{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"NewsTitle","type":"text"},{"id":"NT01_NewsDesc","type":"text"},{"id":"NewsDate","type":"timestamp"},{"id":"Region","type":"text"},{"id":"Province","type":"text"},{"id":"Department","type":"text"},{"id":"Link_News","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"จิ้งหรีด แพะเนื้อ โคขุน หญ้าเนเปียร์ สินค้าที่มีอนาคต สร้างรายได้สูง","<p><strong>นางรัชนีกร&nbsp;เงินแย้ม&nbsp;</strong>รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;4&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;(สศท.4)&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยถึงสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต&nbsp;(Future&nbsp;Crop)&nbsp;ที่น่าสนใจ&nbsp;4&nbsp;สินค้า&nbsp;ได้แก่&nbsp;จิ้งหรีด&nbsp;แพะเนื้อ&nbsp;โคขุน&nbsp;และหญ้าเนเปียร์&nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูงกว่าการผลิตข้าว&nbsp;ยางพาราและมันสำปะหลัง&nbsp;ในพื้นที่ไม่เหมาะสม&nbsp;ของ&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางคือ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;มหาสารคาม&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ตามแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก&nbsp;</p><p><strong>จากการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนสินค้าเกษตร</strong>&nbsp;Future&nbsp;Crop&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;พบว่า&nbsp;สามารถเลี้ยง&nbsp;หรือปลูกเสริมทดแทนข้าว&nbsp;ยางพาราและมันสำปะหลัง&nbsp;ในพื้นที่ไม่เหมาะสม&nbsp;ของพื้นที่เป้าหมายทั้ง&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยหากจำแนกเป็นรายชนิด&nbsp;พบว่า&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดจำหน่ายผลผลิตเอง&nbsp;ทั้งจิ้งหรีดสดและจิ้งหรีดต้มสุก&nbsp;ซึ่งจำหน่ายภายในประเทศและจำหน่ายให้กับผู้รวบรวม&nbsp;หรือพ่อค้าคนกลาง&nbsp;เพื่อส่งต่อให้กับตลาด&nbsp;Modern&nbsp;Trade&nbsp;และส่งออกไปยังต่างประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะประเทศจีน&nbsp;ออสเตรเลียและญี่ปุ่น&nbsp;ส่วนแพะเนื้อ&nbsp;เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตทั้งหมดให้แก่ผู้รวบรวม&nbsp;หรือพ่อค้าคนกลาง&nbsp;ทั้งในท้องถิ่นและต่างจังหวัดที่เข้ามารับซื้อ&nbsp;โดยผู้รวบรวม&nbsp;หรือพ่อค้าคนกลางจะมีการจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;เวียดนาม&nbsp;มาเลเซีย</p><p><strong>ด้าน&nbsp;โคขุน&nbsp;ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง</strong>&nbsp;ยังผลิตโคขุนไม่เพียงพอต่อความต้องการรับซื้อและยังคงมีพ่อค้ารายใหม่ๆ&nbsp;เข้ามาติดต่อรับซื้ออย่างต่อเนื่องและหญ้าเนเปียร์ที่&nbsp;สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี&nbsp;อายุการเก็บเกี่ยว&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;กำไรเฉลี่ยที่&nbsp;33,311&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ทั้งนี้สินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต&nbsp;ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิดดังกล่าว&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&nbsp;สามารถเลี้ยง&nbsp;ปลูกเสริมหรือทดแทนข้าว&nbsp;ยางพาราและมันสำปะหลัง&nbsp;ในพื้นที่ไม่เหมาะสม&nbsp;ได้&nbsp;จริง&nbsp;สร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301102455043"],
    [2,"เร่งกำจัดผักตบชวาขยายพันธุ์ในแม่น้ำท่าจีน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ","<p><strong>นายทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำ&nbsp;ลำคลอง&nbsp;แหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ&nbsp;เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญ&nbsp;จึงกำชับกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;โดยให้ติดตาม&nbsp;ตรวจสอบ&nbsp;ดูแล&nbsp;แก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมตัว&nbsp;สร้างปัญหาการสัญจรทางน้ำ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ&nbsp;รวมทั้งรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำและแหล่งน้ำให้อยู่ในค่ามาตรฐานต่อไป</p><p><strong>นายพรพจน์&nbsp;เพ็ญพาส&nbsp;อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืช&nbsp;โดยดูแลรับผิดชอบในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;2&nbsp;สายคือ&nbsp;แม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีน&nbsp;ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียงพร้อมบีบอัด&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;6&nbsp;ลำ&nbsp;เรือกำจัดผักตบชวา&nbsp;ขนาด&nbsp;2.5&nbsp;ตัน&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;เรือพอนทูนบรรทุกรถขุด&nbsp;4&nbsp;ลำ&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่อำเภอสามพราน&nbsp;จังหวัดนครปฐม&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;3&nbsp;ชุดปฏิบัติการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ชุดที่&nbsp;1&nbsp;บริเวณวัดเชิงเลน&nbsp;ชุดที่&nbsp;2&nbsp;วัดกัลยาณีทรงธรรม&nbsp;และชุดที่&nbsp;3&nbsp;วัดทรงคนอง&nbsp;ซึ่งผลปฏิบัติการระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;กำจัดผักตบชวาได้ประมาณ&nbsp;12,800&nbsp;ตัน&nbsp;ตั้งเป้าหมายกำจัดผักตบชวาที่แม่น้ำท่าจีน&nbsp;ตั้งแต่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ถึงอำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและสัญจรได้อย่างปกติ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301101910036"],
    [3,"ปภ.แม่ฮ่องสอน เตือนคุณภาพอากาศ (PM 2.5) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา","<p><strong>นายเรืองฤทธิ์&nbsp;ผลดี&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานข่าวแจ้งเตือนสาธารณภัย&nbsp;ว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;คุณภาพอากาศ&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;(อ.เมืองฯ)/เชียงใหม่&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;เชียงดาว&nbsp;แม่แจ่ม)/พะเยา&nbsp;(อ.เมืองฯ)/ลำพูน&nbsp;(อ.เมืองฯ)/ลำปาง&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;แม่เมาะ)/แพร่&nbsp;(อ.เมืองฯ)/ตาก&nbsp;(อ.เมืองฯ&nbsp;แม่สอด)/พิษณุโลก&nbsp;(อ.เมืองฯ)/อุตรดิตถ์&nbsp;(อ.เมืองฯ)/และสุโขทัย&nbsp;(อ.เมืองฯ)</p><p><strong>ข้อควรปฏิบัติติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&nbsp;</strong>ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง&nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&nbsp;</p><p><strong>ข้อแนะนำขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อปพร.&nbsp;จิตอาสา&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&nbsp;องค์กรสาธารณสุขเตรียมความพร้อมตามแผนเชิญเหตุ&nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับชุมชน/หมู่บ้านทุกช่องทาง&nbsp;ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&nbsp;เช่น&nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&nbsp;วิทยุชุมขน&nbsp;หอกระจายข่าว&nbsp;หรือเสียงตามสายประจำหมู่บ้าน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย&nbsp;รวมทั้งพิจารณาใช้อุปกรณ์แจ้งเตือนภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์และความเหมาะสม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301104408055"],
    [4,"จิตอาสา จ.ลำปาง สานพลังบูรณาการทำแนวกันไฟรอบเขาดอยพระบาท ป้องกันไฟป่าลดปัญหามลพิษ","<p><strong>นายนฤพนธ์&nbsp;ทิพย์มณฑา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานองค์กรภาครัฐ&nbsp;ข้าราชการ&nbsp;พนักงาน&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;จากหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;250&nbsp;นาย&nbsp;ลงพื้นที่สานพลังบูรณาการกับหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในชุมชนเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ร่วมเป็นจิตอาสาภัยพิบัติทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม&nbsp;เนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&nbsp;(24&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;)&nbsp;คนลำปางร่วมใจ&nbsp;สร้างฟ้าใส&nbsp;ไร้หมอกควัน&nbsp;นำอุปกรณ์และเครื่องมือครบชุด&nbsp;ทำแนวกันไฟรอบบริเวณผืนป่าเขาดอยพระบาท&nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&nbsp;(สวนรุกขชาติพระบาท)&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง</p><p><strong>การทำกิจกรรมครั้งนี้ได้กระจายกำลังทำแนวกันไฟขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;เมตร&nbsp;</strong>ไปตามจุดต่างๆ&nbsp;ให้ยาวต่อเนื่องและเชื่อมต่อถึงกันตลอดแนวผืนป่าของสวนรุกขชาติพระบาท&nbsp;รวมระยะทางกว่า&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พร้อมได้นำมาตรการกำจัดเชื้อเพลิงออกจากป่ามาใช้&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;คือ&nbsp;\"ชิงเก็บลดเผา\"&nbsp;ทั้งทำการฝังกลบเชื้อเพลิงในป่า&nbsp;เพื่อให้เชื้อเพลิงได้กลายเป็นปุ๋ยสำหรับบำรุงต้นไม้&nbsp;นอกจากนี้ได้ทำการเก็บรวบรวมนำเอาเศษไม้&nbsp;ใบไม้&nbsp;และหญ้าแห้ง&nbsp;มาอัดเป็นก้อนก่อนนำขนย้ายออกจากผืนป่า&nbsp;โดยเชื้อเพลิงที่อัดเป็นก้อนชุมชนพื้นที่จะมีการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก&nbsp;หรือนำไปขายให้กับบริษัทภาคเอกชนที่มารับซื้อ&nbsp;ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถูกนำกลับคืนไปใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าตามชุมชนต่างๆ</p><p><strong>การทำกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเชิงรุกเร่งด่วน&nbsp;</strong>ในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันไฟป่าของจังหวัดลำปาง&nbsp;ซึ่งทุกปีมักเกิดปัญหารุนแรงในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน&nbsp;โดยการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาในปีนี้&nbsp;ทางจังหวัดได้เน้นการดำเนินการแบบมีส่วนร่วมเป็นหลัก&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;คนลำปางร่วมใจ&nbsp;สร้างฟ้าใส&nbsp;ไร้หมอกควัน&nbsp;อาศัยความร่วมมือคนในชุมชนและทุกภาคส่วนที่อยู่ในบริเวณรอบพื้นที่ป่าเข้ามาทำกิจกรรมร่วม&nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักเห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้&nbsp;และช่วยกันสอดส่องดูแลผืนป่าไม่ให้ถูกบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;หรือถูกเผาทำลาย&nbsp;ตลอดจนการทำกิจกรรมแนวกันไฟ&nbsp;อีกทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณรอบพื้นที่ป่าได้รับรู้&nbsp;เข้าใจ&nbsp;ตระหนักถึงปัญหา&nbsp;และร่วมเป็นแกนนำในการรณรงค์ไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ป่าในเขตชุมชน&nbsp;เพื่อจะได้ลดปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟ&nbsp;โดยทางจังหวัดมุ่งหวังที่จะให้การดำเนินกิจกรรมนี้เป็นต้นแบบในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301105127059"],
    [5,"กรมการค้าภายใน หารือกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ หาทางออกร่วมกัน ส่งผลดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย","<p><strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;</strong>กล่าวถึงผู้เลี้ยงไก่หน้าฟาร์มได้ปรับราคาไข่ไก่ขึ้นแผงละ&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ว่า&nbsp;ราคาที่ขายให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ&nbsp;โดยตัวเลขหารเฉลี่ยแล้วพบว่า&nbsp;ไข่ไก่เบอร์&nbsp;3&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;อยู่ที่ฟองละ&nbsp;3.29&nbsp;บาท&nbsp;และบางห้างสรรพสินค้าราคาลดลง&nbsp;ซึ่งได้กำกับราคาไว้ที่ไม่เกิน&nbsp;3.50&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้พูดคุยกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ไว้แล้ว&nbsp;ซึ่งทราบว่าต้นทุนของผู้เลี้ยงไก่ไข่มีการปรับสูงขึ้นเป็นลำดับ&nbsp;โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน&nbsp;เชิญสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่มาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อส่งผลดีที่สุดให้กับทุกฝ่ายทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;เจ้าของฟาร์ม&nbsp;ผู้รวบรวมไข่&nbsp;รวมถึงผู้บริโภคให้เกิดความสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่ผู้เลี้ยงไก่ไข่ออกมาเรียกร้อง&nbsp;</strong>ขอการเยียวยาช่วยเหลือเนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลสั่งให้ตรึงราคาแต่ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ&nbsp;นั้น&nbsp;จะต้องมาหารือกันก่อน&nbsp;ยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปกำกับดูแลเรื่องราคาสินค้าแพงอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด&nbsp;และมีการปรับราคาลงหลายรายการ&nbsp;โดยเฉพาะมีการลดราคาสินค้าที่ขายในห้างสรรพสินค้าหลายรายการเพื่อเป็นการชี้นำตลาดด้วย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนผลกระทบการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น&nbsp;</strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สิ่งที่จะกระทบต่อประเทศไทยมากคือราคาน้ำมัน&nbsp;และกระทบไปทั่วโลก&nbsp;ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับสินค้าต่างๆ&nbsp;ที่มาจากการขนส่ง&nbsp;แต่เมื่อดูสัดส่วนการส่งออกไทยไปรัสเซียและยูเครน&nbsp;เป็นสัดส่วนที่ไม่สูงนัก&nbsp;เนื่องจากเป็นตลาดใหม่ของไทยที่จะต้องบุกเบิกและขยายเพิ่มเติม</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301105332060"],
    [6,"เกษตร จ.ลำพูนเตือนผู้ปลูกระวังเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ในมันสำปะหลัง","<p><strong>สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแห้งแล้ง&nbsp;</strong>เตือนผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ในระยะ&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;รับมือเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;พบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ตามส่วนต่างๆ&nbsp;ของมันสำปะหลัง&nbsp;เช่น&nbsp;ใบ&nbsp;ยอด&nbsp;และตา&nbsp;โดยเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังดูดน้ำเลี้ยงแล้วขับถ่ายมูลของเหลวออกมา&nbsp;ทำให้เกิดราดำบนใบ&nbsp;มันสำปะหลังสังเคราะห์แสงได้น้อย&nbsp;เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่&nbsp;ลำต้นมีช่วงข้อถี่&nbsp;โค้งงอ&nbsp;ใบหงิกยอดแตกพุ่มหรือแห้งตาย&nbsp;แนวทางป้องกัน/แก้ไข&nbsp;ก่อนปลูก</p><p>1.&nbsp;ไถและพรวนดินหลายๆ&nbsp;ครั้ง&nbsp;เพื่อลดปริมาณของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังที่อยู่ในดิน</p><p>2.&nbsp;ใช้ท่อนพันธุ์ที่สะอาด&nbsp;ปราศจากเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง</p><p>3.&nbsp;แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารฆ่าแมลง&nbsp;เป็นเวลา&nbsp;5-10&nbsp;นาที&nbsp;โดยเลือกใช้สารฆ่าแมลงชนิดใดชนิดหนึ่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไทอะมีทอกแซม&nbsp;25%&nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&nbsp;อัตรา&nbsp;4&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือ&nbsp;อิมิดาโคลพริด&nbsp;70%&nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&nbsp;อัตรา&nbsp;4&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือไดโนทีฟูแรน&nbsp;10%&nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&nbsp;อัตรา&nbsp;40&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หลังปลูก&nbsp;เมื่อมันสำปะหลังอายุ&nbsp;1-4&nbsp;เดือน&nbsp;ควรสำรวจการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;</p><p><strong>ถ้าพบการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังให้ทำการ&nbsp;ป้องกันกำจัด&nbsp;ดังนี้</strong></p><p>1.&nbsp;ถอนต้นมันสำปะหลังและเก็บทำลาย</p><p>2.&nbsp;พ่นสารฆ่าแมลงเฉพาะจุดที่พบเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;โดยเลือกใช้สารฆ่าแมลงชนิดใดชนิดหนึ่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ไทอะมีทอกแซม&nbsp;25%&nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&nbsp;อัตรา&nbsp;4&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรืออิมิดาโคลพริด&nbsp;70%&nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&nbsp;อัตรา&nbsp;4&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือโคลไทอะนิดิน&nbsp;16%&nbsp;เอสจี&nbsp;อัตรา&nbsp;10&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือ&nbsp;ไดโนทีฟูแรน&nbsp;10%&nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&nbsp;อัตรา&nbsp;20&nbsp;กรัมต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือโพรไทโอฟอส&nbsp;50&nbsp;%&nbsp;อีซี&nbsp;อัตรา&nbsp;50&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;หรือไทอะมีทอกแซม/แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน&nbsp;24.7%&nbsp;แซดซี&nbsp;อัตรา&nbsp;10&nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301113445075"],
    [7,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบน้ำท่วม 7 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง&nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบน้ำท่วม&nbsp;7&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;โดยมีฝนบางแห่งในภาคตะวันออก&nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;39&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สตูล&nbsp;58&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;30,951&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,709&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเกิดความเสียหายในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ตรัง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน&nbsp;อย่างกองทัพลงพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและจุดเสี่ยงตามสถานที่ต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางสัญจร&nbsp;พร้อมให้นำเครื่องกีดขวางและนำป้ายประกาศมาติดตั้งไว้&nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114818082"],
    [8,"อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรระวังและป้องกันโรคราน้ำค้าง ในพืชไร่ พืชสวน และพืชผัก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสมนึก&nbsp;สวนดอกไม้&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ระยะนี้&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&nbsp;สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อน&nbsp;โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&nbsp;ระยะนี้&nbsp;จะมีหมอกในตอนเช้า&nbsp;</strong>เกษตรกรควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนขณะสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย&nbsp;สำหรับรถที่ใช้งานในด้านการเกษตร&nbsp;หากต้องวิ่งบนถนนหลวงตอนกลางคืนควรดูแลสัญญาณไฟหน้าและไฟท้ายให้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล&nbsp;เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งระวังและป้องกันโรคราน้ำค้าง&nbsp;ในพืชไร่&nbsp;พืชสวน&nbsp;และพืชผัก&nbsp;สำหรับฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอ&nbsp;เกษตรกรควรระวังการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&nbsp;ไม้ผล&nbsp;และพืชผัก&nbsp;ซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช&nbsp;เช่น&nbsp;ใบอ่อนและยอดอ่อน&nbsp;ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;ผลผลิตลดลง&nbsp;และด้อยคุณภาพได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301125204102"],
    [9,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐาน 12 พื้นที่ ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 18 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐาน&nbsp;12&nbsp;พื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;12&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;,&nbsp;ต.คลองหนึ่ง&nbsp;อ.คลองหลวง&nbsp;จ.ปทุมธานี&nbsp;,&nbsp;ริมถนนกาญจนาภิเษก&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&nbsp;ลมสงบ&nbsp;และการจราจรหนาแน่น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ยกเว้นวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคมเสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้นและควรเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดในพื้นที่ด้วย&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;18&nbsp;พื้นที่&nbsp;สูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&nbsp;โดยเฉพาะวันที่&nbsp;2&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301123651101"],
    [10,"จ.จันทบุรีเตรียมพร้อมส่งออกผลไม้ปลอดภัย ปลอดโควิด -19","<p><strong>จ.จันทบุรีประชุมเตรียมความพร้อมปฏิบัติแนวทางและมาตรการส่งออกผลไม้ปลอดภัย&nbsp;ปลอดโควิด&nbsp;-19&nbsp;สร้างความมั่นใจผู้บริโภค</strong></p><p><br></p><p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;พืชสวนพลิ้ว&nbsp;</strong>นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;กำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันเชื้อโควิด&nbsp;-19&nbsp;ในโรงคัดบรรจุผลไม้&nbsp;โดยมี&nbsp;สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดจันทบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนผู้ประกอบการส่งออกผลไม้&nbsp;ผู้แทนสมาคมชาวสวนผลไม้&nbsp;ร่วมประชุมในห้องประชุม&nbsp;และมีการประชุมผ่านทางไกล&nbsp;ระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;ที่มี&nbsp;ทูตเกษตรกรุงปักกิ่ง,ทูตเกษตรเมืองกวางโจว,ผู้แทนส่วนราชการส่วนกลางที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;โดยครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมบูรณาการหน่วยงานและภาคเอกชนในการเตรียมความพร้อมส่งออกผลไม้ของเกษตรกรไปยังตลาดปลายทางโดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;และการขนส่ง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติแนวทาง</strong>และมาตรการควบคุมกลไกการผลิตผลไม้ให้ปลอดภัย&nbsp;ปลอดโควิด&nbsp;-19&nbsp;สร้างความมั่นใจผู้บริโภค&nbsp;มีการออกมาตรการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รองรับและเป็นผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนผู้ผลิตทั้งด้านราคา&nbsp;และการกระจายผลผลิตโดยจังหวัดจันทบุรีมุ่งเน้นสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคภายใต้มาตรการโควิดเป็นศูนย์&nbsp;มาตรการความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางสวนผลไม้&nbsp;การเก็บผลผลิต&nbsp;โรงคัดบรรจุผลไม้&nbsp;Covid&nbsp;free&nbsp;setting&nbsp;ขณะที่ทางรัฐบาล&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงเกษตร&nbsp;กระทรวงการต่างประเทศและส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องก็เตรียมพร้อมในการกระจายผลผลิต&nbsp;ผลไม้ของเกษตรกรมีการประสานงานตลาดปลายทาง&nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาดต่างประเทศและในประเทศเพิ่มขึ้นป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การสร้างความมั่นใจนอกเหนือจากรัฐบาล&nbsp;หน่วยงานราชการ&nbsp;</strong>และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแล้ว&nbsp;เกษตรกรเองต้องรักษาคุณภาพผลผลิตของตนเองให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการไม่เห็นแก่ตัวเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเวลาที่เหมาะสมและยึดแนวทางตามประกาศของจังหวัดเรื่องกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนตามมาตรการในการควบคุมป้องกัน&nbsp;และแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดในฤดูการผลิตปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ควบคู่กับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;และGMP&nbsp;Plus&nbsp;สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและรักษาชื่อเสียงของเกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133507124"],
    [11,"พบคราบน้ำมันลักษณะเป็นผงสีดำโผล่หาดแม่รำพึง ชาวประมงเผยเป็นคราบน้ำมันที่ฝังใต้ผืนทราย","<p><strong>ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกลุ่มประมงหาดแม่รำพึงว่า&nbsp;</strong>พบคราบน้ำมันถูกคลื่นซัดลอยมาติดชายหาดแม่รำพึง&nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ตรวจสอบพบ&nbsp;คราบน้ำมันดังกล่าวมีลักษณะเป็นผงสีดำปนกับอยู่กับผืนทราย&nbsp;พบเห็นเป็นระยะทางประมาณ&nbsp;300&nbsp;ม.&nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;มาเก็บกู้และนำไปตรวจสอบ</p><p><strong>นายทวี&nbsp;ศิราธารา&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ม.5&nbsp;ต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง</strong>&nbsp;พร้อมกลุ่มประมงหาดแม่รำพึง&nbsp;ที่ไปตรวจสอบ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คราบน้ำมันที่เห็นคาดว่าน่าจะเกิดจากการขจัดคราบน้ำมันคราวที่ขึ้นบริเวณดังกล่าวในครัังแรก&nbsp;ซึ่งฝังอยู่ในผืนทราย&nbsp;ซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดย่อยสลาย&nbsp;เมื่อถูกคลื่นลมช่วงมรสุมจะพบว่าคราบน้ำมันที่เป็นลักษณะผงฝุ่นสีดำที่อยู่ใต้ผืนทรายในทะเลจะถูกพัดขึ้นมาให้เห็นดังกล่าว&nbsp;ซึ่งจากการขุดทรายบริเวณดังกล่าว&nbsp;พบว่าคราบน้ำมันอยู่ใต้ผืนทรายถึง&nbsp;3&nbsp;ชั้น&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ยังพบเห็นส่วนน้อย&nbsp;แต่คาดว่าในช่วงมรสุมประมาณเดือนพฤษภาคมนี้&nbsp;จะพบเห็นคราบน้ำมันดังกล่าวถูกพัดลอยมาติดชายหาดมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งในส่วนที่มีการใช้สารเคมีกำจัดกลางทะเล&nbsp;ก็จะถูกพัดเข้าฝั่งจะมีลักษณะทาร์บอลหนาแน่นให้เห็นจำนวนมากด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134014131"],
    [12,"เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรังเยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกันตังใต้ ตำบลกันตังใต้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสุคน&nbsp;ศรีเกตุ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางเย็นจิตร์&nbsp;แซ่เลี้ยว&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลกันตังใต้&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มส่งเสริมอาชีพกันตังใต้&nbsp;ตำบลกันตังใต้&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ทางกลุ่มมีกิจกรรมการทำปลาเค็มแดดเดียว&nbsp;และปลูกผักสวนครัว</strong>เพื่อบริโภคในครัวเรือน&nbsp;และจำหน่ายโดยได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตการปลูกผักในโรงเรือน&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยมีการแนะนำให้ทำปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ที่หาได้ในชุมชน&nbsp;การทำน้ำหมัก&nbsp;การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;การใช้น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง&nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าป้องกันโรคพืช&nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลการทำเกษตรและซื้อสินค้าของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกันตังใต้&nbsp;โทร.&nbsp;090&nbsp;-&nbsp;5918533</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134602136"],
    [13,"จังหวัดตรัง จัดเวทีที่ 1 กิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อสร้างรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพในกลุ่มเกษตรสูงวัย กลุ่มผู้สูงอายุบ้านหนองชุมแสง อำเภอย่านตาขาว","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางสาวเกศรินทร์&nbsp;สุวรรณวัฒน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และ&nbsp;นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางประภา&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;จัดเวทีที่&nbsp;1&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อสร้างรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพในกลุ่มเกษตรสูงวัย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีกิจกรรม&nbsp;ส่งเสริมการร่วมกลุ่มโดยมีการร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร</strong>&nbsp;การจัดตั้งกองทุนกลุ่มแม่บ้านฯ&nbsp;และการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรแบบมีส่วนร่วม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่ม&nbsp;และการจัดทำแผนเพื่อสร้างรายได้เสริมในกลุ่มเกษตรสูงวัย&nbsp;เตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สังคมเกษตรสูงอายุ&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมเกษตรสูงวัย&nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรสูงวัยในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา&nbsp;เพื่อสร้างสังคมคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135044140"],
    [14,"เกษตรนาโยง จังหวัดตรัง นำสมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน ศึกษาดูงาน ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม จังหวัดนครศรีธรรมราช","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;นางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;และน.ส.นงลักษณ์&nbsp;เงารัตนพันธิกุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;นำสมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&nbsp;ศึกษาดูงาน&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกะปาง&nbsp;อำเภอทุ่งสง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคูกิจกรรมย่อยที่&nbsp;2&nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกรเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;กิจกรรมย่อยที่&nbsp;2.1&nbsp;ฝึกอบรมและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวัตถุประสงค์ในการดูงาน&nbsp;เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาบริหารจัดการ</strong>กลุ่มเพื่อให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวางแผนด้านการตลาด&nbsp;โดยมีนางพวงน้อย&nbsp;พิพัฒน์ผล&nbsp;(ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม)&nbsp;พร้อมสมาชิกฯ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พาชมระบบนิเวศน์ป่าสาคูเชิงอนุรักษ์&nbsp;และชมผลิตภัณฑ์จากต้นสาคูแท้&nbsp;ได้แก่&nbsp;แป้งสาคูแบบผง&nbsp;แบบเม็ด&nbsp;และผู้ศึกษาดูงานร่วมผลิตแป้งสาคูเป็นเส้นสาคูด้วยเครื่องแบบหมุนมือ&nbsp;และทำขนมชนิดต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ทองม้วน&nbsp;สาคูเปียก&nbsp;ขนมกวน&nbsp;ลอดช่อง&nbsp;เซ็ตสาคูน้ำกะทิสำเร็จรูปสำหรับเป็นของฝาก&nbsp;ช่องทางตลาดขายผ่านเฟสบุ๊ค&nbsp;\"พวงน้อย&nbsp;พิพัฒน์ผล\"&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก&nbsp;รศ.พนม&nbsp;อินทฤทธิ์&nbsp;(อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์</strong>และเทคโนโลยี&nbsp;มทร.ศรีวิชัย&nbsp;นครศรีธรรมราช)&nbsp;ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องผลิตเม็ดแป้งสาคูให้ทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม&nbsp;ร่วมพบปะพูดคุย&nbsp;ให้คำปรึกษาแก่ผู้ศึกษาดูงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง</strong>&nbsp;ของนายพยนต์&nbsp;จันทรมาศ&nbsp;เกษตรกรหมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกะปาง&nbsp;ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางกว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ทำเกษตรผสมผสาน&nbsp;จนประสบความสำเร็จ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นำโดยนางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมติดตามและสังเกตการณ์ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135232142"],
    [15,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง ส่งเสริมการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในทุเรียน และผักฯ เพื่อป้องกันโรครากเน่าในทุเรียนและโรคกุ้งแห้งในพริก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ</strong>&nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาววรรณธิดา&nbsp;เบญจกุล&nbsp;นางวิภารัตน์&nbsp;มาลัยเล็ก&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสาวปรัศนีย์&nbsp;รัตนพงศ์มณี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;สาธิตการทำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าและร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.บ้านโพธิ์&nbsp;อ.เมืองตรัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ร่วมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า&nbsp;และแนะนำการใช้เชื้อราฯ&nbsp;เพื่อป้องกันโรครากเน่าในทุเรียนและโรคกุ้งแห้งในพริกที่เกิดจากเชื้อแอคแทรกโนส&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;เป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน</strong>&nbsp;อาศัยเศษซากพืช&nbsp;ซากสัตว์และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร&nbsp;เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อราหลายชนิด&nbsp;สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โคนิเดีย&nbsp;หรือ&nbsp;สปอร์&nbsp;จำนวนมากรวมเป็นกลุ่มหนาแน่นจนเห็นเป็นสีเขียว&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นศัตรู&nbsp;(ปฏิปักษ์)&nbsp;ต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียน&nbsp;หรือเป็นปรสิต&nbsp;และแข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ&nbsp;นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลิตปฏิชีวนสาร&nbsp;และสารพิษ&nbsp;ตลอดจนน้ำย่อยหรือเอนไซม์สำหรับช่วยละลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคพืช&nbsp;คุณสมบัติพิเศษของเชื้อราไตรโคเดอร์มาคือ&nbsp;สามารถช่วยละลายแร่ธาตุให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช&nbsp;จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135346143"],
    [16,"อำเภอกันตัง   จังหวัดตรัง จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ ครั้งที่ 2","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางบุญญาพร&nbsp;กายเพ็ชร&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นายสมุห์ภัทร์&nbsp;สังข์ไชย&nbsp;และนางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย&nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ศพก.เครือข่ายฯ&nbsp;ม.4&nbsp;ตำบลบางหมาก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายสมบูรณ์&nbsp;ไชยกุล&nbsp;ประธานเครือข่ายแปลงใหญ่ฯ</strong>&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุมในครั้งนี้&nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;ประกอบด้วยคณะกรรมการฯ&nbsp;เจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทยสาขากันตัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้มีการประชุมหารือการดำเนินงานขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;และงานอื่นๆ&nbsp;ดังนี้</p><p>1.แนวทางการรายงานผลการดำเนินงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านจะต้องรายงานผลทุกวันที่&nbsp;5&nbsp;ของเดือนถัดไป&nbsp;</p><p>2.การปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี&nbsp;2565</p><p>3.การดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้งานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</p><p>4.โครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอผลการดำเนินงานและแผนการดำเนินงานต่อไป</p><p>5.รายงานผลการดำเนินงานของแปลงใหญ่ฯจำนวน&nbsp;13&nbsp;แปลง</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของแต่ละชนิดสินค้าเพื่อการปรับปรุงและหา&nbsp;แนวทางการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการศึกษาดูงานเรื่องการทำน้ำตาลจาก&nbsp;ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135542145"],
    [17,"เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอในการพัฒนาด้านการเกษตร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชยันต์&nbsp;ศิริมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;(District&nbsp;workshop&nbsp;:&nbsp;DW)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2665&nbsp;โดยมีนายเศรณี&nbsp;อนิลบล&nbsp;เกษตรจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;กล่าวรายงานฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;รับมอบนโยบายแนวทางการพัฒนาการเกษตรของจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;</p><p><strong>จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong>&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;และกลุ่มอารักขาพืชและกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และฝ่ายบริหารทั่วไป&nbsp;และสรุปผลการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&nbsp;</strong>เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทุกระดับ&nbsp;มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาการดำเนินงาน&nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถและมีความพร้อมในการให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย&nbsp;พัฒนาด้านการเกษตร&nbsp;และการขยายผลงานวิชาการด้วยงานส่งเสริมการเกษตร</p><p><strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์</strong>&nbsp;ได้มอบประกาศเกียรติคุณการคัดเลือกผลงานเกษตรกรบุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครสวรรค์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301142730171"],
    [18,"อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคู พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกรเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุมาลี&nbsp;เสมอเชื้อ&nbsp;และนางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;จัดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคู&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้กำหนดกิจกรรมย่อยที่&nbsp;2&nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกร</strong>เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;การรวมกลุ่ม&nbsp;กิจกรรมย่อยที่&nbsp;2.1&nbsp;ฝึกอบรมและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&nbsp;โดยอบรมฝึกปฏิบัติการทำข้าวเกรียบจากแป้งสาคู&nbsp;และการทำขนมทองม้วนจากแป้งสาคู&nbsp;วิทยากรโดย&nbsp;นางณัฐยมน&nbsp;พุฒนวล&nbsp;(ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาเมร่&nbsp;หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง)&nbsp;ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ร่วมสังเกตการณ์ด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135616146"],
    [19,"เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ปล่อยแตนเบียนควบคุมแมลงดำหนามสวนมะพร้าว ในพื้นที่ตำบลโคกสะบ้า ตำบลนาโยงเหนือ","<p><strong>นายอำนาจ&nbsp;เซ่งเซี่ยง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;</strong>รักษาราชการแทน&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางจรัสศรี&nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;,11&nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;และหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;นำแตนเบียนอะซีโคเดส&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;55&nbsp;มัมมี่&nbsp;สนับสนุนโดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&nbsp;จ.สงขลา&nbsp;(ศทอ.&nbsp;สงขลา)&nbsp;</p><p><strong>โดยประสานผ่านกลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;นำไปปล่อยในสวนมะพร้าว&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อควบคุมแมลงดำหนามที่กำลังระบาดในสวนมะพร้าว&nbsp;ของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลโคกสะบ้า&nbsp;และตำบลนาโยงเหนือ&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับ&nbsp;แตนเบียนอะซีโคเดส&nbsp;เป็นแมลงที่มีประโยชน์ช่วยทำลาย&nbsp;\"แมลงดำหนาม\"&nbsp;ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะยอดที่ยังไม่คลี่&nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&nbsp;หากต้นมะพร้าวถูกทำลายรุนแรงติดต่อกัน&nbsp;ทำให้ทางใบที่ถูกทำลายแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล&nbsp;มองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&nbsp;หรือที่ชาวสวนมะพร้าวมักเรียกว่า&nbsp;\"โรคหัวหงอก\"&nbsp;&nbsp;หากพบการเข้าทำลายให้รีบแจ้งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.)&nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยงหรืออำเภอใกล้เคียงทันที</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135707147"],
    [20,"จังหวัดตรัง จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตร โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตร&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมย่อยการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว</strong>เชิงเกษตรหรือแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวตามวิถีชีวิตใหม่&nbsp;(New&nbsp;Normal)&nbsp;มีเป้าหมายเป็นคณะกรรมการและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองลำพูลุ่มแม่น้ำตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ดำเนินการพัฒนาศักยภาพสมาชิกวิสาหกิจชุมชนในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&nbsp;ด้านการผลิตสินค้าและบริการแก่นักท่องเที่ยว&nbsp;ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยมีการบูรณาการงานร่วมกับท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลบางหมาก&nbsp;ในการให้ความรู้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร</strong>&nbsp;และร่วมกันจะทำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่สามารถส่งต่อนักท่องเที่ยวได้&nbsp;รวมถึงสำรวจความต้องการการรับการสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135819149"],
    [21,"จังหวัดตรัง  จัดเวทีชุมชนพัฒนากลุ่มเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรังเป็นประธานในการจัดเวทีชุมชน</strong>&nbsp;และ&nbsp;มอบหมายนางอุไร&nbsp;แสงภักดี&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตจัดเวทีชุมชน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;&nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;2&nbsp;การพัฒนากลุ่ม/เครือข่ายโดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มและจัดทำแผนพัฒนากลุ่ม&nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯและเจ้าหน้าที่&nbsp;151&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;โดยมีกำหนดจัดเวทีจำนวน&nbsp;3&nbsp;รุ่น&nbsp;</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;รุ่นที่3&nbsp;&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย</strong>&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ตำบลนาวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลนาวง&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีการให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยวิทยากร&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.การพัฒนาพันธุ์ข้าวเบายอดม่วงเพื่อรับรองการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายเอกราช&nbsp;แก้วนางโอ&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง&nbsp;และได้ให้ข้อมูลจุดเด่นด้านโภชนาการของข้าวเบายอดม่วงคือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและสารต้านมะเร็งสูง&nbsp;</p><p>2.การขับเคลื่อนแผนพัฒนาข้าวเบายอดม่วงตามโมเดลเศรษฐกิจแบบแบบใหม่หรือ&nbsp;BCG&nbsp;โมเดล&nbsp;ของจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p>โดยนางสาวเกวลี&nbsp;ปานดำ&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำนาและการแปรรูปข้าวเบายอดม่วงของเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;โดย&nbsp;นางพรรณี&nbsp;คงเอียด&nbsp;นางกมลศรี&nbsp;พลบุญ&nbsp;และนายสมพล&nbsp;รอดทุกข์&nbsp;&nbsp;โดยมีนางสาวนนิดา&nbsp;คุปต์กาญจนากุล&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ดำเนินการเป็นพิธีกรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;รวมทั้งจัดเวทีชุมชนหาความต้องการในการจัดทำบรรจุภัณฑ์ข้าวเบายอดม่วงและการสร้างแบรนด์ของกลุ่ม&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;และมีการประเมินผลการอบรมโครงการฯ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140017151"],
    [22,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องหลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ด้วยการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสุ่มสำรวจก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตรงสะพานท่าเรือตะพง&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมันบนชายหาด&nbsp;ส่วนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมันบนชายหาด&nbsp;เช่นเดียวกับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาด&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;พบทุกจุดอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าวหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้ส่งชุดปฏิบัติการทางบกเดินสำรวจชายหาดติดตามเส้นทางการแพร่กระจายน้ำมันรวม&nbsp;3&nbsp;บริเวณ&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึงตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ถึงบ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยบริเวณห่างจากหินขาวหินดำบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ระยะ&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;//&nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ.)&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;และบ้านเพถึงท่าเรือแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;แต่ยังพบคราบสีดำคล้ายถ่านระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณปากคลองตากวน&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ด้วย</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132907117"],
    [23,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยทั้ง&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือสัปดาห์นี้มีตัวเลขคาดการณ์เพิ่มขึ้นทุกจังหวัด&nbsp;หรือประมาณร้อยละ&nbsp;11&nbsp;ของพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าจากสัปดาห์ก่อน&nbsp;ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140636157"],
    [24,"สระแก้วออกให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ช่วยเกษตรกรแก้ไขปัญหาด้านเการเกษตรแบบครบวงจร","<p><strong>ที่อาคารที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&nbsp;2&nbsp;อ่างเก็บน้ำพระปรง</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลช่องกุ่ม&nbsp;อำเภอวัฒนานคร&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&nbsp;พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยสัตว์น้ำและร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&nbsp;ทั้งการวิเคราะห์ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;การวินิจฉัย&nbsp;โรคพืช&nbsp;โรคสัตว์และการให้วัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้เกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย</p><p><br></p><p>ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140306153"],
    [25,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงาน ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล เขื่อนศรีนครินทร์","<p><strong>ที่&nbsp;ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&nbsp;</strong>จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นายพัฒนา&nbsp;แสงศรีโรจน์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&nbsp;\"เกี่ยวข้าวในนา&nbsp;จับปลาในบ่อ&nbsp;สานต่องานพ่อหลวง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2\"&nbsp;และติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุชีพ&nbsp;มีถม&nbsp;ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;นางสาวสมจิตต์&nbsp;น้ำค้าง&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>นายพัฒนา&nbsp;แสงศรีโรจน์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเดินทางมาในครั้งนี้&nbsp;เพื่อมาดูความก้าวหน้าโครงการสร้างศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ซึ่งเกิดจาก&nbsp;การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ&nbsp;งาน&nbsp;CSR&nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;โดยใช้แนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เป็นเครื่องมือในการนำทางให้กับชุมชนที่อยู่บริเวณรอบ&nbsp;ๆ&nbsp;เขื่อน&nbsp;โรงไฟฟ้า&nbsp;หรือสถานที่ของ&nbsp;กฟผ.&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ทราบข้อมูลจากผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;1&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;</strong>เขื่อนศรีนครินทร์&nbsp;ได้มีการจัดอบรมประชาชนทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นจำนวนกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;สำหรับศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา&nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;มีทั้งหมด&nbsp;10&nbsp;แห่ง&nbsp;ซึ่งจัดตั้งโครงการฯ&nbsp;ดังกล่าวขึ้นมา&nbsp;ในปีบรมราชาภิเษก&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10&nbsp;จึงได้จัดตั้งขึ้นที่&nbsp;7&nbsp;เขื่อนพระนาม&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;โรงไฟฟ้า&nbsp;มุ่งหวังว่า&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ฯ&nbsp;จะช่วยทำให้ชุมชนที่อยู่รอบๆ&nbsp;ได้มีโอกาสเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง&nbsp;และเป็นภูมิคุ้มกันแผ่นดินไทยให้ปลอดภัย&nbsp;มีพอเพียงในเชิงของปัจจัย&nbsp;4&nbsp;</p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301145015182"],
    [26,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า700จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;700&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;ก.พ.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;742&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;186&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;220&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;197&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;159&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;91&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;225&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;79&nbsp;จุด&nbsp;และขอนแก่น&nbsp;48&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนมีการกระจายตัวเพิ่มมากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;ผสมกับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลให้วันนี้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดอำนาจเจริญมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;7,490&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;6,695&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,377&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;3,158&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,509&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;989&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143311175"],
    [27,"จ.แม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อนสะสม (1ม.ค-28 ก.พ 65) 804 จุด เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ ลด pm 2.5","<p><strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน</strong>&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(เมื่อวานนี้)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;804&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;291&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;548&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;137&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;85&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;และ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;45&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง)</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&nbsp;และท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่เขตชุมชน&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอนจ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;พบจุดความร้อนสะสม&nbsp;(1ม.ค-28&nbsp;ก.พ&nbsp;65)&nbsp;804&nbsp;จุด&nbsp;เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ&nbsp;ลด&nbsp;pm&nbsp;2.5</p><p><strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน</strong>&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;(เมื่อวานนี้)&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;804&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;291&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;548&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;137&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;91&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;85&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;และ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;45&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง)</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&nbsp;และท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่เขตชุมชน&nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143428176"],
    [28,"ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ความรู้ด้านการป้องกันโรค การจัดการฟาร์ม และมอบเวชภัณฑ์ แก่แก่เกษตรกร","<p><strong>สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเกษตรสมบูรณ์&nbsp;ติดตามโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่มได้แก่&nbsp;</p><p>1.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านโสกเชือก&nbsp;ม.3&nbsp;ต.โนนกอก&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;6&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ้มเลี้ยงโคบ้านสระ&nbsp;ม.10&nbsp;ต.โนนกอก&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>3.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านหนองคู&nbsp;ม.7&nbsp;ต.สระโพนทอง&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>4.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านตลาด&nbsp;ม.3&nbsp;และ&nbsp;ม.15&nbsp;ต.บ้านหัน&nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;จำนวนสมาชิก&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>เพื่อตรวจติดตาม&nbsp;ให้คำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ของสมาชิกกลุ่ม&nbsp;พร้อมทั้งมอบเวชภัณฑ์ให้สมาชิกในกลุ่มทั้ง&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ให้มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอคอนสาร&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ประเภท&nbsp;คือ&nbsp;1.ฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;ใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่ฟาร์มแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;และ&nbsp;2.ฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;(ต่ออายุ)&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ฟาร์มสุกรจำนวน&nbsp;1&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;2.ฟาร์มโคเนื้อจำนวน&nbsp;2&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;และ3.ฟาร์มไก่พื้นเมือง&nbsp;1&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;พร้อมทั้งให้ความรู้แก่เกษตรกรในด้านการป้องกันโรค&nbsp;การจัดการฟาร์ม&nbsp;และมอบเวชภัณฑ์ให้กับเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155650215"],
    [29,"จ.สมุทรปราการ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;2/2565)&nbsp;ณ&nbsp;วัดบัวโรย&nbsp;ตำบลบางเสาธง&nbsp;อำเภอบางเสาธง&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมนตรี&nbsp;เรืองพันธ์&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;นายธรา&nbsp;สุโพธิ์เงิน&nbsp;นายอำเภอบางเสาธง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และประชาชนเข้าร่วมดังกล่าว</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;ฯ&nbsp;ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี&nbsp;ปีละ&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;โดยในวันนี้มีบุคคลเป้าหมายที่จะให้บริการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ประชาชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;รวมประมาณ&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;การจัดนิทรรศการ&nbsp;การสาธิตของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การให้บริการด้านสุขภาพและการให้บริการของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301145702185"],
    [30,"ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานเปิดการสัมมนาสร้างความตระหนักรู้การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการสัมมนาสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรม&nbsp;พีช&nbsp;ลากูน่า&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์สปา&nbsp;&nbsp;ตำบลอ่าวนาง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมีผู้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้ประกอบการประมง&nbsp;เข้าร่วมสัมมนา&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;คน&nbsp;การจัดสัมมนาฯในครังนี้&nbsp;เพื่อสตร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&nbsp;สิทธิอธิปไตย&nbsp;เขตอำนาจและสิทธิในการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในเขตทะเลด้านการประมง&nbsp;โดยมีเนื้อหาในการสัมมนาประกอบด้วย&nbsp;ปัญหาการทำประมงในพื้นที่เขตทางทะเลจังหวัดกระบี่ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,&nbsp;การทำประมงพื้นบ้านชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล,&nbsp;ปัญหาการทำประมงในพื้นที่เขตทางทะเลจังหวัดกระบี่กับการปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์ป้องกันปราบปรามประมงทะเลกระบี่และแนวทางแก้ไข,&nbsp;การทำประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดสัมมนาฯในวันนี้</strong>&nbsp;ขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่กระบี่&nbsp;และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ&nbsp;รวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากทะเลอย่างสมดุล&nbsp;เพื่อให้สามารถใช้ทะเลได้อย่างยั่งยืนตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>นายปริญญา&nbsp;งอสอน/ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161445233"],
    [31,"จังหวัดตรัง   ประชุมพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง ประจำปี 2565","<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมดังกล่าว&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน</strong>&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;พร้อมทั้งทบทวน&nbsp;สรุปและถอดบทเรียนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งของปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อนำปัญหาอุปสรรคมาปรับปรุงแก้ไข&nbsp;สำหรับการดำเนินงานในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้มีมาตรการป้องกันและแผนการดำเนินการระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และระดับท้องถิ่น&nbsp;มีเป้าหมายบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จะดำเนินงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลโดยการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่&nbsp;ถือเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164501259"],
    [32,"กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อนในวันที่ 2 มีนาคมนี้","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา</strong>&nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ออกประกาศเรื่องการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;&nbsp;ประเทศไทยจะสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;ในวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อน&nbsp;อุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่&nbsp;35&nbsp;&nbsp;องศาเซลเชียสขึ้นไป&nbsp;ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนได้&nbsp;&nbsp;เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ้ายใต้พัดปกคลุมแทน&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;ลักษณะอากาศในช่วงต้นฤดูร้อนนี้&nbsp;</strong>จะแปรปรวนและมีฝนตกเป็นระยะๆ&nbsp;&nbsp;นอกจากนี้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเข้าต่อไปอีกระยะหนึ่งและคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194748343"],
    [33,"นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือปัญหาปุ๋ยราคาแพง ผลมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้แจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบว่า&nbsp;จากติดตามปัญหาปุ๋ยราคาแพง&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;กระทบกับต้นทุนการผลิตและการขนส่ง&nbsp;โดยได้สั่งการให้การอุดมศึกษาไทย&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ช่วยกันบูรณาการทั้งระบบวัตถุดิบ&nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือบรรเทาราคา&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว&nbsp;เพื่อที่จะต่อยอดกิจกรรม</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังติดตามการส่งเสริม&nbsp;soft&nbsp;power&nbsp;ของไทย</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การส่งเสริมมวยไทยให้บรรจุในกีฬาสากลในอนาคต&nbsp;โดยมีการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ&nbsp;เสนอแนวคิดให้บรรจุเป็นวิชาเลือกในหลักสูตรการเรียนการสอน&nbsp;รวมทั้งจัดฝึกอบรม&nbsp;หรือจัดเป็นหลักสูตรเฉพาะกรรมการมวย&nbsp;โดยกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;รับเป็นผู้ประสานงานในการเผยแพร่&nbsp;และสร้างความเข้าใจกับนานาชาติในการส่งเสริมกีฬามวยไทยต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194143329"],
    [34,"ส.สัตวแพทย์ฯ ย้ำไก่ไทยได้มาตรฐานโลก ไม่มีฮอร์โมนเร่งโต ทานได้ปลอดภัย","<p>น.สพ.สุเมธ ทรัพย์ชูกุล นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีกและเลขาธิการสัตวแพทยสภา กล่าวว่า ประเทศไทยมีมาตรฐานการเลี้ยงไก่ระดับโลก และเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ 4 ของโลก ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี&nbsp;โดยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยไม่มีการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต และมีพัฒนาการด้านคุณภาพ มาตรฐาน ระบบการเลี้ยง ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยให้ไก่เติบโตได้ดี มีสุขภาพแข็งแรง มาโดยตลอด&nbsp;</p><p><br></p><p>อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไทย มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้เป็นสายพันธุ์ที่โตเร็ว มีความต้านทานต่อโรค มีเทคโนโลยีการป้องกันโรคที่ดี เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดที่ทันสมัย มีการจัดทำฟาร์มมาตรฐาน GAP รวมทั้งเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของไก่ ทำให้ไก่มีสุขภาพดีและเติบโตได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเสริมสารเร่งโตและยาปฏิชีวนะ&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ กฎหมายประกาศยกเลิกและควบคุมการใช้ฮอร์โมนในไก่อย่างเคร่งครัดมาเป็นเวลากว่า 36 ปีแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศเพิกถอนทะเบียนยาฮอร์โมนชื่อ Hexoestrol ซึ่งเป็นฮอร์โมนตระกูล estrogen ที่ใช้ในสัตว์ปีก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ซึ่งหากมีการลักลอบใช้ ถือว่ามีความผิดและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><br></p><p>น.สพ.สุเมธฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฟาร์มมาตรฐาน GAP ทุกฟาร์มต้องมีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มในการควบคุมกำกับดูแลในการตรวจสอบทั้งด้านสุขภาพสัตว์ ควบคุมการใช้ยา สารเคมีและการจัดการด้านอื่น ๆ ในฟาร์มด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการใช้ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะอย่างผิดวัตถุประสงค์ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตในการเลี้ยงไก่ไทยแน่นอน 100%&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ในประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ มีการเลี้ยงไก่ในโรงเรือนระบบปิดเพื่อป้องกันโรค มีการควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม นำคอมพิวเตอร์มาควบคุมในการเลี้ยงไก่ที่สามารถตรวจเช็คได้ตลอด 24 ชม. ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการลดการสัมผัสของคนและสัตว์ รวมถึงการปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p>ส่วนในกระบวนการผลิตของโรงงานจะมีระบบ GMP HACCP และจะมีระบบการตรวจรับรองคุณภาพต่างๆ ทั้งด้านกายภาพ เช่น ลักษณะเนื้อไก่ คุณภาพ สี ด้านเคมี จะมีการตรวจสารเคมีตกค้าง ด้านจุลชีววิทยา จะมีการตรวจเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ก่อนจำหน่ายออกไป ซึ่งกำกับดูแลโดยกรมปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานการส่งออก ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของโลก ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ไก่ไทยจะมีสารตกค้าง หรือมีสารพิษสะสม&nbsp;</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม กรณีที่กระทรวงดิจิทัลเผยแพร่ว่า กินคอไก่ ปีกไก่ หัวไก่ จะมีสารพิษสะสม โดยอ้าง \"คอไก่\" เป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆ รวมถึงมีการฉีดฮอร์โมนที่บริเวณปีกถึง 4 ครั้ง เพื่อเร่งการเติบโต ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น ขอให้กระทรวงดิจิทัลแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และยกเลิกข้อมูลเท็จดังกล่าวทันที เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของประชาชน</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182418288"],
    [35,"รัสเซียรบยูเครนทำวัตถุดิบป่วน ดันต้นทุนเกษตรกรพุ่ง แนะรัฐปล่อยตามกลไกตลาด ต่อลมหายใจคนเลี้ยง","<p>เจ้ากระทรวงพาณิชย์ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันไปทั่วโลก และอาจมีสินค้าบางรายการปรับราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดา เพราะแนวโน้มสินค้านั้นควรจะปรับตัวขึ้นไปแล้ว ตามภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกตัวที่ปรับราคาไปแล้ว 40-50% อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ราคาปรับจากกิโลกรัมละ 10.50&nbsp;บาท เป็น&nbsp;11.45 บาท ส่วนราคาข้าวสาลีนำเข้าปรับจากกิโลกรัมละ 8.91 บาท เป็น 12.75 บาท และกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าจากกิโลกรัมละ 22.50 บาท เป็น 19.50 บาท ในปัจจุบัน</p><p><br></p><p>และมีแนวโน้มราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อีก&nbsp;หากการสู้รบของรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกธัญพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก มีปริมาณการส่งออกข้าวสาลี และส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมกันราว 29% และ19%&nbsp;ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><br></p><p>วันนี้ผู้นำเข้าและผู้บริโภคปลายทางกำลังวิตก ว่าซัพพลายธัญพืชจะเกิดภาวะชะงักงันจากสงครามยูเครน เพราะต่อให้สงครามยุติตอนนี้ก็ตาม แต่การส่งออกในยูเครนก็ต้องใช้เวลามากถึง 45-60 วัน กว่าจะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง แน่นอนว่าต้องกระทบกับการส่งออกสินค้าธัญพืชสำคัญอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><br></p><p>ที่สำคัญวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับราคาขึ้นเช่นนี้ กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับตั้งแต่ห่วงโซ่แรกของการผลิตอย่างภาคผู้ผลิตอาหารสัตว์ ที่ต้องเจอกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความต้องการใช้สูงถึง 7.98 ตัน แต่ขณะนี้ในประเทศไม่มีผลผลิตข้าวโพดแล้ว ผู้ประกอบการขาดแคลนผลผลิตถึง 3.18 ล้านตัน&nbsp;</p><p><br></p><p>ซ้ำยังติดประเด็นมาตรการรัฐ 3:1 ต้องซื้อผลผลิตข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน แต่เมื่อไม่มีข้าวโพดในประเทศให้ซื้อก็ไม่สามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ ขณะเดียวกัน การซื้อกากถั่วเหลืองยังมีภาษีนำเข้าอีก 2% ซ้ำเติมภาระต้นทุน เพราะต้องสั่งซื้อมาทดแทนปริมาณผลผลิตตัวอื่นที่ขาดแคลน ภาระที่หนักอึ้งเช่นนี้ทำให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์หลายแห่ง จำเป็นต้องทยอยลดกำลังการผลิตลง</p><p><br></p><p>ปัญหาที่ตามมาเป็นลูกโซ่ตกอยู่กับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ที่มีแนวโน้มขาดแคลนอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ หากโรงงานต้องลดการผลิตลงเช่นนี้ และยังต้องเผชิญหน้ากับภาวะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่จำเป็นต้องปรับสูงขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง และเกษตรกรยังต้องเน้นการป้องกันโรคสัตว์และโรคคนอย่างเข้มงวด ด้วยการยกระดับระบบป้องกันโรค Biosecurity ที่กลายเป็นต้นทุนแฝงในการเลี้ยงที่จำเป็นต้องแบกรับ รวมถึงปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนอาจทำให้เกษตรกรที่สายป่านทางการเงินไม่ยาวนัก จำต้องหยุดระบบการผลิตไปอย่างแน่นอน&nbsp;</p><p><br></p><p>ดังเช่นภาคผู้เลี้ยงไก่ที่เริ่มวิตกกังวล ทำให้หลายคนเริ่มจะพักการเลี้ยงไว้ก่อนแล้ว ดีกว่าต้องมาเสี่ยงแบกรับภาระขาดทุนสูง และเสี่ยงต่อภาวะไม่มีอาหารสัตว์เลี้ยงไก่ รวมทั้งยังต้องทำตามมาตรการรัฐด้วยการตรึงราคาไก่หน้าฟาร์มไว้ ไม่สามารถขายได้ตามต้นทุนที่แท้จริง หากราคาวัตถุดิบยังคงสูงต่อไป เกษตรกรไม่มีทางอยู่รอดได้ ที่สุดแล้วผลพวงสุดท้ายจะตกกับผู้บริโภคที่อาจต้องขาดแคลนเนื้อสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p>ดังนั้นภาครัฐต้องหันกลับมามองปัญหาที่แท้จริง เร่งแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงเกินไป ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่จะสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ต่อไป ไม่ใช้วิธีตรึงราคา แต่ต้องปล่อยให้ราคาสินค้าปศุสัตว์เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งเรื่องนี้มีผลสำเร็จให้เห็นแล้วจากราคาหมูที่ลดลงจากกลไกตลาดที่ทำงานอย่างเสรีโดยไม่มีการควบคุม ทำให้เกษตรกรได้เดินหน้าอาชีพช่วยต่อลมหายใจคนเลี้ยง เพื่อไม่ต้องให้คนทั้งประเทศต้องเสี่ยงกับความมั่นคงทางอาหารที่อาจสั่นคลอนได้./</p><p><br></p><p>เรื่องโดย กันยาพร สดสาย นักวิชาการด้านปศุสัตว์</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182443289"],
    [36,"กลไกตลาดเสรี ปล่อยวางราคาสินค้าตามต้นทุน ทางรอดเกษตรกร","<p>สถานการณ์วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน กลายเป็นชนวนที่สร้างความสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดของหลายประเทศทั่วโลก&nbsp;&nbsp;โดยสิ่งที่ได้รับผลกระทบที่เห็นกันชัดๆ อาทิ ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงทันที รวมถึงราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ตลอดจนอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้ปลูกพืชรายใหญ่ของโลก ทั้งข้าวสาลี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาอาหารโลกสูงขึ้นด้วย&nbsp;โดยการส่งออกข้าวสาลีของทั้งสองประเทศรวมกันคิดเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีอันดับสามของโลก มีสัดส่วนที่ร้อยละ 29 ของการส่งออกข้าวสาลีทั่วโลก และมีสัดส่วนการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ร้อยละ 19 ของตลาดโลก</p><p><br></p><p>ผลของสงครามส่งผลให้ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาเพิ่มขึ้นแล้ว 15 %&nbsp;&nbsp;สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะนี้มีราคาที่กิโลกรัมละ 12 บาท จากเดิมในปี 2564 มีราคากิโลกรัมละ 8-9 บาท&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นกว่า 34% ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยราคาปรับขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 11.45 บาท&nbsp;นับเป็นการเพิ่มขึ้นที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์</p><p><br></p><p>นั่นหมายความว่าต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ทั้งหมู ไก่ ไก่ไข่ ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นไปด้วย&nbsp;แล้วผู้เลี้ยงสัตว์จะอยู่กันได้อย่างไร</p><p><br></p><p>ถึงเวลาที่กระทรวงพาณิชย์ควรพิจารณานำกลไกตลาดเสรีมาปรับใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์&nbsp;มากกว่าจะปล่อยให้ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องแบกรับภาระต้นทุนแทนรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมา</p><p><br></p><p>ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการคุมราคาสินค้าอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ทั้งเนื้อหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบตรงจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตุลาคม 2564 แต่ราคาขายปลีกกลับถูกควบคุมไว้ไม่เป็นไปตามกลไกการตลาด ทำให้เกษตรกรแบกภาระขาดทุนสะสม</p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเชิญสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่มาหารืออีกครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกันให้เกิดผลดีที่สุด ทั้งต่อเกษตรกรและฟาร์ม ผู้รวบรวมไข่ รวมทั้งผู้บริโภค&nbsp;จะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้&nbsp;หลังจากมีการพูดคุยกันมาตลอด&nbsp;และขณะนี้ราคาไข่ไก่ก็ไม่จัดว่าสูงเกินสมควร เพราะราคากำกับที่ฟองละ 3.50 บาท มีราคาเฉลี่ยที่ฟองละ 3.29 บาท</p><p><br></p><p>ล่าสุดคุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนเป็นตัวเร่งที่ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงอยู่ขณะนี้แพงขึ้นไปอีก&nbsp;&nbsp;การสั่งนำเข้าข้าวสาลีล่วงหน้าที่จะส่งมอบในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนั้น ปัจจุบันได้รับแจ้งว่า อาจส่งมอบไม่ได้ เนื่องจากแนวโน้มสงครามที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้น อาจกระทบด้านการขนส่งสินค้าด้วย หากว่า วัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้&nbsp;จำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องลดการผลิต&nbsp;หรือหาแหล่งนำเข้าสำรองจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย&nbsp;และยอมนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาแพง พร้อมปรับราคาเนื้อสัตว์ให้สูงขึ้นในระดับที่สอดคล้องกับต้นทุน เพื่อให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด</p><p><br></p><p>ทางฟากผู้เลี้ยงสัตว์บอกกล่าวกันมาตลอดตั้งแต่ยังไม่มีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ถึงปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศที่มีราคาสูง ทำให้มีต้นทุนการเลี้ยงสูงแต่ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแลใดๆ</p><p><br></p><p>จากนี้จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องเร่งหาแนวทางเพื่อช่วยผ่อนคลายภาระต้นทุนของผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;จากมาตรการดูแลพืชอาหารสัตว์ในประเทศ ด้วยการยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีที่มีอัตรา 3:1&nbsp;รวมทั้งเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO และ AFTA โดยยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียมในปริมาณขาดแคลน ในปี 2565 และยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2 %&nbsp;&nbsp;</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182504290"],
    [37,"กอนช. ขอให้ประชาชนใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงระวังการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนเพิ่มการระบายน้ำช่วง 4 - 10 มี.ค.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนใน&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงระวังการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างฉับพลัน&nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนเพิ่มการระบายน้ำช่วง&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;ฉบับที่&nbsp;4&nbsp;หลังพบระดับน้ำจากสถานีจิ่งหง&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;66&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำจากเดิม&nbsp;997&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เป็นอัตราการระบายน้ำ&nbsp;1,463&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;จึงขอแจ้งเตือนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณอำเภอเชียงคาน&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;,&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และอำเภอโขงเจียม&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขง&nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมเตรียมเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301191412313"],
    [38,"เทศบาลเมืองเบตงร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก","<p><strong>วันนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสภา&nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายจรัญ&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ&nbsp;(ชุมชนสวนผัก)</p><p><strong>นายจรัญ&nbsp;จันทร์ทิพย์&nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;เป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในปัจจุบัน&nbsp;การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&nbsp;สาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;คือ&nbsp;การดำเนิน&nbsp;กิจกรรมต่างๆ&nbsp;ของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;สู่ชั้นบรรยากาศ&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้พลังงานในครัวเรือน&nbsp;การใข้พลังงานในภาคธุรกิจการค้า&nbsp;การขนส่ง&nbsp;การจัดการของเสีย&nbsp;กิจกรรมการเกษตร&nbsp;ฯลฯ&nbsp;เทศบาลเมืองเบตงจึงร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;16&nbsp;(สงขลา)&nbsp;จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และชุมชน&nbsp;ดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;พร้อมพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมให้ชุมชนสู่การเป็นสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193707325"],
    [39,"จังหวัดนนทบุรีจัดประชุมสรุปผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายวงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตก (บางขุนเทียน-บางปะอิน)","<p><strong>นายอภิชัย&nbsp;อร่ามศรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมสรุปผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&nbsp;สายวงแหวนรอบนอก&nbsp;กทม.&nbsp;ด้านตะวันตก&nbsp;(บางขุนเทียน-บางปะอิน)&nbsp;รวมถนนเชื่อมต่อวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกและด้านตะวันออก&nbsp;และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา</p><p><strong>โครงการนี้เกิดจาก&nbsp;กรมทางหลวงมีความต้องการที่จะพัฒนาถนน</strong>วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก&nbsp;ช่วงบางขุนเทียน-บางปะอิน&nbsp;ให้เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่มีการควบคุมทางเข้า-ออก&nbsp;โดยสมบูรณ์เพื่อรองรับกับถนนวงแหวนด้านตะวันออกและด้านใต้ที่มีการควบคุมทางเข้าออกโดยสมบูรณ์แล้ว&nbsp;ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงกับโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ&nbsp;เป็นผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น&nbsp;ต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสินค้าลดลงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ</p><p><strong>โครงการมีระยะทาง&nbsp;7875&nbsp;กิโลเมตรครอบคลุมเขตปกครอง</strong>ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&nbsp;จังหวัดนนทบุรีจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5&nbsp;เขต&nbsp;&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;14&nbsp;แขวง&nbsp;26&nbsp;ตำบลและ&nbsp;233&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;โดยศึกษาสิ่งแวดล้อมด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;คุณภาพอากาศ&nbsp;เสียง&nbsp;ความสั่นสะเทือน&nbsp;การคมนาคมขนส่ง&nbsp;อุบัติเหตุและความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง&nbsp;เกษตรกรรม&nbsp;การโยกย้ายและการเวนคืน&nbsp;ประวัติศาสตร์และโบราณคดี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193212319"],
    [40,"จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ อบจ.อยุธยา จัดฝึกอบรมหลักสูตร การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPU)","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องกรุงศรีอยุธยา&nbsp;1</strong>&nbsp;โรงแรมกรุงศรีริเวอร์&nbsp;นายประทีป&nbsp;การมิตรี&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร&nbsp;การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(EPU)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยมี&nbsp;นางสมทรง&nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&nbsp;นายกองค์การบริหารสวนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;มีนายนายสมศักดิ์&nbsp;สันธินาค&nbsp;ประธานเครือข่าย&nbsp;ทสม.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;มาร่วมทำพิธีเปิดในครั้งนี้&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นางสมทรงฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจัดฝึกอบรมในวันนี้&nbsp;</strong>สืบเนื่องจากกองสาธารณสุข&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้รับอนุมัติให้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;หลักสูตร&nbsp;การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยประสานความร่วมมือกับ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อถล.&nbsp;ทสม.&nbsp;และประชาชนมีความเข้าใจในการให้ความร่วมมือจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้ง&nbsp;บทบาทหน้าที่ของการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อเสริมสร้างและสนับสนุน</strong>ความรู้ด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม&nbsp;และการเฝ้าระวังมลพิษในสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จิตอาสาประชาชน&nbsp;อถล.&nbsp;และ&nbsp;ทสม.&nbsp;ด้าน&nbsp;นายประทีปฯ&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัญหาขยะของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;เป็นปัญหาที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;นำ<strong>โดย&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong>&nbsp;วางนโยบายในการส่งเสริมให้องค์กรต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงภาคครัวเรือน&nbsp;คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;รวมถึงมอบหมายองค์กรปกครองท้องถิ่นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;วางแนวทางในการบริหารจัดการขยะภาคครัวเรือน&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพ&nbsp;และส่งเสริมภาพลักษณ์&nbsp;\"อยุธยา&nbsp;เมืองสะอาด\"&nbsp;สร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&nbsp;ที่เดินทางมาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ผู้เข้าอบรมจะได้นำข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ไปปรับใช้ตามพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว&nbsp;:&nbsp;สำนกงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;</p><p>เว็ปไซต์&nbsp;:&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194122328"],
    [41,"รอง ผอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา  ตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำสีชมพูอมม่วงผุดในบ่อน้ำประชาชน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>พ.อ.อรรชัย&nbsp;รักษาศิลป์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;ข้อเท็จจริงกรณีมีน้ำสีชมพูผุดขึ้นมาในบ่อน้ำของประชาชน&nbsp;บ้านหนองสมอ&nbsp;ตำบลหนองระเวียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีนายบัญชา&nbsp;&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองระเวียง&nbsp;และผู้จัดการเขตอุตสาหกรรมสุรนารี&nbsp;เข้าร่วมการตรวจสอบ&nbsp;สรุปผลการตรวจสอบดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;นำเสนอหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวีดีโอผลการตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;ซึ่งตรวจพบการระบายน้ำทิ้งสีชมพูแดงออกจากโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี&nbsp;จึงติดตามดูทิศทางการไหลของน้ำสีชมพูแดงดังกล่าว&nbsp;พบว่าน้ำทิ้งดังกล่าวไหลไปตามรางระบายน้ำด้านข้าง&nbsp;บริษัท&nbsp;ศรีไทยซุเปอร์แวร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และซึมหายไปในรางระบายน้ำ&nbsp;คล้ายกับมีรอยแตกร้าวหรือโพรงใต้แนวรางระบายน้ำบริเวณดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.บ่อบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่เข้าตรวจสอบสภาพผิวน้ำเป็นสีชมพู&nbsp;แต่น้ำทิ้งที่ระบายออกมีสีใส&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งขณะกำลังระบายออกสู่ภายนอกไปตรวจสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;และเก็บตัวอย่างน้ำสีชมพูอมม่วงในบ่อของประชาชนไปตรวจสอบ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;นำตรวจสอบบริเวณรางระบายน้ำในเขตอุตสาหกรรมสุรนารีที่ตรวจพบการรั่วไหลของน้ำเสีย&nbsp;โดยผู้จัดการเขตอุตสาหกรรมสุรนารี&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;จะตรวจสอบระบบรางระบายน้ำดังกล่าวภายใน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;หากพบว่ามีการรั่วไหลของ&nbsp;น้ำเสียจะดำเนินการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301212707365"],
