{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"NT01_NewsDesc","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;พร้อม&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(1&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้ว&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;120&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;91&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;73&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;132&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ราชบุรี&nbsp;76&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และ&nbsp;ยะลา&nbsp;84&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,748&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;34,032&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อม&nbsp;เฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณ&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;น่าน&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ตราด&nbsp;และจันทบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำช่วงต้นฤดูฝนวันนี้พบแหล่งน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำ&nbsp;34,032&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำใช้การน้อยอาจส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำด้านการอุปโภคบริโภค&nbsp;ซึ่งต้นฤดูฝนต้องเร่งเก็บกักน้ำ&nbsp;ด้านอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังน้ำใช้การน้อยกว่าร้อยละ&nbsp;15&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองสียัด&nbsp;และเขื่อนวชิราลงกรณ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบอ่างเก็บน้ำให้เร่งเก็บกักน้ำ&nbsp;ควบคู่กับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและการส่งน้ำ&nbsp;และได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงช่วงเดือนพฤษภาคมพบมีพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย&nbsp;254&nbsp;ตำบล&nbsp;59&nbsp;อำเภอ&nbsp;ใน&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานปรับแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับน้ำฝนที่อาจจะเพิ่มขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ด้วย</p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501091737008"],
    [2,"กรมชลประทาน เร่งเก็บผักตบชวาในคลองบางบัวทอง คาดแล้วเสร็จต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณคลองบางบัวทอง&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ว่าผักตบชวาไหลลงมาสะสมบริเวณคลองจำนวนมาก&nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก&nbsp;จึงสั่งการให้โครงการชลประทานนนทบุรี&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;11&nbsp;โดยนายทรงพล&nbsp;สวยสม&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนนทบุรี&nbsp;นำเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;อาทิ&nbsp;เรือกำจัดผักตบชวาและรถแมคโฮ&nbsp;เข้าไปดำเนินการกำจัดวัชพืช&nbsp;โดยเฉพาะผักตบชวา&nbsp;พร้อมประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่นและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนนทบุรี&nbsp;เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;โดยรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;(พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ)&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)&nbsp;และนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดวัชพืช&nbsp;ผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝนจะมา&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;</strong>เร่งดำเนินการเก็บวัชพืชโดยเฉพาะผักตบชวาที่อยู่ในพื้นที่ของตนเองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนและสนับสนุนน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501100706035"],
    [3,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(1&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501094110016"],
    [4,"เกิดวาตภัยในพื้นที่ 4 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รายงานสถานการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศไทยตอนบนประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคใต้รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตาก&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;และสุรินทร์&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;13&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;49&nbsp;หลัง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ถึงปัจจุบัน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;(1&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;43&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;129&nbsp;อำเภอ&nbsp;234&nbsp;ตำบล&nbsp;538&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;2,687&nbsp;หลัง&nbsp;ผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(นครศรีธรรมราช)&nbsp;และผู้บาดเจ็บ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(สุพรรณบุรี)&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;12&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;พิจิตร&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;พะเยา&nbsp;น่าน&nbsp;ตาก&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;นครพนม&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;ยโสธร&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;เลย&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;สกลนคร&nbsp;สุรินทร์&nbsp;หนองคาย&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุดรธานี&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชัยนาท&nbsp;นครปฐม&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และภาคใต้&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;และปัตตานี&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501101644045"],
    [5,"TBCSD ได้ส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม 6 แห่ง เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19","<p><strong>องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;(TBCSD)&nbsp;ได้ส่งมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;เลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;และผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;(TBCSD)&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;องค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศจำนวนกว่า&nbsp;40&nbsp;องค์กร&nbsp;ที่ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย&nbsp;ได้ร่วมกันบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นช่วยป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;รวม&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;ตามความต้องการของโรงพยาบาล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อาหารกึ่งสำเร็จรูป&nbsp;1,000&nbsp;ห่อ&nbsp;,&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;1,000&nbsp;ขวด&nbsp;,&nbsp;นม&nbsp;UHT&nbsp;500&nbsp;กล่อง&nbsp;,&nbsp;น้ำผลไม้&nbsp;500&nbsp;กล่อง&nbsp;,&nbsp;ชุดของใช้&nbsp;400&nbsp;ชุด&nbsp;,&nbsp;ชุด&nbsp;PPE&nbsp;300&nbsp;ชุด&nbsp;,&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;3,000&nbsp;ชิ้น&nbsp;,&nbsp;หน้ากาก&nbsp;N95&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ชิ้น&nbsp;,&nbsp;ถุงคลุมขา&nbsp;100&nbsp;คู่&nbsp;,&nbsp;ถุงมือยาง&nbsp;1,500&nbsp;คู่&nbsp;,&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;500&nbsp;ลิตร&nbsp;,&nbsp;ถุงขยะสีแดง&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และรถเข็นของ&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ให้กับโรงพยาบาลสนาม&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลศรีสะเกษ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลปราณบุรี&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และ&nbsp;โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศ&nbsp;ร่วมส่งกำลังใจ&nbsp;ช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่มีความเกี่ยวข้องป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&nbsp;และเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ประเทศไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้</p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501142955166"],
    [6,"ก.ทรัพย์ เร่งแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าปีนี้เพิ่มอีก 400,000 ไร่ เพื่อให้ครบจำนวนตามแผน 2.68 ล้านไร่ ในปี 2570","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกป่าปีนี้เพิ่มอีก&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อให้ครบจำนวนตามแผน&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2570</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการฝ่ายปฏิบัติงานปลูกป่า&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและควบคุมไฟป่า&nbsp;ว่า&nbsp;เพื่อขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานประสานงานกับเครือข่ายจิตอาสาและภาคเอกชนทำความเข้าใจร่วมกับชุมชนให้ร่วมกันปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ในพื้นที่&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างความสมดุลของทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ&nbsp;เบื้องต้นตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่ป่า&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;จำนวน&nbsp;2,680,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยปีนี้จะเพิ่มให้ได้&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;มีแผนปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนปีนี้&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;ดำเนินงานแล้ว&nbsp;5,618&nbsp;ไร่&nbsp;เหลืออีก&nbsp;4,659&nbsp;ไร่&nbsp;//&nbsp;กรมป่าไม้ได้&nbsp;มีแผนปลูกป่าปีนี้&nbsp;239,000&nbsp;ไร่ใน&nbsp;5&nbsp;แผนงาน&nbsp;คือ&nbsp;ปลูกป่าจากเงินงบประมาณ&nbsp;8,620&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;ปลูกป่าจากแผนงานเบิกจ่ายแทนกัน&nbsp;8,550&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;ปลูกป่าจากเงินนอกงบประมาณ&nbsp;97,690&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;ปลูกป่าจากโครงการสร้างป่า&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;52,500&nbsp;ไร่&nbsp;,&nbsp;ปลูกป่าในพื้นที่ป่าชุมชน&nbsp;75,000&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ได้สำรวจพื้นที่เตรียมการสนับสนุนหน่วยงานอื่นตามโครงการฯในพื้นที่&nbsp;55&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวม&nbsp;96,555&nbsp;ไร่&nbsp;และจัดเตรียมกล้าไม้สนับสนุนโครงการฯอีก&nbsp;7,838,243&nbsp;กล้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ขอให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งเรื่องพื้นที่และกล้าไม้ทำสรุปตัวเลขส่งให้จังหวัดทุกจังหวัดภายใน&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์&nbsp;เพื่อส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดนำไปปรับแผนการทำงาน&nbsp;พร้อมเชิญทุกส่วนราชการระดม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;Soft&nbsp;Opening&nbsp;วันปลูกต้นไม้ประจำปีตรงกับวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคมไปจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้</p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501160525193"],
    [7,"กรมชลประทาน เดินหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จังหวัดพะเยา แก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย","<p><strong>นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเชียงคำ&nbsp;มีปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;ซึ่งประสบปัญหามาอย่างยาวนาน&nbsp;เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของอำเภอเชียงคำ&nbsp;มีสภาพลาดชัน&nbsp;ในช่วงฤดูฝนมักจะเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาสูงลงมายังพื้นที่ด้านล่าง&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณลำน้ำน้ำญวนกับลำน้ำแม่ลาวซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม&nbsp;ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่สองฝั่งเป็นระยะเวลา&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;เกือบทุกปี&nbsp;กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;(EIA)&nbsp;เนื่องจากมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่&nbsp;1&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;(คชก.)&nbsp;ได้พิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ได้มีข้อเสนอแนะให้กรมชลประทานดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมทุกด้านอย่างสมบูรณ์&nbsp;ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาพร้อมกันนี้จะดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านการสำรวจออกแบบ&nbsp;รวมไปถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่สำหรับการก่อสร้างโครงการต่อไป</p><p><strong>สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน</strong>&nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านสบสา&nbsp;(บ้านใหม่ปางวัว)&nbsp;หมู่&nbsp;18&nbsp;ตำบลร่มเย็น&nbsp;อำเภอเชียงคำ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;มีลักษณะเป็นโครงการเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว&nbsp;สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ&nbsp;30&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร(ล้าน&nbsp;ลบ.ม.)&nbsp;หากโครงการแล้วเสร็จจะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่รับประโยชน์&nbsp;ประมาณ&nbsp;26,138&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นพื้นที่ชลประทาน&nbsp;20,910&nbsp;ไร่&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;57&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;ของอำเภอเชียงคำ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้จากการทำการเกษตร&nbsp;ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้นอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501193137244"],
    [8,"เม.ย.มีการยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 700 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ","<p><strong>เดือนเมษายนมีการยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า&nbsp;700&nbsp;องค์กร&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)</strong>&nbsp;<strong>ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจาก&nbsp;สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ&nbsp;ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำช่วงเดือนแรกระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม&nbsp;727&nbsp;องค์กร&nbsp;และอนุมัติไปแล้ว&nbsp;61&nbsp;องค์กร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ภาคเกษตรกรรม&nbsp;55&nbsp;องค์กร&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;3&nbsp;องค์กร&nbsp;และภาคพาณิชยกรรม&nbsp;3&nbsp;องค์กร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สทนช.&nbsp;ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป&nbsp;พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ&nbsp;องค์กรภาคเกษตรกรรม&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;หรือภาคพาณิชยกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่&nbsp;https://twuo.onwr.go.th/&nbsp;หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง&nbsp;ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;(ลำปาง&nbsp;สระบุรี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;และสุราษฎร์ธานี)&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์มาที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;แขวงตลาดบางเขน&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10210&nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้&nbsp;การพัฒนา&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การบำรุงรักษา&nbsp;การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ&nbsp;ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต</p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501171405207"],
    [9,"คณะกลุ่มอารักขาพืชเพชรบุรี ร่วมกับเกษตรกรปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง ยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร คุมกำเนิดแมลงและใช้เทคโนโลยีชีวภาพแบบเชิงรุกที่สะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวจันทิมา&nbsp;เอี่ยมสะอาด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ลงพื้นที่ดำเนินงานตามโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;ปล่อยแมลงวันผลไม้เป็นหมันจากการฉายรังสี&nbsp;ชนิด&nbsp;Bactrocera&nbsp;dorsalis&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;(GSS&nbsp;&nbsp;White&nbsp;thoraxed)&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;3)&nbsp;มีการปล่อยแมลงวันผลไม้ฉายรังสีทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;ครั้ง&nbsp;ระหว่างเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;เดือนกันยายน&nbsp;เป็นการนำแมลงศัตรูพืชชนิดที่ต้องการควบคุมมาเลี้ยงขยายให้ได้จำนวนมากและทำให้เป็นหมันด้วยการฉายรังสี&nbsp;และนำกลับไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;เพื่อให้แมลงเป็นหมันไปทำหน้าที่ควบคุมแมลงชนิดเดียวกันในธรรมชาติสามารถควบคุมศัตรูพืชแบบจำเพาะเจาะจง&nbsp;เป็นวิธีการคุมกำเนิดแมลงและใช้เทคโนโลยีชีวภาพแบบเชิงรุกที่สะอาด&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมีความยั่งยืน&nbsp;เมื่อแมลงวันผลไม้เพศผู้ที่เป็นหมันจากการฉายรังสีถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;จะมาผสมพันธุ์กับแมลงวันผลไม้เพศเมียในธรรมชาติทำให้แมลงวันผลไม้เพศเมียในธรรมชาติวางไข่ในผลไม้แต่ไข่นั้นไม่ฟักออกเป็นตัวหนอนเนื่องจากได้รับการผสมพันธุ์จากแมลงวันผลไม้เพศผู้ที่เป็นหมันจากการฉายรังสี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เป็นการลดจำนวนประชากรของแมลงวันผลไม้ที่มีอยู่ในธรรมชาติ&nbsp;โดยมีจุดปล่อยแมลงวันผลไม้เป็นหมัน&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;จุดละ&nbsp;2&nbsp;กล่อง&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;กล่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;458,820&nbsp;ตัว&nbsp;ครอบคลุมขอบเขตพื้นที่หลัก&nbsp;2,747&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;ตำบลบ้านกุ่ม&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบุรี,&nbsp;ตำบลท่าแร้ง&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นภสวรรณ&nbsp;มีลิ&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-01-05T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210501185938229"],
    [10,"อว. เผยขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,131 ล้านโดส ใน 194 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดทุกประเทศแล้วกว่า 31.3 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.477 ล้านโดส","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">อว. เผยขณะนี้ทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,131 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดทุกประเทศแล้วกว่า 31.3 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.477 ล้านโดส</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,131 ล้านโดส ใน 194 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 20 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 240 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 101 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ ฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 31.3 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 20.1 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,477,078 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 51.5%</span></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502131211375"],
    [11,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง พร้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;พร้อม&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้ว&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;118&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;หนองคาย&nbsp;123&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;87&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,763&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;34,041&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อม&nbsp;เฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนและมุกดาหาร&nbsp;แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;น่าน&nbsp;พะเยา&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ตราด&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำ&nbsp;อย่างสำนักการระบายน้ำ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;เร่งทำความสะอาดท่อระบายน้ำเตรียมพร้อมรับฝนในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย&nbsp;เขตบางนา&nbsp;เขตสาทร&nbsp;และเขตลาดพร้าว&nbsp;ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;นำรถบรรทุกน้ำประปา&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เติมน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้านบริเวณ&nbsp;วัดดงข่อย&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ต.วังพิกุล&nbsp;อ.วังทอง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง</p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502100916316"],
    [12,"ฝนตกหนัก น้ำในลำห้วยเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 80 หลังคาเรือน ","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;นพรัตน์&nbsp;ศุภกิจโกศล&nbsp;นายอำเภอปาย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ค่ำวานนี้&nbsp;(1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ได้มอบหมายให้นายภูรีภัทร&nbsp;พิพัฒน์พงศ์ธร&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;พร้อมด้วยนายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอปายที่&nbsp;4&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนจากเหตุอุทกภัย&nbsp;เนื่องจากฝนตกหนัก&nbsp;เป็นเหตุให้น้ำในลำห้วยแม่ฮี้&nbsp;เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลแม่ฮี้&nbsp;อำเภอปาย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กว่า&nbsp;80&nbsp;หลังคาเรือน</p><p><strong>เบื้องต้นได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือแล้ว</strong>&nbsp;ส่วนความเสียหายทั้งหมดอยู่ระหว่างการประเมิน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502101613327"],
    [13,"เกิดวาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รายงานสถานการณ์ในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;(1&nbsp;พ.ค.64&nbsp;&nbsp;2&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;5&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;105&nbsp;หลัง&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502102914338"],
    [14,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502102335334"],
    [15,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ฝนตกต่อเนื่อง ฟ้าใสคุณภาพอากาศดีมากติดต่อกัน 6 วันรวด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;คุณภาพอากาศดีมากติดต่อกัน&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;โดยวันนี้&nbsp;(2&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษรายงาน&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;อยู่ที่&nbsp;8&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เท่านั้น&nbsp;โดยนับตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;คือไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;และหากตรวจสอบสถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ก่อนหน้านี้พุ่งสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;วัน&nbsp;ค่าสูงสุดที่วัดได้&nbsp;เท่ากับ&nbsp;329&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีคำแนะนำว่า&nbsp;ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศดีมาก-ดี&nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและการท่องเที่ยวได้ตามปกติ&nbsp;กรณีผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีอาการเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ระคายเคืองตา&nbsp;ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากในระยะนี้มีฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายวัน&nbsp;จึงทำให้คุณภาพอากาศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;พยากรณ์อากาศ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และมีลมกระโชกแรงบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;กับมีลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;ลำพูน&nbsp;ลำปาง&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;ตาก&nbsp;สุโขทัย&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;และเพชรบูรณ์</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรในระยะนี้ไว้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502130614371"],
    [16,"อว. เผยคนกรุงเทพใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว 99.37% ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่รายงานมา","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;อว.&nbsp;เผยคนกรุงเทพใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว&nbsp;99.37%&nbsp;ทำสถิติสูงสุดตั้งแต่รายงานมา</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่ได้มีการยกระดับมาตรการควบคุมการติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ยังคงมีการระบาดอยู่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาและมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;กระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;ได้รายงานผลการติดตามการใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์&nbsp;(เอไอ)&nbsp;แบบเรียลไทม์&nbsp;โดยเอสไอไอที&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;พบว่าขณะนี้คนกรุงเทพใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะสูงถึง&nbsp;99.37%&nbsp;ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่ได้ประเมินการให้ความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;โดยมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันเพียง&nbsp;0.63%&nbsp;หรือเท่ากับมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยเพียง&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;1,000&nbsp;คน&nbsp;และใส่แต่ไม่ถูกต้องเพียง&nbsp;4&nbsp;ใน&nbsp;1,000&nbsp;คนเท่านั้น</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.ดร.ธนารักษ์&nbsp;ธีระมั่นคง&nbsp;สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร&nbsp;(SIIT)&nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ข้อมูลล่าสุดได้ประเมินแบบอัตโนมัติในประชากร&nbsp;11,894&nbsp;คน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จาก&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;ใน&nbsp;28&nbsp;เขตทั่วกรุงเทพมหานคร&nbsp;โดยทุกจุดมีผู้ใส่หน้ากากอนามัยมากกว่า&nbsp;95%&nbsp;และมี&nbsp;8&nbsp;จุดในเขตยานนาวา&nbsp;มีนบุรี&nbsp;ภาษีเจริญ&nbsp;พระนคร&nbsp;บางคอแหลม&nbsp;ดอนเมือง&nbsp;จตุจักร&nbsp;และคลองเตย&nbsp;ประชาชนที่สัญจรไปมาได้ใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;100%&nbsp;แล้ว&nbsp;โดย&nbsp;อัตราการใส่หน้ากากอนามัยขณะนี้ทำสถิติสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มรายงานมา&nbsp;อย่างไรก็ตามช่วงศุกร์&nbsp;เสาร์&nbsp;และอาทิตย์&nbsp;ก็ยังมีแนวโน้มอัตราส่วนการใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่าช่วงวันทำงาน&nbsp;และในช่วงเย็นที่มีอัตราการใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่าในตอนเช้า</span></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502131441377"],
    [17,"เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 หลังปลาที่เลี้ยงไว้ไม่มีพ่อค้าเดินทางมารับซื้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพะเยา&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;อย่างหนัก&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาจำนวนกว่า&nbsp;400-500&nbsp;ราย&nbsp;ที่ปลาครบกำหนดอายุสามารถนำออกจำหน่ายได้แล้ว&nbsp;ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมารับซื้อ&nbsp;เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องประสบกับภาวะหนี้สินและต้องรับภาระในการเลี้ยงปลาต่อออกไปอีก&nbsp;เป็นการเพิ่มต้นทุนแก่เกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายประยุทธ์&nbsp;เกษมเศรษฐพัฒน์&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบ้านต๊ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้ไม่มีพ่อค้าเดินทางมารับซื้อปลาในพื้นที่&nbsp;ซึ่งหากจะซื้อก็ซื้อในจำนวนที่น้อยกว่าเดิมมาก&nbsp;หากเป็นสถานการณ์ปกตินั้นในช่วงเวลานี้&nbsp;ปริมาณปลาในพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ&nbsp;จะสามารถนำออกจำหน่ายในช่วงนี้ได้&nbsp;แต่ละวันไม่น้อยกว่า&nbsp;5,000-6,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่ปัจจุบันมีผู้เดินทางมาซื้อเพียง&nbsp;500&nbsp;-&nbsp;600&nbsp;กิโลกรัมต่อวัน&nbsp;ซึ่งทำให้เกษตรกรต้องรับภาระในเรื่องของต้นทุนของอาหารปลาและต้องประสบกับภาวะขาดทุน&nbsp;จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;ช่วยมาดำเนินการแก้ไข&nbsp;และช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายจิรพงศ์&nbsp;ใจลา&nbsp;ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลบ้านต๊ำ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งพาณิชย์จังหวัด&nbsp;และเกษตรจังหวัด&nbsp;เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือกับเกษตรกร&nbsp;และในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลบ้านต๊ำ&nbsp;จะได้นำเนินการเปิดตลาดชุมชนบริเวณถนนสายหลัก&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำปลาดังกล่าวไปจำหน่ายบริเวณในเขตย่านชุมชนที่มีผู้เดินทางผ่านไปมาสามารถหาซื้อได้&nbsp;นอกจากนั้นจะประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;รวมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ซึ่งเป็นคนในพื้นที่&nbsp;ให้ทำการช่วยเหลือในเรื่องของการกระจายผลผลิตปลาดังกล่าวออกสู่ต่างอำเภอและต่างจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ถือเป็นแหล่งผลิตปลานิลใหญ่ที่สุดในจังหวัดพะเยา&nbsp;โดยที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลมากกว่า&nbsp;400&nbsp;-&nbsp;500&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีบ่อปลาที่ทำการเลี้ยงรวมกว่า&nbsp;2,000&nbsp;บ่อ&nbsp;แต่ปัจจุบันได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจากไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเดินทางมาซื้อปลานิลเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502135741401"],
    [18,"นายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องผลักดันแผนลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกกระตุ้นภาคการผลิต การขนส่ง ร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม","<p><strong>นางสาาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;เพราะเมื่อมีการกำหนดเป้าหมายแล้ว&nbsp;ประเทศไทยจะต้องผลักดันภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ทั้งส่วนการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การขนส่งให้ได้ตามเป้าหมาย&nbsp;เช่นเดียวกับนานาชาติ&nbsp;ที่มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;บางประเทศกำหนดเป้าหมายการปล่อยมลพิษให้เป็นศูนย์&nbsp;ประเทศไทยจะต้องเป็นส่วนหนึ่งกับนานาชาติในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด&nbsp;ต้องอาศัยทั้งการลงมือปฏิบัติและใช้เวลาการเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิดขึ้นได้&nbsp;แม้ในช่วงระยะที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;กิจกรรมภาคการผลิตอุตสาหกรรมจะลดลงไปส่วนหนึ่ง&nbsp;แต่ก็ยังมีความจำเป็นในการขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;จากทั้งกิจกรรมการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการขนส่ง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;กับการกำกับดูแลการลงทุนทั้งภาคอุตสาหกรรม&nbsp;การขนส่ง&nbsp;&nbsp;หรือกิจกรรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำการสื่อสารและมีมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับปรุงการผลิต&nbsp;รวมถึงลงทุนในเทคโนโลยี&nbsp;มีนวัตกรรมใหม่&nbsp;เพื่อไปสู่การผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ&nbsp;ที่นอกจากจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ภาพรวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยลดลง&nbsp;แนวทางดังกล่าวยังเป็นกระแสของโลกที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจสินค้าจากผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ได้เข้าเป็นภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ</strong>&nbsp;ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;(UNFCCC)&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2537&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;ต.ค.&nbsp;2558&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ได้จัดส่งข้อเสนอการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงาน&nbsp;ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ภายหลังปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ไปยังสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;โดยมีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยให้ได้ร่อยละ&nbsp;20&nbsp;&nbsp;25&nbsp;จากกรณีปกติภายในปี&nbsp;2573&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;ครม.&nbsp;ยังเห็นชอบให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นนโยบายสำคัญของประเทศ&nbsp;โดยตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;เป็นต้นมาได้มีการอนุมัติงบประมาณ&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502212526459"],
    [19,"จังหวัดเชียงราย ขอความร่วมมือให้งดการเผาทุกประเภทเพื่อลมหายใจลดฝุ่นควัน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายประจญ&nbsp;ปรัชญ์สกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ออกประกาศขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1-31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน&nbsp;ไฟป่าของจังหวัดเชียงราย&nbsp;ลดมลพิษหมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;โดยขอความร่วมมือไม่เผาทุกประเภท&nbsp;ทั้งเศษวัสดุการเกษตร&nbsp;และขยะมูลฝอยในที่โล่ง&nbsp;ให้ปรับเปลี่ยนใช้วิธีการกำจัดจากการเผาวัสดุทางการเกษตร&nbsp;ด้วยการนำไปใช้ประโยชน์ทำการย่อยสลายโดยวิธีที่เหมาะสม&nbsp;เช่น&nbsp;ผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สำหรับการกำจัดขยะมูลฝอยในครัวเรือน&nbsp;ให้คัดแยกหรือนำขยะมูลฝอยที่สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ใหม่แทนการเผาใบไม้กิ่งไม้&nbsp;และการเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ซึ่งสร้างมูลพิษ&nbsp;สร้างความเดือดร้อน&nbsp;มีความผิดตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2535</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการเผาในพื้นที่ป่าไม้&nbsp;ป่าสงวน&nbsp;เป็นความผิดตามกฎหมาย&nbsp;ถ้าหากพบเห็นไฟไหม้ป่าสามารถแจ้งสายด่วน&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;15&nbsp;เชียงราย&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;053-712603&nbsp;สายด่วนพิทักษ์ป่า&nbsp;1362&nbsp;และสายด่วน&nbsp;191ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ขอให้บริหารจัดการและควบคุมดูแล&nbsp;แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ&nbsp;ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองและฝุ่นควัน&nbsp;จากการจราจร&nbsp;การขนส่ง&nbsp;การก่อสร้างอาคาร&nbsp;การประกอบกิจการอุตสาหกรรมโรงงานและการประกอบกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ต้องไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กแพร่กระจาย&nbsp;อันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยให้นายอำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ให้สอดส่องดูแลประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในพื้นที่โล่งทุกชนิด&nbsp;หากพบเห็นการเผาจนไฟลุกลามไหม้ป่า&nbsp;จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;โดยจังหวัดเชียงราย&nbsp;ออกประกาศขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท&nbsp;เพื่อลดมลพิษทางอากาศและฝุ่นควัน&nbsp;PM2.5&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจังหวัดเชียงราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502171903432"],
    [20,"ส่งออกข้าวไทยไตรสมาสแรกลดลงร้อยละ 23.6 จากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น ไทยอาจเสียตลาดข้าวขาว-ข้าวนึ่งให้อินเดีย ","<p><strong>นายเจริญ&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงการส่งออกข้าวในเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;302,668&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;6,262&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยปริมาณลดลงร้อยละ&nbsp;25.8&nbsp;และมูลค่าส่งออกลดลงร้อยละ&nbsp;18.8&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ที่มีการส่งออกปริมาณ&nbsp;407,800&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;7,716&nbsp;ล้านบาท&nbsp;&nbsp;ทำให้อันดับการส่งออกข้าวของไทยยังคงอยู่ในอันดับที่&nbsp;3&nbsp;ตามหลังประเทศอินเดียและปากีสถาน&nbsp;โดยสูงกว่าเวียดนามประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งมีโอกาสที่เวียดนามจะแซงไทยขึ้นไปอยู่อันดับที่&nbsp;3&nbsp;เนื่องจากประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;รวมทั้งค่าระวางเรือและค่าใช้จ่ายต่างๆ&nbsp;ที่ปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;ประกอบกับราคาข้าวไทยโดยเฉพาะข้าวขาวและข้าวนึ่ง&nbsp;ยังคงสูงกว่าอินเดียและปากีสถานมาก&nbsp;จึงส่งผลให้คำสั่งซื้อจากต่างประเทศลดลงไปมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทำให้ในเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;มีการส่งออกข้าวขาวเพียง&nbsp;87,305&nbsp;ตัน</strong>&nbsp;ลดลงถึงร้อยละ&nbsp;49.2&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนก่อน&nbsp;ขณะที่การส่งออกข้าวนึ่งมีปริมาณ&nbsp;&nbsp;60,803&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;22.3&nbsp;เมื่อเทียบกับเดือนก่อน&nbsp;ส่วนการส่งออกข้าวหอมมะลิ&nbsp;(ต้นข้าว)&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;90,508&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;9.6&nbsp;ทำให้การส่งออกข้าวช่วง&nbsp;3&nbsp;เดือนแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;1,131,944&nbsp;ตันมูลค่า&nbsp;21,804&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยปริมาณส่งออกลดลงร้อยละ&nbsp;23.0&nbsp;และมูลค่าลดลงร้อยละ&nbsp;23.6&nbsp;เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2563&nbsp;ที่มีการส่งออกปริมาณ&nbsp;1,469,664&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;มูลค่า&nbsp;28,526&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สมาคมฯคาดว่าในเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;</strong>ปริมาณส่งออกข้าวจะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;400,000&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งเป็นระดับที่ไทยสามารถส่งออกใด้ในภาวะการแข่งขันด้านราคาที่เป็นไปอย่างรุนแรง&nbsp;เนื่องจากราคาข้าวของไทยยังคงสูงกว่าคู่แข่งที่สำคัญโดยเฉพาะอินเดีย&nbsp;ซึ่งมีราคาข้าวที่ต่ำที่สุดในตลาด&nbsp;และต่ำกว่าไทยประมาณ&nbsp;90-120&nbsp;&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;โดยข้าวขาว&nbsp;5%&nbsp;ของไทยราคาอยู่ที่&nbsp;493&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;ขณะที่ราคาข้าวขาว&nbsp;5%&nbsp;&nbsp;ของเวียดนาม&nbsp;อยู่ที่&nbsp;488-492&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;,&nbsp;อินเดีย&nbsp;398-402&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;และปากีสถาน&nbsp;&nbsp;อยู่ที่&nbsp;438-442&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;&nbsp;ส่วนข้าวนึ่งของไทยราคาอยู่ที่&nbsp;496&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;ขณะที่ราคาข้าวนึ่ง&nbsp;ของอินเดีย&nbsp;และปากีสถาน&nbsp;อยู่ที่&nbsp;368-372&nbsp;และ&nbsp;441-445&nbsp;เหรียญสหรัฐฯต่อตัน&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยสูญเสียตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่งให้แก่อินเดีย&nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมาประเทศอินเดียสามารถส่งออกข้าวได้มากถึงเดือนละเกือบ&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และคาดว่าจะส่งออกในปีนี้ได้ประมาณ&nbsp;15-16&nbsp;ล้านตัน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-02-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210502214149467"],
    [21,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่แผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้เกินแผนในพื้นที่ EEC พร้อมเร่งกักเก็บน้ำฝนไว้สำรองใช้ปีหน้า","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ขณะที่แผนจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้เกินแผนในพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;พร้อมเร่งกักเก็บน้ำฝนไว้สำรองใช้ปีหน้า</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;71&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สระบุรี&nbsp;67&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;จันทบุรี&nbsp;39&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,786&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;34,042&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดลำปาง&nbsp;แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;น่าน&nbsp;พะเยา&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;ตราด&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามผลการจัดสรรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้&nbsp;จากแผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ&nbsp;รวม&nbsp;10,627&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;พบจัดสรรน้ำไปแล้ว&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;รวม&nbsp;137&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;1&nbsp;ของแผน&nbsp;ยกเว้นพื้นที่&nbsp;EEC&nbsp;ที่มีการจัดสรรน้ำเกินกว่าแผน&nbsp;ส่วนช่วงปลายฤดูฝน&nbsp;กอนช.&nbsp;ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนและดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีปริมาณน้ำใช้ตลอดฤดูฝน&nbsp;และเป็นน้ำต้นทุนสำหรับหน้าแล้งถัดไปอย่างเพียงพอด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503091749496"],
    [22,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503093407500"],
    [23,"สภาพอากาศช่วง 1-2 วันนี้หลายพื้นที่ยังคงได้รับอิทธิพลจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย</strong>&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยตั้งแต่วันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนยังคงพัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนประกอบกับมีลมใต้พัดปกคลุมประเทศไทยอยู่&nbsp;ทำให้ลักษณะอากาศหลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง&nbsp;โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขณะที่ภาคเหนือและภาคกลาง&nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของพื้นที่ส่วนภาคใต้&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนต้องระวังอันตรายโดยเฉพาะเกษตรกรควรดูแลผลผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ขณะเดียวกันในช่วงนี้เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝนจึงทำให้ลักษณะอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่</p><p><strong>รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปีนี้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการก่อนกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;ซึ่งเมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมาพบว่าปี&nbsp;2564&nbsp;ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติเพียงเล็กน้อย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503100815508"],
    [24,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ ก่อนพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืชต่างๆ ","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์&nbsp;องค์พระพิรุณทรงนาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ซึ่งเป็นพิธีกรรมก่อนพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้นั้น&nbsp;ไม่สามารถดำเนินการจัดได้ตามปกติ&nbsp;ในการนี้&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;จึงได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และพระราชทานพระมหากรุณา&nbsp;โปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้พลเอก&nbsp;สุรยุทธ์&nbsp;จุลานนท์&nbsp;ประธานองคมนตรี&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน&nbsp;ณ&nbsp;พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง&nbsp;สวนจิตรลดา&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์&nbsp;องค์พระพิรุณทรงนาค&nbsp;และศาลพระภูมิเจ้าที่ของพระยาแรกนาขวัญ&nbsp;จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พนักงาน&nbsp;ข้าราชการและประชาชน&nbsp;และเป็นพิธีกรรมก่อนวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;โดยมีเทพีคู่หาบทอง-หาบเงิน&nbsp;ร่วมในพิธีด้วย&nbsp;ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อพสกนิกร</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503100138505"],
    [25,"สทนช.จัดทำผังน้ำเพิ่มอีก 5 ลุ่มน้ำ เพื่อเร่งจัดระบบทางน้ำประเทศแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง คาดแล้วเสร็จทั้ง 22 ลุ่มน้ำปี 67 พร้อม ปรับแผนการสำรวจเส้นทางน้ำและข้อมูลลุ่มน้ำใหม่ให้ดีขึ้น","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)จัดทำผังน้ำเพิ่มอีก&nbsp;5&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;เพื่อเร่งจัดระบบทางน้ำประเทศแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง&nbsp;คาดแล้วเสร็จทั้ง&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำภายในปี&nbsp;2567&nbsp;พร้อม&nbsp;ปรับแผนการสำรวจเส้นทางน้ำและข้อมูลลุ่มน้ำใหม่ให้ดีขึ้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำผังน้ำว่า&nbsp;แผนการจัดทำผังน้ำ&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;ได้ศึกษาการจัดทำผังน้ำแล้ว&nbsp;8&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;ลุ่มน้ำชี&nbsp;มูล&nbsp;บางปะกง&nbsp;สะแกกรัง&nbsp;ป่าสัก&nbsp;เจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;และลุ่มน้ำแม่กลอง&nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2563&nbsp;กำหนดแล้วเสร็จ&nbsp;20&nbsp;กันยายนนี้&nbsp;โดย&nbsp;สทนช.จะนำเสนอสรุปผลศึกษาจัดทำผังน้ำ&nbsp;8&nbsp;ลุ่มน้ำแรกให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;พิจารณาก่อนประกาศกำหนดผังน้ำในราชกิจจานุเบกษา&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;การจัดทำแผนปรับปรุง&nbsp;พื้นฟูทางน้ำ&nbsp;แหล่งน้ำทุกประเภท&nbsp;แม่น้ำแต่ละสายมีผู้รับผิดชอบชัดเจน&nbsp;โดยเฉพาะแหล่งน้ำขนาดเล็ก&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;ที่เชื่อมโยงกับทางน้ำสายหลักที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;สทนช.ได้เพิ่มเติมอีก&nbsp;6&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;คือ&nbsp;ลุ่มน้ำปิง&nbsp;วัง&nbsp;ยม&nbsp;น่าน&nbsp;โขงตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน&nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่เมษายนแล้วสิ้นสุดเดือนสิงหาคมปี&nbsp;2565&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;8&nbsp;ลุ่มน้ำที่เหลือ&nbsp;คือ&nbsp;ลุ่มน้ำสาละวิน&nbsp;โขงเหนือ&nbsp;เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ทะเลสาบสงขลา&nbsp;ภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง&nbsp;ชายฝั่งตะวันออก&nbsp;ภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;และลุ่มน้ำโตนเลสาบ&nbsp;จะดำเนินการในปีงบประมาณ&nbsp;2566&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จทั้ง&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำภายในปี&nbsp;2567</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสิ่งสำคัญต้องให้เกิดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องให้มากที่สุด&nbsp;ควบคู่กับรวบรวมข้อมูลพื้นฐานแต่ละลุ่มน้ำต้องเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะผังเมือง&nbsp;แผนการพัฒนาเมืองทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างน้อยในระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ระบบโครงข่ายน้ำที่มีอยู่เดิมและที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ข้อมูลทางสถิติของระดับน้ำท่วมน้ำแล้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต&nbsp;โดยเฉพาะการใช้ภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียมนำมาวิเคราะห์การกำหนดขอบเขตเส้นทางน้ำที่เหมาะสม&nbsp;อย่างริมสองฝั่งลำน้ำที่การศึกษาจะนำไปสู่แผนการปรับปรุง&nbsp;แผนการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;และการกำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบแต่ละรับน้ำที่ชัดเจน&nbsp;โดยผ่านความเห็นชอบจาก&nbsp;กนช.ให้มีผลทางปฏิบัติครอบคลุม&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำโดยเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การวางผังทางน้ำและทิศทางการไหลของทางน้ำทั้งระบบจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย&nbsp;แผนแม่บท&nbsp;และแผนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเกิดเอกภาพและเป็นระบบที่จะความเชื่อมโยงกับผังเมืองตามกฏหมายว่าด้วยผังเมือง&nbsp;มีกรอบที่ชัดเจนและข้อตกลงที่สังคมให้การยอมรับ&nbsp;การใช้ประโยชน์ที่ดินที่อยู่ในระบบทางน้ำตามผังน้ำต้องไม่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางน้ำ&nbsp;หรือกระแสน้ำ&nbsp;หรือสิ่งกีดขวางการไหลของน้ำ&nbsp;ที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ทั้งในหน้าน้ำหลากที่ต้องมีความชัดเจนถึงเส้นทางการไหลของปริมาณน้ำ&nbsp;ระดับความสูงที่ลำน้ำรองรับได้&nbsp;และแหล่งน้ำที่จะรองรับน้ำไปเก็บไว้ใช้หน้าแล้งอย่างเป็นระบบตามเจตนารมณ์ของกฏหมายน้ำอย่างแท้จริง</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503101113511"],
    [26,"เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด","<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;(2&nbsp;พ.ค.64&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;ลำปาง&nbsp;&nbsp;ลำพูน&nbsp;สุรินทร์&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;25&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;37&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;93&nbsp;หลัง&nbsp;ส่วนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;10&nbsp;จังหวัด&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;28&nbsp;ตำบล&nbsp;42&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนเสียหาย&nbsp;198&nbsp;หลัง&nbsp;มีผู้บาดเจ็บ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ลำปาง&nbsp;และลำพูน&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด</strong>&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&nbsp;ฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503102158516"],
    [27,"รมว.อว. ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์ UHosNet ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และ กทม. อย่างใกล้ชิด ปรับ รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเหลือง และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รมว.อว.&nbsp;ระดมกลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์&nbsp;UHosNet&nbsp;ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และ&nbsp;กทม.&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;ปรับ&nbsp;รพ.สนามให้พร้อมรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;กลุ่มสีเหลือง&nbsp;และขยายห้องปฏิบัติการร่วมตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังจาก&nbsp;อว.สนับสนุนโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ&nbsp;รองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ระลอก&nbsp;3&nbsp;ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี&nbsp;และจะขยายกำลังดูแลผู้ป่วยกลุ่มเหลือง&nbsp;ส้ม&nbsp;แดง&nbsp;ได้&nbsp;มากขึ้น&nbsp;จากเดิมที่ดูแลกลุ่มเขียวเป็นหลักด้วย&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;โดยให้กลุ่มโรงพยาบาลหลักของโรงเรียนแพทย์&nbsp;UHosNet&nbsp;ทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และ&nbsp;กทม.&nbsp;อย่างใกล้ชิดในการรับผู้ป่วยกลุ่มสีแดง&nbsp;ส้ม&nbsp;และเหลืองแก่&nbsp;ส่วน&nbsp;รพ.สนามที่&nbsp;อว.เปิดดำเนินการอยู่แล้ว&nbsp;จะปรับเพิ่มเติมให้พร้อมรับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มสีเหลืองอ่อน&nbsp;เหลืองเข้ม&nbsp;ส้ม&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จะเตรียมความพร้อมทางอาคาร&nbsp;สถานที่และนวัตกรรม&nbsp;ในกรณีที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม&nbsp;เช่น&nbsp;รพ.สนามสำหรับสีเหลืองส้ม&nbsp;ICU&nbsp;สนาม&nbsp;เพื่อเป็นกำลังหนุน&nbsp;โดยขอให้คณะวิศวกรรมศาสตร์&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;เข้าช่วย&nbsp;โดยประสานร่วมมือกับภาคเอกชน&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจคัดกรองและการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน&nbsp;โดยคณะเทคนิคการแพทย์&nbsp;คณะสาธารณสุขศาสตร์&nbsp;คณะพยาบาลศาสตร์&nbsp;เป็นหลัก</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ศ.นพ.&nbsp;สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัด&nbsp;อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อว.จะสนับสนุนข้อมูลและระบบบริหารจัดการเชิงพื้นที่&nbsp;โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;จิสด้า&nbsp;สำรวจพื้นที่และจุดเสี่ยง&nbsp;โดยอาศัยประสบการณ์ที่เคยทำมาแล้วที่&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;อว.ได้ปรับงบประมาณที่มีอยู่มาสนับสนุนนวัตกรรมการแพทย์&nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรแนวหน้า&nbsp;โดยเฉพาะอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์&nbsp;โดยให้หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนับสนุนนวัตกรรมที่ใช้งานได้และมีสายการผลิตแล้ว&nbsp;มาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ทั้งนี้หน่วยงานที่มีนวัตกรรม&nbsp;และบริหารจัดการข้อมูล&nbsp;เพื่อสนับสนุนการทำงานของ&nbsp;ศบค.&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(NIA)&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์&nbsp;(TCELS)&nbsp;เป็นต้น</span></p><p>&nbsp;</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503112422535"],
    [28,"ผลผลิตพืชผักสวนครัวศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่ 2 ออกจำหน่ายให้กับทหารเรือ และครอบครัว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลผลิตพืชผักสวนครัวศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ออกจำหน่ายให้กับทหารเรือ&nbsp;และครอบครัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;พื้นที่ทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งทำเป็นต้นแบบให้เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับผู้ที่สนใจมาเรียนรู้&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;หลังเปิดศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ไปแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;ที่บริเวณหัวสนามบินภายในทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p>ผ่านมาเกือบ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;พืชผักที่ปลูก&nbsp;ก็เริ่มงอกงาม&nbsp;และออกผลผลิตออกมาหลากหลายชนิด&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ได้นำพืชผักสวนครัวผลผลิตศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ออกจำหน่ายให้กับทหารเรือ&nbsp;และครอบครัวบริเวณหน้าศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ในราคาถูก&nbsp;ถุงละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากราคาถูก&nbsp;และยังปลอดจากสารพิษ&nbsp;เนื่องจากไม่มีการใช้สารเคมีแต่อย่างใด</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;วัน&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;พลเรือโท&nbsp;สำเริง&nbsp;จันทร์โส&nbsp;และนางภาวิณี&nbsp;จันทร์โส&nbsp;ประธานชมรมภริยาทหารเรือ&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;จะมาที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;เพื่อมาดูแลความเรียบร้อย&nbsp;และชื่นชมผลผลิตที่ออกมา&nbsp;มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นอย่างดี&nbsp;และซื้อพืชผักกลับไปบ้านพักเพื่อทำอาหารอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนพืชผักที่นำมาขายบริเวณหน้าศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มะเขือเปราะมะเขือยาว&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;พริกเหลือง&nbsp;ผักกาด&nbsp;ใบกระเพรา&nbsp;ซึ่งขายในราคาถุงละ&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นราคาที่ถูกมาก&nbsp;ครอบครัวของทหารเรือที่มีบ้านพักอยู่ภายในบริเวณทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ได้มาเลือกซื้อพืชผักเพื่อนำกลับปรุงอาหารที่บ้านอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในแต่ละวันพืชผักที่เป็นผลผลิตจากศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;ที่เก็บมาขายจะขายหมดทุกวัน&nbsp;เนื่องจากเป็นการทยอยเก็บ&nbsp;จึงสามารถเก็บผลผลิต&nbsp;ออกมาขายได้ทุกวัน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเรือโท&nbsp;สำเริง&nbsp;จันทร์โส&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โคกหนองนาที่&nbsp;เราทำ&nbsp;คาดว่าดำเนินการไปได้&nbsp;70-80&nbsp;เปอร์เซ็นต์แล้ว&nbsp;สามารถเริ่มเก็บผลผลิตขายตั้งแต่ประมาณเดือนที่แล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503122901598"],
    [29,"รอง ผอ.รมน. ลงพื้นที่ตรวจโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ที่ อ.สังขละบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.บรรเจิด&nbsp;จันทร์ส่งเสริม&nbsp;รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และคณะ&nbsp;ตรวจเยี่ยมความคืบหน้า&nbsp;โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์พระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และโครงการสร้างป่าสร้างรายได้&nbsp;\"คนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน&nbsp;กจ.5\"&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;ณ&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;พื้นที่ตะเคียนทอง&nbsp;ตำบลหนองลู&nbsp;อำเภอสังขละบุรี&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;คือ&nbsp;เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านพระราชทาน&nbsp;ปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกร&nbsp;เก็บเมล็ดพันธุ์สำรองสะสมไว้ปลูกในรุ่นต่อต่อไป&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปปลูกผักปลอดภัยบริโภคในครัวเรือนส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถจำหน่ายเป็นรายได้&nbsp;ฟื้นฟูต้นน้ำลำธารรวมถึงสร้างจิตสำนึกให้คนอยู่กับป่า&nbsp;ดูแลรักษา&nbsp;ป้องกันไฟป่า&nbsp;ระบบนิเวศในพื้นที่มีความชุ่มชื้น&nbsp;และจัดทำเป็นจุดเรียนรู้และแปลงสาธิตการปลูกพืชตามหลัก&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงป่า&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;ประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;เตรียมต่อยอดสู่มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวการเกษตรเชิงอนุรักษ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยโครงการนี้มีพื้นที่ดำเนินงาน&nbsp;150&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;ปลูกพืชทั้งหมด&nbsp;25&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธ์ในรุ่นแรกแล้ว&nbsp;อายุการเก็บรักษาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สำหรับชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้สึกดีที่ได้เข้าร่วม&nbsp;และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;โดยคาดหวังว่าจะเป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503124229604"],
    [30,"ธ.ก.ส. พร้อมนำเงินช่วยเหลือจากธนาคารแห่งประเทศไทย 10,000 ล้านบาท อัดฉีดผู้ประกอบการภาคการเกษตร ฝ่าวิกฤตโควิด-19 ","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนด&nbsp;การให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;พร้อมดำเนินการตามนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;เกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกร&nbsp;ผ่าน&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ&nbsp;(สินเชื่อฟื้นฟู)</strong>&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเติมวงเงินอัตราดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ทั้งที่เป็นเกษตรกร&nbsp;บุคคล&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;(นิติบุคคล)&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง&nbsp;สหกรณ์ภาคการเกษตร&nbsp;และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม&nbsp;อุตสาหกรรมและบริการ&nbsp;โดยลูกค้าเดิมสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม&nbsp;สูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;หรือ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;แต่ไม่เกิน&nbsp;150&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยให้นับรวมวงเงิน&nbsp;Soft&nbsp;Loan&nbsp;เดิมที่เคยได้รับ&nbsp;กรณีลูกค้าใหม่ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงินทุกแห่ง&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2564&nbsp;กู้ได้ไม่เกินรายละ&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรกและปีต่อไปคิดดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;4.875&nbsp;ต่อปี&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;6.50&nbsp;ต่อปี&nbsp;ตามประเภทลูกค้า&nbsp;โดยรัฐบาลรับภาระจ่ายดอกเบี้ยแทนในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;กำหนดระยะเวลาชำระคืนภายใน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;นับแต่วันที่ลูกค้าได้รับเงินกู้&nbsp;หรือตามที่&nbsp;ธปท.&nbsp;กำหนด&nbsp;โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;ค้ำประกันสินเชื่อตามมาตรการนี้</p><p><strong>มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้</strong>&nbsp;(พักทรัพย์&nbsp;พักหนี้)&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;5,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่และได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&nbsp;แต่ยังมีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันเงินกู้กับ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ก่อนวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อช่วยรักษาโอกาสไม่ให้ถูกกดราคาบังคับขายทรัพย์สิน&nbsp;และช่วยให้สามารถกลับมาสร้างงานและทำรายได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย&nbsp;ซึ่งในการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้&nbsp;จะให้สิทธิลูกค้าที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน&nbsp;หรือบุคคลอื่นซึ่งผู้ประกอบธุรกิจและเจ้าของทรัพย์สินกำหนด&nbsp;สามารถเช่าทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันและซื้อคืนได้ภายตามระยะเวลาที่กำหนด&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;กรณีมีต้นเงินและดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจากการตีโอนทรัพย์ชำระหนี้&nbsp;จะดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้&nbsp;กำหนดอายุสัญญาไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ&nbsp;2&nbsp;ต่อปี&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีแรก&nbsp;และปีต่อไป&nbsp;กรณีเป็นผู้ประกอบการและสถาบัน&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ย&nbsp;MLR-1&nbsp;กรณีเป็นเกษตรกรและบุคคล&nbsp;คิดอัตราดอกเบี้ย&nbsp;MRR&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;ต่อปี&nbsp;นอกจากนี้ยังขอสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมตามมาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจได้</p><p><strong>คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการต้องประกอบธุรกิจในประเทศไทย</strong>&nbsp;มีสถานะไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2562&nbsp;และไม่เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&nbsp;เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2566&nbsp;ซึ่งลูกค้าที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503143111653"],
    [31,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ชุมชนบ้านเด่นเหม้า อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน","<p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ชุมชนบ้านเด่นเหม้า&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong></p><p>&nbsp;ที่&nbsp;วัดเด่นเหม้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัดลำลำพูน&nbsp;ร้อยเอก&nbsp;ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะฯ&nbsp;ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรชาวบ้าน&nbsp;เด่นเหม้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหา&nbsp;ข้อเสนอแนะ&nbsp;และแนวทางการแก้ไขปัญหาราษฎรบ้านเด่นเหม้า&nbsp;และได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำ&nbsp;ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;(&nbsp;ส.ป.ก.4-01&nbsp;)&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;32&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;198&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมอบผ่านท่านนายอำเภอลี้&nbsp;ทั้งนี้ได้รับทราบแนวทางการจัดที่ดินพื้นที่หมดสัมปทาน&nbsp;เหมืองแร่&nbsp;ตำบลนาทราย&nbsp;เนื้อที่&nbsp;241&nbsp;ไร่&nbsp;ที่โดยจะเข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ตามลำดับ&nbsp;โดยมีนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;4,506&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;2,815,000&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งการปกครองออกเป็น&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประชากร&nbsp;405,918&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่มีลักษณะ&nbsp;เป็นที่ราบสลับภูเขา&nbsp;มีพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;692,000&nbsp;ไร่&nbsp;สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่&nbsp;ลำไย&nbsp;ข้าว&nbsp;กระเทียม&nbsp;โคนม&nbsp;และไก่พื้นเมือง&nbsp;อำเภอเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นบ้านเกิดของ&nbsp;\"ครูบาศรีวิชัย\"&nbsp;นักบุญแห่งล้านนา&nbsp;ส่วนชุมชนบ้านเด่นเหม้า&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอแห่งนี้&nbsp;มีประชากรจำนวน&nbsp;259&nbsp;ราย&nbsp;89&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าแม่หาด&nbsp;แม่ก้อ&nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และลำไย&nbsp;พื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ทำให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและความมั่นคง&nbsp;ในที่ดินทำกิน&nbsp;ทั้งปัญหาของแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและชลประทานไม่ทั่วถึง&nbsp;โดยในการดำเนินการร้อยเอก&nbsp;ธรรมนัส&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;ได้ช่วยผลักดัน&nbsp;การแก้ไขปัญหาต่างๆ&nbsp;ให้กับเกษตรกรมาโดยตลอด&nbsp;โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านเอกสารสิทธิ&nbsp;ในที่ดินทำกิน&nbsp;ผ่านสำนักงานการปฏิรูปจังหวัดลำพูน&nbsp;ในการเร่งรัดการออกหนังสืออนุญาต&nbsp;เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;(ส.ป.ก.4-01)&nbsp;รวมทั้งช่วยติดตามการดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;ฝาย&nbsp;และแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ของจังหวัดลำพูน&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503144940663"],
    [32,"13 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ปฏิบัติการทำฝนหลวงร่วมกับเหล่าทัพ ช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ","<p><strong>นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ยังคงรายงานแผนและผลการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;และปฏิบัติงานร่วมกองทัพอากาศและกองทัพบก&nbsp;จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;13&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;กระจายอยู่ทั่วประเทศ&nbsp;ติดตามสภาพอากาศและวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงโดยไม่มีวันหยุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง&nbsp;,&nbsp;เติมน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อย&nbsp;,&nbsp;บรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่า&nbsp;รวมถึงการยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บด้วย&nbsp;สำหรับการติดตามสภาพอากาศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;วางแผนขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;6&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ทั้งจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;อุดรธานี&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;และจันทบุรี&nbsp;พร้อมช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรและประชาชน</strong>&nbsp;สามารถขอรับบริการฝนหลวงได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;02-109-5100&nbsp;และติดตามรับชมรายการ&nbsp;ใต้ปีกฝนหลวง&nbsp;ผ่านช่องทาง&nbsp;YouTube&nbsp;ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;พร้อมเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานประกวดบทความในหัวข้อ&nbsp;อาชีพในฝันที่ฉันรัก&nbsp;ส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ทาง&nbsp;Inbox&nbsp;เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503195219833"],
    [33,"จังหวัดสงขลา เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมันที่ได้รับความเดือดร้อนราคาผลผลิตตกต่ำ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์ราคาพริกเขียวมันในจังหวัดสงขลาตกต่ำ&nbsp;เหลือกิโลกรัมละ&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;จากปกติกิโลกรัม&nbsp;ละ&nbsp;17-20&nbsp;บาท&nbsp;ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอสิงหนคร&nbsp;อำเภอสทิงพระ&nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;และอำเภอระโนด&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;โดยผลผลิตส่วนใหญ่นั้นจะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียเป็นหลัก&nbsp;ไม่ได้ใช้บริโภคในประเทศ&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้นำเข้า&nbsp;ทำให้มีการชะลอการสั่งซื้อพริกจากประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้มีพริกตกค้างอยู่ในสวนของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายวิชัย&nbsp;โภชนกิจ&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอาวุธ&nbsp;วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการค้าภายใน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อติดตามรับฟังปัญหา&nbsp;และแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;พร้อมเปิดจุดรวบรวมและกระจายพริกเขียวมันจังหวัดสงขลา&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแดนสงวน&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;โดยใช้งบประมาณเงินจ่ายขาดจากกองทุนรวม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามโครงการเพิ่มช่องทางและ&nbsp;เชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิชัย&nbsp;โภชนกิจ&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ร่วมกับจังหวัดสงขลา&nbsp;จัดโครงการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมันในกลุ่มแหล่งผลิตภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรจำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;5&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่ายพริกเขียวมัน&nbsp;ในอัตรากิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;รวมถึงเชื่อมโยงตลาด&nbsp;โดยให้ห้องเย็น&nbsp;ผู้&nbsp;ส่งออก&nbsp;และผู้ประกอบการเข้าไปช่วยรับซื้อในราคา&nbsp;10&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจำหน่ายผลผลิตในห้วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนในระยะยาวนั้น&nbsp;อาจจะมีการเปิดตลาดอื่นๆ&nbsp;นอกเหนือจากตลาดมาเลเซีย&nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรให้เน้นการปลูกพริกแบบปลอดสารเคมี&nbsp;เพื่อให้สามารถส่งขายในพื้นที่ได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว&nbsp;&nbsp;ประชา-มัทนา/ภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503151222689"],
    [34,"วช. หนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลิตถุงมือยางฆ่าเชื้อด้วยตัวเอง ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;<strong>วช.&nbsp;หนุนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;ผลิตถุงมือยางฆ่าเชื้อด้วยตัวเอง&nbsp;ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.นพ.วรวิทย์&nbsp;วาณิชย์สุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์&nbsp;สำนักวิจัยและพัฒนา&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิค-&nbsp;19&nbsp;ทำให้เกิดความตื่นตัวในการป้องกันการติดเชื้อ&nbsp;ภายใต้แผนงานวิจัยการยกระดับการใช้ประโยชน์วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมเชิงรุก&nbsp;แผนงานย่อย&nbsp;โครงการต้นแบบการยกระดับคุณภาพ&nbsp;และมาตรฐานด้านการวิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ด้านการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ได้ให้ทุนสนับสนุนโครงการวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งผลจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการด้วยการนำถุงมือยางพาราและถุงมือไนไตรที่ผลิตจากยางสังเคราะห์มาเคลือบสูตรน้ำยานาโนอิมัลชัน&nbsp;เพื่อปรับแต่งโครงสร้างพื้นผิวถุงมือยางให้มีคุณสมบัติกำจัดและฆ่าเชื้อโรคด้วยตนเอง&nbsp;หลังจากทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัคร&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;เป็น&nbsp;กลุ่มอาสาสมัครที่ใช้ถุงมือยางพาราเคลือบสารนาโนอิมัลชัน&nbsp;และอาสาสมัครที่ใช้ถุงมือไนไตรเคลือบสารนาโนอิมัลชัน&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;ไม่แตกต่างกัน&nbsp;สารนาโนอิมัลชันที่เคลือบบนถุงมือยางมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;เชื้อราและเชื้อไวรัสได้&nbsp;ประสิทธิภาพมากในการฆ่าเชื้ออยู่ได้ประมาณ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ในส่วนของการเตรียมสารเคลือบนาโนอิมัลชันและกรรมวิธีในการเคลือบถุงมือยางได้จดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ในลำดับต่อไปจะร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อผลิตถุงมือยางพาราเคลือบสารนาโนอิมัลชััน&nbsp;30,000&nbsp;คู่&nbsp;เพื่อนำไปทดลองกับคนในสถานที่ปฏิบัติงานจริง&nbsp;คือผู้ปฎิบัติงานที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา&nbsp;อำเภอสะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;และกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในชุมชน&nbsp;คาดจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;3-6&nbsp;เดือน&nbsp;จึงสามารถสรุปผลการทดลองและส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;(อย.)&nbsp;ประกอบการพิจารณาเพื่อขอขึ้นทะเบียน&nbsp;และผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้&nbsp;สำหรับผลที่ได้จากโครงการนี้&nbsp;จะทำให้ถุงมือยางมีความปลอดภัยในการใช้งาน&nbsp;ลดการปนเปื้อน&nbsp;และป้องกันการติดเชื้อจากการสัมผัสลงได้&nbsp;คาดว่าจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์การใช้น้ำยางข้นในประเทศ&nbsp;โดยกระบวนการแปรรูปในระดับอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางไม่น้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;%&nbsp;ของการใช้น้ำยางข้นแปรรูปในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.เอกวิภู&nbsp;กาลกรณ์สุรปราณี&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนายางพารา&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;สงขลานครินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หากงานวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;ประสบผลสำเร็จ&nbsp;จะทำให้ความต้องการถุงมือยางที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติมีมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;จะช่วยยกระดับปริมาณการใช้น้ำยางธรรมชาติให้มากขึ้น&nbsp;และส่งผลดีต่อเกษรกรผู้ปลูกยางพารา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วช.ได้สนับสนุนโครงการวิจัยการพัฒนาถุงมือยางธรรมชาติเคลือบน้ำยานาโนอิมัลชันป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อใช้ในพื้นที่เสี่ยงด่านสะเดา&nbsp;อำเภอ&nbsp;สะเดา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อนำวัตถุดิบที่มีอยู่มากในภาคใต้ประจำท้องถิ่นคือ&nbsp;น้ำยางพาราเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแล&nbsp;ป้องกันประชาชนจากการติดเชื้อโรค&nbsp;เและถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยไปยังชุมชนท้องถิ่นเพื่อยกระดับการผลิต&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน&nbsp;และตอบสนองความต้องการพัฒนาของท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน&nbsp;</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503155550713"],
    [35,"อว.ใช้ iMap เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด -19 ในเขต กทม. 1 ใน 6 จังหวัดสีแดงเข้มให้ ศปก.ศบค.","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.ใช้&nbsp;iMap&nbsp;เชื่อมโยงข้อมูลดาวเทียม&nbsp;สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ในเขต&nbsp;กทม.&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;จังหวัดสีแดงเข้มให้&nbsp;ศปก.ศบค.</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;จิสด้า&nbsp;ใช้ระบบบูรณาการข้อมูล&nbsp;iMAP&nbsp;สนับสนุนการบริหารข้อมูลเชิงพื้นที่ในสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ให้&nbsp;ศปก.ศบค.&nbsp;โดยนำข้อมูลภูมิสาร&nbsp;สนเทศและข้อมูลภาพจากดาวเทียมมาใช้ประกอบการกำหนดพื้นที่&nbsp;เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด&nbsp;มุ่งเป้าหมายให้เกิดการควบคุมที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อว.เร่งพัฒนาระบบ&nbsp;iMAP&nbsp;สำหรับใช้บริหารสถานการณ์ฯ&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;จังหวัดสีแดงเข้มที่ต้องมีการควบคุมสูงสุดและเข้มงวด&nbsp;โดย&nbsp;จิสด้า&nbsp;ได้รับมอบหมายจากที่ประชุม&nbsp;ศปก.&nbsp;ศบค.ให้บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กทม.&nbsp;กรมควบคุมโรค&nbsp;วช./อว.&nbsp;เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ตั้งโรงพยาบาลสนามตามจุดต่างๆ&nbsp;ข้อมูลชุมชนแออัดจากการเคหะแห่งชาติ&nbsp;รวมถึงข้อมูลอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นำมาประกอบการรายงานผล&nbsp;และใช้ประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายให้กับ&nbsp;ศปก.ศบค.&nbsp;ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;และการกำหนดเป็นมาตรการต่างๆ&nbsp;ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;</span></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503160306714"],
    [36,"วช. มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 2564 นวัตกรรมตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสไฮบริด 3 ระบบบริการ ต้านโควิด-19","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วช.&nbsp;มอบรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;นวัตกรรมตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสไฮบริด&nbsp;3&nbsp;ระบบบริการ&nbsp;ต้านโควิด-19</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;มอบรางวัลการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;:&nbsp;รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์&nbsp;แก่&nbsp;ผศ.ดร.กนกวรรณ&nbsp;เรืองศิริ&nbsp;แห่งคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม&nbsp;สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา&nbsp;และคณะ&nbsp;จากผลงานการประดิษฐ์&nbsp;นวัตกรรมระบบบริการตู้อบฆ่าเชื้อไวรัสแบบไฮบริด&nbsp;ฆ่าเชื้อได้&nbsp;3&nbsp;ระบบ&nbsp;ควบคุมการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง&nbsp;(IoT)&nbsp;เพื่อให้บริการอบฆ่าเชื้อสิ่งของ&nbsp;อุปกรณ์ส่วนบุคคล&nbsp;แก่สถานที่สาธารณะ&nbsp;และสามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้&nbsp;ประกอบด้วยระบบฆ่าเชื้อ&nbsp;3&nbsp;รูปแบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;รังสียูวีซี&nbsp;ก๊าซโอโซน&nbsp;และความร้อน&nbsp;โดยสามารถนำสิ่งของมาฆ่าเชื้อผ่านนวัตกรรมตู้ล็อคเกอร์ปลอดเชื้อควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน&nbsp;บนแอปพลิเคชัน&nbsp;(Smart&nbsp;Locker)&nbsp;ทั้งแบบออนไลน์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต&nbsp;และแบบออฟไลน์โดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;RFID&nbsp;เป้าหมายสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การให้บริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่สถานที่สาธารณะ&nbsp;อาทิ&nbsp;แหล่งชุมชนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สถานพยาบาล&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้นำร่องการใช้ระบบบริการตู้อบฆ่าเชื้อไฮบริด&nbsp;ภายในสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาก่อน&nbsp;อนาคตจะกระจายการติดตั้งไปยังหน่วยงานในเครือข่าย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;รศ.ดร.ปรีชา&nbsp;กอเจริญ&nbsp;อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นวัตกรรมนี้&nbsp;สามารถนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้อีก&nbsp;อาทิ&nbsp;การนำไปทำเป็นตู้บริการแบบหยอดเหรียญ&nbsp;หรือแตะบัตร&nbsp;การนำไปติดตั้งในกลุ่มธุรกิจบริการด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหรือผู้รับบริการ&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ยังช่วยให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในการจัดหาหน้ากากอนามัยและการฆ่าเชื้ออุปกรณ์ส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี&nbsp;หลายหน่วยงานพยายามคิดค้นสิ่งประดิษฐ์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19</span></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503161632721"],
    [37,"กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง หลังหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก เตรียมพร้อมรับฤดูฝนเต็มพิกัด ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน&nbsp;(3&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)ว่า&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;36,459&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;48&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&nbsp;12,530&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันประมาณ&nbsp;39,608&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เฉพาะ&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;(เขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;8,949&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;36&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&nbsp;2,253&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ยังสามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;ได้รวมกันประมาณ&nbsp;15,922&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง</strong>&nbsp;เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;รวมทั้งเร่งขุดลอกคลองและแก้มลิง&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;อาทิ&nbsp;บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;หลังจากที่มีวัชพืชไหลมาสะสมกว่า&nbsp;40,000&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้ได้กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำไปแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;31,500&nbsp;ตัน&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;78.75&nbsp;%&nbsp;หากไม่มีวัชพืชไหลเข้ามาเพิ่มเติม&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จ&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ส่วนทีบริเวณคลองระบายน้ำ&nbsp;2R&nbsp;สองพี่น้อง&nbsp;ต.ดอนมะเกลือ&nbsp;อ.อู่ทอง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้อง&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;13&nbsp;ได้กำจัดวัชพืชไปแล้วกว่า&nbsp;13,800&nbsp;ตัน&nbsp;แล้วเสร็จไปเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และบริเวณคลองบางบัวทอง&nbsp;ที่พบวัชพืชไหลมาสะสมเป็นระยะทางกว่า&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ขณะนี้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;11&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น&nbsp;และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองนนทบุรี&nbsp;ดำเนินการกำจัดวัชพืชคงเหลือระยะประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้เช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503193924822"],
    [38,"เกษตรจังหวัดลำปาง หนุนเกษตรกรกำจัดศัตรูมะพร้าวด้วยศัตรูธรรมชาติและสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่?&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม?&nbsp;2564?&nbsp;นายชำนาญ?&nbsp;เมืองลอง?&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;อบรมให้ความรู้พร้อมสาธิตการกำจัดศัตรูมะพร้าว?&nbsp;ได้แก่?&nbsp;ด้วงแรดมะพร้าว?&nbsp;หนอนหัวดำมะพร้าว?&nbsp;ด้วงงวงมะพร้าว?&nbsp;แมลงดำหนาม?&nbsp;และไรสี่ขา?&nbsp;ณ?&nbsp;แปลงมะพร้าวเกษตรกร?&nbsp;ตำบลต้นธงชัย?&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง?&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การอบรมครั้งนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนหัวเชื้อราเมทตาไรเซี่ยม?&nbsp;แตนเบียนทริโครแกรมม่า?&nbsp;แตนเบียนบราคอน?&nbsp;และแมลงหางหนีบ&nbsp;จากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดเชียงใหม่?&nbsp;และศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดชลบุรี?&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรใช้ศัตรูธรรมชาติและสารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ที่ผ่านมาสำนักงานเกษตรจังหวัดลำปางได้แจ้งเตือนภัยไรสี่ขาที่รุกระบาดสวนมะพร้าวช่วงฤดูแล้ง&nbsp;โดยขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงของตนเอง&nbsp;ซึ่งความเสียหายหนักสุดคือจะทำให้ผลเล็กลีบและร่วงหล่นไม่สามารถขายได้&nbsp;โดยสวนที่ระบาดรุนแรงแนะนำให้ตัดช่อดอกและช่อผล&nbsp;เก็บผลและเศษซากจากการปอกมะพร้าวไปทำลายตัดวงจรไรไม่ให้กลับมาระบาดซ้ำ</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503181643799"],
    [39,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการรวมกลุ่มเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ลดต้นทุน สร้างรายได้ที่ดี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;และกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;บ้านกุดเสถียร&nbsp;ม.6&nbsp;ต.สร้างมิ่ง&nbsp;อ.เลิงนกทา&nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์&nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;โดยสนับสนุนไก่ไข่&nbsp;25&nbsp;ตัวต่อราย&nbsp;และปัจจัยการผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;อวนตาข่าย&nbsp;ถังอาหาร&nbsp;ถังน้ำ&nbsp;พร้อมทั้งถั่วลิสงเถาฟลอริเกรซ&nbsp;50&nbsp;กล้า&nbsp;สำหรับนำไปปลูกเป็นพืชอาหารสัตว์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรยังใช้วัตถุดิบอินทรีย์ในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;รำอ่อน&nbsp;ปลายข้าว&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;รวมทั้งทำหลุมปลวกเพื่อเพาะพันธุ์ปลวกให้เป็นอาหารสัตว์&nbsp;เพิ่มโปรตีน&nbsp;ลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ไก่ไข่จะให้ผลผลิตไข่ไก่เฉลี่ยรายละ&nbsp;20&nbsp;ฟองต่อวัน&nbsp;สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่ารายละ&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ใช้สมุนไพร&nbsp;ใบฟ้าทะลายโจรตากแห้งผสมในอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ&nbsp;ผลผลิตไข่ไก่อินทรีย์&nbsp;เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในตลาดชุมชน&nbsp;จึงสร้างรายได้ที่ดีให้แก่เกษตรกร&nbsp;รวมทั้งสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคอีกด้วย</p>","2021-03-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210503201809853"],
    [40,"เกษตรจังหวัดเพชรบุรี และคณะกลุ่มอารักขาพืช ติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หลังพบการระบาดในข้าวพันธุ์ชัยนาท 1 กข 31 และ กข 43 พร้อมใช้เครื่องบินไร้คนขับ (โดรน) ฉีดพ่นบิวเวอเรียแบบครอบคลุมพื้นที่แพร่ระบาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และคณะกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&nbsp;หลังพบการระบาดในข้าวพันธุ์ชัยนาท&nbsp;1&nbsp;กข&nbsp;31&nbsp;และ&nbsp;กข&nbsp;43&nbsp;พร้อมใช้เครื่องบินไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;ฉีดพ่นบิวเวอเรียแบบครอบคลุมพื้นที่แพร่ระบาด&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;พวงสั้น&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;นางสาววรรณ&nbsp;เจริญสิน&nbsp;เกษตรอำเภอท่ายาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืชและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอท่ายาง&nbsp;ร่วมกับนายวีระพงษ์&nbsp;ฉ่ำมาก&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล&nbsp;หลังพบการระบาดในข้าวพันธุ์ชัยนาท&nbsp;1&nbsp;กข&nbsp;31&nbsp;และ&nbsp;กข&nbsp;43&nbsp;ระยะข้าวตั้งท้องถึงออกรวง&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนเชื้อราบิวเวอเรียพร้อมใช้&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท&nbsp;คำ&nbsp;-&nbsp;วีการเกษตร&nbsp;จำกัด&nbsp;อ.&nbsp;โพธาราม&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ในการใช้เครื่องบินไร้คนขับ&nbsp;(โดรน)&nbsp;ฉีดพ่นบิวเวอเรียแบบครอบคลุมพื้นที่&nbsp;ประมาณ100&nbsp;ไร่&nbsp;และติดตั้งเครื่องดูดเพลี้ยกระโดด&nbsp;เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;ในพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ในหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองจอก&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการปลูกข้าวในฤดูกาลถัดไป&nbsp;ควรเลือกใช้พันธุ์ต้านทาน&nbsp;เช่น&nbsp;กข&nbsp;41&nbsp;กข&nbsp;47&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;3&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;90&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;2&nbsp;และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน&nbsp;4&nbsp;ฤดูกาล&nbsp;หว่านข้าวในอัตรา&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;เพื่อไม่ให้ข้าวหนาแน่นมากเกินไป&nbsp;และใส่ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม&nbsp;ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป&nbsp;เพราะจะทำให้ข้าวงามและเขียวจัดเหมาะสมต่อการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงศัตรูพืชชนิดอื่นด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนพี่น้องเกษตรกรให้หมั่นสำรวจแปลงอยู่เสมอ&nbsp;โดยสุ่มสำรวจแปลงละ&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;จุดละ&nbsp;10&nbsp;ต้น&nbsp;(นาหว่าน)&nbsp;ถ้าพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;ต่อจุด&nbsp;ถือว่าเป็นพื้นที่ระบาด&nbsp;ในพื้นที่ที่สามารถควบคุมน้ำได้ควรระบายน้ำออกนาน&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;สลับกันไปจะช่วยลดการระบาดได้&nbsp;ฉีดพ่นด้วยเชื้อราบิวเวอเรีย&nbsp;(เชื้อสด)&nbsp;อัตรา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ผสมสารจับใบและควรฉีดพ่นในเวลาเย็น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากพบเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในระยะตัวอ่อนยังไม่มีปีก&nbsp;ให้ฉีดพ่นสารสกัดสะเดาในช่วงเย็นเพื่อยับยั้งการลอกคราบ&nbsp;ห้ามใช้สารเคมี&nbsp;ได้แก่&nbsp;อะบาเม็กติน&nbsp;ไซเพอร์เมทริน&nbsp;ซึ่งเป็นสารกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์&nbsp;เพราะจะทำลายศัตรูธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;มวนเขียวดูดไข่&nbsp;ด้วงเต่าตัวห้ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และจะเป็นการเร่งให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลฟักไข่เร็วขึ้นและเกิดการระบาดเพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;นภสวรรณ&nbsp;มีลิ/สวท.เพชรบุรี/4&nbsp;พ.ค.64</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504093124898"],
    [41,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะช่วง 1-2 วันนี้ บริเวณเชียงใหม่ ตราด และจันทบุรี","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศและเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;บริเวณจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตราด&nbsp;และจันทบุรี</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;14,705&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;25&nbsp;แหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;10,369&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;22&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังการเกิดสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;แล้วยังคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตราด&nbsp;และจันทบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำ&nbsp;อย่างกรมเจ้าท่า&nbsp;ขุดลอกแม่น้ำท่าว้า&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำชวงหน้าน้ำหลากช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำเน่าเสีย&nbsp;และร่องน้ำตื้นเขินใน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;//&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;และตาก&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&nbsp;เก็บขยะและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำบริเวณเขตบางคอแหลม&nbsp;เขตลาดกระบัง&nbsp;เขตมีนบุรี&nbsp;และเขตดุสิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504093339899"],
    [42,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504094352900"],
    [43,"เกิดวาตภัยในพื้นที่ 13 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด","<p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</strong>รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีกำลังอ่อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;พะเยา&nbsp;ลำพูน&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;&nbsp;ยโสธร&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;รวม&nbsp;29&nbsp;อำเภอ&nbsp;45&nbsp;ตำบล&nbsp;102&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;457&nbsp;หลัง</p><p><strong>ส่วนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน</strong>&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;19&nbsp;จังหวัด&nbsp;45&nbsp;อำเภอ&nbsp;71&nbsp;ตำบล&nbsp;141&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;655&nbsp;หลัง&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ลพบุรี&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;ผู้บาดเจ็บ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;พะเยา&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;และกำแพงเพชร&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;สุรินทร์&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ่างทอง&nbsp;&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;และลพบุรี&nbsp;และภาคใต้&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด&nbsp;</strong>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504100847910"],
    [44,"เกษตรจังหวัดปัตตานี ใช้ระบบออนไลน์บริหารงานส่งเสริมการเกษตรในสภาวะการแพร่ระบาดโควิท-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(4&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เกษตรปัตตานีใช้ระบบออนไลน์บริหารงานส่งเสริมการเกษตรในสภาวะการแพร่ระบาดโควิท-19</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชาลี&nbsp;สิตะบุศก์&nbsp;เกษตรจังหวัดปัตตานีเป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนเมื่อ30&nbsp;เม.ย.2564&nbsp;ณห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี&nbsp;ที่มีการใช้ระบบ&nbsp;Miclosoft&nbsp;&nbsp;Team&nbsp;เชื่อมเครือข่ายสื่อสารกับเกษตรอำเภอ12อำเภอ&nbsp;โดยมุ่งเน้นการทำงานภายใต้มาตรการป่องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า-19&nbsp;การบริหารงบประมาณโครงการกิจกรรมจากกรมส่งเสริมการเกษตร20กิจกรรมจำนวนงบประมาณ19,030,010&nbsp;บาท&nbsp;ขณะได้ดำเนินการเป็นไปตามแผนงานโครงการมีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่าร้อยละ41&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ยังมีงบประมาณจากโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด3โครงการงบประมาณ5,217,060&nbsp;บาท&nbsp;โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัด&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม&nbsp;งบประมาณ1,834,600&nbsp;บาท&nbsp;และโครงการภายใต้พรก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า2019&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;58,770,180&nbsp;บาท(โครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยชุมชน&nbsp;จากกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;25&nbsp;กิจกรรมงบประมาณ&nbsp;56,264,000&nbsp;บาท)&nbsp;รวมงบประมาณทั้งสิ้นกว่า&nbsp;84&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ได้กำชับให้มีการดำเนินงานเป็นไปตามแผนงานโครงการและเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ตามที่จังหวัดกำหนดโดยใช้ระบบส่งเสริมการเกษตรเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนมีการใช้ระบบออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังมีการเสนอของบประมาณฟื้นฟูโควิท-19รอบ2จากจังหวัดเพิ่มอีก1โครงการงบประมาณ74.5ล้านบาท&nbsp;เพื่อส่งเสริมเพิ่มรายได้เกษตรกรในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว/บดินทร์&nbsp;ส,ปชส,ปน,</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504103749921"],
    [45,"กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมมือกับ ปตท. OR จัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ทั่วประเทศ","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายตลาดนำการผลิต&nbsp;มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน&nbsp;เพื่อประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น&nbsp;มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า&nbsp;กลุ่มผู้บริโภคและสถานการณ์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้บูรณาการความร่วมมือกับบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;น้ำมันและการค้าปลีก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;OR&nbsp;ในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;โดยการจัดหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรในสถานีบริการน้ำมัน&nbsp;PTT&nbsp;Station&nbsp;ทั่วประเทศให้กับเกษตรกรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;โครงการพื้นที่ปันสุข&nbsp;มาตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนในช่วงการระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;และช่วงสินค้าล้นตลาดในแต่ละพื้นที่&nbsp;โดยจะหมุนเวียนให้เกษตรกรเข้ามาจำหน่ายรายละ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;\"โครงการพื้นที่ปันสุข\"&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสินค้าที่จะนำเข้าไปจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน&nbsp;</strong>จะต้องเป็นสินค้าเกษตรจากเกษตรกรโดยตรง&nbsp;หรือสินค้าแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประเภทสินค้าสด&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;สินค้าเกษตรอินทรีย์และต้องเป็นสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานรับรอง&nbsp;เช่น&nbsp;GAP&nbsp;อินทรีย์&nbsp;ฮาลาล&nbsp;อย.&nbsp;หรือเป็นสินค้าที่ต้องการจำหน่ายเร่งด่วน&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีผัก&nbsp;ผลไม้ล้นตลาดและไม่เป็นสินค้าที่ทับซ้อนกับผู้เช่า&nbsp;หรือมีจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันอยู่แล้ว</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินงานโครงการระหว่างเดือนมีนาคม&nbsp;&nbsp;เมษายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าในโครงการพื้นที่ปันสุขของสถานีบริการน้ำมันจังหวัดต่างๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;จาก&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;จันทบุรี&nbsp;สงขลาและจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประเภทสินค้าที่นำมาจำหน่าย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สินค้าที่มีผลผลิตออกมามากต้องกระจายเร่งด่วนคือ&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;รวมทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์แปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์ข้าวสาร&nbsp;พริกไทย&nbsp;อาหารแปรรูป&nbsp;ผลผลิตผักสด&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>เกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ&nbsp;</strong>สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อประสานงานเบื้องต้นไว้ก่อน&nbsp;เมื่อสถานการณ์การระบาดดีขึ้น&nbsp;เกษตรกรจะได้เข้าใช้พื้นที่ได้ทันที</p><p><br></p><p><br></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504101636913"],
    [46,"สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม รับซื้อแล้วกว่า 60 ตัน เตรียมส่งออกสู่ตลาดนอกพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจณภพ&nbsp;กาญจนาประดิษฐ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นายวรากร&nbsp;เลิศปรีชา&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;5&nbsp;เข้าร่วมตรวจเยี่ยมจุดรับซื้อกระเทียม&nbsp;สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด&nbsp;ในโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2563/64&nbsp;ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับสหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม&nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบด้านราคา&nbsp;ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์ได้จัดสรรเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;200&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในปีนี้สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้รวบรวมกระเทียมจากสมาชิกแล้วปริมาณกว่า&nbsp;60&nbsp;ตัน&nbsp;โดยมีจุดรับซื้อกระเทียม&nbsp;บริเวณตลาดกลางรับซื้อพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;053&nbsp;621&nbsp;221สหกรณ์การเกษตรแม่สะเรียง&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504121953969"],
    [47,"ชุมชนตำบลพิชัย เครือข่าย ทสม. ดีเด่นระดับประเทศ มุ่งพลิกฟื้นผืนป่า ลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;เปิดเผยถึงความสำเร็จของเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;ที่ได้บริหารจัดการพื้นที่ป่าในชุมชนด้วยจิตสำนึกชุมชนที่เริ่มเห็นถึงความสำคัญของป่าในท้องถิ่นของตนเอง&nbsp;ภายใต้การนำโดยนายมานิต&nbsp;อุ่นเครือ&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการใช้ประโยชน์ของป่า&nbsp;เพื่อนำพามาซึ่งรายได้เลี้ยงดูครอบครัวของคนในตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ที่ได้มีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่า&nbsp;ยึดครองที่ดินมาทำการเกษตร&nbsp;ทั้งยังมีกลุ่มนายทุนเข้าไปตัดต้นไม้&nbsp;และทำการแปรรูปไม้ภายในป่า&nbsp;จนกระทั่งความเสื่อมโทรมได้เข้าไปแทนที่ความอุดมสมบูรณ์ที่ป่าเคยมี&nbsp;จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นายมานิต&nbsp;อุ่นเครือ&nbsp;ได้รวบรวมพันธมิตร&nbsp;เพื่อเริ่มลงมือพลิกฟื้นผืนป่า&nbsp;ด้วยการออกไปทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ปลูกป่า&nbsp;ทำแนวกันไฟป่า&nbsp;จากนั้นไม่นาน&nbsp;เมื่อมีน้ำล้นฝาย&nbsp;และกลายเป็นน้ำตกเล็กๆ&nbsp;ซึ่งเป็นดั่งที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชน&nbsp;จนเป็นที่สนใจของหน่วยงานราชการและชาวบ้านในพื้นที่ก็เริ่มเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;จึงทำให้ป่ากลับมาเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ทุกคนอยากเข้าไปอนุรักษ์&nbsp;และฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด&nbsp;เปลี่ยนการสู้กับศัตรูให้กลายเป็นมิตร&nbsp;เป็นอีกหนึ่งวิธีคิดที่ปิดช่องว่างระหว่างระยะห่างของนักอนุรักษ์&nbsp;และผู้บุกรุกป่า&nbsp;ให้หันมาเห็นถึงความสำคัญของป่า&nbsp;ด้วยการเดินหน้าทำความเข้าใจอย่างอดทน&nbsp;บนวิถีความเป็นจริงของธรรมชาติ&nbsp;เพื่อปิดโอกาสความไม่รู้ของชาวบ้านให้เห็นเอง&nbsp;จากการใช้วิธีเสนอแนะ&nbsp;เช่น&nbsp;ความเชื่อเรื่องการเผาป่าเพื่อหาของป่านั้น&nbsp;เป็นวิธีคิดที่ผิด&nbsp;ซึ่งถ้าไม่เผาก็ทำให้ได้ประโยชน์จากการใช้ป่าตามธรรมชาติได้มากกว่าวิธีการเผา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อความเข้าใจในท้องถิ่นเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ที่มีคุณค่า&nbsp;ได้ขยายขอบเขตมากขึ้น&nbsp;จากนั้น&nbsp;จึงได้เริ่มขอคืนพื้นที่ป่าในบริเวณที่เคยถูกชาวบ้านบุกรุกเข้าไปครอบครอง&nbsp;ด้วยการใช้วิธีเจรจา&nbsp;แทนที่จะบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;ซึ่งก็ทำให้เกิดความประนีประนอม&nbsp;และพร้อมที่จะร่วมมืออย่างเต็มที่&nbsp;ทั้งนี้ยังมีการชดเชยผลผลิตที่ชาวบ้านปลูกไปแล้ว&nbsp;ด้วยการทำผ้าป่าชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า&nbsp;การใช้&nbsp;ใจ&nbsp;ในการแก้ปัญหาแทนกฎหมายคือสิ่งที่จะละลายอคติทางความคิด&nbsp;จนก่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อกันและกันได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ในวันที่ป่าซึ่งเคยแห้งแล้ง&nbsp;ได้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง&nbsp;จากการทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันของเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;ซึ่งได้ขยายออกไปสู่ชุมชนที่มีพื้นที่ติดกับป่าจำนวน&nbsp;7&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ด้วยแนวทางการทำงานที่ควบคู่กันไปทั้งงานอนุรักษ์&nbsp;งานป้องกัน&nbsp;และการสื่อสารสร้างความเข้าใจ&nbsp;จึงทำให้ในวันนี้เริ่มมีน้ำสะสมใต้ผืนดินเหมือนในอดีตที่ป่าเคยอุดมสมบูรณ์&nbsp;และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือ&nbsp;เมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นนักอนุรักษ์ได้เติบโตขึ้นในจิตใจของคนในชุมชนอย่างงดงาม&nbsp;ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของเครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;ที่ได้รับรางวัล&nbsp;เครือข่าย&nbsp;ทสม.&nbsp;ดีเด่นระดับประเทศ&nbsp;ด้านการพิทักษ์และฟื้นฟูป่าไม้&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504122033970"],
    [48,"ปล่อยลูกเต่าตนุลงทะเลบริเวณหน้าหาดวัดถ้ำเขาไม้รวก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 50 ตัว","<p><strong>ปล่อยลูกเต่าตนุลงทะเลบริเวณหน้าหาดวัดถ้ำเขาไม้รวก&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;50&nbsp;ตัว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ได้รายงานพบลูกเต่าตนุฟักออกจากไข่&nbsp;บริเวณชายหาดวัดถ้ำเขาไม้รวก&nbsp;ต.อ่างทอง&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นายสัตวแพทย์ของกรม&nbsp;ทช.&nbsp;จึงได้ประสานให้ข้อมูลวิธีการปล่อยลูกเต่าคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย&nbsp;และการจัดการหลุมไข่เต่าผ่านทางโทรศัพท์&nbsp;โดยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.9&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ประธานองค์กรประมงชุมชนพื้นบ้านโคกตาหอม&nbsp;และชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ต.อ่างทอง&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เข้าตรวจสอบหลุมไข่เต่าพบมีไข่เต่าตนุ&nbsp;88&nbsp;ฟอง&nbsp;มีลูกเต่าตนุฟัก&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกเต่าตนุตาย&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;มีไข่ติดเชื้อราและเน่าเสีย&nbsp;26&nbsp;ฟอง&nbsp;และไข่ยังไม่พร้อมฟัก&nbsp;11&nbsp;ฟอง&nbsp;จึงได้ฝังกลบไว้ในหลุมตามเดิม&nbsp;ภาพรวมปล่อยลูกเต่าตนุกลับคืนสู่ทะเลรวม&nbsp;50&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504150914047"],
    [49,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ผู้เลี้ยงสัตว์ และสัตว์น้ำ ระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง ในระยะนี้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะในภาคเหนือซึ่งอาจมีน้ำไหลหลาก&nbsp;เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวโดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฟ้าคะนอง&nbsp;และไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&nbsp;ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณาสูงๆ&nbsp;ขณะลมแรง&nbsp;รวมทั้งควรเก็บของขึ้นสู่ที่สูง&nbsp;และผูกยึดอุปกรณ์เครื่องใช้ให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันน้ำพัดพา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จะมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่แข็งแรง&nbsp;ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณาสูง&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะลมแรง&nbsp;ระยะนี้อากาศแปรปรวน&nbsp;เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ควรควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนอย่าให้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนัก&nbsp;เพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงปรับตัวไม่ทันอ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย&nbsp;ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;หลังจากฝนตกควรเปิดเครื่องตีน้ำเพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นรวมทั้งไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อโดยตรง&nbsp;เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน&nbsp;สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;และเป็นโรคได้ง่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-04-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210504151410048"],
    [50,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงฤดูฝน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงฤดูฝน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ทั่วทุกภาคยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ระยอง&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และ&nbsp;ปัตตานี&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;14,715&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;25&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;10,359&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;22&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำ&nbsp;กำจัดวัชพืช&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;และแก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝน&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;เร่งกำจัดวัชพืช&nbsp;สิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ขุดลอกคลองและแก้มลิงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วงฤดูฝน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เหนือเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำไปแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;31,500&nbsp;ตัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;78.75&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;และคลองระบายน้ำ&nbsp;2R&nbsp;สองพี่น้อง&nbsp;อ.อู่ทอง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;กำจัดวัชพืชไปแล้วกว่า&nbsp;13,800&nbsp;ตัน&nbsp;โดยเสร็จแล้วเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;ขณะที่กรมเจ้าท่า&nbsp;กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำคลองบางพระครู&nbsp;ต.ตาลเอน&nbsp;อ.บางปะหัน&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;กำจัดไปแล้ว&nbsp;196,167&nbsp;ตัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59.44&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กอนช.&nbsp;ยังให้หน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาอุทกภัยด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505093838154"],
    [51,"แนะนำผู้ประกอบการเลี่ยงเส้นทางส่งออกผ่านด่านโหย่วอี้กวน หลังพบรถติดหนักสะสมส่งผลต่อคุณภาพผลไม้ไทย ","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ได้รับรายงานว่าการส่งออกสินค้าผลไม้จากไทยไปจีนทางบก&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;มีปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ชายแดนจีน&nbsp;&nbsp;เวียดนาม&nbsp;เนื่องจากสภาพการจราจรที่เป็นคอขวด&nbsp;ประกอบกับเป็นช่วงวันหยุดยาวแรงงานสากล&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับฤดูกาลส่งออกทุเรียนของภาคตะวันออก&nbsp;รวมทั้งผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกใช้เส้นทางบกในการส่งออกไปยังด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ทำให้ปัจจุบันมีรถติดสะสมก่อนเข้าด่านโหย่วอี้กวนจำนวนมาก&nbsp;ประมาณ&nbsp;600&nbsp;-&nbsp;700&nbsp;คัน&nbsp;จากเดิมที่ใช้เวลาผ่านด่านนี้ประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;ชั่วโมงแต่ปัจจุบันใช้เวลารอถึง&nbsp;2-3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพของผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนที่อาจจะสุกก่อนถึงมือผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางส่งออก&nbsp;</strong>ไปยังด่านโหย่วอี้กวนโดยใช้ทางเลือกเส้นทางอื่น&nbsp;โดยปัจจุบันจีนได้อนุญาตให้ผลไม้ไทยสามารถขนส่งทางบกผ่านประเทศที่สามไปยัง&nbsp;4&nbsp;ด่านของจีนคือ&nbsp;ด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ด่านโม่หัน&nbsp;ด่านตงซิง&nbsp;และด่านรถไฟผิงเสียง&nbsp;กรณีผู้ประกอบการต้องการส่งออกผลไม้ไปจีนทางบกไปยังด่าน&nbsp;โหย่วอี้กวน&nbsp;ด่านตงซิง&nbsp;และด่านรถไฟผิงเสียง&nbsp;สามารถส่งออกจากไทยได้ที่ด่านนครพนม&nbsp;และด่านมุกดาหาร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีทางเลือกส่งออกทางเรือได้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของไทย</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการ&nbsp;เมื่อเปลี่ยนเส้นทางนำเข้าผลไม้สู่จีน</strong>ไปที่ทางด่านรถไฟผิงเสียง&nbsp;ด่านโม่หันและด่านตงซิง&nbsp;ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;หรือขนส่งทางเรือ&nbsp;สามารถลดความเสี่ยงรถติดในการนำเข้าทางด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพทุเรียนไทยที่สุกในรถระหว่างการรอคิวตรวจปล่อยสินค้า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปัญหารถติดสะสมหน้าด่านโหย่วอี้กวนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นประจำทุกปีในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทยและเวียดนามโดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นวันหยุดแรงงานสากล</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505095306164"],
    [52,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505095631169"],
    [53,"อว.เผยขณะนี้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนแล้ว 1,179 ล้านโดส ใน 194 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 32.1 ล้านโดส โดยประเทศไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.498 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;อว.เผยขณะนี้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;1,179&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;194&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า&nbsp;32.1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยประเทศไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;1.498&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,179&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;194&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกัน&nbsp;20.2&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยอิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;ฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;247&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;106&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว&nbsp;ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;32.1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;19.5%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด&nbsp;20.65&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ได้มีการจัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด&nbsp;2,058,247&nbsp;โดส&nbsp;ฉีดวัคซีนสะสม&nbsp;1,498,617&nbsp;คน&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เข็มแรก&nbsp;1,106071&nbsp;โดส&nbsp;/&nbsp;เข็มสอง&nbsp;392,546&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;51.4%</span></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100849178"],
    [54,"อรรถพล ย้ำ คุณภาพอากาศทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะช่วงวันที่ 3 - 9 พ.ค. มีฝนเกิดขึ้น ช่วยลดการเกิดจุดความร้อนจากการเผาลง","<p><strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ย้ำ&nbsp;คุณภาพอากาศทั่วประเทศส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;มีฝนเกิดขึ้น&nbsp;ช่วยลดการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;จากการเผาลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ภาพรวมคุณภาพอากาศของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาวะอากาศและผลกระทบต่อฝุ่นละออง&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนถึงปานกลาง&nbsp;และยังมีฝนเกิดขึ้น&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ระดับเพดานการลอยตัวของอากาศยังอยู่ในระดับสูง&nbsp;และจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;จากการเผาในที่โล่งมีน้อย&nbsp;ทำให้การสะสมฝุ่นละอองหรือหมอกควันทุกภาคของประเทศมีน้อย&nbsp;สำหรับภาคใต้มีลมพัดปกคลุมต่อเนื่องและมีฝนตกบางพื้นที่&nbsp;ทำให้การสะสมฝุ่นละอองมีน้อยตลอดช่วง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ขอขอบคุณประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือลดแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ&nbsp;ทั้งจากภาคการจราจรขนส่ง&nbsp;การเผาในที่โล่ง&nbsp;และภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ทำให้คุณภาพอากาศภาพรวมของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ดีทุกภาค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;ยังขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละอองอีกครั้ง&nbsp;และขอให้ดูแลสุขภาพสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;เด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และสตรีมีครรภ์&nbsp;และสามารถดูข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง&nbsp;และแบบค่าเฉลี่ยราย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากเว็บไซต์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505100840177"],
    [55,"สำนักงานเกษตรอำเภอ สังกัดสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ปฏิบัติงานและแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่ ตามระบบส่งเสริมการเกษตร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง&nbsp;นำโดยนางน้ำเย็น&nbsp;ศิริพัฒน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการรักษาราชการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง&nbsp;ประชุมประจำเดือน&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางทางปฏิบัติงานและแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่&nbsp;ตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และนางสาวพัชรินทร์&nbsp;นาคา&nbsp;เกษตรอำเภอเอราวัณ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอภูกระดึง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูกระดึง&nbsp;ประชุมประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาการทำงานในพื้นที่&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรอำเภอภูกระดึง&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;นายประดิษฐ์&nbsp;ทองหล่อ&nbsp;เกษตรอำเภอนาด้วงมอบหมายให้&nbsp;นางจารีพร&nbsp;บุตรสระเกษ&nbsp;เจ้าพนักงานเคกิจเกษตรชำนาญการร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่ป้องกันสาธารณภัย&nbsp;อบต.ท่าสะอาด&nbsp;ตรวจแปลงภัยธรรมชาติไฟป่าสวนยางพารา&nbsp;ณ&nbsp;ม.4&nbsp;ต.ท่าสะอาด&nbsp;อ.นาด้วง&nbsp;จ.เลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านสำนักงานเกษตรอำเภอท่าลี่&nbsp;นำโดยนางสุจิตรา&nbsp;ญาณะนันท์&nbsp;เกษตรอำเภอท่าลี่&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาววิยะดา&nbsp;สุทธิศักดิ์&nbsp;นางสาวณัฐวดี&nbsp;อยู่เจริญกิจ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนางสาวณัฐฤดา&nbsp;สกุลวงค์&nbsp;เจ้าหน้าที่โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ติดตามพื้นที่ในโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ที่ตำบลท่าลี่&nbsp;อำเภอท่าลี่จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนหน้านั้น&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอท่าลี่&nbsp;นำโดยนางสุจิตรา&nbsp;ญาณนันท์&nbsp;เกษตรอำเภอท่าลี่&nbsp;มอบหมายให้นางรัชนี&nbsp;มณีวัฒน์&nbsp;เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตรชำนาญงาน&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียนและให้คำแนะนำเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในแปลงนา&nbsp;เช่น&nbsp;หอยเชอรี่&nbsp;ปูนา&nbsp;ปลาดุก&nbsp;กบ&nbsp;ปลาตะเพี้ยน&nbsp;และปลาไน&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนางบุญช่วย&nbsp;สวาทนา&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองผือ&nbsp;อำเภอท่าลี่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505110014219"],
    [56,"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกพื้นที่","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางมีกำลังอ่อน&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ส่สงผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;โดยในรอบ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&nbsp;เกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;และอ่างทอง&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;อำเภอ&nbsp;38&nbsp;ตำบล&nbsp;93&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;327&nbsp;หลัง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ถึงปัจจุบัน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;มีพื้นที่ประสบวาตภัย&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;62&nbsp;อำเภอ&nbsp;109&nbsp;ตำบล&nbsp;223&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&nbsp;982&nbsp;หลัง&nbsp;มีผู้เสียชีวิต&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ลพบุรี&nbsp;1&nbsp;ราย)&nbsp;และผู้บาดเจ็บ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;(สุราษฎร์ธานี)&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;พะเยา&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;และกำแพงเพชร&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;สุรินทร์&nbsp;และศรีสะเกษ&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ่างทอง&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;และราชบุรี&nbsp;และภาคใต้&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย&nbsp;โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์&nbsp;ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505103736198"],
    [57,"สวทช. ร่วมกับองค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ ชิงแชมป์ประเทศไทย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวทช.&nbsp;ร่วมกับองค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น&nbsp;เปิดตัวโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ&nbsp;ชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ค้นหาสุดยอดทีมเยาวชนไทย&nbsp;ส่งโปรแกรมประมวลผล<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">บนสถานีอวกาศนานาชาติ</span>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางจุฬารัตน์&nbsp;ตันประเสริฐ&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สวทช.ร่วมกับ&nbsp;องค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น&nbsp;หรือ&nbsp;แจ็กซา&nbsp;(&nbsp;JAXA)&nbsp;และหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;จัด&nbsp;โครงการแข่งขัน<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ&nbsp;</span>The&nbsp;2<sup>nd</sup>&nbsp;Kibo&nbsp;Robot&nbsp;Programming&nbsp;Challenge&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย&nbsp;พัฒนาขีดความรู้ความสามารถด้านสะเต็มศึกษา&nbsp;และเตรียมทรัพยากรบุคคลให้พร้อม&nbsp;สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมอวกาศ&nbsp;ของกระทรวง&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อว.</span>&nbsp;ซึ่ง&nbsp;สวทช.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;โดยเปิดรับใบสมัครถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จากนั้น&nbsp;จะ</span>คัดเลือกทีมชนะเลิศเป็นตัวแทนทีมเยาวชนจากประเทศไทย&nbsp;โดยดูผลคะแนนการรันโค้ดในระบบซิมูเลชันของแจ็กซา&nbsp;เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน&nbsp;The&nbsp;2<sup>nd</sup>&nbsp;Kibo&nbsp;Robot&nbsp;Programming&nbsp;Challenge&nbsp;&nbsp;รอบชิงแชมป์เอเชียทางออนไลน์ร่วมกับเยาวชนจากต่างประเทศ&nbsp;โดยถ่ายทอดสดจากสถานีอวกาศนานาชาติ&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ผ่านศูนย์ควบคุมอวกาศสึกุบะ&nbsp;ประเทศญี่ปุ่น&nbsp;</span>ในเดือนกันยายน&nbsp;นี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางกุลประภา&nbsp;นาวานุเคราะห์&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ&nbsp;สวทช.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทีมที่จะสมัครเข้าร่วมการแข่งขันต้องมีสมาชิก&nbsp;3&nbsp;คน&nbsp;กำลังศึกษาอยู่ไม่เกินระดับปริญญาตรี&nbsp;สามารถอยู่ต่างสถานศึกษา&nbsp;และระดับชั้นเรียนได้&nbsp;โดยส่งใบสมัครมายังโครงการฯ&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;16&nbsp;พ.ค.&nbsp;นี้&nbsp;ผู้เข้าแข่งขันต้องเขียนโปรแกรมด้วยภาษา&nbsp;JAVA&nbsp;ให้สั่งการให้หุ่นยนต์แอสโตรบีเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่กำหนด&nbsp;ขณะนี้ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันสามารถเข้าไปทดลองประมวลผลโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมาในเซิฟเวอร์ของการแข่งขันได้ที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://jaxa.krpc.jp/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;blue;\">https://jaxa.krpc.jp</a>&nbsp;สำหรับการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;18&nbsp;มิ.ย.&nbsp;นีี้</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505112006224"],
    [58,"กรมชลประทาน เดินหน้าผันน้ำเติมในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากและอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ผลิตประปาเมืองบุรีรัมย์ ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;8&nbsp;ผันน้ำจากลำปะเทีย&nbsp;ไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและผันน้ำจากลำปลายมาศที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศไปเติมให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&nbsp;เพื่อสำรองปริมาณน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปา&nbsp;ในเขตอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;โดยให้เร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่งให้ได้มากที่สุด&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณน้ำ&nbsp;สำหรับไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าอย่างเพียงพอ&nbsp;โดยได้กำชับให้วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน&nbsp;รวมทั้งให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;พร้อมกับวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่จะอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต</p><p><strong>สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด</strong>&nbsp;ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ&nbsp;13.78&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯประมาณ&nbsp;14.08&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;ได้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำจังหันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และอ่างเก็บน้ำลำปะเทียอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ลงในลำปะเทีย&nbsp;ก่อนจะผันเข้าสู่ระบบผันน้ำลำปะเทียลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;โดยมีแผนการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.&nbsp;เริ่มดำเนินการผันน้ำตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;คาดว่าจะสามารถผันน้ำเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;ได้รวมประมาณ&nbsp;3&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</p><p><strong>ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&nbsp;</strong>ได้มีการผันน้ำจากลำปลายมาศที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศ&nbsp;ลงมาเติม&nbsp;โดยเริ่มสูบน้ำมาตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;คาดว่าจะสามารถสูบน้ำมาเติมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้ามาก&nbsp;ได้ประมาณ&nbsp;9&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้&nbsp;จะทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะสนับสนุนการใช้น้ำในการผลิตประปา&nbsp;ให้กับการประปาส่วนภูมิภาคบุรีรัมย์&nbsp;ได้ตลอดในช่วงแล้งหน้า</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505105827213"],
    [59,"โมเดลมหาสารคามเมืองน่าอยู่ ด้วยจุลินทรีย์บำบัดแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่สวนวิสาหกิจชุมชนส่องเหนือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;สมาคมหน่วยแก้วิกฤตเมือง&nbsp;ฯ&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนส่องเหนือถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;ฯ&nbsp;จัดโครงการโมเดลมหาสารคามเมืองน่าอยู่&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกวิสาหกิจชุมชนส่องเหนือ&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ที่มีผลกระทบกับประชาชน&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาน้ำเน่าเสีย&nbsp;ปัญหาสภาพอากาศ&nbsp;รวมทั้งการดูแลดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;พืช&nbsp;และสัตว์&nbsp;ไม่ให้มีสารเคมีตกค้าง&nbsp;ด้วยขบวนการครูน้ำมวกโดยการใช้จุลินทรีย์บำบัดกลิ่นเพิ่มออกซิเจนในอากาศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;วิศิษฎ์-ข่าว/สันติภาพ-ภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.มหาสารคาม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505123951286"],
    [60,"เกษตรจังหวัดนครราชสีมาติดตามความก้าวหน้าขุดสระเก็บน้ำปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ หวังเกษตรกรพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายกังสดาล&nbsp;สวัสดิ์ชัย&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอขามทะเลสอติดตามการปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ในการดำเนินการขุดสระเก็บน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละราย&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกังสดาล&nbsp;สวัสดิ์ชัย&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการติดตามความก้าวหน้าการขุดสระเก็บน้ำเพื่อปรับปรุงแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่อำเภอขามทะเลสอในวันนี้&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;มีเกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;74&nbsp;ราย&nbsp;โดยในรอบแรกมีเป้าหมายขุดสระ&nbsp;40&nbsp;สระ&nbsp;และรอบ2&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;สระ&nbsp;มีการดำเนินการขุดสระเก็บน้ำโดยใช้รูปแบบตามกรมพัฒนาที่ดินกำหนดให้เหมาะสมกับพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละราย&nbsp;ซึ่งในทุกกิจกรรมจะมีเกษตรอำเภอ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร(เกษตรตำบล)&nbsp;จ้างแรงงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบล&nbsp;เป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ในวันนี้ติดตามการขุดสระเก็บน้ำเกษตรกร&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ตำบลขามทะเลสอ&nbsp;ซึ่งเกษตรกรมีความพึงพอใจมากและดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ทุกคนมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงพัฒนาพื้นที่จุดเรียนรู้ในรูปแบบหลักเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยหลังจากดำเนินการขุดสระเกษตรกรแต่ละรายแล้ว&nbsp;จะได้มีการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ&nbsp;ส่งเสริมการตลาด&nbsp;ให้ความรู้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมีการติดตามประเมินผลต่อไป&nbsp;เกษตรจังหวัดฯ&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505123235278"],
    [61,"ปศุสัตว์ยโสธรจัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน สนับสนุนสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายปรีชา&nbsp;ชำกรม&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ลงพื้นที่จัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโนนยาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลพระเสาร์&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการปักหมุดหมู่บ้านปลอดโรคสัตว์ยโสธร&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;27&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;250&nbsp;ตัว&nbsp;โดยมอบยาปฏิชีวนะ&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;วิตามิน&nbsp;แร่ธาตุก้อน&nbsp;ยาถ่ายพยาธิ&nbsp;และวัสดุสำหรับรักษาพยาบาลสัตว์เบื้องต้น&nbsp;ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;นำเข้าเป็นคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร&nbsp;และเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ของโรคระบาดสัตว์&nbsp;รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะจัดตั้งคลังยาสัตว์&nbsp;ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงสัตว์หนาแน่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505141635334"],
    [62,"ก.ทรัพย์ ตั้ง ตู้ปันน้ำใจ จากผู้ให้สู่ผู้รับ ฝ่าวิกฤตโควิด19 เพื่อช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ในสังกัด บรรเทาความเดือดร้อนช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตั้ง&nbsp;ตู้ปันน้ำใจ&nbsp;จากผู้ให้สู่ผู้รับ&nbsp;ฝ่าวิกฤตโควิด19&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และผู้ประกอบการร้านค้าที่อยู่ภายในอาคารกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด19</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้เปิด&nbsp;ตู้ปันน้ำใจ&nbsp;จากผู้ให้สู่ผู้รับ&nbsp;ฝ่าวิกฤตโควิด19&nbsp;อย่างเป็นทางการ&nbsp;บริเวณโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเพื่อนข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และร้านค้าที่อยู่ภายในอาคารกรมควบคุมมลพิษได้ใช้บริการ&nbsp;ที่อาจได้รับผลกระทบจากการกำหนดมาตรการควบคุมที่จำเป็นในช่วงเวลานี้&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือนร้อน&nbsp;และได้รับผลกระทบจากมาตรการกำหนดให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่บ้าน&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;เพื่อช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของประเทศไทยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุด&nbsp;โดยสามารถหยิบอาหารและน้ำดื่มด้วยตนเองในรูปแบบ&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ของการแบ่งปัน&nbsp;ที่ยังคงรักษาระยะห่างทางสังคมตามนโยบายของรัฐบาล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">?&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับตู้ปันสุข&nbsp;ทส.&nbsp;ดังกล่าวประกอบด้วย&nbsp;อาหารกล่อง&nbsp;จากร้านค้าที่อยู่ภายในอาคารฯ&nbsp;100&nbsp;กล่อง&nbsp;และน้ำดื่มบรรจุขวด&nbsp;ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;100&nbsp;ขวดต่อวัน&nbsp;โดยจะเปิดให้พนักงานและเจ้าหน้าที่มารับได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ซึ่งตู้นี้จะเปิดให้บริการต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด19&nbsp;จะคลี่คลาย&nbsp;หากมีผู้ประสงค์ร่วมแสดงน้ำใจร่วมกับตู้ปันสุขของกระทรวงฯ&nbsp;เพื่อแบ่งปันอาหาร&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;และสิ่งของจำเป็น&nbsp;สามารถแจ้งประสานเจ้าหน้าที่แล้วนำอาหารและน้ำดื่มมาร่วมใส่ในตู้ได้</p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505145354349"],
    [63,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,195 ล้านโดส ใน 194 ประเทศเขตปกครอง","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,195&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;194&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;กว่า&nbsp;32.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;1.573&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,195&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;194&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;19.8&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;248&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;106&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีน&nbsp;แล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;32.7&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;19.5%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีน&nbsp;มากที่สุดที่&nbsp;20.9&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด&nbsp;2,071,247&nbsp;โดส&nbsp;ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;1,573,075&nbsp;คน&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เข็มแรก&nbsp;1,150,564&nbsp;โดส&nbsp;และเข็มสอง&nbsp;422,511&nbsp;โดส</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;49.9%</span></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505195556493"],
    [64,"ร.3 พัน.3 ลงพื้นที่รับซื้อไข่ไก่จากผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่รายย่อย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรโดยตรง บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่นครพนม&nbsp;กำลังประสบปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด&nbsp;ซึ่งเกือบ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;การซื้อขายไข่ไก่ในท้องตลาดซบเซา&nbsp;เนื่องจากการคุมเข้มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ผู้ซื้อวิตกกังวลในการออกนอกบ้าน&nbsp;การซื้อขายไข่น้อยลง&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในพื้นที่&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยตรง&nbsp;พันโท&nbsp;ศรณณัฐ&nbsp;นวลมณี&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;(ผบ.ร.3&nbsp;พัน&nbsp;3)&nbsp;ได้สั่งการให้กำลังพลของหน่วยออกรับซื้อไข่ไก่จากผู้เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่รายย่อย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.บ้านกลาง&nbsp;อ.เมืองนครพนม&nbsp;ในการรับซื้อไข่ไก่มาประกอบอาหารเลี้ยงให้กับกำลังพลทหารกองประจำการของหน่วย&nbsp;พร้อมทั้งยังได้แจกจ่ายให้กำลังพลและครอบครัว&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือกำลังพลและครอบครัวไปด้วยอีกทางในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หน่วย&nbsp;ร.3&nbsp;พัน.3&nbsp;ยังได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;ผนึกกำลังประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางในการจำหน่ายไข่ไก่ราคาถูกให้กับประชาชนและผู้ที่สนใจโดยจำหน่าย&nbsp;บริเวณลานหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด&nbsp;-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;:&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;พรพิพัฒน์&nbsp;เพ็ชรสังหาร</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210505210625520"],
    [65,"เอ็นไอเอ ร่วมกับสมาคมเฮลธ์เทคไทยส่งระบบ โควิดแทร็คเกอร์ช่วยแพทย์มอนิเตอร์อาการผู้ป่วยโควิด  19 ในโรงพยาบาลสนาม 1,000 กว่าเตียง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เอ็นไอเอ&nbsp;ร่วมกับสมาคมเฮลธ์เทคไทยส่งระบบ&nbsp;โควิดแทร็คเกอร์ช่วยแพทย์มอนิเตอร์อาการผู้ป่วยโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;1,000&nbsp;กว่าเตียง</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพันธุ์อาจ&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;NIA&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในระยะที่&nbsp;3&nbsp;ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาในการเข้ารับการรักษากับสถานพยาบาลต่างๆ&nbsp;ที่มีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;จนทำให้ต้องขยายพื้นที่เพื่อรักษาอาการผู้ติดเชื้อโดยใช้&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคประชาชน&nbsp;NIA&nbsp;จึงร่วมมือกับสมาคมเฮลธ์เทคไทย&nbsp;และบริษัท&nbsp;พรีซีชั่น&nbsp;ไดเอทซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;นำแพลตฟอร์ม&nbsp;Covid&nbsp;Tracker&nbsp;:&nbsp;โควิดแทร็กเกอร์&nbsp;เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ภายในโรงพยาบาลสนาม&nbsp;คือ&nbsp;ระบบประเมินอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยและรายงานไปยังทีมแพทย์&nbsp;รวมถึงการติดตามอาการโดยที่บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องเข้าไปในพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งเริ่มนำร่องใช้จริงแล้วในโรงพยาบาลสนามทั้งที่อยู่ภายใต้สังกัด&nbsp;อว.&nbsp;และโรงพยาบาลสนามอื่นที่แสดงความจำนงเข้ามา&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;เตียง&nbsp;โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;และจะถูกใช้ไปจนกว่าโรงพยาบาลสนามจะปิดตัวลง&nbsp;หรือจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาด&nbsp;ในประเทศไทยจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพงษ์ชัย&nbsp;เพชรสังหาร&nbsp;กรรมการผู้จัดการบริษัท&nbsp;พรีซีชั่น&nbsp;ไดเอทซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;แพลตฟอร์ม&nbsp;Covid&nbsp;Tracker&nbsp;จะเป็นการทำงานผ่านแพลตฟอร์มเว็บแอปพลิเคชัน&nbsp;(web&nbsp;application)&nbsp;ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาตัวจะได้รับ&nbsp;Password&nbsp;และ&nbsp;Username&nbsp;สำหรับการเข้าใช้งานครั้งแรก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;แพทย์สามารถตรวจหรือสอบถามอาการของคนไข้ผ่านการใช้ระบบการแพทย์ทางไกลด้วยการวิดีโอคอล&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดข้อกังวลแก่ผู้ป่วย&nbsp;และลดความเสี่ยงให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าในโรงพยาบาลสนามได้เป็นอย่างดี&nbsp;ที่ผ่านมาได้นำระบบไปติดตั้งและใช้งานในโรงพยาบาลของรัฐ&nbsp;โรงพยาบาลเอกชน&nbsp;และ&nbsp;Alternative&nbsp;State&nbsp;Quarantine&nbsp;(ASQ)&nbsp;หลายแห่ง&nbsp;สามารถรองรับการรายงานจำนวนมากกว่า&nbsp;300,000&nbsp;ครั้ง&nbsp;และช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ระบบยังสามารถติดตามอาการของผู้ป่วยเมื่อออกจากโรงพยาบาลสนามไปกักตัวที่บ้านได้อีกด้วย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ด้าน&nbsp;พญ.วรรณิกา&nbsp;แสงสุริย์&nbsp;แพทย์ประจำโรงพยาบาลตากสิน&nbsp;ผู้ดูแลตากสินฮอสพิเทล&nbsp;(หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ)สำนักอนามัย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ระบุว่า&nbsp;สำหรับ&nbsp;Taksin&nbsp;HOSPITEL&nbsp;อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลตากสิน&nbsp;สำนักการแพทย์&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ขณะนี้ได้ร่วมมือกับโรงแรมบ้านไทย&nbsp;บูทีค&nbsp;เขตบางกะปิ&nbsp;เปลี่ยนโรงแรมเป็นโรงพยาบาล&nbsp;รองรับผู้ป่วยที่ติดโควิด-19&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;สามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;และเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และโรงพยาบาลได้ทดลองใช้ระบบเทเลเฮลธ์&nbsp;โควิดแทร็กเกอร์&nbsp;ซึ่งจากการใช้งานระบบดังกล่าวพบว่าได้รับผลเป็นที่น่าพอใจต่อบุคลากรที่ปฏิบัติงาน&nbsp;ช่วยให้การทำงานของบุคลากรมีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;</span></p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506101548624"],
    [66,"ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท ชวนเกษตรกรทำประกันภัยข้าวนาปี ขยายเวลาโครงการไปสิ้นสุด 31 พ.ค.นี้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจินตกร&nbsp;เรืองเสน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดชัยนาท&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19&nbsp;รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;&nbsp;ครม.มีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;มี.ค.64&nbsp;ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;โดยปกติโครงการนี้&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;สิ้นสุดโครงการเมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;แต่เป็นช่วงการระบาดของโควิด-19&nbsp;จึงเลื่อนกำหนดไปสิ้นสุดในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;สำหรับรายละเอียดโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;เป็นการทำประกันใน&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ส่วนแรก&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;การประกันภัยขั้นพื้นฐานเรียกทั่วไปว่าเทียร์&nbsp;1&nbsp;คือเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เกษตรกรต้องไปปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ตามแบบ&nbsp;&nbsp;ทบก.&nbsp;2564/65&nbsp;&nbsp;โดยทางรัฐบาล&nbsp;และ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ช่วยกันออกเบี้ยประกัน&nbsp;โดยคุ้มครองภัย&nbsp;7&nbsp;ภัย&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;ฝนตกหนัก&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;ฝนแล้ง&nbsp;พายุ&nbsp;พายุใต้ฝุ่น&nbsp;ภัยอากาศหนาว&nbsp;ลูกเห็บ&nbsp;ไฟไหม้&nbsp;และช้างป่า&nbsp;วงเงินความคุ้มครอง&nbsp;1,260&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;&nbsp;อีกส่วนหนึ่งความคุ้มครองศัตรูพืช&nbsp;&nbsp;และโรคระบาด&nbsp;วงเงินความคุ้มครอง&nbsp;630&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ส่วนนี้ทางรัฐบาล&nbsp;และ&nbsp;ธ.ก.ส.ออกค่าเบี้ยประกันให้&nbsp;90&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;และอีกส่วนหนึ่งหากเกษตรกรต้องการทำประกันภัยเพิ่มเติม&nbsp;&nbsp;หรือเรียกว่ารับประกันภัยส่วนเพิ่ม&nbsp;หรือเทียร์&nbsp;2&nbsp;เกษตรกรต้องไปสมัครเองโดยไปติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;หรือสมัครผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;A-Mobile&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ความเสี่ยง&nbsp;ราคาเบี้ยประกันไม่เท่ากัน&nbsp;อย่างเช่นพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอสรรพยา&nbsp;เบี้ยประกันภัย&nbsp;101&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ความเสี่ยงปานกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอสรรบุรี&nbsp;และอำเภอเนินขาม&nbsp;เบี้ยประกันภัย&nbsp;48&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ความเสี่ยงต่ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;อำเภอหนองมะโมง&nbsp;อำเภอวัดสิงห์&nbsp;และอำเภอหันคา&nbsp;&nbsp;เบี้ยประกันภัย&nbsp;24&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;หากเกิดความเสียหายจะมีวงเงินความคุ้มครอง&nbsp;240&nbsp;&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;สำหรับ&nbsp;7&nbsp;ภัย&nbsp;ส่วนความคุ้มครองภัยศัตรูพืชและโรคระบาด&nbsp;วงเงินคุ้มครอง&nbsp;120&nbsp;&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;เกษตรกรที่สนใจทำประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;2564&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.ใกล้บ้านท่าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506094636594"],
    [67,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน เพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน&nbsp;เพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ทำให้มีพายุฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และตราด&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,733&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,977&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดลำพูนและระยอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามผลการจัดสรรน้ำฤดูฝนปีนี้และเน้นย้ำทุกภาคส่วนจัดสรรน้ำตามแผน&nbsp;ด้วยการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเก็บกักน้ำช่วงต้นฤดูฝน&nbsp;เพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ช่วงฝนทิ้งช่วง&nbsp;อย่างกรมชลประทานได้ดำเนินการผันน้ำในพื้นที่&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;คือ&nbsp;ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปะเทียและอ่างเก็บน้ำลำจังหันไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&nbsp;//&nbsp;ผันน้ำจากลำปลายมาศที่สถานีสูบน้ำลำปลายมาศไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาด้านน้ำ&nbsp;โดยให้กรมชลประทาน&nbsp;กำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำน้อย&nbsp;ต.ตาลาน&nbsp;อ.ผักไห่&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;และกรมเจ้าท่า&nbsp;กำจัดผักตบชวาและวัชพืชบริเวณแม่น้ำลพบุรี&nbsp;ต.โพธิ์สามต้น&nbsp;อ.บางปะหัน&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการสัญจรทางน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506094213582"],
    [68,"กรมชลประทาน ร่วมป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เน้นย้ำติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประธาน</strong>&nbsp;กล่าวถึงบทบาทกรมชลประทานหลังประชุมคณะทำงานภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติบูรณาการและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และการบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลว่า&nbsp;ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;เฝ้าระวังพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;ด้วยการกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย&nbsp;เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามวิเคราะห์แนวโน้มสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;เน้นย้ำบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำให้สามารถกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด&nbsp;พร้อมกับจัดการจราจรน้ำตั้งแต่&nbsp;ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;อย่างเหมาะสม&nbsp;พร้อมเร่งระบายน้ำและผลักดันออกสู่ทะเลโดยเร็ว&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน</p><p><strong>ขณะที่นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;</strong>เปิดเผยสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น&nbsp;36,419&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;48&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;สามารถรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนได้รวมกันประมาณ&nbsp;39,648&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;หน่วยงานหรือประชาชนหากต้องการความช่วยเหลือ&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;หรือสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460</p><p><br></p><p><br></p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506095147598"],
    [69,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี โดยเฉพาะภาคเหนือ หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดี&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506095240601"],
    [70,"กรมปศุสัตว์ ให้บริการรับรอง GAP ฟรี เตรียมพร้อมฟาร์มหมูเกิน 500 ตัวสู่มาตรฐานบังคับ ช่วยให้มีระบบการป้องกันโรคที่เข้มแข็งขึ้น ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามที่คณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เห็นชอบกำหนดให้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกรฉบับทบทวน&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practices&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;เป็นมาตรฐานบังคับ&nbsp;โดยมีขอบข่ายการบังคับใช้แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ระยะ&nbsp;ตามขนาดการเลี้ยงสุกรคือ&nbsp;สุกรขุน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1,500&nbsp;ตัวขึ้นไป&nbsp;หรือสุกรแม่พันธุ์&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;120&nbsp;ตัวขึ้นไป&nbsp;ระยะเวลาปรับเปลี่ยน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;หลังประกาศราชกิจจาฯ&nbsp;สุกรขุน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;&nbsp;1,499&nbsp;ตัว&nbsp;หรือสุกรแม่พันธุ์&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;95&nbsp;-&nbsp;119&nbsp;ตัว&nbsp;ระยะเวลาปรับเปลี่ยน&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;หลังประกาศราชกิจจาฯ</p><p><strong>โดยขั้นตอนต่อไปสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;(มกอช.)&nbsp;</strong>จะมีการรับฟังความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งเกษตรกรฟาร์มสุกรที่อยู่ในเกณฑ์บังคับดังกล่าวและประชาชนทั่วไปโดยประกาศให้ทราบโดยทั่วกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;และให้เวลาแจ้งความคิดเห็นคัดค้าน&nbsp;ระยะเวลาไม่น้อยกว่า&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นนำผลการแสดงความคิดเห็นนั้นเสนอคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรเพื่อประกอบการพิจารณามาตรฐานบังคับต่อไป&nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรมีข้อคิดเห็นให้ติดตามข่าวและรีบแจ้งได้</p><p><strong>ในส่วนของกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมให้แก่เกษตรกรฟาร์มสุกรมาโดยลำดับ</strong>&nbsp;ซึ่งขณะนี้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานเดียวที่ให้บริการรับรองมาตรฐานฟาร์มสุกร&nbsp;GAP&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่ปี&nbsp;2542&nbsp;จนล่าสุดฉบับปรับปรุงปี&nbsp;2558&nbsp;ซึ่งเป็นฉบับก่อนมาตรฐานบังคับนี้&nbsp;โดยมียอดการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ทุกขนาดฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;4,768&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ซึ่งในจำนวนนี้มี&nbsp;4,531&nbsp;ฟาร์มที่จะเข้าเกณฑ์มาตรฐานบังคับ&nbsp;นับเป็นร้อยละ&nbsp;61.9&nbsp;จากจำนวนฟาร์มสุกรทั้งหมดที่จะต้องเข้าสู่มาตรฐานบังคับรวม&nbsp;7,314&nbsp;ฟาร์ม</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;เชิญชวนให้เกษตรกรฟาร์มสุกรที่มีสุกรขุนตั้งแต่&nbsp;500&nbsp;ตัวขึ้นไป</strong>&nbsp;หรือมีสุกรแม่พันธุ์&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;95&nbsp;ตัวขึ้นไปได้เตรียมความพร้อมการเข้าสู่&nbsp;GAP&nbsp;ไว้&nbsp;ซึ่งสามารถขอคำแนะนำได้จากเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทั้งระดับอำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;หรือเขต&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์ให้บริการฟรีตั้งแต่การอบรมให้ความรู้&nbsp;GAP&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;หรือการตรวจรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ให้แก่ฟาร์มท่านฟรี&nbsp;ซึ่งการทำตามหลักมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;7&nbsp;ข้อคือ&nbsp;องค์ประกอบฟาร์ม&nbsp;การจัดการฟาร์ม&nbsp;บุคลากร&nbsp;สุขภาพสัตว์&nbsp;สวัสดิภาพสัตว์&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;การบันทึกข้อมูล&nbsp;ถือเป็นสิ่งที่ให้ผลดีในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506101223617"],
    [71,"ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 800 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ","<p><strong>ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า&nbsp;800&nbsp;องค์กร&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจาก&nbsp;สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ&nbsp;ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนเป็นต้นมา&nbsp;พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม&nbsp;826&nbsp;องค์กร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;190&nbsp;ราย&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;169&nbsp;ราย&nbsp;//&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;237&nbsp;ราย&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;165&nbsp;ราย&nbsp;และภาคใต้&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สทนช.&nbsp;ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป&nbsp;พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ&nbsp;องค์กรภาคเกษตรกรรม&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;หรือภาคพาณิชยกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง&nbsp;ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;(ลำปาง&nbsp;สระบุรี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;และสุราษฎร์ธานี)&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์มาที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;แขวงตลาดบางเขน&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10210&nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้&nbsp;การพัฒนา&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การบำรุงรักษา&nbsp;การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ&nbsp;ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506101055615"],
    [72,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ จังหวัดสตูล อย่างต่อเนื่อง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล&nbsp;เกษตรอำเภอควนโดน&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้รับจ้างงานระดับตำบล&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;แก่เกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานขุดสระกักเก็บน้ำภายใต้โครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;แปลงเกษตรกรนางสาววิไลพร&nbsp;นุ่งอาหลี&nbsp;ตำบลควนสตอ&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;โดยกรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ได้ดำเนินการขุดสระกักเก็บน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;2,800&nbsp;ลบ.ม.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;153.5&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;(6&nbsp;อำเภอ&nbsp;14&nbsp;ตำบล)&nbsp;และจ้างงานระดับตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506111047653"],
    [73,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข-แมว&nbsp;บ้านทุ่งน้ำใส&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;123&nbsp;ตัว&nbsp;และแมว&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;133&nbsp;ตัว&nbsp;ให้บริการที่บ้านทุ่งน้ำใส&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506113001666"],
    [74,"สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย จัดอบรมเกษตรกรโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของเผ่นดิน ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมกรเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรหลักสูตร&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีการขยายพันธุ์ไม้ผล&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;ลุ่มน้ำหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดย&nbsp;นายประดิษฐ์&nbsp;อินตาพรม&nbsp;เกษตรจังหวัดเลย&nbsp;และนายวิรัตน์&nbsp;ทองเวียง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรที่สูงด่านช้าย&nbsp;กล่าวพบปะให้กำลังใจแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;นางนันทิยา&nbsp;ศรีทัดจันทา&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดอบรมในครั้งนี้&nbsp;พร้อมด้วยทีมวิทยากรจากกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;เกษตรที่สูงด่านช้ายและพืชสวนเลย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งหลักสูตรนี้&nbsp;เน้นให้ความรู้ในการปลูกและขยายพันธุ์ไม้ผล&nbsp;(เมืองหนาว)&nbsp;การจัดการศัตรูไม้ผล&nbsp;พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรได้สามารถขยายพันธุ์ไม้ผลด้วยตนเองได้&nbsp;และนำไปปรับใช้กับการเกษตรของตนเอง&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตรให้เกษตรกรสามรถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;\"พออยู่พอกิน\"&nbsp;ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่การเกษตร</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506112436662"],
    [75,"ปศุสัตว์ยโสธร จัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน รักษาสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายปรีชา&nbsp;ชำกรม&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จัดตั้งคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้านที่บ้านโนนยาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลพระเสาร์&nbsp;อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การจัดตั้งคลังยาสัตว์ในครั้งนี้เป็นหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการปักหมุดหมู่บ้านปลอดโรคสัตว์ยโสธร&nbsp;ที่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;27&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;200&nbsp;ตัว&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;250&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งได้มอบยาปฏิชีวนะ&nbsp;น้ำยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;อาหารเสริม&nbsp;วิตามิน&nbsp;แร่ธาตุก้อน&nbsp;ยาถ่ายพยาธิ&nbsp;และวัสดุสำหรับรักษาพยาบาลสัตว์เบื้องต้น&nbsp;ให้คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;นำเข้าเป็นคลังยาสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร&nbsp;และเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ของโรคระบาดสัตว์&nbsp;รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;และเดินหน้าจัดตั้งคลังยาสัตว์&nbsp;ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงสัตว์หนาแน่นอีกด้วย</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506113148669"],
    [76,"วราวุธ ขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วให้ถูกวิธีและทิ้งในที่เฉพาะ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนแยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยใช้แล้วให้ถูกวิธีและทิ้งในที่เฉพาะ&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะสิ่งที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวัน&nbsp;อย่างหน้ากากอนามัย&nbsp;ทั้งแบบหน้ากากผ้าและแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;ซึ่งหลังการใช้แล้วปัจจุบันพบหน้ากากอนามัยถูกทิ้งอยู่ตามข้างถนนและท่อระบายน้ำ&nbsp;จนกลายเป็นเศษขยะปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมาก&nbsp;จึงขอความความร่วมมือจากประชาชนให้แยกทิ้งขยะหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้องและถูกวิธี&nbsp;เพราะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอาจมีเชื้อโรคปะปนอยู่&nbsp;สิ่งสำคัญอาจทำให้เจ้าหน้าที่เก็บขยะได้รับเชื้อโรคเหล่านี้ไปอีกทางหนึ่ง&nbsp;ด้วยการขอให้แยกถุงทิ้งเฉพาะหน้ากากอนามัยใช้แล้วรวบรวมไว้&nbsp;จากนั้นนำไปทิ้งในจุดที่จัดเตรียมไว้สำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยโดยเฉพาะ&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือฝากทิ้งตามสถานพยาบาลใกล้บ้าน&nbsp;เนื่องจากขยะหน้ากากอนามัยถือเป็นขยะติดเชื้อประเภทหนึ่ง&nbsp;ต้องทิ้งให้ถูกที่อย่าทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป&nbsp;เพื่อสุขอนามัยที่ดีของตนเองและผู้ที่เก็บขยะหน้ากากอนามัยไปกำจัดด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ยังขอความร่วมมือจากประชาชนเกี่ยวกับการใช้บริการส่งอาหารตามบ้านและการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ช่วงนี้&nbsp;ด้วยการขอให้ช่วยกันลดปริมาณขยะที่ไม่จำเป็นลง&nbsp;เช่น&nbsp;ช้อนส้อมพลาสติก&nbsp;หากไม่จำเป็นต้องใช้ขอความกรุณาให้แจ้งผู้ให้บริการว่าไม่ขอรับ&nbsp;หรืออย่างกล่องพลาสติกที่ใส่อาหารมาส่ง&nbsp;หากใช้แล้วยังสามารถนำมาล้างเพื่อเก็บไว้ใช้ซ้ำได้อีก&nbsp;เพื่อช่วยกันลดปริมาณขยะและยืดอายุให้กับบ่อกำจัดขยะ&nbsp;หรือ&nbsp;Landfill&nbsp;ได้ทางหนึ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506115531679"],
    [77,"คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ มีมติทบทวนให้หน่วยงานของภาครัฐและเอกชนสามารถส่งออกไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ จากเดิมให้ อ.อ.ป.ส่งออกไม้สักสวนป่าเพียงรายเดียว เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา","<p><strong>คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ&nbsp;(คปช.)&nbsp;มีมติทบทวนให้หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนสามารถส่งออกไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ&nbsp;จากเดิมให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ส่งออกไม้สักสวนป่าเพียงรายเดียว&nbsp;เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ&nbsp;(คปช.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ด้วยการประชุมผ่านวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมได้มีมติขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการขออนุญาตส่งออกไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ&nbsp;จากเดิมที่อนุญาตให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นผู้ส่งออกไม้สักสวนป่าจำหน่ายต่างประเทศแต่เพียงรายเดียว&nbsp;เป็นการให้หน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชนสามารถส่งไม้สักออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศได้ด้วย&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเดิมให้เฉพาะไม้ผลบางชนิดเท่านั้นที่สามารถนำป้อนเข้าโรงงานแปรรูปไม้&nbsp;(โรงเลื่อย)&nbsp;ผลิตเป็นไม้แปรรูปหรือชิ้นไม้สับได้&nbsp;เป็นการเสนอให้เพิ่มไม้ผลทุกชนิดสามารถนำเข้าป้อนโรงงานแปรรูปไม้&nbsp;(โรงเลื่อย)&nbsp;ผลิตเป็นไม้แปรรูปหรือชิ้นไม้สับได้&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากต้นหรือกิ่งของไม้ผลชนิดต่างๆที่ตัดฟันออกให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์&nbsp;ถือเป็นการสร้างประโยชน์และรายได้ให้เกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ&nbsp;เพื่อดำเนินการปรับปรุงแผนแม่บทพัฒนาการป่าไม้แห่งชาติให้มีความสมบูรณ์ขึ้น&nbsp;ขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างนำเสนอร่างแผนแม่บทดังกล่าวให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา&nbsp;ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;ขณะเดียวกันได้เร่งปรับปรุงแก้กฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ให้ทันต่อสถานการณ์และตอบรับความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยมีพระราชบัญญัติที่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว&nbsp;9&nbsp;ฉบับ&nbsp;แล้วต้องดำเนินการจัดทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังรับทราบตามกรณีปัญหาการถือครองที่ดินของราษฎรบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน&nbsp;โดยคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;คือ&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา&nbsp;และสำนัก?งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้ดำเนินงานอย่างรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;ทั้งการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติให้แล้วเสร็จครบถ้วนเป็นปัจจุบัน&nbsp;และเร่งรัดการจัดทำกฎหมายลำดับรอง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ไม่มีที่ดินทำกินและได้อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน&nbsp;1&nbsp;:&nbsp;4,000&nbsp;(One&nbsp;Map)&nbsp;ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506131732734"],
    [78,"เทศบาลเมืองแพร่ ขอเชิญชวนประชาชนประดิษฐ์ \"เสวียนรักษ์โลก\" งดเผา ลดขยะอินทรีย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองแพร่&nbsp;โดยกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ขอเชิญชวนประชาชนประดิษฐ์&nbsp;\"เสวียนรักษ์โลก\"&nbsp;งดเผา&nbsp;ลดขยะอินทรีย์&nbsp;เอาใบไม้ไปทำปุ๋ย&nbsp;สุดยอดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาบรรพบุรุษสู่ปัจจุบันที่ถูกลืม&nbsp;ซึ่งในอดีตโบราณจะนำภูมิปัญญานี้ไปใช้ในการเก็บวัสดุทางการเกษตรต่างๆ&nbsp;โดยจะสร้างจากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ไม้ไผ่เป็นหลัก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"เสวียนรักษ์โลก\"&nbsp;งดเผา&nbsp;ลดขยะอินทรีย์&nbsp;เอาใบไม้ไปทำปุ๋ย&nbsp;โดยมีหลักการใช้เสวียนสร้างปุ๋ยให้กับต้นไม้&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1)&nbsp;สร้างเสวียนล้อมต้นไม้ไว้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2)&nbsp;เวลากวาดเศษใบไม้&nbsp;ใบหญ้า&nbsp;แทนที่จะเอาไปเผาทิ้งก็ให้เอาไปกองใส่ไว้ในเสวียนแทน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;ใช้น้ำหมักชีวภาพรดใส่เศษใบไม้ในเสวียน&nbsp;เพื่อเร่งการย่อยสลายและเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้แก่เศษใบไม้ใบหญ้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในส่วนข้อดีของการใช้เสวียนนั้น&nbsp;คือ&nbsp;ช่วยลดการเผาเศษใบไม้&nbsp;ช่วยลดโลกร้อน&nbsp;ช่วยลดขยะอินทรีย์&nbsp;ช่วยลดการใช้ปุ๋ยสารเคมีกับพืชยังช่วยประหยัดเงินด้วย&nbsp;เพราะไม้ไผ่ที่นำมาทำเสวียนนั้นสามารถสานเองได้แบบง่ายๆ&nbsp;จึงไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเพิ่มและเมื่อผุพังยังสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับต้นไม้ได้อีก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการ&nbsp;\"เสวียนรักษ์โลก\"&nbsp;ถืออีกโครงการที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติตามภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกษตรกรและยังเป็นโครงการที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับลูกหลานได้อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506135038787"],
    [79,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ให้คำแนะนำการเลี้ยงไก่พื้นเมือง การใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำให้กับเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้คำแนะนำการเลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;มอบยาปฏิชีวนะละลายน้ำให้กับเกษตรกร&nbsp;ให้คำแนะนำการใช้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายเป็นเกษตรกรบ้านห้วยน้ำเมย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปากหม้น&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;325&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรบ้านเดิ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;158&nbsp;ตัว&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506140414796"],
    [80,"กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้ชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ","<p><strong>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;สนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้ชุมชนและบุคลากรทางการแพทย์ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทั่วประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;วิเชียรศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ทำให้ภาคเอกชน&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนทั่วประเทศต้องดำเนินการตามมาตรการที่ภาครัฐและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;ส่วนบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด้านการสาธารณสุขต้องรับผิดชอบดูแลและเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงน้อยจนถึงผู้ป่วยที่มีอาการหนัก&nbsp;ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดที่ผลิตจากน้ำบาดาลบรรจุขวดไปส่งมอบให้ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;มูลนิธิดวงประทีป&nbsp;ชุมชน&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;เขตคลองเตย&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;1,300&nbsp;ขวด&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลโพธาราม&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;1,000&nbsp;ขวด&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;2,500&nbsp;ขวด&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลสนามเชียงใหม่&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;1,000&nbsp;ขวด&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลมหาราช&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;สนามกีฬา&nbsp;80&nbsp;พรรษา&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;1,000&nbsp;ขวด&nbsp;//&nbsp;โรงพยาบาลสนาม&nbsp;ณ&nbsp;มหาวิทยาลัยขอนแก่น&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;1,000&nbsp;ขวด&nbsp;และกรมแพทย์ทหารอากาศ&nbsp;เขตสายไหม&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;1,200&nbsp;ขวด&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;9,000&nbsp;ขวด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;ยังได้ให้การสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด&nbsp;100&nbsp;ขวดต่อวัน&nbsp;เพื่อนำไปไว้ที่ตู้ปันสุข&nbsp;ทส.&nbsp;ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับฝ่าวิกฤตโควิด-19&nbsp;บริเวณโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยตู้ปันสุขนี้จะเปิดให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมารับอาหารและน้ำดื่มด้วยตนเองได้ตั้งแต่เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;และจะเปิดให้บริการตู้ปันสุขนี้ต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19&nbsp;จะคลี่คลาย</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506141031801"],
    [81,"เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้ง พบวัวแดงกว่า 40 ตัว และสัตว์ป่าหลายชนิด ออกหากินบริเวณกลางทุ่งหญ้าโป่งช้างเผือก เกิดจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพและการจัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผน","<p><strong>เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้ง&nbsp;พบวัวแดงกว่า&nbsp;40&nbsp;ตัว&nbsp;และสัตว์ป่าหลายชนิด&nbsp;ออกหากินบริเวณกลางทุ่งหญ้าโป่งช้างเผือก&nbsp;เกิดจากการลาดตระเวนเชิงคุณภาพและการจัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนิตย์&nbsp;หนูยิ้ม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;12&nbsp;(นครสวรรค์)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พบฝูงวัวแดงและสัตว์ป่าหลากหลายชนิดในพื้นที่ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้ง&nbsp;หลังเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหัวขาแข้งได้ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพและสามารถบันทึกภาพฝูงวัวแดงได้ประมาณ&nbsp;40&nbsp;ตัว&nbsp;โดยจำนวนนี้เป็นลูกวัวแดงประมาณ&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;ออกกินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกใบอ่อนขึ้นมาใหม่หลังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเข้าจัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผน&nbsp;บริเวณหอดูสัตว์หอนกยูง&nbsp;(โป่งช้างเผือก)&nbsp;ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;พบมีฝูงหมูป่าอีกกว่า&nbsp;50&nbsp;ตัว&nbsp;เก้ง&nbsp;กวางป่า&nbsp;นกยูง&nbsp;เข้ามาใช้ประโยชน์บริเวณโป่งช้างเผือกด้วยเช่นกัน&nbsp;แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าและสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแหล่งมรดกโลกแห่งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายเพิ่มศักดิ์&nbsp;กนิษฐชาต&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่โป่งช้างเผือกเป็นโป่งที่มีต้นไม้ใหญ่ที่เป็นอาหารสัตว์ป่าได้&nbsp;เช่น&nbsp;มะเดื่อกระจายอยู่รอบๆ&nbsp;ขณะนี้กำลังสุกและร่วงหล่นอยู่ตามพื้น&nbsp;มีทุ่งหญ้าที่สมบูรณ์&nbsp;และมีลำห้วยทับเสลา&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านโป่ง&nbsp;โดยพื้นที่โป่งส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ&nbsp;จึงเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการอาศัยและหากินของสัตว์กีบอย่างมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้กำชับให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ&nbsp;(SMART&nbsp;PATROL)&nbsp;มาใช้ปฏิบัติงานอย่างจริงจังต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยป้องกัน&nbsp;ปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่า&nbsp;และลดการบุกรุกทำลายถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าที่ได้ผลดี&nbsp;ส่งผลทำให้จำนวนของสัตว์ป่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144257829"],
    [82,"กรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำ พร้อมรับมือฤดูฝน","<p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;อัศวิน&nbsp;ขวัญเมือง&nbsp;ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;และคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร&nbsp;ติดตามการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำในฤดูฝนในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงานกรุงเทพมหานคร&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;โดยสำนักการระบายน้ำ&nbsp;ได้รายงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำฝน&nbsp;น้ำเหนือและน้ำหนุน&nbsp;ซึ่งข้อมูลจากกรมอุตุนิยมระบุว่าประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนประมาณกลางสัปดาห์ที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ปริมาณฝนโดยรวมของทั้งประเทศจะมากกว่าในปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;ซึ่งจะก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;&nbsp;รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>กรุงเทพมหานคร&nbsp;จึงเตรียมพร้อมแผนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ</strong>และรับมือในภาพรวมแต่ละกรณีอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;กรณีน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุน&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม&nbsp;บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์&nbsp;ความยาว&nbsp;78.93&nbsp;กม.&nbsp;พร้อมเรียงกระสอบทรายในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันถาวรและเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมที่มีระดับต่ำ&nbsp;มีการติดตามสถานการณ์น้ำเหนือกับกรมชลประทาน&nbsp;และบริหารจัดการน้ำร่วมกับศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ในการติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;และส่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราจุดที่คาดว่าจะมีปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าท่วมพื้นที่ต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้พร้อมทำงานตลอดเวลา&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักการระบายน้ำและทุกสำนักงานเขต</strong>&nbsp;เตรียมระบบระบายน้ำ&nbsp;โดยมีการตรวจสอบประสิทธิภาพของอุโมงค์ระบายน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำ&nbsp;บ่อสูบน้ำให้พร้อมใช้งานทุกสถานี&nbsp;ลดระดับน้ำในคลองให้อยู่ในระดับต่ำ&nbsp;สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม&nbsp;&nbsp;อีกทั้งได้ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ&nbsp;ขุดลอกคูคลอง&nbsp;เปิดทางน้ำไหลและจัดเก็บขยะวัชพืชเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมทั้งเตรียมการสำรองเครื่องสูบน้ำกรณีฉุกเฉิน&nbsp;จัดหน่วยเร่งด่วน&nbsp;(BEST)&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ให้สามารถเข้าพื้นที่ในทันทีตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506144642832"],
    [83,"การประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ดครั้งที่ 3","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ด&nbsp;เตรียมปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่างบริเวณเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึง&nbsp;พร้อมพิจารณาทางไหลของระบบรับน้ำ-ระบายน้ำผ่านคลองบอระเพ็ด&nbsp;เป้าหมายเสร็จก่อน&nbsp;ระดับแม่น้ำน่านที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายฝนนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการบึงบอระเพ็ด&nbsp;โดยที่ประชุมติดตามเรื่องต่อเนื่องคือการปรับเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ด&nbsp;บริเวณด้านทิศใต้&nbsp;ซึ่งเมื่อปรับแล้วจะได้พื้นที่ประมาณ&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;มีโครงการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมบึงแห่งใหม่&nbsp;ในเบื้องต้นจะปลูกต้นไม้&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;ไร่&nbsp;เลือกปลูกเป็นต้นไม้ท้องถิ่นโตเร็ว&nbsp;โดยต้องขุดหลุมให้ลึกและกว้าง&nbsp;แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ผสมดินปลูก&nbsp;เนื่องจากมูลดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอเพ็ดเป็นดินที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอในการปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโต&nbsp;ส่วนชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูกได้ทำการทดลองปลูกที่แหลมตาเส็งแล้ว&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มะขามเทศ&nbsp;หว้า&nbsp;พะยอม&nbsp;ยางนา&nbsp;พฤกษ์&nbsp;สะเดา&nbsp;ขี้เหล็ก&nbsp;นนทรี&nbsp;ไผ่&nbsp;กระถินเทพา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ขอให้เสริมแคนาและทองอุไรเข้าไปด้วย&nbsp;ในส่วนของแคนาให้ไปขุดขึ้นมาชำ&nbsp;จาก&nbsp;พื้นที่สวนพระนอน&nbsp;ส่วนทองอุไรให้จัดซื้อต้นที่โตพอสมควรเพื่อให้รอดและเจริญเติบโตดี&nbsp;โดยจะปลูกรอบแรกในวันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการปรับปรุงอาคารบังคับน้ำและคลองบอระเพ็ดที่เชื่อมต่อจากแม่น้ำน่านระยะทางประมาณ&nbsp;2.7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งคลองอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า&nbsp;อาคารบังคับน้ำอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยเครื่องจักรกลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์นั้น&nbsp;ที่ประชุมได้มีการพิจารณาปรับธรณีประตูทั้ง&nbsp;4&nbsp;ช่องให้ลดลง&nbsp;จากระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;21.429&nbsp;เมตร&nbsp;เป็นระดับน้ำทะเลปานกลาง&nbsp;19.879&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อรับน้ำจากแม่น้ำน่านปลายฤดูฝนนี้ที่คาดว่าจำสูงถึงระดับธรณีประตูที่ปรับลงใหม่ประมาณ&nbsp;1.7&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมปรับคลองบอระเพ็ดตลอดสาย&nbsp;ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคจะเสนอเรื่องขออนุญาตไปยังกรมเจ้าท่าใช้เวลาประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;และสำนักงานชลประทานจังหวัดนครสวรรค์ประสานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนำเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการ&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับน้ำจากแม่น้ำน่านทันฤดูฝนนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506160301871"],
    [84,"กรมประมง ย้ำชาวประมงเร่งสมัครเข้าร่วมโครงการสินเชื่อ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หมดเขตยื่นขอกู้ 25 พฤษภาคมนี้ ","<p><strong>นายบัญชา&nbsp;สุขแก้ว&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง&nbsp;ที่มีกรอบวงเงินกู้&nbsp;จำนวน&nbsp;10,300&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์&nbsp;ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ประสบความเดือดร้อนขาดสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ&nbsp;ขณะนี้การดำเนินโครงการฯ&nbsp;ผ่านมาเกือบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;(เริ่มโครงการฯ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564)&nbsp;พบว่า&nbsp;ได้มีการอนุมัติสินเชื่อไปแล้วกว่า&nbsp;22.95%&nbsp;และอยู่ระหว่างการพิจารณาสินเชื่ออีก&nbsp;77.05%&nbsp;จากผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;5,438&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งมีเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;6,190&nbsp;ลำ&nbsp;รวมวงเงินสินเชื่อที่ต้องการ&nbsp;จำนวน&nbsp;6,359&nbsp;ล้านบาท&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564)&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงระยะเวลาเกือบ&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;การดำเนินโครงการพบมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง&nbsp;ซึ่งจากปัญหาต่างๆ&nbsp;กรมประมงจึงประชุมหารือร่วมกับผู้แทนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย&nbsp;สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม&nbsp;(บสย.)&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจ&nbsp;และพยายามหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยยืนยันว่าโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง&nbsp;มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวประมงให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;และสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอย่างแท้จริง&nbsp;ขอให้เชื่อมั่นในการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง&nbsp;ทั้งนี้เหลือเวลาอีกประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ที่โครงการดังกล่าวฯ&nbsp;จะหมดเขตการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถยื่นกู้ที่ธนาคาร&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้</p><p><strong>ขอให้พี่น้องชาวประมงที่ประสบความเดือดร้อนขาดสภาพคล่อง</strong>ในการประกอบอาชีพ&nbsp;โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้เร่งสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;โดยพี่น้องชาวประมงสามารถกู้เงินทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;7&nbsp;ต่อปี&nbsp;ผู้ประกอบการจะจ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ&nbsp;4&nbsp;ต่อปี&nbsp;และรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยมีกำหนดชำระคืนเงินกู้ภายในระยะเวลา&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;นับตั้งแต่วันที่กู้&nbsp;ซึ่งหากมีปัญหาหรือข้อสงสัย&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดชายทะเล&nbsp;ทั้ง&nbsp;22&nbsp;จังหวัด&nbsp;สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;สำนักงานประมงอำเภอและสมาคมประมงทุกพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506201214993"],
    [85,"วราวุธ สนับสนุนสิ่งของจำเป็นในตู้ปันสุข ทส. ให้กับเจ้าหน้าที่ในสังกัด พร้อม ขอให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สนับสนุนสิ่งของจำเป็นใน&nbsp;ตู้ปันสุข&nbsp;ทส.&nbsp;ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับ&nbsp;ฝ่าวิกฤตโควิด19&nbsp;ให้กับเจ้าหน้าที่ในสังกัด&nbsp;พร้อม&nbsp;ขอให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ให้ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ที่มารับแจกอาหารกล่องและน้ำดื่ม&nbsp;รวมถึง&nbsp;ผู้ประกอบการร้านค้าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ณ&nbsp;ตู้ปันสุข&nbsp;ทส.&nbsp;ปันน้ำใจจากผู้ให้สู่ผู้รับ&nbsp;ฝ่าวิกฤตโควิด19&nbsp;บริเวณโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;และโรงอาหาร&nbsp;ภายในอาคารกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สนับสนุนทุนการจัดซื้ออาหารกล่องและสั่งการให้เพิ่มจำนวนจากวันละ&nbsp;100&nbsp;กล่อง&nbsp;เป็นวันละ&nbsp;150&nbsp;กล่อง&nbsp;เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัด&nbsp;และช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าภายในอาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและรักษาระยะห่างทางสังคมตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ขอเชิญชวนข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานสามารถรับและร่วมแบ่งปันอาหารและน้ำดื่มสะอาดได้ที่&nbsp;ตู้ปันสุข&nbsp;ทส.&nbsp;ปันน้ำใจ&nbsp;จากผู้ให้สู่ผู้รับ&nbsp;ฝ่าวิกฤตโควิด19&nbsp;ทุกวันตั้งแต่เวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์โควิด19&nbsp;จะคลี่คลาย</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506152927853"],
    [86,"จังหวัดลำพูนเร่งสนับสนุนแนวทางการกระจายผลผลิตมะม่วง ลำไย ออกสู่ตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูนประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร&nbsp;อันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อสนับสนุนแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถกระจายผลผลิต&nbsp;มะม่วง&nbsp;ลำไย&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;หลังประสบปัญหาจากไวรัสโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;และการแข่งขันทางการตลาดกับประเทศในกลุ่มอาเซียน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;จัดประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;โดยมีนายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพู&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนการกระจายผลผลิต&nbsp;มะม่วง&nbsp;ลำไย&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญ&nbsp;ประกอบด้วยการจัดสรรงบประมาณกิจกรรมเชื่อมโยงกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;ภายใต้โครงการบริหารจัดการผลไม้ปี&nbsp;2564,&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;และแนวทางปฏิบัติในการสนับสนุนค่าบริการจัดการ&nbsp;Mobile&nbsp;รถเร่ผลไม้กิจกรรมเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลไม้ภายใต้โครงการบริหารจัดการผลไม้ปี&nbsp;2564,&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไข&nbsp;และวิธีการดำเนินการโครงการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สถานการณ์การเพาะปลูกมะม่วงจังหวัดลำพูนในปีนี้&nbsp;มีเกษตรกรเพาะปลูกจำนวน&nbsp;11,288&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูกรวม&nbsp;31,304&nbsp;ไร่&nbsp;คาดการณ์ผลผลิต&nbsp;48,767&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งหลังจากประสบปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด-19&nbsp;และมะม่วงจากประเทศเพื่อนบ้านกำลังออกสู่ตลาด&nbsp;กรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการ&nbsp;แก่สถาบันการเกษตร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;แลผู้ประกอบการ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;และรณรงค์การบริโภคมะม่วงคุณภาพภายในประเทศผ่านช่องทางตลาดออนไลน์&nbsp;สถานการณ์ผลผลิตลำไยลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิตทั้งจังหวัด&nbsp;340,305&nbsp;ตัน&nbsp;สถานการณ์ด้านการตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการผลผลิตเกรด&nbsp;AA&nbsp;+A&nbsp;แต่ผลผลิตมีจำนวนจำกัด&nbsp;ซึ่งหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯจะผลักดันให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียน&nbsp;รับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;มากขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนมาตรการกระตุ้นการส่งออก&nbsp;กรมการค้าภายในจะสนับสนุน&nbsp;การเสริมสภาพคล่องการรับซื้อผลไม้&nbsp;โดยชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ระยะเวลา&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;สนับสนุนค่าบริหารจัดการผลผลิตออกนอกแหล่งแก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;และเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตภายในประเทศ&nbsp;ไปยังห้างสรรพสินค้า&nbsp;และตลาดท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506154048857"],
    [87,"คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคา งวดที่ 6","<p>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคา&nbsp;งวดที่&nbsp;6&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายผกายเนติ์&nbsp;เล่งอี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;กำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2563/64&nbsp;งวดที่&nbsp;6&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกับกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2563-31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;1-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;โดยมีระยะเวลาการปลูกไม่น้อยกว่า&nbsp;8&nbsp;เดือน&nbsp;มีสิทธิได้รับการชดเชยส่วนต่างรอบวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสำหรับการจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ปี&nbsp;2563/2564&nbsp;งวดที่&nbsp;6&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;2.38&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนต่างชดเชยกิโลกรัมละ&nbsp;0.12&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;12,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;86,065&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;109,507&nbsp;แปลง&nbsp;1,068,133&nbsp;ไร่&nbsp;หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัย&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;โทร.034-564294</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506165140887"],
    [88,"ศปก.พล.ตรวจสอบการฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างดินที่ปนเปื้อน 4 จุด บริเวณพื้นที่ตำบลกลางดงไปตรวจสอบ","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(ศปก.พล.)&nbsp;ตรวจสอบการฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมและเก็บตัวอย่างดินที่ปนเปื้อน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;บริเวณพื้นที่ตำบลกลางดงไปตรวจสอบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(ศปก.พล.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการให้กองตรวจมลพิษและสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สภ.กลางดง&nbsp;,&nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษพยัคฆ์ไพร&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีเรื่องร้องเรียนการฝังกลบกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณพื้นที่โรงงานและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนประชาชน&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลกลางดง&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อตรวจสอบพื้นที่ครอบครองของ&nbsp;บริษัท&nbsp;เอกอุทัย&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ&nbsp;ซึ่งกรมป่าไม้ได้ดำเนินคดีตรวจยึดไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;แต่ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม&nbsp;ด้วยการนำรถแบคโฮขุดในจุดที่พบค่าไอระเหยของสารอินทรีย์ระเหยง่าย&nbsp;โดยวิธี&nbsp;Soil&nbsp;Gas&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ขุดที่ระดับความลึก&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;พบทุกจุดมีกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง&nbsp;แล้วมีชั้นดินที่มีลักษณะการทับถมเป็นชั้น&nbsp;บางชั้นมีลักษณะของสารปนเปื้อนอยู่&nbsp;ศปก.พล.จึงได้ทำบันทึกร่วมกันและเก็บตัวอย่างดินที่ปนเปื้อนทั้ง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อนำไปวิเคราะห์ยังห้องปฏิบัติการและนำส่งพนักงานสอบสวน&nbsp;เพื่อใช้เป็นหลักฐานในคดีต่อไป</p>","2021-06-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210506170525895"],
    [89,"ผู้ว่าฯ เลย ลงพื้นที่พบปะและมอบนโยบายแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ \"รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ศาลากลางบ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ลงพื้นที่พบปะและมอบนโยบายแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ&nbsp;\"รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน\"&nbsp;ลุ่มน้ำหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดยมีนายประดิษฐ์&nbsp;อินตาพรม&nbsp;เกษตรจังหวัดเลย&nbsp;นางนันทิยา&nbsp;ศรีทัดจันทา&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;เจ้าหน้าที่เกษตร&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;เข้าร่วมรับนโยบาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดเลยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่อันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการ&nbsp;\"รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน\"&nbsp;ลุ่มน้ำหมัน&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดยการน้อมนำแนวทางพระราชดำริฯ&nbsp;สร้างป่าสร้างรายได้ตามกระบวนการ&nbsp;\"เข้าใจ&nbsp;เข้าถึง&nbsp;พัฒนา\"&nbsp;ด้วยการปลูกไม้ป่า&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชเกษตรหลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่ได้ให้สูงขึ้น&nbsp;เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ทำให้มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นสุข</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางนันทิยา&nbsp;ศรีทัดจันทา&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยได้เสนอของบประมาณโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ&nbsp;รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน\"&nbsp;ลุ่มน้ำหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;\"พออยู่พอกิน\"&nbsp;ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;โครงการ&nbsp;2&nbsp;กิจกรรม&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีการขยายพันธุ์ไม้ผลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;เรื่องการขยายพันธุ์ไม้ผลด้วยวิธีการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;อบรมเกษตรกร&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1&nbsp;วันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และรุ่นที่&nbsp;2&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ศาลากลางบ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;(พืชสวน)&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรเลย&nbsp;(เกษตรที่สูงด่านซ้าย)&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตร&nbsp;และสหกรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;จัดทำแปลงต้นแบบการขยายพันธุ์ไม้ผลสนับสนุน&nbsp;ต้นพันธุ์ไม้ผล&nbsp;ประกอบด้วยย&nbsp;อะโวกาโด&nbsp;มะคาเดเมีย&nbsp;เงาะ&nbsp;และฝรั่ง&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงละ&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;โดยการสนับสนุนต้นพันธุ์ไม้ผล&nbsp;ทั้งชนิดและปริมาณ&nbsp;พิจารณาตามความเหมาะสมกับพื้นที่ปลูก&nbsp;โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า&nbsp;เป็นหลักสำคัญ&nbsp;เพื่อให้เป็นแปลงต้นแบบขยายผลถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรรายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;รวมทั้งได้ให้แปลงต้นแบบ&nbsp;24&nbsp;แปลงนี้&nbsp;ทำสัญญาคืนพันธุ์ไม้ให้แก่ชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;30%&nbsp;ภายในระยะเวลา&nbsp;3-5&nbsp;ปี&nbsp;อีกด้วย</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507075608056"],
    [90,"เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีเปิดเผยผลการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสุพรรณบุรี  ปี 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีรศักดิ์&nbsp;บุญเชิญ&nbsp;เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดให้มีการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;มีแนวโน้มการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบแก่วิสาหกิจชุมชนอื่นๆ&nbsp;ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;อันจะเป็นการกระตุ้นและพัฒนาประสิทธิภาพการประกอบการที่ดี&nbsp;รวมทั้งเป็นการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์&nbsp;ยกย่อง&nbsp;ประกาศเกียรติคุณของวิสาหกิจชุมชนที่มีผลงานดีเด่นสู่สาธารณชน&nbsp;โดยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกนั้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;ความคิดริเริ่ม&nbsp;2)&nbsp;ความสามารถในการบริหารและการจัดการสถาบัน&nbsp;3)&nbsp;บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน&nbsp;4)&nbsp;ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบันและ&nbsp;5)&nbsp;การทำกิจกรรมด้านสวัสดิการชุมชน&nbsp;สาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะทำงานประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;นำโดย&nbsp;นายชูชีพ&nbsp;พงษ์ไชย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจประเมินวิสาหกิจชุมชนที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;จาก&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;และพิจารณาคัดเลือกจากวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยผลการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;อันดับที่&nbsp;1&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนสารสกัดสมุนไพร&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และอันดับที่&nbsp;3&nbsp;ได้แก่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านตะค่า&nbsp;บ้านชีปะขาว&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า&nbsp;อำเภอสองพี่น้อง&nbsp;นั้นเกิดจากการรวมกลุ่มของคนในชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ต้องการแก้ไขปัญหาความยากจนของคนชุมชน&nbsp;ด้วยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้&nbsp;เริ่มต้นจากส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว&nbsp;ไว้บริโภคภายในครัวเรือน&nbsp;และเมื่อมีส่วนที่เหลือจากการบริโภค&nbsp;จึงนำมาแบ่งขาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;มีการเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ&nbsp;จนสามารถมีเงินทุนนำมาต่อยอด&nbsp;เกิดเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ประกอบกิจการ&nbsp;ผลิตพืชผักอินทรีย์&nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;มีมาตรฐานรับรอง&nbsp;นอกจากการประกอบกิจการที่มีความเข้มแข็งและมั่นคงแล้ว&nbsp;วิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า&nbsp;ยังเล็งเห็นความสำคัญของการทำกิจกรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านสวัสดิการชุมชน&nbsp;สาธารณประโยชน์&nbsp;โดยได้จัดทำโครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"ยืมอนาคต&nbsp;สร้างอนาคต\"&nbsp;ให้สมาชิกที่มีฐานะยากจน&nbsp;ไม่มีที่ดินทำกิน&nbsp;สามารถสร้างอาชีพ&nbsp;จากการปลูกผักอินทรีย์&nbsp;ในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรจากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเมื่อเกิดรายได้ก็สามารถผ่อนจ่ายที่ดินนั้นให้เป็นของตนเองได้&nbsp;จึงนับได้ว่าวิสาหกิจชุมชนบ่อสุพรรณดอนศาลเจ้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอสองพี่น้องนั้น&nbsp;สามารถเป็นต้นแบบที่ดีให้กับวิสาหกิจชุมชนอื่นๆ&nbsp;นำไปเป็นตัวอย่างในการดำเนินการต่อไปได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507093645063"],
    [91,"สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 2 ราชบุรี หนุนแปลงใหญ่ทำเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืนสนองตลาดผู้บริโภค","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;ราชบุรี&nbsp;ผลักดันการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในกลุ่มแปลงใหญ่ผัก&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;อ.สองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;นางธัญธิตา&nbsp;บุญญมณีกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ผักบ่อสุพรรณ&nbsp;ต.บ่อสุพรรณ&nbsp;อ.สองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งมี&nbsp;นายปฐมพงศ์&nbsp;จาตุพิศาลพงษ์&nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;58&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;230&nbsp;ไร่&nbsp;ผลิตผักกินใบ&nbsp;23&nbsp;ชนิด&nbsp;ผักกินผล&nbsp;17&nbsp;ชนิด&nbsp;โดยแต่เดิมในปี&nbsp;2555&nbsp;ผู้นำชุมชนได้นำนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;มาจัดทำโครงการ&nbsp;\"ผักสวนครัวรั้วกินได้\"&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนเริ่มต้น&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขยายผลเป็น&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิตมากขึ้น&nbsp;เกิดผลผลิตล้นตลาดจึงได้ประสานหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)&nbsp;ยามยาก&nbsp;ส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์&nbsp;และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสุพรรณดอนศาลเจ้า&nbsp;มูลนิธิเพื่อนพึ่ง&nbsp;(ภาฯ)&nbsp;มุ่งเน้นแนวทางการผลิตเกษตรอินทรีย์&nbsp;สมาชิกเริ่มต้น&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เกิดรายได้ที่ชัดเจน&nbsp;และเป็นที่พอใจของสมาชิก&nbsp;ต่อมา&nbsp;มีการทำโครงการ&nbsp;\"ยืมอนาคต&nbsp;สร้างอนาคต\"&nbsp;&nbsp;โดยการให้สมาชิกที่ยากจนซื้อที่ดินของชุมชนเพื่อปลูกผักอินทรีย์&nbsp;และหักเงินค่าที่ดินจากค่าขายผัก&nbsp;ภายหลังเกิดปัญหาผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดจึงเกิดการสร้างเครือข่ายขึ้น&nbsp;ต่อมาปี&nbsp;2561&nbsp;ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่ผัก&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;ต.บ่อสุพรรณ&nbsp;อ.สองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง&nbsp;การจัดซื้อปัจจัยการผลิต&nbsp;สร้างอำนาจต่อรองการตลาด&nbsp;และขยายช่องทางการตลาดมากขึ้น&nbsp;วางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน&nbsp;และในปี&nbsp;2562&nbsp;ได้จดทะเบียนเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่บ่อสุพรรณ&nbsp;และบริหารจัดการกลุ่มแปลงใหญ่โดยเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;7&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยส่งผลผลิตไปยังตลาดโรงพยาบาล&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;รพ.เจ้าพญายมราช&nbsp;และ&nbsp;รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่&nbsp;17&nbsp;พร้อมทั้งส่งไปยังบริษัทต่างๆ&nbsp;จุดเด่นของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;คือ&nbsp;มีมาตรฐานออร์แกนิก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไทยแลนด์จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;และยังมีวิธีการเพาะปลูกที่ทำให้ผักมีคุณภาพ&nbsp;ซึ่งความรู้เรื่องการผลิตผักอินทรีย์&nbsp;และด้านการใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่ทุกระดับตั้งแต่สำนักงานเกษตรอำเภอสองพี่น้อง&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;เป็นอย่างดี&nbsp;นอกเหนือจากความรู้ทางวิชาการแล้ว&nbsp;ยังมีการส่งเสริมและให้คำแนะนำในการบริหารจัดการแปลงใหญ่ในด้านต่างๆ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต&nbsp;มีการบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ทั้งยังส่งเสริมการตลาด&nbsp;โดยใช้ระบบตลาดนำการผลิต&nbsp;นอกจากนี้ยังได้พัฒนาคุณภาพสินค้าโดยได้นำการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;มาส่งเสริมกับเกษตรกรแปลงใหญ่แห่งนี้อีกด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรแปลงใหญ่ผักกลุ่มนี้ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;PGS&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ราย&nbsp;และมาตรฐานอินทรีย์&nbsp;Organic&nbsp;Thailand&nbsp;31&nbsp;ราย&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และมีการตลาดที่ดีเยี่ยม&nbsp;มีการวางแผนการผลิตโดยใช้ระบบตลาด</p><p>นำการผลิต&nbsp;สามารถรวมกันผลิตเพื่อสร้างอำนาจต่อรองราคาและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายได้มากขึ้นทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงอย่างเห็นได้ชัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;รัฐบาลมีแผนการดำเนินงานโครงการด้านเกษตรอินทรีย์กว่า&nbsp;200&nbsp;โครงการ&nbsp;งบประมาณ&nbsp;1.9&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;และมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ให้ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;1.3&nbsp;ล้านไร่&nbsp;&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507101928076"],
