที่เป็นมาตรฐานจากจุด&nbsp;A&nbsp;มายัง&nbsp;จุด&nbsp;B&nbsp;ว่าจะอยู่ที่ราคาเท่าไหร่&nbsp;เพื่อไม่ให้มันมีการต่อรองกันเองนอกระบบ""</p><p><strong>ด้านนายคมกริช&nbsp;สันธิญา&nbsp;กรรมการผู้จัดการเครือสันธิญา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;www.phang-nga.org&nbsp;มีเป้าหมายหลักเพื่อต้องการสร้างจังหวัดพังงา&nbsp;ให้คำว่าพังงาให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก&nbsp;นอกเหนือจากคำว่าเขาหลัก&nbsp;หรือ&nbsp;เกาะยาว&nbsp;เป็น&nbsp;Landmark&nbsp;แห่งใหม่&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะหาซื้อสินค้าและบริการจากกิจการต่างๆ&nbsp;ในจังหวัดพังงา&nbsp;เป็นการสร้างรายได้&nbsp;ให้กลับมาหมุนเวียนอยู่ในจังหวัดพังงาอีกทั้งภายในเว็ปไซต์ดังกล่าวยังสามารถเช็คอินออนไลน์ก่อนเข้าที่พักล่วงหน้าลดการสัมผัสตอบโจทย์มาตรการป้องกันและควบคุมโควิด&nbsp;19</p><p><strong>""เข้ามาแล้วจะเจอข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตั้งแต่เข้าประเทศอย่างไร&nbsp;เข้าพังงา</strong>&nbsp;อย่างไรต้องตรวจอะไรบ้าง&nbsp;มีระบบร้านอาหาร&nbsp;ทัวร์&nbsp;แทกซี่&nbsp;สปา&nbsp;รวมช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ชาวสวนก็มารวมกันในนี้&nbsp;นทท&nbsp;สามารถออร์เดอร์&nbsp;ผ่านมือถือได้เลย&nbsp;ของเราเป็นระบบออนไลน์&nbsp;เหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ห้างหนึ่ง&nbsp;พอเข้าไปแล้วมันก็จะมีระบบ&nbsp;ปุ่มจองเลือกดูโรงแรมที่ต้องการ&nbsp;กดปุ่มจอง&nbsp;จองเสร็จก็จ่ายผ่านเพย์เม้นเกทเวย์&nbsp;ลูกค้าก็จะ&nbsp;มาถึงโรงแรมก็สามารถใช้วิธีการเช็คอินออนไลน์&nbsp;เช็คอินล่วงหน้าลดการสัมผัส&nbsp;""</p><p><strong>จะเห็นได้ว่าจังหวัดพังงาเป็นหนึ่งในเป้าหมายเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน</strong>ของนักท่องเที่ยวโดยติด&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของประเทศในการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน&nbsp;เฟส&nbsp;1-4&nbsp;ประกอบเข้ากับการดำเนินการจองห้องพักแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวผ่านช่องทาง&nbsp;พังงา&nbsp;ดอท&nbsp;โออาจี&nbsp;แก้ปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบโดยกำหนดราคามาตรฐานจะเป็นส่วนสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	14/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214133919930
396	One voice pattaya เดินหน้าโครงการเปิดเมือง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>One&nbsp;voice&nbsp;pattaya&nbsp;เดินหน้าโครงการเปิดเมือง&nbsp;ร่วมหารือสมาคมฯ&nbsp;ชมรมฯ&nbsp;ทั่วเมืองพัทยา&nbsp;ปักธงชู&nbsp;PATTAYA&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;CITY&nbsp;ขบวนเปิดเมือง&nbsp;แห่ฮาเล่ย์&nbsp;แฟนตาซี&nbsp;เว้นระยะห่างต้อนรับนักท่องเที่ยวอเมริกัน&nbsp;ดีเดย์เมษายนนี้</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายพศิน&nbsp;จิรปภาพงค์&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;Onevoice&nbsp;Pattaya&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายกฤษณ์&nbsp;จิระมงคล&nbsp;ผู้ช่วยประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมหารือกับแกนนำภาค&nbsp;27&nbsp;องค์กรภาคประชาชน&nbsp;ท่ามกลางสมาคมฯ&nbsp;ชมรมฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมหารืออย่างพร้อมเพียง&nbsp;ที่โรงแรมสบายลอร์ด&nbsp;พัทยา&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สืบเนื่องจากการประชุมครั้งแรกที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์มิราจ&nbsp;พัทยา&nbsp;</strong>คณะผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้จัดประชุมหารือร่วมกับ&nbsp;27&nbsp;องค์กรภาคประชาชน&nbsp;เพื่อหารือแนวทางการเปิดเมืองพัทยาธุรกิจนำร่องการท่องเที่ยวต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่&nbsp;สาระสำคัญข้อ&nbsp;11&nbsp;สบค.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดังนั้น&nbsp;การประชุมในครั้งนี้ได้หารือเกี่ยวกับ&nbsp;มาตรการร้านขายยากำหนดจุดตรวจ&nbsp;ATK</strong>&nbsp;ร่วมกับระบบ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;CITY&nbsp;ตามแนวทางของผู้ว่า&nbsp;ททท.เพื่อให้เกิดรูปธรรมในแบบการจัดการเพื่อเปิดเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายดุสิต&nbsp;จันทราชา&nbsp;อุปนายกสมาคมเภสัชกรจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ทางรัฐบาลใช้โปรแกรมหมอพร้อม&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;โดยออกเป็นใบรับรองผลการตรวจ&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อเพิ่มความปลอดภัย&nbsp;ให้เกิดความเชื่อมั่นในการแจ้งด้วย&nbsp;โปรแกรมหมอพร้อม&nbsp;สามารถเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกและสบายใจ&nbsp;เพิ่มความมั่นใจ&nbsp;ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการที่มาใช้บริการ&nbsp;รวมถึงร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;มีเภสัชกร&nbsp;ที่สามารถให้คำปรึกษา&nbsp;ในทุกสาขา&nbsp;และส่งผลให้เมืองพัทยา&nbsp;สามารถเปิดเมืองด้วยความปลอดภัยและราบรื่น&nbsp;ทั้งนี้ขอเวลา&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์เพื่อรวบรวมร้านขายยาในพื้นที่เมืองพัทยาให้เข้าร่วมโครงการจุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ร่วมกับระบบ&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;CITY&nbsp;ราคาตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ราคากลางวันเดียว&nbsp;คาดเห็นผลในเร็วๆ&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังจากนี้กลุ่ม&nbsp;One&nbsp;voice&nbsp;pattaya&nbsp;ได้รับมอบหมาย&nbsp;ให้เป็นตัวแทน</strong>&nbsp;ของกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;บาร์เบียร์&nbsp;เมืองพัทยา&nbsp;เพื่อยื่นหนังสือให้กับ&nbsp;นายขจรเดช&nbsp;อภิชาติตรากุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานพัทยา&nbsp;เกี่ยวกับมาตรการ&nbsp;การเข้าร่วมเป็น&nbsp;SHA&nbsp;PLUS&nbsp;ในข้อ&nbsp;11&nbsp;สบค.&nbsp;และหนังสือยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;เพื่อเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;และจัดขบวนแห่รถฮาเล่ย์&nbsp;แฟนตาซี&nbsp;แห่รอบเมืองพัทยา</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/2/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214123448900
397	การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนจัดกิจกรรม มาฆะ มานะ มานครฯ 13-16 ก.พ.65 ภายใต้มาตรการป้องกันโรค Covid-19	"<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ร่วมกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;และพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;&nbsp;มาฆะ&nbsp;มานะ&nbsp;มานครฯ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อส่งเสริมความเป็นเมืองท่องเที่ยววัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ภายใต้การบริหารจัดการตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;Covid-19</p><p><strong>ภายในงานได้มีการแสดงนิทรรศการผ้าพระบฏ&nbsp;การกวนข้าวมธุปายาสยาคู</strong>&nbsp;12&nbsp;กระทะ&nbsp;12&nbsp;ปีนักษัตร&nbsp;การแสดงโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช&nbsp;ชม&nbsp;ช้อป&nbsp;ชิมอาหารถิ่นและสินค้าชุมชน&nbsp;ขนมพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองกว่า&nbsp;30&nbsp;ชนิด&nbsp;และการลงมือทำกิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;ผู้ที่จะเข้าร่วมงานทุกคน&nbsp;ต้องผ่านการฉีดวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;โดยจะต้องแสดงผลการฉีดวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;""หมอพร้อม""&nbsp;หรือเอกสารแสดงผล&nbsp;พร้อมสวมหน้ากากอนามัย&nbsp;วัดอุณหภูมิ&nbsp;และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;เพื่อความปลอดภัยจากโรค&nbsp;Covid-19</p><p><strong>นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งานประเพณีมาฆบูชา&nbsp;เป็นประเพณีที่ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รักษาและสืบสานมาอย่างยาวนานด้วยความศรัทธาและความภาคภูมิใจในวิถีของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาติ&nbsp;การจัดกิจกรรมงาน&nbsp;มาฆะ&nbsp;มานะ&nbsp;มานครฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;นับเป็นการส่งเสริมความเป็นเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เป็นอย่างดี&nbsp;นับเป็นการต่อยอดวัฒนธรรมอันดีงามในรูปแบบการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสของดีเอกลักษณ์เมืองนครฯ&nbsp;ผนวกกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเที่ยวเส้นทาง&nbsp;พลังศรัทธา&nbsp;สร้างบุญ&nbsp;เสริมบารมี&nbsp;มีสิริมงคล&nbsp;ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์และเรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช</p><p><strong>นางพิชญ์สินี&nbsp;ทัศน์นิยม&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ททท.&nbsp;สำนักงานนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้ได้จำลองกิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ของงานประพณีมาฆบูชา&nbsp;เน้นวัสดุธรรมชาติในการก่อสร้าง&nbsp;ตกแต่งแบบศิลปะท้องถิ่นร่วมสมัย&nbsp;มีการออกซุ้มอาหารถิ่นและสินค้าชุมชน&nbsp;(Blue&nbsp;Zone&nbsp;Market)&nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;5&nbsp;โซน&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลานวัฒนธรรมอาหารชุมชนจากชุมชนท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อาทิ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านแหลมโฮมสเตย์&nbsp;ชมรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก&nbsp;วิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชนปากพูน&nbsp;โซนอาหารถิ่น&nbsp;อาหารดั้งเดิม&nbsp;เอกลักษณ์เมืองนครฯ&nbsp;อาทิ&nbsp;ขนมจีนเมืองคอน&nbsp;ทอดมันกุ้งใบเล็บครุฑ&nbsp;หมี่ผัดปากพนัง&nbsp;ส้มโอทับทิมสยาม&nbsp;ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น&nbsp;กิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;อาทิ&nbsp;การแกะหนังตะลุง&nbsp;การเพนท์ผ้าบาติกลายพระบฏ&nbsp;ผลิตภัณฑ์เครื่องถม&nbsp;จักสานย่านลิเภา&nbsp;กิจกรรมการกวนข้าวมธุปายาสยาคู&nbsp;12&nbsp;กระทะ&nbsp;12&nbsp;นักษัตร&nbsp;การเสวนา&nbsp;มาฆะวิสาสะ&nbsp;หมอบัญชา&nbsp;กับ&nbsp;ศุ&nbsp;บุญเลี้ยง&nbsp;การจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องผ้าพระบฏและการกวนข้าวมธุปายาสยาคู&nbsp;การแสดงนาฏศิลป์และการแสดงโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้แนวทางการเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรคในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;Covid&nbsp;-19&nbsp;ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ททท.&nbsp;หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานในครั้งนี้สามารถสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น&nbsp;รวมทั้งเป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางการท่องเที่ยวต่อไป&nbsp;สำหรับทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จะเน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสและเรียนรู้จากแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่หลากหลายของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;อันเป็นการสร้างสรรค์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าและบริการการท่องเที่ยวที่มีอยู่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ททท.&nbsp;ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเน้นความยั่งยืนของเศรษฐกิ</strong>จ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้การท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;การให้ความสำคัญในเชิงคุณภาพและการเพิ่มมูลค่า&nbsp;เป็นแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ&nbsp;ททท.&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นครแห่งอารยธรรม&nbsp;น่าอยู่&nbsp;น่าเที่ยว&nbsp;การเกษตรและอุตสาหกรรมยั่งยืน&nbsp;และสอดคล้องกับแคมเปญของ&nbsp;ททท.&nbsp;ปีท่องเที่ยวไทย&nbsp;2565&nbsp;Amazing&nbsp;ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;ที่คาดหมายว่าการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะสร้างรายได้คืนกลับมา&nbsp;1.5&nbsp;ล้านล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	14/2/2022	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214134403934
398	เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย หารือร่วมจังหวัดตราด ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านต่าง ๆ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมธารมะยม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายกัฬชัย&nbsp;&nbsp;เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นางสุจิตรา&nbsp;ดูไร&nbsp;เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ในโอกาสเดินทางเข้าหาพบหารือความร่วมมือระหว่างจังหวัดตราด&nbsp;กับประเทศอินเดีย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการหารือร่วมระหว่างรองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;กับเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย&nbsp;</strong>ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการประสานความร่วมมือเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ระหว่างจังหวัดตราดกับประเทศอินเดีย&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องของการค้าขายระหว่างกัน&nbsp;โดยเฉพาะผลไม้ที่จังหวัดตราดนับเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพอีกแห่ง&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดตราดยังเป็นแหล่งพลอยที่มีชื่อเสียงที่อินเดียมีความสนใจ&nbsp;และในส่วนของอินเดียยังเป็นแหล่งผลิตผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;องุ่น&nbsp;มะม่วง&nbsp;ที่สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกับจังหวัดตราดได้อีกด้วย&nbsp;ทางอินเดียจึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการสนใจในการค้าขายกับอินเดีย&nbsp;อย่างไรก็ตามนอกจากการหารือกับทางจังหวัดตราดในครั้งนี้แล้วเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;จะได้เดินทางหารือร่วมกับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะช้างอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214132232927
399	สวนกุหลาบขอนแก่น จัดโปรโมชั่นรับวันวาเลนไทน์ ลด แลก แจก แถม ไม่อั้น ในราคาพิเศษถุงละ 100 บาท เพื่อมอบให้กับคนที่เรารัก	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>บรรยากาศเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก&nbsp;วันวาเลนไทน์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยเฉพาะที่สวนกุหลาบสวย&nbsp;@ขอนแก่น&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;เลขที่&nbsp;456&nbsp;ถ.เลียบคลองชลประทาน&nbsp;บ้านอัมพวัน&nbsp;ต.สำราญ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ที่เจ้าของสวนได้จัดโปรโมชั่นลด&nbsp;แลก&nbsp;แจก&nbsp;แถม&nbsp;กันแบบไม่อั้น&nbsp;เพื่อนำกุหลาบไปมอบให้กับคนที่เรารัก&nbsp;ด้วยการซื้อ&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;แถมฟรี&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;ทุกสายพันธุ์ทั้งไทยและต่างประเทศเริ่มต้นที่&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;มีให้เลือกกว่า&nbsp;1,000&nbsp;สายพันธุ์เลยทีเดียว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสุภาภรณ์&nbsp;ธนสารดำรงกุล&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของร้านสวนกุหลาบสวย&nbsp;@ขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ร้านได้จัดโปรโมชั่นรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ปีนี้&nbsp;โดยการกำหนดราคาจำหน่ายกุหลาบทุกต้นที่อยู่ในถุงสีขาวในราคาต้นละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ทุกต้น&nbsp;แล้วแต่จะเอาสายพันธุ์ไทยหรือต่างประเทศ&nbsp;ลูกค้าสามารถซื้อได้หมด&nbsp;เท่านั้นยังไม่พอหากซื้อ&nbsp;10&nbsp;ถุงแถม&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;และถ้าเช็คอินที่สวนจะแถมปุ๋ยให้อีก&nbsp;1&nbsp;ถุง&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""...ตั้งแต่ช่วงเดือน&nbsp;ม.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีคนเข้ามาเลือกซื้อกุหลาบกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวันหยุด&nbsp;และช่วงสุดสัปดาห์เสาร์-อาทิตย์&nbsp;ซึ่งสวนของเราถือว่าเป็นสวนกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดใน&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ที่มีจำนวนสายพันธุ์กุหลาบรวมกว่า&nbsp;1,000&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ทั้งสวนมีต้นกุหลาบกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ต้น&nbsp;โดยสายพันธ์ุที่ได้รับความนิยมจะเป็นกลุ่ม&nbsp;พันธุ์มาโซระ&nbsp;,&nbsp;พันธุ์พลุม&nbsp;,&nbsp;พันธุ์&nbsp;Lucifer&nbsp;,&nbsp;พันธุ์&nbsp;Elternel&nbsp;และพันธุ์&nbsp;PNW&nbsp;คนกำลังตามหาเยอะ&nbsp;ขณะมี่สายพันธุ์ที่แพงที่สุดที่เคยขายพันธุ์&nbsp;Lucifer&nbsp;เพราะเป็นพันธุ์หายากมีน้อยความต้องการสูง...""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสุภาภรณ์&nbsp;กล่าวต่ออีกว่า&nbsp;สำหรับพันธุ์&nbsp;Lucifer&nbsp;นั้น&nbsp;</strong>ลักษณะเด่นมีสีม่วงพาสเทล&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;แต่จะปลูกยากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ&nbsp;อย่างไรก็ตามช่วงที่กุหลาบออกดอกสวยที่สุด&nbsp;คือช่วงระหว่าง&nbsp;เดือน&nbsp;ธ.ค.-ม.ค.&nbsp;โดยราคาจำหน่ายที่สวน&nbsp;จะอยู่ที่ราคาเริ่มต้นต้นละ&nbsp;80-1,500&nbsp;บาท</p>"	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214143939982
400	สกลนคร วันวาเลนไทน์ คู่รักหนุ่มสาวพากันแวะจุดชมวิวปิ้งงู ปิ๊งรัก ถ่ายภาพร่วมกัน ในขณะที่ สะพานแห่งความรัก ดอนขาม-ดอนลังกา ถ่ายภาพ Wedding ฟรี สำหรับคู่รัก หรือครอบครัวที่เข้าร่วมงาน	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่จุดเช็กอินโค้งปิ้งงู</strong>&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานหมวดทางหลวงคำหอม&nbsp;ทางหลวงหมายเลข&nbsp;213&nbsp;สายสกลนคร-กาฬสินธุ์&nbsp;ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;คู่รักหนุ่มสาว&nbsp;ต่างพากันขึ้นไปแวะเที่ยวชมบรรยากาศและถ่ายภาพร่วมกัน&nbsp;เนื่องในวันวาเลนไทน์&nbsp;หรือแห่งความรัก&nbsp;ซึ่งแขวงทางหลวงสกลนครที่&nbsp;1&nbsp;ได้จัดตั้งจุดชมวิว&nbsp;ปิ้งงู&nbsp;ปิ๊งรัก&nbsp;โดยสร้างบรรยากาศให้เหมือนไปเยือนประเทศญี่ปุ่น&nbsp;ในลักษณะธีมสีชมพู&nbsp;พร้อมนำป้ายจุดเช็กอินขนาดใหญ่เพิ่มสีสันหรือมุมถ่ายรูปในบริเวณดังกล่าว&nbsp;พร้อมบริการถ่ายภาพคู่รัก&nbsp;คู่สมรส&nbsp;หรือครอบครัวฟรี&nbsp;รวมทั้งมีบริการพริ้นรูป&nbsp;และรับไฟล์ภาพและของที่ระลึกแจกฟรี&nbsp;มีห้องน้ำสะอาดไว้บริการด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในขณะที่บริเวณสวนสาธารณะดอนขาม&nbsp;อ.เมืองสกลนคร</strong>&nbsp;องค์การบริการส่วนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ก็ได้จัดกิจกรรมงานวันวาเลนไทน์ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14-15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งภายในงานประกอบด้วย&nbsp;บริการถ่ายภาพ&nbsp;Wedding&nbsp;Fair&nbsp;ณ&nbsp;สะพานแห่งความรัก&nbsp;ดอนขาม-ดอนลังกา&nbsp;คู่บ่าวสาวคู่สมรส&nbsp;ร่วมจดทะเบียนสมรส&nbsp;กิจกรรมพบปะชมรมคู่รักต่างชาติ&nbsp;กิจกรรมกางเต็นท์นอน&nbsp;ชมวิวหลักล้าน&nbsp;ที่ริมฝั่งหนองหาร&nbsp;เลือกชมและเลือกซื้อสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และตลาดน้ำหนองหารครั้งแรกในสกลนคร&nbsp;ร่วมพาแลง&nbsp;ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และชมความสวยงามของทะเลบัวแดงริมฝั่งหนองหาร&nbsp;ซึ่งมีประชาชน&nbsp;คู่รักหนุ่มสาว&nbsp;หรือครอบครัว&nbsp;ต่างทยอยเข้าร่วมงานตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมมา&nbsp;โดยกิจกรรมจะมีไปจนถึงเวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันนี้&nbsp;ส่วนพรุ่งนี้เช้า&nbsp;(15&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;จะมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214152456011
401	ทูตการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดอำนาจเจริญ เดินทางเรียนรู้ สืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงาม และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวสุชาดา&nbsp;นามวงศ์&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;และทูตการท่องเที่ยวและกีฬาประจำจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เดินสายเรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมและประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;11-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยในช่วงเช้าได้เดินทางไป&nbsp;สักการะพระเจ้าใหญ่ลือชัย&nbsp;วัดอำนาจ&nbsp;บ้านอำนาจ&nbsp;ตำบลอำนาจ&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จากนั้น&nbsp;เยี่ยมชม&nbsp;ถ้ำสิรินาคา&nbsp;และเสมาพันปี&nbsp;ที่วัดโพธิ์ศิลา&nbsp;ตำบลเปือย&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;ซึ่งเสมาพันปี&nbsp;เป็นเนินศาสนสถาน&nbsp;มีกลุ่มใบเสมาหินทรายปักอยู่&nbsp;บนใบเสมาสลักเป็นรูปหม้อน้ำ&nbsp;หรือบูรณฆฏะ&nbsp;อันเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญ&nbsp;พบมากในศิลปะอินเดียแบบอมราวดี&nbsp;และคล้ายคลึงกับลวดลายสลักบนเสากลม&nbsp;ที่ประดับกรอบประตูสมัยก่อนเมืองพระนคร&nbsp;ที่มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่&nbsp;12-13&nbsp;พบในเขตจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;(เดิม)&nbsp;ซึ่งปัจจุบัน&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นับเป็นกลุ่มใบเสมาหินทรายที่มีความเก่าแก่ที่สุด&nbsp;ในภาคอีสาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;ออกเดินทางไปที่วนอุทยานดอนลิงเจ้าปู</strong>&nbsp;ชมฝูงลิงนับพันตัว&nbsp;และสักการะพระเหลา&nbsp;เทพนิต&nbsp;ที่วัดพระเหลา&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;ซึ่งพระเหลาเทพนิมิต&nbsp;เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง&nbsp;ประดิษฐานในพระอุโบสถ&nbsp;เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย&nbsp;ประทับขัดสมาธิราบ&nbsp;มีขนาดหน้าตักกว้าง&nbsp;2.85&nbsp;เมตร&nbsp;สูง&nbsp;2.70&nbsp;เมตร&nbsp;ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;กล่าวกันว่า&nbsp;เป็นพระพุทธรูป&nbsp;ที่มีพระพุทธลักษณะงดงามที่สุดในภาคอีสาน&nbsp;ตามแบบฉบับศิลปะลาว&nbsp;สกุลช่างเวียงจันทร์&nbsp;ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะช่างล้านนาและมีฝีมือช่างท้องถิ่นปรากฏอยู่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;ในช่วงบ่ายได้เดินทางไปที่ศูนย์แพทย์แผนไทยพนา&nbsp;อำเภอพนา</strong>&nbsp;ได้เยี่ยมชมห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในนาม&nbsp;พนาพรรณ&nbsp;สำหรับศูนย์แพทย์แผนไทยพนา&nbsp;ได้ดำเนินงานด้านแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2536&nbsp;โดยมีการดำเนินการใน&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลีนิคบริการแพทย์แผนไทย&nbsp;การผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&nbsp;และงานวิชาการฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย&nbsp;ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร&nbsp;ได้มีการดำเนินการตลอดห่วงโซ่แบบครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;ทั้งการสร้างเครือข่ายผู้เพาะปลูกสมุนไพรในชุมชน&nbsp;การประกันราคา&nbsp;และพัฒนาสู่การรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;และเกษตรอินทรีย์&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยา&nbsp;ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร&nbsp;เวชสำอาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากนั้น&nbsp;ออกเดินทางไปยังอำเภอปทุมราชวงศา</strong>&nbsp;สักการะพระธาตุนาป่าแซง&nbsp;ที่วัดสุทธิกาวาส&nbsp;บ้านวินัยดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;พระธาตุนาป่าแซง&nbsp;เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของ&nbsp;วัดสุทธิกาวาส&nbsp;(วัดพระธาตุพนมจำลอง)&nbsp;ภายในเป็นที่ประดิษฐาน&nbsp;ของพระบรมสารีริกธาตุ&nbsp;113&nbsp;องค์&nbsp;ได้บรรจุไว้&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ที่ยอดพระธาตุ&nbsp;และกลางพระธาตุ&nbsp;โดยองค์พระธาตุนาป่าแซง&nbsp;มีความสูงเท่ากับพระธาตุพนมองค์เดิมทุกประการพระธาตุนาป่าแซง&nbsp;ได้ถูกก่อสร้างขึ้นเมื่อ&nbsp;พ.ศ.2520&nbsp;โดยพระครูสุทธิพัฒนาภรณ์&nbsp;ศิษย์พระอาจารย์มั่น&nbsp;ภูริทัตโต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีความเชื่อว่าใครที่ได้มากราบไหว้พระธาตุนาป่าแซง</strong>&nbsp;เท่ากับการได้กราบไหว้บูชาพระธาตุพนม&nbsp;ซึ่งจะประสบความสำเร็จตามที่ขอ&nbsp;มีอำนาจบารมีสูงส่ง&nbsp;ผู้คนนับหน้าถือตา&nbsp;เป็นผู้นำแก่บุคคลทั่วไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;</strong>ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างชัดเจน&nbsp;บริษัท&nbsp;MTW&nbsp;(ASIA)&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการประกวดระดับโลก&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และประเทศในเอเชีย&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(&nbsp;ททท.)&nbsp;ภายใต้การกำกับของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ได้เล็งเห็นปัญหาและความสำคัญในการร่วมกันกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวของประเทศ&nbsp;จึงได้ดำเนินการเฟ้นหาทูตการท่องเที่ยว&nbsp;และ&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;ทั้ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยได้ทำการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติในการเข้ารับตำแหน่ง&nbsp;ที่ฉีกทุกกฎของการประกวด&nbsp;เน้น&nbsp;สวยเป็นรอง&nbsp;สมองเป็นหลัก&nbsp;ตามสโลแกนที่ว่า&nbsp;ครองใจทุกสายตา&nbsp;ทรงคุณค่ามากกว่าความงาม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;Miss&nbsp;Tourism&nbsp;World&nbsp;ทั้ง&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;77&nbsp;คน&nbsp;จะต้องทำหน้าที่เป็น&nbsp;ทูตการท่องเที่ยว&nbsp;ประจำจังหวัดที่ได้รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อทำการประชาสัมพันธ์&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ภาพลักษณ์&nbsp;และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในจังหวัดที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;หลังเกิดวิกฤตสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ผ่านรูปแบบกิจกรรม&nbsp;ทั้งระบบออนไลน์&nbsp;และระบบออฟไลน์&nbsp;ควบคู่กันไปตลอดทั้งปี</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214152356010
402	รฟท. เปิดเดินรถขบวนปฐมฤกษ์ เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ 3 จังหวัด เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง	<p><strong>นายสุชีพ</strong>&nbsp;<strong>สุขสว่าง</strong>&nbsp;<strong>รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;รฟท.&nbsp;ร่วมพิธีเปิดเดินรถขบวนปฐมฤกษ์เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;และลำปาง&nbsp;(Lanna&nbsp;Modernization)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ณ&nbsp;สถานีรถไฟเชียงใหม่&nbsp;พร้อมขึ้นขบวนรถไฟรอบปฐมฤกษ์&nbsp;ขบวนพิเศษ&nbsp;954&nbsp;Lanna&nbsp;Modernization&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;ในการตกแต่งขบวนรถไฟและห้องโดยสาร&nbsp;ให้มีความสวยงามแสดงออกถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนบน&nbsp;ช่วยให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศล้านนาตลอดการเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>โดยเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากสถานีเชียงใหม่ไปยังสถานีรถไฟลำพูน</strong>&nbsp;เยี่ยมชมย่านการค้าโบราณและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ประจำจังหวัด&nbsp;อาทิ&nbsp;กู่ช้าง-กู่ม้า&nbsp;วัดพระธาตุหริภุญไชย&nbsp;อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี&nbsp;คุ้มเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์&nbsp;ต่อด้วยสถานีลำปาง&nbsp;เพื่อเดินทางโดยรถม้าเยี่ยมชมวัดศรีรองเมือง&nbsp;วัดปงสนุก&nbsp;ชุมชนประตูป่อง&nbsp;ชุมชนท่ามะโอ&nbsp;ชุมชนสบตุ๋ย&nbsp;ชุมชนรถไฟนครลำปาง&nbsp;และปิดท้ายที่สถานีรถไฟขุนตาน&nbsp;ไปที่จุดถ่ายภาพและสะพานขามทาชมภู&nbsp;ก่อนเดินทางกลับถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ</p><p><strong>นายสุชีพ&nbsp;สุขสว่าง&nbsp;รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ</strong>&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ผ่านาการถไฟฯ&nbsp;ได้มีการทดสอบการเดินรถเชิงพาณิชย์และทดสอบสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;ไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งการเดินรถเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีและหลังจากมีการนำร่องเปิดเดินรถขบวนปฐมฤกษ์ไปแล้ว&nbsp;การรถไฟฯ&nbsp;จะมีการจัดทำรายละเอียดโปรแกรมการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อเปิดให้สำหรับประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวได้ร่วมเดินทางท่องเที่ยวทางรถไฟในภาคเหนือต่อไป</p><p><strong>สำหรับขบวนรถไฟท่องเที่ยวเส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์&nbsp;3&nbsp;จังหวัดล้านนา</strong>&nbsp;ถืออีกเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของการรถไฟฯ&nbsp;ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;บนเส้นทางประวัติศาสตร์รถไฟและย่านการค้าของกลุ่มจังหวัดล้านนาตอนบน&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;กระจายรายได้ลงสู่ชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง</p><p><br></p><p><br></p>	14/2/2022	NULL	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214154645022
403	กรมเจ้าท่า พลิกโฉมท่าเรือท่าช้างเปิดให้บริการรองรับการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา	<p><strong>นายอธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเทียบเรือโดยสาร&nbsp;ท่าเรือท่าช้าง&nbsp;ที่ให้บริการเรือโดยสาร&nbsp;เรือข้ามฟากและเรือท่องเที่ยวแก่ประชาชน&nbsp;</p><p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์</strong>&nbsp;วางแผนพัฒนาท่าเรือท่าช้างเพื่อให้มีความสะดวก&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;รวมถึงมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม&nbsp;เหมาะสมกับพื้นที่เชิงประวัติศาสตร์โดยรอบโดยท่าเรือมีขนาดพื้นที่&nbsp;1,800&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;แบ่งพื้นที่การปรับปรุงออกเป็น&nbsp;อาคารศาลาพักคอยขนาดพื้นที่&nbsp;320&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;โป๊ะเทียบเรือ&nbsp;ขนาด&nbsp;5&nbsp;x&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมสะพานปรับระดับ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โป๊ะ&nbsp;โป๊ะเทียบเรือขนาด&nbsp;6&nbsp;x&nbsp;12&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมสะพานปรับระดับ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;&nbsp;โป๊ะ&nbsp;&nbsp;ท่าเรือท่าช้าง&nbsp;เป็นท่าเรือที่สำคัญ&nbsp;เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางสู่ระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ&nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะกรุงรัตนโกสินทร์&nbsp;ที่มีจำนวนประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ในการเดินทางทางน้ำปริมาณมาก&nbsp;อาทิ&nbsp;เรือด่วนเจ้าพระยา&nbsp;เรือข้ามฟาก&nbsp;เรือทัวร์&nbsp;เรือหางยาวท่องเที่ยว&nbsp;แต่ด้วยท่าเรือท่าช้างมีสภาพที่เก่า&nbsp;เนื่องจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน&nbsp;รวมถึงพื้นที่อาคารพักคอยมีความคับแคบไม่เพียงพอรองรับผู้โดยสารที่มีจำนวนมากขึ้น</p><p><strong>ปัจจุบันท่าเรือท่าช้าง&nbsp;ปรับปรุงก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว&nbsp;</strong>และเปิดให้บริการแก่ประชาชนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ภายในท่าเรือสามารถเชื่อมต่อไปยังพระบรมมหาราชวัง&nbsp;บริเวณหน้าประตูสุนทรทิศา&nbsp;ผ่านอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลานและถนนมหาราช&nbsp;เขตพระนคร&nbsp;ที่อยู่ในบริเวณท่าเรือท่าช้างเป็นการช่วยอำนวยความสะดวก&nbsp;สร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่จะเดินทางมาเที่ยวชมพระบรมมหาราชวัง&nbsp;ที่อยู่ใกล้บริเวณท่าเรือท่าช้าง&nbsp;ถือเป็นการพัฒนาการเดินทางทางน้ำในเขตกรุงเทพฯให้พร้อมเชื่อมต่อการเดินทางในรูปแบบอื่นๆต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	14/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214195348125
404	ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 3 สายทาง 16 กุมภาพันธ์นี้เนื่องในวันมาฆบูชา	"<p><strong>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;<strong>กทพ</strong>.&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ในวันพุธที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;วันมาฆบูชา&nbsp;กทพ.&nbsp;จะดำเนินการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษเฉลิมมหานคร&nbsp;ทางพิเศษศรีรัช&nbsp;และทางพิเศษอุดรรัถยา&nbsp;3&nbsp;สายทาง&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;00.01&nbsp;น.&nbsp;ถึง&nbsp;24.00&nbsp;น.&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดราชการประจำปีตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมที่ปรากฏในสัญญาสัมปทาน&nbsp;ฉบับแก้ไขใหม่ระหว่าง&nbsp;กทพ.&nbsp;บริษัท&nbsp;ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;(BEM)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทางด่วนกรุงเทพเหนือ&nbsp;จำกัด&nbsp;(NECL)&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน</p><p><strong>?สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;</strong>ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ทางพิเศษ&nbsp;EXAT&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;โทร&nbsp;1543&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถดาวน์โหลด&nbsp;Application&nbsp;""EXAT&nbsp;Portal""&nbsp;เพื่อตรวจสอบยอดเงินคงเหลือและการใช้บัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;รับข่าวสารโปรโมชันและสิทธิประโยชน์&nbsp;และสามารถเรียกใช้งาน&nbsp;Application&nbsp;อื่นๆ&nbsp;ของ&nbsp;กทพ.&nbsp;อาทิ&nbsp;EXAT&nbsp;Traffic&nbsp;อีกทั้งยังสามารถขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน&nbsp;(SOS)&nbsp;ได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p>"	14/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214195218124
405	ตรวจเข้มการจำหน่ายชุดสังฆทานช่วงก่อนวันมาฆบูชา มุ่งสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค	<p><strong>นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในช่วงใกล้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;วันมาฆบูชา&nbsp;ประชาชนจะนิยมเลือกซื้อสินค้าประเภทชุดสังฆทาน&nbsp;ชุดไทยธรรม&nbsp;นำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์&nbsp;กรมฯจึงส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาเครื่องสังฆภัณฑ์เพิ่มเติม&nbsp;</p><p><strong>จากการออกตรวจสอบที่ดำเนินการเป็นประจำอยู่แล้ว</strong>&nbsp;และกำชับให้ผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริโภค&nbsp;เพื่อเป็นการป้องปรามมิให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร&nbsp;ขอให้ประชาชนก่อนตัดสินใจซื้อควรตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย&nbsp;รายการสินค้า&nbsp;ขนาด&nbsp;น้ำหนักต่อหน่วย&nbsp;ปริมาณการบรรจุและราคาสินค้าแต่ละรายการที่บรรจุในชุดสังฆทาน&nbsp;รวมทั้งค่าภาชนะบรรจุและตรวจสอบสินค้าที่บรรจุว่าตรงกับรายการสินค้าที่แสดงไว้หรือไม่&nbsp;เพื่อเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า&nbsp;</p><p><strong>หากพบการกระทำผิดดังกล่าว</strong>&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;และหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	14/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214193147109
406	"อำเภอดอนสัก ร่วมกับ ททท.สุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม ""ชม ชิม ช้อป แชร์"" เตรียมรองรับผลผลิตชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร  กระจายรายได้สู่ครัวเรือนและชุมชนแบบครบวงจร"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>อำเภอดอนสัก&nbsp;ร่วมกับสำนักงาน&nbsp;ททท.สุราษฎร์ธานี&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่หมู่&nbsp;15&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จัดงานชุมชนช่องแก้วท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;""ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชร์""&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนช่องแก้ว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;เพื่อรองรับผลผลิตของชุมชน&nbsp;โดยเป็นการจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนโดยตรง&nbsp;และจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;เป็นการสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน&nbsp;ทำให้เกิดการกระจายรายได้แบบครบวงจร&nbsp;และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ชุมชนช่องแก้วท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;""เกษตรกร&nbsp;สุข&nbsp;ยั่งยืน""&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้นายมนตรา&nbsp;พรมสินธุ&nbsp;</strong>ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พร้อมกับเยี่ยมชมกิจกรรมและร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน&nbsp;โดยนายจักรกฤษณ์&nbsp;ฝั่งชลจิตร์&nbsp;นายอำเภอดอนสัก&nbsp;พร้อมด้วยนายชัยพร&nbsp;นุภักดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;น.ส.นันทวัน&nbsp;ศิริโภคพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ททท.สุราษฎร์ธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>นายทวน&nbsp;พรหมเมฆ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;15&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;อำเภอดอนสัก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;ด้วยชุมชนช่องแก้ว&nbsp;เป็นชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรเป็นอาชีพหลัก&nbsp;มีการทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในพื้นที่&nbsp;และเป็นชุมชนที่นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตการทำการเกษตรจากฐานเรียนรู้ต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฐานที่&nbsp;1&nbsp;บ้านไร่ก้าวเจริญ&nbsp;กิจกรรมการบริหารจัดการเนื้อที่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;ฐานที่&nbsp;2&nbsp;บ้านไร่รวมใจ&nbsp;กิจกรรมแปลงผลไม้ระบบพึ่งพาตนเอง&nbsp;โดยมีหลุมรางขนมครกและการขยายพันธุ์ไม้&nbsp;ฐานที่&nbsp;3&nbsp;บ้านไรใบอ่อน&nbsp;กิจกรรมการบริหารจัดการปลูกพืชควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ฐานที่&nbsp;4&nbsp;บ้านไรใบเขียว&nbsp;กิจกรรมการทำแปลงผักฉบับใบเขียว&nbsp;และการปลูกพืชใบเขียว&nbsp;ซึ่งมีฐานเรียนรู้ของเยาวชนตันแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฐาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;บ้านไร่ชายเขา&nbsp;กิจกรรมการอนุรักษ์พันธุ์ต้นกระพ้อ&nbsp;และพรทะเล&nbsp;กิจกรรมการประกอบอาชีพสวนยาง&nbsp;ควบคู่กับการแปรรูปอาหารทะเล&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเครือข่ายฯ&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านดินแดง&nbsp;กิจกรรมการปลูกและแปรรูปสมุนไพร&nbsp;และการทำนาแบบขั้นบันได&nbsp;และบ้านไร่พอดี&nbsp;กิจกรรมที่พัก&nbsp;(โฮมสเตย์)&nbsp;ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาด&nbsp;""ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชร์""&nbsp;&nbsp;โดยชุมชนได้นำผลผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัย&nbsp;มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์และการสร้างช่องทางการจำหน่ายสินค้าของชุมชน&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายมนตรา&nbsp;พรมสินธุ</strong>&nbsp;ปลัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวในชุมชนได้รับความนิยมและเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ที่สามารถเข้าถึงวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งนอกจากจะสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้ที่สนใจเดินทางมาสัมผัสกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแล้ว&nbsp;ยังสามารถเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกับวัฒนธรรม&nbsp;ขนบธรรมเนียมประเพณี&nbsp;และวิถีชีวิตชุมชนเข้าด้วยกัน&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกันเป็นสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน&nbsp;ส่งผลให้ชุมชนได้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;เป็นแนวคิดที่เกิดจากความต้องการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเหมาะสมในชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนในภาคเกษตรกรรม&nbsp;ก่อให้เกิดการอนุรักษ์&nbsp;และส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ&nbsp;โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ก่อให้เกิดความสามัคคี&nbsp;และความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตการประกอบอาชีพของตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214170446071
407	ชาวมหาสารคามพร้อมต้อนรับผู้เข้าประกวด Mister Global 2022 จากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานประชุมมอบหมายภารกิจภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม&nbsp;การจัดกิจกรรมประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Inspiring&nbsp;Gentleman&nbsp;สุภาพบุรุษผู้สร้างแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;การเรียนรู้ในประวัติศาสตร์ความเป็นไทยสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดี&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประกวดมากกว่า&nbsp;40&nbsp;ประเทศ&nbsp;กำหนดจัดประกวดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;9-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมตักสิลา&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;การจัดงานครั้งนี้จะมีการร่วมมือกันทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมบูรณ์&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ผ้าไทย&nbsp;ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมาก&nbsp;ซึ่งเป็นลายผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการประกวด&nbsp;Mister&nbsp;Global&nbsp;เป็นการประกวดหนุ่มหล่อระดับแกรนด์แสลม&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโลก&nbsp;</strong>เพื่อค้นหาสุภาพบุรุษเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม&nbsp;รณรงค์สิ่งแวดล้อม&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดที่เป็นเจ้าภาพ&nbsp;รวมถึงภาพลักษณ์ของชาติไทยสู่สายตาชาวโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยการประกวดในครั้งนี้&nbsp;จะมีการเก็บตัวของผู้เข้าร่วมการประกวดจากทั่วโลกกว่า&nbsp;40&nbsp;ประเทศ</strong>&nbsp;จะเดินทางมาเก็บตัวที่จังหวัดมหาสารคามทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งแต่ละคนเป็นตัวแทนของประเทศ&nbsp;จะทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ตลอดจนอาหาร&nbsp;และการไปสถานที่ของจังหวัดมหาสารคามชัดเจนขึ้นสู่สายตาชาวโลก&nbsp;กิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ผู้เข้าร่วมการประกวดได้นำอัตลักษณ์ของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งถูกซ่อนอยู่ในกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จะสื่อสารให้กับคนทั้งโลกได้เห็นมหาสารคามมากกว่าที่เคยเป็น&nbsp;7-15&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การประกวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจะเกิดขึ้นที่จังหวัดมหาสารคาม</strong>&nbsp;การจัดการประกวดดังกล่าวนี้&nbsp;จะมีการถ่ายทอดสดไปยังทั่วโลก&nbsp;และเพิ่มแนวคิดในเรื่องของผ้าไหม&nbsp;ผ้าไทย&nbsp;สู่&nbsp;สากล&nbsp;และยังจะรวบรวมดีไซเนอร์ของภาคอีสานหลายสิบคน&nbsp;ร่วมออกแบบผ้าไทยให้กับผู้เข้าประกวดได้สวมใส่และเผยแพร่วัฒนธรรมอันงดงามออกไปสู่สากล</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มหาสารคาม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214173408083
408	กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดเพชรบุรี เปลื้องความทุกข์ให้ชาวบ้าน เกื้อกูลเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาอาชีพ และให้เงินอุดหนุน เพื่อสร้างงาน ให้พ้นความเดือดร้อน ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19	<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ไขว้พันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ศรีวรรธนะ&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ห่วงความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;รู้ถึงความทุกข์ยากชาวบ้าน&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือทั้งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;ให้ชาวบ้านนำไปใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาอาชีพที่ทำอยู่แล้ว&nbsp;ยกระดับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;รวมถึงสร้างงานอาชีพที่จะต่อยอดให้เกิดรายได้เพิ่ม&nbsp;แม้บางครั้งการเสนอขอเงินกองทุนเพื่ออาชีพบางอย่างต้องชะลอการพิจารณาเช่นที่ผ่านมา&nbsp;สมาชิกที่ขอกู้เงินเพื่อไปเลี้ยงโค&nbsp;เนื่องจากอาจจะไม่สามารถส่งคืนเงินกู้ยืมได้&nbsp;เพราะจะมีความเสี่ยงในเรื่องของโรคลัมปี&nbsp;สกินที่เกิดขึ้น&nbsp;แต่หลังจากการดูแลของรัฐบาลที่มีการระดมฉีดวัคซีน&nbsp;และมีการป้องกันการระบาดโรคโค&nbsp;ทำให้การพิจารณาอนุมัติให้สามารถเลี้ยงได้&nbsp;เพื่อช่วยเหลือให้มีรายได้&nbsp;แต่ที่สำคัญต้องมีการยกระดับในการเลี้ยง&nbsp;นอกจากเลี้ยงโคแล้ว&nbsp;ชาวบ้านยังได้เงินกองทุนเพื่อทำไร่กล้วยหอม&nbsp;ทำน้ำตาล&nbsp;ทำข้าวเกรียบว่าว&nbsp;ทำน้ำพริก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;</strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมถึงการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพให้ชาวบ้านว่า&nbsp;การส่งเสริมทุกด้าน&nbsp;ทุกพื้นที่&nbsp;ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า&nbsp;ซึ่งผู้ขอรับการสนับสนุนบางรายยังอยู่ในช่วงชะลอการพิจารณา&nbsp;เช่น&nbsp;การของบทำร้านกาแฟสดและเบเกอรี่&nbsp;คณะกรรมการมีความเป็นห่วง&nbsp;เนื่องจากที่ตั้งทำเลร้านอยู่ไกลชุมชน&nbsp;ไม่มีที่จอดรถ&nbsp;มีความเสี่ยงขาดทุนสูง&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือนอกจากทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาอาชีพแล้วยังให้เงินอุดหนุน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ให้ชาวบ้านตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดใต้&nbsp;ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ&nbsp;ตำบลท่าตะคร้อ&nbsp;เพื่อช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	14/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214174526086
409	ชื่นมื่นงาน ระยอง อินเลิฟ ชวนชิม ริมเลกระตุ้นท่องเที่ยวบ่าว-สาว 33 คู่ จดทะเบียนสมรสริมหาดแม่รำพึงระยองคึกคัก	<p><strong>ที่บริเวณลานหินขาว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง</strong>&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้จัดงานระยอง&nbsp;อินเลิฟ&nbsp;ชวนชิม&nbsp;ริมเลมีร้านอาหารทะเลริมหาดแม่รำพึงกว่า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;มาออกบูธเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวกินอาหารทะเลฟรี&nbsp;งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12-14&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง&nbsp;หลังหาดแม่รำพึง&nbsp;หลังมีน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลพัดเข้าฝั่งได้รับผลกระทบ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับไฮไลท์ของงานในวันนี้&nbsp;ซึ่งเป็นวันแห่งความรัก&nbsp;หรือวันวาเลนไทน์</strong>&nbsp;นายกำธร&nbsp;เวหน&nbsp;นายอำเภอเมืองระยอง&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่&nbsp;ได้มาตั้งโต๊ะจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่&nbsp;สำหรับบ่าว-สาวที่มาเที่ยวงาน&nbsp;ซึ่งมีคู่รักจดทะเบียนรวม&nbsp;33&nbsp;คู่&nbsp;บรรยากาศเต็มไปด้วยความรักและชื่นมื่น&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลยามเย็น&nbsp;และยังมีอาหารทะเลหลากหลายเมนูมาเปิดให้กินฟรี&nbsp;และมีดนตรีให้ฟังอีกด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214204055151
410	สระแก้วเปิดลานวัดอนุบรรพต(เขาน้อย)ให้เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านภายใต้สโลเกนส์ ตลาดโบราณเขาน้อย100ปี	<p><strong>ททท.สระแก้วร่วมกับ&nbsp;อบจ.สระแก้วและ&nbsp;เทศบาล&nbsp;</strong>อบต.บ้านใหม่หนองไทร&nbsp;พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเปิดลานวัดอนุบรรพต(เขาน้อย)ให้เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านภายใต้สโลเกนส์&nbsp;ตลาดโบราณเขาน้อย100ปีซึ่งตรงกับวันวาเลไทน์และวันมาฆบูชาพอดิพอดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(14ก.พ.65)ที่วัดอนุบรรพต(วัดเขาน้อย)&nbsp;&nbsp;ต.เทศบาลบ้านใหม่หนองไทร&nbsp;อ.อญัญประเทศ&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;นางขจวัญเรือน&nbsp;เทียนทอง&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สระแก้ว&nbsp;นายชนาธิป&nbsp;โคกมณี&nbsp;นายอำเภออรัญประเทศ&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ชิงณวรรณ์&nbsp;สส.เขต&nbsp;3&nbsp;จ.สระแก้ว&nbsp;และข้าราชการ&nbsp;พ่อค้าประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.อรัญประเทศ&nbsp;รวมกันทำพิธีเปิด&nbsp;ตลาดโบราณเขาน้อย&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นอย่างคึกคักโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปนำเอาสินค้าพื้นบ้านต่างๆมาวางจำหน่ายในพื้นที่บริเวณวัดอนุบรรพตได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&nbsp;และมีระยะเวลาค้าขายเพียง&nbsp;3&nbsp;วันคือวันที่&nbsp;14-16&nbsp;ก.พ.65&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นางขวัญเรือน&nbsp;เทียนทอง&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สระแก้ว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ร่วมกับวัดอนุบรรพต&nbsp;และ&nbsp;อบจ.สระแก้ว,&nbsp;&nbsp;สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;จ.สระแก้ว,&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานนครนายก,&nbsp;เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลงกรณ์&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ&nbsp;ด้วยการใช้โมเดลทางเศรษฐ์กิจใหม่&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;MODEJ&nbsp;ด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐ์กิจสร้างสรรค์&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;พ.ศ.2570&nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;การสร้างมลณฑปและพระพุทธบาทจำลองขึ้นในวัดอนุบรรพต&nbsp;</p><p><strong>จึงกำหนดให้มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และเอกลักษณ์ไทย&nbsp;ให้เป็นที่ประจักษ์แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;จึงได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปนำเอาสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาวางจำหน่ายเป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;วันคือวันที่&nbsp;14-16&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวาไทน์และวันมาฆบูชาพอดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ประจัก-สุชีวิน&nbsp;/ภาพ/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออก	สระแก้ว	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214204330154
411	จังหวัดลพบุรีร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ขยายการจัดเดินขบวนรถนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2565	<p><strong>นายกกชัย&nbsp;ฉายรัศมีกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;จังหวัดลพบุรีได้รับแจ้งจากการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า&nbsp;ได้จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตั้งแต่ช่วยปลายเดือนพฤศจิกายน-&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปรากฏว่านักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางรถไฟและแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอพัฒนานิคมเป็นอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;เห็นว่าเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ยังคงมีความเหมาะสมที่จะให้บริการขบวนรถพิเศษเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ต่อไปอีก&nbsp;จึงได้ร่วมกับจังหวัดลพบุรี&nbsp;ขยายการจัดเดินขบวนรถนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เริ่มเดินรถทุกวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;ในวันที่&nbsp;5-6,&nbsp;12-13,&nbsp;19-20&nbsp;และ&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;โดยมีจำนวนรถพ่วง&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;โบกี้&nbsp;ทั้งรถโบกี้ชั้น&nbsp;3&nbsp;และรถโบกี้ชั้น&nbsp;2&nbsp;ปรับอากาศ&nbsp;จำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ&nbsp;600-700&nbsp;คน/เที่ยว</p><p><strong>ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์</strong>&nbsp;จะออกจากกรุงเทพฯ&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.ถึงจุดชมวิวกลางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;จอดให้นักท่องเที่ยวชมวิว&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;และถึงสถานีโคกสลุง&nbsp;เวลา&nbsp;09.55&nbsp;น.&nbsp;จอด&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;ขบวนรถหยุดส่งนักท่องเที่ยว&nbsp;เวลา&nbsp;10.40&nbsp;น.&nbsp;เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;โดยจะออกจากสถานีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์กลับเข้ากรุงเทพฯ&nbsp;เวลา&nbsp;15.30&nbsp;น.กลับถึงกรุงเทพฯ&nbsp;เวลา&nbsp;18.50&nbsp;น.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขบวนรถไฟดังกล่าวได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ที่กระทรวงสาธารรสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;ฝ่ายบริการผู้โดยสาร&nbsp;การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;โทร&nbsp;02-2204254</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ลพบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214190216104
412	รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวในงานวิวาห์ใต้สมุทร 2022 ครั้งที่ 25 Trang Under water Wedding Ceremony ณ ชายหาดมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวในงานวิวาห์ใต้สมุทร&nbsp;2022&nbsp;ครั้งที่&nbsp;25&nbsp;Trang&nbsp;Under&nbsp;water&nbsp;Wedding&nbsp;Ceremony&nbsp;ณ&nbsp;ชายหาดมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;สำหรับการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทรในปีนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดขึ้นบริเวณหินก้อนเดียว&nbsp;&nbsp;เกาะมุก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปีนี้มีคู่บ่าวสาวเข้าร่วมงานจำนวน&nbsp;14&nbsp;คู่&nbsp;เพื่อมาดำน้ำ</strong>จดทะเบียนสมรสใต้ท้องทะเลตรัง&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจนำมาซึ่งรายได้เข้าสู่จังหวัดตรังและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ส่วนความพิเศษในปีนี้มีการจัดกิจกรรมวิ่งคู่รัก&nbsp;ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะคู่รักแบบหนุ่มสาวแต่เป็นคู่พี่น้อง&nbsp;เพื่อนครอบครัว&nbsp;ทุกเพศทุกวัยสามารถร่วมกิจกรรมวิ่งคู่รักได้เพื่อเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการออกกำลังกายอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	14/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214202818136
413	จังหวัดศรีสะเกษ จัดงาน อาภรณ์ อาหาร งานศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล พร้อมเปิดแลนด์มาร์คใหม่ หอขวัญเมืองศรี จุดชมวิวและออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดในช่วงเทศกาลแห่งความรัก พร้อมขับเคลื่อนเมือง Sport City ตามนโยบายของรัฐบาล	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดจัดงาน&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่นสู่สากล&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;โดยจะมีพิธีเปิดงานดังกล่าว&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งในวันและเวลาดังกล่าวยังมีพีธีเปิด&nbsp;หอขวัญเมืองศรี&nbsp;หอชมวิวซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเปิดแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยภายในงานมีการแสดงดนตรีร่วมสมัย</strong>&nbsp;และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากศิลปิน&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;เยาวชน&nbsp;และยังมีสินค้าแบรนด์ศรีสะเกษ&nbsp;ที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการโดยตรงมาจำหน่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าที่แปรรูปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;หอมแดง&nbsp;กระเทียม&nbsp;ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;กาแฟโรบัสต้า&nbsp;สมุนไพรแปรรูป&nbsp;และยังมีผ้าเบญจศรีผ้าพื้นเมืองของจังหวัด&nbsp;สินค้าโอทอป&nbsp;(OTOP)&nbsp;เนื้อโคขุน&nbsp;อาหารจากเชฟดัง&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในบริเวณดังกล่าวยังมีการจัดบูธถ่ายภาพเพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับสวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี</strong>&nbsp;สร้างโดยงบประมาณตามแผนพัฒนา&nbsp;อันเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของศรีสะเกษ&nbsp;ที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;รวมทั้งเป็นพื้นที่ให้ชาวศรีสะเกษได้ออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ตามนโยบายการขับเคลื่อนเมือง&nbsp;Sport&nbsp;City&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;มีการออกแบบให้มีความทันสมัย&nbsp;สวยงาม&nbsp;สีสันสดใส&nbsp;พร้อมบึงบัวรูปหัวใจ&nbsp;เหมาะแก่การพักผ่อนและถ่ายรูปเซลฟี่&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรัก&nbsp;</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214201757131
414	อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด จัดโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ (D-HOPE) เปิดบ้านยายม่อม รักนี้...ที่ยายม่อม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายให้มอบหมายให้นายกัฬชัย&nbsp;เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ&nbsp;(D-HOPE)&nbsp;เปิดบ้านยายม่อม&nbsp;รักนี้...ที่ยายม่อม&nbsp;ซึ่งอำเภอแหลมงอบ&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลแหลมงอบ&nbsp;ภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดขึ้นบริเวณชุมชนบ้านยายม่อม</p><p><strong>สำหรับการจัดโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่นักท่องเที่ยวลงมือปฏิบัติ(D-HOPE)&nbsp;</strong>เปิดบ้านยายม่อม&nbsp;รักนี้...ที่ยายม่อม&nbsp;เป็นการนำจุดเด่นที่สามารถนำมาเป็นจุดขายของโปรแกรมการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านยายม่อมและพื้นที่ต่างของอำเภอแหลมงอบ&nbsp;มานำเสนอต่อผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นภาคเครือข่ายการท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไป&nbsp;อาทิ&nbsp;การสาธิตการทำขนมอาซูรอ&nbsp;การปล่อยแมงดาทะเล&nbsp;การพลิกฟื้นฝังทรายดำ&nbsp;การสาธิตทำขนมบ้าบิ่น&nbsp;การทำเมี่ยงคำไส้แห้ง&nbsp;น้ำพริกปลาโคก&nbsp;น้ำพริกปลาโคก&nbsp;ตลอดจนการแสดงบนเวที&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;D-HOPE&nbsp;</strong>เป็นการสร้างคุณค่าและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ&nbsp;โดยใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชนโดยมีเป้าหมายเพื่อใช้เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ได้รับการกระตุ้นด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในชุมชน&nbsp;D-HOPE&nbsp;เป็นการนำเสนอกิจกรรมในท้องถิ่น&nbsp;ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลงมือปฏิบัติได้เอง&nbsp;ที่จะดำเนินการโดย&nbsp;Champion&nbsp;ประจำชุมชนที่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่น&nbsp;(ภูมิปัญญา&nbsp;ความรู้&nbsp;ความสามารถ&nbsp;ทักษะและอื่นๆ)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>	14/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214195528126
415	เทศบาลฉลองส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนจัดโครงการมหกรรมอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลฉลอง หรอยริมเล @ วาเลนไทน์เดย์	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณหาดป่าหล่าย</strong>&nbsp;ตำบลฉลอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลฉลอง&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;@&nbsp;วาเลนไทน์เดย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเชษฐ์ธนาศักดิ์&nbsp;ลูกจันทร์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายเชษฐ์ธนาศักดิ์&nbsp;ลูกจันทร์&nbsp;</strong>รองนายกเทศมนตรีตำบลฉลอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในระดับโลกแต่สถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวและการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติและคาดว่าในระยะเวลาที่เหลือในปี&nbsp;2565&nbsp;จะยังคงเกิดความสูญเสียในเชิงเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลตำบลฉลองเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อประชาชน&nbsp;เทศบาลตำบลฉลองจึงบูรณาการกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;จัดโครงการมหกรรมอาหารซีฟู้ดและอาหารท้องถิ่นส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;หรอยริมเล&nbsp;@&nbsp;วาเลนไทน์เดย์ระว่างวันที่&nbsp;12-15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชน&nbsp;</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19&nbsp;ทำให้ธรรมชาติแห่งท้องทะเลสวยงามและสะอาดนักสร้างขึ้นมากจึงถือเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสที่ทำให้ธรรมชาติได้พักฟื้นและหลังจากนี้รูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคตจะเปลี่ยนไป&nbsp;เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านและหลายประเทศทั่วโลกยังมีการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิท19&nbsp;แต่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังคงต้องดำเนินต่อไป&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงาน&nbsp;เตรียมความพร้อมสำหรับการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;และให้มีมาตรการรองรับการป้องกันและรักษามาตรฐานด้านการบริการ&nbsp;โดยเฉพาะสถานประกอบการร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในพื้นที่ตำบลฉลอง&nbsp;จะสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยต่อการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้&nbsp;ช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ภายใต้รูปแบบ&nbsp;New&nbsp;normal&nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลัก&nbsp;การจัดโครงการมหกรรมในครั้งนี้จะเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนชาวตำบลฉลองอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214204239153
416	พาณิชย์ฯ ขอนแก่น ตรวจติดตามราคาและปริมาณการรับซื้อสินค้ามันสำปะหลัง	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายสุระชัย&nbsp;วิชาชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามราคาและปริมาณการรับซื้อสินค้ามันสำปะหลัง&nbsp;ที่โรงแป้งบริษัท&nbsp;แก่นเจริญ&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอกระนวน&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ราคารับซื้อหัวมันสด&nbsp;เชื้อแป้ง&nbsp;30%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3.05&nbsp;บาท&nbsp;เชื้อแป้ง&nbsp;25%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.80&nbsp;บาท&nbsp;ปริมาณการรับซื้อหัวมันสดวันละประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ตัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;554,116&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;3.5&nbsp;ตัน/ไร่&nbsp;ในปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิต&nbsp;รวม&nbsp;1.940&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว&nbsp;1.067&nbsp;ล้านตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;55&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มีโรงแป้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โรง&nbsp;และลานมันรับซื้อหัวมันสดจากเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;138&nbsp;แห่ง</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214204452155
417	จ.ศรีสะเกษ นอภ.ศิลาลาด นำคู่รักจดทะเบียนสมรสต่อหน้าพระใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์เข้มขลัง ให้หอมเป็นที่ระลึก รักใครให้หอม	<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>ที่ลานพุทธศิลาลาดมงคลเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอศิลาลาด&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายกองตรี&nbsp;ไตรรัตน์&nbsp;เครือบุดดีมหาโชค&nbsp;นายอำเภอศิลาลาด&nbsp;นำคู่รักชาวอำเภอศิลาลาด&nbsp;จัดกิจกรรมโครงการ&nbsp;จดทะเบียนสมรส&nbsp;สักการะพระใหญ่&nbsp;ปลูกไม้มงคล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์&nbsp;โดยมีนายสวรรค์&nbsp;วรโพด&nbsp;รักษาราชการปลัดอาวุโสอำเภอศิลาลาด&nbsp;นำคู่รัก&nbsp;คู่บ่าวสาว&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คู่&nbsp;ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธีและร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พิธีไหว้พระรับศีล&nbsp;ถวายสังฆทาน&nbsp;โดยมีพระครูสิริบุญกิจ&nbsp;เจ้าคณะอำเภอศิลาลาด&nbsp;เป็นประธานสงฆ์&nbsp;พิธีรดน้ำพระพุทธมนต์&nbsp;พิธีสักการะศาลหลักเมืองอำเภอศิลาลาด&nbsp;พิธีสักการะพระพุทธศิลาลาดมงคล&nbsp;พิธีรดน้ำสังข์&nbsp;พิธีจดทะเบียนสมรส&nbsp;และพิธีมอบทะเบียนสมรสกรอบทองแก่คู่รัก&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;คู่&nbsp;พร้อมร่วมกันปลุกต้นไม้มงคล&nbsp;คือ&nbsp;ต้นมั่งมีศรีสุข&nbsp;บริเวณหน้าพระใหญ่&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้นายอำเภอศิลาลาด</strong>&nbsp;ยังได้มอบของที่ระระลึก&nbsp;เป็นหอมแดงศรีสะเกษ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;รักใครให้หอม&nbsp;ของนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเจ้าบ่าวยังได้แสดงความรักด้วยการหอมแก้มเจ้าสาวอีกด้วย</p><p><strong>นายกองตรี&nbsp;ไตรรัตน์</strong>&nbsp;เครือบุดดีมหาโชค&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในวันที่&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์ของทุกปิ&nbsp;เป็นวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก&nbsp;ซึ่งคู่รักทั่วโลกนิยมเฉลิมฉลองเพื่อแสดงออกซึ่งความรักและความปรารถนาดีต่อคนรัก&nbsp;ซึ่งอำเภอศิลาลาด&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมความรัก&nbsp;ความอบอุ่นในสถาบันครอบครัว&nbsp;ให้มีความมั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้มีความมั่นคงและตระหนักถึงการจดทะเบียนสมรสที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย&nbsp;โดยอาศัยงานเทศกาลวาเลนไทน์&nbsp;วันแห่งความรัก&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์&nbsp;ที่ดีของที่ทำการปกครองอำเภอศิลาลาด&nbsp;และเพิ่มทางเลือกใหม่&nbsp;ด้านการให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในปัจจุบัน&nbsp;&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่การจดทะเบียนสมรส&nbsp;ณ&nbsp;สำนักทะเบียนอำเภอศิลาลาด&nbsp;ให้เป็นที่นิยม&nbsp;รวมไปถึงเป็นการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอศิลาลาด&nbsp;สวนพระพุทธศิลาลาดมงคล&nbsp;การได้สักการะพระพุทธศิลาลาดมงคลทั้งคู่สมรส&nbsp;และผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;คู่สมรสได้ความเป็นสิริมงคลในการจดทะเบียนสมรส&nbsp;ต่อหน้าพระพุทธศิลาลาดมงคล&nbsp;รวมถึงมีกิจกรรมปลูกไม้มงคลให้กับคู่สมรส&nbsp;เพื่อเป็นที่ระลึกให้กับคู่สมรสในการจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้ด้วย.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220214212058163
418	"จังหวัดภูเก็ต จัดงานคืนความสุขให้ประชาชน นำทุนทางวัฒนธรรม ด้านการแต่งกาย อาหาร และศิลปวัฒนธรรม มาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยงาน ""ราตรีจันประดับมุก"""	<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)</strong>&nbsp;ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;หลังใหม่&nbsp;(ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต)&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;ราตรีจันประดับมุก&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประมุขพิสิฐ&nbsp;อัจฉริยะฉาย&nbsp;กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประเทศฟินแลนด์&nbsp;ประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;ร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;จัดงาน&nbsp;ราตรีจันประดับมุก&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนในจังหวัดภูเก็ตในการเสริมสร้างความสมานฉันท์&nbsp;เกิดภาพลักษณ์การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยการนำทุนทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;ทั้งการแต่งกาย&nbsp;อาหารการกิน&nbsp;ศิลปวัฒนธรรม&nbsp;นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งในช่วงเปิดงานได้ร่วมร้องเพลง&nbsp;ยอดนารีศรีถลาง&nbsp;เพื่อรำลึกยกย่องสองวีรสตรีท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร&nbsp;โดยการจัดงานดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภายในงาน&nbsp;</strong>นอกจากมีการร้องเพลงที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยคนภูเก็ตแล้ว&nbsp;ยังมีการรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;การแสดงแบบผ้าไทย&nbsp;ผ้าพื้นเมือง&nbsp;ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากท้องถิ่น&nbsp;โดยรูปแบบงานมีทั้งกลางวันและกลางคืน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14-15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งรายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่าย&nbsp;จะมอบให้กับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล&nbsp;ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>นายประมุขพิสิฐ&nbsp;อัจฉริยะฉาน&nbsp;</strong>กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ประเทศฟินแลนด์&nbsp;ประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงานในรูปแบบรื่นเริงในครั้งนี้นับว่าเป็นการจัดงานครั้งแรกของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีการคัดกรองตั้งแต่บริเวณหน้างานและมีการจัดเก้าอี้เว้นระยะห่าง&nbsp;รวมทั้งมีการจัดอาหารแบบเซ็ตบ๊อกซ์&nbsp;เพื่อคืนความสุขให้กับคนจังหวัดภูเก็ตในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ที่ต่อสู้กับโควิด-19&nbsp;รวมทั้งได้ร่วมการรำลึกถึงบทเพลงที่ทรงคุณค่าของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีวงดนตรีออเคสตร้า&nbsp;จากโรงเรียนอาเซียนไทยหัววิทยา&nbsp;วงอันดามัน&nbsp;และนักร้องกิตติมศักดิ์ร่วมขับร้องและแสดงดนตรี&nbsp;อีกทั้งให้คนภูเก็ตได้ร่วมชมความสวยงามของศาลากลางจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นพร้อมกับการเฉลิมฉลองอย่างไม่เป็นทางการของศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังใหม่ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	14/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215030506193
419	จ.ศรีสะเกษ  ผุดมหกรรมสินค้า-เปิดหอ ขวัญเมืองศรี แลนด์มาร์คใหม่	<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษจัดงาน</strong>&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่นสู่สากล&nbsp;พร้อมเปิด&nbsp;หอขวัญเมืองศรี&nbsp;แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้กำหนดจัดงาน&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่นสู่สากล&nbsp;โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวตามอารยะธรรมอีสานใต้&nbsp;กิจกรรมถนนสายธรรมะ&nbsp;คีตะศิลป์&nbsp;ถิ่นดงลำดวน&nbsp;เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวายอนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปีจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมเปิด&nbsp;หอขวัญเมืองศรี&nbsp;แลนด์มาร์คใหม่เมืองศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด&nbsp;ต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;พร้อมชมการแสดงดนตรีร่วมสมัยจาก&nbsp;มรภ.ศรีสะเกษ&nbsp;และโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมในงานจะเป็นการนำสินค้าพรีเมียมแบรนด์ดัง&nbsp;</strong>แบรนด์ศรีสะเกษ&nbsp;ที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการโดยตรงมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;เป็นสินค้าที่แปรรูปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;หอมแดง&nbsp;และกระเทียม&nbsp;ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;กาแฟโรบัสต้า&nbsp;สมุนไพรแปรรูป&nbsp;ผ้าเบญจศรี&nbsp;สินค้าโอทอป&nbsp;(OTOP)&nbsp;เนื้อโคขุน&nbsp;อาหารจากเชฟดัง&nbsp;ผลิตภัณฑ์เด่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;นอกจากนี้ในบริเวณดังกล่าวยังมีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมจากศิลปินและเยาวชนของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และบูธถ่ายภาพที่จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ที่จัดกิจกรรมครั้งนี้</strong>ถือเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ของจังหวัดที่สร้างโดยงบประมาณตามแผนพัฒนา&nbsp;อันเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของศรีสะเกษ&nbsp;ที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดรวมทั้งเป็นพื้นที่ให้ชาวศรีสะเกษได้ออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ&nbsp;ตามนโยบายการขับเคลื่อนเมือง&nbsp;sport&nbsp;city&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;มีการออกแบบให้มีความทันสมัย&nbsp;สวยงาม&nbsp;สีสันสดใส&nbsp;พร้อมบึงบัวรูปหัวใจ&nbsp;เหมาะแก่การพักผ่อนและถ่ายรูปเซลฟี่&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงเดือน&nbsp;ก.พ.นี้&nbsp;ซึ่งเป็นเดือนแห่งความรักเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ&nbsp;เข้ามาเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาประหยัดได้ในวันและเวลาดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้ภายใต้มาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุขด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	14/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215025446191
420	เขื่อนศรีนครินทร์งานเทศกาลความรัก ณ เขื่อนศรีนครินทร์ Time Of  Love 14 กุมภาพันธ์ 2565	"<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>เปิดงานเทศกาลความรัก&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;""Time&nbsp;Of&nbsp;Love""&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบรางวัลให้กับคู่รักได้รับทะเบียนสมรสทองคำและการ์ดทองคำ&nbsp;เนื่องในวันแห่งความรัก&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่บริเวณพลับพลาสันเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายจีระเกียรติ&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานงานเทศกาลความรัก&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;&nbsp;""Time&nbsp;Of&nbsp;Love""&nbsp;14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรชยา&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุชีพ&nbsp;มีถม&nbsp;ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ&nbsp;นายธนยศ&nbsp;หิรัญเนตร&nbsp;นายอำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;ให้การต้อนรับฯ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;ได้จัดงานเทศกาลความรัก&nbsp;ณ&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;""Time&nbsp;Of&nbsp;Love""&nbsp;14&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยจัดติดต่อกันมาเป็นปีที่&nbsp;12&nbsp;เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;เป็นงานที่มีสีสัน&nbsp;ทั้งความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;เนื่องในวันแห่งความรัก&nbsp;พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมและมั่นใจถึงความมั่นคงปลอดภัยของสันเขื่อนศรีนครินทร์และได้เข้ามาสัมผัสอากาศที่สดชื่น&nbsp;ชมวิวทิวทัศน์&nbsp;และการประดับไฟที่สวยงามอีกด้วย&nbsp;ทั้งนี้ได้มีการจับรางวัลคู่รักผู้โชคดีได้รับทะเบียนสมรสทองคำและการ์ดทองคำ&nbsp;จากการร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนสันเขื่อน&nbsp;ชมดนตรีในบรรยากาศบริเวณสันเขื่อนและสวนเวลา&nbsp;ที่ประดับด้วยไฟที่สวยงามและอาหารอร่อยๆ&nbsp;จากชุมชนมาจำหน่ายภายในงานอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	14/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215002138185
421	สส.ทน.ลำปาง จัดงาน Lampang B2B + Net Working Din ner ต้อนรับคณะสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ต่อยอดเชื่อมโยงการท่องเที่ยวภาคเหนือกับประเทศในกลุ่มภูมิภาคลุ่มน้ำโขง	<p><strong>นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;นางวรรณวิลัย&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;จังเกษม&nbsp;นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;นางยุรีพรรณ&nbsp;แสนใจยา&nbsp;ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานลำปาง&nbsp;ให้การต้อนรับนายศิษฎิวัชร&nbsp;ชีวรัตนาพร&nbsp;นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;(ATTA)&nbsp;นายเจริญ&nbsp;วังอนานนท์&nbsp;อุปนายก&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ATTA)&nbsp;พร้อมคณะผู้ประกอบการจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;เนื่องในโอกาสมาร่วมงานเปิดโครงการรถไฟสายล้านนา&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;11-14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ</strong>&nbsp;<strong>จังหวัดลำปาง&nbsp;(สสทน.ลำปาง)&nbsp;</strong>เป็นองค์กรเอกชนที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางและภาคเหนือให้มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;เป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมพัฒนาการตลาดธุรกิจท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นเครือข่ายสหพันธ์ท่องเที่ยวในทุกพื้นที่ของภาคเหนือให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง&nbsp;เสริมสร้างและแลกเปลี่ยนความรู้&nbsp;ความคิดเห็น&nbsp;ตลอดจนให้ความร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างสมาชิก&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภาคเหนือให้เป็นระบบเครือข่ายเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด&nbsp;และผลักดันให้ภาคเหนือตอนบนและตอนล่างเกิดการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน&nbsp;พร้อมเชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่มภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&nbsp;จากแหล่งท่องเที่ยวเดิมและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของจังหวัดและภาคเหนือตอนบน&nbsp;เพื่อให้ภาคเหนือเป็นดินแดนปลายทางฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก&nbsp;ซึ่งโครงการรถไฟสายล้านนาดังกล่าวนี้&nbsp;นับว่าเป็นโครงการที่เข้ามารองรับและส่งเสริมให้ตลาดธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และกิจกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางได้ก้าวหน้าไปในทางที่ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	15/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215112527257
422	ธนาคารออมสิน ออกมาตรการชะลอการดำเนินการทางกฎหมาย ไม่ฟ้องร้องลูกหนี้ NPL จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565	<p><strong>นายวิทัย&nbsp;รัตนากร&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ธนาคารออมสินตระหนักถึงสภาพปัญหาที่ลูกหนี้&nbsp;หรือประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากที่เกิดขึ้น&nbsp;จากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้ต้องขาดรายได้&nbsp;ไม่สามารถชำระหนี้ได้&nbsp;จึงได้ออกมาตรการ&nbsp;ชะลอการดำเนินการทางกฎหมายต่อลูกหนี้&nbsp;NPLs&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อช่วยไม่ให้ลูกหนี้ต้องกังวลเรื่องคดีความและขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยมาตรการดังกล่าว&nbsp;จัดทำขึ้นเพื่อช่วยลดภาระลูกหนี้ที่กลายเป็น&nbsp;NPLs</strong>&nbsp;ก่อนวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วยสินเชื่อ&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;สินเชื่อบุคคล-รายย่อย&nbsp;สินเชื่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย&nbsp;สินเชื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา&nbsp;และสินเชื่อธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยธนาคารจะชะลอการฟ้องคดีต่อศาลไว้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งรวมถึงลูกหนี้ที่มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความในชั้นศาล&nbsp;และมีการผ่อนชำระดีมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่มาเริ่มค้างชำระในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>ธนาคารจะชะลอการดำเนินการทางกฎหมาย</strong>&nbsp;โดยชะลอไม่ฟ้อง&nbsp;ไม่ยึดทรัพย์&nbsp;ไม่ขายทอดตลาด&nbsp;และไม่ฟ้องล้มละลาย&nbsp;แล้วแต่กรณีตามสถานะของลูกหนี้แต่ละราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีลูกหนี้ที่เป็น&nbsp;NPLs&nbsp;ที่ได้รับประโยชน์&nbsp;หรือความช่วยเหลือจากมาตรการชะลอการดำเนินการทางกฎหมายจำนวนมาก&nbsp;และปัจจุบันลูกหนี้ดังกล่าวมีสถานะปกติแล้ว&nbsp;ลูกหนี้ที่ประสบปัญหา&nbsp;สามารถติดต่อธนาคารออมสินสาขาเจ้าของบัญชีเงินกู้&nbsp;ได้ภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215112850266
423	จังหวัดสุรินทร์ประชาสัมพันธ์และติดตามการดำเนินงานโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายเสริมศักดิ์&nbsp;สีสันต์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการประชาสัมพันธ์และติดตามโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ห้องรัตนสุวรรณ&nbsp;โรงแรมทองธารินทร์&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมี&nbsp;นางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;และมติเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติกรอบวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินโครงการประกันรายได้ฯ&nbsp;และมีการประกาศเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามการดำเนินโครงการ</strong>&nbsp;&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;จึงได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ดำเนินการจัดการสัมมนาโครงการประชาสัมพันธ์และติดตามการดำเนินโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ในจังหวัดหลักที่เป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญของสินค้าข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครั้งๆ&nbsp;ละ&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;โดยจังหวัดสุรินทร์กำหนดพื้นที่สัมมนา&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อำเภอศีขรภูมิ&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และอำเภอปราสาท&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์แนวทางการดำเนินการตามนโยบายโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรและมาตรการคู่ขนาน&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ให้มีประสิทธิผลสูงสุดในอันที่จะทำให้เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ได้รับประโยชน์แท้จริง&nbsp;และเพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรค&nbsp;และข้อเสนอแนะ&nbsp;ในแต่ละพื้นที่&nbsp;และเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการสรุปประเมินผลการดำเนินโครงการฯ&nbsp;โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคราชการและภาคเอกชน&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215114835291
424	จ.พระนครศรีอยุธยา เปิด 4 ทุ่งประวัติศาสตร์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ตามรอยพระราชดำริ	"<p><strong>ที่ห้องประชุมมหาธาตุ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</strong>นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมซักซ้อมและขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะทำงานและวางแนวทางการดำเนินงานเส้นทางตามรอยพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไพศาล&nbsp;สังข์มงคล&nbsp;เลขานุการคณะทำงานฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ศึกษาธิการ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;ปฏิรูปที่ดิน&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;</strong>โดย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;เป็นประธานฯ&nbsp;ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา&nbsp;ติดตาม&nbsp;และสืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;ซึ่งได้กำหนดให้มีการฟื้นฟูพัฒนาสถานที่สำคัญ&nbsp;4&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี&nbsp;(ทุ่งหันตรา)&nbsp;พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย&nbsp;ทุ่งมะขามหย่อง&nbsp;ทุ่งภูเขาทอง&nbsp;และแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;โดยที่ประชุมฯ&nbsp;ได้พิจารณาเพิ่มเติมเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริที่สำคัญอีก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;วัดไชยวัฒนาราม&nbsp;และวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังจะขยายไปยังเส้นทางที่เกี่ยวข้องอีก&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่อยู่ในโครงการพระราชดำริ&nbsp;รวมทั้งเป็นสถานที่เคยมีการเสด็จฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลองเปรมประชากร&nbsp;เขตบางไทร&nbsp;บางปะอิน&nbsp;โครงการแก้มลิงหนองเจ็ดเส้น&nbsp;บางปะหัน&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด&nbsp;บางปะอิน&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างหนองงูเห่า&nbsp;นครหลวง&nbsp;พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย&nbsp;และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;</strong>ร่วมกับวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;วางเส้นทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว&nbsp;และบรรจุข้อมูลผ่าน&nbsp;QR-Code&nbsp;เพื่อสืบค้นข้อมูล&nbsp;โดยทางประชาสัมพันธ์จังหวัดยังให้แนวคิดในการเริ่มต้นการท่องเที่ยวที่ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาก่อนเดินทางไปจุดต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สิ่งแรกคือต้องการให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปรับรู้&nbsp;และมีความเข้าใจในความสำคัญของสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่มาจากพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ซึ่งพบว่าแต่ละแห่งมีผู้ดูแลรับผิดชอบ&nbsp;แต่เนื่องจากบางแห่งชำรุดทรุดโทรม&nbsp;ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุง&nbsp;เพื่อให้สถานศึกษาได้นำเด็ก&nbsp;นักเรียน&nbsp;เยาวชน&nbsp;ไปเยี่ยมชม&nbsp;ศึกษาเรียนรู้&nbsp;พร้อมซึมซับสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ซึ่งทั้งหมดจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และสร้างรายได้ให้ชุมชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะได้มีการสรุปเส้นทาง&nbsp;เชื่อมโยงการจัดกิจกรรมตามช่วงเวลา&nbsp;และสถานที่ต่างๆ&nbsp;ที่กล่าวมา&nbsp;เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;ส.ปชส.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็บไซต์&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=""https://ayutthaya.prd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">https://ayutthaya.prd.go.th/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215125229315
425	จ.สุโขทัย ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าประเภทชุดสังฆทาน ชุดไทยธรรม ช่วงเทศกาล วันมาฆบูชา	<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าประเภทชุดสังฆทาน</strong>&nbsp;ชุดไทยธรรม&nbsp;ช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;วันมาฆบูชา&nbsp;รักษาความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ไปเลือกซื้อ&nbsp;เพื่อนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นางสาวกัญจิรา&nbsp;เคียงคู่&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า</strong>&nbsp;สำนักงาน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;พร้อมด้วยร้อยโท&nbsp;สุชาติ&nbsp;ท้วมนาค&nbsp;รองหัวหน้าชุดวิทยากร&nbsp;&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และ&nbsp;คณะเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าประเภทชุดสังฆทาน&nbsp;ชุดไทยธรรม&nbsp;ในช่วงเทศกาลวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;วันมาฆบูชา&nbsp;เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้กับประชาชนในการเลือกซื้อชุดสังฆทาน&nbsp;ชุดไทยธรรม&nbsp;นำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์&nbsp;ที่ห้างสรรพสินค้า&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;อำเภอเมืองสุโขทัย&nbsp;และร้านจำหน่ายสังฆทาน&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี&nbsp;</p><p><strong>โดยได้กำชับให้ปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;</strong>ห้ามมิให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร&nbsp;ตรวจสอบรายการสินค้า&nbsp;ขนาด&nbsp;น้ำหนักต่อหน่วย&nbsp;&nbsp;ปริมาณการบรรจุและราคาสินค้าแต่ละรายการที่บรรจุในชุดสังฆทานตรงกับรายการสินค้าที่แสดงไว้หรือไม่&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบราคาและคุณภาพสินค้า&nbsp;ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภาพรวมของการตรวจสอบในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบการกระทำผิดสามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โทร.&nbsp;055&nbsp;611238&nbsp;หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215125142314
426	พาณิชย์แนะผู้ส่งออกไทยเตรียมใช้ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ The Gulu ขยายตลาดในซูดานใต้ และคองโก คาดหลังเปิดดำเนินการ มูลค่าการค้าไทยกับทั้ง 2 ประเทศ จะขยายตัวเพิ่มขึ้น	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;กรุงไนโรบี&nbsp;ประเทศเคนยา&nbsp;ถึงการพัฒนาศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์&nbsp;The&nbsp;Gulu&nbsp;ที่สร้างขึ้นเพื่อลดต้นทุนการขนส่งและอุปสรรคทางการค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ยูกันดาต้องเผชิญในการส่งสินค้าออกไปยังซูดานใต้&nbsp;และคองโก&nbsp;โดยศูนย์ฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;จะจัดหาตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าชนิดแยกหีบห่อ&nbsp;การจัดการสินค้า&nbsp;ตลอดจนการจัดเก็บ&nbsp;รวมถึงสินค้าทัณฑ์บนและสินค้าที่ต้องชำระภาษี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีบริการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่&nbsp;พนักงาน&nbsp;หรือตัวแทนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า</strong>&nbsp;ซึ่งการก่อสร้างและพัฒนาดังกล่าว&nbsp;มีผลช่วยให้ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าไปยังประเทศคองโกและซูดานใต้&nbsp;สร้างโอกาสทางการค้าใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ตามมาอีกมาก&nbsp;ผู้ส่งออกของไทยจึงควรทราบถึงการพัฒนาของเส้นทางดังกล่าว&nbsp;เพราะอาจมีความต้องการสินค้านำเข้าจากไทยใน&nbsp;2&nbsp;ประเทศนี้มากขึ้นในอนาคต</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างเคนยาและยูกานดาในปัจจุบัน&nbsp;</strong>อาจส่งผลให้การพัฒนาเส้นทางดังกล่าวมีความล่าช้ากว่าที่ควร&nbsp;แต่หากมีความคืบหน้า&nbsp;ก็จะช่วยส่งเสริมให้การค้าไทยกับประเทศดังกล่าวขยายตัวได้เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยซูดานใต้&nbsp;มีสินค้าที่นำเข้าจากไทย&nbsp;เช่น&nbsp;อะไหล่รถยนต์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ยาง&nbsp;เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน&nbsp;เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์พลาสติก&nbsp;ขณะที่คองโกมีการนำเข้าสินค้าจากไทย&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;ผลิตภัณฑ์พลาสติก&nbsp;สิ่งทอ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ยาง&nbsp;อะไหล่รถยนต์&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215140029350
427	จังหวัดกำแพงเพชร คุมเข้มลงพื้นที่ตรวจ และติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ ในพื้นที่อำเภอพรานกระต่ายจังหวัดกำแพงเพชร	<p><strong>นายสทุวิทย์&nbsp;สันตะติวงศ์ไชย&nbsp;ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</strong>พร้อมด้วยคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ผู้แทนรอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เกษตรจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอพรานกระต่าย&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มไก่เนื้อ&nbsp;นางสมทรง&nbsp;แดงพัด&nbsp;ตำบลห้วยยั้ง&nbsp;และตลาดสดเทศบาลพรานกระต่าย&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ประกอบการเลี้ยงไก่เนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;โรงเรือน</strong>&nbsp;ปัจจุบันคงเหลือไก่เนื้อตามบัญชี&nbsp;จำนวน&nbsp;37,557&nbsp;ตัว&nbsp;และมีการแจ้งการครอบครองปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บ&nbsp;และจัดทำบัญชีคุมสินค้าไก่&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ตามประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;สำหรับสถานการณ์การเลี้ยงไก่ยังคงปกติ&nbsp;ไม่มีโรคระบาดในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะทำงานฯ&nbsp;ได้กำชับให้ผู้ประกอบการ</strong>&nbsp;แจ้งการครอบครองฯ&nbsp;ตามประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ไม่เกินวันที่&nbsp;5&nbsp;ของเดือนถัดไป&nbsp;และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า&nbsp;ที่&nbsp;ตลาดสดเทศบาลพรานกระต่าย&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;หมูเนื้อแดงมีราคาจำหน่ายอยู่ที่&nbsp;180&nbsp;บาท/กก.&nbsp;หมูสามชั้น&nbsp;200&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ไก่สดทั้งตัว&nbsp;(ไม่รวมเครื่องใน)&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคา&nbsp;95&nbsp;-&nbsp;105&nbsp;บาท/แผง&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;ราคา&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;65&nbsp;บาท/ขวด/ลิตร&nbsp;</p><p><strong>โดยคณะทำงานฯ&nbsp;ได้อธิบายสร้างความเข้าใจ</strong>ให้กับผู้ประกอบการได้รับทราบถึงแนวทางและการปฏิบัติ&nbsp;ที่ทางกระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้&nbsp;และมีกำหนดลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งต่อไป&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กำแพงเพชร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215141138362
428	บริการระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ผ่านการตัดบัญชีเงินสำรองของบัตร Easy Pass 	"<p><strong>นายสราวุธ&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมทางหลวงได้พัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&nbsp;(M-Flow)&nbsp;ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรตัดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่มีบัตร&nbsp;M-Pass&nbsp;และบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;ให้สามารถใช้บริการระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;ได้อย่างสะดวกสบาย&nbsp;โดยสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในวันนี้&nbsp;(วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;22.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานครั้งนี้กรมทางหลวง&nbsp;</strong>ได้ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทยลงนามบันทึกข้อตกลงพัฒนาช่องทางการชำระเงินของระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&nbsp;(M-Flow)&nbsp;ผ่านการตัดบัญชีเงินสำรองบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;และ&nbsp;M-Pass&nbsp;แบบอัตโนมัติ&nbsp;ซึ่งมีขอบเขตความร่วมมือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การพัฒนาช่องทางการชำระเงินของระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;ผ่านการตัดบัญชีเงินสำรองบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass/M-Pass&nbsp;แบบอัตโนมัติ&nbsp;/การส่งเสริมให้ผู้ใช้ทางที่มีบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;และ&nbsp;M-Pass&nbsp;สมัครสมาชิกบัตร&nbsp;M-Flow&nbsp;ด้วยการส่งแบบฟอร์ม&nbsp;เอกสารแนะนำและเชิญชวนทางไปรษณีย์&nbsp;SMS&nbsp;และ&nbsp;E-mail&nbsp;รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ&nbsp;และการพัฒนาช่องทางการลงทะเบียนสมัครสมาชิก&nbsp;M-Folw&nbsp;สำหรับผู้ใช้ทางที่มีบัตร&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;และ&nbsp;M-Pass&nbsp;ให้มีความสะดวกรวดเร็ว&nbsp;ในการสมัครสมาชิกระบบ&nbsp;M-Flow</p><p><strong>การเปิดให้บริการระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น</strong>&nbsp;(M-Flow)&nbsp;&nbsp;แบบเต็มรูปแบบครั้งนี้&nbsp;เป็นการให้ประชาชนสมัครสมาชิกและผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางไปก่อน&nbsp;แล้วจึงเรียกเก็บเงินหรือตัดเงินจากบัตรในภายหลัง&nbsp;เริ่มใช้งาน&nbsp;4&nbsp;ด่านนำร่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด่านธัญบุรี&nbsp;1&nbsp;/ด่านธัญบุรี&nbsp;2&nbsp;/&nbsp;ด่านทับช้าง&nbsp;1&nbsp;และด่านทับช้าง&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่</strong>&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.mflowthai.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.mflowthai.com</a>&nbsp;หรือแอปพลิเคชัน&nbsp;Mflow&nbsp;และจุดบริการของกรมทางหลวง&nbsp;สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ&nbsp;M-Pass&nbsp;และ&nbsp;Easy&nbsp;Pass&nbsp;อยู่แล้ว&nbsp;สามารถสมัครสมาชิกและระบุช่องทางการชำระค่าบริการผ่านบัตรได้แล้วขณะนี้</p><p><br></p><p><br></p>"	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215154656445
429	จ.แม่ฮ่องสอน จัดทำแผนการดำเนินงานในระบบการประเมินราคาที่ดินและจัดเตรียมข้อมูล ตามแผนงานสำรวจและปรับปรุงราคาประเมินที่ดิน ปีงบประมาณ 2565	"<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ตามที่&nbsp;กรมธนารักษ์ได้กำหนดแผนงานสำรวจและปรับปรุงราคาประเมินที่ดิน&nbsp;</strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ตามพระราชบัญญัติการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;กฎกระทรวง&nbsp;การกำหนดราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;การจัดทำบัญชีราคาประเมินที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง&nbsp;และ&nbsp;แผนที่ประกอบการประเมินราคาที่ดิน&nbsp;พ.ศ.2563</p><p><strong>สำนักงานธนารักษ์พื้นที่แม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการตามแผนงานสำรวจข้อมูลและปรับปรุงราคาประเมินที่ดินในจังหวัด&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ได้แก่</p><p>1)&nbsp;จัดทำแผนการดำเนินงานในระบบการประเมินราคาที่ดินและจัดเตรียมข้อมูล</p><p>2)&nbsp;ประกาศพื้นที่ดำเนินการ</p><p>3)&nbsp;สํารวจสภาพที่ดิน</p><p>4)&nbsp;วิเคราะห์ข้อมูลราคาตลาดและกำหนดราคาประเมินรายหน่วยที่ดิน</p><p>5)&nbsp;จัดทํารายงานการประเมินราคาที่ดิน</p><p><strong>ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นตอนที่&nbsp;1</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	15/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215144502387
430	ผู้ว่าฯ ตรัง ตรวจเยี่ยมโครงการจำหน่ายสินค้า ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค- บริโภค ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19 จังหวัดตรัง ระยะที่ 3	<p><strong>ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอรัษฎา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;ชาวบ้านแห่ซื้อหมูพาณิชย์ลดราคา&nbsp;สินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคราคาถูกกันคึกคัก&nbsp;ประชาชนต่างมานั่งรอเข้าคิวตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;โมงเช้า&nbsp;เพื่อรอซื้อสินค้า&nbsp;ขณะที่ประชาชนพอใจราคาสินค้าเพราะสามารถลดค่าใช่จ่ายได้มากสามารถซื้อสินค้าอย่างอื่นที่จำเป็นได้เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยผู้ว่าฯ&nbsp;ตรังควักกระเป๋าซื้อข้าวสารและน้ำมันพืชแจกจ่ายให้ประชาชนเป็นกำลังใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคราคาถูก&nbsp;&nbsp;&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้นำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;ปกติราคา&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;&nbsp;น้ำมันพืชปาล์มขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;วันละ&nbsp;180&nbsp;ขวด&nbsp;ปกติราคา&nbsp;57-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้สิทธิ์ผู้ซื้อไข่ไก่คนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;น้ำมันพืชคนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;หมูเนื้อแดง</strong>&nbsp;(ไหล่/สะโพก/ขาหน้า/คอ)&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามชั้น&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;ราคา&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ซี่โครง&nbsp;ราคา&nbsp;170-180&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับ/หัวใจ)&nbsp;ราคา&nbsp;130-140&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ขา-หัว&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;ราคา&nbsp;110-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50-70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาร่วมจำหน่ายในราคาประหยัดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215150423403
431	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ควักกระเป๋าซื้อข้าวสารและน้ำมันพืชแจกจ่ายให้ประชาชนเป็นกำลังใจในงานจำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคราคาถูก   สู้ภัยโควิด-19 ลดค่าครองชีพประชาชน จังหวัดตรัง ครั้งที่ 3 ที่อำเภอรัษฎา	<p><strong>ที่ศาลาประชาคม&nbsp;ที่ว่าการอำเภอรัษฎา&nbsp;อ.รัษฎา&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</strong>ชาวบ้านแห่ซื้อหมูพาณิชย์ลดราคา&nbsp;สินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคราคาถูกกันคึกคัก&nbsp;ประชาชนต่างมานั่งรอเข้าคิวตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;โมงเช้า&nbsp;เพื่อรอซื้อสินค้า&nbsp;ขณะที่ประชาชนพอใจราคาสินค้าเพราะสามารถลดค่าใช่จ่ายได้มากสามารถซื้อสินค้าอย่างอื่นที่จำเป็นได้เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ควักกระเป๋าซื้อข้าวสารและน้ำมันพืชแจกจ่ายให้ประชาชนเป็นกำลังใจ&nbsp;</p><p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจำหน่ายสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคราคาถูก&nbsp;&nbsp;&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้นำสินค้ามาจำหน่าย</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;ปกติราคา&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;น้ำมันพืชปาล์มขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;วันละ&nbsp;180&nbsp;ขวด&nbsp;ปกติราคา&nbsp;57-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้สิทธิ์ผู้ซื้อไข่ไก่คนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;น้ำมันพืชคนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;หมูเนื้อแดง</strong>&nbsp;(ไหล่/สะโพก/ขาหน้า/คอ)&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามชั้น&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;ราคา&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ซี่โครง&nbsp;ราคา&nbsp;170-180&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับ/หัวใจ)&nbsp;ราคา&nbsp;130-140&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ขา-หัว&nbsp;ราคา&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;ราคา&nbsp;110-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50-70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาร่วมจำหน่ายในราคาประหยัดด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215154135433
432	ครม. เห็นชอบลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 3 บาท เป็นเวลา 3 เดือน	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฏกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตในการลดภาษีน้ำมันเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่กฏกระทรวงมีผลบังคับใช้จนถึง&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่นๆ&nbsp;ที่คล้ายกัน&nbsp;ทำให้โครงสร้างน้ำมันดีเซลปรับลด&nbsp;3&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แตกต่างกันตามแต่ละประเภท&nbsp;และหลังจากครบ&nbsp;3&nbsp;เดือนก็กลับสู่ราคาเดิม&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนผ่านราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ลดลงโดยตรง&nbsp;รวมถึงส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภค&nbsp;บริโภคลดลงไปด้วย</p><p><strong>กระทรวงการคลัง&nbsp;คาดว่า</strong>&nbsp;มาตรการนี้จะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;5,700&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;และภายใน&nbsp;3&nbsp;เดือนจะสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;17,100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่จะช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต&nbsp;การเกษตร&nbsp;การท่องเที่ยวและการบริการได้รับความช่วยเหลือในช่วงที่ประเทศยังต้องเผชิญสถานการณ์โควิด-19</p><p><br></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215181058529
433	ครม.เห็นชอบร่างแผนรองรับวิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2563-2567 (ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1) เพิ่มประสิทธิภาพกองทุนน้ำมัน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ได้เห็นชอบร่างแผนรองรับวิกฤตการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563-2567&nbsp;(ฉบับปรับปรุง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1)&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้ตามพระราชกฤษฎีกาการเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตราขึ้นเพื่อให้กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงมีเงินเพียงพอในการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">โดยทบทวนหลักเกณฑ์การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคือ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทบทวนกรอบวงเงินกู้&nbsp;จากเดิม&nbsp;ที่กำหนดว่า&nbsp;""...ต้องมีจำนวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งเมื่อรวมเงินกู้(จำนวนไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;หมื่นล้านบาท)&nbsp;แล้วต้องไม่เกินจำนวน&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท...""&nbsp;แก้ไขเป็น&nbsp;""...ต้องมีจำนวนเงินเพียงพอเพื่อใช้ในการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกู้แล้วต้องไม่เกินจำนวน&nbsp;4&nbsp;หมื่นล้านบาท...""</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ทบทวนกรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จากเดิม&nbsp;กรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิงหยุดการชดเชย""&nbsp;แก้ไขเป็น&nbsp;""กรณีฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบ&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือติดลบตามจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา&nbsp;26&nbsp;วรรคสาม&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหยุดการชดเชย""</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215191657581
434	กลุ่มวิสาหกิจปลาส้มบาตูมัส ต่อยอดพัฒนาปลาน้ำจืด แปรรูป เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้คนในชุมชน	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา&nbsp;บูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงาน</strong>ประมงจังหวัดยะลา&nbsp;จัดอบรมให้ความรู้การแปรรูปสินค้าจากปลาน้ำจืดในพื้นที่&nbsp;ในโครงการ&nbsp;การพัฒนาและแปรรูปปลาน้ำจืดเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;และคุณภาพการผลิตสินค้าประมงน้ำจืดให้รองรับการแข่งขันด้านการตลาด&nbsp;และเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพให้ประชาชน&nbsp;พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มและความหลากหลายของสินค้าประมงน้ำจืด&nbsp;โดยมีส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรผู้เลี้ยงปลาน้ำจืด&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาสัมบาตูมัส&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ต.แม่หวาด&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีวิทยากรจากกองโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษกรมประมง&nbsp;มาให้ความรู้ในการทำปลาสวรรค์&nbsp;และแหนมปลา&nbsp;จากปลาน้ำจืดในพื้นที่&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>โดย&nbsp;นายมุขตาร์&nbsp;มะทา&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ยะลา&nbsp;&nbsp;ได้กล่าวชื่นชมทางชุมชน</strong>&nbsp;พร้อมทั้งระบุว่า&nbsp;&nbsp;ทางวิสาหกิจบ้านบาตูมัส&nbsp;เป็นกลุ่มที่มีความเข้มแข็งและร่วมมือร่วมใจในการที่จะส่งเสริมอาชีพ&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว&nbsp;สินค้าที่นี่คือปลาส้ม&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตที่ได้มาจากการเลี้ยงปลาของชุมชน&nbsp;&nbsp;การอบรมวันนี้เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่จะได้รับความรู้ประสบการณ์การแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลา&nbsp;มีเมนูหลายๆอย่าง&nbsp;ซึ่งบางอย่างไม่เคยทำ&nbsp;ยังไม่ทราบว่าปลาน้ำจืดไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้&nbsp;หรือนำไปทำเมนูอาหารได้อีกหลายอย่าง&nbsp;การที่เรามีช่องทางการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลาในชุมชนหลากหลายมากขึ้น&nbsp;จะสามารถจำหน่าย&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่ทำได้หลายช่องทาง&nbsp;เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว/ชุมชน&nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไปในอนาคต</p><p><strong>ด้าน&nbsp;คุณไซนับ&nbsp;ดอหิง&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจปลาส้มบาตูมัส&nbsp;&nbsp;</strong>ได้กล่าว&nbsp;ขอบคุณทาง&nbsp;อบจ.ยะลา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ได้&nbsp;เข้ามาส่งเสริมการต่อยอด&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากเดิมทางกลุ่มแปรรูปปลาน้ำจืด&nbsp;เป็นปลาส้ม&nbsp;ด้วยความมีเอกลักษณ์&nbsp;ไม่มีกลิ่นคาว&nbsp;ทำให้ลูกค้าติดใจ&nbsp;แต่ด้วยสมาชิกที่เพิ่มมากขึ้นจากเดิมมีรายได้ประมาณ&nbsp;5&nbsp;หมื่นกว่าบาท/เดือน&nbsp;เฉลี่ยให้สมาชิกก็ตกคนละ&nbsp;3,000&nbsp;กว่าบาท&nbsp;ทางกลุ่มก็อยากหารายได้มากกว่าเดิม&nbsp;หากมีผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นมั่นใจว่า&nbsp;ทางกลุ่มก็จะมีรายได้เพิ่มเข้ามาด้วย&nbsp;อย่างการเรียนรู้การทำแหนมปลา&nbsp;ทางกลุ่มฯ&nbsp;หรือ&nbsp;หลายคนในพื้นที่ยังไม่คุ้นชิน&nbsp;ไม่เคยทำ&nbsp;เมื่อได้เรียนรู้&nbsp;มั่นใจจะสามารถต่อยอดและเจาะกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215155751457
435	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง (กรอ.จังหวัดตรัง) ครั้งที่ 5 ประจำปี 2565	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;(กรอ.จังหวัดตรัง)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการประชุมได้นำเรื่องเพื่อทราบถึงผลความก้าวหน้าการดำเนินงาน</strong>ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่&nbsp;ข้อเสนอการขุดลอกร่องน้ำกันตัง&nbsp;ฝั่งกันตังใต้&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และการป้องกันการลักขโมยปาล์มและการจำหน่ายปาล์มน้ำมัน&nbsp;การจัดทำประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่องการยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมมีเรื่องพิจารณา&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;การขยายช่องจราจรถนนสายสิเกา-ควนกุน&nbsp;(4046)&nbsp;และขอให้รื้อถอนตอม่อเดิมที่รื้อถอนไม่หมดใต้สะพานท่าแก้มดำ&nbsp;ต.ควนธานี&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยสะพานท่าแก้มดำเป็นสะพานที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ&nbsp;</strong>ต.ควนธานี&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;เป็นสะพานท่าแก้มดำสะพานแรกที่ได้รับงบประมาณของกรมทางหลวงชนบทก่อสร้างและใช้งานมาแล้วประมาณ&nbsp;10&nbsp;กว่าปีและเกิดชำรุดทรุดโทรมพังทลายบางส่วน&nbsp;ส่งผลให้แขวงทางหลวงชนบทตรังได้ของบประมาณมาก่อสร้างสะพานท่าแก้มดำใหม่เมื่อปี&nbsp;2558&nbsp;และสร้างเสร็จเมื่อปี&nbsp;2561&nbsp;ในการก่อสร้างสะพานท่าแก้มดำครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ผู้รับเหมารื้อถอนตอม่อของสะพานเดิมออกไม่หมดเหลือทิ้งไว้บางส่วน&nbsp;ปัญหาตอม่อเดิมที่รื้อถอนไม่หมดกีดขวางการสัญจรทางน้ำและเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ได้ให้ผู้รับเหมาใช้แม็คโครไปรื้อถอนมา&nbsp;1&nbsp;ครั้งแล้ว&nbsp;แต่ไม่เป็นผล&nbsp;</p><p><strong>ต่อมาทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรัง&nbsp;และเทศบาลตำบลนาตาล่วง</strong>ได้ทำหนังสือถึงแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ขอให้รื้อถอนตอม่อเดิมใต้สะพานท่าแก้มดำออกทั้งหมด&nbsp;และทางหลวงชนบทตรังได้ทำหนังสือให้ผู้รับเหมาดำเนินการรื้อถอนตอม่อเดิมดังกล่าวทั้งหด&nbsp;จนถึงปัจจุบันทางผู้รับเหมายังไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือมาให้ทางแขวงทางหลวงชนบททราบ&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามแขวงทางหลวงชนบทตรังเตรียมตั้งงบประมาณ&nbsp;9&nbsp;แสนกว่าบาทในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;สำหรับแก้ไขปัญหาตอม่อเดิมดังกล่าวข้างต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	NULL	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215162240470
436	จังหวัดภูเก็ต โดยเทศบาลตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต เตรียมจัดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกะสิเหร่ (Siray Music & Food Festival 2022) กระตุ้นการท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชุมชน	<p><strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยเทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;</strong>เตรียมจัดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกะสิเหร่&nbsp;(Siray&nbsp;Music&nbsp;&amp;&nbsp;Food&nbsp;Festival&nbsp;2022)&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;กระจายรายได้สู่เศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ที่&nbsp;หาดสิเหร่&nbsp;เกาะสิเหร่&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกาะสิเหร่&nbsp;หรือ&nbsp;Siray&nbsp;Music&nbsp;&amp;&nbsp;Food&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;โดย&nbsp;เทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภูเก็ต&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมไปถึงประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ทั้งโรงแรม&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;เรือนำเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร่วมจัดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกาะสิเหร่&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสิเหร่&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;ซึ่งถึงเป็นการจัดงานครั้งแรกในพื้นที่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>นายภาวัต&nbsp;ศุภสุวรรณ&nbsp;รองนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา&nbsp;กล่าวถึง</strong>รูปแบบการจัดงานโดยในวันเปิดงานคือวันเสาร์ที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จะมีขบวนมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์&nbsp;Harley&nbsp;&nbsp;Davidson&nbsp;จากพื้นที่ต่างๆกว่า&nbsp;100&nbsp;คัน&nbsp;ร่วมขับขี่นำขบวนจากปลายแหลมสะพานหิน&nbsp;ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;เพื่อรณรงค์การขับขี่&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;รัษฎา&nbsp;ถนนปลอดภัย&nbsp;ขับขี่มีวินัย&nbsp;ผ่านใจกลางเมืองภูเก็ต&nbsp;ถนนถลาง&nbsp;ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ไปถึงบริเวณจัดงาน&nbsp;ณ&nbsp;หาดสิเหร่&nbsp;เกาะสิเหร่&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;เพื่อร่วมรณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ส่วนภายในงานจะมีการจำหน่ายอาหารทะเล&nbsp;อาหารพื้นเมืองภูเก็ต&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;ร้าน&nbsp;ทั้งร้านอาหารทะเล&nbsp;จากผู้ประกอบการประมงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเปิดจองทริปเรือนำเที่ยวทั้งเกาะไข่ใน&nbsp;เกาะไข่นอก</strong>&nbsp;ในราคาพิเศษเริ่มต้นที่&nbsp;299&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ร่วมกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ฟื้นฟูเมืองรองการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมการเพิ่มรายได้กระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนตำบลรัษฎา&nbsp;และถือเป็นการเปิดช่องทางสนับสนุนให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;หลังจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่ทำให้ทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ควบคู่กับการชูธรรมชาติที่สวยสะอาด&nbsp;วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;วิถีชีวิตความน่าหลงใหลของชาวเกาะสิเหร่&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215163150479
437	ธ.ก.ส.ขับเคลื่อนแก้หนี้สินภาคครัวเรือนของประชาชน พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาหนี้นอกระบบครบทุกอำเภอในจังหวัด	<p><strong>รัฐบาลประกาศว่าปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้สินภาคครัวเรือนของประชาชน&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับนโยบายมาสานต่อ&nbsp;โดยให้สถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล&nbsp;ไปทำการไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;ปรับโครงสร้างหนี้&nbsp;แล้วก็หามาตรการลดภาระหนี้ให้กับลูกหนี้</p><p><strong>นายประหยัด&nbsp;ปัญญามี</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.เป็นสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังได้ขานรับเรื่องนี้&nbsp;และประกาศว่าปีนี้เป็นปีแห่งการฟื้นฟูลูกค้า&nbsp;สร้างความคล่องตัว&nbsp;และยกระดับชุมชนสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยได้มีการขับเคลื่อนโครงการสร้างวินัยทางการเงินปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน&nbsp;และโครงการใจประสานใจลดหนี้ครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า&nbsp;ซึ่ง&nbsp;2&nbsp;โครงการนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะส่งพนักงานพัฒนาธุรกิจลงไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรลูกค้าถึงที่&nbsp;โดยจะให้เป็นพี่เลี้ยงในทุกด้าน&nbsp;ในด้านของการวางแผนทางการเงิน&nbsp;ในด้านการผลิต&nbsp;และในขณะเดียวกันก็จะให้ความรู้ในแง่มุมของมิติอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เรื่องการวางแผนการศึกษาให้บุตร&nbsp;การวางแผนเกี่ยวกับการผลิตที่เชื่อมโยงกับการตลาด&nbsp;โดยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรที่เข้ามาช่วยในการผลิตเป็นต้น</p><p><strong>ส่วนหนี้นอกระบบ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นอีก&nbsp;1&nbsp;ต้นตอแห่งหนี้สินภาคครัวเรือน&nbsp;ตอนนี้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาหนี้นอกระบบครบทุกอำเภอในจังหวัด&nbsp;โดยให้คำปรึกษา&nbsp;และไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้-ลูกหนี้&nbsp;และยังรับหนี้เข้าสู่ในระบบด้วย</p><p><strong>นายประหยัด&nbsp;ปัญญามี</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีเกษตรกรที่เดินเข้ามาที่ยังไม่ใช่ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;รายไหนที่เป็นเป็นเกษตรกรเราก็จะผลักเข้าไปเป็นเกษตรกรลูกค้าได้โดยทันที&nbsp;แต่รายใดที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรลูกค้าหรือว่าไม่ได้เป็นคนที่ทำอาชีพเกษตร&nbsp;เราก็จะผลักเข้าสู่อีกช่องทางหนึ่ง&nbsp;ก็คือโครงการช่วยเหลือที่มา&nbsp;จากสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>ลูกหนี้ทั้งในระบบ&nbsp;นอกระบบ&nbsp;</strong>ลูกหนี้เกษตรกร&nbsp;รวมถึงอาชีพอื่นๆ&nbsp;ที่อยากแก้ปัญหาหนี้สินของตนเอง&nbsp;สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	15/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215162837475
438	ครม. รับทราบแนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ให้เดินหน้ามาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทางการดำเนินงานส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพี่อส่งเสริมให้เกิดการผลิต&nbsp;การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;พร้อมกำหนดทิศทางการพัฒนาและขับเคลื่อนมาตรการสนับสนุนฯ&nbsp;ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี&nbsp;และไม่ใช่ภาษีโดยเป็นมาตรการระยะสั้น&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2568&nbsp;โดยในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;(ปี&nbsp;65&nbsp;&nbsp;66)&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างกว้างขวางโดยเร็ว&nbsp;ครอบคลุมทั้งการนำเข้ารถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;เพื่อเพิ่มอุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าในภาพรวม&nbsp;สร้างแรงจูงใจและดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ของผู้ประกอบการในไทย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีถัดไป&nbsp;(ปี&nbsp;67&nbsp;-&nbsp;68)&nbsp;จะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า</strong>ที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเร่งผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;รองรับความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเพิ่มมากขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิต&nbsp;รถยนต์/รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับ&nbsp;ชิ้นส่วนที่มีการนำเข้าในช่วงปี&nbsp;2565&nbsp;-&nbsp;2568&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>การดำเนินงานดังกล่าว&nbsp;มุ่งหวังให้&nbsp;ราคารถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า</strong>&nbsp;(Battery&nbsp;Electric&nbsp;Vehicle:&nbsp;BEV)&nbsp;สามารถแข่งขันได้&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย&nbsp;เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์&nbsp;ตอกย้ำความเป็น&nbsp;Detroit&nbsp;of&nbsp;Asia&nbsp;ของไทย&nbsp;และยังการเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215191256573