    [42,"ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าภารกิจขจัดคราบน้ำมันในทะเลและการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำทำการซ่อมวาล์วต่อเนื่องจากช่วงเช้า&nbsp;และได้รับแจ้งว่าจะซ่อมทำเสร็จเวลาประมาณ&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;หลังจากนั้นจะทำการทดสอบแรงดันกับตัววาล์วในวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;โดยขณะที่ปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;พบว่ามีคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบาง&nbsp;ขนาด&nbsp;3x50&nbsp;เมตร&nbsp;มีกลิ่น&nbsp;บริเวณทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;ออกมาเป็นบางช่วง&nbsp;และมีเรือคอยพ่นน้ำยาเป็นระยะ&nbsp;ส่วนพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานว่ายังไม่พบคราบน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;ได้มีการจัดชุดเฝ้าระวังคราบและฟิล์มน้ำมันทั้งทางบกและทางน้ำ&nbsp;รวมถึงเก็บทำความสะอาด&nbsp;Tar&nbsp;ball&nbsp;บริเวณชายหาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานั้น&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมงเกาะเสม็ด&nbsp;จำนวน&nbsp;37&nbsp;ราย&nbsp;ที่โรงเรียนเกาะแก้วพิสดารเกาะเสม็ด&nbsp;และในวันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;&nbsp;บริษัทจะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมงอีก&nbsp;17&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;617&nbsp;ราย&nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ส่วนกรณีประชาชนและผู้สื่อข่าวร้องเรียน&nbsp;พบคราบตะกอนดำและได้กลิ่นน้ำมัน&nbsp;เวลาประมาณ&nbsp;10.26&nbsp;น.&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;และ&nbsp;SECOT&nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตะกอนดำ&nbsp;ผลการทดสอบเบื้องต้นไม่ใช่คราบน้ำมันและไม่มีกลิ่น&nbsp;ซึ่งศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองและ&nbsp;SECOT&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดต่อไป</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</strong>จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,936&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากต้องการยื่นเรื่องร้องทุกข์ให้ติดต่อที่สายด่วน&nbsp;SPRC&nbsp;โทร.&nbsp;038-699881&nbsp;ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&nbsp;เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ&nbsp;การคำนวณการขาดรายได้&nbsp;รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ/ร้านค้า/หาบเร่/แผงลอยหรืออื่น&nbsp;ๆ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-01-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302004548405"],
    [43,"ทหารพรานที่ 35 ผนึกกำลังชาวท่าสองยาง จ.ตาก ทำแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 พันเอก จักรพงษ์ เทพพันธุ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3503&nbsp;ได้จัดกำลังพล ร่วมกับจิตอาสาพระราชทานอำเภอท่าสองยาง ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 กองกำลังนเรศวร กำนันตำบลแม่หละ คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกกก และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่บ้านห้วยนกกก ร่วมกันทำแนวกันไฟบริเวณป่าชุมชนบ้านห้วยนกกก หมู่ที่ 4 ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งมีเนื้อที่ป่าชุมชน จำนวน 2,000 ไร่ เพื่อเป็นการบริหารจัดการลดปริมาณเชื้อเพลิง และเป็นการป้องกันการเกิดไฟป่า ลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 และ PM 2.5 ที่ก่อมลพิษในอากาศในพื้นที่ ซึ่งแนวกันไฟมีขนาดความกว้าง 3 เมตร ระยะทางยาว 2 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 313 คน</p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สวท.แม่สอด จ.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302023919423"],
    [44,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ชมโรงเรียนสามารถจัดการได้ตามแผนเผชิญเหตุ หลังมีนักเรียนติดเชื้อ COVID-19 ในสถานศึกษา พร้อมปรับรูปแบบการเรียนจาก On Site เป็น On Line หรือ On Hand ตามสถานการณ์","<p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong style=\"background-color: white; color: black;\">ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ชมโรงเรียนสามารถจัดการได้ตามแผนเผชิญเหตุ หลังมีนักเรียนติดเชื้อ COVID-19 ในสถานศึกษา พร้อมปรับรูปแบบการเรียนจาก On Site เป็น On Line หรือ On Hand ตามสถานการณ์ </strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style=\"background-color: white; color: black;\">วันนี้ (1 มี.ค. 65) นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล , พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล , ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่อยู่ระหว่างการกักตัวสังเกตอาการหลังเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงภายใน HQ และผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายใน HI ในพื้นที่อำเภอควนกาหลง และเยี่ยมโรงเรียนในอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล หลังนักเรียนติดเชื้อ COVID-19 หลายราย พร้อมติดตามการบริหารจัดการตามแผนเผชิญเหตุของโรงเรียนต่างๆ โดยมีนายประหยัด สุขขี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และคณะผู้บริหารโรงเรียนร่วมให้การต้อนรับ</span></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style=\"background-color: white; color: black;\">สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและคณะ เยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพ สิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคให้แก่ประชาชนพื้นที่อำเภอมะนัง 2 หลังคาเรือน จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมทั้งติดตามการบริหารจัดการแผนเผชิญเหตุโรงเรียนในพื้นที่อำเภอมะนัง จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนนิคมพัฒนาผัง 6 , โรงเรียนผังปาล์ม 2 , โรงเรียนผังปาล์ม 3 และโรงเรียนอนุบาลมะนัง ซึ่งได้มีการปรับรูปแบบรองรับสถานการณ์นักเรียนติดเชื้อ COVID-19 ภายในโรงเรียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวชื่นชมการบริหารจัดการตามแผนเผชิญเหตุของแต่ละโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนที่ติดเชื้อมากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็สามารถจัดการได้ โดยนักเรียนบางแห่งมีการเรียนรู้ในการกักตัวและการดูแลเพื่อนที่มีอาการป่วย เช่น การเช็ดตัวเพื่อน , การจดบันทึกอุณภูมิร่างกาย , การจดบันทึกระดับออกซิเจนในเลือดจากเครื่องตรวจวัด ซึ่งภายหลังกักตัวหรือรักษาตัวครบแล้ว ทางโรงเรียนได้ออกใบรับรองการสังเกตอาการให้ทุกราย </span></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span style=\"background-color: white; color: black;\">ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้จังหวัดสตูลมีการอนุญาตให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนแบบ On Site มากถึง 90 เปอร์เซ็น โดยโรงเรียนแต่ละแห่งสามารถบริหารจัดการได้ดี และมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จากการเรียนแบบ On Site เป็นเรียนรูปแบบ On Line หรือ On Hand เด็กก็จะสามารถเรียนหนังสือต่อไปได้ ส่วนนักเรียนที่ติดเชื้อแล้ว รักษาตัวที่บ้านรูปแบบ HI ปัจจุบันรัฐบาลมีแนวทางการจัดการแบบ เจอ-แจก-จบ คือ เมื่อเจอว่าเป็นผู้ติดเชื้อก็จะเข้าสู่ระบบการรักษา โดยหน่วยงานสาธารณสุขจะแจกจ่ายยาให้สอดคล้องกับอาการและความเสี่ยง โดยมี 3 สูตรด้วยกัน คือ สูตร 1 จ่ายยาฟาวิพิราเวีย ให้แก่กลุ่มเปราะบาง&nbsp;ผู้มีโรคประจำตัว เป็นต้น , สูตร 2 จ่ายยาฟ้าทะลายโจร ให้แก่ผู้ที่มีอาการไม่มาก และจ่ายยารักษาตามอาการ สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือเป็นกลุ่มสีเขียว โดยประชาชนเริ่มเข้าใจและปรับเปลี่ยนบ้านให้เป็น HI ได้ดีขึ้น ส่วนบ้านไหนที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น HI ได้ ก็สามารถเข้ารับการรักษาตัวที่ CI ของแต่ละพื้นที่ได้เช่นกัน</span><strong style=\"background-color: white; color: black;\"> </strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302023629419"],
    [45,"กรมปศุสัตว์ย้ำ ไก่ไทยไร้สารตกค้าง ไร้ฮอร์โมน ผู้บริโภคมั่นใจทานได้ปกติ คู่ค้ามั่นใจส่งออกได้ต่อเนื่อง","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตามที่มีรายงานทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็น&nbsp;เรื่อง&nbsp;กินคอไก่&nbsp;ปีกไก่&nbsp;และหัวไก่&nbsp;จะมีสารพิษ&nbsp;เมื่อทานแล้วสะสม&nbsp;เสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย&nbsp;นั้น&nbsp;</strong>กรมปศุสัตว์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว&nbsp;สรุปว่าเป็นข่าวปลอมไม่เป็นความจริง&nbsp;การนำเสนอข้อมูลเท็จนี้&nbsp;สามารถสร้างความตื่นตะหนกให้แก่ประชาชนผู้บริโภคเนื้อไก่ได้&nbsp;และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกรายใหญ่ของโลกได้&nbsp;เพื่อเป็นการคุ้มครองและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;จึงได้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้บริโภค&nbsp;และให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลสินค้าปศุสัตว์ให้มีความปลอดภัยอาหาร&nbsp;รักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งในประเด็นกินไก่&nbsp;ส่วนคอไก่&nbsp;ปีกไก่&nbsp;และหัวไก่&nbsp;ทำให้ได้รับสารพิษสะสมในร่างกายเกิดอันตรายนั้น&nbsp;ทางข้อมูลทางวิชาการต้องขอชี้แจงว่า&nbsp;ไก่เป็นสัตว์ปีก&nbsp;ที่ไม่มีต่อมน้ำเหลือง&nbsp;แต่จะมีต่อม&nbsp;Thymus&nbsp;ที่คอ&nbsp;และจะฝ่อไปเมื่อไก่โตขึ้น&nbsp;โดยเมื่อไก่โตขึ้นระบบต่อมน้ำเหลืองในไก่จะเป็นลักษณะเนื้อเยื่อที่อยู่ในทางเดินอาหาร&nbsp;จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการสะสมของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่คอไก่&nbsp;และหัวไก่ไม่สามารถสะสมสารพิษได้&nbsp;เนื่องจากไก่ไม่มีต่อมพิษที่หัว&nbsp;และไก่ยังมีตับและไตที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกายเหมือนกับมนุษย์ด้วย&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์มีการเก็บตัวอย่างเพื่อสำรวจสารตกค้างในเนื้อสัตว์เป็นประจำทุกปี&nbsp;</strong>ซึ่งจากผลการตรวจสอบตรวจพบว่าไม่มีการใช้ฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตในเนื้อไก่แน่นอน&nbsp;นอกจากนี้ได้มีการเก็บตัวอย่างทั้งเนื้อไก่และเครื่องในตรวจหาสารตกค้างต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงฮอร์โมนทั้งที่ฟาร์มและโรงฆ่าสัตว์&nbsp;ดำเนินการมามากกว่า&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ซึ่งผลจากการตรวจวิเคราะห์ฮอร์โมนรวมจำนวนกว่า&nbsp;2,505&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ทั้งหมดไม่พบสารตกค้างของฮอร์โมน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังไม่เคยพบรายงานการติดพยาธิจากการบริโภคเนื้อไก่</strong>&nbsp;เนื่องจากพยาธิต้องการมีความจำเพาะต่อร่างกายของโฮสต์&nbsp;แต่ร่างกายของมนุษย์ไม่มีความจำเพาะต่อพยาธิที่ติดในไก่&nbsp;จึงทำให้ไม่เคยมีรายงานการติดพยาธิจากการบริโภคไก่มาก่อน&nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจเนื้อไก่&nbsp;รวมทั้งคอไก่&nbsp;ปีกไก่&nbsp;และหัวไก่ที่จำหน่ายในไทยยังมีความปลอดภัยรับประทานได้ตามปกติ&nbsp;ไม่มีสารตกค้าง&nbsp;ไม่มีฮอร์โมน&nbsp;และแนะปรุงสุกก่อนนำมารับประทานทุกครั้ง</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111633468"],
    [46,"กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำท่วมพื้นที่เกษตรภาคใต้","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากที่มีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ว่าด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำที่พัดผ่านปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีคลื่นลมแรงบริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ตรัง&nbsp;และสตูล&nbsp;ประมาณ&nbsp;60-70&nbsp;%&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;โดยคาดว่าจะมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;พัทลุง&nbsp;ยะลา&nbsp;และสงขลา&nbsp;พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหาย&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;80,153&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</strong>&nbsp;พร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเบื้องต้นหลังน้ำลด&nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว&nbsp;โดยต้องดำเนินการสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;ในกรณีที่วงเงินที่จะชดเชยไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;แสนบาท&nbsp;จะเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ&nbsp;พิจารณาให้การช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;หากวงเงินชดเชยเกินกว่า&nbsp;5&nbsp;แสนบาท&nbsp;จะต้องเร่งเสนอ&nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&nbsp;พิจารณาให้การช่วยเหลือ&nbsp;ภายใน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;และหากเกินวงเงิน&nbsp;20&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จะต้องเสนอกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เพื่อสรุปเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาให้การช่วยเหลือต่อไป</p><p><strong>สำหรับแนวทางการช่วยเหลือนั้น</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนเกษตรกรพันธ์พืชทันที&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;262,000&nbsp;ต้น&nbsp;ที่เป็นพืชที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกและรับประทานในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งหัวเชื้อสำหรับให้เกษตรกรขยายเชื้อเอง&nbsp;เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟู&nbsp;ป้องกันเชื้อราสาเหตุโรคพืชให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยภายหลังน้ำลด</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>สำหรับเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ในอัตราดังนี้&nbsp;ข้าว&nbsp;1,340&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;1,980&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;4,048&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;30&nbsp;ไร่&nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112108474"],
    [47,"เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว เตือนยังเกิดสภาพอากาศแปรปรวนมีฝนฟ้าคะนอง","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย</strong>&nbsp;รองอธิบดีและรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.)&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่&nbsp;35&nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&nbsp;ช่วงต้นฤดูร้อนอากาศยังแปรปรวนเกิดฝนฟ้าคะนองเป็นระยะ&nbsp;ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ยังคงจะมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับฤดูร้อนปีนี้&nbsp;คาดว่าจะยาวนานไปจนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม</strong>&nbsp;&nbsp;ช่วงที่อากาศร้อนสูงสุดปีนี้จะอยู่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน&nbsp;&nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงที่สุดประมาณ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;43&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออก&nbsp;อุณหภูมิสูงที่สุดประมาณ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;42&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;&nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองได้ในบางวัน&nbsp;&nbsp;ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกร้อยละ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน&nbsp;จากนั้น&nbsp;ฝนจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและอากาศร้อนจัด&nbsp;</strong>ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตก&nbsp;หรือบางครั้งอาจมีไฟป่าเกิดขึ้นจากอากาศที่ร้อนและแห้งในบางพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115633518"],
    [48,"รองผู้ว่าฯ ตรัง  ประชุมพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง ประจำปี 2565","<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&nbsp;ที่ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมดังกล่าว&nbsp;เพื่อพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;</strong>และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;พร้อมทั้งทบทวน&nbsp;สรุปและถอดบทเรียนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งของปี&nbsp;2564&nbsp;เพื่อนำปัญหาอุปสรรคมาปรับปรุงแก้ไข&nbsp;สำหรับการดำเนินงานในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้มีมาตรการป้องกันและแผนการดำเนินการระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;และระดับท้องถิ่น&nbsp;มีเป้าหมายบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;จะดำเนินงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลโดยการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่&nbsp;ถือเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302102935439"],
    [49,"นายกสมาคมไก่ไทย จี้รัฐบาล เร่งช่วยเหลือวัตถุดิบอาหารสัตว์","<p><strong>นายกสมาคมไก่ไทย&nbsp;จี้รัฐบาล&nbsp;เร่งช่วยเหลือวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;หลังรัสเซียและยูเครนเปิดศึกยิงกันแล้ว&nbsp;เหตุเป็นแหล่งนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;ข้าวโพดสำคัญ</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.ฉวีวรรณ&nbsp;คำพา&nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อยู่ในความควบคุมของภาครัฐโดยเฉพาะกรมการค้าภายใน&nbsp;ซึ่งขณะนั้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ก็พุ่งอยู่แล้ว&nbsp;และในขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&nbsp;กับยูเครน&nbsp;ที่ได้เปิดศึกยิงใส่กัน&nbsp;มีผลอย่างยิ่งต่อราคาธัญพืช&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ&nbsp;ทั้งข้าวสาลี&nbsp;ข้าวโพดสำหรับข้าวสาลีนำเข้า&nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงไก่&nbsp;ราคาปรับสูงขึ้นจาก&nbsp;8-9&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;12&nbsp;บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน&nbsp;ขณะที่ข้าวโพดในประเทศไทย&nbsp;ราคาปรับไปถึง&nbsp;11.10&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ราคาขึ้นมาสูงกว่า&nbsp;50-60%&nbsp;แล้ว&nbsp;ยังไม่นับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะสูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ดร.ฉวีวรรณ&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;ทางสมาคมและผู้ประกอบการยังเคยแนะแนวทางแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูง</strong>&nbsp;โดยรัฐบาลควรลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ทั้งกากถั่ว&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;และวัตถุดิบอื่นๆ&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ&nbsp;แต่รัฐบาลยังนิ่ง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สิ่งที่ขอฝากไปยังรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์คือ&nbsp;การแก้ไขปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม&nbsp;เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรก็พูดมาตลอดว่าแบกรับต้นทุนมาตลอด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งตนเป็นนายกนายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์มา&nbsp;20&nbsp;ปีแล้ว</strong>&nbsp;และอยู่กับสมาคม&nbsp;เกือบ&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;พบเห็นการบริหารประเทศมาหลายรัฐบาล&nbsp;ขอฝากให้รัฐบาลชุดนี้ดูแล&nbsp;และแก้ปัญหาให้ตรงจุด&nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ถ้ารัฐไม่สามารถควบคุมราคาวัตถุดิบจากผลกระทบของสถานการณ์ยูเครน&nbsp;ก็ควรปล่อยให้ราคาไก่และไก่ไข่เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประเทศรัสเซียและยูเครน&nbsp;มีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกันประมาณ&nbsp;29%&nbsp;ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก&nbsp;ส่วนข้าวโพด&nbsp;19%&nbsp;ของตลาดโลก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302134531582"],
    [50,"สนง.ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมงานโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังฯ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ การทำฟางปรุงแต่งยูเรียผสมกากน้ำตาล แก่เกษตรกรและผู้สนใจ","<p><strong>วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;น.สพ.ดร.&nbsp;อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอนมอบหมาย&nbsp;</strong>นายอมรินทร์&nbsp;เดชานุวัติ&nbsp;นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการและร่วมงานโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;แปลงสาธิตการไถกลบตอซัง&nbsp;บ้านกุงไม้สัก&nbsp;ม.&nbsp;2&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตามแผนการจัดโครงการฯ&nbsp;ของสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;6&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดงาน</p><p><strong>ซึ่งประโยชน์จากการไถกลบตอซัง</strong>&nbsp;ทำให้โครงสร้างดินมีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;แร่ธาตุอาหารในดินเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการใส่ปุ๋ย&nbsp;หมักมีอินทรีย์วัตถุ&nbsp;แร่ธาตุ&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;โพแทสเซียมในดินเพิ่มมากขึ้นและช่วยในการย่อยสลายได้เร็วขึ้นการใส่นํ้าสกัดชีวภาพมี&nbsp;อินทรีย์วัตถุ&nbsp;แร่ธาตุฟอสฟอรัส&nbsp;โพแทสเซียมในดินเพิ่มมากขึ้นและช่วยในการยอยสลายได้เร็วขึ้น</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์ฯ&nbsp;ได้จัดนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง&nbsp;การผลิตอาหารหมักจากเปลือกข้าวโพด&nbsp;(สวทช.)&nbsp;และการทำฟางปรุงแต่งยูเรียผสมกากน้ำตาล&nbsp;(กรมปศุสัตว์)&nbsp;แก่เกษตรกรและผู้สนใจ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112100473"],
    [51,"คณะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ศึกษากระบวนการผลิตและเยี่ยมชมสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง  ผลไม้ที่บ่งชี้ภูมิศาสตร์ GI  แหล่งปลูกในพื้นที่ตำบลหนองโสน  ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี","<p><strong>วานนี้&nbsp;(1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.อาณัติ&nbsp;หุ่นหลา&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;เมืองเล็ก&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;คณะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา&nbsp;นางสาวมนชนก&nbsp;ธนสันติ&nbsp;&nbsp;นางสาวมณีรัตน์&nbsp;จุ้ยเรือง&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;GI&nbsp;และคณะสื่อมวลชน&nbsp;ลงพื้นที่ศึกษากระบวนการผลิตและเยี่ยมชมสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;</p><p><strong>นายยุทธนา&nbsp;เมืองเล็ก&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองโสน&nbsp;ได้เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;เป็นผลไม้ที่บ่งชี้ภูมิศาสตร์&nbsp;GI&nbsp;แหล่งปลูกในพื้นที่ตำบลหนองโสน&nbsp;ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มีขั้นตอนการปลูกตามภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;จึงมีความหวานกรอบ&nbsp;อร่อยต่างจากชมพู่ทั่วไป&nbsp;การเก็บผลผลิตเพื่อยืดอายุต้องนำเข้าห้องเย็น&nbsp;ควบคุมปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม&nbsp;จะทำให้ผลผลิตสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้นและเพิ่มคุณภาพผลชมพู่มีสีสวยสดน่ารับประทาน&nbsp;มีกลิ่นหอม&nbsp;ส่งผลให้เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจาก&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.อาณัติ&nbsp;หุ่นหลา&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายธนไชย&nbsp;อ่ำจั่น&nbsp;สจ.เพชรบุรี&nbsp;ผศ.ดร.บำเพ็ญ&nbsp;ไมตรีโสภณ&nbsp;คณะบดี&nbsp;รัฐประศาสนศาสตร์&nbsp;ม.นานาชาติแสตมป์ฟอร์ด&nbsp;นายชลอ&nbsp;ดำนิล&nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมให้ข้อมูลฯ&nbsp;โดยการลงพื้นที่ของคณะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจ&nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งการขยายช่องทางการตลาด&nbsp;และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ&nbsp;เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อาศัยองค์ความรู้และการดำเนินงานแบบบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในกระทรวงพาณิชย์&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน&nbsp;และสนับสนุนให้สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอีกทางหนึ่ง&nbsp;</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125916557"],
    [52,"กอนช.ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน 7จังหวัด พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;10&nbsp;มีนาคม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;ส่วนบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;61&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;59&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;33&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;รวม&nbsp;35&nbsp;อำเภอ&nbsp;174&nbsp;ตำบล&nbsp;629&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;20,730&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;30,836&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,605&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมเพิ่มขึ้นและระบายด้วยอัตรา&nbsp;997&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ส่วนวันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เพิ่มขึ้นเป็น&nbsp;1,463&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;อาจผลกระทบในพื้นที่บริเวณช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อ.เชียงแสน&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;คาดช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;5&nbsp;มีนาคมระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;50&nbsp;&nbsp;60&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.เชียงคาน&nbsp;จ.เลย&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.หนองคาย&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;,&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.มุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;อ.โขงเจียม&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;คาดช่วงวันที่&nbsp;710&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;จึงขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงและผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133114569"],
    [53,"จังหวัดพิษณุโลกปฏิบัติการ Kick Off กิจกรรม \"รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง - ห้ามใช้รถควันดำ\" หลังได้รับผลกระทบคุณภาพอากาศเริ่มเกินค่ามาตรฐาน","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่บริเวณจุดตรวจตลาดไดโนเสาร์</strong>&nbsp;ถนนสีหราชเดโชชัย&nbsp;ตำบลวัดจันทร์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดปฏิบัติการ&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้ม&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริง&nbsp;ห้ามให้รถควันดำ&nbsp;ซึ่งการดำเนินการตรวจวัดควันดำรถยนต์ดีเซล&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดด้วยเครื่องมือระบบวัดความทึบแสง&nbsp;ของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;&nbsp;โดยหากตรวจวัดค่าควันดำได้เกินกว่าร้อยละ&nbsp;45&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะมีการออกคำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว&nbsp;และให้เจ้าของรถต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขให้มีค่าควันดำเป็นไปตามมาตรฐานภายใน&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;หากฝ่าฝืนคำสั่งห้ามจะมีความผิดตาม&nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2535&nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&nbsp;5,000&nbsp;บาท&nbsp;และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่&nbsp;จะมีโทษจำคุกสูงสุด&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ปรับสูงสุด&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><strong>สำหรับการดำเนินการตรวจวัดควันดำดังกล่าว</strong>&nbsp;นายรณชัย&nbsp;จิตรนวิเศษ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;3&nbsp;(พิษณุโลก)&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมตรวจสอบ&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;และห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;เนื่องจากในช่วง&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบเรื่องคุณภาพอากาศที่เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;จึงได้พยายามหาต้นตอของแหล่งเกิดมลพิษ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ไม่ว่าจะมาจากการเผาในที่โล่ง&nbsp;จากโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;และที่มาจากภาคการจราจรและการขนส่ง&nbsp;อีกทั้งจากไฟป่าเผาไหม้&nbsp;และจากการที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;จังหวัดพิษณุโลกจึงได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญในการที่จะป้องกันแก้ไขปัญหา&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการ&nbsp;เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบและควบคุมมลพิษทางอากาศด้านการขนส่ง&nbsp;ดำเนินกิจกรรมตรวจจับควันดำจากยานพาหนะดังกล่าว</p><p><strong>โดยในวันนี้มีการตรวจวัด</strong>&nbsp;ค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตาม&nbsp;พรบ.สิ่งแวดล้อม&nbsp;25&nbsp;คัน&nbsp;ควันดำเกินค่ามาตรฐานและห้ามใช้จำนวน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;ตาม&nbsp;พรบ.ขนส่งทางบก&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;ควันดำเกินมาตรฐานและห้ามใช้จำนวน&nbsp;3&nbsp;คัน&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;32&nbsp;คัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141759601"],
    [54,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 2 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน และ รพ.เทพรัตนฯ จ.เชียงใหม่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และรพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&nbsp;อ.แม่แจ่ม&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;และ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133336571"],
    [55,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องหลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;ตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ด้วยการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;แต่พบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดไปจนถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;4.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดิน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;สะพานท่าเรือตะพง&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ้จุ้กซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;โดยตรงสะพานท่าเรือตะพงและคลองหัวรถไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าวมีความหนาแน่นสูงสุดบริเวณก้นอ่าว&nbsp;ส่วนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปผลอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;(มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;๔&nbsp;เพื่อการนันทนาการ)&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณสถานีเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดิน&nbsp;เพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141501598"],
    [56,"เจ้าหน้าที่ฯ แม่ฮ่องสอน ฉีดพ่นละอองน้ำ 60,000 ลิตร ลด PM 2.5 ณ ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&nbsp;และท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;60,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;(ค่ามาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)&nbsp;มีค่าเกินมาตรฐาน</p><p><strong>โดยศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าพบจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;863&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;312&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;583&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;196&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;113&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;141&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศ&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;92&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;และ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;57&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145317630"],
    [57,"เกษตรแพร่ ร่วมประชุมขับเคลื่อนสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยในระดับเขต เขตที่ 6 (ภาคเหนือ)","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมประชุมขับเคลื่อนสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนระดับเขต&nbsp;เขตที่&nbsp;6&nbsp;(ภาคเหนือ)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong>ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกับสมาพันธ์ทุเรียนไทย</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมพิรุณ&nbsp;2&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>นางสาวกรณ์สิรี&nbsp;อภิสิริรัชฎ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานไม้ผลเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมประชุมขับเคลื่อนสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนระดับเขต&nbsp;เขตที่&nbsp;6&nbsp;(ภาคเหนือ)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meeting&nbsp;</p><p><strong>โดยกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนให้มีการเตรียมการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด&nbsp;</strong>ส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาคุณภาพและการรักษามาตรฐาน&nbsp;และสนับสนุนให้มีการดำเนินการในลักษณะ&nbsp;โดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร&nbsp;โดยมีนายนาวิน&nbsp;อินทจักร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</p><p><strong>สำหรับผลการประชุมการเข้าร่วมดำเนินงานในรูปแบบของสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยระดับเขต&nbsp;เขตที่&nbsp;6&nbsp;(ภาคเหนือ)&nbsp;มีดังนี้</strong>&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ผู้ปลูกทุเรียนภาคเหนือจะมีการรวมกลุ่มกัน&nbsp;แต่จะรวมในรูปแบบสมาพันธ์&nbsp;หรือเครือข่าย&nbsp;การใช้ชื่อ&nbsp;(ตั้งชื่อ)&nbsp;ยังไม่ได้ข้อสรุป&nbsp;โดยให้จังหวัดพิจารณาคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเข้าร่วมประชุมในครั้งต่อไปร่วมตัดสินใจร่วมกัน&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ต้องมีการเชื่อมโยงกับสมาพันธ์ทุเรียนไทย&nbsp;โดยที่ประชุมพิจารณาให้นายปิติภัทร&nbsp;วิสาวะโท&nbsp;นายกสมาพันธ์จังหวัดตาก&nbsp;เป็นตัวแทนในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร&nbsp;แนวทางขับเคลื่อนจากเขตอื่นๆ&nbsp;กับเขต&nbsp;6&nbsp;(ภาคเหนือ)&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ในการประชุมครั้งต่อไปจะดำเนินการหาข้อสรุปเรื่องเครือข่าย&nbsp;วางกติกาต่างๆ&nbsp;และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนของภาคเหนือ&nbsp;(หรืออาจทำเป็นยุทธศาสตร์ทุเรียน)&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150604651"],
    [58,"อ.แม่สอดฉีดพ่นละอองน้ำ แก้ไขปัญหาหมอกควัน ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM. 2.5","<p><strong>วันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสมชาย&nbsp;ไตรทิพย์ชาติสกุล&nbsp;นายอำเภอแม่สอด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;</strong>ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน&nbsp;ไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อำเภอแม่สอด&nbsp;กลุ่มงานความมั่นคงอำเภอแม่สอด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;14&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก&nbsp;สาขาแม่สอด&nbsp;เทศบาลนครแม่สอด&nbsp;เทศบาลตำบลท่าสายลวด&nbsp;เทศบาลตำบลแม่กุ&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ทุกแห่งสนับสนุนรถน้ำ&nbsp;รถฉีดน้ำแรงดันสูง&nbsp;และรถดับเพลิง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นสู่อากาศ&nbsp;เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์&nbsp;และฉีดล้างถนน&nbsp;เป็นการลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM.10&nbsp;และ&nbsp;PM.&nbsp;2.5&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่อำเภอแม่สอด&nbsp;ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สวท.แม่สอด จ.ตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302151030652"],
    [59,"ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง","<p><strong>นายเจริญ&nbsp;ซื้อตระกูล&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;2</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เพื่อตรวจราชการแบบบูรณาการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุจินต์&nbsp;ไชยชุมศักดิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและหารือข้อราชการร่วมกันในประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;2.&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสียเขียว&nbsp;(BCG)&nbsp;3.&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&nbsp;4.&nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&nbsp;5.&nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;และ&nbsp;6.การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;คณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรรี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามงาน</strong>โครงการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานรากการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล\"&nbsp;ของ&nbsp;นายสินชัย&nbsp;ทองมั่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลราษฎร์นิยม&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตถภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลไทรใหญ่&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190915786"],
    [60,"สนง.เกษตรอำเภอเมืองตรัง จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565","<p><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่</strong>&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายสมศักดิ์&nbsp;ชูแสง&nbsp;เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ&nbsp;ปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&nbsp;พร้อมด้วยนางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านควน&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เจ้าหน้าที่&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ตำบลบ้านควน&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานได้มีกิจกรรม&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมหลัก&nbsp;1.กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ผ่าน&nbsp;5&nbsp;สถานี</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;1)สถานีสวนยางดีมีแต่ได้&nbsp;2)&nbsp;กบเงินหมื่น&nbsp;3)&nbsp;เครื่องตัดหญ้าไร้น้ำมันในสวนยาง&nbsp;(เลี้ยงแพะเสริมรายได้)4)&nbsp;เข้าใจโรค&nbsp;(ยางพารา)รู้ก่อน&nbsp;ป้องกันได้&nbsp;และ5)&nbsp;ดินดี&nbsp;ปุ๋ยดี&nbsp;มีชัยกว่าครึ่ง&nbsp;2.กิจกรรมการให้บริการทางการเกษตรในรูปแบบคลินิกเกษตร&nbsp;และนิทรรศการความรู้ทางการเกษตร&nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;3.กิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มสถาบันเกษตรกร&nbsp;ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้ความสำคัญกับการผลิตของเกษตรกร</strong>&nbsp;โดยมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกร&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;หรือ&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;ในวันนี้&nbsp;เพื่อเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้&nbsp;เพื่อวางแผนการผลิต&nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;บริหารจัดการความเสี่ยง&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหากสามารถทำให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ไปประยุกต์ใช้</strong>&nbsp;จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;สำหรับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในศูนย์เรียนรู้ฯ&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่หน่วยงานราชการส่งเสริมกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&nbsp;และได้มีการประยุกต์ใช้ให้มีความเหมาะสมอย่างเฉพาะเจาะจง&nbsp;กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302165822709"],
    [61,"ก.ทรัพย์ เร่งอบรมเจ้าหน้าที่ทดสอบกลิ่น พร้อมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดมในส่วนภูมิภาค 16 แห่ง เพื่อแก้ปัญหามลพิษให้กับประชาชน","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งอบรมเจ้าหน้าที่ทดสอบกลิ่น&nbsp;พร้อมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดมในส่วนภูมิภาค&nbsp;16&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหามลพิษให้กับประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากปัญหากลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนรำคาญจนนำสู่การร้องเรียนจากภาคประชาสังคมมีจำนวนมากขึ้นและเป็นปัญหามลพิษที่พบการร้องเรียนมากที่สุดเป็นประจำทุกปี&nbsp;หลังสถิติเรื่องร้องเรียนของกรมควบคุมมลพิษปี&nbsp;2564&nbsp;พบมีการร้องเรียนปัญหาด้านมลพิษ&nbsp;732&nbsp;เรื่อง&nbsp;โดยสูงสุดเป็นปัญหากลิ่นเหม็น&nbsp;544&nbsp;เรื่อง&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;74&nbsp;ส่วนแหล่งกำเนิดหลักที่ร้องเรียนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;โรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;สถานประกอบกิจการ&nbsp;และสถานที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดค่ามาตรฐานความเข้มกลิ่นจากแหล่งกำเนิด&nbsp;&nbsp;&nbsp;การเก็บตัวอย่างกลิ่น&nbsp;และการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่น&nbsp;เพื่อใช้ตรวจสอบและแก้ปัญหากลิ่นเหม็นดังกล่าว&nbsp;แต่กระทรวงทรัพย์ฯ&nbsp;มีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นในสังกัดเพียง&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;ณ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจวิเคราะห์กลิ่นที่จะใช้แก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวได้&nbsp;จึงได้เพิ่มห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม&nbsp;(Sensory&nbsp;Test)&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1-16&nbsp;พร้อมจัดอบรมหลักสูตรการตรวจวัดกลิ่นและตรวจวิเคราะห์กลิ่นให้กับเจ้าหน้าที่ตามหลักวิชาการ&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวัดและตรวจวิเคราะห์กลิ่นในส่วนภูมิภาค&nbsp;และช่วยสนับสนุนการตรวจสอบปัญหาในพื้นที่ต่างจังหวัดได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ปัญหา&nbsp;เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น&nbsp;</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170641714"],
    [62,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า1,000จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;1,000&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(1&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;1,060&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;318&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;301&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;254&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;248&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;146&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;104&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;110&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;92&nbsp;จุด&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนมีการกระจายตัวหนาแน่นขึ้นทั้งในและนอกประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;7,912&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;7,033&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,550&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;4,212&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,479&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;1,743&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170928719"],
    [63,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตลาดเทศบาลตรวจการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาว","<p><strong>ที่บริเวณริมเขื่อนวัดเพชรสมุทรวรวิหาร</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;,นายกรกฎ&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมชาย&nbsp;ตันประเสริฐ&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายมาโนช&nbsp;&nbsp;&nbsp;ตรัยรัตนยนต์&nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;ผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;รายงานผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ปลัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;ได้มีการจัดตั้งสถานีสูบน้ำไว้&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;มีเครื่องสูบน้ำจุดแรก&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;จุดที่สอง&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;เสียไป&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม&nbsp;ที่ผ่านมาระหว่างเดือนตุลาคม&nbsp;จนถึงปัจจุบันน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;แต่ซอยเพชรสมุทร&nbsp;1&nbsp;และเพชรสมุทร&nbsp;2&nbsp;ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง&nbsp;ไปประสบปัญหาบริเวณถนนศรีจำปาหน้าวัดเพชรสมุทรและตลาดเทศบาลเมือง&nbsp;และบริเวณหน้าเทศบาลเมืองถนนสมุทรสงคราม-บางแพ&nbsp;จนถึงหน้าโรงเรียนถาวรานุกูล&nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ท้องกระทะ&nbsp;&nbsp;ทำให้ประชาชนที่สัญจรไป-มา&nbsp;ประสบปัญหาน้ำทะแลหนุน&nbsp;ซึ่งทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และมีโครงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแผนงาน/โครงการการปรับปรุงซ่อมแซมท่อและล้างท่อในตลาดสดแทศบาลเมือง&nbsp;พร้อมทั้งการขุดลอกลำประโดง&nbsp;ที่ตื้นเขินให้สามารถเป็นที่กักเก็บน้ำในกรณีมีน้ำทะเลหนุน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ชี้แจงว่า</strong>&nbsp;ทางกรมโยธิการและผังเมืองได้จัดทำโครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมและการระบายน้ำหลักในชุมชนเมืองสมุทรสงครามและชุมชนต่อเนื่องเป็นงบประมาณผูกพันระหว่างปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566-2568&nbsp;ด้วยการจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่งและสามารถป้องกันกรณีน้ำทะเลหนุนเข้าสู่ตลาดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;สืบเนื่องจากมีประชาชนแจ้งปัญหาความเดือดร้อนกรณีน้ำทะเลหนุนสูงที่เป็นปัญหามายาวนานถึงแม้จะเป็นวิถีชีวิตของคนสมุทรสงคราม&nbsp;จะเห็นได้ว่าปัญหามาจากหลายสาเหตุ&nbsp;การเจริญเติบโตของชุมชน&nbsp;คูคลองตื้นเขิน&nbsp;ท่อระบายน้ำตันทำให้ระบายน้ำไม่ทัน&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้สั่งการให้เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;รีบดำเนินการซ่อมเครื่องสูบน้ำที่เสีย&nbsp;พร้อมรีบดำเนินการจัดหาเพิ่มเติมตามจำนวนที่แจ้ง&nbsp;และจัดการเรื่องบ่อดักไขมัน&nbsp;ส่วนถนนสมุทรสงคราม-บางแพ&nbsp;ทางจังหวัดมอบหมายให้สำนักงานแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม&nbsp;ดำเนินการจัดหาเครื่องสูบน้ำมาดำเนินการ&nbsp;ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมอบหมายทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เตรียมความพร้อมเมื่อถึงปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;จะได้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่ประสบปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181417759"],
    [64,"ปลื้มความสำเร็จ ตั้งแลปตรวจแมลงศัตรูพืชและสารตกค้างในผักผลไม้ ด่านเชียงของ ตรวจวิเคราะห์ ได้ทันที","<p><strong>นางสาว&nbsp;มนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่ได้มอบนโยบายเร่งรัดการสร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์แมลงศัตรูพืชและสารตกค้างในผักและผลไม้ที่นำเข้า&nbsp;-&nbsp;ส่งออกให้เบ็ดเสร็จที่ด่านเชียงของ&nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและคู่ค้านั้น&nbsp;ในปี&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;ด่านตรวจพืชเชียงของได้รับงบประมาณจัดสรรเครื่องมือปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์&nbsp;พร้อมห้องปฏิบัติการ&nbsp;จำนวน&nbsp;9,421,600&nbsp;บาท&nbsp;ขณะนี้ได้สร้างแล้วเสร็จ&nbsp;และในปี&nbsp;2565&nbsp;ได้ของบสนับสนุนอาคารปฏิบัติการเพื่อความสะดวก&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;ให้การปฎิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากจะเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารแล้ว</strong>&nbsp;ยังสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคทั้งประเทศต้นทางและปลายทางอีกด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในการตรวจหาสารต่างๆ&nbsp;&nbsp;เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&nbsp;(อย.)&nbsp;ซึ่งปัญหาคือเมื่อตรวจพบสารที่เป็นอันตราย&nbsp;จะต้องนำไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เชียงราย&nbsp;จึงอยากให้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ&nbsp;ที่ด่านเชียงของให้เบ็ดเสร็จ&nbsp;ลดความล่าช้าลงเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยจะกลับไปหารือกับกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง&nbsp;จึงได้มอบนโยบายให้สร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์แมลงศัตรูพืชและสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ได้มาตรฐาน&nbsp;โดยสุ่มตัวอย่างตรวจศัตรูพืชเชิงลึก&nbsp;จากนั้นนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการดังกล่าว&nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวก&nbsp;รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;ให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;ผู้นำเข้าและสิ่งสำคัญที่สุดคือ&nbsp;สุขอนามัยของผู้บริโภค&nbsp;ตลอดจนขอชื่นชมกรมวิชาการเกษตรที่สามารถดำเนินงานตามนโยบายที่มอบไว้&nbsp;ถือเป็นความความสำเร็จของภาคเกษตรไทย</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานการนำเข้าสินค้าเกษตรในช่วงปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ของด่านตรวจพืชเชียงของ&nbsp;มีปริมาณการนำเข้ากว่า&nbsp;346,535ตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;&nbsp;10,357&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ลดลงร้อยละ17&nbsp;พืชนำเข้าที่มีการตรวจมากที่สุดคือ&nbsp;องุ่น&nbsp;ผักกาดขาว&nbsp;ส้ม&nbsp;ผักตระกูลกะหล่ำและพริกสด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการส่งออกสินค้าเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณการส่งเพิ่มขึ้น</strong>&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&nbsp;2563&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;รัฐบาลจีน&nbsp;ได้มีประกาศปิดการเข้า&nbsp;-&nbsp;ออก&nbsp;ที่ด่านโม่ฮาน&nbsp;ชั่วคราว&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;5&nbsp;ตุลาคม&nbsp;-16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ส่งผลให้รถสินค้าทั้งเข้าและออกติดอยู่บริเวณชายแดนบ่อเต็น&nbsp;-&nbsp;โม่ฮาน&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;ทำให้การจราจรติดขัดและการเปิดใช้เส้นทางรถไฟจีน&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายทดลองเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเปิด&nbsp;ทางด่านฯ&nbsp;จึงได้ติดตามสถานการณ์การเปิด&nbsp;-&nbsp;ปิดด่านฯ&nbsp;จากทูตเกษตร&nbsp;และผู้นำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออกอย่างใกล้ชิด&nbsp;พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออกที่ต้องการนำสินค้ากลับเข้ามาในประเทศและให้คำแนะนำ&nbsp;อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเส้นทาง&nbsp;และเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&nbsp;COVID-19&nbsp;เช่น&nbsp;ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งสินค้า&nbsp;ตู้สินค้า&nbsp;ณ&nbsp;โรงคัดบรรจุและจุดตรวจสินค้า&nbsp;อีกทั้งติดตามสถานการณ์ข่าวสารการทดลองใช้เส้นทางรถไฟจีน&nbsp;-&nbsp;ลาว&nbsp;จากทูตเกษตรและผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205757835"],
    [65,"รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่นครพนม ติดตามความคุ้มประสิทธิภาพอุปกรณ์การตลาดที่ให้การสนับสนุนสหกรณ์","<p><strong>วันที่&nbsp;(2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&nbsp;นายประกอบ&nbsp;เผ่าพงศ์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายประวัติ&nbsp;แดงบรรจง&nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;10,11,12&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความคุ้มประสิทธิภาพในการจัดสรรอุปกรณ์การตลาดที่ให้การสนับสนุนสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&nbsp;ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลนาทราย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โดยมีนางสาววัชรี&nbsp;ปุกหุต&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;ประธานสหกรณ์&nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&nbsp;และสมาชิกสหกรณ์ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูล</p><p><strong>โดย&nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&nbsp;ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม</strong>&nbsp;จำกัด&nbsp;จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่&nbsp;20&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2534&nbsp;โดยปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;58,079&nbsp;คน&nbsp;มีทุนเรือนหุ้น&nbsp;19,000,000&nbsp;บาท&nbsp;ดำเนินธุรกิจหลัก&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำน่าย&nbsp;ธุรกิจรวบรวมผลิตผลการเกษตร&nbsp;และธุรกิจแปรรูป&nbsp;ที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;มูลค่า&nbsp;10,000,000&nbsp;บาท&nbsp;คือ&nbsp;โกดัง&nbsp;เก็บสินค้าและลานตาก&nbsp;นอกจากนี้ยังมีงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนตามโครงการงบพัฒนากลุ่มจังหวัดสนุกในการสร้างโรงสีขนาด&nbsp;80&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;โรงอบลดความชื้นขนาด&nbsp;150&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;รถตัก&nbsp;โรงสีพร้อมชุดแยกขนาดกำลังการผลิต&nbsp;2&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;รถโฟล์คลิฟท์&nbsp;อาคารศูนย์กระจายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;หลัง&nbsp;โกดังเก็บข้าวอินทรีย์&nbsp;ขนาด&nbsp;2,400&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;สามารถเก็บข้าวเปลือกได้&nbsp;2,000&nbsp;ตัน&nbsp;และอุปกรณ์ตลาดในการบรรจุข้าวสาร&nbsp;คือเครื่องแพ็คสุญญากาศและเครื่องดูดเมล็ดข้าวลีบ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจากการสนับสนุนดังกล่าวส่งผลให้สหกรณ์ฯ</strong>&nbsp;สามารถรวบรวมข้าวเปลือกได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมปีละ&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;เป็น&nbsp;10,000&nbsp;ตัน&nbsp;ในปีนี้&nbsp;ทั้งยังสามารถแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารคุณภาพสูงเพื่อจำหน่ายภายใต้บรรจุภัณฑ์&nbsp;ข้าวหอมมะลินครพนม&nbsp;ตรานครเรือไฟ&nbsp;ในปริมาณหลายขนาด&nbsp;ส่งผลให้มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และจากการสำรวจพบว่า&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;แห่งของภาคอีสานที่มีผลกำไรในปีนี้</p><p><strong>ซึ่งภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้กล่าวให้ข้อคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการของสหกรณ์&nbsp;คือการรวมกันซื้อรวมกันจำหน่าย&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงสหกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เข้าด้วยกัน&nbsp;ที่จะก่อให้เกิดความเข้มแข็งที่ยั่งยืนที่ธุรกิจอื่นทำไม่ได้&nbsp;ทั้งนี้ในการบริหารที่ผ่านมาของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&nbsp;ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&nbsp;จำกัด&nbsp;ทำได้ดีแล้วมีความคุ้มประสิทธิภาพกับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่สนับสนุนและขอเป็นกำลังใจให้&nbsp;แต่ถ้าสามารถลดต้นทุนในส่วนอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพิ่มเติมได้จะส่งผลดีต่อสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ได้อีกมาก&nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&nbsp;</p><p><strong>ในขณะนี้ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&nbsp;ลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ทำอยู่คือการไปรับซื้อตามจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แล้วขนกับมาที่&nbsp;สกต.&nbsp;ก่อนที่จะจำหน่ายกลับไปที่โรงสีในพื้นที่&nbsp;ทำให้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของแรงงาน&nbsp;การขนส่งและค่าบริหารจัดการอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ถ้าสามารถตกลงกับสหกรณ์ในพื้นที่ที่อาจจะมีศักยภาพไม่เพียงพอเท่า&nbsp;สกต.&nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&nbsp;จำกัดได้&nbsp;นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนแล้วยังจะมีกำไรมาบริหารจัดการหรือมากำหนดราคาซื้อที่สูงขึ้นกว่าเดิมได้&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ตัวสหกรณ์เองก็จะมีผลกำไรจากจำนวนผลผลิตที่รับซื้อที่มากขึ้น&nbsp;ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งยังจะเป็นการเชื่อมโยง&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้สหกรณ์อื่น&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ได้เติบโตไปด้วยกัน&nbsp;อย่างไรก็ดีในเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดก็จะต้องอยู่บนมาตรฐานที่ทำอยู่เดิม&nbsp;ในส่วนของอาคารแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานที่กำลังขาดอยู่ก็ขอให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนมเพื่อช่วยดำเนินการ&nbsp;รวมถึงอยากฝากให้สมาชิกทุกคนหมั่นตรวจสอบและดูให้ดีในเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเชื่อ&nbsp;เพราะมีหลาย&nbsp;สกต.มีปัญหาจากการทำในลักษณะนี้</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302185404776"],
    [66,"ลงพื้นที่บูรณาการส่วนราชการสร้างความมั่นคงการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร  ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ปี 2565 ตามนโยบาย ตลาดนำการผลิต","<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่แปลงปลูกข่า&nbsp;อินทรีย์&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจห้วยร่องคำ&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;น.ส&nbsp;จริยา&nbsp;วงศวีระ&nbsp;ปฎิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และนายเพรชเหล็ก&nbsp;ทองภูธร&nbsp;ผู้อำนายการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมบูรณาการสร้างความมั่นคงด้านการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายตลาดนำการผลิต</strong>&nbsp;และกำหนดแนวทางการดำเนินงานการตลาดนำการผลิตไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปใช้ในการบริหารงานการเกษตรกรรมในพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอนและมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;โดยมีข้อสั่งการให้หน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคดำเนินการร่วมกันแบบบูรณาการ&nbsp;รวมทั้งให้แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะจากภาคเอกชนในการประสานข้อมูลความต้องการด้านการตลาดจับคู่กับภาคการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตทั้งในเชิงปริมาณ&nbsp;คุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;ลดปัญหาทั้งกรณีสินค้าเกษตรล้นตลาดและไม่เพียงพอ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอนและมีความมั่นคง</strong>ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;&nbsp;โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นการอบรมต่อยอดให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ทำข้อตกลงสัญญาซื้อผลผลิต(MOU)&nbsp;บริษัทวรนิยมฟู๊ด&nbsp;จำกัด&nbsp;ส่ง&nbsp;ข่า&nbsp;ตะไคร้&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;ส่งโรงงานพริกแกงท่านขุน&nbsp;(บ.วรนิยม&nbsp;ฟู๊ด)&nbsp;</p><p><strong>โดยโครงการดังกล่าว&nbsp;เป็นการอบรม&nbsp;การแปรรูปสร้างมูลค่า</strong>เพิ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;ได้จัดการอบรม&nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการ&nbsp;การผลิต&nbsp;สู่การแปรรูป&nbsp;การพัฒนาบรรจุภัณฑ์&nbsp;และการตลาด&nbsp;พร้อมทั้งร่วมแสวงหาภาคีเครือข่ายคือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;และการบูรณาการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดิน&nbsp;อบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ปุ๋ยหมักชีวภาพและปุ๋ยพืชสด&nbsp;</p><p><strong>ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;และการตลาด&nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนยาจเริญ&nbsp;เรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&nbsp;กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้าใจกองทุนสามารถช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรได้&nbsp;การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการผลิต&nbsp;และแนะนำแนวทางการของบสนับสนุน&nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญ&nbsp;อบรม&nbsp;พัฒนากลุ่ม&nbsp;ด้านการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;Modern&nbsp;Trade&nbsp;และการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต&nbsp;การแปรรูปสมุนไพร&nbsp;พัฒนาแพคเกิจจิ้ง&nbsp;และการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;การปลูกข่าและตะไคร้อินทรีย์&nbsp;และช่องทางการตลาด&nbsp;โดย&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจชุมชนบ้านห้วยร่องคำ&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;&nbsp;ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอนและมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190957787"],
    [67,"นอภ.อำเภอขุนหาญ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรร่วมโครงการโคก หนอง นา","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เมื่อเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;พัฒนากร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตรกรร่วมโครงการโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;&nbsp;&nbsp;พช&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรรายนางติม&nbsp;วิลา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;พร้อมหารือวาระงานของพื้นที่</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302193538807"],
    [68,"นอภ.อำเภอขุนหาญ  ลงพื้นที่เตรียมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาปรัง","<p>วันนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&nbsp;ออกตรวจตราพื้นที่การทำนาปรังและสภาพการเก็บกักน้ำของเขื่อนตาจู&nbsp;ฝายเก็กกักน้ำบ้านป่าอ้อ&nbsp;ตำบลกันทรอม&nbsp;เขื่อนห้วยทา&nbsp;ตำบลบักดอง&nbsp;อำเภอขุนหาญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302200415809"],
    [69,"ร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และพืชสมุนไพร ปี 2565 รุ่นที่ 2 ณ จังหวัดอำนาจเจริญ โดย มกอช.","<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายนายจิรทัต&nbsp;สวรรคทัต&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาต้นแบบการผลิตสมุนไพรอินทรีย์ในพื้นที่เมืองสมุนไพร&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;โดยมีนางสาวเสาวลักษณ์&nbsp;ศุภกมลเสนีย์&nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;(มกอช.)&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>นายกิตติเกษม&nbsp;นิ่มสะอาด&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มแผนงานและติดตามประเมินผล</strong>&nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ฯ&nbsp;&nbsp;(มกอช.)&nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรจากอำเภอพนา&nbsp;และอำเภอเสนางคนิคม&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจข้อกำหนดของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์พืชสมุนไพร&nbsp;มาตรฐานพืชสมุนไพรแห้ง&nbsp;และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติและมีความพร้อมของการรับรองมาตรฐานพืชสมุนไพรอินทรีย์&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมฝ้ายขิด&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;ที่มาของภาพและเนื้อข่าว&nbsp;:&nbsp;(มกอช.)&nbsp;</p><p>#เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204131815"],
    [70,"เกษตรจังหวัดนครราชสีมา  รวมพลเกษตรกร 32 อำเภอ ถ่ายทอดความรู้ตามรอยในหลวง ร.9","<p><strong>นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมสู่เกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2โครงการพัฒนานวัตกรรมเกษตรอาหารปลอดภัยกลุ่มนครชัยบุรินทร์&nbsp;พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการและพบปะพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมการอบรม&nbsp;32&nbsp;&nbsp;อำเภอ&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา&nbsp;ตำบลลาดบัวขาว&nbsp;อำเภอสีคิ้ว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><strong>เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การถ่ายทอดความรู้</strong>การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรสู่การทำเกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกร&nbsp;สร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตร&nbsp;เกษตรกรสามารถพัฒนาประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;มีรายได้เพียงพอ&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;มั่นคงในอาชีพส่งผลต่อเนื่อง&nbsp;เกิดความยั่งยืนของภาคการเกษตรระยะยาว&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งมีผู้แทนจากโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน</strong>&nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&nbsp;2&nbsp;ท่าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ดร.ปริเวท&nbsp;วรรณโกวิท&nbsp;และนายณัฎฐ์&nbsp;พงศ์พูนสุขศรี&nbsp;มาบรรยายให้ความรู้การบริหารจัดการน้ำ&nbsp;โดยยึดหลักดำเนินงาน&nbsp;3&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;หนึ่ง&nbsp;ต้องมีพื้นที่ให้น้ำอยู่,สอง&nbsp;มีที่ให้น้ำไหล&nbsp;และสาม&nbsp;เก็บน้ำไว้ใต้ดิน&nbsp;จึงจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ของน้ำให้กับชุมชนนอกเขตชลประทาน&nbsp;เพื่อใช้ในการทำการเกษตร&nbsp;และเพื่อบริโภค</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205537832"],
    [71,"จังหวัดกำแพงเพชรประกอบพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน ในพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านป่าคา","<p><strong>สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์</strong>&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;ตุลาคม&nbsp;พ.ศ.2551&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพการเกษตร&nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่&nbsp;ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ป่าไม้&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้กับราษฎรชาวไทยบนพื้นที่สูง&nbsp;มีกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;บ้านโล๊ะโค๊ะ&nbsp;และบ้านป่าหมากและได้น้อมนำพระราชดำริ&nbsp;มาใช้ในการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ประสานการทำงาน&nbsp;ภายใต้คณะกรรมการ&nbsp;ประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผล&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ทำให้การดำเนินงานโครงการ&nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;และมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง</p><p><strong>และเมื่อวันพฤหัสบดี&nbsp;ที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&nbsp;พระบรมราชินี&nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&nbsp;ให้&nbsp;นายพลากร&nbsp;สุวรรณรัฐ&nbsp;องคมนตรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&nbsp;ในพระราชูปถัมภ์&nbsp;เชิญถุงพระราชทาน&nbsp;มอบแก่&nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;อำเภอคลองลาน&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านน้ำหอม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;บ้านทีนามู&nbsp;ตำบลแม่ตื่น&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;จังหวัดตากเพื่อส่งมอบให้กับประชาชน&nbsp;และผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องประชุมค่ายเยาวชน&nbsp;อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า&nbsp;อ.โกสัมพีนคร&nbsp;จ.กำแพงเพชร&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;แสงอุทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เป็นประธานในพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทาน&nbsp;ให้กับผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;และประชาชน&nbsp;ในพื้นที่โครงการ&nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านป่าคา&nbsp;อำเภอคลองลาน&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ถุง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กำแพงเพชร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205819838"],
    [72,"ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าภารกิจขจัดคราบน้ำมันในทะเลและการดำเนินงานบริษัท SPRC","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&nbsp;ไม่มีภารกิจในพื้นที่&nbsp;เรือทุกลำในพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;เพื่อรอผลการประชุมหารือเปลี่ยนแนวทางวิธีการพันท่อน้ำมันต่อไป&nbsp;จากการสำรวจบริเวณทุ่นไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมัน&nbsp;เหตุการณ์โดยรวมปกติรวมถึงพื้นที่บริเวณชายฝั่ง</p><p><strong>ส่วนการดำเนินงานของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้มีการจัดชุดเฝ้าระวังคราบและฟิล์มน้ำมันทั้งทางบกและทางน้ำ</strong>&nbsp;รวมถึงเก็บทำความสะอาด&nbsp;Tar&nbsp;ball&nbsp;บริเวณชายหาดอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาในวันนี้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;17&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;617&nbsp;ราย&nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ส่วนกรณีได้รับแจ้งเรื่องคราบตะกอนดำและกลิ่นบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ทดสอบเบื้องต้นไม่ใช่คราบน้ำมัน&nbsp;ส่วนกลิ่นที่ได้มาจากการเติมน้ำมันเรือสปีดโบ๊ท&nbsp;ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองร่วมเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์&nbsp;และอีกกรณีได้รับแจ้งจากสมาชิกเทศบาลตำบลแกลงกระเฉด&nbsp;ได้ซื้อปลาหมึกสดจากพ่อค้าอาหารทะเลในพื้นที่มาทานอาหารรับประทาน&nbsp;ปรากฏว่ามีอาหาร&nbsp;คลื่นไส้อาเจียน&nbsp;หลังรับประทานอาหาร&nbsp;โดยใน&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;บริษัทร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโดยเก็บตัวอย่างอาหารและปลาหมึกนำไปตรวจสอบหาสารปนเปื้อนในอาหารต่อไป&nbsp;ขณะที่พื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&nbsp;คราบ&nbsp;ฟิล์มน้ำมันดิบแต่อย่างใด</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65</strong>&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,975&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมว่าขอยุติการรับคำร้อง&nbsp;ณ&nbsp;จุดให้บริการประชาชนของภาครัฐทุกจุด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เนื่องจากเห็นว่าผู้ร้องเรียนลดลงและพบว่าข้อมูลการร้องเรียนมีความซ้ำซ้อน&nbsp;โดยขอให้&nbsp;อปท.ที่เป็นจุดรับเรื่องร้องทุกข์ทุกจุด&nbsp;ส่งต่อข้อมูลตั้งแต่&nbsp;28&nbsp;ก.พ.65&nbsp;&nbsp;1&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่บริษัทฯ&nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน&nbsp;สามารถร้องเรียนผ่านศูนย์สื่อสาร&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้โดยตรงทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-02-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302222519867"],
    [73,"เกษตรยะลา ลงพื้นที่ จัดเก็บข้อมูล คัดเลือกบุคลากรทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565","<p><strong>คณะกรรมการฝ่ายประกวดบุคลากรทางการเกษตร&nbsp;</strong>และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;เพื่อจัดเก็บข้อมูล&nbsp;คัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&nbsp;&nbsp;บุคลากรทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ลงเก็บข้อมูลคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านยือนัง</strong>&nbsp;เลขที่&nbsp;34&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลกาบัง&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;และกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านบันนังดามา&nbsp;เลขที่&nbsp;85&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลกาบัง&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกบุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น&nbsp;ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน&nbsp;เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303080518881"],
    [74,"เปิดหน่วยบริการประชาชนปฏิบัติการฝนหลวงกู้ภัยแล้ง ควบคู่ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาหมอกควัน","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ช่วยบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;จากการประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;เบื้องต้นคาดการณ์ว่าปีนี้หน้าแล้งจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งกรมฝนหลวงฯ&nbsp;ติดตามสภาพอากาศเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการผันน้ำ&nbsp;เพื่อประกอบการวางแผนการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;เพื่อให้สามารถบินทำฝนช่วยเหลือได้ครอบคลุมทุกพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;</p><p><strong>โดยในวันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดปฏิบัติการฝนหลวงกู้ภัยแล้งประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเก็บเครื่องบิน&nbsp;7&nbsp;สนามบินนครสวรรค์&nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดหน่วยบริการช่วยเหลือประชาชนในช่วงหน้าแล้งอย่างเป็นทางการ&nbsp;ภายใต้ปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง&nbsp;ที่จังหวัดนครสวรรค์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ&nbsp;หลังนำร่องปฏิบัติการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแล้ว&nbsp;ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมอากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจำนวน&nbsp;30&nbsp;ลำ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกองทัพอากาศร่วมปฏิบัติการฝนหลวงอีก&nbsp;3&nbsp;ลำ</p><p><strong>อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;นอกจากแผนปฏิบัติการช่วยบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติและแก้ไขปัญหาภัยแล้งแล้ว&nbsp;อีกหนึ่งในมาตรการคือ&nbsp;การพิจารณานำฝนหลวงมาช่วยลดค่าฝุ่นละอองและหมอกควัน&nbsp;โดยในช่วงที่มีสภาพปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองโดยเฉพาะ&nbsp;PM10&nbsp;,&nbsp;PM2.5&nbsp;ที่มีค่าเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;การปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จึงเป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหา&nbsp;&nbsp;แต่หากสภาพอากาศมีความชื้นต่ำ&nbsp;การวางแผนปฏิบัติการในขั้นตอนการก่อเมฆ&nbsp;เพื่อให้ท้องฟ้าบริเวณที่มีปัญหาหมอกควัน&nbsp;มีเมฆเพิ่มมากขึ้นเพื่อจะสามารถดูดซับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่เหนืออากาศบริเวณนั้น&nbsp;ก็เป็นการลดปริมาณหมอกควัน-ฝุ่นละอองได้อีกทางหนึ่ง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100334908"],
    [75,"เร่งรัดพัฒนาสมุนไพรไทย รองรับตลาดผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ว่า&nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาสมุนไพร&nbsp;ตามแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>โดยแผนแม่บทได้กำหนดให้มียุทธศาสตร์ในการบรรลุตามเป้าหมาย</strong>&nbsp;4&nbsp;ยุทธศาสตร์คือ&nbsp;การส่งเสริมผลิตผลสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตรงความต้องการของตลาด&nbsp;การพัฒนาอุตสาหกรรมและตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล&nbsp;&nbsp;การส่งเสริมการใช้เพื่อการรักษาโรค&nbsp;เสริมสร้างสุขภาพ&nbsp;และการสร้างความเข็มแข็งด้านการบริหารและนโยบายภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรอย่างยั่งยืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีการขับเคลื่อนด้านวัตถุดิบสมุนไพร&nbsp;ขับเคลื่อนเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่&nbsp;1&nbsp;ในประเด็นที่&nbsp;1&nbsp;การส่งเสริมผลิตผลสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตรงความต้องการของตลาด&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;แผนการส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพสมุนไพรที่มีคุณภาพสู่การผลิตสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง&nbsp;สนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร&nbsp;กระจายรายได้สู่เกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>โดยต้นน้ำ&nbsp;ผลิตสมุนไพรปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GAP</strong>&nbsp;หรือเกษตรอินทรีย์ใช้เทคโนโลยีในการผลิต&nbsp;มีการปลูกแปลงใหญ่&nbsp;&nbsp;สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจ&nbsp;สหกรณ์&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์&nbsp;ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;มีนวัตกรรมต่อยอด&nbsp;มีการลงทุนวิจัย&nbsp;&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ส่งเสริมตลาดชุมชน&nbsp;ออนไลน์ตลาดกลางสมุนไพร&nbsp;โดยมีการขับเคลื่อนการผลิตสมุนไพร&nbsp;กำหนดพืช&nbsp;Product&nbsp;champion&nbsp;12&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กวาวเครือขาว&nbsp;กระชายดำ&nbsp;&nbsp;ขมิ้นชัน&nbsp;บัวบก&nbsp;มะขามป้อม&nbsp;กระชาย&nbsp;พริก&nbsp;ฟ้าทะลายโจร&nbsp;กระเจี๊ยบแดง&nbsp;หญ้าหวาน&nbsp;ว่านหางจระเข้&nbsp;ไพล&nbsp;ทั้งนี้ในปี2564&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;363,353&nbsp;ราย&nbsp;รวมพื้นที่ปลูกสมุนไพร&nbsp;1,151,495&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;ได้ส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานเพื่อส่งเสริมการผลิตสมุนไพร&nbsp;Product&nbsp;Champion&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ชนิด&nbsp;ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ดำเนินการพัฒนาห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน</strong>&nbsp;&nbsp;(ISO&nbsp;17025)&nbsp;เพื่อรองรับการให้บริการการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&nbsp;&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;กรมปศุสัตว์ร่วมจัดทำระบบฐานข้อมูลสมุนไพร&nbsp;โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานกลางในการจัดทำระบบฐานข้อมูลสมุนไพรต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101051934"],
    [76,"เดินหน้าแผนปฏิบัติการโลจิสติกส์ภาคเกษตร ระยะ 5 ปี ตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เกษตรของภูมิภาคอาเซียน","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;(สศก.)&nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้า&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&nbsp;ระยะ&nbsp;5&nbsp;ปของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตรที่ผ่านมา&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนา&nbsp;ระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570)&nbsp;ตามที่&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเสนอ&nbsp;เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์สาขาเกษตรเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยดังกล่าว&nbsp;มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&nbsp;ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เกษตรของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;มีตัวชี้วัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ต้นทุนโลจิสติกส์สินค้าเกษตรที่สำคัญต่อยอดขายลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;มูลค่าการดำเนินธุรกิจ&nbsp;รวบรวมของสหกรณ์การเกษตรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;การอำนวยความสะดวกและให้บริการด้านโลจิสติกส์เกษตรเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ&nbsp;100&nbsp;</p><p><strong>กำหนดประเด็นการพัฒนา&nbsp;3&nbsp;ประเด็นหลัก</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และผู้ประกอบการ&nbsp;ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์เกษตร&nbsp;&nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์เกษตร&nbsp;และการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&nbsp;โดยการผลักดันภายใต้ประเด็นการพัฒนาต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และผู้ประกอบการในการบริหารจัดการโลจิสติกส์เกษตร&nbsp;โดยเน้นการยกระดับสถาบันเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้เป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์เกษตร&nbsp;สนับสนุนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์เกษตร&nbsp;สร้างและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรต้นแบบ&nbsp;ตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้มีองค์ความรู้ด้านการพัฒนาระบบ&nbsp;โลจิสติกส์ภาคการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน</strong>และการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์เกษตร&nbsp;โดยการยกระดับศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรของสถาบันเกษตรกร&nbsp;สร้างเครือข่าย&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;&nbsp;ให้เป็นฐานการรวบรวมกระจายและเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าเกษตรที่สำคัญในภูมิภาค&nbsp;พัฒนาตลาดกลางและเชื่อมโยง&nbsp;ตลาดระดับต่างๆ&nbsp;บูรณาการและผลักดันการใช้กลไกภาครัฐ&nbsp;รวมถึงเจรจาและปรับปรุง&nbsp;กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์สินค้าเกษตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;การส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&nbsp;จะจัดทำระบบฐานข้อมูลที่ครอบคลุมทุกมิติ&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการดังกล่าว&nbsp;&nbsp;เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ&nbsp;ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;ในเดือนมีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101936943"],