    [92,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ พร้อมคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ช่วงฤดูฝนนี้มีเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม โดยเฉพาะเขตชลประทาน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่ช่วงฤดูฝนนี้มีเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม&nbsp;โดยเฉพาะเขตชลประทาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองทำให้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ราชบุรี&nbsp;95&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;นครนายก&nbsp;69&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;138&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การ&nbsp;แหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,710&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,950&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดยะลาและสงขลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าช่วงฤดูฝนนี้แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม&nbsp;โดยเดือนเมษายนที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณฝนตกเฉลี่ยรายเดือนมากกว่าค่าปกติ&nbsp;87&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และมากกว่าการคาดการณ์&nbsp;10&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เดือนเมษายนรวม&nbsp;1,154&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;349&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;229&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;13&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;53&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;311&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และภาคใต้&nbsp;198&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งจากคาดการณ์พบจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าช่วงฤดูฝนนี้เพิ่มอีก&nbsp;33,195&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เมื่อรวมกับปริมาณน้ำต้นทุนช่วงหน้าแล้ง&nbsp;14,683&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จะมีปริมาณน้ำรวม&nbsp;47,878&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ถือว่าเพียงพอสำหรับความต้องการการใช้น้ำในเขตชลประทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507095915069"],
    [93,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก โดยเฉพาะภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;หลังฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507100237070"],
    [94,"หลายภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรกระจายลิ้นจี่ออกสู่ตลาด ลดผลกระทบ ช่วงโควิด-19 ระบาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางณิชรัศม์&nbsp;แลวงค์นิล&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภองาว&nbsp;สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง&nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดลำปาง&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;บ้านแม่แก้&nbsp;ตำบลบ้านอ้อน&nbsp;และบ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;ตำบลปงเตา&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งปีนี้ผลผลิตลิ้นจี่ทั้งสองพื้นที่มีประมาณ&nbsp;70&nbsp;ตัน&nbsp;มีเกษตรกรที่ปลูกจำนวน&nbsp;32&nbsp;ราย&nbsp;มีแนวทางการส่งออกและจำหน่ายผลผลิตลิ้นจี่&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มเกษตรกรบ้านแม่แก้&nbsp;(1.)จะขายผลผลิตทางออนไลน์&nbsp;และส่งผลผลิตให้กับพ่อค้าคนกลาง&nbsp;(2.)สำนักงานพาณิชย์&nbsp;สำนักงานสภาเกษตร&nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดและอำเภองาว&nbsp;ช่วยหาตลาดและจัดหาออเดอร์ให้กับเกษตรกร&nbsp;(3.)สำนักงานพาณิชย์&nbsp;จัดหากล่องใส่ผลไม้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ขนาดบรรจุกล่องละ&nbsp;10&nbsp;กก.&nbsp;(4.)สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;อำเภองาว&nbsp;รับขึ้นทะเบียนจดเป็นวิสาหกิจชุมชนให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และ&nbsp;(5.)สำนักงานไปรษณีย์&nbsp;คิดค่าขนส่งผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ในราคา&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;และกิโลกรัมต่อไปกิโลละ10&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกลุ่มเกษตรกรบ้านบ่อสี่เหลี่ยม&nbsp;(1.)สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภองาว&nbsp;รับขึ้นทะเบียนจดเป็นวิสาหกิจชุมชนให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;(2.)สำนักงานไปรษณีย์&nbsp;คิดค่าขนส่งผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ให้&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;กิโลกรัมต่อไป&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;(3.)สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง&nbsp;รับซื้อลิ้นจี่ของเกษตรกร&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;ขนาดไซค์&nbsp;A,B&nbsp;โดยจะเริ่มรับซื้อประมาณวันที่&nbsp;12&nbsp;พ.ค.64</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507110228096"],
    [95,"ชาวสวนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนถล่ม สร้างความเสียหายแก่ชาวสวน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่สวนตาบุญทันยายกล่อง&nbsp;บ้านซำตารมย์&nbsp;ตำบลตระกาจ&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นางสาวสายชล&nbsp;เครือแก้ว&nbsp;กำนันตำบลตระกาจ&nbsp;ได้ออกสำรวจความเสียหายสวนทุเรียนภูเขาไฟที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดลมพายุพัดโหมกระหน่ำในเขตตำบลตระกาจ&nbsp;เมื่อช่วงใกล้ค่ำของวันที่&nbsp;5&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการสำรวจพบว่าเกษตรกรชาวสวนทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;กำลังช่วยกันเดินเก็บลูกทุเรียนภูเขาไฟที่หล่นลงมากองอยู่กับพื้น&nbsp;เก็บรวบรวมนำเอาไปกองรวมกันไว้จำนวนมาก&nbsp;ซึ่งทุเรียนเหล่านี้จะสุกภายในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้&nbsp;และพร้อมที่จะนำออกสู่ท้องตลาด&nbsp;เพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่ชื่นชอบทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;โดยเกษตรกรต่างมีใบหน้าที่เศร้าหมองเนื่องจากว่า&nbsp;ในปีนี้ปลูกทุเรียนโดนลมพายุพัดต้นทุเรียนรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ลูกทุเรียนร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งลูกทุเรียนภูเขาไฟที่เก็บมากองรวมกันไว้&nbsp;ได้มีการแบ่งปันไปให้ประชาชนทั่วไปในเขตอำเภอกันทรลักษ์ได้มารับเอาไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อจะได้นำเอาไปประกอบอาหารจำพวกของหวานและขนมหวานทอดกรอบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นการแบ่งปันความสุขให้กับประชาชนทั่วไปในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;แม้ว่าเกษตรกรจะมีความเสียดายมากที่ผลผลิตทุเรียนภูเขาไฟต้องร่วงหล่นจำนวนมาก&nbsp;แต่หากเก็บเอาไว้ก็คงจะไม่สามารถที่จะนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้หมด&nbsp;จึงต้องแจกจ่ายให้กับคนทั่วไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางกล่อง&nbsp;จันทรักษ์&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนปลูกทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ต้นในเนื้อที่&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าจะได้ผลผลิตและรายได้จากการจำหน่ายทุเรียนภูเขาไฟประมาณ&nbsp;4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;แต่ว่าปีนี้ไม่คิดว่าจะโดนภัยธรรมชาติทำให้ลูกทุเรียนภูเขาไฟหล่นลงมากองกับพื้นจำนวนมากร่วม&nbsp;200&nbsp;ลูก&nbsp;ทำให้ตนเสียใจมากเพราะคิดว่าปีนี้หลังจากขายทุเรียนภูเขาไฟแล้วจะมีเงินนำเอาไปใช้หนี้สินจำพวกค่าปุ๋ย&nbsp;และค่าใช้จ่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการปลูกทุเรียนภูเขาไฟซึ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำ&nbsp;โดยกำนันตำบลตระกาจ&nbsp;ได้มาสำรวจความเสียหายแล้วก็หวังว่าทางราชการจะให้ความช่วยเหลือเพื่อที่ตนจะได้มีกำลังใจในการทำสวนทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507104657086"],
    [96,"เตือนประชาชนเฝ้าระวังพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกช่วง 2-3 วันนี้ โดยเฉพาะบริเวณประเทศไทยตอนบน","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;</strong>รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยตั้งแต่วันนี้&nbsp;(7พ.ค.64)&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้พัดปกคลุมประเทศไทยอยู่&nbsp;ทำให้ลักษณะอากาศหลายพื้นที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก&nbsp;มีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขณะที่ภาคเหนือ&nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;อาจมีลูกเห็บตกบางแห่งส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;และภาคใต้&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองที่อาจจะเกิดขึ้น</p><p><strong>รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;ช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนเนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลคือ&nbsp;ฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153620323"],
    [97,"วช.สนับสนุน นวัตกรรมชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ผลิตจากยางพาราไทย ลดการนำเข้า สร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกร และผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ในประเทศไทย","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สนับสนุน นวัตกรรมชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ผลิตจากยางพาราไทย ลดการนำเข้า สร้างความยั่งยืนแก่เกษตรกร และผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ในประเทศไทย</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ผศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า&nbsp;ภายหลังการผ่าตัดของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ หรือผู้ประสบอุบัติเหตุทางช่องท้อง บางรายต้องพบเจอกับปัญหาความพิการ ต้องขับถ่ายอุจจาระทางรูเปิดของลำไส้ที่ผนังหน้าท้อง ซึ่งไม่มีหูรูด หรือ ทวารเทียม ดังนั้น จึงผลิตชุดอุปกรณ์รองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม จากยางพาราไทย เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ด้วยความร่วมมือของสหสาขา เช่น ด้านผู้ผลิตยางพารา ด้านการแพทย์ ภาคเอกชนหลายองค์กร เป็นต้น โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่ายางพารา ซึ่งข้อดี ที่ผลิตโดยยางพาราไทย คือ ระคายเคืองผิวน้อย พัฒนาขนาดอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพของคนไทย สามารถเก็บกลิ่นได้ดีกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยีของ PTTGC ต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้า 2-10 เท่า ผลิตภัณฑ์มีมาตรฐาน อย.และได้รับรางวัลนวัตกรรมต่าง ๆ เป็นการช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางให้มีรายได้ ลดการขาดแคลนของอุปกรณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประหยัดเงินภาครัฐและตอบสนองความต้องการเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่โรงพยาบาลหลายแห่ง ที่ผ่านมา ได้แจกจ่ายไปยังในหลายจังหวัดด้วยการสนับสนุนของ วช. และมีการสั่งซื้อจากผู้ที่สนใจเข้ามาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ของจำนวนการผลิตทั้งหมด ในอนาคต มั่นใจว่าจะเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น พร้อมเน้นย้ำแนวคิด จะส่งเสริมและพัฒนาการใช้ยางพาราร่วมกับทางการแพทย์ให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาให้ได้มาตรฐานต่าง ๆ เพิ่มเติม อาทิ มาตรฐาน Halal เพื่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์และพร้อมส่งออกได้</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ด้าน นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน วช. ได้สนับสนุนทุนวิจัย ให้มหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัยหลายแห่งให้สามารถผลิตและพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ของประเทศ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านการเกษตร&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และอื่นๆ ตามความเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น นวัตกรรมหลายประเภทสามารถผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์&nbsp;และอีกหลายโครงการเป็นการวางรากฐานงานวิจัยของไทยให้เกิดความเข้มแข็งในระยะยาวต่อไป</span></p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507103209080"],
    [98,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,216 ล้านโดส ใน 195 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 33.4 ล้านโดส ขณะที่ ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.6 ล้านโดส","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,216 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 33.4 ล้านโดส ขณะที่ ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.6 ล้านโดส</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,216 ล้านโดส ใน 195 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 19.7 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่า อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 250 ล้านโดส มีชาวอเมริกันกว่า 107 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว&nbsp;ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีน แล้ว ประมาณ 33.4 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 19.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 21.3 ล้านโดส</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 ได้มีการจัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด 2,291,676 โดส ได้ฉีดวัคซีนแล้ว 1,601,833&nbsp;คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น เข็มแรก 1,167,719 โดส / เข็มสอง 434,114 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 49.5%</span></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507102705079"],
    [99,"จ.แม่ฮ่องสอนเตรียมขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ปี 2565 จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อดำเนินโครงการกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิต เป้าหมาย 1,000 ตัน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมได้มีการติดตามสถานการณ์ด้านการผลิตและการตลาดกระเทียม&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;ซึ่งคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;21,572&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;5,115&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิต&nbsp;68,840.35&nbsp;ตัน(สด)&nbsp;(ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;3,079&nbsp;กิโลกรัม/ไร่)&nbsp;ผลผลิต&nbsp;22,946.78&nbsp;ตัน&nbsp;(แห้ง)&nbsp;เกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้ว&nbsp;3,958&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;16,228.50&nbsp;ไร่&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;เม.ย.64)&nbsp;ขณะนี้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จสิ้นแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการประชาสัมพันธ์การจำหน่ายกระเทียมผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;\"1&nbsp;คน&nbsp;1&nbsp;กิโล\"&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มียอดจำหน่าย&nbsp;26,450&nbsp;บาท&nbsp;และมีคำสั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;วิธีกระจายผลผลิตกระเทียมออกนอกแหล่งผลิตเป้าหมาย&nbsp;1,000&nbsp;ตัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507114943119"],
    [100,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโป่ง&nbsp;ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข-แมว&nbsp;ที่บ้านโป่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;113&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;41&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;154&nbsp;ตัว</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507121329146"],
    [101,"วว. เสริมแกร่งอุตสาหกรรมไทย ให้บริการวิเคราะห์ความเสียหายชิ้นส่วนวิศวกรรมกว่า 100 รายการ คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาทปี ป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">วว. เสริมแกร่งอุตสาหกรรมไทย ให้บริการวิเคราะห์ความเสียหายชิ้นส่วนวิศวกรรมกว่า 100 รายการ คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาท/ปี&nbsp;ป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;วว.&nbsp;กล่าวว่า ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ วว.ให้บริการวิเคราะห์รากของปัญหาความเสียหายเชิงโลหะวิทยาสำหรับชิ้นส่วนวิศวกรรม เนื่องจากความเสียหายของเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ และแม้แต่โครงสร้าง เป็นปัญหาสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมทุกประเภท จะนำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่ามหาศาล และอาจเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน การวิเคราะห์สาเหตุความเสียหายจึงมีความสำคัญ ทำให้ทราบถึงรากของปัญหาหรือสาเหตุที่แท้จริงของความเสียหาย ช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และช่วยยกระดับความปลอดภัยในการใช้งานชิ้นส่วนวิศวกรรม อาทิ ชิ้นส่วนวิศวกรรม ซึ่ง วว. ให้บริการวิเคราะห์ครอบคลุมในอุตสาหกรรมต่างๆ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตโครงสร้างสลิง&nbsp;อุตสาหกรรมอาหาร&nbsp;อุตสาหกรรมปิโตรเคมี&nbsp;อุตสาหกรรมเคมี&nbsp;เป็นต้น ดังนั้นความสามารถในการวิเคราะห์การเสียหายของวัสดุได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดอย่างหนึ่งในวิชาชีพวิศวกรรม และยังเพิ่มขีดความสามารถในการออกแบบและวิศวกรรมให้สูงขึ้น เป็นประโยชน์ในการป้องกันและลดการเสียหายของชิ้นส่วนในอนาคต&nbsp;ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับบริการจาก ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ วว. ติดต่อได้ที่&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์ 0 2577-9264-79&nbsp;&nbsp;</span></p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507143225241"],
    [102,"สอวช. ร่วมกับ ม.เกษตร กำแพงแสน เตรียมขยายผล ชะอวดโมเดล ช่วยชาวสวนมังคุด ปาล์ม ภาคใต้ หนุนเป็นเกษตรพรีเมียม","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สอวช.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ม.เกษตร&nbsp;กำแพงแสน&nbsp;เตรียมขยายผล&nbsp;ชะอวดโมเดล&nbsp;ช่วยชาวสวนมังคุด&nbsp;ปาล์ม&nbsp;ภาคใต้&nbsp;หนุนเป็นเกษตรพรีเมียม&nbsp;แนะเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกพืชดาวรุ่ง&nbsp;ส้มโอทับทิมสยาม&nbsp;-&nbsp;ทุเรียน&nbsp;หลังพบราคาดีต่อเนื่อง</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกิติพงค์&nbsp;พร้อมวงค์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย&nbsp;และนวัตกรรมแห่งชาติ&nbsp;(สอวช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สอวช.จะต่อยอดโครงการ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">บูรณาการวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลทางเศรษฐกิจสูง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์เทคโนโลยีชีวภาพเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;วิทยาเขตกำแพงแสน&nbsp;ช่วยชาวสวนมังคุด&nbsp;อ.ชะอวด&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชตามวิถีให้ได้ผลผลิตที่มีราคา&nbsp;จึงนำแนวคิด&nbsp;ชะอวดโมเดล&nbsp;มาปรับใช้เพิ่มผลผลิตให้กับชาวสวนใน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;คณะอาจารย์จาก&nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&nbsp;วิทยาเขตกำแพงแสน&nbsp;จึงได้ให้ความรู้ด้านการแต่งกิ่งเพื่อให้แสงเข้าถึง&nbsp;ความชื้นพอเหมาะ&nbsp;ดูเรื่องของดินและการให้ปุ๋ยตามเวลา&nbsp;จึงทำให้ได้ผลผลิตดี&nbsp;ขายได้ในราคาสูง&nbsp;บางพื้นที่สามารถทำมังคุดได้นอกฤดู&nbsp;ผลใหญ่&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;ลูกต่อกิโลกรัม&nbsp;สามารถขายได้ในราคากิโลละ&nbsp;120-180&nbsp;กว่าบาท&nbsp;ถือเป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนอย่างดี</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การยกระดับเกษตรกรให้เป็นเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;องค์ความรู้และคณะอาจารย์&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญ&nbsp;ในมหาวิทยาลัย&nbsp;จะช่วยได้&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;สอวช.&nbsp;กำลังผลักดันให้สามารถทำได้&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กำลังดูการวิจัยเชิงระบบเพิ่มเติมจะทำอะไรได้บ้างกับเกษตรตำบล&nbsp;และเกษตรอำเภอ&nbsp;และ&nbsp;ในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะที่&nbsp;อ.ปากพนัง&nbsp;สามารถปลูกส้มโอทับทิมสยาม&nbsp;ขายได้ในราคาที่สูงมาก&nbsp;และรสชาติอร่อยกว่าส้มโอทั่วไป&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงอาจจะมีการหารือกันถึงการขยายพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ก็ยังเป็นพืชที่ตายง่าย&nbsp;ซึ่งจะเข้าไปช่วยกันแก้ปัญหาในจุดนี้&nbsp;เพราะทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่ยังมีตลาดใหญ่&nbsp;สามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกได้อีกมาก</span></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507125352191"],
    [103,"กรมชลประทาน เดินหน้ารับมือฤดูฝนปี 2564 เต็มที่ เน้นเก็บกักน้ำให้มากที่สุด สำรองน้ำไว้ใช้ในแล้งหน้าอย่างไม่ขาดแคลน ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ขณะนี้ได้สิ้นสุดของการบริหารจัดการในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2563/64&nbsp;ที่เริ่มตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พ.ย.&nbsp;63&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เม.ย.64&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;ผลการจัดสรรน้ำหน้าแล้งทั้งประเทศเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกบริเวณพื้นที่ท้ายเขื่อน&nbsp;ส่งผลให้การใช้น้ำจากเขื่อนลดลง&nbsp;ที่สำคัญยังได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรในการนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติในพื้นที่ของตน&nbsp;อาทิ&nbsp;บ่อยืม&nbsp;หนองและบึงต่างๆ&nbsp;มาใช้ในการเพาะปลูก&nbsp;ทำให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนและเพียงพอ&nbsp;ขณะที่การทำนาปรังประมาณ&nbsp;2.79&nbsp;ล้านไร่&nbsp;เก็บเกี่ยวแล้ว&nbsp;2.593&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนใหญ่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองทำการเพาะปลูก&nbsp;ขณะเดียวกันตลอดในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างปราณีตและรัดกุม&nbsp;โดยจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก</p><p><strong>ด้านนายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เริ่มต้นการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศมีปริมาณน้ำรวมกัน&nbsp;36,442&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีก&nbsp;&nbsp;39,626&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สำหรับการบริหารจัดการน้ำและการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;ได้วางมาตรการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ&nbsp;การส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักหลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการและมีฝนตกในพื้นที่สม่ำเสมอ&nbsp;รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนหรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้ได้มากที่สุด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้กำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย</strong>&nbsp;กำหนดคน&nbsp;และกำหนดเครื่องจักรเครื่องมือกว่า&nbsp;5,935&nbsp;หน่วย&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;เน้นการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกัก&nbsp;(RULE&nbsp;CURVE)&nbsp;โดยพิจารณาปรับลดการระบายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา</p><p><br></p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507143459243"],
    [104,"วช.ส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 5,000 ชิ้น ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์โควิด-19","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;วช.ส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 5,000 ชิ้น ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ รับมือสถานการณ์โควิด-19</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานในพิธีส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95 5,000 ชิ้น ให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี โดยมี นางสาวนันทนา มีประเสริฐ ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รับมอบ ซึ่งจะนำไปใช้งานในโรงพยาบาลสนาม เพื่อรับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 พร้อมกล่าวว่า วช. พร้อมสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ ทั้งในส่วนของอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เพื่อให้บุคลากร เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล สำหรับการปฏิบัติหน้าที่รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิด KN95&nbsp;เป็นผลงานของศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) ที่ออกแบบและพัฒนาหน้ากากอนามัยชนิด KN95 เพื่อใช้ทางการแพทย์ เน้นออกแบบเพิ่มความกระชับให้แนบเข้ากับใบหน้า รอบจมูกและปาก เพื่อป้องกันโรคติดต่อ ทางเดินหายใจจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 และป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) หน้ากากอนามัย ชนิด KN95 ผ่านการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการ เทียบเท่ากับสินค้าท้องตลาด และวัสดุผลิตได้ในประเทศประเมินราคาต้นทุนต่อหน่วย เมื่อเทียบราคาตลาด จะถูกกว่า 20-30 บาทต่อชิ้น โครงการการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช. เพื่อผลิตและขยายกำลังการผลิตให้ได้มาตรฐานสากล และเพียงพอและตรงตามความต้องการของท้องตลาด อีกด้วย</span></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507141240229"],
    [105,"เอ็นไอเอ ชวนสตาร์ทอัพสาย ดีพเทค ร่วมเติบโตในอีอีซี","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เอ็นไอเอ&nbsp;ชวนสตาร์ทอัพสาย&nbsp;ดีพเทค&nbsp;ร่วมเติบโตในอีอีซี</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;NIA&nbsp;ขอเชิญชวนสตาร์ทอัพสาขาเทคโนโลยีเชิงลึก&nbsp;(DeepTech)&nbsp;ในกลุ่ม&nbsp;ARI-Tech&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;Artificial&nbsp;Intelligent&nbsp;(AI)&nbsp;2.&nbsp;Robotics&nbsp;และ&nbsp;3.Immersive&nbsp;IoT&nbsp;ร่วมพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสเติบโตในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;อีอีซี&nbsp;ในโครงการ&nbsp;NIA&nbsp;Deep&nbsp;Tech&nbsp;Incubation&nbsp;Program@EEC&nbsp;โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;ต่อยอดสู่การขยายธุรกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก&nbsp;พร้อมร่วมทำงานจริงกับองค์กรพันธมิตรชั้นนำในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;ที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมตอบสนองความต้องการของพื้นที่</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;สตาร์ทอัพที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้-&nbsp;12&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;พร้อมทั้งส่งรายละเอียดของบริษัทและแผนธุรกิจ&nbsp;(Pitch&nbsp;Deck)&nbsp;เข้ามาได้ที่&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://aritech.nia.or.th/eec\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">http://aritech.nia.or.th/eec</a><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;02-017555&nbsp;และ&nbsp;</span><a&nbsp;href=\"http://www.nia.or.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">www.nia.or.th</a>&nbsp;</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507141458230"],
    [106,"ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ปตท.ขับเคลื่อนพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทย","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ ปตท.ขับเคลื่อนพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทย&nbsp;&nbsp;</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อยกระดับมาตรฐานพัฒนาความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของประเทศ ระหว่าง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ณ สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งโครงการศูนย์การแพทย์ ศูนย์วิจัย และอุทยานวิทยาศาสตร์สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health Science Park) ตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อการพัฒนาเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในการกระจายวัคซีนให้กับประชากรในภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ เพื่อให้การควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประสานงานให้ความช่วยเหลือ รวมถึงให้บริการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับความเห็นชอบให้เป็นตัวแทนของรัฐบาล/ประเทศไทย ในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนเพื่อเพิ่มเป็นทางเลือกให้ประชาชนร่วมกับการบริหารจัดการวัคซีน</span></p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507143531247"],
    [107,"ก.ทรัพย์ เตรียมยื่นฟ้องกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน แห่งที่ 16 หลังตรวจสอบพบมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบกิจการโรงงาน","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เตรียมยื่นฟ้องกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน&nbsp;แห่งที่&nbsp;16&nbsp;หลังตรวจสอบพบมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบกิจการโรงงาน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงการติดตามตรวจสอบกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน&nbsp;แห่งที่&nbsp;16&nbsp;ว่า&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อมลพิษ&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินพยานหลักฐานการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ&nbsp;พิจารณาเอกสารหลักฐานการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด&nbsp;และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมกรณีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน&nbsp;แห่งที่&nbsp;16&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการพิจารณาประเมินพยานหลักฐานการตรวจพิสูจน์ของ&nbsp;คพ.&nbsp;และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;พบมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีอาญากับผู้ประกอบกิจการโรงงานที่อยู่บริเวณใกล้เคียง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;28&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2485&nbsp;โดยกรมชลประทานจะดำเนินการร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(บก.ปทส.)&nbsp;ด้าน&nbsp;คพ.&nbsp;และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2485&nbsp;กับผู้ประกอบกิจการโรงงานที่อยู่บริเวณใกล้เคียง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;คพ.&nbsp;จะร่วมกับ&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;และกรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;96&nbsp;และ&nbsp;97&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;โดยครอบคลุมถึงค่าเสียหายของกรมชลประทาน&nbsp;ค่าเสียหายจากการที่ประชาชนไม่มีน้ำใช้&nbsp;การปนเปื้อนของน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน&nbsp;และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำทั้ง&nbsp;16&nbsp;แห่งต่อไป&nbsp;</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507150234283"],
    [108,"นายก อบจ.สุพรรณบุรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการเสริมสร้างพัฒนาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริ และความยั่งยืนของสังคมไทย (1 ไร่แก้จนคนสุพรรณบุรี)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายบุญชู&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;นายกองค์การ?บริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์?การบริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี&nbsp;เขตอำเภอหนองหญ้าไซและอำเภอสามชุก&nbsp;หัวหน้า?ส่วน?ราชการ?&nbsp;ข้าราชการ?&nbsp;และพนักงานองค์การ?บริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี?&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามและให้กำลังใจเกษตรกรในโครงการเสริมสร้างพัฒนาท้องถิ่นตามแนวพระราชดำริ&nbsp;และความยั่งยืนของสังคมไทย&nbsp;(1&nbsp;ไร่แก้จนคนสุพรรณบุรี)&nbsp;ของอำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรภาคกลางของประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำท่าจีน&nbsp;ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำจากธรรมชาติซึ่งในปัจจุบันได้ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปีนั้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;องค์การ?บริหาร?ส่วน?จังหวัด?สุพรรณบุรี&nbsp;และอำเภอ?หนองหญ้าไซ?&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อจัดหาแหล่งน้ำให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก&nbsp;ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคโดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ที่ทรงพระราชทานไว้&nbsp;เพื่อพัฒนาแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;นอกจากนี้เกษตรกรยังแบ่งพื้นที่ในการเลี้ยงหนู?พุกสร้างรายได้?เสริมอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507153048315"],
    [109,"กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือเกษตรกรฝ่าวิกฤติโควิด เปิดบริการสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรไทยในสถาการณ์โควิด-19&nbsp;ที่กระทบต่อการทำงาน&nbsp;จึงได้เปิดโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่แก้ไข&nbsp;ปัญหา&nbsp;เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกรในการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพใช้ในชุมชนและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ถูกต้องเหมาะสมกับดินและชนิดพืช&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;</strong>จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;และสมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;394&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;63&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยความคืบหน้าของโครงการในภาพรวมอยู่ที่ประมาณร้อยละ&nbsp;80&nbsp;แบ่งเป็นการจัดหาวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ครุภัณฑ์คือ&nbsp;ชุดตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;281&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;54&nbsp;จังหวัด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;86&nbsp;ส่งมอบแม่ปุ๋ยทั้ง&nbsp;3&nbsp;สูตร&nbsp;(N&nbsp;P&nbsp;และ&nbsp;K)&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;284&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;51&nbsp;จังหวัด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;81&nbsp;และส่งมอบเครื่องผสมปุ๋ย&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;257&nbsp;ศูนย์&nbsp;ใน&nbsp;47&nbsp;จังหวัด&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;75</p><p><strong>นอกจากการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดหาวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ครุภัณฑ์แล้ว</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเทคนิคและการบริหารธุรกิจ&nbsp;และการจัดเวทีเชื่อมโยงศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ให้แก่&nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;ทั้งนี้มี&nbsp;ศดปช.&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;พร้อมเปิดให้บริการในเชิงธุรกิจในหลายพื้นที่แล้ว&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;71&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้มีความพร้อมในปัจจัยการผลิตสำคัญคือ&nbsp;ดิน&nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;ให้คำแนะนำการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;หรืออำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507152410302"],
    [110,"วช. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายวิจัยด้านน้ำกว่า 8 แห่ง ทำงานวิจัยกว่า 20 โครงการ เน้นผลวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์","<p>&nbsp;วช. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายวิจัยด้านน้ำกว่า 8 แห่ง ทำงานวิจัยกว่า 20 โครงการ เน้นผลวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ คาดแล้วเสร็จกลางปี 2565 ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ EEC และพื้นที่ชลประทานภาคกลางตอนบน</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานเปิดการประชุม Kick-off แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการนํ้าปีที่ 2 กล่าวว่า วช. สนับสนุนทุนวิจัยแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ บน แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย โครงการวิจัยเข็มมุ่ง ด้านสังคม การบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นการให้ทุนแบบใหม่ภายใต้การบริหารงานวิจัยแบบใหม่ ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 2 พร้อมกับขยายผลและเชื่อมโยงงานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ สังคม กฎหมาย และการจัดสรรงบประมาณ โดยแผนงานการบริหารจัดการน้ำปีที่ 2 ประกอบด้วย 4 กลุ่ม คือการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ EEC อย่างเต็มรูปแบบ / การพัฒนาเทคโนโลยีและเครือข่ายองค์กรการบริหารจัดการน้ำชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในเขตพื้นที่ชลประทานท่อทองแดง จังหวัดกำแพงเพชร / การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของเขื่อนหลักและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ราบภาคกลาง / และงานสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่นโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนหน่วยงานปฏิบัติ ภาคเอกชนและภาคประชาชนให้บรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507174152438"],
    [111,"ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรีไกลเกลี่ยประณอมข้อพิพาทของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากนาสวน ครั้งที่ 2","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;ร่วมประชุมไกล่เกลี่ยประณอมข้อพิพาทของสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านปากนาสวน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เนื่องจากกลุ่มออมทรัพย์ปลายนาสวนมีเงินออมทรัพย์จากสมาชิกอยู่จำนวน&nbsp;4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ปล่อยกู้ไป&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มียอดเงินคงเหลือ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แสนบาท&nbsp;มีจำนวนเงินที่ขาดหายไปจำนวน&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;6&nbsp;แสนบาท&nbsp;ทางสมาชิกมีประสงค์จะถอนเงินคืน&nbsp;แต่ทางกลุ่มออมทรัพย์&nbsp;ไม่สามารถนำเงินมาคืนได้&nbsp;จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือ&nbsp;แก้ปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;จากการตรวจสอบ&nbsp;จึงได้ให้คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ&nbsp;จัดทำบัญชีสรุปเงินทั้งหมดให้ชัดเจน&nbsp;และชี้แจงเงินในส่วนที่หายไป&nbsp;รายงานผลให้อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;ทราบภายในวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่ออำเภอฯ&nbsp;จะดำเนินการทำความเข้าใจกับสมาชิกกองทุน&nbsp;และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507181938464"],
    [112,"ก.ทรัพย์ รับมอบลังกระดาษกว่า 10 ตันจากภาคเอกชน เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงสนามช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รับมอบลังกระดาษกว่า&nbsp;10&nbsp;ตันจากภาคเอกชน&nbsp;เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นเตียงสนามช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ภายใต้&nbsp;โครงการรวมใจสู้&nbsp;โควิด&nbsp;เปลี่ยนกระดาษเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับมอบกล่องและลังกระดาษเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วจาก&nbsp;บริษัท&nbsp;ไมโครชิพ&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;(ไทยแลนด์)&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งกล่องและลังกระดาษเก่ากว่า&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อนำไปสนับสนุน&nbsp;โครงการรวมใจสู้&nbsp;โควิด&nbsp;เปลี่ยนกระดาษเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพี&nbsp;นำไปบริจาคให้โรงพยาบาลสนาม&nbsp;เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19และบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญการร่วมมือร่วมใจต้านภัยโควิด-19&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่เป็นมาตรการทำควบคู่กับการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ&nbsp;การรักษาระยะห่างทางสังคม&nbsp;และการทำงานที่บ้าน&nbsp;(WORK&nbsp;FROM&nbsp;HOME)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;สิ่งสำคัญสร้างการมีส่วนร่วมการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการร่วมแบ่งปันช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมและประชาชน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;เพราะการระบาดปีที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดปัญหาขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งจากการใช้บริการ&nbsp;Food&nbsp;Delivery&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ยังร่วมกับภาคธุรกิจเอกชนร่วมรณรงค์ผ่านทางโครงการ&nbsp;เปลี่ยนพลาสติกเป็นบุ&nbsp;ญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)&nbsp;เชิญชวนให้ประชาชนคัดแยกขยะพลาสติกจากการใช้บริการ&nbsp;Food&nbsp;Delivery&nbsp;ส่งกลับไปรีไซเคิล&nbsp;ภาพรวมได้รับความร่วมมือและการตอบรับอย่างดี&nbsp;โดยเฉพาะเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการจัดการพลาสติกใช้แล้ว&nbsp;ด้วยการนำไปหมุนเวียนผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือนำไปทำประโยชน์กับส่วนรวม&nbsp;และยังช่วยลดปัญหาขยะจากพลาสติกในธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507182223466"],
    [113,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร สำรวจสุกร และเฝ้าระวังโรค ASF และ PRRS และให้บริการผสมเทียมกระบือ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม&nbsp;สำรวจสุกร&nbsp;และเฝ้าระวังโรค&nbsp;ASFและ&nbsp;PRRS&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรบ้านนา&nbsp;เลี้ยงสุกรแม่พันธุ์&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;หมูป่า&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;บ้านทุ่งเทิง&nbsp;เลี้ยงสุกรพ่อพันธุ์&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรแม่พันธุ์&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;ลูกสุกร&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรขุน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;ตัว&nbsp;สถานการณ์ปกติ&nbsp;ให้บริการที่บ้านนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;บ้านทุ่งเทิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ให้บริการผสมเทียมกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ&nbsp;บ้านนา&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เลี้ยงกระบือ&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507183628478"],
    [114,"จังหวัดยโสธร ประชุมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;เข็มเพชร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข็มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;ต่อยอดด้านคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;แปรรูป&nbsp;สร้างมูลเพิ่ม&nbsp;เชื่อมโยงการตลาด&nbsp;และสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนจากการผลิต&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืนในอนาคต&nbsp;ซึ่งได้มีประชุมได้เสนอโครงการจำแนกตามหน่วยงาน&nbsp;ประกอบการ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;และกรมการข้าว&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;71&nbsp;โครงการ&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้เลื่อนการพิจารณาออกไป&nbsp;และให้ฝ่ายเลขาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประเด็นเรื่องกฎหมายและแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;และจะกำหนดประชุมเพื่อให้คณะกรรมการฯ&nbsp;ระดับจังหวัดพิจารณาอีกครั้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507185915486"],
    [115,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,236 ล้านโดส ใน 195 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 34.04 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,236&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;195&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;รวมกันกว่า&nbsp;34.04&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;1.65&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,236&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;195&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;19.4&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;252&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;109&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;33.4&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;19.5%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;21.6&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด&nbsp;2,402,688&nbsp;โดส&nbsp;มีการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;1,651,782&nbsp;คน&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เข็มแรก&nbsp;1,201,258&nbsp;โดส/&nbsp;เข็มสอง&nbsp;450,524&nbsp;โดส&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;1,651,782&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;49.5%</span></p>","2021-07-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210507210236513"],
    [116,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์ และจัดฝึกอบรมเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;และจัดฝึกอบรมเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านตาดเสี้ยว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลอิปุ่ม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;28&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยาย&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"การเลี้ยงสัตว์ปีกบนบ่อปลา\"&nbsp;แก่เกษตรกรที่เข้ารับการฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;(งบ&nbsp;กปร.)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;ที่ศาลาประชาคมบ้านนาเบี้ย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508085000543"],
    [117,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการ \"สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า\" ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;\"สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า\"&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโป่ง&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า\"&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สุนัข-แมว&nbsp;ที่บ้านโป่งชี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;106&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;45&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;151&nbsp;ตัว</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508084734542"],
    [118,"หน่วยงานเกษตรฯ ลำปาง ร่วมขับเคลื่อน โครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ สินค้าข้าวโพดหวาน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวรตนพร&nbsp;&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับฟังการประชุมชี้แจงแผนการขับเคลื่อน&nbsp;\"โครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่\"&nbsp;สินค้าข้าวโพดหวาน&nbsp;ผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์&nbsp;Application&nbsp;Zoom&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนางดาเรศร์&nbsp;กิตติโยภาส&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขต&nbsp;17&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม&nbsp;และบริหารจัดการผลผลิตและการจำหน่ายร่วมกัน&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยของเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกรให้เพิ่มมากขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้าวโพดหวาน&nbsp;เป็นหนึ่งใน&nbsp;5&nbsp;สินค้าเป้าหมาย&nbsp;(รวม&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยางพารา&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;อ้อยโรงงาน&nbsp;ข้าวโพดหวานและมะเขือเทศ)&nbsp;ภายใต้แผนความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;(กษ.)&nbsp;และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ส.อ.ท.)&nbsp;&nbsp;</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508100603560"],
    [119,"เปิดตลาดกัญชาชุมชนจังหวัดสกลนคร ซื้อ-ขาย ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด นำไปปรุงผสมในอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสกลนคร&nbsp;ได้รับอนุญาตจากสำนักงานองค์การอาหารและยา&nbsp;(อย.)&nbsp;ให้ปลูกกัญชา&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;รวมทั้งดำเนินการศึกษา&nbsp;วิจัย&nbsp;พัฒนา&nbsp;และแปรรูปกัญชา&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ทั้งทางการแพทย์และเพื่อสุขภาพ&nbsp;ในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม&nbsp;เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้วย&nbsp;จึงได้เปิดตลาดกัญชาชุมชนจังหวัดสกลนคร&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อซื้อ-ขาย&nbsp;ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด&nbsp;นำไปปรุงผสมในอาหารเพื่อจำหน่าย&nbsp;ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนายแพทย์&nbsp;ปราโมทย์&nbsp;เสถียรรัตน์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เขตสุขภาพที่&nbsp;8&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้วางยุทธศาสตร์ให้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสกลนคร&nbsp;เป็นศูนย์กลางการค้า&nbsp;ตั้งแต่เรื่องของสายพันธุ์&nbsp;เรื่องของการปลูก&nbsp;และเมล็ดพันธุ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แบบครบวงจรการผลิต&nbsp;และสุดท้ายได้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ทั้งในระดับชุมชน&nbsp;ในเมือง&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;\"...จังหวัดสกลนครมีความพร้อม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์ความรู้ของหมอพื้นบ้านของการใช้กัญชาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วก็เรื่องของต้นพันธุ์หางกระรอก&nbsp;พันธุ์หางเสือ&nbsp;เป็นแหล่งเพาะต้นกล้า&nbsp;และเป็นแหล่งขององค์ความรู้&nbsp;เป็นโอกาสดีเรานำสิ่งที่เรามีอยู่ในพื้นที่มาสร้างเป็นรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;เอากัญชาทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจในปริมาณที่มากขึ้นในเชิงพาณิชย์...\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ประกอบการในจังหวัดสกลนคร&nbsp;ที่มีความต้องการซื้อชิ้นส่วนกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด&nbsp;ที่เป็นผลผลิตจากแปลงปลูกของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสกลนคร&nbsp;เพื่อนำไปใช้ปรุงอาหารและเครื่องดื่มเพื่อจำหน่าย&nbsp;ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร&nbsp;จึงจะซื้อ-ขาย&nbsp;ส่วนของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนายแพทย์วิศณุ&nbsp;วิทยาบำรุง&nbsp;นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ผู้ที่จะเข้ามาเอากัญชาไปใช้ในสถานประกอบการ&nbsp;หรือร้านอาหาร&nbsp;ก็จะต้องได้รับการอบรมเรื่องของ&nbsp;การประกอบอาหารที่ใช้กัญชาได้อย่างปลอดภัยในผู้ประกอบการ&nbsp;และในผู้สัมผัสอาหาร&nbsp;ทำให้ประชาชนที่มาบริโภคได้รับความปลอดภัย&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ปลอดภัยกับตัวเอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;รศ.&nbsp;ดร.โฆษิต&nbsp;ศรีภูธร&nbsp;รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คนที่จะนำ&nbsp;กัญชาไปใช้จะต้องมีองค์ความรู้&nbsp;แล้วก็เตรียมเรื่องการอัพสกิล&nbsp;มีหลักสูตรรองรับ&nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;ปลายทาง&nbsp;ทุกคนต้องมีความรู้มา&nbsp;Training&nbsp;และมาเป็น&nbsp;Partner&nbsp;กับเราก่อน&nbsp;แล้วก็จัดคิว&nbsp;จัดกระบวนการจอง&nbsp;โดยมีมีระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งในอนาคต&nbsp;ที่นำไปประกอบอาหารสดก็เป็นใบกัญชาสด&nbsp;ในอนาคตจะทำเป็นคนอร์&nbsp;ทำเป็นซุป&nbsp;ทำเป็นหัวเชื้อที่ไปผสมกับ&nbsp;Soft&nbsp;Drink&nbsp;ได้ด้วย&nbsp;แต่ต้องปรุงหน้าร้าน&nbsp;ซึ่งกฎหมายให้ดำเนินการได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน&nbsp;วิทยาเขตสกลนคร&nbsp;ยังได้เตรียมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อขออนุญาตปลูกกัญชา&nbsp;2&nbsp;แสนต้น&nbsp;สำหรับสกัดทำเป็นยาให้ทุกคนเข้าถึงยาได้ทั้งกลุ่มแผนไทย&nbsp;และแพทย์แผนปัจจุบัน&nbsp;อีกด้วย</p><p>.</p><p><br></p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508100414559"],
    [120,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศโครงการต่างๆให้แล้วเสร็จตามแผน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมเร่งแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศโครงการต่างๆให้แล้วเสร็จตามแผน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;74&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;,&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,719&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,952&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามการทำงานของ&nbsp;สทนช.&nbsp;เกี่ยวกับการเร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;เพื่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน&nbsp;โดยเตรียมดำเนินโครงการจัดทำข้อมูลผลิตภาพการใช้น้ำและปรับปรุงระบบประเมินและเชื่อมโยงผลการดำเนินงานใช้เป็นเครื่องมือสำคัญประกอบการตัดสินใจวางแผนบริหารจัดการน้ำในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม&nbsp;เพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรน้ำ&nbsp;และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต&nbsp;คือ&nbsp;โครงการจัดทำข้อมูลผลิตภาพการใช้น้ำเป็นการศึกษารวบรวมและจัดทำแนวทางการวิเคราะห์ผลิตภาพการใช้น้ำในปัจจุบันของภาคเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และบริการ&nbsp;ซึ่งรวมน้ำอุปโภค-บริโภคในระดับประเทศ&nbsp;จังหวัด&nbsp;และลุ่มน้ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ประเมินและวางแผนการเพิ่มผลิตภาพการใช้น้ำในปีต่อไปสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ&nbsp;ด้านที่&nbsp;2&nbsp;การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต&nbsp;//&nbsp;โครงการปรับปรุงระบบประเมินและเชื่อมโยงผลการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่&nbsp;22&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;เป็นการทบทวนรูปแบบ&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;ประเมินความเสียหายจากการเกิดอุทกภัย&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตร&nbsp;เพื่อพัฒนาระบบประเมินความเสียหายจากอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ระบบฐานข้อมูล&nbsp;และระบบสารสนเทศ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;จัดทำคู่มือการประเมินความเสียหายจากอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ&nbsp;ด้านที่&nbsp;6&nbsp;การบริหารจัดการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508100950563"],
    [121,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่คุณภาพอากาศยังดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;แต่คุณภาพอากาศยังดีมากในหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝุ่นลดลงอยู่ในเกณฑ์ดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508102050564"],
    [122,"ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 6 โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน ชี้แจง กรณีการร้องเรียนร้องทุกข์ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอและการร้องเรียนถนนคลองชลประทานชำรุด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ได้รับหนังสือร้องเรียนร้องทุกข์จากกำนันตำบลแม่ยวมอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากเกษตรกรในตำบลแม่ยวมว่า&nbsp;เกิดปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอต่อการเกษตรและจะทวีความรุนแรงขึ้น&nbsp;ซึ่งเกรงว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งการใช้น้ำ&nbsp;และการร้องเรียนถนนคลองชลประทานชำรุด&nbsp;ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;6&nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่&nbsp;และการบำรุงรักษาถนนเลียบคลองชลประทานดังกล่ว&nbsp;ขอชี้แจงปัญหาและแนวทางแก้ไข&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ด้านการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ก่อนฤดูกาลเพาะปลูกนาปี&nbsp;2564/2565&nbsp;จะมีการประชุมใหญ่กลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;เพื่อชี้แจงปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;การบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา&nbsp;พร้อมหามติในที่ประชุมเพื่อพิจารณาหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การส่งเสริมการปลูกข้าวโพดในพื้นที่&nbsp;ที่ผ่านมามีบริษัทเข้ามาส่งเสริมการปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;บริษัท&nbsp;ทำให้เกิดการกระจายรอบการเพาะปลูกข้าวโพดค่อนข้างมาก&nbsp;ทำให้ยากต่อการควบคุมและบริหารจัดการน้ำให้ได้ตามรอบเวรการใช้น้ำที่กำหนด&nbsp;ซึ่งจากเหตุนี้ก่อนการเพาะปลูกในครั้งต่อไป&nbsp;จะได้เชิญตัวแทนทั้ง&nbsp;3&nbsp;บริษัท&nbsp;และเกษตรกรผู้ใช้น้ำมาร่วมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเพาะปลูกให้เหมาะสม&nbsp;ตาม&nbsp;Zoning&nbsp;ของพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การขุดลอกฝายน้ำยวมและการปรับปรุงฝายน้ำยวม&nbsp;สำหรับการขุดลอกตะกอนฝายน้ำยวม&nbsp;ในส่วนนี้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ส่วนบริหารเครื่องจักรที่&nbsp;1&nbsp;ฝ่ายเครื่องจักรกลเรือขุดและเรือกำจัดวัชพืชที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ได้ดำเนินการเข้ามาสำรวจเรียบร้อยแล้ว&nbsp;เมื่อต้นปี&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;และได้จัดส่งเอกสารเพื่อของบประมาณขุดลอก&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการจัดสรรงบประมาณจากกรมชลประทาน&nbsp;ส่วนการปรับปรุงฝ่ายน้ำยวม&nbsp;ฝายน้ำยวมได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2510&nbsp;และเริ่มส่งน้ำให้เกษตรกร&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2519&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;เนื่องจากฝายน้ำยวมที่มีอยู่ปัจจุบัน&nbsp;ไม่มีอาคารระบายทราย&nbsp;ทำให้เกิดการตกตะกอนหน้าฝายเป็นจำนวนมากและมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี&nbsp;โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน&nbsp;จึงได้ให้ส่วนวิศวกรรม&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;ออกแบบฝายน้ำยวมใหม่&nbsp;ซึ่งได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำประมาณการ&nbsp;เพื่อรับการสนับสนุนด้านงบประมาณโดยมีการวางแผนปรับปรุงฝายน้ำยวมในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ถนนเลียบคลองชลประทานคลองสายใหญ่ฝายน้ำยวม&nbsp;เป็นถนนลาดยาง&nbsp;(F4)&nbsp;ความยาว&nbsp;22.580&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เป็นถนนที่ใช้สำหรับดูแลบำรุงรักษาคลองส่งน้ำ&nbsp;และขนผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;แต่ปัจจุบันถนนดังกล่าวได้มีการสัญจรระหว่างหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะรถบรรทุกหนักวิ่งผ่านส่งผลให้ถนนลาดยางชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก&nbsp;ในการบำรุงรักษามีงบประมาณที่ได้รับเป็นประจำทุกปี&nbsp;ปีละ&nbsp;300,000&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;ซึ่งฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;2&nbsp;ได้แจ้งให้โครงการชลประทานแม่ฮ่องสอนและฝ่ายวิศวกรรม&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;ให้ดำเนินการสำรวจเพื่อออกแบบถนนดังกล่าวทั้งสาย&nbsp;ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อสำรวจจะได้ดำเนินการปรับปรุงถนนตามแผนงาน/โครงการ&nbsp;งบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง&nbsp;ปีงบประมาณพ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110126567"],
    [123,"พช.สตูล สนับสนุนและติดตามงานโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ \"โคก หนอง นา \"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางศุภมาส&nbsp;เหล็นเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;นายวีระ&nbsp;เพ็ญจำรัส&nbsp;ผอ.กลุ่มงานสารสนเทศฯ&nbsp;และนางสาวรูกาย๊ะ&nbsp;แสงเขียว&nbsp;นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ในกิจกรรมปรับปรุงพื้นที่ตามแบบมาตรฐาน&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;และขนาด&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการออกแบบแปลนโดยมี&nbsp;นายโชคชัย&nbsp;อุปถัมภ์&nbsp;วิศวะกรโยธาปฏิบัติงาน&nbsp;อบต.ควนกาหลง&nbsp;ร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำแนวทางการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;สพอ.ควนกาหลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานครัวเรือนเป้าหมายตำบลควนกาหลง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.แปลงขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ของนายสุรชา&nbsp;บุญจันทร์&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ควนกาหลง&nbsp;ได้ดำเนินขุดและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ขณะนี้ทางเจ้าของแปลงได้ดำเนินการปรับสภาพดินเพื่อนำพันธ์พืชมาลงในแปลง&nbsp;และเตรียมที่จะปลูกข้าวต่อไป&nbsp;และ&nbsp;2.แปลงขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ราชพัสดุตั้งอยู่ที่&nbsp;รร.นิคมซอย&nbsp;10&nbsp;โดยนายฐปวัฒ&nbsp;ประกอบชัยชนะ&nbsp;ผอ.รร.ได้มอบหมายให้นายสุภาพ&nbsp;สิตะรุโณ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ควนกาหลง&nbsp;ดำเนินการพบว่าได้มีการขุดและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ซึ่งทางคณะกรรมการหมู่บ้านได้มีการปรับสภาพดินและนำพันธ์ุพืชลงแปลงไปบ้างส่วน&nbsp;และได้มีการเตรียมพื้นที่ในการปลูกข้าวเพื่อรองรับกิจกรรมออกปากซอแรง&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508110939572"],
    [124,"คพ.เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;เนื่องจาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบที่เป็นสารอันตรายและโลหะหนักหลายชนิด&nbsp;หากรั่วไหลจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;จำเป็นต้องจัดเก็บ&nbsp;รวบรวม&nbsp;คัดแยก&nbsp;ถอดชิ้นส่วน&nbsp;และกำจัดซากผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;เพื่อให้มีระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์&nbsp;เครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยอาศัยหลักการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ควบคู่กับหลักความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต&nbsp;(EPR)&nbsp;ที่ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;...&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บททั่วไป&nbsp;หมวด&nbsp;1&nbsp;คณะกรรมการจัดการซากผลิตภัณฑ์&nbsp;,&nbsp;หมวด&nbsp;2&nbsp;กองทุนการจัดการซากผลิตภัณฑ์&nbsp;,&nbsp;หมวด&nbsp;3&nbsp;การจัดการซากผลิตภัณฑ์&nbsp;,&nbsp;หมวด&nbsp;4&nbsp;การตรวจสอบและควบคุม&nbsp;,&nbsp;หมวด&nbsp;5&nbsp;บทกำหนดโทษ&nbsp;และบทเฉพาะกาล&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดหน้าที่ของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้กระทำ&nbsp;หรือห้ามมิให้กระทำการใดๆ&nbsp;หากฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายต้องระวางโทษปรับทางปกครอง&nbsp;ที่มีอัตราโทษสูงสุดปรับทางปกครองไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เช่น&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งหรือทำลายซากผลิตภัณฑ์ในที่สาธารณะ&nbsp;ที่รกร้างว่างเปล่า&nbsp;หรือทิ้งปนอยู่กับสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;โดยต้องนำไปคืนที่ศูนย์รับคืนซากผลิตภัณฑ์&nbsp;หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;หรือ&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดรับคืนจัดเก็บหรือรวบรวมซากผลิตภัณฑ์&nbsp;เว้นแต่จัดทำโดยศูนย์รับคืนที่ได้จัดตั้งและขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด&nbsp;หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;เมื่อรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วเสร็จ&nbsp;จะเข้าสู่กระบวนการเสนอขอความเห็นชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากนั้นนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบในหลักการแล้วมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป&nbsp;โดยประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถให้ความเห็นได้ระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;23&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ทางอีเมล์&nbsp;Pcdlaw10@gmail.com&nbsp;และอ่านรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติการจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;ได้ทาง&nbsp;https://1th.me/oq9M2</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508122804593"],
    [125,"ปศุสัตว์แม่ลาน้อย แจ้งเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ ลัมปี สกิน ในโค- กระบือ ระบาดในไทยแล้ว 18 จังหวัด ยืนยันไม่ติดคน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายมงคล&nbsp;เจริญเมือง&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ตรวจพบโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย&nbsp;เป็นครั้งแรกที่บ้านดอนแดง&nbsp;ตำบลแสนสุข&nbsp;อำเภอพนมไพร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการรายงานการเกิดโรคไปยังองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;แล้วตั้งแต่วันที่&nbsp;9&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;โรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน&nbsp;และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม&nbsp;ป้องกันในพื้นที่&nbsp;ในปัจจุบันพบการระบาดของโรคใน&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;สาเหตุหลักที่ทำให้โรคแพร่ระบาดไปส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ประกอบกับมีแมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบ&nbsp;และเห็บ&nbsp;ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามมาตรการควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด&nbsp;โดยเน้นการดำเนินการตามมาตรการหลักที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรเฝ้าระวัง&nbsp;เรียนรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง&nbsp;ค้นหาโรค&nbsp;โดยการตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกซื้อขายสัตว์&nbsp;จากข้อมูลที่อาจบ่งบอกการเกิดโรคในฟาร์ม&nbsp;เช่น&nbsp;ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยลดลง&nbsp;หรือสงสัยการเกิดโรคทางอาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ซึม&nbsp;น้ำตาไหล&nbsp;น้ำลายไหล&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งหากตรวจพบฟาร์มที่สงสัยให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที&nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;หรือโทรศัพท์สายด่วน&nbsp;063-225-6888&nbsp;เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งตรวจสอบ&nbsp;เก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันโรค&nbsp;ตลอดจนควบคุมโรคและแมลงพาหะโดยเร็ว&nbsp;ทั้งนี้หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง&nbsp;เพื่อควบคุมแมลงพาหะ&nbsp;รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้าย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;แหล่งรวมสัตว์&nbsp;และตลาดนัดค้าสัตว์&nbsp;รวมทั้งช่องทางการนำเข้าสัตว์ตามแนวชายแดน&nbsp;โดยให้เข้มงวดการตรวจรอยโรคในโค-กระบือ&nbsp;ที่เคลื่อนย้านผ่านจุตรวจทุกตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;งดการซื้อขายโค-กระบือ&nbsp;ที่มาจากแหล่งที่เกิดโรค&nbsp;หรือจากพื้นที่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค&nbsp;เพราะอาจได้สัตว์ที่มีเชื้ออยู่ในร่างกายและสามารถติดต่อไปยังโค-กระบือ&nbsp;ตัวอื่นเมื่อนำเข้าร่วมฝูง&nbsp;เพราะโรคนี้ติดต่อโดยแมลงดูดเลือด&nbsp;และการสัมผัสกับของเหลวจากตุ่มเนื้องอกที่แตก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.ป้องกัน&nbsp;และควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยใช้สารเคมีกำจัดแมลง&nbsp;ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและพื้นที่เสี่ยง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.ให้การรักษาสัตว์ป่วยตามอาการ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียแก่สัตว์ของเกษตรกร&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้วางแผนการนำวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกินมาใช้สำหรับการควบคุมโรคในประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&nbsp;และจะสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคได้เร็วขึ้น&nbsp;ทั้งนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการนำเข้าวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศ&nbsp;อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือจากเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการป้องกันและควบคุมการเกิดโรคลัมปี&nbsp;สกินอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508123833602"],
    [126,"เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง พบสัตว์ป่าจำนวนมากหลายชนิดหากินและเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่โป่งเทียม ภาพรวมไม่พบปัจจัยภัยคุกคามต่อสัตว์ป่า?","<p><strong>เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง&nbsp;พบสัตว์ป่าจำนวนมากหลายชนิดหากินและเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่โป่งเทียม&nbsp;ภาพรวมไม่พบปัจจัยภัยคุกคามต่อสัตว์ป่า</strong>?</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยพร&nbsp;ทับทิมทอง&nbsp;หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเชิง?คุณภาพ?เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่าเขาภูหลวง&nbsp;ได้ออกตรวจสอบควบคุม?ปัจจัย?คุกคาม?บริเวณ?ป่าด้านทิศใต้วัดป่าเขามะกอก?&nbsp;ตำบล?ตะขบ?&nbsp;อำเภอ?ปักธงชัย?&nbsp;จังหวัด?นครราชสีมา?&nbsp;ผล?การตรวจสอบไม่พบปัจจัยภัยคุกคามต่อสัตว์ป่า?&nbsp;จากนั้นได้ตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายสัตว์ป่าของกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ติดตั้งสำรวจสัตว์ป่าบริเวณโป่งเทียม&nbsp;พบเก้ง&nbsp;หมูป่า&nbsp;เม่น&nbsp;เข้าใช้ประโยชน์โป่งเทียมที่จัดทำบำรุงรักษาแหล่งอาหารและน้ำไว้&nbsp;เพื่อช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าบ้านของสัตว์ป่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโป่งเทียม&nbsp;เป็นโป่งที่มนุษย์ทำขึ้นมีลักษณะเป็นโป่งดิน&nbsp;ด้วยการขุดดินให้เป็นแอ่ง&nbsp;แล้วนำเกลือสมุทรเทลงผสมกับดินบริเวณที่ขุด&nbsp;เมื่อมีฝนตกหรือความชื้นจากน้ำค้างเกลือจะละลาย&nbsp;ทำให้ดินเค็มและกลายเป็นอาหารให้กับสัตว์ป่า&nbsp;เพราะแร่ธาตุชนิดต่างๆมีความจำเป็นต่อร่างกายและการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า&nbsp;โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่กินพืชเป็นอาหาร&nbsp;เนื่องจากพืชที่สัตว์กินเข้าไปไม่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุดังกล่าวสัตว์จึงต้องทดแทนด้วยการกินดินหรือกินน้ำจากโป่งแทน</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508123703600"],
    [127,"วช. จับมือ 13 หน่วยงานเครือข่ายวิจัย สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">วช. จับมือ 13 หน่วยงานเครือข่ายวิจัย สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;น.ส.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. กล่าวว่า เพื่อขับเคลื่อน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการวิจัยและนวัตกรรม : บุคลากรด้านการวิจัย ภายใต้โครงการโครงการ สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ประจำปี 2564 วช. จึงจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรวิจัยและนวัตกรรม ภายใต้โครงการ สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) กับ 13 หน่วยงานเครือข่ายด้านการวิจัยทั่วประเทศ ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ ขึ้น เพื่อเพิ่มความเข้มแข็ง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ ส่งผลให้จำนวนบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมมีเพิ่มมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ของประเทศในด้านการผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่มีคุณภาพสูง การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการสร้าง พัฒนา และยกระดับศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำวิจัยได้อย่างมีระบบมากขึ้น ผ่านการดำเนินงานโครงการฝึกอบรม สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ (ลูกไก่) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งการฝึกอบรมฯ จะครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ๒๕๖๔&nbsp;</span></p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508153050671"],
    [128,"จ.ลพบุรี เทศบาลตำบลท่าศาลา นำรถแบคโฮ พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ เร่งขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำป่าไหลหลาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวิลาทิพย์&nbsp;สละชีพ&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าศาลา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองช่างและเจ้าหน้าที่งานป้องกันเทศบาลตำบลท่าศาลา&nbsp;นำเอารถแบคโฮ&nbsp;,รถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;ล้อ&nbsp;และรถน้ำออกไปทำการขุดลอกคลองระบายน้ำ&nbsp;เรียบถนนสายลพบุรี-วังม่วง&nbsp;โดยเริ่มตั้งสี่แยกไฟแดงนิคมสร้างตนเองไปจนถึงวัดเขาแก้วรวมระยะทางกว่า&nbsp;2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เนื่องจากในช่วงหน้าแล้งน้ำภายในคลองได้แห้งขอดลงจนทำให้มีวัชพืชนานาชนิดได้ขึ้นปกคลุมจนเต็มคลอง&nbsp;และในช่วงนี้ได้มีพายุฤดูร้อนพัดผ่านเข้ามาพื้นที่จังหวัดลพบุรีจนทำให้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องจนทำให้มีน้ำป่าสีแดงได้ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาในพื้นที่นิคมสร้างตนเองและตำบลโคกตูม&nbsp;ลงสู่คลองระบายน้ำจนทำให้มีเศษขยะวัชพืชที่ขึ้นปกคลุมขึ้นมากีดขวางทางระบายน้ำ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางด้านเทศบาลตำบลท่าศาลา&nbsp;โดยนางวิลาทิพย์&nbsp;สละชีพ&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าศาลา&nbsp;จึงได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ด้วยการเร่งทำการเปิดทางระบายน้ำภายในคลองส่งน้ำด้วยการนำเอารถแบคโฮมาทำการขุดลอกคลองตักเก็บวัชพืช&nbsp;และขยะนำไปทิ้ง&nbsp;ก่อนที่จะมีมวลน้ำป่าจำนวนมากไหลบ่าเข้ามาท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองและในพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;อย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับคลองระบายน้ำแห่งนี้จะมีการรับน้ำมาจากเทือกเขาจีนแล&nbsp;เขาซับเสือแมบ&nbsp;และอีกหลายเขาในพื้นที่ตำบลนิคมสร้างตนเองและตำบลโคกตูม&nbsp;มวลน้ำจำนวนมากจะไหลมารวม&nbsp;เพื่อรอระบายอยู่ที่สี่แยกไฟแดงนิคมฯ&nbsp;พื้นที่ตำบลท่าศาลา&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;นำจะไหลผ่านท่อระบายน้ำถนนพหลโยธิน&nbsp;1&nbsp;เข้าไปในพื้นที่ตำบลกกโก&nbsp;และไหลลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสักในพื้นที่ตำบลป่าตาล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลพบุรี</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508153655674"],
    [129,"ปศุสัตว์มุกดาหาร เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์มุกดาหาร&nbsp;เตรียมประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;วัวที่ป่วยเป็นโรค&nbsp;ลักษณะคล้ายเป็นโรคผิวหนัง&nbsp;เป็นจุดทั่วทั้งลำตัว&nbsp;และมีน้ำลายยืดเป็นฟอง&nbsp;ขาทั้ง&nbsp;4&nbsp;ข้างอ่อนแรง&nbsp;ไม่ยอมกินอาหารและน้ำ&nbsp;ซึ่งตอนนี้หมู่บ้านสามขามีวัวที่เป็นโรคแบบนี้รวม&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;60&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;จากกรณีพบวัวของเกษตรกรป่วยเป็นโรคระบาดเป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่บ้านสามขา&nbsp;ต.คำป่าหลาย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;ที่ป่วยเป็นโรค&nbsp;ลักษณะคล้ายเป็นโรคผิวหนัง&nbsp;เป็นจุดทั่วทั้งลำตัว&nbsp;และมีน้ำลายยืดเป็นฟอง&nbsp;ขาทั้ง&nbsp;4&nbsp;ข้างอ่อนแรง&nbsp;ไม่ยอมกินอาหารและน้ำ&nbsp;ซึ่งตอนนี้หมู่บ้านสามขามีวัวที่เป็นโรคแบบนี้รวม&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;60&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยทางปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เตรียมประกาศพื้นที่ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;ซึ่งพบว่ามีการเกิด&nbsp;โรคลัมปีสกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพิภพ&nbsp;เพียวิเศษ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;ซึ่งพบว่ามีการเกิดโรคลัมปีสกิน&nbsp;ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ซึ่งทางปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;พร้อมด้วยเทศบาลตำบลคำป่าหลาย&nbsp;ได้มีการปรึกษาพร้อมกับหาแนวทางการแก้ไขและป้องกันโรคที่เกิดในสัตว์&nbsp;โดยจะมีการออกสำรวจสัตว์ที่เป็นโรค&nbsp;พร้อมกับออกแนะนำการให้ความรู้กับชาวเกษตรกรที่เลี้ยงวัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารจึงได้มีมาตรการเชิงรุก&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้ความรู้เรื่องมาตรการป้องกันแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;รวมทั้งตรวจสถานที่กักสัตว์เพื่อให้ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยมีการดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ยานพาหนะและตัวสัตว์ที่เข้า-ออก&nbsp;ตลาดนัดโค&nbsp;กระบือ&nbsp;รวมทั้งพื้นที่บริเวณโดยรอบ&nbsp;เพื่อป้องกันและกำจัดเชื้อโรค&nbsp;พร้อมกับควบคุมตลาดนัดโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโรค&nbsp;\"ลัมปีสกิน\"&nbsp;เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;อัตราการป่วยมากกว่า&nbsp;5%&nbsp;โดยจะพบตุ่มเนื้อ&nbsp;(Nodule)&nbsp;บนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุมในเวลาต่อมา&nbsp;โดยโค&nbsp;กระบือที่ได้รับเชื้อจะมีไข้&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ในโคนม&nbsp;อาจพบปริมาณน้ำนมลด&nbsp;โรคลัมปีสกินสามารถแพร่ระบาดสู่โคและกระบือ&nbsp;โดยการได้รับเชื้อผ่านทางการนำเข้าเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ&nbsp;ตลอดจนแมลงพาหะ&nbsp;ซึ่งหากเกิดการแพร่ระบาดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ</p>","2021-08-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210508184526731"],
    [130,"ไปรษณีย์ไทยจับมือคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Ecommerce กระทรวงเกษตรฯ ช่วยกลุ่มเกษตรกรไทยเพิ่มช่องทางขายผลไม้บนออนไลน์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) </strong>ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไปรษณีย์ไทย ยินดีช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทย ดึงจุดแข็งไปรษณีย์เสริมทัพรับฝาก ณ ที่อยู่ลูกค้า (Pick Up Service) อำนวยความสะดวกส่งของในประเทศ ไม่ต้องออกจากที่พักอาศัย ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อร่วมรณรงค์การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนอยู่ในที่พักอาศัย และลดการใช้พื้นที่ส่วนรวม เพื่อลดอัตราการแพร่ระบาดของไวรัส ทุกชิ้นส่งได้ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ <strong>บริษัทไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น </strong>ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทไปรษณีย์ไทย<strong>ร่วมมือกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน Ecommerce กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ </strong>ช่วยกลุ่มเกษตรกรไทย โดยขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ถึงผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยบริการโลจิสติกส์และการจ่ายเงินออนไลน์ (E-payment) ซึ่งนับเป็นอีกช่องทางสำคัญที่จะช่วยระบายผลไม้ในช่วงที่ผลผลิตออกมาล้นตลาด และแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจอยากเข้าร่วมขายสินค้าแบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ</strong> เข้าร่วมได้ที่เว็บไซต์<u> https://www.thailandpostmart.com/</u></p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509082251790"],
    [131,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มใน 4 จ. พร้อม ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อม&nbsp;ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;120&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สระบุรี&nbsp;95&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;91&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;56&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;47&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;,&nbsp;ภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,692&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,924&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม&nbsp;บริเวณจังหวัดสระบุรี&nbsp;เชียงราย&nbsp;สุโขทัย&nbsp;และตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาพบสภาพอากาศปีนี้คล้ายคลึงกับปี&nbsp;2551&nbsp;ที่ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศมีค่าสูงกว่าปกติ&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะสูงกว่าค่าปกติมาก&nbsp;โดยช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกรกฎาคมปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง&nbsp;จากนั้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น&nbsp;ส่วนเดือนสิงหาคมถึงกันยายนมีโอกาสเกิดพายุเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;ลูก&nbsp;จึงได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและเสี่ยงเกิดอุทกภัย&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้วยการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;เช่น&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;วางแผนการใช้น้ำโดยใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำเริ่มทำนาปีตั้งแต่เดือนเมษายน&nbsp;280,000&nbsp;ไร่&nbsp;วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;กำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เตรียมทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ให้เพียงพอและพร้อมใช้งานตลอดเวลาสำหรับจุดเสี่ยงอุทกภัย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกรุงเทพมหานคร&nbsp;ได้เตรียมแผนการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำและรับมือภาพรวมแต่ละกรณี&nbsp;โดยตรวจสอบและซ่อมแซมจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วม&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ&nbsp;ซึ่งทำงานร่วมกับกรมชลประทานและบริหารจัดการน้ำร่วมกับกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำให้พร้อมใช้งาน&nbsp;สำรวจและติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่จุดเสี่ยงและจุดเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509094022805"],
    [132,"ชุดปฏิบัติการ?พิเศษ?เหยี่ยว?ไฟ เข้าควบคุมไฟไหม้พื้นที่ป่าลำปาง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;ศิวบวร&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผย?ว่า&nbsp;ชุดปฏิบัติการ?พิเศษ?เหยี่ยว?ไฟ?ประจำ?ฐาน?แม่ทะ?ชุดสบปราบ&nbsp;ได้ออกลาดตระเวน?พล?เคลื่อนที่?เร็ว?เฝ้า?ระวัง?จุด?พื้น?ที่?จุด?เสี่ยง?ต่อ?การ?เกิด?ไฟไหม้?&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;08.30-15.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม?&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพบกลุ่ม?ควันไฟ?ขึ้น&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และได้นำโครนบินดูทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบว่าจุดแรกพิกัด&nbsp;47Q?561727E&nbsp;UTM?2019521N&nbsp;ที่บริเวณกลางเขา&nbsp;ได้แจ้งให้ชุดแม่ทะเข้าดับไฟในเขตป่าสงวน&nbsp;ป่าแม่อางแม่จาง&nbsp;สามารถ?ควบคุมสถานการณ์?ไฟไว้ได้&nbsp;พบพื้นที่เสียหาย?&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ไม่ทราบ?สาเหตุ?ใน?การเผา&nbsp;และจุดที่&nbsp;2&nbsp;พิกัด?&nbsp;47Q?562257E&nbsp;UTM?2017856N&nbsp;เขตลอยต่อเกษตรกร?รมไร่หมุนเวียนติดป่าชุมชน&nbsp;ได้แจ้งให้ชุดสบปราบและรถน้ำฐานแม่ทะเข้าดับไฟ?&nbsp;และสามารถ?ควบคุม?ไฟไว้ได้&nbsp;พบพื้นที่เสียหาย&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;สาเหตุจาก?การ?เผาเศษไม้?ที่ไถดันกองไว้ติดเขตป่าชุมชน?บ้านอิ่วเมี่ยน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;ศิวบวร&nbsp;&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;ศูนย์บัญชาการฯ&nbsp;ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง&nbsp;รายงานจำนวนจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ระบบ&nbsp;VIIRS&nbsp;ช่วงบ่ายวันที่&nbsp;8&nbsp;พฤษภาคม?&nbsp;2564&nbsp;ภาพรวมทั่วประเทศ&nbsp;49&nbsp;จุด&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;0&nbsp;จุด&nbsp;และช่วงเช้าวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม?&nbsp;2564&nbsp;ภาพรวมทั่วประเทศ&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;0&nbsp;จุด</p><p><br></p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509095502807"],
    [133,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กทม. และปริมณฑล","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509101940810"],
    [134,"หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย เกี่ยวกับป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง","<p><strong>หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;และฝ่ายปกครอง&nbsp;ออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;เกี่ยวกับป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายฟูอาดี&nbsp;แตปูซู&nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;(บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์)&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยฯ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอัยเยอร์เวง&nbsp;นำโดย&nbsp;พ.ต.ต.&nbsp;ชนะพล&nbsp;หลังยาหน่าย&nbsp;สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรอัยเยอร์เวง&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน&nbsp;ร้อย&nbsp;ฉก.ตชด.444&nbsp;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง&nbsp;ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;เกี่ยวกับป่าไม้บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง&nbsp;บริเวณบ้านปิยะมิตร&nbsp;3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ถูกบุกรุก&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;57&nbsp;ตารางวา??</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยขณะตรวจสอบไม่พบบุคคลใดแต่อย่างใด&nbsp;จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;ยล.4&nbsp;(บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์)&nbsp;ดำเนินการจัดทำบันทึกกล่าวโทษ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ป่าไม้&nbsp;พ.ศ.2484&nbsp;และให้ประสานงานผู้ปกครองนิคมเบตง&nbsp;กล่าวโทษ&nbsp;พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ&nbsp;พ.ศ.2511&nbsp;ต่อ&nbsp;พงส.สภ.อัยเยอร์เวง&nbsp;ต.อัยเยอร์เวง&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ..ยะลา&nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่พบเห็นการกระทำผิด&nbsp;พ.ร.บ.ป่าไม้&nbsp;มีการแผ้วถางป่าสงวนเพื่อการเกษตร&nbsp;หรือนำไม้ออกจากเขตป่าสงวนโดยผิดกฎหมาย&nbsp;สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ไปได้ที่&nbsp;ศูนย์สายด่วนพิทักษ์ป่า&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;1362&nbsp;หรือสายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;หมายเลข&nbsp;1341&nbsp;เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบต่อไป</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509105743831"],
    [135,"วันพืชมงคลปีนี้ จัดงานในรูปแบบที่เหมาะกับสถานการณ์ในปัจจุบัน","<p><strong>รายงานพิเศษ&nbsp;พืชมงคล</strong></p><p><strong>เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</strong>&nbsp;ทำให้การจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในปีนี้นั้นไม่สามารถดำเนินการจัดได้ตามปกติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยงดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และในการนี้&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่ขอพระราชทานและทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ&nbsp;ให้พลเอก&nbsp;สุรยุทธ์&nbsp;จุลานนท์&nbsp;ประธานองคมนตรี&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน&nbsp;ณ&nbsp;พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;ในวันอาทิตย์ที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;และปฏิบัติหน้าที่ประธานในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง&nbsp;สวนจิตรลดา&nbsp;ในวันนี้&nbsp;ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;วันพืชมงคล</p><p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์&nbsp;องค์พระพิรุณทรงนาค&nbsp;และศาลพระภูมิเจ้าที่ของพระยาแรกนาขวัญ&nbsp;จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่&nbsp;พนักงาน&nbsp;ข้าราชการและประชาชนไปแล้ว&nbsp;เป็นพิธีกรรมก่อนวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;และแม้ปีนี้สถานการณ์ส่งผลให้ไม่สามารถจัดพระราชพิธีได้อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ก็ยังสามารถแสดงถึงความสำคัญของพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;ที่นำความเป็นสิริมงคลมาให้ประชาชนและเกษตรกรได้รับไว้และมีส่วนร่วมได้&nbsp;ผ่านพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน</p><p><strong>ในปีนี้&nbsp;นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ทำหน้าที่เป็นผู้หว่านข้าว&nbsp;โดยมีคู่หาบทอง&nbsp;คู่หาบเงิน&nbsp;พร้อมด้วยพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน&nbsp;ที่เตรียมไว้ในพิธีหว่านข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;น้ำหนักรวมทั้งสิ้น&nbsp;1,396&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขาวดอกมะลิ&nbsp;105,&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;1,&nbsp;กข79,&nbsp;กข43&nbsp;และ&nbsp;กข6&nbsp;ซึ่งบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้ประชาชนผู้สนใจ&nbsp;ส่งมอบไปยังชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไป</p><p><br></p><p><br></p>","2021-09-05T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509114521861"],
    [136,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง ณ สวนจิตรลดา","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทำหน้าที่เป็นผู้หว่านข้าว&nbsp;ในพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง&nbsp;ซึ่งจะประกอบพิธี&nbsp;ณ&nbsp;สวนจิตรลดา&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;จึงได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันพิธีปลุกเสกเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน&nbsp;ซึ่งประกอบพระราชพิธี&nbsp;ณ&nbsp;พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&nbsp;และถือเป็นวันเกษตรกรด้วย&nbsp;สำหรับวันจันทร์ที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นพิธีหว่านข้าวในแปลงนาทดลอง&nbsp;ซึ่งจะประกอบพิธี&nbsp;ณ&nbsp;สวนจิตรลดา</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับคู่หาบทองปีนี้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ได้แก่&nbsp;นางสาวณัฐชยา&nbsp;ศรีสุขสวัสดิ์&nbsp;นักวิชาการปฏิรูปที่ดินชำนาญการ&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;และนางสาวอาทิตยา&nbsp;ทองแกมแก้ว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;คู่หาบเงิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางสาวกันยารัตน์&nbsp;เศวตนันทิกุล&nbsp;นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ&nbsp;กองการเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นางสาวชลธิชา&nbsp;ทองอ่อน&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;โดยมีนายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ทำหน้าที่เป็นผู้หว่านข้าว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานที่เตรียมไว้ในพิธีหว่านข้าว&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มีทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;น้ำหนักรวมทั้งสิ้น&nbsp;1,396&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ได้แก่&nbsp;ขาวดอกมะลิ&nbsp;105,&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;1,&nbsp;กข79,&nbsp;กข43&nbsp;และ&nbsp;กข6&nbsp;ตลอดจนบรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร&nbsp;ประชาชนผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-09-05T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509120358875"],
    [137,"จังหวัดแพร่ สนองนโยบายกระทรวงมหาดไทย ให้ทุกพื้นที่เร่งขุดลอกคูคลอง เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยในพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(9&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่บ้านหมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลห้วยหม้าย&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยพันเอก&nbsp;สุชาติ&nbsp;พุ่มสุวรรณ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;นายกิติพัฒน์&nbsp;กะวัง&nbsp;นายอำเภอสอง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจติดตามการขุดลอกลำน้ำห้วยขอน&nbsp;เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่บ้านนาตอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลห้วยหม้าย&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรกลจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;และเทศบาลตำบลห้วยหม้าย&nbsp;ให้การสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินการครั้งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสนองนโยบายของพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ซึ่งได้มีหนังสือสั่งการด่วนให้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่ดำเนินการในการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะการขุดลอกคู&nbsp;คลอง&nbsp;ซึ่งมีการตื้นเขินและมีเศษสวะกีดขวางการไหลของน้ำ&nbsp;ซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวจะทำให้มีฝนตก&nbsp;และมีปริมาณน้ำสะสมในพื่นที่&nbsp;ก็จะทำให้น้ำสามารถระบายออกได้ทันไม่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;และพื้นที่การเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้มอบนโยบายในการป้องกันอุทกภัยในปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ต้องรีบขุดลอกลำเหมืองหรือคลองส่งน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ดี&nbsp;เตรียมพื้นที่รองรับน้ำให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;และป้องกันการเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509123456891"],
    [138,"ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 900 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า&nbsp;900&nbsp;องค์กร&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจาก&nbsp;สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ&nbsp;ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนเป็นต้นมา&nbsp;พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม&nbsp;919&nbsp;องค์กร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สทนช.&nbsp;ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป&nbsp;แล้วจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการนำระบบการรับจดทะเบียนออนไลน์มาใช้&nbsp;เพื่อให้การรับจดทะเบียนยังคงมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง&nbsp;และผู้ลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้เอง&nbsp;โดยกรอกข้อมูลตามลำดับขั้นตอนโดยแนบเอกสารต่างๆตามที่กำหนด&nbsp;แล้วยังสามารถบันทึกและกลับมาทำใหม่&nbsp;ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการส่งเข้าสู่ระบบต่อไป&nbsp;&nbsp;พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ&nbsp;องค์กรภาคเกษตรกรรม&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;หรือภาคพาณิชยกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง&nbsp;ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;(ลำปาง&nbsp;สระบุรี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;และสุราษฎร์ธานี)&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์มาที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;แขวงตลาดบางเขน&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10210&nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้&nbsp;การพัฒนา&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การบำรุงรักษา&nbsp;การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ&nbsp;ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509132245903"],
    [139,"อว. เผยคนกรุงเทพฯ ใส่หน้ากากอนามัย ทำสถิติสูงกว่า 99% ติดต่อกัน 11 วัน ระมัดระวังตัวสูงสุดแล้ว โดยล่าสุดมีคนไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องเพียง 45 คนจาก 10,910 คน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยคนกรุงเทพฯ&nbsp;ใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;ทำสถิติสูงกว่า&nbsp;99%&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;ระมัดระวังตัวสูงสุดแล้ว&nbsp;โดยล่าสุดมีคนไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องเพียง&nbsp;45&nbsp;คนจาก&nbsp;10,910&nbsp;คน</strong></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อว.ได้ประมวลผลจากกล้อง&nbsp;30&nbsp;จุดใน&nbsp;28&nbsp;เขตทั่วกรุงเทพมหานคร&nbsp;พบว่าเกือบทุกคนใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะแล้ว&nbsp;โดยประชากร&nbsp;10,910&nbsp;คน&nbsp;มีเพียง&nbsp;45&nbsp;คนเท่านั้นที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้อง&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;เขตที่ต่ำกว่า&nbsp;99%&nbsp;แต่สูงกว่า&nbsp;98%&nbsp;และมีเพียง&nbsp;2&nbsp;เขตที่ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่า&nbsp;98%&nbsp;เมื่อวิเคราะห์โดยละเอียดพบว่าอัตราการใส่ในช่วงเช้าและเย็นก็สูงกว่า&nbsp;99.5%&nbsp;ทั้งสองช่วง</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จุดที่สำรวจพบการใส่หน้ากากอนามัยในอัตราต่ำสุดอยู่ที่บริเวณสะพานลอยคนข้ามถนนที่เขตสาทร&nbsp;พบการใส่หน้ากากอนามัยเพียง&nbsp;88.89%&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เมื่อติดตามการใส่หน้ากากอนามัยในแต่ละบริเวณ&nbsp;ไม่ว่า&nbsp;จะเป็นหน้าธนาคาร&nbsp;ทางเดินริมถนน&nbsp;หน้าร้านสะดวกซื้อ&nbsp;หน้าศูนย์การค้า&nbsp;หน้าตลาด&nbsp;ป้ายรถเมล์&nbsp;สะพานลอยข้ามถนน&nbsp;และในตลาด&nbsp;ก็มีอัตราการใส่หน้ากากอนามัยสูงกว่า&nbsp;99.5%&nbsp;ทุกบริเวณ&nbsp;แสดงว่าคนกรุงเทพฯได้ระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ในที่สาธารณะแล้ว&nbsp;</span></p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509154040937"],
    [140,"รมว.อว. ตรวจเยี่ยมราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ ชม รพ.สนาม แห่งใหม่ จากหอพักนักศึกษาสู่หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19 รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจาก กทม.และปริมณฑล","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ตรวจเยี่ยมราชภัฏธนบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ชม&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;แห่งใหม่&nbsp;จากหอพักนักศึกษาสู่หอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19&nbsp;รองรับการส่งต่อผู้ป่วยจาก&nbsp;กทม.และปริมณฑล</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">และนวัตกรรม&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;อว./&nbsp;ผู้บริหารจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;อธิการบดีและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี&nbsp;(&nbsp;มรภ.ธนบุรี)&nbsp;เข้าเยี่ยมชมการดัดแปลงหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;สธ.&nbsp;เพิ่มจากเดิมที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ที่ตั้งรองรับได้เพียง&nbsp;300&nbsp;เตียง&nbsp;ซึ่งขณะนี้ไม่เพียงพอ&nbsp;เนื่องจากการค้นหาเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงต่างๆของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;พบมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;800&nbsp;คน&nbsp;เป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการไม่รุนแรงและผู้ป่วยภาวะวิกฤติ&nbsp;โรงพยาบาลสมุทรปราการและโรงพยาบาลบางพลี&nbsp;จึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการ&nbsp;จัดตั้งหอผู้ป่วยเฉพาะกิจโควิด-19&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยการดัดแปลงหอพักนักศึกษา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;อาคาร&nbsp;สามารถขยายสูงสุดได้&nbsp;800&nbsp;เตียง&nbsp;และเตรียมหอประชุมเป็นโรงพยาบาลสนามอีก&nbsp;120&nbsp;เตียง&nbsp;รองรับผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตจากภายในจังหวัดสมุทรปราการและจะรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจาก&nbsp;กทม.&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;ด้วย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังการเยี่ยมชม&nbsp;รมว.อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ได้นำความห่วงใยและกำลังใจ&nbsp;พร้อมคำขอบคุณ</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มามอบให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้ง&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;และเห็นถึงความตั้งใจของมรภ.ธนบุรี&nbsp;และจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้ง&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;เป็นการทำด้วยใจอย่างแท้จริง&nbsp;ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ว่า&nbsp;อว.&nbsp;พร้อมเป็นหน่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนเองได้มาที่&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ครั้งหนึ่งแล้วช่วงวันหยุดสงกรานต์&nbsp;ซึ่งได้สัมผัสกับความตั้งใจของผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่าย&nbsp;และได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยมเกิดเป็น&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&nbsp;น่าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นภาพของความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;และมั่นใจว่าไม่ว่าจะมีวิกฤติเข้ามาในอนาคตแบบใดก็สามารถก้าวผ่านได้อย่างแน่นอน</span></p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509182448982"],
    [141,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการอนุรักษ์ควายไทย สร้างความตระหนักแก่เกษตรกรในการเลี้ยง ขยายพันธุ์เนื่องจากควายไทยมีแนวโน้มลดลง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายสมศักดิ์&nbsp;ธรรมบุตร&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอค้อวัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายด้านปศุสัตว์&nbsp;ของนางพิมพา&nbsp;มุ่งงาม&nbsp;บ้าน&nbsp;ดวน&nbsp;ม.7&nbsp;ต.น้ำอ้อม&nbsp;อ.ค้อวัง&nbsp;เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ควายไทย&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การผสมเทียมเพื่อขยายสัตว์พันธุ์ดี&nbsp;มอบแร่ธาตุก้อน&nbsp;วิตามิน&nbsp;เพื่อบำรุงสุขภาพสัตว์&nbsp;การตรวจสุขภาพสัตว์เบื้องต้น&nbsp;การทำพิธีแฮกนาตามประเพณีโบราณ&nbsp;การใช้ควายไถนา&nbsp;เพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าว&nbsp;และการเสริมสร้างความรู้ในการเลี้ยงควายแก่เกษตรกร&nbsp;เนื่องในวันอนุรักษ์ควายไทย&nbsp;ซึ่งกำหนดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.60&nbsp;ที่เห็นชอบให้วันที่&nbsp;14&nbsp;พ.ค.ของทุกปี&nbsp;เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย&nbsp;เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ได้มีพระราชดำรัสถึงหลักการดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;เป็นครั้งแรก&nbsp;และเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกรให้ความสำคัญในการเลี้ยงและขยายพันธุ์ควายไทย&nbsp;เนื่องจากจำนวนควายมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สาเหตุเนื่องจากเกษตรกรนิยมใช้รถไถนาแทนการใช้แรงงานควาย&nbsp;พื้นที่เลี้ยงลดลง&nbsp;ขาดแคลนแรงงานเลี้ยงควาย&nbsp;อาหารหยาบไม่เพียงพอ&nbsp;และควายขาดความสมบูรณ์พันธุ์&nbsp;ทำให้มีลูกห่าง&nbsp;สำหรับ&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;มีกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;28,751&nbsp;ตัว&nbsp;ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่มีกระบือ&nbsp;32,073&nbsp;ตัว</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509180231979"],
    [142,"วราวุธ ย้ำ สามารถเพิ่มป่าชายเลนของประเทศได้กว่า 200,000 ไร่ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคน พร้อมเน้นรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆเนื่องใน วันป่าชายเลนแห่งชาติ","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;สามารถเพิ่มป่าชายเลนของประเทศได้กว่า&nbsp;200,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคนช่วยกันรักษาและฟื้นฟู&nbsp;พร้อมเน้นรณรงค์ผ่านสื่อต่างๆเนื่องใน&nbsp;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้งดจัดกิจกรรม&nbsp;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;แล้วเปลี่ยนรูปแบบการรณรงค์เน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ&nbsp;เพื่อการสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;และปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน&nbsp;พร้อมกำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;หาแนวทางการสร้างมาตรฐานจัดการป่าชายเลนแบบครบทุกมิติ&nbsp;หลังผืนป่าชายเลนของประเทศไทยช่วง&nbsp;5&nbsp;ปีที่ผ่านมามีความสมบูรณ์และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;จากการสำรวจและแปลภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;GISTDA&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;พบพื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ&nbsp;1.737&nbsp;ล้านไร่&nbsp;แล้วเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;ไร่&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2557&nbsp;ที่มีเพียง&nbsp;1.53&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของประชาชนทุกคนช่วยกันดูแล&nbsp;รักษาและฟื้นฟูจนป่าชายเลนกลับคืนสภาพสมบูรณ์ในหลายพื้นที่&nbsp;พร้อมได้เปิดตัว&nbsp;แคนยอนบ้านท่าเลน&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นผืนป่าชายเลนที่สมบูรณ์เกิดจากการดูแลของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังกำชับให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งน้อมนำแนวพระราชดำรัสของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;มาเป็นหลักและแนวทางร่วมกันปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์และดูแลป่าชายเลน&nbsp;ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ&nbsp;พร้อมคาดหวังจะเพิ่มป่าชายเลนมากขึ้นในทุกปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรม&nbsp;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;ปีนี้เน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางต่างๆเกี่ยวกับผลงานความสำเร็จของประชาชนที่ช่วยกันดูแลผืนป่าชายเลน&nbsp;จนทำให้จำนวนพื้นที่ป่าภาพรวมเพิ่มขึ้น&nbsp;การปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน&nbsp;และกิจกรรมสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน&nbsp;เช่น&nbsp;การก่อสร้างสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ&nbsp;ร.9&nbsp;รวมพื้นที่กว่า&nbsp;518&nbsp;ไร่&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั่วโลก&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนทั่วประเทศ&nbsp;และการผลักดันให้ผืนป่าชายเลนจังหวัดระนองที่มีความสมบูรณ์&nbsp;มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง&nbsp;และมีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเสนอเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ&nbsp;เพื่อให้นานาชาติเห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติและสะท้อนความร่วมมือของประชาชนที่ช่วยกันดูแลอย่างเข้มแข็ง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งถอดบทเรียนจากกิจกรรมที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงการทำงาน&nbsp;การพัฒนาศักยภาพและความรู้ของเจ้าหน้าที่&nbsp;การหาพันธมิตรภาคเอกชนและสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมฟื้นฟูและดูแลป่าชายเลน&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;หลังโควิด-19&nbsp;คลี่คลายพื้นที่ป่าชายเลนของไทยจะมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้&nbsp;จึงต้องเตรียมมาตรการและแนวทางรองรับสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","NULL","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509181743981"],
    [143,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,280 ล้านโดส ใน 195 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 35.19 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.74 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,280&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;195&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;รวมกันกว่า&nbsp;35.19&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;1.74&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;หรือ&nbsp;อว.&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,259&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;195&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;19.4&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;257&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;113&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;33.4&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;19.5%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;21.97&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จัดสรรวัคซีนแล้วทั้งหมด&nbsp;2,427,452&nbsp;โดส&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;1,743,720&nbsp;คน&nbsp;ใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เข็มแรก&nbsp;1,273,666&nbsp;โดส&nbsp;และเข็มสอง&nbsp;470,054&nbsp;โดส&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;1,743,720&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;49.5%</span></p>","2021-09-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210509215858026"],
    [144,"เช้านี้ลำปางอากาศดีมาก ไม่พบจุด Hotspot ด้านเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์สร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;ศิวบวร&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ไม่พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ทำให้คุณภาพอากาศอยู่ระดับอากาศดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการป้องกัน&nbsp;เจ้าหน้าที่ยังคงออกลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เสี่ยง</p><p>ต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แม้จะผ่านช่วงการประกาศห้ามเผาระหว่าง&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการดำเนินงานของศูนย์รับแจ้งเหตุไฟป่าและหมอกควันจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้รับแจ้งเหตุทางหมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-5425-6072-3&nbsp;และทางกลุ่มไลน์&nbsp;\"War&nbsp;Room&nbsp;ไฟป่าลำปาง\"&nbsp;รวมสะสม&nbsp;422&nbsp;ครั้ง&nbsp;ผลการดำเนินคดีสะสม&nbsp;19&nbsp;คดี&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;458-3-98&nbsp;ไร่</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510085102035"],
    [145,"วันพืชมงคล เกษตรกรหลายแห่งถือโอกาสเตรียมดินไว้เพาะปลูก","<p><strong>10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</strong>เป็นวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ&nbsp;เป็นวันมงคลของเกษตรกรไทย&nbsp;ซึ่งจะได้เริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ&nbsp;เนื่องจากจะก้าวเข้าสู่ฤดูฝนที่เหมาะแก่การปลูกพืช&nbsp;เพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงเหมาะแก่การทำนาปลูกข้าวและพืชไร่ต่างๆ</p><p><strong>วันพืชมงคลที่ได้เริ่มขึ้นในวันนี้เกษตรกรหลายพื้นที่หลายแห่ง&nbsp;</strong>ทั้งชาวนา&nbsp;&nbsp;ชาวสวน&nbsp;ได้เตรียมดินไว้เพื่อการเพาะปลูก&nbsp;หลังจากนี้เมื่อมีน้ำฝนมาสามารถทำการเกษตรได้อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;ถือว่าเป็นการเริ่มต้นฤดูการผลิตของเกษตรกรไทย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510091018041"],
    [146,"จังหวัดยโสธร ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางพร้อมจุดบั้งไฟถวายพญาแถน บอกกล่าวถึงฤดูการทำนา","<p><strong>นายสถิตย์&nbsp;ศรีสงคราม&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองยโสธร</strong>&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองยโสธร&nbsp;พร้อมชาวชุมชนเทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;ทำพิธีบวงสรวง&nbsp;บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;เจ้าที่เจ้าทางที่ฐานจุดบั้งไฟจังหวัดยโสธร&nbsp;ที่บริเวณฐานจุดบั้งไฟ&nbsp;สวนสาธารณะพญาแถน&nbsp;ตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;เนื่องจากในปีนี้จังหวัดยโสธรได้ประกาศงดจัดประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางที่ไม่ได้จัดประเพณีบุญบั้งไฟตามประเพณี&nbsp;จึงต้องทำพิธีบวงสรวงเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ได้รับรู้และรับทราบพร้อมจุดบั้งไฟถวายพญาแถน&nbsp;เพื่อบอกกล่าวว่าถึงฤดูการทำนาแล้วให้ฝนตกลงมาตามความเชื่อของชาวจังหวัดยโสธร</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510094514053"],
    [147,"จังหวัดสกลนคร ชาวนาไถหว่านพันธุ์ข้าวในวันพืชมงคล เพื่อความเป็นสิริมงคล","<p><strong>วันพืชมงคล&nbsp;จะมีพิธีทำขวัญเมล็ดพืชพันธุ์ต่างๆ</strong>&nbsp;โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น&nbsp;ปราศจากโรคภัย&nbsp;และให้อุดมสมบูรณ์เจริญงอกงาม&nbsp;ถือเป็นฤกษ์งามยามดีของเกษตรกรไทยที่จะเริ่มการเพาะปลูก&nbsp;โดยชาวนาจะนิยมใช้วันพืชมงคลในการเริ่มไถเตรียมดินในการทำนา&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่แปลงนาของนายระดมจิตร&nbsp;แก้วกิ่ง&nbsp;</strong>ผู้ใหญ่บ้านนาสีนวล&nbsp;ม.3&nbsp;ตำบลตองโขบ&nbsp;อำเภอโคกศรีสุพรรณ&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;&nbsp;ก็ได้ใช้รถไถนาเดินตามคู่ใจ&nbsp;ไถกลบเตรียมดิน&nbsp;โดยตอซังข้าวและวัชพืชที่ไถกลบ&nbsp;จะเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน&nbsp;ซึ่งเมื่อปรับเตรียมสภาพดินให้ดีแล้ว&nbsp;ผลผลิตข้าวก็จะดีตาม</p><p><strong>นายระดมจิตร&nbsp;แก้วกิ่ง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;วันพืชมงคลถือเป็นวันดีของชาวนาไทย&nbsp;และเป็นวันที่เป็นสิริมงคลต่อเกษตรกรทุกคน&nbsp;โดยตนกับญาติจะมาช่วยกันทำนา&nbsp;ตั้งแต่เริ่มไถนา&nbsp;&nbsp;หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;ปักดำนา&nbsp;ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน&nbsp;ที่นาก็จะอยู่ใกล้กัน&nbsp;เนื้อที่ครอบครัวละ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ทำนาแบบพอเพียง&nbsp;ไว้รับประทานในครอบครัว&nbsp;เหลือก็แบ่งปันเครือญาติ&nbsp;ปีไหนราคาดีก็จะแบ่งขายบ้าง&nbsp;โดยการทำนาในชนบทส่วนมากจะเป็นผู้สูงอายุ&nbsp;เช่น&nbsp;พ่อแม่ที่อยู่บ้าน&nbsp;ขณะที่&nbsp;ลูกหลานก็จะออกไปทำงานในเมือง&nbsp;หรือเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ</p><p><strong>สำหรับสภาพดินและแหล่งน้ำของบ้านนาสีนวล</strong>&nbsp;ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก&nbsp;&nbsp;เพราะอยู่ใกล้กับเทือกเขาภูพาน&nbsp;มีป่าไม้และมีแหล่งน้ำธรรมชาติจำนวนมาก&nbsp;โดยดินส่วนมากจะเป็นดินร่วนปนทราย&nbsp;ชาวบ้านจึงนิยมทำนาดำ&nbsp;โดยจะให้ผลผลิตที่ดีและดูแลง่ายกว่าการทำนาหว่าน&nbsp;ซึ่งมักจะมีปัญหาด้านวัชพืช</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ตนยังได้ทำเกษตรแบบผสมผสาน</strong>&nbsp;มีการปลูกพืชหลากหลายชนิดและขุดบ่อเลี้ยงปลา&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมอีกด้วย&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510095440057"],
    [148,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในเพชรบุรี ขณะที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ทั่วประเทศและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ขณะที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่มีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;และภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;56&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;32&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ชลบุรี&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และราชบุรี&nbsp;52&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,676&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,907&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมถึงปัจจุบัน&nbsp;คือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;35&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จัดสรรน้ำไปแล้ว&nbsp;46.50&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;9&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จัดสรรน้ำไปแล้ว&nbsp;10.71&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;12&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จัดสรรน้ำไปแล้ว&nbsp;18.47&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคใต้ปริมาณน้ำยังคงลดลงเล็กน้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;3&nbsp;วันล่วงหน้าในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;38&nbsp;แห่ง&nbsp;มีปริมาณน้ำไหลเข้ารวม&nbsp;204&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนและสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;โดยเฉพาะเน้นเก็บกักน้ำให้มากที่สุดสำรองน้ำไว้ใช้หน้าแล้งปีหน้าอย่างไม่ขาดแคลน</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510100913060"],
    [149,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากในหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510101106062"],
    [150,"เกษตรกรชาวไร่ ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ต่างถือฤกษ์ดี \"วันพืชมงคล\" ปลูกต้นกล้ากันแต่เช้า เพราะเชื่อว่าเป็นวันดี วันมงคล พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี ถึงแม้ปีนี้จะไม่สามารถจัดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้อย่างเต็มรูปแบบ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรชาวไร่&nbsp;ทั้งอ้อย&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ต่างถือฤกษ์ดี&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;ปลูกต้นกล้ากันแต่เช้า&nbsp;เพราะเชื่อว่าเป็นวันดี&nbsp;วันมงคล&nbsp;พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี&nbsp;ถึงแม้ปีนี้จะไม่สามารถจัดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้อย่างเต็มรูปแบบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ถึงแม้ใน&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;ปีนี้&nbsp;จะไม่สามารถจัดพระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;เหมือนทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปีที่ผ่าน&nbsp;ๆ&nbsp;มา&nbsp;เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;แต่ปีนี้ฝนมาเร็วกว่าทุกปี&nbsp;จึงส่งผลดีต่อเกษตรกร&nbsp;ชาวไร่&nbsp;ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;และข้าวโพดในหลายพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ต่างยังคงถือฤกษ์ดี&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;ออกมาทำการเกษตรกันแต่เช้า&nbsp;เพราะเชื่อว่าเป็นวันดี&nbsp;วันมงคล&nbsp;พืชผลผลิตจะเจริญงอกงาม&nbsp;ขายได้กำไรดี&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในพื้นที่ตำบลโคกตูม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และตำบลดีลัง&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;ต่างนำรถไถเพื่อการเกษตร&nbsp;ซึ่งใช้สำหรับกดปักตอกล้าของต้นอ้อย&nbsp;เพื่อปลูกอ้อยลงสู่แปลงปลูกที่ได้ไถเตรียมไว้ก่อนหน้า&nbsp;กันแต่เช้า&nbsp;เช่นเดียวกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโคกตูม&nbsp;หลายรายก็ถือฤกษ์ดีใน&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;ร่วมกันลงแขก&nbsp;ปลูกต้นมันสำปะหลัง&nbsp;แบบใช้แรงงานคนในการปักเลียงต้นมันกล้า&nbsp;ในแปลงปลูกที่ได้มีการปรับแต่งพรวนดินยกล่องรอไว้ก่อนตั้งแต่เมื่อวานนี้&nbsp;บนพื้นที่เกือบ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;โดยถือฤกษ์ดีในช่วงพืชมงคล&nbsp;ตามแบบประเพณีโบราณที่ยึดถือกันมาทุกปี&nbsp;เพราะเชื่อว่าหลังจากวันนี้ไปจะทำให้ฝนตกต้องฤดูกาล&nbsp;พืชผลผลิตเจริญงอกงามขายได้กำไรดี&nbsp;และก็ถือเป็นฤกษ์ดีจริง&nbsp;ๆ&nbsp;เนื่องจากเมือคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาในพื้นเพาะปลูกของเกษตรกรพอสมควร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่&nbsp;ได้หยอดเมล็ดไปก่อนหน้าแล้ว&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;อย่างที่บอกว่าปีนี้ฝนมาเร็วกว่าทุกปี&nbsp;เกษตรกรบางส่วนจึงชิงเพาะปลูกไปก่อนล่วงหน้า&nbsp;และอาศัยฤกษ์ดี&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;นำรถไถเพื่อการเกษตรขนาดเล็กออกมาไถพวนดิน&nbsp;และใส่ปุ๋ยในแปลงข้าวโพดของตนเองด้วยเช่นกัน</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510104006071"],
    [151,"ชาวนาชัยนาทหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวถือฤกษ์ดี \"วันพืชมงคล\" หวังผลผลิตเจริญงอกงามน้ำท่าอุดมสมบูรณ์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาวนาชัยนาทหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวถือฤกษ์ดี&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;หวังผลผลิตเจริญงอกงามน้ำท่าอุดมสมบูรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่ตำบลเที่ยงแท้&nbsp;อำเภอสรรคบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เร่งไถ่นาปรับพื้นที่พร้อมเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยถือฤกษ์ดีใน&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;หวังผลผลิตดี&nbsp;น้ำท่าอุดมสมบูรณ์&nbsp;พืชผลทางการเกษตรเจริญงอกงาม&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อการทำนา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางจารุวรรณ&nbsp;ปิ่นทอง&nbsp;อายุ&nbsp;48&nbsp;ปี&nbsp;เกษตรกรผู้ทำนาในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเที่ยงแท้&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนเองทำนาอยู่ประมาณ&nbsp;44&nbsp;ไร่&nbsp;ปีนี้&nbsp;ตนเองได้ทำการสูบน้ำจากคลองส่งน้ำของชลประทาน&nbsp;เพื่อนำน้ำมาใช้ทำนา&nbsp;ซึ่งปีนี้โชคดีที่ชลประทานได้เริ่มเปิดน้ำเข้าคลองจึงทำให้มีน้ำใช้ในการทำนา&nbsp;โดยเตรียมดินเสร็จและหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ในวันพืชมงคลพอดี&nbsp;แต่สิ่งที่ตนเองประสบปัญหามาตลอดฤดูกาลทำนาจากปีที่ผ่านมา&nbsp;คือ&nbsp;ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ผลผลิตได้รับความเสียหาย&nbsp;ราคาผลผลิตไม่ค่อยดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในปีนี้หวังว่าผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ข้าวของตนจะเจริญงอกงามได้ผลผลิตดี&nbsp;มีราคาที่สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;และน้ำท่าอุดมสมบูรณ์&nbsp;หากเป็นไปได้อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นช่วยพยุงราคาข้าวให้ดีกว่านี้</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510104303072"],
    [152,"เกษตรอำเภอแม่ลาน้อย เตือนเกษตรกรเฝ้าระวัง โรคเหี่ยวเหลืองในพริก ระบาดหน้าฝน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งเตือนเกษตรกรในช่วงนี้ให้หมั่นสำรวจแปลงและเฝ้าระวังการระบาดของ&nbsp;โรคเหี่ยวเหลืองในพริก&nbsp;สาเหตุจากเชื้อรา&nbsp;Fusarium&nbsp;oxysporum&nbsp;สามารถแพร่กระจายโดยทางดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;และฝน&nbsp;พบโรคได้บ่อยในฤดูฝน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลักษณะอาการ&nbsp;คือ&nbsp;หากเกิดโรคในระยะกล้า&nbsp;ต้นพริกจะแสดงอาการมีแผลฉ่ำน้ำบริเวณคอดิน&nbsp;เหี่ยว&nbsp;และล้มพับเป็นหย่อมๆ&nbsp;แต่ถ้าเกิดโรคในระยะต้นโตแล้ว&nbsp;เชื้อราจะเข้าทำลายรากพริกหรือโคนต้นที่อยู่ระดับผิวดิน&nbsp;เมื่อใช้มีดปาดที่ผิวโคนต้นบริเวณระดับเหนือดินให้ลึกถึงท่อนำอาหารจะพบว่าท่อนำอาหารเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแดง&nbsp;ซึ่งอาการผิดปกตินี้จะลามไปถึงส่วนรากด้วย&nbsp;ส่วนใบที่อยู่ตอนล่างในทรงพุ่มหรือบริเวณรอบทรงพุ่มจะเหลืองและร่วง&nbsp;ต้นพริกจะแสดงอาการเหี่ยวช่วงแดดร้อนจัดแต่จะฟื้นในตอนเช้า&nbsp;และจะเหี่ยวถาวรภายใน&nbsp;2-7&nbsp;วัน&nbsp;พริกจะยืนต้นตายหรือใบร่วงหมด&nbsp;หากเกิดโรคในระยะออกดอกติดผล&nbsp;ดอกและผลจะร่วง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการป้องกันและกำจัด&nbsp;1.ในการเตรียมดินควรไถดินตากแดดสักระยะหนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อโรคในดิน&nbsp;2.ปรับสภาพดินด้วยปูนขาว&nbsp;และใส่ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยคอก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;หรือไถกลบปุ๋ยพืชสด&nbsp;3.ใช้จุลินทรีย์ปฏิปักษ์&nbsp;เช่น&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า&nbsp;ผสมน้ำฉีดพ่นในแปลง&nbsp;4.เว้นระยะต้นและระยะแถวให้เหมาะสม&nbsp;เพื่อให้แสงแดดส่องผ่านถึงพื้นดินและมีการระบายอากาศในทรงพุ่มได้ดี&nbsp;5.หมั่นตรวจแปลง&nbsp;หากพบต้นที่เป็นโรคต้องรีบถอน&nbsp;6.ปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชอาศัยเพื่อตัดวงจรของโรค</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510121040093"],
    [153,"เปิดใจเกษตรกรในโครงการธนาคารอาหารชุมชนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านนาป่าแปกฯ ปลื้มปิติ ได้มีโอกาสนำข้าวที่ปลูกเอง ทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระพันปีหลวง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิโรจน์&nbsp;บรรเจิดฤทธิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;6&nbsp;ลงพื้นที่บ้านนาป่าแปก&nbsp;ต.หมอกจำแป่&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าของเกษตรกรในโครงการธนาคารอาหารชุมชนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านนาป่าแปก&nbsp;ต.หมอกจำแป่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้พูดคุยกับลุงซู่&nbsp;ผู้เฒ่าแห่งบ้านนาป่าแปก&nbsp;ต.หมอกจำแป่&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ลุงซู่เล่าให้ฟังตามสำเนียงไทยใหญ่แฝงด้วยความปลื้มปิติ&nbsp;ว่า&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ธนาคารอาหารชุมชนบ้านนาป่าแปกแห่งนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลุงซู่เป็นคนแรกที่เข้ามาทำมาหากิน&nbsp;และปลูกบ้านอยู่อาศัยเมื่อ&nbsp;40&nbsp;กว่าปีก่อน&nbsp;อยู่มาวันหนึ่งได้เห็นพ่อหลวงและแม่หลวงเสด็จฯมาที่นี้&nbsp;ทั้งสองพระองค์ทรงงานจนเวลาพลบค่ำ&nbsp;พระองค์ท่านจึงเสด็จพระราชดำเนินบนพื้นดินเป็นทางลาดลงไปใกล้ๆลำธาร&nbsp;และเสวยพระกระยาหารค่ำที่กระท่อมเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ตรงนั้น&nbsp;โดยผู้ตามเสด็จฯ&nbsp;ได้ส่องไฟสปอตไลท์ให้แสงสว่าง&nbsp;ระหว่างเล่าลุงซู่ได้ชี้ไปที่จุดที่เคยมีกระท่อมริมน้ำพร้อมแววตามีประกายสดใสและรอยยิ้มของผู้เฒ่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลุงซู่&nbsp;บอกว่าไม่ได้รับเสด็จฯมาหลายปีแล้ว&nbsp;แต่ยังโชคดี&nbsp;เมื่อไม่กี่ปีมานี้ลุงได้มีโอกาสนำข้าวที่ลุงปลูกเองในโครงการธนาคารอาหารชุมชนฯ&nbsp;เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ&nbsp;ถวายแด่นางฟ้า&nbsp;(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง)&nbsp;ที่พระตำหนักปางตอง&nbsp;ลุงทราบว่าพระองค์ประชวร&nbsp;อยากให้พระองค์หายจากประชวร&nbsp;จะได้เสด็จฯมาที่นี่อีก</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510114757088"],
    [154,"ธ.ก.ส.ขยายระยะเวลาเปิดรับทำประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ในพื้นที่ 42 จังหวัด","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้เปิดโครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต&nbsp;โดยใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นนั้น&nbsp;เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จึงหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการขยายระยะเวลาในการขายกรมธรรม์โครงการประกันภัยข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;จากเดิมสิ้นสุดวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นสิ้นสุดวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ในกลุ่มที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;42&nbsp;จังหวัด&nbsp;สำหรับจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ยังคงสิ้นสุดตามระยะเวลาเดิม</p><p><strong>กรมธรรม์การประกันภัยข้าวนาปีในส่วนของการประกันภัยขั้นพื้นฐาน&nbsp;</strong>อัตราค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่&nbsp;55&nbsp;บาทถึง&nbsp;230&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ขึ้นอยู่กับพื้นที่ความเสี่ยง&nbsp;โดยรัฐบาลอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้&nbsp;58&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;กรณีเป็นเกษตรกรลูกค้าที่ใช้บริการสินเชื่อ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ธนาคารจะจ่ายสมทบส่วนที่เหลือให้เต็มจำนวน&nbsp;ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับประกันภัยฟรี&nbsp;โดยให้ความคุ้มครองในกรณีเกิดภัยธรรมชาติ&nbsp;7&nbsp;ภัย&nbsp;วงเงินคุ้มครองจำนวน&nbsp;1,260&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;กรณีเกิดภัยศัตรูพืช/โรคระบาด&nbsp;วงเงินคุ้มครอง&nbsp;630&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;เป้าหมายการทำประกันภัยบนพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ&nbsp;46&nbsp;ล้านไร่&nbsp;กรณีทำประกันภัยส่วนเพิ่ม&nbsp;ค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่&nbsp;24&nbsp;บาทถึง&nbsp;101&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ขึ้นอยู่กับพื้นที่ความเสี่ยง&nbsp;เมื่อเกิดภัยธรรมชาติจะได้รับวงเงินเพิ่มอีก&nbsp;240&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;รวมเงินประกันภัยที่ได้รับ&nbsp;1,500&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;กรณีเกิดภัยศัตรูพืช&nbsp;โรคระบาด&nbsp;ได้รับวงเงินคุ้มครองเพิ่ม&nbsp;120&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;รวมเงินประกันภัยที่ได้รับ&nbsp;750&nbsp;บาทต่อไร่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรลูกค้า</strong>ที่ใช้บริการสินเชื่อ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;และเกษตรกรทั่วไปในพื้นที่เสี่ยงต่ำ&nbsp;จะได้รับสิทธิ์ประกันภัยฟรี&nbsp;ไม่ต้องมาติดต่อธนาคาร&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะดำเนินการให้ทั้งหมด&nbsp;ส่วนเกษตรกรทั่วไปที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงปานกลางและสูง&nbsp;สามารถซื้อประกันภัย&nbsp;ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน&nbsp;BAAC&nbsp;INSURE&nbsp;ผ่านสมาร์ทโฟน&nbsp;หรือขอทำประกันภัยได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขาทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510133459144"],
    [155,"คพ.ตรวจสอบพบฟาร์มหมูลุ่มน้ำแม่กลองและฟาร์มขนาดใหญ่ปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐานกว่าร้อยละ 70 พร้อมเร่งดำเนินการทางกฎหมายให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ตรวจสอบพบฟาร์มหมูลุ่มน้ำแม่กลองและฟาร์มขนาดใหญ่ปล่อยน้ำทิ้งไม่ได้มาตรฐานกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;พร้อมเร่งดำเนินการทางกฎหมายให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;&nbsp;ได้รับแจ้งร้องเรียนจากประชาชนต่อเนื่องเรื่องความเดือดร้อนและผลกระทบเป็นวงกว้างจากปัญหาน้ำเสียจากการเลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;ส่งผลให้ลำคลองและลำห้วยต่างๆในพื้นที่รอยต่อลุ่มน้ำแม่กลองเกิดการเน่าเสีย&nbsp;คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้&nbsp;ทำให้&nbsp;คพ.&nbsp;ได้กำหนดแผนตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรในพื้นที่จังหวัดราชบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงสุกรจำนวนมาก&nbsp;เพื่อควบคุมการระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมหรือลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมแม่น้ำแม่กลองและคลองประดู่ไหลผ่าน&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;ปากท่อ&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;โพธาราม&nbsp;เมืองราชบุรี&nbsp;และดำเนินสะดวก&nbsp;ซึ่งช่วงตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;ถึง&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;คพ.ได้ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียและคุณภาพน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว&nbsp;100&nbsp;แห่ง&nbsp;พบเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษการเลี้ยงสุกรประเภท&nbsp;ก&nbsp;(เทียบเท่าสุกรขุนมากกว่า&nbsp;5,000&nbsp;ตัว)&nbsp;28&nbsp;แห่ง&nbsp;ผลการตรวจสอบน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;71&nbsp;//&nbsp;ประเภท&nbsp;ข&nbsp;(เทียบเท่าสุกรขุน&nbsp;500&nbsp;-&nbsp;5,000&nbsp;ตัว)&nbsp;47&nbsp;แห่ง&nbsp;ผลการตรวจสอบน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;21&nbsp;แห่ง&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;(เก็บน้ำไม่ได้&nbsp;1&nbsp;แห่ง)&nbsp;และประเภท&nbsp;ค&nbsp;(เทียบเท่าสุกรขุนมากกว่า&nbsp;50&nbsp;-&nbsp;500&nbsp;ตัว)&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;ผลการตรวจสอบน้ำทิ้งไม่เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;33&nbsp;(เก็บน้ำไม่ได้&nbsp;1&nbsp;แห่ง)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;จากการตรวจสอบพบฟาร์มสุกรประเภท&nbsp;ก&nbsp;ซึ่งเป็นฟาร์มขนาดใหญ่&nbsp;ส่วนใหญ่ยังบำบัดน้ำเสียไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะมีน้ำเสียเกิดขึ้นปริมาณมากและมีศักยภาพการก่อมลพิษสูง&nbsp;ส่วนของฟาร์มขนาดกลาง&nbsp;ขนาดเล็ก&nbsp;และรายย่อยที่มีจำนวนมากมีสัดส่วนการก่อมลพิษสูงเช่นกัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ฟาร์มที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;คพ.กำลังดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพเพียงพอจะบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;จะลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่ภายในปีนี้</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510122553106"],
    [156,"สำนักงานชลประทานที่ 6 เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากฤดูฝนปี 2564 ลุ่มน้ำยัง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศักดิ์ศิริ&nbsp;อยู่สุข&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;เปิดเผยหลังจากการลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดว่า&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์ว่าในช่วงสัปดาห์ที่&nbsp;2-3&nbsp;ของเดือนพฤษภาคมจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;โดยคาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปีนี้จะเทียบเคียงเท่ากับปริมาณฝนในปี&nbsp;2551&nbsp;ซึ่งถือว่ามีเกณฑ์ฝนตกค่อนข้างมากปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;จึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากเป็นพิเศษ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำยังซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาเหตุเกิดจากช่วงต้นของลำน้ำยังในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มีลักษณะกว้างและลาดชันมาก&nbsp;ส่วนช่วงท้ายก่อนบรรจบกับลำน้ำชีในเขตอำเภอเสลภูมิ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มีลักษณะแคบลงและคดเคี้ยว&nbsp;จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณอำเภอเสลภูมิ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประจำเกือบทุกปี&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน&nbsp;จากการลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พบว่าอาคารชลประทานและประตูระบายน้ำอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;งานก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยในลุ่มน้ำยังก็คืบหน้าไปมาก&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จทันรับมือช่วงน้ำหลาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบูรณาการป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำยัง&nbsp;เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการ&nbsp;ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์&nbsp;ป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำยัง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศักดิ์ศิริฯ&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการเตรียมการรับมือปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำยังตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ&nbsp;ตามมาตรการของกรมชลประทาน&nbsp;โดยการควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการน้ำของอ่างฯ&nbsp;รวมไปถึงการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;การกำหนดผู้รับผิดชอบในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;รวมถึงได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องสูบน้ำ,&nbsp;รถขุด,&nbsp;Sheet&nbsp;Pile,&nbsp;กระสอบทรายและเครื่องจักรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไว้ในพื้นที่ให้เพียงพอ&nbsp;และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;ที่สำคัญยังได้กำหนดแผนเผชิญเหตุกรณีที่เกิดน้ำหลากในลุ่มน้ำยังโดยกำหนดให้พื้นที่ลุ่มต่ำน้ำยังเป็นพื้นที่หน่วงน้ำตัดยอดน้ำหลากเก็บกักในแก้มลิง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;บึงบ่อแก&nbsp;บึงเกลือ&nbsp;และกุดปลาคูณ&nbsp;ซึ่งสามารถเก็บกักน้ำรวมประมาณ&nbsp;30&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;ได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา&nbsp;แผนเผชิญเหตุในภาวะฉุกเฉิน&nbsp;และมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด&nbsp;ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำยังไปจนถึงปลายน้ำ&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด&nbsp;รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และกำลังคน&nbsp;&nbsp;ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510131656130"],
    [157,"กรมชลประทาน เร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำโดยเฉพาะผักตบชวาเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;ขณะนี้ยังคงเหลือการเก็บย่อยโดยใช้เรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก&nbsp;เข้าไปดำเนินการเก็บผักตบชวาที่ตกค้างในพื้นที่&nbsp;รวมไปถึงผักตบชวาที่ลอยมาตามกระแสน้ำ&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ&nbsp;ได้กำจัดวัชพืชและผักตบชวาบริเวณประตูระบายน้ำบางบัวทอง&nbsp;ต.พิมลราช&nbsp;อ.บางบัวทอง&nbsp;ที่&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล&nbsp;นำเรือนวัตกรรมลงพื้นที่เก็บวัชพืช&nbsp;บริเวณคลองมหาสวัสดิ์&nbsp;ต.มศาลายา&nbsp;อ.พุทธมณฑล&nbsp;ที่&nbsp;จ.ปราจีนบุรี&nbsp;โครงการชลประทานปราจีนบุรี&nbsp;นำเรือกำจัดวัชพืช&nbsp;เข้ากำจัดผักตบชวา&nbsp;บริเวณบ้านคลองสารภี&nbsp;ต.บ้านสร้าง&nbsp;อ.บ้านสร้าง&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่สัญจรทางน้ำ&nbsp;ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำเน่าเสียในคลอง&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ด้านนายสุพิศ&nbsp;พิทักษ์ธรรม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผักตบชวาที่ไหลมาสะสมกันเป็นจำนวนมากที่บริเวณ&nbsp;หน้าเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;กว่า&nbsp;40,000&nbsp;ตันในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น&nbsp;ขณะนี้ได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาแล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้&nbsp;แต่ยังคงมีผักตบชวาไหลมาสมทบอีกกว่า&nbsp;2,400&nbsp;ตัน&nbsp;จึงได้เร่งให้เจ้าหน้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดปริมาณการสะสมต่อไปแล้ว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการ์ณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้ยังคงมีวัชพืชไหลเพิ่มเข้ามาสะสมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และสั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;รวมทั้งโครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;เร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในเขตรับผิดชอบของตนเองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบให้แก่ประชาชน&nbsp;และป้องกันปัญหาจากการมีสิ่งกีดขวางในการระบายน้ำ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510212653255"],
    [158,"ชาวนาตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด ถือฤกษ์ดี \"วันพืชมงคล\" ไถนาพลิกดิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;บริเวณแปลงนาข้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหนองเสม็ด&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ชาวนา&nbsp;นำรถไถนา&nbsp;เร่งไถนาพลิกดิน&nbsp;เริ่มต้นฤดูทำนา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยถือเอาฤกษ์&nbsp;\"วันพืชมงคล\"&nbsp;เป็นวันเริ่มต้นของการทำนา&nbsp;ชาวนาในพื้นที่ต่างถือฤกษ์วันนี้ที่เป็นวันดีในการเริ่มต้นไถนาเพื่อเริ่มต้นฤดูการทำนา&nbsp;โดยได้ถือเอาฤกษ์ไถนา&nbsp;ตามความเชื่อที่สืบสานมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;เพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;ก่อนที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมจังหวัด&nbsp;(ข้าวขาวดอกมะลิ&nbsp;105)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรชาวนา&nbsp;ชาวตำบลหนองเสม็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนยังได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริ&nbsp;มาปรับใช้เพื่อลดต้นทุนการทำนาในฤดูกาลผลิตแต่ละฤดูอีกด้วย</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510135556163"],
    [159,"ก.ทรัพย์ และซีพีเอฟ ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนในพื้นที่ 5 จังหวัด เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆในพื้นที่","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และบริษัท&nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่างๆในพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พรประเสริฐ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ร่วมกับบริษัท&nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;และชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;ชุมพร&nbsp;สงขลา&nbsp;และพังงา&nbsp;ทำโครงการ&nbsp;\"ซีพีเอฟ&nbsp;ปลูก&nbsp;ปัน&nbsp;ป้องป่าชายเลน\"&nbsp;เพื่อปกป้อง&nbsp;อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน&nbsp;ภาพรวมจากการดำเนินโครงการระยะที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2557&nbsp;-2561&nbsp;สามารถอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนรวม&nbsp;2,388&nbsp;ไร่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและผืนป่าชายเลน&nbsp;แล้วยังเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าชายเลน&nbsp;ช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ระบบนิเวศป่าชายเลนกลับมาอุดมสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน&nbsp;ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนมาในพื้นที่เป็นผลดีต่อชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ป่าชายเลนจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นพื้นที่อ่าวตัว&nbsp;ก.&nbsp;ที่มีปัญหาชายฝั่งถูกกัดเซาะ&nbsp;แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ผ่านโครงการซีพีเอฟช่วยให้ผืนป่าชายเลนบริเวณนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง&nbsp;เป็นป่าชายเลนมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เป็นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากการปลูกไม้ป่าชายเลน&nbsp;อย่างต้นแสม&nbsp;ต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่&nbsp;แล้วปริมาณต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการทับถมของตะกอนเลนเป็นแนวเพิ่มขึ้น&nbsp;จนสามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้นเป็นผลโดยตรงของการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;สิทธิปรีดานันท์&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส&nbsp;ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;จะเดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนร่วมกับภาครัฐและประชาชนดูแลทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์&nbsp;เพราะป่าชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญเป็นต้นทางการสร้างความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์และสัตว์ทุกชีวิต&nbsp;และเป็นแหล่งรายได้ของผู้ประกอบอาชีพด้านการประมง&nbsp;โดยซีพีเอฟจะเดินหน้าโครงการ&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;ปลูก&nbsp;ปัน&nbsp;ป้อง&nbsp;ป่าชายเลนระยะที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชปลูกป่าใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่มอีก&nbsp;266&nbsp;ไร่&nbsp;หลังประสบความสำเร็จในพื้นที่&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;รวม&nbsp;604&nbsp;ไร่&nbsp;ควบคู่กับเดินหน้าอนุรักษ์&nbsp;ปกป้อง&nbsp;และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณ&nbsp;ต.ปากน้ำประแส&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;รวม&nbsp;614&nbsp;ไร่&nbsp;และปีนี้ยังมีแผนจะอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และปลูกป่าใหม่บริเวณ&nbsp;ต.ท่าพริก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ถือว่าสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;(SDGs)&nbsp;เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&nbsp;การอนุรักษ์&nbsp;ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากโครงการ&nbsp;\"ซีพีเอฟ&nbsp;ปลูก&nbsp;ปัน&nbsp;ป้อง&nbsp;ป่าชายเลน\"&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2561-2562&nbsp;เทียบกับก่อนเริ่มโครงการด้านเศรษฐกิจพบคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น&nbsp;และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;รายได้จากการทำประมง&nbsp;โดยพื้นที่&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น&nbsp;1.7&nbsp;เท่า&nbsp;และพื้นที่&nbsp;ต.ปากน้ำประแส&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น&nbsp;2.2&nbsp;เท่า&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;กลุ่มผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตดีขึ้น&nbsp;จากการช้เวลาว่างเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ&nbsp;และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝั่ง&nbsp;เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามธรรมชาติ&nbsp;และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510140713168"],
    [160,"กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายวัฒนา&nbsp;พรประเสริฐ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;เจริญโภคภัณฑ์อาหาร&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือซีพีเอฟ&nbsp;และชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;ชุมพร&nbsp;สงขลา&nbsp;และพังงา&nbsp;ทำโครงการ&nbsp;\"ซีพีเอฟ&nbsp;ปลูก&nbsp;ปัน&nbsp;ป้องป่าชายเลน\"&nbsp;เพื่อปกป้อง&nbsp;อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน&nbsp;ภาพรวมจากการดำเนินโครงการระยะที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2557&nbsp;-2561&nbsp;สามารถอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนรวม&nbsp;2,388&nbsp;ไร่&nbsp;เช่น&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประเทศและผืนป่าชายเลน&nbsp;แล้วยังเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จของการฟื้นฟูป่าชายเลน&nbsp;ช่วยแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ระบบนิเวศป่าชายเลนกลับมาอุดมสมบูรณ์&nbsp;และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน&nbsp;ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำกลับคืนมาในพื้นที่เป็นผลดีต่อชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ป่าชายเลนจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นพื้นที่อ่าวตัว&nbsp;ก.&nbsp;ที่มีปัญหาชายฝั่งถูกกัดเซาะ&nbsp;แต่จากความร่วมมือของภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ผ่านโครงการซีพีเอฟช่วยให้ผืนป่าชายเลนบริเวณนี้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง&nbsp;เป็นป่าชายเลนมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;เป็นที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;และป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจากการปลูกไม้ป่าชายเลน&nbsp;อย่างต้นแสม&nbsp;ต้นไม้ที่เติบโตได้ดีในพื้นที่&nbsp;แล้วปริมาณต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการทับถมของตะกอนเลนเป็นแนวเพิ่มขึ้น&nbsp;จนสามารถปลูกต้นไม้ได้มากขึ้นเป็นผลโดยตรงของการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่ทำให้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายวุฒิชัย&nbsp;สิทธิปรีดานันท์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส&nbsp;ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;จะเดินหน้าอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนร่วมกับภาครัฐและประชาชนดูแลทรัพยากรป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์&nbsp;เพราะป่าชายเลนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญเป็นต้นทางการสร้างความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์และสัตว์ทุกชีวิต&nbsp;และเป็นแหล่งรายได้ของผู้ประกอบอาชีพด้านการประมง&nbsp;โดยซีพีเอฟจะเดินหน้าโครงการ&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;ปลูก&nbsp;ปัน&nbsp;ป้อง&nbsp;ป่าชายเลนระยะที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชปลูกป่าใหม่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครเพิ่มอีก&nbsp;266&nbsp;ไร่&nbsp;หลังประสบความสำเร็จในพื้นที่&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;รวม&nbsp;604&nbsp;ไร่&nbsp;ควบคู่กับเดินหน้าอนุรักษ์&nbsp;ปกป้อง&nbsp;และฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณ&nbsp;ต.ปากน้ำประแส&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;รวม&nbsp;614&nbsp;ไร่&nbsp;และปีนี้ยังมีแผนจะอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และปลูกป่าใหม่บริเวณ&nbsp;ต.ท่าพริก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตราด&nbsp;ถือว่าสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ&nbsp;(SDGs)&nbsp;เรื่องการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&nbsp;การอนุรักษ์&nbsp;ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืนของระบบนิเวศบนบกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่เกิดขึ้นจากโครงการ&nbsp;\"ซีพีเอฟ&nbsp;ปลูก&nbsp;ปัน&nbsp;ป้อง&nbsp;ป่าชายเลน\"&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2561-2562&nbsp;เทียบกับก่อนเริ่มโครงการด้านเศรษฐกิจพบคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น&nbsp;และมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;รายได้จากการทำประมง&nbsp;โดยพื้นที่&nbsp;ต.บางหญ้าแพรก&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น&nbsp;1.7&nbsp;เท่า&nbsp;และพื้นที่&nbsp;ต.ปากน้ำประแส&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น&nbsp;2.2&nbsp;เท่า&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;กลุ่มผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตดีขึ้น&nbsp;จากการช้เวลาว่างเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ&nbsp;และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ป่าชายเลนป้องกันการกัดเซาะแนวชายฝั่ง&nbsp;เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามธรรมชาติ&nbsp;และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-10-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210510213113256"],
    [161,"วว.เปิดห้องปฏิบัติการให้บริการสกัด ศึกษาประสิทธิภาพความปลอดภัย ตรวจวิเคราะห์ทดสอบสารสกัดจากกัญชากัญชง","<p><strong>ศ.&nbsp;(วิจัย)&nbsp;ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต</strong>&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์&nbsp;สร้างความมั่นคงด้านยาของประเทศและป้องกันการผูกขาดทางด้านยารวมถึงการพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจจากทรัพยากรที่มีอยู่&nbsp;วว.&nbsp;โดยห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยาและห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์&nbsp;ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยาได้เปิดให้บริการวิเคราะห์ทดสอบกัญชา&nbsp;ผลิตภัณฑ์กัญชา&nbsp;ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกัญชา/กัญชงและสารสกัดแคนนาบินอยด์&nbsp;&nbsp;(Cannabidiol&nbsp;;&nbsp;CBD)&nbsp;รวมทั้งวิเคราะห์ทดสอบองค์ประกอบและชนิดของกรดไขมัน&nbsp;โอเมก้า&nbsp;3&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;ในน้ำมันจากเมล็ดกัญชง&nbsp;ภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายและได้รับอนุญาตจาก&nbsp;อย.ดำเนินงานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาได้&nbsp;โดยขณะนี้เปิดให้บริการวิจัยในการสกัดและศึกษาประสิทธิภาพความปลอดภัยกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด&nbsp;ส่วนดอกกัญชาที่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท&nbsp;5&nbsp;นั้น&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการวิจัยด้านการสกัดและตรวจสอบสาระสำคัญ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;วว.&nbsp;พร้อมให้บริการผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;</strong>ในการวิจัยและพัฒนา&nbsp;วิเคราะห์ทดสอบเกี่ยวกับกัญชา/กัญชง&nbsp;และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;0-2577-9000&nbsp;,&nbsp;0-2577-9344&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511095040304"],
    [162,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาในหลายพื้นที่ เพื่อลดปริมาณการสะสมจนเกิดการเน่าเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมเร่งกำจัดผักตบชวาในหลายพื้นที่&nbsp;เพื่อลดปริมาณการสะสมจนเกิดการเน่าเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;และภาคใต้มีฝนน้อยในระยะนี้&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ระยอง&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกระบี่&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,654&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,885&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามความคืบหน้าการกำจัดผักตบชวาของกรมชลประทานบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;40,000&nbsp;ตันเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;แล้วยังเร่งกำจัดผักตบชวาที่ไหลมาสมทบอีกกว่า&nbsp;2,400&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อลดปริมาณการสะสมต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังให้กรมชลประทานเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำต่อเนื่อง&nbsp;บริเวณโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ&nbsp;ที่ประตูระบายน้ำบางบัวทอง&nbsp;ต.พิมลราช&nbsp;อ.บางบัวทอง&nbsp;จ.นนทบุรี&nbsp;//&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล&nbsp;บริเวณคลองมหาสวัสดิ์&nbsp;ต.ศาลายา&nbsp;อ.พุทธมณฑล&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;//&nbsp;โครงการชลประทานปราจีนบุรี&nbsp;บริเวณบ้านคลองสารภี&nbsp;ต.บ้านสร้าง&nbsp;อ.บ้านสร้าง&nbsp;จ.ปราจีนบุรี&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่สัญจรทางน้ำ&nbsp;ป้องกันไม่ให้เกิดน้ำเน่าเสียในคลอง&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511092943298"],
    [163,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511093722300"],
    [164,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง และควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผลและพืชผัก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ส่วนในช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้จะมี&nbsp;ฝนตกหนัก&nbsp;เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฟ้าคะนอง&nbsp;และไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&nbsp;ต้นไม้ใหญ่ป้ายโฆษณาสูงๆ&nbsp;ขณะลมแรง&nbsp;รวมทั้งควรเก็บของขึ้นสู่ที่สูงและผูกยึดอุปกรณ์เครื่องใช้ให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันน้ำพัดพา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและไม่ควรเข้าใกล้สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&nbsp;ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณาสูงๆ&nbsp;ขณะลมแรงและควรขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูก&nbsp;นอกจากนี้ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ผลและพืชผัก&nbsp;ซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช&nbsp;เช่น&nbsp;ใบอ่อนและยอดอ่อน&nbsp;ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ผลผลิตลดลงและด้อยคุณภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511100737312"],
    [165,"กรมวิชาการเกษตร เข้มงวด ตรวจ ติดตาม เฝ้าระวัง สารตกค้างในผักและผลไม้ สุ่มตรวจ ไม่ปล่อยปละละเลย ","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปี&nbsp;2564&nbsp;กรมวิชาการเกษตรสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากแปลงและแหล่งจำหน่าย&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการตรวจติดตามที่ทำต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยเน้นสุ่มตรวจชนิดผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการแจ้งเตือนตรวจพบสารตกค้างบ่อยครั้ง&nbsp;เช่น&nbsp;พริก&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;แตงกวา&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ส้มและฝรั่ง&nbsp;โดยได้ปรับแผนขยายขอบข่ายสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักผลไม้ครอบคลุมไปถึงผลผลิตที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และสินค้าที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;รวมทั้งยังสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่อาจมีการลักลอบใช้วัตถุอัตรายที่ห้ามใช้แล้วในประเทศด้วย&nbsp;ซึ่งจากการสุ่มเก็บตัวอย่างพืชที่ได้รับการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;และสุ่มเก็บตัวอย่างพืชที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากศูนย์กระจายสินค้า&nbsp;ตลาดค้าส่ง&nbsp;ตลาดค้าปลีก&nbsp;และห้างสรรพสินค้า&nbsp;รวมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่างพืชในกลุ่มที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม&nbsp;(&nbsp;PGS)&nbsp;นั้น&nbsp;หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะพบว่าผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;86&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ส่วนสินค้าที่ไม่ได้รับการรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;67&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;และสินค้าที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม(PGS)&nbsp;ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;86&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ในส่วนของพืชที่พบไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้แจ้งข้อมูลการตรวจพบให้แหล่งจำหน่ายได้ทราบ&nbsp;เพื่อทำการตรวจสอบและฝ้าระวังความปลอดภัยของสินค้าร่วมกัน&nbsp;พร้อมทั้งได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตรเข้าทวนสอบย้อนกลับเพื่อหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้สั่งการให้สารวัตรเกษตรเข้าไปตรวจสอบ&nbsp;</strong>ร้านจำหน่ายสารเคมีในพื้นที่ที่มีการตรวจพบตัวอย่างสินค้าพืชที่พบสารตกค้างที่ห้ามใช้แล้วเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรมีแผนที่จะบูรณาการปฏิบัติงานตรวจ&nbsp;ติดตามและเฝ้าระวัง&nbsp;สารตกค้างในผักและผลไม้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;(อย.)&nbsp;ต่อไปอย่างเข้มข้นด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511131809435"],
    [166,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ออกใบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายปฏิบัติงานออกใบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ตรวจสัตว์ก่อนเคลื่อนย้ายฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ใบเคลื่อนย้ายฯ&nbsp;ปลายทางที่&nbsp;229&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบุญทัน&nbsp;อำเภอสุวรรณคูหา&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;คละเพศ&nbsp;350&nbsp;ตัว&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511103130334"],
    [167,"เกษตร จ.แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมเกษตรกรพัฒนาคุณภาพและการผลิตส้มปลอดภัย ใช้สารชีวภัณฑ์ แทนการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอัครพล&nbsp;ขัติยะ&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายสุริยนต์&nbsp;ดีดเหล็ก&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกส้ม&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการผลิตส้มปลอดภัยด้วยการใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;เพื่อลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช&nbsp;การตัดแต่งกิ่งไม้ผลตามหลักวิชาการ&nbsp;ตลอดจนแนวทางในการพัฒนาคุณภาพและการผลิตส้มปลอดภัย&nbsp;เพื่อขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมีกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อเกษตรกร&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511111059347"],
    [168,"ครม.ส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5 อนุมัติงบช่วยเหลือผ่านโครงการ 6,869 ล้านบาท","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;อนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด&nbsp;เพื่อลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;กรอบวงเงิน&nbsp;6,869&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ค่าใช้จ่ายโครงการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6,720&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และค่าดำเนินการของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จำนวน&nbsp;149&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาอ้อยในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวและช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดให้มีรายได้รวมมากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้&nbsp;ซึ่งเป็นการจูงใจให้เกษตรกรตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น&nbsp;<strong>สำหรับรายละเอียดการดำเนินโครงการ</strong>คล้ายคลึงกับฤดูการผลิตปี&nbsp;2562/2563&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;แต่โครงการฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;นี้&nbsp;รัฐจะให้ความช่วยเหลือเฉพาะเกษตรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานเท่านั้น&nbsp;(ประมาณ&nbsp;300,000&nbsp;ราย)&nbsp;ในอัตรา&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;ตั้งเป้าหมายอ้อยสดร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของปริมาณอ้อย&nbsp;คาดการณ์ทั้งหมด&nbsp;70&nbsp;ล้านตัน&nbsp;คิดเป็นอ้อยสด&nbsp;56&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหลังปิดหีบ&nbsp;(ระหว่างเดือนมิถุนายน&nbsp;-&nbsp;กันยายน&nbsp;2564)&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทุกรายโดยตรง&nbsp;อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเพื่อส่งเสริมการตัดอ้อยสดในครั้งนี้&nbsp;นอกจากจะเป็นการจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้นและตอบสนองการแก้ปัญหามลพิษฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตามนโยบายรัฐบาลแล้ว&nbsp;ยังช่วยให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการประกอบอาชีพและดำรงชีพอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-05T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511133600451"],
    [169,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งมอบผลไม้คุณภาพจากเกษตรกรไทย สู่บุคลากรทางการแพทย์ เป็นขวัญกำลังใจ","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายสัญญา&nbsp;แสงพุ่มพงษ์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนายกฤษ&nbsp;อุตตมะเวทิน&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;(มกอช.)&nbsp;นำผลไม้จากเกษตรกรไปมอบเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ในการปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนในช่วงสถานการณ์โรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในวันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;โดยมี&nbsp;นพ.&nbsp;เกียรติภูมิ&nbsp;วงศ์รจิต&nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;เป็นผู้รับมอบ</p><p><strong>ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน&nbsp;โดยผลไม้ที่นำมามอบในครั้งนี้&nbsp;เป็นผลไม้ที่เป็นผลผลิตของเกษตรกรไทยตั้งใจนำมามอบเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19&nbsp;ได้แก่&nbsp;เงาะ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;สละ&nbsp;จากจังหวัดระยอง</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511130654424"],
    [170,"ครม.เห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลปี 2564-2568","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลปี&nbsp;2564-2568(ASEAN&nbsp;Regional&nbsp;Action&nbsp;Plan&nbsp;for&nbsp;Combating&nbsp;Marine&nbsp;Debris&nbsp;2021-2025)&nbsp;และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายรับรองร่างแผนปฏิบัติการดังกล่าว&nbsp;และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำในร่างแผนปฏิบัติการในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย&nbsp;ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง&nbsp;โดยทางสำนักเลขาธิการอาเซียนจะขอรับการรับรองร่างแผนปฏิบัติการภูมิภาคอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลปี&nbsp;2564-2568&nbsp;จากรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมภายในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับวัตถุประสงค์ของร่างแผนปฏิบัติการฯนั้น</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เพื่อสร้างการประสานงานทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเล&nbsp;เนื่องจากขยะประเภทนี้มีปริมาณมากและใช้เวลาในการย่อยสลายนาน&nbsp;โดยเริ่มตั้งแต่ต้นทางของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงปลายทางในเรื่องของการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยแผนปฏิบัติการนี้สามารถดำเนินงานได้อย่างสอดประสานกัน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่คุณค่าของพลาสติก&nbsp;ซึ่งตอบสนองต่อกรอบปฏิบัติการทั้ง&nbsp;4&nbsp;ด้าน&nbsp;และครอบคลุมการดำเนินการในทุกช่องของพลาสติกได้แก่&nbsp;ลดการนำพลาสติกเข้าสู่ระบบ,&nbsp;ส่งเสริมการจัดเก็บและลดการรั่วไหลออกจากระบบ&nbsp;และสร้างมูลค่าให้กับพลาสติกที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134745463"],
    [171,"ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ ชวนสืบสานพระราชปณิธาน วันป่าชายเลนแห่งชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;ในหลวงรัชกาล&nbsp;9&nbsp;ทรงมีความห่วงใยเกี่ยวกับธรรมชาติของป่าชายเลนไทย&nbsp;ความว่า&nbsp;\"ป่าชายเลนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศของพื้นที่ชายฝั่งทะเลและอ่าวไทย&nbsp;แต่ปัจจุบันป่าชายเลนของไทยเรากำลังถูกบุกรุกและถูกทำลายลงไปโดยผู้แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน&nbsp;โดยเฉพาะต้นโกงกางเป็นไม้ป่าชายเลนที่แปลกขยายพันธุ์ค่อนข้างยาก&nbsp;เพราะต้องอาศัยระบบน้ำขึ้นลงในการเติบโตด้วย&nbsp;จึงขอให้ส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือ&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;กรมประมง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;และกรมอุทกศาสตร์&nbsp;ร่วมกันหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการทดลองขยายพันธุ์โกงกางและปลูกสร้างป่าชายเลนกันต่อไป\"</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2563&nbsp;เห็นชอบกำหนดให้วันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์&nbsp;หลายหน่วยงานที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ออกมาแสดงเจตนารมณ์เนื่องในวันสำคัญดังกล่าวขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;น.ส.สุภาดา&nbsp;วงศ์ซิ้ม&nbsp;ประธานองค์กรสื่อสารด้านการขยะ&nbsp;Rubbish&nbsp;Communication&nbsp;ได้แสดงความคิดเห็นว่า&nbsp;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&nbsp;ถือเป็นวันสำคัญทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก&nbsp;แสดงให้เห็นความห่วงใยของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน&nbsp;ซึ่งนอกจากผู้ที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว&nbsp;ทุกภาคส่วนของสังคมควรร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานในการปกป้อง&nbsp;ดูแลรักษา&nbsp;ปลูกจิตสำนึกในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลนไทยให้คงความอุดมสมบูรณ์สืบไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปริญญา&nbsp;&nbsp;เทศสวัสดิ์ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511140530469"],
    [172,"ครม.เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 คุ้มครอง 7 ภัยธรรมชาติ และภัยศัตรูพืชโรคระบาด","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เห็นชอบโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;311.41&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;ทดลองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยก่อน&nbsp;และรัฐบาลจะชดเชยเงินตามจำนวนที่จ่ายจริง&nbsp;พร้อมด้วยอัตราต้นทุนเงิน&nbsp;ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;บวก&nbsp;1&nbsp;ในปีงบประมาณถัดไป&nbsp;ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงด้านภัยพิบัติผ่านระบบการประกันภัย&nbsp;และเป็นการต่อยอดความช่วยเหลือของภาครัฐในการรองรับต้นทุนการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้กับเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีการผลิต&nbsp;2563&nbsp;โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่เป้าหมายรับประกันภัยโครงการปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;2.92&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และค่าเบี้ยประกันภัย&nbsp;(ไม่รวมค่าอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐาน&nbsp;แยกเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่มคือ&nbsp;กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ค่าเบี้ยประกันภัย&nbsp;160&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;2.8&nbsp;ล้านไร่&nbsp;โดยรัฐอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้&nbsp;96&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;และ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;อุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้อีก&nbsp;64&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ส่วนกลุ่มลูกค้าเกษตรกรทั่วไป&nbsp;ค่าเบี้ยประกันภัยแยกเป็นพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ&nbsp;150&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พื้นที่ความเสี่ยงปานกลาง&nbsp;350&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พื้นที่ความเสี่ยงสูง&nbsp;550&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พื้นที่เป้าหมาย&nbsp;6&nbsp;หมื่นไร่&nbsp;โดยรัฐจะอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้&nbsp;96&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;และค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ&nbsp;ซึ่งเกษตรกรซื้อเพิ่มเติมและจะต้องจ่ายค่าเบี้ยเองตามระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่เสี่ยงภัยต่ำ&nbsp;90&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พื้นที่เสี่ยงภัยปานกลาง&nbsp;100&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;และพื้นที่เสี่ยงภัยสูง&nbsp;110&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;6&nbsp;หมื่นไร่</p><p><strong>ส่วนวงเงินความคุ้มครอง&nbsp;ครอบคลุมภัยพิบัติธรรมชาติ&nbsp;7&nbsp;ภัย&nbsp;</strong>โดยค่าเบี้ยประกันภัยพื้นฐานให้วงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติจำนวน&nbsp;1,500&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;และภัยศัตรูหรือโรคระบาด&nbsp;จำนวน&nbsp;750&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ส่วนค่าเบี้ยประกันภัยแบบสมัครใจ&nbsp;ให้วงเงินคุ้มครองภัยธรรมชาติจำนวน&nbsp;240&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;และภัยศัตรูหรือโรคระบาด&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรที่สนใจสามารถซื้อกรมธรรม์ได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511181714626"],
    [173,"กรมเจ้าท่า เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่จังหวัดนนทบุรี","<p><strong>นายวิทยา&nbsp;ยาม่วง&nbsp;อธิบดีกรมเจ้าท่า&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูฝนและมีปริมาณฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่&nbsp;ทำให้ผักตบชวาและวัชพืชมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่ตกค้าง&nbsp;เพื่อลดการสะสมของปริมได้ดำเนินการเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ&nbsp;และทางเดินเรือ&nbsp;โดยปัจจุบันได้ระดมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่&nbsp;1&nbsp;ได้นำชุดเรือเจ้าท่า&nbsp;ผ.3&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ตำบลบางศรีเมือง&nbsp;อำเภอเมืองนนทบุรี&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เพื่อปฏิบัติงานกำจัดผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณ&nbsp;ท้ายน้ำที่บริเวณเหนือน้ำมีการพร่องน้ำออกจากแม่น้ำ&nbsp;ลำคลองสายรองจากเหตุเกิดฝนตกหนักในเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้ผักตบชวาและวัชพืชไหลมารวมกัน&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเก็บได้ปริมาณ&nbsp;600-800&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งเจ้าพระยา&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้สามารถใช้การสัญจรทางน้ำในชีวิตประจำวันและการอุปโภคบริโภค&nbsp;อีกทั้งช่วยในการเดินเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เกิดความปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511134625461"],
    [174,"จังหวัดลำพูน ร่วมกับภาคเอกชน และประชาชน ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ ป้องกันปัญหาภัยแล้ง ตามโครงการ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในปี 2564 ดำเนินการแล้ว 422 ฝาย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;ซึ่งส่วนราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ป้องกันปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีเป้าหมายก่อสร้าง&nbsp;1,000&nbsp;ฝาย&nbsp;ขณะนี้ก่อสร้างในพื้นที่ทั้ง&nbsp;8อำเภอแล้ว&nbsp;แล้ว&nbsp;422&nbsp;ฝาย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมหริภุญชัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้ประชุมหารือ&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า&nbsp;ป้องกันปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;\"&nbsp;โดยมีนายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดลำพูน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดลำพูนได้ตั้งเป้าหมายก่อสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ฝาย&nbsp;ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว&nbsp;422&nbsp;ฝาย&nbsp;สำหรับแนวทางการดำเนินงานได้เกิดผลอย่างต่อเนื่องนั้น&nbsp;แต่ละอำเภอได้ประสานหน่วยงานสังกัดกรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานฯ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;สำรวจพิกัดการสร้างฝายชะลอน้ำที่เหมาะสมแล้ว&nbsp;ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อร่วมกันก่อสร้างฝาย&nbsp;และแสวงหาความร่วมมือในการดำเนินการจัดทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยการบูรณาการด้านเอกชน&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;CSR&nbsp;ดำเนินการโดยกำหนดมาตรการตามคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน&nbsp;ดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำและรายงานผลการดำเนินงาน&nbsp;ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนรับทราบอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511144046486"],
    [175,"ผวจ.แพร่ ตรวจดูการขุดลอกทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;</span>วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.กอ.รมน.(ท),&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดแพร่,&nbsp;นายอำเภอสูงเม่น,&nbsp;ตัวแทน&nbsp;ปภ.จังหวัดแพร่,&nbsp;ตัวแทนชลประทานจังหวัดแพร่,&nbsp;สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่,&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หัวฝาย,&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวฝาย&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตรวจดูการขุดลอกทางระบายน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่บ้านหัวฝาย&nbsp;ระยะขุดลอกประมาณ&nbsp;2.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ณ&nbsp;บ้านหัวฝาย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหัวฝาย&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสนองนโยบายของพลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ซึ่งได้มีหนังสือสั่งการด่วนให้ทุกจังหวัดทุกพื้นที่ดำเนินการในการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะการขุดลอกคู&nbsp;คลอง&nbsp;ซึ่งมีการตื้นเขินและมีเศษสวะกีดขวางการไหลของน้ำ&nbsp;ซึ่งเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัวจะทำให้มีฝนตก&nbsp;และมีปริมาณน้ำสะสมในพื่นที่&nbsp;ก็จะทำให้น้ำสามารถระบายออกได้ทันไม่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน&nbsp;และพื้นที่การเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดแพร่จัด&nbsp;สัปดาห์รณรงค์กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;วันที่&nbsp;6-13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขอเชิญประชาชนชาวจังหวัดแพร่&nbsp;ช่วยกัน&nbsp;ลอก&nbsp;รื้อ&nbsp;วัชพืช&nbsp;สิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ห้วย&nbsp;หนอง&nbsp;คลอง&nbsp;บึง&nbsp;หัวสะพาน&nbsp;ฝายระบายน้ำ&nbsp;ปีนี้ฝนมาเร็ว&nbsp;น้ำจะมาก&nbsp;ป้องกันน้ำท่วม&nbsp;เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย&nbsp;โดยได้มอบนโยบายในการป้องกันอุทกภัยในปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ทุกอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ต้องรีบขุดลอกลำเหมืองหรือคลองส่งน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ดี&nbsp;เตรียมพื้นที่รองรับน้ำให้สามารถเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;และป้องกันการเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151019504"],
    [176,"จ.ร้อยเอ็ด ชู ข้าวหอมมะลิในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ขับเคลื่อนการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร&nbsp;ของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และที่ปรึกษาโครงการ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ที่ห้องประชุมพระเวสสันดร&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ได้&nbsp;ชู&nbsp;!&nbsp;ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ที่&nbsp;พื้นที่มากที่สุด&nbsp;กว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านไร่&nbsp;โดยข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้เป็นหนึ่งในสินค้าข้าวที่ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(Geographical&nbsp;Indications:&nbsp;GI)&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2549&nbsp;ซึ่งการผลิตสินค้าข้าว&nbsp;GI&nbsp;ในแหล่งภูมิศาสตร์ที่ขึ้นทะเบียน&nbsp;เป็นการสร้างสินค้าข้าวที่มีเอกลักษณ์ต่างจากแหล่งผลิตอื่น&nbsp;จึงนับว่าเป็นโอกาสทางการค้า&nbsp;การตลาดรวมถึงเป็นการยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นสินค้าข้าวคุณภาพที่ได้มาตรฐานการผลิต&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านคุณภาพและความปลอดภัย&nbsp;เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;รวมถึงสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และผู้ประกอบการท้องถิ่น&nbsp;และที่สำคัญเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในทรัพยากรที่มีในท้องถิ่น&nbsp;รักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ได้ปลูกข้าวหอมมะลิ&nbsp;105&nbsp;จำนวน&nbsp;2,494,433.39&nbsp;ไร่&nbsp;รับรองข้าวอินทรีย์&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2563&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;103,085.50&nbsp;ไร่&nbsp;ผลการรับรองข้าวมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;กลุ่มติดตาม&nbsp;จำนวน&nbsp;59,760.50&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งข้าวเหล่านี้&nbsp;จะถูกนำมาผลิตข้าวคุณภาพดี&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าทางอาหาร&nbsp;และผลิตภัณฑ์อื่นๆ&nbsp;โดยเปิดเป็นอุตสาหกรรมเกษตรและ&nbsp;อาหาร&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ทุ่งกุลาร้องให้&nbsp;และจะเป็นโครงการทางการผลิต&nbsp;และโครงการการศึกษา&nbsp;สำหรับนักธุรกิจ&nbsp;นักศึกษา&nbsp;และผู้ที่สนใจ&nbsp;ต่อไป</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151254508"],
    [177,"เกษตรนครพนม  ช่วยเกษตรกรสวนสับปะรดหวานเร่งกระจายผลผลิตสู่ตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ป้องกันผลผลิตเสียหาย จากผลกระทบโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังห&nbsp;วัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สับปะรดท่าอุเทน&nbsp;พืช&nbsp;GI&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;มีพื้นที่ปลูกสับปะรด&nbsp;จำนวน&nbsp;5,850&nbsp;ไร่&nbsp;ในอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,850&nbsp;ไร่&nbsp;และอำเภอท่าอุเทน&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน-&nbsp;ต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;จะเป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณมาก&nbsp;ส่งผลให้มีราคาลดลง&nbsp;เกษตรกรขายส่งที่โรงงานราคากิโลกรัมละ&nbsp;5-6&nbsp;บาท&nbsp;และจำหน่ายที่หน้าสวนกิโลกรัมละ&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งราคาหน้าสวนเป็นราคาที่ชาวสวนพอใจ&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การเดินทางของนักท่องเที่ยวและการสัญจรไปมาลดลง&nbsp;ทำให้มีผู้บริโภคลดลงตามไปด้วย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมพร้อมทีมเกษตรอำเภอ&nbsp;จึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสับปะรดของเกษตรกร&nbsp;พร้อมทั้งช่วยเร่งกระจายผลผลิตสู่ตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผู้สนใจสามารถซื้อผลผลิตสับปะรดได้ที่หน้าสวนอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ส่วนตลาดสินค้าออนไลน์&nbsp;ซื้อได้ทางเว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;และทางเพจ&nbsp;facebook&nbsp;ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;หรือ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;09-8170-7112&nbsp;,&nbsp;08-0180-0015</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511151200507"],
    [178,"คพ.ได้รับมอบถุงขยะติดเชื้อจากนักเรียน รร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เพื่อมาใช้ประโยชน์รณรงค์คัดแยกมูลฝอยติดเชื้อ หลังกรุงเทพมหานครพบขยะติดเชื้อเพิ่มมากกว่า 20 ตันต่อวัน","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้รับมอบถุงขยะติดเชื้อจากนักเรียนโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ฝ่ายมัธยม&nbsp;เพื่อมาใช้ประโยชน์รณรงค์คัดแยกมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว&nbsp;หลังกรุงเทพมหานครพบขยะติดเชื้อเพิ่มมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ตันต่อวัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้รับมอบถุงขยะสีแดง&nbsp;1,200&nbsp;ใบ&nbsp;จากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ฝ่ายมัธยม&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมรณรงค์คัดแยกมูลฝอยติดเชื้อในครัวเรือนและหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ช่วงเดือนเมษายนมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยกรุงเทพมหานครได้ประเมินตัวเลขขยะติดเชื้อในพื้นที่ทั้ง&nbsp;50&nbsp;เขตเพิ่มมากกว่า&nbsp;20&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;,&nbsp;กทม.&nbsp;และจังหวัดต่างๆให้ทำตามคู่มือการจัดการขยะติดเชื้อ&nbsp;โดยเฉพาะการทิ้งหน้ากากอนามัยจากครัวเรือนที่ส่วนใหญ่พบทิ้งปะปนกับขยะบ้านโดยไม่คัดแยกทิ้งให้ชัดเจน&nbsp;ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดขึ้นได้&nbsp;เพราะขยะติดเชื้อทั้งหน้ากากอนามัยและของใช้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งเมื่อไม่ได้ถูกแยกออกจะทิ้งปะปนไปรถขยะและกองขยะ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมขยะติดเชื้อจากโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลที่รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆไม่น่ากังวล&nbsp;เนื่องจากขยะติดเชื้อทุกประเภทต้องนำเข้าระบบการจัดเก็บและกำจัดและมาตรฐานกำจัดขยะติดเชื้อ&nbsp;แต่สิ่งที่กังวลคือประชาชนทั่วไป&nbsp;ส่วนใหญ่ยังทิ้งรวมกับขยะปกติ&nbsp;ทำให้&nbsp;คพ.&nbsp;ได้รับมอบถุงขยะสีแดงจาก&nbsp;ดช.วรดร&nbsp;โกศลพิศิษฐ์กุล&nbsp;และ&nbsp;ดช.ธัญฑ์&nbsp;กฤษณะเศรณี&nbsp;นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่&nbsp;4&nbsp;โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;ฝ่ายมัธยม&nbsp;ร่วมกับผู้ปกครอง&nbsp;จากการทำโครงการ&nbsp;มินิ&nbsp;ถุงแดง&nbsp;สำหรับครัวเรือน&nbsp;ขนาดเหมาะสมสำหรับครัวเรือน&nbsp;18&nbsp;X&nbsp;20&nbsp;นิ้ว&nbsp;1,200&nbsp;ใบ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนักการคัดแยกขยะมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;ทั้งหน้ากากอนามัยและทิชชู&nbsp;ระดับครัวเรือนให้กับประชาชนช่วงโควิด&nbsp;ถือเป็นต้นแบบเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกและให้ความสำคัญต่อการคัดแยกขยะ&nbsp;สำหรับถุงขยะสีแดงดังกล่าวมีส่วนผสมเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ได้จากการหมุนเวียนขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่&nbsp;โดย&nbsp;คพ.จะนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนพื้นที่เขตพญาไทในการแยกขยะมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;เพื่อให้กรุงเทพมหานครนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;อยากขอความร่วมมือทุกครัวเรือนให้ทิ้งหน้ากากอนามัยแยกออกจากขยะทั่วไปต่างหาก&nbsp;ด้วยการขอให้ม้วนด้านในที่สัมผัสกับปาก&nbsp;แล้วนำสายรัดให้แน่นลงในถังเฉพาะประมาณ&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;จากนั้นรวบรวมใส่ถุงพลาสติกและถุงที่ไม่เปียกน้ำง่าย&nbsp;มัดปากถุงให้แน่น&nbsp;แล้วเวลาจะทิ้งเขียนป้ายว่าเป็นขยะติดเชื้อ&nbsp;แยกรวบรวมใส่ถุงติดป้ายชัดเจนก่อนนำไปทิ้งในจุดรับทิ้งของกรุงเทพมหานครที่มี&nbsp;1,000&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนมูลฝอยติดเชื้อไปกับขยะทั่วไป&nbsp;ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนร่วมมือกันคัดแยกขยะและแยกทิ้งให้ถูกถัง&nbsp;เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากมูลฝอยติดเชื้อ&nbsp;ชณะเดียวกันขอให้ประชาชนช่วยกันประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออนไลน์&nbsp;ให้ทุกคนช่วยกันด้วย</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511154105529"],
    [179,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เดินหน้าช่วยเหลือพื้นที่ต้องการน้ำตามความต้องการของเกษตรกรทั่วทุกภูมิภาค","<p><strong>นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ช่วงนี้ประเทศไทยตอนบน&nbsp;มีความชื้นจากลมตะวันออกเฉียงใต้และลมจากทางใต้ปกคลุม&nbsp;ส่งผลให้&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง&nbsp;มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;ขณะที่ความต้องการน้ำของเกษตรกรที่ขอรับบริการฝนหลวงเข้ามาจากเดิม&nbsp;174&nbsp;แห่ง&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมเป็น&nbsp;181&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่พื้นที่&nbsp;อ.กัลยาณิวัฒนา&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;อ.ไพรบึง&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;อ.หล่มเก่า&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;อ.บางระกำ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;และ&nbsp;อ.ปากช่อง&nbsp;อ.วังน้ำเขียว&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ขณะที่โอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและพายุฤดูร้อนตามมา&nbsp;ส่งผลทำให้มีโอกาสเกิดพายุลูกเห็บค่อนข้างมาก</p><p><strong>สำหรับช่วงเช้าวันนี้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จ.เชียงใหม่</strong>&nbsp;ปฏิบัติการบริเวณพื้นที่ลุ่มรับน้ำ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนกิ่วคอหมา&nbsp;เขื่อนกิ่วลม&nbsp;&nbsp;หน่วยปฏิบัติติการ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;ปฏิบัติการในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;&nbsp;หน่วยปฏิบัติติการ&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ในพื้นที่การเกษตร&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;และหน่วยปฏิบัติการ&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;ปฏิบัติการพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำขนาดกลาง&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;จ.ศรีสะเกษ&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511183101636"],
    [180,"เกษตรกรตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ปลูกสละอินโดร่วมยางพาราสร้างรายได้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงสละอินโดร่วมยางพาราของนายเสถียร&nbsp;ศิริพันธ์&nbsp;ที่ตั้งแปลงอยู่ที่หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;เกษตรกรมีพื้นที่ปลูกสละอินโดร่วมยางพารา&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;อายุประมาณ&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;จากการลงพื้นที่เยี่ยมแปลงสละฯ&nbsp;ของเกษตรกรพบว่าในช่วงหน้าฝนมีเชื้อราเข้าทำลายผลผลิต&nbsp;จึงได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม.&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;ต้นละ&nbsp;1-2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งการปลูกสละอินโดร่วมยางพาราสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยหลังจากหักต้นทุนแล้วไม่ต่ำกว่า&nbsp;135,400&nbsp;บาท/ปี&nbsp;พร้อมด้วยรายได้จากการกรีดยางพาราเฉลี่ย&nbsp;106,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และเกษตรกรมีการจำหน่ายต้นพันธุ์สละ&nbsp;โดยต้นตัวเมียจำหน่ายต้นละ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;ต้นตัวผู้จำหน่ายต้นละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;สำหรับผลผลิตจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ดังนั้นการปลูกสละอินโดร่วมยางพาราสามารถสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรได้&nbsp;(สนใจสั่งซื้อได้ที่นายเสถียร&nbsp;ศิริพันธ์&nbsp;โทร.&nbsp;095-0163001)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511160325547"],
    [181,"รองผู้ว่าฯ อยุธยา ลงพื้นที่ตรวจประเมินความพร้อมตลาดกลางเพื่อเกษตรกร (ตลาดกุ้ง) เตรียมเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ พิจารณาการเปิดตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;ร้านเฟื่องทองซีฟู๊ด&nbsp;ภายในตลาดกลางเพื่อเกษตรกร&nbsp;(ตลาดกุ้ง)&nbsp;ต.หันตรา&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายพรพจน์&nbsp;บัณฑิตยานุรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนครินทร์&nbsp;อาจหาญ&nbsp;รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;คณะตรวจประเมินฯ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหันตรา&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมินความพร้อมตลาดกลางเพื่อเกษตรกร&nbsp;(ตลาดกุ้ง)&nbsp;ติดตามการป้องกันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;เพื่อเตรียมข้อมูลเสนอคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิจารณา&nbsp;การเปิดให้ตลาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพรพจน์&nbsp;บัณฑิตยานุรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พบว่า&nbsp;ตลาดกลางเพื่อเกษตรกร&nbsp;(ตลาดกุ้ง)&nbsp;ในภาพรวมถือว่า&nbsp;ได้รับความร่วมมือจากร้านค้า&nbsp;เกือบทุกร้าน&nbsp;หลังจากที่ได้มีการตรวจประเมินจากทีมศูนย์อนามัยที่&nbsp;4&nbsp;สระบุรี&nbsp;ได้ดำเนินการตรวจประเมินร่วมกับทีมสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;และ&nbsp;อบจ.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาในมาตรการ&nbsp;12&nbsp;ข้อยังมีหลายเรื่องที่ยังไม่ผ่านการประเมิน&nbsp;เกี่ยวกับการควบคุมจำนวนลูกค้า&nbsp;การติดตั้งพัดลมระบายอากาศ&nbsp;และการติดตั้งบ่อดักไขมัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;ทางทีมสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้ร่วมกับ&nbsp;อบจ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;และ&nbsp;อบต.หันตรา&nbsp;ได้ลงพื้นที่ประเมินความพร้อมในการเตรียมเปิดให้บริการลูกค้าของร้านค้าภายในตลาดกลางเพื่อเกษตรกร&nbsp;(ตลาดกุ้ง)&nbsp;โดยร้านค้าส่วนใหญ่ได้ปรับปรุงตามมาตราการ&nbsp;12&nbsp;ข้อได้เป็นอย่างดี&nbsp;มีการกำหนดจุดเข้า-ออกตลาด&nbsp;อย่างชัดเจน&nbsp;โดยลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการจะต้องมีการตรวจวัดอุณภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และสแกนแอป&nbsp;ไทยชนะ&nbsp;ทุกคน&nbsp;ส่วนทางร้านค้าเอง&nbsp;จะต้องให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านตรวจวัดอุณภูมิ&nbsp;ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์&nbsp;และสแกน&nbsp;แอปไทยชนะ&nbsp;อีกครั้งก่อนเข้าร้านเช่นเดียวกัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ต้องมีการประเมินความเสี่ยงของบุคลากรภายในร้านค้าเองด้วย&nbsp;ถือเป็นการประเมินตนเอง&nbsp;โดยให้ทำแบบรายงานในทุกๆ&nbsp;วันก่อนเปิดร้าน&nbsp;และหลังปิดร้าน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511162408569"],
    [182,"กรมชลประทาน เชิญชวนเกษตรกรปลูกข้าวนาปี หลังปริมาณฝนตกเป็นไปตามคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้ในหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาการคาดการณ์ไว้&nbsp;โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยาที่มีความพร้อมในการทำนาปีได้แล้ว&nbsp;จึงให้โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;ทำการประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ที่มีความพร้อมให้เริ่มเพาะปลูกพืชพร้อมกันโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักและให้เก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการตามมาตรการที่วางไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกัก&nbsp;&nbsp;(RULE&nbsp;CURVE)&nbsp;และเพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง&nbsp;ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย&nbsp;การกำหนดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย&nbsp;กำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ&nbsp;รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือรวม&nbsp;5,935&nbsp;หน่วย&nbsp;ไว้ในพื้นที่เสียงอุทกภัย&nbsp;ซึ่งสามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทานเฝ้าระวังติดตาม&nbsp;</strong>สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้&nbsp;โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งให้ตรวจสอบเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง&nbsp;437&nbsp;แห่ง&nbsp;และอาคารชลประทานทั่วประเทศอีก&nbsp;1,806&nbsp;แห่ง&nbsp;ให้มีความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;ที่สำคัญที่ได้เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-11-05T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511182623631"],
    [183,"กรมวิชาการเกษตร ลุยตรวจสารตกค้างผัก ผลไม้ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ปรับแผนปี 64 ตรวจเพิ่มครอบคลุมผัก ผลไม้ ไม่เข้ามาตรฐาน GAP ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่าในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้กรมวิชาการเกษตรได้สุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;จากแปลงและแหล่งจำหน่าย&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการตรวจติดตามที่ทำต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยเน้นสุ่มตรวจชนิดผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการแจ้งเตือนตรวจพบสารตกค้างบ่อยครั้ง&nbsp;เช่น&nbsp;พริก&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;แตงกวา&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ส้ม&nbsp;และฝรั่ง&nbsp;&nbsp;โดยในปีนี้กรมวิชาการเกษตรได้ปรับแผนขยายขอบข่ายสุ่มตรวจติดตามเฝ้าระวังสารตกค้างในผักผลไม้ครอบคลุมไปถึงผลผลิตที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;&nbsp;และสินค้าที่ได้รับการรับรองแบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;รวมทั้งยังสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่อาจมีการลักลอบใช้วัตถุอัตรายที่ห้ามใช้แล้วในประเทศด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512224532155"],
    [184,"จ.นครสวรรค์ เฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร ในอำเภอแม่เปิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอแม่เปิน&nbsp;ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการ&nbsp;ให้เฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาห์แอฟริกาในสุกร&nbsp;ถึงแม้ยังไม่พบการระบาดก็ตาม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์พิษณุ&nbsp;ตุลยวณิชย์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอแม่เปิน&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอแม่เปิน&nbsp;เพื่อสร้างความรับรู้&nbsp;และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคและการควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;พร้อมทั้งมาตรการในการเฝ้าระวังและแนวทางป้องกันโรค&nbsp;การควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร&nbsp;ซากสุกร&nbsp;รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากสุกร&nbsp;แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;ในอำเภอแม่เปิน&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;เป็นโรคไวรัสติดต่อร้ายแรงที่เกิดกับสัตว์ในตระกูลสุกรทุกชนิด&nbsp;เกิดได้ทุกช่วงอายุ&nbsp;การเกิดโรคมักมีการระบาดรุนแรงทาให้สัตว์ที่ติดเชื้อตายเกือบหมดแต่เชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมสูง&nbsp;สุกรที่หายป่วยแล้วยังมีเชื้อไวรัสได้นานจึงสามารถเป็นพาหะของโรคได้ตลอดชีวิต&nbsp;ทำให้เมื่อมีเกิดโรคขึ้น&nbsp;ยากที่จะกำจัดโรคได้หมด&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีวัคซีนเพื่อใช้ป้องกันและควบคุมโรคนี้ทำให้การเกิดโรคระบาดส่งผลกระทบรุนแรงโดยตรงต่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมากแม้ว่าเชื้อนี้จะไม่ติดคนก็ตาม&nbsp;โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรจึงเป็นความเสี่ยงใหม่อีกชนิดหนึ่งสาหรับอุตสาหกรรมการเลี้ยงและผลิตสุกรของประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากพบรายงานการระบาดของโรคในสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และมีความเสี่ยงสูงของโรคนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกใต้&nbsp;เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสัตว์-ซากสัตว์ภายในภูมิภาค&nbsp;รวมถึงมีโอกาสที่เชื้อจะปนเปื้อนกับคนและอาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสุกรที่ไม่ผ่านการปรุงสุกเพื่อการบริโภค&nbsp;โดยโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเป็นโรคระบาดสัตว์ตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม&nbsp;กรมปศุสัตว์จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้โรคนี้เข้ามาภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งมีอุตสาหกรรมการผลิตและเลี้ยงสุกรที่ก้าวหน้าในลำดับต้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>","2021-11-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210511173515607"],
    [185,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็มในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;102&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ชลบุรี&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,620&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,850&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงราย&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;และสงขลา&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดเชียงราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามการแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็ม&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้งระยะเร่งด่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;คือ&nbsp;บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาท่าจีน&nbsp;บางปะกงตอนล่าง&nbsp;และแม่กลองตอนล่าง&nbsp;โดยมีแนวทางมาตรการแก้ปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;คือ&nbsp;การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้น้ำและปริมาณน้ำต้นทุนในลุ่มน้ำ&nbsp;ด้วยการควบคุมการจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผน&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำของทุกภาคส่วน&nbsp;และลดต้นทุนการใช้น้ำในอนาคต&nbsp;//&nbsp;การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของแต่ละลุ่มน้ำ&nbsp;ด้วยการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำ&nbsp;ทั้งภาคเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และอุปโภค-บริโภค&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองทั้งผิวดินและใต้ดิน&nbsp;และพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่ต้นน้ำให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้เต็มศักยภาพ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การกำหนดแนวทาง&nbsp;มาตรการ&nbsp;กลไก&nbsp;ระบบคาดการณ์&nbsp;และผลการศึกษาวิจัยสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;จะนำข้อสรุปกรอบแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวเสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดที่อยู่บริเวณชายขอบของ&nbsp;4&nbsp;แม่น้ำสายหลัก&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะ&nbsp;และสรุปรายงานต่อ&nbsp;คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512090140716"],
    [186,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512091623727"],
    [187,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์และจับลูกสุนัขจรจัด ส่งมอบให้กับผู้เลี้ยงรายใหม่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์และจับลูกสุนัขจรจัด&nbsp;ส่งมอบให้กับผู้เลี้ยงรายใหม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายเป็นเกษตรกรบ้านกกกระบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงแพะเนื้อ&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;32&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ก่อนหน้านั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ลงพื้นที่จับลูกสุนัขจรจัด&nbsp;ส่งมอบให้กับผู้เลี้ยงรายใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวที่บริเวณพระธาตุศรีสองรัก&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512100031760"],
    [188,"ผู้ว่าฯขอนแก่น ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดลอกคูคลองกำจัดวัชพืช รองรับน้ำช่วงฤดูฝน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่บริเวณลำห้วยพระคือ&nbsp;เทศบาลตำบลพระลับ&nbsp;อำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;ดร&nbsp;สมศักดิ์&nbsp;จังตระกุล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการกำจัดวัชพืช&nbsp;เศษสวะ&nbsp;ผักตบชวา&nbsp;สิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;และเปิดทางน้ำ&nbsp;การพร่องน้ำเพื่อเตรียมเป็นแก้มลิงไว้รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ความคืบหน้าในโครงการขุดลอกคูคลอง&nbsp;กำจัดวัชพืชและผักตบชวาเพื่อเปิดทางน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันน้ำท่วม&nbsp;ในเขตเศรษฐกิจของจังหวัดขอนแก่นในปีนี้&nbsp;ได้เริ่มเปิดโครงการเมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ในการดำเนินการช่วงต้นของโครงการ&nbsp;เป็นการเริ่มต้นการพร่องน้ำที่บึงหนองโคตร&nbsp;ขุดลอกผักตบชวาและขุดลอกคูคลอง&nbsp;เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำบริเวณคลองส่งน้ำ&nbsp;บริเวณหมู่บ้านชลดามายังศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น&nbsp;และไหลไปยังตอนท้ายของลำน้ำก่อนที่จะเข้าสู่ลำน้ำพอง&nbsp;ซึ่งส่วนที่กำลังดำเนินงานเป็นเขตเทศบาลตำบลพระลับ&nbsp;มีระยะทางประมาณ&nbsp;11.7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;แบ่งการทำงานออกเป็น&nbsp;5&nbsp;ช่วง&nbsp;โดยจากการสำรวจจะมีการทำงานเพียง&nbsp;2&nbsp;ช่วง&nbsp;ระยะกว่า&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งเกินครึ่งหนึ่งของระยะทางทั้งหมด&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;3&nbsp;ช่วง&nbsp;ลำน้ำยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ&nbsp;โดยเป็นการบูรณาการเครื่องมือและบุคลากรของทุกหน่วยงาน&nbsp;โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;เทศบาลตำบลพระลับ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;6&nbsp;รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นการเตรียมความพร้อมในการเร่งการระบายน้ำ&nbsp;โดยคาดการณ์ว่าปีนี้&nbsp;ปริมาณน้ำฝนน่าจะมีปริมาณสูง&nbsp;ตามที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน&nbsp;พยากรณ์อากาศไว้ว่า&nbsp;จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าค่าเฉลี่ย&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เปอร์เซ็นต์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อในช่วงที่ยังไม่เข้าสู่หน้าฝนอย่างเป็นทางการนั้น&nbsp;ยังจะต้องมีการขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำต่างๆในเขตเมือง&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ภาครัฐและประชาชนในทุกอำเภอได้มีการขุดลอกร่องระบายน้ำ&nbsp;โดยที่ผ่านมามีดินโคลนไปอุดตัน&nbsp;ทำให้การระบายน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก&nbsp;ซึ่งแต่ละหน่วยงานในแต่ละอำเภอได้มีจิตอาสา&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้ปกครองท้องที่&nbsp;และคณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;ร่วมกันเตรียมการป้องกันน้ำท่วมของจังหวัดขอนแก่นในตัวอำเภอไว้เป็นอย่างดี&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม&nbsp;และสามารถช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512101354764"],