439	ครม. เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565-2570 	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการควบคุมยาสูบแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;3&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565-2570&nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนปฏิบัติการไปดำเนินการต่อไป&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดความชุกของการบริโภคยาสูบของประชากรและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากอันตรายของควันบุหรี่&nbsp;ภายใต้&nbsp;6&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;498.039&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1&nbsp;สร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถการควบคุมยาสูบของประเทศ&nbsp;วงเงิน&nbsp;138.800&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;2&nbsp;ป้องกันมิให้เกิดผู้เสพยาสูบรายใหม่และเฝ้าระวังธุรกิจยาสูบ&nbsp;วงเงิน&nbsp;99.186&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;3&nbsp;บำบัดผู้เสพให้เลิกใช้ยาสูบ&nbsp;วงเงิน&nbsp;51.832&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;4&nbsp;การควบคุม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;เฝ้าระวังและเปิดเผยรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ยาสูบ&nbsp;วงเงิน&nbsp;12.500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;ยุทธศาสตร์ที่&nbsp;5&nbsp;ทำสิ่งแวดล้อมให้ปลอดควันบุหรี่&nbsp;วงเงิน&nbsp;165.721&nbsp;ล้านบาท&nbsp;/&nbsp;และยุทธศาสตร์ที่&nbsp;6&nbsp;มาตรการภาษี&nbsp;การป้องกันและปราบปรามเพื่อควบคุมยาสูบ&nbsp;วงเงิน&nbsp;30&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ครม.&nbsp;</strong>มีมติ&nbsp;(28&nbsp;ก.ย.&nbsp;64)&nbsp;เห็นชอบหลักการโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกต้นยาสูบและผู้บ่มอิสระที่ได้รับผลกระทบจากการลดปริมาณการรับซื้อใบยาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทย&nbsp;ฤดูการผลิต&nbsp;62/63&nbsp;ซึ่งปัจจุบันนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;159.95&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;ดังกล่าว</p><p><strong>การดำเนินการควบคุมปัญหาการบริโภคยาสูบ&nbsp;</strong>จะส่งผลกระทบเชิงบวกทั้งในมิติเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และการเมือง&nbsp;ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เกิดจากโรคที่เกี่ยวข้องกับยาสูบลดลงและลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจในภาพรวม&nbsp;ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และประเทศไทยยังได้รับการยอมรับการเป็นผู้นำการควบคุมยาสูบในระดับประเทศและนานาชาติ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215190856568
440	การเคหะแห่งชาติ เปิดขาย 2 โครงการทำเลดีย่าน บางปู พร้อมเปิดจองโครงการเคหะชุมชนฯ ฉะเชิงเทรา จองเพียง 799 บาท	<p><strong>นายทวีพงษ์&nbsp;วิชัยดิษฐ&nbsp;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้การเคหะแห่งชาติ&nbsp;ได้เปิดโครงการให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของบ้านในหลากหลายทำเล&nbsp;ซึ่งเป็นทำเลที่ดีมีศักยภาพ&nbsp;เช่นที่บางปู&nbsp;ปัจจุบันมี&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท&nbsp;ติดเมืองโบราณ&nbsp;ใกล้สถานตากอากาศบางปู&nbsp;เดินทางสะดวก&nbsp;อยู่ในแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการสมุทรปราการ&nbsp;4&nbsp;(บางปู)&nbsp;จัดสร้างเป็นอาคารชุด&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ห้องนอน&nbsp;1&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;ขนาดพื้นที่ห้องประมาณ&nbsp;32&nbsp;ตร.ม.&nbsp;ราคาเริ่มต้น&nbsp;550,000&nbsp;บาท&nbsp;วางเงินทำสัญญาเพียง&nbsp;799&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;และโครงการการ์เด้นวิลล์&nbsp;บางปู&nbsp;ทาวน์โฮม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ห้องนอน&nbsp;2&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;24&nbsp;ตร.ว.&nbsp;ราคาเริ่มต้น&nbsp;2,500,000&nbsp;บาท&nbsp;วางเงินทำสัญญา&nbsp;18,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยปัจจุบันทั้ง&nbsp;2&nbsp;โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบ&nbsp;กำหนดเปิดขายระหว่างวันที่&nbsp;11-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ชุมชนโครงการสมุทรปราการ&nbsp;4&nbsp;(บางปู)&nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่ฝ่ายขาย&nbsp;โทร.&nbsp;09&nbsp;1047&nbsp;1256&nbsp;หรือ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1615</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;การเคหะแห่งชาติ</strong>&nbsp;ยังได้เปิดให้จับจองโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชน&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;แปลงยาว&nbsp;1&nbsp;จัดสร้างเป็นบ้านแฝด&nbsp;2&nbsp;ชั้น&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;21&nbsp;ตร.ว.&nbsp;2&nbsp;ห้องนอน&nbsp;1&nbsp;ห้องน้ำ&nbsp;เปิดขายราคา&nbsp;(เงินสด)&nbsp;755,000&nbsp;บาท&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14-24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานขายที่ตั้งโครงการ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ที่สนใจห้ามพลาดโอกาส&nbsp;</strong>จองก่อนได้ก่อนเพียง&nbsp;799&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;พร้อมเตรียมเอกสารที่ใช้ในวันทำสัญญา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&nbsp;และหนังสือรับรองเงินเดือน&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร.&nbsp;09&nbsp;1047&nbsp;1273&nbsp;หรือ&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1615&nbsp;ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของบ้านการเคหะแห่งชาติได้ง่ายขึ้น&nbsp;ในทำเลที่ตั้งมีศักยภาพ&nbsp;พร้อมกับราคาที่เหมาะสม&nbsp;อีกทั้งยังมีอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อพิเศษ&nbsp;สำหรับลูกค้าที่ไม่ผ่านการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร&nbsp;สามารถยื่นขอสินเชื่อจากโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย&nbsp;กรณีบุคคลทั่วไป&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;ปีที่&nbsp;1-4&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;1.5%&nbsp;กรณีกลุ่มเปราะบางหรือบุตรที่ซื้อบ้านในโครงการที่พ่อแม่อาศัยอยู่&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;ปีที่&nbsp;1-5&nbsp;ปี&nbsp;อยู่ที่&nbsp;1.5%&nbsp;โดยระยะเวลาการทำสัญญาเช่าซื้อ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อรวมกับอายุผู้เช่าซื้อต้องไม่เกิน&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;สามารถยื่นขอสินเชื่อทำสัญญาเช่าซื้อกับการเคหะแห่งชาติได้โดยตรง</p><p><br></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215190000562
441	ปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และบางจาก&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดราคาคงเดิม&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ส่งผลให้ราคาขายปลีก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;43.56&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;28.34&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.04&nbsp;&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.88&nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;36.15&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลราคาคงเดิม&nbsp;โดยน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.96&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.94&nbsp;บาทต่อลิตร</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215185647559
442	จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง (กรอ.จังหวัดตรัง) ครั้งที่ 5 ประจำปี 2565	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดตรัง&nbsp;(กรอ.จังหวัดตรัง)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยการประชุมได้นำเรื่องเพื่อทราบถึงผลความก้าวหน้า</strong>การดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่&nbsp;ข้อเสนอการขุดลอกร่องน้ำกันตัง&nbsp;ฝั่งกันตังใต้&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;และการป้องกันการลักขโมยปาล์มและการจำหน่ายปาล์มน้ำมัน&nbsp;การจัดทำประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;เรื่องการยืนยันตัวตนในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมมีเรื่องพิจารณา&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;การขยายช่องจราจรถนนสายสิเกา-ควนกุน&nbsp;(4046)&nbsp;และขอให้รื้อถอนตอม่อเดิมที่รื้อถอนไม่หมดใต้สะพานท่าแก้มดำ&nbsp;ต.ควนธานี&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยสะพานท่าแก้มดำเป็นสะพานที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ&nbsp;ต.ควนธานี</strong>&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;เป็นสะพานท่าแก้มดำสะพานแรกที่ได้รับงบประมาณของกรมทางหลวงชนบทก่อสร้างและใช้งานมาแล้วประมาณ&nbsp;10&nbsp;กว่าปีและเกิดชำรุดทรุดโทรมพังทลายบางส่วน&nbsp;ส่งผลให้แขวงทางหลวงชนบทตรังได้ของบประมาณมาก่อสร้างสะพานท่าแก้มดำใหม่เมื่อปี&nbsp;2558&nbsp;และสร้างเสร็จเมื่อปี&nbsp;2561&nbsp;</p><p><strong>ในการก่อสร้างสะพานท่าแก้มดำครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ผู้รับเหมารื้อถอนตอม่อของสะพานเดิมออกไม่หมดเหลือทิ้งไว้บางส่วน&nbsp;ปัญหาตอม่อเดิมที่รื้อถอนไม่หมดกีดขวางการสัญจรทางน้ำและเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ได้ให้ผู้รับเหมาใช้แม็คโครไปรื้อถอนมา&nbsp;1&nbsp;ครั้งแล้ว&nbsp;แต่ไม่เป็นผล&nbsp;ต่อมาทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตรัง&nbsp;และเทศบาลตำบลนาตาล่วงได้ทำหนังสือถึงแขวงทางหลวงชนบทตรัง&nbsp;ขอให้รื้อถอนตอม่อเดิมใต้สะพานท่าแก้มดำออกทั้งหมด&nbsp;และทางหลวงชนบทตรังได้ทำหนังสือให้ผู้รับเหมาดำเนินการรื้อถอนตอม่อเดิมดังกล่าวทั้งหด&nbsp;จนถึงปัจจุบันทางผู้รับเหมายังไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือมาให้ทางแขวงทางหลวงชนบททราบ&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามแขวงทางหลวงชนบทตรังเตรียมตั้งงบประมาณ&nbsp;&nbsp;9&nbsp;แสนกว่าบาทในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;สำหรับแก้ไขปัญหาตอม่อเดิมดังกล่าวข้างต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215175948514
443	ประชาชนใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ช่วง 2 สัปดาห์ ยอดรวมกว่า 28,000 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(14&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;23.67&nbsp;ล้านราย&nbsp;มียอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;28,310.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;14,346.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;13,963.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะเดียวกันมีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จำนวน&nbsp;25.31&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3&nbsp;ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สำเร็จแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;9.2&nbsp;แสนราย&nbsp;นอกจากนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้วจำนวน&nbsp;1.34&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;17,459&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวย้ำว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่&nbsp;3&nbsp;ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สำเร็จ&nbsp;จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้วันแรกในวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215185308556
444	สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แก้ไขปัญหา อำเภอจะนะ วางแนวทางการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์	<p><strong>นายดนุชา&nbsp;พิชยนันท์&nbsp;เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)</strong>&nbsp;แถลงเรื่อง&nbsp;แนวทางการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์&nbsp;หรือSEA&nbsp;สำหรับแผนพัฒนาเชิงพื้นที่:&nbsp;กรณีอำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดทำแนวทางยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่&nbsp;ได้หารือกับนักวิชาการและต้องวางกรอบพื้นที่การศึกษาไว้อย่างชัดเจน&nbsp;โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้งจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นประเด็นที่สำคัญในการจัดร่าง&nbsp;SEA</strong>&nbsp;ซึ่งมีการประชุมด้วยกันทั้งหมด&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มภาครัฐและเอกชน&nbsp;กลุ่มผู้ห่วงใยในการพัฒนา&nbsp;กลุ่มแนวร่วมการพัฒนา&nbsp;และกลุ่มนักวิชาการ&nbsp;รวมถึงได้เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดทำ&nbsp;SEA&nbsp;สำหรับแผนพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;โดยมีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;และสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานร่วมกันและจะจัดทำกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป&nbsp;เพื่อคัดเลือกที่ปรึกษาในการจัดทำ&nbsp;SEA&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการกำกับจัดทำ&nbsp;SEA&nbsp;</strong>ภายใต้คณะกรรมการกำกับฯ&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับแผนพัฒนาและขอบเขตของพื้นที่ที่จะทำการศึกษา&nbsp;จากนั้นนำผลการศึกษา&nbsp;กับแผนพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายระดับชาติที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สศช.&nbsp;จะรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์&nbsp;(SEA)&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยสามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ของสภาพัฒน์&nbsp;และเพจ&nbsp;Facebook&nbsp;การขับเคลื่อนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์&nbsp;&nbsp;SEA</p><p><br></p><p><br></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215185218555
445	จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบชุดสังฆทานป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวันมาฆบูชา	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;ตรวจสอบการจำหน่ายชุดสังฆทาน&nbsp;ช่วงก่อนวันมาฆบูชา&nbsp;ณ&nbsp;ร้านจำหน่ายชุดสังฆทานในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการต้องปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายสินค้าประเภทชุดสังฆทาน&nbsp;ชุดไทยธรรม&nbsp;ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;61&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ&nbsp;ให้แสดงราคาจำหน่ายปลีกสินค้า&nbsp;พร้อมทั้งแสดงรายการสินค้า&nbsp;ขนาด&nbsp;น้ำหนักต่อหน่วย&nbsp;ปริมาณการบรรจุและราคาของสินค้าแต่ละรายการที่บรรจุในชุดสังฆทานหรือชุดไทยธรรม&nbsp;รวมทั้งค่าภาชนะบรรจุด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รายการและราคาของสินค้าดังกล่าวต้องมีขนาดตัวอักษรและตัวเลข</strong>&nbsp;(FONT)&nbsp;ตั้งแต่ขนาด&nbsp;16&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;หรือมีขนาดเทียบเท่า&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าหรือบริการตรงตามป้ายแสดงราคา&nbsp;ต้องไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าหรือบริการที่เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;และห้ามปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ&nbsp;โดยไม่มีเหตุอันสมควร&nbsp;และกำชับให้ผู้ค้าปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;เพื่อรักษาความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้บริโภค</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	15/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220215195623593
446	จังหวัดเชียงใหม่ ปรับสวนกุหลาบแปลงใหญ่สีม่วง รับนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนแห่งความรัก สร้างรายได้ให้เกษตรกร	<p><strong>เกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชิญชวนนักท่องเที่ยว</strong>ชมความสวยงามของสวนกุหลาบแปลงใหญ่สีม่วง&nbsp;ในช่วงเดือนแห่งความรัก&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่&nbsp;นายเจริญ&nbsp;พิมพ์ขาล&nbsp;เกษตรจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชิญชวนนักท่องเที่ยวชมความสวยงาม&nbsp;และถ่ายรูปเก็บความประทับใจในสวนกุหลาบแปลงใหญ่สีม่วงในช่วงเดือนแห่งความรัก&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่กลุ่มแปลงใหญ่กุหลาบบวกเต๋ย&nbsp;ตำบลโป่งแยง&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกดอกกุหลาบจำนวน&nbsp;200&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;สมาชิก&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิตประมาณ&nbsp;8,000,000&nbsp;ดอก&nbsp;/&nbsp;ปี&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;64&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยที่ผ่านมาทำสวนกุหลาบเพื่อการค้าตัดดอกจำหน่าย&nbsp;100%&nbsp;โดยจำหน่ายให้โครงการหลวง&nbsp;และตลาดไม้ดอก&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อลดลง&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ริม&nbsp;จึงร่วมวางแผนแก้ไขสถานการณ์ร่วมกับ&nbsp;เกษตรกรสวนกุหลาบแปลงใหญ่&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;</p><p><strong>โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมสวนดอกกุหลาบ</strong>ด้วยวิธีการจองผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และรับนักท่องเที่ยวแบบ&nbsp;Walk&nbsp;In&nbsp;ซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มเกษตรกรสวนกุหลาบแปลงใหญ่&nbsp;ได้มีการบริหารจัดการแบ่งกุหลาบเป็นแปลงเปิดดอก&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม&nbsp;ร่วมเรียนรู้วิธีการผลิตกุหลาบที่ปลอดภัย&nbsp;และปรับจำหน่ายเป็นกุหลาบชำถุง&nbsp;กุหลาบกระถาง&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมความงดงามได้&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยเก็บค่าเข้าชม&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งจะมีรถโดยสาร</strong>หรือรถแดงให้บริการพาเข้าชมแปลง&nbsp;สามารถเที่ยวชมสวนกุหลาบพร้อมถ่ายรูปดอกกุหลาบในแปลง&nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถตัดดอกกุหลาบเอง&nbsp;และมีจำหน่ายในรูปแบบกระถาง&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;เป็นดอกกุหลาบสีม่วงแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งหาชมได้ยาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;&nbsp;16&nbsp;ก.พ.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216111045703
447	เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดกระบี่  แบ่งพื้นที่ 2 ไร่ ปลูกกะหล่ำปลี สร้างรายได้กว่า 3,000 บาท ต่อวัน	<p><strong>นายชำนาญ&nbsp;&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>กล่าวถึงการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกระบี่ทำการเกษตรแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตรว่า&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;และยางพารา&nbsp;แต่มีพืชอีกหลายชนิดที่จะเป็นรายได้เสริมแก่เกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่จึงได้เข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;แบ่งพื้นที่บางส่วน&nbsp;เพื่อมาปลูกพืชอย่างอื่นเพื่อเป็นการเสริมรายได้&nbsp;&nbsp;นอกเหนือจากอาชีพที่ทำอยู่แล้ว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจังหวัดกระบี่&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร&nbsp;</strong>เพราะยังไม่มีการปลูกที่แพร่หลาย&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมปลูกอยู่ทางภาคเหนือ&nbsp;แต่เมื่อนำมาทดลองปลูกที่จังหวัดกระบี่&nbsp;กะหล่ำปลีก็สามารถที่จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;เช่นในแปลงของคุณมาลี&nbsp;เหมหา&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;165&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ต.เขาคราม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;มีการแบ่งพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันออกจำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;โดยการโค่นล้มปาล์มออกแล้วหันมาปลูกกะหล่ำปลี&nbsp;ก็ได้ผลดีมาก&nbsp;สามารถที่จะเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี&nbsp;ประกอบพื้นที่บริเวณนี้มีความชื้นสูง&nbsp;โอบล้อมไปด้วยภูเขาหินปูน&nbsp;มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม&nbsp;สร้างความตื่นตา&nbsp;ตื่นใจ&nbsp;ให้กับผู้ที่พบเห็น&nbsp;เป็นที่สนใจของเกษตรกรรายอื่น&nbsp;รวมไปถึงนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;เยาวชน&nbsp;ก็นิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;มาศึกษา&nbsp;เรียนรู้&nbsp;ในเรื่องของกะหล่ำปลี&nbsp;ว่ามีวิธีการปลูกอย่างไร&nbsp;สามารถที่จะปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดกระบีถือว่าเป็นแปลงต้นแบบ&nbsp;ที่เกษตรกรรายอื่นสนใจ&nbsp;ที่ต้องการจะหารายได้เสริม&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเกษตรที่สร้างรายได้ให้กับชาวสวนเป็นและชุมชนเป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางมาลี&nbsp;&nbsp;&nbsp;เหมหา&nbsp;อายุ&nbsp;54&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;165&nbsp;หมู่&nbsp;1</strong>&nbsp;ต.เขาคราม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;เจ้าของไร่ม่านเขา&nbsp;กล่าวถึงความเป็นมาในปลูกกะหล่ำปลีว่า&nbsp;โดยส่วนตัวก็เป็นคนที่ชอบปลูกผักมาเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว&nbsp;เป็นเกษตรกรโดยสมบูรณ์&nbsp;และช่วงหลังเล็งเห็นว่ากะหล่ำปลีก็เป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่ง&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ได้เข้ามาส่งเสริมให้มีการปลูก&nbsp;จึงเกิดความสนใจ&nbsp;เพราะจังหวัดกระบี่ยังไม่มีเกษตรรายอื่นปลูก&nbsp;จึงตัดสินใจโค่นล้มปาล์มน้ำมันออก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;แล้วมาปลูกกะหล่ำปลี&nbsp;พันธุ์ตอปิโด&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถปลูกได้มาณ&nbsp;2,000&nbsp;ต้น&nbsp;ใช้เวลาปลูกประมาณ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ก็สามารถ&nbsp;เก็บเกี่ยวได้&nbsp;ในการปลูกจะไม่ใช้สารเคมี&nbsp;โดยจะใช้อินทรีย์วัตถุในการบำรุงดูแลรักษา&nbsp;สร้างความสนใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>ประกอบกับที่ผ่านมาเส้นทางสายนี้&nbsp;มีนักท่องเที่ยวนิยมขับรถท่องเที่ยว</strong>ผ่านจำนวนมาก&nbsp;เพราะส่วนใหญ่จะนิยมชมชอบโลเคชั่นบริเวณนี้&nbsp;เพราะมีความสวยงาม&nbsp;โอบล้อมไปด้วยภูเขาตลอดเส้นทาง&nbsp;ชุ่มชื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์&nbsp;ฝนตกชุก&nbsp;หลังฝนตกจะมีสายหมอกขาวแบบภาคเหลือ&nbsp;ที่ผ่านมาก็มีการถ่ายทำภาพยนตร์&nbsp;การถ่ายทำโฆษณา&nbsp;หลายอย่าง&nbsp;เช่นการถ่ายทำโฆษณา&nbsp;รถเบนซ์&nbsp;รถยนต์&nbsp;Mitsubishi&nbsp;&nbsp;และหนังเรื่อง&nbsp;the&nbsp;beach&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตลอดจนภาพยนต์เรื่อง&nbsp;&nbsp;fast&nbsp;9&nbsp;ก็ได้เข้ามาถ่ายบริเวณนี้&nbsp;</p><p><strong>จึงคิดว่าขนาดคนต่างประเทศยังเล็งเห็นความสำคัญของบริเวณนี้</strong>&nbsp;ที่เป็นลักษณะภูเขาหินปูนล้อมรอบ&nbsp;จึงตัดสินใจโค่นล้มปาล์มออกแล้วหันมาปลูกกะหล่ำปลีเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมามีผู้เข้าชมเฉลี่ยวันละประมาณ&nbsp;300&nbsp;-&nbsp;400&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;คิดค่าบริการคนละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;เปิดให้บริการทุกวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า&nbsp;5&nbsp;ขวบ&nbsp;และคนชราที่มีอายุ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นไปเข้าชมฟรี&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถโทรมาสอบถามได้ที่เบอร์โทร095580&nbsp;9388&nbsp;ชื่อพี่แดง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216130424779
448	ตั้งเป้าเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับตุรกีและปากีสถาน มั่นใจช่วยขยายโอกาสการค้าการลงทุน	<p><strong>นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ได้เตรียมเดินหน้าเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี&nbsp;หรือ&nbsp;FTA&nbsp;อย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อเร่งสร้างแต้มต่อให้กับสินค้าส่งออกของไทยและสร้างโอกาสทางการค้าการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย&nbsp;</p><p><strong>โดยมีแผนเจรจา&nbsp;FTA&nbsp;ที่ค้างอยู่กับตุรกี</strong>&nbsp;ซึ่งไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม&nbsp;รอบที่&nbsp;8&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้&nbsp;เพื่อหารือเรื่องการเปิดตลาดสินค้าและจัดทำข้อบท&nbsp;FTA&nbsp;ที่ยังค้างอยู่ให้คืบหน้ามากที่สุด&nbsp;ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาให้สำเร็จภายในปีนี้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการเจรจา&nbsp;FTA&nbsp;กับปากีสถาน</strong>&nbsp;ปัจจุบันการจัดทำรายละเอียดของความตกลงใกล้เสร็จแล้ว&nbsp;อยู่ระหว่างนัดหมายเพื่อเร่งจัดประชุมหารือเรื่องที่ยังค้างให้คืบหน้า&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การเจรจา&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน-แคนาดา</strong>&nbsp;หลังจากที่ได้ตกลงเปิดเจรจาไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างกำหนดแผนการเจรจา&nbsp;คาดว่าจะนัดประชุมรอบแรกในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;เช่นกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเปิดเจรจา&nbsp;FTA&nbsp;ฉบับใหม่&nbsp;2&nbsp;ฉบับ</strong>&nbsp;กับสหภาพยุโรป&nbsp;(อียู)&nbsp;และกับสมาคมการค้าเสรียุโรป&nbsp;(เอฟตา)&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างร่างกรอบการเจรจาและจัดทำเอกสารความคาดหวังจากการเจรจาร่วมกัน&nbsp;โดยจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบเปิดการเจรจาต่อไป&nbsp;โดย&nbsp;เอฟตา&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเปิดการเจรจาได้ในช่วงปลายไตรมาสที่&nbsp;1&nbsp;หรือต้นไตรมาส&nbsp;2&nbsp;ของปีนี้</p><p><strong>ปัจจุบันไทยมี&nbsp;FTA&nbsp;14&nbsp;ฉบับ&nbsp;กับคู่ค้า&nbsp;18&nbsp;ประเทศ</strong>&nbsp;คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ&nbsp;63.5&nbsp;ของการค้าไทยกับโลก&nbsp;โดยการจัดทำ&nbsp;FTA&nbsp;กับประเทศใหม่ๆ&nbsp;จะช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับผู้ประกอบการไทย&nbsp;ซึ่งจะได้แต้มต่อทางการค้าจากการลดเลิกกำแพงภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้าต่างๆ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	16/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216192335917
449	ศรีสะเกษ !! เปิดแล้ว !! ชวนเที่ยว หอขวัญเมืองศรี อนุสรณ์ 239 ปี จ.ศรีสะเกษ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ ยิ่งใหญ่สวยงาม	<p><strong>ที่สวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ถนนศรีสะ&nbsp;เกษ-อุทุมพรพิสัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผวจ.ศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล&nbsp;ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น&nbsp;พร้อมพิธีเปิดหอขวัญเมืองศรี&nbsp;และพิธีส่งมอบพื้นที่ให้แก่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;เพื่อดูแลบริหารจัดการต่อไป&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;อปท.&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายวัฒนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุน</strong>การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตลอดจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;รวมถึงเพื่อเตรียมการต้อนรับนักกีฬาที่จะมาร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่&nbsp;37&nbsp;นครลำดวนเกมส์&nbsp;&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;กำหนดจัดงานจำนวน&nbsp;3&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;ก.พ.&nbsp;นี้&nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;สินค้ามาตรฐานจากผู้ประกอบการ&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;หอมแดง&nbsp;กระเทียม&nbsp;กาแฟโรบัสต้าศรีสะเกษ&nbsp;สมุนไพรแปรรูป&nbsp;ผ้าเบญจศรี&nbsp;ตลอดทั้งอาหาร&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูก</p><p><strong>การจัดแสดงนิทรรศการงานศิลปะ&nbsp;สาธิตองค์ความรู้ศิลปะร่วมสมัย</strong>&nbsp;สาธิตมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานใต้&nbsp;การประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย&nbsp;พิธีเปิดป้ายหอขวัญเมืองศรี&nbsp;การจัดกิจกรรมและเปิดพื้นที่สวนสาธารณะกุดหวายแห่งนี้&nbsp;ถือได้ว่าเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่&nbsp;ซึ่งจะเป็นสถานที่ในการพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เป็นสถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดฯ&nbsp;สร้างโดยงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อันจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่&nbsp;และได้ส่งมอบสวนสาธารณะกุดหวายให้แก่เทศบาลเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ในการบริหารจัดการพัฒนาและดูแลรักษาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216181658873
450	พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษจับกุมกระเทียมนำเข้าขนย้ายสินค้าข้ามเขตผิดกฎหมายจำนวน 2 คัน	<p><strong>นายชัยรัตน์&nbsp;บุญส่ง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองศรีสะเกษและเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลากรภาคที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกันจับกุมนายสายัณห์&nbsp;&nbsp;อายุ&nbsp;46&nbsp;ปี&nbsp;เป็นชาวอำเภอชะอวด&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมรถบรรทุกยี่ห้อ&nbsp;HINO&nbsp;สีขาวเทา&nbsp;ทะเบียน&nbsp;71-7736&nbsp;สงขลา&nbsp;ซึ่งได้บรรทุกกระเทียมนำเข้าจากต่างประเทศหนักประมาณ&nbsp;18&nbsp;ตันจากตลาดไท&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ไปส่งในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงแจ้งข้อกล่าวหา&nbsp;&nbsp;ขนย้ายกระเทียมจากต่างประเทศ&nbsp;มีปริมาณเกินกว่า&nbsp;400&nbsp;กิโลกรัมต่อครั้ง&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;เป็นความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มาตรา&nbsp;25&nbsp;(4)(7)&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อีกราย&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและจับกุมนายวิเชียร&nbsp;</strong>&nbsp;ชาวอำเภอโพนทอง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ต&nbsp;ขับรถยนต์&nbsp;หมายเลขทะเบียน&nbsp;71-8849&nbsp;&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;ในข้อหาขนย้ายกระเทียมที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตขนย้าย&nbsp;ประมาณ&nbsp;17&nbsp;ตันกิโลกรัม&nbsp;จากจังหวัดปทุมธานีไปยังจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;จึงได้เชิญตัวผู้ขับขี่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายพร้อมรถบรรทุกทั้ง&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ไปทำสอบปากคำเพิ่มเติมและทำการอายัดรถทั้ง&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;พร้อมสินค้าทั้งหมดไว้ก่อน&nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ขนย้ายกระเทียมจากต่างประเทศ&nbsp;มีปริมาณเกินกว่า&nbsp;400&nbsp;กิโลกรัมต่อครั้ง&nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาต&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งพนักงานสอบสอบสถานีตำรวจเมืองศรีสะเกษ&nbsp;</strong>จะได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสนออัยการ&nbsp;ส่งฟ้องศาลจังหวัดศรีสะเกษต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	16/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216191043907
451	"พ่อเมืองศรีสะเกษเปิดงาน""อาภรณ์ อาหาร งานศิลป์ จากท้องถิ่น สู่สากล"""	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ศรีสะเกษ&nbsp;-""วัฒนา""ผู้ว่าฯ&nbsp;ศรีสะเกษเปิดงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ""อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล""</strong></p><p><br></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ที่บริเวณสวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;ถนนศรีสะเกษอุทุมพรพิสัย&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ""อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล""&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายประหยัด&nbsp;ถิลา&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;องค์กร&nbsp;และประชาชนร่วมในพิธีเป็ดเป็นจำนวนมาก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตลอดจนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;รวมถึงเพื่อเตรียมการต้อนรับนักกีฬาที่จะการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;""ศรีสะเกษเกมส์""&nbsp;และการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งที่&nbsp;37&nbsp;""นครลำดวนเกมส์""&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วยการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม&nbsp;สินค้ามาตรฐานจากผู้ประกอบการ&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;หอมแดง&nbsp;กระเทียม&nbsp;กาแฟโรบัสต้าศรีสะเกษ&nbsp;สมุนไพรแปรรูปผ้าเบญจศรี&nbsp;ตลอดทั้งอาหาร&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;มาจำหน่ายในราคาถูก&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการงานศิลปะ&nbsp;สาธิตองค์ความรู้ศิลปะร่วมสมัย&nbsp;สาธิตมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานใต้&nbsp;การประกวดวงดนตรีสากลร่วมสมัย&nbsp;พิธีเปิดป้ายหอขวัญเมือง&nbsp;และเพื่อเปิดพื้นที่สวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;สวนสาธารณะแห่งใหม่&nbsp;ให้เป็นสถานที่ในการพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;เป็นสถานที่ออกกำลังกาย&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อันจะเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่&nbsp;ต่อไป</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	16/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216190043899
452	"กอ.รมน.ศรีสะเกษ  ร่วมงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ ""อาภรณ์ อาหาร งานศิลป์ จากท้องถิ่น สู่สากล"""	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">เมื่อเวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ภายใต้การอำนวยกาของ&nbsp;พ.อ.&nbsp;วัชรพล&nbsp;คันธา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.(ท.)&nbsp;ร่วมงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;""อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล""&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการทุกส่วน&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมือง&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษาทุกแห่ง&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และประธานสมาคม&nbsp;ชมรม&nbsp;มูลนิธิต่างๆ&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;""ศรีสะเกษพร้อมใจ&nbsp;นุ่งผ้าไทยใส่บาตร&nbsp;ทำความดี&nbsp;วิถีพอเพียง""&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;ศ.ก.&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">เป็นประธาน&nbsp;ณ&nbsp;หอขวัญเมืองศรี&nbsp;สวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;""อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ""&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	16/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216184056885
453	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และติดตามราคาจำหน่ายยากำจัดศัตรูพืช	<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายปริญญา&nbsp;กำแหง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดสดท่ายาง&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;โดยราคาหมูเนื้อแดงอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;150-170&nbsp;บาท&nbsp;ราคาหมูสามชั้นอยู่ที่&nbsp;180-190&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;0&nbsp;แผงละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;แผงละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;แผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;แผงละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;และเบอร์&nbsp;4&nbsp;แผงละ&nbsp;85&nbsp;บาท&nbsp;ราคาเนื้อไก่&nbsp;(น่องติดสะโพก)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;70-90&nbsp;บาท&nbsp;อกไก่&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;75-95&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้งติดตามราคาจำหน่ายยากำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;และการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ณ&nbsp;ร้านแดงเคมีเกษตร&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พบว่าทางร้านมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&nbsp;ในส่วนราคาจำหน่าย&nbsp;ยาฆ่าหญ้า&nbsp;สาร&nbsp;glufosinate-ammonium&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;โฟโมเอ็ก&nbsp;บรรจุ&nbsp;4&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;1,290&nbsp;บาท&nbsp;ยาฆ่าหญ้า&nbsp;สาร&nbsp;glyphosate-isopropylammonium&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;บินอัพ&nbsp;บรรจุ&nbsp;4&nbsp;ลิตร&nbsp;ราคา&nbsp;920&nbsp;บาท&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;ยี่ห้อ&nbsp;ยาร่า&nbsp;สูตร&nbsp;8-24-24&nbsp;ยกกระสอบ&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;1,420&nbsp;บาท&nbsp;และปุ๋ยสูตรเสมอ&nbsp;15-15-15&nbsp;ตรากระต่ายบิน&nbsp;ยกกระสอบ&nbsp;50&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;1,160&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	16/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220216184259886
454	หลีกเลี่ยงนำนักท่องเที่ยวไปยืน นั่ง หรือถ่ายรูป บริเวณดาดฟ้าเรือ ช่วงลอดใต้สะพานพุทธช่วงน้ำทะเลหนุนสูง 	"<p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">กรมเจ้าท่า&nbsp;ชี้แจงกรณีมีเรือภัตตาคารอาหารล่องแม่น้ำเจ้าพระยา</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;ที่มีจุดชมวิวและรับประทานอาหารบนดาดฟ้าเรือและมีผู้ประกอบการเรือภัตตาคารบางรายได้นำเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยจากระดับน้ำที่สูงขึ้น&nbsp;ทำให้บริเวณชั้นดาดฟ้าเรือใกล้ชิดกับท้องสะพานพุทธ&nbsp;อันเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวรู้สึกตื่นเต้นมาเป็นจุดขายในการให้บริการล่องเรือภัตตาคารในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;จนเกิดเป็นกระแสสังคมบนสื่อออนไลน์&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;โดยกลุ่มตรวจการ&nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจตรา&nbsp;กำชับ&nbsp;และคุมเข้ม&nbsp;พร้อมมีหนังสือถึงผู้ประกอบการเรือ&nbsp;ผู้ควบคุมเรือ&nbsp;รวมถึงผู้จัดการเรือ&nbsp;ให้แจ้งนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังขณะเรือทำการลอดผ่านใต้ท้องสะพานพุทธขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าปกติ&nbsp;เหตุให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินได้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำนักท่องเที่ยวไปยืน&nbsp;นั่ง&nbsp;หรือถ่ายรูป</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;ถ่ายคลิปในบริเวณดาดฟ้าเรือดังกล่าว&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เน้นย้ำให้ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ&nbsp;หรือความไม่ปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวอย่างเด็ดขาด&nbsp;และถ้ายังมีการเดินเรือที่อาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวเช่นนี้อีก&nbsp;กรมเจ้าท่าจะดำเนินการเอาผิดตามกฏหมายที่กรมเจ้าท่ากำหนดขั้นสูงสุด&nbsp;ทั้งการยึดประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือ&nbsp;หรือนายเรือ&nbsp;โดยทันที</span></p><p><strong&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;กรมเจ้าท่า</strong><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;"">&nbsp;มีโครงการที่จะติดตั้งเครื่องวัดความสูงของช่องลอดสะพานในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องช่วยการเดินเรือประเภทหนึ่ง&nbsp;ที่จะช่วยลดปัญหาระยะห่างระหว่างเรือและใต้ท้องสะพาน&nbsp;ให้ผู้ควบคุมเรือทราบถึงระยะความสูงของช่องลอดใต้สะพาน&nbsp;(clearance)&nbsp;ช่วยให้เกิดความปลอดภัยขณะเดินเรือผ่านช่องลอดสะพานและลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะโดยสารเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	17/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217105857048
455	หลีกเลี่ยงนำนักท่องเที่ยวไปยืน นั่ง หรือถ่ายรูป บริเวณดาดฟ้าเรือ ช่วงลอดใต้สะพานพุทธช่วงน้ำทะเลหนุนสูง	<p><strong>กรมเจ้าท่า&nbsp;ชี้แจงกรณีมีเรือภัตตาคารอาหารล่องแม่น้ำเจ้าพระยา</strong>&nbsp;ที่มีจุดชมวิวและรับประทานอาหารบนดาดฟ้าเรือและมีผู้ประกอบการเรือภัตตาคารบางรายได้นำเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยจากระดับน้ำที่สูงขึ้น&nbsp;ทำให้บริเวณชั้นดาดฟ้าเรือใกล้ชิดกับท้องสะพานพุทธ&nbsp;อันเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวรู้สึกตื่นเต้นมาเป็นจุดขายในการให้บริการล่องเรือภัตตาคารในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;จนเกิดเป็นกระแสสังคมบนสื่อออนไลน์&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;โดยกลุ่มตรวจการ&nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจตรา&nbsp;กำชับ&nbsp;และคุมเข้ม&nbsp;พร้อมมีหนังสือถึงผู้ประกอบการเรือ&nbsp;ผู้ควบคุมเรือ&nbsp;รวมถึงผู้จัดการเรือ&nbsp;ให้แจ้งนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังขณะเรือทำการลอดผ่านใต้ท้องสะพานพุทธขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าปกติ&nbsp;เหตุให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินได้&nbsp;</p><p><strong>พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำนักท่องเที่ยวไปยืน&nbsp;นั่ง&nbsp;หรือถ่ายรูป</strong>&nbsp;ถ่ายคลิปในบริเวณดาดฟ้าเรือดังกล่าว&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;เน้นย้ำให้ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ&nbsp;หรือความไม่ปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวอย่างเด็ดขาด&nbsp;และถ้ายังมีการเดินเรือที่อาจเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยวเช่นนี้อีก&nbsp;กรมเจ้าท่าจะดำเนินการเอาผิดตามกฏหมายที่กรมเจ้าท่ากำหนดขั้นสูงสุด&nbsp;ทั้งการยึดประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือ&nbsp;หรือนายเรือ&nbsp;โดยทันที</p><p><strong>สำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ&nbsp;กรมเจ้าท่า</strong>&nbsp;มีโครงการที่จะติดตั้งเครื่องวัดความสูงของช่องลอดสะพานในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องช่วยการเดินเรือประเภทหนึ่ง&nbsp;ที่จะช่วยลดปัญหาระยะห่างระหว่างเรือและใต้ท้องสะพาน&nbsp;ให้ผู้ควบคุมเรือทราบถึงระยะความสูงของช่องลอดใต้สะพาน&nbsp;(clearance)&nbsp;ช่วยให้เกิดความปลอดภัยขณะเดินเรือผ่านช่องลอดสะพานและลดความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะโดยสารเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	17/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217105857051
456	ประชาชนเฟส 4 คนละครึ่งรอบใหม่ เริ่มใช้สิทธิวันแรก บรรยากาศร้านข้าวแกงยะลา คึกคัก	<p><strong>วันนี้&nbsp;17&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;เป็นวันแรก&nbsp;ที่ประชาชนซึ่งได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;</strong>รอบใหม่&nbsp;เมื่อ&nbsp;10&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้เริ่มใช้จ่าย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้บรรยากาศที่ร้านขายข้าวแกงละออง&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา&nbsp;เป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;ตั้งแต่ช่วงเช้ามีทั้งลูกค้าคนละครึ่งจากเฟส&nbsp;3&nbsp;&nbsp;เดิม&nbsp;และลูกค้าคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;รอบใหม่&nbsp;มาเลือกซื้ออาหาร&nbsp;แกงถุง&nbsp;ขนมหวานกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ผ่านการใช้สิทธิจากแอปเป๋าตัง&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;ซึ่งรัฐบาล&nbsp;ได้โอนเงินให้&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะมีเงื่อนไข&nbsp;ใช้จ่ายได้ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวันสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ผู้ที่ได้กดยืนยันรับสิทธิคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4&nbsp;ก็จะต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;หากไม่ใช้สิทธิ์ก็จะถูกตัดสิทธิทันที</p><p><strong>ทางเจ้าของร้าน&nbsp;บอกว่า&nbsp;ตั้งแต่คนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;เข้ามาเมื่อ&nbsp;1&nbsp;ก.พ&nbsp;</strong>ก็มีลูกค้ามาใช้จ่ายเรื่อยๆ&nbsp;พอวันนี้ผู้มีสิทธิรอบใหม่เข้ามาอีก&nbsp;ทำให้ลูกค้าเยอะขึ้น&nbsp;อยากให้มีโครงการนี้ต่อไป&nbsp;จะได้เพิ่มยอดขายให้กับทางร้าน&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้ประหยัดไปได้ครึ่งหนึ่ง&nbsp;&nbsp;ก็ขอเชิญชวนมาใช้สิทธิคนละครึ่งได้ที่ร้านข้าวแกงละออง&nbsp;คนละครึ่งใช้ได้ตลอด&nbsp;มีผัก&nbsp;มีน้ำพริก&nbsp;บูดู&nbsp;ผักต้ม&nbsp;ผักลวก&nbsp;ขนมหวาน&nbsp;ฟรี&nbsp;ผลไม้&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	17/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217090610010
457	รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่ตรวจห้องเย็นของบริษัท ป็อปสตาร์ โพร่เซ่น จำกัด ในอำเภอวารินชำราบ  เพื่อติดตามสถานการณ์ของราคาสินค้า	<p><strong>นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปัญญา&nbsp;สัมพะวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และคณะทำงานตามคำสั่งจังหวัด&nbsp;อุบลราชธานีที่&nbsp;5789/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงาน&nbsp;เพื่อกำกับดูแล&nbsp;ติดตามสถานการณ์ของราคาสินค้าและบริการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;ด่านกักกันสัตว์อุบลราชธานี&nbsp;สำนักงานชั่งตวงวัดเขต&nbsp;2-4&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ปลัดอำเภอวารินชำราบ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ปกครองจังหวัด&nbsp;และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจห้องเย็นของบริษัท&nbsp;ป็อปสตาร์&nbsp;โพร่เซ่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ในอำเภอวารินชำราบ&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบปริมาณสินค้าในสต๊อกของห้องเย็นพบว่า</strong>&nbsp;มีปริมาณเนื้อสุกรในครอบครองทั้งสุกรชำแหละผ่าซีก&nbsp;เนื้อสุกรชำแหละแยกชิ้นส่วน&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยเนื้อไหล่&nbsp;เนื้อสะโพก&nbsp;เนื้อสันคอ&nbsp;เนื้อสันนอก&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;และเนื้อหมูสามชั้น&nbsp;ปริมาณรวมกันไม่ถึง&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(เก็บสินค้าอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อสุกรแปรรูป&nbsp;อาหารทะเล&nbsp;ไก่&nbsp;และแมลงแช่แข็ง)&nbsp;ไม่พบการรับฝาก&nbsp;หรือกักตุนเนื้อสุกรชำแหละแต่อย่างใด&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;จึงได้ทำบันทึกการตรวจไว้&nbsp;พร้อมเน้นย้ำและมอบประกาศ&nbsp;กกร.&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;ห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักร&nbsp;ลงวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และฉบับที่&nbsp;2&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;การแจ้งปริมาณ&nbsp;ราคา&nbsp;สถานที่เก็บและจัดทำบัญชีคุมสินค้าสุกร&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;ลงวันที่&nbsp;5&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทราบและกรณีเข้าเงื่อนไขตามประกาศฯ&nbsp;ให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	17/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217095625021
458	พาณิชย์แม่ฮ่องสอน เร่งหาตลาดรองรับสินค้าเกษตร เชื่อมผู้ประกอบการเข้ารับซื้อ ผักกาดขาว ข้าวโพด ถั่วเหลือง วางแผนส่งเข้าห้างโมเดิร์นเทรด	<p><strong>นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้มอบหมายพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันวางแผนการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรจังหวัด</p><p><strong>1.นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้ประสานผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;(คุณวริษฐ์ธนัลด์&nbsp;มุ่งเขม้น&nbsp;และคุณณิชชารีย์&nbsp;อภิณหวัฒน์)&nbsp;เข้ามารับซื้อผักกาดขาว&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;และผักอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อส่งเข้าร้านอาหารในภาคกลาง&nbsp;โดยผู้ประกอบการได้เข้ามาเจรจากับเกษตรกรประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;(นายประสิทธิ์&nbsp;เลาหลื่อ)&nbsp;บ้านไมโครเวฟ&nbsp;ตำบลห้วยโป่ง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่&nbsp;12&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เกษตรกรเสนอให้ผู้ประกอบการรับซื้อผักกาดขาวตัดแต่งหน้าสวน&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้จะได้มีการเจรจาในรายละเอียดต่อไป</p><p><strong>2.พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ประสานผู้ประกอบการในภาคกลาง</strong>&nbsp;เพื่อรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ประกอบการสนใจรับซื้อเมล็ดข้าวโพดเหนียว&nbsp;(ป็อปคอนดอย)&nbsp;เมล็ดถั่วเหลือง&nbsp;ทั้งนี้จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อคัดเลือกกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สมาชิกสหกรณ์&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอนกับผู้ประกอบการนอกพื้นที่</p><p><strong>3.พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ประสานผู้ประกอบกา</strong>รรับซื้อผักสดส่งเข้าห้างโมเดิร์นเทรด&nbsp;และผู้แปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อหารือและวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;ผู้แทนเกษตรกร/สหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานราชการในจังหวัดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217094350019
459	นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง (คนใหม่) พร้อมนำเซรามิกฝ่าสถานการณ์โควิด-19 ขานรับแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG	<p><strong>การประชุมสามัญใหญ่ประจำปี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong>ของสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมงาน&nbsp;Lampang&nbsp;Ceramic&nbsp;World&nbsp;Class&nbsp;(ลำปางเซรามิกแฟร์&nbsp;ครั้งที่&nbsp;34)&nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์ห้างไทวัสดุ&nbsp;สาขาลำปาง</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง</strong>&nbsp;ได้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ&nbsp;(คนใหม่)&nbsp;คือนายปรีชา&nbsp;ศรีมาลา&nbsp;จากบริษัท&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;เคอร่าไทล์&nbsp;เซรามิค&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งผู้ที่ได้รับตำแหน่งฯ&nbsp;ต่อจากนายต่อศักดิ์&nbsp;ประคำทอง&nbsp;นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง(คนเก่า)&nbsp;ที่ครองวาระปี&nbsp;2566-2567&nbsp;ก่อนจะส่งมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการ</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;ศรีมาลา&nbsp;</strong>นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ยินดีที่ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่ง&nbsp;นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง&nbsp;พร้อมขอคำมั่นสัญญาว่า&nbsp;จากความรู้ความสามารถประสบการณ์ในวงการเซรามิค&nbsp;จะได้นำใช้กับองค์กรเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เซรามิกของจังหวัดให้ก้าวหน้าอยู่คู่เมืองลำปางให้ยั่งยืนตลอดไป&nbsp;และสิ่งสำคัญที่สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปางต้องช่วยกัน&nbsp;ณ&nbsp;เวลานี้&nbsp;ซึ่งคาดว่าในประมาณไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะดีขึ้น&nbsp;โดยจะมีการพัฒนาเรื่องคุณภาพสินค้า&nbsp;การใช้เทคโนโลยี&nbsp;4G&nbsp;เข้ามาช่วยในการบริหารงาน&nbsp;ซึ่งมีหลากหลายที่สามารถจับต้องได้&nbsp;โดยสินค้าต้องมีคุณภาพและมีความหลากหลาย&nbsp;ตอบสนองความต้องการของลูกค้า&nbsp;อีกทั้งเพื่อช่วยแก้ปัญหาการขาดแรงงานที่มีฝีมือ</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;ศรีมาลา</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง&nbsp;พร้อมสนับสนุนแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;(การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว:&nbsp;BCG&nbsp;Model)&nbsp;จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาออกแบบและผลิตสินค้าเซรามิก&nbsp;เพื่ออนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;จัดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม&nbsp;การสร้างคุณค่า&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;จากทรัพยากรชีวภาพและวัฒนธรรม&nbsp;รวมทั้งการสร้างความสามารถในการพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217110840054
460	ม.อ.จับมือ เครือข่ายวิจัย จัดงาน PSU Research Expo and Innovation Showcase 2022 ดันงานวิจัย - นวัตกรรม ต่อยอดเชิงธุรกิจ	<p><strong>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;</strong>โดยสำนักวิจัยและพัฒนา&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์&nbsp;และ&nbsp;เครือข่ายวิจัยภูมิภาคภาคใต้&nbsp;จัดงาน&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;รองศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.ดวงฤทธิ์&nbsp;เบ็ญจาธิกุล&nbsp;ชัยรุ่งเรือง&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ&nbsp;และโฆษกกระทรวง&nbsp;ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ผศ.&nbsp;ดร.นิวัติ&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แขกผู้มีเกียรติ&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-18&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านเพจ&nbsp;PSUCONNEXT&nbsp;และ&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;EXPO&nbsp;&amp;&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase</p><p><strong>รองศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.ดวงฤทธิ์&nbsp;เบ็ญจาธิกุล&nbsp;ชัยรุ่งเรือง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;งาน&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;เป็นการสร้างความเข้มแข็งทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยในภาคใต้&nbsp;การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปต่อยอดในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;covid-19&nbsp;ตลอดจนยังสามารถนำเอาเป้าประสงค์ในการพัฒนาระบบอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ&nbsp;ภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;มาดำเนินการ&nbsp;ทั้งความเข้มแข็งทางด้านการพัฒนาผลงานวิจัยอันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคน&nbsp;ตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศด้วยการพัฒนาศักยภาพงานวิจัยเพื่อสามารถนำไปต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมเกิดการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกด้วย</p><p><strong>ผศ.ดร.นิวัติ&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;งาน&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;17-18&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจในองค์ความรู้เรื่องทุนวิจัย&nbsp;ทิศทาง&nbsp;การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์&nbsp;การสร้างมาตรฐานของการวิจัย&nbsp;และการถ่ายทอดอันนำไปสู่การประกอบธุรกิจ&nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างกลุ่มเครือข่ายวิจัย&nbsp;เครือข่ายผู้ประกอบการที่มีการบูรณาการมากขึ้น&nbsp;เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ประกวดผลงานนวัตกรรม&nbsp;และการประกวดผลงานวิจัย&nbsp;เพื่อต่อยอดเชิงธุรกิจ&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการจัดแสดงผลงานวิจัยต่างๆ&nbsp;ผลผลิตทางด้านการวิจัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;มหาวิทยาลัยในเครือข่ายภาคใต้&nbsp;และผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมมากมาย</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การเสวนาพิเศษ&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;The&nbsp;future&nbsp;of&nbsp;research&nbsp;&amp;&nbsp;innovation&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;post&nbsp;covid-19&nbsp;world,&nbsp;การเสวนาออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;มาตรฐานกับงานวิจัย,&nbsp;การบรรยายออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;พระราชบัญญติส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมกับการปรับตัวของมหาวิทยาลัย,&nbsp;การเสวนาออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;สงขลาโมเดล:&nbsp;วทน.&nbsp;กับโมเดลการผลิตผักอินทรีย์,&nbsp;การเสวนาออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;การพัฒนานวัตกรรมในการนำไปสู่การต่อยอดเชิงธุรกิจ,&nbsp;การประกวดนวัตกรรมสงขลานครินทร์&nbsp;การประกวดผลงานวิจัย&nbsp;เพื่อนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจ&nbsp;และการจัดตลาดนัดผลงานวิจัยออนไลน์&nbsp;โดยการโพสต์ขายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;และการต่อยอดงานวิจัยจากเครือข่ายฯ&nbsp;รวมถึงนำเสนอผลงานที่น่าสนใจ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการขนาดย่อม</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการงานวิจัยและนวัตกรรมในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;covid-19&nbsp;นิทรรศการการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการนำไปต่อยอดและนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;และนิทรรศการงานวิจัยทางด้านวิทยสถานสังคมศาสตร์&nbsp;มนุษยศาสตร์&nbsp;และศิลปกรรมศาสตร์&nbsp;(Thailand&nbsp;Academy&nbsp;of&nbsp;Social&nbsp;Science,&nbsp;Humanities&nbsp;and&nbsp;Art;&nbsp;TASSHA)&nbsp;อีกด้วย</p><p>หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วม&nbsp;สามารถนำเอาองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้วิจัย&nbsp;พัฒนากลยุทธ์&nbsp;ประสานความร่วมมือในการพัฒนางานยุทธศาสตร์การวิจัย&nbsp;เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องและตอบโจทย์ปัญหา&nbsp;ตลอดจนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชน&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&nbsp;ผศ.&nbsp;ดร.นิวัติ&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217113120060
461	"จังหวัดชุมพรจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเนินทรายงาม ""รักษ์ชุมพร เที่ยวชุมพร"""	"<p><strong>จังหวัดชุมพรจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเนินทรายงาม</strong>&nbsp;""รักษ์ชุมพร&nbsp;เที่ยวชุมพร""&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;""รักษ์ชุมพร&nbsp;เที่ยวชุมพร&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมจันทร์&nbsp;@เนินทรายงาม&nbsp;บริเวณเนินทรายงาม&nbsp;(Grand&nbsp;Sand&nbsp;Dune)""&nbsp;อำเภอปะทิว&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาเนินทรายงาม&nbsp;(Grand&nbsp;Sand&nbsp;Dune)&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศตามเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทวีศักดิ์&nbsp;วาณิชย์เจริญ&nbsp;อธิบดีกรมการท่องเที่ยว<strong>&nbsp;</strong>นายกองเอก&nbsp;พุทธ&nbsp;กฤชคงพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน&nbsp;และประชาชนชาวชุมพรเข้าร่วมงาน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการพัฒนาเนินทรายงาม&nbsp;(Grand&nbsp;Sand&nbsp;Dune)&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศตามเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;เป็นโครงการนำร่องที่จังหวัดชุมพรและกรมการท่องเที่ยว&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ได้ริเริ่มขึ้นเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศตามเส้นทางการท่องเที่ยว&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;รองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;บนเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญในเขตการพัฒนาการท่องเที่ยว</strong>ฝั่งทะเลตะวันตก&nbsp;(Thailand&nbsp;Riviera)&nbsp;เป็นการพัฒนายกระดับคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;เพื่อให้เป็นจุดแวะพักนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาตามเส้นทาง&nbsp;Scenic&nbsp;&nbsp;Route&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชุมพร&nbsp;และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และนับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน&nbsp;สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเมือง&nbsp;การพัฒนาบุคลากร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และชุมชน&nbsp;ให้มีความรู้ในการให้บริการด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายทวีศักดิ์&nbsp;วาณิชย์เจริญ&nbsp;อธิบดีกรมการท่องเที่ยว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนินทรายงาม&nbsp;หรือ&nbsp;Grand&nbsp;Sand&nbsp;Dune&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่ง&nbsp;เป็นเนินทรายขนาดใหญ่&nbsp;ทอดยาวจากหาดบางเบิดถึงหาดถ้ำธง&nbsp;ความยาวกว่า&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ถือเป็นเนินทรายหนึ่งในสยาม&nbsp;หากได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมได้มากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยกรมการท่องเที่ยว&nbsp;ได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณและ</strong>ได้รับอนุมัติงบประมาณกลาง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;มาดำเนินการพัฒนาใน&nbsp;4&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดทำแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเนินทรายงามและพื้นที่เชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกบนเนินทราย&nbsp;การจัดอบรมพัฒนาบุคลากร&nbsp;และการจัดกิจกรรมเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากจังหวัดชุมพร&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>ยังได้มอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันปั่นจักรยานบนเส้นทาง&nbsp;Scenic&nbsp;Route&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ&nbsp;ถึง&nbsp;เนินทรายงาม&nbsp;ระยะทาง&nbsp;75&nbsp;กม.&nbsp;โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากนักปั่นรวมกว่า&nbsp;200&nbsp;คันเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;ทั้งประเภทชายและหญิง&nbsp;ประเภทละ&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้แก่รุ่นทั่วไป,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;30-39&nbsp;ปี,&nbsp;รุ่นอายุ&nbsp;40-49&nbsp;ปี&nbsp;และรุ่นอายุ&nbsp;50&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;รวมทั้งการแข่งขันปั้นประติมากรรมทราย&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;""โลกทะเล""&nbsp;เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศภายในงานอีกด้วย&nbsp;พอพล&nbsp;กล้าผจญ&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;ส.ปชส.&nbsp;ชุมพร&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	17/2/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217115939072
462	จังหวัดตราด ติวเข้มการพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยว เพื่อพัฒนายกระดับอาหารพื้นถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของที่ระลึก	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อพัฒนายกระดับอาหารพื้นถิ่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และของที่ระลึกจังหวัดตราด&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดตราดอย่างยั่งยืน&nbsp;โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราดจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น&nbsp;90&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการหมู่บ้าน&nbsp;จาก&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;40&nbsp;ชุมชน&nbsp;รวม&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ&nbsp;และภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยว&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;สำหรับการจัดโครงการครั้งนี้ดำเนินการจัด&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;45&nbsp;คน&nbsp;โดย&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;(ห้องประชุมทับทิมสยาม)&nbsp;และรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;(ห้องประชุมบุษราคัม)&nbsp;โรงแรมเอวาด้า&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ทั้งนี้เพื่อลดความหนาแน่นของผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับการจัดโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว</strong>โดยชุมชนจังหวัดตราดอย่างยั่งยืน&nbsp;จัดขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;พัฒนายกระดับอาหารพื้นถิ่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และของที่ระลึกจังหวัดตราด&nbsp;ให้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับจำหน่ายเป็นของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว&nbsp;และกลุ่มลูกค้าทั่วไป&nbsp;เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการในชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชุมชนท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดตราดให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างรายได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างงานและกระจายรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;เกิดการกระจายรายได้สู่พื้นที่ชุมชนอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้&nbsp;นับเป็น<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กิจกรรมหลักที่&nbsp;1</span>&nbsp;ของโครงการ&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลักอีก&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม</span>&nbsp;คือ&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">กิจกรรม&nbsp;Press&nbsp;Tour&nbsp;เพื่อพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว&nbsp;และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวชุมชนในจังหวัดตราด&nbsp;ทั้ง&nbsp;7&nbsp;เส้นทาง</span>&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ในการผลิตสื่อโทรทัศน์เชิญชวนท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;ผลิตสื่อออนไลน์ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;โดย&nbsp;Youtuber&nbsp;ที่มีชื่อเสียง&nbsp;รวมทั้งการทำคู่มือนำเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;และ&nbsp;e-book&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;รวมถึงการจัดทำปฏิทินการท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;</span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกิจกรรมงานมหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;เมืองสุขภาพ&nbsp;(มหัศจรรย์&nbsp;Unseen&nbsp;Trat&nbsp;Green&nbsp;City)&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ&nbsp;ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการสาธิตกิจกรรมชุมชนท่องเที่ยวและจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;40&nbsp;ชุมชน&nbsp;โซนการจัดจำหน่ายสินค้า&nbsp;40&nbsp;ร้าน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;บูธ&nbsp;และกิจกรรมการแสดงบนเวที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217132605101
463	จังหวัดตากประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมวิ่งเทรล TAK TRAIL เพื่อส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก ภายใต้กรอบแนวคิด Touch The Sky Touch The Ground	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมสายประทีป&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตากมอบหมายให้&nbsp;นายสุรพล&nbsp;วงศ์สุขพิศาล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมวิ่งเทรล&nbsp;TAK&nbsp;TRAIL&nbsp;โดยมีส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>จังหวัดตาก</strong>&nbsp;โดยสำนักงานจังหวัดตาก&nbsp;ได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กิจกรรมกิจกรรมวิ่งเทรล&nbsp;TAK&nbsp;TRAIL&nbsp;ภายใต้กรอบแนวคิด&nbsp;Touch&nbsp;The&nbsp;Sky&nbsp;Touch&nbsp;The&nbsp;Ground&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณดอยทู่&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย-ไม้กลายเป็นหิน&nbsp;อำเภอบ้านตาก&nbsp;จังหวัดตาก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งเทรลในครั้งนี้</strong>&nbsp;จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;และมาตรการด้านความปลอดภัย&nbsp;ที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;เช่น&nbsp;ต้องมีเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีน&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เอกสารรับรองผลตรวจโควิด&nbsp;RT-PCR&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ได้ลงทะเบียนวิ่งเทรลกับฝ่ายจัดการแข่งขันไว้แล้ว</strong>&nbsp;จะต้องทำการลงทะเบียนรับอุปกรณ์และสติกเกอร์ริสแบนด์&nbsp;พร้อมตรวจเอกสารการฉีดวัคซีน&nbsp;และผลตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ในวันเสาร์ที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ได้ขอให้นักกีฬาวิ่งเทรล&nbsp;และผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน&nbsp;ร่วมกันรักษาความสะอาดตลอดเส้นทางวิ่ง&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามที่สาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัดด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ตาก	สวท.ตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217133712110
464	ผู้ว่าฯ ตรัง ตรวจเยี่ยมการจัดจำหน่ายสินค้า ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค- บริโภค ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19 จังหวัดตรัง ระยะที่ 3	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดจำหน่ายสินค้า&nbsp;ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค&nbsp;ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดตรังและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่&nbsp;17-18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เทศบาลตำบลท่าพญา&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ตามที่จังหวัดตรังได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ดำเนินการจัดกิจกรรมในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาวะค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้นำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;ปกติราคา&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;&nbsp;น้ำมันพืชปาล์มขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;วันละ&nbsp;180&nbsp;ขวด&nbsp;ปกติราคา&nbsp;57-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้ให้สิทธิ์ผู้ซื้อไข่ไก่คนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;น้ำมันพืชคนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละ&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;</strong>หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่/สะโพก/ขาหน้า/คอ)&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามชั้น&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;&nbsp;170&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;ราคา&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ซี่โครง&nbsp;ราคา&nbsp;170-180&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับ/หัวใจ)&nbsp;ราคา&nbsp;130-140&nbsp;บาทจำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ขา-หัว&nbsp;ราคา&nbsp;&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;ราคา&nbsp;110-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50-70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทั้งเนื้อสัตว์&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217140028114
465	เน้นย้ำติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เชื่อมต่อถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัย	<p><strong>นายจุมภฎ&nbsp;หิมะเจริญ&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร&nbsp;MEA</strong>&nbsp;หรือการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;MEA&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐด้านพลังงานหมุนเวียน&nbsp;ส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา&nbsp;&nbsp;(Solar&nbsp;Rooftop)&nbsp;เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย&nbsp;สมัครออนไลน์ผ่านเว็บไซต์&nbsp;https://myenergy.mea.or.th&nbsp;เพื่อยกระดับการให้บริการที่ความสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และปลอดภัยในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้า&nbsp;ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา&nbsp;ภายในบ้านอยู่อาศัย&nbsp;อาคาร&nbsp;หรือสถานประกอบการ&nbsp;ในเขตพื้นที่ให้บริการของ&nbsp;MEA&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;และสมุทรปราการ&nbsp;</p><p><strong>หากต้องการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า</strong>&nbsp;ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ&nbsp;MEA&nbsp;ต้องผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ชำนาญการ&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ไฟฟ้า&nbsp;รวมถึงป้องกันเหตุอันตรายกับเจ้าหน้าที่&nbsp;MEA&nbsp;ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;อีกทั้งไม่ให้เกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้า&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและคุณภาพโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้า</p><p><strong>ปัจจุบันผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทสามารถติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</strong>เพื่อใช้เองภายในอาคาร&nbsp;ขนานกับระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ&nbsp;MEA&nbsp;เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในบ้านอยู่อาศัย&nbsp;อาคาร&nbsp;หรือสถานประกอบการเป็นหลัก&nbsp;โดยไม่ขายไฟฟ้าให้กับ&nbsp;MEA&nbsp;โดยการยื่นแบบคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ&nbsp;MEA&nbsp;เพื่อให้พิจารณาตามระเบียบซึ่งประกาศใช้&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ&nbsp;และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง&nbsp;MEA&nbsp;Call&nbsp;Center&nbsp;1130&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	17/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217144204136
466	โอกาสทองของผู้ประกอบการ เม็ดพลาสติกชีวภาพ หลังยอดส่งออกปี 2564 พุ่งสูงสุด 	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้ให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศของไทยและการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าเม็ดพลาสติกชีวภาพ&nbsp;หรือ&nbsp;Bioplastic&nbsp;ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองและมีแนวโน้มเติบโตสูง&nbsp;สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกชนิดโพลีแลคติคแอซิด(Polylactic&nbsp;Acid)&nbsp;หรือ&nbsp;PLA&nbsp;เป็นเม็ดพลาสติกชีวภาพที่ทำมาจากข้าวโพด&nbsp;หรือมันสำปะหลัง&nbsp;หรืออ้อย&nbsp;ที่นิยมใช้ในการผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์หลายประเภท&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;กล่อง&nbsp;จาน&nbsp;ช้อนส้อม&nbsp;มีด&nbsp;แก้วน้ำที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;ผ้าอ้อม&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;และอุปกรณ์ภายในบ้าน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;ประเทศไทยครองแชมป์ผู้ส่งออกเม็ดพลาสติก&nbsp;PLA&nbsp;สูงเป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ในอาเซียน&nbsp;และเป็นอันดับที่&nbsp;3&nbsp;ของโลก&nbsp;รองจากสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ยอดการส่งออกเม็ดพลาสติก&nbsp;PLA&nbsp;ของไทย&nbsp;มีมูลค่าสูงถึง&nbsp;112.4&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;หรือกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขยายตัวร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จากปี&nbsp;2563&nbsp;โดยตลาดส่งออกสำคัญและมีการขยายตัวสูง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนเธอร์แลนด์&nbsp;จีน&nbsp;&nbsp;สหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศผู้ส่งออกอื่นๆ</p><p><strong>คู่ค้า&nbsp;FTA&nbsp;ทุกประเทศยกเว้นภาษีนำเข้าให้ไทยแล้ว</strong>&nbsp;เพื่อขยายการส่งออกและมั่นใจว่า&nbsp;ประเทศไทยพร้อมทั้งการผลิตและส่งออกเพื่อตอบโจทย์เทรนด์รักษ์โลก</p><p><br></p><p><br></p>	17/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217150055147
467	พช.แพร่ ประชาสัมพันธ์ Click ชุมชน เรียนรู้ ดู เที่ยว ทั่วไทย	"<p><strong>พช.แพร่&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;Click&nbsp;ชุมชน&nbsp;เรียนรู้&nbsp;ดู&nbsp;เที่ยว&nbsp;ทั่วไทย</strong>&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชัน&nbsp;Click&nbsp;ชุมชน&nbsp;แพลตฟอร์มบริการดิจิทัลในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อให้ได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์&nbsp;สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมในชุมชน</p><p><strong>สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอเมืองแพร่&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;และอำเภอสอง&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;Click&nbsp;ชุมชน&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;&nbsp;""เรียนรู้&nbsp;ดู&nbsp;เที่ยว&nbsp;ทั่วไทย""&nbsp;จัดชี้แจงและทบทวนระเบียบแนวทางการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;(กข.คจ.)&nbsp;ให้กับคณะกรรมการและสมาชิกโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนที่&nbsp;ติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทวตรีอำเภอสอง&nbsp;ติดตามการดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดิน&nbsp;ให้กับคณะทำงานกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอลอง&nbsp;และติดตามสมาชิกโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;บ้านห้วยหอย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลห้วยม้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานราชการ&nbsp;ผู้นำ&nbsp;และประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์&nbsp;สามารถนำข้อมูลมาใช้ในกิจกรรมในชุมชน&nbsp;เป็นข้อมูลที่ช่วยในการตัดสินใจ&nbsp;ในการจัดทำโครงงาน&nbsp;หรือโครงการในระดับพื้นที่&nbsp;มีข้อมูลในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน</strong>&nbsp;ติดตั้งแอปพลิเคชัน&nbsp;Click&nbsp;ชุมชน&nbsp;แพลตฟอร์มบริการดิจิทัลการพัฒนาคุณภาพชีวิตและชุมชนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย&nbsp;สะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;แก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตและพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นในการวางแผนพัฒนาชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดแพร่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สวท.แพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217154439196
468	สุดตื่นตา โลกใต้ทะเลเกาะสิมิลันพังงา	<p><strong>จังหวัดพังงา&nbsp;เปิดภาพโลกใต้ทะเล&nbsp;ฝูงปลาและปะการังในทะเลเกาะสิมิลัน&nbsp;สวยงามสุดอเมซิ่ง</strong>&nbsp;</p><p><strong>นายชนาธิป&nbsp;เข้มแข็ง&nbsp;ผู้บริหารบริษัทเช็คอินอันดามันทัวร์</strong>&nbsp;ซึ่งให้บริการนำเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน-หมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;และเขาหน้ายักษ์&nbsp;ได้เปิดภาพความสวยงามอย่างสุดแสนจะอเมซิ่งของโลกใต้ทะเลหมู่เกาะสิมิลัน&nbsp;ในขณะที่นำนักท่องเที่ยวไปดำน้ำแบบฟรีไดฟ์วิ่ง&nbsp;บริเวณจุดดำน้ำ&nbsp;เกาะ&nbsp;9&nbsp;และเกาะ&nbsp;7&nbsp;ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน&nbsp;ซึ่งพบว่ามีปลากะมงฝูงใหญ่กำลังว่ายน้ำหากินอยู่ตามแนวปะการัง&nbsp;ดูละลายตาสวยงามเป็นอย่างมาก&nbsp;รวมถึงบรรดาปลาสวยงามชนิดต่างๆ&nbsp;ที่ออกมาว่ายน้ำโชว์ตัวกันอย่างสวยงาม&nbsp;ขณะที่ปะการังนานาชนิดก็เริ่มกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง&nbsp;หลังการท่องเที่ยวลดลงในช่วงโควิด-19</p><p><strong>นายชนาธิป&nbsp;เข้มแข็ง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในขณะนี้เป็นช่วงที่ทะเลอันดามัน</strong>มีความสวยงามเป็นอย่าง&nbsp;สวยงามทั้งธรรมชาติบนเกาะ&nbsp;หาดทราย&nbsp;ชายทะเล&nbsp;และที่ขาดไม่ได้คือการดำน้ำดูความสวยงามของโลกใต้ทะเล&nbsp;ทั้งแบบการดำน้ำตื้น&nbsp;(Snorkeling)&nbsp;ฟรีไดฟ์วิ่ง&nbsp;(Freediving)&nbsp;การดำน้ำลึก&nbsp;(Scuba&nbsp;diving)&nbsp;โดยอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจะเปิดการท่องเที่ยวในระหว่างวันที่15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;จนถึงวันที่15&nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวรีบเดินทางมาเที่ยว&nbsp;ก่อนที่จะมีการประกาศปิดเกาะกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;มีเรือออกให้บริการนำเที่ยวทุกวันทั้งแบบเหมาลำ&nbsp;และแบบจอยทัวร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217161638211
469	พังงา ประชุม กรอ.จังหวัดพังงา ครั้งที่ 3	<p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดพังงา&nbsp;&nbsp;(กรอ.จังหวัดพังงา)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังที่ห้องประชุมภูผา&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมประชุม</strong>&nbsp;มีวาระที่ภาคเอกชนนำเสนอเพื่อพิจารณา&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการพังงา&nbsp;South&nbsp;gate&nbsp;การขอที่รถไฟหาดบางขวัญเป็นพื้นที่อนุรักษ์เพื่อเต่ามะเฟืองวางไข่&nbsp;การขอตั้งคณะทำงานผังพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอ&nbsp;เพื่อให้เกิดผังนโยบายระดับจังหวัดตาม&nbsp;พรบ.ผังเมืองปี&nbsp;2562&nbsp;และผลกระทบจากโครงการอันดามันมรดกโลกในพื้นที่จังหวัดพังงา</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังมีวาระเพื่อทราบ&nbsp;เช่น&nbsp;แนวทางการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม&nbsp;</strong>(Integity&nbsp;Pact)&nbsp;มาใช้กับโครงการที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2536&nbsp;&nbsp;โดยอนุโลม&nbsp;และเรื่องสืบเนื่อง&nbsp;คือ&nbsp;รายละเอียดโครงการขยายถนนทางหลวงหมายเลข&nbsp;4&nbsp;ช่วง&nbsp;4.8&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;บนเขาหลัก&nbsp;และ&nbsp;1.2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ช่วงแยกนางทองถึงเขาหลัก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	17/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217171850248
470	จังหวัดพังงา ติดตามผลการปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเหมืองแร่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา&nbsp;มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;การติดตั้งทุ่นแสดงแนวเขตในอุทยานแห่งชาติทางทะเล&nbsp;การปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติประจำปี&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;การกำหนดขีดความสามารถในการรองรับการใช้ประโยชน์ด้านนันทนาการในอุทยานแห่งชาติทางทะเล&nbsp;และเรื่องพิจารณา&nbsp;เช่น&nbsp;การแต่งตั้งคณะกรรมการฯ&nbsp;ชุดใหม่แทนชุดเดิมที่จะหมดวาระในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217170429238
471	หอการค้าต่างประเทศ เข้าหารือนายกรัฐมนตรี แลกเปลี่ยนมุมมองฟื้นเศรษฐกิจไทย	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทย</strong>และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้นำผู้แทนจากหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ประเทศ&nbsp;เข้าคารวะและร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรี&nbsp;เกี่ยวกับสถานการณ์การค้าและการลงทุนในปัจจุบัน&nbsp;รวมถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ&nbsp;ในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข&nbsp;โดยหอการค้าต่างประเทศ&nbsp;ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับฟังปัญหาจากกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติในไทยและได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหอการค้าฯ&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการให้คำแนะนำและส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมามีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น</strong>&nbsp;รวมถึงติดตามประเด็นความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเพื่อลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมถึงเสนอแนะแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศของทั้งในเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาด&nbsp;การเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชน&nbsp;การกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นฟูประเทศ</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวถึงความสำคัญของการค้า&nbsp;การลงทุน</strong>&nbsp;และการเดินทางท่องเที่ยวของต่างประเทศในประเทศไทย&nbsp;รวมถึงได้เล่าให้นักธุรกิจชาวต่างชาติได้รับทราบถึงเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13&nbsp;ที่กำลังจะเริ่มดำเนินการ&nbsp;รวมถึงได้เน้นประเด็นของการใช้&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์และการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลมีความตั้งใจอย่างชัดเจนในการพัฒนาการสร้างนวัตกรรม&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการของประเทศไทย</p><p><strong>ด้านนายสแตนลีย์&nbsp;คัง&nbsp;ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย</strong>&nbsp;(JFCCT)&nbsp;กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทย&nbsp;รวมทั้งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรวัคซีนให้กับนักธุรกิจต่างชาติ&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เศรษฐกิจของประเทศไทยต่อจากนี้ในมุมมองของหอการค้าต่างประเทศ&nbsp;คือการผลักดันเรื่อง&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Economic&nbsp;&nbsp;Modernization&nbsp;รวมทั้งรัฐบาลควรมีนโยบายในการสร้างความยั่งยืนและนโยบายสีเขียวที่บูรณาการเข้ากับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของไทย&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริม&nbsp;&nbsp;BCG&nbsp;และ&nbsp;ESG&nbsp;อย่างจริงจัง&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	17/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217200108356
472	ม.อ. จับมือ เครือข่ายวิจัย จัดงาน PSU Research Expo and Innovation Showcase 2022 ดันงานวิจัย - นวัตกรรม ต่อยอดเชิงธุรกิจ	"<p><strong>?มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;โดยสำนักวิจัยและพัฒนา&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์</strong>&nbsp;และ&nbsp;เครือข่ายวิจัยภูมิภาคภาคใต้&nbsp;จัดงาน&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;โดยได้รับเกียรติจาก&nbsp;รองศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.ดวงฤทธิ์&nbsp;เบ็ญจาธิกุล&nbsp;ชัยรุ่งเรือง&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ&nbsp;และโฆษกกระทรวง&nbsp;ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;ผศ.&nbsp;ดร.นิวัติ&nbsp;แก้วประดับ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;แขกผู้มีเกียรติ&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อ.หาดใหญ่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;17-18&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านเพจ&nbsp;PSUCONNEXT&nbsp;และ&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;EXPO&nbsp;&amp;&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase</p><p>?<strong>รองศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.ดวงฤทธิ์&nbsp;เบ็ญจาธิกุล&nbsp;ชัยรุ่งเรือง</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งาน&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;เป็นการสร้างความเข้มแข็งทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยในภาคใต้&nbsp;การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปต่อยอดในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ตลอดจนยังสามารถนำเอาเป้าประสงค์ในการพัฒนาระบบอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ&nbsp;ภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;มาดำเนินการ&nbsp;ทั้งความเข้มแข็งทางด้านการพัฒนาผลงานวิจัยอันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังคน&nbsp;ตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศด้วยการพัฒนาศักยภาพงานวิจัยเพื่อสามารถนำไปต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมเกิดการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกด้วย</p><p><strong>ผศ.&nbsp;ดร.นิวัติ&nbsp;แก้วประดับ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;งาน&nbsp;PSU&nbsp;Research&nbsp;Expo&nbsp;and&nbsp;Innovation&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานวิทยาศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจในองค์ความรู้เรื่องทุนวิจัย&nbsp;ทิศทาง&nbsp;การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์&nbsp;การสร้างมาตรฐานของการวิจัย&nbsp;และการถ่ายทอดอันนำไปสู่การประกอบธุรกิจ&nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างกลุ่มเครือข่ายวิจัย&nbsp;เครือข่ายผู้ประกอบการที่มีการบูรณาการมากขึ้น&nbsp;เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;ประกวดผลงานนวัตกรรม&nbsp;และการประกวดผลงานวิจัย&nbsp;เพื่อต่อยอดเชิงธุรกิจ&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการจัดแสดงผลงานวิจัยต่างๆ&nbsp;ผลผลิตทางด้านการวิจัย&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;มหาวิทยาลัยในเครือข่ายภาคใต้&nbsp;และผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การเสวนาพิเศษ</strong>&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;<strong>The&nbsp;future&nbsp;of&nbsp;research&nbsp;&amp;&nbsp;innovation&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;post&nbsp;covid-19&nbsp;world</strong>,&nbsp;การเสวนาออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;<strong>มาตรฐานกับงานวิจัย</strong>,&nbsp;การบรรยายออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;<strong>พระราชบัญญติส่งเสริมการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมกับการปรับตัวของมหาวิทยาลัย</strong>,&nbsp;การเสวนาออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;<strong>สงขลาโมเดล:&nbsp;วทน.&nbsp;กับโมเดลการผลิตผักอินทรีย์</strong>,&nbsp;การเสวนาออนไลน์&nbsp;เรื่อง&nbsp;<strong>การพัฒนานวัตกรรมในการนำไปสู่การต่อยอดเชิงธุรกิจ</strong>,&nbsp;การประกวดนวัตกรรมสงขลานครินทร์&nbsp;การประกวดผลงานวิจัย&nbsp;เพื่อนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจ&nbsp;และการจัดตลาดนัดผลงานวิจัยออนไลน์&nbsp;โดยการโพสต์ขายผลิตภัณฑ์จากงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;และการต่อยอดงานวิจัยจากเครือข่ายฯ&nbsp;รวมถึงนำเสนอผลงานที่น่าสนใจ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการขนาดย่อม</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นิทรรศการงานวิจัยและนวัตกรรมในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;covid&nbsp;&nbsp;19&nbsp;นิทรรศการการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการนำไปต่อยอดและนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;และนิทรรศการงานวิจัยทางด้านวิทยสถานสังคมศาสตร์&nbsp;มนุษยศาสตร์&nbsp;และศิลปกรรมศาสตร์&nbsp;(Thailand&nbsp;Academy&nbsp;of&nbsp;Social&nbsp;Science,&nbsp;Humanities&nbsp;and&nbsp;Art;&nbsp;TASSHA)&nbsp;อีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วม</strong>&nbsp;และสามารถนำเอาองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้วิจัย&nbsp;พัฒนากลยุทธ์&nbsp;และประสานความร่วมมือในการพัฒนางานยุทธศาสตร์การวิจัย&nbsp;เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องและตอบโจทย์ปัญหา&nbsp;ตลอดจนสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชน&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&nbsp;ผศ.&nbsp;ดร.นิวัติ&nbsp;กล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217175213283
473	จ.ภูเก็ต ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมคอซิมบี้</strong>&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตหลังเก่า&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4/2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้าร่วม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้มีวาระการประชุมที่สำคัญในเรื่องของการติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา&nbsp;ติดตามความคืบหน้าโครงการอุโมงค์ทางลอดป่าตองรูปแบบโครงการและกำหนดการเริ่มต้นก่อสร้าง-สิ้นสุดโครงการและการเชื่อมโยงอุโมงค์ป่าตองกับถนนสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว&nbsp;รวมถึงความคืบหน้าของโครงการศูนย์สุขภาพนานาชาติอันดามัน&nbsp;Andaman&nbsp;Health&nbsp;and&nbsp;Wellness&nbsp;Center&nbsp;ความคืบหน้าของโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Health&nbsp;Sandbox&nbsp;ความคืบหน้าโครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก&nbsp;ความคืบหน้าการจัดงาน&nbsp;World&nbsp;Specialised&nbsp;Expo&nbsp;2028&nbsp;และความคืบหน้าของ&nbsp;Cryptocurrency&nbsp;สินทรัพย์ดิจิทัล&nbsp;เพื่อเป็นการดำเนินโครงการต่างๆ&nbsp;ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้และประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ตได้ประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ</strong>&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการพิจารณาในเรื่องการบริหารจัดการรถโดยสารสาธารณะในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีการพิจารณาในเรื่องของอัตราการจัดเก็บค่าสัมปทานรถแท๊กซี่&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานภูเก็ตและเรื่องของการจัดให้มีที่จอดแท๊กซี่ไว้สำหรับริการนักท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมถึงการจัดทำราคากลางไว้สำหรับแท๊กซี่ในจังหวัด&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานในเรื่องดังกล่าวและให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการหาข้อสรุปเพื่อให้การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217175815286
474	พลังงานจังหวัดระยองจัดโครงการลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ	"<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมระยอง&nbsp;5&nbsp;โรงแรมสตาร์คอนแวนชั้น&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายวีรวิชญ์&nbsp;ภมรสมิต&nbsp;พลังงานจังหวัดระยอง&nbsp;จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2563-2564&nbsp;ส่วนที่&nbsp;2&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดให้กับ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โดยจัดให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>รัฐบาลมุ่งเน้นลดการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนและในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2554&nbsp;</strong>สำนักงาน&nbsp;ก.พ.ร.ได้กำหนดให้ทุกส่วนราชการลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันให้ได้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน&nbsp;โดยให้รายงานผ่าน&nbsp;เว็บไซต์<a&nbsp;href=""&nbsp;WWW.ereport.energy.go.th""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">&nbsp;WWW.ereport.energy.go.th</a>&nbsp;ทุกเดือน&nbsp;เพื่อนำข้อมูลผลการประหยัดพลังงานไปใช้ในการประเมินระดับขั้นความสำเร็จของการดำเนินการตามมาตรการลดพลังงานของ&nbsp;ผู้บริหารองค์การ&nbsp;และนอกจากจะเป็นการประเมินผลการลดพลังงานของผู้บริหารองค์การแล้ว&nbsp;หน่วยราชการยังเป็นแกนนำเป็นตัวอย่างที่ดีกับหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ในการบริหารจัดการใช้เงินงบประมาณค่าพลังงาน&nbsp;ทั้งไฟฟ้าและน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><strong>จากข้อมูลการกรอกข้อมูลในเว็บไซด์&nbsp;E-Report&nbsp;</strong>ตั้งแต่เดือนกันยายน&nbsp;2563-สิงหาคม</p><p>2564&nbsp;ของจังหวัดระยอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการกรอกข้อมูลการใช้พลังงานในเว็บไซด์&nbsp;E-Report&nbsp;ที่ดำเนินการกรอกข้อมูลครบในทุกเดือน&nbsp;และสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันลงจนได้คะแนนเต็ม&nbsp;5&nbsp;คะแนน&nbsp;และการจัดสัมมนา&nbsp;ฯ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;จะเป็นการสรุปภาพรวมของการดำเนินโครงการลดใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2563-2564&nbsp;ในส่วนที่&nbsp;2&nbsp;การสร้างจิตสำนึกในการลดใช้พลังงานในหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง</p><p><strong>การจัดงานครั้งนี้&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดให้กับหน่วยงานภาครัฐ</strong>และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;โดย&nbsp;สพจ.ระยองได้เชิญผู้รับผิดชอบของหน่วยงานราชการ&nbsp;และ&nbsp;อปท.&nbsp;เข้าร่วมการสัมมนา&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;ก.พ.&nbsp;มีหน่วยงานราชการ&nbsp;จำนวน&nbsp;126&nbsp;คน&nbsp;และในวันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.&nbsp;อปท.&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;138&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;264&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	17/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สวท.ระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217184925306
475	จังหวัดเพชรบุรี ขอเชิญเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 35 Phetchaburi City of Gastronomy ตำนานอาหาร สืบสานวัฒนธรรม งามล้ำพระนครคีรี สดุดีจอมราชัน เพลิดเพลินอรรถรสแหล่งอาหารอันโอชะ สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติ 18  27 กุมภาพันธ์ นี้	<p><strong>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ขอเชิญเที่ยวงาน&nbsp;พระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;35&nbsp;Phetchaburi&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;ตำนานอาหาร&nbsp;สืบสานวัฒนธรรม&nbsp;งามล้ำพระนครคีรี&nbsp;สดุดีจอมราชัน&nbsp;เพลิดเพลินอรรถรสแหล่งอาหารอันโอชะ&nbsp;สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติ&nbsp;18&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;นี้</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;การจัดงานพระนครคีรีเมืองเพชร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;35&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมปฏิบัติการ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;งาน&nbsp;พระนครคีรีเมืองเพชร&nbsp;เป็นงานประจำปีของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ที่จัดติดต่อกันมาอย่างยาวนาน&nbsp;ถึง&nbsp;35&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้ชื่องาน&nbsp;Phetchaburi&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;ตำนานอาหาร&nbsp;สืบสานวัฒนธรรม&nbsp;งามล้ำพระนครคีรี&nbsp;สดุดีจอมราชัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพระนครคีรี&nbsp;(เขาวัง)&nbsp;บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;และบริเวณโดยรอบ&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตราธิราชเจ้า&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;4&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;6&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ตลอดจนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปีนี้จะเป็นปีที่พิเศษ&nbsp;ที่ถือเป็นการฉลองความเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก&nbsp;</strong>จะเป็นการรวมความอร่อย&nbsp;แหล่งอาหารของเพชรบุรี&nbsp;เมนูอาหารคาวหวาน&nbsp;ทั้งอาหารต้นตำรับ&nbsp;ดั้งเดิม&nbsp;และนวัตกรรมผลงานที่รังสรรค์ออกแบบอาหารแปลกหลากชนิด&nbsp;มีทั้งการสาธิต&nbsp;ทำจำหน่าย&nbsp;และการประกวดอาหารและขนมไทย&nbsp;ที่คอชิมไม่ควรพลาด&nbsp;งานพระนครคีรีเมืองเพชร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;35&nbsp;นอกจากจะเพลิดเพลินอรรถรสแหล่งอาหารอันโอชะแล้ว&nbsp;ยังจะได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติ&nbsp;ทั่วบริเวณบนพระนครคีรีหรือเขาวัง&nbsp;และรอบอุทยานฯ&nbsp;ร.4&nbsp;ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;งานหัตกรรมจากสกุลช่างเมืองเพชร&nbsp;อย่าพลาด&nbsp;มากดชัตเตอร์&nbsp;เช็คอิน&nbsp;ชมไฟสีสัน&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;Interactive&nbsp;projection&nbsp;mapping&nbsp;ชมความอลังการจากการแสดงพลุ&nbsp;เพชรแห่งเพชร&nbsp;โดยในวันเปิดจะมีการจุดพลุในเวลาเปิดงานและในเวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;หลังจากนั้นทุกค่ำคืนตลอดงาน&nbsp;จะมีการจุดพลุ&nbsp;เวลา&nbsp;20.30&nbsp;น.&nbsp;พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูป&nbsp;และกิจกรรมมากมายจากทุกภาคส่วน&nbsp;โดยวันแรกของงานฯ&nbsp;วันศุกร์ที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;พิธีเปิดงานพระนครคีรี&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ชมการแสดงโชว์ชุดพิเศษจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;การมอบโล่เชิดชูเกียรติ&nbsp;คนดี&nbsp;ศรีเมืองเพชร&nbsp;และวันที่&nbsp;1827&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;มีกิจกรรมการแสดงทุกคืน&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลาง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	17/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220217185947314
476	จ.ลำปาง ร่วมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยวัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&nbsp;ดร.ขวัญนภา&nbsp;สุขคร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง&nbsp;ลำปาง&nbsp;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;ประจำเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมบอร์ดรูม&nbsp;โรงแรมวินทรี&nbsp;ซิตี้&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;อ.เมืองเชียงใหม่&nbsp;เพื่อรับทราบแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนเขตพัฒนาการท่องเที่ยวไทย&nbsp;เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนแผนงานสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;เกิดการบูรณาการร่วมกันและเชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและการกระจายรายได้สู่ชุมชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมมีการพิจารณาและผลักดันให้&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;อยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนา&nbsp;ที่ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;และพะเยา&nbsp;เพื่อเชื่อมโยง&nbsp;เพิ่มศักยภาพ&nbsp;และยกระดับการท่องเที่ยวอารยธรรมล้านนายิ่งขึ้นไป</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218093424399
477	พ่อเมืองศรีสะเกษ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ประกอบการภายในงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ อาภรณ์ อาหาร งานศิลป์ จากท้องถิ่น สู่สากล	<p><strong>ที่สวนสาธารณะกุดหวาย&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ/ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ประกอบการภายในงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดงาน&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล&nbsp;เป็นโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวตามอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;กิจกรรมถนนสายธรรมะ&nbsp;คีตะ&nbsp;ศิลป์&nbsp;ถิ่นดงลำดวน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)</p><p>มีผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;ร้านจำหน่ายงานศิลปะ&nbsp;และการประกวดดนตรีเยาวชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มียอดจำหน่ายทั้งสิ้นรวม&nbsp;637,580&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต</strong>&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ผอ.ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัด&nbsp;ผอ.ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจเยี่ยม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218111435427
478	สถานประกอบการในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวด่านพรมแดนเบตง หากมีการเปิดประเทศ หลังนายกรัฐมนตรีเตรียมพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกรับนักท่องเที่ยว พื้นที่ จ.สงขลา ยะลา นราธิวาส และสตูลในเดือนมีนาคมนี้	<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>หลังจากที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ศบค.&nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;(ศปก.กก.)&nbsp;ร่วมกันเร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกรับนักท่องเที่ยวพื้นที่&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และสตูล&nbsp;คาดว่าน่าจะเปิดดำเนินการได้ประมาณเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ล่าสุดสถานประกอบการ&nbsp;ประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ต่างเตรียมความพร้อมเปิดประเทศตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้&nbsp;และกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประชากรมีการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มแล้วไม่น้อยกว่า&nbsp;75%&nbsp;และมาตรฐานสถานประกอบการปลอดภัย&nbsp;สถานประกอบการต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA+/TSC/Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;มากกว่า&nbsp;70%&nbsp;อัตราการติดเชื้อเฉลี่ยรายสัปดาห์ต่อแสนประชากรไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;คนต่อแสนประชากร&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;300&nbsp;คนต่อวัน</p><p><strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ทำการสร้างความเข้าใจแก่สถานประกอบการต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;(มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสำหรับกิจการด้านการท่องเที่ยว)&nbsp;หรือ&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;(การประเมินมาตรฐานความปลอดภัยป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่)&nbsp;หรือ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;(มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กรหรือองค์กรปลอดโควิด)&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่อการยกระดับการป้องกันโควิด&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;Thai&nbsp;Stop&nbsp;Covid&nbsp;Plus&nbsp;จำนวน&nbsp;187&nbsp;ราย&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;Sha&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;ราย&nbsp;และ&nbsp;Sha+&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย</p><p><strong>นายอำเภอเบตง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>นอกจากนี้ยังมีมาตรการตามแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอเบตง&nbsp;เช่น&nbsp;Sky&nbsp;Walk&nbsp;ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง,&nbsp;สวนไม้ดอกเมืองหนาว,&nbsp;อุโมงค์ปิยะมิตร,&nbsp;หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา&nbsp;10&nbsp;และบ่อน้ำร้อนเบตง&nbsp;ซึ่งได้เตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาตามสถานที่นักท่องเที่ยว&nbsp;โดยกำหนดเงื่อนไขให้เป็นไปตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว&nbsp;ดูแลป้องกันตนเองขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention&nbsp;for&nbsp;Covid-19)</p><p><strong>ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หากเปิดด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ในท้องถิ่นได้มาก&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านนวดแผนโบราณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;และสถานประกอบการอื่นๆ&nbsp;เนื่องจากสถานประกอบการในพื้นที่ต้องอาศัยนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้&nbsp;โดยที่ร้านได้ให้พนักงานฉีดวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็มทุกคนและได้รับมาตรฐานของ&nbsp;SHA&nbsp;รวมทั้งตั้งจุดคัดกรองลูกค้า&nbsp;เมื่อเปิดประเทศสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอเบตงได้เนื่องจากจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;เข้ามาเที่ยวทุกวันเหมือนก่อนปิดประเทศ&nbsp;และช่วงปิดประเทศเศรษฐกิจในอำเภอเบตงแย่ลงไปมาก&nbsp;นักท่องเที่ยวก็น้อยลงส่วนคนในพื้นที่ก็ไม่ออกจากบ้านเพราะกลัวเรื่องติดเชื้อโควิด-19&nbsp;แต่อย่างไรก็ตามอยากให้เปิดประเทศเร็วๆ&nbsp;เพื่อที่จะสามารถทำมาหากินได้</p><p><strong>ส่วนเจ้าของร้านอาหารอีกราย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตอนนี้ประเทศมาเลเซียยังไม่เปิด&nbsp;แต่มีนักท่องเที่ยวภายในประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเบตงทุกวัน&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;10,00&nbsp;ราย&nbsp;แต่ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ที่ไม่อยู่ในกลุ่มไกด์ก็จะไม่ได้รับลูกค้า&nbsp;เพราะโดนล็อตจากข้างบนหมดโดยไกด์จะพานักท่องเที่ยวไปตามร้านที่อยู่ในกลุ่มของไกด์&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นไม่สามารถให้บริการกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้&nbsp;จึงอยากฝากผู้เกี่ยวข้องดำเนินแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย</p><p>ส่วนนางรวิวรรณ&nbsp;ว่องไวพาณิชย์&nbsp;เจ้าของผู้ประกอบการร้านนวดนิวเฮลร์เฮ้าท์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อเปิดประเทศก็คิดว่าก็ไม่ดีเท่าไร&nbsp;เพราะประเทศมาเลเซียก็ติดเชื้อเยอะ&nbsp;มาเลเซียเข้ามาเยอะเราก็กลัว&nbsp;เลยยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง&nbsp;ก่อนหน้านี้เปิดเป็นร้านนวดแผนโบราณ&nbsp;พอเกิดการระบาดโควิด-19&nbsp;ก็ปิดมา&nbsp;2&nbsp;ปีเต็ม&nbsp;เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวมาเลเซีย&nbsp;ตอนที่ปิดประเทศก็หันมาขายของพื้นเมือง&nbsp;เปิดเป็นร้านรับ-ส่งพัสดุ&nbsp;และเมื่อเปิดประเทศก็ยังไม่รู้ว่าจะรับลูกค้ากลุ่มประเทศเหล่านี้หรือเปล่า&nbsp;เพราะกลัวติดเชื้อ&nbsp;เลยต้องรอให้ประเทศมาเลเซียเปิดสักพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยเปิด&nbsp;เพื่อดูสถานการณ์ก่อน&nbsp;ส่วนเมื่อเปิดประเทศแล้วก็อยากให้มีการคัดกรองที่รัดกุม&nbsp;เพราะกลัวนักท่องเที่ยวเหล่านี้นำเชื้อมาแพร่ระบาดในอำเภอเบตง&nbsp;น่าจะค่อยๆ&nbsp;ดีขึ้นใช้เวลาเป็นปี&nbsp;เปิดตอนนี้เท่ากับเริ่มใหม่หมดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	18/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218115304444
479	ยโสธร แถลงข่าวจัดงานงานสืบสานประเพณีงานบุญคูณลาน  ตำนานข้าวอินทรีย์  วิถีวัฒนธรรมยโสธร ประจำปี 2565	<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกุดชุม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานสืบสานประเพณีงานบุญคูณลาน&nbsp;ตำนานข้าวอินทรีย์&nbsp;วิถีวัฒนธรรมยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิกิฏ&nbsp;ศรีชนะ&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางพวงคำ&nbsp;ทองทั่ว&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยโสธร&nbsp;นายสรวิศ&nbsp;สมพงษ์&nbsp;นายอำเภอกุดชุม&nbsp;และนายมงคล&nbsp;ชื่นตา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลกุดชุมพัฒนา&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานสืบสานประเพณีงานบุญคูณลาน&nbsp;ตำนานข้าวอินทรีย์&nbsp;วิถีวัฒนธรรมยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่&nbsp;ครู&nbsp;นักเรียน&nbsp;และชาวอำเภอกุดชุม&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;และ&nbsp;จ่าสิบตรี&nbsp;พงษ์สถิตย์&nbsp;อรอินทร์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อร่วมการแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์การจัดงานครั้งนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการแถลงข่าวครั้งนี้ได้นำการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน</strong>&nbsp;ขบวนแห่ปราสาทข้าว&nbsp;การแสดงโปงลาง&nbsp;การเดี่ยวพิณแคน&nbsp;เป่าโหวต&nbsp;การแกว่งสนูว่าว&nbsp;การสู่ขวัญข้าว&nbsp;การสาธิตการตีข้าว&nbsp;การตำข้าว&nbsp;การบีบขนมจีนแบบโบราณ&nbsp;การหุงข้าวแบบโบราณ&nbsp;การตำส้มตำลีลา&nbsp;และชิมอาหารขนมพื้นบ้าน&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์วิถีวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร</p><p><strong>และบุญกุ้มข้าวใหญ่</strong>&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;และงานสืบสานประเพณีงานบุญคูณลาน&nbsp;ตำนานข้าวอินทรีย์&nbsp;วิถีวัฒนธรรมยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;21-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกุดชุม&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>ที่มีความโดดเด่น&nbsp;ด้านวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณีที่มีการสืบทอดมายาวนานจนถึงปัจจุบัน&nbsp;และสามารถพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดและประชาชนในพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;ประเพณีบุญบั้งไฟ&nbsp;ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;ทำให้จังหวัดยโสธรเป็นที่รู้จักของชาวไทยและต่างประเทศทั่วโลก&nbsp;นอกเหนือจากงานประเพณีดังกล่าวแล้วจังหวัดยโสธรยังมีความงดงามด้านประเพณีบุญคูณลาน&nbsp;หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า&nbsp;บุญกุ้มข้าวใหญ่&nbsp;หรือ&nbsp;บุญคูนข้าว&nbsp;หรือ&nbsp;บุญคูนลาน&nbsp;เป็นประเพณีที่อนุรักษ์สืบสาน&nbsp;และสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;ผสมผสานความเชื่อ&nbsp;ระหว่างพระพุทธศาสนา&nbsp;และลัทธิพราหมณ์&nbsp;จัดขึ้นในราวเดือนมกราคม&nbsp;หรือ&nbsp;เดือนยี่&nbsp;บุญคูณลาน&nbsp;หรือ&nbsp;บุญคุณข้าว&nbsp;เป็นพิธีทำบุญเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่นาข้าวและลานข้าวหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;ซึ่งถือเป็นพิธีที่มีความสำคัญต่อชาวนาและคนในชุมชน&nbsp;มีเสน่ห์ความน่าสนใจและดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยว&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่นได้&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทางอำเภอกุดชุม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;จึงได้เลื่อนมาจัดในห้วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงานสืบสานประเพณีงานบุญคูณลาน</strong>&nbsp;ตำนานข้าวอินทรีย์&nbsp;วิถีวัฒนธรรมยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอกุดชุม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;นั้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การแข่งขันตีข้าว&nbsp;การแข่งขันตำข้าว&nbsp;แข่งขันหุงข้าว&nbsp;แข่งขันบีบข้าวปุ้น&nbsp;ตำบักหุ่งลีลา&nbsp;แข่งขันพิณ&nbsp;แคน&nbsp;โหวด&nbsp;การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งท้องถิ่นท้องที่&nbsp;การแข่งขันประกวดกลองยาว&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;ก.พ.&nbsp;2565&nbsp;ชมขบวนเกวียนโบราณ&nbsp;พิธีสู่ขวัญข้าวพร้อม&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;การออกร้านมัจฉากุดชุม&nbsp;และถ่ายรูปเช็คอินเป็นที่ระลึก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การจัดงานครั้งนี้</strong>&nbsp;ชาวอำเภอกุดชุมยังได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างปราสาทรวงข้าว&nbsp;สัตว์น้อยใหญ่จากฟางข้าว&nbsp;ธงธุงที่สวยงามตระการตา&nbsp;การแสดงแสงสีเสียง&nbsp;ตำนานข้าวอินทรีย์วิถีกุดชุม&nbsp;รวมถึงภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าโอทอป&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;และสินค้าราคาถูก&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมายไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218134017494
480	ส.ปชส.ตราด ประชาสัมพันธ์ การลดภาษีน้ำมันดีเซล 3 บาท/ลิตร ถึง 20 พ.ค. 65 บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน  	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด&nbsp;รายงานว่า&nbsp;&nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา&nbsp;เผยแพร่ประกาศกฎกระทรวง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;กำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;19)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อปรับปรุงการใช้พิกัดอัตราสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลใหม่&nbsp;ส่งผลให้ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลดลงลิตรละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.&nbsp;&nbsp;20&nbsp;พ.ค.&nbsp;65</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงประเภทต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">กระทบต่อภาระค่าครองชีพและต้นทุนในการประกอบกิจการของประชาชนในช่วงที่ประเทศยังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ล่าสุด&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;เช่น&nbsp;ปตท.&nbsp;บางจาก&nbsp;ได้ปรับลดราคาน้ำมันในกลุ่มดีเซล&nbsp;2&nbsp;บาท/ลิตร</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;โดยอีก&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;กระทรวงพลังงานจะกันเงินไว้สำหรับต่ออายุกองทุนน้ำมันฯ&nbsp;ช่วยตรึงราคาน้ำมันส่วนหนึ่งได้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;65&nbsp;จากเดิม&nbsp;31&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ประกาศฉบับเต็ม&nbsp;คลิก&nbsp;</span><a&nbsp;href=""http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/A/011/T_0001.PDF?fbclid=IwAR2Op9Pl2OZRgxohm37ndOXutRL5VU2TDSlgJMtnANk9uTj0U-MNfoyCk4M""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;blue;"">http://www.ratchakitcha.soc.go.th/.../2565/A/011/T_0001.PDF</a><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	18/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218123536466
481	ชาวบ้านสุโขทัย เข้าคิวซื้อสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน	<p><strong>ชาวบ้านอำเภอสวรรคโลก</strong>&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เข้าคิวซื้อสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชนในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;สร้างความพึงพอใจ&nbsp;และรอยยิ้มให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;จัดโครงการหน่วยบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;เพื่อนำส่วนราชการออกให้บริการประชาชนได้เข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อราชการ&nbsp;ที่บริเวณวัดปากน้ำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอสวรรคโลก&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ได้จัดบูธเปิดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชน&nbsp;โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพไปจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;เช่น&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;น้ำตาลทราย&nbsp;บะหมี่สำเร็จรูป&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เพื่อลดภาระค่าครองชีพ&nbsp;และบรรเทาความเดือดร้อนจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;โดยมีประชาชนในพื้นที่จำนวนมากได้เข้าแถวเป็นคิวยาวเลือกซื้อสินค้า&nbsp;สร้างความพึงพอใจ&nbsp;และรอยยิ้มให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;รวมทั้งต้องการให้จัดจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;ลดค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218133520487
482	ตำรวจท่องเที่ยว บูรณาการร่วมหน่วยงานต่าง ๆ ตรวจร้านอาหารในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว BLUE ZONE  อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด	<p><strong>เมื่อคืนที่ผ่านมา&nbsp;พ.ต.ท.พัฒนพงศ์&nbsp;ศิริเจริญนำ&nbsp;สว.ส.ทท.6&nbsp;กก.2&nbsp;บก.ทท.1&nbsp;(ตราด)&nbsp;</strong>พร้อมด้วยสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดตราด&nbsp;ประจำเกาะช้าง&nbsp;บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับ&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะช้าง&nbsp;สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด&nbsp;สำนักงานแรงงานจังหวัดตราด&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจร้านอาหารย่านหาดทรายขาว&nbsp;ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว&nbsp;BLUE&nbsp;ZONE&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;&nbsp;ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;จ.ตราด&nbsp;(SHA+)&nbsp;และ&nbsp;COVID&nbsp;FREESETING&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ร้านฮิมเมล&nbsp;ร้านแม็ค&nbsp;ร้านสบายบาร์ร้านกู๊ดไทม์&nbsp;สเตชั่น&nbsp;&nbsp;โดยได้ตรวจสอบ&nbsp;เกี่ยวกับใบอนุญาตต่างๆ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;+&nbsp;และ&nbsp;COVID&nbsp;FREESETING&nbsp;&nbsp;ได้แนะนำตักเตือนให้ติดป้าย&nbsp;SHA&nbsp;+&nbsp;ให้เห็นเด่นชัด&nbsp;โดยเหตุการณ์ทั่วไปเป็นปกติผู้ประกอบการให้ความร่วมมือปฏิบัติตาม&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218140532522