    [77,"ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม.มีมติอนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย","<p><strong>นางสุนิสา&nbsp;รามแก้ว&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;กล่าวถึงการอนุมัติงบกลางแก้หนี้เกษตรกร&nbsp;พร้อมฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร&nbsp;ว่า&nbsp;ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&nbsp;2565&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน</p><p><strong>โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาท</strong>&nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;&nbsp;(กฟก.)&nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,&nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;&nbsp;วงเงิน&nbsp;267.62&nbsp;ล้านบาท&nbsp;,&nbsp;และค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3-4&nbsp;(งบบุคลากร&nbsp;งบดำเนินงาน)&nbsp;วงเงิน&nbsp;230.38&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เนื่องจากในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ผ่านมา&nbsp;คือตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;กองทุนฯ&nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&nbsp;และภายหลังได้รับการจัดสรรงบ&nbsp;จะทำให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้ที่เกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน&nbsp;เข้ามาเป็นหนี้กองทุนฯ&nbsp;แล้วให้เกษตรกรผ่อนชำระคืนกับทางกองทุน&nbsp;จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย&nbsp;และลดการถูกยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร</p><p><strong>สำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;จัดตั้งโดย&nbsp;พ.ร.บ.</strong>กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp;1)&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;2)&nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;3)&nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&nbsp;และ&nbsp;4)&nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากโครงการนี้&nbsp;</strong>จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูอาชีพจำนวน&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&nbsp;การรวบรวมผลผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&nbsp;ยั่งยืนต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303095417897"],
    [78,"จนท.อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ เข้าตรวจสอบและควบคุมไฟป่า พบพื้นที่ป่าเบญจพรรณถูกไฟไหม้กว่า 16 ไร่","<p><strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;วังวล&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ&nbsp;</strong>หัวหน้าคณะทำงานชุดที่&nbsp;3&nbsp;รายงานสถานการณ์การเกิดจุดความร้อน&nbsp;รอบวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยได้ตรวจสอบจากดาวเทียม&nbsp;เวลา&nbsp;05:04:36&nbsp;น.&nbsp;และ&nbsp;Fire&nbsp;DNP&nbsp;Hotspot&nbsp;Alert&nbsp;เวลา&nbsp;17:04:00&nbsp;น.</p><p><strong>จากการตรวจสอบดาวเทียม&nbsp;Suomi&nbsp;NPP&nbsp;(GISTDA)&nbsp;ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ถ้ำปลาน้ำตก-ผาเสื่อ</strong>&nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;จุดนั้น&nbsp;พบว่าเกิดจุดความร้อนขึ้นที่บริเวณทิศใต้&nbsp;บ้านห้วยโป่งอ่อน&nbsp;ตำบลหมอกจำแป่&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าปางตองฯ,&nbsp;เจ้าหน้าที่โครงการพระราชดำริปางตอง&nbsp;3&nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและควบคุมไฟป่า&nbsp;พื้นที่ถูกไฟไหม้&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ชนิดป่าเบญจพรรณ</p><p><strong>ขณะที่เจ้าหน้าที่จุดสกัดบ้านดอยแสง&nbsp;อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ</strong>&nbsp;ได้ตรวจสอบจุดความร้อน&nbsp;บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้บ้านกุงไม้สัก&nbsp;ทิศใต้บ้านในสอย&nbsp;และทิศใต้บ้านในสอยพิกัด&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมและดับไฟป่า&nbsp;พื้นที่ถูกไฟไหม้&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ชนิดป่าเบญจพรรณเช่นกัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303104446964"],
    [79,"จังหวัดแพร่ ค่า PM 2.5 สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน","<p><strong>สรุปสถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ตำบลนาจักร&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วัดได้สูงสุด&nbsp;126&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ดัชนีคุณภาพอากาศในระดับสีส้มซึ่งถือว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศ&nbsp;</strong>และภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ภาคเหนือตอนบนคาดการณ์ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&nbsp;พื้นที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;แพร่&nbsp;และลำพูน&nbsp;</p><p><strong>ภาคเหนือตอนล่างคาดการณ์ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;</strong>คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ&nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;และพิจิตร</p><p><strong>จึงขอเตือนประชาชนควรเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;</strong>ถ้ามีอาการเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ระคายเคืองตา&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&nbsp;หากมีความจำเป็น&nbsp;และผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ตาอักเสบ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&nbsp;คลื่นไส้&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112243977"],
    [80,"กรมชลประทาน สั่งเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก  6-8 มีนาคมนี้","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&nbsp;นั้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมชลประทาน&nbsp;ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจมีผลกระทบในหลายพื้นที่&nbsp;รวมไปถึงจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ&nbsp;มีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;ตลอดจนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทาน&nbsp;ให้พร้อมรับน้ำหลากและป้องกันน้ำท่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลากไว้ล่วงหน้า&nbsp;อาทิ&nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรองและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้า</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185059208"],
    [81,"สมุทรสาคร แถลงข่าวการจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว ประจำปี 2565","<p><strong>ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong>นายพิรุณโรจน์&nbsp;นาคดนตรี&nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พระมงคลพัฒนาภรณ์&nbsp;เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;พระเทพศาสนาภิบาล&nbsp;เจ้าคณะภาค&nbsp;14&nbsp;(เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง)&nbsp;&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมงาน&nbsp;โดยบรรยากาศของการแถลงข่าวปีนี้&nbsp;ก็มีทั้งการแสดงของผู้สูงอายุ&nbsp;และการนำผลไม้&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;(บางส่วน)&nbsp;ซึ่งสามารถหาซื้อได้ภายในงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;มาจัดแสดงไว้&nbsp;เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานแถลงข่าวทุกคนได้ชม&nbsp;ชิม&nbsp;ช้อป&nbsp;แชร์&nbsp;และชักชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศมาร่วมงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พร้อมกับงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อโต&nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร</p><p><strong>นายพิรุณโรจน์&nbsp;นาคดนตรี&nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม&nbsp;มีลำคลองน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยมีคลองดำเนินสะดวกเป็นสายน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์&nbsp;เหมาะกับการทำเกษตรกรรม&nbsp;สมกับคำที่ว่า&nbsp;ลานเกษตร&nbsp;และยังเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคหลายชนิด&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;องุ่น&nbsp;ชมพู่&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;มะม่วง&nbsp;มะนาว&nbsp;ลำไย&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;และการทำน้ำตาลจากมะพร้าว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาสลิดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ&nbsp;รวมถึงมี&nbsp;หลวงพ่อโต&nbsp;ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;เป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่าน&nbsp;จนได้ชื่อว่า&nbsp;เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำดำเนิน&nbsp;ประดิษฐานอยู่ด้วย&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;และเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของอำเภอให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป&nbsp;ทางอำเภอบ้านแพ้วร่วมกับวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และประชาชนชาวสวนเกษตร&nbsp;จึงได้ร่วมมือกันจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้วขึ้นเป็นประจำทุกปี</p><p><strong>นายพิรุณโรจน์&nbsp;นาคดนตรี&nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>สำหรับกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ภายในงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบไปด้วย&nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรราคาถูกจากเกษตรกร&nbsp;ผลิตภัณฑ์โอทอป&nbsp;(OTOP)&nbsp;และสินค้าราคาถูกจากกระทรวงพาณิชย์&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาสลิด&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;มะพร้าว&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;ชมพู่&nbsp;ลำไย&nbsp;ฯลฯ&nbsp;นอกจากนี้ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมการประกวดต่างๆ&nbsp;ที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดประกวดพืชผลทางการเกษตร,&nbsp;การประกวดสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;และสำรับอาหารไทยประจำตำบล,&nbsp;การประกวดหนูน้อยเกษตรบ้านแพ้ว,&nbsp;การประกวดปลาสลิด,&nbsp;การคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแต่ละตำบลเข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ,&nbsp;ซึ่งแต่ละกิจกรรมล้วนแต่มีความสนุกสนานและมีจุดโดดเด่นที่น่าสนใจทั้งสิ้น&nbsp;ในการจัดงานครั้งนี้จะส่งผลให้เกษตรกร&nbsp;และผู้บริโภคจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง&nbsp;ภายใต้การจัดงานตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&nbsp;ในโอกาสนี้&nbsp;ขอเชิญเที่ยวงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;และงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อโต&nbsp;ณ&nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ตำบลยกกระบัตร&nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยสามารถสอบถามเส้นทางการท่องเที่ยวหรือข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอ/ที่ว่าการอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;0-3448-1010&nbsp;โทรสาร&nbsp;0-3448-1010&nbsp;ต่อ&nbsp;12&nbsp;,&nbsp;สำนักเกษตรอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;โทร&nbsp;0-3448-1033&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;โทร&nbsp;08-1887-1947</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115531998"],
    [82,"ปศุสัตว์ร้องกวาง ผสมเทียมโคให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอร้องกวาง&nbsp;ผสมเทียมโคให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค</strong>ในพื้นที่อำเภอร้องกวาง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;และให้คำแนะนำในการป้องกันโรคอุบัติใหม่&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;(FMD)&nbsp;โรคคอบวม</p><p><strong>นายสุรพล&nbsp;ปิ่นแก้ว&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอร้องกวาง</strong>&nbsp;ออกให้บริการเกษตรกร&nbsp;โดยผสมโคเนื้อ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และติดตามลูกเกิดจากการผสมเทียม&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease)&nbsp;และโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;(FMD)&nbsp;โรคคอบวม&nbsp;การกำจัดแมลงดูดเลือดในโค-กระบือ&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;อำเภอร้องกวาง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายสุทัศ&nbsp;กวางเดินดง&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอร้องกวาง</strong>&nbsp;ได้แนะนำโรคอุบัติใหม่&nbsp;ลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบ&nbsp;และแพร่กระจายในโค&nbsp;กระบือ&nbsp;แต่ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้&nbsp;โดยอาการของสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้&nbsp;ต่อมน้ำเหลืองโต&nbsp;มีตุ่มขนาดใหญ่บนผิวหนัง&nbsp;พบมากที่คอ&nbsp;หัว&nbsp;เต้านม&nbsp;ถุงอันฑะ&nbsp;และช่วงขา&nbsp;โดยตุ่มที่เกิดขึ้นสามารถแตก&nbsp;และตกสะเก็ดเกิดเป็นเนื้อตาย&nbsp;หรือมีหนอนชอนไชได้</p><p><strong>ส่วนโรคปากและเท้าเปื่อยเกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;เอฟ&nbsp;เอ็ม&nbsp;ดี&nbsp;(FMD)</strong>&nbsp;ที่พบในประเทศไทย&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;ไทป์&nbsp;คือ&nbsp;โอ&nbsp;(O)&nbsp;เอ&nbsp;(A)&nbsp;และเอเชียวัน&nbsp;(Asia&nbsp;I)&nbsp;เชื้อทั้ง&nbsp;3&nbsp;ไทป์นี้&nbsp;จะทำให้สัตว์ป่วยแสดงอาการเหมือนกัน&nbsp;แต่ไม่สามารถให้ภูมิคุ้มกันต่างไทป์ได้&nbsp;โรคนี้มีระยะฟักตัว&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-8&nbsp;วัน&nbsp;โคที่เป็นโรคนี้&nbsp;จะมีอาการไข้&nbsp;ซึม&nbsp;เบื่ออาหาร&nbsp;หลังจากนั้นจะมีเม็ดตุ่มพอง&nbsp;เกิดที่ริมฝีปากในช่องปาก&nbsp;เช่น&nbsp;เหงือกและลิ้น&nbsp;ทำให้น้ำลายไหล&nbsp;กินอาหารไม่ได้&nbsp;และเกิดเม็ดตุ่มที่ระหว่างช่องกีบเท้า&nbsp;ทำให้เจ็บ&nbsp;เดินกะเผลก&nbsp;เมื่อเม็ดตุ่มแตกออกอาจมีเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย&nbsp;ทำให้แผลหายช้าขณะที่โคเป็นโรคจะผอมน้ำนมจะลดลงอย่างมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303124819015"],
    [83,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน 7 จังหวัด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;จันทบุรี&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;60&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;รวม&nbsp;44&nbsp;อำเภอ&nbsp;227&nbsp;ตำบล&nbsp;1,122&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;59,563&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;30,715&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,499&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;อย่างกรมชลประทานและกระทรวงมหาดไทย&nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;//&nbsp;กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เร่งรัดและวางแผนการก่อสร้างพนังกั้นน้ำในจุดเสี่ยงอุทกภัยทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;//&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;สำรวจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย&nbsp;//&nbsp;สทนช.&nbsp;และ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;ประสานแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ส่วนจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;และปัตตานี&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้ให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจและยอมรับการก่อสร้างโครงการต่างๆที่ช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303124239013"],
    [84,"กระทรวงเกษตรฯ เปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2565 ปล่อยขบวนคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกปฏิบัติภารกิจป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งและภัยพิบัติทั่วประเทศ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;สนามบินนครสวรรค์&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;ว่า&nbsp;ในขณะนี้หลายพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศเริ่มมีสถานการณ์ภัยแล้งเกิดขึ้น&nbsp;น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักลดลงตามลำดับ&nbsp;และในช่วงฤดูร้อนนี้&nbsp;มีแนวโน้มของสถานการณ์การเกิดไฟป่า&nbsp;ปัญหาหมอกควัน&nbsp;และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;รวมไปถึงแนวโน้มการเกิดพายุลูกเห็บในหลายพื้นที่ของประเทศไทย&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&nbsp;และพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวสำหรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;และสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้&nbsp;การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ&nbsp;5&nbsp;ภูมิภาค&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ที่&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;และ&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;โดยใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ลำ&nbsp;และได้รับการสนับสนุนเครื่องบินกองทัพอากาศ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้มีการจัดตั้งปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วงชิงสภาพอากาศในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและความต้องการน้ำในบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย</p><p><strong>ด้านนายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;และจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งในด้านข้อมูลสภาพอากาศ&nbsp;ปริมาณน้ำ&nbsp;การวิเคราะห์-วิจัยข้อมูลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อนำมาวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด&nbsp;โดย&nbsp;พี่น้องเกษตรกรและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร&nbsp;ขอรับบริการฝนหลวง&nbsp;หรือแจ้งข้อมูลความต้องการน้ำในพื้นที่ได้ทุกวันที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ&nbsp;อาสาสมัครฝนหลวงในพื้นที่</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303132913032"],
    [85,"จ.สุโขทัย ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ (MOU) 74 หน่วยงาน ตั้งเป้าปลอดขยะภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2565","<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;74&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;</strong>ขับเคลื่อนการลดและคัดแยกมูลฝอยในหน่วยงานของรัฐ&nbsp;ตั้งเป้าปลอดขยะภายในวันที่&nbsp;5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ได้ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ทั้งหน่วยงานราชการ&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;จำนวน&nbsp;74&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ตามโครงการ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ปลอดขยะ&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;พร้อมประกาศเจตนารมณ์&nbsp;เพื่อแสดงพลังความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ในการลดและคัดแยกมูลฝอยในหน่วยงานของรัฐตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>โดยจะร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลด&nbsp;และคัดแยกขยะมูลฝอย&nbsp;</strong>ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;และงดใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร&nbsp;รวมทั้งสร้างความตระหนัก&nbsp;และส่งเสริมบทบาทของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม&nbsp;รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันรักษาความสะอาด&nbsp;และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง&nbsp;</p><p><strong>โดยเชื่อว่าวันที่&nbsp;5&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสุโขทัยจะสามารถประกาศ</strong>เป็นจังหวัดปลอดขยะ&nbsp;ซึ่งเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติประกาศเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก&nbsp;สำหรับแนวทางการดำเนินงานแบ่งออกเป็น&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และระดับจังหวัด&nbsp;บริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางคือ&nbsp;ผู้ก่อให้เกิดขยะ&nbsp;กลางทาง&nbsp;คือ&nbsp;ผู้มีหน้าที่เก็บขนขยะ&nbsp;และปลายทาง&nbsp;คือ&nbsp;การทำลายขยะ&nbsp;ตามหลัก&nbsp;3&nbsp;R&nbsp;คือ&nbsp;การลดปริมาณ&nbsp;(Reduce)&nbsp;การนำกลับมาใช้ใหม่&nbsp;(Reuse)&nbsp;และการนำไปแปรรูป&nbsp;(Recyce)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303130758025"],
    [86,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดมีฝนตกลงมาและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303131204027"],
    [87,"ยกระดับคุณภาพกาแฟอะราบิกาบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสู่ระดับพรีเมียม","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟอะราบิกา&nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านปางขอน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ได้วิเคราะห์วางแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟอะราบิกา&nbsp;</p><p><strong>โดยจัดทำแปลงต้นแบบการฟื้นฟูสภาพต้นกาแฟอะราบิกา</strong>&nbsp;ที่มีอายุมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;จัดทำแปลงขยายพันธุ์มะคาเดเมีย&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ใช้เป็นพืชร่มเงา&nbsp;การฝึกอบรมการผลิต&nbsp;กาแฟอะราบิกาที่ถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;ดำเนินกิจกรรมผลิตต้นพันธุ์กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงใหม่&nbsp;80&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;ต้นต่อปี&nbsp;และผลิตต้นพันธุ์มะคาเดเมีย&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2,000&nbsp;ต้นต่อปี&nbsp;ใช้เป็นพืชร่มเงากาแฟ&nbsp;สนับสนุนให้กับเกษตรกรที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลการดำเนินงาน&nbsp;การปลูกกาแฟอะราบิก้าพันธุ์เชียงใหม่&nbsp;80</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มีผลผลิตตั้งแต่ปี&nbsp;2554&nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยในปี&nbsp;2554&nbsp;จำนวน&nbsp;132,100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;และในปี&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;380,107&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน&nbsp;&nbsp;380,107&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อเทียบในปี&nbsp;2545&nbsp;ก่อนเริ่มโครงการเกษตรกรมีรายได้ครัวเรือนเพียง&nbsp;&nbsp;50,000&nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&nbsp;นับได้ว่าเป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่นของภาคเหนือตอนบน&nbsp;</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ</strong>&nbsp;ในพื้นที่ดำเนินงานของสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ&nbsp;ได้รับการรับรองแหล่งผลิตดีที่เหมาะสม&nbsp;(GAP)&nbsp;ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;มกษ.&nbsp;9001-2556&nbsp;จำนวน&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;95&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่ได้รับการรับรอง&nbsp;1,170&nbsp;ไร่&nbsp;สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย&nbsp;มีแผนสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาการผลิตกาแฟสู่ระดับพรีเมียม&nbsp;&nbsp;โดยใช้ชุดเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ครอบคลุมเพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์กาแฟของเกษตรกรต่อไปในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150133093"],
    [88,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน เร่งแก้ไขปัญหาค่าปริมาณมลพิษในอากาศ โดยระดมเร่ง ฉีดพ่นละอองน้ำต่อเนื่อง เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ หวังลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;ที่บริเวณหนองจองคำ&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;สร้างความชุ่มชื่นในอากาศ&nbsp;เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;ซึ่งเนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;มีค่าเฉลี่ยที่วัดจากตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;วัดได้&nbsp;126&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งมีค่าเกินมาตรฐาน&nbsp;มาแล้ว&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&nbsp;936&nbsp;จุด&nbsp;สถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;วันที่&nbsp;3&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565&nbsp;วัดได้&nbsp;126&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303131835028"],
    [89,"ปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี จัดอบรมแปรรูปเนื้อแพะส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงแพะให้มีช่องทางการค้าและส่งออก เพิ่มมูลค่าราคาเนื้อแพะ ","<p><strong>ที่จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;</strong>ได้จัดกิจกรรมอบรมการแปรรูปเนื้อแพะ&nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่เลี้ยงแพะ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมหลักส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพผู้เลี้ยงแพะแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะเพื่อการค้าและการส่งออก&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"เทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์แพะ\"&nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรจากกรมปศุสัตว์&nbsp;มาสอนให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;ถึงวิธีการแปรรูปเนื้อแพะ&nbsp;เริ่มตั้งแต่การชำแหละหรือแยกชิ้นส่วนซากแพะ&nbsp;เพื่อนำชิ้นส่วนแต่ละอย่างไปใช้แปรรูปเป็นอาหารที่แตกต่างกันตามลักษณะความเหนียวและความนุ่มของเนื้อแพะในแต่ละชิ้นส่วน&nbsp;มีการสอนภาคปฏิบัติให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ลงมือทำจริงใน&nbsp;4&nbsp;เมนูอาหาร&nbsp;คือ&nbsp;การทำแพะแดดเดียว&nbsp;การทำแพะปิ้งย่าง&nbsp;การทำไส้อั่วแพะ&nbsp;และการทำขาแพะรมควัน&nbsp;สำหรับแพะถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ของจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ซึ่งมีการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเนื้อมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เลี้ยงแพะจำนวน&nbsp;413&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีแพะเป็นผลผลิตทั้งจังหวัดเฉลี่ยจำนวนกว่า&nbsp;20,000&nbsp;ตัวต่อปี&nbsp;มีรายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ&nbsp;97&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรที่เลี้ยงแพะของจังหวัดสิงห์บุรีจะเลี้ยงเพื่อขายส่งเป็นตัว</strong>&nbsp;โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&nbsp;แพะเป็นอายุประมาณ&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;30&nbsp;&nbsp;40&nbsp;กิโลกรัมราคาประมาณ&nbsp;120&nbsp;บาท&nbsp;หรือเฉลี่ยราคาตัวละประมาณ&nbsp;3,500&nbsp;&nbsp;4,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรสามารถแปรรูปเนื้อแพะและส่งขายเองได้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแพะได้อีกเท่าตัว&nbsp;หรือเฉลี่ยประมาณ&nbsp;7,000&nbsp;&nbsp;8,000&nbsp;บาทต่อแพะ&nbsp;1&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>วีรยุทธ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303133515036"],
    [90,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้เดินสำรวจชายหาดเพื่อตรวจติดตามเส้นทางการแพร่กระจายและผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลมาบตาพุดรวม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ถึงบ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยบริเวณหินขาวหินดำ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายถ่านระยะ&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนสะพานป่าคั้น&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ระยะ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;//&nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ(ทอ.)&nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;หาดบ้านเพ-ท่าเรือแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ขณะเดียวกันยังได้นำเรือ&nbsp;ทช.311&nbsp;,&nbsp;ทช.221&nbsp;และ&nbsp;ทช.302&nbsp;ตรวจติดตามและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของคราบน้ำมันที่อาจมีหลงเหลือในพื้นที่ทะเลระยองรวม&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;เขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ด&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;45&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;87.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;120cกิโลเมตร&nbsp;โดยการสำรวจทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันในทะเล</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303141922059"],
    [91,"จังหวัดอ่างทอง จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 2/2565","<p><strong>นายวีระศักดิ์&nbsp;วิจิตร์แสงศรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดบางศาลา&nbsp;ตำบลชัยฤทธิ์&nbsp;อำเภอไชโย&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวินัย&nbsp;ขยันยิ่ง&nbsp;เกษตรจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง&nbsp;เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานฯ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รวมถึงเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</strong>พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงรับโครงการดังกล่าวไว้ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ในปีพุทธศักราช&nbsp;2545&nbsp;เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการ&nbsp;ของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก&nbsp;ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;คลินิก&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกด้านพืช&nbsp;สัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ดินและปุ๋ย&nbsp;และคลินิกอื่น&nbsp;ๆ</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาและถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจร&nbsp;พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยในการป้องกันและดูแลตนเองจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID&nbsp;-&nbsp;19)&nbsp;โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อ่างทอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145617086"],
    [92,"ก.ทรัพย์ รับข้อเสนอแผนฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายภาคประชาชนไปปรับใช้กับนโยบายภาครัฐ เพื่อสร้างแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกมิติให้เกิดเป็นรูปธรรม","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รับข้อเสนอแผนฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายภาคประชาชนไปปรับใช้กับนโยบายภาครัฐ&nbsp;เพื่อสร้างแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกมิติให้เกิดเป็นรูปธรรม</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวในเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;\"หยุดทำลายโลกใบนี้&nbsp;ก้าวสู่โลกที่ยั่งยืน\"&nbsp;จัดโดย&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม&nbsp;ซึ่งมีการระดมความคิดเห็นจากภาคประชาชนทั่วประเทศ&nbsp;ร่วมกันจัดทำเป็นข้อเสนอ&nbsp;11&nbsp;ข้อเสนอ&nbsp;แล้วส่งต่อให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำไปผนวกจัดทำเป็นแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง&nbsp;โดยปีนี้กระทรวงทรัพย์ฯมุ่งมั่นให้เป็นปีแห่งการปรับตัวและฟื้นฟู&nbsp;ภายใต้นโยบาย&nbsp;\"ทส.ยกกำลังเอ็กซ์\"&nbsp;ส่วนการฟื้นฟูเน้นการสร้างเศรษฐกิจครัวเรือนและการทุ่งสู่เศรษฐกิจแบบใหม่และสังคมคาร์บอนต่ำ&nbsp;ด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;และการพัฒนาระบบดิจิตอล&nbsp;แพลทฟอร์ม&nbsp;เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลัง&nbsp;ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศหากเทียบกับทั่วโลกพื้นที่ดินใน&nbsp;1&nbsp;เปอร์เซ็นต์จะมีความสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากถึงร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ของโลกใบนี้&nbsp;และช่วง&nbsp;3&nbsp;ปีที่ผ่านมาของโควิด-19&nbsp;ทำให้กิจกรรมของมนุษย์หลายกิจกรรมต้องหยุดลง&nbsp;แล้วส่งผลให้ธรรมชาติเริ่มฟื้นกลับคืนมา&nbsp;จึงจำเป็นต้องร่วมกันปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติเหล่านี้ให้มากขึ้นภายใต้แผนการปฏิบัติร่วมกัน&nbsp;โดยข้อเสนอที่กลุ่มสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเสนอมานั้นมีความครอบคลุมและสอดคล้องกับที่กระทรวงทรัพย์ฯ&nbsp;มีอยู่&nbsp;โดยสามารถนำไปปรับใช้กับทุกหน่วยงานในสังกัดได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายภาคภูมิ&nbsp;วิธานติรวัฒน์&nbsp;ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในส่วนของข้อเสนอที่ส่งให้กับกระทรวงทรัพย์ฯมีประเด็นสำคัญ&nbsp;11&nbsp;เรื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การร่วมกันรักษาโลก&nbsp;ด้วยการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ก้าวผ่านการใช้พลังงานถ่านหิน&nbsp;อนุรักษ์ฟื้นฟูป่า&nbsp;และสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม&nbsp;//&nbsp;การสร้างความยุติธรรมให้กับสิ่งแวดล้อม&nbsp;//&nbsp;การสร้างระบบนิเวศฐานชีวิตและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;//&nbsp;แก้ปัญหาฝุ่นพิษและ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;//&nbsp;แก้ปัญหาขยะพิษจากอุตสาหกรรรม&nbsp;//&nbsp;แก้ปัญหาขยะทะเล&nbsp;//&nbsp;ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ&nbsp;หรือแรมซ่าไซด์&nbsp;//&nbsp;แก้ปัญหาแม่น้ำโขง&nbsp;แม่น้ำนานาชาติ&nbsp;และผลกระทบข้ามพรมแดน&nbsp;//&nbsp;แก้ปัญหาชุมชนคนอยู่กับป่า&nbsp;//&nbsp;ส่งเสริมประชาชนหุ้นส่วนการพัฒนา&nbsp;และการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆและทำงานปกป้องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว&nbsp;โดยต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการทำงานด้วยนโยบายและกฎหมายเข้าไปบังคับใช้ให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144904080"],
    [93,"จังหวัดยโสธร ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร - พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย จังหวัดยโสธร","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร&nbsp;-&nbsp;พนมไพร&nbsp;และโครงการฝายธาตุน้อย&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อพิจารณารับรองรายชื่อของผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างฝายยโสธร&nbsp;-&nbsp;พนมไพร&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ในรอบแรกจำนวน&nbsp;2&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;และอำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;469&nbsp;ราย&nbsp;การแต่งตั้งคณะทำงานอำเภอเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ในการรับค่าชดเชยความเสียหายของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร&nbsp;-&nbsp;พนมไพร&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;เพิ่มพื้นที่อำเภอมหาชนะชัย&nbsp;และอำเภอค้อวัง&nbsp;การกำหนดกรอบระยะเวลา&nbsp;และแนวทางในการดำเนินงานของคณะทำงานฯ&nbsp;ในรอบสอง&nbsp;(รายใหม่)&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">โดยมีอาจารย์&nbsp;ดร.กิตติชัย&nbsp;ดวงมาลย์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;var(--primary-text);\">&nbsp;รองคณบดีฝ่ายวางแผนและกายภาพ&nbsp;คณะสิ่งแวดล้อม&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;คณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145711087"],
    [94,"หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44  สำนักงานพัฒนาภาค 4 และ เทศบาลเมืองปัตตานี ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ไม่ให้น้ำเข้าเขตเทศบาลเมืองปัตตานี","<p><strong>หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&nbsp;44&nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&nbsp;4</strong>&nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&nbsp;จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;นาย&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;รถขุดตัก&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;,&nbsp;รถลากจูงกึ่งพ่วง&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;และ&nbsp;รถยนต์บรรทุกตรวจการณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายนิอันนุวา&nbsp;สุไลมาน&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี&nbsp;พร้อม&nbsp;จนท.&nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน&nbsp;เก็บขยะไม่ให้กีดขวางทางน้ำในแม่น้ำปัตตานี&nbsp;บริเวณสะพานเดชานุชิต&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>เพื่อให้น้ำไหลสะดวกรวดเร็วขึ้นและเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง</strong>&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ได้มอบน้ำดื่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;1,500&nbsp;ขวด&nbsp;ให้แก่ราษฎรในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี&nbsp;ณ&nbsp;สะพานเดชานุชิต&nbsp;ต.อาเนาะรู&nbsp;อ.เมืองปัตตานี&nbsp;จ.ปัตตานี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150527100"],
    [95,"ความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้สวนพุทธเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่โคกหนองนาบ้านหนองอีดำ จ.สุรินทร์","<p><strong>สวนพุทธเกษตร&nbsp;เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</strong>สู่โคกหนองนา&nbsp;บนแปลงที่ดิน&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;บ้านหนองอีดำ&nbsp;ต&nbsp;กะโพ&nbsp;อ&nbsp;ท่าตูม&nbsp;จ&nbsp;สุรินทร์&nbsp;เป็นอีกหนึ่งของภาพความก้าวหน้าและความสำเร็จ&nbsp;จากความร่วมมือกันอย่างแท้จริงระหว่างชุมชน&nbsp;คน&nbsp;อุปถัมภ์ขับเคลื่อนโดยพระภิกษุสงฆ์&nbsp;โดยพระเดชพระคุณ&nbsp;ดร.หลวงพ่อ&nbsp;พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&nbsp;หรือ&nbsp;หลวงพ่อแดง&nbsp;นันทิโย&nbsp;องค์ประธานมูลนิธิวัดอินทาราม&nbsp;รองเจ้าคณะอำเภออัมพวาเจ้าอาวาสวัดอินทาราม&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หรือที่รู้จักกันดีในนามธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;ซึ่งได้มาก่อตั้งแปลงนาอินทรีย์บนพื้นที่เปล่าแห่งนี้&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;และปรับพื้นที่ขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา&nbsp;มีวิสาหกิจในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ.ท่าตูม&nbsp;จอมพระ&nbsp;ชุมพลบุรี&nbsp;และ&nbsp;ศีขรภูมิ&nbsp;ร่วมหมุนเวียนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ให้สมบูรณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีพระมหาบวร&nbsp;ปวรธมฺโม&nbsp;เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ</strong>&nbsp;รองเจ้าคณะอำเมืองนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้เดินทางมาเยี่ยมชมความก้าวหน้าของการพัฒนาสวนพุทธเกษตรบ้านหนองอีดำแห่งนี้&nbsp;เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;และนำผลไม้และพันธุ์ไม้มาแจกจ่ายแลกเปลี่ยนให้ญาติโยมที่ศูนย์พุทธเกษตรนำไปใช้ประโยชน์ด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันตั้งวิสากิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง</strong>&nbsp;เข้ามาเรียนรู้วิธีปลดหนี้&nbsp;และสังกัดเป็นสมาชิกโรงเรียนสอนชาวนาสู้กับความจน&nbsp;ได้เอาแนวคิดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน&nbsp;มาลงพื้นที่&nbsp;โดยยึดหลักการแก้ปัญหาของคนชนบท&nbsp;มาเป็นโจทย์ในการพัฒนา&nbsp;พบว่า&nbsp;ส่วนใหญ่มีหนี้จากการทำนา&nbsp;ลงทุนสูง&nbsp;โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และแรงงานส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปรับจ้างเพื่อยังชีพทิ้งเรือกสวนไร่นา&nbsp;ช่วงเวลาการทำนาและฤดูกาลที่ต้องพึ่งพิงปริมาณน้ำฝน&nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ได้เลี้ยงวัวควายในบ้าน&nbsp;จึงทำให้ใช้ปุ๋ยเคมีแทน&nbsp;โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&nbsp;ดร.&nbsp;ได้ส่งวัวมาประจำที่คอกอภัยทาน&nbsp;มีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาไว้ให้ขยายพันธุ์&nbsp;แจกจ่ายมาแล้วประมาณ&nbsp;700&nbsp;ตัว&nbsp;และยังคงออกลูกเป็นผลผลิตให้กับชาวบ้านเป็นผลพลอยได้ต่อยอดการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย</p><p><strong>รองศาสตรจารย์&nbsp;ดร.วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นนักพัฒนาและบริการท้องถิ่นตามภารกิจรับใช้สังคม&nbsp;ของบุคลาการในสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;ที่ทำงานเน้นการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยเฉพาะก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;แห่ง&nbsp;ในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนการพลิกปัญหามาแก้ไข&nbsp;จึงจับเอาเรื่องการมีวัวบ้านล่ะ&nbsp;2&nbsp;ตัวมาเติมให้แต่ล่ะครัวเรือน&nbsp;ตอนนี้มีชาวบ้านกว่า&nbsp;32&nbsp;หมู่บ้านของจังหวัดสุรินทร์มารับวัวไปเลี้ยง&nbsp;และมาลงมือเรียนในศูนย์การเรียนรู้แนวพุทธเกษตร&nbsp;เน้นการทำกิจกรรมพึ่งตนเอง&nbsp;ลดปัญหาโลกร้อน&nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&nbsp;ทำนาปี&nbsp;นาปรัง&nbsp;ใช้ปุ๋ยคอกผสมกับแหนแดงไมโครฟิลล่า&nbsp;วิชาที่เรียนด้วยการลงมือทำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด&nbsp;การเลี้ยงปลากินพืช&nbsp;การเลี้ยงหอยนา&nbsp;หอยปัง&nbsp;หอยขม&nbsp;หอยเชอรี่สีทอง&nbsp;การปลูกพืชอาหาร&nbsp;ผักสวนครัว&nbsp;ผักป่า&nbsp;เห็ดโคน&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่เก็บไข่ขาย&nbsp;วิชาการช่าง&nbsp;วิชาการทำก้อนปุ๋ยและปุ๋ยหมัก&nbsp;การปลูกดอกดาวเรืองส่งจำหน่าย&nbsp;และโรงสีข้าวเพื่อชาวนาสีข้าวเปลือกขายเอง&nbsp;ในระบบออนไลน์&nbsp;การชื้อสินค้าและการออมเงินระบบถือหุ้นสหกรณ์</p><p><strong>นายสุริยา&nbsp;เครือ&nbsp;จันทร์&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง</strong>&nbsp;สาขาบ้านหนองอีดำ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ&nbsp;โดยสมาชิกเพิ่มจำนวนมากขึ้น&nbsp;คุณภาพวิถีชีวิตดีมากขึ้น&nbsp;การใช้จ่ายลดลง&nbsp;เนื่องจากสมาชิกมีการแปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสารที่แปรรูปด้วยตนเองพร้อมกับนำออกไปจำหน่ายสร้างรายได้ที่ดีกว่า&nbsp;การนำกลุ่มวิสาหกิจเข้ามาร่วมกันพัฒนาสวนเรียนรู้โคกหนองนาแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับวิถีชีวิตของชาวบ้านให้มีรายได้ลดรายจ่ายได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน</p><p><strong>รศ&nbsp;ดร&nbsp;วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในทัศนะการรับใช้สังคมโดยมาช่วยชาวบ้าน</strong>&nbsp;มีหลวงพ่อแดง&nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&nbsp;กับบทบาทของงานสงฆ์สาธารณะสงเคราะห์&nbsp;เห็นว่าความร่วมมือของการพัฒนาในรูปแบบ&nbsp;บวร&nbsp;หรือ&nbsp;บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;ราชการ&nbsp;ในที่นี่สามารถระดมพลังทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาสังคม&nbsp;ที่สวนเรียนรู้แห่งนี้นี่จึงเป็นต้นแบบได้&nbsp;จึงอยากเชิญชวนกลุ่มองค์กร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนต่างๆ&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้เยี่ยมศึกษาเรียนรู้พุทธเกษตรบ้านหนองอีดำแห่งนี้&nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแบบเกษตรพอเพียงทฤษฎีใหม่ให้ได้อยู่กับธรรมชาติของเกษตรแบบยั่งยืนและพอเพียง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151547111"],
    [96,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(2&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;957&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;278&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;246&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;202&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;124&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;94&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;99&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;72&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี&nbsp;543&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;8,455&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;7,274&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,676&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;4&nbsp;วัน&nbsp;3,305&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,832&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,766&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303154414132"],
    [97,"กอ.รมน.จังหวัดเลย ประชุมบูรณาการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้และที่ดินทำกินของราษฎร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมภูกระดึง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดเลย</strong>&nbsp;พ.อ.สมหมาย&nbsp;บุษบา&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานการประชุมบูรณาการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้และที่ดินทำกินของราษฎรพื้นที่&nbsp;ต.นาหอ&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&nbsp;ต.นาหอ&nbsp;อ.ด่านซ้ายฯ&nbsp;ทั้ง&nbsp;9&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ผู้แทนคณะกรรมการป่าชุมชนนาหอ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;สาระสำคัญ&nbsp;ดังนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดเลย&nbsp;นำเสนอสภาพปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้&nbsp;และความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&nbsp;ต.นาหอ&nbsp;อ.ด่านซ้ายฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;ความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;คดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-สภ.ด่านซ้าย&nbsp;คดีที่&nbsp;145/2564&nbsp;กรณี&nbsp;บุกรุกป่าชุมชนนาหอ&nbsp;ผตห./นายบำเพ็ญ&nbsp;เสนานุช&nbsp;พงส.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-สภ.ด่านซ้าย&nbsp;คดีที่&nbsp;146/2564&nbsp;กรณี&nbsp;ตัดไม้ป่าชุมชนนาหอ&nbsp;ผตห./กำนัน&nbsp;ต.นาหอ&nbsp;พร้อมพวก&nbsp;6&nbsp;คน&nbsp;อยู่ในชั้นอัยการพิจารณาคดี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">-สภ.โคกงาม&nbsp;คดีที่&nbsp;84/2564&nbsp;กรณี&nbsp;บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ตรวจยึดแบคโฮ&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;ผตห.&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;พงส.อยู่ระหว่างสอบสวนผู้แทน&nbsp;อบจ.เลย&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์หน้าสามารถส่งสำนวนฟ้องได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">3.&nbsp;นายสนอง&nbsp;โสประดิษฐ์&nbsp;รองนายกฯ/ผู้แทน&nbsp;อบจ.เลย&nbsp;กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการแก้ปัญหาภัยแล้งฯ&nbsp;(ขุดบ่อน้ำราษฎรสมทบ&nbsp;5,000&nbsp;บ./บ่อ)&nbsp;และแจ้งว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวได้แจ้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">4.&nbsp;ทสจ.เลย&nbsp;กล่าวถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&nbsp;และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ก่อนเข้าดำเนินการ&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ&nbsp;และการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน&nbsp;&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;คณะกรรมการป่าชุมชน&nbsp;ถือเป็นเจ้าพนักงาน&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ.ป่าชุมชน&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">5.&nbsp;พ.อ.พงษ์เพชร&nbsp;เกษสุภะ&nbsp;ผู้แทน&nbsp;ศปป.4&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;แจ้งว่าเคยตรวจพบการดำเนินโครงการดังกล่าวในห้วงที่ผ่านมาและได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขแล้วแต่ยังคงปรากฏว่ามีการดำเนินการที่ละเมิดต่อกฎหมายเป็น&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">6.&nbsp;นางชนากานต์&nbsp;แก้วเพชร&nbsp;กำนัน&nbsp;ต.นาหอฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;มีขบวนการกลั่นแกล้งตนเองให้ได้รับโทษตามกฎหมาย&nbsp;โดยไม่ทราบสาเหตุ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">7.&nbsp;นายประสาสน์&nbsp;อุ่นแก้ว&nbsp;นายก&nbsp;อบต.นาหอ&nbsp;กล่าวถึงความขัดแย้งในพื้นที่ห้วงที่ผ่านมามิได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวของผู้นำ&nbsp;แต่เกิดจากข้าราชการที่ไม่ยึดถือระเบียบกฎหมาย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">8.&nbsp;นางกัณจน์พาณิภัค&nbsp;กุดเปล่ง&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านนาเบี้ย&nbsp;กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการหมู่บ้านนาเบี้ย&nbsp;ได้ยึดถือระเบียบ&nbsp;มท.ทุกขั้นตอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ประธานกล่าวสรุป&nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ&nbsp;กอ.รมน.ได้เร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง&nbsp;การดำเนินการมีความคืบหน้าตามลำดับ&nbsp;และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&nbsp;และขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ากัน&nbsp;ก้าวข้ามความขัดแย้ง&nbsp;ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เพื่อความสงบสุขของประชาชนต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">9.&nbsp;จากการสังเกตการณ์&nbsp;ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&nbsp;ต.นาหอ&nbsp;อ.ด่านซ้ายฯ&nbsp;มีความเข้าใจการทำงานภาครัฐมากขึ้น&nbsp;และมีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง&nbsp;คาดว่าความขัดแย้งในพื้นที่จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160432141"],
    [98,"ร้อยเอ็ดขับเคลื่อนนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยโดยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ระบบปิดแบบ Waste To Energy (WTE) โซนใต้","<p><strong>นายเชวงศักดิ์&nbsp;พลเยี่ยม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยโดยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า&nbsp;ระบบปิดแบบ&nbsp;Waste&nbsp;To&nbsp;Energy&nbsp;(WTE)&nbsp;โซนใต้&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ประชุม&nbsp;สาเกต&nbsp;ฮอลล์&nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเอกภาพ&nbsp;พลซื่อ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เข้าร่วม</p><p><strong>ด้วยปัญหาของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ</strong>เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&nbsp;ขยะมูลฝอยมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี&nbsp;และจากการเพิ่มขึ้นของประชากร&nbsp;การขยายตัวของเศรษฐกิจ&nbsp;การขยายตัวของชุมชนเมือง&nbsp;และทางด้านอุตสาหกรรม&nbsp;อีกทั้งสถานที่กำจัดหรือสถานที่บริหารจัดการขยะที่มีไม่เพียงพอและยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;จึงได้แบ่งการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น&nbsp;4&nbsp;โซน&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มพื้นที่โซนเหนือ&nbsp;กลุ่มพื้นที่โซนกลาง&nbsp;กลุ่มพื้นที่โซนใต้และกลุ่มพื้นที่เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด&nbsp;โดยกลุ่มที่ร่วมประชุมในวันนี้คือกลุ่มพื้นที่โซนใต้&nbsp;ประกอบไปด้วยกลุ่มเป้าหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด&nbsp;80&nbsp;แห่ง&nbsp;จาก&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเกษตรวิสัย&nbsp;อำเภอเมืองสรวง&nbsp;อำเภอสุวรรณภูมิ&nbsp;อำเภอโพนทราย&nbsp;อำเภอหนองฮี&nbsp;อำเภอพนมไพร&nbsp;อำเภอจตุรพักตรพิมาน&nbsp;และอำเภอปทุมรัตต์&nbsp;เพื่อชี้แจงนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่โซนใต้&nbsp;ด้วยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า&nbsp;ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงขั้นตอนและวิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ&nbsp;ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนถิ่นทุกแห่งในการขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยร่วมกัน&nbsp;และให้ได้ทราบถึงทิศทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและให้นำแนวทางไปเสนอความเห็นชอบต่อสภาท้องถิ่นของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งจะสามารถนำไปขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และแก้ไขปัญหาการไม่มีสถานที่ทิ้งขยะและสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการได้&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303162029145"],
    [99,"วราวุธ ย้ำไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บนเวทีการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 (UNEA 5.2)","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำประเทศไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;บนเวทีการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;สมัยที่&nbsp;5&nbsp;ช่วงที่&nbsp;2&nbsp;(UNEA&nbsp;5.2)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&nbsp;ได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;สมัยที่&nbsp;5&nbsp;ช่วงที่&nbsp;2&nbsp;(UNEA&nbsp;5.2)&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;Strengthening&nbsp;Actions&nbsp;for&nbsp;Nature&nbsp;to&nbsp;Achieve&nbsp;the&nbsp;Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูธรรมชาติและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลในลักษณะผสมผสาน&nbsp;(Hybrid)&nbsp;จากกรุงไนโรบี&nbsp;สาธารณรัฐเคนยา&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และปัญหามลพิษที่กำลังบั่นทอนสุขภาพของประชาคมโลก&nbsp;ในส่วนของประเทศไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนรูปแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;BCG&nbsp;Economy&nbsp;หรือเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Bio-Circular-Green&nbsp;Economy)&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในการรักษาความสมดุลระหว่างการส่งเสริมความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ&nbsp;ควบคู่กับการดูแลปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อคงระบบนิเวศและความมั่นคงมนุษย์&nbsp;พร้อมย้ำเป้าหมายของไทยที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน&nbsp;(Carbon&nbsp;Neutrality)&nbsp;ภายในปี&nbsp;2050&nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&nbsp;(Net&nbsp;Zero)&nbsp;ภายในปี&nbsp;2065&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ตั้งเป้า&nbsp;Recycle&nbsp;พลาสติกให้นำกลับมาใช้ประโยชน์&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์ภายในปี&nbsp;2027</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303161557143"],
    [100,"เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ติดตามศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าส่วนหน้า จ.ลำปาง สร้างความมั่นใจในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;และคณะผู้บังคับบัญชา&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;พลโทนิรันด&nbsp;ศรีคชา&nbsp;เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก/หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก&nbsp;พร้อมคณะทำงานฯ&nbsp;และผู้แทน&nbsp;WANG&nbsp;โอกาสเดินทางเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าส่วนหน้า&nbsp;(อำเภอแม่ทะ)&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมปิดการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญด้านการดับไฟป่าแระหว่างกองทัพบกกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกา&nbsp;Bush&nbsp;Fire&nbsp;SMEE&nbsp;2022&nbsp;ในพื้นที่กองทัพภาคที่&nbsp;3</p><p><strong>กองทัพบกมีความห่วงใยในสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ</strong>&nbsp;ที่จำเป็นต้องบูรณาการและทุ่มเททั้งกำลังใจ&nbsp;กำลังกาย&nbsp;ยุทโธปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ร่วมกันทุกภาคส่วนให้สามารถ&nbsp;ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดผลดี&nbsp;ลดการเกิดไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี&nbsp;มีอากาศที่สดใส&nbsp;และเพื่อให้ลำปางไร้ปัญหาไฟป่าหมอกควันต่อไป</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายอิศเรศ&nbsp;จิระรัตน์&nbsp;หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการควบคุมไฟป่า&nbsp;กรมป่าไม้&nbsp;ผู้แทนกรมป่าไม้&nbsp;</strong>พร้อมคณะฯร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินการ&nbsp;พร้อมนำชมนิทรรศการและการสาธิตการบัญชาการเหตุการณ์&nbsp;เพื่อให้เห็นถึงขั้นตอนการปฏิบัติ&nbsp;ความรู้และความชำนาญของเจ้าหน้าที่และการใช้อุปการณ์ต่างๆ&nbsp;ความปลอดภัยเมื่อเข้าปฏิบัติงาน&nbsp;ซึ่งสร้างความมั่นใจและความพร้อมการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยความร่วมมือและการบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164238157"],
    [101,"ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงฯ ตรวจเยี่ยม รับฟังการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>พล.ท.สวัสดิ์&nbsp;ชนะจิตรสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยม&nbsp;รับฟังการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสวนสาธารณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;พบค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เปรียบเทียบสถิติการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Sport)&nbsp;พบว่าในช่วงเดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;864&nbsp;จุด&nbsp;น้อยกว่าสถิติในช่วงเดียวกันของปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;2,449&nbsp;จุด&nbsp;โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่ดี&nbsp;กว่าหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนอำเภอที่ยังต้องเฝ้าระวัง&nbsp;คืออำเภอปาย&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&nbsp;พบว่าปัจจุบันค่าฝุ่นละอองในอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าหมายจุดความร้อนสะสม&nbsp;ต้องไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝุ่นควันจากการเผา&nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ที่มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก&nbsp;ขณะที่ลมจากทิศตะวันตกพัดเข้ามายังประเทศไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณค่าฝุ่นควันจากการเผาในอากาศเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;สั่งการหน่วยงานป่าไม้ทุกแห่ง&nbsp;หยุดและชะลอการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในเขตป่าทุกชนิด&nbsp;ในช่วงนี้&nbsp;ทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;และในพื้นที่ชุมชน&nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการสอดส่องและดูแล&nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบจุดไฟเผาป่า&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังคงมาตรการทางกฏหมายมาบังคับใช้ด้วย&nbsp;หากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่มีความรุนแรงจากการลักลอบจุดไฟเผาป่า&nbsp;เนื่องจากขณะนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้ออกประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p><strong>พล.ท.สวัสดิ์&nbsp;ชนะจิตรสกุล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้เห็นถึงการบูรณาการ&nbsp;ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งในระดับจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;รวมถึงภาคเอกชนและภาคประชาชน&nbsp;ที่เข้ามามีส่วนร่วมในแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้&nbsp;ทาง&nbsp;กอ.รมน.ส่วนกลาง&nbsp;จะนำเรียนผู้บังคับบัญชา&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&nbsp;ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;เป็นอย่างยิ่ง</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงฯ</strong>&nbsp;รับชมการสาธิตการอัดใบไม้เป็นก้อน&nbsp;เพื่อนำไปแปรรูปเป็นถ่าน&nbsp;และผลิตภัณฑ์ต่างๆ&nbsp;จากเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;รวมทั้งชมการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเปลือกข้าวโพด&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;ใบตองตึง&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและเป็นการลดเชื้อเพลิงที่จะก่อให้เกิดไฟป่า&nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจสร้างป่าสร้างรายได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164845163"],
    [102,"สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา เร่งสำรวจพื้นที่เสียหาย เตรียมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรภาคใต้  สำรองพืชพันธุ์ดีและไตรโครเดอร์มา ฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรทันทีหลังน้ำลด","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>เปิดเผยว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&nbsp;ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;25-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเสียหาย&nbsp;ซึ่งนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&nbsp;และนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;สำรวจความเสียหาย&nbsp;และเตรียมการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเร็วที่สุด</p><p><strong>ซึ่งขณะนี้พบว่าพี่น้องเกษตรกรประสบภัยพิบัติด้านพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;จังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;นราธิวาส&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;และจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;56&nbsp;อำเภอ&nbsp;281&nbsp;ตำบล&nbsp;1,913&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ครัวเรือนเกษตรกรที่คาดว่าจะประสบภัย&nbsp;จำนวน&nbsp;68,955&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่คาดว่าจะเสียหายรวม&nbsp;89,274&nbsp;ไร่&nbsp;จำแนกเป็นข้าว&nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะใกล้จะเก็บเกี่ยว&nbsp;57,196&nbsp;ไร่&nbsp;พืชผัก&nbsp;14,034&nbsp;ไร่&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;18,044&nbsp;ไร่&nbsp;และจากสภาพน้ำท่วมขังดังกล่าว&nbsp;ทำให้ดินขาดออกซิเจนที่รากพืชจำเป็นต้องใช้ในการหายใจ&nbsp;เกิดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ขณะน้ำท่วมอินทรียวัตถุในดินเศษพืชและสัตว์ต่างๆ&nbsp;จะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลาย&nbsp;ทำให้เกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อรากไม้ผล&nbsp;ส่งผลให้ประสิทธิภาพ&nbsp;การดูดน้ำและแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ลดลง&nbsp;รากพืชและลำต้นจะอ่อนแอง่ายต่อการที่โรคและแมลงจะเข้าทำลาย&nbsp;อาจจะทำให้ไม้ผลบางชนิดล้มได้&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติภาคใต้&nbsp;ร่วมกับอีก&nbsp;14&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้ประสานเน้นย้ำให้จังหวัดรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่เสียหายและเตรียมการเฝ้าระวัง&nbsp;หากยังมีฝนตกต่อเนื่อง&nbsp;ให้รีบรายงานทันที&nbsp;สำหรับการเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดนั้น&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีโครงการผลิตพืชพันธุ์ดีเพื่อสำรองในกรณีช่วยเหลือ&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;และใช้ในภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งดำเนินการผลิตพืชพันธุ์ดีให้เกษตรกรในยามฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยได้มอบหมายให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</p><p>ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;จังหวัดสุราษร์ฏานี&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;เตรียมพร้อมพันธุ์พืชผักและไม้ผล&nbsp;สำหรับสนับสนุนเกษตรกรทันทีหลังน้ำลด&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;262,000&nbsp;ต้น&nbsp;อาทิ&nbsp;พริกเดือยไก่&nbsp;พริกขี้หนู&nbsp;มะเขือเปราะ&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;มะเขือยาว&nbsp;มะเขือพวง&nbsp;กะเพรา&nbsp;แมงลัก&nbsp;กระเจี๊ยบเขียว&nbsp;กล้วยน้ำว้า&nbsp;มะละกอ&nbsp;ทุเรียนบ้าน&nbsp;หมาก&nbsp;กาแฟ&nbsp;ผักเหลียง&nbsp;กระท่อม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกและรับประทานในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;(ศจช.)&nbsp;เตรียมสนับสนุนชีวภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ป้องกันเชื้อรา&nbsp;อันเป็นสาเหตุโรคพืช&nbsp;มอบให้เกษตรกรนำไปฟื้นฟูสวนผลไม้&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพารา&nbsp;และไม้ยืนต้น&nbsp;ทันทีหลังน้ำลด&nbsp;</p><p><strong>ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;</strong>กรณีเสียหายโดยสิ้นเชิงกรมส่งเสริมการเกษตรยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ในอัตราดังนี้&nbsp;ข้าว&nbsp;1,340&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;1,980&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&nbsp;4,048&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ&nbsp;30&nbsp;ไร่</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นไปตามที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</strong>หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ&nbsp;โดยเกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ&nbsp;(กษ&nbsp;01)&nbsp;ให้ผู้นำรับรอง&nbsp;ก่อนจะมีการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และพื้นที่เสียหายจริง&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;และขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนาระบบสำหรับบันทึกข้อมูลการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติขึ้นใหม่&nbsp;ทันสมัย&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;และมีประสิทธิภาพมากขึ้น&nbsp;เพื่อจะได้นำข้อมูลให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ&nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&nbsp;และ&nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&nbsp;รับรอง&nbsp;และส่งข้อมูลให้&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโอนเงินช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303202653252"],
    [103,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่คลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามโครงการ คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห มุ่งฟื้นฟูแหล่งน้ำกลับมามีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น","<p><strong>ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดคลองแห&nbsp;อำเภอหาดใหญ่&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>พลเอก&nbsp;อนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนิพนธ์&nbsp;บุญญามณี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการ&nbsp;คืนคลองสวยน้ำใสให้คลองแห&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;จิตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;นายวรณัฎฐ์&nbsp;หนูรอต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;พล.ต.สิรภพ&nbsp;ศุภวานิช&nbsp;ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่&nbsp;4&nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้กำหนดให้คลองแห&nbsp;เป็นแหล่งน้ำในการพัฒนาฟื้นฟู</strong>&nbsp;และแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้สะอาด&nbsp;สวยงาม&nbsp;มีระยะทางความยาวประมาณ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;มีชุมชนที่มีพื้นที่ติดต่อกับคลองแห&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ชุมชน&nbsp;ปัจจุบันบริเวณชุมชนบ้านคลองแห&nbsp;1&nbsp;ตรงข้ามวัดคลองแห&nbsp;เป็นที่ตั้งของตลาดน้ำคลองแห&nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยในช่วงก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;จังหวัดสงขลามีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&nbsp;ประมาณ&nbsp;28,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งตลาดน้ำคลองแห&nbsp;เป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ</p><p><strong>ปัจจุบันสภาพปัญหาของคลองแห&nbsp;จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองหาดใหญ่</strong>และพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ทำให้คลองแหได้ประสบปัญหาภาวะหลายอย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหาขยะ&nbsp;ปัญหาน้ำเสีย&nbsp;และตื้นเขินจากการไหลของน้ำ&nbsp;ที่ไหลจากต้นน้ำ&nbsp;สู่ปลายน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะน้ำที่ไหลผ่านคลองแหส่วนใหญ่จากครัวเรือนในพื้นที่คลองแห&nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำหนดแนวทางดำเนินการโครงการ&nbsp;คืนคลองสวย&nbsp;น้ำใส&nbsp;ให้คลองแห</strong>&nbsp;เพื่อให้การฟื้นฟูคลองแห&nbsp;มีด้วยกัน&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;โดยระยะแรก&nbsp;(ระยะเร่งด่วน)&nbsp;ในพื้นที่ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;เริ่มจากบริเวณสะพานข้างร้านอาหารมิตรโอชา&nbsp;(ข้างบิ๊กซีคลองแห)&nbsp;ถึง&nbsp;สะพานประชาสรรค์&nbsp;&nbsp;พบว่าสภาพพื้นที่มีขยะปกคลุมหนาแน่น&nbsp;สภาพน้ำเน่าเหม็น&nbsp;และตื้นเขินจากการทับถมของดินตะกอน&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการใช้รถโกยตักประกอบเรือทุ่น&nbsp;และเรือท้องแบนเครื่องติดท้าย&nbsp;พร้อมกำลังพลจิตอาสาช่วยกันเก็บขยะและวัชพืชหนาแน่นขึ้นบนฝั่ง&nbsp;หลังจากนั้นจะใช้&nbsp;M&nbsp;Ball&nbsp;และน้ำหมักชีวภาพ&nbsp;เพื่อปรับคุณภาพน้ำ&nbsp;และพื้นที่ช่วง&nbsp;2&nbsp;เริ่มจากบริเวณ&nbsp;สะพานประชาสรรค์&nbsp;ถึง&nbsp;สะพานตลาดน้ำคลองแห&nbsp;ซึ่งมีสภาพพื้นที่&nbsp;และปัญหา&nbsp;คือ&nbsp;ตื้นเขินจากการทับถมของดินตะกอน&nbsp;ดังนั้นจึงได้กำหนดวิธีการโดยใช้รถโกยตักประกอบเรือทุ่น&nbsp;และบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อร่วมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ&nbsp;และแผนในระยะที่&nbsp;2&nbsp;มุ่งประสิทธิผลน้ำใส&nbsp;และระยะที่&nbsp;3&nbsp;มุ่งสู่การแก้ปัญหาบำบัดน้ำเสียสู่ความยั่งยืน&nbsp;ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อดำเนินการมุ่งสู่ประสิทธิผลน้ำใส&nbsp;และการแก้บำบัดน้ำเสียสู่ความยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>ด้าน&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงศ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;หวังให้การฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองแหให้มีความสะอาด&nbsp;โดยต้องร่วมกันดูแล&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสา&nbsp;แม้กระทั่งชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเดิมเป็นคลองที่มีน้ำเน่าเสีย&nbsp;และทุกภาคส่วนได้เข้ามาดำเนินดูแลขับเคลื่อนโครงการฯ&nbsp;โดยการใช้แผนทั้งระยะสั้น&nbsp;และระยะยาว&nbsp;คาดให้คลองแหกลับมามีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ&nbsp;ถ้าเกิดมีการแก้ปัญหาน้ำได้ดี&nbsp;และมีการดูแลที่สะอาด&nbsp;อันจะเป็นแหล่งสำคัญที่จะนำพานักท่องเที่ยวเข้ามา</p><p><br></p><p>ณิชารีย์&nbsp;หนูบุญ&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303190425216"],
    [104,"เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2565 มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่น","<p><strong>ที่วัดทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านตำบลทับมา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ร่วมโครงการ&nbsp;ในงานมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องพระราชดำริฯ&nbsp;</strong>เป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;ซึ่งทรงมีสายพระเนตรยาวไกล&nbsp;ทรงให้ความสำคัญและเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;จึงได้เข้าสมัครเข้าร่วมและดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&nbsp;อันเนื่องพระราชดำริฯ&nbsp;มีผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่น&nbsp;โดยชุมชนมีส่วนร่วมคิด&nbsp;ร่วมปฏิบัติในการรักษาทรัพยากรท้องถิ่นไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน&nbsp;เพื่อประโยชน์แก่ลูกหลานต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303192133220"],
    [105,"จังหวัดสมุทรปราการขับเคลื่อนการลดฝุ่น PM2.5","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดสมุทรปราการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;เร่งลดควันดำจากยานพาหนะ&nbsp;และควันจากภาคอุตสาหกรรม</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;1&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;อาคารศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการณ์&nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือว่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ครั้งที่&nbsp;9&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนมาตรการการป้องกันและลดการเกิดปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดสมุทรปราการมีพื้นที่ประกอบไปด้วย&nbsp;6&nbsp;อำเภอ</strong>&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&nbsp;อำเภอบางเสาธง&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;อำเภอบางบ่อ&nbsp;อำเภอพระประแดง&nbsp;และอำเภอพระสมุทรเจดีย์&nbsp;โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทำให้แบ่งพื้นที่เป็น&nbsp;2&nbsp;ฝั่ง&nbsp;และเป็นหนึ่งในจังหวัดของปากอ่าวตัว&nbsp;ก.&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจในการลงทุนของอุตสาหกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เป็นจำนวนมาก&nbsp;และมีการใช้รถยนต์ขนส่งสินค้าในทางบก&nbsp;และการขนส่งสินค้าทางน้ำเป็นจำนวนมาก&nbsp;ส่งผลให้มีค่าของฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;แต่ด้วยภูมิประเทศของจังหวัดตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวตัว&nbsp;ก.&nbsp;จึงได้รับผลดีจากลมทะเล&nbsp;ทำให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดีในพื้นที่&nbsp;ทำให้ปริมาณฝุ่นไม่หนาแน่น&nbsp;และไม่ส่งผลร้ายต่อประชาชน</p><p><strong>นายเจนเจตน์&nbsp;เจนนาวิน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>ได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการร่วมกันบูรณาการการทำงานตามแนวนโยบายของนายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ซึ่งขอให้ทุกหน่วยเร่งยกระดับความเข้มงวดในมาตรการควบคุมการเผา&nbsp;,การควบคุมควันดำ&nbsp;และการบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>ฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จะเกิดมาจาก&nbsp;4&nbsp;แหล่งที่เป็นสาเหตุหลัก&nbsp;คือ&nbsp;เกิดจาดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์&nbsp;เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้หม้อต้ม&nbsp;เกิดจากโครงการก่อสร้าง&nbsp;และเกิดจากการเผาในจุดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และสั่งการให้ผู้แทนของแต่ละอำเภอที่มาเข้าประชุม&nbsp;ไปดำเนินการเฝ้าระวังจุด&nbsp;HOT&nbsp;SPOT&nbsp;ในพื้นที่ตนเองด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครนายก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303203337255"],
    [106,"เกษตรอำเภอเมืองยะลา สำรวจนาข้าวน้ำท่วม  เตรียมให้การช่วยเหลือ","<p><strong>เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;สำรวจนาข้าวน้ำท่วม&nbsp;</strong>เตรียมให้การช่วยเหลือ&nbsp;แนะเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนน้ำมาอีกระลอก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;ห้วงที่ผ่านมา</strong>&nbsp;ทำให้พื้นที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลใน&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;บางส่วนเป็นพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;ของพี่น้องประชาชน&nbsp;&nbsp;โดยทาง&nbsp;นางสาววันวิสาข์&nbsp;จั่นเพชร&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวรัศมีแรม&nbsp;เพชรรัตน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เกษตรตำบล&nbsp;เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ได้เร่งลงพื้นที่&nbsp;สำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าว&nbsp;ที่บ้านปาโจ&nbsp;ม.3&nbsp;ต.ยะลา&nbsp;อ.เมืองยะลา&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรขึ้นทะเบียน&nbsp;197&nbsp;&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;เนื้อที่ปลูกข้าว&nbsp;720&nbsp;ไร่&nbsp;จากการสำรวจในเบื้องต้น&nbsp;พบว่าส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมีการเก็บเกี่ยวข้าวไปบ้างแล้ว&nbsp;ข้าวที่เสียหายจะเป็นข้าวที่ยังไม่นำขึ้นจากนา&nbsp;ส่วนต้นข้าวที่เสียหายมีบางส่วนจมน้ำแต่ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้</p><p><strong>ในส่วนของการเข้ามาดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ</strong>จากน้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรนั้นนางสาววันวิสาข์&nbsp;จั่นเพชร&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เผยว่า&nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;จะให้ทางเจ้าหน้าที่ประจำตำบลแต่ละตำบลสำรวจความเสียหาย&nbsp;เบื้องต้นก่อน&nbsp;รวมถึงชี้แจง&nbsp;หลักเกณฑ์&nbsp;การจะรับความช่วยเหลือกรณีน้ำท่วม&nbsp;หลักๆ&nbsp;คือ&nbsp;มาพบกับเกษตรกร&nbsp;แนะนำวิธีการที่ทำให้ผลผลิตที่เหลืออยู่ไม่โดนน้ำท่วม&nbsp;ให้ผลผลิตอยู่รอด&nbsp;สามารถช่วยผลผลิตมีคุณภาพ&nbsp;สำหรับ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;ส่วนใหญ่ที่ลงสำรวจทุกพืชตอนนี้ยังมีน้ำท่วมขังอยู่&nbsp;แต่ในพืชอื่นๆ&nbsp;ที่ไม่ใช่ข้าว&nbsp;ไม้ผล&nbsp;ยางพารา&nbsp;เป็นลักษณะต้นโตแล้ว&nbsp;สามารถทนน้ำได้&nbsp;1-2&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ยังไม่มีความเสียหาย&nbsp;</p><p><strong>ส่วนที่กังวลคือ&nbsp;ข้าว&nbsp;ตอนช่วงน้ำมาเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;</strong>ทำให้ผลผลิตบางส่วนเสียหายไป&nbsp;เพราะเกษตรกรเก็บแล้วมีการตากข้าว&nbsp;เป็นเรียงในคันนา&nbsp;ผืนนา&nbsp;น้ำมาไม่ทันตั้งตัว&nbsp;ซึ่งกลายเป็นว่าน้ำท่วมในหน้าร้อน&nbsp;เกษตรกรเองก็ไม่คาดคิดกัน&nbsp;เป็นปีแรก&nbsp;น้ำมาท่วมหน้าร้อน&nbsp;การตาก&nbsp;2&nbsp;วัน&nbsp;ก็ทำให้ผลผลิตเสียหาย&nbsp;ตอนนี้น้ำเริ่มลดแล้ว&nbsp;ถ้าไม่มีปริมาณน้ำมาเพิ่ม&nbsp;อีก&nbsp;ที่เสียหายก็จะอยู่ที่&nbsp;10%&nbsp;คาดการณ์ไว้ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วที่เสียหาย&nbsp;ส่วนผลผลิตที่ยังไม่เก็บติดกับต้นยังไม่เสียหายมาก&nbsp;ส่วนพื้นที่นาข้าว&nbsp;ทั้งอำเภอเมือง&nbsp;มีกว่า&nbsp;1,800&nbsp;ไร่&nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวไว้&nbsp;บางส่วนไม่แจ้งเอกสารสิทธิ์&nbsp;อีก&nbsp;10%</p><p><strong>ส่วนของหลักเกณฑ์&nbsp;สำหรับพื้นที่เสียหายนั้น</strong>&nbsp;เกษตรกรก็จะต้องมีการถ่ายภาพความเสียหาย&nbsp;และให้ทาง&nbsp;ปภ.จังหวัด&nbsp;ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติให้การช่วยเหลือ&nbsp;ซึ่งจะมีแบบที่จะเป็นการสำรวจ&nbsp;คงต้องรอน้ำลด&nbsp;10-15&nbsp;วันก่อน&nbsp;และจะมีเกษตรตำบลมาตรวจสอบอีกครั้ง</p><p><strong>วันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;ที่จะถึงนี้&nbsp;จะมีการประกาศเตือนจะมีพายุลูกใหม่เข้ามา&nbsp;</strong>ก็ได้เน้นย้ำให้เกษตรตำบล&nbsp;แจ้งทุกพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่นา&nbsp;ให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;และนำไปไว้ในที่สูง&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอีก</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายมะบ๊ะ&nbsp;โต๊ะเฮง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;บอกว่า&nbsp;น้ำท่วมที่ผ่านม</strong>า&nbsp;ข้าวที่เรียงไว้หลังจากเก็บเกี่ยว&nbsp;ได้รับความเสียหาย&nbsp;วางไว้ในที่นา&nbsp;เก็บไม่ทัน&nbsp;น้ำมาเร็ว&nbsp;นอกจากนี้ก็มีต้นข้าวบางส่วนจมน้ำเสียหาย&nbsp;บางส่วนยังสามารถเก็บผลผลิตได้&nbsp;ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีน้ำท่วมในช่วงนี้&nbsp;หลังจากนี้ทางเกษตรอำเภอ&nbsp;เกษตรตำบลก็ได้มาให้คำแนะนำ&nbsp;ต้องเก็บเกี่ยวให้เร็วขึ้น&nbsp;และขนมาไว้ที่สูงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304092717299"],
    [107,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจประเมินหลักเกณฑ์การจัดระบบป้องกันโรคในสนามชนไก่หรือซ้อมชนไก่ และตรวจเยี่ยมเกษตรกร Smart Farmer ต้นแบบ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจประเมินหลักเกณฑ์การจัดระบบป้องกันโรคในสนามชนไก่หรือซ้อมชนไก่&nbsp;(ต่ออายุ)&nbsp;ตามแบบ&nbsp;สกช.2&nbsp;(ปรับปรุง&nbsp;60)&nbsp;ของ&nbsp;นายสมคิด&nbsp;หอมทรัพย์&nbsp;สถานที่ตั้ง&nbsp;173&nbsp;บ้านนาหว้า&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บ้านนาหว้า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมเกษตรกร&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ต้นแบบ</strong>&nbsp;นายบุญนอง&nbsp;ศรีธรรมมา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;262&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;387&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่งวง&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่ต๊อก&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;เป็น&nbsp;นางรัตนาพร&nbsp;พงขจร&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่งวง&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;เป็ดเทศ&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรพื้นเมือง&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;ที่บ้านนาเจียง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านหนองหลวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304095540317"],
    [108,"สถานการณ์ผลผลิตผลไม้จังหวัดระยองปีนี้ มีปริมาณผลผลิตรวมกว่า 174,000 ตัน เน้นมาตรการควบคุมคุณภาพผลผลิต ควบคู่กับการส่งออกต้อง Zero COVID เท่านั้น","<p><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สถานการณ์การผลิตทุเรียนของจังหวัดระยองปีนี้&nbsp;มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;140,000&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนมังคุด&nbsp;&nbsp;มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัว&nbsp;คือ&nbsp;22,000&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะที่เงาะและลองกอง&nbsp;ให้ผลผลิตลดลง&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรโค่นเงาะและลองกองทิ้ง&nbsp;แล้วหันมาปลูกทุเรียนที่ได้ราคาคุ้มกว่า&nbsp;ทำให้ผลผลิตผลไม้ทั้ง&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ให้ผลผลิตรวม&nbsp;174,000&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&nbsp;ประเทศจีนได้เพิ่มความเข็มงวดในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนมากขึ้น&nbsp;ทำให้จังหวัดระยองจำเป็นต้องประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;มีเปอร์เซ็นต์แป้งตามมาตรฐานส่งออก&nbsp;เช่นหมอนทอง&nbsp;32&nbsp;เปอร์เซ็นต์,&nbsp;ชะนี&nbsp;พวงมณี&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;,กระดุม&nbsp;27&nbsp;&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;&nbsp;พร้อมกับ&nbsp;ห้ามซื้อ-ขายทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ&nbsp;หากฝ่าฝืนจะถูกจับดำเนินคดีทันที&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร</strong>ในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;ลงพื้นที่ประสานความร่วมมือในการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดร่วมกับเกษตรกร&nbsp;&nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการส่งออก&nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;ด้วยการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละชนิดพันธุ์&nbsp;คือ&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;,พันธุ์ชะนีและพวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;,พันธุ์หมอนทองและก้านยาว&nbsp;วันที่&nbsp;&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันดังกล่าว&nbsp;ต้องส่งผลิตให้สำนักงานเกษตรอำเภอทำการตรวจเปอร์เซ็นต์แป้ง&nbsp;จากนั้นจึงจะออกใบรับรองคุณภาพทุเรียนให้กับเกษตรกรต่อไป</p><p><strong>ที่สำคัญ&nbsp;ในฤดูกาลผลไม้ปีนี้&nbsp;ประเทศจีนในฐานะเป็นประเทศคู่ค้าผลไม้</strong>ที่สำคัญของภาคตะวันออก&nbsp;กำหนดให้ต้องตรวจไม่พบเชื้อ&nbsp;COVID&nbsp;-19&nbsp;ทั้งในคน&nbsp;ผลไม้&nbsp;และองค์ประกอบอื่นๆ&nbsp;ในการขนส่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ภาชนะบรรจุภัณฑ์&nbsp;รถขนส่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยจะมีการสุ่มตรวจทั้งโรงคัดบรรจุและสวนเกษตรกรเป็นประจำ&nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องวางระบบป้องกันการระบาดของ&nbsp;&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ในสวนของตนเองอย่างเข้มงวด&nbsp;โดยในปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;ต้อง&nbsp;&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;เท่านั้น&nbsp;หากตรวจพบเชื้อโควิด&nbsp;จะถูกห้ามนำเข้าทันที&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาล&nbsp;และอาจจะะส่งผลให้ปริมาณผลผลิตล้นตลาดได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304093140301"],
    [109,"สมุทรสาครจัดงานสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดสมุทรสาครรับรองการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน GAP","<p><strong>วานนี้&nbsp;(3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา</strong>&nbsp;มหาชัย&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานเปิดงานสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;โดยมีปลัดจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้แทนศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;มหาชัย&nbsp;ผู้แทนองค์กรเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;และสื่อมวลชน&nbsp;เข้าร่วมงาน</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;การจัดงาน&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</strong>ในครั้งนี้&nbsp;เป็นไปตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของงบกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;ซึ่งจัดงานระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&nbsp;มหาชัย&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วยการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร</strong>และสินค้าเกษตรปลอดภัยของจังหวัดสมุทรสาครของเกษตรกร&nbsp;และองค์กรเกษตรกร&nbsp;โดยมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;32&nbsp;ร้านค้า?&nbsp;เช่น?&nbsp;ก้อนเห็ดภูฐาน?&nbsp;คุกกี้เผ็ดโฮมเมด?&nbsp;น้ำมะพร้าวน้พหอมบ้านแพ้ว?&nbsp;ลำไยพวงทอง?&nbsp;กล้วยไม้?&nbsp;ฝรั่งกิมจู&nbsp;ผักสดปลอดสารพิษ?&nbsp;มะนาวแป้น?&nbsp;ไม้ประดับ,&nbsp;การบริการให้คำปรึกษาการขอการรับรองเพื่อเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP,&nbsp;บริการตรวจสารพิษในเลือดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขาย&nbsp;(นาทีทอง)&nbsp;เป็นต้น?</p><p><strong>ซึ่งการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด</strong>ให้แก่เกษตรกรในการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย&nbsp;เพิ่มรายได้ของเกษตรกร&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดในการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และองค์กรเกษตรกรของจังหวัดสมุทรสาครให้เกิดเครือข่ายเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ในอนาคต&nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;และเพื่อรับรองการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304093450306"],
    [110,"นายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลไฟป่าภาคเหนือ ไม่ให้ขยายสร้างความเสียหาย","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากกรณีเกิดไฟป่าในพื้นที่ตำบลแม่แฝกใหม่&nbsp;อำเภอสันทราย&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบรายงานแล้ว&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&nbsp;ร่วมกับกองทัพระดมกำลังลงพื้นที่เร่งดับไฟป่า&nbsp;กระชับพื้นที่ไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิม&nbsp;พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นจัดเวรยามคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสถานการณ์&nbsp;รวมถึงคอยสังเกตพฤติกรรมลูกบ้านที่อาจจะลักลอบไปจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรและหาของป่าในช่วงเวลานี้&nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&nbsp;-&nbsp;เมษายนของทุกปี&nbsp;ภาคเหนือมักจะประสบปัญหาวิกฤติหมอกควัน&nbsp;สาเหตุหลักมาจากการเผาป่า&nbsp;การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และการเผาในพื้นที่ทำไร่หมุนเวียน&nbsp;</p><p><strong>นายกรัฐมนตรี&nbsp;เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น</strong>&nbsp;&nbsp;รวมทั้งคุมเข้มมาตรการทางกฎหมาย&nbsp;ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม&nbsp;ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์เผยแพร่รณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรผ่านช่องทางสื่อต่างๆ&nbsp;ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;เร่งหาตัวผู้กระทำผิด&nbsp;มาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด&nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างและป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันอีก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105327355"],
    [111,"พ่อเมืองขุนแผน เตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัยและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p><strong>ที่อุทยานมิตรผล&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมและรับทราบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนพงศ์&nbsp;อุดมศิลป์&nbsp;ผู้อำนวยการด้านโรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;ด่านช้าง&nbsp;พร้อมคณะให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัยจากการเผาไร่อ้อย&nbsp;โดยรับซื้อใบอ้อยสดจากเกษตรกรที่ราคา&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;หากอ้อยไฟไหม้จะถูกหัก&nbsp;30&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;และเฉลี่ยให้กับอ้อยสดทุกตัน&nbsp;นอกจากนี้หากเกษตรกรพบเห็นและแจ้งเบาะแสการเผาอ้อย&nbsp;จะได้รับเงินรางวัลนำจับ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;ทั้งนี้จากแนวทางดังกล่าว&nbsp;ทำให้สามารถลดปัญญาอัคคีภัยจากการเผาอ้อยลงได้มาก</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อุทยานมิตรผลด่านช้าง&nbsp;ยังได้จัดทำโครงการจัดทำแนวกันไฟพื้นที่ไร่อ้อย</strong>อย่างมีส่วนร่วมครอบคลุมพื้นที่อำเภอด่านช้างและอำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;โดยจัดประชุมทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน&nbsp;กำหนดจุดประสานงานโครงการ&nbsp;จุดสังเกตการณ์&nbsp;จุดเฝ้าระวังไฟพร้อมรถน้ำและพนักงานดับเพลิงประจำจุด&nbsp;และแปลงแนวกันไฟ&nbsp;จุดติดตั้งจุดงวงช้าง&nbsp;(จุดเติมน้ำ)&nbsp;พร้อมประสานเตรียมรถน้ำเสริมจาก&nbsp;อบต.ในพื้นที่&nbsp;จากการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;ทำให้ปัญหาไฟไหม้อ้อยก่อนเปิดหีบและการลักลอบเผาอ้อยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;สอดคล้องกับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในช่วงฤดูกาลเปิดหีบอ้อยของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ลดน้อยลง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304095141316"],
    [112,"ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัยและปัญหามลพิษบ่อกำจัดขยะมูลฝอย อ.ด่านช้าง","<p><strong>ที่บริเวณบ่อกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง</strong>&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์และแผนเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&nbsp;และปัญหามลพิษของ&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแบบเทกอง&nbsp;และฝังกลบเป็นบางส่วน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงเขาสภาพเดิมเป็นบ่อดิน&nbsp;ลึกประมาณ&nbsp;6&nbsp;เมตร&nbsp;มีการเทขยะมูลฝอยมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2532&nbsp;ปัจจุบันมีหน่วยงานที่นำขยะมูลฝอยมาทิ้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;เทศบาลตำบลด่านช้าง&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&nbsp;และ&nbsp;อบต.ด่านช้าง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงได้เตรียมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะไว้แล้ว&nbsp;</strong>โดย&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงและเทศบาลตำบลด่านช้าง&nbsp;จัดกำลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยเมื่อได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้&nbsp;ชุดผจญเพลิง&nbsp;พร้อมอุปกรณ์จะเข้าไปยังที่เกิดเหตุ&nbsp;พร้อมรายงานให้นายก&nbsp;อบต.ทราบ&nbsp;เพื่อรายงานไปยังนายอำเภอด่านช้างเพื่อขอกำลังสนับสนุน&nbsp;โดยมีแหล่งน้ำสำรองในการดับเพลิง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนกระเสียว&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาด่านช้าง&nbsp;และโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้าง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ&nbsp;ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ&nbsp;เพื่อรายงานรายละเอียดการเกิดเหตุ&nbsp;และจัดประชุมหารือถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","NULL","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304093957307"],
    [113,"เตือนประชาชนในทุกพื้นที่ ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง  6-8 มีนาคมนี้","<p><strong>นายธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางแผ่ลงมาจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อน&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย&nbsp;โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบก่อน&nbsp;ส่วนในภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;จะได้รับผลกระทบต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;</strong>และลมกระโชกแรง&nbsp;รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย</p><p><strong>ประชาชนสามารถติดตามประกาศ&nbsp;</strong>จากกรุมอุตุนิยมวิทยาและติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;<a&nbsp;href=\"http://www.tmd.go.th/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\"&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(17,&nbsp;85,&nbsp;204);\">http://www.tmd.go.th</a>&nbsp;หรือที่&nbsp;0-2399-4012-13&nbsp;และ&nbsp;1182&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105011347"],
    [114,"แนวทางส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับ&nbsp;Pig&nbsp;Sandbox&nbsp;จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ&nbsp;เพื่อนำร่อง&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;ฟื้นฟูการผลิตและควบคุมป้องกันโรคสุกร&nbsp;ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เขตพื้นที่นำร่องและพื้นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ&nbsp;ตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&nbsp;เช่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐ&nbsp;ภาคการเงินการธนาคาร&nbsp;ภาคการขนส่ง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;มาตรการทางกฎหมายและการสนับสนุนด้านอื่นๆ&nbsp;โครงการ/กิจกรรมสำคัญที่ต้องดำเนินการ&nbsp;กรอบเวลาและงบประมาณและคณะทำงานขับเคลื่อนทั้งส่วนกลางและในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแนวทางการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกร&nbsp;</strong>ของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&nbsp;มีการดำเนินการโดยใช้หลัก&nbsp;3S&nbsp;คือ&nbsp;Scan&nbsp;พื้นที่ภายใต้มาตรการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดพื้นที่นำร่อง&nbsp;(Pig&nbsp;Sandbox)&nbsp;Screen&nbsp;คน&nbsp;คอก&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ที่มีความพร้อมและเหมาะสม&nbsp;และ&nbsp;Support&nbsp;อุดหนุน&nbsp;ช่วยเหลือด้านการจัดการเลี้ยงดู&nbsp;การตลาดและแหล่งทุน&nbsp;โดยให้คำแนะนำ&nbsp;อบรม&nbsp;ในการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&nbsp;เพื่อยกระดับและปรับระบบการเลี้ยงเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;GFM/GAP&nbsp;มีการอบรมเกษตรกร&nbsp;สนับสนุน&nbsp;อุดหนุน&nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์สัตว์ราคาถูก&nbsp;(ลูกสุกรขุน/แม่พันธุ์)&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์และเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร&nbsp;สนับสนุนการจัดทำ&nbsp;ปรับปรุงฟาร์มภายใต้ระบบป้องกันภัยทางชีวภาพของฟาร์มเลี้ยงสุกรสู่ระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(Good&nbsp;Farming&nbsp;Management:&nbsp;GFM)&nbsp;โดยต้องเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;Pig&nbsp;Sandbox&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;พื้นที่นำร่อง/พื้นที่ขยายผล&nbsp;พื้นที่ปลอดโรค&nbsp;ASF&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Zone&nbsp;และพื้นที่นอกเขตปลอดโรค&nbsp;โดยปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;เป็นพื้นที่นำร่อง&nbsp;และปศุสัตว์เขต&nbsp;2&nbsp;เขต&nbsp;8&nbsp;เขต&nbsp;9&nbsp;และพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรจำนวนมาก&nbsp;และ/หรือมีความเหมาะสมหลังประเมินความเสี่ยง&nbsp;เป็นพื้นที่ขยายผล&nbsp;ส่วนพื้นที่ปลอดโรค&nbsp;ASF&nbsp;&nbsp;Free&nbsp;Zone&nbsp;จะมีกิจกรรมและมาตรการต่างๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การขึ้นทะเบียน&nbsp;คนเลี้ยง&nbsp;คนค้า&nbsp;คนฆ่า&nbsp;คนขน&nbsp;คนขาย&nbsp;โรงงานอาหารสัตว์&nbsp;เวชภัณฑ์&nbsp;ฯลฯ&nbsp;การสร้างความรับรู้ที่ดี&nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;การยกระดับมาตรฐานฟาร์ม&nbsp;มาตรการการสุ่มตรวจสอบ&nbsp;ตรวจโรค&nbsp;การกำจัดซากสัตว์&nbsp;ยกระดับมาตรฐาน&nbsp;โรงฆ่า&nbsp;ตัดแต่ง&nbsp;ห้องเย็น&nbsp;เขียง&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐาน</p><p><strong>อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวแนะนำเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ฟาร์มสุกรควรมีรั้วรอบบริเวณพื้นที่การเลี้ยงสุกร&nbsp;ป้องกันคน&nbsp;รถ&nbsp;และสัตว์พาหะได้&nbsp;ควรมีระบบทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าฟาร์ม&nbsp;ทั้งคนและรถ&nbsp;ควรจัดให้มีบริเวณที่ขายสุกรมีชีวิต&nbsp;แยกออกมาจากพื้นที่การเลี้ยงสุกร&nbsp;มีคอกกักกันสุกรที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;แยกจากบริเวณการเลี้ยงสุกรเดิมภายในฟาร์ม&nbsp;และมีการป้องกันและกำจัดสัตว์พาหะในโรงเรือน&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ&nbsp;&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็ก&nbsp;และเกษตรกรรายย่อย&nbsp;เพื่อยกระดับฟาร์มให้มีมาตรฐานที่ดี&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค&nbsp;และส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104352335"],
    [115,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล พัฒนา Young Smart Farmer (YSF) ให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของชุมชน","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายชาญณรงค์&nbsp;วิรุณสาร&nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินงานของศูนย์เครือข่าย&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;สวนผักตาหวาน&nbsp;ของนายสมศักดิ์&nbsp;จันทรักษ์&nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลควนกาหลง&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>นายสมศักดิ์&nbsp;จันทรักษ์&nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;(YSF)&nbsp;</strong>ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้มีการดำเนินกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปลูกผักบนกระเบื้อง&nbsp;ซึ่งได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;การผลิตดินหมักและปุ๋ยหมัก&nbsp;การเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;และการเลี้ยงไก่สายพันธุ์ต่างๆ&nbsp;ซึ่งสามารถเป็นจุดเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงได้</p><p><strong>สำหรับการพัฒนา&nbsp;YSF&nbsp;เป็นการสนับสนุนให้&nbsp;YSF&nbsp;</strong>มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของชุมชน&nbsp;และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรเข้าสู่การเกษตรสมัยใหม่&nbsp;รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของ&nbsp;YSF&nbsp;ให้เป็นต้นแบบ&nbsp;เพื่อให้ถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาและประสบการณ์สู่เกษตรกรรุ่นใหม่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304103604333"],
    [116,"ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภารกิจขจัดคราบน้ำมันกลางทะเลของทุกภาคส่วน","<p><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า&nbsp;</strong>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวแกนของวาล์ว&nbsp;โดยจะซ่อมทำแล้วเสร็จในเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;แล้วจะเริ่มทำการทดสอบตัววาล์วที่ซ่อมทำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมา&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ในวันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ขณะที่พื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&nbsp;คราบ&nbsp;ฟิล์มน้ำมันดิบแต่อย่างใด&nbsp;ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&nbsp;ได้แจ้งว่า&nbsp;การเก็บตัวอย่างเลือดดูความผิดปกติของอวัยวะหลังเก็บกู้คราบน้ำมัน&nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน&nbsp;ในการติดตามระยะยาว&nbsp;ผลตรวจเลือด&nbsp;จำนวน&nbsp;542&nbsp;ราย&nbsp;พบว่า&nbsp;มีภาวะซีด&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;การทำงานของตับ&nbsp;ผิดปกติ&nbsp;จำนวน&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;การทำงานของไต&nbsp;ผิดปกติ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</strong>มียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,987&nbsp;ราย&nbsp;ส่วนทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมว่าขอยุติการรับคำร้อง&nbsp;ณ&nbsp;จุดให้บริการประชาชนของภาครัฐทุกจุด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;เนื่องจากเห็นว่าผู้ร้องเรียนลดลงและพบว่าข้อมูลการร้องเรียนมีความซ้ำซ้อน&nbsp;ส่วนผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่ได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์จากคราบน้ำมันสามารถติดต่อบริษัทโดยตรงที่ศูนย์สื่อสาร&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้โดยตรงทางโทรศัพท์หมายเลข&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304111126365"],
    [117,"เตือนเกษตรกรในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกที่ระบาดในประเทศต่างๆ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;&nbsp;องค์การสุขภาพสัตว์โลก&nbsp;(OIE)&nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกชนิดสายพันธุ์รุนแรง&nbsp;ใน&nbsp;61&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;รวมจุดพบโรคทั้งหมด&nbsp;5,213&nbsp;จุด&nbsp;และจากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;พบรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ชนิดความรุนแรงสูง&nbsp;ชนิด&nbsp;H5N1&nbsp;H5N6&nbsp;H5N2&nbsp;H5N5&nbsp;และ&nbsp;H5N8&nbsp;มากกว่า&nbsp;30&nbsp;ประเทศทั่วโลก&nbsp;ทั้งในทวีปยุโรป&nbsp;อเมริกา&nbsp;แอฟริกา&nbsp;รวมทั้งในเอเชีย&nbsp;อาทิ&nbsp;ไต้หวัน&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;เกาหลีใต้&nbsp;เวียดนาม&nbsp;อีกทั้งองค์การอนามัยโลก&nbsp;(WHO)&nbsp;รายงานพบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนชนิด&nbsp;H5N6&nbsp;ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและมีผู้เสียชีวิต</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ในฐานะหน่วยงานหลัก&nbsp;ไม่ได้นิ่งนอนใจ</strong>&nbsp;ยังคงเตรียมความพร้อมในการป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการป้องกันโรคไข้หวัดนกแก่เกษตรกร&nbsp;ตั้งแต่การปรับระบบการเลี้ยง&nbsp;โดยเน้นระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ป้องกันนกธรรมชาติเข้าเล้า/โรงเรือน&nbsp;ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบริเวณสัตว์อาศัยอยู่เป็นประจำ&nbsp;หาแหล่งน้ำบริโภคให้สะอาด&nbsp;ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า&nbsp;&nbsp;ออก&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;ในกรณีที่จะนำสัตว์ปีกเข้าร่วมฝูง&nbsp;จะต้องมีการกักกันไว้ในบริเวณอื่นก่อน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;อาสาปศุสัตว์&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทันที&nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ&nbsp;ควบคุมโรคทันที&nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304114748372"],
    [118,"ผู้ว่าฯ แพร่ เน้นย้ำประชาชนห้ามเผาเด็ดขาดทุกพื้นที่ หลังค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีส้มต่อเนื่องหลายวัน","<p><strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&nbsp;และตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ดัชนีคุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ของจังหวัดแพร่ยังอยู่ในระดับสีส้ม&nbsp;ซึ่งเกินค่ามาตรฐานและเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;โดยได้เกิดขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน&nbsp;สาเหตุส่วนใหญ่คาดว่ามาจากการเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์&nbsp;จังหวัดแพร่จึงยังคงต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ได้กำชับทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางป้องกันปัญหาไฟป่าและการเผาในที่โล่งของจังหวัดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมเร่งสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่จึงขอความร่วมมือประชาชนงดเผาเด็ดขาดในทุกพื้นที่ของจังหวัดแพร่&nbsp;ตามช่วงเวลาประกาศห้ามเผาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;ถึงเมษายนนี้&nbsp;เพื่อช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่ดี&nbsp;หากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304113914370"],
    [119,"เกษตกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่ ขอเชิญร่วมงาน Yong Smart Farmer Phrae Showcase 2022","<p><strong>ชมรม&nbsp;Yong&nbsp;Smart&nbsp;Famer&nbsp;Phrae&nbsp;ขอเชิญร่วมงาน&nbsp;Yong&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;Phrae&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;</strong>โดยมีการแสดงผลงานของเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;8-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019</p><p><strong>ชมรม&nbsp;Yong&nbsp;Smart&nbsp;Famer&nbsp;Phrae&nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;</strong>ขอเชิญร่วมงาน&nbsp;Yong&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;Phrae&nbsp;Showcase&nbsp;2022&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;8-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;09.30&nbsp;-&nbsp;20.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงยิมชมรมแบดมีตัน&nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;การประกวดลาบเมืองแพร่&nbsp;การประกวดส้มตำลีลา&nbsp;การเสวนาทางการเกษตร&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Walk&nbsp;Rally&nbsp;และมีการแสดงผลงานทางการเกษตรสาขาต่างๆ&nbsp;จาก&nbsp;16&nbsp;ฟาร์มทั่วจังหวัดแพร่&nbsp;มีฐานการเรียนรู้ศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่/ฐานการเรียนรู้ธุรกิจเกษตร/การปศุสัตว์แนวใหม่/เกษตรยั่งยืน/&nbsp;การออกแบบและการจัดการแปลงเกษตร&nbsp;และการจัดการ&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;อาหาร</p><p><strong>โดยผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้รับของรางวัลฟรี&nbsp;</strong>รับของแจกจากฟาร์ม&nbsp;ทั้งเมล็ดพันธุ์&nbsp;น้ำหมัก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ต้นไม้&nbsp;ไม้ประด้บ&nbsp;และรับของที่ระลึกจากการเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120048384"],
    [120,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พี่สอนน้องเพื่อพัฒนาไปสู่พื้นที่ตำบลที่รับผิดชอบให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสมพิส&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลจอมปลวก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเสนีย์&nbsp;ตรุยานนท์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;การจัดสัมมนาส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&nbsp;โดยจัดให้มีเวทีตามระบบส่งเสริมการเกษตรให้เจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;เป็นเวทีเชื่อมโยงวิชาการจากแหล่งความรู้ทางวิชาการไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานผ่านเวที&nbsp;พี่สอนน้อง&nbsp;เนื่องจากปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการบรรจุเกษตรตำบลเข้ามาใหม่ทำให้ยังไม่มีประสบการณ์ในพื้นที่และบริบทของตำบล&nbsp;และนำผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตน้ำตาลมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เข้ามาบูรณาการเพื่อให้ได้แนวทางในการพัฒนาด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อย่างเป็นรูปธรรมและมี&nbsp;นางฐานิยา&nbsp;นิยมญาติ&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เข้าร่วมงานพร้อมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และผู้แทนเกษตรกรผู้ผลิตน้ำตาลมะพร้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมการจัดเวที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;นอกจากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบการจัดเวทีชุมชนแบบมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่&nbsp;DOAE&nbsp;สู่โมเดลเกษตรเขต&nbsp;2&nbsp;ในเรื่องการส่งเสริมการผลิตน้ำตาลมะพร้าวแท้แม่กลอง&nbsp;โดยใช้การจัดกระบวนการเข็มทิศสร้างสุข&nbsp;เพื่อเรียนรู้เรื่องการกำหนดเป้าหมายและกิจกรรมล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ&nbsp;ทำให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;คิดอย่างเป็นระบบ&nbsp;วิเคราะห์เข้ามาร่วมระดมสมอง&nbsp;ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และสังคม&nbsp;ในรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชน&nbsp;ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;โดยจะนำประเด็นจากการเสนอแนวคิด&nbsp;เสนอความต้องการ&nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&nbsp;ของเกษตรกรนำไปจัดทำแผนงาน/โครงการ&nbsp;โดยมีแนวทางขยายผลการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่&nbsp;โดยการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรปัญหาอย่างรอบด้าน&nbsp;แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุดและทันเวลา&nbsp;ตามแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตรรวมถึงการนำไปใช้ในการขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การสร้างรายได้&nbsp;และมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120640388"],
    [121,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ 1จังหวัดพร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักบริเวณ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;42&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;จันทบุรี&nbsp;33&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนครสวรรค์&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;มีนาคมได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัด&nbsp;ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ปัตตานี&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;31&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2,604&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;30,581&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;53&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,382&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120533387"],
    [122,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่บริเวณ ต.จองคำจ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;โดยสูงระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120800389"],
    [123,"สตูล ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ","<p><strong>วันที่&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมวัฒนโกเมร&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;</strong>ศาลากลางจังหวัดสตูล&nbsp;นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่ายได้ดำเนินการจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;</strong>โดยจ้างเหมาบริษัท&nbsp;กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;จำกัด&nbsp;ปีละ&nbsp;6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บ&nbsp;รวบรวม&nbsp;คัดแยก&nbsp;และขนส่งขยะมูลฝอยขึ้นฝั่งโดยใช้เรือบาร์จ&nbsp;ไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร&nbsp;เทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;ค่าใช้จ่ายกำจัดปีละ&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นบนเกาะหลีเป๊ะช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;-&nbsp;เดือนกันยายน&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;(Low&nbsp;Season)&nbsp;ประมาณ&nbsp;15&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;และช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;-&nbsp;เดือนพฤษภาคม&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;(High&nbsp;Season)&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2564&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อ&nbsp;COVID-19</strong>&nbsp;ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยมีจำนวนลดน้อยลงมาก&nbsp;จึงทำให้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยลดน้อยลง&nbsp;แต่ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยในการจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะประกอบด้วยโรงคัดแยกขยะมูลฝอยของบริษัทฯมีพื้นที่ประมาณ&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;คัดแยกได้ร้อยละ&nbsp;35-&nbsp;45&nbsp;ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด&nbsp;ขยะมูลฝอยที่เหลือนำส่งไปกำจัดบนฝั่งซึ่งรวมขยะอินทรีย์จำพวกเศษอาหาร&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;9&nbsp;ตัน&nbsp;ช่วงปกติขนย้ายเดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวขนย้ายเดือนละ&nbsp;3&nbsp;ครั้ง</p><p><strong>สำหรับสภาพปัญหาของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ</strong>&nbsp;คือการจัดการขยะที่ต้นทาง&nbsp;ครัวเรือนและสถานประกอบการมีการคัดแยกขยะมูลฝอยค่อนข้างน้อย&nbsp;ส่วนใหญ่ทิ้งขยะมูลฝอยรวมไว้ในถุงเดียวกัน&nbsp;การจัดการขยะมูลฝอยกลางทาง&nbsp;ไม่มีระบบจัดเก็บรวมรวมและขนส่งแบบแยกประเภท&nbsp;ทำให้มีกลิ่นเหม็น&nbsp;การขนส่งขยะมูลฝอยขึ้นฝั่งลงเรือบรรทุก&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหาดชาวเลมีมาตรการป้องกันการปลิวของขยะมูลฝอยไม่ดีพอ&nbsp;และขยะมูลฝอยที่นำส่งไปกำจัด&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร&nbsp;เทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;ไม่มีการคัดแยก&nbsp;มีการปนเปื้อนเศษอาหาร&nbsp;ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น&nbsp;ทำให้ระบบกำจัดปลายทางไม่สามารถคัดแยกได้&nbsp;ส่งผลให้ประสิทธิภาพการฝังกลบใกล้เต็มที่&nbsp;</p><p><strong>โดยในที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อน</strong>ตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อการติดตามแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียบนเกาะหลีเป๊ะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304124225397"],
    [124,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(3&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;695&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;262&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;181&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;177&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;157&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;102&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;75&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;และน่าน&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;และภาคกลางเหมือน&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ทำให้ประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;8,828&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;7,440&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,789&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;2,478&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;2,310&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,950&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304124327398"],
    [125,"ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการเร่งออกดับไฟป่า เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟ พร้อมเตรียมนำกฎหมายมาดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาป่า","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;(Warroom)ได้ตรวจสอบพบไฟไหม้ป่า&nbsp;บริเวณวัดหัวน้ำแม่สะกึด&nbsp;บ้านหัวน้ำแม่สะกึด&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการนี้นายเชษฐษ&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้สั่งการให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นหัวหน้าชุดผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;ทหาร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตลอดจนผู้นำชุมชนในท้องที่&nbsp;ร่วมกันบูรณาการออดดับฟ้าบนเขาหลังวัดหัวน้ำแม่สะกึด&nbsp;โดยการเกิดไฟป่าเป็นวงกว้างจนสามารถควบคุมไฟป่าในเบื้องต้นได้</p><p><strong>ทั้งนี้นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งดับไฟป่าภาคเหนือ&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ขยายสร้างความเสียหายในพื้นที่อื่นๆ&nbsp;โดยกำชับให้บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาป่าอย่างเด็ดขาด</p><p><strong>สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ระดมกำลังลงพื้นที่เร่งดับไฟป่า</strong>&nbsp;เพื่อไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการสั่งการให้องค์กร&nbsp;ส่วนท้องถิ่นมีการจัดเวรยามคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสถานการณ์&nbsp;รวมถึงสังเกตพฤติกรรมชาวบ้านที่อาจจะลักลอบไปจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นทีทำการเกษตร&nbsp;และหาของป่าในช่วงเวลานี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304132525413"],
    [126,"จังหวัดสระแก้วส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง","<p><strong>จังหวัดสระแก้วส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่</strong></p><p><br></p><p><strong>ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านเนินสมบูรณ์&nbsp;ตำบลตาพระยา&nbsp;อำเภอตาพระยา&nbsp;จังหวัดสระแก้ว&nbsp;</strong>นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เป็นประธานมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;จากแปลงพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและผ่านการตรวจรับรองแล้ว&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;เป็นจำนวนทั้งสิ้น&nbsp;21,928,530&nbsp;ลำ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อำเภอเมืองสระแก้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;13,500&nbsp;ลำ&nbsp;อำเภอตาพระยา&nbsp;จำนวน&nbsp;20,895,155&nbsp;ลำ&nbsp;อำเภอวัฒนานคร&nbsp;จำนวน&nbsp;93,000&nbsp;ลำ&nbsp;อำเภอเขาฉกรรจ์&nbsp;จำนวน&nbsp;17,000&nbsp;ลำ&nbsp;อำเภอโคกสูง&nbsp;จำนวน&nbsp;877,000&nbsp;ลำ&nbsp;และ&nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&nbsp;จำนวน&nbsp;32,875&nbsp;ลำ</p><p><strong>นายประจักร์&nbsp;ประสงค์สุข&nbsp;เกษตรจังหวัดสระแก้ว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริการเกษตรดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&nbsp;เพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังสะอาดและทนทานต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;ควบคุมไม่ให้การระบาดของโรคขยายตัวไปยังพื้นที่อื่นๆ&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;ซึ่งจังหวัดสระแก้วมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;และทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;3,752&nbsp;ราย&nbsp;4,758&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่ทำลาย&nbsp;50,818.75&nbsp;ไร่</p><p><strong>นายธีระชัย&nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;การสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำหลัง&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วได้จัดหาพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;สนับสนุนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจะเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว&nbsp;และเกษตรกรสามารถใช้พันธุ์</p><p>มันสำปะหลังสะอาดที่ได้รับการสนับสนุนนำไปปลูกและเก็บไว้ขยายพันธุ์ต่อในรอบการผลิตต่อไปได้&nbsp;ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลังของจังหวัดสระแก้วได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>ประจัก&nbsp;สารการ&nbsp;&nbsp;สุชีวิน&nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&nbsp;ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","สระแก้ว","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304140901435"],
    [127,"ปิดทองหลังพระฯ ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้มแข็ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคชนบท","<p><strong>สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้มแข็ง&nbsp;ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง&nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคชนบท</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;บุญราช&nbsp;ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การทำงานของปิดทองหลังพระฯในแผนปฏิบัติการระยะที่&nbsp;4&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570&nbsp;ด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับกลุ่มและกองทุนที่ชุมชนร่วมกันจัดตั้งและบริหารจัดการเอง&nbsp;ให้สามารถเชื่อมโยงกับภายนอกได้&nbsp;ตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;จะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก&nbsp;โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรของโครงการในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อขยายผลต่อยอดในเชิงธุรกิจในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม&nbsp;(Social&nbsp;Enterprise)&nbsp;ผู้ประกอบการเกษตรชีวภาพ&nbsp;เกษตรหมุนเวียนและเกษตรสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;โดยปิดทองหลังพระฯ&nbsp;จะปรับบทบาทของตนเองจากการเป็นหน่วยงานพัฒนาหลักเป็นการเชิงรุกแสวงหาความร่วมมือและบูรณาการทำงานร่วมกับภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ประชาสังคม&nbsp;และสถาบันการศึกษามากขึ้น&nbsp;แล้วจะเป็นผู้ให้บริการทางวิชาการความรู้&nbsp;การฝึกอบรม&nbsp;และที่ปรึกษาด้านการพัฒนา&nbsp;จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งแนวทางการทำงานใหม่นี้เริ่มดำเนินการแล้วในปีนี้&nbsp;แต่สิ่งสำคัญเกษตรกรต้องช่วยตนเองด้วยการยกระดับเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ที่มีการสร้างตราสินค้า&nbsp;พัฒนามาตรฐานการผลิตให้มีปริมาณ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และความต่อเนื่อง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การดำเนินงานของปิดทองหลังพระฯในปีที่ผ่านมาในพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;7&nbsp;พื้นที่&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต้นแบบให้กับประชาชน&nbsp;5,278&nbsp;ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการฯได้รวมกว่า&nbsp;109.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทำให้ครัวเรือนทั้งหมดมีรายได้ผ่านเส้นความยากจนระดับประเทศที่&nbsp;102,763&nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&nbsp;อย่างพื้นที่ป่าในจังหวัดอุทัยธานีได้รับการอนุรักษ์ดูแลรักษารวม&nbsp;6,598&nbsp;ไร่&nbsp;มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทำเกษตรแบบแม่นยำ&nbsp;ทำให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;(GAP)&nbsp;สามารถผ่านมาตรฐานการทดสอบสารพิษ&nbsp;โรงคัดและบรรจุผักผลไม้&nbsp;//&nbsp;จังหวัดขอนแก่นได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;และมาตรฐานสาธารณสุข&nbsp;สบ.1&nbsp;การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ&nbsp;แล้วยังได้มาตรฐาน&nbsp;GFM&nbsp;และการเสริมสร้างความเข้มแข็งโดยชุมชนบริหารจัดการกันเอง&nbsp;ทำให้&nbsp;19&nbsp;หมู่บ้านในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดน่านและอุดรธานี&nbsp;มีแผนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนที่มีคุณภาพพร้อมส่งมอบพื้นที่เข้าสู่แผนปกติ&nbsp;มีกลุ่มการผลิตและกองทุนได้รับการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน&nbsp;22&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จาก&nbsp;44&nbsp;กลุ่ม&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135728432"],
    [128,"ปภ.ระยอง เปิดเผยความคืบหน้าการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเล โดยเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมวาว์ลบริเวณท่ออ่อนส่งน้ำมันใต้ทะเลเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มทดสอบตัววาว์ลในวันนี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานเฝ้าระวังคราบน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลระยอง&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;(ศปน.)&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ประจำเรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;โดยการส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมแซมตัวแกนวาล์วของท่ออ่อนส่งน้ำมัน&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;ทุ่นผูกเรือกลางทะเล&nbsp;หรือ&nbsp;SPM&nbsp;จนแล้วเสร็จในเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;และจะเริ่มทำการทดสอบตัววาล์วในวันนี้&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้าน&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง&nbsp;บริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&nbsp;อ.บ้านฉาง&nbsp;ถึงปากน้ำประแสร์&nbsp;อ.แกลง&nbsp;โดยตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&nbsp;ปรากฏว่าคุณภาพเบื้องต้นและคุณภาพน้ำทั่วไป&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;สามารถรับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ในเช้าวันนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับกลุ่มประมงพื้นบ้าน</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์&nbsp;อบต.ตะพง&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;300&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;ล่าสุด&nbsp;มีผู้ร้องทุกข์กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลฯ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;11,987&nbsp;ราย&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142800442"],
    [129,"ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อเงินด่วน A-Cash Gold วงเงินรายละไม่เกิน 100,000 บาท เสริมสภาพคล่องเกษตรกร ","<p><strong>นายพงษ์พันธ์&nbsp;จงรักษ์</strong>&nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เปิดตัวสินเชื่อเงินด่วน&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้า&nbsp;และป้องกันการก่อหนี้สินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงและไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร&nbsp;สนับสนุนให้มีเงินทุนในการเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ&nbsp;หรือเป็นค่าใช้จ่ายสำรองเงินฉุกเฉินในครัวเรือน&nbsp;อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ</p><p><strong>เงื่อนไขการกู้เงินสินเชื่อ&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;</strong>ต้องเป็นลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี&nbsp;จำกัดวงเงินรายละไม่เกิน&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ย&nbsp;MRR&nbsp;ต่อปี&nbsp;(ปัจจุบัน&nbsp;MRR&nbsp;เท่ากับร้อยละ&nbsp;6.50&nbsp;ต่อปี)&nbsp;กำหนดการชำระคืนภายใน&nbsp;12&nbsp;เดือนนับจากวันที่ทำสัญญา&nbsp;โดยลูกค้าสามารถใช้หลักประกันที่จดทะเบียนจำนองได้ไม่เกินร้อยละ&nbsp;95&nbsp;สำหรับลูกค้าที่สนใจสินเชื่อเงินด่วน&nbsp;A-Cash&nbsp;Gold&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ทุกสาขา&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145923468"],
    [130,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ส่งมอบแม่พันธุ์แหนแดง และบุหรี่เสื่อมคุณภาพ ให้แก่กลุ่มยุวเกษตรกรตำบลในควน","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวอภันตรี&nbsp;มีบุญ&nbsp;และนางสาวเกศรินทร์&nbsp;สุวรรณวัฒน์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบแม่พันธุ์แหนแดง&nbsp;และบุหรี่เสื่อมคุณภาพ&nbsp;ให้แก่&nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งหนองแห้งและกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ตำบลในควน&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อใช้ในกิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของโรงเรียน&nbsp;</p><p><strong>โดยบุหรี่เสื่อมคุณภาพสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมใ</strong>นการทำน้ำหมักชีวภาพและสารไล่แมลงศัตรูพืชได้&nbsp;ส่วนแหนแดงสามารถใช้ทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน&nbsp;เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน&nbsp;ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพืชผักผลไม้&nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีและใช้เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับเลี้ยงสัตว์&nbsp;สำหรับ&nbsp;แหนแดง&nbsp;&nbsp;เหมาะสำหรับเกษตรอินทรีย์&nbsp;เกษตรกรที่ปลูกผักหรือทำการเกษตรอินทรีย์&nbsp;ถ้าใช้แหนแดงผสมกับดินปลูก&nbsp;จะไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;แหนแดงสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย</strong>&nbsp;กินได้ทั้งสดและแห้ง&nbsp;ควบคู่ไปกับอาหารเม็ด&nbsp;หรือผสมกับฟางข้าวหรือหญ้าแห้งก็ได้&nbsp;เพราะองค์ประกอบของแหนแดงมีโปรตีนสูง&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;มีอะมิโนแอซิดครบทุกตัว&nbsp;จึงเหมาะที่จะเป็นอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะในหน้าแล้งขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์หรือมีไม่เพียงพอ&nbsp;เกษตรกรสามารถใช้แหนแดงสดหรือแห้งผสมกับฟางแห้งหรือหญ้าแห้ง&nbsp;สัตว์ก็จะได้อาหารที่มีคุณภาพดี&nbsp;เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงแหนแดงโดยเลี้ยงในบ่อน้ำตื้น&nbsp;ประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;แหนแดงจะไม่มีวันขาดแคลน&nbsp;เก็บเกี่ยวได้ไม่มีวันสิ้นสุด&nbsp;เพราะแหนแดงจะเจริญเติบโตและขยายตัวไปได้เรื่อยๆ&nbsp;&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;&nbsp;แหนแดง&nbsp;สามารถไปทดแทนปุ๋ยยูเรียได้ในขณะที่ปุ๋ยมีราคาแพง&nbsp;และไม่ต้องกังวลในเรื่องของปุ๋ยปลอมอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152652479"],
    [131,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ พร้อมทั้งสาธิตการผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา พร้อมทั้งมอบเส้นยาสูบ ให้แก่เกษตรกร ตำบลทุ่งค่าย","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&nbsp;</strong>มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ&nbsp;พร้อมทั้งสาธิตการผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาให้แก่เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&nbsp;โรคแอนแทรคโนส&nbsp;หรือโรคกุ้งแห้งในพริก&nbsp;โดยแนะนำวิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในอัตราส่วนดังนี้&nbsp;ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำสะอาด&nbsp;100-200&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;ได้มอบเส้นยาสูบซึ่งได้รับการสนับสนุน</strong>จากสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อใช้ในการทำน้ำหมักยาสูบ&nbsp;โดยได้แนะนำวิธีการหมักและวิธีการใช้ดังนี้1.&nbsp;ใช้ยาสูบหรือยาเส้น&nbsp;3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ผสมน้ำส้มสายชู&nbsp;700&nbsp;มิลลิลิตร&nbsp;และผสมแอลกอฮอร์&nbsp;2&nbsp;ลิตร&nbsp;แช่ทิ้งไว้&nbsp;1&nbsp;คืน2.&nbsp;เติมน้ำเปล่า&nbsp;3&nbsp;ลิตร3.&nbsp;คั้นน้ำจากยาเส้นและกรองกากออก&nbsp;จะได้น้ำหมักยาสูบ&nbsp;ส่วน&nbsp;&nbsp;วิธีการใช้แนะนำผสมน้ำไล่แมลงในอัตราส่วน&nbsp;1&nbsp;ต่อ&nbsp;15&nbsp;ลิตร&nbsp;และก่อนฉีดผสมสารจับใบ&nbsp;ก็จะสามารถไล่แมลงศัตรูพืชและเพลี้ยแป้ง&nbsp;เพลี้ยไฟ&nbsp;เพลี้ยอ่อน&nbsp;ไรแดง&nbsp;ไรขาว&nbsp;ด้วงหมัดผักกาด&nbsp;หนอนกอข้าว&nbsp;หนอน&nbsp;กะหล่ำปลี&nbsp;หนอนผักกาด&nbsp;หนอนชอนใบได้หรือหากต้องการฉีดเพื่อป้องกันแมลงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;รวมไปถึงเพลี้ย&nbsp;แบบไม่รอให้เข้ามาบุกทำลายต้นพืช&nbsp;ก็สามารถใช้น้ำหมักยาสูบผสมน้ำในอัตรา&nbsp;1&nbsp;ลิตรต่อน้ำ&nbsp;60&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นบริเวณใบ&nbsp;กิ่ง&nbsp;และลำต้นทุก&nbsp;ๆ&nbsp;5&nbsp;หรือ&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;จะช่วยป้องกันได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152830480"],
    [132,"รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน นำทีมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน (Warroom) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าควบคุมไฟป่าบริเวณวัดหัวน้ำแม่สะกึด บ้านหัวน้ำแม่สะกึด ต.ผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;(Warroom)&nbsp;ได้ตรวจสอบพบไฟไหม้ป่า&nbsp;บริเวณวัดหัวน้ำแม่สะกึด&nbsp;บ้านหัวน้ำแม่สะกึด&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;ลำปางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;1&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;อาสาดับไฟป่า&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการเข้าควบคุมและดับไฟป่า</p><p><strong>ทรัพยากรที่ใช้ในการดับไฟ&nbsp;มีดังนี้</strong>&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;รถดับไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;รถต่อต้านวินาสกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;เครื่องเป่าลม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;เครื่อง&nbsp;และรถบรรทุกน้ำขนาดเล็ก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;คัน&nbsp;โดยนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบหมายให้&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และนายพงศ์พีระ&nbsp;ชูชื่น&nbsp;นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;ขณะนี้ได้ควบคุมสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155104490"],
    [133,"ที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 ได้รับรองข้อมติด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกที่ไทยมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการเจรจา เพื่อมุ่งสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา (INC)","<p><strong>ที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;สมัยที่&nbsp;5&nbsp;ช่วงที่&nbsp;2&nbsp;(UNEA&nbsp;5.2)&nbsp;ได้รับรองข้อมติด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกที่ประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการเจรจา&nbsp;เพื่อมุ่งสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา&nbsp;(INC)</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&nbsp;กล่าวถึงการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&nbsp;สมัยที่&nbsp;5&nbsp;ช่วงที่&nbsp;2&nbsp;(UNEA&nbsp;5.2)&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;Strengthening&nbsp;Actions&nbsp;for&nbsp;Nature&nbsp;to&nbsp;Achieve&nbsp;the&nbsp;Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals&nbsp;เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูธรรมชาติและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;28&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;ณ&nbsp;กรุงไนโรบี&nbsp;สาธารณรัฐเคนยา&nbsp;ว่า&nbsp;ถือเป็นประวัติศาสตร์ของสหประชาชาติในการรับรองข้อมติด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกและเป็นก้าวแรกในการจัดตั้งกระบวนการเพื่อมุ่งไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา&nbsp;(INC)&nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเจรจาของข้อมตินี้&nbsp;ภายใต้นโยบายที่ชัดเจนของการดำเนินงานแก้ปัญหาขยะพลาสติกทั้งระบบ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้ตกลงร่วมกันจะจัดประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจ&nbsp;(OEWG)&nbsp;เพื่อเตรียมงานของคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลภายใน&nbsp;6&nbsp;เดือนแรกของปีนี้&nbsp;และการจัดการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล&nbsp;(INC)&nbsp;ครั้งแรกภายใน&nbsp;6&nbsp;เดือนหลังของปีนี้ด้วย&nbsp;สิ่งสำคัญที่ประชุมครั้งนี้ยังได้รับรองรายงานการประชุม&nbsp;UNEA&nbsp;5.2&nbsp;,&nbsp;รับรองปฏิญญาระดับรัฐมนตรี&nbsp;(Ministerial&nbsp;Declaration)&nbsp;และรับรองข้อมติ&nbsp;(Resolution)&nbsp;14&nbsp;ข้อมติ&nbsp;และ&nbsp;1&nbsp;ข้อตัดสินใจ&nbsp;(Decisions)&nbsp;โดยประเทศไทยได้เป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์ข้อมติ&nbsp;4&nbsp;ข้อมติ&nbsp;คือ&nbsp;Resolution&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;Sound&nbsp;Management&nbsp;of&nbsp;Chemicals&nbsp;and&nbsp;Waste&nbsp;//&nbsp;Resolution&nbsp;for&nbsp;a&nbsp;Science-Policy&nbsp;Panel&nbsp;to&nbsp;contribute&nbsp;further&nbsp;to&nbsp;the&nbsp;sound&nbsp;management&nbsp;of&nbsp;chemicals&nbsp;and&nbsp;waste&nbsp;and&nbsp;to&nbsp;prevent&nbsp;pollution&nbsp;//&nbsp;Resolution&nbsp;on&nbsp;the&nbsp;environmental&nbsp;dimension&nbsp;of&nbsp;a&nbsp;sustainable&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;resilient&nbsp;and&nbsp;inclusive&nbsp;post&nbsp;COVID-19&nbsp;recovery&nbsp;และ&nbsp;Resolution&nbsp;on&nbsp;an&nbsp;Enhancing&nbsp;Circular&nbsp;Economy&nbsp;as&nbsp;a&nbsp;contribution&nbsp;to&nbsp;achieving&nbsp;sustainable&nbsp;consumption&nbsp;and&nbsp;production</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ยังได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย&nbsp;(National&nbsp;Statement)&nbsp;บนเวทีการประชุม&nbsp;UNEA&nbsp;5.2&nbsp;ครั้งนี้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสถานการณ์การของโควิด-19&nbsp;ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ&nbsp;โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และด้านมลพิษ&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ใช้แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;มาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&nbsp;โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155450493"],
    [134,"จังหวัดสุราษฎร์ธานีหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนแตงโมบ้านทุ่งอ่าว หลังผลผลิตล้นตลาด ด้วยพิษโควิด-19","<p><strong>แตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;ต.ศรีวิชัย&nbsp;อ.พุนพิน&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</strong>ที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จะให้ผลผลิตเพียงแค่ปีละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ในพื้นที่กว่า&nbsp;700&nbsp;ไร่&nbsp;ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมเท่านั้น&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ส่งผลให้ให้แตงโมล้นตลาด&nbsp;รวมไปถึงผลผลิตแตงโมทั่วประเทศ&nbsp;ให้ผลผลิตพร้อมกัน&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบภัยน้ำท่วมสวนแตงโม&nbsp;ทำให้การกระจายสินค้ามีความยากลำบาก&nbsp;ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อผลผลิตจากสวนลดน้อยลงเนื่องจากประสบปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;และเกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูง&nbsp;และรายได้ที่ลดลง&nbsp;ประกอบกับภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;และค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&nbsp;เกษตรกรจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่นางอัมพร&nbsp;แย้มยินดี&nbsp;เกษตรกรสวนแตงโมทุ่งอ่าว</strong>&nbsp;เล่าให้ฟังว่า&nbsp;ปีนี้ผลผลิตมีจำนวนมาก&nbsp;แต่ก็ต้องมาประสบกับปัญหาโควิด-19&nbsp;จนทำให้แม่ค้าที่มารับผลผลิตติดโควิดหลายราย&nbsp;จึงไม่สามารถกระจายผลผลิตได้&nbsp;รวมถึงปัญหาน้ำท่วมร่องแตงโมทำให้บางลูกต้องเน่าเสีย&nbsp;จนได้รับความเสียเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการตลาด&nbsp;เพื่อขายให้ได้ต้นตุนการผลิตกลับมาเพียงพอแล้ว</p><p><strong>ด้านนายเอกพงส์&nbsp;หงส์พฤกษ์&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ทางสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้ลงพื้นที่สวนแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและกลุ่มองค์กรเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรสวนแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;&nbsp;พร้อมทั้งบูรนาการร่วมกับส่วนราชการ&nbsp;กลุ่มองค์กรเกษตรกร&nbsp;และภาคีเครือข่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในการกระจายสินค้าของเกษตรกร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในภาวะโควิด-19&nbsp;ให้สามารถมีตลาดในการกระจายสินค้า</p><p><strong>ขณะเดียวกันนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ได้เร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ในการกระจายผลผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;ในช่วงสถานการณ์แบบนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับความโดดเด่นของแตงโมทุ่งอ่าว</strong>&nbsp;ที่ได้การยอมรับจากผู้บริโภคในอดีตนั้น&nbsp;ด้วยความพิเศษของพื้นที่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุในน้ำที่รวมตัวกันระหว่างน้ำทะเลและน้ำจืด&nbsp;ทำให้เปลือกบาง&nbsp;ผลโต&nbsp;เนื้อเป็นเม็ดทราย&nbsp;&nbsp;สีแดงสด&nbsp;และความหวาน&nbsp;ที่สำคัญคือปลอดสารเคมี&nbsp;&nbsp;ที่ได้ผ่านการตรวจวัดสารตกค้าง&nbsp;จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีวิชัย&nbsp;จน&nbsp;ได้ผ่านการประเมิน&nbsp;GAP&nbsp;ที่ได้มาตรฐานต่อผู้บริโภค&nbsp;&nbsp;และมีคิวอาร์โค๊ตในการประกันคุณภาพจากเกษตรกร&nbsp;หากไม่หวาน&nbsp;ไม่แดง&nbsp;แค่แสกนแล้วเปลี่ยนผลใหม่ได้ทันที&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับใครที่สนใจสั่งซื้อแตงโมคุณภาพจากสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เบอร์โทร089-7428770&nbsp;คุณป้อม&nbsp;หรือ093-6153569&nbsp;คุณเอก&nbsp;โดยมีผลิตผลให้เลือกซื้อถึง&nbsp;3&nbsp;ไซส์&nbsp;ด้วยกัน&nbsp;โดยราคาอยู่ที่&nbsp;23-25&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;เพราะ&nbsp;แตงโมเมืองคนดี&nbsp;ปลอดสารเคมี&nbsp;ต้องแตงโมทุ่งอ่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170050548"],
    [135,"อบรมอาสาปศุสัตว์ต้านโรคพิษสุนัขบ้าปี 2565","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรีจัดอบรมอาสาปศุสัตว์ต้านโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;เตรียมบุคลากรช่วยฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุขบ้าประจำปี&nbsp;2565</strong></p><p><br></p><p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุขบ้า</strong>และวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ขึ้นที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;ตามโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ต้านโรคพิษสุนัขบ้าประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามประณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;เพื่อเป็นการทบทวนความรู้และเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้กับอาสาปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;ให้ได้เข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยและในจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;รวมถึงแนะนำให้ความรู้ในเรื่องของการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่อาจเกิดขึ้นในคน&nbsp;และในสัตว์&nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่องของการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่อาจเกิดขึ้นในคน&nbsp;และในสัตว์&nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เป็นผู้ให้ความรู้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังสาธิตและแนะนำวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์</strong>&nbsp;สุนัขและแมว&nbsp;เพื่อให้อาสาปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ในการออกฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็น&nbsp;6&nbsp;เดือนของการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าของประเทศไทย&nbsp;ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด&nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;พบครั้งสุดท้ายที่ตำบลชีน้ำร้าย&nbsp;อำเภออินทร์บุรี&nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.2555&nbsp;ซึ่งไม่พบการแพร่ระบาดมาเป็นเวลา&nbsp;10&nbsp;ปีแล้ว</p><p><br></p><p>วีรยุทธ&nbsp;รวดเร็ว&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สิงห์บุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165120537"],
    [136,"จังหวัดสุรินทร์ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์ อำเภอเขวาสินรินทร์","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน</strong>ของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านแดง&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบึง&nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้พบกับประธานกลุ่ม&nbsp;นางสมใจ&nbsp;ขันทอง&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแดง&nbsp;และสมาชิก&nbsp;ซึ่งกลุ่มมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;จากอดีตปลูกผักไว้เพื่อบริโภค&nbsp;ปัจจุบันได้มีการปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&nbsp;</p><p><strong>จากการที่จังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน</strong>ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือน&nbsp;ผักอินทรีย์ที่ปลูก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;คะน้า&nbsp;ผักชี&nbsp;ต้นหอม&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&nbsp;ตลาดชุมชน&nbsp;ตลาดออนไลน์&nbsp;มีการสั่งซื้อผ่านไลน์&nbsp;เฟสบุ๊ค&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และได้ดำเนินการเชื่อมโยงทำ&nbsp;MOU&nbsp;กับร้านอาหาร&nbsp;ส่งผักให้กับร้านขนมจีน&nbsp;ร้านก๋วยเตี๋ยว&nbsp;ร้านราดหน้า&nbsp;ร้านเนื้อย่าง&nbsp;ในอำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของหมู่บ้าน&nbsp;สภาพอากาศที่ร้อน&nbsp;ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&nbsp;ผักที่ผลิตไม่ทัน&nbsp;เช่น&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;เนื่องจากไม่ได้เตรียมวางแผนการผลิตที่ต่อเนื่อง&nbsp;ยังขาดเครื่องทุ่นแรงในการบริหารจัดการระบบน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้กลุ่มกำลังจะดำเนินการขอจดวิสาหกิจชุมชน&nbsp;</strong>และจะทำหลังคาสแลนด์กันแดดเพื่อให้สามารถปลูกผักได้ผลผลิตตลอดทั้งปี&nbsp;สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์สัปดาห์ละ&nbsp;400-1,200&nbsp;บาทต่อคน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170253551"],
    [137,"จ.สุพรรณบุรีเตรียมป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย ปัญหามลพิษบ่อกำจัดขยะมูลฝอยและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ อ.ด่านช้าง","<p><strong>ที่บริเวณบ่อกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;</strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์และแผนเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&nbsp;และปัญหามลพิษของ&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแบบเทกอง&nbsp;และฝังกลบเป็นบางส่วน&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงเขาสภาพเดิมเป็นบ่อดิน&nbsp;ลึกประมาณ&nbsp;6&nbsp;เมตร&nbsp;มีการเทขยะมูลฝอยมาตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.2532&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีหน่วยงานที่นำขยะมูลฝอยมาทิ้ง&nbsp;3&nbsp;หน่วยงาน</strong>&nbsp;คือ&nbsp;เทศบาลตำบลด่านช้าง&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&nbsp;และ&nbsp;อบต.ด่านช้าง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงได้เตรียมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะไว้แล้ว&nbsp;โดย&nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงและเทศบาลตำบลด่านช้าง&nbsp;จัดกำลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;โดยเมื่อได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้&nbsp;ชุดผจญเพลิง&nbsp;พร้อมอุปกรณ์จะเข้าไปยังที่เกิดเหตุ&nbsp;พร้อมรายงานให้นายก&nbsp;อบต.ทราบ&nbsp;เพื่อรายงานไปยังนายอำเภอด่านช้างเพื่อขอกำลังสนับสนุน&nbsp;โดยมีแหล่งน้ำสำรองในการดับเพลิง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนกระเสียว&nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาด่านช้าง&nbsp;และโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้าง&nbsp;นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ&nbsp;ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ&nbsp;เพื่อรายงานรายละเอียดการเกิดเหตุ&nbsp;และจัดประชุมหารือถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะต่อไป</p><p><strong>ต่อจากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่อุทยานมิตรผล&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมและรับทราบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนพงศ์&nbsp;อุดมศิลป์&nbsp;ผู้อำนวยการด้านโรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;ด่านช้าง&nbsp;พร้อมคณะให้การต้อนรับ&nbsp;พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัยจากการเผาไร่อ้อย&nbsp;โดยรับซื้อใบอ้อยสดจากเกษตรกรที่ราคา&nbsp;1,000&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;หากอ้อยไฟไหม้จะถูกหัก&nbsp;30&nbsp;บาทต่อตัน&nbsp;และเฉลี่ยให้กับอ้อยสดทุกตัน&nbsp;นอกจากนี้หากเกษตรกรพบเห็นและแจ้งเบาะแสการเผาอ้อย&nbsp;จะได้รับเงินรางวัลนำจับ&nbsp;1&nbsp;แสนบาท&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากแนวทางดังกล่าว&nbsp;ทำให้สามารถลดปัญญาอัคคีภัย</strong>จากการเผาอ้อยลงได้มาก&nbsp;นอกจากนี้อุทยานมิตรผลด่านช้าง&nbsp;ยังได้จัดทำโครงการจัดทำแนวกันไฟพื้นที่ไร่อ้อยอย่างมีส่วนร่วมครอบคลุมพื้นที่อำเภอด่านช้างและอำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;โดยจัดประชุมทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน&nbsp;กำหนดจุดประสานงานโครงการ&nbsp;จุดสังเกตการณ์&nbsp;จุดเฝ้าระวังไฟพร้อมรถน้ำและพนักงานดับเพลิงประจำจุด&nbsp;และแปลงแนวกันไฟ&nbsp;จุดติดตั้งจุดงวงช้าง&nbsp;(จุดเติมน้ำ)&nbsp;พร้อมประสานเตรียมรถน้ำเสริมจาก&nbsp;อบต.ในพื้นที่&nbsp;จากการดำเนินโครงการดังกล่าว&nbsp;ทำให้ปัญหาไฟไหม้อ้อยก่อนเปิดหีบและการลักลอบเผาอ้อยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;สอดคล้องกับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในช่วงฤดูกาลเปิดหีบอ้อยของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ลดน้อยลง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304183321574"],
    [138,"เกษตรนครพนม ถ่ายทอดนำความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงสู่เกษตรกรในพื้นที่ ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ปี 65","<p><strong>วันนี้&nbsp;(4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>การผลิตสินค้าเกษตรอำเภอนาแก&nbsp;(ศูนย์เครือข่าย)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลก้านเหลือง&nbsp;อำเภอนาแก&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายกชภูมิ&nbsp;สำลี&nbsp;นายอำเภอนาแก&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมจัดขึ้น&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;ที่เป็นการถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริงให้แก่ตัวแทนเกษตรกรพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายวิชาญ&nbsp;ซาตัน&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;</strong>ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานขึ้น&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานส่วนราชการภาคีและเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมให้บริการด้านการเกษตร&nbsp;และมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;ราย</p><p><strong>การจัดกิจกรรมนี้&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นตัวแทนของชุมชนต่างๆ</strong>&nbsp;ได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำการเกษตร&nbsp;ระหว่างเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&nbsp;และเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;เพื่อเก็บเกี่ยวองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติในฤดูกาลผลิตใหม่ที่จะมาถึงนี้&nbsp;ทำให้เกษตรกรทุกคนมีแนวคิดในการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน&nbsp;ก่อให้เกิดรายได้ที่มากขึ้น&nbsp;มีเครือข่ายในองค์ความรู้และการจำหน่ายสินค้าเกษตร&nbsp;</p><p><strong>โดยกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ได้แบ่งสถานีการเรียนรู้ออกเป็น&nbsp;6&nbsp;สถานี&nbsp;</strong>คือ&nbsp;โคกหนองนาโมเดล&nbsp;ฐานการเรียนรู้พันธุ์ข้าว/การปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าว&nbsp;การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&nbsp;การเลี้ยงปลาที่เหมาะสม&nbsp;การจัดการดินและปุ๋ย&nbsp;และการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;การผลิตถ่านไบโอชาร์&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;</strong>จากบริษัทคูโบต้า&nbsp;ที่ให้คำแนะนำในการใช้งานและบำรุงรักษา&nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ในการผลิต&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304220654645"],
    [139,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกรอำนาจเจริญ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มกราคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.10&nbsp;-&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องส่ง</strong>&nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&nbsp;นางสาวจริยา&nbsp;วงศ์วีระ&nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายฉัตรชัย&nbsp;เรืองสิทธิ์&nbsp;ผอ.กลุ่มกฎหมาย&nbsp;ส.ป.ก.อำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นางสาวทัศนีย์&nbsp;บุญเคล้า&nbsp;นักวิชาการเกษตร&nbsp;สพด.อำนาจเจริญ&nbsp;และ&nbsp;นายธนกฤต&nbsp;เนื้ออ่อน&nbsp;&nbsp;จ.วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;ดำเนินรายการวิทยุ&nbsp;รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร&nbsp;นำเสนอ</p><p>1.&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;จำหน่ายสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ออนไลน์&nbsp;6-8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ที่&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p>2.&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย&nbsp;ขับเคลื่อนตลาดนำการผลิต/เกษตรแม่นยำ&nbsp;จากแปลงตะไคร้สู่นวดแผนไทย</p><p>3.&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ให้คำปรึกษาแนะนำความรู้ด้านกฎหมายปฏิรูปที่ดิน&nbsp;บริการรับคำร้อง&nbsp;คำขอเอกสารสิทธิ์&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;4-01&nbsp;บริการสำรวจรังวัด&nbsp;สำรวจออกเอกสารสิทธิ์&nbsp;หรืออื่นๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;จัดสรรที่ดินให้เกษตรกรทำประโยชน์&nbsp;รับซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน&nbsp;และดูแลงานฟื้นฟูเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน</p><p>4.&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ติดตามการใช้ที่ดินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;เขต&nbsp;อ.ลืออำนาจ&nbsp;และ&nbsp;อ.หัวตะพาน&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p>5.&nbsp;ส.ป.ก.อำนาจเจริญ&nbsp;เน้นย้ำ..คุณผู้ฟัง&nbsp;เรื่อง&nbsp;การดำเนินงานของ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ไม่มีนโยบายเรียกรับเงินจากเกษตรกร&nbsp;อ้าง&nbsp;เป็นค่าบริการรังวัด&nbsp;หรือค่าออกเอกสารสิทธิ์&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;4-01&nbsp;หรือข้ออ้างอื่นๆ&nbsp;เพื่อรับเงินจากท่านแต่อย่างใด&nbsp;พบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างดังกล่าว&nbsp;โปรดแจ้ง&nbsp;ส.ป.ก.อำนาจเจริญ&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;045-523-518</p><p>6.&nbsp;สพด.อำนาจเจริญ&nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;แก้ไขดินที่มีปัญหาในการทำการเกษตร</p><p>-&nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&nbsp;(แนะนำวิธีเก็บตัวอย่างดินที่ถูกต้อง)</p><p>-&nbsp;สนับสนุนโดโลไมค์&nbsp;สนับสนุนกล้าหญ้าแฝก&nbsp;(ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;ปลูกรอบสระน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างและพังทลาย)</p><p>-&nbsp;สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว&nbsp;(โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชในชุมชน)&nbsp;(การปรับปรุงบำรุงดิน)</p><p>-&nbsp;สนับสนุนสารเร่ง&nbsp;พด.&nbsp;(ให้บริการวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน)</p><p>-&nbsp;สนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&nbsp;(บ่อจิ๋ว&nbsp;1,260&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;สมทบ&nbsp;2,500&nbsp;บาท)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>Cr#&nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-04-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304224419656"],
    [140,"จังหวัดโคราช เดินหน้าสร้างยุวเกษตรกรรุ่นใหม่ หวังปลูกฝังทัศคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรม","<p><strong>นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ติดตามการดำเนินกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียนกระเบื้องนอกพิทยาคม&nbsp;ตำบลกระเบื้องนอก&nbsp;อำเภอเมืองยาง&nbsp;และร่วมต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลและสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ที่มาคัดเลือกกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;สมาชิกยุวเกษตรกรและที่ปรึกษายุวเกษตรกร&nbsp;โดยผู้ชนะเลิศระดับจังหวัด&nbsp;จะได้เป็นตัวแทนในการคัดเลือกในระดับเขตต่อไป</p><p><strong>กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนกระเบื้องนอก</strong>&nbsp;ดำเนินการเปิดประชุมสภายุวเกษตรกรและนำเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรในโรงเรียน&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกผักบุ้งจีนเพื่อจำหน่ายร้านหมูกะทะ&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลาที่เลี้ยงปลา&nbsp;6&nbsp;ชนิดแบบเกื้อกูลกัน&nbsp;แปลงนารวมจำนวน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;การดูแลเห็ดภูฐาน&nbsp;การแปรรูปปลาส้ม&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การดำเนินกิจกรรมยุวเกษตรกร&nbsp;ต้องดูแลเอาใจใส่&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;พัฒนาและสนับสนุนทุกมิติให้สามารถรับมือและเท่าทันโลก&nbsp;ทั้งเป็นการปลูกฝังให้ยุวเกษตรกรมีทัศนคติที่ดีต่อเกษตรกรรม&nbsp;เตรียมความพร้อมในการเป็นเกษตรกร&nbsp;หรือประกอบอาชีพที่สนับสนุนและพัฒนาด้านการเกษตรในอนาคต</p><p><br></p><p><br></p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305084838667"],
    [141,"ธ.ก.ส. โอนเงินค่าสินไหมประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 กว่า 1,500 ล้านบาท","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ใช้ระบบการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสียหายจากกรณีเกิดภัยธรรมชาติ&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการทำประกันภัยบนพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศกว่า&nbsp;46&nbsp;ล้านไร่&nbsp;คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&nbsp;7&nbsp;ภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;ลมพายุ&nbsp;ภัยหนาว&nbsp;ลูกเห็บ&nbsp;ไฟไหม้และช้างป่า&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยข้าวนาปีไปแล้ว</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;1,522&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;1.2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ขณะที่ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;34&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;22,945&nbsp;ไร่&nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์รวมกว่า&nbsp;113,931&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี</strong>&nbsp;ให้วงเงินคุ้มครองจำนวน&nbsp;1,260&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ส่วนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;1,500&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;เมื่อเกษตรกรผู้ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย&nbsp;และแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&nbsp;เพื่อประเมินความเสียหาย&nbsp;และจะได้รับการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;เข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรง</p><p><strong>ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจทำประกันภัยข้าวนาปี</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;3.59&nbsp;ล้านราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&nbsp;43&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;96,620&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ธ.ก.ส.ขอเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&nbsp;เพราะจะเป็นประโยชน์&nbsp;&nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305115024710"],
    [142,"กำหนดทิศทางการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทย เพิ่มปริมาณผลผลิตให้ได้ 4 แสนตัน ภายในปี 2566","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กุ้งทะเล&nbsp;นับเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก&nbsp;โดยในอดีตอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลสามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละกว่าแสนล้านบาท&nbsp;โดยเฉพาะในปี&nbsp;2553&nbsp;มีปริมาณและมูลค่าการส่งออกมากที่สุดคือ&nbsp;437,270&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ในปี&nbsp;2564&nbsp;มีปริมาณการส่งออกลดลงเหลือเพียง&nbsp;201,592&nbsp;ตัน&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&nbsp;2553&nbsp;ปริมาณลดลงถึงร้อยละ&nbsp;53&nbsp;เลยทีเดียว&nbsp;อันเป็นผลมาจากเหตุการณ์ในช่วงปลายปี&nbsp;2554&nbsp;ที่ประเทศไทยประสบปัญหาการระบาดของโรคตายด่วน&nbsp;ซึ่งได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงต่อวงการอุตสาหกรรมกุ้งของไทยและผลผลิตภายในประเทศยังไม่สามารถเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับปี&nbsp;2553&nbsp;</p><p><strong>จากสภาวการณ์ดังกล่าว&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมประมงเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีผลผลิต&nbsp;400,000&nbsp;ตัน&nbsp;ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้นำการผลิตในตลาดโลกได้อีกครั้ง&nbsp;ซึ่งกรมประมงได้รับสนองนโยบายฯจึงได้จัดการประชุมเพื่อหาแนวทางการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมาย&nbsp;โดยได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของกรมประมงรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีพื้นที่การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลรวม&nbsp;35&nbsp;จังหวัด&nbsp;ร่วมระดมสมองกำหนดทิศทางและวางแผนในการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิตเพื่อฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกันภายใต้กลไกพื้นฐานของการมุ่งให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคที่เกษตรกรเผชิญอยู่โดยเน้นกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตตามระบบสากล&nbsp;พร้อมนำอุตสาหกรรมกุ้งทะเลของไทยกลับมาทวงความเป็นผู้นำในการส่งออกอีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันเกษตรกรมีการแจ้งประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;40,983&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่การเพาะเลี้ยงประมาณ&nbsp;224,418&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงบางส่วนประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;โดยในภาพรวมได้ส่งผลกระทบให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางการแข่งขันในตลาดโลกอีกด้วย&nbsp;โดยกรมประมงเชื่อมั่นว่าแผนปฏิบัติการที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้&nbsp;จะนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305181707810"],
    [143,"จ.แม่ฮ่องสอน pm.2.5 เกินมาตรฐานต่อเนื่อง ขณะที่จุดความร้อน วันนี้พบ 40 จุด","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;ลำพูน&nbsp;แม่ฮ่องสอน)&nbsp;&nbsp;PM2.5&nbsp;มีค่าระหว่าง&nbsp;47-99&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ&nbsp;ปานกลาง&nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;มคก./ลบ.ม.)&nbsp;เกินมาตรฐานทุกจังหวัด&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;เกิดขึ้นจำนวน&nbsp;68&nbsp;จุด</strong>&nbsp;(เชียงใหม่&nbsp;21&nbsp;จุด/เชียงราย&nbsp;1&nbsp;จุด/ลำพูน&nbsp;6&nbsp;จุด/และแม่ฮ่องสอน&nbsp;40&nbsp;จุด)&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองวันต่อไปอยู่ในเกณฑ์&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;</p><p><strong>สถิติจุดความร้อนเปรียบเทียบ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และ&nbsp;2565</strong>&nbsp;แบบวันต่อวัน&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.-4&nbsp;มี.ค.64&nbsp;รวม&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.-&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65&nbsp;รวม&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนที่เกิดขึ้นคิดเป็นร้อยละ&nbsp;1.64&nbsp;ของจุดความร้อนทั้งหมดในปี&nbsp;2564&nbsp;(รวม&nbsp;915&nbsp;จุด)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305132644738"],
    [144,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่และเร่งช่วยเหลือประชาชน","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่และเร่งช่วยเหลือประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;72&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;52&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;30,373&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,266&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ำด้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา&nbsp;ส่วนใหญ่ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องและเริ่มคลี่คลาย&nbsp;แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำจังหวัดปัตตานีรวม&nbsp;4&nbsp;อำเภอ&nbsp;16&nbsp;ตำบล&nbsp;31&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;2,604&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;อย่างสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ทำการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ทุกบานและได้สูบน้ำออกจากชุมชนระบายน้ำออกจากชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ส่วนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;12&nbsp;สงขลา&nbsp;สนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้ามาช่วยสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&nbsp;ซึ่งระบายน้ำออกได้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวานนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับพื้นที่ตำบลมูโนะ&nbsp;สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;โดยภาครัฐเตรียมแผนฟื้นฟูช่วยเหลือตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;และได้จัดเจ้าหน้าที่&nbsp;อส.&nbsp;ของอำเภอสุไหงโก-ลก&nbsp;ร่วมกับทุกภาคส่วนเข้าช่วยทำความสะอาด&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;ขนย้ายสิ่งของและซ่อมแซมบ้านเรือน</p><p>ส่วนพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;พบแม่น้ำปัตตานีมีแนวโน้มลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งบางแห่ง&nbsp;โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;7&nbsp;จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยแต่ละจังหวัดจะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนของประชาชน&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย&nbsp;แล้วให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่อไป</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142637750"],