    [189,"ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร สร้างนวัตกรรมผลิตภาชนะจากใบไม้ ทดแทนการใช้โฟมและพลาสติก ลดภาวะโลกร้อน ลดปัญหาด้านขยะ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้าน อบจ.สกลนคร เตรียมสนับสนุน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนป่าครอบครัวต้นผึ้ง&nbsp;ตำบลต้นผึ้ง&nbsp;อ.พังโคน&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ได้จัดทำโครงการ&nbsp;ผลิตภาชนะจากใบไม้&nbsp;เพื่อทดแทนการใช้โฟมและพลาสติก&nbsp;&nbsp;ลดภาวะโลกร้อน&nbsp;และปัญหาด้านขยะ&nbsp;&nbsp;โดยนายชูพงศ์&nbsp;คำจวง&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.สกลนคร&nbsp;พร้อมคณะก็ได้ลงพื้นที่เตรียมสนับสนุนโครงการดังกล่าว&nbsp;เพื่อขยายการผลิต&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.รุจิกาญจน์&nbsp;ศิริวาลย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนได้รับผิดชอบโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;มหาลัย&nbsp;คลัสเตอร์&nbsp;14&nbsp;ตำบลต้นผึ้ง&nbsp;โดยมุ่งสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;พบว่าประชาชนตำบลต้นผึ้งมีความเข้มแข็งสามัคคี&nbsp;และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยเป็นพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;ป่าครอบครัว&nbsp;และการทำกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;เพื่อเก็บผลผลิตจากป่า&nbsp;ซึ่งมีเอกสารสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;และครอบครองโดยบุคคล&nbsp;โดยได้นำใบไม้แห้ง&nbsp;มาผลิตเป็นภาชนะ&nbsp;โดยมีแนวคิดเปลี่ยนใบไม้&nbsp;เป็นรายได้&nbsp;และได้พัฒนานวัตกรรม&nbsp;เครื่องขึ้นรูปภาชนะจากใบไม้&nbsp;&nbsp;จากใบไม้ที่ไร้มูลค่าเมื่อแปรรูปเป็นภาชนะแล้ว&nbsp;นำไปจำหน่ายได้ชิ้นละ&nbsp;3-4&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นกับชนิดของใบไม้&nbsp;&nbsp;ใบไม้ที่สามารถแปรรูปได้&nbsp;เช่น&nbsp;ใบไผ่&nbsp;ใบพลวง&nbsp;ใบกล้วย&nbsp;กาบกล้วย&nbsp;ถ้าเป็นใบแห้งให้แช่น้ำพอนิ่ม&nbsp;ถ้าเป็นใบสดให้นำมาตากแดด&nbsp;แล้วนำไปขึ้นรูปด้วยเครื่องอัด&nbsp;ใช้เวลาประมาณ&nbsp;45&nbsp;นาที&nbsp;นำมาตัดแต่งด้วยกรรไกรให้ได้รูปแบบตามต้องการ&nbsp;ปัจจุบันกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512105930785"],
    [190,"กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรกรเข้าร่วม 29,877 ราย เกิดการจ้างงานแล้ว 13,677 ราย ","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับสมัครเกษตรกรและจ้างแรงงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบลในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;4,009&nbsp;ตำบล&nbsp;&nbsp;เกษตรกรเป้าหมาย&nbsp;32,000&nbsp;ราย&nbsp;มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;29,877&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;&nbsp;เกษตรกรทั่วไป&nbsp;28,493&nbsp;ราย&nbsp;เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;&nbsp;(5&nbsp;ประสาน&nbsp;สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ถวายในหลวง)&nbsp;จำนวน&nbsp;1,384&nbsp;ราย&nbsp;และมีการจ้างแรงงานเกษตรทฤษฎีใหม่ระดับตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;13,677&nbsp;ราย&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;16,000&nbsp;ราย&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)</p><p><strong>ทั้งนี้ได้มีการจัดทำคู่มือมือการปฏิบัติงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;เล่ม&nbsp;</strong>และได้ดำเนินการจัดส่งทั้งหมดแล้ว&nbsp;มีการขุดสระเก็บกักน้ำให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;32,000&nbsp;แปลง&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างขุดสระเก็บกักน้ำรอบแรกให้แก่เกษตรกรจำนวน&nbsp;19,059&nbsp;ราย&nbsp;อยู่ระหว่างการขุด&nbsp;จำนวน&nbsp;17,612&nbsp;ราย&nbsp;ขุดสระเก็บกักน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,447&nbsp;ราย&nbsp;และอยู่ระหว่างสำรวจความต้องการปัจจัยการผลิตของเกษตรกร&nbsp;และเตรียมจัดสรรโอนงบประมาณสู่พื้นที่จังหวัด</p><p><strong>สำหรับการช่วยเหลือด้านปัจจัยนั้น&nbsp;</strong>แบ่งเป็นแต่ละกรมต่างๆตามภารกิจกรม&nbsp;เช่น&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินจะสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการพัฒนาที่ดิน&nbsp;เช่น&nbsp;วัสดุปรับปรุง&nbsp;บำรุงดิน&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด&nbsp;ฯลฯ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จะสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านพืช&nbsp;เช่น&nbsp;กิ่งพันธุ์ไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;(ไม้ที่ให้ผลผลิต)&nbsp;และเมล็ดพันธุ์พืชผัก&nbsp;สมุนไพร&nbsp;กรมประมง&nbsp;จะสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านประมง&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;อาหารสัตว์น้ำ&nbsp;และ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จะสนับสนุนปัจจัยด้านปศุสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์สัตว์และหรืออาหารสัตว์&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์&nbsp;ท่อนพันธุ์พืชอาหารสัตว์&nbsp;วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยง&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512114118818"],
    [191,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และบริการน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรพื้นเมือง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;โดส&nbsp;และอุปกรณ์การฉีดวัคซีนฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านกกกระบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงแพะเนื้อ&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;แก่ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;บ้านห้วยตาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงสุกรพื้นเมือง&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรพื้นเมือง&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512113834817"],
    [192,"สำนักงานเกษตรเลย ประชุมประจำสัปดาห์ตามระบบส่งเสริมการเกษตรและลงพื้นที่เตรียมความพร้อมในการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นสาขาไร่นาสวนผสม ปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;โดยนายประดิษฐ์&nbsp;อินตาพรม&nbsp;เกษตรจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;ร่วมประชุมประจำสัปดาห์ตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อหารือข้อราชการและชี้แจงรายละเอียดการปฏิบัติงานเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;แจ้งรายละเอียดการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นเพื่อรับรางวัลแม่ดีเด่น&nbsp;การชี้แจงรายละเอียดการจัดประชุมคณะกรรมการวิสาหกิจชุมชนการขับเคลื่อนโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอำเภอด่านซ้าย&nbsp;การชี้แจงการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;การแจ้งการอบรมแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;กิจกรรมบริหารจัดการศัตรูข้าว&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ชี้แจงข้อราชการอื่นๆ&nbsp;ที่มีความสำคัญเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;นายประดิษฐ์&nbsp;อินตาพรม&nbsp;เกษตรจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วยนายศราวุฒิ&nbsp;เกลี้ยงพร้อม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;สาขาไร่นาสวนผสมระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพไร่นาสวนผสมระดับจังหวัด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;คือ&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;อินทรชัยศรี&nbsp;เกษตรกรบ้านโคกใหญ่&nbsp;ตำบลตาดข่า&nbsp;อำเภอหนองหิน&nbsp;เข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้&nbsp;พร้อมทั้งทดสอบระบบ&nbsp;zoom&nbsp;สำหรับการคัดเลือก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512140710897"],
    [193,"จังหวัดสุราษฎร์ธานีพิจารณาการขออนุญาตสิ่งก่อสร้างในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ป้องกันการทำลายและเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่ห้องตาปี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;&nbsp;ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น&nbsp;และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;เพื่อหารือและติดตามการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการนี้ที่ประชุมได้มีการพิจารณาโครงการที่บริษัทเอกชน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเกาะสมุย&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ที่ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตดำเนินโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;ที่พัก&nbsp;หรือรีสอร์ท&nbsp;ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อพิจารณาว่าโครงการก่อสร้างดังกล่าว&nbsp;เป็นไปตามหลักของการกำหนดมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมหรือไม่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมพิจารณาโครงการทั้งหมดอย่างรอบคอบก่อนที่จะให้ความเห็นชอบ&nbsp;เพื่อสงวนรักษาไว้ซึ่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่มิให้ถูกทำลายเสียหาย&nbsp;และเสื่อมโทรมมากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512123011845"],
    [194,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2021 ที่จะจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ","<p><strong>นายอำพันธุ์&nbsp;เวฬุตันติ&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;2021&nbsp;ที่จะจัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ผ่านระบบโปรแกรม&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงาน&nbsp;ความก้าวหน้าในการดำเนินงานพืชสวนโลก&nbsp;2021&nbsp;ณ&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;โดยมหกรรมพืชสวนโลกดังกล่าว&nbsp;ได้เริ่มงานตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งสวนที่จัดแสดงสวนไทยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างดี&nbsp;โดยที่ประชุมเตรียมการจัดแถลงข่าวและพิธีเปิดสวนไทยอย่างเป็นทางการ&nbsp;ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;โดยที่ประชุมเห็นชอบการเลื่อนการจัดงานแถลงข่าวเป็นวันที่&nbsp;3&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;และใช้รูปแบบออนไลน์พร้อมกันทั้งสองประเทศ&nbsp;เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความหลากหลายของสินค้าเกษตรไทย&nbsp;และส่งเสริมการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมภายในงาน</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดจัดกิจกรรมภายในงานจำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้แนวคิดกล้วยไม้และผลไม้ไทย&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;10&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เป็นการจัดแสดงสินค้ากลุ่มผัก&nbsp;สมุนไพรแปรรูป&nbsp;และเครื่องปรุงสำเร็จ&nbsp;กลุ่มกล้วยไม้และไม้ดอก&nbsp;ไม้ประดับและกลุ่มสินค้าเกษตรอื่น&nbsp;ๆ)&nbsp;การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;2021&nbsp;ณ&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;เพื่อเปิดตลาดสินค้าเกษตรชนิดใหม่ๆ&nbsp;เพิ่มเติมในตลาดประเทศจีนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512185047115"],
    [195,"ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดทีมเชิงรุกลงพื้นที่ SWAB หาผู้ติดเชื้อ Covid-19","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;   ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดทีมเชิงรุกลงพื้นที่ SWAB หาผู้ติดเชื้อ Covid-19</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับกรมควบคุมโรค โดย สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง และ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โดย ศูนย์บริการสาธารณสุข 53 เขตทุ่งสองห้อง และ สำนักงานเขตหลักสี่ จัดทีมให้บริการตรวจค้นหาเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ด้วยวิธีการ SWAB ณ ชุมชนการเคหะหลักสี่ กทม. โดยมีประชาชนในชุมชนให้ความสนใจและเข้าร่วมการตรวจกว่า 500 ราย เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการตรวจค้นหาโรคอย่างทั่วถึงและป้องกันการแพร่กระจายให้กับประชาชนในชุมชน</span></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512125113854"],
    [196,"ผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เร่งขุดลอก ห้วย หนอง คลองบึง ให้ระบายน้ำได้ดี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้วยร่องค้าว&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลแม่คำมี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;สุชาติ&nbsp;พุ่มสุวรรณ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่(ฝ่ายทหาร)&nbsp;นายต่อพงษ์&nbsp;ทับทิมโต&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดแพร่&nbsp;นางรติพร&nbsp;บุญคง&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;สุขประเสริฐ&nbsp;นายอำเภอเมืองแพร่&nbsp;ผู้แทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่&nbsp;ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;และผู้แทนโครงการชลประทานแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเร่งดำเนินการขุดลอก&nbsp;คู&nbsp;ห้วย&nbsp;หนอง&nbsp;คลองบึง&nbsp;ให้สามารถระบายน้ำได้ดี&nbsp;และสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;โดยขุดลอกห้วยร่องค้าว&nbsp;ความยาว&nbsp;1,500&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้ในภาคเหนือคาดว่าน้ำจะมาเร็วและมากกว่าปกติ&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอของจังหวัดแพร่ว่ามีที่ใดมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;หรือว่ายังไม่มีการขุดลอกคู&nbsp;คลอง&nbsp;ทำให้น้ำระบายได้ยาก&nbsp;และให้สำรวจแหล่งเก็บกักน้ำต่างๆ&nbsp;ให้มีความมั่นคง&nbsp;ซึ่งเมื่อมีน้ำมาอาจจะเกิดความเสีหายพังทลายได้&nbsp;รวมถึงสำรวจเส้นทางน้ำอย่าให้มีสิ่งกีดขวางทางไหลของน้ำ&nbsp;หากมีก็ให้ร่วมกันทุกฝ่ายโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางออกไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดแพร่มีแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหาแหล่งน้ำให้ได้ทั้งหมด&nbsp;ในพื้นที่ชลประทานเกษตรกรมีแหล่งน้ำในการทำการเกษตร&nbsp;แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานจะพยายามขยายเขตชลทานเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำไว้ประกอบอาชีพ&nbsp;ในส่วนของจังหวัดแพร่นอกจากภาครัฐจะดำเนินการให้แล้ว&nbsp;สิ่งสำคัญคือ&nbsp;ภาคประชาชนที่ต้องช่วยตัวเองในการหาแหล่งเก็บกักน้ำเป็นของตัวเองไว้&nbsp;บางอย่างทำได้ก็ทำ&nbsp;บางอย่างเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ขนาดกลางก็แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พร้อมคณะได้เดินทางไปยังห้วยจำฝาง&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลห้วยม้า&nbsp;อำเภอเมืองแพร่&nbsp;ซึ่งมีการขุดลอกลำห้วย&nbsp;ความยาว&nbsp;650&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์แก่เกษตรกร&nbsp;บ้านหมู่&nbsp;1&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;และหมู่&nbsp;8&nbsp;ในพื้นที่การเกษตรประมาณ&nbsp;500&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512135350887"],
    [197,"ปศุสัตว์ยโสธรแนะนำเกษตรกร กางมุ้งให้สัตว์ และกำจัดแมลง พาหะนำโรคลัมปี สกิน ในโค- กระบือ ช่วงฤดูฝน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่าในขณะนี้เป็นช่วงฤดูฝน&nbsp;สภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตก&nbsp;ทำให้สัตว์เกิดความเครียด&nbsp;ระดับภูมิคุ้มกันโรคลดต่ำลง&nbsp;เสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคต่างๆ&nbsp;ได้ง่าย&nbsp;ประกอบกับในช่วงนี้มีแมลงเกิดขึ้นชุกชุม&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรให้ระวังโค-กระบือถูกแมลงกัด&nbsp;ซึ่งเป็นพาหะนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease)&nbsp;ที่เป็นโรคเฉพาะในสัตว์ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;โดยสัตว์ที่ถูกแมลงกัดจะพบตุ่มนูนที่ผิวหนัง&nbsp;จากนั้น&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์ตุ่มนูนจะแตกเป็นแผลหลุมและตกสะเก็ด&nbsp;แผลจะหายภายในเวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;สัตว์อาจมีไข้&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;อัตราการป่วยประมาณร้อยละ&nbsp;5-45&nbsp;อัตราการตายต่ำ&nbsp;ลูกสัตว์ที่อายุน้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;จะมีอาการรุนแรงและอาจตายได้&nbsp;โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้&nbsp;หากเกษตรกรควรคัดแยกสัตว์ป่วย&nbsp;รักษาตามอาการ&nbsp;โดยการฉีดยาปฏิชีวนะ&nbsp;ร่วมกับยาใส่แผลภายนอก&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรป้องกันแมลงกัดสัตว์&nbsp;โดยใช้ยากำจัดแมลงแบบฉีดหรือแบบราดหลังที่ตัวสัตว์&nbsp;หรือแบบพ่นพื้นคอกทุก&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ร่วมกับปรับภูมิทัศน์รอบฟาร์มให้โปร่งโล่ง&nbsp;เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;เก็บอาหารสัตว์สำเร็จรูปในภาชนะที่ปิดมิดชิดป้องกันแมลงไปตอม&nbsp;กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มหรือใช้ผ้าใบคลุมป้องกันแมลงมาวางไข่&nbsp;กางมุ้งให้แก่สัตว์&nbsp;ติดตั้งหลอดไฟไล่แมลง&nbsp;งดการปล่อยสัตว์เลี้ยงในทุ่งหญ้าสาธารณะร่วมกันกับฟาร์มอื่น&nbsp;หากจะเคลื่อนย้ายสัตว์เข้ามาใหม่ให้กักแยกไว้ดูอาการ&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับสัตว์ป่วย&nbsp;การป้องกันโรคที่สำคัญ&nbsp;ต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรช่วยกันกำจัดแมลงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และหากพบสัตว์ป่วย&nbsp;ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่โดยเร็ว&nbsp;เพื่อจะได้เข้าไปตรวจโรคและให้ความช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512144241912"],
    [198,"สทนช.เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก น้ำท่วม และน้ำแล้งใน 4 ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยระยะเร่งด่วนและระยะยาว คาด เริ่มแผนระยะยาวได้ปี 65","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เดินหน้ามาตรการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุก&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;และน้ำแล้งใน&nbsp;4&nbsp;ลุ่มน้ำติดอ่าวไทยระยะเร่งด่วนและระยะยาว&nbsp;คาด&nbsp;เริ่มแผนระยะยาวได้ปี&nbsp;2565</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำแนวทางการแก้ปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;และน้ำแล้งในลุ่มน้ำติดอ่าวไทย&nbsp;ว่า&nbsp;จากการกำหนดกรอบแนวทางและขอบเขตการศึกษาการแก้ปัญหาการรุกตัวน้ำเค็ม&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;และน้ำแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;คือ&nbsp;ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ลุ่มน้ำท่าจีน&nbsp;ลุ่มน้ำบางปะกงตอนล่าง&nbsp;และลุ่มน้ำแม่กลองตอนล่าง&nbsp;ต้องให้แล้วเสร็จใน&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;หรือในวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;แล้วนำกรอบแนวทางการศึกษาที่ได้สรุปรายงานต่อ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐนตรี&nbsp;ประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;ให้ความเห็นชอบเบื้องต้น&nbsp;สทนช.&nbsp;ได้เร่งระดมแนวคิดจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ&nbsp;ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำในคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดในลุ่มน้ำที่ติดอ่าวไทย&nbsp;และเชิญอีก&nbsp;4&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม&nbsp;อย่างกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;องค์การจัดการน้ำเสีย&nbsp;และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำเสีย&nbsp;คุณภาพน้ำ&nbsp;ข้อห่วงกังวลด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;คุณภาพน้ำ&nbsp;และระบบนิเวศจากแนวคิดก่อสร้างประตูระบายน้ำปิดปากแม่น้ำ&nbsp;4&nbsp;สาย&nbsp;เพื่อให้การจัดทำแนวทางการแก้ปัญหามีความครอบคลุมทุกมิติมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวม&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;กลั่นกรองข้อมูลสถานการณ์&nbsp;และแนวทางการแก้ปัญหา&nbsp;โดยจะทบทวนปรับปรุงแนวทางมาตรการแก้ปัญหาในลุ่มน้ำติดอ่าวไทยระยะเร่งด่วน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;ด้านอุปสงค์&nbsp;(Demand)&nbsp;ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมีปริมาณที่สูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนในลำน้ำ&nbsp;สาเหตุมาจากการความต้องการใช้น้ำที่เพิ่ม&nbsp;เนื่องจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ทั้งภาคการเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และอุปโภค-บริโภค&nbsp;จึงจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการใช้น้ำและปริมาณน้ำต้นทุนในลุ่มน้ำ&nbsp;ด้วยการควบคุมการจัดสรรน้ำให้เป็นไปตามแผน&nbsp;โดยเฉพาะภาคการเกษตร&nbsp;รวมถึง&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำของทุกภาคส่วนและลดต้นทุนการใช้น้ำในอนาคต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ด้านอุปทาน&nbsp;ปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะเอลนีโญ&nbsp;ส่งผลให้ฝนตกปริมาณน้อยลงและแปรปรวนมาก&nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำท่าและน้ำไหลลงเขื่อนลงลด&nbsp;เกิดการสูญเสียน้ำในระบบส่งทำให้ปริมาณน้ำที่ส่งได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ&nbsp;รวมถึง&nbsp;การพัฒนาน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อความต้องการที่สูงเพิ่มขึ้น&nbsp;จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของแต่ละลุ่มน้ำ&nbsp;ด้วยการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งน้ำ&nbsp;ทั้งภาคเกษตร&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และอุปโภค-บริโภคเชื่อมโยงแหล่งน้ำ&nbsp;จัดหาแหล่งน้ำสำรองทั้งผิวดินและใต้ดิน&nbsp;และพัฒนาแหล่งน้ำพื้นที่ต้นน้ำให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้เต็มศักยภาพ&nbsp;ส่วนด้านบริหารจัดการ&nbsp;กลไกการบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมดุลยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันยังขาดกฎหมายลำดับรอง&nbsp;ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;และมาตรการที่เป็นรูปธรรมควบคุมให้การจัดสรรน้ำเป็นไปตามแผน&nbsp;สิ่งสำคัญระบบการตรวจวัด&nbsp;ติดตาม&nbsp;พยากรณ์สถานการณ์ความเค็มยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ&nbsp;ระบบฐานข้อมูลยังไม่ได้บูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ&nbsp;องค์ความรู้และข้อมูลเชิงวิชาการยังไม่เพียงพอที่จะวางแผนและกำหนดมาตรการในระยะยาว&nbsp;จำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายในการกำหนดแนวทาง&nbsp;มาตรการ&nbsp;องค์กร&nbsp;กลไก&nbsp;ฐานข้อมูล&nbsp;ระบบคาดการณ์&nbsp;และผลการศึกษาวิจัยสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำที่เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการและปริมาณน้ำต้นทุน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;สทนช.จะนำแนวทางและข้อเสนอแนะการแก้ปัญหาจากหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญไปวิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อประกอบการพิจารณาทางเลือกการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนที่มีความเหมาะสมมากที่สุด&nbsp;จากนั้นจะนำเสนอคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดที่อยู่บริเวณชายขอบของทั้ง&nbsp;4&nbsp;แม่น้ำสายหลัก&nbsp;เพื่อให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เชื่อมโยงกับบริบทของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และวิถีชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องที่ลงรายละเอียดเชิงลึกในระดับพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์หาจุดสมดุลระหว่างลุ่มน้ำได้อย่างครอบคลุมในมิติของภาพรวมและรายลุ่มน้ำ&nbsp;คาดว่า&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จะสามารถดำเนินการแก้ปัญหาในระยะยาวได้</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512135814890"],
    [199,"รองผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ประชุมติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุนทรโวหาร&nbsp;(น้อย&nbsp;อาจารยางกูร)&nbsp;&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นายสรายุทธ&nbsp;แก้วกุลปรีชา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางภูสิน&nbsp;เกตานนท์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตาม&nbsp;กำชับ&nbsp;เร่งรัดการดำเนินการให้เกิดคามก้าวหน้าและเกิดความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;อาทิ&nbsp;ระบายน้ำเสียและก่อให้เกิดการปนเปื้อนของอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;การลักลอบปล่อยน้ำเสียลงลำธารสาธารณะและคลองระบม&nbsp;การลักลอบปล่อยน้ำเสียลงลำธารสาธารณะ&nbsp;,&nbsp;การลักลอบทิ้งกากของเสียบริเวณหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านโคกตะเคียนงาม&nbsp;ต.ทุ่งพระยา&nbsp;อ.สนามชัยเขต&nbsp;&nbsp;ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนและฝุ่นควัน&nbsp;,&nbsp;ทำให้น้ำผิวดิน/น้ำบาดาลระดับตื้น&nbsp;ปนเปื้อนสารเคมีและโลหะหนัก&nbsp;,&nbsp;การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน&nbsp;EIA&nbsp;กรณีโรงงานภายในสวนฯ&nbsp;304&nbsp;ระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;,&nbsp;กรณีน้ำผิวดินและน้ำบาดาลระดับตื้นปนเปื้อนโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่าย&nbsp;,&nbsp;การปล่อยน้ำเสียลงแปลงนา&nbsp;ทำให้ข้าวราษฎรเสียหาย&nbsp;,&nbsp;กรณีการคัดค้านการก่อสร้างโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมได้ร่วมหาทางแก้ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออก","ฉะเชิงเทรา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดฉะเชิงเทรา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512153614963"],
    [200,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำคณะทำงานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;พร้อมด้วยนายสุชาติ&nbsp;ทีคะสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และคณะทำงานติดตามสถานการณ์อุทกภัย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยจุดแรก&nbsp;ลงพื้นที่ดู&nbsp;ปตร.คลอง&nbsp;DR&nbsp;ทะเลหลวง&nbsp;(แก้มลิง)&nbsp;ตำบลบ้านกล้วย&nbsp;อำเภอเมืองสุโขทัย,&nbsp;ทรบ.คลองบางคลอง&nbsp;ตำบลปากแคว&nbsp;อำเภอเมืองสุโขทัย,&nbsp;ทรบ.คลองตาแฟง&nbsp;ตำบลทับผึ้ง&nbsp;อำเภอสรีสำโรง,ทรบ.คลองตาดิน&nbsp;ตำบลวังใหญ่&nbsp;อำเภอศรีสำโรง,&nbsp;ปตร.คลองน้ำโจน&nbsp;ตำบลป่ากุมเกาะ&nbsp;อำเภอสวรรคโลก,&nbsp;สถานีวัดน้ำ&nbsp;Y14A&nbsp;(บ้านแม่สำเหนือ)&nbsp;ตำบลแม่สำ&nbsp;อำเภอศรีสัชนาลัย&nbsp;ปตร.คลองหกบาท,&nbsp;ปตร.แม่น้ำยม&nbsp;(บ้านหาดสะพายจันทร์),&nbsp;ทรบ.คลองตาไร่,&nbsp;ทรบ.คลองต้นข้อ,&nbsp;ปตร.คลองบ้านหลุม,&nbsp;ปตร.บ้านยางซ้าย&nbsp;ปตร.กม.22+300&nbsp;และปตร.วังสะตือ&nbsp;ตำบลดงเดือย&nbsp;อำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดสุโขทัย&nbsp;เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศของประเทศไทย&nbsp;คาดว่าปริมาณฝนรวมจะสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ&nbsp;10&nbsp;โดยภาคเหนือจะมีปริมาณฝนรวม&nbsp;ประมาณ&nbsp;400&nbsp;-&nbsp;500&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;(ค่าปกติ&nbsp;446&nbsp;มม.)&nbsp;และในช่วงระยะครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;และจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512155655980"],
    [201,"กรมชลประทาน เร่งแก้ปัญหาระดับความสูงท่อรับน้ำอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน จังหวัดนครราชสีมา ที่กระทบทำให้เกิดน้ำท่วมขัง","<p><strong>นายกิติกุล&nbsp;เสภาศีราภรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา</strong>&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;8&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ชี้แจงกรณีชาวบ้านไร่ริมบึง&nbsp;ต.ประทาย&nbsp;อ.ประทาย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จากการก่อสร้างเพิ่มระดับความสูงขอบอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน&nbsp;และมีการก่อสร้างท่อระบายน้ำสูงกว่าระดับผิวถนน&nbsp;ทำให้ช่วงฝนตกมีน้ำท่วมขัง&nbsp;บริเวณผิวถนน&nbsp;ว่าอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน&nbsp;ต.ประทาย&nbsp;อ.ประทาย&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการชลประทานนครราชสีมา&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2559&nbsp;ได้รับงบประมาณ&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ&nbsp;ก่อสร้างอาคารระบายน้ำ&nbsp;ท่อรับน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำบึงกระโตน&nbsp;ซึ่งดำเนินการโดยฝ่ายก่อสร้าง&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;8&nbsp;เริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม&nbsp;2559&nbsp;แล้วเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม&nbsp;2561&nbsp;และส่งมอบให้โครงการชลประทานนครราชสีมา&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2562</p><p><strong>จากการตรวจสอบพื้นที่จริง&nbsp;</strong>จุดที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนนั้น&nbsp;เป็นท่อรับน้ำช่วง&nbsp;กม.4+800&nbsp;มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แถว&nbsp;ซึ่งท่อดังกล่าวจะทำหน้าที่รับน้ำจากพื้นที่ให้ไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำ&nbsp;ระดับธรณีท่อมีระดับเท่ากับผิวถนน&nbsp;มีการปรับปรุงถนนทางเข้าหมู่บ้านไร่ริมบึง&nbsp;ซึ่งถนนช่วงหน้าท่อ&nbsp;มีระดับต่ำกว่าจุดอื่นๆ&nbsp;เมื่อมีฝนตกจะมีน้ำท่วมขังและมีตะกอนดินไหลมาทับถมบริเวณหน้าท่อ&nbsp;จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะทำแก้ไขปัญหา&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์</p><p><br></p><p><br></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512184157108"],
    [202,"ก.ทรัพย์ พัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์&nbsp;(GIS)&nbsp;เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางอัษฎาพร&nbsp;ไกรพานนท์&nbsp;รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ&nbsp;\"บทบาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์&nbsp;เพื่อใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมของประเทศ\"&nbsp;ในเวทีการประชุม&nbsp;\"วิชาการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;20&nbsp;และ&nbsp;10&nbsp;th&nbsp;International&nbsp;Conference&nbsp;on&nbsp;Environment&nbsp;Engineering&nbsp;Science&nbsp;and&nbsp;Management\"&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;Build&nbsp;forward&nbsp;Greener&nbsp;with&nbsp;AI&nbsp;ผ่านระบบทางไกล&nbsp;ว่า&nbsp;การเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างมาก&nbsp;แต่กลับส่งผลดีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดการฟื้นฟูของธรรมชาติ&nbsp;การลดลงของมลพิษทางอากาศ&nbsp;และก๊าซเรือนกระจก&nbsp;เนื่องจากการลดทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อมนุษย์สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดได้มลพิษและก๊าซเรือนกระจกจะกลับมาอยู่ในระดับเดิมหรือสูงกว่าเดิม&nbsp;ส่งผลโดยตรงต่อนาฬิกาสภาพภูมิอากาศโลก&nbsp;(World&nbsp;Climate&nbsp;Clock)&nbsp;ที่เหลือเพียง&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;ที่จะควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์&nbsp;หรือ&nbsp;AI&nbsp;มาใช้ประโยชน์&nbsp;จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการพัฒนาไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการอัจฉริยะด้วยการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์&nbsp;(GIS)&nbsp;เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา&nbsp;Application&nbsp;ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;Nature4Thai&nbsp;,&nbsp;Smart&nbsp;EIAAir4Thai&nbsp;และ&nbsp;BurnCheck&nbsp;//&nbsp;การใช้ระบบ&nbsp;Telemetering&nbsp;และ&nbsp;Early&nbsp;Warning&nbsp;ควบคู่กับการใช้&nbsp;CCTV&nbsp;//&nbsp;การจัดทำ&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;และการใช้อากาศยานไร้คนขับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับการบริหารจัดการด้วยการติดตาม&nbsp;สำรวจ&nbsp;วิเคราะห์&nbsp;และตอบสนองได้ทันทีและเป็นปัจจุบัน&nbsp;(real&nbsp;time)&nbsp;โดยเน้นย้ำแนวคิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่าส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อไป</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512164825019"],
    [203,"พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ เตรียมออกมาตรการรองรับพืชนอกการประกันรายได้ แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางพนิดา&nbsp;วานิชรัตน์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ที่มีผลผลิตทางด้านการเกษตรออกสู่ตลาด&nbsp;ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ภายใต้โครงการภาครัฐการประกันรายได้&nbsp;ซึ่งได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรแล้วกว่า&nbsp;8&nbsp;หมื่น&nbsp;6&nbsp;พันราย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;พืชนอกการประกันรายได้&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;อาทิ&nbsp;กระเทียม&nbsp;หอมใหญ่&nbsp;หอมแดง&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;และลำไย&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้&nbsp;ทั้งการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดภายในประเทศ&nbsp;ร่วมกับมาตรการชะลอผลผลิต&nbsp;เพื่อไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด&nbsp;ได้แก่การนำพืชหัว&nbsp;เช่นหอมใหญ่เข้าสู่ห้องเย็น&nbsp;หากมีการกระจายสู่ตลาด&nbsp;จะใช้มาตรการนำราคาตลาด&nbsp;ขณะที่ในช่วงที่ผลผลิตลำไยของภาคเหนือออกสู่ตลาด&nbsp;มีการเตรียมผู้รับซื้อลำไยไว้จำนวน&nbsp;3&nbsp;พันตัน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอเชิญชวนชาวเชียงใหม่&nbsp;บริโภคผลไม้ไทยตามฤดูกลาล&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง&nbsp;</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513091006183"],
    [204,"จ.นครพนม ประสาน Tops Supermarket รับซื้อสับปะรด GI ช่วยเกษตรกรชาวสวน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2554)&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;จันทร์หวร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;และ&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;รอดงาม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เรียกประชุมด่วนคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลล์แมนจังหวัด)&nbsp;เพื่อหารือวางแผนร่วมกับตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ในการช่วยเหลือชาวสวนสับปะรดหวานทั้ง&nbsp;2&nbsp;อำเภอที่ในช่วงนี้มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดในปริมาณที่มากตามฤดูกาล&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ที่ทำให้อาจจำหน่ายในพื้นที่ได้น้อย&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อราคาที่ลดลงตามกลไกของตลาด&nbsp;อีกทั้งเป็นการป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหายหากเวลาผ่านไปนานกว่านี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในการหารือครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมได้เน้นย้ำกับคณะทำงานด้านการตลาดระดับจังหวัด&nbsp;(เซลล์แมนจังหวัด)&nbsp;และตัวแทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ว่าอยากให้ราคาสินค้าดังกล่าวถึงเกษตรกรผู้ปลูกจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่อยากให้ทุกอย่างไปตกอยู่ที่พ่อค้าคนกลาง&nbsp;เพราะฉะนั้นจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีทั้งระบบ&nbsp;ทั้งในเรื่องการกระจายจำนวนการรับซื้อที่ทั่วถึงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม&nbsp;การนำเงินส่งต่อยังตัวเกษตรกรที่ต้องเปิดบัญชีในลักษณะกลุ่มเกษตรกรไม่ใช่เปิดบัญชีในนามห้างหุ่นส่วนจำกัดที่เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง&nbsp;โดยเบื้องต้นได้มีการประสาน&nbsp;Tops&nbsp;Supermarket&nbsp;ในการรับซื้อสับปะรดเพื่อไปวางจำหน่ายให้แล้ว&nbsp;ซึ่งทางห้างจะรับซื้อจำนวน&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;ในราคาลูกละ&nbsp;15&nbsp;บาทแต่ต้องคัดขนาดอยู่ระหว่าง&nbsp;1.3&nbsp;-&nbsp;1.5&nbsp;กิโลกรัมเท่านั้น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดนครพนมประสานส่วนราชการ&nbsp;ห้างร้านและเครือข่ายเพื่อรับซื้อส่วนที่เหลือเพิ่มเติม&nbsp;รวมถึงการส่งมอบสินค้าในรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ในต่างจังหวัดที่จะให้ไปรษณีย์ไทยเป็นผู้กระจายสินค้า&nbsp;ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายเดิมที่กลุ่มเกษตรกรกำลังดำเนินอยู่&nbsp;ที่ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่&nbsp;โทร&nbsp;064&nbsp;&nbsp;3667223,&nbsp;098-1707112,&nbsp;080-1800015&nbsp;และการส่งโรงงานที่ชลบุรีก็ให้คงไว้เช่นเดิม&nbsp;รวมถึงในส่วนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เช่น&nbsp;การเปิดช่องทางออนไลน์จำหน่ายผ่านทางเพจ&nbsp;facebook&nbsp;ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;และการไปรับมาจำหน่ายช่วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สับปะรดที่เกษตรกรอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์ปลูก&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;จากกรมทรัพย์สินปัญญาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557&nbsp;โดยเป็นสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียสายน้ำผึ้ง&nbsp;ซึ่งได้มีการนําต้นพันธุ์มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยลักษณะต้นพันธุ์มีรสเปรี้ยวแต่เมื่อเจอสภาพอากาศและสภาพดินในพื้นที่ทำให้สับปะรดกลายพันธุ์&nbsp;มีรสหวานฉ่ำที่ในช่วงนี้จะมีค่าความหวานสูงถึง&nbsp;18&nbsp;บริกซ์&nbsp;นอกจากนี้ยังมีเนื้อละเอียดแน่นสีเหลืองเข้ม&nbsp;ตาตื้น&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ไม่กัดลิ้น&nbsp;ไม่ระคายคอ&nbsp;และแกนหวานกรอบรับประทานได้เช่นเดียวกับเนื้อแตกต่างไปจากพันธุ์เดิม&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้มีเกษตรกรปลูกสับปะรดทั้งสิ้น&nbsp;5,500&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นอำเภอท่าอุเทน&nbsp;4,000&nbsp;ไร่&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;1,500&nbsp;ไร่&nbsp;ภาพ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.นครพนม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512191901127"],
    [205,"ชาวสวนสับปะรดนครพนม ยิ้ม!! เกษตรนครพนมช่วยกระจายผลผลิตจำหน่ายสู่ตลาดสู้วิกฤติโควิด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สับปะรดหวาน&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ชื่อว่าเป็นสับปะรดหวานที่สุดในประเทศไทย&nbsp;เป็นชนิดพันธุ์ปัตตาเวียสายน้ำผึ้ง&nbsp;ซึ่งได้มีการนําต้นพันธุ์มาปลูกจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และเป็นต้นตระกูลที่มีรสเปรี้ยว&nbsp;ซึ่งเมื่อมาเจอกับสภาพอากาศและสภาพดินในพื้นที่&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;และ&nbsp;อ.โพนสวรรค์&nbsp;ทำให้สับปะรดมีการกลายพันธุ์จนมีรสชาติที่หวานฉ่ำ&nbsp;กลิ่นหอม&nbsp;ไม่กัดลิ้น&nbsp;ตาตื้น&nbsp;จนได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(พืช&nbsp;GI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและมีคุณภาพอีกหนึ่งชนิด&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดนครพนม&nbsp;มีพื้นที่ปลูกสับปะรด&nbsp;จำนวน&nbsp;5,500&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแบ่งเป็นอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;ไร่&nbsp;และอำเภอท่าอุเทน&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเป็นพืชผลที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนสับปะรดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ซึ่งในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;ต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปีที่เป็นช่วงฤดูกาลผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณที่มาก&nbsp;ทำให้ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่มีมากกว่าปกติ&nbsp;และอาจส่งผลให้ผลผลิตมีราคาที่ลดลง&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามกลไกด้านการตลาดทั่วไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับช่องทางการจำหน่ายเกษตรกรจะจำหน่ายผลผลิตที่โรงงานในราคากิโลกรัมละ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;และจำหน่ายที่หน้าสวนในราคากิโลกรัมละ&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเกษตรกรชาวสวนสับปะรดบางรายบอกว่า&nbsp;ตนเองพอใจที่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;เพราะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่จะต้องระมัดระวังและป้องกันการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ลดลงอีกทั้งการสัญจรไปมาที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทำให้มีผู้บริโภคลดลง&nbsp;จากผลกระทบดังกล่าวสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ประสานให้สำนักงานเกษตรอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสับปะรดถึงหน้าสวนของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งช่วยเร่งระบายและกระจายผลผลิตสู่ตลาด&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหาย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;ในส่วนของการจัดการด้านการตลาด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ส่งเสริมและขับเคลื่อนตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ให้กับเกษตรกรได้มีความรู้&nbsp;เทคนิค&nbsp;และวิธีการจัดการสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบตลาดออนไลน์มากขึ้น&nbsp;มีการเปิดช่องทางการจำหน่ายผลผลิตสับปะรดแบบออนไลน์&nbsp;เช่น&nbsp;<a&nbsp;href=\"www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;\"&nbsp;target=\"_blank\">www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;</a>&nbsp;และ&nbsp;เพจ&nbsp;facebook&nbsp;ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ซึ่งจะเป็นช่องทางในการโปรโมทและช่วยในการจำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการนำผู้ผลิตและผู้บริโภคมาเจอกันโดยตรง&nbsp;ทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าที่ดี&nbsp;มีคุณภาพและราคาสุดประหยัด&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอุดหนุนและสั่งซื้อสับปะรดหวาน&nbsp;ซึ่งสามารถสั่งซื้อผลผลิตได้ที่&nbsp;เพจ&nbsp;facebook&nbsp;ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;หรือ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;064&nbsp;-&nbsp;3667223&nbsp;/&nbsp;098-1707112&nbsp;/&nbsp;080-1800015&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;\"ซื้อสินค้าเกษตรไทย&nbsp;เกษตรกรอยู่ได้&nbsp;ประเทศไทยอยู่รอด\"&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ&nbsp;/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;อาทิตย์&nbsp;อุ่นนาแซง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512201642134"],
    [206,"อว. เผย คนไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้วเฉลี่ย 2.06% ของประชากร มี 532,462 คนฉีดครบสองเข็ม ส่วนในแง่ความปลอดภัย 89.19% ไม่พบผลข้างเคียงจากวัคซีน","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;อว. เผย คนไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้วเฉลี่ย 2.06% ของประชากร มี 532,462 คนฉีดครบสองเข็ม&nbsp;ส่วนในแง่ความปลอดภัย 89.19% ไม่พบผลข้างเคียงจากวัคซีน ขณะที่จังหวัดสมุทรสาครและภูเก็ต ฉีดแล้วเกิน 20% ของประชากร</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รายงานว่า กระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามและประมวลผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสรุปข้อมูลถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ว่าประเทศไทย ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว 1,898,454 โดส มีผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม 1,365,992 คน หรือเท่ากับ 2.06% ของประชากร และฉีดครบสองเข็มแล้วถึง 532,462 คน หรือเท่ากับ 0.80% ของประชากร และพบว่ามี 15 จังหวัด ที่จะได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 2% ของประชากร ได้แก่ สมุทรสาคร ภูเก็ต ระนอง ตากกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชลบุรี พังงา สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นครนายก ปทุมธานี และระยอง</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดสมุทรสาคร มี 173,319 คน ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม คิดเป็น 29.57% ของประชากร&nbsp;ส่วนจังหวัดภูเก็ต มี 101,001 คน ที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม คิดเป็น 24.37% ของประชากร</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนครบสองเข็ม จังหวัดภูเก็ตมี 94,231 คน คิดเป็น 22.74% ของประชากร&nbsp;ส่วนจังหวัดสมุทรสาคร มี 105,418 คน ที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม คิดเป็น 17.98% ของประชากร</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ วัคซีนที่ใช้มีความปลอดภัยสูง โดยไม่มีรายงานผลข้างเคียงในผู้ที่ฉีดวัคซีน 1,693,234 ราย หรือ 89.19% ของผู้ฉีด โดยมีการรายงานผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน 205,220 ราย ส่วนใหญ่เป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง เรียงตามลำดับ ได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ (6.65% ของผู้ที่ฉีด), ปวดศีรษะ (4.37%), เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง (3.23%), ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีด (3.18%), ไข้ (2.08%), คลื่นไส้ (1.56%), ท้องเสีย (1.23%), ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง (0.91%), ผื่น (0.7%), อาเจียน (0.4%) และอาการอื่นๆ (1.34%)</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงหลังการฉีดวัคซีนโควิดนั้น&nbsp;ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงกุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการพิจารณาเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์หลังรับวัคซีน ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า โดยการประมวลผลล่าสุดซึ่งได้ฉีดวัคซีนในคนไทย 1,935,565 โดสแล้วนั้น มีผู้ที่มีเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์รุนแรงที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรคโดยเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน 428 ราย แบ่งเป็น 404 รายจากวัคซีนซิโนแวก (เท่ากับ 22.24 ต่อหนึ่งแสนโดส) และ 24 รายจากวัคซีนแอสตราซิเนกา (เท่ากับ 20.19 ต่อหนึ่งแสนโดส) โดยรวมแล้วมีอาการแพ้รุนแรง 13 ราย (เท่ากับ 0.67 คนต่อหนึ่งแสนโดส) และการชาชนิด Polyneuropathy 1 ราย (เท่ากับ 0.06 คนต่อหนึ่งแสนโดส) และไม่มีผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุจากวัคซีน และใน 13 รายที่มีอาการแพ้รุนแรง มี 12 ราย เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวก (0.66 รายในผู้ฉีดหนึ่งแสนราย) และเป็นผู้ได้รับวัคซีนแอสตราซิเนกา 1 ราย (0.84 รายในผู้ฉีดหนึ่งแสนราย) สำหรับอาการชาชนิด Polyneuropathy 1 ราย เป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวก (0.06 รายในผู้ฉีดหนึ่งแสนราย)</span></p>","2021-12-05T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210512215503153"],
    [207,"กรมส่งเสริมการเกษตร เชิญชวนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ร่วมชมการถ่ายทอดสดงานวันผึ้งโลก 20 พฤษภาคม 2564 นี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้แนวคิด รักผึ้ง รักษ์โลก ชูประเด็นผึ้งและแมลงผสมเกสรเป็นผู้ช่วยเกษตรกร หวังกระตุ้นการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันผึ้งโลก&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Bee&nbsp;Day&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัวของประชากรโลกเกี่ยวกับความสำคัญของผึ้งต่อโลก&nbsp;รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งตามธรรมชาติที่ลดลง&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">กรมส่งเสริมการเกษตรจึงกำหนดจะจัดกิจกรรมวันผึ้งโลก&nbsp;(World&nbsp;Bee&nbsp;Day)&nbsp;ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;รักผึ้ง&nbsp;รักษ์โลก&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปได้รับรู้ถึงคุณค่า&nbsp;ความสำคัญ&nbsp;และประโยชน์ของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร&nbsp;ที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มผลผลิตในแปลงเกษตรกร&nbsp;และยังช่วยอนุรักษ์พันธุ์พืช&nbsp;โดยหวังให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติและการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากแมลงช่วยผสมเกสร&nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการเลี้ยงผึ้งและแมลงผสมเกสรอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมในปีนี้&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจะจัดให้มีการถ่ายทอดสด&nbsp;(Live)&nbsp;การจัดกิจกรรมผ่านเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;และ&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สนทนาสาระดี&nbsp;ๆ&nbsp;กับอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ความสำคัญของแมลงช่วยผสมเกสรต่อภาคการเกษตรไทย&nbsp;นิทรรศการ&nbsp;เรื่องความสำคัญของวันผึ้งโลก&nbsp;ความหลากหลายของน้ำผึ้งในประเทศไทย&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผึ้งเพื่อสุขภาพ&nbsp;และการสาธิตการทำเมนูจากน้ำผึ้ง&nbsp;โดยเชฟจากัวร์&nbsp;ธีรวีร์&nbsp;ดิษยะไชยพงศ์&nbsp;และอย่าพลาดร่วมสนุกตอบคำถามชิงรางวัลในช่วงการ&nbsp;Live&nbsp;สด&nbsp;รับรางวัลเป็นของที่ระลึกการจัดงานวันผึ้งโลกสุดพิเศษ</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้ความสำคัญต่อการทำการเกษตรที่ปลอดภัยต่อผู้ผลิต&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้วิธีการป้องกันและกําจัดศัตรูแบบผสมผสาน&nbsp;(IPM)&nbsp;และการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธีมาโดยตลอด&nbsp;ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ต่อความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ความมั่นคงทางด้านอาหาร&nbsp;และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมทั้งส่งผลต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;ตามแนวทางของสหประชาชาติ&nbsp;และงานส่งเสริมการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;ก็เป็นอีกภารกิจหนึ่งของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินงานส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจมาเป็นเวลากว่า&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;เพื่อใช้ในการช่วยผสมเกสรและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมวันผึ้งโลกนี้จะทำให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงประโยชน์ของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร&nbsp;ทั้งในเรื่องการช่วยผสมเกสร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้งซึ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรได้ตระหนักถึงการทำการเกษตรอย่างปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศด้วย&nbsp;</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513094017196"],
    [208,"กรมชลประทาน วางระบบระบายน้ำอ่างฯห้วยหนองโรง จังหวัดชัยนาท ลดผลกระทบในช่วงฤดูฝน ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;แม้ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;กรมชลประทานยังคงเร่งดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารรวมถึงระบบชลประทานหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการระบบระบายน้ำ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลกะบกเตี้ย&nbsp;อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่&nbsp;12&nbsp;มีแผนดำเนินการ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;(2561-2564)&nbsp;มีลักษณะเป็นการก่อสร้างอาคารลดระดับน้ำ&nbsp;ท่อระบายน้ำลอดถนน&nbsp;และขุดลอกคลองระบายน้ำความยาวประมาณ&nbsp;21&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เมื่อแล้วเสร็จ&nbsp;จะมีพื้นที่รับประโยชน์กว่า&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะของลำห้วยเดิม&nbsp;และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับอุปโภคบริโภค&nbsp;รวมถึงลดผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ได้&nbsp;พร้อมกับได้กำชับให้ทุกโครงการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;และให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&nbsp;เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;ในส่วนของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้ปรับหน้างานเพื่อลดการกีดขวางทางน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;และสามารถเก็บกักน้ำได้เพื่อชะลอและลดผลกระทบจากอุทกภัย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ได้ร่วมกับหลายหน่วยงานบูรณาการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล</strong>&nbsp;ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติและนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ซึ่งมุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำเดิมให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513103107222"],
    [209,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมให้แต่ละพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมให้แต่ละพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;จันทบุรี&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;93&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,583&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,815&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดสงขลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนในแต่ละพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่สุโขทัย&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยปี&nbsp;2564&nbsp;//&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เร่งดำเนินการขุดลอก&nbsp;คู&nbsp;ห้วย&nbsp;หนอง&nbsp;คลอง&nbsp;บึง&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำห้วยร่องค้าว&nbsp;ความยาว&nbsp;1,500&nbsp;เมตร&nbsp;//&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เร่งแก้ปัญหาระดับความสูงท่อรับน้ำอ่างเก็บน้ำบึงกระโตนสูงกว่าระดับผิวถนน&nbsp;ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จภายใน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;โดย&nbsp;กอนช.&nbsp;ยังให้หน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513093238189"],
    [210,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513095525206"],
    [211,"อว.เผยทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,340 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 37.53 ล้านโดส โดยไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.935 ล้านโดส","<p>   อว.เผยทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนแล้ว 1,340 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 37.53 ล้านโดส โดยไทยฉีดแล้วมากกว่า 1.935 ล้านโดส </p><p> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,340 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 21.6 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง &nbsp;พบว่า อิสราเอลฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 263 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 117 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว</p><p> &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 37.53 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค27.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซีย ฉีดวัคซีนมากที่สุด 22.61 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 1,935,565 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 47.7%</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513113503268"],
    [212,"มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว ชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ พลิกโฉมหอพักบุคลากร เป็นโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบ พร้อมใช้งานทั้งระบบภายใน 24ชั่วโมง ช่วยทีมแพทย์ใกล้ชิดผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบการติดตามอาการได้ทันที โดยไร้การสัมผัส","<p class=\"ql-align-justify\">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดตัว ชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์&nbsp;พลิกโฉมหอพักบุคลากร เป็นโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบ พร้อมใช้งานทั้งระบบภายใน&nbsp;24ชั่วโมง ช่วยทีมแพทย์ใกล้ชิดผู้ป่วยแบบเรียลไทม์ ด้วยระบบการติดตามอาการได้ทันที โดยไร้การสัมผัส</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;นายวัชระ อมศิริ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&nbsp;(TSE)&nbsp;ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ได้เปิดตัว ชุดเฉพาะกิจด้านวิศวกรรม โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เพื่อช่วยเหลืองานของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ทันที เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเป็นโรงพยาบาลสนามอีกครั้ง จากสถานการณ์การระบาดโควิด-19&nbsp;ระลอกใหม่&nbsp;เพื่อพลิกโฉมหอพักบุคลากรให้เป็นโรงพยาบาลสนามที่พร้อมใช้งานเต็มระบบได้ภายใน&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง โดยระบบสารสนเทศและโทรคมนาคมของ&nbsp;TSE&nbsp;เป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสาร ระหว่างทีมแพทย์และผู้ป่วย ช่วยให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ สื่อสารกับทีมแพทย์ได้ตลอดเวลา ด้วยระบบการติดตามอาการโดยไร้การสัมผัส ช่วยให้สามารถจำแนกอาการของผู้ป่วยแต่ละระดับได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว และลดความเหนื่อยล้าของทีมแพทย์จากการสวมชุด&nbsp;PPE&nbsp;เป็นเวลานาน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;TSE&nbsp;มีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลให้เปิดกว้างในการระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่มีศักยภาพทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา ที่มีความพร้อมทั้งทรัพยากรและองค์ความรู้ เพื่อช่วยยกระดับโรงพยาบาลสนามและระบบสาธารณสุขให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยทีมแพทย์ไม่ต้องกักตัวจากการสัมผัสเสี่ยงสูงโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาผู้ป่วยเลือกโรงพยาบาล โดยยึดหลัก ใกล้ที่ไหน รักษาที่นั่น นอกจากนี้&nbsp;TSE&nbsp;พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่หน่วยงานที่สนใจ โดยปัจจุบัน&nbsp;TSE&nbsp;มีหลักสูตรด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวกับการวางระบบสารสนเทศและโทรคมนาคมที่ทันสมัย และขณะนี้&nbsp;TSE&nbsp;กำลังเปิดรับสมัครคัดเลือกนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2564&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;TCAS 64&nbsp;ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;64&nbsp;สามารถติดตามข่าวสารของ&nbsp;TSE&nbsp;ได้ที่&nbsp;<a href=\"http://www.engr.tu.ac.th/\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"color: blue;\">www.engr.tu.ac.th</a>&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ของTSE&nbsp;ที่</p><p class=\"ql-align-justify\"><a href=\"http://www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"color: rgb(17, 85, 204);\">www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT</a></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513113327267"],
    [213,"ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูฝน ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;ตามที่นายณัฐพล&nbsp;ณัฏฐสมบูรณ์&nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ได้ประกาศเรื่อง&nbsp;การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยประเทศไทยคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูร้อนและเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากบริเวณประเทศไทยมีฝนตกซุกต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ&nbsp;ประกอบกับทิศทางลมระดับผิวพื้นถึงความสูง&nbsp;3.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;ซึ่งพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรขึ้นไป&nbsp;ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงครึ่งแรกของฤดูฝน&nbsp;ปริมาณและการกระจายของฝนจะมีมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ&nbsp;ส่วนในช่วงครึ่งหลังของฤดูฝนปริมาณและการกระจายของฝนจะเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;อย่างไรก็ตามในบางช่วงจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันหลายวัน&nbsp;ซึ่งอาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฤดูฝนปีนี้คาดว่าจะมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้วและมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;และฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม&nbsp;สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกต่อไปอีกถึงกลางเดือนมกราคม&nbsp;จึงขอประกาศให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจังหวัดแพร่ได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดจากฝนตกในฤดูกาลปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วยการขุดลอก&nbsp;ห้วย&nbsp;หนอง&nbsp;คลอง&nbsp;บึง&nbsp;กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำให้น้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวก&nbsp;และมีแหล่งเก็บกักในช่วงฤดูฝน&nbsp;เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513112221257"],
    [214,"กรมปศุสัตว์ สั่งการด่วน คุมเข้มโรคลัมปี สกิน ทั่วประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกร สร้างความตระหนักรู้ เพื่อเร่งค้นหาโรค รู้โรคเร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;19&nbsp;จังหวัดของประเทศไทย&nbsp;นั้น&nbsp;จึงได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ยกระดับการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;กำชับให้ดำเนินการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์ได้มีหนังสือสั่งการไป&nbsp;โดยให้เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกร&nbsp;สร้างความตระหนักรู้&nbsp;เพื่อเร่งค้นหาโรค&nbsp;รู้โรคเร็ว&nbsp;ควบคุมเร็ว&nbsp;สงบเร็ว&nbsp;ทำการควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;แนะเกษตรกรควบคุมแมลงพาหะ&nbsp;ในการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งเป็นแมลงประเภทดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบและเห็บ&nbsp;โดยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;และกางมุ้งกันแมลง&nbsp;หากเกษตรกรพบโค-กระบือป่วย&nbsp;หรือสงสัยว่าป่วย&nbsp;เบื้องต้นให้ทำการแยกออกจากโค-กระบือ&nbsp;ร่วมฝูง&nbsp;เพื่อทำการรักษา&nbsp;นอกจากนี้กรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างเร่งรัดการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;จากต่างประเทศ&nbsp;เพื่อใช้ในการฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่โค-กระบือ&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรโดยทันทีเมื่อได้รับแจ้งเหตุ&nbsp;พร้อมทั้งได้สั่งการปศุสัตว์เขตทุกเขต&nbsp;ให้ทำหน้าที่ติดตาม&nbsp;กำกับดูแล&nbsp;พร้อมช่วยเหลือ&nbsp;แนะนำ&nbsp;สนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกจังหวัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบอีกด้วย&nbsp;หากจังหวัดใดที่มีการเลี้ยงโคนม&nbsp;ให้ดำเนินการด้วยความเข้มแข็ง&nbsp;จริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;เป็นกรณีพิเศษ</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;จะเกิดเฉพาะในโค-กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้คือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง&nbsp;และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย&nbsp;ขอให้พี่น้องเกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพของโค-กระบือ&nbsp;ให้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ&nbsp;สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-13T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513141720371"],
    [215,"ประชาสัมพันธ์ระยองจับมือปศุสัตว์ระยองออกหน่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ฉีดวัคซีนทำหมันสุนัข-แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;จับมือปศุสัตว์จังหวัดระยอง&nbsp;รณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;ฉีดวัคซีนทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;ที่บริเวณศาลาอเนกประสงค์&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บ้านแลง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายรัตนไกร&nbsp;ตันศรีวงษ์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดระยอง&nbsp;และ&nbsp;นายกุมพล&nbsp;ชวนชม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยองได้นำเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์และบริการฉีดวัคซีน&nbsp;ทำหมันสุนัข-แมวของประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง&nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อสนองพระปณิธานฯ&nbsp;ของพระองค์ที่ต้องการให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513114830272"],
    [216,"ประกาศ\" วันเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย  ปี 2564 \"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมอุตนิยมวิทยาออกประกาศ&nbsp;ประเทศไทยสิ้นสุดฤดูร้อน&nbsp;และเริ่มต้นเข้าหน้าฝน&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;พ.ค.64&nbsp;คาดมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้ว&nbsp;และมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ&nbsp;5-10</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมอุตนิยมวิทยาเรื่อง&nbsp;การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;ประเทศไทยคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูร้อน&nbsp;และเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากบริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ&nbsp;ประกอบกับทิศทางลม&nbsp;ระดับผิวพื้นถึงความสูง&nbsp;3.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;ซึ่งพัดนําความชื้นจากทะเลอันดามัน&nbsp;เข้ามาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และลมชั้นบนตั้งแต่ระดับความสูง&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตรขึ้นไป&nbsp;ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ฤดูฝนของไทย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513211507596"],
    [217,"นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานรับมอบต้นแบบเรือเก็บผักตบชวาอัดก้อน จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริก เป็นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่มีความกระทัดรัด ใช้สะดวก และขนย้ายได้ง่าย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่บริเวณคลองขวด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.สวนพริก&nbsp;อ.พระนคร&nbsp;ศรีอยุธยา&nbsp;นายบดินทร์&nbsp;เกษมศานติ์&nbsp;นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานในการรับมอบต้นแบบเรือเก็บผักตบชวาอัดก้อน&nbsp;จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุบิน&nbsp;แพทย์รัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายสมชาย&nbsp;ธราพงษ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริก&nbsp;และนายดิเรก&nbsp;ขันธมาลา&nbsp;กำนันตำบลสวนพริก&nbsp;ร่วมพิธีรับมอบในวันนี้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุบิน&nbsp;แพทย์รัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้คิดค้นนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์สร้างต้นแบบเรือเก็บผักตบชวาแบบอัดก้อนและแบบสายพานลำเลียง&nbsp;ซึ่งได้ออกแบบให้มีความกะทัดรัด&nbsp;สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก&nbsp;มีความเหมาะสมกับหน้าประตูระบายน้ำ&nbsp;และคลองสาขา&nbsp;อีกทั้งสามารถขนย้ายเพื่อไปกำจัดต่อได้ง่ายขึ้น&nbsp;โดยทยอยส่งมอบให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ-ไชยวัฒน์&nbsp;/&nbsp;ATVอยุธยา&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;http://pr.prd.go.th/ayutthaya</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513130930331"],
    [218,"พัฒนาการจังหวัดตรัง ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล\" อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสริห์&nbsp;หอมหวล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาววะดี&nbsp;จักรราช&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสนับสนุนความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2.2&nbsp;พัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต(Household&nbsp;Lab&nbsp;Model&nbsp;for&nbsp;quality&nbsp;of&nbsp;life&nbsp;:&nbsp;HLM)&nbsp;ระดับครัวเรือน&nbsp;&nbsp;/&nbsp;แปลง&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;ลิ้มฉุ้น&nbsp;พื้นที่ขนาด&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบางกุ้ง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ซึ่งความก้าวหน้าการดำเนินการ&nbsp;แปลงดังกล่าว&nbsp;มีการดำเนินการขุดบ่อ&nbsp;ขุดคลองไส้ไก่&nbsp;เสร็จเรียบร้อย&nbsp;และอยู่ระหว่างการเบิกจ่ายงบประมาณฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติในรูปแบบโคกหนองนาโมเดล&nbsp;เพื่อพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบ&nbsp;โคกหนองนาโมเดล&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับตำบลและระดับครัวเรือน&nbsp;และเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;แรงงาน&nbsp;และบัณฑิตจบใหม่&nbsp;กลุ่มแรงงานที่อพยพท้องถิ่นและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513135053356"],
    [219,"จังหวัดชุมพร เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอปะทิว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีระ&nbsp;อนันตเสรีวิทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมด้วยปลัดจังหวัดชุมพร&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดชุมพร&nbsp;พาณิชย์จังหวัดชุมพร&nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&nbsp;และเกษตรอำเภอปะทิว&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;อำเภอปะทิว&nbsp;เพื่อเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูการผลิตใหม่ที่เหมาะสมในฤดูกาลผลิต&nbsp;ซึ่งจังหวัดชุมพรอยู่ในช่วงของฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน&nbsp;ซึ่งเป็นที่นิยม&nbsp;และทำการเพราะปลูกกันเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยการเปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนในครั้งนี้&nbsp;ได้ถ่ายทอดสดการจำหน่ายผลสดผ่านเพจเฟซบุ๊ก&nbsp;(Facebook&nbsp;Live)&nbsp;ของเพจสวนทุเรียน&nbsp;สวนทวีทรัพย์ชุมพร&nbsp;SuanTaweesup&nbsp;Durian&nbsp;Farm&nbsp;ณ&nbsp;สวนทวีทรัพย์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลทะเลทรัพย์&nbsp;อำเภอปะทิว&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ทุเรียนคุณภาพของจังหวัดชุมพร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีรวัฒน์&nbsp;จีรวงส์&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.ปะทิว&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อำเภอปะทิวมีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่าสี่พันไร่&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยส่วนใหญ่ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองประมาณร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ส่วนที่เหลือเป็นพันธุ์ชะนี&nbsp;ก้านยาว&nbsp;และพันธุ์อื่นๆ&nbsp;สภาพการณ์ปลูกทุเรียนส่วนใหญ่ปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยว&nbsp;มีการปลูกพืชแซมบ้าง&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วยเล็บมือนาง&nbsp;ส้มโชกุน&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเสริมรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;สำหรับพื้นที่ปลูกทุเรียนของสวนทวีทรัพย์&nbsp;ซึ่งเป็นที่ตั้งของ&nbsp;ศพก.&nbsp;อำเภอปะทิว&nbsp;นั้น&nbsp;มีความเหมาะสมสำหรับเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของทุเรียน&nbsp;ทั้งในแง่ของสภาพภูมิประเทศ&nbsp;สภาพภูมิอากาศ&nbsp;ตลอดจนทรัพยากรดินและแร่ธาตุ&nbsp;ทำให้ผลผลิตทุเรียนที่ได้มีรสชาติกรอบ&nbsp;หวานมัน&nbsp;และมีกลิ่นหอมอ่อน&nbsp;ๆ&nbsp;ของดอกทุเรียนและได้มาตรฐาน&nbsp;ทั้ง&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;ThaiGAP&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวนทวีทรัพย์&nbsp;มีการดูแลผลทุเรียนอย่างพิถีพิถัน&nbsp;และใช้ถุงกระดาษห่อผลทุเรียนป้องกันแมลง&nbsp;ช่วยลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&nbsp;และการใช้ถุงกระดาษห่อผลทุเรียนนั้น&nbsp;ทำให้ผลทุเรียนปลอดภัยจากศัตรูพืช&nbsp;เช่น&nbsp;หนอนเจาะผล&nbsp;หนอนเจาะเมล็ด&nbsp;และเพลี้ยแป้ง&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุของราดำที่ทำให้ผลทุเรียนไม่เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;และเมื่อไม่มีการเข้าทำลายของศัตรูพืช&nbsp;ผิวของทุเรียนจะมีสีสันสวยงาม&nbsp;เหมาะที่จะเป็นทุเรียนเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จะมีสีเขียวจนถึงเหลืองตามธรรมชาติ&nbsp;ขึ้นอยู่กับวัสดุห่อผลแต่ละชนิด&nbsp;ในส่วนของขั้นตอนการห่อผลทุเรียนนั้น&nbsp;จะทำการห่อผลหลังจากดอกทุเรียนบานและทำการตัดแต่งผลครั้งสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.5&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;และพ่นสารป้องกันกำจัดโรคราและแมลงศัตรูพืชก่อน&nbsp;และถุงกระดาษที่จะใช้นั้น&nbsp;จะใช้ถุงที่เจาะรูบริเวณก้นถุง&nbsp;เพื่อให้น้ำสามารถระบายออกมาได้&nbsp;เมื่อห่อผลแล้ว&nbsp;จะระบุวันดอกบานและรุ่นของทุเรียนบนถุงห่อเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน&nbsp;สวนทวีทรัพย์มีการจัดส่งทุเรียนฟรีทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมรับประกันสินค้า&nbsp;โดยจะจัดส่งตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;แบ่งจำหน่ายเป็นทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมี่ยม&nbsp;3&nbsp;แบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แบบA1&nbsp;ขนาด&nbsp;2.5&nbsp;-&nbsp;3.4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ไซส์&nbsp;S)&nbsp;ราคาลูกละ&nbsp;800&nbsp;บาท&nbsp;แบบA2&nbsp;ขนาด&nbsp;3.5&nbsp;-&nbsp;4.4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ไซส์&nbsp;M)&nbsp;ราคาลูกละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;และแบบA3&nbsp;ขนาด&nbsp;4.5&nbsp;-&nbsp;5.4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(ไซส์&nbsp;L)&nbsp;ราคาลูกละ&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;และทุเรียนหมอนทองตกไซส์&nbsp;จำหน่ายแบบยกกล่อง&nbsp;2&nbsp;แบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แบบB1&nbsp;ขนาดน้ำหนัก&nbsp;9.5&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;1,700&nbsp;บาท&nbsp;(ทุเรียน&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;ลูก)&nbsp;และแบบ&nbsp;B2&nbsp;ขนาดน้ำหนัก&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคากล่องละ&nbsp;2,700&nbsp;บาท&nbsp;(ทุเรียน&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;ลูก)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145853415"],
    [220,"ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว ชนิดโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในโค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายถาวร&nbsp;ไขยวังราษฎร์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร&nbsp;ลงนามออกประกาศสำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;เนื่องด้วยปรากฏว่าในท้องที่&nbsp;บ้านสันทราย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเวียงตาล&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พบเนื้อป่วยด้วยระบาดชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ซึ่งเป็นโรคระบาตตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดออกไปยังท้องที่ข้างเคียงหรือระบาดเข้ามาในท้องที่&nbsp;ได้จากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์ที่เป็นโรคระบาด&nbsp;หรือพาหะของโรคระบาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;20&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อ&nbsp;1.ให้ท้องที่บ้านสันทราย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเวียงตาล&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปางไปทางทิศเหนือ&nbsp;จด&nbsp;บ้านห้างฉัตรใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลห้างฉัตร&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปางไปทางทิศใต้&nbsp;จด&nbsp;บ้านโฮ้ง-ทะล้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลปงยางคก&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปางไปทางทิศตะวันออก&nbsp;จด&nbsp;บ้านหัวหนอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลห้างฉัตร&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปางไปทางทิศตะวันตก&nbsp;จด&nbsp;บ้านเหล่า&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเวียงตาล&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปางเป็นเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิด&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อ&nbsp;2&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือซากของสัตว์ตังกล่าว&nbsp;เข้า&nbsp;ออกผ่านหรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว&nbsp;เว้นแต้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา&nbsp;22&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มีตั้งแต่วันที่&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และหากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา&nbsp;22&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตามมาครา&nbsp;65&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;ท.ศ.&nbsp;2558</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค-&nbsp;กระบือไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน&nbsp;และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม&nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้โรคแพร่ระบาดไปส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ประกอบกับมีแมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบ&nbsp;และเห็บ&nbsp;ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับข้อมูลที่อาจบ่งบอกการเกิดโรคในฟาร์ม&nbsp;เช่น&nbsp;ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยลดลง&nbsp;หรือสงสัยการเกิดโรคทางอาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ซึม&nbsp;น้ำตาไหล&nbsp;น้ำลายไหล&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งหากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที&nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;หรือโทรศัพท์สายด่วน&nbsp;063-225-6888&nbsp;เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งตรวจสอบ&nbsp;เก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันโรค&nbsp;ตลอดจนควบคุมโรคและแมลงพาหะโดยเร็ว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง&nbsp;เพื่อควบคุมแมลงพาหะ&nbsp;รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145412413"],
    [221,"คพ. เร่ง แก้ปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มหมูในพื้นที่คลองเจดีย์บูชา จ.นครปฐม หลังพบมีผู้ประกอบการหลายรายไม่ปฏิบัติตามระบบบำบัดน้ำเสีย","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่ง&nbsp;แก้ปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มหมูในพื้นที่คลองเจดีย์บูชา&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;หลังพบมีผู้ประกอบการหลายรายไม่ปฏิบัติตามระบบบำบัดน้ำเสีย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พื้นที่คลองเจดีย์บูชา&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;เป็นคลองในสมัยราชกาลที่&nbsp;4&nbsp;ไหลผ่านพื้นที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมืองนครปฐมและอำเภอนครชัยศรี&nbsp;กำลังประสบปัญหาน้ำเน่าเสียต่อเนื่องสาเหตุเกิดจากแหล่งกำเนิดมลพิษหลายประเภท&nbsp;โดยบริเวณดังกล่าวมีฟาร์มสุกรหนาแน่น&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ตรวจสอบและให้คำแนะนำแก้ปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกร&nbsp;ควบคู่กับการดำเนินงานตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา&nbsp;80&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีน&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำกับฟาร์มสุกรพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลสามควายเผือก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;22&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการตรวจสอบฟาร์มสุกรในพื้นที่ดังกล่าวที่ผ่านมา&nbsp;พบฟาร์มสุกร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;82&nbsp;มีการใช้งานระบบบำบัดน้ำเสียเป็นปกติ&nbsp;ส่วนฟาร์มสุกร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;18&nbsp;ไม่มีการใช้งานระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;แล้วฟาร์มสุกรบางส่วนนำน้ำทิ้งไปใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงลูกไรแดง&nbsp;ซึ่งจากการสำรวจพบผู้ประกอบการฟาร์มสุกรส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียเท่าที่ควร&nbsp;โดยปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียที่พบส่วนมาก&nbsp;คือ&nbsp;การอุดตัน&nbsp;การสะสมของมูลสุกร&nbsp;การตื้นเขินของบ่อ&nbsp;คันดินรอบบ่อทรุด&nbsp;และมีวัชพืชขึ้นปกคลุมพื้นที่ของบ่อบำบัด&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ให้คำแนะนำการแก้ไขและปรับปรุงระบบเบื้องต้นเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสียและเพิ่มความสามารถการรองรับน้ำเสียของบ่อ&nbsp;เพื่อป้องกันการไหลล้นของน้ำออกภายนอกฟาร์ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;วิธีการ&nbsp;แบบการเก็บสถิติข้อมูลการจัดทำบันทึกรายละเอียด&nbsp;และรายงานสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2555&nbsp;(มาตรา&nbsp;80)&nbsp;พบมีฟาร์มสุกร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;68&nbsp;บันทึกข้อมูลตามแบบ&nbsp;ทส.1&nbsp;และจัดทำรายงานสรุปข้อมูลตามแบบ&nbsp;ทส.2&nbsp;เสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;แต่ผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่เข้าใจถึงวิธีการจัดทำบันทึกรายละเอียดและรายงานสรุปผลการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียดังกล่าว&nbsp;ส่วนฟาร์มสุกร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;32&nbsp;ยังไม่ดำเนินการ&nbsp;ทำให้&nbsp;คพ.&nbsp;ให้คำแนะนำผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำแก้ปัญหาน้ำเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทการเลี้ยงสุกรในพื้นที่คลองเจดีย์บูชา&nbsp;จังหวัดนครปฐมเพิ่มเติม&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลนครปฐม&nbsp;ตำบลบ่อพลับ&nbsp;ตำบลพระประโทน&nbsp;ตำบลวังตะกู&nbsp;และตำบลหนองปากโลง&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยลดการระบายมลพิษลงสู่คลองเจดีย์บูชานำไปสู่การแก้ปัญหาน้ำเสียคลองเจดีย์บูชาต่อไป&nbsp;</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513145330412"],
    [222,"จตุพร ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ ทสจ.พิษณุโลกเรียกรับเงินเพิ่มใบอนุญาตค้าไม้แปรรูปและวันสิ่งประดิษฐ์ ต้องได้รับความชัดเจนภายใน 7 วัน","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลกเรียกรับเงินเพิ่มใบอนุญาตค้าไม้แปรรูปและวันสิ่งประดิษฐ์&nbsp;ต้องได้รับความชัดเจนภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;(ทสจ.พิษณุโลก)&nbsp;ตำแหน่งเจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน&nbsp;ได้เรียกรับเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ที่มายื่นขอใบอนุญาตค้าไม้แปรรูปและสิ่งประดิษฐ์&nbsp;จนถูกเจ้าหน้าที่ของ&nbsp;ป.ป.ช.&nbsp;ประจำจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก&nbsp;เข้าดำเนินการจับกุมพร้อมของกลาง&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ออกคำสั่งที่&nbsp;553/2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมาปฏิบัติราชการประจำสำนักงานปลัดกระทรวงไว้ก่อน&nbsp;แล้วตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้ความชัดเจนภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงนี้เป็นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&nbsp;ทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด&nbsp;และผู้ที่ได้รับความเสียหายตามระเบียบของข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หากพบการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดจริงจะดำเนินการลงโทษ&nbsp;และหากการสืบสวนข้อเท็จจริงพบมีกรณีพาดพิงถึงบุคคลใด&nbsp;หรือมีประเด็นข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมให้ดำเนินการสืบสวนไปในคราวเดียวกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีนโยบายให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อเนื่อง&nbsp;และได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต&nbsp;โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการทุกระดับปฏิบัติตนเป็นคนดี&nbsp;มีคุณธรรม&nbsp;มีเกียรติและศักดิ์ศรี&nbsp;ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์&nbsp;อดทน&nbsp;กล้ายืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง&nbsp;สิ่งสำคัญไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่หาประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน&nbsp;เพื่อให้กระทรวงทรัพย์เป็นความหวัง&nbsp;เป็นที่พึ่งในการแก้ปัญหาความเดือนร้อนให้กับประชาชน&nbsp;พร้อมได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้&nbsp;โดยเฉพาะการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัด</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513151142430"],
    [223,"ชาวนาในพื้นที่เขตชลประทานร่วมแรง ลงแขก ในการขุดลอกลำเหมือง เพื่อรองรับน้ำจากฝายลำน้ำปัว หลังจากโครงการชลประทานน่าน เตรียมพร้อมปล่อยน้ำให้ชาวนาช่วงฤดูกาลทำนา เตรียมพื้นที่เพาะปลูก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ลำเหมืองชลประทานอำเภอปัว&nbsp;เกษตรกรนาชาวบ้านในเขตพื้นที่ตำบลไชยวัฒนาหลายหมู่บ้าน&nbsp;ต่างพร้อมใจกัน&nbsp;ลงมือขุดลอกลำเหมืองคลองส่งน้ำชลประทาน&nbsp;ที่ลำเหมืองส่งน้ำลำน้ำปัว&nbsp;เพื่อนำเอาเศษวัชพืชและสิ่งต่างๆ&nbsp;ออกจากลำเหมืองเพื่อให้การไหลของน้ำไหลลงพื้นที่แปลงนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ชาวนาลงมือปรับพื้นที่&nbsp;หลังจากได้เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ปลูกแล้วเสร็จและเตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวในฤดูกาลทำนา&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่โครงการชลประทานน่านได้ขอความร่วมมือเกษตรกรชาวนาในพื้นที่เขตชลประทาน&nbsp;ทำการขุดลอกลำเหมืองส่งน้ำ&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อที่จะได้ปล่อยน้ำให้ชาวนาอย่างต่อเนื่องหลังจากน้ำในเขื่อนฝายชลประทาน&nbsp;ที่ลำน้ำปัว&nbsp;ได้มีน้ำปริมาณเยอะ&nbsp;โดยจะปล่อยน้ำให้เกษตรกรชาวนาได้ทำนากันในช่วงฤดูกาลทำนา&nbsp;ซึ่งน้ำมีเพียงพอถึงขั้นที่จะทำนาได้ในทุกพื้นที่&nbsp;ซึ่งสร้างความดีใจให้กับเกษตรกรชาวนา&nbsp;หลังจากฝนได้ลงมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีของชาวนา&nbsp;ชาวสวน&nbsp;ที่จะได้ทำนาในช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;หลังจากได้เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชหลังนาเสร็จแล้ว&nbsp;ก็จะลงมือปรับพื้นที่และไถคราด&nbsp;ในการเตรียมเพาะปลูกข้าวข้าวช่วงฤดูกาลทำนา&nbsp;หลังจากที่ฝนตกลงมาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้น้ำตามลำห้วยและหนองน้ำธรรมชาติเริ่มมีน้ำขังกันแล้ว&nbsp;ขณะที่ชาวนาและชาวสวนต่างดีใจที่จะได้มีน้ำใช้ในการทำนา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางโครงการชลประธานน่าน&nbsp;ได้ให้เจ้าหน้าที่ของโครงการชลประทานน่าน&nbsp;ลงประจำอ่างกักเก็บน้ำหรือฝายของโครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน&nbsp;เกษตรกรชาวนาทุกพื้นที่&nbsp;คาดว่า&nbsp;ในฤดูกาลทำนาในปีนี้&nbsp;เกษตรกรชาวนาสามารถทำนาได้อย่างต่อเนื่องและมีน้ำอย่างเพียงพอในฤดูกาลทำนานี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513181540544"],
    [224,"จ.ยโสธร เตรียมจัดสถานพยาบาลสัตว์แห่งแรกของจังหวัดรองรับสัตว์ป่วยและถูกทอดทิ้ง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายบรรลือ&nbsp;กล่ำพูล&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอกุดชุม&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารของหน่วยผสมเทียมอำเภอกุดชุม&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณปี&nbsp;2564&nbsp;จากกรมปศุสัตว์จำนวน&nbsp;120,000&nbsp;บาท&nbsp;ในการปรับปรุงให้เป็น&nbsp;สถานพยาบาลสัตว์ประจำอำเภอกุดชุม&nbsp;ซึ่งเป็นสถานพยาบาลสัตว์&nbsp;แห่งแรกของจังหวัด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในเดือน&nbsp;ก.ค.64&nbsp;มีศักยภาพรองรับการรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงประมาณ&nbsp;30&nbsp;ตัวต่อวัน&nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์การจัดตั้งสถานพยาบาลสัตว์&nbsp;ประจำอำเภอ&nbsp;เพื่อให้การบริการด้านสุขภาพสัตว์แก่ประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย&nbsp;และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บ&nbsp;สัตว์ที่ถูกทารุณกรรม&nbsp;สัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง&nbsp;รวมทั้งการบริการผ่าตัดทำหมันเพื่อควบคุมประชากรสัตว์&nbsp;สนับสนุนการจัดสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;ตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;และเฝ้าระวังโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนอีกด้วย</p>","2021-05-13T00:00:00","NULL","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513173143507"],
    [225,"รมว.การอุดมศึกษาฯ ย้ำ ต้องระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด ชี้ วัคซีนที่ดีที่สุดคือที่ฉีดเร็วที่สุด ไทยฉีดไปแล้วกว่า 2 ล้านโดส ยังไม่มีใครเสียชีวิตจากวัคซีน เตรียมฉีดวัคซีนให้นิสิต นักศึกษา ทุกชั้นทุกระดับ รวมถึงนักเรียน ทุกแห่ง และคนนอกมหาวิทยาลัยด้วย","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;รมว.การอุดมศึกษาฯ ย้ำ ต้องระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด ชี้ วัคซีนที่ดีที่สุดคือที่ฉีดเร็วที่สุด ไทยฉีดไปแล้วกว่า 2 ล้านโดส ยังไม่มีใครเสียชีวิตจากวัคซีน เตรียมฉีดวัคซีนให้นิสิต นักศึกษา ทุกชั้นทุกระดับ รวมถึงนักเรียน ทุกแห่ง และคนนอกมหาวิทยาลัยด้วย</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้มารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค ว่า วัคซีนที่ดีที่สุดไม่ใช่อยู่ที่ยี่ห้ออะไร แต่คือชนิดที่มีอยู่และฉีดได้เร็วที่สุด ขอยืนยันว่าวัคซีนทุกชนิดที่มีในประเทศไทยเวลานี้ ดีหมด ใช้ได้หมด ประสิทธิผลสูงเท่าๆ กัน และผลข้างเคียงมีน้อยมาก ขณะนี้ ฉีดมาร่วม 2 ล้านโดส ยังไม่มีใครเสียชีวิต ดังนั้น ในภาวะที่ไทยเริ่มจะมีวัคซีนแล้ว วิธีการหยุดยั้งการระบาดที่ดีที่สุด คือ การระดมฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เร็วที่สุด</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;รมว.อว.ยืนยันว่า อว.พร้อมฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ในสังกัด อว. ซึ่งทั่วประเทศมีกว่าสองล้านคน นิสิต นักศึกษา ทุกชั้นทุกระดับ รวมถึงนักเรียนโรงเรียนสาธิตทุกแห่ง และพร้อมที่จะช่วยฉีดให้คนนอกมหาวิทยาลัยด้วย&nbsp;</span></p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513163228471"],
    [226,"ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมใจมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บ่ายวันนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมด้วยตัวแทนทางโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี&nbsp;หน่วยงานสาธารณสุข&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;และใช้ประโยชน์อื่นๆ&nbsp;ตามความเหมาะสม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้นายสินิตย์&nbsp;เลิศไกร&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้มอบหมายให้ตัวแทนเป็นผู้มอบชุดจัดท่าคว่ำช่วยหายใจ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ชุด,&nbsp;กลุ่มบริษัทเอเชี่ยนร่วมกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง&nbsp;จำกัด&nbsp;มอบเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;ชุดอุปกรณ์ปกป้องระบบหายใจชนิดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด,&nbsp;หจก.สมบูรณ์พรเจริญก่อสร้าง&nbsp;มอบเตียงผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;,คุณยุทธนา&nbsp;-&nbsp;คุณภารดี&nbsp;รัตโน&nbsp;มอบเตียงผู้ป่วยจำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง,&nbsp;คุณพิสิทธิ์&nbsp;-&nbsp;คุณลัดดา&nbsp;นวนนุ่น&nbsp;มอบเตียงผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;และ&nbsp;คุณพนม&nbsp;ตู้วิเชียร&nbsp;-&nbsp;คุณสุรีพร&nbsp;จันทร์หุ่น&nbsp;มอบเตียงผู้ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณผู้มีจิตกุศลทุกท่าน&nbsp;ที่ได้มอบสิ่งของอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้&nbsp;โดยจะส่งต่อให้กับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี&nbsp;นำไปใช้ประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยให้เกิดความคุ้มค่าต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513165557482"],
    [227,"กรมวิชาการเกษตร เผยประวัติ 2 เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติปี 2564 สาขา GAP ปลูกพืชผักผสมผสานอินทรีย์","<p><strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;วิริยะพาหะ&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในทุกปีกรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นที่ผลิตพืชตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดเป็นแนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เกษตรกร&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้กรมวิชาการเกษตรได้คัดเลือก&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;จันทรส&nbsp;เกษตรกรเจ้าของสวนลำไย&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช&nbsp;(GAP)&nbsp;และนายสุธรรม&nbsp;จันทร์อ่อน&nbsp;เกษตรกรปลูกพืชผักผสมผสาน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;สาขาพืชอินทรีย์</p><p><strong>สำหรับนายสุธรรม&nbsp;จันทร์อ่อน&nbsp;เกษตรกรพืชอินทรีย์ดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;เกษตรกรที่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินชีวิต&nbsp;แต่เนื่องจากกิจกรรมทางการเกษตรมีต้นทุนที่สูง&nbsp;กระบวนการผลิตยังมีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง&nbsp;ส่งผลให้มีปัญหาทั้งด้านสุขภาพและหนี้สินจึงกลับมาทำเกษตรแบบธรรมชาติโดยเริ่มทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;จนสามารถปลดหนี้สินได้สำเร็จและยึดแนวทางผลิตพืชแบบอินทรีย์มาจนถึงปัจจุบัน</p><p><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;รายนี้นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เพราะเป็นเกษตรกรที่มีความมุ่งมั่นและรักในอาชีพเกษตรกร&nbsp;มีความคิดริเริ่ม&nbsp;อดทน&nbsp;ขยันหมั่นเพียร&nbsp;พร้อมที่จะแบ่งปันความรู้&nbsp;ทำการเกษตรโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผลผลิตมีคุณภาพได้รับการยอมรับจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;พร้อมทั้งสามารถเป็นผู้นำและแบบอย่างให้เกษตรกรรายอื่นได้ปฏิบัติตามต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-13T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513210258585"],
    [228,"อว.ประกาศให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเตรียมเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.64 เป็นต้นไป พร้อมจัดเรียนการสอนออนไลน์-ออนไซต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.ประกาศให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเตรียมเปิดเทอมตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;พร้อมจัดการเรียนการสอนออนไลน์-ออนไซต์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์&nbsp;เบ็ญจาธิกุล&nbsp;ชัยรุ่งเรือง&nbsp;เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;อว.&nbsp;มีนโยบายให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเริ่มเปิดเทอมตั้งแต่วันที่&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ตามความพร้อมของแต่ละมหาวิทยาลัย&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;โดยให้ใช้การสอนแบบผสมผสาน&nbsp;ทั้งออนไลน์และออนไซต์ตามสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;หากสามารถเปิดการสอนในสถานที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด&nbsp;และขณะนี้คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา&nbsp;(กมอ.)&nbsp;กำลังดำเนินการจัดทำมาตรฐานการศึกษาออนไลน์&nbsp;เพื่อช่วยสนับสนุนให้การเรียนออนไลน์&nbsp;ให้มีมาตรฐานผลลัพธ์การเรียนรู้&nbsp;ไม่แตกต่างจากการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โฆษก&nbsp;อว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิ่งที่จะทำให้ทุกมหาวิทยาลัยสามารถเริ่มดำเนินการเรียนการสอนได้เร็วขึ้น&nbsp;คือ&nbsp;การที่บุคลากรต่างๆ&nbsp;ได้รับวัคซีน&nbsp;ซึ่งอธิการบดีทุกมหาวิทยาลัยได้ลงความเห็นว่า&nbsp;หากอาจารย์&nbsp;บุคลากร&nbsp;และนิสิตนักศึกษา&nbsp;ได้รับวัคซีนก่อนการเปิดเทอมจะสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น&nbsp;และจะทำให้ประชาชนกลุ่มอื่นๆ&nbsp;เกิดความมั่นใจในการใช้วัคซีนด้วย&nbsp;ในส่วนนิสิต&nbsp;นักศึกษานั้น&nbsp;ถึงแม้อายุยังไม่มากนักและมีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงได้น้อยกว่าผู้สูงอายุ&nbsp;เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรมมาก&nbsp;และมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อและแพร่เชื้อต่อไปในสังคมได้สูง&nbsp;ดังนั้นจึงควรได้รับวัคซีน&nbsp;แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ความสมัครใจของแต่ละคน&nbsp;&nbsp;</span></p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513181107543"],
    [229,"จ.ยโสธร เดินหน้าลอกผักตบชวา รับหน้าฝนที่จะมาเร็วกว่าปกติ พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำทุกวัน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่ทำการปกครองจังหวัดยโสธร&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ&nbsp;ของสำนักงานชลประทาน&nbsp;ที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเขื่อนยโสธร&nbsp;พนมไพร&nbsp;เพื่อเตรียมการรับน้ำหลากในฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่กำลังจะมาถึง&nbsp;ซึ่งสำนักงานชลประทาน&nbsp;ที่&nbsp;7&nbsp;ได้ระดมเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุกเร่งทำการกำจัดวัชพืช&nbsp;โดยเฉพาะผักตบชวาและสิ่งปฎิกูลต่างๆในพื้นที่รับน้ำโดยรอบเขื่อน</p>","2021-05-13T00:00:00","NULL","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513171327488"],
    [230,"กรมชลประทาน วางแผนรับน้ำฤดูฝนปี 64 ในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง เน้นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เรื่อง&nbsp;การเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทย&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;คาดการณ์ว่าปริมาณฝนในปีนี้จะเทียบเคียงเท่ากับปริมาณฝนในปี&nbsp;2551&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จึงกำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่งเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยซ้ำซากเป็นพิเศษ</p><p><strong>โดยในช่วงฤดูฝนปีนี้&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ&nbsp;5&nbsp;-10&nbsp;%&nbsp;ซึ่งถือว่ามีเกณฑ์ฝนตกค่อนข้างมาก&nbsp;ทำให้ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี&nbsp;จึงสั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่งเตรียมพร้อมรับมือตามมาตราการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เกิดอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;อาทิ&nbsp;ในพื้นที่ลุ่มน้ำยัง&nbsp;เนื่องจากช่วงต้นของลำน้ำที่อยู่ในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มีลักษณะกว้างและลาดชันมาก&nbsp;ส่วนช่วงท้ายก่อนบรรจบกับลำน้ำชีในเขต&nbsp;อำเภอเสลภูมิ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;มีลักษณะแคบลงและคดเคี้ยว&nbsp;มักจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบริเวณอำเภอเสลภูมิ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประจำเกือบทุกปี&nbsp;เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน</p><p><strong>จากการตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลประทานและประตูระบายน้ำในลุ่มน้ำยัง</strong>&nbsp;พบว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;ส่วนงานก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยในลุ่มน้ำยัง&nbsp;หลายแห่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จทันรับมือช่วงน้ำหลากปีนี้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบูรณาการป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำยัง&nbsp;เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการบูรณาการ&nbsp;ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์&nbsp;ป้องกันและให้ความช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัยในลุ่มน้ำยังอีกด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;ได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา&nbsp;แผนเผชิญเหตุในภาวะฉุกเฉินและมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด&nbsp;ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-13T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513213419606"],
    [231,"เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบฝูงวัวแดงกว่า 60 ตัว ออกหากินกระจายเต็มพื้นที่โป่งช้างเผือก แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และความสำเร็จของระบบลาดตระเชิงคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;พบฝูงวัวแดงกว่า&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;ออกหากินกระจายเต็มพื้นที่โป่งช้างเผือก&nbsp;แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า&nbsp;และความสำเร็จของระบบลาดตระเชิงคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนิตย์&nbsp;หนูยิ้ม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;12&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&nbsp;สามารถบันทึกภาพฝูงวัวแดงกว่า&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;ออกมาหากินหญ้าอ่อนที่เพิ่งแตกใบอ่อนใหม่บริเวณโป่งช้างเผือก&nbsp;เป็นผลมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้จัดการพื้นที่อย่างมีแบบแผนและมีการลาดตระเชิงคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่&nbsp;ภาพรวมฝูงวัวแดงฝูงใหญ่กำลังแทะเล็มหญ้าบริเวณดังกล่าวจำนวนมากเลียบคลองทับเสลาจากด้านทิศใต้เดินขึ้นมาทางทิศเหนือ&nbsp;ซึ่งวัวแดงแต่ละตัวมีร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์บ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่&nbsp;มีทั้งวัวแดงแก่&nbsp;วัวแดงโตเต็มวัย&nbsp;และลูกวัวแดงแสดงให้เห็นถึงความสามารถการขยายพันธุ์ของฝูงวัวแดง&nbsp;แล้วยังพบวัวแดงอีกฝูงหากินอยู่ทางด้านทิศเหนือของโป่งช้างเผือกกระจายตัวหากินอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังพบหมูป่า&nbsp;เก้ง&nbsp;กวางป่า&nbsp;นกยูง&nbsp;และสัตว์ป่าชนิดอื่นอีกหลายชนิดลงมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่โป่งช้างเผือกเช่นกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับวัวแดง&nbsp;จัดเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์&nbsp;(EN)&nbsp;ตามรายงานการประเมินสถานภาพของ&nbsp;IUCN&nbsp;และเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวรได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ&nbsp;จากองค์การ&nbsp;UNESCO&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2534&nbsp;เนื่องจากเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยความหลากหลายของชนิดพันธุ์ทั้งพืชป่าและสัตว์ป่า&nbsp;รวมทั้งยังมีสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์&nbsp;ปัจจุบันเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งมีพื้นที่&nbsp;1.7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;พบเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;มีความหลากหลายของสัตว์ป่าอย่างมากที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;วัวแดง&nbsp;ควายป่า&nbsp;เสือโคร่ง</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513183014553"],
    [232,"ชาวระยอง เฮ อบจ.ระยอง ทำแก้มลิง 4 โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ช่วงฤดูฝนเรียบร้อยแล้ว คาดจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.64&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตตัวเมืองระยอง&nbsp;หลัง&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ได้มีการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;สำรวจ&nbsp;ออกแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;และมีการก่อสร้างโครงการต่างๆ&nbsp;จนแล้วเสร็จ&nbsp;และมีความพร้อมรับมือน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ได้มีแผนงานตามผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม&nbsp;สำรวจ&nbsp;ออกแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลนครระยอง&nbsp;ต.เชิงเนิน&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;และต.เนินพระ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;โครงการ&nbsp;ซึ่งปัจจุบันแผนงานต่างๆ&nbsp;ได้มีการบูรณาการร่วมกันดำาเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วและมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมืองระยอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)การก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองหนองโพรง&nbsp;โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;2)การก่อสร้างสถานีสูบน้ำปลายคลองทับมาพร้อมระบบระบายน้ำสู่แม่น้ำระยอง&nbsp;โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองและโครงการชลประทานระยอง&nbsp;3)การปรับปรุงระบบระบายน้ำคลองทับมาก่อสร้างกำแพงกั้นตลิ่ง&nbsp;โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;และโครงการชลประทานระยอง&nbsp;4)การก่อสร้างสระเก็บน้ำดิบทับมา&nbsp;โดยบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตามผลการศึกษาทั้ง&nbsp;4&nbsp;แผนงาน&nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน&nbsp;และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เขตเมืองระยอง&nbsp;ซึ่งมีความพร้อมในการรับมือน้ำจากลุ่มน้ำคลองทับมา&nbsp;โดยสามารถกักเก็บน้ำส่วนเกินตอนบนไว้ในสระเก็บน้ำดิบทับมา&nbsp;ขณะน้ำหลากไว้ใช้ประโยชน์ในฤดูแล้งก่อนไหลเข้าสู่ตัวเมือง&nbsp;ประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเร่งระบายน้ำจากคลองทับมาสู่แม่น้ำระยอง&nbsp;เพื่อไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมืองระยอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-13T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210513185414562"],
    [233,"มุกดาหาร -กอ.รมน. รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน (โรคระบาดสัตว์) ในโค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.วิระ&nbsp;สอนถม&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;พ.ค.64&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคระบาดที่เกิดกับโคและกระบือทำให้โคและกระบือของประชาชนล้มป่วยเป็นจำนวนมากในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;17&nbsp;บ.สามขาเหนือ&nbsp;&nbsp;ต.คำป่าหลาย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันพบมีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในพื้นที่&nbsp;ต.นาสีนวน&nbsp;อ.เมือง,&nbsp;ต.เหล่าหมี&nbsp;อ.ดอนตาล&nbsp;และ&nbsp;ต.นิคมคำสร้อย&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;โดยปศุสัตว์อำเภอได้ออกประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคระบาดชั่วคราว&nbsp;ชนิดโรค&nbsp;\"ลัมปิ&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;Dissease)&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายโค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;เข้าออกพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ปัจจุบันโรคลัมปิ&nbsp;สกิน&nbsp;ได้แพร่ระบาดในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและยังไม่มีวัคซีนป้องกันในส่วนของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหารแก้ไขปัญหาด้วยการแนะนำเกษตรกรใช้ยากำจัดเเมลงฉีดพ่นฆ่าแมลงดูดเลือด&nbsp;และราดลงในตัวสัตว์เลี้ยง&nbsp;&nbsp;รวมทั้งทำความสะอาดคอกสัตว์&nbsp;เพื่อกำจัดแมลงดังกล่าว</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคระบาดดังกล่าวและมีการระบาดแล้วในหลายพื้นที่คาดว่าการแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างและส่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือในพื้นที่&nbsp;จึงขอความร่วมมือเกษตรกรเป็นเครือข่ายการเฝ้าระวัง&nbsp;ค้นหาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514090536641"],
    [234,"สอวช. เตรียมพร้อมส่งเสริมการพัฒนาวิจัย นวัตกรรม ช่วยเหลือประชาชน - SMEs พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วย บีซีจี โมเดล","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;สอวช. เตรียมพร้อมส่งเสริมการพัฒนาวิจัย นวัตกรรม ช่วยเหลือประชาชน - SMEs พร้อมฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วย บีซีจี โมเดล</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) เปิดเผยถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ BCG Economy Model ที่ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า สอวช. จะเข้าไปสนับสนุนเรื่องนโยบาย โดยเริ่มจากจัดลำดับความสำคัญ ประสานงานในเชิงนโยบายกับหน่วยงานที่จะเสริมสร้างเรื่องแรงจูงใจขับเคลื่อนในเชิงของการลงทุน การพัฒนากำลังคน ด้านการฟื้นฟูประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19 เชื่อว่า โมเดลเศรษฐกิจบีซีจี จะเป็นแนวทางช่วยฟื้นฟูประเทศได้ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยในเรื่องระบบสุขภาพมากขึ้น ด้านบทบาทของภาคประชาชนและ SMEs ที่ต้องปรับตัวให้พร้อมสำหรับนโยบายบีซีจี กลุ่มเกษตรจะต้องปรับตัวการใช้ Smart Farming หรือ เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ เพื่อให้ผลผลิตออกมาได้มาตรฐานทุกครั้ง ในส่วนของกลุ่ม SMEs จะต้องปรับตัวแนวคิดใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมเพิ่มเติมเข้าไปในการประกอบธุรกิจ ปัจจุบัน สอวช. กำลังคิดที่จะทำแซนด์บอกซ์ ในกลุ่มนวัตกรรมบางอย่าง เช่น นวัตกรรมทางด้านเครื่องมือแพทย์ ที่ทำออกมาแล้วให้ได้มาตรฐาน และนำไปทดลองใช้ในโรงพยาบาลต่างๆ เมื่อเกิดการนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงค่อยนำไปขยายผลในการพัฒนาต่อเนื่องและเพิ่มจำนวนให้ตอบสนองต่อความต้องการ ด้านภาครัฐจะต้องมีตลาดเข้ามาช่วยสนับสนุนการซื้อในช่วงแรก เพื่อร่วมเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจ บีซีจี ขึ้นในประเทศได้</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;นายกิติพงค์ ยังให้ความมั่นใจว่า ทิศทางของ บีซีจี เป็นทิศทางที่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่ประเทศไทยมี และภาครัฐได้พยายามเตรียมการอะไรหลายอย่างขึ้นมาในการสนับสนุน รวมถึงการปลดล็อกทางด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรค โดยเฉพาะในภาคส่วนที่เป็นเรื่องเกษตร เรื่องอาหาร เรื่องสุขภาพ เรื่องการแพทย์ เรื่องของพลังงาน เรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญในประเทศ จึงต้องมีการเตรียมการในการทำงานอย่างเต็มที่ และมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องระยะยาวและต่อเนื่อง</span></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514094621646"],
    [235,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  ประจำปี 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลปากหมันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข-แมว&nbsp;ที่บ้านนาดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;148&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;37&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;185&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;บ้านนาทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;89&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;11&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;และบ้านห้วยน้ำมี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;ตัว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514093553645"],
    [236,"กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ พร้อมคาดการณ์ปริมาณฝนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศแล้วว่า&nbsp;ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้&nbsp;&nbsp;(15&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พร้อมคาดว่าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;ขอให้ประชาชนประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและควรรักษาสุขภาพ</p><p><strong>รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;กล่าวถึงสภาพอากาศช่วงสุดสัปดาห์นี้ด้วยว่า&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่งร้อยละ&nbsp;20-30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาคกลาง&nbsp;มีอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคตะวันออก&nbsp;มีอากาศร้อนในตอนกลางวันเช่นกันและมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;และภาคใต้&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;30-40&nbsp;ของพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514110627686"],
    [237,"จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งบุกแม่ฮ่องสอนขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมขุนลุมประพาส&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานประชุมโครงการส่งเสริม&nbsp;เพิ่มมูลค่า&nbsp;และยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมทั้งประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;\"บุกแม่ฮ่องสอน\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการในการสร้างเอกลักษณ์&nbsp;ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด&nbsp;และก่อให้เกิดการทำการเกษตร&nbsp;การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อให้การกำหนดชื่อสินค้าทางภูมิศาสตร์ของบุกแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่มีความเหมาะสมและเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งเสริมบุกแม่ฮ่องสอน&nbsp;พืชเศรษฐกิจแนวใหม่&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;และยกระดับสินค้าชุมชุนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;จัดทำขอขึ้นทะเบียนมาตรฐาน&nbsp;สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&nbsp;(Geographical&nbsp;Indications&nbsp;หรือ&nbsp;GI<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">)&nbsp;</span>ซึ่ง&nbsp;บุก&nbsp;เป็นพืชที่มีมากในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มากกว่า&nbsp;4&nbsp;พันไร่และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;โดยที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการผลักดันถั่วลายเสือและกระเทียมแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงาน&nbsp;สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์บุกแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่&nbsp;มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ&nbsp;เพื่อกำกับดูแลและร่วมกันดำเนินงานให้เป็นไปตามความเรียบร้อย&nbsp;มีความรัดกุม&nbsp;ครอบคลุมรอบด้าน&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;เป็นแนวทางการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514095631651"],
    [238,"จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งเสริมบุกให้เป็นพืชเศรษฐกิจแนวใหม่ พร้อมยกระดับสินค้าชุมชุน ขึ้นทะเบียนมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบหมายให้นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานประชุมโครงการส่งเสริมเพิ่มมูลค่า&nbsp;และยกระดับสินค้าชุมชุนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมทั้งประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;\"บุกแม่ฮ่องสอน\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการในการสร้างเอกลักษณ์&nbsp;ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงความต้องการของตลาด&nbsp;และก่อให้เกิดการทำการเกษตร&nbsp;การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เบื้องต้นจังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมส่งเสริมบุกแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกมากว่า&nbsp;4&nbsp;พันไร่ในจังหวัด&nbsp;และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศให้เป็นพืชเศรษฐกิจแนวใหม่&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับสินค้าชุมชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจัดทำขอขึ้นทะเบียนมาตรฐาน&nbsp;สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์บุกแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ&nbsp;มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะเพื่อกำกับดูแลและร่วมกันดำเนินงาน&nbsp;ให้เป็นไปตามความเรียบร้อย&nbsp;มีความรัดกุม&nbsp;ครอบคลุมรอบด้าน&nbsp;และมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514100005653"],
    [239,"พ่อค้า แม่ค้า มือใหม่ขายของออนไลน์ แห่ส่งทุเรียน และผลไม้ทางไปรษณีย์ จันทบุรี ที่มีบริการ Roll Pallet ส่งตรงถึงปลายทางทั่วประเทศไทย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ไปรษณีย์จันทบุรี&nbsp;เกษตรกรชาวสวนผลไม้&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษาที่หันมาขายสินค้าออนไลน์&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;หารายได้ลดผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ลดความเสี่ยงจากการขายตรง&nbsp;สัมผัสบุคคลทั่วไป&nbsp;ต่างพากันนำสินค้า&nbsp;ผลไม้ตามฤดูกาลของจังหวัดจันทบุรีที่กำลังให้ผลผลิต&nbsp;มาฝากไปรษณีย์จันทบุรีเพื่อส่งไปยังลูกค้าปลายทาง&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนมีการนำส่ง&nbsp;EMS&nbsp;ผ่านบริการ&nbsp;Roll&nbsp;Pallet&nbsp;ซึ่งเป็นตู้ตะแกรงเหล็กใส่สินค้า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนายนิคม&nbsp;พรหมวัน&nbsp;ผู้ช่วยไปรษณีย์สาขาจันทบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในช่วงฤดูกาลผลไม้ปีนี้&nbsp;ชาวสวน&nbsp;พ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;รวมทั้งมือสมัครเล่นหน้าใหม่ที่ขายสินค้าผ่านออนไลน์ได้พากันมาฝากส่งผลไม้ไปยังปลายทางจำนวนมาก&nbsp;โดยไปรษณีย์จันทบุรีมีบริการสำหรับลูกค้าที่ส่งสินค้าจำนวนมากเป็นการบริการพิเศษ&nbsp;Roll&nbsp;Pallet&nbsp;ส่งตรงถึงปลายทางทั่วประเทศไทย&nbsp;ในราคาเหมาจ่าย&nbsp;ตามระยะทาง&nbsp;อาทิ&nbsp;ถ้าเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑล&nbsp;จะมีค่าเหมาจ่าย&nbsp;พาเลท&nbsp;หรือตู้ละ&nbsp;600&nbsp;บาท&nbsp;แต่ถ้าเป็นพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;จะเหมาจ่าย&nbsp;ตู้ละ&nbsp;900&nbsp;บาท&nbsp;ถ้าเป็นภาคเหนือตอนบน&nbsp;ภาคอีสานตอนบน&nbsp;และภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจะเหมาจ่าย&nbsp;ตู้ละ&nbsp;1,400&nbsp;บาท&nbsp;หากเป็นพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลการส่ง&nbsp;EMS&nbsp;Roll&nbsp;Pallet&nbsp;จะใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;แต่ถ้าเป็นพื้นที่ไกลกว่าก็จะใช้เวลา&nbsp;2&nbsp;&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;มีเกษตรกรชาวสวน&nbsp;และประชาชนทั่วไปมาใช้บริการจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริการ&nbsp;Roll&nbsp;Pallet&nbsp;ที่จันทบุรีจะมีตู้บริการได้ประมาณวันละ&nbsp;25&nbsp;ตู้&nbsp;ผู้ที่จะส่งสินค้าต้องมาจองด้วยตนเองที่ไปรษณีย์เพื่อความเป็นธรรม&nbsp;หาก&nbsp;ตู้เต็มทางไปรษณีย์จะรับจองไว้ก่อนเมื่อตู้หมุนเวียนกลับมาก็จะแจ้งกลับไปยังผู้ใช้บริการเพื่อนำสินค้ามาใส่&nbsp;และ&nbsp;ส่งไปต่างจังหวัด&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางสาวพนิดา&nbsp;ปัจฉิม&nbsp;เกษตรกรชาวสวนที่มาใช้บริการส่งทุเรียนไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;ก็กล่าวชื่นชมและมั่นใจในบริการของไปรษณีย์&nbsp;ทุเรียนที่ส่งไปสามารถถึงลูกค้าปลายทางได้ตรงเวลา&nbsp;และไม่เสียหาย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514102705667"],
    [240,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมให้เร่งแผนการฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมให้เร่งแผนการฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;56&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;เลย&nbsp;102&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ราชบุรี&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และกระบี่&nbsp;56&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขง&nbsp;น้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,549&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,780&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม&nbsp;บริเวณจังหวัดภูเก็ต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ยังได้ติดตามแผนการฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;พร้อมผลักดัน&nbsp;2&nbsp;โครงการฟื้นฟูบึงเป็นโครงการสำคัญ&nbsp;ด้วยการให้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนพัฒนา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;ที่มีแผนดำเนินแล้วโดยเร็ว&nbsp;//&nbsp;ให้ทบทวนแผนพัฒนา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาการบุกรุก&nbsp;การใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;และการเพิ่มพื้นที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;//&nbsp;ให้จัดทำแผนพัฒนา&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;แหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;บึง&nbsp;คือ&nbsp;กว๊านพะเยา&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;และเวียงหนองหล่ม&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;รวมถึง&nbsp;โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;15&nbsp;โครงการให้เป็นโครงการสำคัญ&nbsp;โดยจะเสนอให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พิจารณาต่อไป&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ยังให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดปรับแผนงานให้เป็นไปตามเป้าหมายสอดคล้องและทันต่อการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยคำนึงถึงการใช้งบประมาณตามความจำเป็นและคุ้มค่าที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514095040648"],
    [241,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514095648652"],
    [242,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และน้ำยาฆ่าเชื้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;โด๊ส&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;48&nbsp;ตัว&nbsp;ให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลิตร&nbsp;ให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือน&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514102603665"],
    [243,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งสกัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ให้ได้","<p><strong>??นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากที่ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;จึงได้มีคำสั่งให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด&nbsp;ด้วยมาตรการต่างๆ&nbsp;ทั้งการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุมตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;พร้อมทั้งเร่งรัดการประกาศเขต&nbsp;ทั้งเขตโรคระบาดชั่วคราวฯ&nbsp;เขตโรคระบาดฯ&nbsp;เขตเฝ้าระวังฯ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบืออย่างเข้มงวด</strong>&nbsp;กรณีที่พบโรคระบาด&nbsp;หากสอบสวนแล้วพบว่าเกิดจากการเคลื่อนย้าย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดต้นทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;ขณะเดียวกันให้ทางกรมปศุสัตว์กำชับด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนให้เข้มงวดป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และป้องกันปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;พร้อมกำชับจุดตรวจให้เข้มงวดในการตรวจอาการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และให้ทางกรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>??ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ที่พบในพื้นที่เขต&nbsp;3,&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;จนถึงขณะนี้&nbsp;พบว่า&nbsp;มีแนวโน้มที่โรคจะแพร่กระจายไปในวงกว้าง&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงกำหนดการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคออกเป็น&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;หนึ่ง&nbsp;จังหวัดที่เกิดโรคและจังหวัดที่อยู่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค&nbsp;และสอง&nbsp;จังหวัดที่อยู่นอกพื้นที่รัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค&nbsp;และเพื่อให้มาตรการที่กรมปศุสัตว์สัมฤทธิ์ผล&nbsp;จึงได้มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อให้ช่วยกำกับติดตามดูแลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัดตามแนวทางของกรมปศุสัตว์</p><p><strong>??สำหรับมาตรการในการควบคุมและป้องกันโรคนั้น</strong>&nbsp;ทางกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติและสั่งการเป็นที่เรียบร้อย&nbsp;โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดสัตว์&nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้าย&nbsp;การจัดการดูแลในส่วนของตลาดนัดค้าสัตว์&nbsp;พร้อมให้มีการตั้งจุดตรวจเพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตโรคระบาด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514115612724"],
    [244,"กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ 3 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 64 เน้นการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผย&nbsp;</strong>ถึงการประชุมเตรียมความพร้อมข้อมูลสำหรับการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ก่อนนำเสนอต่อ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ว่าในส่วนของกรมชลประทาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้นำเสนอจำนวน&nbsp;3&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;64&nbsp;ในประเด็น&nbsp;การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก&nbsp;การทบทวนปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ขนาดกลางและเขื่อนระบายน้ำ&nbsp;รวมไปถึงการซ่อมแซม&nbsp;ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;ระบบระบายน้ำ&nbsp;ตลอดจนสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;กรมชลประทาน</strong>&nbsp;ได้วางแผนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ก่อนน้ำมา&nbsp;แผนป้องกันเหตุในภาวะฉุกเฉินและมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลด&nbsp;ทั้งในพื้นที่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำทุกพื้นที่&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460&nbsp;ได้ตลอดเวลา</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514110942691"],
    [245,"ชาวไร่อ้อยเฮ ตัดอ้อยสดขายโรงงานรัฐช่วยเหลืออัตรา 120 บาทต่อตัน วงเงินกว่า 6 พันล้านบาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย&nbsp;ตัดอ้อยสดฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;วงเงิน&nbsp;6,056&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการฤดูการผลิตปี&nbsp;2563/2564&nbsp;รัฐบาลช่วยเหลือเฉพาะชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงาน&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;300,000&nbsp;ราย&nbsp;ช่วยเหลืออัตรา&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;ตั้งเป้าหมายอ้อยสดร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของปริมาณอ้อยคาดการณ์&nbsp;70&nbsp;ล้านตัน&nbsp;คิดเป็นอ้อยสด&nbsp;56&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยจ่ายเงินช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวหลังปิดหีบระหว่างเดือน&nbsp;มิถุนายน-กันยายน&nbsp;2564&nbsp;โดย&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทุกรายโดยตรง&nbsp;ทั้งที่เป็นคู่สัญญากับโรงงานและเกษตรกรรายย่อยที่ส่งอ้อยผ่านหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนโครงการฤดูการผลิตปี&nbsp;2562/2563&nbsp;ได้จ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดแล้ว&nbsp;133,000&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;3,457&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีปริมาณอ้อยสดส่งเข้าโรงงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;37.58&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และมีปริมาณอ้อยไฟไหม้ลดลงเหลือร้อยละ&nbsp;49.65&nbsp;ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด&nbsp;เมื่อเทียบกับปริมาณอ้อยไฟไหม้ในฤดูกาลผลิตปี&nbsp;2561/2562&nbsp;อยู่ที่ร้อยละ&nbsp;61.11&nbsp;ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ประโยชน์ของมาตรการดังกล่าว&nbsp;จะแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ส่วนหนึ่งเกิดจากการเผาอ้อยในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว,&nbsp;ช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดให้มีรายได้มากกว่าชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้&nbsp;จูงใจให้ตัดอ้อยสดส่งโรงงานมากขึ้น&nbsp;และช่วยให้ชาวไร่อ้อยมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการประกอบอาชีพ&nbsp;งดเผาอ้อย&nbsp;เพื่อสิ่งแวดล้อมและมีอ้อยสดที่มีคุณภาพส่งโรงงาน&nbsp;รับเงินเพิ่มจากรัฐบาล&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514115403722"],
    [246,"อบจ.ชลบุรี ร่วมกับ อปท. 94 แห่งบริหารจัดการปัญหาขยะอันตรายชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันศุกร์ที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายวิทยา&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนจังหวัดชลบุรี&nbsp;และลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;94&nbsp;แห่ง&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี&nbsp;แก้ไขปัญหาขยะอันตรายชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความสำคัญระดับประเทศ&nbsp;เนื่องจากก่อให้เกิดผลกระทบในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;ระบบนิเวศวิทยา&nbsp;การปนเปื้อนทางน้ำ&nbsp;การเกิดมลพิษทางอากาศ&nbsp;การปนเปื้อนในดิน&nbsp;ผลกระทบต่อพืชและสัตว์&nbsp;โดยขยะอันตรายชุมชนมีอยู่ทั้งในที่พักอาศัย&nbsp;อาคารสำนักงาน&nbsp;และร้านค้าต่างๆ&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนให้&nbsp;เป็นไปตามหลักสุขาภิบาลต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;ในฐานะหน่วยงานหลักที่ได้รับมอบหมายจากจังหวัดชลบุรีในการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชน&nbsp;ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;94&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อร่วมกันบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;และประกาศกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เรื่อง&nbsp;การจัดการมูลฝอย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;โดยครั้งนี้ดำเนินการรวบรวมขยะอันตรายชุมชน&nbsp;จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;20,205&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และให้บริษัท&nbsp;บางปู&nbsp;เอนไวรอนเมนทอล&nbsp;คอมเพล็กซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;ในการนำขยะอันตรายชุมชนไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาลต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปริญญา&nbsp;&nbsp;เทศสวัสดิ์&nbsp;ข่าว/ภาพ</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514120349731"],
    [247,"จังหวัดนครสวรรค์เตรียมปลูกป่าก่อนสิ้นสุดฤดูฝนนี้ ตั้งเป้าหมายเกือบ 2,600 ไร่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์เตรียมปลูกป่าในพื้นที่ก่อนสิ้นสุดฤดูฝนนี้&nbsp;ตั้งเป้าหมายเกือบ&nbsp;2,594&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมปลูกซ่อมในพื้นที่ป้าเดิม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้มีการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปีแรกหลังฝน&nbsp;มักพบว่าต้นไม้ขาดการดูแล&nbsp;ไม่เจริญเติบโตหรือแห้งตายในฤดูแล้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการฯ&nbsp;ที่จะมาร่วมดูแลทั้งการป้องกันไฟป่าและการปลูกป่ามีเป้าหมายปลูกต่อเนื่องทุกปี&nbsp;ถึงปี&nbsp;2570&nbsp;ซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าหมายปลูกป่าจนถึงปี&nbsp;2570&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;9,800&nbsp;ไร่&nbsp;โดยปีที่ผ่านมาปลูกไปแล้ว&nbsp;825&nbsp;ไร่&nbsp;อำเภอแม่เปิน&nbsp;155&nbsp;ไร่&nbsp;อำเภอแม่วงก์&nbsp;170&nbsp;ไร่(5แปลงย่อย)&nbsp;ภาคเอกชนปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นไม้เศรษฐกิจ&nbsp;เช่น&nbsp;สัก&nbsp;ประดู่&nbsp;พยุง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าหมายปลูกป่า&nbsp;2,594&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่เปิน&nbsp;อำเภอไพศาลี&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;รวม&nbsp;123&nbsp;ไร่&nbsp;ป่าชุมชนปลูกเสริมป่าไม้เดิมที่มีอยู่ไร่ละ&nbsp;25&nbsp;ต้น&nbsp;รวม&nbsp;990&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติแม่วงก์&nbsp;181&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจะจัดกิจกรรมปลูกป่าในวันสำคัญของชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;วันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;วันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดนครสวรรค์ปีนี้ลดลงไปมากเนื่องเริ่มมีฝนตกในพื้นที่&nbsp;ยกเว้นพื้นที่เสี่ยงบางแห่งเช่น&nbsp;ไพศาลี&nbsp;แม่วงก์&nbsp;และหนองบัว&nbsp;สำหรับการปลูกป่าจังหวัดนครสวรรค์ตั้งเป้าหมายไว้ไม่น้อยกว่าปีละ&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;ต่อเนื่องถึงปี&nbsp;2570&nbsp;แต่ปัญหาของการสร้างป่า&nbsp;คือ&nbsp;หลังจากปลูกในช่วงฤดูฝน&nbsp;เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง&nbsp;ต้นไม้จะไม่เจริญเติบโต&nbsp;หรืออยู่ไม่ได้จนถึงฤดูฝนปีถัดไป&nbsp;ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลบำรุงรักษาต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการรดน้ำเสริมช่วงแล้ง&nbsp;การปลูกซ่อมต้นไม้ที่ตาย&nbsp;เพื่อให้การปลูกป่าเป็นไปดังเป้าหมาย&nbsp;ต้นไม้เจริญเติบโตสร้างความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์&nbsp;เป็นแหล่งอาศัยเป็นแหล่งอาหารของสัตว์&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชนด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514153431912"],
    [248,"ไทย - จีน ร่วมฉลอง ส่งออกทุเรียนไทยผ่านด่านตงซิงล็อตปฐมฤกษ์สำเร็จ  ช่วยแก้ปัญหารถติด","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&nbsp;(Fruit&nbsp;Board)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เทศบาลเมืองตงซิงได้จัดพิธีต้อนรับผลไม้ไทยล็อตแรก&nbsp;และแถลงข่าวการนำเข้าผลไม้ไทยมายังประเทศจีนผ่านด่านตงซิง&nbsp;โดยมีนายเฉิน&nbsp;เจี้ยนหลิน&nbsp;รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และนายกเทศมนตรีเมืองตงซิง&nbsp;เป็นประธานฝ่ายจีน&nbsp;และนางสาวเบญจมาศ&nbsp;ตันเวทยานนท์&nbsp;กงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;นครหนานหนิง&nbsp;เป็นผู้แทนฝ่ายไทย&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการนำเข้าผลไม้ของจีนทราบถึงโอกาสและศักยภาพในการนำเข้าผลไม้จากไทยผ่านด่านตงซิงที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว&nbsp;โดยใช้เวลาในการขนส่งออกจากไทยและเข้าจีนได้ในระยะเวลาเพียง&nbsp;2&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>นายปรัตถกร&nbsp;แท่นมณี&nbsp;กงสุล&nbsp;(ฝ่ายเกษตร)&nbsp;</strong>ประจำสถานกงสุลใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;นครกว่างโจว&nbsp;รายงานว่า&nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้ประเดิมส่งออกทุเรียนตู้ปฐมฤกษ์เพื่อทดลองนำร่องในการขนส่งผ่านด่านตงซิง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนแทนเนอร์&nbsp;ปริมาณรวม&nbsp;36&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ากว่า&nbsp;4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งพบว่ารถขนส่งสามารถผ่านเข้าด่านตงซิงและผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างราบรื่น&nbsp;โดยผู้ประกอบการจีนได้ทำการต้อนรับตู้ทุเรียนตู้แรกของไทย&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดการค้าสินค้าเกษตรฟู่หมินตงซิงกว่างซี&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;23.48&nbsp;น.&nbsp;ตามเวลาท้องถิ่น&nbsp;ของวันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากการที่สำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน&nbsp;(GACC)&nbsp;ได้ประกาศให้ด่านตงซิง&nbsp;(สะพานข้ามแม่น้ำเป่ยหลุนแห่งที่&nbsp;2)&nbsp;สามารถนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศได้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;และฝ่ายเกษตรฯ&nbsp;กว่างโจว&nbsp;โดยนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้การเจรจาและผลักดันการทำความตกลงกับสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน&nbsp;&nbsp;(GACC)&nbsp;จนเห็นชอบร่วมกันให้บรรจุด่านตงซิงเข้าไปในร่างพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการขนส่งผลไม้ไทยที่ส่งออกผ่านประเทศที่สามเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน</p><p><strong>ด่านตงซิงสามารถรองรับรถบรรทุกสินค้าเข้าออกได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;คันต่อวัน&nbsp;</strong>จึงเป็นด่านทางบกที่มีศักยภาพในการนำเข้าผลไม้จากไทย&nbsp;นอกเหนือจากด่านโม่ฮาน&nbsp;มณฑลยูนนาน&nbsp;&nbsp;ด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;และด่านรถไฟผิงเสียง&nbsp;เขตฯ&nbsp;กว่างซีจ้วง&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังจีน&nbsp;ช่วยแก้ปัญหารถติดสะสมบริเวณหน้าด่านโหย่วอี้กวน&nbsp;โดยเฉพาะในฤดูกาลส่งออกทุเรียนในขณะนี้&nbsp;ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ส่งออกไทย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514141113821"],
    [249,"อบจ.ชลบุรีเดินเครื่องใส่ใจขยะพิษ ทำ MOU กับ ทสจ.ชลบุรี นำขยะไปกำจัดให้ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของชาวชลบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;(14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่หน้าสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;ต.เสม็ด&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;นายวิทยา&nbsp;คุณปลื้ม&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี&nbsp;นายอาวีระ&nbsp;ภัคมาตร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;นายชายชาญ&nbsp;เตโชทินกร&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี&nbsp;และนายสัญชัย&nbsp;ชนะสงคราม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกันเปิดโครงการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนจังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมีการปล่อยรถขนขยะอันตราย&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีที่&nbsp;บริษัท&nbsp;บางปู&nbsp;เอนไวรอนเมนทอล&nbsp;คอมเพล็กซ์&nbsp;จำกัด&nbsp;(BPEC)&nbsp;การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นครั้งแรก&nbsp;ที่&nbsp;อบจ.ชลบุรี&nbsp;ได้จัดสรรงบประมาณในการกำจัดขยะอันตรายชุมชนในพื้นที่&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;อย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;โดยมีการลงนามความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;เพื่อร่วมกันกำจัดขยะพิษ&nbsp;เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน&nbsp;ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา&nbsp;เพื่อสุขภาพที่ของประชาชนใน&nbsp;จ.ชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการดังกล่าวได้ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการร่วมกันกำจัดขยะพิษ&nbsp;ซึ่งฟังดูแล้วน่ากลัว&nbsp;อย่างไรก็ตามขยะพิษมีอยู่ตามบ้านเรือนมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;หลอดไฟ&nbsp;ถ่านไฟฉาย&nbsp;อุปกรณ์คอมพิวเตอร์&nbsp;ซึ่งจะต้องกำจัดอย่างถูกวิธี&nbsp;จะทำแบบขยะชุมชนไม่ได้&nbsp;ซึ่งการกำจัดขยะพิษจะต้องดำเนินการโดยโรงงานกำจัดขยะพิษที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น&nbsp;จึงอยากขอความร่วมมือกับประชาชนในการนำขยะพิษไปทิ้ง&nbsp;ควรทิ้งในถังขยะอันตรายเท่านั้น&nbsp;เพื่อจะได้นำมากำจัดได้อย่างถูกต้อง&nbsp;และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514140708818"],
    [250,"ปศุสัตว์แม่ฮ่องสอน ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ ในชุมชนอำเภอขุนยวม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน จาก COVID-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอขุนยวม&nbsp;ดำเนินการฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;หลักสูตรการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรียนและชุมชน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;จากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยดำเนินการให้ความรู้การเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;การระบาดในไก่&nbsp;การทำวัคซีนป้องกันโรคไก่&nbsp;การดูแล&nbsp;การให้อาหารสำเร็จรูปการให้อาหารเสริม&nbsp;การทำโรงเรือน&nbsp;การให้ยาและวิตามิน&nbsp;ตลอดจนการบันทึกข้อมูล&nbsp;บัญชีฟาร์ม&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมที่ว่าการอำเภอขุนยวม&nbsp;อำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมจำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514191443042"],
    [251,"ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามการเชื่อมโยงส่งออกผลไม้ไทยจากพาณิชย์จังหวัดสู่ตลาดฮ่องกง มูลค่า 100 ล้านบาท ","<p><strong>นายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>กล่าวภายหลังเป็นสักขีพยานการลงนาม&nbsp;Memorandum&nbsp;of&nbsp;Purchasing&nbsp;(MOP)&nbsp;การเชื่อมโยงส่งออกผลไม้ไทยจากพาณิชย์จังหวัดสู่ตลาดฮ่องกง&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นการลงนามซื้อขายมะม่วงระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าฮ่องกง&nbsp;ปริมาณรวม&nbsp;2,200&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;100&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ของไทย&nbsp;เข้าสู่ตลาดฮ่องกงได้เพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีช่องทางการจำหน่ายและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งการการลงนามซื้อขายผ่านทางออนไลน์ครั้งนี้&nbsp;ยังเป็นสร้างโมเดลการค้าใหม่ให้เกิดขึ้นรองรับยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ตามนโยบายของนายจุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ที่ได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัด&nbsp;ในฐานะเซลส์แมนจังหวัด&nbsp;และทูตพาณิชย์ในฐานะเซลล์แมนประเทศประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าไทย&nbsp;โดยเฉพาะสินค้าของจังหวัดไปยังตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การลงนามการเชื่อมโยงซื้อขายมะม่วงครั้งนี้</strong>&nbsp;แบ่งเป็นจังหวัดปทุมธานี&nbsp;&nbsp;ปริมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ระหว่างบริษัทFreco&nbsp;Asia&nbsp;Company&nbsp;Limited&nbsp;ผู้ส่งออกไทย&nbsp;กับบริษัท&nbsp;Shing&nbsp;Kee&nbsp;Lan&nbsp;Company&nbsp;Limited&nbsp;ผู้นำเข้าฮ่องกง&nbsp;และจังหวัดสระแก้ว&nbsp;&nbsp;ปริมาณ&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;45&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระหว่าง&nbsp;เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว&nbsp;ผู้ส่งออกไทยกับบริษัท&nbsp;Chiang&nbsp;Mai&nbsp;Herbs&nbsp;Trading&nbsp;Limited&nbsp;ผู้นำเข้าฮ่องกง&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของจังหวัดสระแก้ว&nbsp;จะมีการต่อยอดทำเป็น&nbsp;สระแก้วโมเดลในการพัฒนามะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;เพื่อส่งออกไปยังตลาดฮ่องกง&nbsp;ให้มีคุณภาพมาตรฐานระดับสูง&nbsp;โดยจะร่วมมือกันระหว่างสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกับสำนักงานเกษตรจังหวัดและเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนมะม่วงจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เพื่อการส่งออกที่ยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ&nbsp;ณ&nbsp;เมืองฮ่องกง</strong>&nbsp;เตรียมการจัดการเจรจาธุรกิจออนไลน์&nbsp;Online&nbsp;Business&nbsp;Matching&nbsp;ผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดฮ่องกงระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยมีผลไม้เป้าหมายคือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ส้มโอ&nbsp;เงาะ&nbsp;ลำไย&nbsp;เนื่องจากเป็นที่นิยมของชาวฮ่องกง&nbsp;ขณะนี้มีเกษตรกรและผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;จาก&nbsp;11&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมตรวจสอบศักยภาพและความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้นำเข้าว่าจะได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพสูงระดับส่งออก&nbsp;&nbsp;ในส่วนของการส่งออกสินค้าผลไม้มีในไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;สถิติการส่งออกมะม่วงจากประเทศไทยสู่ฮ่องกง&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;1.1&nbsp;ล้านเหรียญสหรัฐฯ&nbsp;โดยมีอัตราขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ&nbsp;464</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514163612953"],
    [252,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตำบลในควน ให้คำแนะนำการแก้ปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของ&nbsp;นายเรียม&nbsp;มีสุข&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;144&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรทำการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;และพบว่าทุเรียนเป็นโรครากเน่าโคนเน่า&nbsp;เนื่องจากต้นทุเรียนที่เริ่มเป็นโรคจะมีลักษณะใบไม่เป็นมันสดใส&nbsp;ใบค่อยๆ&nbsp;เปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดและร่วง&nbsp;บริเวณลำต้น&nbsp;กิ่งหรือรากที่เป็นโรคจะมีสีของเปลือกเข้มเป็นจุดฉ่ำน้ำ&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรใส่ปุ๋ยหมักใกล้โคนต้น&nbsp;ส่งผลให้ดินบริเวณโคนต้นอบอ้าว&nbsp;ทำให้รากทุเรียนอ่อนแอ&nbsp;ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่า&nbsp;เบื้องต้นแนะนำให้เกษตรกรเกลี่ยปุ๋ยหมักบริเวณโคนต้นเพื่อให้ทุเรียนได้รับแสงที่เพียงพอ&nbsp;และแนะนำให้ใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา&nbsp;ในอัตราดังนี้&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ใส่บริเวณโคน&nbsp;(ใส่ในช่วงเย็น)&nbsp;และได้แนะนำให้ตัดแต่งกิ่ง&nbsp;และใช้ปูนแดงทาแผลที่เกิดจากการตัดแต่งกิ่ง&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันราเชื้อเข้าทำลาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514142340833"],
    [253,"ก.ทรัพย์และภาคเอกชน ร่วมกันส่งมอบกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วกว่า 30,000 กิโลกรัม พร้อมเปิดจุดรับคืนกระป๋องกว่า 192 จุด นำไปผลิตน้ำดื่มกระป๋องใหม่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และ รพ.สนาม","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและภาคเอกชน&nbsp;ร่วมกันส่งมอบกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วกว่า&nbsp;30,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อนำไปผลิตเตียงสนามกระดาษรีไซเคิล&nbsp;พร้อมเปิดจุดรับคืนกระป๋องกว่า&nbsp;192&nbsp;จุด&nbsp;นำไปผลิตน้ำดื่มกระป๋องใหม่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และโรงพยาบาลสนาม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้รับมอบกล่องและลังกระดาษที่ใช้แล้วกว่า&nbsp;30,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ส่งต่อให้กับ&nbsp;บริษัทเอสซีจีพี&nbsp;แพคเกจจิ้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SCGP&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอก&nbsp;-&nbsp;ชัย&nbsp;ดิสทริบิวชั่น&nbsp;ซิสเทม&nbsp;จำกัด&nbsp;หรือ&nbsp;Lotuss&nbsp;เพื่อนำไปรีไซเคิลผลิตเป็นเตียงสนามกระดาษเอสซีจีพีที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิล&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยช่วงแรกตั้งเป้าผลิตเตียงสนามให้ได้&nbsp;3,300&nbsp;เตียง&nbsp;จะทำให้กล่องกระดาษกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลกว่า&nbsp;50&nbsp;ตัน&nbsp;แล้วส่งต่อให้โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศใช้ประโยชน์ต่อไปและช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ด้วย&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ยังรวบรวมกระป๋องเครื่องดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้วส่งกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องน้ำดื่มใหม่จากอลูมิเนียม&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยสามารถรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วให้กลับมาเป็นกระป๋องอลูมิเนียมใบใหม่ที่มีคุณภาพคงเดิมได้อย่างไม่รู้จบ&nbsp;ซึ่งกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วเหล่านี้จะถูกรวบรวมให้กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยเบเวอร์เรจแคน&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;บิ๊กซี&nbsp;ซูเปอร์เซ็นเตอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มกระป๋องใหม่&nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ในโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมเปิดจุดรับคืนกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว&nbsp;(Drop&nbsp;Point)&nbsp;กว่า&nbsp;192&nbsp;จุดทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อรีไซเคิลเป็นกระป๋องน้ำดื่มใหม่&nbsp;สามารถร่วมบริจาคกระป๋องใช้แล้วที่ล้างสะอาดและบีบให้เล็กได้ที่จุดรับคืนกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วบริเวณ&nbsp;ห้างบิ๊กซี&nbsp;ทุกสาขา&nbsp;กว่า&nbsp;192&nbsp;จุดทั่วประเทศ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;เปลี่ยนขยะเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเน้นการนำขยะที่เกิดขึ้นกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;\"การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน\"&nbsp;ส่งต่อประโยชน์กลับสู่สังคมในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ถือเป็นการลดปริมาณขยะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&nbsp;ด้วย&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;อจลบุญ&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเดินหน้าดำเนินการโครงการ&nbsp;เปลี่ยนขยะเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)&nbsp;ต่อเนื่องให้เข้มข้นขึ้น&nbsp;ด้วยการตั้งจุดรับคืนขยะที่ใช้แล้ว&nbsp;(Drop&nbsp;Point)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;เมษายนนำร่องบริเวณกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;,&nbsp;หน่วยงานราชการอื่น&nbsp;ห้างโลตัส&nbsp;และไฮเปอร์มาร์เก็ตกว่า&nbsp;220&nbsp;สาขาทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมนำขยะกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;แล้วรวบรวมกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514145844867"],
    [254,"กรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมจัดอบรมหลักสูตรการเงินการบัญชีให้กรรมการสหกรณ์ฟรี เสริมคุณวุฒิให้เป็นไปตามกฎกระทรวง","<p><strong>นายวิศิษฐ์&nbsp;ศรีสุวรรณ์&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์(กสส.)&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฯได้จัดทำหลักสูตร&nbsp;การเงินการบัญชีและการบริหารสำหรับกรรมการสหกรณ์&nbsp;สำหรับใช้จัดอบรมให้ความรู้ด้านการเงิน&nbsp;การบัญชีให้กับกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน&nbsp;เพื่อให้คณะกรรมการสหกรณ์มีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กฎกระทรวงหมวด&nbsp;2&nbsp;ข้อ&nbsp;8&nbsp;ซึ่งบัญญัติในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการสหกรณ์ทั้ง&nbsp;2&nbsp;ประเภทไว้ว่าจะต้องมีคุณวุฒิในด้านเงิน&nbsp;การบัญชี&nbsp;การบริหารจัดการและด้านเศรษฐศาสตร์&nbsp;ซึ่งในบทเฉพาะกาลให้ระยะเวลาในการพัฒนาบุคคลากรให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;2&nbsp;ปีคือ&nbsp;ภายใน&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2566&nbsp;</p><p><strong>การอบรมดังกล่าว&nbsp;กรมฯได้จัดให้กรรมการชุดรอยต่อของกฎหมาย</strong>&nbsp;เพื่อให้มีคุณสมบัติครบโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดอบรมฟรีเป็นไปตามนโยบายของนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่กำกับดูแลกรมได้ให้นโยบายไว้ว่า&nbsp;ในระยะเปลี่ยนผ่านกฎหมายไม่ควรให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน&nbsp;ซึ่งการที่ได้กำหนดเรื่องคุณวุฒิเหล่านี้เป็นผลมาจากการระดมความเห็นจนได้ข้อยุติมาเป็นกฎกระทรวงดังกล่าว&nbsp;เพื่อประโยชน์สูงสุดคือการบริหารสหกรณ์&nbsp;ดูแลและคุ้มครองประโยชน์ของสมาชิก&nbsp;จึงได้มีการกำหนดให้บุคคลที่จะอาสามาเป็นกรรมการสหกรณ์&nbsp;ต้องมีความรู้ด้านวิชาการเงิน&nbsp;การบัญชี&nbsp;โดยปกติกรรมการสหกรณ์มีจำนวนไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;กรณีเป็นสหกรณ์ขนาดเล็กกำหนดให้ต้องมีความรู้ด้านการเงินการบัญชี&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;และสหกรณ์ขนาดใหญ่อย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;คน</p><p><strong>สำหรับหลักสูตรดังกล่าวขณะนี้&nbsp;</strong>อยู่ระหว่างการเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติรับรองหลักสูตร&nbsp;โดยหลักสูตรสำหรับสหกรณ์ขนาดใหญ่&nbsp;จะใช้เวลาอบรม&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;และหลักสูตรสำหรับสหกรณ์ขนาดเล็ก&nbsp;จะใช้เวลาอบรม&nbsp;4-5&nbsp;วัน&nbsp;โดยกรมฯจะจัดการอบรมกระจายตามศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์&nbsp;ที่มีอยู่&nbsp;20&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งกรณีกรรมการสหกรณ์ที่ยังขาดคุณสมบัตินั้น&nbsp;หากสถานการณ์โควิดคลี่คลายคาดว่าใช้เวลาดำเนินการอบรมเสร็จสิ้นภายใน&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;เมื่อผ่านการอบรมจะได้ใบรับรองการจบหลักสูตรที่ออกโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514163134949"],
    [255,"จตุพร กำชับให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งทำแผนด่วนรับมือฤดูฝนนี้ โดยใช้นโยบาย 6 จ เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับให้กรมทรัพยากรน้ำเร่งทำแผนด่วนรับมือฤดูฝนนี้&nbsp;โดยใช้นโยบาย&nbsp;6&nbsp;จ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้เพียงพอ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงแล้วนโยบายเร่งด่วนการบริหารจัดการน้ำให้กับกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;VDO&nbsp;Conferance&nbsp;ว่า&nbsp;ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการปรับปรุงแผนบริหารจัดการน้ำเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนปีนี้&nbsp;โดยต้องรองรับน้ำในอนาคตไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม&nbsp;น้ำแล้ง&nbsp;คุณภาพน้ำ&nbsp;การขุดลอกคลองเพื่อรองรับน้ำฝนไว้&nbsp;โดยเฉพาะการเข้าถึงน้ำของประชาชน&nbsp;พร้อมแผนบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;เพื่อดูแลชีวิตความเป็นอยู่ให้ประชาชนในทุกมิติและคุ้มค่ากับงบประมาณเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ให้เร่งรัดการทำงานให้เร็วที่สุดภายใช้นโยบาย&nbsp;6&nbsp;จ&nbsp;คือ&nbsp;เจาะ&nbsp;จก&nbsp;จูง&nbsp;จ่าย&nbsp;แจก&nbsp;และใจ&nbsp;ควบคู่กับเน้นสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนด้วย</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514152802908"],
    [256,"ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา จัดงานวันอนุรักษ์ควายไทย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;ศุภประภากร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;มอบหมายให้นายนิธิศ&nbsp;จิตนิยม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ดำเนินการ&nbsp;จัดงานวันอนุรักษ์ควายไทย&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ควายไทยบ้านสันสลี&nbsp;(หนองเล็งทราย)&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;โดยมีนายชุติเดช&nbsp;มีจันทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้สนใจเข้าร่วมงานดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี&nbsp;(ครม.)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2560&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;กำหนดให้วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันอนุรักษ์ควายไทย&nbsp;ซึ่งตรงกับวันที่&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;9)&nbsp;ทรงมีพระราชดำรัสถึงหลักการดำเนินโครงการธนาคาร&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;เป็นครั้งแรก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;จึงได้จัดงานวันอนุรักษ์ควายไทย&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;และคุณค่าของควายไทย&nbsp;โดยงานครั้งนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ&nbsp;คือ&nbsp;การเลี้ยงขันโตกควาย&nbsp;ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและของโลก&nbsp;ซึ่งในอนาคตสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;จะทำการฟื้นฟูควายลุ่มน้ำอิงจังหวัดพะเยา&nbsp;ให้กลับคืนมาเป็นมรดกให้ลูกหลานพะเยาได้สานต่อเป็นอาชีพ&nbsp;และเป็นแหล่งผลิตควายพันธุ์ดีในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514154224920"],
    [257,"เกษตรกรแบกต้นทุนสูง แต่คนไทยยังกินหมูถูกสุดในอาเซียน","<p class=\"ql-align-justify\">ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนเมษายน 2564 ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) อยู่ที่ 100.48 เพิ่มขึ้น 3.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นการกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 14 เดือน และขยายตัวสูงสุดในรอบ 8 ปี 4 เดือน เป็นผลจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงราคาอาหารสดเช่น หมูและผักสดที่ปรับตัวขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">นายรัฐพล ศรีเจริญ นักวิชาการด้านปศุสัตว์ ชี้ให้เห็นความจริงในส่วนของ หมู ที่บางคนมองว่าราคาขยับขึ้นนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อน เพราะอันที่จริงแล้ว ชาวหมูนั้นทำเพื่อผู้บริโภคมาตลอด ย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติในฐานะตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูทั่วประเทศ ได้ร่วมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะการวางแผนการผลิตหมูทั้งระบบ ป้องกันปัญหาขาดแคลนหมู อย่างที่ประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียและอาเซียน ทั้งจีน&nbsp;เวียดนาม รัสเซีย กัมพูชา มาเลเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ อินเดีย ลาว และเมียนมา ที่กำลังประสบปัญหาโรค ASF ที่ระบาดอย่างหนัก กระทบกับปริมาณหมูที่ลดลง ราคาหมูจึงปรับขึ้น &nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">สมาคมหมูกับกระทรวงพาณิชย์ จึงตัดสินใจ ทำสัญญาลูกผู้ชาย เพื่อร่วมกันดูแลราคาหมูไว้ล่วงหน้า โดยขอให้ยืนหยัดราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มไม่ให้เกินกว่า 80 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้ราคาเนื้อหมูขายปลีกหน้าเขียงไม่เกิน 150-160 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ให้กระทบกับค่าครองชีพของผู้บริโภค ที่สำคัญการหารือครั้งนั้นเกิดขึ้นก่อนที่ประเทศไทยจะโดนพิษโควิด-19 เล่นงาน วันนี้เกษตรกรทุกคนยังยืนราคาหมูไว้ตามสัญญา ไม่มีการขึ้นราคา ทั้งๆที่ไทยเป็นประเทศเดียวที่คงสถานะปลอดโรค ASF ไว้ได้นานกว่า 2 ปี จนถึงปัจจุบัน </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">นอกจากคนไทยจะไม่ขาดแคลนหมูเหมือนประเทศอื่นแล้ว ยังคงกินหมู ราคาถูกที่สุดในอาเซียน ขณะที่ประเทศดังกล่าวข้างต้น ราคาหมูมีชีวิตสูงกว่าไทยทั้งสิ้น เช่น ฟิลิปปินส์ราคากิโลกรัมละ 116 บาท จีน 110 บาท&nbsp;กัมพูชา 109 บาท&nbsp;เวียดนาม 103 บาท เมียนมา 94 บาท และ ลาว 93 บาท </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">สวนทางต้นทุนการเลี้ยงหมูไตรมาส 1/2564 ที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประมาณการไว้ว่าอยู่ที่ 77.49 บาทต่อกิโลกรัม หักลบแล้วเกษตรกรเหลือกำไรแค่กิโลกรัมละ 2.51 บาท และเมื่อมองอีกด้านจะเห็นทุกข์ของเกษตรกร ที่ต้องแบกรับต้นทุนจนอ่วม ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงขึ้น ทั้งกากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รำและปลายข้าว รวมถึงความเข้มข้นในการจัดการระบบ Biosecurity ของฟาร์มเพื่อป้องกันโรค ASF ในระดับสูงสุด ที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนส่วนนี้มากกว่า 300 บาทต่อตัว และบางฟาร์มยังมีค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำสะอาดมาใช้ในฟาร์มต่อเนื่อง </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p>ความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณหมูลดลงจากผลกระทบของภาวะร้อนแล้ง รวมถึงความเสียหายจากโรค PRRS เป็นเหตุให้ราคาหมูขยับ แต่ถึงอย่างไรราคาหมูมีชีวิตก็ไม่เกินกว่า 80 บาทต่อกิโลกรัมไปได้ แม้ว่ากลไกตลาดจะทำงานแล้วก็ตาม คนเลี้ยงหมูจึงไม่ควรตกเป็นจำเลยว่าเป็นต้นเหตุของราคาเนื้อหมูที่เพิ่มขึ้น ทั้งๆที่ทุกคนต่างระดมทุกสรรพกำลังในการป้องกัน ASF เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคปลายทางต้องเดือดร้อนเหมือนประเทศอื่น  เกษตรกรยังต้องกัดฟันสู้ไม่ให้ล้มหายตายจากไปมากกว่านี้&nbsp;เพื่อให้อุตสาหกรรมหมูไทยเดินหน้าต่อ และยืนหยัดปกป้องพี่น้องคนไทยต่อไป</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514155022927"],
    [258,"เกษตรอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แปลงพยากรณ์ไม้ผลพืชเศรษฐกิจ (เงาะ) และติดตามสถานการณ์แปลงตัวอย่างแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลควนกาหลง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นางอภิวันท์&nbsp;ทองแท่น&nbsp;เกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แปลงพยากรณ์ไม้ผลพืชเศรษฐกิจ&nbsp;(เงาะ)&nbsp;ของตำบลควนกาหลง&nbsp;ในแปลงของนายหน่าเฉบ&nbsp;สันหลัง&nbsp;ม.8&nbsp;ต.ควนกาหลง&nbsp;อ.ควนกาหลง&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งขณะนี้เงาะออกดอกอยู่ในระยะติดผลอ่อน&nbsp;และติดตามสถานการณ์แปลงตัวอย่างแปลงใหญ่ทุเรียนตำบลควนกาหลง&nbsp;ของนายมายี&nbsp;สีสวัด&nbsp;ม.6&nbsp;ต.ควนกาหลง&nbsp;อ.ควนกาหลง&nbsp;จ.สตูล&nbsp;ซึ่งอยู่ระยะติดผลเล็ก&nbsp;และได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่มากทำให้ต้นสลัดลูกทิ้งไปประมาณ&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;และเริ่มมีร่องรอยของหนอนเจาะเมล็ดทำลายผลอ่อนประมาณ&nbsp;20&nbsp;%&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลการจัดการสวนในระยะติดผลแก่เกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514155600932"],
    [259,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย วัคซีนเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอบำเหน็จณรงค์&nbsp;เป็นวิทยากรฝึกอบรม&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อสม.&nbsp;ผู้นำหมู่บ้าน&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเริงรมย์&nbsp;เพื่อรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ให้กับสุนัข&nbsp;แมว&nbsp;โดยไม่คิดธรรมเนียมตามประกาศฯ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ของตำบลโคกเริงรมย์&nbsp;ซึ่งได้รับงบอุดหนุนวัคซีนและอุปกรณ์ฯ&nbsp;จากองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเริงรมย์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,427&nbsp;โด๊ส&nbsp;ผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;ณ.ห้องประขุมองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเริงรมย์&nbsp;และรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;ให้กับโคของเกษตรกรที่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ต.โคกเริงรมย์&nbsp;จำนวนโค&nbsp;197&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;14,3,7&nbsp;ต.บ้านเพชร&nbsp;โคจำนวน&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ในช่วงวันที่&nbsp;12-14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;จะดำเนินการเดินเคาะบ้านเพื่อฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัข-แมว&nbsp;โครงการสัตว์ปลอดโรคคนปลอดภัย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.1,9&nbsp;ต.หนองบัวโคก&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;มีสัตว์ที่เข้ารับบริการทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;700&nbsp;ตัว&nbsp;และรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยและวัคซีนเฮโมรายิกเซฟติซีเมีย&nbsp;ให้กับโค/กระบือ/แพะ&nbsp;หมู่&nbsp;1,&nbsp;9&nbsp;ต.หนองบัวโคก&nbsp;อ.จัตุรัส&nbsp;จ.ชัยภูมิ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514174738005"],
    [260,"เกษตรย่านตาขาว  จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไม้ผลในตำบลย่านตาขาว พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาเรื่องหนอนเจาะผลทุเรียน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวเกศรินทร์&nbsp;สุวรรณวัฒน์&nbsp;และนางสาวอภันตรี&nbsp;มีบุญ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตของไม้ผลในแปลงของ&nbsp;นางจรรยา&nbsp;สุดสวาท&nbsp;เกษตกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลย่านตาขาว&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรมีพื้นที่ปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;จากการลงพื้นที่พบว่าไม้ผลทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ได่แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;และกระท้อน&nbsp;มีสถานการณ์การผลผลิตดังนี้&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในระยะผลอ่อน&nbsp;แต่ประสบปัญหาเรื่องหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;ทำให้ผลทุเรียนหลุดร่วงและเสียหาย&nbsp;คาดว่าผลผลิตทุเรียนปีนี้น่าจะลดลงกว่าปีที่แล้ว&nbsp;เบื้องต้นได้แนะนำให้เกษตรกรใช้เทคนิคการการใช้กับดักแสงไฟแบล็คไลท์ในควบคุมหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;และหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน,&nbsp;มังคุดส่วนใหญ่อยู่ในระยะผลเล็ก,&nbsp;เงาะส่วนใหญ่อยู่ในระยะผลเล็ก&nbsp;สำหรับกระท้อนอยู่ในระยะผลแก่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514165358975"],
    [261,"บ. ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จก. ปล่อยพันธุ์ปลาบู่ 20,000 ตัว เพื่อเป็นการอนุรักษ์และการขยายพันธุ์ปลาบู่ ณ อ่างเก็บน้ำห้วยค้อ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;12&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ&nbsp;ต.เขวาไร่&nbsp;อ.นาเชือก&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;รอง&nbsp;ผวจ.มหาสารคาม&nbsp;ประธานในการปล่อยปลาบู่&nbsp;เพื่อเป็นการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ปลาบู่&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;20,000&nbsp;ตัว&nbsp;มูลค่า&nbsp;70,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอำเภอนาเชือก&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรี&nbsp;อ.นาเชือก&nbsp;และคณะผู้บริหาร&nbsp;อบต.เขวาไร่&nbsp;ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธีพร้อมร่วมปล่อยปลาในครั้งนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโฆษิต&nbsp;เหล่าสุวรรณ&nbsp;ประธานกรรมการบริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคี&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นบริษัทที่ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายสานพลังประชารัฐ&nbsp;มีเป้าหมายหลักเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมโดยมิได้มุ่งหวังผลกำไรสูงสุดทางธุรกิจ&nbsp;โดยในส่วนกลางมีบริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;และในส่วนภูมิภาค&nbsp;มีบริษัท&nbsp;ประชารัฐ&nbsp;รักสามัคคีจังหวัด&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;มีเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;สร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;ประชาชนมีความสุข&nbsp;ดำเนินงาน&nbsp;3&nbsp;เรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;เกษตรแปรรูปและท่องเที่ยว&nbsp;โดยชุมชนผ่าน&nbsp;5&nbsp;กระบวนการ&nbsp;คือ&nbsp;การเข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;การสร้างองค์ความรู้&nbsp;การตลาด&nbsp;การสื่อสารเพื่อการรับรู้เพื่อความยั่งยืน&nbsp;และการบริหารจัดการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับความเป็นมาในการจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้ามาส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรปลูกมะม่วงแปลงใหญ่&nbsp;ที่บ้านเหล่าค้อใหม่หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลปอพาน&nbsp;อำเภอนาเชือก&nbsp;ที่ประสบปัญหาในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า-2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;และได้มีโอกาสเยี่ยมชมอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคามได้ทราบว่าที่นี่เป็นแหล่งปลาบู่ตามธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ&nbsp;และใหญ่ที่สุดในจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;แต่ในปัจจุบันปริมาณปลาบู่ลดลงเป็นอย่างมาก&nbsp;บริษัท&nbsp;&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคีมหาสารคาม&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมกับภาคเอกชน&nbsp;และหลายภาคส่วน&nbsp;ได้เล็งเห็นว่าการปล่อยพันธุ์ลูกปลาบู่ครั้งนี้&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยอนุรักษ์ปลาบู่ให้อยู่คู่กับอ่างเก็บน้ำห้วยค้อ&nbsp;และยังเป็นการสร้างแหล่งอาหารสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยค้อแห่งนี้อีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514165748977"],
    [262,"วว. สนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามกระทรวง อว. ในสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 มูลค่า 300,000 บาท","<p>วว. สนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามกระทรวง อว.&nbsp;ในสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 มูลค่า 300,000 บาท</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับมอบเงินบริจาคจำนวน 160,000&nbsp;บาท&nbsp;หน้ากาก N95&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ชิ้น&nbsp;และเจลแอลกอฮอล์ จำนวน 300 ขวด (ขนาด 400 ml)&nbsp;รวมมูลค่า 300,000&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;จาก ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;เพื่อสนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามของกระทรวง อว. สำหรับนำไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ที่มีภาวะเสี่ยงในการรับมือสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อให้พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่รองรับผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;วว.&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ด้วยกันอีกครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514181135015"],
    [263,"ชป.6 ปูพรมเตรียมความพร้อมรับมือน้ำหลากพื้นที่เศรษฐกิจเมืองขอนแก่น หลังอุตุฯ คาดการณ์ปริมาณฝนปีนี้ใกล้เคียงปี 2551 ย้ำเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไชยวิชญ์&nbsp;กัณหะยุวะ&nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นฤดูฝนของประเทศไทยในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ&nbsp;5&nbsp;-10&nbsp;%&nbsp;และคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน&nbsp;2-3&nbsp;ลูก&nbsp;โดยมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน&nbsp;กรมชลประทานจึงสั่งให้โครงการชลประทานเตรียมพร้อมรับมือตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาว่าปริมาณฝนในปี&nbsp;2564&nbsp;จะมีปริมาณฝนตกใกล้เคียงกับปี&nbsp;2551&nbsp;ซึ่งมีฝนตกในปริมาณมากส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;จังหวัดขอนแก่นในปริมาณมาก&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(13&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;จึงได้มีการประชุมร่วมกับเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;(กองจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;กฟผ.)&nbsp;พิจารณาวางแผนการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;ให้เป็นไปตามเกณฑ์บริหารจัดการอ่างเก็บน้ำแบบพลวัต&nbsp;(Dynamic&nbsp;Rule&nbsp;curve)&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการระบายน้ำที่ได้วางแผนไว้&nbsp;โดยจะนำเสนอคณะอนุกรรมการบริหารทรัพยากรน้ำจังหวัดขอนแก่น&nbsp;ให้ความเห็นชอบต่อไป&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์น้ำหลากลดผลกระทบที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไชยวิชญ์ฯ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;การนำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพอาคารชลประทานและพนังกั้นลำน้ำชี&nbsp;พนังกั้นลำน้ำพอง&nbsp;ซึ่งเป็นด่านสำคัญด่านแรกในการป้องกันน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเมืองขอนแก่นและพื้นที่ชลประทานในครั้งนี้&nbsp;เป็นไปตามมาตรการของอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ที่ได้เน้นย้ำให้ตรวจสอบสภาพความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทาน&nbsp;พนังกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพนังกั้นลำน้ำชีและพนังกั้นลำน้ำพอง&nbsp;ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี&nbsp;ไม่มีจุดไหนที่น่าเป็นห่วง&nbsp;เพราะได้ทำการปรับปรุงเสริมพนังให้แข็งแรงและสูงขึ้นเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะระบายจากเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการบริหารจัดการน้ำปีนี้&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เตรียมความพร้อมไว้อย่างดี&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด&nbsp;รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือและกำลังคน&nbsp;ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514185240032"],
    [264,"อ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;ลีเขาสูง&nbsp;นายอำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางชุณห์พิมาณ&nbsp;ด่านขุนทด&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ลงพื้นที่ออกตรวจเยี่ยม/ติดตาม&nbsp;โครงการฝ่าวิกฤตด้วยเศรษฐกิจฐานรากให้พัฒนาก้าวไปตามแนวพระราชดำริ&nbsp;โครงการพัฒนาระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;โดยลงพื้นที่&nbsp;กลุ่มปลูกผักบ้านท่าแร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลดอนหัน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และกลุ่มเกษตรผสมผสานโสกม่วง&nbsp;บ้านเหล่านาดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลบ้านหว้า&nbsp;อำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;จังหวัดขอนแก่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศุภชัย&nbsp;ลีเขาสูง&nbsp;นายอำเภอเมืองขอนแก่น&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม/ติดตามพบว่าผลการดำเนินงานได้ติดตั้งระบบเสร็จเรียบร้อย&nbsp;และสามารถใช้น้ำได้แล้ว&nbsp;โดยมีชาวบ้านที่ได้รับผลประโยชน์&nbsp;ได้ดำเนินการปลูกผัก&nbsp;หลากหลายชนิด&nbsp;และเริ่มนำออกจำหน่ายได้บางส่วน&nbsp;&nbsp;สามารถลดต้นทุนการผลิต&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;มีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เป็นธนาคารอาหาร&nbsp;FOOD&nbsp;BANK&nbsp;ของชุมชน&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514183813028"],
    [265,"เกษตรจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ช่วยแก้ไขปัญหากระจายผลผลิตสับปะรดแปลงใหญ่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรด&nbsp;ตำบลนาใน&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายชุมพล&nbsp;แย้มวิจิตรจรรยา&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่ตำบลนาใน&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;โดยร่วมกันวางแผนการตลาด&nbsp;การบริหารจัดการผลิตออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบกับเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรด&nbsp;ขณะนี้ปริมาณผลผลิตสับปะรดเริ่มมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่ลดลง&nbsp;ทั้งยังต้องเร่งกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดในจังหวัดและต่างหวัด&nbsp;เพื่อป้องกันผลผลิตที่อาจจะได้รับความเสียหาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;มีพื้นที่การปลูกสับปะรดหวานท่าอุเทนมากที่สุด&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,850&nbsp;ไร่&nbsp;อำเภอท่าอุเทน&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ไร่&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;5,850&nbsp;ไร่&nbsp;สับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่ช่วยสร้างอาชีพและราได้ให้กับเกษตรกรชาวนครพนม&nbsp;ชนิดพันธุ์ปัตตาเวียสาย&nbsp;มีรสชาติที่หวานฉ่ำ&nbsp;กลิ่นหอม&nbsp;ไม่กัดลิ้น&nbsp;ตาตื้น&nbsp;ได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(พืช&nbsp;GI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;ต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;เป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณที่มาก&nbsp;ทำให้ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่มีมากกว่าปกติ&nbsp;ส่งผลให้มีราคาที่ลดลง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกันสั่งซื้อสับปะรดหวาน&nbsp;ผ่านช่องทางการจำหน่ายผลผลิตสับปะรดแบบออนไลน์&nbsp;ได้แก่&nbsp;<a&nbsp;href=\"www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com\"&nbsp;target=\"_blank\">www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com</a>&nbsp;และเพจ&nbsp;&nbsp;facebook&nbsp;ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;หรือ&nbsp;โทร&nbsp;098-1707112,&nbsp;080-1800015&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514201127052"],
    [266,"ปศุสัตว์ลพบุรี ระดมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโรคลัมปี สกิน ไม่ให้ระบาดในวัว-ควาย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจรูญ&nbsp;ชูเกียรติวัฒนา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ระดมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอของจังหวัดลพบุรี&nbsp;เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ได้รับรู้ลักษณะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;สัตว์ที่ป่วยเป็นโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นวัวและควาย&nbsp;โดยจะมีตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั้งร่างกาย&nbsp;ต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์จะมีไข้และหายใจลำบาก&nbsp;โรคนี้ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">จังหวัดลพบุรีได้ยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น&nbsp;โดยเฉพาะการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;และแนะนำเกษตรกรควบคุมแมลงดูดเลือด&nbsp;พาหะนำโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบ&nbsp;และเห็บ&nbsp;โดยทำลายแหล่งเพาะพันธุ์&nbsp;ใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;หรือกางมุ้งป้องกัน&nbsp;ตลอดจนขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สหกรณ์&nbsp;/ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด&nbsp;อาสาสมัครปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;และเครือข่ายเฝ้าระวัง&nbsp;ค้นหาโรค&nbsp;หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;อีกทั้งยังได้ขอความร่วมมือพ่อค้าสัตว์และเกษตรกร&nbsp;งดการซื้อ-ขายวัว&nbsp;ควาย&nbsp;ที่มาจากแหล่งที่เกิดโรค&nbsp;หรือจากพื้นที่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรคอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514201504053"],
    [267,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่อำเภอควนกาหลง และอำเภอทุ่งหว้า","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสตูล&nbsp;เกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และผู้รับจ้างงานระดับตำบล&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอควนกาหลง&nbsp;และอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานขุดสระกักเก็บน้ำภายใต้โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;แปลงนายหน่าเฉบ&nbsp;สันหลัง&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ขุดสระกักเก็บน้ำ&nbsp;2,800&nbsp;ลบ.ม.,&nbsp;2.&nbsp;แปลงนายสุทรรศน์&nbsp;จุนณศักดิ์ศรี&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ขุดสระกักเก็บน้ำ&nbsp;3,500&nbsp;ลบ.ม.,&nbsp;3.&nbsp;แปลงนายกฤษณพงษ์&nbsp;สุตตานนท์&nbsp;ตำบลนาทอน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ขุดสระกักเก็บน้ำ&nbsp;2,100&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และ&nbsp;4.แปลงนายสินเกียรติ&nbsp;พฤกษเศรษฐ&nbsp;ตำบลป่าแก่บ่อหิน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;พื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ขุดสระกักเก็บน้ำ&nbsp;3,500&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสตูลมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;47&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;(6&nbsp;อำเภอ&nbsp;14&nbsp;ตำบล)&nbsp;และจ้างงานระดับตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210514204025064"],
    [268,"สนง.ประมงเพชรบูรณ์ ส่งมอบปัจจัยการผลิต ให้เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ประจำปี 2564 ในพื้นที่ อ.บึงสามพัน และวิเชียรบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สนง.ประมงเพชรบูรณ์&nbsp;ส่งมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ให้เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.บึงสามพัน&nbsp;และวิเชียรบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันศุกร์&nbsp;ที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาววาริน&nbsp;อ่วมเทศ&nbsp;ประมงอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;และ&nbsp;นางสาวสมมาศ&nbsp;บุญยวง&nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&nbsp;รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวจิราภรณ์&nbsp;พรหมชัยรัตน์&nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัว/ราย&nbsp;และอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ราย&nbsp;ให้กับเกษตรกรพัฒนาเครือข่ายด้านการประมง&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;(เกษตรกรรายเดิม&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2563)&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบึงสามพัน&nbsp;และอำเภอวิเชียรบุรี&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยการดำเนินการครั้งนี้&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้ส่งมอบอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ราย&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;165&nbsp;ราย&nbsp;กระจายไปในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ทั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับพันธุ์สัตว์น้ำในระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในแปลงของตน&nbsp;เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และมีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>เครดิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;:&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์&nbsp;Cr.สนง.ประมง&nbsp;จ.พช.</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515111314109"],
    [269,"กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดพะเยา มอบเช็คชำระหนี้ ชำระหนี้แทนเกษตรกร ในพื้นที่อำเภอจุน จังหวัดพะเยา จำนวน 2 ราย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นางพัชรี&nbsp;รู้น้อม&nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดพะเยา&nbsp;ร่วมกับนายสุรพล&nbsp;เต็มสวัสดิ์&nbsp;ประธานอนุกรรมการฯ&nbsp;และนายจำรัส&nbsp;สักลอ&nbsp;อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ได้ดำเนินการมอบเช็คชำระหนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;224,083.81&nbsp;บาท&nbsp;ให้กับสหกรณ์การเกษตรจุน&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอจุน&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีนายประเสริฐ&nbsp;จันทร์ยา&nbsp;ประธานสหกรณ์ฯ&nbsp;และนายนฤนาถ&nbsp;แก้วมา&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ฯ&nbsp;เป็นผู้รับมอบเช็คและส่งมอบโฉนดที่ดิน&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;23&nbsp;ตารางวา&nbsp;ซึ่งเกษตรกรได้นำไปเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินกับสหกรณ์การเกษตรจุน&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดพะเยา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายหลังจากที่ได้รับการชำระหนี้แทนแล้ว&nbsp;เกษตรกรได้ทำสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน&nbsp;คืนกับ&nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดพะเยา&nbsp;ตามจำนวนเงินที่&nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดพะเยา&nbsp;ได้จ่ายชำระหนี้แทนเกษตรกร&nbsp;ให้กับสหกรณ์ฯ&nbsp;ในระยะเวลาการผ่อนชำระเงินคืนกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;และไม่เกิน&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยไม่มีค่าบริการหรือดอกเบี้ย&nbsp;และเกษตรกรต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ&nbsp;ตามที่คณะกรรมการกำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515104736088"],
    [270,"เกษตรกร พลิกนาข้าวหันมาปลูกทุเรียนคันนา ให้ผลผลิตดี มีรายได้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ปลูกทุเรียนคันนา&nbsp;หนึ่งทางเลือกของเกษตรกรบ้านทรายขาว&nbsp;&nbsp;</strong>หลังเนื้อที่มีน้อย&nbsp;กระแสทุเรียนบูม&nbsp;หันมาปรับเปลี่ยนนาข้าว&nbsp;กลายมาเป็นสวนทุเรียนพื้นราบ&nbsp;ให้ผลผลิตดี&nbsp;มีรายได้&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรบ้านทรายขาว&nbsp;&nbsp;อ.โคกโพธิ์&nbsp;พลิกนาข้าวหันมาปลูกทุเรียนคันนาแทน&nbsp;หลังเนื้อที่ปลูกมีน้อย&nbsp;กระแสทุเรียนบูม&nbsp;&nbsp;ลงทุนใช้เครื่องจักรกลขุดร่องสวน&nbsp;ขุดสระ&nbsp;กลายมาเป็นสวนทุเรียน&nbsp;&nbsp;ร่วม&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;ให้ผลผลิตดี&nbsp;มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ&nbsp;เลี้ยงครอบครัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายดิน&nbsp;บาเหมบูงา&nbsp;กรรมการทุเรียนแปลงใหญ่&nbsp;ต.ทรายขาว&nbsp;อ.โคกโพธิ์&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;&nbsp;บอกว่า&nbsp;เมื่อก่อนพื้นที่ตรงนี้&nbsp;จะทำนาข้าว&nbsp;แต่หลังกระแสทุเรียนในพื้นที่โคกโพธิ์&nbsp;บูม&nbsp;และมาแรง&nbsp;3-4&nbsp;ปีก่อน&nbsp;ทุเรียนหมอนทอง&nbsp;กก.ละ&nbsp;150&nbsp;บาท&nbsp;ก็เลยได้เปลี่ยนจากการทำนา&nbsp;มาปลูกทุเรียนแทน&nbsp;โดย&nbsp;เริ่มแรกก็จะใช้รถแม็คโครมาขุดแปลงนาเพื่อนำดินขึ้นมาถมคันนาให้สูงเพื่อป้องกันไม่ให้รากทุเรียนไปเจอกับน้ำ&nbsp;และทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาด้วย&nbsp;โดยจะปลูกทุเรียนรอบบ่อ&nbsp;ประมาณ&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;เน้นคุณภาพ&nbsp;ทำมาได้&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;แล้วให้ผลผลิตดี&nbsp;มีรายได้&nbsp;ช่วงนี้&nbsp;ทุเรียนก็เริ่มทยอยออกผล&nbsp;เดือน&nbsp;ก.ค&nbsp;ที่จะถึงก็จะครบอายุเก็บเกี่ยวขายผลผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับข้อควรระวังการปลูกทุเรียนคันนานั้น&nbsp;ห้ามให้น้ำท่วมขังต้นทุเรียน&nbsp;ถ้าน้ำท่วมขังจะเกิดรากเน่าทำให้ทุเรียนตาย&nbsp;ทุเรียนจะไม่ชอบน้ำที่ท่วมขัง&nbsp;&nbsp;การปลูกตามคันนาจะค่อนข้างยากต้องยกร่องให้สูงทุเรียนถึงจะรอด&nbsp;ซึ่งเป็นความแตกต่างกับการปลูกบนเขา&nbsp;หรือที่สูง&nbsp;สำหรับรสชาติหมอนทองที่ปลูกคันนา&nbsp;ก็จะเหมือนกับการปลูกพื้นที่อื่นๆ&nbsp;ขึ้นอยู่กับการดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;ตั้งแต่เริ่มออกดอก&nbsp;ไข่ปลา&nbsp;เป็นลูกซึ่งใช้ระยะเวลา&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;จนเก็บเกี่ยว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105020091"],
    [271,"นิพนธ์ฯ ลุยสวนพริก-ฟักทองติดตามความก้าวหน้าแก้ปัญหาราคาพืชเกษตรตกต่ำ ซื้อโดยตรงจากหน้าสวนนำปรุงอาหารสุกพร้อมทานแจกจ่ายประชาชนผู้รับผลกระทบจากโควิดได้สองเด้ง พร้อมตรวจการเตรียมศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักจ.สงขลา เป็น รพ.สนาม 80 เตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นิพนธ์ฯ&nbsp;ลุยสวนพริก-ฟักทองติดตามความก้าวหน้าแก้ปัญหาราคาพืชเกษตรตกต่ำ&nbsp;ซื้อโดยตรงจากหน้าสวนนำปรุงอาหารสุกพร้อมทานแจกจ่ายประชาชนผู้รับผลกระทบจากโควิดได้สองเด้ง&nbsp;พร้อมตรวจการเตรียมศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักจ.สงขลา&nbsp;เป็น&nbsp;รพ.สนาม&nbsp;80&nbsp;เตียงรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมช.มท.)&nbsp;พร้อมด้วยนายวรณัฏฐ์&nbsp;หนูรอต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ติดตามความพร้อมศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรักจังหวัดสงขลา&nbsp;ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่บริเวณองค์กรบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าบอน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ท่าบอน&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;บนที่ดิน&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อใช้ในการรองรับพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;และวาตภัย&nbsp;ซึ่งภายในศูนย์พักพิงฯ&nbsp;ดังกล่าวได้จัดให้มีความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวก&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิต&nbsp;ทั้งความเป็นอยู่ที่ได้รับการจัดอย่างเป็นระบบและถูกสุขลักษณะ&nbsp;สามารถรองรับผู้ประสบภัยได้กว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19&nbsp;นี้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางจังหวัดสงขลาจึงได้มีการปรับใช้สถานที่ศูนย์พักพิงฯ&nbsp;นี้เพื่อเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราวรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดฯที่มีอาการไม่รุนแรง&nbsp;และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;เตียง&nbsp;ภายใต้การดูของแพทย์รวมถึงยังได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในด้านต่างๆ&nbsp;ทั้งด้านการสาธารณสุขและการรักษาความปลอดภัย&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;รมช.มท.ได้เดินทางไปพบปะเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาราคาสินค้าผลผลิตทางการเกษตรกรตกต่ำในพื้นที่ตำบลแดนสงวน&nbsp;อำเภอระโนด&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้มีการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรภายใต้แนวทางของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร(คชก.)&nbsp;ประสานการปฏิบัติร่วมกับจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมทั้งมอบหมาย&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;รมช.มท.&nbsp;ให้มากำกับติดตามการดำเนินการมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวในพื้นที่ซึ่งเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกพริกเขียว&nbsp;และพืชผลทางการเกษตรอื่นๆในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ไม่สามารถส่งออกได้&nbsp;มีผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;อาทิ&nbsp;พริกเขียวมัน&nbsp;ฟักทอง&nbsp;พืชผักและสินค้าการเกษตรอื่นๆ&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร&nbsp;โดยนายนิพนธ์&nbsp;รมช.มท.&nbsp;ได้รับซื้อผักหน้าสวนของเกษตรกร&nbsp;เพื่อนำไปประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนในเขตชุมชนเทศบาลสงขลาที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อสร้างขวัญ&nbsp;กำลังใจ&nbsp;ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน&nbsp;ในช่วงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;และเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในท้องถิ่น&nbsp;ลดการสูญเสียของผลผลิต&nbsp;สนับสนุนและอุดหนุนเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ให้เศรษฐกิจฐานรากหมุนเวียนในชุมชนและจังหวัดอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105759098"],
    [272,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือฝน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการวันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมแผนรับมือฝน&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคมเป็นต้นไป</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(15&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;56&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;//&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,508&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,744&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยปีนี้อย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;โดย&nbsp;ช่วงแรกของฤดูฝนปริมาณและการกระจายของฝนมากกว่าค่าปกติ&nbsp;ส่วนช่วงครึ่งหลังปริมาณและการกระจายของฝนใกล้เคียงค่าปกติ&nbsp;ซึ่งบางช่วงจะมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกันหลายวัน&nbsp;อาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ได้&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.เตรียมพร้อมรับมือ&nbsp;โดยได้เสนอ&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;ให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กนช.)&nbsp;พิจารณาเห็นชอบ&nbsp;แล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ปัญหาช่วงฤดูฝนนี้ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค&nbsp;บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำสำแล&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;ค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรแม่น้ำท่าจีน&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;และแม่น้ำบางปะกง&nbsp;ค่าความเค็มเกินเกณฑ์มาตรฐานบริเวณปากแม่น้ำ</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515094327082"],
    [273,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(15&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515095807083"],
    [274,"ชาวบ้านห้วยเดื่อ จ.แม่ฮ่องสอน ต่อยอด หม่อนผลสด สายพันธุ์เชียงใหม่ พระราชทาน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;บุปผาเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่พบปะผู้ประกอบการเพื่อติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้า&nbsp;และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์&nbsp;ของกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์หม่อนไหมแม่ฮ่องสอน&nbsp;เลขที่&nbsp;33/1&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;ต.ผาบ่อง&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมี&nbsp;คุณณิชทิพย์&nbsp;มูลแก้ว&nbsp;ประธานกลุ่มฯให้การต้อนรับ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;เป็นหมู่บ้านแรกที่มีการส่งเสริมปลูกหม่อน&nbsp;เลี้ยงไหม&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริ&nbsp;ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับเหล่าประชาราษฎร์&nbsp;โดยกลุ่มแปรรูปฯ&nbsp;ได้มีโอกาสเข้ารับพระราชทานต้นกล้าหม่อนผลสด&nbsp;สายพันธุ์เชียงใหม่&nbsp;จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เมื่อคราวเสด็จมาติดตามพระราชกรณียกิจ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ศิลปาชีพหม่อนไหม&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;และนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกันอย่างแพร่หลาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประกอบกับแนวโน้มในปัจจุบัน&nbsp;ผู้คนในสังคมได้ใส่ใจดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงได้พัฒนาต่อยอดนำผลหม่อนหรือมัลเบอร์รี่&nbsp;มาเป็นเครื่องดื่มน้ำมัลเบอร์รี&nbsp;พร้อมดื่ม&nbsp;เพื่อดูแลสุขภาพ&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;QUEEN&nbsp;BERRY&nbsp;ซึ่งผ่านกระบวนการสเตอร์รีไรท์ตามหลักมาตรฐาน&nbsp;ไม่ใช้วัตถุกันเสีย&nbsp;ไม่ใช้สารปรุงแต่งกลิ่นและสี&nbsp;จึงให้รสสัมผัสแท้จากธรรมชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หม่อนหรือมัลเบอร์รี่&nbsp;มีสรรพคุณป้องกันโรคหัวใจ&nbsp;ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง&nbsp;ซึ่งประกอบด้วยสารแอนโทไซยานิ&nbsp;เควอซิทิน&nbsp;ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูนอิสระ&nbsp;ช่วยเสริมความจำ&nbsp;ป้องกันภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ&nbsp;มีกรดโฟลิค&nbsp;บรรเทาโรคโลหิตจาง&nbsp;และวิตามิน&nbsp;B6,&nbsp;A,&nbsp;C&nbsp;ช่วยบำรุงตับ&nbsp;ไต&nbsp;สายตา&nbsp;เส้นผมและผิวพรรณ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ป้องกันหวัด&nbsp;ภูมิแพ้&nbsp;และโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีผลิตภัณฑ์มัลเบอร์รี่อบแห้ง&nbsp;แยมมัลเบอร์รี่&nbsp;น้ำเสาวรส&nbsp;น้ำมะขามป้อม&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีจำหน่ายทั้งหน้าร้านและร้าน\"เฮ็ดก้อเหลียว\"&nbsp;ร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยการสนับสนุนของ&nbsp;อบจ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์&nbsp;ผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;Shopee&nbsp;ชื่อร้าน&nbsp;gump_shop</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105920100"],
    [275,"กรมชลประทานลุยแผนรับมือน้ำฤดูฝนปี 64 หลายพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน และคาดว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยน 5  10 % นั้น กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับมือฝนตามมาตราการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2564 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong> เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการชลประทานทุกแห่ง ได้เดินหน้าตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี 2564 โดยเน้นการบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันอุทกภัย ด้วยการกำหนดคน&nbsp;กำหนดเครื่องจักรเครื่องมือ กำหนดพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก อาทิ ที่ จ.สุโขทัย โครงการชลประทานสุโขทัย ร่วมกับจังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อรับทราบปัญหาสภาพพื้นที่บริเวณแนวคลองที่จะใช้สำหรับผันน้ำเข้าสู่แหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติ และแก้มลิงต่างๆ ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป พร้อมกันนี้ได้ทำการตรวจสอบสภาพอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน สำนักงานชลประทานที่ 10 จ.ลพบุรี</strong> จัดประชุมหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำทั้ง 14 โครงการในสังกัด เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในการการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพื่อให้การดำเนินงานด้านอื่นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทิศทางเดียวกัน ผ่านระบบ video conference และที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นำทีมลงพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ และเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้งหน้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ซึ่งกรมชลประทานจะบริหารการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการทำงานในพื้นที่ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้น้อยที่สุด รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือและกำลังคน ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้านทุกแห่ง หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515102917084"],
    [276,"ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า 1,100 องค์กร โดย สทนช.ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ","<p><strong>ประชาชนยื่นจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำแล้วกว่า&nbsp;1,100&nbsp;องค์กร&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ยังเดินหน้ารับจดทะเบียนต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลังจาก&nbsp;สทนช.เปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียนผู้ใช้น้ำทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อประโยชน์ของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ&nbsp;ภาพรวมตัวเลขยอดผู้ยื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;ถึง&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พบมีจำนวนผู้ขอยื่นจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำรวม&nbsp;1,139&nbsp;องค์กร&nbsp;เบื้องต้นอนุมัติแล้ว&nbsp;205&nbsp;องค์กร&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ภาคเกษตรกรรม&nbsp;157&nbsp;องค์กร&nbsp;//&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;31&nbsp;องค์กร&nbsp;และภาคพาณิชยกรรม&nbsp;17&nbsp;องค์กร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สทนช.&nbsp;ยังคงเปิดรับสมัครจดทะเบียนก่อตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำต่อไป&nbsp;แล้วจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;จึงปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการนำระบบการรับจดทะเบียนออนไลน์มาใช้&nbsp;เพื่อให้การรับจดทะเบียนยังคงมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง&nbsp;และผู้ลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้เอง&nbsp;โดยกรอกข้อมูลตามลำดับขั้นตอนโดยแนบเอกสารต่างๆตามที่กำหนด&nbsp;แล้วยังสามารถบันทึกและกลับมาทำใหม่&nbsp;ตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการส่งเข้าสู่ระบบต่อไป&nbsp;&nbsp;พร้อมเชิญชวนบุคคลที่ใช้น้ำในบริเวณใกล้เคียงและอยู่ในเขตลุ่มน้ำเดียวกันให้รวมตัวกันจำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;แล้วมายื่นขอจดทะเบียนก่อตั้งเป็นองค์ผู้ใช้น้ำ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือกลุ่มผู้ใช้น้ำของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมตามภารกิจ&nbsp;องค์กรภาคเกษตรกรรม&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;หรือภาคพาณิชยกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนได้ที่หรือยื่นเอกสารด้วยตัวเอง&nbsp;ซึ่งส่วนกลางยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และส่วนภูมิภาคยื่นได้ที่&nbsp;สทนช.&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;(ลำปาง&nbsp;สระบุรี&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;และสุราษฎร์ธานี)&nbsp;หรือส่งไปรษณีย์มาที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;อาคารจุฑามาศ&nbsp;ถนนวิภาวดีรังสิต&nbsp;แขวงตลาดบางเขน&nbsp;เขตหลักสี่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;10210&nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกันเกี่ยวกับการใช้&nbsp;การพัฒนา&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การบำรุงรักษา&nbsp;การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ&nbsp;ในระดับพื้นที่ของตนเองและในระดับลุ่มน้ำโดยการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนในอนาคต</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515105711097"],
    [277,"กรมชลประทาน เดินหน้าแผนรับมือน้ำฤดูฝนปี 64 หลายพื้นที่ ให้สอดคล้องตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน ","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนและคาดว่าจะมีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยน&nbsp;5&nbsp;&nbsp;10&nbsp;%&nbsp;นั้น&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้เตรียมพร้อมรับมือฝนตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด&nbsp;โดยขณะนี้โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;ได้เดินหน้าตามมาตรการและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;โดยเน้นการบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันอุทกภัย&nbsp;ด้วยการกำหนดคน&nbsp;กำหนดเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;กำหนดพื้นที่เสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โครงการชลประทานสุโขทัย&nbsp;ร่วมกับจังหวัดสุโขทัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาสภาพพื้นที่บริเวณแนวคลองที่จะใช้สำหรับผันน้ำเข้าสู่แหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติและแก้มลิงต่างๆ&nbsp;ก่อนจะนำเข้าที่ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ทำการตรวจสอบสภาพอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา</p><p><strong>ด้านสำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัดลพบุรี</strong>&nbsp;จัดประชุมหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำทั้ง&nbsp;14&nbsp;โครงการในสังกัด&nbsp;เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ในการการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินงานด้านอื่นๆ&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;video&nbsp;conference&nbsp;และที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;8&nbsp;นำทีมลงพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยตาจู&nbsp;เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมและสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;เพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;และเก็บน้ำไว้สำหรับฤดูแล้งหน้า&nbsp;ทั้งนี้ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งกรมชลประทานจะบริหารการบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยบูรณาการทำงานในพื้นที่&nbsp;เตรียมพร้อมเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือและกำลังคน&nbsp;ที่พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดอุทกภัย&nbsp;หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้านทุกแห่ง&nbsp;หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515112558118"],
    [278,"โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริบ้านทุ่งจี้ หนุนชุมชนปลูกหวายบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ หวังฟื้นฟูสภาพป่าและเป็นแนวป้องกันไฟธรรมชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจรินทร์&nbsp;กันตี&nbsp;หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;บ้านทุ่งจี้&nbsp;สังกัดส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ที่ผ่านมาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ซึ่งชุดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย&nbsp;รวมทั้งผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันดำเนินการทำแนวกันไฟและทำกิจกรรมตามมาตรการ&nbsp;การชิงเก็บและการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเชื้อเพลิง&nbsp;ตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าไม่ให้ถูกทำลายและยังคงความอุสมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้ได้มากที่สุด&nbsp;แต่ยังคงมีพื้นที่บางส่วนที่ถูกไฟป่าเผาไหม้&nbsp;ธรรมชาติถูกทำลาย&nbsp;จึงจำเป็นที่จะต้องทำการฟื้นฟูและร้างความสมดุลทางธรรมชาติให้กลับมาโดยเร็วที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยภายหลังผ่านห้วงวิกฤตของสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ในช่วงระยะฟื้นฟูธรรมชาติตามแผนการบริหารของจังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปนั้น&nbsp;โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;บ้านทุ่งจี้&nbsp;ได้ดำเนินการโครงการปลูกหวาย&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ต้น&nbsp;บนพื้นที่กว่า&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;ในเขตป่าบ้านทุ่งข่วง&nbsp;ต.ทุ่งกว๋าว&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;อีกทั้งในอนาคตยังสามารถเป็นแนวกันไฟทางธรรมชาติได้&nbsp;นอกจากนี้ป่าหวายแห่งนี้ยังจะสามารถเป็นแหล่งอาหาร&nbsp;สร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชน&nbsp;และสามารถสร้างความมั่นคงต่อการดำรงชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจรินทร์&nbsp;กันตี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;หากประชาชนมีความประสงค์&nbsp;หรือมีความต้องการต้นกล้าหวาย&nbsp;หรือไม้ชนิดอื่นๆ&nbsp;ที่ทางหน่วยได้ทำการเพาะชำไว้&nbsp;เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่หรือหัวไร่ปลายนา&nbsp;เพื่อสร้างความสมบูรณ์ให้กับทางธรรมชาติ&nbsp;สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ขอรับกล้าไม้ได้ที่&nbsp;โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;บ้านทุ่งจี้&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ทุ่งกว๋าว&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ในวันและเวลาราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515113520136"],