483	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 3/2565 นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพดี ราคาถูก จำหน่ายแก่ประชาชนพื้นที่อำเภอสรรคบุรี"	"<p><strong>ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอสรรคบุรี&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน&nbsp;โดยสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่อำเภอสรรคบุรีวันนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนมากพิเศษ&nbsp;โดยมีส่วนราชการของกระทรวงเกษตร&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการและเกษตรกร&nbsp;ร่วมกันนำสินค้าในราคาต้นทุนมาจำหน่าย&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อปลา&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&nbsp;ลดภาระเรื่องค่าครองชีพ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกซื้อสินค้าในราคาถูก&nbsp;และราคาประหยัด&nbsp;โดยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมเลือกซื้อซึ่งทางจังหวัดได้จัดหมุนเวียนไปจัด&nbsp;ตลาดนัดชุมชน&nbsp;ช่วยค่าครองชีพจังหวัดชัยนาท&nbsp;สัปดาห์เว้นสัปดาห์&nbsp;ตามอำเภอต่างๆจนครบทุกอำเภอ&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;</strong>สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218141822534
484	สมอ. ร่วมกับ บก.ปคบ. ทำลายสินค้าไร้มาตรฐานมูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท	<p><strong>ที่โรงไฟฟ้ามาบตาพุด&nbsp;อีโค่-เอ็นเนอร์ยี&nbsp;แพลนท์&nbsp;บริษัท&nbsp;เอสซีจี&nbsp;ซิเมนต์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายจุลพงษ์&nbsp;ทวีศรี&nbsp;รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เป็นประธานในพิธีการทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบรรจง&nbsp;สุกรีฑา&nbsp;เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พล.ต.ต.อนันต์&nbsp;นานาสมบัติ&nbsp;ผบก.ปคบ.&nbsp;และ&nbsp;พ.ต.อ.วริษฐ์&nbsp;ปทุมารักษ์&nbsp;ผกก.3&nbsp;บก.ปคบ.&nbsp;และผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;เอสซีจี&nbsp;ซิเมนต์&nbsp;จำกัด&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;โดยสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่&nbsp;สมอ.&nbsp;และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;(ปคบ.)&nbsp;ได้ทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันและปราบปรามผู้ทำ&nbsp;ผู้นำเข้า&nbsp;และผู้จำหน่ายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;ทั้งที่จำหน่ายในท้องตลาดและทางออนไลน์&nbsp;โดยลงพื้นที่ตรวจจับและยึดไว้&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านชิ้น&nbsp;มูลค่ารวมกว่า&nbsp;40&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เช่น&nbsp;ของเล่น&nbsp;ของใช้สำหรับเด็กแรกเกิด&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เครื่องใช้ในครัวเรือน&nbsp;ท่อไอเสียรถจักรยานยนต์และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเมื่อคดีสิ้นสุดแล้วจะทำลายให้สิ้นสภาพด้วยวิธีการที่ถูกต้องและเหมาะสมไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ป้องกันการนำกลับมาใช้ได้อีก&nbsp;เพราะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค</p><p><strong>นายจุลพงษ์&nbsp;ทวีศรี&nbsp;รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(กมอ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าที่ได้มาตรฐาน&nbsp;และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยกำหนดเป็นนโยบายเพื่อนำไปปฏิบัติ&nbsp;โดยเฉพาะสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม&nbsp;(สมอ.)&nbsp;ให้ดำเนินการตรวจควบคุม&nbsp;และกำกับติดตามสินค้าที่จำหน่ายในท้องตลาดอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง&nbsp;หากไม่เป็นไปตามมาตรฐานให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p><strong>&nbsp;ส่วน&nbsp;นายบรรจง&nbsp;สุกรีฑา&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;สมอ.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐานในวันนี้&nbsp;เป็นไปตามนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;หากสินค้ามีคุณภาพมาตรฐานก็จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการที่จะขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&nbsp;จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ทำ&nbsp;ผู้นำเข้า&nbsp;ผู้ขายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานว่า&nbsp;อย่าได้พยายามฝ่าฝืนกฎหมาย&nbsp;เพราะนอกจากจะถูกดำเนินคดีแล้ว&nbsp;ยังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายจากการทำลายสินค้าอีกด้วย&nbsp;สำหรับประชาชนผู้ซื้อสินค้าขอให้ซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมาย&nbsp;มอก.&nbsp;และมี&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ที่ตัวสินค้า&nbsp;เพื่อความมั่นใจว่าจะได้สินค้าดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;เป็นไปตามมาตรฐาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218145837564
485	จังหวัดอุตรดิตถ์ ขอเชิญร่วมส่งผลงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอพิชัย PhiChai District Tourism ประจำปี 2565	<p><strong>นายสุรศักดิ์&nbsp;วงศ์ตั้ง&nbsp;นายอำเภอพิชัย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>อำเภอพิชัยจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอพิชัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;PhiChai&nbsp;District&nbsp;Tourism&nbsp;โดยมีกิจกรรมแข่งขันการประกวดภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;และประกวดเส้นทางท่องเที่ยวอำเภอพิชัย(คลิปวิดีโอ)&nbsp;ภาพที่ชนะการประกวดจะนำมาใช้ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;อาทิ&nbsp;สื่อมัลติมีเดีย&nbsp;สื่อสิ่งพิมพ์&nbsp;สื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;รวมถึงเผยแพร่และใช้ประโยชน์ในโอกาสต่างๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้&nbsp;</strong>-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;โทร&nbsp;055-421023&nbsp;หรือติดตามข่าวสารได้ที่เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอพิชัยประจำปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคเหนือ	อุตรดิตถ์	สวท.อุตรดิตถ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218145209560
486	รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสินค้าพาณิชย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้ ตามโครงการ ส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าภาคใต้	"<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดงานแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสินค้าพาณิชย์&nbsp;</strong>ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าภาคใต้<strong>&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่โรงแรมลีการ์เดนส์&nbsp;พลาซ่า&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;เป็นประธานในงานแถลงข่าวมหกรรมสินค้าพาณิชย์</strong>&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าภาคใต้&nbsp;โดยมีนางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;ในนามตัวแทนพาณิชย์จังหวัดภาคใต้ทั้ง&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;สตูล&nbsp;และสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;สตูล&nbsp;พัทลุง&nbsp;และกระบี่&nbsp;และหน่วยงานจากภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมการแถลงข่าวฯ</p><p><strong>ด้วยกระทรวงพาณิชย์&nbsp;มีนโยบายส่งเสริมการค้าชายแดน/ผ่านแดน</strong>&nbsp;โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการค้าการลงทุนชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมทั้งบูรณาการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า&nbsp;ขยายตลาดสินค้าและบริการไทย&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจและพัฒนาบุคลากรในพื้นที่&nbsp;กอปรกับพื้นที่จังหวัดภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;วัตถุดิบ&nbsp;ผสานกับความงดงามด้านศิลปวัฒนธรรม&nbsp;ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดทางการค้า&nbsp;จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;และการมีอาณาเขตเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทำให้โอกาสในการเชื่อมโยงทางการค้ามีสูงขึ้น&nbsp;จึงต้องมีการส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการค้า&nbsp;ขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย</p><p><strong>ซึ่งได้กำหนดจัดงานภายใต้ชื่อ&nbsp;""มหกรรมสินค้าพาณิชย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ</strong>ชายแดนใต้""&nbsp;ช้อป&nbsp;ชม&nbsp;อุ่นใจ&nbsp;ภายใต้วิถีชีวิตใหม่&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;คูหา&nbsp;คัดสรรสินค้าเด่นจาก&nbsp;11&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และออฟไลน์&nbsp;โดยมีนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศกว่า&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมเจรจาในครั้งนี้</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;จะทำให้เกิดการกระตุ้นการจับจ่าย&nbsp;การหมุนเวียนเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>การเชื่อมโยงทางการค้า&nbsp;เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ขยายตลาด&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;การแสดงจากศิลปินมากมาย&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดการจัดงาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานดังกล่าว&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดและเข้มงวด&nbsp;โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ/ผู้จำหน่ายสินค้า&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างาน&nbsp;และในส่วนผู้เข้าร่วมงานต้องได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เท่านั้น</p><p><strong>นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคใต้&nbsp;และจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยจังหวัดสงขลามีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;และขอให้พี่น้องประชาชนมาจับจ่ายซื้อสินค้าด้วยความมั่นใจ&nbsp;เชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจัดงานมหกรรมสินค้าพาณิชย์ฯ&nbsp;สามารถสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน&nbsp;รวมถึงผู้ประกอบการ&nbsp;หลังจากประสบปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ/ข่าว&nbsp;&nbsp;วิทยา-วรามิตร/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;18&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>"	18/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218143537542
487	จังหวัดสงขลา แถลงข่าวพร้อมจัดงานมหกรรมสินค้าพาณิชย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้ ตามโครงการ ส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าภาคใต้	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่โรงแรมลีการ์เดนส์&nbsp;พลาซ่า&nbsp;หาดใหญ่</strong>&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จัดให้มีการแถลงข่าวมหกรรมสินค้าพาณิชย์&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ส่งเสริมตลาดสินค้าอัตลักษณ์และเพิ่มขีดความสามารถทางการค้าภาคใต้</p><p><strong>นางสุรียพรรณ์&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวีดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;มีนโยบายส่งเสริมการค้าชายแดน/ผ่านแดน&nbsp;โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการค้าการลงทุนชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมทั้งบูรณาการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า&nbsp;ขยายตลาดสินค้าและบริการไทย&nbsp;ตลอดจนเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจและพัฒนาบุคลากรในพื้นที่&nbsp;กอปรกับพื้นที่จังหวัดภาคใต้มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;วัตถุดิบ&nbsp;ผสานกับความงดงามด้านศิลปวัฒนธรรม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดทางการค้า&nbsp;จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์</strong>ที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น&nbsp;และการมีอาณาเขตเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทำให้โอกาสในการเชื่อมโยงทางการค้ามีสูงขึ้น&nbsp;จึงต้องมีการส่งเสริมและเพิ่มช่องทางการค้า&nbsp;ขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเป้าหมาย&nbsp;ขึงได้กำหนดจัดงาน&nbsp;""มหกรรมสินค้าพาณิชย์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนใต้""&nbsp;ช้อป&nbsp;ชม&nbsp;อุ่นใจ&nbsp;ภายใต้วิถีชีวิตใหม่&nbsp;ในวันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><strong>โดยมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;คูหา&nbsp;คัดสรรสินค้าเด่น</strong>จาก&nbsp;11&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และออฟไลน์&nbsp;โดยมีนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศกว่า&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมเจรจาในครั้งนี้&nbsp;เดินหน้ากระตุ้นการจับจ่าย&nbsp;การหมุนเวียนเศรษฐกิจ&nbsp;การเชื่อมโยงทางการค้า&nbsp;เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ขยายตลาด&nbsp;ให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;การแสดงจากศิลปินมากมาย&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดการจัดงาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานดังกล่าว&nbsp;อยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัดและเข้มงวด&nbsp;โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ/ผู้จำหน่ายสินค้า&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ก่อนเข้างาน&nbsp;และในส่วนผู้เข้าร่วมงานต้องได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;เท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	18/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218145416562
488	รัฐเล็งลดภาษีนำเข้าน้ำมันดีเซล 3 บาทต่อลิตร ระยะเวลา 3 เดือน	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;โดยมีสาระสำคัญเป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล&nbsp;และน้ำมันอื่นๆ&nbsp;ที่คล้ายกัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ลดลงโดยตรง&nbsp;และสะท้อนไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จะลดลงตามไปด้วย&nbsp;ซึ่งจะทำให้โครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลปรับลดประมาณ&nbsp;3&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถัน&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนัก&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;6.440&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.440&nbsp;บาท/น้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถัน&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;0.005&nbsp;โดยน้ำหนักอัตราภาษีเดิม&nbsp;6.440&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.440&nbsp;บาท/น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซล&nbsp;ประเภท&nbsp;เมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสม&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;4&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;6.440&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.440&nbsp;บาท/น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซล&nbsp;ประเภท&nbsp;เมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสม&nbsp;เกินร้อยละ&nbsp;4&nbsp;แต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;7&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;5.990&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.200&nbsp;บาท/น้ำมันดีเซลที่มีไบโอดีเซล&nbsp;ประเภท&nbsp;เมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมเกินร้อยละ&nbsp;7&nbsp;แต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;9&nbsp;อัตราภาษีเดิม&nbsp;5.930&nbsp;บาท&nbsp;อัตราภาษีใหม่&nbsp;3.170&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อัตราภาษีใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>จากนั้นตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;จะกลับสู่อัตราภาษีเดิม</p><p><strong>สาเหตุการปรับลดภาษีน้ำมัน</strong>&nbsp;<strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สาเหตุที่ต้องลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน&nbsp;เพราะขณะนี้กองทุนน้ำมันขาดสภาพคล่อง&nbsp;และยังไม่สามารถกู้เงินได้เนื่องจากติดปัญหาเรื่องระบบบัญชี&nbsp;ซึ่งคาดว่ากองทุนน้ำมันจะเริ่มกู้เงินได้ช่วงเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ดังนั้นจึงต้องปรับลดภาษีช่วย&nbsp;เพราะนโยบายของกระทรวงพลังงานคือการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ไม่ให้เกิน&nbsp;30&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><strong>อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของน้ำมัน</strong>เป็นไปตามกลไกลของตลาดโลก&nbsp;เพราะไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น&nbsp;แต่ทั่วโลกก็ประสบกับวิกฤตินี้ด้วยเช่นกัน&nbsp;เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมถึงความตึงเครียดระหว่าง&nbsp;รัสเซียและยูเครน&nbsp;ที่เป็นอีกตัวแปรหนึ่งด้วย</p><p><strong>สำหรับลดภาษีนำเข้าน้ำมัน&nbsp;</strong>คาดการณ์ว่าจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันประมาณ&nbsp;17,100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากปริมาณน้ำมันที่มีการชำระภาษี&nbsp;4&nbsp;เดือนแรกของปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ที่จัดเก็บลดลงประมาณ&nbsp;5,700&nbsp;ล้านบาทต่อเดือน&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;แต่จะเป็นการช่วยเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;อุตสาหกรรมการผลิต&nbsp;การเกษตร&nbsp;การท่องเที่ยวและบริการ&nbsp;และการขนส่ง</p><p><strong>ทั้งนี้ปัจจุบันภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล&nbsp;</strong>ถูกจัดเก็บในอัตราลิตรละ&nbsp;5.99&nbsp;บาท&nbsp;ทำรายได้เข้ารัฐเดือนละ&nbsp;12,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือ&nbsp;1.44&nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&nbsp;จากการใช้น้ำมัน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านลิตรต่อเดือน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218154004583
489	จังหวัดภูเก็ต คาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หลังปรับวิธีการเดินทางแบบ Test&Go เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 100,000 คน ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เชื่อมั่นเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวภูเก็ต	<p><strong>นายภูมิกิตติ์&nbsp;รักแต่งาม&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตัวเลขนักท่องเที่ยวหลังปรับวิธีการในรูปแบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;มาแล้วทำให้ผู้เดินทางเข้ามามากขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;30&nbsp;โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้คาดว่าจะมีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางตรงเข้ามาประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนคน&nbsp;ซึ่งในกุมภาพันธ์มี&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;แต่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเที่ยวบินต่อวัน&nbsp;จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าจำนวนเที่ยวบินต่อวันของเดือนมกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ประกอบหลายประเทศในตอนนี้&nbsp;มีการปรับลดเงื่อนไขในสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้เชื่อมั่นว่าจะมีการเดินทางมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ที่น่าจะมีการพิจารณาการเดินทางง่ายและสะดวกมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของนักท่องเที่ยวคนไทย&nbsp;มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน</strong>มาช่วยกระตุ้น&nbsp;จึงเชื่อว่านักท่องเที่ยวคนไทยจะเดินทางกลับมาเที่ยวจังหวัดภูเก็ตเพิ่มมากขึ้นด้วย&nbsp;ดังนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถือว่าเป็นเดือนที่ดีเดือนหนึ่งของการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ยอดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ผ่านท่าอากาศยานภูเก็ตอยู่ที่&nbsp;3,577&nbsp;คน&nbsp;จาก&nbsp;16&nbsp;สายการบิน&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;โดยแยกเป็นระบบ&nbsp;Test&amp;Go&nbsp;1,465&nbsp;คน&nbsp;Sandbox&nbsp;2,057&nbsp;คน&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;มีนักท่องเที่ยวรวม&nbsp;136,058&nbsp;คน&nbsp;และหลังจากเปิด&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;หรือ&nbsp;232&nbsp;วัน&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว&nbsp;319,271&nbsp;คน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หลังจากการเปิดประเทศของรัฐบาล&nbsp;โดยนำร่องจากโครงการ</strong>&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว&nbsp;ควบคู่กับความพร้อมรับมือกับโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218152424578
490	"จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรม ""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ จังหวัดชัยนาท"" ครั้งที่ 3 ปี 2565 ที่อำเภอสรรคบุรี"	"<p><strong>ณ&nbsp;สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอสรรคบุรี&nbsp;และนายกเทศมนตรีตำบลแพรกศรีราชา&nbsp;ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมมือกันของส่วนราชการต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพครัวเรือน&nbsp;รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงสินค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวันในราคาถูก&nbsp;และมีคุณภาพดีให้แก่ประชาชน</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่มีการวางจำหน่ายในตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาทในวันนี้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;(เนื้อแดง)&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;140&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์&nbsp;เนื้อจระเข้&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาทับทิม&nbsp;ผักผลไม้&nbsp;และเครื่องอุปโภคบริโภค&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะมีราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด&nbsp;เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน&nbsp;จากความร่วมมือของสำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;ที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;กับสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยนาท&nbsp;เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดชุมชนช่วยค่าครองชีพ&nbsp;จังหวัดชัยนาท""&nbsp;เดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยกำหนดจัดกิจกรรมหมุนเวียนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดชัยนาท&nbsp;ตลอดปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ชัยนาท	สวท.ชัยนาท	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218155402597
491	สสว.จับมือ มธ. ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย ดัน SME เข้าสู่ระบบภาครัฐและยกระดับธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ปักหมุดพิษณุโลกแห่งแรกในภาคเหนือตอนล่าง	<p><strong>เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;สสว.&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;(มธ.)&nbsp;ดำเนินงานโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;(MSME&nbsp;STEP&nbsp;UP)&nbsp;ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;เข้าสู่ระบบของภาครัฐมากขึ้น&nbsp;ปักหมุดที่แรกจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;เพื่อสร้างทักษะในการนำเครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p><p><strong>นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ด้านเทคโนโลยีดิจิตอล&nbsp;ว่า&nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่ทางจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;สสว.และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;จะได้มีการบูรณาการความร่วมมือเพื่อขยายโอกาส&nbsp;ในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสากล</p><p><strong>นางสาว&nbsp;อัญณิฐา&nbsp;ดิษฐานนท์&nbsp;หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในส่วนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;จะดูแลผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยจะมีการอบรมโครงการ&nbsp;5&nbsp;รุ่นเริ่มที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นแห่งแรก&nbsp;จัดอบรมในระหว่างวันที่&nbsp;18-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;4&nbsp;รุ่นจะจัดในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;เชียงราย&nbsp;และลำปาง&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ดังนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจาก&nbsp;สสว.ในการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี&nbsp;2562&nbsp;โดย&nbsp;การให้ความรู้สร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล&nbsp;ในการประกอบธุรกิจที่ถือเป็นนวัตกรรมบริการที่ทันสมัย&nbsp;ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน&nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ชุมชน&nbsp;และสังคม&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์&nbsp;อย่างไรก็ตามเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจและยืนหยัดต่อไปในท่ามกลางสถานการณ์&nbsp;covid-19&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยในครั้งนี้&nbsp;มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามายกระดับผู้ประกอบการธุรกิจ&nbsp;พร้อมทั้งเพิ่มกระบวนการ&nbsp;สร้างประสบการณ์การใช้เทคโนโลยีดิจิตอลให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานจะมีการอบรม&nbsp;และ&nbsp;workshop&nbsp;ในหัวข้อต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;การสร้างเว็บไซต์&nbsp;เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจและเตรียมเนื้อหาด้วย&nbsp;platform&nbsp;Go&nbsp;Daddy&nbsp;เรียนรู้ความสำคัญของการทำSEO&nbsp;(Search&nbsp;Engine&nbsp;Optimization)&nbsp;แล้วกระบวนการทำงานของ&nbsp;SEO&nbsp;ขั้นตอนพื้นฐานและการทำความเข้าใจบทบาทของคอนเทนต์ในแต่ละ&nbsp;Touchpoints&nbsp;และ&nbsp;Funnel&nbsp;เพื่อให้แบรนด์สามารถเลือกคีเวิร์ดที่ต้องการ&nbsp;ใช้ให้สอดคล้องในการสื่อสาร&nbsp;เทคนิคการไลฟ์&nbsp;และการสื่อสาร&nbsp;การทำวีดีโอ&nbsp;มาร์เก็ตติ้งและอื่นๆ&nbsp;ที่น่าสนใจอีกมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่สนใจ</strong>สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมหรือความรู้ได้ที่&nbsp;Facebook:&nbsp;Osmep&nbsp;สสว&nbsp;SME&nbsp;CONNEXT&nbsp;และ&nbsp;www.smeonline.info&nbsp;และสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่&nbsp;https://www.tu-digitalmarketing.com</p><p><strong>นายวชิระ&nbsp;แก้วกอ&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน</strong>&nbsp;รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(สสว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ&nbsp;สสว.ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาและให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;MSME&nbsp;ได้จัดทำโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อย(MSME&nbsp;STEP&nbsp;UP)&nbsp;เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;เพื่อให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิตอลสำหรับการประกอบการ&nbsp;การเลือกใช้เครื่องมือดิจิตอลในการทำการตลาดยุคดิจิตอล&nbsp;และการยกระดับมาตรฐานสินค้า&nbsp;โดยผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบของภาครัฐเพิ่มมากขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;การจดทะเบียนการค้า&nbsp;(DBD&nbsp;Registered)/มาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยโครงการยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยมี&nbsp;2&nbsp;กิจกรรมหลักและมีหน่วยงานร่วมดำเนินการดูแลเป็นการเฉพาะในแต่ละพื้นที่&nbsp;กิจกรรมแรกเป็นการยกระดับ&nbsp;SME&nbsp;ด้านมาตรฐานสินค้า&nbsp;ซึ่งจะมีการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;กฎระเบียบข้อบังคับ&nbsp;ขั้นตอนการขอรับมาตรฐาน&nbsp;อย.&nbsp;ส่วนอีกกิจกรรม&nbsp;คือ&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;พื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัดได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดกิจกรรมที่มุ่งให้ความรู้และสร้างทักษะในการนำเครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีดิจิตอลที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;การดำเนินการส่งเสริมและยกระดับการประกอบการดังกล่าว&nbsp;จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;และแนะนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งในด้านการสื่อสารการปฏิบัติงานและการทำงานร่วมกันหรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน&nbsp;หรือระบบงานในองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;นั้นจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อสร้างประสบการณ์ในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิตอลในการประกอบการ&nbsp;พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายและผลักดันเข้าสู่ระบบภาครัฐ&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#ข่าวจริงพิษณุโลก</p>	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พิษณุโลก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218161602615
492	พิษณุโลก  เปิดอบรมด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชน สู่มาตรฐานการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์	<p><strong>พิษณุโลก&nbsp;&nbsp;เปิดอบรมด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;</strong>เพื่อพัฒนาเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;สู่มาตรฐานการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;วันนี้&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.35&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องวังพิกุล&nbsp;โรงแรม&nbsp;ดิ&nbsp;อิมพีเรียล&nbsp;โฮเทล&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;</p><p><strong>นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;โดยมี&nbsp;นางปริษา&nbsp;ปานพรหม&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;(ในนามผู้ดำเนินโครงการฯ)&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้&nbsp;เพื่อเสริมสร้างศักยภาพชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการและบุคลากรใน&nbsp;อุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;ให้มีทักษะและองค์ความรู้ในการบริหารจัดการชุมชน&nbsp;ธุรกิจและการตลาด&nbsp;สร้างความแตกต่างและสร้างความโดดเด่นของสินค้าและบริการ&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดการท่องเที่ยว&nbsp;เชิงสร้างสรรค์บนอัตลักษณ์ของชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&nbsp;เรียนรู้ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งการอบรมการดูแลรักษาความปลอดภัย&nbsp;ในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว(รุ่น&nbsp;1)&nbsp;ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย(รุ่น&nbsp;1)&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่รับชอบดูแลสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;ตัวแทนชุมชนในพื้นที่&nbsp;และอาสาสมัครทั้ง&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก</strong>&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;เปิดการอบรมด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว(รุ่นที่&nbsp;2)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องวังทอง&nbsp;&nbsp;โรงแรม&nbsp;ดิ&nbsp;อิมพีเรียล&nbsp;โฮเทล&nbsp;แอนด์&nbsp;คอนเวนชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;โดยมี&nbsp;กลุ่มเป้าหมาย(รุ่น&nbsp;2)&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;10&nbsp;ประเภทธุรกิจการให้บริการเกี่ยวสข้องด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;เช่น&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ยานพาหนะ&nbsp;บริษัทนำเที่ยว&nbsp;กิจการเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เข้าร่วมการอบรมจำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานท่องเที่ยวลีฬาจังหวัดพิษณุโลก</strong>&nbsp;ในฐานะผู้จัดดำเนินโครงการในครั้งนี้&nbsp;กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#ข่าวจริงพิษณุโลก&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พิษณุโลก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218162414621
493	"อุบลฯ รวมพลัง ""บวร"" สนับสนุนและขยายผล ""โคก หนอง นา โมเดล"" แปลง CLM วัดป่าศรีแสงธรรม อ.โขงเจียม สู่ Quick Win ""เข้าวัด 1 คน แก้จน 1 ครอบครัว"" เป็นต้นแบบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ)"	"<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดย&nbsp;นางสาววิจิตร&nbsp;หลงชิน&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;นายวิริยะ&nbsp;เสาทอง&nbsp;พัฒนาการอำเภอเดชอุดม&nbsp;นายถาวร&nbsp;แสนเพ็ง&nbsp;พัฒนาการอำเภอทุ่งศรีอุดม&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ&nbsp;รวมไปถึงคณะทำงานภาคีเครือข่ายครูอาจารย์จากวิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>ลงพื้นที่เพื่อติดตามสนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนา</strong>พื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;และตรวจรับเครื่องผสมอาหาร&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการฯ&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์สาธิตสำหรับประจำฐานการเรียนรู้&nbsp;สำหรับพัฒนายกระดับการแปรรูปผลผลิตด้วยนวัตกรรม&nbsp;โดยจัดซื้อครุภัณฑ์เพื่อขยายผลและต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;Sufficiency&nbsp;Economy&nbsp;Development&nbsp;&nbsp;Zones&nbsp;for&nbsp;Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;&nbsp;(SEDZ&nbsp;for&nbsp;SDGs)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;ณ&nbsp;แปลงโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;แปลงศูนย์เรียนรู้ระดับตำบล&nbsp;(Community&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;Life&nbsp;:&nbsp;CLM)&nbsp;วัดป่าศรีเเสงธรรม&nbsp;บ้านดงดิบ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>โดยมีพระปัญญาวชิรโมลี&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม</strong>&nbsp;และที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พระนักพัฒนาที่เสียสละเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นมาโดยตลอดตามหลัก&nbsp;""บวร""&nbsp;&nbsp;หรือบ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ราชการ&nbsp;ได้เมตตาสนับสนุนและให้ข้อมูลในการดำเนินงาน&nbsp;ร่วมกับนางไพรวัลย์&nbsp;คำจริง&nbsp;พัฒนาการอำเภอโขงเจียม&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จาก&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;52&nbsp;หมู่บ้านในเขตอำเภอโขงเจียม&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมดังกล่าวเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน</p><p><strong>จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล</strong>ผ่านทางกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;แปลงศูนย์เรียนรู้ระดับตำบล&nbsp;(Community&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;Life&nbsp;:&nbsp;CLM)&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;5&nbsp;บูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับตำบล&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนอุปกรณ์สาธิตในพื้นที่เรียนรู้ระดับตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;71&nbsp;แปลง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;21&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยดำเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์&nbsp;ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งมอบเเละตรวจรับครุภัณฑ์ให้กับพื้นที่ชุมชนต้นแบบทั้ง&nbsp;71&nbsp;แปลง</p><p><strong>สำหรับแปลง&nbsp;CLM&nbsp;วัดป่าศรีเเสงธรรม&nbsp;ตำบลห้วยยาง&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;</strong>จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;แห่งนี้ได้รับครุภัณฑ์จำนวน&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;คือ&nbsp;เครื่องผสมอาหารสัตว์&nbsp;DC&nbsp;Motor&nbsp;3&nbsp;HP,&nbsp;เครื่องสับย่อยอาหารสัตว์และกิ่งไม้,&nbsp;เครื่องสกัดน้ำมันจากพืช&nbsp;Bio&nbsp;Diesel,&nbsp;เครื่องบรรจุอาหารกระป๋อง,&nbsp;เครื่องขึ้นรูปภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;และเครื่องบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศใช้พลังงาน&nbsp;Solar&nbsp;Cell</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;พระปัญญาวชิรโมลี&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม</strong>&nbsp;และที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้นำคณะจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และคณะผู้สนใจจากอำเภอโขงเจียม&nbsp;ได้ร่วมตรวจสอบและชมการสาธิตการใช้งานวัสดุครุภัณฑ์&nbsp;เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขยายผลโครงการ&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;แปลง&nbsp;CLM&nbsp;วัดป่าศรีแสงธรรม&nbsp;อำเภอโขงเจียม&nbsp;สู่การเป็นต้นแบบในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาลและจากดำริของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อคราวลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง""&nbsp;วัดป่าศรีแสงธรรม&nbsp;ในเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้นำพาคณะฯ&nbsp;เพื่อศึกษาและวิเคราะห์พื้นที่</strong>เขตการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;รวมถึงมีการระดมความคิดจากตัวแทนชุมชนทุกหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อให้ทราบถึง&nbsp;จุดเด่น&nbsp;จุดด้อย&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และโอกาส&nbsp;ในการพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ตามที่&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ประกาศการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแนวใหม่&nbsp;เพื่อให้พี่น้องประชาชน&nbsp;พ้นจากความยากจน&nbsp;ซึ่งทางวัดมีโรงเรียนศรีแสงธรรม&nbsp;ที่เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้&nbsp;และมีคณะครูที่เป็นโค้ช&nbsp;คอยช่วยเหลือนักเรียนให้ทำโครงการ&nbsp;นักเรียน&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;แก้จน&nbsp;1&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้กำหนดให้มีกิจกรรมริเริ่มสร้างสรรค์ที่สำเร็จโดยเร็ว&nbsp;หรือ&nbsp;Quick&nbsp;Win&nbsp;ในพื้นที่โครงการ&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;1&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;อย่างน้อยอำเภอละ&nbsp;1&nbsp;กิจกรรมหรือโครงการ&nbsp;โดยนำหลักการ&nbsp;วิธีการ&nbsp;วิธีคิด&nbsp;การทำ&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา""&nbsp;ให้พอกิน&nbsp;พอมี&nbsp;พออยู่&nbsp;พอใช้&nbsp;พอร่มเย็น&nbsp;ต่อยอดไปสู่การให้ความช่วยเหลือ&nbsp;แบ่งปัน&nbsp;จนมีมากพอที่จะขายสร้างรายได้&nbsp;และสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงไปทั่วประเทศและทั่วโลกได้</p><p><strong>กิจกรรมในวันนี้&nbsp;จึงถือเป็นการให้คณะจากจังหวัดฯ&nbsp;</strong>และชาวอำเภอโขงเจียม&nbsp;ได้ช่วยกันออกแบบการพัฒนาพื้นที่แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีวัดป่าศรีแสงธรรม&nbsp;เป็นศูนย์กลาง&nbsp;และเป็นแหล่งให้ความรู้&nbsp;ให้ปัญญา&nbsp;ทั้งเด็กและผู้ใหญ่&nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป&nbsp;โดยมีคุณธรรมกำกับ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;วัดจึงเป็นส่วนสำคัญที่สุดของชุมชน&nbsp;ไม่เว้นแม้เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง&nbsp;เมื่อกินอิ่ม&nbsp;นอนหลับ&nbsp;ทุกคนย่อม&nbsp;พร้อมรับการพัฒนา&nbsp;ดังคำกล่าวที่ว่า&nbsp;ผู้มีปัญญา&nbsp;ย่อมหาทรัพย์ได้</p><p><strong>ท้ายที่สุด&nbsp;นางสาววิจิตร&nbsp;หลงชิน&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;และนายวิริยะ&nbsp;เสาทอง&nbsp;พัฒนาการอำเภอเดชอุดม&nbsp;ยังได้ร่วมทำบุญบริจาคซื้อที่ดินถวายวัด&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;7,000&nbsp;บาท&nbsp;เป็นการสร้างบุกุศลอันยิ่งใหญ่&nbsp;ส่งผลให้มีความสุขกาย&nbsp;สุขใจ&nbsp;และนำความสำเร็จในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ไปพัฒนาพื้นที่อื่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218165440639
494	การใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 35,700 ล้านบาท	<p><strong>นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong>&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;</p><p><strong>จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม&nbsp;37.65&nbsp;ล้านราย&nbsp;มียอดใช้จ่ายรวม&nbsp;35,781.37&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;12.40&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;2,467.72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;1.03&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;204.85&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;24.49&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;33,108.8&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย&nbsp;16,785.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่าย&nbsp;16,323.6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;25.47&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วจำนวน&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;1.98&nbsp;หมื่นราย</p><p><strong>โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวย้ำว่า</strong>&nbsp;ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จะต้องเริ่มใช้สิทธิภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งหากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุพรรณบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218205109758
495	จังหวัดภูเก็ต ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์	<p><strong>จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์</strong>&nbsp;วันนี้(18&nbsp;กพ.65)&nbsp;ที่โรงแรมคอร์ทยาร์ด&nbsp;บาย&nbsp;แมริออท&nbsp;</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์จังหวัดภูเก็ตครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเข้าร่วม&nbsp;นายอำนวย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมในครั้งนี้มีวาระการประชุมที่สำคัญในเรื่องของแผนการดำเนินงานปี&nbsp;2565&nbsp;ของสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้โครงการและกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การให้การสนับสนุนการจัดงานประเภท&nbsp;MICE&nbsp;(ทั้งในประเทศและต่างประเทศ)&nbsp;และสนับสนุนการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติและการให้การสนับสนุนโครงการ&nbsp;MICE&nbsp;innovation&nbsp;Catalog&nbsp;(ฝ่าย&nbsp;MICE&nbsp;Intelligence&nbsp;และนวัตกรรมรวมถึงการรายงานผลโครงการพัฒนาสินค้าและบริการของอุตสาหกรรมเรือสำราญและอาหารพื้นถิ่นผ่านงานไมซ์ในภูมิภาคใต้&nbsp;การรายงานความคืบหน้างาน&nbsp;Travel&nbsp;Blog&nbsp;Exchange&nbsp;2021&nbsp;(TBEX&nbsp;Asia)&nbsp;และการรายงานศูนย์ประสานงานและให้บริการต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์&nbsp;(MICE&nbsp;Lane&nbsp;Service)&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการพิจารณาในเรื่องของโครงการยกระดับงานเด่นไมซ์ซิตี้</strong>&nbsp;(Flagship&nbsp;Events)&nbsp;-&nbsp;งานประเพณีถือศีลกินผักและการสนับสนุนและความร่วมมือในการดำเนินโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์&nbsp;GEMMSS&nbsp;โดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยการจัดทำแผนปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566-2570&nbsp;(Action&nbsp;Plan)&nbsp;เพื่อจัดทำเป็น&nbsp;Blueprint&nbsp;การพัฒนาของจังหวัดภูเก็ตและการเตรียมการหลังจากยื่นประมูลสิทธิ์งาน&nbsp;Specialised&nbsp;Expo&nbsp;(Expo&nbsp;2028&nbsp;&nbsp;Phuket&nbsp;Thailand&nbsp;</p><p><strong>โดยมีการเตรียมการเข้าร่วม&nbsp;Country&nbsp;Presentation,</strong>&nbsp;การประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับคนในพื้นที่,&nbsp;การเตรียมการเพื่อต้อนรับคณะกรรมการสำรวจความพร้อม&nbsp;Enquiry&nbsp;&nbsp;Mission,&nbsp;&nbsp;Communication&nbsp;&nbsp;Plan&nbsp;และการประมูลสิทธิ์การประชุมนานาชาติ&nbsp;Educating&nbsp;Cities&nbsp;Congress&nbsp;2024,&nbsp;&nbsp;UNESCO&nbsp;Creative&nbsp;&nbsp;Cities&nbsp;Annual&nbsp;Conference&nbsp;รวมถึงรายละเอียดงานประชุม&nbsp;AFECA&nbsp;2023&nbsp;และการจัดทำแผนปฏิบัติการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566-2570&nbsp;(Action&nbsp;Plan)&nbsp;เพื่อจัดทำเป็น&nbsp;Blueprint&nbsp;การพัฒนาของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการทำงานในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218180129671
496	กรมการพัฒนาชุมชน จัดงาน OTOP ภูมิภาค ประจำปี 2564 ณ จังหวัดกาญจนบุรี	"<p><strong>กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;จัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;""ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;ช้อป&nbsp;คุ้ม&nbsp;ครบจบที่เดียว""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;เกาะรัตนกาญจน์&nbsp;ลานเชิงสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร&nbsp;ตำบลบ้านเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</strong></p><p><br></p><p><strong>นางรัชนี&nbsp;โพธิสัตยา&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;จัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;""ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;ช้อป&nbsp;คุ้ม&nbsp;ครบจบที่เดียว""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ที่เกาะรัตนกาญจน์&nbsp;ลานเชิงสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร&nbsp;ตำบลบ้านเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการพัฒนาสินค้า&nbsp;หนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ได้นำผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;บูธ&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ดาว&nbsp;และอาหารชวนชิม&nbsp;การสาธิตกระบวนการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกวันตลอดการจัดงาน&nbsp;กิจกรรมชิงโชค&nbsp;เชิญชวนลูกค้า&nbsp;นักท่องเที่ยวในงาน&nbsp;มีการจับรางวัลทุกวัน&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และการจับรางวัลวันสุดท้าย&nbsp;มูลค่า&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และมินิคอนเสิร์ตของศิลปินดารา&nbsp;นักร้องที่มีชื่อเสียง&nbsp;การแสดงวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน&nbsp;""รำเหย่ย""&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมการแพร่รระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;และมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;จึงขอเชิญชวนให้ประชาชน&nbsp;เที่ยวชมงานและร่วมกันอุดหนุนสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการ&nbsp;ในวัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218181012675
497	ผต.พาณิชย์ตรวจราชการที่จังหวัดอุดรธานี	<p><strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ยืนยัน&nbsp;</strong>ตลาดเมืองทองเจริญศรีอุดรธานี&nbsp;เหมาะเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงสินค้าอุดรธานี&nbsp;และอีสานตอนบนไปยังประเทศจีน&nbsp;หลังสถานการณ์โค</p><p>วิด-19&nbsp;ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมตลาดเมืองทองเจริญศรีอุดรธานี</strong>&nbsp;ถนนนิตโย&nbsp;ตำบลหมากแข้ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายกิตติกร&nbsp;ทีฆธนานนท์&nbsp;กรรมการผู้จัดการตลาดเมืองทองเจริญศรีอุดรธานี&nbsp;พร้อมคณะให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือข้อราชการกับ&nbsp;นางวรรณภัทร&nbsp;เกตุทัศน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์และคณะในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการที่จังหวัดอุดรธานีและเข้าเยี่ยมชมตลาด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหลังการรับฟังบรรยายสรุปผู้บริหารตลาดได้นำผู้ตรวจ</strong>และคณะขับรถเยี่ยมชมบริเวณตลาดโดยรอบ&nbsp;ตลาดเมืองทองเจริญศรี&nbsp;ตลาดกลางสินค้าเกษตรใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน&nbsp;&nbsp;ตลาดยึดแนวทางปฏิบัติ17&nbsp;ข้อ&nbsp;ตลาดสดน่าซื้อของกรมอนามัย&nbsp;พร้อมปฏิบัติมาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;การสวมหน้ากาก-ล้างมือ-เว้นระยะห่าง&nbsp;และมีมาตรการเสริม&nbsp;เนื่องจากเป็นตลาดขายส่ง&nbsp;มีผู้ค้าและสินค้ามาจากทั่วประเทศ&nbsp;ตลาดจึงได้จัดทำทะเบียน&nbsp;กลุ่มผู้ค้า-พนักงาน-ลูกจ้าง-แรงงานรับจ้าง&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งได้จัดระเบียนร้านค้าใหม่&nbsp;เพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขวาง</strong>&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าสามารถขับรถเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;แต่ร้านค้าทุกร้านคงมาตรการป้องกันโควิด19&nbsp;เข้มข้น&nbsp;ทุกร้านต้องมีแอลกอฮอล์ให้บริการลูกค้า&nbsp;มีการซุ่มตรวจหาเชื้อด้วย&nbsp;ATK&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;นางวรรณภัทร&nbsp;เกตุทัศน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้มาลงพื้นที่ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;คือมาตรวจราชการที่อีสานตอนบน&nbsp;มาดูเรื่องราคาสินค้า&nbsp;ดูความเป็นอยู่ของผู้บริโภค&nbsp;ราคาสินค้าให้เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมาดูว่าจะให้การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ</strong>ทั้งรายเล็ก&nbsp;กลาง&nbsp;ได้มีการค้าขายมากขึ้น&nbsp;ตอนนี้ใกล้จะหมดช่วงโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;ทางกระทรวงพาณิชย์จะสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก&nbsp;กลาง&nbsp;ได้อย่างไรบ้าง&nbsp;เพื่อให้มีการค้าขาย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;เป็นจุดสามารถเชื่อมต่อไปประเทศจีนได้&nbsp;รถไฟก็ใกล้จะเดินรถได้ตามปกติแล้ว&nbsp;ต่อไปนี้ที่จุดนี้จะเป็นยุทธศาสตร์ที่รวบรวมสินค้า&nbsp;และส่งออกไปที่ประเทศจีนได้&nbsp;จึงมาดูว่าผู้ประกอบการที่อุดรธานีมีความพร้อมขนาดไหน&nbsp;ดูว่าส่วนไหนที่กระทรวงพาณิชย์จะมาเติมเต็มได้&nbsp;ช่วยพัฒนาผู้ประกอบการ&nbsp;ช่วยส่งเสริมทางด้านการตลาด&nbsp;จากการตรวจเยี่ยมตลาดเมืองทองเจริญศรีอุดรธานี&nbsp;พบว่าตลาดแห่งนี้มีศักยภาพสูงมาก&nbsp;เป็นตลาดที่มีความทันสมัย&nbsp;มีการบริหารจัดการอย่างดี&nbsp;และมีแนวคิดซึ่งจะสามารถเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงสินค้าจากอุดรธานีและจากอีสานตอนบนไปยังประเทศจีนได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าวส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;</p><p>ภาพ&nbsp;/กาญมณี&nbsp;พรวาปี&nbsp;นศ.มรภ.อด.&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218173914660
498	หลายพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมจัดงานเทศกาล กระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หลายพื้นที่ในจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เตรียมจัดงานเทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด&nbsp;</strong>เช่นที่&nbsp;อำเภอนาโพธิ์&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เชิญเที่ยวงานเทศกาลงานไหมอำเภอนาโพธิ์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์&nbsp;โดยภายในงานได้จัดให้มีกิจกรรมมากมาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน,&nbsp;การเดินแบบผ้าไหมและการประกวดชุดแต่งกายผ้าไหมสวยงาม,&nbsp;การประกวดธิดาไหมนาโพธิ์,&nbsp;การประกวดธิดาจำเเลง,&nbsp;การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง,&nbsp;การเเข่งขันสาวไหม&nbsp;ปั่นไหม,&nbsp;การจัดเเสดงสินค้า&nbsp;OTOP,&nbsp;การประกวดผลผลิตทางการเกษตร,&nbsp;การประกวดส้มตำลีลาเเละรสชาติเป็นเลิศ,&nbsp;การเเข่งขันการเเสดงออกบนเวทีของส่วนราชการ/ท้องถิ่น,&nbsp;การเเสดงออกบนเวทีของนักเรียน,&nbsp;และต่างๆอีกมากมาย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;เตรียมจัดงานดอกฝ้ายคำบาน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรม&nbsp;ขอพรเทพประจำทิศ&nbsp;ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน&nbsp;เลือกซื้อสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ตลาดอารยธรรมวนัมรุง&nbsp;ตลอดงาน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	บุรีรัมย์	สวท.บุรีรัมย์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218185927697
499	จ.นราธิวาสประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดนราธิวาส (กรอ.จังหวัดนราธิวาส) ครั้งที่ 12565	<p><strong>จ.นราธิวาส&nbsp;ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน</strong>เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดนราธิวาส&nbsp;(กรอ.จังหวัดนราธิวาส)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>นายสนั่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธาน</strong>การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;(กรอ.จังหวัดนราธิวาส)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายทศพล&nbsp;สวัสดิสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมฯ</p><p><strong>ในที่ประชุมมีการรายงานภาวะเศรษฐกิจภาพรวมและภาวะเศรษฐกิจ</strong>จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และมาตรการของภาครัฐที่สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;การรายงานสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย&nbsp;และการค้าภายในจังหวัดนราธิวาส&nbsp;รวมถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการประชุมระหว่าง&nbsp;นายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ผู้แทนภาคเอกชน&nbsp;และผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;เพื่อขับเคลื่อน&nbsp;การพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;๒๑&nbsp;มกราคม&nbsp;๒๕๖๓&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;นอกจากนี้มีการรายงานความก้าวหน้าโครงการสำคัญในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการพิจารณาคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านสังคม</strong>ในคณะกรรมการ&nbsp;กรอ.จังหวัดนราธิวาส&nbsp;และการประชาสัมพันธ์การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน&nbsp;โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร&nbsp;ทั้งนี้เพื่อสร้างความตื่นรู้เกี่ยวกับพระราชดำริ&nbsp;พระราชดำรัส&nbsp;ความเป็นมา&nbsp;ตลอดจนคุณค่าของสาราไทยนุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ&nbsp;ให้เยาวชนไทยได้ทำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>	18/2/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218190909705
500	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่การจัดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ประชาสัมพันธ์การปิดป้ายแสดงราคาและป้องกันการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ	<p><strong>ณ&nbsp;บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี&nbsp;(เขาวัง)&nbsp;</strong>และพื้นที่รอบเขาวังภายในตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายปริญญา&nbsp;กำแหง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่การจัดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ประชาสัมพันธ์การปิดป้ายแสดงราคาและป้องกันการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ&nbsp;<strong>นายปริญญา&nbsp;กำแหง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;กำหนดจัดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคภายในงาน&nbsp;รวมทั้งป้องปรามไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์การปิดป้ายแสดงราคาและป้องกันการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ซื้อ-ขาย&nbsp;ในวันแรกของการจัดงาน&nbsp;โดยประชาสัมพันธ์ประกาศจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เรื่องแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้มีการปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการรวมถึงห้ามกักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ลงวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า&nbsp;หรือได้รับความเดือดร้อนจากการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;3240&nbsp;1391</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	18/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218194702722
501	พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา ออกตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า ณ ตลาดย่าโม? และห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา	<p><strong>นายศารุมภ์&nbsp;โหม่งสูงเนิน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดย่าโม?&nbsp;และห้างสรรพสินค้า&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา&nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;15-17&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;พบว่าสถานการณ์ด้านราคาสินค้าโดยทั่วไปยังคงทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน&nbsp;ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;โดยมีราคาจำหน่ายดังนี้&nbsp;</p><p>-?&nbsp;หมูเนื้อแดงปรับลดลงมาอยู่ที่&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;150-170&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;ไก่สดทั้งตัว&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;-75&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p>-?&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;ราคาฟองละ&nbsp;3.00-3.20&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;น้ำมันพืชถั่วเหลือง&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ขวดละ&nbsp;55-60&nbsp;บาท</p><p>-&nbsp;น้ำมันพืชปาล์ม&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ขวดละ&nbsp;61-62&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;ได้ขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าต่างๆ&nbsp;ในจังหวัด</strong>&nbsp;ตรึงราคาและลดราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภค&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;และจะดำเนินการตรวจติดตาม?สถานการณ์?การจำหน่าย?อย่างต่อเนื่องต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สวท.นครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218202620733
502	ผู้ว่าฯศรีสะเกษ  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ประกอบการภายในงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ อาภรณ์ อาหาร งานศิลป์ จากท้องถิ่น สู่สากล	<p><strong>วานนี้&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะกุดหวาย</strong>&nbsp;อนุสรณ์&nbsp;239&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ/ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้ประกอบการภายในงานส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;อาภรณ์&nbsp;อาหาร&nbsp;งานศิลป์&nbsp;จากท้องถิ่น&nbsp;สู่สากล&nbsp;ตามโครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวตามอารยธรรมอีสานใต้&nbsp;กิจกรรมถนนสายธรรมะ&nbsp;คีตะ&nbsp;ศิลป์&nbsp;ถิ่นดงลำดวน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ในวันสุดท้าย&nbsp;</p><p><strong>โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;มีผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;ร้านจำหน่ายงานศิลปะ&nbsp;และการประกวดดนตรีเยาวชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มียอดจำหน่ายทั้งสิ้นรวม&nbsp;637,580&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัด&nbsp;พัฒนาการจังหวัด&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ผอ.ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเยาวชนจังหวัด&nbsp;ผอ.ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมตรวจเยี่ยม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218204335747
503	อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เยี่ยมต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตภาคใต้ สานต่อผลงานสร้างรายได้ให้ชุมชน	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ศ.ดร.สุวัจน์&nbsp;ธัญรส&nbsp;อธิการบดี&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;ร่วมต้อนรับนายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เยี่ยมต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;การพัฒนาชุมชนในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ด้านการพัฒนาอาชีพ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อยกเศรษฐกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศรีวิชัย&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารสำนักงานอธิการบดี&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;โดย&nbsp;ผศ.&nbsp;ดร.อภิรักษ์&nbsp;สงรักษ์&nbsp;รองอธิการบดี&nbsp;นำเสนอผลิตภัณฑ์จากโครงการวิจัยภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยจัดการงานวิจัยเพื่อพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องแกงจากโครงการ&nbsp;""การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มเครื่องแกงปักษ์ใต้&nbsp;ในจังหวัดนครศรีธรรมราช""&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าบนฐานศักยภาพและทรัพยากรพื้นถิ่น&nbsp;""ชุดโครงการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ของภาคใต้บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่นสู่ตลาดการแข่งขัน""&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2563&nbsp;และผลิตภัณฑ์พริกไทยพันธุ์ปะเหลียนจากโครงการ&nbsp;""การยกระดับพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนด้วยห่วงโซ่คุณค่าใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่สู่ตลาดการแข่งขัน""&nbsp;โดยได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนในเรื่องการยกระดับพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนของจังหวัดตรัง</span></p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักการจัดการนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">นำเสนอผลงาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกและของเล่นจากแผ่นไม้&nbsp;ในแบรนด์หมูคินอินเตอร์&nbsp;นำนาฬิกาติดฝาผนังที่ออกแบบโดยเฉพาะเป็นภาพแผนที่เมืองสงขลาและผลิตภัณฑ์พวงกุญแจฉลุด้วยเครื่องเลเซอร์คัท&nbsp;และของเล่นจิ๊กซอร์&nbsp;3&nbsp;มิติ&nbsp;</span>&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">ผลิตภัณฑ์ทริปการท่องเที่ยวเมืองเก่าสงขลาเชื่อมบ้านหัวเขา&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;เป็นทริปท่องเที่ยวล่องเรือในทะเลสาบสงขลา&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;ในแบรนด์&nbsp;Singora&nbsp;Comes&nbsp;Alive&nbsp;และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;ในแบรนด์&nbsp;แม่จันทร์&nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากชุมชนตำบลหัวเขา&nbsp;มาจัดแสดงให้อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนได้รับชม</span>&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์ปลากะพงสามน้ำแปรรูป<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;การยกระดับศักยภาพการผลิตและการตลาดของเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงสามน้ำเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;ตำบลหัวเขา&nbsp;เทศบาลเมืองสิงหนคร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โครงการวิจัย&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์แปรรูปปลากะพงเค็มของชุมชน&nbsp;การใช้ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์</span>&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">ผลิตภัณฑ์กระเป๋า&nbsp;คอลเลคชั่นต่างๆ&nbsp;โดยใช้ผ้าบาติกพิมพ์บล็อกไม้เป็นกลักโครงการพัฒนาผ้าเพื่อเป็นเอกลักษณ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านพรุร่วมใจ&nbsp;ภายใต้โครงการคูปองวิทย์เพื่อ&nbsp;OTOP&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยเเละนวัตกรรม&nbsp;โดยกลุ่มตั้งอยู่ที่&nbsp;ตำบลควนหาหลง&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีการพัฒนาลวดลายเอกลักษณ์เพื่อกำหนเกรอบของลวดลาย&nbsp;ออกแบบพัฒนา&nbsp;และส่งเสริมการตลาด&nbsp;ด้านช่องทางออนไลน์&nbsp;และวางจำหน่ายในงานต่างๆ&nbsp;เพื่อให้กลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น</span></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>"	18/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218201422729
504	รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร  วงษ์สุวรรณ) เปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร นำจุดเด่นความเป็นเลิศการสร้างสรรค์ด้านอาหาร ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจเพชรบุรี	<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ)&nbsp;</strong>เปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;นำจุดเด่นความเป็นเลิศการสร้างสรรค์ด้านอาหาร&nbsp;ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจเพชรบุรี&nbsp;เย็นวันนี้&nbsp;(18&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลาง&nbsp;อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;พระนครคีรี&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดงานพระนครคีรี&nbsp;-&nbsp;เมืองเพชร&nbsp;</strong>ครั้งที่&nbsp;35&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมมอบโล่&nbsp;ขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดงาน&nbsp;และมอบโล่เชิดชูเกียรติ&nbsp;คนดี&nbsp;ศรีเมืองเพชร&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>กล่าวแสดงความยินดีกับชาวจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในการเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;ที่องค์การยูเนสโก&nbsp;&nbsp;ประกาศขึ้นทะเบียนให้ผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ&nbsp;และประกาศให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;(Phetchaburi&nbsp;&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy)&nbsp;แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ&nbsp;และความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์อาหาร&nbsp;ที่เกิดจากแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าค้นหาและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาสัมผัสกับธรรมชาติ&nbsp;จากผืนป่าแก่งกระจานและชายฝั่งทะเลที่สวยงามและได้ลิ้มลองกับอาหารเลิศรสของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;เป็นการประชาสัมพันธ์</strong>ให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว&nbsp;เห็นความพร้อมและศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ส่งผลให้กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดให้กับมาฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/18&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	18/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218205029757
505	ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีเปิดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี 2565 ในรูปแบบ New Normal	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่&nbsp;ลานการแสดง&nbsp;แสง&nbsp;สี&nbsp;เสียง&nbsp;เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ตำบลดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอพนมทวน</strong>&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายจีระเกียรติ&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรชยา&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายชำนาญ&nbsp;ชื่นตา&nbsp;นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฯ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>จัดงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ตำบลดอนเจดีย์&nbsp;อำเภอพนมทวน&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อให้พสกนิกรชาวไทย&nbsp;ได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช&nbsp;ที่ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย&nbsp;และตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย&nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกเพศทุกวัยเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมสู่คนรุ่นหลังพร้อมทั้งยังเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ซึ่งกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ได้มีการจัดแสดง&nbsp;แสง&nbsp;เสียง&nbsp;ชื่อชุดการแสดง&nbsp;สมเด็จพระนเรศวรวีรกษัตรา&nbsp;มหาราชากู้แผ่นดิน</strong>&nbsp;&nbsp;จำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในช่วงสำคัญที่สะท้อนถึงวีรกรรมและความเสียสละของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและแสดงวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นในสมัยนั้นด้วย&nbsp;มีรอบการแสดงระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;รอบ&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;เวลาการแสดง&nbsp;40&nbsp;นาที</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้เข้าชมจะต้องนำบัตรประชาชนมาแสดงสำหรับชาวไทย&nbsp;หรือพาสปอร์ตสำหรับชาวต่างชาติ&nbsp;</strong>พร้อมทั้งแสดงหลักฐานได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสโควิด-19&nbsp;แล้วอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสโควิด-19&nbsp;จะต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ด้วย&nbsp;ATK&nbsp;มาแล้วไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และต้องผ่านจุดคัดกรองเพื่อวัดอุณหภูมิ&nbsp;พร้อมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และขอความร่วมมือไม่นำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปชมการแสดงฯ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;</strong>การแสดงนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์&nbsp;กิจกรรมนันทนาการต่างๆ&nbsp;ทั้งการแสดงมหรสพ&nbsp;แสดงการจำหน่ายสินค้าชุมชนให้เลือกซื้อมากมายอีกด้วย&nbsp;สำหรับผู้เข้าร่วมงานจะต้องผ่านจุดคัดกรองเพื่อวัดอุณหภูมิ&nbsp;พร้อมทั้งสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทองข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	18/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218211921779
506	เพชรบูรณ์เปิดงานมะขามหวาน นครบาลเพชรบูรณ์ ประจำปี 2565 ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19	<p><strong>นายกฤษณ์&nbsp;คงเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18-26กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;ประชาชน&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิด&nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยก่อนพิธีเปิดขบวนรถบุปผชาติ&nbsp;ตกแต่งตามเอกลักษณ์</strong>ของแต่ละอำเภอที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่มีอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยขบวนได้เริ่มต้นจากหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่าแห่ไปรอบเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;ก่อนเคลื่อนขบวนมาเปิดงานบริเวณเวทีกลางหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ซึ่งจากภายหลังพิธีเปิดได้มีการมอบรางวัลให้ผู้ชนะเลิศการประกวดธิดามะขามหวาน&nbsp;และรถบุปผชาติ&nbsp;พร้อมมอบรางวัลผู้โชคดีจากสลากกาชาด</p><p><strong>จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้กำหนดจัดงานมะขามหวาน&nbsp;</strong>นครบาลเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพืชเศรษฐกิจอย่างมะขามหวาน&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศอย่างกว้างขวาง&nbsp;บ่งบอกถึงความเป็นมาของเมืองนครบาลเพชรบูรณ์&nbsp;เมื่อครั้งสมัย&nbsp;จอมพล.ป.พิบูลสงคราม&nbsp;ที่ครั้งหนึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เกือบจะได้เป็นเมืองหลวงของไทย&nbsp;ส่งเสริมการจำหน่ายและหารายได้&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งเสริมการขายพืชผลทางการเกษตรของประชาชนชาวเพชรบูรณ์&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร&nbsp;กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการปลูก&nbsp;การผลิตสินค้าแปรรูปจากมะขามชนิดต่างๆ&nbsp;ให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น&nbsp;และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;มีการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ผู้ที่เข้าร่วมเวทีการประกวดกิจกรรมภายในงาน&nbsp;และ&nbsp;ตรวจร้านค้าผู้ประกอบการ&nbsp;ที่มาจำหน่ายสินค้าภายในงาน&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;พร้อมจัดตั้งจุดคัดกรองให้นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมแสดงเอกสารการฉีดวัคซีนก่อนเข้าภายในงานโดยในงานมีการจัดกิจกรรมทั้งด้านวัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ศิลปะการแสดงที่เน้นวัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;ทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอของจังหวัด&nbsp;&nbsp;การจำหน่ายมะขามหวาน&nbsp;มากมายหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;อาทิ&nbsp;พันธุ์ประกายทอง&nbsp;พันธุ์สีทอง&nbsp;พันธุ์ศรีชมภู&nbsp;พันธุ์ขันตี&nbsp;พันธุ์ประกายเพชร&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;จนไปถึง&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมจำหน่ายมะขามแปรรูปให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ&nbsp;ทั้งมะขามคลุก&nbsp;มะขามกวน&nbsp;กล้วยไส้มะขาม&nbsp;มะขามแช่อิ่ม&nbsp;มะขามอบน้ำผึ้ง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีกิจกรรม&nbsp;การประกวดนางงามมะขามหมู</strong>&nbsp;การประกวดสวนมะขาม&nbsp;การประกวดมะขามหวานชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันทุกค่ำคืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	18/2/2022	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219010931795
507	จังหวัดร้อยเอ็ดเปิดงาน Smart Market ออนซอนร้อยแก่นสารสินธุ์ จัดของเด็ดภาคอีสานมาให้เลือกซื้อที่ระยอง	<p><strong>ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;ระยอง&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;Smart&nbsp;Market&nbsp;ออนซอนร้อยแก่นสารสินธุ์&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และจังหวัดระยองเข้าร่วม</p><p><strong>นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างรายได้และส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของจังหวัดให้กับผู้ประกอบการผู้ผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สินค้าโอทอป&nbsp;สินค้าอินทรีย์&nbsp;สินค้าจีไอ&nbsp;และ&nbsp;SMEs&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางและการขยายโอกาสตลาดผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจังหวัดและเพื่อสร้างความมั่นใจสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจังหวัดให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;สนองนโยบายของรัฐบาลที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยเน้นการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมสินค้าการเกษตรให้เป็นรากฐานที่สำคัญ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรไทย&nbsp;คือ&nbsp;การสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย</strong>ซึ่งนโยบายรัฐบาลกำหนดให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;SMEs&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;และปฏิรูปภาคเกษตรไปสู่ยุค&nbsp;4.0&nbsp;โดยเน้นการผลิตทางการเกษตรรูปแบบใหม่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร&nbsp;ปรับโครงสร้างภาคการเกษตร&nbsp;ทำให้ชีวิตเกษตรกรดีขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพสินค้าและเพิ่มช่องทางการตลาดเชิงรุกไม่ว่าจะเป็นทางออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้สนใจสามารถมาเลือกชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;ได้</strong>ในระหว่างวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ลานกิจกรรมชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;ระยอง&nbsp;ภายในงานมีผู้ประกอบการนำสินค้าเด็ดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาร่วมออกบูธมากมาย&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าว&nbsp;สินค้าพื้นถิ่น&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;ผ้าไหม&nbsp;<strong>นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นนาทีทอง&nbsp;การไลฟ์สดขายของ</strong>โดยคุณหมวย&nbsp;โซฮอท&nbsp;ผ่านเพจ&nbsp;ของดี&nbsp;ของเด่น&nbsp;เมืองร้อยเอ็ด&nbsp;101&nbsp;ระหว่าง&nbsp;15.00&nbsp;&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;และชมฟรีมินิคอนเสิร์ตทุกวัน&nbsp;อาทิ&nbsp;ต้นข้าว&nbsp;อาร์สยาม,&nbsp;เต๋า&nbsp;ภูศิลป์,&nbsp;เวียง&nbsp;นฤมล&nbsp;แกรมมี่โกลด์,&nbsp;ข้าวทิพย์&nbsp;ธิดาดิน,&nbsp;บิว&nbsp;พงษ์พิพัฒน์&nbsp;อาร์สยาม,&nbsp;เอิ้น&nbsp;วรัญญา&nbsp;และเก๋&nbsp;มรกต&nbsp;ท็อปไลน์&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;17.00&nbsp;&nbsp;18.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	18/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218222104789
508	พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 35 Phetchaburi City of Gastronomy ตำนานอาหาร สืบสานวัฒนธรรม งามล้ำพระนครคีรี สดุดี จอมราชัน ระหว่างวันที่ 18-27 กุมภาพันธ์ 2565	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;พระนครคีรี-เมืองเพชร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;35</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และมอบโล่เชิดชูเกียรติคนดีศรีเมืองเพชร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลาง&nbsp;บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระนครคีรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้กล่าวแสดงความยินดี</strong>กับชาวเพชรบุรีที่องค์การยูเนสโก&nbsp;ประกาศขึ้นทะเบียนให้ผืนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ&nbsp;และประกาศให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร&nbsp;หรือ&nbsp;Phetchaburi&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;ซึ่งทั้งสองประการนี้&nbsp;แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ&nbsp;และความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์อาหาร&nbsp;ที่เกิดจากแหล่งวัตถุดิบคุณภาพในจังหวัด&nbsp;อันเป็นสิ่งที่น่าค้นหาและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย&nbsp;และชาวต่างประเทศให้เดินทางเข้ามาสัมผัสกับธรรมชาติทั้งผืนป่าแก่งกระจานและชายฝั่งทะเลที่สวยงามอีกทั้งยังได้มาลิ้มลองกับอาหารเลิศรสของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;การจัดงานพระนครคีรี&nbsp;-&nbsp;เมืองเพชร&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของพื้นที่&nbsp;อันจะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดให้กลับมาฟื้นฟูโดยเร็ว&nbsp;งานพระนครคีรี&nbsp;-&nbsp;เมืองเพชร&nbsp;เป็นงานประจำปีของจังหวัด&nbsp;จัดครั้งแรกเมื่อ&nbsp;พ.ศ.2529&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปีนี้&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;35&nbsp;กำหนดจัดในระหว่างวันที่&nbsp;18-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;10&nbsp;คืน</strong>&nbsp;ภายใต้&nbsp;Theme&nbsp;งาน&nbsp;Phetchaburi&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;ตำนานอาหาร&nbsp;สืบสานวัฒนธรรม&nbsp;งามล้ำพระนครคีรี&nbsp;สดุดี&nbsp;จอมราชัน&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และพระราชกรณียกิจสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและชาวเพชรบุรี&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยมีกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การแสดงบนเวทีกลาง&nbsp;การประดับแสง&nbsp;สี&nbsp;และจุดพลุ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Phetchaburi&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;และสาธิตอาหารชาววัง&nbsp;กิจกรรมศิลปวัฒนธรรม&nbsp;การสาธิต&nbsp;งานสกุลช่างเมืองเพชร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและนิทรรศการภาพถ่าย&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP/สินค้าประชารัฐ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารเกษตรแปรรูป&nbsp;สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าธงฟ้า&nbsp;กิจกรรมสอน108&nbsp;อาชีพ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Walk&nbsp;Rally&nbsp;บนพระนครคีรี&nbsp;กิจกรรมสาธารณประโยชน์/จิตอาสา&nbsp;กาชาด/รับบริจาโลหิต/ออกสลากกาชาด&nbsp;และการจำหน่ายสินค้าทั่วไป&nbsp;ตลอดจนการแสดงมอเตอร์โชว์ของภาคเอกชน&nbsp;การจัดงานครั้งนี้&nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	18/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220218230036792
509	จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับสถานประกอบการ เตรียมความพร้อม ต้อนรับนักท่องเที่ยว ภายใต้มาตรการป้องกันโควิดอย่างเคร่งครัด	"<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานการ&nbsp;แถลงข่าว&nbsp;Amazing&nbsp;Ubon&nbsp;Ratchathani&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;ยู&nbsp;โฮเทล&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;สัญลักษณ์ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นแห่งแรกของกลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;และเป็นแห่งแรกของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;โดยโรงแรมแห่งนี้ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันกับโรงพยาบาลพริ้นซ์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวหลังการเปิดประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เน้นย้ำให้สถานประกอบการ&nbsp;ที่พัก&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;</strong>และประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ยึดมาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด&nbsp;&nbsp;ตลอดจนให้ผู้ประกอบการ&nbsp;ปฏิบัติตาม&nbsp;COVID-Free&nbsp;Setting&nbsp;สถานที่มีการระบายอากาศที่เหมาะสม&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;พนักงานฉีดวัคซีนครบถ้วน&nbsp;ตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;พนักงานทุกสัปดาห์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ที่ทำให้สถานประกอบการมีความพร้อม&nbsp;โดยเฉพาะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีร่วมกับภาคเอกชนเตรียมความพร้อมเปิดการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างรายได้และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับจังหวัด&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;&nbsp;ภูมี&nbsp;&nbsp;สวท.อุบลราชธานี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">&nbsp;</span></p>"	19/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สวท.อุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219075456800
510	หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ตรวจติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ร่วมต้อนรับนางสาวสุนันทา&nbsp;กังวาลกุลกิจ&nbsp;</strong>หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยได้เข้าพบนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อหารือข้อราชการในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;จากนั้นประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และประธานเครือข่าย&nbsp;BIz&nbsp;Club&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และประชุมติดตามผลการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;เยี่ยมชมกลุ่มผ้าไหมบ้านท่าสว่าง&nbsp;หมู่บ้านทอผ้าไหมบ้านท่าสว่าง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;</strong>กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์&nbsp;ตำบลบุฤาษี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;กลุ่มเกษตรอินทรีย์ตำบลบุฤาษี&nbsp;และกลุ่มทอผ้าไหมย้อมไม้เก้ามงคล&nbsp;บ้านไทร&nbsp;อ.ศีขรภูมิ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219084714804
511	เริ่มแล้ว งานแสดงสินค้าอาหารดี 4 ภาค กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา	<p><strong>เริ่มแล้วงานแสดงสินค้าอาหารดี&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;ที่บริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าสงขลา&nbsp;</strong>เขตเทศบาลนครสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;ส่งเสริมพื้นที่ตลาดใหม่&nbsp;ขยายพื้นที่ตลาดเดิมให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;จากจังหวัดสงขลาและต่างจังหวัดทั่วประเทศที่สมัครใจตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;ในการส่งเสริมตลาดประชารัฐประเภทตลาดประชารัฐของดีจังหวัด&nbsp;รวมถึงการกระตุ้นกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี&nbsp;พร้อมส่งเสริมการจัดการชุมชนท่องเที่ยว&nbsp;OTOP&nbsp;นวัตวิถีอย่างต่อเนื่องและพัฒนาการเรียนรู้&nbsp;การสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;กลุ่มปรับตัวสู่การพัฒนา&nbsp;ในการส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานมีสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ทั่วทุกภาค</strong>&nbsp;สินค้าผลิตภัณฑ์&nbsp;sme&nbsp;อาหารดี&nbsp;4&nbsp;ภาค&nbsp;จากจังหวัดสงขลาและทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;บูธ&nbsp;ขนมพื้นบ้านเมืองสงขลา&nbsp;การแสดงดนตรีและวัฒนธรรม&nbsp;4&nbsp;ภาคจัดการภายใต้มาตรการคุมเข้ม&nbsp;covid&nbsp;-19</p><p><strong>สำหรับบรรยากาศภายในงาน&nbsp;ประชาชนจำนวนมาก&nbsp;</strong>เลือกซื้ออาหารที่แต่ละภาคนำมาขายโดยมีโต๊ะและเก้าอี้นั่งรับประทานได้ในช่องกลางของทางเดินระหว่างร้านทั้ง&nbsp;2&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกัน&nbsp;covid-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ในขณะเดียวกันแต่ละบูธจะมีพลาสติกใสกั้นระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;covid-19&nbsp;ผู้ที่เข้างานทุกคนจะต้องผ่านการคัดกรองที่ประตูทางเข้าและจะต้องสวมหน้ากากอนามัยเข้ามาในงานทุกคนอีกด้วย</p><p><br></p>	19/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219085132805
512	ขึ้นทะเบียน GI  ครกหินแกรนิตตาก เผือกหอมบ้านหมอ  เพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างรายได้ชุมชน	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ประกาศขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เพิ่มอีก&nbsp;2&nbsp;รายการคือ&nbsp;ครกหินแกรนิตตาก&nbsp;ของจังหวัดตาก&nbsp;และ&nbsp;เผือกหอมบ้านหมอ&nbsp;ของจังหวัดสระบุรี&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชนด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถผลิตในท้องถิ่น&nbsp;ส่งเสริมให้มีการรักษาคุณภาพผ่านระบบคุณภาพมาตฐานสินค้า&nbsp;GI&nbsp;และสร้างมูลค่าทางการตลาดให้กับสินค้า&nbsp;GI&nbsp;เป็นมูลค่า&nbsp;40,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;ตั้งเป้าหมายในการขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;อีกจำนวน&nbsp;18&nbsp;&nbsp;รายการ&nbsp;อาทิ&nbsp;&nbsp;ผ้าไหมสาเกตจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;&nbsp;สับปะรดศรีเชียงใหม่&nbsp;&nbsp;ผ้าตีนจกโหล่งลี้ลำพูน&nbsp;และมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนสินค้าที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;GI&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะเดินหน้าผลักดันให้มีการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า&nbsp;GI&nbsp;เพื่อรักษามาตรฐานสินค้า&nbsp;GI&nbsp;&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมด้านการตลาด&nbsp;ช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมตลาดผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;เพื่อให้สินค้า&nbsp;GI&nbsp;ไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน</p><p><br></p><p><br></p>	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219115200851
513	จ.สมุทรปราการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม	<p><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;เที่ยวบางกะอี&nbsp;ตามรอยวิถีชุมชน</strong></p><p><br></p><p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;เที่ยวบางกะอี&nbsp;ตามรอยวิถีชุมชน&nbsp;ตามโครงการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันการท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนบางกะอี&nbsp;ตำบลบางปลา&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บุคลากรฝ่ายทรัพยากรบุคคล(HR)&nbsp;จากทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นจังหวัดปริมณฑลที่มีศักยภาพโดดเด่นหลายด้าน</strong>ไม่ว่าจะเป็นความเจริญด้านโลจิสติกส์ที่พร้อมด้วยระบบคมนาคม&nbsp;ขนส่งทั้งทางบก&nbsp;ทางน้ำ&nbsp;ทางอากาศ&nbsp;เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ&nbsp;มีความพร้อมและมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก&nbsp;ตลอดจนมีแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ชื่อดังที่น่าสนใจหลายประเภททั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงธรรมชาติ&nbsp;รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงามและมีเอกลักษณ์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่อย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและความสำคัญของการท่องเที่ยวจึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;เที่ยวบางกะอี&nbsp;ตามรอยวิถีชุมชน&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและมีคุณภาพ&nbsp;สามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน&nbsp;ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว&nbsp;เส้นทางท่องเที่ยว&nbsp;กิจกรรมการท่องเที่ยว&nbsp;และสินค้าและบริการของจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ขยายฐานนักท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย&nbsp;เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในทุกฤดูกาล&nbsp;ตลอดจนเป็นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรปราการ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219115827858
514	สถาบันยานยนต์ เร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมสร้างโอกาสทางการค้า ส่งเสริมการลงทุนในภาคธุรกิจอาเซียน	"<p><strong>นายพิสิฐ&nbsp;รังสฤษฎ์วุฒิกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถาบันยานยนต์มีความพร้อมให้บริการตรวจรับรองชิ้นส่วนยานยนต์นำเข้าตามเงื่อนไข&nbsp;OEM&nbsp;โดยสถาบันยานยนต์ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;ให้เป็นผู้ออกหนังสือรับรองการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ฯ&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ประกอบรถยนต์&nbsp;ตามเงื่อนไข&nbsp;OEM&nbsp;เพื่อได้รับสิทธิชำระภาษี&nbsp;ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและสร้างโอกาสทางการค้าและส่งเสริมการลงทุนระดับภูมิภาค&nbsp;ระหว่างประเทศอาเซียน&nbsp;10&nbsp;ประเทศ&nbsp;และคู่ภาคี&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;จีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;นิวซีแลนด์และเกาหลีใต้&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย&nbsp;คาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อเปรียบเทียบกับ&nbsp;FTA&nbsp;ที่ไทยมีอยู่&nbsp;</p><p><strong>โดยเริ่มบังคับใช้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค</strong>&nbsp;(RCEP)&nbsp;มีผลตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยมีสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์&nbsp;ภายใต้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ที่ระบุเงื่อนไข&nbsp;OEM&nbsp;ซึ่งต้องผ่านการรับรองกฎถิ่นกำเนิดสินค้าจากประเทศส่งออก&nbsp;จำนวน&nbsp;125&nbsp;รายการ</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาขั้นตอนการขอรับบริการตรวจรับรอง&nbsp;</strong>การนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ตามเงื่อนไข&nbsp;OEM&nbsp;ภายใต้ความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;ได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.thaiauto.or.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.thaiauto.or.th</a>&nbsp;ติดต่อสอบถามได้ที่แผนกมาตรฐานและการตรวจสอบรับรอง&nbsp;โทร.&nbsp;02-712-2414&nbsp;ต่อ&nbsp;6602,&nbsp;6802</p><p><br></p><p><br></p>"	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219193058988
515	เชิญเที่ยวงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2565 พลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่ 	<p><strong>นายสมชาย&nbsp;ชมภูน้อย&nbsp;ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;จัดขึ้นภายใต้แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจากวิกฤตโควิด-19&nbsp;และพลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย&nbsp;ด้วยการมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวมุมมองใหม่&nbsp;ส่งต่ออัตลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;ผ่าน&nbsp;9&nbsp;โซนกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งโซนโฉมใหม่ท่องเที่ยวไทย&nbsp;AMAZING&nbsp;NEW&nbsp;CHAPTERS&nbsp;</strong>ท่องเที่ยวไทย&nbsp;สไตล์&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;by&nbsp;TAT&nbsp;Modeling&nbsp;โชว์นวัตกรรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่&nbsp;Metaverse&nbsp;Virtual&nbsp;Influencer&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โซนหมู่บ้าน&nbsp;5&nbsp;ภาค</strong>&nbsp;เหนือ&nbsp;กลาง&nbsp;ใต้&nbsp;ตะวันออก&nbsp;ตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;</strong>โซน&nbsp;STREET&nbsp;FOOD&nbsp;กทม.&nbsp;โซนเที่ยวไทยแบบใหม่&nbsp;STYLE&nbsp;NEW&nbsp;NORMAL&nbsp;และการแสดงจากเวทีกลาง&nbsp;โดยภายในงานจัดขึ้นภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;และ&nbsp;Fully&nbsp;Vaccinated&nbsp;Event&nbsp;พร้อมเน้นย้ำผู้ที่มาเที่ยวงานให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT&nbsp;ตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่จัดงาน</p><p><strong>สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน&nbsp;</strong>ได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินีกรุงเทพมหานคร&nbsp;และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;TAT&nbsp;Contact&nbsp;Center&nbsp;โทร.&nbsp;1672&nbsp;Travel&nbsp;Buddy</p><p><br></p><p><br></p>	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219192640983
516	จ.ภูเก็ตกลุ่มศิลปินรวมตัวกันจัดงาน Art Workshop and Art Exhibition 2022	<p><strong>ที่บริเวณบริเวณวานิช&nbsp;ลีกาซี&nbsp;แกลลอรี&nbsp;แอนด์&nbsp;มิวเซียม&nbsp;</strong>ตำบลตลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;โดยมีนายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดงาน&nbsp;Art&nbsp;Workshop&nbsp;and&nbsp;Art&nbsp;Exhibition&nbsp;2022&nbsp;โดยมีนางอัญชลี&nbsp;วานิช&nbsp;เทพบุตร&nbsp;อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี&nbsp;นางเกษร&nbsp;กำเหนิดเพ็ชร&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย&nbsp;(เข้าร่วมผ่าน&nbsp;Zoom&nbsp;Meeting)&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;อังคณาพิลาส&nbsp;นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;รักษ์สุวรรณ&nbsp;ประธานที่ปรึกษาสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย&nbsp;และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;รักษ์สุวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการทางด้านศิลปะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;ฟื้นฟูบ้านเมือง&nbsp;เยียวยาจิตใจและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในเชิงพื้นที่&nbsp;ซึ่งภูเก็ตเป็นเมืองศิลปะ&nbsp;ผสมผสานกับคนหลายเชื้อชาติ&nbsp;หลากหลายศิลปะวัฒนธรรม&nbsp;แต่งานของเราคือเป็นศิลปะร่วมสมัย&nbsp;ศิลปะสมัยใหม่&nbsp;ที่สำคัญเรามีเครือข่าย&nbsp;ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;เครือข่ายเอกชน&nbsp;จะได้เรียนรู้&nbsp;ได้สังเกต&nbsp;ศึกษาด้วยกัน&nbsp;และสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงามให้รับชมกันซึ่งภูเก็ตจะมีหอศิลป์ไม่เหมือนจังหวัดอื่น&nbsp;เพราะจังหวัดภูเก็ตจะมีหอศิลป์ที่มีชีวิตในทุกมุมเมืองของภูเก็ต&nbsp;และในทุกอำเภอของภูเก็ต</p><p><strong>นายเรวัต&nbsp;อารีรอบ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การโครงการดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทางศิลปินได้มีการนำเสนอสิ่งที่สวยงามของจังหวัดภูเก็ตทั้งในด้านวัฒนธรรมที่หลากหลายและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามออกมาให้ประชาชนได้เห็นและเป็นการประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;หลังเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219144301929
517	แข่งนกบินอิสระยาลอ สร้างสีสันวันหยุดชายแดนใต้	<p><strong>สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ทำให้กิจกรรมการแข่งขันกีฬานกบินอิสระได้ห่างหายไป&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ทางชมรมกีฬานกบินอิสระยาลอได้นำความสุขกลับคืนมา&nbsp;สร้างสีสันให้กับคนรักนกทั้งชาวยะลา&nbsp;ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และใกล้เคียงอีกครั้ง</p><p><strong>โดยได้จัดการแข่งขันนกบินอิสระยาลอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ชิงถ้วยเกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว&nbsp;ขึ้นที่สวนขวัญเมืองพรุบาโกย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;สำหรับการแข่งขันครั้งนี้จะแบ่งเป็น&nbsp;4&nbsp;ประเภท&nbsp;ทั้งนกเล็ก&nbsp;นกกลาง&nbsp;นกใหญ่&nbsp;รวมรุ่น&nbsp;ซึ่งผู้ที่ชนะเลิศแต่ละประเภท&nbsp;จะได้รับทั้งถ้วยเกียรติยศ&nbsp;และเงินรางวัล&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มีบรรดาผู้ชื่นชอบนกจากหลายจังหวัดเดินทางนำทั้งนก&nbsp;</strong>ซันคอนัวร์&nbsp;โนรี&nbsp;กรีชิค&nbsp;ค๊อกคาเทล&nbsp;ฟอฟัส&nbsp;เลิฟเบิร์ด&nbsp;หงหยก&nbsp;ฮันท์มาคอร์&nbsp;มาคอร์&nbsp;และนกอื่นๆ&nbsp;ที่เป็นนกสวยงามมาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก&nbsp;ช่วยสร้างสีสัน&nbsp;บรรยากาศ&nbsp;ให้กับพื้นที่เมืองยะลาเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากผู้ที่นำนกเข้าร่วมการแข่งขันจะได้พบปะพูดคุย</strong>&nbsp;และแลกเปลี่ยนการเลี้ยงและดูแลนกแล้ว&nbsp;ประชาชนที่มาร่วมชมจะได้ร่วมชมนกสวยงามที่หลากหลายนับร้อยตัวอีกด้วย&nbsp;ซึ่งถือว่าการจัดแข่งขันครั้งแรกหลังเกิดสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ห้วงที่ผ่านมา&nbsp;ได้ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ดีของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมถึงยังเป็นการสนับสนุนให้ผู้ที่อยู่ใกล้และไกลได้มารู้จักวัฒนธรรมของจังหวัดยะลา&nbsp;และเป็นส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง&nbsp;สร้างความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ในบ้านเมือง&nbsp;การอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเข้าใจ&nbsp;เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั่วประเทศกำลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคสายพันธุ์ใหม่&nbsp;โควิด-19&nbsp;&nbsp;ทำให้การใช้วิถีชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบ&nbsp;คงมาตรการการดูแลตัวเองเพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยจากโรคภัยที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้&nbsp;และยังคงมีแนวโน้มที่จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งทุกคนก็จะอยู่ในความตระหนักและให้ความสำคัญในการดำเนินชีวิตต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219145430930
518	นครปฐมจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน	<p><strong>ที่บริเวณโดม&nbsp;หน้าองค์พระปฐมเจดีย์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;</strong>นายรัฐศาสตร์&nbsp;ชิดชู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดให้กับประชาชน&nbsp;โดยจังหวัดนครปฐม&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานประมง&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;สำนักงานสหกรณ์&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุม&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรม&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;บริษัทผู้ผลิตสินค้า&nbsp;ทั้งรายใหญ่และรายย่อย&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มสหกรณ์&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนของประชาชนจังหวัดนครปฐม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;ในเรื่องของภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน&nbsp;อีกทั้งกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างทั่วถึง&nbsp;ตลอดจนเพิ่มช่องทางการเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต&nbsp;ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่นำมาจัดจำหน่ายในครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;115&nbsp;บาท,</strong>&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;เบอร์&nbsp;3&nbsp;แผงละ&nbsp;70&nbsp;บาท,&nbsp;น้ำมันพืช&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ขวดละ&nbsp;53&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;135&nbsp;บาท,&nbsp;ข้าวเหลืองอ่อน&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;105&nbsp;บาท,&nbsp;เนื้อโคขุนกำแพงแสน&nbsp;สะโพกใน&nbsp;0.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อแดง&nbsp;0.5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;130&nbsp;บาท&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป&nbsp;ให้ประชาชนได้เลือกซื้ออีกเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดให้กับประชาชนในครั้งต่อไป&nbsp;</strong>จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามพื้นที่อำเภอต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานข้างหอประชุมที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี,&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอสามพราน,&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล,&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดอำนาจ&nbsp;อำเภอดอนตูม,&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลนราภิรมย์&nbsp;อำเภอบางเลน&nbsp;และวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลสระพัฒนา&nbsp;อำเภอกำแพงแสน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม-ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคตะวันตก	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219151022931
519	หาดแม่รำพึงคึกคัก วันหยุดนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดเหมารถบัสแห่เที่ยว	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหาดแม่รำพึง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;วันหยุดสุดสัปดาห์พบมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน&nbsp;กินอาหารทะเลและลงเล่นน้ำทะเลอย่างคึกคัก&nbsp;โดยพบว่ามีพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่&nbsp;นำของที่ระลึกมาวางจำหน่ายต้อนรับนักท่องเที่ยวกันอย่างคึกคักด้วย</p><p><strong>นักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำทะเลบริเวณก้นอ่าว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;บอกว่า</strong>&nbsp;ตั้งใจมาเที่ยวหาดแม่รำพึงโดยเฉพาะ&nbsp;น้ำทะเลใสและสวยมาก&nbsp;บริเวณดังกล่าวก็ไม่พบว่ามีคราบน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>ส่วนบรรดาโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;</strong>จากการสอบถามพบมีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเดินทางมาโดยเหมารถบัส&nbsp;3-4&nbsp;คัน&nbsp;จองเข้าพัก&nbsp;เพื่อมาเที่ยวทะเลหาดแม่รำพึงโดยเฉพาะ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรมฯ&nbsp;บอกว่า&nbsp;ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด&nbsp;จองที่พักเพื่อเดินทางมาเที่ยวหาดูแม่รำพึงดูคึกคักเป็นพิเศษ&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการฯ&nbsp;ก็พอจะมีรายได้บ้างในช่วงนี้หลังซบเซามานานเหตุประสบปัญหาโควิด-19&nbsp;แพร่ระบาด&nbsp;และปัญหาคราบน้ำมันก็ได้คลี่คลายแล้ว</p><p><strong>อย่างไรก็ตามตลอดแนวชายแม่รำพึง&nbsp;</strong>ก็ยังคงมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;เดินเท้าตรวจสอบคราบน้ำมันอยู่อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219151256932
520	รฟม. ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม	<p><strong>นายภคพงศ์&nbsp;ศิริกันทรมาศ&nbsp;ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;รฟม.)&nbsp;ชี้แจงกรณีการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม&nbsp;ช่วงบางขุนนนท์&nbsp;&nbsp;มีนบุรี&nbsp;(สุวินทวงศ์)&nbsp;ที่ถูกอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม&nbsp;ช่วงบางขุนนนท์&nbsp;&nbsp;มีนบุรี&nbsp;(สุวินทวงศ์)&nbsp;มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก&nbsp;ระยะทาง&nbsp;35.9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งเป็นส่วนตะวันออก&nbsp;ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ&nbsp;&nbsp;มีนบุรี&nbsp;(สุวินทวงศ์))&nbsp;ระยะทาง&nbsp;22.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;สถานี&nbsp;และส่วนตะวันตก&nbsp;ช่วงบางขุนนนท์&nbsp;&nbsp;ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;13.4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;สถานี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รฟม.&nbsp;ได้ดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;กฎ&nbsp;ระเบียบ&nbsp;มติคณะรัฐมนตรี&nbsp;และประกาศที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานการดำเนินงานที่รัฐจะได้รับโครงการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการ&nbsp;และประเทศไทยทั้งนี้&nbsp;รฟม.&nbsp;และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา&nbsp;36&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ได้ปรับปรุงวิธีการประเมิน&nbsp;โดยคำนึงถึงสภาพพื้นที่เส้นทางโครงการฯ&nbsp;ที่จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคก่อสร้างที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด&nbsp;มาเป็นวิธีประเมินคะแนนด้านเทคนิคควบคู่ด้านผลตอบแทนและการลงทุน&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีน้ำใต้ดินรั่วซึมเข้าสถานี&nbsp;ความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนประชาชนโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างโครงสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน&nbsp;รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งล้วนมีปัญหามาจากการออกแบบและเทคนิคก่อสร้างทั้งสิ้น&nbsp;ประกอบกับสายสีส้มส่วนตะวันตก&nbsp;ต้องก่อสร้างลอดผ่านย่านชุมชนหนาแน่น&nbsp;ทั้งช่วงห้วยขวาง&nbsp;ประชาสงเคราะห์&nbsp;ย่านเศรษฐกิจการค้าสำคัญ&nbsp;ประตูน้ำ&nbsp;เพชรบุรีตัดใหม่&nbsp;ย่านเมืองเก่า&nbsp;ถนนราชดำเนินกลาง&nbsp;อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย&nbsp;สนามหลวง&nbsp;โรงละครแห่งชาติ&nbsp;ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;รพ.ศิริราช&nbsp;สถานีรถไฟธนบุรี&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังผ่านพื้นที่ซึ่งมีโบราณสถานและอาคารอนุรักษ์จำนวนมาก</strong>&nbsp;ซึ่งหากประสบปัญหาจากเทคนิคก่อสร้างที่ไม่ดีพอจะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถประเมินค่าได้&nbsp;ในการประเมินดังกล่าว&nbsp;จะตัดสินผู้ชนะโดยพิจารณาคะแนน&nbsp;ทั้งซองที่&nbsp;2&nbsp;(ด้านเทคนิค)&nbsp;และซองที่&nbsp;3&nbsp;(ด้านการลงทุนและผลตอบแทน)&nbsp;รวมเข้าด้วยกัน&nbsp;ซึ่งไม่ใช่การลดทอนความสำคัญด้านเทคนิคลง&nbsp;ในทางกลับกัน&nbsp;ยังเป็นการเพิ่มน้ำหนักความสำคัญของด้านเทคนิค&nbsp;ทำให้ได้ผู้ชนะที่มีประสบการณ์ด้านเทคนิคและเสนอวิธีการก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุดต่อสาธารณชน&nbsp;อันจะส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ</p><p><strong>ส่วนกรณี&nbsp;ที่&nbsp;รฟม.&nbsp;</strong>ได้ออกประกาศยกเลิกการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ในการดำเนินการคัดเลือกเอกชน&nbsp;จะต้องมีผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมตั้งแต่เริ่มขั้นตอนการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน&nbsp;ร่างเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชน&nbsp;และร่างสัญญาฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สคร.&nbsp;อยู่ระหว่างการประสานงานกับองค์กรต่อต้านคอรัปชัน&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;เพื่อแจ้งรายชื่อผู้สังเกตการณ์ให้&nbsp;รฟม.&nbsp;ภายหลังจากที่&nbsp;สคร.&nbsp;มีประกาศเรื่อง&nbsp;แนวทางปฏิบัติสำหรับการนำข้อตกลงคุณธรรมมาใช้กับโครงการร่วมลงทุนที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;รฟม.&nbsp;จึงได้ออกประกาศ&nbsp;รับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน&nbsp;เพื่อนำความคิดเห็นมาใช้ประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน&nbsp;ร่างเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชน&nbsp;และร่างสัญญาฯ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รฟม.&nbsp;จึงได้ปรับแผนการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม&nbsp;ช่วงบางขุนนนท์&nbsp;-&nbsp;มีนบุรี&nbsp;(สุวินทวงศ์)&nbsp;ระหวางเดือนมีนาคม&nbsp;-สิงหาคมนี้&nbsp;จะดำเนิการ&nbsp;คัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน&nbsp;ก่อสร้างโครงการ&nbsp;:&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;เปิดให้บริการโครงการส่วนตะวันออก&nbsp;:&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2568&nbsp;และ&nbsp;เปิดให้บริการโครงการส่วนตะวันตก&nbsp;:&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2570</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219201703008
521	จังหวัดสตูล ส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทผ้า	<p><strong>วานนี้&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong>&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางศุภมาส&nbsp;เหล็นเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทผ้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ประธานสภาสตรีแห่งชาติ&nbsp;ในพระบรมราชินูปถัมภ์&nbsp;และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;นายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ผศ.ดร.ศศิธร&nbsp;จันทมฤก&nbsp;ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน&nbsp;และ&nbsp;นายจำเริญ&nbsp;แหวนเพ็ชร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;6&nbsp;ภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ในการตรวจเยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในส่วนจังหวัดของสตูลมีกลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมจัดนิทรรศการ</strong>ดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มปันหยาบาติก&nbsp;กลุ่มสตูลบาติก&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;Yozama&nbsp;บาติกแฮนด์เพ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219155332940
522	เกษตรจังหวัดภูเก็ต Kick Off โครงการคนภูเก็ตปลูกผักกินเอง ส่งเสริมเกษตรครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร ต้านภัยโควิด-19 สู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก	<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่บ้านเกาะมะพร้าว&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;คนภูเก็ตปลูกผักกินเอง&nbsp;ส่งเสริมเกษตรครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ต้านภัยโควิด-19&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;</p><p><strong>นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หลังจากการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ซึ่งจังหวัดภูเก็ตมีรายได้หลักทางเดียวจากภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ประชาชนต้องปรับตัวเพื่อการอยู่รอด&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งรับการสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดภูเก็ตเล็งเห็นความสำคัญของการนำศาสตร์พระราชา&nbsp;หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาวางรากฐานให้กับประชาชน&nbsp;ด้วยการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ&nbsp;ตั้งแต่ระดับชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;สู่การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในระยะยาว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;จึงจัดโครงการพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชจาก&nbsp;บริษัทเจียไต๋&nbsp;จำกัด&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;คะน้ายอด&nbsp;ผักบุ้งจีนเรียวไผ่&nbsp;ผักชี&nbsp;กะเพรา&nbsp;และพริกขี้หนู&nbsp;โดยมีเกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า&nbsp;6,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ครอบคลุมทั้ง&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยเริ่มจากพื้นที่บ้านเกาะมะพร้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เกาะมะพร้าวโมเดลของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ในการเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับชาวบ้านเกาะมะพร้าว&nbsp;ด้วยการมอบต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว&nbsp;แก่&nbsp;โรงเรียน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ครัวเรือนเกษตรกรและประชาชนที่สนใจเพื่อนำไปปลูกไว้บริโภคหรือต่อยอดเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219162005941
523	ยกตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ให้สายสุขภาพ ในงาน Organic Weekend Market 2022 เพิ่มรายได้เกษตรกร	<p><strong>นายอุดม&nbsp;ศรีสมทรง&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กรมฯ&nbsp;จัดงานตลาดนัดอินทรีย์ใจกลางเมือง&nbsp;Organic&nbsp;Weekend&nbsp;Market&nbsp;2022&nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมและขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่องและเน้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจภายในประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการและภาคีเครือข่ายที่ไม่สามารถดำเนินกิจกรรม&nbsp;หรือประกอบกิจการได้&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;ขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนอีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานจะพบกับสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;</strong>สินค้าปลอดภัย/สินค้าจากชุมชน&nbsp;Farm&nbsp;outlet&nbsp;จากทั่วประเทศกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;เช่น&nbsp;Fresh&nbsp;Food&nbsp;ข้าว&nbsp;ผัก&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;ผลไม้&nbsp;และสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;เครื่องสำอาง&nbsp;ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องใช้สอย&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;และยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;ได้แก่&nbsp;Organic&nbsp;Workshop&nbsp;สอนแต่งหน้าคัพเค้กขนม&nbsp;DIY,&nbsp;สอนจัดสวนถาดรักษ์โลก,&nbsp;โคมไฟประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ,&nbsp;สอนทำเทียนเจล,&nbsp;กระเป๋าประดิษฐ์ลดโลกร้อนและอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;</p><p><strong>งานดังกล่าวจัดถึงวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;G&nbsp;Garden&nbsp;หลังห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล&nbsp;แกรนด์&nbsp;พระราม&nbsp;9&nbsp;กรุงเทพฯ</p><p><br></p><p><br></p>	19/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219194001998
524	ภูเก็ตเปิดแล้วงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกะสิเหร่ (Siray Music & Food Festival 2022) กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วม	<p><strong>ที่หาดสิเหร่&nbsp;เกาะสิเหร่&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;</strong>นายอำนวย&nbsp;พิณสุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกาะสิเหร่&nbsp;หรือ&nbsp;Siray&nbsp;Music&nbsp;&amp;&nbsp;Food&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมซึ่งทางเทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานภูเก็ต&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดภูเก็ต&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภูเก็ต&nbsp;รวมไปถึงประมงจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ทั้งโรงแรม&nbsp;สถานประกอบการ&nbsp;เรือนำเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร่วมจัดงานแสดงดนตรีและอาหารทะเลเกาะสิเหร่&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสิเหร่&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;19-20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยภายในงานในวันนี้มีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานจัดให้มีขบวนมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์&nbsp;Harley&nbsp;Davidson&nbsp;</strong>จากพื้นที่ต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;คัน&nbsp;ร่วมขับขี่นำขบวนจากปลายแหลมสะพานหิน&nbsp;ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;เพื่อรณรงค์การขับขี่&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;รัษฎา&nbsp;ถนนปลอดภัย&nbsp;ขับขี่มีวินัย&nbsp;ส่วนภายในงานมีการจำหน่ายอาหารทะเล&nbsp;อาหารพื้นเมืองภูเก็ต&nbsp;กว่า&nbsp;50&nbsp;ร้าน&nbsp;ทั้งร้านอาหารทะเล&nbsp;จากผู้ประกอบการประมงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;ร่วมกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว&nbsp;ฟื้นฟูเมืองรองการท่องเที่ยว&nbsp;และส่งเสริมการเพิ่มรายได้กระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายในพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนตำบลรัษฎา&nbsp;และถือเป็นการเปิดช่องทางสนับสนุนให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการอาหารและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;หลังจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	19/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219214323024
525	"นักท่องเที่ยว และชาวระนอง มาร่วมช้อป แชะ แชร์ ชิม ในงานมหกรรม ""ซีฟู้ดระนอง"" ปี 2565 กันอย่างคึกคัก  ท่ามบรรยากาศชิล ชิล ภายในงาน ริม คลองบ้านหงาว"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;18.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>จังหวัดระนอง&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;จัดพิธีเปิดงานมหกรรม&nbsp;""ซีฟู้ดระนอง""&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ริมคลองบ้านหงาว&nbsp;ตำบลหงาว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;และชาวระนอง&nbsp;มาร่วมกันช้อป&nbsp;แชะ&nbsp;แชร์&nbsp;ชิม&nbsp;ในงานกันอย่างคึกคัก&nbsp;พร้อมมีเสียงเพลงขับกล่อมภายในงาน&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศชิล&nbsp;ชิล&nbsp;ริมคลองบ้านหงาว&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนองกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับพิธีเปิดในวันนี้มี&nbsp;นายบุญชัย&nbsp;สมใจ&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;นางสาวทิพย์สุดา&nbsp;อินทรสุวรรณ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วยมี&nbsp;นายธนกร&nbsp;บริสุทธิญาณี&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระนอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และประชาชนชาวระนองเข้าร่วมงาน</p><p><strong>นายบุญชัย&nbsp;สมใจ&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหกรรมซีฟู้ด&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้า&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;และมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพการแข่งขันเชิงการค้า&nbsp;ผู้ประกอบการสินค้าและบริการ&nbsp;อาหารทะเล&nbsp;รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;พึ่งพาตนเองและก้าวทันต่อสถานการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p><strong>นายบุญชัย&nbsp;สมใจ&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;</strong>กล่าวเน้นย้ำว่า&nbsp;ขอให้ผู้ประกอบการสินค้าและบริการ&nbsp;อาหารทะเล&nbsp;รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่มุ่งมั่นในการรักษาคุณภาพของผลผลิตและสินค้า&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้น&nbsp;ให้มีตลาดจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดความยั่งยืนในอาชีพ&nbsp;พร้อมทั้งนำมาซึ่งความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นต่อไป</p><p><strong>โดยมีรูปแบบในการจัดงานมหกรรม&nbsp;</strong>""ซีฟู้ดระนอง""&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีช่องทางจำหน่าย&nbsp;ดังนี้&nbsp;1)&nbsp;walk&nbsp;in&nbsp;เข้ามาเลือกซื้อสินค้าในงาน&nbsp;2)&nbsp;สั่งผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;อาทิ&nbsp;Line&nbsp;add&nbsp;โดยมีบริการ&nbsp;Delivery&nbsp;ส่งถึงบ้าน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;จุดบริการ&nbsp;Drive&nbsp;Thru&nbsp;สำหรับการบริการซื้อสินค้ายุค&nbsp;New&nbsp;Normal</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	19/2/2022	ภาคใต้	ระนอง	สวท.ระนอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220219231437026