    [145,"ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำจ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;โดยสูงระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142928753"],
    [146,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;519&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อน&nbsp;176&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;150&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;134&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;93&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขตสปก.&nbsp;83&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ชัยภูมิ&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และนครราชสีมา&nbsp;33&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนมีการกระจายตัวเบาบางลง&nbsp;แต่ยังพบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร&nbsp;ส่งผลให้วันนี้หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;และประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;9,143&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;7,543&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,852&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;2,947&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,626&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;1,459&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305144736758"],
    [147,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึง","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ยังคงเดินสำรวจชายหาดเพื่อตรวจติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุดตามเส้นทางการแพร่กระจาย&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา-บ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบบริเวณลานหินขาวพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;ระยะ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;//&nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ.)&nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;บริเวณบ้านเพ-ท่าเรือแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพปกติและทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันบนชายหาด&nbsp;ขณะเดียวกันยังได้นำเรือ&nbsp;ทช.111&nbsp;,&nbsp;ทช.221&nbsp;,&nbsp;ทช.302&nbsp;และ&nbsp;ทช.311&nbsp;ตรวจติดตามและเฝ้าระวังคราบน้ำมันจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่เขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ดและพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;66&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&nbsp;นอกฝั่ง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;117&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&nbsp;เลียบชายฝั่ง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;135&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;80&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ภาพรวมทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันในทะเล</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305150914763"],
    [148,"คพ. เร่งแจ้งเตือนโรงน้ำแข็งและห้องเย็นป้องกันก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลช่วงฤดูร้อน ที่มีการผลิตสูงตามความต้องการของประชาชน","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งแจ้งเตือนโรงน้ำแข็งและห้องเย็นป้องกันก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลช่วงฤดูร้อน&nbsp;ที่มีการผลิตสูงตามความต้องการของประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากสถิติการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีพบมีเหตุรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียจากโรงงานผลิตน้ำแข็งและห้องเย็นอยู่บ่อยครั้ง&nbsp;อย่างช่วงต้นปีนี้เกิดขึ้นแล้ว&nbsp;3&nbsp;ครั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;6&nbsp;มกราคม&nbsp;และวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;โดยอาจจะเกิดขึ้นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการบริโภคน้ำแข็งมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ&nbsp;จึงอยากแจ้งเตือนผู้ประกอบการ&nbsp;หากเร่งกำลังการผลิตมากขึ้นจะทำให้ระบบทำความเย็นทำงานหนักและเพิ่มความเสี่ยงการรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนีย&nbsp;หรืออาจเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์&nbsp;เพราะก๊าซแอมโมเนียจะมีความเป็นพิษต่อระบบการหายใจของประชาชนทั้งที่ปฏิบัติงานอยู่บริเวณที่รั่วไหลและที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คพ.&nbsp;ได้มอบหมาย&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แจ้งเตือนผู้ประกอบการโรงงานผลิตน้ำแข็งและห้องเย็นในการตรวจสอบระบบและวัสดุอุปกรณ์ให้เพิ่มความระมัดระวังการประกอบกิจการช่วงฤดูร้อน&nbsp;ควบคู่กับได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น&nbsp;ERG4Thai&nbsp;หรือแอพพลิเคชั่นคู่มือการระงับอุบัติภัยเบื้องต้นจากวัตถุอันตราย&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการกู้ภัย&nbsp;เช่น&nbsp;ความเป็นอันตรายจากการรับสัมผัสทางการหายใจ&nbsp;ผิวหนัง&nbsp;และดวงตา&nbsp;//&nbsp;การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน&nbsp;อย่างเพลิงไหม้&nbsp;การรั่วไหล&nbsp;//&nbsp;การปฐมพยาบาลเบื้องต้น&nbsp;และแนวทางการพิจารณาอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เกิดเหตุ&nbsp;สามารถดาวน์โหลดได้ในระบบปฏิบัติการ&nbsp;Android&nbsp;iOS&nbsp;และเว็บไซต์ที่&nbsp;www.erg4Thai&nbsp;หากมีข้อสงสัยประการใดหรือต้องการคำปรึกษาโทรศัพท์สายด่วน&nbsp;1650&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การรั่วไหลของแอมโมเนีย&nbsp;ส่วนใหญ่สาเหตุหลักจากความบกพร่อง&nbsp;ความชำรุดของอุปกรณ์&nbsp;เช่น&nbsp;รอยรั่วของท่อขนส่ง&nbsp;ข้อต่อ&nbsp;วาล์ว&nbsp;หรือเกิดระหว่างการบำรุงรักษาระบบ&nbsp;เนื่องจากแอมโมเนียสามารถรวมตัวกับน้ำและความชื้นภายในโรงงานเกิดเป็นแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์&nbsp;ที่มีความเป็นด่างสูงสามารถกัดกร่อนระบบท่อส่งก๊าซและวาล์วทำให้เกิดรอยรั่วได้&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;อาจเกิดจากการจัดเก็บภาชนะบรรจุแอมโมเนียที่ไม่เหมาะสม&nbsp;เช่น&nbsp;ไม่มีการจัดพื้นที่สำหรับการเก็บสารเคมีโดยเฉพาะ&nbsp;ไม่มีการติดป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตราย&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ส่วนใหญ่โรงงานน้ำแข็งเป็นกิจการเก่าแก่และตั้งอยู่ในชุมชน&nbsp;ทำให้การรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียที่มีความเป็นพิษต่อระบบการหายใจ&nbsp;จึงเกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจำนวนมาก&nbsp;หากมีน้ำเสียจากการดับเพลิง&nbsp;หรือการดักจับก๊าซแอมโมเนียถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;ทำให้ปลาและสัตว์น้ำตายได้&nbsp;เนื่องจากแอมโมเนียมีความเป็นพิษต่อสัตว์น้ำและปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำลดลง</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305155500774"],
    [149,"จังหวัดกระบี่จัดงาน กล้วยไม้สัญจร พฤกษาอันดามัน จังหวัดกระบี่ ช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีรายได้ผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19","<p><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายเกียรติศักดิ์&nbsp;&nbsp;นารีเลิศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;กล้วยไม้สัญจร&nbsp;พฤกษาอันดามัน&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และมี&nbsp;นายวัชรพงศ์&nbsp;พันธุ์แตง&nbsp;&nbsp;ผู้บริหารงาน&nbsp;สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน&nbsp;ณ&nbsp;ลานสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้&nbsp;ได้มีช่องทางระบายผลผลิต&nbsp;ขยายช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&nbsp;และช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยได้กำหนดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;4-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้มีแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในต้านต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการตลาด&nbsp;การขยายตลาดในประเทศ&nbsp;โดยขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงาน&nbsp;ให้ช่วยกันส่งเสริมและสนับสนุนการใช้กล้วยไม้ไทยในโอกาสต่างๆ&nbsp;และประชาสัมพันธ์ขยายช่องทางการตลาดสำหรับสินค้ากล้วยไม้&nbsp;จัดนิทรรศการส่งเสริมการใช้กล้วยไม้&nbsp;ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค&nbsp;รวมถึงการจัดงานกล้วยไม้สัญจร&nbsp;ของสหกรณ์ผู้ประกอบการ&nbsp;กล้วยไม้ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;การจัดงาน&nbsp;\"กล้วยไม้สัญจร&nbsp;พฤกษาอันดามัน&nbsp;จังหวัดกระบี่\"&nbsp;ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหนทาง&nbsp;เพื่อช่วยเหลือสมาชิก&nbsp;ด้านเงินทุนในการประกอบอาชีพจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาจำหน่ายแก่สมาชิก&nbsp;รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อจำหน่าย&nbsp;ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการ&nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพของกลัวยไม้&nbsp;ให้ตรงตาม&nbsp;ความต้องการของผู้บริโภค</p><p>เ<strong>นื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ส่งผลให้ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ได้รับผลกระทบโดยตรงในด้านราคาของกล้วยไม้ตกต่ำ&nbsp;และไม่สามารถจำหน่ายกล้วยไม้ให้กับผู้บริโภค&nbsp;ทั้งในและต่างประเทศได้&nbsp;แต่เกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา&nbsp;ดอก&nbsp;และต้นกล้วยไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ค่าแรงงาน&nbsp;ค่าปุ๋ย&nbsp;ค่าสารเคมี&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก&nbsp;และใช้กล้วยไม้เพิ่มขึ้น&nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กลับผู้บริโภคได้รับรู้&nbsp;และสามารถใช้กล้วยไม้&nbsp;ในกิจกรรมต่างๆ&nbsp;เพิ่มมากขึ้น&nbsp;สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทยจำกัด&nbsp;เห็นว่าการจัดงานกล้วยไม้สัญจรในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม&nbsp;และสามารถจัดงานแสดงกล้วยไม้ได้&nbsp;เพื่อนำกล้วยไม้มาแสดงให้เห็นถึงความสวยงามสามารถนำกล้วยไม้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย&nbsp;และจำหน่ายให้กับประชาชนในจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้&nbsp;ให้มีรายได้จากการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น</p><p><strong>สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;จัดตั้งและจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ประเภทสหกรณ์การเกษตร&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2553&nbsp;อยู่ที่ตำบลหนองนกไข่&nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทยจำกัด&nbsp;มีสมาชิกจำนวน&nbsp;651&nbsp;คน&nbsp;มีการดำเนินงานรวม&nbsp;9&nbsp;&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร/นครปฐม/ราชบุรี/กาญจนบุรี/นนทบุรี/สุพรรณบุรี/ปทุมธานี/พระนครศรีอยุธยา&nbsp;และกรุงเทพฯ&nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกกลัวยไม้ของสมาชิกทั้งสิ้นประมาณ&nbsp;21,000&nbsp;ไร่&nbsp;การบริหารงานของสหกรณ์&nbsp;มีคณะกรรมการดำเนินงานจำนวน&nbsp;15&nbsp;คน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพยงค์&nbsp;คงอุดมทรัพย์&nbsp;เป็นประธานกรรมการ&nbsp;ทั้งนี้การจัดกิจกรรมจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;และตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดกระบี่อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305222442849"],
    [150,"ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล ส่วน สทช.1 ระยอง พบก้อนคล้ายยางมะตอยและผงคล้ายถ่าน 2 จุด","<p><strong>วันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมัน&nbsp;โดยจะปฏิบัติงานถึงเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;และจะเริ่มงานอีกครั้งในวันที่&nbsp;6&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ส่วนหาดแหลมรุ่งเรือง&nbsp;และท่าเรือ&nbsp;IRPC&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมงจำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่นี้บริษัทได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องยังไม่พบความผิดปกติ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น</strong>&nbsp;คราบ&nbsp;และฟิล์มน้ำมันดิบ&nbsp;แต่สทช.1&nbsp;ระยอง&nbsp;รายงานว่า&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ตรงบริเวณลานหินขาวฯ&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;และผงสีดำคล้ายถ่านอีก&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ.)&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร</p><p><strong>ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65</strong>&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,988&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่ได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลสามารถติดต่อบริษัทโดยตรงที่ศูนย์สื่อสาร&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-05-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305234520852"],
    [151,"อนุมัติเงินส่วนต่างประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 256465 รอบที่ 1 งวดที่ 21 ชดเชยข้าว 4 ชนิด ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางมัลลิกา&nbsp;บุญมีตระกูล&nbsp;มหาสุข&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&nbsp;ได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&nbsp;2564/65&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;งวดที่&nbsp;21&nbsp;โดยมีมติจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,013.70&nbsp;บาท&nbsp;เกษตรกรจะได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;32,219.20&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;715.90&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;17,897.50&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;1,720.48&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;51,614.40&nbsp;บาท&nbsp;/&nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&nbsp;ชดเชยตันละ&nbsp;2,314.88&nbsp;บาท&nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&nbsp;37,038.08&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้&nbsp;จำนวน&nbsp;12,548&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;ไม่ต้องจ่ายชดเชยแล้ว&nbsp;เพราะสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เกษตรกรจะได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&nbsp;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;จะดำเนินการโอนเงินภายในสัปดาห์หน้านี้ไม่เกินวันพุธ&nbsp;ขณะที่โครงการประกันรายได้พืชชนิดอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ยางพารา&nbsp;และมันสำปะหลัง&nbsp;ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง&nbsp;เนื่องจากราคาสูงกว่าที่ประกันรายได้ไว้&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213330022"],
    [152,"ธ.ก.ส. โอนเงินค่าสินไหมประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บรรเทาความเสียหาย ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ได้ใช้ระบบการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสียหายจากกรณีเกิดภัยธรรมชาติ&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต&nbsp;โดยมีเป้าหมายในการทำประกันภัยบนพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศกว่า&nbsp;46&nbsp;ล้านไร่&nbsp;คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&nbsp;7&nbsp;ภัย&nbsp;ได้แก่&nbsp;น้ำท่วม&nbsp;ภัยแล้ง&nbsp;ลมพายุ&nbsp;ภัยหนาว&nbsp;ลูกเห็บ&nbsp;ไฟไหม้&nbsp;และช้างป่า&nbsp;ปัจจุบันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยข้าวนาปีไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นเงินกว่า&nbsp;1,522&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;1.2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ขณะที่ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;34&nbsp;ล้านบาท&nbsp;พื้นที่เสียหาย&nbsp;22,945&nbsp;ไร่&nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์รวมกว่า&nbsp;113,931&nbsp;ราย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ให้วงเงินคุ้มครองจำนวน&nbsp;1,260&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;ส่วนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;1,500&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;เมื่อเกษตรกรผู้ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย&nbsp;และแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&nbsp;เพื่อประเมินความเสียหาย&nbsp;และจะได้รับการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมภายใน&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;เข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปีการผลิต&nbsp;2564&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจทำประกันภัยข้าวนาปี</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จำนวน&nbsp;3.59&nbsp;ล้านราย&nbsp;&nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&nbsp;43&nbsp;ล้านไร่&nbsp;และประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;96,620&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&nbsp;1.5&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ธ.ก.ส.ขอเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&nbsp;เพราะจะเป็นประโยชน์&nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213151021"],
    [153,"วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมครบรอบ47ปี","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ที่ช่วยดูแลประชาชนที่เป็นเกษตรกรให้มีโอกาสในการถือครองที่ดินเพื่อยังชีพ&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรมี่ไม่มีที่ดินทำกิน&nbsp;หรือมีแต่ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพโดยการจัดสรรที่ดินทำกิน&nbsp;&nbsp;ปรับปรุงสิทธิและการถือครองที่ดิน&nbsp;รวมถึงคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;&nbsp;การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;กระจายการถือครองที่ดินอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมพร้อมรักษาพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ขอฝาก&nbsp;ส.ป.ก.</strong>&nbsp;เร่งรัดการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน&nbsp;พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมมาใช้&nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&nbsp;สร้างแหล่งน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำให้ทั่วถึงกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;&nbsp;หรือคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;&nbsp;รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท้าทายต่อการปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ทั้งสถานการณ์เกษตรสูงวัย&nbsp;พลวัตการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน&nbsp;รวมถึงการดำเนินงานอย่างเป็นธรรมต่อเกษตรกร&nbsp;โดยยังคงเจตนารมณ์ในการรักษาคุ้มครองที่ดินเกษตรกรรมให้คงอยู่ตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213022020"],
    [154,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนบริเวณตอนบนของประเทศลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่&nbsp;พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนบริเวณตอนบนของประเทศลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พังงา&nbsp;63&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;62&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ทำให้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;พิจารณาปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;30,229&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;24,134&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขง&nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&nbsp;หลังคาดการณ์และแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมาช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&nbsp;อำเภอเชียงแสน&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;พบว่าเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระดับน้ำบริเวณสถานีเชียงแสนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากวันที่&nbsp;3&nbsp;มีนาคม&nbsp;50&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;แล้วมีแนวโน้มระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น&nbsp;แต่ยังคงต่ำกว่าระดับตลิ่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ได้แจ้ง&nbsp;8&nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขง&nbsp;คือ&nbsp;เชียงราย&nbsp;เลย&nbsp;หนองคาย&nbsp;บึงกาฬ&nbsp;นครพนม&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและแจ้งเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการสัญจรและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&nbsp;รวมถึง&nbsp;ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121031888"],
    [155,"ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ นำทีมออกปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม รอบที่ 2 ปี 2565","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;นำทีมออกปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม&nbsp;รอบที่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;โคนม&nbsp;320&nbsp;ตัว</p><p><strong>นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม&nbsp;เป็นเรื่องที่กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการติดตามการเกิดโรคอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส&nbsp;เอฟ&nbsp;เอ็ม&nbsp;ดี&nbsp;(FMD)&nbsp;ที่พบในประเทศไทย&nbsp;มี&nbsp;3&nbsp;ไทป์&nbsp;คือ&nbsp;โอ&nbsp;(O)&nbsp;เอ&nbsp;(A)&nbsp;และเอเชียวัน&nbsp;(Asia&nbsp;I)&nbsp;เชื้อทั้ง&nbsp;3&nbsp;ไทป์นี้จะทำให้สัตว์ป่วยแสดงอาการเหมือนกัน&nbsp;แต่ไม่สามารถให้ภูมิคุ้มกันต่างไทป์ได้&nbsp;โรคนี้มีระยะฟักตัว&nbsp;ประมาณ&nbsp;2-8&nbsp;วัน&nbsp;โคที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้&nbsp;ซึม&nbsp;เบื่ออาหาร&nbsp;หลังจากนั้นจะมีเม็ดตุ่มพอง&nbsp;เกิดที่ริมฝีปากในช่องปาก&nbsp;เช่น&nbsp;เหงือกและลิ้น&nbsp;ทำให้น้ำลายไหล&nbsp;กินอาหารไม่ได้&nbsp;และเกิดเม็ดตุ่มที่ระหว่างช่องกีบเท้า&nbsp;ทำให้เจ็บ&nbsp;เดินกะเผลก&nbsp;เมื่อเม็ดตุ่มแตกออกอาจมีเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย&nbsp;ทำให้แผลหายช้าขณะที่โคเป็นโรคจะผอมน้ำนมจะลดลงอย่างมาก</p><p><strong>ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;จึงส่งทีมเจ้าหน้าที่</strong>&nbsp;นำโดยนายจิรัฎฐ์&nbsp;ทะนันชัย&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&nbsp;นางปิยะวดี&nbsp;นุ่มนวล&nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&nbsp;นายชัยเชษฐ์&nbsp;ธงสิบเอ็ด&nbsp;สัตวแพทย์ชำนาญงาน&nbsp;นายเทวิน&nbsp;ต้นฟู&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;และนายธีระวุฒิ&nbsp;วงศ์ดาว&nbsp;ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม&nbsp;รอบรณรงค์ที่&nbsp;2/2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&nbsp;และอำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยมีเป้าหมาย&nbsp;โคนม&nbsp;320&nbsp;ตัว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306122837894"],
    [156,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 8 พื้นที่ โดยสูงสุดบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;8&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;และวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงแต่ยังเกินมาตรฐานหลายพื้นที่&nbsp;โดยสูงระดับสีส้ม&nbsp;8&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;ต.เวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.ในเวียง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.น่าน&nbsp;,&nbsp;ต.บ้านต๋อม&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;,&nbsp;ต.เวียงพางคำ&nbsp;อ.แม่สาย&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;,&nbsp;ต.ในเมือง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;,&nbsp;ต.ธานี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่นะ&nbsp;อ.เชียงดาว&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306122608892"],
    [157,"สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงแต่พบน้อยลง","<p><strong>สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงแต่พบน้อยลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;หลังพบก้อนน้ำมันในพื้นที่หาดแม่รำพึงบริเวณลานหินขาวพบก้อนน้ำมัน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;จากการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;บริเวณสะพานท่าเรือตะพง&nbsp;คลองหัวรถ&nbsp;ลานหินขาว&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;ซึ่งการสำรวจบริเวณสะพานท่าเรือตะพงและคลองหัวรถไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;ส่วนบริเวณลานหินขาวและก้นอ่าวพบก้อนน้ำมัน&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบทุกแห่งมีสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบผลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;พร้อมได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณสถานีเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดิน&nbsp;เพื่อวิเคราะห์หาค่าการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306131438896"],
    [158,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(5&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;493&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;133&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;121&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;119&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขตสปก.&nbsp;72&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;80&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่หลายจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สอดคล้องกับเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นช่วง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;วันที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้วันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;9,328&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;7,705&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;4,940&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;2,576&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,594&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;493&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306133213897"],
    [159,"เกษตรกรพอใจ ประชาชนชมงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตรอย่างคึกคัก","<p><strong>ตลอดทั้งวัน&nbsp;(6&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ประชาชนเดินทางมาร่วมงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตร</strong>&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;วันสุดท้ายกันอย่างคึกคัก&nbsp;ซึ่งจัดตั้งแต่วันที่&nbsp;5&nbsp;จนถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายในงานยังมีการจำหน่ายพันธุ์ไม้มากกว่า&nbsp;200&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรมาให้คำแนะนำในเรื่องของการดูแลต้นไม้และผลผลิตให้งอกงาม&nbsp;อีกทั้งยังมีร้านค้าขายสินค้าเกษตร&nbsp;ผลิตภัณฑ์และพืชผล&nbsp;จากเกษตรกรทั่วประเทศมาจำหน่ายภายในงาน</p><p><strong>หนึ่งในประชาชนที่เข้ามาร่วมงาน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ชื่นชอบสินค้าภายในงานเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นสินค้าที่เกษตรกรนำมาขาย&nbsp;</p><p><strong>ด้านผู้ประกอบการร้านค้า&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ดีใจที่มีงานดังกล่าวเกิดขึ้น&nbsp;นอกจากจะช่วยสนับสนุนสินค้าจากเกษตรกรแล้ว&nbsp;ยังมีการสอนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับพืชผลผลิตต่างๆ&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>สำหรับภายในงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตร</strong>&nbsp;ณ&nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;&nbsp;ภายในงานมีการนำนวัตกรรม&nbsp;IOT&nbsp;(Internet&nbsp;of&nbsp;Things)&nbsp;เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ&nbsp;เข้ามาช่วยในด้านการเกษตรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เรียนรู้&nbsp;&nbsp;รวมทั้งเปิดรอบให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา&nbsp;ที่นำเสนอพระเกียรติคุณ&nbsp;พระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ด้านการเกษตรอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306205745007"],
    [160,"จ.แม่ฮ่องสอน เกิดจุดความร้อนสะสม1,108 จุด สูงสุดที่อำเภอปาย ค่า PM 2.5  86 มคก.ลบ.","<p><strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่อง</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าพบจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;จุด</p><p><strong>จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;1,108&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&nbsp;จำนวน&nbsp;388&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;755&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;441&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;197&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;313&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;86&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;33&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306204656005"],
    [161,"ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล ยังคงมีก้อนดำคล้ายยางมะตอยและผงคล้ายถ่านที่จุดเดิม ส่วนกรณีพบเต่าป่วยอยู่ในระหว่างการรักษา","<p><strong>วันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;น.เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมัน&nbsp;โดยจะปฏิบัติงานถึงเวลา&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;และจะเริ่มงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงจำนวน&nbsp;300&nbsp;&nbsp;ราย&nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ในวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.เป็นต้นไป&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่นี้บริษัทได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด</strong>&nbsp;เช่นเดียวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&nbsp;คราบ&nbsp;และฟิล์มน้ำมันดิบ&nbsp;ขณะที่&nbsp;สทช.1&nbsp;ระยอง&nbsp;รายงานว่า&nbsp;ยังพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ตรงบริเวณลานหินขาวฯ&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;ระยะ&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;และผงสีดำคล้ายถ่านอีก&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ.)&nbsp;ระยะ&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&nbsp;ได้แจ้งถึงกรณีมีชาวประมงพบเต่าทะเลป่วยลอยอยู่กลางทะเลใกล้ชายฝั่งมาบตาพุด&nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&nbsp;ศวทอ.เข้าตรวจสอบ&nbsp;พบว่าเป็นเต่าตนุ&nbsp;(Chelonia&nbsp;mydas)&nbsp;ความยาวกว้าง&nbsp;64&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;ยาว&nbsp;71&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;น้ำหนัก&nbsp;30.1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ไม่ทราบเพศ&nbsp;อยู่ในช่วงอายุก่อนวัยเจริญพันธุ์ไม่พบหมายเลขไมโครชิพ&nbsp;จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นเต่าทะเลตัวดังกล่าวมีความสมบูรณ์ทางโภชนะต่ำ&nbsp;เต่าทะเลมีอาการอ่อนแรงแต่ยังตอบสนองได้ดี&nbsp;มีอาการลอยไม่สามารถดำน้ำได้&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นสัตวแพทย์ได้ทำการเก็บเลือดพบว่าเต่าทะเลมีอาการขาดน้ำ</strong>&nbsp;ค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่นและโปรตีนในเลือดค่อนข้างสูงกว่าปกติ&nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นได้ในสัตว์ที่ขาดน้ำ&nbsp;โดยการรักษาในเบื้องต้นได้ให้น้ำเกลือเพื่อทดแทนการขาดน้ำ&nbsp;และพักเต่าในน้ำตื้นเพื่อรอผลการวินิจฉัยต่อไป</p><p><strong>ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65&nbsp;</strong>จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,988&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-06-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306223944031"],
    [162,"กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรด จ.ประจวบฯ เร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกสับปะรดผลสด พร้อมพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานต่อยอดสู่ตลาดส่งออกโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต","<p><strong>นายรุ่งเรือง&nbsp;ไล้รักษา&nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรด&nbsp;</strong>ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่กว่า&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;บริหารจัดการในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน&nbsp;ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาดและช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางกลุ่มยังมีแนวทางปรับเปลี่ยนเพิ่มพื้นที่</strong>ปลูกสับปะรดผลสดพันธุ์เอ็มดีทูทดแทนพื้นที่ปลูกสับปะรดโรงงานพันธุ์ปัตตาเวีย&nbsp;โดยปัจจุบันผลผลิตสับปะรดผลสดยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;รวมถึงขณะนี้กำลังสร้างโรงเก็บรวบรวมผลผลิตสับปะรดผลสด&nbsp;และพัฒนาให้ได้มาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งออก&nbsp;โดยมีตลาดประเทศจีนให้ความสนใจ&nbsp;ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านราคาจากการที่เกษตรกรปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียวภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307090700041"],
    [163,"อนุมัติงบกลางแก้หนี้เกษตรกร พร้อมฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร","<p><strong>ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน&nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&nbsp;วงเงิน&nbsp;2,000&nbsp;ล้านบาทรายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;(กฟก.)&nbsp;เพื่อดำเนินการ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;วงเงิน&nbsp;1,500&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;วงเงิน&nbsp;267.62&nbsp;ล้านบาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;3-4&nbsp;(งบบุคลากร&nbsp;งบดำเนินงาน)&nbsp;วงเงิน&nbsp;230.38&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>โครงการนี้&nbsp;จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ</strong>ตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&nbsp;3,425&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&nbsp;จากการฟื้นฟูอาชีพจำนวน&nbsp;42,034&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;776&nbsp;องค์กร&nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&nbsp;การรวบรวมผลผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307092501049"],
    [164,"เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นแล้ว","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสกลนคร</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่อำเภอวานรนิวาส&nbsp;&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;ที่อำเภอทับคล้อและอำเภอดงเจริญ&nbsp;&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ที่อำเภอภูเขียว&nbsp;อำเภอซับใหญ่&nbsp;อำเภอเกษตรสมบูรณ์&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;13&nbsp;ตำบล&nbsp;24&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;บ้านเรือนประชาชนเสียหาย&nbsp;159&nbsp;หลัง&nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหาย&nbsp;และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ปภ.รับแจ้งเหตุ&nbsp;1784&nbsp;และสายด่วนนิรภัย&nbsp;1784&nbsp;ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144717208"],
    [165,"ประชาชนทั่วทุกภาคเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง มีลูกเห็บตก ","<p><strong>นางสาวชมภารี&nbsp;ชมภูรัตน์&nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&nbsp;ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&nbsp;จากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมอยู่&nbsp;ส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;และภาคเหนือ&nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นไปจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าที่จะเกิดขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;(&nbsp;7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>จะได้รับผลกระทบทั่วทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล&nbsp;ส่วนในวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตาก&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;&nbsp;ราชบุรี&nbsp;สมุทรสงคราม&nbsp;ระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;ตราด&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;&nbsp;<strong>ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว&nbsp;</strong>ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&nbsp;และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ทั้งเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;หรือสายด่วน&nbsp;1182&nbsp;ได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145029213"],
    [166,"หนุนสร้างคนรุ่นใหม่กลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ทำการเกษตรมั่นคงอยู่ได้ครอบครัวเข้มแข็ง","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยถึงโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&nbsp;ว่า&nbsp;นับแต่เริ่มโครงการมากว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;มีเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการแล้ว&nbsp;3,670&nbsp;คน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าจะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่อีกประมาณ&nbsp;850&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งแม้จะมีจำนวนไม่มาก&nbsp;แต่พบว่ากลุ่มเกษตรกรเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่กลับไปสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;ให้บ้านเกิดและเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งที่ผสานกับเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทั้งการผลิตและการตลาด&nbsp;อีกทั้งจะเป็นแรงงานทดแทนเกษตรกรไทยที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัย&nbsp;ซึ่งแต่ละปีจะมีการสำรวจผลสัมฤทธิ์โครงการ</p><p><strong>โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;สำรวจแปลงเกษตร&nbsp;500&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พบว่า&nbsp;มีรายได้จากภาคเกษตรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า&nbsp;โดยพบว่าก่อนเข้าร่วมโครงการมีรายได้&nbsp;7,451&nbsp;บาทต่อคนต่อปี&nbsp;หลังเข้าร่วมโครงการมีรายได้เฉลี่ย&nbsp;10,098&nbsp;บาทต่อคนต่อปี&nbsp;ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้ใช้เงินเป็นหลัก&nbsp;แต่ใช้การสนับสนุนสร้างแรงจูงใจให้เยาวชน&nbsp;คนรุ่นใหม่มองเห็นว่า&nbsp;การเกษตรก็เป็นอาชีพที่มั่นคงได้หากมุ่งมั่นตั้งใจและย้ำในเรื่องการทำน้อยได้มาก&nbsp;</p><p><strong>แต่อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรที่เข้าโครงการนี้</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้ามาช่วยเหลือในการเป็นพี่เลี้ยงประสานหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้แนะนำการทำการเกษตร&nbsp;ทั้งปลูกพืช&nbsp;&nbsp;เลี้ยงสัตว์&nbsp;ทำประมง&nbsp;ตามความถนัดและความสนใจของแต่ละคน&nbsp;พร้อมทั้งมีสหกรณ์ในพื้นที่คอยสนับสนุนหาตลาด&nbsp;รับซื้อผลผลิตและจัดหาเงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;และพันธมิตรอย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ที่พร้อมสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรที่เข้าโครงการนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพ&nbsp;เชื่อว่า&nbsp;โครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความยั่งยืนภาคการเกษตรของไทยในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307111115094"],
    [167,"รัฐหนุนแก้หนี้สินภาคเกษตร อนุมัติงบกลาง 2,000 ล้านบาทให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย","<p><strong>รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรได้ผลักดันกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตร </strong>มาตั้งแต่ ปี 2549&nbsp;โดยมีหลักสำคัญคือ การแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร และการฟื้นฟูอาชีพให้กับเกษตรกรรายย่อย โดยปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนกว่า 5.6 ล้านคน และลงทะเบียนหนี้สินเกษตรกร ทั้งสิ้นกว่า 5 แสนราย รวมเป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาท&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สิน</strong> จากเงื่อนไขกองทุนฟื้นฟูฯ ลูกหนี้กว่า 5 หมื่นรายที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารของรัฐ 4 แห่งจะได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งมีวงเงินกว่า 9,200 กว่าล้าน&nbsp;<strong>ขณะที่การฟื้นฟูอาชีพ </strong>นั้น ได้วางนโยบายให้ทุกหน่วยในกระทรงเกษตรฯ ช่วยเสริมผลักดันทั้งการฟื้นฟูอาชีพด้านพืข ประมง ปศุสัตวฺ และด้านใหม่ ๆ เช่น&nbsp;&nbsp;ฟิวเจอร์ ฟู้ด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ครม.ได้อนุมัติงบกลาง 2,000 ล้านบาทให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร</strong>เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย ตามนโยบายและข้อสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างเร่งด่วนต่อไป</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307103246063"],
    [168,"จ.นครพนมวันนี้ ค่าดัชนีคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ","<p><strong>เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;77&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัว&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;100&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์&nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&nbsp;โอโซน&nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีมาก&nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</p><p><strong>คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;</strong>ควรเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;ถ้ามีอาการเบื้องต้น&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ระคายเคืองตา&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น</p><p><strong>สำหรับกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;</strong>หรือใช้อุปกรณ์&nbsp;ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;เช่น&nbsp;ไอ&nbsp;หายใจลำบากตาอักเสบ&nbsp;แน่นหน้าอก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&nbsp;คลื่นไส้&nbsp;อ่อนเพลีย&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p><p><strong>สรุปการเกิดจุดความร้อนจากการเผา(Hotspot)&nbsp;</strong>ของจังหวัดนครพนม&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนจำนวน&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่เกษตร&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;(ในท้องที่&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;2&nbsp;จุด,&nbsp;อำเภอธาตุพนม&nbsp;4&nbsp;จุด,&nbsp;อำเภอปลาปาก&nbsp;5&nbsp;จุด,&nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&nbsp;1&nbsp;จุด,&nbsp;อำเภอศรีสงคราม&nbsp;1&nbsp;จุด)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307113113106"],
    [169,"คณะกรรมการชุดปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ประชุมประเมินสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)","<p><strong>นายพิพัฒน์&nbsp;เพ็ชร์พิพัฒน์&nbsp;นายอำเภอเวียงสา/ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ&nbsp;</strong>อำเภอ&nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันอำเภอเวียงสา&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่จริม&nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าพื้นที่เวียงสา&nbsp;ตำรวจ&nbsp;สภ.เวียงสา,&nbsp;น้ำมวบ&nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นายกฯ&nbsp;กำนันทุกตำบล&nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;เพิ่มมาตรการตรวจสอบ&nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&nbsp;และหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว&nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราม&nbsp;ผู้ที่คิดก่อให้เกิดเหตุไฟป่า&nbsp;หรือลักลอบทำการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา&nbsp;จังหวัดน่าน</p><p><strong>ในขณะเดียวกันในพื้นที่อำเภอเวียงสา&nbsp;</strong>ได้พบความร้อน&nbsp;Hot&nbsp;spot&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;พิกัด&nbsp;673274E,&nbsp;2050930&nbsp;N&nbsp;และ&nbsp;673159E,&nbsp;2051090&nbsp;N&nbsp;นายพิพัฒน์&nbsp;เพ็ชร์พิพัฒน์&nbsp;นายอำเภอเวียงสา/ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ&nbsp;อำเภอได้สั่งการให้นายจวน&nbsp;จันเครื่อง&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นายณัฐพล&nbsp;วิระขันคำ&nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก&nbsp;อส.ร้อยฯ&nbsp;เวียงสา&nbsp;ที่&nbsp;5&nbsp;กำนันในพื้นที่&nbsp;เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;พบอยู่ในสวนสักพื้นที่&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ท้องที่บ้านใหม่เจริญราษฏร์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.อ่ายนาไลย&nbsp;อ.เวียงสา&nbsp;จ.น่าน&nbsp;สภาพไฟไหม้ดับแล้ว&nbsp;พื้นที่เสียหายประมาณ&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;สาเหตุสันนิษฐานว่าเกิดจากการลักลอบเผาเพื่อกำจัดเชื้อเพลิงในสวน&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯอำเภอเวียงสา&nbsp;ได้ประสานงานสำนักงาน&nbsp;ส.ป.ก&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ในการตรวจสอบผู้ครอบครองพื้นที่ตามพิกัด&nbsp;ส.ป.ก&nbsp;แปลงดังกล่าว&nbsp;เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ&nbsp;เพื่อบังคับใช้กฏหมายดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืนฯ&nbsp;ตามแนวทางของศูนย์ฯอำเภอ&nbsp;ศูนย์ฯ&nbsp;จังหวัดต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้กำนัน&nbsp;</strong>ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;งดเว้นการเผาตามประกาศจังหวัดน่าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307122152112"],
    [170,"ส.ป.ก.ตราด นำเกษตรกรร่วมจำหน่ายสินค้าในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 47 ปี","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่บริเวณตลาดเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;(หน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตราด)</strong>&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด&nbsp;(ส.ป.ก.ตราด)&nbsp;ร่วมกับตลาดเกษตรกรจังหวัดตราด&nbsp;นำกลุ่มเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ออกบูธจำหน่ายผลผลิตสินค้าในเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;เนื่องในโอกาสงานวันคล้ายวันสถาปนา&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ครบรอบ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;โดยมีผู้สนใจร่วมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์&nbsp;ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เนื่องมาจากตามที่&nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม&nbsp;(ส.ป.ก.)</strong>&nbsp;ได้กำหนดจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ครบรอบ&nbsp;47&nbsp;ปี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ถนนราชดำเนินนอก&nbsp;เขตพระนคร&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจัดกิจกรรมดังกล่าวคูขนาน&nbsp;ทางส.ป.ก.ตราด&nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเป็นการเพิ่มช่องทางด้านการตลาดให้เกษตรกร&nbsp;โดยในครั้งนี้ได้นำสินค้าในเขตปฏิรูปมาจำหน่ายหลายชนิด&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้าหมวกใบจาก&nbsp;ของกลุ่มปลูกผักปลอดภัย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านเนินดินแดง&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอแหลมงอบ&nbsp;สินค้าพรมเช็ดเท้า&nbsp;จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;ตำบลวังตะเคียน&nbsp;อำเภอเขาสมิง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307123235115"],
    [171,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการปฏิบัติราชการ ของที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม พร้อมรณรงค์ขอความร่มมือในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ป้องกันแก้ไขปัญาหาไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ดำเนินการตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ&nbsp;ของที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;โดยได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ทำงานและบริเวณโดยรอบของที่ว่าการอำเภอ&nbsp;ตลอดจนถึงหมู่บ้านชุมชนต่างๆ&nbsp;ริมถนนสองข้างทาง&nbsp;และการบริหารจัดการขยะของหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;การให้บริการประชาชนให้เกิดความประทับใจ&nbsp;การป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;ปัญาหา&nbsp;ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ในพื้นที่ของอำเภอ&nbsp;และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจทุกช่องทางให้ทั่วถึงประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307133246145"],
    [172,"จ.แม่ฮ่องสอน ค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานติดต่อกัน 10 วัน ขณะที่จุดความร้อนสะสม 1,278 จุด สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;คุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;90&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;34&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)</p><p><strong>ในส่วนของจุดความร้อน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;170&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,278&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;859&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;611&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;245&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;417&nbsp;จุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144524205"],
    [173,"จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางการเกษตร ระดับจังหวัด","<p><strong>ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;<strong>นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประธานสภาเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมหารือครั้งนี้</strong>&nbsp;เป็นการรับทราบผลการดำเนินงานในปี&nbsp;2564&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;กิจกรรมเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่าย&nbsp;กิจกรรมเชื่อมโยงกระจายผลไม้(มังคุด)&nbsp;ออกนอกจังหวัดแหล่งผลิต&nbsp;ตามโครงการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ทุเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;69,182&nbsp;ตัน&nbsp;มังคุด&nbsp;ประมาณ&nbsp;66,919&nbsp;ตัน&nbsp;เงาะ&nbsp;8,870&nbsp;ตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;จำนวน&nbsp;4,350&nbsp;ตัน</p><p><strong>อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณาการขออนุมัติ</strong>และส่งคืนเงินงบประมาณกิจกรรมเชื่อมโยงกระจายผลไม้(มังคุด)&nbsp;ออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;ตามโครงการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ได้มีมติในการประชุมครั้งที่&nbsp;5/2564&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;42)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2564&nbsp;อนุมัติให้ขยายเวลาดำเนินการตามโครงการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จากเดิมสิ้นสุดธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นสิ้นสุดมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมให้ดำเนินการปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร&nbsp;และส่งคืนเงินเหลือพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;สาขากระทรวงพาณิชย์ฯ&nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้ขอมติที่ประชุมเพื่อปิดการดำเนินโครงการฯ&nbsp;และส่งคืนเงินงบประมาณดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;33,095,548.79&nbsp;บาท&nbsp;ด้วย</p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155343251"],
    [174,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง และสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ","<p><strong>ที่บริเวณหอนาฬิกา&nbsp;ถนนสัมพันธ์เจริญเมือง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ลงอำนวยการฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ&nbsp;และลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5</p><p><strong>โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;2.สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;3.ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;4.เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;5.องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;6.แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;มาตรการเร่งด่วนการฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ลดผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชุมชน</p><p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สรุปสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;1.จุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เมื่อวานนี้)&nbsp;จำนวน&nbsp;170&nbsp;จุด&nbsp;2.จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,278&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;424&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;859&nbsp;จุด&nbsp;3.จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;611&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;245&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;417&nbsp;จุด&nbsp;4.&nbsp;คุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;วัดได้&nbsp;90&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;วัดได้&nbsp;34&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164057277"],
    [175,"กรมส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อะโวคาโด ไม้ผลทางเลือก สู่ทางรอด บนพื้นที่สูง","<p><strong>นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรบนพื้นที่สูง&nbsp;จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเกษตรบนพื้นที่สูง&nbsp;ในประเด็น&nbsp;อะโวคาโด&nbsp;ไม้ผลทางเลือก&nbsp;สู่ทางรอด&nbsp;บนพื้นที่สูง&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;&nbsp;(เกษตรที่สูง)&nbsp;ตำบลผาช้างน้อย&nbsp;อำเภอปง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2-4&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียบรู้&nbsp;ประสบการณ์&nbsp;แนวคิดและข้อมูลข่าวสาร&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจ&nbsp;เกิดแนวคิดในการต่อยอดอาชีพและสามารถนำความรู้เทคโนโลยีการเกษตรบนพื้นที่สูงไปใช้อย่างถูกต้อง&nbsp;เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&nbsp;นำไปสู่กระบวนการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโดให้เป็นพืชเศรษฐกิจหลักบนพื้นที่สูงต่อไป&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวง&nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการจำนวน&nbsp;39&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายม้ง&nbsp;&nbsp;กะเหรี่ยงและมูเซอ&nbsp;โดยดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;&nbsp;และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขยายผลองค์ความรู้&nbsp;กระบวนการเรียนรู้และเทคโนโลยีของการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวงไปสู่พื้นที่สูงอื่นๆ&nbsp;ของประเทศ&nbsp;ผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่&nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติด&nbsp;การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;การทำไร่เลื่อนลอย&nbsp;การทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร&nbsp;ลดการใช้สารเคมีบนพื้นที่สูง&nbsp;เพื่อให้ชุมชนบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี&nbsp;มีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223650357"],
    [176,"เกษตรกรรับเงินเยียวยาที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน","<p><strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน&nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รวม&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ว่า&nbsp;สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี-สกิน&nbsp;ในโค&nbsp;-&nbsp;กระบือนั้น&nbsp;ภายหลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางกว่า&nbsp;684&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมโรคลัมปี-สกิน&nbsp;ในโค&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน</strong>&nbsp;และภายหลังจากการกระจายวัคซีนชุดใหญ่ไปทั่วประเทศ&nbsp;ส่งผลให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้นและในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;&nbsp;จากข้อมูลสัตว์ป่วยรายวันลดเหลือจำนวนน้อยมาก&nbsp;และจากการคาดการณ์ของกรมปศุสัตว์คาดว่าประเทศไทยจะสามารถขอคืนสถานะปลอดโรคลัมปี-สกิน&nbsp;ได้ในไม่ช้า&nbsp;จากการตรวจสอบและเก็บข้อมูลของกรมปศุสัตว์&nbsp;พบสัตว์ป่วย&nbsp;69&nbsp;จังหวัด&nbsp;624,800&nbsp;ตัว&nbsp;หายป่วย&nbsp;541,568&nbsp;ตัว&nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&nbsp;17,944&nbsp;ตัว&nbsp;สัตว์ตาย&nbsp;64&nbsp;จังหวัด&nbsp;65,288&nbsp;ตัว</p><p><strong>ขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางแล้ว&nbsp;55&nbsp;จังหวัด&nbsp;64,913&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดส่งเอกสารให้กรมปศุสัตว์&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;และมีการส่งเอกสารขอรับความช่วยเหลือให้กรมปศุสัตว์แล้ว&nbsp;50&nbsp;&nbsp;จังหวัด&nbsp;ให้การช่วยเหลือเกษตรกรแล้วจำนวน&nbsp;36,949&nbsp;ราย&nbsp;เป็นการโอนเงินในวันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;เกษตรกร&nbsp;15,015&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์&nbsp;17,211&nbsp;ตัว&nbsp;และวันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;เกษตรกร&nbsp;21,934&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์&nbsp;24,182&nbsp;ตัว&nbsp;และสามารถปิดภัยได้แล้ว&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;</p><p><strong>สำหรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค&nbsp;-&nbsp;กระบือ</strong>&nbsp;ตายจากโรคลัมปี-สกิน&nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;โค&nbsp;ได้ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;13,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;22,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปีถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;29,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;35,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนกระบือ&nbsp;ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;24,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปีถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;32,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;39,000&nbsp;บาท</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&nbsp;รัฐบาล&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรทั่วประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะหลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค&nbsp;รวมถึงสาธารณภัยต่างๆ&nbsp;จึงได้มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;เร่งส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงโครุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนที่เสียหายไปจากการระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&nbsp;พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ&nbsp;สนับสนุนอย่างเต็มที่ให้กับเกษตรที่มีความสนใจ&nbsp;โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกรมในการปล่อยสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&nbsp;เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน&nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&nbsp;ไม่ได้มีเพียงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเท่านั้น&nbsp;แต่มีเมนูทางเลือกให้กับเกษตรกรในด้านต่างๆ</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223314354"],
    [177,"พบคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มลอยติดชายหาดแหลมเจริญ อ.เมืองระยอง เจ้าหน้าที่เร่งน้ำบูมกำจัด และใช้เรือแล่นตีกวนให้คราบน้ำมันแตกตัว เพื่อง่ายต่อการกำจัด","<p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;วันที่&nbsp;7&nbsp;มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยวและประชาชนพบคราบน้ำมันมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์ม&nbsp;</strong>ลอยติดชายหาดแหลมเจริญ&nbsp;บริเวณเขื่อนกั้นคลื่นหน้าร้านครัวลุงระ&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1(ระยอง)&nbsp;ได้นำเรือออกตรวจสอบพบคราบน้ำมันมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&nbsp;เมื่อแสงแดดส่องจะเห็นชัดเจนเป็นสีรุ้งกระจายทั่วบริเวณในทะเลและบริเวณชายหาด&nbsp;โดยมีกลิ่นเหม็นของน้ำมัน&nbsp;พบเห็นเป็นวงกว้าง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;2.4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่บริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้นำบูมหรือทุ่นยางมาซับคราบน้ำมัน&nbsp;โดยใช้เรือลากไปยังบริเวณที่พบคราบน้ำน้ำหนาแน่น&nbsp;นอกจากนี้ยังได้ใช้เรือแล่นตีกวน&nbsp;เพื่อให้คราบน้ำมันดังกล่าวแตกตัว&nbsp;เพื่อให้สามารถกำจัดได้ง่าย</p><p><strong>ส่วนการปฏิบัติการปิด&nbsp;ดูดและอุดท่อน้ำมันใต้ทะเล&nbsp;วันนี้เป็นวันที่&nbsp;14&nbsp;แล้ว</strong>&nbsp;ได้มีการพักขั้นตอนการปิดบอลวาล์วท่อน้ำมันแล้วมาทำขั้นตอนการอุดรอยรั่วท่ออ่อนใต้ทะเลทั้ง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งรอยรั่วดังกล่าวอยู่ด้านบนและด้านล่างของท่อ&nbsp;จากนั้นค่อยกลับไปสู่ขั้นตอนการดูดน้ำมันค้างท่อต่อ&nbsp;ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ&nbsp;ได้มีการดูดน้ำมันค้างท่อออกมาแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;36,540&nbsp;ลิตร&nbsp;จากการประมาณที่มีอยู่เพียง&nbsp;12,000&nbsp;ลิตร</p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(51,&nbsp;51,&nbsp;51);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171532290"],
    [178,"ปศุสัตว์อำเภอคำชะอี ประชุมและคัดเลือกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ในระบบไร่นาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอคำชะอี&nbsp;ประชุมและคัดเลือกเกษตรกร</strong>ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ในระบบไร่นาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p><p><strong>นายพิภพ?&nbsp;เพียวิเศษ?&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร</strong>?&nbsp;มอบหมายให้นายเลิศรัตน์ชัย&nbsp;ผุยคำสิงห์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอคำชะอี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายครองศักดิ์&nbsp;ศรีวะรา&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;ศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์เล็กและสัตว์ปีกประจำตำบลกกตูม&nbsp;ประชุมเกษตรกรโครงการต่างๆ&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาประชาคมบ้านตาเปอะ&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;อำเภอคำชะอี&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ดังนี้</p><p>1.โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการและแจ้งให้เกษตรกรจัดเตรียมความพร้อมด้านโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>2.โครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ในระบบไร่นาแก่เกษตรกรเขตชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยตาเปอะ&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;งบ&nbsp;กปร.&nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่บ้านตาเปอะ&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านโนนสมบูรณ์&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;และบ้านด่านช้าง&nbsp;หมู่&nbsp;10&nbsp;ตำบลบ้านค้อ&nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการและคัดเลือกเกษตรกรเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171957293"],
    [179,"กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งประชาชนรับมือพายุฤดูร้อนเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู","<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;ธนะสิทธิ์&nbsp;เอี่ยมอนันชัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;อิทธิพลของพายุฤดูร้อนเกิดจากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเทศไทย&nbsp;ซึ่งจะเกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ฝนตกหนัก&nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่อาจสร้างความเสียหายกับบ้านเรือนที่ไม่แข็งแรง&nbsp;จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งและต้นไม้ใหญ่&nbsp;สำหรับประชาชนที่อยู่กลางแจ้งและเกษตรกรที่มีอุปกรณ์โลหะติดตัว&nbsp;เช่น&nbsp;อุปกรณ์สื่อสาร&nbsp;ต่างหู&nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&nbsp;ระมัดระวังเรื่องฟ้าผ่าและหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและความเสียหายของผลิตผลทางการเกษตรไปจนถึงวันพรุ่งนี้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลกระทบในวันนี้ประกอบด้วย</strong>&nbsp;จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;ภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีการสะสมความร้อนไว้เป็นส่วนใหญ่&nbsp;เมื่อมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมปะทะกับอากาศร้อนจึงเกิดพายุขึ้น&nbsp;&nbsp;และยังต้องเฝ้าระวังการเกิดพายุฤดูร้อนได้อีกเป็นระยะเนื่องจากเป็นช่วงการผลัดเปลี่ยนฤดู&nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจนสิ้นสุดฤดูร้อน&nbsp;พร้อมให้ประชาชนติดตามประกาศสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;โดยจะมีการแจ้งเตือนประชาชนซึ่งจะแจ้งเตือนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า&nbsp;3&nbsp;วัน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307224854364"],
    [180,"อำเภอกันทรลักษ์ พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอกันทรลักษ์ (ก.ช.ภ.อ.) จังหวัดศรีสะเกษ","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;เหลืองสกุลไทย&nbsp;นายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน</p><p><strong>นายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปีสกิล&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์&nbsp;(เพิ่มเติม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5)&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;109,000&nbsp;บาท&nbsp;และกลุ่มคุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์&nbsp;(เพิ่มเติม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5)&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ราย&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&nbsp;96,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมติคณะกรรมการ&nbsp;ก.ช.ภ.อ.กันทรลักษ์&nbsp;เห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโรคระบาดสัตว์&nbsp;(ชนิดลัมปีสกิน)&nbsp;ทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น&nbsp;205,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182404317"],
    [181,"SPRC แจง ฟิล์มน้ำมันที่หาดแหลมเจริญวันนี้ไม่ใช่น้ำมันดิบ ยันทุ่นกลางทะเลไม่รั่วระหว่างปฏิบัติงาน ตอนนี้คุมสถานการณ์ได้แล้ว","<p><strong>SPRC&nbsp;แจงผ่านเพจ&nbsp;ฟิล์มน้ำมันที่พบบริเวณหาดแหลมเจริญไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&nbsp;ยัน&nbsp;ไม่พบว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันดิบออกจากบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลในระหว่างปฎิบัติการ</strong></p><p><br></p><p><strong>SPRC&nbsp;ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจกรณีพบคราบน้ำมันที่บริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)</strong>&nbsp;ว่า&nbsp;ตามที่&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้รับแจ้งจากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;ระยอง&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;11.30&nbsp;น.&nbsp;ว่าพบฟิล์มน้ำมัน&nbsp;ขนาด&nbsp;0.09&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;บริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&nbsp;ตรงข้ามกับร้านอาหารครัวลุงระนั้น&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ขอยืนยันว่า&nbsp;ฟิล์มน้ำมันที่พบบริเวณหาดแหลมเจริญไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&nbsp;และไม่พบว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันดิบออกจากบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;(SPM)&nbsp;ในระหว่างปฎิบัติการ</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;</strong>ทันทีที่ทราบเหตุ&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้นำเรือลากทุ่นดูดซับน้ำมัน&nbsp;(absorbent&nbsp;boom)&nbsp;เพื่อดูดซับฟิล์มน้ำมัน&nbsp;และใช้เรือตีกวนฟิล์มน้ำมันเพื่อให้แตกตัว&nbsp;และเมื่อเวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;จากโดรนถ่ายภาพทางอากาศที่บินสำรวจเหนือบริเวณร้านอาหารครัวลุงระ&nbsp;ไม่พบฟิล์มน้ำมันเพิ่มเติม&nbsp;และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ปนเปื้อนฟิล์มน้ำมัน&nbsp;</strong>เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์&nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าฟิล์มน้ำมันที่พบเป็นน้ำมันชนิดใด&nbsp;และมีสาเหตุมาจากอะไร&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อทราบผลที่แน่ชัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307221010344"],
    [182,"ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล พบฟิล์มน้ำมันบริเวณหน้าหาดสุชาดา ตอนนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ด้านบริษัทแจงลักษณะไม่ใช่ฟิล์มคราบน้ำมันดิบ","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;พบคราบฟิล์มน้ำมันบริเวณหาดสุชาดา&nbsp;(แหลมเจริญ)&nbsp;ตำบลปากน้ำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;โดยได้ดำเนินการตรวจพื้นที่บริเวณชายหาดแหลมเจริญ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันและกลิ่นน้ำมันตามแนวชายหาด&nbsp;ซึ่งเรือตรวจการณ์&nbsp;804&nbsp;ได้แจ้งว่ามีคราบฟิล์มน้ำมันห่างจากแนวชายฝั่ง&nbsp;และได้มีเรือเล็กเข้ามาตีกวนฟิล์มน้ำมันจนแตกตัวกระจายออกไปแล้ว&nbsp;พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่กระทำความผิดทำให้เกิดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันบริเวณชายฝั่งแหลมเจริญ&nbsp;ส่วนกรมควบคุมมลพิษและบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บตัวอย่างน้ำผสมฟิล์มน้ำมันเพื่อวิเคราะห์ต่อไป&nbsp;โดยบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ชี้แจงในภายหลังว่าลักษณะคราบน้ำมันไม่ใช่น้ำมันดิบและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;16.30&nbsp;น.&nbsp;</p><p><strong>ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;</strong>ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมงจำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่หน้าหาดแม่รำพึง-แหลมรุ่งเรือง&nbsp;ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด&nbsp;เช่นเดียวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&nbsp;คราบ&nbsp;และฟิล์มน้ำมันดิบ</p><p><strong>ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;30&nbsp;ม.ค.65</strong>&nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;11,988&nbsp;ราย&nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307231301384"],
    [183,"ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย ออกลาดตระเวน สำรวจสิ่งผิดปกติ รวมถึงการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยการสั่งการของ&nbsp;นายทศพล&nbsp;สินยบุตร&nbsp;นายอำเภอปาย</strong>&nbsp;และตามข้อสั่งการของศูนย์ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;ประสานงานกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าดำเนินการเดินลาดตระเวน&nbsp;สำรวจสิ่งผิดปกติ&nbsp;รวมถึงการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;ตามมาตรการการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;บ้านโป่งสา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตแม่เลา&nbsp;-&nbsp;แม่แสะ&nbsp;และชาวบ้าน&nbsp;ร่วมทำแนวไฟป่า&nbsp;อนุรักษ์ป่าบ้านทรายขาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลแม่ฮี้&nbsp;ได้จัดชุดอยู่เวรศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;พร้อมจัดชุดลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ป่า</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307225803380"],
    [184,"จนท.แม่ฮ่องสอนระดมฉีดน้ำ ลดฝุ่น pm 2.5 ต่อเนื่อง","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำปริมาณน้ำ&nbsp;66,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;วันนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;90&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐาน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-07-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307225453379"],
    [185,"ปภ.สุราษฎร์ธานี เผย สถานการณ์ข้อมูลน้ำท่า จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภาและกล้อง CCTV กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 5 จุด อยู่ในระดับปกติ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายจำนง&nbsp;สวัสดิ์วงศ์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้อมูลน้ำท่าประจำวันนี้&nbsp;ว่า&nbsp;จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภา&nbsp;และกล้อง&nbsp;CCTV&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ในพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;อยู่ในระดับปกติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.ตำบลอิปัน&nbsp;อำเภอพระแสง&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&nbsp;ลดลงจากเมื่อวาน&nbsp;-&nbsp;0.08&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>2.ตำบลเคียนซา&nbsp;อำเภอเคียนซา&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&nbsp;คงที่จากเมื่อวาน&nbsp;2.56&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>3.ตำบลท่าสะท้อน&nbsp;อำเภอพุนพิน&nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&nbsp;เพิ่มขึ้นจาก&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;+&nbsp;0.05&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>4.ตำบลท่าขนอน&nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&nbsp;ระดับน้ำคลองพุมดวง&nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&nbsp;+&nbsp;0.13&nbsp;เมตร&nbsp;</p><p>และที่&nbsp;5.ตำบลต้นยวน&nbsp;อำเภอพนม&nbsp;ระดับน้ำคลองศก&nbsp;ลดลงจาก&nbsp;เมื่อวาน&nbsp;-&nbsp;0.21&nbsp;เมตร</p><p><strong>ขณะที่รายงานสภาพเครื่องโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา&nbsp;อำเภอบ้านตาขุน&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สภาพเครื่องปกติ&nbsp;3&nbsp;เครื่อง&nbsp;ระดับน้ำเวลา&nbsp;24:00&nbsp;น.&nbsp;84.68&nbsp;ม.รทก.&nbsp;(ลดลง&nbsp;7.0&nbsp;ซม.)&nbsp;Rule&nbsp;curve&nbsp;=&nbsp;91.37&nbsp;ม.&nbsp;ระดับน้ำสูงกว่า&nbsp;LRC&nbsp;=&nbsp;4.49&nbsp;ม.&nbsp;น้ำกักเก็บ&nbsp;3,943.8895&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;69.94%&nbsp;&nbsp;น้ำที่ใช้งานได้&nbsp;2,592.3461&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;60.47%&nbsp;&nbsp;แผนระบายน้ำวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;=&nbsp;15.0&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;Peak&nbsp;EGAT.&nbsp;เวลา&nbsp;19:30&nbsp;น.&nbsp;27,635.5&nbsp;MW.&nbsp;C]tPeak&nbsp;R-3&nbsp;เวลา&nbsp;19:14&nbsp;น.&nbsp;2,366.1&nbsp;MW.&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้เขื่อนรัชชประภา</strong>&nbsp;มีความมั่นคง&nbsp;แข็งแรง&nbsp;และปลอดภัย&nbsp;สามารถรับน้ำไดัอีก&nbsp;1,694.9524&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็น&nbsp;30.06%&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308101746422"],
    [186,"สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565","<p><strong>ที่สวนเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพอเพียง&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลลาดหญ้า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;</strong>นายรณภพ&nbsp;เวียงสิมมา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้&nbsp;เทคโนโลยีการผลิต&nbsp;และให้บริการการเกษตรแก่เกษตรกรให้ได้รับความรู้&nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในกระบวนการผลิต&nbsp;และให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;โดยเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ไปประยุกต์ใช้จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;ตลอดจนได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง&nbsp;รวมทั้งนักวิชาการ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอกพฤทธิ์&nbsp;จันทราสา&nbsp;รองผู้บัญชาการกองพล&nbsp;ทหารราบที่&nbsp;9&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตร&nbsp;และสหกรณ์&nbsp;องค์กรปกครอง&nbsp;ส่วนท้องถิ่น&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมศูนย์เรียนรู้ที่เน้นในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;390&nbsp;ราย&nbsp;และได้จัดเป็นสถานีเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;1&nbsp;คนติดดิน&nbsp;เกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์&nbsp;น้ำหมักชีวภาพ&nbsp;และการทำถ่านอัดแท่ง&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;2&nbsp;เมล็ดพันธุ์แห่งความห่วงใย&nbsp;เกี่ยวกับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;3&nbsp;ป.ปลา&nbsp;ตา-กลม&nbsp;เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;4&nbsp;น้ำพระทัยจากในหลวง&nbsp;เกี่ยวกับการทำฝายชะลอน้ำ&nbsp;ตามทฤษฎีของรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;และสถานีเรียนรู้ที่&nbsp;5&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;เราทำได้เกี่ยวกับการคัดบรรจุสินค้า&nbsp;ทางการเกษตร&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กิจกรรมสาธิตใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยี&nbsp;\"อากาศยานไร้คนขับ\"&nbsp;การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ขององค์กรเกษตร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer/Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และร้านค้าต่างๆ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308102150423"],
    [187,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดพายุฤดูร้อน พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนลง ส่วนภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนลง&nbsp;ส่วนภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.อุดรธานี&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเพชรบูรณ์&nbsp;87&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ได้คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;6&nbsp;-&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&nbsp;ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ตาก&nbsp;และกำแพงเพชร&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์และนครราชสีมา&nbsp;//&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และสมุทรสงคราม&nbsp;//&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;และภาคใต้&nbsp;จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์&nbsp;จึงได้กำชับให้หน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้น&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรพิจารณาปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,962&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;52&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,900&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308104258435"],
    [188,"เดินหน้าปราบหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด คิดค้นนวัตกรรมเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วย สำเร็จเป็นเครื่องแรกของไทย","<p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดเป็นแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นที่พบเข้ามาระบาดครั้งแรกในไทยเมื่อปลายปี&nbsp;2561&nbsp;โดยพบการระบาดในข้าวโพดที่ปลูกหน้าแล้งหลังนาในหลายจังหวัด&nbsp;ลักษณะการทำลายของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดจะกัดกินอยู่ในยอดข้าวโพด&nbsp;ทำให้ใบขาดเป็นรู&nbsp;เว้าแหว่ง&nbsp;ยอดกุด&nbsp;</p><p><strong>จากการที่มีการปลูกข้าวโพดอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;ประกอบกับสภาพอากาศที่เหมาะสมของประเทศไทย&nbsp;จึงทำให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงและเป็นพื้นที่กว้าง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;จากพฤติกรรมที่สามารถเข้าทำลายได้ในทุกช่วงการเจริญเติบโตของข้าวโพดและตัวหนอนจะกัดกินอยู่ในยอดข้าวโพด&nbsp;ทำให้เกษตรกรพบอุปสรรคในการพ่นสารที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;จนทำให้เกิดการระบาดรุนแรง&nbsp;ซึ่งในบางพื้นที่ทำให้ผลผลิตเสียหายมากกว่า&nbsp;70%&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>จากปัญหาดังกล่าว&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ร่วมกันศึกษา</strong>&nbsp;วิจัย&nbsp;ออกแบบเครื่องพ่นสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้พ่นสารเคมี&nbsp;หรือสารชีวภัณฑ์ให้เป็นละอองฝอยและส่งไปยังเป้าหมายโดนหนอนกระทู้ลายจุดให้มากที่สุด&nbsp;จากการวิจัยและทดสอบทำให้ได้เครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วย&nbsp;ซึ่งช่วยกระจายละอองฝอยของสารที่ออกจากหัวฉีดไปโดนตัวหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดที่หลบซ่อนอยู่ในกรวยใบ&nbsp;หรือใต้ใบได้โดยตรง&nbsp;โดยอาศัยหลักการของลมที่ช่วยให้เกิดการพลิกของใบข้าวโพด&nbsp;ทำให้สารออกฤทธิ์ทั้งสารเคมีและชีวภัณฑ์&nbsp;สามารถแทรกซอนบริเวณใต้ใบพืชและในกรวยข้าวโพดได้โดยง่าย&nbsp;</p><p><strong>การใช้แรงลมช่วยนี้ไม่มีในเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดที่เกษตรกรใช้ในปัจจุบัน&nbsp;</strong>จึงสามารถกล่าวได้ว่าเป็นเครื่องแรกที่ผลิตในประเทศไทย&nbsp;โดยเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วยสามารถพ่นได้รวดเร็ว&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;/&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และสามารถพ่นได้ตั้งแต่ข้าวโพดอายุ&nbsp;7&nbsp;วันจนถึงข้าวโพดติดฝัก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วย</strong>&nbsp;เพื่อกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด&nbsp;เป็นการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างตรงจุดเพราะสามารถพ่นป้องกันกำจัดการระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยขณะนี้ได้มีการดัดแปลงนำเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วยนำไปใช้กำจัดศัตรูพืชในนาข้าว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;และทานตะวันด้วย&nbsp;ซึ่งเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดใช้แรงลมช่วยสามารถพ่นได้ทั้งสารเคมีและสารชีวภัณฑ์ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนได้รับต้นแบบจากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;นำไปผลิตในเชิงพาณิชย์เพื่อให้กระจายไปสู่เกษตรกรได้อย่างกว้างขวางแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192236721"],