    [279,"คพ.พร้อมเดินหน้าด้านการจัดการมลพิษตามความร่วมมือของ USEPA เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการมลพิษและยกระดับการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;พร้อมเดินหน้าด้านการจัดการมลพิษตามความร่วมมือขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;(USEPA)&nbsp;เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการมลพิษและยกระดับการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้หารือร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินความร่วมมือกับองค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;หรือ&nbsp;USEPA&nbsp;เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่&nbsp;คพ.&nbsp;ด้านการจัดการมลพิษ&nbsp;พร้อมขอบคุณสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกา&nbsp;กับ&nbsp;คพ.&nbsp;โดยเฉพาะด้านการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมและการจัดการมลพิษ&nbsp;จากนี้&nbsp;คพ.&nbsp;จะกำหนดแผนการดำเนินงาน&nbsp;งบประมาณ&nbsp;และการยกระดับความร่วมมือการจัดทำบันทึกความตกลงร่วมกัน&nbsp;ภาพรวมการประชุมครั้งแรกจะเน้นการนำเสนอโครงสร้าง&nbsp;กฎหมาย&nbsp;และรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;USEPA&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การเสนอการดำเนินงานของ&nbsp;USEPA&nbsp;ในการแก้ปัญหามลพิษด้านต่างๆ&nbsp;ส่วนการประชุมระยะต่อไปจะนำเสนอตัวอย่างและแนวทางการแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ&nbsp;อากาศ&nbsp;ขยะมูลฝอย&nbsp;ของเสียอันตราย&nbsp;และสารอันตราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังได้หารือรูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร&nbsp;การยกระดับการพัฒนาการใช้เทคโนโลยี&nbsp;การยกระดับการพัฒนากฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานใน&nbsp;คพ.&nbsp;โดยเฉพาะศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(EPU)&nbsp;เพื่อให้ภารกิจของ&nbsp;คพ.&nbsp;มีประสิทธิภาพสามารถบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษหรือผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างเข้มแข็ง&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;มีการเยียวยาผลกระทบต่อประชาชนและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้เสนอโครงการความร่วมมือด้านการจัดการมลพิษเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;การเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงานด้านการประเมินและจัดการพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษ&nbsp;การดำเนินการจัดทำระบบการออกใบอนุญาตในการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษของประเทศไทย&nbsp;การพัฒนามาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากเรือ&nbsp;และการจัดทำคู่มือสำหรับความเข้มข้นไมโครพลาสติกในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เจ้าหน้าที่&nbsp;คพ.&nbsp;โดยเฉพาะด้านการจัดการของเสียและสารอันตรายเป็นลำดับแรก&nbsp;รวมถึง&nbsp;การปรับปรุงแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยใช้การเรียนรู้ตัวอย่างความสำเร็จของ&nbsp;US&nbsp;EPA&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาการบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515120032145"],
    [280,"กรมประมงออกประกาศกำหนด \"ฤดูน้ำแดง 2564 - 2565\" คุ้มครองฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อนครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ","<p><strong>นายมีศักดิ์&nbsp;ภักดีคง&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กรมประมงได้บริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างสมดุลและยั่งยืน&nbsp;โดยออกประกาศกำหนดฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;ฤดูน้ำแดง&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ปรับมาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืด&nbsp;มีไข่&nbsp;วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อนให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันของปริมาณน้ำฝน&nbsp;ปริมาณน้ำท่าและข้อมูลการพัฒนาระบบสืบพันธุ์และผสมพันธุ์วางไข่ของสัตว์น้ำจืด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อวิถีการทำประมงของชาวบ้าน&nbsp;ประเดิมเริ่มวันแรก&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;โดยขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัดร่วมกันอนุรักษ์และคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืดในช่วงที่กำลังมีไข่&nbsp;วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำจืดได้แพร่ขยายพันธุ์เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำและมีใช้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>สำหรับการประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำจืด</strong>&nbsp;หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า&nbsp;ฤดูน้ำแดง&nbsp;เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;วางไข่และเลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;โดยการกำหนดระยะเวลา&nbsp;พื้นที่และห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงทุกชนิด&nbsp;ยกเว้น&nbsp;เครื่องมือบางชนิดที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้จับสัตว์น้ำเพื่อการดำรงชีพ&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้ทรัพยากรสัตว์น้ำได้ฟื้นตัวเกิดขึ้นใหม่ทดแทนและดำรงอยู่อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยมีสาระสำคัญคือ&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงทุกชนิดในช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;ยกเว้น&nbsp;เครื่องมือบางชนิด&nbsp;ตามระยะเวลาและพื้นที่&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;และวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;:&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;33&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;น่าน&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;ตาก&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;สุโขทัย&nbsp;พิจิตร&nbsp;เลย&nbsp;อุดรธานี&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;นครพนม&nbsp;สกลนคร&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;และวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;:&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;39&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;ยโสธร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;ชัยนาท&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;อ่างทอง&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;นนทบุรี&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;นครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด</p><p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564</strong>&nbsp;และวันที่&nbsp;1&nbsp;กันยายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่</p><p>30&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2565&nbsp;:&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และยะลา</p><p><strong>หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ&nbsp;มาตรา&nbsp;70</strong>&nbsp;แห่งพระราชกำหนดการประมง&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;มีโทษปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท&nbsp;หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;?</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515131253201"],
    [281,"อว.รายงานผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคนไทย สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ทั้งซิโนแวกและ แอสตราซิเนกา","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">อว.รายงานผลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในคนไทย สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ทั้งซิโนแวกและ&nbsp;แอสตราซิเนกา</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผลการศึกษาประสิทธิผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีนโรคโควิด-19 ทั้งวัคซีนซิโนแวก และแอสตราซิเนกา&nbsp;ที่ฉีดในคนไทยของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ทั้งวัคซีน 2 ชนิด สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมาก ผู้ได้รับวัคซีนเกือบทุกรายสามารถสร้างแอนติบอดีในระดับสูง โดยร้อยละ 97.26 ของผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราซิเนกาเข็มแรกแล้ว 4 สัปดาห์ และร้อยละ 99.49 ของผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวก 2 เข็มแล้ว 4 สัปดาห์ สามารถสร้างแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ จากการศึกษาตรวจวัดระดับแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเลือด แบ่งการวิเคราะห์เป็นกลุ่มต่างๆ ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิด / กลุ่มที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน / กลุ่มที่ฉีดวัคซีนแอสตราซิเนกา&nbsp;/&nbsp;และกลุ่มที่ฉีดวัคซีนซิโนแวก โดยผลการตรวจวัดระดับแอนติบอดี และเปอร์เซ็นต์ ตรวจพบแอนติบอดีในกลุ่มต่างๆ ซึ่งบ่งถึงการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน กรณีที่การติดเชื้อโดยธรรมชาติ กลุ่มผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อและไม่ได้ฉีดวัคซีน ทุกรายตรวจไม่พบแอนติบอดีต่อเชื้อ&nbsp;/&nbsp;กลุ่มผู้เคยมีการติดเชื้อโดยธรรมชาติ&nbsp;ตรวจพบแอนติบอดีร้อยละ 92.40 (243 ใน 263 ราย) และมีปริมาณเฉลี่ย 60.9&nbsp;unit/ml</span></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515124339183"],
    [282,"ฝนหลวงฯ แจ้งเตือนประเทศไทยเริ่มเข้าฤดูฝนแล้ว แต่ยังต้องสำรองน้ำไว้ใช้ในการเกษตรต่อไป","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 เวลา 10.30 น.<strong> นายปนิธิ เสมอวงษ์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เปิดเผยว่า</strong> ขณะนี้ประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูร้อน และเข้าสู่ฤดูฝนแล้วแต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ปริมาณฝนไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการเพาะปลูก โดย 2-3 วันที่ผ่านมา ปริมาณน้ำฝนเริ่มกระจายตัวและมีปริมาณลดลง อย่างไรก็ตามกรมฝนหลวงและการบินเกษตรยังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการติดตามข้อมูลสภาพอากาศเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ วางแผนปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้รายงานถึงสภาพอากาศจากแผนที่ผิวพื้น ของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 01.00 น. โดยตอนบนของประเทศจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และขณะเดียวกันยังมีลมตะวันตกเฉียงใต้ และลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุม อาจทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในภาคเหนือ ภาคกลาง ร้อยละ 10 ภาคตะวันออก ร้อยละ 30 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อระมัดระวังภัยจากฝนและลมกรรโชกแรง รวมถึงได้เชิญชวนให้ร่วมกันประหยัดและสำรองน้ำไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค รวมถึงน้ำสำหรับการเกษตร แม้ขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตาม แต่ห้ามประมาทหากเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้ (14 พ.ค. 2564)</strong> ได้ขึ้นบินปฏิบัติการ 8 หน่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณ จ.พิจิตร กาญจนบุรี อุทัยธานี กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนลำปาว และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก จำนวน 10 แห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายปนิธิ กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong> สำหรับการติดตามสภาพอากาศในช่วงเช้าวันนี้ จากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ทั่วทุกภูมิภาค พบว่า มีบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ในเช้าวันนี้จึงมีการวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 2 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง คือ หน่วยฯ จ.อุดรธานีช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.อุดรธานี จ.กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนลำปาว เขื่อนอุบลรัตน์ และหน่วยฯ นครราชสีมา ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.นครราชสีมา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้ อีก 11 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจะติดตามสภาพอากาศตลอดทั้งวัน</strong> โดยหากมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายต่อไป และพี่น้องเกษตรกรและประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ที่ช่องทาง Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร Twitter Instagram Line Official Account : @drraa_pr และหมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100 และขอเชิญร่วมส่งผลงานโครงการประกวดบทความ หัวข้อ อาชีพในฝันที่ฉันรัก ลุ้นรับรางวัลของที่ระลึกร่มขนาดพกพาและเกียรติบัตรจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยส่งผลงาน ทาง Inbox เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งแต่วันนนี้ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2564</p><p><br></p>","2021-05-15T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515141239210"],
    [283,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำการเลี้ยง การดูแลสุขภาพสัตว์ และบริการผสมเทียมโคเนื้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านเก่า&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเก่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นให้บริการผสมเทียมโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อบ้านน้ำพุ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;1&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515151155228"],
    [284,"ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ ประกาศห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในที่จับสัตว์น้ำเขตพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุวัติ&nbsp;อุปนันไชย&nbsp;ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;แจ้งมายังสำนักงานประชาสัมพันธ์อุตรดิตถ์&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ประกาศกรมประมงให้งดจับสัตว์น้ำตั้งแต่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำมีไข่และวางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;หรือระยะเวลาอื่นใดที่จำเป็นต่อการคุ้มครองสัตว์น้ำ&nbsp;เนื่องทรัพยากรประมงสัตว์น้ำจืดของประเทศไทย&nbsp;เป็นทรัพยากรของแผ่นดินที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนไทยมายาวนาน&nbsp;เป็นแหล่งอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการ&nbsp;และเป็นความมั่นคงด้านอาหารที่หล่อเลี้ยงประชาชนของประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นทั้งเพื่อการยังชีพและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;กรมประมง&nbsp;มีนโยบายชัดเจนและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;จึงกำหนดช่วงเวลาในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัด&nbsp;โดยการห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงที่มีประสิทธิภาพสูงจับสัตว์น้ำจืดที่มีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;และเลี้ยงตัวอ่อนครอบคลุมแหล่งน้ำจืดในที่จับสัตว์น้ำของแต่ละจังหวัด&nbsp;ซึ่งกรมประมงได้ออกประกาศกำหนดเพื่อใช้เป็นมาตรการด้านการสงวนคุ้มครอง&nbsp;และอนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืดในฤดูที่กำลังมีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;และเลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;ให้มีโอกาสแพร่ขยายพันธุ์เพื่อเกิดผลผลิตสัตว์น้ำของแหล่งน้ำในปีต่อ&nbsp;ๆ&nbsp;ไปอย่างยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;จึงขอความร่วมมือห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงด้วยเครื่องมือทำการประมง&nbsp;หรือด้วยวิธีใดๆ&nbsp;ในการทำการประมงในพื้นที่สาธารณะในจังหวัดอุตรดิตถ์น้ำจืดยกเว้นเครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมงได้&nbsp;เป็นเครื่องมือบางชนิดที่ไม่ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรงตามที่กฎหมายกำหนด&nbsp;ได้แก่&nbsp;การทำการประมง&nbsp;โดยใช้เบ็ดทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นเบ็ดราว&nbsp;เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชากหรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน&nbsp;การทำการประมงโดยใช้ตะแกรง&nbsp;สวิง&nbsp;ช้อน&nbsp;ยอ&nbsp;หรือชนาง&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และไม่ทำการประมงด้วยวิธีการประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป&nbsp;การทำการประมงโดยใช้สุ่ม&nbsp;ฉมวก&nbsp;ส้อม&nbsp;การทำการประมงโดยใช้ไช&nbsp;ตุ้ม&nbsp;อีจู้&nbsp;ลัน&nbsp;การทำประมงโดยใช้แหที่มีความลึกไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;ศอก&nbsp;(3&nbsp;เมตร)&nbsp;ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่การทำการประมงเพื่อการศึกษา&nbsp;วิจัย&nbsp;ทดลองทางวิชาการหรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการทางราชการ&nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง&nbsp;จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดทำการประมงในช่วงระยะเวลาดังกล่าว&nbsp;หากพบเห็นผู้ใดกระทำการดังกล่าว&nbsp;กรุณาแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;055-444223&nbsp;หรือที่หน่วยบริหารจัดการประมงน้ำจืดเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;055-402094&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่นั้น&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516200637476"],
    [285,"รองผู้ว่าฯ สงขลา ลงพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ ติดตามสถานการณ์และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาพืชผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(15&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายวงศกร&nbsp;นุ่นชูคันธ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ลงพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19&nbsp;พร้อมเน้นย้ำถึงมาตรการและคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา&nbsp;การควบคุมการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&nbsp;ควบคุมการเดินทางของประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าสู่พื้นที่ชุมชน&nbsp;การป้องกันการรวมกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;มาตรการคัดกรองเชิกรุก&nbsp;มาตรการ&nbsp;D-M-H-T-T&nbsp;การสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าทุกครั้งเมื่อออกจากเคหสถาน&nbsp;การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทั้งในระดับอำเภอและระดับตำบลเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;กลุ่มผู้ป่วย&nbsp;7&nbsp;กลุ่มโรคเรื้อรัง&nbsp;และกลุ่มประชาชนอายุ&nbsp;18-59&nbsp;ปี&nbsp;ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ผ่านแอป&nbsp;หมอพร้อม&nbsp;หรือลงทะเบียนได้&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลใกล้บ้านที่มีประวัติการรักษา&nbsp;ซึ่งผลการลงทะเบียนเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&nbsp;ของอำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มีผู้สูงอายุ&nbsp;60&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;ได้ลงทะเบียนเข้ารับการฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;506&nbsp;คน&nbsp;จากจำนวนทั้งหมด&nbsp;2,588&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;19.55&nbsp;%&nbsp;ส่วนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง&nbsp;7&nbsp;โรค&nbsp;เข้ารับการลงทะเบียนแล้ว&nbsp;92&nbsp;คน&nbsp;จากจำนวนทั้งหมด&nbsp;298&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็น&nbsp;10.24%</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ได้หารือร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ถึงปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจากผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;อาทิ&nbsp;พริกเขียวมัน&nbsp;ฟักทอง&nbsp;ฟักเขียว&nbsp;และแตงโม&nbsp;ซึ่งทางจังหวัดสงขลาได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการ&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่ในการเข้ามารับซื้อสินค้าทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น&nbsp;ตลอดจนการหาแนวทางป้องกันโรคระบาดในสุกร&nbsp;เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคให้อยู่ในพื้นที่จำกัดและกำจัดโรคให้หมดโดยเร็ว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516200909477"],
    [286,"อว.เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,414 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง","<p>     อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,414&nbsp;ล้านโดส ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า&nbsp;39.98&nbsp;ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;2.218&nbsp;ล้านโดส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว.&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,414&nbsp;ล้านโดส ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;22.7&nbsp;ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกา ฉีดวัคซีนสูงที่สุด&nbsp;268&nbsp;ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;120&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ ฉีดวัคซีนแล้ว ประมาณ&nbsp;39.98&nbsp;ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค ร้อยละ&nbsp;27.5&nbsp;ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด&nbsp;22.68&nbsp;ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;2,218,420&nbsp;โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;47.6%</p>","2021-05-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210515213032291"],
    [287,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง พร้อม เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศและฝนตกหนักภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;พร้อม&nbsp;เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝนปีนี้&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(16&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;กับมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สระแก้ว&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;52&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;95&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;สำหรับแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,451&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,692&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ติดตามการดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;ได้บริหารจัดการน้ำท่าควบคู่กับการวางแผนป้องกันอุทกภัย&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ประสบอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;เช่น&nbsp;สุโขทัย&nbsp;กรมชลประทานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบระบายน้ำแม่น้ำยมและเส้นทางน้ำในเขตพื้นที่&nbsp;สภาพพื้นที่บริเวณแนวคลองที่จะใช้ผันน้ำเข้าสู่แหล่งเก็บกักน้ำธรรมชาติและแก้มลิงต่างๆ&nbsp;และปรับปรุงสภาพอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกรุงเทพมหานคร&nbsp;ได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบสถานีสูบน้ำตามแนวคลองแสนแสบ&nbsp;6&nbsp;สถานี&nbsp;คือ&nbsp;สถานีสูบน้ำคลองสามเสน&nbsp;คลองลำพังพวย&nbsp;คลองจิต&nbsp;คลองจิก&nbsp;หน้าสถานีหัวหมาก&nbsp;และคลองกะจะ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ติดตั้ง&nbsp;เครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารองรับเหตุฉุกเฉินจากปัญหากระแสไฟฟ้าดับ&nbsp;และจัดเก็บขยะที่กีดขวางการระบายน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำคลองกะจะด้วย</p>","2021-05-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516094606310"],
    [288,"เช้านี้ค่าฝุ่นPM2.5ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(16&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516102622320"],
    [289,"พบวัวเป็นโรคลุมปี สกิน ล้มตายในพื้นที่เทศบาลตำบลเวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เทศบาลตำบลเวียงตา&nbsp;อ.ห้างฉัตร&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับแจ้งจาก&nbsp;นายบุญล้วน&nbsp;ติ๊บปะละ&nbsp;ราษฎรหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บ้านยางอ้อย&nbsp;ต.เวียงตาล&nbsp;ว่ามีวัวที่เลี้ยงในคอกได้ตายจำนวนหนึ่งตัว&nbsp;จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตรเพื่อตรวจสอบ&nbsp;โดยภายหลังการตรวจสอบตรวจสอบพบว่าสาเหตุการตายเกิดโรคลุมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;จึงได้ทำการนำไปผังกลบ&nbsp;อีกทั้งมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดออกไปยังท้องที่ข้างเคียงหรือระบาดเข้ามาในท้องที่ได้จากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์&nbsp;ที่เป็นโรคระบาด&nbsp;หรือพาหะของโรคระบาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;โดยในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐเอกชน&nbsp;และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม&nbsp;ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้โรคแพร่ระบาดไปส่วนใหญ่มาจากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ประกอบกับมีแมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบ&nbsp;และเห็บ&nbsp;ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ&nbsp;สำหรับข้อมูลที่อาจบ่งบอกการเกิดโรคในฟาร์ม&nbsp;เช่น&nbsp;ปริมาณน้ำนมเฉลี่ยลดลง&nbsp;หรือสงสัยการเกิดโรคทางอาการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ซึม&nbsp;น้ำตาไหล&nbsp;น้ำลายไหล&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งหากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทราบทันที&nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;หรือโทรศัพท์สายด่วน&nbsp;063-225-6888&nbsp;เพื่อเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งตรวจสอบ&nbsp;เก็บตัวอย่างเพื่อยืนยันโรค&nbsp;ตลอดจนควบคุมโรคและแมลงพาหะโดยเร็ว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง&nbsp;เพื่อควบคุมแมลงพาหะ&nbsp;รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอห้างฉัตร&nbsp;ได้ออกประกาศเรื่อง&nbsp;กำหนดเขตโรคระบาดชั่วคราว&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;มีผลถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และหากผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา&nbsp;22&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตามมาครา&nbsp;65&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-16T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516162622434"],
    [290,"ทุเรียนท่ายาง เปลือกบาง เนื้อหนานุ่ม ละมุลลิ้น ละลายในปาก ไม่ได้จอง ไม่ได้ชิม ชาวเพชรบุรี ชวนลิ้มรส ทุเรียนหลากสายพันธุ์  1 ปี มี เพียง 1 ครั้ง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทุเรียนท่ายาง&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;เนื้อหนานุ่ม&nbsp;ละมุลลิ้น&nbsp;ละลายในปาก&nbsp;ไม่ได้จอง&nbsp;ไม่ได้ชิม&nbsp;ชาวเพชรบุรี&nbsp;ชวนลิ้มรส&nbsp;ทุเรียนหลากสายพันธุ์&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;มีเพียง&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;หากพูดถึงความอร่อยของผลไม้ที่ถูกห่อหุ้มด้วยหนามแหลมคม&nbsp;พร้อมด้วยกลิ่นหอมยั่วยวน&nbsp;ที่ไม่อยากให้ใครพลาด&nbsp;โดยเฉพาะคอทุเรียน&nbsp;แค่เพียงได้ลิ้มชิมรสชาติ&nbsp;ที่มีทั้งความกลมกล่อม&nbsp;หวานมันหอม&nbsp;เนื้อหนานุ่ม&nbsp;ละมุลลิ้น&nbsp;ละลายในปาก&nbsp;ชาวเพชรบุรี&nbsp;ชวนชิม&nbsp;ทุเรียนหลากสายพันธุ์&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;มี&nbsp;เพียง&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ไม่ได้จอง&nbsp;ไม่ได้ชิม&nbsp;นับเป็นความตั้งใจของชาวบ้านเพชรบุรี&nbsp;ที่มีแนวคิดเพียงชอบกินทุเรียน&nbsp;ลงมือปลูกจนสำเร็จ&nbsp;ไม่เพียงมีไว้กิน&nbsp;ไว้แจกเพื่อนบ้าน&nbsp;แต่วันนี้สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;ฝ่าความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางยุพา&nbsp;รุ่งอุทัย&nbsp;ชาวบ้านอำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้เปิดเผยว่า&nbsp;เป็นคนชอบกินทุเรียนจึงทดลองปลูกไว้กินในครอบครัว&nbsp;เหลือแจกให้ญาติพี่น้องแล้วไว้ขาย&nbsp;ทุเรียนท่ายางไม่ใช้สารกระตุ้นอะไรทั้งสิ้น&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ซึ่งเพิ่งมีผลผลิตได้เพียง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปีแรกขายได้&nbsp;3000&nbsp;กว่าบาท&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;ได้&nbsp;4&nbsp;แสนกว่าบาท&nbsp;ปีนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งการจำหน่ายจะไม่ให้ใครมาเหมาสวน&nbsp;ไว้ขายเองหน้าร้าน&nbsp;เพราะสามารถแบ่งขายได้&nbsp;เป็นแบบพูๆไป&nbsp;ช่วยให้คนที่เงินน้อย&nbsp;สามารถซื้อได้&nbsp;ราคาไม่แพง&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;70&nbsp;บาท&nbsp;ก็กินได้&nbsp;มีโอกาสได้ชิมรสชาติทุเรียนแก่จัดสุกสดจากต้น&nbsp;ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ไร่นางยุพา&nbsp;รุ่งอุทัย&nbsp;ใกล้&nbsp;พาสุข&nbsp;รีสอทร์&nbsp;หลัง&nbsp;Lotus&nbsp;ท่ายาง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-16T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516193700469"],
    [291,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,439 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 40.31 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.242 ล้านโดส","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,439 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า 40.31 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.242 ล้านโดส\"</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,439 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 23.2 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 271 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 122 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว\"</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 40.31 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค 27.5% ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่ 22.705 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 2,242,150 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 47.2%</span></p>","2021-05-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210516203619482"],
    [292,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลปากหมันปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข-แมว&nbsp;ที่บ้านห้วยปลาฝาหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;106&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;16&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;122&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านปากโป่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านห้วยน้ำเมย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;53&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;63&nbsp;ตัว&nbsp;และบ้านห้วยน้ำเมย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลยเป็นสุนัข&nbsp;45&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;45&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517094523504"],
    [293,"ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.แม่ลาน้อย ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำประปาที่บ้านท่าสองแคว หลังได้รับแจ้งจากประชาชนว่าใช้การไม่ได้ เบื้องต้นแก้ไขโดยขุดบ่อพักน้ำใหม่และเปิดปิดเป็นเวลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า&nbsp;พบปัญหาน้ำประปาที่บ้านท่าสองแคว&nbsp;ต.แม่ลาน้อย&nbsp;อ.แม่ลาน้อย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;มีลักษณะสีน้ำขุ่นใช้การไม่ได้มาเป็นเวลาหลายเดือน&nbsp;ชาวบ้านไม่มีน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค&nbsp;จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบโดยด่วน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชูชาติ&nbsp;คำมา&nbsp;นายอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายนนทวัฒน์&nbsp;วุฒิลักษณ์&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ตรวจสอบปัญหาดังกล่าว&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่&nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และผู้ดูแลระบบน้ำประปาของหมู่บ้าน&nbsp;ตรวจสอบปัญหาเรื่องน้ำประปา&nbsp;บ้านท่าสองแคว&nbsp;ตำบลแม่ลาน้อย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;พบว่า&nbsp;ในช่วง&nbsp;2&nbsp;อาทิตย์ที่ผ่านมา&nbsp;เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำยวมขุ่น&nbsp;มีสีแดงไหลซึมเข้าบ่อพักน้ำ&nbsp;ทำให้ไม่สามารถสูบน้ำไปยังระบบกรองน้ำได้&nbsp;ทำให้น้ำให้ถังกังเก็บน้ำหมู่บ้าน&nbsp;มีปริมาณน้อยกว่าปกติ&nbsp;รวมถึงปัญหาภัยแล้งช่วง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ที่ผ่านทำให้ไม่สามารถสูบน้ำเพื่อกักเก็บได้ตามปกติ&nbsp;โดยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;และอบต.แม่ลาน้อย&nbsp;ดำเนินการแก้ปัญหาโดยขุดบ่อพักน้ำใหม่&nbsp;และแจ้งประชาสัมพันธ์สัมพันธ์ราษฎรในพื้นที่ถึง&nbsp;ช่วงเวลาเปิด-ปิด&nbsp;โดยจะเปิดน้ำประปาในเวลา&nbsp;06.01&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;และปิดเวลา&nbsp;20.01-&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;ของวันรุ่งขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการบริหารจัดการน้ำของประชาชนในหมู่บ้านในเบื้องต้น&nbsp;โดยได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชนโดยเร่งด่วนแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517095239508"],
    [294,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ พร้อม เร่งแก้ปัญหาน้ำประปาให้ประชาชนในพื้นที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่บริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อม&nbsp;เร่งแก้ปัญหาน้ำประปาให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(17&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,396&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,634&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;และพังงา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ยังได้ติดตามการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ร้อยเอ็ด&nbsp;ที่เดือดร้อนจากน้ำประปามีรสเค็ม&nbsp;โดยการประปาส่วนภูมิภาคได้ประสานกรมชลประทานเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;ด้วยการปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก&nbsp;6&nbsp;เขื่อนหลัก&nbsp;เพื่อเจือจางค่าคลอไรด์ในแม่น้ำชี&nbsp;บริเวณหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำจากเดิมวันละ&nbsp;1.1&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นวันละ&nbsp;3&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ช่วยเติมน้ำลงลำน้ำพองและไหลไปลงแม่น้ำชีที่หน้าเขื่อนมหาสารคาม&nbsp;//&nbsp;เขื่อนลำปาว&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ&nbsp;100,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;เขื่อนในแม่น้ำชี&nbsp;ตั้งแต่เขื่อนชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ&nbsp;240,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;เขื่อนมหาสารคาม&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ&nbsp;3.10&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;เขื่อนวังยาง&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ&nbsp;3.86&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;เขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำวันละ&nbsp;4.21&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และรักษาระดับน้ำเก็บกักเขื่อนร้อยเอ็ดเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับระบบสูบจ่ายน้ำดิบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้มอบหมายให้หน่วยงานช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมเจ้าท่า&nbsp;ขุดลอกลำน้ำคาว&nbsp;ต.แม่อ้อ&nbsp;อ.พาน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,400&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อเพิ่มความกว้างและความลึกของร่องน้ำ&nbsp;เพิ่มพื้นที่การกักเก็บน้ำ&nbsp;แก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง&nbsp;แก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง&nbsp;โดยสนับสนุนน้ำให้ประปาหมู่บ้าน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;พื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;2,530&nbsp;ไร่&nbsp;และใช้น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคกว่า&nbsp;456&nbsp;ครัวเรือน</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517095542511"],
    [295,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(17&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517112905514"],
    [296,"กรมชลประทาน ปรับเพิ่มการระบายน้ำ 6 เขื่อนหลักเติมน้ำลงแม่น้ำชี ช่วยเจือจางความเค็มการประปาเมืองร้อยเอ็ด","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังจากได้รับรายงานว่าประชาชนเมืองร้อยเอ็ดได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากน้ำประปามีรสเค็มเป็นผลมาจากคลอไรด์ในน้ำสูง&nbsp;ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ดได้ประสานขอให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำลงแม่น้ำชีเพื่อเจือจางค่าคลอไรด์ในแม่น้ำชี</p><p><strong>โดยปรับเพิ่มการระบายน้ำ&nbsp;6&nbsp;เขื่อนอีสานกลาง</strong>&nbsp;(เขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;เขื่อนลำปาว&nbsp;เขื่อนชนบท&nbsp;เขื่อนมหาสารคาม&nbsp;เขื่อนวังยาง&nbsp;และเขื่อนร้อยเอ็ด)&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริเวณหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด&nbsp;จึงสั่งการให้สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;ประสานไปยังเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ&nbsp;1.1&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เป็นวันละ&nbsp;3&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เพื่อช่วยเติมน้ำลงลำน้ำพองและไหลไปลงแม่น้ำชีที่หน้าเขื่อนมหาสารคาม&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เป็นวันละ&nbsp;0.10&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนในแม่น้ำชีตั้งแต่เขื่อนชนบทจังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็นวันละ&nbsp;0.24&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เขื่อนมหาสารคาม&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ&nbsp;3.10&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เขื่อนวังยาง&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพิ่มการระบายน้ำเป็นวันละ&nbsp;3.86&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เขื่อนร้อยเอ็ดระบายน้ำวันละ&nbsp;4.21&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;และรักษาระดับน้ำเก็บกักเขื่อนร้อยเอ็ดไว้ที่&nbsp;+129.500&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับระบบสูบจ่ายน้ำดิบ&nbsp;จากการตรวจวัดค่าความเค็มบริเวณหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;จุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคาขาร้อยเอ็ด</p><p><strong>การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าว&nbsp;</strong>เพื่อเจือจางค่าคลอไรด์ของน้ำชีหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;ซึ่งเป็นจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด&nbsp;หลังพบค่าความเค็มของน้ำประปาเมืองร้อยเอ็ดเกินมาตรฐาน&nbsp;ขณะที่เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;พ.ค.&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;พบว่าค่าความเค็มที่สูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว&nbsp;แต่ยังคงกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและค่าความเค็มในพื้นที่ร่วมกับการประปาฯ&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำชีให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาวร้อยเอ็ด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-17T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517141512583"],
    [297,"จ.แม่ฮ่องสอน อากาศร้อนจัด เตรียมรับฝน 17-22 พ.ค. นี้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า&nbsp;พยากรณ์อากาศ&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;กับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือ&nbsp;โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางสำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;อากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน&nbsp;กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;และมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;สุโขทัย&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และตาก&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุด&nbsp;23-28&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิสูงสุด&nbsp;36-40&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ลมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-20&nbsp;กม./ชม.</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;พ.ค.64&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และอ่าวไทย&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;โดยบริเวณทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ข้อควรระวัง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;พ.ค.64&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย&nbsp;สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย&nbsp;ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517132649547"],
    [298,"กรมประมง เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะอุณหภูมิและออกซิเจนในน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ","<p><strong>นายมีศักดิ์&nbsp;ภักดีคง&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในขณะนี้ที่สภาพอากาศของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ในหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่องทำให้สภาวะอากาศ&nbsp;อุณหภูมิและออกซิเจนในน้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน&nbsp;ส่งผลให้สัตว์น้ำทั้งที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติและที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ในบ่อหรือในกระชังอาจจะปรับตัวไม่ทัน&nbsp;เกิดความเครียด&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;เสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ง่ายและอาจตายได้อย่างฉับพลัน&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ได้มีการจัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยด้านประมง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ไว้&nbsp;3&nbsp;ระยะคือ&nbsp;การดำเนินการก่อนการเกิดภัย&nbsp;การดำเนินการขณะเกิดภัย&nbsp;และการดำเนินการหลังการเกิดภัย&nbsp;กรมประมง&nbsp;ขอให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโรคสัตว์น้ำที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและเกษตรกรควรเฝ้าระวัง</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;โรคน๊อคน้ำ&nbsp;ส่วนใหญ่พบเกิดขึ้นในปลา&nbsp;เนื่องจากคุณภาพของน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน&nbsp;เช่น&nbsp;อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;ออกซิเจนต่ำ&nbsp;ความเป็นกรด&nbsp;&nbsp;ด่าง&nbsp;ต่ำ&nbsp;เกิดจากฝนตกชะล้างความเป็นกรดจากดินสู่น้ำ&nbsp;และความขุ่นในน้ำมากขึ้นหรือมีตะกอนแขวนลอยในน้ำสูง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทำให้ปลามีอาการลอยหัว&nbsp;เปิด&nbsp;-&nbsp;ปิด&nbsp;กระพุ้งแก้มเร็ว&nbsp;เนื่องจากภาวะออกซิเจนหรือตะกอนในน้ำไปทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนของเหงือกลดลง&nbsp;จึงทำให้ปลาตายอย่างกระทันหัน&nbsp;โรคนี้ไม่มีทางรักษาแต่เกษตรกรสามารถเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายได้</p><p><strong>?อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้กรมประมง</strong>&nbsp;ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและพร้อมรับมือกับสถานการณ์&nbsp;ตามแผนเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยด้านการประมง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้สามารถใช้เป็นแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที&nbsp;แนะนำเกษตรกรควรติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;และหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;และหากมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคสัตว์น้ำที่พบ&nbsp;สามารถขอคำปรึกษาและคำแนะนำได้ที่&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด&nbsp;ทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;และกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ&nbsp;กรมประมง&nbsp;กรุงเทพมหานคร</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517125829536"],
    [299,"สวทช. หนุนสตาร์ทอัพ Herbs Starter พัฒนาแพลตฟอร์ม ตลาดสินค้าชุมชนเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น GI OTOP Organic รายแรกของไทย","<p>    สวทช. หนุนสตาร์ทอัพ&nbsp;Herbs Starter&nbsp;พัฒนาแพลตฟอร์ม&nbsp;ตลาดสินค้าชุมชนเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น&nbsp;GI OTOP Organic&nbsp;รายแรกของไทย พัฒนาต่อยอดให้เกษตรกรขับเคลื่อนธุรกิจได้เอง พร้อมเชื่อมโยงลูกค้าให้เข้าถึงชุมชน นำองค์ความรู้กลับไปสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวอิสรีย์ นิตยสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บอร์น อาร์ดีไอ เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า แพลตฟอร์มพัฒนาธุรกิจและสร้างนวัตกรรมตลาดสินค้าเพื่อชุมชน&nbsp;Herbs Starterเป็นสื่อกลางที่ช่วยแก้ปัญหาของเกษตรกรทั่วประเทศ ให้สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยน แปรรูปสินค้าได้ตามต้องการ ที่สำคัญเพื่อให้เป็นแหล่งตลาดสินค้าชุมชน&nbsp;GI OTOP Organic&nbsp;รายแรกของเมืองไทย ปัจจุบันเกษตรกรยังมีการนำเทคโนโลยีมาใช้น้อย แต่หากเกษตรกรมีรายได้จากการขายสินค้าเกษตรผ่านทางช่องทางการตลาดจริง ก็จะนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดผลผลิตที่มากขึ้น และสร้างรายได้มากขึ้น ซึ่งจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปมาก ไม่นิยมออกมาซื้อสินค้าตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือแม้แต่ในชุมชน หันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์ ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนจากสินค้าที่เป็นของฝาก มาเป็นสินค้าที่สามารถใช้หรือรับประทานได้ ทั้งนี้ การเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี 2563 (SUCESSS&nbsp;2020)&nbsp;เพื่อต้องการหาโอกาสและช่องทางเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากรูปแบบ&nbsp;SMEs&nbsp;ให้เป็นสตาร์ทอัพด้วยการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้และสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมีทิศทาง พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนผู้ประกอบการในสายเทคโนโลยีต่างๆปัจจุบันได้ทดสอบรูปแบบธุรกิจ&nbsp;Herbs Starter&nbsp;ร่วมกับโครงการ&nbsp;AGTECH4OTOP&nbsp;ของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลไม้ ต.ท่าทราย ทำยอดขายได้ถึง 1 แสนบาทต่อเดือน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี ปี 2564 (SUCCESS&nbsp;2021) ได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2564 ที่&nbsp;<a href=\"http://www.facebook.com/NSTDABIC\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"color: rgb(17, 85, 204);\">www.facebook.com/NSTDABIC</a>&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184937819"],
    [300,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 22564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;ให้กับแพะเนื้อ&nbsp;ของเกษตรกรบ้านกกกระบาก&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่บ้านกกกระบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-05-17T00:00:00","NULL","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517145428630"],
    [301,"สภาพอากาศตลอดสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นสูงสุดร้อยละ 70 ของพื้นที่","<p><strong>นายเมธี&nbsp;มหายศนันท์&nbsp;ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยตลอดสัปดาห์นี้ว่า(17-23&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;แม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแต่ในช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;(17-18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ปริมาณฝนจะลดลงเนื่องจากเป็นลักษณะอากาศของช่วงต้นฤดูฝน&nbsp;จากนั้นวันที่&nbsp;18-20&nbsp;พ.ค.64&nbsp;&nbsp;ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้หลายพื้นที่มีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางแห่ง&nbsp;โดยภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40-60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขณะที่ภาคตะวันออก&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40-70&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;อาจมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40-70&nbsp;ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ดังนั้นขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดฝนตก</p><p><strong>ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวต่อว่า</strong>&nbsp;ในช่วงสัปดาห์หน้าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นทั้งนี้&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tmd.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tmd.go.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-05-17T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517131838543"],
    [302,"จังหวัดเพชรบุรี ยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เชื่อมโยงตลาด หวังยกระดับรายได้เกษตรกร เชื่อมั่น ชาวบ้านสมาชิกร่วมมือ จะช่วยสร้างความมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐและคณะกรรมการ&nbsp;ร่วมประชุมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวันเพ็ญ&nbsp;มังศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยถึงโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดว่า&nbsp;เพื่อฟื้นฟู&nbsp;แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&nbsp;จากผลพวงกระทบความเดือดร้อนของการแพร่ระบาดโรคโควิด-&nbsp;19&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องชาวบ้านเกษตรกร&nbsp;ด้วยการช่วยเยียวยา&nbsp;ต่อยอดกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;โดยส่งเสริมเงินอุดหนุน&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;เพิ่มมาตรฐานการผลิตด้วยการนำเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมมาพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการนาแปลงใหญ่&nbsp;ที่สมาชิกจะร่วมกันขับเคลื่อน&nbsp;จะช่วยยกระดับรายได้ให้เกษตรกร&nbsp;สร้างความมั่นคงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;การขอรับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ขอให้คำนึงความคุ้มค่าให้มากที่สุด&nbsp;และต่อยอดผลผลิตให้ก้าวสู่ระบบมาตรฐานสากล&nbsp;มีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ให้สามารถเข้าสู่ตลาดออนไลน์&nbsp;ออฟไลน์&nbsp;พร้อมมีศูนย์กระจายผลผลิตเป็นสินค้าคุณภาพที่มีความน่าเชื่อถือในตลาดการค้าใหญ่ต่อไป&nbsp;สำหรับจังหวัดเพชรบุรีเกษตรกรส่วนใหญ่ยกระดับแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;แปลงใหญ่โคขุน&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;แปลงใหญ่หญ้าเนเปียร์&nbsp;และแปลงใหญ่กล้วยหอมทอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517133437555"],
    [303,"กอนช. เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ พร้อมผลักดันใช้กลไกระดับท้องถิ่นร่วมกับการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้เกิดประสิทธิภาพ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;พร้อมผลักดันใช้กลไกระดับท้องถิ่นร่วมกับการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบให้เกิดประสิทธิภาพ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศไทยเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;จึงเตรียมพร้อมแผนปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;การป้องกันแก้ปัญหา&nbsp;บรรเทาผลกระทบ&nbsp;และการให้ความช่วยเหลือประชาชนช่วงฤดูฝนนี้ได้ทันสถานการณ์&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;จะเสนอแผนเร่งขับเคลื่อน&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาวันพรุ่งนี้&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้วางแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำสู่การปฏิบัติ&nbsp;และหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;และคณะกรรมการลุ่มน้ำ&nbsp;ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญบริหารจัดการน้ำรับฤดูฝนได้ถึงระดับพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะภาวะวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;จะใช้มาตรการรับมือฤดูฝน&nbsp;10&nbsp;มาตรการ&nbsp;ควบคู่กับทบทวนมาตรการเดิมที่ได้ดำเนินการมาปรับใช้&nbsp;พร้อมปรับปรุงกระบวนการและวิธีการเพื่อลดปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จแต่ละมาตรการ&nbsp;เช่น&nbsp;คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและเสี่ยงขาดแคลนน้ำ&nbsp;เนื่องจากฝนตกน้อยกว่าค่าปกติแบบรายเดือนและรายพื้นที่&nbsp;การทบทวน&nbsp;ปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;ขนาดกลาง&nbsp;และเขื่อนระบายน้ำ&nbsp;ปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ขุดลอกคูคลอง&nbsp;และกำจัดผักตบชวา&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เข้าถึงต่อเนื่อง&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำที่เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากปีก่อน&nbsp;เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนต่อเนื่องถึงหน้าแล้งถัดไปให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517131949546"],
    [304,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมปราชญ์ชาวบ้าน ปรุงยาสมุนไพรโบราณ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายทรงศักดิ์&nbsp;วงศ์สุพรรณ&nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์&nbsp;นายพงศ์นริศร์&nbsp;สิทธิบุรี&nbsp;รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;นายสมพงษ์&nbsp;ดงใต้&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงเจริญ&nbsp;และนายวะชิระมงคล&nbsp;พิมเสน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.6&nbsp;ต.ดงเจริญ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;บ้านแหล่งหนู&nbsp;ม.6&nbsp;ต.ดงเจริญ&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;เพื่อส่งเสริมการปรุงยาสมุนไพรโบราณ&nbsp;ของนางกานดา&nbsp;บุญคง&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสูตรการปรุงยามาจากบรรพบุรุษ&nbsp;เพื่อใช้รักษาและบำรุงสุขภาพสัตว์เลี้ยง&nbsp;โดยส่วนผสมประกอบด้วย&nbsp;เครือผมดก&nbsp;รากกล้วยตีบ&nbsp;ใบยูคา&nbsp;ใบสาบเสือ&nbsp;ต้นเยา&nbsp;ใบเยา&nbsp;เครือตดหมา&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;และยาเขียว&nbsp;นำส่วนผสมทั้งหมดมาตำในครกให้แหลก&nbsp;แล้วนำมาหมักในน้ำสะอาด&nbsp;ทิ้งไว้นาน&nbsp;1&nbsp;คืน&nbsp;จากนั้นนำน้ำที่ได้จากการหมัก&nbsp;ไปลูบชโลมให้ทั่วตัวสัตว์&nbsp;วันละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;เช้า-เย็น&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จะทำให้ผิวหนังสัตว์เลี้ยงสะอาด&nbsp;ขนเป็นมัน&nbsp;หากมีแผลจะทำให้แผลแห้ง&nbsp;หายเร็วขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กลิ่นของยาสมุนไพรยังช่วยไล่แมลงหรือยุง&nbsp;ไม่ให้มารบกวนสัตว์อีกด้วย&nbsp;และเนื่องจากส่วนผสมของยาสมุนไพรโบราณสกัดมาจากสารธรรมชาติ&nbsp;จึงไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์&nbsp;และไม่สะสมเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เจ้าหน้าที่จะสนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพรโบราณสูตรดังกล่าว&nbsp;ให้เกษตรกรนำไปเสริมสร้างสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างแพร่หลายต่อไป</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517153713656"],
    [305,"สทนช.เตรียมเสนอ ครม.รับทราบแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนนี้ เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำให้เพียงพอและป้องกันพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม","<p><strong>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;เพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำให้เพียงพอและป้องกันพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;จะเสนอผลการเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้&nbsp;เช่น&nbsp;การคาดการณ์ปริมาณฝน&nbsp;ประเมินปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อวางแผนการจัดสรรน้ำให้เพียงพอในทุกกิจกรรม&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลากช่วงฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เดือน&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;254&nbsp;ตำบล&nbsp;59&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;เดือนมิถุนายน&nbsp;155&nbsp;ตำบล&nbsp;79&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;27&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;เดือนกรกฎาคม&nbsp;396&nbsp;ตำบล&nbsp;131&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;36&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;เดือนสิงหาคม&nbsp;538&nbsp;ตำบล&nbsp;170&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;40&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;เดือนกันยายน&nbsp;1,012&nbsp;ตำบล&nbsp;290&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;56&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมถึง&nbsp;การเร่งเก็บกักน้ำฝนช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงช่วงต้นฤดูให้มากที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการคาดการณ์อาจมีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำจากภาวะฝนตกน้อยบางช่วงเวลาได้ในเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;ตำบล&nbsp;45&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;เดือนมิถุนายน&nbsp;1,100&nbsp;ตำบล&nbsp;195&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;25&nbsp;จังหวัด&nbsp;และเดือนกรกฎาคม&nbsp;1,504&nbsp;ตำบล&nbsp;239&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;29&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดย&nbsp;กอนช.จะติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อเนื่องตลอดฤดูฝน&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;ควบคู่กับการเชื่อมโยงข้อมูลแจ้งเตือนภัยในระดับต่างๆผ่านเครือข่ายคณะกรรมการลุ่มน้ำ&nbsp;คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นของปีนี้</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517140131575"],
    [306,"อว.หนุนช่วยผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไทย ฝ่าวิกฤติโควิด  19 ให้บริการภาคเอกชนใช้เทคโนโลยีพร้อมใช้ 3 ด้าน เทคโนโลยีพร้อมเสิร์ฟ - บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์  บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดพร้อมเปิดให้สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;อว.หนุนช่วยผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีไทย ฝ่าวิกฤติโควิด&nbsp;&nbsp;19 ให้บริการภาคเอกชนใช้เทคโนโลยีพร้อมใช้ 3 ด้าน เทคโนโลยีพร้อมเสิร์ฟ - บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์&nbsp;&nbsp;บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดพร้อมเปิดให้สร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประชุม&nbsp;อว.ช่วยเอสเอ็มอีไทยผ่ายวิกฤติโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว.และโฆษก อว. / นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ(วศ.) / นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร เลขาธิการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยพร้อมผู้บริหาร เข้าร่วม</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เปิดเผยว่า เพื่อร่วมขับเคลื่อนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้สามารถผ่านวิกฤติโควิด&nbsp;&nbsp;19ไปให้ได้ เนื่องจากส่งผลกระทบค่อนข้างมาก ภายใต้ 3 กลไกหลัก ทั้ง เทคโนโลยีพร้อมเสิร์ฟ / บริการวิเคราะห์ทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ และบริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ดังนั้น อว.พร้อมร่วมมือหน่วยงานภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างระบบนิเวศน์ธุรกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอีให้เติบโต สามารถประคองธุรกิจให้อยู่ได้ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ ช่วยเหลือให้เข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือของรัฐ สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจหรือเพื่อยกระดับขีดความสามารถให้สูงขึ้นด้วยเทคโนโลยีพร้อมใช้ของ อว.</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวด้วยว่า สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี กับ อว. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมพร้อมใช้ ไปช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกคนต้องช่วยกันฝ่าฟันและประคองธุรกิจให้อยู่รอดให้ได้</span></p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517184205813"],
    [307,"จ.พัทลุง จัดสรรงบประมาณ 46 ล้านบาท  ขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมคิด&nbsp;รัตนวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;ของเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่จังหวัดพัทลุง&nbsp;เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง&nbsp;ซึ่งมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;โดยมีกลุ่มแปลงใหญ่ขอรับเงินอุดหนุนจากโครงการดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;6&nbsp;แปลง,&nbsp;แปลงใหญ่ไม้ผล&nbsp;9&nbsp;แปลง&nbsp;มีสวนทุเรียน&nbsp;และสวนสละ&nbsp;และแปลงใหญ่ผึ้งโพรงและชันโรง&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;ใช้งบประมาณ&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;ตามตามโครงการดังกล่าว&nbsp;46&nbsp;ล้าน&nbsp;3&nbsp;แสน&nbsp;6&nbsp;หมื่น&nbsp;3,329&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมคิด&nbsp;รัตนวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดพัทลุง&nbsp;ได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง&nbsp;และการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;เพื่อให้ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ได้รับทราบ&nbsp;โดยสำนักงานเกษตร&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;จะดำเนินการให้คำแนะนำ&nbsp;ติดตาม&nbsp;กำกับการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ตั้งแต่เริ่มดำเนินงาน&nbsp;จนสิ้นสุดการดำเนินงาน&nbsp;และรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับกระทรวงทราบต่อไป</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สวท.พัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517170543742"],
    [308,"กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เข้ากำจัดผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ ในแม่น้ำสายหลักและคูคลอง ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;โดยสำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ระดมเครื่องเครื่อง&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เข้าดำเนินการกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;ส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่&nbsp;6&nbsp;ส่งเครื่องจักรกลประเภทรถขุดไฮดรอลิคแบบลงโป๊ะเข้าไปกำจัดวัชพืชในบริเวณคลองบางขนาก&nbsp;ตำบลหมอนทอง&nbsp;อำเภอบางน้ำเปรี้ยว&nbsp;สามารถกำจัดวัชพืชได้กว่า&nbsp;14,000&nbsp;ตัน&nbsp;แล้วเสร็จตามแผนฯ&nbsp;และที่&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ได้ส่งเครื่องจักรกลประเภทรถขุดไฮดรอลิคแบบลงโป๊ะและเรือกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก&nbsp;เข้าไปกำจัดวัชพืชและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคลองเปรมประชากร&nbsp;ตำบลบางพูน&nbsp;อำเภอเมืองปทุมธานี&nbsp;ปริมาณวัชพืช&nbsp;22,400&nbsp;ตัน&nbsp;แล้วเสร็จตามแผนฯ&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือนร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอีกด้วย</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ยังได้กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;</strong>เฝ้าระวังและติดตามสถาณการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้ยังคงมีวัชพืชไหลเพิ่มเข้ามาสะสมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และสั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล&nbsp;ตลอดจนโครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำในเขตรับผิดชอบของตนเองเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบให้แก่ประชาชนและป้องกันปัญหาจากการมีสิ่งกีดขวางในการระบายน้ำโดยเร็วที่สุดอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517183317806"],
    [309,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,459 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 40.55 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.264 ล้านโดส","<p>&nbsp;&nbsp;อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,459&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;รวมกันกว่า&nbsp;40.55&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;2.264&nbsp;ล้านโดส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,459&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;23.2&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด&nbsp;271&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;122&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ&nbsp;ฉีดวัคซีน&nbsp;แล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;40.55&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์&nbsp;ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาคร้อยละ&nbsp;27.5&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด&nbsp;22.870&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;2,264,308&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;46.8%</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517201324848"],
    [310,"ร.3 พัน.3 ซับน้ำตาชาวสวนสับปะรดหวาน GI อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ราคาตกต่ำจากพิษโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;กลุ่มเกษตรกรชาวสวนสับปะรด&nbsp;GI&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;กำลังประสบปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ผู้คนไม่ค่อยเดินทางออกจากบ้าน&nbsp;ด่านการค้าชายแดนถูกปิดยาว&nbsp;ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อผลผลิต&nbsp;ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมาก&nbsp;พิษโควิด-19&nbsp;ระบาดรอบนี้หนักกว่าครั้งก่อนมาก&nbsp;ทำให้ชาวสวนต้องลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;10-15&nbsp;บาท&nbsp;จากปีที่ผ่านมาเคยขายได้กิโลกรัมละ&nbsp;20-25&nbsp;&nbsp;บาท&nbsp;สับปะรดหวาน&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;พืช&nbsp;GI&nbsp;นครพนมนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;อีกชนิดหนึ่งของจังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดนครพนม&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนสับปะรดอำเภอท่าอุเทน&nbsp;และอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;ต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;จะเป็นช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตสับปะรดออกสู่ตลาดในปริมาณที่มาก&nbsp;ทำให้ผลผลิตสับปะรดในพื้นที่มีมากกว่าปกติ&nbsp;สับปะรดท่าอุเทน&nbsp;ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ&nbsp;1&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ช้อน&nbsp;จากการประกวดสับปะรดระดับประเทศของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;และ&nbsp;2549&nbsp;และได้รับการขึ้นทะเบียน&nbsp;\"สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)\"&nbsp;สับปะรดท่าอุเทน&nbsp;(Tha&nbsp;Uthen&nbsp;Pineapple)&nbsp;จากกรมทรัพย์สินปัญญา&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2557</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พันโทศรณณัฐ&nbsp;นวลมณี&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;(ผบ.ร.3&nbsp;พัน.3)&nbsp;มีความห่วงใยต่อเกษตรกรชาวสวนสับปะรดที่กำลังประสบปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;จึงได้จัดกำลังพลลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนสับปะรดหวาน&nbsp;ไปรับซื้อสับปะรดของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ต.ท่าจำปา&nbsp;อ.ท่าอุเทน&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าไม่สามารถมารับซื้อที่สวนโดยตรงกับเกษตรกรถึงสวน&nbsp;ซึ่งหากปล่อยไว้นานจะทำให้ผลผลิตเสียหายและขาดทุน&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรตามโครงการของกองทัพบก&nbsp;\"หน่วยทหาร&nbsp;จ่ายตลาด&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;ฟื้นฟูเศรษฐกิจ\"&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ที่ไม่สามารถนำพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้&nbsp;ออกจำหน่ายตามแหล่งรับซื้อหรือท้องตลาดได้ตามปกติ&nbsp;ทำให้ขาดรายได้&nbsp;ส่งผลกระทบกับเกษตรกรเป็นวงกว้าง&nbsp;ร.3&nbsp;พัน.3&nbsp;จึงได้ประสานกับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เพื่อทำการรับซื้อจำนวน&nbsp;200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;นำไปสนับสนุนเป็นเมนูอาหารเสริม&nbsp;ให้กำลังพลทหารในหน่วยได้รับประทานผลไม้ที่สดสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;รวมถึงจัดซื้อนำไปแจกจ่ายประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มแม่บ้านทหาร&nbsp;ประชาชนในพื้นที่รอบค่ายได้ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;รวมถึงกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;แก้ปัญหาสับปะรดล้นตลาด&nbsp;และให้สามารถขายหมดได้ทันฤดูกาล&nbsp;ป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้เสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;\"เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส\"&nbsp;ซึ่งการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอุดหนุนและสั่งซื้อสับปะรดหวาน&nbsp;ซึ่งสามารถสั่งซื้อผลผลิตได้ที่&nbsp;เพจ&nbsp;facebook&nbsp;\"ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์&nbsp;จังหวัดนครพนม\"&nbsp;หรือกลุ่มแปลงใหญ่ผู้ปลูกสับปะรดอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์&nbsp;หรือ&nbsp;โทร&nbsp;064&nbsp;366&nbsp;7223/098&nbsp;170&nbsp;7112/080&nbsp;180&nbsp;0015&nbsp;และ&nbsp;063&nbsp;170&nbsp;7456&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;</p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517210043863"],
    [311,"สกัดโรค โรคลัมปี สกินในโค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สั่งเข้ม&nbsp;คุมการระบาดโรคลัมปี&nbsp;สกินในโค-กระบือ&nbsp;หลังพบกระจายเป็นวงกว้าง&nbsp;กำชับด่านป้องกันลักลอบ&nbsp;ขณะให้ปศุสัตว์ต้นทางรับผิดชอบกรณีพบสาเหตุมาจากการเคลื่อนย้าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;initial;\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</span>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;initial;\">จากที่ขณะนี้ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;จึงได้มีคำสั่งให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด&nbsp;ด้วยมาตรการต่างๆ&nbsp;ทั้&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุมตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;พร้อมทั้งเร่งรัดการประกาศเขต&nbsp;ทั้งเขตโรคระบาดชั่วคราวฯ&nbsp;เขตโรคระบาดฯ&nbsp;เขตเฝ้าระวังฯ</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบืออย่างเข้มงวด&nbsp;กรณีที่พบโรคระบาด&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;initial;\">หากสอบสวนแล้วพบว่าเกิดจากการเคลื่อนย้าย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดต้นทางต้องเป็นผู้รับผิดชอบ</span>&nbsp;ขณะเดียวกันให้ทางกรมปศุสัตว์กำชับด่านกักกันสัตว์ตามแนวชายแดนให้เข้มงวดป้องกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;และป้องกันปราบปรามการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;พร้อมกำชับจุดตรวจให้เข้มงวดในการตรวจอาการ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และให้ทางกรมปศุสัตว์รายงานความคืบหน้าในการแก้ไขและควบคุมการระบาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;initial;\">โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกร&nbsp;ดังนั้นจึงกำชับให้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;อย่างเข้มแข็ง&nbsp;จริงจังตรงไปตรงมา&nbsp;ไม่เลือกปฏิบัติ&nbsp;ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง&nbsp;ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ทุกคนขอให้ทำงานโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลของผู้ใดทั้งสิ้น&nbsp;ตนเองพร้อมปกป้องและให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่</span>&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;กล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโตอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่าในส่วนของของการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ที่พบในพื้นที่เขต&nbsp;3,&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;7&nbsp;จนถึงขณะนี้&nbsp;พบว่ามีแนวโน้มที่โรคจะแพร่กระจายไปในวงกว้าง&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงกำหนดการแบ่งพื้นที่ควบคุมโรคออกเป็น&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;1.จังหวัดที่เกิดโรคและจังหวัดที่อยู่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค&nbsp;และ&nbsp;2.จังหวัดที่อยู่นอกพื้นที่รัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรจากจุดเกิดโรค&nbsp;และเพื่อให้มาตรการที่กรมปศุสัตว์สัมฤทธิ์ผล&nbsp;จึงได้มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อให้ช่วยกำกับติดตามดูแลเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัดตามแนวทางของกรมปศุสัตว์</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;initial;\">&nbsp;</span></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><em>&nbsp;</em></p>","2021-05-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210517212623865"],
    [312,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดีปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข-แมว&nbsp;ที่บ้านหนองทุ่มหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;38&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;13&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;51&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518110837913"],
    [313,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางแห่งในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และภาคใต้ฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ลำพูน&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;134&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;จันทบุรี&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;78&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลัก&nbsp;น้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,324&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,575&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;พังงา&nbsp;และนครศรีธรรมราช</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมเจ้าท่า&nbsp;กำจัดผักตบชวาบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;ต.ธรรมมูล&nbsp;,&nbsp;ต.บ้านกลัวย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;ปริมาณ&nbsp;35,000&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด&nbsp;12&nbsp;นิ้ว&nbsp;บริเวณหมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านวังกระดาน&nbsp;ต.วังใหม่&nbsp;อ.นายายอาม&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;เพื่อสูบน้ำจากคลองวังโตนดลงสระทุ่งน้อย&nbsp;เติมแหล่งน้ำระบบประปาหมู่บ้านและสำรองไว้ในการทำเกษตร&nbsp;โดยมีผู้รับประโยชน์&nbsp;2&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;รวม&nbsp;630&nbsp;ครัวเรือน</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518093800886"],
    [314,"รอง ผอ.ศปพร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ วัดมะกรูด และกลุ่มเครือข่ายภาคี ในพื้นที่ จ.ปัตตานี แนะให้ฟาร์มตัวอย่างฯ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนและเป็นศูนย์กลางการกระจายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.ภัทรชัย&nbsp;แทนขำ&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและตรวจการดำเนินกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;วัดมะกรูด&nbsp;ต.มะกรูด&nbsp;อ.โคกโพธิ์&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;โดยรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ได้ให้คำแนะนำในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับปลูกพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ให้ฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน&nbsp;และเป็นศูนย์กลางการกระจายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของฟาร์มฯ&nbsp;ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.โคกโพธิ์&nbsp;และหนองจิก&nbsp;เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งใกล้แหล่งชุมชน&nbsp;จากนั้น&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ได้เดินทางไปยังห้องประชุม&nbsp;รพ.สต.สามยอด&nbsp;ต./อ.โคกโพธิ์&nbsp;เพื่อเยี่ยมชมโครงการกินผักปลอดสารพิษ&nbsp;ปลูกสมุนไพรเป็นยา&nbsp;พัฒนาสุขภาพ&nbsp;โดยใช้เครือข่ายของ&nbsp;อสม.&nbsp;ในพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;โดยการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่ปลูกพืชผักปลอดสารพิษในครัวเรือนของตนเอง&nbsp;พร้อมทั้งเยี่ยมชมแปลงปลูกพืชผักของราษฎรในพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชมพื้นที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน&nbsp;(พอช.)&nbsp;จากบ้านพอเพียงสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ&nbsp;ต.ตะลุโบะ&nbsp;ณ&nbsp;รพ.สต.ตะลุโบะ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปโครงการสภาองค์กรชุมชนของตำบล&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยโครงการบ้านพอเพียงชนบท&nbsp;ของ&nbsp;พอช.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;&nbsp;บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518102211898"],
    [315,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก ยกเว้น ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ยกเว้น&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบางพื้นที่&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่าฝุ่นส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;ยกเว้น&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐานในระดับสีส้มเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518093913887"],
    [316,"ปัตตานี เมล่อน พืชทางเลือกสร้างรายได้หน้าแล้งแก่ Young Smart Farmer","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;ตำบลป่าไร่&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;นายชาลี&nbsp;สิตบุศย์&nbsp;เกษตรจังหวัดปัตตานี&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ตำบลป่าไร่&nbsp;อำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวพรเพ็ญ&nbsp;สุวัฒนกุล&nbsp;เกษตรอำเภอแม่ลาน&nbsp;ร่วมให้ข้อมูลพร้อมนำเยี่ยมชมพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เพิ่มขึ้นทุกปี&nbsp;เพื่อสร้างขีดความสามารถด้านการเกษตร&nbsp;สร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมทดแทนเกษตรกรสูงอายุ&nbsp;มีการส่งเสริมการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การตลาด&nbsp;สามารถเป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่น&nbsp;และจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการกลุ่มในการสนับสนุนองค์ความรู้&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;และนำศึกษาดูงานจากพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทำให้ในปัจจุบันจังหวัดปัตตานีมีการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;แล้วรวม&nbsp;235&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับนายสการียา&nbsp;ดอฆอ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ต้นแบบอำเภอแม่ลาน&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;ผู้ผลิตเมล่อนเป็นอาชีพเสริมจากการทำสวนยางพาราซึ่งปลูกในโรงเรือนแบบปิด&nbsp;มีการให้น้ำให้ปุ๋ยแบบระบบน้ำหยด&nbsp;มีการใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมโรคพืชทดแทนการใช้สารเคมี&nbsp;ทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;สามารถสร้างรายได้แก่เกษตรกรกว่า&nbsp;70,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;เป็นอีกทางเลือกในการสร้างอาชีพสร้างรายได้แก่เกษตรกรในช่วงหน้าแล้งและในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;&nbsp;บดินทร์&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518110903914"],
    [317,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคโรคลัมปี สกิน ระบาดเป็นวงกว้าง แนะดูแลสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;บุญฤทธิ์&nbsp;ทองสม&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เนื่องจากขณะนี้เกิดสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้าง&nbsp;แต่ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าว&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;จึงขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;งดการนาสัตว์ชนิดดังกล่าวเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่&nbsp;ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้แข็งแรง&nbsp;จัดหาน้ำ&nbsp;อาหารให้เพียงพอ&nbsp;และโรงเรือนให้สะอาดปลอดภัย&nbsp;กางมุ้งเพื่อป้องกันแมลงที่ดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะของโรคนี้&nbsp;ซึ่งโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดจาการติดเชื้อไวรัสจึงยังไม่มียารักษาเพื่อฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง&nbsp;นอกจากการทำให้ร่างกายสัตว์มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์&nbsp;และหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนแมลงดูดเลือดกัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518110230910"],
    [318,"เกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แจ้งเตือน มอดเจาะลำต้น ระบาด ในอะโวคาโดแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจดูตามลำต้น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;แจ้งเตือนการระบาดศัตรูพืช&nbsp;ฉบับที่&nbsp;2&nbsp;ประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มอดเจาะลำต้น&nbsp;(Shot&nbsp;hole&nbsp;boror)&nbsp;โดยระบุว่า&nbsp;การมีอยู่ของมอดเจาะลำต้น&nbsp;สามารถสังเกตได้ง่ายๆ&nbsp;คือ&nbsp;ต้นไม้&nbsp;โดยเฉพาะต้นอะโวคาโด&nbsp;จะมีรูพรุนตามโคนต้น&nbsp;และที่ปากรูมีมูลของหนอน&nbsp;มีลักษณะเป็นขุยละเอียดอยู่ทั่วไป&nbsp;มอดจะเจาะเข้าไปกินในลำต้นหรือกึ่งลึกตั้งแต่&nbsp;2-3&nbsp;เชนติเมตรขึ้นไป&nbsp;หากเป็นต้นเล็กทำให้ต้นตายได้&nbsp;สำหรับอะโวคาโดต้นใหญ่ที่มีมอดเข้าทำลายน้อยจะไม่เป็นอันตรายมากนัก&nbsp;แต่รอยเจาะของมอดจะเป็นทางให้เชื้อสาเหตุของโรครากเน่า&nbsp;โคนเน่า&nbsp;เข้าทำลาย&nbsp;ทำให้โรคแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ&nbsp;ของต้นอาโวคาโดอาจทำให้ตายได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มอดเจาะลำต้นตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวยาว&nbsp;3-4&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;มีสีดำมันปนน้ำตาล&nbsp;รูปร่างทรงกระบอก&nbsp;หัวและท้ายตัด&nbsp;ตัวเต็มวัยจะเจาะเข้าไปที่กิ่งหรือลำต้นอะโวคาโดทำให้เป็นรูพรุน&nbsp;หลังจากผสมพันธุ์ตัวเมียจะวางไข่เป็นกลุ่มประมาณ&nbsp;5-8&nbsp;ฟองในรูที่เจาะ&nbsp;เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนก็จะกัดกินชอนไชภายในกิ่งและลำต้นและเข้าดักแด้อยู่ภายในรูที่มอดอาศัยอยู่&nbsp;ตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะเจาะเข้าไปกินในลำต้นและกิ่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการป้องกันและกำจัด&nbsp;มอดเจาะลำต้น&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;แนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจดูตามลำต้นอะโวคาโด&nbsp;หากพบกิ่งแห้งที่ถูกมอดทำลายควรตัดและเผาไฟทิ้ง&nbsp;ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้มอดขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณและระบาดไปยังต้นอื่นๆ&nbsp;ส่วนของต้นอะโวคาโดที่ไม่สามารถตัดทิ้งได้&nbsp;เช่น&nbsp;ลำต้นหรือกิ่งใหญ่อาจจำเป็นต้องใช้สารฆ่าแมลง&nbsp;เช่น&nbsp;คลอร์ไพริฟอส&nbsp;อัตรา&nbsp;40&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือฟิโพรนิล&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;พ่นบนลำต้นหรือกิ่งที่มีรูมอด&nbsp;หรือใช้คลอร์ไพริฟอส&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;5&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือฟิโพรนิล&nbsp;อัตรา&nbsp;30&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;5&nbsp;ลิตรผสมกับ&nbsp;ยาเชื้อรา&nbsp;ทาบริเวณแผลที่เน่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;โทร.053-695-462</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518105443906"],
    [319,"กรมชลประทาน เชิญชวนให้เกษตรกรลุ่มเจ้าพระยาทำนาปี เพาะปลูกพืชพร้อมกันโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาการ&nbsp;ได้ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;อย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาที่มีความพร้อมในการทำนาปี&nbsp;ให้ประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ให้เริ่มทำนา&nbsp;หรือเพาะปลูกพืชพร้อมกันโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;13&nbsp;ทุ่ง&nbsp;มีการเพาะปลูกพืชไปแล้วประมาณ&nbsp;543,725&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;38&nbsp;ของแผนฯ&nbsp;เฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ&nbsp;มีการเพาะปลูกพืชไปแล้ว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;92&nbsp;ของแผนฯ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้</strong>&nbsp;ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม&nbsp;โดยไม่กระทบต่อเกษตรกร&nbsp;พร้อมกับบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;รวมทั้งเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดเป็นไปตามเกณฑ์เก็บกัก&nbsp;(RULE&nbsp;CURVE)&nbsp;ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย&nbsp;การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย&nbsp;กำหนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ&nbsp;จัดสรรเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;ประจำพื้นที่เสียงอุทกภัย&nbsp;ให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;ที่สำคัญได้เน้นย้ำให้มีการตรวจสอบเขื่อนและอาคารชลประทานให้พร้อมรับสถานการณ์น้ำหลากได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;รวมทั้งเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ผักตบชวาและวัชพืชต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518142927044"],
    [320,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดเสนาภายใต้หัวข้อ รวมพลังประชาคมวิจัย ขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model พร้อมคาดหวังการวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ","<p>สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จัดเสนาภายใต้หัวข้อ รวมพลังประชาคมวิจัย ขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model พร้อมคาดหวังการวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยโมเดล BCG</p><p>ในการเสริมจุดแข็งของการมีฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เปิดการเสวนาหัวข้อ รวมพลังประชาคมวิจัย ขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model ผ่านช่องทาง Facebook LIVE : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติและระบบ Zoom พร้อมกล่าวว่า บทบาทของ วช.ในการเป็นหน่วยงานบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญหนึ่งคือการดูแลทุนทางด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องซึ่ง วช.ได้รับมอบหมายการดำเนินงานในโปรแกรมการบริหารทุนสำคัญส่วนนี้จากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กสว.ในการให้บริหารจัดการทุนเพื่อตอบโจทย์ท้ายสำคัญทางสังคมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางการเกษตร เพื่อนำองค์ความรู้จากงานวิจัย องค์ความรู้สำคัญเทคโนโลยีนวัตกรรมในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะ BCG Model เป็นส่วนสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยเฉพาะเรื่องของ SBG และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้วย ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ การดำเนินงานที่ผ่านมา วช.ได้สนับสนุนทุนให้กับอีกหลายหน่วยเครือข่ายวิจัย สถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการนำความรู้มาใช้ในการเชื่อมโยงกับ BCG Model พร้อมคาดหวังการวิจัยและนวัตกรรมจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วย BCG Model</p><p>ในการเสริมจุดแข็งของการมีฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับช่วงการเสวนาประกอบด้วย นายธนิต ชังถาวร รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอมรพล หุวะนันทน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง moreloop สตาร์ทอัพประเทศไทย โดยนายวิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกรรมการ BCG กล่าวว่า กระทรวง อว.ถือเป็นอีกส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน BCG Model เป็นการตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน ตอบโจทย์เรื่องยุทธศาสตร์ชาติแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมฯ โดยเฉพาะฉบับปัจจุบัน ยุทธศาสตร์ที่ 5 ประเทศไทยจะต้องมีการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การขับเคลื่อนวิจัยในเชิงพื้นที่จะมีความแตกต่างกันทั้งวัฒนธรรม การเกษตร การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งการเติบโตทาง BCG Model จะให้ความสำคัญเรื่องการกระจายรายได้ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน และลดการใช้ทรัพยากร ทั้งนี้&nbsp;เห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518121347944"],
    [321,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรและฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 22564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลิตร&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านหนองผือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงสุกรขุน&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือนเลี้ยงสุกรพื้นเมือง&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขอรับบริการที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;และถ่ายพยาธิ&nbsp;ให้กับโคของเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ที่วัดสว่างอารมณ์&nbsp;บ้านนาเบี้ย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518121452945"],
    [322,"การประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัดนครสวรรค์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์ประชุมคณะกรรมการประมง&nbsp;พิจารณาแก้ไขข้อความและคำผิดในประกาศที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;รวม&nbsp;22&nbsp;แห่งส่วนใหญ่อยู่ในลำน้ำหน้าวัด&nbsp;ในแม่น้ำน่าน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมกำกับดูแลการประมงผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;ทั้งในพื้นที่กฎหมายห้ามและการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประมงจังหวัด&nbsp;ที่ประชุมรับทราบการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการประมงจังหวัด&nbsp;5&nbsp;คนประกอบด้วย&nbsp;นายวิโรจน์&nbsp;ปรีชา&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประมงน้ำจืด&nbsp;นางสาวแสงเดือน&nbsp;พาริตา&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;นางสาวแตงอ่อน&nbsp;บุญสำลีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านแปรรูปสัตว์น้ำ&nbsp;นายนรินทร์ศักดิ์&nbsp;พัวตระกูล&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้มีความรู้มีประสบการณ์ด้านประมง&nbsp;นายวันชัย&nbsp;สุโพธิ์&nbsp;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านผู้มีความรู้มีประสบการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาแก้ไขข้อความและคำผิดในประกาศ&nbsp;ที่รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;รวม&nbsp;22&nbsp;แห่งส่วนใหญ่อยู่ในลำน้ำหน้าวัด&nbsp;ในแม่น้ำน่าน&nbsp;แม่น้ำยม&nbsp;เพื่อกำหนดและประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตอภัยทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;มีแหล่งน้ำสำคัญ&nbsp;ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำปิง&nbsp;แม่น้ำยม&nbsp;แม่น้ำน่าน&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;แม่น้ำแม่วงก์&nbsp;คลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;ส่งผลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ปลา&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;มีการลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ซึ่งต้องมีการเฝ้าระวังตรวจจับ&nbsp;กำกับควบคุม&nbsp;ทั้งในพื้นที่กฎหมายห้าม&nbsp;และการใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อให้แม่น้ำลำคลองแหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ&nbsp;เป็นแหล่งอาหาร&nbsp;ของชุมชนอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518132143984"],
    [323,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และอ่าวไทย&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนในช่วงวันที่&nbsp;19-23&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล&nbsp;อันดามัน&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;และอ่าวไทย&nbsp;มีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;โดยบริเวณทะเลอันดามันคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ตลอดช่วง&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชผักไว้ด้วย&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่จะปลูกพืชในระยะนี้ควรคลุกเมล็ดหรือแช่ท่อนพันธุ์พืชด้วยสารป้องกันเชื้อราก่อนปลูก&nbsp;เพื่อป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518130225969"],
    [324,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงสัตว์ปีกระบบอินทรีย์ต้นแบบ สร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่กลุ่มเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายสุรชัย&nbsp;สีน้ำคำ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;เครือข่ายด้านปศุสัตว์&nbsp;ของนางฤทธิชัยยา&nbsp;ทุ่มโมง&nbsp;ต.โพนทัน&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในระบบอินทรีย์&nbsp;โดยมอบพันธุ์ไก่ไข่ให้แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;รายละ&nbsp;25&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมปัจจัยการผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;อวนตาข่าย&nbsp;อาหารสัตว์สำเร็จรูป&nbsp;ถังน้ำ&nbsp;ถังอาหาร&nbsp;ถังหมักอาหารสัตว์&nbsp;กากน้ำตาล&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ปีก&nbsp;โดยไก่ไข่จะให้ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;20&nbsp;ฟองต่อวัน&nbsp;สร้างรายได้ให้เกษตรกรรายละประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้&nbsp;ส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดไข่&nbsp;พันธุ์กากีแคมเบลล์&nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ซึ่งเลี้ยงเป็ดรวม&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;ให้ผลผลิตไข่เป็ดเฉลี่ย&nbsp;70&nbsp;ฟองต่อวัน&nbsp;อาหารสัตว์ประกอบด้วย&nbsp;รำ&nbsp;ปลายข้าว&nbsp;หยวกกล้วยสับ&nbsp;หญ้าสับ&nbsp;และวัตถุดิบอินทรีย์ในพื้นที่&nbsp;เสริมด้วยหัวอาหารสำเร็จรูป&nbsp;มีต้นทุนค่าอาหารสัตว์&nbsp;110&nbsp;บาทต่อวัน&nbsp;ขายไข่เป็ดฟองละ&nbsp;4&nbsp;บาท&nbsp;ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาดในชุมชน&nbsp;สร้างรายได้ประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;บาทต่อเดือน&nbsp;เกษตรกรได้แปรรูปไข่เป็ดเป็นไข่เค็ม&nbsp;ขายฟองละ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;และทำเป็นเมนูยำไข่มัธยัสถ์&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าอีกด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงเป็ดไข่&nbsp;และไก่ไข่&nbsp;ในระบบอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;แก่ผู้สนใจ&nbsp;สร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;และให้การรับรองเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม(GFM)ต่อไป</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518150432086"],
    [325,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง ส่งมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้นายเกรียงไกร&nbsp;โนคำ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&nbsp;ร่วมมอบพันธุ์กบนา&nbsp;จำนวน&nbsp;16,000&nbsp;ตัว&nbsp;และอาหารกบ&nbsp;จำนวน&nbsp;3,200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมของโครงการย่อยส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;บริเวณพื้นที่การเกษตรในเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าว&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากโครงการแก้ไขปัญหาเยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดลำปาง&nbsp;ประมงอำเภอเมืองปาน&nbsp;และเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;โดยทยอยเดินทางเข้ารับปัจจัยการผลิต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้รับการอบรมการเลี้ยงกบนาในกระชังจากสำนักงานประมงจังหวัดลำปาง&nbsp;ต่อมาได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการนำกบไปเลี้ยงในกระชังบกที่ได้รับพบว่ามีความพร้อมในการเลี้ยง&nbsp;คาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518145006064"],
    [326,"เจ้าหน้าที่ คพ.ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานโรงงานเม็ดพลาสติกไฟไหม้เขตสุขาภิบาล 5 หลังพบควันสีดำที่มีกลุ่มสาร VOCs และฝุ่น PM 2.5 พร้อมเตรียมฟ้องแพ่งข้อหาปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม","<p><strong>เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานโรงงานเม็ดพลาสติกไฟไหม้เขตสุขาภิบาล&nbsp;5&nbsp;หลังพบควันสีดำที่มีกลุ่มสารประกอบอินทรรีย์ระเหยง่าย&nbsp;(VOCs)&nbsp;และฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;พร้อมเตรียมฟ้องแพ่งข้อหาปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานพลาสติกในซอยสุขาภิบาล&nbsp;5&nbsp;ซอย&nbsp;39&nbsp;ถนนสุขาภิบาล&nbsp;5&nbsp;แขวงออเงิน&nbsp;เขตสายไหม&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานเม็ดพลาสติกและโฟมเมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยระหว่างเกิดเพลิงไหม้ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงควบคุมเพลิงและพบมีกลุ่มควันสีดำลอยไกลมองเห็นได้ชัดเจน&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบสารมลพิษตกค้าง&nbsp;ด้วยการนำเครื่องตรวจวัดไอระเหยและกลุ่มสารประกอบอินทรรีย์ระเหยง่าย&nbsp;(VOCs)&nbsp;ในบรรยากาศ&nbsp;เนื่องจากบริษัทแห่งนี้ผลิตเม็ดพลาสติกและพลาสติก&nbsp;แต่ช่วงระหว่างการเผาไหม้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ทันที&nbsp;ทำให้ไม่พบตัวสารกลุ่มสารประกอบอินทรรีย์ระเหยง่าย&nbsp;(VOCs)&nbsp;จึงต้องเก็บข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมทั้งเรื่องน้ำที่ฉีดดับไฟ&nbsp;ตัวขี้เถ้าที่ตกค้างในพื้นที่โรงงาน&nbsp;และสิ่งแวดล้อมรอบๆพื้นที่&nbsp;เนื่องจากช่วงไฟไหม้จะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มควันที่ลอยดำบนท้องฟ้าหลายชั่วโมงและพัดไปตามทิศทางลมจะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ&nbsp;แล้วมีสารมลพิษทางอากาศ&nbsp;เช่น&nbsp;ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สารประกอบไฮโดรคาร์บอน&nbsp;โดยเฉพาะสารมลพิษจากโรงงานเม็ดพลาสติก&nbsp;จึงอาจจะมีสารมลพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาข้อกฎหมายและเก็บพยานหลักฐานต่างๆด้วยการคำนวณจากพลาสติก&nbsp;เม็ดพลาสติกที่ถูกเผาไหม้ออกมา&nbsp;แล้วคำนวณออกมามีปริมาณของเหล่านั้ันจะทำให้ปล่อยมลพิษทางอากาศออกมามากแค่ไหน&nbsp;แม้ว่าเพลิงไหม้โรงงานเม็ดพลาสติกจะเป็นเหตุสุดวิสัย&nbsp;แต่มลพิษทางอากาศจากการเผามลพิษออกมาสามารถตกค้างในสิ่งแวดล้อมได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;คพ.จะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมข้อมูลรวบรวมพยานหลักฐาน&nbsp;หากมีครบถ้วนเพียงพอจะฟ้องแพ่งโรงงานแห่งนี้ตามมาตรา&nbsp;96&nbsp;และมาตรา&nbsp;97&nbsp;ของพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ไฟไหม้ขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดมลพิษลงสู่สิ่งแวดล้อม&nbsp;แต่ยังไม่ได้ฟ้องร้องเอาผิดและต้องรับผิดชอบ&nbsp;หากมีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอ&nbsp;คพ.จะพิจารณาฟ้องร้องความรับผิดชอบทางแพ่งที่ปลดปล่อยสารอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518142146037"],
    [327,"จันทบุรี ระดมแนวคิดหารือการแก้ปัญหาช้างป่า แบบบูรณาการหาทางผลักดันช้างป่าเกเรออกจากชุมชน ลดผลกระทบประชาชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;18&nbsp;พ.ค.64&nbsp;)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;แนวทางการผลักดันช้างป่าที่ทำร้ายราษฎรให้ออกจากเขตชุมชนกลับสู่เขตป่าอนุรักษ์&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ทั้ง&nbsp;3&nbsp;เขต&nbsp;องค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตัวแทนกลุ่มอาสาพิทักษ์ผลักดันช้างป่า&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;ร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ปัญหา&nbsp;ลดผลกระทบระหว่างคนกับช้างป่า&nbsp;โดยเฉพาะการผลักดันช้างป่าเกเรที่ทำร้ายทรัพย์สิน&nbsp;และทำร้ายประชาชนบาดเจ็บ&nbsp;และเสียชีวิต&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วาระการประชุมที่น่าสนใจ&nbsp;คือสถานการณ์ช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบันรวม&nbsp;1,992&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;20&nbsp;ตำบล&nbsp;95&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยทำร้ายราษฎรเสียชีวิต&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;บาดเจ็บ&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ที่อยู่อาศัยของประชาชนเสียหายบางส่วนจำนวน&nbsp;2&nbsp;หลัง&nbsp;และส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่จำนวน&nbsp;40&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาช้างป่า&nbsp;และจะได้นำไปปรับแผน&nbsp;บูรณาการการแก้ปัญหา&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518143323049"],
    [328,"สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ สาขาจังหวัดระนอง ปลดล็อคการเป็นหนี้ มอบหลักประกันคืนให้เกษตรกรเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม หลังชำระหนี้ครบตามสัญญา พร้อมย้ำรับขึ้นทะเบียนหนี้ของเกษตรกร และองค์กรเกษตรกรเพื่อการฟื้นฟูและจัดการหนี้ตลอดปี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;สำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง&nbsp;นายจอมภพ&nbsp;บุญธรรม&nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;มอบหลักประกันคืนให้แก่&nbsp;นายนันทวัฒน์&nbsp;พึ่งแย้ม&nbsp;เกษตรกรเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม&nbsp;โดย&nbsp;นายนันทวัฒน์ฯ&nbsp;ได้ขอขึ้นทะเบียนหนี้ของเกษตรกรกับสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;และได้ชำระหนี้เป็นเงินรวมทั้งสิ้น&nbsp;63,460.12&nbsp;บาท&nbsp;ครบตามสัญญา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจอมภพ&nbsp;บุญธรรม&nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การแก้ไขปัญหาในการจัดการหนี้เพื่อปลอดล็อคหนี้สินให้แก่เกษตรกรสมาชิก&nbsp;พร้อมทั้งดูแลให้เกษตรกรได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้จนสามารถชำระหนี้ครบถ้วนตามสัญญา&nbsp;และได้รับหลักประกันคืน&nbsp;เพื่อช่วยรักษาที่ดินทำกินของเกษตรกรให้คงไว้&nbsp;นับเป็นภารกิจของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;ที่สร้างความภาคภูมิใจในการช่วยรักษาที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกรสมาชิกให้สามารถมีที่ทำกินส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลาน&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นหน่วยงานรัฐ&nbsp;จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูฯ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;และ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2544&nbsp;มีภารกิจหลัก&nbsp;คือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.สนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกร&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;50&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ที่มีอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;ที่ลักษณะคล้ายกัน&nbsp;มีถิ่นฐานจังหวัดเดียวกัน&nbsp;ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.สนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อต่อยอดกิจกรรมหรือริเริ่มอาชีพภาคการเกษตรและเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกรเพื่อให้องค์กรเข้มแข็ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ช่วยเหลือด้านการจัดการหนี้สินเกษตรกร&nbsp;ต้องเป็นหนี้เกี่ยวกับการเกษตรหรือแปรรูป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกรผู้สนใจขอรับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;จะต้องเป็นสมาชิกขององค์กรเกษตรกร&nbsp;และยื่นคำขอขึ้นทะเบียนหนี้ของเกษตรกรที่เป็นหนี้การกู้ยืมเพื่อการเกษตรหรือแปรรูปจากสถาบันการเงินเจ้าหนี้&nbsp;เช่น&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;&nbsp;ธนาคารพานิชย์&nbsp;โดยยื่นผ่านองค์กรเกษตรกรที่เป็นสมาชิก&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่&nbsp;โทร.&nbsp;077-812825&nbsp;ในวัน/เวลาราชการ&nbsp;โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดระนอง&nbsp;รับขึ้นทะเบียนหนี้ตลอดปี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518154202121"],
    [329,"ก.ทรัพย์ เตรียมปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศใน วันต้นไม้ประจำปีของชาติ พร้อมตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้ 400,000 ไร่ภายในปีนี้","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เตรียมปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศใน&nbsp;วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พร้อมตั้งเป้าปลูกป่าให้ได้&nbsp;400,000&nbsp;ไร่ภายในปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่าจากการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;conference&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาพรวมผลการดำเนินการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ได้ดำเนินการปลูกป่าไปแล้ว&nbsp;21,247&nbsp;ไร่&nbsp;ถือว่าเกินจากเป้าที่วางไว้&nbsp;ส่วนแผนการดำเนินการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ปีนี้&nbsp;ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายแล้วลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนและเตรียมกล้าไม้&nbsp;เพื่อเริ่มปลูกป่าให้ได้ตามที่วางไว้&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป่าพรุ&nbsp;อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;จะเริ่มปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518151341095"],
    [330,"เกษตรสวนผสม 1 ในอาชีพทางรอดของยุคโควิด-19  ของลุงปิ่นเกษตรกรบ้านวังใหญ่ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ที่แพร่กระจายไปทั่วโลกในขณะนี้&nbsp;ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศไทยชะงักไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ&nbsp;อาชีพเกษตรกรรม&nbsp;เป็นหนึ่งในอาชีพที่พอจะเลี้ยงดูช่วยเหลือเรื่องปากท้องและพอเพียงที่จะเหลือไว้เก็บออม&nbsp;ในยุคของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลุงปิ่น&nbsp;รอดมี&nbsp;อยู่ที่หมู่&nbsp;9&nbsp;บ้านวังใหญ่&nbsp;ตำบลท่าไม้&nbsp;อำเภอชุมแสง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19&nbsp;น้อยมาก&nbsp;เนื่องจากผลผลิตในสวนมีให้ขายได้ตลอดเวลา&nbsp;ในแต่ละฤดูพร้อมมีตลาดรองรับเมื่อผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;ซึ่งภายในสวนผสมแห่งนี้มีผลไม้หลากหลายชนิดในพื้นที่จำนวน&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;อาทิ/ทุเรียน&nbsp;40&nbsp;ต้น/มะยงชิด&nbsp;80&nbsp;ต้น/ขนุน&nbsp;250&nbsp;ต้น/ส้มโอทับทิมสยาม-ขาวแตงกวา&nbsp;180&nbsp;ต้น/ตะขบ&nbsp;15&nbsp;ต้น/มะไฟเหรียญทอง&nbsp;9&nbsp;ต้น&nbsp;และมะนาว&nbsp;50&nbsp;ต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลุงปิ่น&nbsp;รอดมี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นอกจากเคล็ดลับในการทำเกษตรด้วยเทคนิคที่ได้มีการเรียนรู้มาตลอดชีวิตแล้วนั้น&nbsp;จุดแข็งของสวนนี้คือการมีผลผลิตที่ดี&nbsp;มีผลไม้รสชาติที่หวานอร่อย&nbsp;และมีตลาดมารองรับผลผลิตในทุกฤดู&nbsp;โดยลุงปิ่นพร้อมที่จะแนะนำช่องทางการขาย&nbsp;เช่น&nbsp;แม่ค้าหรือพ่อค้าที่มารับซื้อถึงสวนโดยเกษตรกร&nbsp;ไม่ต้องออกไปขายเอง&nbsp;ผู้สนใจเข้าชมสวนหรือติดต่อคุณลุงปิ่น&nbsp;สามารถโทรสอบถามได้ที่&nbsp;086-9913769&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518151028093"],
    [331,"ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง จับมือปศุสัตว์จังหวัดระยอง รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ฉีดวัคซีนทำหมันสุนัข-แมว ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นายรัตนไกร&nbsp;ตันศรีวงษ์&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดระยอง&nbsp;และน&nbsp;ายกุมพล&nbsp;ชวนชม&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยองได้นำเจ้าหน้าที่ออกหน่วยเคลื่อนที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์และบริการฉีดวัคซีน&nbsp;ทำหมันสุนัข-แมวของประชาชนในพื้นที่&nbsp;เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดระยอง&nbsp;และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;เพื่อสนองพระปณิธานฯ&nbsp;ของพระองค์ที่ต้องการให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518152819104"],
    [332,"เกษตรลำปาง ร่วมวางแผนบริหารจัดการสินค้าเกษตร (ส้มโอและมะม่วง) เตรียมกระจายผลผลิตออกสู่ท้องตลาด ช่วงสถานการณ์โควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมมารถ&nbsp;สยมภาค&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้?นายพิเชษธ&nbsp;รักชาติโชติกูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับท่านเกษตรอำเภอแจ้ห่ม&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอแจ้ห่ม&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร&nbsp;การตลาด&nbsp;และการขนส่ง&nbsp;ลงพื้นที่วางแผนบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;(ส้มโอ&nbsp;และมะม่วง)?&nbsp;ในสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์เพชรลานนา&nbsp;?ตำบลแม่สุก&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อวางแผนการกระจายผลผลิตออกสู่ท้องตลาด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรและสำนักงานพาณิชย์&nbsp;ร่วมวางแผนประชาสัมพันธ์ในการกระจ่ายผลผลิตส้มโอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวา&nbsp;และพันธุ์ทองดี&nbsp;โดยมีผลผลิต&nbsp;ประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ลูก&nbsp;(พันธุ์ละ&nbsp;5,000&nbsp;ลูก)?&nbsp;โดยจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;และมีมะม่วงพันธุ์ขาวนิยม&nbsp;ที่สามารถบริโภคได้ทั้งผลสดและผลสุก&nbsp;โดยมีผลผลิตประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;ลูก&nbsp;(น้ำหนักประมาณ&nbsp;0.6&nbsp;-&nbsp;0.7&nbsp;กิโลกรัมต่อลูก)?&nbsp;ซึ่งเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง&nbsp;กลางเดือนมิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ในการนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;บริษัทไปรษณีย์ไทย&nbsp;ร่วมสนับสนุนการรับซื้อ&nbsp;กระจายผลผลิตและการขนส่ง&nbsp;</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518154038119"],
    [333,"จตุพร ย้ำ ไฟป่าหมอกควันปีนี้เกิดค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ 9 ส่วนจุดความร้อนลดลงร้อยละ 52 พร้อมเตรียมถอดบทเรียนการทำงานต่อไป","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;ไฟป่าหมอกควันปีนี้เกิดค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ&nbsp;9&nbsp;ส่วนจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;52&nbsp;พร้อมเตรียมถอดบทเรียนการทำงานต่อไป</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาพรวมระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เมื่อเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;ว่า&nbsp;มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เกินมาตรฐานลดลงร้อยละ&nbsp;9&nbsp;และจำนวนจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;52&nbsp;โดยมีค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงสุดเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;10&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ขณะเดียวกันยังสามารถเก็บรวบรวมเชื้อเพลิงออกจากพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ได้ถึง&nbsp;2,248&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้สถานการณ์หมอกควันภาคเหนือได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้วมาตั้งแต่วันที่&nbsp;27&nbsp;เมษายนที่ผ่านมา&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง&nbsp;แล้วหลังจากนี้จะสรุปภาพรวมปีนี้และเตรียมถอดบทเรียนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518152805103"],
    [334,"กรมการข้าว เตรียมจัดงานวันข้าวฯ เทิดพระเกียรติยิ่งใหญ่ในรูปแบบออนไลน์ ยกขบวนองค์ความรู้ด้านข้าว เสิร์ฟให้พี่น้องชาวนาถึงหน้าจอ","<p><strong>นายอาชว์ชัยชาญ&nbsp;เลี้ยงประยูร&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดทางออนไลน์ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว&nbsp;เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยในปีนี้จะขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง&nbsp;ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมรับชมงานโดยไม่จำเป็นต้องมาถึงสถานที่จัดงาน&nbsp;เป็นการรับชมนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ภายในงานทางระบบออนไลน์&nbsp;ผ่านการถ่ายทอดสัญญาณภาพจากกรมการข้าวส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั้ง&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร&nbsp;และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิจิตร&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติการเฝ้าระวังและการป้องกันการแพร่ระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดงานผ่านระบบออนไลน์ครั้งนี้&nbsp;</strong>ผู้เข้าชมงานจะได้รับชมนิทรรศการต่างๆมากมาย&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;นิทรรศการเทิดพระเกียรติด้านข้าวของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในหลวงรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;นิทรรศการงานวิชาการและงานวิจัย&nbsp;ด้านข้าวใหม่ๆที่น่าสนใจ&nbsp;รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตข้าวต่างๆที่จะมาจัดแสดงให้ได้รับชม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังกำหนดให้ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั่วประเทศ&nbsp;</strong>ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และการผลิตข้าวที่เป็นประโยชน์ผ่านระบบออนไลน์ในครั้งนี้ด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับพื้นที่นาด้วยระบบ&nbsp;Laser&nbsp;land&nbsp;leveling&nbsp;จากศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี&nbsp;แนวทางการอารักขาศัตรูข้าวจากศูนย์วิจัยข้าวสกลนคร&nbsp;เทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกำแพงเพชร&nbsp;และเทคโนโลยีการผลิตข้าวที่มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่จากศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้หน่วยงานภาคีเครือข่ายของกรมการข้าว</strong>และหน่วยงานภายนอกมาร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;ผ่านการนำเสนอแนวความรู้ด้านข้าวในรูปแบบต่างๆทางออนไลน์ในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518213249283"],
    [335,"โครงการชลประทานสตูล จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องใน วันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;โครงการชลประทานสตูล&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;16&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายพงศ์เทพ&nbsp;ปรีชา&nbsp;หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางภัทราภรณ์&nbsp;ผาสุข&nbsp;เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีชำนาญงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานสตูล&nbsp;ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องใน&nbsp;วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้จากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้จังหวัดสตูล&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์กล้าต้นหว้า&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;ต้นสะเดาเทียม&nbsp;80&nbsp;ต้น&nbsp;ต้นกระถินเทพา&nbsp;จำนวน&nbsp;70&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่ปลูก&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&nbsp;ได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหัวงานที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;3&nbsp;(ท่าแพร)&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลควนโดน&nbsp;อำเภอควนโดน&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518155839138"],
    [336,"ศอ.บต. เร่งช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตตกค้างภาคการเกษตรในพื้นที่สงขลา หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเรือตรี&nbsp;สมเกียรติ&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ไปยังหมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านป่าโอน&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อสั่งซื้อฟักทองจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เป็นการช่วยเหลือช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มเกษตรกรเบื้องต้น&nbsp;เพราะพื้นที่แห่งนี้นิยมเพาะปลูกฟักทองเป็นจำนวนมาก&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ที่มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในปลายปี&nbsp;2562&nbsp;ต่อเนื่องถึงปัจจุบันทั้งในประเทศไทยและประเทศมาเลเซียซึ่งมีการ&nbsp;Lock-down&nbsp;ไปเมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อสินค้าทางการเกษตรที่ให้ผลผลิตในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยเฉพาะฟักทองที่มีเกษตรกรหลายรายจำนวนหลายร้อยไร่&nbsp;ทยอยให้ผลผลิตเป็นจำนวนกว่าหลายร้อยตัน&nbsp;เกิดเป็นผลผลิตตกค้าง&nbsp;ไม่สามารถนำส่งไปยังตลาดกลาง&nbsp;รวมถึงไปยังประเทศมาเลเซีย&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;และตลาดต่างๆ&nbsp;ได้&nbsp;ประกอบกับประชาชนไม่ได้ออกมาจับจ่ายสินค้าส่งผลให้ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ&nbsp;ประสบภาวะขาดทุน&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรเดือดร้อนอย่างมาก&nbsp;และในปัจจุบันเริ่มทำให้ผลผลิตเน่าเสียและทำให้เกษตรกรขาดทุนจากการเพาะปลูกในห้วงฤดูกาลนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกรทุกคนที่ได้รับผลจากผลกระทบโควิด-19&nbsp;และให้สัญญาว่าจะเร่งหาทางช่วยเหลือ&nbsp;โดยจะเร่งหาช่องทาง&nbsp;การตลาด&nbsp;และทุกช่องทางที่สามารถนำผลผลิตของเกษตรกรไปจำหน่ายให้เร็วที่สุด&nbsp;โดยในเบื้องต้นจะเน้นเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก่อน&nbsp;จากนั้นจึงจะขยายไปสู่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกลุ่มอื่นๆ&nbsp;ตามลำดับต่อไป&nbsp;ให้ครอบคลุมมากที่สุดและเร็วที่สุด&nbsp;เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;ทุกคนจะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวรศักดิ์&nbsp;แก้วกับสิง&nbsp;เจ้าของสวนฟักทองเปิดเผยว่า&nbsp;ตนเองมีพื้นที่ปลูกฟักทองประมาณ&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตจากฟักทองปีนี้ลูกสวยงามมาก&nbsp;ไม่มีโรคระบาด&nbsp;ฟักทองไม่เสียหาย&nbsp;แต่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตได้เลยเพราะสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก&nbsp;ปกติตนเองจะขายฟักทองในราคาส่งไร่ละ&nbsp;3&nbsp;หมื่นกว่าบาท&nbsp;ปัจจุบันยังมีฟักทองที่ยังตกค้างในสวนประมาณ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;รวมน้ำหนักประมาณ&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;1&nbsp;แสนกว่าบาท&nbsp;ในวันนี้ดีใจที่ทางรัฐบาล&nbsp;โดย&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;มารับทราบปัญหากันจริงๆ&nbsp;อย่างน้อยได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับผลผลิต&nbsp;และขอบคุณที่&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;จะหาช่องทางการตลาด&nbsp;เพื่อระบายฟักทองออกจากสวน&nbsp;ชาวบ้านจะได้มีรายได้มาเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518155648137"],
    [337,"จ.ลำพูน ประชุมขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมกันปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ตลอดจนประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมกัน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการตามประกาศจังหวัดลำพูน&nbsp;เรื่อง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ลงวันที่&nbsp;29&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงาน&nbsp;\"โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า\"&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วมกันปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ตลอดจนประสานงานแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;เพื่อร่วมกันรับผิดชอบอำนวยการและขับเคลื่อนโครงการได้บรรลุวัตถุประสงค์&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร,&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;รับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;(1)&nbsp;รับทราบผลการประชุมสัมมนา&nbsp;\"การขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;สำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\"&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;ณ&nbsp;อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์&nbsp;โรงแรมรามาการ์เด้นส์&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;และ&nbsp;(2)&nbsp;มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำเนินการตามข้อสั่งการของ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะทำงาขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนชองรัฐบาล&nbsp;ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;\"โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า\"&nbsp;ข่าวโดย&nbsp;นายอานนท์&nbsp;บุญมาตุ้ย&nbsp;เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518162504154"],
    [338,"จ.ตราด ติดตามสถานการณ์ ผลไม้ 4 ชนิด พบ ทุเรียนตราดออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ 74","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายภิญโญ&nbsp;ประกอบผล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;มอบหมายให้<strong>&nbsp;นายกัฬชัย&nbsp;</strong>&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">เทพวรชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</span>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องจากผลผลิตการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราดในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ&nbsp;จัดขึ้นโดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;องค์กรเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมที่ทั้งที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;และผ่านระบบอินเทอร์เน็ต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องจากผลผลิตการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ในครั้งนี้ที่ประชุมได้นำเสนอสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ของจังหวัดตราด&nbsp;ในปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจากการประมาณการและการเก็บข้อมูลผลผลิตผลไม้&nbsp;4&nbsp;ชนิดของจังหวัดตราด&nbsp;ที่ออกสู่ตลาดพบว่า&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดแล้ว&nbsp;ถึงร้อยละ&nbsp;74&nbsp;เงาะผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ&nbsp;35&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;มังคุดออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ&nbsp;26&nbsp;และลองกองมีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วเพียงร้อยละ&nbsp;6&nbsp;โดยในที่ประชุมได้ระบุว่ายังคงมีความเป็นห่วงสถานการณ์ราคาผลผลิตเงาะ&nbsp;เนื่องจากผลผลิตยังรอออกสู่ตลาดอีกจำนวนมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้นำเสนอกิจกรรมที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ของจังหวัดตราด&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว&nbsp;อาทิ&nbsp;กิจกรรมการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลไม้&nbsp;(Mobile&nbsp;รถเร่ผลไม้)&nbsp;อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาร่างโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จังหวัดตราด&nbsp;โดยจะมีกิจกรรมจ่ายค่าบริหารจัดการผลไม้เป้าหมายเงาะ&nbsp;หรือ&nbsp;มังคุด&nbsp;รวม&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;ออกสู่จังหวัดปลายทาง&nbsp;อีกด้วย</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518172531207"],
    [339,"จตุพร ย้ำให้ ทสจ. ทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยช่วงฤดูฝนปีนี้","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;(ทสจ.)&nbsp;ทั่วประเทศเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินและการเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยช่วงฤดูฝนปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมทางไกล&nbsp;VDO&nbsp;conference)&nbsp;ติดตามงานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;(ทสจ.)&nbsp;ทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ว่า&nbsp;ได้กำชับให้เร่งรัดแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;4&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;การอนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;11&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบขยายเวลายื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้&nbsp;โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ภายใน&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;จึงกำชับให้ทุกจังหวัดเร่งรัดดำเนินการแล้วนำมติดังกล่าวแจ้งที่ประชุมประจำจังหวัด&nbsp;เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและเร่งรัดให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ส่งให้กรมป่าไม้พิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ต่อไป&nbsp;หากมีข้อสังเกตเพิ่มเติมขอให้แต่ละจังหวัดรายงานเข้ามาพิจารณาแก้ไขที่เป็นข้อติดขัด&nbsp;เนื่องจากจะไม่มีการขยายเวลาเพิ่มเติมให้กับพื้นที่ที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเข้าใช้ประโยชน์อีกแล้ว&nbsp;//&nbsp;โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน&nbsp;(คทช.)&nbsp;ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ขอให้ทุกจังหวัดเร่งรัดสำรวจตรวจสอบพื้นที่และนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัด&nbsp;แล้วให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนงานที่มีระยะเวลาการทำงานชัดเจนส่งภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;ใช้เป็นกรอบการทำงานของแต่ละจังหวัดต่อไป&nbsp;//&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ได้ทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;โดยช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้วจึงให้ทุกจังหวัดเตรียมปลูกป่าให้ได้ตามแผนที่กำหนดจะเริ่มปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศช่วงสัปดาห์หน้า&nbsp;เบื้องต้นให้&nbsp;ทสจ.&nbsp;ทุกจังหวัดประสานทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปลูกต้นไม้อย่างพร้อมเพรียงกันตามความเหมาะสม&nbsp;พร้อมประสานขอความร่วมมือกับภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วมด้วย&nbsp;ทั้งนี้ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้มีภาวะฝนทิ้งช่วงอาจส่งผลให้มีปริมาณจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงขอให้พื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือยังคงตรึงกำลังดูแลควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันอย่างเคร่งครัดต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับข้อสุดท้าย&nbsp;การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในปี&nbsp;2564&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ได้ให้&nbsp;ทสจ.&nbsp;เป็นศูนย์กลางประสานงานกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในส่วนภูมิภาคใกล้เคียง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานในระดับจังหวัดเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เครื่องมือที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุการณ์&nbsp;และการเข้าถึงพื้นที่&nbsp;โดยได้กำชับให้แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำแผนการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากที่มีแผนการทำงาน&nbsp;ทั้งก่อน&nbsp;ระหว่าง&nbsp;และหลังเกิดเหตุการณ์ที่ชัดเจน&nbsp;รวมถึง&nbsp;การประสานงานร่วมกับแต่ละหน่วยงานและแนวทางการซักซ้อมหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น&nbsp;เมื่อเกิดเหตุการณ์จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;เป็นระบบ&nbsp;ไม่เกิดความตื่นตระหนก&nbsp;และช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518180610218"],
    [340,"อำเภอบางปะอิน ร่วมกับชลประทานรังสิตเหนือ ขุดลอกผักตบชวาคลองเปรมประชากร ให้เป็นคลองสวย น้ำใส ไร้สิ่งกีดขวางทางน้ำ ตามนโยบายของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายวัชระ&nbsp;กระแสฉัตร์&nbsp;นายอำเภอบางปะอิน&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นางวาศิณี&nbsp;กิจรัตนี&nbsp;รองปลัดเทศบาลตำบลบางกระสั้น&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเผชิญ&nbsp;ขวัญยืน&nbsp;กำนันตำบลบางกระสั้น&nbsp;นายรณชัย&nbsp;นิ่มน้อย&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บางกระสั้น&nbsp;และ&nbsp;จนท.เทศบาลฯ&nbsp;ลงพื่นที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณคลองเปรมประชากร&nbsp;หลังจากปฏิบัติการขุดลอกผักตบชวาและกอบัวที่ขยายพันธุ์&nbsp;รวมทั้งสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อปรับปรุงคลองเปรมประชากรให้เป็นคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ไร้สิ่งกีดขวาง&nbsp;ตามนโยบายของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และ&nbsp;อำเภอบางปะอิน&nbsp;ทำให้เกิดความสะอาดและสวยงาม&nbsp;โดยการใช้เครื่องมือขุดลอกจากหน่วยงานชลประทานรังสิตเหนือ&nbsp;เข้าดำเนินการเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p><br></p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518201628258"],
    [341,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,484 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 41.61 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.34 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,484&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;รวมกันกว่า&nbsp;41.61&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;2.34&nbsp;ล้านโดส</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,484&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;24.5&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;274&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;124&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;41.65&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;(27.5%&nbsp;ของประชากร)&nbsp;ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;23.26&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;2,340,995&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;46.1%</span></p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210518211448270"],
    [342,"สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท รับเรื่องร้องทุกข์เกษตรกรจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมปรับแผนส่งน้ำช่วยบรรเทาความเดือดร้อน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;นายพายับ&nbsp;ปั้นเกตุ&nbsp;อดีต&nbsp;ส.ส.&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย&nbsp;และปลูกข้าว&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีกว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ยื่นหนังสือต่อนายกฤษฎา&nbsp;ศรีเพิ่มพันธ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;เพื่อร้องขอให้กรมชลประทาน&nbsp;และหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;ช่วยสนับสนุนส่งน้ำให้เกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;มีน้ำไว้หล่อเลี้ยงหลังขาดน้ำเป็นเวลานานและกำลังจะยืนต้นตาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพายับ&nbsp;ปั้นเกตุ&nbsp;อดีต&nbsp;ส.ส.สิงห์บุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในวันนี้ที่นำเกษตรกรชาว&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรีเดินทางมายังสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;เพื่อยื่นหนังสื่อให้กับกรมชลประทานในการพิจารณาช่วยส่งน้ำเข้าสู่ระบบคลองชลประทานให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก&nbsp;หลังจากที่ก่อนหน้า&nbsp;กรมชลประทานได้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำนา&nbsp;แต่ขณะนี้ถึงฤดูการทำนาแล้ว&nbsp;เกษตรกรเริ่มลงมือทำนาไปแล้ว&nbsp;แต่กลับไม่มีน้ำของกรมชลประทานส่งไปสนับสนุน&nbsp;จึงทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไปจะได้รับความเสียหาย&nbsp;ซึ่งตรงนี้อยากจะฝากไปถึงรัฐบาล&nbsp;ในช่วงนี้เป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาไปหลายอย่างแล้ว&nbsp;อยากจะให้มาทำการช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนบ้าง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;ศรีเพิ่มพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ภายหลังจากการที่ได้รับหนังสือแล้วก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้รับทราบถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่&nbsp;ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยายังคงมีปริมาณน้ำต้นทุนที่น้อยอยู่&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;จะรับเรื่องและส่งต่อไปยังกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อพิจารณาในการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายประพันธ์&nbsp;กลับฝั่ง&nbsp;อายุ&nbsp;65&nbsp;ปี&nbsp;ชาวนาในพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;บ้านจ่า&nbsp;อำเภอบางระจัน&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนเองทำนาอยู่&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;และยังปลูกอ้อยอีกกว่า&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งก่อนหน้าได้ใช้น้ำบาดาลในการลดพืชผลทางการเกษตร&nbsp;แต่ขณะนี้น้ำบาดาลก็สูบไม่ขึ้น&nbsp;หนำซ้ำน้ำในคลองชลประทานที่ส่งไปก็ไม่มี&nbsp;ซึ่งภายหลังจากการยื่นหนังสือกับทางสำนักงานชลประทานที่&nbsp;12&nbsp;แล้ว&nbsp;ทาง&nbsp;ผอ.รับปากที่จะช่วยเหลือส่งน้ำไปให้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519100540342"],
    [343,"อำเภอศรีเทพ ร่วมกับ นางสาวจิราภรณ์ พรหมชัยรัตน์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์ ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;transparent;\">วันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสมมาศ&nbsp;บุญยวง&nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวจิราภรณ์&nbsp;พรหมชัยรัตน์&nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัว/ราย&nbsp;และอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ราย&nbsp;ให้กับเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางบ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหนองแม่นา&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;transparent;\">ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่&nbsp;โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในแปลงของตน&nbsp;เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และมีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไป&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;transparent;\">เพลินจิต&nbsp;สวนศิลป์พงศ์&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบูรณ์</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;transparent;\">แหล่งข้อมูล&nbsp;:&nbsp;สำนักงาน</span>ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519114635454"],
    [344,"หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;โดยผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;5&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุกและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้เกษตรกรรับรู้&nbsp;ลักษณะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย&nbsp;ในปัจจุบันพบการระบาดของโรคภายในจังหวัดอำนาจเจริญในหลายพื้นที่&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;และถูกกัดโดยแมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบและเห็บ&nbsp;ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ&nbsp;โดยแนะนำให้เกษตรกรเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเชิงรุก&nbsp;การเฝ้าระวังสังเกตโค-กระบือ&nbsp;ของตนเอง&nbsp;พร้อมกับแนะนำการปฏิบัติหากพบการติดเชื้อ&nbsp;และร่วมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ฉีดพ่นสารกำจัดแมลง&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;บ้านทับเมย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.โนนหนามแท่ง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519101520350"],
    [345,"รอง ผอ.ศปพร. ลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ จ.ยะลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.ภัทรชัย&nbsp;แทนขำ&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่พบปะ/หารือ&nbsp;ผบ.ฉก.ทพ.30&nbsp;และกลุ่มเครือข่ายฝายมีชีวิต&nbsp;จว.ย.ล.&nbsp;เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับทำเกษตรกรรม&nbsp;(สวนทุเรียน)&nbsp;ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ของครอบครัวนายวรวิทย์&nbsp;ไชยสกุล&nbsp;ณ&nbsp;บก.ฉก.ทพ.3007&nbsp;บ.กาโสด&nbsp;ต./อ.บันนังสตา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ได้ให้คำแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน&nbsp;โดยการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน&nbsp;ด้วยการสร้างฝายมีชีวิต&nbsp;มี&nbsp;ผบ.ร้อย&nbsp;ทพ.3007&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;ร้อย&nbsp;ท.พ.3007&nbsp;บ้านกาโสด&nbsp;ต.บันนังสตา&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ได้เดินทางไปพบปะกลุ่มเครือข่ายท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;วิถีชุมชนเขื่อนบางลาง&nbsp;ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;เพื่อร่วมกันเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยววิถีชุมชนในพื้นที่&nbsp;โดยใช้โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ที่มีอยู่ในพื้นที่&nbsp;ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในพื้นที่ต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต่อมาเวลา&nbsp;14.30&nbsp;น.&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมพบปะ&nbsp;สมาชิก&nbsp;อรบ.&nbsp;มว.ปิยะมิตร&nbsp;4&nbsp;กองพันพิเศษปิยะมิตร/จุฬาภรณ์พัฒนา&nbsp;และเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปราชญ์ผู้นำด้านการเกษตรพึ่งพาตนเอง&nbsp;โดยมี&nbsp;ผญบ.ปิยะมิตร&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;หน.กองพันพิเศษปิยะมิตร/จุฬาภรณ์พัฒนา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;บ.ปิยะมิตร&nbsp;4&nbsp;ต.ถ้ำทะลุ&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519095045329"],
    [346,"สิ่งแวดล้อมที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีประชาชนร้องเรียนการใช้สารเคมีจำนวนมาก พร้อมเฝ้าระวังการชะล้างสารเคมีทางการเกษตรลงสู่แม่น้ำวัง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านต้นยาง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ที่มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการชะล้างสารเคมีทางการเกษตรลงสู่แม่น้ำวัง&nbsp;กรณีประชาชนร้องเรียนการใช้สารเคมีจำนวนมาก&nbsp;ณ&nbsp;แปลงผัก&nbsp;บ้านต้นยาง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าเกษตรกรได้เลิกทำการเพาะปลูกในพื้นที่&nbsp;โดยมีการรื้อถอนเครื่องมือและอุปกรณ์&nbsp;ท่อส่งน้ำฯ&nbsp;ออกนอกพื้นที่ดังกล่าวแล้ว&nbsp;และจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเกษตรกรในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง&nbsp;(บ้านปงวัง&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง)&nbsp;ที่อาศัยอยู่ติดกับพื้นที่ที่เกิดปัญหาเรื่องร้องเรียน&nbsp;ซึ่งได้ยืนยันข้อมูลว่าเกษตรกรแปลงดังกล่าว&nbsp;เดินทางกลับไปยังจังหวัดน่าน&nbsp;โดยเลิกทำการเพาะปลูกในบริเวณพื้นที่ที่มีข้อร้องเรียน&nbsp;พร้อมทั้งได้ขนเครื่องมือและอุปกรณ์ออกนอกพื้นที่แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;2&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;4&nbsp;(บ้านต้นยาง)&nbsp;จึงได้กำชับให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;(บ้านปงวัง&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง)&nbsp;หากพบเห็นว่าเกษตรกรผู้ถูกร้อง&nbsp;เริ่มดำเนินการปลูกพืช/ผัก&nbsp;หรือดำเนินกิจกรรมใดในพื้นที่ร้องเรียนดังกล่าว&nbsp;ให้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการติดตามตรวจสอบตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ในลำดับต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104002372"],
    [347,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำวัง ช่วงไหลผ่านชุมชนเมือง เขตเทศบาลนครลำปาง เพื่อตรวจติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำแม่น้ำวัง&nbsp;ช่วงไหลผ่านชุมชนเมือง&nbsp;เขตเทศบาลนครลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จุดเก็บ&nbsp;เพื่อตรวจติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริเวณสะพานฝายยาง&nbsp;สะพานออเร้นจ์&nbsp;สะพานรัตนโกสินทร์&nbsp;200&nbsp;ปี&nbsp;สะพานช้างเผือก&nbsp;สะพานเขลางค์นคร&nbsp;และสะพานเสตุวารี&nbsp;พร้อมนำส่งตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์หาค่าสารมลพิษ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติการทดสอบ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำวัง&nbsp;พบสภาพโดยรวมทั่วไปมีลักษณะน้ำนิ่ง&nbsp;ปริมาณน้ำน้อย&nbsp;เนื่องจากมีการระบายน้ำออกจากฝายกั้นน้ำ&nbsp;เพื่อขุดลอกลำน้ำ&nbsp;ลักษณะน้ำขุ่น&nbsp;(จุดที่&nbsp;1-4)&nbsp;และใส&nbsp;(จุดที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6)&nbsp;สามารถมองเห็นปลา&nbsp;พืชน้ำ&nbsp;และสาหร่ายใต้น้ำได้ชัดเจน&nbsp;ความลึกของลำน้ำ&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;0.6&nbsp;-&nbsp;1.8&nbsp;เมตร&nbsp;ค่าความเป็นกรดและด่าง&nbsp;(pH)&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;7.41&nbsp;-&nbsp;7.64&nbsp;และค่าปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ&nbsp;(DO)&nbsp;อยู่ระหว่าง&nbsp;3.76-&nbsp;6.98&nbsp;มิลลิกรัมต่อลิตร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุดที่&nbsp;4,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;6&nbsp;พบหญ้าบริเวณข้างริมน้ำ&nbsp;และในลำน้ำพบพืชใต้น้ำ&nbsp;สาหร่ายเป็นจำนวนมากบริเวณริมฝั่ง&nbsp;พบมีการระบายน้ำทิ้งจากท่อ&nbsp;ลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ท่อ&nbsp;น้ำทิ้งที่ระบายมีลักษณะขุ่นสีขาวถึงดำมีกลิ่นเหม็น&nbsp;และมีเศษอาหารปะปน&nbsp;และจุดเก็บที่&nbsp;4&nbsp;ยังพบการทำแนวไม้ไผ่&nbsp;เพื่อดักเศษที่ลอยบนผิวน้ำ&nbsp;ทำให้พบวัชพืช&nbsp;เศษขยะ&nbsp;คราบน้ำมันจำนวนมาก&nbsp;บริเวณเหนือแนวไม้ไผ่&nbsp;นอกจากนี้ยังพบถุงพลาสติก&nbsp;ขวดแก้ว&nbsp;เศษแก้ว&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;และเศษอาหาร&nbsp;บริเวณริมฝั่งน้ำและในลำน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการตรวจติดตามและเฝ้าระวังคุณภาพแม่น้ำวังอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;จึงทำการเก็บตัวอย่างน้ำ&nbsp;และส่งตรวจวิเคราะห์หาสารมลพิษ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จุดเก็บ&nbsp;เดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปประเมินผลคุณภาพน้ำ&nbsp;สำหรับเป็นแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำวัง&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104303373"],
    [348,"เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง ส่งมอบพันธุ์ลูกปลานิล จำนวน 45,000 ตัว สนับสนุนเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้นายณัฐนนท์&nbsp;ปินคำ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมมอบพันธุ์ลูกปลานิล&nbsp;จำนวน&nbsp;45,000&nbsp;ตัว&nbsp;และอาหารปลา&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมของโครงการย่อยส่งเสริมเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์&nbsp;บริเวณพื้นที่การเกษตรในเขตพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่นึง&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในพื้นที่ตำบลทุ่งกว๋าว&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรปลอดภัย&nbsp;เกษตรอินทรีย์แบบครบวงจรจังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากโครงการแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดลำปาง&nbsp;ประมงอำเภอเมืองปาน&nbsp;และเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;โดยทยอยการรับปัจจัยการผลิต&nbsp;ณ&nbsp;วัดปลายนาเฮี้ย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลทุ่งกว๋าว&nbsp;อำเภอเมืองปาน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104635379"],
    [349,"โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำตามมาตรการควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงทางน้ำชลประทาน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;สุพรรณคง&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำตามมาตรการควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงทางน้ำชลประทาน&nbsp;ประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำ&nbsp;อ่างเก็บน้ำกิ่วลม&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;หน้าโรงสูบน้ำการประปาลำปาง&nbsp;หน้าโรงสูบน้ำการไฟฟ้าฝ่าผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;บริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำกิ่วลม&nbsp;ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา&nbsp;บริเวณกลางอ่างเก็บน้ำกิ่วลมถึงบริเวณท้ายเขื่อนกิ่วลม&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;ในพื้นที่ตำบลบ้านแลง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;จากนั้นได้ตรวจสอบบริเวณจุดที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมา&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาฝั่งขวา&nbsp;บริเวณกลางอ่างกิ่วคอหมา&nbsp;และบริเวณหน้าอ่างเก็บน้ำกิ่วคอหมาฝั่งซ้ายในพื้นที่ตำบลปงดอน&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำทั้ง&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;พบว่าลักษณะของน้ำทั่วไปใส&nbsp;ไม่มีตะกอน&nbsp;ไม่มีกลิ่น&nbsp;คุณภาพน้ำปกติ&nbsp;และเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมชลประทานกำหนด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104902381"],
    [350,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก พร้อมเร่งเช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัยปีนี้ ตามแผนมาตรการรับมือฤดูฝน 10 มาตรการ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก&nbsp;พร้อมเร่งเช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัยปีนี้&nbsp;ตามแผนมาตรการรับมือฤดูฝน&nbsp;10&nbsp;มาตรการ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;87&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;76&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,274&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,524&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;สนับสนุนเครื่องจักรกลขุดเจาะบ่อน้ำตื้น&nbsp;6&nbsp;บ่อ&nbsp;ก่อสร้างระบบเติมน้ำใต้ดิน&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;การขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค-บริโภคและเพื่อการเกษตรในพื้นที่บ้านนนทรี&nbsp;บ้านวังรี&nbsp;และบ้านเขาข่า&nbsp;ต.นนทรี&nbsp;อ.กบินทร์บุรี&nbsp;จ.ปราจีนบุรี&nbsp;และกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;นำรถบรรทุกน้ำ&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เติมเข้าระบบถังเก็บน้ำในบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ห่างจากประปาหมู่บ้านและเติมเข้าระบบประปาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;บ้านดงช่อย&nbsp;อ.วังทอง&nbsp;จ.พิษณุโลก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;10&nbsp;มาตรการ&nbsp;พร้อมให้บูรณาการทำงานร่วมกันกำหนดมาตรการหรือแผนบริหารจัดการน้ำในหน้าแล้งและฤดูฝนให้เหมาะสม&nbsp;สอดคล้องกับสถานการณ์และแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-&nbsp;2580)&nbsp;โดยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;แล้วให้&nbsp;สทนช.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป&nbsp;ส่วนการเตรียมความพร้อมการรับมือ&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และลดความเสียหายจากการเกิดภัยพิบัติในฤดูฝนนี้&nbsp;สทนช.ได้กำหนดแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝนและมาตรการรับมือฤดูฝนควบคู่กันไป&nbsp;ซึ่งแผนการจัดสรรน้ำในฤดูฝนกำหนดให้ใช้น้ำฝนทำกิจกรรมต่างๆเป็นหลักเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519093042318"],
    [351,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519094319322"],
    [352,"พัฒนาชุมชนสตูล ลงพื้นที่ตรวจรับงานตามโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก หนอง นา ณ อำเภอทุ่งหว้า","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(18&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นางศุภมาส&nbsp;เหล็นเรือง&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมายให้นางสาวนวภัทร&nbsp;หอมหวล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับงานตามโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวอนงค์&nbsp;ตุ้นรัตน์&nbsp;พัฒนาการอำเภอทุ่งหว้า&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;รองปลัด&nbsp;อบต.ทุ่งหว้า&nbsp;นายช่าง&nbsp;อบต.ทุ่งหว้า&nbsp;ผู้รับเหมา&nbsp;และครัวเรือนเป้าหมาย&nbsp;นำเสนอข้อมูลเอกสาร&nbsp;รายงานความก้าวหน้า&nbsp;และผลการดำเนินงานตามโครงการการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;กิจกรรมปรับปรุงพื้นที่ตามมาตรฐานโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ขนาด&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ในตำบลนาทอน&nbsp;ดังนี้&nbsp;1.ร.ต.ท.ชูศักดิ์&nbsp;ตัญจะโร&nbsp;ม.2&nbsp;,&nbsp;2.น.ส.เปรมวดี&nbsp;จิช่อง&nbsp;ม.5&nbsp;และ3.นางธัญวรัตน์&nbsp;ชูชื่น&nbsp;ม.6</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะกรรมการตรวจรับฯ&nbsp;เน้นย้ำให้มีการดำเนินงานตามรายละเอียดงานในสัญญาจ้าง&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และสร้างความเข้าใจแก่ครัวเรือนอย่างโปร่งใสในการทำงานต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519102425360"],
    [353,"สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมพลังเสนอทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วย BCG Model เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมพลังเสนอทิศทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วย BCG Model เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างยั่งยืน</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติหรือ วช. เปิดเสวนา รวมพลังประชาคมวิจัยขับเคลื่อนไทยด้วย BCG Model กล่าวว่า วช. ในบทบาทการบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม โดยในประเด็นท้าทายด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการเกษตร ได้รับงบประมาณจากกองทุน ววน. เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการกับปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเกษตร และเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ การใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า BCG Model ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง อว. ที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทย ด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ.2564-2569 ที่มีเป้าหมายให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางชีวภาพใหม่คุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ การวิจัยและนวัตกรรม จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ โดยการเสริมจุดแข็งของการมีฐานทรัพยากรจากความหลากหลายทางชีวภาพที่สูง เร่งกระบวนการทำงานของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ลดการใช้ทรัพยากร และหมุนเวียนการใช้ทรัพยากร เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</span></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519114805455"],
    [354,"เกษตรจังหวัดกระบี่ เร่งขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เพื่อเชื่อมโยงตลาด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;(2564)&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;และจากข้อมูลแปลงใหญ่ในระบบ&nbsp;co-farm.doae.go.th&nbsp;มีข้อมูลแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;93&nbsp;แปลง&nbsp;โดยจำแนกเป็น&nbsp;<strong>ด้านพืช</strong>&nbsp;มีหน่วยงาน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;86&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;แปลง&nbsp;ยางพารา&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;แปลง&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;แปลง&nbsp;ทุเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;ข้าวจำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;ผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;กาแฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;<strong>และด้านปศุสัตว์</strong>&nbsp;มีหน่วยงาน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยแปลงใหญ่ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;ต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประเภทนิติบุคคล&nbsp;ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;และดำเนินงานตามคู่มือโครงการ&nbsp;เสนอให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;และให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ&nbsp;ระดับจังหวัดพิจารณาอนุมัติ&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการภายใต้กรอบนโยบายแผนงาน&nbsp;เกษตรอัจฉริยะ&nbsp;(เกษตรแม่นยำ&nbsp;เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;การเกษตรที่มีมูลค่าสูง)&nbsp;เพื่อพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแปลงใหญ่&nbsp;โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งร่วมกันบริหารจัดการเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อยกระดับการผลิตให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;และอุตสาหกรรม&nbsp;โดยเฉพาะด้านอาหารและพลังงาน&nbsp;ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่<strong>&nbsp;</strong>โดยมี&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณากลั่นกรองแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;แปลงใหญ่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;12&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ผึ้งโพรง&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;และแปลงใหญ่แพะ&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;รวมสมาชิก&nbsp;1,647&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;25,959.25&nbsp;ไร่&nbsp;งบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งสิ้น&nbsp;53,016,686&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;ทั้ง&nbsp;20&nbsp;แปลง&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;53,016,686&nbsp;บาท&nbsp;และหลังจากนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;จะได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;และติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัดและระดับกระทรวงต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วาสนา&nbsp;บัวทอง&nbsp;&nbsp;สวท.กระบี่&nbsp;รายงาน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104400374"],
    [355,"การส่งมอบปัจจัยการผลิต แก่เกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ชัยรัตน์&nbsp;พุ่มช่วย&nbsp;ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สนง.ประมงจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสมมาศ&nbsp;บุญยวง&nbsp;ประมงอำเภอศรีเทพ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวจิราภรณ์&nbsp;พรหมชัยรัตน์&nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเพชรบูรณ์&nbsp;ดำเนินการส่งมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ตัว/ราย&nbsp;และอาหารปลากินพืชขนาดเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม/ราย&nbsp;ให้กับเกษตรกรโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการประมง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เมื่อวัน&nbsp;ที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางบ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหนองแม่นา&nbsp;อำเภอเขาค้อ&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้น้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง&nbsp;อย่างเหมาะสมและมีความสอดคล้องกับสภาพพื้นที่&nbsp;โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้มแข็ง&nbsp;และส่งเสริมให้เกษตรกรปรับใช้หลักเกษตรทฤษฎีใหม่ในแปลงของตน&nbsp;เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดินและน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;และมีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เป็นการลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้เพียงพอต่อการดำรงชีพต่อไป</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","เพชรบูรณ์","สวท.เพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519111930415"],
    [356,"องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO) และสหภาพยุโรป(EU) ยกย่องไทยเป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาประมง(IUU)อย่างยั่งยืน ","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(FAO)&nbsp;และคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป&nbsp;(European&nbsp;Commission)&nbsp;ส่งหนังสือเชิญ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;6&nbsp;รัฐมนตรี&nbsp;จากประเทศสมาชิก&nbsp;194&nbsp;ประเทศ&nbsp;เตรียมขึ้นเวทีระดับโลกกล่าวสุนทรพจน์&nbsp;(Testimonial&nbsp;Statement)&nbsp;และเข้าร่วมการเสวนา&nbsp;(Panel&nbsp;Discussion)&nbsp;ในการประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง&nbsp;(High-Level&nbsp;Event)&nbsp;เรื่อง&nbsp;ข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า&nbsp;(PSMA)&nbsp;และการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;(IUU&nbsp;Fishing)&nbsp;ที่จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;ได้มอบนโยบายให้กรมประมง&nbsp;ทำงานบรูณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;(IUU&nbsp;Fishing)&nbsp;โดยที่ผ่านมา&nbsp;รัฐบาลไทย&nbsp;และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่และชัดเจน&nbsp;ที่จะขจัดปัญหาการทำประมง&nbsp;IUU&nbsp;เพราะตระหนักดีถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่ออนุชนรุ่นหลัง&nbsp;มิใช่เฉพาะแต่ของไทยแต่หมายถึงทรัพยากรของโลกโดยภาพรวม&nbsp;โดยการแก้ไขปัญหาประมง&nbsp;IUU&nbsp;ได้ถูกกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ</p><p><strong>ด้านนายธนวรรษ&nbsp;เทียนสิน&nbsp;อัครราชทูต(ฝ่ายเกษตร)</strong>&nbsp;และผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ&nbsp;ณ&nbsp;กรุงโรม&nbsp;(FAO/IFAD/WFP)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในครั้งนี้&nbsp;จะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและนำเสนอผลการดำเนินงานของประเทศสมาชิกที่ร่วมลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า&nbsp;(Port&nbsp;State&nbsp;Measures&nbsp;Agreement&nbsp;หรือ&nbsp;PSMA)&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อสร้างความตระหนักต่อการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ขาดการรายงาน&nbsp;และไร้การควบคุม&nbsp;(IUU&nbsp;Fishing)&nbsp;และส่งเสริมการดำเนินนโยบายของประเทศสมาชิกฯ</p><p>ทั้งนี้&nbsp;FAO&nbsp;ได้เชิญรัฐมนตรีจาก&nbsp;6&nbsp;ประเทศ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แคนาดา&nbsp;สาธารณรัฐฟิจิ&nbsp;สาธารณรัฐโมซัมบิก&nbsp;สาธารณรัฐเปรู&nbsp;สเปน&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์&nbsp;และแถลงผลงานความสำเร็จในระดับประเทศในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;(IUU&nbsp;Fishing)&nbsp;ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย&nbsp;จะเป็นรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียเพียงประเทศเดียวที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่สำคัญระดับโลกในครั้งนี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519104505376"],
    [357,"เกษตรแม่ฮ่องสอนเตือนเกษตรกรระวัง โรคกุ้งแห้ง ระบาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;แจ้งเตือนการระบาดศัตรูพืช&nbsp;ชื่อโรคกุ้งแห้ง&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและมีฝนตก&nbsp;อาจทำให้เกิดการระบาดของโรคกุ้งแห้ง&nbsp;สามารถพบได้ในระยะที่ต้นพริกให้ผลผลิต&nbsp;มักพบบนผลพริกที่เริ่มสุกหรือก่อนที่ผลพริกจะเปลี่ยนสี&nbsp;เริ่มแรกจะพบจุดหรือแผลช้ำยุบตัวเล็กน้อย&nbsp;ต่อมาแผลขยายใหญ่สีน้ำตาลหรือดำ&nbsp;ลักษณะเป็นวงรีหรือวงกลม&nbsp;บริเวณแผลพบส่วนของเชื้อราเป็นจุดสีดำขนาดเล็กเรียงเป็นวงซ้อนกัน&nbsp;กรณีที่สภาพอากาศขึ้น&nbsp;จะเห็นเมือกเยิ้มสีส้มอ่อน&nbsp;ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้ผลเน่าและร่วงก่อนเก็บเกี่ยว&nbsp;หากพบอาการที่ผลอ่อน&nbsp;จะทำให้ผลพริกโค้งงอบิดเบี้ยวลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง&nbsp;เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากเริ่มระบาดให้เก็บพริกที่เป็นโรคไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก&nbsp;เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรคและกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก&nbsp;เพื่อไม่ให้แปลงปลูกมีความขึ้นสูง&nbsp;ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค&nbsp;หากพบว่าเริ่มมีการระบาดของโรค&nbsp;ให้พ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช&nbsp;อะซอกชีสโตรบิน&nbsp;25%&nbsp;เอสซี&nbsp;อัตรา&nbsp;10&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือสารแมนโคเซบ&nbsp;80%&nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&nbsp;อัตรา&nbsp;40-50&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตรหรือสารโพรคลอราช&nbsp;50%&nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&nbsp;อัตรา&nbsp;20-30&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;โดยพ่นทุก&nbsp;7-10&nbsp;วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตพริกแต่ละรุ่นแล้ว&nbsp;เกษตรกรควรกำจัดวัชพืชและเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคในแปลงไปเผาทำลายทิ้งให้หมด&nbsp;และควรจัดระยะปลูกพริกให้เหมาะสม&nbsp;ไม่ปลูกชิดกันเกินไป&nbsp;ก่อนเพาะ&nbsp;ควรแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่น&nbsp;50&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;นาน&nbsp;20-30&nbsp;นาที&nbsp;และควรเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าจากแหล่งที่ปราศจากโรค&nbsp;กรณีเก็บเมล็ดพันธุ์เอง&nbsp;ควรเลือกผลพริกที่ไม่เป็นโรค&nbsp;สำหรับในพื้นที่มีการระบาดของโรครุนแรง&nbsp;เกษตรกรควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียน&nbsp;เพื่อตัดวงจรของเชื้อสาเหตุโรค</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519111711411"],
    [358,"กรมชลประทาน แนะนำเกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปีให้สอดคล้องกับปริมาณฝนในพื้นที่ ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทรมา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;ระบุว่าขณะนี้กรมชลประทานได้เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่เขตชลประทาน&nbsp;เพื่อแจ้งเกษตรกรเพาะปลูกข้าวนาปีให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่&nbsp;&nbsp;เน้นให้ทำนาพร้อมกัน&nbsp;ในพื้นที่ที่มีฝนตกเพียงพอและสม่ำเสมอ&nbsp;โดยการเพาะปลูกแต่ละพื้นที่จะใช้น้ำฝนเป็นหลักและเมื่อเกษตรกรเพาะปลูกแล้ว&nbsp;&nbsp;ในช่วงเวลาที่ฝนตกน้อยจะใช้น้ำชลประทานเสริมน้ำฝน&nbsp;ทั้งนี้ในพื้นที่ที่มีฝนเพียงพอและสามารถปลูกได้เร็ว&nbsp;จะลดปัญญาความเสี่ยงที่เกิดความเสียหายในฤดูน้ำหลาก&nbsp;หลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาการ&nbsp;ได้ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนปี&nbsp;2564&nbsp;อย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&nbsp;ประชาสัมพันธ์เชิงรุกในทุกพื้นที่เขตชลประทาน&nbsp;ให้เกษตรกรทำนาปีพร้อมกัน&nbsp;หากในพื้นที่มีปริมาณฝนตกสม่ำเสมอและมีปริมาณน้ำเพียงพอ&nbsp;โดยให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;และหากเกษตรกรเพาะปลูกแล้ว&nbsp;ในช่วงที่เกิดภาวะฝนตกน้อย&nbsp;จะใช้น้ำชลประทานเข้าไปเสริมน้ำฝน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเพาะปลูกนาปีเร็วขึ้น&nbsp;จะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทันก่อนน้ำหลากจากมา&nbsp;ช่วยลดผลกระทบจากผลผลิตเสียหายได้เป็นอย่างมาก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้</strong>&nbsp;&nbsp;ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม&nbsp;โดยไม่กระทบต่อเกษตรกร&nbsp;พร้อมกับบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;รวมทั้งเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดเป็นไปตามเกณฑ์เก็บกัก&nbsp;(RULE&nbsp;CURVE)&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519114448451"],
    [359,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนาดี&nbsp;ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;แก่สุนัข-แมว&nbsp;ที่บ้านกกแหนเก่าหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;31&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;34&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านกกแหนใหม่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เป็นสุนัข&nbsp;68&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;69&nbsp;ตัว</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519113454443"],
    [360,"เกษตรจังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่เพื่อเชื่อมโยงตลาด ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดกระบี่ได้ดำเนินการโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2559&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;(2564)&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;และจากข้อมูลแปลงใหญ่ในระบบ&nbsp;co-farm.doae.go.th&nbsp;มีข้อมูลแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;93&nbsp;แปลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านพืช&nbsp;มีหน่วยงาน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดกระบี่&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวกระบี่&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;86&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;42&nbsp;แปลง&nbsp;ยางพารา&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;แปลง&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;แปลง&nbsp;ทุเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;ข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;ผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;และกาแฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;มีหน่วยงาน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;7&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;โดยแปลงใหญ่ที่ต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;ต้องจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ประเภทนิติบุคคล&nbsp;ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;และดำเนินงานตามคู่มือโครงการ&nbsp;เสนอให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;และให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับฯ&nbsp;ระดับจังหวัดพิจารณาอนุมัติ&nbsp;ภายใต้เงื่อนไขของการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เพื่อพิจารณากลั่นกรองแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;แปลงใหญ่ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;12&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ผึ้งโพรง&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;และแปลงใหญ่แพะ&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;รวมสมาชิก&nbsp;1,647&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;25,959.25&nbsp;ไร่&nbsp;งบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งสิ้น&nbsp;53,016,686&nbsp;บาท&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมชาย&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;ทั้ง&nbsp;20&nbsp;แปลง&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;53,016,686&nbsp;บาท&nbsp;และหลังจากนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;จะได้ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ให้คำแนะนำ&nbsp;และติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;เพื่อรายงานผลให้คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัดและระดับกระทรวงทราบต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519115131456"],
    [361,"ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี พาปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้ของชาติปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณป่าชุมชนบ้านหัวงิ้ว&nbsp;หนองสาหร่าย&nbsp;ตำบลหัวป่า&nbsp;อำเภอพรหมบุรี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจุมพฏ&nbsp;ชอบธรรม&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และชุมชนบ้านหัวงิ้ว&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นมะค่าโมง&nbsp;และต้นประดู่ป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;กล้า&nbsp;พร้อมทั้งพรวนดิน&nbsp;ใส่ปุ๋ย&nbsp;รดน้ำและบำรุงรักษาต้นไม้&nbsp;เพื่อให้ป่าชุมชนบ้านหัวงิ้ว&nbsp;หนองสาหร่าย&nbsp;เป็นป่าชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นเป็นต้นแบบของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ประชาชนและหน่วยงานราชการต่างนำไปขยายผลสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์และรู้จักการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรีร่วมกับศูนย์ป่าไม้สิงห์บุรี&nbsp;สถานีเพาะกล้าไม้จังหวัดสิงห์บุรีและสวนรุกขชาติคูเมืองได้ร่วมกันสำรวจพื้นที่และมีความเห็นว่าป่าชุมชนบ้านหัวงิ้วหนองสาหร่ายมีพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ล้อมรอบแหล่งน้ำมีต้นไม้ที่ค่าทางเศษฐกิจและสมุนไพรควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519121722479"],
    [362,"จังหวัดสระบุรีเตรียมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ตามนโยบายรัฐบาล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมพระพุทธบาท&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสระบุรี&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี&nbsp;เพื่อเตรียมดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่จังหวัดสระบุรี&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;2,128.79&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;1&nbsp;สาขาสระบุรี&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;ซีพี-เมจิ&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้กำหนดปลูกป่าโครงการ&nbsp;รักษ์ป่า&nbsp;รักษ์น้ำ&nbsp;รักแผ่นดิน&nbsp;ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ในวันที่&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น&nbsp;บ้านบุใหญ่&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลห้วยแห้ง&nbsp;อำเภอแก่งคอย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;จำนวนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่ทั่วประเทศ&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;ป่าพรุ&nbsp;และที่ดินของรัฐประเภทอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของประเทศ&nbsp;โดยจังหวัดสระบุรีได้รับเป้าหมายดำเนินการเนื้อที่&nbsp;จำนวน&nbsp;16,288.98&nbsp;ไร่&nbsp;ระยะเวลาตั้งแต่ปี&nbsp;2563-2570&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาราษฎร&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมใจกันปลูกป่าตามพื้นที่ว่างเปล่า&nbsp;หัวไร่ปลายนา&nbsp;บริเวณที่อยู่อาศัย&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สถานที่ประกอบกิจการ&nbsp;โดยสามารถขอรับพันธุ์กล้าไม้ได้ที่&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;5&nbsp;(สระบุรี)&nbsp;หรือติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519132310493"],
    [363,"ไทยคาดปี 64 ส่งออก \"อาหารสัตว์เลี้ยง PET FOOD ติด TOP 3 ตลาดโลก\"","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์การระบาดของ&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่ยังคงมีความรุนแรงและแพร่กระจายไปทั่วโลก&nbsp;ทำให้ประชาชนทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;มีการใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น&nbsp;(Work&nbsp;From&nbsp;Home)&nbsp;ทำให้สัตว์เลี้ยง&nbsp;เช่น&nbsp;สุนัขและแมวกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการใช้ชีวิต&nbsp;เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวและเพื่อนแก้เหงาตามไปด้วย&nbsp;ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีการขยายเติบโตเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยงต้องการดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเอง&nbsp;ให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีที่สุดไม่ต่างไปจากตัวเอง&nbsp;โดยหันมาสนใจในอาหารสัตว์เลี้ยงมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>รายงานตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลก&nbsp;</strong>ปี&nbsp;2020-30:&nbsp;COVID-&nbsp;19&nbsp;ผลกระทบและการฟื้นตัวจาก&nbsp;ResearchAndMarkets.com&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกจะเติบโตจาก&nbsp;74.6&nbsp;พันล้านดอลลาร์ในปี&nbsp;2562&nbsp;เป็น&nbsp;75.5&nbsp;พันล้านดอลลาร์ในปี&nbsp;2563&nbsp;ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี&nbsp;(CAGR)&nbsp;ที่&nbsp;1.3%&nbsp;และเติบโตต่อปีที่&nbsp;6%&nbsp;จากปี&nbsp;2564&nbsp;และแตะ&nbsp;88.5&nbsp;พันล้านดอลลาร์ในปี&nbsp;2566&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกรมปศุสัตว์&nbsp;โดยสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์</strong>&nbsp;มีภารกิจหน้าที่ในการกำกับดูแลกระบวนการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;(Pet&nbsp;food)&nbsp;เพื่อการส่งออก&nbsp;โดยครอบคลุมการขึ้นทะเบียนรับรองโรงงานผลิตอาหารสัตว์เพื่อการส่งออก&nbsp;(VCN.)&nbsp;ควบคุมคุณภาพมาตรฐานโรงงานให้มีระบบรับรองการปฏิบัติทางการผลิตที่ดี&nbsp;(GMP)&nbsp;และมีระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม&nbsp;(HACCP)&nbsp;การตรวจสอบกระบวนการผลิต&nbsp;และการออกหนังสือรับรองสุขอนามัยสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;โดยสอดคล้องตามข้อกำหนดและระเบียบของประเทศคู่ค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้า&nbsp;</p><p><strong>โดยพบว่าอาหารกลุ่มประเภทอาหารกระป๋อง&nbsp;</strong>สำหรับสัตว์เลี้ยงเป็นสินค้าที่มูลค่าการส่งออกมากที่สุดถึง&nbsp;73%&nbsp;และประเทศคู่ค้าที่นำเข้าหลักคือ&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;(31%)&nbsp;และสหภาพยุโรป&nbsp;(25.38%)&nbsp;และประเทศอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;ฟิลิปปินส์&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;ออสเตรเลีย&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ขณะที่ในปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทศที่ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง&nbsp;5&nbsp;อันดับแรกของโลก&nbsp;คือ&nbsp;เยอรมัน&nbsp;สหรัฐอเมริกา&nbsp;ฝรั่งเศส&nbsp;ไทย&nbsp;และเนเธอร์แลนด์&nbsp;</p><p><strong>ส่วนปี&nbsp;2564&nbsp;อาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง&nbsp;</strong>ยังคงมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การส่งออกเพียงแค่ช่วง&nbsp;4&nbsp;เดือนแรก&nbsp;มีปริมาณรวมแล้ว&nbsp;240,440,070.10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;16,736.72&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากประเทศคู่ค้ามีความเชื่อมั่นในสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากประเทศไทย&nbsp;ประกอบกับการเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ในช่วงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;ของคนทั่วโลก&nbsp;ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยขยายตัว&nbsp;นับเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่ในปีนี้จะก้าวขึ้นสู่&nbsp;Top&nbsp;3&nbsp;เป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ&nbsp;สวนทางเศรษฐกิจโลกในช่วงวิกฤตการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;นี้</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519141057528"],
    [364,"ปศุสัตว์ยโสธร ส่งเสริมการกางมุ้งคอกสัตว์ และปรุงยาสมุนไพรจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ไล่แมลงรบกวน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายพงศ์นริศร์&nbsp;สิทธิบุรี&nbsp;รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;นายพิมสอน&nbsp;พิมทอง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.9&nbsp;ต.ลุมพุก&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;บ้านเหล่าฝ้าย&nbsp;ม.9&nbsp;ต.ลุมพุก&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรกางมุ้งในคอกสัตว์&nbsp;โดยมอบอุปกรณ์&nbsp;และมุ้ง&nbsp;เป็นการสาธิต&nbsp;และสนับสนุนการปรุงยาสมุนไพรโบราณจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของกลุ่มเกษตรกรบ้านเหล่าฝ้าย&nbsp;ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสูตรมาจากบรรพบุรุษ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยส่วนผสมประกอบด้วยใบยูคา&nbsp;ใบสาบเสือ&nbsp;ตระไคร้หอม&nbsp;ใบสะเดา&nbsp;และข่าแก่&nbsp;น้ำหนักอย่างละเท่ากัน&nbsp;นำต้นมาทุบหรือสับเป็นท่อนเล็กๆ&nbsp;และขยี้ใบให้แหลก&nbsp;ใส่ในถังพลาสติคขนาด&nbsp;100&nbsp;ลิตร&nbsp;ผสมน้ำ&nbsp;ทิ้งไว้&nbsp;2&nbsp;คืน&nbsp;นำน้ำที่ได้ปริมาณ&nbsp;1&nbsp;แก้ว&nbsp;ผสมน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;ไปลูบชโลมให้ทั่วตัวสัตว์&nbsp;วันละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;จะทำให้ผิวหนังสัตว์สะอาด&nbsp;กลิ่นของยาสมุนไพรยังช่วยไล่แมลงหรือยุง&nbsp;ไม่ให้มารบกวนสัตว์&nbsp;จึงช่วยป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;และเนื่องจากส่วนผสมของยาสมุนไพรสกัดมาจากสารธรรมชาติ&nbsp;จึงไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์&nbsp;และไม่สะสมเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เจ้าหน้าที่จะสนับสนุนให้มีการใช้ยาสมุนไพร&nbsp;จากภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ให้เกษตรกรนำไปใช้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;ควบคู่ไปกับการกางมุ้งในคอกสัตว์ต่อไป</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519140918525"],
    [365,"การประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดนครสวรรค์ประชุม&nbsp;สนับสนุนการเข้าถึงทุนให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พิจารณาข้อมูลรายกลุ่มให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;และตรงตามวัตถุประสงค์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวชุติพร&nbsp;เสชัง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เพื่อพิจารณาการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกรโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่เสนอความต้องการขอสนับสนุนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์จำนวน&nbsp;68&nbsp;แปลง&nbsp;จากทั่วประเทศรวม&nbsp;5,250&nbsp;แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณตามมติคณะรัฐมนตรีต้องไม่เกินวงเงินเดิมที่เคยเสนอขอความต้องการและได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;แล้ว&nbsp;ซึ่งจังหวัดนครสวรรค์มีแปลงใหญ่ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;68&nbsp;แปลง&nbsp;วงเงิน&nbsp;186,801,246&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;45&nbsp;แปลง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;18&nbsp;แปลง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;และการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;มีจำนวน&nbsp;67&nbsp;แปลง&nbsp;ยกเว้นการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ขอเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;185,876,346&nbsp;บาท&nbsp;แบ่งเป็นอำเภอบรรพตพิสัย&nbsp;13&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอท่าตะโก&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอชุมแสง&nbsp;อำเภอละ&nbsp;7&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอตากฟ้า&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอลาดยาว&nbsp;5&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอหนองบัวและพยุหะคีรีอำเภอละ&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอไพศาลี&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอโกรกพระ&nbsp;ตาคลี&nbsp;แม่เปินอำเภอละ&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอแม่วงก์&nbsp;ชุมตาบง&nbsp;เก้าเลี้ยว&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;กลุ่ม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการได้เชิญผู้แทนนาแปลงใหญ่&nbsp;ทั้ง&nbsp;67&nbsp;กลุ่มเข้าชี้แจงรายละเอียดคำของบสนับสนุนประมาณเป็นรายแปลง&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ขอให้คณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบ&nbsp;ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการอื่น&nbsp;เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519153559580"],
    [366,"จังหวัดเชียงราย พบโรคลัมปีสกินในโค สั่งคุมเข้มเฝ้าระวังห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์โค- กระบือ ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเชียงรายพบโรค&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกีนในโคที่อำเภอเชียงแสน&nbsp;และอำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;และประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมโรคให้เฝ้าระวังรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ครอบคลุมทุกอำเภอ&nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์พืชผล&nbsp;น้อยนาฝาย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายพบโรคลัมปีสกีนในโค-กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;ที่&nbsp;บ้านสันธาตุ&nbsp;ตำบลโยนก&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พบโรค&nbsp;1&nbsp;ตัวในฝูงโคจำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;และที่จุดบ้านดาวดึงส์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลนางแล&nbsp;อำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;พบโคเป็นโรค&nbsp;1&nbsp;ตัวในฝูง&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งโรคลัมปีสกีนเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เริ่มระบาดในประเทศไทยครั้งแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เมื่อปลายเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ยังได้มีการระบาดไปอีก&nbsp;18&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมถึงที่จังหวัดเชียงราย&nbsp;จากการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้ามาในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;สำหรับโรคลัมปีสกีน<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;</span>เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดในโค-กระบือไม่ติดต่อถึงคน&nbsp;ที่ภาคเหนือพบที่จังหวัดลำปางและจังหวัด&nbsp;เชียงราย&nbsp;ส่วนเชียงรายพบในโค&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้ออกประกาศเป็นเขตควบคุมโรคระบาดชั่วคราวทั้งจังหวัดแล้ว&nbsp;ให้มีการเฝ้าระวังในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ให้ครอบคลุมทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย&nbsp;ให้มีการเข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;สั่งชะลอการเคลื่อนย้ายสัตว์โค-กระบือ&nbsp;เข้าจังหวัดเชียงรายและข้ามถิ่น&nbsp;ทุกด่านมีการตรวจเข้ม&nbsp;ให้ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยโรคนี้เป็นโรคเฉพาะในสัตว์โค-กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;อาการของสัตว์ได้แก่&nbsp;ซึม&nbsp;น้ำตาไหล&nbsp;น้ำลายไหล&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งอาจตกสะเก็ดและเกิดเป็นแผลหลุมในระยะเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งการติดต่อของโรคนี้เกิด<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">จากแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;และอาจติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกันของสัตว์&nbsp;ติดจากน้ำลาย&nbsp;สารคัดหลั่ง&nbsp;สะเก็ดแผล&nbsp;รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน</span>หากพบเห็นและมีข้อสงสัยให้ติดต่อและแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;หรือปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย&nbsp;โทร&nbsp;053-&nbsp;711604&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519151837557"],
    [367,"กอนช.เร่งเดินหน้าแผนรับมือฤดูฝน 10 มาตรการทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการใช้น้ำหวังลดการสูญเสียน้ำ โดยเน้นบริหารจัดการใช้น้ำฝนเป็นหลักควบคู่กับการเร่งเก็บกักน้ำบนดินและใต้ดิน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เร่งเดินหน้าแผนรับมือฤดูฝน&nbsp;10&nbsp;มาตรการทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการใช้น้ำหวังลดการสูญเสียน้ำ&nbsp;โดยเน้นบริหารจัดการใช้น้ำฝนเป็นหลักควบคู่กับการเร่งเก็บกักน้ำบนดินและใต้ดิน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ประจำวงษ์&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;เรื่อง&nbsp;บูรณาการเชื่อมโยงจัดการน้ำทั่วไทยด้วย&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฝน64&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(Video&nbsp;Conference)&nbsp;ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;เพื่อติดตามความพร้อมของแต่ละหน่วยงานตามมาตรการที่เกี่ยวข้องให้รองรับน้ำในฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่ขับเคลื่อน&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนให้เกิดการเชื่อมโยงผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัดไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ขณะเดียวกันได้กำชับกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและการใช้น้ำเพื่อลดการสูญเสียน้ำให้มากที่สุด&nbsp;โดยเน้นบริหารจัดการใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;พร้อมเร่งเก็บกักน้ำบนดินและใต้ดินภายในเดือนมิถุนายนนี้สำรองไว้ใช้ช่วงฝนน้อย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ยังได้ติดตาม&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;แจ้งเตือนน้ำหลากดินถล่ม&nbsp;พร้อมทบทวนแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;และให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำ&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;และแนวคันป้องกันน้ำโดยเฉพาะบริเวณจุดเสี่ยงต่างๆ&nbsp;แล้วเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือในพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมแก้ปัญหาได้ทันท่วงที&nbsp;สิ่งสำคัญต้องสร้างการรับรู้ทั้ง&nbsp;10&nbsp;มาตรการอย่างทั่วถึงให้ประชาชนพร้อมรับมือและสนับสนุนร่วมกับภาครัฐ</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519151928561"],
    [368,"รมว.อว.ส่งมอบ ห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม ช่วย รพ.รามาฯ รับมือโควิด-19 ฝีมือผลิตจากช่างฝีมือท้องถิ่น พร้อมนำส่งอีก 9 โรงพยาบาล","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">รมว.อว.ส่งมอบ ห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม ช่วย รพ.รามาฯ รับมือโควิด-19 ฝีมือผลิตจากช่างฝีมือท้องถิ่น&nbsp;พร้อมนำส่งอีก 9 โรงพยาบาล</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานส่งมอบห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมชื่นชมสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด19 ทั้งนี้ ห้องแยกโรคความดันลบ มีต้นทุนต่ำมากในราคาประมาณ 1 แสนบาท ถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศหลายเท่า ทั้งนี้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ก.อว.เป็นกองหนุนให้กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ในการช่วยรับมือโควิด-19 ทั้งระดมโรงเรียนแพทย์กว่า 22 แห่ง มาเป็นด่านหน้าในการรักษาผู้ป่วย การสร้างโรงพยาบาลสนามในมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ ของ อว. แล้ว ยังผลิตนวัตกรรมอีกมากมา ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า อว. สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีอยู่มาปรับใช้ได้อย่างทันท่วงทีในช่วงสถานการณ์คับขันเช่นนี้</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผอ.สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า ห้องแยกโรคความดันลบ สำหรับโรงพยาบาลสนาม มีส่วนประกอบ 2 ส่วน ทั้ง ห้องความดันลบสำหรับเตียงผู้ป่วย และห้องเข้า-ออกสำหรับแพทย์และพยาบาล ซึ่งความดันภายในห้องจะต่ำกว่าความดันบรรยากาศ และมีระบบกรองอากาศ HEPA filter เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสกระจายสู่ภายนอก ต้นทุนการผลิตห้องแยกโรคความดันลบฯ ประมาณ 100,000 บาท สามารถผลิตได้โดยใช้ช่างฝีมือท้องถิ่น โดยสถาบันฯ สนับสนุนแบบผลิตทางวิศวกรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;ขณะที่ ศ.คลินิก นพ.พรชัย มูลพฤกษ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวด้วยว่า ในช่วงสถานการณ ขณะนี้ การที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการดูแลผู้ป่วย และการที่มีห้องแยกโรคความดันลบ จะเป็นส่วนช่วยสร้างความมั่นใจทั้งผู้ป่วยและและบุคลากรทางการแพทย์ โดยขณะนี้ได้มีการติดตั้งและเริ่มใช้แล้ว</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ อว .ยังได้ส่งมอบห้องแยกโรคความดันลบ ให้แก่ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งโรงพยาบาลในพื้นที่ต่าง ๆ รวม 15 ชุด ได้แก่ รพ.ปากช่องนานา รพ.มหาราชนครราชสีมา รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา รพ.พิมาย รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร</span></p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160735600"],
    [369,"รมว.อว. ระบุ ก.อว.พร้อมที่จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรของ อว.และนักศึกษาที่มีกว่า 2 ล้าน 2 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">รมว.อว. ระบุ ก.อว.พร้อมที่จะช่วยกระทรวงสาธารณสุขในการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรของ อว.และนักศึกษาที่มีกว่า 2 ล้าน&nbsp;2 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวถึงกรณีที่ กทม. มีแผนการบริหารจัดการฉีดวัคซีนโควิด19 ให้ประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนจองฉีดวัคซีน ประมาณ 5 ล้านคน โดยตั้งเป้าจะเร่งฉีดให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน(มิ.ย.-ก.ค.) ว่า ก.อว พร้อมที่จะดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับข้าราชการ พนักงาน ในสังกัด อว.ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งนักศึกษา รวมประมาณ 2 ล้าน 2 แสนคนทั่วประเทศ ส่วนจะเริ่มดำเนินการช่วงไหน และจะฉีดได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการจัดสรรวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ไม่น่าวิตก เนื่องจากมีหลายคณะ หลายโรงพยาบาล ที่พร้อมจะเข้ามาช่วยในเรื่องการฉีดวัคซีน ให้&nbsp;</span></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160905603"],
    [370,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลยดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายเป็นวิทยากรฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ด้านโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;โครงการโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีอาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน&nbsp;ตำบลวังยาว&nbsp;เข้าร่วมอบรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;รายเป็นเกษตรกรบ้านโคกงาม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;29&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านโคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519160328596"],
    [371,"กอนช.คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติช่วง ก.ย.ในพื้นที่ 56 จังหวัด พร้อมเร่งปรับปรุงเครื่องมือรองรับน้ำฝน โดยเฉพาะเตรียมแก้มลิงรับน้ำจาก กทม.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติช่วงกันยายนในพื้นที่ 56 จังหวัด พร้อมเร่งปรับปรุงเครื่องมือรองรับน้ำฝน โดยเฉพาะเตรียมแก้มลิงรับน้ำจากกรุงเทพมหานคร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กล่าวว่า ได้คาดการณ์ชี้พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ พบช่วงเดือนกันยายนมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมากที่สุด 1,012 ตำบล 290 อำเภอ ในพื้นที่ 56 จังหวัด ส่วนพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเนื่องจากฝนน้อยกว่าค่าปกติช่วงเดือนกรกฎาคมมีพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด 1,504 ตำบล 239 อำเภอ ในพื้นที่ 29 จังหวัด&nbsp;ส่วนการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก พบพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ 265,000 ล้านไร่ เริ่มเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนปัจจุบันเพาะปลูกไปแล้ว 245,000 ล้านไร่ และได้เตรียมแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครไว้ 13.04 ล้านลูกบาศก์เมตร ควบคู่กับซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์และระบบระบายน้ำ สถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน โดยอาคารชลศาสตร์แก้ไขแล้ว 2,312 แห่ง และสถานีโทรมาตร แก้ไขแล้ว 4,209 แห่ง ส่วนการปรับปรุงและแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ แก้ไขแล้ว 400 แห่ง , การขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา กำจัดแล้ว 3,779,973 ตัน รวมถึง การเตรียมพร้อมและวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม และพื้นที่ฝนน้อยกว่าค่าปกติ เตรียมความพร้อมแล้ว 40,604 หน่วย การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และปรับปรุงการส่งน้ำ ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลพร้อมก่อสร้างระบบกระจายน้ำ 2,498 บ่อ และเติมน้ำใต้ดิน 998 แห่ง ทั้งนี้ กอนช. จะติดตามงานที่คั่งค้างของทุกหน่วยงานให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้ครอบคลุมการป้องกันปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ฝนตกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519154833592"],
    [372,"เกษตรอำเภอย่านตาขาว  จังหวัดตรัง  สาธิตวิธีการผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มาให้กับเกษตรกร เพื่อใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;สาธิตวิธีการผลิตเชื้อไตรโคเดอร์มาให้กับเกษตรกร&nbsp;เพื่อใช้ในการป้องกันเชื้อราสาเหตุโรคพืชในทุเรียน&nbsp;เนื่องจากในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;สภาพอากาศและสภาพดินมีความชื้นสูงเหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน&nbsp;และได้แนะนำวิธีการใช้ในอัตราส่วนดังนี้&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ใส่บริเวณโคนพืชปลูก&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;เป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน&nbsp;อาศัยเศษซากพืช&nbsp;ซากสัตว์และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร&nbsp;เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อราหลายชนิด&nbsp;สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โคนิเดีย&nbsp;หรือ&nbsp;สปอร์&nbsp;จำนวนมากรวมเป็นกลุ่มหนาแน่นจนเห็นเป็นสีเขียว&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นศัตรู&nbsp;(ปฏิปักษ์)&nbsp;ต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียน&nbsp;หรือเป็นปรสิต&nbsp;และแข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ&nbsp;นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลิตปฏิชีวนสาร&nbsp;และสารพิษ&nbsp;ตลอดจนน้ำย่อยหรือเอนไซม์สำหรับช่วยละลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคพืช&nbsp;คุณสมบัติพิเศษของเชื้อราไตรโคเดอร์มาคือ&nbsp;สามารถช่วยละลายแร่ธาตุให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช&nbsp;จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519161102606"],
    [373,"ปศุสัตว์ยโสธร บูรณาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัดและสื่อมวลชนจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่สร้างการรับรู้การป้องกันโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;บูรณาการร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;นางสาวเสาวนิต&nbsp;ทับทิมจรูญ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;นายทรงศักดิ์&nbsp;วงษ์สุพรรณ&nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์&nbsp;อบต.สิงห์&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.1,3,10,11&nbsp;ต.สิงห์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;อบต.สิงห์&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;เรื่องโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และมาตรการป้องกันโรค&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;โดยการงดเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะนี้&nbsp;กางมุ้ง&nbsp;ติดตั้งหลอดไฟไล่แมลง&nbsp;การกำจัดพาหะนำโรค&nbsp;แมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เห็บ&nbsp;เหลือบ&nbsp;แมลงวันและยุง&nbsp;การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;พร้อมมอบสารกำจัดแมลง&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ยาสมุนไพรสูตรโบราณไล่แมลง&nbsp;วิตามินบำรุงสุขภาพ&nbsp;ยาถ่ายพยาธิ&nbsp;รวมทั้งแนะนำวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องแก่เกษตรกร&nbsp;และแจ้งเตือนไม่ให้เกษตรกรถูกหลอกลวงจากการเสนอขายวัคซีนหรือยาผิดกฎหมายตามสื่อต่างๆ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เข้าพ่นน้ำฆ่าเชื้อโรค&nbsp;และยากำจัดแมลงที่คอกสัตว์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย&nbsp;ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;เพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือ&nbsp;และควบคุมโรค&nbsp;ตามหลักการ&nbsp;รู้โรคเร็ว&nbsp;ควบคุมโรคเร็ว&nbsp;โรคสงบเร็ว&nbsp;ต่อไป</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519175039677"],
    [374,"คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลงานด้านการอนุรักษ์มรดกธรณีและอุทยานธรณี พร้อมเตรียมจัดประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย (TGN)","<p><strong>คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลงานด้านการอนุรักษ์มรดกธรณีและอุทยานธรณี พร้อมเตรียมจัดประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย (TGN) และจัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกเดือนกันยายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณีผ่านระบบ VDO Conference เกี่ยวกับการดำเนินงานอนุรักษ์มรดกธรณีและอุทยานธรณีที่ผ่านมา โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯทั้งด้านนโยบาย ด้านการส่งเสริม ด้านการประเมินพื้นที่ ด้านวิชาการ ด้านเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย และตั้งอนุกรรมการเชิงพื้นที่ของอุทยานธรณีระดับประเทศและระดับโลก ทั้งนี้ ที่ประชุมยังพิจารณาร่างนโยบายการอนุรักษ์มรดกธรณีและการดำเนินงานอุทยานธรณี แผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและการดำเนินงานอุทยานธรณีระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 - 2570) และแผนปฏิบัติงานอื่นๆขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุก แล้วยังพิจารณาการแสดงเจตจำนงของอุทยานธรณีขอนแก่นเพื่อขอรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกจากยูเนสโก รวมทั้ง ยังมีมติเห็นชอบให้จัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศไทย (TGN) ครั้งที่ 1 ณ อุทยานธรณีโลกสตูล จังหวัดสตูล และจัดการประชุมเครือข่ายอุทยานธรณีภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 7 ในเดือนกันยายนนี้ ณ อุทยานธรณีโลก จังหวัดสตูล ภาพรวมประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งมรดกธรณีและขับเคลื่อนงานอุทยานธรณีของประเทศไทยเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยการดำเนินงานอุทยานธรณีจะทำให้เกิดการตระหนักรับรู้ถึงการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมได้ประโยชน์การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นด้วย</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519192120717"],
    [375,"เกษตรควนกาหลง จังหวัดสตูล ติดตามแปลงเกษตรผสมผสานเนื่องจากมีการเข้าทำลายของเชื้อรา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นางอภิวันท์&nbsp;ทองแท่น&nbsp;เกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามและให้คำแนะนำ&nbsp;แปลงเกษตรผสมผสานของ&nbsp;นางทิพาพร&nbsp;คงนวล&nbsp;เกษตรกรหมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลอุใดเจริญ&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งมีการปลูกขมิ้นในพื้นที่ปลูกยางพาราที่ยังไม่ให้ผลผลิต&nbsp;โดยฤดูกาลที่ผ่านมาสามารถขายผลผลิตได้&nbsp;70,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีการปลูกในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;ไร่&nbsp;แต่ขณะที่ฤดูกาลนี้สามารถเก็บผลผลิตได้เพียง&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;เนื่องจากมีการเข้าทำลายของเชื้อรา&nbsp;โดยทางสำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลงให้คำแนะนำ&nbsp;ให้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ในการป้องกันการเข้าทำลายผลผลิตในฤดูกาลถัดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519205112756"],
    [376,"เฮลิคอปเตอร์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถูกยิงระหว่างบินตรวจสอบสภาพป่าแก่งกระจาน เบื้องต้นไม่ได้รับอันตรายและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกคน พร้อมเตรียมลงบันทึกประจำวันพรุ่งนี้","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>เฮลิคอปเตอร์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถูกยิงระหว่างบินตรวจสอบสภาพป่าแก่งกระจาน เบื้องต้นไม่ได้รับอันตรายและเจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกคน พร้อมเตรียมลงบันทึกประจำวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.64)</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวถึงกรณีเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานหลังขึ้นบินตรวจสอบสภาพป่าประจำเดือนพฤษภาคม ตามแผนการบินของกองการบินสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ได้ขึ้นบินถึงบริเวณแปลงที่จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ เพื่อประเมินและวางแผนส่งกำลังเข้าตรวจสอบในวันถัดไป ขณะบินวนพื้นที่ดังกล่าวพบเห็นบุคคล 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน วิ่งออกมาจากแนวชายป่า เข้าไปยังเพิงพักในแปลงบุกรุก คาดว่า เข้าไปหยิบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนแก๊ป) ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์บริเวณทางท้ายเครื่อง 1 นัด ในระยะห่างประมาณ 10 - 15 เมตร เมื่อเวลา 09.00น. โดย พ.ท.ถนอม&nbsp;ศิริม่วง นักบิน มองเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นปืนไทยประดิษฐ์ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน ส่งผลให้กัปตันตัดสินใจนำเครื่องลงจอดบริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดินห่างจากจุดที่โดนยิงประมาณ 7 กิโลเมตร เพื่อตรวจสอบสภาพเครื่องในเบื้องต้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเฮลิคอปเตอร์บริเวณฐานทหารพรานใจแผ่นดินไม่พบร่องรอยความเสียหายกับตัวเฮลิคอปเตอร์ จึงนำกำลังทั้งหมดกลับมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อตรวจสอบเครื่องอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนี้จะรายงานสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานความมั่นคง พร้อมทั้ง วางแผนการเข้าดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ซึ่งจะต้องสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ส่งกำลังที่สนาม ฮ. ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากพื้นที่ดังกล่าวประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยพรุ่งนี้ (20 พ.ค.64) นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จะไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.แก่งกระจานต่อไป</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ระหว่างบินสำรวจลาดตระเวนป่าแนวชายแดนไทยตนเองเป็น 1 ใน 6 คนรวมนักบินที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ โดยเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ตกและทุกคนปลอดภัยดี&nbsp;ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบร่องรอยวิถีกระสุนและกระสุนที่ยิงถูก เบื้องต้นไม่พบความเสียหายกับเฮลิคอปเตอร์พร้อมเตรียมสรุปเหตุการณ์นี้รายงานให้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชรับทราบต่อไป</p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519210527757"],
    [377,"ศูนย์หม่อนไหมขอนแก่น ติดตามงานกลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรม อ.เวียงเก่า และแปลงใหญ่หม่อนไหมหัตถกรรมบ้านสวนกล้วย อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;จงอริยตระกูล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาววีราภรณ์&nbsp;อินทรักษ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนายทินกร&nbsp;สุ่มมาตย์&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนงบอุดหนุนโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมระบบแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรม&nbsp;อ.เวียงเก่า&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;และ&nbsp;กลุ่มหม่อนไหมแปลงใหญ่ไหมหัตถกรรมบ้านสวนกล้วย&nbsp;พร้อมกันนี้ได้ติดตามงานโครงการธนาคารหม่อนไหม&nbsp;บ้านสวนกล้วย&nbsp;อ.ภูเวียง&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519210715759"],
    [378,"หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 51 ร่วมกับนายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุกและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ผู้นำชุมชนรับรู้ ลักษณะของโรคลัมปีสกิน ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;โดยผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;5&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;51ฯ&nbsp;ร่วมกับนายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันเชิงรุกและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับผู้นำชุมชน&nbsp;และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;สร้างการรับรู้ลักษณะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโค-กระบือ&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย&nbsp;ในปัจจุบันพบการระบาดของโรคภายในจังหวัดอำนาจเจริญในหลายพื้นที่&nbsp;สาเหตุหลักเกิดจากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;และถูกกัดโดยแมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบและเห็บ&nbsp;ที่เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ&nbsp;เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำความรู้ไปเผยแพร่ในชุมชน&nbsp;สามารถแนะนำให้เกษตรกรภายในชุมชนป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;และเฝ้าระวังสังเกตโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;ของตนเอง&nbsp;พร้อมกับแนะนำการปฏิบัติหากพบการติดเชื้อ&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้กับเกษตรกรภายในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;วัดเวฬุวัน&nbsp;บ้านโนนหนามแท่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโนนหนามแท่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520102033790"],