526	เช็คอิน  ฟินกลางทุ่ง @ บันนังสาเรง	"<p><strong>ไอเดียเก๋&nbsp;เช็คอิน&nbsp;ฟินกลางทุ่ง&nbsp;@&nbsp;บันนังสาเรง&nbsp;แลนด์มาร์คใหม่ยะลา</strong></p><p><strong>เปิดมุมสวยแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใน&nbsp;อ.&nbsp;เมืองยะลา</strong>&nbsp;ต.บันนังสาเรง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านบันนังบูโย&nbsp;ที่กำลังมาแรงในขณะนี้&nbsp;&nbsp;อยู่ห่างจากตัวเมืองยะลา&nbsp;ไม่ไกลนัก&nbsp;สามารถเดินทางไปในเส้นทาง&nbsp;ก่อนถึง&nbsp;อ.กรงปินัง&nbsp;เลี้ยวเข้าหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านบันนังบูโย&nbsp;ก็จะเจอกับจุดเช็คอิน&nbsp;ฟินกลางทุ่ง&nbsp;@&nbsp;บันนังสาเรง&nbsp;ที่ติดกับถนนในหมู่บ้าน&nbsp;มีสะพานไม้ทอดยาวประมาณ&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;ไปถึงกลางทุ่งนา&nbsp;ที่เป็นจุดเช็คอินในแต่ละวันก็จะมีชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;กลุ่มเด็กวัยรุ่น&nbsp;ทั้งผู้ใหญ่&nbsp;ที่จะพาเด็กๆ&nbsp;ไปนั่งเล่น&nbsp;ทานอาหาร&nbsp;ถ่ายรูป&nbsp;เซลฟี่&nbsp;กันอย่างไม่ขาดสาย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็จะมีชาวบ้านจากพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ทั้งใน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;มาเที่ยวเซลฟี่&nbsp;ตามมุมต่างๆ&nbsp;ซึ่งจะมีทั้งเก้าอี้&nbsp;ชิงช้า&nbsp;รังนก&nbsp;ท่ามกลางบรรยากาศกลางท้องทุ่งนา&nbsp;ที่ผลผลิตข้าวกำลังสุกเหลืองอร่ามอย่างสวยงาม&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันจุดเช็คอินแห่งนี้</strong>&nbsp;ยังดึงดูดให้คู่รักอย่างชาวบันนังสาเรง&nbsp;ที่ต้องการภาพสวยๆ&nbsp;ในชุดแต่งงานสไตล์มลายู&nbsp;มาถ่าย&nbsp;<em>""</em>พรีเวดดิ้ง<em>""</em>&nbsp;มุมสวยๆ&nbsp;&nbsp;กลางทุ่งนา&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับแลนด์มาร์ค&nbsp;บันนังสาเรงนี้</strong>&nbsp;เกิดจากไอเดีย&nbsp;ของนาย&nbsp;อับดุลรอยิง&nbsp;โต๊ะนิง&nbsp;ที่ปรึกษานายก&nbsp;อบต.บันนังสาเรง&nbsp;ที่จะรองรับเด็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ให้มีสถานที่ถ่ายรูป&nbsp;หลังทำจุดเช็คอินกลางทุ่ง&nbsp;ได้ไม่นาน&nbsp;ผลตอบรับดีมาก&nbsp;เกินคาด&nbsp;มีคนมาตลอดทุกวัน&nbsp;ทั้งยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;สี่ถึงห้าร้อยคน&nbsp;โดยหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว&nbsp;นาย&nbsp;อับดุลรอยิง&nbsp;ก็ได้&nbsp;มีแนวคิดในการไถนาและปลูกปอเทือง&nbsp;เพื่อเป็นจุดเช็คอินต่อไป</p><p><strong>นอกจากจะมีจุดเช็คอินแล้ว</strong>&nbsp;ตามริมถนนก็จะมีชาวบ้านในพื้นที่บันนังสาเรง&nbsp;นำขนม&nbsp;อาหาร&nbsp;น้ำ&nbsp;ดื่ม&nbsp;มาขายให้กับผู้ที่มาเที่ยวด้วย&nbsp;ทั้งส้มตำ&nbsp;ลูกชิ้น&nbsp;ผลไม้&nbsp;น้ำชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;ขนมขบเคี้ยว&nbsp;ใครหิวเดินเที่ยวถ่ายรูปเสร็จแล้วก็สามารถแวะมาซื้อรับประทานได้&nbsp;โดยชาวบ้านบอกว่าขายได้เรื่อยๆ&nbsp;คนในพื้นที่ก็มีต่างพื้นที่ก็มีมาอุดหนุน&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;ให้มากทีเดียวในแต่ละวัน</p><p><strong>นายนุอมาน&nbsp;วาเตะ&nbsp;รองนายก&nbsp;อบต.บันนังสเรง&nbsp;</strong>บอกว่า&nbsp;ชื่อบันนังสาเรง&nbsp;เป็นภาษามลายู&nbsp;บันนัง&nbsp;แปลว่า&nbsp;นา&nbsp;และ&nbsp;สาเรง&nbsp;เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อ&nbsp;ต้นสิเหรง&nbsp;บริเวณที่นี้&nbsp;เป็นทุ่งนากว้าง&nbsp;มีต้นสิเหรงเยอะ&nbsp;อยากให้ชาวบ้าน&nbsp;เยาวชน&nbsp;วัยรุ่น&nbsp;ได้รู้จักการทำนาในวิถีชีวิตของเมื่อก่อน&nbsp;ทำนาแบบไหน&nbsp;ตอนนี้มีไม่กี่คนที่รู้จักการทำนาจุดนี้&nbsp;เป็นจุดพื้นที่นากว้าง&nbsp;เป็นทุ่งนาสีเขียว&nbsp;มีวิวเขาด้านหลังสวยงามมาก&nbsp;ต่อไปในช่วงเก็บเกี่ยว&nbsp;ก็จะให้เยาวชนได้เข้ามาเก็บเกี่ยวด้วย&nbsp;สำหรับทุ่งนาแห่งนี้เป็นของชาวบ้านจะมีป้าย&nbsp;ต้อนรับก่อนเข้ามา&nbsp;รวมถึงมีป้ายชื่อหมู่บ้าน&nbsp;6&nbsp;หมู่บ้านของ&nbsp;ต.บันนังสาเรง&nbsp;และมีจุดเช็คอิน&nbsp;เพราะวัยรุ่นสมัยนี้&nbsp;ชอบเช็คอินมากไปเที่ยวที่ไหน&nbsp;ก็จะโพสลงไลน์&nbsp;ลงอินสตาแกรม&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;จุดนี้จะดึงดูดมาก&nbsp;ถือว่าเป็นจุดแรกของ&nbsp;บันนังสาเรง&nbsp;ที่มีการเช็คอินมากที่สุด&nbsp;หลังจากที่มีคนมาเยอะ&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ได้เสนอให้มีอาหารขายด้วย&nbsp;จุดนี้จะอยู่ไกล&nbsp;จะมีชาวบ้านในพื้นที่นำของมาขาย&nbsp;ซึ่งจะเป็นการช่วยชาวบ้านให้มีรายได้เลี้ยงชีพมีงานทำในชุมชนของตนเองอีกทางหนึ่งด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220080350035
527	ททท.แม่ฮ่องสอนสอน ชวนเปิดประสบการณ์สัมผัสเรื่องราวชุมชนชาวแม่ฮ่องสอนผ่านงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ณ สวนลุมพินี ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565	"<p><strong>ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชิญชวนเปิดประสบการณ์สัมผัสเรื่องราวชุมชนชาวแม่ฮ่องสอน&nbsp;""เส่นห์วันวานเมืองเหนือ&nbsp;...&nbsp;เสน่ห์วันวานแม่ฮ่องสอน""&nbsp;ผ่านงาน&nbsp;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินี&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong></p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย&nbsp;เช่น&nbsp;การแสดงดนตรี</strong>&nbsp;การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากภูมิภาคต่างๆ&nbsp;รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อาทิ&nbsp;กาแฟหอมเหาะ&nbsp;ชุมชนบ้านเมืองปอน&nbsp;ภูโคลน&nbsp;คันทรีคลับ&nbsp;เฮลท์&nbsp;มัท&nbsp;สปา&nbsp;ข้าวซอยป้าแหลง&nbsp;เมืองปาย&nbsp;ร้านอัญชันน้ำส้ม&nbsp;เมืองปาย&nbsp;ชุมชนบ้านห้วยห้อม&nbsp;เครื่องเงินบ้านละอูบ</p><p><strong>โดยเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;</strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;เทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด&nbsp;สัมผัสประสบการณ์&nbsp;พลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยสู่มิติใหม่&nbsp;เปิดปีท่องเที่ยวไทย&nbsp;2565&nbsp;Amazing&nbsp;ยิ่งกว่าเดิม&nbsp;(Visit&nbsp;Thailand&nbsp;Year&nbsp;2022&nbsp;:&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters)&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นายเกรียงยศ&nbsp;สุดลาภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.ทศพร&nbsp;ศิริสัมพันธ์&nbsp;ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;และ&nbsp;นายยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;ททท.&nbsp;ร่วมทำพิธีเปิด&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากคณะทูตานุทูต&nbsp;ผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินนีกรุงเทพมหานคร</p><p>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	20/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สวท.แม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220080508036
528	จ.สุโขทัย ทุ่งทานตะวันกว่า 25 ไร่ บานสะพรั่งให้นักท่องเที่ยวได้เชยชม	<p><strong>ทุ่งทานตะวัน&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุโขทัย</strong>&nbsp;บนเนื้อที่กว่า&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;กำลังชูช่อสีเหลืองบานสะพรั่งในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้เชยชม&nbsp;และเก็บภาพความประทับใจ&nbsp;บรรยากาศสีสันและความงดงามของทุ่งทานตะวัน&nbsp;ภายในบริเวณศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุโขทัย&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;อำเภอศรีสำโรง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;บนเนื้อที่กว่า&nbsp;25&nbsp;ไร่&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงาม&nbsp;และแฝงไปด้วยหลักวิชาการ&nbsp;ขณะนี้กำลังชูช่อสีเหลืองสดใส&nbsp;บานสะพรั่งรับแสงแดดให้นักท่องเที่ยวเดินไปสัมผัสความสวยงามในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;และมีมุมถ่ายรูปจุดเช็คอิน&nbsp;เก็บภาพความประทับใจหลายจุด&nbsp;ซึ่งทุ่งทานตะวันจะบานสะพรั่งสวยงามไปอีกประมาณ&nbsp;10&nbsp;กว่าวัน&nbsp;จึงต้องรีบหาโอกาสไปเที่ยวชม&nbsp;หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว&nbsp;หลังจากนั้นก็จะเก็บเมล็ดทานตะวัน&nbsp;นำไปทำเป็นน้ำมันทานตะวัน&nbsp;ที่เหมาะสำหรับการบริโภค&nbsp;และใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร&nbsp;สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสความสวยงามของทุ่งทานตะวันแห่งนี้&nbsp;ต้องปฏิบัติตามมาตการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุโขทัย&nbsp;เปิดให้เที่ยวชมฟรีทุกวัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	20/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สุโขทัย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220092216038
529	จังหวัดอำนาจเจริญ เปิดเทศกาลแหล่งท่องเที่ยวแก่งคันสูงอำเภอชานุมาน ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด -19 อย่างเคร่งครัด	<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาลท่องเที่ยวแก่งคันสูงประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดชมวิวแก่งคันสูง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกสาร&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;อนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวตำบลโคกสารและอำเภอชานุมาน&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;</strong>พิธีทำบุญตักบาตรและการแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นจากนักเรียน&nbsp;ผู้สูงอายุและชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้บริหารท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>แก่งคันสูงตั้งอยู่บริเวณตำบลโคกสาร&nbsp;</strong>อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;มีภูมิทัศน์โดยรอบที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ&nbsp;มีแก่งกลางลำน้ำโขงที่มีความสวยงามในช่วงฤดูน้ำลด&nbsp;ไฮไลท์ของการมาเที่ยวแก่งคันสูง&nbsp;คือ&nbsp;การได้นั่งทานอาหารบนเรือนแพลอยน้ำ&nbsp;ให้เลือกหลากหลายร้านไว้บริการนักท่องเที่ยวริมแก่ง&nbsp;สามารถมานั่งทานอาหารเอาขาจุ่มน้ำแบบเพลินๆ&nbsp;โดยอาหารที่ขายส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารอีสาน&nbsp;ทั้งส้มตำ&nbsp;น้ำตก&nbsp;ลาบ&nbsp;ปลาเผา&nbsp;ยำต่างๆ&nbsp;ชอบร้านไหนเดินไปสั่งอาหารแล้วนั่งชมวิวรับลมเย็นกันได้&nbsp;นอกจากนี้หากน้ำลดมากๆ&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำในลำน้ำโขงได้อีกด้วย&nbsp;ซึ่งก็เป็นกิจกรรมคลายร้อนที่ฮอตฮิต&nbsp;มีบริการเช่าห่วงยาง&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเล่นน้ำอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด&nbsp;เพราะกระแสน้ำค่อนข้างไหลแรง&nbsp;และถ้าพ้นจากแก่งคันสูงไปแล้วก็จะเป็นลำน้ำโขงที่กว้างและลึกพอสมควร&nbsp;ด้านหน้าบริเวณแก่งคันสูงมีพระพุทธรูป&nbsp;และพญานาคราชให้นักท่องเที่ยวได้สักการะอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยว</strong>ต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัดตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;อีกทั้งห้ามมีการนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไปดื่มและจำหน่ายภายในบริเวณแก่งคันสูงโดยเด็ดขาด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ/ภาพ</p>	20/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220102337052
530	นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัส 9 โซน สะท้อนเทรนด์ท่องเที่ยว เอกลักษณ์จากทุกภาค มางานเดียวเหมือนได้เที่ยวทั่วประเทศ	<p><strong>บรรยากาศภายในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นที่&nbsp;สวนลุมพินี&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เกิดขึ้นจากความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กับ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ที่นำแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในประเทศไทยหลายแห่ง&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;ของดี&nbsp;ของเด็ดชื่อดังในแต่ละพื้นที่ทั่วไทย&nbsp;มารวมกันในงานนี้&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่มาเที่ยวงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าร่วมงานต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;โซนกิจกรรม</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;โฉมใหม่ท่องเที่ยวไทย&nbsp;(Amazing?&nbsp;New?&nbsp;Chapters)&nbsp;หมู่บ้านภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;,Street?&nbsp;Food&nbsp;Bangkok?,เวทีกลาง&nbsp;และเที่ยวไทยแบบใหม่&nbsp;Style&nbsp;New?&nbsp;Normal&nbsp;ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป&nbsp;มีการจำลองแลนด์มาร์คท่องเที่ยวชื่อดังของแต่ละจังหวัดมาให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเช็กอิน&nbsp;พร้อมกับอาหารและสินค้าภูมิภาคมากมายให้ได้เลือกซื้อภายในงาน&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;โซน&nbsp;1&nbsp;จะมีร้านกาแฟจากทั่วประเทศมาให้ได้ลองชิม&nbsp;หากติดใจก็ซื้อเมล็ดกาแฟกลับไปได้ด้วย&nbsp;การแสดงดนตรีในแบบเเคมป์&nbsp;ขณะที่โซนที่&nbsp;3&nbsp;หมู่บ้านภาคกลาง&nbsp;มีซุ้มประตูสวนลอยฟ้าที่สวนนงนุชพัทยา,บูธสินค้าชุมชน&nbsp;OTOP&nbsp;พร้อมมีการแสดงบนเวทีอย่างเช่น&nbsp;โชว์หุ่นละครเล็กจากโจหลุยส์&nbsp;สำหรับโซนเวลาทีกลางจะมีการแสดงทุกวันไม่ซ้ำกัน&nbsp;วันนี้มีการแสดงการประกวดเทพีเทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;และโขน</p><p><strong>ขณะที่ประชาชนที่มาเที่ยวงานต่างบอกว่า&nbsp;</strong>ถือเป็นการใช้เวลาวันหยุดออกมาเที่ยวกับเพื่อนและครอบครัว&nbsp;สัมผัสกับบรรยากาศภายในงานที่ชวนให้คิดถึงการท่องเที่ยวไทย&nbsp;เพราะแต่ละภาคจัดเต็มด้วยเอกลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;เสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยที่ยังคงประทับใจ&nbsp;มางานเดียวเหมือนได้เที่ยวทั่วไทยจริงๆ</p><p><strong>ส่วนใครที่กังวลเรื่องของมาตรความปลอดภัยจากโรคโควิด-19</strong>&nbsp;ภายในงานมีการคัดกรองผู้เข้าร่วมงานอย่างเคร่งครัดตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;เช่น&nbsp;แสดงหลักฐานรับรองการฉีดวัคซีน&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;หรือแสดงใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;ATK&nbsp;ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค&nbsp;DMHTT&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ขณะที่ภายในงานก็มีการจัดร้านที่เว้นระยะห่าง&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ไปจนถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินีกรุงเทพมหานคร</p><p><br></p><p><br></p>	20/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220140350092
531	ธ.ก.ส.พังงา เข้าสนับสนุนความเข้มแข็งให้ตลาดลองแล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืน	"<p><strong>ธ.ก.ส.สนับสนุนตลาดนัดของดีวิถีชุมชน&nbsp;ตลาดลองแล&nbsp;หรือ&nbsp;""หลาดลองแล""&nbsp;บ้านบางนุ&nbsp;</strong>ม.6&nbsp;ต.กะไหล&nbsp;อ.ตะกั่วทุ่ง&nbsp;จ.พังงา&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน&nbsp;กำหนดเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นนัดปฐมฤกษ์&nbsp;และจะเปิดบริการในวันอาทิตย์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น&nbsp;เป็นประจำทุกสัปดาห์</p><p><strong>ที่บริเวณตลาดลองแล&nbsp;หรือ&nbsp;""หลาดลองแล""&nbsp;บ้านบางนุ&nbsp;ม.6&nbsp;ต.กะไหล&nbsp;อ.ตะกั่วทุ่ง&nbsp;จ.พังงา</strong>&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;สองเมือง&nbsp;นายอำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;พร้อมด้วยนายพรรษิษฐ์&nbsp;ช่วยพิชัย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้บริหาร&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;ร่วมกันเปิดตลาดลองแล&nbsp;ตลาดนัดวิถีชุมชน&nbsp;และมอบเงินสนับสนุน&nbsp;จำนวน&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p><strong>จากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้ตลาดแห่งนี้จำเป็นต้องปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย</strong>&nbsp;ในวันนี้&nbsp;""หลาดลองแล""&nbsp;ได้เปิดจำหน่ายอีกครั้ง&nbsp;ภายใต้มาตรการการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ&nbsp;และยังได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;เป็นเครื่องหมายการันตีด้านสุขอนามัย&nbsp;ภายในตลาดนั้นพ่อค้าแม่ค้าได้นำสินค้าจำหน่ายมากมายซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์และผลผลิตของคนในชุมชนเอง&nbsp;ทั้งพืชผัก&nbsp;ผลไม้ปลอดสาร&nbsp;อาหาร&nbsp;และขนมพื้นถิ่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์โอทอป&nbsp;ภาชนะบรรจุก็ทำมาจากธรรมชาติเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งก็พบว่ามีนักท่องเที่ยวและประชาชนต่างเลือกซื้อเลือกหาอาหารมานั่งรับประทานภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่นของต้นปาล์มจำนวนมาก</p><p><strong>นายพรรษิษฐ์&nbsp;ช่วยพิชัย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตลาดลองแล&nbsp;หรือ&nbsp;""หลาดลองแล""&nbsp;ได้เปิดให้บริการตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรประชาชนในหมู่บ้าน&nbsp;หรือชุมชน&nbsp;ในตำบลกะไหลและใกล้เคียง&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาจำหน่ายในตลาด&nbsp;โดยมุ่งเน้นให้เป็นตลาดสีเขียว&nbsp;ปลอดโฟม&nbsp;มีความสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;จำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;มีการจัดการด้านสุขาภิบาลอาหาร&nbsp;ป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชนอย่างเป็นระบบ&nbsp;แต่จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ทำให้ต้องปิดทำการมาระยะหนึ่ง&nbsp;ต่อมา&nbsp;""หลาดลองแล""&nbsp;ได้มีการประชุมสอบถามความเห็นของผู้ค้าและประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีมติให้เปิดดำเนินการ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนต่อไป&nbsp;โดยกำหนดเปิดให้บริการในวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นนัดปฐมฤกษ์&nbsp;และจะเปิดบริการในทุกวันอาทิตย์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.00&nbsp;-&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;การเปิดตลาดในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุบจากภาคีเครือข่าย&nbsp;ทั้งส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เอกชน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;วัด&nbsp;และคนในชุมชน&nbsp;ต่างให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง&nbsp;ทั้งด้านองค์ความรู้&nbsp;บุคลากร&nbsp;งบประมาณ&nbsp;และการประสานความร่วมมือในด้านต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนฯ&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย,&nbsp;อบต.กะไหล,&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต,&nbsp;รพสต.กะไหล,&nbsp;โรงเรียนบ้านกะไหล,&nbsp;โรงเรียนตะกั่วทุ่งงานทวีวิทยาคม,&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา,&nbsp;สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พังงา,&nbsp;ในส่วนของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เข้าไปให้การสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนชุมชนบ้านบางนุ&nbsp;เช่น&nbsp;การสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;การจัดซื้ออุปกรณ์และสิ่งจำเป็นไว้ใช้ในตลาด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เก้าอี้&nbsp;ร่มสนาม&nbsp;โทรทัศน์&nbsp;ผ้ากันเปื้อน&nbsp;การทำจุดเช็คอิน&nbsp;ทำป้ายบอกทางต่างๆ&nbsp;และการทำโครงการร่วมกัน&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;""ลองแล&nbsp;Online&nbsp;by&nbsp;ธ.ก.ส.""&nbsp;รวมถึงการจัดทำโครงการ&nbsp;""ธ.ก.ส.ร่วมใจพัฒนาลองแล""&nbsp;โดยการสละทรัพย์ส่วนตัวของพนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.ในจังหวัดพังงา&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;สาขา&nbsp;เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์และมาร่วมประกอบโต๊ะกับคนในชุมชน&nbsp;เพื่อไว้ให้ลูกค้าใช้นั่งรับประทานอาหาร&nbsp;ในหลาดลองแล&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ชุด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ธ.ก.ส.ยังเข้าไปส่งเสริมให้มีการออม&nbsp;ส่งเสริมองค์ความรู้ร่วมกับชุมชน</strong>&nbsp;ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยมีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมเครื่องอบลมร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Air&nbsp;Oven)&nbsp;เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านนวัตกรรมของคนในชุมชนและสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	20/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220153241122
532	นักสืบของอดีต หวังสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มคนเล่นเกมเดินทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในพื้นที่จริง 	<p><strong>นายนิธี&nbsp;สีแพร&nbsp;รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล&nbsp;วิจัย&nbsp;และพัฒนา</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;แถลงเปิดตัวโครงการออกแบบและพัฒนาบอร์ดเกมชุด&nbsp;นักสืบของอดีต&nbsp;ภายใต้การจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินี&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;เป็นกิจกรรมใหม่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญที่จะยกระดับงานวิจัยภายใต้แวดวงวิชาการนำเสนอผ่านบอร์ดเกมส์ชุด&nbsp;นักสืบของอดีต&nbsp;ให้กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนทุกระดับรู้จักความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์&nbsp;ประวัติศาสตร์และโบราณคดี&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนมากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งสามารถศึกษาทำความเข้าใจผ่านการเล่นเกมเพียง&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>โดยเชื่อว่าการเล่นเกมจะเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มคน&nbsp;</strong>ที่สนใจประวัติศาสตร์เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จริง&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้&nbsp;ททท.&nbsp;จะเร่งทำการตลาดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขยายพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดต่างๆ&nbsp;ให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวที่ปรากฏอยู่ในบอร์ดเกม&nbsp;อีกทั้งเตรียมจัดทำแพ็คเกจส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านการเล่นเกม&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพูดคุยในเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายคาดว่าช่วงไตรมาส&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีความชัดเจนในเรื่องนี้&nbsp;</p><p><strong>รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล&nbsp;วิจัย&nbsp;และพัฒนา&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ยังกล่าวด้วยว่า&nbsp;โครงการพัฒนาบอร์ดเกมชุดนักสืบของอดีต&nbsp;ททท.&nbsp;ตั้งเป้าตลอดทั้งปี&nbsp;2565&nbsp;จะสามารถตีตลาดกลุ่มคนในประเทศได้ประมาณ&nbsp;1,000-5,000&nbsp;ชุด&nbsp;จากนั้นจะนำข้อเสนอและความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ&nbsp;พัฒนาต่อยอดให้บอร์ดเกม&nbsp;เป็นที่สนใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้นในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>	20/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220203853173
533	"จ.นครศรีธรรมราช จัดงาน OTOP ภูมิภาค 19-25 กุมภาพันธ์ 2565 ภายใต้แนวคิด ""ความสุขผลิบานทั่วไทย ช้อป คุ้ม ครบ จบที่เดียว"""	"<p><strong>จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;จัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;19-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;ช้อป&nbsp;คุ้ม&nbsp;ครบ&nbsp;จบที่เดียว""ณ&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมตลาดเสาร์-อาทิตย์&nbsp;ถ.พัฒนาการคูขวาง&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;หรือ&nbsp;OTOP&nbsp;โดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;ซึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ&nbsp;OTOP&nbsp;อยู่ที่การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนผลิตสามารถมีช่องทางในการจำหน่ายเพิ่มขึ้นตามแนวคิด&nbsp;""การตลาด&nbsp;นำการผลิต""</p><p><strong>นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นครศรีธรรมราชได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;otop&nbsp;ซึ่งเป็นนโยบายเน้นหนักอย่างหนึ่งของรัฐบาล&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดเป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;และส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;ทำการจำหน่ายในช่องทางปกติ&nbsp;และช่องทางการตลาดออนไลน์มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์รณรงค์สร้างวัฒนธรรมการแต่งกาย&nbsp;ด้วยผ้าลายพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ผ้าทอเมืองนครหรือผ้าพื้นถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>ภายในงานมีผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;บูธ&nbsp;มีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ดาว&nbsp;จำนวน&nbsp;270&nbsp;บูธ&nbsp;และอาหารชวนชิม&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;การสาธิตกระบวนการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;มินิคอนเสิร์ตของศิลปินดารานักร้อง&nbsp;และไฮไลท์พิเศษกับการแสดงแสงสีเสียงในระบบมัลติมีเดีย</p><p><strong>การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือ</strong>และการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เครือข่ายผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	20/2/2022	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220184001153
534	อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดงาน OTOP ภูมิภาค จุดดำเนินการจังหวัดนครศรีธรรมราช	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</strong>ที่บริเวณลานกิจกรรมตลาดเสาร์&nbsp;-&nbsp;อาทิตย์&nbsp;ถนนพัฒนาการคูขวาง&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;นายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;จุดดำเนินการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมีนายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและเข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>นายวรงค์&nbsp;แสงเมือง&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กล่าวว่ากรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทยให้รับผิดชอบการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เผยแพร่และประชาสัมพันธ์&nbsp;การดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการและการตลาด&nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาคขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;และจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยการจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ภายใต้กรอบแนวคิด&nbsp;""ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;ช้อป&nbsp;คุ้ม&nbsp;ครบ&nbsp;จบที่เดียว""&nbsp;โดยมีผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;บูธ&nbsp;นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับ&nbsp;1-5&nbsp;ดาว&nbsp;จำนวน&nbsp;270&nbsp;บูธ&nbsp;และอาหารชวนชิม&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;,การสาธิตกระบวนการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;,กิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และการแสดงแฟชั่นโชว์แบบผ้าพื้นเมืองลายพระราชทานโดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาร่วมกันอุดหนุนสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์การจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมียอดจำหน่ายสินค้าไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>"	20/2/2022	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220194749168
535	เปิดงาน OTOP ภูมิภาคที่นครศรีธรรมราช	"<p><strong>อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;จุดดำเนินการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong></p><p><strong>ที่บริเวณลานกิจกรรมตลาดเสาร์&nbsp;-&nbsp;อาทิตย์&nbsp;ถนนพัฒนาการคูขวาง&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;</strong>อำเภอเมือง&nbsp;นายสมคิด&nbsp;จันทมฤก&nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;จุดดำเนินการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและเข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>นายวรงค์&nbsp;แสงเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้รับมอบหมายจากกระทรวงมหาดไทยให้รับผิดชอบการดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เผยแพร่และประชาสัมพันธ์&nbsp;การดำเนินงานโครงการหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ได้เรียนรู้ทักษะด้านการบริหารจัดการและการตลาด&nbsp;ซึ่งในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ได้กำหนดจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาคขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;และจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยการจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ภายใต้กรอบแนวคิด&nbsp;""ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;ช้อป&nbsp;คุ้ม&nbsp;ครบ&nbsp;จบที่เดียว""&nbsp;โดยมีผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;บูธ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังจัดให้มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับ&nbsp;1-5&nbsp;ดาว</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;270&nbsp;บูธ&nbsp;และอาหารชวนชิม&nbsp;30&nbsp;บูธ&nbsp;&nbsp;การสาธิตกระบวนการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;และการแสดงแฟชั่นโชว์แบบผ้าพื้นเมืองลายพระราชทานโดยนายแบบและนางแบบกิตติมศักดิ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เพื่อเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาร่วมกันอุดหนุนสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ตลอดจนประชาสัมพันธ์การจัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะมียอดจำหน่ายสินค้าไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;พรรณี-จุรีรัตน์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	20/2/2022	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220201713171
536	เปิดงานเกษตรแฟร์ และ OTOP จังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2565	<p><strong>ที่บริเวณเวทีกลาง&nbsp;ลานพระอาทิตย์&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานเกษตรแฟร์&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกิตติชัย&nbsp;เอ่งฉ้วน&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;มีคณะผู้บริหารสมาชิกสภา&nbsp;อบจ.&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจากภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธีเปิด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ</strong>&nbsp;การอบรมสัมมนาทางวิชาการ&nbsp;กิจกรรมการประกวด&nbsp;และการแข่งขันประเภทต่างๆ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าภาคการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;และสินค้าทั่วไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในการจัดงานภายใต้สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;</strong>ได้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคน&nbsp;มีผลการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;และได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;สำหรับผู้ที่เข้าร่วมการอบรมสัมมนาฯ&nbsp;ได้มีการให้ความรู้และสาธิตการใช้ชุดตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ด้วยตนเอง&nbsp;ซึ่งเป็นการยืนยันความปลอดภัยในการจัดงานได้ในระดับหนึ่ง</p><p><strong>หลังจากเสร็จสิ้นในพิธีเปิด&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ชิมโรตีแกงแพะ</strong>&nbsp;เมนูหลักที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;ผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จากชมรมผู้เลี้ยงแพะจังหวัดกระบี่ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	20/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สวท.กระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220220454214
537	มรย. ดึงอุโมงค์ปิยะมิตร 1 เบตง สนับสนุนเป็นต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามศาสตร์พระราชา	"<p><strong>คณะวจก.&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong>&nbsp;ดึงอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;เบตง&nbsp;สนับสนุนเป็นต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามศาสตร์พระราชา</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นันทรัตน์&nbsp;นามบุรี&nbsp;</strong>คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เปิดโครงการกิจกรรมการถ่ายทอดผลการพัฒนาโดยใช้องค์ความรู้การวิจัยเพื่อการไปใช้ประโยชน์&nbsp;ประเด็น&nbsp;""การพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากชุมชนอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;สู่ความยั่งยืน""&nbsp;โดยได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย&nbsp;การจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;ภายใต้โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อประโยชน์&nbsp;จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2563-2564&nbsp;โดยมีคณะทีมงานวิจัย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้จัดการอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นันทรัตน์&nbsp;นามบุรี</strong>&nbsp;คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;มียุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน&nbsp;เนื่องจากมองเห็นถึงต้นทุนของชุมชนปิยะมิตร1&nbsp;ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;ที่สามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ชุมชนเศรษฐกิจท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน&nbsp;และสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบให้กับผู้สนใจ&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนักเรียน&nbsp;นักศึกษาได้ด้วย&nbsp;โดยมุ่งเน้นถ่ายทอดต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านการเงินและบัญชีอย่างเป็นระบบ&nbsp;รองรับธุรกิจบริการและกิจกรรมของชุมชน&nbsp;รวมทั้งแนะนำแนวทางการพัฒนายกระดับพืชท้องถิ่น&nbsp;อย่างเห็ดหลินจือดำ&nbsp;เป็นพืชที่พบในป่าไผ่ธรรมชาติ&nbsp;ส่วนใหญ่จะพบเห็ดหลินจือดำขึ้นบนต้นไผ่สีทอง&nbsp;ซึ่งพบมากในชุมชนปิยะมิตร&nbsp;มีสารอาหารและสรรพคุณทางยามากมาย&nbsp;และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนปิยะมิตร&nbsp;ที่ทางคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;จะส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สุกฤษตา&nbsp;รักสุจริต&nbsp;</strong>รองคณบดีฝ่ายบริหาร&nbsp;คณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ได้กล่าวถึงประเด็นพัฒนาเสริมโฮมสเตย์&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;ด้านเมนูอาหารอัตลักษณ์&nbsp;โดยเน้นวัตถุดิบเด่นในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;เต้าหู้ป๊อก&nbsp;หมี่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารเช้า&nbsp;ที่มีความแตกต่างและเต็มไปด้วยคุณค่าในพื้นที่&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ข้าวหน้าเต้าหู้ป๊อกยัดไส้ไก่ย่างซีอิ้ว&nbsp;หมี่เบตงผักน้ำ&nbsp;และข้าวก้อนปลานิลน้ำไหล&nbsp;โดยเมนูดังกล่าวสามารถนำเสนอแพ็คเกจรวมกับที่พัก&nbsp;หรือแยกได้&nbsp;จะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	20/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220220108213
538	ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานในเขตพื้นที่จังหวัดเลย	<p><strong>ที่ด่านศุลกากรอำเภอเชียงคาน&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตภาชนะกาบหมาก&nbsp;บ้านท่าดีหมี&nbsp;</strong>อำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายบุญชัย&nbsp;จรัสแสงสมบูรณ์&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;โดยมี&nbsp;นางวรจิตร์&nbsp;ปัญญาดี&nbsp;คลังจังหวัดเลย&nbsp;นางรัดใจ&nbsp;ลีละวงค์&nbsp;นายด่านศุลกากรเชียงคาน&nbsp;นางสาววิภานิต&nbsp;เปศรี&nbsp;สุวรรณพรหม&nbsp;สรรพากรพื้นที่เลย&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;โคตรศรี&nbsp;ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตเลย&nbsp;นายกฤติรัฐ&nbsp;วุฒิวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;คปภ.จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมติดตามตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน&nbsp;</p><p><strong>นายบุญชัย&nbsp;จรัสแสงสมบูรณ์&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้เกิดผลกระทบเรื่องการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว&nbsp;ส่งผลให้มีการปิดประเทศ&nbsp;งดการนำเข้าและส่งออกก่อให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย&nbsp;ทางด้านด่านศุลกากรจึงได้เตรียมความพร้อมเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค&nbsp;โควิด-19&nbsp;คลี่คลายลงโดยเฉพาะทางด้านโลจิสติกส์มีการปรับตัว&nbsp;เพื่อให้ปริมาณการค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศลาวกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;ต่อจากนั้นได้ลงพื้นที่ของชุมชนบ้านท่าดีหมี&nbsp;ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนผ่านโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;และลดการสูญเสีย&nbsp;ในกระบวนการผลิต&nbsp;ให้สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ธนาคารออมสินให้ความสำคัญกับการเป็นพลังขับเคลื่อนตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาความเลื่อมล้ำ&nbsp;การลดปัญหาความยากจน&nbsp;พร้อมมุ่งสู่การเป็น&nbsp;ธนาคารเพื่อสังคม&nbsp;(Social&nbsp;Banking)&nbsp;อย่างแท้จริงและยั่งยืน&nbsp;โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม&nbsp;สังคม&nbsp;และธรรมาภิบาล&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมการออม&nbsp;สร้างวินัยทางการเงิน&nbsp;สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ&nbsp;เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคม&nbsp;ตามแนวคิด&nbsp;Making&nbsp;POSITIVE&nbsp;Impact&nbsp;on&nbsp;Society&nbsp;ผ่านการสร้างความยั่งยืนและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสมดุล&nbsp;อันนำไปสู่การสร้างอนาคตที่มั่นคง&nbsp;สอดคล้องและสนับสนุนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง</p><p><strong>การลงพื้นที่ตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังในครั้งนี้&nbsp;</strong>ได้มีการประชุมหารือกับประธานหอการค้าจังหวัดเลย&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเลย&nbsp;ประธานชมรมธนาคารจังหวัดเลย&nbsp;นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเลย&nbsp;ต่อจากนั้นได้ประชุมคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดเลย&nbsp;เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานตามภารกิจ&nbsp;และผลการดำเนินงานตามมาตรการ&nbsp;แผนงาน&nbsp;และโครงการสำคัญที่ได้รับมอบหมาย&nbsp;พร้อมทั้งข้อเสนอแนะและปัญหาอุปสรรคจากการปฏิบัติงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	20/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220220225644219
539	คณะ วจก. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ดึงอุโมงค์ปิยะมิตร 1 เบตง ดันเป็นต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ตามศาสตร์พระราชา	"<p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นันทรัตน์&nbsp;นามบุรี</strong>&nbsp;คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการกิจกรรมการถ่ายทอดผลการพัฒนาโดยใช้องค์ความรู้การวิจัยเพื่อการไปใช้ประโยชน์&nbsp;ประเด็น&nbsp;""การพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากชุมชนอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;สู่ความยั่งยืน""&nbsp;โดยได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย&nbsp;การจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;ภายใต้โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อประโยชน์&nbsp;จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2563-2564&nbsp;โดยมีคณะทีมงานวิจัย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้จัดการอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นันทรัตน์&nbsp;นามบุรี&nbsp;</strong>คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามียุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน&nbsp;เนื่องจากมองเห็นถึงต้นทุนของชุมชนปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;ที่สามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ชุมชนเศรษฐกิจท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน&nbsp;และสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบให้กับผู้สนใจ&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนักเรียน&nbsp;นักศึกษาได้ด้วย&nbsp;โดยมุ่งเน้นถ่ายทอดต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านการเงินและบัญชีอย่างเป็นระบบ&nbsp;รองรับธุรกิจบริการและกิจกรรมของชุมชน&nbsp;รวมทั้งแนะนำแนวทางการพัฒนายกระดับพืชท้องถิ่นอย่างเห็ดหลินจือดำ&nbsp;เป็นพืชที่พบในป่าไผ่ธรรมชาติ&nbsp;ส่วนใหญ่จะพบเห็ดหลินจือดำขึ้นบนต้นไผ่สีทอง&nbsp;ซึ่งพบมากในชุมชนปิยะมิตร&nbsp;มีสารอาหารและสรรพคุณทางยามากมาย&nbsp;และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนปิยะมิตร&nbsp;ที่ทางคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;จะส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;อาจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สุกฤษตา&nbsp;รักสุจริต&nbsp;</strong>รองคณบดีฝ่ายบริหาร&nbsp;คณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;ได้กล่าวถึงประเด็นพัฒนาเสริมโฮมสเตย์&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการ&nbsp;ด้านเมนูอาหารอัตลักษณ์&nbsp;โดยเน้นวัตถุดิบเด่นในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;เต้าหู้ป๊อก&nbsp;หมี่เบตง&nbsp;ผักน้ำ&nbsp;ปลานิลน้ำไหล&nbsp;มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารเช้า&nbsp;ที่มีความแตกต่างและเต็มไปด้วยคุณค่าในพื้นที่&nbsp;มีดังนี้&nbsp;ข้าวหน้าเต้าหู้ป๊อกยัดไส้ไก่ย่างซีอิ้ว&nbsp;หมี่เบตงผักน้ำ&nbsp;และข้าวก้อนปลานิลน้ำไหล&nbsp;โดยเมนูดังกล่าวสามารถนำเสนอแพ็คเกจรวมกับที่พักหรือแยกได้&nbsp;จะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	21/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221080751230
540	นายกรัฐมนตรี พอใจสายการบินซาอุดีอาระเบีย เตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์บินตรงสู่ไทยปลายเดือนนี้	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ยินดีที่ความร่วมมือในสาขาด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;หลังกรณีสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;ประกาศเตรียมเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;บินตรงจากซาอุดีฯ-ไทย&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน</strong>&nbsp;เตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดประเทศ&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;26-27&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศจะนำคณะหอการค้า&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนไปซาอุดีฯ&nbsp;และทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ได้วางแผนนำผู้ประกอบการภาคเอกชนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเดินทางไปซาอุดีฯ&nbsp;ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้&nbsp;เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทย&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียมาไทยให้ได้ถึง&nbsp;2&nbsp;แสนคน&nbsp;สร้างรายได้ประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวฯ&nbsp;</strong>อยู่ระหว่างการจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ&nbsp;&nbsp;(MOU)&nbsp;ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยกับกระทรวงท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;เพื่อส่งเสริมการทำตลาดท่องเที่ยวแบบ&nbsp;2&nbsp;ทาง&nbsp;พร้อมส่งเสริมให้ผู้แสวงบุญชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวได้หลังประกอบพิธีแสวงบุญ&nbsp;ทั้งพิธีฮัจญ์และพิธีอุมเราะห์&nbsp;รวมถึงการขยายเวลาพำนักในประเทศซาอุดีฯ&nbsp;ให้แก่คนไทยที่ได้วีซ่าแสวงบุญ&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;อยู่ในขั้นตอนการส่งร่าง&nbsp;MOU&nbsp;ไปให้ทางซาอุดีฯ&nbsp;พิจารณา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221120410324
541	"ททท.สำนักงานลำปาง ร่วมกับสายการบิน จัดแคมเปญ ""บินลัดฟ้าท้าลองเส้น"" เปิดประสบการณ์ใหม่กับการเดินทางท่องเที่ยวลำปาง"	"<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานลำปาง</strong>&nbsp;ร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส&nbsp;และสายการบินนกแอร์&nbsp;ลำปาง&nbsp;จัดแคมเปญ&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;""บินลัดฟ้าท้าลองเส้น""&nbsp;เปิดประสบการณ์ใหม่กับการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยบอร์ดดิ้งพาสของผู้โดยสารสายการบิยสามารถนำมาแลกรับความอร่อยกับเมนูเส้นจากร้านอาหารชื่อดังลำปางกว่า&nbsp;20&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ท่านละ&nbsp;1&nbsp;เซท&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หรือจนกว่าจะครบ&nbsp;500&nbsp;สิทธิ์ท่านแรก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ททท.สำนักงานลำปาง</strong>&nbsp;ได้ร่วมกับเพจเมืองเถิน&nbsp;นครลำปาง,&nbsp;ชมรมการท่องเที่ยวเมืองเถิน&nbsp;นครลำปาง&nbsp;จัดแคมเปญชวนเที่ยวเมืองเถิน&nbsp;โดย&nbsp;check&nbsp;in&nbsp;นอนโรงแรม&nbsp;เมืองเถินตะลุยถิ่น&nbsp;กิน&nbsp;เที่ยว&nbsp;ทานอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;แล้วโพสต์ใบเสร็จใต้โพสต์&nbsp;ที่ลิงก์&nbsp;https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=247511974227278&amp;id=100069054315203&nbsp;เพื่อลุ้นรางวัลเป็นเสื้อจาก&nbsp;ททท.สำนักงานลำปาง&nbsp;(จำนวนจำกัด&nbsp;เพียง&nbsp;20&nbsp;รางวัล)&nbsp;เริ่มกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ถึง&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเถินยังมีอีกมากมาย&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;วัดเวียง&nbsp;(วัดโบราณอายุกว่า&nbsp;1,300&nbsp;ปี)&nbsp;แก้วโป่งข่าม&nbsp;ดอยผาแดงแดนสองตะวันในอุทยานแห่งชาติแม่วะ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>"	21/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221093720238
542	คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ผลักดันชุมชนปิยะมิตร 1 อ. เบตง จ.ยะลา เป็นต้นแบบการบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เตรียมยกระดับเห็ดหลินจือดำเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน แปรรูปผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์	"<p>คณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;จัดกิจกรรมถ่ายทอดผลการพัฒนาโดยใช้องค์ความรู้การวิจัยเพื่อการไปใช้ประโยชน์&nbsp;ในประเด็นการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากชุมชนอุโมงปิยมิตร&nbsp;1&nbsp;สู่ความยั่งยืน&nbsp;ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย&nbsp;การจัดการความรู้การวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงชุมชน&nbsp;สังคม&nbsp;ภายใต้โครงการจัดการความรู้การวิจัยเพื่อประโยชน์&nbsp;จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2563-2564&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่ชุมชนอุโมงค์ปิยมิตร&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นันทรัตน์&nbsp;นามบุรี</strong>&nbsp;คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการกิจกรรม&nbsp;มีคณะทีมงานวิจัย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้จัดการอุโมงค์ปิยะมิตร1&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และประชาชนในชุมชนปิยะมิตร1&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น&nbsp;</p><p><strong>รองศาสตราจารย์&nbsp;ดร.นันทรัตน์&nbsp;นามบุรี&nbsp;คณบดีคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;</strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;มียุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในงานวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน&nbsp;เนื่องจากมองเห็นถึงต้นทุนของชุมชนปิยะมิตร1&nbsp;ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;ที่สามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ชุมชนเศรษฐกิจท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน&nbsp;และสามารถเป็นศูนย์การเรียนรู้การบริหารจัดการชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบให้กับผู้สนใจ&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับนักเรียน&nbsp;นักศึกษาได้ด้วย&nbsp;</p><p><strong>โดยมุ่งเน้นถ่ายทอดต้นแบบการบริหารจัดการ</strong>ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านการเงินและบัญชีอย่างเป็นระบบ&nbsp;รองรับธุรกิจบริการและกิจกรรมของชุมชน&nbsp;รวมทั้งแนะนำแนวทางการพัฒนายกระดับพืชท้องถิ่น&nbsp;อย่างเห็ดหลินจือดำ&nbsp;เป็นพืชที่พบในป่าไผ่ธรรมชาติ&nbsp;ส่วนใหญ่จะพบเห็ดหลินจือดำขึ้นบนต้นไผ่สีทอง&nbsp;ซึ่งพบมากในชุมชนปิยะมิตร&nbsp;มีสารอาหารและสัพคุณทางยามากมาย&nbsp;และเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนปิยะมิตร&nbsp;ที่ทางคณะวิทยาการจัดการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;จะส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเห็ดหลินจือดำ&nbsp;สมุนไพรจีนที่ขึ้นชื่อว่า&nbsp;""ยาอายุวัฒนะ""</strong>&nbsp;มีสรรพคุณมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;บำรุงร่างกาย&nbsp;เสริมกำลัง&nbsp;บรรเทาอาการอ่อนเพลีย&nbsp;เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน&nbsp;ลดน้ำตาลในเลือด&nbsp;ควบคุมอาการของโรคเบาหวาน&nbsp;รวมทั้งโรคที่อยู่ในกลุ่มอาการความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารของร่างกาย&nbsp;ลดไขมันในเลือด&nbsp;ป้องกันโรคหัวใจ&nbsp;เสริมสร้างความจำ&nbsp;ป้องกันอัลไซเมอร์&nbsp;ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น&nbsp;ซึ่งทางชุมชนอุโมงปิยมิตร&nbsp;มีจำหน่าย&nbsp;เห็ดหลินจือดำอบแห้ง&nbsp;ราคาถุงละ&nbsp;1,500&nbsp;บาท&nbsp;หาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในครอบครัว&nbsp;ของชุมชนปิยะมิตร&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ตาเนาะแมเราะ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;073-378055</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในจัดกิจกรรมได้มีการแบ่งกลุ่มกิจกรรมการถ่ายทอด</strong>ผลการพัฒนาโดยใช้องค์ความรู้การวิจัยเพื่อการไปใช้ประโยชน์&nbsp;ประเด็น&nbsp;""การพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานรากชุมชนอุโมงค์ปิยะมิตร&nbsp;1&nbsp;สู่ความยั่งยืน""&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;Application&nbsp;บริหารจัดการโฮมสเตย์&nbsp;ระบบบัญชีการดำเนินงานกลุ่มชุมชน&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;นวัตกรรมอาหารอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;กลุ่มที่&nbsp;3&nbsp;นวัตกรรมสื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;website,&nbsp;page&nbsp;Facebook&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางต่อประชาชนที่ร่วมรับการถ่ายทอดความรู้ได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลประโยชน์ต่อชุมชนในระยะยาวอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	21/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221113936298
543	จังหวัดแม่ฮ่องสอนนำผู้ซื้อพบผู้ขาย เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำหนึ่งในนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร	<p><strong>นายเศรษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่บ้านห้วยมะเขือส้ม&nbsp;ตำบลหมอกจำแป่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ระหว่างผู้ประกอบการนอกพื้นที่&nbsp;โดยคุณณิชชารีย์&nbsp;อภิณหวัฒน์&nbsp;กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนสู่การท่องเที่ยว&nbsp;โดยประธานกลุ่ม&nbsp;(นายสุเทพ&nbsp;กลิ่นกุหลาบไพร)&nbsp;และสมาชิกจำนวน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;(Good&nbsp;Agriculture&nbsp;Practices&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;เพื่อเจรจารายละเอียดข้อตกลงการผลิตและการส่งมอบผักกาดขาว&nbsp;และผักกะหล่ำปลี&nbsp;สรุปผลการเจรจา&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p><strong>ทั้งสองฝ่ายตกลงส่งมอบ</strong>-รับมอบผักกาดขาวตัดแต่งวันละ&nbsp;1,800&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และกะหล่ำปลีตัดแต่งวันละ&nbsp;800&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ให้ผู้ซื้อ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องเย็นบริเวณคลองสาม&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;</p><p><strong>น้ำหนักผักกาดขาวและกะหล่ำปลี</strong>&nbsp;ต้องไม่ต่ำกว่า&nbsp;500&nbsp;กรัม/หัว</p><p>ผู้ประกอบการจะโอนเงินเข้าบัญชีกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;เพื่อจ่ายให้เกษตรกรต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;</strong>กลับไปคำนวณค่าใช้จ่ายและกำหนดเจรจาราคาซื้อ-ขาย&nbsp;ในวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	21/2/2022	ภาคเหนือ	แม่ฮ่องสอน	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221104208264
544	คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตลอดปี 2565 อยู่ในระดับร้อยละ 4.0 จากปัจจัยสนับสนุนมาตรการผ่านคลาย	<p><strong>นายดนุชา&nbsp;พิชยนันท์&nbsp;เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong>&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;สศช.&nbsp;เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;GDP&nbsp;&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;&nbsp;ของ&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงเศรษฐกิจไตรมาสที่&nbsp;4&nbsp;เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งสาธารณสุขและการท่องเที่ยว&nbsp;ส่งผลให้ขยายตัวร้อยละ&nbsp;1.9&nbsp;มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวดทั้งการส่งออกสินค้าและบริการ&nbsp;การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเร่งขึ้น&nbsp;การบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนภาครัฐกลับมาขยายตัว&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังปรับตัวลดลงเล็กน้อย</strong>&nbsp;ส่วนสาขการผลิตอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;ขนส่งสถานที่เก็บสินค้าไฟฟ้าและก๊าซ&nbsp;กลับมาขยายตัว&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยตลอดปี&nbsp;2564&nbsp;ขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;1.6&nbsp;ปรับตัวดีขึ้นจากการลดลงร้อยละ&nbsp;6.2&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่จะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;1.2&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สศช.&nbsp;ยังประมาณการเศรษฐกิจในปี&nbsp;2565&nbsp;แม้การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนจะกระจายอย่างรวดเร็ว&nbsp;พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นสูง&nbsp;แต่ความรุนแรงของอาการการและผู้เสียชีวิตยังไม่รุนแรงและมีน้อยเนื่องจากมีการกระจายฉีดวัคซีน&nbsp;ได้ครอบคลุมกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของประชากร&nbsp;รวมถึงในกลุ่มเด็กเล็ก&nbsp;ลดจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตรุ่นแรงได้&nbsp;จึงมองว่าจะช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี&nbsp;2565&nbsp;เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้งหากไม่มีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสกลายพันธุ์ในระยะต่อไป&nbsp;ประเทศไทยยังสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวในระบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;go&nbsp;</p><p><strong>จากแนวโน้มสมมติฐานเศรษฐกิจโลกในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะอยู่ในระดับร้อยละ&nbsp;4.5&nbsp;อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอยู่ในระดับ&nbsp;32.2-33.2&nbsp;บาทต่อดอลล่าสหรัฐฯ&nbsp;ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีประมาณ&nbsp;72-82&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรลรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ&nbsp;&nbsp;&nbsp;470,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ&nbsp;5&nbsp;ล้านคน&nbsp;คาดว่าการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐปี&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;93.5&nbsp;จึงคาดการณ์ว่าแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจไทย&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;คาดการณ์ว่าจะขยายตัวอยู่ในระดับร้อยละ&nbsp;3.5-4.5&nbsp;โดยค่ากลางอยู่ในระดับร้อยละ&nbsp;4.00</p><p><strong>สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</strong>&nbsp;ยังคาดการณ์แนวโน้มมูลการส่งออกในปี&nbsp;2565&nbsp;มีมูลค่าร้อยละ&nbsp;4.9&nbsp;อัตราเงินเฟ้อของไทยโดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในระดับ&nbsp;1.5-2.5&nbsp;ส่วนปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยังเป็นภาคการส่งออก&nbsp;บวกกับการลงทุนภายในประเทศโดยเฉพาะการลงทุนจากภาคเอกชนและการลงทุนจากต่างประเทศ&nbsp;ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กลับการฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ขณะเดียวกันต้องรักษาระดับดีมานผ่านกลไกการดูแลราคาสินค้าไม่ให้อยู่ในระดับสูงจนเกินไปเพื่อให้การบริโภคภายในประเทศเดินหน้าต่อไปได้&nbsp;ขณะเดียวกันต้องควบคุมการแพร่ระบาดตามสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนแนวทางการบริหารจัดการเศรษฐกิจในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศให้อยู่ในวงจำกัด&nbsp;สนับสนุนภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาฟื้นตัว&nbsp;รักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการท่องเที่ยวในประเทศ&nbsp;ขับเคลื่อนการส่งออก&nbsp;ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน&nbsp;ขับเคลื่อนการใช้จ่ายการลงทุนภาครัฐ&nbsp;ติดตามเฝ้าระวังและเตรียมความผันผวนของเศรษฐกิจต่างประเทศ&nbsp;และการขับเคลื่อนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตลอดปี&nbsp;2565&nbsp;อยู่ในระดับร้อยละ&nbsp;4.0&nbsp;จากปัจจัยสนับสนุนมาตรการผ่านคลายด้านสาธารณสุขและการกระจายวัคซีนอย่างครอบคลุม&nbsp;มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า&nbsp;470,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่เศรษฐกิจในไตรมาส&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;กลับมาเป็นบวกที่ร้อยละ&nbsp;1.6&nbsp;จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว</p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221120818329
545	ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง  เผยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดุหุนสามัคคี ร่วมงานนิทรรศการและการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ดำเนินโครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทย&nbsp;และสร้างการเชื่อมโยงร่วมกันใน&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ตลอดจนเพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานอัตลักษณ์ศิลปหัตถกรรมภูมิปัญญาไทย&nbsp;กลุ่มประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้จำนวน&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้ให้การต้อนรับ&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และ&nbsp;ดร.วันดี&nbsp;กุญชรยาคง&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;ในการตรวจเยี่ยมบูธแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดุหุนสามัคคี&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ในงานนิทรรศการและการจัดงานแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>&nbsp;ได้เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;เสด็จทอดพระเนตร&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;และการจัดงานแสดง&nbsp;ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาผ้าไทย&nbsp;และงานหัตถกรรมชุมชนภาคใต้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ&nbsp;60&nbsp;ปี&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	21/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221105601269
546	ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย ทำรายได้ภาคการส่งออกกว่า 8.5 ล้านล้านบาท	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังการเป็นประธานเปิดงานสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ประกันรายได้&nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้จัดงานดังกล่าวขึ้นภายใต้โครงการประกันรายได้สินค้า&nbsp;5&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;มันสําปะหลัง&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปาล์มน้ํามันและยางพารา&nbsp;นอกจากจะเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากแล้ว&nbsp;ยังสามารถผลักดันให้ประเทศเดินไปข้างหน้า&nbsp;โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ในขณะที่ประเทศไทยภาคการส่งออกเมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;รายได้เข้าประเทศเฉลี่ยอยู่ที่&nbsp;8.5&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;17.1&nbsp;ซึ่งตั้งเป้าไว้ร้อยละ&nbsp;4&nbsp;สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมาก&nbsp;และคาดหวังว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;จะสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้นอีก&nbsp;โดยจํานวนสินค้าส่งออก&nbsp;สินค้าที่เป็นพืชเศรษฐกิจ&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;เป็นความหวังว่าจะช่วยทําให้เพิ่มรายได้ให้ประเทศและสร้างรายได้ให้เกษตรกร</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การเพาะปลูกนั้นมีความเสี่ยง</strong>&nbsp;เนื่องจากต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนหลายอย่าง&nbsp;ทําให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศขาดทุน&nbsp;รัฐบาลจึงหาวิธีการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;โดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน&nbsp;ได้ใช้นโยบายประกันรายได้พืชผลมาช่วยเหลือ&nbsp;ทําให้เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;สามารถเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจได้ต่อไปและมีพืชผล&nbsp;หลายชนิดที่สามารถทํารายได้ให้ประเทศและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้ได้</p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221115046306
547	กระทรวงการคลัง พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค ครั้งที่ 29 และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปี&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงการคลังจะจัดการประชุมภายใต้กรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเปค&nbsp;(APEC&nbsp;Finance&nbsp;Ministers&nbsp;Process:&nbsp;APEC&nbsp;FMP)&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;3&nbsp;การประชุม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การประชุมระดับปลัดกระทรวงการคลังและรองผู้ว่าการธนาคารกลางเอเปค&nbsp;มีกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในรูปแบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการคลังเอเปค&nbsp;มีกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และการประชุม&nbsp;APEC&nbsp;FMM&nbsp;ครั้งที่&nbsp;29&nbsp;มีกำหนดจัดระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;21&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งสถานที่และรูปแบบของแต่ละการประชุมจะมีการพิจารณาความเหมาะสมตามสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สำหรับกรอบ&nbsp;APEC&nbsp;FMP&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;กระทรวงการคลังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำหนดประเด็นสำคัญที่ต้องการผลักดันให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;มุ่งสู่การเงินการคลังยั่งยืน&nbsp;เช่น&nbsp;การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;มุ่งเน้นการหาแนวทางในการจัดหาแหล่งทุนสำหรับทุกภาคส่วนเพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ&nbsp;และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;โดยหาแนวทางในการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินมาตรการต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐ&nbsp;การเชื่อมโยงการชำระเงินในภาคการเงิน&nbsp;รวมทั้งการระดมทุนและเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการในด้านตลาดทุน&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกันในภูมิภาค</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">สมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;รวมทั้งประเทศไทยสามารถนำผลการหารือต่างๆ&nbsp;มาปรับเป็นนโยบายหรือนำข้อเสนอแนะที่เหมาะสม&nbsp;มาประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละเขตเศรษฐกิจ&nbsp;และยังเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะนำเสนอผลสำเร็จในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการคลังในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งการเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปคในปีนี้&nbsp;จะช่วยส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก&nbsp;มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทย&nbsp;ส่งเสริมการค้าและการลงทุน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจัดการประชุมยังก่อให้เกิดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นต่างๆ&nbsp;ในช่วงการเป็นเจ้าภาพเอเปคของประเทศไทยอีกด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221203512642
548	นายกรัฐมนตรี พอใจเศรษฐกิจไทยปี 64 ขยายตัวเกินคาด ร้อยละ 1.6 	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม&nbsp;ได้รับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสที่4/64&nbsp;และทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;หรือ&nbsp;สภาพัฒน์&nbsp;ว่าทั้งปี&nbsp;2564&nbsp;เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ร้อยละ&nbsp;1.6&nbsp;สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ&nbsp;1.2&nbsp;</span><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">นายกรัฐมนตรี&nbsp;พอใจกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี&nbsp;2564</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">&nbsp;ซึ่งเป็นปีที่ประเทศไทยเผชิญกับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่รุนแรงเช่นเดียวกับทุกประเทศทั่วโลก&nbsp;โดยรัฐบาลได้พยายามทุกวิถีทางอย่างเต็มที่ในการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สภาพัฒน์ได้ประเมินว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);"">แนวโน้มเศรษฐกิจจะดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายด้านแต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรีย้ำว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้รัฐบาลจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการฟื้นฟูประเทศจากผลกระทบของโควิด-19&nbsp;ควบคู่ไปกับการดูแลการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด&nbsp;&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายกระทรวงการคลัง&nbsp;และ&nbsp;สศช.</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในการเฝ้าติดตามประเด็นความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกที่อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีที่เกิดไวรัสกลายพันธุ์&nbsp;นโยบายเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่&nbsp;การดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารประเทศต่างๆ&nbsp;ที่เริ่มปรับตัวตามแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก&nbsp;ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดในบางพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้รัฐบาลมีนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221203409640
549	ปั้นร้านค้าออนไลน์ขั้นเทพ รุ่นที่ 2 เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ ทำแผนธุรกิจออนไลน์	<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯ&nbsp;เร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการค้าออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการฐานราก&nbsp;พร้อมรับ&nbsp;ปรับตัว&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนแปลง&nbsp;โดยเปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจและทำการตลาดจากออฟไลน์มาเป็นออนไลน์มากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้และมีการจัดอบรมหลักสูตรปั้นร้านค้าออนไลน์ขั้นเทพ&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;อัพสกิลการตลาดออนไลน์&nbsp;สร้างยอดขายทะลุล้าน&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;18&nbsp;กลุ่มจังหวัด&nbsp;เสริมสร้างทักษะด้านการตลาดออนไลน์&nbsp;(Digital&nbsp;Marketing)&nbsp;และเทคนิคการสร้างยอดขายบน&nbsp;Facebook&nbsp;Line&nbsp;Tiktok&nbsp;และ&nbsp;Google&nbsp;&nbsp;ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยจะทำการคัดเลือกผู้ประกอบการค้าร้านค้าออนไลน์กว่า&nbsp;3,000&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ซึ่งกรมฯ&nbsp;จะทำการคัดเลือกรอบแรกให้เหลือ&nbsp;1,260&nbsp;ราย&nbsp;และทำการคัดเลือกรอบที่สองให้เหลือ&nbsp;300&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;และทำการคัดเลือกแบบเข้มข้นอีกครั้งให้เหลือ&nbsp;54&nbsp;ราย&nbsp;ก่อนคัดเลือกรอบหัวกะทิ&nbsp;&nbsp;18&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อแข่งขันรอบชิงชนะเลิศต่อไป&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal</strong>&nbsp;ธุรกิจต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเพื่อนำมาเป็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจให้ตรงใจลูกค้า&nbsp;ขณะเดียวกันต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้รวดเร็วถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด&nbsp;และเติบโตแบบยั่งยืนในระยะยาว</p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221150116414
550	"เที่ยวบิน ""ซาอุฯ-ไทย"" พร้อมบินตรงปฐมฤกษ์เร็วขึ้น 28 ก.พ.นี้ จากเดิมเดือน พ.ค."	"<p><strong>เพจเฟซบุ๊ก ""ซาอุดี อาราเบียน แอร์ไลน์ส"" (Saudi Arabian Airlines : Saudia) </strong>ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย เผยแพร่ข้อมูลว่า เที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่เดินทางตรงจากซาอุดีอาระเบียมายังกรุงเทพจะเร็วขึ้นจากเดิม โดยประเดิมเที่ยวแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ จากเดิมที่เคยประกาศไว้ว่า จะเริ่มทำการบินตรงมายังกรุงเทพในเดือนพฤษภาคมนี้ นับเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของการท่องเที่ยวไทย กับ ซาอุดิอาระเบีย ในรอบกว่า 30 ปีที่ผ่านมา</p><p><strong>ขณะเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong> เปิดเผยว่า ช่วงปลายเดือน มีนาคมที่จะถึงนี้ กระทรวงฯ จะนำภาคเอกชนท่องเที่ยวและบริการของไทยไปจัดโรดโชว์ เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าท่องเที่ยวไทยที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีอาระเบียมาไทยในปี 2565 ให้ได้ 2 แสนคน ซึ่งจะสร้างรายได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท</p><p><strong>ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้จัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยกับกระทรวงท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย</strong> เพื่อส่งเสริมการทำตลาดท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง ทั้งตลาดซาอุฯเที่ยวไทย และตลาดไทยเที่ยวซาอุฯ หวังขยายตลาดนักท่องเที่ยวซาอุฯ จากเป้าหมาย 2 แสนคนในปี 2565 เพิ่มเป็น 5 แสนคนในอนาคต</p>"	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221134549369
551	กระทรวงพาณิชย์ ประกันรายได้สินค้าเกษตร 5 สินค้า (ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา) ช่วยเกษตรกรพลิกฟื้นเศรษฐกิจ  	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า&nbsp;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการประกันราคาสินค้าเกษตร&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;(ข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;และยางพารา)&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายที่ช่วยให้เกษตรกรพลิกฟื้นเศรษฐกิจได้&nbsp;และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความมั่นใจของทั้งผู้ซื้อและเกษตรกร&nbsp;และทำให้เกิดความมั่นคง&nbsp;ไม่ว่าราคาตลาดจะเป็นเช่นไร&nbsp;โดยรัฐบาลเห็นว่าเกษตรกรที่ปลูกพืชทั้ง&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ต้องได้รับการดูแล&nbsp;เนื่องจากเป็นพืชสำคัญ&nbsp;ที่มีปริมาณการปลูก&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;เกษตรกรที่ปลูกส่วนใหญ่ของประเทศ&nbsp;โดยจากความร่วมมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่จับมือเดินหน้า&nbsp;ทำให้ราคาพืชเกษตรเกือบทุกชนิด&nbsp;ราคาขยับค่อนข้างดีขึ้น&nbsp;ยกตัวอย่าง&nbsp;ยางพาราก้อน&nbsp;ประกันกิโลละ&nbsp;23&nbsp;บาท&nbsp;ราคาในตลาดจริง&nbsp;ซื้อกันที่กิโลละ&nbsp;24&nbsp;&nbsp;26&nbsp;บาท&nbsp;ถึงแม้ยางพาราก้อนราคาดีขึ้น&nbsp;แต่น้ำยางข้นอาจจะยังไม่สูงกว่าราคาประกัน&nbsp;แต่ยังเป็นราคาที่สูงกว่าในอดีตที่เคยผ่านมา&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลยังคงต้องจ่ายเงินส่วนต่างของราคาประกันในส่วนของน้ำยางข้น&nbsp;ราคาข้าวเปลือก&nbsp;ในช่วงตั้งแต่กลางปี&nbsp;64&nbsp;เป็นต้นมาเกิดอุทกภัยน้ำท่วม&nbsp;ข้าวได้รับความเสียหาย&nbsp;คุณภาพข้าวไม่ดี&nbsp;เป็นเหตุให้ราคาตก&nbsp;แต่ในช่วงต้นปี&nbsp;2565&nbsp;ราคาข้าวเปลือกเริ่มดีขึ้น&nbsp;สูงกว่าราคาประกัน&nbsp;เช่นเดียวกัน&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ราคาประกันที่&nbsp;2.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งในตลาดรับซื้อในช่วงนี้ราคาประกันอยู่ที่&nbsp;2.60&nbsp;-2.70&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งสูงกว่าราคาประกัน&nbsp;และสูงที่สุดในรอบ&nbsp;10&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ประกันที่ราคา&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;9&nbsp;-10&nbsp;บาท&nbsp;เช่นเดียวกัน&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ราคาประกันกิโลละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;6&nbsp;&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;การที่ราคาสูงกว่าราคาประกันอาจจะด้วยหลายๆ&nbsp;สาเหตุ&nbsp;</strong>ทั้งปริมาณและผลผลิตอาจจะออกมาไม่มาก&nbsp;ทำให้ราคาถีบตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด&nbsp;แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น&nbsp;แต่การประกันรายได้สินค้านับเป็นนโยบายรัฐบาลที่จะประกันให้กับเกษตรกร&nbsp;ถึงแม้สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ที่ราคาตกต่ำ&nbsp;ซึ่งทางรัฐบาลจะเข้าไปดูแลในส่วนต่าง&nbsp;โดยจ่ายให้เท่ากับราคาประกัน&nbsp;นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้เดินหน้าและจับมือภาคส่วนต่างๆที่จะดำเนินการในเรื่องนี้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;พืชอื่นๆที่ไม่ใช้พืช&nbsp;5&nbsp;ชนิดดังกล่าว&nbsp;ทางรัฐบาลและทางกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ใช้มาตรการเชิงรุก&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลไม้&nbsp;ซึ่งมีการจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ทั้งประเทศ&nbsp;โดยมีการวางแผนล่วงหน้า&nbsp;มี&nbsp;18&nbsp;มาตรการในการที่จะรับมือก่อนที่ผลไม้แต่ละชนิดจะออกมา&nbsp;พร้อมมาตรการต่างๆ&nbsp;ยกตัวอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรในการกระจายผลไม้ออกนอกพื้นที่แหล่งผลิตโดยให้ค่าชดเชยกิโลละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการขนส่งผลไม้ออกนอกพื้นที่&nbsp;เพื่อไปจำหน่ายและกระจายผลผลิตไปยังพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ซึ่งมีเงินช่วยเหลือผู้ที่กระจายผลไม้&nbsp;ลดดอกเบี้ยให้กับผู้ส่งออกผลไม้&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามเร่งรัดในการดำเนินการ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีการจัดทำแผนบริหารจัดการส่วน&nbsp;ในส่วนของพืชเกษตร</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;หอม&nbsp;กระเทียมต่างๆ&nbsp;โดยแต่ละจังหวัดทำแผนบริหารจัดการพืชผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกมาในแต่ละฤดู&nbsp;มีการประมาณการพื้นที่ปลูก&nbsp;ประมาณการผลผลิต&nbsp;ประมาณการห้วงเวลา&nbsp;และ&nbsp;แผนบริหารจัดการการกระจายผลผลิตเหล่านั้นออกไปจำหน่าย&nbsp;ไม่ให้มีการกระจุกสินค้าผลผลิต&nbsp;เพราะหากผลผลิตกระจายไม่ทัน&nbsp;จะเป็นสาเหตุทำให้ราคาตก&nbsp;เกิดความเน่าเสีย&nbsp;ซึ่งในมาตรการเชิงรุกนอกจากนี้การบริหารจัดการใน&nbsp;ระยะยาวของรัฐบาลจะดูตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;คือการลดต้นทุน&nbsp;การนำเทคโนโลยีนวัตกรรมเข้ามาเสริม&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรของประเทศไทยทำเกษตรแบบประณีตขึ้น&nbsp;สนับสนุนส่งเสริมให้เพิ่มมูลค่า&nbsp;และช่องทางทางการตลาดที่ถือว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ามาตรการอื่นๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221150436418
552	สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงาระบุได้หารือร่วมกับผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมพบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียในช่วงเดือนพฤษภาคมเพื่อนำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวจังหวัดพังงาแก่กลุ่มนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย	<p><strong>นายพงศกร&nbsp;เกตุประภากร&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการที่รัฐบาลร่วมมือในสาขาด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย&nbsp;สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงาได้หารือร่วมกับผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะเดินทางไปจัดกิจกรรมพบปะผู้ประกอบการหรือ&nbsp;buyer&nbsp;ภาคการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบียในราวเดือนพฤษภาคมเพื่อนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาให้แพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียและจะจัดกิจกรรมในรูปแบบการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวหรือ&nbsp;famtripให้นักท่องเที่ยวและตัวแทนผู้ประกอบการได้มาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาก่อนและหลังจากทราบความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้แล้วจะได้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวให้ตรงกับความสนใจต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;ยังได้กล่าวด้วยว่า&nbsp;ก่อนหน้านี้ตลาดซาอุดีอาระเบียของจังหวัดพังงายังมีน้อยมากแต่จากการที่รัฐบาลร่วมมือกับภาคการท่องเที่ยวร่วมกันจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวในอนาคตขณะที่นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักที่มีความสวยงามแล้วยังต้องดูแลด้านความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222231834154
553	นครปฐม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">นายยงยุทธ&nbsp;สวนทอง&nbsp;ปลัดจังหวัดนครปฐม&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);"">พร้อมด้วย&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;โพธิวิหค&nbsp;นายอำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;นายพงศ์สุธี&nbsp;สุขศิริ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครปฐม&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมออกตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองปากโลง&nbsp;อำเภอเมืองนครปฐม&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;พบว่า&nbsp;ห้องเย็นดังกล่าวมีการเก็บสต๊อกเนื้อไก่และชิ้นส่วนไก่ชำแหละเป็นส่วนใหญ่&nbsp;และพบการเก็บชิ้นส่วนหมูประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งมีลักษณะเป็นหมูบดและเศษชิ้นส่วนหมู&nbsp;ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการกำหนดผู้ประกอบการต้องส่งแบบแจ้งหากมีการครอบครองเนื้อสุกรตั้งแต่&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;และในส่วนของการขออนุญาตประกอบกิจการห้องเย็น&nbsp;ทางผู้ประกอบการแจ้งว่า&nbsp;สินค้าที่เก็บสต็อกส่วนใหญ่เป็นของตนเอง&nbsp;และไม่ได้เปิดให้บริการรับฝากสินค้าจากบุคคลภายนอก&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ข้อแนะนำแก่ผู้ประกอบการว่า&nbsp;หากในอนาคตมีการรับฝากแช่สินค้าในห้องเย็น&nbsp;ให้ทางผู้ประกอบการดำเนินการขออนุญาตประกอบกิจการห้องเย็น&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;คลังสินค้า&nbsp;ไซโล&nbsp;และห้องเย็น&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ให้เรียบร้อย</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221154246457
554	สถาปัตย์ มทร.ศรีวิชัย ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนตำบลบ้านขาว พัฒนาผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากลูกปัดมโนราห์	<p><strong>คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์</strong> จัดโครงการอบรมปฏิบัติการเชิงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกจากลูกปัดมโนราห์&nbsp;&nbsp;บุคคลทั่วไปเข้าร่วมโครงการ&nbsp;20 คน โดยมีคุณเนติพงศ์&nbsp;ไล่สาม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลูกปัดมโนราห์ ตำบลบ้านขาว เป็นวิทยากรในการอบรมในครั้งนี้ ซึ่งการอบรมดังกล่าว สามารถเพิ่มทักษะในการร้อยลูกปัดมโนราห์ เทคนิคความรู้ สามารถนำไปเป็นเครื่องประดับต่างๆ เช่น สายคล้องแมส พงกุญแจ กระเป๋า เป็นต้น </p><p><strong>ผศ.วรสุดา&nbsp;ขวัญสุวรรณ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า</strong> การออกแบบผลิตภัณฑ์ผสมผสานกับองค์ความรู้การปฏิบัติการร้อยลูกปัดมโนราห์จากกลุ่มวิสาหกิจุมชนลูกปัดมโนราห์ ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นยังคงอัตลักษณ์รูปแบบของลวดลายจากชุดมโนราห์แบบดั้งเดิม นับเป็นการสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมที่มีความน่าสนใจ&nbsp;ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านความรู้ ได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดเพื่อประกอบเป็นอาชีพได้ในอนาคต ผู้เข้าอบรมเข้าใจและซาบซึ้งถึงศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ของชาติอันเป็นมรดกของชาติไทย และมรดกโลก </p><p><strong>นายเนติพงศ์ ไล่สาม วิทยากร กลุ่มวิสาหกิจุมชนลูกปัดมโนราห์</strong> ตำบลบ้านขาว กล่าวว่า การได้มาถ่ายทอดการร้อยลูกปัดมโนราห์เพื่อสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม และจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ลูกปัดมโนราห์ สามารถสร้างความ ตื่นตาตื่นใจด้วยสีสันที่มีความหลากหลายแต่แฝงด้วยความรู้สึกซับซ้อนลึกซึ้งในมิติของการให้สีในชิ้นงาน ของที่ระลึกลูกปัดโนราห์ ได้กระจายองค์ความรู้เพื่อสืบสานผลงานสร้างสรรค์ลูกปัดมโนราห์ ให้คงอยู่ตลอดไป จากการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมโครงการ คุณอรนุช มณีสอาด&nbsp;จากชุมชน ม.1 ตำบลเขารูปช้าง เล่าว่าจากการที่ได้ร่วมอบรมทำให้มีทักษะความรู้เทคนิคต่างๆในการร้อยลูกปัดมโนราห์ในครั้วนี้ เพราะมีความชอบงานประดิษฐ์ และของสวยๆงามๆอยู่แล้ว คุณปทุมวดี&nbsp;ทองเรือง จากชุมชน ม.1 ตำบลเขารูปช้าง เล่าว่าจากการที่ได้ร่วมอบรม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในการทำเครื่องประดับต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนของตนเองได้ ถือเป็นโครงการที่ดีและมีความน่าสนใจมาก สามารถทำเป็นงานอดิเรกและสร้างอาชีพได้ และทำให้ซึบซับความเป็นวัฒนธรรมมโนราห์ ให้คงอยู่ต่อไป </p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221152447441
555	จังหวัดกระบี่บูรณาการรัฐเอกชน กว่า 35 หน่วยงาน เปิดงานเกษตรแฟร์ และ OTOP ครั้งที่ 10 ประจำปี 2565  ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ผลิตภัณฑ์ OTOP และสินค้าบริการ	<p><strong>วานนี้&nbsp;(20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานงานเปิดงานเกษตรแฟร์&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;และ&nbsp;คณะ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ชมรม&nbsp;และสมาคม&nbsp;โดยมีนายกิตติชัย&nbsp;เอ่งฉ้วน&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ณ&nbsp;เวทีกลาง&nbsp;ลานพระอาทิตย์&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดกระบี่</strong>ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่&nbsp;เห็นความสำคัญในการร่วมกันพัฒนาภาคเกษตรกร&nbsp;และยกระดับสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;จึงได้บูรณาการร่วมกันกับส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดกระบี่&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรเอกชน&nbsp;ร่วมกันจัดงานเกษตรแฟร์&nbsp;และ&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;10&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;-26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นเวทีกลางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;และสินค้าบริการอื่นๆ&nbsp;จัดให้มีพื้นที่ในการจัดแสดง&nbsp;จำหน่ายสินค้าและบริการ&nbsp;เชื่อมผู้ผลิต&nbsp;-&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าบริการอื่นๆ&nbsp;ส่งเสริมให้เข้าสู่&nbsp;GO&nbsp;GREEN&nbsp;&nbsp;สำหรับสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;ส่งเสริมอาชีพของประชาชน&nbsp;ให้ได้มีการพัฒนาผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;และอาชีพของตนเอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>โ<strong>อกาสเดียวกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;และ&nbsp;คณะ&nbsp;</strong>ร่วมตัดสินกล้วยไม้รางวัลยอดเยี่ยมรองเท้านารีเหลืองกระบี่แบบกอและกล้วยไม้รางวัลยอดเยี่ยมเหลืองกระบี่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;ดอก&nbsp;และมอบรางวัลการประกวดแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>รางวัลกล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่ยอดเยี่ยมแบบ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;ดอก&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;นายไกรศรี&nbsp;&nbsp;อิศรางกูล&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ประธานชมรมกล้วยไม้รองเท้านารีแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;ผู้ชนะเลิศรางวัลกล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองกระบี่ยอดเยี่ยมแบบกอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายณัฐวัฒน์&nbsp;จัตุรัสไพบูรณ์&nbsp;&nbsp;มอบถ้วยรางวัลการแข่งขันกรีดยางพาราชิมแชมป์จังหวัดกระบี่&nbsp;จากนั้น&nbsp;เยี่ยมชมบู๊ทนิทรรศการให้กำลังผู้ประกอบการ&nbsp;และร่วมชิมโรตีแกงแพะ&nbsp;เมนูหลักที่สร้างรายได้แก่&nbsp;&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;จากชมรมผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในงานประกอบด้วย&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการ</strong>ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;การอบรมสัมมนาทางวิชาการ&nbsp;กิจกรรมการประกวด&nbsp;และการแข่งขันประเภทต่างๆ&nbsp;การจำหน่ายสินค้าภาคการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;เครื่องจักรกลทางการเกษตร&nbsp;อาหาร&nbsp;และสินค้าทั่วไป&nbsp;ทำให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และกระจายรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;เปิดโอกาสให้นำผลิตผลทางการเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;สู่เวทีการประกวด&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;เพื่อการพัฒนาผลผลิตของตนเอง&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถ&nbsp;ในการแข่งขันและ&nbsp;ตลอดจนเตรียมความพร้อมให้กับผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;ให้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;พร้อมที่จะพัฒนาสู่ความยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานภายใต้สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;</strong>ได้ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Covid&nbsp;Free&nbsp;Setting&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;พ่อค้าแม่ค้า&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดนิทรรศการ&nbsp;การอบรม&nbsp;การประกวด&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;และจำหน่ายสินค้าและได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;&nbsp;และได้ผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;แล้ว&nbsp;และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกระบี่อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้จัดเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่คอยอำนวยความสะดวก&nbsp;ประจำจุดคัดกรอง&nbsp;ทางเข้าออกรายงานพร้อม&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติในการเข้าร่วมงาน.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	21/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221154022456
556	กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หารือเกษตรกรและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชา พร้อมแนะแนวทางขยายตลาดส่งออก	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นางอรมน&nbsp;ทรัพย์ทวีธรรม&nbsp;อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;จากการลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;ชาไทยอินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งผลิตและปรุงชาผสม&nbsp;ภายใต้แบรนด์&nbsp;ชาตรามือ&nbsp;โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่&nbsp;อำเภอเวียงป่าเป้า&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงวัตถุดิบใบชาในจังหวัดโดยรอบ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ปัจจุบันบริษัทมีการส่งออกและเปิดแฟรนไชส์ร้านชาตรามือในหลายประเทศ</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;โดยพบว่า&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;สนใจข้อมูลความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;ที่ไทยทำกับประเทศคู่ค้า&nbsp;ซึ่ง&nbsp;15&nbsp;ประเทศคู่&nbsp;FTA&nbsp;ของไทย&nbsp;เช่น&nbsp;อาเซียน&nbsp;จีน&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;ได้ยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรกับสินค้าชาปรุงแต่งและชาสำเร็จรูปที่ส่งออกจากไทยแล้ว&nbsp;ขณะเดียวกันยังสนใจข้อมูลกฎระเบียบด้านมาตรฐานที่ประเทศต่างๆ&nbsp;บังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ชาผสม&nbsp;เพื่อที่จะพัฒนาสินค้าให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;และเพิ่มโอกาสขยายส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;ชาดอยช้าง&nbsp;จำกัด</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตชาออร์แกนิกคุณภาพสูง&nbsp;เน้นการใช้ปุ๋ยชีวภาพอินทรีย์บริสุทธิ์&nbsp;กำจัดแมลงศัตรูพืชและวัชพืชโดยวิธีธรรมชาติ&nbsp;ตลอดจนพัฒนานวัตกรรมการเพิ่มสารอนุมูลอิสระให้ใบชา&nbsp;ซึ่งกรมฯ&nbsp;ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น&nbsp;พร้อมหารือแนวทางพัฒนาผู้ประกอบการชาในประเทศ&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคชาโดยเฉพาะในตลาดจีน&nbsp;หันมาสนใจผลิตภัณฑ์ชาออร์แกนิกมากขึ้น&nbsp;จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการชาไทยที่จะเร่งพัฒนาสินค้าชาและผลิตภัณฑ์ชาออร์แกนิกคุณภาพสูง&nbsp;เพื่อขยายตลาดและยังสามารถใช้ประโยชน์จาก&nbsp;FTA&nbsp;อาเซียน-จีน&nbsp;ที่ได้ยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าให้ไทยแล้ว&nbsp;เพื่อเป็นแต้มต่อในการส่งออกสินค้าชาและผลิตภัณฑ์สู่ตลาดจีนและอาเซียนต่อไป</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ไทยประสบความสำเร็จในการเป็นผู้ส่งออกสินค้าชาสำเร็จรูป&nbsp;อันดับที่&nbsp;1&nbsp;ของอาเซียน</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;และอันดับที่&nbsp;8&nbsp;ของโลก&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ส่งออกชาสำเร็จรูปสู่ตลาดโลกปริมาณ&nbsp;10.6&nbsp;ล้านตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;38.8&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐ&nbsp;ตลาดส่งออกสำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาเซียน&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;จีน&nbsp;และฮ่องกง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221202728633
557	สมาพันธ์ SME ไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ให้สามารถ อยู่รอด อยู่เป็น อยู่เย็น อยู่ยาว	<p><strong>สมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;ไทย&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>&nbsp;ช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถอยู่รอด&nbsp;และเติบโต&nbsp;ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในปัจจุบัน&nbsp;รวมทั้งยังเป็นตัวกลางในการสะท้อนปัญหาของเหล่าผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;และสถานประกอบการประเภทต่างๆในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านเสริมสวย&nbsp;ร้านขายยา&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าร้านค้าที่ขายสินค้าหรือให้บริการประเภทต่างๆในเมือง&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และชุมชนต่างๆ&nbsp;กลุ่มโอท็อป&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ผ่านไปยังภาครัฐ&nbsp;เพื่อจะได้หาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;และพัฒนาให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ไทยแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศ&nbsp;และต่างประเทศให้สามารถ&nbsp;อยู่รอด&nbsp;อยู่เป็น&nbsp;อยู่เย็น&nbsp;อยู่ยาว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์&nbsp;SME&nbsp;ไทย</strong>&nbsp;จะได้รับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;และสิทธิประโยชน์ต่างๆ&nbsp;อีกมาก&nbsp;โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ทาง&nbsp;Line&nbsp;@smethai&nbsp;และรับข่าวสารที่เป็นประโยชน์ได้ทาง&nbsp;Line&nbsp;@sme-esan&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	21/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221192035574
558	ชาวศรีสะเกษปลูกมะปรางหวานขาย สร้างรายได้หลักแสนบาท	<p><strong>ชาวศรีสะเกษปลูกมะปรางหวานขาย&nbsp;สร้างรายได้หลักแสนบาท</strong>&nbsp;พืชเศรษฐกิจตัวใหม่อนาคตไกลสร้างรายได้คนเมืองห้วยทับทัน</p><p>นางนมนพร&nbsp;(นะ-มน-พร)&nbsp;มุ้ยโท&nbsp;อายุ&nbsp;62&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านเตาเหล็ก&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มะปรางที่ปลูกกันในหมู่บ้านเตาเหล็กแห่งนี้&nbsp;เป็นมะปรางพันธุ์พื้นบ้านโบราณ&nbsp;ที่สมัยก่อนเมื่อ&nbsp;50&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;มีชาวบ้านได้รับต้นกล้ามะปรางหวานจากหลวงปู่เสาร์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ต้น&nbsp;ต่อมาได้ขยายพันธุ์ปลูกกันแทบทุกครัวเรือน&nbsp;ในหมู่บ้านเตาเหล็ก&nbsp;ซึ่งนอกจากจะปลูกมะปรางแล้วยังปลูกมะยงชิดด้วย&nbsp;สำหรับตนได้ปลูกมะปรางมีทั้งมะปรางหวาน&nbsp;และอมเปรี้ยวอมหวาน&nbsp;พร้อมทั้งมะยงชิด&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;เริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี&nbsp;2541&nbsp;โดยการรดน้ำเช้าเย็น&nbsp;และใส่ปุ๋ยโดยจะใส่เป็นปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ใช้เวลาปลูกประมาณ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ก็สามารถเก็บผลมะปรางขายได้&nbsp;ซึ่งมะปรางและมะยงชิดจะเริ่มออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;และจะเก็บผลขายได้ในช่วงปลายเดือนมกราคมไปจนถึงเดือนมีนาคม</p><p><strong>ส่วนในการจำหน่ายนั้นจะมีพ่อค้าแม่ค้าผลไม้เข้ามารับซื้อถึงในสวน</strong>&nbsp;นอกจากนั้นก็จะมีหน่วยงานราชการเข้ามาสั่งจอง&nbsp;ร่วมไปถึงประชาชนทั่วไปที่รู้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านปลูกมะปรางหวานขายก็จะเข้ามาเลือกซื้อ&nbsp;โดยมีราคาขาย&nbsp;มะปรางลูกใหญ่คัดไซน์&nbsp;ขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดกลางขายในกิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;และผสมไซน์มีทั้งใหญ่&nbsp;กลาง&nbsp;เล็ก&nbsp;ขายในกิโลกรัมละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ในแต่ละปีสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;(หนึ่งหมื่นกิโลกรัม&nbsp;ทำรายได้จากการขายมะปรางและมะยงชิดเป็นเงินจำนวนแสนกว่าบาท&nbsp;จึงทำรายให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221191832573
559	ผลไม้ไทยมีโอกาสส่งออกสู่ตลาดอิตาลีเพิ่มมากขึ้น เกษตรกร ผู้ส่งออก ต้องควบคุมคุณภาพของสินค้า	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;รัตนกุล&nbsp;เสรีเริงฤทธิ์&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;เมืองมิลาน&nbsp;ถึงโอกาสในการส่งออกสินค้าผลไม้ของไทยเข้าสู่ตลาดอิตาลี&nbsp;เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จากเดิมที่การบริโภคผลไม้&nbsp;มักจะนิยมรับประทานในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองที่สำคัญเท่านั้น&nbsp;เนื่องจากมีราคาสูงและหาซื้อได้ยาก&nbsp;แต่ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่ายขึ้น&nbsp;โดยผลไม้จากต่างประเทศที่วางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ต&nbsp;ในอิตาลี&nbsp;ส่วนใหญ่นำเข้าจากอเมริกาใต้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผลไม้สดของไทยมีโอกาสในการขยายส่วนแบ่งในตลาด</strong>&nbsp;ซึ่งอิตาลีนำเข้าผลไม้สดจากไทย&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มะม่วง&nbsp;มะขามหวาน&nbsp;แก้วมังกร&nbsp;มังคุด&nbsp;ขนุน&nbsp;และเงาะ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และส่วนใหญ่วางจำหน่ายในร้านค้าเอเชีย&nbsp;มีราคาจำหน่ายตั้งแต่&nbsp;1230&nbsp;ยูโร/กิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;(ม.ค.-ก.ย.64)&nbsp;อิตาลีนำเข้าผลไม้สดจากไทยมีมูลค่า&nbsp;543,905&nbsp;เหรียญสหรัฐ&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;73&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากที่สุด&nbsp;</p><p><strong>กรมฯ&nbsp;มั่นใจว่าตลาดอิตาลีจะเป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญตลาดหนึ่งของไทย</strong>&nbsp;แต่เกษตรกรและผู้ส่งออกต้องควบคุมคุณภาพของสินค้าและปฏิบัติตามขั้นตอนการนำเข้าผลไม้สดมายังสหภาพยุโรป&nbsp;รวมทั้งให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคในอิตาลี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221195553610
560	จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดแหล่งรวมสินค้าโอทอป ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อกระจายรายได้ ให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจช่วงสถานการณ์โควิด -19	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;กพ&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;</strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มอบหมายให้นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่แทน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;แหล่งรวมสินค้าโอทอป&nbsp;ณ&nbsp;ร้านขนมจีน&nbsp;ณ&nbsp;คนดี&nbsp;(ป้าสุ)&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ฯ&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายกรองศักดิ์&nbsp;โอยสวัสดิ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางโรจนยภรณ์&nbsp;บุญศิริ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;OTOP&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>ทั้งนี้ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ได้จัดตั้งแหล่งรวมสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;""&nbsp;ที่&nbsp;ร้านขนมจีน&nbsp;ณ&nbsp;คนดี&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถรองรับผู้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;เนื่องจากเป็นร้านอาหารขึ้นชื่อของพื้นที่&nbsp;โดยเป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ&nbsp;ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป&nbsp;โดยการจัดตั้งแหล่งรวมสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน&nbsp;รวมไปถึงเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดและระบายสินค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;และ&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการเกษตรกร&nbsp;และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี</p><p><strong>นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทางรัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;พร้อมด้วยนำภูมิปัญญาในพื้นที่&nbsp;ที่มีอยู่มาพัฒนาผลิตภัณฑ์อันหกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;ยกระดับสู่ผลิตภัณฑ์&nbsp;อีกทั้งเพื่อพัฒนาความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการการตลาด&nbsp;ในการเชื่อมโยง&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากชุมชนสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;การลงทุนในทุกมิติ&nbsp;ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;อีกทั้งยังสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีคุณภาพสืบไปในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	21/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221162204477
561	ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีลั่นระฆังรถไฟเปิดงาน OTOP ภูมิภาค ณ จังหวัดกาญจนบุรี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่บริเวณเกาะรัตนกาญจน์&nbsp;ลานเชิงสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร&nbsp;</strong>ตำบลบ้านเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายจีระเกียรติ&nbsp;ภูมิสวัสดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ด้วยการลั่นระฆังรถไฟ&nbsp;สัญลักษณ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสรสาสน์&nbsp;สีเพ็ง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชนี&nbsp;โพธิสัตยา&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พัฒนาการจังหวัดราชบุรี&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานฯ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;จัดงาน&nbsp;OTOP&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;</strong>ณ&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ความสุขผลิบานทั่วไทย&nbsp;ช้อป&nbsp;คุ้ม&nbsp;ครบจบที่เดียว&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ที่เกาะรัตนกาญจน์&nbsp;ลานเชิงสะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร&nbsp;ตำบลบ้านเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองกาญจนบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เพื่อสืบสานการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;เพื่อเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการพัฒนาสินค้า&nbsp;หนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดให้กับสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้ในการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ได้นำผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;บูธ</strong>&nbsp;จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ระดับ&nbsp;1-5&nbsp;ดาว&nbsp;และอาหารชวนชิมจากทั่วประเทศ&nbsp;การสาธิตกระบวนการนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกวันตลอดการจัดงาน&nbsp;กิจกรรมชิงโชค&nbsp;จับรางวัลทุกวัน&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;รวม&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;และการจับรางวัลวันสุดท้าย&nbsp;มูลค่าไม่น้อยกว่า&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม&nbsp;มินิคอนเสิร์ตของศิลปิน&nbsp;นักร้องที่มีชื่อเสียง&nbsp;การแสดงวัฒนธรรม&nbsp;ประเพณี&nbsp;ศิลปะการแสดงพื้นบ้านรำเหย่ย&nbsp;วัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดกาญจนบุรี</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร&nbsp;(COVID&nbsp;Free&nbsp;Setting)&nbsp;มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล&nbsp;(Universal&nbsp;Prevention)&nbsp;และมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง-/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตริน&nbsp;มัชฌันติกะ-/ภาพนิ่ง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">พัชรพล&nbsp;เจริญสุข&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่างภาพวีดีโอ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	21/2/2022	ภาคตะวันตก	กาญจนบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221174023527
562	พาณิชย์ชัยภูมิ ยังตรวจเข้มราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค	<p><strong>นางศศิพิมล&nbsp;มงคล&nbsp;พาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกิจติญา&nbsp;วงษ์เนตร์&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอเทพสถิต&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดนัดบ้านนายางกลัก&nbsp;อำเภอเทพสถิต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ตรวจสอบราคาสินค้าและติดป้ายแสดงราคาสินค้า</strong>&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการในตลาดอย่าฉวยโอกาลพื้นราคาสินค้าหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันทีจากการตรวจสอบราคาสินค้าในตลาด&nbsp;พบว่า</p><p>1.ไข่ไก่&nbsp;ราคาขายปลีกแผงละ&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;โดยเบอร์&nbsp;0&nbsp;จำหน่ายแผงละ&nbsp;110&nbsp;บาท&nbsp;ราคาฟองละ&nbsp;3.66&nbsp;บาท&nbsp;เบอร์&nbsp;1&nbsp;จำหน่ายแผงละ&nbsp;105&nbsp;บาท&nbsp;ราคาฟองละ&nbsp;3.5&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำหน่ายแผงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ราคาฟองละ&nbsp;3.33&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;สินค้าเนื้อสุกรชำแหละ&nbsp;ราคาทรงตัว&nbsp;ราคายังไม่ลดลงเนื่องจากสุกรมีชีวิต&nbsp;ราคา&nbsp;กก.ละ&nbsp;112&nbsp;บาท&nbsp;โดยเนื้อแดง&nbsp;กก.ละ&nbsp;180&nbsp;-200&nbsp;บาท,&nbsp;สามชั้น&nbsp;กก.&nbsp;ละ&nbsp;180-200&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;ราคาเนื้อไก่ชำแหละ&nbsp;ไก่ตัว&nbsp;70&nbsp;บาท/กก.,&nbsp;อกไก่&nbsp;80&nbsp;บาท/กก.&nbsp;และสะโพกไก่&nbsp;70&nbsp;บาท/กก.</p><p>4.&nbsp;ผักสด&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;กก.ละ&nbsp;35&nbsp;บาท,&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;กก.ละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;และพริกแดงจินดา&nbsp;กก.ละ&nbsp;55&nbsp;บาท</p><p>5.&nbsp;ปลา&nbsp;ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน&nbsp;ปลานิลสด&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท,&nbsp;ปลาดุก&nbsp;กก.ละ&nbsp;70&nbsp;บาท</p><p>6.&nbsp;ราคาเนื้อโค&nbsp;ราคาทรงตัวเมื่อเทียบกับสับดาห์ก่อน&nbsp;เนื้อขาลาย&nbsp;เนื้อติดมัน&nbsp;กก.ละ&nbsp;250-300&nbsp;บาท&nbsp;และเนื้อเศษ&nbsp;กก.ละ&nbsp;160-200&nbsp;บาท</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	21/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ชัยภูมิ	สวท.ชัยภูมิ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221171408509
563	ระบบธนาคารพาณิชย์ ยังมีความเข้มแข็ง มีสภาพคล่องและเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง 	"<p><strong>นางสาวสุวรรณี&nbsp;เจษฎาศักดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการอาวุโส&nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;ระบบธนาคารพาณิชย์ยังมีความเข้มแข็ง&nbsp;โดยมีเงินกองทุนทั้งสิ้นกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ซึ่งมีสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง&nbsp;สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ขยายตัวที่ร้อยละ&nbsp;&nbsp;6.5&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีก่อน&nbsp;โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่&nbsp;ขยายตัวในเกือบทุกประเภทธุรกิจ&nbsp;สะท้อนความต้องการเงินทุนของภาคธุรกิจตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ&nbsp;เช่นเดียวกับสินเชื่อที่ให้แก่ภาครัฐที่ยังคงเพิ่มขึ้น&nbsp;ด้านสินเชื่อธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;ขยายตัวต่อเนื่อง&nbsp;จากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเป็นสำคัญ&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับปีก่อน</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;สินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว&nbsp;สินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวได้ต่อเนื่องตามความต้องการสภาพคล่องของภาคครัวเรือน&nbsp;สินเชื่อรถยนต์ทรงตัวสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศ&nbsp;ส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวในอัตราชะลอลงตามอุปสงค์ที่ปรับลดลง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;คุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ในภาพรวม&nbsp;</strong>ค่อนข้างทรงตัวจากปีก่อนและสะท้อนการฟื้นตัวที่ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละภาคเศรษฐกิจ&nbsp;จึงควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน&nbsp;ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะยาว&nbsp;โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจ&nbsp;SMEs&nbsp;และรายย่อย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ระบบธนาคาร<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">พาณิชย์มีกำไรสุทธิ&nbsp;จำนวน&nbsp;181,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;23.6&nbsp;</span>แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;<span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221195309599
564	ที่ประชุม กบอ. รับทราบแผนความคืบหน้าการพัฒนาโครงการหลักในพื้นที่อีอีซี พร้อมเร่งขับเคลื่อนทุกโครงการให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 นี้	<p><strong>นายคณิศ&nbsp;แสงสุพรรณ</strong>&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(กบอ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;กบอ.&nbsp;ได้รับทราบและพิจารณาความคืบหน้าการดำเนินงานคือ&nbsp;ความคืบหน้าโครงการหลัก&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการรถไฟความเร็วสูง&nbsp;สนามบินอู่ตะเภา&nbsp;ท่าเรือมาบตาพุด&nbsp;และท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;โดยการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ต่อเนื่อง&nbsp;สกพอ.&nbsp;ได้ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อให้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;โครงการเสร็จตามแผนในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(สกพอ.)&nbsp;ได้ทำหน้าที่ประสานหน่วยงานเจ้าของโครงการและเอกชนคู่สัญญา&nbsp;เพื่อให้การก่อสร้างทุกโครงการแล้วเสร็จตามแผนอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ&nbsp;&nbsp;ความก้าวหน้าโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;โดยร่วมมือกับ&nbsp;ปตท.&nbsp;ในการศึกษาแนวทางร่วมกับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการห้องเย็น&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมทั้งขยายความจุห้องเย็นจากเดิม&nbsp;4,000&nbsp;ตัน&nbsp;เป็น&nbsp;10,000&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อรักษาเสถียรภาพของรสชาติ&nbsp;ความสดของทุเรียนและเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ทุเรียนขายได้ตรงตามตลาดผู้บริโภคตลอดทั้งปี&nbsp;&nbsp;ความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและผู้ค้ารายย่อยในอีอีซี&nbsp;โดยเสริมทักษะการนำเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าให้ชุมชนชน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดในพื้นที่อีอีซี&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนทอดกรอบ&nbsp;เครื่องเงิน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>โดยตั้งเป้าผลักดัน&nbsp;GDP&nbsp;ระดับชุมชนเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;20</strong>&nbsp;ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน&nbsp;โดยกระทรวงคมนาคมได้ให้ภาคเอกชนสร้างส่วนทับซ้อนงานโยธาของโครงการ&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแก้ไขสัญญาโดยไม่เป็นถาระทางการเงินของภาครัฐและความคืบหน้าโครงการเมืองการบินภาคตะวันออกสนามบินอู่ตะเภา&nbsp;โดยการจัดสิทธิประโยชน์&nbsp;10&nbsp;ปีแรกให้กับโครงการเมืองการบินภาคตะวันออกเพื่อให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเทียบเท่าสิงคโปร์&nbsp;ดูไบ&nbsp;และฮ่องกง&nbsp;สนับสนุนการเป็นเมืองท่องเที่ยวและธุรกิจ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเป็นเขตปลอดอากรและสรรพสามิต&nbsp;รวมทั้งภาษีสรรพากรในบางกรณี&nbsp;รวมทั้งจะมีการสนับสนุนด้านการออก&nbsp;VISA&nbsp;และใบอนุญาตการทำงานในลักษณะ&nbsp;5+5&nbsp;ปี&nbsp;สำหรับผู้ทำงานและนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก&nbsp;และจัดตั้งบริษัท&nbsp;อีอีซี&nbsp;พัฒนาสินทรัพย์สนามบิน&nbsp;จำกัด&nbsp;โดย&nbsp;อีอีซีจะถือหุ้น&nbsp;100%&nbsp;ให้เป็นหน่วยงานพัฒนา&nbsp;MRO&nbsp;ร่วมกับเอกชน&nbsp;โดยการทำงานจะมีการประสานงานใกล้ชิดกับ&nbsp;UTA&nbsp;ที่พัฒนาสนามบิน&nbsp;ให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออกโดยสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221202400630
565	ททท. เชิญชวนเที่ยวเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 40 ประจำปี 2565 	<p><strong>นานยุทธศักดิ์&nbsp;สุภสร&nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้เปิดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ถือเป็นการส่งมอบความสุขให้นักท่องเที่ยวอีกครั้ง&nbsp;ณ&nbsp;สวนลุมพินี&nbsp;ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;18&nbsp;กุมภาพันธ์จนถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยการจัดงานในปีนี้&nbsp;ททท.&nbsp;ได้มีการแบ่งเป็นโซนหมู่บ้าน&nbsp;5&nbsp;ภาคจากทั่วประเทศไทย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ภูมิภาคภาคกลาง&nbsp;ภูมิภาคภาคเหนือ&nbsp;ภูมิภาคภาคใต้&nbsp;ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภูมิภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งโซนของอร่อยจากกรุงเทพมหานครทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขต&nbsp;</p><p><strong>ในปีนี้&nbsp;ททท.ต้องการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศ</strong>&nbsp;ได้สัมผัสถึงประสบการณ์การท่องเที่ยว&nbsp;อาหารอร่อย&nbsp;ของดีของเด็ดร้านดัง&nbsp;ของที่ระลึกประจำท้องถิ่น&nbsp;รวมทั้งการแสดงทางวัฒนธรรมแต่ละภูมิภาค&nbsp;ซึ่งตนได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;เป็นที่น่าพอใจ&nbsp;เพราะกระแสตอบรับของนักท่องเที่ยวในปีนี้&nbsp;เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานภายใต้มาตรการ&nbsp;ศบค.</strong>และมาตรการควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานครอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อชูหัวใจหลักการจัดงานรูปแบบ&nbsp;COVID&nbsp;Free&nbsp;Event&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;Fully&nbsp;Vaccinated&nbsp;Event</p><p><br></p><p><br></p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221202221627
566	กปภ.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นชาวเกาะช้าง โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบพัฒนาระบบประปารองรับพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเกาะช้าง ตำบลเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะช้าง</strong>&nbsp;นายชาญชัย&nbsp;พชรวรางกูร&nbsp;รักษาราชการนายอำเภอเกาะช้าง&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบพัฒนาระบบประปารองรับพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเกาะช้าง&nbsp;ตำบลเกาะช้าง&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนชาวเกาะช้าง&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;มีนายมงคล&nbsp;ประสิทธิ์คุ้มเพียร&nbsp;หัวหน้างานแผนงาน&nbsp;กองแผนและวิชาการ&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;นายธำรงค์ศักดิ์&nbsp;นคราวงศ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน&nbsp;พร้อมตัวแทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืชและประชาชนชาวตำบลเกาะช้าง&nbsp;และตำบลเกาะช้างใต้&nbsp;เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและอภิปรายรายละเอียดของโครงการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่การประปาส่วนภูมิภาคมีความประสงค์&nbsp;แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ</strong>เพื่อการอุปโภค&nbsp;บริโภคในพื้นที่เกาะช้าง&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&nbsp;เพื่อให้อำเภอเกาะช้าง&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ&nbsp;มีน้ำใช้เพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ทาง&nbsp;กปภ.&nbsp;จึงมอบหมายให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา&nbsp;ประกอบด้วยบริษัททีมคอลซัลติ้ง&nbsp;เอนจิเนียริ่ง&nbsp;แอนด์แมเนจเม้นท์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และบริษัทปัญญาคอลซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบพัฒนาระบบประปารองรับพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอำเภอเกาะช้าง&nbsp;พร้อมทั้งศึกษารายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมระหว่าง&nbsp;ปี&nbsp;2563-2565&nbsp;เพื่อศึกษาความเหมาะสมและออกแบบพัฒนาระบบประปา&nbsp;ให้เพียงพอต่อความต้องการในระยะเวลา&nbsp;25&nbsp;ปีข้างหน้า&nbsp;โดยครอบคลุมอำเภอเกาะช้าง&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอแหลมงอบ&nbsp;การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้&nbsp;เป็นการปัจฉิมนิเทศโครงการ&nbsp;เพื่อนำผลการรับฟังความคิดเห็นไปใช้ในการพัฒนา&nbsp;ระบบพัฒนาประปา&nbsp;ทั้งโครงการต่อไป&nbsp;อย่างไรก็ตามในการจัดเวทีครั้งนี้&nbsp;ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็น&nbsp;ขอให้มีการเร่งให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวให้เสร็จทันกำหนดก่อนคือ&nbsp;ปี&nbsp;2567&nbsp;ก่อนจะพัฒนาระบบประปาให้สามารถใชได้ในปี&nbsp;2570&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	21/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221185327554
567	พาณิชย์สุรินทร์ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยเคมี พบส่วนใหญ่ปรับราคาสูงขึ้น	<p><strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยนางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;พบว่าปุ๋ยเคมีมีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะแม่ปุ๋ย&nbsp;เนื่องจากต้นทางวัตถุดิบแม่ปุ๋ยที่นำเข้าจากต่างประเทศปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;อินเดีย&nbsp;และรัสเซีย&nbsp;ผลกระทบจากสภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ประกอบกับการคมนาคม&nbsp;การขนส่งทางเรือ&nbsp;ที่ถูกปิดกั้นจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่ส่งผลให้การผลิตลดลง&nbsp;การขนส่งล่าช้าไม่คล่องตัว&nbsp;และได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่กลางปี&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ทำให้ปุ๋ยทุกสูตรมีราคาปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;20-&nbsp;80&nbsp;บาท/กระสอบ</p><p>ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;ณ&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;46-0-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,305&nbsp;-&nbsp;1,315&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;18-46-0&nbsp;ราคา&nbsp;1,500&nbsp;-&nbsp;1,510&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;0-0-60&nbsp;ราคา&nbsp;1,300&nbsp;&nbsp;1,350&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;16-8-8&nbsp;ราคา&nbsp;850-870&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;18-4-5&nbsp;ราคา&nbsp;790-830&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;18-8-8&nbsp;ราคา&nbsp;920&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p>สูตร&nbsp;16-16-8&nbsp;ราคา&nbsp;970&nbsp;บาท/กระสอบ</p><p>สูตร&nbsp;15-15-15&nbsp;ราคา&nbsp;1,185-1,200&nbsp;บาท/กระสอบ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน&nbsp;</strong>หากมีการปรับราคาขึ้นหรือลดลง&nbsp;จะต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อนการจำหน่าย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221185243553
568	พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ตรวจสอบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์	<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;<strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>โดยนางพิรุณวรรณน์&nbsp;จงใจภักดิ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าที่สงสัยว่าจะละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;บริเวณ&nbsp;ตลาดเอ็กซ์โป&nbsp;พลาซ่า&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;และป้องปรามผู้ประกอบการมิให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ร้านค้า&nbsp;ทั้งนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แนะนำตักเตือนให้ร้านค้า&nbsp;ไม่ซื้อ&nbsp;ไม่ขาย&nbsp;สินค้าของปลอมที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;หากเป็นการละเมิดทั่วไป&nbsp;มีโทษปรับตั้งแต่&nbsp;20,000&nbsp;บาท&nbsp;ถึง&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;และหากกระทำเพื่อการค้า&nbsp;ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือนถึง&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับตั้งแต่&nbsp;100,000&nbsp;บาทถึง&nbsp;800,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	21/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221185842557