    [189,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้ทั้ง&nbsp;17&nbsp;จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือมีตัวเลขคาดการณ์ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า&nbsp;แต่พื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่ายังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์เหมือน&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308105120438"],
    [190,"ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำจ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคมนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;9&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308110515440"],
    [191,"จ.พะเยาตั้งจุดสกัดตรวจคนเข้าป่า ลดการเกิดไฟป่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน ที่ผ่านมาคาดมาจากการเกิดไฟป่านอกพื้นที่","<p><strong>เครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่า&nbsp;ในที่หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านตุ่น&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;</strong>ได้ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดคนเข้าป่า&nbsp;รวมถึงการลาดตระเวน&nbsp;ทั้งการเดินเท้าและรถจักรยานยนต์&nbsp;เพื่อเป็นการสำรวจพื้นที่ป่า&nbsp;บริเวณโดยรอบของหมู่บ้าน&nbsp;ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดพะเยาที่ได้ดำเนินการ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่&nbsp;โดยจุดสกัดและตรวจคนเข้าป่าดังกล่าวนั้น&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;200&nbsp;กว่าจุด&nbsp;ที่ได้จัดตั้งขึ้น&nbsp;และจนถึงขณะนี้นับเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา&nbsp;หลังจากมีประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดและประกาศปิดป่า&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพะเยายังไม่พบการเกิดไฟป่าจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว</p><p><strong>นายฉกาจ&nbsp;เทพทองปัน&nbsp;หัวหน้าสถานีไฟป่าจังหวัดพะเยา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทหาร&nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่า&nbsp;ได้ดำเนินการตั้งจุดตรวจจุดสกัด&nbsp;รวมทั้งได้ร่วมกันดำเนินมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;โดยมีการออกประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้าน&nbsp;เรื่องของการห้ามเผาเด็ดขาด&nbsp;รวมทั้งการปิดป่า&nbsp;ขณะที่ผู้ที่เดินทางเข้าป่าจะต้องรายงานตัว&nbsp;ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งภารกิจของเครือข่ายป้องกันไฟป่าจะต้องมีการตรวจเช็คคนเข้าป่า&nbsp;มีการลาดตระเวนและมีการเตรียมพร้อมดับไฟป่าหากเกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งหลังจากที่ได้มีการดำเนินมาตรการดังกล่าวนั้น&nbsp;พบว่าสามารถลดการเกิดไฟป่าได้มากกว่า&nbsp;70%&nbsp;ซึ่งจนถึงขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดพะเยา&nbsp;ยังไม่มีการเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่แต่อย่างใด</p><p><strong>ขณะที่นายสุรมัย&nbsp;เล่ดี&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;บ้านห้วยหม้อ&nbsp;ตำบลบ้านตุ่น&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;<strong>กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในหมู่บ้านได้มีเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่าและมีการทำงานกันอย่างเข้มข้น&nbsp;ทั้งการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย&nbsp;ตลอดจนถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดคนเข้าป่า&nbsp;การลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน&nbsp;ซึ่งสามารถประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี&nbsp;เนื่องจากตั้งแต่มีการประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์เป็นต้นมา&nbsp;ในพื้นที่ยังไม่พบการเกิดไฟป่าแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308114542450"],
    [192,"เกษตรจังหวัดเพชรบุรี พัฒนาเครือข่ายส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่ ขับเคลื่อนงานเกษตรเชิงพื้นที่ ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตชมพู่เพชรสายรุ้ง","<p><strong>ว่าที่&nbsp;ร.ต.&nbsp;อาณัติ&nbsp;หุ่นหลา&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายยุกตนันท์&nbsp;จำปาเทศ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองเพชรบุรี/ตัวแทนเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ทั้ง&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;ร่วมด้วยนายยุทธนา&nbsp;เมืองเล็ก&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;ร่วมประชุมพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ร่วมบูรณาการแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่&nbsp;DOAE&nbsp;สู่โมเดลเกษตรเขต&nbsp;2&nbsp;ขับเคลื่อนงานเกษตรเชิงพื้นที่&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรผู้ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้งในพื้นได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรทำงานร่วมกันในรูปแบบเครือข่าย&nbsp;ต่อยอดหาวิธีแก้ไขปัญหาการระบาดของศัตรูพืช&nbsp;ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสด&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;และอีกหนึ่งเป้าหมายคือการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลผลิต&nbsp;จากผลการประชุมร่วมกันในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลที่ได้จากประชามติของตัวแทนเกษตรกรสวนชมพู่ไปเป็นแนวทางให้การสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308114727451"],
    [193,"ทส. จัดอบรมหลักสูตรจิตอาสา ตามโครงการปลูกป่าฯ เพื่อป้องกันไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ จ.สุโขทัย","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ตามโครงการปลูกป่า&nbsp;เพื่ออนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายจงคล้าย&nbsp;วรพงศธร&nbsp;รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ตามโครงการปลูกป่า&nbsp;เพื่ออนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;แอนด์&nbsp;สปา&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยมีนายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และนายสมหวัง&nbsp;เรืองนิวัติศัย&nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธ์พืช&nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในพิธี&nbsp;เพื่อสร้างผู้นำเครือข่ายจิตอาสาพระราชทานในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยได้จัดอบรมให้ความรู้ทางวิชาการ&nbsp;และการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องไฟป่า&nbsp;นิเวศวิทยา&nbsp;ป่าต้นน้ำ&nbsp;การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์&nbsp;ให้แก่ปลัดอำเภอ&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูป่า&nbsp;รักษาต้นน้ำ&nbsp;และควบคุมไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ไปถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;และสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งสร้างและขยายเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง&nbsp;เพื่อร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&nbsp;และป้องกันไฟป่าได้อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;และยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308115042452"],
    [194,"GISTDA เผย จุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ แม่ฮ่องสอน 168 จุด","<p><strong>GISTDA&nbsp;เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;</strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบจุดความร้อนทั้งประเทศ&nbsp;761&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวานก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;266&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;231&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;142&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;50&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ</strong>&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;168&nbsp;จุด&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;129&nbsp;จุด&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ&nbsp;จุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;ตามด้วยภาคกลางและภาคตะวันตก&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนจุดความร้อนลดลง&nbsp;เนื่องจากเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ส่วนเช้าวันนี้เวลา&nbsp;08.00&nbsp;น.&nbsp;คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;มีเพียงไม่กี่จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&nbsp;9,618&nbsp;จุด&nbsp;ตามด้วยภาคเหนือ&nbsp;8,543&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,197&nbsp;จุด&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>ในส่วนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อม&nbsp;ภาค&nbsp;1&nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;1&nbsp;(เชียงใหม่&nbsp;เชียงราย&nbsp;ลำพูน&nbsp;แม่ฮ่องสอน)&nbsp;ว่า&nbsp;PM2.5&nbsp;มีค่าระหว่าง&nbsp;33-90&nbsp;ไมโครกรับต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ&nbsp;ดี&nbsp;ถึง&nbsp;มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;มคก./ลบ.ม.)&nbsp;โดยพื้นที่ที่มีค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;คือ&nbsp;ตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;98&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</p><p><strong>สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน</strong>&nbsp;ประชาชนทั่วไป&nbsp;ควรเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์&nbsp;สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(พื้นที่สีแดง)&nbsp;ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308120749460"],
    [195,"ทช. ตรวจพบคราบฟิล์มน้ำมันบริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ เร่งกำจัดด้วยทุ่นดูดซับน้ำมัน","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ตรวจพบคราบฟิล์มน้ำมันบริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&nbsp;เร่งกำจัดด้วยทุ่นดูดซับน้ำมัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;หลังพบคราบฟิล์มน้ำมันและคราบสีขาวลอยอยู่บนผิวน้ำเป็นวงกว้าง&nbsp;ยาวประมาณ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;ห่างจากชายฝั่งหาดแหลมเจริญ&nbsp;ระยะทาง&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;เบื้องต้นพบน้ำทะเลตรงแนวเขื่อนหินหาดแหลมเจริญ&nbsp;บริเวณร้านอาหารลุงระ&nbsp;พบมีคราบฟิล์มน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำและมีกลิ่นเหม็นระยะทาง&nbsp;900&nbsp;เมตร&nbsp;แล้วมีบางส่วนพัดเข้าเกยชายหาด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;เร่งกำจัดคราบน้ำมันเบื้องต้นด้วยทุ่นดูดซับน้ำมัน&nbsp;จากการคาดการณ์ของบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ไม่ใช่ผลจากน้ำมันดิบที่รั่วไหล&nbsp;จากนี้จะตรวจสอบหาที่มาต่อไป&nbsp;พร้อมได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณนอกชายฝั่งและชายหาด&nbsp;พบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;และได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308120009455"],
    [196,"จังหวัดลำพูนมุ่งแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และกำหนดวันห้ามเผา ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;(ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้ประกาศห้ามบุคคลทำการเผาในที่โล่ง&nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์,&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ได้มอบเครื่องเป่าลมจำนวน&nbsp;17&nbsp;เครื่อง&nbsp;ที่ได้รับบริจาค&nbsp;จากศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดลำพูน&nbsp;(CSR)&nbsp;ให้กับชุดปฏิบัติการดับไฟป่าในจังหวัดลำพูน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่า&nbsp;4&nbsp;สถานี&nbsp;และหน่วยงานป้องกันและพัฒนาป่าไม้&nbsp;6&nbsp;หน่วย</p><p><strong>สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย&nbsp;</strong>การรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และการคาดการณ์สภาพอากาศ&nbsp;และแนวโน้มสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;สำหรับจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-3&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;จำนวน&nbsp;342&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจำนวน&nbsp;1,390&nbsp;จุด&nbsp;หรือลดลงร้อยละ&nbsp;80&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&nbsp;2564&nbsp;ในช่วงเวลาเดียวกัน&nbsp;(โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;มีจุด&nbsp;Hotspot&nbsp;จำนวน&nbsp;1,732&nbsp;จุด)&nbsp;ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์การเกิดจุดความร้อนในเดือนมีนาคม&nbsp;คาดว่าจะมีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง&nbsp;และจากสถิติการเกิดจุดความร้อนในเดือนมีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เกิดจำนวนจุดความร้อนสูงสุดถึง&nbsp;1,363&nbsp;จุด&nbsp;ในส่วนของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-5&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;จังหวัดลำพูนมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ใน&nbsp;ระดับดีมาก&nbsp;(สีฟ้า)&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;วัน&nbsp;อากาศดี&nbsp;(สีเขียว)&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;วัน&nbsp;ระดับปานกลาง&nbsp;(สีเหลือง)&nbsp;จำนวน&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีส้ม)&nbsp;หรือเกินค่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&nbsp;2564&nbsp;ในช่วงเวลาเดียวกันมีวันที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานลดลง&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;หรือลดลงร้อยละ&nbsp;82&nbsp;(ปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;วัน)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผลการปฏิบัติด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในภาพรวมของจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดฯ&nbsp;เน้นย้ำและกำชับการปฏิบัติงานของศูนย์ฯอำเภอ&nbsp;ระดมสรรพกำลัง&nbsp;และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทั้ง&nbsp;ชุดปฏิบัติการศูนย์ฯ&nbsp;ตำบล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่า&nbsp;หน่วยงานกรมป่าไม้&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และรายงานผลการปฏิบัติกลับมายังศูนย์ฯจังหวัด&nbsp;ในรอบวันนั้นๆ&nbsp;ตามระบบบัญชาการณ์ของแผนเผชิญเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไพป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยจะสรุปผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดความร้อนที่เกิดขึ้นประจำวัน&nbsp;ว่าเกิดขึ้นกี่จุด&nbsp;บริเวณใดบ้าง&nbsp;พื้นที่ประเภทใด&nbsp;ผลการแก้ไขปัญหาเป็นเช่นไร&nbsp;(ดับได้&nbsp;หรือไม่ได้)&nbsp;หากดับไม่ได้เพราะเหตุใด&nbsp;และมีแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไปอย่างไร&nbsp;โดยจุดความร้อยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำพูน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-6&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าควบคุมไฟได้แล้วทุกจุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121116462"],
    [197,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อยส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(7&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;761&nbsp;จุด&nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;266&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;231&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;142&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;50&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;168&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;129&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;รองลงมาเป็นภาคกลางและภาคตะวันตก&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนจุดความร้อนลดลงเนื่องจากเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมทั่วประเทศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;มีเพียงไม่กี่จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;9,618&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;8,543&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,197&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;3,344&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;761&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;708&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308123610475"],
    [198,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปล่อยคาราวานแตงโมทุ่งอ่าว กว่า10 ตัน เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นสวนให้แก่เกษตรกร ภายใต้คอนเซป แตงโมทุ่งอ่าว คือสายใย สุราษฎร์ธานีเชื่อมใจ ห่วงใยเกษตรกร","<p><strong>นายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานในการปล่อยคาราวานแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.ศรีวิชัย&nbsp;อ.พุนพิน&nbsp;&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ภายใต้คอนเซป&nbsp;แตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;คือสายใย&nbsp;สุราษฎร์ธานีเชื่อมใจ&nbsp;ห่วงใยเกษตรกร&nbsp;โดย&nbsp;นายศักดาพร&nbsp;รัตนสุภา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางช่อทิพย์&nbsp;&nbsp;วาณิชย์เจริญ&nbsp;หัวหน้าส่วนยุทธ์ศาสตร์การเกษตร&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นางโรจนภรณ์&nbsp;บุญศิริ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;นายชัยพร&nbsp;นุภักดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปล่อยขบวนแตงโมทุ่งอ่าวไปยังภาคีเครือข่าย&nbsp;ในพื้นจังหวัด&nbsp;สงขลา&nbsp;กระบี่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;พังงา&nbsp;และอ.ไชยา&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี</p><p><strong>สืบเนื่องเกษตรกรสวนแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;บ้านทุ่งอ่าว</strong>&nbsp;ต.ศรีวิชัย&nbsp;อ.พุนพิน&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;585&nbsp;ไร่&nbsp;ประสบปัญหาแตงโมล้นตลาด&nbsp;รวมไปถึงผลผลิตแตงโมทั่วประเทศ&nbsp;ให้ผลผลิตพร้อมกัน&nbsp;อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบภัยน้ำท่วมสวนแตงโม&nbsp;ทำให้การกระจายสินค้ามีความยากลำบาก&nbsp;ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อผลผลิตจากสวนลดน้อยลงเนื่องจากประสบปัญหาโควิด&nbsp;-19&nbsp;และเกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูง&nbsp;และรายได้ที่ลดลง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายวิชวุทย์&nbsp;จินโต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;วันนี้ถือได้ว่าเป็นการ&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;กระจายแตงโมทุ่งอ่าว&nbsp;ในการช่วยเหลือเกษตรกรกระจายผลผลิต&nbsp;ที่ปีนี้ให้ผลผลิตกว่า&nbsp;1,170&nbsp;ตัน&nbsp;จึงจำเป็นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น&nbsp;ที่สำคัญแตงโมทุ่งอ่าวเป็นแตงโม&nbsp;2&nbsp;น้ำ&nbsp;กรอบ&nbsp;หวาน&nbsp;อร่อย&nbsp;และปลอดภัยมีเครื่องหมาย&nbsp;GAP&nbsp;รับรองมาตรฐานว่าทานแล้วปลอดภัยอย่างแน่นอน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้เชิญชวนประชาชน</strong>&nbsp;ลองชิมแตงโมทุ่งอ่าวทานแล้วจะติดใจ&nbsp;อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรในการกระจายรายได้และผลผลิตในช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ของแท้ต้องมีบาร์โค้ดสแกนได้เลยว่ามาจากแปลงไหน&nbsp;ที่สำคัญตอนนี้พี่น้องประชาชนสามารถซื้อทานได้จากภาคีเครือข่ายได้กันทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308131033480"],
    [199,"ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาสร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนเสบียงสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ จ.นราธิวาส","<p><strong>วานนี้(7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายจักรพงษ์&nbsp;ขานโบ&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย</strong>และพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาส&nbsp;ร่วมกับนายสามารถ&nbsp;อ่อนสองชั้น&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายสมพงค์&nbsp;เพ็ชรพรหม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นราธิวาส&nbsp;นายต้นพงษ์&nbsp;คำพลงาม&nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์นราธิวาส&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ประสบอุทกภัยฯ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการสนับสนุนเสบียงสัตว์&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;และบำรุงสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่ด้วยการนำหญ้าแห้งอัดฟ่อนไปแจกจ่ายให้&nbsp;</p><p><strong>โดยได้นำไปแจกจ่ายให้กับพื้นที่ต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;</strong>จ.นราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;1,300&nbsp;กก.&nbsp;(65&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;อ.ตากใบ&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;2,680&nbsp;กก.&nbsp;(&nbsp;134&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;อ.รือเสาะ&nbsp;&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;1,000&nbsp;กก.&nbsp;(50&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;อ.สุไหงโกลก&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;จำนวน&nbsp;4,000&nbsp;กก.&nbsp;(200&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;&nbsp;อ.สุไหงปาดี&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;1,000&nbsp;กก.&nbsp;(50&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;อ.เจาะไอร้อง&nbsp;จ.นราธิวาส&nbsp;4,000&nbsp;กก.&nbsp;&nbsp;(200&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;อำเภอ&nbsp;สนับสนุนหญ้าแห้งอัดฟ่อน&nbsp;13,980&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;(699&nbsp;ฟ่อน)&nbsp;โดยการลงไปช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือในพื้นที่ตำบล&nbsp;ที่เกิดน้ำท่วม&nbsp;ซ้ำซาก&nbsp;และท่วมทุกปีพร้อมทั้งให้ความรู้&nbsp;แนวทางการช่วยเหลือ&nbsp;และการอพยพสัตว์ไปในที่ที่ปลอดภัย&nbsp;หากเกิดน้ำท่วม&nbsp;และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนไม่ให้สัตว์ขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145345549"],
    [200,"ปี 65 กรมชลประทานจัดจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เผยยอดทะลุ 36,000คนแล้ว เชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ หวังบรรเทาปัญหาจากภัยแล้ง และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ว่า&nbsp;</strong>กรมชลประทาน&nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อซ่อมแซม&nbsp;บำรุงรักษา&nbsp;ขุดลอก&nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำ&nbsp;และระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&nbsp;แก้มลิง&nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำ&nbsp;และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตร&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&nbsp;75,000&nbsp;คน&nbsp;วงเงินงบประมาณ&nbsp;4,465&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;เดือน&nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;8,700&nbsp;&nbsp;87,000&nbsp;บาท&nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&nbsp;36,856&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&nbsp;3&nbsp;ลำดับ&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;2,732&nbsp;คน&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;2,025&nbsp;คน&nbsp;และจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;1,981&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&nbsp;หากเกษตรกรหรือประชาชนท่านใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน&nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&nbsp;1460</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135813511"],
    [201,"อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ พบไข่เต่าทะเลบริเวณอ่าวสุเทพน้อย เกาะสุรินทร์ใต้ 112 ฟอง จึงย้ายไปไว้ที่ปลอดถัยและเฝ้าระวังการฟักไข่","<p><strong>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;พบไข่เต่าทะเลบริเวณอ่าวสุเทพน้อย&nbsp;เกาะสุรินทร์ใต้&nbsp;112&nbsp;ฟอง&nbsp;จึงย้ายไปไว้ที่ปลอดถัยและเฝ้าระวังการฟักไข่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;ขยันกิจ&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;ได้ออกสำรวจและเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&nbsp;จ.พังงา&nbsp;จากการสำรวจพบรังไข่เต่าตนุบริเวณอ่าวสุเทพน้อย&nbsp;เกาะสุรินทร์ใต้&nbsp;จึงได้ขุดหลุมรังไข่พบไข่&nbsp;112&nbsp;ฟอง&nbsp;เป็นไข่ที่สมบูรณ์&nbsp;106&nbsp;ฟอง&nbsp;และไข่ไม่สมบูรณ์&nbsp;6&nbsp;ฟอง&nbsp;เจ้าหน้าที่จึงย้ายรังไปไว้ในที่ปลอดภัยจากสัตว์ที่จะเข้ามากินไข่เต่าและน้ำทะเลที่อาจท่วมถึงจะทำให้ไข่เต่าไม่ปลอดภัยได้</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135743509"],
    [202,"ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้พื้นถิ่น จังหวัดกระบี่","<p><strong>นางวรรณา&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมายนางสาวนพรัตน์&nbsp;ถวิลเวทิน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ติดตามให้คำแนะนำการปลูกเลี้ยง&nbsp;การอนุบาลกล้วยไม้&nbsp;และแนะนำการแก้ปัญหา?ในการป้องกันกำจัดโรคกล้วยไม้&nbsp;ตลอดจน&nbsp;&nbsp;ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกขยายพันธุ์ไม้ด่าง&nbsp;เช่น&nbsp;กล้วยด่าง&nbsp;บอนกระดาษด่าง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์กล้วยไม้พื้นถิ่น</strong>&nbsp;ปลูกจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในช่วงที่ไม้ด่างได้รับความนิยม&nbsp;&nbsp;ตามบทบาทและภารกิจหลักของศูนย์ขยายพันธ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;ในการขยายพันธุ์พืช&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;สายการผลิต&nbsp;คือ&nbsp;ต้นพันธุ์&nbsp;ท่อนพันธุ์&nbsp;เมล็ดพันธุ์&nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดหาแม่พันธุ์พืชพันธุ์ดี&nbsp;และจัดสร้างเกษตรกรเครือข่ายการผลิตขยายพันธุ์พืช&nbsp;รวมทั้งการจัดทำสื่อเรียนรู้ประชาสัมพันธ์&nbsp;และจัดงานสถานีถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและขยายพันธุ์พืช&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับรู้ถึงการดำเนินงานผลิตขยายพันธุ์พืชของศูนย์ขยายพันธุ์พืชดังกล่าว&nbsp;และเข้าถึงพืชพันธุ์ดีได้ต่อไป</p><p><strong>สำหรับเกษตรกร&nbsp;หรือประชาชนที่สนใจกล้วยไม้</strong>&nbsp;และพันธ์ไม้ด่าง&nbsp;สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ที่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเลี้ยงพันธุ์กล้วยไม้พื้นถิ่น&nbsp;ม.2&nbsp;ต.แหลมสัก&nbsp;อ.อ่าวลึก&nbsp;&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;ปานบุญ&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ&nbsp;เบอร์โทรศัพท์&nbsp;061-2454882&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;เป็นแหล่งผลิตพันธุ์พืชที่สำคัญครอบคลุมพื้นที่&nbsp;7&nbsp;จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;สตูล&nbsp;นราธิวาส&nbsp;ยะลา&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยมีบทบาท&nbsp;ภารกิจ&nbsp;และหน้าที่รับผิดชอบ&nbsp;ในการศึกษา</strong>&nbsp;พัฒนา&nbsp;วิจัย&nbsp;ทดสอบ&nbsp;ประยุกต์และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชพันธุ์ดี&nbsp;วางแผนการผลิตพืชพันธุ์ดีให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ผลิตพืชพันธุ์ดีให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน&nbsp;ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตและขยายกระจายพันธุ์พืช&nbsp;เพื่อใช้ในงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&nbsp;ฝึกอาชีพด้านการผลิตและขยายพันธุ์พืชแก่เกษตรกรทั่วไปและผู้สนใจ&nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสารวิชาการด้านการผลิตขยายพันธุ์พืช&nbsp;และสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&nbsp;รวมทั้งให้บริการทางการเกษตรอื่นๆ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150429562"],
    [203,"อ.อ.ป. เตรียมจัดงานวันช้างไทย ประจำปี 65 เพื่อสืบสาน ปกป้อง และอนุรักษ์ช้างไทย ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด","<p><strong>องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;เตรียมจัดงานวันช้างไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;ปกป้อง&nbsp;และอนุรักษ์ช้างไทย&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มงวด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;จันทร์ทอง&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&nbsp;ในพระอุปถัมภ์ฯ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;จะจัดงาน&nbsp;\"วันช้างไทย\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ตรงกับวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&nbsp;ในพระอุปถัมภ์ฯ&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนไทยหันมาสนใจ&nbsp;รัก&nbsp;และหวงแหนช้าง&nbsp;สิ่งสำคัญให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ช้างมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากคนไทยมีวิถีชีวิตที่มีความผูกพันกับช้างมาตั้งแต่อดีต&nbsp;โดยวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;จะเป็นกิจกรรมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&nbsp;,&nbsp;พิธีฮ้องขวัญช้าง&nbsp;,&nbsp;พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ช้าง&nbsp;ณ&nbsp;สุสานช้าง&nbsp;และการประกวดซุ้มอาหารช้าง&nbsp;ส่วนวันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;จะจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกับช้าง&nbsp;,&nbsp;พระสงฆ์&nbsp;16&nbsp;รูป&nbsp;(สะพานบุญ)&nbsp;,&nbsp;พิธีเลี้ยงอาหารช้าง&nbsp;ซึ่งปีนี้จะเปิดให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานมีโอกาสเข้าเยี่ยมและร่วมเลี้ยงอาหารช้างด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมวันช้างไทยปีนี้จะจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&nbsp;โดยจัดตั้งจุดตรวจโควิด-19&nbsp;เพื่อคัดกรองประชาชนก่อนเข้างาน&nbsp;พร้อมกำชับให้การจัดกิจกรรมต่างๆต้องเว้นระยะห่าง&nbsp;เพื่อลดความแออัดของการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆด้วย&nbsp;</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144140539"],
    [204,"คพ. และ ทช. เร่งตรวจสอบหาที่มาของคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลระยองบริเวณชายหาดแหลมเจริญ ระยะทางกว่า 1 กม. คาดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;เร่งตรวจสอบหาที่มาของคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลจังหวัดระยองบริเวณชายหาดแหลมเจริญ&nbsp;ระยะทางกว่า&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;คาดใช้เวลาประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้รับแจ้งพบคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;จึงร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างคราบฟิล์มน้ำมันมาทำการวิเคราะห์โครงสร้างองค์ประกอบน้ำมัน&nbsp;(ฟิงเกอร์ปริ้นท์)&nbsp;หาต้นตอที่มาของคราบน้ำมันรั่วในทะเล&nbsp;คาดว่า&nbsp;ประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์จะรู้คำตอบแหล่งที่มาของคราบน้ำมันดังกล่าว&nbsp;ภาพรวมช่วง&nbsp;1&nbsp;เดือนที่มาหลังเกิดปัญหาท่อน้ำมันของ&nbsp;บริษัท&nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;รั่วใต้ทะเลยังอยู่ระหว่างซ่อมแซมรอยรั่ว&nbsp;พบปัญหาฟิล์มและคราบน้ำมันหลายจุดของทะเลระยอง&nbsp;โดยบริษัทได้ขยายเวลาการซ่อมแซมท่อใต้ทะเลออกไปอีก&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ขณะที่&nbsp;คพ.&nbsp;ยังคงตรวจสอบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(TPH)&nbsp;ในทะลและชายหาดท่องเที่ยวต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณก้นอ่าวหาดแม่รำพึงยังพบเกินค่ามาตรฐานแต่ไม่สูงมาก&nbsp;ซึ่งไม่ชัดเจนว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับกระแสน้ำหรือไม่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ยังขอความร่วมมือประชาชนงดเล่นน้ำและรอผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำมีความปลอดภัยแล้วหรือไม่&nbsp;หลังสัปดาห์ก่อนพบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&nbsp;(TPH)&nbsp;จากคราบน้ำมันที่พัดเข้าหาดแม่รำพึงที่พบมีค่าเกินมาตรฐานอย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;คือ&nbsp;บริเวณลานหินขาว&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;และบริเวณก้นอ่าว&nbsp;พบเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;1.5&nbsp;เท่าตามเกณฑ์คุณภาพน้ำทะเลที่ต้องไม่เกิน&nbsp;1.0&nbsp;ไมโครกรัมต่อลิตร&nbsp;แต่แนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151732575"],
    [205,"กอ.รมน.มุกดาหาร จัดกิจกรรมอบรมปลูกจิตสำนึกเยาวชนและประชาชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ","<p><strong>วันที่&nbsp;7&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;พ.อ.วรพรต&nbsp;แก้ววิจิตร</strong>&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&nbsp;(กอ.รมน.)จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการ&nbsp;ปลูกจิตสำนึกเยาวชน&nbsp;และประชาชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;งวดที่&nbsp;1&nbsp;(เพิ่มเติม)&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรม&nbsp;เป็นครูและนักเรียน&nbsp;จากโรงเรียนคำป่าหลายสรรพวิทย์&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ที่หอประชุมโรงเรียนคำป่าหลายสรรพวิทย์&nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดมุกดาหาร</p><p><strong>กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร</strong>&nbsp;จัดการอบรมดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมการฝึกอบรมประกอบด้วย&nbsp;การให้ความรู้ในเรื่องการปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;,&nbsp;การสาธิตการเพาะชำกล้าไม้&nbsp;กิจกรรมการปฏิบัติ&nbsp;การเพาะชำกล้าไม้&nbsp;การทำแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;,&nbsp;การสร้างฝ่ายมีชีวิตและดูงานเรื่องศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โดยมีวิทยากรจาก&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร,&nbsp;สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุกดาหาร&nbsp;,เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว,&nbsp;หน่วยเพาะพันธุ์กล้าไม้มุกดาหาร&nbsp;,ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&nbsp;และ&nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน&nbsp;เพื่อสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการอนุรักษ์&nbsp;พัฒนา&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;ป้องกัน&nbsp;ปลูกป่าไม้ทดแทน&nbsp;และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน&nbsp;โดยยึดหลัก&nbsp;\"ประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา\"&nbsp;มุ่งสร้างการอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นมิตรและยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153122585"],
    [206,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง รายงานฝุ่น PM2.5 พบค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 98 มคก.ลบ.ม.","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง&nbsp;</strong>รายงานฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;พบค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;สูงสุด&nbsp;98&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;และพบค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ต่ำสุด&nbsp;24&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;และข้อมูลศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศ&nbsp;และภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ซึ่งภาคเหนือตอนบนคาดการณ์ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;พะเยา&nbsp;แพร่&nbsp;และน่าน&nbsp;สำหรับภาคเหนือตอนล่างคาดการณ์ล่วงหน้า&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ&nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และพิจิตร</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153720592"],
    [207,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและขึ้นทะเบียนปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์","<p><strong>นายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;ตรวจเยี่ยม&nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายเกรียงไกร&nbsp;เสนานุช&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;86&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;34&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านนาข่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากหมัน&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย</strong>&nbsp;ดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายพิเชษฐ์&nbsp;เหมือนศรีชัย&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;91&nbsp;บ้านชั่งสี่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;เลี้ยงกระบือ&nbsp;15&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;28&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัข&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;แมว&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308161240626"],
    [208,"ประเทศไทย ได้สิทธิ์เจ้าภาพพืชสวนโลก ปี 2569 พร้อมเนรมิตอุดรธานี พื้นที่ 1,030 ไร่ กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&nbsp;เข้าร่วมการประชุมสมาคมพืชสวนโลก&nbsp;ตามคำเชิญของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;โดยในวันนี้สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;ได้ประกาศการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ&nbsp;ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;(ระดับ&nbsp;B)&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;Diversity&nbsp;of&nbsp;Life:&nbsp;Connecting&nbsp;people,&nbsp;water&nbsp;and&nbsp;plants&nbsp;for&nbsp;sustainable&nbsp;living&nbsp;(วิถีชีวิตสายน้ำและพืชพรรณ)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570&nbsp;รวมกว่า&nbsp;134&nbsp;วัน&nbsp;บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&nbsp;ตำบลกุดสระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;1,030&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;พื้นน้ำ&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นดิน&nbsp;630&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าจะทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมงานถึง&nbsp;3.6&nbsp;ล้านคน&nbsp;เป็นชาวไทยร้อยละ&nbsp;70&nbsp;และชาวต่างชาติร้อยละ&nbsp;30&nbsp;มีจำนวนประเทศ&nbsp;ที่เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า&nbsp;20&nbsp;ประเทศ&nbsp;/&nbsp;องค์กร&nbsp;/&nbsp;สมาคมการเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลกในปี&nbsp;2569&nbsp;คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก&nbsp;สามารถเพิ่มเงินสะพัดระหว่างการจัดงานได้ประมาณ&nbsp;32,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพิ่มมูลค่าการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวม&nbsp;(GDP)&nbsp;ประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และเกิดการสร้างงาน&nbsp;การจ้างงาน&nbsp;ประมาณ&nbsp;81,000&nbsp;อัตรา</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เป็นงานมหกรรมจัดแสดงด้านพืชสวนกลางแจ้ง&nbsp;โดยมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;(AIPH)&nbsp;เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การจัดงาน&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรเข้าเป็นสมาชิก&nbsp;AIPH&nbsp;ในนามประเทศไทยตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2546&nbsp;และไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมาแล้วจำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้งคือ&nbsp;ครั้งแรกเมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2549&nbsp;และ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เมื่อปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2554&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ซึ่งการยื่นประมูลสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;นี้&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยยื่นประมูลสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบงบประมาณด้วยแล้ว</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">(TCEB&nbsp;หรือ&nbsp;สสปน.)&nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ได้ยื่นประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;อย่างเป็นทางการต่อสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;7&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;และคณะกรรมการสมาคม&nbsp;AIPH&nbsp;ได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่เชิงลึก&nbsp;(Site&nbsp;Inspection)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ตามข้อกำหนด&nbsp;ของ&nbsp;AIPH&nbsp;เรียบร้อยแล้ว</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308210620749"],
    [209,"ตัวแทนประชาชนผู้เดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้ประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแก้ไขปัญหาเร่งด่วน","<p><strong>วันนี้(8&nbsp;มี.ค.65)ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมด้วยพันเอกจิระโรจน์&nbsp;กองวารี&nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสันชัย&nbsp;พัฒนะวิชัย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด</strong>&nbsp;นายไชยวัฒน์&nbsp;วิเศษการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ร่วมรับมอบหนังสือขอความอนุเคราะห์ประสานงานการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;จากนายธนู&nbsp;เสมอจิต&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่โดยมีประชาชนชาวตำบลลาดใหญ่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;เดินทางมาร่วมมอบหนังสือ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ตำบลลาดใหญ่</strong>&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่&nbsp;จึงขอเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่&nbsp;จัดทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ในการขอความอนุเคราะห์ประสานงานกับสำนักทรัพยากรน้ำบาดดาลเขต&nbsp;8&nbsp;ราชบุรี&nbsp;จัดหาน้ำบาดาลสำหรับการอุปโภคบริโภค&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนของตำบลลาดใหญ่ทั้ง&nbsp;12&nbsp;หมู่บ้าน</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;ได้กล่าวกับประชาชน&nbsp;ที่มายื่นหนังสือว่า&nbsp;นอกจากพื้นที่ตำบลลาดใหญ่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้ว&nbsp;ยังมีประชาชนในเขตตำบลบางนกแขวก&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;ตำบลบางลี่&nbsp;อำเภออัมพวา&nbsp;และในเขตเทศบาลตำบลอัมพวา&nbsp;ประสบกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน&nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;และได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จัดทำหนังสือถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต&nbsp;8&nbsp;ราชบุรี&nbsp;และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308174752677"],
    [210,"จ.สมุทรปราการเตรียมจัดมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;</strong>เตรียมจัดมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&nbsp;เผยแพร่ประชาสัมพันธ์มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ</strong>&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;11-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การค้ามาร์เก็ต&nbsp;วิลเลจ&nbsp;สุวรรณภูมิ&nbsp;ตำบลบางพลีใหญ่&nbsp;อำเภอบางพลี&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;คงเกษม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าว</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ชายฝั่ง</strong>ติดกับทะเลอ่าวไทย&nbsp;โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;และลำคลองระบายน้ำขนาดใหญ่หลายสายไหลผ่านในเขตอำเภอต่างๆ&nbsp;ก่อนลงสู่ทะเลอ่าวไทย&nbsp;ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวจึงได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงเกิดระบบนิเวศ&nbsp;3&nbsp;น้ำ&nbsp;คือ&nbsp;น้ำเค็ม&nbsp;น้ำจืด&nbsp;และน้ำกร่อย&nbsp;ซึ่งการที่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;และลำคลองต่างๆ&nbsp;ไหลผ่าน&nbsp;ได้นำพาแร่ธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการปลูกพืชมาสะสมเกิดตะกอนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ที่มีรสชาติที่อร่อยและโดดเด่นกว่ามะม่วงจากแหล่งผลิตอื่นๆ&nbsp;เพราะมีรสชาติที่หอมหวาน&nbsp;ความหวาน&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;องศาบริกซ์&nbsp;ผลอวบ&nbsp;เนื้อแน่นแห้ง&nbsp;สีจำปา&nbsp;เปลือกบางมาก&nbsp;สีเหลืองอมเขียว</p><p><strong>จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร</strong>ชาวสวนมะม่วง&nbsp;โดยการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์มะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;ให้คงอยู่คู่จังหวัดสมุทรปราการ&nbsp;ส่งเสริมให้มีการฟื้นฟู&nbsp;บำรุงรักษาสวนมะม่วงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;พัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพที่ดี&nbsp;และเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการสร้างแบรนด์มะม่วงน้ำดอกไม้ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>การจัดงานมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&nbsp;</strong>จะช่วยกระตุ้นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ฟื้นฟู&nbsp;บำรุงรักษาสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;&nbsp;พัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพเพื่อการค้า&nbsp;ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปและยังเป็นการช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการแบบมีชีวิต</strong>นิทรรศการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;การสาธิตการเพิ่มมูลค่าผลผลิตมะม่วง&nbsp;คลินิกเกษตรให้คำปรึกษาแนะนำ&nbsp;และความรู้ที่จำเป็นในการปลูก&nbsp;บำรุงรักษาสวนมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;ให้มีคุณภาพปลอดภัยและได้มาตรฐาน&nbsp;การประกวดผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ประเภท&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้&nbsp;และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง&nbsp;ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรปราการ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192726727"],
    [211,"ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสินค้า กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้างในการควบคุมดูแลและเลี้ยงช้าง","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้างเป็นมาตรฐานบังคับ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;..&nbsp;&nbsp;โดยสาระสำคัญเป็นการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับปางช้างเป็นมาตรฐานบังคับเพื่อกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง&nbsp;ในการจัดการควบคุมดูแลและเลี้ยงช้างให้ถูกต้องเหมาะสม&nbsp;เป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;โดยกฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อผลกำหนด&nbsp;2&nbsp;ปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป</p><p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;เห็นความสำคัญของช้าง&nbsp;ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่&nbsp;คู่บ้านคู่เมือง&nbsp;ด้วยการยกระดับการปฏิบัติในปางช้างให้มีมาตรฐานและส่งเสริมการดูแลช้างตามหลักวิชาการ&nbsp;ลดปัญหาช้างเร่ร่อน&nbsp;และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีปางช้างจำนวนมากที่ทำธุรกิจบริการ&nbsp;ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติที่ดี&nbsp;จึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพช้าง&nbsp;รวมทั้งเกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมจากมูลช้างและขยะมูลฝอย&nbsp;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(มกอช.)&nbsp;&nbsp;จึงได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เรื่องกำหนดให้มาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง&nbsp;ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2551&nbsp;ลงวันที่&nbsp;24&nbsp;&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;เป็นมาตรฐานบังคับ&nbsp;โดยใช้บังคับกับปางช้างทุกขนาดด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211611754"],
    [212,"วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานประเด็น โครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบกำจัดขยะมูลฝอย ในพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;14.30&nbsp;นาฬิกา</strong>&nbsp;ณ&nbsp;อำเภอเกาะช้าง&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&nbsp;โดยมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญส่ง&nbsp;ไข่เกษ&nbsp;พลเอก&nbsp;วสันต์&nbsp;สุริยมงคล&nbsp;และนายอุดม&nbsp;วรัญญูรัฐ&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;ลงพื้นที่ไปยังอำเภอเกาะช้าง&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย&nbsp;และระบบกำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งในการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลเกาะช้างจะทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินโครงการ&nbsp;(IEE)&nbsp;พร้อมทั้งสอบถามประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับประโยชน์หรือผลกระทบที่จะดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป&nbsp;ส่วนประเด็นระบบกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;มีข้อเสนอแนะให้ลดความชื้นของขยะก่อนนำเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>สำหรับการลงพื้นที่รับฟังข้อคิดเห็นครั้งนี้</strong>&nbsp;คณะกรรมการฯ&nbsp;จะนำไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&nbsp;เร่งรัด&nbsp;และเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308214407757"],
    [213,"โครงการกระบี่โมเด็ล (model) สร้างรายได้ให้แก่เกษตรชาวสวนปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์","<p><strong>นายไกรวิทย์&nbsp;&nbsp;ฝั่งขวา&nbsp;อยู่บ้านเลขที่169&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบล&nbsp;ตลิ่งชัน&nbsp;</strong>&nbsp;อำเภอเหนือคลอง&nbsp;&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการกระบี่โมเด็ลว่าตนเองเข้าร่วมโครงการกระบี่โมเดลเมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการและลงมือปฏิบัตอย่างจริงจังก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง&nbsp;ในการทำสวนปาล์มน้ำมันภายใน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;20&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p><p><strong>แต่อย่างแรกในการทำกระบี่โมเดล&nbsp;คือ</strong>การยอมรับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความคิด&nbsp;ความรู้ใหม่ๆ&nbsp;จากเมื่อก่อนมีการทำการเกษตรแบบเดิม&nbsp;คือการบอกต่อกันมา&nbsp;ทำให้ได้ค่าตอบแทนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย&nbsp;ต้นทุนการผลิตก็สูง&nbsp;หากเราผ่านการอบรมแล้วมีการนำความรู้มาปรับใช้&nbsp;ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพราะในการอบรมก็เป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เกษตรกร&nbsp;ไม่ต้องไปเพิ่มพื้นที่ให้มาก&nbsp;เพียงแต่ปรับพื้นที่ที่มีอยู่ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ได้มีการเชิญวิทยากรที่มีความชำนาญ&nbsp;เข้ามาให้ความรู้ในทุกๆ&nbsp;เรื่อง&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะการบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมันที่ดี</strong>ภายในระยะเวลา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ก็จะเห็นความแตกต่าง&nbsp;เช่น&nbsp;เมื่อก่อนการดูแลสวนปาล์มเราก็จะใส่ปุ๋ยตามคำบอกเล่าของคนอื่นที่บอกต่อกันมา&nbsp;แต่เมื่อเราเข้าร่วมโครงการกระบี่โมเดลเราก็จะได้รู้ว่าการใส่ปุ๋ยแต่ละครั้ง&nbsp;แต่ละรอบปี&nbsp;เราต้องมีการวัดค่า&nbsp;pH&nbsp;ความเป็นกรด&nbsp;เป็นด่างของดินก่อน&nbsp;ทำให้เราได้ทราบว่าดินของเราเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;ดินเปรี้ยวหรือดินเค็ม&nbsp;เมื่อใส่ปุ๋ยก็จะได้ตรงตามความต้องการของปาล์ม&nbsp;มีการจดบันทึกผลผลิตที่ได้ในแต่ละรอบ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการกระบี่โมเดล&nbsp;</strong>จะมีการจัดอบรมทฤษฎีและปฏิบัติแบบเข้มข้น&nbsp;สมาชิกทุกคนต้องวัดค่า&nbsp;PH&nbsp;ของดินเป็นทุกคน&nbsp;มีการฝึกอบรมการปฏิบัติอย่างจริงจัง&nbsp;การดูแลภายในสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;การกองทางปาล์มอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;การหว่านปุ๋ยที่ถูกต้อง&nbsp;ซึ่งทุกๆ&nbsp;อย่างถ้าหากทำอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ปาล์มน้ำมันมีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ผลผลิตที่ได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามมา&nbsp;โดยเฉพาะสวนปาล์มของตนเองในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;จากเมื่อก่อนได้ผลผลิตประมาณ&nbsp;3&nbsp;ตันต่อไร่ต่อปี&nbsp;ปัจจุบันมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;4&nbsp;ตันต่อไร่ต่อปี&nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;20&nbsp;เปอร์เซ็นต์</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-08-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309044013801"],
    [214,"นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;รับทราบผลการประชุมสมาคมพืชสวนโลก&nbsp;(International&nbsp;Association&nbsp;of&nbsp;Horticultural&nbsp;Producers&nbsp;:&nbsp;AIPH)&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และยินดีที่ไทยได้รับคัดเลือกอย่างเป็นทางการ&nbsp;ให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;มีความเชื่อมั่นในความพร้อมของประเทศไทยในการทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน&nbsp;และขอให้ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอนวัตกรรมและเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพืชสวน&nbsp;และการดำรงอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลย์&nbsp;งานดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ในการแสดงผลงานในการผลักดันนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างความร่วมมือทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติในการสร้างความมั่นคงทางอาหารในโลกอีกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังได้ขอบคุณ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย&nbsp;และพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ที่มีส่วนสำคัญในการขับเลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในนามประเทศไทย&nbsp;โดยงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2569&nbsp;จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด&nbsp;Diversity&nbsp;of&nbsp;Life:&nbsp;Connecting&nbsp;people,&nbsp;water&nbsp;and&nbsp;plants&nbsp;for&nbsp;sustainable&nbsp;living&nbsp;(วิถีชีวิตสายน้ำและพืชพรรณ)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2569&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2570&nbsp;บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&nbsp;ตำบลกุดสระ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;1,030&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;พื้นน้ำ&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นดิน&nbsp;630&nbsp;ไร่&nbsp;โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านคน&nbsp;สร้างงานได้กว่า&nbsp;8&nbsp;หมื่นอัตรา&nbsp;ให้แก่คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;และสร้างรายได้แก่ประเทศหลักหมื่นล้านบาท</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวรัชดา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกของไทย&nbsp;นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านการพัฒนาพืชสวนแล้ว&nbsp;ยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ในด้านการเกษตร&nbsp;ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่พระราชดำริด้านการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนสู่ประชาคมโลกอีกด้วย</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การจัดงานในครั้งนี้ยังจะสามารถสร้างงาน&nbsp;กระจายรายได้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ให้กับคนในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง&nbsp;ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านพืชสวนและการเกษตรให้กับท้องถิ่น&nbsp;รวมไปถึงสามารถแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพ&nbsp;สามารถผลิตอาหารที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล&nbsp;</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309193009164"],
    [215,"จ.ลำปาง ศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ (War Room) ระดับจังหวัด ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm 2.5","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสุรพล&nbsp;บุรินทราพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&nbsp;(War&nbsp;Room)&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;เพื่อดำเนินการติดตาม&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;7/2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุม&nbsp;ได้รับทราบสภาวะอากาศ&nbsp;</strong>ปริมาณน้ำฝน/สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&nbsp;Pm&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง/การรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันฯ&nbsp;ของแต่ละหน่วยงาน&nbsp;/&nbsp;การรายงานแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงของแต่ละพื้นที่&nbsp;และของแต่ละอำเภอ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดลำปาง</strong>ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางจังหวัดลำปางยังคงเพิ่มความเข้มข้นในเรื่องของการบริหารจัดการสถานการณ์และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง&nbsp;ลวดตระเวนป้องกันการลักลอบเผาในบริเวณพื้นที่ป่าและชุมชน&nbsp;เนื่องจากช่วงนี้ได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;สภาพอากาศแห้งแล้งทำให้เกิดไฟป่าและเกิดการลุกลามได้ง่าย&nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309095947829"],
    [216,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก ส่วนภาคใต้ฝนลดลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;94&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;91&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,835&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,782&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309092551819"],
    [217,"กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าต่อเนื่อง ฟิวเดย์ เสริมภูมิรู้เกษตรกรพร้อมสู่ฤดูเพาะปลูกใหม่","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;&nbsp;หรือ&nbsp;Field&nbsp;Day&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ให้กับเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานครั้งล่าสุด</strong>&nbsp;จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ณ&nbsp;วัดพระราม&nbsp;&nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุทธยา&nbsp;ซึ่งได้เชิญเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำนา&nbsp;มาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อต่างๆ&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ดำเนินภารกิจในการจัดงาน&nbsp;Field&nbsp;Day</strong>&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริงมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้รับทราบเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;แหล่งข้อมูล&nbsp;การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง&nbsp;รวมทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน&nbsp;และใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรที่มีเกษตรกรผู้นำเป็นผู้บริหารจัดการภายใต้การสนับสนุนของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นสถานที่จัดงาน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจรับความรู้ในงานฟิวเดย์</strong>&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&nbsp;วัน&nbsp;เวลา&nbsp;และสถานที่จัดงานประจำจังหวัดของตนได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309103839851"],
    [218,"คณะอาจารย์ และนักศึกษา ม.ราชภัฏเพชรบุรี ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง ตำบลหนองโสน ศึกษา วิธีการปลูก การดูแลรักษา การกำจัดศัตรูพืช ช่องทางการตลาด สร้างทักษะต่อยอดสู่การพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่","<p><strong>วานนี้(&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;นายยุทธนา&nbsp;เมืองเล็ก&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&nbsp;ต้อนรับอาจารย์&nbsp;ดร.ศิริวรรณ&nbsp;แดงฉ่ำ&nbsp;ประธานสาขาวิชาเกษตรศาสตร์&nbsp;คณะเพชรบุรีการเกษตร&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&nbsp;และคณะนักศึกษา&nbsp;ปี&nbsp;2&nbsp;รายวิชาการผลิตไม้ผล&nbsp;ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&nbsp;</p><p><strong>นายยุทธนา&nbsp;เมืองเล็ก&nbsp;นายก&nbsp;อบต.หนองโสน</strong>&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้สนับสนุนส่งเสริมให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ตรงในด้านการเกษตรให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;การกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมไปถึงวิธีการห่อผลผลิต&nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายชมพู่เพชรสายรุ้งออกสู่ตลาด&nbsp;นักศึกษาให้ความสนใจเป็นอย่างมากและจดบันทึกข้อมูลความรู้ที่ได้รับ&nbsp;เพื่อนำไปประกอบการเรียนสร้างทักษะต่อยอดนำไปสู่การพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;ในอนาคตให้กับการผลิตไม้ผลสู่ท้องถิ่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี/9&nbsp;มี.ค.65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309094415822"],
    [219,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 15 พื้นที่ โดยต้องเฝ้าระวังฝุ่นสูงขึ้นพรุ่งนี้อีก 1 วัน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;15&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังฝุ่นสูงขึ้นพรุ่งนี้อีก&nbsp;1&nbsp;วัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ค่าฝุ่นลดลงแล้วหลังเกินมาตรฐานในระดับสีแดงต่อเนื่องมาหลายวัน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีแนวโน้มค่าฝุ่นอาจสูงขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;15&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;,&nbsp;เขตคลองสามวา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนมาเจริญ&nbsp;เพชรเกษม&nbsp;81&nbsp;เขตหนองแขม&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมพัดนิ่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309094219821"],
    [220,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากจากการเกิดพายุฤดูร้อน ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากจากการเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(8&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;167&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;48&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;และอุดรธานี&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดจำนวนมากจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังพบจุดความร้อนบ้างในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;9,711&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;8,602&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,210&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;2,135&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&nbsp;1,142&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;767&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309102022842"],
    [221,"ผลักดันเกษตรกรเลี้ยงแพะ สินค้าปศุสัตว์ทางเลือก ส่งเสริมรวมกลุ่ม พัฒนาศักยภาพการผลิต","<p><strong>นายไพฑูรย์&nbsp;สีลาพัฒน์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;9&nbsp;สงขลา&nbsp;</strong>สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลิตแพะเนื้อในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอันดับ&nbsp;2&nbsp;ของภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;รองจากจังหวัดยะลา&nbsp;โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดสงขลาส่วนใหญ่&nbsp;มีการเลี้ยงแพะเนื้อเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้&nbsp;ในครอบครัวและมีแนวโน้มการเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&nbsp;ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศ&nbsp;ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยและให้ผลตอบแทนเร็ว&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีจำนวนแพะเนื้อรวม&nbsp;58,353&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาและมีเกษตรกรผู้เลี้ยง&nbsp;&nbsp;5,952&nbsp;ราย&nbsp;จึงได้ศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายการตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่&nbsp;นิยมเลี้ยงพันธุ์แพะลูกผสม&nbsp;เป็นการใช้ประโยชน์จากข้อดีและลดข้อด้อยของสายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์แท้แต่ละพันธุ์&nbsp;สำหรับต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตแพะขุนของจังหวัดสงขลา&nbsp;พบว่า&nbsp;มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&nbsp;2,655&nbsp;บาท/ตัว&nbsp;หรือ&nbsp;107&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ด้านสถานการณ์ตลาดแพะขุนของจังหวัดสงขลา&nbsp;การจำหน่ายแพะขุนส่วนใหญ่&nbsp;ร้อยละ&nbsp;54&nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้ารวบรวมในจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;ได้แก่&nbsp;พัทลุง&nbsp;สตูล&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;เพื่อจำหน่ายต่อในจังหวัดและรวบรวมส่งออกไปยังประเทศเวียดนามและมาเลเซีย&nbsp;รองลงมาร้อยละ&nbsp;33&nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้ารวบรวมในจังหวัดสงขลาเพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้แก่พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชำแหละ&nbsp;ร้อยละ&nbsp;9&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเป็นผู้จำหน่ายเองให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงและส่วนที่เหลืออีกร้อยละ&nbsp;4&nbsp;จำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในท้องถิ่นเพื่อนำไปเลี้ยงต่อหรือขยายพันธุ์ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>การเลี้ยงแพะควรมีการส่งเสริมพัฒนาองค์ความรู้</strong>&nbsp;พัฒนาการเลี้ยงแพะขุนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งพัฒนากลุ่มเกษตรกรในการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน&nbsp;อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อจำหน่ายให้พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชำแหละโดยตรง&nbsp;มีการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งโรงชำแหละที่ได้รับมาตรฐานและการส่งเสริมการแปรรูปเนื้อแพะให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปขยายผลและพัฒนาต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309104622860"],
    [222,"หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับเหยี่ยวไฟ เข้าควบคุมดับไฟบริเวณ ป่าทางขึ้นสถานีเรดาร์บ้านสบสอย พร้อมทำแนวป้องกันไฟสกัดไว้ เสียหาย 10 ไร่","<p><strong>วันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายทวีชัย&nbsp;กันทใจ&nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;และผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยฯ&nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&nbsp;(เหยี่ยวไฟ)&nbsp;เข้าควบคุมดับไฟบริเวณป่าทางขึ้นสถานีเรดาร์บ้านสบสอย&nbsp;ท้องที่หมู่&nbsp;7&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;พื้นที่บางส่วนเป็นเขาสูงชัน&nbsp;ทางลาดชันยากต่อการเข้าดับ&nbsp;สามารถควบคุมดับไฟได้บางส่วน&nbsp;และได้ทำแนวป้องกันไฟสกัดไว้ความเสียหาย&nbsp;10&nbsp;ไร่</p><p><strong>ทั้งนี้ได้มีการประชุมวางแผนและให้กำลังใจ</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานดับไฟประจำหน่วยฯ&nbsp;สั่งการให้ลาดตระเวนไฟ&nbsp;และตรวจสอบจุดความร้อนแต่ละวัน&nbsp;และให้ออกประชาสัมพันธ์&nbsp;อย่างต่อเนื่องทุกวัน</p><p><strong>โดยเจ้าหน้าที่หน่วยฯ&nbsp;ออกประชาสัมพันธ์งานป้องกันรักษาป่าและเรื่องไฟป่า&nbsp;</strong>ในช่วงห้ามเผา&nbsp;ท้องที่หมู่&nbsp;8&nbsp;บ้านห้วยเสือเฒ่า&nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวา&nbsp;และท้องที่หมู่.12&nbsp;บ้านผาบ่องเหนือ&nbsp;ตำบลผาบ่อง&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้าย&nbsp;การปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์&nbsp;ผู้นำหมู่บ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309105252867"],
    [223,"ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จ.แม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์โครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>นายกรัณย์พล&nbsp;แสงทอง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;1&nbsp;</strong>จัดโครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;โดยการอุดหนุนเงินลงทุนสำหรับการปลูกสร้างสวนป่าในปีที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ของตนองเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการเตรียมพื้นที่&nbsp;การปลูกและบำรุงดูแลรักษาในปีแรก&nbsp;ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูกไม้เศรษฐกิจที่เป็นไม้รอบตัดฟันยาวสำหรับใช้ประโยชน์เนื้อไม้&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพด้านป่าไม้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;และเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ</p><p><strong>สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;ดังนี้</strong>&nbsp;เป็นบุคคลธรรมดา&nbsp;บรรลุนิติภาวะ&nbsp;และต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย&nbsp;มีสัญชาติไทย&nbsp;มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามกฎหมาย&nbsp;หรือเป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดิน</p><p><strong>โดยที่ดินที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์</strong>&nbsp;หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ประเภทใดประเภทหนึ่ง&nbsp;ดังนี้&nbsp;ที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน&nbsp;(น.ส.4)&nbsp;ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีหลักฐานการอนุญาต&nbsp;ที่ดินต้องมีเนื้อที่ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;รวมทุกท้องที่/จังหวัด&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;ไร่ต่อราย&nbsp;ที่ดินที่จะขอเข้าร่วมโครงการ&nbsp;หากเคยได้รับเงินสนับสนุนตามโครงการอื่นๆ&nbsp;ของกรมป่าไม้มาก่อน&nbsp;ต้องสิ้นสุดการรับเงินมาแล้วไม่น้อยกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ก่อนวันที่ยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการ&nbsp;การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ชนิดไม้.ที่ปลูกตามโครงการเป็นไม้รอบตัดฟันยาวตามบัญชีรายชื่อพรรณไม้โครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ที่กรมป่าไม้กำหนด&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;รายการ&nbsp;โดยผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้จัดหาต้นไม้สำหรับปลูก&nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ต้น/ไร่</p><p><strong>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong>&nbsp;นางสาวเยาวลักษณ์&nbsp;ชินวงศ์&nbsp;โทร&nbsp;0&nbsp;5369&nbsp;5007&nbsp;หรือ&nbsp;09&nbsp;2771&nbsp;0751</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309110600871"],
    [224,"ชาวนาโคราช หันมาปลูกพริก สร้างรายได้เสริมช่วงหน้าแล้ง ","<p><strong>นายจารพัฒน์&nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง</strong>&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;ลงพื้นที่สาธิตและสร้างความเข้าใจในการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพริกบ้านนางโท&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเมืองยาง&nbsp;อำเภอเมืองยาง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกของกลุ่มจำนวน&nbsp;17&nbsp;คน&nbsp;รวมพื้นที่การปลูก&nbsp;20&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นพื้นที่ใกล้หนองน้ำนางโท&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวปลูกพริกเป็นอาชีพเสริมช่วงหน้าแล้ง</strong>&nbsp;นอกเหนือจากการทำนา&nbsp;ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน&nbsp;เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำและคลองชลประทาน&nbsp;จึงไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้&nbsp;เกษตรกรจึงหารายได้เสริมด้วยการปลูกพริก&nbsp;โดยพันธุ์พริกที่ปลูกจะมีพันธุ์อัมพวา&nbsp;อัมพวาโกล&nbsp;เงินด่วน&nbsp;ซุปเปอร์ฮอตและพันธุ์พื้นบ้าน&nbsp;ได้ผลผลิตเฉลี่ยต่อ&nbsp;1&nbsp;งานได้พริกสดกว่า&nbsp;90-100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จำหน่ายทั้งพริกสด&nbsp;และแปรรูป&nbsp;ราคาพริกสดกิโลกรัมละ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;พริกแห้งกิโลกรัมละ&nbsp;120-150&nbsp;บาท&nbsp;พริกป่นราคากิโลกรัมละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;ส่งขายในตลาดในพื้นที่และนอกพื้นที่&nbsp;ซึ่งก็ถือว่าช่วยให้เกษตรกรมีรายได้นอกจากการทำนาในช่วงหน้าแล้งนี้</p><p><strong>รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;การลงพื้นที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพริกในครั้งนี้&nbsp;เพื่ออบรมให้ความรู้พร้อม&nbsp;ทั้งแนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันกำจัดโรคพืชผักแทนการใช้สารเคมีเพื่อลดต้นทุนทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;</strong></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">สำหรับเชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;เป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;อาศัยเศษซากพืช&nbsp;ซากสัตว์และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร&nbsp;เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อราหลายชนิด&nbsp;สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่&nbsp;เรียกว่า&nbsp;โคนิเดีย&nbsp;หรือ&nbsp;สปอร์&nbsp;จำนวนมากรวมเป็นกลุ่มหนาแน่นจนเห็นเป็นสีเขียว&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นศัตรู&nbsp;(ปฏิปักษ์)&nbsp;ต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียน&nbsp;หรือเป็นปรสิต&nbsp;และแข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นอกจากนี้&nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลิตปฏิชีวนสารและสารพิษ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ตลอดจนน้ำย่อยหรือเอนไซม์สำหรับช่วยละลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคพืช&nbsp;คุณสมบัติพิเศษของเชื้อราไตรโคเดอร์มาคือ&nbsp;สามารถช่วยละลายแร่ธาตุให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช&nbsp;จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุของโรคได้&nbsp;</span></p><p>&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309114334892"],
    [225,"ยโสธร kick off โครงการ\"เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีฉลองครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร (สะออน ๕๐ ปี ศรียโสธร)","<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวเสาวนิตย์&nbsp;ทับทิมจรูญ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;kick&nbsp;off&nbsp;โครงการ\"เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีฉลองครบรอบ&nbsp;50&nbsp;ปีจังหวัดยโสธร\"&nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อำเภอกุดชุม&nbsp;ผู้บริหารท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และพี่น้องประชาชนตำบลโนนเปือย&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยยาง&nbsp;บ้านชลประทาน&nbsp;หมู่&nbsp;12&nbsp;ตำบลโนนเปือย&nbsp;อำเภอกุดชุม&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ในงานมีกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ(ลงในคอกอนุบาล)จำนวน&nbsp;200,000&nbsp;ตัว&nbsp;ปลูกต้นรวงผึ้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ต้น&nbsp;มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่จำนวน&nbsp;15&nbsp;ทุน&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายสรวิศ&nbsp;สมพงษ์นายอำเภอกุดชุมให้เกียรติกล่าวต้อนรับ&nbsp;และนายธนนชัย&nbsp;สืบพรม&nbsp;ประมงจังหวัดยโสธรกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดกิจกรรมได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลา</strong>จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดยโสธร&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;จากศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง&nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;ได้รับการสนับสนุนการจัดเตรียมสถานที่&nbsp;และการทำคอกอนุบาลลูกปลา&nbsp;จากชุมชนบ้านชลประทานและองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเปือย&nbsp;ได้รับการสนับสนุน&nbsp;อุปกรณ์ทำคอกอนุบาล&nbsp;อาหารปลา&nbsp;ทุนการศึกษา&nbsp;และ&nbsp;พันธุ์ต้นรวงผึ้ง&nbsp;จากพระอาจารย์มหาสันติ&nbsp;งามเหลา&nbsp;ผู้ริเริ่มก่อตั้งชมรมจิตอาสาพัฒนาบ้านเกิด&nbsp;ของตำบลโนนเปือย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้</strong>&nbsp;มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309121523906"],
    [226,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ด้านการเกษตร ที่สุพรรณบุรี","<p><strong>ที่สหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ตำบลโคกคราม&nbsp;อำเภอบางปลาม้า&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;นายณัฐวุฒิประเสริฐสุวรรณ&nbsp;นายสรชัด&nbsp;สุจิตต์&nbsp;สส.สุพรรณบุรี&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมพิธี&nbsp;เพื่อส่งกำลังใจให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ&nbsp;ซึ่งภาครัฐให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&nbsp;รวมถึงหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเกษตรกรทุกท่านที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์&nbsp;ที่กำหนดให้ถูกต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย&nbsp;ประการที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และแจ้งข้อมูลการปลูกพืช&nbsp;การเลี้ยงปลา&nbsp;กุ้ง&nbsp;หรือสัตว์ต่างๆ&nbsp;ให้เป็นไปตามจริงในปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานถึงระดับตำบลให้บริการ&nbsp;จึงขอให้เกษตรกรทุกท่านให้ความร่วมมือและติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานจากเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;หรือผู้นำชุมชน&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;ในพื้นที่ด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้าน&nbsp;นางสาวพจนา&nbsp;เสมา&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;กันยายน&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลร่องมรสุมพายุโซนร้อน&nbsp;เตี้ยนหมู่&nbsp;และ&nbsp;คมปาซุ&nbsp;และได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(อุทกภัย)&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;2&nbsp;เทศบาล&nbsp;110&nbsp;ตำบล&nbsp;35&nbsp;ชุมชน&nbsp;997&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;56,110&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรด้านพืช&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ที่ผลผลิตเสียหายโดยสิ้นเชิงยื่นขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;9,249&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;74,208.75&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวนเงินขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;224,708,914&nbsp;บาท&nbsp;แยกเป็น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านพืช&nbsp;เกษตรกร&nbsp;5,763&nbsp;ราย&nbsp;</strong>พื้นที่&nbsp;59,383&nbsp;ไร่&nbsp;2&nbsp;งาน&nbsp;50&nbsp;ตารางวา&nbsp;วงเงิน&nbsp;92,453,486&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านประมง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;3,472&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พื้นที่&nbsp;14,755.75&nbsp;ไร่&nbsp;783.50&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;วงเงิน&nbsp;132,090,903&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้านปศุสัตว์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;14&nbsp;ราย&nbsp;</strong>แพะ&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่พื้นเมือง&nbsp;43&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;แปลงหญ้า&nbsp;70&nbsp;ไร่&nbsp;วงเงิน&nbsp;164,525&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งเกษตรกรทุกรายที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;จะได้รับการตรวจสอบ&nbsp;</strong>&nbsp;ความถูกต้องโดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ&nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&nbsp;และตรวจสอบเอกสารอีกครั้งโดยคณะกรรมการตรวจสอบรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;ซึ่งมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธาน&nbsp;ก่อนนำเข้าที่ประชุม&nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด&nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309125654919"],
    [227,"จังหวัดนนทบุรีประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;ศาลาการเปรียญวัดคลองขวาง&nbsp;ตำบลคลองขวาง&nbsp;อำเภอไทรน้อย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;</strong>นายจำลอง&nbsp;ขำสา&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&nbsp;นายอุดร&nbsp;ระโหฐาน&nbsp;ผู้อำนวยการกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&nbsp;และตัวแทนบริษัท&nbsp;ซุปเปอร์เอิร์ธ&nbsp;เอนเนอร์ยี&nbsp;8&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ร่วมลงทุนโครงการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบการจัดขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&nbsp;ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด&nbsp;โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;ตามสัญญาโครงการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบกำจัดขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;ซึ่งบริษัท&nbsp;ซุปเปอร์&nbsp;เอิร์ธ&nbsp;เอนเนอร์ยี&nbsp;8&nbsp;จำกัด&nbsp;ต้องดำเนินการศึกษาทบทวนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่&nbsp;เพื่อทบทวนและปรับปรุงรายงานให้สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป&nbsp;และเป็นไปตามความเห็นของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำหนดให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีอายุเกิน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้วต้องศึกษาทบทวนข้อมูลใหม่&nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดความเหมาะสมก่อนการก่อสร้างและดำเนินงานโครงการ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;และบริษัท&nbsp;ซุปเปอร์&nbsp;เอิร์ธ&nbsp;เอนเนอร์ยี&nbsp;8&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาโครงการ&nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น&nbsp;ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&nbsp;ซึ่งจะต้องนำเสนอที่ประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความคิดเห็นเพื่อที่คณะผู้ศึกษาจะได้นำไปปรับปรุงร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&nbsp;ก่อนนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาตามขั้นตอนของระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309142503962"],