    [379,"กรมปศุสัตว์ยืนยันเลือดหมูต้มสุกกินได้ ปลอดภัย ปลอดโรค แนะผู้ประกอบการศึกษากฎหมายประเทศปลายทางอย่างละเอียด","<p>จากกรณีร้านอาหารไทยในประเทศสิงคโปร์นำผลิตภัณฑ์เลือดหมูจากประเทศไทย&nbsp;ไปเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารเพื่อจำหน่าย&nbsp;กระทั่งถูกดำเนินคดี่โดยสำนักงานอาหารสิงคโปร์&nbsp;ฐานนำเข้าและจำหน่ายอาหารมีเลือดเป็นส่วนประกอบ&nbsp;ซึ่งถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายของสิงคโปร์นั้น&nbsp;</p><p><br></p><p>นายสัตวแพทย์&nbsp;สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;การผลิตอาหารของประเทศไทยมีมาตรฐานอาหารปลอดภัยในระดับสูง&nbsp;โดยเฉพาะการผลิตสุกรและผลิตภัณฑ์สุกร&nbsp;ที่ทุกกระบวนการต้องผ่านมาตรฐานต่างๆ&nbsp;ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;ตั้งแต่การเลี้ยงสุกรที่ต้องได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practices&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;ส่วนโรงฆ่าสัตว์ต้องได้รับการรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงฆ่าสัตว์&nbsp;(Good&nbsp;Manufacturing&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GMP)&nbsp;จนถึงโรงงานแปรรูปก็ต้องปฏิบัติตามหลักสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&nbsp;(Good&nbsp;Hygienic&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GHP)&nbsp;และการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม&nbsp;(Hazard&nbsp;Analysis&nbsp;and&nbsp;Critical&nbsp;Control&nbsp;Point&nbsp;:&nbsp;HACCP)&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จึงมั่นใจได้ว่าสุกรและผลิตภัณฑ์สุกรที่ผลิตภายใต้มาตรฐานดังกล่าวนี้&nbsp;มีความสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ปลอดสาร&nbsp;เหมาะสำหรับการบริโภคอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><em>มาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสุกร&nbsp;เพื่อให้ตลอดห่วงโซ่มีการกำกับทั้งกระบวนการ&nbsp;ทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้มีมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;ผลิตภัณฑ์เลือดหมูต้มสุก&nbsp;ถือว่ามีกระบวนการผลิตที่สะอาดมาก&nbsp;อย่างเช่นที่โรงฆ่าสุกรบางคล้าภายใต้กำกับของกรมปศุสัตว์นั้น&nbsp;ในการผลิตเลือดหมูต้ม&nbsp;หลังจากเชือดแล้ว&nbsp;เลือดจะถูกดึงจากตัวหมูด้วยมีด&nbsp;Vacuum&nbsp;ทำให้ไม่มีการสัมผัสพื้นตลอดการผลิต&nbsp;เลือดที่ได้จะถูกส่งเข้าถังเก็บโดยระบบท่อ&nbsp;จากนั้นบรรจุลงถาดและปิดผนึก&nbsp;ก่อนเข้ากระบวนการให้ความร้อนด้วยหม้อความดัน&nbsp;ที่อุณหภูมิ&nbsp;90-95&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;110&nbsp;นาที&nbsp;ซึ่งเป็นระดับที่ทำลายเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆได้ทั้งหมด&nbsp;ที่สำคัญประเทศไทยไม่มีการส่งออกเลือดหมูเข้าสิงคโปร์&nbsp;เพราะทราบดีถึงข้อกฎหมายดังกล่าว&nbsp;จึงขอเตือนประชาชนที่ประกอบการหรือจะเดินทางไปประเทศใดก็ตาม&nbsp;ให้การศึกษากฎหมายอย่างละเอียด&nbsp;และไม่ละเมิดกฎหมายของประเทศนั้นๆ&nbsp;</em>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ถูกลักลอบเข้าไปในประเทศสิงคโปร์นั้น&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;เป็นผลิตภัณฑ์เลือดหมูต้มที่ได้มาตรฐานการผลิตและมีความปลอดภัยสำหรับการบริโภค</p><p><br></p><p>ข่าว/ข้อมูล&nbsp;:&nbsp;คณะทำงานโฆษกกรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p>","2021-05-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210519230804766"],
    [380,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,515 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 42.32 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.242 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,515&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;25&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกาฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;276.ล้านโดส&nbsp;มีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;124&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;42.32&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;29.9%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีน&nbsp;มากที่สุดที่&nbsp;23.466&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;2,445,645&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;44.6%</span></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520111737811"],
    [381,"ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง วว. เสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการไทย บริการ วทน. ครบวงจร วิเคราะห์ทดสอบระบบรางรถไฟส่วนเชื่อมต่อการขนส่ง คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 30,000 ล้านบาทปี","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง&nbsp;วว.&nbsp;เสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการไทย&nbsp;บริการ&nbsp;วทน.&nbsp;ครบวงจร&nbsp;วิเคราะห์ทดสอบระบบรางรถไฟ/ส่วนเชื่อมต่อการขนส่ง&nbsp;คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท/ปี</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบราง&nbsp;ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาไปสู่ระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืน&nbsp;กระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;โดย&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;(วทน.)&nbsp;สนับสนุนโยบายการขนส่งระบบรางของภาครัฐ&nbsp;ผ่านการดำเนินงานของ&nbsp;ศูนย์ทดสอบมาตรฐานขนส่งทางราง&nbsp;หรือ&nbsp;ศทร.โดย&nbsp;ศ.(วิจัย)ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการ&nbsp;วว.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศทร.&nbsp;วว.&nbsp;มีความพร้อมในการเป็นหน่วยงานสนับสนุนวิจัยและพัฒนา&nbsp;ด้านการทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ของระบบขนส่งทางราง&nbsp;ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล&nbsp;ครอบคลุมรถไฟทุกระบบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;รถไฟทางคู่&nbsp;รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน&nbsp;รถไฟฟ้ารางเบา&nbsp;และรถไฟความเร็วสูง&nbsp;รวมทั้งรองรับเทคโนโลยีระบบรางได้ทุกค่าย&nbsp;โดยเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบำรุงรักษาระบบขนส่งทางรางให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย&nbsp;ให้แก่โครงการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย&nbsp;อาทิ&nbsp;โครงการรถไฟฟ้สายสีชมพู&nbsp;ช่วงแคราย-มีนบุรี&nbsp;/โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง&nbsp;ช่วงบางซื่อ-รังสิต/โครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร&nbsp;เป็นต้น</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังให้บริการทดสอบในส่วนเชื่อมต่อกับการขนส่งทางถนน&nbsp;และทางน้ำ&nbsp;หรือ&nbsp;การขนส่งหลายรูปแบบ&nbsp;(Multi-modal&nbsp;transport)&nbsp;ด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;รถบรรทุกสินค้า&nbsp;ยานยนต์ไฟฟ้า&nbsp;บรรจุภัณฑ์ขนส่งสินค้า&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เพื่อสนับสนุนด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบขนส่งทางรางและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย&nbsp;โดยการทดแทนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ในระบบขนส่งและโลจิสติกส์อีกด้วย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สามารถสร้างรายได้และช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;คิดเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาทต่อปี&nbsp;เพิ่มศักยภาพการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เป็นการดำเนินงานด้าน&nbsp;วทน.สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล&nbsp;ซึ่งมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางกว่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมของไทยระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;</span></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520112002813"],
    [382,"นักวิจัยคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตเครื่องกะเทาะเมล็ดแมคคาเดเมีย ช่วยสร้างศักยภาพผลผลิตและรายได้ แก่เกษตรกรในพื้นที่สูง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นักวิจัยคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตเครื่องกะเทาะเมล็ดแมคคาเดเมีย ช่วยสร้างศักยภาพผลผลิตและรายได้ แก่เกษตรกรในพื้นที่สูง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองศาสตราจารย์ ธานี ศรีวงศ์ชัย หัวหน้าโครงการวิจัยจาก ภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ได้คิดค้นเครื่องกะเทาะเมล็ดแมคคาเดเมีย จากโครงการพัฒนามาตรฐานการผลิตแมคคาเดเมียอบแห้งสำหรับชุมชน โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการดำเนินการพัฒนาเครื่องกะเทาะแมคคาเดเมียที่สถานีวิจัยเพชรบูรณ์ ของคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเขตพื้นที่ บ้านทับเบิก อำเภอหล่มเก่า และ บ้านเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ โดยร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัด อาทิตย์ เวนติเลเตอร์ เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการการแปรรูปแมคคาเดเมียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะการใช้งาน คือ เมื่อนำผลกะลาแมคคาเดเมียใส่เข้าด้านบนของเครื่องกะเทาะ ผลกะลาแมคคาเดเมียจะตกลงไปภายในเครื่องมีแกนหมุนเพื่อให้ผลกะลาที่ตกลงไปกระทบกับชุดใบมีดสำหรับการกะเทาะผลกะลาให้แตก จากนั้นกะลาและเนื้อในที่แยกออกจากกัน ตกลงสู่ถาดรองรับภายนอกเครื่องกะเทาะและนำไปสู่กระบวนการอื่นต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นวัตกรรมชุดนี้สามารถช่วยย่นเวลาการผลิต ตอบโจทย์ในระดับวิสาหกิจชุมชน อีกทั้ง ได้ผลเมล็ดเต็มของแมคคาเดเมีย ถึงร้อยละ 60 โดยแมคคาเดเมีย 1 กิโลกรัม จะใช้เวลาการกะเทาะประมาณ 30 นาที ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาวิธีการที่จะทำให้ได้เมล็ดเต็มมากขึ้น โดยมีการวางเป้าหมายการขยายผล ไปสู่การสร้างศูนย์เรียนรู้การแปรรูปแมคคาเดเมียสำหรับชุมชน เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดองค์ความรู้การแปรรูปการผลิตแมคคาเดเมียโดยใช้เครื่องกะเทาะแมคคาเดเมีย ให้แก่ ชุมชนและเกษตรกร ให้เกิดรายได้มากขึ้น มีอาชีพใหม่รองรับ และเกิดการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสำหรับการแปรรูปแมคคาเดเมีย และขยายผลต่อไปยังเขตพื้นที่สูงต่าง ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรือ วช.เปิดเผยว่า วช. มีนโยบายสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาของไทยพัฒนานวัตกรรมในด้านต่างๆ ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยหลายแห่งสามารถผลิตนวัตกรรมเพื่อตอบสนองการแก้ปัญหาด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ การเกษตร สิ่งแวดล้อม&nbsp;และอื่นๆ ตามความเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น นวัตกรรมหลายประเภทสามารถผลิตออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และอีกหลายโครงการเป็นการวางรากฐานงานวิจัยของไทยให้เกิดความเข้มแข็งในระยะยาว&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520112811817"],
    [383,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ 1 - 2 วันนี้ 4 พื้นที่ พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;พร้อมเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าแผนรับมือฝน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.แพร่&nbsp;93&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สกลนคร&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;57&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;122&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;56&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,216&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;แหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,477&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;ตราด&nbsp;และยะลา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ยังได้เร่งให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดทั้ง&nbsp;76&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ด้วยการกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;เช่น&nbsp;เร่งดำเนินการโครงการที่ได้รับจัดสรรงบกลางและขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณปี&nbsp;2564&nbsp;//&nbsp;เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อน&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝน&nbsp;//&nbsp;ให้กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งเก็บกักน้ำผิวดิน-ใต้ดิน&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ&nbsp;การใช้น้ำ&nbsp;//&nbsp;ให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ติดตาม&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;แจ้งเตือน&nbsp;น้ำหลากดินถล่ม&nbsp;และทบทวนแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;//&nbsp;ตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำ&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;แนวคันป้องกันน้ำ&nbsp;และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;//&nbsp;สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&nbsp;10&nbsp;มาตรการ&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อน&nbsp;กอนช.&nbsp;//&nbsp;เสนอแผนพัฒนาแหล่งน้ำทั้งระยะสั้นและระยะยาวของทุกหน่วยงานต้องผ่านคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;และให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ติดตาม&nbsp;กำกับให้หน่วยงานดำเนินการตามแผนอย่างใกล้ชิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;ตรวจสอบระบบประปาเพื่อแก้ปัญหาระบบการจ่ายน้ำประปาโรงเรียนบ้านทุ่งดอน&nbsp;อ.ท้ายเหมือง&nbsp;จ.พังงา&nbsp;//&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;สำรวจหาแหล่งน้ำบาดาล&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;ช่วยเหลือชาวบ้าน&nbsp;อ.ดอนสัก&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;พัฒนาบ่อน้ำบาดาลเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;จ.เชียงราย</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520100036778"],
    [384,"ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 ตรัง ส่งเสริมการปลูกพืชอาหารที่เก็บรักษาได้นาน เช่น ฟักทอง ฟักเขียว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารสำรองช่วงโควิด-19 สำหรับการบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span>&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;9&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลโคกหล่อ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สังกัดกองขยายพันธุ์พืช&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มีบทบาท&nbsp;ภารกิจหลัก&nbsp;คือการผลิตและขยายพันธุ์พืชพันธุ์ดี&nbsp;สนับสนุนให้แก่เกษตรกรใช้พืชพันธุ์ดีในการประกอบอาชีพทางการเกษตร&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;สนับสนุนโครงการพระราชดำริ&nbsp;และเพื่อเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนฟื้นฟู&nbsp;รองรับการเกิดภัยพิบัติ&nbsp;และการเกิดโรคระบาดต่างๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางวรรณา&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ประเทศไทยได้เกิดโรคระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่&nbsp;COVID-19&nbsp;และเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม&nbsp;หรือภัยแล้งอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;กองขยายพันธุ์พืช&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด&nbsp;จึงได้มีนโยบายให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืช&nbsp;ดำเนินกิจกรรมการปลูกพืชเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยดำเนินการผลิตพืชอาหารเป็นพืชแซมหรือพืชรองในแปลงพืชหลัก&nbsp;โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;เพื่อเก็บผลผลิตรองรับและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ&nbsp;และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ที่เกิดขึ้น&nbsp;ได้มีอาหารสำรองสำหรับการบริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพืชอาหารที่ปลูกจะเป็นพืชที่มีผลผลิตที่มีอายุการเก็บรักษาได้นาน&nbsp;เช่น&nbsp;ฟักทอง&nbsp;ฟักเขียว&nbsp;ทางศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้ดำเนินการปลูกฟักทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;240&nbsp;หลุม&nbsp;และปลูกฟักเขียว&nbsp;จำนวน&nbsp;240&nbsp;หลุม&nbsp;โดยปลูกแซมในแปลงพืชหลัก&nbsp;อายุเก็บเกี่ยว(ฟักแก่)&nbsp;ประมาณ&nbsp;90-110&nbsp;วัน&nbsp;ผลผลิตฟักทอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;และฟักเขียว&nbsp;ผลผลิตฟักแก่&nbsp;ประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;กิโลกรัม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520112830818"],
    [385,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลงส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520100905784"],
    [386,"เอ็นไอเอ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ส่งมอบ หน้ากากพีเอพีอาร์ นวัตกรรมป้องกันภัยรุ่นพิเศษ เสริมความปลอดภัย  หายใจสะดวก ส่งตรงสถานพยาบาล 55 แห่งทั่วประเทศ","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;เอ็นไอเอ ร่วมกับไปรษณีย์ไทย ส่งมอบ หน้ากากพีเอพีอาร์ นวัตกรรมป้องกันภัยรุ่นพิเศษ เสริมความปลอดภัย  หายใจสะดวก ส่งตรงสถานพยาบาล 55 แห่งทั่วประเทศ</span></p><p><br></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;นายพันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า NIA ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ภายใต้โครงการ ส่งความห่วงใย ส่งให้สู้ภัย COVID-19 ปี 2564 และ บริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด ผู้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด  19 ส่งมอบนวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ (Powered Air Purifying Respirator; PAPR) หรือ ชุดหน้ากาก PAPR สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ 200 ชุด และหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ 200 ชิ้น มูลค่ากว่า 6,000,000 บาท ส่งไปยัง 55 สถานพยาบาลทั่วไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะจากการสวมใส่ชุดป้องกันภัยที่ส่วนใหญ่พบว่ามีระบบระบายอากาศที่ยังไม่ดีพออาจทำให้เกิดความผิดปกติ เช่น เป็นลม หรือเกิดการติดเชื้อระหว่างปฏิบัติงาน</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ PAPR มีลักษณะเป็นหมวกคลุมศีรษะและปั๊มลมช่วยดันลม ใช้ฟิลเตอร์เป็นเทฟลอน โดยจะช่วยป้องกันเฉพาะส่วนคอถึงศีรษะเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ร่วมกับชุด PPE ช่วยให้รู้สึกสบายตัว หายใจได้สะดวก และสามารถกรองเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่ภายนอกไม่ให้เข้ามาข้างในเนื่องจากมีแรงอัดของลมคอยผลักอยู่ จึงสามารถป้องกันเชื้อโรคได้มากให้แก่ผู้สวมใส่ได้มาก ถึง 99.99 %&nbsp;&nbsp;</span></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520113135828"],
    [387,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านทุ่งเทิง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านทุ่งเทิง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์เร่งควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกินซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ในโคกระบือ&nbsp;พบระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ให้ปศุสัตว์จังหวัดเฝ้าระวังและป้องกันโรค&nbsp;แนะเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำเฝ้าระวังโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจากมีรายงานจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;พบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคประจำถิ่นในแอฟริกาและมีการแพร่กระจายของโรคมาสู่ภูมิภาคเอเชียได้แก่&nbsp;บังคลาเทศ&nbsp;อินเดีย&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;จีน&nbsp;ไต้หวัน&nbsp;ภูฏาน&nbsp;เนปาล&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และเมียนมา&nbsp;ต่อมาเมื่อปลายเดือนมีนาคม&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้รับรายงานพบโคเนื้อแสดงอาการสงสัยโรคลัมปี&nbsp;สกินในโคเนื้อของเกษตรกรรายย่อยที่&nbsp;อ.&nbsp;พนมไพร&nbsp;จ.&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;โดยเกษตรกรแต่ละรายพบโคป่วย&nbsp;1-2&nbsp;ตัว&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;ซึ่งต่อมาผลทางห้องปฏิบัติการตรวจพบเชื้อไวรัสโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;จากการสอบสวนโรคเกิดจากการนำเข้าโคเนื้อมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่&nbsp;โดยเป็นโคเนื้อที่อาจมีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;จึงสั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดเร่งควบคุมโรคเพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรและเฝ้าระวังโรคในจังหวัดข้างเคียง&nbsp;ด้วยการชะลอการนำเข้าโคกระบือมีชีวิตและซากโคซากกระบือจากเมียนมาแล้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรสังเกตอาการของโคกระบือ&nbsp;แนะนำวิธีการป้องกันและเฝ้าระวังโรคให้เกษตรกร&nbsp;สหกรณ์โคเนื้อ&nbsp;โคนม&nbsp;ตลาดนัดค้าสัตว์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520120617874"],
    [388,"ปศุสัตว์เขต 5 รณรงค์ทำความสะอาดฟาร์ม ป้องกันโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ระบาดในโค","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ&nbsp;บริษัท&nbsp;เชียงใหม่เฟรชมิลค์&nbsp;ศูนย์ฯ&nbsp;แม่ทา&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายพนม&nbsp;มีศิริพันธุ์&nbsp;ปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์ทำความสะอาดฟาร์มโคนม&nbsp;เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงพาหะนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโค&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคออกไปในวงกว้าง&nbsp;โดยมีนายอนุชา&nbsp;ศานติวิจัย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแม่ทา,&nbsp;หน่วยพัฒนาสุขภาพและผลผลิตสัตว์แม่ทา&nbsp;บริษัทเชียงใหม่เฟรชมิลค์&nbsp;จำกัด,&nbsp;บริษัทที.เค.แดรี่โกลด์&nbsp;จำกัด&nbsp;และสหกรณ์การเกษตรแม่ทา&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดโครงการรณรงค์ทำความสะอาดฟาร์มโคนม&nbsp;และโรงเลี้ยงเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์พาหะโรคลัมปีสกิน&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ได้ประสานหน่วยงานองค์กรภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม&nbsp;เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว&nbsp;โดยได้มีการแจ้งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคทุกท่าน&nbsp;เฝ้าระวังโรคระบาดใหม่ที่เกิดขึ้น&nbsp;หรือ&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโคนมและโคเนื้อ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ&nbsp;น้ำนมลดลง&nbsp;(สูงสุดถึง&nbsp;40%)&nbsp;โคขุนอาจมีอัตราการเจริญเติบโต/วันลดลง&nbsp;(ในช่วงป่วยและการรักษาจนหายระยะเวลา&nbsp;1-2&nbsp;เดือน)&nbsp;แม่โคมีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์&nbsp;ผสมไม่ติด&nbsp;โคอายุน้อยมักอาการรุนแรงและเสียชีวิต&nbsp;และโคที่ป่วยมักหายช้า&nbsp;และอาจไม่คืนสภาพ&nbsp;ทั้งยังอาจมีผลกับระบบสืบพันธุ์ในอนาคต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งผลกระทบเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสภาวะเศรษฐกิจของเกษตรผู้เลี้ยงโคทุกคน&nbsp;ขอความร่วมมืองดนำเข้าวัวจากต่างพื้นที่เข้าฟาร์ม&nbsp;จัดให้มีโปรแกรมกำจัดแมลงดูดเลือดในฟาร์ม&nbsp;พ่นสารกำจัดแมลงที่คอกและตัวสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;ไซเปอร์เมทริน&nbsp;แอลฟ่าไซเปอร์เมทริน&nbsp;เดลตาเมทริน&nbsp;หรืออะมิทราซ&nbsp;ซึ่งค่อนข้างปลอดภัย&nbsp;และไม่ตกค้างในน้ำนมสม่ำเสมอ&nbsp;นอกจากนี้ให้เกษตรกรติดที่ดักจับแมลง&nbsp;หรือใช้หลอดไฟไล่แมลง&nbsp;และหากพบโคที่สงสัยรีบแจ้งหมอหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปดูเพื่อที่จะวินิจฉัยและควบคุมโรคต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับฟาร์มใดที่พบโคสงสัยว่าจะเป็นโรค&nbsp;ควรรีบแยกสัตว์ออกจากฝูง&nbsp;แจ้งหมอและกำจัดแมลงอย่างเร่งด่วน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520115749868"],
    [389,"สสก.5 สงขลา เชิญชวนรักผึ้ง รักษ์โลกร่วมกับ ศทม. ชุมพร จัดกิจกรรมวันผึ้งโลก ครั้งที่ 4 ชูการทำเกษตรยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพิท&nbsp;จิตรภักดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะกรรมการด้านการเกษตร&nbsp;ภายใต้การประชุมสมัชชา&nbsp;FAO&nbsp;(FAO&nbsp;Council)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;มีมติกำหนดให้วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;วันผึ้งโลก&nbsp;(World&nbsp;Bee&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้ตระหนักและเห็นคุณค่า&nbsp;ความสำคัญ&nbsp;ประโยชน์ของผึ้งที่มีต่อโลกใบนี้&nbsp;รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งที่ลดลง&nbsp;และเป็นการให้เกียรติกับวันคล้ายวันเกิดของ&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;อันตัน&nbsp;ฮัลซา&nbsp;(Anton&nbsp;Jansa)&nbsp;ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่&nbsp;ให้เป็นที่แพร่หลาย&nbsp;ถึงแม้ปีนี้จะมีผลกระทบจากโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;แต่กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงให้ความสำคัญกับงานวันผึ้งโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;4&nbsp;โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดออนไลน์&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ภายในงานจะมีความมหัศจรรย์ของน้ำผึ้ง&nbsp;น้ำนมผึ้ง&nbsp;ไขผึ้ง&nbsp;และเกสรผึ้งจากทั่วโลก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแยกตามภูมิภาค&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และชุมพร&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่าผึ้งเป็นแมลงมหัศจรรย์&nbsp;ทั้งในเรื่องการช่วยผสมเกสร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ทำให้ลำไยมีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;78.78%&nbsp;เงาะโรงเรียน&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;75.09%&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;42.05%&nbsp;พืชตระกูลแตง&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;39.00%&nbsp;และงา&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;26.70%&nbsp;และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพิท&nbsp;จิตรภักดี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำเกษตรที่ปลอดภัย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;การทําการเกษตรยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ผลิต&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน&nbsp;และการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี&nbsp;และได้ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในเชิงอุตสาหกรรม&nbsp;จากข้อมูลปี&nbsp;2563&nbsp;พบว่าไทยสามารถผลิตน้ำผึ้งได้มากเป็นอันดับที่&nbsp;36&nbsp;ของโลก&nbsp;และเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของอาเซียน&nbsp;รองจากเวียดนาม&nbsp;โดยไทยผลิตน้ำผึ้งได้&nbsp;10,110&nbsp;ตัน&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;1,215&nbsp;ราย&nbsp;ผึ้ง&nbsp;353,724&nbsp;รัง&nbsp;เก็บน้ำผึ้งจากดอกลำไย&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;งา&nbsp;กาแฟ&nbsp;ทานตะวัน&nbsp;และสาบเสือ&nbsp;ได้มากกว่า&nbsp;12,203&nbsp;ตัน&nbsp;โดยการส่งเสริมผ่านการรวมกลุ่มเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;และเกษตรกรส่วนหนึ่งเลี้ยงผึ้งและเก็บน้ำผึ้งตามธรรมชาติ&nbsp;ปัจจุบันทั่วประเทศ&nbsp;มีแปลงใหญ่ผึ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็นผึ้งพันธุ์&nbsp;9&nbsp;แปลง&nbsp;และผึ้งโพรง&nbsp;67&nbsp;แปลง&nbsp;ในภาคใต้เองมีแปลงใหญ่ผึ้งมากถึง&nbsp;62&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นแปลงใหญ่ผึ้งโพรงทั้งหมด&nbsp;กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;จังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ช่วงเวลาที่ผ่านมามีผึ้งจำนวนมากตายเพราะสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;ผนวกกับจำนวนพื้นที่ป่าลดลง&nbsp;มีงานวิจัยชี้ว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;ของแมลงผสมเกสรทั่วโลกเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์&nbsp;FAO&nbsp;จึงเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ&nbsp;ร่วมกันปกป้องแมลงที่ช่วยผสมเกสร&nbsp;โดยเฉพาะผึ้ง&nbsp;สำหรับภาคใต้มีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;(ศทม.ชุมพร)&nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีเทคโนโลยี&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;สำหรับส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยตรงดูแลครอบคลุมพื้นที่ทั้ง&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;และในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลก&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศทม.ชุมพร&nbsp;ตำบลขุนกระทิง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ&nbsp;แสดงผลงานวิชาการ&nbsp;ด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;และเปิดให้เกษตรกรเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ภายในศูนย์&nbsp;การบริการตรวจสอบคุณภาพน้ำผึ้งเบื้องต้น&nbsp;เพื่อขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;กิจกรรมการเลี้ยงผึ้งไล่ช้าง&nbsp;การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้ง&nbsp;และอุปกรณ์ในการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;การร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อลุ้นรับของรางวัล&nbsp;จึงขอเชิญเกษตรกรและผู้สนใจ&nbsp;เข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้มีการจำกัดผู้เข้าร่วมในแต่ละจุดไม่เกิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;โดยเน้นปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;ดำแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;โทร&nbsp;077-&nbsp;658669</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520120819875"],
    [390,"เอ็มเทค สวทช. ส่งเปลความดันลบ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด ช่วยบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มอีก 3 ชุด พร้อมมอบ รถส่งของ อารี ลดเสี่ยงแพร่เชื้อในโรงพยาบาล","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;เอ็มเทค สวทช. ส่งเปลความดันลบ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด ช่วยบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มอีก 3 ชุด พร้อมมอบ รถส่งของ อารี ลดเสี่ยงแพร่เชื้อในโรงพยาบาล</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)(เอ็มเทค สวทช.)พร้อมด้วย นางกุลประภา นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และทีมวิจัยเอ็มเทค ร่วมส่งมอบ PETE (พีท) เปลปกป้อง: เปลความดันลบเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 3 ชุด และรถส่งของบังคับทางไกล อารี เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ สำหรับใช้ขนส่งสัมภาระให้ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1 ชุด ให้แก่โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุลเทพ ขจรไชยกูล กล่าวว่า วันนี้ได้มอบเปลความดันลบ สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งทีมวิจัยได้เร่งผลิตเป็นกรณีพิเศษเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนที่ต้องการบริจาคเปลความดันลบ ให้โรงพยาบาลสนามและสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสนามราชพิพัฒน์ / โรงพยาบาลกลาง กทม./ และ โรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 สังกัดโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์&nbsp;กทม.เพื่อใช้ในการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์และบุคคลทั่วไปจากการแพร่กระจายเชื้อของโรคโควิด-19 รวมถึงลดภาระในการทำความสะอาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ ยังส่งมอบ รถส่งของบังคับทางไกล อารี เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ ให้แก่ โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ 1 ชุด เพื่อใช้ในการขนส่งสัมภาระแทนบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยผู้สนใจบริจาค รถส่งของบังคับทางไกล อารี ให้กับโรงพยาบาล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เอ็มเทค สวทช. โทร. 0 2564 6500 ต่อ 4676</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศราวุธ เลิศพลังสันติ หัวหน้าทีมวิจัยออกแบบและแก้ปัญหาอุตสาหกรรม เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า ทีมวิจัยรู้สึกดีใจและภูมิใจที่สามารถพัฒนาเปลความดันลบ มาช่วยป้องกันบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ในภาวะวิกฤติการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ทันท่วงที โดยก่อนหน้านี้ได้ส่งมอบเปลความดันลบ ให้แก่โรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนไปใช้งานแล้ว 5 แห่ง ซึ่งมีผลตอบรับในการใช้งานเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด-19 อย่างดีมาก</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ในฐานะตัวแทนผู้มีจิตศรัทธา กล่าวว่า เปลความดันลบของเอ็มเทค สวทช. ที่มีการผลิตผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยและนำไปใช้ได้จริงแล้ว จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริจาคเห็นตรงกันว่าควรช่วยสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์ทำงานที่สะดวก ปลอดภัย ในการส่งต่อผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลสนามเอราวัณ 2 สังกัดโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์&nbsp;หรือโรงพยาบาลสนามแห่ง อื่นๆ เปลความดันลบจึงเป็นคำตอบที่จะสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้ ถือเป็นการปกป้องทั้งคนทำงานและผู้ติดเชื้อให้ได้รับการดูแลรักษาโรคในทันที</span></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520131914884"],
    [391,"ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แนะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบืออย่าซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน ลักลอบนำเข้า เพราะยังไม่ผ่านการทดสอบและรับรองจาก อย.","<p>(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้ได้แจ้งให้เกษตรอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ออกให้คำแนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือในการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;หลังพบการระบาดในพื้นที่&nbsp;ต.สามกระทาย&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;ต.ไร่ใหม่&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;ต.เขาน้อย&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;และ&nbsp;ต.หนองพลับ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;โดยมีรายงานโคเนื้อป่วยติดเชื้อกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;และโคนมป่วยติดเชื้อกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;ขณะนี้ได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวในพื้นที่ที่เกิดโรคแล้ว&nbsp;ห้ามการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้า-ออกพื้นที่&nbsp;และให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ออกทำการสอบสวนควบคุมโรคด้วยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงชนิดพ่นบนตัวสัตว์และบริเวณคอกโรงเรือนในรัศมี&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ไม่ติดจากสัตว์สู่คน&nbsp;สัตว์ที่ติดเชื้อมีอัตราการป่วยน้อยเพียงร้อยละ&nbsp;10-50&nbsp;อัตราการตายไม่ถึงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;แต่ส่งผลเสียต่อผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;โคนมอาจจะให้น้ำนมลดลง&nbsp;หรือโคเนื้อเมื่อป่วยก็จะกินอาหารได้น้อย&nbsp;ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายก็น้อยตามไปด้วย&nbsp;ส่วนโคกระบือที่ตั้งท้องอยู่อาจจะแท้งได้&nbsp;สำหรับแนวทางรักษาขณะนี้รักษาตามอาการ&nbsp;และกำลังจะมีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคเข้ามาในเดือน&nbsp;พ.ค.นี้&nbsp;เพื่อฉีดให้กับสัตว์ของเกษตรกรฟรี&nbsp;ดังนั้นในช่วงนี้จึงขอให้เกษตรกรระมัดระวังอย่าซื้อวัคซีนลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพราะยังไม่ผ่านการทดสอบและรับรองจาก&nbsp;อย.อาจจะส่งผลเสียต่อสัตว์ได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับอาการของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;จะพบตุ่มขึ้นตามตัวสัตว์&nbsp;ลักษณะคล้ายอีสุกอีใส&nbsp;เนื้อสัตว์ที่พบการติดเชื้อสามารถบริโภคได้แต่ไม่แนะนำให้บริโภค&nbsp;โรคนี้ติดต่อทางแมลงดูดเลือดทุกชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;ยุง&nbsp;เหลือบ&nbsp;จึงแนะนำให้เกษตรกรดูแลรักษาความสะอาดคอกโรงเรือนอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;กางมุ้ง&nbsp;หรือฉีดพ่นยาฆ่าแมลงบริเวณพื้นคอกโรงเรือน&nbsp;หรือใช้ยาฆ่าแมลงชนิดพ่นบนตัวสัตว์จะช่วยป้องกันสัตว์ป่วยติดเชื้อได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520133715898"],
    [392,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งเร่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน ในโค-กระบือ ปลายเดือน พ.ค. นี้ พร้อมสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ในการควบคุมและป้องกันโรคดังกล่าวให้สงบลงโดยเร็ว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกิน&nbsp;(LSDV)ในโคกระบือ&nbsp;ว่า&nbsp;ล่าสุดได้สั่งการให้อธิบดีกรมปศุสัตว์เร่งรัดให้นำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกิน&nbsp;(LSDV)&nbsp;เพื่อใช้ในการควบคุมและป้องกันโรคในโค-กระบือที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ประมาณ&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งตั้งแต่ต้นปี&nbsp;2564&nbsp;กรมปศุสัตว์รายงานว่า&nbsp;ได้เกิดการระบาดของโรคนี้ในประเทศเมียนมาร์&nbsp;จึงได้มีการสั่งการให้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดในทุกด่านตามแนวชายแดน&nbsp;ได้ตรวจติดตามสถานการณ์ที่จังหวัดตากทันที&nbsp;จนเกิดการปิดด่านตามแนวชายแดน&nbsp;และตรวจการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเข้มข้น&nbsp;ตามแนวทางที่กรมปศุสัตว์เสนอมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;แม้ดำเนินมาตรการต่างๆ&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่ก็ได้เกิดโรคดังกล่าวขึ้นโดยเกิดครั้งแรกในประเทศไทย&nbsp;ที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;และปัจจุบันก็ได้เกิดโรคนี้ลุกลามในพื้นที่จังหวัดต่างๆ&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;20&nbsp;จังหวัด&nbsp;โดยโค-กระบือสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอัตราการตายที่ค่อนข้างต่ำ&nbsp;แต่ก็ทำให้เกิดความเสียหายด้านอื่นๆ&nbsp;ตามมา&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว&nbsp;ได้กำชับและให้แนวทางแก่กรมปศุสัตว์ในการดำเนินมาตรการต่างๆ&nbsp;ให้ได้รับความร่วมมือที่ดีจากเกษตรกร&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขณะที่นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ&nbsp;หลายด้านอย่างเข้มข้น&nbsp;รวมถึงได้มีการสั่งซื้อวัคซีน&nbsp;LSDV&nbsp;จาก&nbsp;บ.&nbsp;Inter&nbsp;vet&nbsp;intetnational&nbsp;BV&nbsp;ประเทศเนเธอร์แลนด์&nbsp;มีโรงงานผลิตในประเทศแอฟริกาใต้รวม&nbsp;60,000&nbsp;โด๊ส&nbsp;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานเพื่อส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทย&nbsp;ซึ่งหากกระบวนการดังกล่าวไม่มีอะไรติดขัด&nbsp;ทางผู้ขายจะใช้เวลาในการส่งมอบทางเครื่องบิน&nbsp;3&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งประเมินไว้ในเบื้องต้นว่า&nbsp;จะได้รับวัคซีน&nbsp;LSDV&nbsp;ในวันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;หลังจาก&nbsp;ผ่านกระบวนการต่างๆตามขั้นตอนในประเทศไทยแล้ว&nbsp;กรมฯ&nbsp;จะกระจายวัคซีนให้ถึงเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่เกิดโรค&nbsp;และในพื้นที่เสี่ยงสูงโดยเร็วที่สุด&nbsp;ภายใต้การกำกับดูแล&nbsp;ของกรมปศุสัตว์อย่างใกล้ชิดต่อไป</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520151325951"],
    [393,"เกษตรลำปาง หนุนเกษตรกร อ.วังเหนือ จัดทำแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพและแปลงส่งเสริมการผลิตพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมมารถ&nbsp;สยมภาค&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวจิตติมา&nbsp;กาบเย็น&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาการหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และนายพิเชษธ&nbsp;รักชาติโชติกูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังเหนือ&nbsp;ร่วมสนับสนุนวัสดุจัดทำแปลงต้นแบบการเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;และแปลงส่งเสริมการผลิตพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี&nbsp;แก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์บ้านตึงเหนือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลวังทอง&nbsp;อำเภอวังเหนือ&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในการจัดทำแปลงต้นแบบหรือแปลงสาธิต&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแปลงตัวอย่างในการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง&nbsp;และเป็นการส่งเสริมการผลิตพันธุ์มันสำปะหลังพันธุ์ดี&nbsp;โดยการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและการป้องกันกำจัดศัตรูมันสำปะหลังโดยการสำรวจศัตรูพืชเป็นประจำ&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้มีแหล่งเรียนรู้ใกล้บ้านให้เข้าไปศึกษาเพื่อนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ไปปรับใช้กับแปลงเพาะปลูกของตนเองได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520152836967"],
    [394,"จ.ยโสธร ดำเนินการเตรียมตรวจสอบพื้นที่เพื่อวางแผนและเตรียมการเปิดปฏิบัติการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในบริเวณลำน้ำทวน เพื่อรองรับฤดูฝน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาวัชพืช&nbsp;สิ่งปฏิกูล&nbsp;และผักตบชวาในลำน้ำทวน&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อพิจารณาแบ่งมอบภารกิจให้แต่ละหน่วยรับไปดำเนินการ&nbsp;โดยกำหนดแผนดำเนินการฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;วัน&nbsp;และกำหนดพิธีเปิดปฏิบัติการกำจัดผักตบชวาฯ&nbsp;ในบริเวณลำน้ำทวน&nbsp;ดังกล่าวในวันศุกร์ที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น&nbsp;เป็นไป&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสะพานลำน้ำทวน&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด/จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;(ท)&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนนายอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร&nbsp;เทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;เทศบาลตําบลตาดทอง&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเขื่องคำ&nbsp;หอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;สภาอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร&nbsp;จิตอาสา904&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในฐานะคณะทำงานฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมหมอนขิด&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในเบื้องต้น&nbsp;ได้รับการสนับสนุนรถแบคโฮ&nbsp;รถบรรทุก&nbsp;เรือดันผักตบชวาและน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วนจากสำนักชลประทานที่&nbsp;7&nbsp;และโครงการชลประทานยโสธร&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร&nbsp;เทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;และเทศบาลตาดทองสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;รถบรรทุกและวัสดุอุปกรณ์&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดยโสธร&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดยโสธร&nbsp;สนับสนุนเรือท้องแบน&nbsp;หอการค้าจังหวัดยโสธร&nbsp;สนับสนุนอาหารน้ำดื่ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยใช้กำลังแรงงานสนับสนุนจากจิตอาสาพระราชทาน</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150636936"],
    [395,"สำนักงานเกษตรลำปาง ติดตามและขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางกีรติกร&nbsp;พรรณกมลกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรลำปาง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;กิจกรรมการขับเคลื่อนศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่นประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และติดตามการพิจารณาจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;เครือข่าย&nbsp;อย่างน้อยอำเภอละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนสันดอนแก้ว&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดินและปุ๋ย&nbsp;มีเกษตรกรดูแลด้วยกันเอง&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่คอยเป็นพี่เลี้ยง&nbsp;เพื่อต้องการให้เกิดการยอมรับการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน&nbsp;โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย&nbsp;ส่งเสริมให้พืชแข็งแรงพอที่จะต้านทานโรคและศัตรูพืชซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมถึงเกษตรกรจะได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520154413979"],
    [396,"ไทย เสนออนุภูมิภาคแม่โขงจัดทำถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ (AAR) ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้เตรียมการรับมือหมอกควันข้ามแดนปีหน้า หลังปีนี้หมอกควันข้ามแดนดีขึ้นและจุดความร้อนลดลง","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;เสนออนุภูมิภาคแม่โขงจัดทำถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ&nbsp;(AAR)&nbsp;ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เพื่อใช้เตรียมการรับมือหมอกควันข้ามแดนปีหน้า&nbsp;หลังปีนี้หมอกควันข้ามแดนดีขึ้นและจุดความร้อนลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะหัวคณะผู้แทนไทย&nbsp;ได้เข้าร่วมประชุมกับประเทศกัมพูชา&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;เพื่อสรุปสถานการณ์และผลการดำเนินงานแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขงช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ประสานสำนักเลขาธิการอาเซียนให้มีจัดประชุมหารือวาระพิเศษ&nbsp;หลังสิ้นสุดสถานการณ์หมอกควันในอนุภูมิภาคแม่โขงผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศไทยขอขอบคุณประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนปีนี้จนทำให้สถานการณ์ดีขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะจำนวนจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;รวมในอนุภูมิภาคแม่โขงที่น้อยลงกว่าปีที่แล้ว&nbsp;ซึ่งในที่ประชุมประเทศสมาชิกได้นำเสนอสถานการณ์หมอกควัน&nbsp;ไฟป่าที่ผ่านมา&nbsp;และมาตรการต่างๆในการควบคุมสถานการณ์&nbsp;ในส่วนของประเทศไทยได้นำเสนอบทเรียนจากการจัดทำการถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ&nbsp;(AAR)&nbsp;ให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มุ่งเน้นให้ประเทศเพื่อนบ้านได้จัดทำ&nbsp;AAR&nbsp;ภายหลังการสิ้นสุดการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนช่วงที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อให้การรับมือปัญหาครั้งต่อไปดีขึ้นกว่าเดิม&nbsp;โดยเฉพาะการเตรียมการรับมือสถานการณ์หมอกควันไฟป่าปีหน้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ประเทศไทยได้เชิญชวนประเทศเพื่อนบ้านให้มุ่งเน้นการบริหารจัดการปัญหาด้วยการปฏิรูปการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;เพื่อลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่จะเกิดขึ้นปีหน้า&nbsp;โดยเฉพาะการปลูกพืชเชิงเดี่ยวและปลูกพืชที่ใช้ไฟเตรียมพื้นที่ที่อาจส่งผลให้มีการเผาในที่โล่งเพิ่มขึ้น&nbsp;แล้วส่งผลให้สถานการณ์ปีหน้ารุนแรงขึ้นได้&nbsp;และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันในภูมิภาคอย่างเต็มที่&nbsp;ซึ่งทุกประเทศพร้อมจะให้ความร่วมมือติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และเร่งดำเนินมาตรการแก้ปัญหาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค&nbsp;เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต่อไป</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520143531915"],
    [397,"เกษตรกรนครพนม มีเฮ มทบ.210 จัดรถสายันต์รับซื้อ ฟักทอง 300 กก.","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันบวกกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(covid-19)&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในพื้นที่ตำบลบ้านแพง&nbsp;อ.บ้านแพง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;ประสบปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;ราคาผลผลิตตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;เป็นการเก็บเกี่ยวฟักทองที่ผ่านมามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเร่งให้ช่วยเหลือ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฟักทองของกลุ่มเกษตรกรบ้านแพง&nbsp;มีรสชาติหวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;และเหนียว&nbsp;ปลูกบนเนื้อที่ของหาดดอนแพง&nbsp;&nbsp;ที่เกิดจากการสะสมของดินตะกอนแม่น้ำโขง&nbsp;มีแร่ธาตุสำคัญที่พืชต้องการจำนวนมาก&nbsp;ช่วงราคาตกจึงเตรียมแปรรูปเป็นน้ำฟักทองและของคบเคี้ยว&nbsp;บางส่วนส่งตลาดและหน่วยงานที่มีคนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่&nbsp;ในสถานการณ์ปกติจะมีพ่อค้าคนกลางเข้าไปซื้อจำนวนมาก&nbsp;รวมถึงพ่อค้าจากต่างจังหวัดด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรีสามารถ&nbsp;จินตสมิทธิ์&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;(ผบ.มทบ.210)&nbsp;ได้ทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนฟักทอง&nbsp;ซึ่งห้วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิต&nbsp;แต่จากสถานการณ์&nbsp;การแพร่ระบาดของ&nbsp;Covid-19&nbsp;ทำให้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อฟักทองที่สวนเหมือนเช่นเคยส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ&nbsp;และถ้าไม่รีบขายออกตลาดผลผลิตก็จะเน่าเสียและขาดทุน&nbsp;จึงจัดทีมรถสายันต์ลงพื้นที่ร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านแพง&nbsp;และผู้นำชุมชน&nbsp;เข้ารับซื้อฟักทองจากกลุ่มเกษตรกรจำนวน&nbsp;300&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในราคา&nbsp;5&nbsp;บาท/กก.&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวสวนฟักทอง</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150704937"],
    [398,"การประปายโสธร แจ้งเตือนค่าคลอไรด์(ค่าความเค็มในน้ำประปา)สูงกว่าค่ามาตรฐาน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องด้วยได้รับแจ้งสถานการณ์&nbsp;ค่าคลอไรด์&nbsp;(ค่าความเค็ม)&nbsp;สูงกว่าค่ามาตรฐาน&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;250&nbsp;mg/l)&nbsp;จากบริเวณเหนือเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีกลางได้เริ่มระบายน้ำลงมาเมื่อวานและมีการระบายน้ำจากเหนือน้ำเพื่อเจือจาง&nbsp;ขณะนี้ได้รับแจ้ง&nbsp;ค่าความเค็มมาถึงประปาเสลภูมิแล้ว&nbsp;และขณะนี้&nbsp;น้ำดิบในแม่น้ำชี&nbsp;กำลังไหลลงมาสู่&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ซึ่งในระบบผลิตโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์&nbsp;จะไม่สามารถกำจัดคลอไรด์ได้โดยตรง&nbsp;เนื่องจากคลอไรด์เมื่ออยู่ในน้ำจะอยู่ในสภาพของสารละลาย&nbsp;ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนระบบกรองปกติของระบบผลิตน้ำประปาไม่สามารถกรองออกไปได้&nbsp;อาจเป็นผลทำให้&nbsp;น้ำประปาในจังหวัดยโสธร&nbsp;มีความเค็มสูงขึ้น&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กปภ.สาขายโสธร&nbsp;ได้ประสาน&nbsp;กับ&nbsp;เขื่อนยโสธร&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือ&nbsp;และขอรับการพร่องน้ำจาก&nbsp;เขื่อนลำปาวและเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;มาเจือจางให้ค่าความเค็ม&nbsp;ลดลง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขายโสธร&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบวัดค่าคลอไรด์&nbsp;และจะรีบประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ประชาชนรับทราบ&nbsp;เพื่อพิจารณา&nbsp;การอุปโภคบริโภค&nbsp;น้ำประปา&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ค่าคลอไรด์ต่ำกว่า&nbsp;250&nbsp;mg/l&nbsp;&nbsp;สามารถอุปโภคบริโภคได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ค่าคลอไรด์ตั้งแต่250-400mg/l&nbsp;&nbsp;สามารถอุปโภคบริโภคได้&nbsp;แต่กลุ่มเสี่ยง&nbsp;เด็กอ่อน&nbsp;ผู้มีโรคไต&nbsp;โรคความดันโลหิต&nbsp;โรคหัวใจฯ&nbsp;ไม่ควรใช้อุปโภค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.ค่าคลอไรด์มากกว่า&nbsp;400&nbsp;mg/l&nbsp;ใช้เพื่ออุปโภค&nbsp;เท่านั้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม?&nbsp;ได้ที่&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;045711540</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150735938"],
    [399,"ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเกษตรจังหวัดยโสธร จัดกิจกรรม live เนื่องในวันผึ้งโลก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดยโสธร&nbsp;ขอเชิญชวนรับการชมการถ่านทอดสดผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;สำนักส่งเสริมและการจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;และ&nbsp;ประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เนื่องในวันผึ้งโลก&nbsp;โดยมีกิจกรรม&nbsp;สนทนาสาระดี&nbsp;ๆ&nbsp;ความสำคัญแมลงผสมเกสรต่อภาคการเกษตรไทย&nbsp;โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและการจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมรักผึ้งรักษ์โลก&nbsp;และสาธิตการทำเมนูสายคลีนจากน้ำผึ้ง&nbsp;โดย&nbsp;เชฟจากัวร์&nbsp;ธีรวีร์&nbsp;ดิษยะไชยพงศ์พร้อมลุ้นรับของรางวัลตลอดการไลฟ์สด&nbsp;ที่เพจ&nbsp;สำนักส่งเสริมและการจัดสินค้าเกษตร</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520150928942"],
    [400,"20 พฤษภาคม วันผึ้งโลก","<p><strong>ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เชิญชวนให้ประชาชนและเกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของผึ้งต่อโลก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนพงศ์&nbsp;สำเภาลอย&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ชำนาญการ&nbsp;รักษาการในตำแหน่ง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ผึ้งและแมลงผสมเกสร&nbsp;เป็นสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ของห่วงโซ่อาหาร&nbsp;โดยผึ้งมีส่วนช่วยในการผสมเกสรพืชถึงร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ของพืชหลักทั่วโลก&nbsp;นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์จากผึ้งและแมลงผสมเกสร&nbsp;ยังก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกอีกด้วย&nbsp;แม้ว่าผึ้งเป็นแมลงที่สร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม&nbsp;แต่ก็ยังถูกคุกคามจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช&nbsp;การเผาและทำลายแหล่งอาหารตามธรรมชาติ&nbsp;และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;โดยนักวิจัยพบว่า&nbsp;40&nbsp;เปอร์เซ็นต์ของแมลงช่วยผสมเกสรทั่วโลกมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการด้านการเกษตร&nbsp;ภายใต้การประชุมสมัชชา&nbsp;FAO&nbsp;(FAO&nbsp;Council)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;จึงได้เห็นชอบให้วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปีเป็นวันผึ้งโลก&nbsp;World&nbsp;Bee&nbsp;Day&nbsp;เพื่อทำให้เกิดความตื่นตัวของประชากรโลกเกี่ยวกับความสำคัญของผึ้งต่อโลก&nbsp;รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งตามธรรมชาติที่ลดลงและเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ&nbsp;ร่วมปกป้องแมลงผสมเกสรโดยเฉพาะผึ้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหางดง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีบทบาทหน้าที่หลักในการศึกษา&nbsp;ทดสอบ&nbsp;และประยุกต์เทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้งและแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;ตลอดจนถ่ายทอดความรู้และเป็นศูนย์กลางในการผลิตขยายกระจายพันธุ์แมลงเศรษฐกิจ&nbsp;บริการตรวจวินิจฉัยโรค&nbsp;บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผึ้งเบื้องต้นแก่เกษตรกรและผู้สนใจ&nbsp;ภายในศูนย์ฯ&nbsp;ยังมีจุดเรียนรู้ของผึ้งและเหล่าแมลงสร้างรายได้จัดแสดง&nbsp;อาทิ&nbsp;ผึ้งพันธุ์&nbsp;ผึ้งโพรง&nbsp;ชันโรง&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;ครั่ง&nbsp;การเพาะนางพญาผึ้งสายพันธุ์ดีและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผึ้ง&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;ผู้สนใจ&nbsp;ตลอดจนนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและเรียนรู้วงจรชีวิต&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การจัดการ&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างอาชีพและรายได้ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรท่านใดมีความสนใจ&nbsp;สามารถติดต่อขอรับการฝึกอบรมได้ที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตำบลหนองควาย&nbsp;อำเภอหางดง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โทร&nbsp;0-5200-1152</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520155404994"],
    [401,"ปศุสัตว์ยโสธร บูรณาหลายภาคส่วน  ลงพื้นที่สร้างการรับรู้การป้องกันโรคลัมปี สกิน แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;บูรณาการร่วมกับ&nbsp;สื่อมวลชน&nbsp;นางสาวเสาวนิต&nbsp;ทับทิมจรูญ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;นายทรงศักดิ์&nbsp;วงษ์สุพรรณ&nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์&nbsp;อบต.สิงห์&nbsp;และผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.1,3,10,11&nbsp;ต.สิงห์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;อบต.สิงห์&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;เรื่องโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และมาตรการป้องกันโรค&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;โดยการงดเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะนี้&nbsp;กางมุ้ง&nbsp;ติดตั้งหลอดไฟไล่แมลง&nbsp;การกำจัดพาหะนำโรค&nbsp;แมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เห็บ&nbsp;เหลือบ&nbsp;แมลงวันและยุง&nbsp;การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;พร้อมมอบสารกำจัดแมลง&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ยาสมุนไพรสูตรโบราณไล่แมลง&nbsp;วิตามินบำรุงสุขภาพ&nbsp;ยาถ่ายพยาธิ&nbsp;รวมทั้งแนะนำวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้องแก่เกษตรกร&nbsp;และแจ้งเตือนไม่ให้เกษตรกรถูกหลอกลวงจากการเสนอขายวัคซีนหรือยาผิดกฎหมายตามสื่อต่างๆ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้เข้าพ่นน้ำฆ่าเชื้อโรค&nbsp;และยากำจัดแมลงที่คอกสัตว์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย&nbsp;ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;เพื่อจะได้ให้การช่วยเหลือ&nbsp;และควบคุมโรค&nbsp;ตามหลักการ&nbsp;รู้โรคเร็ว&nbsp;ควบคุมโรคเร็ว&nbsp;โรคสงบเร็ว&nbsp;ต่อไป</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520151130946"],
    [402,"ม.รำไพฯ โดยคณะคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ฯ ลงพื้นที่ติดตั้งระบบตรวจจับแจ้งเตือนช้าง Ai-YARA ตำบลพวา แก่งหางแมว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;ลงพื้นที่ตำบลพวา&nbsp;อำเภอแก่งหางแมว&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;เพื่อดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับระบบตรวจจับและแจ้งเตือนช้าง&nbsp;โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ที่ประกอบไปด้วย&nbsp;กล้องวงจรปิดคุณภาพสูง&nbsp;เข้าถึงภาพแบบ&nbsp;Real&nbsp;Time&nbsp;สามารถควบคุมมุมกล้องได้จากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;ชุดแบตเตอรี่&nbsp;และอุปกรณ์ควบคุมพลังงาน&nbsp;รองรับการทำงานของตัวกล้องเพื่อให้สามารถทำงานได้&nbsp;3-4&nbsp;วัน&nbsp;ชาร์จแบตเตอรี่อัตโนมัติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตัวระบบมีวัตถุประสงค์เพื่อมอนิเตอร์การเข้าออกของช้างบริเวณจุดรอยต่อระหว่างป่า&nbsp;พื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;และที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน&nbsp;และดำเนินการวางระบบเครือข่ายเพื่ออ่านภาพจากหัวกล้องแต่ละตัวที่ติดตั้ง&nbsp;เพื่อนำภาพมาประมวลผลด้วย&nbsp;AI&nbsp;เพื่อตรวจจับหาวัตถุที่อยู่ในภาพ&nbsp;หากเป็นช้างระบบจะทำการแจ้งเตือนไปยังกลุ่มไลน์ของกลุ่มชาวบ้าน&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าในเขตพื้นที่&nbsp;เพื่อเฝ้าระวัง&nbsp;ขับดัน&nbsp;และกำหนดทิศทางของช้าง&nbsp;ทำให้ลดผลกระทบความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้าน&nbsp;ที่เกิดจากช้าง&nbsp;โดยจะทำการติดตั้งระบบดังกล่าวให้ครบทั้ง&nbsp;5&nbsp;จุดของตำบลพวาภายในสัปดาห์หน้า</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520162709036"],
    [403,"ศูนย์สงครามพิเศษ รับซื้อปลานิลจิตรลดา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 สำหรับนำมาใช้ประกอบเลี้ยงให้กับทหารกองประจำการ ตามโครงการ น้องทหารอิ่มท้อง เกษตรกรอิ่มใจ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลตรี&nbsp;วัฒนา&nbsp;ฉัตรรัตนแสง&nbsp;ผู้บัญชาการศูนย์สงครามพิเศษ&nbsp;ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;กองบริการศูนย์สงครามพิเศษ&nbsp;ดำเนินการติดต่อเข้าช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โดยการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และปลานิลพันธุ์จิตรลดา&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จากผู้ประกอบการ&nbsp;ฟาร์มปลานิลวิจารณ์&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;มาประกอบเลี้ยงเป็นอาหารพิเศษ&nbsp;ประจำเดือน&nbsp;ให้แก่ทหารกองประจำการ&nbsp;และจำหน่ายให้กับครอบครัวกำลังพล&nbsp;ในราคาถูก&nbsp;เพียงกิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งน้ำหนักปลาต่อ&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา&nbsp;ได้นำจัดส่งถึงโรงประกอบเลี้ยงให้กับทหารกองประจำการ&nbsp;ณ&nbsp;หมวดสูทกรรม&nbsp;กองบริการศูนย์สงครามพิเศษ&nbsp;เพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบ&nbsp;สำหรับทำเป็นอาหารปรุงสุก&nbsp;ในเมนู&nbsp;ปลานิลทอดราดพริก&nbsp;ให้กับทหารกองประจำการ&nbsp;ได้รับประทาน&nbsp;เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ทางโภชนาการ&nbsp;ให้น้อง&nbsp;ๆ&nbsp;ทหารกองประจำการ&nbsp;ส่วนเศษปลาที่เหลือจากการแล่&nbsp;เช่น&nbsp;ไส้ปลา&nbsp;หัวปลา&nbsp;และเกล็ด&nbsp;ได้นำไปใส่ถังทำปุ๋ยหมักชีวภาพ&nbsp;เพื่อนำไปเป็นปุ๋ย&nbsp;สำหรับใส่แปลงผักของหมวดสูทกรรมต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ถือเป็นไป&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;กองทัพบก&nbsp;ในโครงการ&nbsp;\"น้องทหารอิ่มท้อง&nbsp;เกษตรกรอิ่มใจ\"&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทุกสาขาอาชีพ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;และไม่สามารถจัดส่งผลผลิตออกจำหน่ายได้เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;โครงการ&nbsp;\"ทหารอิ่มท้อง&nbsp;พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ\"&nbsp;ถือเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก&nbsp;ในการช่วยเหลือสังคม&nbsp;\"ทุกคำ&nbsp;ทุกมื้อ&nbsp;เราอิ่มท้อง&nbsp;และอิ่มใจ\"&nbsp;หากขายไม่ออก&nbsp;\"บอกทหาร\"&nbsp;ซึ่งกองทัพ&nbsp;พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาส</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520153354971"],
    [404,"เกษตรเลย ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมเพื่อรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่และสาขาอาชีพทำสวน ระดับเขต 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;โดย&nbsp;นางนันทิยา&nbsp;ศรีทัดจันทา&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;ประชุมร่วมกับทีมงานเกษตรอำเภอวังสะพุงและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอวังสะพุง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;สาขาอาชีพทำไร่&nbsp;ระดับเขต4&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;วางแผนเตรียมการประกวดเกษตรกรดีเด่นผ่านระบบ&nbsp;ZOOM&nbsp;Meeting&nbsp;จาก&nbsp;คณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ในวันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;แปลงเกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำไร่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;นายจีรพงศ์&nbsp;ทันวงษา&nbsp;ตำบลหนองหญ้าปล้อง&nbsp;อำเภอวังสะพุง&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;โดย&nbsp;นางรานีย์&nbsp;ท่าโพธิ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเลย&nbsp;ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมในการรับการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;สาขาอาชีพทำสวน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ตามภารกิจการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับเขต&nbsp;โดยคณะกรรมการจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนายวิชิตร&nbsp;พิมพ์โคตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลน้ำหมานอำเภอเมืองเลย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งมีการนำเสนอผ่านระบบ&nbsp;z00m&nbsp;เพื่อดูพื้นที่จริงของแปลงเกษตรกร&nbsp;และสัมภาษณ์เกษตรกรเชิงลึก&nbsp;ตามมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172224083"],
    [405,"ศูนย์ผึ้งชุมพรจัดกิจกรรม  วันผึ้งโลก  (WorldBeeDay) 19-31 พ.ค.64 ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;ดำแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปกติงาน&nbsp;วันผึ้งโลก&nbsp;จะเป็นกิจกรรมสำคัญในรอบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ของเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;แต่เนื่องจาก&nbsp;ระยะนี้อยู่ในช่วงการระบาดของโควิด-19&nbsp;จำเป็นต้องจัดกิจกรรม&nbsp;อย่างจำกัดตามประกาศของจังหวัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับวันผึ้งโลก&nbsp;ที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;.6&nbsp;ตำบลขุนกระทิง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;19-31&nbsp;พ.ค.64&nbsp;กิจกรรมสำคัญได้แก่&nbsp;นิทรรศการวิชาการด้านผึ้ง/แมลงเศรษฐกิจ&nbsp;และเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ภายในศูนย์บริการตรวจคุณภาพเบื้องต้น&nbsp;เพื่อขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;จำหน่ายผลิตภัยจากผึ้ง&nbsp;และอุปกรณ์การเลี้ยงผึ้ง&nbsp;ร่วมลุ้นรับรางวัล&nbsp;และลงทะเบียนรับของที่ระลึกฟรี&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามและลงทะเบียนเข้าชมได้ที่&nbsp;โทร.077-658669</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;ยังกล่าวว่า&nbsp;ข้อมูลจากการวิจับพบว่า&nbsp;ผึ้งสามารถช่วยผสมเกสรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไยให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;78.78%&nbsp;เงาะโรงเรียนเพิ่มขึ้น&nbsp;75.09%&nbsp;ลิ้นจี่เพิ่มขึ้น&nbsp;42.05%&nbsp;พืชตระกูลแตงเพิ่มขึ้น&nbsp;39.00%&nbsp;และงาเพิ่มขึ้น&nbsp;26.70%&nbsp;น้ำผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ใช้มาอย่างยาวนาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพิท&nbsp;จิตรภักดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวถึงความเป็นมา&nbsp;วันผึ้งโลก&nbsp;ว่า&nbsp;กำหนดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อันตัน&nbsp;ฮัลซา&nbsp;ชาวสโลวีน&nbsp;ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่&nbsp;โดยคณะกรรมการด้านการเกษตร&nbsp;ภายใต้การประชุมสมัชชา&nbsp;&nbsp;FAO&nbsp;(FAO&nbsp;Council)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;มีมติกำหนดให้วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมของทุกปีเป็น&nbsp;วันผึ้งโลก&nbsp;&nbsp;(World&nbsp;Bee&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าความสำคัญ&nbsp;ประโยชน์ของผึ้งที่มีต่อโลก&nbsp;รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งที่ลดลง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สวท.ชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520170220063"],
    [406,"นายก อบจ.ตรัง พร้อมคณะ และชาวบ้านตำบลสุโสะ ร่วมใจปล่อยลูกปูม้า 30 ล้านตัว  เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศคลองสุโสะ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่คลองสุโสะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปูม้าจำนวน&nbsp;30&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ตามโครงการขยายผลธนาคารปูม้า&nbsp;คืนปูม้าสู่ทะเลไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจารึก&nbsp;ทองหนัน&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;นายละมุน&nbsp;สงบดี&nbsp;เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;นายสมคิด&nbsp;รองเดช&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;โสะหาบ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรือควนโต๊ะสัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศนคลองสุโสะ&nbsp;โดยได้รับลูก&nbsp;&nbsp;ปูม้าจากชาวประมงพื้นบ้านที่นำมาบริจาคให้กับธนาคารปูม้าตำบลสุโสะ&nbsp;เพื่อฟักลูกปูนำปล่อยสู่ธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;ส่วนอุปกรณ์ในการดูแลพ่อแม่พันธุ์ปูได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;สำหรับโครงการปล่อยสัตว์น้ำในคลองสุโสะดำเนินการเป็นประจำทั้งปลา&nbsp;กุ้ง&nbsp;ปู&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลองสุโสะ&nbsp;ถือเป็นหม้อข้าวของคนในอำเภอปะเหลียนทั้งหมด&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ต่างช่วยกันดูแลรักษาป่าโกงกาง&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;เพื่อความสมบูรณ์ของท้องทะเลให้ชาวบ้านทำมาหากินได้จนถึงรุ่นลูกหลาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ชาวบ้านได้พัฒนาชุมชนคลองสุโสะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์และการอาชีพ&nbsp;ในนามวิสาหกิจชุมชนล่องแพ&nbsp;คลองหวายดน&nbsp;มีบริการล่องแพ&nbsp;ชมระบบนิเวศป่าชายเลนคลองสุโสะ-หวายดน&nbsp;วิถีชีวิตชาวประมง&nbsp;จิบชาขลู่&nbsp;ดูนก&nbsp;ตกปลา&nbsp;ดำหาสาหร่ายพวงองุ่นที่มีในลำคลองตามธรรมชาติ&nbsp;และรับประทานอาหารพื้นบ้านบนแพจากวัตถุดิบธรรมชาติในลำคลองสุโสะ&nbsp;เช่น&nbsp;เมนูยำหอยสันขวาน&nbsp;ยำสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ&nbsp;\"คืนปูม้าสู่ทะเลไทย\"&nbsp;เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"การจัดการและส่งเสริมธนาคารปูม้าแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนในจังหวัดตรังและกระบี่&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย&nbsp;จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการวิจัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยใช้หน่วยงานบูรณาการและความร่วมมือ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172013077"],
    [407,"นายก อบจ.ตรัง พร้อมคณะ และชาวบ้านตำบลสุโสะ ร่วมใจปล่อยลูกปูม้า 30 ล้านตัว เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศคลองสุโสะ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่คลองสุโสะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานปล่อยพ่อแม่พันธุ์ปูม้าจำนวน&nbsp;30&nbsp;ล้านตัว&nbsp;ตามโครงการขยายผลธนาคารปูม้า&nbsp;คืนปูม้าสู่ทะเลไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจารึก&nbsp;ทองหนัน&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;นายละมุน&nbsp;สงบดี&nbsp;เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง&nbsp;นายสมคิด&nbsp;รองเดช&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;นายประสิทธิ์&nbsp;โสะหาบ&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรือควนโต๊ะสัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสุโสะ&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศนคลองสุโสะ&nbsp;โดยได้รับลูกปูม้าจากชาวประมงพื้นบ้านที่นำมาบริจาคให้กับธนาคารปูม้าตำบลสุโสะ&nbsp;เพื่อฟักลูกปูนำปล่อยสู่ธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนอุปกรณ์ในการดูแลพ่อแม่พันธุ์ปูได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;สำหรับโครงการปล่อยสัตว์น้ำในคลองสุโสะดำเนินการเป็นประจำทั้งปลา&nbsp;กุ้ง&nbsp;ปู&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลองสุโสะ&nbsp;ถือเป็นหม้อข้าวของคนในอำเภอปะเหลียนทั้งหมด&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ต่างช่วยกันดูแลรักษาป่าโกงกาง&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;เพื่อความสมบูรณ์ของท้องทะเลให้ชาวบ้านทำมาหากินได้จนถึงรุ่นลูกหลาน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ชาวบ้านได้พัฒนาชุมชนคลองสุโสะเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์และการอาชีพ&nbsp;ในนามวิสาหกิจชุมชนล่องแพ&nbsp;คลองหวายดน&nbsp;มีบริการล่องแพ&nbsp;ชมระบบนิเวศป่าชายเลนคลองสุโสะ-หวายดน&nbsp;วิถีชีวิตชาวประมง&nbsp;จิบชาขลู่&nbsp;ดูนก&nbsp;ตกปลา&nbsp;ดำหาสาหร่ายพวงองุ่นที่มีในลำคลองตามธรรมชาติ&nbsp;และรับประทานอาหารพื้นบ้านบนแพจากวัตถุดิบธรรมชาติในลำคลองสุโสะ&nbsp;เช่น&nbsp;เมนูยำหอยสันขวาน&nbsp;ยำสาหร่ายพวงองุ่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ&nbsp;\"คืนปูม้าสู่ทะเลไทย\"&nbsp;เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"การจัดการและส่งเสริมธนาคารปูม้าแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนในจังหวัดตรังและกระบี่&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;ได้รับทุนอุดหนุนการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย&nbsp;จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการวิจัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยใช้หน่วยงานบูรณาการและความร่วมมือ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520171337071"],
    [408,"เกษตรตรัง ขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน ภายใต้แนวทางความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กับกรมส่งเสริมการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมกับนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างใบปาล์มน้ำมันเพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหาร&nbsp;ภายใต้การขับเคลื่อนการลดต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมัน&nbsp;โดยใช้แนวทางความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ของแปลงเกษตรกรจำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;ลิพัง&nbsp;และแหลมสอม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการปลูกกันเป็นจำนวนมากในพื้นที่&nbsp;การที่จะได้รับผลผลิตที่คุ้มค่าจำเป็นต้องมีวิธีการดูแลที่เหมาะสมและถูกวิธี&nbsp;ซึ่งการให้ปุ๋ยปาล์มน้ำมันที่ดีที่สุด&nbsp;คือการวิเคราะห์ตัวอย่างใบ&nbsp;เพื่อให้ได้ทราบว่า&nbsp;มีธาตุอาหารเพียงพอหรือไม่&nbsp;ช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้&nbsp;&nbsp;สำหรับการเก็บตัวอย่างใบปาล์ม&nbsp;จะใช้ตัวอย่างใบจากทางใบที่&nbsp;17&nbsp;(ปาล์มใหญ่)&nbsp;หรือทางใบที่&nbsp;9&nbsp;(อายุไม่เกิน&nbsp;3&nbsp;ปี)&nbsp;การจัดส่งจะเป็นตัวอย่างใบสดที่ลอกเส้นกลางใบทิ้งเหลือเฉพาะแผ่นใบ&nbsp;นำตัวอย่างใบใส่ถุงพลาสติกและรัดปากถุง&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรส่งตัวอย่างใบปาล์ม&nbsp;เพื่อวิเคราะห์ธาตุอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แปลงที่&nbsp;1&nbsp;เจ้าของแปลง&nbsp;นางบุญเรือน&nbsp;ชั้นสกุล&nbsp;ที่ตั้งแปลง&nbsp;ม.14&nbsp;ต.ปะเหลียน&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง&nbsp;16&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แปลงที่&nbsp;2&nbsp;เจ้าของแปลง&nbsp;นายเกียรติ&nbsp;น้ำผุด&nbsp;ที่ตั้งแปลง&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ปะเหลียน&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง&nbsp;35&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แปลงที่&nbsp;3&nbsp;เจ้าของแปลง&nbsp;นายอิ่ม&nbsp;ทวีวงศ์&nbsp;ที่ตั้งแปลง&nbsp;ม.2&nbsp;ต.ลิพัง&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง&nbsp;10&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แปลงที่&nbsp;4&nbsp;เจ้าของแปลง&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ธีรกุลพิศุทธิ์&nbsp;ที่ตั้งแปลง&nbsp;ม.8&nbsp;ต.แหลมสอม&nbsp;อ.ปะเหลียน&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ขนาดพื้นที่เก็บตัวอย่าง&nbsp;2&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172639090"],
    [409,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมด้วยคณะกรรมการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันตำบลทุ่งกระบือ บริการปุ๋ยเคมีแก่สมาชิก เพื่อลดต้นทุนการผลิต","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;พร้อมด้วยนายฮูสรี&nbsp;หีมมะหมัด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และคณะกรรมการแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;บริการปุ๋ยเคมีสูตร&nbsp;14-7-35&nbsp;ให้แก่สมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;180&nbsp;กระสอบ&nbsp;ซึ่งใช้งบหมุนเวียนของกลุ่มฯ&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;142,200&nbsp;บาท&nbsp;โดยให้สมาชิกผ่อนจ่ายคืนให้แก่กลุ่มฯ&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตของสมาชิก&nbsp;ส่งเสริมให้กลุ่มมีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป&nbsp;และที่สำคัญกลุ่มจะได้มีงบหมุนเวียนในการซื้อปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์บ้านใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งกระบือ&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;รวมทั้งผลผลิตที่ได้ก็มีคุณภาพได้มาตรฐาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520172428088"],
    [410,"จังหวัดลำพูน เดินหน้าโครงการลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย สร้างฝายชะลอน้ำ  ที่อำเภอลี้ เพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ที่อำเภอลี้&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน&nbsp;ผู้ประกาศ&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เดินหน้าโครงการลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ที่อำเภอลี้&nbsp;เพื่อการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน&nbsp;เทป&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;(&nbsp;สร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;)&nbsp;ณ&nbsp;บ้านเด่นเหม้า&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีนายวิวัฒน์&nbsp;จันทร์โอภาส&nbsp;นายอำเภอลี้&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ชุมชนบ้านเด่นเหม้า&nbsp;ร่วมพิธีและร่วมกันสร้างฝาย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ฝาย&nbsp;สำหรับ&nbsp;หมู่บ้านเด่นเหม้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นชุมชนคนพื้นราบและเป็นประชากรไทย&nbsp;100%&nbsp;มีครัวเรือน&nbsp;99&nbsp;ครัวเรือนประชากร&nbsp;300&nbsp;คนที่&nbsp;ไม่มีเอกสารสิทธิ์&nbsp;ชุมชนบ้านเด่นหม้า&nbsp;อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าแม่หาด-แม่ก๊อ&nbsp;และชาวบ้านปลูกลำไย&nbsp;100%&nbsp;การพัฒนายากลำบาก&nbsp;เพราะจะทำฝาย&nbsp;ขุดสระน้ำ&nbsp;เจาะน้ำบาดาล&nbsp;ในพื้นที่การเกษตรก็ไม่ได้&nbsp;ซึ่งป่าไม้ไม่อนุญาต&nbsp;ชุมชนบ้านเด่นเหม้า&nbsp;เป็นหมู่บ้านที่มีปัญหาประสบภัยแล้งเป็นหมู่บ้านอันดับที่1&nbsp;ของจังหวัดลำพูนแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยโครงการดังกล่าว&nbsp;ได้มีการจัดกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งสร้างเป็นแบบผสมผสาน&nbsp;ซึ่งเป็นการนำวัสดุในพื้นที่&nbsp;อาทิ&nbsp;ไม้ไผ่&nbsp;รวมกับ&nbsp;หิน&nbsp;ปูนชีเมนต์&nbsp;มาสร้างเป็นฝายชะลอน้ำขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่เป็นต้นน้ำ&nbsp;ลำธาร&nbsp;เพื่อให้คงอยู่และเป็นแหล่งอาหารของชุมชน&nbsp;เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ&nbsp;ป้องกันการอพยพย้ายถิ่นฐานของประชาชนในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งเป็นการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้กลับคืนมาดังเดิม&nbsp;และเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อำเภอลี้อย่างยั่งยืน&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520174318113"],
    [411,"ปศุสัตว์ลพบุรี ระดมกำลังป้องกันโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564ฉ&nbsp;นายจรูญ&nbsp;ชูเกียรติวัฒนา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและให้ความรู้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยการประชุมออนไลน์ผ่าน&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสหกรณ์และศูนย์รับน้ำนมดิบทั้ง&nbsp;14&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;ในจังหวัดลพบุรี&nbsp;&nbsp;เพื่อชี้แจงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคนม&nbsp;โดยปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย&nbsp;ดังนั้นจังหวัดลพบุรีจึงยกระดับการป้องกันโรค&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;โดยดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยเน้นการดำเนินการใน&nbsp;5&nbsp;มาตรการหลักที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;&nbsp;เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;&nbsp;เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์&nbsp;เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ&nbsp;ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กิโลเมตรรอบจุดเกิดโรค&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอของจังหวัดลพบุรี,&nbsp;ด่านกักกันสัตว์ลพบุรีสหกรณ์/ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด,&nbsp;หน่วย&nbsp;HHU&nbsp;,ท้องถิ่นฯลฯ&nbsp;ออกปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;ด้วยการใช้สารกำจัดแมลง&nbsp;โดยการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปดำเนินการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคบริเวณคอกสัตว์&nbsp;แนะนำเกษตรกรปรับภูมิทัศน์โดยรอบฟาร์มให้โปร่งโล่งไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะรวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ&nbsp;กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มเป็นประจำหรือใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่&nbsp;รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด&nbsp;และจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวัง&nbsp;ค้นหาโรค&nbsp;หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีในทันทีเพื่อควบคุมโรคไม่ให้ลุกลามและแพร่กระจายออกไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในโค&nbsp;กระบือไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ&nbsp;มีลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือก&nbsp;ทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย&nbsp;โดยในโคนมอาจพบนำ้นมลดลง&nbsp;25-65&nbsp;%&nbsp;โรคนี้มีแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;แมลงวันดูดเลือดและยุงเป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อนอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง&nbsp;ผ่านทางน้ำเชื้อหรือผ่านทางรกได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520180139133"],
    [412,"จ.มุกดาหาร จิตอาสาพระราชทาน กำจัดผักตบชวาและวัชพืชคลองหินอ่าง สนามกีฬากลางจังหวัดป้องกันน้ำท่วมขังและให้เกิดความสวยงาม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;(ผอ.ศอ.จอส.)&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;จิตอาสาแก้ไขปัญหาผักตบชวาและกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;คลองหินอ่าง&nbsp;สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;โดยมีจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;250&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สมาชิกจากหน่วยงานราชการ&nbsp;ภาคเอกชนต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ปกครองจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;องค์บริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ปภ.จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;24&nbsp;(นพค.24)&nbsp;ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี&nbsp;ปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;ตชด.234&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;&nbsp;โครงการชลประทานจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และบริษัททิพยประกันภัยสาขามุกดาหาร&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;กำจัดผักตบชวาและกำจัดวัชพืชในคลองหินอ่าง&nbsp;ทั้งใช้เครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และแรงงานคน&nbsp;ด้วยความสามัคคีพร้อมใจกันจนแล้วเสร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำภายในครองหินอ่าง&nbsp;ซึ่งเป็นคลองขุดระบายน้ำขนาดกว้างประมาณ&nbsp;10&nbsp;เมตร&nbsp;รอบสนามกีฬากลางจังหวัด&nbsp;และรับน้ำจากตอนเหนือของเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;ไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้สะดวกยิ่งขึ้น&nbsp;ป้องกันน้ำท่วมขัง&nbsp;สนามกีฬากลางจังหวัด&nbsp;และภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร&nbsp;ในฤดูฝนนี้&nbsp;รวมถึงให้เกิดความสวยงาม&nbsp;ไม่เกิดน้ำเสีย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520182349149"],
    [413,"20 พฤษภาคม วันผึ้งโลก (World Bee Day)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพิท&nbsp;จิตรภักดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะกรรมการด้านการเกษตร&nbsp;ภายใต้การประชุมสมัชชา&nbsp;&nbsp;FAO&nbsp;(FAO&nbsp;Council)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;40&nbsp;มีมติกำหนดให้วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;วันผึ้งโลก&nbsp;(World&nbsp;Bee&nbsp;Day)&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้ตระหนักและเห็นคุณค่า&nbsp;ความสำคัญ&nbsp;ประโยชน์ของผึ้งที่มีต่อโลกใบนี้&nbsp;รวมถึงสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาประชากรผึ้งที่ลดลง&nbsp;และเป็นการให้เกียรติกับวันคล้ายวันเกิดของ&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;&nbsp;ดร.&nbsp;อันตัน&nbsp;ฮัลซา&nbsp;(Anton&nbsp;Jansa)&nbsp;ผู้บุกเบิกการเลี้ยงผึ้งสมัยใหม่&nbsp;ให้เป็นที่แพร่หลาย&nbsp;ถึงแม้ปีนี้จะมีผลกระทบจากโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;แต่กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงให้ความสำคัญกับงานวันผึ้งโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่&nbsp;4&nbsp;โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดออนไลน์&nbsp;ในวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;ของสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;และ&nbsp;Facebook&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ภายในงานจะมีความมหัศจรรย์ของน้ำผึ้ง&nbsp;น้ำนมผึ้ง&nbsp;ไขผึ้ง&nbsp;และเกสรผึ้งจากทั่วโลก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อแยกตามภูมิภาค&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และชุมพร&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่าผึ้งเป็นแมลงมหัศจรรย์&nbsp;ทั้งในเรื่องการช่วยผสมเกสร&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ทำให้ลำไยมีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;78.78%&nbsp;เงาะโรงเรียน&nbsp;&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;75.09%&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;42.05%&nbsp;พืชตระกูลแตง&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;39.00%&nbsp;และงา&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;26.70%&nbsp;และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพิท&nbsp;จิตรภักดี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำเกษตรที่ปลอดภัย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;การทําการเกษตรยั่งยืนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การใช้สารเคมีในการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้ผลิต&nbsp;ผู้บริโภค&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน&nbsp;และการกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี&nbsp;และได้ส่งเสริมการเลี้ยงผึ้งในเชิงอุตสาหกรรม&nbsp;จากข้อมูลปี&nbsp;2563&nbsp;พบว่าไทยสามารถผลิตน้ำผึ้งได้มากเป็นอันดับที่&nbsp;36&nbsp;ของโลก&nbsp;และเป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของอาเซียน&nbsp;รองจากเวียดนาม&nbsp;โดยไทยผลิตน้ำผึ้งได้&nbsp;10,110&nbsp;ตัน&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;1,215&nbsp;ราย&nbsp;ผึ้ง&nbsp;353,724&nbsp;รัง&nbsp;เก็บน้ำผึ้งจากดอกลำไย&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;งา&nbsp;&nbsp;กาแฟ&nbsp;&nbsp;ทานตะวัน&nbsp;&nbsp;และสาบเสือ&nbsp;ได้มากกว่า&nbsp;12,203&nbsp;ตัน&nbsp;โดยการส่งเสริมผ่านการรวมกลุ่มเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;และเกษตรกรส่วนหนึ่งเลี้ยงผึ้งและเก็บน้ำผึ้งตามธรรมชาติ&nbsp;ปัจจุบันทั่วประเทศ&nbsp;มีแปลงใหญ่ผึ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;76&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็นผึ้งพันธุ์&nbsp;9&nbsp;แปลง&nbsp;และผึ้งโพรง&nbsp;67&nbsp;แปลง&nbsp;ในภาคใต้เองมีแปลงใหญ่ผึ้งมากถึง&nbsp;62&nbsp;แปลง&nbsp;เป็นแปลงใหญ่ผึ้งโพรงทั้งหมด&nbsp;กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;จังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ช่วงเวลาที่ผ่านมามีผึ้งจำนวนมากตายเพราะสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;ผนวกกับจำนวนพื้นที่ป่าลดลง&nbsp;มีงานวิจัยชี้ว่าร้อยละ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;ของแมลงผสมเกสรทั่วโลกเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์&nbsp;FAO&nbsp;จึงเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ&nbsp;ร่วมกันปกป้องแมลงที่ช่วยผสมเกสร&nbsp;โดยเฉพาะผึ้ง&nbsp;สำหรับภาคใต้มีศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;(ศทม.ชุมพร)&nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีเทคโนโลยี&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;ผลงานวิจัยเกี่ยวกับการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;สำหรับส่งเสริมให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยตรงดูแลครอบคลุมพื้นที่ทั้ง&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;และในครั้งนี้มีการจัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลก&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;ศทม.ชุมพร&nbsp;ตำบลขุนกระทิง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดชุมพร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภายในงานมีการจัดนิทรรศการ&nbsp;แสดงผลงานวิชาการ&nbsp;ด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;และเปิดให้เกษตรกรเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ภายในศูนย์&nbsp;การบริการตรวจสอบคุณภาพน้ำผึ้งเบื้องต้น&nbsp;เพื่อขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;กิจกรรมการเลี้ยงผึ้งไล่ช้าง&nbsp;การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผึ้ง&nbsp;และอุปกรณ์ในการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;รวมทั้งการร่วมสนุกตอบคำถามเพื่อลุ้นรับของรางวัล&nbsp;จึงขอเชิญเกษตรกรและผู้สนใจ&nbsp;เข้าชมนิทรรศการและร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ทั้งนี้มีการจำกัดผู้เข้าร่วมในแต่ละจุดไม่เกิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;โดยเน้นปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรค&nbsp;COVID-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;นายสุวิทย์&nbsp;ดำแก้ว&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;โทร&nbsp;077-&nbsp;658669</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520191243176"],
    [414,"จังหวัดอำนาจเจริญ ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ครั้งที่ 1 /2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;/2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะกรรมการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;อนุมัติ&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่&nbsp;ตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการ&nbsp;การกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการ&nbsp;ที่มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่ขอรับการสนับสนุนโครงการดังกล่าว&nbsp;ซึ่งได้รับการอนุมัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;116&nbsp;แปลง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;347,671,430&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีแนวทางการดำเนินงานภายใต้แผนงาน&nbsp;เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพความเข้มแข็ง&nbsp;ในการบริหารจัดการแปลงใหญ่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;มาต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;และสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทน&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;รายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;ที่ประชุม&nbsp;ได้ร่วมกันพิจารณากลั่นกรอง&nbsp;อนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;ของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงกับตลาด&nbsp;จำนวน&nbsp;แปลงใหญ่&nbsp;102&nbsp;แปลง&nbsp;เช่น&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;แปลงใหญ่ยางพารา&nbsp;แปลงใหญ่พืช&nbsp;แปลงใหญ่หม่อนไหม&nbsp;แปลงใหญ่ปศุสัตว์&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;305,315,160&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520192159178"],
    [415,"ปศุสัตว์กาฬสินธุ์ประกาศเขตโรคระบาดลัมปี สกิน ระดมพ่นหมอกควันกำจัดแมลงดูดเลือดพาหะนำโรคย้ำไม่แพร่จากสัตว์สู่คน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์ประกาศกำหนดเขตโรคระบาด&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกระดมพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุง&nbsp;และแมลงดูดเลือด&nbsp;ซึ่งเป็นพาหะนำโรค&nbsp;ขณะที่ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ย้ำโรคนี้ไม่แพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน&nbsp;เป็นแล้วให้แยกกักทายาและฉีดย่าฆ่าเชื้อ&nbsp;ก่อนวัคซีนจะมาถึงในเดือนมิถุนายนนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุทิน&nbsp;กาญจนรัช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวถึงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาด&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;โดยห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;และจะต้องรักษาอย่างเร่งด่วน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มอบหมายกลุ่ม?พัฒนา?สุขภาพ?สัตว์?&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ตามประกาศของจังหวัดฯ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ออกระดมพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดยุง&nbsp;และแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะนำโรค&nbsp;ซึ่งโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;จะไม่แพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน&nbsp;ประชาชนสามารถซื้อเนื้อสัตว์มารับประทานได้&nbsp;ส่วนในกรณีที่มีโค-กระบือติดเชื้อแล้ว&nbsp;ขอให้เกษตกรกรแยกกัก&nbsp;เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัส&nbsp;และมีแมลงเป็นพาหะ&nbsp;ไม่มียารักษาโรค&nbsp;แต่สามารถรักษาได้ตามอาการ&nbsp;ด้วยการใช้ยาทาแผลบริเวณตุ่มที่เกิดตามลำตัว&nbsp;หรือฉีดยาฆ่าเชื้อเพื่อไม่ให้ลุกลาม&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;แม้จะมีการระบาดหลายพื้นที่&nbsp;เนื่องจากนำโดยแมลง&nbsp;แต่อัตราการป่วยตายจะมีเพียงร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;โดยวัคซีนที่จะนำมาฉีดเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีการระบาดคาดว่าจะมาถึงราวเดือนมิถุนายนนี้</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>--------เสียง----------</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุทิน&nbsp;กาญจนรัช&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้ขณะนี้จะมีการระบาดประปรายในพื้นที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;ยางตลาด&nbsp;กุฉินารายณ์&nbsp;ร่องคำ&nbsp;กมลาไสย&nbsp;หนองกุงศรี&nbsp;เขาวง&nbsp;สมเด็จ&nbsp;นามน&nbsp;และสหัสขันธ์&nbsp;แต่เกษตรกรสามารถป้องกันการระบาดของโรคได้&nbsp;ด้วยการปรับภูมิทัศน์โดยรอบคอกเลี้ยงสัตว์ให้โปร่งโล่ง&nbsp;ไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะ&nbsp;รวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ&nbsp;ใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่&nbsp;รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด&nbsp;ที่เป็นพาหะของโรค</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520194837182"],
    [416,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,546 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 43.63 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.54 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,546&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;25.6&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด&nbsp;277.ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;125&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;43.63&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;29.9%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;24.033&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทยข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;2,540,116&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;43.4%</span></p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520205105196"],
    [417,"ระนองยกระดับแปลงใหญ่ หนุนเกษตรสมัยใหม่-เชื่อมโยงตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายสมจิตร์&nbsp;เขียนด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2564&nbsp;มี&nbsp;นายบุญชัย&nbsp;สมใจ&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;นางสาวทิพย์สุดา&nbsp;อินทรสุวรรณ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดระนอง&nbsp;นายถาวร&nbsp;ศรีสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดระนอง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระนอง&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกตรและสหกรณ์&nbsp;ประธานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การประชุมครั้งนี้มีเรื่องพิจารณากลั่นกรองอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดของแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลกะเปอร์&nbsp;อำเภอกะเปอร์&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ซึ่งได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนประเภทนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์&nbsp;เป็นลำดับที่&nbsp;12&nbsp;ของจังหวัดระนอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายถาวร&nbsp;ศรีสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดระนอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;มุ่งที่ช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ในภาวะการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยเฉพาะภาคการเกษตร&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;และยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง&nbsp;จังหวัดระนองมีแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;12&nbsp;แปลง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่มังคุด&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่กาแฟ&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ทุเรียน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;และแปลงใหญ่โคเนื้อ&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งสามารถพัฒนาต่อยอดนำระบบเกษตรสมัยใหม่&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;พร้อมทั้งการเชื่อมโยงตลาดสร้างโอกาสทางการค้า&nbsp;การลงทุนพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร&nbsp;โดยมีกลุ่มสมาชิกเกษตรกรเป็นหลักในการขับเคลื่อนดำเนินการ&nbsp;โดยยกระดับการรวมจากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เป็นการรวมกลุ่มแบบนิติบุคคล&nbsp;เพื่อเสริมศักยภาพการบริหารจัดการแปลงใหญ่&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดหาปัจจัยการผลิตร่วมกัน&nbsp;การใช้เทคโนโลยีหรือแม้กระทั่งเครื่องจักรกล&nbsp;ช่วยลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีสร้างรายได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ส่งผลให้เศรษฐกิจระดับครัวเรือน&nbsp;ชุมชนเกิดความมั่นคงด้านเศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520213500205"],
    [418,"ศูนย์หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ติดตามการดำเนินงานกลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรมและหม่อนไหมหัตถกรรม อ.มัญจาคีรี และ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาคม&nbsp;จงอริยะตระกูล&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางอารีย์รัตน์&nbsp;พระภูวงศ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;นางสาววีราภรณ์&nbsp;อินทรักษ์&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนงบอุดหนุนโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมระบบแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;คือ&nbsp;กลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมอุตสาหกรรม&nbsp;อ.มัญจาคีรี&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;,กลุ่มแปลงใหญ่หม่อนไหมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไหมมัดหมี่บ้านห้วฝาย&nbsp;และกลุ่มแปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านหัวฝาย&nbsp;ต.&nbsp;ปอแดง&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมเอกสารหลักฐาน&nbsp;พร้อมทั้งระเบียบวาระการประชุมของกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&nbsp;เพื่อใช้ในการดำเนินการจัดซื้อวัสดุเพื่อจัดทำแปลงสาธิต&nbsp;ตามความต้องการของสมาชิกกลุ่มแปลงใหญ่ฯ&nbsp;ในกิจกรรมงบอุดหนุน&nbsp;ให้กับกลุ่มต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210520213714206"],
    [419,"ปศุสัตว์ลพบุรี ระดมกำลัง ป้องกันโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(20&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;นายจรูญ&nbsp;ชูเกียรติวัฒนา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี&nbsp;ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและให้ความรู้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยการประชุมออนไลน์ผ่าน&nbsp;Web&nbsp;Conference&nbsp;ไปยังสหกรณ์และศูนย์รับน้ำนมดิบทั้ง&nbsp;14&nbsp;แห่งในจังหวัดลพบุรีเพื่อชี้แจงแนวทางการป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในโคนม&nbsp;สำหรับโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;เป็นโรคที่เกิดเฉพาะใน&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;ไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ&nbsp;มีลักษณะอาการที่สังเกตได้คือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย&nbsp;โดยในโคนมอาจพบน้ำนมลดลง&nbsp;25-65&nbsp;เปอร์เซนต์&nbsp;โรคนี้มีแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;แมลงวันดูดเลือด&nbsp;และยุง&nbsp;เป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง&nbsp;ผ่านทางน้ำเชื้อหรือผ่านทางรกได้&nbsp;ในปัจจุบันมีการรายงานการเกิดโรคนี้ในหลายจังหวัดของประเทศไทย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;จังหวัดลพบุรีจึงยกระดับการป้องกันโรค\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;โดยดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด&nbsp;โดยเน้นการดำเนินการใน&nbsp;5&nbsp;มาตรการหลักที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค,&nbsp;เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง,&nbsp;เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์&nbsp;เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ&nbsp;ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค,&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมบูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ด่านกักกันสัตว์ลพบุรี&nbsp;สหกรณ์/ศูนย์รับน้ำนมดิบทุกแห่งในจังหวัด&nbsp;หน่วย&nbsp;HHU&nbsp;ท้องถิ่นฯลฯ&nbsp;ออกปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยใช้สารกำจัดแมลง&nbsp;โดยการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปดำเนินการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคบริเวณคอกสัตว์&nbsp;แนะนำเกษตรกรปรับภูมิทัศน์โดยรอบฟาร์มให้โปร่งโล่งไม่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงพาหะรวมถึงกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในพื้นที่โดยรอบ&nbsp;กำจัดมูลสัตว์ออกจากฟาร์มเป็นประจำหรือใช้ผ้าคลุมเพื่อป้องกันแมลงมาวางไข่&nbsp;รวมทั้งกางมุ้งให้แก่สัตว์เพื่อป้องกันแมลงดูดเลือด&nbsp;และจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวัง&nbsp;ค้นหาโรค&nbsp;หากตรวจพบฟาร์มที่สงสัย&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในท้องที่หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรีในทันที&nbsp;เพื่อจะได้ควบคุมโรคไม่ให้ลุกลามและแพร่กระจายออกไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521095801238"],
    [420,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ หลังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่ 4 อำเภอ พร้อมเตือนเกษตรกรอย่าซื้อวัคซีนที่ยังไม่ผ่านการรับรองจากภาครัฐมาใช้งาน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้พบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคกระบือ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.สามกระทาย&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;ต.ไร่ใหม่&nbsp;อ.สามร้อยยอด&nbsp;ต.เขาน้อย&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;และ&nbsp;ต.หนองพลับ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;โดยมีรายงานโคเนื้อติดเชื้อกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;และโคนมติดเชื้อกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัว&nbsp;จึงได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราว&nbsp;ห้ามการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออกพื้นที่&nbsp;และสอบสวนควบคุมโรคด้วยการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงชนิดพ่นบนตัวสัตว์และบริเวณคอกโรงเรือนในฟาร์มของเกษตรกรในรัศมี&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ไม่ติดจากสัตว์สู่คน&nbsp;มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ&nbsp;สัตว์ที่ติดเชื้อมีอัตราการป่วยเพียงร้อยละ&nbsp;10-50&nbsp;อัตราการตายไม่ถึงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;แต่ส่งผลเสียต่อผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;โคนมให้น้ำนมลดลง&nbsp;หรือโคเนื้อเมื่อป่วยก็จะกินอาหารได้น้อย&nbsp;ความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายก็ลดลงตามไปด้วย&nbsp;ส่วนโคกระบือที่ตั้งท้องอยู่อาจจะแท้งได้&nbsp;สำหรับแนวทางรักษาขณะนี้รักษาตามอาการ&nbsp;และกำลังจะมีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคเข้ามาเพื่อฉีดให้กับสัตว์ของเกษตรกรฟรี&nbsp;ดังนั้นในช่วงนี้จึงขอให้เกษตรกรระมัดระวังอย่าซื้อวัคซีนลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพราะยังไม่ผ่านการทดสอบและรับรองจากหน่วยงานภาครัฐอาจจะส่งผลเสียต่อสัตว์ได้&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521094859224"],
    [421,"จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ครั้งที่ 1 อนุมัติแผนฯ รวม 15 แปลง กรอบวงเงิน 37,452,770 บาท","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ห้องประชุมอโยธยา&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายพรพจน์&nbsp;บัณฑิตยานุรักษ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยสาระสำคัญที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;กรอบวงเงินงบประมาณ&nbsp;37,452,770&nbsp;บาท&nbsp;แบ่งเป็นแปลงใหญ่พืชผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;แปลงใหญ่ข้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;แปลง&nbsp;และเห็นชอบให้คณะกรรมการบริหารโครงการฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;เป็นพี่เลี้ยงดำเนินการติดตามและชี้แจงทำความเข้าใจ&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุให้กับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ที่ได้รับอนุมัติโครงการ&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการและตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://pr.prd.go.th/ayutthaya\"&nbsp;target=\"_blank\">http://pr.prd.go.th/ayutthaya</a></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521094651219"],
    [422,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมคาดการณ์มีพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากดินถล่มช่วง 1-2 วันนี้บริเวณเพชรบูรณ์และตราด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมคาดการณ์มีพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากดินถล่มช่วง&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์และตราด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;เลย&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;95&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;78&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;38,157&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,423&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณ&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์และตราด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติประสานผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรในฐานะประธานอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด&nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอ่างเก็บน้ำเขางาย&nbsp;ต.วังตะกอ&nbsp;อ.หลังสวน&nbsp;จ.ชุมพรแห้งขอด&nbsp;ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดลอกอ่างน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณการเก็บกักน้ำ&nbsp;โดยให้กรมทรัพยากรน้ำเป็นผู้สำรวจและออกแบบ&nbsp;แล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ&nbsp;//&nbsp;กำหนดหลักเกณฑ์และกติกาการใช้น้ำ&nbsp;//&nbsp;อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน&nbsp;//&nbsp;ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;สำรวจและดำเนินโครงการขุดเจาะบาดาลขนาดใหญ่ใช้ในการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ปัญหาและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำต้นทุน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มช่วยประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.บ้านโพธิ์&nbsp;จ.ฉะเชิงเทรา&nbsp;//&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;บินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักเหนือเขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนกิ่วคอหมา&nbsp;และช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบริเวณ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.โพนพิสัย&nbsp;จ.หนองคาย</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521100120243"],
    [423,"จ.นครสวรรค์ ปลูกป่าบริเวณเนินดินที่ขุดลอกจากบึงบอระเพ็ด ก่อนปลูกใหญ่วันต้นไม้แห่งชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิตอาสาทำดีด้วยหัวใจจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง&nbsp;บริเวณเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ด&nbsp;ตำบลพระนอน&nbsp;ที่จะถูกปรับเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ตามการออกแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;โดยทยอยปลูก&nbsp;ก่อนปลูกใหญ่ในวันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีปรีชา&nbsp;พลับน้อยปลัดจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;นำจิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ&nbsp;จากมณฑลทหารบกที่31&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;จิตอาสาอำเภอเมือง&nbsp;และจิตอาสาของหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เริ่มปลูกต้นไม้บริเวณเนินดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ด&nbsp;พื้นที่ตำบลพระนอน&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมด&nbsp;ประมาณ&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;ตามโครงการปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมบึงแห่งใหม่&nbsp;ซึ่งในเบื้องต้นจะปลูกต้นไม้&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;13&nbsp;ไร่&nbsp;เลือกปลูกเป็นต้นไม้ท้องถิ่นโตเร็ว&nbsp;โดยขุด&nbsp;แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ผสม&nbsp;ดินปลูก&nbsp;เนื่องจากมูลดินที่ขุดลอกขึ้นจากบึงบอระเพ็ดเป็นดินที่ไม่มีความอุดมสมบูรณ์พอในการปลูกต้นไม้ให้เจริญเติบโต&nbsp;ส่วนชนิดพันธุ์ไม้ที่คัดเลือกลงปลูก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มะขามเทศ&nbsp;หว้า&nbsp;พะยอม&nbsp;ยางนา&nbsp;พฤกษ์&nbsp;สะเดา&nbsp;ขี้เหล็ก&nbsp;นนทรี&nbsp;กระถินเทพา&nbsp;ปลูกไผ่ทนแล้งบริเวณโดยรอบขอบเนินดิน&nbsp;สำหรับต้นมะขามเทศเมื่อโตได้ขนาดที่จะเป็นต้นไม้พี่เลี้ยงจะนำผักหวานป่ามาปลูกเพื่อเป็นแหล่งอาหารสำหรับชุมชน&nbsp;ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดจังหวัดนครสวรรค์กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมการปลูกป่าในบึงบอระเพ็ดแห่งนี้เพื่อสร้างสวนป่าประชารัฐเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ของจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นป่าในเมืองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง&nbsp;เป็นแหล่งที่อยู่และอาหารให้กับสัตว์ป่า&nbsp;รวมทั้งจะเป็นแหล่งอาหารของชุมชนในอนาคต&nbsp;การปลูกต้นไม้จะปลูกต่อเนื่อง&nbsp;เป็นระยะ&nbsp;โดยจะมีการบำรุงรักษาดูแลให้เติบโต&nbsp;พร้อมกับการปรับภูมิทัศน์โดยรอย&nbsp;ตามแบบที่กรมโยธาธิการและผังเมืองออกแบบไว้</p><p>หน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องจะร่วมปลูกอีกครั้งในวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ในวันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521100217245"],
    [424,"อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยร่วมประชุม โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และโครงการวันต้นไม้ประจำชาติ ภายใต้ชื่อ รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านต้น จังหวัดเลย ประจำปี 2564 ผ่านระบบ VSC","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมไมตรี&nbsp;ชั้น2&nbsp;ศาลาประชาคมอำเภอด่านซ้ายนายนที&nbsp;พรมภักดี&nbsp;นายอำเภอด่านซ้าย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำลำห้วยสัก&nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ด่านซ้าย&nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย&nbsp;สาขาด่านซ้าย&nbsp;แขวงการทางเลยที่&nbsp;2&nbsp;ด่านซ้าย&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกตำบล&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;และโครงการวันต้นไม้ประจำชาติ&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;VSC&nbsp;</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521095949241"],
    [425,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบางพื้นที่&nbsp;แต่ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521100245246"],
    [426,"กรมปศุสัตว์ ห่วงเกษตรกรถูกหลอกให้ซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกินเถื่อน ย้ำเตือนห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ได้เร่งแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกิน&nbsp;(LSDV)&nbsp;ในโคกระบือ&nbsp;โดยนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปีสกิน&nbsp;ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก&nbsp;จึงได้มีคำสั่งตรงถึงกรมปศุสัตว์ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและให้เห็นผลสำเร็จโดยเร็วที่สุด&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคลัมปีสกินในครั้งนี้อย่างรวดเร็ว&nbsp;เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รายงานการเกิดโรคทันที&nbsp;ปัจจุบันเกิดโรคระบาดขึ้นใน&nbsp;20&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;จึงได้เร่งทำความเข้าใจเกษตรกรเกี่ยวกับโรคนี้&nbsp;แมลงพาหะนำโรค&nbsp;เช่น&nbsp;ยุง&nbsp;เห็บ&nbsp;เหลือบ&nbsp;เพื่อตัดวงจรโรคให้เร็วที่สุด</p><p><strong>ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ในประเทศไทยมีกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานเดียว&nbsp;ที่รับอนุญาติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;ให้สามารถนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ได้ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;โดยความคืบหน้าในการนำเข้า&nbsp;ทางกรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ติดต่อและสั่งซื้อวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;จากประเทศแอฟริกาใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยวัคซีนล๊อตแรกจะเข้ามาถึงประเทศไทยภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;จำนวน&nbsp;60,000&nbsp;โด๊ส&nbsp;ซึ่งทางกรมปศุสัตว์ได้เตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่&nbsp;วัสดุอุปกรณ์&nbsp;ยานพาหนะไว้เป็นที่เรียบร้อย&nbsp;พร้อมออกปฏิบัติงานฉีดวัคซีนแก่โค-กระบือของเกษตรกรตามแผนปฏิบัติการที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;กำหนดมาได้ทันที&nbsp;พร้อมแนะนำย้ำเตือนเกษตรกร&nbsp;อย่าได้ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีที่มีการนำเข้าวัคซีนมาอย่างผิดกฎหมายและนำมาหลอกขายให้กับเกษตรกร&nbsp;ขอให้รอวัคซีนที่กรมปศุสัตว์นำเข้าถูกกฎหมายเท่านั้น</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521103117265"],
    [427,"วราวุธ เชิญชวนคนไทยร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ 1 ต้น เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ 64 ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เชิญชวนคนไทยร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;2564&nbsp;ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ปลูก&nbsp;ต้นกันเกรา&nbsp;กล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์&nbsp;จากโครงการพฤกษามหามงคล&nbsp;เมื่อเดือนธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;บริเวณสนามหญ้า&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อรณรงค์และเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องใน&nbsp;วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;2564\"&nbsp;ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;โดยปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยากที่สุดแก้ได้ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;เพราะต้นไม้เพียงหนึ่งต้นจะสามารถผลิตออกซิเจนให้มนุษย์ได้ถึง&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;แล้วอากาศบริสุทธิ์หายใจได้ตลอดทั้งปี&nbsp;ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง&nbsp;15&nbsp;กิโลกรัมต่อปี&nbsp;ทำให้พื้นที่รอบๆต้นไม้เย็นขึ้นได้ถึง&nbsp;2-4&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;และช่วยแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มากมายด้วย&nbsp;จึงอยากขอเชิญชวนคนไทยทุกคนมาร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อยคนละ&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;พร้อมดูแลให้เติบโตเพื่อให้ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต&nbsp;ทำให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมแบบปัจจุบันนี้</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521103647269"],
    [428,"กรมส่งเสริมการเกษตรขับเคลื่อนรณรงค์ให้ประชาชน ผู้ประกอบการ เฝ้าระวังและแก้ปัญหาการจัดการศัตรูมะพร้าว","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายทวีป&nbsp;สิงหรัตน&nbsp;รักษาการเลขานุการกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดของศัตรูพืชมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นพืชที่มีศัตรูเข้าทำลายหลายชนิด&nbsp;ในทุกส่วนของลำต้นเช่น&nbsp;หนอนหัวดำทำลายใบแก่&nbsp;แมลงดำหนามทำลายใบอ่อนที่ยังไม่คลี่&nbsp;ด้วงแรดทำลายยอดอ่อน&nbsp;กัดโคนทางใบ&nbsp;และคอมะพร้าว&nbsp;ด้วงงวงเข้าทำลายซ้ำตามรอยเจาะของด้วงแรดทำให้มะพร้าวตายในที่สุด&nbsp;การระบาดมีแนวโน้มแพร่กระจายในวงกว้างหากไม่ดำเนินการแก้ไขจะสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.หนอนหัวดำ&nbsp;พบพื้นที่ระบาดรวม&nbsp;9,821.50&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;2.&nbsp;แมลงดำหนาม&nbsp;พบพื้นที่ระบาดรวม&nbsp;22,979.55&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;26&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;นครปฐม&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;ระยอง&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;กระบี่&nbsp;ขุมพร&nbsp;ตรัง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ปัตตานี&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ยะลา&nbsp;สงขลา&nbsp;สตูล&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;3.&nbsp;ด้วงแรด&nbsp;พบพื้นที่ระบาดรวม&nbsp;7,979.555&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;23&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;อ่างทอง&nbsp;นครปฐม&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;ระยอง&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;กระบี่&nbsp;ชุมพร&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ยะลา&nbsp;สงขลา&nbsp;สตูล&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;4.&nbsp;ด้วงงวง&nbsp;พบพื้นที่การระบาดรวม&nbsp;1,204&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;ชุมพร&nbsp;ปัตตานี&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และไรสี่ขา&nbsp;พบพื้นที่ระบาดรวม&nbsp;2,604.75&nbsp;ไร่&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;สุรินทร์&nbsp;และจังหวัดชุมพร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังทำลายภูมิทัศน์ที่สวยงามในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศในหลายพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดสุราษฏร์ธานี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จึงทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้เกี่ยวข้องออกมาเรียกร้องให้มีการจัดการแก้ปัญหาศัตรูมะพร้าวให้มีความยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาเพื่อให้การแก้ปัญหาศัตรูมะพร้าวประสบผลสำเร็จและเกิดความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;เพราะปัญหาการระบาดศัตรูมะพร้าวมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน&nbsp;และไม่เฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้นที่ปลูกมะพร้าว&nbsp;ยังมีการปลูกในพื้นที่อื่น&nbsp;อีกจำนวนมาก&nbsp;เช่น&nbsp;ในโรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;สถานที่ท่องเที่ยว&nbsp;ที่สาธารณะ&nbsp;บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การแก้ปัญหาต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ปลูกมะพร้าว&nbsp;ตลอดจนแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของศัตรูมะพร้าว&nbsp;เช่น&nbsp;ปางช้าง&nbsp;บ่อนควายชน&nbsp;กองขยะ&nbsp;กองทะลายปาล์ม&nbsp;กองปุยคอก&nbsp;กองขี้เลื่อย&nbsp;กองชิ้นส่วนมะพร้าวของผู้ประกอบการ&nbsp;และมะพร้าวที่ยืนต้นตาย&nbsp;ล้วนเป็นแหล่งแพร่ขยายพันธุ์ของด้วงแรดสัตรูมะพร้าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ขอความร่วมมือในการขับเคลื่อนการรณรงค์ให้ประชาชน&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;เช่น&nbsp;ธุรกิจท่องเที่ยว&nbsp;โรงแรม&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ทุกแห่งที่ปลูกมะพร้าวเฝ้าระวังและแก้ปัญหาการจัดการศัตรูมะพร้าว&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทั้งภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521103459268"],
    [429,"นครพนม ตั้งเต้นท์วางจำหน่ายปลานิลสด ช่วยเหลือผู้เลี้ยง และสินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;สำนักงานพานิชย์จังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมประมง&nbsp;และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;ได้ร่วมกันเปิดเต้นท์ตามโครงการผู้ว่าฯ&nbsp;ชวนซื้อปลาฝ่าวิกฤติโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่บริเวณหน้าสวนชมโขง&nbsp;ฝั่งด้านข้างศาลากลางจังหวัดนครพนม&nbsp;และที่บริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นคพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเพื่อให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลในกระชัง&nbsp;บ้านเหล่าสวนกล้วย&nbsp;ตำบลหนองเทา&nbsp;อำเภอท่าอุเทน&nbsp;ได้นำปลานิลสดๆ&nbsp;จากกระชังของตนเองมาวางจำหน่ายเป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรได้มีรายได้&nbsp;เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังจำหน่ายได้น้อยลง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางในตลาดสด&nbsp;ตลาดนัดที่มีการรับจำนวนน้อยลงเนื่องจากประชาชนมาจับจ่ายในตลาดน้อยลง&nbsp;ตลาดนัดบางแห่งก็ไม่ได้เปิดเหมือนช่วงเหตุการณ์ปกติ&nbsp;งานรื่นเริงที่มีการรวมกลุ่มกันมาก&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ยังไม่สามารถจัดได้&nbsp;หรือแม้แต่การตระเวนจำหน่ายในพื้นที่ก็มีการรับซื้อน้อยลงเช่นเดียวกัน&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายได้ตามเป้าที่วางไว้จากเดิมที่เคยขายได้ประมาณวันละ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ก็เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยกิโลกรัม&nbsp;ทำให้มีปลานิลตกค้างอยู่ในกระชังเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยในวันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลนำปลามาวางจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด&nbsp;คือ&nbsp;อยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการให้ชำแหละก็พร้อมบริการให้โดยคิดการดำเนินการเพิ่มกิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;โดยจะเปิดเต็นท์ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีสินค้าเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีปัญหาในการจำหน่ายอีก&nbsp;เช่น&nbsp;สับปะรดท่าอุเทน&nbsp;ที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;จากกรมทรัพย์สินปัญญา&nbsp;ว่ามีรสหวานฉ่ำที่ในช่วงนี้จะมีค่าความหวานสูงถึง&nbsp;18&nbsp;บริกซ์&nbsp;นอกจากนี้ยังมีเนื้อละเอียดแน่นสีเหลืองเข้ม&nbsp;ตาตื้น&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ไม่กัดลิ้น&nbsp;ไม่ระคายคอ&nbsp;และแกนหวานกรอบรับประทานได้เช่นเดียวกัน&nbsp;รวมถึงฟักทองที่หลายคนชอบซื้อหามารับประทานเพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย&nbsp;เป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก&nbsp;เพราะฟักทองมีกากใยที่สูง&nbsp;มีแคลอรี่และไขมันน้อย&nbsp;จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยตลอดเวลามีประชาชนแวะเวียนสลับสับเปลี่ยนกันมาสอบถามและซื้อกลับไปปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานที่บ้านกันเป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;เนื่องจากทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุดเป็นจุดที่ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถมองเห็นได้โดยสะดวก&nbsp;ทำให้เกษตรกรทุกคนดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ&nbsp;/&nbsp;ข่าว&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.นครพนม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521104817277"],
    [430,"เทศบาลเมืองสุรินทร์ จัดกิจกรรมจิตอาสา ร่วมใจ กำจัดผักตบชวาและวัชพืช รองรับน้ำในช่วงหน้าฝน ไม่มีอุปสรรคจากการตื้นเขิน ตามโครงการคลองสวย น้ำใส ใส่ใจชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่บริเวณคูคลอง&nbsp;สระน้ำลูกที่&nbsp;3&nbsp;และลูกที่&nbsp;4&nbsp;ชุมชนบ้านถนน&nbsp;เทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;ได้จัดกิจกรรม&nbsp;จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;กำจัดผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;เพื่อเตรียมรับน้ำในช่วงหน้าฝน&nbsp;เพื่อขจัดอุปสรรคจากการตื้นเขิน&nbsp;หากเกิดการมีน้ำไหลหลาก&nbsp;ตามโครงการคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ใส่ใจชุมชน&nbsp;โดยกองช่างสุขาภิบาล&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และกองช่างเทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;จัดกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;สิ่งปฏิกูล&nbsp;และแก้ไขปัญหาผักตบชวา&nbsp;และวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;อีกทั้งเพื่อสนองนโยบายตามโครงการของรัฐบาล&nbsp;ตามแผนกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ&nbsp;สำหรับรองรับน้ำฝนในฤดูฝนที่จะมาถึงเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วม&nbsp;และกระตุ้นให้ทุกคนให้มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาผักตบชวา&nbsp;หากประชาชนร่วมกันเก็บผักตบชวาตั้งแต่ปริมาณน้อยในช่วงต้นก็จะป้องกันการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวาได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และต่อเนื่องยั่งยืนตลอดไป&nbsp;โดย&nbsp;นายวรรธนินทร์&nbsp;ตั้งทวีสิทธิ์&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายธนกร&nbsp;วนะกิจกุลพัฒน์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์เป็นประธานเปิดกิจกรรมครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521112702298"],
    [431,"เทศบาลเมืองสุรินทร์ เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืช เตรียมรับน้ำและป้องกันน้ำท่วมช่วงหน้าฝนนี้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนกร&nbsp;วนะกิจกุลพัฒน์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;\"จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;กำจัดผักตบชวาและวัชพืช\"&nbsp;เพื่อเตรียมรับน้ำในช่วงหน้าฝน&nbsp;เพื่อไม่ให้มีอุปสรรคจากการตื้นเขินหากเกินการมีน้ำไหลหลาก&nbsp;ตามโครงการคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ใส่ใจชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณคูคลอง&nbsp;สระน้ำลูกที่&nbsp;3&nbsp;และลูกที่&nbsp;4&nbsp;ชุมชนบ้านถนน&nbsp;เทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกองช่างสุขาภิบาล&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;และกองช่าง&nbsp;เทศบาลเมืองสุรินทร์&nbsp;จัดกิจกรรมฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงแหล่งน้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;สิ่งปฎิกูล&nbsp;แก้ไขปัญหาผักตบชวา&nbsp;และวัชพืชในแหล่งน้ำสาธารณะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;อีกทั้งเพื่อสนองนโยบายตามโครงการของรัฐบาล&nbsp;ตามแผนกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ&nbsp;สำหรับเตรียมรับน้ำฝนในฤดูฝนที่จะมาถึงเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วม&nbsp;และกระตุ้นให้ทุกคนให้มีความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาผักตบชวา&nbsp;หากประชาชนร่วมกันเก็บผักตบชวาตั้งแต่ปริมาณน้อยในช่วงต้นก็จะป้องกันการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวาได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และต่อเนื่องยั่งยืนตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521120119312"],
    [432,"จังหวัดสุรินทร์ ประกาศขอความร่วมมืองดจับสัตว์น้ำจืดมีไข่ หรือวางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนและกำหนดเครื่องมือ วิธีทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมง พ.ศ.2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;สิริชัยพันธุ์&nbsp;ประมงจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ประกาศกรมประมง&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;หรือวางไข่เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;กำหนดเครื่องมือวิธีการทำการประมงและเงื่อนไขในการทำการประมง&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ห้ามทำการประมงตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;ยกเว้นการทำการประมงโดยใช้เครื่องมือ&nbsp;วิธีการทำการประมง&nbsp;และเงื่อนไขในการทำการประมง&nbsp;ดังต่อไปนี้&nbsp;1.เบ็ดทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นเบ็ดราว&nbsp;เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชากหรือการใช้&nbsp;เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึง&nbsp;2.ตะแกรง&nbsp;สวิง&nbsp;ช้อน&nbsp;ยอ&nbsp;หรือชนาง&nbsp;3.สุ่ม&nbsp;ฉมวก&nbsp;ส้อม&nbsp;4.ไซ&nbsp;ตุ้ม&nbsp;อีจู้&nbsp;ลัน&nbsp;5.แหที่มีความลึกไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;ศอก&nbsp;(3&nbsp;เมตร)&nbsp;หาผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;มาตรา&nbsp;70&nbsp;ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันถึงห้าหมื่นบาท&nbsp;หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;หากพบเห็นผู้กระทำผิดโปรดแจ้งสำนักงานประมงจังหวัดสุรินทร์&nbsp;โทร&nbsp;044514590</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521121310315"],
    [433,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 2/2564 และน้ำยาฆ่าเชื้อ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;จำนวน&nbsp;450&nbsp;โด๊ส&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมอุปกรณ์การฉีดวัคซีนฯ&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;248&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรบ้านน้ำหมัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;196&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลิตร&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;และเกษตรกรบ้านทุ่งน้ำใส&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;52&nbsp;ตัว&nbsp;ให้คำแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ&nbsp;เพื่อพ่นฆ่าเชื้อโรคบริเวณโรงเรือน&nbsp;และให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521121204314"],
    [434,"พาณิชย์จังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานกรมประมงขายสินค้าเกษตรราคาต่ำกว่าท้องตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดนครพนมจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตรบริเวณหน้าสวนชมโขง&nbsp;เทศบาลเมืองนครพนม&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;4&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เริ่มเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วประเทศ&nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ที่ไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และผลผลิตจากการประมงของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลของจังหวัดนครพนมได้&nbsp;ทำให้ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน&nbsp;จังหวัดได้จัดพื้นที่ให้เกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรในราคาต่ำกว่าท้องตลาด&nbsp;มีทั้งพืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาทิ&nbsp;สัปปะรด&nbsp;ฟักทอง&nbsp;และสิ้นค้าจากการประมง&nbsp;เช่น&nbsp;ปลานิลคุณภาพ&nbsp;ในราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521132757356"],
    [435,"ผู้ว่าฯ อยุธยา ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการดำเนินงาน ชุมชนปลอดถังขยะ ของชุมชนหมู่บ้านศรีกรุง ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมมีแปรรูปขยะสร้างรายได้ให้ชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลไผ่ลิง&nbsp;อำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน&nbsp;ชุมชนต้นแบบด้านการคัดแยกขยะตามหลักการ&nbsp;3Rs&nbsp;ในบริเวณชุมชนหมู่บ้านศรีกรุง&nbsp;เทศบาลเมืองอโยธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบดินทร์&nbsp;เกษมศานติ์&nbsp;นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายอนันต์&nbsp;ถ้ำทอง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัด&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;ด่านชัยวิจิตร&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองอโยธยา&nbsp;และพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การคัดแยกขยะที่ต้นทางเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมาก&nbsp;โดยหน่วยงานหลักคือ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องช่วยรณรงค์ส่งเสริมนำไปสู่การปฏิบัติในการคัดแยกขยะในครัวเรือน&nbsp;ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด&nbsp;ที่ทำให้ขยะไม่ถูกต้อง&nbsp;เพราะขยะเมื่อถูกทำการคัดแยกแล้วจะมีมูลค่าในตัวเอง&nbsp;ซึ่งบางองค์กรหรือบางชุมชนที่ทำการคัดแยกขยะ&nbsp;มีการพัฒนาโดยการนำเงินที่ได้จากการคัดแยกขยะทำเป็นสวัสดิการของชุมชน&nbsp;ซึ่งสุดท้ายการคัดแยะขยะในครัวเรือนจะทำให้ลดการทิ้งขยะลง&nbsp;เพราะได้มีการจัดการอย่างเป็นระบบ&nbsp;ผลดีอีกประการ&nbsp;คือ&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ทุกคนพูดตรงกันว่า&nbsp;การคัดแยกขยะแล้วทำให้พื้นที่สาธารณะในชุมชนสะอาดตาขึ้น&nbsp;และยังช่วยลดปัญหาเรื่องโรคไข้เลือดออกเพราะภาชนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ทิ้งไว้&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่จะเก็บและบริหารจัดการทั้งหมด&nbsp;จึงไม่มีแหล่งเพาะพันธุ์ให้ยุงลายมาวางไข่&nbsp;เป็นที่มาการเกิดโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ดังเช่น&nbsp;ชุมชนหมู่บ้านศรีกรุง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลไผ่ลิง&nbsp;อำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;\"ชุมชนปลอดถังขยะ\"&nbsp;ซึ่งมีแนวทางการจัดการขยะในชุมชน&nbsp;โดยกำหนดนัดเวลาการจัดเก็บขยะตามบ้านเรือน&nbsp;เมื่อถึงวันเวลาที่กำหนดชาวบ้านจะนำขยะมาแขวนหรือวางไว้หน้าบ้าน&nbsp;ซึ่งจะมีรถเก็บขยะของเทศบาลเมืองอโยธยาเข้ามาดำเนินการจัดเก็บ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;ในส่วนของขยะรีไซเคิล&nbsp;เช่น&nbsp;ขวดพลาสติก&nbsp;ซองกาแฟ&nbsp;หรือกระป๋องน้ำอัดลมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จะนำมาแปรรูปสร้างผลิตภัณฑ์และขาย&nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำเงินเข้าสวัสดิการชุมชนหมู่บ้านมาบริหารจัดการต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://pr.prd.go.th/ayutthaya\"&nbsp;target=\"_blank\">http://pr.prd.go.th/ayutthaya</a></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521132631353"],
    [436,"วว. ชูผลสำเร็จ 58 ปี การดำเนินงาน ตอบโจทย์ประเทศด้วย วทน. ในทุกมิติ เสริมแกร่งเศรษฐกิจผู้ประกอบการ เผยก้าวในอนาคตมุ่งพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เชี่ยวชาญให้สำเร็จเป็นรูปธรรม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;วว.&nbsp;ชูผลสำเร็จ&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;การดำเนินงาน&nbsp;ตอบโจทย์ประเทศด้วย&nbsp;วทน.&nbsp;ในทุกมิติ&nbsp;เสริมแกร่งเศรษฐกิจ/ผู้ประกอบการ&nbsp;เผยก้าวในอนาคตมุ่งพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เชี่ยวชาญให้สำเร็จเป็นรูปธรรม&nbsp;สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง&nbsp;พร้อมขยายพื้นที่ดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค&nbsp;&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(วิจัย)&nbsp;ดร.ชุติมา&nbsp;เอี่ยมโชติชวลิต&nbsp;ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;นี้&nbsp;วว.จะครบรอบการสถาปนา&nbsp;58&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ได้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยและพัฒนา&nbsp;ให้บริการวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;(วทน.)&nbsp;แก่ประเทศในกรอบมิติภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;SMEs&nbsp;Startup&nbsp;เกษตรกร&nbsp;รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีผลงานในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์&nbsp;สามารถตอบโจทย์เศรษฐกิจประเทศเป็นรูปธรรม&nbsp;เป็นที่ยอมรับของเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน&nbsp;ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;อาทิ&nbsp;การสนองตอบนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;ของรัฐบาล&nbsp;ประสบผลสำเร็จพัฒนา&nbsp;กระบวนการผลิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีชีวภาพการใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ในภาคอุตสาหกรรม&nbsp;นอกจาก&nbsp;ประสบผลสำเร็จในการนำ&nbsp;วทน.&nbsp;เข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและประชาชน&nbsp;โดยร่วมกับพันธมิตรสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาเชิงพื้นที่&nbsp;สร้างความเข้มแข็ง&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า&nbsp;300&nbsp;ล้านบาทต่อปี</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากสถานการณ์วิกฤตแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;วว.นำความเชี่ยวชาญด้าน&nbsp;วทน.&nbsp;เข้าไปช่วยลดผลกระทบ&nbsp;โดยร่วมรับสมัครบุคลากรเพื่อแก้ปัญหาว่างงาน&nbsp;ในโครงการ&nbsp;อว.&nbsp;สร้างงานกว่า&nbsp;270&nbsp;อัตรา&nbsp;บริการทดสอบและปรับปรุงระบบห้องความดันลบ&nbsp;ณ&nbsp;โรงพยาบาลศิริราช&nbsp;ออกบทเฉพาะกาลร่วมควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในกิจกรรมการตรวจประเมินรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานคุณภาพฯ&nbsp;บริการทดสอบหน้ากากอนามัยรองรับความต้องการภาคอุตสาหกรรมเทียบเท่ามาตรฐานต่างประเทศ&nbsp;สนับสนุนงานโรงพยาบาลสนามของกระทรวง&nbsp;อว.&nbsp;มูลค่า&nbsp;3&nbsp;แสนบาท&nbsp;นอกจากนี้ยังแจกผลงานวิจัยเจลแอลกอฮอล์ส่งไปช่วยพี่เหลือน้องชาวจีนและแจกให้กับพี่น้องชาวไทย&nbsp;กว่า&nbsp;4,000&nbsp;หลอด&nbsp;พร้อมแนะนำและถ่ายทอดความรู้&nbsp;วทน.&nbsp;ที่สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักได้&nbsp;สำหรับก้าวในอนาคตของ&nbsp;วว.&nbsp;ยังยึดมั่น&nbsp;มุ่งเน้นนำ&nbsp;วทน.&nbsp;เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญเพื่อการพัฒนาประเทศ&nbsp;มุ่งดำเนินงานสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;อย่างครบวงจร&nbsp;พัฒนาวิสาหกิจในทุกระดับ&nbsp;พร้อมสนองนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วย&nbsp;วทน.&nbsp;ก้าวสู่ปีที่&nbsp;59&nbsp;ของ&nbsp;วว.&nbsp;นั้น&nbsp;จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะผลิตผลงานตอบโจทย์สังคม&nbsp;ประเทศชาติ&nbsp;พัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่มีความเชี่ยวชาญให้สำเร็จเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากยิ่งขึ้น&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มเป้าหมายและกระจายไปสู่กลุ่มอื่นๆ&nbsp;&nbsp;</span></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182054578"],
    [437,"จ๊อบส์ ดีบี เตรียมจัด Virtual Career Fair by JobsDB มหกรรมออนไลน์จ๊อบแฟร์ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือกระตุ้นให้คนหางานและองค์กรพบปะพูดคุยกันโดยตรง เกิดการจ้างงานช่วงวิกฤตโควิด-19  เปิดโอกาสให้คนหางานพบปะพูดคุยทีมทรัพยากรบุคคลจากบริษัทโดยตรง ในรูปแบบออนไลน์ ฟังก์ชันไลฟ์แชท และระบบสัมภาษณ์งานออนไลน์แบบตัวต่อตัว ตั้งแต่ 7  11  มิ.ย.64","<p><strong>จ๊อบส์&nbsp;ดีบี&nbsp;เตรียมจัด&nbsp;Virtual&nbsp;Career&nbsp;Fair&nbsp;by&nbsp;JobsDB&nbsp;มหกรรมออนไลน์จ๊อบแฟร์ครั้งแรกในประเทศไทย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือกระตุ้นให้คนหางานและองค์กรพบปะพูดคุยกันโดยตรง&nbsp;เกิดการจ้างงานช่วงวิกฤตโควิด-19&nbsp;&nbsp;เปิดโอกาสให้คนหางานพบปะพูดคุยทีมทรัพยากรบุคคลจากบริษัทโดยตรง&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ฟังก์ชันไลฟ์แชท&nbsp;และระบบสัมภาษณ์งานออนไลน์แบบตัวต่อตัว&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;11&nbsp;&nbsp;มิ.ย.64</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวพรลัดดา&nbsp;เดชรัตน์วิบูลย์&nbsp;ผู้จัดการประจำประเทศไทย&nbsp;บริษัท&nbsp;จัดหางาน&nbsp;จ๊อบส์&nbsp;ดีบี&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จ๊อบส์&nbsp;ดีบี&nbsp;(JobsDB)&nbsp;ในฐานะแพลตฟอร์มหางานชั้นนำของเอเชีย&nbsp;เปิดตัว&nbsp;Virtual&nbsp;Career&nbsp;Fair&nbsp;by&nbsp;JobsDB&nbsp;มหกรรมออนไลน์จ๊อบแฟร์&nbsp;ครั้งแรกในประเทศไทย&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและกระตุ้นให้คนหางานและองค์กรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้พบปะพูดคุยกันโดยตรง&nbsp;ตลอดจนทำให้เกิดการจ้างงานในช่วงวิกฤตโควิด-19&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มนักศึกษาจบใหม่&nbsp;โดยภายในงานได้รวบรวมตำแหน่งงานครบทุกสายงาน&nbsp;กว่า&nbsp;3,000&nbsp;ตำแหน่ง&nbsp;กว่า&nbsp;100&nbsp;บริษัท&nbsp;ทั้งธุรกิจไอที&nbsp;ธุรกิจพลังงาน&nbsp;ธุรกิจการเงินการธนาคาร&nbsp;ธุรกิจค้าส่ง&nbsp;ค้าปลีก&nbsp;และอีกหลากหลายธุรกิจที่พร้อมเปิดประตูให้คนหางานเข้ามาพบปะพูดคุยถึงโอกาสในการหางานที่ใช่&nbsp;โดยมีโอกาสได้ติดต่อสื่อสารกันได้ง่ายยิ่งขึ้น&nbsp;ไม่ว่า&nbsp;จะเป็นโปรไฟล์หรือข้อมูลของแต่ละองค์กรแบบอินเตอร์แอคทีฟ&nbsp;(Interactive&nbsp;Profile)&nbsp;ระบบแชทบอต&nbsp;(Chat&nbsp;Bot)&nbsp;ฟังก์ชันไลฟ์แชท&nbsp;&nbsp;(Live&nbsp;Chat)&nbsp;รวมถึงการสัมภาษณ์งานออนไลน์แบบตัวต่อตัว&nbsp;(On-the-spot&nbsp;Interviews)&nbsp;นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาร่วมรับฟังเทคนิคและเคล็ดลับต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เกี่ยวกับการหางาน&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ได้แก่&nbsp;กิจกรรมสตรีมมิ่งให้ความรู้จากกูรูและผู้บริหารจากหลากหลายธุรกิจที่จะมาพูดคุย&nbsp;แนะนำเทคนิคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการทำงาน&nbsp;ทั้งเรื่องเงินเดือน&nbsp;การยื่นใบสมัครงาน&nbsp;การพัฒนาทักษะความสามารถ&nbsp;ตลอดจนถึงเทรนด์และแนวโน้มการทำงานใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;หรือการบริหารเงินเดือนอย่างไรไม่ให้เป็นหนี้&nbsp;และ&nbsp;เรซูเม่&nbsp;คลินิก&nbsp;(Resume&nbsp;Clinic)&nbsp;ที่เปิดโอกาสให้ผู้หางานนำเรซูเม่มาให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ&nbsp;และปรับแก้ไขให้โดดเด่นมากขึ้นก่อนสมัครงาน&nbsp;เพื่อให้ได้งานที่ใช่ตรงใจยิ่งขึ้น&nbsp;พร้อมโบนัสพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า&nbsp;มาอัพสกิลผ่านกิจกรรม&nbsp;ยกระดับความรู้&nbsp;ก้าวสู่งานที่ใช่&nbsp;เลือกเรียนจากกว่า&nbsp;80&nbsp;คอร์ส&nbsp;พร้อมรับใบประกาศนียบัตร&nbsp;หลังเรียนจบ&nbsp;ฟรี&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อร่วมงาน&nbsp;Virtual&nbsp;Career&nbsp;Fair&nbsp;by&nbsp;JobsDB&nbsp;ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://jobsdb.me/vcfevent1\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;99,&nbsp;193);\">http://jobsdb.me/vcfevent1</a>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;711&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่&nbsp;จ๊อบส์&nbsp;ดีบี&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;02-670-0700&nbsp;</p><p><img&nbsp;src=\"https://lh3.googleusercontent.com/a-/AOh14Gjnb9KS5y3zGLceItVTSUYjElNpbWp-Be9fp09EAQ=s40\"><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;initial;&nbsp;color:&nbsp;rgb(95,&nbsp;99,&nbsp;104);\">ตอบส่งต่อ</span></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182256580"],
    [438,"กรมฝนหลวงฯ ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรพร้อมยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ บริเวณ จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ","<p><strong>นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมฝนหลวงฯ&nbsp;มีหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;13&nbsp;หน่วยกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบรรเทาปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำ&nbsp;ต่างๆ&nbsp;ซึ่งวานนี้(20&nbsp;พค)&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ขึ้นบินปฏิบัติฝนหลวงยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;หลังปฏิบัติการพบว่ามีฝนตกเล็กน้อยและไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(21&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการ&nbsp;7&nbsp;หน่วยฯ</strong>&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนต่างๆ&nbsp;ทั้งหน่วยฯ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ตาก&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;&nbsp;อุดรธานี&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ขณะที่อีก&nbsp;6&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จะติดตามสภาพอากาศตลอดทั้งวัน&nbsp;หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521152523432"],
    [439,"ไทย นำร่องติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีอวกาศเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำ","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;นำร่องติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีอวกาศเป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;ได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศภาคพื้นดิน&nbsp;Pandora&nbsp;(ground-based&nbsp;remote&nbsp;sensing)&nbsp;จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลคุณภาพอากาศจากดาวเทียม&nbsp;สามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศครอบคลุมในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;ซึ่งประเทศไทยจะติดตั้งเครื่องมือ&nbsp;3&nbsp;เครื่อง&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;บริเวณอาคาร&nbsp;คพ.&nbsp;//&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และสงขลา&nbsp;โดยไทยติดตั้งเครื่องมือเป็นที่แรกในภูมิภาคอาเซียนจากนั้นติดตั้งเครื่องมือเพิ่มเติมในอีก&nbsp;4&nbsp;ประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;ฟิลิปปินส์&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;ซึ่งการติดตั้งเครื่องมือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการ&nbsp;Building&nbsp;the&nbsp;Pan-Asia&nbsp;Partnership&nbsp;for&nbsp;Geospatial&nbsp;Air&nbsp;Pollution&nbsp;information&nbsp;โดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียแปซิฟิก&nbsp;(เอสแคป)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;National&nbsp;Environment&nbsp;Research&nbsp;Institute&nbsp;(NEIR)&nbsp;และ&nbsp;Korea&nbsp;International&nbsp;Cooperation&nbsp;Agency&nbsp;(KOICA)&nbsp;มุ่งเน้นการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้ประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;บูรณาการข้อมูลจากอวกาศและภาคพื้นดิน&nbsp;เพื่อการติดตามมลพิษทางอากาศและการปรับปรุงข้อมูลคุณภาพอากาศในปี&nbsp;2021-2023</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;คพ.&nbsp;และ&nbsp;สอทภ.&nbsp;ได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์จุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;และการเผาในที่โล่ง&nbsp;ความร่วมมือพัฒนาระบบบริหารการเผาในที่โล่ง&nbsp;(Burn&nbsp;Check)&nbsp;อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบการใช้งานระบบ&nbsp;และการติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพอากาศภาคพื้นดิน&nbsp;โดยได้ทดสอบการเชื่อมโยงระบบเครือข่ายที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งระบบจากประเทศเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกามาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งและเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยให้มีระบบการติดตามสถานการณ์มลพิษทางอากาศของประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมาก&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.&nbsp;ยินดีจะสนับสนุนงานร่วมกับทุกภาคส่วนพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย&nbsp;เพื่อนำมาแก้ปัญหามลพิษทางอากาศของไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521150321418"],
    [440,"จ.น่าน และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดน่าน ปันน้ำใจสู้โควิด มอบผลผลิตการเกษตรแก่บุคลากรทางการแพทย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่หน้าอาคารสิริเวชรักษ์&nbsp;โรงพยาบาลน่าน&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นำโดยนายศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ศรีวิชัย&nbsp;เกษตรจังหวัดน่าน&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ในสังกัด&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมกับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่มะม่วง&nbsp;ส่งมอบผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ตลอดจนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงการแพร่ระบาดของโรคในระลอกใหม่นี้ด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยผลผลิตทางการเกษตรที่ส่งมอบประกอบด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;มะม่วงน้ำดอกเบอร์&nbsp;4&nbsp;และน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;มะม่วงเขียวเสวย&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ข้าวสาร(หอมมะลิ&nbsp;15&nbsp;กก.)&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ถุง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;แผง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;น้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;แพ๊คมะม่วงทองจำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ลูก&nbsp;มะม่วงจำนวน&nbsp;250&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ให้แก่&nbsp;โรงพยาบาลน่าน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ทางโรงพยาบาลน่าน&nbsp;จะได้จัดสรรค&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และสิ่งของต่างๆ&nbsp;ที่ได้รับมอบในครั้งนี้&nbsp;นำไปแจกจ่ายให้แก่&nbsp;โรงพยาบาลต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดน่าน&nbsp;เพื่อส่งมอบความรัก&nbsp;ความห่วงใย&nbsp;สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;และภารกิจต่อสู้กับปัญหา&nbsp;ของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;แพทย์หญิง&nbsp;อัจฉรา&nbsp;ละอองนวลพาณิชย์&nbsp;ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน&nbsp;และ&nbsp;นายนิยม&nbsp;ศิริ&nbsp;รองนายแพทย์&nbsp;สาธารณสุขจังหวัดน่าน&nbsp;และข้าราชการ&nbsp;บุคคลากรโรงพยาบาลน่าน&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ทางด้าน&nbsp;นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญในการเร่งฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์จึงจัดกิจกรรม&nbsp;เพื่อรณรงค์ส่งเสริมสินค้าเกษตรและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์&nbsp;COVID-19&nbsp;โดยเชิญชวนให้ส่วนราชการและประชาชนช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพดีไปมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือ&nbsp;COVID-19&nbsp;พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนร่วมกันอุดหนุนสินค้าเกษตรคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ส่งมอบเป็นขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;และครอบครัวที่อยู่ห่างไกลกัน&nbsp;ประกอบกับในขณะนี้เกิดการระบาดระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการแก้ไ-ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;COVID-19</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521155104466"],
    [441,"คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ เห็นชอบ (ร่าง) กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้ ครม.พิจารณา","<p><strong>คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ&nbsp;เห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;กรอบท่าทีเจรจาของไทยในการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;แล้วให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป&nbsp;//&nbsp;เห็นชอบข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินการของสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย&nbsp;และภาคีร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกในการก่อสร้างและเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์คอนกรีต&nbsp;เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป&nbsp;//&nbsp;เห็นชอบกระบวนการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ&nbsp;และเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แถลงการณ์ร่วม&nbsp;(Joint&nbsp;Statement)&nbsp;ระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของราชอาณาจักรไทยกับกรมสิ่งแวดล้อมของสมาพันธรัฐสวิสเกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;โดยให้เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายลงนามใน&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวแล้วให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังได้รับทราบการเข้าร่วมกลุ่มดำเนินงานด้านกรดไนตริกเพื่อสภาพภูมิอากาศ&nbsp;(NACAG)&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;และการสรุปผลการเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี&nbsp;หัวข้อ&nbsp;\"Adaptation&nbsp;and&nbsp;Resilience\"&nbsp;ในการประชุม&nbsp;\"Leaders&nbsp;Summit&nbsp;on&nbsp;Climate\"&nbsp;ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างวันที่&nbsp;22-&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;และผลงานเสวนา&nbsp;Media&nbsp;roundtable&nbsp;หัวข้อPartnering&nbsp;for&nbsp;Climate&nbsp;Action:&nbsp;Outcomes&nbsp;from&nbsp;the&nbsp;U.S.&nbsp;Climate&nbsp;Summit&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ด้วย</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521153401444"],
    [442,"จังหวัดสตูล ประชุมพิจารณาหารือการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางอัญญาณี&nbsp;อุปการัตน์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;ร่วมประชุมหารือแนวทางการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายหวน&nbsp;ทนงาน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการพิจารณาหารือ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในเบื้องต้นได้พิจารณาคัดเลือกผลงานแปลงใหญ่จากเอกสารการส่งเข้าประกวด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และกำหนดลงพื้นที่เพื่อพิจารณาคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่น&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521171054539"],
    [443,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล จัดกิจกรรมการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่ายกาแฟ จังหวัดสตูล ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน ปีงบประมาณ พ.ศ 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวจตุพร&nbsp;พรุเพ็ชรแก้ว&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มช่วยเหลือฯ&nbsp;จัดกิจกรรมการรวมกลุ่มและการสร้างเครือข่าย&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2564&nbsp;โดยการจัดเวทีแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิเคราะห์สถานภาพและศักยภาพ&nbsp;(จุดแข็ง,จุดอ่อน)&nbsp;และจัดทำแผนปฏิบัติการกลุ่มเครือข่ายกาแฟ&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ให้กับสมาชิกกลุ่มเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้&nbsp;เพิ่มทักษะในการผลิตกาแฟ&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์จากกการแปรรูปกาแฟระดับพรีเมี่ยม&nbsp;และช่องทางการตลาด&nbsp;รองรับการท่องเที่ยวของจังหวัดสตูลอย่างยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสวนคุณาดิน&nbsp;อำเภอมะนัง&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521171824542"],
    [444,"กำหนดเขตโรคระบาดชนิด ลัมปี สกิน ในโค กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยขณะนี้พบสถานการณ์ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พบสัตว์ชนิดโคเนื้อ&nbsp;ป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในท้องที่ชุมชนรุ่งอรุณ&nbsp;2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลบุ่ง&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ,&nbsp;บ้านอุ่มยาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลจานลาน&nbsp;อำเภอพนา&nbsp;และบ้านเหล่าฝ้าย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลดงบัง&nbsp;อำเภอลืออำนาจ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังห้องที่จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ได้จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;21&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จึงออกประกาศไว้&nbsp;ดังต่อไปนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อ&nbsp;1&nbsp;ให้ท้องที่ทุกชุมชน&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;ของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นเขต&nbsp;โรคระบาด&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในสัตว์&nbsp;ชนิดโค&nbsp;กระบือ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อ&nbsp;2&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ชนิดโค&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือซากของสัตว์ดังกล่าว&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาด&nbsp;เว้นแตได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&nbsp;ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย&nbsp;ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา&nbsp;22&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมายเหตุ&nbsp;:&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา&nbsp;26&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521174437551"],
    [445,"วช.จัดเสวนา โควิด-19 กับความกลัว : กลัวโควิด กลัววัคซีน กลัวอดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและคลายข้อสงสัย ลดความกังวลใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ใช้ภายในประเทศ","<p><strong>วช.จัดเสวนา&nbsp;โควิด-19&nbsp;กับความกลัว : กลัวโควิด กลัววัคซีน กลัวอดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและคลายข้อสงสัย ลดความกังวลใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ใช้ภายในประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. เป็นประธานเปิดการเสวนาออนไลน์ เรื่อง&nbsp;โควิด-19&nbsp;กับความกลัว : กลัวโควิด กลัววัคซีน กลัวอดเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมและคลายข้อสงสัย ลดความกังวลใจ เพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ใช้ภายในประเทศ รวมถึงการรับทราบผลกระทบและผลข้างเคียง แนวทางแก้ไขทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ จากองค์ความรู้งานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างแท้จริง พร้อมกล่าวว่า การแก้ปัญหาและรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19&nbsp;ถือเป็นวาระแห่งชาติ โดย วช.สนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อรองรับการระบาดในระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยทุกประเทศมีนโยบายการฉีดวัคซีนให้ประชาชนภายในประเทศให้เร็วที่สุด ด้วยความปลอดภัยตามมาตรฐานการแพทย์และสาธารณสุข วช.จึงเน้นงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถช่วยแก้ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจในระหว่างการเกิดวิกฤตโรคโควิด-19&nbsp;รองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งการวิจัยจะช่วยให้ประเทศสามารถฟื้นตัวได้เร็ว เพิ่มภูมิคุ้มกันทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและสุขภาพให้กับประชาชนในประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์ นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญในการลดการระบาด คือ การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน เพื่อช่วยป้องกันการป่วยที่มีอาการรุนแรง ลดการสูญเสีย ซึ่งในอนาคตจะมีวัคซีนจากหลายบริษัทเข้ามา จึงจะต้องพร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และอาจมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเข็มที่&nbsp;3&nbsp;เพื่อหยุดยั้งการระบาดได้อย่างมีสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การขจัดความกลัวเกี่ยวกับเรื่องวัคซีน จึงควรเป็นการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมแพทย์ กล่าวถึงความก้าวหน้าแนวทางการแก้ไขการเกิด&nbsp;VITT&nbsp;หรือ ภาวะเกร็ดเลือดต่ำ โดยการใช้&nbsp;IVIG&nbsp;หลังการฉีดวัคซีน ซึ่งได้รับการอนุมัติแนวทางจาก สปสช.แล้ว อีกทั้งมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงผลข้างเคียงเกี่ยวกับระบบประสาท และมีการวิจัยเกี่ยวกับวัคซีนใน&nbsp;6&nbsp;ด้าน อาทิ การสร้าง&nbsp;Vaccine Passport&nbsp;การสื่อสารข้อมูลที่โปร่งใส เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการปรับตัวพร้อมเรียนรู้ไปพร้อมกัน ขณะนี้กรมการแพทย์ สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มประชาชนผู้ให้บริการด้านคมนาคม โดยจะเริ่มทดสอบระบบประมาณ&nbsp;5,000&nbsp;คน รองรับการฉีดวัคซีนได้วันละ&nbsp;10,000&nbsp;คนหรือ&nbsp;300,000&nbsp;คนต่อเดือน เชื่อจะสามารถเป็นอีกหนึ่ง&nbsp;Outlet&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่กรุงเทพมหานคร</p><p>&nbsp;ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า การวิจัยได้มีการแบ่งการทำงานเป็นระยะต่าง ๆ โดยยึดหลักการตาม&nbsp;WHO&nbsp;มีความพร้อมด้านองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถส่งเสริมและต่อยอดให้กับภาครัฐและภาคเอกชนได้ โดยความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย&nbsp;Oxford&nbsp;และบริษัท&nbsp;Astrazeneca&nbsp;ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการผลิตชีววัตถุ และส่งเสริมในเชิงธุรกิจต่อไปได้ ทั้งนี้ การเสวนาครั้งนี้ วช.จะรวบรวมเอาองค์ความรู้ ไปเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยนำมาออกแบบเป็นนโยบาย หรือมาตรการ ให้เป็นรูปธรรมชัดเจนยิ่งขึ้น</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182441581"],
    [446,"สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ส่งมอบ ตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก แก่เรือนจำกลางคลองไผ่ จ.นครราชสีมา ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยและคัดกรองผู้ติดเชื้อได้ดีขึ้น","<p><strong>สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ส่งมอบ&nbsp;ตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก&nbsp;แก่เรือนจำกลางคลองไผ่&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ปลอดภัยและคัดกรองผู้ติดเชื้อได้ดีขึ้น</strong></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;รศ.ดร.วีระพงษ์&nbsp;แพสุวรรณ&nbsp;อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;และรศ.ดร.สาโรช&nbsp;รุจิรวรรธน์&nbsp;ผู้อำนวยการสาบันวิจัยแสงซินโครตรอน&nbsp;ร่วมส่งมอบ&nbsp;ตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก&nbsp;แก่เรือนจำกลางคลองไผ่&nbsp;อ.สีคิ้ว&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;โดยนายสันทัด&nbsp;ชินโชติ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง&nbsp;รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองไผ่&nbsp;เป็นผู้รับมอบ&nbsp;ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&nbsp;ยังส่งมอบ&nbsp;เครื่องกำจัดเชื้อไวรัสและกรองอากาศด้วยระบบโคโรน่าดิสชาร์จ&nbsp;แก่โรงพยาบาลสูงเนิน&nbsp;อ.สูงเนิน&nbsp;จ.นครราชสีมาด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;สำหรับตู้คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อแบบความดันบวก&nbsp;เป็นนวัตกรรมสำหรับคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ&nbsp;เช่น&nbsp;โควิด-19&nbsp;ไข้หวัดใหญ่&nbsp;วัณโรค&nbsp;โดยตู้คัดกรองฯ&nbsp;จะมีระบบดูดอากาศผ่านแผ่นกรอง&nbsp;HEPA&nbsp;filter&nbsp;เข้าสู่ภายในตู้คัดกรองฯ&nbsp;เพื่อให้มีความดันภายในตู้มากกว่าความดันบรรยากาศ&nbsp;25&nbsp;ปาสคาล&nbsp;เพื่อป้องกันบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ปฏิบัติงานที่นั่งอยู่ภายในตู้คัดกรองฯ&nbsp;ปลอดภัยจากเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจ&nbsp;และยังนั่งปฏิบัติงานภายในตู้คัดกรองฯ&nbsp;ได้อย่างสบาย&nbsp;อีกทั้งยังออกแบบให้ผลิตได้ง่าย&nbsp;เพื่อให้ช่างท้องถิ่นนำแบบไปผลิตตามด้วยวัสดุในท้องถิ่น&nbsp;ที่มีต้นทุนประมาณ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยสถาบันฯ&nbsp;จะเผยแพร่แบบเพื่อนำไปผลิตโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างช่องทางกระจายรายได้สู่ช่างฝีมือท้องถิ่น&nbsp;เพื่อให้โรงพยาบาลและชุมชนสามารถมีทางเลือกพึ่งพาตนเองได้เป็นอย่างดี</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521182605582"],
    [447,"เนคเทค-สวทช.จัดเสวนา AI FOR THAI ก้าวต่อไปสู่แพลตฟอร์ม AI แห่งชาติ ล่าสุด ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรเพิ่มสมรรถนะ AI FOR THAI ให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นและให้บริการได้อย่างยั่งยืน ","<p><strong>&nbsp;เนคเทค-สวทช.จัด</strong><strong style=\"color: rgb(5, 5, 5);\">เสวนา&nbsp;AI FOR THAI&nbsp;ก้าวต่อไปสู่แพลตฟอร์ม&nbsp;AI&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;</strong><strong>ล่าสุด ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรเพิ่มสมรรถนะ&nbsp;</strong><strong style=\"color: rgb(5, 5, 5);\">AI FOR THAI&nbsp;</strong><strong>ให้ประมวลผลได้เร็วขึ้นและให้บริการได้อย่างยั่งยืน มุ่งหวังเป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของไทย นำไปสู่การดำเนินงานตามแผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทยแข่งขันในเวทีโลกได้&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นายชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค-สวทช.)<strong>&nbsp;</strong>กล่าวว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์&nbsp;(AI)&nbsp;กับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศมีความสำคัญเป็นอย่างมากและจำเป็นต้องมีเครื่องมือสําหรับการพัฒนาบุคลากรด้านAI&nbsp;เชิงลึก ที่ตรงกับโจทย์การพัฒนาประเทศของไทย&nbsp;โดย&nbsp;นักวิจัย นักพัฒนานักศึกษา สามารถนําผลงานพัฒนาด้าน&nbsp;AI&nbsp;มาเปิดบริการเพื่อทดสอบที่แพลตฟอร์ม&nbsp;AI FOR THAI (<a href=\"http://www.aiforthai.in.th/\" rel=\"noopener noreferrer\" target=\"_blank\" style=\"color: blue;\">www.aiforthai.in.th</a>)&nbsp;ขณะเดียวกันภาคธุรกิจที่สำคัญอุตสาหกรรมซึ่งมี&nbsp;S-Curve&nbsp;ด้าน&nbsp;AI&nbsp;แบบก้าวกระโดด&nbsp;สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำคัญให้&nbsp;Startup/SME&nbsp;เชื่อมต่อไปทดลองสร้างนวัตกรรมได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย&nbsp;AIFORTHAI&nbsp;แพลตฟอร์มบริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์&nbsp;เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;<strong>AI&nbsp;สัญชาติไทย</strong>&nbsp;ล่าสุดแพลตฟอร์ม&nbsp;AI FOR THAI&nbsp;ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในโครงการพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ให้การสนับสนุนด้านทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางด้าน&nbsp;AIและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี</p><p><span style=\"color: rgb(5, 5, 5);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ เนคเทค-สวทช.ได้จัด</strong><strong style=\"color: rgb(5, 5, 5);\">เสวนา&nbsp;AI FOR THAI&nbsp;ก้าวต่อไปสู่แพลตฟอร์ม&nbsp;AI&nbsp;แห่งชาติ&nbsp;</strong><span style=\"color: rgb(5, 5, 5);\">ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปัจจัยและความท้าทายของการพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์สัญชาติไทยสู่&nbsp;AI Service Platform&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;&nbsp;</span></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521183249587"],
    [448,"นาโนเทค สวทช. ส่งมอบหน้ากากอนามัย n-Breeze ให้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน","<p><strong style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;นาโนเทค สวทช. ส่งมอบหน้ากากอนามัย n-Breeze ให้โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน</strong></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.วรรณี ฉินศิริกุล ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อมด้วย ดร.วรล อินทะสันตา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยวัสดุผสมและการเคลือบนาโน นำหน้ากากอนามัย n-Breeze จำนวน 3,500 ชิ้น เป็น หน้ากากอนามัย n-Breeze M02 จำนวน 1,000 ชิ้น และหน้ากากอนามัย n-Breeze M03 จำนวน 2,500 ชิ้น ให้แก่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน โดยมี ผศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.พรสวรรค์ เหลืองวุฒิวงษ์ หัวหน้าภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน&nbsp;</span></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521192333603"],
    [449,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,579 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 44.04 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 2.648 ล้านโดส","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,579&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;รวมกันกว่า&nbsp;44.04&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;2.648&nbsp;ล้านโดส</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,579&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;26.8&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อิสราเอล&nbsp;ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด&nbsp;279&nbsp;ล้านโดส&nbsp;มีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;127&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีน&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;44.04&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;29.9%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่&nbsp;24.317&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;2,648,256&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;42.1%</span></p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521200610608"],
    [450,"ผู้ว่าฯ พิจิตร ติดตามการดำเนินการควบคุมโรคลัมปีสกินในโคกระบือ ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชจังหวัดพิจิตร&nbsp;พร้อมด้วยนายชูศักดิ์&nbsp;ชุนเกาะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รัตนรุ่งเรือง&nbsp;&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอโพทะเล&nbsp;นายบุญศักดิ์&nbsp;เกลียวกมลทัต&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร&nbsp;ร่วมกับด่านกักกันสัตว์พิจิตรและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอโพทะเล&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเฝ้าระวังและป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;โดยสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรในเรื่องโรคและการป้องกันโรค&nbsp;การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;และการกำจัดสัตว์พาหะนำโรคบริเวณคอกสัตว์&nbsp;โดยการพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อลดแมลงพาหะนำโรคและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโพทะเล&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;สำหรับโรคลัมปีสกิน&nbsp;เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นโรคที่เกิดเฉพาะใน&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;ซึ่งไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;เชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ&nbsp;ลักษณะอาการคือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วยโรคนี้มีแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;แมลงวันดูดเลือด&nbsp;และยุง&nbsp;เป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;ปัจจุบันอำเภอโพทะเล&nbsp;พบโคที่มีอาการคล้ายโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโพทะเล&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนโคในฟาร์ม&nbsp;132&nbsp;ตัว&nbsp;พบจำนวนโคที่แสดงอาการป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ตัว&nbsp;โดยปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รอบจุดเกิดเหตุ&nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์&nbsp;เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ&nbsp;ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202035610"],
    [451,"ผู้ว่าฯ พิจิตร ติดตามการดำเนินการควบคุมโรคลัมปีสกินในโคกระบือ ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชจังหวัดพิจิตร&nbsp;พร้อมด้วยนายชูศักดิ์&nbsp;ชุนเกาะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รัตนรุ่งเรือง&nbsp;&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอโพทะเล&nbsp;นายบุญศักดิ์&nbsp;เกลียวกมลทัต&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพิจิตร&nbsp;ร่วมกับด่านกักกันสัตว์พิจิตรและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอโพทะเล&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกเฝ้าระวังและป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;โดยสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรในเรื่องโรคและการป้องกันโรค&nbsp;การควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;และการกำจัดสัตว์พาหะนำโรคบริเวณคอกสัตว์&nbsp;โดยการพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อลดแมลงพาหะนำโรคและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโพทะเล&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;สำหรับโรคลัมปีสกิน&nbsp;เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นโรคที่เกิดเฉพาะใน&nbsp;โค&nbsp;กระบือ&nbsp;ซึ่งไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;เชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อโรคตามอวัยวะที่มีเซลล์เยื่อบุ&nbsp;ลักษณะอาการคือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วยโรคนี้มีแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;แมลงวันดูดเลือด&nbsp;และยุง&nbsp;เป็นพาหะที่สำคัญในการแพร่กระจายเชื้อ&nbsp;ปัจจุบันอำเภอโพทะเล&nbsp;พบโคที่มีอาการคล้ายโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอโพทะเล&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนโคในฟาร์ม&nbsp;132&nbsp;ตัว&nbsp;พบจำนวนโคที่แสดงอาการป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ตัว&nbsp;โดยปศุสัตว์อำเภอประกาศเขตโรคระบาดชั่วคราวชนิดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในรัศมี&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รอบจุดเกิดเหตุ&nbsp;เร่งประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เน้นขอความร่วมมือจากพ่อค้าสัตว์&nbsp;เกษตรกรงดการซื้อขายโค-กระบือ&nbsp;ที่มาจากเเหล่งที่เกิดโรคหรือจากพื้นที่ในรัศมี&nbsp;50&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-21T00:00:00","ภาคเหนือ","พิจิตร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิจิตร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210521202035611"],
    [452,"นายอำเภอศรีณรงค์ เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาฝุ่นละอองจากก่อสร้างถนน แจ้งท้องถิ่นและ สาธารณสุขแก้ไขปัญหาเร่งด่วน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายคเณศวร&nbsp;เกษอินทร์&nbsp;นายอำเภอศรีณรงค์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;กรณีประชาชนร่วมกันลงชื่อแจ้งความเดือดร้อนจากเหตุฝุ่นละอองจากการก่อสร้างถนนเส้นทางระหว่างบ้านณรงค์-โรงพยาบาลศรีณรงค์&nbsp;ซึ่งตรวจสอบแล้วบริเวณดังกล่าวไม่ปรากฏป้ายโครงการของหน่วยงานรัฐผู้รับผิดชอบ&nbsp;โดยมีนายปราโมทย์&nbsp;ว่องไว&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ณรงค์&nbsp;และพนักงาน&nbsp;อบต.ณรงค์&nbsp;ชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีดังกล่าว&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่นายก&nbsp;อบต.ณรงค์&nbsp;ได้รายงานให้ทราบว่า&nbsp;อบต.ณรงค์&nbsp;ได้แก้ไขปัญหาด้วยการนำรถน้ำ&nbsp;อบต.ณรงค์&nbsp;รดพรมดินเพื่อลดฝุ่นละอองแล้ว&nbsp;และได้ประสาน&nbsp;อบจ.สุรินทร์&nbsp;ผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าวทราบพิจารณาแก้ไขปัญหาระยะต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายอำเภอศรีณรงค์&nbsp;ได้กำชับให้&nbsp;อบต.ณรงค์&nbsp;ร่วมประสานกับสาธารณสุขอำเภอ</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522072852626"],
    [453,"ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.32 ร่วมกับ ทสม.ตำบลพิชัย สร้างฝายชะลอน้ำเป็นแนวป้องกันไฟป่า","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มทบ.32/ศอ.จอส.พระราชทาน&nbsp;มทบ.32&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสาของหน่วยร่วมกับ&nbsp;อบต.พิชัย&nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;ช่วยกันสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฝาย&nbsp;ในพื้นที่ป่าชุมชนบ้านต้นต้อง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อเป็นการเก็บกักน้ำไว้ใช้อุปโภค/บริโภคห้วงฤดูแล้งและเป็นการสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผืนป่าในบริเวณดังกล่าวป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ในอนาคตต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าว&nbsp;มทบ.32&nbsp;ได้ตระหนักและให้ความสำคัญเพราะนอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว&nbsp;ยังเป็นการดำเนินการที่มุ่งก่อเกิดประโยชน์กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่&nbsp;โดยประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;ต่างรู้สึกดีใจที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติอันสำคัญด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และพร้อมที่จะช่วยกันดูแลให้ดียิ่งๆ&nbsp;ขึ้นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123057707"],
    [454,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและมอบยาถ่ายพยาธิ โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและมอบยาถ่ายพยาธิ&nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านห้วยปลาฝา&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านห้วยปลาฝา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และมอบยาถ่ายพยาธิ&nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายมอบยาถ่ายพยาธิ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ขวด&nbsp;แก่เกษตรกรเจ้าของศูนย์&nbsp;ศพก.&nbsp;ผู้เลี้ยงกระบือ&nbsp;โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านปศุสัตว์สำหรับ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;โครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;พร้อมให้คำแนะการถ่ายพยาธิกระบือ&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522102545652"],
    [455,"สำนักงานเกษตรอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ร่วมติดตามการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ ฉีดพ่นปุ้ยจากมูลไก่ เพื่อลดปัญหาการเกิดแมลงวันเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมติดตามการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์&nbsp;ฉีดพ่นปุ้ยจากมูลไก่&nbsp;เพื่อลดปัญหาการเกิดแมลงวันเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นายทวี&nbsp;ศรีวรรณา&nbsp;นักวิชากรส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอภูเรือ&nbsp;มอบหมายให้นางสาวชลทิพย์&nbsp;ชลานุเคราะห์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการแปลงใหญ่&nbsp;ร่วมต้อนรับนางสาวภูมารินทร์&nbsp;คงเพียรธรรม&nbsp;นายอำเภอภูเรือ&nbsp;พร้อมด้วยปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอภูเรือ&nbsp;ร่วมติดตามการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์&nbsp;ฉีดพ่นปุ้ยจากมูลไก่&nbsp;เพื่อลดปัญหาการเกิดแมลงวัน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่แก้วมังกรตำบลร่องจิก&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลร่องจิก&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;นายทวี&nbsp;ศรีวรรณา&nbsp;นักวิชากรส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอภูเรือ&nbsp;มอบหมายให้นางสาวเบญจรัตน์&nbsp;วันทองสุข&nbsp;จพง.เคหกิจเกษตรชำนาญงาน&nbsp;เยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;ปัจจัยความสำเร็จในการประกอบอาชีพการเกษตรของ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;นายสุรินทร์&nbsp;สุธงษา&nbsp;บ้านหนองบง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และรับมอบวัสดุผีกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;กิจกรรม&nbsp;สร้างอาหารปลอดภัย&nbsp;เสริมอาชีพ&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;จากนายนิสันดิ์&nbsp;กงเพชร&nbsp;นวส.ปฏิบัติการ&nbsp;จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;(พืชสวนเลย)&nbsp;เพื่อเตรียมสำหรับฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รุ่น&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอภูเรือ&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522102809653"],
    [456,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ พร้อมเร่งแผน 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้ เพื่อป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้&nbsp;พร้อมเร่งแผน&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทย&nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;174&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสตูล&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกและภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;38,108&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,373&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดระนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามการดำเนินการตาม&nbsp;10&nbsp;มาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วม-น้ำแล้ง&nbsp;โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ได้เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ&nbsp;กฟผ.&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน&nbsp;ด้วยการจัดทำเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ&nbsp;(Dynamic&nbsp;Operation&nbsp;Curve)&nbsp;ของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;12&nbsp;แห่ง&nbsp;//&nbsp;จัดทำแผนการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงปริมาณน้ำเกินความจุ&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนบางลาง&nbsp;โดยติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อทบทวนและปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมตลอดช่วงฤดูฝน&nbsp;//&nbsp;ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเขื่อน&nbsp;อาคารชลศาสตร์&nbsp;ประตูระบายน้ำและสถานีโทรมาตรให้มีความพร้อมต่อการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยและปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมชลประทานกำจัดวัชพืชผักตบชวา&nbsp;และสิ่งปฏิกูล&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;บริเวณเหนือประตูระบายน้ำยางมณีในพื้นที่&nbsp;ต.องครักษ์&nbsp;อ.โพธิ์ทอง&nbsp;จ.อ่างทอง&nbsp;ส่วนกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ได้บินปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรบริเวณ&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;และบินสำรวจพื้นที่อ่างเก็บน้ำและพื้นที่การเกษตร&nbsp;เพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงบริเวณ&nbsp;จ.เพชรบุรี</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522101627645"],
    [457,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522102342650"],
    [458,"เกษตรกรเมืองสงขลา เก็บสละอินโด ผลโตหวานกรอบ จำหน่ายสร้างรายได้ ไร้กระทบโควิด-19","<p><strong>เกษตรกรเมืองสงขลา&nbsp;เก็บสละอินโด&nbsp;ผลโตหวานกรอบ&nbsp;จำหน่ายสร้างรายได้&nbsp;ไร้กระทบโควิด-19</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>นายหมัดแสละ&nbsp;หีมหมัด&nbsp;วัย&nbsp;55&nbsp;ปี&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;276&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลพะวง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกสละพันธุ์อินโด&nbsp;ประมาณ&nbsp;150&nbsp;ต้น&nbsp;หลังปลูกมา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;สละอินโด&nbsp;เริ่มให้ผลผลิต&nbsp;สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอย่างตอเนื่องนอกจากการทำอาชีพหลักคือสวนยางพารา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลาได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำในการจัดการสวนทั้งการใส่ปุ๋ย&nbsp;การตัดแต่งต้น&nbsp;การผสมเกสร&nbsp;การเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;และการจัดการศัตรูพืช&nbsp;หากพบปัญหาศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลาก็ได้เข้ามาเยี่ยมเยียน&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกสละอินโดอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายหมัดแสละ&nbsp;หีมหมัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนและครอบครัวประกอบอาชีพทำสวนยางและมีพื้นที่ว่างใกล้ๆบ้านประมาณ&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ก็ได้นำต้นสละอินโดมาปลูก&nbsp;เนื่องด้วยสละอินโดเป็นพืชที่ปลูกง่าย&nbsp;โตเร็ว&nbsp;ดูแลง่าย&nbsp;แต่เป็นพืชที่แตกหน่อคล้ายไผ่&nbsp;ลำต้นและทางใบมีหนาม&nbsp;จะต้องหมั่นตัดแต่งต้นและทางใบสม่ำเสมอเพื่อสะดวกในการจัดการ&nbsp;สามารถปลูกแซมสวนยางพารา&nbsp;และสวนผลไม้ได้&nbsp;ให้ผลผลิตตลอดปี&nbsp;หลังปลูกเพียง&nbsp;2&nbsp;ปีเริ่มให้ผลผลิต&nbsp;ซึ่งตนและภรรยาจะใช้เวลาว่างหลังจากทำสวนยางเข้าสวนสละอินโด&nbsp;เพื่อตัดแต่งกอและทางใบ&nbsp;ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นบำรุงผล&nbsp;เมื่อสละอินโดเริ่มแทงช่อดอก&nbsp;จะทราบได้ว่าเป็นต้นเพศผู้&nbsp;หรือต้นเพศเมีย&nbsp;แต่ละต้นจะแยกเพศกัน&nbsp;หากต้องการให้ได้ผลผลิตสูงจึงต้องช่วยผสมเกสร&nbsp;โดยตัดช่อดอกเกสรตัวผู้นำไปเคาะละอองเกสรเพศผู้หรือวางช่อดอกเกสรตัวผู้บนช่อดอกเกสรตัวเมียของต้นเพศเมีย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังผสมเกสรประมาณ&nbsp;5-6&nbsp;เดือน&nbsp;สามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;ผลสละอินโด&nbsp;มีลักษณะกลม&nbsp;ผลโต&nbsp;สีน้ำตาลคล้ำถึงดำ&nbsp;ผลสุกเต็มที่มีรสชาติ&nbsp;หวาน&nbsp;หอม&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อย&nbsp;ซึ่งสละอินโดในสวนของต้น&nbsp;จะให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละประมาณ&nbsp;7-10&nbsp;กิโลกรัม/ปี&nbsp;แต่ละครั้งจะเก็บผลสละอินโด&nbsp;ได้ประมาณ&nbsp;30-50&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จะเก็บ&nbsp;15&nbsp;วันต่อครั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p>สำหรับวิธีการเก็บผลผลิตสละอินโดในสวนของบังหมัดแสละ&nbsp;จะต้องชิมผลทุกช่อก่อนตัด&nbsp;หากยังมีรสฝาด&nbsp;จะไม่ตัดเด็ดขาดจะต้องมีรสชาติ&nbsp;หวาน&nbsp;กรอบเท่านั้น&nbsp;การชิมผลก่อนตัดทำให้ได้สละที่หวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;อร่อยไม่มีรสฝาด&nbsp;เป็นที่ต้องการของลูกค้า&nbsp;โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ&nbsp;80&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งลูกค้าจะมาซื้อที่บ้าน&nbsp;มีทั้งลูกค้าในอำเภอ&nbsp;และต่างจังหวัด&nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p>นายหมัดแสละ&nbsp;หีมหมัด&nbsp;กล่าวอีกว่าจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ไม่ได้มีผลกระทบกับผลผลิตและการจำหน่ายสละอินโดแต่อย่างใด&nbsp;เพราะผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า&nbsp;ความเชื่อมั่นในผลผลิต&nbsp;ซึ่งมีผลโต&nbsp;หอม&nbsp;หวาน&nbsp;กรอบอร่อยเมื่อได้กินแล้วจะติดใจ&nbsp;และสละอินโดนับเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจและสามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัจจุบันมีเกษตรกรในอำเภอเมืองสงขลาหลายรายเริ่มนำสละอินโด&nbsp;มาปลูกแซมสวนยางพารา&nbsp;และปลูกแซมสวนผลไม้สร้างรายได้เสริม&nbsp;ผู้ใดสนใจสละอินโด&nbsp;ผลโตสดจากสวน&nbsp;ติดต่อบังหมัดแสละ&nbsp;โทร&nbsp;087-3972297</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522111113665"],
    [459,"หนองคาย ประชาสัมพันธ์ \"สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;นำโดยนางจิดาภา&nbsp;แก่นนาคำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย&nbsp;ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้มีการตั้งป้ายนิทรรศการพร้อมแจกจ่ายแผ่นพับให้ความรู้&nbsp;และรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อหาสินค้า&nbsp;และผู้ประกอบการภายในตลาดเป็นอย่างดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการ&nbsp;.สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า.&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และศักยภาพในการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และดูแลรักษา&nbsp;โรคพิษสุนัขบ้าในคน&nbsp;โดยบูรณาการความรู้ทางทฤษฎีสู่การบริการวิชาการให้กับชุมชนและสังคม&nbsp;ซึ่งประชาชนในชุมชนจะได้รับความรู้&nbsp;และเห็นความสำคัญถึงปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;เกิดทัศนคติที่ดีต่อการมีพฤติกรรมป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;สามารถลดความเสี่ยงจากโรค&nbsp;และป้องกันการสูญเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางจิดาภา&nbsp;แก่นนาคำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้ทีมงานจากสำนักงานประชาสัมพันธ์&nbsp;ได้ออกมารณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;\"สัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัย&nbsp;จากโรคพิษสุนัขบ้า\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ตลาดสดโพธิ์ชัย&nbsp;ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;พร้อมกับทีมงานจากเทศบาลเมืองหนองคาย&nbsp;ที่ได้ออกมารณรงค์ในเรื่องของการฉีดวัคซีน&nbsp;ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญกับคน&nbsp;ส่วนทีมงานประชาสัมพันธ์ฯ&nbsp;ก็ให้ความสำคัญทั้งคนและสัตว์เลี้ยง&nbsp;เมื่อมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราให้ความรักความเอ็นดูแล้ว&nbsp;ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแล&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และแก้ไข&nbsp;สัตว์เลี้ยงของเรา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทีมงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;มีความยินดีที่จะออกมาให้ความรู้&nbsp;ประชาชนและผู้ประกอบการที่ยินดีตอบรับความรู้ที่ทางทีมงานฯ&nbsp;มอบให้&nbsp;ซึ่งโครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;เป็นโครงการที่ดีของกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;ที่ส่งต่อมายังสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย&nbsp;ซึ่งทางสำนักงานประชาสัมพันธ์ฯ&nbsp;ก็ได้ส่งต่อไปยังประชาชนอีกต่อหนึ่ง</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522111626667"],
    [460,"คณะเกษตร มรภ.สงขลา ชวนร่วมอบรมออนไลน์ \"การผลิตปุ๋ยอินทรีย์\" วันที่ 25 พ.ค. นี้","<p><strong>คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มรภ.สงขลา&nbsp;เชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้น&nbsp;\"การผลิตปุ๋ยอินทรีย์\"&nbsp;แบบออนไลน์&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;เผย&nbsp;วิทยากรพร้อมถ่ายทอดความรู้รอบด้าน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;(มรภ.สงขลา)&nbsp;ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมชมและร่วมกิจกรรม&nbsp;\"การผลิตปุ๋ยอินทรีย์\"&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ศิษย์เก่า&nbsp;คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มรภ.สงขลา&nbsp;ในวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00-16.00&nbsp;น.&nbsp;ผ่านทางเพจ&nbsp;Facebook&nbsp;คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา&nbsp;วิทยากรโดย&nbsp;ผศ.&nbsp;ดร.อมรรัตน์&nbsp;ชุมทอง&nbsp;รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ&nbsp;คณะเทคโนโลยีการเกษตร&nbsp;มรภ.สงขลา&nbsp;หัวข้อการอบรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดคุณภาพสูง&nbsp;การผลิตวัสดุเพาะกล้าทดแทนพีทมอส&nbsp;การผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนสูตรแหนแดง&nbsp;การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์อย่างง่าย</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522120207693"],
    [461,"ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย ลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ \"โคก หนอง นา\" อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย","<p><strong>ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย&nbsp;ลงพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;อำเภอนาด้วง&nbsp;จังหวัดเลย</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายทวิชาติ&nbsp;นิลกาญจน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเลย&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสนับสนุนงาน&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"&nbsp;ในพื้นที่อำเภอนาด้วง&nbsp;โดยมีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงที่ดำเนินการปรับเปลี่ยนพื้นที่บ้านโนนสวาท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลท่าสวรรค์&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินงานในรูปแบบ&nbsp;HLM</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวเมตตา&nbsp;แสนอินอำนาจ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;ได้ลงพื้นที่เเละได้มีการชี้แจงการดำเนินงานเพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;และครัวเรือนเป้าหมายได้ให้ข้อมูล&nbsp;ในการดำเนินงานขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ&nbsp;โดยพบว่าพื้นที่ครัวเรือนเป้าหมายมีความพอใจ&nbsp;มีความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมาย&nbsp;ในการสร้างศูนย์เรียนรู้การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา\"</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;โพธิ์ชัย&nbsp;นายอำเภอนาด้วง&nbsp;เเละนางพัฒนา&nbsp;ธรรมสรณกุล&nbsp;พัฒนาการอำเภอนาด้วง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชน&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ข้อมูลที่บ้านโนนสวาท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลท่าสววรค์&nbsp;อำเภอนาด้วง&nbsp;จังหวัดเลย</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522121237698"],
    [462,"ผู้ว่าฯ แพร่ ตรวจติดตามการขุดลอกลำเหมืองหิตและห้วยร่องสวรรค์ เพื่อกำจัดวัชพืชกีดขวางลำน้ำ ป้องกันอุทกภัย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่&nbsp;รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยพันเอก&nbsp;สุชาติ&nbsp;พุ่มสุวรรณ&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแพร่(ฝ่ายทหาร),&nbsp;ตัวแทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่,&nbsp;ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลเมืองแพร่ลงพื้นที่ตรวจติดตาม&nbsp;การขุดลอกลำเหมืองหิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ&nbsp;ความยาวกว่า&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อเปิดทางน้ำให้สามารถไหลได้สะดวกป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการขุดลอกลำห้วยร่องสวรรค์&nbsp;และกำจัดวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำในการเปิดทางน้ำให้สามารถไหลได้สะดวกป้องกันอุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;ที่บ้านนาแหลม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งกวาว&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522124014714"],
    [463,"ปศุสัตว์ชัยภูมิ จับกุมเนื้อสุกรเถื่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเเละป้องกันการเเพร่ระบาดของโรค","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นางศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มพัฒนาคุณภาพสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองบัวระเหว&nbsp;สืบหาข่าวและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.หนองบัวระเหว&nbsp;และได้สนธิกำลังเข้าออกตรวจสอบในพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;พบผู้กระทำความผิด&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.ผู้ต้องหารายที่&nbsp;1&nbsp;เหตุเกิดที่ร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;เลขที่&nbsp;102&nbsp;ม.6&nbsp;ต.หนองบัวระเหว&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารรับรองรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;(แบบ&nbsp;รน.)&nbsp;และไม่มีใบอนุญาตให้นำ&nbsp;หรือเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์เข้า-ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว&nbsp;เขตโรคระบาด&nbsp;หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;(แบบ&nbsp;ร.3)&nbsp;ของกลางเนื้อสุกรบด&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มูลค่า&nbsp;1,440&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ผู้ต้องหารายที่&nbsp;2&nbsp;เหตุเกิดที่ร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;เลขที่&nbsp;23&nbsp;ม.3&nbsp;ต.โคกสะอาด&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารรับรองรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;(แบบ&nbsp;รน.)&nbsp;ใบอนุญาตทำการค้า&nbsp;หรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว&nbsp;(ร.10/1)&nbsp;และไม่มีใบอนุญาตให้นำ&nbsp;หรือเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์เข้า-ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาดชั่วคราว&nbsp;เขตโรคระบาด&nbsp;หรือเขตเฝ้าระวังโรคระบาด&nbsp;(แบบ&nbsp;ร.3)&nbsp;ของกลางเนื้อสุกรบด&nbsp;49&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เเละขาหมู&nbsp;2&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;4,365&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดชัยภูมิได้ประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคระบาดชนิดโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;(Africa&nbsp;Swine&nbsp;Fever)&nbsp;ในสัตว์&nbsp;หรือซากสัตว์ชนิดสุกรและหมูป่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิด&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.จำหน่ายเนื้อสัตว์โดยมิได้รับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;38&nbsp;และมีบทลงโทษตามมาตรา&nbsp;62&nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์&nbsp;พ.ศ.2559</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.ทำการค้า&nbsp;หรือหากำไรในลักษณะคนกลางซึ่งซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;24&nbsp;มีบทลงโทษตามมาตรา&nbsp;71&nbsp;จำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.เคลื่อนย้ายซากสัตว์ภายในเขตประกาศเฝ้าระวังโรคระบาดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสัตวแพทย์ประจำพื้นที่&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;24&nbsp;มีบทลงโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;66&nbsp;ตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ได้ขอรับของกลางจากพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการทำลายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา&nbsp;13(4)และมาตรา40(4)แห่งพระราชบัญญัติเดียวกันทำลายโดยการฝัง&nbsp;สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้มงวดของกรมปศุสัตว์&nbsp;เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์&nbsp;และความปลอดภัยต่อผู้บริโภค</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522123232708"],
    [464,"ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำจิตอาสา ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ ลำพูน 1,300 ปี 1,300 ฝาย ในพื้นที่อำเภอแม่ทา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นำจิตอาสา&nbsp;ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ทา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนนำประชาชนจิตอาสา&nbsp;ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ทา&nbsp;เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งอำเภอแม่ทามีเป้าหมายก่อสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน&nbsp;132&nbsp;ฝาย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;บริเวณห้วยต้นยาง&nbsp;บ้านทาปลาดุก&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสา&nbsp;ร่วมใจสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;\"&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;\"&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมาน&nbsp;กองแก้ว&nbsp;นายอำเภอแม่ทา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้ร่วมก่อสร้างฝายกับประชาชนที่ห้วยต้นยาง&nbsp;และที่บริเวณป่าชุมชนหมู่บ้านทาปลาดุก&nbsp;นายอำเภอแม่ทา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;แบ่งเขตการปกครองออกเป็น&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;71&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;8&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;มีประชากรจำนวน&nbsp;38,284&nbsp;คน&nbsp;มีเนื้อที่ทั้งหมด&nbsp;776.82&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาสลับกับพื้นราบเชิงเขา&nbsp;มีความสูงชัน&nbsp;มีลักษณะภูมิประเทศยาวตามลำน้ำแม่ทา&nbsp;มีแม่น้ำสายหลัก&nbsp;เพียงสายเดียว&nbsp;และมีแหล่งน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งค่อนข้างน้อย&nbsp;มีเพียงอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก&nbsp;กั้นเก็บน้ำตามลำห้วยสาขา&nbsp;ซึ่งในฤดูแล้งจะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ในฤดูฝนเกิดอุทกภัยเป็นประจำทุกปี&nbsp;แต่มีป่าชุ่มน้ำ&nbsp;ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น&nbsp;และมีน้ำคอยเติมอ่างเก็บน้ำ&nbsp;สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการ&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างฝายจำนวน&nbsp;100&nbsp;ฝาย&nbsp;โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานป่าไม้ทุกหน่วยในพื้นที่&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ในการกำหนดจุดสร้างฝาย&nbsp;โดยได้กำหนดจุดสร้างฝายจำนวน&nbsp;132&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตำบลทาปลาดุก&nbsp;50&nbsp;แห่ง&nbsp;ตำบลทาสบเส้า&nbsp;17&nbsp;แห่ง&nbsp;ตำบลทากาศ&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ตำบลทาแม่ลอบ&nbsp;26&nbsp;แห่ง&nbsp;ตำบลทาขุมเงิน&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;สภ.ทากาศ&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และ&nbsp;สภ.แม่ทา&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานในระดับพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูแหล่งน้ำ&nbsp;โดยการสร้างฝาย&nbsp;ปลูกป่า&nbsp;เพื่อป้องกันภัยแล้ง&nbsp;ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;รวมถึง&nbsp;การสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติแก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย&nbsp;เป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนึ่งที่ทุกพื้นที่มักจะประสบในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาของจังหวัดลำพูนนั้น&nbsp;ได้ใช้หลักการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;โดยดำเนินการในทุกมิติ&nbsp;อาทิ&nbsp;การอนุรักษ์ฟื้นฟู&nbsp;การปรับปรุงซ่อมแซม&nbsp;แหล่งเก็บกักน้ำ&nbsp;และสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนมีความคาดหวังว่า&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำ&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;ลำพูน&nbsp;1,300&nbsp;ปี&nbsp;1,300&nbsp;ฝาย&nbsp;จะช่วยป้องกัน&nbsp;แก้ไขปัญหา&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;และอุกภัยในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดลำพูนอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522191618823"],
    [465,"เทศบาลนครหาดใหญ่ จัดโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2564","<p><strong>เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;จัดโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;3&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;นำโดย&nbsp;พล.ต.ท.สาคร&nbsp;ทองมุณี&nbsp;นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พร้อมด้วยรองนายกเทศมนตรี&nbsp;นายภคนันท์&nbsp;ประทุมชาติภักดี&nbsp;ประธานสภาเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;เลขานุการนายกเทศมนตรี&nbsp;ดร.กิตติ&nbsp;เรืองเริงกุลฤทธิ์&nbsp;ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;รองปลัดเทศบาลฯ&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;เขต&nbsp;พนักงาน&nbsp;พนักงานจ้าง&nbsp;คณะกรรมการชุมชน&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมโครงการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา&nbsp;พัชรสุธาพิมลลักษณ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;3&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งได้จัดกิจกรรมปลูกต้นยมชวน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;150&nbsp;ต้น&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณสนามกีฬา&nbsp;แห่งที่&nbsp;2&nbsp;(วัดปรักกริม)&nbsp;บริเวณโดยรอบ&nbsp;เพื่อได้พร้อมใจกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี&nbsp;และแสดงความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ&nbsp;ที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณีกิจไว้เป็นอเนกประการ&nbsp;ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ&nbsp;ความจงรักภักดีจนเป็นที่ประจักษ์แก่ผองพสกนิกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;การจัดกิจกรรมยังเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนทุกภาคส่วน&nbsp;ทุกฝ่าย&nbsp;ได้เกิดความรัก&nbsp;ความผูกพัน&nbsp;รวมทั้งเพื่อเป็นกิจกรรมสานพลังแห่งปณิธานสร้างความดีอย่างต่อเนื่อง</p>","2021-05-22T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210522214209850"],