569	จังหวัดเพชรบุรี เร่งหารือทุกภาคส่วน รับฟังข้อเท็จจริง ทุกความคิดเห็น เกี่ยวกับทางข้ามรถไฟทางคู่ บริเวณเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี หลังกลุ่มประชาชนร้องเรียนการก่อสร้าง ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ฯ	<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;อุสาหะ&nbsp;,นายกฤษณ์&nbsp;แก้วอยู่&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ผู้แทนการรถไฟ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;หารือการรับฟังข้อเท็จจริง&nbsp;ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับทางข้ามรถไฟทางคู่&nbsp;บริเวณเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยถึง&nbsp;</strong>การรับเรื่องราวลั่นฆ้อง&nbsp;-&nbsp;ร้องทุกข์&nbsp;ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรีว่า&nbsp;ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มประชาชนภายในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;กรณีได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;โดยประชาชนได้เสนอความคิดเห็น&nbsp;แบ่งได้เป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ซึ่งกลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;เสนอให้มีปรับเปลี่ยนเส้นทางการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ให้เลี่ยงออกไปนอกตัวเมืองเพชรบุรีหรือปรับรูปแบบการก่อสร้างให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ตัวเมืองเพชรบุรี&nbsp;เนื่องจากมีพื้นที่และสถานที่ซึ่งเป็นเมืองเก่า&nbsp;มีโบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง&nbsp;จนเป็นเหตุให้การรถไฟแห่งประเทศไทย&nbsp;โดยบริษัทที่ปรึกษาในโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงหนองปลาไหล&nbsp;-&nbsp;หัวหิน&nbsp;เป็นผู้พิจารณายกเลิกการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟในพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี&nbsp;เปลี่ยนเป็นไม้กั้นอัตโนมัติ&nbsp;และกลุ่มที่&nbsp;2&nbsp;เสนอให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟตามแบบแปลนเดิม&nbsp;เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนเมืองเพชรบุรี&nbsp;ซึ่งนับเป็นการแสดงความคิดเห็น&nbsp;ด้วยความบริสุทธิ์ใจ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต&nbsp;ซึ่งผลการหารือร่วมทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าให้มีการขอทบทวนเส้นทางการก่อสร้าง&nbsp;และขอเป็น&nbsp;มติ&nbsp;ครม.&nbsp;โดยทำเรื่องไปทางกระทรวงคมนาคม&nbsp;พร้อมทั้งดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อสรุปพื้นที่การก่อสร้างทั้ง&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ทางข้ามทางรถไฟ&nbsp;โดยให้ดูตามความเหมาะสมของแต่ละท้องที่&nbsp;ผ่านทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆได้ให้ความเห็นชอบด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	21/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221200929621
570	ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ เปิดโครงการฝึกอบรม หลักสูตรการเป็นวิทยากรหลักสูตรอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา ประจำปีงบประมาณ 2565 ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;เลขานุการคณะกรรมาธิการกีฬา&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรม&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การเป็นวิทยากรหลักสูตรอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;โรงแรมพรหมพิมาน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสันติ&nbsp;ป่าหวาย&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;นางสาวรุจาภา&nbsp;วีสเพ็ญ&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และผู้แทนจากหน่วยงานภายนอกที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับงานท่องเที่ยวและกีฬาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิดการฝึกอบรม&nbsp;ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายสิริพงศ์&nbsp;อังคสกุลเกียรติ&nbsp;เลขานุการคณะกรรมาธิการกีฬา&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้สอดคล้องกับเป้าหมาย&nbsp;ทิศทาง&nbsp;และความต้องการของรัฐบาลในการเปิดประเทศ&nbsp;พร้อมกับรองรับทัพนักกีฬาจากทั่วประเทศที่จะเข้าร่วมทำการแข่งขัน&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ด้รับเกียรติจากการกีฬาแห่งประเทศไทยให้เป็นเจ้าภาพจักการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;5&nbsp;-25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และกีฬาคนพิการแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;37&nbsp;ลำดวนเกมส์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม-3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่จะช่วยพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและด้านการกีฬา&nbsp;ตามยุทธศาสตร์และนโยบายของประเทศ&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ซึ่งการจัดตั้งองค์กรอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและกีฬาในระดับประเทศ&nbsp;มุ่งเน้นให้ประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนาศักยภาพประชาชนที่มีจิตอาสาในการสนับสนุนภารกิจด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และกิจกรรมกีฬา&nbsp;นันทนาการ&nbsp;การออกกำลังกายในท้องถิ่น&nbsp;และเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์&nbsp;คุณภาพความปลอดภัย&nbsp;ทั้งชีวิต&nbsp;และทรัพย์สิน&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประเทศไทย&nbsp;ผ่านการรับรู้ของนักท่องเที่ยวทุกช่องทางการสื่อสาร&nbsp;และเพื่อรองรับการเปิดประเทศ&nbsp;และต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในประเทศไทย&nbsp;และชมการแข่งขันภายในจังหวัดศรีสะเกษด้วย</p><p><strong>สำหรับหลักสูตรการอบรมในครั้งนี้</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บทบาท&nbsp;หน้าที่&nbsp;ภารกิจ&nbsp;กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและกีฬา/การจัดการและแนวทางการส่งเสริมกิจกรรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;กีฬา&nbsp;และนันทนาการชุมชนท้องถิ่น/ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวและกีฬา/การปฐมพยาบาล&nbsp;และการช่วยชีวิตเบื้องต้น/การท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เพื่อการส่งเสริมสุขภาพในชุมชน/เทคนิคการสื่อสาร&nbsp;การประสานงาน&nbsp;และการสร้างเครือข่าย/การประชาสัมพันธ์และการท่องเที่ยวในชุมชน/การใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;เพื่อการท่องเที่ยวและกีฬาในชุมชน/&nbsp;จริยธรรมและจรรยาบรรณของอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา/กิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายวิทยากร&nbsp;และการสร้างทีมวิทยากรที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลางมาเป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	21/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221203210638
571	จ.อำนาจเจริญ เปิดเทศกาลแหล่งท่องเที่ยวแก่งคันสูงอำเภอชานุมาน ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด- 19 อย่างเคร่งครัด	<p><strong>นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดเทศกาลท่องเที่ยวแก่งคันสูงประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดชมวิวแก่งคันสูง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกสาร&nbsp;อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;อนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวตำบลโคกสารและอำเภอชานุมาน&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วยพิธีทำบุญตักบาตรและการแสดงศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นจากนักเรียน&nbsp;ผู้สูงอายุและชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ผู้บริหารท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>แก่งคันสูง&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณตำบลโคกสาร&nbsp;</strong>อำเภอชานุมาน&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขง&nbsp;มีภูมิทัศน์โดยรอบที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ&nbsp;มีแก่งกลางลำน้ำโขงที่มีความสวยงาม&nbsp;ในช่วงฤดูน้ำลด&nbsp;ไฮไลท์ของการมาเที่ยวแก่งคันสูง&nbsp;คือ&nbsp;การได้นั่งทานอาหารบนเรือนแพลอยน้ำ&nbsp;ให้เลือกหลากหลายร้าน&nbsp;ไว้บริการนักท่องเที่ยวริมแก่ง&nbsp;สามารถมานั่งทานอาหารเอาขาจุ่มน้ำแบบเพลินๆ&nbsp;โดยอาหารที่ขายส่วนใหญ่เป็นเมนูอาหารอีสาน&nbsp;ทั้งส้มตำ&nbsp;น้ำตก&nbsp;ลาบ&nbsp;ปลาเผา&nbsp;ยำต่างๆ&nbsp;ชอบร้านไหนเดินไปสั่งอาหารแล้วนั่งชมวิวรับลมเย็นกันได้&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้หากน้ำลดมากๆ&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเล่นน้ำในลำน้ำโขงได้อีกด้วย&nbsp;ซึ่งก็เป็นกิจกรรมคลายร้อนที่ฮอตฮิต&nbsp;มีบริการเช่าห่วงยาง&nbsp;โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเล่นน้ำอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด&nbsp;เพราะกระแสน้ำค่อนข้างไหลแรง&nbsp;และถ้าพ้นจากแก่งคันสูงไปแล้วก็จะเป็นลำน้ำโขงที่กว้างและลึกพอสมควร&nbsp;และด้านหน้าบริเวณแก่งคันสูง&nbsp;มีพระพุทธรูป&nbsp;และ&nbsp;พญานาคราชให้นักท่องเที่ยวได้สักการะอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับข้อปฏิบัติของนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;</strong>อย่างเคร่งครัดตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;อีกทั้งห้ามมีการนำเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ไปดื่มและจำหน่ายภายในบริเวณแก่งคันสูงโดยเด็ดขาด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	21/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221211012664
572	อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี เปิดตลาดนัดคนไทยยิ้มได้ เพิ่มช่องทางตลาดสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน และผลผลิตทางการเกษตร	<p>วันนี้&nbsp;(&nbsp;21&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับรายงานจากนายสุพัชรพงศ์&nbsp;วรประดิษฐ์&nbsp;นายอำเภอพระแสง&nbsp;ว่า&nbsp;ทางอำเภอฯ&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดกิจกรรมตลาดนัดคนไทยยิ้มได้&nbsp;แสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;otop&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดประชารัฐใต้ปาล์ม&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลไทรขึง&nbsp;อำเภอพระแสง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าสัมมาชีพ&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;ที่มีศักยภาพ&nbsp;แต่ขาดช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และเพื่อสร้างการเรียนรู้&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และประสบการณ์ในการค้าขายให้แก่ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการในพื้นที่</p><p><strong>โดยภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า&nbsp;otop</strong>&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ผลผลิตการเกษตร&nbsp;จากกลุ่มผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ&nbsp;otop&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพชุมชน&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;กลุ่มสตรีอำเภอพระแสง&nbsp;ร้านค้าในอำเภอพระแสงและอำเภอใกล้เคียงในพื้นที่อำเภอพระแสง&nbsp;รวมกว่า&nbsp;20&nbsp;ร้าน&nbsp;โดยจัดจำหน่ายทุกวันจันทร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;13.00&nbsp;-&nbsp;19.00&nbsp;น.</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	21/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220221224825674
573	จังหวัดมุกดาหาร มั่นใจจักรยานทัวร์ออฟไทยแลนด์ 2022 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ วอนชาวมุกดาหารร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี	<p><strong>มุกดาหาร-&nbsp;ข&nbsp;21&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่โรงแรมพลอยพาเลซ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรม-ราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;ทัวร์&nbsp;ออฟ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;2022&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เส้นทางในจังหวัดมุกดาหาร-สกลนคร-นครพนม&nbsp;</p><p><strong>โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนจากทุกภาคส่วน</strong>ในจังหวัดมุกดาหารที่ขบวนจักรยานขี่ผ่านเข้าร่วมประชุม&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;ทัวร์&nbsp;ออฟ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;ได้รับการบรรจุลงปฏิทินประจำปีของ&nbsp;สหพันธ์จักรยานนานาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;ยูซีไอ&nbsp;ในระดับ&nbsp;2.1&nbsp;โดยจะแข่งขันระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ในปีนี้ใช้เส้นทางใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดของภาคอีสานที่ติดริมแม่น้ำโขง&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;ที่มีโครงการ&nbsp;เดอะ&nbsp;มิชลิน&nbsp;ไกด์&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในจังหวัดแถบภาคอีสานไปสู่ระดับสากล&nbsp;</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>การประชุมในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดปล่อยตัวและเส้นชัยในสเตจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และนับเป็นโอกาสดีในการเปิดเส้นทางท่องเที่ยว&nbsp;Unseen&nbsp;New&nbsp;Series&nbsp;พญานาค&nbsp;3&nbsp;พิภพ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;ททท.ได้เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆนี้&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;จุดเช็คอินที่หวังให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสความมหัศจรรย์&nbsp;ในเส้นทางนักปั่น&nbsp;แก่งกะเบา&nbsp;,สะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;ซึ่งในช่วงที่มีการแข่งขันน่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนมาก&nbsp;ชึ่งคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจในจังหวัดมีการฟื้นตัวอย่างแน่นอน&nbsp;และขอให้พี่น้องชาวมุกดาหารร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222095151703
574	กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสัมมนาพัฒนาระบบการบริหารจัดการธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ในยุค Next Normal	"<p><strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;ปัจจุบันมีธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในรูปแบบนิติบุคคลอยู่จำนวน&nbsp;31,243&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ซึ่งธุรกิจเหล่านี้มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;เนื่องจากการให้บริการโลจิสติกส์ครอบคลุมการผลิต&nbsp;การค้า&nbsp;การบริการ&nbsp;ทั้งของภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคเกษตรกรรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การคมนาคม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งต้องใช้บริการด้านโลจิสติกส์เข้ามาช่วยส่งมอบสินค้าจากผู้ผลิตจนถึงมือผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>กรมฯ&nbsp;จึงได้จัดสัมมนาพัฒนาระบบการบริหารจัดการธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์หลักสูตร&nbsp;การสร้าง&nbsp;Service&nbsp;Innovation&nbsp;กับธุรกิจโลจิสติกส์ยุค&nbsp;Next&nbsp;Normal&nbsp;</strong>เพื่อให้การบริหารธุรกิจมีความยั่งยืน&nbsp;สร้างแรงบันดาลใจและเรียนรู้เทคนิคการสร้าง&nbsp;Service&nbsp;Innovation&nbsp;รวมถึงการวางแผนกลยุทธ์เชิงรุก&nbsp;เพื่อการประยุกต์ใช้งานระบบดิจิทัล&nbsp;โดยจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;แอพพลิเคชั่น&nbsp;Zoom&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนส่งเสริมธุรกิจโลจิสติกส์&nbsp;กองส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;สายด่วน&nbsp;1570&nbsp;และ&nbsp;<a&nbsp;href=""http://www.dbd.go.th/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.dbd.go.th</a></p>"	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222114343781
575	จ.เพชรบูรณ์จัดประกวดสุดยอดมะขามหวาน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี	<p><strong>ที่กองอำนวยการประกวดมะขามหวานบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์</strong>&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;แย้มศิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการประกวดมะขามหวาน&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในงานมะขามหวานนครบาลเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ตั่นฉ้วน&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับการประกวดสุดยอดมะขามหวาน&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของมะขามหวานจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรผู้ปลูกมะขามหวาน&nbsp;พัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้มีความสม่ำเสมอ&nbsp;ได้มาตรฐานสินค้า&nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;ตลอดจนให้เกษตรกรตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;มาใช้&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี&nbsp;การจัดประกวดในครั้งนี้มีการประกวดมะขามหวานจำนวน&nbsp;5&nbsp;พันธุ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์ศรีชมภู&nbsp;พันธุ์ขันตี&nbsp;พันธุ์สีทอง&nbsp;พันธุ์ประกายทอง&nbsp;และพันธุ์อื่นๆ&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรผู้ปลูกมะขามที่สนใจร่วมส่งมะขามคุณภาพดีเข้าประกวด&nbsp;โดยผู้ชนะเลิศการประกวดแต่ละสายพันธุ์จะได้รับโล่และเงินรางวัล&nbsp;10,000&nbsp;บาท</p><p><strong>ผลการประกวดมีดังนี้</strong>&nbsp;พันธุ์สีทอง&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสร้อยประสิทธิ์&nbsp;บุญกิจ&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;85/1&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;ตำบลวังบาล&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;พันธุ์สีประกายทอง&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายน้อย&nbsp;โพธิ์แก้ว&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;41&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลซับเปิบ&nbsp;อำเภอวังโป่ง&nbsp;พันธุ์ศรีชมพู&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่นายพรชัย&nbsp;กันยาประสิทธิ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;135&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลศิลา&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;พันธุ์ขันตี&nbsp;ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวกนิษฐา&nbsp;ฉินเฉลิมวงษ์&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;41&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลปากช่อง&nbsp;อำเภอหล่มสัก&nbsp;และพันธุ์อื่นๆ&nbsp;ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายแดง&nbsp;คำแว่น&nbsp;(พันธุ์เพชรอัมพร)&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;32/1&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.ตาดกลอย&nbsp;อ.หล่มเก่า&nbsp;จ.เพชรบูรณ์</p><p><strong>และในส่วนของรางวัลชนะเลิศที่จะได้รับถ้วยพระราชทาน</strong>&nbsp;คณะกรรมการจะนำมะขามหวานทั้ง&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ&nbsp;มาประกวดอีกรอบ&nbsp;เป็นสุดยอดมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;โดยลงพื้นที่เก็บคะแนนในสวนของแต่ละสายพันธุ์&nbsp;โดยจะต้องเป็นสวนที่มีการบริหารจัดการสวนสร้างองค์ความรู้ที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;สามารถพัฒนาเป็นเกษตรกรต้นแบบสวนมะขาม&nbsp;เผยแพร่ขยายผลให้แก่สาธารณชนได้&nbsp;และในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;มามอบให้ผู้ชนะเลิศสุดยอดมะขามหวานเพชรบูรณ์&nbsp;แห่งปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมรับเงินรางวัล&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILA</p>	22/2/2022	ภาคเหนือ	เพชรบูรณ์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222102056722
576	อพท.5 จัดงานแถลงข่าวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรมการสร้างการรับรู้โครงการพัฒนา Co-working space ในพื้นที่จังหวัดเลย	"<p><strong>ที่สวนสาธารณะกุดป่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</strong>&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;ภาคธูป&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่&nbsp;&nbsp;พิเศษ&nbsp;5,&nbsp;นายจริยาทร&nbsp;สูหู่&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานเลย&nbsp;ตัวแทนจากภาคส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือในการพัฒนา&nbsp;Co-working&nbsp;space&nbsp;ในพื้นที่พิเศษจังหวัดเลย&nbsp;และสื่อมวลชนเข้าร่วมในงานแถลงข่าวครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนา&nbsp;Co-working&nbsp;Space&nbsp;พื้นที่พิเศษเลย&nbsp;เป็นกิจกรรมนำร่องตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเลย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;ภายใต้โครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;(Public-Private&nbsp;Partnership:&nbsp;PPP)&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พื้นที่พิเศษเลย&nbsp;หรือ&nbsp;อพท.&nbsp;5&nbsp;มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาพื้นที่พิเศษเลยให้เป็น&nbsp;""เมืองน่าพักผ่อนและเรียนรู้ประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;เอกลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น&nbsp;การพัฒนาที่ยั่งยืนสู่คุณภาพระดับสากล""&nbsp;ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ตัวแทนของชุมชนในพื้นที่&nbsp;หรือผู้ประกอบการในพื้นที่&nbsp;ได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด&nbsp;ทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี</p><p><strong>นายธรรมนูญ&nbsp;ภาคธูป&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;5</strong>&nbsp;ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการพัฒนาพื้นที่&nbsp;Co-working&nbsp;Space&nbsp;ในจังหวัดเลยว่าจะเป็นการเพิ่ม&nbsp;""วันพัก""&nbsp;ให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถทำงานไปด้วยและเที่ยวไปด้วยได้&nbsp;โครงการนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจเอกชน&nbsp;เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันและการเพิ่ม&nbsp;""วันพัก""&nbsp;จะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเลย&nbsp;เมื่อการท่องเที่ยวมีวันพักเพิ่มขึ้น&nbsp;ก็สามารถใช้เวลาในการพักผ่อนตามที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;บริเวณโดยรอบของ&nbsp;Co-working&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดการหมุนเวียนของธุรกิจ&nbsp;ทั้งธุรกิจที่พัก&nbsp;ธุรกิจร้านอาหาร&nbsp;รวมถึงภาคเกษตรและชุมชนที่จะได้รับประโยชน์&nbsp;เกิดการกระจายรายได้ทั้งในตัวเมืองและชุมชนรอบนอก&nbsp;นอกจากนั้นส่งเสริมการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน&nbsp;วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น&nbsp;Co-working&nbsp;Space&nbsp;จึงเป็นเสมือนแลนด์มาร์ค&nbsp;(Landmark)&nbsp;ของจังหวัดเลย&nbsp;เป็นการพัฒนาพื้นที่ทำงานสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;SMEร&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงประชาชนทั่วไป&nbsp;ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จาก&nbsp;พื้นที่ของ&nbsp;Co-working&nbsp;Space&nbsp;ทั้งเป็นสถานที่ทำงาน&nbsp;ติดต่อธุรกิจ&nbsp;การประชุมสัมมนา&nbsp;และการจัดนิทรรศการ&nbsp;มีกิจกรรมที่หลากหลายภายใต้การแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน&nbsp;เหมาะกับนักธุรกิจหน้าใหม่&nbsp;(Start&nbsp;Up)&nbsp;หรือนักธุรกิจ&nbsp;กลุ่มคนวัยทำงานที่เน้นการทำงานที่อิสระ&nbsp;ไม่ต้องทำงานในออฟฟิศ&nbsp;กลุ่มคนทำงานฟรีแลนซ์และกลุ่ม&nbsp;Digital&nbsp;Nomad&nbsp;ที่สามารถทำงานได้ในทุกที่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้&nbsp;สามารถทำงานและท่องเที่ยวไปได้ในเวลาเดียวกัน&nbsp;หรือผู้ที่ต้องการมีพื้นที่สำหรับการทำงานเป็นส่วนตัวและมีความเป็นอิสระ&nbsp;สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานวิถีใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	22/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222105713741
577	ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดโครงการจำหน่ายสินค้า ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค- บริโภค ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19 จังหวัดตรัง ระยะที่ 3	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่วัดเขาพระวิเศษ&nbsp;ต.เขาวิเศษ&nbsp;อ.วังวิเศษ&nbsp;จ.ตรัง</strong>&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ตามโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค&nbsp;ราคาถูกสู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้อนุมัติงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>ดำเนินการจัดกิจกรรมในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อบรรเทาภาวะค่าครองชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยในวันนี้&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;ได้นำสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;แผงต่อวัน&nbsp;ปกติราคา&nbsp;108-110&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;65&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;&nbsp;น้ำมันพืชปาล์มขนาด&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;วันละ&nbsp;180&nbsp;ขวด&nbsp;ปกติราคา&nbsp;57-60&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;45&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้ให้สิทธิ์ผู้ซื้อไข่ไก่คนละ&nbsp;1&nbsp;แผง&nbsp;น้ำมันพืชคนละ&nbsp;1&nbsp;ขวด&nbsp;นอกจากนี้ยังจำหน่ายเนื้อหมูชำแหละ&nbsp;อาทิ&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;(ไหล่/สะโพก/ขาหน้า/คอ)&nbsp;ราคาตลาด&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;สามชั้น&nbsp;180-220&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อสันใน&nbsp;ราคา&nbsp;180-200&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่ายเพียง&nbsp;170&nbsp;บาท&nbsp;ซี่โครง&nbsp;ราคา&nbsp;170-180&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;160&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องใน&nbsp;(ตับ/หัวใจ)&nbsp;ราคา&nbsp;130-140&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ขา-หัว&nbsp;ราคา&nbsp;120-130&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;กระดูกสัน&nbsp;ราคา&nbsp;110-120&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;เครื่องในรวม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50-70&nbsp;บาท&nbsp;จำหน่าย&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>ปัญหาราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;ทั้งเนื้อสัตว์&nbsp;หมู&nbsp;ไก่&nbsp;และสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;353,600&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;จัดโครงการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูก&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายสินค้าราคาประหยัด&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	22/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222105227739
578	รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยัน จำเป็นต้องเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากต่างชาติ ใช้ซื้อประกันเยียวยานักท่องเที่ยวในไทยและพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อจะได้ไม่กระทบเงินภาษีจากคนไทย	<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากกรณีที่ฝ่ายค้านได้กล่าวพาดพิงตนเองในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17-18&nbsp;ก.พ.ที่ผ่านมา&nbsp;<strong>ในเรื่องการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย&nbsp;คนละ&nbsp;300&nbsp;บาทนั้น&nbsp;</strong>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ยืนยันว่าต้องเรียกเก็บอย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งเงินที่ได้จากการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจะนำไปซื้อประกันให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทย&nbsp;ส่วนเงินที่เหลือนำไปจัดเก็บเข้ากองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เป็นประธานกองทุน&nbsp;และมีผู้แทนจากอีก&nbsp;10&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ซึ่งรวมถึงกระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงบประมาณ&nbsp;และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;จึงขอยืนยันว่า&nbsp;มีการใช้จ่ายเงินที่ได้มาดังกล่าวอย่างถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;เพราะสามารถตรวจสอบได้</p><p><strong>ส่วนที่มาของการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มาจากกรณีที่เกิดเหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณเมื่อปี&nbsp;2558&nbsp;ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บด้วย&nbsp;ขณะที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณมาให้สำหรับการเยียวยาชาวต่างชาติในส่วนนั้น&nbsp;ต่อมาเกิดเหตุการณ์เรือล่มที่จ.ภูเก็ต&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณจากส่วนกลางเพื่อทำการสนับสนุน&nbsp;แต่เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;สำนักงบประมาณได้แจ้งมาทางกระทรวงว่าจะไม่จัดงบประมาณสำหรับการเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาให้ทางกระทรวงแล้ว&nbsp;ทำให้ต้องหาวิธีจัดเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเป็นกองทุนเพื่อการเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในไทย&nbsp;จึงมีการนำเสนอเรื่องการเรียกเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน&nbsp;เข้าสู่ที่ประชุมครม.เมื่อปี&nbsp;2562</p><p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2559-2561&nbsp;กระทรวงสาธารณสุขต้องใช้งบประมาณปีละประมาณ&nbsp;300&nbsp;กว่าล้านบาท&nbsp;ไปชำระค่ารักษาพยาบาลให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;</strong>แต่ถ้ามีเงินกองทุนตรงนี้ให้ไปซื้อประกันแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;จะทำให้ไม่ต้องไปรบกวนเงินภาษีที่เก็บจากประชาชนคนไทย</p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222121146797
579	ภาคเอกชนเสนอปรับมาตรการ Test & Go และยกเลิกตรวจ RT-PCR ในวันที่ 5 ของการเดินทางเข้าประเทศไทยส่งเสริมให้เกิดการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น และกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวในช่วงHigh Season	<p><strong>นายสนั่น&nbsp;อังอุบลกุล&nbsp;ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ที่ต้องการให้มีการผ่อนคลายทั้งมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;และลดจำนวนวันกักตัว&nbsp;</strong>เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;และโอกาสในการเดินหน้าเศรษฐกิจไทย&nbsp;จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยเฉพาะการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;Test&nbsp;ของนักเดินทางขาเข้าประเทศ&nbsp;ที่ต้องตรวจถึง&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งเป็นการสร้างภาระสำหรับนักเดินทาง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หลายประเทศเน้นเพียงการฉีดวัคซีนครบโดสกับผลการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ก่อนเข้าประเทศ&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมงเท่านั้น&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;กรีซ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;เยอรมนี&nbsp;ออสเตรีย&nbsp;หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา&nbsp;โดยมองว่าหากสามารถยกเลิกการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ได้&nbsp;(คืนที่&nbsp;5)&nbsp;จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น&nbsp;และจะเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการโดยรวม&nbsp;จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนผ่อนคลายมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;&amp;&nbsp;Go&nbsp;เพื่อเป็นการจูงใจและดึงดูดนักเดินทางต่างชาติ&nbsp;เนื่องจากระหว่างเดือนนี้จนถึงเมษายน&nbsp;ถือเป็นช่วงที่อยู่ใน&nbsp;High&nbsp;Season&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเดินทางมาไทย&nbsp;รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาทำธุรกิจในประเทศ&nbsp;โดยหากดำเนินการได้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับนานาชาติถึงความพร้อมของไทยในการเปิดประเทศ&nbsp;และเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเข้มแข็งได้เร็วยิ่งขึ้น</p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222120227794
580	ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ติดตามการกระจายผลไม้ที่จันทบุรี	<p><strong>ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ติดตามแนวทางการเตรียมความพร้อมกระจายผลผลิตผลไม้ของจังหวัดจันทบุรีสู่ตลาดปลายทางสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค&nbsp;สร้างรายได้เกษตรกร</strong></p><p><strong>ที่ห้องรับรองชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;</strong>นายวิทยากร&nbsp;มณีเนตร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมผู้แทนกรมการค้าภายใน&nbsp;และผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศกระทรวงพาณิชย์ได้เข้าพบหารือ&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ในโอกาสเดินทางมาตรวจราชการติดตามแนวทางการป้องกันแก้ไขราคาผลผลิตผลไม้ของจังหวัดจันทบุรีและเรื่องอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้กล่าวถึงความพร้อมของจังหวัดจันทบุรีที่มีการบูรณาการทุกภาคส่วนรองรับการกระจายผลผลิต&nbsp;และรักษาคุณภาพมาตรฐานผลผลิตให้ได้คุณภาพตามที่ตลาดปลายทางต้องการโดยเฉพาะผลไม้&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ลำไย&nbsp;ที่มีการส่งออกไปต่างประเทศจำนวนมากทุกภาคส่วนได้เตรียมความพร้อมสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีการจัดทำโครงการ&nbsp;จันท์การันตรี&nbsp;รองรับแผนการส่งออกผลไม้ที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;วางแผนกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้รวดเร็วซึ่งจังหวัดคาดการณ์ว่าปีนี้ผลผลิตทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากกว่าปีที่แล้วตลาดที่สำคัญคือประเทศจีน&nbsp;จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งเจรจาเพื่อป้องกันปัญหาการกระจายผลผลิตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งด้านการขนส่งสินค้า&nbsp;และมาตรการนำเข้าอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างไรก็ตามจังหวัดจันทบุรีมีแผนในการสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยเฉพาะเรื่องของโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่จันทบุรีมีแผนในการป้องกันตั้งแต่สวนผลไม้ผู้ผลิต&nbsp;ล้งส่งออก&nbsp;จุดรับซื้อให้ผลไม้จันทบุรีปลอดโควิด&nbsp;หรือโควิดเป็น&nbsp;0&nbsp;เกรงอาจจะเกิดปัญหาบ้างในช่วงพีคเดือนพฤษภาคมที่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากการขนส่งหากด่านปลายทางมีมาตรการเข้มเกินไป&nbsp;จึงอยากให้รัฐบาลเร่งเจรจาป้องกันแก้ไขปัญหาไว้เบื้องต้นเพื่อป้องกันผลกระทบดังกล่าว&nbsp;อย่างไรก็ตามในปีนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีแนวทางส่งเสริมการกระจายผลไม้ไปตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่องทางการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนจะเพิ่มช่องทางส่งออกไปยังจีน&nbsp;กวางโจว&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;อินเดียตอนใต้&nbsp;และไต้หวันทางเรือเพิ่มขึ้น&nbsp;ขณะที่ผลไม้พรีเมียมจะมีการกระจายทางเครื่องบินไปตลาดปลายทางอีกช่องทางหนึ่ง</p><p><strong>หลังหารือผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเสร็จแล้ว</strong>&nbsp;นายวิทยากร&nbsp;มณีเนตร&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมคณะได้ร่วมประชุมรับทราบความคิดเห็นของส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่ห้องประชุม&nbsp;2&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมการกระจายผลผลิตไปตลาดปลายทางในฤดูกาลผลิตปีนี้&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร&nbsp;และผู้บริโภค&nbsp;ขอเกษตรกรรักษามาตรฐานและปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดได้ออกประกาศเรื่องวันเก็บเกี่ยวผลผลิตและเปอร์เซ็นน้ำหนักในฤดูกาลปี&nbsp;65&nbsp;รวมทั้งมาตรการควบคุมโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ผลผลิตผลไม้ของเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าแผนการบริหารจัดการผลไม้ปี&nbsp;2565&nbsp;ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;18&nbsp;มาตรการไว้แล้วมีการบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมการกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตให้รวดเร็วคล่องตัว&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	22/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222230527152
581	ครม.เห็นชอบลดภาษีอากรการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป และแบบประกอบสำเร็จรูปนำเข้าทั้งคัน 	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;ให้ลดอัตราภาษีอากรและยกเว้นอัตราภาษีศุลกากร&nbsp;สำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูปและการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบประกอบสำเร็จรูปนำเข้าทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางอากรและศุลกากร&nbsp;ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;และการนำเข้าทั่วไปในปี&nbsp;&nbsp;2565-2566&nbsp;ได้แก่&nbsp;การนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบ&nbsp;CBU&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;ภาษีอากรไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ให้ยกเว้นอากร&nbsp;&nbsp;กรณีใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;ภาษีอากรเกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ให้ลดลงอีกร้อยละ&nbsp;40&nbsp;สำหรับกรณีนำเข้าทั่วไป&nbsp;อากรร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ให้ลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าแบบ&nbsp;CBU&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;ราคาขายปลีกแนะนำตั้งแต่&nbsp;2-7&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;อากรไม่เกินร้อยละ20&nbsp;ให้ยกเว้นอากร&nbsp;กรณีใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;อากรร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ให้ลดลงอีกร้อยละ&nbsp;20&nbsp;สำหรับอัตราอากรนำเข้าทั่วไปให้ลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;60&nbsp;</p><p><strong>การลดอัตราอากรศุลกากรดังกล่าว</strong>คาดว่าภาครัฐจะสูญเสียรายได้ประมาณ&nbsp;60,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;แต่เพื่อช่วยส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ&nbsp;ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และก่อให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศไทยยิ่งขึ้น&nbsp;โดย&nbsp;ครม.&nbsp;เห็นควรให้ระบุวันมีผลใช้บังคับของร่างประกาศฯ&nbsp;ให้สอดคล้องกับมติ&nbsp;ฝคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/64&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;4)&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/65&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;5)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;ม.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p><br></p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222192014079
582	เชิญชวนนักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ในงานAmphawa Food Experienceระหว่างวันที่11-13มีนาคมนี้	"<p><strong>นายอรรถพล&nbsp;วรรณกิจ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานสมุทรสงคราม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ททท.ได้ดำเนินโครงการอัมพวา&nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;(มูลนิธิชัยพัฒนา)&nbsp;และกลุ่ม&nbsp;YEC&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จัดกิจกรรมในชื่องาน&nbsp;Amphawa&nbsp;Food&nbsp;Experience&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Festival&nbsp;Experience&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ซึ่งจะจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณโครงการอัมพวา&nbsp;ชัยพัฒนานุรักษ์&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวและช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่และสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามเพิ่มมากขึ้น&nbsp;อีกทั้งเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ให้เกิดการจดจำและบอกต่อ&nbsp;โดยการประชาสัมพันธ์สินค้าทางการท่องเที่ยวอาหารถิ่นที่มีอัตลักษณ์</p><p><strong>ภายในงานนักท่องเที่ยวจะพบกับกิจกรรมมากมาย</strong>&nbsp;อาทิ<strong>&nbsp;</strong>การเปิดประสบการณ์อาหารถิ่นและสินค้า&nbsp;GI&nbsp;ชมการสาธิตภูมิปัญญาท้องถิ่นและเรียนรู้กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลือกซื้อแพคเกจที่พักในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษภายในงานนี้เท่านั้น<strong>&nbsp;</strong>เป็นต้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังมีมาตรการป้องกันและควบคุม</strong>การระบาดของไวรัส&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;&nbsp;โดยผู้เข้าชมงานต้องได้รับการคัดกรอง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายบริเวณจุดทางเข้างาน&nbsp;และ&nbsp;Check&nbsp;in&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;และแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;หรือแสดงหลักฐานรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19&nbsp;ด้วยวิธี&nbsp;Antigen&nbsp;Test&nbsp;(ATK)&nbsp;ผลเป็นลบ&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;72&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และเว้นระยะห่างเมื่อเข้าคิวเลือกซื้ออาหาร&nbsp;และจัดโต๊ะรับประทานอาหารห่างกัน&nbsp;1.5&nbsp;เมตร,&nbsp;จัดวางเจลแอลกอฮอล์ไว้ตามจุดต่างๆ&nbsp;ภายในงาน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวไป</strong>ยังแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้อีกด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;วัดอัมพวันเจติยาราม,&nbsp;อุทยาน&nbsp;ร.2,&nbsp;ตาลพวา&nbsp;คาเฟ่ในสวนมะพร้าว&nbsp;,&nbsp;คาเฟ่พระเครื่อง&nbsp;บ้านพระครูติ&nbsp;สำหรับเซียนพระเครื่องเท่านั้น&nbsp;และวัดนางตะเคียนขอพร&nbsp;""ท้าวเวสสุวรรณ""&nbsp;อายุกว่า&nbsp;400&nbsp;ปี&nbsp;องค์แรกของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>"	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222202017127
583	กรมเจ้าท่า ระดมความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้เรือ	<p><strong>นายสมชาย&nbsp;สุมนัสขจรกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัตงานเป็นไปตามแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง&nbsp;ระยะเร่งด่วน&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;หรือ&nbsp;Action&nbsp;Plan&nbsp;ในการขับเคลื่อนนโยบายระบบคมนาคมที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโลก&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;โดยสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ&nbsp;ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเช่น&nbsp;ปลัดกระทรวงพลังงาน&nbsp;ผู้แทนสำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;ผู้แทนสมาคมเจ้าของเรือไทย&nbsp;ผู้แทนนายกสมาคมเรือไทย&nbsp;ผู้แทนบริษัท&nbsp;กรุงเทพธนาคม&nbsp;จำกัดและผู้แทนบริษัท&nbsp;อี&nbsp;สมาร์ท&nbsp;ทรานสปอร์ต&nbsp;จำกัด&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานภายในกรมเจ้าท่า&nbsp;ถึงการจัดทำร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใช้เรือและยกเว้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ&nbsp;สำหรับเรือขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นด้วยในร่างกฎกระทรวง&nbsp;โดยให้เพิ่มคำนิยามของเรือที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและกำหนดกรอบอัตราค่าธรรมเนียมสูงสุดของขนาดเรือที่&nbsp;5,000&nbsp;ตันกรอส&nbsp;ซึ่งกรมเจ้าท่าจะนำเสนอร่างกฎกระทรวงต่อกระทรวงคมนาคมตามขั้นตอนทางกฎหมาย&nbsp;เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;จะช่วยพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืน&nbsp;และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p><br></p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222201710125
584	"นายอำเภอเมืองนราธิวาส เปิดกิจกรรม ""ตลาดนัดพอเพียง อนุรักษ์ภูมิปัญญา พัฒนาอาชีพ เศรษฐกิจยั่งยืน"" ของ อบต.โคกเคียน"	"<p><strong>นายอำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดพอเพียง</strong>&nbsp;อนุรักษ์ภูมิปัญญา&nbsp;พัฒนาอาชีพ&nbsp;เศรษฐกิจยั่งยืน""&nbsp;ของอบต.โคกเคียน&nbsp;พร้อมเปิดศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ตำบลโคกเคียน&nbsp;และประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชายหาดบ้านทอน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายสังคม&nbsp;&nbsp;เกิดก่อ&nbsp;นายอำเภอเมืองนราธิวาส</strong>&nbsp;เปิดกิจกรรม&nbsp;""ตลาดนัดพอเพียง&nbsp;อนุรักษ์ภูมิปัญญาพัฒนาอาชีพ&nbsp;เศรษฐกิจยั่งยืน""&nbsp;ที่บริเวณศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ตำบลโคกเคียน&nbsp;(ชายหาดบ้านทอน)&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ตลาดนัดพอเพียงฯ&nbsp;อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพ&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติราชการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้มอบไว้ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้รูปแบบ&nbsp;""เต็มที่&nbsp;ใส่ใจ&nbsp;ร่วมแรงร่วมใจ&nbsp;พัฒนานราฯ&nbsp;บ้านเรา""&nbsp;มุ่งเน้นการทำงานอย่างเต็มความสามารถ&nbsp;การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีรายได้&nbsp;ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ดำเนินโครงการจิตอาสาพระราชทานการสนองตอบนโยบายรัฐบาล&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;""คนนราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง""&nbsp;</p><p><strong>""...การจัดกิจกรรมฯ&nbsp;ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;</strong>และยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวชายหาดบ้านทอน&nbsp;&nbsp;จังหวัดนราธิวาสมีศักยภาพในการท่องเที่ยว&nbsp;เดินทางสะดวก&nbsp;มี&nbsp;มีเที่ยวบินตรงมายังนราธิวาส&nbsp;มีสินค้าชุมชนผลิตภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เชื่อว่าหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยว&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน...""</p><p><strong>ด้านนายสญชัย&nbsp;&nbsp;นิลจันทร์&nbsp;รองนายกองค์การบริการส่วนตำบลโคกเคียน</strong>&nbsp;(อบต.โคกเคียน)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทาง&nbsp;อบต.โคกเคียน&nbsp;ได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มอาชีพ&nbsp;กิจกรรมตลาดพอเพียงฯ&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;เพิ่มรายได้แก่กลุ่มอาชีพ&nbsp;ประชาชนให้มีรายได้และการจำหน่ายเพิ่มขึ้น&nbsp;ตลอดจนเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายหาดบ้านทอนอีกทั้งเปิดศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ตำบลโคกเคียน&nbsp;เพื่อให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอย่างไรก็ตาม&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ยังคงมีการแพร่ระบาด&nbsp;ในวันนี้เป็นเพียงการจัดกิจกรรมตลาดนัดพอเพียงฯ&nbsp;ตามโครงการฯ&nbsp;หากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คลี่คลายแล้ว&nbsp;ในอนาคตอาจมีการเปิดตลาดเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ตำบลโคกเคียน&nbsp;(ชายหาดบ้านทอน)&nbsp;</strong>&nbsp;เปิดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชนในพื้นที่ตำบลโคกเคียน&nbsp;อาทิ&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากเส้นกระจูด&nbsp;เรือกอและจำลอง&nbsp;งานผ้าบาติก&nbsp;เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;08.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม&nbsp;062-0607069&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	22/2/2022	ภาคใต้	นราธิวาส	สวท.นราธิวาส	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222164244979
585	ครม.รับทราบผลหารือทวิภาคีด้านพลังงานไทย-ญี่ปุ่น มุ่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาด	<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบผลการหารือทวิภาคีระหว่างรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ&nbsp;การค้า&nbsp;และอุตสาหกรรมประเทศญี่ปุ่น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ</p><p><strong>&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมจะร่วมมือกันในด้านต่างๆ&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;ด้านพลังงาน&nbsp;ที่ไทยมุ่งเน้นดำเนินนโยบายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงานและมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาดในอนาคต&nbsp;โดยญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี&nbsp;ด้านพลังงานกับไทย&nbsp;ผ่านกลไกข้อริเริ่มด้านการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานแห่งเอเชีย&nbsp;(Asia&nbsp;Energy&nbsp;Transition&nbsp;Initiative:&nbsp;AETI)&nbsp;ที่ได้ดำเนินการร่วมกันอยู่แล้ว&nbsp;พร้อมทั้งเสนอแนะให้ไทยส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าแบบไฮบริดในช่วงเปลี่ยนผ่าน&nbsp;ด้านการค้าการลงทุน&nbsp;ซึ่งญี่ปุ่นมีแผนการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอื่นๆ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมกันลงนามเอกสารต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ฉบับ</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานระหว่างกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงเศรษฐกิจ&nbsp;การค้าและอุตสาหกรรม&nbsp;ประเทศญี่ปุ่น&nbsp;เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ&nbsp;,ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลงทุนของบริษัทญี่ปุ่นในไทย&nbsp;สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ&nbsp;และฉบับที่&nbsp;3&nbsp;บันทึกแสดงเจตจำนงด้านความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น&nbsp;เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทญี่ปุ่น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;EEC</p><p><br></p><p><br></p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222201527123
586	ครม.เห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้แก่ชาวต่างชาติ เร่งดูดดูดนักลงทุนจากต่างประเทศทั่วโลกเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้มีการลดและยกเว้นภาษีเงินได้แก่ชาวต่างชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนและดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย&nbsp;โดยแบ่งเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับชาวต่างชาติผู้ถือวีซ่าประเภทผู้พำนักระยะยาว&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง&nbsp;กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ&nbsp;และกลุ่มที่ต้องการทำงานในประเทศไทย&nbsp;รวมทั้งลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;17&nbsp;สำหรับกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษที่ทำงานในบริษัท&nbsp;หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย&nbsp;ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;และกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและกฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;(สศช.)&nbsp;</strong>คาดการณ์ว่าจะมีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยกระทรวงการคลังได้ประมาณการว่าจะไม่มีการสูญเสียรายได้จากมาตรการภาษีครั้งนี้&nbsp;เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งไม่อยู่ในฐานภาษีของประเทศไทย&nbsp;แต่อาจเพิ่มรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษที่จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราร้อยละ&nbsp;17&nbsp;ของเงินได้พึงประเมิน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	กรมประชาสัมพันธ์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222192125084
587	พังงา อินเตอร์เนชั่นแนลมาราธอน 2022 งานแสดงศักยภาพของพื้นที่ในการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับโลก และนำเสนอจุดแข็งด้านสถานที่ท่องเที่ยวและอาหารทะเลของจังหวัดพังงา	"<p><strong>นายพงศกร&nbsp;เกตุประภากรประธานสภาอุตสาหกรรม</strong>ท่องเที่ยวจังหวัดพังงากล่าวถึงการที่จังหวัดพังงาเตรียมจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับนานาชาติในระหว่างวันที่&nbsp;7-9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;จะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบ&nbsp;Sport&nbsp;&amp;&nbsp;Wellness&nbsp;นอกจากกิจกรรมการวิ่งแล้วยังมีกิจกรรมใหญ่ๆ&nbsp;อีกสองกิจกรรมร่วมด้วยคือ&nbsp;มหกรรมบอลลูน&nbsp;Phang-nga&nbsp;Open&nbsp;sky&nbsp;Festival&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยร่วมกับบริษัทบุญรอดบริวเวอร์รีจำกัด&nbsp;ที่เคยจัดกิจกรรม</strong>บอลลูนที่จังหวัดเชียงรายมาจัดแสดงที่จังหวัดพังงาให้เป็นมหกรรมบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;และยังมีการจัดงานมหกรรมอาหาร&nbsp;The&nbsp;Spirit&nbsp;of&nbsp;Phang-nga&nbsp;Teste&nbsp;เป็นการนำเสนอจุดแข็งด้านอาหารทะเลของจังหวัดพังงา&nbsp;โดยมหกรรมอาหารนี้จะยังคงมีการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตร่วมด้วย</p><p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>กิจกรรมการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับนานาชาติของจังหวัดพังงา&nbsp;สร้างสรรค์ขึ้นตามแนวคิด&nbsp;""The&nbsp;Happiness&nbsp;Home&nbsp;of&nbsp;RUNNER""&nbsp;และตามนโยบายของจังหวัดพังงา&nbsp;ที่จะสร้างให้จังหวัดพังงาเป็นศูนย์กลางของการกีฬาที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;และในระดับภูมิภาคอาเซียน&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการกระตุ้นฟื้นเศรษฐกิจให้คืนกลับมาให้ได้&nbsp;โดยการดึงนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศผ่านความเห็นชอบของทีมงานสาธารณสุขจังหวัดภายใต้แนวคิดสาธารณสุขนำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายพรศักดิ์&nbsp;มธุรส&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา&nbsp;กล่าวว่า</strong>ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของจังหวัดพังงามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;ตลอดจนทีมแพทย์และทีมสาธารณสุขมีความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยในด้านสุขภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จึงขอให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวมั่นใจได้&nbsp;</p><p>Phang-nga&nbsp;International&nbsp;Marathon&nbsp;มีการแข่งขันครบทุกระยะทั้งฟันรัน&nbsp;มินิมาราธอน&nbsp;ฮาล์ฟมาราธอน&nbsp;และฟูลมาราธอน&nbsp;ตลอดจนสร้างสีสันด้วยการจัดไนท์รันด้วย&nbsp;โดยผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมผ่านเพจเฟสบุกส์&nbsp;&nbsp;Phang-nga&nbsp;International&nbsp;Marathon&nbsp;2022</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	22/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.พังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220222213452143
588	รัฐบาลยืนยันพร้อมปรับปรุงกฎระเบียบด้านสาธารณสุขในการการเดินทางระหว่างประเทศที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวแต่ยังคงความปลอดภัยแก่คนไทยตามมาตรการทางสาธารณสุข	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผลการหารือร่วมกันระหว่าง&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กับหน่วยงานให้บริการด้านการบินของกระทรวงคมนาคม&nbsp;และนายโทนี่&nbsp;เฟอร์นานเดส&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มแคปปิตอล&nbsp;เอ&nbsp;ผู้ให้บริการสายการบิน&nbsp;แอร์&nbsp;เอเชีย&nbsp;ถึงแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมการบินสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;<strong>&nbsp;รัฐบาลไทยยินดีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนทั้งสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและสายการบินเพื่อวางแผนในการฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย&nbsp;ให้กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง&nbsp;</strong>ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงกฎระเบียบแนวทางด้านมาตรการสาธารณสุขและการเดินทางระหว่างประเทศให้มีความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในภาพรวมของนักท่องเที่ยวต่างประเทศโดยยังคงความปลอดภัยแก่คนไทยตามมาตรการทางสาธารณสุข</p><p><strong>ขณะที่นายโทนี่&nbsp;เฟอร์นานเดส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;แอร์เอเชีย&nbsp;มีความตั้งใจที่จะช่วยสนับสนุนและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาค&nbsp;ASEAN&nbsp;จากสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งสายการบินต้องการผลักดันการลดข้อบังคับต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จากมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;และ&nbsp;Thailand&nbsp;Pass&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในภาพรวมที่ค่อนข้างสูงและเป็นภาระของนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ตัดสินใจเดินทางระหว่างประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;แอร์เอเชีย&nbsp;ยกถึงกรณีตัวอย่างในประเทศฟิลิปปินส์ที่ลดความยุ่งยากในการตรวจสอบมาตรการด้านสาธารณสุขลง&nbsp;ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเดินทางลดลงและนักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางไปท่องเที่ยวฟิลิปปินส์มากขึ้น&nbsp;รวมถึงแอร์เอเชียแสดงความจำนงที่จะเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ในรูปแบบ&nbsp;Direct&nbsp;Flight&nbsp;กับต่างประเทศ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในส่วนภูมิภาค</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงคมนาคมยินดีที่จะช่วยสนับสนุน&nbsp;เพื่อให้การเดินทางระหว่างประเทศมีความสะดวกมากขึ้นและพร้อมสนับสนุนการเปิดเส้นทางการบินใหม่&nbsp;ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;</strong>และมีความยินดีที่จะเปิดรับทุกสายการบินที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางอากาศของอาเซียนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศพร้อมทั้งชักชวนให้ทางแอร์เอเชีย&nbsp;ลงทุนในเครื่องบิน&nbsp;ATR&nbsp;เพื่อเปิดธุรกิจเส้นทางการบินเชื่อมเมืองท่องเที่ยวและเมืองสำคัญต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในมาเลเซีย&nbsp;กับ&nbsp;ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และเชื่อมโยงการเดินทางไปยังภูมิภาคอื่นของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ที่ก่อนหน้านี้&nbsp;ได้พบกับผู้บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทย&nbsp;เวียตเจ็ท&nbsp;แอร์&nbsp;จอยท์&nbsp;สต๊อก&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางการบินเส้นทางใหม่&nbsp;ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;เช่นกัน</p><p><br></p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223102318196
589	จังหวัดมุกดาหาร มั่นใจจักรยานทัวร์ออฟไทยแลนด์ 2022 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ วอนชาวมุกดาหารร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี	<p><strong>ที่โรงแรมพลอยพาเลซ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;ทัวร์&nbsp;ออฟ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;2022&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในรูปแบบชีวิตวิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เส้นทางในจังหวัดมุกดาหาร-สกลนคร-นครพนม&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนจากทุกภาคส่วนในจังหวัดมุกดาหารที่ขบวนจักรยานขี่ผ่านเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>พลเอกเดชา&nbsp;เหมกระศรี&nbsp;นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จักรยานทางไกลนานาชาติ&nbsp;ทัวร์&nbsp;ออฟ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;ได้รับการบรรจุลงปฏิทินประจำปีของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ&nbsp;หรือยูซีไอ&nbsp;ในระดับ&nbsp;2.1&nbsp;โดยจะแข่งขันระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายนของทุกปี&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ&nbsp;&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ซึ่งในปีนี้ใช้เส้นทางใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดของภาคอีสานที่ติดริมแม่น้ำโขง&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)&nbsp;ที่มีโครงการ&nbsp;เดอะ&nbsp;มิชลิน&nbsp;ไกด์&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหารในจังหวัดแถบภาคอีสานไปสู่ระดับสากล</p><p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การประชุมในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;สำหรับจุดปล่อยตัวและเส้นชัยในสเตจต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่อยู่ในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และนับเป็นโอกาสดีในการเปิดเส้นทางท่องเที่ยว&nbsp;Unseen&nbsp;New&nbsp;Series&nbsp;พญานาค&nbsp;3&nbsp;พิภพ&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ที่&nbsp;ททท.ได้เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;เป็น&nbsp;3&nbsp;จุดเช็คอินที่หวังให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสความมหัศจรรย์&nbsp;ในเส้นทางนักปั่นแก่งกะเบา,&nbsp;สะพานมิตรภาพ&nbsp;2&nbsp;และวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์&nbsp;ซึ่งในช่วงที่มีการแข่งขันน่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจังหวัดมุกดาหารเป็นจำนวนมาก&nbsp;ชึ่งคาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจในจังหวัดมีการฟื้นตัวอย่างแน่นอน&nbsp;และขอให้ชาวมุกดาหารร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223105304216
590	"กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัดงาน FTA Fair นำสินค้าไทย สู่ตลาดการค้าเสรี"" ระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2565 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9"	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบหมายกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;เร่งส่งเสริมเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย&nbsp;ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี&nbsp;(FTA)&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน</strong>&nbsp;และสร้างแต้มต่อทางการค้าในการส่งออกสินค้าไปตลาดต่างประเทศ&nbsp;โดยมีกำหนดจัดงาน&nbsp;FTA&nbsp;Fair&nbsp;นำสินค้าไทยสู่ตลาดการค้าเสรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;แกรนด์&nbsp;พระราม&nbsp;9&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และผู้ประกอบการไทย&nbsp;มีโอกาสและช่องทางขยายส่งออกสินค้าไทยไปตลาดโลกโดยใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภายในงานจะมีการจำหน่ายสินค้าศักยภาพจากทั่วประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;40&nbsp;บูธ&nbsp;</strong>การจัดงานเสวนา&nbsp;การแสดงนิทรรศการ&nbsp;การจับคู่ธุรกิจกับผู้ส่งออกและการนำสินค้าไปวางบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ&nbsp;พร้อมเปิดคลินิกให้คำปรึกษา&nbsp;เรื่อง&nbsp;FTA&nbsp;และความตกลง&nbsp;RCEP&nbsp;รวมถึงแนะนำการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;เชื่อมั่นว่าการจัดงานครั้งนี้&nbsp;จะเป็นกลไกสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ช่วยเรื่องการหาตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน&nbsp;ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะการเข้าถึงผู้บริโภคในปัจจุบันที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ&nbsp;เน้นสินค้ามีคุณภาพและมาตรฐาน&nbsp;และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ&nbsp;ได้จัดงาน&nbsp;FTA&nbsp;Fair&nbsp;ต่อเนื่องเป็นปีที่&nbsp;3&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างมาก</strong>&nbsp;ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมชิมช้อปได้ในงาน&nbsp;FTA&nbsp;Fair&nbsp;นำสินค้าไทยสู่ตลาดการค้าเสรี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มี.ค.&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;ลานกิจกรรม&nbsp;Work&nbsp;&amp;&nbsp;Play&nbsp;ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;แกรนด์&nbsp;พระราม&nbsp;9&nbsp;</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223121042253
591	อบจ.ลำปาง จับมือ กกท.ลำปาง จัดงาน Lampang Coffee Fest ระหว่าง 26-27 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>จัดโครงการ&nbsp;Lampang&nbsp;Coffee&nbsp;Fest&nbsp;ณ&nbsp;สวนสาธารณะหนองกระทิง&nbsp;ตำบลบ่อแฮ้ว&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07.00-20.00&nbsp;น.&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;วัฒนธรรมกาแฟ&nbsp;ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรพัฒนาทักษะการแปรรูป&nbsp;การสร้างมูลค่ากาแฟ&nbsp;และกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดลำปางให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ในท้องถิ่น</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานมีการออกร้านนิทรรศการแสดงสินค้ารวมสุดยอด</strong>&nbsp;กาแฟ&nbsp;ชา&nbsp;โกโก้&nbsp;จากแหล่งปลูกในจังหวัดลำปาง&nbsp;การสาธิตการกาแฟคั่วมือและชิมกาแฟ&nbsp;โฮมเมดเบเกอรี่&nbsp;outdoor&nbsp;camping&nbsp;,Slow&nbsp;bar&nbsp;โรงคั่วกาแฟ&nbsp;เครื่อง/อุปกรณ์กาแฟ&nbsp;เกษตรกรไร่กาแฟจากหลายดอยในจังหวัดลำปาง&nbsp;และผู้ประกอบการร้านกาแฟ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีเวทีเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;การสาธิต&nbsp;การแข่งขันดริปกาแฟ&nbsp;และจิบกาแฟ&nbsp;การแสดงดนตรีบรรยากาศในสวน&nbsp;หวนคิดถึงวันวาน&nbsp;หอมหวาน&nbsp;ที่หนองกระทิง&nbsp;พร้อมทั้งผู้เข้าร่วมงานจะได้รับโอกาสในการพบปะกับผู้ประกอบการผลิตและผู้จัดจำหน่าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223104720212
592	Phuket Sandbox ตั้งแต่เปิดโครงการมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า 3.3 แสนคน เม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 4.3 หมื่นล้านบาท	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพอใจการดำเนินโครงการ&nbsp;Phuket&nbsp;Sandbox&nbsp;ที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเพิ่มเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ตามลำดับ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวมากขึ้นโดยยอดรวมนักท่องเที่ยวตั้งแต่เปิดโครงการฯ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ก.ค.&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแล้วกว่า&nbsp;333,784&nbsp;คน&nbsp;สร้างรายได้ให้ภูเก็ตในทางตรงกว่า&nbsp;18,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และทำให้มีเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า&nbsp;43,000&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>นายธนกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ถือเป็นผลสำเร็จของรัฐบาล&nbsp;และทุกภาคส่วน&nbsp;รวมถึงประชาชนทุกคน</strong>&nbsp;ที่ได้ร่วมมือร่วมใจช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น&nbsp;จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ&nbsp;สนใจเดินทางมาท่องเที่ยว&nbsp;อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกฝ่ายทั้งระดับจังหวัด&nbsp;ระดับท้องถิ่น&nbsp;ปฎิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี&nbsp;เพื่อให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาภูเก็ตและประเทศไทยมากขึ้น&nbsp;และนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกำชับเรื่องการท่องเที่ยวขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส&nbsp;สร้างความเชื่อมั่น&nbsp;ให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประเทศ&nbsp;พร้อมกับเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ไม่เกิดผลกระทบขึ้นต่อนักท่องเที่ยวและคนไทย</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223125942281
593	วัฒนธรรมจังหวัดยโสธร นำสภาวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์พญาคันคากและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม	"<p><strong>นางพวงคำ&nbsp;ทองทั่ว&nbsp;วัฒนธรรมจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่าเมือวันที่&nbsp;22&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ดร.เสกข์สรร&nbsp;ธีระวาณิชย์&nbsp;ประธานสภาวัฒนธรรม&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และคณะฯ&nbsp;จัดกิจกรรมศึกษาดูงานที่จังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ชุดใหม่&nbsp;ได้แลกเปลี่ยน&nbsp;เรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมในต่างพื้นที่และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสภาวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคอีสานอีกทั้งเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน&nbsp;และได้มอบ&nbsp;หมายให้&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;สาโดด&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์&nbsp;และเฝ้าระวัง&nbsp;ทางวัฒนธรรม&nbsp;พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร&nbsp;และคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมต้อนรับและนำคณะ&nbsp;สภาวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก&nbsp;และวิมานพญาแถน&nbsp;ในกิจกรรมการศึกษาดูงานครั้งนี้ด้วย</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;สภาวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์</strong>&nbsp;ได้นำคณะฯ&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พญาคันคากและศึกษาดูงานด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและมุกดาหาร&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223112903240
594	กระบี่รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ S7 บินตรงจากรัสเซีย	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.15&nbsp;น.&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่,&nbsp;นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ททท.&nbsp;สำนักงานกระบี่,&nbsp;นางสาวกาญจนา&nbsp;สิงห์อุม&nbsp;กองตลาดยุโรปฯ&nbsp;ททท.,&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;เนื่องอุดม&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานกระบี่,&nbsp;นางดวงจันทร์&nbsp;ทรงเจริญ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่,&nbsp;นางสาววิชุพรรณ&nbsp;ภูเก้าล้วน&nbsp;ศรีสัญญา&nbsp;นายกสมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่,&nbsp;นายชัยภัทร&nbsp;วสุนธรา&nbsp;อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;S7&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;5713&nbsp;ซึ่งเปิดเส้นทางการบินจากประเทศรัสเซีย&nbsp;มายังกระบี่เป็นครั้งแรก&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยในเที่ยวบินดังกล่าว&nbsp;ทำการบินโดย&nbsp;Airbus&nbsp;A321nx&nbsp;มีผู้โดยสาร&nbsp;164&nbsp;คน&nbsp;ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวเดินทาง&nbsp;มาจากเมืองต่างๆ&nbsp;ทั่วรัสเซีย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สายการบิน&nbsp;S7&nbsp;จะมีเที่ยวบินตรงเข้าประเทศไทยสัปดาห์ละ&nbsp;1&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;โดยกำหนดตารางการบินทุกวันพุธตลอดฤดูหนาวจนถึงเดือนมีนาคมนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวขนิษฐา&nbsp;พันธุ์วรวัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)</strong>&nbsp;สำนักงานมอสโก&nbsp;กล่าวถึงแผนการตลาดในขั้นต่อไป&nbsp;ว่า&nbsp;นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า&nbsp;57,000&nbsp;คน&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าไทย&nbsp;จากนี้&nbsp;ททท.มอสโก&nbsp;จะเร่งออกแคมเปญร่วมกับสายการบิน&nbsp;และบริษัทนำเที่ยวที่เป็นพันธมิตร&nbsp;จัดกิจกรรมโปรโมทประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดยาวอีกช่วงหนึ่งของประเทศรัสเซีย&nbsp;แม้ว่าปกติช่วงเวลาดังกล่าวนักท่องเที่ยวรัสเซียมักจะเลือกเดินทางท่องเที่ยวใกล้ๆ&nbsp;หรือภายในประเทศมากกว่า&nbsp;แต่&nbsp;ททท.จะพยายามนำเสนอความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;และกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ในประเทศไทยโดยเฉพาะกิจกรรมทางน้ำ&nbsp;ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของตลาดนี้&nbsp;และจังหวัดกระบี่สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี&nbsp;ข้อได้เปรียบที่มีเที่ยวบินตรงรัสเซีย-กระบี่&nbsp;รวมทั้งความโดดเด่นของอาหาร&nbsp;มิตรไมตรี&nbsp;และธรรมชาติอันงดงามของจังหวัดกระบี่&nbsp;ที่ได้รับการฟื้นฟูในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ&nbsp;Covid-19&nbsp;จะทำให้นักท่องเที่ยวรัสเซียเลือกประเทศไทยและจังหวัดกระบี่เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับพักผ่อนมากขึ้น</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายอุทิศ&nbsp;ลิ่มสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;สำนักงานกระบี่&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2562&nbsp;ก่อนสถานการณ์โควิด&nbsp;มี&nbsp;6&nbsp;สายการบินทำการบินตรงจากเมืองท่าสำคัญของรัสเซียสู่จังหวัดกระบี่รวม&nbsp;63&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียท่องเที่ยวกระบี่รวม&nbsp;50,382&nbsp;คน&nbsp;ททท.&nbsp;และ&nbsp;ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่&nbsp;ยินดีที่สายการบิน&nbsp;S7&nbsp;เลือกจังหวัดกระบี่เป็นจุดหมายปลายทางใหม่&nbsp;ถือเป็นการเพิ่มโอกาสทางการตลาดที่มีศักยภาพสูง&nbsp;นับจากเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบิน&nbsp;S7&nbsp;ในวันนี้เชื่อว่านักท่องเที่ยวรัสเซียจะเดินทางมาไทยโดยเลือกเดินทางบินตรงมาจังหวัดกระบี่มากขึ้น&nbsp;ยิ่งไปกว่านั้นจังหวัดกระบี่มีความโดดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวหาดทราย&nbsp;ชายทะเลที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งดำน้ำหลากหลาย&nbsp;อาหารทะเลอร่อย&nbsp;และมีโรงแรมระดับคุณภาพ&nbsp;ตรงกับความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวรัสเซีย&nbsp;และนับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่าน&nbsp;มานักท่องเที่ยวรัสเซียสามารถเดินทางเข้าจังหวัดกระบี่ได้ทั้งรูปแบบ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;และ&nbsp;Sandbox&nbsp;ทำให้มีทางเลือกในการท่องเที่ยวได้หลากหลายยืดหยุ่นมากกว่าที่ผ่านมา&nbsp;เชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่จะมอบประสบการณ์สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวรัสเซีย&nbsp;จนกระบี่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวลำดับต้นๆ&nbsp;สำหรับการพักผ่อนของนักท่องเที่ยวรัสเซีย&nbsp;และจะเลือกเดินทางกลับมาเยือนซ้ำอย่างแน่นอน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปานอุมา&nbsp;&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	23/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223133643308
595	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล แจ้งการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 256465 รอบที่ 1 (งวดที่ 18)	"<p><strong>นายธีระเมธ&nbsp;เอียดแก้ว&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนพาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;รัฐบาลได้มีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยกำหนดราคาและปริมาณประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ณ&nbsp;ราคาความชื้นไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;%&nbsp;โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว</strong>&nbsp;ได้ออกประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;(งวดที่&nbsp;18)&nbsp;เพื่อชดเชยส่วนต่างให้แก่เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;กำหนดจ่ายเงินในวันที่&nbsp;11&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งชนิดข้าวเปลือกที่ได้รับชดเชย&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;14,000&nbsp;บาท/ตัน</strong>&nbsp;ชดเชยส่วนต่างตันละ&nbsp;2,514.02&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;10,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ชดเชยส่วนต่างตันละ&nbsp;1,435.76&nbsp;บาท&nbsp;,&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;11,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ชดเชยส่วนต่างตันละ&nbsp;679.53&nbsp;บาท&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ราคาประกัน&nbsp;12,000&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;ชดเชยส่วนต่างตันละ&nbsp;1,851.18&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>หากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรายใดมีข้อสงสัย</strong>&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสตูล&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;7472&nbsp;4966&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center"">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>"	23/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223134759329
596	จังหวัดชลบุรี  ผู้ตรวจราชการ 4 กระทรวง ลงพื้นที่ชลบุรีเพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของชลบุรี	<p><strong>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;9&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;8&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังและรับฟัง&nbsp;นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ของจังหวัดชลบุรี</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่&nbsp;ห้องประชุมพระพิพิธโภไคย&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชลบุรี</strong>&nbsp;นายเจริญ&nbsp;ชื้อตระกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานประชุมและการเดินทางการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ของผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;ศรีทอง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;9&nbsp;นายสัตวแพทย์สมชวน&nbsp;รัตนมังคลานนท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ดนตรี&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ตรวจราชการที่&nbsp;8&nbsp;เข้าร่วมการตรวจราชการแบบบูรณาการเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของแผนงาน&nbsp;โครงการดังนี้&nbsp;และคณะ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;มหาผลศิริกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>โดยในช่วงเช้า&nbsp;คณะผู้ตรวจราชการ&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;กระทรวง</strong>&nbsp;ได้เข้าประชุมรับฟัง&nbsp;แผนงานการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของ&nbsp;โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG)&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;การติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;และประเมินผล&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เรื่องการเพิ่มศักยภาพ&nbsp;และขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;การจัดการประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ประเด็นการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนา&nbsp;จังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><strong>จากนั้นช่วงบ่าย&nbsp;คณะผู้ตรวจราชการพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่ติดตามงาน&nbsp;โครงการการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;ที่ร้านสะดวกซื้อร้านโสภณ&nbsp;ซุปเปอร์&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ซึ่งร้านโสภณ&nbsp;ซุปเปอร์&nbsp;มีแนวคิดในการเปิดโอกาสให้กลุ่มเปราะบางทางสังคมได้พัฒนาศักยภาพในการช่วยเหลือและพึ่งพาตนเอง&nbsp;โดยให้พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการสร้างโอกาส&nbsp;ทอฝัน&nbsp;BY&nbsp;พม.&nbsp;โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&nbsp;นับเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าและเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มเปราะบาง&nbsp;รวมถึง&nbsp;Suppliers&nbsp;ที่สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดชลบุรี</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;คณะผู้ตรวจราชการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>ได้เดินทางไปที่การจัดการประมงอย่างยั่งยืนอีก&nbsp;ชมรมผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลชุมชนอ่าวอุดม&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยชมรมแห่งนี้ได้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อไว้จำหน่วยให้เกษตรกรที่สนใจและอีกส่วนหนึ่งนำไปปล่อยเพื่อขยายพันธุ์อีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223154334390
597	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ตั้งเป้าพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริม 5G ทั้งภาครัฐและเอกชน มุ่งเน้นให้เกิดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ	<p><strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ธนาคมานุสรณ์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;เปิดเผยว่าเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;ได้ตั้งเป้าก่อนปี&nbsp;2570&nbsp;ประเทศไทยต้องมีดิจิทัล&nbsp;GDP&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;</strong>ซึ่งได้วางโครงสร้างพื้นฐานไว้เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต&nbsp;โดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการทำธุรกิจดิจิทัล&nbsp;การส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ&nbsp;มุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล&nbsp;และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในเมืองต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;หรือสมาร์ทซิตี้&nbsp;สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลจำเป็นต้องมีระบบอินเทอร์เน็ตที่แข็งแรง&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีความเร็วเฉลี่ยอินเทอร์เน็ตบ้านแรงอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของโลก&nbsp;และอินเทอร์เน็ตมือถืออันดับที่&nbsp;21&nbsp;ของโลก&nbsp;ซึ่งคนไทยมีการใช้อินเทอร์เน็ตหลากหลายรูปแบบ&nbsp;ทั้งการทำธุรกรรมทางการเงิน&nbsp;การเล่นเกมส์&nbsp;การซื้อสินค้า&nbsp;e-Commerce&nbsp;การใช้งานค้นหาหรือสั่งด้วยระบบเสียง&nbsp;และการสั่งอาหารบริการแบบ&nbsp;delivery&nbsp;พฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นข้อได้เปรียบ&nbsp;และสร้างพฤติกรรมที่คุ้นชินต่อการใช้ระบบอินเทอร์เน็ต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รัฐบาลได้กระจายความเจริญผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ&nbsp;</strong>เพื่อให้หมู่บ้านพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;มีการติดตั้งสายเคเบิลใต้น้ำ&nbsp;เพื่อให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย&nbsp;และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;และเพื่อให้เกิดการติดต่อสื่อสารที่เร็ว&nbsp;มีการนำเทคโนโลยี&nbsp;5G&nbsp;มาใช้ในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลทั้ง&nbsp;โครงการพบหมอออนไลน์&nbsp;และการทำการเกษตรแบบดิจิทัล&nbsp;ที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;รัฐบาลได้ผลักดันการลงทุนเศรษฐกิจแบบดิจิทัลโดยสร้างหมู่บ้านดิจิทัลซึ่งมีพื้นที่กว่า&nbsp;600&nbsp;ไร่&nbsp;ให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาลงทุนและดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาในไทย</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;รัฐบาลผลักดันให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล&nbsp;</strong>โดยมีการจัดทำข้อมูลในระบบคลาวด์เพื่อสะดวกต่อการนำมาใช้วิเคราะห์&nbsp;และวางแผนให้กับประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงการใช้ดิจิทัลอย่างชาญฉลาดและปลอดภัย&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดอาชญากรรมทางดิจิทัล&nbsp;ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการสร้างกฎหมายคุ้มครอง&nbsp;และเพิ่มอำนาจภาครัฐ&nbsp;เพื่อให้ไทยมีระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่เข้มแข็งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;พร้อมเชิญชวนหากพบเจอการกระทำผิดทางดิจิทัลสามารถติดต่อสายด่วน&nbsp;1212&nbsp;ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์&nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223145113361
598	หัวหน้าผู้ตรวจราชการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งสร้างทีม อสทก. 76 จังหวัด 7,600 คน เสริมทัพท่องเที่ยวปลอดภัย-สุขภาพดี เตรียมทุ่มงบกระตุ้นเศรษฐกิจไทยด้วยการท่องเที่ยวชุมชน อัดฉีดจังหวัดละล้าน	"<p><strong>ที่ห้องประชุมโรงแรมพรหมพิมาน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ดร.สันติ&nbsp;ป่าหวาย&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ได้มอบหมายให้ตน&nbsp;ดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;การเป็นวิทยากรหลักสูตรอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการคัดเลือกมาจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่จากท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว&nbsp;สถาบันการศึกษาที่จัดการเรียนการสอนด้านการออกกำลังกายและกีฬา&nbsp;สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการออกกำลังกายและกีฬาในทุกจังหวัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;รมว.ท่องเที่ยวและกีฬานั้น</strong>&nbsp;ต้องการให้มีอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาที่มีคุณภาพไปประจำอยู่ในทุกชุมชนทั่วประเทศ&nbsp;ในปี&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;7,600&nbsp;คน&nbsp;โดยจะเชิญผู้มีจิตอาสา&nbsp;เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ดูแลนักท่องเที่ยว&nbsp;ส่งเสริมกิจกรรมด้านท่องเที่ยว&nbsp;ดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนคนไทย&nbsp;มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์&nbsp;ซึ่งการอบรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อนำความรู้&nbsp;นำประสบการณ์ต่างๆ&nbsp;ไปถ่ายทอดให้กับ&nbsp;อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ดังนั้นวิทยากรชุดนี้เป็นหัวใจสำคัญ&nbsp;ที่จะเป็นคนที่นำภารกิจ&nbsp;นำหลักสูตร&nbsp;นำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับ&nbsp;อาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ประจำจังหวัด&nbsp;ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเข้ามาร่วมต้องมาด้วยใจ&nbsp;มีอายุ&nbsp;18&nbsp;ปี&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;มาด้วยใจจิตอาสา&nbsp;เป็นโครงการที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทย&nbsp;มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และทำให้พี่น้องคนไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการทำเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และเป็นการท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยทุกพื้นที่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;</strong>ยังได้มีนโยบายในการเตรียมจัดทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยด้วยการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;เป็นโครงการที่ต้องการให้เกิดการท่องเที่ยวชุมชนในประเทศไทย&nbsp;ที่มีอยู่กว่า&nbsp;3,6000&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;ที่จะขับเคลื่อนให้มีการกระตุ้นลงสู่ชุมชนจริงๆ&nbsp;เพราะปัจจุบันเรามุ่งเน้นแต่การท่องเที่ยวให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;ที่มีอยู่แล้วสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&nbsp;แต่เราขาดการส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชนไป&nbsp;ดังนั้นการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงวัฒนธรรม&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ทุกกระทรวงที่มีอยู่แล้ว&nbsp;เราจะมาบูรณาการร่วมกัน&nbsp;แล้วนำงบประมาณ&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;76&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลงไปขับเคลื่อนทำให้เม็ดเงินที่ได้มาลงสู่ชุมชนที่เป็นชุมชนท่องเที่ยวของประเทศไทยเราจริงๆ</p><p><strong>ส่วน&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;เป็นเมืองที่มาแล้วมีความสุข</strong>&nbsp;มาแล้วได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น&nbsp;มาแล้วเราได้รอยยิ้มจากพี่น้องประชาชน&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;เป็นเมืองที่สร้างกิมมิค&nbsp;(Gimmick)&nbsp;ขึ้นมามากมาย&nbsp;ซึ่งตนได้ยิน&nbsp;Gimmick&nbsp;ต่างๆของ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒชาติ&nbsp;ผวจ.ศรีสะเกษ&nbsp;แล้ว&nbsp;ทำให้ได้ยินแล้วอยากมา&nbsp;อยากมาค้นพบ&nbsp;อยากมาพบเจอ&nbsp;ดังนั้นตนมองว่าศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สามารถเดินต่อได้&nbsp;โดยเฉพาะผู้นำในระดับจังหวัด&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นที่มีส่วนร่วม&nbsp;ท่องเที่ยวสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ&nbsp;ทำงานแบบบูรณาการ&nbsp;การทำงานแบบร่วมมือร่วมใจกัน&nbsp;ถึงจะเกิดการขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>"	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สวท.ศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223133725313
599	รมว.สาธารณสุข เผย ศบค.ปรับลดวงเงินประกันนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเหลือ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ เชื่อมั่นกระตุ้นการท่องเที่ยวและลดภาระค่าใช้จ่าย เริ่ม 1 มีนาคมนี้ พร้อมเร่งปรับปรุงคู่สาย สปสช.	<p><strong>นายอนุทิน&nbsp;ชาญวีรกูล&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ศบค.ปรับลดวงเงินประกันนักท่องเที่ยว&nbsp;จาก5หมื่นเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;เหลือ2หมื่นเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งเพียงพอต่อการดูแลนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยเฉลี่ยการดูแลผู้ป่วยโควิด19&nbsp;ไม่เกิน3&nbsp;แสนบาทต่อราย&nbsp;การมีวงเงินกัน&nbsp;2&nbsp;หมื่นเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;ก็ประมาณ7แสนบาท&nbsp;ซึ่งถือว่าเพียงพอ&nbsp;และไม่ได้ใช้งบประมาณหรือกระทบกับภาษีของประชาชน&nbsp;อีกทั้งจะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเข้าประเทศได้ง่ายขึ้น&nbsp;ประกอบกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศลดลงมากประมาณ1ต่อ1,000&nbsp;คน&nbsp;ดังนั้นการติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ&nbsp;การตัดสินใจลดวงเงินประกันจึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายในประเทศ&nbsp;นอกจากนี้จะไม่มีการตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;ในการเข้ามาของนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยจะใช้วิธีตรวจ&nbsp;atk&nbsp;แทน&nbsp;ซึ่งเชื่อว่ามีความแม่นยำในระดับหนึ่ง&nbsp;และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จะเร่งปรับปรุงและเพิ่มคู่สาย&nbsp;สปสช.1330</strong>&nbsp;ซึ่งสปสช.ได้เพิ่มคู่สาย&nbsp;3พันคู่สาย&nbsp;และอาจต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่รับสายด้วย&nbsp;ขณะที่โรงพยาบาลสนามมีความพร้อมทุกด้าน&nbsp;หากจำเป็นสามารถดำเนินการได้ทันที&nbsp;แต่ขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสังสรรค์&nbsp;และการรวมกลุ่ม&nbsp;ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวนจริงสูงกว่าที่มีการรายงานให้ประชาชนทราบถึง5&nbsp;เท่า&nbsp;นายอนุทิน&nbsp;ยืนยัน&nbsp;ไม่เป็นความจริง&nbsp;เพราะข้อมูลปกปิดไม่ได้</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223155123393
600	สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (War room) จังหวัดตรัง	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้มีการออกคำสั่งจังหวัดตรัง</strong>ในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกา&nbsp;โดยมีการประกาศเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจากสถานการทั่วประเทศที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของโรคฯ&nbsp;ใน&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งในจังหวัดตรังยังไม่มีการระบาดของโรคดังกล่าว&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดตรังมีการสำรวจผู้เลี้ยงสุกรใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;กว่า&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;มีสุกรกว่า&nbsp;90,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีมากที่สุดที่อำเภอห้วยยอด&nbsp;รองลงมาอำเภอเมือง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการบูรณาการหน่วยในการดูแลเรื่องราคา</strong>จำหน่ายเนื้อหมูและการกักตุนสินค้า&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;จังหวัดตรังได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสอบการจำหน่ายเนื้อหมูและกำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;โดยทำการสำรวจใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;19&nbsp;ตลาด&nbsp;ซึ่งพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายที่ชัดเจน&nbsp;และจากการออกสำรวจการกักตุนเนื้อหมูในผู้ประกอบการ&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่า&nbsp;ผู้บริโภคมีความต้องการบริโภค</strong>เนื้อหมูที่มีความสดใหม่&nbsp;โดยจากการจัดโครงการหมูพาณิชย์&nbsp;ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จ&nbsp;มียอดการจำหน่ายกว่า&nbsp;690,000&nbsp;บาท&nbsp;และการออกโครงการจำน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ประสบความสำเร็จได้ความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้ได้เน้นย้ำมาตรการในการกำกับดูแลแก้ไขปัญหาเนื้อหมูราคาแพง&nbsp;ด้วยการห้ามสั่งออกเนื้อหมู&nbsp;ซึ่งคำสั่งจะสิ้นสุดในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายนนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	23/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223163208417
601	จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร	<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(War&nbsp;room)&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้มีการออกคำสั่งจังหวัดตรังในการเฝ้าระวัง</strong>และควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกา&nbsp;โดยมีการประกาศเมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจากสถานการทั่วประเทศที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดของโรคฯ&nbsp;ใน&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งในจังหวัดตรังยังไม่มีการระบาดของโรคดังกล่าว&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดตรังมีการสำรวจผู้เลี้ยงสุกรใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;กว่า&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;มีสุกรกว่า&nbsp;90,000&nbsp;ตัว&nbsp;มีมากที่สุดที่อำเภอห้วยยอด&nbsp;รองลงมาอำเภอเมือง&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการบูรณาการหน่วยในการดูแลเรื่องราคาจำหน่าย</strong>เนื้อหมูและการกัตุนสินค้า&nbsp;ทางสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ชี้แจงว่า&nbsp;จังหวัดตรังได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่&nbsp;ตรวจสอบการจำหน่ายเนื้อหมูและกำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน&nbsp;โดยทำการสำรวจใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;19&nbsp;ตลาด&nbsp;ซึ่งพบว่า&nbsp;ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือในการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายที่ชัดเจน&nbsp;และจากการออกสำรวจการกักตุนเนื้อหมูในผู้ประกอบการ&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;ไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>จากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่า&nbsp;ผู้บริโภค</strong>มีความต้องการบริโภคเนื้อหมูที่มีความสดใหม่&nbsp;โดยจากการจัดโครงการหมูพาณิชย์&nbsp;ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;ถือว่าประสบความสำเร็จ&nbsp;มียอดการจำหน่ายกว่า&nbsp;690,000&nbsp;บาท&nbsp;และการออกโครงการจำน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคใน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;อำเภอละ&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ประสบความสำเร็จได้ความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำมาตรการในการกำกับดูแลแก้ไขปัญหา</strong>เนื้อหมูรราแพง&nbsp;ด้วยการห้ามสั่งออกเนื้อหมู&nbsp;ซึ่งคำสั่งจะสิ้นสุดในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	23/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223163420419
602	หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักงานนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะตรวจติดตามแผนงานโครงการแบบบูรณาการ พร้อมลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มวิสาหกิจของคนรุ่นใหม่ต่อยอดสินค้าเกษตรสร้างมูลค่าเพิ่ม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายพีระ&nbsp;ทองโพธิ์&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานประชุมการตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;พร้อมด้วยร้อยโททศพล&nbsp;ไชยโกมินทร์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมประมง&nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและชี้แจงในการติดตามผลการดำเนินการแผนงาน/โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.โครงการการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019,&nbsp;2.การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;3.มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;4.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;5การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;6.การจัดการประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;รวมถึงโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธานของศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ช่วงบ่ายนำคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม&nbsp;</strong>โครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ชุมชน&nbsp;บ้านสบายใจ&nbsp;ตำบลลาดใหญ่&nbsp;</p><p>อำเภอเมือง&nbsp;ในการนำกล้วยที่เป็นสินค้าเกษตรของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มาแปรรูปเป็นกล้วยตาก&nbsp;กล้วยแว่น&nbsp;กล้วยเส้น&nbsp;กล้วยผง&nbsp;และไซรัป&nbsp;ต่อด้วยตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงตำบลลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่าการลงพื้นที่&nbsp;ติดตามโครงการต่างๆของจังหวัดสมุทรสงครามในครั้งนี้&nbsp;ขอชื่นชมส่วนราชการทุกภาคส่วนที่ได้ดำเนินการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ส่วนในเรื่องที่ยังเป็นปัญหาทางผู้ตรวจกระทรวงจะรับไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด&nbsp;พร้อมกลุ่มคนรุ่นใหม่การแปรรูปกล้วยที่มีอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงครามให้มีมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	สมุทรสงคราม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223165710436
603	ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิดมัดย้อมบาติก	<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธาน</strong>เปิดการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;โรงแรมกระบี่รอยัล&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ด้วยจังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีนายสงัด&nbsp;พืชพันธุ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมกับหน่วยงาน&nbsp;และภาคีกเครือข่าย&nbsp;ดำเนินโครงการกระบี่โมเดล&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นต้นแบบ&nbsp;ในการสร้างนวัตกรรมชุมชน&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรม&nbsp;และอุตสาหกรรมครัวเรือน&nbsp;ในกลุ่มปาล์มน้ำมัน&nbsp;แพะ&nbsp;สาหร่ายขนนก&nbsp;เห็ดร่างแห&nbsp;และผ้าบาติก&nbsp;ที่สามารถส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;มีศักยภาพในการแข่งขัน&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การจัดฝึกอบรมในวันนี้&nbsp;เป็นการส่งเสริมอาชีพการผลิตมัดย้อมบาติก&nbsp;</strong>โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการฝึกอบรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ประเภทผ้า&nbsp;ผู้ไม่มีงานทำ&nbsp;ผู้มีรายได้น้อยต้องการทำอาชีพผ้าบาติกเป็นอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และมีภูมิลำเนาในจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;สามารถเข้าร่วมได้ตลอดการฝึกอบรมจำนวน&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;คน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมกระบี่รอยัล&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p><strong>และฝึกปฏิบัติ&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มดาหลาบาติก&nbsp;อำเภอเมืองกระบี่</strong>&nbsp;โดยมีทีมวิทยากรและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มาให้ความรู้&nbsp;และฝึกปฏิบัติหลักสูตรการออกแบบลายอัตลักษณ์กระบี่และการทำแพทเทิร์น&nbsp;หลักสูตรการสร้างแม่พิมพ์บล็อกสกรีน&nbsp;หลักสูตรการเขียนเทียนบาติก&nbsp;และหลักสูตรการทำผ้าบาติกมัดย้อมสีธรรมชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	23/2/2022	ภาคใต้	กระบี่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223170212440
604	อุปทูตซาอุ? และอุปทูตไทย? ณ? กรุงริยาด? เร่งสร้างสัมพันธ์? ไทย-ซาอุ? เผย? เป็นนิมิตหมาย?ที่ดีในการยกระดับเศรษฐกิจ? จชต.	"<p><strong>ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จัดการสัมมนา</strong>?&nbsp;""โอกาส?&nbsp;ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาค?ใต้?&nbsp;และของประเทศไทย?&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดิอาระเบียโดยสมบูรณ์""&nbsp;โดยมีนายอนุชา?&nbsp;นาคาศัย?&nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี?&nbsp;เป็นประธาน?และร่วทปาฐกถา?&nbsp;""ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;โอกาสและศักยภาพของประเทศและจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์""&nbsp;และมีนายอิซอม?&nbsp;ซอและห์?&nbsp;เอช.?&nbsp;อัลจีเตลี?&nbsp;อุปทูตสถานเอกอัครราชทูต?อาณาจัักรซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;ประจำประเทศไทย?&nbsp;และนายสธน?&nbsp;เกษมสันต์?&nbsp;ณ?&nbsp;อยุธยา?&nbsp;อุปทูตไทย?&nbsp;ณ?&nbsp;กรุงริยาด?&nbsp;ประเทซาอุดิอาระเบียเข้าร่วมบรรยาพิเศษ?&nbsp;โอกาส?&nbsp;ศักยภาพ?&nbsp;และความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาค?ใต้?&nbsp;และของประเทศไทย?&nbsp;ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;โดยสมบูรณ์</p><p><strong>นายอิซอม?&nbsp;ซอและห์?&nbsp;เอช.?&nbsp;อัลจีเตลี?&nbsp;อุปทูตสถานเอกอัครราชทูต</strong>?อาณาจักรซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;ประจำประเทศไทย?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียกับประเทศไทยเป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนาน?&nbsp;และถูกสถาปนาขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม&nbsp;2500&nbsp;และผ่านช่วงเวลาต่างๆจนนำไปสู่การลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ?&nbsp;สู่ระดับอุปทูต?&nbsp;อย่าง?ไรก็ตามจากการที่?&nbsp;พลเอก?&nbsp;ประยุทธ์?&nbsp;จันทร์โอชา?&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม?&nbsp;เยือนซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ตามคำเชิญของ?&nbsp;เจ้าชายมูฮัมหมัด?&nbsp;บิน?&nbsp;ซัลมาน?&nbsp;บิน?&nbsp;อับดุลอาซิซ?&nbsp;อัล&nbsp;ซาอูด?&nbsp;มกุฎราชกุมาร?&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;พร้อมร่วมแถลงการณ์ของทั้งสองประเทศภายหลังการเยือนดังกล่าว?&nbsp;เปรียบเสมือน&nbsp;road&nbsp;map&nbsp;และเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่?&nbsp;สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ?&nbsp;และเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่ง?&nbsp;สำหรับการเป็นหุ้นส่วนในด้านต่างๆ?&nbsp;อย่างไรก็ตามการค้าระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ประเทศในปี?&nbsp;ค.ศ&nbsp;2020&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;5.5&nbsp;พันล้านดอลลาร์?&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;2&nbsp;เท่าภายในระยะเวลาอันสั้นนี้</p><p><strong>ด้านนายสธน?&nbsp;เกษมสันต์?&nbsp;ณ?&nbsp;อยุธยา?&nbsp;อุปทูต?ประเทศ?ไทย&nbsp;ณ?&nbsp;กรุงริยาด?&nbsp;</strong>ประเทศ?ซาอุดิิอาระเบีย?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;การรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบียตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และการเยือนประเทศ?ไทยของเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก?&nbsp;ซึ่งเป็นชาวซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;รวมถึงการตอบรับคำเชิญที่จะมาเยือนประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ของเลขาธิการองค์การ&nbsp;OIC&nbsp;ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศของประเทศมุสลิมซึ่งมี?ซาอุดิอาระเบียเป็นแกนหลัก?&nbsp;ถือว่าเป็นข่าวดีและเรื่องที่ดีสำหรับคนไทย?&nbsp;ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด?&nbsp;ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังยกร่าง&nbsp;road&nbsp;map&nbsp;ของความร่วมมือในภาพรวมและอยู่ระหว่างการจัดตั้งกลไกหารือทวิภาคีอย่างเป็นทางการ?&nbsp;รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานต่างๆเพื่อจัดทำข้อตกลงให้เป็นกรอบในการดำเนินการร่วมกันในหลายด้าน?&nbsp;เช่น?&nbsp;ด้านแรงงาน?&nbsp;การท่องเที่ยว?&nbsp;การลงทุน?&nbsp;เป็นต้น?&nbsp;สำหรับข้อความที่นายกรัฐมนตรีฝากถึงคนไทยในซาอุดิอาระเบียและคนไทยที่จะเดินทางไปซาอุดิอาระเบียในอนาคตนั้น?&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า?&nbsp;คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าใด?&nbsp;หรือประกอบอาชีพใด?&nbsp;เป็นเหมือนทูตของไทยในซาอุดิอาระเบียทั้งสิ้น?&nbsp;สามารถช่วยสร้างและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในซาอุดิอาระเบีย?&nbsp;เพื่อสร้างสัมพันธ์ระดับประเทศให้ดีขึ้นต่อไป</p><p><strong>สำหรับการร่างกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงานการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;</strong>ที่&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;จัดขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นในช่วงวันที่&nbsp;14-15?&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา?&nbsp;โดยมีผู้นำศาสนา?&nbsp;ภาคประชาสังคม?&nbsp;ภาคเอกชน?&nbsp;ภาค?ประชาชน?&nbsp;นักศึกษาและศิษย์?เก่าจากต่างประเทศเข้าร่วมประชุมและเสนอข้อคิดเห็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้?&nbsp;ภายใต้สัมพันธ์?&nbsp;ไทย-ซาอุดิอาระเบียใน??&nbsp;9&nbsp;ด้านประกอบด้วย?&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว?&nbsp;พลังงาน?&nbsp;แรงงาน?&nbsp;อาหาร?&nbsp;การค้าและการลงทุน?&nbsp;สุขภาพ?&nbsp;ค?วามร่วมมือทางการศึกษา?&nbsp;ศาสนา?&nbsp;และด้านการกีฬา?&nbsp;โดยจะมีการพิจารณาร่างกรอบแนวทางขับเคลื่อนงานที่สมบูรณ์&nbsp;เพื่อส่งต่อให้กระทรวงการต่างประเทศนำไปขับเคลื่อนและผลักดันต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	23/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223170403442
605	อุบลฯ ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 1/2565	<p><strong>ที่ห้องประชุมปทุมวรราช&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลาจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>อำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(Zoom)&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;(Eco&nbsp;Industrial&nbsp;Town&nbsp;:&nbsp;EIT)&nbsp;ของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นต้นแบบ&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ดังนี้</p><p>1.ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอนาเยีย</p><p>2.ตำบลทุ่งเทิง&nbsp;ตำบลนากระแซง&nbsp;อำเภอเดชอุดม</p><p>3.ตำบลสีวิเชียร&nbsp;อำเภอน้ำยืน</p><p><strong>เพื่อมุ่งพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;</strong>ตลอดจนกำหนดแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในพื้นที่ตามรูปแบบและวิธีที่เหมาะสม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวรรณเวทย์&nbsp;ศิวารัตน์&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานีทำหน้าที่เลขานุการ&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศจะดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;ด้านดังนี้&nbsp;</strong>ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงาน&nbsp;ลดการเกิดมลภาวะ&nbsp;ด้านชุมชุนและสังคม&nbsp;ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีต่อชุมชน&nbsp;เพิ่มโอกาสให้ชุมชนมีงานทำมากยิ่งขึ้น&nbsp;ด้านโรงงานและเศรษฐกิจ&nbsp;ลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ&nbsp;โอกาสในการขยายตลาดสำหรับพลอยได้และของเสียต่างๆ&nbsp;จะเป็นเมืองต้นแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;3&nbsp;เมืองต้นแบบดังกล่าวจะมีการพัฒนาและ&nbsp;ยกระดับเมือง&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;และพื้นที่อุตสาหกรรม&nbsp;Eco&nbsp;ทั่วประเทศที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต&nbsp;(Urban&nbsp;and&nbsp;Industrial&nbsp;Transformation)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223194445524
606	การปรับลดราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล ส่งผลดีต่อประชาชน ขณะที่วิกฤตยูเครน ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นและส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วโลก	<p><strong>นายรณรงค์&nbsp;พูลพิพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;สูงขึ้นร้อยละ&nbsp;3.23</strong>&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน&nbsp;โดยมีสาเหตุจากราคาพลังงาน&nbsp;ซึ่งส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอัตราเงินเฟ้อ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการวิเคราะห์ผลต่อการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศ&nbsp;2&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;18&nbsp;ก.พ.&nbsp;-&nbsp;ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่า&nbsp;การปรับลดลงของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;จะส่งผลทางตรงต่ออัตราเงินเฟ้อ&nbsp;โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงถึงร้อยละ&nbsp;0.22&nbsp;ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ&nbsp;รวมทั้งยังส่งผลกระทบทางอ้อม&nbsp;ซึ่งจะช่วยชะลอการปรับขึ้นของราคาสินค้า&nbsp;และส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยชะลอตัวได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ในยูเครนที่อาจยืดเยื้อ&nbsp;</strong>จะซ้ำเติมทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นเพราะราคาพลังงาน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อสินค้าและบริการ&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ก๊าชธรรมชาติ&nbsp;ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี&nbsp;เคมีภัณฑ์สำเร็จรูป&nbsp;สินแร่&nbsp;เหล็กและผลิตภัณฑ์&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;และบริการขนส่ง/โลจิสติกส์&nbsp;ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าทั้งสิ้น&nbsp;</p><p><br></p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223193820518
607	กรมพัฒน์ฯ ขยายช่องทางตลาดจับคู่ธุรกิจฟู้ดทรัคและแฟรนไชส์ จัดงาน มหกรรมหลักประกันทางธุรกิจและการนำทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุน 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2565 ณ สวนเทพปทุม จังหวัดปทุมธานี	<p><strong>ณ&nbsp;สวนเทพปทุม&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จัดงาน&nbsp;</strong>มหกรรมหลักประกันทางธุรกิจและการนำทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางรวีพรรณ&nbsp;ช้างเย็นฉ่ำ&nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;นายวีระพงศ์&nbsp;สืบค้า&nbsp;พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายพิษณุ&nbsp;ประภาธนานันท์&nbsp;นายอำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;นายพงษ์เทพ&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายสุรพงษ์&nbsp;เป้ากลาง&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายสิทธิพล&nbsp;ภู่สมบุญ&nbsp;บจก.ประชารัฐรักสามัคคีปทุมธานี&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมงาน</p><p><strong>ภายในงานพบกับงานแสดงและจำหน่ายสินค้าจากฟู้ดทรัคและแฟรนไชส์&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า</strong>&nbsp;พร้อมขอรับคำปรึกษาด้านการเงินจากสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง&nbsp;แนะ!!&nbsp;เมื่อกฎหมายเปิดทางแล้วเอสเอ็มอีและประชาชนควรเร่งใช้ประโยชน์จากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจเพื่อเข้าใกล้แหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น</p><p><strong>นางรวีพรรณ&nbsp;ช้างเย็นฉ่ำ&nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>นายทศพล&nbsp;ทังสุบุตร&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;ได้มอบหมายให้เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;มหกรรมหลักประกันทางธุรกิจและการนำทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนเทพปทุม&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;การจัดงานครั้งนี้&nbsp;เป็นการจัดมหกรรมหลักประกันทางธุรกิจครั้งแรก&nbsp;หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;ศบค.&nbsp;มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ&nbsp;โดยอนุญาตให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนสามารถจัดกิจกรรมได้&nbsp;ซึ่งกรมฯ&nbsp;ได้ดำเนินการจัดงานฯ&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัดปทุมธานีเป็นอย่างดี</p><p><strong>การจัดงาน&nbsp;มหกรรมหลักประกันทางธุรกิจและการนำทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;</strong>เป็นการเปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีและประชาชน&nbsp;ได้ใช้ประโยชน์จากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ&nbsp;โดยสามารถขอคำปรึกษาด้านการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานฯ&nbsp;(ธ.กรุงไทย&nbsp;ธ.กรุงเทพ&nbsp;ธ.ออมสิน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;SME&nbsp;D&nbsp;Bank&nbsp;และ&nbsp;บสย.)&nbsp;รวมถึง&nbsp;ขอรับคำแนะนำด้านการประเมินราคาทรัพย์สินจากสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทยก่อนการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ภาคธุรกิจใช้เป็นช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยผู้ให้หลักประกัน&nbsp;(ลูกหนี้)&nbsp;ไม่ต้องส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้รับหลักประกัน&nbsp;(เจ้าหนี้&nbsp;:&nbsp;สถาบันการเงิน)&nbsp;ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถใช้ทรัพย์สินนั้นต่อยอดทางธุรกิจหรือผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป</p><p><strong>ภายในงานยังมีการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบฟู้ดทรัค&nbsp;แฟรนไชส์&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;กว่า&nbsp;30&nbsp;ร้านค้า</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;เฟร้นฟราย&nbsp;สแน็ก&nbsp;ดี&nbsp;เตี๋ยวไก่&nbsp;เปรี้ยวปาก&nbsp;แซ่บติดล้อ&nbsp;Grill&nbsp;lab&nbsp;super&nbsp;Black&nbsp;coffee&nbsp;ป็อปคอร์นทรงโจร&nbsp;ทาโกะยากิ&nbsp;22&nbsp;Kebab&nbsp;Monster&nbsp;กูมันแซ่บ&nbsp;สายไหม&nbsp;ขนมจีบจัมโบ้&nbsp;กุยช่ายน้ำย้อย&nbsp;ติมเรโท&nbsp;ผัดไทยหอยทอดลูกนก&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการแฟรนไชส์&nbsp;ช่อลดา&nbsp;คอฟฟี่&nbsp;ปังอัยยะ&nbsp;ไมโลรถโรงเรียน&nbsp;เตี๋ยวตุ๋นหม้อไฟอินดี้&nbsp;เครปไส้แตก&nbsp;ปาป้าพิซซ่า&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;Moc&nbsp;Biz&nbsp;club&nbsp;นิสากรผลไม้แปรรูป&nbsp;น้ำส้ม&nbsp;socool&nbsp;กลุ่มสัมมาชีพบ้านบางนา&nbsp;ขนมไทย&nbsp;หมีป่วนนมปั่น&nbsp;วิสาหกิจชุมชนชมรมเพื่อนปาริชาติ&nbsp;shop&nbsp;chic&nbsp;กระเป๋าหนังวัวแท้แฮนเมด&nbsp;บานู&nbsp;เพิร์ล&nbsp;เครื่องประดับไข่มุก&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ธิริน&nbsp;กระเป๋าแก้ว&nbsp;City&nbsp;Herb&nbsp;*วิสาหกิจชุมชนขนมหวานบ้านคูคต&nbsp;บอล&nbsp;ดีไซน์&nbsp;สุนิสา&nbsp;ผลิตภัณฑ์โครเชต์&nbsp;แฮนด์เมด&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้เลือกซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการแล้ว</strong>&nbsp;ยังสามารถมองหาอาชีพทั้งหลักและเสริมได้ภายในงานฯ&nbsp;โดยกรมฯ&nbsp;พร้อมให้การส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการรายเดิมและผู้ประกอบการรายใหม่ให้เกิดการเจรจาธุรกิจเพื่อสร้างเครือข่าย&nbsp;สร้างคู่ค้า&nbsp;และพันธมิตรทางธุรกิจ&nbsp;รวมทั้งสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ให้แก่ผู้ที่กำลังมองหาอาชีพที่มั่นคงให้แก่ตนเองและครอบครัว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจับมือกันระหว่างฟู้ดทรัคและแฟรนไชส์เป็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม</strong>&nbsp;เมื่อมีการควบรวมรูปแบบธุรกิจเข้าด้วยกัน&nbsp;จึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจให้มีเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ที่พร้อมจะให้นักลงทุนเข้าร่วมลงทุน&nbsp;โดยอาจารย์ญาณเดช&nbsp;ศิรินุกูลชร&nbsp;ประธานและผู้ก่อตั้ง&nbsp;TBIC&nbsp;Food&nbsp;Truck&nbsp;Thailand&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;การขยายธุรกิจฟู้ดทรัครูปแบบแฟรนไชส์มีมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากฟู้ดทรัคสามารถขายอาหารในพื้นที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง&nbsp;ในช่วงเวลาที่เหมาะสม&nbsp;ประหยัดทั้งเวลาและต้นทุน&nbsp;ใช้บุคลากรทำงานน้อยกว่า&nbsp;ช่วงเวลาทำงานน้อยกว่า&nbsp;เคลื่อนย้ายร้านไปได้หลายพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา&nbsp;ฟู้ดทรัคจึงเป็นรูปแบบที่ได้เปรียบในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์&nbsp;ที่อัตราการอยู่รอดในธุรกิจสูงกว่า&nbsp;ซึ่งมีฟู้ดทรัคหลายแบรนด์ที่เริ่มใช้รูปแบบการขยายธุรกิจในลักษณะแฟรนไชส์มาต่อยอดธุรกิจ&nbsp;และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ผู้ประกอบการฟู้ดทรัคที่มีศักยภาพ&nbsp;ส่วนใหญ่ยังต้องการความรู้ความเข้าใจ&nbsp;</strong>เรื่องการขยายธุรกิจฟู้ดทรัครูปแบบแฟรนไชส์มากขึ้น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการตรวจประเมินและปรับปรุงความพร้อมของธุรกิจ&nbsp;โครงสร้างราคาแฟรนไชส์&nbsp;กลยุทธ์การตลาด&nbsp;การเฟ้นหาแฟรนไชส์ซีที่เหมาะกับธุรกิจตนเอง&nbsp;การเตรียมระบบไอทีมารองรับเพื่อลดขั้นตอน&nbsp;ลดข้อผิดพลาด&nbsp;ข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการให้&nbsp;เกิดความรู้ความเข้าใจ&nbsp;และสามารถสร้างระบบแฟรนไชส์ที่ยั่งยืน&nbsp;สอดคล้อง&nbsp;เหมาะสมกับคนไทย&nbsp;โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบแฟรนไชส์ต่างประเทศมากเกินไป&nbsp;จึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>ข้อได้เปรียบต่างๆ&nbsp;ของฟู้ดทรัคทำให้แนวโน้มการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์</strong>&nbsp;จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของผู้ลงทุน&nbsp;ในขณะที่ภาครัฐยังให้การสนับสนุนส่งเสริมผ่านการฝึกอบรม&nbsp;สัมมนา&nbsp;งานอีเว้นท์&nbsp;และการโปรโมทธุรกิจฟู้ดทรัคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้แนวโน้มการขยายตัวของรถฟู้ดทรัคในรูปแบบแฟรนไชส์&nbsp;มีโอกาสเติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน&nbsp;สร้างเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี&nbsp;ขอเชิญชวนผู้ที่กำลังหาโอกาสทางอาชีพหรือธุรกิจและผู้สนใจ&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;มหกรรมหลักประกันทางธุรกิจและการนำทรัพย์เข้าถึงแหล่งทุน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สวนเทพปทุม&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมงานสามารถใช้สิทธิโครงการ&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;ได้&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;กองทะเบียนหลักประกันทางธุรกิจ&nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;2547&nbsp;4939&nbsp;e-Mail&nbsp;:&nbsp;stro@dbd.go.th&nbsp;สายด่วน&nbsp;1570&nbsp;และ&nbsp;www.dbd.go.th&nbsp;รองอธิบดีฯ&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว&nbsp;นายพงศ์พัทธ์&nbsp;วงศ์ยะลา&nbsp;ผู้สื่อข่าวปทุมธานี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223175617468