    [228,"จ.ลำปาง เดินหน้าสร้างการรับรู้สู่ชุมชนรอบดอยพระบาท ขยายผลการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในระยะยาว","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;พันเอกนพอนันต์&nbsp;ปาลิวนิช&nbsp;หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;นายจิระภัทร&nbsp;กันธิยาใจ&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&nbsp;นางสาวดวงพร&nbsp;เกียรติดำรง&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&nbsp;ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรเมืองเขลางค์&nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;904&nbsp;หลักสูตรพื้นฐานภาค&nbsp;3&nbsp;รุ่นที่&nbsp;1/65&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดหัวทุ่งสามัคคี&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมพบปะหารือและรับฟังปัญหา&nbsp;ข้อเสนอแนะอันเนื่องมาจากผลกระทบของการเกิดไฟป่าหมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของชุมชนรอบดอยพระบาท&nbsp;ทำให้ครัวเรือนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าซื้ออุปกรณ์ป้องกันมลพิษ&nbsp;ตลอดจนความเสียหายของป่ารอบชุมชนอันเป็นทรัพยากรที่สำคัญ&nbsp;พร้อมทั้งเพื่อหาแนวทางการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อช่วยลดผลกระทบให้น้อยลงและเกิดเป็นรูปธรรม&nbsp;โดยปัญหาและข้อเสนอแนะดังกล่าวจะได้นำไปขยายผลกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางร่วมกันแก้ไขในระยะยาวต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;สุปินะ&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเขลางค์</strong>/ประธานชุมชนบ้านหัวทุ่งสามัคคี&nbsp;และ&nbsp;ประธานชมรมผู้สูงอายุ&nbsp;ประธาน&nbsp;อสม.&nbsp;และจิตอาสาชุมชนเหยี่ยวไฟ&nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมหมู่บ้านร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในปกป้องพื้นที่ป่าของชุมชนเพื่อให้ลำปางมีอากาศสดใสไร้หมอกควัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;ได้มอบสิ่งของและเอกสารประชาสัมพันธ์รณรงค์ป้องกันไฟป่าของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อพี่น้องในชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309134425953"],
    [229,"สส. เดินหน้าลดขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง พร้อมนำร่องร้านค้าในตลาดประชานิเวศน์กว่า 14 ร้านค้า เพื่อเป็นต้นแบบร้านค้าลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในตลาดสด","<p><strong>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;เดินหน้าลดขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง&nbsp;พร้อมนำร่องร้านค้าในตลาดประชานิเวศน์กว่า&nbsp;14&nbsp;ร้านค้า&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบร้านค้าลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในตลาดสด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางภาวินี&nbsp;ณ&nbsp;สายบุรี&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;ยังคงเดินหน้ารณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;ซูเปอร์มาเก็ต&nbsp;และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว&nbsp;และบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&nbsp;(Single&nbsp;use&nbsp;Plastic)&nbsp;โดยสร้างความรู้ความเข้าใจ&nbsp;การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกัน&nbsp;และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะสถานการณ์ขยะพลาสติกในพื้นที่ตลาดสดทั่วประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึง&nbsp;18,000&nbsp;ล้านใบต่อปี&nbsp;เพื่อลดปัญหาดังกล่าวและขยายผลส่งเสริมการนำขยะพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&nbsp;ด้วยระบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;(Circular&nbsp;Economy)</p><p>มากขึ้น&nbsp;ทำให้การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ค้าและผู้มาใช้บริการเป็นสิ่งสำคัญ&nbsp;จึงได้ขยายผลการดำเนินงานสู่ตลาดสดสร้างต้นแบบร้านค้าด้านการลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวในตลาดสด&nbsp;โดย&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปูนซิเมนต์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;มอบชุดถังรับคืนพลาสติก&nbsp;(ถังเติมบุญ)&nbsp;ให้สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานครและรณรงค์เชิญชวนประชาชนลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว&nbsp;แล้วคัดแยกขยะนำกลับไปใช้ประโยชน์&nbsp;หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในตลาดประชานิเวศน์&nbsp;1&nbsp;ซึ่งมีร้านค้านำร่องเข้าร่วมโครงการตลาดสดต้นแบบด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง&nbsp;14&nbsp;ร้านค้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับตลาดประชานิเวศน์&nbsp;1&nbsp;เป็นตลาดสดที่มีความพร้อมและศักยภาพการพัฒนาสู่การเป็นตลาดสดต้นแบบด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง&nbsp;สอดคล้องกับเป้าการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะที่สามารถลดปริมาณขยะที่ออกสู่สิ่งแวดล้อม&nbsp;และลดภาระการจัดการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ&nbsp;ภายใต้โครงการเปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ&nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)&nbsp;ผ่านจุดรับคืนพลาสติก&nbsp;(Drop&nbsp;Point)</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309130552923"],
    [230,"กอนช. คาดการณ์สถานการณ์แล้งนี้ไม่น่าห่วงและยังไม่พบมีพื้นที่ประสบภัยแล้ง ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์แล้งนี้ไม่น่าห่วงและยังไม่พบมีพื้นที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศพื้นที่เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&nbsp;(ภัยแล้ง)&nbsp;แต่อย่างใด&nbsp;ส่วนมาตรการเร่งกักเก็บน้ำและบริหารจัดการน้ำในกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ตามแผนการใช้น้ำตั้งแต่หน้าแล้งที่ผ่านมา&nbsp;พบปริมาณน้ำต้นทุนของแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ทั้ง&nbsp;35&nbsp;แห่งปีนี้ยังมีปริมาณน้ำใช้การมากกว่าช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาเกือบ&nbsp;10,200&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยปัจจุบันเหลือปริมาณน้ำที่ใช้การอยู่ที่&nbsp;24,059&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้การ&nbsp;ส่วนผลการจัดสรรน้ำช่วงหน้าแล้งยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;ซึ่งจะมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ไปจนสิ้นสุดหน้าแล้งและใช้ช่วงต้นฤดูฝนด้วย&nbsp;คาดว่า&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมนี้จะมีปริมาณน้ำต้นทุนรวมกันอยู่ที่&nbsp;42,165&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;59&nbsp;ของความจุกักเก็บ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;แม้สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ภาพรวมทั้งประเทศจะดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;แต่ปริมาณน้ำต้นทุนใน&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยายังมีอยู่อย่างจำกัด&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ขณะนี้จัดสรรน้ำไปมากกว่าแผนสะสมอยู่&nbsp;427&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ยังได้จัดสรรน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาสนับสนุนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีนอีก&nbsp;1,000&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ปัจจุบันจัดสรรมาแล้ว&nbsp;209&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะสามารถสงวนน้ำต้นทุน&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบได้ตลอดแล้งนี้&nbsp;และทำให้มีน้ำเพียงพอจะใช้ในทุกกิจกรรมการใช้น้ำช่วงต้นฤดูฝนด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ภาพรวมการเพาะปลูกพืชหน้าแล้งปีนี้อาจจะมากกว่าแผนที่วางไว้&nbsp;โดยเฉพาะการทำนารอบที่&nbsp;2&nbsp;(ข้าวนาปรัง)&nbsp;ไม่ได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ&nbsp;เนื่องจากมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;เกษตรกรส่วนหนึ่งมีแหล่งน้ำต้นทุนเป็นของตนเอง&nbsp;และปีนี้มีพายุฝนฤดูร้อนเกิดขึ้นด้วย&nbsp;แต่ภาครัฐยังคงขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วควรงดการทำนาปรังรอบที่&nbsp;3&nbsp;เพราะเสี่ยงสูงที่ผลผลิตจะได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้ความเค็มใน&nbsp;4&nbsp;แม่น้ำสายหลัก&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดปากคลองดำเนินสะดวก&nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&nbsp;,&nbsp;สถานีตรวจวัดปากคลองจินดา&nbsp;แม่น้ำท่าจีน&nbsp;,&nbsp;สถานีตรวจวัดบ้านสร้าง&nbsp;แม่น้ำบางปะกง&nbsp;และสถานีตรวจวัดสูบน้ำสำแล&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;โดยกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมรับมือค่าความเค็มช่วงน้ำทะเลหนุนสูงตลอดเดือนมีนาคมนี้&nbsp;โดยเพิ่มการระบายน้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็มให้สอดคล้องกับช่วงน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;และยังคงติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงตลอดแล้งนี้&nbsp;เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และไม่กระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309134743956"],
    [231,"สมุทรสาครจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>ที่วัดเกาะ&nbsp;ตำบลบ้านเกาะ&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;เข้าร่วมงานและร่วมออกบูธบริการประชาชน&nbsp;ซึ่งมีประชาชนและเกษตรกรทั้งในพื้นที่ตำบลบ้านเกาะและใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก</p><p><strong>นายอำนาจ&nbsp;โสรถาวร&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;และทรงพระราชทานพระราชนุญาตอัญเชิญอักษรพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2545&nbsp;จนถึงปัจจุบัน</p><p><strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ</strong>&nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกันเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่งเพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;การสาธิตการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&nbsp;ด้วงแรด&nbsp;หนอนหัวดำ&nbsp;ด้วยสารชีวภัณฑ์&nbsp;การสาธิตการทำกองอาหารจากวัชพืชสำหรับปลาสลิดเพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การสาธิตการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;บริการตรวจวัดคุณภาพน้ำ&nbsp;การทำหมันสุนัขและแมว&nbsp;การสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร&nbsp;การแจกต้นไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ต้นฝรั่ง&nbsp;ต้นชมพู&nbsp;ต้นพริก&nbsp;ต้นมะเขือ&nbsp;และกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรต่างๆ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309152623999"],
    [232,"กรมปศุสัตว์ ร่วมกับผู้ประกอบการอาหารสัตว์ เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์การขาดแคลนและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสัตวแพทย์&nbsp;สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย&nbsp;และสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ประชุมผ่านระบบออนไลน์&nbsp;เพื่อหารือถึงผลกระทบและแนวทางแก้ไขเพื่อบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นโดยทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยแจ้งว่า&nbsp;โรงงานอาหารสัตว์ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่&nbsp;3&nbsp;ของปี&nbsp;2563&nbsp;ตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน&nbsp;คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&nbsp;25-30%&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกอบด้วยกัน&nbsp;2&nbsp;ส่วน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้แก่&nbsp;สถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก&nbsp;รวมถึงค่าบริหารจัดการและการขนส่ง&nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้&nbsp;และนโยบายภาครัฐที่ต้องการดูแลราคาพืชอาหารสัตว์ในประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีโดยจะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ&nbsp;3&nbsp;ส่วนก่อนนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;การจำกัดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;รวมถึงมาตรการด้านภาษี&nbsp;อาทิ&nbsp;ภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง&nbsp;2%&nbsp;รวมถึงที่ผ่านมาประเทศสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินา&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วเหลืองที่สำคัญของโลกประสบภาวะภัยแล้งส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันมีความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน&nbsp;ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นแหล่งส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญต่อประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะข้าวสาลีสำหรับเลี้ยงสัตว์&nbsp;ทำให้การส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์หยุดชะงักไป&nbsp;เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทำให้มีราคาสูงขึ้น</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มีความเห็นและมีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;ซึ่งอาจมีผลมาจากภาวะสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่แพร่ระบาดทั่วโลกและภาวะความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ&nbsp;รวมไปถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่รองรับสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตภาคปศุสัตว์&nbsp;ดังนั้นต้องมีมาตรการในการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน&nbsp;ซึ่งมีแหล่งที่มาจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยในที่ประชุมมีข้อสรุปถึงแนวทางมีในการแก้ปัญหา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โดยในระยะสั้น&nbsp;ได้ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;3:1&nbsp;ส่วน&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าข้าวสาลีได้โดยเสรี&nbsp;จากหลายแหล่งทั่วโลก&nbsp;ส่งผลให้ราคาการซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาดโลก/ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง&nbsp;2%&nbsp;เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิตเนื่องจากกากถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนที่ใช้เป็นวัตถุดิบสัตว์ในการผลิตอาหารสัตว์</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ&nbsp;WTO,&nbsp;AFTA&nbsp;ยกเลิกโควตา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ภาษีและค่าธรรมเนียม&nbsp;ในปริมาณที่ขาดแคลนในปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบทำให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเพียงพอตลอดปี&nbsp;และลดต้นทุนในการผลิตอาหารสัตว์ส่วนระยะยาว&nbsp;ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดภายในประเทศให้มากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะการปลูกภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าว&nbsp;พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์&nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตพืชอาหารสัตว์&nbsp;โดยเฉพาะข้าวโพดให้สามารถมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้นการส่งเสริมการปลูกและใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดพร้อมนอกจากนี้&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่มีวัตถุดิบทางเลือกสำหรับเกษตรกรเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192308159"],
    [233,"เร่งแก้ปัญหาโควตานมโรงเรียน ช่วยเหลือสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมให้ได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่าย","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;และรับมอบหนังสือพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;จากตัวแทนชุมนุมสหกรณ์&nbsp;นมไทย&nbsp;-&nbsp;เดนมาร์ค&nbsp;จำกัด&nbsp;ว่า&nbsp;ภายหลังได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว&nbsp;จะนำข้อร้องเรียนของตัวแทนชุมนุมสหกรณ์นมไทย&nbsp;-&nbsp;เดนมาร์ค&nbsp;จำกัด&nbsp;เข้าหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&nbsp;ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานให้สามารถมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียนได้&nbsp;</p><p><strong>โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากรัฐบาล&nbsp;</strong>ที่จัดสรรให้ดำเนินการปีละกว่า&nbsp;14,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สำหรับผลิตนมโรงเรียน&nbsp;ที่มีคุณภาพให้แก่เด็กนักเรียนของไทยได้ดื่มนม&nbsp;และยังช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้ความสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>จากข้อร้องเรียนของชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย&nbsp;-&nbsp;เดนมาร์ค&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ที่ได้มีการประชุมร่วมกันในหลายครั้งที่ผ่านมา&nbsp;พบว่า&nbsp;มีหลายประเด็นที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร&nbsp;อาทิ&nbsp;การจัดสรรโควตานมโรงเรียน&nbsp;&nbsp;ให้กับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&nbsp;(อ.ส.ค.)&nbsp;ปีการศึกษาละ&nbsp;96&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นจำนวนที่เหมาะสมหรือไม่&nbsp;หากเทียบกับจำนวนเกษตรกร&nbsp;ที่&nbsp;อ.ส.ค.&nbsp;จะต้องรับซื้อน้ำนมดิบวันละประมาณ&nbsp;700&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;9&nbsp;ของโครงการนมโรงเรียนที่จะใช้นมดิบทั้งระบบประมาณ&nbsp;1,200&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;จากผลผลิตนมทั้งประเทศ&nbsp;3,500&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;&nbsp;คุณภาพนมดิบที่เข้าโครงการเป็นไปตามมาตรฐานที่มีการกำหนดหรือไม่&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรระบุว่า&nbsp;ในบางพื้นที่ยังพบปัญหาคุณภาพน้ำนมยังไม่ได้มาตรฐาน&nbsp;แต่บางโรงงานนำไปผลิตเข้าโครงการได้&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้เห็นควรต้องมีการมาวางระบบตรวจสอบให้ถูกต้องและชัดเจน&nbsp;และการที่มีผู้ประกอบการไปจัดตั้งโรงงานผลิตนมขนาดเล็ก&nbsp;3&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;เพื่อขอรับสิทธิ์เข้าโครงการนมโรงเรียน&nbsp;โดยไม่มีที่มาของฟาร์มโคนมที่นำมาผลิตเป็นวัตถุดิบ&nbsp;กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นจริงตามข้อร้องเรียนหรือไม่&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ด้านนายสมาน&nbsp;เหล็งหวาน&nbsp;</strong>ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์นมไทย&nbsp;-&nbsp;เดนมาร์ค&nbsp;จำกัด&nbsp;ระบุว่า<strong>&nbsp;</strong>ขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการจัดสรรโควต้านมโรงเรียน&nbsp;ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมกับภาคเกษตรกร&nbsp;จึงต้องมาขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309151721993"],
    [234,"ผู้ว่าฯ นราธิวาสประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 1/2565 เพื่อรับทราบการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด SC และเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ","<p><strong>นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมหลวงปริวรรตวรวิจิตร&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;เพื่อรับทราบการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;SC&nbsp;การขับเคลื่อนรายสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;14&nbsp;ชนิดสินค้า&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และแนวโน้มปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนราธิวาสและการประเมินผลโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;อีกทั้งพิจารณาแผนปฏิบัติราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ว&nbsp;ปี2564/2565&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมการประชุม</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในการขับเคลื่อนงาน</strong>ด้านการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ขอให้แนวทางการทำงานว่าทำอย่างไรให้ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;และผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;รวมถึงการเพิ่มองค์ความรู้แก่เกษตรกรนำไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;พร้อมฝากด้วยว่าขอให้คณะอนุกรรมการฯ&nbsp;ได้หาแนวทางร่วมกันในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ</p><p><strong>ด้านนายเทอดศักดิ์&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป&nbsp;(next&nbsp;normal)&nbsp;โดยมี&nbsp;5&nbsp;ยุทธศาสตร์&nbsp;15&nbsp;นโยบาย&nbsp;โดยให้มีการบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้&nbsp;โดยในวันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นการประชุมครั้งแรกของปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้ายางพารา&nbsp;ผลการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2561-2565&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;แปลง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,193&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;12,021.61&nbsp;ไร่&nbsp;สามารถลดต้นทุนได้เฉลี่ยไร่ละ&nbsp;1,942&nbsp;บาท//สินค้าลองกอง&nbsp;ผลการดำเนินงาน&nbsp;แปลงลองกองได้รับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;526&nbsp;แปลง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;526&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่993,815&nbsp;ไร่&nbsp;อีกทั้งที่ประชุมยังรับทราบเรื่องต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องและพิจารณาแผนปฏิบัติราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ว&nbsp;ปี2564/2565</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&nbsp;</strong>(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสายหลัก&nbsp;3&nbsp;ลุ่มน้ำ&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี//ลุ่มน้ำบางนรา//ลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;มีระดับสูงกว่าตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุอุทกภัย&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;76&nbsp;ตำบล561&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;68&nbsp;ชุมชน&nbsp;ด้านการประเมินความเสียหายเบื้องต้นด้านการเกษตร&nbsp;ด้านพืช&nbsp;เกษตรกรจำนวน&nbsp;28,829&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;10,861&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นนาข้าว&nbsp;4,662&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;1,623&nbsp;พืชสวนและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;4,576&nbsp;ไร่&nbsp;รวมถึงยังมีความเสียหายด้านประมงและปศุสัตว์อีกจำนวนหนึ่ง&nbsp;&nbsp;โดยทางศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;ตามแบบกษ.01&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ</p><p><strong>สำหรับคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หรือ&nbsp;อ.พ.ก.&nbsp;</strong>เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรในพื้นที่จังหวัด&nbsp;โดยเกิดจากการบูรณาการ&nbsp;ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐเอกชน&nbsp;และภาคประชาสังคมในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อน&nbsp;ผลักดัน&nbsp;และแก้ไขปัญหา&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตร&nbsp;รวมถึงเป็นเครื่องมือการบริหารราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ในด้านการพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309155808024"],
    [235,"จิตอาสา ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน บูรณาการร่วม ทำแนวกันไฟรอบที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายรัชพล&nbsp;ยาใจ&nbsp;ปลัดอำเภอ</strong>&nbsp;หน.กลุ่มบริหารงานปกครองรักษาราชการแทนนายอำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;มอบหมายให้นายวัชรพงศ์&nbsp;จันทิมาปลัดอำเภอ&nbsp;หน.ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;และนายนนทวัฒน์&nbsp;วุฒิลักษณ์&nbsp;ปลัดอำเภอ&nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&nbsp;ร่วมปล่อยแถวการทำแนวกันไฟรอบๆ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย,&nbsp;สถานที่ราชการ&nbsp;และบริเวณโดยรอบ&nbsp;ชุมชนหมู่บ้านแม่ลาน้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองร้อย&nbsp;อส.แม่ลาน้อย,&nbsp;เทศบาลตำบลแม่ลาน้อย,&nbsp;จิตอาสา&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;สภ.แม่ลาน้อย,&nbsp;ฉก.ทพ.36,&nbsp;ฝ่ายปกครอง,&nbsp;โรงเรียนอนุบาลแม่ลาน้อย,&nbsp;และราษฎร&nbsp;ม.1&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;เพื่อร่วมทำแนวกันไฟ&nbsp;ป้องกันหากเกิดเหตุไฟป่าลุกลาม</p><p><strong>อย่างไรก็ตามจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการงดเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดหมอกควันจากการเผา&nbsp;ลดผลกระทบทั้งด้านสุขภาพอนามัย&nbsp;และด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(52,&nbsp;58,&nbsp;64);\">#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</span></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161702052"],
    [236,"สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ฯ เพื่อขยายผลต่อยอดการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&nbsp;อำเภอถลาง&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;</strong>นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;เป็นประธานเปิดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดภูเก็ต&nbsp;นำโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;&nbsp;ร่วมกันจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;เพื่อสนองพระราชดำริและเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ถือเป็นโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โครงการคลินิกเคลื่อนที่&nbsp;อยู่ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ด้วยวิธีการดำเนินงานที่สามารถให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;ที่มีปัญหาและเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;แบบครบวงจรในคราวเดียว&nbsp;ซึ่งมีทั้งหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ออกการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;,&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;,&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;,&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;,&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;,&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;,&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;,&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;,&nbsp;คลินิกส่งเสริมการเกษตร&nbsp;,&nbsp;คลินิกการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;,&nbsp;คลินิกพืช,&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;และคลินิกกฎหมาย&nbsp;สปก.&nbsp;ให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;และสามารถนำความรู้ที่ถูกต้องไปปฏิบัติ&nbsp;เพื่อเกิดผลตอบแทนและรายได้ที่มั่นคง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ครั้งนี้</strong>&nbsp;ยังมีการถ่ายทอดความรู้&nbsp;เรื่องการปลูกทุเรียนเสริมราก&nbsp;และการเพาะเลี้ยงปลากัด&nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน&nbsp;การแจกปัจจัยทางด้านการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;พันธุ์ไม้&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืช&nbsp;ให้แก่เกษตร&nbsp;และมีหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานออกบูธเพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ร่วมด้วย&nbsp;โดยมีการลงทะเบียนประวัติเกษตรกรและประชาชนก่อนเข้ารับบริการ&nbsp;เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขในการป้องกันโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;พร้อมเน้นย้ำผู้ร่วมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ร่วมงาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309164244076"],
    [237,"เกษตรกรสตูล อบรมพัฒนาต้นแบบศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน","<p><strong>นายชาญณรงค์&nbsp;วิรุณสาร&nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมายให้</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอมะนัง&nbsp;ดำเนินการจัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในกิจกรรมพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;บ้านผัง&nbsp;11&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;บ้านผัง&nbsp;11&nbsp;ต.นิคมพัฒนา&nbsp;อ.มะนัง&nbsp;จ.สตูล</p><p><strong>โดยกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เป็นการเรียนรู้เรื่องการสำรวจโรค</strong>และแมลงศัตรูผักในแปลงปลูกเพื่อศึกษาระบบนิเวศของแมลงศัตรูผักในแปลง&nbsp;เรียนรู้โรคพืช&nbsp;การจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้&nbsp;พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติการผลิตและขยายเชื้อ&nbsp;Bacillus&nbsp;Subtilis&nbsp;(BS)&nbsp;การผลิตสารสกัดจากธรรมชาติ&nbsp;เช่น&nbsp;น้ำหมักจากบุหรี่เสื่อมสภาพ&nbsp;สารสกัดจากสะเดาช้าง&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;สามารถนำไปผลิตและขยาย&nbsp;นำไปใช้ในแปลงปลูกของตนเองได้อย่างถูกต้อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามภารกิจ</strong>ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;คือ&nbsp;การส่งเสริมการเกษตรโดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;(ศจช.)&nbsp;และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;(ศดปช.)&nbsp;เชื่อมโยงกับหน่วยงานวิชาการ&nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมสู่เกษตรกร&nbsp;และให้บริการทางการเกษตรที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161518049"],
    [238,"สุพรรณบุรี จัดกิจกรรม สุพรรณบุรีรวมใจ ป้องกันแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM.2.5.) และกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ ชิงเก็บ ลดเผา","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ณ&nbsp;ที่ว่าการอำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;การป้องกันไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM.2.5)&nbsp;สุพรรณบุรีรวมใจ&nbsp;ป้องกันแก้ไขไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM.2.5)&nbsp;และกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ณ&nbsp;ป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลวังคัน&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้ความสำคัญต่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงแล้ง&nbsp;ฤดูหนาวและรอยต่อฤดูร้อน&nbsp;ทุกปี&nbsp;มาโดยตลอด&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อทำความเข้าใจ&nbsp;เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการสาเหตุการเกิดและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวป้องกันแก้ไขแก่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชน&nbsp;และเพื่อให้เกิดความร่วมมือตามแผนเผชิญเหตุไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ที่กำหนดของจังหวัด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;ในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์&nbsp;ก็เป็นกิจกรรมที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;ที่มักต่อเนื่องจากการเผาที่โล่งได้&nbsp;จึงขอให้พวกเราทั้งที่เจ้าหน้ารัฐและภาคประชาชนชาวสุพรรณ&nbsp;ได้ร่วมมือกันในการรณรงค์&nbsp;เผยแพร่และลงมือปฏิบัติ&nbsp;เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาและผลกระทบจากการเกิดไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดลดลง&nbsp;เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวสุพรรณบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;10(ราชบุรี)&nbsp;และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;3&nbsp;(บ้านโป่ง)&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;และอำเภอด่านช้าง&nbsp;รวมถึงภาคเอกชนคือ&nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจสาเหตุและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM.2.5)&nbsp;งด/ลดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;การเผาป่า&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;และการเผาวัชพืชข้างทาง&nbsp;รวมถึงลดฝุ่นละอองขนาดเล็กและปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ที่เกิดจากการกิจกรรมการขนส่งและการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;กิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วยการบรรยายและการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;สมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;(ทสม.)&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;แกนนำชุมชนและพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอด่านช้าง&nbsp;จำนวนประมาณ&nbsp;250&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309162343062"],
    [239,"ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย แนะนำให้ความรู้การปลูกพืชอาหารสัตว์และการป้องกันโรคลัมปิสกีน","<p><strong>ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;ให้คำแนะนำส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์</strong>&nbsp;การเก็บสำรองวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรห้วงหน้าแล้ง&nbsp;และประชาสัมพันธ์&nbsp;เรื่องโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(LSD)&nbsp;ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในโค-กระบือ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายมงคล&nbsp;เจริญเมือง&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;พร้อมด้วยนายไชยยศ&nbsp;แจ้งใจ&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;นายพีรพัฒน์&nbsp;พงไพรภูมิ&nbsp;พนักงานผู้ช่วยสัตวแพทย์&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกันปฏิบัติงานติดตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;ตามพระราชดำริโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;โคอาสาปศุสัตว์&nbsp;ภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ปฎิบัติงานโค&nbsp;ธกค.อาสาปศุสัตว์&nbsp;ที่บ้านเกษตรกร&nbsp;นายกมล&nbsp;นิธิไพรสิธ์จินดา&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;36/1&nbsp;บ้านแม่ปาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลสันติคีรี&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เบื้องต้นได้ทำการประเมินราคาลูกโคเพศผู้&nbsp;อายุ&nbsp;18&nbsp;เดือน&nbsp;แม่โคหมายเลข&nbsp;มส.36/2563&nbsp;เกิดเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;และได้แนะนำส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์&nbsp;การป้องกันโรค&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์&nbsp;การเก็บสำรองวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเปลือกข้าวโพดไว้เลี้ยงสัตว์&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้ได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;</strong>หรือ&nbsp;LSD&nbsp;ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(LSD)&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;และพ่นหมอกควันกำจัดแมลงที่เป็นพาหะของโรคให้กับเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;จำนวน&nbsp;1คอก&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติในการดูแลรักษาโค-กระบือได้อย่างถูกต้อง&nbsp;ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165027081"],
    [240,"คณะสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามความก้าวหน้าสมาชิกที่ไร่ของพ่อ สานต่ออาชีพเกษตร","<p><strong>สมาชิกสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทำสวนไร่ของพ่อ&nbsp;ความสำเร็จลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพ</strong></p><p><br></p><p><strong>นายคีตวุฒิ&nbsp;นับแสง&nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;พร้อมทั้งนายการุณ&nbsp;วนศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;และนายพีรกร&nbsp;พวงบุตร&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&nbsp;ได้เข้าเยี่ยมเยียนและติดตามความก้าวหน้าพร้อมทั้งให้คำแนะนำการพัฒนาในด้านการตลาด&nbsp;รวมถึงวางแผนทางการเงินและแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำที่ไร่ของพ่อ&nbsp;ที่ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เจ้าของ&nbsp;นายรัชพล&nbsp;เกรียงไกรสิงห์&nbsp;หนึ่งสมาชิกโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพเกษตร&nbsp;ได้ทำในสิ่งที่ต้นเองรัก&nbsp;และสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&nbsp;ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน&nbsp;ในแบบฉบับความพอเพียง&nbsp;ปลูกผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;แบบอินทรีย์&nbsp;เลี้ยงปลา&nbsp;เลี้ยงไก่&nbsp;และเปิดเป็นร้านอาหารเพื่อให้คนได้ทานผักและผลไม้เพื่อสุขภาพ&nbsp;ซึ่งโครงการนำลูกหลาน&nbsp;เกษตรกรกลับบ้าน&nbsp;สานต่ออาชีพเกษตรที่ต้องการ&nbsp;เป็นนโยบายของนายมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยนำเกษตรกรรุ่นใหม่กลับมาทำอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;ณ&nbsp;ถิ่นฐานบ้านเกิด&nbsp;เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตรและยังได้ดูแลครอบครัว</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;ไร่ของพ่อ&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;</strong>ให้เป็นไร่ตัวอย่างของการทำเศรษฐกิจพอเพียงแบบเต็มรูปแบบ&nbsp;ตามปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;สานต่อที่พ่อทำ&nbsp;อีกอย่างคือสวนนี้เคยเป็นของพ่อด้วย&nbsp;หลังจากพ่อเสียชีวิตไม่มีใครทำต่อ&nbsp;กลายเป็นพื้นที่รกร้าง&nbsp;ตนจึงตั้งใจมาสานต่อ&nbsp;สิ่งสำคัญที่สุด&nbsp;ต้องการให้ทุกคนที่มาเที่ยวมีความสุข&nbsp;ไม่ใช่ว่าทำแล้วต้องรวย&nbsp;แค่ร้านอยู่ได้ก็เพียงพอ</p><p><strong>สำหรับผู้สนใจไปศึกษาเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน</strong>&nbsp;ทำเป็นร้านอาหารกลางสวน&nbsp;ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่&nbsp;ลิ้มรสผักผลไม้สดจากไร่ที่ปลอดภัยไร้สารพิษ&nbsp;เก็บแล้วปรุงเลยในไร่ของพ่อ&nbsp;ระยะทางจากตัวเมืองแม่สะเรียงเพียง&nbsp;15&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ถึงไร่ของพ่อตั้งอยู่ที่&nbsp;บ้านแม่ต้อบเหนือ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เปิดเฉพาะวันเสาร์&nbsp;เวลา&nbsp;08.00-17.00&nbsp;น.&nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&nbsp;โทร.093-1969656&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309171912098"],
    [241,"จังหวัดระนองฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าเรือระนอง กรณีลักลอบขนสินค้า เกิดสารเคมีรั่วไหล การเกิดอัคคีภัย และการค้นหากู้ภัยทางทะเล มีผู้เข้าร่วมการฝึกกว่า 200 คน","<p><strong>จังหวัดระนองร่วมกับท่าเรือระนอง&nbsp;การท่าเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าเรือระนอง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กรณีลักลอบขนสินค้า&nbsp;เกิดสารเคมีรั่วไหล&nbsp;การเกิดอัคคีภัย&nbsp;และการค้นหากู้ภัยทางทะเล&nbsp;ณ&nbsp;ท่าเรือระนอง&nbsp;ต.ปากน้ำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระนอง&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น&nbsp;และให้เป็นไปตามมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</p><p><strong>สำหรับการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าเรือดังกล่าว</strong>&nbsp;มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;เอกชน&nbsp;องค์กรสาธารณกุศล&nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;โดยได้มีการสมมติสถานการณ์&nbsp;เรือขนส่งสินค้าของเอกชนเทียบท่าเรือระนอง&nbsp;มีการลักลอบขนถ่ายสินค้าแล้วถังเกิดตกหล่นกระแทกพื้น&nbsp;ทำให้สารเคมีเกิดการรั่วไหล&nbsp;และเกิดอัคคีภัย&nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;สัมผัสกับสารเคมี&nbsp;10&nbsp;คน&nbsp;และตกเรือ&nbsp;5&nbsp;คน&nbsp;รวม&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;เป็นเพศชายทั้งหมด&nbsp;จึงต้องมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามลำดับชั้น&nbsp;ตั้งแต่ผู้จัดการท่าเรือระนอง&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;อำเภอ&nbsp;และจังหวัด&nbsp;มีนายนพสิทธิ์&nbsp;อุดมสุวรรณกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&nbsp;เป็นประธานการฝึกซ้อม&nbsp;มีผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย&nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&nbsp;3&nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&nbsp;18&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมการฝึกซ้อมกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ&nbsp;การบูรณาการร่วมกัน&nbsp;การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การเข้าเผชิญเหตุ&nbsp;ระบบการสื่อสาร&nbsp;การประสานงาน&nbsp;การบัญชาการเหตุการณ์&nbsp;และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสารเคมี&nbsp;อัคคีภัยและภัยทางน้ำ&nbsp;ซึ่งในการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินดังกล่าว&nbsp;ทางทัพเรือภาคที่&nbsp;3&nbsp;โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&nbsp;3&nbsp;หรือ&nbsp;ศรชล&nbsp;ภาค&nbsp;3&nbsp;ได้นำเรือตรวจการใกล้ฝั่ง&nbsp;(เรือ&nbsp;ต.&nbsp;)&nbsp;และเฮลิคอปเตอร์ร่วมฝึกซ้อมการค้นหากู้ภัยทางทะเลด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309172257099"],
    [242,"เกษตรกรอำเภอวังยาง รวมใจลงแขกเก็บมันฝรั่ง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน","<p><strong>ที่บ้านยอดชาด&nbsp;ตำบลยอดชาด&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>พื้นที่ปลูกมันฝรั่งที่ให้ผลผลิตมันฝรั่งที่มีคุณภาพ&nbsp;ออกสู่ตลาดในทุกๆ&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งตลาดยังมีความต้องการเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้เกษตรกรที่นี่จากเดิมที่เคยปลูกข้าวนาปรังในช่วงภัยแล้งหันมาปลูกมันฝรั่งพืชใช้น้ำน้อยสร้างรายได้กันเป็นจำนวนมาก&nbsp;ส่วนที่เป็นมนต์เสน่ห์ของการปลูกมันฝรั่งที่นี่ก็คือบรรยากาศในการลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย&nbsp;เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเกษตรกร&nbsp;ที่เดินทางมาช่วยกันลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่งสดเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับตัวแทนบริษัทที่มารับซื้อ&nbsp;เป็นการช่วยกันลดรายจ่ายของแต่ละคนทำให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&nbsp;ทั้งยังเกิดความรักความสามัคคีของคนในชุมชนเป็นอย่างมาก</p><p><strong>นายสุพรรณ&nbsp;ชานุชิต&nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งตำบลยอดชาด</strong>&nbsp;และเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เริ่มต้นปลูกมันฝรั่งในพื้นที่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตัวเองและครอบครัวมีการปลูกมันฝรั่งมาได้ประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;เพราะมองว่ามีรายได้สูงกว่าการทำนาปรัง&nbsp;ทั้งยังใช้น้ำน้อยกว่าและเหมาะกับพื้นที่ของตนเองที่อยู่ห่างจากคลองส่งน้ำ&nbsp;ซึ่งชาวบ้านในละแวกนี้มีการปลูกอยู่ประมาณ&nbsp;70-80&nbsp;ราย&nbsp;โดยการลงทุน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;หมื่นกว่าบาท&nbsp;ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว&nbsp;แต่ละคนจะมีกำไรประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;บาทขึ้นไป&nbsp;ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนว่ามีความขยันขนาดไหน&nbsp;สามารถดูแลแปลงมันฝรั่งได้ดีมากน้อยเพียงใด&nbsp;ส่วนขั้นตอนการปลูกนั้น&nbsp;ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเริ่มจากการไถดินยกร่องแปลงปลูก&nbsp;จากนั้นก็นำพันธุ์มันฝรั่งที่ซื้อมาทำการผ่าตรงกลางให้ได้ประมาณ&nbsp;8&nbsp;ชิ้นแล้วนำไปคลุกปูนขาวหรือผงปูนก่อสร้าง&nbsp;รอประมาณ&nbsp;1&nbsp;อาทิตย์ก็นำลงแปลงปลูก&nbsp;รดน้ำ&nbsp;พอต้นเริ่มโตก็ทำการกลบ&nbsp;ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาของแต่ละคน&nbsp;ส่วนระยะเวลาการปลูกจะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;70&nbsp;วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว&nbsp;ซึ่งการรวมกลุ่มลงแขกเก็บผลผลิตของชาวบ้านยอดชาดแห่งนี้ก็เพราะต้องการให้ทุกคนมีรายได้สูงขึ้น&nbsp;เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับทุกคน&nbsp;ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนแนวความคิด&nbsp;วิธีการผลิต&nbsp;การดูแลแปลงของแต่ละคนไปด้วยระหว่างทำงาน&nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเก็บในแต่ละแปลงให้ได้ตามจำนวนที่บริษัทต้องการในแต่ละวันที่อยู่ประมาณ&nbsp;1,400&nbsp;กระสอบ&nbsp;ซึ่งการปลูกมันฝรั่งในช่วงภัยแล้งนี้&nbsp;เมื่อจำหน่ายแล้วทุกคนมีรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัวแบบไม่เดือดร้อน&nbsp;โดยในปีนี้ทุกคนต่างก็ยิ้มออกเพราะมีผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากมีหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้เรื่องต้นพันธุ์&nbsp;และวิธีการดูแลที่ถูกต้อง&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น</p><p><strong>สำหรับการลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่ง&nbsp;</strong>ทางกลุ่มได้มีการร่วมกันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเจ้าของแปลงจะมีการเลี้ยงอาหารและน้ำดื่ม&nbsp;ถือเป็นการช่วยแรงกันในการเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ทำให้คนในชุมชนลดค่าใช้จ่ายและเกิดความสามัคคีมากยิ่งขึ้น&nbsp;ในปัจจุบันได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&nbsp;ในการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกจำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูกกว่า&nbsp;332&nbsp;ไร่&nbsp;และจำหน่ายให้กับบริษัทในราคาประกันจากโรงงานในราคากิโลกรัมละ&nbsp;11&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก&nbsp;สำหรับท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกมันฝรั่ง&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&nbsp;โทร&nbsp;093&nbsp;4606&nbsp;153</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309174225113"],
    [243,"หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ มกษ. 5900-2559 และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน GI ให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง และ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&nbsp;เมธินธรังสรรค์&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนายสุพจน์&nbsp;บรรเทา&nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&nbsp;ช2&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ&nbsp;นำคณะผู้ตรวจรับรอง&nbsp;นำทีมโดยนางสุกานดา&nbsp;คำปลิว&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&nbsp;มกษ.&nbsp;5900-2559&nbsp;และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;GI&nbsp;ให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&nbsp;และ&nbsp;อำเภอชนบท&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;โดยได้ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&nbsp;มกษ.&nbsp;5900-2559&nbsp;แก่ผู้ผลิตเส้นไหมกลุ่มใหม่&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ด้วยกันคือ&nbsp;กลุ่มไหมทอง&nbsp;มกษ.บ้านหัวฝาย&nbsp;มีสมาชิกจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขอรับรอง&nbsp;มาตรฐานไหมน้อย&nbsp;และกลุ่มสตรีสหกรณ์ไหมสาวเลยบ้านหัวฝาย&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ขอรับรอง&nbsp;มาตรฐานไหมสาวเลย&nbsp;ตรวจรับรอง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลากลางบ้าน&nbsp;บ.หัวฝาย&nbsp;ต.ปอแดง&nbsp;อ.ชนบท&nbsp;จ.ขอนแก่น&nbsp;ซึ่งในกระบวนการผลิตเส้นไหม&nbsp;สมาชิกทั้ง&nbsp;2&nbsp;กลุ่มนี้&nbsp;ได้รับไข่ไหมจาก&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มีการตรวจประเมินภายใน&nbsp;จากคณะกรรมการจัดการภายในกลุ่ม</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะผู้ตรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ</strong>&nbsp;ติดตามการผลิตและต่ออายุการรับรองของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านปอแดง&nbsp;ตำบลคึมชาด&nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&nbsp;GI&nbsp;มีสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ที่ผลิตเส้นไหม&nbsp;GI&nbsp;และเป็นกลุ่มที่ผลิตไข่ไหมชุมชน&nbsp;ผลิตไหมวัยอ่อน&nbsp;เพื่อให้จำหน่ายให้แก่สมาชิกและผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบริเวณใกล้เคียง&nbsp;นอกจากนี้มีเส้นไหมที่ทางสมาชิกกลุ่มได้คัดเลือกและผ่านมาตรฐาน&nbsp;โดยเป็นพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านที่เกษตรกรเลี้ยงและต่อพันธุ์เอง&nbsp;คือพันธุ์ทับทิมสยาม&nbsp;และนางน้อย&nbsp;ในขั้นตอนการรับรอง&nbsp;คณะผู้ตรวจรับรองฯ&nbsp;มีการตรวจสอบเอกสารการบันทึกของกลุ่มร่วมด้วย&nbsp;โดยมีเส้นไหมลืบที่กลุ่มเกษตรกรผลิต&nbsp;และสามารถเพิ่มมูลค่าให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;ด้วยการทำมาตรฐานให้ตรงตามความต้องการของตลาดและผู้ซื้อ&nbsp;พร้อมส่งจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309181247117"],
    [244,"ผู้ว่า นราธิวาสฯ เน้นย้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางการแก้ปัญหาสินค้าการเกษตรที่สำคัญของ จ.นราธิวาส 14 ชนิดสินค้า ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่","<p><strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมหลวงปริวรรตวรวิจิตร&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;นายสนั่น&nbsp;&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อทราบการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด,&nbsp;การขับเคลื่อนรายสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส,&nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี&nbsp;2560&nbsp;และแนวโน้มปี&nbsp;2565,&nbsp;การประเมินผลโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และเพื่อพิจารณาแผนปฏิบัติราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;,และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายเทิดศักดิ์&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม</p><p><strong>โดยที่ประชุมหน่วยงานต่างๆ&nbsp;มีการรายงานผลการขับเคลื่อนรายสินค้าเกษตรที่สำคัญ</strong>ของจังหวัดนราธิวาส&nbsp;รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น&nbsp;อาทิ&nbsp;สินค้ายางพารา&nbsp;สินค้าปาล์มน้ำมัน&nbsp;สินค้าข้าว&nbsp;สินค้ามะพร้าว&nbsp;สินค้าลองกอง&nbsp;สินค้าทุเรียน&nbsp;สินค้ามังคุด&nbsp;สินค้าเงาะ&nbsp;สินค้าหม่อนไหม&nbsp;สินค้าสมุนไพร&nbsp;สินค้าโคเนื้อ&nbsp;สินค้าแพะ&nbsp;สินค้าปลาพลวงชมพู&nbsp;และสินค้ากุ้งแวนนาไม&nbsp;</p><p><strong>ทางด้าน&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>สั่งการให้หน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของสินค้าการเกษตรต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะปัญหาโรคยางพารา&nbsp;ซึ่งพบว่าเกษตรกรในพื้นที่ยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรค&nbsp;จึงยังไม่สนใจในการควบคุม&nbsp;ป้องกันโรคในระยะยาว&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลงไปด้วย&nbsp;และยังเน้นย้ำอีกว่าปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาสินค้าการเกษตรต่างๆ&nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำนวัตกรรมต่างๆ&nbsp;มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และสอดคล้องกับพื้นที่&nbsp;นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309190044143"],
    [245,"ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ร่วมเป็นเกียรติในพิธีส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มเติมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านคลองแรด&nbsp;ต.คลองพน&nbsp;อ.คลองท่อม&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธรรมรักษ์&nbsp;จงรักษ์&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลคลองพน&nbsp;นายชำนาญ&nbsp;นุ่นดำ&nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;นายบุญส่ง&nbsp;นับทอง&nbsp;นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่&nbsp;นางชวนคะนึง&nbsp;จริจฉรียกุล&nbsp;เกษตรอำเภอคลองท่อม&nbsp;นายประภาส&nbsp;กาเยาว์&nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;นายประกอบ&nbsp;กาเยาว์&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรในโครงการ&nbsp;คูโบต้าร่วมมือ&nbsp;เกษตรร่วมใจ</strong>&nbsp;เนื่องด้วยบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;มีนโยบายตอบรับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&nbsp;(BOI)&nbsp;โดยมีการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อใช้พัฒนากลุ่ม&nbsp;และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;โดยได้ทำการส่งมอบไปแล้ว&nbsp;7&nbsp;1&nbsp;กลุ่ม&nbsp;และมีแผนส่งมอบทั้งหมดอีก&nbsp;50&nbsp;กลุ่มในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;นอกจากนี้ยังมีแผนส่งมอบเพิ่มอีกกว่า&nbsp;100&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;สำหรับวันนี้บริษัทสยามดูโบต้าฯ&nbsp;ร่วมกับคูโบต้ามิตรแท้กระบี่&nbsp;ภายใต้เครือคูโบต้ามิตรแท้&nbsp;จะมีการส่งมอบแทรกเตอร์&nbsp;L50&nbsp;18SP&nbsp;KIS&nbsp;บุ๋งกี๋&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง&nbsp;ผานพรวน&nbsp;จอบหมุน&nbsp;และเครื่อง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ตัดหญ้า&nbsp;จำนวน&nbsp;อย่างละ&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;ให้กับ&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณ</strong>&nbsp;ตัวแทนจากบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ได้มีการจัดโครงการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลสำหรับใช้ในงานเกษตรกรรม&nbsp;และยังได้กล่าวยินดีกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&nbsp;ที่ได้รับเครื่องจักรกลครั้งนี้&nbsp;พร้อมกับเน้นย้ำให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ขยายผล&nbsp;ต่อยอดการพัฒนาสู่พื้นที่อื่นๆ&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศษรฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินชีวิต</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</p><p>ปริญญา&nbsp;งอสอน&nbsp;/&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192730162"],
    [246,"เกษตรกรนครพนม รวมกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกมันฝรั่ง พืชใช้น้ำน้อย ทดแทนการทำนาปรัง","<p><strong>นายสุพรรณ&nbsp;ชานุชิต&nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;</strong>อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ภายหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่นิยมหันมาปลูกมันฝรั่งทดแทนการปลูกข้าวนาปรังเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เนื่องจากมันฝรั่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย&nbsp;และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย&nbsp;ส่วนตนและครอบครัวได้ปลูกมันฝรั่งมาได้ประมาณ&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;เพราะมองว่ามีรายได้สูงกว่าการทำนาปรัง&nbsp;ทั้งยังใช้น้ำน้อยกว่าและเหมาะกับพื้นที่&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากคลองส่งน้ำ&nbsp;ต่อมาชาวบ้านในละแวกนี้มีการปลูกมันฝรั่งเพิ่มขึ้น&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่งประมาณ&nbsp;70&nbsp;-&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งจากการลงทุน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;2&nbsp;หมื่นกว่าบาท&nbsp;เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว&nbsp;แต่ละคนจะมีกำไรประมาณ&nbsp;10,000&nbsp;บาท/ไร่&nbsp;ขึ้นไป&nbsp;ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่</p><p><strong>นายสุพรรณ&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>ขั้นตอนการปลูกนั้น&nbsp;ถือว่าไม่ยุ่งยาก&nbsp;เริ่มจากการไถดินยกร่องแปลงปลูก&nbsp;จากนั้นก็นำพันธุ์มันฝรั่งมาผ่าตรงกลางให้ได้ประมาณ&nbsp;8&nbsp;ชิ้น&nbsp;แล้วนำไปคลุกปูนขาวหรือผงปูนก่อสร้าง&nbsp;รอประมาณ&nbsp;1&nbsp;สัปดาห์ก็นำลงแปลงปลูก&nbsp;รดน้ำ&nbsp;พอต้นเริ่มโตก็ทำการกลบ&nbsp;ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาของแต่ละคน&nbsp;ส่วนระยะเวลาการปลูกจะอยู่ที่ประมาณ&nbsp;70&nbsp;วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว&nbsp;ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม<strong>&nbsp;</strong>และสำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&nbsp;ในการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&nbsp;ซึ่งมีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูกกว่า&nbsp;332&nbsp;ไร่&nbsp;และจำหน่ายให้กับบริษัทในราคาประกันจากโรงงานในราคา&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;11&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกมันฝรั่ง</strong>&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&nbsp;หรือโทร&nbsp;093-4606153</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309194309168"],
    [247,"เกษตรกรขอบคุณ รมว.เกษตรฯ-พาณิชย์ ไม่นำเข้าหมู ย้ำปล่อยกลไกตลาดทำงาน ช่วยสร้างเสถียรภาพหมูไทย","<p>นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยถึงกรณีที่ภาครัฐยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการเรื่องการนำเข้าสุกร จากแนวโน้มราคาสุกรยังคงเป็นราคาที่ผู้บริโภครับได้ สถานการณ์ราคาในขณะนี้เป็นไปตามกลไกตลาด มีอุปสงค์-อุปทานเป็นตัวกำหนด และราคาขายมีแนวโน้มต่ำลง ขณะเดียวกัน สมาคมผู้เลี้ยงทั่วประเทศได้ให้ความร่วมมือในการรักษาระดับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มโดยตลอด จึงยังไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องนำเข้า&nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ ยังคงยืนหยัดดูแลเกษตรกรไม่ให้เนื้อหมูนำเข้ามาทำลายเสถียรภาพของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของไทย</p><p><br></p><p>\"เกษตรกรผู้เลี้ยงทั้งหมดขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่เดินหน้านโยบายดูแลพี่น้องเกษตรกรคนเลี้ยงหมู โดยไม่เปิดนำเข้าหมู เข้ามาซ้ำเติมทุกข์ของพวกเรา แม้ว่าวันนี้ราคาหมูจะปรับตัวลดลง สวนทางกับภาระต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นที่ภาคผู้เลี้ยงต้องแบกรับ ตามสถานการณ์โลกที่มีผลต่อต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น ตามกลไกตลาดโลกจากวิกฤติยูเครน-รัสเซียก็ตาม แต่เรายังมีกำลังใจร่วมกันผลิตหมูปลอดภัยต่อไป ขอเพียงภาครัฐยึนเคียงข้างเกษตรกร ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี ดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้ราคาหมูเกิดเสถียรภาพ และเป็นแรงจูงใจอย่างดี ทำให้พี่น้องเกษตรกรรายย่อย-รายเล็ก หันกลับมาเลี้ยงหมู ทำให้มีปริมาณหมูในระบบมากขึ้น ตามเป้าหมายที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการผลักดัน\" นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าว</p><p><br></p><p>ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้เปิดเผยผลสำรวจจำนวนผู้เลี้ยงสุกรล่าสุดพบว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้น โดยฟาร์มไซส์ M มีผู้เลี้ยงเพิ่ม 963 ราย เพิ่มขึ้น 24.97% และไซส์ L เพิ่มขึ้น 651 ราย จากเดิมที่มี 241 ราย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้เลี้ยงยังคงต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ในการดูแลปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวขึ้นทุกชนิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสุกรได้ต่อไป</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309195808173"],
    [248,"สุพรรณบุรีจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สุพรรณบุรีรวมใจ ป้องกันแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p><strong>ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอด่านช้าง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;\"สุพรรณบุรีรวมใจ&nbsp;ป้องกันแก้ไขไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)\"&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;การจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อทำความเข้าใจ&nbsp;เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการหาสาเหตุการเกิดและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวป้องกันแก้ไขแก่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชน&nbsp;และเพื่อให้เกิดความร่วมมือตามแผนเผชิญเหตุไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ที่กำหนดของจังหวัด&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์&nbsp;ก็เป็นกิจกรรมที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;ที่มักต่อเนื่องจากการเผาที่โล่งได้&nbsp;จึงขอให้พวกเราทั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐและภาคประชาชนชาวสุพรรณ&nbsp;ได้ร่วมมือกันในการรณรงค์&nbsp;เผยแพร่&nbsp;และลงมือปฏิบัติ&nbsp;เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาและผลกระทบจากการเกิดไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก</p><p><strong>นางสาวปวีณา&nbsp;ทิพย์เสวต&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรีได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงภาคเอกชนคือโรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;จัดกิจกรรมสุพรรณบุรีรวมใจ&nbsp;ป้องกันไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจสาเหตุและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;งด/ลดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;การเผาป่า&nbsp;การเผาขยะ&nbsp;และการเผาวัชพืชข้างทาง&nbsp;รวมถึงลดฝุ่นละอองขนาดเล็กและปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ที่เกิดจากกิจกรรมการขนส่งและการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;กิจกรรมในวันนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การบรรยายและการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น&nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&nbsp;สมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&nbsp;(ทสม.)&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;แกนนำชุมชนและพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอด่านช้าง&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309213701208"],
    [249,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค11X-Ray โรงงานที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อักษร&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงานที่ดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก&nbsp;เพื่อตรวจสอบมาตรการป้องกันมลพิษจากการประกอบกิจการและมาตรการป้องกันอัคคีภัยตามนโยบายของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ในเขตอุสาหกรรมสุรนารี&nbsp;ตำบลหนองบัวศาลา&nbsp;และตำบลหนองระเวียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>1.&nbsp;โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก&nbsp;จากเมลามีน&nbsp;(Melamine)&nbsp;ประเภทของใช้ในครัวเรือน&nbsp;และชิ้นส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า&nbsp;เป็นต้น</p><p>2.&nbsp;โรงงานผลิตถุงปูน&nbsp;และถุงใหญ่บิ๊กแบ็ค(big&nbsp;bag&nbsp;)/&nbsp;ถุงอุตสาหกรรม&nbsp;จากพลาสติกพอลิโพรไพลีน&nbsp;Polypropylene&nbsp;(PP)</p><p><strong>ผลการตรวจสอบมาตรการป้องกันอัคคีภัยของสถานประกอบการพลาสติก&nbsp;พบว่า</strong>&nbsp;โรงงานมีมาตรการแนวทางในการป้องกันอัคคีภัยไว้เบื้องต้น&nbsp;และมีการติดตั้งป้ายมาตรการป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่จุดต่างๆ&nbsp;ภายในโรงงาน&nbsp;ทั้งนี้โรงงานดังกล่าว&nbsp;ไม่มีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก&nbsp;สำนักงานฯ&nbsp;ได้กำชับผู้ประกอบการให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังอัคคีภัย&nbsp;และฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309224107218"],
    [250,"ทสจ.สุพรรณบุรี จัดกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ ชิงเก็บ ลดเผา ลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p><strong>ที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลวังคัน&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรีร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและส่วนราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จัดกิจกรรมการจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;เพื่อเผยแพร่ความรู้และเทคนิค&nbsp;โดยการสาธิตและปฏิบัติจริงในการจัดทำแนวกันไฟให้กับสมาชิกเครือข่าย&nbsp;ทสม.,&nbsp;สมาชิกป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;การจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ&nbsp;ในบริเวณป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&nbsp;สืบเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชนขนาดใหญ่&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;2,593&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าห้วยขมิ้น&nbsp;ป่าพุน้ำร้อนและป้าหนองหญ้าไทร&nbsp;ท้องที่ตำบลวังคัน&nbsp;อำเภอด่านช้าง&nbsp;ป่าบริเวณนี้จะเกิดไฟป่าเป็นประจำทุกปี&nbsp;และอยู่ใกล้ชุมชน&nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องให้ความรู้ในการทำแนวกันไฟ&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมไฟป่า&nbsp;และส่งเสริมให้สมาชิกป่าชุมชนและเครือข่ายทสม.มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าชุมชน</p><p><strong>นายปรีชา&nbsp;ทองคำ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และไฟป่า&nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของฤดูหนาวไปถึงฤดูร้อนของทุกปี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้จัดกิจกรรมในวันนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุการเกิด&nbsp;และผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวป้องกัน&nbsp;แก้ไขแก่ทุกภาคส่วน&nbsp;และจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ณ&nbsp;ป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่แห่งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไฟป่า&nbsp;รักษาป่าชุมชนที่พี่น้องชุมชนบ้านทุ่งใหญ่ดูแลรักษามานับทศวรรษให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ตามเจตจำนงค์ของคณะกรรมการป่าชุมชน&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชน&nbsp;สามารถสร้างรายได้&nbsp;และเป็นมรดกให้ลูกหลานสืบไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309214126209"],
    [251,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11บูรณาการหน่วยงานร่วม  ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;304&nbsp;ป้อมสถานีตำรวจวังน้ำเขียว&nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;จำนวน&nbsp;83&nbsp;คัน&nbsp;</strong>พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;รถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;38&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,083&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;165&nbsp;คัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-09-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309224957219"],
    [252,"จ.นราธิวาส สรุปความเสียหายด้านการเกษตรหลังเกิดอุทกภัยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมขอให้ยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ (แบบ กษ.01) ภายในวันที่ 25 มีนาคม นี้","<p><strong>นายเทอดศักดิ์&nbsp;&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;23-27&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำ&nbsp;3&nbsp;สายหลักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&nbsp;ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำโก-ลก&nbsp;มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศเป็นเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;เหตุอุทกภัย&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;76&nbsp;ตำบล&nbsp;561&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;3&nbsp;เขตเทศบาล&nbsp;68&nbsp;ชุมชน&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มี.ค.65)</p><p><strong>สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้น&nbsp;</strong>ด้านการเกษตร&nbsp;ด้านพืช&nbsp;เกษตรกร&nbsp;28,829&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;10,861&nbsp;ไร่&nbsp;แยกเป็นนาข้าว&nbsp;4,662&nbsp;ไร่&nbsp;พืชไร่และพืชผัก&nbsp;1,623&nbsp;ไร่&nbsp;พืชสวนและอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;4,576&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ด้านประมง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;442&nbsp;ราย&nbsp;แยกเป็น&nbsp;ปลาในบ่อดิน&nbsp;กว่า&nbsp;168.464&nbsp;ไร่&nbsp;ปลาในกระชัง/บ่อซีเมนต์&nbsp;685.68&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;เกษตรกร&nbsp;44&nbsp;ราย&nbsp;โค&nbsp;43&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;แกะ&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;แพะ&nbsp;9&nbsp;ตัว&nbsp;ไก่&nbsp;166&nbsp;ตัว&nbsp;โดยทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</strong>ทางศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;ตามแบบ&nbsp;กษ.01&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;โทร.073-532744</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310090630244"],
    [253,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก ส่วนภาคใต้ฝนลดลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก&nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;ด้านภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;65&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ชุมพร&nbsp;30&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;29&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,715&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,670&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310093552255"],
    [254,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 16 พื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;16&nbsp;พื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีแนวโน้มค่าฝุ่นอาจสูงขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;16&nbsp;พื้นที่&nbsp;เช่น&nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&nbsp;ซอยลาดพร้าว&nbsp;95&nbsp;เขตวังทองหลาง&nbsp;,&nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&nbsp;เขตบางนา&nbsp;,&nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&nbsp;เขตภาษีเจริญ&nbsp;,&nbsp;แขวงคลองเตย&nbsp;เขตคลองเตย&nbsp;,&nbsp;ริมถนนกาญจนาภิเษก&nbsp;เขตบางขุนเทียน&nbsp;,&nbsp;ริมถนนดินแดง&nbsp;เขตดินแดง&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมนิ่ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310093830256"],
    [255,"ไปรษณีย์ตราด เปิดแผน ช่วยพี่น้องเกษตรกร รับส่งครบทุกมิติ เปิดฤดูกาลผลไม้เมืองตราด","<p><strong>นายเทิดศักดิ์&nbsp;ศรีวงษ์&nbsp;หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดตราด&nbsp;</strong>ได้เปิดเผยถึงนโยบาย&nbsp;ในการเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&nbsp;ในฤดูกาลผลไม้จังหวัดตราด&nbsp;ทำให้ระบบขนส่งสินค้า&nbsp;และเศรษฐกิจมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไปรษณีย์&nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยสร้างรายได้&nbsp;และสร้างความต่อเนื่องในการค้าขายให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;รวมทั้งผู้ใช้บริการทั่วประเทศ&nbsp;ล่าสุดได้มีการเตรียมความพร้อมระบบการขนส่ง&nbsp;ของทางไปรษณีย์&nbsp;เพื่อรองรับผลผลิตผลไม้&nbsp;การดูแลสินค้า&nbsp;มีการดำเนินการเบิกกล่องพลาสติก&nbsp;ป้องกันผลิตผล&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ลดแรงกระแทกระหว่างการขนส่ง&nbsp;ตลอดจนนโยบายที่ไปรับพัสดุถึงที่&nbsp;อำนวยความสะดวกและสนับสนุนผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และผู้ใช้บริการ&nbsp;ให้ขนส่งสิ่งของตรงไปสู่ผู้บริโภค&nbsp;และผู้รับปลายทางด้วยความต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ผู้ใช้บริการได้สัมผัสความสะดวกสบายและมีทางเลือกในการส่งของอย่างปลอดภัย&nbsp;ด้วยขั้นตอนการใช้บริการที่ไม่ยุ่งยาก&nbsp;และไม่ต้องเดินทางมาส่งสิ่งของด้วยตนเอง&nbsp;โดยขณะนี้บริการดังกล่าวครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;และถือเป็นบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;อย่างแท้จริง&nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันโควิด&nbsp;-19</p><p><strong>หัวหน้าไปรษณีย์&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ได้กล่าวเสริมอีกว่า</strong>&nbsp;ทางไปรษณีย์&nbsp;ทั้งต้นทาง&nbsp;ไปรษณีย์ตราด&nbsp;และปลายทาง&nbsp;ศูนย์ใหญ่ไปรษณีย์ศรีราชา&nbsp;ได้มีมาตรการพ่นฆ่าเชื้อ&nbsp;ตามแนวนโยบายของทางไปรษณีย์อย่างเข้มข้น&nbsp;และฝากถึงพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และผู้ที่ใช้บริการ&nbsp;ขอให้มั่นใจในบริการไปรษณีย์&nbsp;ที่มีต่อสินค้าหรือบริการ&nbsp;ให้ถึงปลายทาง&nbsp;ให้ตรงเวลาตามมาตรฐานที่ไปรษณีย์ไทยกำหนด&nbsp;แล้วถ้าเกิดความเสียหายทางไปรษณีย์ไทย&nbsp;มีความยินดีที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข&nbsp;ขอให้ผู้ใช้บริการมั่นใจ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310105511307"],
    [256,"วราวุธ กำชับเร่งแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันปีนี้อย่างเข้มข้น ทั้งภายในประเทศและหมอกควันข้ามแดน ภาพรวมปีนี้เกิดจุดความร้อนไปแล้วเกือบ 13,000 จุด","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับเร่งแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันปีนี้อย่างเข้มข้น&nbsp;ทั้งภายในประเทศและหมอกควันข้ามแดน&nbsp;ภาพรวมปีนี้เกิดจุดความร้อนไปแล้วเกือบ&nbsp;13,000&nbsp;จุด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์&nbsp;เฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคมว่า&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&nbsp;โดยให้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืชและกรมป่าไม้ดูแลในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์&nbsp;ด้วยการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคประสานจังหวัดดำเนินงานและให้จังหวัดกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด&nbsp;พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ภาพรวมจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;พื้นที่ภาคเหนือปีนี้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;3,717&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;5,316&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตรและที่อื่นๆ&nbsp;3,763&nbsp;จุด&nbsp;รวมแล้วกว่า&nbsp;12,796&nbsp;จุด&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ปี&nbsp;2563&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;8&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;พบปี&nbsp;2563&nbsp;เกิดจึดความร้อนขึ้น&nbsp;25,770&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เกิดจุดความร้อนขึ้น&nbsp;17,289&nbsp;จุด&nbsp;และปี&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนขึ้น&nbsp;3,717&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนการลดปริมาณเชื้อเพลิงด้วยวิธีชิงเก็บลดเผาปีนี้&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;กรมป่าไม้ได้ดำเนินการพื้นที่ชิงเก็บได้กว่า&nbsp;11,261&nbsp;ไร่&nbsp;จัดเก็บเชื้อเพลิงได้จำนวนปริมาณ&nbsp;708.24&nbsp;ตัน&nbsp;ด้านกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืชกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่&nbsp;โดยทุกหน่วยงานได้ปฏิบัติงานตามมาตรการอย่างเข้มข้นทั้งการเฝ้าระวัง&nbsp;การจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;การจัดชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าดับไฟ&nbsp;และการดูแลสุขภาพประชาชน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;การป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนปีนี้ตั้งแต่วันที่&nbsp;10&nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;พบเริ่มเกิดปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขงขึ้นและมีแนวโน้มส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;แล้วจะส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในอนาคตด้วย&nbsp;ทำให้&nbsp;คพ.ได้ประสานและรายงานสถานการณ์ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่มีผลกระทบต่อไทยไปยังสำนักเลขาธิการเซียน&nbsp;เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านลดการเผาในที่โล่งตามแบบฟอร์มของอาเซียน&nbsp;โดยได้รายงานและแจ้งปัญหาหมอกควันข้ามแดนไปแล้ว&nbsp;27&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งสำนักเลขาธิการอาเซียนได้ประสานแจ้งเวียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้ประเทศเพื่อนบ้านรับทราบแล้วเมื่อวันที่&nbsp;5&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถติดตามการรายงานคุณภาพอากาศ&nbsp;ได้ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310103258295"],
    [257,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้การเกิดพายุฤดูร้อนจะช่วยลดในบางจุดลงได้ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;แม้การเกิดพายุฤดูร้อนจะช่วยลดในบางจุดลงได้&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(9&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;262&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;79&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;63&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;61&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;39&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษณ์&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;30&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;นครพนม&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และแม่ฮ่องสอน&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจำนวนมากจากการเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังพบจุดความร้อนบ้างในพื้นที่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;2,039&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;827&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;820&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310115454327"],
    [258,"กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนกินมังคุดผลเล็กภาคตะวันออก รสเข้มสุดฟิน พอดีคำ ชี้ปี 65 ปัจจัยเอื้อรอบด้าน มังคุด 3 จังหวัดติดผลดี พร้อมจำหน่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากข้อมูลของคณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;คาดการณ์ว่า&nbsp;มังคุดภาคตะวันออกจะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณหนึ่งเท่าตัว&nbsp;เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ&nbsp;ที่เอื้ออำนวย&nbsp;เช่น&nbsp;สภาพอากาศที่หนาวเย็นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี&nbsp;2564&nbsp;จนถึงเดือนมกราคม&nbsp;2565&nbsp;ช่วยกระตุ้นการออกดอกได้ดี&nbsp;อีกทั้งเมื่อปีที่ผ่านมาต้นมังคุดไม่ติดผล&nbsp;จึงทำให้เกิดการพักต้น&nbsp;และสะสมอาหารอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดมาตรการตามนโยบายการบริหารจัดการผลไม้</strong>ของ&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&nbsp;หรือ&nbsp;Fruit&nbsp;Board&nbsp;เช่น&nbsp;จัดแคมเปญส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรภายในประเทศ&nbsp;Fresh&nbsp;Fruit&nbsp;From&nbsp;Farm&nbsp;การสนับสนุนให้เกษตรกรเน้นการจำหน่ายผลผลิตทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสาเหตุที่ทำให้มังคุดมีผลเล็กนั้น&nbsp;เกิดจากสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน&nbsp;</strong>ทำให้ผลมังคุดบางส่วนมีขนาดเล็กลง&nbsp;แต่ยืนยันว่ายังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน&nbsp;และยังมีรสชาติดีเยี่ยมเช่นเดิม&nbsp;อีกทั้งยังมีลักษณะเด่น&nbsp;คือ&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;รสเข้มข้นหวานนำเปรี้ยวตาม&nbsp;เนื้อสีขาวฟูมีความฉ่ำ&nbsp;ที่สำคัญสามารถรับประทานได้ง่าย&nbsp;เนื่องจากไม่มีเมล็ดโตให้ต้องคายทิ้ง&nbsp;สามารถเคี้ยวกลืนเนื้อได้ทั้งผล&nbsp;และจะทำให้มีปริมาณส่วนที่รับประทานได้มากขึ้นเมื่อเทียบปริมาณต่อกิโลกรัม&nbsp;ซึ่งผลการวิจัยพบว่า&nbsp;เนื้อมังคุด&nbsp;มีสารอาหารที่จำเป็น&nbsp;ทั้งวิตามินซี&nbsp;วิตามินอี&nbsp;วิตามินบีต่างๆ&nbsp;และมีแร่ธาตุที่จำเป็น&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเชิญชวนประชาชนสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดภาคตะวันออกได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p><strong>ส่วนสถานการณ์ผลผลิตมังคุดของภาคตะวันออก</strong>ได้แก่&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จันทบุรี&nbsp;และตราด&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;มีเนื้อที่ปลูกทั้งหมด&nbsp;192,670&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเป็นเนื้อที่ให้ผลแล้ว&nbsp;188,428&nbsp;ไร่&nbsp;ขณะที่ปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดมีประมาณ&nbsp;210,864&nbsp;ตัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ผลผลิตมังคุดจากทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนกรกฎาคม&nbsp;โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงที่มีผลผลิตมังคุดจาก&nbsp;3&nbsp;จังหวัดออกสู่ตลาดมากที่สุด</p><p><br></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310112251314"],
    [259,"ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ&nbsp;และกล่าวเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.บางดี&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;อีกทั้งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางเกษตรร่วมกัน&nbsp;สำหรับปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบางดี&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยบูรณาการจัดงานร่วมกับโครงการ&nbsp;หน่วยบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ของจังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยกิจกรรมในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการทางการเกษตร&nbsp;</strong>โดยบริการคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คลินิก&nbsp;จัดเป็นกลุ่มบริการด้านพืช&nbsp;กลุ่มบริการด้านปศุสัตว์&nbsp;กลุ่มบริการด้านประมง&nbsp;กลุ่มบริการด้านกฎหมาย&nbsp;และกลุ่มบริการด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร&nbsp;โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;หน่วยงาน<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;red;\">&nbsp;</span>และภายนอกจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลามาร่วมให้บริการเกษตรกร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;มีการนำผลผลิตทางการเกษตรของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ปลูกผักยกแคร่ในพื้นที่อำเภอห้วยยอด&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขันอำเภอนาโยง&nbsp;และกลุ่มข้าวเบายอดม่วงอำเภอนาโยงมาแสดงและจำหน่ายในบริเวณงานด้วย&nbsp;เกษตรกรที่มาร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;เป็นเกษตรกรในอำเภอห้วยยอดและใกล้เคียงเป้าหมาย&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310114545325"],