    [466,"สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส แจ้งพยากรณ์อากาศประจำวัน บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองกระจายและฝนหนักบางแห่ง ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายมะณี&nbsp;อุทรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้พยากรณ์อากาศประจำวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;จนถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนองกระจายและฝนหนักบางแห่ง&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;และสงขลา&nbsp;ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญ&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง&nbsp;ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนหนักบางแห่ง&nbsp;ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนมากบริเวณอำเภอรือเสาะ&nbsp;ศรีสาครจะแนะ&nbsp;สุคิริน&nbsp;และแว้ง&nbsp;ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว&nbsp;15-30&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;ห่างฝั่งทะเลมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;1&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523084534862"],
    [467,"นายกรัฐมนตรี ห่วงใยเกษตรกร สั่งเร่งควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ เพิ่มความเข้มงวดป้องกันลักลอบนำเข้า","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ใน&nbsp;35&nbsp;จังหวัด&nbsp;ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&nbsp;โดยมีโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ป่วยกว่า&nbsp;6,763&nbsp;ตัว&nbsp;จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรค&nbsp;ตามมาตราการที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ&nbsp;รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน&nbsp;ซึ่งถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ยิ่งเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบในการทำงาน&nbsp;มีความรัดกุมในการดำเนินมาตรการควบคุมโรค&nbsp;โดยให้มีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกร</strong>&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พิจารณามาตรการช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก&nbsp;พร้อมกับเข้าใจถึงแนวทางการรับมือ&nbsp;ควบคุมและป้องกันโรคอย่างถูกต้องและไปกังวลถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายโค&nbsp;กระบือ&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำโรคเข้ามาเพิ่มในประเทศไทย&nbsp;รวมถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งจะทำให้โรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรณีมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด&nbsp;หากพบการกระทำความผิด&nbsp;ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523123549918"],
    [468,"นายกรัฐมนตรี กำชับบังคับใช้กฎหมายป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมายตามพันธกรณีระหว่างประเทศเข้มงวด","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้รับรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาและมาตรการป้องปรามการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้บังคับใช้กฎหมายที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้วให้เข้มงวดและต่อเนื่อง&nbsp;เพราะการดำเนินงานการที่เข้มงวดได้&nbsp;จะส่งผลสำคัญต่อทั้งภาพลักษณ์และความสามารถในการส่งออกอาหารทะเลของประเทศไทยในระยะยาว&nbsp;ซึ่งข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปี&nbsp;2564&nbsp;แสดงข้อมูลว่าการส่งออกของไทยได้กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ&nbsp;4&nbsp;ไตรมาสและมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจหลักๆ&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้กำชับให้มีการการดำเนินทุกมาตรการที่จะสนับสนุนการส่งออก&nbsp;ซึ่งอาหารทะเลเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของไทยด้วย</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;การดำเนินการตามกฎหมายต่างๆ&nbsp;</strong>จะต้องทำควบคู่ไปกับการบรรเทาผลกระทบต่อประมงพื้นบ้านซึ่งเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของประชาชน&nbsp;โดยให้มีกลไกการแก้ไขปัญหา&nbsp;&nbsp;บรรเทาผลกระทบที่มีทุกภาคส่วนเข้ารวมทั้งประชาชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง&nbsp;เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาครอบคลุมประเด็นที่รอบด้าน&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นต่ออาหารทะเลไทยของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ไปพร้อมกับการทำประมงที่ยั่งยืน</p><p>รายงานของคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ&nbsp;ระบุว่า&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;ที่ผ่านมาประเทศไทยโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;ในหลายด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&nbsp;17&nbsp;ฉบับ&nbsp;การบริหารจัดการประมงทะเลไทยและการจัดการกองเรือไทย&nbsp;โดยมีการบริหารจัดการจำนวนเรือประมงเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณทรัพยากรประมง&nbsp;การออกใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์และใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำ&nbsp;มีการติดตาม&nbsp;ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงให้เป็นไปตามกฎระเบียบทั้งในและระเบียบระหว่างประเทศ&nbsp;บังคับใช้กฎหมายด้วยมาตรการทางปกครองควบคู่กับการใช้บทลงโทษทางอาญา&nbsp;การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยมาตรการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมงไปยังแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ&nbsp;ตลอดจนจัดระเบียบแรงงานประมง&nbsp;โดยมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของคนประจำเรือและป้องกันการใช้แรงงานผิดกฎหมาย&nbsp;ปราบปรามการค้ามนุษย์&nbsp;และดำเนินมาตรการในการพัฒนาการประมงของไทยให้ปลอดสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำที่มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย&nbsp;(IUU-Free&nbsp;Thailand)</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523124357924"],
    [469,"การควบคุมโรคระบาดโรคลัมปี สกิน ใน 35 จังหวัดฉีดวัคซีนเร่งด่วน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(104,&nbsp;104,&nbsp;104);\">น.ส.ไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และ&nbsp;รมว.กลาโหม&nbsp;ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ใน&nbsp;35&nbsp;จังหวัด&nbsp;ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;โดยมีโค-กระบือ&nbsp;ป่วยกว่า&nbsp;6,763&nbsp;ตัว&nbsp;จึงกำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรค&nbsp;ตามมาตราการที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ,&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมแมลงพาหะนำโรค,&nbsp;รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ&nbsp;รวมถึงการจัดหาวัคซีนเพื่อควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;จึงเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่&nbsp;ยิ่งเป็นช่วงการระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ยิ่งต้องเพิ่มความรอบคอบในการทำงาน&nbsp;มีความรัดกุมในการดำเนินมาตรการควบคุมโรค&nbsp;โดยให้มีแนวทางปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด</span></p><p><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(104,&nbsp;104,&nbsp;104);\">&nbsp;</span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(104,&nbsp;104,&nbsp;104);\">น.ส.ไตรศุลี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พล.อ.ประยุทธ์&nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกร&nbsp;โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พิจารณามาตรการช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานราชการ&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจถึงโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในโค-&nbsp;กระบือ</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);&nbsp;color:&nbsp;rgb(104,&nbsp;104,&nbsp;104);\">นายกฯ&nbsp;ยังกังวลถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย&nbsp;อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำโรคเข้ามาเพิ่มในประเทศไทย&nbsp;รวมถึงการลักลอบเคลื่อนย้ายภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งจะทำให้โรคแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น&nbsp;จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด&nbsp;หากพบการกระทำความผิด&nbsp;ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523132810937"],
    [470,"รมต.ประภัตร สส.ณัฐวุฒิ ประชุมบริหารจัดการน้ำลุ่มท่าจีนช่วยเกษตรชาวนาสุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่บ้านเรือนไทย&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;ประเสริฐสุวรรณ&nbsp;สส.สุพรรณบุรี&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;พรรคชาติไทยพัฒนา&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ภูมิวัฒนาชัย&nbsp;(สจ.ช้าง)&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นในเขตอำเภอสามชุก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;อำเภอศรีประจันต์&nbsp;และอำเภอสองพี่น้อง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมการบริหารจัดการน้ำลุ่มแม่น้ำท่าจีน&nbsp;เนื่องจากหลังจากวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;กรมชลประทานประกาศว่าเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;เกษตรกรชาวนา&nbsp;ได้เริ่มลงมือทำนา&nbsp;และหว่านข้าวกัน&nbsp;โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;(แก้มลิง)&nbsp;ผักไห่-เจ้าเจ็ด&nbsp;ได้ทำการหว่านข้าว&nbsp;และข้าวยืนต้น&nbsp;เต็มพื้นที่&nbsp;โดยมีพื้นที่ประมาณ&nbsp;3-4&nbsp;แสนไร่&nbsp;ในขณะนี้เกิดปัญหาฝนทิ้งช่วงมาประมาณ&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;ประกอบกับทางกรมชลประทานมีน้ำต้นทุนน้อย&nbsp;จึงทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งทุกพื้นที่ในเขตอำเภอบางปลาม้าและสองพี่น้อง&nbsp;น้ำในคลองส่งทุกคลองแห้งหมด&nbsp;เกิดปัญหาความเดือดร้อนกับเกษตรกรชาวนาที่เพิ่งเริ่มทำการหว่านข้าวโดยทั่วกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลการประชุมสรุปได้ว่า&nbsp;ทางกรมชลประทานจะเพิ่มน้ำที่ประตูพรเทพ&nbsp;(ปากแม่น้ำท่าจีน)จากเดิม&nbsp;20&nbsp;ลบ.ม./วินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;30&nbsp;ลบ.ม./วินาทีเริ่มปฏิบัติการ&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;การเพิ่มการระบายน้ำที่ปากแม่น้ำท่าจีนจะทำให้ประตูบางยี่หนสามารถผลักดันน้ำเข้าทุ่งผักไห่-เจ้าเจ็ด&nbsp;ผ่านคลองเจ้าเจ็ดบางยี่หน&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรโดยอย่างเร่งด่วน&nbsp;พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง&nbsp;และสร้างการรับรู้ให้ผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ทราบข้อมูลข่าวสารสถานการณ์น้ำโดยดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการของกรมชลประทานการบริหรจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;เมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอ&nbsp;และมีปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอ&nbsp;จึงจะเหมาะสมสำหรับการเริ่มเพาะปลูกโดยใช้น้ำฝนเป็นหลักให้พิจารณารับน้ำเข้าเพื่อการอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภค&nbsp;และไม้ผล&nbsp;ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับปริมาณน้ำควบคุมปริมาณน้ำเก็บไว้เหนือ&nbsp;ปตร.ต่างๆ&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523140131948"],
    [471,"ศบภ.นสศ. จัดกำลังจิตอาสา พร้อมรถบรรทุกน้ำ ออกแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ ตามนโยบายของกองทัพบก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศบภ.นสศ.&nbsp;จัดกำลังจิตอาสา&nbsp;พร้อมรถบรรทุกน้ำ&nbsp;ออกแจกจ่ายน้ำช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ&nbsp;ตามนโยบายของกองทัพบก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;\"เราทำความ&nbsp;ดี&nbsp;เพื่อ&nbsp;ชาติ&nbsp;ศาสน์&nbsp;กษัตริย์\"&nbsp;จากกองพันรบพิเศษที่&nbsp;1&nbsp;กรมรบพิเศษที่&nbsp;2&nbsp;ค่ายเอราวัณ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รถยนต์บรรทุกน้ำ&nbsp;ขนาด&nbsp;6,000&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ร่วมกับรถยนต์บรรทุกน้ำของเทศบาลตำบลดีลัง&nbsp;ขนาด&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร&nbsp;อีก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้บูรณาการร่วมกันออกปฏิบัติงานเติมเต็มน้ำลงสู่ภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำตามบ้านเรือนประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง&nbsp;เนื่องจากน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ&nbsp;ประกอบกับน้ำสำรองในภาชนะซึ่งใช้กักเก็บน้ำฝนของประชาชนในแต่ละบ้านได้แห้งขอด&nbsp;ไม่เพียงพอต่อการอุบโภคบริโภค&nbsp;ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลดีลัง&nbsp;ได้ทำหนังสือร้องขอเนื่องจากทางองค์การบริหารส่วนตำบลดีลัง&nbsp;กำลังประสบกับปัญหาปริมาณน้ำดิบในแหล่งน้ำไม่เพียงพอ&nbsp;ต่อการผลิตน้ำประปาที่สะอาดสำหรับจ่ายเข้าระบบประปา&nbsp;เพื่อส่งต่อไปตามหมู่บ้านชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ต.ดีลัง&nbsp;อ.พัฒนานิคม&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ชุมชนหนาแน่น&nbsp;ทำให้มีประชาชนได้รับผลกระทบและแคลนน้ำเป็นจำนวนมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยรถบรรทุกน้ำทั้ง&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ได้ร่วมกันแจกจ่ายน้ำโดยหมุนเวียนไปตามหมู่บ้าน&nbsp;รวมปริมาณน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;60,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ดังกล่าว</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523161350001"],
    [472,"สถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส แจ้งพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง และมีฝนหนักบางแห่ง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายมะณี&nbsp;อุทรักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาส&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกได้แจ้งพยากรณ์อากาศระยะปานกลาง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;23-29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;(7&nbsp;วันข้างหน้า)&nbsp;สำหรับบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง&nbsp;และมีฝนหนักบางแห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;24-28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นอีก&nbsp;ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และมีฝนหนักบางแห่งตลอดช่วง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อควรระวัง&nbsp;ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง&nbsp;สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523165605010"],
    [473,"อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด \"ลัมปี สกิน\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;อำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;เฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในสัตว์ชนิดโค&nbsp;กระบือ&nbsp;หลังผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ออกประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคระบาด&nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;เร่งฉีดพ่นหมอกควันกำจัดแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะนำโรค&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเจตน์&nbsp;เต็งมงคล&nbsp;นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วยนายอนุชา&nbsp;ศิริจันทร์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;นายกังวาน&nbsp;แสนอุดม&nbsp;ปลัดเทศบาล&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองสอ&nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลหนองสอ&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหนองสอใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลลำปาว&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่ตำบลลำปาว&nbsp;อำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อแจกยากำจัดแมลงในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม&nbsp;ให้คำแนะนำในการเฝ้าระวังป้องกันโรคระบาด&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในสัตว์ชนิดโค&nbsp;กระบือ&nbsp;พร้อมพ่นหมอกควันกำจัดแมลงดูดเลือด&nbsp;ซึ่งเป็นพาหะนำโรคดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากกรณีเกิดการระบาดของโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ในสัตว์ชนิดโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ซึ่งนายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้ประกาศให้จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่เขตโรคระบาด&nbsp;โดยให้เข้มงวดการควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์ตามประกาศของจังหวัดฯ&nbsp;และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่สำรวจและให้การช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เนื่องจากโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ยังไม่มีประสบการณ์ในการสังเกตอาการ&nbsp;หรือดูแลสัตว์ที่ได้รับเชื้ออย่างถูกต้อง&nbsp;ซึ่งปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;ออกสำรวจและมอบเวชภัณฑ์&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำในการสังเกตอาการ&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;การป้องกัน&nbsp;รักษาที่ถูกต้อง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ในการประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ความรู้และสนับสนุนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการป้องกันและรักษาโรคด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;มีคำแนะนำจากสำนักปศุสัตว์จังหวัดกาฬสินธ์เกี่ยวกับการบริโภคเนื้อสัตว์ด้วยว่า&nbsp;ประชาชนที่บริโภคเนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อโค&nbsp;ไม่ควรตื่นตระหนกกับโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;เนื่องจากเนื้อโคทุกตัวที่ชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์&nbsp;ผ่านการตรวจเชื้อก่อนชำหละ&nbsp;จะไม่มีการนำโคที่ล้มป่วย&nbsp;หรือเป็นโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;เข้ามายังโรงฆ่าสัตว์&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นในคุณภาพเนื้อสัตว์ที่ส่งออกจากโรงฆ่าสัตว์ว่ามีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัยจากเชื้อโรค&nbsp;และแนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523180613034"],
    [474,"ผอ.ศปพร.ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านโคกโก เพื่อขับเคลื่อน ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักชีวิตชีวภาพ และปลูกผักปลอดสารพิษ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;1100&nbsp;น.&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15/ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะ&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;จากสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;บ้านโคกโก&nbsp;ตำบลโต๊ะเด็ง&nbsp;อำเภอสุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดยพลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินงาน&nbsp;พร้อมกับได้มอบนโยบายในการบริหารจัดการภายใน&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;บ้านโคกโก&nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด&nbsp;เพื่อให้ฟาร์มตัวอย่างฯสามารถเลี้ยงดูตนเองได้&nbsp;เป็นแหล่งจ้างแรงงานให้สมาชิกฯ&nbsp;มีงานทำ&nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;ได้เรียนรู้การทำเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และประมงอย่างถูกหลักวิชาการ&nbsp;และรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่มทำงาน&nbsp;อีกทั้งมีมาตรการระวังป้องกันตนเองให้พ้นจากภัยคุกคามของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างความเข้าใจให้กับสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ฯ&nbsp;เรื่องของการฉีดวัคซีน&nbsp;ป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;พลตรีไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมแปลงผักปลอดสารพิษ&nbsp;และส่งเสริมการทำปุ๋ยหมักชีวิตชีวภาพ&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;การที่จะให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้นั้น&nbsp;ก็คือการพยายามให้เกษตรกรลด&nbsp;การพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอกชุมชน&nbsp;ทั้งในรูปของสารเคมี&nbsp;ปุ๋ยต่างๆ&nbsp;โดยหันมาผลิตโดยไม่ใช้สารเคมี&nbsp;และปุ๋ยวิทยาศาสตร์เข้าช่วย&nbsp;เปลี่ยนมาใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนแทน&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยคอก&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;หมัก&nbsp;ปุ๋ยพืชสด&nbsp;ไม่เพียงแต่จะช่วยลดสารเคมีที่ตกค้าง&nbsp;และปนเปื้อนในผลผลิตที่มี&nbsp;ผลกระทบต่อผู้บริโภคนั้น&nbsp;ยังรวมไปถึงการช่วยฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร&nbsp;ตลอดจนยังเป็นการลดต้นทุนในการผลิตให้กับเกษตรกรเอง&nbsp;การปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยได้&nbsp;เพราะที่ผ่านมานั้นเกษตรกรที่ปลูกผักเองก็มีการใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;และปุ๋ยวิทยาศาสตร์&nbsp;เพื่อที่จะให้ได้ผลผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;แต่ในปัจจุบันสังคมได้เปลี่ยนไป&nbsp;ผู้คนเริ่มที่จะสนใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น&nbsp;ทุกคนต้องการอาหารที่ปลอดสารพิษตกค้าง&nbsp;ดังนั้นการปลูกผักปลอดสารพิษจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาทั้งต่อตัวเกษตรกร&nbsp;ต่อสังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-23T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210523200826045"],
    [475,"ธนาคารอาหารชุมชนบ้านป่าแป๋ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชาวบ้านรวบรวมพืชท้องถิ่นได้มากกว่า 150 ชนิด จัดสรรความหลากหลายเป็นอาหารและยาสมุนไพร กินอยู่ได้อย่างยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการธนาคารอาหารชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;Food&nbsp;bank&nbsp;ภายใต้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาร่วมกับชุมชนบนพื้นที่สูงของประเทศไทย&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟู&nbsp;ทรัพยากรป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นที่สูงเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน&nbsp;ในการดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการร่วมกับชุมชนบ้านป่าแป๋&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะเรียง&nbsp;ตำบลป่าแป๋&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จากการสำรวจความหลากหลายของชนิดพืชท้องถิ่นที่มีการนำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารและยาสมุนไพร&nbsp;พบว่ามีจำนวน&nbsp;150&nbsp;ชนิด&nbsp;แบ่งเป็นพืชที่พบในพื้นที่ป่าและตามหัวไร่ปลายนา&nbsp;68&nbsp;ชนิด&nbsp;และ&nbsp;พบภายในชุมชน&nbsp;82&nbsp;ชนิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ร่วมกันคัดเลือกชนิดพืชที่พบเหลือน้อยหรือชุมชนมีความต้องการใช้ประโยชน์มาก&nbsp;มาทำการทดสอบเพาะขยายพันธุ์&nbsp;ศึกษารูปแบบการปลูกที่เหมาะสม&nbsp;และให้ชุมชนนำกลับไปปลูกฟื้นฟู&nbsp;ซึ่งสมาชิกชุมชนมากกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีการปลูกพืชท้องถิ่นในรูปแบบสวนหลังบ้าน&nbsp;(home&nbsp;garden)&nbsp;หรือปลูกตามหัวไร่ปลายนาของตนเอง&nbsp;มากกว่า&nbsp;20&nbsp;ชนิดต่อหลัง&nbsp;เช่น&nbsp;ผักไผ่&nbsp;สะระแหน่&nbsp;คาวตอง&nbsp;ผักชีฝรั่ง&nbsp;ผักชีล้อม&nbsp;ผักอีหลืน&nbsp;หอมชู&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ชะพลู&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;มะนาว&nbsp;มะกรูด&nbsp;มะเขื่อแจ้&nbsp;มะละกอ&nbsp;เพกา&nbsp;หญ้าเอ็นยืด&nbsp;หญ้าหวาน&nbsp;น้ำนมราชสีห์&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;ว่านน้ำ&nbsp;ว่านหางจระเข้&nbsp;ฮ่อม&nbsp;คราม&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผลจากการดำเนินงานร่วมกันทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างมากมาย&nbsp;เช่น&nbsp;1)&nbsp;มีพืชท้องถิ่นที่สามารถนำมาใช้ประกอบอาหารหรือเป็นยาสมุนไพร&nbsp;ได้โดยตรงและปลอดภัย&nbsp;2)&nbsp;ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ได้รับการฟื้นฟู&nbsp;โดยเฉพาะในด้านเชิงปริมาณ&nbsp;3)&nbsp;ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;4)&nbsp;ช่วยเพิ่มความสวยงามและร่มรื่นให้กับบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย&nbsp;5)&nbsp;ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกและกระตุ้นให้คนในชุมชนตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรในพื้นที่&nbsp;เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน&nbsp;และเป็นมรดกให้กับคนรุ่นต่อๆ&nbsp;ไป&nbsp;6)&nbsp;ช่วยลดการเข้าไปรบกวนพื้นที่ป่า&nbsp;7)&nbsp;ช่วยทำให้คนในชุมชน&nbsp;มีสุขภาพกายและใจที่ดี&nbsp;มีความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;โดยการแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน&nbsp;ทำให้ชุมชนอยู่ดีมีอยู่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524094341077"],
    [476,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,635 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 45.869 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วกว่า 2.865 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,635&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;45.869&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วกว่า&nbsp;2.865&nbsp;ล้านโดส</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,635&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;28.4&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ในขณะที่สหรัฐอเมริกา&nbsp;ฉีดวัคซีนสูงที่สด&nbsp;284.ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;129&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีน&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;45.869&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;29.9%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่&nbsp;24.76&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;2,865,091&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;39.7%</span></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524100208080"],
    [477,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ อ.บางปลาม้า และสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่&nbsp;อ.บางปลาม้า&nbsp;และสองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;43&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ยโสธร&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;41&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;148&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มลดลง&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;37,976&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,254&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;อ.บางปลาม้า&nbsp;และสองพี่น้อง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;เนื่องจากเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมาเกษตรกรได้เริ่มลงมือทำนาและหว่านข้าวในพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;(แก้มลิง)&nbsp;ผักไห่-เจ้าเจ็ด&nbsp;ประมาณ&nbsp;300,000&nbsp;-&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;แล้วประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกข้าวจากภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำต้นทุนน้อย&nbsp;ทำให้กรมชลประทานเร่งเพิ่มการระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำพลเทพ&nbsp;(ปากแม่น้ำท่าจีน)&nbsp;จากเดิม&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;30&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพื่อผลักดันน้ำเข้าทุ่งผักไห่-เจ้าเจ็ด&nbsp;ผ่านคลองเจ้าเจ็ดบางยี่หน&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรอย่างเร่งด่วน&nbsp;ควบคู่กับประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังทราบเตรียมความพร้อมและสร้างการรับรู้ให้ผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ทราบถึงสถานการณ์น้ำ&nbsp;รวมถึง&nbsp;ดำเนินการตามมาตรการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของกรมชลประทาน&nbsp;โดยเริ่มเพาะปลูกด้วยการใช้น้ำฝนเป็นหลักเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอและมีปริมาณน้ำในพื้นที่เพียงพอ&nbsp;แล้วให้รับน้ำเข้าพื้นที่เพื่อการอุปโภค-บริโภคและไม้ผลตามความจำเป็นและเหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีการควบคุมปริมาณน้ำเก็บไว้เหนือประตูระบายน้ำต่างๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมเจ้าท่า&nbsp;ขุดลอกแม่น้ำแม่จาง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;3,400&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในแหล่งน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตรและการอุปโภค-บริโภค&nbsp;และแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ส่วนศูนย์บรรเทาสาธารณภัย&nbsp;กรมการขนส่งทหารบก&nbsp;ของกองทัพไทย&nbsp;ได้จัดอากาศยานเครื่องบินลำเลียงแบบที่&nbsp;212&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;สนับสนุนภารกิจกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;1&nbsp;เที่ยวบิน&nbsp;ทำการโปรยสารทำฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;อ.ท่าตะโก&nbsp;และ&nbsp;อ.ไพศาลี&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524101847083"],
    [478,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524102225084"],
    [479,"รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาลดจุดความร้อน ที่เป็นต้นเหตุฝุ่นละออง PM 2.5 สี่เดือนแรกแก้ปัญหาลงได้ร้อยละ 53","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยแนวทางสำคัญคือ&nbsp;การลดจุดความร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Spot)&nbsp;&nbsp;ลดการเผาในที่โลงแจ้ง&nbsp;ซึ่งสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(Gistda)&nbsp;&nbsp;รายงานว่า&nbsp;เปรียบเทียบระหว่างช่วงเดือนมกราคม-&nbsp;เมษายนปีนี้&nbsp;กับปีที่ผ่านมา&nbsp;ทุกพื้นที่ของประเทศมีจุดความร้อนลดลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;53&nbsp;เป็นผลจากการทำงานอย่างบูรณาการระหว่างกระทรวง&nbsp;และความร่วมมือจากประชาชน&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดำเนินการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา&nbsp;รวม&nbsp;280&nbsp;เครือข่าย&nbsp;มีการดำเนินการหลากหลายแนวทางในการจัดการเศษวัสดุตามความเหมาะสมและบริบทของชุมชน&nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการจัดการเศษวัสดุ&nbsp;ซึ่งพื้นที่เกษตร&nbsp;มีจุดความร้อนสะสมลดลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;47</p><p><strong>กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;ออกมาตรการแก้ปัญหาการเผาอ้อยส่งโรงงาน</strong>&nbsp;หรือที่เรียกว่าอ้อยไฟไหม้&nbsp;โดยออกโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงาน&nbsp;&nbsp;อัตรา&nbsp;120&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;เป้าหมายอ้อยสดสัดส่วนร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของปริมาณอ้อย&nbsp;คาดการณ์ประมาณ&nbsp;&nbsp;70&nbsp;ล้านตัน&nbsp;หรือเป็นอ้อยสด&nbsp;56&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และมีมาตรการอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;หักเงินชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยไฟไหม้ตันละ&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;กำหนดโทษปรับโรงงานที่รับอ้อยไฟไหม้เกินเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;จัดหาเครื่องสางใบอ้อยให้เกษตรกรยืม&nbsp;เพื่ออำนวยสะดวกในการตัดอ้อยสด&nbsp;ส่งเสริมการรับซื้อใบอ้อย&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้และลดการเผาใบอ้อยหลังตัดและสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยกู้ยืมเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร</p><p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;ดำเนินโครงการชิงเก็บลดเผา&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อเก็บเชื้อเพลิง&nbsp;ใบไม้&nbsp;ใบหญ้าในป่า&nbsp;เพื่อไปแปรสภาพให้เกิดมูลค่า&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;เชื้อเพลิงขยะและมีเอกชนมารับซื้อ&nbsp;ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;สามารถทำได้เกินเป้า&nbsp;จากที่ตั้งเป้าเก็บเชื้อเพลิงจากพื้นที่ป่า&nbsp;เฉลี่ยจังหวัดละ&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;ปริมาณรวมเท่ากับ&nbsp;1,700&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งทำได้จริง&nbsp;2,250&nbsp;ตัน&nbsp;มากไปกว่านั้น&nbsp;ยังได้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า&nbsp;ครอบคลุมการประชาสัมพันธ์เชิงรุก&nbsp;จัดฝึกอบรมเสริมบทบาทชุมชน&nbsp;เครือข่ายภาคประชาชนและจิตอาสาเพื่อร่วมเป็นชุดปฏิบัติการระดับหมู่บ้านในการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวังและดับไฟป่า</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและขอบคุณทุกหน่วยงาน</strong>&nbsp;ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันจนเกิดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;ส่วนปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;ยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนในทุกด้านกับอาเซียน&nbsp;ที่ผ่านมาไทยถือได้ว่าเป็นผู้นำในการให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าแก่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524105517094"],
    [480,"อธิบดีกรมปศุสัตว์ เกาะติดสถานการณ์โรคลัมปี สกินในโคกระบือ ระดมพลสั่งดำเนินการ 5 มาตรการควบคุมเข้ม","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์และการควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคกระบือ&nbsp;ว่าได้สั่งการให้ปศุสัตว์จังหวัดดำเนินการตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมกับให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานควบคุมโรคท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;และเน้นย้ำการสื่อสารทำความเข้าใจแก่เกษตรกรในเรื่องการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรค&nbsp;รวมถึงการใช้วัคซีนภายในฟาร์มเนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&nbsp;และอาการของโรคที่ดูรุนแรงอาจทำให้เกษตรกรมีความตื่นตระหนก&nbsp;และกังวลใจ&nbsp;จึงต้องเร่งสื่อสารทำความเข้าใจให้ถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันพบการรายงานการเกิดโรคแล้ว&nbsp;35&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;สัตว์ป่วยจำนวน&nbsp;6,763&nbsp;ตัว&nbsp;ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตกและภาคใต้&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;กำหนดมาตรการควบคุมโรคคือ&nbsp;</strong>ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เป็นมาตรการที่สำคัญที่สุดเพื่อลดการแพร่กระจายของโรค&nbsp;กรณีมีความจำเป็นให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนดอย่างเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด&nbsp;เน้นการรู้โรคให้เร็ว&nbsp;ควบคุมได้ทัน&nbsp;โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรคเนื่องจากเป็นโรคที่มีแมลงเป็นพาหะนำโรค&nbsp;ขอให้เกษตรกรป้องกันโดยใช้สารกำจัดแมลงทั้งบนตัวสัตว์และบริเวณโดยรอบฟาร์ม&nbsp;ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคและในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียแก่เกษตรกร&nbsp;เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสไม่มียาที่ใช้ในการรักษาโดยตรง&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องรักษาตามอาการโดยแบ่งการรักษาเป็น&nbsp;4&nbsp;ระยะ&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;สัตว์ป่วยแสดงอาการมีไข้ให้ดำเนินการให้ยาลดไข้&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;เริ่มแสดงอาการตุ่มบนผิวหนัง&nbsp;ให้ยาลดการอักเสบ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ตุ่มบนผิวหนังมีการแตก&nbsp;หลุดลอก&nbsp;ให้ยารักษาแผลที่ผิวหนังร่วมกับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แผลที่ผิวหนังตกสะเก็ด&nbsp;ใช้ยารักษาแผลภายนอกจนกว่าจะหายดี&nbsp;และการใช้วัคซีนควบคุมโรค&nbsp;เนื่องจากโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย&nbsp;จึงยังไม่เคยมีการใช้วัคซีนในสัตว์สำหรับควบคุมและป้องกันโรคในประเทศมาก่อน&nbsp;ซึ่งการใช้วัคซีนมีความจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง&nbsp;และติดตามผลหลังการใช้อย่างใกล้ชิด</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;อยู่ระหว่างการนำเข้าวัคซีนเพื่อใช้ควบคุมโรคในพื้นที่เกิดโรค</strong>&nbsp;โดยที่&nbsp;lot&nbsp;แรกที่จะนำเข้ามาจำนวน&nbsp;60,000&nbsp;โดส&nbsp;ซึ่งการนำเข้าวัคซีนจะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;(อย.)&nbsp;เพื่อยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนที่จะใช้ในสัตว์&nbsp;และขอเน้นย้ำว่าการใช้วัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้โรคสงบได้&nbsp;ต้องดำเนินการตามมาตรการทั้งหมดที่กล่าวมา</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-24T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524104444088"],
    [481,"อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ปลื้มเกษตรกรและประชาชน รับชมการถ่ายทอดสด งานวันผึ้งโลก ครั้งที่ 4 ล้นหลาม ซึ่งงานนี้มุ่งเน้นให้รับรู้ถึงประโยชน์ของผึ้งผสมเกสร กระตุ้น และตระหนักให้เกิดการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยถึงการจัดกิจกรรมถ่ายทอดสด&nbsp;งานวันผึ้งโลก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนเข้าร่วมชมการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก&nbsp;สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;และเฟซบุ๊ก&nbsp;ประชาสัมพันธ์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;มากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นในธีม&nbsp;รักษ์ผึ้ง&nbsp;รักโลก&nbsp;และถือเป็นการจัดงานที่พิเศษกว่าทุกปี&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เพราะเป็นการจัดงานในรูปแบบออนไลน์&nbsp;โดยมีการถ่ายทอดสดให้เกษตรกรและผู้สนใจรับชมผ่าน&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปได้รับรู้ถึงคุณค่า&nbsp;ความสำคัญ&nbsp;ประโยชน์ของผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร&nbsp;เป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ผึ้งตามธรรมชาติ&nbsp;และสร้างความตระหนักถึงการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;และประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประโยชน์ของการต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;จากผึ้งและแมลงช่วยผสมเกสร&nbsp;ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยู่ในกระแสโลก&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการ<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ส่งเสริมการเกษตรที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อผู้ผลิต&nbsp;ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม</span>&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">โดยที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมการป้องกันและกําจัดศัตรูแบบผสมผสาน&nbsp;หรือ&nbsp;IPM&nbsp;การกําจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;เราจึงเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากผึ้งและแมลงผสมเกสร&nbsp;ซึ่งผึ้งนั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะบ่งชี้คุณภาพของระบบนิเวศด้วย&nbsp;บทบาทของผึ้ง&nbsp;และการเลี้ยงผึ้งจึงเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองต่อการผลิตอาหาร&nbsp;และยังเป็นการช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์ด้วย&nbsp;การจัดงานในครั้งนี้เนื่องจากอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดยมี</span>หน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมงานวันผึ้งโลกด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านแมลงเศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และจังหวัดชุมพร&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;อุตรดิตถ์&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;โดยการจัดงานจะเน้นให้มีการประชาสัมพันธ์&nbsp;และรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ผึ้งและแมลงผสมเกสร&nbsp;เป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกรและเครือข่ายในพื้นที่&nbsp;ในการใช้แมลงช่วยผสมเกสรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสวนไม้ผล&nbsp;และพืชไร่ชนิดต่างๆ&nbsp;การจัดกิจกรรมถ่ายทอดสดในครั้งนี้ยังได้มีการสาธิตการเลี้ยงและการจัดการรังผึ้งและชันโรงอย่างถูกวิธี&nbsp;และสาธิตการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากผึ้งชนิดต่างๆด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรและผู้สนใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากผึ้ง&nbsp;ความรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากผึ้ง&nbsp;การสาธิตการปรุงอาหารโดยใช้น้ำผึ้งเป็นวัตถุดิบหลัก&nbsp;โดยเชฟจาร์กัว&nbsp;ธีรวีร์&nbsp;ดิษยะไชยพงษ์&nbsp;สามารถย้อนชมการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก&nbsp;(Live)&nbsp;ได้ที่ลิงก์&nbsp;https://fb.watch/5C_HbvHwLh/&nbsp;หรือเข้าไปที่เฟซบุ๊ก&nbsp;สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;และหากสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งแท้&nbsp;และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้ง&nbsp;รวมถึงพันธุ์ผึ้งและอุปกรณ์การเลี้ยงผึ้งต่างๆ&nbsp;สามารถเข้าไปติดตามได้ที่&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.agriman.doae.go.th/homebee62/index.html\"&nbsp;target=\"_blank\">http://www.agriman.doae.go.th/homebee62/index.html</a>&nbsp;และตลาดเกษตรกรออนไลน์&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524111406113"],
    [482,"ผู้ประกอบการด้าน IoT platform เปิดตัวนวัตกรรม BearconCAM กล้องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะแบบไร้สัมผัส คัดกรองโรคโควิด-19","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ผู้ประกอบการด้าน&nbsp;IoT&nbsp;platform&nbsp;เปิดตัวนวัตกรรม&nbsp;BearconCAM&nbsp;กล้องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะแบบไร้สัมผัส&nbsp;คัดกรองโรคโควิด-19</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางศันสนีย์&nbsp;ฮวบสมบูรณ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี&nbsp;(BIC)&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี&nbsp;หรือ&nbsp;SUCCESS&nbsp;เป็นโครงการที่จะช่วยสร้างรากฐานให้ผู้ประกอบการด้าน&nbsp;ธุรกิจดิจิตัล&nbsp;ซอฟต์แวร์&nbsp;และไอซีที&nbsp;ทุกประเภท&nbsp;ผู้ประกอบการธุรกิจนาโนเทคโนโลยี&nbsp;เทคโนโลยีชีวภาพ&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;ให้สามารถเติบโต&nbsp;และขยายฐานลูกค้าได้อย่างมั่นคง&nbsp;ด้วยกระบวนการเรียนรู้&nbsp;การบ่มเพาะ&nbsp;และกลไกการสนับสนุนต่างๆ&nbsp;ซึ่งปีนี้&nbsp;ผู้ประกอบการสร้างรายได้กว่า&nbsp;750&nbsp;ล้านบาท&nbsp;มีมูลค่าการลงทุนเพิ่มกว่า&nbsp;147&nbsp;ล้านบาทและมีการจ้างงานเพิ่มกว่า&nbsp;190&nbsp;ราย&nbsp;หรือนับเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;49&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;นายภลลกร&nbsp;พิมพ์สุวรรณ&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;แบร์คอน&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;BearconCAM&nbsp;กล้องวัดอุณหภูมิอัจฉริยะแบบไร้สัมผัส&nbsp;สามารถตรวจวัดอุณหภูมิผ่านข้อมือโดยไม่สัมผัสอุปกรณ์มีระบบตรวจจับการใส่หน้ากากอนามัยพร้อมเสียงเตือน&nbsp;มีการเก็บประวัติใบหน้าอุณหภูมิ&nbsp;เวลาที่ตรวจวัดและพิกัดบริเวณที่ทำการตรวจวัดเพื่อนำข้อมูลไปใช้ภายหลังได้&nbsp;โดยจุดเด่นของ&nbsp;BearconCAM&nbsp;ยังสามารถตรวจวัดได้อย่างแม่นยำ&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;20-30&nbsp;คน/นาที&nbsp;โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บบนระบบ&nbsp;Cloud&nbsp;Server&nbsp;ซึ่งหน่วยงานสามารถมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์ได้ที่หน้า&nbsp;dashboard&nbsp;รวมถึงการเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้&nbsp;ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้&nbsp;เกิดจากการได้รับการบ่มเพาะและการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจจากโครงการ&nbsp;SUCCESS&nbsp;นอกจากนี้ยังสนับสนุนในเรื่องของการออกบูธและการประชาสัมพันธ์&nbsp;ซึ่งช่วยทำให้นวัตกรรมเป็นที่รู้จักและมีพื้นที่สื่อมากขึ้นด้วย</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ทั้งนี้ในปี&nbsp;2564&nbsp;โครงการ&nbsp;SUCCESS&nbsp;2021&nbsp;ร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยี&nbsp;และ&nbsp;Startup&nbsp;ได้รับโอกาสจับคู่ธุรกิจเพื่อต่อยอดเทคโนโลยีร่วมกับภาคเอกชนชั้นนำ&nbsp;และหน่วยงานวิจัยระดับแนวหน้า&nbsp;โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี&nbsp;หรือ&nbsp;SUCCESS&nbsp;2021&nbsp;(รุ่นที่&nbsp;19)&nbsp;ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่โทรศัพท์&nbsp;0&nbsp;2564&nbsp;7000&nbsp;ต่อ&nbsp;81493,&nbsp;081&nbsp;9131828&nbsp;&nbsp;</span></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524113439133"],
    [483,"ปศุสัตว์ยโสธรร่วมประชาสัมพันธ์จังหวัด ส่งเสริมปชช.ดื่มนมเพื่อสุขภาพในวันดื่มนมโลก หรือ World Milk Day ปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;นำโดย&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมกับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดและสื่อมวลชน&nbsp;จัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคนม&nbsp;เนื่องในโอกาสวันดื่มนมโลก&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Milk&nbsp;Day</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ(FAO)&nbsp;ได้กำหนดให้วันที่&nbsp;1&nbsp;มิ.ย.ของทุกปี&nbsp;เป็นวันดื่มนมโลก&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Milk&nbsp;Day&nbsp;เพื่อให้ประเทศสมาชิกและองค์กรต่างๆ&nbsp;ให้ความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้กำหนดแคมเปญว่า&nbsp;Enjoy&nbsp;Dairy&nbsp;มีคำขวัญว่า&nbsp;สร้างความสุข&nbsp;เสริมภูมิคุ้มกัน&nbsp;ดื่มนมทุกวัน&nbsp;ดื่มได้ทุกวัย&nbsp;บริโภคนมได้หลากหลายเมนู</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จากสถิติการบริโภคนมของคนไทย&nbsp;พบว่ามีการบริโภคนมเฉลี่ยเพียง&nbsp;18&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;หรือสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;แก้วเท่านั้น&nbsp;น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลกถึง&nbsp;6&nbsp;เท่า&nbsp;ซึ่งค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนทั่วโลกคือ&nbsp;113&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนเอเชียคือ&nbsp;66&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;คนยุโรป&nbsp;274&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;คนอเมริกาเหนือ&nbsp;237&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;และคนลาตินอเมริกา&nbsp;124&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้นประเทศไทยจึงตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการบริโภคนมของคนไทยจากเดิม&nbsp;18&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ให้เป็น&nbsp;25&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ภายในปี&nbsp;2569&nbsp;เพราะนมมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็ก&nbsp;และเป็นการเสริมสร้างพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงให้กับคนไทย&nbsp;เนื่องจากนมมีโปรตีน&nbsp;วิตามิน&nbsp;คาร์โบไฮเดรต&nbsp;ไขมัน&nbsp;เกลือแร่&nbsp;แคลเซียม&nbsp;และฟอสฟอรัส&nbsp;ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต&nbsp;ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ&nbsp;เสริมสร้างกระดูกและฟัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524113551134"],
    [484,"ประมงจังหวัดศรีสะเกษ กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ และกำหนดเครื่องมือ วิธีการทำการประมง เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ รักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกิตติพงษ์&nbsp;ลีลาศสง่างาม&nbsp;ประมงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยกรมประมงได้มีการกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;หรือวางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อนและกำหนดเครื่องมือ&nbsp;วิธีการทำการประมง&nbsp;และเงื่อนไขในการทำการประมง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยห้ามทำการประมงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลชีววิทยาของสัตว์น้ำจืด&nbsp;ข้อมูลปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย&nbsp;ปริมาณน้ำท่า&nbsp;และข้อมูลด้านการประมงที่เป็นปัจจุบัน&nbsp;เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ&nbsp;รักษาทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืนตามหลักการป้องกันล่วงหน้า&nbsp;และเพื่อเป็นการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;หรือวางไข่เพื่อบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ&nbsp;รักษาทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;และระบบนิเวศไว้อย่างยั่งยืนตามหลักการป้องกันล่วงหน้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประมงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จึงกำหนดแนวทางการปฏิบัติสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และชาวประมง&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ยกเว้นกรณีทำการประมงโดยใช้เบ็ดทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นเบ็ดราว&nbsp;เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชาก&nbsp;หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน&nbsp;,&nbsp;การทำการประมงโดยใช้ตะแกรง&nbsp;สวิง&nbsp;ช้อน&nbsp;ยอ&nbsp;และชนาง&nbsp;ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดาตั้งแต่สามเครื่องมือขึ้นไป,&nbsp;การทำการประมงโดยใช้สุ่ม&nbsp;ฉมวก&nbsp;ส้อม,&nbsp;การทำการประมงโดยใช้ไช&nbsp;ตุ้ม&nbsp;อีจู้&nbsp;ลัน,&nbsp;การทำการประมงโดยใช้แหที่มีความลึกไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;ศอก&nbsp;(3&nbsp;เมตร)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่&nbsp;5,000&nbsp;-&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง&nbsp;แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า&nbsp;ตามพระราชกำหนดการประมง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;มาตรา&nbsp;138&nbsp;ติดต่อสอบเพิ่มเติมข้อมูลได้ที่&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โทร&nbsp;045611939&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524114942142"],
    [485,"จ.นครพนม เร่งปศุสัตว์แก้ไขด่วน โรคระบาด โรคลัมปี สกินในวงกว้าง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(80,&nbsp;77,&nbsp;77);\">นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมลงนามประกาศจังหวัดนครพนม&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดเขตโรคระบาด&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ในท้องที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลมหาชัย&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลนามะเขือ&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลโพธิ์ตาก&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลท่าบ่อสงคราม&nbsp;อำเภอศรีสงคราม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;พบโคเนื้อป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติ&nbsp;โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังท้องที่อำเภอ&nbsp;และจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ได้&nbsp;จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(80,&nbsp;77,&nbsp;77);\">จากการสอบสวนโรคเบื้องต้นสาเหตุการเกิดโรค&nbsp;มาจากการนำเข้าโคเนื้อมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่&nbsp;โดยเป็นโคเนื้อที่อาจมีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินการควบคุมโรคเพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกร&nbsp;และเฝ้าระวังโรคในจังหวัดเคียงข้าง&nbsp;แต่ก็กั้นไม่อยู่โรคได้แพร่ระบาดใหญ่จนเป็นวงกว้าง</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(80,&nbsp;77,&nbsp;77);\">ด้านนายบัญชา&nbsp;ศรีชาหลวง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.พิมาน&nbsp;อ.นาแก&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;หลังลงพื้นที่ตรวจสอบรับทราบปัญหา&nbsp;พบว่ามีเกษตรกรที่เลี้ยงโคกระบือในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคระบาดลัมปีสกิน&nbsp;เป็นเชื้อโรคไวรัสสายพันธุ์ใหม่&nbsp;ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรอย่างมาก&nbsp;อยากให้หน่วยงานปศุสัตว์และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้ามาดูแลแก้ไข&nbsp;ช่วยเหลือหาทางป้องกันอย่างจริงจัง&nbsp;อย่างไรก็ตามทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;จะได้ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งมาดูแลแก้ไข&nbsp;และพร้อมให้การสนับสนุนในส่วนที่สามารถดูแลช่วยเหลือได้&nbsp;แต่ยังมีปัญหาเรื่องขาดบุคคลากรเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่มีความรู้เรื่องสัตวบาล&nbsp;รวมถึงการให้วัคซีนและความรู้การดูแลป้องกัน&nbsp;ต้องอาศัยหน่วยงานปศุสัตว์&nbsp;เข้ามาดูแลจริงจัง&nbsp;อีกทั้งยังขาดแคลนเรื่องงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจะได้เร่งประสานหาทางช่วยเหลือเร่งด่วน&nbsp;</span></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524123003164"],
    [486,"คพ.เร่งส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้มุ่งมั่นเดินหน้านโยบายส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนเพื่อตอบสนองนโยบาย&nbsp;การพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมร่วมกับหลายภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์การมหาชน&nbsp;มหาวิทยาลัย&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ควบคู่กับส่งเสริมให้ภาคผู้ผลิตและผู้ประกอบการมีการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมุ่งเน้นฐานการผลิตสินค้าภาคอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คพ.&nbsp;ได้ดำเนินงานด้านเชิงนโยบายการขับเคลื่อนภาคการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเสริมการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;แล้วร่วมกับกรมบัญชีกลางจัดทำกฎกระทรวงการคลังเรื่องกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน&nbsp;(ลงประกาศราชกิจจานุเบกษา&nbsp;22&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563)&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามระเบียบราชการ&nbsp;และผู้ผลิตมีความมั่นใจพัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นไปตามเกณฑ์ข้อกำหนดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ&nbsp;คพ.&nbsp;ซึ่งปี&nbsp;2563&nbsp;มีเกณฑ์ข้อกำหนดสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;36&nbsp;ประเภท&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องถ่ายเอกสาร&nbsp;สีทาอาคาร&nbsp;ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์และปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก&nbsp;เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต&nbsp;ฉนวนกันความร้อน&nbsp;รถยนต์&nbsp;น้ำมัน&nbsp;จำนวนสินค้าในฐานข้อมูล&nbsp;1,423&nbsp;รายการ&nbsp;ดูรายละเอียดสินค้าได้จาก&nbsp;http://gp.pcd.go.th/</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การเดินหน้าส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;และเป็นแนวทางรวบรวมข้อมูลปริมาณการบริโภค&nbsp;จำหน่ายสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำหรับใช้คำนวณปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาพรวมของประเทศ</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524123550169"],
    [487,"จ.นครพนม ค่าฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มลดลงสมกับเป็นเมืองน่าอยู่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;(เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.)&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;16&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;PM10&nbsp;,&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์,&nbsp;ซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับค่าโอโซน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี&nbsp;ทำให้ค่าคุณภาพอากาศโดยรวม&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพอากาศดี&nbsp;มีจุดความร้อนขนาดใหญ่&nbsp;(Hotspot)&nbsp;จากการเผาไหม้ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;(ข้อมูลวันที่&nbsp;23&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ความเร็วลม&nbsp;2&nbsp;กม./ชม.&nbsp;จากทิศตะวันเหนือ&nbsp;(เวลา&nbsp;09.00&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;มีค่าต่ำ&nbsp;และมีแนวโน้มลดลงได้อีก</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524141309243"],
    [488,"จังหวัดพิษณุโลก  ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ หลังพบพบการระบาดของ เชื้อลัมปีสกินในพื้นที่ 2 อำเภอ สั่งห้ามเคลื่อนย้ายโค กระบือ หรือซากออกนอกเขตฯ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;น.สพ.&nbsp;สุริพล&nbsp;มาบุญช่วย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำหรับสถานการณ์โรคลัมปีสกิน&nbsp;ตอนนี้พบในพื้นที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;เริ่มพบครั้งแรกเมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่อำเภอนครไทย&nbsp;และต่อมาวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;พบที่อำเภอชาติตระการ&nbsp;ขณะนี้ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;2&nbsp;อำเภอพบการระบาดของเชื้อ&nbsp;ลัมปีสกิน&nbsp;ในโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;80&nbsp;&nbsp;ตัว&nbsp;จากข้อมูลเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;มีเกษตรกรเลี้ยงโคประมาณ&nbsp;60,000&nbsp;ตัวและกระบืออีกประมาณ&nbsp;40,000&nbsp;ตัว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกรงจะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง&nbsp;จึงต้องมีมาตรการเชิงรุกในการควบคุม&nbsp;ป้องกันในพื้นที่ล่าสุดวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดพิษณุโลกได้ประกาศกำหนดเขตโรคระบาด&nbsp;ชนิดโรค&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ห้ามการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;ภายในท้องที่&nbsp;ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตําบล&nbsp;ทุกอําเภอ&nbsp;และห้ามการเคลื่อนย้ายเข้า-ออกในเขตพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;เพื่อให้สามารถควบคุมและป้องกันโรค&nbsp;ได้ดียิ่งชึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลกยังได้กล่าวเน้นย้ำว่า&nbsp;โรคดังกล่าวไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;หากสัตว์ป่วยด้วยโรคนี้&nbsp;สามารถรักษาให้หายได้&nbsp;แต่จะเกิดลักษณะของแผล&nbsp;เป็นตุ่มนูน&nbsp;เป็นหลุม&nbsp;เป็นบ่อ&nbsp;&nbsp;สำหรับเนื้อสัตว์สามารถบริโภคได้แต่ไม่แนะนำให้บริโภค&nbsp;ขณะนี้ได้เร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมแนะนำวิธีการควบคุมป้องกันโรคที่เหมาะสม&nbsp;และการสังเกตอาการสัตว์ป่วยที่ถูกต้อง&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการรายงานโรคของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงมอบหมายให้อาสาปศุสัตว์ประจำหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;เข้าตรวจสอบสัตว์ป่วยและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาอย่างทันท่วงที&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135203207"],
    [489,"กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปี www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com เล็งมอบโปรโมชันพิเศษตอบแทนลูกค้า","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคการเกษตร&nbsp;รวมทั้งแนวโน้มของผู้บริโภคที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น&nbsp;เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทาง&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมองเห็นโอกาสดังกล่าว&nbsp;จึงจัดทำเว็บไซต์&nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ขึ้น&nbsp;เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;เมษายน&nbsp;2563&nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำสินค้าเกษตรคุณภาพดี&nbsp;ผลงานของเกษตรกรตัวจริง&nbsp;ภายใต้สโลแกน&nbsp;เกษตรกรจริงจริง&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&nbsp;เพียงคุณสั่ง&nbsp;เราพร้อมส่ง&nbsp;ซึ่งสอดรับกับนโยบายตลาดนำการผลิตของนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาดและมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน&nbsp;เพื่อประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น&nbsp;มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันเว็บไซต์&nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการมาครบรอบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;มียอดจำหน่ายรวมกว่า&nbsp;207&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นสินค้าคุณภาพดีเกรดพรีเมียม&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;กลุ่มชนิดสินค้า&nbsp;774&nbsp;รายการ&nbsp;เกษตรกรสมาชิก&nbsp;575&nbsp;ราย&nbsp;โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายดีสูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม&nbsp;ยอดขายรวม&nbsp;7.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สินค้าที่มียอดขายสูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวแตนสมุนไพร&nbsp;&nbsp;ข้าวแตนพันหน้า&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;กล้วยเส้นทรงเครื่อง&nbsp;Nawati&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และปลาสลิดแดดเดียว&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;กลุ่มผลไม้&nbsp;(สด)&nbsp;ยอดขายรวมกว่า&nbsp;2.4&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สินค้าที่มียอดขายสูงสุด&nbsp;3&nbsp;อันดับแรก&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เมล่อน&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และสับปะรด&nbsp;จังหวัดนครพนม</p><p><strong>สำหรับในโอกาสที่เว็บไซต์&nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com</strong>&nbsp;ดำเนินงานมาครบรอบ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงจัดกิจกรรม&nbsp;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ฉลองครบรอบปี&nbsp;มอบโปรโมชันพิเศษให้คนไทย&nbsp;จากใจเกษตรกร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1-30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;นำสินค้าราคาพิเศษและของแถมถูกใจจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ร่วมจัดโปรโมชัน&nbsp;เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้า&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวสารหอมมะลิแดง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ลดราคา&nbsp;25&nbsp;%&nbsp;พร้อมส่งฟรีทั่วไทย&nbsp;น้ำปลาหวานต้นหอม&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ลดราคา&nbsp;20%&nbsp;พร้อมส่งฟรี&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชาใบข้าวออร์แกนิค&nbsp;บ้านไร่ต้นฝัน&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ลดราคา&nbsp;10&nbsp;%&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานงานกับบริษัทขนส่งที่เป็นภาคี&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด,&nbsp;บริษัท&nbsp;เคอรี่&nbsp;เอ็กซ์เพรส&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ปอลอ&nbsp;เอ็กซ์เพรส&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมจัดกิจกรรมด้วยการมอบส่วนลดค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งให้กับเกษตรกรผู้ผลิต&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524140401221"],
    [490,"จังหวัดมหาสารคาม ส่งมอบบ่อน้ำโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ สนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;23&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ที่บ้านโนนแดง&nbsp;ต.โนนแดง&nbsp;อ.บรบือ&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานส่งมอบบ่อน้ำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;และสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายจัดทำ&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;มีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่โครงการ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชูเกียรติ&nbsp;คำโสภา&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินมหาสารคาม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายจัดทำ&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาการว่างงาน&nbsp;ลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานภาคการเกษตรกรรมไปสู่ภาคอื่นๆ&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในท้องถิ่น&nbsp;มีความมั่นคงในการเป็นแหล่งผลิตอาหาร&nbsp;มีทางเลือก&nbsp;มีอาหาร&nbsp;มีอาชีพ&nbsp;มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;มีความอบอุ่นจากครอบครัว&nbsp;และมีความสุขตามวิถีชีวิตพอเพียงก็จะเกิดขึ้นกับชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นวิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนด้วยศาสตร์พระราชา&nbsp;เพื่อมุ่งสู่ระบบเกษตรที่ยั่งยืน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ซึ่งภายในงาน&nbsp;มีกิจกรรมส่งมอบบ่อน้ำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;&nbsp;การมอบปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการ&nbsp;และยังได้ร่วมกันปลูกหญ้าแฝกรอบบ่อน้ำโครงการฯ&nbsp;ด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โครงการดังกล่าว&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยการขุดสระเก็บน้ำ&nbsp;เพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำฝนหรือน้ำซับที่ไหลออกจากดิน&nbsp;และนำดินที่ได้จากการขุดบ่อมาปรับเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืช&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;และใช้ประโยชน์อื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่เข้าร่วมโครงการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ในรอบที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;708&nbsp;คน&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ในการสนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ&nbsp;ทำให้เกิดการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ที่สามารถขับเคลื่อนแบบบูรณาการ&nbsp;สู่การพัฒนาให้เกษตรกร&nbsp;มีคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524140552225"],
    [491,"ก.อว.จัดกิจกรรมพิเศษ U2T ก้าวต่อไป สู้ภัยโควิด ปรับบทบาท 6 หมื่นคนที่ได้รับการจ้างงานใน 3,000 ตำบล ร่วมเป็นกองหนุนรัฐบาลให้ชุมชน เคลียร์เชื้อร้ายรณรงค์เร่งฉีดวัคซีน ","<p><strong>ก.อว.จัดกิจกรรมพิเศษ&nbsp;U2T&nbsp;ก้าวต่อไป&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;ปรับบทบาท&nbsp;6&nbsp;หมื่นคนที่ได้รับการจ้างงานใน&nbsp;3,000&nbsp;ตำบล&nbsp;ร่วมเป็นกองหนุนรัฐบาลให้ชุมชน&nbsp;เคลียร์เชื้อร้ายรณรงค์เร่งฉีดวัคซีน&nbsp;เป้าหมายแรกเริ่มที่โรงเรียนรับเปิดเทอม&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.ต้องปลอดภัย&nbsp;พร้อมลงพื้นที่&nbsp;โรงเรียนวัดเขาพระ&nbsp;จ.นครนายก&nbsp;29&nbsp;พ.ค.นี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม(อว.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้&nbsp;อว.ได้ปรับแผนการทำงานของผู้ได้รับการจ้างงานโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล&nbsp;สร้างรากแก้วให้ประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;U2T&nbsp;ใหม่&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;โดยระหว่างวันที่&nbsp;23&nbsp;&nbsp;31&nbsp;พ.ค.นี้&nbsp;จัดกิจกรรมพิเศษ&nbsp;U2T&nbsp;Covid&nbsp;week&nbsp;ก้าวต่อไป&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;ทั้ง&nbsp;3,000&nbsp;ตำบลทั่วประเทศที่ผู้ได้รับการจ้างงาน&nbsp;6&nbsp;หมื่นคนปฏิบัติงานอยู่&nbsp;เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนชุมชนและณรงค์การสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดวัคซีนผ่าน&nbsp;2&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;คือ&nbsp;กิจกรรมเชิงรุก&nbsp;รุกคลีนพื้นที่&nbsp;เคลียร์เชื้อร้าย&nbsp;สร้างความปลอดภัยให้ชุมชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรงเรียนจะเป็นสถานที่แรก&nbsp;ที่จะเริ่มปฎิบัติภารกิจ&nbsp;เนื่องจากจะเปิดเรียนวันที่&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.นี้&nbsp;เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเรียน&nbsp;ผู้ปกครองและครู//&nbsp;ส่วนกิจกรมเชิงรับ&nbsp;รวมพลังฉีดวัคซีน&nbsp;หยุดเชื้อเพื่อชาติ&nbsp;ลดการระบาดของโรค&nbsp;เร่งสำรวจคนในชุมชนในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;คนที่มีโรคประจำตัว&nbsp;สร้างความมั่นใจและอำนวยความสะดวกให้คนกลุ่มนี้และคนในชุมชนได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชน&nbsp;เพื่อให้ชุมชนกลับมามีชีวิตอย่างปกติในเร็ววัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ได้รับการจ้างงาน&nbsp;6&nbsp;หมื่นคนในโครงการ&nbsp;U2T&nbsp;จะต้องช่วยกันวางแผน&nbsp;กำหนดรูปแบบเพื่อลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือและตลอดทั้งสัปดาห์ของกิจกรรมพิเศษ&nbsp;U2T&nbsp;Covid&nbsp;week&nbsp;ก้าวต่อไป&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;ยังสามารถร่วมสนุกกับเวปไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://u2t.ac.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">U2T.ac.th</a>&nbsp;ส่งภาพถ่ายหรือแชร์ประสบการณ์ท้าทายมาร่วมสนุกได้ในกิจกรรมชาเล้นท์&nbsp;โดยวันที่&nbsp;29&nbsp;พ.ค.นี้&nbsp;จะนำผู้บริหาร&nbsp;อว.ลงพื้นที่ที่โรงเรียนวัดเขาพระ&nbsp;ต.เขาพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครนายก&nbsp;ด้วย</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524135932214"],
    [492,"มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออินทผลัมจากหน่อข้างพันธุ์ดี","<p><strong>ผศ.ดร.พีระศักดิ์&nbsp;ฉายประสาท</strong>&nbsp;คณบดีคณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อินทผลัม&nbsp;เป็นพืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี&nbsp;หากมีการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทย&nbsp;ต้องนำเข้าตันพันธุ์อินทผลัมจากแลปเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างประเทศ&nbsp;จึงทำให้ราคาสูงและราคาเพิ่มขึ้นทุกปี&nbsp;ขณะเดียวกันนักวิจัยในประเทศ&nbsp;มีองค์ความรู้และมีฝีมือไม่แพ้นักวิจัยต่างประเทศ&nbsp;ถึงแม้จะมีประสบการณ์ไม่มากเท่ากับนักวิจัยในต่างประเทศก็ตาม&nbsp;ในอนาคตประเทศไทย&nbsp;ก็หวังจะเป็นผู้ผลิตต้นพันธุ์อินทผลัมที่สำคัญในภูมิภาคนี้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ทำการวิจัยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชชนิดอื่นๆ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;มะพร้าวน้ำหอมก้นจีน&nbsp;อ้อยปลอดโรคใบขาว&nbsp;กล้วยไม้สกุลต่างๆ&nbsp;กัญชงและสตรอว์เบอร์รี&nbsp;คณะเกษตรศาสตร์&nbsp;ทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;มีความมุ่งมั่นที่จะทำการศึกษาวิจัยและนำองค์ความรู้ไปใช้ในการพัฒนาประเทศ&nbsp;ได้นำองค์ความรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนของคณะฯ&nbsp;เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทักษะการปฏิบัติงาน&nbsp;มีความรอบรู้&nbsp;ทันต่อเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของโลกและที่สำคัญบัณฑิตจะต้องเป็นที่ต้องการของผู้ใช้บัณฑิตด้วย</p><p><strong>นายนพรัตน์&nbsp;อินถา&nbsp;นักวิจัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออินทผลัมเพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ดีเพศเมีย&nbsp;จะต้องนำหน่อข้างหรือช่อดอกมาเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อ&nbsp;หรือเลี้ยงในอาหารสังเคราะห์&nbsp;เพื่อชักนำให้เกิดแคลลัส&nbsp;(callus)&nbsp;จากนั้น&nbsp;จึงชักนำให้เป็นต้นอ่อนขนาดเล็ก&nbsp;จากนั้นชักนำให้เกิดรากและเลี้ยงจนได้ต้นอ่อนที่ใบและรากที่สมบูรณ์&nbsp;ใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จึงย้ายออกจากขวดหรือหลอดทดลอง&nbsp;แล้วนำไปปลูกอนุบาลในโรงเรือนอนุบาลพืช&nbsp;อีกประมาณ&nbsp;&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;จึงจะนำไปปลูกในแปลงปลูกได้&nbsp;แต่หากต้องการต้นพันธุ์จำนวนมากก็ต้องใช้ระยะเวลามากขึ้นไปตามจำนวนต้นพันธุ์ที่ต้องการ&nbsp;แต่ทั้งนี้ไม่ควรเพาะเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อเป็นระยะเวลานาน&nbsp;หรือไม่ควรนำแคลลัสไปเพิ่มปริมาณหลายรอบ&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรมอันเนื่องมาจากการโคลนได้&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524140705228"],
    [493,"สวท.ภูเก็ต บูรณาการร่วมกับ ปภ.เขต 18 ประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ในการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษี เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นตำบลรัษฎาอย่างยั่งยืน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(สวท.ภูเก็ต)&nbsp;นายประพันธ์&nbsp;ขันพระแสง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;ร่วมกับนายโสภณ&nbsp;เคี่ยมการ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษี&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ธนารักษ์ในการดูแลรับผิดชอบของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เนื่องจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้ขอความอนุเคราะห์บูรณาการร่วมกับจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ผ่านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;สนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษี&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมทำคันกั้นน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่หน้าห้างซุปเปอร์ชีป&nbsp;และพื้นที่ลักกงษี&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลรัษฎา&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;ในช่วงของฤดูฝนที่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซาก&nbsp;ยากต่อการแก้ไขปัญหา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;จึงเล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลรัษฎาอย่างยั่งยืน&nbsp;จึงบูรณาการร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;โดยการดำเนินการขุดลอกขุมน้ำชุมชนลักกงษีในครั้งนี้&nbsp;จะดำเนินการในรูปแบบของแก้มลิงเล็ก&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่รองรับน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;และเป็นพื้นที่แหล่งน้ำในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในช่วงหน้าแล้งให้กับพื้นที่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จบริเวณขุมน้ำชุมชนลักกงษี&nbsp;จะสามารถเป็นพื้นที่รองรับน้ำเพิ่มจากเดิมอีก&nbsp;30,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ในเนื้อที่กว่า&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;โดยในที่ประชุมผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณพื้นที่โดยรอบ&nbsp;ยินดีให้ความร่วมมือในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว&nbsp;เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาให้กับพื้นที่&nbsp;และเป็นการพัฒนาพื้นที่ให้มีความสวยงามและน่าอยู่มากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524142057255"],
    [494,"พบขยะเข้าสู่ระบบของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร อบจ.ลำปาง ช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 100 ตันต่อวัน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;เข้าติดตามและประเมินผลสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ทั้งนี้จากสถานการณ์โรคระบาด&nbsp;Covid-19&nbsp;ระหว่างเดือน&nbsp;เม.ย.-พ.ค.&nbsp;64&nbsp;พบว่าในเดือน&nbsp;เม.ย.64&nbsp;มีขยะเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;100&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;สามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลได้ประมาณ&nbsp;3&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;ในส่วนของระบบฝังกลบคาดว่าจะเต็มภายใน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;โดยได้มีการวางแผนเปิดบ่อใหม่เพื่อรองรับขยะ&nbsp;นอกจากนี้พบว่าเครื่องจักรเริ่มชำรุดตามอายุการใช้งาน&nbsp;และระบบบำบัดน้ำเสียอยู่ระหว่างการปรับปรุง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำในการดำเนินการเพื่อให้ระบบจัดการขยะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524144527279"],
    [495,"จ.ศรีสะเกษ ออกประกาศกำหนดให้ทุกท้องที่เป็นเขตควบคุมการแพร่กระจายโรคระบาดชนิดโรคลัมปี สกิน เพื่อควบคุมโรคและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลงนาม&nbsp;ประกาศจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เรื่องกำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;กระบือตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ด้วยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้ตรวจสอบพบการรายงานการเกิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease)&nbsp;ในโคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;กระบือ&nbsp;อย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะแพร่กระจายไปในวงกว้างซึ่งพาหะหลักคือ&nbsp;แมลงดูดเลือด&nbsp;ยุง&nbsp;เห็บ&nbsp;เหลือบและแมลงวัน&nbsp;เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตร์กรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมแก้ปัญหาการแพร่ระบาดให้สงบลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดและแพร่กระจายโรคลัมปี&nbsp;สกิน(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease)ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;อีกทั้งเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้สงบอย่างรวดเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้กำหนดให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นเขตโรคระบาดชนิดโรค&nbsp;ลัมปีสกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;disease)&nbsp;ชนิดสัตว์ควบคุม&nbsp;โคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;และกระบือ&nbsp;โดยเจ้าของสัตว์หรือซากสัตว์&nbsp;ต้องปฏิบัติ&nbsp;ดังนี้&nbsp;ให้เจ้าของสัตว์แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;สารวัตร&nbsp;หรือสัตวแพทย์ภายใน&nbsp;12&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;นับแต่เวลาที่ทราบว่าสัตว์ป่วยหรือตาย&nbsp;เมื่อมีสัตว์ป่วยหรือตายโดยรู้ว่าเป็นโรคระบาด&nbsp;มีสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่รู้สาเหตุ&nbsp;และในหมู่บ้านเดียวกัน&nbsp;หรือบริเวณใกล้เคียงกัน&nbsp;มีสัตว์ป่วยหรือตายมีอาการคล้ายคลึงกันในระยะเวลาห่างกันไม่เกินเจ็ดวัน&nbsp;และต้องกักขัง&nbsp;แยก&nbsp;หรือย้ายสัตว์ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย&nbsp;หรือย้ายสัตว์ที่อยู่ร่วมฝูงหรือเคยอยู่ร่วมฝูงกับสัตว์ที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยหรือตายไว้ในเขตตามวิธีที่กำหนด&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโคนม&nbsp;โคเนื้อและกระบือ&nbsp;หรือซากสัตว์ดังกล่าวเข้า-ออก&nbsp;หรือผ่านในเขตนั้นเว้นแต่ใด้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์&nbsp;ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายเจ้าของสัตว์&nbsp;ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตว์แพทย์ทุกประการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติหรือคำสั่ง&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี&nbsp;หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ประกาศ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524154753328"],
    [496,"เกษตรปลื้ม ปีแรกของเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ทำยอดขายรวมทะลุ 200 ล้านบาท พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษตอบแทนลูกค้าจากใจเกษตรกร ตลอดเดือนมิถุนายนนี้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร</strong> กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคการเกษตร รวมทั้งแนวโน้มของผู้บริโภคที่นิยมสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากข้อจำกัดในการเดินทาง กรมส่งเสริมการเกษตรมองเห็นโอกาสดังกล่าว จึงจัดทำเว็บไซต์ ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ขึ้น เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 เพื่อเป็นสื่อกลางในการนำสินค้าเกษตรคุณภาพดี ผลงานของเกษตรกรตัวจริง ภายใต้สโลแกน เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย เพียงคุณสั่ง เราพร้อมส่ง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรายย่อย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร Smart Farmer (SF) Young Smart Farmer (YSF) กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน และองค์กรเกษตรกรอื่น ๆ จากทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ถึงมือผู้บริโภค สอดรับกับนโยบายตลาดนำการผลิตของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน เพื่อประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้น มีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมกับสินค้า และกลุ่มผู้บริโภค&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันเว็บไซต์ <strong>ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com </strong>ได้ดำเนินการมาครบรอบ 1 ปี มียอดจำหน่ายรวม ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 จำนวนกว่า 207.8 ล้านบาท เป็นสินค้าคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม จำนวน 9 กลุ่มชนิดสินค้า 774 รายการ เกษตรกรสมาชิก 575 ราย โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายดีสูงสุด 3 อันดับแรก ในช่วงเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา ได้แก่ </p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>1) กลุ่มอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ยอดขายรวม 7.9 ล้านบาท</strong> สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวแตนสมุนไพร / ข้าวแตนพันหน้า จังหวัดขอนแก่น กล้วยเส้นทรงเครื่อง Nawati จังหวัดปัตตานี และปลาสลิดแดดเดียว จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>2) กลุ่มผลไม้ (สด) ยอดขายรวมกว่า 2.4 ล้านบาท</strong> สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดขอนแก่น เมล่อน จังหวัดพิษณุโลก และสับปะรด จังหวัดนครพนม และ 3) กลุ่มข้าวและธัญพืช ยอดขายรวมกว่า 2.2 ล้านบาท สินค้าที่มียอดขายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ข้าวสิริมณีไรซ์ จังหวัดพิษณุโลก ข้าวฮางยอดทิพย์ จังหวัดหนองบัวลำภู&nbsp;และข้าวอินทรีย์ จังหวัดนครพนม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในโอกาสที่เว็บไซต์ ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ดำเนินงานมาครบรอบ 1 ปี</strong> กรมส่งเสริมการเกษตรจึงจัดกิจกรรม <strong><u>ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ฉลองครบรอบปี มอบโปรโมชั่นพิเศษให้คนไทย จากใจเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2564</u></strong> เพื่อฉลองความสำเร็จของเว็บไซต์ฯ พบกับสินค้าราคาพิเศษ และของแถมถูกใจจากเกษตรกรผู้ผลิตที่ร่วมจัดโปรโมชั่น&nbsp;เป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้า เช่น ข้าวสารหอมมะลิแดง จังหวัดนครสวรรค์ ลดราคา 25 % พร้อมส่งฟรีทั่วไทย&nbsp;น้ำปลาหวานต้นหอม จังหวัดสมุทรปราการ ลดราคา 20% พร้อมส่งฟรี ผลิตภัณฑ์ชาใบข้าวออร์แกนิค บ้านไร่ต้นฝัน จังหวัดแพร่ ลดราคา 10 % เป็นต้น </p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานงานกับบริษัทขนส่งที่เป็นภาคี </strong>ได้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปอลอ เอ็กซ์เพรส จำกัด ร่วมจัดกิจกรรมด้วยการมอบส่วนลดค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งให้กับเกษตรกรผู้ผลิต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้รับทราบข่าวดีจากเกษตรกรที่จำหน่ายผลผลิตบนเว็บไซต์ อาทิ <strong>นายสุชาติ พัดน้อย Smart Farmer เจ้าของสวนกระท้อนลุงสุวรรณ ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จำหน่ายกระท้อนหวานปุยฝ้าย</strong> เป็นสินค้า GI สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดลพบุรี สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาดี และมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกิจกรรมจัดโปรโมชั่น ลดราคา 10% สำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก เพียงแจ้งว่ามาจากเว็ปไซต์ \"ตลาดเกษตรกรออนไลน์ กรมส่งเสริมการเกษตร\" เท่านั้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ไม่เพียงแค่นั้น <strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่ ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์</strong> จำหน่ายสินค้ามะขามหวานไร้เมล็ด \"ภูขาม\" ซึ่งผลิตจากมะขามหวานเพชรบูรณ์ พันธุ์ศรีชมภู ผลิตสินค้าคุณภาพดีจนลูกค้าติดใจ สั่งซื้อมะขามหวานไร้เมล็ดจากทางกลุ่มเพิ่มจำนวน 2,400 กล่อง และยังสั่งซื้อมะขามเปียกเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งด้วย รวมออร์เดอร์เดียวสามารถสร้างรายได้ให้กับทางกลุ่มเป็นเงินกว่า 3.8 แสนบาท ซึ่งผลสำเร็จของเกษตรกรดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเลือกซื้อหาสินค้าเกษตรคุณภาพพรีเมี่ยม ฝีมือเกษตรกรตัวจริง ราคายุติธรรม ส่งตรงถึงบ้านท่านโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทาง www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com โดยเฉพาะช่วงวันที่ 1  30 มิถุนายน 2564 พบกับโปรโมชั่นพิเศษขอบคุณลูกค้า จากใจเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า</strong> กรมส่งเสริมการเกษตร ยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการเว็บไซต์ ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com อย่างต่อเนื่องทุกด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาเกษตรกร เพื่อพัฒนาให้เกษตรกรเป็นผู้ค้าออนไลน์ มีการส่งเสริมองค์ความรู้และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้กับเกษตรกรมากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ด้านการพัฒนาสินค้า มีการคัดสรรสินค้าเกษตรคุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม ที่ได้รับรองคุณภาพมาตรฐานเข้ามาร่วมจำหน่าย และมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรลงพื้นที่ไปพัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ ตลอดจนการแปรรูป และบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ด้านการพัฒนาการให้บริการ กรมส่งเสริมการเกษตรมีการติดตามและประเมินผล เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่พบ และได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรจะมีคณะทำงานระดับจังหวัดลงพื้นที่ไปตรวจสอบคุณภาพผลผลิตต้องได้รับการรับรองคุณภาพ มีมาตรฐาน เพื่อการจําหน่ายแบบ online ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าให้กับผู้บริโภค&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังมีการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้ทั้งทางมือถือและคอมพิวเตอร์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น ทั้งการจัดหมวดหมู่ จำแนกประเภทสินค้า ตลอดจนสินค้าใหม่ สินค้าแนะนำต่าง ๆ เมื่อคลิ๊กเข้าไปก็จะมีรายละเอียดและข้อมูลการติดต่อเกษตรกรผู้ขายที่ครบถ้วน ชัดเจน&nbsp;สะดวกสบาย รองรับการใช้งานอีกด้วย</p><p><br></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524145136284"],
    [497,"สู้ภัยโควิด อลงกรณ์ลงพื้นที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรท่ายาง-บ้านลาด ระดมพลคนเกษตรร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนขยายเศรษฐกิจการค้าด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์เพิ่มยอดขายขยายการค้าช่วยเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  </strong>เปิดเผยวันนี้ (24 พ.ค.) ว่า ภายใต้ข้อสั่งการของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทีมเกษตรเพชรบุรีได้เริ่มเดินหน้า <strong>เพชรบุรีโมเดล </strong>ด้วย ยุทธศาสตร์&nbsp;&nbsp;<strong>1 ปิด 1 เปิด</strong> อย่างต่อเนื่อง โดยลงพื้นที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรท่ายางและตลาดกลางสินค้าเกษตรบ้านลาด  รับฟังบรรยายสรุปและร่วมประชุมหารือโครงการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตรด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางการตลาดใหม่เสริมการค้าแบบออฟไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายเศรษฐกิจการค้า ซึ่งที่ประชุมเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวโดยจะเร่งดำเนินการเริ่มคิดออฟการค้าออนไลน์ทั้งการค้าแบบ B2B และ B2C ภายใน 10 วัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ ยังให้ส่งเสริมเพิ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ สมุนไพร สินค้าประมงและปศุสัตว์ในตลาดกลางสินค้าเกษตรทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ในการกำกับของกระทรวงเกษตรฯ เพียงจุดเดียวในรัศมี ตั้งแต่จังหวัดชุมพรจนถึงกาญจนบุรีและสมุทรสาคร พร้อมกับให้คณะอนุกรรมการอีคอมเมิร์ซนำระบบสั่งซื้อล่วงหน้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ (pre order platform) มาใช้ด้วยหลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตลาดทุเรียนในประเทศจีนซึ่งจะมีการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ ระบบประกันสินค้า ระบบสร้างแบรนด์สหกรณ์และสินค้าเกษตรมาใช้ด้วย และจะร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีซึ่งเป็นศูนย์ AIC เพชรบุรีในการอบรมบ่มเพาะด้านอีคอมเมิร์ซซึ่งจะให้ทีม Local Hero ที่ผ่านการฝึกอบรมการขายออนไลน์ของกระทรวงเกษตรฯ มาช่วยสนับสนุนการทำงานและการสร้างคอนเท้นต์ของสินค้าเกษตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ เร่งตรวจประเมินขึ้นทะเบียนรับรอง GAP และ GMP เพื่อสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&nbsp;นอกจากนี้ บริษัทไปรษณีย์ไทยจะจัดตั้งหน่วยบริการพิเศษในตลาดกลางทั้ง 2 แห่งเพื่อบริการการขนส่งทั้งระบบปกติและระบบควบคุมความเย็น (Cool container) สำหรับผักและผลไม้โดยใช้แพลตฟอร์มไทยแลนด์โพสต์มาร์ต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในขณะที่พาณิชย์จังหวัด หอการค้าจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดจะช่วยด้านข้อมูลสถานประกอบการและโรงงานในกลุ่มเป้าหมาย B2B สำหรับสหกรณ์การเกษตรท่ายางและบ้านลาดรับผิดชอบการพัฒนาตลาดกลางแบะการคัดเลือกเกษตรกรและสินค้าเกษตรให้พร้อมขึ้นแพลตฟอร์มออนไลน์โดยที่ประชุมกำหนดเป้าหมายให้เริ่มการขายออนไลน์ภายใน 10 วันภายใต้ความพร้อมทั้งต้นน้ำการผลิต การแปรรูปการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การจัดการตลาด การพัฒนาคน การบริหาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โลจิสติกส์ การบริหารธุรกิจและแพลตฟอร์มออนไลน์ภายใต้แบรนด์สินค้าเกษตรเพชรบุรีที่สดสะอาดปลอดภัยจากไร่ถึงลูกค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า เ</strong>ราระดมพลคนทุกภาคส่วนปิดเกมโควิดให้เร็วที่สุดพร้อมกับเปิดธุรกิจการค้าให้กว้างที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน <strong>ยุทธศาสตร์ 1 ปิด 1 เปิด </strong>โดยเริ่มที่เพชรบุรีโมเดลเป็นจังหวัดแรกก่อนขยายไปจังหวัดอื่นๆ ประการสำคัญคือเพชรบุรีอยู่ในกลุ่ม&nbsp;10 จังหวัดแรกที่รัฐบาลมีแผนจะเปิดรับการท่องเที่ยวจึงต้องเร่งมือเตรียมจังหวัดเพชรบุรีให้พร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524150028294"],
    [498,"ปศุสัตว์ยโสธร จัดกิจกรรม ส่งเสริมให้ประชาชนดื่มนม เพื่อสุขภาพที่ดี เนื่องในวันดื่มนมโลก ปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;จัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคนม&nbsp;ให้ประชาชนหันมาบริโภคนมมากขึ้น&nbsp;ตามที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ&nbsp;(FAO)&nbsp;ได้กำหนดให้วันที่&nbsp;1&nbsp;มิ.ย.ของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;วันดื่มนมโลก&nbsp;หรือ&nbsp;World&nbsp;Milk&nbsp;Day&nbsp;เพื่อให้ประเทศสมาชิกและองค์กรต่างๆให้ความสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนม&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้กำหนดแคมเปญว่า&nbsp;\"Enjoy&nbsp;Dairy&nbsp;มีคำขวัญว่า&nbsp;\"สร้างความสุข&nbsp;เสริมภูมิคุ้มกัน&nbsp;ดื่มนมทุกวัน&nbsp;ดื่มได้ทุกวัย&nbsp;บริโภคนมได้หลากหลายเมนู&nbsp;สำหรับสถิติการบริโภคนม&nbsp;พบว่าคนไทยบริโภคนม&nbsp;18&nbsp;คน/ลิตร/ปี&nbsp;หรือสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;แก้ว&nbsp;เท่านั้น&nbsp;น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลกถึง&nbsp;6&nbsp;เท่า&nbsp;ซึ่งค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนทั่วโลก&nbsp;คือ&nbsp;113&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ค่าเฉลี่ยการบริโภคนมของคนเอเชีย&nbsp;คือ&nbsp;66&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;คนยุโรป&nbsp;274&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;คนอเมริกาเหนือ&nbsp;237&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;และคนลาตินอเมริกา&nbsp;124&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;จึงตั้งเป้าหมายจะเพิ่มการบริโภคนมของคนไทยจากเดิม&nbsp;18&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ให้เป็น&nbsp;25&nbsp;ลิตร/คน/ปี&nbsp;ภายในปี&nbsp;2569&nbsp;เนื่องจากนมมีโปรตีน&nbsp;วิตามิน&nbsp;คาร์โบไฮเดรต&nbsp;ไขมัน&nbsp;เกลือแร่&nbsp;แคลเซียม&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโต&nbsp;ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ&nbsp;ช่วยสร้างกระดูกและฟัน&nbsp;นมมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของเด็ก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;ความยั่งยืนในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524161225342"],
    [499,"รมว.อว.ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด -19 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผย เป็นการใช้ระบบการฉีดวัคซีนในรูปแบบใหม่ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงพร้อมให้กำลังใจบุคลากรสร้างความเชื่อมั่นในการรับวัคซีน","<p><strong>รมว.อว.ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;เผย&nbsp;เป็นการใช้ระบบการฉีดวัคซีนในรูปแบบใหม่&nbsp;ใช้เวลาไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมงพร้อมให้กำลังใจบุคลากรสร้างความเชื่อมั่นในการรับวัคซีน&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัด&nbsp;อว.และคณะผู้บริหาร&nbsp;อว.&nbsp;ตรวจเยี่ยมหน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)&nbsp;ฉีดวัคซีนให้บุคลากร&nbsp;มก.&nbsp;บางเขน&nbsp;นิสิต&nbsp;และประชาชนในเขตกรุงเทพฯ&nbsp;ตอนเหนือ&nbsp;ซึ่งพัฒนาโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ฉีดได้จำนวนมาก&nbsp;ดำเนินการได้ในภาคสนาม&nbsp;นอกโรงพยาบาล&nbsp;ใช้เจ้าหน้าที่จำนวนน้อย&nbsp;โดยทดลองใช้กับ&nbsp;มก.เป็นแห่งแรก&nbsp;มีเป้าหมายฉีดวัคซีนประมาณ&nbsp;120,000&nbsp;คน&nbsp;ต้องให้เสร็จสิ้นช่วงเดือน&nbsp;ก.ย.เริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;23&nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดบริการวัคซีนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;บริเวณ&nbsp;CAT&nbsp;Convention&nbsp;Hall&nbsp;โดยมี&nbsp;นพ.นิธิ&nbsp;มหานนท์&nbsp;ผอ.โรงพยาบาลจุฬาภรณ์&nbsp;และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมรับฟังสรุปข้อมูลการ</p><p>เตรียมการความพร้อมการให้บริการฉีดวัคซีน&nbsp;และให้กำลังใจบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้บริการวัคซีน&nbsp;และส่งมอบหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้หน่วยบริการฉีดวัคซีนโควิด&nbsp;-19&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;การตรวจเยี่ยมหน่วยบริการทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อให้กำลังใจและแสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยในการฉีดวัคซีน&nbsp;โดยการฉีดวัคซีนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;เป็นการใช้ระบบการฉีดวัคซีนในรูปแบบที่ให้ผู้เข้ารับบริการนั่งอยู่กับที่&nbsp;มีพยาบาลเป็นผู้ฉีด&nbsp;และแพทย์เป็นผู้กำกับอย่างใกล้ชิด&nbsp;ถือเป็นนวัตกรรมที่กำลังทดลองว่าจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด&nbsp;จากการ&nbsp;สังเกตุการพบว่ามีความเป็นระเบียบ&nbsp;เรียบร้อยดี&nbsp;โดยจะใช้เวลาในการรับบริการโดยเฉลี่ยไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมถึงมีการสังเกตอาการและผลข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีน&nbsp;เมื่อไม่มีอาการผู้เข้ารับบริการก็สามารถเดินทางกลับได้&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524162605351"],
    [500,"กรมชลประทาน ประสานขอฝนหลวงช่วยชาวนา หลังมีฝนตกน้อยลง พร้อมเตือนภาคใต้ตอนบนรับมือพายุ ยาอาส","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ร่วมมือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ช่วยเกษตรกรปลูกข้าวนาปีหลังตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกน้อยลง&nbsp;จึงได้จัดสรรน้ำตามรอบเวร&nbsp;ช่วยลดผลกระทบไม่ให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย&nbsp;โดยประสานไปยังกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เพื่อปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ทางตอนบนของประเทศเพิ่มขึ้น&nbsp;ขอให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอในพื้นที่&nbsp;ส่วนพื้นที่ใดทำการเพาะปลูกไปแล้วกรมชลประทานจะจัดสรรน้ำให้ตามรอบเวร&nbsp;เพื่อช่วยลดความเสียหาย&nbsp;&nbsp;ของผลผลิตทางการเกษตร</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;กำชับให้โครงการชลประทานทุกแห่ง&nbsp;</strong>เฝ้าระวังจุดเสี่ยงเกิดอุทกภัยซ้ำซาก&nbsp;&nbsp;การเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สำหรับการเตรียมพร้อมใช้พื้นที่ลุ่มต่ำรองรับน้ำนอง&nbsp;กรมชลประทานได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;ด้วยการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;ทั้งพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำและพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา&nbsp;13&nbsp;ทุ่ง&nbsp;เป็นพื้นที่รับน้ำ&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;1,410,267&nbsp;ไร่</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้เตรียมพร้อมรับมือกับพายุไซโคลน&nbsp;ยาอาส</strong>&nbsp;ที่เคลื่อนตัวอยู่บริเวณอ่าวเบงกอล&nbsp;ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนว่า&nbsp;จะส่งผลให้มีฝนตกหนักเป็นบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;24-29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้คอยติดตาม&nbsp;ตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;และบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;และจัดเตรียมความพร้อมทั้งรถแบคโฮ&nbsp;รถขุด&nbsp;รถเทรลเลอร์&nbsp;เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่&nbsp;เครื่องผลักดันน้ำไว้ในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เพื่อให้สามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที&nbsp;หากประชาชนหรือหน่วยงานใดมีต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524171210381"],
    [501,"จ.ยโสธร ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชาทางการแพทย์ในพื้นที่จังหวัดยโสธร ครั้งที่ 12564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พ.อ.ยุทธศาสตร์?&nbsp;เสนาวุฒิ?&nbsp;หัวหน้ากลุ่ม?งาน?นโยบาย?แผน?และการ?ข่าว?&nbsp;กอ.รมน.จว.ย.ส.?&nbsp;เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ?พิจารณา?อนุญาต?ให้?ปลูก?กัญชาทาง?การแพทย์?ในพื้นที่จังหวัดยโสธร?&nbsp;ครั้ง?ที่?&nbsp;1/2564?&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมเพชร?&nbsp;สร้อยสระคู?&nbsp;รอง?&nbsp;ผวจ.ยโสธร&nbsp;เป็นประธานในที่ประชุม?&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม?&nbsp;1?&nbsp;ชั้น?&nbsp;4?&nbsp;สำนักงาน?สาธารณสุข?จังหวัด?ยโสธร?&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p>ผลการประชุม?&nbsp;ได้พิจารณาในกรณีที่?ปลูกในต่างจังหวัด?&nbsp;ต้องผ่านการพิจารณา?จากผู้ว่าราชการจังหวัด?&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยความเห็นจากคณะกรรมการ?&nbsp;ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด?แต่งตั้งหรือมอบหมาย?ให้พิจารณา&nbsp;และได้&nbsp;มีการยื่นคำขออนุญาต?ผลิต?(ปลูก)?กัญชา?&nbsp;จำนวน?&nbsp;1?&nbsp;ราย?&nbsp;คือ?&nbsp;รพ.สต.สามแยกร่วมกับวิสาหกิจ?ชุมชน?สมุนไพร?ออแกนิกอำเภอ?เลิงนกทา?&nbsp;สถานที่?ปลูก?&nbsp;เลขที่?&nbsp;161&nbsp;ม.5?&nbsp;ต.สามแยก?&nbsp;อ.เลิงนกทา?&nbsp;จ.ยโสธร</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524174334401"],
    [502,"เจ้าของสวนปาล์มตรัง ทำดินไร้สารเคมีกลายเป็นทรัพย์ในดินแหล่งเห็ดโคนที่ธรรมชาติให้มา เก็บขายได้ปีละหลายครั้งในช่วงหน้าฝน สภาพดินมีความชื้น ทำเงินรายได้เสริมเป็นกอบเป็นกำ เพราะราคาจำหน่ายสูงมาก มีเท่าไรไม่พอขาย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.2564)&nbsp;นางกนกวรรณ&nbsp;คำเนตร&nbsp;เจ้าของสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หน้านี้&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงฝนตก&nbsp;โดยก่อนหรือหลังวันพระ&nbsp;มักจะมีเห็ดโคน&nbsp;ซี่งได้ชื่อว่าเป็นเห็ดที่อร่อยที่สุดในโลกมีขึ้นตามธรรมชาติ&nbsp;โดยชาวบ้านจำนวนมากมักออกไปหาในป่า&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีขึ้นทุกปี&nbsp;ก็จะขึ้นซ้ำในบริเวณพื้นที่เดิมที่มีเชื้อเดิมอยู่แล้ว&nbsp;ทั้งพื้นที่ป่า&nbsp;และในสวนยางพารา&nbsp;สวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;แต่ปัจจุบันหายากมากขึ้นทุกปี&nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่ป่าเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;และที่สำคัญคือ&nbsp;เชื้อเห็ดมักถูกทำลายด้วยสารเคมี&nbsp;ยาฆ่าหญ้า&nbsp;ยาฆ่าแมลง&nbsp;แต่ทั้งนี้&nbsp;หากชาวบ้านพบในพื้นที่ใดก็หมายความว่าสามารถเก็บไปทำอาหาร&nbsp;และเหลือไปขายได้เงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำ&nbsp;เพราะเห็ดโคน&nbsp;หรือเห็ดปลวกมีราคาแพง&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก&nbsp;ทำให้ได้เท่าไรก็ไม่พอขาย&nbsp;แต่ไม่ใช่ว่าจะหาได้ทุกคนที่เข้าป่าไปหา&nbsp;แต่ในสวนปาล์มน้ำมันของนางกนกวรรณ&nbsp;กลับสามารถเก็บเห็ดโคน&nbsp;หรือเห็ดปลวกได้เป็นประจำทุกปี&nbsp;ๆ&nbsp;ละหลายๆ&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพราะพื้นที่สวนปาล์มมีเป็นจำนวนมาก&nbsp;ที่สำคัญไม่ได้ใช้ยาฆ่าหญ้า&nbsp;หรือยาฆ่าแมลง&nbsp;ทำให้เชื้อเห็ดโคนยังคงมีอยู่ตามธรรมชาติ&nbsp;เมื่อถึงฤดูก็จะออกดอกให้ได้เก็บไปทำอาหาร&nbsp;หรือมีเป็นจำนวนมาก&nbsp;ก็เอาไว้ขายได้ราคาสูง&nbsp;โดยหากขายชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงราคาอยู่ที่กิโลกรัม&nbsp;200&nbsp;-&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากไปขายในตลาดทั่วไปราคาสูงถึงกิโลกรัม&nbsp;300&nbsp;-&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;โดยในวันนี้สามารถเก็บได้ถึงประมาณ&nbsp;7&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ขายได้ราคากิโลกรัมละ&nbsp;300&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยนางกนกวรรณ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง&nbsp;ไม่เคยใช้สารเคมีเลย&nbsp;ทำให้สามารถรักษาเชื้อเห็ดไว้ได้ตามธรรมชาติ&nbsp;โดยแต่ละปีสามารถเก็บได้ปีละหลายๆครั้งในช่วงหน้าฝนจะออกตลอด&nbsp;เนื่องจากว่าปลอดสารเคมี&nbsp;ตนเองจะไม่ใช้สารเคมีในการทำเกษตร&nbsp;การที่เห็ดโคนมีขึ้นเองตามธรรมชาติ&nbsp;บ่งบอกถึงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ปีหนึ่งๆได้เก็บได้ประมาณ&nbsp;40&nbsp;-&nbsp;50&nbsp;&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคาขายที่บ้านกิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;-300&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากนำไปขายในตลาดจะได้ราคาสูงกิโลกรัมละ&nbsp;400&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งมีเท่าไรก็ไม่พอขาย&nbsp;ชาวบ้านส่วนใหญ่จะไปหากันในป่า&nbsp;แต่หายากมาก&nbsp;แต่ของตนเองไม่ต้องไปหาในป่าเพียงแต่พยายามเดินหาสังเกตุ&nbsp;ก็จะพบเห็น&nbsp;เพราะพื้นที่สวนปาล์มไม่มีสารเคมี&nbsp;และมีความชื้นสูง&nbsp;เห็ดโคนจึงชอบขึ้น&nbsp;พอถึงช่วงหน้าฝนก็จะต้องเฝ้าระวัง&nbsp;และสำรวจ&nbsp;โดยปีนี้เก็บได้แล้วกว่า&nbsp;10&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพราะพบเจอเรื่อยๆในสวนปาล์ม&nbsp;แต่ต้องขยันเดินหา&nbsp;โดยแต่ละปีเก็บได้นับร้อยกิโลกรัม&nbsp;เพราะแต่ละครั้งที่พบเจอประมาณ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;แต่เคยพบเจอมากที่สุดจุดเดียวถึง&nbsp;21&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เมื่อได้ก็นำไปล้างน้ำเอาดินออกให้สะอาดแล้วใส่ถุงขาย&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีคนสั่งจองไว้ล่วงหน้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524174858404"],
    [503,"รอง.ผอ.ศปพร.ลงพื้นที่เชื่อมต่อภาคีเครือข่าย เกษตรกรรุ่นใหม่ และเครือข่ายเกษตรกรโดยรอบ ในพื้นที่ จ. ปัตตานี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;พ.อ.ภัทรชัย&nbsp;แทนขำ&nbsp;รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตำบลบ้านน้ำบ่อ&nbsp;ต.บ้านน้ำบ่อ&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;เพื่อเชื่อมต่อภาคีเครือข่าย&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรโดยรอบ&nbsp;\"พบปะพูดคุย&nbsp;พัฒนาสัมพันธ์&nbsp;แลกเปลี่ยนแนวคิด&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืนในชุมชน\"&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และเยี่ยมชมกิจการภายในศูนย์เรียนรู้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;พ.อ.ภัทรชัย&nbsp;แทนขำ&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.ศปพร.นำเครือข่าย&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;YSF&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พร้อมด้วยเครือข่ายอื่นๆ&nbsp;เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.ปะนาเระ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;บ้านป่าตาเขียว&nbsp;ต.ท่าข้าม&nbsp;และฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;บ้านปากช่อง&nbsp;ต.คอกกระบือ&nbsp;เพื่อให้เครือข่ายได้ศึกษาบริบทของฟาร์มในการเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน&nbsp;และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างชุมชน&nbsp;กับโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524191634418"],
    [504,"จังหวัดสตูล อบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในการสร้างกระบวนการเรียนรู้การผลิตกาแฟพิเศษโรบัสต้าสตูล ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตกาแฟ ปีงบประมาณ 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวจตุพร&nbsp;พรุเพช็รแก้ว&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มช่วยเหลือฯ&nbsp;เข้าร่วมอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในการสร้างกระบวนการเรียนรู้การผลิตกาแฟพิเศษโรบัสต้าสตูล&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตกาแฟ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;กิจกรรมขับเคลื่อนและพัฒนากาแฟโรบัสต้าสตูล&nbsp;ตามแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24-25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เขาพญาบังสา&nbsp;ตำบลควนโพธิ์&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับเกษตรกรเป้าหมายของโครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;กิจกรรมการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่าย&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ได้คัดเลือกกลุ่มเครือข่ายกาแฟสตูล&nbsp;เป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร&nbsp;ตามแนวทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210524204345438"],
    [505,"ปศุสัตว์นครพนม ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อคอกวัว ป้องกันโรคลัมปีสกินลาม แนะหมั่นสังเกตอาการสงสัยประสานอาสาในพื้นที่เร่งรักษา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายสมชาย&nbsp;อนันตจารุตระกูล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;สัตวแพทย์หญิงฐิติมา&nbsp;ศรีคำ&nbsp;สารวัตรกรมปศุสัตว์&nbsp;ด่านกักกันสัตว์นครพนม&nbsp;นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบ้านเลขที่&nbsp;17&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.ท่าค้อ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;เพื่อพ่นยาป้องกันกำจัดแมลง&nbsp;เนื่องจากได้รับแจ้งจากอาสาปศุสัตว์ประจำตำบล&nbsp;ว่า&nbsp;พบโคจำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;แสดงอาการสงสัยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในโคกระบืออยู่ขณะนี้&nbsp;ซึ่งได้พบกับเจ้าของบ้าน&nbsp;นางอัญชลียา&nbsp;คำซาว&nbsp;อายุ&nbsp;44&nbsp;ปี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มีวัวพันธุ์ผสมพื้นเมืองทั้งหมด&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเพศแม่อายุ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;ลูกเพศเมียอายุ&nbsp;1.3&nbsp;ปี&nbsp;และลูกเพศผู้อายุ&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;โดยเฉพาะวัวตัวเล็กมีตุ่มขนาดใหญ่&nbsp;ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;ลุกลามไปที่คอ&nbsp;หัว&nbsp;เต้านม&nbsp;ถุงอัณฑะและหว่างขาทรมานมาก&nbsp;ตนก็รีบทำความสะอาดคอกและติดต่ออาสาปศุสัตว์ให้เข้ามาดูอาการสม่ำเสมอ&nbsp;ก็ได้รับการฉีดวัคซีนจนอาการดีขึ้นตามลำดับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสมชาย&nbsp;อนันตจารุตระกูล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม&nbsp;ได้เผยว่า&nbsp;พาหะสำคัญของโรคอุบัติใหม่นี้คือแมลงดูดเลือด&nbsp;เลือด&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;และอาจติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกันของสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;ติดจากน้ำลาย&nbsp;สารคัดหลั่ง&nbsp;สะเก็ดแผล&nbsp;รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน&nbsp;วิธีการป้องกันโรค&nbsp;คือ&nbsp;การกำจัดและป้องกันแมลงในพื้นที่&nbsp;ทำความสะอาดคอกและอุปกรณ์ในการเลี้ยง&nbsp;และกักสัตว์ใหม่ก่อนนำเข้าพื้นที่&nbsp;โรคนี้ไม่มีการรักษาจำเพาะ&nbsp;ทำได้เพียงรักษาตามอาการ&nbsp;สำหรับวัวคอกนี้เจ้าของได้ขอคำปรึกษาจากอาสาปศุสัตว์ตลอดเวลา&nbsp;จึงปฏิบัติตามคำแนะนำทุกอย่าง&nbsp;ซึ่งวัวเพศแม่สองตัวมีอายุแล้ว&nbsp;จะแสดงอาการไม่รุนแรงเหมือนตัวเล็กที่จะเห็นตุ่มเต็มทั้งลำตัว&nbsp;แต่ภายหลังได้รับวัคซีนตุ่มแผลพองก็เริ่มตกสะเก็ด&nbsp;จากที่ประเมินว่าไม่รอดกลับเป็นว่าวัวตัวเล็กนี้พ้นวิกฤตแล้ว&nbsp;แต่ต้องเฝ้าระวังเป็นระยะ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525100423499"],
    [506,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบริเวณตอนบนของประเทศ พร้อมเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาในบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;พร้อมเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาในบางพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนฝนเพิ่มขึ้นทั่วไปและมีฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ</p><p>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;122&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;184&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;41&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;จันทบุรี&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ส่วนแม่น้ำโขงมีน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;37,917&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,205&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันนี้บริเวณจังหวัดแพร่&nbsp;เลย&nbsp;กาฬสินธ์ุ&nbsp;และลำปาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ติดตามแนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและปัญหาคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยกรมชลประทาน&nbsp;ได้ก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านก่อ&nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;เพื่อควบคุมการระบายน้ำเข้า&nbsp;ออก&nbsp;ในลำน้ำยามที่เป็นลำน้ำสาขาเป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำสงครามและแม่น้ำโขงตามลำดับ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;โครงการประตูระบายน้ำ&nbsp;ภายใต้แผนงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำสงคราม&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(ปี&nbsp;2562&nbsp;-&nbsp;2566)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่การประปานครหลวง&nbsp;เตรียมการสำรวจ&nbsp;ออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ&nbsp;ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง&nbsp;3.2&nbsp;เมตร&nbsp;ระยะทาง&nbsp;4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ใต้คลองมหาสวัสดิ์&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9&nbsp;การก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ&nbsp;4&nbsp;เส้นทาง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;44&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อสร้างเสถียรภาพในการสูบส่งและสูบจ่ายน้ำประปา&nbsp;เพิ่มศักยภาพการส่งน้ำประปาทดแทนระหว่างพื้นที่บริการฝั่งตะวันตกกับตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;และบรรเทาผลกระทบกรณีน้ำดิบด้อยคุณภาพรุกล้ำถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล&nbsp;ทำให้ประชาชนได้รับน้ำประปาที่เพียงพอและทั่วถึง&nbsp;รองรับการขยายตัวของชุมชนเมืองที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;เบื้องต้นโครงการดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและเตรียมรับมืออุทกภัย&nbsp;อย่างกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เทศบาลตำบลเมืองยาง&nbsp;ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากคลองอีสานเขียว&nbsp;เดิมน้ำในแหล่งน้ำของระบบประปาหมู่บ้านบ้านหนองไม้ตายแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองยาง&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;900&nbsp;หลังคาเรือน&nbsp;รวม&nbsp;3,012&nbsp;คน&nbsp;และกองทัพบก&nbsp;โดย&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;จัดกำลังพลจิตอาสาพร้อมรถบรรทุกน้ำ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เทศบาลเมืองน่าน&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สนับสนุนน้ำ&nbsp;18,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในพื้นที่บ้านท่าล้อและบ้านแสงดาว&nbsp;อ.ภูเพียง&nbsp;จ.น่าน</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525092711474"],
    [507,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบสงพื้นที่&nbsp;แต่ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525093229478"],
    [508,"อว.เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,656 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 46.21 ล้านโดส ขณะที่ไทย ฉีดแล้วมากกว่า 2.910 ล้านโดส","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">อว.เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,656 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ 46.21 ล้านโดส ขณะที่ไทย ฉีดแล้วมากกว่า 2.910 ล้านโดส</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 1,656 ล้านโดส ใน 197 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก 29.1 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุด 286 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 130 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านประเทศในภูมิภาคอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 46.21 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค ร้อยละ 29.9 ของประชากร ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด 24.826 ล้านโดส สำหรับประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ฉีดวัคซีนแล้ว 2,910,664 โดส โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนร้อยละ 38.9</span></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525094804493"],
    [509,"คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เตรียมนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพื่อสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นจากโควิด-19","<p><strong>คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก&nbsp;เตรียมนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นทะเบียนมรดกโลก&nbsp;เพื่อสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นจากโควิด-19</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก&nbsp;ที่มีพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบองค์ประกอบและท่าทีของราชอาณาจักรไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;44&nbsp;ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;16&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคมนี้&nbsp;โดยประเทศไทยได้ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการมรดกโลก&nbsp;วาระปี&nbsp;2562&nbsp;&nbsp;2566&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ยังเห็นชอบการนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันเพื่อบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น&nbsp;(Tentative&nbsp;List)&nbsp;ของศูนย์มรดกโลก&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่อง&nbsp;ทรัพยากรทางบกปี&nbsp;2561&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ในการผลักดันการนำเสนอพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การผลักดันการนำเสนอแหล่งมรดกทางธรรมชาติพื้นที่อนุรักษ์ทะเลอันดามัน&nbsp;เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก&nbsp;จะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจ&nbsp;ความรัก&nbsp;และความหวงแหนต่อแหล่งมรดกของท้องถิ่น&nbsp;แล้วยังทำให้แหล่งดังกล่าวเป็นที่รู้จักสนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวของประเทศที่ได้รับการยกย่องในฐานะแหล่งที่อยู่ระหว่างการเตรียมการยกระดับเป็นแหล่งมรดกโลก&nbsp;สิ่งสำคัญยังเป็นการสร้างแรงจูงใจการท่องเที่ยวและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้กับชุมชนและภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามัน&nbsp;อยู่ในพื้นที่จังหวัดระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อุทยานเเห่งชาติ&nbsp;6&nbsp;เเห่ง&nbsp;คือ&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง&nbsp;,&nbsp;อุทยานแห่งชาติแหลมสน&nbsp;,&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;,&nbsp;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน&nbsp;,&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาลำปี&nbsp;-&nbsp;ท้ายเหมือง&nbsp;และอุทยานแห่งชาติสิรินาถ&nbsp;ครอบคลุมรวมถึงป่าชายเลน&nbsp;จังหวัดระนองด้วย</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525095323496"],
    [510,"กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนเฝ้าระวังในช่วง 1-3 วันนี้ หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและอาจมีน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะภาคใต้ ","<p><strong>นายเมธี&nbsp;มหายศนันท์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยช่วงสัปดาห์นี้ว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;พ.ค.64&nbsp;หลายพื้นที่ของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุไซโคลน&nbsp;ยาอาส&nbsp;ที่ขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวอยู่ที่อ่าวเบงกอล&nbsp;ทำให้ลมมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นโดยเฉพาะภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้โดยเฉพาะจังหวัดระนอง&nbsp;พังงาและภูเก็ต&nbsp;คลื่นลมในทะเลฝั่งอันดามันสูง&nbsp;2-&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;4&nbsp;เมตร&nbsp;ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ขณะที่&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งร้อยละ&nbsp;60&nbsp;-&nbsp;70&nbsp;ของพื้นที่และอาจมีน้ำหลากเกิดขึ้น&nbsp;ส่วนภาคกลาง&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40-60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง</p><p><strong>ประชาชนควรติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</strong>เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการดำรงชีวิตประจำวันที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tmd.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tmd.go.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525104807520"],
    [511,"ปี 64 แม่สะเรียง ปลูกกะหล่ำปลี 8,100 ไร่ รวม 53,000 ตัน เกษตรกรรายได้งาม ส่งเข้าห้างเทสโก้โลตัสทั่วประเทศ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์การผลิตคาดการณ์พื้นที่เพาะปลูกของสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;คือกะหล่ำปลีพบว่า&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ&nbsp;9,900&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;1,233&nbsp;ครัวเรือนคาดการณ์&nbsp;ผลผลิตรวม&nbsp;57,489.70&nbsp;ตัน&nbsp;(ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;6,544.08&nbsp;กิโลกรัม/ไร่)&nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พื้นที่&nbsp;8,100&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิต&nbsp;53,000&nbsp;ตัน&nbsp;อายุการเก็บเกี่ยว&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตหมุนเวียนตลอดทั้งปี&nbsp;โดยผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนธันวาคม&nbsp;เกษตรกรขึ้นทะเบียนแล้ว&nbsp;386&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;2,224.19&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่องทางการจำหน่ายในพื้นที่เอง&nbsp;มีผู้ประกอบการท้องถิ่นรับซื้อผลผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จุดรับซื้ออำเภอแม่สะเรียงจะมาก&nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตหลักเกษตรกรสามารถนำผลผลิตไปจำหน่ายให้กับผู้ประการรับซื้อท้องถิ่น&nbsp;ณ&nbsp;จุดรวบรวมผลผลิตตำบลแม่เหาะ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;ผู้ประกอบการต่างถิ่น&nbsp;อำเภอฮอด&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;มีผู้ประกอบการท้องถิ่น/ต่างถิ่นเข้าไปรับซื้อถึงแหล่งผลิต&nbsp;บางส่วนผู้ประกอบการท้องถิ่นจะตัดแต่งและคัดเกรดจำหน่ายไปยังปลายทางจังหวัดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;รวมถึงมีการคัดเกรดจำหน่ายให้กับห้าง&nbsp;เทสโก้โลตัส&nbsp;สัดส่วนผลผลิตประมาณร้อยละ&nbsp;70&nbsp;จะตัดแต่งเพื่อเข้าสู่ตลาดห้าง&nbsp;Modern&nbsp;trade&nbsp;เช่น&nbsp;เทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีบริษัท&nbsp;คิงส์&nbsp;วิช&nbsp;จำกัดที่ร่วมทุนกับ&nbsp;เทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เป็นบริษัทเพื่อตัดแต่งกะหล่ำปลีเพื่อส่งเข้า&nbsp;ห้างเทสโก้โลตัส&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;สถิติราคาเฉลี่ยที่เกษตรกรขายได้แบบไม่ตัดแต่ง&nbsp;(จุดรับซื้อ/ณ&nbsp;หน้าแหล่งผลิต)&nbsp;4&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ตลาดทั่วไปตัดแต่งแล้ว&nbsp;(คละ)&nbsp;15&nbsp;บาท/กก.&nbsp;ซึ่งราคาดังกล่าวจะปรับขึ้นลงตามภาวะตลาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525101244501"],
    [512,"พช. ร่วมกับ ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตาม โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน กำกับการใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปฐมพงษ์&nbsp;จันทร์สว่าง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุภาพ&nbsp;บุญสว่าง&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่รับการตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชน&nbsp;ของกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;สร้างพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล&nbsp;และพัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจาก&nbsp;สำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีข้อห่วงใยในการดำเนินโครงการ&nbsp;เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความยาก&nbsp;เป็นครั้งแรกที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินโครงการในลักษณะนี้&nbsp;มีเป้าหมายการดำเนินโครงการจำนวนมาก&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนไม่มีบุคลากรด้านช่าง&nbsp;ซึ่งต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยสำนักงาน&nbsp;ป.ป.ช.จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้แนะนำข้อพึงระวังในการดำเนินงานตั้งแต่กระบวนการจัดซื้อ&nbsp;จัดจ้าง&nbsp;ให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ&nbsp;เอกสารมีความครบถ้วนสมบูรณ์&nbsp;การกำหนดราคากลาง&nbsp;รายละเอียดสัญญา&nbsp;การควบคุมงานของช่างผู้ควบคุมงาน&nbsp;การตรวจรับงาน&nbsp;เบิกจ่ายงบประมาณตามที่เบิกได้จริง&nbsp;ภาพถ่ายการดำเนินการให้ถ่ายให้ละเอียด&nbsp;ก่อนดำเนินการ&nbsp;ระหว่างดำเนินการ&nbsp;และหลังดำเนินการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรณีที่พบปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา&nbsp;ให้ดำเนินการบริหารสัญญา&nbsp;เช่น&nbsp;การรายงานถึงคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจากช่างผู้ควบคุมงาน&nbsp;หนังสือแจ้งความประสงค์จากครัวเรือนถึงผู้รับจ้าง&nbsp;หากการปฏิบัติใด&nbsp;ไม่แน่ใจในแนวทางปฏิบัติ&nbsp;ให้มีหนังสือหารือไปยังกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;เพื่อหาแนวทางก่อนดำเนินการต่อไป&nbsp;การดำเนินงานขอให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;การบริหารโครงการเป็นไปตามกรอบระยะเวลา&nbsp;และเป็นไปตามระเบียบ&nbsp;ซึ่งสำนักงาน&nbsp;ปปช.&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะได้ลงติดตามการดำเนินโครงการของทางสำนักงานพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานราชการใช้งบประมาณของรัฐอย่างคุ้มค่า&nbsp;บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทังนี้&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีพื้นที่ดำเนินโครงการฯ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;103&nbsp;แปลง&nbsp;แยกเป็นพื้นที่เรียนรู้ฯชุมชนต้นแบบ&nbsp;(CLM)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;และพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบฯ&nbsp;(HLM)&nbsp;จำนวน&nbsp;99&nbsp;แปลง&nbsp;โดยพื้นที่เรียนรู้ฯชุมชนต้นแบบ&nbsp;(CLM)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชนได้มอบหมายให้กองทัพไทย&nbsp;โดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;36&nbsp;(นพค.36)&nbsp;ดำเนินการ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525101447503"],
    [513,"ประมงสิงห์บุรี รณรงค์งดจับปลาในฤดูน้ำแดง","<p>ประมงจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;จัดกิจกรรมมอบป้ายไวนิลรณรงค์งดเว้นการจับปลาและสัตว์น้ำในฤดูแล้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;นายประดิษฐ์&nbsp;ศรีภัทรประสิทธิ์&nbsp;ประมงจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้จัดกิจกรรมมอบป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ชาวประมงและประชาชนจังหวัดสิงห์บุรีงดเว้นการจับปลาและสัตว์น้ำในช่วงฤดูน้ำแดงหรือฤดูการวางไข่ของปลา&nbsp;ให้กับประมงอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;เพื่อนำไปใช้ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&nbsp;สำหรับการกำหนดห่วงเวลาและพื้นที่ที่จะเป็นฤดูน้ำแดงหรือฤดูการวางไข่นั้น&nbsp;ในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดจะมีห่วงเวลาที่ไม่ตรงกัน&nbsp;ซึ่งกรมประมงได้ทำการศึกษาระยะเวลาการทำรังวางไข่ของสัตว์น้ำในแต่ละโซนพื้นที่&nbsp;พบว่าในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรีห่วงเวลาในการสืบพันธุ์&nbsp;ทำรัง&nbsp;วางไข่ของสัตว์น้ำ&nbsp;และปลา&nbsp;จะอยู่ในห่วงเวลาระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;&nbsp;31&nbsp;สิงห์หาคม&nbsp;2564&nbsp;รวมระยะเวลา&nbsp;92&nbsp;วัน&nbsp;โดยในห่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้จะขอความร่วมมือประชาชนงดเว้นการจับปลาในลำน้ำ&nbsp;และแม่น้ำ&nbsp;หากจะจับก็ให้ใช้เครื่องมือตามที่กฎหมายกำหนดไว้&nbsp;เช่น&nbsp;ใช้เบ็ดตกปลาได้&nbsp;แต่ห้ามวางเบ็ดราว&nbsp;ห้ามใช้แหทอด&nbsp;ห้ามใช้อวน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในช่วงระหว่างการณรงค์ประชาสัมพันธ์นี้&nbsp;ทางสำนักงานประมงจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจราในแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;ลำแม่ลา&nbsp;แม่น้ำน้อย&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;และตามแหล่งเก็บน้ำที่เป็นแหล่งเพราะพันธ์ในพื้นที่อำเภอต่างๆ&nbsp;ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะดำเนินการตักเตือน&nbsp;แต่หากไม่เชื่อฟังก็จะดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วีรยุทธ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;&nbsp;ข่าว&nbsp;/&nbsp;ภาพ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525101253502"],
    [514,"พัฒนาชุมชนอุบลราชธานี เดินหน้าสนับสนุน โคก หนอง นา พช. ในพื้นที่ อ.สิรินธร และเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกแก่คณะตรวจสอบ โดยเน้นความถูกต้อง โปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายคมกริช&nbsp;ชินชนะ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอสิรินธร&nbsp;นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;(นพต.)&nbsp;และนายช่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ลงพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;พัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ระดับครัวเรือน&nbsp;พร้อมรอรับการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่สนับสนุนโครงการฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;นางทิพย์เกษร&nbsp;พุ่มแก้ว&nbsp;บ้านโชครังสรรค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลคันไร่&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่นายอุทัย&nbsp;ผาดี&nbsp;บ้านห้วยไฮ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลคำเขื่อนแก้ว&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;แปลงของนายบุญมี&nbsp;ทองเหลือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;บ้านสุขสำราญ&nbsp;ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;แปลงนายสมพงษ์&nbsp;ดวงสินธุ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลนิคมสค้างตนเองลำโดมน้อย&nbsp;พื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;และแปลงนายอุทัย&nbsp;ผาดี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลคำเขื่อนแก้ว&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เกิดความถูกต้อง&nbsp;โปร่งใส&nbsp;สามารถตรวจสอบได้&nbsp;และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;คณะติดตามฯ&nbsp;ได้พบปะกับนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;(นพต.)&nbsp;และเจ้าของแปลงในพื้นที่&nbsp;โดยให้คำแนะนำการปลูกไม้ป่า&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ทฤษฎีบันได&nbsp;9&nbsp;ขั้นสู่ความพอเพียง&nbsp;พร้อมชื่นชมแปลงที่ดำเนินการได้แล้วเสร็จตามแนวทางของหลักกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;/&nbsp;สวท.อุบลฯ&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525103640512"],
    [515,"เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่เฟ้นหาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนที่ประสบความสำเร็จ เตรียมนำแนวทางการดำเนินงานด้านการจัดการดินปุ๋ยไปขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอัครพล&nbsp;ขัติยะ&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้คณะกรรมการประกวดศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ลงพื้นที่พิจารณาคัดเลือก&nbsp;ศดปช.&nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อเผยแพร่ผลงานของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;และนำไปเป็นแนวทางในการขยายผลการดำเนินงานด้านการจัดการดินปุ๋ยสู่เกษตรกรในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยวานนี้&nbsp;(24&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการประกวดศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ลงพื้นที่ไปยังอำเภอปางมะผ้า&nbsp;มีนายวันชัย&nbsp;พรินทรากุล&nbsp;เกษตรอำเภอปางมะผ้า&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูลสนับสนุนประกอบการคัดเลือกฯ&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ตำบลสบป่อง&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาประกอบด้วย&nbsp;สถานที่ตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนและวัสดุอุปกรณ์,&nbsp;การนำเทคโนโลยีไปปฏิบัติของสมาชิก,&nbsp;การตรวจวิเคราะห์ดินพร้อมคำแนะนำ,&nbsp;การจัดหาแม่ปุ๋ย,&nbsp;กระบวนการเรียนรูแก่สมาชิก&nbsp;และแปลงเรียนรู้&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525103805516"],
    [516,"เชื้อไวรัสลัมปี สกิน ไม่ติดต่อสู่คน มั่นใจเลือกซื้อเนื้อสัตว์มองหาตราปศุสัตว์ OK เลี่ยงกินเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ&nbsp;ซึ่งมีรายการการศึกษาว่าติดต่อสู่แพะได้&nbsp;แต่ไม่ติดต่อสู่สัตว์ชนิดอื่น&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;สุกร&nbsp;สุนัขและไม่ใช่โรคที่ติดสู่คน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง&nbsp;ต่อมน้ำเหลืองโต&nbsp;และมีตุ่มขนาดใหญ่&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;พบมากที่คอ&nbsp;หัว&nbsp;เต้านม&nbsp;ถุงอัณฑะและหว่างขา&nbsp;ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก&nbsp;ตกสะเก็ดและเกิดเป็นเนื้อตาย&nbsp;หรือมีหนอนแมลงมาไชได้&nbsp;อาจพบตุ่มน้ำใสขึ้นที่เยื่อเมือก&nbsp;ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร&nbsp;ทำให้มีอาการน้ำลายไหล&nbsp;ตาอักเสบ&nbsp;มีตุ่มขึ้นที่เยื่อเมือก&nbsp;อัตราการป่วยอยู่ที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;45&nbsp;%&nbsp;อัตราการตายน้อยกว่า&nbsp;10%&nbsp;แต่อาจมีอัตราการตายสูงในพื้นที่ที่&nbsp;ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน&nbsp;ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผลผลิตที่ลดลง</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ภาพสุกรมีรอยโรค&nbsp;ตุ่มนูนแดง&nbsp;กระจายตัวที่บริเวณขาหลัง&nbsp;นั้น&nbsp;อาการแสดงลักษณะนี้&nbsp;สามารถวินิจฉัยแยกโรคออกเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่มคือ&nbsp;กรณีโรคไม่ติดเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงกัดต่อยจนเกิดอาการของเป็นตุ่มนูนแดง&nbsp;หรือกรณีโรคติดเชื้อ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคฝีดาษสุกร&nbsp;(swine&nbsp;pox)&nbsp;เป็นเชื้อไวรัส&nbsp;ซึ่งก่อโรคเฉพาะในสุกร&nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;รวมทั้งสัตว์เลี้ยงและสัตว์ปศุสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;ซึ่งกล่าวโดยสรุปคือ&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคติดต่อในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;แต่ไม่ติดต่อสู่คนและสัตว์ชนิดอื่น&nbsp;โรคฝีดาษ-สุกร&nbsp;เกิดโรคเฉพาะในสุกร&nbsp;ไม่ติดต่อสู่สัตว์ชนิดอื่นและไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การบริโภคเนื้อสัตว์จึงต้องรับประทานสุกทุกกรณี&nbsp;เพื่อหลีกเลี่ยงโรคบางโรคที่เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ&nbsp;ดิบๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคท้องร่วง&nbsp;หรือโรคหูดับ&nbsp;(Streptococcus&nbsp;suis)</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525111853550"],
    [517,"อบรมโครงการเลี้ยงกบและปลาดุกในกระชังบก บ้านดู่ทุ่ง อำเภอเมืองยโสธร เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนนชัย&nbsp;สืบพรม&nbsp;ประมงจังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมด้วยนายชัยณรงค์&nbsp;ชื่นชม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการประมง&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานประมงจังหวัดยโสธร&nbsp;จัดอบรมเกษตรกรโครงการอบรมให้ความรู้การส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาการตลาดสินค้าเกษตร&nbsp;โครงการย่อยการเลี้ยงกบและปลาดุกในกระชังบก&nbsp;โดยเบิกจ่ายจากเงินกู้ตามพระราชกำหนดเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ณ&nbsp;บ้านดู่ทุ่ง&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลดู่ทุ่ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;และได้ตรวจรับและมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;กระชังบก&nbsp;อาหารกบ&nbsp;และอาหารปลาดุก&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;27&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525111133543"],
    [518,"กรมชลประทาน เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทานที่ได้รับการพัฒนาแล้ว แทนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;มุ่งเน้นและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำโดยใช้ประโยชน์จากน้ำชลประทานด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;จึงกำหนดทิศทางของการบริหารจัดการน้ำชลประทานในอนาคตด้วยการเปลี่ยนจากการพัฒนาเชิงปริมาณไปเป็นการพัฒนาเชิงคุณภาพ&nbsp;โดยมีกระบวนการที่สำคัญที่สุดคือ&nbsp;การส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำชลประทานอย่างจริงจัง&nbsp;อาทิ&nbsp;ที่จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผาจุก&nbsp;ทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุกโดยการลงพื้นที่พบปะผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลผาจุก&nbsp;และเกษตรกรผู้ใช้น้ำจากโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ&nbsp;(ฝั่งซ้าย)&nbsp;เขื่อนทดน้ำผาจุก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน&nbsp;โดยสร้างการรับรู้และทำความเข้าใจหลักการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน&nbsp;ตลอดจนวิธีการบำรุงรักษาระบบชลประทานตามหลักวิชาการ&nbsp;ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำของเกษตรกรในพื้นที่</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก&nbsp;จึงกำชับให้ทุกโครงการชลประทานให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการให้มากที่สุด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525112702554"],
    [519,"ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง \"คณะกรรมการบริหารของสภาวิจัยโลก (Global Research Council: GRC)\"","<p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง \"คณะกรรมการบริหารของสภาวิจัยโลก (Global Research Council: GRC)\"</span></p><p><span style=\"background-color: rgb(255, 255, 255); color: rgb(34, 34, 34);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของสภาวิจัยโลก (Global Research Council: GRC) จากการประชุม GRC ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เนื่องในโอกาสที่ตำแหน่งผู้แทนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่างลง 1 ตำแหน่ง&nbsp;คณะกรรมการบริหารของ GRC ประกอบไปด้วยผู้แทนจากภูมิภาคอเมริกา ยุโรป และเอเชีย-แปซิฟิก ภูมิภาคละ 3 ตำแหน่ง ผู้แทนจากภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา (Sub-Saharan Africa) จำนวน 2 ตำแหน่ง และภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (Middle East and North Africa: MENA) จำนวน 1 ตำแหน่ง โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 3 ปี มีบทบาทหน้าที่ในการให้ความเห็นและพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมของ GRC รวมทั้งหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะทำงาน GRC Executive Support Group และ Executive Secretary ตลอดจนให้ความเห็นเอกสารหรือข้อกำหนดที่สำคัญของ GRC โดย นางสาว วิภารัตน์ฯ ได้ให้ถ้อยแถลงในการส่งเสริมการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการให้ทุนวิจัย การแบ่งปันข้อมูลและแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best practice) และการทำงานร่วมกันแบบพหุภาคีระหว่างหน่วยงานผู้ให้ทุนวิจัยในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและภูมิภาคต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค</span></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525134718634"],
    [520,"การประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดนครสวรรค์ประชุม&nbsp;พิจารณาข้อมูลรายกลุ่มสนับสนุนทุนให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;และตรงตามวัตถุประสงค์&nbsp;หลังผ่านการพิจารณากลั่นกรอง67แปลง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เพื่อพิจารณาในรายละเอียด&nbsp;หลังจาก&nbsp;ผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการ&nbsp;ตามคำเสนอขอ&nbsp;67&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งหลักเกณฑ์การสนับสนุนงบประมาณตามมติคณะรัฐมนตรีต้องไม่เกินวงเงินเดิมที่เคยเสนอขอความต้องการและได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;แล้ว&nbsp;โดยจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;68&nbsp;แปลง&nbsp;วงเงิน&nbsp;186,801,246&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;45&nbsp;แปลง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;18&nbsp;แปลง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;และการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;มีจำนวน&nbsp;67&nbsp;แปลง&nbsp;ยกเว้นการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ขอเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่&nbsp;รวมวงเงิน&nbsp;185,876,346&nbsp;บาท&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;อำเภอบรรพตพิสัย&nbsp;13&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอท่าตะโก&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอชุมแสง&nbsp;อำเภอละ&nbsp;7&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอตากฟ้า&nbsp;6&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอลาดยาว&nbsp;5&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอหนองบัวและพยุหะคีรีอำเภอละ&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอไพศาลี&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอโกรกพระ&nbsp;ตาคลี&nbsp;แม่เปินอำเภอละ&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;อำเภอแม่วงก์&nbsp;ชุมตาบง&nbsp;เก้าเลี้ยว&nbsp;อำเภอละ&nbsp;1&nbsp;กลุ่ม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากผลการกลั่นกรองของคณะกรรมการมีบางรายการที่ยังมีข้อสงสัย&nbsp;จึงขอให้หารือไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินและกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;หากได้รับหนังสือตอบอย่างไร&nbsp;แต่ละแปลงให้ดำเนินการตามนั้น&nbsp;อย่างไรก็ตามแนวทางปฏิบัติมีหลักเกณฑ์ชัดเจน&nbsp;ตามระเบียบราชการ&nbsp;ที่ต้องยึดถือเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สวท.นครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525130029609"],
    [521,"มร.ลป. จัดกิจกรรมจิตอาสา \"รวมใจไทย ปลูกต้นไม้ เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านกล้า\" เฉลิมพระเกียรติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ผศ.ปริตต์&nbsp;สายสี&nbsp;รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;รศ.ดร.พิมผกา&nbsp;โพธิลังกา&nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการต่างประเทศ&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;คณาจารย์&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และสมาชิกจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;สังกัดมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;และสมาชิกจิตอาสาสังกัดศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;ร่วมกิจกรรมจิตอาสา&nbsp;\"รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านกล้า\"เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;และวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด้านข้างอาคารบริการวิชาการ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวได้จัดขึ้นภายใต้โครงการอาสาบำเพ็ญประโยชน์และบัณฑิตจิตอาสา&nbsp;เพื่อให้คณะผู้บริหาร&nbsp;คณาจารย์&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;บุคลากร&nbsp;ของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางทุกคนได้ร่วมกันปลูกต้นไม้และบำรุงรักษาต้นไม้ให้เจริญงอกงาม&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ทั้งในพื้นที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สถานศึกษา&nbsp;สถานที่ราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;ที่สาธารณะ&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;ไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้าน</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525130309612"],
    [522,"ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดงาน รำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง ณ แปลงนาส่วนพระองค์ (ทุ่งมะขามหย่อง) เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาส่วนพระองค์&nbsp;(ทุ่งมะขามหย่อง)&nbsp;ตำบลบ้านใหม่&nbsp;อำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายภานุ&nbsp;แย้มศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานเปิดและกล่าวปราศรัยใน&nbsp;\"งานรำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง\"&nbsp;จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มี&nbsp;นายไพฑูรย์&nbsp;รื่นสุข&nbsp;เกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นผู้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก(พ)&nbsp;เพิ่มศักดิ์&nbsp;ขุนโขลน&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จว.&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายธนากร&nbsp;ตันติกุล&nbsp;ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายบดินทร์&nbsp;เกษมศาสนติ์&nbsp;นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกรมาร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง&nbsp;ต่อจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร&nbsp;ศรีอยุธยา&nbsp;ได้ร่วมบังคับโดรนเพื่อการเกษตรในการฉีดพ่นสารจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง&nbsp;และเยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;และพบปะผู้ร่วมงาน&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จะกำหนดจัดงาน&nbsp;\"รำลึกเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง\"&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทุ่งมะขามหย่อง&nbsp;พระราชทานขวัญและกำลังใจให้พสกนิกร&nbsp;ที่ผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2554&nbsp;ในโอกาสนั้น&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต&nbsp;ปลูกข้าวในที่ดินส่วนพระองค์&nbsp;ทุกวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;และได้พัฒนาเป็นแปลงนาสาธิต&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้มาศึกษาและนำไปปฏิบัติตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยผลผลิตข้าวที่ได้จากแปลงนาส่วนพระองค์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จะนำทูลเกล้าถวาย&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ตามพระราชอัธยาศัยและในปีนี้&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จะดำเนินการปลูกข้าว&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;และกำหนดการเก็บเกี่ยวช่วงเดือนกันยายน&nbsp;โดยพันธุ์ข้าวที่ใช้ปลูก&nbsp;คือ&nbsp;ข้าวพันธุ์&nbsp;กข&nbsp;43&nbsp;มีลักษณะเป็นพันธุ์ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง&nbsp;ปลูกโดยวิธีหว่านน้ำตม&nbsp;อายุการเก็บเกี่ยว&nbsp;95&nbsp;-97&nbsp;วัน&nbsp;ผลผลิตข้าวสดเฉลี่ย&nbsp;700-800&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;สำหรับช่วงเช้า&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ&nbsp;เบื้องหน้าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">บรมนาถบพิตร&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระสุริโยทัย&nbsp;เพื่อรำลึกถึงพระองค์เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนหลังเกิดอุทกภัยเมื่อปี&nbsp;2554</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525130444613"],
    [523,"จ.มุกดาหาร ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดชนิด โรคลัมปีสกิน ในโคและกระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกิน&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;โดยห้ามมิให้เคลื่อนย้าย&nbsp;โคกระบือ&nbsp;หรือซากของสัตว์ดังกล่าวเข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาด&nbsp;เว้นแต่ได้รับอนุญาต&nbsp;จากสัตวแพทย์&nbsp;ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ออกอากาศจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกินในโคกระบือ&nbsp;หลังพบการระบาดในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;หรือจังหวัดอื่นเพิ่มขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยจังหวัดมุกดาหารพบการระบาดของ&nbsp;โรคลัมปีสกิน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;อำเภอนิคมคำสร้อย&nbsp;และอำเภอหว้านใหญ่&nbsp;เกิดขึ้นในสัตว์ชนิดโคซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย&nbsp;เป็นโรคตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ภายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างขึ้น&nbsp;เนื่องจากโรคนี้มีแมลงดูดเลือด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เหลือบ&nbsp;และเห็บ&nbsp;เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาด&nbsp;ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นๆเพิ่มขึ้นได้&nbsp;จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาด&nbsp;หรือพาหะของโรคระบาด&nbsp;และก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;21&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2558&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จึงออกประกาศ&nbsp;ให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นเขตโรคระบาดชนิด&nbsp;โรคลิมปีสกิน&nbsp;ในสัตว์ชนิดโคและกระบือ&nbsp;และห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้าย&nbsp;สัตว์ชนิดโคและกระบือ&nbsp;หรือซากของสัตว์ดังกล่าว&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาด&nbsp;เว้นแต่ได้รับอนุญาต&nbsp;เป็นหนังสือจากสัตวแพทย์&nbsp;ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น&nbsp;ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย&nbsp;ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา&nbsp;22&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2558&nbsp;ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2560&nbsp;เป็นต้นไป</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525132816619"],
    [524,"สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ เร่งกระจายส้มเขียวหวานจังหวัดแพร่ เพื่อช่วยเกษตรกรชาวสวนส้ม","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรแปลงใหญ่ส้มเขียวหวาน&nbsp;พื้นที่ตำบลนาพูน&nbsp;อำเภอวังชิ้น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ&nbsp;และไม่สามารถระบายสินค้าส้มเขียวหวานออกสู่ตลาดได้เนื่องจากสถานการณ์&nbsp;โควิท-19&nbsp;โดยร่วมกับไปรษณีย์จังหวัดแพร่จัดให้มีการกระจายผลผลิตไปยังปลายทางต่างจังหวัดโดยรถขนส่งไปรษณีย์&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนการขนส่ง&nbsp;และความร่วมมือจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน&nbsp;และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย&nbsp;ในการจัดหายอดสั่งซื้อ&nbsp;ตลอดจนความร่วมมือจากผู้บริโภคในจังหวัดแพร่&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;2,420&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;65,900&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;จำนวน&nbsp;1,050&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;29,400&nbsp;บาท,&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;จำนวน&nbsp;450&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;13,500&nbsp;บาท&nbsp;และจังหวัดแพร่&nbsp;จำนวน&nbsp;920&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;23,000&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการเชื่อมโยงส้มเขียวหวานเข้าสู่โรงพยาบาลแพร่เป็นประจำ&nbsp;(จัดส่งวันเว้นวัน)&nbsp;วันละ&nbsp;60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดส่งสินค้าได้ตลอดช่วงฤดูกาล&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;6,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;150,000&nbsp;บาท&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525133222621"],
    [525,"ผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดโครงการเมืองแห่งความสุข กิจกรรม ปลูกป่าชายเลน วันต้นไม้แห่งชาติ  ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(25&nbsp;พ.ค.64)นายชรัส&nbsp;บุญณสะ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการเมืองแห่งความสุข&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่อนุรักษ์ป่าชายเลน&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบางแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายถิน&nbsp;พิสูจน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์โครงการดังกล่าว&nbsp;พร้อมด้วยนางรัชฎา&nbsp;บุญณสะ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ซึ่งก่อนที่จะปลูกนายวิสูตร&nbsp;นวมศิริ&nbsp;หรือผู้ใหญ่แดง&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้านด้านการปลูกป่า&nbsp;ได้แนะนำวิธีการปลูกเพื่อให้ทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมได้รู้ถึงขั้นตอนการปลูก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมการปลูกป่าชายเลนในวันนี้&nbsp;เป็นครั้งที่&nbsp;23&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามนโยบายของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ตามโครงการเมืองแห่งความสุข&nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวป่าชายเลนของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;เป็นวันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;การปลูกป่าชายเลนวันนี้เป็นการปลูกกล้าไม้โกงกางใบใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;700&nbsp;ต้น&nbsp;แม้ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19&nbsp;ยังไม่คลี่คลาย&nbsp;แต่กิจกรรมที่จัดเป็นกิจกรรมในที่โล่ง&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;ศบค.จ.สมุทรสงครามอย่างเคร่งครัด&nbsp;</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525134503630"],
    [526,"พิษโควิด-19 เล่นงาน เด็กหนุ่มชาวแม่สะเรียง ตัดสินใจปิดร้านในเมืองใหญ่ กลับบ้านเปิดร้านกาแฟแนวแคมป์ร้านแรกในแม่สะเรียง CAMP 29 CUP - Slowbar & Grill","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">ณ&nbsp;ลานหน้าสวนรุกขชาติห้วยชมภู&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีร้านกาแฟแนวแคมป์ปิ้งเล็กๆ&nbsp;ที่มีคนต่อแถวนั่งรอเพียบ&nbsp;ร้านกาแฟแนวใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของวัยรุ่นยุคปัจจุบัน&nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามเจ้าของร้านนายกิตติคุณ&nbsp;กวางทู&nbsp;อายุ&nbsp;27&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของ&nbsp;CAMP&nbsp;29&nbsp;CUP&nbsp;-&nbsp;Slowbar&nbsp;&amp;&nbsp;Grill&nbsp;เปิดเผยถึงความเป็นมาของร้านกาแฟเล็กๆ&nbsp;แห่งนี้&nbsp;ชื่อร้านประกอบด้วย&nbsp;CAMP&nbsp;คือ&nbsp;การตั้งแคมป์ปิ้ง&nbsp;29&nbsp;คือ&nbsp;เลขวันเกิด&nbsp;ส่วน&nbsp;CUP&nbsp;มาจากแก้วกาแฟเล็กๆ&nbsp;ตนไม่ได้เรียนทำเครื่องดื่มหรือเป็นบาริสต้าโดยตรง&nbsp;ก่อนหน้านี้เปิดร้านหม่าล่าที่เชียงใหม่&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระลอกแรกทำพิษ&nbsp;ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่า&nbsp;ค่าที่พัก&nbsp;ค่าเดินทาง&nbsp;ค่ากินอยู่&nbsp;จนกระทั่งประมาณปลายปีที่แล้ว&nbsp;จึงตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เพื่อลดค่าใช้จ่ายทั้งหมด&nbsp;หลังจากกลับมาอยู่ที่อำเภอแม่สะเรียงที่เป็นบ้านเกิดของตน&nbsp;จึงคิดจะเปิดร้านเพื่อสร้างรายได้ไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">ปกติเปิดร้านอยู่ใกล้กับการประปาแม่สะเรียง&nbsp;เปิดร้านมา&nbsp;4&nbsp;เดือน&nbsp;อยู่ในช่วงปรับตัวกับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;&nbsp;ประกอบกับตนเป็นคนเบื่อง่าย&nbsp;จึงอยากออกมานอกสถานที่บ้าง&nbsp;และคิดว่าน่าจะมีคนแบบเดียวกัน&nbsp;จึงตั้งใจจะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ&nbsp;ได้ทั้งท่องเที่ยวและพักผ่อน&nbsp;ให้คอกาแฟได้ถ่ายรูปตามสถานที่สวยๆ&nbsp;ในแต่ละพื้นที่ที่ร้านไปตั้ง&nbsp;เป็นการนำเสนอเมืองแม่สะเรียงอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;อีกอย่างเวลาออกแคมป์&nbsp;ชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว&nbsp;อยู่บ้านทำกาแฟดื่มเองทุกวัน&nbsp;พอมีเพื่อนได้ลองชิมอยากจะดื่มด้วย&nbsp;จึงออกแบบกาแฟที่เป็นรูปแบบที่ตนเองชอบ&nbsp;ทำเป็นร้านกาแฟเล็กๆ&nbsp;เข้าไปเสริมกับร้านหม่าล่าที่ทำอยู่แล้ว&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">สำหรับจุดเด่นของร้านที่อยากให้ลองมาชิม&nbsp;คือ&nbsp;ROK&nbsp;Espresso&nbsp;ใช้เมล็ดกาแฟจากหลายพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;เน้นเป็นกาแฟผลไม้&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;30&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;เมนูในแคมป์มีทั้ง&nbsp;กาแฟสกัดเย็น&nbsp;โมกาพอต&nbsp;(Mokapot)&nbsp;ลาเต้&nbsp;คาปูชิโน่&nbsp;กาแฟดริป&nbsp;ชา&nbsp;โซดาผลไม้ต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้ยังเข้าร่วมโครงการเราชนะและคนละครึ่งของรัฐบาล&nbsp;เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำเงินให้ได้เช่นเดียวกัน</span></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525141801668"],
    [527,"นิพนธ์ ยืนยัน มหาดไทย พร้อมร่วมมือ ก.พาณิชย์ และ ก.เกษตรฯ ดูแลเกษตรกรราคาพืชผลตกต่ำจากสถานการณ์โควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปิดเผยถึงกรณีที่ได้เข้าช่วยเหลือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ระลอกที่&nbsp;3&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ว่า&nbsp;ขณะนี้จะยังมีการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศยังคงมียอดผู้ติดเชื้อที่สูงอยู่&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการช่วยเหลือต่อไปจนกว่าสถานการณ์ในภาพรวมต่างๆ&nbsp;จะทยอยดีขึ้นพร้อมทั้งมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;&nbsp;โดยตลอดช่วงวันหยุดราชการก็ได้มีการลงพื้นที่&nbsp;เพื่อไปตรวจราชการติดตามงานถึงการมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบมาตลอดระยะของการระบาดระลอกที่&nbsp;3&nbsp;นี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการลงพื้นที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้มีการพบปะประชาชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จึงทำให้ทราบถึงความเดือดร้อนที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก&nbsp;หลายคนขาดรายได้จากการทำงาน&nbsp;ไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็น&nbsp;ขณะเดียวกันเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่ปลูกฟักทอง&nbsp;ฟักเขียว&nbsp;พริกเขียวมัน&nbsp;ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;เช่นเดียวกัน&nbsp;เนื่องจากไม่มีคนเดินทางออกจากบ้าน&nbsp;เพื่อไปซื้อของที่ตลาด&nbsp;รวมทั้งไม่กล้าเดินทาง&nbsp;เพื่อไปรับซื้อพืชผลทางการเกษตรดังกล่าว&nbsp;ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำและค้างอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก&nbsp;ซึ่งตนในฐานะที่รับผิดชอบในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของจังหวัดสงขลาและจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น&nbsp;ได้มีเข้าไปติดตามแก้ไขปัญหาช่วยเหลือ&nbsp;พร้อมทั้งประสานการเข้าไปดูแลและหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;ซึ่งหลายภาคส่วนได้มีการตอบรับเป็นอย่างดีเพื่อลงพื้นที่นำอาหาร&nbsp;ทั้งพร้อมรับประทานอาหารแห้ง&nbsp;หน้ากากอนามัย&nbsp;แอลกอฮอล์ล้างมือทำความสะอาดป้องกันโรค&nbsp;และสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;ได้เน้นย้ำด้วยว่า&nbsp;รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ร่วมมือกัน&nbsp;ประสานงานกัน&nbsp;ในการช่วยเหลือต่างๆเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งในส่วนนี้กระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยนายวิชัย&nbsp;โภชนกิจ&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้มีการประสานการรับซื้อพืชผลทางการเกษตรที่ราคาตกต่ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า&nbsp;46&nbsp;ตัน&nbsp;และยังมีเครือข่ายองค์กรต่างๆ&nbsp;ที่ได้เข้าร่วมด้วยช่วยกัน&nbsp;อีกหลายองค์กร&nbsp;ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการบรรเทาความรุนแรงของผลกระทบจากสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีและในเร็วๆ&nbsp;นี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;จะมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าและรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินมาตรการฯเพื่อนำไปปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;ครอบคลุมการช่วยเหลือเกษตรกรให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525165503786"],
    [528,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรระวังและเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่าระยะนี้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง&nbsp;ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองเกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวเกษตรกรควร&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก&nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูฝนแมลงต่าง&nbsp;ๆและศัตรูสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;ยุงเหลือบ&nbsp;ริ้น&nbsp;ไร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จะเจริญเติบโตได้ดี&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันศัตรูสัตว์ดังกล่าวมารบกวนสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์ชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;และศัตรูสัตว์บางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525144739694"],
    [529,"จ.ยโสธร เชิญชวนร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เชิญชวนชาวยโสธร&nbsp;ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ณ&nbsp;วัดป่าหนองบก&nbsp;บ้านหนองบก&nbsp;ต.หนองหิน&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;ในวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;หรือตามสถานที่ที่เหมาะสม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนั้น&nbsp;ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และนายทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;รับมอบกล้าไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;กล้า&nbsp;จากนายสมศักดิ์&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;รองอธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;และคณะ&nbsp;โดยกล้าไม้ที่รับมอบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นพะยูง&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;กล้า&nbsp;ต้นมะฮอกกานี&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กล้า&nbsp;ต้นเหลืองปรีดียาธร&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กล้า&nbsp;และต้นมะค่าโมง&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;กล้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วน&nbsp;ได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี&nbsp;เชิญชวนให้คณะรัฐมนตรีร่วมกันปลูกต้นไม้ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จึงเป็นที่มาของการมอบกล้าไม้ดังกล่าว&nbsp;โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;พรหมเลิศ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;แจ้งส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นำกล้าไม้ดังกล่าวไปปลูกบริเวณกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และส่วนราชการ/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เพื่อร่วมฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525154626733"],
    [530,"สศท.7 โชว์แปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะ ศกอ. จ.สุพรรณบุรี ดึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวสมบัติ&nbsp;พุทธา&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;7&nbsp;ชัยนาท&nbsp;(สศท.7)&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันการนำแนวคิดเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตและปรับปรุงการทำการเกษตร&nbsp;โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตนั้น&nbsp;เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นรูปธรรม&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีการจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ประหยัดเวลา&nbsp;ต้นทุน&nbsp;และมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;สอดคล้องกับการพัฒนาที่มุ่งสู่เกษตร&nbsp;4.0&nbsp;เพื่อทำให้อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มีความมั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;สร้างรายได้ที่ดี&nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากตัวอย่างของ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ที่ประสบความสำเร็จโดยนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;และลดต้นทุนการผลิตข้าวปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;คือ&nbsp;นายพิชิต&nbsp;เกียรติสมพร&nbsp;เศรษฐกิจการเกษตรอาสา&nbsp;(ศกอ.)&nbsp;และยังเป็นประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสวนแตง&nbsp;ตำบลสวนแตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;บอกเล่าว่า&nbsp;เดิมนั้นตนเพาะปลูกข้าวโดยใช้สารเคมีเป็นหลักส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขณะที่ได้กำไรน้อย&nbsp;จึงศึกษาวิธีและเทคโนโลยีใหม่ๆ&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวและไม่มีโรคแมลงศัตรูข้าวมารบกวน&nbsp;โดยได้เข้าร่วมโครงการแนวทางการใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;และลดต้นทุนการผลิตข้าวของสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติสุพรรณบุรี&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;จึงได้ลงมือทำแปลงเรียนรู้เกษตรอัจฉริยะข้าวขึ้นที่ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสวนแตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;บนเนื้อที่แปลงนาต้นแบบ&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกันกับก่อนเข้าร่วมโครงการ&nbsp;โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ครอบคลุมตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์&nbsp;เครื่องกำจัดวัชพืชที่มีความแม่นยำสูง&nbsp;เครื่องตรวจวัดความต้องการธาตุอาหารพืช&nbsp;เครื่องให้ปุ๋ยอัตโนมัติตามค่าวิเคราะห์ดินระบบควบคุมการให้น้ำอัจฉริยะ&nbsp;ติดตั้ง&nbsp;Sensor&nbsp;ตรวจสภาพต้นข้าว&nbsp;กล้องดักจับแมลง&nbsp;การใช้อากาศยานไร้คนขับในการสำรวจการเจริญเติบโตของพืชร่วมกับการฉีดพ่นสารชีวภัณฑ์&nbsp;การใช้&nbsp;Sensor&nbsp;ตรวจวัดสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแปลงเรียนรู้เพื่อนำไปประมวลผลผ่านระบบ&nbsp;Internet&nbsp;ทำให้ลดแรงงานในการดำเนินงาน&nbsp;ลดระยะเวลา&nbsp;ลดปริมาณการใช้น้ำ&nbsp;และลดปริมาณการใช้สารเคมี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หลังจากเข้าร่วมโครงการ&nbsp;พบว่าปีเพาะปลูก&nbsp;2563/64&nbsp;ซึ่งเพาะปลูกระหว่างเดือนตุลาคม-&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&nbsp;4,985&nbsp;บาท/ไร่/รอบการผลิต&nbsp;ระยะเวลาเพาะปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;870&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต&nbsp;ผลตอบแทนเฉลี่ย&nbsp;8,976&nbsp;บาท/ไร่/รอบการผลิต&nbsp;คิดเป็นผลตอบแทนสุทธิ&nbsp;(กำไร)&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;3,991&nbsp;บาท/ไร่/รอบการผลิต&nbsp;ราคาที่เกษตรกรขายได้&nbsp;ณ&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ความชื้น&nbsp;15%&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;10,313&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;และความชื้น&nbsp;25%&nbsp;ราคาอยู่ที่&nbsp;9,100&nbsp;บาท/ตัน&nbsp;โดยจะจำหน่ายเป็นพันธุ์ข้าวปลูกทั้งหมดให้กับเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;ตำบลสวนแตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และเกษตรกรในชุมชน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จากการที่นายพิชิตเข้าร่วมโครงการและได้นำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตข้าวสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ร้อยละ&nbsp;13&nbsp;และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ&nbsp;19&nbsp;เมื่อเทียบกับก่อนเข้าโครงการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นายพิชิต&nbsp;ยังได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนเกษตรกรให้ไปศึกษาดูงานเรื่องการรวมกลุ่มเกษตรกรการผลิตข้าวเป็นเมล็ดพันธุ์&nbsp;และแปรรูปข้าวที่ประเทศญี่ปุ่นและจีน&nbsp;โดยได้นำองค์ความรู้มาเผยแพร่แก่สมาชิกแปลงใหญ่เพื่อการบริหารจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มปริมาณผลผลิต&nbsp;สร้างรายได้ที่ดีให้กับเกษตรกร&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากท่านใดที่สนใจรายละเอียดข้อมูลเกษตรอัจฉริยะข้าวปทุมธานี&nbsp;1&nbsp;สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;นายพิชิต&nbsp;เกียรติสมพร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;22/2&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลสวนแตง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;โทร&nbsp;08&nbsp;9174&nbsp;2512&nbsp;หรือเข้าไปศึกษาดูงานได้ที่แปลงใหญ่ข้าวตำบลสวนแตงได้โดยตรง&nbsp;หรือสอบถามเพิ่มเติมที่&nbsp;สศท.7&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;5640&nbsp;5007-8&nbsp;อีเมล์&nbsp;zone7@oae.go.th</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525170502794"],
    [531,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน จังหวัดขอนแก่น ","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาและแนวทางมาตรการป้องกันโรคระบาด&nbsp;โรคลัมกี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่เขต&nbsp;3&nbsp;และเขต&nbsp;4&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;และเป็นประธานเปิดงาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;Disease)&nbsp;ที่จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ว่า&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ได้กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วน&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้การควบคุม&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรค&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมทั้งเพื่อคลายความวิตกกังวลของเกษตรกร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดงาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;สกลนคร&nbsp;และมุกดาหาร&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมประกอบด้วย</strong>&nbsp;1)&nbsp;ปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปตามพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เพื่อรักษาโค&nbsp;-กระบือ&nbsp;ที่ป่วย&nbsp;โดยเป็นการรักษาตามอาการในเบื้องต้น&nbsp;2)&nbsp;ปล่อยขบวนหน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรคและพ่นสารเคมีกำจัดแมลง&nbsp;ซึ่งเป็นพาหะของโรค&nbsp;เพื่อยับยั้ง&nbsp;ชะลอการแพร่ระบาด&nbsp;3)&nbsp;แจกสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ&nbsp;แจกยารักษาแผลภายนอก&nbsp;ยาบำรุง&nbsp;แร่ธาตุ&nbsp;ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจโรคและการป้องกันให้กับเกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นแล้วรักษาหาย&nbsp;เนื้อทานได้&nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ของโรคอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525193152928"],
    [532,"เกษตรควนกาหลง จังหวัดสตูล ลงพื้นที่ชี้แจงการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นางอภิวันท์&nbsp;ทองแท่น&nbsp;เกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอควนกาหลง&nbsp;ร่วมประชุมชี้แจงการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ให้แก่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อวางแผนเตรียมการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยกลุ่มมีกิจกรรมการเลี้ยงโค&nbsp;และแปลงปลูกหญ้าเพื่อเป็นอาหารให้แก่โค&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขี้แจงรายละเอียดการจดทะเบียนวิสาหกิจ&nbsp;ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้ดำเนินการในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525171713813"],
    [533,"ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมคณะสำรวจพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำคลองบางตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอโรชา&nbsp;นันทมนตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่สำรวจบริเวณสถานีสูบน้ำบ่อปากคลองบางตลาด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;และบริเวณหมู่บ้านประชานิเวศน์&nbsp;2&nbsp;ระยะทาง&nbsp;800&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อวางแผนแก้ปัญหาและป้องกันน้ำท่วมและเตรียมความพร้อมด้านการระบายน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาการระบายน้ำไม่ทันในช่วงฝนตกหนัก&nbsp;โดยได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525171041803"],
    [534,"คพ.เร่งแก้ปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน พร้อมเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งแก้ปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด&nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;พร้อมเตรียมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้ง&nbsp;(Flare)&nbsp;ในพื้นที่มาบตาพุด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ว่า&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจากเหตุระบบจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขัดข้อง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงทำให้มีการร้องเรียน&nbsp;โดยคณะกรรมการควบคุมมลพิษได้ให้หน่วยงานกำกับดูแลป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าว&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.&nbsp;ได้หารือแนวทางการจัดการปัญหาการปล่อยควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด&nbsp;เพื่อป้องกันการปล่อยควันดำจำนวนมากที่หอเผาทิ้ง&nbsp;ภาพรวมจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอการดำเนินงานที่ผ่านมาและแนวทางการแก้ปัญหาและความเห็น&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาการปล่อยทิ้งควันดำจากหอเผาทิ้งในพื้นที่มาบตาพุด&nbsp;เบื้องต้นได้เห็นชอบแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้ง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ให้ผู้ประกอบการมีการกำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อเผชิญเหตุ&nbsp;การดำเนินการแก้ไข&nbsp;การรายงานสถานการณ์ต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและสาธารณะชนให้รวดเร็วขึ้นแล้วเสนอให้หน่วยงานกำกับดูแลพิจารณา&nbsp;//&nbsp;คพ.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;กรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;(กรอ.)&nbsp;และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;(กนอ.)&nbsp;กำหนดมาตรการที่เหมาะสมทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;หน่วยงานที่รับผิดชอบกรณีการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้งเสนอคณะกรรมการควบคุมมลพิษและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ประกาศเป็นระเบียบข้อบังคับต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;คพ.&nbsp;จะประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีการใช้หอเผาทิ้ง&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้ง&nbsp;และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;(CSR)&nbsp;ในรูปแบบกองทุนเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมจากการปล่อยมลพิษจากหอเผาทิ้ง&nbsp;</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174401833"],
    [535,"ลัมปีสกิน ระบาดแล้วใน 18 อำเภอ ของจังหวัดอุดรธานี โค-กระบือติดเชื้อ 345 ตัว ปศุสัตว์ย้ำไม่ระบาดสู่คนและสุกร สั่งห้ามนำเนื้อไปรับประทาน ห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ออกนอกพื้นที่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพนธ์สมิทธิ์&nbsp;กลางนภา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวถึงโรคลัมปีสกินในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันได้ระบาดในวัว&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;345&nbsp;ตัว&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ซักซ้อมและให้แนวทางป้องกันแก่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;พร้อมประกาศให้ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;เป็นเขตโรคระบาดตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อควบคุมห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;ซึ่งโรคลัมปีสกินมีสาเหตุจากเชื้อไวรัส&nbsp;POX&nbsp;ซึ่งติดต่อโดยแมลงดูดเลือด&nbsp;เห็บ&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;เป็นพาหะ&nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;ยังไม่มียารักษา&nbsp;ต้องรักษาตามอาการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การสังเกตอาการของโรคจะมี&nbsp;4&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;ระยะแรก&nbsp;1-2&nbsp;วัน&nbsp;จะแสดงอาการไข้&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มใต้ผิวหนัง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ต่อมน้ำเหลืองจะบวม&nbsp;ตุ่มที่ผิวหนังมีลักษณะคล้ายฝี&nbsp;ไม่มีหัวและแข็ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ตุ่มจะแตก&nbsp;มีน้ำเหลืองซึม&nbsp;เป็นแผลหลุม&nbsp;ระยะแตกของตุ่มไม่พร้อมกัน&nbsp;ระยะที่&nbsp;4&nbsp;แผลเริ่มหาย&nbsp;วงแผลแดงจนปิดสนิท&nbsp;สีอาจเปลี่ยนไปในช่วงแรก&nbsp;โรคนี้ไม่ระบาดสู่คน&nbsp;พื้นที่ระบาดหนักคืออำเภอเมืองอุดรธานี&nbsp;เกษตรกร&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;วัวเนื้อติดเชื้อ&nbsp;72&nbsp;ตัว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;โรคนี้มีต้นกำเนิดมาจากโซนทวีปแอฟริกา&nbsp;มาเป็นระยะเวลา&nbsp;100&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;แพร่ระบาดไปยังไปยุโรป&nbsp;เอเชียใต้&nbsp;พม่า&nbsp;ไทย&nbsp;ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;และจีน&nbsp;โรคนี้เข้ามาในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;พบครั้งแรกที่&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ส่วนการแพร่ระบาดเกิดจากการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;โดยแพร่ระบาดเข้ามาในจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พบวัวเนื้อแรกเกิด&nbsp;อายุ&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ป่วยโรคลัมปีสกินเสียชีวิต&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งห้ามนำเนื้อไปรับประทาน&nbsp;ต้องนำไปฝังทำลายอย่างเดียว&nbsp;แต่ถ้ารักษาหายแล้ว&nbsp;สามารถนำเนื้อไปรับประทานได้&nbsp;ส่วนมาตรการป้องกันโรค&nbsp;ต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกร&nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายโค&nbsp;กระบือ&nbsp;หากเกษตรกรรายใดได้รับโคเนื้อมาใหม่&nbsp;ให้กักดูอาการไม่น้อยกว่า&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;นอกจากจะควบคุมการเคลื่อนย้ายเข้า-ออกของโคกระบือแล้ว&nbsp;ให้เกษตรกรกางมุ้งให้โค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;และการให้ยาฉีดพ่นควบคุมแมลง&nbsp;ซึ่งโรคนี้ไม่ระบาดสู่คน&nbsp;และไม่ระบาดในสุกรแต่อย่างใด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่พบโค&nbsp;-&nbsp;กระบือป่วย&nbsp;ขอให้แจ้งปศุสัตว์ใกล้บ้านโดยเร็ว&nbsp;เพื่อจะได้ควบคุมโรคทันที&nbsp;เพื่อลดความสูญเสีย&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกร&nbsp;ห้ามเคลื่อนย้ายโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เข้า-ออกพื้นที่&nbsp;นอกจากนี้ยังได้สั่งชะลอการเปิดตลาดนัดโค-กระบือ&nbsp;5&nbsp;แห่งประกอบด้วย&nbsp;อำเภอบ้านผือ&nbsp;,&nbsp;ศรีธาตุ&nbsp;,&nbsp;สร้างคอม&nbsp;,&nbsp;เพ็ญ&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;จนกว่าสถานการณ์ระบาดจะคลี่คลาย&nbsp;รวมทั้งขอให้เกษตรกรแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;ให้ทราบถึงระยะการระบาดในพื้นที่&nbsp;ตามวิธีปฎิบัติ&nbsp;รู้เร็ว&nbsp;ควบคุมเร็ว&nbsp;สงบเร็ว&nbsp;จะช่วยให้การควบคุมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สวท.อุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525174233832"],
    [536,"จังหวัดอุดรธานีพบโรคลัมปีสกินระบาด 18 อำเภอสั่งห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือ หรือซากสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;พบการระบาดของโรคลัมปีสกินใน&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกาศห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;หรือซากสัตว์ข้ามจังหวัด&nbsp;ยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ย้ำโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;สัตว์ป่วยรักษาหายได้&nbsp;เนื้อสามารถบริโภคได้ปลอดภัยให้ปรุงสุก&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพนธ์สมิทธิ์&nbsp;กลางนภา&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เรียกประชุมปศุสัตว์&nbsp;20&nbsp;อำเภอ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เพื่อซักซ้อมแนวทางมาตรการป้องกันโรคลัมปีสกิน&nbsp;พร้อมประกาศให้ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;เป็นเขตโรคระบาดตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคมเป็นต้นไป&nbsp;เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยล่าสุดจังหวัดอุดรธานีพบการแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;เกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;250&nbsp;ราย&nbsp;โคเนื้อติดเชื้อ&nbsp;345&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งสาเหตุมาจากไวรัสในตระกูล&nbsp;pox(พ็อค)ซึ่งติดต่อโดยแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ&nbsp;เช่น&nbsp;เห็บ&nbsp;เหลือบ&nbsp;ยุง&nbsp;แมลงวัน&nbsp;และสามารถติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับสะเก็ดแผล&nbsp;น้ำมูก&nbsp;น้ำลาย&nbsp;สัตว์ป่วย&nbsp;พบการระบาดในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานีมากที่สุด&nbsp;เป็นโคเนื้อ&nbsp;72&nbsp;ตัว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เบื้องต้นสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี&nbsp;สั่งห้ามเคลื่อนย้ายโค-กระบือเข้า-ออกพื้นที่&nbsp;ปิดตลาดนัดโค-กระบือ&nbsp;จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรเฝ้าระวังสังเกตอาการสัตว์&nbsp;หากพบโค-กระบือ&nbsp;มีตุ่มตามผิวหนัง&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์&nbsp;และอาสาสมัครปศูสัตว์ใกล้บ้าน&nbsp;เพื่อจะได้เข้าควบคุมโรคได้ทันท่วงที&nbsp;รวมทั้งให้การรักษาโค-กระบือ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;กล่าวคือ&nbsp;\"รู้เร็ว&nbsp;ควบคุมเร็ว&nbsp;สงบเร็ว\"&nbsp;หากเกษตรกรรายใดรับโคเนื้อเข้ามาใหม่แยกกักดูอาการไม่น้อยกว่า&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;โรคลัมปีสกิน&nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;สัตว์ป่วยรักษาหายได้&nbsp;เนื้อสัตว์สามารถบริโภคได้ปลอดภัยด้วยการปรุงให้สุกทุกครั้ง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525180838849"],
    [537,"ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ จัดฝึกอบรมเกษตรกร หลักสูตร กรอบแนวคิดและการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์ ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์ ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางสาวอาทิยา&nbsp;แปลงใจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอสูงเม่น&nbsp;ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;หลักสูตร&nbsp;กรอบแนวคิดและการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ด้านปศุสัตว์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดย&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม&nbsp;2563&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มเลี้ยงไก่บ้านพันธุ์พื้นเมืองและสวยงามตำบลพระหลวง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายจำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ไก้แก่&nbsp;แปลงใหญ่กลุ่มเลี้ยงไก่บ้านพันธุ์พื้นเมืองและสวยงามตำบลพระหลวง&nbsp;อำเภอสูงเม่น&nbsp;จังหวัดแพร่สมาชิกจำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;สามารถลดต้นทุนการผลิต&nbsp;มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมทั้งมีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525191212898"],
    [538,"หน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดมุกดาหาร ร่วมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้(&nbsp;25&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นางวันวิภา&nbsp;แพงแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;วันวิสาขบูชา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;โดยได้พันธ์ไม้ที่ปลูก&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ต้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไม้สัก&nbsp;พะยูง&nbsp;และ&nbsp;มะค่าโมง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวในพื้นที่สถานีฯ&nbsp;ให้มีความร่มรื่น&nbsp;ป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525201349942"],
    [539,"จังหวัดมุกดาหาร ประกาศเขตควบคุมโรคระบาดชนิด โรคลัมปีสกิน ในโคและกระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ออกอากาศจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กำหนดเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปีสกินในโคกระบือ&nbsp;หลังพบการระบาดในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;หรือจังหวัดอื่นเพิ่มขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรคลัมปีสกิน&nbsp;เกิดขึ้นในสัตว์ชนิดโคซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่สำหรับประเทศไทย&nbsp;เป็นโรคตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558&nbsp;อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ภายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างขึ้น&nbsp;เนื่องจากโรคนี้มีแมลงดูดเลือด&nbsp;เป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ&nbsp;และมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาด&nbsp;ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นๆเพิ่มขึ้นได้&nbsp;จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคระบาด&nbsp;หรือพาหะของโรคระบาด&nbsp;และก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;21&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2558&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;จึงออกประกาศ&nbsp;ให้ท้องที่ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นเขตโรคระบาดชนิด&nbsp;โรคลิมปีสกิน&nbsp;ในสัตว์ชนิดโคและกระบือ&nbsp;และห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้าย&nbsp;สัตว์ชนิดโคและกระบือ&nbsp;หรือซากของสัตว์ดังกล่าว&nbsp;เข้า&nbsp;ออก&nbsp;ผ่าน&nbsp;หรือภายในเขตโรคระบาด&nbsp;เว้นแต่ได้รับอนุญาต&nbsp;เป็นหนังสือจากสัตวแพทย์</p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525201153940"],
    [540,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส จัด \" รณรงค์ (Kick-Off) ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เร่งพ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงพาหะของโรค หลังพบระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;สามารถ&nbsp;อ่อนสองชั้น&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มอบหมายให้นายสัตวแพทย์&nbsp;ชนินทร์&nbsp;ทิพปภาสมิทธิ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ฯ&nbsp;จัด&nbsp;\"&nbsp;รณรงค์&nbsp;(Kick-Off)&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;โดยร่วมกับนายกระจ่าง&nbsp;หมวกสกุล&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอบาเจาะและเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;อบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคดังกล่าว&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อพื้นที่อำเภอบาเจาะ&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้บูรณาการร่วมกับปศุสัตว์อำเภอบาเจาะ&nbsp;ด่านกักกันสัตว์นราธิวาส&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปาลุกาสาเมาะ&nbsp;จัดการ&nbsp;รณรงค์&nbsp;(Kick-Off)&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน&nbsp;ด้วยการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;พ่นหมอกควันกำจัดยุงและแมลงพาหะของโรค&nbsp;ซึ่งดำเนินการใน&nbsp;๓&nbsp;จุดหลักที่สำคัญของพื้นที่อำเภอบาเจาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;และหลังจากนี้มีแผนการปฏิบัติงานในจุดอื่นๆให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อไป&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับเกษตรกร&nbsp;และบรรลุตามวัตถุประสงค์และนโยบายของกรมปศุสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสจะเกิดเฉพาะในโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;รักษาหายได้&nbsp;โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้&nbsp;คือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง&nbsp;และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย&nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพของโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ให้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ&nbsp;สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525205345951"],
    [541,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,684 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,684&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;47.41&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;3.024&nbsp;ล้านโดส\"&nbsp;&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,684&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;28.9&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;287&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;131&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศ&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;47.41&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;29.9%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่&nbsp;25.455&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;3,024,313&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;37.9%</span></p>","2021-05-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210525214512960"],
    [542,"กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอชะอำ และเกษตรกรในพื้นที่ แก้ปัญหาการระบาดศัตรูมะพร้าว","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;แปลงมะพร้าวน้ำหอมของนางเรณู&nbsp;คลังนาค&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลดอนขุนห้วย&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมกับทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอชะอำ&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาดของศัตรูมะพร้าว&nbsp;ดำเนินโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;จัดกิจกรรมทำแปลงเรียนรู้การจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์ม&nbsp;(มะพร้าว)&nbsp;โดยร่วมกันกำหนดโจทย์&nbsp;ออกแบบการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของศัตรูมะพร้าวที่พบ&nbsp;และดำเนินการจัดทำแปลงเรียนรู้เพื่อให้ได้ข้อสรุปการแก้ปัญหาศัตรูพืชนั้นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ขนาดอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ในพื้นที่ที่เกษตรกรสามารถเดินทางมาเรียนรู้ได้สะดวก&nbsp;จึงร่วมกันคัดเลือกแปลงมะพร้าวน้ำหอมของนางเรณู&nbsp;คลังนาค&nbsp;ซึ่งพบการเข้าทำลายของหนอนหัวดำมะพร้าว&nbsp;แมลงดำหนาม&nbsp;และด้วงแรดมะพร้าว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้จัดทำเป็นแปลงเรียนรู้การจัดการศัตรูพืชตระกูลปาล์ม&nbsp;จัดการศัตรูมะพร้าวด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;ตัดทางใบที่พบศัตรูมะพร้าวมาทำลาย&nbsp;ทำความสะอาดแปลง&nbsp;ฉีดพ่นเชื้อบีที&nbsp;ใช้แตนเบียนไข่ทริโครแกรมม่า&nbsp;และติดตั้งกับดักฟีโรโมนด้วงแรด&nbsp;เพื่อเป็นแปลงเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เข้ามาศึกษาวิธีการจัดการศัตรูมะพร้าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.เพชรบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526091556973"],
    [543,"สำนักงานประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปล่อยพันธุ์ปลากว่า 50,000 ตัว สร้างแหล่งอาหารโปรตีน และเสริมรายได้ให้กับคนในชุมชน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;อ่างเก็บน้ำหนองระหาร&nbsp;ต.แม่ลา&nbsp;อ.นครหลวง&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;พิลาเดช&nbsp;ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ประมงอำเภอนครหลวง&nbsp;เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นตำบลแม่ลา&nbsp;อำเภอนครหลวง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.แม่ลา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน&nbsp;ได้ร่วมกัน&nbsp;ปล่อยพันธุ์ปลาสลิด&nbsp;และปลาตะเพียน&nbsp;ลงสู่อ่างเก็บน้ำหนองระหาร&nbsp;สร้างแหล่งอาหารโปรตีน&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;พิลาเดช&nbsp;ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติของชุมชนมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรเป็นผลให้ความต้องการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับการทำการประมงมากเกินกำลังผลิตทดแทนในธรรมชาติ&nbsp;การทำประมงที่ไม่ถูกวิธี&nbsp;การจับสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กเกินไป&nbsp;การขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการของชุมชน&nbsp;อ่างเก็บน้ำหนองระหาร&nbsp;ต.แม่ลา&nbsp;อ.นครหลวง&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;มีเนื้อที่จำนวนกว่า&nbsp;210&nbsp;ไร่&nbsp;และจะกั้นเขตบริเวณไว้จำนวน&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;ให้เป็นแหล่งประมงน้ำจืด&nbsp;ที่ให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นอย่างมาก&nbsp;ถือเป็นแหล่งทรัพยากรประมงอันมีค่าที่ก่อให้เกิดแหล่งอาหารโปรตีน&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน&nbsp;เพื่อให้แหล่งน้ำธรรมชาติในชุมชนมีผลผลิตสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อความต้องการของชุมชน&nbsp;ทางสำนักงานประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำและบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;กรมประมง&nbsp;ขึ้น&nbsp;โดยส่งเสริมให้ชุมชนรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;โครงการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างแท้จริง&nbsp;และให้ชุมชนได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของทรัพยากรสัตว์น้ำ&nbsp;เกิดความรักความหวงแหนและช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำสามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุดต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาสลิด&nbsp;จากสถานีเพาะพันธ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;อ.บางบ่อ&nbsp;จ.สมุปราการ&nbsp;จำนวน&nbsp;30,000&nbsp;ตัว&nbsp;พันธุ์ปลาตะเพียนขาว&nbsp;จากสถานีเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;ตัว&nbsp;รวมพันธุ์ปลาที่ปล่อยลงสู่&nbsp;หนองระหารในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;50,000&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526092654979"],
    [544,"ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก เร่งทำงานเชิงรุกลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรป้องกันโรคลัมปี สกิน และเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;นายสุริพล&nbsp;มาบุญช่วย&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;ซึ่งถือเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&nbsp;ขณะนี้พบที่อำเภอนครไทย&nbsp;198&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;ที่อำเภอชาติตระการ&nbsp;115&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;313&nbsp;ตัว&nbsp;ยังไม่พบโค-กระบือป่วยตาย&nbsp;และยังไม่มีรายงานการกระจายหรือการระบาดเพิ่มในพื้นที่อื่นโรคนี้เป็นโรคเฉพาะในโค&nbsp;-กระบือไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมา&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;มีมาตรการเชิงรุกในการควบคุมโรคดังกล่าว&nbsp;โดยลงพื้นที่มอบยาและเวชภัณฑ์ให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรเพื่อใช้ในการควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;จังหวัดพิษณุโลกได้เร่งควบคุมโรคเพื่อลดความสูญเสียให้กับเกษตรกรและเฝ้าระวังโรคในจังหวัดข้างเคียง&nbsp;โดยออกประกาศเข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่&nbsp;ดังนั้นหากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดหากปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเคลื่อนย้าย&nbsp;และเกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น&nbsp;จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง&nbsp;ส่วนเกษตรกรขอให้หมั่นดูแลสุขภาพของโค-กระบือ&nbsp;ให้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ&nbsp;สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526094407988"],
    [545,"จังหวัดนครสวรรค์ จัดกิจกรรม ปลูกป่าในเมือง บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการ&nbsp;\"ปลูกป่าในเมือง&nbsp;บึงบอระเพ็ด&nbsp;นครสวรรค์\"&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;โดยมีจิตอาสา&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;จุดชมวิวบึงบอระเพ็ด&nbsp;ตำบลพระนอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โดยกิจกรรมได้ร่วมกันดำเนินการเปลี่ยนถุงเพาะชำกล้าไม้&nbsp;ปักหลักหมายแนวปลูก&nbsp;เตรียมหลุม&nbsp;และทำการปลูกต้นไม้บางส่วน&nbsp;โดยมีกล้าไม้จำนวน&nbsp;10&nbsp;ชนิดได้แก่/ยางนา/หว้า/นนทรี/พะยอม/สะเดา/พฤกษ์/ขี้เหล็ก/มะขามเทศ/กระดินเทพา/และไผ่ชนิดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,300&nbsp;กล้า&nbsp;บนพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;13&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ&nbsp;เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร&nbsp;ตามพระราชปณิธานที่ต้องการให้คนไทยอยู่ดีมีสุขและคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่าเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;ในการนี้จังหวัดนครสวรรค์ได้มีเป้าหมายการดำเนินโครงการในปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขตป่าอนุรักษ์&nbsp;และเขตปฏิรูปที่ดิน</p><p><br></p><p><strong>&nbsp;**********สัมภาษณ์&nbsp;**********&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสิริรัฐ&nbsp;ชุมอุปการ&nbsp;</strong></p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526111934022"],
    [546,"จ.สกลนคร ปลูกป่า 200 ไร่ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ. 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร&nbsp;จัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่ากุดไห&nbsp;ป่านาใน&nbsp;และป่าโนนอุดม&nbsp;ท้องที่บ้านหินแตก&nbsp;ตำบลไร่&nbsp;อำเภอพรรณานิคม&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืชในพื้นที่&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;รวมทั้งช่วยป้องกันและลดมลพิษจากฝุ่นละอองและหมอกควัน&nbsp;โดยนายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้กล่าวเชิญชวนร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้&nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดสกลนคร&nbsp;ซึ่งจะทำให้เป็นจังหวัดที่น่าอยู่&nbsp;มีสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายนเรศ&nbsp;ชมบุญ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;โดยในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปลูกป่าให้ได้จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526112337024"],
    [547,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดตาก ลงพื้นที่ตรวจติดตามเฝ้าระวัง โรคอุบัติใหม่ โรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ในพื้นที่จังหวัดตาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ตำบลโป่งแดง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;พร้อมด้วยนายสมชาย&nbsp;ไตรทิพย์ชาติสกุล&nbsp;นายอำเภอเมืองตาก&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดตาก&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาด&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;กรณีสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อโรคลัมปี&nbsp;สกิน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจากมีการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;จากรายงานสถานการณ์โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดตากพบโค-กระบือที่ติดเชื้อแล้วใน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมืองตาก&nbsp;แม่ระมาด&nbsp;และบ้านตาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตากจึงได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ของกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวด&nbsp;เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด&nbsp;โดยดำเนินการประชาสัมพันธ์เกษตรกรให้รับรู้ลักษณะของโรคและสถานการณ์การระบาดของโรค&nbsp;รวมถึงขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยใช้สารเคมีกำจัดแมลง&nbsp;ทั้งในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;และให้เข้มงวดในการควบคุมการเคลื่อนย้าย&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ได้แก่&nbsp;แหล่งรวมสัตว์&nbsp;และตลาดนัดค้าสัตว์&nbsp;รวมทั้งช่องทางการนำเข้าสัตว์ตามแนวชายแดน&nbsp;โดยให้เข้มงวดการตรวจโรคในโค-กระบือ&nbsp;ที่เคลื่อนย้ายผ่านจุดตรวจทุกแห่ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กรณีเกษตรกรที่พบว่าสัตว์ที่เลี้ยงมีการติดเชื้อดังกล่าว&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการ&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงและให้ยาฆ่าแมลง&nbsp;เพื่อควบคุมแมลงพาหะ&nbsp;รวมถึงหมั่นกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และสิ่งแวดล้อมโดยรอบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526113335027"],
    [548,"ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล จำกัด ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 ล่าสุดเซ็นสัญญาซื้อขายแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต กับแขวงทางหลวงสตูล แขวงทางหลวงชนบทสตูล และแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายประยูร&nbsp;พะมะ&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางรัชดาภรณ์&nbsp;เสนานิคม&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;นางสาวปิ่นมนัส&nbsp;มณีประพันธ์&nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี&nbsp;2563&nbsp;ของชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;ทั้งนี้เพื่อร่วมสังเกตการณ์&nbsp;ให้ข้อคิดเห็น&nbsp;ข้อเสนอแนะในการประชุมใหญ่ให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนด&nbsp;และมีคณะกรรมการดำเนินการผู้ตรวจสอบกิจการ&nbsp;ฝ่ายจัดการ&nbsp;และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอุดม&nbsp;คงสมคิด&nbsp;ประธานกรรมการเป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูล&nbsp;จำกัด&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;18&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ดำเนินธุรกิจ&nbsp;4&nbsp;ธุรกิจ&nbsp;คือ&nbsp;ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;ธุรกิจรวบรวมยางแผ่นรมควันเพื่อจำหน่าย&nbsp;ธุรกิจแปรรูปอัดก้อน&nbsp;ธุรกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;ในปีบัญชีสิ้นสุดวันที่&nbsp;31&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์ฯ&nbsp;ได้เข้าร่วมโครงการผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&nbsp;(Rubber&nbsp;Fender&nbsp;Barrier&nbsp;:&nbsp;RFB)&nbsp;โดยมีการส่งมอบแผ่นยางดังกล่าว&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;1,081&nbsp;เมตร&nbsp;จำนวนเงิน&nbsp;3,465,800.41&nbsp;บาท&nbsp;และยังดำเนินการต่อเนื่อง&nbsp;โดยในปีปัจจุบันได้เซ็นสัญญาซื้อขายแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&nbsp;กับแขวงทางหลวงสตูล&nbsp;แขวงทางหลวงชนบทสตูล&nbsp;และแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;11,935&nbsp;เมตร&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;46,257,310.97&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การประชุมฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ได้รับอนุญาตจากนายอำเภอควนกาหลงและปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ของจังหวัดสตูล&nbsp;อย่างเคร่งครัดอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว/อมรรัตน์&nbsp;จันทร์พริ้ม&nbsp;&nbsp;&nbsp;สวท.สตูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\"><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526114216029"],
    [549,"ผู้ว่าฯ นำชาวแม่ฮ่องสอน ปลูกต้นไม้ กว่า 10 ไร่ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;กิจกรรมโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมร่วมปลูกต้นไม้&nbsp;ในบริเวณพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;ท้องที่บ้านสบสอย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปางหมูอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เนื้อที่&nbsp;10.20&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(สสน.)&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ&nbsp;และเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริแห่ง<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;</span>และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนราษฎร&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;โดยทำการปลูก</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526114444031"],
    [550,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายอดิศร&nbsp;นุชดำรง&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;และ&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นมะเกลือและต้นประดู่ป่า&nbsp;ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พร้อมกันนี้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ใน&nbsp;จ.สุพรรณบุรีร่วมกับหลายหน่วยงานปลูกต้นไม้กว่า&nbsp;10&nbsp;ชนิด&nbsp;1,200&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ที่วัดหนองเต่าทอง&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นโยบายป่าไม้แห่งชาติกำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่หรือจำนวน&nbsp;128&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์เหลือเพียง&nbsp;102&nbsp;ไร่&nbsp;หรือประมาณร้อยละ&nbsp;32&nbsp;ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีนโยบายปลูกฟื้นฟูสภาพป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ป่าต้นน้ำกลับมามีความสมบูรณ์&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;มีเป้าหมายปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศจำนวน&nbsp;4&nbsp;แสนไร่&nbsp;และจัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;และเชิญชวนจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึก&nbsp;ให้ประชาชนเห็นความสำคัญ&nbsp;โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526115538044"],