608	KI GROUP รับซื้อข้าวที่จากโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท จ.สุรินทร์ ผลผลิตทางการเกษตรของนักเรียนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง	<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;KI&nbsp;GROUP&nbsp;บริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยนายมั่นคง&nbsp;เสถียรถิระกุล&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการ&nbsp;พร้อมด้วยนายสุดเขต&nbsp;เขียวอุไร&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;และ&nbsp;เจ้าหน้าที่กิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;เป็นตัวแทน&nbsp;KI&nbsp;GROUP&nbsp;บริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ให้การต้อนรับผู้อำนวยการ</strong>&nbsp;และครู&nbsp;รวมถึงตัวแทนนักเรียนของโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท&nbsp;เพื่อทำการรับซื้อ&nbsp;และรับมอบข้าวสารจำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรของนักเรียนโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาท&nbsp;อำเภอปราสาท&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ที่เป็นผลผลิตที่กลุ่มนักเรียน&nbsp;ในโรงเรียนได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อทำการเกษตรแบบพอเพียง&nbsp;โดยเป็นการดำเนินโครงการเพื่อให้นักเรียนนำความรู้ปรัชญาของเกษตรพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต&nbsp;และประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตร&nbsp;เพื่อสร้างผลผลิต&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;เพิ่มมูลค่าเพิ่มในการทำอาหารกลางวันภายในโรงเรียนนิคมสร้างตนเองปราสาทตามโครงการของโรงเรียน&nbsp;</p><p><strong>โดยทาง&nbsp;KI&nbsp;GROUP&nbsp;บริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้นำข้าวสารดังกล่าว&nbsp;มาเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารสำหรับเป็นสวัสดิการของพนักงานประจำโรงงาน&nbsp;และ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างบริษัทฯ&nbsp;และ&nbsp;สถานศึกษาที่อยู่รอบโรงงานในเขตรัศมี&nbsp;0-&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สุรินทร์	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223201738538
609	จ.อุบลฯ มติเห็นชอบ กำหนด 3 อำเภอ นำร่องพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต้นแบบ ปีงบประมาณ 2565 1 ใน 39 จังหวัดของประเทศ	<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมปทุมวรราช&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ&nbsp;(Zoom)&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;(Eco&nbsp;Industrial&nbsp;Town&nbsp;:&nbsp;EIT)&nbsp;ของจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เป็นพื้นที่นำร่องเป็นต้นแบบ&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p>ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอนาเยีย/ตำบลทุ่งเทิง&nbsp;ตำบลนากระแซง&nbsp;อำเภอเดชอุดม&nbsp;และตำบลสีวิเชียร&nbsp;อำเภอน้ำยืน</p><p><strong>เพื่อมุ่งพัฒนาสู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ</strong>&nbsp;นำร่องต้นแบบในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;39&nbsp;จังหวัดที่ได้รับคัดเลือกระดับประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเหนี่ยวนำให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโตไปด้วยกัน&nbsp;ภายใต้สภาวะแวดล้อม&nbsp;และคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;กายภาพ&nbsp;และการบริหารจัดการ&nbsp;ในพื้นที่ให้เกิดความสมดุลในทุกมิติ&nbsp;หรือเศรษฐโมเดลใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;ตลอดจนกำหนดแนวทางการพัฒนายกระดับและขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในพื้นที่ตามรูปแบบและวิธีที่เหมาะสม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศมีเป้าหมายพึงประสงค์ของการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนำร่อง&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;20&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และ&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรพลังงาน&nbsp;ลดการเกิดมลภาวะ&nbsp;ด้านชุมชุนและสังคม&nbsp;ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีต่อชุมชน&nbsp;เพิ่มโอกาสให้ชุมชนมีงานทำมากยิ่งขึ้น&nbsp;ด้านโรงงานและเศรษฐกิจ&nbsp;ลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ&nbsp;โอกาสในการขยายตลาดสำหรับผลพลอยได้กลายเป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;คู่อุตสาหกรรมต่อไป&nbsp;&nbsp;สะท้อนความยั่งยืน&nbsp;เกื้อกูล&nbsp;พึ่งพากัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;3&nbsp;อำเภอดังกล่าวเป็นต้นแบบนำร่อง&nbsp;จะมีการพัฒนาและ&nbsp;ยกระดับเมือง&nbsp;Smart&nbsp;City&nbsp;และพื้นที่อุตสาหกรรม&nbsp;Eco&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต&nbsp;(Urban&nbsp;and&nbsp;Industrial&nbsp;Transformation)&nbsp;นอกจากนั้นมติที่ประชุมเห็นชอบ&nbsp;ตั้งคณะกรรมการ&nbsp;และคณะทำงานพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี้&nbsp;เพื่อดำเนินการวางแผนพัฒนา&nbsp;แผนการสื่อสารและประชาสัมพันธ์&nbsp;และนำเสนอกระทรวงอุตสาหกรรมต่อไป&nbsp;ทั้งนี้มีอุตาสหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ทำหน้าที่เลขานุการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223202245540
610	ผู้ว่าฯ ปทุมธานี บรรยายหัวข้อ  ทิศทางการพัฒนาเมือง รองรับการเติบโตภาคอุตสาหกรรม  งานประชุมใหญ่สามัญสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี ประจำปี 2565	<p><strong>ที่ห้องประชุมนครรังสิต&nbsp;บอลรูม&nbsp;โรงแรมโนโวเทลกรุงเทพ&nbsp;ฟิวเจอร์พาร์ค&nbsp;รังสิต</strong>&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ร่วมปาฐกถาพิเศษ&nbsp;บรรยายหัวข้อ&nbsp;&nbsp;ทิศทางการพัฒนาเมือง&nbsp;รองรับการเติบโตภาคอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;ในงานประชุมใหญ่สามัญสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชวลิต&nbsp;ครองสิน&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;วาระปี&nbsp;2563-2565&nbsp;นายเศรษฐรัชต์&nbsp;เลือดสกุล&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ดร.พัชราภรณ์&nbsp;สิริวรเวชยางกูล&nbsp;สถิติจังหวัดปทุมธานี&nbsp;นางพรอัปสร&nbsp;นิลจินดา&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;และ&nbsp;ผู้ประกอบการโรงงานภายในจังหวัดปทุมธานี&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;และเครือข่ายอื่นๆเข้าร่วมฟังบรรยาย</p><p><strong>ด้วยทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;มีกำหนดจะจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เพื่อรายงานการดำเนินงานของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ให้แก่สมาชิก&nbsp;และปีนี้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ&nbsp;และประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;วาระปี&nbsp;2565-2567&nbsp;เพื่อให้สมาชิกสภาฯ&nbsp;ได้มีโอกาสรับทราบข้อหาของทางภาครัฐกับการเตรียมความพร้อม&nbsp;เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการผลิต&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;การค้า&nbsp;และการลงทุนของจังหวัดปทุมธานี&nbsp;มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาเมือง&nbsp;ดังส่วนหนึ่งของคำขวัญจังหวัดปทุมธานีที่ว่า&nbsp;ก้าวหน้าอุตสาหกรรม&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่นๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;พิธีเปิดตัวโครงการ&nbsp;ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยมั่นใจถึงบ้าน&nbsp;เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และ&nbsp;โรงเรียนสอนขับรถ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยซูซูกิมอเตอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และบรรยาย&nbsp;ส.อ.ท&nbsp;เชื่อมโลก&nbsp;เชื่อมเรา&nbsp;เชื่อมคุณ&nbsp;โดย&nbsp;คุณอภิชิต&nbsp;ประสพรัตน์&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;และประธานสายงานสมาชิกสัมพันธ์&nbsp;สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;บรรยายหัวข้อ&nbsp;&nbsp;ทิศทางการพัฒนาเมือง&nbsp;รองรับการเติบโตภาคอุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;</strong>เน้นในเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรม&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;1.&nbsp;อุตสาหกรรมท่องเที่ยว&nbsp;จะพยายาม&nbsp;ให้ปทุมธานี&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;เข้ามาเที่ยวตามเป้า&nbsp;2&nbsp;ล้านคนให้ได้ตั้งแต่ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;2.&nbsp;อุตสาหกรรมที่เป็นภาคอุตสาหกรรม&nbsp;โดยเน้นอุตสาหกรรมในเรื่องของระบบการขนส่งโลจิสติกส์&nbsp;และการลงทุน&nbsp;3.&nbsp;อุตสาหกรรมภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งจะเน้นให้ประชาชนหรือเกษตรกร&nbsp;ปลูกพืชที่เป็นพืชเกษตรอินทรีย์&nbsp;และนำมาต่อยอด&nbsp;ด้านอาหาร&nbsp;รวมทั้งอยากให้ปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;เพื่อการค้า&nbsp;ให้เป็น&nbsp;Herb&nbsp;Center&nbsp;นอกจากนี้เส้นทางคมนาคมขนส่ง&nbsp;ที่จะเกิดขึ้นเป็นวงแหวนภาคอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวก&nbsp;ทางด้านการค้าและการลงทุน&nbsp;ในทางหลวง&nbsp;หมายเลข&nbsp;9&nbsp;ซึ่งกำลังจะก่อสร้างและพัฒนาให้ปทุมธานี&nbsp;เป็นเมืองที่มีความเจริญ&nbsp;ก้าวหน้าในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	ปทุมธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223183050483
611	ธกส. เชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตโคเนื้อ เพื่อสร้างเครือข่ายการตลาดและลดผลกระทบการเปิดเสรีทางการค้า	<p><strong>ธกส.&nbsp;สนับสนุนเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตโคเนื้อ</strong>&nbsp;ระหว่างสหกรณ์การเกษตร&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มผู้รวบรวมโคเนื้อ&nbsp;เพื่อสร้างเครือข่ายการตลาดและลดผลกระทบการเปิดเสรีทางการค้า</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ขันติวิริยะกุล&nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และเกี่ยวข้องจำนวน&nbsp;35&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องดุสิตา&nbsp;โรงแรมมุกดาหาร&nbsp;แกรนด์&nbsp;โฮเทล&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>นายณรงค์&nbsp;ขันติวิริยะกุล&nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ธ.ก.ส.</strong>&nbsp;ได้จัดให้มีเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตโคเนื้อ&nbsp;ระหว่างสหกรณ์การเกษตร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;วิสาหกิจชุมชน(SME)&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;รวมทั้งกลุ่มผู้ผลิตพืชอาหารสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;จำกัด&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตโคเนื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังชิ้น&nbsp;จำกัด&nbsp;กลุ่มผู้รวบรวมโคเนื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;กลุ่มแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;สหกรณ์การเกษตรหนองสูง&nbsp;จำกัด&nbsp;และเกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาจำนวน&nbsp;35&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตโคเนื้อคุณภาพ&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มมูลค่า&nbsp;การแข่งขัน&nbsp;และห่วงโซ่ธุรกิจโคเนื้อ&nbsp;ตั้งแต่ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;โดยมีสหกรณ์การเกษตรหนองสูง&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่มีความพร้อมด้านความรู้&nbsp;ความชำนาญ&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;การผลิตอาหารข้นและโคเนื้อแปรรูป&nbsp;มีโรงชำแหละที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน&nbsp;เป็นหัวขบวนในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการผลิตโคเนื้อที่ได้คุณภาพ</strong>&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ลดการนำเข้าโคคุณภาพจากต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;ซึ่งยังมีความต้องการสูงทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ&nbsp;รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายด้านการตลาดร่วมกันโดยใช้ตลาดนำการผลิต&nbsp;การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;อันส่งผลโดยตรงกับการเกษตรผู้เลี้ยงโคเนื้อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและลดผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า(&nbsp;FTA&nbsp;)&nbsp;ในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223201209536
612	พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ประกอบการค้าชายแดนผู้ส่งออกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นางลักขณา&nbsp;บุญนำ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ประกอบการค้าชายแดน/ผู้ส่งออกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง&nbsp;ตามแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพลอย&nbsp;บอลรูม&nbsp;โรงแรมพลอยพาเลซ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</p><p><strong>เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</strong>&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&nbsp;สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;(มณฑลยูนนานและจีนตอนใต้)&nbsp;ราชอาณาจักรกัมพูชา&nbsp;รวมทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างโอกาสและเตรียมความพร้อม&nbsp;การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น</p><p><strong>การฝึกอบรมครั้งนี้มีผู้ประกอบการด้านการค้าชายแดน&nbsp;</strong>ผู้ส่งออก&nbsp;ผู้สนใจประกอบการค้าชายแดนจำนวน&nbsp;63&nbsp;คนและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐ&nbsp;วิมลจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;(ทูตพาณิชย์)&nbsp;นครคุนหมิง&nbsp;นายจิราวุฒิ&nbsp;สุวรรณอาจ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;อดีตทูตพาณิชย์&nbsp;ณ&nbsp;กรุงพนมเปญ&nbsp;นายธนวรรธน์&nbsp;กุลกานต์สวัสดิ์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่&nbsp;1&nbsp;ด่านศุลกากรมุกดาหาร&nbsp;นางสาวกิรณาแก้วกัญญา&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มทะเบียนธุรกิจและอำนวยความสะดวกทางการค้า&nbsp;นายจรินทร์&nbsp;บุตรธิเดช&nbsp;กรรมการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไอซีแอลอินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;จำกัด&nbsp;นายอานุภาพแสนคำหุ้นส่วนผู้จัดการบริษัท&nbsp;เอแอนด์บี&nbsp;ชิปปิ้ง&nbsp;และ&nbsp;ดร.ธนวรรต&nbsp;กุลตังวัฒนา&nbsp;รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นวิทยากร</p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223194915528
613	เปิดเทศกาลอาหารอร่อย-ปลอดภัยจังหวัดร้อยเอ็ด ครั้งที่ 2	<p><strong>นายภูสิต&nbsp;สมจิตต์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;และนางดนิตา&nbsp;สมจิตต์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเทศกาลอาหารอร่อย-ปลอดภัยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเรืองศักดิ์&nbsp;รัตนโภคาสถิต&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,นายเอกภาพ&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;YEC&nbsp;และพี่น้องประชาชน&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;ที่ตลาดถนนคนเดินสาเกตนคร&nbsp;ตำบลเหนือเมือง&nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;งานเทศกาลอาหารอร่อย-ปลอดภัยจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นการจัดกิจกรรม&nbsp;ที่ส่งเสริมและกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;จากการจำหน่ายสินค้าของพี่น้อง&nbsp;ประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;รวมถึงเป็นแหล่งสร้างเสริมประสบการณ์&nbsp;การปฏิบัติงานจริงให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่&nbsp;ได้มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจให้เป็นผู้ประกอบการน้องใหม่ที่เข้มแข็งในอนาคตต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายในงานได้มีผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ภัตตาคาร&nbsp;ผู้ค้าสตรีทฟู้ด&nbsp;มารวมตัวกัน</strong>&nbsp;จะมีการจำหน่ายอาหารอร่อย&nbsp;สินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ&nbsp;อีกทั้งมีการแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;จะช่วยการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงสภาวะโควิด-19&nbsp;จะยกระดับการประกอบอาหารอย่างถูกสุขลักษณะปลอดภัย&nbsp;สำหรับประชาชนผู้บริโภค&nbsp;โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ร้อยเอ็ด	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223223014562
614	พช.ศรีสะเกษ  จัดงานลานออดหลอดซอดศรีเกษ (วิถีใหม่ New Normal สู้ภัย Covid -19)	<p><strong>เริ่มแล้ว&nbsp;พช.ศรีสะเกษ&nbsp;หม่วนซื่น&nbsp;โฮแซว&nbsp;</strong>เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;47&nbsp;&nbsp;ศรีสะเกษเกมส์&nbsp;นำทัพสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของดีเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;จัดงานลานออดหลอดซอดศรีเกษ&nbsp;(วิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;สู้ภัย&nbsp;Covid&nbsp;-19)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;วันแรกสร้างรายได้สองแสนบาท&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน</p><p><strong>เวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานออดหลอดซอดศรีเกษ&nbsp;(บริเวณหน้าศาลหลักเมือง&nbsp;ข้างธนาคารกรุงไทย)</strong>&nbsp;ภายใต้การนำของ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นำโดย&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;ฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เอาใจ&nbsp;แฟนคลับ&nbsp;แฟนพันธุ์แท้&nbsp;OTOP&nbsp;ของดี๊เมืองศรีเกษ&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;ลานออดหลอดซอดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณข้างศาลหลักเมือง&nbsp;พบกับทัพสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;สินค้าของดี๊เมืองศรีเกษ&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;จัดมหกรรมผ้าทอเบญจศรี&nbsp;ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&nbsp;ผ้าลายขิดรัตนราชกัญญาฯ&nbsp;ผลิตผลจากครัวเรือนโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;รวมถึงของดี๊เมืองศรีเกษ&nbsp;จาก&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมไว้ในงาน&nbsp;ณ&nbsp;ลานออดหลอดซอดศรีเกษ&nbsp;(วิถีใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;สู้ภัย&nbsp;Covid&nbsp;-19)&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรม&nbsp;และแสดงดนตรีจากชมรมพัฒนากร&nbsp;ภาคีเครือข่ายงานพัฒนาชุมชน&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;โดยการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง&nbsp;กระจายรายได้สู่ประชาชน&nbsp;สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;</strong>นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เยี่ยมชมให้กำลังใจผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และร่วมรับชมการแสดงจากสำนักงานพัฒนาชุมชนศรีสะเกษ&nbsp;ทำให้บรรยากาศการจำหน่ายสินค้าภายในงานคึกคัก&nbsp;มีสีสัน&nbsp;และสร้างความสนุกสนานให้ก้บผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก&nbsp;สร้างรายได้ให้พี่น้องชาว&nbsp;OTOP&nbsp;ในวันที่&nbsp;23&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;202,100&nbsp;บาท&nbsp;ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้มีการขยายตัว&nbsp;สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>	23/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ศรีสะเกษ	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220223225335567
615	อบจ.ตรัง ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรัง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ขับเคลื่อนการรักษามรดกอันทรงคุณค่าร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองของเมืองเก่า 5 แห่ง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่ห้องประชุมสภา&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตรัง</strong>&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;ประธานสภา&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;ผู้แทนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;และประธานชมรมเมืองเก่าตรังพร้อมผู้แทน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;(ชมรมเมืองเก่าทับเที่ยง)&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;(ชมรมรักษ์เมืองเก่าห้วยยอด)&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;(วิสาหกิจชุมชนย่านตาขาวเมืองเก่า)&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;(ย่านชุมชนเก่าท่าข้าม/ย่านชุมชนเก่าหยงสตาร์)&nbsp;และ&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;(ชมรมกันตังเมืองเก่า)&nbsp;เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรัง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;บรรลุตามวัตถุประสงค์</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>โดยที่ประชุมมีการแจ้งประกาศ&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการสงเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรัง</strong>&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ลงวันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;9&nbsp;ฝ่าย&nbsp;เพื่อร่วมขับเคลื่อนการจัดโครงการ&nbsp;และมีเรื่องเพื่อพิจารณา&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กำหนดวันเวลาการจัดงาน&nbsp;กำหนดสถานที่จัดงาน&nbsp;และกำหนดรายละเอียดการจัดงาน&nbsp;พร้อมรูปแบบกิจกรรมการจัดนำเที่ยวเส้นทางเมืองเก่า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ซึ่งที่ประชุมมีมติกำหนดจัดการแถลงข่าวในวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และกำหนดห้วงเวลาการจัดงาน&nbsp;ดังนี้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;วันที่&nbsp;5-7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;วันที่&nbsp;13-15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.ย่านตาขาว&nbsp;วันที่&nbsp;20-22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;วันที่&nbsp;27-29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;วันที่&nbsp;3-5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;โดยกิจกรรมหลักภายในงาน&nbsp;จะมีการจัดการแสดงย้อนวันวานเมืองเก่า&nbsp;จัดบูธนิทรรศการเมืองเก่า&nbsp;จัดการสาธิตวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดบูธร้านค้าสินค้าชุมชน/ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน&nbsp;และจัดนำเที่ยวเส้นทางเมืองเก่า</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;กำหนดจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองเก่าตรัง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,500,000&nbsp;บาท&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตรัง&nbsp;ปลูกฝังให้เยาวชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;และนักท่องเที่ยวอนุรักษ์เมืองเก่า&nbsp;สร้างความภาคภูมิใจในถิ่นเกิดให้แก่ชาวตรัง&nbsp;ตลอดจนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการให้แก่จังหวัดตรัง&nbsp;และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้&nbsp;เป็นการบูรณาการร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;และชุมชนที่มีการร่วมกลุ่มเพื่ออนุรักษ์เมืองเก่าของแต่ละอำเภอ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224100528626
616	สั่งชะลอเก็บค่าปรับค่าผ่านทางในระบบ M-Flow ชั่วคราว	"<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงกรณีระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น&nbsp;หรือ&nbsp;M-Flow&nbsp;เกิดเหตุขัดข้องส่งผลให้ประชาชนที่ใช้บริการเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการชำระค่าบริการ&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดได้สั่งการให้ชะลอการเก็บค่าปรับค่าผ่านเงินในระบบ&nbsp;M-Flow&nbsp;รวมถึงค่าปรับสำหรับผู้ที่ไม่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิก&nbsp;ชำระเงินค่าผ่านทางหลังจากใช้งานในระยะ&nbsp;เวลา&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผู้ที่ชำระค่าผ่านทางที่ถูกปรับไปก่อนหน้านี้&nbsp;</strong>จะให้มีการคืนเงินค่าปรับจนครบถ้วน&nbsp;&nbsp;แต่ระหว่างนี้ประชาชนผู้ใช้ทางสามารถขับรถผ่านระบบ&nbsp;M-flow&nbsp;ได้ตามปกติ&nbsp;โดยให้ชำระค่าผ่านทางปกติ&nbsp;ภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ก่อนหน้านี้&nbsp;ผู้ให้บริการระบบ&nbsp;M-Flow</strong>&nbsp;แจ้งต่อสมาชิกถึงสาเหตุการขัดข้องเนื่องจากช่วง&nbsp;เวลา&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;21&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ถึง&nbsp;เวลา&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;22&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ในการปรับปรุงสถานการณ์รับชำระเงินระหว่างระบบของธนาคาร&nbsp;ส่งผลให้สถานะการชำระเงินยังคงเป็นรอดำเนินการ</p><p><strong>ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่และทางธนาคารกรุงไทย&nbsp;</strong>กำลังแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกในการใช้งานโดยเร็วที่สุด&nbsp;ซึ่งหลังจากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;&nbsp;จะไม่พบหนี้ค้างในระบบ&nbsp;ในกรณีที่ชำระซ้ำเข้ามาทางธนาคารจะดำเนินการคืนเงินให้ตามช่องทางที่ผู้ใช้ทางชำระเงินไว้หากยังพบว่ามีข้อมูลไม่ถูกต้องอยู่&nbsp;สามารถแจ้งเรื่องมาที่</p><p><a&nbsp;href=""http://www.mflowthai.com/""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);"">www.mflowthai.com</a>&nbsp;หรือ&nbsp;Application&nbsp;ios&nbsp;/&nbsp;android&nbsp;mflowthai&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1586&nbsp;&nbsp;กด&nbsp;1&nbsp;เบอร์โทร&nbsp;call&nbsp;center&nbsp;M&nbsp;flow&nbsp;เพื่อเข้าสู่กระบวนการโต้แย้ง&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการแก้ไขต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>"	24/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224114103680
617	พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีแจ้งความเคลื่อนไหวดัชนีราคาสินค้าของผู้บริโภคจังหวัดสุราษฎร์ธานี	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางขนิษฐา&nbsp;มุณีแนม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับกองดัชนีเศรษฐกิจการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รายงานความเคลื่อนไหวดัชนีราคาสินค้าของผู้บริโภคจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หมวดอาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า&nbsp;เคหสถาน&nbsp;การตรวจรักษาและการบริการส่วนบุคคล&nbsp;พาหนะ&nbsp;การขนส่ง&nbsp;และการสื่อสาร&nbsp;การบันเทิงการอ่าน&nbsp;การศึกษา&nbsp;และการศาสนา&nbsp;ยาสูบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&nbsp;รายการสินค้าและบริการที่คำนวณจำนวน&nbsp;430&nbsp;รายการ&nbsp;และเมื่อคำนวณดัชนีผู้บริโภคจังหวัดสุราษฎร์ธานีจากสินค้าและบริการจำนวน&nbsp;248&nbsp;รายการ&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคทั่วไปของประเทศไทย&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศไทยเท่ากับ&nbsp;100&nbsp;และเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เท่ากับ&nbsp;103.01&nbsp;(เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;101.86&nbsp;สูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.13)&nbsp;ถ้าเทียบกับเดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;สูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.23&nbsp;ภาพรวมเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในระดับที่ไม่มากนัก&nbsp;สอดคล้องกับอุปสงค์และอุปทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;เงินเฟ้อของไทยยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐการส่งออกสินค้า</strong>&nbsp;การผลิต&nbsp;และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&nbsp;โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;เริ่มใช้ในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;จะส่งผลดีต่อรายได้และกำลังซื้อของประชาชน&nbsp;และในสถานการณ์ปัจจุบันเศรษฐกิจของไทยอาจจะได้รับแรงกดดันจากโควิด-19&nbsp;และมาตรการต่างๆ&nbsp;ของภาครัฐและเพื่อลดภาระ&nbsp;ค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอาจจะกดดันให้เงินเฟ้อของไทยขยายตัวได้อย่างจำกัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในปี&nbsp;2565&nbsp;จะมี&nbsp;ค่ากลางที่ร้อยละ&nbsp;1.5&nbsp;2.ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปี&nbsp;2562&nbsp;ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เท่ากับ&nbsp;100&nbsp;เท่าของเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เท่ากับ&nbsp;103.3&nbsp;(เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เท่ากับ&nbsp;101.8)&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้น&nbsp;1.5&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้น&nbsp;4.1&nbsp;3.ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;เดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.5&nbsp;สาเหตุสำคัญมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ&nbsp;2.2&nbsp;หมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหาร&nbsp;ดัชนีราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.0&nbsp;หมวดเคหสถาน&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ&nbsp;0.8&nbsp;หมวดการรักษาและการบริการส่วนบุคคล&nbsp;ดัชนีราคาลดลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.1&nbsp;หมวดพาหนะ&nbsp;การขนส่งและการสื่อสาร&nbsp;ดัชนีราคาลดลงร้อยละ&nbsp;1.8&nbsp;3.1&nbsp;ดัชนีราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ดัชนีราคาสูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.5&nbsp;เนื่องจากการสูงขึ้นของสินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาหารปรุงที่บ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.1&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;เป็ด&nbsp;ไก่และสัตว์น้ำ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;11.4&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.0&nbsp;ไข่และผลิตภัณฑ์นม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.4&nbsp;เครื่องประกอบอาหาร&nbsp;0.6&nbsp;เครื่องปรุงอาหาร&nbsp;0.5&nbsp;เครื่องปรุงรส&nbsp;และอาหารสำเร็จรูป&nbsp;และดัชนีราคาหมวดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.0&nbsp;เนื่องจากสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;หมวดเคหสถาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.8&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;เชื้อเพลิง&nbsp;น้ำประปา&nbsp;ร้อยละ&nbsp;และสิ่งทำความสะอาด&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.4&nbsp;การขนส่งสื่อสาร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.8&nbsp;ยานพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.5&nbsp;สินค้าที่ปรับราคาลดลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด&nbsp;4.&nbsp;พิจารณาเทียบดัชนีเดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;ดัชนีราคาสูงขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;4.1&nbsp;สินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.5&nbsp;เนื้อสัตว์&nbsp;เป็ด&nbsp;ไก่&nbsp;และสัตว์น้ำ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;15.9&nbsp;ไข่และผลิตภัณฑ์นม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เครื่องประกอบอาหาร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10.9&nbsp;อาหารบริโภคในบ้าน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.3&nbsp;หมวดอื่นๆ&nbsp;ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.5&nbsp;หมวดเคหสถาน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.3&nbsp;หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.1&nbsp;หมวดพาหนะ&nbsp;การขนส่งและการสื่อสาร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;8.1&nbsp;หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.3&nbsp;สำหรับสินค้าที่ปรับราคาลดลง&nbsp;ข้าว&nbsp;แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;1.1&nbsp;ผักและผลไม้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.3&nbsp;เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์&nbsp;ร้อยละ&nbsp;0.1&nbsp;หมวดการบันเทิงการอ่าน&nbsp;การศึกษา&nbsp;และการศาสนา&nbsp;ร้อยละ&nbsp;3.5</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;</strong>กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;077272503&nbsp;โทรสาร&nbsp;07728&nbsp;5150&nbsp;E-mail&nbsp;:&nbsp;sn_ops@moc.go.th.</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224110114645
618	ประเมินความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน กระทบราคาน้ำมันในประเทศสูง 6 บาทต่อลิตร	<p><strong>นายสนั่น</strong>&nbsp;<strong>อังอุบลกุล</strong>&nbsp;<strong>ประธานกรรมการหอการค้าไทย</strong>และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย<strong>&nbsp;</strong>กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งยูเครน-รัสเซีย&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเอกชนและหอการค้าได้ติดตามอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมประเมินว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยทุก&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล&nbsp;จะทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น&nbsp;50&nbsp;สตางค์ต่อลิตร&nbsp;หากเกิดสงคราม&nbsp;คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นถึง&nbsp;120&nbsp;ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล&nbsp;และจะกระทบต่อราคาน้ำมัน&nbsp;6&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามพยุงราคาน้ำมันและควบคุม&nbsp;</strong>ไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศ&nbsp;พร้อมเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมา&nbsp;โดยเฉพาะการขยายวงเงินคนละครึ่ง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเสนอภาครัฐผลักดันให้เกิดการจ้างงานช่วงครึ่งหลังของปีให้กระจายไปทุกจังหวัดเพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>	24/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224151652795
619	สายการบินนกแอร์ พร้อมให้บริการสู่ท่าอากาศยานเบตงในรูปแบบเที่ยวบินพาณิชย์ปฐมฤกษ์ 14 มีนาคมนี้	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ถึงการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-เบตง&nbsp;ว่า&nbsp;ผลการประชุมเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;โดยสายการบินนกแอร์ยืนยันความพร้อมให้บริการสู่ท่าอากาศยานเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ในรูปแบบเที่ยวบินพาณิชย์&nbsp;โดยกำหนดวันเริ่มให้บริการ&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ด้วยความถี่&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบินต่อสัปดาห์&nbsp;ให้บริการในวันจันทร์&nbsp;วันพุธและวันศุกร์&nbsp;</p><p><strong>ในช่วงก่อนวันเริ่มให้บริการดังกล่าว</strong>&nbsp;บริษัทฯจะจัดเตรียมความพร้อมในด้านอากาศยานที่จะใช้ทำการบิน&nbsp;รวมถึงการหารือในรายละเอียดและสรุปแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กรมท่าอากาศยาน&nbsp;บริษัท&nbsp;วิทยุการบินฯ&nbsp;หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;รวมถึงภาคเอกชนในจังหวัดยะลาในด้านของการจัดจำหน่ายบัตรโดยสาร&nbsp;เพื่อให้สามารถปฏิบัติการบินเชิงพาณิชย์ปฐมฤกษ์ในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หรือในวันอื่นที่นายกรัฐมนตรีกำหนด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	24/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224211601021
620	บีโอไอจับมืออินฟอร์มาและพันธมิตรดันไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลและศูนย์กลางเมืองอัจฉริยะ	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>บีโอไอ&nbsp;จับมือ&nbsp;อินฟอร์มา&nbsp;และพันธมิตร&nbsp;พร้อมจัดงาน&nbsp;MIRA&nbsp;และ&nbsp;Subcon&nbsp;Thailand&nbsp;EEC&nbsp;ครั้งแรกในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;ดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมดิจิทัลและศูนย์กลางเมืองอัจฉริยะในอาเซียน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;24-26&nbsp;สิงหาคมนี้&nbsp;ณ&nbsp;สวนนงนุชพัทยา</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ที่&nbsp;สวนลอยฟ้า&nbsp;สวนนงนุชพัทยา</strong>&nbsp;น.ส.&nbsp;ซ่อนกลิ่น&nbsp;พลอยมี&nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;(บีโอไอ)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เรือตรีปราโมทย์&nbsp;ทับทิม&nbsp;รักษาราชการแทนปลัดเมืองพัทยา&nbsp;นายสรรชาย&nbsp;นุ่มบุญนำ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;อินฟอร์มา&nbsp;มาร์เก็ตส์&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;นายสมชาย&nbsp;จักรินทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันไทย-เยอรมัน&nbsp;และ&nbsp;นางนิชาภา&nbsp;ยศวีร์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ร่วมแถล่งข่าว&nbsp;Maintenance,&nbsp;Industrial&nbsp;Robotics,&nbsp;and&nbsp;Automation&nbsp;(MIRA)&nbsp;และ&nbsp;Subcon&nbsp;Thailand&nbsp;EEC&nbsp;ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวซ่อนกลิ่น&nbsp;พลอยมี&nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน</strong>&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;(บีโอไอ)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งให้เกิดการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมและการลงทุนในประเทศไทย&nbsp;จึงได้มีการปรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้สนับสนุนและกระตุ้นการลงทุนในอุตสาหกรรมและพื้นที่ที่สำคัญมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในภูมิภาคศักยภาพอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(อีอีซี)&nbsp;ซึ่งถือเป็นพื้นที่ลงทุนสำคัญที่มีการให้สิทธิประโยชน์พิเศษเฉพาะเพิ่มเติมแก่นักลงทุน&nbsp;ที่รัฐบาลต้องการให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง&nbsp;เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยบนฐานของการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ๆ&nbsp;และจะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมากสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย&nbsp;รวมทั้งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค&nbsp;การจัดงาน&nbsp;Subcon&nbsp;Thailand&nbsp;EEC&nbsp;งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชั้นนำในเขตพื้นที่อีอีซี&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงจัดซื้อจัดหาชิ้นส่วนระหว่างผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศกับผู้ซื้อในประเทศในพื้นที่อีอีซี&nbsp;ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;และมีผู้ผลิตรายใหญ่รวมตัวกันอยู่เป็นหลัก&nbsp;เป็นภาคต่อความสำเร็จของการจัดงาน&nbsp;Subcon&nbsp;Thailand&nbsp;ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมเป็นประจำทุกปี&nbsp;สะท้อนให้เห็นว่าภาคตะวันออกยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมในประเทศ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ภายในงานนอกจากจะมีส่วนจัดแสดงนวัตกรรมอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว</strong>&nbsp;ยังมีกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจ&nbsp;คาดว่าจะเกิดการจับคู่ภายในงาน&nbsp;400&nbsp;คู่&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้ยังมีสัมมนาหัวข้อต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่น่าสนใจที่เน้นการสร้างประสิทธิภาพทางการผลิตและการสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยี&nbsp;ซึ่งเป็นการจัดร่วมกับงาน&nbsp;Maintenance,&nbsp;Industrial&nbsp;Robotic,&nbsp;and&nbsp;Automation&nbsp;Event&nbsp;(MIRA)&nbsp;เป็นครั้งแรก&nbsp;ในวันที่&nbsp;24-26&nbsp;สิงหาคมนี้&nbsp;โดยงาน&nbsp;MIRA&nbsp;ถือเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;โซลูชันอุตสาหกรรมการผลิตชั้นสูงด้านการบำรุงรักษา&nbsp;เทคโนโลยีหุ่นยนต์&nbsp;ซึ่งงานนี้จะเป็นการแสดงศักยภาพของอีอีซีและภูมิภาคตะวันออกในการเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม&nbsp;S-Curve&nbsp;และ&nbsp;New&nbsp;S-Curve&nbsp;ช่วยผู้ประกอบการต่อยอดพัฒนาศักยภาพการผลิตสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่&nbsp;และเพิ่มโอกาสการจับคู่ธุรกิจแก่ผู้ประกอบการทั้งในและนอกพื้นที่อีอีซีและภูมิภาคตะวันออก&nbsp;รองเลขาธิการบีโอไอ&nbsp;กล่าว</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ด้าน&nbsp;นายสรรชาย&nbsp;นุ่มบุญนำ&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;อินฟอร์มา&nbsp;มาร์เก็ตส์&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อินฟอร์มา&nbsp;ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก&nbsp;พร้อมตอบสนองนโยบายการกระจายการเติบโตและการพัฒนาอย่างทัดเทียม&nbsp;รุกตลาดภูมิภาค&nbsp;จัดงาน&nbsp;Maintenance,&nbsp;Industrial&nbsp;Robotics,&nbsp;and&nbsp;Automation&nbsp;(MIRA)&nbsp;และ&nbsp;Subcon&nbsp;Thailand&nbsp;EEC&nbsp;ขึ้นเป็นครั้งแรก&nbsp;ซึ่งภูมิภาคตะวันออกและอีอีซีเป็นหนึ่งในภูมิภาคศักยภาพที่จะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทย&nbsp;และเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิต&nbsp;และมุ่งสู่อุตสาหกรรม&nbsp;4.0&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;การขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลก็กำลังได้รับการยกระดับในสามจังหวัดของอีอีซี&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;และระยอง&nbsp;เพื่อดึงดูดการลงทุนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน&nbsp;และงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;ด้านการซ่อมบำรุง&nbsp;ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์&nbsp;และโซลูชั่นสำหรับภาคอุตสาหกรรมระดับแนวหน้าของเมืองไทย&nbsp;เป็นพื้นที่จัดงานเพื่อการการประชุมสัมมนา&nbsp;และงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในพื้นอีอีซีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงจังหวัดในภาคตะวันออก</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นอกจากจะเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการธุรกิจและผู้เข้าเยี่ยมชมงานแล้ว&nbsp;</strong>ยังเป็นโอกาสของผู้ผลิตและจัดจำหน่าย&nbsp;ผู้ให้บริการ&nbsp;และผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มาร่วมจัดแสดงงานเพราะสามารถพบปะพูดคุย&nbsp;แลกเปลี่ยนและเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการ&nbsp;นักลงทุนตัวจริงได้โดยตรง&nbsp;เพื่อสร้างความสัมพันธ์&nbsp;สร้างพันธมิตร&nbsp;และสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ&nbsp;เพื่อการส่งเสริมพัฒนาตนเองให้พร้อมสู้กับการแข่งขันที่ไร้พรมแดน&nbsp;โดยไม่ต้องเดินทางไปไกล&nbsp;เพราะเรายกทุกอย่างทั้งเครื่องจักร&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมซ่อมบำรุง&nbsp;หุ่นยนต์อุตสาหกรรม&nbsp;ระบบอัตโนมัติ&nbsp;และโซลูชั่น&nbsp;พร้อมเครื่องจักรและสายการผลิตที่เกี่ยวเนื่องมาร่วมกันไว้ในที่เดียวบนพื้นที่จัดแสดงอย่างครบครัน</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/2/2022	ภาคตะวันออก	ชลบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224160053854
621	รองพ่อเมือง ควง พช. พาชมศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจเพียงต้นแบบ พร้อมโชว์ Supermarket ชุมชน สร้างโอกาสและรายได้ ขยายผลสู่โมเดลเศรษฐกิจใหม่	"<p><strong>ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;บ้านศรีไคออก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเมืองศรีไค&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายพิสดาร&nbsp;ประดา&nbsp;พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;นางกนกอร&nbsp;โพธิ์สิงห์&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนภาคเอกชนภาคธุรกิจ&nbsp;และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&nbsp;ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ&nbsp;บ้านศรีไคออก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเมืองศรีไค&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางนารี&nbsp;อุปถัมภ์&nbsp;พัฒนาการอำเภอวารินชำราบ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และภาคีเครือข่าวในพื้นที&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและสนับสนุนการดำเนินงาน</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;นายทศพล&nbsp;ไกรพันธ์&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านศรีไคออก</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลเมืองศรีไค&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;พร้อมผู้ดูแล&nbsp;ได้ให้การต้อนรับและกล่าวถึงความเป็นมาของศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบแห่งนี้&nbsp;ได้กำเนิดขึ้นโดยกรมการพัฒนาชุม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และได้ขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักอินทรีย์&nbsp;100%&nbsp;โดยอาศัยความรู้และการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี&nbsp;และได้พากันลงทุนเพื่อสร้างเป็น&nbsp;Supermarket&nbsp;ชุมชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังประสบปัญหาคือกำลังการผลผลิตยังไม่พอขาย&nbsp;เนื่องจากมีผู้สนใจติดต่อและสนใจจำนวนมาก&nbsp;ทั้งช่องทาง&nbsp;Online&nbsp;และซื้อโดยตรงที่ศูนย์เรียนรู้&nbsp;Supermarket&nbsp;ชุมชนแห่งนี้ด้วย&nbsp;จึงถือว่าศูนย์เรียนรู้แห่งนี้&nbsp;สามารถขยายผลเป็นต้นแบบในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายทรงพล&nbsp;วิชัยขัทคะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;ได้พบปะกับเจ้าของพื้นที่และคณะผู้ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานว่า&nbsp;""ถือเป็นครั้งที่สองแล้วในการมาเยี่ยมเยือนพื้นที่แห่งนี้&nbsp;เพื่อที่จะเชื่อมโยง&nbsp;Supermarket&nbsp;ชุมชน&nbsp;โดยมีศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงกับภาคี&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างโอกาสเกิดเครือข่ายที่ก้าวไปอีกขั้น&nbsp;โดยก่อนหน้านี้&nbsp;ผมได้มาปลูกผลผลิตและเกษตรอินทรีย์&nbsp;ณ&nbsp;ที่แห่งนี้ในวันนี้จึงได้นำภาคีเครือข่ายมาเยี่ยมชม&nbsp;เพื่อหาแนวทางส่งเสริมสนับสนุนและความร่วมมือในการสร้างโอกาสให้แก่ผลผลิตที่ทรงคุณค่าในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่ยังมีแหล่งสินค้าแบบนี้อยู่&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ยังควรขยายผลพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นต้นแบบในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG)&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ให้แก่พื้นที่ใกล้เคียงต่อไปได้&nbsp;ขอให้ทุกคนได้ช่วยกันพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของพวกเราร่วมกันต่อไป""</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224174527910
622	"จ.อุบลฯ รวมพลัง ""บวร"" เดินหน้า Quick Win ผลิต ""จานใบไม้รักษ์โลก"" สู่ต้นแบบการขับเคลื่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง (SEDZ) ตามนโยบายรัฐบาล"	"<p><strong>นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดย&nbsp;นางสาววิจิตร&nbsp;หลงชิน&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอ&nbsp;และผู้แทนแปลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;แปลงศูนย์เรียนรู้ระดับตำบล&nbsp;(Community&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;Life&nbsp;:&nbsp;CLM)&nbsp;ร่วมดำเนินกิจกรรมสาธิตการผลิตจานใบไม้รักษ์โลกด้วยครุภัณฑ์ขึ้นรูปภาชนะจากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;Quick&nbsp;Win&nbsp;เสริมองค์ความรู้&nbsp;พัฒนาคน&nbsp;พัฒนาพื้นที่&nbsp;สร้างรายได้ผลิต&nbsp;""จานใบไม้รักษ์โลก""&nbsp;เพื่อหนุนเสริมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;ก่อนขยายผลและเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนงานในระดับจังหวัดและระดับประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์&nbsp;ป่าดงใหญ่วังอ้อ&nbsp;ตำบลหัวดอน&nbsp;อำเภอเขื่องใน&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี</p><p><strong>การขับเคลื่อน&nbsp;Quick&nbsp;Win&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;</strong>ถือกำเนิดจากการนำแนวคิดของ&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่ได้ส่งเสริมให้มีนวัตกรรมที่สำเร็จโดยเร็วในพื้นที่&nbsp;โดยขยายผลการดำเนินงาน&nbsp;โครงการ&nbsp;""โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล""&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากงบเงินกู้รัฐบาล&nbsp;ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;สู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยมีพระพิพัฒน์วชิโรภาส&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์&nbsp;ป่าดงใหญ่วังอ้อ&nbsp;และที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พระนักพัฒนาที่ได้เมตตาอนุเคราะห์สถานที่และสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่างๆ&nbsp;โดยตลอดตามหลัก&nbsp;""บวร""&nbsp;หรือบ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ราชการ&nbsp;และได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย</strong>&nbsp;การสาธิตวิธีติดตั้งเครื่องขึ้นรูปภาชนะด้วยวัสดุธรรมชาติ/ขั้นตอนเตรียมวัสดุธรรมชาติหรือใบกาบหมาก&nbsp;ตั้งแต่การแช่น้ำ&nbsp;การทำความสะอาด&nbsp;การตัดให้ได้ขนาดที่พอดี&nbsp;การนำเข้าแท่นแม่พิมพ์&nbsp;จนถึงการผึ่งให้แห้ง/การเก็บรักษา/การนำไปใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อให้การผลิตจานใบไม้รักษ์โลกมีคุณภาพและมีมาตรฐานระดับเดียวกัน&nbsp;เป็นการบริหารจัดการครุภัณฑ์ให้เกิดความคุ้มค่า&nbsp;คุ้มทุน&nbsp;ได้ประโยชน์สูงสุด&nbsp;สามารถนำไปจำหน่ายได้ทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยตรง&nbsp;และยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน&nbsp;ในเรื่องของทักษะการประกอบอาชีพ&nbsp;การลดรายจ่าย&nbsp;ถือเป็นการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;รวมถึงโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;ที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;กำลังดำเนินการเป็นต้นแบบไปทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันหารือแนวทางการผลิตจานใบไม้รักษ์โลกด้วยวัสดุธรรมชาติอื่นๆ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;กาบไผ่&nbsp;ใบตองกล้วย&nbsp;ใบสัก&nbsp;ฯลฯ&nbsp;รวมถึงเรื่องการจัดหาแหล่งจำหน่าย&nbsp;การขายผ่านตลาดออนไลน์&nbsp;การรวมกลุ่มให้เป็นสัมมาชีพหรือกลุ่มผลิตของชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุบลราชธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224182023926
623	ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัด (กรอ.กลุ่มจังหวัด) ครั้งที่ 1/2565 โดยประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (โปรแกรม Cisco webex Meeting)	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;สนง.กษ.ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัด&nbsp;(กรอ.กลุ่มจังหวัด)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(โปรแกรม&nbsp;Cisco&nbsp;webex&nbsp;&nbsp;Meeting)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;(POC)&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>สืบเนื่อง&nbsp;จากการประชุมฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;มกราคม&nbsp;2564&nbsp;มีมติ&nbsp;เห็นชอบให้ดำเนินการดังนี้</p><p>1.)&nbsp;มอบหมายให้ทุกจังหวัดในกลุ่มจังหวัดติดตามความก้าวหน้า&nbsp;โครงการตามข้อสั่งการ&nbsp;ของนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2561&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;23-24&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2561&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดจัดเตรียมโครงการที่มีปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;&nbsp;โครงการที่ไม่คืบหน้า&nbsp;พร้อมทั้งรายงานผลการใช้ประโยชน์ของโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;เพื่อเตรียมเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&nbsp;หากมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในพื้นที่ครั้งต่อไป</p><p>2.)&nbsp;มอบหมายให้คณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;ทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัด&nbsp;(กรอ.กลุ่มจังหวัด)&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;โดยให้อนุกรรมการและเลขานุการในแต่ละด้าน&nbsp;รายงานผลการ&nbsp;และแนวทางการแก้ไขปัญหา</p><p>3.)&nbsp;มอบหมายให้แต่งตั้งคณะทำงานวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;เพื่อเสนอขอรับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;และแจ้งให้ทราบการสรุปสาระสำคัญการประชุม&nbsp;กรอ.&nbsp;จังหวัดในกลุ่มจังหวัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224183203932
624	จังหวัดภูเก็ตดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการเดินหน้าจ้างงานตามโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูเมือง รองรับการท่องเที่ยวและส่งเสริมการเพิ่มรายได้	<p><strong>นายวุฒิชัย&nbsp;บำรุงรัตน์&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการจ้างงานเป็นโครงการดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อฟื้นฟูเมือง&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวและส่งเสริมการเพิ่มรายได้จากผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก</p><p><strong>โดยจังหวัดภูเก็ตมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;12&nbsp;แห่ง</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อบจ.ภูเก็ต&nbsp;เทศบาลนครภูเก็ต&nbsp;เทศบาลตำบลรัษฎา&nbsp;เทศบาลตำบลวิชิต&nbsp;เทศบาลตำบลฉลอง&nbsp;เทศบาลตำบลราไวย์&nbsp;เทศบาลเมืองป่าตอง&nbsp;เทศบาลเมืองกะทู้&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงทะเล&nbsp;เทศบาลตำบลเทพกระษัตรี&nbsp;เทศบาลตำบลศรีสุนทร&nbsp;และ&nbsp;อบต.เทพกระษัตรี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นการจ้างงานสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;โดยมีทั้งหมด&nbsp;5&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;ดอกไม้ประดับ&nbsp;การเพาะปลูก&nbsp;เพื่อความสวยงาม&nbsp;การปรับปรุงภูมิทัศน์&nbsp;เช่น&nbsp;การตัดแต่งกิ่งไม้&nbsp;ตัดหญ้า&nbsp;ปรับปรุงพื้นที่ทำความสะอาด&nbsp;การขุดลอกคูระบายน้ำ&nbsp;ลำน้ำ&nbsp;รางน้ำสาธารณะ&nbsp;การทำความสะอาดสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;งานจราจร&nbsp;อาคารสาธารณะ&nbsp;เพื่อความสวยงามต้อนรับการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจ้างงานในโครงการดังกล่าว&nbsp;มีอัตราการจ้างอยู่ที่วันละ&nbsp;336&nbsp;บาท</strong>ต่อเดือนๆ&nbsp;20&nbsp;วัน&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีเป้าการจ้างอยู่ที่&nbsp;10,306&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งมีการสมัครและทำงานแล้ว&nbsp;4,097&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้ท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการได้เปิดรับสมัคร</strong>จ้างงานสำหรับผู้ว่างงานและประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ที่ท้องถิ่นใกล้บ้านตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ไม่มีวันหยุดราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	24/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224171751899
625	ททท. จัดทำโครงการ ช้อปแลกเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวปี 2565	<p><strong>นายอภิชัย&nbsp;ฉัตรเฉลิมกิจ&nbsp;รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ททท.&nbsp;มีเป้าหมายในการใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางการตลาดและประชาสัมพันธ์&nbsp;ควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว&nbsp;จึงจัดกิจกรรม&nbsp;ช้อปแลกเที่ยว&nbsp;ในรูปแบบไฮบริดช้อปปิง&nbsp;(ออนไลน์และออนไซต์)&nbsp;เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป&nbsp;เชิญชวนผู้ประกอบการกลุ่มไฮบริดช้อปปิ้ง&nbsp;Super&nbsp;APP/&nbsp;E-tailer/&nbsp;E-Market&nbsp;Place&nbsp;และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมมอบความสุขผ่านส่วนลดในโครงการนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักโดยเฉพาะในช่วงใกล้เทศกาลสงกรานต์นี้&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ในรูปแบบไฮบริดช้อปปิ้ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;ช้อปแลกเที่ยว&nbsp;นี้</strong>&nbsp;ททท.&nbsp;มุ่งกระตุ้นการใช้จ่ายและการเดินทางของนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยคัดเลือกสรรสินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วยสินค้า&nbsp;6&nbsp;ประเภท&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มแฟชั่นและเสื้อผ้า&nbsp;&nbsp;กลุ่มสุขภาพและความงาม&nbsp;&nbsp;กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง/&nbsp;กลุ่มของเล่นและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก&nbsp;&nbsp;กลุ่มของตกแต่งและเครื่องใช้ในบ้าน&nbsp;และกลุ่มอุปกรณ์&nbsp;มือถือและบริการ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังจะมีกิจกรรม&nbsp;Flash&nbsp;Sale</strong>&nbsp;ส่งท้ายโครงการฯ&nbsp;เป็นการลดครั้งใหญ่&nbsp;ในวันที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Grand&nbsp;Sale&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>	24/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224211059013
626	จังหวัดมุกดาหาร บันทึกข้อตกลงความร่วมมือสถานประกอบการยกระดับมาตรฐาน SHA Plus สู่มาตรฐาน SHA Extra Plus เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ	"<p><strong>วันนี้&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13:30&nbsp;น&nbsp;ที่ห้องพลอยไพลิน</strong>&nbsp;โรงแรมพลอยพาเลซ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมลงนามเป็นสักขีพยาน&nbsp;ในพิธีลงนามสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(&nbsp;MOU&nbsp;)&nbsp;ระหว่าง&nbsp;สถานประกอบการที่พักและโรงแรม&nbsp;กับ&nbsp;โรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;ตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ&nbsp;ในการแข่งขันจักรยานนานาชาติทัวร์&nbsp;ออฟ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;2022&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ซึ่งจังหวัดมุกดาหารร่วมกับสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;กำหนดจัดขึ้น&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เส้นทางในจังหวัดมุกดาหาร-สกลนคร-นครพนมระหว่างวันที่&nbsp;1-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยในพิธีครั้งนี้เป็นการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;เป็นฉบับแรก&nbsp;ระหว่าง&nbsp;โรงแรมพลอยพาเลช&nbsp;และโรงแรมเดอะมุกลากูน&nbsp;กับ&nbsp;โรงพยาบาลมุกดาหาร&nbsp;โดยนายแพทย์สุเทพ&nbsp;จันทระเมธีกุล&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร</p><p><strong>นายเฉลิมพล&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานประกอบการที่พักและโรงแรมที่ได้มาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;จะต้องผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;คือจะต้องจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับโรงพยาบาลคู่สัญญา&nbsp;เพื่อลงทะเบียนพัฒนาให้เป็นมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;โดยให้มีการเก็บสิ่งส่งตรวจ&nbsp;(RT-PCR)&nbsp;ในกลุ่มลูกค้าที่เข้าพักและต้องเก็บสิ่งส่งตรวจตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&nbsp;เพื่อสร้างมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ&nbsp;ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานนานาชาติ&nbsp;ทัวร์&nbsp;ออฟ&nbsp;ไทยแลนด์&nbsp;2022&nbsp;ชิงถ้วยพระราชทาน&nbsp;มีครวมปลอดภัย&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยเฉพาะนักกีฬาที่เดินทางมาจากต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จะต้องพำนักในโรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;เท่านั้น</p><p>&nbsp;</p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span>&nbsp;</p>"	24/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224195252984
627	ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ@Udonthani	"<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;</strong>ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตและสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดงานส่งเสริมการขายและการตลาด&nbsp;""ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ@Udonthani""&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;</strong>ให้การต้อนรับ&nbsp;นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และคณะในโอกาสเดินทางมาจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;""ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ&nbsp;&nbsp;@UdonThani""&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวฐาปนีย์&nbsp;เกียรติไพบูลย์&nbsp;รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;และบรรยายพิเศษ&nbsp;ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามภาคของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;ซึ่งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ผู้ประกอบการโรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;จัดแพ็คเกจท่องเที่ยวทั่วภูเก็ต&nbsp;ขนโปรสุดคุ้ม&nbsp;เด็ดๆ&nbsp;ดีลปังๆ&nbsp;แพ็คเกจฟินๆ&nbsp;ราคาสบายกระเป๋า&nbsp;เอาใจสายเที่ยว&nbsp;มาเสนอขายผ่านผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;เลย&nbsp;และหนองบัวลำภู&nbsp;โดยการทำการตลาดแบบ&nbsp;B2B&nbsp;ในวันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;-16.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และเสนอขายให้ชาวจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า&nbsp;อุดรธานี&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;""ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ&nbsp;@UdonThani""&nbsp;ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ&nbsp;และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชื่อมโยงข้ามภูมิภาค&nbsp;เพื่อผลักดันการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	24/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อุดรธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224201122992
628	จ.พังงาประชุมกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัด	<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมกลไกขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโรงแรมภูงา&nbsp;อ.เมืองพังงา&nbsp;โดยมีคณะทำงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัดและประชารัฐ&nbsp;E3&nbsp;ผู้แทนสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภทุกอำเภอ&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;เพื่อพิจารณากลุ่มเป้าหมายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;มีจำนวน&nbsp;5&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;10&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ด้านการแปรรูป&nbsp;มีจำนวน&nbsp;11&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;116&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และด้านท่องเที่ยวโดยชุมชน&nbsp;มีจำนวน&nbsp;13&nbsp;กลุ่ม/ชุมชน&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;41&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และพิจารณาร่างแผนการปฏิบัติการดำเนินงานในแต่ละห้วงระยะเวลา&nbsp;ทั้งนี้เพื่อทบทวนและกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัดและติดตามสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายโดยภาคีเครือข่ายภาครัฐ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/2/2022	ภาคใต้	พังงา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224201343994
629	เริ่มแล้วงาน มหกรรมสินค้าพาณิชย์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชายแดนใต้ เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มช่องทางการตลาดพื้นที่ชายแดน ควบคู่การสร้างเครือข่ายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน	<p><strong>เริ่มแล้วงาน&nbsp;มหกรรมสินค้าพาณิชย์&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>ชายแดนใต้&nbsp;เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มช่องทางการตลาดพื้นที่ชายแดน&nbsp;ควบคู่การสร้างเครือข่ายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน</p><p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;มหกรรมสินค้าพาณิชย์&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&nbsp;ชายแดนใต้&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;วันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ลานโปรโมชั่นชั้น&nbsp;1&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;เฟสติวัลหาดใหญ่&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00-21.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพิ่มช่องทางการค้าบริเวณพื้นที่ชายแดน&nbsp;และสร้างเครือข่ายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทยและประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;โดยมีนางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;นางมุจรินทร์&nbsp;ทองนวล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;10&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วม</p><p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสงขลาได้ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งถือได้ว่ามีความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ผู้มาเยือน&nbsp;ตลอดจนผู้เที่ยวชมงาน&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสงขลา&nbsp;มีความใส่ใจและใช้ความพยายามในการผลักดันให้ศูนย์การค้าห้างสรรพสินค้า&nbsp;โรงแรม&nbsp;ร้านอาหารและสถานบริการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ผ่านการรับรองมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA+&nbsp;และยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ประกอบกับผู้จัดงานได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือกับจังหวัดในมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถดำเนินกิจกรรมในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ลุล่วงได้โดยทุกคนปลอดภัย</p><p><strong>และในเวลาอีกไม่ช้า&nbsp;จังหวัดสงขลาจะเปิดด่านชายแดน</strong>ที่มีมีอาณาเขตติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ได้อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่ดีของผู้ประกอบการที่ได้เข้าร่วมงานและจะได้ร่วมกิจกรรมการจับคู่เจรจาธุรกิจ&nbsp;โดยจะมีนักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นคู่เจรจา&nbsp;อันจะทำให้เกิดการเชื่อมโยงทางการค้า&nbsp;ขยายโอกาสทางธุรกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้อีก&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้เดินเยี่ยมชมบูธ</strong>และพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวน&nbsp;70&nbsp;บูธ&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;พัทลุง&nbsp;สตูล&nbsp;และสงขลา&nbsp;มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจ&nbsp;Business&nbsp;Matching&nbsp;ทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;รวมถึงการแสดงจากศิลปินมากมายและกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดการจัดงาน&nbsp;โดยคาดว่าการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดได้อย่างน้อยไม่น้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p>24&nbsp;ก.พ.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	24/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224215709027
630	จังหวัดอำนาจเจริญ จัดกิจกรรมตลาดประชารัฐของดีจังหวัดอำนาจเจริญ	<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.</strong>นางสาวรักนิกร&nbsp;แสนทวีสุข&nbsp;รักษาการพัฒนาการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จัดกิจกรรมตลาดประชารัฐของดีจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหอประชุมพญานาครินทร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้า&nbsp;โดยมีสมาชิกผู้ที่กู้ยืมเงินกองทุนพัฒนาบทบาสตรี&nbsp;ผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญนำผลิตภัณฑ์มาแสดงและจำหน่าย&nbsp;มากกว่า&nbsp;30&nbsp;บูธ</p><p><strong>สำหรับยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;OTOP&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;102,410&nbsp;บาท&nbsp;</strong>สินค้าขายดีประจำเดือนตุลาคม&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่</p><p>1.ปลาทูหอมสมุนไพรสุรภา&nbsp;อ.ปทุมราชวงศา&nbsp;ยอดจำหน่าย&nbsp;11,200&nbsp;บาท</p><p>2.&nbsp;ผ้าทอมือ&nbsp;กลุ่มทอผ้าคึมใหญ่&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;ยอดจำหน่าย&nbsp;7,200&nbsp;บาท</p><p>3.&nbsp;เสื้อผ้าสำเร็จรูปฯ&nbsp;ยอดจำหน่าย&nbsp;7,000&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	24/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224223636033
631	ปศุสัตว์ จ.ปัตตานี พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร (แช่แข็ง)ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ป้องกันการกระทำผิด	"<p><strong>บริการภาครัฐด้านปศุสัตว์&nbsp;ประชาชนเป็นศูนย์กลาง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;(แช่แข็ง)</strong>ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อป้องกันการกระผิดกฎหมายกรมปศุสัตว์</p><p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นายศิริสินธุ์&nbsp;เพียรแก้ว&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายต้นพงค์&nbsp;คำพลงาน&nbsp;นายสัตว์แพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์นราธิวาส&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสินค้าปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานที่จำหน่ายเนื้อสุกร&nbsp;(แช่แข็ง)&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ร้านจันทร์เอมฟู้ดส์&nbsp;ตำบลนาประดู่&nbsp;2.ร้านนกนาฎ&nbsp;หมูอนามัย&nbsp;ตำบลมะกรูด&nbsp;3.ร้านเจ้แอ๊ะหมูสด&nbsp;ตำบลโคกโพธิ์&nbsp;ป้องกัน<span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(33,&nbsp;37,&nbsp;41);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">การกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า</span>&nbsp;และการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ผลการดำเนินงานไม่พบสิ่งผิดปกติอื่นใดและผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่กรมปศุสัตว์ได้กำหนดไว้&nbsp;ภายใต้เมืองปศุสัตว์ปัตตานี&nbsp;4.0&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากประชาชนพบเห็นการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้า</strong>&nbsp;หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าแจ้งได้ที่&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปัตตานี&nbsp;สายด่วน&nbsp;1567&nbsp;หรือกรมการค้าภายใน&nbsp;สายด่วน&nbsp;1569&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดปัตตานี&nbsp;โทร.0-7333-6245</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	24/2/2022	ภาคใต้	ปัตตานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224232200044
632	นายกฯ มาเลย์เยือนไทย จับตาการเปิดด่านของทั้ง 2 ประเทศ ด้าน  ศอ.บต. เตรียมเสนอ เบตง-ปีนัง เป็นเมืองคู่พัฒนาด้านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์	<p><strong>ดาโต๊ะ&nbsp;สรี&nbsp;อิสมาอิล&nbsp;ซับรี&nbsp;ยาคบ&nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย&nbsp;</strong>เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นเวลา&nbsp;3&nbsp;วันตั้งแต่วันที่&nbsp;&nbsp;24-26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ตามคำเชิญของ&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;&nbsp;ถือเป็นเยือนไทยครั้งแรกนับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้นำมาเลเซีย&nbsp;เมื่อ&nbsp;21&nbsp;ส.ค.64&nbsp;โดยนายกฯ&nbsp;มาเลเซียมีกำหนดหารือข้อราชการแบบเต็มคณะกับนายกฯ&nbsp;ไทย&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.65</p><p><strong>โดยวาระการหารือและภารกิจระหว่างการเยือนไทย</strong>&nbsp;จะมีทั้งการเปิดพรมแดน,&nbsp;ความร่วมมือทวิภาคี&nbsp;ตลอดจนการสำรวจโอกาสทางการค้าและการลงทุนหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รวมทั้งการรับรู้ใบรับรองการฉีดวัคซีนจากทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;และมีการคาดหมายกันว่า&nbsp;การเดินเยือนทางไทยของผู้นำมาเลย์&nbsp;จะนำมาซึ่งข่าวดีเกี่ยวกับการเปิดพรมแดนทางบก&nbsp;ไทย-มาเลเซียอีกครั้ง&nbsp;หลังจากปิดมานานข้ามปีตั้งแต่มีวิกฤติโรคระบาด&nbsp;หลายประเด็นมีความเกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;และ&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;เร่งหารือและจัดทำรายงานเพื่อเสนอแผนการดำเนินการโครงการต่างๆ&nbsp;ไปยังรัฐบาล</p><p><strong>นายชนธัญ&nbsp;แสงพุ่ม&nbsp;รองเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ศอ.บต.มีข้อเสนอต่อการประชุมหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทย&nbsp;กับผู้นำมาเลเซีย&nbsp;และได้เตรียมแผนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทั้งในเรื่องของการเร่งรัดดำเนินโครงการตามกรอบแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซียมาเลเซียไทย&nbsp;(Indonesia-Malaysia-Thailand&nbsp;Growth&nbsp;Triangle)&nbsp;หรือ&nbsp;IMT-GT&nbsp;โดยเฉพาะแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงชายแดนประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก&nbsp;(แห่งที่&nbsp;2)&nbsp;อ.สุไหงโกลกจ.นราธิวาส,&nbsp;โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีความร่วมมือมากว่า&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;และโครงการเชื่อมโยงระบบการขนส่งทางราง&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่&nbsp;อ.สุไหงโกลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;กับรัฐกลันตันของมาเลเซีย&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวร่วมกันของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;และข้อเสนอการริเริ่มนำร่องเมืองคู่การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์&nbsp;ฝ่ายประเทศไทยเห็นควรเสนอเมืองท่องเที่ยว&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ซึ่งมีอัตลักษณ์ความเป็นพหุสังคมความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ&nbsp;ประเพณี&nbsp;วัฒนธรรมและอาหารเฉพาะถิ่นที่มีความงดงามเป็นการเฉพาะ</p><p><strong>ในขณะที่ประเทศมาเลเซีย</strong>&nbsp;เห็นควรเสนอรัฐปีนัง&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;เป็นเมืองคู่พัฒนาด้านการท่องเที่ยวสร้างสรรค์&nbsp;จากพื้นฐานอัตลักษณ์เฉพาะเมืองที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน&nbsp;อันจะสร้างความเป็นเมืองคู่ฐานและยกระดับการพัฒนาในมิติการท่องเที่ยวและการพัฒนาอื่นๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ&nbsp;ยกตัวอย่างประเทศไทยมีโครงการวิ่งตามภูมิศาสตร์&nbsp;ในขณะที่ประเทศมาเลเซียมีการแข่งขันวิ่งมาราธอน&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>	24/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220224231927043
633	ยืนยันสายการบินของไทยไม่ได้รับผลกระทบ กรณียูเครนประกาศปิดน่านฟ้า	<p><strong>สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;CAAT&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;ตามที่ประเทศยูเครนประกาศปิดน่านฟ้าห้ามเที่ยวบินพลเรือนบินผ่านน่านฟ้าตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย&nbsp;หลังจากกองทัพรัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารในเขตแดนฝั่งตะวันออกของประเทศ&nbsp;CAAT&nbsp;ได้ตรวจสอบเส้นทางบินของสายการบินสัญชาติไทย&nbsp;ที่อาจมีเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าประเทศยูเครน&nbsp;พบว่าไม่มีสายการบินของไทยปฏิบัติการบินในบริเวณดังกล่าว&nbsp;โดยได้รับการยืนยันจากบริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ซึ่งเป็นสายการบินเดียวของไทยที่มีปฏิบัติการบินไปยังทวีปยุโรป&nbsp;ไม่ได้ใช้เส้นทางบินผ่านประเทศยูเครนมาเป็นเวลานานแล้ว&nbsp;หลังจากพิจารณาว่าบริเวณดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง&nbsp;(Conflict&nbsp;Zone)&nbsp;ที่ควรหลีกเลี่ยง&nbsp;โดยเที่ยวบินของการบินไทยซึ่งต้องบินผ่านแถบประเทศดังกล่าวในปัจจุบัน&nbsp;ได้เลี่ยงไปใช้เส้นทางการบินที่ปลอดภัยผ่านประเทศตุรกีแทนมาโดยตลอด</p><p><strong>ปัจจุบันสายการบินไทย&nbsp;</strong>ใช้เส้นทางการบินไปยังทวีปยุโรป&nbsp;มีสนามบินปลายทาง&nbsp;7&nbsp;&nbsp;เมือง&nbsp;ประกอบด้วยเส้นทาง&nbsp;กรุงเทพ-ลอนดอน&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;6&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;กรุงเทพ-โคเปนเฮเกน&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;กรุงเทพ-แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;กรุงเทพ-ปารีส&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;กรุงเทพ-ซูริค&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;กรุงเทพ-บรัสเซลส์&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;&nbsp;กรุงเทพ-สต็อกโฮล์ม&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน</p><p><strong>จากกรณีที่ยูเครนประกาศปิดน่านฟ้า&nbsp;</strong>จึงไม่ส่งผลกระทบแก่เที่ยวบินของไทยแต่อย่างใด&nbsp;เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าของยูเครน&nbsp;แต่อาจได้รับผลกระทบจากการที่สายการบินส่วนใหญ่ที่เคยใช้เส้นทางบินผ่านประเทศยูเครนก่อนหน้านี้&nbsp;ต่างหลบเลี่ยงมาใช้เส้นทางเดียวกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p>	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225095235069
634	เปิดให้บริการเรือไฟฟ้าคลองแสนแสบส่วนต่อขยาย วัดศรีบุญเรือง - สำนักงานเขตมีนบุรี ฟรี 6 เดือน	<p><strong>นายอธิรัฐ</strong>&nbsp;<strong>รัตนเศรษฐ</strong>&nbsp;<strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการพัฒนายานพาหนะในระบบขนส่งสาธารณะด้วยเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดกรุงเทพมหานคร&nbsp;ร่วมกับกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดให้บริการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในคลองแสนแสบ&nbsp;ส่วนต่อขยาย&nbsp;ด้วยจำนวนเรือ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;รองรับผู้โดยสาร&nbsp;40&nbsp;ที่นั่งต่อลำ&nbsp;ให้บริการตั้งแต่ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือสำนักงานเขตมีนบุรี&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10.50&nbsp;ก.ม.&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ท่าเรือ&nbsp;&nbsp;เริ่มจากท่าเรือสำนักงานเขตมีนบุรี&nbsp;ท่าเรือตลาดมีนบุรี&nbsp;ท่าเรือประตูน้ำบางชันเหนือ&nbsp;ท่าเรือประตูน้ำบางชันใต้&nbsp;ท่าเรือชุมชนหลอแหลใหญ่&nbsp;ท่าเรือสุเหร่าแดง&nbsp;ท่าเรือหมู่บ้านร่มไทร</p><p>ท่าเรือคลองระหัส&nbsp;ท่าเรือเสรีไทย&nbsp;26&nbsp;ท่าเรือห้างพาซิโอ&nbsp;(จุด&nbsp;park&nbsp;&amp;&nbsp;ride&nbsp;200&nbsp;คัน&nbsp;ท่ารถโดยสารประจำทางและสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&nbsp;ท่าเรือโรงเรียนพร้อมมิตรวิทยา&nbsp;ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ท่าเรือวัดศรีบุญเรือง&nbsp;</strong>จะมีเรือของเอกชนให้บริการต่อไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ&nbsp;รวมระยะทางทั้งสิ้น&nbsp;18&nbsp;ก.ม.&nbsp;เปิดให้บริการวันปกติ&nbsp;:&nbsp;วันละ&nbsp;40&nbsp;เที่ยว&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;05.30&nbsp;น.-&nbsp;20.30&nbsp;น.&nbsp;ความถี่ทุกๆ&nbsp;15&nbsp;นาที&nbsp;ในช่วงเร่งด่วน&nbsp;และ&nbsp;30&nbsp;นาทีในช่วงเวลาอื่น&nbsp;วันหยุดราชการ:จะวิ่งรอบความถี่ทุกๆ&nbsp;30&nbsp;นาที&nbsp;(ช่วงเวลาอาจปรับตามความเหมาะสม)&nbsp;&nbsp;อัตราค่าโดยสาร:โดยในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;(ถึงเดือน&nbsp;ส.ค.65)&nbsp;จะให้บริการฟรีเพื่อทดลองและประชาสัมพันธ์&nbsp;หลังจากนั้นจะเก็บค่าบริการ&nbsp;15&nbsp;บาทตลอดสาย</p><p><br></p><p><br></p>	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225110513109
635	พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับคณะทำงานติดตาม สถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค พื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง และอำเภอแก่งกระจาน	<p><strong>นายธีรวุฒิ&nbsp;คล้ายเคลื่อน&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>มอบหมายเจ้าหน้าที่&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าฯ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบราคา&nbsp;การปิดป้ายแสดงราคา&nbsp;สินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ร้านค้าส่ง-ปลีก&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;พบว่า&nbsp;การสำรวจติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ&nbsp;ประเภทเนื้อหมู&nbsp;หมูเนื้อแดงราคา&nbsp;138-145&nbsp;บาท/กก.&nbsp;หมูสามชั้นราคา&nbsp;165-185&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ประเภทเนื้อไก่&nbsp;ไก่สดทั้งตัวราคา&nbsp;60-75&nbsp;บาท/กก.&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;(น่องติดสะโพก)&nbsp;ราคา&nbsp;65-80&nbsp;บาท/กก.&nbsp;อกไก่&nbsp;ราคา&nbsp;75-85&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ประเภทไข่ไก่&nbsp;ไข่ไก่คละไซส์&nbsp;แผงละ&nbsp;100-110&nbsp;บาท&nbsp;ประเภทน้ำมันพืช&nbsp;น้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;62-65&nbsp;บาท&nbsp;/ขวด&nbsp;น้ำมันปาล์ม&nbsp;58-66&nbsp;บาท/ขวด&nbsp;การติดตามสถานการณ์ราคาแก๊สหุงต้ม&nbsp;ขนาด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;110-130&nbsp;บาท/ถัง&nbsp;ขนาด&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคา&nbsp;310-340&nbsp;บาท/ถัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากตรวจพบการไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า</strong>&nbsp;ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม&nbsp;จะดำเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สวท.เพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225110521113
636	ชาวขอนแก่น เลือกซื้อสินค้าราคาถูก คุณภาพดี ในงานตลาดพาณิชย์ ลดราคา ช่วยประชาชน กันอย่างคึกคัก เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพในช่วงสินค้าราคาแพง	<p><strong>ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;ประชาชนชาวขอนแก่น&nbsp;ต่างออกมาเลือกซื้อสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ในงานตลาดพาณิชย์&nbsp;ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;MOC&nbsp;ขายถูก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;6&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ได้ดำเนินการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;เป็นประจำทุกวันศุกร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงที่สินค้าราคาแพง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>ได้นำสินค้ามาลดกระหน่ำ&nbsp;ส่งต่อความสดใหม่&nbsp;ความอร่อยให้กับชาวขอนแก่น&nbsp;โดยมีสินค้าราคาพิเศษมาจำหน่าย&nbsp;อาทิ&nbsp;หมูเนื้อแดง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;129&nbsp;บาท&nbsp;หมูเนื้อแดงบด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;หมึกไข่แดดเดียว&nbsp;แพ็คละ&nbsp;139&nbsp;บาท&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;2&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ฟอง&nbsp;แผงละ&nbsp;99&nbsp;บาท&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ถุงละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ไก่ย่างเขาสวนกวาง&nbsp;ไม้ละ&nbsp;90&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดตัวละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;ไก่ไร้เก๊าต์&nbsp;(ไก่สด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;+&nbsp;น่อง&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม)&nbsp;ชุดละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ไก่หมักตัวละ&nbsp;65&nbsp;บาท&nbsp;ปลาส้มตัวละ&nbsp;80&nbsp;-&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ปลานิลสด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;จิ้งหรีดคั่วสมุนไพร&nbsp;ถ้วยละ&nbsp;20-30&nbsp;บาท&nbsp;ดักแด้คั่วสมุนไพร&nbsp;ถ้วยละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเปิดโอกาสให้&nbsp;กลุ่มอาชีพ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มโอทอป&nbsp;</strong>ได้นำสินค้าและพืชผักปลอดนานาชนิดได้นำสินค้ามาวางจำหน่าย&nbsp;โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังคงให้ความสนใจ&nbsp;เลือกซื้อไข่ไก่&nbsp;ราคาถูก&nbsp;และหมูเนื้อแดงกันอย่างคึกคัก&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ประชาชนที่มาเลือกซื้อสินค้าส่วนใหญ่กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตั้งใจมาเลือกซื้อสินค้าราคาถูก&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;ที่ตลาดพาณิชย์&nbsp;ลดราคาช่วยประชาชน&nbsp;ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่นเป็นประจำทุกวันศุกร์&nbsp;เพราะช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225111430118
637	ผู้ว่าฯ ตราด ชวนเที่ยวงาน ของดีของเด่นเมืองตราด มาแล้วจะรู้ อยู่แล้วจะรัก	<p><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอย่างยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมหลักเพิ่มศักยภาพผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;การแสดงและจำหน่ายของดีเมืองตราด&nbsp;ภายใต้งานของดีของเด่นเมืองตราด&nbsp;มาแล้วจะรู้&nbsp;อยู่แล้วจะรัก&nbsp;ซึ่งจังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดตราด&nbsp;จัดขึ้นบริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด</p><p><strong>สำหรับความสำคัญของการจัดงาน&nbsp;ตราดมาแล้วจะรู้&nbsp;อยู่แล้วจะรัก&nbsp;</strong>ได้ชูกลยุทธ์วัฒนธรรมสร้างสรรค์&nbsp;เน้นการส่งเสริม&nbsp;พัฒนาและสร้างมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวด้วยการดึงจุดขายให้เห็นถึง&nbsp;เสน่ห์&nbsp;อัตลักษณ์&nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดในเชิงนิเวศ&nbsp;เชิงสุขภาพ&nbsp;เชิงเกษตร&nbsp;และการท่องเที่ยวชุมชนให้เข้มแข็งมีมาตรฐาน&nbsp;อีกทั้งทางผู้ประกอบการจังหวัดตราดได้มีเวทีประชาสัมพันธ์ของดีของเด่นเมืองตราด&nbsp;ด้วยสินค้าและบริการของชุมชนช่วยสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับประชาชนของจังหวัด&nbsp;สำหรับสินค้าและบริการของชุมชนในจังหวัดตราด&nbsp;เข้าร่วมกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;มีผู้ประกอบการสินค้าเสื้อผ้า&nbsp;ผ้ามัดย้อม&nbsp;เครื่องประดับ&nbsp;อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;ยาสมุนไพร&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;งานศิลปกรรมและหัตกรรม&nbsp;จากหลายชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บ้านยายมาอม&nbsp;บ้านธรรมชาติล่าง&nbsp;บ้านสลัก&nbsp;และบ้านท่าระแนะ</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ได้กล่าวถึงการจัดงาน&nbsp;ตราดมาแล้วจะรู้&nbsp;อยู่แล้วจะรัก&nbsp;</strong>เป็นการสนับสนุนชุมชน&nbsp;และถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอกย้ำให้เห็นเรื่องศักยภาพเมืองท่องเที่ยวของจังหวัดตราด&nbsp;ที่สามารถนำการกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น&nbsp;และกล่าวเชิญชวน&nbsp;นักท่องเที่ยว&nbsp;และประชาชนในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;มาร่วม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชะ&nbsp;ชิม&nbsp;แชร์&nbsp;สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองตราด&nbsp;ซึ่งงานจะจัดขึ้น&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามหลวง&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดตราด&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10&nbsp;.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p>สุนิสา&nbsp;สังข์ทอง&nbsp;สวท.ตราด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225141043196
638	จังหวัดภูเก็ตเดินเครื่องเปิดตลาดท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ คาดช่วงสงกรานต์จะนักท่องเที่ยวเพิ่มร้อยละ 25	<p><strong>นายณรงค์&nbsp;วุ่นซิ้ว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ทั้ง&nbsp;ททท.ภูเก็ต&nbsp;สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้นำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;เพื่อเปิดตลาดการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ภูเก็ตเด็ดทั้งเกาะ&nbsp;@อุดรธานี&nbsp;เพื่อกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค&nbsp;ที่สอดคล้องกับการเปิดเที่ยวบินตรง&nbsp;ภูเก็ต-อุดรธานี&nbsp;ของสายการบินในประเทศ&nbsp;และเป็นการเปิดตลาดการท่องเที่ยวแบบ&nbsp;360&nbsp;องศา&nbsp;ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เชื่อมั่นถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต</strong>&nbsp;ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยจากทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;ให้ได้สัมผัสความสวยงามของธรรมชาติ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;อารยสถาน&nbsp;ที่มีความโดดเด่นสวยงาม&nbsp;ทั่วทุกมุมของเกาะภูเก็ต&nbsp;โดยคาดว่าในช่วงวันหยุดของเทศกาลสงกรานต์&nbsp;จะมีนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางท่องเที่ยวยังจังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;25</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สวท.ภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225174759359
639	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง  จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ ไม่ซื้อ ไม่ขาย ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างการรับรู้และป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริโภค	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จัดกิจกรรมเดินรณรงค์&nbsp;ไม่ซื้อ&nbsp;ไม่ขาย&nbsp;ไม่ใช้สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริโภค&nbsp;ณ&nbsp;ห้างบิ๊กซีซูปเปอร์เซ็นเตอร์สาขาตรัง&nbsp;และตลาดนัดเซ็นเตอร์พ้อย&nbsp;อำเภอเมืองตรัง</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐของไทยจับมือเร่งดำเนินการป้องปรามและป้องกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;โดยเน้นแนวทางการป้องกันตามแนวนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนไม่สนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง&nbsp;หวังสร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการคุ้มครองและเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของไทย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ได้จัดทำป้ายรณรงค์&nbsp;ไม่ซื้อ&nbsp;ไม่ขาย&nbsp;ไม่ใช้ของปลอม</strong>&nbsp;ซึ่งนอกจากการรณรงค์กับประชาชนทั่วไป&nbsp;เด็ก&nbsp;เยาวชน&nbsp;กลุ่มผู้บริโภคแล้ว&nbsp;ก็ยังได้เร่งสร้างความเข้าใจ&nbsp;รณรงค์กับกลุ่มผู้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้ตระหนักว่า&nbsp;การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายโอกาสและอาชีพของนักประดิษฐ์&nbsp;นักสร้างสรรค์&nbsp;และผู้ค้าขายโดยสุจริตของไทย&nbsp;ตลอดจนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225142853217
640	สส.ทน.ลำปาง จัดงานขันโตกและเดินแบบเครื่องแต่งกายล้านนาประยุกต์  ต้อนรับการประชุมภาคเหนือสัญจร 17 จังหวัด	<p><strong>สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสัญจรของสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือสัญจร&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;สมาคม&nbsp;ภายใต้มาตรการตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม</p><p><strong>นางสุมาลี&nbsp;จังเกษม&nbsp;นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ&nbsp;และกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;ว่า&nbsp;นอกจากการประชุมแล้วยังมีการเสวนา&nbsp;หัวข้อ&nbsp;ทิศทางการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง&nbsp;รวมทั้งเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และการแสดงความคิดเห็นการพัฒนา/ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ทั้ง&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อต่อยอดแนวความคิดของแต่ละสมาคม&nbsp;ซึ่งการประชุมสัญจรในครั้งนี้ถือว่าเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐฏิจของจังหวัดลำปางอีกด้วย</p><p><strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้กิจกรรม&nbsp;ข้าวแลงขันโตก&nbsp;รวมถึงการเดินแบบเครื่องแต่งกายล้านนาประยุกต์&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;บูธอาหารและโอทอปที่สโมสรจิตต์อารีสปอร์ตคอมเพล็กซ์&nbsp;หมู่บ้านจิตต์อารีวิลล์&nbsp;2&nbsp;ซึ่งจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่&nbsp;สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานอย่างมาก&nbsp;ก่อนจะมีการมอบธงต่อให้เจ้าภาพในการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้จัดเตรียมโปรแกรมการท่องเที่ยวให้กับคณะผู้เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม&nbsp;เขมโก&nbsp;วัดดอยพระฌาน&nbsp;วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์&nbsp;หรือวัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สนใจอีกมากมาย&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225142334204
641	"อำเภอเบตง ประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการ จุดชมวิว""เขาหินปูน"" ถนนเลียบชายแดน ไทย-มาเลเซีย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ อ.เบตง"	"<p><strong>ที่ห้องประชุมไกรลาส&nbsp;ที่ว่าการอำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายเอก&nbsp;ยังอภัย&nbsp;ณ&nbsp;สงขลา&nbsp;นายอำเภอเบตง&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือเสนอแนวทางบริหารจัดการสถานที่ท่องเที่ยวพื้นที่&nbsp;""เขาหินปูน""&nbsp;ถนนเลียบชายแดน&nbsp;ไทย-มาเลเซีย&nbsp;(สายซาโห่&nbsp;ทางไปโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ)&nbsp;โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณามาตรการด้านความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;&nbsp;มาตรการควบคุมการขึ้นหน้าผา&nbsp;การจัดระเบียบจุดจอดรถ&nbsp;ไฟฟ้าแสงสว่าง&nbsp;ด้านการรักษาพยาบาล&nbsp;จุดขายของรวมถึงความสะอาด&nbsp;และมาตรการคัดกรองควบคุมโควิด-19&nbsp;</p><p>โดยมี&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประธานศูนย์เครือข่าย&nbsp;28&nbsp;ชุมชน&nbsp;และผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับจุดชมวิว&nbsp;&nbsp;""เขาหินปูน""&nbsp;&nbsp;แห่งนี้&nbsp;อยู่ที่ถนนเลียบแนวชายแดนไทย&nbsp;-&nbsp;มาเลเซีย</strong>&nbsp;ชุมชนบ้านกาแป๊ะฮูลู&nbsp;แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;โดยเฉพาะบรรยากาศในช่วงเย็น&nbsp;มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก&nbsp;ต่างเดินทางมาชมทัศนียภาพทิวทัศน์&nbsp;มุมสูงของเมืองเบตงที่เห็นเทือกเขาอันสลับซับซ้อน&nbsp;มองไปสุดสายตา&nbsp;เหมือนภาพวาดของจิตรกรชื่อดัง&nbsp;กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ&nbsp;อ.เบตง&nbsp;&nbsp;โดยไฮไลท์สำคัญคือการชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า&nbsp;จากฝั่งของ&nbsp;อ.บาลิง&nbsp;รัฐเคดาห์&nbsp;ประเทศมาเลเซีย&nbsp;ที่เป็นสีทองสวยงาม&nbsp;สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มารอชมเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	25/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225144602228
642	พาณิชย์ลำพูนลงตรวจสินค้าอุปโภคบริโภค เนื้อสุกร และเนื้อไก่ เบื้องต้นเนื้อสุกรราคามีการปรับลด เนื้อไก่ น้ำมันปาล์ม น้ำมันพืชราคายังทรงตัว	<p><strong>นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค&nbsp;เนื้อสุกร&nbsp;และเนื้อไก่&nbsp;ณ&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;สาขาลำพูน&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อติดตามราคาการจำหน่ายอย่างใกล้ชิด&nbsp;พบว่าสถานการณ์เนื้อสุกรเริ่มดีขึ้น&nbsp;ราคาจำหน่ายเนื้อสุกรหลายรายการราคาปรับลดลง&nbsp;อาทิ&nbsp;สะโพกอยู่ที่&nbsp;กก.ละ&nbsp;129&nbsp;บาท&nbsp;เนื้อไก่&nbsp;ราคายังคงทรงตัวจากสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ในส่วนน้ำมันปาล์ม&nbsp;และน้ำมันถั่วเหลือง&nbsp;ราคาทรงตัวเช่นกัน</p><p><strong>นอกจากนี้จากการตรวจสอบไม่พบการฉวยโอกาสปรับราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรมแต่อย่างใด&nbsp;</strong>ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายราคาชัดเจน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการทุกรายปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการอย่างเคร่งครัด&nbsp;และได้แนะนำให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ครบถ้วน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225144730230
643	รองผวจ.สุราษฎร์ธานีเปิดการแข่งขัน มวยไทยนานาชาติและเปิดประตูท่องเที่ยว สมุย พะงัน เกาะเต่าไฟต์	<p><strong>ที่ท่าเรือท้องศาลา&nbsp;อำเภอเกาะพะงัน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขัน&nbsp;มวยไทยนานาชาติ&nbsp;เปิดประตูท่องเที่ยว&nbsp;สมุย&nbsp;พะงัน&nbsp;เกาะเต่าไฟต์&nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือ&nbsp;จากทุกภาคส่วน&nbsp;เปิดประตูท่องเที่ยว&nbsp;สมุย&nbsp;พะงัน&nbsp;เกาะเต่าไฟต์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;มุ่งเน้นส่งเสริมกีฬามวยไทย&nbsp;ซึ่งเป็นการสืบสานวัฒนธรรม&nbsp;ศิลปะป้องกันตัวของไทย&nbsp;คุณค่าของศิลปะมวยไทย&nbsp;ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู่ที่เป็นภูมิปัญญาของคนไทย&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักดียิ่งขึ้น&nbsp;เป็นประโยชน์ต่อส่วนสังคมสนับสนุนนักกีฬามวยไทยให้มีโอกาสก้าวขึ้น&nbsp;สู่อันดับหนึ่งของโลก</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำหรับมวยไทยนานาชาติ&nbsp;เปิดประตูท่องเที่ยว&nbsp;สมุย&nbsp;พะงัน&nbsp;เกาะเต่าไฟต์&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมุ่งเน้นส่งเสริมกีฬามวยไทย&nbsp;เป็นการสืบสานวัฒนธรรม&nbsp;ศิลปะป้องกันตัวของไทย&nbsp;คุณค่าของศิลปะมวยไทย&nbsp;ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู่ที่เป็นภูมิปัญญาของคนไทย&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักดียิ่งขึ้น&nbsp;และเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยสนับสนุนนักกีฬามวยไทย&nbsp;ให้มีโอกาสก้าวขึ้น&nbsp;สู่อันดับหนึ่งของโลก&nbsp;เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ&nbsp;และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	25/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155526282
644	หอการค้ายโสธรชวนวิ่งพิชิต 3 ลุ่มน้ำ โขง ชี มูล สะออน 50 ปีศรียโสธร วันที่ 6 มี.ค.65 นี้	<p><strong>นายนายวิโรจน์&nbsp;ฉัตรหิรัญย์&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;เฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;(อุบลราชธานี&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;ยโสธร)&nbsp;ร่วมจัด&nbsp;วิ่งพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่ม&nbsp;น้ำ&nbsp;โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริม&nbsp;การท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัด&nbsp;ซึ่งจังหวัดยโสธร&nbsp;กำหนดจัดในเช้าวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่วิมานพญาแถน&nbsp;ภายใต้ชื่อการจัดงาน&nbsp;วิ่งพิชิต&nbsp;3&nbsp;ลุ่ม&nbsp;น้ำ&nbsp;โขง&nbsp;ชี&nbsp;มูล&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ซึ่งอยู่ในช่วงการจัดงาน&nbsp;วันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ที่บุ่งน้อย-บุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์วิถีชีวิต&nbsp;ศิลปะวัฒนธรรม&nbsp;ท้องถิ่นของชาวยโสธร&nbsp;และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของจังหวัดยโสธร&nbsp;นับจากได้รับสถาปนาขึ้นเป็นจังหวัดเมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2515&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมีเป้าหมายการพัฒนาสู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;เมืองแห่งวิถีอีสาน</p><p><strong>สำหรับการวิ่งโดยมีจุดสตาร์ท&nbsp;จาก&nbsp;ลานวิมานพญาแถน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;Landmark&nbsp;ของจังหวัดยโสธร&nbsp;โดยการวิ่งในแต่ระยะจะผ่านเส้นทาง&nbsp;ย่านเมืองเก่าของยโสธร&nbsp;ซึ่งมีตึกแถวโบราณงดงามด้วยสถาปัตยกรรม&nbsp;แบบชิโนโปรตุกีสเป็น&nbsp;ศิลปะแบบตะวันตกผสมกับจีน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เส้นทางการวิ่งระยะทาง&nbsp;10&nbsp;และ&nbsp;21&nbsp;กิโลเมตร</strong>&nbsp;ยังจะได้สัมผัสกับธรรมชาติตามริมฝั่งลำน้ำชี&nbsp;แม่น้ำสายหลักของชาว&nbsp;ยโสธรอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การวิ่งแบ่งออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิ่ง&nbsp;Fun&nbsp;Run&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ค่าสมัคร&nbsp;500.-บาท&nbsp;วิ่ง&nbsp;Mini&nbsp;Marathon&nbsp;ระยะทาง&nbsp;10&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ค่าสมัคร&nbsp;600.-บาท&nbsp;ระยะ&nbsp;21&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ค่าสมัคร&nbsp;700.-บาท&nbsp;และผู้สมัคร&nbsp;VIP&nbsp;ค่าสมัคร&nbsp;1,000.-บาท&nbsp;สามารถวิ่งได้ทุกระยะ&nbsp;และตัดสินด้วยระบบ&nbsp;Chip&nbsp;Time&nbsp;ในทุกระยะ&nbsp;&nbsp;โดยจะวิ่งแข่งขันใน&nbsp;วันอาทิตย์ที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;256&nbsp;ที่ลานวิมานพญาแถน&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เริ่มปล่อยตัว&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.</p><p><strong>ผู้สนใจสมัครได้ด้วยตนเองที่ห้างสรรพสินค้านานาภัณฑ์พลาซ่า</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;ที่สำนักงานหอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;เวลา&nbsp;09.00น.&nbsp;-16.00&nbsp;น.&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;ที่โทรศัพท์&nbsp;หมายเลข&nbsp;082-1529907</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225161051306
645	สมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตเลือก นายชริน  ธำรงเกียรติกุล เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตคนใหม่	<p><strong>สมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตเลือก&nbsp;นายชริน&nbsp;ธำรงเกียรติกุล</strong>&nbsp;เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตคนใหม่&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;โรงแรมชิโนเฮาส์&nbsp;จังหวัดภูเก็ตคุณเชิญพร&nbsp;กาญจนสายะ&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดภูเก็ตเป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;วาระปี&nbsp;2565-2567&nbsp;โดยมี&nbsp;กิจก้อง&nbsp;ตันติจรัสวโรคม)ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้และสมาชิกเข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>คุณเชิญพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สภาอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>เป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร&nbsp;ได้ก่อนตั้งขึ้นเมื่อวันที่15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2538&nbsp;โดยมีที่ทำการอยู่&nbsp;ณ&nbsp;อาคารสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เลขที่&nbsp;48/4&nbsp;ถนนดำรง&nbsp;ตำบลตลาดใหญ่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีสมาชิกสามัญ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;สมาชิกสมทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการรวมตัวของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม&nbsp;</p><p><strong>โดยสภาฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เข้าร่วมพัฒนาอุตสาหกรรม</strong>ในจังหวัดให้เจริญขึ้นควบคูไปกับการที่เป็นเมืองท่องเที่ยว&nbsp;เป็นที่ทราบกันอยู่ดีแล้วว่าบทบาทของภาคเอกชนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการมีส่วนร่วมพัฒนาความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของท้องถิ่นและประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมซึ่งถือเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันให้เกิดการสร้างงานการรวมตัวตัวของผู้ประกอบการ&nbsp;/&nbsp;นักธุรกิจ&nbsp;ในการก่อตั้งสภาอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญชองการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมในจังหวัดให้เจริญและไปในทิศทางเดียวกัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้คำนึงถึงอุปสรรคต่างๆที่มีอยู่&nbsp;และพร้อมที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา</strong>&nbsp;พร้อมให้คำปรึกษาแนะนำตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการในการเสริมสร้างศักยภาพ&nbsp;&nbsp;และขีดความสามารถ&nbsp;การแข่งขันในกิจกรรมทุกๆด้าน&nbsp;ให้มีความเจริญเติบโตยิ่งๆขึ้นไป&nbsp;สำหรับการประชุมในครั้งนี้มีวาระการประชุมที่สำคัญได้แก่การเลือกเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรม&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;วาระปี&nbsp;2565-2567&nbsp;โดยที่ประชุมเลือก&nbsp;นาย&nbsp;ชริน&nbsp;ธำรงเกียรติกุลเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ตคนใหม่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	25/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155751286
646	รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมให้การต้อนรับสายการบินไทยสมายล์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ กทม.-ตรัง-กทม.	"<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตรัง&nbsp;และผู้มีเกียรติ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สายการบินไทยสมายล์&nbsp;จากสุวรรณภูมิ-ตรัง&nbsp;โดยมีนางเนตรนภางค์&nbsp;ธีระวาส&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริการลูกค้า&nbsp;สายการบิน&nbsp;Thai&nbsp;Smile&nbsp;เดินทางมาพร้อมคณะ&nbsp;และผู้โดยสารกว่า&nbsp;126&nbsp;คน&nbsp;กับเครื่องบินแอร์บัส&nbsp;320&nbsp;ชื่อว่า&nbsp;""คุณระนอง""&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเที่ยวบินสุวรรณภูมิ&nbsp;-&nbsp;ตรัง&nbsp;ไทยสมายล์ให้บริการทุกวัน</strong>&nbsp;วันละ&nbsp;1&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;พร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิส&nbsp;บริการอาหารแบบนำกลับ&nbsp;จองที่นั่งล่วงหน้า&nbsp;และบริการฟรีน้ำหนักกระเป๋าสูงสุด&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยให้บริการ&nbsp;2&nbsp;ชั้นที่นั่งโดยสาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;พรีเมียมอีโคโนมี&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;PLUS&nbsp;Class&nbsp;12&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;และชั้นอีโคโนมี&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;Class&nbsp;150/156&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยเครื่องบินแอร์บัส&nbsp;A320-200&nbsp;ที่พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน&nbsp;ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;1,000&nbsp;บาท/ท่าน/เที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;(รวมทุกอย่างแล้ว)&nbsp;เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เปิดทำการจองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;สนใจสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์&nbsp;https://bit.ly/3HEisrE&nbsp;,&nbsp;ศูนย์บริการลูกค้า&nbsp;(Call&nbsp;Center)&nbsp;โทร.&nbsp;1181&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;0&nbsp;2118&nbsp;8888,&nbsp;ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Service&nbsp;Center)&nbsp;และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Travel&nbsp;Agents)&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไทยสมายล์ได้รับมอบตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA+&nbsp;(SHA&nbsp;Plus)</strong>&nbsp;นับเป็นสายการบินแรกร่วมกับการบินไทยที่ได้ยกระดับมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยและสุขอนามัยในการให้บริการบนอากาศยาน&nbsp;สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารบนเที่ยวบิน&nbsp;ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์&nbsp;SHA&nbsp;(Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration)&nbsp;ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;70%&nbsp;ของพนักงานทั้งหมด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สายการบินยังปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในการกำกับดูแลพนักงานด่านหน้าที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้โดยสารให้มีการรับการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;100%&nbsp;และมีการดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิดในแต่ละสัปดาห์&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	25/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225155932291
647	ไทยสมายล์ ดันศักยภาพการท่องเที่ยวในประเทศ เปิดเส้นทางใหม่ สุวรรณภูมิ-ตรัง เริ่มปฐมฤกษ์ 25 ก.พ.นี้	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.2565)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;12.10&nbsp;น.&nbsp;ที่ท่าอากาศยานตรัง</strong>&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;มีนายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตรัง&nbsp;และผู้มีเกียรติ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;สายการบินไทยสมายล์&nbsp;จากสุวรรณภูมิ-ตรัง&nbsp;โดยมีนางเนตรนภางค์&nbsp;ธีระวาส&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริการลูกค้า&nbsp;สายการบิน&nbsp;Thai&nbsp;Smile&nbsp;เดินทางมาพร้อมคณะ&nbsp;และผู้โดยสารกว่า&nbsp;126&nbsp;คน&nbsp;กับเครื่องบินแอร์บัส&nbsp;320&nbsp;ชื่อว่า&nbsp;""คุณระนอง""&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเที่ยวบินสุวรรณภูมิ&nbsp;-&nbsp;ตรัง&nbsp;ไทยสมายล์ให้บริการทุกวัน</strong>&nbsp;วันละ&nbsp;1&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;พร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิส&nbsp;บริการอาหารแบบนำกลับ&nbsp;จองที่นั่งล่วงหน้า&nbsp;และบริการฟรีน้ำหนักกระเป๋าสูงสุด&nbsp;30&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยให้บริการ&nbsp;2&nbsp;ชั้นที่นั่งโดยสาร&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;พรีเมียมอีโคโนมี&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;PLUS&nbsp;Class&nbsp;12&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;และชั้นอีโคโนมี&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;Class&nbsp;150/156&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;โดยเครื่องบินแอร์บัส&nbsp;A320-200&nbsp;ที่พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน&nbsp;ราคาเริ่มต้นที่&nbsp;1,000&nbsp;บาท/ท่าน/เที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;(รวมทุกอย่างแล้ว)&nbsp;เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เปิดทำการจองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;สนใจสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์&nbsp;https://bit.ly/3HEisrE&nbsp;,&nbsp;ศูนย์บริการลูกค้า&nbsp;(Call&nbsp;Center)&nbsp;โทร.&nbsp;1181&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;&nbsp;0&nbsp;2118&nbsp;8888,&nbsp;ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Service&nbsp;Center)&nbsp;และตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์&nbsp;(Smile&nbsp;Travel&nbsp;Agents)&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ไทยสมายล์ได้รับมอบตราสัญลักษณ์&nbsp;SHA+&nbsp;(SHA&nbsp;Plus)&nbsp;</strong>นับเป็นสายการบินแรกร่วมกับการบินไทยที่ได้ยกระดับมาตรฐานคุณภาพความปลอดภัยและสุขอนามัยในการให้บริการบนอากาศยาน&nbsp;สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารบนเที่ยวบิน&nbsp;ซึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์&nbsp;SHA&nbsp;(Amazing&nbsp;Thailand&nbsp;Safety&nbsp;and&nbsp;Health&nbsp;Administration)&nbsp;ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ครบ&nbsp;2&nbsp;เข็ม&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;70%&nbsp;ของพนักงานทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สายการบินยังปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงาน</strong>การบินพลเรือนแห่งประเทศไทยในการกำกับดูแลพนักงานด่านหน้าที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้โดยสารให้มีการรับการฉีดวัคซีนครบ&nbsp;100%&nbsp;และมีการดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิดในแต่ละสัปดาห์&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	25/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225160707300
648	"จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดงาน ""มหกรรมซีฟู้ดทะเลไทยภาคใต้ & SouthernExpo 2021"" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้ ด้านผู้ว่าฯ แนะประชาชน ช้อปที่งาน ชิมที่บ้านลดแออัด หนุนเศรษฐกิจ เพื่อชีวิตที่ปลอดภัย"	"<p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานในการเปิดงาน&nbsp;""มหกรรมซีฟู้ดทะเลไทยภาคใต้&nbsp;&amp;&nbsp;Southern&nbsp;Expo&nbsp;2021""&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนที่มาจัดแสดงภายในงาน&nbsp;ณ&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางขนิษฐา&nbsp;มุณีแนม&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติในการเปิดงานในครั้งนี้</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;""มหกรรมซีฟู้ดทะเลไทยภาคใต้&nbsp;&amp;&nbsp;Southern&nbsp;Expo&nbsp;2021""</strong>&nbsp;ถือเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสินค้าอาหารภาคใต้ทั้งอาหารทะเลสดและสินค้าแปรรูป&nbsp;ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาหารทะเล&nbsp;และผลิตภัณฑ์สินค้าขึ้นชื่ออันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้&nbsp;เช่น&nbsp;หอยนางรมสด&nbsp;ปูม้านึ่ง&nbsp;กุ้งสดต้ม&nbsp;ทะเลดอง&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;ไข่เค็มไชยา&nbsp;เครื่องประดับมุก&nbsp;ผ้าบาติก&nbsp;และสินค้าประจำถิ่นอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;กว่า&nbsp;600&nbsp;ร้านค้า&nbsp;จากกลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;11&nbsp;จังหวัดของภาคใต้&nbsp;(สุราษฎร์ธานี/ระนอง/ชุมพร/นครศรีธรรมราช/พัทลุง/สงขลา/กระบี่/ตรัง/พังงา/ภูเก็ต/และสตูล)&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวถือเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการทั้ง&nbsp;11&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ในการสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิ-19&nbsp;แต่ทั้งนี้ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ในปัจจุบันมียอดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินชีวิตคือประชาชนทุกคนต้องกินต้องใช้&nbsp;จะต้องทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปากได้&nbsp;ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ประชาชนก็ได้ซื้ออาหารที่ถูกปาก&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าได้รับการตอบรับจากการร่วมกิจกรรมของภาครัฐที่ถูกใจ&nbsp;แต่ประชาชนก็ต้องมีวินัยในการป้องกันตนเองในการจับจ่ายสินค้าด้วย&nbsp;โดยวิธีง่ายๆคือการรักษามาตรการตามีกระทรวงสาธารณสุขวางไว้มาเดินชม&nbsp;เดินช้อปที่งาน&nbsp;แล้วค่อยกลับไปชิมที่บ้าน&nbsp;เพื่อเป็นการคงมาตรการได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>ทั้งนี้ใครที่สนใจสินค้าภายในงานยังสามารถช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่&nbsp;</strong>เว็บไซต์&nbsp;www.seafoodsouthernexpo๒o๒๑.thaiexpoonline.com&nbsp;ได้อีกด้วย&nbsp;สำหรับงาน&nbsp;""มหกรรมซีฟู้ดทะเลไทยภาคใต้&nbsp;&amp;&nbsp;Southern&nbsp;Expo&nbsp;2021""&nbsp;จัดขึ้นในวันที่&nbsp;24-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;10.00&nbsp;-&nbsp;21.00.น.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225162650319
649	ชาวบ้านจังหวัดตราด รับจ้างเก็บพริกสด รายได้ดี  อาชีพเสริม ช่วงโควิดระบาด	<p><strong>ที่จังหวัดตราด&nbsp;ชาวบ้านบ้านท่ากุ่มกว่า&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;</strong>กำลังขมักเขม้นกับการเก็บพริกสดบนพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;ปลูกพริกของนางละเอียด&nbsp;อภิบาลศรี&nbsp;เจ้าของสวนพริก&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลท่ากุ่ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาด&nbsp;ซึ่งปลูกมาแล้วกว่า&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;เก็บเกี่ยวผลิตมา&nbsp;2&nbsp;รุ่น</p><p><strong>โดยชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;บ้านท่ากุ่มกล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนองมีอาชีพขายเสื้อผ้าตลาดนัด&nbsp;แต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ทำให้ขายของไม่ได้&nbsp;บางครั้งตลาดนัดก็ต้องปิด&nbsp;และช่วงนี้เข้าสู่ช่วงฤดูกาลเก็บผลผลิตพริกในพื้นที่บ้านท่ากุ่ม&nbsp;จึงชวนกันมาเก็บพริกเป็นรายได้เสริม&nbsp;ซึ่งก็มีชาวบ้านในพื้นที่มาร่วมกันรับจ้างเก็บพริก&nbsp;กว่า&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;โดยทางเจ้าของสวน&nbsp;จะจ่ายค่าจ้างเก็บพริก&nbsp;คิดเป็นกิโลกรัม&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;16&nbsp;บาท&nbsp;แต่ละวัน&nbsp;ก็จะได้ค่าแรงจากการเก็บพริกอยู่ที่&nbsp;วันละ&nbsp;600-700&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีกว่าการไปขายของที่ตลาดนัด&nbsp;ช่วงฤดูกาลเก็บพริกในพื้นที่&nbsp;บ้านท่ากุ่ม&nbsp;จะเก็บติดต่อกันหลายวันใช้เวลา&nbsp;2-3&nbsp;เดือน&nbsp;หากเหนื่อยล้าสามารถที่จะหยุดเก็บได้&nbsp;และยังมีสวนพริกอื่นๆ&nbsp;ที่รอให้ไปเก็บเช่นกัน&nbsp;ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้เก็บได้จำนวนมากๆ&nbsp;คือต้องเก็บด้วยความรวดเร็ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	25/2/2022	ภาคตะวันออก	ตราด	สวท.ตราด	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225165945338
650	ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.40 บาทต่อลิตร 	<p><strong>กลุ่มผู้ค้าน้ำมัน&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และ&nbsp;บางจาก</strong>&nbsp;แจ้งว่าตั้งแต่<u>เวลา&nbsp;05.00&nbsp;น.</u>&nbsp;ของวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น&nbsp;0.40&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด&nbsp;ปรับขึ้น&nbsp;0.60&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;</p><p><strong>ส่งผลให้ราคาขายปลีก&nbsp;น้ำมันเบนซินอยู่ที่&nbsp;43.96&nbsp;บาทต่อลิตร</strong>&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E85&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;28.74&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;E20&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.44&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;แก๊สโซฮอล์&nbsp;91&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;36.28&nbsp;บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์&nbsp;95&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;36.55&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;&nbsp;ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลไฮพรีเมียม&nbsp;ดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;35.16&nbsp;บาทต่อลิตร&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;B7&nbsp;ไฮดีเซล&nbsp;S&nbsp;และไฮดีเซล&nbsp;B20&nbsp;S&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;29.14&nbsp;บาทต่อลิตร</p><p><br></p><p><br></p>	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225213655447
651	กระทรวงพาณิชย์ ประเมินสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน เบื้องต้นยังไม่กระทบการนำเข้าและส่งออกของไทย	<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;พร้อมติดตามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของ&nbsp;6&nbsp;ประเทศ&nbsp;ว่าจะมีผลกระทบต่อการนำเข้า-ส่งออกของไทยอย่างไร&nbsp;รวมทั้งประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก&nbsp;ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อค่าขนส่งสินค้า&nbsp;อัตราเงินเฟ้อและราคาสินค้าในประเทศ&nbsp;โดยได้เชิญทูตพาณิชย์จากมอสโกเข้าร่วมประชุมด้วย&nbsp;</p><p><strong>จากการประเมินเบื้องต้น&nbsp;พบว่าขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบ</strong>&nbsp;ต่อการนำเข้าและส่งออกของไทย&nbsp;แต่ที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องราคาน้ำมัน&nbsp;เพราะจะมีผลต่อต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการผลิตสินค้า&nbsp;รวมทั้งราคาสินค้าต่อไปในอนาคต&nbsp;ขณะเดียวกันยังมีสินค้าบางอย่างที่ประเทศไทยมีศักยภาพ&nbsp;และสามารถเข้าไปทดแทนตลาดโลกที่เป็นตลาดเดิมของรัสเซียหรือยูเครนได้&nbsp;ในกรณีเกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ยาง&nbsp;ที่ประเทศไทยมีศักยภาพ&nbsp;สามารถทดแทนตลาดยางของสหรัฐอเมริกา&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดเดิมของรัสเซียได้และสินค้าประมง&nbsp;ที่สามารถทดแทนตลาดในอังกฤษ&nbsp;แทนที่รัสเซียได้ในช่วงที่เกิดการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ในกระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;รวมทั้งติดตามประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไขในทันที&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225210003436