    [551,"อำนาจเจริญส่วนราชการและจิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติบนเกาะจิตกูฏสร้างความร่มรื่นบนเกาะรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;ที่&nbsp;เกาะจิตกูฏ&nbsp;อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นำส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าเนื่องในววันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา&nbsp;(ขึ้น&nbsp;15&nbsp;ค่ำเดือน&nbsp;6)&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนทุกหมู่เหล่า&nbsp;จะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึกและช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้&nbsp;อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;ซึ่งป่าไม้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องนุ่งห่ม&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;และยารักษาโรค&nbsp;ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การชลประทาน&nbsp;บรรเทาอุทกภัย&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้มีการนำต้นไม้มาปลูกบนพื้นที่เกาะจิตรกูฏเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ปรับสภาพเกาะให้มีความร่มรื่น&nbsp;ซึ่งเกาะจิตรกูฏเป็นเกาะที่มีความสำคัญของคนอำนาจเจริญเพราะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ซึ่งน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ได้รับการอัญเชิญไปร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และมีปราสาทเทวาลัยสามหลังซึ่งเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือ&nbsp;พระพุทธสมปรารถนา&nbsp;พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร&nbsp;และพระแม่ปารมิตาเทวี&nbsp;&nbsp;ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาให้เกาะจิตรกูฏเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526121143056"],
    [552,"ชาวกาฬสินธุ์  สร้างป่าในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ร่วมใจปลูกต้น กว่า 2 พันต้น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่วัดป่ากกไม้แดง&nbsp;บ้านสิมลี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.เหนือ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.กาพสินธุ์&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเลิศบุศย์&nbsp;กองทอง&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ประชาชน&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;ได้อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและ&nbsp;สิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศูนย์ป่าไม้กาฬสินธุ์&nbsp;และเทศบาลตำบลเหนือ&nbsp;เพื่อให้วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนจะได้ร่วมกันปลูกป่าช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ&nbsp;และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&nbsp;เพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ก่อนการปลูกต้นไม้&nbsp;ได้มีพิธีทางศาสนา&nbsp;มีพระครูวรจิตตานุรักษ์&nbsp;เจ้าคณะอำเภอเมืองกาฬสินธุ์&nbsp;ฝ่ายธรรมยุติ&nbsp;เป็นประธานสงฆ์&nbsp;พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์&nbsp;ร่วมสวดภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้มาร่วมกิจกรรม&nbsp;และพันธุ์กล้าไม้&nbsp;โดย&nbsp;ต้นไม้ที่นำมาปลูกที่บริเวณวัดป้ากกไม้แดง&nbsp;บนเนื้อที่ประมาณ&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;36&nbsp;ตารางวา&nbsp;จำนวน&nbsp;2,200&nbsp;ต้น&nbsp;เป็นต้นกล้ายางนา&nbsp;และต้นพะยอม&nbsp;โดยบรรยากาศมีประชาชนในพื้นที่&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;พร้อมส่วนราชการ&nbsp;กันอย่างพร้อมเพรียง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122237066"],
    [553,"จิตอาสา จังหวัดมหาสารคาม ร่วมปลูกต้นไม้ 20,000 ต้น เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>(&nbsp;26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ที่บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านนาโพธิ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาโพธิ์&nbsp;อำเภอกุดรัง&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธัญญวัฒน์&nbsp;ชาญพินิจ&nbsp;นายธรรมนูญ&nbsp;แก้วคำ&nbsp;นายวิวัฒน์&nbsp;อินทร์ไทยวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาเข้าร่วม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้&nbsp;มีความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้&nbsp;โดยกิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้&nbsp;จากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;อาทิ&nbsp;ต้นยางนา&nbsp;พะยูง&nbsp;ตะแบก&nbsp;จำนวน&nbsp;20,000&nbsp;ต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งกรมป่าไม้ได้เชิญชวนจังหวัดและหน่วยงานจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&nbsp;ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นที่เห็นสมควร&nbsp;เช่น&nbsp;ที่สาธารณประโยชน์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;แม่น้ำลำคลอง&nbsp;สองข้างทางสาธารณะ&nbsp;ประกอบกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งตามโครงการนี้เป็นการปลูกป่าแบบจิตอาสาไม่มีงบประมาณ&nbsp;โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;จัดเตรียมกล้าไม้&nbsp;บูรณาการร่วมกับภาคประชาชนและชุมชนในการร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูก&nbsp;พร้อมทั้งขอความร่วมมือทุกอำเภอนำไปขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคาม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122827075"],
    [554,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (จังหวัดกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (VIDEO CONFERENCE SYSTEM)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;ไชยพิมล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;(ก.บ.ก.)&nbsp;กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;นางปิยรัตน์&nbsp;ลัภกิตโร&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ได้ร่วมการประชุมคณะกรรมการฯ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;ในครั้งนี้ด้วย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมโต๊ะหยงกง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปิยพงศ์&nbsp;ชูวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานการประชุมฯ&nbsp;ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล&nbsp;(Video&nbsp;Conference&nbsp;System)&nbsp;จากห้องประชุมคอซิมบี้&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารคอซิมบี้&nbsp;ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบการโอนทรัพย์สินที่เกิดจากงบประมาณรายจ่ายของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;การขอความเห็นชอบการโอนเปลี่ยนแปลงโครงการฯ&nbsp;การใช้เงินเหลือจ่ายตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;และประเด็นอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;รายงานสรุปผลการดำเนินงานและติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563-2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;รายงานผลการพิจารณางบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ปฏิทินการพิจารณางบประมาณรายจ่ายตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;รายงานผลการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ในห้วงแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562-2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และ&nbsp;5.&nbsp;การจัดทำแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2566-2570)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว/อมรรัตน์&nbsp;จันทร์พริ้มสวท.สตูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\"><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526123053077"],
    [555,"จังหวัดพัทลุงจัดกิจกรรมจิตอาสาปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ตามโครงการ รักษ์น้ำ รักป่า รักษาแผ่นดินพัฒนาเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;26&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;โรงเรียนบ้านยางยายขลุย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลร่มเมือง&nbsp;อำเภอเมืองพัทลุง&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;นายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์พระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;และ&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;อุสาหะ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;นำจิตอาสาในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดพัทลุงในวันนี้สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;ได้อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงได้ขอความร่วมมือจากทุกจังหวัดและหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้จัดโครงการวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยขอให้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในบริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ที่สาธารณประโยชน์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ศาสนาสถาน&nbsp;โรงเรียนริมแม่น้ำลำคลอง&nbsp;สองข้างทางสาธารณประโยชน์&nbsp;เพื่อเพิ่มจำนวนทรัพยากรป่าไม้ให้เอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป&nbsp;รวมทั้งเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกอันเป็นการลดภาวะโลกร้อน&nbsp;ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นนอกจากนี้ยังเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลในโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าซึ่งเป็นโครงการของศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ซึ่งมีเป้าหมายปลูกป่าทั่วประเทศในระยะ8&nbsp;ปี&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563-2564&nbsp;ให้ได้&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสนองพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการต่อยอดโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;ในการปลูกไม้&nbsp;&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;เพื่อประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการจัดกิจกรรมในวันนี้เป็นรูปแบบจิตอาสา&nbsp;ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากสำนักงานธนารักษ์พื้นที่พัทลุง&nbsp;ในการเอื้อเฟื้อสถานที่ปลูก&nbsp;เทศบาลตำบลร่มเมือง&nbsp;และอำเภอเมืองพัทลุง&nbsp;โดยกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ตำบลร่มเมือง&nbsp;ให้ความร่วมมือในการเตรียมพื้นที่ปลูก&nbsp;ศูนย์ป่าไม้พัทลุง&nbsp;สนับสนุนกล้าไม้สำหรับปลูกและศูนย์เพาะชำกล้าไม้พัทลุง&nbsp;สนับสนุนกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายแก่ผู้มาร่วมกิจกรรมและหน่วยงานต่างๆ&nbsp;เป็นอย่างดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนการปลูกต้นไม้ครั้งนี้&nbsp;เป็นการปลูกเพิ่มเติมจากพื้นที่&nbsp;7&nbsp;ไร่&nbsp;มีต้นไม้ทั้งหมด&nbsp;700&nbsp;ต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ต้นพะยอม&nbsp;มะม่วงหิมพานต์&nbsp;ต้นกระโดน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526122000065"],
    [556,"สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา ปลูกต้นไม้ป่าชุมชนบ้านอูยงซูแง ต.บาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ในวันต้นไม้ประจําปีของชาติ 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณป่าชุมชน&nbsp;บ้านอูยงซูแง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบาโร๊ะ&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายสิทธิชัย&nbsp;บรรพต&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายปลิว&nbsp;ชุมแดง&nbsp;ผอ.&nbsp;ศูนย์ป่าไม้ยะลา&nbsp;คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านอูยงซูแง&nbsp;ต.บาโร๊ะ&nbsp;อำเภอยะหา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องใน&nbsp;\"วันวิสาขบูชา&nbsp;:&nbsp;วันต้นไม้ประจําปีของชาติ&nbsp;2564\"&nbsp;เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;9)&nbsp;และสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่&nbsp;รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสิทธิชัย&nbsp;บรรพต&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้&nbsp;มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;ได้น้อมนำแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้&nbsp;โดยให้คนอยู่กับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมให้ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&nbsp;ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นจะส่งเสริมให้ประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;สำหรับต้นไม้ที่ปลูก&nbsp;เป็นต้นหลุมพอ&nbsp;ต้นยางนา&nbsp;ต้นพยอม&nbsp;และต้นตะเคียนทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,150&nbsp;ต้น&nbsp;บนพื้นที่&nbsp;42&nbsp;ไร่&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่&nbsp;สร้างความอุดมสมบูรณ์พื้นที่ป่าต้นน้ำ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526124048087"],
    [557,"จังหวัดยโสธร ปลูกต้นในที่สาธารณะวัดป่าหนองบก ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และการปลูกต้นไม้ในใจคน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานในพิธีปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;ปลัดจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และประชาชนชาวบ้ายหนองบก&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ที่&nbsp;วัดป่าหนองบก&nbsp;บ้านหนองบก&nbsp;ตำบลหนองหิน&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดยโสธรได้จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ขึ้นเพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้บนพื้นที่สาธารณประโยชน์ของวัดป่าหนองบก&nbsp;ตำบลหนองหิน&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ต้นพะยูง&nbsp;และหญ้าแฝก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;เห็นชอบให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งกรมป่าไม้ได้เชิญชวนให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นที่เห็นควร&nbsp;เช่น&nbsp;ที่สาธารณประโยชน์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;สองข้างทางสาธารณะ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่น&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526124853094"],
    [558,"นายอำเภอเมืองลำปาง ร่วมกับหลายภาคส่วน หารือหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท อี-มาร์เก็ตเพลซ จากเกษตรกรไทย สู่ผู้บริโภค","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวาทิต&nbsp;ปัญญาคม&nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้หารือกรณีราคาสับปะรดมีแนวโน้มตกต่ำ&nbsp;ร่วมกับผู้แทนพาณิชย์จังหวัดลำปาง&nbsp;&nbsp;ผู้แทนสภาเกษตรกร&nbsp;&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมทีมงานไปรษณีย์ลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด&nbsp;ผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ไทย&nbsp;ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท&nbsp;อี-มาร์เก็ตเพลซ&nbsp;จากเกษตรกรไทย&nbsp;สู่ผู้บริโภค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สืบเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสับปะรดขนาดใหญ่ในภาคกลางและภาคใต้ทยอยปิดตัวลง&nbsp;รวมทั้งตลาดขายส่งที่สำคัญหลายแห่งก็ถูกปิด&nbsp;เนื่องจากแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการดังกล่าวติดโควิด-19&nbsp;ส่งผลให้การรับซื้อผลผลิตสับปะรดลดลง&nbsp;ขณะที่ผลผลิตสับปะรดเริ่มออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ราคาสับปะรดผลสดจึงมีแนวโน้มร่วงลงอย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง&nbsp;จึงเข้ามาช่วยเหลือแนะนำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรไทย&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(ปณท)&nbsp;ผ่าน&nbsp;เว็บไซต์ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท&nbsp;-&nbsp;www.thailandpostmart.com&nbsp;อี-มาร์เก็ตเพลซ&nbsp;โฉมใหม่&nbsp;พร้อมรองรับใน&nbsp;2&nbsp;รูปแบบ&nbsp;คือ&nbsp;รูปแบบการจำหน่ายออนไลน์ผ่าน&nbsp;ไทยแลนด์โพสต์มาร์ท&nbsp;อี-มาร์เก็ตเพลซ&nbsp;ส่งพัสดุประมาณ&nbsp;3&nbsp;กก.&nbsp;(EMS&nbsp;next&nbsp;day)&nbsp;สามารถส่งสับปะรดคุณภาพ&nbsp;เนื้อ&nbsp;1-2&nbsp;ถึงผู้บริโภคได้รวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากสับปะรด&nbsp;อาทิ&nbsp;สับปะรดกวน&nbsp;ขนม&nbsp;ฯลฯ&nbsp;และรูปแบบการจำหน่ายออฟไลน์&nbsp;ผ่านสาขาไปรษณีย์ไทย&nbsp;ประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;สาขา&nbsp;จำหน่ายสับปะรดสด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานไปรษณีย์ลำปาง&nbsp;ยังเปิดพื้นที่บริเวณหน้าสำนักงานฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรหมุนเวียนมาจำหน่ายผลสด&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;20&nbsp;ของทุกเดือน&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับการรับสลากกินแบ่งรัฐบาล&nbsp;อันจะช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายให้เกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526130812107"],
    [559,"จังหวัดพัทลุงจัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;25&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ออกหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านพร้าว&nbsp;ภายใต้&nbsp;\"โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564\"&nbsp;ทางสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านพร้าว&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอป่าพะยอม&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;ร่วมกันจัดโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;เพื่อสำรวจและควบคุมประชากรสุนัขและแมวในเขตความรับผิดชอบ&nbsp;เพื่อจัดหาวัสดุและอุปกรณ์ทางการแพทย์&nbsp;ยาเวชภัณฑ์ให้เพียงพอต่อการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าตลอดจนสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างถูกต้อง&nbsp;และเพื่อให้สุนัขและแมวในเขตความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลบ้านพร้าวได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าของสัตว์ในเขตตำบลบ้านพร้าว&nbsp;มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตร์จารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เทศบาลบ้านพร้าว&nbsp;ด้านแผนงานและงานสาธารสุข&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกิจกรรมการดำเนินงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การสำรวจและลงทะเบียนประชากรสุนัขและแมว&nbsp;ทั้งมีเจ้าของและประเภทจรจัดซึ้งดำเนินเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน&nbsp;1,702&nbsp;ตัว&nbsp;การฉีดวัคซีนทั้งหมดไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของเป้าหมายที่สำรวจทั้งหมดการผ่าตัดทำหมัน&nbsp;ผลที่คาดว่าจะได้คือสุนัขและแมวได้รับการฉีดวัคซีนอย่างถูกวิธี&nbsp;ตระหนักรู้ถึงความสำคัญไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงให้เป็นสัตว์จรจัด&nbsp;สามารถลดปัญหาการเพิ่มจำนวนของสุนัขและแมวตามที่สาธารณสะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าและไม่มีคนเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526130007102"],
    [560,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เช้าวันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นายอดิศร&nbsp;นุชดำรง&nbsp;อธิบดีกรมป่าไม้&nbsp;และ&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นประดู่ป่า&nbsp;และต้นมะเกลือ&nbsp;ที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร&nbsp;อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;นโยบายป่าไม้แห่งชาติกำหนดให้มีพื้นที่ป่าไม้ทั่วประเทศอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;หรือจำนวน&nbsp;128&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ปัจจุบันมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์เหลือเพียง&nbsp;102&nbsp;ไร่&nbsp;หรือประมาณร้อยละ&nbsp;32&nbsp;ดังนั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีนโยบายปลูกฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ป่าต้นน้ำกลับมามีความสมบูรณ์&nbsp;โดยปี&nbsp;2564&nbsp;มีเป้าหมายปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แสนไร่&nbsp;และจัดโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีกำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;และเชิญชวนจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึก&nbsp;ให้ประชาชนเห็นความสำคัญ&nbsp;โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526130235103"],
    [561,"จิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าเนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่เกาะจิตกูฏอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานอำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;จิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าเนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา&nbsp;(ขึ้น&nbsp;15&nbsp;ค่ำเดือน&nbsp;6)&nbsp;ของทุกปี&nbsp;&nbsp;เป็นวันสำคัญของชาติ&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นำประชาชนทุกหมู่เหล่า&nbsp;จะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึกและช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้&nbsp;อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ&nbsp;อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;ซึ่งป่าไม้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต&nbsp;ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องนุ่งห่ม&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;และยารักษาโรค&nbsp;ให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การชลประทาน&nbsp;บรรเทาอุทกภัย&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยในวันนี้มีการนำต้นไม้มาปลูกบนพื้นที่เกาะจิตรกูฏเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ปรับสภาพเกาะให้มีความร่มรื่น&nbsp;ซึ่งเกาะจิตรกูฏเป็นเกาะที่มีความสำคัญของคนอำนาจเจริญเพราะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์&nbsp;ซึ่งน้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ได้รับการอัญเชิญไปร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เมื่อเดือนพฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และมีปราสาทเทวาลัยสามหลังซึ่งเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;คือ&nbsp;พระพุทธสมปรารถนา&nbsp;พระโพธิสัตว์อำนาจอวโลกิเตศวร&nbsp;และพระแม่ปารมิตาเทวี&nbsp;ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาให้เกาะจิตรกูฏเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526134836125"],
    [562,"ทัพเรือภาคที่ 2 จัดกิจกรรมเนื่องใน \"วันต้นไม้ประจำปีของชาติ\" พ.ศ.2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเรือโท&nbsp;สำเริง&nbsp;จันทร์โส&nbsp;ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;เป็นประธานในพิธีกิจกรรมเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางภาวิณี&nbsp;จันทร์โส&nbsp;ประธานชมรมภริยาทหารเรือ&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่&nbsp;และข้าราชการ&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;เข้าร่วมพิธีฯ&nbsp;ณ&nbsp;กองบัญชาการ&nbsp;ทัพเรือภาคที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ่อยาง&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ป่าไม้เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;อาหาร&nbsp;เครื่องนุ่งห่ม&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;และยารักษาโรค&nbsp;ให้ประโยชน์ทางเศรษกิจ&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การชลประทาน&nbsp;บรรเทาอุทกภัย&nbsp;และอื่นๆ&nbsp;อีกมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากป่าไม้นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญในด้านสังคมและเศรษฐกิจ&nbsp;เมื่อสังคมมนุษย์ขยายตัวมากขึ้น&nbsp;ความต้องการในด้านบริโภคย่อมขยายตัวตามไปด้วย&nbsp;มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไปเพื่อการเกษตรกรรม&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;แต่เนื่องจากทรัพยากรบางประเภทมีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;เช่น&nbsp;ที่ดิน&nbsp;ป่าไม้&nbsp;สินแร่&nbsp;ถ่านหิน&nbsp;น้ำมัน&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้&nbsp;เป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้โดยง่าย&nbsp;แต่การปลูกทดแทนต้องรอเวลาและใช้งบประมาณสูงในการดูแลรักษา&nbsp;ทำนุบำรุง&nbsp;ซึ่งหากไม่มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรเหล่านี้&nbsp;พื้นที่ป่าในสังคมนั้นๆ&nbsp;ก็จะเสื่อมโทรมหรือหมดไปในที่สุด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;`*เหตุที่ต้องกำหนดให้มี&nbsp;วันต้นไม้แห่งชาติ*`&nbsp;ก็เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้คนไทย&nbsp;ตระหนัก&nbsp;และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้&nbsp;อันจะเป็นหนทางนำไปสู่การอนุรักษ์และรู้จักการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า&nbsp;เพื่อเก็บรักษาไว้ให้ลูกหลานต่อไปในอนาคต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526135340127"],
    [563,"มทบ.29 สกลนครร่วมโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดไห&nbsp;ป่านาในและป่าโนนอุดม&nbsp;ท้องที่บ้านหินแตก&nbsp;พื้นที่ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลไร่&nbsp;อำเภอพรรณานิคม&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;พล.ต.ภัชรพล&nbsp;ศิริรักษ์&nbsp;ผบ.มทบ.29&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พ.อ.สุดเขตต์&nbsp;พลยะเรศ&nbsp;รอง&nbsp;เสธ.มทบ.29&nbsp;พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา&nbsp;ร่วมโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าวันต้นไม้ประจำปีของชาติขึ้น&nbsp;15&nbsp;ค่ำเดือน&nbsp;6&nbsp;เนื่องในวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครประธานเปิดโครงการฯ&nbsp;เพื่อเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&nbsp;ให้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติเป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงมลพิษสภาพภูมิอากาศลดมลพิษจากฝุ่นละอองหมอกควัน&nbsp;สำหรับจังหวัดสกลนครในปีพุทธศักราช&nbsp;2564&nbsp;ได้ตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปลูกต้นไม้&nbsp;จำนวน&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนชาวสกลนครต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สวท.สกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526141047137"],
    [564,"โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ บ้านทุ่งจี้ ร่วมกับประชาชนจิตอาสา ปลูกต้นไม้และสร้างภูมิคุ้มกันทางอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;นายจรินทร์&nbsp;กันตี&nbsp;หัวหน้าโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;บ้านทุ่งจี้&nbsp;ส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ&nbsp;และนายธนากร&nbsp;สิงห์เชื้อ&nbsp;หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท&nbsp;สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;วันปลูกต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษและเลี้ยงปลา&nbsp;ภายใต้โครงการฝึกอบรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ณ&nbsp;โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;บ้านทุ่งจี้&nbsp;(บ้านถํ้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ทุ่งกว๋าว&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจรินทร์&nbsp;กันตี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;มีประชาชนจำนวนกว่า&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;อาสาเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;อาทิ&nbsp;ต้นหวาย&nbsp;ต้นหว้า&nbsp;และต้นมะค่าโมง&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;150&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อเสริมระบบนิเวศน์ให้กับป่า&nbsp;อีกทั้งคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำหรับกิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษและเลี้ยงปลา&nbsp;ได้มีการบรรยายการปลูกผักปลอดสารพิษ&nbsp;เทคนิคการดูแล&nbsp;การทำปุ๋ยหมัก&nbsp;พร้อมทั้งแจกเมล็ดพันธุ์ผักและพันธุ์ปลา&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้นำไปปลูก&nbsp;นำไปเลี้ยง&nbsp;เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีภูมิค้มกันทางอาหาร&nbsp;สามารถสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;มายึดปฏิบัติใช้ในการดำรงชีวิต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;โดยระยะที่&nbsp;1&nbsp;ในปี&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;สามารถปลูกป่าได้จำนวน&nbsp;21,247&nbsp;ไร่&nbsp;และระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;พร้อมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน&nbsp;และเตรียมกล้าไม้เพื่อปลูกป่าตามโครงการฯ&nbsp;ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป่าพรุ&nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;โดยเริ่มปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;สำหรับปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526140929136"],
    [565,"ชลประทานเชียงใหม่ เตรียมกักเก็บน้ำสำรองให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีน้ำกินน้ำใช้ไม่ขาดแคลน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ชลประทานเชียงใหม่&nbsp;วางแผนบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน&nbsp;เตรียมกักเก็บน้ำสำรองให้ได้มากที่สุด&nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอภิวัฒน์&nbsp;ภูมิไธสง&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูฝนอย่างเป็นทางการตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;โดยคาดว่าปี&nbsp;2564&nbsp;จะมีปริมาณน้ำฝนมากกว่าปีก่อน&nbsp;และจะมีมากกว่าค่าน้ำฝนปกติถึงร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;ซึ่งนับจากนี้ไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือถึงร้อยละ&nbsp;40-60</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการคาดการณ์ดังกล่าว&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;1&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;จึงได้มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำและการจัดสรรน้ำให้กับประชาชน&nbsp;โดยเตรียมกักเก็บน้ำฝนเข้าในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ&nbsp;เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ให้ได้มากที่สุด&nbsp;หากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง&nbsp;จะได้นำน้ำที่กักเก็บไว้มาใช้ในยามฉุกเฉิน&nbsp;ประชาชนมีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไม่ขาดแคลน&nbsp;โดยได้มีการวางแผนว่าจะต้องมีน้ำส่งเข้าระบบประปาก่อนเป็นอันดับแรก&nbsp;จากนั้นจะมีการจัดสรรน้ำไปให้กับภาคการเกษตร&nbsp;ซึ่งในปีนี้มีการวางแผนเพาะปลูกประมาณ&nbsp;500,000&nbsp;ไร่&nbsp;จะเน้นให้เกษตรกรที่ต้องการจะทำการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;ใช้น้ำฝนในการเพาะปลูกเป็นหลักก่อน&nbsp;หากไม่เพียงพอจึงจะระบายน้ำในเขื่อนมาใช้เป็นลำดับถัดไป&nbsp;ซึ่งวิธีการบริหารจัดการน้ำเช่นนี้จะทำให้จังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอสำหรับใช้ในตลอดช่วงฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ยาวไปจนถึงช่วงหน้าแล้งในปีหน้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้&nbsp;ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำขนาดต่างๆ&nbsp;ยังอยู่ในสภาวะปกติ&nbsp;โดยอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ&nbsp;44&nbsp;อ่างขนาดกลางร้อยละ&nbsp;28&nbsp;ส่วนอ่างขนาดใหญ่ที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;มีน้ำ&nbsp;91&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;34&nbsp;และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;มีน้ำ&nbsp;48&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;18&nbsp;ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;แม้ก่อนหน้านี้ชลประทานเชียงใหม่&nbsp;จะได้ระบายน้ำให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำไปบางส่วนสำหรับใช้ในการเพาะปลูกในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526141120138"],
    [566,"สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า โดยปลูกต้นไม้ 3 พันต้น บนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เนื้อที่ 30 ไร่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.2564)&nbsp;ที่บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;บ้านหาดยาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะลิบง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ภายใต้โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;พิรุณสุนทร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;13&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดตรังและอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;ได้พิจารณาแล้วว่าที่บ้านหาดยาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลเกาะลิบง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สมควรที่จะดำเนินการปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม&nbsp;และสมควรที่จะได้รับการฟื้นฟูสภาพป่าให้อุดมสมบูรณ์&nbsp;เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและทีพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของจังหวัด&nbsp;ประเด็นการพัฒนาที่&nbsp;4&nbsp;บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม&nbsp;พะยูน&nbsp;สัตว์ทะเลหายากและพลังงานอย่างเหมาะสมกับชุมชน&nbsp;พื้นที่และความยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่การจัดกิจกรรมมีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าชายหาด&nbsp;เชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;คือหาดหยงหลิง&nbsp;ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม&nbsp;มีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม&nbsp;เนื้อที่&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;โดยทำการปลูกต้นไม้ชนิด&nbsp;หยีทะเล&nbsp;จิกทะเล&nbsp;กระทิง&nbsp;เสม็ดขาว&nbsp;และต้นไม้ประจำถิ่นชนิดอื่นๆ&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;พันต้น&nbsp;และจะมีการแบ่งการปลูก&nbsp;เนื่องจากต้องเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากการที่มีการรณรงค์ปลูกต้นไม้นั้น&nbsp;ทำให้มีผืนป่าเพิ่มขึ้น&nbsp;อีกทั้งจังหวัดตรังจากการวัดคุณภาพอากาศปรากฏว่าคุณภาพทางอากาศบางแห่งดีที่สุดในประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526141855142"],
    [567,"สุพรรณบุรี เปิดโครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า พ.ศ. 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่&nbsp;วัดหนองเต่าทอง&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลหนองราชวัตร&nbsp;อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ตามที่คณะรัฐมนตรี&nbsp;ได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งได้เชิญชวนให้จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกของประชาชนให้เกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ซึ่งตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;กำหนดให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ต่อพื้นที่ประเทศ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มียุทธศาสตร์การจัดการป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ในระยะ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีเป้าหมายการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และได้มีโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและการเสื่อมสภาพของป่า&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่เขาสูงชันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของพื้นที่ประเทศ&nbsp;กำหนดพื้นที่เป้าหมายจำนวน&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการ&nbsp;8&nbsp;ปี&nbsp;(2563&nbsp;&nbsp;2570)&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีในการปลูกต้นไม้&nbsp;ทั้งในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และจังหวัดอื่นๆ&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;หรือปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยของเรามีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและลดภาวะโลกร้อนให้เราและลูกหลานในอนาคต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526142733146"],
    [568,"หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ร่วมกับเทศบาลตำบลตะกาง และพี่น้องประชาชน จัดกิจกรรมปลูกป่าปล่อยพันธุ์ปลา ที่อ่างเก็บน้ำทับตาพง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;น.อ.ปรีชา&nbsp;รัตนสำเนียง&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;น.อ.ปรัชญา&nbsp;โพธิ์ย้อย&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;น.อ.นันทพัทธ์&nbsp;วงศ์วิกรานต์&nbsp;เสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;นำกำลังพลทหารนาวิกโยธิน&nbsp;จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอภิเดช&nbsp;บุญล้อม&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลตะกาง&nbsp;นำคณะผู้บริหาร,สมาชิกสภาเทศบาล,กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน,สภ.บ้านท่าเลื่อน,ฉก.ตชด.ตราด,ป่าไม้&nbsp;ตร.2&nbsp;คลองห้วยแร้ง&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;ร่วมในกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;ณ&nbsp;อ่างเก็บน้ำทับตาพง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลตะกาง&nbsp;อำเภอเมืองตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;อันเป็นหนึ่งในโครงการและกิจกรรมปลูกต้นไม้และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;ทางหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนทรัพยากรธรรมชาติให้มากขึ้น&nbsp;และเพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงธรรมชาติที่กำลังจะหมดไป&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด&nbsp;จึงได้ประสานไปยังได้ศูนย์เพาะชำกล้าไม้จังหวัดตราด&nbsp;นำกล้าไม้ยางนา,โกศล,ตะเคียน&nbsp;มาปลูก&nbsp;ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้&nbsp;เพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;และความสมบูรณ์ของนิเวศ&nbsp;เป็นผลดีต่อการบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;รับมือกับภัยพิบัติ&nbsp;และความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ&nbsp;หรือ&nbsp;ภาวะโลกร้อน&nbsp;(Climate&nbsp;Chang)&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในตำบลตะกางเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว&nbsp;พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยพันธุ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ปลาตะเพียน&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลายี่สก&nbsp;เพื่อเป็นห่วงโซ่อาหารในชุมชนและเพื่อสืบสานโครงการดังกล่าวต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526143817152"],
    [569,"จ. สุพรรณบุรี สส.ณัฐวุฒิ  ควง สจ.ช้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบต้นตอถนนทรุด อ.บางปลาม้า","<p>กรณีชาวบ้านที่ใช้ถนนเข้าหมู่บ้านเลียบคลองชลประทาน&nbsp;บ้านทรงกระเทียม&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ต.สาลี&nbsp;อ.บางปลาม้า&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ร้องเรียนว่าถนนลาดยางด้านฝั่งคลองชลประทาน&nbsp;เกิดทรุดตัวลึกลงไปประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ต่อมา&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ภูมิวัฒนาชัย(สจ.ช้าง)สจ.เขต&nbsp;อ.บางปลาม้า&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าถนนทรุดตัวลงไปกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;เป็นระยะทางประมาณ&nbsp;50&nbsp;เมตร&nbsp;ทำให้ประชาชนสัญจรไปมาอย่างทุลักทุเล&nbsp;สาเหตุเกิดจากระดับน้ำในคลองลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เนื่องจากกรมชลประทานไม่สามารถปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนาได้เพียงพอ&nbsp;เมื่อไม่มีน้ำปล่อยลงมาตามระบบชลประทาน&nbsp;ชาวนาจึงสูบน้ำที่มีอยู่ในลำคลองจนแห้งถึงท้องคลอง&nbsp;จึงทำให้&nbsp;ถนนเกิดการทรุดตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความคืบหน้าเมื่อเวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พ.ค.นายณัฐวุฒิ&nbsp;ประเสริฐสุวรรณ&nbsp;สส.สุพรรณบุรี&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;พรรคชาติไทยพัฒนา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ภูมิวัฒนาชัย(สจ.ช้าง)&nbsp;สจ.เขต&nbsp;อ.บางปลาม้า&nbsp;และคณะได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหาย&nbsp;พร้อมนำเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน&nbsp;นายณัฐวุฒิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ทุกฝ่ายทราบถึงวิกฤติภัยแล้งในครั้งนี้ที่กระทบต่อพี่น้องเกษตรกรชาวนาเป็นอย่างมาก&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สส.&nbsp;สจ.&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ทราบถึงวิกฤติในครั้งนี้แล้วกำลังเร่งหาทางช่วยเหลือแก้ไขทุกวิถีทาง&nbsp;ไม่ว่าจะเอาน้ำมาจากคลองพระยาบันลือ&nbsp;จากคลองจระเข้สามพัน&nbsp;จากเจ้าพระยา&nbsp;ได้พยายามระดมช่วยเหลือแก้ไขวิกฤติในครั้งนี้&nbsp;ที่ฝนทิ้งช่วงไปประมาณ&nbsp;2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องเกษตรอย่างมาก&nbsp;ภายในอนาคตอีก&nbsp;4-5&nbsp;วันนี้&nbsp;ถ้าฝนไม่ตกลงมาจะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน&nbsp;และแผนต่อไปถ้าไม่มีน้ำจริงๆ&nbsp;ทางจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;คงจะต้องประกาศภัยแล้งเพื่อชดเชยให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาโดยเร็ว&nbsp;เพื่อจะได้สามารถทำนาได้ทันก่อนน้ำจะมา&nbsp;เพราะพื้นที่บางปลาม้า&nbsp;เป็นทุ่งรับน้ำ&nbsp;ต้องรีบทำนาให้เร็ว&nbsp;จึงขอฝากถึงกรมชลประทาน&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;ด้วยว่าให้พิจารณาการช่วยเหลือลำดับแรกในพื้นที่ที่รับน้ำแบบนี้ให้ปล่อยน้ำมาโดยเร่งด่วนก่อนที่จะเสียหายไปมากกว่านี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ภูมิวัฒนาชัย&nbsp;สจ.ช้าง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ถนนสายดังกล่าวที่ทรุดพังนั้นเกิดจากน้ำในคลองลดลงอย่างรวดเร็วทำให้ปัญหาดินสไลด์ไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้&nbsp;สาเหตุที่น้ำลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;เพราะหลังจากวันที่&nbsp;15&nbsp;พ.ค.ที่ผ่านมา&nbsp;กรมชลประทานประกาศให้ชาวนาเริ่มทำนาเพราะเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;แต่พอชาวนาเริ่มทำนาในพื้นที่&nbsp;อ.บางปลาม้า&nbsp;ประมาณ&nbsp;4&nbsp;แสนไร่&nbsp;ชลประทานส่งน้ำมาได้ไม่พอเพียง&nbsp;จึงทำให้ชาวนาต้องสูบน้ำจากคลองดังกล่าวจนแห้ง&nbsp;ขณะนี้ทุกพื้นที่ในเขตลุ่มต่ำลำบากกันถ้วนหน้าเรื่องน้ำ&nbsp;จึงอยากให้ชลประทานเร่งปล่อยน้ำให้เกษตรกรถ้าฝนยังมี่ตกเสียหายแน่นอน&nbsp;นายวิชัย&nbsp;กล่าว</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526144233153"],
    [570,"ผอ.สวท.ภูเก็ต นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ และวันวิสาขบูชา ปี 2564 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่เมือง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายโสภณ&nbsp;เคี่ยมการ&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(ผอ.สวท.ภูเก็ต)&nbsp;นำข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;ในสังกัดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต&nbsp;(สวท.ภูเก็ต)&nbsp;ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;และวันวิสาขบูชา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;แห่งใหม่&nbsp;ตำบลตลาดเหนือ&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกิจกรรมสาธารณประโยชน์&nbsp;การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;การปลูกต้นไม้เพื่อสร้างความสดชื่นให้กับพื้นที่เมือง&nbsp;ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทีมงาน&nbsp;สวท.ภูเก็ต&nbsp;ได้ร่วมปลูกต้นราชพฤกษ์&nbsp;ซึ่งต้นราชพฤกษ์&nbsp;เป็นต้นไม้ที่สื่อถึงต้นไม้ของพระราชา&nbsp;และเป็นต้นไม้ประจำชาติไทย&nbsp;เป็นต้นไม้ที่ประชาชนให้ความรัก&nbsp;ความหวงแหน&nbsp;ดูแล&nbsp;ฟื้นฟูให้อยู่คู่กับพื้นที่&nbsp;จังหวัด&nbsp;และประเทศสืบไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526145207160"],
    [571,"วราวุธ ชวนทุกภาคส่วนเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดเพชรบุรี เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 64 พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือป้องกัน รักษาป่ากับเพื่อนบ้านอาเซียนในภูมิภาคอาเซียน","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ชวนทุกภาคส่วนเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือป้องกัน&nbsp;รักษาป่ากับเพื่อนบ้านอาเซียนในภูมิภาคอาเซียน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายยุทธพล&nbsp;อังกินันทน์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;โดยปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;โดย&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ทำกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;บริเวณพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน&nbsp;ตำบลชะอำ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มพื้นที่ป่าบกและป่าชายเลนในจังหวัดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ครอบคลุมถึงการแก้ปัญหาการบุกรุก&nbsp;การจัดหาที่ดินทำกิน&nbsp;และจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่ประสบปัญหาในพื้นที่&nbsp;เบื้องต้นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กำลังเร่งสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;และในพื้นที่&nbsp;24&nbsp;จังหวัดชายฝั่งทะเล&nbsp;เพื่อวางแผนการบริหารจัดการ&nbsp;การกำหนดมาตรการและแนวทางการตรวจลาดตระเวนร่วมกับภาคประชาชนและอาสาสมัครในพื้นที่อย่างเป็นระบบและเกิดความยั่งยืน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;เตรียมวางแผนจัดการป่าชายเลนอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ&nbsp;เพราะความร่วมมือของประชาชนเป็นกำลังสำคัญช่วยเพิ่มพื้นที่และอนุรักษ์ป่าชายเลนให้ดีขึ้นในหลายพื้นที่&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เป็นเครื่องหมายสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังให้ความสำคัญกับทรัพยากรป่าไม้และพร้อมจะดูแลฟื้นฟูผืนป่าให้คงอยู่เพิ่มขึ้นต่อไป&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ความร่วมมือกับประชาชน&nbsp;ภาคส่วนต่างๆ&nbsp;และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียน&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;Thailand&nbsp;Plus&nbsp;One&nbsp;ที่มุ่งเน้นการรักษาผืนป่าและการลดการเผาที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างแถบภูมิภาคนี้&nbsp;ขณะเดียวกันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งรัดให้หาเทคโนโลยีที่ทันสมัยหรือนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาช่วยสำรวจ&nbsp;ลาดตระเวน&nbsp;ติดตามการดำเนินงานและสถานการณ์ต่างๆให้ได้แบบ&nbsp;Real&nbsp;time&nbsp;ในอนาคต&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทช.&nbsp;กำลังเร่งรัดประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนทั่วไปเข้ามาร่วมปลูกฟื้นฟูป่าชายเลนให้คืนสู่ความสมบูรณ์ด้วยการปลูกป่าชายเลน&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต&nbsp;เบื้องต้นได้เตรียมพื้นที่พร้อมดำเนินการไว้แล้วประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถรองรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมได้จำนวนมาก&nbsp;โดย&nbsp;ทช.&nbsp;ได้จัดเตรียมกล้าไม้ป่าชายเลนไว้บริการแจกฟรี&nbsp;สำหรับหน่วยงานและประชาชนที่ต้องการจะขอรับกล้าไม้ไปปลูกในพื้นที่เอกสารสิทธิ์หรือพื้นที่สาธารณะเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามเหมาะสมติดต่อขอรับกล้าไม้ได้ที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1-10&nbsp;และศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนทุกแห่งในพื้นที่&nbsp;</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526145202159"],
    [572,"จ.อุตรดิตถ์ จัดกิจกรรม วันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;35&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและศูนย์จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง&nbsp;อ.ลับแล&nbsp;จ.อุตรดิตถ์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&nbsp;ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&nbsp;นอกจากนี้ป่าไม้ยังช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคล&nbsp;พระราชพิธีบรมราชาภิเษก&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;โดยการปลูกต้นไม้&nbsp;9&nbsp;วัด&nbsp;กล้าไม้&nbsp;9&nbsp;ชนิด&nbsp;ในเนื้อที่&nbsp;9&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนกล้าไม้&nbsp;900&nbsp;ต้น</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","อุตรดิตถ์","สวท.อุตรดิตถ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526150045162"],
    [573,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักมากในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ช่วง 1  2 วันนี้ พร้อม เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีต่อเนื่อง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักมากในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ช่วง&nbsp;1&nbsp;&nbsp;2&nbsp;วันนี้&nbsp;พร้อม&nbsp;เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปีต่อเนื่อง&nbsp;หลังมีประชาชนได้ประโยชน์แล้ว&nbsp;2.27&nbsp;ล้านครัวเรือน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;26&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคมนี้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณ&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;อุดรธานี&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สระแก้ว&nbsp;70&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;38&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และระนอง&nbsp;101&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;37,890&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;แหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,177&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคองและอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดระนองและชัยภูมิ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้เร่งเดินหน้าจัดการน้ำตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;-2580)&nbsp;มีประชาชนได้ประโยชน์แล้ว&nbsp;2.27&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;และช่วยเพิ่มปริมาณน้ำได้กว่า&nbsp;1,100&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;เน้นดำเนินการตามเป้าหมายของแผนแม่บทน้ำฯให้ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;จากผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี&nbsp;2561&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;พบมีแหล่งเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้น&nbsp;1,138&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;2.27&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบประปาหมู่บ้านได้อีก&nbsp;3,214&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;พัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรและสร้างธนาคารน้ำใต้ดินได้ปริมาณน้ำมากกว่า&nbsp;100&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และดำเนินการรักษาระบบนิเวศฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;135,170&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;จะเร่งบูรณาการหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญที่ผ่านการพิจารณาของ&nbsp;กนช.แล้ว&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนแม่บทฯน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;รวม&nbsp;38&nbsp;โครงการ&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้&nbsp;629&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ช่วยเพิ่มพื้นที่ได้รับประโยชน์ได้&nbsp;1.4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์&nbsp;312,612&nbsp;ครัวเรือน</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526151059164"],
    [574,"ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าและโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดศรีสะเกษ  เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ. 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณที่ดินของวัดป่าโพธิ์ทุ่งรวงทอง&nbsp;บ้านทุ่งรวงทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโพธิ์&nbsp;อำเภอโนนคูณ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ประธานเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าและโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.ณัฐพงศ์&nbsp;จินดาเวช&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ตั้งคำเจริญ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายธานนท์&nbsp;โสภิตชา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายมานิต&nbsp;บริพันธ์ม&nbsp;นายอำเภอโนนคูณ&nbsp;และนายชวน&nbsp;ธีรวุฒิอุดม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ศรีสะเกษ&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอโนนคูณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;จิตอาสาและประชาชนในพื้นที่อำเภอโนนคูณ&nbsp;ร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก&nbsp;และได้รับความเมตตาจากพระครูวิศิษฐ์ปภากร&nbsp;เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิ์ทุ่งรวงทอง&nbsp;อนุญาติให้ปลูกต้นไม้ในมีเนื้อที่&nbsp;33&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;8,509&nbsp;ต้น&nbsp;ประกอบด้วยพันธุ์ไม้&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นพะยูง&nbsp;ประดู่&nbsp;ยางนา&nbsp;ตะเคียนทอง&nbsp;และมะค่าโมง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รัฐวิสาหกิจและประชาชน&nbsp;ได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธานนท์&nbsp;โสภิตชา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;31มกราคม&nbsp;2532&nbsp;อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งกรมป่ไม้ได้เชิญชวนจังหวัดและหน่วยงานจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&nbsp;ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงานหรือสถานที่อื่นที่เห็นสมควร&nbsp;เช่น&nbsp;ที่สาธารณประโยชน์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;โรงเรียนริมแม่น้ำลำคลอง&nbsp;สองข้างทางสาธารณะ&nbsp;ในวันที๋&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ประกอบกับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;ได้มีการติดตามผลการดำเนินงานโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ระยะที่&nbsp;6&nbsp;ซึ่งตามโครงการนี้เป็นการปลูกป่าแบบจิตอาสาไม่มีงบประมาณ&nbsp;โดยมอบหมายให้กรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;จัดเตรียมกล้าไม้&nbsp;บูรณาการร่วมกับภาคประชาชนและชุมชนในการร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลรักษาต้นไม้ที่ปลูกไม้&nbsp;ซึ่งจะต้องขอความ</p><p>ร่วมมือทุกอำเภอนำไปขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของจังหวัด&nbsp;โดยจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;ในวันที่&nbsp;&nbsp;26&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติและวันวิสาขบูชา&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษจึงได้จัดทำโครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่าและโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาคราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;รัฐวิสาหกิจและประชาชน&nbsp;มีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526152448166"],
    [575,"จ.ศรีสะเกษ  อบต.กล้วยกว้าง ร่วมกับชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ จัดกิจกรรมสัปดาห์วันต้นไม้แห่งชาติปล่อยนกสู่ฟ้า ปล่อยกบปล่อยปลาสู่น้ำ  ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่พุทธสถานธรรมดอนแก้วห้วยวะ&nbsp;บ้านโนนสำโรง&nbsp;ตำบลกล้วยกว้าง&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;พระครูบุญสถิต&nbsp;อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองสูง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;หัวหน้าพุทธสถานธรรมดอนแก้วห้วยวะ&nbsp;นายทิวา&nbsp;รุ้งแก้ว&nbsp;ประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และนายไพบูลย์&nbsp;เชื้อทอง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กล้วยกว้าง&nbsp;อำเภอห้วยทับทัน&nbsp;ได้นำพุทธศาสนิกชนบ้านโนนสำโรง&nbsp;ร่วมกันปลู่กต้นไม้ให้แผ่นดิน&nbsp;ปล่อยนกสู่ฟ้า&nbsp;ปล่อยกบปล่อยปลาสู่น้ำกิจกรรมสัปดาห์วันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคนอีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะโลกร้อนต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายไพบูลย์&nbsp;เชื้อทอง&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กล้วยกว้าง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สืบเนื่องมาจากวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันวิสาขบูชา&nbsp;ทางราชการได้กำหนดให้เป็นวันต้นไม้แห่งชาติ&nbsp;&nbsp;อบต.กล้วยกว้าง&nbsp;จึงได้กำหนดเอาวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นสัปดาห์พระพุทธศาสนา&nbsp;โดยได้แจ้งให้หมู่บ้านในเขตตำบลกล้วยกว้างร่วมกันทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนที่วัดในเขตบริการของทุกหมู่บ้าน&nbsp;เพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันประสูติ&nbsp;ตรัสรู้&nbsp;และปรินิพพาน&nbsp;ของพระพุทธเจ้า&nbsp;&nbsp;อบต.กล้วยกว้าง&nbsp;ร่วมกับชมรมคนรักในหลวงจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และพุทธสถานธรรมดอนแก้วห้วยวะ&nbsp;จึงได้กำหนดเอาวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันดูแลต้นไม้&nbsp;ใส่ปุ๋ย&nbsp;ตัดแต่งกิ่ง&nbsp;และปลูกต้นไม้ซ่อมแซม&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการปล่อยนก&nbsp;ปล่อยกบ&nbsp;ปล่อยปลาลงในเขตอภัยทานที่ยาว&nbsp;3,000&nbsp;เมตร&nbsp;ที่ยาวที่สุดในจังหวัดศรีสะเกษด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526152506167"],
    [576,"ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นำส่วนราชการและภาคประชาชนจิตอาสา ปลูกต้นไม้มงคล ที่ศูนย์ราชการแห่งใหม่ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาชาวจังหวัดลำพูน&nbsp;ร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคลสร้างความร่มรื่น&nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมด้วยนายชัชวาลย์&nbsp;ฉายะบุตร&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;และประชาชนจิตอาสาร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคล&nbsp;เพื่อสร้างความร่มรื่น&nbsp;บริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้จัดพิธีทอดผ้าป่าต้นไม้&nbsp;เพื่อนำเงินสมทบทุนการจัดซื้อต้นไม้&nbsp;สำหรับปลูกภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้จัดซื้อต้นไม้มงคลมาเพาะปลูกแล้ว&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นเหลืองปรีดียาธร&nbsp;ราชพฤกษ์&nbsp;ตะแบก&nbsp;สนมังกร&nbsp;อโศกพวง&nbsp;และลีลาวดี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรมในวันนี้&nbsp;คณะผู้บริหารสนามกอล์ฟกัซซัน&nbsp;ได้ร่วมมอบเงินสมทบทุนการจัดซื้อต้นไม้&nbsp;เพื่อปลูกภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;200,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เนื่องจากเป็นวันมงคล&nbsp;ที่พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันทำความดีรักษาศีล&nbsp;และร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ&nbsp;รักษาสมดุลในระบบนิเวศน์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526161002178"],
    [577,"มุกดาหาร - รมช.ประภัตร Kick off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน ปล่อยขบวนสัตวแพทย์ ป้องกัน ควบคุมแมลงพาหะนำโรค ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เดินทางมาเป็นประธาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ที่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรหนองสูง&nbsp;จำกัด&nbsp;(สำนักงานใหญ่)&nbsp;ตำบลหนองสูงเหนือ&nbsp;อำเภอหนองสูง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมกับนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยนายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เข้าร่วมประชุมรับนโยบายและร่วมกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;โดยนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ตัดริบบิ้นปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;หน่วยพ่นยาทำลายเชื้อโรค&nbsp;แจกและพ่นสารเคมีกำจัดแมลงที่เป็นพาหะ&nbsp;แจกยารักษาแผลภายนอก&nbsp;ยาบำรุง&nbsp;แร่ธาตุ&nbsp;ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจโรคและการป้องกันให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์&nbsp;โยธคล&nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;จะเกิดเฉพาะในโค-กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;รักษาหายได้&nbsp;และสามารถบริโภคได้&nbsp;โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้คือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง&nbsp;และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย&nbsp;เกษตรกรหมั่นดูแลสุขภาพของโค-กระบือ&nbsp;ให้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;หากพบสัตว์มีอาการผิดปกติ&nbsp;สงสัยว่าป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำหรับ&nbsp;5&nbsp;มาตรการควบคุมและป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;มีดังนี้&nbsp;1)&nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค&nbsp;และปฏิบัติตามแนวทางการเคลื่อนย้ายของกรมปศุสัตว์อย่างเคร่งครัด&nbsp;2)&nbsp;เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด&nbsp;เน้นการรู้โรคให้เร็ว&nbsp;ควบคุมได้ทัน&nbsp;โรคสงบได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;3)&nbsp;การป้องกัน&nbsp;และควบคุมแมลงพาหะนาโรค&nbsp;4)&nbsp;รักษาสัตว์ป่วยตามอาการ&nbsp;เพื่อลดความสูญเสียแก่เกษตรกร&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;การใช้วัคซีนควบคุมโรค&nbsp;กรณีมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายให้ปฏิบัติตามตามแนวทางการเคลื่อนย้ายที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;จึงย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ตรวจตราอย่างเข้มงวด&nbsp;หากพบการกระทำความผิด&nbsp;ให้ดำเนินคดีความกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพิภพ&nbsp;เพียวิเศษ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีโค-กระบือทั้งหมด&nbsp;79,125&nbsp;ตัว&nbsp;พบโรคครั้งแรกช่วงต้นเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ม.6&nbsp;ตำบลนาสะเม็ง&nbsp;อำเภอดอนตาล&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;มีสาเหตุจากแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรค&nbsp;ปัจจุบันมีโค-กระบือป่วยด้วยโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;4,291&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรกว่า&nbsp;1,766&nbsp;คน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;5.42&nbsp;พบโค-กระบือเสียชีวิตแล้ว&nbsp;13&nbsp;ตัว&nbsp;ด้านการแก้ไขปัญหาทางจังหวัดสั่งปิดตลาดนัดโค-กระบือเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ตามประกาศกรมปศุสัตว์&nbsp;และจัดเจ้าหน้าออกควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;รักษาโรค&nbsp;สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับเกษตรกรในการป้องกันโรคทุกระดับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526172249193"],
    [578,"ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือที่ได้รับความเดือนร้อนจากโรคลัมปีสกิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การประชุมศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคระบาดสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะโรคลัมปีสกิน&nbsp;ซึ่งได้เกิดการแพร่ระบาดในพื้นที่หลายอำเภอในจังหวัดร้อเอ็ด&nbsp;จึงได้กำหนดแนวทางในเรื่องของการป้องกันการดูแลรักษาโคและกระบือที่ติดเชื้อ&nbsp;รวมทั้งแนวทางที่จะชดเชยสัตว์ที่ตายไปจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;และสรุปได้ว่าตอนนี้ในเรื่องของการป้องกันได้มอบหมายให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล&nbsp;โดยทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้มีการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์เพื่อไปฉีดพ่นในการป้องกันเกี่ยวกับแมลง&nbsp;เพราะโรคลัมปีสกินนี้&nbsp;อาศัยแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรค&nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการป้องกันไม่ให้สัตว์ดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;ยุง&nbsp;ลิ้น&nbsp;หรือสัตว์ต่างๆที่ดูดเลือด&nbsp;ได้มากัดโคหรือกระบือของท่าน&nbsp;โดยอาจจะมีวิธีการ&nbsp;เช่น&nbsp;กางมุ้งหรือสุมไฟ&nbsp;เพื่อลดจำนวนแมลงหรือสัตว์ดูดเลือดที่จะไปกัดกินเลือดของโคหรือกระบือ&nbsp;นอกจากนี้ทางปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการไปฉีดพ่นยาให้&nbsp;ซึ่งจะมีวิธีการคล้ายๆ&nbsp;กับการพ่นยาฆ่ายุง&nbsp;เราจะต้องรณรงค์ฉีดพ่นพร้อมกันทั้งจังหวัด&nbsp;และในเรื่องของการรักษาโคหรือกระบือที่เป็นโรคลัมปีสกิน&nbsp;นั้น&nbsp;ทางปศุสัตว์จังหวัดก็จะได้เผยแพร่แนวทางในการรักษาโรค&nbsp;ส่วนโรคลัมปีสกินนี้&nbsp;เป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อไวรัสซึ่งยังไม่มียารักษาได้&nbsp;มีเพียงเป็นการรักษาตามอาการ&nbsp;เช่น&nbsp;ลดอาการไข้&nbsp;ลดการติดเชื้อหรือการรักษาแผลพุพองต่างๆ&nbsp;ของโคกระบือ&nbsp;ต้องรักษาไปตามอาการและขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่ามียาฉีดในเชิงป้องกัน&nbsp;ให้ฟังแนวทางจากปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์ในพื้นที่จะได้ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง&nbsp;ส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยา&nbsp;โค&nbsp;กระบือที่ตายขณะนี้มีระเบียบของกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบ&nbsp;โดยได้การตั้งกรรมการระดับอำเภอ&nbsp;โดยมีนายอำเภอเป็นประธานและมีการสำรวจเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือที่เป็นโรคและเสียชีวิต&nbsp;มีแนวทางในการช่วยเหลือชดเชยให้พี่น้องประชาชนขอให้ติดตามแนวทางการช่วยเหลือต่อไปเบื้องต้นเกษตรกรจะได้รับการชดเชยรายละไม่เกินสองตัวของสัตว์ที่เสียชีวิต&nbsp;ส่วนราคาการชดเชยจะขึ้นอยู่กับอายุของโคกระบือของท่าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้าน&nbsp;ดร.รณวริทธิ์&nbsp;ปริยฉัตรตระกูล&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ&nbsp;เราทุกคนก็ต้องรับผิดชอบตนเอง&nbsp;ถึงแม้ความช่วยเหลือจะมาจากไหนก็ตามขอให้เรารับผิดชอบตัวเองก่อนและช่วยตัวเองเป็นเบื้องต้นให้ดีที่สุด&nbsp;เมื่อพบสัตว์ป่วยพยายามอย่าให้เป็นไข้เพราะคนส่วนมากจะปล่อยโคกระบือออกหากินตามธรรมชาติ&nbsp;เราควรจะกักตัวสัตว์ไว้ไม่ให้ไปปะปนกับสัตว์ตัวอื่นและต้องป้องกันในเรื่องของแมลงดูดเลือดเป็นการเบื้องต้น&nbsp;ซึ่งทางราชการไม่ได้ทอดทิ้งท่านอย่างแน่นอน&nbsp;และทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรทุกคน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526172015192"],
    [579,"ผู้ว่าฯ มุกดาหารนำจิตอาสาพระราชทาน ประชาชนจิตอาสา ร่วมกันปลูกต้นไม้ตามโครงการ  ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า ปี 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในพิธีปลูกต้นไม้&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ณ&nbsp;สำนักสงฆ์ภูเพียงดิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;บ้านนันทวัน&nbsp;ตำบลกุดแข้&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;พร้อมด้วยข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;และประชาชนจิตอาสา&nbsp;กว่า&nbsp;500&nbsp;คน&nbsp;ร่วมถวายพระพร&nbsp;และกล่าวคำปฏิญาณ&nbsp;เราทำความดีเพื่อชาติ&nbsp;ศาสนา&nbsp;และพระมหากษัตริย์&nbsp;จากนั้นได้นำปลูกต้นไม้ในพื้นที่สำนักสงฆ์ภูเพียงดินกว่า&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;โดยต้นไม้ที่ปลูกมีต้นประดู่ป่า&nbsp;มะค่าโมง&nbsp;เต็ง&nbsp;รัง&nbsp;และยางนา&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงกลาโหม&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;จัดทำ&nbsp;โครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ครอบคลุมถึงป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;ป่าพรุ&nbsp;และที่ดินของรัฐประเภทอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยมีเป้าหมายรวมกันจำนวนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ใน&nbsp;76&nbsp;จังหวัด&nbsp;และกรุงเทพมหานคร&nbsp;ภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2570&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้มีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลกุดแข้&nbsp;ผู้นำท้องถิ่นท้องที่&nbsp;องค์กรภาคเอกชน&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่&nbsp;จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าวขึ้น&nbsp;&nbsp;เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน&nbsp;เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;9)&nbsp;ในการพลิกฟื้นผืนป่า&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;รวมทั้งเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล&nbsp;กำหนดให้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเขียว&nbsp;ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ต่อพื้นที่ประเทศ&nbsp;และยุทธศาสตร์ของจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้มีผืนป่าเพิ่มขึ้นให้ได้&nbsp;ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ&nbsp;953,300&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;35.15&nbsp;ของพื้นที่จังหวัด&nbsp;4,407&nbsp;ตร.กม.&nbsp;หรือ&nbsp;2,714,400&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รองจากจังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526173828195"],
    [580,"ศอ.บต. ร่วมอุดหนุนฟักทองตกค้างกว่า? 500? ตัน\" ??พร้อมส่งต่อ?ช่วยหมู่บ้านถูกปิด?เหตุโควิด? ในพื้นที่? จชต. 18 หมู่บ้าน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้?&nbsp;(26?&nbsp;พ.ค.?&nbsp;2564)&nbsp;ที่บ้านป่างาม?&nbsp;อ.จะนะ?&nbsp;จ.สงขลา?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;นำภาคเอกชน?และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น?&nbsp;เข้ารับซื้อฟักทองของเกษตรกรเพิ่ม?&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ตัน?&nbsp;พร้อมประสานรับซื้อฟักทองจาก&nbsp;ต.ไม้แก่น?&nbsp;อ.จะนะ?&nbsp;4&nbsp;ตัน?&nbsp;และ?&nbsp;อ.เทพา?&nbsp;จ.&nbsp;สงขลา?&nbsp;อีก?&nbsp;4&nbsp;ตัน?&nbsp;โดย?ประสานหน่วยราชการ?&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่ร่วมรับซื้อตั้งแต่วันที่?&nbsp;15&nbsp;?-&nbsp;26?&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564?&nbsp;รวมทั้งสิ้นกว่า?&nbsp;500?&nbsp;ตัน?&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ไม่สามารถกระจายพืชผลทางการเกษตรได้ในช่วงโรคระบาดโควิด?&nbsp;-19?&nbsp;เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าคนกลางไม่สามารถมารับซื้อไปขายได้?&nbsp;เพราะสถานที่ค้าขายหลายแห่งถูกปิด?&nbsp;อย่างไรก็ดี?&nbsp;ฟักทอง?กว่า?&nbsp;10&nbsp;ตัน?&nbsp;ของเกษตรกรบ้านป่างามล็อตนี้?ตกค้างมานานกว่า?&nbsp;2&nbsp;เดือนแล้ว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางอารมเดียน&nbsp;&nbsp;อาแว?&nbsp;เกษตรกรบ้านป่างาม?&nbsp;เล่าว่า?&nbsp;ทุกปี?&nbsp;เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์?&nbsp;พ่อค้าแม่ค้าคนกลางจะขับรถมาจ่อรับซื้อทันที?เพียง?&nbsp;10&nbsp;วัน?&nbsp;ผลผลิตก็จะถูกขายและกระจายลงสู่ตลาด?&nbsp;แต่ปีนี้?ต่างโทรมาบอกว่า?ตลาดปิด?&nbsp;บางรายบอกว่า?ไม่สามารถขายได้?&nbsp;และไม่กล้าลงทุนรับซื้อ&nbsp;จึงเป็นเหตุให้ผลผลิต?ตกค้างจำนวนมาก?และเป็นระยะเวลานาน&nbsp;?ที่ผ่านมาได้ขายให้กับเพื่อนบ้านบ้าง?เล็กน้อย?&nbsp;ขณะมี?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;และ&nbsp;กอ.ร?มน.?&nbsp;ภาค?&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า?&nbsp;พร้อมหน่วยงานราชการเข้ามาช่วยเหลือรับซื้อไปเกือบหมดแล้ว?&nbsp;ขอบคุณ?จากใจที่นึกถึงกัน?และให้การช่วยเหลือ&nbsp;หากไม่มีคนมารับซื้อก็ต้องยอมขาดทุนและทำใจ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม?&nbsp;ฟักทองที่?&nbsp;ศอ.บต.?&nbsp;รับซื้ออย่างต่อเนื่องนี้?&nbsp;ได้นำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด?&nbsp;-19?&nbsp;ทำให้ต้องปิดหมู่บ้าน?&nbsp;ตำบล?&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ?&nbsp;ขณะนี้ทั้งสิ้น?&nbsp;18&nbsp;หมู่บ้าน?&nbsp;3,572&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดย?&nbsp;ศอ.บต.?ร่วมหารือกับ?&nbsp;ศปก.อำเภอ?&nbsp;เพื่อให้หน่วยราชการส่วนท้องถิ่นคัดเลือกพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่ง?ด่วน&nbsp;ส่งมอบผลผลิตเพื่อนำไปทำอาหารก่อน?&nbsp;อาทิ?&nbsp;ตำบลเกาะสะท้อน?&nbsp;อ.ตากใบ?&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;อ.บันนังสตา?&nbsp;อ.กรงปินัง?&nbsp;เทศบาลเมืองยะลา?&nbsp;โรงครัวโรงพยาบาลยะลา?&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านภาคเอกชน?&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอ?&nbsp;โพลีน&nbsp;&nbsp;เพาเวอร์?&nbsp;จำกัด?&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็น?&nbsp;1&nbsp;ในหน่วยงานรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรในครั้งนี้ด้วย?นั้น?&nbsp;&nbsp;จะนำฟักทองที่รับซื้อไปแจกจ่ายแก่โรงครัวที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์?โรคระบาด?โควิด?&nbsp;-19&nbsp;?ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร?</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526180110201"],
    [581,"สสก.5 สงขลา ขับเคลื่อนการทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพิเศษด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และวัฒนธรรม&nbsp;ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&nbsp;จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;ทำให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของประชาชน&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรมีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว&nbsp;อาศัยพึ่งพารายได้จากทางเดียว&nbsp;จึงมักประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;เกิดภัยพิบัติซ้ำซาก&nbsp;ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรค่อนข้างลำบาก&nbsp;รายได้ไม่เพียงพอ&nbsp;ชุมชนขาดความเข้มแข็งและเกิดความไม่มั่นคงในพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ร่วมบูรณาการกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;(กอ.รมน.)&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินงานโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในพื้นที่ความมั่นคง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&nbsp;(จะนะ&nbsp;นาทวี&nbsp;เทพา&nbsp;และสะบ้าย้อย)&nbsp;โดยได้น้อมนำแนวทางพระราชทาน&nbsp;เข้าใจ&nbsp;เข้าถึง&nbsp;และพัฒนา&nbsp;และศาสตร์ของพระราชา&nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาเป็นแนวทางในการจัดทำโครงการ&nbsp;มีเป้าหมายให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน&nbsp;มีโอกาสในการศึกษา&nbsp;และประกอบอาชีพที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;มุ่งพัฒนาในทุกมิติ&nbsp;ทั้งการพัฒนาคน&nbsp;ซึ่งครอบคลุมทั้งครอบครัว&nbsp;ให้อยู่ดี&nbsp;มีสุข&nbsp;และมั่นคง&nbsp;เกิดความสันติสุขในพื้นที่&nbsp;ด้านการพัฒนาสินค้า&nbsp;มีการผลักดันและยกระดับทั้งพืชเศรษฐกิจและพืชประจำถิ่น&nbsp;ด้านการพัฒนาพื้นที่&nbsp;ส่งเสริมการทำการเกษตรผสมผสาน&nbsp;สนับสนุนการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อให้มีแหล่งอาหารในชุมชน&nbsp;ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจในชุมชน&nbsp;เป็นฐานรากของการพัฒนาในระดับภูมิภาค&nbsp;และระดับประเทศต่อไป&nbsp;โดยเฉพาะการทำเกษตรผสมผสาน&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงในการทำการเกษตร&nbsp;และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดีขึ้นได้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุพิท&nbsp;จิตรภักดี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ให้ข้อมูลว่า&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ดำเนินการขับเคลื่อนเกษตรผสมผสานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการและพัฒนาเป็นเกษตรกรต้นแบบแล้วกว่า&nbsp;185&nbsp;ราย&nbsp;สามารถเป็นตัวอย่างและขยายผลให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ได้&nbsp;และมีแผนการพัฒนาเกษตรกรต้นแบบอย่างน้อยตำบลละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;ให้ครบทุกตำบล&nbsp;ทั้ง&nbsp;37&nbsp;อำเภอ&nbsp;ในปี&nbsp;2568&nbsp;โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในการให้ความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร&nbsp;สร้างความพร้อมที่จะขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำเกษตรผสมผสาน&nbsp;โดยให้แต่ละจังหวัดคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบที่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;คน&nbsp;มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด&nbsp;องค์ความรู้&nbsp;การจัดทำแผน&nbsp;และแนวทางการพัฒนาแปลง&nbsp;ผลผลิตและผลิตภัณฑ์จากแปลงเกษตรผสมผสาน&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในปีนี้นำไปปรับใช้&nbsp;ตัวแทนเกษตรกร&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายอิสมาแอ&nbsp;ลาเต๊ะ&nbsp;ตำบลลำใหม่&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายเจียร&nbsp;ทองคง&nbsp;ตำบลท่าม่วง&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;นางอุบลรัตน์&nbsp;สีทองแก้ว&nbsp;ตำบลคลองใหม่&nbsp;อำเภอยะรัง&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;และนายมูหัมมัดซำซูดิน&nbsp;เซ็นมาด&nbsp;ตำบลยี่งอ&nbsp;อำเภอยี่งอ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;มีความคิดเห็นตรงกันทุกคนว่า&nbsp;จากการที่ตนเองปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้น&nbsp;ทำให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;สามารถเพิ่มรายได้&nbsp;และลดรายจ่ายในครัวเรือนลงได้มาก&nbsp;มีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอ&nbsp;มีเหลือแบ่งปัน&nbsp;และขายในชุมชน&nbsp;เกิดเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดขึ้นในพื้นที่&nbsp;รู้สึกรักและภูมิใจในอาชีพเกษตร&nbsp;หวงแหนพื้นที่ทำกิน&nbsp;เกิดความสงบสุข&nbsp;และความสามัคคีในชุมชน&nbsp;และตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดี&nbsp;นำความรู้ไปขยายผลให้กับเกษตรกรรายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การทำเกษตรผสมผสานจึงตอบโจทย์&nbsp;ในการสร้างสร้างอาชีพที่มั่นคง&nbsp;และช่วยสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ได้อย่างแท้จริง&nbsp;นายสุพิท&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526181138206"],
    [582,"จังหวัดระนองจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่&nbsp;วัดสุวรรณคีรีวิหาร&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;อ.เมืองระนอง&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธานจัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;โดยนายปรัชญา&nbsp;ทั่งจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมครั้งนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้จัดทำกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;โดยมีหน่วยงานร่วมบูรณาการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีเป้าหมายโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;จำนวนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่ทั่วประเทศ&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;ป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;ป่าพรุและที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของประเทศ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;59,010.68&nbsp;ไร่&nbsp;ในปี&nbsp;2564-2570&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรม&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดสุวรรณคีรีวิหาร&nbsp;พระอารามหลวง&nbsp;โดยเป็นการปลูกต้นไม้เสริมโดยรอบบริเวณพื้นที่วัด&nbsp;ใช้กล้าไม้&nbsp;300&nbsp;ต้น&nbsp;ชนิดพันธุ์ไม้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นชมภูพันธ์ทิพย์,สัก,มะฮอกกานี,จำปาทอง,อบเชย,ตะเคียนทอง&nbsp;และหลุมพอ&nbsp;ในการนี้ได้จัดเตรียมกล้าไม้สำหรับมอบหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชน&nbsp;อีก&nbsp;150&nbsp;ต้น&nbsp;โดยได้รับการสนับสนุนกล้าไม้จากสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดระนอง&nbsp;กำหนดวัน&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ในวันนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นวันเริ่มต้นโครงการ&nbsp;ในพื้นที่นำร่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;5&nbsp;อำเภอ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมเกียรติ&nbsp;ศรีษะเนตร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในวันนี้นอกจากเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา&nbsp;คือวันวิสาขบูชา&nbsp;แล้วยังเป็นในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่าเพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่อาณาราษฎร&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ตามศาสตร์พระราชา&nbsp;และเพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชน&nbsp;หน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่จังหวัดระนองสืบไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.ระนอง&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526182807212"],
    [583,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง kick off โครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่ากิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 จังหวัดระนอง ณ บ้านปากแพรก ต.ละอุ่นเหนือ อ.ละอุ่น","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;kick&nbsp;off&nbsp;โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่ากิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ณ&nbsp;บ้านปากแพรก&nbsp;ต.ละอุ่นเหนือ&nbsp;อ.ละอุ่น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ณ&nbsp;บ้านปากแพรก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลละอุ่นเหนือ&nbsp;อำเภอละอุ่น&nbsp;นายสมจิตร์&nbsp;เขียนด้วง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;กิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่าพร้อมด้วยพันเอก&nbsp;เฉลิมชัย&nbsp;สุทธินวล&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระนอง&nbsp;(ฝ่ายทหาร)&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอละอุ่น&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;โดยนายปรัชญา&nbsp;ทั่งจันทร์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2532&nbsp;เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเพาะปลูก&nbsp;เนื่องจากเข้าช่วงฤดูฝน&nbsp;ปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;จึงถือเป็นวันสำคัญของชาติ&nbsp;ที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันปลูกต้นไม้&nbsp;และเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของประเทศ&nbsp;จังหวัดระนองรับเป้าหมายตามแผนงานโครงการฯ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;59,010.68&nbsp;ไร่&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;-2570&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;ป่าพรุและที่ดินของรัฐประเภทอื่นๆ&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;กำหนดวัน&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ในวันนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาเป็นวันเริ่มต้นโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่นำร่องจำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ครอบคลุม&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;เนื้อที่เป้าหมาย&nbsp;4,399.47&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่&nbsp;ตำบลละอุ่นเหนือ&nbsp;อำเภอละอุ่น&nbsp;กำหนดให้เป็นพื้นที่ภายใต้โครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจำนวน&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;&nbsp;บริเวณบ้านปากแพรก&nbsp;อำเภอละอุ่น&nbsp;สำหรับพันธุ์ไม้ที่ใช้ปลูก&nbsp;อาทิ&nbsp;ต้นอบเชย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526191308235"],
    [584,"ปลัดจังหวัดระนอง พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า อุทยานแห่งชาติแหลมสน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายบุญชัย&nbsp;สมใจ&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทานร่วมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;อุทยานแห่งชาติแหลมสน&nbsp;เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;บ้านกำพวน&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลกำพวน&nbsp;อำเภอสุขสำราญ&nbsp;จังหวัดระนอง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายบุญชัย&nbsp;สมใจ&nbsp;ปลัดจังหวัดระนอง&nbsp;ประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดระนองนำจิตอาสาร่วมปลูกป่าโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนักในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;และเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;โดยจังหวัดระนองมีเป้าหมายที่จะดำเนินการในพื้นที่นำร่อง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;เนื้อที่เป้าหมายกว่า&nbsp;4&nbsp;พันไร่&nbsp;ครอบคลุมทั้ง&nbsp;5&nbsp;อำเภอของจังหวัด&nbsp;เพื่อร่วมกันพลิกฟื้นคืนสภาพผืนป่าธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;สร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มเขตพื้นที่ป่า&nbsp;ช่วยลดปัญหามลภาวะ&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี&nbsp;เพื่อต้องการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนพื้นที่&nbsp;ให้ข้าราชการและพี่น้องประชาชนชาวระนอง&nbsp;ได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของต้นไม้&nbsp;และพร้อมใจที่จะร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;ทำความดีเพื่อสนองแนวทางตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการที่จะอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในเขตพื้นที่ต้นน้ำ&nbsp;และรักษาระบบนิเวศทางสิ่งแวดล้อม&nbsp;อันจะเป็นแนวทางในการที่จะส่งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน&nbsp;ตลอดจนการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ดังกล่าว&nbsp;ยังเพื่อเป็นการสนองตอบนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ในการที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่สีเขียวของประเทศ&nbsp;ที่ได้กำหนดไว้ให้มีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ได้สรุปผลการดำเนินการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;ในปี&nbsp;2563&nbsp;จำนวน&nbsp;21,247&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ได้วางไว้&nbsp;และแผนการดำเนินการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน&nbsp;และเตรียมกล้าไม้&nbsp;เพื่อเริ่มดำเนินการปลูกป่าตามโครงการฯ&nbsp;ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จำนวน&nbsp;400,000&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป่าพรุ&nbsp;ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;โดยจะเริ่มดีเดย์ปลูกต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;สำหรับปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526191229234"],
    [585,"กิจกรรมเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;ลูกอินทร์&nbsp;รองปลัดเทศบาลนครยะลา&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครยะลา&nbsp;นำพนักงานเทศบาลนครยะลา&nbsp;ร่วมปลูกต้นทองอุไร&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ต้น&nbsp;ฌ&nbsp;บริเวฌถนนจัดรูปที่ดินทั้งสองฝั่งจากสวนขวัญเมืองจนถึงหน้าวัดเวฬุวัน&nbsp;ในวันนี้&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;และ&nbsp;ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ไว้เป็นที่ระลึก&nbsp;และช่วยเพิ่มพูนทรัพยากรป่าไม้อันเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526191426239"],
    [586,"ผู้ว่าฯ ร้อยเอ็ด นำจิตอาสาปลูกป่าเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ณ ที่สาธารณประโยชน์หนองคลอง บ้านน้ำคำ หมู่ 3 ตำบลโนนสวรรค์ อำเภอปทุมรัตน์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการจิตอาสา&nbsp;พัฒนาปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;และโครงการปลูกป่า&nbsp;เพื่อป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดร้อยเอ็ด,&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;27&nbsp;,&nbsp;ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด,หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด,ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดร้อยเอ็ด,ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินร้อยเอ็ด&nbsp;,&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ร้อยเอ็ด,หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;,&nbsp;นายอำเภอปทุมรัตน์&nbsp;,&nbsp;นายกเทศ&nbsp;มนตรีตำบลโนนสวรรค์&nbsp;,&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา&nbsp;เราทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;โดยดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึก&nbsp;และรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในโอกาสเดียวกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดยังเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเป็นการ&nbsp;KICK&nbsp;OFF&nbsp;ในการเริ่มโครงการปีที่&nbsp;2&nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ในกิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;,การปลูกหญ้าแฝก&nbsp;โดยมีจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;เราทำความดีด้วยหัวใจ&nbsp;ได้ร่วมแรง&nbsp;ร่วมมือ&nbsp;ร่วมใจกันประกอบกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์&nbsp;โดยไม่หวังผลตอบแทนมีความสมัครสมานสามัคคีและมีความรักความผูกพันใน&nbsp;4&nbsp;สถาบันหลักของชาติ&nbsp;คือ&nbsp;สถาบันชาติ&nbsp;สถาบันศาสนา&nbsp;สถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;และประชาชนคนไทยทุกคน&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินตามโครงการการสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;เป็นอย่างดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธนากร&nbsp;ฉากจินดา&nbsp;ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คมกฤช&nbsp;พวงศรีเคน&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526193036254"],
    [587,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,712 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 48.527 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.147 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,712&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;28.9&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่&nbsp;288&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;131&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศฉีดวัคซีน&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;45.869&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;31.7%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีน&nbsp;มากที่สุดที่&nbsp;25.76&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;3,147,227&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุขมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;36.6%</span></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526211943290"],
    [588,"ปศุสัตว์ต้องเร็ว วัคซีนต้องเร่ง ท้องถิ่นต้องรีบ เกษตรกรโปรดเข้าใจ","<p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน ติดตามสถานการณ์ กำชับนโยบายการควบคุมป้องกัน และกำหนดแนวทางการใช้วัคซีนตามหลักวิชาการ</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ครั้งที่ 1/2564 ซึ่งคณะกรรมการนี้ประกอบด้วยทุกภาคส่วนจากภาครัฐและเอกชน คณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันอุดมศึกษา องค์กรวิชาชีพ และเกษตรกร &nbsp;&nbsp;&nbsp;ร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์ และแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค และกำหนดแนวทางการใช้วัคซีน และได้ชี้แจงกรณีที่มีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนว่า กรมปศุสัตว์ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือของเกษตรกรนั้น ต้องขอชี้แจงว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะตั้งแต่พบว่า &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โคเนื้อของเกษตรกรที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด มีอาการป่วยคล้ายกับโรคลัมปี สกิน กรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ พร้อมเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบในห้องปฏิบัติการจนมีผลยืนยันในช่วงปลายเดือนมีนาคมว่าโคป่วยด้วย โรคลัมปี สกินจริง &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่วงรอผลตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการนั้นได้มีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมและแก้ไข เข้มงวดการเฝ้าระวัง และมาตรการป้องกันและควบคุมโรค กรณีสงสยโรคลัมปี สกิน เป็นต้น โดยในการดำเนินการนั้นได้รายงานให้ <strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายประภัตร โพธสุธนรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> ซึ่งมีความห่วงใยและติดตามสถานการณ์รับทราบอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจากการประชุม คณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2564&nbsp;ที่ผ่านมาที่มี <strong>ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> เป็นประธาน ได้มีข้อสั่งการให้ กรมปศุสัตว์เร่งควบคุมต้นตอของการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน โดยให้เข้มงวดเรื่องการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ตามแนวชายแดนทุกแห่ง ดังนั้นหากพบผู้กระทำผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่หากปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบเคลื่อนย้าย และเกิดการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น จะดำเนินการทางวินัยโดยเด็ดขาด</p><p class=\"ql-align-justify\"><br></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวเพิ่มเติมว่า พร้อมกันนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน&nbsp;ควบคุม และเตรียมความพร้อมเผชิญเหตุโรคลัมปี สกิน หรือ War room เพื่อทำหน้าที่ติดตาม สถานการณ์โรคระบาด วางแผนมาตรการควบคุมโรค วางแผนการกระจายวัคซีน การป้องกันกำจัดโรค ตลอดจนมาตรการชดเชยเยียวยาเกษตรกรตามมาตรการการช่วยเหลือ และขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหลายท้องถิ่นที่ช่วยดำเนินการฉีดพ่นสารเคมีควบคุมแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหนะของโรคลัมปี สกิน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนกรณีของวัคซีน ด้วยโรคลมปี สกิน เป็นโรคอุบัติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงยังไม่เคยมีการใช้ วัคซีนในสัตว์สำหรับควบคุมและป้องกันโรคในประเทศมาก่อน ขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการสั่งซื้อวัคซีนจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีแหล่งผลิตในประเทศแอฟริกาใต้ รวม 60,000 โดส และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานจัดส่งวัคซีน หลังจากวัคซีนเข้ามาถึงประเทศไทยแล้ว จะต้องดำเนินการขอหนังสือรับรองรุ่นการผลิต &nbsp;จากสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา จึงจะสามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กรมปศุสัตว์กำลังดำเนินการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีก ประมาณ 300,000&nbsp;โดส เพื่อการควบคุมโรคและเพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย </p><p class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานการณ์การเกิดโรคล่าสุด ปัจจุบันพบใน 35 จังหวัด มีสัตว์ป่วย จำนวน 7,200&nbsp;ตัว ตาย 53 ตัว และที่สำคัญสามารถควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัด&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค.เป็นต้นมา ยังไม่มีรายงานการกระจายหรือการระบาดเพิ่มในจังหวัดใหม่ ดังนั้น ขอฝากถึงเกษตรกร หากมีข้อสงสัย หรือต้องการได้รับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) หรือสายด่วนแจ้งโรคระบาดกรมปศุสัตว์ call center 063-225-6888 หรือแจ้ง ผ่านแอปพลิเคชั่น&nbsp;&nbsp;DLD4.0 แจ้งการเกิดโรคระบาด ได้ตลอดเวลา และสามารถติดตามองค์ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวของ ได้ที่เว็บไซต์ https://sites.google.com/view/dldlsd/home</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526203537270"],
    [589,"ผอ.ศปพร. ตรวจเยี่ยมฟาร์มตัวอย่างฯ บ้านโคกไร่ใหญ่ พร้อมส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร น้ำมัลเบอร์รี่ เทรนใหม่เพื่อคนรักสุขภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;ยุทธนา&nbsp;สายประเสริฐ&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;151&nbsp;/หัวหน้าคณะทำงานฯ&nbsp;ที่&nbsp;3&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะ&nbsp;พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา&nbsp;จากผู้จัดการ&nbsp;และสมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">บ้านโคกไร่ใหญ่&nbsp;ตำบลสุไหงปาดี&nbsp;อำเภอ&nbsp;สุไหงปาดี&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;โดย&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้อง&nbsp;ในการดำเนินงาน&nbsp;พร้อมกับได้มอบนโยบายในการบริหารจัดการภายใน&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด&nbsp;เพื่อให้ฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;สามารถเลี้ยงดูตนเองได้&nbsp;เป็นแหล่งจ้างแรงงานให้สมาชิกฯ&nbsp;มีงานทำ&nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;ได้เรียนรู้การทำเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และประมงอย่างถูกหลักวิชาการ&nbsp;และรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่มทำงาน&nbsp;อีกทั้งมีมาตรการระวังป้องกันตนเองให้พ้นจากภัยคุกคามของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างความเข้าใจ&nbsp;ให้กับพี่น้อง&nbsp;สมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ฯ&nbsp;เรื่องของการฉีดวัคซีน&nbsp;ป้องกันโรคโควิค&nbsp;-19&nbsp;ตลอดจนมอบถุงยังชีพ&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สมาชิกโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ในช่วงสถานการณ์โควิค&nbsp;-19&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;พลตรี&nbsp;ไพศาล&nbsp;หนูสังข์&nbsp;ได้ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตร&nbsp;และส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;น้ำมัลเบอร์รี่&nbsp;เทรนใหม่เพื่อคนรักสุขภาพ&nbsp;โดยกล่าวว่า&nbsp;ลูกหม่อนหรือ&nbsp;มัลเบอร์รี่&nbsp;(Mulberry)&nbsp;เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว&nbsp;ส่วนต่างๆ&nbsp;ของต้นหม่อนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย&nbsp;ทั้งใช้เพื่ออุตสาหกรรมการทอผ้า&nbsp;การนำใบหม่อนมาแปรรูปเป็นชา&nbsp;หรือแม้แต่ลูกหม่อนเองก็ยังสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้มากมาย&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้&nbsp;หรือเป็นวัตถุดิบในอาหารต่างๆ&nbsp;ลูกหม่อนเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก&nbsp;เพราะเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้แคลอรี่ต่ำ&nbsp;มีสารอาหารสำคัญอย่างคาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มท้อง&nbsp;ทั้งยังช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี&nbsp;นอกจากนั้นยังพบสารต้านอนุมูลอิสระ&nbsp;ที่มีส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง&nbsp;ตำรับยาโบราณมีการใช้ผลหม่อนต้มบริโภคทั้งเนื้อและน้ำแก้โรคไขข้ออักเสบ&nbsp;ท้องผูก&nbsp;โลหิตจาง&nbsp;และขับเสมหะ&nbsp;ได้อีกด้วย&nbsp;ทำให้ประชาชนที่รักษาสุขภาพ&nbsp;หันมาสนใจการดื่มน้ำมัลเบอร์รี่&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้&nbsp;อีกช่องทางหนึ่งให้แก่พี่น้องสมาชิก&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;บ้านโคกไร่ใหญ่&nbsp;ได้ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526203836271"],
    [590,"ชาวบ้านใน ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ร่วมกันปลูกต้นไม้ เนื่องใน วันต้นไม้ประจําปีของชาติ 2564\"","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่บ้านสามร้อยไร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลอัยเยอร์เวง&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;สัจกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;6&nbsp;สาขาปัตตานี&nbsp;&nbsp;ได้นำเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติบางลางร่วมเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่ายะลา&nbsp;เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ในจังหวัดยะลาร่วมกับประชาชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจําปีของชาติ&nbsp;2564\"&nbsp;เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;9)&nbsp;และสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;สัจกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;6&nbsp;สาขาปัตตานี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;โดยเฉพาะทรัพยากรป่าไม้&nbsp;มาใช้เป็นแนวทางการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบาย&nbsp;ได้น้อมนำแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้&nbsp;โดยให้คนอยู่กับป่าอย่างสมดุลและยั่งยืน&nbsp;และส่งเสริมให้ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&nbsp;ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากทรัพยากรป่าไม้และพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้นจะส่งเสริมให้ประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526212918292"],
    [591,"ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นำปลูกต้นไม้ 1,200 ต้น เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ ตั้งเป้าหมายปลูกให้ได้ 65,790 ไร่ ในปี 2570","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี&nbsp;อ.พุนพิน&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;\"โครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี\"&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;โดยมีหน่วยงานราชการและประชาชนร่วมปลูกต้นไม้&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;พ.ศ&nbsp;2532&nbsp;ให้วันวิสาขบูชา&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;โดยในปีนี้จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;\"โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;1,200&nbsp;ต้น&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;12&nbsp;ไร่เศษ&nbsp;ของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์สุราษฎร์ธานี&nbsp;พร้อมกับการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้อีก&nbsp;19&nbsp;อำเภอ&nbsp;อย่างไรก็ตามจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&nbsp;ดำเนินการปลูกต้นไม้&nbsp;ตามโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;2563&nbsp;และจะดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2570&nbsp;โดยมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ให้ได้&nbsp;จำนวน&nbsp;65,790&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า&nbsp;399&nbsp;ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-26T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210526214858297"],
    [592,"โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสำพรต&nbsp;จันทร์หอม&nbsp;เกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;มอบหมายให้คณะทำงานดำเนินการรับแจ้งความต้องการเข้าร่วมโครงการ&nbsp;พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ในพื้นที่ทั้ง&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;ภายใต้แผนงาน/โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยเสนอโครงการยกระดับประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;โดยการส่งเสริมตลาดสำหรับผลผลิต&nbsp;และผลิตภัณฑ์ของธุรกิจชุมชน&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน&nbsp;การจัดหาปัจจัยการผลิตและสิ่งอำนายความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน&nbsp;รวมทั้งการสร้างการเข้าถึงช่องทางการตลาด&nbsp;พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานคุณภาพและมูลค่าเพิ่มของสินค้าและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและชุมชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้หากพี่น้องเกษตรกรหรือประชนทั่วไป&nbsp;สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&nbsp;ติดต่อสอบถามรายระเอียดได้ที่&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;เเละเกษตรอำเภอในพื้นที่ต่างๆ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527100957330"],
    [593,"กอนช.เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อม คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ 3 วันล่วงหน้าภาคอีสานมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคใต้จากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;พร้อม&nbsp;คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ&nbsp;3&nbsp;วันล่วงหน้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;82&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทยมีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;และกระบี่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สุรินทร์&nbsp;114&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;38&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และระนอง&nbsp;49&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;37,855&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,142&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในระยะ&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันล่วงหน้าบริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามสภาพอากาศเนื่องจากระยะนี้อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทยมีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคมพบมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนสะสม&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;น้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;271&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากสุดที่เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;122&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;น้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;265&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากสุดที่เขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;94&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับภาคตะวันออก&nbsp;น้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;75&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากสุดที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;น้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;42&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากสุดที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;23&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;น้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;277&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากสุดที่เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;165&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และภาคใต้น้ำไหลเข้าสะสม&nbsp;252&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากสุดที่เขื่อนบางลาง&nbsp;135&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ&nbsp;3&nbsp;วันล่วงหน้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;82.42&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนภาคอื่นๆปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ทำให้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527094017315"],
    [594,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยบสงพื้นที่&nbsp;แต่ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527094118316"],
    [595,"สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน ลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประจำปีงบประมาณ 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;กำหนดจัดทำแปลงต้นแบบการขยายพันธุ์ไม้ผล&nbsp;โครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่โครงการ&nbsp;รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;ลุ่มน้ำหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;(งบพัฒนาจังหวัด)&nbsp;โดย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานในการส่งมอบพันธุ์ไม้ผล&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนที&nbsp;พรมภักดี&nbsp;นายอำเภอด่านซ้าย&nbsp;เกษตรอำเภอด่านซ้าย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ผอ.เกษตรที่สูง&nbsp;นายทหารปฏิบัติการอุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมากแข้งให้กับเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านหมากแข้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ได้ให้เกียรติปลูกต้นแมคคาเดเมียและตรวจเยี่ยมโรงเรือนไม้&nbsp;ณ&nbsp;แปลงต้นแบบขยายพันธุ์ไม้ผลของนายสไว&nbsp;สีเสือ&nbsp;บ้านหมากแข้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527102611338"],
    [596,"วช.จัดแถลงผลงาน และแถลงข่าววิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย Covid-19 ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม ในการนำไปใช้ประโยชน์ในการป้องกัน ดูแล รักษา แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก Covid-19","<p><strong>วช.จัดแถลงผลงาน&nbsp;และแถลงข่าววิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์&nbsp;ซึ่งเป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย&nbsp;และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ในการนำไปใชเประโยชน์ในการป้องกัน&nbsp;ดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก&nbsp;Covid-19&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;เปิดแถลงผลงาน&nbsp;และแถลงข่าววิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์ผ่านวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(VDO&nbsp;Conference)&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย&nbsp;และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;และการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย&nbsp;การป้องกัน&nbsp;ดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก&nbsp;Covid-19&nbsp;รวมทั้งยังมีการเสวนาเรื่อง&nbsp;เปิดประเด็นวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;ไขข้อสงสัย&nbsp;และการเดินหน้าประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีนิทรรศการผลงานวิจัย&nbsp;และนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย&nbsp;การป้องกัน&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;การแก้ไขปัญหาและการบริหารจัดการสถานการณ์อันเนื่องมาจาก&nbsp;Covid-19&nbsp;จาก&nbsp;วช.&nbsp;มานำเสนอในรูปแบบออนไลน์</p><p>&nbsp;&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;จะแถลงนโยบายและผลงาน&nbsp;อว.&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;และการแถลงข่าวผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เรื่อง&nbsp;Cold&nbsp;Chain&nbsp;Logistics&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา&nbsp;พร้อมจะมีการส่งมอบนวัตกรรม&nbsp;&nbsp;ห้อง&nbsp;ICU&nbsp;ความดันลบเคลื่อนที่สําหรับติดตั้งในโรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;โดย&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;นายแพทย์สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวง&nbsp;อว.จะกล่าวถึงบทบาทของกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหา&nbsp;Covid-19&nbsp;ด้วย</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527140230445"],
    [597,"นายอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เปิดกิจกรรมโครงการ ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า และโครงการต้นไม้ประจำปีของชาติ ภายใต้ชื่อ รวมใจไทย ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 100 ล้านต้น จังหวัดเลย ประจำปี 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;(&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายนที&nbsp;พรมภักดี&nbsp;นายอำเภอด่านซ้าย&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการ&nbsp;ปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;และโครงการต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เทศบาลตำบลด่านซ้าย&nbsp;เทศบาลตำบลศรีสองรัก&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโคกงาม&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลโพนสูง&nbsp;กำนันและผู้ใหญ่บ้านตำบลด่านซ้าย&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;และตำบลโพนสูง&nbsp;จิตอาสาพระราชทานและประชาชน&nbsp;ร่วมกิจกรรมจิตอาสาปลูกต้นไม้&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์ลาดหินอินทร์แปลงหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;กำหนดให้&nbsp;\"วันวิสาขบูชา\"&nbsp;ของทุกปีเป็น&nbsp;วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ&nbsp;มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;ซึ่งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;โดยในปีนี้&nbsp;วันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ตรงกับวันพุธที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527102802340"],
    [598,"จ.สมุทรปราการ จัดกิจกรรม ปลูกป่า และป้องกันไฟป่า เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นประธานกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ภายใต้โครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ณ&nbsp;&nbsp;กองสถานพักผ่อน&nbsp;กรมพลาธิการทหารบก&nbsp;สถานตากอากาศบางปู&nbsp;ตำบลบางปูใหม่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;พ.อ.ประเทือง&nbsp;แก้วทุย&nbsp;รอง.ผอ.รมน.ส.ป.&nbsp;นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;กุลประยงค์&nbsp;ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายเชาวลิต&nbsp;สามห้วย&nbsp;เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายณัชวันก์&nbsp;อัลภาชน์&nbsp;เตชะเสน&nbsp;นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;และคณะกรรมการโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมในครั้งนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ตามมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่เชื้อระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับกิจกรรมดังนี้&nbsp;ซึ่งได้รับมอบหมายภารกิจการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล&nbsp;ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายใต้&nbsp;\"โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า\"&nbsp;โดยมีหน่วยงานหลัก&nbsp;ร่วมบูรณาการการดำเนินโครงการกับทุกภาคส่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;กระทรวงทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;และกระทรวงกลาโหม&nbsp;โดยมีเป้าหมายโครงการในการเพิ่มพื้นที่&nbsp;&nbsp;สีเขียว&nbsp;จำนวนไม่ต่ำกว่า&nbsp;2.68&nbsp;ล้านไร่ทั่วประเทศ&nbsp;ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;ป่าพรุ&nbsp;และที่ดินของรัฐประเภทอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ที่กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียวร้อยละ&nbsp;45&nbsp;ของประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการได้รับเป้าหมายพื้นที่ในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการฯ&nbsp;เนื้อที่จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;ภายในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2570&nbsp;ในการดำเนินการโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2563&nbsp;ได้ดำเนินการปลูกป่าชายเลน&nbsp;ณ&nbsp;กองสถานพักผ่อน&nbsp;กรมพลาธิการทหารบก&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เนื้อที่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งมีอัตราการรอดตายร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ของพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และการดำเนินการโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ได้กำหนดปลูกป่าชายเลนซึ่งเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;&nbsp;เนื้อที่&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;และดำเนินการปลูกซ่อมบำรุงป่าชายเลน&nbsp;บริเวณที่ดำเนินการไปเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527103613344"],
    [599,"อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (เตรียมการ) พบเต่ากระขึ้นวางไข่ต่อเนื่องครั้งที่ 3 อีก 86 ฟอง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง","<p><strong>อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม&nbsp;(เตรียมการ)&nbsp;พบเต่ากระขึ้นวางไข่ต่อเนื่องครั้งที่&nbsp;3&nbsp;อีก&nbsp;86&nbsp;ฟอง&nbsp;พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพิชัย&nbsp;วัชรวงษ์ไพบูลย์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;สาขาเพชรบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม&nbsp;(เตรียมการ)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม&nbsp;ออกลาดตระเวนและเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่ากระในพื้นที่เกาะทะลุ&nbsp;อ.บางสะพานน้อย&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;พบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของแม่เต่ากระบริเวณอ่าวเทียน&nbsp;แต่ไม่พบตัวแม่เต่ากระ&nbsp;อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม&nbsp;(เตรียมการ)&nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่สำรวจบริเวณโดยรอบพบหลุมวางไข่&nbsp;จึงทำการขุดหลุมไข่เพื่อทำการย้ายรัง&nbsp;ภาพรวมหลุมไข่แห่งนี้เป็นรังที่&nbsp;3&nbsp;มีจำนวนไข่เต่า&nbsp;86&nbsp;ฟอง&nbsp;วัดขนาดรอยพายได้&nbsp;78&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ความกว้างของหลุม&nbsp;25&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;และความลึกของหลุม&nbsp;44&nbsp;เซนติเมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;\"เต่ากระ\"&nbsp;เป็นสัตว์ทะเลหายากมีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&nbsp;ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และจัดอยู่ในบัญชีหมายเลข&nbsp;1&nbsp;ของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและ&nbsp;พืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์&nbsp;(CITES)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ทำการเคลื่อนย้ายไข่เต่าไปจุดอนุบาลที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;พร้อม&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังและเก็บข้อมูลหลุมไข่เต่าตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527112013362"],
    [600,"อ.ภูเรือ จ.เลย จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ ประจำปี พ.ศ.2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ&nbsp;นางสาวภูมารินทร์&nbsp;คงเพียรธรรม&nbsp;นายอำเภอภูเรือเป็นประธานในพิธี&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูเรือ&nbsp;ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ,อำเภอภูเรือ,สถานีตำรวจภูธรภูเรือ,เทศบาลภูเรือ,องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว,และประชาชนจิตอาสา&nbsp;จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ตามโครงการปลูกป่า&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;(ด้านปลูกป่า)&nbsp;เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ป่าท้องถิ่นเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ที่ราษฎรถือครองในพื้นที่อนุรักษ์&nbsp;แบบประชาอาสา&nbsp;พิกัด&nbsp;47&nbsp;Q&nbsp;747176&nbsp;E&nbsp;1930545&nbsp;N&nbsp;ท้องที่บ้านสันติสุข&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;เนื้อที่&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ต้นกล้าไม้ที่ปลูก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ไม้สัก,ประดู่ป่า,ยางนา,พะยูง,และกล้าไม้มะค่าโมง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;กล้า</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา&nbsp;และยังเป็นวันสำคัญของชาติที่ประชาชนจะได้ร่วมกันปลูกต้นไม้&nbsp;เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านเรือนและชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;นับเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ&nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับสถานที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่า&nbsp;รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับบ้านเรือน&nbsp;และชุมชน&nbsp;ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในศาสนสถานประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;กำหนดให้&nbsp;วันวิสาขบูชา&nbsp;ของทุกปีเป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;ซึ่งนับเริ่มต้นของฤดูฝน&nbsp;ซึ่งเหมาะสมต่อการปลูกต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยในปีนี้ตรงกับวันที่&nbsp;26&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;และเป็นไปตามนโยบายของ&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(รมว.ทส.)&nbsp;ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า&nbsp;ขยายพื้นที่สีเขียวให้ครอบคลุมทั้งประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527112415364"],
    [601,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ช่วยเหลือเกษตรกร ในการทำบันทึกการขอรับเงินอุดหนุน โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด จังหวัดตรัง กว่า 26 ล้านบาท","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีทำบันทึกข้อตกลงการขอรับรับเงินอุดหนุน&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;งบอุดหนุน(งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เงินกู้)&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กันยายน&nbsp;2563&nbsp;รับทราบและอนุมัติตามผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้&nbsp;โดยให้รับฟังความเห็นของสำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยให้ดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;และกำหนดแนวทางการดำเนินงานและการกำกับดูแลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยจังหวัดตรังได้รับอนุมัติให้ดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;ในพื้นที่ทุกอำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;49&nbsp;แปลง&nbsp;งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;129,578,700&nbsp;บาท&nbsp;และผลการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่ระดับจังหวัดครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;จังหวัดตรังได้ให้กลุ่มแปลงใหญ่ไปทบทวนการเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;และแผนการดำเนินงาน/แผนการใช้จ่ายเงิน&nbsp;และผ่านความเห็นชอบผ่านคณะกรรมการบริหารโครงการฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารโครงการฯ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เห็นชอบอนุมัติทั้ง&nbsp;16&nbsp;โครงการ&nbsp;ตามเงินงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เงินกู้&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;46,248,884&nbsp;บาท&nbsp;ประกอบด้วยเจ้าของสินค้า&nbsp;3&nbsp;หน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;คือ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แปลง&nbsp;กรมการข้าว&nbsp;โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;และการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;โดยการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;แปลง&nbsp;โดยให้แต่ละหน่วยงานเสนอแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;ของกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ระดับกรม&nbsp;และหน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ระดับกรม&nbsp;จัดสรรงบประมาณตามแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ในพื้นที่&nbsp;และให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของสินค้าแปลงใหญ่ในพื้นที่จัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;ใบเสร็จรับเงินกับกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;พ้อมหนังสือถึง&nbsp;ธ.ก.ส.และโอนเงินให้กลุ่มแปลงใหญ่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบแปลงใหญ่&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ผึ้ง&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;กลุ่ม&nbsp;งบประมาณ&nbsp;26,716,441&nbsp;บาท&nbsp;เช่น&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;คือ&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.นาโต๊ะหมิง&nbsp;&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;งบประมาณ&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท,&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;คือ&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.ย่านซื่อ&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;คือ&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.เขาปูน&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,999,905&nbsp;บาทและอำเภออื่นๆ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้จัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการขอรับเงินอุดหนุนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;จังหวัดตรังงบอุดหนุน&nbsp;(งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;เงินกู้)&nbsp;ระหว่างสำนักงานเกษตรจังหวัดตรังกับแปลงใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แปลง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;26,716,441&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อให้ดำเนินงานโครงการตามแผนดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สุจริต&nbsp;โปร่งใส&nbsp;ตรวจสอบได้&nbsp;มีส่วนร่วม&nbsp;และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527114146369"],
    [602,"ผู้ว่าฯ เลย นำทุกภาคส่วนร่วมปลูกต้นคูน และต้นตะแบก โดยเริ่มปลูกริมถนนสองข้างทางช่วงสวนหินผางาม  ภูป่าเปาะ ตำบลปวนพุ อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย เพื่อสร้างสีสันให้กับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเลย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณริมถนนสองข้างทางตั้งบริเวณสวนหินผางาม&nbsp;ตำบลปวนพุ&nbsp;อำเภอหนองหิน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางนงค์นิตย์&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;นายณรงค์&nbsp;จีนอ่ำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;นายศิริวัฒน์&nbsp;พินิชพานิชย์&nbsp;ปลัดจังหวัดเลย&nbsp;นายอภินันท์&nbsp;สุวรรณโค&nbsp;นายอำเภอหนองหิน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำภาคเอกชน&nbsp;ตลอดจนข้าราชการจากส่วนราชการและพลังมวลชนจากภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อพัฒนาภูมิทัศน์ในพื้นที่จังหวัด&nbsp;เพื่อสร้างสีสันให้กับแหล่งท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของจังหวัด&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและของรัฐบาล&nbsp;ที่ต้องการรณรงค์ให้มีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานทั่วประเทศให้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;บริเวณพื้นที่ว่างของหน่วยงาน&nbsp;สวนสาธารณะ&nbsp;ริมทางหลวงแผ่นดิน&nbsp;ริมถนนสายรอง&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาและปรับปรุงทัศนียภาพของพื้นที่ให้เกิดความร่มรื่นสวยงามและมีเอกลักษณ์&nbsp;รวมทั้งสามารถพัฒนาไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชนและท้องถิ่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในครั้งนี้จังหวัดเลยเลือกปลูกต้นไม้ยืนต้นที่มีดอกสีเหลือง&nbsp;คือ&nbsp;ต้นราชพฤกษ์&nbsp;(ต้นไม้ของพระราชา)&nbsp;หรือ&nbsp;ต้นคูน&nbsp;เนื่องจากสีเหลืองนั้นเป็นสีประจำรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และรัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;และปลูกต้นไม้ที่มีดอกสีม่วง&nbsp;คือ&nbsp;ต้นตะแบก&nbsp;เป็นสีแห่งความเป็นศิริมงคล&nbsp;เนื่องจากวันเสาร์เป็นวันพระราชสมภพ&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา&nbsp;พัชรสุธาพิมลลักษณ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">และ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;นับจากวันนี้ไปไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;ต้นไม้ที่ปลูกไว้ทั้งสองข้างทาง&nbsp;กว่า&nbsp;7&nbsp;กิโลเมตรไปจนถึงภูป่าเปาะ&nbsp;ซึ่งทุกๆ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;ตลอดสองฝั่ง&nbsp;จะมีสีเหลืองและสีม่วง&nbsp;สลับกันไปตลอดเส้นทาง&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;13&nbsp;อำเภอของจังหวัดเลย&nbsp;ก็จะต้องเลือกพื้นที่ปลูกเช่นเดียวกันเพื่อให้มีการปลูกต้นไม้ที่มีสีสันรองรับการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยว&nbsp;ซึ่งในปัจจุบันนักท่องเที่ยวก่อนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดใดก็ตาม&nbsp;จะมีการศึกษาข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาล่วงหน้าเป็นอย่างดีแล้ว&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ถ้าทั้ง&nbsp;14&nbsp;อำเภอของจังหวัดเลย&nbsp;มีโค้งไหนสวย&nbsp;ๆ&nbsp;หรือเส้นทางไหนสวย&nbsp;ๆ&nbsp;ก็สามารถปลูกต้นไม้กันเพื่อให้เรามีสถานที่สวย&nbsp;ๆ&nbsp;ให้เกิดขึ้นในแต่ละจุด&nbsp;และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะสื่อออนไลน์&nbsp;ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;&nbsp;กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเลยทุก&nbsp;ๆ&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นไม้ข้างทาง&nbsp;เพื่อเป็นสีสัน&nbsp;นำไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในจังหวัดเลย&nbsp;ซึ่งสามารถปลูกต้นไม้อะไรก็ได้มีดอกมาสร้างสีสันสวยงาม&nbsp;โดยขอให้ร่วมกันปลูกเป็นแนวเป็นแถวและเป็นระบบระเบียบ&nbsp;ซึ่งอีกไม่เกิน&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;จังหวัดเลยจะได้ต้นไม้เหล่านี้มาสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างราย&nbsp;ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;และสร้างสมดุลให้กับพื้นที่ป่า&nbsp;จะทำให้จังหวัดเลยมีป่าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527124959406"],
    [603,"จังหวัดสระบุรี ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกิจกรรมวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564 ภายใต้โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี ณ บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ท้องที่บ้านบุใหญ่ หมู่ที่ 10 ต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี","<p>(27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายธัญญา&nbsp;เนติธรรมกุล&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และพร้อมด้วย&nbsp;นายสมภพ&nbsp;สมิตะสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;,นายสมหวัง&nbsp;เรืองนิวัติศัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ&nbsp;,นายนิธิ&nbsp;อาจสมรรถ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;1&nbsp;สาขาสระบุรี&nbsp;,นายโกเมศ&nbsp;พุทธสอน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี&nbsp;,หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสระบุรี&nbsp;,นางสาวสลิลรัตน์&nbsp;พงษ์พานิช&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีพี-เมจิ&nbsp;จำกัด&nbsp;พร้อมด้วยประชาชน&nbsp;เครือข่ายจิตอาสา&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;และการปลูกต้นไม้&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2563&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจ&nbsp;สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า&nbsp;และพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น&nbsp;ท้องที่บ้านบุใหญ่&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลห้วยแห้ง&nbsp;อำเภอแก่งคอย&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นปฐมฤกษ์ในพื้นที่ของ&nbsp;จ.สระบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การดำเนินโครงการในวันนี้&nbsp;เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;โดยเฉพาะบริษัท&nbsp;ซีพี-เมจิ&nbsp;จำกัด&nbsp;เครือข่ายจิตอาสา&nbsp;และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตามโครงการปลูกป่าป้องกันไฟป่า&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี&nbsp;สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้มีพื้นที่ป่า&nbsp;ร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2570&nbsp;โดยจังหวัดสระบุรี&nbsp;มีเป้าหมายดำเนินการปลูกป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;16,288.98&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรม&nbsp;เป็นการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างจิตสำนึก&nbsp;และการมีส่วนร่วมในการปลูกป่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าจังหวัดสระบุรี&nbsp;มีระยะเวลาในการดำเนินโครงการ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3,305&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;117&nbsp;ไร่&nbsp;ป่าชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;117&nbsp;ไร่&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;3,071&nbsp;ไร่&nbsp;สำหรับชนิดพันธุ์ไม้ที่ปลูกครั้งนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;พะยูง&nbsp;สมอพิเภก&nbsp;แคนา&nbsp;ประดู่ป่า&nbsp;พะยอม&nbsp;กาญจนิการ์&nbsp;และขี้เหล็ก&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;10,000&nbsp;กล้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จิตอาสา&nbsp;904&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;ซีพี&nbsp;-&nbsp;เมจิ&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อการมีส่วนร่วมในร่วมฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมสร้างผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;จึงได้ร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน&nbsp;ร่วมดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าแบบบูรณาการ</p><p>และโอกาสนี้ขอเชิญชวนหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณหน่วยงาน&nbsp;สถานที่ที่เห็นสมควร&nbsp;เช่น&nbsp;ที่สาธารณประโยชน์</p><p>ป่าชุมชน&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;บริเวณข้างทางสาธารณะ&nbsp;หรือตามบ้านเรือน&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างความร่มรื่น&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สระบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527130042410"],
    [604,"จ.เพชรบูรณ์ เปิดโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ขับเคลื่อนโครงการเพชรบูรณ์พอเพียงด้านความมั่นคงด้านอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่แปลงเกษตรกร&nbsp;(นายธีรพล&nbsp;เรืองโรจน์)&nbsp;ตำบลตะเบาะ&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;นายนิเวศน์&nbsp;หาญสมุทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;โดยมี&nbsp;นางภัทรภร&nbsp;บุญอาบ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางภัทรภร&nbsp;บุญอาบ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้จัดทำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;มาเป็นแนวทางในการ&nbsp;ดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และน้อมนำหลักปรัชญา&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงด้วยการพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำสำหรับทำการเกษตร&nbsp;ทฤษฎีใหม่&nbsp;และเพื่อพื้นฟูภาคการเกษตร&nbsp;ภายหลังการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับโครงการเพชรบูรณ์&nbsp;พอเพียง&nbsp;(ความมั่นคงด้านอาหาร)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดที่มุ่งให้ประชาชน&nbsp;คนเพชรบูรณ์&nbsp;มีความมั่นคงในชีวิตบนพื้นฐาน&nbsp;ปัจจัย&nbsp;4&nbsp;&nbsp;โดยจังหวัดเพชรบูรณ์มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองเพชรบูรณ์&nbsp;ตำบลตะเบาะ&nbsp;&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;ตำบลนาเกาะ&nbsp;และ&nbsp;อำเภอ&nbsp;เขาค้อ&nbsp;ตำบลแคมป์สน&nbsp;ซึ่งแปลงเกษตรกรเหล่านี้จะเป็นตัวอย่าง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;เข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยกิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วย&nbsp;การมอบป้ายสระน้ำโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;การมอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;วัสดุบำรุงดิน&nbsp;(ปุ๋ยหมัก&nbsp;โดโลไมท์&nbsp;ปุ๋ยพืชสด),พันธุ์ไม้ผล,พันธุ์ไก่ไข่-เวชภัณฑ์&nbsp;และพันธุ์ปลา&nbsp;&nbsp;การชมแปลงสาธิตการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;การปล่อยพันธุ์ปลา&nbsp;&nbsp;การปลูกหญ้าแฝก&nbsp;&nbsp;การปลูกต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;&nbsp;และการหว่านปอเทืองในแปลงนา&nbsp;เพื่อให้แปลงเกษตรนี้เป็นแปลงต้นแบบในอนาคตต่อไป</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคเหนือ","เพชรบูรณ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527131800415"],
    [605,"จังหวัดลพบุรี Kick-Off รณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี สกิน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;สหกรณ์โคนมพัฒนานิคม&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอพัฒนานิคม&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;นายศุภภิมิตร&nbsp;เปาริก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดการรณรงค์ป้องกันและกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจังหวัดลพบุรี&nbsp;ทราบและตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;รวมทั้งเตรียมหน่วยสัตว์แพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อลดปัญหาการเกิดโรคได้ในที่สุด&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;สำหรับกิจกรรมในวันนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;การมอบนโยบายการป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และมอบเวชภัณฑ์สารกำจัดแมลงแก่ปศุสัตว์ทั้ง&nbsp;11&nbsp;อำเภอเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งปล่อยขบวนรถรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคและการป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้เกษตรกรรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;มีการเลี้ยงปศุสัตว์จำนวนมาก&nbsp;อาทิ&nbsp;โคนม&nbsp;จำนวน&nbsp;90,734&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;2,481&nbsp;ราย&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;56,515&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;3,599&nbsp;ราย&nbsp;ละกระบือ&nbsp;3,370&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;222&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งหากเกิดการระบาดของโรคนี้ในฟาร์มจะก่อให้เกิดความสูญเสียแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;กระบือเป็นอย่างมาก&nbsp;สำหรับโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;เกิดเฉพาะในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ไม่ติดต่อจากคนสู่สัตว์&nbsp;มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงวันคอก&nbsp;ยุง&nbsp;เหลือบ&nbsp;ริ้น&nbsp;และเห็บ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยสัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้คือพบตุ่มเนื้อบนผิวหนังและเยื้อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ซึ่งต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบากร่วมด้วย&nbsp;ส่วนวิธีป้องกันนั้นเกษตรกรต้องมั่นดูแลสุขภาพของโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ให้มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ควรกางมุ้งให้วัว-ควายเพื่อกันแมลงดูดเลือด&nbsp;และดำเนินการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและสารกำจัดแมลงในบริเวณคอดสัตว์เลี้ยง&nbsp;หากพบสัตว์ที่มีอาการผิดปกติสงสัยว่าป่วย&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดหรือปศุสัตว์อำเภอในท้องที่ทันที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527131220412"],
    [606,"รมว.อว. แถลงผลสำเร็จในผลงาน อว.วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย Covid-19 ที่หลากหลาย ","<p><strong>รมว.อว.&nbsp;แถลงผลสำเร็จในผลงาน&nbsp;อว.วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;ที่หลากหลาย&nbsp;ทั้งผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;Cold&nbsp;Chain&nbsp;Logistics&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา&nbsp;และส่งมอบนวัตกรรม&nbsp;ห้อง&nbsp;ICU&nbsp;ความดันลบเคลื่อนที่สําหรับติดตั้งในโรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;แถลงนโยบายและผลงาน&nbsp;อว.วิจัยและนวัตกรรมนําไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;ซึ่งจัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.และภาคีเครือข่ายจากหลากหลายหน่วยงาน&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;อยากให้ประชาชนได้เห็นถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรมในหลายเรื่องของคนไทย&nbsp;ที่เป็นทั้งในส่วนของนักวิจัย&nbsp;นักนวัตกรรม&nbsp;ที่สามารถผลิตผลงานมากมายในการต่อสู้กับโควิด19&nbsp;ขึ้น&nbsp;รวมถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;เรื่อง&nbsp;Cold&nbsp;Chain&nbsp;Logistics&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีน&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา&nbsp;พร้อมส่งมอบนวัตกรรม&nbsp;ห้อง&nbsp;ICU&nbsp;ความดันลบเคลื่อนที่สําหรับติดตั้งในโรงพยาบาล&nbsp;และโรงพยาบาลสนาม&nbsp;ให้กับโรงพยาบาล&nbsp;5&nbsp;แห่งๆ&nbsp;ละ&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;รวม&nbsp;10&nbsp;ชุด&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;5&nbsp;ชุดจะส่งมอบต่อไป&nbsp;ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนของคนไทยนั้นขณะนี้สำเร็จแล้ว&nbsp;3&nbsp;ชนิดที่เป็นเทคโนโลยีระดับสูง&nbsp;และกำลังวิจัยขั้นสุดท้าย&nbsp;คาดปลายปีนี้จะเริ่มนำออกมาฉีดได้แล้ว&nbsp;นอกจากนี้ยังมีผลงานการวิจัยอีกหลากหลานสำคัญทั้งชุด&nbsp;PPE&nbsp;/&nbsp;ชุดตรวจวินิจฉัย&nbsp;/&nbsp;AI&nbsp;Mask&nbsp;/&nbsp;การผลิตยาฟิวิราเวีย&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;รมว.อว.ยังย้ำผลงานนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจะมีการยกระดับคุณภาพของบุคลากร&nbsp;และวัคซีนเพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ในอนาคต&nbsp;สำหรับการสนับสนุนโรงพยาบาลสนาม&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;อว.ยังสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในสังกัด&nbsp;อว.ทุกพื้นที่ของประเทศ&nbsp;โดยขณะนี้ยังมีเตียงที่จะสามารถรองรับผู้ติดเชื้อได้อีกประมาณกว่า&nbsp;8,000&nbsp;เตียง&nbsp;และพร้อมที่จะขยายเตียงได้อีกหากเกิดสถานการณ์&nbsp;โดยมีความพร้อมในทุกด้านทั้งบุคลากร&nbsp;เวชภัณฑ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</p><p>พื้นที่ไฟล์แนบ</p><p><br></p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527140058443"],
    [607,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานปล่อยพันธุ์กุ้งแซบ๊วย จำนวน 1,000,000 ตัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณท่าน้ำวัดศรัทธาธรรม&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;นายชรัส&nbsp;บุญณสะ&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้&nbsp;ธูปเทียนแพ&nbsp;ถวายสักการะพระฉายาลักษณ์&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;และกล่าวบังคมทูลถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;โดยมี&nbsp;นาวาตรี&nbsp;สรรเสริญ&nbsp;เสรีรักษ์&nbsp;ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวรายงานและมีนางรัชฎา&nbsp;บุญณสะ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ยศสิงห์คำ&nbsp;&nbsp;นายทำเนียบ&nbsp;แสงชมภู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ประชาชนร่วมปล่อยพันธุ์กุ้งแซบ๊วย&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000,000&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมทั้งมอบพันธุ์กุ้งแซบ๊วยให้ผู้นำท้องที่ตำบลคลองโคน&nbsp;ตำบลบางจะเกร็ง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และตำบลยี่สาร&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;นำไปปล่อยในแหล่งน้ำของชุมชนในพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม&nbsp;พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;กรมประมงและจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประชาชนชาวไทย&nbsp;เพื่อสืบสานตามแนวพระราชดำริ&nbsp;และพระบรมวงศานุวงศ์ในด้านการประมงและเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรและเพิ่มพูนปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527135437440"],
    [608,"วช.สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดโควิด19 ภายในประเทศ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ผู้อํานวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;ระบุ&nbsp;วช.ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น&nbsp;ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดโควิด19&nbsp;ภายในประเทศ&nbsp;ขณะนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงCovid-19&nbsp;แล้วหลายด้าน</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อํานวยการสํานักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.&nbsp;กล่าวแถลงผลงาน&nbsp;และแถลงข่าววิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;ในรูปแบบออนไลน์ผ่านวีดิทัศน์ทางไกล&nbsp;(VDO&nbsp;Conference)&nbsp;ด้วยระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;ซึ่งเป็นการรวบรวมและนำเสนอผลงานวิจัย&nbsp;และให้สาธารณชนทราบถึงผลสำเร็จของงานวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;และการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย&nbsp;การป้องกัน&nbsp;ดูแล&nbsp;รักษา&nbsp;แก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอันเนื่องมาจาก&nbsp;Covid-19&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;วช.&nbsp;ได้สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามความต้องการของประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสำคัญและเร่งด่วนที่เกิดขึ้น&nbsp;ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดโควิด19&nbsp;ภายในประเทศ&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในช่วงCovid-19&nbsp;แล้วหลายด้านทั้งผลงานนวัตกรรม&nbsp;Cold&nbsp;Chai&nbsp;logistics</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">:&nbsp;การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด-19&nbsp;เพื่อควบคุมอุณภูมิ&nbsp;และติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา&nbsp;ซึ่งจะทำให้ผู้ให้บริการวัคซีนสามารถเข้าถึง&nbsp;สถานะการขนส่งได้แบบ&nbsp;Real&nbsp;time&nbsp;ตลอดทั้งเส้นทางการขนส่ง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที&nbsp;และสามารถนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต&nbsp;การกระจายติดตาม&nbsp;และควบคุมสำหรับสถานการณ์โรคระบาดใน&nbsp;อนาคตได้อีกด้วย&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการนำมาใช้แล้วช่วงพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&nbsp;สำนักงานปลัด&nbsp;สธ.&nbsp;ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับ&nbsp;แอปพลิเคชันหมอพร้อมเพื่อการบริหารจัดการ&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527140421446"],
    [609,"ประมงจังหวัดอุบลราชธานีแจ้งงดจับสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่หรือวางไข่ ประจำปี 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประมงจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;แจ้งฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;หรือวางไข่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;ในช่วงที่มีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;รวมทั้งคุ้มครองตัวอ่อนของสัตว์น้ำไม่ให้ถูกจับก่อนวัยอันสมควร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายศุภกิตติ์&nbsp;ใส่กระจ่าง&nbsp;ประมงจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กรมประมงออกประกาศกรมประมง&nbsp;เรื่อง&nbsp;กำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่&nbsp;หรือวางไข่&nbsp;เลี้ยงตัวอ่อน&nbsp;และกำหนดเครื่องมือ&nbsp;วิธีการทำการประมง&nbsp;และเงื่อนไขในการทำการประมง&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ลงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;ในช่วงที่มีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;รวมทั้งคุ้มครองตัวอ่อนของสัตว์น้ำไม่ให้ถูกจับก่อนวัยอันสมควร&nbsp;และได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;3&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีห้ามทำการประมง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อคุ้มครองพ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำจืด&nbsp;ในช่วงที่มีไข่&nbsp;วางไข่&nbsp;รวมทั้งคุ้มครองตัวอ่อนของสัตว์น้ำไม่ให้ถูกจับก่อนวัยอันสมควร&nbsp;และให้ประชาชนในท้องที่ร่วมกันอนุรักษ์&nbsp;หวงแหนและฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความยั่งยืนสู่ลูกหลาน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p>#สนง.ประมงจังหวัดอุบลราชธานี</p><p>#อังกฤษ&nbsp;ทองสัมฤทธิ์&nbsp;สวท.อุบลราชธานี&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527150322481"],
    [610,"ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากช่วงระยะ 2-3 วันนี้ในพื้นที่ 10 จังหวัด","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย&nbsp;กรมทรัพยากรธรณี&nbsp;ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากช่วงระยะ&nbsp;2-3&nbsp;วันนี้ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมหมาย&nbsp;เตชวาล&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย&nbsp;กรมทรัพยากรธรณี&nbsp;ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีและประชาชนทั่วไปในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่&nbsp;27-29&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มบริเวณอำเภอเมือง&nbsp;อำเภอเขาชะเมา&nbsp;อำเภอแกลงบ้านค่าย&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;//&nbsp;อำเภอเขาคิชฌกูฏ&nbsp;อำเภอขลุง&nbsp;อำเภอสอยดาว&nbsp;อำเภอโป่งน้ำร้อน&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;//&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;อำเภอบ่อไร่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;//&nbsp;อำเภอพะโต๊ะ&nbsp;อำเภอละแม&nbsp;อำเภอหลังสวน&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;//&nbsp;อำเภอพนม&nbsp;อำเภอกาญจนดิษฐ์&nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;//&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอสุขสำราญ&nbsp;อำเภอกะเปอร์&nbsp;อำเภอกระบุรี&nbsp;อำเภอละอุ่น&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;//&nbsp;อำเภอคุระบุรี&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;อำเภอตะกั่วทุ่ง&nbsp;อำเภอท้ายเหมือง&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;//&nbsp;อำเภอเขาพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลางตอนบน&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้และอ่าวไทย&nbsp;ทำให้มีฝนตกหนักและตกติดต่อกันมาหลายวันในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก&nbsp;ที่สำคัญเริ่มมีน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้อาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติภัยของกรมทรัพยากรธรณีเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและวัดปริมาณน้ำฝนต่อเนื่อง&nbsp;หากเกิดเหตุให้แจ้งสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังที่ได้มีการอบรมไว้แล้ว</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527152642504"],
    [611,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่และประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมโครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร&nbsp;กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯและการให้ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;แก่ครูผู้รับผิดชอบ&nbsp;เลี้ยงไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;ตัว&nbsp;ตรวจเยี่ยมกิจกรรมอื่นๆ&nbsp;ภายในบริเวณ&nbsp;โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมราษฎร์บำรุง&nbsp;บ้านห้วยลาด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านโคกงาม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;29&nbsp;ตัว&nbsp;และเกษตรกรบ้านหนองอุมลัว&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านโคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และบ้านหนองอุมลัว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลโพนสูง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527153220508"],
    [612,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว (surface swab)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว&nbsp;(surface&nbsp;swab)&nbsp;บริเวณวางจำหน่าย&nbsp;วางเนื้อ&nbsp;บริเวณชำแหละ&nbsp;เขียง&nbsp;มีด&nbsp;และบริเวณท่อน้ำทิ้ง&nbsp;จากสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เป็นเขียงหมูนายวิเชียร&nbsp;สุทน&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่างและเขียงหมูนายแท๊ก&nbsp;เหมสุทธิ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการเก็บตัวอย่างตรวจการปนเปื้อนจุลินทรีย์บนพื้นผิว&nbsp;(surface&nbsp;swab)&nbsp;บริเวณวางจำหน่ายวางเนื้อ&nbsp;บริเวณชำแหละ&nbsp;เขียง&nbsp;มีด&nbsp;และบริเวณท่อน้ำทิ้งจากสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ในพื้นที่&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ที่ร้านหมูอนามัย&nbsp;บ้านเดิ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527154313517"],
    [613,"จ.สุรินทร์ จัดกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรมทุเรียนเมืองช้าง และเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพร้อมสื่อมวลชน&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินกิจกรรมทุเรียนเมืองช้างและเครือข่ายในการขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปราสาท&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยตรวจเยี่ยมชมสวนทุเรียนเมืองช้างของนางฉลอง&nbsp;จุดาบุตร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บ้านโคกกะลัน&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโคกกะลัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปราสาททนง&nbsp;&nbsp;ตรวจเยี่ยมและรับฟังสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ณ&nbsp;บารมีฟาร์ม&nbsp;โคขุนวากิว&nbsp;บ้านทนง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลปราสาททะนง&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมโครงการโคกหนองนาโมเดล&nbsp;แปลงนางสาวเกื้อ&nbsp;ยองใย&nbsp;บ้านโคกจ๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลสมุด&nbsp;และกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ภายหลัง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;และคณะรับประทานอาหารกลางวัน&nbsp;ณ&nbsp;เต่าเสร็น&nbsp;ตำบลปรือ&nbsp;อำเภอปราสาท&nbsp;แล้ว&nbsp;ได้ไปเยี่ยมชม&nbsp;\"ปราสาทเมืองแห่งอินทผลัม\"&nbsp;โดยเยี่ยมชมสวนอินทผลัมและวิสาหกิจชุมชนปลูกกัญชา&nbsp;นายอนันต์นางสุวรรณี&nbsp;โชติศิรินันท์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านสระ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลกันตวจระมวล&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ต้น&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมสวนอินทผลัมและแปลงผักสวนครัว&nbsp;\"ฟิวชั่นฟาร์ม\"&nbsp;บ้านกะเพอโร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลตาเบา&nbsp;&nbsp;เยี่ยมชมสวนอินทผลัม&nbsp;นายจอมทัช&nbsp;กาญจนกิตติ์&nbsp;บ้านโชค&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลตาเบา&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;และเยี่ยมชมสวนอินทผลัมนายบุญช่วย-นางเพ็ญศรี&nbsp;ผลอินทร์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโคกลาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;970&nbsp;ต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การขับเคลื่อนการดำเนินโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;มีเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ที่ว่า&nbsp;\"เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ศูนย์เศรษฐกิจชายแดน&nbsp;ท่องเที่ยววิถีชุมชน&nbsp;ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี\"&nbsp;โดยมีประเด็นการพัฒนาที่&nbsp;1&nbsp;คือ&nbsp;การพัฒนาและส่งเสริมเกษตรอินทรีย์อย่างครบวงจร&nbsp;มีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มรายได้และมูลค่าสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ยกระดับสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;และเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในจังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527154538518"],
    [614,"จ.สุรินทร์ จัดโครงการ Kick off เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคลัมปี สกิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บารมีฟาร์ม&nbsp;ต.ปราสาททนง&nbsp;อ.ปราสาท&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานเปิด&nbsp;\"โครงการ&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;เพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;\"&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดขึ้นตามนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ให้กับภาคประชาสังคม&nbsp;และเกษตรกร&nbsp;และบูรณาการความร่วมมือในทุกภาคส่วนเพื่อดำเนินการตามมาตรการในการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคสัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจำลอง&nbsp;ผูกดวง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวรายงานว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคติดต่อในสัตว์ที่สำคัญตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;โดยเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย&nbsp;มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสก่อความเสียหายในสัตว์เคี้ยวเอื้อง&nbsp;โดยเฉพาะโค-กระบือ&nbsp;มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อโดยโรคดังกล่าว&nbsp;ไม่เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน&nbsp;สัตว์ที่ป่วยจะมีอาการที่สังเกตได้คือ&nbsp;พบตุ่มเนื้อบนผิวหนัง&nbsp;และเยื่อเมือกทั่วร่างกาย&nbsp;ต่อมาจะตกสะเก็ดและเป็นแผลหลุม&nbsp;สัตว์อาจมีไข้และหายใจลำบาก&nbsp;แท้ง&nbsp;อาจทำให้ตายได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้มีมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นในการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;โดยกำหนดใน&nbsp;5&nbsp;มาตรการควบคุมและป้องกันโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;ควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด&nbsp;การป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;รักษาสัตว์ป่วยตามอาการและ&nbsp;การใช้วัคซีนเพื่อควบคุมโรคในพื้นที่เป้าหมายตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดในอนาคต&nbsp;ในส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้มีการออกประกาศจังหวัดสุรินทร์ประกาศกำหนดเขตโรคระบาดในท้องที่ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;ของจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นเขตโรคมลพิษระบาดชนิด&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;และกระบือ&nbsp;ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527155655527"],
    [615,"คพ.ตรวจสอบพบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ฉะเชิงเทรายังปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมลงอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 พร้อม เตรียมดำเนินคดีตาม กม.ต่อไป","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ตรวจสอบพบโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรายังปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรมลงอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่&nbsp;16&nbsp;พร้อม&nbsp;เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา(คพ.)&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงกรณีอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจน&nbsp;แห่งที่&nbsp;16&nbsp;มีการปนเปื้อนกากของเสียอุตสาหกรรม&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ส่งเจ้าหน้าที่&nbsp;คพ.ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พบสาเหตุเกิดจากของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมบริเวณใกล้เคียงรั่วไหลซึมลงสู่น้ำใต้ดินมาเป็นระยะเวลานาน&nbsp;แล้วจากการเข้าตรวจสอบ&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีเอชเอช&nbsp;โมลีโพรเซสซิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;พบการระบายน้ำทิ้งมีค่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดออกสู่ภายนอก&nbsp;และการประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในหลายประการ&nbsp;จึงได้รายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราทราบแล้วได้มีคำสั่งให้&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีเอชเอช&nbsp;โมลีโพรเซสซิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;หยุดประกอบกิจการชั่วคราวจนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาต&nbsp;ส่วนผลการตรวจสอบน้ำใต้ดินของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพบความเชื่อมโยงจากโรงงานดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากมีบริษัทที่อยู่ในเครือเดียวกันและประกอบกิจการในลักษณะเดียวกันจึงได้ให้ชุดปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(ศปก.พล.)&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจขยายผลมีการกระทำผิดและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบอีกหรือไม่บริเวณตำบลหัวสำโรง&nbsp;อำเภอแปลงยาว&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;พบเป็นโรงงานประกอบกิจการผลิตโมลิบดินัมเข้มข้นด้วยการอบมีขั้นตอนการผลิตโดยนำโมลิบดินัมเข้มข้นร้อยละ&nbsp;50&nbsp;มาอบที่อุณหภูมิ&nbsp;570&nbsp;&nbsp;680&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;แล้วใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิงได้ผลิตภัณฑ์เป็นโมลิบดินัมเข้มข้นร้อยละ&nbsp;60&nbsp;มีระบบบำบัดอากาศเสียแบบไซโคลน&nbsp;(Cyclone&nbsp;)&nbsp;ร่วมกับเครื่องกรองฝุ่นแบบถุงกรอง&nbsp;(Bag&nbsp;Filter)&nbsp;และระบบบำบัดอากาศแบบเปียก&nbsp;(Wet&nbsp;Scrubber)&nbsp;5&nbsp;ชุด&nbsp;ระบายอากาศออกทางปล่องความสูง&nbsp;40&nbsp;เมตร&nbsp;ระบบฯเปิดใช้งานตามปกติ&nbsp;และไม่พบเขม่าควันที่ปลายปล่อง&nbsp;ขณะตรวจสอบมีการประกอบกิจการตามปกติทุกวัน&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;มีคนงาน&nbsp;39&nbsp;คน&nbsp;โรงงานมีของเสียและไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน&nbsp;คือ&nbsp;น้ำเสียจากระบบบำบัดอากาศเสีย&nbsp;พบถัง&nbsp;2&nbsp;ถังและน้ำเสียมีปริมาณเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งโรงงานไม่สามารถแสดงเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตให้กักเก็บน้ำเสียไว้ภายในโรงงาน&nbsp;และนำน้ำเสียไปกำจัดภายนอกโรงงานตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังพบตะกอนขี้เถ้าจากการเผาไหม้กองไว้ภายนอกอาคารเป็นการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน&nbsp;และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;เรื่อง&nbsp;การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2548&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงควบคุมการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินภายในบริเวณโรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ดังนั้น&nbsp;คพ.&nbsp;จะมีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมและจังหวัดฉะเชิงเทราในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล&nbsp;เพื่อให้ตรวจสอบกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นและดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527160423536"],
    [616,"จังหวัดสงขลา ลงนาม MOU กับกลุ่มเกษตรกรรับเงินอุดหนุน โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดสงขลา หวังแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;โดย&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีสมโภชน์&nbsp;เกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;รับมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;ในการลงนามบันทึกข้อตกลงการขอรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ด้านพืช&nbsp;งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;14,494,530&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลาขับเคลื่อนโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความหลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพในด้านการบริหารจัดการแปลงใหญ่&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่&nbsp;มาต่อยอดให้เกิดคุณภาพมาตรฐานด้านการแปรรูป&nbsp;สร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต&nbsp;และผลตอบแทนจากการผลิต&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;อีกทั้งสามารถเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;ที่มาพร้อมกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ที่ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากสำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา&nbsp;งบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;14,494,530&nbsp;บาท&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;แปลง&nbsp;วันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1)&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันเขาใน&nbsp;อ.กระแสสินธุ์&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,998,600&nbsp;บาท&nbsp;2)&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันรัดปูน&nbsp;อ.กระแสสินธุ์&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,998,600&nbsp;บาท&nbsp;3)&nbsp;แปลงใหญ่ปาล์มน้ำมันคูวาตก&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,997,300&nbsp;บาท&nbsp;4)&nbsp;แปลงใหญ่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟอำเภอสะบ้าย้อย&nbsp;งบประมาณ&nbsp;3,000,000&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;5)&nbsp;วิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงแปลงใหญ่ตำบลโคกม่วง&nbsp;อ.คลองหอยโข่ง&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;งบประมาณ&nbsp;2,500,030&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ฟารีด้า&nbsp;รอดกุบ/ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จิรพัฒน์&nbsp;&nbsp;มัทนา&nbsp;/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\"><br></p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162236564"],
    [617,"กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ช่วยเกษตรกรแปลงใหญ่เผือกหอม จ.สระบุรี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong> เปิดเผยว่า กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 10 ได้ลงพื้นที่หารือกับผู้แทนเกษตรกรอำเภอบ้านหมอ เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูกเผือกหอมแปลงใหญ่ ในพื้นที่ 3 อำเภอ (อ.บ้านหมอ อ.หนองโดน และ อ.เอนพุด) จังหวัดสระบุรี&nbsp;ซึ่งใช้น้ำจากคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสัก ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเริงราง เนื่องจากในช่วงวันที่ 3  26 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคกลางมีฝนตกน้อย ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลง จนไม่สามารถไหลเข้าคลองส่งน้ำชัยนาท-ป่าสักได้ แม้ว่าจะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก วันละ 1.5 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสนับสนุนน้ำดิบเพื่อการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค 7 สาขา และการประปาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 24 แห่ง รวมทั้งสิ้น 31 แห่ง ที่ใช้น้ำจากคลองดังกล่าว แต่ด้วยปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่เพียงพอที่จะส่งไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้ ได้สั่งการให้นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 ส่งผู้เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปหารือร่วมกับผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่เผือกหอม เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับพื้นที่ดังกล่าว โดยในเบื้องต้นจะระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก ประมาณวันละ 0.5 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 พร้อมปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จากวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 4 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้น้ำจากอ่างเก็บน้ำมวกเหล็กไหลมาบรรจบกับแม่น้ำป่าสักที่อำเภอวังม่วง คาดว่ามวลน้ำดังกล่าวจะเดินทางมาถึงเขื่อนพระราม 6 ในวันนี้ (27 พ.ค. 64) จากนั้นจะใช้เขื่อนพระราม 6 ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักให้สูงขึ้นประมาณ 10-15 เซนติเมตร ให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักทางด้านปลายคลอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำเริงราง ที่อยู่ห่างจากปลายคลองประมาณ 12 กิโลเมตร ซึ่งในวันนี้(27 พ.ค. 64)เกษตรกรได้เริ่มสูบน้ำเข้าระบบทางคลองส่งน้ำ 23ขวาแล้ว ช่วยบรรเทาและลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำของแปลงใหญ่เผือกหอมได้เป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อนึ่ง กรมชลประทาน ขอให้เกษตรกรติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และให้เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกในพื้นที่สม่ำเสมอ เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น และจากคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงระหว่างวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2564 นี้ ในพื้นที่ภาคกลางจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น จะช่วยลดผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำของเกษตรกรได้ ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับในระยะต่อไป</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527162915571"],
    [618,"นครพนม เมืองสุขที่สุด ค่าฝุ่น PM2.5 มีค่าต่ำมาก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;(เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.)&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;7&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญอื่นๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;PM10&nbsp;,&nbsp;โอโซน,&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;ทำให้ค่าคุณภาพอากาศโดยรวม&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;**&nbsp;คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;**&nbsp;&nbsp;และไม่มีจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;จากการเผาไหม้&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;มีค่าต่ำมาก&nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527170445590"],
    [619,"ปศุสัตว์ยโสธร ร่วมกับด่านกักกันสัตว์ ผู้นำหมู่บ้าน พ่นหมอกควันไล่แมลง และสร้างการรับรู้ ว่าโรคลัมปี สกิน รักษาหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดคน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์&nbsp;นายพงนริศร์&nbsp;สิทธิบุรี&nbsp;รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;บ้านหนองแคน&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ดงแคนใหญ่&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;พ่นหมอกควันไล่แมลง&nbsp;ยุง&nbsp;ตามคอกโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;รวม&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;62&nbsp;ตัว&nbsp;แจกวิตามิน&nbsp;แร่ธาตุก้อน&nbsp;บำรุงสุขภาพสัตว์&nbsp;และแนะนำให้หมั่นเก็บมูลสัตว์&nbsp;อย่าให้คอกแฉะ&nbsp;กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ุแมลง&nbsp;ขอความร่วมมือให้เกษตรกรช่วยเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรค&nbsp;พร้อมสร้างการรับรู้แก่เกษตรกร&nbsp;ว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;เนื้อกินได้&nbsp;และไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย&nbsp;ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210527171049592"],
    [620,"นายอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เปิดการอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วานนี้&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนบ้านนาเจียง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวดเลย&nbsp;นายนที&nbsp;พรมภักดี&nbsp;นายอำเภอด่านซ้าย&nbsp;เป็นประธานในการอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เกษตรกร&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;27-28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยมี&nbsp;วิทยากรจากสำนักงานเกษตรจังหวัดเลย&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เลย&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินเลย&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดเลย&nbsp;และศูนย์การเรียนรุ้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;เข้าร่วมให้การฝึกอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;กระบวนการเรียนรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;หลักสูตร&nbsp;:&nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;เกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมฯ&nbsp;7&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094659698"],
    [621,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านนาเวียงใหญ่&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;และเกษตรกรบ้าหนองฟ้าแลบ&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมแนะนำการสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;และหลอดไฟขับไล่แมลงให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;ที่บ้านนาเวียงใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;และ&nbsp;บ้านนาหนองฟ้าแลบ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านโคกงาม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;29&nbsp;ตัวเกษตรกรบ้านนาข่า&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;และเกษตรกรบ้านหนามแท่ง&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมแนะนำการสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&nbsp;และกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;ที่บ้านโคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;บ้านนาข่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลยและบ้านหนามแท่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528094835699"],
    [622,"ดันชาวสวนยะลา สู้โควิด เน้นผลิตมังคุดคุณภาพ เกษตรกร เผยการระบาด ปิดประเทศกระทบส่งออก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตร&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวิทยา&nbsp;สายกี่เส้ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตร&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;สีพุฒอ่อน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;ได้นำชาวสวนมังคุดในกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;เกือบ&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;ลงพื้นที่แปลงจริง&nbsp;ที่บริเวณสวนมังคุด&nbsp;ม.1&nbsp;บ้านคล้า&nbsp;&nbsp;ศึกษาเรียนรู้กระบวนการผลิตตามระบบโรงเรียนเกษตรกร&nbsp;ให้เกษตรกรได้พัฒนากระบวนการผลิตมังคุดให้ได้คุณภาพ&nbsp;และมาตรฐาน&nbsp;ตามความต้องการของตลาด&nbsp;เพื่อเพิ่มราคามังคุดให้สูงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับ&nbsp;การเรียนรู้ก็จะเริ่มต้นในระหว่างเดือน&nbsp;ก.พ&nbsp;ไปจนถึงเดือน&nbsp;ก.ค&nbsp;ตั้งแต่มังคุดยังไม่มีผลผลผลิต&nbsp;ทั้งการดูแลต้น&nbsp;การให้น้ำ&nbsp;ให้ปุ๋ย&nbsp;การตัดแต่ง&nbsp;การทำความสะอาดแปลง&nbsp;การป้องกันศัตรูพืช&nbsp;การดูแลในช่วงออกดอก&nbsp;ติดลูก&nbsp;จนกระทั่งการเก็บเกี่ยว&nbsp;และการดูแลหลังเก็บเกี่ยว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ในช่วงนี้&nbsp;สวนมังคุดของเกษตรกรบ้านคล้า&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีพื้นที่แปลงปลูกคนละ&nbsp;1-2&nbsp;ไร่&nbsp;กำลังให้ผลผลิต&nbsp;คาดปลายเดือนกรกฎาคม&nbsp;ผลผลิตก็จะออกสู่ท้องตลาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิทยา&nbsp;สายกี่เส้ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ฯ&nbsp;บอกว่า&nbsp;ทางเกษตร&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ตามระบบโรงเรียนเกษตรกร&nbsp;เรื่องมังคุด&nbsp;ในปีแรก&nbsp;โดยนำเกษตรกรลงแปลง&nbsp;ในการสำรวจมังคุด&nbsp;ระยะติดผล&nbsp;เกษตรกรจะดูแลอย่างไร&nbsp;มีปัญหาอะไรบ้าง&nbsp;ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลสวนแปลงจริง&nbsp;ในจุดเรียนรู้&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มังคุด&nbsp;ของ&nbsp;ต.ตาเซะ&nbsp;ที่มีเกษตรกรเข้าร่วม&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการนำผลผลิตทำการตลาด&nbsp;เพื่อให้ได้ผลในปีนี้&nbsp;และก็จะขยายต่อไปในปีหน้า&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นางมาริน&nbsp;แสงทอง&nbsp;ชาวสวนมังคุด&nbsp;บอกว่า&nbsp;สวนมังคุดของตนเองมีแปลงปลูกอยู่เกือบ&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตปีนี้&nbsp;จะดีกว่าปีที่แล้ว&nbsp;ปีที่แล้วไม่ค่อยมี&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศ&nbsp;ฟ้าฝน&nbsp;รวมถึงการบำรุงรักษา&nbsp;ด้วย&nbsp;คาดว่า&nbsp;ปีนี้มังคุดจะราคาดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมังคุด&nbsp;ถ้าเป็นผลที่ดี&nbsp;ผิวสวย&nbsp;ลูกโต&nbsp;ราคาก็จะดี&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;ขายได้&nbsp;กก.ละ&nbsp;28&nbsp;บาท&nbsp;ปีนี้คาดว่าราคามังคุดจะแพงกว่า&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกมาก&nbsp;ทำให้ผลผลิตมังคุดบางสวนร่วงหล่นไปมาก&nbsp;&nbsp;ผลผลิตจะไม่ดีกว่าปีก่อน&nbsp;แต่จะดีกว่าปีที่แล้ว&nbsp;ซึ่งเก็บเกี่ยวได้&nbsp;60&nbsp;กว่าตัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในอีก&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถจะเก็บผลผลิตได้&nbsp;ส่วนรสชาติมังคุดที่นี่&nbsp;จะหวานอมเปรี้ยว&nbsp;เป็นเอกลักษณ์&nbsp;นำ&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาสวนของตนเอง&nbsp;จะส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียอย่างเดียว&nbsp;ได้ผลตอบรับดี&nbsp;แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ก็จะต้องสวยด้วย&nbsp;ปีที่แล้ว&nbsp;ส่งมาเลย์&nbsp;วันละ&nbsp;กว่า&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ปีนี้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;น่าจะมีปัญหาเยอะ&nbsp;เกี่ยวกับการเปิด-ปิดประเทศ&nbsp;ของมาเลย์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนตลาดยะลา&nbsp;นั้น&nbsp;ก็จะลูกค้ามารับซื้อจากสวนไปขายยังต่างจังหวัดบ้าง&nbsp;แต่เศรษฐกิจตอนนี้แย่&nbsp;คาดว่าจะส่งผลกระทบไปด้วย&nbsp;โดยเฉพาะการส่งออกไปขายยังประเทศมาเลเซียซึ่งมีการปิดประเทศ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528095709701"],
    [623,"ปศุสัตว์ชัยนาท Kick-off ป้องกันและกำจัดโรคลัมปีสกิน ยังไม่พบการระบาดในพื้นที่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนู&nbsp;มณฑาทอง&nbsp;ปลัดอำเภอเนินขาม&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;นายอำเภอเนินขาม&nbsp;เป็นประธานเปิดการรณรงค์(Kick-off)&nbsp;ป้องกันและกำจัดโรค&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสุขเดือนห้า&nbsp;อำเภอเนินขาม&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยมีปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ด่านกักกันสัตว์ชัยนาท&nbsp;อาสาสมัครปศุสัตว์&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายในงานมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;การแจกเวชภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;และปล่อยขบวนรถฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;และทีมฉีดพ่นยากำจัดแมลง&nbsp;เพื่อป้องกันโรคดังกล่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์บุญฤทธิ์&nbsp;ทองสม&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับโคและกระบือ&nbsp;ขณะนี้จังหวัดชัยนาทยังไม่มีรายงานการเกิดโรค&nbsp;แต่มีมาตรการป้องกันโรคเชิงรุก&nbsp;โดยการรพดมทีมฉีดพ่นยากำจัดแมลง&nbsp;ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เนื่องจากโรคนี้ติดต่อได้โดยแมลง&nbsp;จึงเน้นกำจัดแมลงเป็นหลัก&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">มาตรการของจังหวัดชัยนาทได้ออกประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;หากเกษตรกรจะเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ต้องให้สัตวแพทย์ตรวจสุขภาพสัตว์เสียก่อน&nbsp;จึงจะเคลื่อนย้ายได้&nbsp;ขอแนะนำเกษตรกรให้ดูแลคอกเลี้ยงสัตว์อย่าให้เป็นแหล่งสะสมของแมลง&nbsp;ให้กำจัดมูลสัตว์ให้สะอาด&nbsp;เปิดคอกให้โล่ง&nbsp;เวลากลางคืนให้กางมุ้งให้สัตว์&nbsp;จะช่วยลดการเกิดโรคได้&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน&nbsp;ไม่มียารักษาโดยตรง&nbsp;การรักษาจะรักษาตามอาการ&nbsp;ขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างนำเข้าวัคซีนเพื่อนำมาฉีดเพื่อป้องกันโรค&nbsp;คาดว่าจะได้ในต้นเดือนมิถุนายนนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528092530691"],
    [624,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 10 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทยมีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;100&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;หนองคาย&nbsp;99&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;พระนครศรีอยุธยา&nbsp;101&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;616&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครศรีธรรมราช&nbsp;71&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;37,806&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,091&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พังงา&nbsp;กระบี่&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ติดตามการปรับปรุงขั้นตอนการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับศูนย์เตือนภัยต่างๆ&nbsp;วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ&nbsp;และชี้เป้าเกิดพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย&nbsp;พร้อมติดตามการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;อ.บ้านหมอ&nbsp;อ.หนองโดน&nbsp;และ&nbsp;อ.ดอนพุด&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;ของกรมชลประทาน&nbsp;ด้วยการให้อ่างเก็บน้ำมวกเหล็ก&nbsp;จ.สระบุรี&nbsp;ระบายน้ำประมาณวันละ&nbsp;500,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;//&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;จ.ลพบุรี&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ&nbsp;3&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เพิ่มเป็นวันละ&nbsp;4&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;24&nbsp;พฤษภาคม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่เขื่อนพระราม&nbsp;6&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;ทดน้ำยกระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักให้สูงขึ้นประมาณ&nbsp;10&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ทำให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสักทางด้านปลายคลอง&nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำเริงราง&nbsp;โดยเมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เกษตรกรได้เริ่มสูบน้ำเข้าระบบช่วยบรรเทาและลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;มอบหมายให้หน่วยงานเฝ้าระวัง&nbsp;ติดตามสภาพอากาศ&nbsp;และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528095657700"],
    [625,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528095802702"],
    [626,"กรมชลประทาน สูบน้ำช่วยเกษตรกรที่เพาะปลูกแล้ว พร้อมย้ำให้เพาะปลูกเมื่อมีฝนตกสม่ำเสมอในพื้นที่ ลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้า&nbsp;การช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกแล้ว&nbsp;ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ว่าจากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดสูบน้ำปากคลองชัยนาท-ป่าสัก&nbsp;และจุดสูบน้ำคลองซอย&nbsp;6&nbsp;ขวา&nbsp;โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;10&nbsp;เพื่อติดตามการไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;พบว่าเนื่องจากเกิดฝนทิ้งช่วงเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ทำให้เกษตรในพื้นที่ภาคกลางที่เริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปีไปแล้วประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ&nbsp;ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้เข้าให้การช่วยเหลือโดยการสูบน้ำจากคลองชัยนาท&nbsp;-&nbsp;ป่าสัก&nbsp;สนับสนุนพื้นที่การเกษตรที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขอความร่วมมือจากเกษตรกร&nbsp;</strong>ที่ยังไม่ได้ทำการเพาะปลูกให้ชะลอการเพาะปลูกออกไปก่อน&nbsp;และขอให้เกษตรกรติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยให้เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกในพื้นที่สม่ำเสมอและมีน้ำในพื้นที่เพียงพอ&nbsp;เพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528114840796"],
    [627,"สภาพอากาศในช่วง 1-2 วันนี้หลายพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากนั้นวันที่ 30 พฤษภาคมเป็นต้นไปปริมาณฝนจะลดลง","<p><strong>นายเมธี&nbsp;มหายศนันท์&nbsp;ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า&nbsp;1-2&nbsp;วันนี้&nbsp;(28-29&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;หลายพื้นที่ยังคงมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;ของพื้นที่อาจมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ขณะที่&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคตะวันออก&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่งโดยเฉพาะตามแนวใช้ฝั่งที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ตราดและระยอง&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;60-70&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง&nbsp;จากนั้นวันที่&nbsp;30&nbsp;พ.ค.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;2&nbsp;มิ.ย.&nbsp;นี้&nbsp;ปริมาณฝนของทุกพื้นที่จะลดลง&nbsp;เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มอ่อนกำลังลง&nbsp;ดังนั้นประชาชนควรรักษาสุขภาพเนื่องจากลักษณะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป</p><p><strong>ประชาชนสามารถติดตามสภาพอากาศได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tmd.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tmd.go.th</a>&nbsp;หรือโทรสายด่วน&nbsp;1182&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528114642792"],
    [628,"ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการนำผลงานการพัฒนาวัตกรรมสเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย เข้าประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติที่สาธารณรัฐประชาชนจีน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทีมนักวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลเหรียญทองแดงจากการนำผลงานการพัฒนาวัตกรรมสเปรย์สมุนไพรนาโนสูตรเย็นบรรเทาอาการปวดเมื่อย&nbsp;เข้าประกวดนวัตกรรมระดับนานาชาติที่สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาววราภรณ์ โชติสวัสดิ์ หัวหน้าทีมนักวิจัย เปิดเผยว่า กระบวนการวิจัยเริ่มจากการนำผักคราดหัวแหวน และน้ำมันหอมระเหยระกำมาทำ เพราะเป็นพืชสมุนไพรที่หาได้ง่ายบวกกับมีสรรพคุณลดการปวดตึง หรือ อักเสบของกล้ามเนื้อ ส่วนน้ำมันหอมระเหยระกำ มีสรรพคุณช่วยระงับอาการปวดชนิดใช้เฉพาะที่สำหรับบรรเทาอาการปวดที่ไม่รุนแรง เช่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อจากภาวะตึง ซึ่งทำให้รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสถูกผิวหนังในระยะแรก จากนั้นจะอุ่นขึ้น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ ทีมนักวิจัยฯ ได้นำสมุนไพรมาต่อยอดเป็นภูมิปัญญาไทย สำหรับนวัตกรรมระบบนําส่งด้วยนาโนเทคโนโลยี หรือ ตัวพาอนุภาคนาโน เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย มีข้อดีในการนำส่งตัวยาหรือสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ช่วยเพิ่มการแทรกผ่านผิวหนัง ทำให้การซึมผ่านของตัวยาหรือสารสำคัญที่ปล่อยออกจากอนุภาคเพิ่มสูงขึ้น จากสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบของน้ำมันหอมระเหยระกำ และสารสปิแลนทอลจากผักคราดหัวแหวน การใช้สารสำคัญทั้งสองชนิดร่วมกันย่อมส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการรักษาหรือบรรเทาอาการปวดและการอักเสบได้ดี โดยไม่ทิ้งคราบมันบนผิวไม่เหนียว รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่หาได้ง่ายในประเทศ ทั้งนี้ การพัฒนาต่อยอด ขณะนี้ผลิตภัณฑ์อยู่ในขั้นตอนการยื่นขอเลข อย. เพื่อให้สามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงตามกฎหมายอาหารและยาของประเทศไทย และในอนาคตหวังว่า นวัตกรรมจะช่วยเพิ่มขีดจำกัดในการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยที่หาได้ง่ายในประเทศเพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้จากการปลูกพืชสมุนไพร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางสาววิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัย หรือ วช. กล่าวว่า วช. ส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการนำผลงานที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านการวิจัยและด้านการประดิษฐ์คิดค้น เข้าร่วมการประกวดผลงานในเวทีระดับนานาชาติ ทำให้ผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมของคนไทยเป็นที่รู้จักสามารถนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดผลงาน เปิดโอกาสให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528105400750"],
    [629,"อว.พร้อมเป็นกองหนุนให้กับรัฐบาล ในการร่วมต่อสู้กับสถานการณ์โควิด19 อย่างเต็มที่ ","<p>รมว.อว.ย้ำ อว.พร้อมเป็นกองหนุนให้กับรัฐบาล ในการร่วมต่อสู้กับสถานการณ์โควิด19 อย่างเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ อว.ประสบผลสำเร็จจากงานวิจัยและนวัตกรรมในหลายเรื่อง ทั้งนวัตกรรม&nbsp;Cold Chain Logistics&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด -19 / ห้อง&nbsp;ICU&nbsp;ความดันลบเคลื่อนที่สำหรับติดตั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม / การพัฒนาวัคซีน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) กล่าวถึงผลสำเร็จงาน&nbsp;วิจัยและนวัตกรรมนำไทยสู้ภัย&nbsp;Covid-19&nbsp;ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19</p><p>อว. ได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับรัฐบาลในการรับมือด้านบริหารจัดการเพื่อสู้ภัยโควิด-19 พร้อมคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ทั้งที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและขั้นกลางเพื่อนำมาใช้ในช่วงวิกฤติได้อย่างรวดเร็ว และร่วมมือกับทุกฝ่าย ทุกกระทรวง เพื่อเป็นทั้งด่านหน้าจากกองกำลังของโรงเรียนแพทย์ในสังกัด อว.ที่ระดมกันเต็มสรรพกำลังเพื่อมาช่วยรักษาผู้ป่วย รวมถึงยังเป็นกองหนุนที่พร้อมสนับสนุนการทำงานในทุกด้าน และขณะนี้ อว.ประสบผลสำเร็จจากงานวิจัยและนวัตกรรมในหลายเรื่อง อาทิ ผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม&nbsp;Cold Chain Logistics&nbsp;:&nbsp;การพัฒนาโซ่ความเย็นของวัคซีนโควิด -19 เพื่อควบคุมอุณหภูมิและติดตามสอบย้อนกลับในการขนส่งและเก็บรักษา&nbsp;ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบติดตาม-ตรวจสอบย้อนกลับ \"โซ่ความเย็น\" วัคซีนโควิด-19 ที่สามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการการกระจายวัคซีนได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยเป็นการบริหารจัดการด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในเส้นทางการกระจายวัคซีนโควิด -19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ ยังได้มีการส่งมอบนวัตกรรมห้อง&nbsp;ICU&nbsp;ความดันลบเคลื่อนที่สำหรับติดตั้งในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม ซึ่งได้ส่งมอบให้โรงพยาบาล 4 แห่ง ได้แก่ กรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย</p><p>&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528104900744"],
    [630,"กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนเกษตรกรใช้ประโยชน์จากศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน แหล่งความรู้ด้านการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยแบบครบวงจร","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความสำคัญเรื่องดินและปุ๋ย&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและตามความต้องการของพืช&nbsp;ซึ่งเป็นการให้ปุ๋ยอย่างเหมาะสมในปริมาณที่ไม่มาก&nbsp;หรือน้อยเกินไป&nbsp;ทำให้ต้นพืชมีความแข็งแรงต้านทานต่อการเข้าทำลายของศัตรูพืช&nbsp;เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตลดลง&nbsp;ในขณะเดียวกันก็ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้และบริการดังกล่าว&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้ริเริ่มจัดตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ต้นแบบ&nbsp;ในปลายปี&nbsp;2557&nbsp;และในปี&nbsp;2558&nbsp;ได้จัดตั้ง&nbsp;ศดปช.&nbsp;ครบทุกอำเภอใน&nbsp;77&nbsp;จังหวัด&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;882&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อเป็นกลไกในการขยายผลการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องเพื่อลดต้นทุนการผลิต</p><p><strong>ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;</strong>เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยของชุมชน&nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินด้วยชุดตรวจวิเคราะห์ดินแบบรวดเร็ว&nbsp;(Soil&nbsp;test&nbsp;kit)&nbsp;ให้คำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยเบื้องต้น&nbsp;บริการจัดหาปุ๋ยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง&nbsp;โดยมีคณะกรรมการ&nbsp;ศดปช.&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกร&nbsp;บริหารจัดการกิจกรรมภายในศูนย์ร่วมกัน&nbsp;ในขณะที่เจ้าหน้าที่จะทำหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยง</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ตั้งเป้าขยายผลการจัดการดินและการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง&nbsp;ผ่านศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;ไปสู่เกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;เกษตรกรกลุ่มอื่นๆ&nbsp;รวมทั้งเร่งตั้งศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;เครือข่าย&nbsp;เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้ดินในพื้นที่ของเกษตรกรได้รับการดูแล&nbsp;ลดการใช้ปุ๋ยที่ไม่จำเป็น&nbsp;และลดต้นทุนลงได้&nbsp;หากเกษตรกรสนใจอยากใช้บริการ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528115640807"],
    [631,"จังหวัดสตูล อบต.ฉลุง เดินหน้าสร้างความเข้าใจการจัดการขยะ พร้อมคัดเลือกหมู่บ้านตัวอย่างเป็นต้นแบบการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายธรายุทธ&nbsp;ถิ่นกาแบง&nbsp;รองปลัด&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การบริหารจัดการขยะของ&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;ดำเนินการภายใต้กฎหมายที่สามารถกระทำได้รวม&nbsp;3&nbsp;ฉบับ&nbsp;รวมถึงข้อบัญญัติของ&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;เกี่ยวกับการกำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอย&nbsp;พ.ศ.2547&nbsp;เพื่อทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งปฏิกูลและขยะมูลฝอยตามสถานที่ที่อยู่ในการดูแลให้เพียงพอและถูกสุขลักษณะ&nbsp;โดยมีพื้นที่ดูแลทั้งสิ้น&nbsp;14&nbsp;ชุมชน/หมู่บ้าน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ได้ลงพื้นที่รณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่รวม&nbsp;4&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ทั้งการจัดการขยะต้นทาง&nbsp;กลางทาง&nbsp;และปลายทาง&nbsp;สำหรับการจัดการขยะต้นทางนั้น&nbsp;ส่งเสริมการคัดแยกจากต้นทาง&nbsp;เพื่อลดปริมาณขยะ&nbsp;โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้รู้จักวิธีการคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน&nbsp;เช่น&nbsp;ขยะอินทรีย์&nbsp;(ขยะเปียก)&nbsp;เป็นขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย&nbsp;สามารถนำไปหมักเป็นปุ๋ยหรือฝังกลบได้&nbsp;และจะต้องไม่นำไปทิ้งรวมกับขยะอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในส่วนของการจัดการขยะกลางทาง&nbsp;ได้จัดทำระบบเก็บขนส่งที่มีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ&nbsp;โดยนำรถขยะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;ออกเก็บขยะในช่วงเช้าของทุกวัน&nbsp;และปลายทาง&nbsp;คือ&nbsp;นำขยะที่จัดเก็บได้ส่งไปกำจัดที่เทศบาลเมืองสตูล&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่รับกำจัดขยะ&nbsp;ในแต่ละเดือนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ&nbsp;50,000&nbsp;-&nbsp;60,000&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่ผ่านมาปริมาณขยะที่พบมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ขยะอินทรีย์&nbsp;(ขยะเปียก)&nbsp;โดยเฉพาะช่วงฤดูผลไม้&nbsp;ถึงแม้จะรณรงค์และสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม&nbsp;ยังคงพบเห็นการนำเปลือกผลไม้&nbsp;(เปลือกทุเรียน)&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทิ้งรวมกับขยะอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;อยู่&nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทาง&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;ก็มุ่งมั่นที่จะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;นายธรายุทธ&nbsp;ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า&nbsp;อบต.ฉลุง&nbsp;ได้เตรียมดำเนินการคัดเลือก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลฉลุง&nbsp;เป็นหมู่บ้านตัวอย่าง&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับคนในชุมชนเกิดการเรียนรู้และนำไปสู่การคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว/อมรรัตน์&nbsp;จันทร์พริ้ม&nbsp;&nbsp;สวท.สตูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-right\"><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528111208765"],
    [632,"เทศบาลตำบลทับมา ชวนเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมปลูกป่าแห่งชาติ (ตามรอยพ่อ) และพัฒนาแหล่งน้ำ ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวเรวีญา&nbsp;ขจิตเนติธรรม&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ร่วมกิจกรรมปลูกป่าแห่งชาติ&nbsp;(ตามรอยพ่อ)&nbsp;และพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;ในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;9)&nbsp;โดยการส่งเสริมการปลูกป่าในพื้นที่เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;เพิ่มพื้นที่ป่าให้กับชุมชน&nbsp;และพื้นที่สาธารณะ&nbsp;เป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา&nbsp;ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภายในงานมีการมอบกล้าไม้ให้กับพระครูปริยัติสุวัฒนาภรณ์&nbsp;ดร.&nbsp;เจ้าคณะตำบลทับมา&nbsp;เจ้าอาวาสวัดทับมา&nbsp;พร้อมทั้งมอบกล้าไม้ให้กับบุคลากรในสังกัดเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อนำไปปลูกเนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ต่อไป&nbsp;พร้อมร่วมกันปลูกต้นไม้ภายในวัดทับมาอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วฐิต&nbsp;กลางนอก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528110612760"],
    [633,"เกษตรกรโคราชนำผลผลิตทางการเกษตร คุณภาพส่งออก  กว่า 10 ตัน มาจำหน่ายราคาถูก  ในงานโคราชไม่ทิ้งกัน ฝ่าวิกฤต โควิด-19 อุดหนุนสินค้าเกษตร จากเกษตรกรโดยตรง  หลังถูกพิษโควิด-19 เล่นงาน ส่งออกไม่ได้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางยลดา&nbsp;หวังศุภกิจโกศล&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายภารุมภ์&nbsp;โหม่งสูงเนิน&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;นายกังสดาล&nbsp;สวัสดิ์ชัย&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;และส่วนราชการ&nbsp;ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกันอุดหนุนสินค้าทางการเกษตร&nbsp;เกรดส่งออก&nbsp;ของเกษตรที่นำมาจำหน่ายให้กับส่วนราชการและประชาชน&nbsp;ในกิจกรรมโครงการคนโคราชไม่ทิ้งกัน&nbsp;ฝ่าวิกฤต&nbsp;โควิด-19&nbsp;อุดหนุนสินค้าเกษตร&nbsp;จากเกษตรกรโดยตรง&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เปิดเผย่วา&nbsp;การจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรในครั้งนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้รับผลกระทบจาก&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้ประชาชนไม่ออกมาจับจ่ายใช้&nbsp;สอย&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;โรงแรม&nbsp;ขายสินค้าได้น้อยลง&nbsp;และกิจกรรมประเพณีงานบุญต่างๆ&nbsp;ยังไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;โรงเรียนที่เป็นผู้ใช้วัตถุดิบหลักยังไม่สามารถเปิดการเรียนกาสอนได้ทำให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;เกิดภาวะ&nbsp;ล้นตลาดและภาวะราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;เกษตรกรยังคงจำหน่ายได้แต่ปริมาณการรับซื้อน้อยลงจากเดิม&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;มีสินค้าเกษตรที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดปริมาณมากในช่วงนี้&nbsp;ได้แก่&nbsp;ฟักทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,262&nbsp;ตัน&nbsp;มันเทศ&nbsp;2,775&nbsp;ตัน&nbsp;ขนุน&nbsp;2,500&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งปลูกมากในพื้นที่อำเภอเสิงสาง&nbsp;ครบุรี&nbsp;และปลานิล&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;เพาะเลี้ยงในพื้นที่อำเภอโนนสูง&nbsp;ปากช่อง&nbsp;และอำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และในวันนี้จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จึงจัดกิจกรรมและเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณตลาดนัดเกษตรกร&nbsp;หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการระบายสินค้าเกษตร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะล้นตลาดและราคาตกต่ำได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;โดยสินค้าที่นำมาจำหน่าย&nbsp;รวมกว่า&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลานิล&nbsp;100&nbsp;กก.&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ฟักทอง&nbsp;(คละ)&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;กก.ละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ขนุน&nbsp;(คละ)&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;กก.ละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;มันเทศ&nbsp;(คละ)&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;ถุงละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุถุงละ&nbsp;10&nbsp;กก.)&nbsp;เผือก&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;ถุงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;(บรรจุถุงละ&nbsp;10&nbsp;กก.)&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเข้ามาสั่งจองเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ&nbsp;เกรด&nbsp;ส่งออก&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;ทั้งนี้ในทุกวันศุกร์ของสัปดาห์&nbsp;จะเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายให้กับประชาชนเป็นประจำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528113634782"],
    [634,"วราวุธ ร่วมงานเปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล หวังวางกรอบการจัดการขยะทะเลนำอาเซียนสู่การจัดการขยะอย่างครอบคลุม","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมงานเปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล&nbsp;หวังวางกรอบการจัดการขยะทะเลนำอาเซียนสู่การจัดการขยะอย่างครอบคลุม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมประชุมงานเปิดตัวแผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล&nbsp;(ASEAN&nbsp;Regional&nbsp;Action&nbsp;Plan&nbsp;for&nbsp;Combating&nbsp;Marine&nbsp;Debris)&nbsp;ที่ประเทศไทย&nbsp;โดย&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ร่วมกับธนาคารโลก&nbsp;และสำนักเลขาธิการอาเซียน&nbsp;จัดขึ้นผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;พร้อมด้วยประเทศสมาชิกอาเซียน&nbsp;ประเทศคู่เจรจา&nbsp;หุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา&nbsp;และภาคเอกชนกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงว่า&nbsp;ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันการแก้ปัญหาขยะทะเลในอาเซียน&nbsp;ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเลเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;และผู้นำอาเซียนได้ร่วมกันรับรองปฏิญญากรุงเทพฯว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน&nbsp;รวมถึง&nbsp;รับทราบกรอบปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล&nbsp;แล้วดำเนินความร่วมมืออย่างเข้มแข็งนำมาซึ่งการจัดทำแผนปฏิบัติอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล&nbsp;ที่ได้รับการรับรองจากรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;สำหรับเป็นกรอบแนวทางการจัดการขยะทะเลและต่อยอดสู่การดำเนินงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อนำอาเซียนสู่การจัดการขยะอย่างครอบคลุมและมีส่วนร่วมแก้ปัญหาขยะทะเลของภูมิภาคให้ประสบความสำเร็จ</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528112833777"],
    [635,"จ.สุรินทร์ เตรียมแบรนด์ ทุเรียนเมืองช้าง ขยายตลาดทุเรียนในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการจำหน่าย สร้างรายได้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวถึงการส่งเสริมการปลูกและจำหน่ายทุเรียนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า&nbsp;ได้มอบหมายให้ทีมงานขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์วิถีสุรินทร์ลงสำรวจพื้นที่ว่า&nbsp;ที่ไหนเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านปัจจัยพื้นฐานที่สามารถปลูกทุเรียนได้&nbsp;และเจ้าของพื้นที่ที่พร้อมอยากร่วมลงทุนสร้างรายได้อีกทางนอกเหนือจากการทำนา&nbsp;มาลงทุนปลูกทุเรียน&nbsp;เพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของทุเรียนสูงมาก&nbsp;ถ้าผลผลิตของเรามีคุณภาพ&nbsp;มีรสชาติถูกใจผู้บริโภค&nbsp;เชื่อว่าในราคาตลาดสามารถขายได้สบายๆ&nbsp;และถ้ารสชาติเราอร่อยกว่า&nbsp;ก็สามารถเพิ่มราคาที่แพงกว่าได้&nbsp;โดยขณะนี้ได้เตรียมแบรนด์&nbsp;ทุเรียนเมืองช้าง&nbsp;ไว้เป็นจุดขายและประชาสัมพันธ์&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์มีช้างมากที่สุดในประเทศไทย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528113149779"],
    [636,"จ.มหาสารคาม จัดกิจกรรม Kick Off รณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค กระบือ รู้เร็ว ควบคุมเร็ว สงบเร็ว ลัมปี สกิน เป็นแล้วรักษาหาย กินได้ ไม่ติดต่อสู่คน ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;พ.ค.64&nbsp;)&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง&nbsp;อ.เมืองมหาสารคาม&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;รณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;รู้เร็ว&nbsp;ควบคุมเร็ว&nbsp;สงบเร็ว&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นแล้วรักษาหาย&nbsp;กินได้&nbsp;ไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนพดล&nbsp;พินิจ&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;จูมศรีสิงห์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองปลิง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมปศุสัตว์&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;ซึ่งมีการตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัย&nbsp;และเว้นระยะห่าง&nbsp;ตามมาตรการด้านสาธารณสุข</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนพดล&nbsp;พินิจ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;มีเกษตรกรเลี้ยงโค&nbsp;กระบือ&nbsp;รวมกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนตัว&nbsp;ขณะนี้พบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคกระบือ&nbsp;แล้วทุกอำเภอ&nbsp;มีรายงานสัตว์ป่วยตายจากโรคนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งถือว่าสถานการณ์ไม่รุนแรง&nbsp;แต่หากไม่ควบคุมป้องกันก็มีแนวโน้มแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้&nbsp;เนื่องจากโรคนี้มีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงวันคอก&nbsp;ยุง&nbsp;เหลือบ&nbsp;เห็บ&nbsp;หมัด&nbsp;ริ้น&nbsp;ไร&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องทำลายสัตว์พาหะและแหล่งเพาะพันธุ์&nbsp;โดย&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;ได้ประกาศให้ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;เป็นเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคกระบือ&nbsp;เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้า-ออก&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&nbsp;อ.เมืองมหาสารคาม&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อบต.หนองปลิง&nbsp;จึงจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้&nbsp;พร้อมมอบยากำจัดแมลงและเห็บหมัด&nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ต.หนองปลิง&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการป้องกันเชิงรุก&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร&nbsp;และการปล่อยแถวหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากกองสารวัตรและกักกัน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ลงพื้นที่ฉีดพ่นคอกสัตว์ให้กับเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อบต.หนองปลิง&nbsp;เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธ์สัตว์พาหะนำโรค&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากพบโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย&nbsp;เบื้องต้นให้แยกสัตว์ออกจากฝูง&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว&nbsp;หรือติดต่อได้ที่&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;โทร.&nbsp;043-777960</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528122138836"],
    [637,"จ.สุรินทร์ ขับเคลื่อนโครงการสุรินทร์รุ่งเรืองสู่เมืองเกษตรอินทรีย์ จัดกิจกรรมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินกิจกรรม โคก หนอง นา พช.สุรินทร์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศักรินทร์&nbsp;ทุมเสน&nbsp;ปลัดจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายวสันต์&nbsp;ชิงชนะ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด/อำเภอ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;ร่วมติดตามและให้กำลังใจการดำเนินงานโครงการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พช.สุรินทร์&nbsp;แปลงของ&nbsp;นางเอื้อ&nbsp;ยองใย&nbsp;บ้านโคกจ๊ะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลสมุด&nbsp;อำเภอปราสาท&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่รูปแบบ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;พื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;แบบมาตรฐานจังหวัดสุรินทร์&nbsp;สัดส่วน&nbsp;1:2&nbsp;ธารานาวา&nbsp;โดยได้ดำเนินการปรับขุดรูปแบบแปลงเรียบร้อยแล้ว&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ได้ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติในพื้นที่ดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขอให้ครัวเรือนเป้าหมายและเกษตรกร&nbsp;ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการทำนาเพียงอย่างเดียว&nbsp;เป็นการปลูกพืชแบบผสมผสาน&nbsp;หรือปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ&nbsp;ขอให้ครัวเรือนเป้าหมายที่ได้รับงบประมาณ&nbsp;ดำเนินการจัดสรรพื้นที่และใช้ประโยชน์ให้เต็มที่&nbsp;ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;แนะนำให้ปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;เช่น&nbsp;กระชายขาว&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งปลูกกล้วยสลับกับไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ไม้ผล&nbsp;เช่น&nbsp;มะพร้าว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งกล้วยจะสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรในช่วงแรก&nbsp;และเป็นพี่เลี้ยงให้ไม้ผลหรือไม้เศรษฐกิจอื่นๆ&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้&nbsp;เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;นักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;(นพต.)&nbsp;ขับเคลื่อนงานโคก&nbsp;หนองนา&nbsp;ได้ประสบผลสำเร็จ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนางเอื้อ&nbsp;ยองใย&nbsp;เจ้าของแปลงนา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตนและชาวบ้าน&nbsp;เป็นลูกศิษย์หลวงปู่หงษ์&nbsp;พรหมปัญโญ&nbsp;\"พระผู้สร้างผืนป่า&nbsp;รักษาธรรม\"&nbsp;หลวงปู่มักจะหยิบยกให้เห็นประโยชน์และคุณค่าของป่า&nbsp;ทั้งเป็นแหล่งอาหาร&nbsp;ยา&nbsp;สมุนไพร&nbsp;และได้สั่งสอนให้ชาวบ้านปลูกป่า&nbsp;ปลูกไม้เศรษฐกิจและไม้ผล&nbsp;เพื่อให้เกิดประโยชน์กับลูกหลานในภายภาคหน้า&nbsp;ทั้งนี้ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายอำเภอปราสาท&nbsp;พัฒนาชุมชน&nbsp;เกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;และทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยและเป็นพี่เลี้ยงด้วยดีเสมอมา&nbsp;ตนพร้อมจะขับเคลื่อนให้เป็นศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528123203839"],
    [638,"อ.อ.ป.เปิดรับบริจาคกล่อง ลังกระดาษ และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์ ภายใต้โครงการ เปลี่ยนขยะเป็นบุญ (เมื่อคุณหมุนเวียน)\"","<p><strong>องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;เปิดรับบริจาคกล่อง&nbsp;ลังกระดาษ&nbsp;และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว&nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานบุคลากรทางการแพทย์&nbsp;ภายใต้โครงการ&nbsp;เปลี่ยนขยะเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)\"</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางพรเพ็ญ&nbsp;วรวิลาวัณย์&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้ความสำคัญเรื่องการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะในขณะนี้&nbsp;องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;จึงได้รวบรวมและส่งต่อ&nbsp;กล่อง&nbsp;ลังกระดาษ&nbsp;และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียม&nbsp;ในโครงการ&nbsp;เปลี่ยนขยะเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)\"&nbsp;ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม&nbsp;จัดการปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;นำขยะที่เกิดขึ้นกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;หรือหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;กล่องหรือลังกระดาษผลิตเป็นเตียงสนาม&nbsp;กระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์กระป๋องน้ำดื่มใหม่&nbsp;เพื่อสนับสนุนงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติงานป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;อ.อ.ป.&nbsp;ได้ขอรับบริจาคกล่องและลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้วจากผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;อ.อ.ป.&nbsp;และชุมชนใกล้เคียง&nbsp;แล้วส่งมอบให้กับเทสโก้&nbsp;โลตัส&nbsp;สาขาเมอร์รี่คิงส์&nbsp;&nbsp;ปิ่นเกล้า&nbsp;และบริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อส่งต่อให้&nbsp;SCGP&nbsp;นำไปจัดทำเตียงสนามสำหรับบริจาคให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อ.อ.ป.&nbsp;ยังคงเปิดรับบริจาคกล่อง&nbsp;ลังกระดาษ&nbsp;และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียมต่อเนื่อง&nbsp;โดยได้ตั้งจุดเปิดรับบริจาค&nbsp;กล่อง&nbsp;ลังกระดาษ&nbsp;และกระป๋องน้ำดื่มอลูมิเนียม&nbsp;บริเวณโถงชั้น&nbsp;1&nbsp;องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(สำนักงานกลาง)&nbsp;ถนนราชดำเนินนอก&nbsp;ประชาชนสามารถมาบริจาคได้ในวันและเวลาราชการ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน&nbsp;(WORK&nbsp;FROM&nbsp;HOME)&nbsp;เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้เกิดการใช้บริการอาหารแบบส่งถึงที่&nbsp;(Food&nbsp;Delivery)&nbsp;และการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นแล้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;จากพฤติกรรมการบริโภคและการเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มธุรกิจออนไลน์&nbsp;ทำให้ปริมาณขยะเป็นเรื่องวิกฤติซ้อนวิกฤติที่ต้องเร่งรับมือ&nbsp;โดยจากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ปี&nbsp;2563&nbsp;ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ&nbsp;27.35&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เป็นขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณปีละ&nbsp;2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;พบมีขยะมูลฝอยถูกคัดแยก&nbsp;ณ&nbsp;ต้นทาง&nbsp;แล้วนำกลับไปใช้ประโยชน์เพียงปีละ&nbsp;11.93&nbsp;ล้านตันเท่านั้น&nbsp;ส่วนที่เหลือไม่มีการนำกลับไปใช้ประโยชน์หรือเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)&nbsp;ถือเป็นการเสียโอกาสการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;จึงเกิดโครงการ&nbsp;เปลี่ยนขยะเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)\"&nbsp;ขึ้น</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528124537843"],
    [639,"จ.สุโขทัยปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ทีคะสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า&nbsp;เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณรอบโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองปลาหมอ&nbsp;ต.ย่านยาว&nbsp;อ.สวรรคโลก&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;ประชาชนจิตอาสา&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินโครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;รวมจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;3,150&nbsp;ไร่&nbsp;โดยในครั้งนี้มีพื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกไม้&nbsp;6&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;รวงผึ้ง&nbsp;เหลืองปรีดียาธร&nbsp;เหลืองเชียงราย&nbsp;ชมพูพันธุ์ทิพย์&nbsp;อินทนิล&nbsp;เสลา&nbsp;รวม&nbsp;800&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่อเพิ่มต้นไม้ในพื้นที่เป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมทั้งเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับจังหวัดสุโขทัยและชุมชนช่วยเพิ่มปริมาณก๊าชออกซิเจนในอากาศอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคเหนือ","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528142625866"],
    [640,"ก.ทรัพย์ รับมอบผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ โฟมล้างมือ และหน้ากากอนามัยจากภาคเอกชน เพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รับมอบผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์&nbsp;โฟมล้างมือ&nbsp;และหน้ากากอนามัยจากภาคเอกชน&nbsp;เพื่อส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้รับมอบผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์&nbsp;Teepol&nbsp;1,200&nbsp;ขวด&nbsp;และผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือ&nbsp;936&nbsp;ขวด&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;250,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;รับมอบหน้ากากอนามัย&nbsp;50,000&nbsp;ชิ้น&nbsp;จาก&nbsp;บริษัท&nbsp;TOA&nbsp;เพ้นท์&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่นับเป็นความร่วมมือของภาคเอกชนพร้อมใจส่งต่อความห่วงใยให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อนำไปส่งต่อให้กับบุคลากรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ทั้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;เพื่อสู้กับสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ต่อไป</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528130850845"],
    [641,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับ อ.ส.ค. และสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม เฝ้าระวังการแพร่ระบาด \"โรคลัมปี สกิน\"","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease)&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง&nbsp;&nbsp;องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;(อ.ส.ค.)&nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;โดยได้มอบสิ่งของเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง&nbsp;พร้อมถังฉีดพ่นให้กับสหกรณ์เขตภาคกลาง&nbsp;15&nbsp;แห่งที่ส่งน้ำนมให้&nbsp;อ.ส.ค.&nbsp;และร่วมฉีดพ่นยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นพาหะของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มโคนมประสิทธิภาพสูง&nbsp;อ.ส.ค.&nbsp;จากนั้นเดินทางไปตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกร&nbsp;พร้อมชมการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง&nbsp;ณ&nbsp;ณัฎฐ์ฟาร์ม&nbsp;ตำบลมวกเหล็ก&nbsp;อำเภอมวกเหล็ก&nbsp;จังหวัดสระบุรี</p><p><strong>พร้อมกล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน</strong>&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;ที่ยังวิกฤติหนักในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือทั่วประเทศ&nbsp;นั้น&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีฯ&nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์อย่างมากและกำชับให้กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน&nbsp;ตนในฐานะกำกับดูแล&nbsp;อ.ส.ค.&nbsp;มีความห่วงใยต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนมที่ส่งน้ำนมดิบให้กับสหกรณ์ทั่วประเทศจึงได้สั่งการให้&nbsp;อ.ส.ค.เฝ้าระวังโรคในพื้นที่พร้อมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด&nbsp;และให้รายงานสถานการณ์ให้ทราบอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เป็นกำลังใจให้กับเกษตรกร</strong>&nbsp;และเชื่อมั่นว่าสามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้&nbsp;ซึ่งขณะนี้ได้เร่งนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกินในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;โดยลอตแรก&nbsp;60,000&nbsp;โดส&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเตรียมลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และมอบสิ่งของเวชภัณฑ์/ยาฆ่าแมลง&nbsp;ให้กับผู้เลี้ยงโคนมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528204958093"],
    [642,"ผวจ.นครศรีธรรมราช ประชุมเข้มเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมช่วงฤดูฝน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฎ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2564&nbsp;โดยมีนายสมพงษ์&nbsp;มากมณี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;องค์กรภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;การคาดหมายสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนตลอดช่วงฤดูกาล&nbsp;การติดตามสถานการณ์น้ำปัจจุบันในพื้นที่จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และนายอำเภอในพื้นที่&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ&nbsp;การร่วมพิจารณากำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัย&nbsp;ในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช&nbsp;พื้นที่เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง&nbsp;และอำเภอปากพนัง&nbsp;ในพื้นที่บ้านแสงวิมาน&nbsp;บ้านศาลาใหม่&nbsp;รวมทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;การติดตามตามข้อสั่งการทั้ง&nbsp;10&nbsp;ข้อ&nbsp;ของพลเอกประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ที่เบื้องต้นได้มีการปรับแผนเผชิญเหตุฯ&nbsp;ใหม่&nbsp;โดยปรับพื้นที่เสี่ยงภัยเป็น&nbsp;7&nbsp;อำเภอแบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;โซน&nbsp;คือโซนที่&nbsp;1&nbsp;พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;และอำเภอปากพนัง&nbsp;โซนที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่รับน้ำและพื้นที่เศรษฐกิจ&nbsp;อำเภอทุ่งสง&nbsp;และโซนที่&nbsp;3&nbsp;พื้นที่น้ำผ่าน&nbsp;อำเภอชะอวด&nbsp;เชียรใหญ่&nbsp;เฉลิมพระเกียรติ&nbsp;และอำเภอพระพรหม&nbsp;โดยเน้นย้ำเรื่องเครื่องสูบน้ำ&nbsp;เครื่องสูบน้ำระยะไกล&nbsp;และเครื่องผลักดันน้ำ&nbsp;พร้อมนำปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานรับมืออุทกภัยครั้งที่ผ่านมามาปรับปรุงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นด้วย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้ยังได้สั่งกำชับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ให้ความสำคัญกับเรื่องผลกระทบของประชาชน&nbsp;โดยให้มีการกำหนดจุดเสี่ยงภัยที่ชัดเจนและทำรายการผู้ที่ได้รับผลกระทบในมิติต่างๆ&nbsp;ให้พร้อมล่วงหน้า&nbsp;โดยเฉพาะผลกระทบด้านการเกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155836945"],
    [643,"สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนตำบลบางด้วน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ได้ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;นายประทีป&nbsp;บุญโยดม&nbsp;เกษตรกรหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบางด้วน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรรายดังกล่าว&nbsp;ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;2&nbsp;รุ่น&nbsp;คือ&nbsp;1.ทุเรียน&nbsp;อายุ&nbsp;29&nbsp;ปี&nbsp;พื้นที่ปลูกประมาณ&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ปลูกแซมในสวนยางพารา&nbsp;เนื่องจากลำต้นสูงการดูแลทำได้ยากจึงเน้นการดูแลรักษาแบบธรรมชาติ&nbsp;ไม่ใช้สารเคมี&nbsp;การควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตทำได้ยาก&nbsp;คาดการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้&nbsp;โดย&nbsp;1.&nbsp;ต้นให้ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;100&nbsp;ลูก&nbsp;ผลผลิตมีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อถึงหน้าสวน&nbsp;(ราคาขึ้นอยู่กับราคาตลาดขณะนั้น)&nbsp;&nbsp;2.ทุเรียนอายุ&nbsp;2.5&nbsp;ปี&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;5.5&nbsp;ไร่&nbsp;ระยะปลูก&nbsp;8?8&nbsp;เมตร&nbsp;มีการติดตั้งระบบน้ำแบบสปริงเกอร์&nbsp;ใช้วิธีการตัดหญ้าแทนการใช้ยาฆ่าหญ้า&nbsp;ตัดแต่งกิ่งต้นทุเรียนและควบคุมดูแลแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ&nbsp;เหมาะสำหรับเป็นแปลงเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาดูงาน&nbsp;เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตนเองต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155738944"],
    [644,"ปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรีรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อโรคลัมปี สกิน ในโคและกระบือ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;อำเภอท่าม่วง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ร้อยโท&nbsp;ทศพล&nbsp;ไชยโกมินทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อโรค&nbsp;เพื่อควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมฯ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรีจัดกิจกรรมรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อและกำจัดพาหะนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;เพื่อควบคุม&nbsp;ป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;โดยนำร่องรณรงค์ออกพ่นยาฆ่าเชื้อในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอท่าม่วง&nbsp;อำเภอท่ามะกา&nbsp;และอำเภอพนมทวน&nbsp;ซึ่งพบการเกิดโรคเป็นอำเภอลำดับแรก&nbsp;จากนั้นจะออกดำเนินการในทุกพื้นที่ต่อไป&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เนื่องจากขณะนี้พบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทยและเป็นโรคระบาดสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;พบในสัตว์ชนิดโคเนื้อ&nbsp;โคนม&nbsp;และกระบือ&nbsp;เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;เป็นโรคที่ไม่ติดต่อจากสัตว์สู่คนและสัตว์ชนิดอื่นๆ&nbsp;อาการของโรคสัตว์จะป่วยและมีไข้สูง&nbsp;เยื่อจมูกเยื่อตาขาวอักเสบ&nbsp;ต่อมน้ำเหลืองบวมโต&nbsp;เกิดตุ่มกลมนูนเป็นแผลบริเวณผิวหนัง&nbsp;พื้นท้อง&nbsp;หัว&nbsp;คอ&nbsp;ขา&nbsp;เต้านม&nbsp;อัตราการป่วยร้อยละ&nbsp;5-45&nbsp;อัตราการตายน้อยกว่าร้อยละ&nbsp;10&nbsp;สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;โคนม&nbsp;และกระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;34,565&nbsp;ราย&nbsp;ประชากรสัตว์รวม&nbsp;321,611&nbsp;ตัว&nbsp;พบสัตว์ป่วยจำนวน&nbsp;414&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;48&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่อำเภอท่ามะกา&nbsp;ท่าม่วง&nbsp;พนมทวน&nbsp;เลาขวัญ&nbsp;และศรีสวัสดิ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการประกาศกำหนดเขตโรคระบาดชนิดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในสัตว์ชนิดโคและกระบือ&nbsp;ไปเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;แล้ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;:&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภัสร์ภรณ์&nbsp;เหลืองทอง&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155556942"],
    [645,"ไทยและสมาพันธรัฐสวิส ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่","<p><strong>ประเทศไทยและสมาพันธรัฐสวิส&nbsp;ร่วมกันผลักดันความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ&nbsp;ไทย-สวิตเซอร์แลนด์&nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;Ms.&nbsp;Simonetta&nbsp;Sommaruga&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม&nbsp;คมนาคม&nbsp;พลังงาน&nbsp;และการสื่อสารของสมาพันธรัฐสวิส&nbsp;เป็นสักขีพยานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการลงนามแถลงการณ์ร่วมระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;ของราชอาณาจักรไทย&nbsp;กับ&nbsp;กรมสิ่งแวดล้อมของสมาพันธรัฐสวิส&nbsp;เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;โดย&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;และ&nbsp;Mrs.&nbsp;Helene&nbsp;Budliger&nbsp;Artieda&nbsp;เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิส&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;บนเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเทียบเรือ&nbsp;CAT&nbsp;Tower&nbsp;ได้เป็นผู้ลงนามในร่างแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ&nbsp;90&nbsp;ปี&nbsp;การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสมาพันธรัฐสวิสด้วย&nbsp;ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินความร่วมมือสำคัญกับสมาพันธรัฐสวิส&nbsp;2&nbsp;ประเด็น&nbsp;คือ&nbsp;การจัดทำแถลงการณ์ร่วมฯ&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และโครงการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ&nbsp;ไทย-สวิตเซอร์แลนด์&nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแถลงการณ์ร่วมฯ&nbsp;มีเนื้อหาแสดงถึงความมุ่งมั่นของสองประเทศในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก&nbsp;การมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่วิถีการพัฒนาที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และความตั้งใจจะยกระดับความร่วมมือภายใต้ข้อ&nbsp;6&nbsp;ของความตกลงปารีส&nbsp;อันจะนำไปสู่การดำเนินงานและการบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนดของทั้งสองประเทศในอนาคต</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528153315908"],
    [646,"เกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เร่งเก็บฟักทองที่กำลังให้ผลผลิต เนื่องจากที่จังหวัดตรัง เกิดภาวะฝนตกลงมา 2-3 วันแล้ว หากไม่รีบเก็บก็เกรงว่าฟักทองจะเน่าเสียหาย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกฟักทองของนายปรีชา&nbsp;ชัยเกิด&nbsp;โดยปลูกฟักทองในที่นาประมาณ&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรได้ปลูกฟักทองเพื่อเป็นรายได้เสริม&nbsp;หลังจากที่ว่างเว้นจากการทำนา&nbsp;และได้ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการปลูกฟักทองมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สร้างรายได้ดี&nbsp;ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากโควิด&nbsp;-19&nbsp;บรรดาพ่อค้า&nbsp;แม่ค้า&nbsp;ที่เคยมารับซื้อฟักทองถึงที่นั้นไม่สามารถเดินทางมารับซื้อฟักทองได้&nbsp;เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;จึงทำให้ฟักทองของเกษตรกรในตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;ที่ปลูกฟักทอง&nbsp;ประมาณ&nbsp;60&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งจะได้ผลผลิตประมาณ&nbsp;180&nbsp;ตัน&nbsp;มีจำนวนมากกว่าความต้องการ&nbsp;และทำให้ราคาตกเป็นอย่างมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการสอบถาม&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ชัยเกิด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บอกว่า&nbsp;ในปีนี้ราคาฟักทองตกลงมาอย่างมากถึงครึ่งต่อครึ่ง&nbsp;ในปีที่ผ่านสามารถขายได้กิโลกรัมละกว่า&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;แต่ในปีนี้เหลือเพียงกิโลกรัม&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ในขณะที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;8&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาการขาดทุน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางด้าน&nbsp;นายเสน่ห์&nbsp;ทองเกลี้ยง&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้สั่งการให้เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาราคาฟักทองตกต่ำอยู่ในขณะนี้&nbsp;โดยให้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;ช่วยหาตลาดในการนำผลผลิตของเกษตรกรไปจำหน่าย&nbsp;ในขณะที่นายชาญ&nbsp;เรืองรม&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และนายเกียรติศักดิ์&nbsp;ศรีทองเที่ยว&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลนาหมื่นศรี&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ก็ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;และห้างแมคโคร&nbsp;สาขาตรัง&nbsp;รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ&nbsp;7&nbsp;บาท&nbsp;โดยให้เกษตรกรนำผลผลิตบรรทุกรถไปส่งให้&nbsp;เพื่อที่จะส่งต่อไปยังจังหวดใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;ซึ่งปัญหาผลผลิตทางเกษตรตกต่ำเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;สร้างผลกระทบไม่เว้นแต่เกษตรกร&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรต้องรีบเก็บผลผลิต&nbsp;เนื่องจากที่จังหวัดตรัง&nbsp;มีฝนตกลงมา&nbsp;2-3&nbsp;วันแล้ว&nbsp;เกษตรกรเกรงว่าจะทำให้ฟักทองได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528162143968"],
    [647,"นครปฐม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;28&nbsp;พ.ค.2564&nbsp;ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนครปฐม&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;เจริญศิริโชติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้แทนประธานศาลอุทธรณ์ภาค&nbsp;7&nbsp;ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2532&nbsp;อนุมัติให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;โดยร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณหน่วยงาน&nbsp;หรือสถานที่อื่นที่เป็นสาธารณประโยชน์&nbsp;ศาสนสถาน&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ป่า&nbsp;ชุมชน&nbsp;ริมแม่น้ำ&nbsp;และสองข้างทางสาธารณะ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณศาลากลางจังหวัด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ต้นยางนา&nbsp;ต้นสัก&nbsp;ต้นกระทิง&nbsp;ขี้เหล็ก&nbsp;รวงผึ้ง&nbsp;สาละลังกา&nbsp;หว้า&nbsp;และนิโครธ&nbsp;รวม&nbsp;100&nbsp;ต้น&nbsp;เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&nbsp;และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของจังหวัดนครปฐมอีกทางหนึ่งด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528155913946"],
    [648,"นครพนม ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม รวมพลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;จัดกิจกรรมเปิด&nbsp;\"Kick&nbsp;off&nbsp;การรณรงค์ป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;เพื่อการรณรงค์&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอปลาปาก&nbsp;พร้อมทั้งได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์&nbsp;และมอบยาฆ่าเชื้อให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่&nbsp;ม.1&nbsp;ม.2&nbsp;ม.11&nbsp;และ&nbsp;ม.12&nbsp;ต.หนองฮี&nbsp;อ.ปลาปาก&nbsp;จ.นครพนม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมีนายชนะชัย&nbsp;กล่องแก้ว&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอปลาปาก&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ผู้ช่วยงานด้านสัตวแพทย์&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำบลหนองฮี&nbsp;อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เข้าร่วมกิจกรรมในการรณณรงค์ครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528174621018"],
    [649,"สำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่ตัดสินการประกวดเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น จังหวัดนราธิวาส ประจำปี 2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะกรรมการตัดสินการประกวดเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ลงพื้นที่ตัดสินการประกวดฯ&nbsp;แปลงต้นแบบเกษตรเกษตรผสมผสานดีเด่น&nbsp;ปี&nbsp;2560&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอศรีสาคร&nbsp;อำเภอรือเสาะ&nbsp;อำเภอยี่งอ&nbsp;อำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;และอำเภอตากใบ&nbsp;เพื่อคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น&nbsp;เป็นตัวอย่างในการขยายผลการส่งเสริมเกษตรผสมผสานเผยแพร่เกียรติคุณและผลงานของเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;กระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงานเกษตรผสมผสานให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;และเป็นการเผยแพร่ผลงานที่ประสบผลสำเร็จสู่สาธารณชนได้เรียนรู้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;27&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;คณะกรรมการตัดสินการประกวดเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานดีเด่น&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งผลการตัดสิน&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายอาเรส&nbsp;หะมะ&nbsp;เกษตรกรต้นแบบเกษตรผสมผสานอำเภอยี่งอ&nbsp;เนื่องจากภายในแปลงมีการดำเนินกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกพืชผัก&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;ทำปุ๋ยหมัก&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งได้สำนักงานเกษตรจังหวัดนราธิวาสจะดำเนินการส่งประกวดในระดับเขตต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528195208066"],
    [650,"จังหวัดนครพนม Kick off รณรงค์ป้องกันควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ พร้อมกันทุกอำเภอ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;ที่ตลาดชุมชนบ้านผึ้ง&nbsp;ม.13&nbsp;ต.บ้านผึ้ง&nbsp;อ.เมืองนครพนม&nbsp;นายไกรสร&nbsp;กองฉลาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;\"Kick&nbsp;off&nbsp;การรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;จังหวัดนครพนม\"&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครพนม&nbsp;ร่วมกับด่านกักกันสัตว์นครพนม&nbsp;จัดกิจกรรมขึ้นพร้อมกันทุกอำเภอ&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงาน&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมชาย&nbsp;อนันตจารุตระกูล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทยที่เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อทางแมลงดูดเลือดเป็นหลัก&nbsp;จากเข็มที่ใช้ร่วมกัน&nbsp;การเคลื่อนย้าย&nbsp;เชื้อโรคแพร่ไปได้ไกลในเวลาอันรวดเร็วหากเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;ที่ติดเชื้อไปยังที่อื่นๆ&nbsp;ซึ่งเจ้าของสัตว์บางคนมักจะรีบขายสัตว์ป่วย/สัตว์ร่วมฝูงออก&nbsp;ทำให้โรคแพร่กระจายสร้างความเสียหายในวงกว้าง&nbsp;โดยโรคนี้ยังไม่มียารักษาโดยตรง&nbsp;การรักษาที่ทำอยู่เป็นการรักษาตามอาการ&nbsp;เจ้าของสัตว์ต้องแยกตัวป่วยออกจากฝูง&nbsp;กางมุ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์อื่นๆ&nbsp;ที่สามารถกันแมลงดูดเลือดมาดูดเลือดสัตว์ป่วยที่อาจนำเชื้อไปติดสัตว์ตัวอื่นๆ&nbsp;แล้วให้ยารักษาตามอาการสัตว์ป่วย&nbsp;เช่น&nbsp;ยาลดไข้สำหรับสัตว์ที่มีไข้&nbsp;ยาแก้อักเสบ&nbsp;การบวมของตุ่มของผิวหนังหรือข้อ&nbsp;ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกัน/รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน&nbsp;ยาบำรุงต่างๆ&nbsp;ยาใส่แผลภายนอก&nbsp;การทำความสะอาดแผลกรณีตุ่มที่ผิวหนังแตก&nbsp;ยาป้องกันแมลงวัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งหากทราบว่ามีโคติดเชื้อเร็ว&nbsp;ยิ่งทำให้การรักษาตัวป่วยหายเร็วลดการแพร่ระบาดของเชื้อ&nbsp;รวมทั้งต้องกำจัดแมลงพาหะ&nbsp;ซึ่งเป็นแมลงดูดเลือดต่างๆ&nbsp;กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงเหล่านี้ด้วยการพ่นยากำจัดหรือยาไล่แมลง&nbsp;โดยสัตว์ที่ติดเชื้อโรคมีระยะเวลาตั้งแต่ป่วยจนหายป่วยประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;เดือน&nbsp;เมื่อสัตว์หายป่วยแล้วจะมีภูมิคุ้มกันโรคไปตลอดชีวิตสัตว์&nbsp;ซึ่งสัตว์อาจเป็นหมันชั่วคราวหรือถาวร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้มอบยาและเวชภัณฑ์ให้กับอาสาปศุสัตว์&nbsp;ก่อนปล่อยขบวนรณรงค์พ่นยาฆ่าเชื้อป้องกันแมลงพาหะนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;พร้อมนำหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังพื้นที่บ้านที่มีสัตว์ติดเชื้อสังเกตดูการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อป้องกันแมลงพาหะนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข่าว:ธนกรณ์&nbsp;ยิ้มสงวน&nbsp;/&nbsp;ภาพ&nbsp;:&nbsp;อรพรรณ&nbsp;อาษาวัง&nbsp;ส.ปชส.นครพนม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528202004077"],
    [651,"กรมอุทยานฯ ตั้งโรงพยาบาลสนามสัตว์ป่า เพื่อกู้ชีพรักษา ตรวจโรค เก็บตัวอย่าง และตรวจสุขภาพลิงแสมของกลางทั้งหมด","<p><strong>กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ตั้งโรงพยาบาลสนามสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อกู้ชีพรักษา&nbsp;ตรวจโรค&nbsp;เก็บตัวอย่าง&nbsp;และตรวจสุขภาพลิงแสมของกลางทั้งหมด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ภัทรพล&nbsp;มณีอ่อน&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากกรณีลักลอบขนย้ายลิงแสม&nbsp;102&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นลิงมาจากจังหวัดพิจิตรเป้าหมายนำส่งที่สระแก้วบริเวณชายแดนเมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;พบมีลิงตายในที่เกิดเหตุ&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;และตายระหว่างเคลื่อนย้ายมารักษา&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;รวมตายทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ตัว&nbsp;จากจำนวนลิงของกลาง&nbsp;102&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาขาดอากาศหายใจ&nbsp;ขาดน้ำ&nbsp;และเกิดจากความเครียด&nbsp;ปัจจุบันมีลิง&nbsp;4&nbsp;ตัวยังอยู่ในภาวะวิกฤติ&nbsp;ภาพรวมลิงทั้งหมดอยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่&nbsp;1&nbsp;(นครนายก)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ได้กำชับให้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามสัตว์ป่า&nbsp;เพื่อกู้ชีพรักษา&nbsp;ตรวจโรค&nbsp;และเก็บตัวอย่างตรวจสุขภาพลิงของกลางทั้งหมด&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยสถานการณ์ตอนนี้อยู่ระหว่างการเก็บตัวอย่างตรวจสุขภาพและตรวจโรคทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งลิงส่วนมากมีอาการอ่อนเพลียจากร่างกายขาดน้ำเป็นเวลานาน&nbsp;แล้วบางตัวจะมีปัญหาของระบบทางเดินหายใจ&nbsp;เนื่องจากความแออัดระหว่างการลักลอบขนส่ง&nbsp;ส่วนตัวที่อยู่ในวิกฤตมี&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;โรงพยาบาลสนามได้กู้ชีพจนปลอดภัยแล้ว&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;สัตวแพทย์ยังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอยู่ในตู้อบสัตววิกฤต</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;นอกจากการคัดแยกคัดกรองสุขภาพของลิงแต่ละกลุ่มแล้ว&nbsp;ยังได้คัดแยกเพศ&nbsp;ช่วงอายุ&nbsp;ลักษณะทางสภาพร่างกายของลิงด้วย&nbsp;โดยลิงบางตัวมีน้ำนมไหลจากการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์เช็ค&nbsp;พบตั้งท้องได้อยู่ในภาวะที่ใกล้จะคลอดแล้ว&nbsp;ทางสัตวแพทย์จึงทำการแยกไว้เฝ้าดูอาการ&nbsp;ส่วนกรณีของลิงตัวที่ตาย&nbsp;18&nbsp;ตัว&nbsp;พบ&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;ตายระหว่างการเคลื่อนย้ายเพื่อเข้ามาดูแลรักษา&nbsp;โดยตัวที่ตายเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันเพื่อลงบันทึกขออนุญาตทำลาย&nbsp;ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ&nbsp;เนื่องจากโรคโควิด-19&nbsp;เกี่ยวกับเรื่องโรคติดต่อระหว่างสัตว์ป่าสู่คน&nbsp;หรือจากคนสู่คนเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาปฏิบัติงานต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528194037060"],
    [652,"เกษตรอำเภอเบตงติดตามแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน ในพื้นที่ตำบลตาเนาะแมเราะ ตามโครงการมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามเกษตรโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการทำแปลงต้นแบบเกษตรผสมผสาน&nbsp;เสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;ปีที่&nbsp;1&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตงโดยแปลงมีการจัดสรรพื้นที่ได้อย่างเป็นสัดส่วน&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยส่วนแรกเป็นการขุดสระเก็บกักน้ำ&nbsp;เพื่อให้มีน้ำใช้&nbsp;สม่ำเสมอตลอดปี&nbsp;โดยเก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน&nbsp;และใช้ในฤดูแล้งรวมทั้งยังเลี้ยงปลาสายพันธุ์ต่างๆ&nbsp;และส่วนที่&nbsp;2&nbsp;ปลูกผลไม้&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;พืชไร่&nbsp;พืชผัก&nbsp;สมุนไพร&nbsp;เช่น&nbsp;กะเพรา&nbsp;โหระพา&nbsp;ข่าขมิ้น&nbsp;&nbsp;มะพร้าว&nbsp;&nbsp;มะละกอ&nbsp;อ้อย&nbsp;พริก&nbsp;ผักโขมเบตง&nbsp;ถั่วพู&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;และตะไคร้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;&nbsp;เป็นการทำกิจกรรมอย่างผสมผสานและหลากหลายในพื้นที่เดียวกัน&nbsp;เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวัน&nbsp;หากเหลือจากการบริโภคก็นำไปแปรรูปเป็นอาหารที่ร้านอาหาร&nbsp;เพื่อเพิ่มมูลค่าของพืชผักต่างๆอีกด้วย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอารีฟ&nbsp;มหัศนียนนท์&nbsp;เกษตรอำเภอเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การทำเกษตรผสมผสานเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เกิดความสมดุลของสภาพแวดล้อมและเพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;เป็นกระบวนการที่มีการจัดการอย่างมีระบบ&nbsp;สามารถนำไปบูรณาการใช้ได้กับทุกพื้นที่&nbsp;&nbsp;แก้ปัญหาได้จริงและสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้เป็นอย่างดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528214537115"],
    [653,"ชัยภูมิ เปิดตัว หลงพญาแล  ทุเรียนพันธุ์ใหม่ขายหมดในเวลาไม่ถึง 30 นาที สั่งจองเพียบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่ตลาดสีเขียวหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;&nbsp;คาราวานผลไม้จากแหล่งผลิต&nbsp;บ้านโหล่น&nbsp;&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;&nbsp;นำสินค้าเกษตร&nbsp;ประเภทผลไม้นานาชนิด&nbsp;และพืชผักสวนครัว&nbsp;จากแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;นำมาส่งถึงมือผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยไม่ผ่านคนกลาง&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;10&nbsp;เต้นท์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผักที่เป็นอาหาร&nbsp;เช่น&nbsp;หน่อไม้&nbsp;ฟักทอง&nbsp;มะม่วงส่งออกที่ขึ้นชื่อคือน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;&nbsp;ซึ่งขายในราคาที่ถูกมาก&nbsp;มะม่วงอื่นๆที่สนใจเช่นมันขุนศรีอาร์ทู&nbsp;แรด&nbsp;งามเมืองย่าเป็นต้น&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้มีกล้วยหอมส่งออก&nbsp;&nbsp;กล้วยไข่&nbsp;อินทผาลัม&nbsp;เงาะ&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนมีทั้งหมอนทองและทุเรียนพันธุ์ใหม่&nbsp;ที่นำมาปิดตัวครั้งแรกในวันนี้&nbsp;คือหลงพญาแล\"&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;นายกอบชัย&nbsp;&nbsp;บุญอรณะ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;อำเภอหนองบัวแดงจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;&nbsp;น่าจะเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้&nbsp;เพราะที่นี่มีภูมิที่ดีหลายอย่างเช่นดินดี&nbsp;เป็นดินภูเขาที่มีแร่ธาตุมาก&nbsp;น้ำดีเพราะเป็นต้นน้ำชีมีน้ำไหลฉุ่มฉ่ำตลอดปี&nbsp;มีอ่างเก็บน้ำตามโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ที่เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานคนชัยภูมิ&nbsp;มีอากาศดีเพราะมีป่าเขามากมายล้วนส่งเสริมให้การทำเกษตรได้ผลดี&nbsp;อย่างที่เรามองเห็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;ผู้ว่าฯ&nbsp;ได้พบทุเรียนพันธุ์ใหม่&nbsp;ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือมีทั้งกลิ่นสีรสที่แปลกไปจากทุเรียนอื่นๆ&nbsp;สิ่งแรกคือรูปลักษณ์ของผลที่ค่อนข้างกลม&nbsp;สวยงาม&nbsp;ลูกไม่ใหญ่มาก&nbsp;ขนาดประมาณไม่เกิน&nbsp;1.60&nbsp;กก.&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;ปอกง่าย&nbsp;เนื้อในเรียบนวลไม่เป็นเส้นรสมันหวานกลมกล่อม&nbsp;นุ่มนวลไม่แหลม&nbsp;เม็ดเล็กลีบ&nbsp;&nbsp;กลิ่นหอมออกวานิลาไม่เหมือนทุเรียนอื่น&nbsp;ตั้งชื่อให้ว่า&nbsp;หลงพญาแล&nbsp;วันนี้เปิดตัวให้คนชัยภูมิได้ชิมก่อนในราคาที่จับต้องได้โลละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ยังไม่วางขายเพราะไม่พอขาย&nbsp;หมดตั้งแต่อยู่ในสวนแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายพงศธร&nbsp;&nbsp;อร่ามวิทยานุกูล&nbsp;&nbsp;เจ้าของ&nbsp;สวนทุเรียนเจ้านาย&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ตนเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;เคยทำสวนทุเรียน&nbsp;ได้มาท่องเที่ยวเมืองชัยภูมิ&nbsp;พบว่าที่ชัยภูมิเหมาะที่จะทำการเกษตรด้วยมีดินที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างมีน้ำดีอากาศดี&nbsp;ผู้คนน่ารัก&nbsp;จึงซื้อสวนทุเรียนเก่าที่เจ้าของบอกขาย&nbsp;มาพัฒนาต่อพบว่ามีต้นทุเรียนดั้งเดิมอายุประมาณ&nbsp;25&nbsp;ปีต้นนี้ต้นเดียวที่มีลักษณะดีคล้ายหรือน่าจะเป็นพันธุ์หลงลับแล&nbsp;แต่ด้วยดินที่นี่มีแร่ธาตุดี&nbsp;อุดมสมบูรณ์&nbsp;มีการบำรุงและปรับปรุงต้นด้วยปุ๋ยถูกต้องตามหลักวิชาและประสบการณ์&nbsp;ปรากฏว่าเมื่อต้นทุเรียนนี้ให้ผล&nbsp;&nbsp;กลับมีรสชาติที่โดดเด่นแปลกไปจากหลงลับแลโดยสิ้นเชิง&nbsp;ทั้งยังมีกลิ่นหอมที่คล้ายวานิลาผสมอยู่&nbsp;กินแล้วชวนให้หลงใหลไม่รู้เบื่อ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนชื่อที่ท่านผู้ว่าตั้งให้มาจากการพิจารณาว่าทุเรียนต้นนี้พันธุ์เดิมน่าจะเป็นหลงลับแล&nbsp;แต่มาเกิดและปรับปรุงพันธุ์ในถิ่นพญาแล&nbsp;จึงให้ชื่อว่า&nbsp;หลงพญาแล&nbsp;ให้เกียรติทั้งชื่อพันธุ์เดิม&nbsp;และถิ่นกำเนิดใหม่&nbsp;&nbsp;ขณะนี้ได้ขยายพันธุ์ไปกว่า&nbsp;300&nbsp;ต้นแล้ว&nbsp;เป้าหมายปลูกพันธุ์นี้ให้ได้&nbsp;2,000&nbsp;ต้นใน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ท่านที่สนใจแวะเยี่ยมชมสวนทุเรียนและผลไม้อื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เงาะโรงเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ได้ที่สวนเจ้านาย&nbsp;ต.&nbsp;นางแดด&nbsp;อ.หนองบัวแดง&nbsp;จ.ชัยภูมิ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210528215255117"],
    [654,"ปศุสัตว์อำเภอหัวตะพานดำเนินการแนะนำการป้องกันและควบคุมโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;(28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหัวตะพานมอบหมายให้&nbsp;นายใฉน&nbsp;พระเวียงคำ&nbsp;ช่วยงานด้านสัตว์แพทย์&nbsp;ออกพื้นที่หมู่&nbsp;7,12&nbsp;ตำบลสร้างถ่อน้อย&nbsp;อ.หัวตะพาน&nbsp;จ.อำนาจเจริญ&nbsp;ให้ความรู้ความเข้าใจในการป้องกันโรคสัตว์กับผู้นำชุมชนและเกษตรกร&nbsp;ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้&nbsp;เรื่องโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และมาตรการป้องกันและควบคุมโรคสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;โค&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;25&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมทั้งแนะนำการกำจัดพาหะของโรค&nbsp;ได้แก่&nbsp;ยุงและแมลงดูดเลือดในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน&nbsp;โดยให้ความรู้&nbsp;สถานการณ์&nbsp;มาตรการดำเนินการ&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529181639308"],
    [655,"ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุ โรค \"ลัมปี สกิน\" ในโค กระบือ ระบาดแล้ว 6 อำเภอ พร้อมประสาน อปท. ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงพาหะนำโรคในฟาร์มของเกษตรกร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ระบุ&nbsp;โรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;ระบาดแล้ว&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;พร้อมประสาน&nbsp;อปท.&nbsp;ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงพาหะนำโรคในฟาร์มของเกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้พบการระบาดของโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;แล้ว&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;ปราณบุรี&nbsp;สามร้อยยอด&nbsp;กุยบุรี&nbsp;เมือง&nbsp;และทับสะแก&nbsp;มีโคเนื้อและโคนมป่วยติดเชื้อ&nbsp;296&nbsp;ตัวใน&nbsp;80&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;แบ่งเป็นโคเนื้อ&nbsp;183&nbsp;ตัว&nbsp;และโคนม&nbsp;113&nbsp;ตัว&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวในพื้นที่เกิดโรคแล้ว&nbsp;ห้ามการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้า-ออก&nbsp;พื้นที่&nbsp;พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลงพื้นที่ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงดูดเลือด&nbsp;ซึ่งเป็นพาหะนำโรคในฟาร์มของเกษตรกรในรัศมี&nbsp;1&nbsp;กม.&nbsp;รอบจุดเกิดโรค&nbsp;และรณรงค์ให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับการดูแลฟาร์มและสัตว์เลี้ยงของตนเอง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรอย่าซื้อวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ลักลอบนำเข้าผิดกฎหมายเพราะไม่ผ่านการรับรองจาก&nbsp;อย.&nbsp;โดยขอให้รอวัคซีนจากภาครัฐที่กำลังจะนำเข้ามาฉีดให้กับสัตว์เลี้ยงของเกษตรกร&nbsp;ฟรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในฟาร์มของเกษตรกร&nbsp;เพื่อควบคุมไม่ให้การแพร่ระบาดขยายวงกว้างมากขึ้น&nbsp;แม้โรคดังกล่าวจะมีอัตราการป่วยของสัตว์เพียง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20-50&nbsp;และมีอัตราการตายเพียง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;แต่หากสัตว์ป่วยจะให้ผลผลิตลดลง&nbsp;เช่น&nbsp;เมื่อโคป่วยจะให้น้ำนมลดลง&nbsp;โคเนื้อเติบโตไม่สมบูรณ์&nbsp;หรือโคที่ตั้งท้องอยู่อาจจะแท้งได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จะต้องให้จังหวัดประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีโรคระบาดสัตว์&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่เป็นรายหมู่บ้าน&nbsp;เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณในเชิงป้องกันได้</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529072411127"],
    [656,"กฟผ.เขื่อนสิรินธร ร่วมต้อนรับคณะจากสถาบันวิทยาลัยชุมชนยโสธร เยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจเกษตรผสมผสาน เลี้ยงแพะ บ้านคำวังยาง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กฟผ.เขื่อนสิรินธร&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะจากสถาบันวิทยาลัยชุมชนยโสธร&nbsp;เยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มวิสาหกิจเกษตรผสมผสาน&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;บ้านคำวังยาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;พรคุณา&nbsp;วิศวกรระดับ&nbsp;10&nbsp;ทำการแทนหัวหน้ากองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหาร-ผู้ปฏิบัติงานเขื่อนสิรินธร&nbsp;และนายวสันต์&nbsp;สุนทรนิกรกิจ&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;และสมาชิก&nbsp;ร่วมต้อนรับคณะจากสถาบันวิทยาลัยชุมชนยโสธร&nbsp;นำโดยอาจารย์สุธิมา&nbsp;เทียนงาน&nbsp;ในการเยี่ยมชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การแก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานเลี้ยงแพะ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสาน&nbsp;เลี้ยงแพะ&nbsp;บ้านคำวังยาง&nbsp;ตำบลนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย&nbsp;อำเภอสิรินธร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;เพื่อมาเยี่ยมชมวิธีการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานเลี้ยงแพะ&nbsp;บ้านคำวังยาง&nbsp;แห่งนี้&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529070705125"],
    [657,"องุ่นดาดฟ้า-พืชผักปลอดสารพิษ ครัวอาหารคนเมืองยะลา ช่วงโควิด-19","<p><strong>ชาวยะลาใช้เวลาว่างหยุดเชื้ออยู่บ้านช่วงโควิด-หลังเกษียณ&nbsp;หันมาปรับพื้นที่ว่างเปล่าบนดาดฟ้า&nbsp;ปลูกองุ่น-พืชผักปลอดสารพิษ&nbsp;สร้างครัวอาหารคนเมือง&nbsp;บริโภคในครัวเรือน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อดีตพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต&nbsp;3&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ยะลา&nbsp;ใช้เวลาว่างหลังเกษียณและในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้อย่างสบายใจ&nbsp;เพราะต้องคอยระแวดระวังกับเชื้อที่กำลังแพร่ระบาดในทุกพื้นที่&nbsp;หันมาทำโรงเรือนโดยใช้เนื้อที่บนดาดฟ้าบ้าน&nbsp;ปลูกองุ่นและพืชผักปลอดสารพิษ&nbsp;ยึดหลักพอเพียง&nbsp;ได้ผลผลิตดีเกินคาด&nbsp;สำหรับไว้บริโภคในครัวเรือน&nbsp;ช่วยประหยัดรายจ่าย&nbsp;สร้างความมั่นคงครัวอาหาร&nbsp;สู้ภัยโควิด-19&nbsp;รวมไปถึงแบ่งปันให้กับเพื่อนฝูงได้รับประทาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพืชที่ปลูกนั้นก็จะใช้พืชที่มีความเหมาะสม&nbsp;คำนวณเรื่องรากและน้ำหนัก&nbsp;ซึ่งสามารถปลูกไว้บนดาดฟ้าได้&nbsp;เน้นปลูกไม้แดด&nbsp;ไม้ประดับ&nbsp;พืชผักสวนครัว&nbsp;มีทั้งกล้วยไข่&nbsp;กระชาย&nbsp;กะเพรา&nbsp;ตะไคร้&nbsp;เพกา&nbsp;การะเวก&nbsp;ฯลฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธนิต&nbsp;คุมภะสาโน&nbsp;ได้เล่าว่า&nbsp;เริ่มต้นมาปลูกองุ่นเมื่อต้นปี&nbsp;2563&nbsp;ซึ่งเป็นปีแรกที่เริ่มมีโควิด-19&nbsp;ระบาดในพื้นที่ยะลา&nbsp;และมาเจอการระบาดในปี&nbsp;2564&nbsp;อีกรอบ&nbsp;โดยเห็นว่าบนดาดฟ้าของบ้านซึ่งมี&nbsp;4&nbsp;ชั้น&nbsp;เป็นที่ว่าง&nbsp;เมื่อก่อนกางสแลนกันแดดใช้เป็นที่ออกกำลังกาย&nbsp;ขึ้นมาก็ร้อน&nbsp;ก็เลยคุยกับคุณเอมอร&nbsp;ภรรยา&nbsp;จะลุยทำโรงเรือนเพื่อปลูกเมล่อน&nbsp;ปลูกได้&nbsp;3&nbsp;รอบก็หยุด&nbsp;เมล่อนไม่ชอบน้ำ&nbsp;เป็นโรคเยอะ&nbsp;แต่ก็ได้ผลผลิตบ้าง&nbsp;รอบสุดท้ายแม่บ้านก็ไปเจอกับคลิปของลุงแป๊ะ&nbsp;ไร่องุ่นคุณหวานโคราช&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;ก็เลยสนใจเริ่มต้นมาทำโรงเรือน&nbsp;ทดลองปลูกองุ่นดู&nbsp;โดยสั่งซื้อต้นพันธุ์องุ่นมาจากไร่ของคุณหวาน&nbsp;ส่งมา&nbsp;5&nbsp;ต้น&nbsp;เริ่มแรก&nbsp;มีตอ&nbsp;1&nbsp;ตอ&nbsp;3&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์ไวท์มะละกาสีเขียวมีเม็ด&nbsp;สีดำ&nbsp;แบ็ลคโอปอร์ไร้เมล็ต&nbsp;และมีเฟรม&nbsp;อีกต้นหนึ่ง&nbsp;ปลูกไปก็เรียนรู้ไปตามคลิป&nbsp;ศึกษาการปลูกมาเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งการดูแลบำรุงรักษา&nbsp;การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ล้วน&nbsp;พอมาถึงทำพรุน&nbsp;ทำไม่เป็น&nbsp;แม่บ้านก็ได้ศึกษาดู&nbsp;โดยเริ่มจากการตัดใบออกทั้งหมด&nbsp;ปล่อยให้ต้นโล้น&nbsp;เหมือนกับว่าแกล้งต้นองุ่น&nbsp;20&nbsp;กว่าวัน&nbsp;หลังจากนั้นก็เริ่มบำรุงใส่ปุ๋ยตามสูตร&nbsp;องุ่นก็เริ่มแตกใบ&nbsp;แตกช่อ&nbsp;และเป็นลูกอย่างที่เห็น&nbsp;สำหรับองุ่น&nbsp;ไม่ชอบฝน&nbsp;ดินไม่ชอบน้ำแฉะ&nbsp;โดนน้ำค้างไม่ดี&nbsp;เป็นราน้ำค้างเป็นด่าง&nbsp;โรงเรือนที่ทำก็จะต้องมีพลาสติกคลุมด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จริง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วก็ต้องขอบคุณโควิด-19&nbsp;ที่เหมือนกับทำให้เราไปไหนไม่ได้&nbsp;ถ้าอยู่เฉย&nbsp;ๆ&nbsp;ก็ไร้สาระ&nbsp;เสียเวลาไปโดยไม่มีประโยชน์&nbsp;และที่เห็นองุ่นออกลูกมากมาย&nbsp;ก็เป็นผลผลิตครั้งแรก&nbsp;เป็นความภาคภูมิใจที่ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า&nbsp;บ้านเราสามารถปลูกองุ่นได้&nbsp;รสชาติก็ดีหวานอร่อย&nbsp;ถ้าบำรุงรักษาดี&nbsp;ๆ&nbsp;ต้นพันธุ์&nbsp;ซึ่งมีอายุ&nbsp;8-9&nbsp;ปี&nbsp;ก็จะให้ผลผลิตไปตลอด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผลผลิตองุ่นที่ได้นี้&nbsp;ก็จะไว้รับประทานเองด้วย&nbsp;แจกเพื่อน&nbsp;ๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;ให้คนอื่นได้ชิมรสชาติ&nbsp;พอเพื่อนบอกรสชาติได้&nbsp;ก็มีกำลังใจที่จะลุยต่อ&nbsp;ต่อไปก็คงปลูกไปเรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของการค้าขาย&nbsp;ทำเพื่อออกกำลังกาย&nbsp;ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&nbsp;ไว้รับประทานในครอบครัวมากกว่า&nbsp;ซึ่งพอได้เห็นผลผลิต&nbsp;เวลาที่ผ่านไปก็ไม่ได้ไร้ค่า&nbsp;มีค่าเสมอใน&nbsp;24&nbsp;ชม.</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529081303134"],
    [658,"แม่สะเรียงยังไม่พบโคป่วยโรค \"ลัมปี สกิน\" ปศุสัตว์อำเภอแม่สะเรียง ลงพื้นที่แนะวิธีป้องกันแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เดินหน้าเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยใน 7 ตำบล","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายรังสิทธิ์&nbsp;ศิริคำ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ออกดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;ที่&nbsp;บ้านพะมอมอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.บ้านกาศ&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการฉีดวัคซีน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โค&nbsp;จำนวน&nbsp;106&nbsp;ตัว&nbsp;แพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;35&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;มีสัตว์เลี้ยงที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;24,456&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็นโค&nbsp;จำนวน&nbsp;15,137&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;8,050&nbsp;ตัว&nbsp;และแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,269&nbsp;ตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์แม่สะเรียง&nbsp;ได้แนะนำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ให้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันโรคระบาดและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในกรณีที่สัตว์เลี้ยงเกิดโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;และประชาสัมพันธ์ในเรื่องของโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่&nbsp;สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;ซึ่งมีแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;แมลงวันดูดเลือด&nbsp;ยุง&nbsp;เหลือบ&nbsp;เป็นพาหะที่สำคัญ&nbsp;โค&nbsp;กระบือที่ได้รับเชื้อจะแสดงอาการมีไข้&nbsp;มีตุ่มนูนแข็งขึ้นตามลำตัว&nbsp;การรักษา&nbsp;รักษาตามอาการ&nbsp;โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยกำจัดแมลงดูดเลือดที่เป็นพาหะ&nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์จากพื้นที่ที่เกิดโรค</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ทางสำนักงานปศุสัตว์แม่สะเรียง&nbsp;จะได้ออกดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;28&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ถึง&nbsp;วันที่&nbsp;27&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529081604135"],
    [659,"ทหารพรานที่ 36 ตรวจเข้มชายแดนแม่ฮ่องสอน ป้องกันการลักลอบนำเข้าโค-กระบือ จากประเทศเพื่อนบ้าน หวั่นโรค \"ลัมปี สกิน\" แพร่ระบาด ภาคเหนือพบแล้ว 7 จังหวัด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลโท&nbsp;อภิเชษฐ์&nbsp;ซื่อสัตย์&nbsp;แม่ทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;มอบนโยบายให้พันเอก&nbsp;สมรรถชัย&nbsp;แปงสาย&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;เน้นย้ำ&nbsp;การปฏิบัติงานของกองกำลังป้องกันชายแดน&nbsp;ในเรื่องการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ซึ่งอาจจะนำพาโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;เข้ามาในประเทศเพิ่มเติมอีก&nbsp;โดยได้กำชับให้ทุกกองร้อยที่ประจำพื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;ให้เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างผิดกฎหมาย&nbsp;เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างจริงจัง&nbsp;ซึ่งหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการลักลอบนำเข้าโค-กระบือจากประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่ตามแนวชายแดน&nbsp;ขอให้แจ้งไปที่กองกำลังป้องกันชายแดน&nbsp;เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และจังหวัดตาก&nbsp;กองกำลังนเรศวร&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-5556-3703&nbsp;หรือ&nbsp;กรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-5368-1300</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีการรายงานว่า&nbsp;พบโคเนื้อแสดงอาการของโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ที่บริเวณอำเภอพนมไพร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;จึงได้มีการเก็บตัวอย่างของเชื้อไปส่งตรวจที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;หลังทำการตรวจสอบแล้วได้ผลสรุปออกมาว่า&nbsp;เชื้อตัวเป็นเชื้อที่มีการแพร่ระบาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย&nbsp;ชื่อว่า&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ซึ่งจากการสันนิษฐานถึงสาเหตุของการเกิดโรค&nbsp;สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติได้ระบุว่า&nbsp;น่าจะเกิดมาจากการนำเข้าโคเนื้อมาเลี้ยงในพื้นที่&nbsp;โดยเป็นโคเนื้อที่อาจจะมีการลักลอบเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า&nbsp;Lumpy&nbsp;Skin&nbsp;Disease&nbsp;Virus&nbsp;ซึ่งสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง&nbsp;เบื่ออาหาร&nbsp;มีน้ำตาไหลตลอดเวลา&nbsp;และมีตุ่มน้ำเหลืองขนาดใหญ่ประมาณ&nbsp;2-5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขึ้นอยู่ทั่วทั้งร่างกาย&nbsp;แต่จะพบมากที่บริเวณคอ&nbsp;หัว&nbsp;เต้านม&nbsp;ถุงอัณฑะ&nbsp;และหว่างขา&nbsp;ที่สำคัญตุ่มที่ขึ้นมาอาจแตกและตกสะเก็ดเป็นเนื้อตาย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;โค-กระบือยังมีอาการซึม&nbsp;มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ&nbsp;และทางเดินอาหารร่วมด้วย&nbsp;ในส่วนของโคนมก็อาจจะเกิดการแท้งลูกและมีปริมาณน้ำนมที่ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;โรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ถือเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นเฉพาะกับโค-กระบือเท่านั้น&nbsp;ไม่สามารถติดต่อมาสู่คนได้&nbsp;แต่โรคดังกล่าวเป็นโรคอุบัติใหม่พบเกิดขึ้นแล้ว&nbsp;35&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;โดยในพื้นที่ภาคเหนือพบการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวแล้ว&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;,&nbsp;ตาก&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;,&nbsp;พิจิตร&nbsp;และสุโขทัย</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529082624139"],
    [660,"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ รวมใจ ปลูกต้นทองอุไร กว่า 300 ต้น","<p><strong>สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;จัดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;รวมใจ&nbsp;ปลูกต้นทองอุไร&nbsp;กว่า&nbsp;300&nbsp;ต้น</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64&nbsp;เป็นวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์สวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหารสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;นำโดยนายเทวินทร์&nbsp;รัตนะวงศะวัต&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;และพนักงาน&nbsp;ลูกจ้าง&nbsp;ได้ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้&nbsp;\"รวมใจไทย&nbsp;ปลูกต้นไม้&nbsp;เพื่อแผ่นดิน\"&nbsp;สืบสานสู่&nbsp;100&nbsp;ล้านต้น&nbsp;โดยร่วมกันปลูกต้นทองอุไร&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ต้น&nbsp;บริเวณสองข้างทางของเส้นทางภายในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ&nbsp;ลดโลกร้อน&nbsp;ลดมลภาวะและฝุ่นละออง&nbsp;สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี&nbsp;ตลอดจนยังเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อ&nbsp;31&nbsp;ม.ค.&nbsp;32&nbsp;ครม.&nbsp;ได้มีมติกำหนดให้วันวิสาขบูชาของทุกปี&nbsp;เป็น&nbsp;\"วันต้นไม้ประจำปีของชาติ\"&nbsp;โดยกรมป่าไม้ได้จัดกิจกรรมและเชิญชวนให้คนไทยทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้อย่างน้อย&nbsp;คนละ&nbsp;1&nbsp;ต้น&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่&nbsp;26&nbsp;พ.ค.&nbsp;64</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529105020155"],
    [661,"รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจพื้นที่โครงการโคกหนองนา บ้านพิชิตใจ เขตประเวศ แหล่งเรียนรู้ฝึกอาชีพสำหรับคนเมือง คาดการณ์แล้วเสร็จภายในปีนี้","<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังการตรวจพื้นที่โครงการโคกหนองนา&nbsp;ณ&nbsp;บ้านพิชิตใจ&nbsp;เขตประเวศ&nbsp;ว่า&nbsp;วันนี้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการทำโครงการโคกหนองนาว่ามีปัญหาในการดำเนินการหรือไม่&nbsp;โดยปลัดกรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มขุดหนองและดำเนินการบางส่วน&nbsp;สำหรับโครงการดังกล่าว&nbsp;มีพื้นที่&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;เดิมมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมการเกษตรในโรงเรือน&nbsp;บ่อน้ำ&nbsp;คูน้ำ&nbsp;มีต้นทุนแหล่งน้ำภายในพื้นที่อย่างเพียงพอ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งมีอาคารที่สามารถปรับปรุงให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ในอนาคตได้&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมอาชีพต่างๆ&nbsp;เพื่อให้คนเมืองเรียนรู้และนำไปต่อยอดได้&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกแคตตัส&nbsp;การเลี้ยงปลาสวยงาม&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่&nbsp;กทม.สำหรับนักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;บุคคลทั่วไปและผู้ที่เข้ามารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพด้านยาเสพติดได้ศึกษาเรียนรู้&nbsp;หรือฝึกอาชีพมีรายได้เสริมพึ่งพาตนเองได้&nbsp;</p><p><strong>คาดการณ์ว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี&nbsp;2564&nbsp;นี้</strong>&nbsp;โดยโครงการจะเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่&nbsp;โดยหมุนเวียนใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและปลอดภัยให้กับผู้ร่วมในโครงการ</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529130916205"],
    [662,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่ 12 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้&nbsp;คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มในพื้นที่&nbsp;12&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทยมีกำลังแรง&nbsp;ทำให้ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;92&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;เลย&nbsp;48&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;482&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;52&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำทั้งประเทศ&nbsp;37,783&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,059&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มบริเวณจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตราด&nbsp;และพะเยา&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;พะเยา&nbsp;น่าน&nbsp;อุตรติตถ์&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;หนองคาย&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำเพื่อสนับสนุนเกษตรกร&nbsp;และช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;โดยกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูบึงแพง&nbsp;อ.โกสุมพิสัย&nbsp;จ.มหาสารคาม&nbsp;เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำ&nbsp;1.4&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์&nbsp;447&nbsp;ไร่&nbsp;และประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;1,013&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;//&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการกระจายน้ำ&nbsp;เพื่อสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ลองกองง&nbsp;อ.ขลุง&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;และประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;700&nbsp;ครัวเรือน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่กรมเจ้าท่า&nbsp;ได้ขุดลอกขยายพื้นที่รับน้ำ&nbsp;เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำใช้ในการเกษตรหน้าแล้งบริเวณพื้นที่ภาคเหนือตอนบน&nbsp;คือ&nbsp;แม่น้ำจาง&nbsp;ต.ดอนไฟ&nbsp;หัวเสือ&nbsp;และ&nbsp;น้ำโจ้&nbsp;อ.แม่ทะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,300&nbsp;เมตร&nbsp;ปัจจุบันดำเนินการเสร็จแล้ว&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;350&nbsp;-&nbsp;400&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;//&nbsp;แม่น้ำจาง&nbsp;ต.สบป้าด&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;3,400&nbsp;เมตร&nbsp;ผลการดำเนินงานร้อยละ&nbsp;89&nbsp;//&nbsp;แม่น้ำยม&nbsp;ต.สบสาย&nbsp;อ.สูงเม่น&nbsp;จ.แพร่&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2,050&nbsp;เมตร&nbsp;ผลการดำเนินงานร้อยละ&nbsp;90&nbsp;มีประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;550&nbsp;ครัวเรือน</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529125318185"],
    [663,"อว. จัดสู้ภัยโควิด นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ U2T สร้างเขตปลอดโควิด นำร่อง จ.นครนายก พร้อมปูพรมใน 3,000 ตำบลก่อนเปิดเทอม 14 มิ.ย.นี้","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.&nbsp;จัดสู้ภัยโควิด&nbsp;นำผู้ได้รับจ้างงานโครงการ&nbsp;U2T&nbsp;สร้างเขตปลอดโควิด&nbsp;นำร่อง&nbsp;จ.นครนายก&nbsp;พร้อมปูพรมใน&nbsp;3,000&nbsp;ตำบลก่อนเปิดเทอม&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.นี้&nbsp;</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;รมว.การอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;พร้อมผู้บริหาร&nbsp;อว.ลงพื้นที่โรงเรียนวัดเกาะกระชาย&nbsp;จ.นครนายก&nbsp;จัดกิจกรรมพิเศษ&nbsp;U2T&nbsp;Covid-19&nbsp;week&nbsp;ก้าวต่อไป&nbsp;สู้ภัยโควิด&nbsp;ในโครง&nbsp;การมหาวิทยาลัยสู่ตำบล&nbsp;สร้างรากแก้วให้ประเทศ&nbsp;หรือ&nbsp;U2T&nbsp;โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคักคัก&nbsp;มีผู้ที่ได้รับการจ้างงานในโครงการ&nbsp;U2T&nbsp;ร่วมทำกิจกรรมทำความสะอาดเพื่อป้องกันและลดการแพร่ระกระจายของเชื้อโควิด-19&nbsp;ในโรงเรียนเพิ่มความมั่นใจให้นักเรียน&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;และครู&nbsp;ก่อนเปิดเรียนในวันที่&nbsp;14&nbsp;มิ.ย.นี้&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;งานนี้&nbsp;เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนนำ้หนักของ&nbsp;U2T&nbsp;จากงานด้านการพัฒนาพื้นที่และชุมชน&nbsp;มาเป็นการทำเรื่องโควิดมากขึ้น&nbsp;โดยผู้ได้รับการจ้างงาน&nbsp;จะทำกิจกรรมในชุมชนเพื่อให้ปลอดเชื้อ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ให้เด็กได้มีโรงอาหารที่สะอาดปลอดเชื้อ&nbsp;มีการทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ในโรงเรียน&nbsp;และยังมีนิทรรศการให้เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจ&nbsp;โดย&nbsp;จ.นครนายก&nbsp;มทร.ธัญบุรีสนับสนุนอย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อได้เรียนรู้และมีประสบการณ์</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เป็นไปได้ว่าในปีต่อไปรัฐบาลอาจจะให้เงินสนับสนุนโครงการต่อ&nbsp;แต่ถึงจะไม่ได้รับงบ&nbsp;มทร.&nbsp;ทั่วประเทศก็พร้อมดำเนินการ&nbsp;โดยจะใช้งบของมหาวิทยาลัยทำเอง&nbsp;ถ้าเป็นไปได้&nbsp;อว.จะไปเชิญ&nbsp;มรภ.ทั่วประเทศหรือในบางพื้นที่ทำต่ออีกด้วย&nbsp;ส่วนชาวบ้านที่นี่พร้อมมากที่จะฉีดวัคซีน&nbsp;จากการที่เด็กๆ&nbsp;และอาจารย์เข้าไปทำความเข้าใจ&nbsp;ทำให้มีความมั่นใจ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ให้การสนับสนุนมาก&nbsp;แทบทุกจังหวัดยินดีสนับสนุนโครงการนี้และมีงบประมาณสำหรับเรื่องโควิดอยู่แล้ว</span></p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529140028222"],
    [664,"ปศุสัตว์จังหวัดเลย เร่งตรวจและปราบปรามโรคลัมปี-สกิน ในโค-กระบือ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.2564)&nbsp;นายสุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการระบาดของโรคลัมปี-สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;:&nbsp;LSD)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเลย&nbsp;ขณะนี้แพร่กระจายเกษตรกรได้รับผลกระทบทั้ง&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;กับโคเนื้อ&nbsp;โคนม&nbsp;และกระบือ&nbsp;แยกเป็นโคเนื้อได้รับผลกระทบ&nbsp;79&nbsp;ราย&nbsp;จำนวนโคเนื้อ&nbsp;583&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สำหรับสถานการณ์สัตว์ที่เจ็บป่วยนั้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;161&nbsp;ตัว&nbsp;ตายแล้ว&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนโคนม&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;สำหรับกระบือยังไม่พบสัตว์เจ็บป่วย&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยเร่งดำเนินการจัดหน่วยสัตวแพทย์ออกไปบริการ&nbsp;ตรวจสุขภาพสัตว์&nbsp;เพื่อควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;รักษา&nbsp;ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคตามคอกตามโรงเรือนสัตว์ทุกสัปดาห์&nbsp;เช่น&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มิ.ย.2564&nbsp;มีกำหนดการออกหน่วยที่บ้านนาซ่าว&nbsp;ต.นาซ่าว&nbsp;อ.เชียงคาน&nbsp;จ.&nbsp;เลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;หลายพื้นที่ทั้งปศุสัตว์เขต&nbsp;3,&nbsp;4&nbsp;และ&nbsp;เขต&nbsp;7&nbsp;และมีแนวโน้มที่โลกจะแพร่กระจายไปในวงกว้างซึ่งสอดคล้องกับผลการสอบสวนโรคมาจากปัจจัยการเคลื่อนย้ายโคกระบือมีชีวิตจากพื้นที่เกิดโรคไปยังพื้นที่อื่นซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการแพร่ระบาดไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ได้&nbsp;จากการเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เป็นโรคหรือพาหะของโรคดังกล่าว&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้เกิดการควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์เพื่อลดการแพร่ระบาดอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;21&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2558&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ดำเนินการเร่งด่วนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;ลงนามออกเป็นประกาศเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปี-สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;:&nbsp;LSD&nbsp;)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้ท้องที่ทุกหมู่บ้านทุกตำบลทุกอำเภอของจังหวัดเลยเป็นเขตโรคระบาดชนิดโรค&nbsp;lumpy&nbsp;skin&nbsp;ในชนิดสัตว์โคกระบือและห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ในเขตพื้นที่ตำบลหมู่บ้านทุกอำเภอการเข้าออกผ่านหรือภายในเขตโรคระบาดเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายตามมาตรา&nbsp;22&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ&nbsp;2558&nbsp;ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา&nbsp;65&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ&nbsp;2558&nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์ไปส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และ&nbsp;เกษตรกรทุกหมู่บ้าน&nbsp;รับทราบเพื่อถือปฏิบัติด้วยแล้ว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.เลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529145206243"],
    [665,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมคิกออฟ ป้องกันโรค \"ลัมปี สกิน\" ในโค-กระบือ หลังพบการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอจุน จังหวัดพะเยา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่ควบคุมโรค&nbsp;สำนักงานป้องกันโรคภาคเหนือ&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้นำสารเข้าทำการฉีดพ่นบริเวณ&nbsp;คอกวัวของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลห้วยยางขาม&nbsp;อำเภอจุน&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อที่เป็นพาหะของการนำไปสู่โรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;หลังพบการแพร่ระบาดในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอจุน&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;โดยพบว่าฟาร์มวัว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;มีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว&nbsp;และมีโคที่ป่วย&nbsp;จำนวนรวม&nbsp;22&nbsp;ตัว&nbsp;ซึ่งวานนี้&nbsp;(28&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;ทางสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดกิจกรรมคิกออฟ&nbsp;ป้องกันโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;เพื่อไม่ให้ลุกลามไปสู่พื้นที่อื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอัครา&nbsp;พรหมเผ่า&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทาง&nbsp;อบจ.พะเยา&nbsp;ได้บูรณาการกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;ในการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;โดยการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ&nbsp;ระงับการแพร่ระบาดของโรคระบาด&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;โดย&nbsp;อบจ.พะเยา&nbsp;ได้รับความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;นำนวัตกรรมใหม่&nbsp;ซิลเวอร์นาโน&nbsp;เข้ามาช่วยป้องกันการแพร่ระบาดโรคดังกล่าว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;อบจ.พะเยา&nbsp;ได้ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;พร้อมทั้งได้จัดตั้งกองทุนในการรับซื้อลูกโค-กระบือ&nbsp;กรณีที่โค-กระบือ&nbsp;ของเกษตรกรเสียชีวิต&nbsp;เพื่อเป็นการเยียวยาให้กับเกษตรกรให้ได้มีเงินทุนในการเลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสัตว์แพทย์&nbsp;สมบัติ&nbsp;ศุภประภากร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ได้มีการระบาดในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลห้วยยางขาม&nbsp;ตำบลห้วยข้าวก่ำ&nbsp;และตำบลลอ&nbsp;อำเภอจุน&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;โดยมีการแพร่ระบาดอยู่&nbsp;4&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;มีโค-กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ตัวที่เกิดโรค&nbsp;ซึ่งขณะนี้ทางปศุสัตว์จังหวัดพะเยาได้ทำการควบคุมโรคอย่างเร่งด่วนตามมาตรการควบคุมโรค&nbsp;พร้อมสั่งให้มีการกักโค&nbsp;และทำการรักษา&nbsp;ซึ่งถือว่าโชคดีที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดไปในพื้นที่อื่น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน&nbsp;ได้มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง&nbsp;เพื่อกำจัดเห็บ&nbsp;หมัด&nbsp;ตัวเหลือบ&nbsp;หรือแมลงวันคอก&nbsp;ที่เป็นพาหะนำโรคเข้าสู่สัตว์และแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น&nbsp;สำหรับอาชีพการเลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพะเยา&nbsp;ถือว่าเป็นอาชีพที่สำคัญและสร้างรายได้เป็นอย่างดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;จำนวน&nbsp;6,047&nbsp;ราย&nbsp;มีโค-กระบือ&nbsp;จำนวนรวมกว่า&nbsp;56,000&nbsp;ตัว&nbsp;และแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ได้ไม่ต่ำกว่า&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529143318232"],
    [666,"หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สำนักพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่งมอบโครงการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎร ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;31&nbsp;สำนักพัฒนาภาค&nbsp;3&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;ส่งมอบโครงการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎร&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเชียงของ&nbsp;อำเภอนาน้อย&nbsp;จังหวัดน่าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่หอประชุมศาลาประชาคม&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงของ&nbsp;อำเภอนาน้อย&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;พันเอก&nbsp;รฐนนท์&nbsp;รัตนโสภณ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;31&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;3&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;เป็นประธานส่งมอบโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการส่งเสริมอาชีพให้การช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพที่มั่นคง&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;ลดรายจ่ายในการดำรงชีพและการใช้ชีวิตประจำวัน&nbsp;ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;รักษาและต่อยอด&nbsp;ตามพระราชปณิธาณของ&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เพื่อให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ตามที่&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;กองบัฐชาการกองทัพไทย&nbsp;ได้มอบหมายให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;31&nbsp;ได้ดำเนินโครงการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขึ้น&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;โครงการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มปั้นหม้อดินเผา&nbsp;กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์กลุ่มปลูกพืชเศรษฐ&nbsp;กลุ่มเลี้ยงโค&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กับราษฎรที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการนี้&nbsp;พันเอก&nbsp;รฐนนท์&nbsp;รัตนโสภณ&nbsp;ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;31&nbsp;ได้พบปะราษฎรในพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับราษฎรที่เข้าร่วมโครงการโดยมีราษฎรทั้ง&nbsp;7&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ในพื้นที่ตำบลเชียงของ&nbsp;เข้าร่วมโครงการ&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อสืบสานต่อยอดแนวทางพระราชดำริ&nbsp;ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง&nbsp;ร.9&nbsp;ในการส่งเสริมสนับสนุนอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;และปศุสัตว์&nbsp;ได้แก่&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ยาเวชภัณฑ์รักษาโรค&nbsp;ในการดูแลรักษาสัตว์&nbsp;และอาหารสัตว์&nbsp;สิ่งของและอุปกรณ์&nbsp;ปุ๋ยในการบำรุงพืช&nbsp;ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มอบเครื่องไฟฟ้าปั้นหม้อดิน&nbsp;เครื่องปดหญ้าอาหารสัตว์&nbsp;ให้แก่กลุ่มเลี้ยงโค&nbsp;มอบพันธุ์ปลาและอาหารปลา&nbsp;อาทิ&nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อสระ&nbsp;การเลี้ยงกบ&nbsp;การไก่พื้นเมือง&nbsp;มอบพันธุ์ไม้ยืนต้น&nbsp;ให้กับราษฎร์ในพื้นที่&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มรายได้จากกิจกรรมที่ดำเนินการ&nbsp;และเป็นแบบอย่างแก่ชุมชน&nbsp;สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ของราษฎรในพื้นที่ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดจนการยกระดับในการดำรงชีพของตนเอง&nbsp;ในชุมชนได้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;ต่อไป</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529143743235"],
    [667,"คพ.เร่งแก้ปัญหาความเค็มสูงผิดปกติของแม่น้ำชีในพื้นที่ 6 จ.ภาคอีสาน สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักหลายจังหวัดแล้วน้ำสาขาไหลลงแม่น้ำชีและน้ำฝนได้ชะเอาตะกอนดินจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำ","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งแก้ปัญหาความเค็มสูงผิดปกติของแม่น้ำชีในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;สาเหตุเกิดจากฝนตกหนักหลายจังหวัดแล้วน้ำสาขาไหลลงแม่น้ำชีและน้ำฝนได้ชะเอาตะกอนดินจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถานการณ์คุณภาพน้ำแม่น้ำชีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;ยโสธร&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;ประสบปัญหากับความเค็มสูงผิดปกติ&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการผลิตประปาในหลายพื้นที่&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;10-12&nbsp;คพ.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สาเหตุและหาแนวทางป้องกันแก้ปัญหาดังกล่าว&nbsp;จากการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพน้ำจากสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติที่ติดตั้งในแม่น้ำชีในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;ช่วงเดือนเมษายน&nbsp;&nbsp;พฤษภาคมพบปริมาณค่าการนำไฟฟ้า&nbsp;(EC)&nbsp;มีค่าอยู่ในช่วง&nbsp;1,267&nbsp;&nbsp;4,750&nbsp;ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร&nbsp;ถือว่าสูงผิดปกติจะเห็นได้ว่าค่าการนำไฟฟ้าแสดงถึงความเข้มข้นของปริมาณสารนำประจุไฟฟ้าในน้ำ&nbsp;เช่น&nbsp;โซเดียมคลอไรด์&nbsp;หรือเกลือ&nbsp;และจากสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ&nbsp;พบค่า&nbsp;EC&nbsp;เริ่มมีค่าสูงผิดปกติในพื้นที่ชัยภูมิช่วงปลายเดือนเมษายน&nbsp;สูงสุดวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2564&nbsp;จนเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ขอนแก่นบริเวณตำบลท่าพระ&nbsp;โดยค่า&nbsp;EC&nbsp;สูงผิดปกติช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;แล้วได้ไหลลงส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่มหาสารคาม&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;และยโสธร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสาเหตุสำคัญเกิดจากช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีฝนตกหนักในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ทำให้น้ำสาขาไหลลงแม่น้ำชีและน้ำฝนได้ชะเอาตะกอนดินจำนวนมากจากพื้นที่ต้นน้ำที่มีลักษณะทางธรณีเป็นพื้นที่มีปัญหาดินเค็มตามธรรมชาติ&nbsp;แล้วไหลลงมามากผิดปกติเมื่อฝนตกหนักช่วงฤดูฝนแรก&nbsp;จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำชีและลำสาขาเพิ่มเติม&nbsp;พบค่าการนำไฟฟ้าในแม่น้ำชีและลำสาขา&nbsp;มีค่าอยู่ช่วง&nbsp;119.1-1,401&nbsp;ไมโครซีเมนต์ต่อเซนติเมตร&nbsp;ส่วนค่าคลอไรด์&nbsp;มีค่าอยู่ในช่วง&nbsp;5.5-380&nbsp;มิลลิกรัมต่อลิตร&nbsp;โดยมีค่าสูงสุดบริเวณอ่างเก็บน้ำบึงละหาน&nbsp;อำเภอจัตุรัส&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตพบพื้นที่โดยรอบบึงละหานช่วงหน้าแล้งจะมีคราบเกลือปรากฏเป็นบริเวณกว้าง&nbsp;เมื่อเกิดฝนตกหนัก&nbsp;คราบเกลือดังกล่าวจะถูกน้ำฝนชะลงอ่างเก็บน้ำบึงละหานก่อนระบายออกสู่แม่น้ำชีผ่านทางลำคันฉู&nbsp;ทั้งกิจกรรมต่างๆของประชาชนที่อยู่บริเวณด้านบนอ่างเก็บน้ำบึงละหานเป็นผลให้บึงละหานมีค่าความเค็มเพิ่มขึ้นและระบายลงสู่แม่น้ำชี&nbsp;เป็นผลให้ค่าความเค็มในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;จากสภาพของแม่น้ำชีที่ค่าความเค็มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ทำให้การผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคหลายแห่งประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสารคาม&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาร้อยเอ็ด&nbsp;เบื้องต้นการแก้ปัญหา&nbsp;คพ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ประสานงานกับเขื่อนอุบลรัตน์&nbsp;เขื่อนลำปาว&nbsp;และเขื่อนร้อยเอ็ด&nbsp;เพื่อเร่งระบายปริมาณน้ำเดิมและปล่อยปริมาณน้ำใหม่มาเจือจาง&nbsp;ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์และชี้แจงผ่านช่องทางต่างๆให้ประชาชนได้ทราบ&nbsp;เพิ่มความถี่การตรวจวัดคุณภาพน้ำค่าคลอไรด์&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมงต่อครั้ง&nbsp;ในแต่ละวันเพื่อแจ้งเตือนประชาชน&nbsp;และประสานหน่วยงานราชการพื้นที่ปลายน้ำที่จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำเค็มที่จะไหลเข้าพื้นที่ให้เตรียมรับมือ</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529134649220"],
    [668,"กอนช.คาดการณ์ฝนยังตกหนักถึงสิ้น พ.ค.นี้ พร้อมคาดปีนี้มีฝนมากกว่าปีก่อน โดยจะมีฝนตกชุกและมีพื้นที่เสี่ยงท่วมมากที่สุดช่วง ส.ค.ถึง ก.ย.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;คาดการณ์ฝนยังตกหนักถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;พร้อมคาดปีนี้มีฝนมากกว่าปีก่อน&nbsp;โดยจะมีฝนตกชุกและมีพื้นที่เสี่ยงท่วมมากที่สุดช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและขาดแคลนน้ำ&nbsp;เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศได้ทันท่วงที&nbsp;จากการรายงานสถานการณ์ปัจจุบันพบช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;พฤษภาคมร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรง&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคใต้&nbsp;ขณะที่ช่วงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มิถุนายนร่องมรสุมจะมีกำลังอ่อนลง&nbsp;ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่จะยังมีฝนตกหนักได้บางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้&nbsp;โดยระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักภาคตะวันออกและภาคกลางมีระดับน้ำปานกลางถึงระดับน้ำมาก&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคใต้ยังมีระดับน้ำน้อยถึงระดับน้ำปานกลาง&nbsp;กับมีน้ำล้นตลิ่งบริเวณคลองชี&nbsp;ต.เขาวิเศษ&nbsp;อ.วังวิเศษ&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;แล้วมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กอนช.&nbsp;ยังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ฤดูฝนปีนี้คาดจะมีปริมาณฝนมากกว่าปีที่แล้วและมากกว่าค่าปกติร้อยละ&nbsp;5-10&nbsp;ซึ่งฝนจะตกชุกหนาแน่นช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน&nbsp;เนื่องจากจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย&nbsp;2-3&nbsp;ลูก&nbsp;แล้วมีโอกาสสูงจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&nbsp;ทำให้&nbsp;กนอช.&nbsp;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามประเมินคาดการณ์&nbsp;เพื่อทบทวนพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยตลอดฤดูฝนนี้เป็นรายเดือน&nbsp;ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากและต้องบริหารจัดการน้ำให้อยู่ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้มีช่องว่างเพียงพอสำหรับรองรับน้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;พร้อมรับมือสถานการณ์ช่วงฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสถานการณ์จริงล่วงหน้า&nbsp;แล้วประสานงานเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง&nbsp;กอนช.&nbsp;และศูนย์บรรเทาภัย&nbsp;7&nbsp;เครือข่ายหลักจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้สามารถแก้ปัญหาเร่งด่วน&nbsp;ช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;และบรรเทาผลกระทบได้รวดเร็ว&nbsp;รวมถึง&nbsp;พื้นที่เสี่ยงบางแห่งที่อาจจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำจากฝนตกน้อยบางช่วงเวลาด้วย</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529143830238"],
    [669,"สหกรณ์นครพนม ชวนซื้อปลานิลช่วยเกษตรกรฝ่าวิกฤติโควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ประสิทธิ์ชัย&nbsp;บุระเนตร&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จาก<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังจำหน่ายได้น้อยลง&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลางในตลาดสด&nbsp;ตลาดนัดที่มีการรับจำนวนน้อยลง&nbsp;เนื่องจากประชาชนมาจับจ่ายในตลาดน้อยลง&nbsp;ตลาดนัดบางแห่งก็ไม่ได้เปิดเหมือนช่วงเหตุการณ์ปกติ&nbsp;งานรื่นเริงที่มีการรวมกลุ่มกันมากๆ&nbsp;ก็ยังไม่สามารถจัดได้&nbsp;หรือแม้แต่การตระเวนจำหน่ายในพื้นที่ก็มีการรับซื้อน้อยลงเช่นเดียวกัน&nbsp;ทำให้กลุ่มเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายได้ตามเป้าที่วางไว้จากเดิมที่เคยขายได้ประมาณวันละ&nbsp;1&nbsp;ตัน&nbsp;ก็เหลืออยู่ไม่กี่ร้อยกิโลกรัม&nbsp;ทำให้มีปลานิลตกค้างอยู่ในกระชังเป็นจำนวนมาก&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;</span>จึงได้ทำการการประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนทั่วไปช่วยซื้อผลผลิตปลานิลของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบฯ&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เพื่อให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลานิลในกระชัง&nbsp;ซึ่งเป็น</span>สมาชิกสหกรณ์<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ได้นำปลานิลคุณภาพสดๆ&nbsp;จากกระชังของตนเองมาวางจำหน่าย&nbsp;เป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรได้มีรายได้&nbsp;</span>ซึ่งได้เริ่มทำการจำหน่ายตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;และมีหลายหน่วยงานได้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนช่วยซื้อ&nbsp;อาทิ&nbsp;เรือนจำกลางนครพนม&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;210&nbsp;ด่านกักกันสัตว์นครพนม&nbsp;ฯลฯ&nbsp;และในวันนี้สหกรณ์ฯได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจ&nbsp;เข้าร่วมช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานครพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำการส่งมอบปลานิลคุณภาพสดๆ&nbsp;ให้ทางเรือนจำกลางนครพนม&nbsp;ที่ช่วยสนับสนุนช่วยซื้อเป็นจำนวนมากถึง&nbsp;1,200&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เพื่อนำมาประกอบอาหารเลี้ยงผู้ต้องขังในเรือนจำ&nbsp;สร้างความดีใจให้กับสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลานครพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเลือกซื้อปลานิลคุณภาพจากแหล่งต้นน้ำ&nbsp;เพาะเลี้ยงแบบธรรมชาติ&nbsp;จากสหกรณ์ผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง&nbsp;ได้ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;55&nbsp;บาท&nbsp;หากชำแหละให้ราคากิโลกรัม&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ทุกวันจันทร์-ศุกร์&nbsp;เริ่มเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ที่จุดจำหน่าย<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">บริเวณหน้าสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นคพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลนาทราย&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;หรือโทรศํพท์สั่งซื้อได้ที่&nbsp;087&nbsp;226&nbsp;2563&nbsp;/&nbsp;042&nbsp;511&nbsp;228&nbsp;ต่อ&nbsp;16&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;ศริญญา&nbsp;อ่อนหวาน</span></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529151725252"],
    [670,"ลำปาง เดินหน้าสู้ไฟป่าและฝุ่นควัน จัดโครงการ \"ป่าชุมชนอาสา ประชาร่วมใจ คืนเมล็ดไม้ให้แผ่นดิน\"","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมกับสมาคมเพื่อการเรียนรู้ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง&nbsp;อาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;บริษัทปูนซีเมนต์ไทย&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;จำกัด&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และภาคีเครือข่ายป่าชุมชน&nbsp;จัดโครงการป่าชุมชนอาสา&nbsp;ประชาร่วมใจ&nbsp;คืนเมล็ดไม้ให้แผ่นดิน&nbsp;เนื่องในโอกาสวันป่าชุมชน&nbsp;(29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;และวันสิ่งแวดล้อมโลก&nbsp;(5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564)&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสาวตวงรัตน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;และ&nbsp;นายสุมัย&nbsp;หมายมั่น&nbsp;นายกสมาคมเพื่อการเรียนรู้ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดบรรพตสถิต&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการป่าชุมชนอาสา&nbsp;ประชาร่วมใจ&nbsp;คืนเมล็ดไม้ให้แผ่นดิน&nbsp;เป็นโครงการที่จัดหาเมล็ดพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดที่มีใบสีเขียวครึ้มตลอดทั้งปี&nbsp;หรือมีการผลัดใบในช่วงเวลาอันสั้น&nbsp;โดยนำเมล็ดพันธุ์มารวมกัน&nbsp;จากนั้นนิมนต์พระสงฆ์&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;รูป&nbsp;มาประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อความเป็นสิริมงคล&nbsp;โดยเมื่อทำพิธีแล้วจะได้มอบเมล็ดพันธุ์ไม้ให้แก่เครือข่ายทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;นำไปปลูกในป่าชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างป่าชุมชนที่สมบูรณ์&nbsp;ชุมชนสามารถพึ่งพิงป่าในด้านอาหาร&nbsp;รวมทั้งเป็นต้นน้ำและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ได้ร่วมสมทบทุนถวายผ้าป่ากองทุนสนับสนุนหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าด้วยเมล็ดไม้&nbsp;และเผยแพร่ชุดเอกสาร&nbsp;\"เกณฑ์ประเมินความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าชุมชนจังหวัดลำปาง\"&nbsp;ภายใต้โครงการสำรวจศักยภาพชุมชนด้านการจัดการไฟป่าและฝุ่นควัน&nbsp;และเอกสารศักยภาพชุมชนด้านการจัดการไฟป่าและฝุ่นควัน&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;น่าน&nbsp;เพื่อให้เครือข่ายป่าชุมชน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไปด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529165037301"],
    [671,"รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ อ.ระโนด  จ.สงขลา ปล่อยคาราวานขบวนฟักทองกว่า 100 ตัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ช่วงบ่ายวันนี้&nbsp;(29&nbsp;พ.ค.&nbsp;64)&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;วัดเกษตรชลธี&nbsp;&nbsp;ม.1&nbsp;ต.ตะเครียะ&nbsp;อ.ระโนด&nbsp;&nbsp;&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;ปล่อยคาราวานขบวนฟักทอง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ร่วมพิธีในครั้งนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;1-2&nbsp;เดือนที่ผ่านมา&nbsp;ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ทั้งในเรื่องพริกเขียวมัน&nbsp;และฟักทอง&nbsp;ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากประเทศมาเลเซียลดการรับซื้อจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;และภาวะเศรษฐกิจ&nbsp;ในส่วนของพริกเขียวมันนั้น&nbsp;ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดโครงการนำเงินชดเชยช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพริกเขียวมัน&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;5&nbsp;บาท&nbsp;ช่วยให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายพริกเขียวมันได้ในราคาประมาณกิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งถือว่าพออยู่ได้&nbsp;และยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่การแก้ปัญหาผลผลิตฟักทอง&nbsp;ทางกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้ร่วมกับทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา&nbsp;ประสานหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;หน่วยงานทหาร&nbsp;และห้างสรรพสินค้าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รับซื้อฟักทองจากเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ช่วยให้สามารถกระจายฟักทองได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยที่ผ่านมามีการกระจายผลผลิตฟักทองไปแล้ว&nbsp;กว่า&nbsp;400&nbsp;ตัน&nbsp;และในวันนี้&nbsp;ได้ปล่อยขบวนฟักทองอีก&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;100&nbsp;ตัน&nbsp;ไปยังกรุงเทพมหานคร&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;จนถึงชายแดนจังหวัดตราด&nbsp;และยังมีการประสานรับออเดอร์จากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งห้างสรรพสินค้าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองโดยตรงในช่วงสถานการณ์นี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับภาพรวมผลผลิตฟักทองที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ต่อปีอยู่ที่ประมาณ&nbsp;4,000&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;ปลูกมากที่สุดในพื้นที่อำเภอระโนด&nbsp;2,800&nbsp;ตัน&nbsp;อำเภอเทพา&nbsp;350&nbsp;ตัน&nbsp;อำเภอสทิงพระ&nbsp;&nbsp;300&nbsp;ตัน&nbsp;อำเภอกระแสสินธุ์&nbsp;250&nbsp;ตัน&nbsp;และอำเภอจะนะ&nbsp;225&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;คาดว่ามาตรการในครั้งนี้จะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองได้อีกทางหนึ่ง&nbsp;และจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ในส่วนของผลไม้อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้เตรียม&nbsp;16&nbsp;&nbsp;มาตรการรองรับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529164217297"],
    [672,"อธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยันหมูไทยปลอดภัย แจงส่งออกหมูไปเวียดนามตามข้อกำหนด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<em>อธิบดีกรมปศุสัตว์ยืนยันหมูไทยปลอดภัย&nbsp;แจงส่งออกหมูไปเวียดนามตามข้อกำหนด&nbsp;ผลตรวจโรค&nbsp;ASF&nbsp;ก่อนการส่งออกไม่พบเชื้อ&nbsp;สั่งเข้มยกระดับมาตรการตรวจสอบที่ด่านท่าออกเข้มงวดขึ้น</em></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์<strong>&nbsp;</strong>เปิดเผยว่าจากกรณีที่กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทเวียดนาม&nbsp;ได้ส่งจดหมายถึงสถานเอกอัครราชฑูตไทยในกรุงฮานอย&nbsp;แจ้งว่าเวียดนามจะห้ามนำเข้าสุกรขุนมีชีวิตจากประเทศไทย&nbsp;มีผลวันที่&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;สาเหตุสืบเนื่องจากตรวจพบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรนั้น&nbsp;ในประเด็นดังกล่าว&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับพบว่าสุกรสล๊อตดังกล่าวพบผลการสุ่มตรวจโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรทางห้องปฏิบัติการตามข้อกำหนดก่อนการส่งออกไปยังเวียดนามนั้น&nbsp;ปรากฏว่าไม่พบเชื้ออหิวาต์แอฟริกาหรือASF</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้า&nbsp;ในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพสุกรของประเทศไทย&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้สั่งชะลอการส่งออกสุกรมีชีวิตของฟาร์มและบริษัทฯ&nbsp;ที่ประเทศเวียดนามแจ้งว่าตรวจพบผลบวกดังกล่าวแล้วและจะเร่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน&nbsp;เพื่อตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมด&nbsp;แล้วสรุปรายงานให้ทางประเทศเวียดนามทราบ</em></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ยังได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบสุกรมีชีวิตก่อนการส่งออกให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการส่งออกสุกรทุกรายได้ทราบว่า&nbsp;สุกรมีชีวิตทุกชนิดที่จะส่งออกไปยังเวียดนามต้องได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ด่านกักกันสัตว์ท่าออกอีกครั้ง&nbsp;ก่อนอนุญาตให้ส่งออก&nbsp;โดยสุ่มเก็บตัวอย่างสุกรบนรถขนสุกรทุกคันบริเวณจุดขนถ่ายสุกร&nbsp;ณ&nbsp;ท่าส่งออก&nbsp;หรือจุดที่ด่านกักกันสัตว์กำหนดจำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัวอย่าง/คัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มาตรการที่ยกระดับขึ้นมานี้&nbsp;ให้มีผลบังคับใช้ในทันที&nbsp;เพิ่มเติมจากข้อกำหนดเดิมของประเทศเวียดนามที่กำหนดไว้ว่า&nbsp;สุกรขุนมีชีวิตต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;สุกรขุนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;(FMD)&nbsp;และโรคกลุ่มอาการทางระบบสืบพันธุ์และทางเดินหายใจ&nbsp;(PRRS)&nbsp;รวมทั้งต้องได้รับการตรวจจากห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ว่าสุกรขุนปลอดจากโรคอหิวาต์แอฟริกา&nbsp;ในสุกร&nbsp;(ASF)&nbsp;โรคแท้งติดต่อ&nbsp;(Brucellosis)&nbsp;โรคฉี่หนู&nbsp;(Leptospirosis)&nbsp;และปลอดจากสารเร่งเนื้อแดง&nbsp;(Beta-Agonist)&nbsp;โดยหลังจากนี้เป็นต้นไป&nbsp;หากพบว่ายังมีปัญหากับเวียดนาม&nbsp;ไม่ว่าจะกรณีใดๆ&nbsp;ก็ตาม&nbsp;กรมปศุสัตว์จะพิจารณาระงับการส่งออกสุกรมีชีวิตไปยังเวียดนามโดยทันทีต่อไป</em></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.สพ.สรวิศฯ&nbsp;กล่าวต่อไปอีกว่า&nbsp;กรมปศุสัตว์มีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกรอย่างเข้มงวด&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลได้ยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบนำสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เข้าประเทศ&nbsp;เฝ้าระวังและค้นหาโรคเชิงรับและเชิงรุก&nbsp;เช่น&nbsp;การเฝ้าระวังทางอาการในฟาร์ม&nbsp;การเฝ้าระวังในโรงฆ่าสัตว์&nbsp;การเฝ้าระวังในซากและผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในตลาด&nbsp;การประเมินความเสี่ยงระดับอำเภอทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการการควบคุมการเคลื่อนย้าย&nbsp;ซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละระดับความเสี่ยง&nbsp;ตลอดจนดำเนินการลดความเสี่ยงต่อโรคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ด้วยการทำลายสุกรในฟาร์มที่มีความเสี่ยงสูงมาก&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><em>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อสุกรของประเทศไทย&nbsp;โดยการกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์นั้น&nbsp;มีการพัฒนามาตรฐานการผลิตเนื้อสุกรตลอดห่วงโซ่การผลิตมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงสุกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสุกร&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practices&nbsp;:&nbsp;GAP)&nbsp;โรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับการรับรองการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงฆ่าสัตว์&nbsp;(Good&nbsp;Manufacturing&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GMP)&nbsp;จนถึงโรงงานแปรรูปที่ต้องปฏิบัติตามหลักสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร&nbsp;(Good&nbsp;Hygienic&nbsp;Practice&nbsp;:&nbsp;GHP)&nbsp;และการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม&nbsp;(Hazard&nbsp;Analysis&nbsp;and&nbsp;Critical&nbsp;Control&nbsp;Point&nbsp;:&nbsp;HACCP)</em></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p><em&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความมั่นใจในความสะอาดปลอดภัย&nbsp;ได้มาตรฐานขอแนะนำให้เลือกซื้อเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากสถานที่จำหน่ายที่มีตราสัญลักษณ์&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ซึ่งผ่านการตรวจรับรองความปลอดภัยจากกรมปศุสัตว์&nbsp;สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของแหล่งผลิตได้&nbsp;และจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ผลิตพัฒนาการผลิตเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมาตรฐานต่อไปอีกด้วย</em><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวในที่สุด</span></p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529222622351"],
    [673,"กอนช.เฝ้าระวังแม่น้ำโขงลดลงอย่างฉับพลันจากการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงของจีน พร้อมแจ้งเตือน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงพร้อมรับมือ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังแม่น้ำโขงลดลงอย่างฉับพลันจากการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;พร้อมแจ้งเตือน&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงพร้อมรับมือ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างฉับพลัน&nbsp;หลังพบระดับน้ำจากสถานีจิ่งหงลดลงอย่างฉับพลัน&nbsp;เนื่องจากการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;จากเดิม&nbsp;2,525&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เหลือเพียง&nbsp;1,854&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ลดลงถึง&nbsp;671&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.ได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากการลดการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;จึงออกประกาศแจ้งเตือนผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;คาดการณ์ระดับน้ำลดลง&nbsp;80&nbsp;-&nbsp;100&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มิถุนายน&nbsp;//&nbsp;ช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณอำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และอำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงโดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงเร่งประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึง&nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;และเตรียมการเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย</p>","2021-05-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210529224218352"],
    [674,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,815 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 50.526 ล้านโดส ไทยฉีดแล้วมากกว่า 3.5 ล้านโดส","<p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,815&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ&nbsp;รวมกันกว่า&nbsp;50.526&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;3.5&nbsp;ล้านโดส</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,815&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลก&nbsp;30.9&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอล&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุด&nbsp;292&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;134&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้ว&nbsp;มียอดรวมกันที่ประมาณ&nbsp;50.526&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;32.7%&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุดที่&nbsp;26.758&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า&nbsp;3,504,125&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่า&nbsp;39.4%</span></p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530090112362"],
    [675,"มูลนิธิโครงการหลวง แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชตระกูลกะหล่ำ ระวัง เพลี้ยอ่อน ระบาด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คณะทํางานพยากรณ์และเตือนภัยศัตรูพืช&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;และเอกสารวิชาการ&nbsp;ศูนย์อารักขาพืช&nbsp;มูลนิธิโครงการหลวง&nbsp;แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยให้ระวัง&nbsp;เพลี้ยอ่อน&nbsp;ซึ่งเป็นศัตรูพืชในตระกูลกะหล่ำ&nbsp;เช่น&nbsp;คะน้า&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;กะหล่ำดอก&nbsp;บรอกโคลี&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยให้ระมัดระวังในทุกระยะการเจริญเติบโต&nbsp;เนื่องด้วยสภาพอากาศช่วงอากาศร้อน&nbsp;มีฝนตก&nbsp;และฝนตกหนักบางพื้นที่ก่อให้เกิดการระบาดของเพลี้ยอ่อน&nbsp;ที่สามารถเข้าทำลายพืชได้ทั้งในระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัย&nbsp;โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชทั้งส่วนยอด&nbsp;ใบอ่อน&nbsp;และใบแก่&nbsp;สำหรับลักษณะอาการที่เห็นได้ชัด&nbsp;คือ&nbsp;ส่วนยอด&nbsp;และใบจะหงิกงอ&nbsp;เมื่อจำนวนเพลี้ยอ่อนเพิ่มมากขึ้นพืชจะเหี่ยว&nbsp;ใบที่ถูกทำลายจะค่อย&nbsp;ๆ&nbsp;มีสีเหลือง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับแนวทางป้องกัน/แก้ไข&nbsp;1.รักษาความชื้นในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;2.&nbsp;หากเริ่มพบการทำลายแต่ยังไม่มากควรพ่นด้วยน้ำหมักสมุนไพร&nbsp;สูตรพีพี&nbsp;1&nbsp;หรือพีพี&nbsp;3&nbsp;หรือเชื้อราบูเวเรีย&nbsp;บัสเซียน่า&nbsp;(พีพี-เบ็บ)&nbsp;หรือสบู่อ่อน&nbsp;หรือสารสกัดจากเมล็ดสะเดาบด&nbsp;3.หากระบาดมากให้ใช้สารเคมี&nbsp;เช่น&nbsp;ไดโนทีฟูเรน&nbsp;(สตาร์เกิล)&nbsp;ฟิโปรนิล&nbsp;(แอสเซนด์)&nbsp;อิมิดาคลอพริด&nbsp;(แอดมาย,&nbsp;โปรวาโด,&nbsp;คอนฟิดอร์)&nbsp;อะเซทามิพริด&nbsp;(โมแลน)&nbsp;ใช้&nbsp;2&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ชนิดนี้พ่นสลับกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530090247363"],
    [676,"เกษตรกรสกลนคร ปลื้ม ใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ ลดต้นทุนได้อย่างมาก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้แหนแดงเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ&nbsp;ลดต้นทุนอาหารสัตว์&nbsp;สร้างความพึงพอใจให้แก่เกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวัชรา&nbsp;คำภาบุตร&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะภูพาน&nbsp;บ้านชลประทาน&nbsp;ตำบลหลุบเลา&nbsp;อำเภอภูพาน&nbsp;จังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้รวมกลุ่มกันเลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;แต่ประสบปัญหาต้นทุนอาหารสัตว์มีราคาแพง&nbsp;ทำให้เงินที่ได้จากการจำหน่ายแพะ&nbsp;เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วแทบไม่เหลือกำไรและคิดว่าคงจะเลี้ยงแพะต่อไปอีกไม่ไหว&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;ได้เข้ามาให้คำแนะนำ&nbsp;และส่งเสริมให้ปลูกแหนแดงเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยง&nbsp;จึงได้ทดลองปลูกแหนแดงตามคำแนะนำ&nbsp;และใช้แหนแดง&nbsp;ซึ่งมีสารอาหารโปรตีนสูงถึงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;มาผลิตเป็นอาหารสัตว์&nbsp;โดยนำแหนแดงผสมกับรำกลาง&nbsp;เกลือ&nbsp;และผงพรีมิกส์&nbsp;ทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงแพะ&nbsp;ราคาต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&nbsp;2&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;จากเดิมที่เคยซื้ออาหารสัตว์กิโลกรัมละประมาณ&nbsp;10-15&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงได้เป็นอย่างดี&nbsp;สร้างความพึงพอใจให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเป็นอย่างมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายวีระสันติ&nbsp;ประทุมพล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสกลนคร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดสกลนคร&nbsp;ประสบปัญหาต้นทุนในการเลี้ยงแพะมีราคาสูง&nbsp;จึงได้เร่งส่งเสริมการปลูกแหนแดงให้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงแพะ&nbsp;ทำให้ลดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก&nbsp;รวมทั้งเตรียมจัดตั้งสมาคมแพะสกลนคร&nbsp;เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแพะให้ได้ราคาที่เป็นธรรม&nbsp;และส่งเสริมการเลี้ยงแพะอย่างมีคุณภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND&nbsp;</p><p><br></p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สกลนคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530094446370"],
    [677,"นายกรัฐมนตรี กำชับเกษตรจังหวัดปรับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลน้ำกับเกษตรกรในฤดูเพาะปลูกรวดเร็ว-ทั่วถึง ลดความเสียหาย","<p><strong>นางสาวไตรศุลี&nbsp;ไตรสรณกุล&nbsp;รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาเรื่องน้ำ&nbsp;เพราะการปลูกข้าวนาปีต้องอาศัยน้ำฝน&nbsp;แต่ปีนี้เกษตรกรต้องเผชิญกับฝนขาดช่วงในต้นฤดูกาล&nbsp;ทำให้บางพื้นที่ขาดแคลนน้ำในช่วงต้น&nbsp;โดยฝนเริ่มตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม&nbsp;แต่หลายพื้นที่ยังขาดแคลนน้ำอยู่&nbsp;จึงให้กรมชลประทาน&nbsp;เร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อป้องกันความเสียหายของนาข้าวที่ได้มีการเพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;ซึ่งนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับให้สำนักงานเกษตรแต่ละจังหวัด&nbsp;ติดตามการพยากรณ์อากาศโดยกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;และการรายงานสถานการณ์น้ำของสํานักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;และกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำ&nbsp;หากพื้นที่ใดยังไม่เหมาะต่อมาการเพาะปลูก&nbsp;ให้มีการประชาสัมพันธ์แก่เกษตรกรได้รับทราบอย่างทั่วถึง&nbsp;พร้อมมีการแจ้งถึงแนวทางการดูแลการเพาะปลูกอย่างเหมาะสม&nbsp;โดยช่วงเวลาของการเพาะปลูก&nbsp;ซึ่งต้องคำนึงฤดูน้ำหลากที่จะมาถึงด้วย</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการประชาสัมพันธ์</strong>&nbsp;สื่อสารกับเกษตรกร&nbsp;แต่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร&nbsp;ทำให้บางครั้งแม้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว&nbsp;แต่ก็ไม่มีการปฎิบัติตามข้อแนะนำ&nbsp;ส่งผลให้การเพาะปลูกได้รับความเสียหาย&nbsp;จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการ&nbsp;ในการปรับปรุงระบบประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้เข้าถึงเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด&nbsp;โดยนอกจากช่องทางการสื่อสารหลักที่มีอยู่แล้ว&nbsp;ควรพิจารณานำรูปแบบการสื่อสารระบบออนไลน์มาปรับใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;เพราะถือเป็นรูปแบบการสื่อสารใหม่&nbsp;ที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายและทั่วถึง</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำให้แต่ละพื้นที่ปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืช&nbsp;</strong>ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศอย่างเหมาะสม&nbsp;ให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้&nbsp;พร้อมการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปีด้วย&nbsp;ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย&nbsp;การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัย&nbsp;พร้อมมีระบบการแจ้งเตือนประชาชนที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่การเกษตรให้ได้มากที่สุด&nbsp;พร้อมเน้นย้ำนโยบายการพัฒนาข้าว&nbsp;รวมถึงพืชเศรษฐกิจต่างๆ&nbsp;ให้มีการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;พร้อมให้ยึดหลักการการตลาดนำการเพาะปลูก&nbsp;ผลผลิตต้องไม่เกินความต้องการ&nbsp;ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124955450"],
    [678,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทย&nbsp;ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;29&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตาก&nbsp;103&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ตราด&nbsp;35&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลัก&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มลดลง&nbsp;สำหรับแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;37,743&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;33,011&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;เฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำหลาก&nbsp;-&nbsp;ดินถล่มบริเวณจังหวัดตาก&nbsp;พร้อมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่มบริเวณจังหวัดตากและพังงา</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามแนวทางการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและปัญหาคุณภาพน้ำเพื่อการผลิตน้ำประปาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยกรมชลประทานตรวจสอบความพร้อมของคลองธรรมชาติ&nbsp;เพื่อการระบายน้ำช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;และเป็นแหล่งเก็บกักน้ำ</p><p>สำรองไว้ใช้กรณีฝนน้อยในพื้นที่&nbsp;ต.สมอแข&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;ส่วนกรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;นำรถบรรทุกน้ำเติมน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้านและจ่ายน้ำให้ประชาชน&nbsp;เพื่อใช้ในการอุปโภค&nbsp;-&nbsp;บริโภคในพื้นที่&nbsp;บ้านม่วงตาล&nbsp;ต.นายาง&nbsp;อ.พิชัย&nbsp;จ.อุตรดิตถ์</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124121442"],
    [679,"จ.ร้อยเอ็ด ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปอภาร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;นายชนาส&nbsp;ชัชวาลวงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการจัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุรักษ์&nbsp;จุรีมาศ&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายปัญญา&nbsp;มูลคำกาเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมป้องกันกำจัดแมลงพาหะนำโรคล้มปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;จากการพบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในทุกอำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีรายงานสัตว์ป่วย&nbsp;จำนวน&nbsp;890&nbsp;ตัว&nbsp;และสัตว์ตาย&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;ตัว&nbsp;ทั้งหมดเป็นโคเนื้อ&nbsp;และมีแนวโน้มแพร่กระจายของโรคเป็นวงกว้าง&nbsp;เนื่องจากมีแมลงดูดเลือด&nbsp;เช่น&nbsp;ยุง&nbsp;เหลือบ&nbsp;ริ้น&nbsp;แมลงวัน&nbsp;และเห็บ&nbsp;เป็นพาหนะนำโรค&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ดจึงได้ประกาศให้ทุกหมู่บ้าน&nbsp;ทุกตำบล&nbsp;ทุกอำเภอ&nbsp;เป็นเขตโรคระบาดชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังควบคุมโรค&nbsp;และให้ความช่วยเหลือ&nbsp;เยียวยา&nbsp;บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรตามระเบียบของทางราชการ&nbsp;เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค&nbsp;จำเป็นต้องกำจัดแมลงพาหะนำโรค&nbsp;และแหล่งเพาะพันธุ์&nbsp;โดยเร่งด่วน&nbsp;\"ไม่ให้เกิด&nbsp;ไม่ให้กัด\"&nbsp;โดยได้ร่วมมือกับตำบลปอภาร&nbsp;จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและกำจัดแมลงนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;แจกจ่ายเวชภัณฑ์&nbsp;และหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพสัตว์ของเกษตรกร&nbsp;และเปิดกิจกรรม&nbsp;\"วันรณรงค์ป้องกันกำจัดแมลงนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ให้เกษตรกรเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วย&nbsp;การมอบเวชภัณฑ์รักษาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;แก่ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านเพื่อนำไปช่วยรักษาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในหมู่บ้าน&nbsp;การปล่อยขบวนรณรงค์&nbsp;เพื่อลงพื้นที่คอกสัตว์&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;เพื่อการกำจัด&nbsp;แมลงนำโรค&nbsp;การฉีดยารักษาโรคให้แก่โคเนื้อที่ติดเชื้อ&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;การทายารักษาแผลที่เกิดจากโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้แก่โคเนื้อ&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT#ILOVETHAILAND</p><p>#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530124950449"],
    [680,"ศรีสะเกษ ติดตามการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ระดับจังหวัด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;1&nbsp;อาคารส่งเสริมเกษตรอินทรีย์วิถีศรีสะเกษ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;เพื่อพิจารณากลั่นกรอง&nbsp;อนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ซึ่งจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่พิจารณากลั่นกรอง&nbsp;254&nbsp;แปลง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;22&nbsp;อำเภอ&nbsp;โดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองระดับอำเภอ&nbsp;อีกทั้งการกลั่นกรองของคณะทำงานระดับจังหวัดในการตรวจสอบคุณสมบัติ&nbsp;ความพร้อมในด้านต่างๆ&nbsp;และเป็นไปตามแนวทางการประมาณการราคาครุภัณฑ์&nbsp;วัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ในโครงการเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;โดยการจัดจุดคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ&nbsp;จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;เว้นระยะห่าง&nbsp;เจลแอลกอฮอล์&nbsp;และสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญมี&nbsp;สุระโคตร&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา/ประธานแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;คณะกรรมการบริหารโครงการยกระดับแปลงใหญ่ฯ&nbsp;เกษตรอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;ร่วมให้ข้อมูล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p><br></p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530150711468"],
    [681,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกิน ใน โค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รมช.เกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เร่งติดตามให้การช่วยเหลือดูแลเกษตรกร&nbsp;หลังเกิดโรคลัมปีสกินระบาดในโค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่มีสัตว์ตาย&nbsp;338&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า&nbsp;5,500&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโนนสูง&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;และพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโคกสะอาด&nbsp;อำเภอฆ้องชัย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อติดตามดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;โดยมีนายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้รายงานถึงสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จังหวัดกาฬสินธุ์เกษตรกรนิยมเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน&nbsp;88,771&nbsp;ราย&nbsp;มีจำนวนโคเนื้อ&nbsp;108,411&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;2,700&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคลำปีสกิน&nbsp;ครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;ทำให้จังหวัดกาฬสินธุ์ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาดเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยห้ามมิให้เคลื่อนย้ายสัตว์ชนิดโค-&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือซากสัตว์เข้าออกผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด&nbsp;สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปีสกินของจังหวัดกาฬสินธุ์มีสัตว์ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์-29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;9,994&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็นโคเนื้อ&nbsp;9,978&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;338&nbsp;ตัว&nbsp;และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;5,586&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในวันนี้เดินทางมาให้กำลังใจแก่เกษตรกร&nbsp;โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;และเร่งที่จะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกรผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ซึ่งจะได้นำข้อมูลไปนำเสนอแก่นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขณะเดียวกันได้นำเวชภัณฑ์และพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกสัตว์ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการระบาดลุกลาม&nbsp;นอกจากนี้ยังได้เตรียมวัคซีน&nbsp;ซึ่งขณะนี้นำเข้ามาแล้ว&nbsp;60,000&nbsp;โดส&nbsp;โดยอยู่ระหว่างนำเสนอ&nbsp;อย.&nbsp;และเตรียมนำเข้ามาอีก&nbsp;300,000&nbsp;โดส&nbsp;เพื่อกระจายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-------เสียง-------</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;น.ส.มนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;</strong></p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530151700471"],
    [682,"รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกินในโค - กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลโนนสูง&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;และพื้นที่&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโคกสะอาด&nbsp;อำเภอฆ้องชัย&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;เพื่อติดตาม&nbsp;ดูแล&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน&nbsp;ในโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกริ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์ในพื้นที่&nbsp;ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์เกษตรกรนิยมเลี้ยงโคเนื้อเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ&nbsp;มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน&nbsp;88,771&nbsp;ราย&nbsp;มีจำนวนโคเนื้อ&nbsp;108,411&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;2,700&nbsp;ล้านบาท&nbsp;การแพร่ระบาดของโรคลำปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;ส่งผลให้จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ออกประกาศกำหนดเขตโรคระบาด&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยห้ามมิให้เคลื่อนย้ายสัตว์ชนิดโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;หรือซากสัตว์&nbsp;เข้าออก&nbsp;ผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เดินทางมาให้กำลังใจแก่พี่น้องเกษตรกร&nbsp;โดยภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ&nbsp;และเร่งที่จะดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกร&nbsp;ผู้ที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ซึ่งจะได้นำข้อมูลไปนำเสนอแก่นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;ก็ได้นำเวชภัณฑ์และพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกสัตว์ให้แก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการระบาดลุกลาม&nbsp;นอกจากนี้ยังได้เตรียมวัคซีน&nbsp;ซึ่งขณะนี้นำเข้ามาแล้ว&nbsp;60,000&nbsp;โดส&nbsp;โดยอยู่ระหว่างนำเสนอ&nbsp;อย.&nbsp;และเตรียมนำเข้ามาอีก&nbsp;300,000&nbsp;โดส&nbsp;เพื่อกระจายให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับสถานการณ์การรระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ของจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;มีสัตว์ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;รวม&nbsp;18&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;9,994&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็นโคเนื้อ&nbsp;9,978&nbsp;ตัว&nbsp;โคนม&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;กระบือ&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;338&nbsp;ตัว&nbsp;และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ&nbsp;5,586&nbsp;ราย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.กาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530162421481"],
    [683,"สวนสัตว์ขอนแก่นเร่งสกัดป้องกันโรคลัมปี สกิน ที่อาจเกิดในสัตว์ ที่กำลังระบาดหนักทั่วภาคอีสาน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตามที่&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ลงพื้นประชุมที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดและการควบคุมโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;โดยมีปศุสัตว์จังหวัดและนายด่านกักกันสัตว์&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;20&nbsp;จังหวัดเข้าร่วมประชุม&nbsp;ซึ่งการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เกิดจากแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;แมลงวัน,&nbsp;ยุง&nbsp;,เหลือบ&nbsp;เห็บ,&nbsp;หมัด,&nbsp;ริ้นและไร&nbsp;โดยจะแสดงอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ&nbsp;2-3&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ทำให้เกษตรกรที่ไม่ได้ระวังตัวต้องประสบปัญหากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งพื้นที่ภาคอีสานยอมรับว่าเกิดการระบาดของโรคอย่างแพร่หลาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;มีพื้นที่ระบาดแล้ว&nbsp;23&nbsp;อำเภอ&nbsp;ดังนั้นการลงพื้นที่วันนี้ได้สั่งการหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;เน้นการสื่อสารทำความเข้าใจแก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;ผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในเรื่องการเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกันและควบคุมโรครวมถึงการใช้วัคซีนภายในฟาร์มเนื่องจากเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายณรงวิทย์&nbsp;ชดช้อย&nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทั้งนี้สวนสัตว์ขอนแก่นได้อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งมีการระบาดของโรคลัมปีสกินไปแล้ว&nbsp;23&nbsp;อำเภอ&nbsp;อาจเสี่ยงต่อการระบาดของโรคดังกล่าวได้&nbsp;เพื่อให้การควบคุม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และจำกัดโรค&nbsp;เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่นจึงมีมาตรการป้องกันกับสัตว์ที่อยู่ภายในสวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนั่นก็คือวัววาตูซี่&nbsp;โดยเข้มงวดการเฝ้าระวังและมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้ดีที่สุด&nbsp;โดยในการดำเนินการนั้น&nbsp;ได้ให้&nbsp;นายสัตวแพทย์วชิราวิทย์&nbsp;สมสา&nbsp;หัวหน้าฝ่ายบำรุงสัตว์ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคลัมปีสกินต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์วชิราวิทย์&nbsp;สมสา&nbsp;หัวหน้าฝ่ายบำรุงสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่นมีสัตว์ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคลัมปีสกิน&nbsp;คือ&nbsp;วัววาตูซี่&nbsp;ที่จัดแสดงอยู่บริเวณส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกาด้านบน&nbsp;หลังจากที่ทราบเรื่องการระบาดของโรคลัมปีสกิน&nbsp;ฝ่ายบำรุงสัตว์&nbsp;จึงได้หารือกับผู้อำนวยการสวนสัตว์ขอนแก่นพร้อมกับได้จัดทำแผนและมาตรการป้องกันเฝ้าระวังโรคลัมปีสกิน&nbsp;โดยการฉีดพ่นสารกำจัดแมลงสัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้งที่บริเวณส่วนจัดแสดงสัตว์&nbsp;และที่กักสัตว์&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งมุ้งไนล่อนขนาดใหญ่ที่ส่วนกักสัตว์&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันแมลงดูดเลือดซึ่งเป็นพาหะ&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นแมลงวัน,&nbsp;ยุง&nbsp;,เหลือบ&nbsp;เห็บ,&nbsp;หมัด,&nbsp;ริ้นและไร&nbsp;เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดโรคลัมปีสกิน&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530170804487"],
    [684,"จังหวัดชัยนาท  จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เนื่องในโอกาสวันพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และวันต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2564","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายสมบรณ์&nbsp;ศิริเวช&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนที&nbsp;มนตริวัต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก&nbsp;พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;7&nbsp;ในราชวงศ์จักรี&nbsp;และในโอกาสวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชัยนาท&nbsp;ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์&nbsp;และศูนย์ป่าไม้ชัยนาท&nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำโครงการปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณเขาขยาย&nbsp;ตำบลเขาท่าพระ&nbsp;อ.เมืองฯ&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;มีพันธุ์ไม้ต่างๆ&nbsp;ที่ปลูกรวม&nbsp;1,000&nbsp;ต้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;มะค่าโมง&nbsp;ราชพฤกษ์&nbsp;ประดู่&nbsp;และสะเดา&nbsp;โดยดำเนินการระหว่างวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างและกระตุ้นจิตสำนึกให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรมดังกล่าวฯ&nbsp;จังหวัดชัยนาทยังได้เชิญชวนหน่วยงานทั้งภาคราชการ&nbsp;เอกชน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ร่วมกันปลูกต้นไม้บริเวณสำนักงาน&nbsp;และบริเวณที่พักอาศัย&nbsp;เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของชาติ&nbsp;เป็นการปลูกต้นไม้ในใจคน&nbsp;อีกทั้งช่วยป้องกันและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ลดมลภาวะเป็นพิษจากฝุ่นและหมอกควัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส.ปชส.ชัยนาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530175406495"],
    [685,"รับมอบวัคซีนลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ล๊อตแรก 60,000 โดส เร่งฉีดให้โค-กระบือ ในพื้นที่ระบาด","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมพิธีรับมอบวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;พร้อมปล่อยขบวนรถขนส่งวัคซีนและทีมสัตวแพทย์ออกปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ&nbsp;ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการนำเข้าวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(lumpy&nbsp;Skin)&nbsp;ด้วยเป็นโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศ&nbsp;พบการติดเชื้อครั้งแรกในโคเนื้อของเกษตรกรอำเภอพนมไพร&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;และแพร่กระจายโดยมีแมลงเป็นพาหะไปยังโค-กระบือของเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ&nbsp;กว่า&nbsp;35&nbsp;จังหวัด&nbsp;ทำให้มีสัตว์ป่วยรวม&nbsp;10,023&nbsp;ตัว&nbsp;และตาย&nbsp;93&nbsp;ตัว</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์การระบาดที่เกิดขึ้น&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จโดยเร็ว&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงได้ทำการจัดหาและสั่งซื้อวัคซีน&nbsp;LSDV&nbsp;จากประเทศแอฟริกาใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;60,000&nbsp;โดส&nbsp;และนำมาสู่การรับมอบในวันนี้&nbsp;สำหรับวัคซีนล็อตแรก&nbsp;จะนำไปฉีดให้กับโค-กระบือของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่&nbsp;ที่มีการระบาดเป็นหลักก่อน&nbsp;โดยต้องฉีดรอบจุดเกิดโรคเพื่อควบคุมการแพร่กระจายตามหลักวิชาการ&nbsp;และจะดำเนินการโดยเร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้จัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอีกจำนวน&nbsp;300,000&nbsp;โดส</strong>&nbsp;เพื่อให้เพียงพอและสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศไทย&nbsp;พร้อมย้ำว่า&nbsp;การดำเนินการดังกล่าวนี้&nbsp;เป็นมาตรการช่วยเหลือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;แก่เกษตรกรทั้งสิ้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันทั้ง&nbsp;5&nbsp;มาตรการ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การควบคุมการเคลื่อนย้ายโค-กระบือ&nbsp;การเฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด&nbsp;การป้องกันและควบคุมแมลงพาหะนำโรค&nbsp;การรักษาสัตว์ป่วยตามอาการและการใช้วัคซีนควบคุมโรค&nbsp;ยังต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้การระบาดสงบโดยเร็วที่สุดและไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530212754536"],
    [686,"กรมปศุสัตว์มีมาตรฐานผลิตอาหารเข้มงวด มั่นใจอาหารปลอดภัย สินค้าปลอดโควิด","<p>นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อรายงานว่า พบพนักงานในโรงงานชำแหละไก่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องจากทางผู้ประกอบการได้ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุข ในการตรวจค้นหาเชื้อเชิงรุก เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้รับการยืนยันว่าพบผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่ง โดยผู้ที่ติดเชื้อและผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยง ได้ถูกคัดแยกออกเพื่อเข้ารับการรักษาและกักตัวเพื่อสังเกตอาการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง ได้หยุดการผลิตพร้อมทั้งทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทันที รวมทั้งสุ่มเก็บตัวอย่าง (swab) และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องแล้วไม่พบว่ามีเชื้อไวรัสหลงเหลืออยู่ กรมปศุสัตว์ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น โดยกรมปศุสัตว์ได้มีมาตรการป้องกันโรคโควิดในโรงงาน และตรวจสอบประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัยอาหารอย่างเข้มงวด ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การเก็บรักษา และการขนส่งสินค้าเพื่อป้องกันการปนเปื้อน</p><p><br></p><p>อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้ส่งเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ ไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่เพื่อส่งออก เพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานตรวจโรคสัตว์และกำกับดูแลการผลิตเนื้อสัตว์อย่างเข้มงวดตามหลักสุขอนามัยที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ของโรงงานปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 กรมปศุสัตว์ได้จัดทำแผนสุ่มตัวอย่างเนื้อสัตว์ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อการส่งออก และจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามตลาดสดเพื่อสุ่มเก็บตัวอย่าง โดยเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ไปแล้ว จำนวน 2,251 ตัวอย่าง ทุกตัวอย่างไม่พบว่ามีการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 หากพบสินค้าที่มีความเสี่ยงหรือปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 กรมปศุสัตว์จะไม่อนุญาตให้จำหน่ายหรือส่งออก ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจว่าเนื้อไก่มีความปลอดภัยไม่ปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 อย่างแน่นอน โดยผู้บริโภคควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากร้านค้าที่ได้รับการตรวจสอบและรับรอง เช่น ร้านค้าที่มีป้ายตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์ OK ซึ่งได้รับการรับรองโดยกรมปศุสัตว์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังต้องนำเนื้อไก่ไปผ่านกระบวนการความร้อนจนสุกก่อนรับประทาน ซึ่งเป็นระดับความร้อนที่สามารถทำลายเชื้อไวรัสโควิด-19 และเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการรับประทาน</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ กลุ่มตรวจสอบมาตรฐานด้านการปศุสัตว์ สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ (สพส.) กรมปศุสัตว์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-653-4444 ต่อ 3134</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530184024506"],
    [687,"อว. เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว 1,845 ล้านโดส ใน 197 ประเทศเขตปกครอง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อว.&nbsp;เผยฉีดวัคซีนทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,845&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศกว่า&nbsp;51.34&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ไทยฉีดแล้วมากกว่า&nbsp;3.548&nbsp;ล้านโดส</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ศ.นพ.สิริฤกษ์&nbsp;ทรงศิวิไล&nbsp;ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(อว.)&nbsp;เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19&nbsp;ทั่วโลกแล้ว&nbsp;1,845&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ใน&nbsp;197&nbsp;ประเทศ/เขตปกครอง&nbsp;ขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่&nbsp;31.5&nbsp;ล้านโดสต่อวัน&nbsp;และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เมื่อพิจารณารายประเทศพบว่าอิสราเอลได้ฉีดวัคซีนครอบคลุมเกินครึ่งของประชากรแล้ว&nbsp;ขณะที่สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนสูงที่สุด&nbsp;294&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยมีชาวอเมริกันกว่า&nbsp;134&nbsp;ล้านคนได้รับวัคซีนครบ&nbsp;2&nbsp;โดสแล้ว</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;แล้วประมาณ&nbsp;51.34&nbsp;ล้านโดส&nbsp;โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค&nbsp;ร้อยละ&nbsp;32.7&nbsp;ของประชากร&nbsp;ขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนมากที่สุด&nbsp;26.889&nbsp;ล้านโดส&nbsp;สำหรับประเทศไทย&nbsp;ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;30&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ฉีดวัคซีนแล้ว&nbsp;3,548,330&nbsp;โดส&nbsp;โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่าร้อยละ&nbsp;39.9</span></p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210530205633530"],
    [688,"น้องทหารอิ่มท้อง พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ โครงการดีๆ จากกองทัพบกสู่ประชาชน","<p>ทหารค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;นครพนม&nbsp;ซับน้ำตาช่วยพี่น้องเกษตรกร&nbsp;รับซื้อผลผลิตล้นตลาดจากพิษโควิด-19&nbsp;อย่างต่อเนื่อง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;พันโท&nbsp;ศรณณัฐ&nbsp;นวลมณี&nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;(ผบ.ร.3&nbsp;พัน.3)&nbsp;มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรนครพนม&nbsp;จึงได้จัดกำลังพลลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชนรับซื้อผลผลิตล้นตลาดจากพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;ขายออกยากเนื่องจากการเดินทางในสถานการณ์เช่นนี้&nbsp;ทำให้ไม่มีพ่อค้าไปรับซื้อผลผลิตเหมือนเช่นเคย&nbsp;จนทำให้ราคาตกต่ำ&nbsp;หากไม่รีบขายออกตลาดผลผลิตอาจเสียหายและขาดทุน&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ภายใต้โครงการของกองทัพบกที่มีนโยบายให้ทำการเข้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรทั่วประเทศที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด&nbsp;โดยกองทัพบกช่วยแบ่งเบาปัญหาตามโครงการ&nbsp;\"น้องทหารอิ่มท้อง&nbsp;พี่น้องเกษตรกรอิ่มใจ\"&nbsp;โดยเข้าช่วยเหลือทำการรับซื้อผลผลิตในแต่ละพื้นที่ที่พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบมีความเดือดร้อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยได้จัดกำลังพลทหาร&nbsp;ลงพื้นที่ทำการรับซื้อมะม่วงจากเกษตรกร&nbsp;นางพรรธ์ณภา&nbsp;อุดหนุน&nbsp;ที่บ้านหมู่&nbsp;5&nbsp;ต.กุรุคุ&nbsp;อ.เมืองนครพนม&nbsp;ทำการรับซื้อน้ำดอกไม้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมถึงพืชผักสวนครัว&nbsp;นำไปสนับสนุนเป็นเมนูอาหารเสริม&nbsp;ให้กำลังพลทหารในหน่วยได้รับประทานผลไม้ที่สดสะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;ได้ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;รวมถึงกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;แก้ปัญหาล้นตลาด&nbsp;และให้สามารถขายหมดได้ทันฤดูกาล&nbsp;ป้องกันความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้เสี่ยงต่อการเกิดพายุฤดูร้อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้นลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรที่อำเภอบ้านแพง&nbsp;โดยประสานไปยัง&nbsp;นายสุพรรณ&nbsp;โกศล&nbsp;นายยกเทศมนตรีตำบลบ้านแพง&nbsp;นำไปยังพื้นที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&nbsp;ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ข้าวโพดราคาตกต่ำในห้วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิตแต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อข้าวโพดที่สวนเหมือนเช่นเคย&nbsp;จนทำให้ราคาตกต่ำ&nbsp;หากไม่รีบขายออกตลาดผลผลิตก็จะเสียหายและขาดทุน&nbsp;เพราะเข้าสู่ฤดูฝน&nbsp;ร.3&nbsp;พัน.3&nbsp;จึงได้ทำการรับซื้อข้าวโพดจำนวน&nbsp;200&nbsp;กก.&nbsp;ในราคา&nbsp;15&nbsp;บาท/กก.&nbsp;และรับซื้อฟักทองของเกษตรกรผู้ปลูกฟักทองในพื้นที่ตำบลเดียวกันนี้&nbsp;ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นการเก็บเกี่ยวฟักทองที่ผ่านมามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;แต่จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันบวกกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(covid-19)&nbsp;ทำให้ราคาตกต่ำเป็นอย่างมาก&nbsp;ประกอบกับพ่อค้าคนกลางกดราคาจนเหลือกิโลกรัมละ&nbsp;2&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหน่วย&nbsp;ร.3&nbsp;พัน.3&nbsp;ได้ทำการรับซื้อฟักทอง&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;กก.&nbsp;ในราคา&nbsp;5&nbsp;บาท/กก.&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรอำเภอบ้านแพง&nbsp;ซึ่งฟักทองที่นี่นั้นมีรสชาติหวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;และเหนียว&nbsp;ทั้งข้าวโพดและฟักทองปลูกบนเนื้อที่ของหาดดอนแพงที่เกิดจากการสะสมของดินตะกอนแม่น้ำโขง&nbsp;มีแร่ธาตุสำคัญที่พืชต้องการจำนวนมาก&nbsp;ช่วงราคาตกเกษตรกรจึงเตรียมแปรรูปผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำฟักทอง&nbsp;ของคบเคี้ยวทานเล่น&nbsp;เป็นต้น&nbsp;บางส่วนส่งตลาดและหน่วยงานที่มีคนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่&nbsp;ซึ่งในสถานการณ์ปกติจะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามาแย่งซื้อจำนวนมาก&nbsp;และมีกำลังซื้อจากต่างจังหวัดสูง&nbsp;จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันอุดหนุนช่วยซื้อฟักทองและข้าวโพดหวานของกลุ่มเกษตรกรอำเภอบ้านแพง&nbsp;โดยสามารถสั่งซื้อได้ที่&nbsp;นายสุพรรณ&nbsp;โกศล&nbsp;นายยกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านแพง&nbsp;อ.บ้านแพง&nbsp;โทรศัทพ์&nbsp;087438&nbsp;4731</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ต่อจากนั้นลงพื้นที่ไปยังอำเภอปลาปาก&nbsp;ช่วยเกษตรกร&nbsp;นางล้อม&nbsp;วงศ์แก้ว&nbsp;ผู้เลี้ยงไก่-&nbsp;เป็ด&nbsp;ที่บ้านโคกกลาง&nbsp;ต.ปลาปาก&nbsp;จากปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในห้วงนี้เป็นช่วงเก็บผลผลิตแต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส&nbsp;COVID-19&nbsp;ทำให้ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อไข่ไก่-เป็ดเหมือนเช่นเคย&nbsp;จนทำให้ราคาตกต่ำและขาดทุน&nbsp;เพราะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว&nbsp;ร.3&nbsp;พัน.3&nbsp;จึงทำการรับซื้อจำนวน&nbsp;20&nbsp;แผง&nbsp;เพื่อนำมาประกอบอาหารให้กับกำลังพลทหารกองประจำการ&nbsp;ได้รับประทาน&nbsp;และเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองพันทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;กรมทหารราบที่&nbsp;3&nbsp;(ร.3&nbsp;พัน.3)&nbsp;ค่ายพระยอดเมืองขวาง&nbsp;ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่องต่อไป&nbsp;#เพราะทหารคือลูกหลานคนไทย.....ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส#&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว&nbsp;:&nbsp;พรพิพัฒน์&nbsp;เพ็ชรสังหาร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531095858581"],
    [689,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค Lumpy skin disease แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;รายเป็นเกษตรกรบ้านนาทอง&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรบ้านนาเวียงใหญ่&nbsp;เลี้ยงโค&nbsp;4&nbsp;ตัวแนะนำการสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&nbsp;และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;ที่บ้านนาทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และบ้านนาเวียงใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยมและประชาสัมพันธ์&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;รายเป็นเกษตรกรบ้านบุ่งกุ่ม&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;15&nbsp;ตัวแนะนำการสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&nbsp;หรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;ทีบ้านบุ่งกุ่ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;และการจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรค&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;รายเป็นเกษตรกรบ้านนาข่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;11&nbsp;ตัว&nbsp;เกษตรกรบ้านหัวนายูง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;และเกษตรกรบ้านนาสีเทียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมแนะนำการสุมควันไฟ&nbsp;น้ำส้มควันไม้&nbsp;ติดหลอดไฟขับไล่แมลง&nbsp;และหรือกางมุ้งให้กับสัตว์เลี้ยง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531095126578"],
    [690,"กอนช.เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง พร้อมติดตามการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหงอย่างฉับพลันของจีนกระทบไทย โดยเฉพาะประชาชนริมแม่น้ำโขง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง&nbsp;พร้อมติดตามการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหงอย่างฉับพลันของจีนกระทบประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนริมแม่น้ำโขง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ว่า&nbsp;มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และอ่าวไทย&nbsp;ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;34&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;21&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;//&nbsp;สระบุรี&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชุมพร&nbsp;54&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยแม่น้ำสายหลักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือมีน้ำน้อยถึงปกติและแนวโน้มลดลง&nbsp;สำหรับแม่น้ำโขงน้ำน้อยถึงปกติและมีแนวโน้มลดลง&nbsp;ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทุกขนาด&nbsp;37,710&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;32,978&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยยังคงอยู่ในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;และเฝ้าระวังน้ำมาก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.ได้ให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย&nbsp;ทำหนังสือประสานไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนแจ้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปรับลดการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหงอย่างฉับพลันในช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;พฤษภาคมที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ระดับน้ำโขงบริเวณประเทศไทยลดลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณ&nbsp;อ.เชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;วันนี้ระดับน้ำลดลง&nbsp;47&nbsp;เซนติเมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ประสานขอทราบสาเหตุการปรับลดการระบายน้ำ&nbsp;ขอให้แจ้งแผนการระบายน้ำเขื่อนจิ่งหง&nbsp;และหากมีการปรับลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็วขอให้แจ้งเป็นการล่วงหน้า&nbsp;เพื่อประเทศไทยจะประกาศแจ้งประชาชนริมแม่น้ำโขงให้ทราบและเตรียมความรับมือ&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และลดผลกระทบ&nbsp;ควบคู่กับขับเคลื่อนกลไกการประสานงานผ่านคณะทำงานร่วมภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง&nbsp;&nbsp;ล้านช้างอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;ปัจจุบันเขื่อนจิ่งหงได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำ&nbsp;244&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;วินาที&nbsp;หรือจากเดิม&nbsp;1,854&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;2,098&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สถานีเชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;อยู่ที่ประมาณ&nbsp;3.24&nbsp;เมตร&nbsp;ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลต่อเนื่อง&nbsp;โดยประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงได้ที่&nbsp;http://www.tnmc-is.org</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531094951577"],
    [691,"เช้านี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง","<p><strong>เช้านี้ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั่วประเทศส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;หลังหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีฝนตกลงมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงเช้าวันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;และค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;10)&nbsp;ทั่วประเทศปรับตัวลดลง&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมากจากฝนที่ตกลงมาช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละออง&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดย&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืองดการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของฝุ่นละอองและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พร้อมประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอความร่วมมือลดการเผาต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทุกพื้นที่ทรงตัว&nbsp;ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531095815580"],
    [692,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เดินหน้าขับเคลื่อนงานตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาล&nbsp;ตามบัญชีท้าย&nbsp;พ.ร.ก.&nbsp;ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เยียวยา&nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;โดย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการตามภาระกิจของแต่ละหน่วยงาน&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;<strong>กรมชลประทาน&nbsp;ได้วางแผนงานตามนโยบายดังกล่าว&nbsp;</strong>ด้วยการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;บริหารจัดการน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;44&nbsp;จังหวัด&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง&nbsp;รวมไปถึงเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต&nbsp;โดยได้ดำเนินงานพัฒนา&nbsp;ปรับปรุง&nbsp;ซ่อมแซมแหล่งน้ำและระบบชลประทาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;แก้มลิง&nbsp;ขุดลอกอ่างเก็บน้ำ&nbsp;ขุดลอกคลอง&nbsp;อาคารบังคับน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า&nbsp;และปรับปรุง&nbsp;ซ่อมแซมงานชลประทาน&nbsp;รวม&nbsp;354&nbsp;รายการ&nbsp;งานระบบกระจายน้ำสู่แปลงเกษตรกรรม&nbsp;ได้แก่&nbsp;จัดระบบน้ำ&nbsp;ปรับปรุงงานจัดระบบน้ำ&nbsp;ปรับปรุงงานจัดรูปที่ดิน&nbsp;รวม&nbsp;30&nbsp;รายการ&nbsp;ซึ่งจะเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำ&nbsp;ช่วยให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคและสนับสนุนด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;กรมชลประทานกำหนดเป้าหมายของโครงการดังกล่าวไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;เพิ่มการจ้างงาน&nbsp;9,716&nbsp;คน&nbsp;ปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น&nbsp;26.98&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;พื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น&nbsp;19,667&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่รับประโยชน์เพิ่มขึ้น&nbsp;209,653&nbsp;ไร่&nbsp;และประชากรผู้รับประโยชน์&nbsp;64,952&nbsp;ครัวเรือน</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;ย้ำว่า</strong>&nbsp;การพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน&nbsp;เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ&nbsp;ที่จะสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้&nbsp;รวมทั้งยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก&nbsp;COVID-19&nbsp;ที่เดินทางกลับภูลำเนาและหันมาทำการเกษตรมากขึ้น&nbsp;ซึ่งกรมชลประทานมีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าปรับปรุง&nbsp;และพัฒนางานชลประทานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531103011589"],
    [693,"สภาพอากาศตลอดสัปดาห์นี้ หลายพื้นที่ปริมาณฝนเริ่มลดลงทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนจัดบางแห่ง ","<p><strong>นายเมธี&nbsp;มหายศนันท์&nbsp;ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยช่วงสัปดาห์นี้ว่า&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;&nbsp;ถึง&nbsp;4&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;&nbsp;ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้อ่อนกำลังลง&nbsp;ทำให้หลายพื้นที่ปริมาณฝนเริ่มลดลงแต่บางพื้นที่ยังคงมีฝนตกอยู่บางแห่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่รับลม&nbsp;โดยภาคเหนือปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40-60&nbsp;&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;อุณหภูมิสูงสุด&nbsp;39&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;30-40&nbsp;ของพื้นที่อุณหภูมิสูงสุด&nbsp;37&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ส่วนภาคกลางปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;20&nbsp;-30&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;อุณหภูมิสูงสุด&nbsp;37&nbsp;องศาเซลเซียสเช่นกัน&nbsp;สำหรับภาคตะวันออกปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่โดยเฉพาะตามแนวชายฝั่ง&nbsp;และภาคใต้ปริมาณฝนร้อยละ&nbsp;40-60&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพเนื่องจากลักษณะอากาศค่อนข้างแปรปรวนส่วนเกษตรกรควรเตรียมการด้านการเกษตรไว้ด้วย</p><p><strong>จากนั้นวันที่&nbsp;5&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;เป็นต้นไป</strong>&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออกจะเริ่มมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;ขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องที่เว็บไซต์&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tmd.go.th/\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">www.tmd.go.th</a></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531102247583"],
    [694,"สวพส. ชวนเกษตรกรปลูกผักคุณภาพบนพื้นที่สูง แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสทางการตลาดในกลุ่มคนรักสุขภาพ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิรัตน์&nbsp;ปราบทุกข์&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;สวพส.&nbsp;ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชของเกษตรกรบนพื้นที่สูง&nbsp;พบว่าพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือนั้นมีสภาพพื้นที่และภูมิอากาศต่างจากพื้นที่ราบเป็นอย่างมาก&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลและอยู่ในถิ่นทุรกันดาร&nbsp;ประชาชนที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จึงมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก&nbsp;โดยในอดีตดำรงชีวิตอยู่ด้วยการทำไร่เลื่อนลอย&nbsp;และปลูกพืชเพียงไม่กี่ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;ข้าว&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;และพืชผักท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป็นพืชอาหารเป็นหลัก&nbsp;ส่วนพืชรายได้มีน้อยมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังนั้น&nbsp;การสร้างอาชีพเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ด้วยการปลูกพืชผัก&nbsp;และวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอีกทางเลือกที่ต้องให้ความสำคัญ&nbsp;ซึ่งจากการที่โครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงจำนวนมาก&nbsp;ปลูกพืชผักเป็นอาชีพมาเป็นระยะเวลายาวนาน&nbsp;พบว่า&nbsp;ในปีหนึ่งๆ&nbsp;มีผลิตผลที่ผ่านระบบบริหารจัดการด้านการตลาดรวมมากกว่า&nbsp;25,552&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;ประมาณ&nbsp;646&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยมีหลักการและแนวทางที่เหมาะสมในการปลูกพืชผักบนพื้นที่สูง&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน&nbsp;และแปลงของเกษตรกร&nbsp;บนพื้นที่สูงพื้นที่ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน&nbsp;ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ&nbsp;จึงต้องวางแผนการใช้พื้นที่ให้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย&nbsp;ตามความเหมาะสมและศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ควบคู่ไปกับการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;การวางแผนการผลิตและตลาด&nbsp;ความสำเร็จของการทำการเกษตรคือเกษตรกรจะต้องสามารถขายผลผลิตได้และราคาเป็นธรรม&nbsp;การส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินงานของ&nbsp;สวพส.&nbsp;จะยึดหลักตลาดนำการผลิต&nbsp;หรือเป็นพืชหรือพันธุ์ใหม่&nbsp;จะเริ่มส่งเสริมจากจำนวนที่ไม่มาก&nbsp;ควบคู่กับการสร้างตลาด&nbsp;สำหรับพืชผักเป็นพืชที่มีช่วงเวลาปลูกสั้น&nbsp;และต้องมีการวางแผนการผลิตและการตลาดให้สัมพันธ์กัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การเพาะปลูกภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย&nbsp;หรือ&nbsp;พืชผักที่ปลูกภายใต้ระบบการเพาะปลูกที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;หรือเกษตรอินทรีย์&nbsp;ซึ่งจะเป็นจุดแข็งและเพิ่มโอกาสทางการตลาด&nbsp;โดยเฉพาะความตระหนักเรื่องสุขภาพ&nbsp;และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;การเลือกพันธุ์และผลิตต้นกล้าแบบประณีต&nbsp;ความแม่นยำของปริมาณผลิตผลและช่วงเวลาที่ตลาดต้องการ&nbsp;มาจากพื้นฐานสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การผลิตต้นกล้าให้ได้ตรงตามพันธุ์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;และช่วงเวลา&nbsp;ซึ่งการผลิตต้นกล้าแบบประณีตในโรงเรือนเพาะกล้าโดยใช้วัสดุปลูกที่ดี&nbsp;ช่วยให้ได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพ&nbsp;มีจำนวน&nbsp;และระยะเวลาที่แน่นอน&nbsp;รวมทั้งยังช่วยให้ใช้เมล็ดพืชผักพันธุ์ดีซึ่งมีราคาสูงได้อย่างคุ้มค่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;โรงเรือน&nbsp;คือ&nbsp;หัวใจของคุณภาพและความปลอดภัย&nbsp;การปลูกผักในโรงเรือนช่วยลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนโดยเฉพาะบนพื้นที่สูง&nbsp;และยังใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลตอบแทนที่สูงมากกว่าการปลูกนอกโรงเรือนประมาณ&nbsp;2-5&nbsp;เท่า&nbsp;สามารถควบคุมการผลิตได้ค่อนข้างแม่นยำและผลผลิตมีคุณภาพดี&nbsp;ช่วยลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตมากถึง&nbsp;30-50&nbsp;%&nbsp;ลดการใช้สารป้องกันและกำจัดวัชพืชได้ร้อยละ&nbsp;100&nbsp;ควบคุมการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และแก้ปัญหาเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;6.&nbsp;การปลูกและดูแลรักษาอย่างประณีต&nbsp;โดยเริ่มจากการปลูกในโรงเรือน&nbsp;ใช้ต้นกล้าที่คุณภาพดีสม่ำเสมอ&nbsp;ปลูกอย่างเป็นระบบระเบียบ&nbsp;เพื่อให้ทุกต้นมีพื้นที่และได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมือนกัน&nbsp;ให้น้ำและปุ๋ยอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอด้วยการให้ปุ๋ยทางระบบการน้ำ&nbsp;และการดูแลและป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างใกล้ชิด&nbsp;สำหรับพืชผักใบส่วนใหญ่จะปลูกลงแปลง&nbsp;(ดิน)&nbsp;โดยตรง&nbsp;สำหรับผักผลบางชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;พริกหวาน&nbsp;และมะเขือเทศ&nbsp;นิยมที่จะปลูกในวัสดุปลูก&nbsp;(Substrate&nbsp;culture)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;7.&nbsp;การจัดการหลังเก็บเกี่ยวและการตลาดที่ดี&nbsp;นอกจากการผลิตในแปลงปลูกอย่างประณีตและปลอดภัยแล้ว&nbsp;ต้องมีการเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ดี&nbsp;ทั้งการรวบรวมและการคัดคุณภาพของผลิตผลให้เป็นไปตามที่กำหนด&nbsp;การบรรจุหีบห่อ&nbsp;และการขนส่งไปสู่ตลาด&nbsp;ซึ่งกระบวนการทั้งหมดต้องทำอย่างประณีตและรวดเร็ว&nbsp;เพื่อให้ผลิตผลถึงตลาดและผู้บริโภคด้วยคุณภาพดีที่สุด&nbsp;นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการตรวจสอบความปลอดภัยของผลผลิต&nbsp;โดยตรวจสารเคมีตกค้างทั้งก่อนและหลังเก็บเกี่ยว&nbsp;การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวที่เป็นระบบแบบนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ&nbsp;เช่น&nbsp;โรงคัดบรรจุ&nbsp;ห้องเย็น&nbsp;ห้องวิเคราะห์สารเคมี&nbsp;หรือรถขนส่งผลผลิต&nbsp;ซึ่งเกษตรกรควรรวมกันเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้รัฐสามารถให้สนับสนุนได้ง่าย&nbsp;รวมถึงการขอรับรอง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531110004596"],
    [695,"โครงการรณรงค์โรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease)","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มโคนายสนธยา&nbsp;โสระเวช&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;36&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาป่าแซง&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;คณะกรรมการดำเนินการ-สมาชิก-เจ้าหน้าที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปทุมราชวงศา&nbsp;สหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่&nbsp;จำกัด&nbsp;สัตวแพทย์เคลื่อนที่รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย&nbsp;หน่วยพ่นยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรคและหน่วยพ่นยากำจัดแมลง&nbsp;ให้แก่โค-กระบือ&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ด้จัดกิจกรรมอบรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคลัมปี&nbsp;สกินและการป้องกันโรคผู้นำชุมชน/หมู่บ้านและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่มาร่วมงานด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531111716610"],
    [696,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย รอบที่ 22564และเป็นวิทยากร ฝึกอบรมเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่ จังหวัดเลย","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลยเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;และเป็นวิทยากรฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเกษตรกรขอรับบริการวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;รอบที่&nbsp;2/2564&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;โด๊ส&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านห้วยมุ่น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลกกสะทอน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;18&nbsp;ตัวให้คำแนะนำการฉีดวัคซีนฯ&nbsp;การเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การถ่ายพยาธิ&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสร้างความเข้มแข็งในการเลี้ยงด้วยตนเอง&nbsp;แก่เกษตรกรผู้ขอรับบริการฯที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เป็นวิทยากร&nbsp;ฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฏีใหม่จังหวัดเลย&nbsp;กระบวนการเรียนรู้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;หลักสูตร&nbsp;:&nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาการเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;บรรยายในหัวข้อ&nbsp;หลักพื้นฐานและความสัมพันธ์ของการวางแผนการผลิตและการตลาดด้านปศุสัตว์&nbsp;แก่เกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมฯ&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ที่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนบ้านนาเจียง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;(ศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศพก.อำเภอด่านซ้าย)&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531110707600"],
    [697,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกร ควรระวังและเพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก ตลอดจนแมลงที่เป็นศัตรูของพืชและสัตว์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ระยะนี้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก&nbsp;เกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าว&nbsp;สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง&nbsp;ชาวเรือและชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้จะมีฝนฟ้าคะนองเกษตรกรควรระวังอันตรายและป้องกันความเสียหายจากสภาวะดังกล่าวเกษตรกรควรขุดลอกคูคลองและทางระบายน้ำ&nbsp;เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในแปลงปลูกพืชเมื่อมีฝนตกหนัก&nbsp;ส่วนผู้ที่เลี้ยงสัตว์ในช่วงฤดูฝนแมลงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และศัตรูสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;ยุงเหลือบ&nbsp;ริ้น&nbsp;ไร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;จะเจริญเติบโตได้ดี&nbsp;เกษตรกรควรระวังและป้องกันศัตรูสัตว์ดังกล่าวมารบกวนสัตว์เลี้ยงทำให้สัตว์ชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;และศัตรูสัตว์บางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่สัตว์เลี้ยงได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากสภาวะอากาศอากาศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา&nbsp;การทราบสภาวะอากาศล่วงหน้าจึงเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531122805660"],
    [698,"กรมส่งเสริมการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ทั่วประเทศไทย เฝ้าระวังการระบาดของจักจั่นในไร่อ้อย","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้มีรายงานว่า&nbsp;พบการเข้าทำลายของจักจั่นอ้อยในหลายพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อยและเริ่มพบตัวเต็มวัยจากตัวอ่อนที่อยู่ในดินเพื่อผสมพันธุ์วางไข่&nbsp;ประกอบกับรายงานสถานการณ์การระบาดของจักจั่นอ้อยในช่วงปี&nbsp;2563&nbsp;พบว่ามีการระบาดของจักจั่นในพื้นที่ปลูกอ้อยภาคกลาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;สิงห์บุรี&nbsp;และอ่างทอง&nbsp;พื้นที่มากกว่า&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;โดยพื้นที่ระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สร้างความเสียหายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากรากอ้อย&nbsp;ทำให้ต้นอ้อยชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;แคระแกร็น&nbsp;เหี่ยวและแห้งตาย&nbsp;ส่งผลให้ผลผลิตอ้อยลดลงเป็นจำนวนมาก&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของศัตรูพืชดังกล่าวขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ขอให้เกษตรกรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอ้อยอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;หากพบการระบาดให้แจ้งเกษตรกรแปลงปลูกข้างเคียงให้เฝ้าระวังและรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;หรือศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชที่อยู่ใกล้เคียงทราบ&nbsp;เพื่อรับคำแนะนำได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเฝ้าระวัง&nbsp;ติดตามและเตรียมความพร้อมในการดำเนินการควบคุม&nbsp;ป้องกันกำจัดการระบาดแล้ว</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำให้เกษตรกรดำเนินป้องกันกำจัดจักจั่นในอ้อยคือ&nbsp;หมั่นสำรวจแปลงอ้อย&nbsp;โดยสังเกตคราบของจักจั่นบนต้นอ้อยหรือบนพื้นดินและตัวเต็มวัยที่เกาะบนต้นอ้อย&nbsp;ในพื้นที่ที่มีการระบาดให้ใช้วิธีเขตกรรม&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดหรือไถพรวนเพื่อจับตัวอ่อนในดิน&nbsp;หรือการเก็บตัวเต็มวัยในเวลากลางคืน&nbsp;หรือใช้วิธีตัดใบอ้อยที่พบกลุ่มไข่ของจักจั่นไปทำลายนอกแปลง&nbsp;หรือปรับเปลี่ยนปลูกพืชหมุนเวียน&nbsp;เพื่อเป็นการตัดวงจรชีวิตของจักจั่น&nbsp;เช่น&nbsp;ปลูกข้าวสลับกับอ้อย&nbsp;&nbsp;ใช้ศัตรูธรรมชาติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แมลงหางหนีบ&nbsp;โดยปล่อยแมลงหางหนีบ&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ตัวต่อไร่&nbsp;ก่อนการระบาดของจักจั่น&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อกำจัดตัวอ่อนระยะฝักจากไข่&nbsp;จับตัวเต็มวัยเพื่อนำไปทำลายหรือประกอบอาหาร&nbsp;เพื่อกำจัดจักจั่นตัวเต็มวัยที่พร้อมจะผสมพันธุ์และวางไข่&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณแมลงที่จะระบาดในฤดูกาลถัดไปได้</p><p><strong>เกษตรกรสามารถสอบถามข้อมูล&nbsp;</strong>เกี่ยวกับการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชและโรคพืชได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531113137621"],
    [699,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดย&nbsp;นายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายใหม่&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเกษตรกรบ้านกกกระบาก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลโป่ง&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;1&nbsp;ตัวให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี่้&nbsp;&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ได้ดำเนินการตัดหญ้า&nbsp;ตัดแต่งกิ่งต้นไม้&nbsp;และเก็บกวาดทำความสะอาด&nbsp;บริเวณโดยรอบสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายเพื่อให้สิ่งแวดล้อมโดยรอบบริเวณสำนักงานสะอาด&nbsp;เป็นสัดส่วน&nbsp;และสร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนผู้มาใช้บริการหรือติดต่อราชการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531123714669"],
    [700,"แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) โครงการชุมชนต้นแบบ ที่ว่างสร้างอาหาร ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักในครัวเรือน สร้างความมั่นคงทางอาหาร","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;MOU&nbsp;โครงการชุมชนต้นแบบ&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ผู้ประกาศ&nbsp;แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;โครงการชุมชนต้นแบบ&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;ส่งเสริมให้ประชาชนปลูกผักในครัวเรือน&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;เทป&nbsp;วันนี้&nbsp;(31พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU)&nbsp;โครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารระหว่าง&nbsp;สมาคมแม่บ้านมหาดไทยกับจังหวัดลำพูน&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;และอำเภอทุกอำเภอรวม15&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน,&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดลำพูน,&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำพูน,&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดลำพูน,&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน,&nbsp;อำเภอแม่ทา,&nbsp;อำเภอบ้านธิ,&nbsp;อำเภอเวียงหนองล่อง,&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง,&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง,&nbsp;อำเภอป่าซางและอำเภอลี้&nbsp;ร่วมลงนาม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางปนัดดา&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;โครงการชุมชนต้นแบบที่ว่างสร้างอาหารในครั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนปลูกผักสวนครัว&nbsp;โดยใช้&nbsp;ที่ว่างสร้างอาหาร&nbsp;สำหรับบริโภคในครัวเรือน&nbsp;ให้พอมี&nbsp;พอกิน&nbsp;พอใช้&nbsp;และพึ่งตนเองได้&nbsp;ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีการเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือนทุกครัวเรือน&nbsp;ส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนทุกครัวเรือน&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมให้มีการแปรรูปผลผลิตเพื่อนำไปสู่การเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&nbsp;นับว่าเป็นโครงการที่ดีต่อประชาชน&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;สร้างรายได้ในครัวเรือนในช่วงยุคเศรษฐกิจ&nbsp;แบบนี้&nbsp;พร้อมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในระดับครัวเรือน&nbsp;อีกด้วย</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531132409694"],
    [701,"เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอนลงพื้นที่สอนการผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์ (ไตรโคเดอร์มา) ในการป้องกันกำจัดโรคพืชแทนการใช้สารเคมี","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอัครพล&nbsp;ขัติยะ&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นายเจษฎา&nbsp;กาพย์ไชย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงพื้นที่ให้องค์ความรู้และสอนการผลิตและการใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;(ไตรโคเดอร์มา)&nbsp;ในการป้องกันกำจัดโรคพืชในต้นส้ม&nbsp;ให้แก่&nbsp;young&nbsp;smart&nbsp;farmer&nbsp;ณ&nbsp;สวนส้มไทยเสรี&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สารชีวภัณฑ์&nbsp;ไตรโคเดอร์มา&nbsp;จัดเป็นเชื้อราชั้นสูงที่เจริญได้ดีในดินเศษซากพืชซากของสิ่งมีชีวิตต่างๆ&nbsp;รวมทั้งจุลินทรีย์&nbsp;และวัสดุอินทรีย์ตามธรรมชาติ&nbsp;ไตรโคเดอร์มา&nbsp;เป็นเชื้อราปฏิปักษ์หรือเชื้อราที่เป็นศัตรูต่อเชื้อสาเหตุโรคพืชหลายชนิดได้&nbsp;โดยมีกลไกในการต่อสู้กับเชื้อสาเหตุโรคพืช&nbsp;โดยเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;สายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว&nbsp;สามารถพันรัดแล้วแทงส่วนของเส้นใยเข้าสู่ภายในเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชทำให้เส้นใยตาย&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ยังสามารถสร้างปฏิชีวนสาร&nbsp;สารพิษ&nbsp;และน้ำย่อย&nbsp;(เอนไซน์)&nbsp;เพื่อหยุดยั้งหรือทำลายเส้นใยของเชื้อราสาเหตุโรคพืชได้&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังสามารถชักนำให้พืชสร้างกระบวนการผลิตสารประเภทเอนไซม์หรือโปรตีน&nbsp;ซึ่งมีส่วนช่วยให้พืชเกิดความต้านทานต่อเชื้อโรคได้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531133840710"],
    [702,"ปศุสัตว์ จ.ประจวบฯ เตรียมคิกอ๊อฟ ปล่อยขบวนรถฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน ในโคกระบือ วันที่ 4 มิ.ย.นี้ หลังพบโคป่วยติดเชื้อแล้วเกือบ 500 ตัว ใน 6 อำเภอ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;นายสัตวแพทย์ยุษฐิระ&nbsp;บัณฑุกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ขณะนี้พบการระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;อำเภอของ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ได้แก่&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;ปราณบุรี&nbsp;สามร้อยยอด&nbsp;กุยบุรี&nbsp;เมือง&nbsp;และทับสะแก&nbsp;มีโคเนื้อและโคนมป่วยติดเชื้อ&nbsp;488&nbsp;ตัว&nbsp;ล่าสุดได้มีการประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชั่วคราวครอบคลุมทั้งจังหวัดแล้ว&nbsp;ห้ามการเคลื่อนย้ายโคกระบือเข้า-ออกพื้นที่&nbsp;และเร่งทำการสอบสวนควบคุมโรค&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;โรคดังกล่าวมีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะนำโรคจึงได้ให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลฟาร์มและสัตว์เลี้ยงของตนเองอย่างใกล้ชิด&nbsp;เช่น&nbsp;การกางมุ้ง&nbsp;การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงชนิดที่ปลอดภัยบนตัวสัตว์และพื้นคอกโรงเรือน&nbsp;ขณะเดียวกันได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งให้การช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;โดยตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยสามารถใช้งบประมาณของท้องถิ่นในการจัดซื้อยาฆ่าแมลงได้เพื่อใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคระบาดสัตว์&nbsp;โดยในวันที่&nbsp;4&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์&nbsp;จ.ประจวบฯ&nbsp;จะร่วมกับ&nbsp;อบจ.ประจวบฯ&nbsp;จัดกิจกรรมคิกอ๊อฟ&nbsp;ปล่อยขบวนรถฉีดพ่นยากำจัดแมลงพาหะนำโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;ส่วนวัคซีนป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ขณะนี้กรมปศุสัตว์ได้นำเข้ามาล็อตแรก&nbsp;60,000&nbsp;โด๊สแล้ว&nbsp;และจะมีการพิจารณาจัดสรรมาให้กับจังหวัดที่ประสบปัญหาการระบาดโดยเร่งด่วนต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531135234718"],
    [703,"กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ","<p><strong>นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศ&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;บริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก&nbsp;เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จึงขึ้นบินปฏิบัติการ&nbsp;7&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ทั้งหน่วยฯ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ตาก&nbsp;และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;&nbsp;ส่วนหน่วยฯ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;&nbsp;ขณะที่หน่วยฯ&nbsp;ลพบุรี&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;และหน่วยฯ&nbsp;หัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;จังหวัดราชบุรี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531142231725"],
    [704,"อรรถพล ย้ำ ลมมสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทำให้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- 6 มิ.ย. ช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลงได้","<p><strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ย้ำ&nbsp;ลมมสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทำให้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มิถุนายน&nbsp;ช่วยลดการสะสมตัวของฝุ่นละอองลงได้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ภาพรวมคุณภาพอากาศของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายสภาวะอากาศและผลกระทบต่อฝุ่นละอองระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มิถุนายน&nbsp;ลมมสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุม&nbsp;ทำให้ยังมีฝนและฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ระดับเพดานการลอยตัวของอากาศยังสูง&nbsp;จุดความร้อนสะสมน้อย&nbsp;และการสะสมของฝุ่นละอองและหมอกควันในระยะนี้มีน้อย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ขอขอบคุณประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือลดแหล่งกำเนิดมลพิษอากาศ&nbsp;ทั้งจากภาคการจราจรขนส่ง&nbsp;การเผาในที่โล่ง&nbsp;และภาคอุตสาหกรรม&nbsp;รวมถึง&nbsp;หลายหน่วยงานออกมาตรการ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;ทำให้คุณภาพอากาศภาพรวมของประเทศอยู่ในเกณฑ์ดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด&nbsp;แล้วประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการในพื้นที่กำกับดูแลควบคุม&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้การฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในพื้นที่อย่างเคร่งครัด&nbsp;และขอให้ดูแลสุขภาพสวมใส่หน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันตัวเองเมื่อออกนอกบ้าน&nbsp;โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง&nbsp;ผู้ป่วย&nbsp;เด็ก&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และสตรีมีครรภ์&nbsp;สามารถดูข้อมูลผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง&nbsp;และแบบค่าเฉลี่ยราย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากเว็บไซต์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;หรือทางแอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK&nbsp;และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศผ่านทาง&nbsp;Facebook&nbsp;Fanpage&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531153644756"],
    [705,"จ.ยโสธร เปิดกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้แก่เกษตรกร พร้อมมอบชุดเวชภัณฑ์ป้องกัน และกำจัดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;2564)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มโคขุนหนองแหน&nbsp;ม.7&nbsp;ต.หนองแหน&nbsp;อ.กุดชุม&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกัน&nbsp;และกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;และให้เกิดความร่วมมือกันของทุกฝ่ายในการปฏิบัติงานป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และกำจัดโรค&nbsp;โดยกิจกรรมประกอบด้วยการมอบชุดเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์&nbsp;สารกำจัดแมลง&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;การปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและยากำจัดแมลง&nbsp;โดยมีปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแหน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;ประธานและสมาชิกกลุ่มโคขุนหนองแหน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์ชาติ&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;กล่าว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ&nbsp;สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง&nbsp;ต่อมน้ำเหลืองโต&nbsp;และมีตุ่มขนาดใหญ่&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-5&nbsp;เซนติเมตรขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย&nbsp;ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก&nbsp;ตกสะเก็ด&nbsp;และเกิดเป็นเนื้อตาย&nbsp;หรือมีหนอนแมลงมาชอนไชได้&nbsp;นอกจากนี้สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม&nbsp;เบื่ออาหาร&nbsp;ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย&nbsp;โดยกิจกรรมในวันนี้นอกจากเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคลัมปี&nbsp;สกินแล้ว&nbsp;ยังเป็นการสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรค&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกร&nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ในช่วงนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;กล่าวต่อไปว่า&nbsp;จังหวัดยโสธรพบการระบาดทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;58&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวนสัตว์ป่วยสะสม&nbsp;875&nbsp;ตัว&nbsp;จำนวนสัตว์ป่วยคงเหลือ&nbsp;768&nbsp;ตัว&nbsp;จากจำนวนโคกระบือทั้งจังหวัด&nbsp;160,236&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.6&nbsp;ซึ่งจังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ไปแล้วเมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่จังหวัดยโสธรต่อไป</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531153552752"],
    [706,"จ.ยโสธร เปิด kick off ป้องกันและกำจัดโรค ลัมปี สกิน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กลุ่มโคขุนหนองแหน&nbsp;ม.7&nbsp;ต.หนองแหน&nbsp;อ.กุดชุม&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์&nbsp;(Kick&nbsp;Off)&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วยการมอบชุดเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์&nbsp;สารกำจัดแมลง&nbsp;หญ้าแห้ง&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;การปล่อยขบวนสัตวแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;และหน่วยพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและยากำจัดแมลง&nbsp;โดยมีปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอกุดชุม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแหน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประธานกลุ่มฯ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;พบการระบาดทั้งหมด&nbsp;9&nbsp;อำเภอ&nbsp;58&nbsp;ตำบล&nbsp;จำนวนสัตว์ป่วยสะสม&nbsp;875&nbsp;ตัว&nbsp;จำนวนสัตว์ป่วยคงเหลือ&nbsp;768&nbsp;ตัว&nbsp;จากจำนวนโคกระบือทั้งจังหวัด&nbsp;160,236&nbsp;ตัว&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;0.6&nbsp;ซึ่งจังหวัดยโสธรได้ประกาศเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(&nbsp;Lumpy&nbsp;skin&nbsp;diseas&nbsp;)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;19&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531163611808"],
    [707,"ปศุสัตว์ยโสธร บูรณาการกับ อบต.ลุมพุก พ่นหมอกควันกำจัดแมลงพาหะนำโรคลัมปี สกิน สร้างความเชื่อมั่นว่า รักษาหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดคน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ชาติชาย&nbsp;ยิ้มเครือ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดยโสธร&nbsp;พร้อมนายวสันต์&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;นายก&nbsp;อบต.ลุมพุก&nbsp;และนายพงศ์นริศร์&nbsp;สิทธิบุรี&nbsp;รักษาการปศุสัตว์อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;อาสาปศุสัตว์ประจำตำบล&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.5&nbsp;,14&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;บ้านโคกกลาง&nbsp;ม.14&nbsp;ต.ลุมพุก&nbsp;อ.คำเขื่อนแก้ว&nbsp;เสริมสร้างความรู้ในการป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;มอบน้ำส้มควันไม้&nbsp;สมุนไพรไล่แมลง&nbsp;สารกำจัดแมลง&nbsp;แร่ธาตุก้อน&nbsp;วิตามินบำรุงสุขภาพสัตว์&nbsp;ซึ่ง&nbsp;อบต.ลุมพุก&nbsp;เตรียมสนับสนุนสารกำจัดแมลงและเวชภัณฑ์เพิ่มเติม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากนั้น&nbsp;เข้าพ่นหมอกควันกำจัดแมลง&nbsp;ยุง&nbsp;ตามคอกสัตว์ในหมู่บ้าน&nbsp;ให้คำแนะนำการป้องกันแมลง&nbsp;เช่น&nbsp;การกางมุ้ง&nbsp;การติดหลอดไฟไล่แมลง&nbsp;หมั่นเก็บมูลสัตว์&nbsp;ไม่ให้คอกชื้นแฉะ&nbsp;กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ุแมลง&nbsp;งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ในระยะนี้&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกร&nbsp;ว่า&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;รักษาหาย&nbsp;เนื้อกินได้&nbsp;และไม่ติดต่อสู่คน&nbsp;หากพบสัตว์ป่วย&nbsp;ให้รีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ทันที&nbsp;เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531163646809"],
    [708,"กรมชลประทาน เร่งส่งน้ำช่วยชาวนาหลังฝนทิ้งช่วง ควบคู่เดินหน้าบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้ ","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;</strong>เปิดเผยถึงการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน&nbsp;เพื่อป้องกันความเสียหายของนาข้าว&nbsp;หลังพบหลายพื้นที่มีฝนตกน้อย&nbsp;ต้องบริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยขอความร่วมมือเกษตรกรเพาะปลูกเมื่อมีฝนตกอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ส่วนพื้นที่ใดที่ทำการเพาะปลูกไปแล้วจะจัดสรรน้ำให้ตามรอบเวร&nbsp;ตามข้อสั่งการของพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์ไว้ว่าช่วงระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;พ.ค.&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มิ.ย.&nbsp;64&nbsp;จะมีฝนตกน้อยลง&nbsp;ดังนั้นเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการวางแผนช่วยเหลือพื้นที่ข้าวนาปีที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำจากภาวะฝนทิ้งช่วง&nbsp;ประกอบกับปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ&nbsp;ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้พื้นที่การเกษตรได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;จึงจำเป็นต้องทำการจัดสรรน้ำตามรอบเวรให้กับพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะข้าวนาปีที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว&nbsp;เพื่อไม่ให้ผลผลิตได้รับความเสียหาย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&nbsp;</strong>บริหารจัดการน้ำตามมาตรการที่วางไว้&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;และนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;เน้นย้ำบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;รวมทั้งเก็บกักน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ควบคู่ไปกับการวางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย&nbsp;การกำหนดพื้นที่เสี่ยง&nbsp;กำหนดเจ้าหน้าที่&nbsp;กำหนดเครื่องจักร&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;เข้าไปประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185333912"],
    [709,"โควิด-19 กระทบกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ นำผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า เพื่อระบายน้ำนมพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดื่มนม  เนื่องในวันดื่มนมโลก World  Milk  Day 1 มิถุนายน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);\">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;หรือโควิด-19&nbsp;ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;ในจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;โดยเฉพาะสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกที่ประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม&nbsp;108&nbsp;ครอบครัว&nbsp;&nbsp;มีโคนม&nbsp;4,700&nbsp;ตัว&nbsp;และธนาคารเลี้ยงโคนม&nbsp;ทดแทน&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำนมดิบ&nbsp;ประมาณ&nbsp;22,000&nbsp;กก.ต่อวัน&nbsp;ทั้งยังมีศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ในเขตอำเภอเมืองและเขตอำเภอบรบือ&nbsp;ซึ่งภายหลังจากสถานศึกษาต่างๆ&nbsp;ได้ปิดเรียน&nbsp;และเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ต้องหาวิธีในการที่จะระบายน้ำนมดิบโดยการบุกตลาดในห้างสรรพสินค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์มหาสารคาม&nbsp;และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ดื่มนมโคโคกก่อ&nbsp;เนื่องในวันดื่มนมโลก&nbsp;World&nbsp;Milk&nbsp;Day&nbsp;ในวันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;พร้อมกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมสด&nbsp;อาทิ&nbsp;นมโคพาสเจอไรซ์&nbsp;แกลลอนละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;นมยูเอสที&nbsp;และไอศกรีมนมสด&nbsp;ราคา&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;โดยได้รับความสนใจจากชาวมหาสารคาม&nbsp;โดยเฉพาะเด็กๆ&nbsp;มาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(28,&nbsp;30,&nbsp;33);\">นายณัฐวุฒิ&nbsp;ประทีปวะณิช&nbsp;รักษาการ&nbsp;ผจก.สหกรณ์โคนมโคกก่อ&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในยุควิกฤตโควิด-19&nbsp;ได้นำผลิตภัณฑ์นมโคโคกก่อ&nbsp;มาบุกตลาดในห้างสรรพสินค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์มหาสารคาม&nbsp;โดยได้รับความเอื้อเฟื้อสถานที่&nbsp;จาก&nbsp;นพ.กิตติศักดิ์&nbsp;คณาสวัสดิ์&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เขต&nbsp;1&nbsp;มาวางจำหน่ายเพื่อลดช่องว่างระหว่างผลิตภัณฑ์นมโคโคกก่อกับผู้บริโภค&nbsp;ให้สามารถซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก&nbsp;คล่องตัวมากขึ้น&nbsp;เป็นการให้ประชาชนได้เลือกซื้อและบริโภคผลิตภัณฑ์นมโคโคกก่อ&nbsp;ที่ผลิตจากน้ำนมสดแท้&nbsp;100%&nbsp;ไม่ผสมนมผง&nbsp;ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของคนในครอบครัว&nbsp;แทนการเลือกซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ไม่จำเป็นต่อสุขภาพ&nbsp;อีกทั้งเป็นการช่วยเหลืออาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและเป็นการหาช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ&nbsp;และทันสมัย&nbsp;เพื่อเพิ่มยอดขาย&nbsp;โดยยึดหลักการ&nbsp;คนสารคาม&nbsp;ดื่มนมโคสารคาม&nbsp;สร้างเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น&nbsp;โดยในแต่ละปี&nbsp;จะผลิตน้ำนมดิบเฉลี่ยปีละ&nbsp;25&nbsp;ตัน&nbsp;สร้างเงินหมุนเวียนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;กว่าปีละ&nbsp;200&nbsp;ล้านบาท</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สวท.มหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531164951823"],
    [710,"อรรถพล ย้ำ รายได้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่งลดลงจากโควิด-19 แต่สัตว์ป่ากว่า 10,000 ตัวยังมีอาหารเพียงพอไม่ขาดแคลน พร้อม ปรับรูปแบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น","<p><strong>ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ย้ำ&nbsp;รายได้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนสัตว์ทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่งลดลงจากโควิด-19&nbsp;แต่สัตว์ป่ากว่า&nbsp;10,000&nbsp;ตัวยังมีอาหารเพียงพอไม่ขาดแคลน&nbsp;พร้อม&nbsp;ปรับรูปแบบให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใกล้ชิดกับสัตว์มากขึ้น</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จาดกรณีสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;เปิดขอรับเงินบริจาคค่าอาหารสัตว์ป่าในโครงการกองทุนเลี้ยงสัตว์องค์การสวนสัตว์&nbsp;เป็นการเปิดรับบริจาคเงินไม่ได้เกิดจากปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ&nbsp;แต่เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อดึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับสวนสัตว์ช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ให้ใกล้ชิดและไม่ลืมสวนสัตว์&nbsp;ซึ่งส่วนของงบประมาณค่าอาหารสัตว์ของสวนสัตว์ปีนี้เฉพาะค่าอาหารได้รับการจัดสรร&nbsp;112&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เบื้องต้นได้รับมาแล้ว&nbsp;80&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จากนี้จะกระจายไปยังสวนสัตว์ทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;ภายใต้สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ที่มีสัตว์ป่าในการดูแล&nbsp;10,700&nbsp;ตัว&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;2,196&nbsp;ตัว&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&nbsp;2,800&nbsp;ตัว&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;2,080&nbsp;ตัว&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;1,400&nbsp;ตัว&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์สงขลา&nbsp;1,100&nbsp;ตัว&nbsp;และสวนสัตว์อุบลราชธานี&nbsp;816&nbsp;ตัว&nbsp;โดยแต่ละแห่งงบประมาณค่าอาหารสัตว์จะต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์ป่าแต่ละประเภท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สวนสัตว์ทั้งของรัฐและเอกชนช่วงนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&nbsp;เนื่องจากตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัดในปี&nbsp;2562&nbsp;มีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยว&nbsp;4.2&nbsp;ล้านคน&nbsp;แต่ปี&nbsp;2563&nbsp;ลดลงเหลือ&nbsp;3&nbsp;ล้านคน&nbsp;ส่วนปีนี้จนถึงเดือนเมษายน&nbsp;ลดลงอีกเหลือเพียง&nbsp;1.5&nbsp;ล้านคน&nbsp;ถือว่ารายได้ลดลงและนักท่องเที่ยวลดลงด้วยเช่นกัน&nbsp;โดยรายได้บางส่วนนำมาใช้สนับสนุนเป็นค่าอาหารสัตว์และกิจกรรมอื่นๆภายในสวนสัตว์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ขณะนี้งบประมาณค่าอาหารสัตว์จากภาครัฐยังมีเพียงพอ&nbsp;แต่หากมองยาวถึงอนาคต&nbsp;หากมีรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้ามาชมสวนสัตว์ยังสามารถนำเงินมาช่วยดูแลสัตว์ให้อยู่ดีกินดี&nbsp;แต่มองในทางกลับกันหากนักท่องเที่ยวยังน้อยลงไปกว่านี้อาจกระทบต่อสัตว์ในสวนสัตว์ได้&nbsp;จึงเห็นว่าการทำกิจกรรมเกี่ยวกับกองทุนอาหารจะช่วยได้&nbsp;เบื้องต้นได้เริ่มนำร่องในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;พบได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชน</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531165505829"],
    [711,"เกษตรยะลา ประชุมเกษตรอำเภอประจำเดือนพฤษภาคม 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(&nbsp;31&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564)&nbsp;นายจำนงค์&nbsp;เพชรอนันต์&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานการประชุมเกษตรอำเภอ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;ประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;โดยมีหัวหน้ากลุ่ม&nbsp;หัวหน้าฝ่าย&nbsp;เกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีระเบียบวาระการประชุมเพื่อแจ้งข้อราชการ&nbsp;และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;การขับเคลื่อนงานวิสาหกิจชุมชน&nbsp;การสรุปผลการนิเทศงานตามระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;การพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ผลการประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;และโครงการพัฒนาธุรกิจบริการดินและปุ๋ยเพื่อชุมชน&nbsp;(One&nbsp;Stop&nbsp;Service)&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาแผนการปฏิบัติงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดบูรณาการ&nbsp;ประจำเดือนมิถุนายน&nbsp;2564</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ก่อนวาระการประชุมได้มีการมอบรางวัลให้แก่สำนักงานเกษตรอำเภอและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตำบลที่มีผลการดำเนินงานขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรดีเด่นประจำเดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งได้แก่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเบตง&nbsp;และนางสาวอาภรณ์&nbsp;รัตนพิบูล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ผู้รับผิดชอบตำบลธารน้ำทิพย์&nbsp;อำเภอเบตง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531171626846"],
    [712,"โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2564 และโครงการประกันภัยข้าวโลดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สมาคมประกันภัยวินาศภัยไทย&nbsp;ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกันภัย&nbsp;(คปภ.)&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;อบรมความรู้ประกันภัย&nbsp;(Training&nbsp;for&nbsp;the&nbsp;Trainers)&nbsp;สำหรับการประกันข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ส่งผลให้ไม่สามารถลงพื้นที่เพื่อจัดการโครงการดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สมาคมประกันภัยวินาศภัย&nbsp;จึงได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์&nbsp;ประกอบด้วยสื่อประชาสัมพันธ์โครงการประกันข้าวนาปี&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;เพื่อให้ความรู้ด้านการประกันภัยแก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531171002840"],
    [713,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วงของเกษตรกรอำเภอเวียงหลองล่อง จังหวัดลำพูน ตามโครงการแบ่งปันน้ำใจ เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด- 19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วง&nbsp;ของเกษตรกรอำเภอเวียงหลองล่อง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ตามโครงการแบ่งปันน้ำใจ&nbsp;เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด-19&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ช่วยรับซื้อผลผลิตมะม่วงของเกษตรกรอำเภอเวียงหลองล่อง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อกระจายผลผลิตมะม่วงลำพูน&nbsp;สู่ผู้บริโภคให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยจะนำมะม่วงของจังหวัดลำพูนส่งมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล&nbsp;15&nbsp;แห่งในกรุงเทพฯ&nbsp;ตามโครงการแบ่งปันน้ำใจ&nbsp;เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด-19</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;พ.ค.64)&nbsp;ที่บริเวณที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงแปลงใหญ่&nbsp;ตำบลวังผาง&nbsp;อำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และคณะ&nbsp;ได้พบปะกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และผู้ประกอบการรับซื้อผลผลิตการเกษตรในพื้นที่ตำบลวังผาง&nbsp;อำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหาการส่งออกและแนวทางการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตมะม่วงในพื้นที่&nbsp;เพื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่อไป&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายพสิษฐ์&nbsp;สุขสวัสดิ์&nbsp;ประธานเกษตรแปลงใหญ่จังหวัดลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เกษตรกรอำเภอเวียงหนองล่องส่วนใหญ่&nbsp;จะเพาะปลูกมะม่วงพันธุ์แฟนซีสำหรับส่งออกโดยเฉพาะได้แก่&nbsp;พันธุ์อาร์ทูอีทู&nbsp;งาช้างแดง&nbsp;และแดงจักรพรรดิ&nbsp;เน้นส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;แต่ในปีนี้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&nbsp;ทำให้ปริมาณการสั่งซื้อมีจำนวนลดลง&nbsp;ประกอบกับมีการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ&nbsp;และผลผลิตมะม่วงแฟนซีบางสายพันธุ์ไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย&nbsp;ทำให้เกษตรกรหลายรายไม่สามารถส่งออกผลผลิตได้ตามที่เป้าหมาย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือโดยจัดสรรงบประมาณ&nbsp;สนับสนุนโครงการกระจายผลผลิตมะม่วง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ล้านบาทเศษ&nbsp;มีเป้าหมายกระจายผลผลิต&nbsp;จำนวน&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่สถาบันการเกษตรและผู้รับซื้อมะม่วง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกรที่นำผลผลิตมาจำหน่ายได้เพิ่มกิโลกรัมละ&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;เริ่มรับซื้อผลผลิตตั้งแต่&nbsp;21&nbsp;พ.ค.-30&nbsp;มิ.ย.64&nbsp;โดยในจังหวัดลำพูนมีการตั้งจัดจุดรับซื้อจำนวน&nbsp;41&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ตำบลวังผางมีเป้าหมายรับซื้อผลผลิตมะม่วงในพื้นที่จำนวน&nbsp;88&nbsp;ตัน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินโครงการแบ่งปันน้ำใจ&nbsp;เกษตรกรไทยสู้ภัยโควิด&nbsp;-19&nbsp;โดยเบื้องต้นจะรับซื้อผลผลิตมะม่วงจากวิสาหกิจชุมชนตามจุดรับซื้อ&nbsp;เพื่อนำมะม่วงไปมอบให้แก่&nbsp;บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานป้องกันควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในโรงพยาบาล&nbsp;15&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดโครงการสนับสนุนงบประมาณสำหรับพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในแต่ละพื้นที่ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;--------เสียง--------</strong></p><p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;</strong></p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;เชียงใหม่</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531182422889"],
    [714,"ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาลำปาว ลงพื้นที่ชี้แจงการซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและระยะเวลาที่จะปล่อยน้ำที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน&nbsp;ต.บัวบาน&nbsp;อ.ยางตลาด&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;นายฤาชัย&nbsp;จำปานิล&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว&nbsp;จ.กาฬสินธุ์&nbsp;นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ชี้แจงการซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและระยะเวลาที่จะปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรทราบ&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;พร้อมทั้งเป็นการติดตามสอบถามปัญหาการใช้ประโยชน์น้ำจากเขื่อนลำปาว&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาการแย่งน้ำ&nbsp;หลังจากทางเขื่อนลำปาวได้หยุดส่งน้ำให้กับเกษตรในช่วงซ่อมบำรุงบานประตูส่งน้ำ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายฤาชัย&nbsp;จำปานิล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อชี้แจงการซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและระยะเวลาที่จะปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามได้รับทราบ&nbsp;เมื่อโครงการฯดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จจะรีบระบายน้ำให้เกษตรกรทันทีเพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา&nbsp;โดยแผนงานในการปรับปรุงดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมีเพียงพอที่จะส่งให้เกษตรกรในช่วงต้นฤดูฝนนี้อย่างแน่นอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านนายวีระชาติ&nbsp;ภูโปรง&nbsp;เลขานุการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบัวบาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มประสบปัญหาในการส่งออกกุ้งก้ามกรามมาตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาดกรอบกับในช่วงนี้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว&nbsp;ได้หยุดส่งน้ำเพื่อซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำ&nbsp;ทำให้สมาชิกภายในกลุ่มช่วยกันแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนโดยการใช้เครื่องตีน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ช่วยให้กุ้งดำรงชีวิตอยู่ได้ในระดับหนึ่ง&nbsp;เพื่อรอโครงการฯ&nbsp;ปล่อยน้ำ&nbsp;ขอขอบคุณผู้อำนวยการโครงการฯ&nbsp;พร้อมคณะที่ลงพื้นที่เพื่อชี้แจงปัญหาการปล่อยน้ำให้เกษตรกรผู้เลียงกุ้งได้รับทราบ&nbsp;ซึ่งตนและสมาชิกในกลุ่มหวังว่าโครงการฯจะเร่งดำเนินการปรับปรุงคลองส่งน้ำให้แล้วเสร็จและเร่งระบายน้ำให้ได้โดยเร็ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สมาชิกในกลุ่มได้เสนอแนะและแจ้งปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้น&nbsp;โดยผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว&nbsp;ได้รับทราบปัญหาต่างๆของเกษตรกรและจะนำทุกปัญหาไปพิจารณากับทีมงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่ายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210531185937918"],
    [715,"ผวจ.ศก.ติดตามเยี่ยมชม ผลผลิต หาช่องทางการจำหน่ายภายใต้สถานการณ์โควิด","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เวลา&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ไร่สร้างฝัน&nbsp;(Dream&nbsp;Creator&nbsp;Farm)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลสระเยาว์&nbsp;อำเภอศรีรัตนะ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ติดตามเยี่ยมชมผลผลิตแนวโน้มระยะเวลาในการเก็บผลผลิต&nbsp;แนวทางประชาสัมพันธ์ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ช่องทางการจำหน่ายภายใต้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนที่ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ของจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มีกฎหมายคุ้มครอง&nbsp;ซึ่งต้องเป็นทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;อำเภอได้แก่&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;และอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;หากมีการแอบอ้างถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;พลตำรวจตรี&nbsp;สันติ&nbsp;เหล่าประทาย&nbsp;ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายนพ&nbsp;พงศ์พลาดิสัย&nbsp;ปลัดจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายบุญประสงค์&nbsp;นวลสายย์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายภัทรนันท์&nbsp;บุญมานัด&nbsp;นายอำเภอศรีรัตนะ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;พร้อมด้วยนายชูเกียรติ&nbsp;ยวนพันธ์&nbsp;เจ้าของสวน&nbsp;ให้การต้อนรับและเข้าร่วม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2021-05-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210601095848027"]
]}