652	ไทยสมายล์แอร์เวย์ เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางเชียงใหม่- ดอนเมือง	<p><strong>ไทยสมายล์แอร์เวย์&nbsp;เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางเชียงใหม่-ดอนเมือง</strong>&nbsp;โดยจะทำการบินทุกวัน&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;ที่บริเวณเคาน์เตอร์เช็คอินสายการบินไทยสมายล์&nbsp;ท่าอากาศยานเชียงใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>นายวิจิตต์&nbsp;แก้วไทรเทียม&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายการันต์&nbsp;ธนกุลจีรพัฒน์&nbsp;รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่&nbsp;(สายสนับสนุนธุรกิจ)&nbsp;และคณะ&nbsp;เข้าร่วมพิธีเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์&nbsp;เส้นทางเชียงใหม่-ดอนเมือง&nbsp;เที่ยวบินที่&nbsp;WE&nbsp;1175&nbsp;การเปิดเส้นทางบินเชียงใหม่-ดอนเมือง&nbsp;ของสายการบินไทยสมายล์&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการสายการบิน&nbsp;Full&nbsp;service&nbsp;ในเส้นทางดังกล่าว&nbsp;โดยจะใช้อากาศยานแบบแอร์บัส&nbsp;A320-200&nbsp;รองรับผู้โดยสารพรีเมี่ยม&nbsp;อีโคโนมี่&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;PLUS&nbsp;Class&nbsp;12&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;และชั้นอีโคโนมี่&nbsp;หรือ&nbsp;Smile&nbsp;Class&nbsp;150/156&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;ทำการบินในเส้นทาง&nbsp;เชียงใหม่-ดอนเมือง-เชียงใหม่&nbsp;ทุกวัน&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;เที่ยวบินต่อวัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่</strong>&nbsp;มีเที่ยวบินให้บริการเฉลี่ยวันละ&nbsp;93&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เป็นเส้นทางเชียงใหม่-ดอนเมือง&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;33&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทางเชียงใหม่-สุวรรณภูมิ&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;43&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;มีสายการบินที่ให้บริการเส้นทางภายในประเทศ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;สายการบิน&nbsp;ทำการบินจากจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ไปยังภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;นอกเหนือจากกรุงเทพมหานคร&nbsp;อาทิ&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;หาดใหญ่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;หัวหิน&nbsp;อู่ตะเภา&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และอุดรธานี&nbsp;จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ&nbsp;10,000&nbsp;-&nbsp;12,000&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225181510365
653	คืบหน้าการใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ยอดใช้จ่ายรวมกว่า 45,000 ล้านบาท	"<p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">นายพรชัย&nbsp;ฐีระเวช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จากข้อมูลวานนี้&nbsp;(&nbsp;24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;23.00&nbsp;น.)&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม&nbsp;39.76&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด&nbsp;45,392.86&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">โดยโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;12.94&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;2,580.21&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;1.13&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;224.25&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ขณะที่โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">มีผู้ใช้สิทธิจำนวน&nbsp;25.69&nbsp;ล้านราย&nbsp;ยอดการใช้จ่ายรวม&nbsp;42,588.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีประชาชนที่กดยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;25.72&nbsp;ล้านราย&nbsp;และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วจำนวน&nbsp;1.35&nbsp;ล้านราย&nbsp;โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่&nbsp;2.38&nbsp;หมื่นราย</span></p><p><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);"">ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;จะต้องเริ่มใช้สิทธิครั้งแรก&nbsp;ภายในวันจันทร์ที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีประชาชนที่ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิ&nbsp;จำนวน&nbsp;2.9&nbsp;ล้านราย&nbsp;เนื่องจากหากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=""color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span></span></p>"	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225213556446
654	Flappy Bird GO 2022 The all new REMAKE ! Will be back again as NFT GAME.	"<p><a&nbsp;href=""https://flappybirdgo.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""><strong>FlappyBird&nbsp;Go</strong></a>&nbsp;was&nbsp;inspired&nbsp;by&nbsp;the&nbsp;famed&nbsp;legendary&nbsp;Flappybird&nbsp;2013,&nbsp;developed&nbsp;by&nbsp;Mr.Dong&nbsp;Nguyen.&nbsp;Its&nbsp;a&nbsp;game&nbsp;of&nbsp;bird&nbsp;moving&nbsp;through&nbsp;green&nbsp;pipes.&nbsp;For&nbsp;this&nbsp;coming&nbsp;back,&nbsp;the&nbsp;game&nbsp;has&nbsp;a&nbsp;development&nbsp;team&nbsp;from&nbsp;Singapore&nbsp;to&nbsp;adjust&nbsp;the&nbsp;playing&nbsp;style&nbsp;as&nbsp;a&nbsp;complete&nbsp;overhauling&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;form&nbsp;of&nbsp;GameFi&nbsp;which&nbsp;players&nbsp;can&nbsp;earn&nbsp;money&nbsp;playing&nbsp;this&nbsp;game,&nbsp;with&nbsp;a&nbsp;token&nbsp;called&nbsp;Flap&nbsp;Coin&nbsp;(FLAP)&nbsp;to&nbsp;use&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;game.&nbsp;</p><p><br></p><p>Every&nbsp;bird&nbsp;is&nbsp;a&nbsp;players&nbsp;NFT&nbsp;item.&nbsp;There&nbsp;are&nbsp;4&nbsp;levels&nbsp;of&nbsp;rarity:&nbsp;Common,&nbsp;Rare,&nbsp;Epic&nbsp;and&nbsp;Legend,&nbsp;each&nbsp;of&nbsp;which&nbsp;has&nbsp;a&nbsp;different&nbsp;monetization&nbsp;effect.&nbsp;Players&nbsp;will&nbsp;be&nbsp;able&nbsp;to&nbsp;purchase&nbsp;eggs&nbsp;from&nbsp;NFTHUB,&nbsp;Singapore.&nbsp;Coins&nbsp;will&nbsp;be&nbsp;available&nbsp;for&nbsp;purchase&nbsp;in&nbsp;the&nbsp;Public&nbsp;Sale&nbsp;on&nbsp;March&nbsp;28.&nbsp;</p><p><br></p><p><a&nbsp;href=""https://flappybirdgo.com""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank""><strong>FlappyBird&nbsp;Go</strong></a>&nbsp;is&nbsp;reviewed&nbsp;and&nbsp;certified&nbsp;by&nbsp;<a&nbsp;href=""https://www.certik.com/projects/flappybird-go""&nbsp;rel=""noopener&nbsp;noreferrer""&nbsp;target=""_blank"">Certik</a>,&nbsp;a&nbsp;leading&nbsp;blockchain&nbsp;security&nbsp;company.&nbsp;This&nbsp;ensures&nbsp;that&nbsp;the&nbsp;project&nbsp;is&nbsp;as&nbsp;safe&nbsp;as&nbsp;possible&nbsp;for&nbsp;the&nbsp;players.&nbsp;For&nbsp;anyone&nbsp;looking&nbsp;for&nbsp;GameFi&nbsp;to&nbsp;invest&nbsp;and&nbsp;make&nbsp;money,&nbsp;dont&nbsp;miss&nbsp;FlappyBird&nbsp;Go.</p><p><br></p><p><img&nbsp;src=""data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAAfQAAAETCAYAAADAl/SwAAAK22lDQ1BJQ0MgUHJvZmlsZQAASImVlwdUU9kWhs+96SEhQAABKaF3pBNASuihCNJBVEISSCghJgQVsSHiCI4FFRFQBqyIgoMjIGNBLNgGBQW7E0QU1HGwYEPNu8AjODPrvbfeXuvkfNnZZ5+9T85d678AkINYQmEmrARAliBHFBnoQ4tPSKThngIYUAAE0MCaxRYLGRERoQCxqfmv9r4PiUTspvV4rn/+/l9NhcMVswGAkhBO4YjZWQi3I+M5WyjKAQB1GPEbLs4RjvMNhFVFSIEIPxnntEn+OM4pE4wmTcRER/oiTAMAT2KxRGkAkKwQPy2XnYbkIY33YCvg8AUI5yPsyeaxOAifRNgqKyt7nIcQNkPihQCQkdMB9JTvcqb9JX+KPD+LlSbnyb4mDO/HFwszWUv/z6P535aVKZnawwQZJJ4oKHJ8P+T87mRkh8hZkDInfIr5nMmaxpknCYqZYrbYN3GKOSy/EPnazDmhU5zKD2DK8+Qwo6eYK/aPmmJRdqR8r1SRL2OKWaKJfYkISyUZMXI/j8uU58/jRcdNcS4/ds4UizOiQqZjfOV+kSRSXj9XEOgzvW+AvPcs8Xf98pnytTm86CB576zp+rkCxnROcby8Ng7Xz386JkYeL8zxke8lzIyQx3MzA+V+cW6UfG0Ocjmn10bIzzCdFRwxxYAPwgALsGmUKQIgh7skZ7wR32zhUhE/jZdDYyBPG5fGFLBtrGj2tvb2AIw/u5PXYeT6xDMJaSpP+9ZuRK56iUwma572McsAaEJqJvZM+0ybAKBYAHBpH1siyp30occ/MMi/RwGqQBPoAkNgBqyBPXAG7sAb+INgEA6iQQJYgNTKA1lABBaDfLAaFIESsBlsBxWgGuwBB8ER0ARawElwFlwEV8EN0AvuAykYBC/ACHgPxiAIwkFkiAppQnqQMWQJ2UN0yBPyh0KhSCgBSobSIAEkgfKhNVAJVApVQDVQHfQzdAI6C12GuqG7UD80DL2BPsMomASrwjqwCTwLpsMMOASOhufDafAiOA8uhDfC5XAtfBhuhs/CV+FeWAq/gEdRAKWAUkfpo6xRdJQvKhyViEpFiVArUMWoMlQtqgHVhupE3URJUS9Rn9BYNBVNQ1uj3dFB6Bg0G70IvQK9AV2BPohuRp9H30T3o0fQ3zBkjDbGEuOGYWLiMWmYxZgiTBlmP+Y45gKmFzOIeY/FYtWxplgXbBA2AZuOXYbdgN2FbcS2Y7uxA9hRHA6nibPEeeDCcSxcDq4ItxN3GHcG14MbxH3EK+D18Pb4AHwiXoAvwJfhD+FP43vwz/BjBCWCMcGNEE7gEJYSNhH2EtoI1wmDhDGiMtGU6EGMJqYTVxPLiQ3EC8QHxLcKCgoGCq4KcxX4CqsUyhWOKlxS6Ff4RFIhWZB8SUkkCWkj6QCpnXSX9JZMJpuQvcmJ5BzyRnId+Rz5EfmjIlXRRpGpyFFcqVip2KzYo/iKQqAYUxiUBZQ8ShnlGOU65aUSQclEyVeJpbRCqVLphNJtpVFlqrKdcrhylvIG5UPKl5WHVHAqJir+KhyVQpU9KudUBqgoqiHVl8qmrqHupV6gDqpiVU1VmarpqiWqR1S7VEfUVNQc1WLVlqhVqp1Sk6qj1E3UmeqZ6pvUm9T71D/P0JnBmMGdsX5Gw4yeGR80Zmp4a3A1ijUaNXo1PmvSNP01MzS3aLZoPtRCa1lozdVarLVb64LWy5mqM91nsmcWz2yaeU8b1rbQjtRepr1H+5r2qI6uTqCOUGenzjmdl7rqut666brbdE/rDutR9Tz1+Hrb9M7oPaep0Ri0TFo57TxtRF9bP0hfol+j36U/ZmBqEGNQYNBo8NCQaEg3TDXcZthhOGKkZxRmlG9Ub3TPmGBMN+YZ7zDuNP5gYmoSZ7LOpMVkyFTDlGmaZ1pv+sCMbOZltsis1uyWOdacbp5hvsv8hgVs4WTBs6i0uG4JWzpb8i13WXZbYaxcrQRWtVa3rUnWDOtc63rrfht1m1CbApsWm1ezjGYlztoyq3PWN1sn20zbvbb37VTsgu0K7Nrs3thb2LPtK+1vOZAdAhxWOrQ6vHa0dOQ67na840R1CnNa59Th9NXZxVnk3OA87GLkkuxS5XKbrkqPoG+gX3LFuPq4rnQ96frJzdktx63J7U93a/cM90PuQ7NNZ3Nn75094GHgwfKo8ZB60jyTPX/ylHrpe7G8ar0eext6c7z3ez9jmDPSGYcZr3xsfUQ+x30++Lr5Lvdt90P5BfoV+3X5q/jH+Ff4PwowCEgLqA8YCXQKXBbYHoQJCgnaEnSbqcNkM+uYI8EuwcuDz4eQQqJCKkIeh1qEikLbwuCw4LCtYQ/mGM8RzGkJB+HM8K3hDyNMIxZF/DoXOzdibuXcp5F2kfmRnVHUqIVRh6LeR/tEb4q+H2MWI4npiKXEJsXWxX6I84srjZPGz4pfHn81QSuBn9CaiEuMTdyfODrPf972eYNJTklFSX3zTecvmX95gdaCzAWnFlIWshYeS8YkxyUfSv7CCmfVskZTmClVKSNsX/YO9guON2cbZ5jrwS3lPkv1SC1NHUrzSNuaNszz4pXxXvJ9+RX81+lB6dXpHzLCMw5kyDLjMhuz8FnJWScEKoIMwfls3ewl2d1CS2GRULrIbdH2RSOiENF+MSSeL27NUUVE0jWJmWStpD/XM7cy9+Pi2MXHligvESy5ttRi6fqlz/IC8vYtQy9jL+vI189fnd+/nLG8ZgW0ImVFx0rDlYUrB1cFrjq4mrg6Y/VvBbYFpQXv1sStaSvUKVxVOLA2cG19kWKRqOj2Ovd11T+gf+D/0LXeYf3O9d+KOcVXSmxLykq+bGBvuPKj3Y/lP8o2pm7s2uS8afdm7GbB5r4tXlsOliqX5pUObA3b2ryNtq1427vtC7dfLnMsq95B3CHZIS0PLW/dabRz884vFbyK3kqfysYq7ar1VR92cXb17Pbe3VCtU11S/fkn/k93agJrmmtNasv2YPfk7nm6N3Zv5z76vrr9WvtL9n89IDggPRh58HydS13dIe1Dm+rhekn98OGkwzeO+B1pbbBuqGlUbyw5Co5Kjj7/OfnnvqaQpo5j9GMNvxj/UnWcery4GWpe2jzSwmuRtia0dp8IPtHR5t52/FebXw+c1D9ZeUrt1KbTxNOFp2Vn8s6MtgvbX55NOzvQsbDj/rn4c7fOzz3fdSHkwqWLARfPdTI6z1zyuHTystvlE1foV1quOl9tvuZ07fhvTr8d73Luar7ucr31huuNtu7Z3ad7vHrO3vS7efEW89bV3jm93X0xfXduJ92W3uHcGbqbeff1vdx7Y/dXPcA8KH6o9LDskfaj2t/Nf2+UOktP9fv1X3sc9fj+AHvgxRPxky+DhU/JT8ue6T2rG7IfOjkcMHzj+bzngy+EL8ZeFv2h/EfVK7NXv/zp/ee1kfiRwdei17I3G95qvj3wzvFdx2jE6KP3We/HPhR/1Px48BP9U+fnuM/PxhZ/wX0p/2r+te1byLcHsiyZTMgSsSakAAoZcGoqAG8OINo4AQAqosuJ8ya19YRBk+8DEwT+E0/q7wlzBqABmcZlEWMVokfaETnrDYAi8j0cmaO9AezgIB//NnGqg/1kLsV6AHD6MtmbbAAIyPgSKJONRchkX6uQYm8BcHpoUtOPGxbR8g3UrU8qrHq+5f/jXWZS73/X499nMF6BI/j7/C/LfhrmczcUjwAAAJZlWElmTU0AKgAAAAgABQESAAMAAAABAAEAAAEaAAUAAAABAAAASgEbAAUAAAABAAAAUgEoAAMAAAABAAIAAIdpAAQAAAABAAAAWgAAAAAAAACQAAAAAQAAAJAAAAABAAOShgAHAAAAEgAAAISgAgAEAAAAAQAAAfSgAwAEAAAAAQAAARMAAAAAQVNDSUkAAABTY3JlZW5zaG90ptauuAAAAAlwSFlzAAAWJQAAFiUBSVIk8AAAAtlpVFh0WE1MOmNvbS5hZG9iZS54bXAAAAAAADx4OnhtcG1ldGEgeG1sbnM6eD0iYWRvYmU6bnM6bWV0YS8iIHg6eG1wdGs9IlhNUCBDb3JlIDYuMC4wIj4KICAgPHJkZjpSREYgeG1sbnM6cmRmPSJodHRwOi8vd3d3LnczLm9yZy8xOTk5LzAyLzIyLXJkZi1zeW50YXgtbnMjIj4KICAgICAgPHJkZjpEZXNjcmlwdGlvbiByZGY6YWJvdXQ9IiIKICAgICAgICAgICAgeG1sbnM6ZXhpZj0iaHR0cDovL25zLmFkb2JlLmNvbS9leGlmLzEuMC8iCiAgICAgICAgICAgIHhtbG5zOnRpZmY9Imh0dHA6Ly9ucy5hZG9iZS5jb20vdGlmZi8xLjAvIj4KICAgICAgICAgPGV4aWY6UGl4ZWxYRGltZW5zaW9uPjI5NDA8L2V4aWY6UGl4ZWxYRGltZW5zaW9uPgogICAgICAgICA8ZXhpZjpVc2VyQ29tbWVudD5TY3JlZW5zaG90PC9leGlmOlVzZXJDb21tZW50PgogICAgICAgICA8ZXhpZjpQaXhlbFlEaW1lbnNpb24+MTYxODwvZXhpZjpQaXhlbFlEaW1lbnNpb24+CiAgICAgICAgIDx0aWZmOlJlc29sdXRpb25Vbml0PjI8L3RpZmY6UmVzb2x1dGlvblVuaXQ+CiAgICAgICAgIDx0aWZmOllSZXNvbHV0aW9uPjE0NDwvdGlmZjpZUmVzb2x1dGlvbj4KICAgICAgICAgPHRpZmY6WFJlc29sdXRpb24+MTQ0PC90aWZmOlhSZXNvbHV0aW9uPgogICAgICAgICA8dGlmZjpPcmllbnRhdGlvbj4xPC90aWZmOk9yaWVudGF0aW9uPgogICAgICA8L3JkZjpEZXNjcmlwdGlvbj4KICAgPC9yZGY6UkRGPgo8L3g6eG1wbWV0YT4KNepP7gAAQABJREFUeAHsfQeAnVWV/29en95bZibJJJn0QggkdAgdAQEFRETsbV3buivq7qKuLKur6P+Pi4r/ddUFLCgIUgTpNQQSSO89md7r6+/9f7/7vW/mzWSSTPrM8G7y5vu++9167vnOuefcc89Nu+53r8WRCqMWAs60NHSHozh7Qh7+bulc/Omt7fjtplqU+dwIx1JDN2oHboQN0wg604BCnwe9HOeecITPaUiN7AgBmEqWgsAxhIDLkYamQBjnTcjHx8+ehYdWbMWfdzSjIn300luSD0TiceR73XAcQ1ic1KIcJIEutsApUsjOjfVAvIJ+Lv42BEJoJ5KB972hCF7uC5mB46NJM9b7+m5tv4OMOxiNoTjdizveexqum12Bbf4w3Bz4sY/B79ZRTfV7LEMgQiGpwOPC+tZu3Pb4Ciyr60CJ1zVmhCfxwFEX4mTIaSR2gwLj3E4HGZkVH43HIOAzoUnbR1beF4mYNNkuzlOiEWYfUsagAkf3g+kbm+hnP78xrwrTS/PA7mHx5BL8krPFv25rNEhmMf6x28/RPQrHt3XCcxfxt5dS+avUumxu6kSZ24mo0Pr4Vp0qPQWBdwcEjlC4E2sJkoeID520b3EoDxzBiB2CoQ+VE46sa5Ke7aA7smv7cb+r1I0OMu4YIRqNxQzDlsTtcjpRT+m0hxKNCGGBx418lxMx3odDQUxq3Yvi/Hz4O7uxHT6geAL1EOSARwCU/Rp1EiKcDk5dCKZOqdunTcDkwkx0BaKYW5mPioJsPLWzGWmCCzm6YJUKYw8CGjVJ413E69vf2GqYeZ5HDH28j2fcLCuM5hHTNxUfIe0QfRPh16gdmLKdwN6yIQaHRtT+uBGSRpT0BHbhQFVFRetG0lh+Qw5+W2lOsrj+9PbojOz7UuqRpTxQa48inoJcLBpN1G+3+9DlpQ27hk5gOMlA4ywneX4yUMHgjiZ33K66HxAEZh9LkY5fIY/MOo0zn+igkqUl5wAwc0coinYSuEKuEed6PIgyrdrS2NOHy9I6kOdlixwu1NY3YE3GBBSVluGd2kb811Q/lkxsRWu4HP/0vT+j44L3wVtQjPgYYuqCnSYomtB866L5KMjyIcwJjJvMXepZQzT4Xjgd4WRH8ApGorjrhbXY0x1ABjUTKd5u0GxM/dG4i7FLMh/3zJz4q8l5d4STdQbhsG6F96OCG7IZYgQ51JTEh6FTptGJP6JZ+jaDbHiAxFfaFjOGhukkpzyB92y/k4JODg0zIoegfab9pDUh5unjIEg4UJB2kFGjK7BB0tBmcw0yTJo3wKT3b6amVg6XGz1cpoz0dpPfiDGygLjFIA1Ps7qalFkRyZGCQDIU7NVplcNfctKkUqzboWXtl+CgEYbOe9ORnpkFX1oUEfKAg/eXY8Y2aQ19fwmdjMJJ6bez14+IPwSu3BpgaJJTmJtFxTZvDCIP9Mj0b+DR6q+e0zh3DQUw09+NDLeb8IxidSQNnoJCpMeiCBFxlEyI5fV60d3XiwvaN2LKpHJs3bobr2dWo6hsAna3d+DTBRHcuCAT4YankJFTjrdzivHTZ7finJJytJHBuyTZNP8CyPoSHBpAfy+rL7UG8uDQPyhwT+RLoY8GU3i0r60b3YR/iH2ZVJiDTC8nN4STiE2EH9+e1i7TKzH8EH/SbKTC2ISAxl3fwngP0ig5vD7U7d2JKWsfZnedCAUiyMj2ws3v1zB1iyLw74AdgfkkCJ7+K3Na0NJfQ5516ac7okcKyent9ybevFUZifz2p8PHNDLocHcHdkx7D3Jr5sETCcJavLMTWZlFszxknO3hGDLfeQoVbRvQF/bAl+6El0tiFLD622gzkOR26aWpXcWaez2pzew3b01t/GPu+9NYfRpIz5JNQqsMZdJjMBjDzjnXoGhCJRErOKymQe33uV1oChL+bz+Fqs7NZOpeav0iyMxJN+1Qe+xgtS7RLkbaz9Z7PSU3RLF6tuJNG3lrnhhtwSHxzqTSvcKQPIqykplMPd0h7Fp0IyrKJyB2gH4Ja0Jka4HmZszqfQuu3lrEIhQp02gw5i7lbE18KMCCxdksHDO4Fu1lHUETZyp1ZBvB0aqemBLtZrQ0vtT+OjNMe6z2JrLwoo6liefFWE6M5RkE1ItEsLtnP5ur3cGBNHFK0i4y9PbsBdiRMxsF6S4WrQmwCjh4GMTQzYwtPQO1DXW4sHMDamZO4KzNQwnZhVBXF57a0ov2OYsNw9zD2Y+q0C+Ps9keStaaJYixZBPRA5xFbSZw39eyF9edlYtafx0KMnNxYV8BvrWmASgqxiSfF31kWOp4a18f+rbuwdwlheiqbOUkwIun396J0qpJaO/uw8LpHID636OlqZuzlklG/byopxVL03rQ21IHfxW7kj+FHWenCVRyPjMuIwHCwUF04t9qHL79+mYECNy1hOObVy9CXqYHYX6oHhK+Dn8E//DCOqOOz+asdSKNNjxk9O8CnjDiwZDEK3iMe4l3xBA5uQkNKXLR2Gj9avxj9AGcf1kI7ox8eDJykJ6XA3d6Jr9XLqexmWJqUnlLKyWmKwYg4VHjqTgrJNTcjNNEwMTyj9IqiZ6V3iTntT/oBZ8VpcmxMvS/tiIR7fPgjdd/iX9/5wbkzj8DnEqbsuwybGZe3xvAtLWP4/Ozn0ZxcSVcmXlIz82DNyuHXYmZfiiPmaiwHgdpkt2fQe0y7bUadrA2m/qVjMFi/BZskkBi6F64uxV/feZu3LXrs5g8qZq8KzSIqZv2U8Da3tyKUzb9BZ+avxIl+dlwZRXB5fMhs7CQbaWGQsC0Q6Je+9G+2u3ovxLyao81JgPj1589cWPSs7MG5MyQnEdlm/z9mRRDW5OWevzl2Z/g7q4PY/r0mRRLw8w/kEi1RciwC7r3oSb4V5x+Vim8PjJ/ZHMiORFpHi3DtpPBd3DcxbwldbMFYsKMR6yH904Tl+Yq4huPKd20MsIlTk4VIEbvyhuEN2qBjXcx8Z9YHwlPG/tkjbeqMIGvlM7C4cTYCQcZbFjbZVGJhcba9Vi+tQl7fEuJgVa7TOKD/BnE0EUE9+3egSv8bZh2ZgH+Uv8I3lt1Lfy+Hriz4sh7eisCOWUoIVO5qsgNNxm39PJ72ntQnuODlzO+IKXH+s4+TCrIRE8whMk1Zdga3oG/1T9P1VQYH5/1QXxnRiFWNjTisd1dmErk7+Ys99ZJmSg9j+vErgCW712FM+KzkZ2RQfWcAz5qDILBbkScncif8UkOUgbKfUX42WenojpjK66eNI0GYi5Eu1s4gTIgOUiXx8ar6nQLmWazuQ+s3I55ZXl478IpeHHjPry2uxkzM8jgqd/Th6DtazbOjI3eHf9W1nPCmU581uRSk85UOHkQkGQeowrUv/5N/Cj7x1gwez6ZXwFyqH1zUWIX87MJmphslBonDy2NdRXxS2NchBNb0YIIcV5pxRDsODcFCmmtFFxadhJXZBotXakMmyLYTEfpnEwXphCi+uy6FS+Cm+bLxEWXFyD/lV/jzm0eRKafBlckhJg+NiaQ6reZ+HXW5j/iY6e9gfySU5BRXE5mnsvX7AvrV11WeUzP9imY/rA++97uj4ngF6y+9rdZVbFLRiMnDRxV6Hov9avKVh+VX8GKS5TC9ntLJuP912bD++QvcFfLV1FZWEA1tWVPpL56yMx319fj5n3/havPiyArZyp8BSXILCgysI4l6lAXrNayLVbx/fY6ZjLEODPxYp+Sr+qnj31WnJPvNH4GJrya8bDbL+NlBo2d4r3iJ4maXLwP035IbVDQuPgmTsctNxSi7K/fww93/TOKJ9cgGtbuHwGLdTFPB22o5na8iPMvmYhQhFrbtFw4fFMJyAxE/XuoMd7ONrG+BGxVrtqmvBwBttmCbzTYSP5G/NFYqgFkzhFql53OHgpWHWYMbNyUrZcma0or/DNlki/GjFRtjaGKEDyEC6ZfpkiOJ/uoYMPThrO6VVpZgaXpjfjlG2uAmtPhIA4eyq7DMHSxAzdnZI19AXwosx1TObN5oekNeKMZlKqLsaJ5BaZmTMWnvnwrXtv5LKqLa5BR4MLKPcuRn1GIjy65BBua12F9w5uozp+Gy886A2/WvoEp2SXoIiNO63VgTv4MNPc1YVPLdsyudGOmtw8LOCvvLepBjJ2aMLEA9235Eza1rsGZE5YawK5u4aypqxudwaBZR3c4qZpLCyC09xHMmPUVBPe+gvo130LFlNvhmXw9+tZwrVnII4iO8WAzaTeR9YXGLviIKFI61HGydH9tOy7MTefaF5Ft7Hf1mI2UPjyRdaIALqksQAeJ7uaOPniFE8esllRBhwsB0VsRyuCm5Zh2QzUKp84jcxSNJHGj6lQGoEHazfzu0dXYuK0Ji0+pwsypxfjTk+uQTluaD1w9H+s2N2La5EKs2VjPCUE5/vTEWqYpQXaWF520H3nP0hl4/PlNWLygEr/7y2oEOPafuOl0vPzGTpx/xhSkUw3++LMbUVyYxXIK0NDcgz88tgbvv2IuLjmPAgGFCpt5kLvA6fahsqoG3meeQ+eUBcbGQZRaeCQbgMbudpT2PImqGVciLbuIfZDASILLBGIELW29+O/fv0Xm6cS5iycjJ9uHXz24Ajm0i/nsLUtYThy3//AZ/Oc3r0ArcfTn9y9HBifxN7Gvazc3YEpVAWYQBj+492V88/NLsXJ9HZ56cSv+9SsX4blXtuLVN3ehrCQb1146B4UFGYYp2u3X0qaX2o+qghY0btqMqtJz1Ti2nEBnA2WT9Nbe3bgt81lUTv8qoh4KTmJezBcjHASr517ZZtqsfkyiIe6WHS3o7PLjyotmmvau53goBDkpWrmGEnF1kWnPpm3NmD6lyGgSV62vR2aGGzdfcwo2bW/GO+vq8KVPn4tHOK4rmGf+rDJMqsjHM+xPzeQi5Oelm/HVhOXic6ZhHt+HWL7dLzFOd2Y+qisL0f7E64ahm0bYf6hJjjbu5QanZtoBlJNRh+HMnMU+h6h12QBnvB4d3TE8+9we3HjDDLz1Vp3hF6edNgG/uW8dzjlrAiorc/DwI1vMZGnqlFzTv+KidOzeQ+FzSh7WrG02sMrN86G5uQ9NTX7MnVOIzs4g2tqDmFGThxD5WUGBD9OmFpi2v/IK28QZxMUXV5s6l69owvy5haZv7R006K7Kxvz5JVYvhGAcJjaa7Y8gkpaB2O41SJs4l4jl1ofE9yaBlX7IX2uKxEJEBLu4faasshJb2rdhVeNbNPToRXNXE9W5LqqRvNga344fNP0X1kX4vnkTtnU34OHdf8WLda9jZdN61PZ14Bdb/hdvNq/CW01r8VbDOry67w3W78Bje/6INe1v06gtF+u2bkB+QSVKzqjG13fejm4fkaJxNdo7WnFpydVo6K4jw16Any+djn8sDmLh8icRDAS5xp6Gnp5u9KIa7bVvo2n3Y/DO+C2vj6Bj30p0dHXC7w+YwdCHNdaDPWzSiKRT+6EJn4eUYwZV7KmwPwSEwzLoEYw+ff5cvHfuRGwhYZfmKRVOLgQ0AmneTARJ7CSFSqUrhDZqaH6rPjJuMYuunhCJeQ3ue/gdfPSGRbjgzCmG0a/dVI95l95jnp3M/9LyXZhQloMCMoGbv/gQnnhhE1rb+nDv/W/iKpZzy/tOxW/+9LZhjmLwf+Bv+aq9hvk//dJWrFi9D3f965U4c9FEElupw6X2tX4WQY1RquXWWNmAi4hakQaIRsrlJCQcLzQ7cVxcSlCclZ/SP9vnD4bR1NKD0xMTjB/8/GV88WNnY9H8Cjz5wmbs2NOOlWvrsH13G3p6Q5hCgeYTHzgNDzyyykxefs22P/L0Bnzn/7xsjMBWbWgwTLCFZTa39uJ0TnqaWnrx9vpaajlED+z61Qc+EbbhCMm72r4fLYyjmFrPUITMgu9d1IaI0Suf+kBgICvTi7++uNlMjjTx0YSrsyeIh8iMH3tmI1rb+wyTvuz8GgS4Dn/xudM4IXFjy84W05f2Tj+mTipABh0mPf7cJtPPtwjzDubbV99pJjnbd7Xx3UY0c9JQOSHXwFYS7NRJhXjutW0GTwzeaFwSIxCX7RUl5UQnras1KgYGMU609E7pFeLBPYj5NyIe3ssJJLVB7Oc9P9ltGOsv/7DDSMsthOOufX3YsaPDMNm6hj5MJ2N+6+1GNDb24mOfX8mJiQtlZVlYvb4NHq8TNdPyMG9OkaE3C+YXYze1zafML8QbbzXg7dUtZoLo87nIr0LYur2TRtx92LOnE68vb8TNH5iBRaeWYeeuLqPBKOSEwUjoGie74cTHeIRMvZe/QCdtIfxmXEynDvLHMHQNoqymJ2Zn4OkXl2NSWwUun3Alzi24AFUBrjsE0lDP9YsVW9/Et2d8B5GuEJzBNJxesgjz0+cRGNvhDjlxZsUZqIiWccD2wulPwyNrf4fcWA6N6yJYkLYE5cEq9PX4MSl/IkryirFqBz/a3I/itIxT0FrXhCr3ZFRmVcHf4UdzUzPWLHsdXbU70NXcxPaBKnwXmrf+Hj0d+zjZ8PHjbEBvw0oK8Wvgj2Wh0/t++B2FcMY4Uz5Ip8faK+MRjojo5mjpewvYaqCx1pHj3F6CxTji0VLEH5ZvwXOb6zCVxM7eYXGcq08VfwgIiMmkpZF5EIn7tWjEa/0TXmdxGclDK+Ys2oukkxiKiYT48xDxpd782mfOoKTYbKQdfQteTnR7eoP42R3vwTZKkKvI3Arz0ymdW/mkSpXk19sXpETejfkzy9BHp0wuqq8lMalsXU1gO8TU9NNkI0YVf5zvqIQd6FUSUbHaz/4wrWm/Upn8uljq873UpN17/xu4/PzpmEiG1UsjV80tm1q68SQZ2XmU3B97doOZZEg1LclO6u6y4iyq9dOgScy/fuEcrN/SiFeX78CE0mw89+o2+IjTTzDfnOkl1EhUIUKGahhxov1qU5QqdrWDit9haaHUv2YszMRqoIviJzEKdjXVhfjWj17CBdRu/Nv/fRlTOeGQFbyXzMyn5RDyC7U1k1oFjYOuWgJwUGWo5QGl+cvf1qOK/S4tyqJGYafRVuiazfF99On1ZjJ14VlT0djUxXF3mPzvrK3F//5ppalX8NQ/A1e2y0HNglGx8z6NuJQ0HIkOkJGrP1YuExcP7WCHupghnc+c5FDi/+AtJdiyrQMLpmebydfKlQ3U3HjJrNtRX9/D/lAAfWo3Zk3PRwYZ+Y3XFKGtLYBeTrx87KuYpnDI53NSG6OrC35uKV6zphkXL63CxIpMtLcHTF2bN7eirTNMPI1g7boWMzGQNkh4Z/BENN20dPCfeB/h2xnhcrxU8krE3/4dHpyJT85Z13/i24qVEUIGpcDnvEWY1NeNuLeeHwYrbQhjN/Yiz5ePnr4e7O7YxYGMozCjCPet+jWl+S24ef4taKOB2q/e+W8z4/nA/JvQQ1X5f2/8Nc4rPc+0oyfcg5ZACybnVmNZ7TJMzJ2EvkAf2iiVB7Z2Y8KUiXh852M01NjKtjtw6fRLackYw4Mvr8CGRZfjlhl5yAy+g0DPSiJNFIXzPs+6ytC741vIqP4RCqdRTd/0LDxcD3pp2WZ0V02HJzuPQoBldKc+jsWgD1UMvZTEbkZpAdbVtmFrey+yOZMVA0uFwRAQvASW1xs70UBCru1HKTgNhtGJfhLBipLQhjevxFXTqMotmEj1oYdEim/MjwlIsCQR+4NRzJ5eimlU4f7hcRp+dgdx49ULaKvkwE1U3a7f2mzU1jk5GdbaNPNVk9lcct50GkCm4b2XzsZTL2/Dxu2t+AglfE3urr5kNiXCalN2LpeqFp8yEYVUvd/7uxUk2B5Mm1Rk1j/VFjGEEA10exrqaQi8BS/VVqOvehE8ZFT25ybG1URN4KnNj2LhzGI40mkkRZolyiwWKgm9lx7/qqhOft975pv7C86aht88tMpInWedNpnSrBcfuXER30W4bEDLfy4BrN3cZPoolfiFZ3Pp8oIZbL+l1j5nSTWuuWwOapt6jPR86XkzcC7V0sYPhRi5CL7AyfYHenpo5V2HtsZleCp8FYpLy0mzrTV0MUc3Vbfr62rxfuefMbVaqlxatbNOE1iOinOTIWtp4tLzarB4YSXmcTKksVG7JlIFz/kOSqnyn8ylgT5OoKopVavvfWRsmYSp4HERNS0XUFuyl9qIswn/qy6ehb0N3UaVf9XFs7GIGtooJyN9NPaVRkDaNWlnLjhzKuMinATJmRYbk4Btb3s7Ai2N6GlfjSeaT0P+1Dlm55TBITZeDN9Pu62q8GZMm1lqtA9m0mJYsKWF0RKB0xHHZZdOQVGBl7ZZYpjARUsnkql7KFFz3CqzcP45FWTgYTN5OudsGtaxbZoo5mTTQJxlZGa6iTtuM6mZMCGbmwnCuOCCSZg0KY8TyBC2b+9AN3G3t4/x51ZQos81Uvt0SvZ/e263yVdEtbzsQDRhLSqi5bw+FCEZhzLaw6UGaiJCXJJa3UAJvprfgF4qjfVHNyYoStPOdNoBDNqH7uGbvdE03ODo4NpGJ9VjVDftCyNQGUVNaQ1V7x78etmvcc7Us7lfvB0b9q6jz9vzMXfyXDy44Y8IUvo+r/oC9OxpQ+nUCmzs2Iy6njrMq5iPt3e8jWxvFt6/5Hq8tuU1LJx6KtX5zZytNmLlb1/CWZctpZW6C3vqtTZUAf+eFvxwDdUYF12GXY1N+HJ2K2ZV+dDatA/ZOXloCeZytuhjllZ0RIsQ8PuR79iHWHolfnrXL9By6cfgq6zm8gmtGYXs4yDIIEIGRqlwaAjYVv8p6fzQsDruKYizYhihjhYspIbt+nnbMHXeGfDRItzMtgyRslohY7UoGbuuVuDLBM6LqEpdL8k5TVK20knkFYHTxEBZNHvTvaGM1sWSphWteBXH9qh8qf0YjLMSZZOU7O9Dd0MttYD1eHJ1Np6Y8ElkFJZQYk8wRKYXYY3RGtq1cxU+EPkpLjhnAfIqp9h8xZSpuvoNnVSfaadesQ3qj9piX6UW17PSKI7/ddXFbvNAer3Ta1p0s/16r6xKL0EoRDrYXb8PLY1b8MDms7Fy+vXI4qQ2ebeHqglRCi/c/BKuzfwDzjhtHgqqppi926ZwFqfgZL646iDMJY2rP4K5yKmWShQkaWqszHs1hL/k8ZMBmNbn1Tar4SZbf/s1ORJs+vOo/yxD2hVjkKa+8bmvtYW/RjQ178OD62fj7RkfNPu05RslAQBObhxo44RiceczuPTMKA3iMglta4ytWq2k6oeloVDhiezmascbcJp3+iNYa5Kmvtp5E820YMJJo7QSKlPLN6a/LNrgq4CdFDReKs/OrzS6N2hBhwAxMXLlZbdYJDpamvBA09mIT6g5oFGcarD3oQ9i6PxUEOB6ecnGN3BBfpguKeNYtewVnH3xZeju7DQfUkZ2FsorJmO9ayvSndwr9wz3+dECPrCQa7sZ07HpTyvwvf+5B/c/fB+e7Xgaud4CXFt5Dba8vQYZWZmo37uPVqE0mjAzdM4+iYBPPfk09uzYi1NnTYOT+++kLmrevQH4yLeRNmEy642gfccWlCx7zFoPJUY17NyCMC1lq0uLsGPLJrjpRKaCTmZ6OTMN5JXAc9VHkZaTT4wb+BCT4Dombw0h0minQgoCYw0CpFpOSoZbOnuxePXvcdPkP9HfxQQSswTBFVobQieGQUYiiiYqZ9iaOsv7RBqzHcio7xUhQhrihJ7Lfp4SuNxFzJKcV2n2D6rXrOMnvRKxlWGYx9mNV/Yuwc8rP4El5WTmQ7Z9KYvYU9DpwY5Nq/GN8J2YXOalPwgyJzEQfaOJvqh91mOCavf3R6WYDvG9ReQVY4UhbTbJ7Px2GlXDF6ZwxSUYoZgOGvFo7U14cdZNqMmilb7EaaWzA9smabY37sD2dSvwjdg9qKkIs/3ch84NUlaZZC6caIjZiu44jOTOSUOiHMWpzoGxEPdgHOOtOL1nUWSyZoxNehNj4u13NpyS89jlWnBRIYyJcotanAbBu96H1fPfh6nZFp8wbU2UyJZyokV7r3A3Jtb9Dedwq7OHQp+2kpne64+ayH+J2/6rKYLv+sFpVavk/WlUikWDldqUaJXFTMaKX1G6T/TVpDclKH0iJOpQfpOOeUzrlFfMXevmvHU746hr6MTLXadQ27zQ8MTkvtrF6aqswzJ01sCZK9euWhqw883XuV7gQXF5OfbV1cNLlZO2FSxr6cI3qH6ZeV4JB9mN1x54AzMWzkLmbC+yQh48/eRW7Ju6EJ+b6cCytldw1Zz3Ytn9f8E3twWx5PylNE4Ic7bIGaI+SP5zszWVuTmc1bhoEMPN+5r+8Z3qduUW8lnN5WyF7/2U5uVQQD3wcaDSXDyhqquD6o9MxGnh6Gd+eWty5zOfhw4A+mdvpogx/0eQ0GCnQgoCYxIC/K61Zaqnz8+18K0kQqQAQ5Baz6KHic9+UDftePsqjeJWSoCX5mXg786aiZe21OIHmxowl8ZZfiVKBPvWLlNvEvKiSWG/V7xU2BFahE+eWI2SgnyqPLn3WDRpSFAeJ2miPJLt2r0TjR0dJMKciNjVsm1213QdLpB+G6Fc7+w0dnZz5R+7zUqjsu1nvTfPepEIiuOSLqcUtB2YMh056T4akCXW1+1EdlpmVto0tn/P3l1oaGvnunBS+5lOddl1qmy1Uc+60b1C//tEvA0pPSrYfTTP/NPfft4rTs/JeUycyWnlteuRQkV1TZ82HVl0QqZ+9ReWSK8L2SQtw7mNkar34uaNNFjYRp6jPefHLqhNaufBwkjSKH9/ukTHDfsjUJz0CeAvn4OOnApw6nKwqkwZwzN0k41MncxRDFatlqrGUmsR8Lz3813Zbqras7rMYP3lxVWomDUXZ3EfeWdLMw8N6UHXqUtxef3rqJ5WjfqdtfjDa2tQ8cHPIsb9nUaXwAb3d4R1Gtd2rMy2eNVLzV6M21a7K3x2yGw/kXfAWYP2O2qWn8jPO6Mes9VYdv7UNQWBFAROOgT0XWubmpsT9sFkURRhuJCgdINeMY7/xXzlJnpBUTa+ceFsPLGxDne/sxvTuB4bMjTBLjO5jOHuk+LYPtEYGV9FRiIQML2HfbFol/KqoXa9dqOTyjdRwz3baZPzHihdchrls9PxqlvWry10/WdhKOpAge3Xmrpx9W1lZsrk8u2yD1SA4pPTJN/b73RVmQd7pzRDg52eV90yhE2/pAVIbqP1zv4rpi7NADdEkodwu54ZR/vtCb7aXRhJtYk+GlBRWNUSgotb7yT6Hizorc3QybWHBoKDs5+Q2beoYZAShgBiMuG6PsZ9uRPwf/Zx1sCPpvyMy7GZ21Fe2VFHw5FSlMyZTTW7F4+5pqBnUxAOqtUm3nwODeU5xeL6lFGj2KOTqNpi74T7fk1J6ggHMMaPbGiIJlz4Kb4/v7IdZMCHlpF6TkEgBYETAwF9/5qMy+blaIPsJGQJHwy40UtVZYCSfyhAPxVUVwZJm0SvjjQYhjESGsI0QUnxR1PZkTbyIPnMmvUI2x8SXVUfxkBQvw7GzNUFcSs5K/Jq+YNr3+SMY6BnQ5oo/OVExDgzGvLqYI/DMHQmJyLYTFaZ7Xvhh74Rry8d1bNpHcmgWaybepWphXKVR6bK9RpZVJZMm4HSRAY5j9A2A05jTR67PPNwOH+GRdAkpn84ZaXSpiCQgsBJg4BhOEdYu774MBloO0lKPWfx0w3dpuBB+rCCz4Vc09NqtjwFHgVPH3HrRsz8R1ziiU041ts/PLSMNQMZFpGD/4kOFvOyEx+KbQhxktMkI9LQslTmweKS3430XgUOy+/sDgx/HZ6hD5+2P1ZqM1lTKggZLEZuSc82ckSCATNpNW0ya1DqyegMxjjhEE0z/TpEmtTrFARSEDi+EJCNTCO3CF0+sRA3nFZjnK5IayiXsEtnVGFddTkyuOVqxc56/HDlTsiFcpACx+ilPscXXiei9NFNP8UYE1CwryMBytC0h3pWmUPTJMclvxvJ/UjaOEyaI2Lopp0Jadsucz+GRyZ+BBMMu7gTc02oyWSos1/7Ey1QH7S1IGyr+0d9p04M6FK1pCBwMiAg4UEHQOmEwd4ATyPkNiq5Ws3hvm55oeuh8xZ9r37ey21ysmB1Mto7rutM0E+twRv6SWAn8yrB3qKf8lpH4zwBI0U/jytKDNq2dlxrGk2FExGFgNq6odDY2EBHBlzv1ySlnwIYdDSGJZm0Fi0toaMCRlnbaax3o6lLqbakIPBugYAYg7wltpOZb+Ya+vvp4OTOq07DI29vx6dW7MTZNIrz8fvOI6OXtjUVjjEEDP2kVzjtT+dab2tzAzUk9ExHmItG2kG8WwbP2dyFVMhtxTLS09q2RWSTWb+dI3U9EggIkgcxijuSIsdWnjgZtyzhQzwzXXPK/Gd/jkKeaYxSPlmeA60OUX+RRtfAsVPej+Clf2f2wztpP5DGvfo250+h5dga+1Rrxz4ExDN8XB+fzO1pefS+kUcVu+K8ZOBnUsU+mX7hA2Qcycxl7Pd6FPWA9FO7AELUkGgbMn78dTjoJ4QbhcF9SGYsbLpoRJ+bPovAez7AtHQZzpMyk+0n7HSjqHdjuilHrHIfi73WWg+Pt6evXi86mmrx+BdvYDemYP19FZj4uQsRpg9fV7a1F1OIpsmkz+vAjn2tmH31JzGxpA2LvvMbZJRWGmcT2k4Q5MxUThFSIQWBFAROHATEKOQqVOvjNuOWBtjPB0krdtyJa9H4r0n00yUayl1MLXTs9cw3PkqX3bPwy3y6bj19KnI4scqVq+WEmlNjkM4J15qdL+GKLz6GOZXFmPUP34cnN99YcGtLdIhG1Sn6eexw513C0OX1KI6czAy89vzT2HH3M/j8J3Kx8/enGe9OJflUH4nRu4iw3B4rw8iBEMWkci92/q0a5166E3/+3LVAzkIeTfcOcPlHcMunv2DU9dqKc6B1+IGyUncpCKQgcCwhYEl49FlB5iEmT8F9XAfZD4jWqK8nLAi4DOkUhF56+iHUrV+Nz7tj+IeZ3G3gakEOj/hUEknnXsK/382s2kqV+2wexvLaDBfOXr4K6z/+AaaaxN9q4Jav4sM33IJu+p43tFM6+lQ4KgiMf4ZOTJMfaR8d4N/36NP4RdkTmPXj15CVPZuuYuV0XwYbnFMSEx0++eslZvK/cEu+hHX8X1tvCx59Zjnu+v0DqKiYaE4NkuOd3fvqcN0P78I1n/s7OpfwGqcHKaZ+VPiYypyCwGFBgJ8q9WRp9HJmGcuNZ8lcfe3jtmAdByzGrufjHSSVy0un9kT/7tlH8b1XH0Txxh3Ir+EKZeFUakmi/MXMIUiSxnVvhxhd8GbSmdjeTWvwbFY1HvrTn1BeVmb8ont4fOu6TVvx4bt/ghs/+xmzvj7gl90uIXU9XAiMe4au9ZpIwI+OrWvxPfcvcOkpuTx45kqenBNEH09EEuOmB0c4qFpPo8rd+KVlnGacHp4+t7e+FS+vLkJ38T24fOFpmDF9ej+MFyyM4X+aG/GHdcsRnjoP6dk5nJFyI2xqptkPo9RNCgLHEwKSyKVi7/ZHERCz07d7PCs8iWXrsI5CbcNjP0OcufDxOAfL+2agpwuB9W/jaz+/A6fPz0fRufPhD/FEOrpU1X5/6QsyOKPyitZKgGKrNAZutxfb69bhjdPei+wrr8WiRYswafLk/jZPnzEL7Tx85OFVy5BTMw+udEr6KfrZD58juRnXi79mdklXtRE6tnn+ji/hlsurUF5civbObh5LGIGL59k6eb6vYeYGC4mGia9Eai25p1y94Q3c/Uo1Pvmhq42FZmtrq5Hq29raUFtbi4998tNwPHUXGhrr6S5XK/TjlZwcCXql8qQgcPwgIOaRRUayt9uPbz+1Es/ubEaF122OGz5+tZ74kiWNd3Mb3uScdPzw2sW4YloZ9gbC1kFVx7E5xuaIh2j18IyMFXd9HVefNQ9ZPEa7s7eNtDBkYJ9BQ8R0eWNjMMuOifYor9eTjpfWcSfCqUtw82WX8mjVADro817vGhsaeEZ4Hz716c/gxX//Ms/h6OIuI9ovJfKP50uCxRyXLo5rhi71dzTCfan+HpyxoMq4aIzSN64Op5d63cnjWp15/OVzH6Wk8yRsMkAn4vm8PDwmM8x1nj6DcHV1deZEpo0bN+KWW26Bn+ciO4tnUd8nZEwq4LgMV6rQFARSEEiGgL5TrZK1UNsmCX08KsdEV+Tmtptb9FbvakZtZx9ytWXsOJMbGasZL5/cDbSIcA4GuilB00M6gayJVBm1BSXcUaCr2je0OWLcWcznppOxHjoikwOgvXv3UmZKwyuvvoo77/x3498j3UvDJWNYfCK0DsnYc3LuUwz9COCu/eJa567dvQvZf/wE/vzdBSgrpnvaeCacmdx6lskPot/5+wEqIEI6nBPQ3NoBMXLryMWBOVBWVhaZPIeHR/sZHf0BiklFpyCQgsDxg4AIpJeTdDGa8RjEuH1k4A19IXzpxfV4ubYd+Z7BZ5wf637b9HPH5rWo+I9b8Z2Lz0B2XgGQW4b8rGxas5PZkz6KiQ9l5HZbVIZ2ATe1tBqJXPHmEBvmkLDlobW8nnUy2rshCDtlMNhBQ0Fdjxm2JhU0LtfQxXh1YpyHex59VAn98RWqc1oep+Ea8CyNK//3ZwW4+NILEaGah5NeA9jhaUGExhqlePXpR/DgJA+uvu5mlNGoI0gnNAsXLsQvfvELY8yh89vN9nV9eRyoYzdS7wY0T/UxBYGjh8DxllaPvoVHV4KYptzezs/yHvdteYZ+cvnQyzVtJ+nZAx3A9mffMMecvs52PF0NnDV3Cbo7mxGm444BESe5j+QykSAiNfn43e//jAlk4u+5/noUFRUZ+nnxRRfj3HPPNfcZysZ6dKa4pPrxaFissWugy+IrJhbh5iXTcd8bm/Ds3jaUcIlIS0cjDoLT0MSMsGE3/hg6O+wmI+/csBJ/XrUa11Xk49FHH0FuYRn5bAyf5brOnvXP4wff/yqmzD4X11yYaba0ybo9makLqUJct5o/swC/uaMEH/mXx3H5VTfw7PUM9HKbhRCzoqLCgNbN2bOs3D0+H8vS4TQpw7ihOJd6TkEgBYGjg4AIuYzhjlsQYyHdc3l9aH9nGf68fhM+MaMM333iCeTw8C0SNxqu+bDuwd/jzv/4PhacsxAXefwIiN4NCaKl2mN+dlkpvrt1E/511Rpc8b7rSD8z0dXVheLiYsO4+3p7kZtLDQulddHPUCBuljTHG1PXqMkVsZaF2noCNGwkLPl8uKOpHQfatZWsERas0jQ23Dkw/hg6O9eybQNeuPceXFedhg9efxsWL15iJGsb5ypKC/HKuh587cvfwt9+MROL51dwexqN55KYOotBhEcylhZSMr+oBv/rCmPb9k00CNERsHFkZmSivLyc1vIBbGltR93OTTwSsgcZmVkoqZhMpq7DalhIKqQgkIJACgKjHgIUaKj+ljDSuHENXrnji7j12stwzRmXYPGSJSgsLOzvQXY6jd1IK//jP/8Tj8/OwtyiMhroccsvJwQ2xdOV5BMV3HZw3ZJy+gBxYs2aDWhsbqdWM0omnmu2sLXSuHhPJ02QNq5H5r69KCosRlH5BOOJbpCE1V/72LwRbPLpdGdFUxceenwlJnstJzyKHzYwPvmN4CmjQ19GBjyEv1zoJk96VE46HfuMO1/uYZ653n7f9/HaC8/igd/9HuefR7UOme6kSZMMAKJEWB0m0NzUiMuodn9nWwnW/daBaRPp4SjGmY6NkQkoC4gORvoDEXziQ8/jzzuBqXzHS7+f6PN4L7UTtffw3PhpZF97q6WGGloY36dCCgIpCKQgMPogIPZBz5ed7Wi/9zYse2c9Hn/iSSyYP89IzBMnTjTqcJt+7ti6BVOnz8D8iy/BrwJ7UOqIGl/uQ/sl+ukis28P9+GjW/ahuRnIZCJ61EY9fxTOceaZWYhR6xlbS8b+xW/Cd+ZVcMi71zikn2Iv8iMQ1vIC77XEMFxIpybDnDVivycslFZx/WeOJHiVLvKamMsdW+ODoaujVEX4iYxrfnI7vnfbVzBzxnSjxsnLyzOq8eTZjAATpWFCgNaXdXt34+u334kvv+clnLf4FO5N1yEtFqTkXS6dQNpR14cb378M951egxyuLUnBJAvQNG6zkOojFujiQfQezpB8WN2wE5dXXYEbP/Q5ri+JzcvRQgLyvEuFFARSEEhBYDRBQPRQW3Rbaveg54Ef4Lav34bqyZPph8NtlhZlN5QcLPoZ5Q4fP3Zs3YqvfO02fHvPs5g1eR78pKkJ8mms8DPo3+Odjd24e04I9//rItZjudYWs+ZeIxZLn/uxINM6kcET8557bRMuf/wyfPDjH0IgLAOn8Us7xZMMc7aBq64m+Ht6drZ5Z02z7ATDTwCUTevwuZTQx5HK3ZrBRFq5H5xr2hlUTTgTsxkBTkiYHFzcdpHlyoSL+yw7Qlwvb2tH3D8wKzTqDTLztzd14te/3IYvTchHXiyC3+5qwt+aulFKlYlUSmYMZC4vBu/NRmNtG4pK/JDC3bxM8fNksKfuUxBIQWCUQkA0Mt7TDDcNijNJPxVEQxWS6afutYNIu3xcnAh0kIPXU+SeWMX4BP8VuU3nVuAXNnZi+2In7n7fNK6Rx3DXr7Zgw5ZuZGe7EruMJKlatDnuyMLONTtQtXApQoPJtWnDePlj4JyAYUZOzgG7ZcP8cEAxjhi6hXRttfuQTuOK1tY2IlymkdLlDCZ5DUgQ1PnmLS0tdH7gwe6IG8HuXsTFoWkJryCElKRe2xLAfz3VjFcvnoSdHQHUZHgxaaLHmjjakCYSyxguK7MQO2ob8Xxbi7F6399UxCo79TcFgRQEUhAYXRCgybAMeunW1UvnG01NzcjLyzVSuJzBSNNpBwlI2ukj51o+0toGCjNdbZba1z5tTaRR/j427OtB8MoCVJdkoL0xiLNOKcApc/K4J92isXaZOlq1kIe2rJy4A19c2YWzWMd428wmBu2kIOnhiZ1iMMlaYxsOR3t1zrr+E98+2kJGRX5J4USKzPIq5HKWmZHhIzP3mfUf+WvXTDMUChkjNl39fX2QQcayt97BTP8bWDzXi/zibKrOBWj1SCohS8ielOvE1gdbkF7sxEx6a5pERwpl3G4wgSqiCbwvp3OFyqxceDrXo27qEqxd+j5UlFVa806rsFEBolQjUhBIQSAFgaEQsMidkUoQL69Ajr+Nxr00vqKwozVzw4hIP2UALEYu+tlH+tnY1IQ3V6xE2bKXcVpGE4qz8kgzE1KOKZTyEbWcfZ4Ygr40TOKWu+nTsjF9YiZqyrNQM0E/3vM3o5JMPlaHLV2nY2XpRZhUVt5vozS0vWPx2eYpLi5j+Lg+Lmt1/Y5FEKilCJavgmNT4rFo1dGUIWZOxPPQ8nzyhVfjW/feje9Sle6g6ii/oMAYwckxjK1617qFEHXvnl14/O4b8cN/OhXl1ZUI8DABRwIftQ4UDMcwszobOR+YjNvqelGyNYrnt9JKM4uD4YggHqKeSXVTHvc6PXg6VImHL7seN595IdfiaQ1/NH0aY3ntdTN9z0KuVEhBIAWBMQIB0jD50sjKK4T3/Kvw9bv/E3ely3Qtzayhy4i4rq7WPIu5G2cwTL9t82bcf+uH8d1FlagsreaZGGT+iS6L9ol+LqrKQvrGXtyzeTsKvzwTMdLReFzCEqlE3NoJJG2ol+u/P3kU+Oncq3Hr+UvQ2dM7eH05Ue6YvLCDssfKpGW/mLh2EhjeYHH5Y9ql8WEU1w8SrsYQcBlUA/32//0Et83KwwWXvseozmWlaTN0rZ+v37gZd7z3ajzz18vg446MmDNmrNn7i0rcaC1dHqiCoRhuvf0dPPpWKyqyPahtzwfyuf5B4zpOZ4Gta3D+v/wEE045gz6L/ZaF4tDCxvGz4GQH7QpIhRQEUhAYYxDgN6yvOJ2HUv3u3/4Zd95wLk45/QwyW2ogK6lx1Hv+RD+XvbUCd998M3528ekoDHVyj/XA95/ca5JjuLmw3sH917Nf3p54JfpQyoroGDbEhcliXhvW4qLv/xol0+ZQGBo/9NOCF43VqO2Q4aG2Bh7rIGiOQ6M4gYkzP/YuSBX7/LwMfP/Hd6M37sI1V16B3bt3c5YUM8Zyq1e9gy99+StYNLuKcX2IdVBRkU3jj3QCWxiYFMScFOPifsp7/2Ue7s/Iw+8fegSfeus63PSxm9DLU9s0SGbmSq1AIBJ+1zFzgUuGiHbQbDQVUhBIQWCMQYC0TswhQCFlelkOvnn7t/HPt38LF55/Hnbs2GE6k8490K+9/DLjb8dVVRMQ6WhAI3OVcOlRKl9N7FWGHXRCXIx71jMZu/GcaviyyvD/nlqGOz/7Sdx0ziXoo1W8YXLKx11CAdo2me1adgFj+GoLkE6p2WlkKP5zvMP4WUO3ISUGTJVGzsSpiGbk4Pn/vhuZBUU89rQG6QTqa6+9hn/659/gqzdm4kd/P53npFvqEBnExQLcQkFLd3PVPX9RHssYD1IlFHcjx5uFP//lETzcdxumXnQlvSZxryA9xDnJyJ1ERoOYGjTNKt4FQR+rJk9FPDP+ny6Yg8unV+LcKSXY2tiBRn/IfOAp1v4uQIRUF8cVBOT6Nb9mDjrpF3vF//wU2ZUTMb1mmrFsf+Zvz+A79/8BX6CjmI9WFsIRDZglthAnAb2UwvXrSfp1UzXvj9HHh4tHo3JX0cPPvoW3vnIHak4/l6ddphv66dDyqKGfJCjafz5oSjA2QSsBT0Fqdq2bH88gbiOojZ819GGg5c0twKwLr0SUFpj3/N8fI517HWWR+cwff0QTd2DfZmDDpl24YMnFRFRK2LZUmcSLNShuqp+a27vxh2ef43YO+oEPfRNt887FjLx8YySSpsVjm2uJkb9LmLkFcq6Ese8SzgszfcjkVr4QZ+NucvoDekAaZqxSUSkIpCAweiAgOd1bUIJF770Zz7s8+Nmdd8DBk9ZE6B780d2moXv5d1dtE045cwZTUxgiHbDJoN0TQz/pt6OuYx9eeaPLGGz94YvfRdX8M1CUmY0QDez2o5/jgJkLErbRm06YO5E8YZytoduoRJBSSnfxcIFAaxP2LnsOq7kGTks4zM7KMCcVvdZH9AsF8MJpD8PjopciSuBy6ZocFOd17sXernNx/erzmD+Aq6+6ApnZ3M6hdXI5lnkXB9kWaEZeSevVb16ysJ+h/+jZVVjb1sMTmVwpxv4uxo9U18cuBAz9pG1Qb91u7HnzZayPUlihNm5+dgYy+d0vo6C0uKcTn3v4JxQN2U+STslCoqC6KsQomHqa6FXz3KX419lnS/eO959/hZHKw+GQpdG0ko6uvwnper9GjUBYk5pdqnV5ejMuWslzjjdDF7ztNfS0a3/76mAuxpdq1HgI5tQgIp5RibNP6pUkR/10oEqcTPnBn/8C6OqT5QaxMRkUvFdcHY8aWnoqPnzNdRyoOPzcsmHWicYJjI5mnG14egnLuUXZxsWjYLO+pRt9ZPRi+MkQPZq6UnlTEEhB4MRCwPgL53Y1J6VsHSSiIMYRo1rcwzh/RysefeDnMjDim2G+dO4yQlszppx1Ec4851Ja0odp+R6ymP4oo5+2ilw8IF3HYrPfyUE8MUhjPWkVbLsqvR/EKxP8Q/BJ55ke3oTP9RPK0K//4/LBI8FGaUvXeAr9g5XolFDT7rSY0cGC0opJBRMq+ZQF9/7QEh530E2jsEbQzOPaRIqZ7w+nkcaIeNr0Tj6abVwdaf5UuhQEjiUEDkQ/RRvlp/1gQWlsIUrpBjHAg2U8we+MRzx9dCRmPjJ0Pavfaq+5sp+hBENP7oO2oNnw0STATu/l8q6bJ8hpUtT/MR+nPgnGtoTuyqDPWDuoMdFoBD0dPP4mEZIbb8eNtetwfRAQFEZ6HGGKkVvwGu6vvoNiOtqxgz7gFBOyoXH41308N1l4KfOMMu7P1bGLKXgePhxTOY4NBA5GP8VIRhKGK2Mk+U5EGrXNlspt5mwz4v5nMm4xaP2SQ29np9lXLiioDG1N688j2Ig4nsBAnchAUEN06EgGG6ag5wA9AlnxijmxjVONqTA2IDDSD3ts9ObEt1LMWycwSWP0zTNqkMUJkiZGj67bi62dfcik4WZCSXTiG5eqMQWB0QYBMctDhUMyU+2rHyjEZsQmZmjeoc+JbF7unLLz2VL9QIkn/m4QQ1f1mq3YsxA1NBziSTikJGLlerYbf+KbmqoxBYHxDQEe74MMMu75VUXITXdTjQa8trMRmzv6uJQh31pJ1Gd8gyLVuxQEDggB8aiROGg51L7vfqPmo5BTJZHbYTTwxv0Yuhpn1A2JVmZkDajke7q6jPX4SIBpd/JkXDU+mlClJJqTAf1UnYcLAbFp2Rw00qlGLW0R/Nz/66WhUYTrb429Qazjnv5zPelGmjgQ7TlQ/EjakpomjARKqTQnCwIWoxSWkpFTqHRR7a11bsUfCO+VWupw2YMNp+7XerdOOuvPL4ZxBMG0zXxA/HOEZRxBtQfMMixDP1DDvOk+REhwIrT0O1CaA9Z0Al+YNVzCV0QyFVIQGO0QkBFcO11gXjmxEPMr6E9buysYhL7vnzsJc4vb8cT2Jviol5cDiaFBWG4fWzn03cGelU/lSROQCikIjDoIkGHrI5C1uMWUabBNKc1Bf+iGsh+Evuu9+JXxL2LSsSzhOe/D5F9mMnCQ/IcFC6sxh5XleCUenqEPVxuBq2PfHI4QIlTDj+bgpkWijC8jdHKSolWjeaRSbRN+ihk3hqOYWZaHs2rK0Bukl0J+b6JnCycXIZtuNX+7pQEZ3AakeDvQGzEnrXTVSa68IUBCZ7/ov4rS6BsYyGO/0psIf7nMNMmjJ1oj8xc2B2eYx9SfFAROGgTEwIW1OghmgKHLql5W58TTA0jeyQ02x5QmR/Be5coyPUJt2HgMabc+tWH/r/0gPbVUDJaxXJh7svdTZ4gQHSS/IR3HamaUVI/q9HCwt/eF8JWFk7F4Shm+9+wauiClhzgaGqXU70nASt2OKghYbNdy3Vic4cUXzpuNHB7Nqy1r9y/fjJUNHcZZBeenRjKx0zeG43iNh0Z/udiBz50iZj9ct7QFbvCeWqVSWg+jG3ri+OibYXhZcikPKCp0RWmMZzH4YYsbropUXAoCxwgCWu611eEqUphoe5MLEiG/uaQarX1B/GDVPpQTgfkJWNL6sPXzpZBY/EZX/dFEQVvJGEb70rFp5Aj+CEb929ZGkH5QEjFwAwjrmx/0TgCTOsSc85okSfQnYl4d0xfj1riDDUN/+sO8sTsmC+H8TG4xkOkwgxnLwywrlTwFgRMFAeGnlofauXbup09sM2lOVC7itZfr6JUZNL7hNyWmLhW5m5L1Ryc78VHeT8pzYPoEcmcVlEzeWCYPI+Cv1RCyRJHWRWmZpTQ9jq9XhjnpjWFnTwZe6MhCtsNad5TEb4oclDH1kILA8YOATiWT73NJ5oMCUVnfRR61VfIbHxqOvwzKoAdmslhA4mo9jBdGvl93GTFylXtSbktKZwSBKuDYBEjrFS6fy3jJkZe2AWhamTUZ6OvpQZTqDmvWRXIhojMkKIbu/KkClNpl//dDkptHqS21FrkpwsHmjxpMdPMqhzA5pH5BEcrhMqbiUhAYBRCQXsvLCWgWnfKYSTPxWZ+Gj1bvmQnnR9KMS6qWVJJDffvNp7h5eiAjOT+OUFI37Nd8d8J0fVtuxEPNiPc+z/sMxlmSiVLawcfsH5/LNUl3H97eOwdPdsxBNQ8s6mNSTRwiCWndTp+6jnEIiBEamiscUSACmKBn+z4RdYIvkpylXhdTl+tZmzdYXuro3ZPfhwxFtY7uYx8Ur+9Gk9xUsCBwRAxdWXUcnEz2e7u74eMguOkZRwMiBm9tF9gfymL8HnnQSZj6i3Apzk8mrzyGkLFsMfLONC8y4tzMzy130VIAAEAASURBVKdDMXUNbF0gbKSYF69ahOLsdFPev1w0H+/sacLfL9+Gpdk8DY1l798q9SYVUhA4uRCQClz476fL3P95fRMZt6a0cWzv6EU2mTpZM37bGccb53twSoUDfi4B6rCgaMKchV8dZ8G0hA/sQty/kouP6ewQtWmMT3MVmvvhexinrQm/uHgBZhbV4fFze5FecA7uXRHHV7aHcGtODF30431ySf3wLU/F7g8BW7ga+samvfJgNlwa4Z58jgy7jJooTGmOdVBb5JDF3sMtdbtRiSfq4mu0SqvLa58eGMTEt9GI1Ms0itH3kQoWBI6YoQvwmkG5qR7Rea9Ss9trE1bRww++VClpGjSOhMZMA+rykG3Tel75xcwz4mHMidSh0ZGLNkcm1Qi2tL7/sKmWEPMtKszCdPoTn1yUw9O/0hAKxzAhz4fuQC4+R8Oi+u4AWumBy5rV7V9OKiYFgZMNAeGyCNebTV2JaWwaCqhd6iBDFfN+4Ww3ZpbSSIiiOg+2M2lF3Ay7lTQe2E6JfDdLobiuDyzUaKnc0zxMo5QDwdRFRh7nxNmRUY5YXz0nEQ4eMUwNQWwzrq0KoxBZuGNPJeZ5SFAHsqbuRikExHBdpMP7BQ620Z4aOk08oRYnmTmLBpu8fC+8sdesh5ajLWDDTQaGphvps3iBfmqzYeTC2aRgeANp+ZkFWYZuSzMlj53p/Bg+yPPac6mu6qYqdktXYBiD0KSC3kW3h20Ud0DYaDDEoQ83GASin1xuJQh2d6Lb4cXMSAtu7fkKnsm8Hb/0zsEUHn2q7fvphswR53hvS+0yhNtMQ7i7L56HhZUFaOf55WLoQtAoGb2bkwfOF3DPC+vx9N5WTPC5jUeuQzVTPeFiguSbQYTwUPlS71MQOFoIaD1d+KfPSS5gS4n8S8jIP3aa5cRCy0lEcYYEM6cmKx7rpWp9OeIRMvE4GTgT9NZtQbh7HyfQclc5mCXHY5wUZFDNn1OItOxZiHWup4SfDUfWJNq59MCX6UBtVzV+vn4u9gZ8aI+Q8LLOwSRXbUiFkw0BMT79PNyfLVfewzFdoYsZuwPR6UR8f7ohnRI97eG+blmHJ08Gku+HZDnoozSyUq/rEJM4T2EbyjuE3wHq0otJr287exoyOYnlqinCXAdSnS5OcGVHUtsVxLdf2262dB6o7QdtyDh4qX7bRnHHjqEfJWCMmp6n8fRS0pgabsL7mn6IFtdstDuLeZZ5DzZ4ZuM5dw3yKL0LMd0JAiVli9bJ51M6n1Gcg0vmTDIMPczRz/A6sKOpGy9srsWW1m7Uk/F7uc9HUtChghh5ME5pKC3G9fzB0s2h8qbej04IaNiF/KM92O3MpbD1YHccD8x34Vqul4e4Nc1MVpPZaho1Y+E2xLufRpwMOU5JO96zFk5PJtb+tQH1b/bAm8809kIjC0/j+nuwJYxZ15dh0im5CAd4AhbLIWUlaJhA15wFPP4xxxgg/eMb52NLnw8l7ih6Y/JZlwrHBQJiqkODZnXDBtIkEjLbv7iYuKRdY5A8bPqjj5TtU/9kge0SzQ729g4u+IDtTSRLTBy0ZKu2Gk3v4BLMk3otfyJyhXxqESV0cngxrStnlKOL+PrcjhZkU0LvDEbwTktvYoI7TEHjIMrGigNhguJthj6MfubkQMAgo8fLrWc8qo/yuNhoaWQjf2vhidfCn5aJSmcpCuJBw/R70nyGpUtFn85Bf66uHdvo83rBxGJaQno5g6Oqsi+Cnc2d+KcNtbguN91saxsJMxcAfWkRVLoCaIv6uHZDy/0UUz85iHGMatXET0Y1YRKFkeDAMar2sIsR7kkSFv/9NdfMl5/rxtwyrqdTiy6iZslZFE8YYpTIwe9BHDbuoE1LZCfqt+3GjpfaKHl3obcpCHcOyxq655ZlOTPBc65b0biJ6n3ue597dRlyirlVLiRpj6v3/p0I+4X1HvzbqV78aecp+MzOUtyS2WeYumlA6s8xg4CkzjTSrOS5mqRWMdDBS5kSZpnWwbGRsEGmaFx1K51aw+vxCjJWSw5i6OFAYCDKtJe4c5APTDZWDvZTbVY/+icIA6WYO/VC6vUQP4S/1nLbJvvVy8jLa0rppyGCH+9qxUKuOymdTnccz0GHMymIaR8qjBqGroYaQiLE5E+K7jCZuO7CaXmYEn4bnwmvgjfejC2eS/DtzEuxMOYn85eVYxxV9H0tK+BbH1uBby2ehjNrKnDnU2+jkdt+PliQQSv3BMIfAiIqrzHmxmUZDfhY2Z34bdNteLhnMiodQYRTKzWHgN7ofC27iQCJz+beECaSCPhIVA79aZycvshZTDMN3mpolP7YDBdml9JFJU3RaRdEAsdWSyKPUioK7SNHb+G6eT05dtCo1es370bdqjp07Q7BlW4Ry/R8t2HU7L74/kDgQ4zqS0nuLuouGzd3o22f3xDRnHwPfPlcuiL9Tos5UeDYiKV5EdxbWoMHO6uRnRY1X8JoheFAJ0f3nc3MxLBlGCYVtMW8NVKkfMRTeTWT4bFh4iaWHtAo3RrjNg2q4mQRrpAg/NbDsf9rt9eUbGg0kEn3qaZePbO9OjNcRs7DSd5y6GL302hkR9BEdamEJw4KIkHWoSBGP5+q+DJK6Nq+RhQet0H9buZ2Vo10EScuh+rqqGLoQ0fFWOgmuiAGL2WfA1T9Rffha/5X8bZ7JvY4c+HjGqIG1cmZYZBILmlMho9CQJ1gpXXIQwHCrluAy+LMty6SgxfaP409oVzkkIBJE5AKYw8CWo9u4QcxPz8Tnz1tKp7fVo+1rb1mK+NoIwTCMAk3ZWSkZ5Q4cNU8GjBpS5ph5gnYx8jtuSQV979OQppLIzhuA+3ZTsLvxPbnm9C9j3vKCymxEJFF/7KLvCiZnGmY91AUNhjNP2IWu9d0on1nHzzZTlTNzUX+zGxau3tIPGPobWtBjW85ciachbX+m9FNrVU3GX0qHDkERJu05m2MiakRsa4sTxzMBGtCJr8e6ZmZZozEBGWJbqcYSJvIciIv/e1MVMpn9Ul7yMW0Q5Tc1V7hlhBRzD49iwbOfK90Jn6E7bUlU9Fxfc8sihN00naWo62V/fAYYXljJZn4WA+Xjj8wtdhoF//MZQZtbT0YL1OeURQONjTqiKT1DOTGanG6/1cojbWRmYeQE/dTco8YtXghexTiTLCX2xqENB4+eynZjPQnCSmXjjUaopm4p30h9kWykc9nxR+oDLckp1QYlRCQa9Q48aC6IBPn061qZU4Gt2GRgIrQJILw5Eh+dv5jcRUG0eQDO6ny/uwcFz6+mA406BqLNItMVTXwhtbqMf9aMvO3GJmPSPsapNEIrrfLhzd/3UgVOfE8n+p5mgMHuyMon5GFosp0EldOSEn5oowf+MU4UbCew8EomXgOqk7PM3H1O3qw+qF92PgYpf3tPOmN+B2Iz0COqwXfm/EDlLt7sS7iMfYlx6Lv77YybFyT2llSuTfdWk82YzwEGFqKVBqPfkyv5/4g5BhlQZK52qur6aeQV9+X6UfGsJL7SLugT7aPFqF++hcZ1ZLoSDt0kHQaWdEokgOcOiEPiyrzjZQu9butgh8u+yiDy8ER1JqbyPLcCb9jOi70P4nzucbnjrfjmYwP4GFnDUrp2OaPmxvxzPZGtNN4IkAjnm1hroETGQ5e+gB4lE6qdx/l8u1RB/12EDkHXvffKU5bKQodcZTRZaalAOt/nbo5yRAQ6evkx3/XZQu4hTEbXWJokhq0RkxiKPWmCI0sg3U13"	""	""	""	""	""
655	FNU42BBRFRpeO3l6YNDT3MSETvSoJxv91lSutRMUi1aWCvnTTRc61tNcZ1W7I7EZ8s26JYHs5GJa9unJSX5st2ompeL9GwZHVGvxbKsZlntlr6KJJYSFEunpCOLeF2zqGqvnJeD+o3dBhS97SHs3cATq5g+p5Jq3lwnHFEn/m7SXzCv5Uzc0zyDdiZhfgNH3ucjhdVYzSepVVt904lzCkb1bOPUATpl1PAcQOFWVm6uGUzhb2JQD5Dr5EXbSwhCIrW5r6ebE8qj3/LmYVk/XbnbLLEWc5lovEvn0javCUTMJEbLyjtoO1DM71lzpMID2A2MMoY+MiS0ZPUI0mUQxOCM92JGeDtuoQV8BqX1XZESbHEWcb9uOk7L7cYns/YRCaQiFKvmd2D+Wn8Uk/xsvxpIKeI3EKx4+5nbJxwxNPjT8VRLITIoydhMXdfBaYevxy4pdT0+ENAJZVsb2sl445jMXRAutwdZlCB8XINLIxMTUTRSD68jIpBKp8CrnCQZtaJ5tohzJHTkhz4IZ+6e4URFLutILIuqaIM5IuDhndYjE8ZCbWTWcXQ1hdCyi2vfVCHllvsQ4rbNcB8nlyQGPe1hcxAFZwFWPvNXe3/p2YF992W5uB7LqSvvxdzdVGflFHoRmEgNV1sIwZ4Iyw8ivySEzFJufWO+aISThazfYnLvNOyLz8IkYjlPdBj0jSRVlrodAgFJ2VI7D5r42Tg1JG3/o/2e10H5+hOMshu1U01KtNdNY2enS9h9dEFltpKp6WoZiB5deaM1t/qn5YUpWV5cXFWALNoQuCiRfr6mmBpnBwKcHL1Sz4k2QWqjht2XUcvQJUUYMcG0lPfDhCgNhNT5aFo+podeJlOPUqrejWW+L2C5p5wayizcVNyKGya+RsMRSmH97HaYwo4gKsZtbQ63H1taqvGt+mKcwW09Ip3iE9mUinz8CY3VRgX6utmPyVtvUn+PNQQE8wCZoNbJb3p5M26rKcHXLlmAKBl6X3omAjSokTW5Zv3JJ5gdTjukWuwPLEfW5OHgMAcW9Sca/kZtFc5I4vjoqW5k050rd3AmVO3KQ+6uxXQ6gdF9PMIJSudquNOzjTS94/EmpFd4UVSVwTOgeab62m7sW6+96UHyYErVbp2lbq1nyoAqxn3m4d4IymZlobiKhjasXFK6mDybgAnTslC7pRsBluWkoxkhMM1UjAGdMDoWraFU7kIx19dT4TAgQHwUzpj1cs2ghlLjwyhqrCSVJkFeRIXjRqtwlA2X3xEF4el4DVK176ZgcE52Lq6ZUwY/9e7q9Xu4ZU+CeReXyJY1dpGfaOnBgocNi1HG0K3GCc9dPCqSprts5zBDxygRoPVb96K1owseEq0oCUwazXKbt7fgnA+tw0OLuY7I7TlZblqnhwqITOSuw5VlIDEYKDZwrOsw9fcn4Ew05kFZehdWLHmDWlJKRM4CuPMW45ENfnxhcxDn09rYz29XtZdSirJV/3aNByu9v5rUzWFBQNvT9tDnwIdnluPyuZPpNZA2EMSREDnmNTPLcMW0Evj4ZbzIM8Yf2tWGUlq+y8DGHpORVjaIQCk/Z89ZCatfSch9sk5WYSMg3KJTsvcIso3ZVJ1bbRHikBkHd1Pdzi1qRg8vBqtvw0MPjdz+4+PERKp1zk52r+4waZyeIGJdWxHYBVR/9nbMvvYarq8HOAHwoWX7Drx12w3InHkq2uuilOhDqJqdTcmbKn22WTXHOAuKhMi42ZY4f7vXdiJAyb+Ma/JZk/Mo4QdITJxYGfZguosf2SHCIDgdIm3y6zEhjSY3+AD3hqlxy5es09UnA48R4MQBiht70fw2jhWdO1bljEYg6puXcEHHkPjxmVNQlpNOt8z81BmvflNQJ81qwYt724lDmvBLV22958WEfi+4J3yurRbth9RcE2Trtfewpb2Dr7VtTU3Wb3DQhyFm3treyjUpGgtRusjMzkL1Yh4uURbGhEweSuGWExqqCaluTzssaUIgVDgUVKzWZbppmOflfkwuAcScVKdxrXF+qRv/zv29OaTSGiSVtKo1ih6u40oyVFCvSC9T4RhDQCBN93r4YdDWgrgkj1PptHPI4qcR5Jp6n7aBcEzkMlj4Nhx+HUmThJNpXNAWWqexbDfbEOMXadZJD1Kg0pNfol4GGYkgzNKejrh/Kx3H7GYTZerO8vqaaAjXTCnPje1vtKJlaw9duHM9kYeixzmpjXEbW3rF6Zj+qR8g2rUcGXl0uhHdSEOaEBxUl+fkt2HBV2/E9idfRB/POYh2cz86D2QrnXEqvJkkIJz8sOkopDGdm1Z6HbUBxjGC31eUM9Ou3cxQXoQ5eWvx1CTgV00LTIsFxoHW273QJ85lKaqYDzeI6elkxnER2BdN9vol83HRqVQnjhcEiC5Uq8fQTqFkH2nVBDJ2fUd1LUFsa+vFmk4/JnObtr65ocHVqo+VbwrI2of7IIdmOGbPksDVcqoC7aA77RnulEphxUt8qGZMYk1ymMbJuCQjnV6EuFbe3lCH3NxsfPhjS8ngXUaicJgDKkQYh2a2QaF41mraoNoTP6PelCQklaq0BEqvtHY+pbOCYmI0CorQ6jeN/YlRegrTOvn0Kg+WTOKpQcwmpiHG/Y/PdOGpziimUlKn0y9kUSIr4z1puejlMQtqk9Q2MqQ4hsUes/Ydz4LECPgtYGJ+Hl5rC+LpV7ZiO3c83FqRi88snozHNzfg1/s6MNXL/d0cmAJK6hobe2SPvm2EeaK8jOwcBOhJK9AnT1bS0TBwXJKDYjnvw0QfcDW3m7mlwmGw/vKbDO2ilr2WEZYRFcKtCHbtQ0+bG3teb0Wom8tMBW66apWGyo1IrwuZE7JRPquMBU9CpGc1Qs1PmmojxHOXy4uK2cXoab0R/hlaMmLx/MT8gY3ElVbaBVgHG2XlEXeJlG3k9k7OQENspIzknF3aFleI8tyVnCS14Zdk6PrCrO9DLU8E4R5/TkqmtjvSgZ4dGCv1RsRLxoY9HdI4DAQLdFYpA7EjvzOS8ciTD0ppah0ydoMSHOxB+YQU9u9IyzlYHal3Yx4CNu6rI//59h7DN3ZRU3b/BdN5doMDf//6dtRwqXAKj5CVRnG44PrSggqDZz9bV4scWtANsKrhkh+DOCJznDPv3lWvwl1SCV/VVPOcTOiE7/K/bsx3jbJ6mMaTOCk2xnXChi3bcPXHr8PMOZMNEZJFJbuit/qzf6DxHKfM5HpUgVFFDmcer1nkvNzvqUmA4qJd3CK0ktJRM7kxCQt9zJuFRNVKdSf/DCpX+3VVn6ZFYuBi0NoqpHTqjyTCzy/MwKcT3EOEu57E+LYVfajg3EZSu0l9lB+7WqV9mx2UtHTsptTPKnfUBrZ1uPaJqB9ukMrYnOZHwyONhgzicrmPV+vkmYkJawYZ+Ewy82Lqr+QyeLi6D7feYdOzTrVHJwvqJClJaJEQDc3oeMNY1CcyyR/1Vm43u6bSiU+eSQmcqDlg7MLWUSpHVPgmCZxLNpzEdjVFseo3DUin0xknpWhvuhMT5+QYnItHplIF34Fg433UFlDDFWQ7/K1EQyIZQzTeSvxwYMaV3yBK57ONNDKi17E3770X3VueQdWpSxEN9LEsS+ultXcnJ8gtO3rh55r6RFrPS9sVieVw+1AePSrynuUZSLK5YpryKKa1Yt1rHHXl/wSsFWeacsA/dj5NBOygcnQSWEjwswuwr3ai4a6qmEHt82VkWlJyIm645MPFqbnSsmhipqym+SOpu78wOxMjDitffwGpm3cZBErIuMXC8kg7ntraaJZqZ3BpUOFAzFzvXNlMJOZjeI9ijmcwXwM/BxKJ8PZ1cPjoDiuthjXqoxv8lZtvzvwZzJRFYBwkck5PNj+yMJ0V5CO/8mxMnV6JyskFCNEb2IGD6hAjF+OmSMTjJtPo/xoO/kyc2sM4F31ik4Aa5u6ewPdcg6c/eZOHEns8SgIpKyHT7uTaBvehn/CoVn7I04spRfEq5u4hQ8/PcODiIhdPDKL1JpttpgQkHCJoRxJUu6TybDKtuYXZqO0JoH2UnzAnxxlqt40B9lUE9HDgILimsSypd815yswveGpyI4tRG4uMqp2VKP7IoHx4I6P9uFK12oRch1tYDG6gdq+NNkQpi5nJUI1bx3q535x4Z08mox0biIOaELCPdN1afWoe2uoCaKFDmC3L24xDGC8ZfFwWdWTi8TTiKb8RpY+Fd8Fb+Q10UbJf/8sbceptd8DjX8d56yp4qj+GBddNQe1bF2PHy/WoXlJA1f02+DxhTFk8BXUbOxChWl7r9C5qlDq20blJZQCufGBFyEsvinHkuaSdojaL36dOzzJuQhN4rD5pbc/2Aq9tcKI5BwsaT/uYZRVjttbxRoaHeqcyD7WUofJlFCi7AKU3Y5GYXB2s7uHeqS5nKMhyrLcxHShyiD4opdVWDbA9yFb+1N8UBA4GAa4SGgNrojreaO4hqnHrKHH5UMH1o5V7TJo8fnE20TtUpqN/z0+MlsZpUrubMAyym2/Aem+U0uygOuV00VFG32501/vRtY2b7j9yPW75x2/D0f0W1Y9rLUl72J6oQDKJyC4K5Dez/knkfn2UwJs45eGBFkGeya4FRRFQqdwltZNiOfOuoUBeQsL3Cu2TZrB8HmZR9+9MJwpHijZoS5DVmwP95Y4L9sCCsoyfsuir9rsXZuN3G4F/2JmG9+fwRKPePqOmJQVj2v2DCMSBgtTsrVxzWVTKI2OXzsXv3tiC+zbXY0qGx0ijB855oBKPT7yIq0UN6YefXrBEaAeCJDiHMSiTt6lkadZOMxQGxpiLZWTl0g2liDfVtSwkQUJ5tTueAKj1qL/DQdiu5dhdTX/FEMjoMrmPWPvXY2JMlNrViu3EC243TQqMJWNEtIU4RtV3JEAXr9QUhbuIt1STU/MidXhncwh+qsDdNLzMK6fTEfFTUwrxnO5h1W+B2kxEubXT4c5FlOXRXg7RVk4WPNsR7FiDvc+9gImzu+DLK0RPw3Y0bW9F2Vl/j+xMHn6x/n/YBlopOyI0rIuhaU8fsngscV8rJ6aRVtxTtRzPtNRgTVo5SrnNJiJOzYrNCVoaC7ZHkkY7l/Z6E1w8j5PZDPUhqcfD3Vp4Yr2JU21hJms0OhTcJK0LjoMcrQxTiE7zsvFL6eUCOCsvLwEYQX9kQTinJRQFtUsnjw13StjQ0pRW+Nk/E1CnR17t0OJSz+8iCNhokic1HoOY/KGCS67kTnxgy5KRfGgD1HASuLS0Dn70Ea4xU3JmcPAYyO7mTZh+5oexaOnlCAb8yCaB1AfuYD80ix8+CCD0d+2qhDP/RhLIeh5ssZZtoFgsJk5iZ+7FyLVmLnW8KGGMDF8WxlG2g76zY5EuNoJencjk48Fa8vRVTCsqqnwW0Iev34oVgbXZjInhs2jcGeXAb3xxPLSXBoGUppwZ1ulCg3sjoGgtM2iMhYYyNZWn9JouSBsgv/ayR9DzsQtWG464PMGUY+WjOtZu//4Mm0yA6Wy3mHY6ApnVcmrH5RrBwI43abktZpDhlQCdFFStYrQMIxaqkk54SGqT1NERMvdIMEDtQRqu4b7zyuzBbTYt5smDwsd4qJv4upm3udwbTk9ZZOLC9Q5OasMBWtYXZqG0mpbq/OJjXGqxAjtr6lRvBQAyUOKpDO1cXF0K7LsH3rJi2nu4seGOz6PoJ59gEk4emKL+rQZU3bAQmfQD37byG4w/lT/VRQ+KG3swlUsDwS5qVvyNWLrwS9gTfRSv96SjXNYg/f20+sOvg65iY7h6Yj6qeECS+rWuuQuvNnQjl4RqJETq/7P3HgB2HdX9/3ltey9aSSuterdkSy6yjW3cMLbBsY0JJHZoAUz+hAQDgQABkxAC4UdC8e9HJ4AJwWCCwTYugAB33OSi3nvZqu3l7Wv/z3fuu7tvV7urlbSWZPuN9Pa2mblzz8ycNueccd/j18tRfS4iXaAQo8BQS2z+eHB5B/74Pa224DLGOPHvDLZzIPO4T/SuvAK+RQOL7zlSUntDSFc6jiP7karLPn+VQWDccwS4+AbXgwP9hADLnwQMcDcpMiaGu+Z24Qy2g5zE+E9YrlN3o2bMLbVkdItNn7/EzjjvAgzRPFebfrh/YmyMkniX81cHlUcmsUy+2BKte3ADepqXSAOgSSa0I4KsdukIGRQCwe832b8DKst5/24k+Hb3PDLlI6gXMYKL7YLYI6n7hnucHW0S/p1bzp7XhQF7qCGF5MLuSRB1WT1rGSS95O5VS5tkLKRNDjIRmEMU5BAIJKXLP7ETY4ooiBQN6VH1bWa9h3+L4DOY/PcO3jnCGW2TRKV1bv89o9UhYypff+PXqjIi5pLO/PJ6JmvyMMErPMncz+0fPZsGSY7d+HMKNurto4OKX9cEHBnfbqcp4BCK9RMJKmU/OSdiy/AHH/A9HwCzNw61xm3sLijjtC0PN9uBJ9swTAvbrOWV1rB1M1J1s8VnV8Ic4iYXnMOv2kmFItCD7ItfKSwlfELjzkkWJqqilCOhSfOZIqzTYwkvuEidD7eB9kq+6/C8WBlKIxBEsg4TXEHMhJsyGOH1x86zZLgAN0AC1DjG1n+PByvx2F1gpIXVRbZksifhdqNFun9/u1WwTqilj6ElxgdjjaMQjJEYvCTj3DHzTAB/PHnjw6/ZPXBwV+1+nvG9aeRcObks2R1F0tz0cN1RFMpmzULgKCHAytfJSrwZ4hXA5cyt+akZYA9whkUram3tm36NtIrxUrzTbjrwNQv3HsQnL2pL/uEPll+OarBTxJUi+iG5j5zAVgqZyWYu4SmfVUaL7buVI9x1ADHFkTofAv6RGok2F4jMt3DlDZY4dD+S+HPQebb7C0/iWISG/gssu19l4Zr3E4nz+yA+2gIRPirKmW6wEF5vDELH8ePLxU547lS3rg7Yrt6AzchFR0HT9J2Cj6Q7/QYSCNGp/zhKNtNWghtauuzT9z1r3XALk3MjELGxkaYQnH4y3pJKeMxEPiFLMRbdqB0dxqdAJoEdqby/05KI+QBCpS6//GFl0m1yz5WPpL9SW0tlqnfrnQqFqftOrcn18CTYlSEdrW/ttX9/bKt1Q5xKudb9k5Joo9oqgpTPd4SbIcJSrzujtcxG6ZxlsK7daINYC894Lle4RKKI+xtt1hv/xXKmLoVxY00bm5QDzz1j+5/4iFUvvc4SMKEpQrUGItMBkJYvYHpgZ/q2cHluD8SwyArLwnbm+6YQR77B2jtoCx4jLgCjtFSCJ/+nLym2lj1xaz8YxXYlaAc3dVpFbb5VzSLqGaFfpQeSbcLh0B8KYX1RZp50tw7NdBRXYuDczmPMB2l6evEo0DKNkqTxPJZzBsaa4H68L8xom6vL/6CBbhs4IacHO1dE7x1hbGZUlz3NQmBCIDBcCJqQSo9cCQMciSDR0mB9O/GRrVJUNwgm/3rq91opKsaVbNcom/Ec1qojENiyWSutuHYBBKfcSWPJhNTcQg+ZkyjzzTwTEgOZBfMudCpyt+0kBF6IcjBlohjdVTkQrORDWbYrpbSuLlBRTvfClfAGGNJJ1BHic20Yqy2qZPSkua7a5a6rWnKwZv6LmWabWlP2cDNrd7xCLVIaiXA6FS5rsjK40vMYEksTSF8q95HyezXxF0Qj1aWMj4SghBTHzO81QK2AIHlRr5RfZSU5j5hUL+/Iw/JcxHhI/frwsZL/3D+S1y8xIOUDf1owVi28E4ETpuYQRgzSYGRUN2a5l/ShGsGvELhYiLEMnA5PfFk/HhbSDKEt0ncqW15pxCrqcq31YLcVL2fnuLJOwr0yT3IJbJTstpbthiHbfqta+GZ2T2NctD9AH+DC1rGJpZhqm/vhz1uo7zEGVQdarzyrIMJcKNwL8WfdXdoAJZqnFgnehSVh60AylyQcAt5tTVHCvfI8LwempBuNCZ/AGB3pCwC7FcOlb8Swpwt3VFW4s60n7VFzZCaA14ye1Jd6qiM/jWMv/j3tYTINGWuj13LsT9zL9X6/ioET/4Z3pG3ZlIXAiYCA6MiJT0LySOaxAzsstn+blVzxl3D+GPWAEtq3brApzU/aWUt3E5xD694l1oO7SPG0623aitdatBuDogFi7jd9OCphAonYJlthFGpZ877Y4vXfQl3/PPXNSCNPEWJNNJUdXl71pu85gu0Tc1SYrKEHcmdDgT31IaiDvPqprmOfuHqbkJ+SkPalM9kHGEH8Pmz2Sqheu+6MlvKIQBVFMhFBVxIic9vsUWa0YsojqUoEPRdJxico45NiPOIvCUhJEqfU4KOVlTTqS0uj5XEVHcUfX0sx3vqEU7VL0WjwOIpXT1xWGEcxOo6GjqCudr2n3VcknavhfIOiuOWzicrkmRF78dczrWT796wEo7iYVn6wwwjhhx4pXW5r/+sZO+vfbrXKKgp2PAFBL7F408dgBj5sC9/wFtv5wGak2SbWxdEAwehE8hWnXXNiEEL+aNbavOZTMIItC3Myhur/IHuny028JHzQotWo6dmz3fHBfqE0lMSIyn3y13tarVveIaRSDHCL+R3N2qArOMYfjQPZUQxaxntapzGKZB9lIfCKg8DJIegCo3CEtomKIHlA3HWuyV9UkGcHAzX2f3fMtKtqGmx+Bb6fAQzSiH4R7/fUaQ6zjdoVYJQUW1Yh1QfL/gyBeg45MTSrejvr7Fi343ue6HoO4X09UvtunpHf+ZWnEZlDSK5x7g2BgkVIoxC/rmeQlg6wPABSSjRwD/U7Vu+SctzPqUT1Ba4CV/Zo//gl1RI2z2KXHbM1SD94u7la0y0cWq0IMwRVyMztxJTxVERbqnGFIB2ehABlVCRJxq09OzgMzzX2tVwI/e/N9BmWNbHU99oX2RFcEVLaKElqotJ4CXnm+0aEX2aG8ZyL2/Kp60B+3Rv+bdxzzOBAphFOgIurb4RH/i09H5ZH69mKcRBi74BQpJb5QzhW+lkBjmoWJK24ptfW/PIMW/OVa2zmm75g8y77jPXt+Ar5Lmb5aLP1bPxX2//or6xzLzOjbDH9r2UptFksRURKyq2fIZ2ZpLmJ92wlQE2H5U9dRHt4L0Q9B/93hZPlMRARDEZOelKOAZy3QxRtV/sZO2n5euRCPoyPcswcEZ6jvC17OwuBVwIETh5B14TVTMefM9Z0AGNz1IpKvagPQUwbukJ2WaWU3J7UKYQpd6aRk49MdcSSNzILGo3pOEkE2BGetASkDStcHqnM8xZzyvPEIe6lpRMhT0n3CizTt4v7qAkxppOkP6CGT7JEEMb1hRTIX8ZtiDsW8agB+CR91PElfYWagXeQfWJayrZ1BaweXkaxvkerXcR70A3Qy6V7IqIyGnNbtvtg4rFySAUu6fnYkWC6Qt7huwapn/S+IGKn7h173ccHw5emNJoJMaGiYONIzjYkg+kZsYjfJyM+HOOmyqkfNa4VKAkiKwV2CPW2Yryzimw9mH5Er+BZjuwi1M8Jmh7FgyBqi/7656jgt1mg878oNwPCXmtNOzps92828o0Z78WwLt6zx+qu+JTVXFFhm7//HqpawLDCjY1wswc21VvXUhn6ja39kDQOy8HwYIlEqvGMV4x6ChOYctq4UXO8LB+o62QzI42c5mE2ZSEwURDInLoTVef460kjs57VDzGyJe0x30GYis0+mYkcggoJSWnYO4IlAqUZkC6n/JkJG1yQVht2a9fyW46K8ftYqe8Gk2RIqKyhB/IXg1TqLFSy3JKdz/Jb69YYmWJUJ6SD4RbxsxMNX7Jg6XWo2JGCCkS45ZsOI0A0uQDGcWpIqOxS6seHvfsFaDpUd0B1euxTVZ+JkTquTGbvWWr2rRdTtqUnYJNRvWeE+8789PT50HeKmApuBUVUNELS8wknuPSjfH9d3RMslY/wCSfulr4FBiW2EU1No0Rb1r7FdY2UND5hVMPLLsT2EmIqoqRO1cB1xxEK6fFRJGV3U0H16YLjQNUwxPGefTblne+x8hlYv7dtIjPEnPb340ve2ZywmnNwPSMcY2cnliq4QogJCCr6y7BvChB0Kdm/zUqnzbRkwWTbJH4Yow7x1tISNLBe370Agq6i8L6HJVcfLdURI9hUV5vF1jzGHGIwjwI+9yExlttqplt4/gpeRMXjZKIOe/8pdkNdJcv+DmAn24JTbhnoFINXtjlHB4GTS9D9tjpMBEZwCTUxx30x7aDG8IdAyP+8t6fTWlubrTC/wBm+ZKp7vXJgB+oJFrwGdfo2IltthvpJ8sYdh0hvmSmF5bwltxPicheEeoVFJv8zgvpPQBzoGiWdO0wDwoGwKxyWAnMkup/nfrqNcgcKsJ5IdDk4A/KUotqvY9MMNs5QYJoJSgKLJ/eMLf0c6XUTTrTHeiGNHnif69exMr+MnkHAw6x3r3/8d7b6Zz8cV8Pf8tNHGK+FWJtDnKQJ0WYjA8R9WBWjEbdh2dwleR2vhJgn9bt2RdPmRCIW+sNqMqtO+23en73Zyiv7rGermNI30oYwMeB77fnv7bELyz5ByOSEbbyDlaOpu4j5vsFC7NwWKa3CwJF6IDpumYQK1Y0JLN8SMnzUFEi3VQf0Ui60kns350NSmogrgp+CsIRy8thnvdHu/JePDsk22sVZf/EuW3b6hc5f38FttIwvk/vy4OnAFXBpeQG7/tUQ0rPRnm7uxjNlYu0JXibgyDbzJYDAKUHQwxU1jnsXUoh3tFoeEdwuKolbfjgO7hBCYcDjcx6N9hIyFUIrGn0Yxy70gotO3jyQ2Rak5ceRuqu4p/uZ6IbzJJG3FFQm2ewIeoAIWkPzUEZ6x/AU8rC+qIAySSyARMT1cgWaMVkfC7thuZ2azu2pNErPfcaE0+NIUslpDb0DH/geOBze6uPR46g1W/SoICCCRHKq8zWPWmNXl338L6+zmbe8h61YWdoZiWHxhxtlf7l6g23b/LwVEjc+QQCU4MzFFpo6i0FOxzImt	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225213445445	""
656	จังหวัดนครปฐม เปิดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี	"<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้า&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์เซ็นเตอร์&nbsp;สาขาอ้อมใหญ่&nbsp;อำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมเปิดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐม&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อส่งเสริมช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><strong>นางสาวทิพพรรณ&nbsp;ไชยูปถัมภ์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดนครปฐม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้ดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2556&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกู้เงินแล้ว&nbsp;1,122&nbsp;โครงการ&nbsp;รวมเป็นเงิน&nbsp;205,706,300&nbsp;บาท&nbsp;ส่งผลให้สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีมีเงินทุนในการพัฒนาอาชีพ&nbsp;เช่น&nbsp;พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์ด้านคหกรรม&nbsp;และการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;มีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและผู้ประกอบการ&nbsp;OTOP&nbsp;</strong>ร่วมจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องดื่ม&nbsp;ผักผลไม้ปลอดสารพิษ&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;เสื้อผ้า&nbsp;เครื่องนุ่งห่ม&nbsp;เครื่องหนัง&nbsp;เครื่องจักรสาน&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-center""><br></p>"	25/2/2022	ภาคตะวันตก	นครปฐม	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225191752403
657	หอการค้าสมุทรปราการจัดงาน  เที่ยวถิ่น กินอร่อย สมุทรปราการ	<p><strong>หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>และจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;จัดงานเที่ยวถิ่น&nbsp;กินอร่อย&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;เวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.&nbsp;นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;เที่ยวถิ่น&nbsp;กินอร่อย&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายของดี&nbsp;ของอร่อย&nbsp;จากร้านค้าในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;สินค้าหนึ่งตำบล&nbsp;หนึ่งผลิตภัณฑ์&nbsp;(OTOP)&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;มีของดีที่มีเอกลักษณ์&nbsp;ตลอดจนประเพณีอันน่าตื่นตาในช่วงเทศกาลสำคัญ&nbsp;วัดวาอาราม&nbsp;ประวัติศาสตร์&nbsp;สิ่งที่น่าสนใจเหล่านี้เป็นต้นทุนสำคัญในการส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยว&nbsp;นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแล้ว&nbsp;ของดี&nbsp;ของอร่อย&nbsp;ในแต่ละพื้นที่&nbsp;แต่ละอำเภอ&nbsp;ถือเป็นประตูบานสำคัญที่จะเชื้อเชิญ&nbsp;นักท่องเที่ยวทั้งไทย&nbsp;และต่างชาติเข้ามารู้จักจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการและองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อให้จังหวัดสมุทรปราการจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการท่องเที่ยว&nbsp;ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อไปในอนาคต&nbsp;จึงได้กำหนดการจัดงาน&nbsp;เที่ยวถิ่น&nbsp;กินอร่อย&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการต่อยอดกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด&nbsp;ขับเคลื่อนโครงสร้างเศรษฐกิจ&nbsp;ชุมชน&nbsp;ผู้ประกอบการและร้านค้าในท้องถิ่น&nbsp;พร้อมทั้งเพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณี&nbsp;ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226050801469
658	"อย่าลืม ใช้ครั้งแรก 28 ก.พ.65 ก่อนถูกตัดสิทธิ ""คนละครึ่งเฟส 4"""	"<p><strong>""คนละครึ่งเฟส&nbsp;4""&nbsp;อย่าลืมใช้ครั้งแรก&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;ก่อนถูกตัดสิทธิ</strong></p><p><strong>ใช้สิทธิถึง&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;</strong></p><p><strong>โฆษกกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวเน้นย้ำว่า</strong>&nbsp;ขอให้ประชาชนกลุ่มเดิมฯ&nbsp;รีบเริ่มใช้สิทธิโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ภายใน&nbsp;28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีประชาชนกลุ่มเดิมฯ&nbsp;ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิจำนวนกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านราย&nbsp;จึงขอให้รีบดำเนินการ&nbsp;หากพ้นกำหนด&nbsp;จะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;สามารถใช้จ่ายโครงการฯ&nbsp;ได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.65</p><p>ที่มา&nbsp;:&nbsp;สถานีข่าวกระทรวงการคลัง&nbsp;:&nbsp;Ministry&nbsp;of&nbsp;Finance&nbsp;News&nbsp;Station&nbsp;กระทรวงการคลัง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>"	25/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	อำนาจเจริญ	สวท.อำนาจเจริญ	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225203937424
659	จังหวัดยโสธรประชุมพร้อมจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร สะออน 50 ปี ศรียโสธร วันที่ 1-7 มี.ค.นี้ เน้นคุมเข้มป้องกันโควิด-19 และทุกภาคส่วนร่วมสร้างบรรยากาศความรักความสามัคคีของชาวยโสธร	<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่า&nbsp;ราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน&nbsp;การจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;โดยมีนายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;นายชัยวัฒน์&nbsp;แสงศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมประธานคณะทำงานและเลขานุการ&nbsp;คณะทำงานฝ่ายต่างๆ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดยโสธรกำหนดจัดงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ที่สวนสาธารณะบุ่งน้อย-บุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;โดยกำหนดพิธีเปิดงานในวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;17.30&nbsp;น.&nbsp;ที่เวทีกลางภายใน&nbsp;งานและทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะร่วมเปิดงาน&nbsp;เช่น&nbsp;ฝ่ายวางผังและสถานที่ได้ขยายช่องทางเข้า-ออก&nbsp;ช่วงเวทีกลางและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ&nbsp;ของส่วนราชการ&nbsp;พื้นที่จำหน่ายอาหารให้เข้าชมได้สะดวกยิ่งขึ้น/เทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;ประดับตกแต่งรอบอนุสาวรีย์พระสุนทรราชวงศา&nbsp;(สิงห์)ให้สวยงาม/ฝ่ายจัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์&nbsp;พร้อมจัดพิธีบอกกล่าว&nbsp;สิ่งศักดิ์สิทธิในเช้าวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ประกอบด้วยบูชาพระธาตุพระอานนท์&nbsp;วัดมหาธาตุ&nbsp;บอกกล่าวเจ้าปู่พระละงุม&nbsp;เจ้าแม่สองนางพี่น้อง&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;หลวงพ่อพระสุก&nbsp;เจ้าปู่หอชุม&nbsp;หอมเหศักดิ์&nbsp;เจ้าพ่อหลักเมือง&nbsp;เจ้าแม่สองนาง&nbsp;พี่น้อง&nbsp;ถนนแจ้งสนิท&nbsp;พญาแถนที่สวนพญาแถนและทีวิมานพญาแถน&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;พิธีทำบุญตักบาตร&nbsp;ขบวนแห่จากศาลากลาง&nbsp;จังหวัด&nbsp;ไปยังบุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;การรำบวงสรวงอนุสาวรีย์&nbsp;พระสุนทร&nbsp;ราชวงศา&nbsp;(สิงห์)&nbsp;พิธีเปิดงาน/ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย&nbsp;การรักษาความสะอาด&nbsp;การพยาบาล&nbsp;โดยเฉพาะการตรวจคัดกรอง&nbsp;ผู้เข้าร่วมชมงาน&nbsp;เพื่อป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;ที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ประตูที่จะเข้าชมงานต่างพร้อมดำเนินงาน</p><p><strong>นอกจากนี้ยังมีการจัดทำของฝากของที่ระลึกสินค้าโอทอป&nbsp;</strong>โดยใช้ตรา&nbsp;สัญลักษณ์&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;เป็นเครื่องหมาย&nbsp;สามารถซื้อได้ที่&nbsp;ร้านจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์โอทอปของสำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมทั้งการแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ&nbsp;ที่เน้นสร้างนิทรรศการมีชีวิต&nbsp;ประชาชนมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์และการทำเกษตรอินทรีย์</p><p><strong>สำหรับการแสดงทีเวทีกลางทั้ง&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;</strong>โดยความร่วมมือของภาคราชการและภาคเอกชน&nbsp;โดยให้มีบรรยากาศของความสนุกสนาม&nbsp;ความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อความภาคภูมิใจ&nbsp;ในโอกาสครบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;สถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดยโสธรจึงขอเชิญชวน&nbsp;</strong>เที่ยวชมงานวันสถาปนาจังหวัดยโสธร&nbsp;ครบ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;สะออน&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;ศรียโสธร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนสาธารณะบุ่งน้อย&nbsp;บุ่งใหญ่&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;องเมือง&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;ได้ได้โดยทั่วกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ยโสธร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220225204415425
660	ผู้ว่าฯ สกลนคร ตีกลองเส็งเปิดงานรวมน้ำใจไทสกล อย่างเรียบง่าย ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 เคร่งครัด	<p><strong>จังหวัดสกลนคร&nbsp;เปิดงานรวมน้ำใจไทสกล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;อย่างเรียบง่าย&nbsp;</strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครตีกลองเส็ง&nbsp;เป็นสัญลักษณ์พิธีเปิด&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(25&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;จังหวัดสกลนครได้กำหนดจัดงานรวมน้ำใจไทสกล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หลังจากได้เลื่อนจากกำหนดการเดิมมาแล้ว&nbsp;เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งพิธีเปิดงานวันนี้&nbsp;นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;ตีกลองเส็งเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดงาน&nbsp;บริเวณเวทีกลาง&nbsp;สนามหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอดิศักดิ์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการเหล่ากาชาด&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชนและ&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;ที่ต่างแต่งกายด้วยผ้าย้อมคราม&nbsp;ผ้าไทย&nbsp;และชุดพื้นเมือง&nbsp;ร่วมในพิธีเปิด&nbsp;อย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ถ่ายทอดสดผ่านทางเพจ&nbsp;สวท.สกลนคร&nbsp;ละเบ๋อ</p><p><strong>งานรวมน้ำใจไทสกล&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>กำหนดจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร&nbsp;เพื่อนำรายได้จากการจัดงานไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลของเหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร&nbsp;ให้เศรษฐกิจได้ฟื้นตัว&nbsp;ชาวบ้านมีรายได้จากการนำผลผลิตมาจำหน่าย&nbsp;ประชาชนมีความสุข&nbsp;และผ่อนคลายด้วยการใช้ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ภายใต้มาตรการจำกัด&nbsp;งดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด&nbsp;ประชาชนที่มาร่วมงาน&nbsp;ต้องแสดงผลการฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;ผู้จำหน่ายสินค้า&nbsp;รวมถึงนักแสดง&nbsp;ศิลปิน&nbsp;จะต้องผ่านการตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;ทั้งก่อนเข้างาน&nbsp;และภายในงาน&nbsp;โดยทีมสาธารณสุขจัดทีมออกตรวจทั้งเช้าและเย็น&nbsp;จัดจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต&nbsp;จะมีการจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่างไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;แสดงไม่เกิน&nbsp;23.00&nbsp;น&nbsp;และหากพบมีปัญหา&nbsp;จะให้หยุดการแสดงทันที&nbsp;โดยมีตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;อส.&nbsp;ร่วมในการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยตลอดการจัดงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226000625451
661	จ.สกลนคร เปิดงานรวมน้ำใจ ไทสกล หนุนของดีพื้นเมืองสินค้า GI โอทอป กระตุ้นเศรษฐกิจ ปลอดภัยโควิด-19	<p><strong>ที่เวทีกลางหน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร&nbsp;นางจุรีรัตน์&nbsp;เทพอาสน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;</strong>พร้อมกับ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พ่อค้า&nbsp;ประชาชนชาวจังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกันทำพิธีเปิดงานรวมน้ำใจ&nbsp;ไทสกล&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้มาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด</p><p><strong>นายวีระ&nbsp;ฤกษ์วาณิชย์กุล&nbsp;ปลัดจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดสกลนครร่วมกับมูลนิธิสกลนครพัฒนา&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ได้จัดงานรวมน้ำใจ&nbsp;ไทสกล&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มุ่งหวังให้หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ได้จัดกิจกรรมแสดงผลงาน&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;แสดงผลงานวิชาการ&nbsp;เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้นำสินค้า&nbsp;GI&nbsp;โค&nbsp;ข้าวเม่าคราม&nbsp;สินค้าโอทอป&nbsp;ของดีบ้านฉันมาจัดจำหน่าย&nbsp;และยังเป็นการจัดหาทุนให้เหล่ากาชาดจังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้นำไปช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก&nbsp;รวมถึงดำเนินงานสาธารณประโยชน์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	25/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	สกลนคร	สวท.สกลนคร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226001101452
662	จ.ระยอง ชวนเที่ยวงานชุมชน ยลวิถี ชมของดีบ้านทะเลน้อย ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่มีหลากหลาย	"<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม&nbsp;</strong>ต.ทางเกวียน&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการเสน่ห์วิถีถิ่น&nbsp;แผ่นดินระยอง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ชมของดีบ้านทะเลน้อย""ซึ่งจัดขึ้นโดยวัฒนธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;และ&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ในงานมีกิจกรรม&nbsp;เปิดตัวชุมชน&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;""กิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;""เสน่ห์วิถี&nbsp;แผ่นดินระยอง""ชมของดีบ้านฉันจาก&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตลาดนัดวัฒนธรรมในบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่นดั้งเดิม&nbsp;ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนและสังคมเห็นความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน&nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์และยกระดับให้เป็นชุมชนต้นแบบ&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""&nbsp;ชุมชนบ้านทะเลน้อย&nbsp;อ.แกลงดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้&nbsp;และส่งเสริมการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ&nbsp;จากผลกระทบสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดระยอง&nbsp;ผ่านการท่องเที่ยวชุมชนหรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม</p><p><strong>สำหรับชุมชนบ้านทะเลน้อย</strong>&nbsp;เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่มีความหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์&nbsp;ดังจะเห็นได้เห็นได้จากวัดราชบัลลังก์ฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ที่มีอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า&nbsp;300&nbsp;ปี&nbsp;และมีโบราณสถานวัตถุอีกหลายรายการ&nbsp;ยังมีเรื่องเล่าว่าเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;ในช่วงที่รวบรวมกำลังพลก่อนเข้ายึดเมืองจันทบูรณ์&nbsp;มีผักกระชับ&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;พบได้ที่บ้านทะเลน้อยแห่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู&nbsp;สร้างชื่อให้กับบ้านทะเลน้อย&nbsp;และจังหวัดระยอง&nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สำคัญดังคำขวัญหมู่บ้านที่ว่า&nbsp;""กล้วยน้ำว้าขึ้นชื่อ&nbsp;เลื่องลือ&nbsp;ผักกระชับ&nbsp;ถิ่นพักทัพพระเจ้าตาก&nbsp;ของฝากกะปิน้ำปลา&nbsp;ล่องธาราลำน้ำประแสร์""&nbsp;ชุมชนบ้านทะเลน้อย&nbsp;เป็นชุมชนต้นแบบของการบริหารจัดการท่องเที่ยวจนได้รับรางวัลระดับชาติมาแล้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	25/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226050031466
663	เอ็ตด้า วาง 6 หลักสูตรดิจิทัลมาพัฒนาบุคลากรและองค์กรธุรกิจให้ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างโอกาสสู่ยุคใหม่	<p><strong>สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หรือ&nbsp;ETDA&nbsp;(เอ็ตด้า)&nbsp;วาง&nbsp;6&nbsp;หลักสูตรดิจิทัลมาพัฒนาบุคลากรและองค์กรธุรกิจให้ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างโอกาสสู่ยุคใหม่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยชนะ&nbsp;มิตรพันธ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;หรือ&nbsp;ETDA&nbsp;(เอ็ตด้า)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถาบัน&nbsp;ADTE&nbsp;(เอดเต้)&nbsp;หรือ&nbsp;Academy&nbsp;of&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;by&nbsp;ETDA&nbsp;ได้จัดงาน&nbsp;ADTE&nbsp;OPEN&nbsp;HOUSE&nbsp;2022&nbsp;:&nbsp;ADVANCE&nbsp;YOUR&nbsp;DIGITAL&nbsp;WORKFORCE&nbsp;ก้าวข้ามขีดจำกัดของธุรกิจ&nbsp;ในยุคดิจิทัล&nbsp;ที่คุณออกแบบได้&nbsp;ด้วยการดึง&nbsp;6&nbsp;หลักสูตรมาติดอาวุธความรู้ดิจิทัลพลิกโฉมการทำงานองค์กรธุรกิจให้พร้อมสู่โลกยุคใหม่&nbsp;จะเริ่มหลักสูตรแรกเดือนมีนาคมนี้&nbsp;เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและความรุดหน้าของเทคโนโลยีได้ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ทั้งการปรับ&nbsp;Business&nbsp;model&nbsp;การปรับกระบวนการทำงานที่ต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ควบคู่กับการพัฒนาความรู้และคนให้เตรียมพร้อมกับการทำงานในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้คนทำงานต้องปรับตัวและพัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรด้วย&nbsp;สิ่งสำคัญเป็นการยกระดับความรู้ให้คนไทยพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังเป็นศูนย์กลางและแพลตฟอร์มของการถ่ายทอดความรู้ด้านดิจิทัลในหลากหลายมิติ&nbsp;ที่ผ่านมาได้เปิดอบรม&nbsp;ถ่ายทอดความรู้และพัฒนาคนไทยทุกกลุ่ม&nbsp;ทั้งบุคลากรภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และประชาชนทั่วไปผ่านหลักสูตรดิจิทัลที่น่าสนใจสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;6&nbsp;หลักสูตรที่ทุกองค์กรธุรกิจยุคใหม่จะต้องเสริมทักษะความรู้&nbsp;คือ&nbsp;Digital&nbsp;Signature&nbsp;เรียนรู้การใช้ลายเซ็นดิจิทัลอย่างถูกต้องและมีผลทางกฎหมาย&nbsp;//&nbsp;Digital&nbsp;ID&nbsp;การนำเทคโนโลยีสำหรับการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลมาใช้ในการทำงานเป็นกุญแจสำคัญของการทำธุรกรรมทางออนไลน์&nbsp;//&nbsp;Digital&nbsp;Transformation&nbsp;การทำงานในรูปแบบดิจิทัลในมิติต่างๆที่ช่วยเติมเต็มองค์กรให้กลายเป็น&nbsp;Digital&nbsp;Workplace&nbsp;แบบเต็มรูปแบบก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล&nbsp;//&nbsp;Digital&nbsp;Security&nbsp;การรับมือภัยไซเบอร์และแนวทางการป้องกันภัยทางออนไลน์ที่ผู้เรียนจะได้เรียนรู้แนวทางในภาคปฏิบัติ&nbsp;และกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากประสบการณ์ตรงและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากบุคลากรของ&nbsp;ETDA&nbsp;//&nbsp;Digital&nbsp;Commerce&nbsp;ทั้งส่วนของหลักสูตร&nbsp;e-Commerce&nbsp;ตั้งแต่ระดับเบื้องต้นจนถึงระดับสูงขึ้น&nbsp;เพื่อให้เรียนรู้ได้แม้ไม่มีพื้นฐานเป็นการอัพสกิลการขายสินค้าในโลกดิจิทัลที่ทันสมัยและปลอดภัย&nbsp;//&nbsp;Digital&nbsp;Literacy&nbsp;สำหรับการสร้างความตระหนักรู้การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์&nbsp;การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย&nbsp;และรู้เท่าทัน&nbsp;</p>	26/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226152815635
664	สายการบินไทย ยืนยันความพร้อมสนับสนุนภารกิจรับคนไทยในยูเครนเดินทางกลับประเทศไทย	<p><strong>บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;แจ้งว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์ความตึงเครียดในประเทศยูเครน&nbsp;&nbsp;บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ในฐานะสายการบินแห่งชาติยืนยันความพร้อมของบริษัทฯ&nbsp;ในการสนับสนุนภารกิจภาครัฐในการรับคนไทยในประเทศยูเครนกลับสู่ประเทศไทย&nbsp;โดยบริษัทฯ&nbsp;ได้ติดตามสถานการณ์และประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และได้เตรียมความพร้อมสำหรับการจัดเที่ยวบินสนับสนุนภารกิจทันทีที่ได้รับการร้องขอ&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของเที่ยวบินของบริษัทฯ&nbsp;ในเส้นทางบินทวีปยุโรปนั้น</strong>&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ไม่ได้ทำการบินผ่านน่านฟ้าประเทศยูเครนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและนิรภัยการบิน&nbsp;ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารที่ใช้บริการในเส้นทางดังกล่าว&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้ปรับใช้เส้นทางบินที่มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น&nbsp;มาตั้งแต่วันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ระยะเวลาทำการบินในแต่ละเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยไม่กระทบต่อตารางบิน&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;บริษัท&nbsp;การบินไทยฯ&nbsp;ทำการบินเส้นทาง&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;ยุโรป</strong>&nbsp;ใน&nbsp;7&nbsp;เส้นทางบิน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพ-ลอนดอน&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;6&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-ปารีส&nbsp;&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทางกรุงเทพฯ-ซูริก&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทาง&nbsp;กรุงเทพฯ-&nbsp;&nbsp;สตอกโฮล์ม&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และเส้นทางกรุงเทพฯ-บรัสเซลส์&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;เที่ยวบิน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226125108569
665	พร้อมรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย	<p><strong>นายศักดิ์สยาม&nbsp;ชิดชอบ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งประวัติศาสตร์&nbsp;ได้นำมาสู่การฟื้นฟูความร่วมมือของทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเทศในหลายด้าน&nbsp;โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งล่าสุดสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;ได้มีแผนที่จะกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงซาอุดีอาระเบีย-ไทยอีกครั้ง&nbsp;โดยจะเริ่มเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;หลังจากไม่ได้ทำการบินมายังประเทศไทย&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;จึงได้สั่งการให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเตรียมความพร้อมให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในทุกด้านภายใต้มาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด</p><p><strong>ด้านนายกิตติพงศ์&nbsp;กิตติขจร&nbsp;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;ท่าอากาศยานไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ทอท.&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับเที่ยวบินสำหรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;มีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;เบื้องต้นได้ประสานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ&nbsp;กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง&nbsp;2&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;เจ้าหน้าที่โรงแรมและสายการบิน&nbsp;Saudi&nbsp;Arabian&nbsp;Airlines&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่เตรียมการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางมาพร้อมกับเที่ยวบินดังกล่าว&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้รับความสะดวกในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศไทย&nbsp;และเป็นไปตามมาตรการการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสาร</strong>&nbsp;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้จัดเตรียมอุโมงค์น้ำในการต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;ททท.&nbsp;และมอบของที่ระลึกให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมากับเที่ยวบินดังกล่าว</p><p><strong>สำหรับตารางการบิน&nbsp;(Slot)&nbsp;แบ่งเป็น</strong>&nbsp;เที่ยวบินประจำฤดูกาลการบินฤดูหนาว&nbsp;2564&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทาง&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;-&nbsp;ทสภ.&nbsp;-&nbsp;กรุงริยาด&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะทำการบินในวันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;และศุกร์&nbsp;เวลาตามตารางการบินขาเข้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;18.05&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;และเวลาตามตารางการบินขาออก&nbsp;20.35&nbsp;น.&nbsp;ส่วนเที่ยวบินประจำฤดูกาลการบินฤดูร้อน&nbsp;2565&nbsp;ทำการบินสัปดาห์ละ&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;เส้นทาง&nbsp;เจดดาห์&nbsp;-&nbsp;ทสภ.&nbsp;-&nbsp;เจดดาห์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;29&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะทำการบินในวันจันทร์&nbsp;พุธ&nbsp;ศุกร์&nbsp;และอาทิตย์&nbsp;เวลาตามตารางการบินขาเข้า&nbsp;16.55&nbsp;น.&nbsp;และเวลาตามตารางการบินขาออก&nbsp;00.15&nbsp;น.&nbsp;(ของวันถัดไป)</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>	26/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226124852566
666	"3 ไซส์ ปาท่องโก๋ ""OK ปาเกลียว"" อาชีพหลักสร้างรายได้วันละพัน"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อาหารเช้าอย่างปาท่องโก๋ร้อน&nbsp;ๆ&nbsp;จิ้มสังขยา&nbsp;หรือจิ้มนม</strong>&nbsp;ยังคงเป็นที่นิยมตั้งแต่สมัยอดีตมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย&nbsp;ยิ่งได้ทานคู่กับน้ำชา&nbsp;กาแฟ&nbsp;ก็จะเพิ่มรสชาติความอร่อย&nbsp;อิ่มท้องได้&nbsp;นานถึงเที่ยงทีเดียว&nbsp;ร้านไหนทอดปาท่องโก๋ได้ออกมาเนื้อนุ่ม&nbsp;ไม่อมน้ำมัน&nbsp;และทำสังขยาอร่อย&nbsp;ก็จะยิ่งเป็นที่ดึงดูดใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อย่างที่ร้าน&nbsp;""OK&nbsp;ปาเกลียว""&nbsp;แถวย่านคุรุ&nbsp;ยะลา</strong>&nbsp;ตอนช่วงค่ำ&nbsp;ๆ&nbsp;ก็จะเห็นลูกค้าแวะเวียนกันมารอซื้อปาท่องโก๋ร้อน&nbsp;ๆ&nbsp;กันอย่างไม่ขาดขาย&nbsp;ขายเพียง&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมงกว่าก็หมด&nbsp;ซึ่งที่นี่จะมีไซส์ปาท่องโก๋ให้เลือก&nbsp;3&nbsp;ไซส์&nbsp;ทั้งไซส์เล็กสุด&nbsp;กินเป็นคำอร่อยเป็นคำ&nbsp;ลูกละ&nbsp;1&nbsp;บาท&nbsp;ท&nbsp;ไซส์&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;และไซส์ใหญ่สุด&nbsp;ลูกละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;แบบธรรมดา&nbsp;แบบเกลียว&nbsp;ตามแต่ลูกค้าชื่นชอบ&nbsp;รวมถึงมีซาลาเปาไส้ถั่วเหลือง&nbsp;ลูกละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ให้เลือก&nbsp;ส่วนสังขยาก็จะเป็นสังขยาใบเตยที่ทางร้านทำสดใหม่ทุกวัน&nbsp;แต่ละวันก็จะมีทั้งลูกค้าประจำ&nbsp;ลูกค้าทั่วไปมาแวะซื้อ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ลูกค้าจาก&nbsp;กทม.&nbsp;ที่เพิ่งจะมาซื้อครั้งแรก</strong>&nbsp;บอกว่า&nbsp;ชอบหาของทานที่เป็นพื้นบ้าน&nbsp;มาทำงานจังหวัดไหนก็จะแวะซื้อ&nbsp;ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งร้านปาท่องโก๋ที่มาแวะซื้อเอาไปทานเล่นดู&nbsp;รวมถึงมาอุดหนุน&nbsp;คนในพื้นที่ด้วย&nbsp;ส่วนปาท่องโก๋ที่ชอบก็จะเป็นไซส์เล็กสุด&nbsp;กรอบดี&nbsp;ขณะที่&nbsp;ลูกค้าประจำในพื้นที่ยะลา&nbsp;บอกว่า&nbsp;มาซื้อบ่อย&nbsp;ชอบทาน&nbsp;อร่อยดี&nbsp;ตัวเล็ก&nbsp;ตัวใหญ่ทานได้หมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้านเจ้าของร้าน&nbsp;""OK&nbsp;ปาเกลียว""</strong>&nbsp;ซึ่งมีประสบการณ์ทอดปาท่องโก๋ขายมายาวนาน&nbsp;ยึดป็นอาชีพหลักมาร่วม&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;นายพิพัฒนชัย&nbsp;หวันดิน&nbsp;บอกว่า&nbsp;เดิมทีก็ไปเรียนมาจาก&nbsp;กทม.&nbsp;แถวพรานนก&nbsp;ต้นตำรับที่นั่น&nbsp;ฝึกทำที่ตลาดพรานนก&nbsp;พอกลับมาก็มาเริ่มทำขายที่ยะลา&nbsp;แถวตลาดเก่าก่อน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ก็ไปขายที่ตลาดรถไฟ&nbsp;และขยายมาขายที่แถวคุรุ&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;""ก็ภูมิใจอยู่ลูกค้าตอบรับเป็นอย่างดี&nbsp;ถัวเฉลี่ยแต่ละวันจะทำแป้งวันละ&nbsp;20&nbsp;กก.&nbsp;ขายทั้งช่วงเช้า&nbsp;ช่วงค่ำ&nbsp;โดยเฉพาะช่วงค่ำลูกค้าจะมาเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;จนถึง&nbsp;4&nbsp;ทุ่ม&nbsp;หมดทุกวัน&nbsp;เราทำไม่มาก&nbsp;ให้พอดีกับลูกค้าจะได้ไม่เหลือ&nbsp;บางคนก็จะชอบปาท่องโก๋ตัวใหญ่&nbsp;เนื้อแป้งเยอะ&nbsp;บางคนชอบเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;กรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;กินง่ายตัวเดียวคำเดียว&nbsp;บางคนตัวกลาง&nbsp;ๆ&nbsp;จะมีให้เลือก&nbsp;3&nbsp;ไซส์&nbsp;กินคู่กับสังขยาใบเตยที่ทำเอง&nbsp;สด&nbsp;ๆ&nbsp;ใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;หรือกินคู่กับนมก็อร่อย""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในส่วนของวัสดุหลักของการทำปาท่องโก๋</strong>&nbsp;ก็จะเป็นแป้งสาลี&nbsp;น้ำมันปาล์มในการทอด&nbsp;โดยก่อนทอดก็ต้องนวดแป้งหมักแป้งไว้ล่วงหน้า&nbsp;3-4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;พอมาเปิดร้าน&nbsp;ก็มาตัดแป้ง&nbsp;ตามขนาดที่ต้องการแล้วนำแป้งสองชิ้นมาประกบกัน&nbsp;นำลงไปทอดในกระทะซึ่งมีน้ำมันร้อน&nbsp;ๆ&nbsp;พลิกไปมาประมาณ&nbsp;3-5&nbsp;นาที&nbsp;จนเหลืองก็นำขึ้น&nbsp;การทำให้เนื้อแป้งปาท่องโก๋นุ่มนั้น&nbsp;ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการหมักแป้ง&nbsp;น้ำที่ผสม&nbsp;ให้ได้พอดีพอเหมาะ&nbsp;เพื่อให้เนื้อแป้งคลายตัวเต็มที่&nbsp;พอทอดก็จะนุ่ม&nbsp;ส่วนการทอดก็จะสลับกันไปมา&nbsp;เล็กบ้างใหญ่บ้าง&nbsp;ตัวไหนออกเยอะ&nbsp;ก็ทอดตัวนั้น&nbsp;โดยเฉพาะตัวเล็ก&nbsp;1&nbsp;กระทะ&nbsp;ก็สามารถทอดได้&nbsp;100&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ส่วนความนิยมของลูกค้าพอ&nbsp;ๆ&nbsp;กัน</strong>&nbsp;ทั้งตัวเล็ก&nbsp;ตัวใหญ่&nbsp;ตอนนี้ก็ช่วยกันทำ&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;โดยตนเองจะเป็นคนทำแป้ง&nbsp;ลูกชายก็จะทอด&nbsp;ส่วนหลานก็จะเป็นคนขาย&nbsp;สำหรับทุนในการทำทั้งเช้าทั้งเย็นก็จะใช้อยู่ที่วันละพันกว่าบาท&nbsp;กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายก็จะได้พันกว่าบาทเหมือนกัน&nbsp;พออยู่ได้เลี้ยงครอบครัวได้&nbsp;ส่วนผลกระทบฯ&nbsp;ที่เกิดจากโควิด&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ค้าขายได้น้อยลงจาก&nbsp;100%&nbsp;ก็จะเหลือแค่&nbsp;60%&nbsp;คนไม่ค่อยออก&nbsp;ตอนนี้ก็ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หากใครที่ชอบรับประทานปาท่องโก๋จิ้มสังขยาใบเตย&nbsp;นมข้นหวาน</strong>&nbsp;ก็สามารถแวะเวียนไปอุดหนุนได้ที่&nbsp;ร้าน&nbsp;""OK&nbsp;ปาเกลียว""&nbsp;ซึ่งร้านจะตั้งอยู่ใกล้&nbsp;ๆ&nbsp;สี่แยกนกเอี้ยง&nbsp;ถนนสายคุรุ&nbsp;เขตเทศบาลนครยะลา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>"	26/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226084838486
667	ยืนยันเปิดโอกาสให้ครอบครัวคนไทยทุกกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงทุนการศึกษา ควบคู่การจัดงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้	<p><strong>นายชัยณรงค์&nbsp;กัจฉปานันท์&nbsp;&nbsp;ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา&nbsp;หรือ&nbsp;กยศ.</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลกำหนดนโยบายให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;โดยกลุ่มลูกหนี้&nbsp;&nbsp;กยศ.&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;กลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ก่อนฟ้องและหนี้หลังมีคำพิพากษา&nbsp;&nbsp;พร้อมร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม&nbsp;หาแนวทางในการไกล่เกลี่ยหนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;ภายในงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ซึ่งจัดขึ้น&nbsp;ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค&nbsp;&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;กุมภาพันธ์นี้&nbsp;</p><p><strong>แบ่งเป็นลูกหนี้&nbsp;2&nbsp;กลุ่มประกอบด้วย</strong>&nbsp;กลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีฟ้องร้องและกลุ่มลูกหนี้ที่ถูกฟ้องร้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี&nbsp;ในช่วงแรกกลุ่มลูกหนี้ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีฟ้องร้องดำเนินคดีที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลหากเข้ามาไกล่เกลี่ยหนี้ภายในงานนี้จะไม่ถูกฟ้องคดีอย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมได้รับการปรับโครงสร้างหนี้เปิดโอกาสทำข้อตกลงขยายระยะเวลาชำระหนี้ไปจนถึงอายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ได้รับส่วนลดเบี้ยปรับและที่พิเศษหากลูกหนี้สามารถปลดภาระหนี้ได้ร้อยละ&nbsp;25&nbsp;จะได้รับการปลดภาระผู้ค้ำประกันทันทีเมื่อการแก้ไข&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;กยศ.&nbsp;มีผลบังคับใช้&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่กลุ่มลูกหนี้ที่ถูกฟ้องร้องเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีและมีการยึดทรัพย์ไปแล้ว</strong>&nbsp;&nbsp;สามารถเข้ามาทำการไกล่เกลี่ยหนี้ภายในงานนี้เพื่อทำข้อตกลงกับ&nbsp;กยศ.ไม่ให้นำทรัพย์ที่ยึดไปขายทอดตลาดโดยจะยอมชำระเงินเป็นระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;เมื่อผ่อนชำระจนครบแล้ว&nbsp;กยศ.&nbsp;จะดำเนินการถอนการยึดทรัพย์ให้ทันที&nbsp;และหลังจากนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;จะกระจายการงานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ไปตามภูมิภาคต่างๆ&nbsp;ทั่วประเทศประเทศ&nbsp;</p><p><strong>หากมาไม่ทันช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่เสียสิทธิ์</strong>&nbsp;โดย&nbsp;กยศ.&nbsp;ได้ชะลอการดำเนินคดีออกไปก่อน&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ข้อมูล&nbsp;ลูกหนี้&nbsp;กยศ.&nbsp;ตั้งแต่จัดตั้งโครงการจนถึงปัจจุบันมี&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;ล้านคน&nbsp;รวมวงเงินกู้แล้วกว่า&nbsp;600,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สามารถปิดบัญชีแล้วประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;อยู่ระหว่างการศึกษาเล่าเรียประมาณ&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;อยู่ระหว่างการผ่อนชำระประมาณ&nbsp;4&nbsp;ล้านคน&nbsp;โดยยืนยัน&nbsp;กยศ.&nbsp;ดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;ไม่มีเจตนาจะฟ้องร้องคดีหรือยึดทรัพย์ลูกหนี้</p><p><strong>ผู้จัดการ&nbsp;กยศ.&nbsp;ยังเปิดเผยถึงกรณีผู้กู้รายใหม่ที่มีความกังวล</strong>&nbsp;พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นลูกหนี้&nbsp;&nbsp;กยศ.&nbsp;เดิมอยู่แล้วและเข้าข่ายผิดนัดชำระหนี้มาก่อนก็ตาม&nbsp;กยศ.&nbsp;ยังเปิดโอกาสให้บุตรหลานสามารถกู้ยืมเงินได้โดยไม่ถูกตัดสิทธิ์&nbsp;พร้อมเปิดโอกาสให้กับทุกกลุ่มเพื่อเป็นหลักประกันให้คนไทยทุกครอบครัวมีทุนการศึกษา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	26/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226124441560
668	ยะลา ภาคเอกชน นักธุรกิจ ลงพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้ พร้อมร่วมเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยว สู่ เบตง 10,000 ล้าน	"<p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการ</strong>ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและแกนนำภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ลงเรือเดินทางเข้าสำรวจพื้นที่ทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;บริเวณอำเภอธารโต&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งอยู่ในโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการเพื่อสร้างโอกาสการท่องเที่ยวสู่&nbsp;เบตง&nbsp;10,000&nbsp;ล้าน""&nbsp;</p><p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;บอกว่าในครั้งนี้ได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติบางลาง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;ปลัดอบต.อัยเยอร์เวง&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเบตง&nbsp;นายกสมาคมพ่อค้าเมืองเบตง&nbsp;นายกสโมสรไลอ้อนเบตง&nbsp;ประธานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนบ้านบุญเต็ม&nbsp;เดินทางมาสำรวจพื้นที่จริง&nbsp;หลังจากได้พูดคุยกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า&nbsp;พื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ที่จะสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ที่จะกำลังจะมีสายการบินนกแอร์&nbsp;ที่จะบินตรงจากดอนเมืองมายังเบตง&nbsp;ในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวจากนอกพื้นที่&nbsp;เดินทางเข้าเบตง&nbsp;กันเป็นจำนวนมากแน่นอน&nbsp;</p><p><strong>ศักยภาพของอำเภอเบตง&nbsp;เป็นอำเภอใต้สุดของประเทศไทย</strong>&nbsp;มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง&nbsp;รวมถึงมีหมอกตลอดทั้งปี&nbsp;อำเภอเบตงเป็นเมืองการค้าชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่มีความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;เพื่อสร้างเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้โดดเด่นและเกิดความสำเร็จนั้น&nbsp;จำเป็นต้องอาศัยสิ่งดึงดูดเชิงอัตลักษณ์ของเบตง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;หรืออาหารพื้นถิ่น&nbsp;ที่เป็นอัตลักษณ์&nbsp;ก็จะส่งผลทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ดร.ณพพงศ์&nbsp;กล่าว</p><p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;ส่วนบริเวณทะเลสาบฮาลาบาลา</strong>&nbsp;ที่อำเภอธารโต&nbsp;นั้น&nbsp;ต้องยอมรับว่าพื้นที่นี้&nbsp;มีศักยภาพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสูงมาก&nbsp;เนื่องจากความสมบูรณ์ของป่า&nbsp;ที่เชื่อว่าป่าฮาลาบาลา&nbsp;เป็นป่าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย&nbsp;และควรที่จะต้องดูแลรักษาเอาไว้&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ที่มีสูงมากสำหรับการท่องเที่ยวนั้น&nbsp;จึงได้มีการพูดคุยกับภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ถึงแนวทางการเพื่อพัฒนาการรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ให้ดีขึ้น&nbsp;ให้คนในพื้นที่ได้มีช่องทางการประกอบอาชีพ&nbsp;นำเสนอของดีของอร่อยและงานบริการในพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลอง&nbsp;และให้เกิดรายได้กับคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;และให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติ&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;ของพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านเรา&nbsp;การพัฒนาเหล่านี้จะไปควบคู่กับการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าเหล่านี้ร่วมกันอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	26/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226111649496
669	ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ ชูนโยบาย 3i พลิกฟื้นเศรษฐกิจ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่&nbsp;ชูนโยบาย&nbsp;3i&nbsp;พลิกฟื้นเศรษฐกิจ&nbsp;ภายหลังได้รับการคัดเลือก&nbsp;พร้อมสานต่องาน&nbsp;เตรียมจัดงาน&nbsp;FTI&nbsp;EXPO&nbsp;2022&nbsp;ร่วม&nbsp;Restart&nbsp;Thailand&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจักริน&nbsp;วังวิวัฒน์&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ชาระมิงค์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังได้รับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ว่า&nbsp;การขับเคลื่อนสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่หลังจากนี้&nbsp;คือ&nbsp;การสานต่อการทำงานจากคณะกรรมการชุดเดิม&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมจัดงาน&nbsp;FTI&nbsp;EXPO&nbsp;2022&nbsp;ซึ่งได้กำหนดจัดในระหว่างวันที่&nbsp;29&nbsp;มิ.ย.-3&nbsp;ก.ค.&nbsp;65&nbsp;ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;7&nbsp;รอบ&nbsp;พระชนมพรรษา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;11&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;45&nbsp;กลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;และสภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;SHAPING&nbsp;FUTURE&nbsp;INDUSTRIES&nbsp;ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยและองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและภาคการศึกษา&nbsp;ทั้งด้านเทคโนโลยี&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;การค้าและการท่องเที่ยว&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;มุ่งเน้นการแสดงศักยภาพ&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคปกติใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั่วโลก&nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของผู้ประกอบการ&nbsp;SME&nbsp;ในภูมิภาค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;3i</strong>&nbsp;คือ&nbsp;Innovation&nbsp;-&nbsp;Implementation&nbsp;-&nbsp;Investment&nbsp;ที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ต้องการเร่งขับเคลื่อน&nbsp;เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการหลังสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมผนวกกับเทคโนโลยีและการจัดการรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะมาช่วยผู้ประกอบการขับเคลื่อนธุรกิจ&nbsp;และเชิญชวนนักลงทุนให้เข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;รวมถึงการผลักดันโครงการ&nbsp;Northern&nbsp;Thailand&nbsp;Food&nbsp;Valley&nbsp;ให้เข้าสู่กระแสอาหารอนาคต&nbsp;(Future&nbsp;Food)&nbsp;จากพฤติกรรมของผู้บริโภคใส่ใจอาหารปลอดภัยและสุขภาพมากขึ้น&nbsp;คาดว่าในปี&nbsp;2570&nbsp;จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง&nbsp;8&nbsp;และ&nbsp;13&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ในกลุ่ม&nbsp;Functional&nbsp;และ&nbsp;Organic</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;มีวัตถุดิบทางการเกษตรที่สามารถแปรรูปได้หลากหลาย&nbsp;ภาคธุรกิจเริ่มมีการผลิตสินค้ารองรับ&nbsp;Future&nbsp;Food&nbsp;มากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;Plant-based&nbsp;meat&nbsp;เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากถั่วแระ&nbsp;ฟักทอง&nbsp;มันม่วง&nbsp;เครื่องดื่มผงจากสารสกัดข้าวเหนียวดำ&nbsp;ขมิ้นชันและถั่วเหลือง&nbsp;มีความพร้อมด้านองค์ความรู้&nbsp;ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือและศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์&nbsp;มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;เพื่อสนับสนุนการวิจัย&nbsp;ที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอด&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการกลุ่มหัตถอุตสาหกรรมและสินค้า&nbsp;Lifestyle&nbsp;ผลิตสินค้าที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มออกสู่ตลาด&nbsp;จากการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้คนส่วนใหญ่มีรูปแบบ&nbsp;Lifestyle&nbsp;ที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ซึ่งล้วนเป็นจังหวะและโอกาสสำหรับธุรกิจใหม่&nbsp;สินค้าใหม่&nbsp;และช่องทางการตลาดใหม่ด้วย</p>	26/2/2022	ภาคเหนือ	เชียงใหม่	สวท.เชียงใหม่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226113925517
670	"ส่งเสริมอาหารซีฟู้ดกระตุ้นเศรษฐกิจ ""เปิด-ตู-เล Seafood Chumphon"""	"<p><strong>นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;</strong>เปิดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;งาน&nbsp;เปิด-ตู-เล&nbsp;Seafood&nbsp;Chumphon&nbsp;เพื่อสร้างและเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;ด้านอาหารทะเล&nbsp;รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสด&nbsp;แปรรูปและสินค้าชุมชน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการประมงและผู้ประกอบการอาหารทะเล&nbsp;ภายใต้แบรนด์จังหวัดชุมพรให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน&nbsp;ที่สวนสาธารณะอาภากรเกียรติวงศ์&nbsp;ตำบลท่าตะเภา&nbsp;อำเมืองชุมพร&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายและให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;(Local&nbsp;Economy)&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;โดยมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการในพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้และก้าวทันต่อสถานการณ์ทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในพื้นที่ให้เกิดการสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับประชาชน&nbsp;มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ผู้ประกอบการมีการพัฒนาสินค้าและบรรจุภัณฑ์&nbsp;</p><p><strong>สอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค&nbsp;</strong>ได้รวบรวมร้านอาหารทะเล&nbsp;อาหารทะเลแปรรูปและสินค้าชุมชน&nbsp;จากแหล่งผลิตโดยตรงมาออกร้านเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้สนับสนุนและเลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการโดยตรง&nbsp;ซึ่งจะเป็นประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;สร้างโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้&nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมประชาชนสัมพันธ์อาหารทะเลและสินค้าชุมชนของจังหวัดชุมพร&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย&nbsp;ขยายผลการดำเนินธุรกิจและต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้ด้านการตลาดต่อไป</p><p><strong>นางสาวเปรมนีย์&nbsp;ทรัพย์โชคไชย&nbsp;พาณิชย์จังหวัดชุมพร</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชุมพร&nbsp;ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมอาหารซีฟู้ดภายในจังหวัด&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองใต้&nbsp;เชื่อมโยงการค้าโลก&nbsp;เพื่อสร้างและเพิ่มช่องทางการตลาดด้านอาหารทะเล&nbsp;รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารทะเลสด&nbsp;แปรรูปและสินค้าชุมชน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการประมงและผู้ประกอบการอาหารทะเลภาคใต้&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าและผลิตภัณฑ์ภาคใต้ภายใต้แบรนด์จังหวัดชุมพรให้เป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภค</p><p><strong>สำหรับงาน&nbsp;เปิด-ตู-เล&nbsp;Seafood&nbsp;Chumphon&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;</strong>ระหว่างวันที่&nbsp;24-28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่สวนสาธารณะอาภากรเกียรติวงศ์&nbsp;ตำบลท่าตะเภา&nbsp;อำเมืองชุมพร&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การจำหน่ายอาหารทะเลสด&nbsp;อาหารทะเลปรุงสำเร็จ&nbsp;อาหารทะเลแปรรูป&nbsp;กิจกรรมการแสดงบนเวที&nbsp;กิจกรรมการสาธิตการประกอบเมนูอาหารซีฟู้ด&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดชุมพร&nbsp;หอการค้าจังหวัดชุมพร&nbsp;ชมรมร้านอาหารจังหวัดชุมพร&nbsp;ผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดชุมพรเป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งหลังพิธีเปิดงานดังกล่าว&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;ยังได้ร่วมประกอบอาหารเมนู&nbsp;""ทะเลคลั่ง""&nbsp;ให้แขกผู้ที่มาร่วมงานได้ชิมกันอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>"	26/2/2022	ภาคใต้	ชุมพร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226115421530
671	จ.ระยอง ชวนเที่ยวงานชุมชน ยลวิถี ชมของดีบ้านทะเลน้อย ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน	"<p>จ.ระยอง&nbsp;ชวนเที่ยวงานชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ชมของดีบ้านทะเลน้อย&nbsp;ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่&nbsp;มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่มีหลากหลาย&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;19.00&nbsp;น.วันที่&nbsp;25&nbsp;ก.พ.ที่วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม(วัดทะเลน้อย)&nbsp;ต.ทางเกวียน&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผวจ.ระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</strong>โครงการเสน่ห์วิถีถิ่น&nbsp;แผ่นดินระยอง&nbsp;กิจกรรม""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี&nbsp;ชมของดีบ้านทะเลน้อย""ซึ่งจัดขึ้นโดยวัฒนธรรมจังหวัดระยอง&nbsp;และ&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;จัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;25-26&nbsp;ก.พ.65&nbsp;ในงานมีกิจกรรม&nbsp;เปิดตัวชุมชน""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""กิจกรรมลานวัฒนธรรม&nbsp;""เสน่ห์วิถี&nbsp;แผ่นดินระยอง""ชมของดีบ้านฉันจาก&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตลาดนัดวัฒนธรรมในบรรยากาศวิถีชีวิตชุมชนที่อบอุ่นดั้งเดิม&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;งานดังกล่าวจัดขึ้นมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อกระตุ้น</strong>และสร้างจิตสำนึกให้คนในชุมชนและสังคมเห็นความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม&nbsp;วิถีชีวิต&nbsp;และทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน&nbsp;&nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์และยกระดับให้เป็นชุมชนต้นแบบ&nbsp;""เที่ยวชุมชน&nbsp;ยลวิถี""ชุมชนบ้านทะเลน้อย&nbsp;อ.แกลงดังกล่าว&nbsp;รวมทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้&nbsp;และส่งเสริมการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ&nbsp;จากผลกระทบสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดระยอง&nbsp;ผ่านการท่องเที่ยวชุมชนหรือการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับชุมชนบ้านทะเลน้อย&nbsp;เป็นอีกชุมชนหนึ่ง</strong>ที่มีความหลากหลายในด้านการท่องเที่ยว&nbsp;เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์&nbsp;ดังจะเห็นได้เห็นได้จากวัดราชบัลลังก์ฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ที่มีอุโบสถเก่าแก่อายุกว่า&nbsp;300&nbsp;ปี&nbsp;และมีโบราณสถานวัตถุอีกหลายรายการ&nbsp;ยังมีเรื่องเล่าว่าเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&nbsp;ในช่วงที่รวบรวมกำลังพลก่อนเข้ายึดเมืองจันทบูรณ์&nbsp;มีผักกระชับ&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;พบได้ที่บ้านทะเลน้อยแห่งเดียวในประเทศไทย&nbsp;สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู&nbsp;สร้างชื่อให้กับบ้านทะเลน้อย&nbsp;และจังหวัดระยอง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีผลิตภัณฑ์ที่สำคัญดังคำขวัญหมู่บ้านที่ว่า</strong>&nbsp;""กล้วยน้ำว้าขึ้นชื่อ&nbsp;เลื่องลือ&nbsp;ผักกระชับ&nbsp;ถิ่นพักทัพพระเจ้าตาก&nbsp;ของฝากกะปิน้ำปลา&nbsp;ล่องธาราลำน้ำประแสร์""ชุมชนบ้านทะเลน้อย&nbsp;เป็นชุมชนต้นแบบของการบริหารจัดการท่องเที่ยวจนได้รับรางวัลระดับชาติมาแล้ว.&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก/ระยอง&nbsp;0871373960</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	26/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226115820532
672	สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และจังหวัดขอนแก่น จุดประกายสร้างสรรค์ รับแรงบันดาลใจ ใน เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2565 (Isan Creative Festival 2022)	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;ขอนแก่น</strong>&nbsp;ดร.อรรชกา&nbsp;สีบุญเรือง&nbsp;ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;เทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;2565&nbsp;(Isan&nbsp;Creative&nbsp;Festival&nbsp;2022)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีนายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;ฑีฆายุพันธุ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครจอรแก่น&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนร่วมพิธีเปิดงาน&nbsp;&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;ตามมาตรฐานที่กรมควบคุมโรค&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดร.อรรชกา&nbsp;สีบุญเรือง&nbsp;ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นับเป็นอีกความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;CEA&nbsp;ได้เข้ามามีส่วนในการขับเคลื่อนและผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภูมิภาคอีสาน&nbsp;ผ่านเทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;2565&nbsp;หรือ&nbsp;ISAN&nbsp;Creative&nbsp;Festival&nbsp;2022&nbsp;ที่จัดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ต่อยอดจากปีก่อน&nbsp;ซึ่งประสบความสำเร็จ&nbsp;โดยปีนี้ยังคงมุ่งเน้นเปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์ได้แสดงพลังความสร้างสรรค์ของศิลปวัฒนธรรมอีสาน&nbsp;ผ่านเครือข่ายกลุ่มสาขาอาชีพสร้างสรรค์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจสร้างสรรค์ในภาคอีสาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;CEA</strong>&nbsp;ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ผนึกพลังหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;และกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ต่างๆ&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จัด&nbsp;เทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;2565&nbsp;(Isan&nbsp;Creative&nbsp;Festival&nbsp;2022)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Think&nbsp;Link&nbsp;Things&nbsp;วิเคราะห์เชื่อมโยง&nbsp;ทุกสรรพสิ่ง&nbsp;จากคำสร้อยในเพลงอีสาน&nbsp;สู่ธีมเทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;2565&nbsp;ติง&nbsp;ลิ่ง&nbsp;ติง-Think&nbsp;Link&nbsp;Things&nbsp;ที่สะท้อนการผสานสินทรัพย์ทางภูมิปัญญา&nbsp;ความคิดสร้างสรรค์&nbsp;แสดงศักยภาพของบุคลากรและธุรกิจสร้างสรรค์&nbsp;ผ่านผลงานที่เก็บเกี่ยวและได้รับแรงบันดาลใจจากสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม&nbsp;อีสาน&nbsp;โดยมุ่งเน้นส่งเสริม&nbsp;3&nbsp;อุตสาหกรรมหลักที่ชูอัตลักษณ์ถิ่นอีสาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุตสาหกรรมความบันเทิงอีสาน&nbsp;(Isan&nbsp;Entertainment)&nbsp;การเชื่อมโยงและรวบรวมภาคีเครือข่ายนักสร้างสรรค์ทั่วภาคอีสาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดขอนแก่นได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงาน&nbsp;""เทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;2565""&nbsp;อีกครั้ง&nbsp;นั้น&nbsp;กล่าวได้ว่า&nbsp;ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ทั้งยังเป็นศูนย์กลางความเจริญทั้งด้านการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;การบริการและการท่องเที่ยว&nbsp;การจัดงาน&nbsp;""เทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;2565""&nbsp;ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของจังหวัดขอนแก่น&nbsp;และภูมิภาคอีสาน&nbsp;ความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม&nbsp;แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของชาวอีสานในการต่อยอดสินค้าและบริการ&nbsp;จากต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีให้กลายเป็นสินค้าและบริการที่ตอบสนองกับบริบทใหม่ของโลกได้&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหาร&nbsp;ดนตรี&nbsp;งานหัตถกรรม&nbsp;และมรดกทางวัฒนธรรมของการทอผ้ามัดหมี่&nbsp;ที่ทำให้ขอนแก่นได้รับการประกาศให้เป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยไปทั่วโลก&nbsp;เป็นอัตลักษณ์สร้างให้อีสานเป็นที่รู้จัก&nbsp;และสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้ในอนาคตต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;ฑีฆายุพันธุ์&nbsp;นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เทศกาลความคิดสร้างสรรค์ฯ&nbsp;เป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง&nbsp;จะเห็นได้จากในหลายโครงการที่เทศบาลนครขอนแก่นร่วมกับ&nbsp;CEA&nbsp;ร่วมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ในการส่งเสริมย่านสร้างสรรค์ศรีจันทร์และกังสดาลให้เกิดการพัฒนาเมือง&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย&nbsp;เทศกาลอีสานสร้างสรรค์&nbsp;จึงเปรียบเสมือนชุมทางของนักสร้างสรรค์&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้กระบวนการต่อยอดวัฒนธรรมของอีสานสำหรับคนรุ่นใหม่&nbsp;ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการสร้างประโยชน์ให้กลับคืนไปสู่พี่น้องชาวอีสานเองและเป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภูมิภาค</p>"	26/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	ขอนแก่น	สวท.ขอนแก่น	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226123007547
673	ลำปาง สร้างประวัติศาสตร์กาแฟไทย จัดงาน Lampang Coffee Fest ส่งเสริมและพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 26-27 กุมภาพันธ์นี้	<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;Lampang&nbsp;Coffee&nbsp;Fest&nbsp;ที่สวนสาธารณะหนองกระทิง&nbsp;ตำบลบ่อแฮ้ว&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.-20.00&nbsp;น.&nbsp;เพื่อส่งเสริมและพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;วัฒนธรรมกาแฟ&nbsp;ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรพัฒนาทักษะการแปรรูป&nbsp;การสร้างมูลค่ากาแฟและกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดลำปางให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนต่างๆ&nbsp;ในท้องถิ่น</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;มีการออกร้านนิทรรศการแสดงสินค้า&nbsp;</strong>รวมสุดยอด&nbsp;กาแฟ&nbsp;ชา&nbsp;โกโก้&nbsp;จากแหล่งปลูกในจังหวัดลำปาง&nbsp;การสาธิตกาแฟคั่วมือและชิมกาแฟ&nbsp;โฮมเมดเบเกอรี่&nbsp;outdoor&nbsp;camping&nbsp;,Slow&nbsp;bar&nbsp;โรงคั่วกาแฟ&nbsp;เครื่อง/อุปกรณ์กาแฟ&nbsp;เกษตรกรไร่กาแฟจากหลายดอยในจังหวัดลำปาง&nbsp;และผู้ประกอบการร้านกาแฟ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีเวทีเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;การสาธิต</strong>&nbsp;การแข่งขันดริปกาแฟและจิบกาแฟ&nbsp;การแสดงดนตรีบรรยากาศในสวน&nbsp;หวนคิดถึงวันวาน&nbsp;หอมหวาน&nbsp;ที่หนองกระทิง&nbsp;พร้อมทั้งผู้เข้าร่วมงานจะได้พบปะกับผู้ประกอบการผลิตและผู้จัดจำหน่าย</p><p><strong>วันแรกของการจัดงาน&nbsp;มีนักท่องเที่ยวและประชาชน&nbsp;</strong>ในพื้นที่ให้ความสนใจพาครอบครัวเที่ยวงานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>	26/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226125448577
674	สนง.พาณิชย์จังหวัดเลย พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือทั้งระบบระดับจังหวัด พื้นที่ตรวจสอบบัญชีและปริมาณน้ำมันปาล์มคงเหลือ ป้องกันการกักตุนมากผิดปกติ	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางเบญจวรรณ&nbsp;ตัญญู&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือทั้งระบบระดับจังหวัด&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเลย&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนสภาเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;และตำรวจภูธรจังหวัดเลย&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบบัญชีและปริมาณน้ำมันปาล์มคงเหลือว่ามีเพียงพอหรือมีการกักตุนมากผิดปกติหรือไม่&nbsp;โดยดำเนินการตรวจสอบ&nbsp;ณ&nbsp;โรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม&nbsp;ตำบลนาดินดำ&nbsp;อำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ผลการตรวจสอบปรากฏว่า&nbsp;โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดังกล่าว&nbsp;น้ำมันปาล์มดิบที่ผลิตได้เป็นน้ำมันปาล์มสกัดรวมเกรดบี&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคารับซื้อผลปาล์มถูกต้องชัดเจน&nbsp;โดยมีราคาอยู่ที่&nbsp;7.00&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;ส่วนปริมาณผลผลิตและสต็อกคงเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีน้ำมันปาล์มดิบจำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;โดยในเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;โรงงานฯ&nbsp;ไม่มีการผลิตน้ำมันปาล์มดิบแต่อย่างใด&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ถังที่ใช้ในการจัดเก็บน้ำมันปาล์มในโรงสกัดมีความจุรวม&nbsp;14&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งสต็อกคงเหลือมีปริมาณน้ำมันปาล์มคงเหลือจัดเก็บในถัง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;โดยได้กำชับให้ผู้ประกอบการแจ้งการครอบครอง&nbsp;หรือแจ้งปริมาณตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;หากฝ่าฝืนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;และหากผู้บริโภคพบเห็นการกระทำผิดฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;กักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;1569&nbsp;</p>	26/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	เลย	สวท.เลย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226152729634
675	ประมูลทะเบียนรถเลขสวยทางระบบอินเทอร์เน็ตพบมีผู้สนใจจำนวนมาก	<p><strong>สำนักงานขนส่งพัทลุงจัดประมูลทะเบียนรถเลขสวย</strong>&nbsp;รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กท&nbsp;มีความหมายว่า&nbsp;ก้าวหน้าร่ำรวย&nbsp;ทะเบียนสวยเลขมงคล&nbsp;จำนวน&nbsp;301&nbsp;หมายเลข&nbsp;โดยประมูลทางอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงแรมศิวารอยัล&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พัทลุง</strong>&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เข้าร่วมสังเกตุการณ์การประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยมของประชาชน&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมประมูลทางระบบอินเทอร์เน็ต&nbsp;ที่โรงแรมศิวารอยัล&nbsp;และจากทางบ้าน&nbsp;ที่ได้ลงทะเบียนในระบบการประมูลทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดให้สำนักงานขนส่งจังหวัดพัทลุง&nbsp;จัดให้มีการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย&nbsp;รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กท&nbsp;มีความหมายว่า&nbsp;ก้าวหน้าร่ำรวย&nbsp;ทะเบียนสวยเลขมงคล&nbsp;จำนวน&nbsp;301&nbsp;หมายเลข&nbsp;</p><p><strong>โดยประมูลทางอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียวและปิดระบบ</strong>การประมูลภายในวันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยเงินรายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียนจะนำเข้า&nbsp;กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน&nbsp;เพื่อนำมาใช้รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางท้องถนน&nbsp;รวมถึงปลุกจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัย&nbsp;และสนับสนุนเงินค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน&nbsp;สำหรับหมายเลขผู้ที่ได้จากการประมูลสามารถจดทะเบียนได้ทันที&nbsp;หรือสามารถดำเนินการขอเปลี่ยนใช้แทนหมายเลขเดิม&nbsp;และหมายเลขที่ได้เป็นสิทธิ์ของผู้ประมูล&nbsp;สามารถโอนสิทธิ์การใช้หมายเลขทะเบียนให้แก่ผู้อื่นได้&nbsp;และที่ผ่านมาจังหวัดพัทลุงได้ดำเนินการประมูลมาแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีรายได้จากการประมูลมากกว่า&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในปีนี้เป็นการประมูลหมายเลขทะเบียนรถครั้งที่&nbsp;6</strong>&nbsp;หมวดอักษร&nbsp;กท&nbsp;มีความหมายว่า&nbsp;ก้าวหน้าร่ำรวย&nbsp;ทะเบียนสวยเลขมงคล&nbsp;จำนวน&nbsp;301&nbsp;หมายเลข&nbsp;โดยลักษณะของแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นป้ายกราฟฟิก&nbsp;สีสันสดใส&nbsp;สวยงาม&nbsp;มีภาพสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายของจังหวัดพัทลุง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หนังตะลุง&nbsp;มโนราห์&nbsp;ภูเขาอกทะลุ&nbsp;และดอกบัว&nbsp;โดยมีผู้สนใจร่วมลงทะเบียนจำนวนมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074&nbsp;612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/2/2022	ภาคใต้	พัทลุง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226141448609
676	พาณิชย์ลำพูน ลงพื้นที่ อ.ป่าซาง ติดตามราคากระเทียมและหอมแดงที่จะออกสู่ตลาด ปีการผลิต 6465	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)</strong>&nbsp;นางกนกรัตน์&nbsp;ยุกติรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้ากระเทียม&nbsp;หอมแดง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ในพื้นที่อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;พบว่าราคารับซื้อกระเทียมสดคละ&nbsp;11-13&nbsp;บาท/กก.&nbsp;กระเทียมแกะกลีบ&nbsp;78-80&nbsp;บาท/กก.&nbsp;กระเทียมแห้งยังไม่ออกสู่ตลาดเนื่องจากเกษตรกรจะเก็บกระเทียมสดไว้ประมาณ&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;ถึงจะสามารถจำหน่ายเป็นกระเทียมแห้งคละได้&nbsp;ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วร้อยละ&nbsp;20</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของราคารับซื้อหอมแดงสดคละอยู่ที่&nbsp;8-12&nbsp;บาท/กก.</strong>&nbsp;(ราคาขึ้นอยู่กับคุณภาพขนาดหัวหอม)&nbsp;หอมแดงแห้งคละราคา&nbsp;10&nbsp;-12&nbsp;บาท/กก.&nbsp;หอมแดงมัดจุกราคาส่ง&nbsp;18-20&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ผู้ประกอบการยังคงรับซื้อปกติตามภาวะตลาด&nbsp;ส่งไปยังตลาดหลักภายในประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาดไท&nbsp;ตลาดสี่มุมเมือง&nbsp;ตลาดศรีเมือง&nbsp;และจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วร้อยละ&nbsp;70</p>	26/2/2022	ภาคเหนือ	ลำพูน	สวท.ลำพูน	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226170619687
677	"ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ""ตลาดชุมชนคนจีน บ้านโรงเหล็ก"" อำเภอนบพิตำ นครศรีธรรมราช"	"<p><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย</strong>&nbsp;จัดกิจกรรมเปิดตลาดชุมชนคนจีน&nbsp;บ้านโรงเหล็ก&nbsp;ตําบลนบพิตํา&nbsp;อําเภอนบพิตํา&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ตามโครงการวิจัยการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อสร้างคุณค่า&nbsp;และมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ&nbsp;และประวัติศาสตร์อย่างสมดุลยั่งยืน&nbsp;โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สุภาวดี&nbsp;พรหมมา&nbsp;หัวหน้าโครงการวิจัย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดรพัชรี&nbsp;สุเมโธกุล&nbsp;ดร.อุมาพร&nbsp;กาญจนคลอด&nbsp;ผศ.เมธาวัตร&nbsp;ภูธรภักดี&nbsp;ผศ.ดร.ประกอบ&nbsp;ใจมั่น&nbsp;และอาจารย์มยูร&nbsp;หลำสุบ</p><p><strong>ภายในงานมีการแสดงของกลุ่มสตรี&nbsp;4&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;</strong>การแสดงชุดนางเอกมโนราห์จากชมรมผู้สูงอายุตำบลนบพิตำ&nbsp;นิทรรศการชุมชนคนจีนบ้านโรงเหล็ก&nbsp;ชมอาคาร&nbsp;ชิมอาหารจีนโบราณดั้งเดิมตลอดเส้นทางในหมู่บ้านคนจีน&nbsp;เช่น&nbsp;โล่งโต้ง&nbsp;ขนมน้ำดัง&nbsp;และขนมครกเหนียว&nbsp;เยี่ยมชมบูธชุมชนจาก&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ที่พร้อมใจกันร่วมฟื้นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนแคะ&nbsp;ให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยวแวะชิมแวะซื้อสินค้าชุมชน&nbsp;ฟังเรื่องเล่า&nbsp;""จากชุมชนคนจีนแคะ&nbsp;สู่บ้านโรงเหล็กในปัจจุบัน""&nbsp;โดยนักวิชาการและปราชญ์ชุมชน&nbsp;ชมนิทรรศการจากโครงการวิจัยแผนการท่องเที่ยวอำเภอนบพิตำสินค้าชุมชน&nbsp;นิทรรศการถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากชมรมผู้สูงอายุอำเภอนบพิตำ&nbsp;และการออกร้านจากนัดจัดการทางสังคม&nbsp;ในโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;มหาวิทยาลัย</p><p><strong>ดร&nbsp;พัชรี&nbsp;สุเมโธกุล&nbsp;รองหัวหน้าโครงการวิจัยฯ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ทีมคณะผู้วิจัยได้มีการพัฒนาเส้นทางและโปรแกรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและประวัติศาสตร์ของตำบลนบพิตำ&nbsp;โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังนี้&nbsp;ทะเลหมอกเขาเหล็ก&nbsp;ที่มีจุดชมวิว&nbsp;360&nbsp;องศา&nbsp;วัดภูเขาเหล็กเป็นวัดที่มีโบสถ์สีขาว&nbsp;เป็นสถานที่ที่รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ที่ชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพนับถือ&nbsp;แก่งหินดานอันเป็นเส้นทางการขนส่งแร่ในอดีต&nbsp;และชุมชนคนจีนบ้านโรงเหล็ก&nbsp;ซึ่งเดิมเป็นคนจีนแคะที่มีประวัติศาสตร์อพยพย้ายถิ่นฐานตามเมืองตะวันออกและตะวันตกจากมณฑลฮกเกี้ยนไปจนถึงบางสียาวไปถึงมณฑลกวางตุ้ง&nbsp;โดยชุมชนแห่งนี้ได้เริ่มมาบุกเบิกทำเหมืองแร่ในตำบลนบพิตำ&nbsp;ทำให้การเรียกชื่อหมู่บ้านว่า&nbsp;""โรงเหล็ก""&nbsp;นั้น&nbsp;อาจเกิดจากการสร้างห้องแถวชุดแรกมีจำนวน&nbsp;6&nbsp;คูหา&nbsp;สร้างจากสังกะสีคุณภาพดีและเป็นวัสดุที่หายากในสมัยนั้น&nbsp;เมื่อนายทุนจีนที่ทำเหมืองแร่ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยโดยกั้นและมุงหลังคาจึงมีความโดดเด่นจากบ้านเรือนทั่วไป</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;อบต.นบพิตํา</strong>&nbsp;พัฒนาชุมชนอำเภอนบพิตำ&nbsp;การท่องเที่ยวตำบลนบพิตำ&nbsp;นักจัดการทางสังคมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทั้ง&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้านของตำบลนบพิตำ&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและประวัติศาสตร์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	26/2/2022	ภาคใต้	นครศรีธรรมราช	สวท.นครศรีธรรมราช	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226152918637
678	นกแอร์ หารือผู้ว่าโคราช ฟื้นสายการบิน 3 เส้นทาง ตั้งเป้าหากพร้อม หลังเมษา 65 บินทันที	<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมโรงแรมวีวันโคราช&nbsp;</strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;และผู้บริหารสายการบิน&nbsp;บริษัท&nbsp;นกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;นำโดย&nbsp;พล.อ.อ.ดร.นพพร&nbsp;จันทวานิช&nbsp;ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;นายวุฒิภูมิ&nbsp;จุฬางกูร&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;และกัปตันสุธี&nbsp;จุลชาต&nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติ&nbsp;เข้าร่วมประชุมหารือถึงแนวทางในการเปิดสายการบินที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ใช้ท่าอากาศยานนครราชสีมา&nbsp;ตำบลท่าช้าง&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีประธานหอการค้า&nbsp;ผอ.ท่าอากาศยานนครราชสีมา&nbsp;ขนส่งจังหวัด&nbsp;และภาคเอกชนในจังหวัด&nbsp;ร่วมประชุมหารือถึงการเปิดเส้นทางสายการบินในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;พล.อ.อ.ดร.นพพร&nbsp;จันทวานิช&nbsp;ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร&nbsp;บริษัท&nbsp;นกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทสายการบินนกแอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ได้รับจัดสรรเส้นทางบินภายในประเทศเพิ่มเติม&nbsp;12&nbsp;เส้นทาง&nbsp;โดยในจำนวนนี้อนุญาตให้เปิดเส้นทางบินที่ท่าอากาศยานนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;เส้นทางไป-กลับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครราชสีมา-เชียงใหม่&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา-ภูเก็ต&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และนครราชสีมา-หาดใหญ่&nbsp;ไป-กลับ&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;7&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;โดยได้มีการวางแผนว่าจะใช้เครื่องบิน&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;เครื่องบินขนาดใหญ่&nbsp;เครื่องบินโบอิ้ง&nbsp;737-800&nbsp;ขนาดความจุที่&nbsp;189&nbsp;ที่นั่ง&nbsp;และเครื่องบินขนาดกลาง&nbsp;เครื่องบิน&nbsp;Q400&nbsp;ขนาดความจุ&nbsp;86&nbsp;ที่นั่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;จะใช้เครื่องบินขนาดไหนในการบินนั้นอาจจะต้องดูที่จำนวนของผู้โดยสารด้วย&nbsp;</strong>ซึ่งเส้นทางแรกอาจจะเป็นเส้นทาง&nbsp;นครราชสีมา-เชียงใหม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สายการบินนกแอร์&nbsp;พร้อมที่จะให้การสนับสนุนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ในการเปิดสายการบินอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;โดยคาดว่าหากทุกอย่างพร้อม&nbsp;ในช่วงหลังเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;น่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>	26/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	นครราชสีมา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226180041702
679	พ่อเมืองกรุงเก่า เชิญชวน เที่ยวด้วยกัน ใส่ผ้าไทย นั่งตุ๊กๆ ชมโบราณสถาน	<p><strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ตรีบุบผา&nbsp;ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;เที่ยวด้วยกัน&nbsp;ใส่ผ้าไทย&nbsp;นั่งตุ๊กๆ&nbsp;ชมโบราณสถาน&nbsp;จัดโดยสหกรณ์บริการรถยนต์สามล้ออยุธยา(จำกัด)ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา(หลังเก่า)&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวโดยรถตุ๊กๆหน้ากบซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โด่งดังของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ได้มีการนั่งรถตุ๊กๆชมวัดมหาธาตุและวิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร</strong>พร้อมกับผู้ร่วมกิจกรรมแต่งกายชุดไทยย้อนยุคซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญอีกประการหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	26/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	พระนครศรีอยุธยา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220226201927751
680	ประชาชนเร่งใช้สิทธิแรกเฟส 4 คนละครึ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ	<p><strong>ยะลา&nbsp;ประชาชน&nbsp;เร่งใช้สิทธิแรก&nbsp;คนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;4</strong>&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;ก่อนถูกตัดสิทธิ&nbsp;28&nbsp;ก.พ&nbsp;</p><p><strong>บรรยากาศใช้จ่าย&nbsp;โครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ที่ตลาดขายอาหารประชาชื่นยะลา&nbsp;ยังคงมีพี่น้องประชาชน&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ซึ่งได้รับสิทธิ&nbsp;ใช้จ่าย&nbsp;ในวงเงิน&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;เดินทางมาจับ&nbsp;จ่ายซื้อหาอาหารผ่านแอปเป๋าตัง&nbsp;ในตลาดกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;มีทั้งผู้ที่เป็นคนเก่าคนละครึ่ง&nbsp;เฟส&nbsp;3&nbsp;ที่เริ่มใช้จ่าย&nbsp;1&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;&nbsp;&nbsp;และคนใหม่&nbsp;คนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;ซึ่งได้ลงทะเบียนไปเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;เริ่มใช้จ่าย&nbsp;17&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;โดยเงื่อนไข&nbsp;ใช้จ่าย&nbsp;ได้ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;บาทต่อคนต่อวัน&nbsp;สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เม.ย.&nbsp;65&nbsp;</p><p><strong>แม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;บอกว่า&nbsp;2-3&nbsp;วันที่ผ่านมา</strong>&nbsp;มีคนมาใช้สิทธิจับจ่ายคนละครึ่งกันมากขึ้น&nbsp;ตลาดคึกคักแม่ค้าขายของได้มาก&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ในวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;ก็จะหมดเขตการใช้จ่ายสิทธิ</strong>ในครั้งแรก&nbsp;ซึ่งทางด้านกระทรวงการคลัง&nbsp;ได้เน้นย้ำ&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;รีบจับจ่าย&nbsp;ใช้สิทธิโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;28&nbsp;ก.พ&nbsp;&nbsp;ซึ่ง&nbsp;หากพ้นกำหนด&nbsp;ก็จะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	27/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227082854778
681	นักปั่นจากทั่วประเทศ ร่วม ปั่นทางไกล ตามรอยอารยธรรมทวารวดี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตรและอารยธรรมทวารวดี สุพรรณบุรี - กาญจนบุรี	"<p><strong>ที่วัดเขาพระศรีสรรเพชรญาราม&nbsp;อำเภออู่ทอง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก&nbsp;บรรดานักปั่นจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;""ปั่นวิถีใหม่ตามรอยทวารวดี""&nbsp;ซึ่งเป็นการปั่นทางไกลตามรอยอารยธรรมทวารวดี&nbsp;เป็นจำนวนมาก</p><p><strong>โดยนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>กล่าวขณะเป็นประธานเปิดงานว่า&nbsp;ในปัจจุบันแนวโน้มเรื่องการท่องเที่ยวสุขภาพและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นกระแสหลักที่สนใจและถูกพูดถึงเป็นจำนวนมากกิจกรรมการปั่นในครั้งนี้จะเป็นการตอบโจทย์เรื่องของการท่องเที่ยวสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี&nbsp;รวมไปถึงการท่องเที่ยวทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;การท่องเที่ยวโดยชุมชน/การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างการรับรู้และประสบการณ์ใหม่ให้แก่นักท่องเที่ยวในปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;พื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;มีความโดดเด่น</strong>ด้านวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์&nbsp;เช่น&nbsp;ประวัติศาสตร์ยุคทวารวดี&nbsp;รวมถึงกลุ่มชาติติพันธ์ที่หลากหลาย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไทยทรงดำ&nbsp;ไทยยวน&nbsp;ลาวครั่ง&nbsp;ซึ่งนับเป็นจุดแข็งของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีร่วมกัน&nbsp;สามารถดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในพื้นที่&nbsp;โดยจะเป็นการปั่นจักรยานจังหวัดสุพรรณบุรีถึงจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โดยผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในสมัยทวารวดี&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;ดร.สมจินต์&nbsp;ชาญกระบี่&nbsp;ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในครั้งนี้&nbsp;ดำเนินการภายใต้มาตรการแนวทางปฏิบัติประกาศและคำสั่งป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งกำหนดจัดขึ้น&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง</p><p><strong>โดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยังยืน</strong>&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;สำนักงานพื้นที่พิเศษ&nbsp;7&nbsp;ภายใต้กรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอารยธรรมทวารวดี&nbsp;โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;1&nbsp;ภายใต้ชื่องาน&nbsp;""ปั่นวิถีใหม่ตามรอยทวารวดี""&nbsp;ให้เกิดการบูรณาการการท่องเที่ยว&nbsp;เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างยังยืนและเกิดการกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมการปั่นจักรยานทั้ง&nbsp;3&nbsp;เส้นทางจะมีศิลปินนักปั่นที่มีชื่อเสียง</strong>เข้าร่วมกิจกรรมการปั่นจักรยานได้แก่&nbsp;นายมนัสวิน&nbsp;นันทเสน&nbsp;หรือติ๊ก&nbsp;ชีโร่&nbsp;คุณอรุณนภา&nbsp;พาณิชย์จรูญ&nbsp;(หวาน&nbsp;หวาน&nbsp;นางฟ้าสายปั่น)&nbsp;และคุณแมว&nbsp;จิรศักดิ์&nbsp;ปานพุ่ม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้รับเกียรติจาก&nbsp;ทพ.อนุศักดิ์&nbsp;คงมาลัย&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;พร้อมทีมงานเพื่อนหมอหน่อย&nbsp;ร่วมกิจกรรมด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>"	27/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สวท.สุพรรณบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227083942783
682	รัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว รุกหาตลาดศักยภาพสูง ปี 2565 ตั้งเป้าหมายดึงตะวันออกกลางเที่ยวไทย 1 ล้านคน	<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศควบคู่กับการควบคุมการแพร่ระบาดการดูแลรักษาประชาชนจากโควิด-19&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ในภาคของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เดินหน้าฟื้นฟูทั้งภาคธุรกิจในประเทศและการหาตลาดต่างประเทศเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ</strong>&nbsp;<strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา</strong>&nbsp;เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOC)&nbsp;ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;(ททท.)&nbsp;กับสายการบินเอมิเรตส์&nbsp;ณ&nbsp;เมืองดูไบ&nbsp;สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;ในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง&nbsp;ททท.&nbsp;กับสายการบิน&nbsp;ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าของสายการบินเอมิเรตส์ทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย&nbsp;ตลอดจนความร่วมมือในการโปรโมตแคมเปญ&nbsp;Visit&nbsp;Thailand&nbsp;Year&nbsp;2022&nbsp;:&nbsp;Amazing&nbsp;New&nbsp;Chapters&nbsp;ซึ่งเป็นแคมเปญพลิกโฉมประเทศไทยด้านการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>สายการบินเอมิเรตส์นับเป็นสายการบินแห่งที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ถัดจากสายการบินเอทิฮัด&nbsp;ที่&nbsp;ททท.ลงนามเพื่อความร่วมมือดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพกำลังการใช้จ่ายสูงโดยเฉพาะจากตะวันออกกลาง&nbsp;เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยและเร็วๆ&nbsp;จะมีการลงเพิ่มเติมกับสายการบินจากซาอุดีอาระเบียด้วย</p><p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียในรอบกว่า&nbsp;&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง&nbsp;ซึ่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;มีกำหนดที่จะนำคณะนักธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวจากประเทศไทยไทยเดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์และเจรจาความร่วมมือกับธุรกิจการท่องเที่ยวของซาอุดีอาระเบีย&nbsp;ซึ่งการเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งระดับรัฐบาลและเอกชนจะส่งผลอย่างสำคัญต่อการฟื้นฟูธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่ต่อเนื่องของไทย&nbsp;และในวันพรุ่งนี้(28&nbsp;ก.พ.)&nbsp;&nbsp;เที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินซาอุดี&nbsp;อาราเบียน&nbsp;แอร์ไลน์ส&nbsp;จากกรุงริยาด&nbsp;ซาอุดีอาระเบีย&nbsp;จะนำนักท่องเที่ยวประมาณ&nbsp;120&nbsp;คนมาถึงประเทศไทย&nbsp;โดยทางสายการบินได้วางตารางการบินไว้สัปดาห์ละ&nbsp;3&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อสถานการณ์โควิด-19&nbsp;คลี่คลาย&nbsp;การฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบียจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้เป้าหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;จะต้องเพิ่มกลุ่มตะวันออกกลางให้เข้ามาท่องเที่ยวไทยให้ได้ถึง&nbsp;1&nbsp;ล้านคน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	27/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227135636875
683	จังหวัดลำปาง ผลักดันนำระบบขนส่งอัจฉริยะ พัฒนาเมืองรองรับการท่องเที่ยวสีเขียวและโลจิสติกส์	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าโครงการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานพิจารณาข้อเสนอโครงการ&nbsp;ติดตามประเมินผล&nbsp;และให้ความเห็นทางวิชาการของกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เรื่อง&nbsp;""การพัฒนาแผนที่นำทางสำหรับระบบขนส่งอัจฉริยะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียวและโลจิสติกส์ในจังหวัดลำปาง""</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การประชุมครั้งนี้&nbsp;เป็นการพิจารณารายละเอียดและให้ความเห็น/ข้อเสนอแนะในการดำเนินโครงการฯ</strong>&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;ร่วมระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร&nbsp;(สนข.)&nbsp;ศูนย์วิชาการจัดระบบการจราจรและขนส่งภาคเหนือตอนบน&nbsp;ก่อนเสนอสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;เพื่อขอรับงบประมาณกว่า&nbsp;12&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ในการพัฒนาและจัดทำแผนที่นำทาง&nbsp;(Roadmap)&nbsp;เป็นเครื่องมือและวางแผนการศึกษาแนวทางพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะฯ&nbsp;รวมทั้งการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นทางเศรษฐศาสตร์&nbsp;และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ในระยะเร่งด่วนไปสู่การปฏิบัติ</p>"	27/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227103704807
684	"จังหวัดลำปาง จัดกิจกรรม ""ลานคนดอย วิถีชนเผ่า"" ชุมชนท่องเที่ยววิถีคนดอย"	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายสันติ&nbsp;รังษิรุจิ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานร่วมกับนายกิตติ&nbsp;อินทรกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ&nbsp;ในพิธีเปิดงานกิจกรรม&nbsp;""ลานคนดอย&nbsp;วิถีชนเผ่า""&nbsp;ชุมชนท่องเที่ยววิถีคนดอย&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรม&nbsp;""ลานคนดอย&nbsp;วิถีชนเผ่า""</strong>&nbsp;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เกิดสวัสดิการให้แก่ราษฎรบนพื้นที่สูง&nbsp;โดยใช้กลไกการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวเชิงภูมิวัฒนธรรม&nbsp;นำเสนอวิถีชีวิต&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;และอัตลักษณ์ชนเผ่า&nbsp;เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;รวมถึงการเพิ่มช่องทางการรับรู้ของสังคมเกี่ยวกับเรื่องราวทางวัฒธรรมของราษฎรบนพื้นที่สูงผ่านสื่อออนไลน์&nbsp;ซึ่งภายในงานมีการจัดนิทรรศการ&nbsp;ร้านค้าผลิตภัณฑ์ของชนเผ่า&nbsp;การแสดงศิลปวัฒนธรรมชนเผ่ากลุ่มชาติพันธุ์เมี่ยน&nbsp;,&nbsp;ปกาเกอะญอ&nbsp;และกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า&nbsp;ณ&nbsp;ชุมชนบ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;ตำบลปงเตา&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง</p>"	27/2/2022	ภาคเหนือ	ลำปาง	สวท.ลำปาง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227104116808
685	กระทรวงพาณิชย์ ยกระดับมาตรฐานองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง	<p><strong>นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงฯได้ดำเนินการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยผ่านการพิจารณาแล้วว่ามีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;มีมาตรฐาน&nbsp;โปร่งใส&nbsp;เป็นธรรมต่อเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ประกอบการที่นำเพลงไปใช้ในเชิงธุรกิจหรือเผยแพร่ในสถานประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;ร้านอาหารโรงแรมและสถานบันเทิงต่างๆ&nbsp;และจ่ายค่าลิขสิทธิ์โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงฯ&nbsp;จึงออกประกาศ</strong>&nbsp;เรื่องการดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีในการบริหาร&nbsp;&nbsp;การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง&nbsp;ลงวันที่&nbsp;27&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อวางกรอบแนวทางและกำหนดให้องค์กรจัดเก็บแสดงเจตจำนงเข้าร่วมและแสดงหลักฐานการดำเนินการตามหลักปฏิบัติที่ดีตามความสมัครใจ&nbsp;ภายในเดือนมกราคมของทุกปี</p><p><strong>เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงที่สนใจใช้บริการองค์กรจัดเก็บตามข้างต้น</strong>&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามและสมัครเป็นสมาชิกได้โดยตรงที่องค์กรจัดเก็บแต่ละราย&nbsp;และสำหรับผู้ประกอบการที่ประสงค์จะใช้งานเพลงที่องค์กรจัดเก็บดังกล่าวสามารถตรวจสอบรายชื่อเพลงได้ที่&nbsp;เว็บไซต์ขององค์กรจัดเก็บ&nbsp;หรือฐานข้อมูลเพลงที่มีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;โทร&nbsp;1368</p><p><br></p><p><br></p>	27/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227134820868
686	ผู้ว่าฯ ตาก เปิดงานประกวดธิดาช้างภาคเหนือ 2022 ครั้งแรกของจังหวัดตาก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น รณรงค์สร้างกระแสสังคมส่งเสริมวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ของภาคเหนือ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่	"<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เปิดงานประกวดธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;2022&nbsp;ครั้งแรกของจังหวัดตาก&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น&nbsp;รณรงค์สร้างกระแสสังคมส่งเสริมวัฒนธรรมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(27&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องจอมพล&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;โรงแรมเวียงตากริเวอร์ไซด์&nbsp;อำเภอเมืองตาก&nbsp;จังหวัดตาก</strong>&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานประกวดธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;2022&nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น&nbsp;รณรงค์สร้างกระแสสังคมส่งเสริมวัฒนธรรมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของภาคเหนือ&nbsp;รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนและประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในการท่องเที่ยวแนววิถีชีวิตใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;ปลอดภัยห่างไกลโควิด-19&nbsp;โดยมีนางวรรณฤดี&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดตาก&nbsp;,&nbsp;นางสาวจิตราวดี&nbsp;ชุติมันตานนท์&nbsp;ประธานกองประกวดธิดาช้างไทยแลนด์&nbsp;,&nbsp;นายณพล&nbsp;ชยานนท์ภักดี&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองตาก&nbsp;,&nbsp;นางสุพรรณิการ์&nbsp;สังวร&nbsp;ผู้อำนวยการกองประกวดธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;2022&nbsp;,&nbsp;พันเอก&nbsp;นายแพทย์&nbsp;คชาสินธุ์&nbsp;วงษ์ท้าว&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวชิรปราการ&nbsp;,&nbsp;ผู้เข้าประกวดธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้วยกองประกวดธิดาช้างไทยแลนด์&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกิจกรรมธิดาช้างระดับภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะในภาคเหนือ</strong>&nbsp;จึงได้มีการบูรณาการร่วมกับจังหวัดตาก&nbsp;จัดกิจกรรมการณรงค์ประชาสัมพันธ์ธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;2022&nbsp;ขึ้นเป็นครั้งแรก&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่วในท้องถิ่นรณรงค์สร้างกระแสสังคมส่งเสริมวัฒนธรรมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของภาคเหนือ&nbsp;,&nbsp;เปิดโอกาสให้สาวแท้และสาวประเภทสอง&nbsp;ที่มีน้ำหนักตัวมากว่า&nbsp;80&nbsp;กิโลกรัมขึ้นไป&nbsp;ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและความสามารถ&nbsp;พร้อมร่วมกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;รวมถึงการช่วยเหลือช้างที่ประสบปัญหา&nbsp;และเป็นตัวแทนประกอบกิจกรรมช่วยเหลือสังคมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าและกิจกรรมลดโลกร้อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการจัดกิจกรรมการประกวดครั้งนี้</strong>&nbsp;มีผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประกวด&nbsp;ประเภทสตรี&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;คน&nbsp;,&nbsp;ประเภทควีนหรือสาวประเภทสอง&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;คน&nbsp;และมีผู้เข้าร่วมงานโดยประมาณ&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;ในการคัดเลือกสาวงามทั่วประเทศที่มีความพร้อมในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งรูปร่างหน้าตา&nbsp;บุคลิกภาพ&nbsp;การศึกษา&nbsp;ความรู้ความสามารถและไหวพลิบ&nbsp;ปฏิภาณ&nbsp;มีความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;มีความคิดและจิตสำนึก&nbsp;อุทิศตนเพื่อสาธารกุศล&nbsp;เพื่อดำรงตำแหน่งธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;รองธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;และตำแหน่งทูตอนุรักษ์ช้างภาคเหนือ&nbsp;2022</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานการประกวดธิดาช้างภาคเหนือ&nbsp;2022&nbsp;ในครั้งนี้</strong>&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ซึ่งถือเป็นตัวแทนภาคเหนือ&nbsp;มีความมุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้เวทีการประกวดนี้ให้เป็นเวทีการประกวดระดับประเทศที่ทรงคุณคำและเป็นที่ประจักให้ได้รับความนิยม&nbsp;เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ&nbsp;และเป็นแบบอย่างที่ดีในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่คนรุ่นใหม่ในสังคมไทย&nbsp;การถ่ายทอดวัฒนธรรม&nbsp;ขนบธรรมเนียมประเพณีและอนุรักษ์ด้านการ&nbsp;""รักษ์ช้าง&nbsp;รักษ์ไทย&nbsp;รักโลก""&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p>"	27/2/2022	ภาคตะวันตก	ตาก	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227153459922
687	ภาคเอกชน นักธุรกิจ จ.ยะลา ลงพื้นที่ศึกษาความเป็นไปได้ พร้อมร่วมเดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยว สู่ เบตง 10,000 ล้าน	<p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและแกนนำภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;ลงเรือเดินทางเข้าสำรวจพื้นที่ทะเลสาบฮาลาบาลา&nbsp;บริเวณอำเภอธารโตจังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งอยู่ในโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมบริการเพื่อสร้างโอกาสการท่องเที่ยวสู่&nbsp;เบตง&nbsp;10,000&nbsp;ล้าน</p><p><strong>ดร.ณพพงศ์&nbsp;ธีระวร&nbsp;ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก</strong>&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา&nbsp;&nbsp;บอกว่าในครั้งนี้ได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการและผู้นำภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติบางลาง&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;ปลัดอบต.อัยเยอร์เวง&nbsp;นายกสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเบตง&nbsp;นายกสมาคมพ่อค้าเมืองเบตง&nbsp;นายกสโมสรไลอ้อนเบตง&nbsp;ประธานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนบ้านบุญเต็ม&nbsp;เดินทางมาสำรวจพื้นที่จริง&nbsp;</p><p><strong>หลังจากได้พูดคุยกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่า</strong>&nbsp;พื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวมากมาย&nbsp;ที่จะสามารถสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเบตง&nbsp;ที่จะกำลังจะมีสายการบินนกแอร์&nbsp;ที่จะบินตรงจากดอนเมืองมายังเบตง&nbsp;ในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวจากนอกพื้นที่&nbsp;เดินทางเข้าเบตง&nbsp;กันเป็นจำนวนมากแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	27/2/2022	NULL	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227170020947
688	ททท.สำนักงานราชบุรี ร่วมกับวัดขนอน จังหวัดราชบุรี เชิญนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรม สืบสานงานศิลป์ ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน	"<p><strong>ที่วัดขนอน?&nbsp;อำเภอโพธาราม?&nbsp;จังหวัดราชบุรี?&nbsp;</strong>ททท.สำนักงานราชบุรี&nbsp;ร่วมกับวัดขนอน&nbsp;จัดกิจกรรมสืบสานงานศิลป์&nbsp;ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;""Thailand&nbsp;Festival&nbsp;&nbsp;Experience&nbsp;@&nbsp;ภาคกลาง""&nbsp;เพื่อร่วมอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ด้านการท่องเที่ยวจากการทำกิจกรรม&nbsp;DIY</p><p><strong>การจัดกิจกรรมสืบสานงานศิลป์&nbsp;ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน</strong>&nbsp;จัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.-16.00&nbsp;น.&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;22&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดขนอน&nbsp;อำเภอโพธาราม&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี&nbsp;ชมการแสดงหนังใหญ่&nbsp;ทุกวันเสาร์&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;และวันอาทิตย์&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;และชมพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่&nbsp;(เปิดให้เข้าชมทุกวัน)</p><p><strong>ส่วนกิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;ได้แก่&nbsp;</strong>กิจกรรมตอกหนังใหญ่และระบายสี&nbsp;กิจกรรมเพ้นท์ผ้าบาติก</p><p><strong>นางสาวปิยพัชร์&nbsp;วงศ์โดยหวัง&nbsp;ผู้อำนวยการ&nbsp;ททท.สำนักงานราชบุรี&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ททท.สำนักงานราชบุรี&nbsp;เห็นถึงความสำคัญของการแสดงหนังใหญ่ซึ่งเป็นมหรสพเก่าแก่ของไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจวบจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยเฉพาะหนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงที่มีคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดราชบุรี&nbsp;การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;นอกจากการแสดงเชิดหนังใหญ่ที่มีให้ชมทุกวันเสาร์และอาทิตย์แล้ว&nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถร่วมทำกิจกรรม&nbsp;DIY&nbsp;ได้ฟรีคือ&nbsp;กิจกรรมตอกและระบายสีหนังใหญ่จำลอง&nbsp;การเพ้นท์ผ้าบาติก&nbsp;เมื่อนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมเสร็จแล้วสามารถนำผลงานทั้ง&nbsp;2&nbsp;ชิ้นนี้กลับไปเป็นของที่ระลึกได้&nbsp;หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวยังมีโอกาสร่วมสนุกลุ้นรับตุ๊กตาหมอนผ้าห่มจาก&nbsp;ททท.สำนักงานราชบุรี&nbsp;&nbsp;ได้ง่ายๆ&nbsp;เพียงทำตามขั้นตอนคือ&nbsp;กดไลค์แฟนเพจ&nbsp;ททท.สำนักงานราชบุรี&nbsp;&nbsp;และแฟนเพจ&nbsp;วัดขนอนหนังใหญ่</p><p>ถ่ายภาพคุณกับกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ภายในวัดขนอน&nbsp;แล้วโพสต์ภาพ&nbsp;Facebook&nbsp;ของคุณ&nbsp;ตั้งค่าเป็นสาธารณะ&nbsp;Check&nbsp;In&nbsp;วัดขนอน&nbsp;ใส่แฮชแท็ก&nbsp;#เที่ยวใกล้เที่ยวง่ายสไตล์ภาคกลาง&nbsp;#ทททสำนักงานราชบุรี&nbsp;#ถิ่นหนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;ประกาศผลรางวัลผู้โชคดีทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;ของเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;เดือนละ&nbsp;5&nbsp;รางวัลที่แฟนเพจ&nbsp;ททท.สำนักงานราชบุรี</p><p><strong>พระครูพิทักษ์ศิลปาคม&nbsp;เจ้าอาวาสวัดขนอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ผู้ที่ริเริ่มในการแกะสลักตัวหนังคือ&nbsp;&nbsp;ท่านพระครูศรัทธาสุนทร&nbsp;(หลวงปู่กล่อม)&nbsp;หนังใหญ่&nbsp;นับเป็นมหรสพชั้นสูงที่รวมศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกัน&nbsp;ทั้งงานแกะสลักฉลุลายหนังใหญ่&nbsp;วรรณศิลป์ร้อยกรอง&nbsp;บทวาทศิลป์ในการพากย์เจรจา&nbsp;คีตศิลป์บรรเลงเพลงปี่พาทย์&nbsp;และนาฏศิลป์ที่ผู้เชิดต้องแสดงท่าทางตามจังหวะให้เป็นหนึ่งเดียวกับตัวหนัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2532&nbsp;ทางวัดได้จัดทำพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ขึ้น&nbsp;ตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ที่ทรงเห็นคุณค่าในการแสดงและศิลปะหนังใหญ่&nbsp;</p><p><strong>ภายในพิพิธภัณฑ์มีการเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมา</strong>&nbsp;วิธีการแกะสลักตัวหนัง&nbsp;รวมถึงจัดนิทรรศการตัวหนังใหญ่&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์&nbsp;และในปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;&nbsp;2550&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมของ&nbsp;UNESCO&nbsp;(ยูเนสโก)&nbsp;ประกาศให้&nbsp;การสืบทอดและฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอน&nbsp;ได้รับรางวัลจาก&nbsp;UNESCO&nbsp;และได้รับการยกย่องให้เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;ชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมเชิงนามธรรมอีกด้วย</p><p><strong>นอกจากร่วมกิจกรรมที่วัดขนอน&nbsp;อำเภอโพธารามแล้ว</strong>&nbsp;นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวอำเภอใกล้เคียงได้ต่อ&nbsp;อาทิ&nbsp;พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง&nbsp;ชมภาพจิตรกรรมฝาผนังและพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม&nbsp;โบสถ์ทองคำร้อยล้านวัดพระศรีอารย์&nbsp;พิพิธภัณฑ์หุ่นขึ้นผึ้งที่&nbsp;ณ&nbsp;สัทธา&nbsp;อุทยานไทย&nbsp;ฯลฯ</p><p><br></p><p><br></p>"	27/2/2022	ภาคตะวันตก	ราชบุรี	สวท.ราชบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220227171350952
689	ยอดค่าใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท เตือนผู้มีสิทธิคนละครึ่งเดิม รีบสแกน เป๋าตัง	<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้มีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน&nbsp;เป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;ในการขับเคลื่อนทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยุคที่ต้องเผชิญกับผลกระทบของสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ซึ่งความคืบหน้ายอดค่าใช้จ่ายในรอบปีใหม่นี้&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;ที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp;กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565</strong>&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิ&nbsp;สะสมรวม&nbsp;40.12&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่าย&nbsp;สะสม&nbsp;รวม&nbsp;47,708.21&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;โครงการคนละครึ่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสม&nbsp;25.91&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสม&nbsp;44,872.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม&nbsp;22,781.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และรัฐร่วมจ่ายสะสม&nbsp;22,091.7&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสม&nbsp;13.06&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสม&nbsp;2,606.01&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีผู้ใช้สิทธิสะสม&nbsp;1.15&nbsp;ล้านคน&nbsp;ยอดใช้จ่ายสะสม&nbsp;229.30&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับการเปิดลงทะเบียน&nbsp;คนละครึ่งเฟส&nbsp;4&nbsp;รอบนี้</strong>&nbsp;ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก&nbsp;กดลงทะเบียนอย่างรวดเร็วทำให้เต็มสิทธิ&nbsp;29&nbsp;ล้านสิทธิเพียงไม่มีวันที่เปิดให้ลงทะเบียนได้&nbsp;โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนกลุ่มเดิมฯ&nbsp;(คนละครึ่งเฟส&nbsp;3)&nbsp;รีบสแกน&nbsp;เป๋าตัง&nbsp;และใช้จ่ายภายในวันนี้&nbsp;&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.&nbsp;หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีประชาชนกลุ่มเดิมฯ&nbsp;ที่ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิประมาณ&nbsp;2.9&nbsp;ล้านราย</p><p><strong>รัฐบาลได้ออกแบบโครงการคนละครึ่งเฟส&nbsp;4</strong>&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้มีทุนจากภาครัฐในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นต่อการยังชีพในแต่ละวัน&nbsp;ร้านค้าและประชาชนต่างได้ประโยชน์จากโครงการนี้&nbsp;สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยได้จริง&nbsp;เศรษฐกิจในระบบกลับมาหมุนเวียนได้ตามกลไก&nbsp;</p><p><strong>ขอเชิญชวนผู้ที่ยังไม่ได้สแกนใช้สิทธิผ่าน&nbsp;เป๋าตัง</strong>&nbsp;รีบใช้จ่ายภายในวันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.)ก่อนเวลา&nbsp;22.59&nbsp;น.ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิทันที&nbsp;ซึ่งจะถือว่าเสียโอกาสไปในครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228101154054
690	ผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำมันที่ขึ้นราคา ส่งผลให้ผักสดในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ปรับราคาขึ้นกว่าเท่าตัว	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;บรรยากาศการซื้อขายผัก&nbsp;</strong>และสินค้าทางการเกษตร&nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;มีผู้บริโภคมาซื้อสินค้าที่ค่อนข้างที่จะบางตา&nbsp;เนื่องจากสินค้าทางการเกษตรบางรายการมีการปรับราคาขึ้นกว่าเท่าตัว&nbsp;ส่งผลให้ผู้บริโภคลดการจับจ่ายซื้อผักสดไปประกอบอาหาร</p><p><strong>ด้านพ่อค้าขายผักสดเผยว่า</strong>&nbsp;ช่วงนี้ราคาผักสดมีการปรับราคาที่สูงขึ้น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นผักชีจากเดิมที่ราคา&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;ปรับขึ้นเป็นราคา&nbsp;200&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นจำนวนมากที่เอานำไปเป็นวัตถุดิบไปประกอบอาหาร&nbsp;โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ผักคะน้าเดิมราคา&nbsp;30&nbsp;บาทปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;ผักบุ้งจากเดิมราคา&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;ปรับเป็นราคา&nbsp;50&nbsp;บาทต่อกิโล&nbsp;คะน้า&nbsp;โหระพาจากเดิมราคา&nbsp;35&nbsp;บาทก็ปรับขึ้นเป็นราคา&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;มีราคาปรับขึ้นเป็นเท่าตัว&nbsp;ส่วนผักสลัดก็มีการปรับราคาขึ้นจากเดิมที่ราคา&nbsp;70&nbsp;บาทปรับราคาขึ้นเป็น&nbsp;140&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการขายผักสดก็ต้องแบกรับต้นทุนที่มาเพิ่มขึ้นมากด้วย</p><p><strong>ส่วนปัจจัยที่ทำให้ราคาผักสดปรับขึ้นกว่าเท่าตัวนั้น&nbsp;</strong>็เกิดขึ้นจากผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่แปลงเกษตรกรรม&nbsp;รวมไปถึงค่าบริการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ส่งผลให้ราคาผักสดในพื้นที่ของอำเภอเบตงจังหวัดยะลาปรับสูงขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>	28/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สวท.เบตง จ.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228092931035
691	จังหวัดตรัง  ตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือทั้งระบบ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;คณะทำงานตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือทั้งระบบจังหวัดตรัง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้แทนจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ผู้แทนจากที่ทำการปกครองจังหวัดตรัง&nbsp;ผู้แทนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง&nbsp;และผู้แทนจากสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์มคงเหลือประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบและโรงผลิตไบโอดีเซล&nbsp;รวม&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)&nbsp;บจ.พิทักษ์ปาล์มออยล์&nbsp;2)&nbsp;บจ.เอส.พี.โอ.อะโกร&nbsp;3)&nbsp;บมจ.ล่ำสูง&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;4)&nbsp;บจ.ตรังน้ำมันปาล์ม&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;บจ.&nbsp;พารากอนอกรีเทค</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สรุปผลการตรวจสอบสต็อกน้ำมันปาล์ม&nbsp;ดังนี้</strong></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">1)&nbsp;CPO&nbsp;จำนวน&nbsp;4,736.034&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน&nbsp;2,422.327&nbsp;ตัน&nbsp;(ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;2,313.707&nbsp;ตัน)&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;104.695</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">2)&nbsp;CPKO&nbsp;จำนวน&nbsp;440.160&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน&nbsp;160.238&nbsp;ตัน&nbsp;(ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;279.922&nbsp;ตัน)&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;57.244</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">3)&nbsp;ไบโอดีเซล&nbsp;(B&nbsp;100)&nbsp;จำนวน&nbsp;464.217&nbsp;ตัน&nbsp;(เริ่มผลิตครั้งแรกหลังจากหยุดผลิตตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2563)&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">4)&nbsp;ปริมาณผลปาล์มที่รับซื้อ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1-23&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;51,871.370&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน&nbsp;21,181.505&nbsp;ตัน&nbsp;(ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;30,689.865&nbsp;ตัน)&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;69.018</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">5)&nbsp;ปริมาณผลปาล์มที่ใช้ในการผลิต&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1-23&nbsp;ก.พ.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;49,802.610&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน&nbsp;21,839.280&nbsp;ตัน&nbsp;(ม.ค.&nbsp;65&nbsp;จำนวน&nbsp;27,963.330)&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;78.100</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228103220070
692	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ต่อเนื่อง	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ออกตรวจสอบติดตามสถานการณ์จำหน่ายหน้ากากอนามัย&nbsp;เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ&nbsp;ยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจร&nbsp;ชุดตรวจโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พบว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรังมีสมุนไพรฟ้าทะลายโจรและหน้ากากทางการแพทย์วางจำหน่ายทุกร้าน&nbsp;ส่วนหน้ากากทางเลือก&nbsp;อาทิ&nbsp;หน้ากากกันฝุ่นทั่วไป&nbsp;หน้ากากเพื่อสุขภาพ&nbsp;หน้ากากผ้า&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์&nbsp;และถุงมือ&nbsp;สินค้ามีปริมาณเพียงพอกับความต้องการ&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong>สำหรับ&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าในช่วงสถานการณ์โควิด-19</strong>&nbsp;ราคาจำหน่ายสินค้าที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำมัน&nbsp;&nbsp;น้ำตาล&nbsp;&nbsp;น้ำปลา&nbsp;ซอสหอยนางรม&nbsp;ปลากระป๋อง&nbsp;ข้าวหอมมะลิ&nbsp;สถานการณ์การจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพที่สำคัญ&nbsp;ๆ&nbsp;มีการจำหน่ายเป็นไปตามภาวะปกติ&nbsp;ปริมาณมีความเพียงพอกับความต้องการของประชาชน&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ประกอบการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย</strong>&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;ชัดเจน&nbsp;และหากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;หรือจำหน่ายในราคาไม่ตรงกับที่แจ้งไว้&nbsp;สามารถร้องเรียนได้ที่&nbsp;สายด่วนกรมการค้าภายใน&nbsp;1569&nbsp;หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;โทร.&nbsp;0&nbsp;7522&nbsp;3076&nbsp;หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการ&nbsp;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;กรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร&nbsp;กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่ายต้องโทษจำคุก&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;ปรับไม่เกิน&nbsp;140,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">&nbsp;</p>"	28/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228104224075
693	รองผู้ว่าฯ ตรัง เปิดสัมมนาสร้างความตระหนักรู้ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาสร้างความตระหนักรู้&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมวัฒนาพาร์ค&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>การจัดสัมมนาสร้างความตระหนักรู้</strong>&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรังจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;สิทธิอธิปไตย&nbsp;และสิทธิในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรในเขตทะเลพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ในด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้และปลูกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;โดยมีเนื้อหาสำคัญในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าสัมมนาจำนวน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนให้การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;ในด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228112126086
694	สถาบันเอเชียศึกษา จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้ ที่จันทบุรี	<p><strong>ที่โรงแรมบลูแรบบิทจังหวัดจันทบุรี&nbsp;สถาบันเอเชียศึกษา</strong>&nbsp;จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;พร้อมบรรยายยุทธศาสตร์&nbsp;ทิศทางการพัฒนาเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดยการจัดอบรมของสถาบันเอเชียศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและผลักดันสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ภาคตะวันออกสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชน&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และจังหวัดสู่การสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติโดยส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศ&nbsp;และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;จัดการสถานที่ท่องเที่ยวให้รองรับกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวในเอเชียใต้&nbsp;มีการนำเสนอโครงการวิจัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีหลายเรื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลในภาคตะวันออกให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวแหล่งใหม่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศเอเชียใต้&nbsp;ที่จันทบุรี&nbsp;เปิดโลกเอเชียใต้&nbsp;การเสวนา&nbsp;ภาพรวมการท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย&nbsp;และโอกาสทางธุรกิจกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียใต้&nbsp;การพัฒนามูลค่าแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคตะวันออก	จันทบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228120236101
695	นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ผ่านทีวีคอนเฟอเรนซ์ ยืนยันโครงการดังกล่าว จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ทางน้ำ และเป็นประตูการค้ารองรับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ	<p><strong>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;ผ่านทีวีคอนเฟอเรนซ์จากทำเนียบรัฐบาล&nbsp;มี&nbsp;นายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รมว.&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)&nbsp;ร่วมพิธีเปิดฯ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวีริศ&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ร่วมพิธีเปิดที่สำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</p><p><strong>พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดดังกล่าว&nbsp;ถือเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลักที่สำคัญ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;โครงการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;เพื่อใช้ในการรองรับการขนถ่ายก๊าชธรรมชาติและวัตถุดิบเหลว&nbsp;สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี&nbsp;อันจะก่อให้เกิดการลงทุนในด้านต่างๆ&nbsp;ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;ก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;เพื่อยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นสำหรับคนไทยทุกคน&nbsp;ทั้งนี้หากโครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วง&nbsp;จะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ทางน้ำ&nbsp;และเป็นประตูการค้ารองรับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีส่วนในการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่นให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;</strong>สร้างเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228134606157
696	จังหวัดตรัง  จัดสัมมนาสร้างความตระหนักรู้ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง	<p><strong>วันนี้&nbsp;(จันทร์ที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565)&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก</strong>&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาสร้างความตระหนักรู้&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมวัฒนาพาร์ค&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดสัมมนาสร้างความตระหนักรู้&nbsp;</strong>การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;สิทธิอธิปไตย&nbsp;และสิทธิในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรในเขตทะเลพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ในด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาองค์ความรู้และปลูกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีเนื้อหาสำคัญในการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ทรัพยากร</strong>ทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าสัมมนาจำนวน&nbsp;55&nbsp;คน&nbsp;โดยเป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่จังหวัดตรัง&nbsp;ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนให้การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;ในด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/2/2022	ภาคใต้	ตรัง	สวท.ตรัง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228123125109
697	ผวจ.แพร่ ร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่ ปี 2565	<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;ที่ห้องประชุมแกรนด์คอนเวนชั่นฮอลล์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;โรงแรมเลอเมอริเดียน&nbsp;&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;โดยมี&nbsp;พลเอกอนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่&nbsp;มีนางวันทนา&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่&nbsp;นางสาวนิติยา&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;นายวาทิต&nbsp;ปัญญาคม&nbsp;ปลัดจังหวัดแพร่พร้อมด้วยนายอำเภอทุกอำเภอเข้าร่วมประชุมด้วย</p><p><strong>สำหรับเป้าหมายการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่นยืน</strong>ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัดแพร่&nbsp;จากข้อมูล&nbsp;พบว่ามีครัวเรือนยากจนในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;2,983&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวนคนจน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;5,121&nbsp;คน&nbsp;จำนวนคนจนแยกตามมิติของปัญหา&nbsp;5&nbsp;มิติ&nbsp;รวม&nbsp;5,300&nbsp;ปัญหา&nbsp;ประกอบด้วย/ด้านสุขภาพ&nbsp;991&nbsp;ปัญหา/ด้านความเป็นอยู่&nbsp;166&nbsp;ปัญหา/ด้านการศึกษา&nbsp;305&nbsp;ปัญหา/ด้านรายได้&nbsp;3,820&nbsp;ปัญหา&nbsp;และการเข้าถึงบริการภาครัฐ&nbsp;18&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ได้มอบหมายให้หน่วยงานและทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนงานแผนงาน&nbsp;ศจพ.&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทุกหน่วยงานบูรณาการให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจนเป้าหมายตามสภาพปัญหาในเบื้องต้นพร้อมกับ&nbsp;บันทึกการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;ในระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;มกราคม-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนงาน/โครงการสนับสนุนให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจนเป้าหมาย,&nbsp;รายงานผลให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;ศจพ.จังหวัดทุกวันที่&nbsp;20&nbsp;ของเดือน&nbsp;เพื่อนำเข้าที่ประชุมกรมการจังหวัดทุกเดือน&nbsp;และติดตามสนับสนุนอย่างใกล้ชิด/ประเมินผล/รายงานผล&nbsp;ต่อ&nbsp;ศจพ.จังหวัด&nbsp;และส่วนกลาง</p><p><strong>และที่สำคัญจังหวัดแพร่ได้นำเอาเรื่องการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong>เป็นตัวชี้วัดของจังหวัดแพร่&nbsp;ตัวชี้วัดที่&nbsp;10.2&nbsp;ซึ่งพบครัวเรือนยากจนเป้าหมาย&nbsp;จาก&nbsp;TPMAP&nbsp;:&nbsp;2,983&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการตรวจสอบแล้วพบว่าคงเหลือ&nbsp;TPMAP&nbsp;506&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และพบครัวเรือนใหม่&nbsp;:&nbsp;416&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;สรุปมีครัวเรือนยากจนรวมทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;922&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจังหวัดแพร่ตั้งเป้าหมายครัวเรือนผ่านการตรวจสอบได้รับการช่วยเหลือ&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;หรือ&nbsp;646&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228133302148
698	คลังจังหวัดมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเชื่อมโยงธุรกิจเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ SMEs	"<p><strong>คลังจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;จัดโครงการเชื่อมโยงธุรกิจเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ&nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการ&nbsp;และแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;เป็นช่องทางการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพสร้างรายได้แก่ประชาชน&nbsp;และแผนพัฒนาจังหวัด</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;ที่ห้องแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;บุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธานเปิด&nbsp;""โครงการเชื่อมโยงธุรกิจเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร""&nbsp;ซึ่งคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&nbsp;(คบจ.)&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง</p><p>และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;สาขามุกดาหาร&nbsp;หน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก&nbsp;ร่วมกันจัดขึ้น</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;เจริญทรง&nbsp;คลังจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;ประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สืบเนื่องจากทีมเฉพาะกิจวายุภักษ์เพื่อการแปลงยุทธศาสตร์กระทรวงการคลังสู่ภูมิภาค&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&nbsp;(คบจ.)&nbsp;จัดทำโครงการที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์จังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;ความต้องการของพื้นที่&nbsp;โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือสนับสนุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;(SMEs&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;และเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;SMEs&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ&nbsp;ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม&nbsp;ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการ&nbsp;และแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;เป็นช่องทางการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;อันจะนำไปสู่การสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพสร้างรายได้แก่ประชาชน&nbsp;สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดตามประเด็นการพัฒนาการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการค้า&nbsp;การลงทุน&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงอาเซียนสู่สากล</p><p><strong>สำหรับการจัดโครงการเชื่อมโยงธุรกิจเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs</strong>&nbsp;จังหวัดมุกดาหารครั้งนี้&nbsp;มีวิทยากรจาก&nbsp;3&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคาร&nbsp;พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสรรพากรพื้นที่มุกดาหาร&nbsp;และศูนย์ให้บริการ&nbsp;SME&nbsp;ครบวงจรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในการให้เสริมสร้างความรู้มาตรการสินเชื่อของธนาคารเพื่อช่วยเหลือ&nbsp;SMEs&nbsp;การจัดทำบัญชีชุดเดียว&nbsp;และการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ในจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>"	28/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สวท.มุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228124833122
699	ไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน เร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ สนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด	"<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;หรือ&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ตามที่กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตเสนอให้พิจารณามาตรการภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิต&nbsp;เพื่อส่งเสริมนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;CO2&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้รถสันดาปภายในเปลี่ยนมาเป็นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ</p><p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบตามมติคณะกรรมการ&nbsp;นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;นั้น&nbsp;</p><p><strong>กรมศุลกากรได้ดำเนินมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong></p><p>1.&nbsp;เสนอร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร&nbsp;สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สำเร็จรูป&nbsp;(Completely&nbsp;Buildup&nbsp;:CBU)&nbsp;ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ&nbsp;เพื่อลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรศุลกากร&nbsp;สำหรับการนำเข้ารถยนต์ประเภท&nbsp;Battery&nbsp;Electric&nbsp;Vehicle&nbsp;(BEV)&nbsp;สำเร็จรูปทั้งคัน&nbsp;(CBU)&nbsp;มีรายละเอียดดังนี้&nbsp;</p><p>1.1&nbsp;ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;การนำเข้าทั่วไปลดอัตราอากร&nbsp;จากเดิมร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;40&nbsp;,&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;หากอัตราอากรไม่เกิน&nbsp;40%&nbsp;ให้ได้รับการยกเว้นอากร,&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;หากอัตราอากรเกิน&nbsp;40%&nbsp;ให้ลดอัตราอากรอีก&nbsp;40%&nbsp;</p><p>1.2&nbsp;ราคาขายปลีกแนะนำมากกว่า&nbsp;27&nbsp;ล้านบาท&nbsp;การนำเข้าทั่วไปลดอัตราอากร&nbsp;จากเดิมร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เหลือร้อยละ&nbsp;60,&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;หากอัตราอากรไม่เกิน&nbsp;20%&nbsp;ให้ได้รับการยกเว้นอากร,&nbsp;ใช้สิทธิ&nbsp;FTA&nbsp;หากอัตราอากรเกิน&nbsp;20%&nbsp;ให้ลดอัตราอากรอีก&nbsp;20%</p><p>2.ดำเนินการศึกษาและพิจารณามาตรการส่งเสริมการผลิต&nbsp;หรือประกอบรถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;(BEV)&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาร่างประกาศกระทรวงการคลัง&nbsp;อันมีสาระสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;2.1&nbsp;การยกเว้นอากรชิ้นส่วนและส่วนประกอบของยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;แบตเตอรี่&nbsp;Traction&nbsp;Motor&nbsp;คอมเพรสเซอร์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่&nbsp;ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่&nbsp;(BMS)&nbsp;ระบบควบคุมการขับขี่&nbsp;(DCU)&nbsp;On-Board&nbsp;Charger&nbsp;PCU&nbsp;inverter&nbsp;DC/DC&nbsp;Converter&nbsp;และ&nbsp;Reduction&nbsp;รวมทั้งส่วนประกอบของชิ้นส่วนดังกล่าว</p><p>2.2&nbsp;การผลิตหรือประกอบยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;(BEV)&nbsp;ในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบการเสรีให้มีการนับมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศเป็นต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศสำหรับการคำนวณมูลค่าเพิ่มในประเทศได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;15&nbsp;ของราคายานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;(BEV)</p><p><strong>กรมสรรพสามิต&nbsp;ได้เสนอปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>-&nbsp;การปรับลดเกณฑ์การปล่อย&nbsp;CO2&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้รถยนต์นั่ง&nbsp;รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;และรถจักรยานยนต์&nbsp;มีการลดการปล่อย&nbsp;CO2&nbsp;และประหยัดพลังงานเพิ่มมากขึ้น</p><p>-&nbsp;การกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ประเภทไฮบริดเสียบปลั๊กชาร์จไฟได้&nbsp;(PHEV)&nbsp;และรถยนต์ไฮบริด&nbsp;(HEV)&nbsp;ให้มีความแตกต่างกัน&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่สูงขึ้นของ&nbsp;PHEV&nbsp;และการพัฒนาไปสู่รถยนต์&nbsp;BEV&nbsp;ซึ่งมีการพิจารณาถึงสมรรถนะของเทคโนโลยี&nbsp;PHEV&nbsp;ในเรื่องระยะทางการวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า&nbsp;(Electric&nbsp;Range&nbsp;:&nbsp;ER)&nbsp;โดยสามารถวิ่งได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;80&nbsp;กิโลเมตรต่อการชาร์จ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;และขนาดถังบรรจุน้ำมัน&nbsp;(Oil&nbsp;Tank)&nbsp;เพื่อลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน</p><p>-&nbsp;การทยอยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์&nbsp;ประเภทเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป&nbsp;(ICE),&nbsp;HEV&nbsp;และ&nbsp;PHEV&nbsp;ให้เหมาะสม&nbsp;&nbsp;โดยกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได&nbsp;3&nbsp;ช่วง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2571&nbsp;และ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2573&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีการผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า&nbsp;และส่งเสริมให้ประเทศไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์/ชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์&nbsp;และปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ประเภท&nbsp;BEV&nbsp;จากอัตราร้อยละ&nbsp;8&nbsp;เหลืออัตราร้อยละ&nbsp;2&nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า&nbsp;และสร้างแรงจูงใจในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นตามมติคณะกรรมการ&nbsp;นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ</p><p>-&nbsp;การส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของรถยนต์กระบะ&nbsp;และอนุพันธ์ของรถยนต์กระบะ&nbsp;(Product&nbsp;Champion)&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตต่อไป&nbsp;โดยคำนึงถึงการลดการปล่อย&nbsp;CO2&nbsp;และสนับสนุนพลังงานเชื้อเพลิงทดแทน&nbsp;Biodiesel&nbsp;และยังส่งเสริมให้เกิดการใช้และผลิตรถยนต์กระบะไฟฟ้า&nbsp;(BEV)&nbsp;ในประเทศ&nbsp;โดยกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ&nbsp;0&nbsp;เป็นการชั่วคราวจนถึงปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2568&nbsp;และการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทุกประเภทยังสนับสนุนมาตรฐานด้านความปลอดภัย&nbsp;โดยให้มีการติดตั้งระบบ&nbsp;Advanced&nbsp;Driver-Assistance&nbsp;Systems&nbsp;(ADAS)&nbsp;มาเกี่ยวข้องด้วย&nbsp;ซึ่งรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;ต้องมีการติดตั้งระบบ&nbsp;ADAS&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ระบบจาก&nbsp;6&nbsp;ระบบ&nbsp;ยกเว้น&nbsp;BEV&nbsp;ต้องมีอย่างน้อย&nbsp;4&nbsp;จาก&nbsp;6&nbsp;ระบบ&nbsp;</p><p>-&nbsp;รถยนต์กระบะ&nbsp;ต้องมีการติดตั้งระบบ&nbsp;ADAS&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;ระบบจาก&nbsp;6&nbsp;ระบบ&nbsp;ยกเว้น&nbsp;BEV&nbsp;ต้องมี&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;จาก&nbsp;6&nbsp;ระบบ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมสรรพสามิตได้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต&nbsp;</strong>รถจักรยานยนต์&nbsp;เพื่อส่งเสริมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างแรงจูงใจในการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น&nbsp;โดยการทยอยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ประเภทพลังงานเชื้อเพลิงให้เหมาะสมแบบขั้นบันได&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2569&nbsp;และ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2573&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ&nbsp;1&nbsp;จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตประกาศกำหนด&nbsp;</p><p><strong>ครม.&nbsp;อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;..)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;</strong>ปรับปรุงโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้ารถยนต์และรถจักรยานยนต์&nbsp;รวม&nbsp;27&nbsp;ประเภท&nbsp;กระตุ้นให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยานยนต์&nbsp;พัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง&nbsp;เพื่อไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;โดยจะมีรถยนต์&nbsp;ต้องจัดเก็บภาษีตามอัตราในร่างกฎกระทรวงนี้เมื่อกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ&nbsp;(วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา)&nbsp;รวม&nbsp;6&nbsp;ประเภท&nbsp;</p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify"">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/2/2022	ภาคเหนือ	แพร่	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228133916153
700	นายกรัฐมนตรีหย่อนหินก้อนแรกลงทะเลมาบตาพุด เปิดโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 อย่างเป็นทางการผ่านระบบออนไลน์ ยืนยันโครงการดังกล่าวเป็นประตูการค้ารองรับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ	<p><strong>ที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ต.มาบตาพุด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จังหวัดระยอง</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;นายวีริศ&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีดังกล่าว&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรี&nbsp;พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมพิธีและทำการหย่อนหินก้อนแรกลงทะเลบริเวณพื้นที่โครงการผ่านระบบออนไลน์&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน&nbsp;ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย&nbsp;และถือว่าเป็นโครงการสำคัญ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;(EEC)&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญมาโดยตลอด&nbsp;เพื่อใช้รองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี&nbsp;รองรับการขยายตัวอุตสาหกรรมเหล็กครบวงจรและปุ๋ยเคมี&nbsp;การดำเนินงานโครงการดังกล่าวยังเป็นการยืนยันถึงเจตจำนงของการลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ซึ่งจะเกิดการลงทุนในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ครอบคลุมในทุกมิติและต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมด้านอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น&nbsp;หากโครงการดังกล่าวสำเร็จจะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่ทั้งการเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและการขนส่งทางน้ำ&nbsp;และเป็นประตูสู่การค้า&nbsp;รองรับการลงทุนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ&nbsp;S-Curve&nbsp;และ&nbsp;New&nbsp;S-Curve&nbsp;เชื่อมโยงกับประเทศต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในภูมิภาคอาเซียนสู่เศรษฐกิจนานาชาติ&nbsp;ตลอดจนมีส่วนในการพัฒนาภายในพื้นที่ท้องถิ่น&nbsp;ทำให้เกิดการจ้างงาน&nbsp;และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สืบเนื่องจากมีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จนเต็มศักยภาพแล้ว&nbsp;ประกอบกับจังหวัดระยองมีท่าเรือสำหรับขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวเพียงแห่งเดียวรวมถึงเป็นท่าเรือเฉพาะกิจ&nbsp;จึงได้เกิดโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ&nbsp;โครงการดังกล่าวมีพื้นที่ประมาณหนึ่งพันไร่&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;พื้นที่ถมทะเลหลังท่าเพื่อใช้งานประมาณ&nbsp;550&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่บ่อเก็บกักตะกอนดินเลนระหว่างก่อสร้าง&nbsp;450&nbsp;ไร่&nbsp;ความยาวหน้าท่าเทียบเรือรวมกันประมาณ&nbsp;2,200&nbsp;เมตร&nbsp;โดยจะดำเนินการพัฒนาในส่วนพื้นที่ถมทะเลและสาธารณูปโภคพื้นฐานและการก่อสร้างท่าเทียบเรือบนพื้นที่ถมทะเล&nbsp;ทั้งนี้การดำเนินก่อสร้างโครงการดังกล่าวจะแยกออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;คือ&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;คัดเลือกบริษัทเอกชนร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเอกชนที่ร่วมลงทุนจะได้รับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ความยาวหน้าท่าเทียบเรือประมาณ&nbsp;1,415&nbsp;เมตร&nbsp;และพื้นที่หลังท่าเทียบเรือประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;และช่วงที่&nbsp;2&nbsp;จะเป็นการคัดเลือกเอกชนที่จะร่วมลงทุนบนพื้นที่ที่ได้จากการถมทะเล&nbsp;โดยช่วงที่&nbsp;1&nbsp;นี้&nbsp;กนอ.ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;กัลฟ์&nbsp;เอ็มทีพี&nbsp;แอลเอ็นจี&nbsp;เทอร์มินอล&nbsp;จำกัด</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายวีริศ&nbsp;อัมระปาล&nbsp;ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;นี้ได้มีการศึกษา&nbsp;วางแผน&nbsp;และจัดทำรายละเอียดมาระยะหนึ่งแล้ว&nbsp;โดยในวันนี้นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการและได้มีการหย่อนหินก้อนแรกลงทะเล&nbsp;หลังจากนี้จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างตามแผนงาน&nbsp;ในส่วนของการศึกษาผลกระทบนั้นได้มีการลงพื้นที่พูดคุยกับชุมชน&nbsp;ซึ่งบริษัทก็ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับทางนิคมอุตสาหกรรม&nbsp;โดยตั้งกองทุนเพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่และพัฒนาอาชีพเสริมในช่วงที่อาจขาดรายได้เนื่องจากการก่อสร้างของโครงการ&nbsp;ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มศักยภาพด้านการขนถ่ายก๊าซและสินค้าเหลว&nbsp;รองรับกับความต้องการการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต&nbsp;ส่วนรายได้ที่จะได้รับจากโครงการนี้หลังเปิดให้บริการจะอยู่ที่ประมาณหลักพันล้านบาทต่อปี</p><p><strong>สำหรับท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดแห่งนี้</strong>&nbsp;จัดตั้งตามนโยบายภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก&nbsp;(Eastern&nbsp;Seaboard&nbsp;Development&nbsp;Program)&nbsp;โดยกำหนดให้บริเวณพื้นที่มาบตาพุดเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่&nbsp;มีท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นสาธารณูปโภคหลัก&nbsp;ที่ผ่านมามีการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;พัฒนาพื้นที่ในการประกอบอุตสาหกรรม&nbsp;และเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;รัฐบาลได้มอบหมายให้&nbsp;กนอ.&nbsp;เป็นผู้ดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;มีการใช้พื้นที่ในการพัฒนาประมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อรองรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในอนาคต&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ&nbsp;โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี&nbsp;2567&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการประมาณปี&nbsp;2569</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคตะวันออก	ระยอง	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228135215162
701	การบินไทย กลับมามีกำไรสุทธิกว่า 55,000 ล้านบาท ผลจากการปรับโครงสร้างหนี้	<p><strong>นายปิยสวัสดิ์&nbsp;อัมระนันทน์&nbsp;ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;และบริษัทย่อย&nbsp;&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ว่า&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;มีรายได้รวมทั้งสิ้น&nbsp;23,747&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ต่ำกว่าปีก่อน&nbsp;24,684&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;51&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าลดลง&nbsp;&nbsp;24,599&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59.9&nbsp;รายได้จากการบริการอื่นๆ&nbsp;ลดลง&nbsp;1,545&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;23.2&nbsp;เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ&nbsp;ทั้งของประเทศไทยและประเทศต่างๆ&nbsp;แต่มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น&nbsp;1,460&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นการรับรู้รายได้ที่เกิดจากข้อตกลงระงับข้อพิพาทเรียกร้องค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการชำรุดของเครื่องยนต์&nbsp;โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมทั้งสิ้น&nbsp;43,449&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ต่ำกว่าปีก่อน&nbsp;40,396&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;48.2&nbsp;เนื่องจากค่าใช้ง่ายดำเนินงานที่แปรผันตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่งลดลง&nbsp;และมีการดำเนินการเพื่อลดค่าใช้ง่ายตามแผนฟื้นฟูกิจการ&nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปจากการที่ไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติส่งผลให้ขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว&nbsp;19,702&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ขาดทุนลดลงจากปีก่อน&nbsp;15,712&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีต้นทุนทางการเงินจำนวน&nbsp;9,490&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;ลดลงจากปีก่อน&nbsp;2,704&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อย่างไรก็ดี&nbsp;บริษัทและบริษัทย่อย&nbsp;มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว-สุทธิ&nbsp;เป็นรายได้รวม&nbsp;81,525&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจากกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้&nbsp;การปรับโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างค่าตอบแทนบุคลากรและกำไรจากการขายเงินลงทุนและทรัพย์สิน&nbsp;ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อย&nbsp;มีผลการดำเนินงานในปี&nbsp;2564&nbsp;กำไรสุทธิ&nbsp;จำนวน&nbsp;55,113&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ปีก่อนขาดทุนสุทธิ&nbsp;141,180&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่&nbsp;55,118&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็นกำไรต่อหุ้น&nbsp;25.25&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนต่อหุ้น&nbsp;&nbsp;64.67&nbsp;บาท&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;บริษัทและบริษัทย่อย&nbsp;มีสินทรัพย์รวมจำนวน&nbsp;&nbsp;161,219&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจากวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;48,078&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;หนี้สินรวมมีจำนวน&nbsp;232,470&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ลดลงจาก&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;105,492&nbsp;&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทและบริษัทย่อยติดลบจำนวน&nbsp;71,251&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ติดลบลดลงจาก&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;57,414&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;บริษัทและบริษัทย่อย&nbsp;มีกำไรสุทธิ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;บริษัทการบินไทย</strong>&nbsp;อยู่ระหว่างการจัดหาสินเชื่อใหม่วงเงิน&nbsp;25,000&nbsp;ล้านบาทจากสถาบันการเงิน&nbsp;เพื่อนำมาเป็นเงินทุนสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการในปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะลงนามสัญญาสินเชื่อใหม่ได้ภายในเดือนมีนาคมนี้&nbsp;รวมถึงจัดทำร่างแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ&nbsp;&nbsp;โดยปรับปรุงสาระสำคัญเรื่องโครงสร้างสินเชื่อใหม่ที่ไม่ก่อภาระต่อภาครัฐในการสนับสนุน&nbsp;และการปรับโครงสร้างทุนซึ่งจะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวกได้เร็วขึ้น&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จะยื่นการแก้ไขแผนต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามขั้นตอนของกฎหมายภายในเดือนมีนาคมนี้เช่นกัน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228145953203
702	บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สนับสนุนรัฐบาลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว พร้อมวางแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางและเปิดให้บริการสู่จุดหมายปลายทางใหม่เพิ่มเติม	<p><strong>นายปิยสวัสดิ์&nbsp;อัมระนันทน์&nbsp;ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ&nbsp;บริษัท&nbsp;การบินไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;เบื้องไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการของสายการบินไทยมากเท่าที่ควร&nbsp;จึงไม่มีความกังวลที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการ&nbsp;แต่บริษัทฯให้ความสำคัญไปที่การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางของประเทศต่างๆมากกว่า&nbsp;โดยเฉพาะจากจีน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;เพราะจะทำให้จำนวนผู้โดยสารมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เห็นได้จากในยุโรปเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศเมื่อปลายปี&nbsp;2564&nbsp;และเมื่อรัฐบาลไทยได้กำหนดมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;จึงส่งผลให้บริษัทฯ&nbsp;มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยรวมต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก&nbsp;311&nbsp;คนในเดือนตุลาคมเป็น&nbsp;1,067&nbsp;คนในเดือนพฤศจิกายน&nbsp;และ&nbsp;2,559&nbsp;คน&nbsp;ในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันมาตรการผ่อนคลายในประเทศก็ทำให้จำนวนผู้โดยสารในเส้นทางภายในประเทศของสายการบินไทยสมายล์&nbsp;เพิ่มขึ้นมากจาก&nbsp;2,623&nbsp;คนต่อวัน</strong>&nbsp;ในเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;เป็น&nbsp;9,536&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;แม้&nbsp;การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;สายพันธุ์โอมิครอนที่ทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ภาครัฐยกระดับมาตรการควบคุมฯ&nbsp;โดยการยกเลิกมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ทำให้จำนวนผู้โดยสารต่อวันของบริษัทฯ&nbsp;ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ลดลงกว่าร้อยละ&nbsp;20&nbsp;จากในเดือนธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ดี&nbsp;การที่ภาครัฐนำมาตรการ&nbsp;Test&nbsp;and&nbsp;Go&nbsp;มาใช้อีกครั้งหนึ่ง&nbsp;และประเทศปลายทาง&nbsp;</strong>อาทิ&nbsp;เยอรมนี&nbsp;อังกฤษ&nbsp;สวีเดน&nbsp;เดนมาร์ก&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;เนปาล&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทาง&nbsp;นับเป็นสัญญาณดีที่ทำให้ความต้องการเดินทางเริ่มกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จึงมีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ลอนดอน&nbsp;แฟรงก์เฟิร์ต&nbsp;โคเปนเฮเกน&nbsp;ซูริก&nbsp;สิงคโปร์&nbsp;และกัวลาลัมเปอร์&nbsp;และเปิดให้บริการสู่จุดหมายปลายทางใหม่เพิ่มเติม&nbsp;อาทิ&nbsp;เมลเบิร์นในประเทศออสเตรเลีย&nbsp;และจุดหมายปลายทางในประเทศอินเดีย&nbsp;ตั้งแต่ไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;ของปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;รวมถึงการพิจารณาให้บริการเส้นทางบินซาอุดิอาระเบีย&nbsp;ขณะที่สายการบินไทยสมายล์ได้เปิดให้บริการในเส้นทางร้อยเอ็ดและตรังจากสนามบินสุวรรณภูมิ&nbsp;รวมทั้งเปิดให้บริการจากสนามบินดอนเมืองไปยังเชียงใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้บริษัทฯ&nbsp;ยังมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการหารายได้ด้านการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์และบริการคลังสินค้า&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างรายได้หลักแก่บริษัทฯ&nbsp;ในช่วงที่การขนส่งผู้โดยสารยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;มีการเติบโตด้านรายได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;สร้างรายได้รวมกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หรือเกือบร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ของรายได้รวมของบริษัทฯ&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228141010171
703	ส่งเสริมการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า กระตุ้นเศรษฐกิจ เที่ยวเมืองไทย เปิดสถานีชาร์จ ขยายครอบคลุมทั่วประเทศ	<p><strong>นายวฤต&nbsp;รัตนชื่น&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการ&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;กฟผ.&nbsp;ได้กระจายสถานีชาร์จ&nbsp;EleX&nbsp;by&nbsp;EGAT&nbsp;เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น&nbsp;40&nbsp;สถานี&nbsp;เพิ่มความมั่นใจในการเดินทางด้วย&nbsp;EV&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุดผู้ใช้&nbsp;EV&nbsp;สามารถเดินทางไกล</strong>&nbsp;ใช้บริการสาขาแห่งใหม่ขึ้นอีก&nbsp;12&nbsp;สถานีกระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย&nbsp;ทั้งหมดเป็นสถานีชาร์จในสถานีบริการน้ำมัน&nbsp;PT&nbsp;และติดตั้งเครื่องชาร์จแบบ&nbsp;Dynamic&nbsp;Load&nbsp;ที่มีกำลังไฟสูงสุดถึง&nbsp;125&nbsp;kW&nbsp;สามารถชาร์จไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ประหยัดเวลาในการเดินทางให้กับผู้ใช้&nbsp;EV&nbsp;</p><p><strong>ในเส้นทางภาคเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานี</strong>&nbsp;ที่จังหวัดลำปาง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และ&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;สถานี&nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;อำเภอบ้านไผ่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และอำเภอนางรอง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;สถานี&nbsp;ที่อำเภอวังน้อย&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;สถานี&nbsp;ที่&nbsp;อำเภอท่าใหม่&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;สถานี&nbsp;ที่จังหวัดตาก&nbsp;และอำเภอบางสะพานน้อย&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;สถานี&nbsp;ที่อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p>กฟผ.&nbsp;มุ่งเน้นตอบโจทย์การให้บริการกับ&nbsp;3&nbsp;กลุ่มหลักคือ&nbsp;กลุ่มเดินทางข้ามจังหวัด&nbsp;ภายในครึ่งปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><strong>กฟผ.&nbsp;จะเปิดให้บริการสถานีชาร์จเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;17&nbsp;สถานี</strong>&nbsp;ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่บริเวณทางหลวง&nbsp;(Highway)&nbsp;กับสถานีบริการน้ำมัน&nbsp;PT&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้&nbsp;EV&nbsp;สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ&nbsp;ออกไปได้&nbsp;700&nbsp;กิโลเมตรในทุกทิศทาง&nbsp;และ&nbsp;กฟผ.&nbsp;ตั้งเป้าภายในสิ้นปี&nbsp;2565&nbsp;จะติดตั้ง&nbsp;Super&nbsp;Fast&nbsp;Charger&nbsp;ให้ผู้ใช้&nbsp;EV&nbsp;เดินทางไปได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย&nbsp;รวมถึงจะพัฒนา&nbsp;Green&nbsp;Charging&nbsp;Station&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มลูกค้าในเมือง</strong>&nbsp;เน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมืองที่ใช้&nbsp;EV&nbsp;โดยจะขยายสถานีไปยังห้างสรรพสินค้า&nbsp;Community&nbsp;Mall&nbsp;สนามกอล์ฟ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>กลุ่มผู้ประกอบการที่สนใจทำธุรกิจสถานีอัดประจุไฟฟ้าเชิงพาณิชย์</strong>&nbsp;ตั้งเป้าขยายเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลายมากขึ้น&nbsp;โดยเปิดรับผู้ประกอบการทั้งธุรกิจโรงแรม&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;สนามกอล์ฟ&nbsp;หรือธุรกิจอื่นๆ&nbsp;ที่ต้องการเพิ่มจุดชาร์จ&nbsp;EV&nbsp;ให้กับลูกค้า&nbsp;โดยเจ้าของสถานีสามารถใช้บริการระบบ&nbsp;BackEN&nbsp;หรือระบบบริหารจัดการสถานีอัดประจุไฟฟ้า&nbsp;(EV&nbsp;Charging&nbsp;Network&nbsp;Operator&nbsp;Platform)&nbsp;ที่&nbsp;กฟผ.&nbsp;พัฒนาขึ้น&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของสถานีชาร์จ&nbsp;อีกทั้งยังเชื่อมโยงการใช้งานไปที่แอปพลิเคชัน&nbsp;EleXA&nbsp;ของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;ทำให้ลูกค้าผู้ใช้&nbsp;EV&nbsp;สามารถมองเห็นสถานีชาร์จได้มากขึ้นและช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าใช้บริการที่สถานีมากขึ้นด้วย&nbsp;ระบบดังกล่าวมีอัตราค่าบริการแพลตฟอร์มเริ่มต้นเพียง&nbsp;699&nbsp;บาทต่อเดือนต่อเครื่องเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กฟผ.&nbsp;ยังมีบริการติดตั้ง&nbsp;Wallbox&nbsp;Charger&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการที่ยังไม่มีหัวชาร์จติดตั้ง&nbsp;เป็นทางเลือกเพิ่มเติมด้วย</p><p><br></p><p><br></p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228142850181
704	นายกรัฐมนตรี กำชับทุกภาคส่วนเร่งผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางน้ำและเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ	<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;</strong>กล่าวเปิดโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;(ช่วงที่&nbsp;1)&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;จากห้อง&nbsp;PMOC&nbsp;ตึกไทยคู่ฟ้า&nbsp;ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;เป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่สำคัญ&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;5&nbsp;ของโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC&nbsp;เพื่อใช้รองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและวัตถุดิบเหลวสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี&nbsp;ตลอดจนรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเหล็กครบวงจรและอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;ยังเป็นการยืนยันเจตจำนงของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน&nbsp;ในการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนในด้านต่างๆ&nbsp;ที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง&nbsp;S-Curve&nbsp;และ&nbsp;New&nbsp;S-&nbsp;Curve&nbsp;สู่พื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;</p><p><strong>หากโครงการดังกล่าวสำเร็จจะก่อให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่</strong>&nbsp;ในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางน้ำและเป็นประตูการค้าเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ&nbsp;ในภูมิภาคอาเซียนสู่เศรษฐกิจนานาชาติ&nbsp;จึงได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมและใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของไทย&nbsp;ผลักดันและส่งเสริมผลประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และประชาชนคนไทยในทุกด้าน&nbsp;ทำให้&nbsp;EEC&nbsp;และประเทศไทยเป็นจุดหมายสำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวทั่วโลก&nbsp;เป็นฟันเฟืองสำคัญสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>นายสุริยะ&nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือ&nbsp;กนอ.ได้พัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดมาแล้วรวม&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;ในปี&nbsp;2535&nbsp;และปี&nbsp;2542&nbsp;ถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่และทันสมัย&nbsp;นับเป็นปัจจัยพื้นฐานที่อำนวยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด&nbsp;ระยะที่&nbsp;3</strong>&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;มีมูลค่าการลงทุน&nbsp;ประมาณ&nbsp;55,400&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คาดว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี&nbsp;2567&nbsp;และสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณปี&nbsp;2569&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	นนทบุรี	สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228143426183
705	สคบ.ประจำจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องชั่งน้ำหนัก ในตลาดเมืองใหม่	<p><strong>นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้นายศุภวัฒน์&nbsp;พันธุ์พณาสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ผู้แทนสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-5&nbsp;ยะลา&nbsp;สคบ.ประจำจังหวัด&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องชั่งน้ำหนัก&nbsp;ในตลาดเมืองใหม่</p><p><strong>เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ส่งผลให้บางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม&nbsp;และอาจจะส่งผลกระทบต่อ&nbsp;การดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการในวันนี้</p><p><strong>จากการตรวจสอบผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค</strong>&nbsp;และสินค้าทางการเกษตร&nbsp;ผู้ประกอบการไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด&nbsp;และในส่วนของการตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนัก&nbsp;ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้เครื่องชั่งสปริง&nbsp;น้ำหนักถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมการค้าภายใน&nbsp;มีบางรายที่เข็มแสดงน้ำหนักไม่ตรงศูนย์&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปรับเข็มน้ำหนักให้ตรงศูนย์แล้ว&nbsp;และ&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการติดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;เพื่อผู้บริโภคจะได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามสิทธิของตน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คณะฯ&nbsp;ตรวจสอบได้เน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>	28/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228150240206
706	อุปทูตไนจีเรีย เยือนสุราษฎร์ธานี ร่วมเจรจาธุรกิจส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารทะเล	<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.ที่ห้องประชุมศรีสุราษฎร์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;นายประเวศ&nbsp;ไทยประยูร&nbsp;รอง.ผวจ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ให้การต้อนรับนายโมฮัมเหม็ด&nbsp;อิดริส&nbsp;ไฮดารา&nbsp;&nbsp;อุปทูต&nbsp;รักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย&nbsp;ประจำประเทศไทย,&nbsp;น.ส.กุลญาดา&nbsp;นิธิกรอเนก&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายบริหารสาขาภาคใต้&nbsp;บริษัทอาเมสซี่&nbsp;โฮลดิ้ง&nbsp;อินเตอร์กรุ๊ป&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;และคณะ&nbsp;ในโอกาสที่เดินทางมาเยี่ยมเยียน&nbsp;และเจรจาธุรกิจ&nbsp;เกี่ยวกับสินค้าการเกษตรและอาหารทะเล&nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเจรจาประกอบด้วย&nbsp;ตัวแทนสำนักงานเกษตรจังหวัด,&nbsp;ตัวแทนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี,&nbsp;ตัวแทนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;และนักธุรกิจ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ทั้งนี้นายโมฮาเหม็ด&nbsp;และคณะได้ใช้เวลาพูดคุยและพบปะเพื่อแลกเปลี่ยน&nbsp;กับนักธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายโมฮัมเหม็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การได้เดินทางมา</strong>เยี่ยมชมและพบปะ&nbsp;ผู้ประกอบการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้&nbsp;ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศไนจีเรีย&nbsp;การเดินทางมาครั้งนี้&nbsp;ก็เพื่อพบปะกับนักธุรกิจ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านต่างๆเนื่องจากประเทศไนจีเรียและประเทศไทยมีความคล้ายคลึงกันในหลายๆด้านทั้งในด้านของพืชพันธุ์ไม้&nbsp;และพืชพันธุ์สัตว์&nbsp;ที่ผ่านมาไนจีเรียนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทางผู้ประกอบธุรกิจภาคเอกชน&nbsp;และเชื่อว่าในอนาคตประเทศไนจีเรียจะนำเข้าสินค้าประเภทอื่นๆ&nbsp;จากไทยมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารทะเล&nbsp;และการเกษตร&nbsp;และขอชื่นชม&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานีที่สามารถดึงศักยภาพของจังหวัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านอุตสาหกรรม&nbsp;เกษตรกรรม&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งสิ่งที่เราเห็นในวันนี้&nbsp;จะได้นำไปเพื่อปรับใช้กับประเทศของเราและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยและประเทศไนจีเรีย&nbsp;จะสามารถเป็นคู่ค้าที่มีความสัมพันธ์อันดีกันในอนาคต</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ภายหลังจากการเจรจาร่วมกับนักธุรกิจ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;</strong>เกี่ยวกับสินค้าเกษตร&nbsp;และสินค้า&nbsp;อุตสาหกรรมการแปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;นายโมฮัมเหม็ด&nbsp;และคณะ&nbsp;จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา&nbsp;อ.บ้านตาขุน&nbsp;และเยี่ยมชม&nbsp;สวนทุเรียนแปลงใหญ่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.คีรีรัฐนิคม&nbsp;หลังจากนั้นจะเดินทางไปเยี่ยมชมการ&nbsp;แปรรูปปูม้า&nbsp;ที่&nbsp;อ.ไชยา&nbsp;และเยี่ยมชมฟาร์มหอยนางรม&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.กาญจนดิษฐ์&nbsp;เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;และอาหารทะเลจาก&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดไนจีเรียเป็นอย่างมาก.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/2/2022	ภาคใต้	สุราษฎร์ธานี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228151800220
707	ภูเก็ตกลุ่มชาวต่างชาติซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวชาวยูเครน ร่วมกันจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้รัสเซียยุติการทำสงครามในประเทศยูเครน	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริเวณสำนักงานชั่วคราวกงสุลรัสเซีย</strong>&nbsp;ประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ภายในมารีน่าแห่งหนึ่งใน&nbsp;ต.เกาะแก้ว&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;กลุ่มชาวต่างชาติซึ่งอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยว&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยูเครน&nbsp;ร่วมกันจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์&nbsp;โดยการชูป้ายข้อความต่างๆ&nbsp;และแสดงธงชาติยูเครน&nbsp;เรียกร้องให้ประธานาธิบดีรัสเซียยุติการทำสงครามในประเทศยูเครน&nbsp;และเรียกร้องให้นานาประเทศ&nbsp;ส่งความช่วยเหลือไปยังประเทศยูเครน&nbsp;</p><p><strong>โดยมีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;นำโดย&nbsp;พล.ต.ต.เสริมพันธ์&nbsp;ศิริคง&nbsp;</strong>ผู้บังคัการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต,&nbsp;พ.ต.ท.เอกชัย&nbsp;ศิริ&nbsp;สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต,&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;และตำรวจสันติบาล&nbsp;คอยดูแลความเรียบร้อย&nbsp;ก่อนที่จะมีการชี้แจงทำความเข้าใจ&nbsp;และขอให้ทั้งหมดออกจากพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล&nbsp;ขอให้ไปรวมตัวกันอยู่ด้านนอก&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวก็ได้ย้ายออกมาจากด้านหน้าสำนักงาน</strong>ชั่วคราวกงสุลรัสเซีย&nbsp;ประจำจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และไปรวมตัวกับกลุ่มชาวยูเครนซึ่งรออยู่บริเวณทางเข้าท่าเทียบ&nbsp;รวมจำนวนประมาณ&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;โดยได้มีการจัดทำป้ายข้อความคัดค้านและเรียกร้องลงบนกระดาษที่เตรียมไว้&nbsp;เป็นภาษาอังกฤษ&nbsp;และภาษารัสเซีย&nbsp;สลับกันขึ้นมาพูดคุย&nbsp;และตะโกนเรียกร้องให้ยุติสงครามในยูเครน&nbsp;เรียกร้องเสรีภาพให้เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งร้องเพลงชาติยูเครน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการหันหน้าออกไปริมถนนเทพกระษัตรี&nbsp;พร้อมทั้งชูผ่านข้อความ</strong>ต่อต้านการทำสงครามและการใช้ความรุนแรง&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่ขับรถสัญจรไปมาได้รับรู้รับทราบด้วย&nbsp;ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;โดยใช้เวลาประมาณ&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;ก่อนที่ทั้งหมดจะมีการแยกย้ายกันกลับ&nbsp;จากการสอบถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ&nbsp;ทราบว่า&nbsp;ข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ยังคงเป็นการขอให้ยุติสงครามและความรุนแรงในประเทศยูเครน&nbsp;ยังไม่มีการร้องเรียนหรือร้องขอเกี่ยวกับความเดือดร้อนของากรไม่ได้เดินทางกลับไประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/2/2022	ภาคใต้	ภูเก็ต	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228160439250
708	ยะลา   ตรวจสอบผู้ประกอบการ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องชั่งน้ำหนัก ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภคช่วงสถานการณ์น้ำท่วม	<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.&nbsp;65)&nbsp;นายธีรุตม์&nbsp;ศุภวิบูลย์ผล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายศุภวัฒน์&nbsp;พันธุ์พณาสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางผุสสดี&nbsp;จ๋ายเจริญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ผู้แทนสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-5&nbsp;ยะลา&nbsp;สคบ.ประจำจังหวัดยะลา&nbsp;&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องชั่งน้ำหนัก&nbsp;ที่ตลาดเมืองใหม่</p><p><strong>เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้บางพื้นที่</strong>ประสบปัญหาน้ำท่วม&nbsp;และอาจจะส่งผลกระทบต่อ&nbsp;การดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการ&nbsp;ร้านค้าต่างๆ</p><p><strong>จากการตรวจสอบ&nbsp;ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค</strong>&nbsp;และสินค้าทางการเกษตร&nbsp;ไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด&nbsp;และในส่วนของการตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนัก&nbsp;ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้เครื่องชั่งสปริง&nbsp;น้ำหนักถูกต้องตามข้อกำหนดของกรมการค้าภายใน&nbsp;มีบางรายที่เข็มแสดงน้ำหนักไม่ตรงศูนย์&nbsp;ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปรับเข็มน้ำหนักให้ตรงศูนย์แล้ว&nbsp;พร้อม&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการติดป้ายแสดงราคาสินค้า&nbsp;เพื่อผู้บริโภคจะได้เลือกซื้อสินค้าได้ตามสิทธิของตน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คณะฯ&nbsp;ตรวจสอบยังได้เน้นย้ำเรื่องมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>	28/2/2022	ภาคใต้	ยะลา	สทท.ยะลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228155844247
709	สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ  (Seafood Festival) ครั้งที่ 2	<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กำหนดจัดงาน&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นการบริโภคปลากะพงสามน้ำ&nbsp;และอาหารทะเลของจังหวัดสงขลา&nbsp;มีร้านอาหารชั้นนำเข้าร่วมกว่า&nbsp;70&nbsp;ร้าน</p><p><strong>นางสาวฉัตร์สุดา&nbsp;ชุมแสง&nbsp;พาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการ&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง&nbsp;&nbsp;รวมไปถึงร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ&nbsp;กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสงขลา&nbsp;อีกทั้งยังช่วยให้ปลากะพงสามน้ำซึ่งเป็นปลากะพงท้องถิ่นของจังหวัด&nbsp;ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากปลากะพงทั่วไป&nbsp;โดยมีเนื้อที่หวานและอร่อย&nbsp;ไม่มีความคาวและปราศจากกลิ่นสาบโคลน&nbsp;ให้ได้เป็นที่รู้จักของประชาชนและนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>การจัดกิจกรรมในปีที่&nbsp;2&nbsp;นี้&nbsp;จะจัดขึ้นในรูปแบบการกดรับคูปองส่วนลด</strong>&nbsp;ซึ่งสนับสนุนโดยโครงการ&nbsp;ใช้ได้ทั้งแบบเดลิเวอรี่และการกดสั่งเมื่อไปทานอาหารที่ร้าน&nbsp;โดยลูกค้าของทางร้านสามารถใช้สิทธิ์รับส่วนลดค่าอาหารได้ทันที&nbsp;ผ่าน&nbsp;E-Menu&nbsp;ในแอปพลิเคชัน&nbsp;OneChat&nbsp;จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ซึ่งมีป้ายสัญลักษณ์&nbsp;โครงการ&nbsp;เที่ยวสงขลากินปลากะพงสามน้ำ&nbsp;(Seafood&nbsp;Festival)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;โดยรับส่วนลด&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเด่นประจำร้าน&nbsp;มูลค่าตั้งแต่&nbsp;300&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;และรับส่วนลด&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อสั่งอาหารจานเดียว&nbsp;โดยลด&nbsp;20&nbsp;บาท/จาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>	28/2/2022	ภาคใต้	สงขลา	สวท.สงขลา	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228163300266
710	โรงพยาบาลและโรงแรมในจังหวัดสตูล ร่วมลงนาม MOU ยกมาตรฐาน SHA Extra Plus รองรับการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ คาดเปิดรับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2565	"<p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ที่ห้องประชุมอภัยนุราช&nbsp;3&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ระหว่างโรงพยาบาลสตูล&nbsp;,&nbsp;โรงพยาบาลละงู&nbsp;กับโรงแรมที่พักในจังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;(SHA++)&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสตูล&nbsp;,&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลละงู&nbsp;,&nbsp;ผู้บริหารโรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;,&nbsp;ผู้บริหารโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;,&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;,&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">นายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;เนื่องจากตามนโยบายของทางรัฐบาลให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;เร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกเพื่อรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และสตูล&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆ&nbsp;อย่างมาก&nbsp;สำหรับการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;ได้กำหนดให้โรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;นั้นจะต้องทำสัญญา&nbsp;(MOU)&nbsp;กับโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวไทย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือระหว่างโรงพยาบาลสตูลกับโรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;และระหว่างโรงพยาบาลละงูกับโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อยกระดับเป็นมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;ในการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศต่อไป</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ด้าน&nbsp;นายเอกศักดิ์&nbsp;จึงพาณิชย์&nbsp;ประธานกรรมการโรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">&nbsp;ทางโรงแรมมีห้องพักรองรับนักท่องเที่ยวเข้าพักได้ประมาณ&nbsp;72&nbsp;ห้อง&nbsp;โดยจัดห้องพักสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งชั้นจำนวน&nbsp;18&nbsp;ห้อง&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;แต่หากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากก็สามารถจัดห้องพักเพิ่มได้อีก&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><strong&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ทั้งนี้&nbsp;การลงนามดังกล่าวเพื่อรองรับการท่องเที่ยวหลังเปิดด่านชายแดนทางบก</strong><span&nbsp;style=""color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;"">ของระหว่างไทยกับประเทศมาเลเซีย&nbsp;คาดว่าจะสามารถเปิดด่านพรมแดนได้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อเป็นกำหนดแนวทางการดำเนินการการเดินทางเข้ามา&nbsp;เช่น&nbsp;การรับส่งนักท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;การตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ของกลุ่มนักท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;สถานที่ในการอนุญาตให้เดินทาง&nbsp;เป็นต้น</span></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><br></p><p&nbsp;class=""ql-align-justify""><span&nbsp;class=""ql-cursor"">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>"	28/2/2022	ภาคใต้	สตูล	สวท.สตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228174243306
711	จังหวัดมุกดาหารจัดประชุมโครงการเชื่อมโยงธุรกิจเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ SMEs	<p><strong>นายบุญช่วย&nbsp;น้อยสันเทียะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรม&nbsp;โครงการเชื่อมโยงธุรกิจเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ในจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;เข้ารับการอบรมที่ห้องประชุมแก้วกินรี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;เจริญทรง&nbsp;คลังจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;</strong>ประธานคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในนามของผู้จัดการอบรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สืบเนื่องจากทีมเฉพาะกิจวายุภักษ์เพื่อการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์กระทรวงการคลังสู่ภูมิภาค&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบให้คณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด&nbsp;(คบจ.)&nbsp;จัดทำโครงการที่ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์จังหวัด&nbsp;หรือความต้องการของพื้นที่&nbsp;โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&nbsp;หรือ&nbsp;SMEs&nbsp;ในจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุน&nbsp;SMEs&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เข้าถึงแหล่งเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ&nbsp;ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้ทำธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม&nbsp;ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ผู้ประกอบการและแพลตฟอร์มต่างๆ&nbsp;เป็นช่องทางการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;นำไปสู่การสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน&nbsp;และสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดตามประเด็นการพัฒนาการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าการลงทุนเพื่อเชื่อมโยงอาเซียนสู่สากล</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ	มุกดาหาร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228174630309
712	สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล พิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลและโรงแรมในจังหวัดสตูล เพื่อยกระดับมาตรฐาน SHA Extra Plus (SHA++)	<p><strong>ที่ห้องประชุมอภัยนุราช&nbsp;3&nbsp;โรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ระหว่างโรงพยาบาลสตูล&nbsp;,&nbsp;โรงพยาบาลละงู&nbsp;กับโรงแรมที่พักในจังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อยกระดับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus&nbsp;(SHA++)&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลสตูล&nbsp;,&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลละงู&nbsp;,&nbsp;ผู้บริหารโรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;,&nbsp;ผู้บริหารโรงแรมรอยัลฮิลล์&nbsp;สตูล&nbsp;พร้อมด้วยท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;,&nbsp;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&nbsp;สำนักงานสตูล&nbsp;และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามดังกล่าว</p><p><strong>นายสุรัตน์&nbsp;จรณโยธิน&nbsp;ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ได้เกิดขึ้น&nbsp;เนื่องจากตามนโยบายของทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;ไปดำเนินการ&nbsp;โดยนายพิพัฒน์&nbsp;รัชกิจประการ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา&nbsp;&nbsp;(ศปก.กก.)&nbsp;เร่งพิจารณาแนวทางดำเนินการเปิดด่านชายแดนทางบกเพื่อรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และสตูล&nbsp;รัฐบาลจึงเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดด่านทางบก&nbsp;รับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และจะส่งผลต่อการฟื้นฟูธุรกิจอื่นๆ&nbsp;อย่างมาก&nbsp;และระหว่างนี้&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการในเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยว&nbsp;โดยในมาตรการการเดินทาง&nbsp;ได้กำหนดให้โรงแรมที่ได้รับมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;นั้นจะต้องทำสัญญา&nbsp;(MOU)&nbsp;กับโรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวไทยเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งบทบาทของมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;จึงเป็นมาตรฐานที่ทำให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางมากขึ้น&nbsp;ด้วยแนวทางปฏิบัติที่สถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันจึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือระหว่างโรงพยาบาลสตูล&nbsp;กับโรงแรมสินเกียรติบุรี&nbsp;และระหว่างโรงพยาบาลละงูกับโรงแรมรอยัลฮิล&nbsp;ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อยกระดับเป็นมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;Extra&nbsp;Plus</p><p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การลงนามดังกล่าวเพื่อรองรับการท่องเที่ยวหลังเปิดด่านชายแดนทางบกของระหว่างไทยกับประเทศมาเลเซีย&nbsp;คาดว่าจะสามารถเปิดด่านพรมแดนได้ในวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อเป็นกำหนดแนวทางการดำเนินการการเดินทางเข้ามา&nbsp;เช่น&nbsp;การรับส่งนักท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;การตรวจ&nbsp;RT-PCR&nbsp;ของกลุ่มนักท่องเที่ยว&nbsp;,&nbsp;สถานที่ในการอนุญาตให้เดินทาง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งในวันนี้ถือเป็นสิ่งเริ่มต้น&nbsp;โดยมีการลงนมาม&nbsp;MOU&nbsp;ร่วมกันระหว่างโรงแรมสองแห่ง&nbsp;กับโรงพยาบาลในสตูล&nbsp;ซึ่งโรงแรมทั้งสองแห่งนี้&nbsp;เป็นโรงแรมที่ได้มาตรฐาน&nbsp;เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อน&nbsp;และในส่วนของจังหวัดจะมีการเตรียมความพร้อมทุกด้านในการที่จะรองรักนักท่องเที่ยวเข้ามาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228185807338
713	ดิจิทัล วิลเลจ แก้ไขปัญหาความยากจนให้กับชุมชน ตามแนว เถาเป่า โมเดล	<p><strong>นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า</strong> กรมฯ ติดตามผลการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนอัจฉริยะออนไลน์ หรือ Digital Village by DBD ตั้งแต่ปี 2562 - 64 โดยใช้ต้นแบบหมู่บ้านเถาเป่า หรือเถาเป่าโมเดลของจีน ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตสินค้าชุมชนด้วยการผลักดันเข้าสู่การค้าออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันสามารถผลักดันให้เกิดชุมชนต้นแบบได้แล้วรวม 34 ชุมชนทั่วประเทศ แยกเป็นปี 2562 จำนวน 5 ชุมชน ปี 2563 จำนวน 15 ชุมชน และปี 2564 จำนวน 14 ชุมชน ซึ่งสามารถช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับฐานรากได้จริง เพราะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนผ่านช่องทางออนไลน์เฉลี่ยอย่างน้อย 10% ต่อปี และเพิ่มรายได้ตั้งแต่หลักหมื่น แสน และมากกว่า 5 แสนบาทต่อเดือน</p><p><strong>ชุมชนที่ได้รับการผลักดันให้เป็นชุมชนอัจฉริยะออนไลน์ ปี 2562</strong> ได้แก่  ชุมชนนาข่า จังหวัดอุดรธานี ผ้าไหม ผ้าพื้นเมือง ชุมชนใบชาดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย สินค้าใบชา </p><p>ชุมชนด่านเกวียน จังหวัดนครราชสีมา เครื่องปั้นดินเผา  ชุมชนบ้านวังส้มซ่า จังหวัดพิษณุโลก ผลิตภัณฑ์จากส้มซ่า และชุมชนควนขนุน จังหวัดพัทลุง หัตถกรรมกระจูด</p><p><strong>ส่วนปี 2563 จำนวน 15 ชุมชน</strong> ได้แก่ ชุมชนสรรพยา จังหวัดชัยนาท ส้มโอขาวแตงกวา </p><p>ชุมชนเกาะคา จังหวัดลำปาง ข้าวแต๋น เซรามิก  ชุมชนเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา จักสานผักตบชวา  ชุมชนปัว จังหวัดน่าน เครื่องเงินชาวเขา  ชุมชนส่องดาว จังหวัดสกลนคร ผ้าย้อมคราม  ชุมชนปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ผ้าไหมมัดหมี่โคราช  ชุมชนบางสระเก้า จังหวัดจันทบุรี กกจันทบูร  ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด ท่องเที่ยว  ชุมชนละงู จังหวัดสตูล อาหารทะเลแปรรูป </p><p>ชุมชนเมืองตรัง จังหวัดตรัง จักสานใบจาก  ชุมชนบ้านสามช่องเหนือ จังหวัดพังงา ท่องเที่ยว  ชุมชนดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี มะพร้าว ชุมชนบ้านดอนทอง จังหวัดนครปฐม กล้วยแปรรูป </p><p>ชุมชนมิตรสัมพันธ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผลิตภัณฑ์เกษตร ผลไม้แช่อิ่ม และชุมชนคลองตาปรั่ง จังหวัดสมุทรสาคร มะพร้าว</p><p><strong>สำหรับปี 2564 จำนวน 14 ชุมชน</strong> ได้แก่  วิสาหกิจชุมชน รังไหมประดิษฐ์ จังหวัดสระบุรี </p><p>สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด (KUBeef) จังหวัดนครปฐม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านทิวลิป ชุมชนเนินพยอม จังหวัดระยอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคลองน้ำเค็มทันใจ จังหวัดจันทบุรี  วิสาหกิจชุมชนอาชีพ เกลือทะเลกังหันทอง จังหวัดเพชรบุรี วิสาหกิจชุมชนแปรรูป สมุนไพรปลูกรัก จังหวัดตาก  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปแมคคาแดเมีย เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์  วิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผักสมุนไพรและผลไม้ จังหวัดลำพูน  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสันมหาพนสมุนไพรอินทรีย์ จังหวัดเชียงใหม่  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา  วิสาหกิจชุมชนภูเชียงทา จังหวัดชัยภูมิ บริษัท เด็กพิเศษวิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด จังหวัดพังงา วิสาหกิจชุมชนไชโยฟาร์มเห็ด จังหวัดสุราษฎร์ธานี และวิสาหกิจชุมชนตาลโตนด โหนดนาเล จังหวัดสงขลา</p><p><strong>นายทศพล กล่าวว่า สำหรับปี 2565</strong>&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างสำรวจศักยภาพชุมชน โดยมีเป้าหมายในปีนี้จำนวน 20 ชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีชุมชนที่สนใจเข้าร่วมกว่า 200 ชุมชนทั่วประเทศ โดยเมื่อได้รายชื่อแล้ว กรมฯ จะเข้าไปช่วยฝึกอบรมและพัฒนาให้คนในชุมชน มีองค์ความรู้ด้านการทำธุรกิจออนไลน์ การพัฒนาสินค้า การทำคอนเทนต์ การถ่ายภาพออนไลน์ การทำแพกเกจจิ้ง ตลอดจนการเล่าเรื่องราวให้สินค้าและบริการ และจะช่วยจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบอินโฟกราฟิกและการผลิตหนังสั้น (ไวรัลคลิป) เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์เด่นและเรื่องเล่าของแต่ละชุมชน</p><p><strong>นอกจากนี้ จะช่วยเชื่อมโยงกิจกรรมการสร้างโอกาสทางการตลาด</strong>ให้แก่สินค้าชุมชนผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการนำไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นที่นิยม เช่น Shopee และ Lazada และผ่านช่องทางออนไลน์อื่น เช่น เฟซบุ๊ก รวมถึงช่องทางออฟไลน์อื่นๆ โดยมีผลการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จ เช่น การจัดทำแคมเปญ สุขใจซื้อของไทย (www.shopee.co.th/dbdonline) ซึ่งรวมสินค้าจากชุมชนต้นแบบ (ของดีออนไลน์ by DBD) สรุปยอดจำหน่ายตั้งแต่มีนาคม 2563  สิงหาคม 2564 รวม 5,673,947 บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>	28/2/2022	ภาคกลางและปริมณฑล	กรุงเทพมหานคร	หน่วยงานสำนักข่าว	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228193116347
714	จังหวัดเพชรบุรี ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานกองทุนพัฒนา SME ตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดเพชรบุรี	<p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนา&nbsp;SME&nbsp;ตามแนวประชารัฐประจำจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ&nbsp;ประจำจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนา&nbsp;SME&nbsp;ตามแนวประชารัฐประกาศหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อ&nbsp;เพื่อฟื้นฟู&nbsp;SME&nbsp;ที่เป็นลูกหนี้&nbsp;และมีแนวทางดำเนินการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;โดยได้มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการทุกขั้นตอนดังนี้&nbsp;คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของผู้อยู่ในข่ายได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อที่มีภาระหนี้เงินต้นวงเงินกู้สินเชื่อระยะยาว&nbsp;(Term&nbsp;Loan)&nbsp;คงเหลืออยู่กับกองทุน&nbsp;เป็น&nbsp;SME&nbsp;ที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนา&nbsp;SME&nbsp;ตามแนวประชารัฐที่มีสถานะต้องไม่เป็น&nbsp;NPL&nbsp;มีประวัติการชำระหนี้ปกติ&nbsp;หรือไม่อยู่ในระหว่างที่ถูกกองทุนดำเนินคดี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผ่อนปรนประวัติการชำระหนี้ล่าช้าไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;หรือค้างค่างวดไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;งวด&nbsp;ณ&nbsp;วันที่ยื่นหลักเกณฑ์&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ผู้ที่เป็นลูกหนี้&nbsp;SME&nbsp;จะต้องเป็นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนา&nbsp;SME&nbsp;ตามแนวประชารัฐที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากกองทุน&nbsp;ทางกองทุนพัฒนา&nbsp;SME&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนพัฒนา&nbsp;SME&nbsp;ตามแนวประชารัฐ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถาณการณ์ภัยแล้งหรือการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;และเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการฟื้นฟูกิจการในปัจจุบันหรือเริ่มต้นกิจการใหม่ให้กลับมาดียิ่งขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>	28/2/2022	ภาคตะวันตก	เพชรบุรี	สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี	https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220228224756422
715	""	""	""	""	""	""	""
716	""	""	""	""	""	""	""
717	""	""	""	""	""	""	""
718	""	""	""	""	""	""	""
719	""	""	""	""	""	""	""
720	""	""	""	""	""	""	""
721	""	""	""	""	""	""	""
722	""	""	""	""	""	""	""
723	""	""	""	""	""	""	""
724	""	""	""	""	""	""	""
725	""	""	""	""	""	""	""
726	""	""	""	""	""	""	""
727	""	""	""	""	""	""	""
728	""	""	""	""	""	""	""
729	""	""	""	""	""	""	""
730	""	""	""	""	""	""	""
731	""	""	""	""	""	""	""
732	""	""	""	""	""	""	""
733	""	""	""	""	""	""	""
734	""	""	""	""	""	""	""
735	""	""	""	""	""	""	""
736	""	""	""	""	""	""	""
737	""	""	""	""	""	""	""
738	""	""	""	""	""	""	""
739	""	""	""	""	""	""	""
740	""	""	""	""	""	""	""
741	""	""	""	""	""	""	""
742	""	""	""	""	""	""	""
743	""	""	""	""	""	""	""
744	""	""	""	""	""	""	""
745	""	""	""	""	""	""	""
746	""	""	""	""	""	""	""
747	""	""	""	""	""	""	""
748	""	""	""	""	""	""	""
749	""	""	""	""	""	""	""
750	""	""	""	""	""	""	""
751	""	""	""	""	""	""	""
752	""	""	""	""	""	""	""
753	""	""	""	""	""	""	""
754	""	""	""	""	""	""	""
755	""	""	""	""	""	""	""
756	""	""	""	""	""	""	""
757	""	""	""	""	""	""	""
758	""	""	""	""	""	""	""
759	""	""	""	""	""	""	""
760	""	""	""	""	""	""	""
761	""	""	""	""	""	""	""
762	""	""	""	""	""	""	""
763	""	""	""	""	""	""	""
764	""	""	""	""	""	""	""
765	""	""	""	""	""	""	""
766	""	""	""	""	""	""	""
767	""	""	""	""	""	""	""
768	""	""	""	""	""	""	""
769	""	""	""	""	""	""	""
770	""	""	""	""	""	""	""
771	""	""	""	""	""	""	""
772	""	""	""	""	""	""	""
773	""	""	""	""	""	""	""
774	""	""	""	""	""	""	""
775	""	""	""	""	""	""	""
776	""	""	""	""	""	""	""
777	""	""	""	""	""	""	""
778	""	""	""	""	""	""	""
779	""	""	""	""	""	""	""
780	""	""	""	""	""	""	""
781	""	""	""	""	""	""	""
782	""	""	""	""	""	""	""
783	""	""	""	""	""	""	""
784	""	""	""	""	""	""	""
785	""	""	""	""	""	""	""
786	""	""	""	""	""	""	""
787	""	""	""	""	""	""	""
788	""	""	""	""	""	""	""
789	""	""	""	""	""	""	""
790	""	""	""	""	""	""	""
791	""	""	""	""	""	""	""
792	""	""	""	""	""	""	""
793	""	""	""	""	""	""	""
794	""	""	""	""	""	""	""
795	""	""	""	""	""	""	""
796	""	""	""	""	""	""	""
797	""	""	""	""	""	""	""
798	""	""	""	""	""	""	""
799	""	""	""	""	""	""	""
800	""	""	""	""	""	""	""
801	""	""	""	""	""	""	""
802	""	""	""	""	""	""	""
803	""	""	""	""	""	""	""
804	""	""	""	""	""	""	""
805	""	""	""	""	""	""	""
806	""	""	""	""	""	""	""
807	""	""	""	""	""	""	""
808	""	""	""	""	""	""	""
809	""	""	""	""	""	""	""
810	""	""	""	""	""	""	""
811	""	""	""	""	""	""	""
812	""	""	""	""	""	""	""
813	""	""	""	""	""	""	""
814	""	""	""	""	""	""	""
815	""	""	""	""	""	""	""
816	""	""	""	""	""	""	""
817	""	""	""	""	""	""	""
818	""	""	""	""	""	""	""
819	""	""	""	""	""	""	""
820	""	""	""	""	""	""	""
821	""	""	""	""	""	""	""
822	""	""	""	""	""	""	""
823	""	""	""	""	""	""	""
824	""	""	""	""	""	""	""
825	""	""	""	""	""	""	""
826	""	""	""	""	""	""	""
827	""	""	""	""	""	""	""
828	""	""	""	""	""	""	""
829	""	""	""	""	""	""	""
830	""	""	""	""	""	""	""
831	""	""	""	""	""	""	""
832	""	""	""	""	""	""	""
833	""	""	""	""	""	""	""
834	""	""	""	""	""	""	""
835	""	""	""	""	""	""	""
836	""	""	""	""	""	""	""
837	""	""	""	""	""	""	""
838	""	""	""	""	""	""	""
839	""	""	""	""	""	""	""
840	""	""	""	""	""	""	""
841	""	""	""	""	""	""	""
842	""	""	""	""	""	""	""
843	""	""	""	""	""	""	""
844	""	""	""	""	""	""	""
845	""	""	""	""	""	""	""
846	""	""	""	""	""	""	""
847	""	""	""	""	""	""	""
848	""	""	""	""	""	""	""
849	""	""	""	""	""	""	""
850	""	""	""	""	""	""	""
851	""	""	""	""	""	""	""
852	""	""	""	""	""	""	""
853	""	""	""	""	""	""	""
854	""	""	""	""	""	""	""
855	""	""	""	""	""	""	""
856	""	""	""	""	""	""	""
857	""	""	""	""	""	""	""
858	""	""	""	""	""	""	""
859	""	""	""	""	""	""	""
860	""	""	""	""	""	""	""
861	""	""	""	""	""	""	""
862	""	""	""	""	""	""	""
863	""	""	""	""	""	""	""
864	""	""	""	""	""	""	""
865	""	""	""	""	""	""	""
866	""	""	""	""	""	""	""
867	""	""	""	""	""	""	""
868	""	""	""	""	""	""	""
869	""	""	""	""	""	""	""
870	""	""	""	""	""	""	""
871	""	""	""	""	""	""	""
872	""	""	""	""	""	""	""
873	""	""	""	""	""	""	""
874	""	""	""	""	""	""	""
875	""	""	""	""	""	""	""
876	""	""	""	""	""	""	""
877	""	""	""	""	""	""	""
878	""	""	""	""	""	""	""
879	""	""	""	""	""	""	""
880	""	""	""	""	""	""	""
881	""	""	""	""	""	""	""
882	""	""	""	""	""	""	""
883	""	""	""	""	""	""	""
884	""	""	""	""	""	""	""
885	""	""	""	""	""	""	""
886	""	""	""	""	""	""	""
887	""	""	""	""	""	""	""