    [260,"จังหวัดสตูล พร้อมเดินหน้าตามกรอบการประเมินการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จังหวัด สะอาด ประจำปี พ.ศ. 2565 รอบคัดเลือก","<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&nbsp;ชั้น&nbsp;&nbsp;2&nbsp;เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ประเมินการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รอบคัดเลือก&nbsp;ตามเกณฑ์การประกวด&nbsp;7&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;2.การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ด้านการจัดการขยะต้นทาง&nbsp;,&nbsp;ด้านการจัดการขยะกลางทาง&nbsp;และด้านการจัดการขยะปลายทาง&nbsp;3.การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;4.การนำนวัตกรรมหรือกิจรรมริเริ่มสร้างสรรค์มาใช้ในการจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;5.การจัดการขยะอันตรายชุมชน&nbsp;6.การจัดการขยะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และ&nbsp;7.การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบร้อยของพื้นที่&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พร้อมกันนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;เสน่ห์ของจังหวัดสตูลอยู่ที่ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;จึงอยากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้มงวดกวดขันเรื่องนี้อย่างจริงจัง&nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการขับเคลื่อนจังหวัดสตูล&nbsp;\"วาระ&nbsp;5&nbsp;ส.&nbsp;เมืองสตูลน่าอยู่&nbsp;น่าเยือน&nbsp;อย่างยั่งยืน\"&nbsp;สตูล...สะอาด&nbsp;คือ&nbsp;การสร้างวินัย&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;การรักษาความสะอาด&nbsp;การคัดแยกขยะต้นทางและบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และนอกจากจะดำเนินการตามหลักวิชาการแล้วจะต้องปฏิบัติได้จริงด้วย&nbsp;โดยเฉพาะภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง&nbsp;42&nbsp;แห่ง&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดสตูลยังมีพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนของการจัดการขยะคือบริเวณพื้นที่เกาะต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;เกาะปูยู&nbsp;และเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ได้รับรางวัลการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด</strong>&nbsp;ประจำปี&nbsp;2563&nbsp;เป็นอันดับ&nbsp;1&nbsp;ของภาคใต้อีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310115929329"],
    [261,"จังหวัดตรัง  จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ&nbsp;และกล่าวเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.บางดี&nbsp;อ.ห้วยยอด&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&nbsp;อีกทั้งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางเกษตรร่วมกัน&nbsp;สำหรับปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กำหนด&nbsp;จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;จัดในวันพฤหัสบดีที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลบางดี&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยบูรณาการจัดงานร่วมกับโครงการ&nbsp;&nbsp;หน่วยบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;และการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;พอ.สว.ของจังหวัดตรัง&nbsp;โดยกิจกรรมในงาน&nbsp;ประกอบด้วยการให้บริการทางการเกษตร&nbsp;โดยบริการคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;คลินิก&nbsp;จัดเป็นกลุ่มบริการด้านพืช&nbsp;กลุ่มบริการด้านปศุสัตว์&nbsp;กลุ่มบริการด้านประมง&nbsp;กลุ่มบริการด้านกฎหมาย&nbsp;และกลุ่มบริการด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร&nbsp;โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตรัง&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;และภายนอกจังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง&nbsp;ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลามาร่วมให้บริการเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการนำผลผลิตทางการเกษตรของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;</strong>ปลูกผักยกแคร่ในพื้นที่อำเภอห้วยยอด&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขันอำเภอนาโยง&nbsp;และกลุ่มข้าวเบายอดม่วงอำเภอนาโยงมาแสดงและจำหน่ายในบริเวณงานด้วย&nbsp;เกษตรกรที่มาร่วมงานในครั้งนี้&nbsp;เป็นเกษตรกรในอำเภอห้วยยอดและใกล้เคียงเป้าหมาย&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310133726395"],
    [262,"กรมการข้าว จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวชายแดนใต้ ปี 65 แก้ปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายณัฎฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&nbsp;ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;การจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&nbsp;ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาการผลิตข้าวที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;รวมไปถึงการแสดงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมที่ให้ผลผลิตสูง&nbsp;การแสดงเทคโนโลยีการผลิตข้าว&nbsp;เครื่องจักรกลที่ใช้ในการลดต้นทุน&nbsp;การผลิตข้าว&nbsp;การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากข้าว&nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ผลิตข้าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่ผู้มาร่วมงาน&nbsp;อีกทั้งยังมีนิทรรศการจากหลายหน่วยงานและมีกิจกรรมต่างๆ&nbsp;มากมายที่เป็นประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงานในวันนี้</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับโครงการตำบลมั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;ยั่งยืน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหารของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนเกษตรกรผู้ทำนา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;กิจกรรมคือ&nbsp;กิจกรรมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310205153674"],
    [263,"กรมชลประทาน เดินหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</span>จังหวัด<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่กรมชลประทานได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)&nbsp;ก่อนที่จะดำเนินการสร้าง&nbsp;บริเวณตอนล่างของอ่างเก็บน้ำห้วยป่าเลา&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;อำเภอหัวหิน&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;มีแผนการดำเนินงาน&nbsp;7&nbsp;ปี&nbsp;(2560-2566)&nbsp;มีพื้นที่ชลประทาน&nbsp;6,490&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับราษฎรในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1,2,3,5,6&nbsp;และ&nbsp;8&nbsp;ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,095&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ประชากรประมาณ&nbsp;3,250&nbsp;คน&nbsp;รวมไปถึงครูและนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนเรศวรป่าละอู&nbsp;จะมีแหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ&nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างหลากหลายและยั่งยืน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมชลประทาน&nbsp;เร่งรัดติดตามงานก่อสร้าง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</span>จังหวัด<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็ว&nbsp;คาดปีหน้า(2566)&nbsp;จะดำเนินการแล้วเสร็จและเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&nbsp;65&nbsp;ภาพรวมการก่อสร้างถือว่าเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้&nbsp;ซึ่งในปีนี้&nbsp;ได้ปรับแผนการก่อสร้างให้สามารถเก็บกักน้ำได้&nbsp;แม้โครงการจะยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำทั้งอุปโภคบริโภคและการเกษตร&nbsp;โดยไม่กระทบกับการก่อสร้าง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204928672"],
    [264,"เกษตรอำเภอเมืองตรัง จัดกิจกรรมจัดทำ focus group เพื่อสรุปข้อมูลการประเมินสถานการณ์ผลผลิตในแปลงพยากรณ์ไม้ผลระดับอำเภอ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายศรายุทธ&nbsp;นวลเนาว์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดกิจกรรมจัดทำ&nbsp;focus&nbsp;group&nbsp;เพื่อสรุปข้อมูลการประเมินสถานการณ์ผลผลิตในแปลงพยากรณ์ไม้ผลระดับอำเภอครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;มีจุดประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์การออกดอกติดผล&nbsp;ของไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้(ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;ลองกอง)&nbsp;พร้อมทั้งจัดทำปฏิทินการผลิตสำหรับวางแผนบริหารจัดการไม้ผลเบื้องต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ยังได้มีการแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา</strong>&nbsp;โดยส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาเป็นพืชทุเรียน&nbsp;และปัญหาที่พบเป็นปัญหาเกี่ยวกับการผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;การระบาดของหนอนเจาะเมล็ด&nbsp;และหนอนเจาะผลทุเรียน&nbsp;&nbsp;ในการนี้สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังได้ให้คำแนะนำวิธีในการป้องกันกำจัดด้วยการใช้กับดักแสงไฟ&nbsp;(black&nbsp;light)&nbsp;เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถทำได้ไม่ยาก&nbsp;ประหยัด&nbsp;ไม่ใช้สารเคมี&nbsp;และยังให้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141622417"],
    [265,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ ตำบลโพรงจระเข้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเกษตรกรเข้ารับบริการจำนวน&nbsp;95&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี&nbsp;</strong>ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141928427"],
    [266,"เกษตรกรในพื้นที่ตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ปลูกมะนาวขาย  โดยในช่วงนี้ ผลผลิตทางการเกษตรขายได้ราคาที่สูงขึ้น","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดย&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวปราณี&nbsp;แข็งแรง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสาวบุหลัน&nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&nbsp;และ&nbsp;นางสาวศัลยา&nbsp;มานะกล้า&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว&nbsp;และปลูกผักในพื้นที่ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">1.&nbsp;นายจรัล&nbsp;บุญโยดม&nbsp;(สวนมะนาวโบวี่)&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ปลูกมะนาว&nbsp;หลากหลายพันธุ์&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;ปี&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;ประมาณ&nbsp;120&nbsp;ต้น&nbsp;โดยผลผลิตอยู่ที่&nbsp;20-50&nbsp;กิโลกรัม/วัน&nbsp;ช่วงนี้เก็บผลผลิตได้น้อยวันละ&nbsp;20&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ขายภายในพื้นที่ตำบลทุ่งยาว&nbsp;ได้ราคาสูงถึง&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;70&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">2.&nbsp;นายสมพร&nbsp;คงชู&nbsp;&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;บนเนื้อที่&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ปลูกมะนาว&nbsp;อายุ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ต้น&nbsp;และปลูกพืชผักตามฤดูกาล&nbsp;เช่น&nbsp;ผักคะน้า&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;กวางตุ้ง&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;กะเพรา&nbsp;โหระพา&nbsp;เช่น&nbsp;ยอดมะม่วงหิมพานต์&nbsp;ยอดใบหมุย&nbsp;มะตูมซาอุ&nbsp;ซึ่งทุกวันจะมีผลผลิตส่งขายแม่ค้าตลาดสดเทศบาลทุ่งยาว&nbsp;และร้านอาหารในพื้นที่&nbsp;ซึ่งในช่วงนี้&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรขายได้ราคาที่สูงขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของมะนาว&nbsp;เก็บผลผลิตได้วันละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จำหน่าย&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310143055436"],
    [267,"สำนักงานประมงจังหวัดเลย จัดโครงการเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำ สร้างแหล่งอาหารให้ประชาชน","<p><strong>นายวิทยา&nbsp;หันตุลา&nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสายัน&nbsp;อาสาวัง&nbsp;ประมงอำเภอวังสะพุง&nbsp;และนางสุพัตรา&nbsp;เงินลาด&nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&nbsp;ได้มอบพันธุ์ปลากินพืชและอาหารปลากินพืช&nbsp;2&nbsp;โครงการ</p><p><strong>โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ</strong>&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;บ้านห้วยไผ่&nbsp;หมู่&nbsp;12&nbsp;ต.อิปุ่ม&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;มอบพันธุ์ปลากินพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;รายละ&nbsp;1000&nbsp;ตัว&nbsp;อาหารปลากินพืชเล็ก&nbsp;โปรตีน&nbsp;18%&nbsp;รายละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย</p><p><strong>และโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)</strong>&nbsp;ต.กกสะทอน&nbsp;อ.ด่านซ้าย&nbsp;จ.เลย&nbsp;พันธุ์ปลากินพืช&nbsp;จำนวน&nbsp;รายละ&nbsp;1000&nbsp;ตัว&nbsp;อาหารปลากินพืชเล็ก&nbsp;โปรตีน&nbsp;18%&nbsp;รายละ&nbsp;10&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และติดตามให้คำแนะนำเกษตรกรในการเลี้ยงปลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310145017442"],
    [268,"เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตำบลบางสักให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี2565","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้นายปิยวุฒิ&nbsp;แดงเหมือน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ตำบลบางสัก&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาเอนกประสงค์วัดทุ่งโคกหิน&nbsp;หมู่ที่2&nbsp;ตำบลบางสัก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&nbsp;53&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง</strong>&nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆจากทางภาครัฐ&nbsp;สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310163037525"],
    [269,"จังหวัดตรัง  เดินหน้าตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอปะเหลียน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;เดินหน้าตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอปะเหลียน&nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&nbsp;</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&nbsp;สถานีตำรวจภูธรปะเหลียน&nbsp;และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&nbsp;เขต&nbsp;3-6&nbsp;กระบี่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;แห่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน</strong>&nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันจังหวัดตรังให้สามารถแข่งขันในตลาดได้&nbsp;และกำกับดูแลผู้ประกอบการลานเทให้ปฏิบัติตามประกาศจังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการลานเทแจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันต้องยืนยันแสดงตัวตน&nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&nbsp;เพื่อป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310161211494"],
    [270,"ปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด ตรวจประเมินฟาร์มไก่พื้นเมือง เพื่อยกระดับสู่ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม GOOD FARMING MANAGEMENT (GFM)","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&nbsp;</strong>ดำเนินการตรวจประเมินฟาร์มเกษตรกรรายย่อย&nbsp;เพื่อยกระดับให้เข้าสู่ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;GOOD&nbsp;FARMING&nbsp;MANAGEMENT&nbsp;(GFM)&nbsp;ชนิด&nbsp;ฟาร์มไก่พื้นเมือง&nbsp;ของเกษตรกรรายย่อย&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านลาด&nbsp;ซึ่งข้อดีของการเข้าสู่ระบบฟาร์ม&nbsp;GFM&nbsp;เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;ลดรายจ่ายและความสูญเสียจากการรักษาสัตว์ป่วย&nbsp;กรณีเกิดโรคระบาด&nbsp;ประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310151044456"],
    [271,"รองอธิบดี กสก. ตรวจเยี่ยมแปลงแตงโมอินทรีย์ ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร พร้อมใส่บล็อคแตงโมรูปหัวใจ","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่ท้องทุ่งกลุ่มแปลงใหญ่แตงโมอินทรีย์ตำบลลุมพุก</strong>&nbsp;บ้านเหล่าฝ้าย&nbsp;ตำบลลุมพุก&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกแตงโมอินทรีย์พร้อมสอบถามอุปสักปัญหาในการปลูกแตงโมอินทรีย์ตลอดจนความต้องการของกลุ่มฯที่ปลูกแตงโมอินทรีย์</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ยังได้ลงพื้นที่ไร่แตงโมอินทรีย์ดูผลผลิต</strong>และร่วมใส่บล็อครูปหัวใจให้กับแตงโมเมื่อแตงโมโตแล้วเต็มบล็อคก็จะกลายเป็นแตงโมรูปหัวใจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแตงโมซึ่งจำหน่ายที่ลูกละ&nbsp;399&nbsp;บาท&nbsp;แต่หากเป็นแตงโมอินทรีย์ลูกตามปกติทั่วไปจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;15&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีนายประยงค์&nbsp;พลขำ&nbsp;เกษตรจังหวัดยโสธร&nbsp;เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้วพร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ประธานแปลงใหญ่แตงโมอินทรีย์ตำบลลุมพุก&nbsp;พร้อมสมาชิกให้การต้อนรับและรายงานผลการผลิตปี&nbsp;2565&nbsp;ให้รับทราบในครั้งนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310153702467"],
    [272,"จังหวัดแพร่กำหนดลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เพื่อติดตามสนับสนุนในการคำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รับแจ้งจาก&nbsp;นายปรีชา&nbsp;โตมี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;ทางจังหวัดแพร่โดยนายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;กำหนดลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;ในวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30-16.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&nbsp;ตำบลเวียงต้า&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;ซึ่งจะมีหน่วยงานที่รับการตรวจติดตาม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่อำเภอลอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ลอง&nbsp;พื้นที่อำเภอวังชิ้นได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังชิ้น&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าแพร่&nbsp;และวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.30-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&nbsp;ตำบลสะเอียบ&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;หน่วยงานที่รับการตรวจติดตาม&nbsp;พื้นที่อำเภอสอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ยม&nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.2&nbsp;(แม่สอง)&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สอง&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เป็นการรับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค</strong>&nbsp;และมอบนโยบายในการปฏิบัติ&nbsp;มอบสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ของจังหวัดแพร่&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;หรือตัวชี้วัดของจังหวัดแพร่&nbsp;อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน&nbsp;สังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310154821471"],
    [273,"รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1 2565 หารือแนวทางการก่อตั้งโรงงานกำจัดขยะพื้นที่เกาะและพิจารณาผลการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จังหวัดสะอาด ประจำปี 2564 จังหวัดกระบี่","<p><strong>นายอนุวรรตน์&nbsp;โหมดพริ้ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดกระบี่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีรยุทธ&nbsp;กำศิริพิมาน&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;15&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;นายสาโรจน์&nbsp;ไชยมาตย์&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดกระบี่&nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการ&nbsp;มีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอ่าวลึก&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการประชุมในวันนี้&nbsp;ได้รับทราบและหารือแนวทาง</strong>ในการจัดตั้งโรงงานกำจัดขยะในกลุ่ม&nbsp;Cluster&nbsp;ที่&nbsp;2&nbsp;อำเภอเกาะลันตา&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งอำเภอเกาะลันตาได้จัดประชุมร่วมกับ&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อพิจารณาหาพื้นที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งโรงงานกำจัดขยะเรื่องการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;และกรมส่งเสริมท้องถิ่น&nbsp;โดยให้องค์กรส่วนท้องถิ่นดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่คนในชุมชนในมาตรการรณรงค์คัดแยกขยะ&nbsp;เก็บขยะ&nbsp;และกำจัดขยะ&nbsp;และมี&nbsp;รายงานผลการดำเนินงานการจัดทำถังขยะอินทรีย์หรือถังขยะเปียกครัวเรือน</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ที่ประชุมได้มีการพิจารณาผลการดำเนินงาน</strong>การจัดการขยะ&nbsp;มูลฝอย&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดทำเกณฑ์การประกวดจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รอบคัดเลือก&nbsp;โดยขอให้จังหวัดรวบรวมและจัดทำเอกสารผลการดำเนินงานการจัดการมูลฝอยชุมชนในปีงบประมาณพ.ศ.2564(ตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;-กันยายน&nbsp;2564&nbsp;)&nbsp;นำเสนอคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดให้ความเห็นชอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และมีการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565&nbsp;ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมประเมินผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;.และนำเสนอแผนงานเพื่อจัดทำมาตรการแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะเป้าหมาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&nbsp;ได้เน้นย้ำในเรื่องของ</strong>การบริหารจัดการขยะ&nbsp;ต้องมีการแก้ปัญหาขยะเก่า&nbsp;และรองรับการแก้ปัญหาขยะที่จะเกิดขึ้นใหม่&nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายของจังหวัดกระบี่ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกับกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการบริหารการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&nbsp;</p><p>ปานอุมา&nbsp;แหละยุหีม&nbsp;//&nbsp;ข่าว</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162732521"],
    [274,"วราวุธ ให้ทบทวนการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่เมาะ พร้อมย้ำ การศึกษาทางเลือกระหว่างการพัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชน ต.ปง จ.พะเยา ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์ลดกระทบระบบนิเวศ","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้ทบทวนการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่เมาะ&nbsp;พร้อมย้ำ&nbsp;การศึกษาทางเลือกระหว่างการพัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชน&nbsp;ต.ปง&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์ลดกระทบระบบนิเวศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ได้พิจารณาเกี่ยวกับการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติดอยภูนางบางส่วน&nbsp;เพื่อให้กรมชลประทานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมาะอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ต.ปง&nbsp;อ.ปง&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;จะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศ&nbsp;โดยเฉพาะถิ่นอาศัยของนกยูง&nbsp;ซึ่งนกยูงได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทั้งบริเวณลำห้วยหลัก&nbsp;คือ&nbsp;ห้วยแม่เมาะและลำห้วยสาขาที่มีน้ำไหลไม่ตลอดทั้งปีอยู่เป็นประจำจนมีความถี่การพบสูง&nbsp;แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศของลำห้วยมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของนกยูงบริเวณพื้นที่ที่เป็นอ่างเก็บน้ำดังกล่าว&nbsp;ทำให้ที่ประชุมได้มีมติ&nbsp;ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือกอื่นๆที่ดีที่สุด&nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้มีน้ำใช้สำหรับการเกษตรกว่า&nbsp;4,000&nbsp;ไร่&nbsp;แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้ศักยภาพของน้ำใต้ดิน&nbsp;จึงเน้นย้ำเป้าการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&nbsp;เป็นหลักแต่ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์เพื่อความยั่งยืนด้วยเช่นกัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ยังได้มีมติให้นำแผนการจัดการอุทยานแห่งชาติ&nbsp;หรือแผนการจัดการกลุ่มป่าเดิม&nbsp;หรือร่างแผนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ&nbsp;ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาตินำมาใช้ประกอบการพิจารณาการอนุญาตตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่าด้วยการอนุญาตให้กระทำการในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;วนอุทยาน&nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&nbsp;สวนรุกขชาติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;22&nbsp;วรรคสอง&nbsp;,&nbsp;มาตรา&nbsp;27&nbsp;วรรคสาม&nbsp;และมาตรา&nbsp;34&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;และ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่าด้วยการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;วนอุทยาน&nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&nbsp;สวนรุกขชาติ&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบตาม&nbsp;ข้อ&nbsp;7&nbsp;(5)&nbsp;ของระเบียบดังกล่าวได้&nbsp;ครอบคลุมถึงแผนงานหรือโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;สิ่งก่อสร้าง&nbsp;สาธารณูปโภคพื้นฐาน&nbsp;หรือเพื่อความมั่นคงทางพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพตามโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ที่ได้รับการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัย&nbsp;หรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;64&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.2562&nbsp;แล้วสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อ&nbsp;7(6)&nbsp;ของระเบียบดังกล่าวได้</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162835523"],
    [275,"กรรมาธิการ วุฒิสภา ติดตามและรับทราบปัญหาเกษตรแปลงใหญ่","<p><strong>คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่(ทุเรียน)&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาวสวนทุเรียนจันท์&nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการของเกษตรกร&nbsp;นำไปสู่การขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(&nbsp;10&nbsp;มี.ค.65&nbsp;)&nbsp;ที่&nbsp;อบต.ทุ่งเบญจา&nbsp;อ.ท่าใหม่&nbsp;</strong>คณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;นำโดยนายอุดม&nbsp;วรัญญรัฐหัวหน้าคณะได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;และโครงการกระจายน้ำ&nbsp;ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร&nbsp;รวมทั้งรับฟังปัญหา&nbsp;อุปสรรคของเกษตรกรโดยแบ่งการลงพื้นที่ออกเป็น&nbsp;2&nbsp;คณะ&nbsp;ที่&nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาวสวนทุเรียนจันท์&nbsp;บ้านเนินมะหาด&nbsp;ต.เขาบายศรี&nbsp;อ.ท่าใหม่&nbsp;นางจินตนา&nbsp;ชัยยวรรณการ&nbsp;รองโฆษกคณะกรรมาธิการฯ&nbsp;ร่วมประชุมรับทราบการพัฒนา&nbsp;ปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ทุเรียนแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อสรุปปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการของเกษตรกร&nbsp;นำไปสู่การขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร&nbsp;ซึ่งตัวแทนจากสมาคมและสมาพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร้องขอให้ภาครัฐไปขับเคลื่อนเรื่องของเงินทุนสำรองเพื่อให้ผู้ประกอบมีหมุนเวียนในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;เจรจากับประเทศจีนให้ผ่อนผันเรื่องมาตรการผ่านด่าน&nbsp;ขอให้เปิดให้เร็วขึ้น&nbsp;เนื่องจากผลผลิตทุเรียนจะออกมากในเดือน&nbsp;เม.ย.-มิ.ย.และเจรจาให้เปิดจุด&nbsp;One&nbsp;stop&nbsp;service&nbsp;ที่จันทบุรี&nbsp;และเปิดเส้นทาง&nbsp;Green&nbsp;Way&nbsp;เพื่อล้นระยะเวลาและไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต&nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะได้สรุปนำเข้าเสนอที่ประชุมใหญ่ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310164407540"],
    [276,"กรมปศุสัตว์ยืนยัน สนับสนุนให้มีการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">?นายสัตวแพทย์&nbsp;สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ตามที่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์มีข้อเสนอให้ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;โดยต้องซื้อข้าวโพดภายในประเทศ&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;ต่อการนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง&nbsp;2%&nbsp;และเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ&nbsp;WTO,&nbsp;AFTA&nbsp;ยกเลิกโควตา&nbsp;ภาษีและค่าธรรมเนียม&nbsp;ว่าเนื่องจากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก&nbsp;รวมถึงค่าบริหารจัดการและการขนส่งสูงขึ้น&nbsp;สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&nbsp;ของประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักของโลก&nbsp;ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน&nbsp;ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นแหล่งส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญต่อประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก&nbsp;โดยเฉพาะข้าวสาลีสำหรับเลี้ยงสัตว์&nbsp;ทำให้การส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์หยุดชะงักไป&nbsp;เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทำให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;นั้น</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมปศุสัตว์&nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านคุณภาพและมาตรฐานอาหารสัตว์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้มีความเห็นและมีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;และผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ที่มีมูลค่าสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&nbsp;จากสถานการณ์การขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้นของวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ซึ่งมีผลกระทบทั้งห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตั้งแต่เกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์&nbsp;ผู้เลี้ยงสัตว์และผู้บริโภค&nbsp;เนื่องจากอาหารสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญในภาคปศุสัตว์&nbsp;จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่รองรับสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;ดังนั้นต้องมีมาตรการในการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนซึ่งมีแหล่งที่มาจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในส่วนของข้อเสนอของผู้ประกอบการอาหารสัตว์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ที่ให้มีการยกเลิกเงื่อนไขการนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;การเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ&nbsp;WTO,&nbsp;AFTA&nbsp;ยกเลิกโควตา&nbsp;ภาษีและค่าธรรมเนียม&nbsp;นั้น&nbsp;เป็นอำนาจในการพิจารณาของกระทรวงพาณิชย์โดยตรง&nbsp;โดยกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านคุณภาพและมาตรฐานของอาหารสัตว์&nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2558</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204812671"],
    [277,"จ.แม่ฮ่องสอน เปิด 16 จุด รับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร ตามโครงการบริหารจัดการการตลาด พืชหัว ปี 2565 จังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>นางสาวยุพา&nbsp;นาคา&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;เกษตรกร&nbsp;อันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เรื่องราคากระเทียมสดคละ&nbsp;&nbsp;ทางการค้าปกติ&nbsp;(ครั้งที่&nbsp;1)&nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ตามที่&nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร</strong>อันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;&nbsp;(คพจ.)&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีมติในคราวประชุมครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;ได้เห็นชอบผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอนประกาศกำหนดจุดรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมที่อาจได้รับผลกระทบด้านราคา&nbsp;ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก&nbsp;และให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&nbsp;มีประสิทธิภาพ&nbsp;เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข&nbsp;และวิธีดำเนินโครงการฯ&nbsp;</p><p><strong>จึงประกาศราคากระเทียมสดคละ&nbsp;ทางการค้าปกติ</strong>&nbsp;เพื่อใช้ประกอบการกำหนดราคารับซื้อกระเทียมจากเกษตรกรของผู้เข้าร่วมโครงการฯในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;&nbsp;1.50&nbsp;บาท&nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>ราคากระเทียมสดคละทางการค้าปกติ&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;12.50&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ราคากระเทียมสดคละตามประกาศฯ</p><p>ใช้ประกอบการกำหนดราคารับซื้อกระเทียมสดจากเกษตรกรในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่&nbsp;10-13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310171839566"],
    [278,"ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ร้องราคาข้าวโพดพุ่งสูงกระทบทั้งระบบ เร่ง พาณิชย์ ใช้กลไกการตลาดบริหารราคาห่วงโซ่การผลิตอาหาร","<p>วงการผลิตอาหารสัตว์ ร้องกระทรวงพาณิชย์ ปลดล็อก มาตรการคุมราคาสินค้าตั้งต้นทางจนถึงปลายทาง ปล่อยราคาอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ให้เป็นไปตามกลไกตลาด หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบหนักทำวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ขาดแคลนและราคาสูงเป็นประวัติการณ์ หวั่นเกิดผลกระทบต่อห่วงโซ่ภาคการผลิตอาหารทั้งระบบและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ </p><p>&nbsp;</p><p><strong>รายงานข่าวจากวงการผู้ผลิตอาหารสัตว์</strong> กล่าวว่า วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของโลกเท่านั้น แต่ยังกระทบความมั่นคงทางอาหารของผู้บริโภคทั่วโลกด้วย เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ เป็นผู้ผลิตธัญพืชสำคัญของโลกทั้ง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ ส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้น 14% และข้าวสาลีพุ่งขึ้น 43% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2564 ในกรณีที่สงครามยืดเยื้อราคาจะปรับสูงขึ้นไม่หยุด และหากภาครัฐไม่มีมาตรการสนับสนุนภาคการผลิต จะเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและมีราคาสูงมาก และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน </p><p>&nbsp;</p><p>ขณะนี้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาข้าวโพดปรับตัวสูงขึ้นมากตามราคาตลาดโลก ขณะที่ราคาอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์เป็นสินค้าควบคุมราคาภายใต้มาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักเดือนธันวาคม 2564 เทียบกับเดือนมีนาคม 2565 ราคาข้าวโพดปรับเพิ่มจาก 10.05 บาท/กก. เป็น 12.65 บาท/กก. ข้าวสาลีนำเข้าจาก 8.91 บาท/กก. เป็น 12.75 บาท/กก. และกากถั่วเหลือจากเมล็ดนำเข้าเพิ่มจาก 19.50 บาท/กก. เป็น 22.50 บาท/กก. (เพิ่มขึ้น 15%) ในอนาคตอันใกล้หากอาหารสัตว์ไม่สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนการผลิต โรงงานอาหารสัตว์อาจตัดสินใจหยุดไลน์การผลิต ทำให้อาหารสัตว์ขาดแคลนและกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงแน่นอน รัฐบาลควรพิจารณามาตรการที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคากับทุกฝ่าย</p><p>&nbsp;</p><p>ล่าสุดบริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับซื้อข้าวโพดรายใหญ่ แจ้งปรับราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาสูงสุดที่ 12.65 บาท/กก. สำหรับข้าวโพดหลังนาต้นฤดู เพื่อสร้างหลักประกันในการส่งมอบวัตถุดิบให้กับลูกค้าและลดความเสี่ยงด้านราคาที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นอีกหากสงครามยืดเยื้อ</p><p>&nbsp;</p><p>ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมราคาขั้นต่ำ (Floor Price) เพื่อสนับสนุนเกษตรกรซึ่งเป็นภาคการผลิตต้นทาง โดยกำหนดราคาประกันขั้นต่ำเมล็ดข้าวโพดความชื้น 14.5% ที่ 8.50 บาท/กก. โดยจะจ่ายส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรเมื่อราคาตลาดต่ำกว่า 8.50 บาท/กก. ซึ่งราคาข้าวโพดสูงกว่าราคาประกันตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่มีการกำหนดเพดานราคา (Ceiling Price) ส่งผลกระทบอุตสาหกรรมการผลิตกลางน้ำอย่างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ต้องซื้อวัตถุดิบในราคาสูงแต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ต้องลดกำลังการผลิตลง ขณะที่ผู้เลี้ยงสัตว์ก็ไม่สามารถปรับราคาหน้าฟาร์มได้เช่นกัน </p><p>&nbsp;</p><p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการคุมราคาของภาครัฐกำลังทำลายคลังอาหารของประเทศ หากผู้ผลิตอาหารสัตว์หยุดไลน์การผลิต ผู้เลี้ยงลดปริมาณการเลี้ยง เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาขายได้ ห่วงโซ่การผลิตอาหารของประเทศจะหยุดชะงัก และสินค้ามีโอกาสหายไปจากตลาด ขณะที่ราคาถึงผู้บริโภคสูงมาก รัฐควรบริหารจัดการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและมีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์ แม้วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะเป็นแรงผลักดันต้นทุนการผลิตต่างๆ ทั้งน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์และอาหารพุ่งสูงขึ้น แต่รัฐบาลต้องบริหารจัดการทั้งซัพพลายและดีมานด์ให้เกิดความสมดุล โดยเฉพาะการใช้กลไกตลาดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องยกเลิกการแทรกแซงตลาดด้วยการคุมราคาหรือตรึงราคาสินค้า เพราะเป็นการทำร้ายภาคการผลิตในภาวะต้นทุนสูงขึ้นจากปัจจัยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310172221569"],
    [279,"เกษตรพังงาติดตามการจัดทำระบบการให้ปุ๋ยอัตโนมัติในสวนทุเรียน","<p><strong>เกษตรพังงาติดตามการดำเนินงานจัดทำระบบการให้ปุ๋ยอัตโนมัติ</strong>&nbsp;กิจกรรมจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;</p><p><strong>นายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;นำโดยนางสาววิไลวรรณ&nbsp;สีนา&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;ติดตามการดำเนินงานจัดทำระบบการให้ปุ๋ยอัตโนมัติ&nbsp;กิจกรรมจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน&nbsp;โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นแปลงการผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน&nbsp;เกิดเป็นแปลงเกษตรอัจฉริยะ&nbsp;สามารถเป็นสถานที่ศึกษาดูงานเพื่อขยายผลสู่แปลงสมาชิกภายในจังหวัดหรือจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอกะปง&nbsp;พิจารณาคัดเลือกแปลงทุเรียนของ&nbsp;นายฐิติกร&nbsp;เอี๋ยวสกุล&nbsp;เป็นจุดสาธิตและถ่ายทอดความรู้&nbsp;โดยการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดทำแปลงเรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่านา&nbsp;อำเภอกะปง&nbsp;จังหวัดพังงา</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310185648618"],
    [280,"เกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษาใหม่ เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว คาดสาเหตุเกิดจากอากาศร้อน","<p><strong>เกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษาใหม่&nbsp;เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว&nbsp;คาดสาเหตุเกิดจากอากาศร้อน&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อป้องกันเพลิงปะทุขึ้นอีก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ได้รับการประสานจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;หรือบ่อขยะแพรกษาใหม่&nbsp;บริเวณบ้านคลองหม้อแตก&nbsp;ม.5&nbsp;ต.แพรกษาใหม่&nbsp;อ.เมืองสมุทรปราการ&nbsp;จ.สมุทรปราการ&nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&nbsp;16.15&nbsp;น.&nbsp;ที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ&nbsp;320&nbsp;ไร่&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่&nbsp;UCER&nbsp;ของ&nbsp;คพ.ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจคุณภาพอากาศพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้และบริเวณพื้นที่ชุมชน&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหน่วยงานต่างๆเร่งดับเพลิงจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เวลาประมาณ&nbsp;17.10&nbsp;น.&nbsp;แต่ยังจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;เพื่อไม่ให้เพลิงไหม้ปะทุขึ้นอีก&nbsp;คาดการณ์สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากอากาศร้อนทำให้เกิดเพลิงไหม้&nbsp;โดยมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310192202631"],
    [281,"เกษตรกรขอรัฐเลิกตรึงราคา ปล่อยตามกลไก ให้คนเลี้ยงมีแรงสู้ต่อ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาคปศุสัตว์กำลังประสบปัญหาใหญ่ จากภาวะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ต้องแบกรับภาระนี้มาตลอดตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ที่ราคาธัญพืชทุกตัวปรับราคาต่อเนื่องมาตลอด จนถึงปัจจุบันมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 25-30% วันนี้สถานการณ์ย่ำแย่ลงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศ ทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ ปัจจัยภายนอก จากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก รวมถึงค่าบริหารจัดการและการขนส่ง โดยเฉพาะเมื่อสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ปะทุขึ้น สองประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชป้อนตลาดโลกทำสงครามกัน การส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ต้องหยุดชะงักไป เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทำให้มีราคาสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ส่วนปัจจัยภายใน เกิดจากนโยบายภาครัฐที่ขัดขวางการจัดหาซัพพลายวัตถุดิบป้อนภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยง อาทิ มาตรการ 3:1 ที่กำหนดให้ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ 3 ส่วนก่อน จึงจะนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนได้ และยังจำกัดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงภาระต้นทุนจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้าวัตถุดิบกากถั่วเหลืองในอัตรา 2%&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;การที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ พิจารณาการเปิดเสรีนำเข้าสาลี กากถั่วเหลือง ข้าวโพด ยกเลิกมาตรการ 3:1 ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง และให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO AFTA ตลอดจนยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียม ในปริมาณที่ขาดแคลนในปี 2565 เพื่อแก้ไขเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลน ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้านี้ จึงพอทำให้เกษตรกรได้ใจชื้นกันขึ้นมาบ้าง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;เหตุเพราะตั้งแต่เกิดวิกฤติยูเครนขึ้น ก็ผลักดันให้ราคาข้าวสาลีพุ่งสูงขึ้นไปเป็น 13.25 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว จากเมื่อปลายปี 2564 ราคาไม่ถึง 9 บาท และยังส่งผลต่อราคาพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นให้ขยับตามด้วย สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ไทย ราคา 13.05 บาทต่อกิโลกรัม เรียกว่าพุ่งทะยานสูงกว่าราคาตลาดโลกไปไกลและมีทีท่าขยับขึ้นต่อเนื่องอาจถึง 15 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก จากความต้องการใช้ข้าวโพดที่ 7.98 ล้านตัน แต่ตอนนี้มีผลผลิตที่ต้องการใช้อีกกว่า 3.18 ล้านตัน แต่ในประเทศหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว ส่วนจะหวังพึ่งพากากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า ราคาก็มหาโหดถึงกิโลกรัมละ 22.50 บาท และสำหรับวัตถุดิบทางเลือกทดแทนอื่นๆ ก็ต้องได้คุณภาพที่ดี มีคุณค่าอาหารเทียบเท่าและเป็นที่ยอมรับด้วยจึงจะนำใช้ได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภาระหนักอึ้งที่ต้องแบกรับยิ่งถูกซ้ำเติม เพราะอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ถูกจัดให้เป็นสินค้าควบคุมตามมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;หากอาหารสัตว์ยังปรับราคาตามต้นทุนไม่ได้ และยังมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาเช่นนี้ อาจกดดันให้โรงงานอาหารสัตว์ต้องหยุดการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดทุน แน่นอนว่าอาหารสัตว์ต้องขาดแคลน กระทบกับภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงทั้งหมดแน่&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;วันนี้ภาคผู้เลี้ยงสัตว์ที่จำต้องขายสินค้าในราคาที่ถูกควบคุมไว้ก็กำลังหมดแรงไปต่อ และยังต้องเจอกับปัญหาต้นทุนเช่นนี้ ก็เริ่มจะถอดใจหยุดเลี้ยงกันไปบ้างแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;ดังเช่นที่คุณฉวีวรรณ คำพา  นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลว่า ต้นทุนอาหารสัตว์ขยับขึ้นมานานแล้วร่วม 2 ปี&nbsp;ซ้ำต้องมาเจอกับวิกฤตสงครามยูเครน ก็ยิ่งกระทบเป็นทวีคูณ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าขนส่ง ค่าพลังงาน ค่าน้ำมันปรับขึ้นรายวัน ในขณะที่เกษตรกรไก่เนื้อขายสินค้าเริ่มไม่คุ้มทุนกันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาภาคปศุสัตว์ถือว่าเป็นเกษตรกรที่คุยง่าย กรมการค้าภายในขอความร่วมมือราคาอย่างไรก็ยอม แม้ถึงขนาดขายขาดทุนก็ยังเคยมีมาเสมอ จึงเป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจที่สุดของเกษตรกรไทย โดยปัจจุบันสถาบันการเงินประเมินว่ากลุ่มปศุสัตว์ไทย ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงมาก การจะปล่อยสินเชื่อให้นั้นยากเต็มที วันนี้ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เช่นการลดกำแพงภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์สามารถดำเนินการต่อไปได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่  ที่ให้ความเห็นว่า ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพงขึ้นมา 30-40% ตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม และสงครามก็ผลักดันให้ราคาสูงขึ้นไปอีก แถมยังทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศปรับแพงตามไปด้วย ตอนนี้เกษตรกรทุกคนต้องปรับตัว พึ่งพาตัวเอง ระมัดระวังการเลี้ยงให้มากขึ้น พยายามลดต้นทุนในทุกทาง สำคัญที่สุดคือ รัฐไม่ควรควบคุมราคาไข่ไก่ ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;การเลิกตรึงราคาและปล่อยกลไกตลาดให้สามรถทำงานได้อย่างเสรี ถือเป็นการช่วยเหลืออย่างดียิ่งสำหรับเกษตรกร ที่แม้มีต้นทุนสูงให้ต้องแบกรับ แต่หากสามารถขายสินค้าที่สะท้อนต้นทุนได้ ก็คงพอมีแรงผลิตสินค้าต่อ ไม่พากันถอดใจเลิกอาชีพไปกันหมด เรื่องนี้รอไม่ได้ ภาครัฐต้องเร่งตัดสินใจ และดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดก่อนจะสายและพังกันทั้งห่วงโซ่ อย่าปล่อยให้ภาคเกษตรต้องล้มทั้งกระดาน เพราะปัญหาจะตกหนักกับผู้บริโภคทั้งประเทศ</p><p>&nbsp;</p><p>เนื้อหาโดย : นายเกียรติ์ ศุภมาศ นักวิชาการ ด้านเกษตรปศุสัตว์</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310203025668"],
    [282,"ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ของบริเวณรอยรั่วเดิมด้วยเทปกาวพันท่อชนิดพิเศษ&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;</strong>มีคราบน้ำมันออกมาขนาด&nbsp;3&nbsp;?&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;ลักษณะเป็นฟิล์มบางใส&nbsp;เป็นบางช่วง&nbsp;โดยมีเรือสนับสนุนปฏิบัติการใต้น้ำในพื้นที่ใช้น้ำยาขจัดและตีกวนให้คราบน้ำมันจางลง&nbsp;ส่วนพื้นที่ใกล้ชายฝั่งอื่นๆ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;วันนี้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;จำนวน&nbsp;126&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ชายตารีสอร์ท&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</strong>บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมงจำนวน&nbsp;&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;สมาคมสุนทรภู่&nbsp;อำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;และเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;บริษัทร่วมกับ&nbsp;ศรชล.&nbsp;ปภ.&nbsp;คพ.&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ&nbsp;และ&nbsp;อบจ.&nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;บริเวณหาดหน้าบ้านสบ๊าย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;ส่วนกรณีพบก้อนคล้ายไขมันบริษัทได้นำไปตรวจแล้วพบว่ามีไขมันปนแต่ไม่ใช่ลักษณะคราบน้ำมันดิบ&nbsp;ส่วนชายหาดแม่รำพึงยังคงพบทาร์บอลเล็กน้อยบริษัทได้เก็บและทำความสะอาดตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;สํานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;13&nbsp;(ชลบุรี)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ดำเนินการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&nbsp;พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ค่าต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ส่วน&nbsp;สทช.1&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบก้อนคล้ายยางมะตอยที่ก้นอ่าวและผงสีดำคล้ายถ่านที่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล&nbsp;</strong>ได้ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;-&nbsp;ศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;15.30&nbsp;น.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-10-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311002808710"],
    [283,"ขับเคลื่อนระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรรายเล็กรายย่อย  พัฒนาฟาร์ม","<p><strong>นายสัตว์แพทย์&nbsp;บุญญกฤช&nbsp;ปิ่นประสงค์</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ช่วงที่ผ่านมา&nbsp;ฟาร์มสุกรของเกษตรกรรายเล็ก/รายย่อย&nbsp;เกิดโรค&nbsp;จนทำให้สุกร&nbsp;หรือหมูล้มตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;เพราะขาดการพัฒนาปศุสัตว์ฟาร์ม&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงมีนโยบายขับเคลื่อนระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;เป็นการทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม&nbsp;ถือเป็นพื้นฐานการพัฒนาฟาร์มให้มีมาตรฐาน&nbsp;มีการบริหารจัดการใน&nbsp;8&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การจัดพื้นที่เลี้ยงและโครงสร้าง&nbsp;การจัดการโรงเรือน&nbsp;เล้าและอุปกรณ์&nbsp;การจัดการยานพาหนะ&nbsp;การจัดการบุคคล&nbsp;การจัดการด้านสุขภาพ&nbsp;การจัดการอาหาร&nbsp;น้ำ&nbsp;และยาสัตว์&nbsp;การจัดการข้อมูลและการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;&nbsp;เชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้&nbsp;ส่งผลดีต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปขายยังต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;ช่วยสร้างรายได้&nbsp;สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดได้เกือบร้อยเปอร์เซนต์&nbsp;</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;กล่าวอีกกว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันกรมปศุสัตว์&nbsp;มีการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี่ยงสัตว์ที่เหมาะสมในปศุสัตว์&nbsp;10&nbsp;ชนิด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สัตว์ปีกพื้นเมือง&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;เป็ดเนื้อ&nbsp;เป็ดไข่&nbsp;โคนม&nbsp;โคเนื้อ&nbsp;กระบือ&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;และสุกร&nbsp;รวมทั้งยังมีมาตรการส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร&nbsp;การให้คำแนะนำด้านพืชอาหารสัตว์ต่างๆ&nbsp;รวมทั้งการประสานหาแหล่งทุนสนับสนุนการเลี้ยงสุกร&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจ&nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้&nbsp;</strong>จากเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือในเว็บไซต์ของกรมปศุสัตว์&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311101208742"],
    [284,"นายกรัฐมนตรี ห่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ ทำปุ๋ยและอาหารสัตว์ราคาแพง กำชับติดตามใกล้ชิด","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;ห่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่ได้ส่งผลต่อระบบการค้าโลกแล้ว&nbsp;โดยราคาน้ำมัน&nbsp;สินค้าโภคภัณฑ์และสินแร่ที่มีการซื้อขายระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว&nbsp;และหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ&nbsp;จะยิ่งทำให้การค้าโลกมีข้อจำกัดมากยิ่งขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;จะมีราคาเพิ่มขึ้นอีกเพราะรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;ไทยยังต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยจากต่างประเทศเป็นหลัก</strong>&nbsp;&nbsp;ประกอบกับราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการขนส่งสินค้าปรับเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพานิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งแก้ปัญหา&nbsp;ทั้งติดตามระดับราคาอาหารสัตว์และปุ๋ยให้ขึ้น-ลงสอดคล้องกับสัดส่วนต้นทุนที่แท้จริง&nbsp;ไม่ให้มีการกักตุน&nbsp;ฉวยโอกาสขึ้นราคา&nbsp;ขณะเดียวกันก็ให้เร่งกระจายการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์จากแหล่งนำเข้าอื่นๆ&nbsp;เพิ่มเติม&nbsp;รวมทั้งใช้มาตรการอื่นในการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหา&nbsp;ลดอุปสรรคการผลิต&nbsp;การนำเข้า&nbsp;เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและเกษตกรด้วย</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจาก&nbsp;45&nbsp;ประเทศ</strong>&nbsp;ปริมาณ&nbsp;5,520,883&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;&nbsp;70,103&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์&nbsp;เป็นสินค้าควบคุมตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;หากจะมีการปรับราคา&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะต้องพิจารณาคำร้องของผู้ประกอบการก่อน&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;กระทรวงพาณิชน์แจ้งว่า&nbsp;ยังไม่มีใครทำเรื่องขอปรับราคาอย่างเป็นทางการ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายกรัฐมนตรี</strong>&nbsp;ได้เตรียมมาตรการและแนวทางรับมือผลกระทบตั้งแต่มีความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ก่อนที่จะพัฒนาเป็นวิฤกตสงครามและนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาเป็นระยะ&nbsp;โดยอะไรที่อยู่ในอำนาจหรือกฎหมายที่รัฐบาลสามารถผ่อนผันได้&nbsp;ก็เร่งดำเนินการทันที&nbsp;เช่น&nbsp;กระทรวงการคลังใช้มาตรการทางภาษี&nbsp;ลดภาษีสรรพสามิต&nbsp;กระทรวงพลังงาน&nbsp;ดูแลราคาพลังงาน&nbsp;ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน&nbsp;30&nbsp;บาท/ลิตร&nbsp;กระทรวงพาณิชน์&nbsp;กำกับราคาเนี้อสัตว์และอาหาร&nbsp;สินค้าจำเป็น&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>หากภาวะสงครามยุติเร็ว</strong>&nbsp;คาดว่าราคาสินค้าและน้ำมันจะกลับเข้าสู่กลไกตลาด&nbsp;แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลก็ได้เตรียมมาตรการอื่นๆ&nbsp;ไว้แล้ว&nbsp;เพื่อบรรเทาภาระพี่น้องเกษตกร&nbsp;&nbsp;ผู้ประกอบการและประชาชนให้มากที่สุดด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311101610748"],
    [285,"เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ยิ้มออก หลังพาณิชย์ช่วยเจรจา","<p><strong>ที่ลานเอนกประสงค์หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลเด่นเหล็ก&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์</strong>&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่ทยอยขับรถไถที่บรรทุกหอมแดงมาส่งให้กับผู้รับซื้อ&nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับกรมการค้าภายใน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือประสานงานผู้รับซื้อเข้ามารับซื้อหอมแดงสดคละในราคานำตลาด&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท&nbsp;จากเดิมราคากิโลกรัม&nbsp;5-6&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของเกษตรกร&nbsp;โดยมีนายผล&nbsp;ดำธรรม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เป็นผู้ปล่อยรถช่วยเหลือเกษตรกรฯ</p><p>&nbsp;<strong>นางพิสมนต์&nbsp;มงคลเทพ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่ตำบลเด่นเหล็ก&nbsp;ประสบปัญหาเรื่องราคาจำหน่ายหอมแดง&nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกับราคาต้นทุนการผลิต&nbsp;จึงได้ประสานผู้รับซื้อเข้ามารับซื้อหอมแดงสดคละในพื้นที่เพื่อกระจายไปยังตลาดปลายทาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการรถ&nbsp;Mobile&nbsp;พาณิชย์ลดราคา&nbsp;ช่วยประชาชน&nbsp;สถานีบริการน้ำมันและอื่นๆ&nbsp;โดยรับซื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นเงินทั้งหมด&nbsp;102,000&nbsp;บาท&nbsp;และจะรับซื้อหอมแดงในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมดฤดูกาลผลิตในปีนี้</p><p><strong>จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่เพาะปลูกหอมแดง</strong>&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;จำนวน&nbsp;2,648&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตรวม&nbsp;6,090.40&nbsp;ตัน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ผลผลิตหอมแดง&nbsp;(ฤดูแล้ง)&nbsp;ออกสู่ตลาดมากในเดือนมีนาคม&nbsp;สิ้นสุดฤดูกาลต้นเดือนเมษายน&nbsp;ปลูกมากที่ตำบลเด่นเหล็ก&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&nbsp;อำเภอน้ำปาด&nbsp;จำนวน&nbsp;1,690&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตรวม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,887&nbsp;ตัน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102117753"],
    [286,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำตามแผนให้เพียงพอช่วงแล้งนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก&nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำตามแผนให้เพียงพอช่วงแล้งนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครนายก&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;32&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,591&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,555&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้&nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด&nbsp;อย่างกรมชลประทานปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;7&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;สำหรับช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;13&nbsp;มีนาคมปรับแผนฯในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;และแม่กลอง&nbsp;คือ&nbsp;ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;เขื่อนภูมิพลปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ</p><p>การซ่อมแซมฝายชั่วคราวกั้นแม่ปิง&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;และการขุดลอกบึงบอระเพ็ด&nbsp;จ.นครสวรรค์&nbsp;จากอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;15.89&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ลงเหลือวันละ&nbsp;14.00&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;5.50&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นวันละ&nbsp;12.00&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เพื่อส่งน้ำให้เขื่อนทดน้ำนเรศวรเตรียมส่งน้ำเข้าทุ่งรับน้ำบางระกำ&nbsp;,&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำ&nbsp;จากอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;3.02&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;3.87&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ลุ่มน้ำท่าจีน&nbsp;ควบคุมการรับน้ำเข้าคลองบึงจระเข้สามพันในอัตรา&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;45&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;โดยลำเลียงน้ำลงสู่&nbsp;ประตูระบายน้ำสองพี่น้องในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;40&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;พร้อมรับน้ำจากคลองท่าสารในอัตรา&nbsp;35&nbsp;-&nbsp;45&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ลำเลียงสู่แม่น้ำท่าจีน&nbsp;ผ่านประตูระบายน้ำบางปลา&nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;40&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;,&nbsp;เปิดรับน้ำผ่านคลองพระยาบันลือ&nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ลำเลียงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;โดยเปิดระบายน้ำที่สถานีสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&nbsp;ด้าน&nbsp;ลุ่มน้ำแม่กลอง&nbsp;ปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;ในอัตรารวมวันละ&nbsp;35&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เพื่อกำหนดการรับน้ำเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311094921738"],
    [287,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ยังสูงในระดับสีส้ม ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงแล้วทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ยังสูงในระดับสีส้ม&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงแล้วทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังมีสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;แต่วันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีแนวโน้มค่าฝุ่นอาจสูงขึ้นได้บางพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;12&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311101705751"],
    [288,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(10&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;268&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;76&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;51&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;32&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;47&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;26&nbsp;จุด&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวเบาบางอันเนื่องมาจากพายุฤดูร้อน&nbsp;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้พบมากถึง&nbsp;163&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมากและเหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือการท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;10,060&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;8,669&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,294&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;12&nbsp;วัน&nbsp;2,039&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;827&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;820&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102803761"],
    [289,"ผบ.มทบ.32 นำทีมลงพื้นที่สร้างการรับรู้และรับฟังข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;</strong>พร้อมด้วยจิตอาสา&nbsp;904&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&nbsp;,&nbsp;ผู้ช่วยสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท&nbsp;-&nbsp;ม่อนพระยาแช่&nbsp;,&nbsp;ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพบปะเพื่อสร้างการรับรู้และรับฟังข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;ที่บ้านต้นต้อง&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายนิยม&nbsp;คำปันบุตร&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นต้อง&nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&nbsp;จิตอาสาดับไฟป่า&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน&nbsp;</p><p><strong>โดยทุกหน่วยงานพร้อมสนับสนุนหากเกิดไฟป่าหรือสาธารณภัยต่างๆ</strong>&nbsp;อย่างเต็มกำลังความสามารถพร้อมกันนี้&nbsp;ได้มอบชุดเวชภัณฑ์ยาสามัญสำหรับจิตอาสาดับไฟป่าและเอกสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกิดความร่วมมือป้องกันไฟป่าหมอกควันในชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311104954766"],
    [290,"เทศบาลตำบลทับมา เดินหน้าโครงการชุมชนปลอดโฟมและถุงพลาสติก เติมความรู้ประชาชน ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร ตระหนักอันตรายต่อสุขภาพและผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้โฟมและถุงพลาสติก และการลด ละ เลิกใช้ภาชนะโฟมและถุงพลาสติก","<p><strong>ที่วัดทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการชุมชนปลอดโฟมและถุงพลาสติก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ&nbsp;โดยมีผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมอบรม&nbsp;ภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องผลกระทบของการใช้โฟมและถุงพลาสติก&nbsp;การลด&nbsp;ละเลิก&nbsp;ใช้โฟมและถุงพลาสติก&nbsp;ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ทางเลือก&nbsp;การคัดแยกขยะโฟมและถุงพลาสติกและการใช้ประโยชน์จากขยะโฟมและถุงพลาสติก&nbsp;รวมทั้งการเปิดจุดให้ประชาชนนำขยะรีไซเคิลมาและไข่ไก่ด้วย</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญ</strong>และตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก&nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก&nbsp;ระยะที่&nbsp;1&nbsp;(&nbsp;พ.ศ.2563-2565)&nbsp;ภายใต้&nbsp;Roadmap&nbsp;การจัดการขยะพลาสติก&nbsp;พ.ศ.2561-2573&nbsp;เพื่อเป็นกรอบแนวทางและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ&nbsp;อย่างบูรณาการตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต&nbsp;การจำหน่าย&nbsp;การบริโภคการจัดการ&nbsp;ณ&nbsp;ปลายทาง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแสดล้อม&nbsp;ทั้งทางบกและทะเลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ในการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งการอบรมดังกล่าว&nbsp;มุ่งให้ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;มีความรู้&nbsp;ความเข้าใจและตระหนักถึงอันตรายต่อสุขภาพและผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้โฟมและถุงพลาสติก&nbsp;รวมทั้งการเลือกใช้ภาชนะอื่นบรรจุอาหารแทนการใช้โฟมและถุงพลาสติก&nbsp;และคัดแยกพลาสติก&nbsp;เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311112355785"],
    [291,"จังหวัดลำพูน เตรียมวางแผนและการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เมื่อเกิดสถานการณ์ผลผลิตล้นตลาดและประสบภาวะราคาตกต่ำ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ชั้น&nbsp;4&nbsp;ห้องประชุมจามเทวี&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายภาษเดช&nbsp;หงส์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาเห็นชอบการเปิดบัญชีโครงการฯและพิจารณาการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สถานการณ์การผลิต&nbsp;การตลาดและสินค้าเกษตรที่สำคัญประกอบด้วย&nbsp;</strong>สถานการณ์กระเทียม&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม&nbsp;387&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;895&nbsp;ไร่&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&nbsp;507&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;36&nbsp;ผลผลิตที่คาดการณ์ไว้&nbsp;3,200&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&nbsp;1,213&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;27&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านสถานการณ์หอมแดง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;</strong>มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง&nbsp;344&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;943&nbsp;ไร่&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&nbsp;783&nbsp;ไร่&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;45&nbsp;ผลผลิตที่คาดการณ์ไว้&nbsp;3,800&nbsp;ตัน&nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&nbsp;2,242&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;37&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านสถานการณ์มะม่วง&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;9,132&nbsp;ครัวเรือน</strong>&nbsp;มีผลผลิตทั้งหมด&nbsp;101,625&nbsp;ตัน&nbsp;เนื้อที่ยืนต้น&nbsp;46,446&nbsp;ไร่&nbsp;และเนื้อที่ให้ผล&nbsp;42,457&nbsp;ไร่&nbsp;โดยแบ่งตามอำเภอ&nbsp;ได้ดังนี้&nbsp;1)&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;12,316&nbsp;ตัน&nbsp;2)&nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;74,713&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;3)&nbsp;อำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;6,291&nbsp;ตัน&nbsp;4)อำเภอบ้านธิ&nbsp;3,074&nbsp;ตัน&nbsp;5)&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;2,318&nbsp;ตัน&nbsp;6)&nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;1,630&nbsp;ตัน&nbsp;7)&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;975&nbsp;ตัน&nbsp;และ&nbsp;8)&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;307&nbsp;ตัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านสถานการณ์ลำไย&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2565&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;54,535&nbsp;ราย</strong>&nbsp;เนื้อที่ยืนต้น&nbsp;367,943&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;1.53&nbsp;เนื้อที่ให้ผล&nbsp;346,393&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มขึ้น&nbsp;ร้อยละ&nbsp;5.9&nbsp;คาดการณ์ปริมาณผลผลิตรวม&nbsp;393,005&nbsp;ตัน&nbsp;แบ่งได้ดังนี้&nbsp;ลำไยในฤดู&nbsp;:&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณช่วงปลายเดือนมิถุนายน&nbsp;-&nbsp;เดือนกันยายนและออกมากช่วงเดือน&nbsp;กรกฎาคม-สิงหาคม&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;40,238&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิต&nbsp;255,273&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;10.68&nbsp;ลำไยนอกฤดู:&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมและช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม&nbsp;จำนวนเกษตรกร&nbsp;17,350&nbsp;ราย&nbsp;ผลผลิต&nbsp;137,732&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;21.64</p><p><strong>สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย</strong>&nbsp;การพิจารณาเรื่อง&nbsp;การเปิดบัญชีเงินฝาก&nbsp;ประเภทออมทรัพย์&nbsp;ธนาคารกรุงไทย&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ชื่อบัญชีกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โครงการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(เงินจ่ายขาด)&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;,&nbsp;การพิจารณาเรื่องของกำหนดหลักเกณฑ์&nbsp;เงื่อนไขและวิธี&nbsp;การดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอนกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;การพิจารณาการดำเนินโครงการกระจายกระเทียมออกนอนกแหล่งผลิต&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;การขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เพื่อดำเนินโครงการขยายช่องทางการตลาดลำไยสด(รูดร่วง)&nbsp;เข้าสู้โรงงานแปรรูปจังหวัดลำพูน&nbsp;ปี2565,&nbsp;การขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิตจังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565,&nbsp;การขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอนแหล่งผลิตจังหวัดลำพูน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311114043794"],
    [292,"ทส. ร่วมกับ SCG ลำปาง เร่งหาแนวทางลดการเผาในที่โล่งด้วยการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นมูลค่า","<p><strong>นายระพีศักดิ์&nbsp;มาลัยรุ่งสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;การลงพื้นที่จังหวัดลำปางของ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;(สาขาลำปาง)&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;ได้เข้าหารือแนวทางการดำเนินงานการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโครงการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปูนซิเมนต์ไทย&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;จำกัด&nbsp;(SCG)&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายสุรชัย&nbsp;นิ่มละออ&nbsp;Managing&nbsp;Director&nbsp;Mainland&nbsp;and&nbsp;Border&nbsp;Market&nbsp;บริษัทปูนซิเมนต์ไทย&nbsp;(ลำปาง)&nbsp;จำกัด&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>การหารือประกอบด้วยประเด็น&nbsp;</strong>การนำวัสดุเชื้อเพลิงไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซิเมนต์&nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เชื้อเพลิงทดแทน&nbsp;23.6%&nbsp;คิดเป็นประมาณ&nbsp;500&nbsp;ตัน/วัน&nbsp;และมีเป้าหมาย&nbsp;100%&nbsp;ในปี&nbsp;2026,&nbsp;การประเมิน&nbsp;supply&nbsp;chain&nbsp;ของวัสดุทดแทนเชื้อเพลิง&nbsp;เช่น&nbsp;เศษใบไม้&nbsp;วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร,&nbsp;รวมทั้งประเด็นความคุ้มทุนในการขนส่งและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการอัดก้อนเชื้อเพลิง&nbsp;โดยมีการสาธิตการอัดก้อนใบไม้จากเครื่องอัดใบไม้ที่&nbsp;SCG&nbsp;พัฒนาขึ้น&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นควรเร่งนำโมเดลพื้นที่ต้นแบบมาขยายผล&nbsp;และจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;และ&nbsp;SCG&nbsp;เพื่อลดมลพิษทางอากาศจากการเผาในที่โล่ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311114504796"],
    [293,"ผู้ว่าสุพรรณบุรี เปิดโครงการ \"กระเสียวปันน้ำใช้ ร่วมใจประชารัฐ\"","<p><strong>จากปัญหาภัยแล้ง&nbsp;น้ำไม่พอใช้ในช่วงหน้าแล้ง</strong>&nbsp;เป็นอีกหนึ่งภัยที่&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ต้องประสบปัญหามาตลอด&nbsp;รวมถึงที่&nbsp;ต.หนองมะค่าโมง&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;จ.สุพรรณบุรี&nbsp;ซึ่งทางกรมชลประทาน&nbsp;ได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;ก่อสร้างโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านทุ่งดินดำ&nbsp;พร้อมเดินระบบส่งน้ำงบประมาณจำนวน&nbsp;70&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผ่านระบบท่อใต้ดินสายหลัก&nbsp;เพื่อนำน้ำลงลำห้วยขจี&nbsp;โดยมีการกำหนดพื้นที่รับโดยทำการสูบน้ำจากเขื่อนกระเสียว&nbsp;ผ่านระบบชลประทาน&nbsp;ซึ่งจะมีพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;ได้รับประโยชน์โครงการทั้งหมด&nbsp;7,142&nbsp;ไร่&nbsp;แต่โครงการดังกล่าวฯ&nbsp;ยังคงเหลือระยะทางอีก&nbsp;1.4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งมีลักษณะตื้นเขิน&nbsp;น้ำไม่สามารถไหลลงลำห้วยขจี&nbsp;ทำให้พื้นที่ดังกล่าวอีกกว่า&nbsp;1พันไร่&nbsp;ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้&nbsp;</p><p><strong>ทางผู้นำชุมชนกำนัน&nbsp;นายก&nbsp;อบต.&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน</strong>&nbsp;และภาคส่วนเอกชน&nbsp;กลุ่มบริหารกลุ่มผู้ใช้น้ำลำห้วยขจี&nbsp;จึงได้ร่วมมือกันผลักดันให้มีการขุดลอกลำห้วยดังกล่าวขึ้น&nbsp;ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำชุมชน&nbsp;และเกษตรกรผู้ใช้น้ำจัดทำโครงการ&nbsp;\"กระเสียวปันน้ำใช้&nbsp;ร่วมใจประชารัฐ\"&nbsp;เพื่อพัฒนาลำห้วยขจี&nbsp;(ขุดลอกลำห้วยขจี)&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ในตำบลด่านช้างและตำบลหนองมะค่าโมง&nbsp;โดยได้รับความ&nbsp;อนุเคราะห์&nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&nbsp;สำหรับการขุดลอกลำห้วยขจี&nbsp;จาก&nbsp;บริษัท&nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผล&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;252,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผวจ.สุพรรณบุรี&nbsp;,&nbsp;นายสิทธิศักดิ์&nbsp;แย้มพรายภิรมย์&nbsp;นอภ.ด่านช้าง&nbsp;,&nbsp;กำนายธนพงศ์&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;กำนันตำบลหนองมะค่าโมง&nbsp;ร่วมกับเปิดงาน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งหลังจากมีการตัดริ้นบิ้นเปิดโครงการแล้ว&nbsp;</strong>&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;ได้กระโดดขึ้นขับรถแบคโฮ&nbsp;ทดลองขับใช้บุ้งกี๊&nbsp;ตักโกยดินเพื่อเปิดปฐมฤกษ์โครงการ&nbsp;ซึ่งทางด้านผู้ว่าบอกนับเป็นครั้งแรก&nbsp;ในการเปิดงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดต้องขับรถแบคโฮเลยทีเดียว&nbsp;แม้จะไม่เคยขับ&nbsp;แต่เครื่องก็เบาดี&nbsp;งงๆ&nbsp;มีคันบังคับ&nbsp;2&nbsp;ฝั่ง&nbsp;ถ้าขับบ่อยๆ&nbsp;คงชำนาญ&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายธนพงศ์&nbsp;จันทร์สุวรรณ&nbsp;กำนันตำบลหนองมะค่าโมง&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;ตั้งแต่มีเขื่อนกระเสียวมา&nbsp;47-48&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้าน&nbsp;ต.หนองมะค่าโมง&nbsp;มีหน้าที่เพียงคอยเฝ้าน้ำ&nbsp;แต่น้ำไม่เคยได้ผ่านขึ้นมาให้ใช้เลย&nbsp;ความฝันตั้งแต่วัยเด็กตนฝันว่าเมื่อไหร่จะมีคลองผ่านบ้าน&nbsp;จะได้เล่นน้ำ&nbsp;ซึ่งตอนนั้นจะเล่นน้ำต้องไปที่เขื่อนกระเสียว&nbsp;จนวันนี้&nbsp;วันที่ตนเริ่มเติบโต&nbsp;ในฐานะกำนัน&nbsp;จึงพยายามผลักดัน&nbsp;การร่วมมือของภาคส่วนในการขุดลอกคลอกผ่านพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้&nbsp;หลังจากที่เฝ้ามานาน&nbsp;ในไม่ช้านี้เราจะได้มีน้ำใช้กันเสียที&nbsp;หวังว่าพืชผล&nbsp;ทางเกษตรกร&nbsp;จะได้ผมดี&nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้มากขึ้น&nbsp;คุณภาพชีวิตจะได้ดีขึ้นไปอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311115734811"],
    [294,"รองผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนภายใต้กองทุนหมุนเวียน เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนจังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสวนหมอกคำรีสอร์ท&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มอบหมายให้นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;ระเบียบหลักเกณฑ์&nbsp;และวิธีการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;ภายใต้กองทุนหมุนเวียน&nbsp;เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ&nbsp;ครั้งนี้ขึ้น</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้และฝึกปฏิบัติจริง&nbsp;</strong>ตามบทบาทภารกิจการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนด้านหนี้สินและที่ดิน&nbsp;ตามระเบียบกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และเพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมเกษตรกรและผู้ยากจนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311121554828"],
    [295,"กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ปัจจุบัน&nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&nbsp;รวมกันทั้งสิ้น&nbsp;50,418&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;66&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;รวมกัน&nbsp;ส่วนผลการทำนาปรังในช่วงแล้งปี&nbsp;2564/65&nbsp;ทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า&nbsp;7&nbsp;ล้านไร่&nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&nbsp;ติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.)&nbsp;อย่างใกล้ชิด&nbsp;นำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีตและสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;โดยเน้นย้ำน้ำเพื่อการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ต้องไม่ขาดแคลน&nbsp;ระบบนิเวศน์เกิดความสมดุล&nbsp;รวมไปถึงคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;และเพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน&nbsp;ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนและเกษตรกรในแต่พื้นที่&nbsp;ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;อย่างไรก็ตามขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&nbsp;เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อทุกกิจกรรมไปตลอดแล้งนี้</p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311155024955"],
    [296,"คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เห็นชอบร่างมาตรการรับมือฤดูฝนปี 65 จำนวน 13 มาตรการ","<p><strong>คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;เห็นชอบร่างมาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;มาตรการ&nbsp;พร้อมเห็นชอบปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบต่อร่างมาตรการรับมือฤดูฝนปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;มาตรการ&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนให้เร็วขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ&nbsp;//&nbsp;การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก&nbsp;//&nbsp;ทบทวน&nbsp;ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง&nbsp;และเขื่อนระบายน้ำ&nbsp;//&nbsp;ซ่อมแซม&nbsp;ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&nbsp;และระบบระบายน้ำสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน&nbsp;//&nbsp;ปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;//&nbsp;ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา&nbsp;//&nbsp;เตรียมพร้อมและวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ&nbsp;ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ&nbsp;//&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ&nbsp;//&nbsp;ตรวจความมั่นคงปลอดภัยคัน&nbsp;ทำนบ&nbsp;และพนังกั้นน้ำ&nbsp;//&nbsp;จัดเตรียมพื้นที่อพยพและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&nbsp;//&nbsp;ตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย&nbsp;//&nbsp;การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;เป็นหน่วยงานบูรณาการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้และเก็บกักน้ำเพื่อหน้าแล้งปีนี้ต่อเนื่องปีหน้าเสนอ&nbsp;กนช.&nbsp;และคณะรัฐมนตรีเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้นำงานวิจัยการกำจัดผักตบชวาโดยใช้จุลินทรีย์ชีวภาพจากสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสัตว์น้ำของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อนำมาทดลองปฏิบัติงานจริงช่วงฤดูฝนนี้&nbsp;ควบคู่กับการใช้เครื่องจักรกลกำจัดผักตบชวาให้สามารถกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำได้ยั่งยืน&nbsp;โดยกำหนดพื้นที่สำหรับทดลองตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้สารสกัดสมุนไพรกำจัดผักตบชวา&nbsp;แล้วให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;กรมเจ้าท่า&nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;(อบจ.)&nbsp;ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับปรับปรุงที่ได้ทบทวนและปรับขั้นตอนของปฏิทิน&nbsp;และปรับเปลี่ยนช่วงเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งช่วงหน้าแล้ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;และฤดูฝน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;ตุลาคม&nbsp;แล้วเสนอตให้&nbsp;กนช.&nbsp;พิจารณาวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;พร้อมให้&nbsp;สทนช.&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนและหน้าแล้งอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ด้วย</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311132020867"],
    [297,"ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 1/2565","<p><strong>ที่ห้องประชุมบัวหลวง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&nbsp;</strong>&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;โอสถธนากร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพงศธร&nbsp;กาญจนะจิตรา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&nbsp;และคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดปทุมธานี&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>เรื่องแจ้งที่ประชุมทราบ&nbsp;</strong>ข้อมูลการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย&nbsp;(Clusters)&nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ด้วยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;6&nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปทุมธานีและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสอบสอบประเมินผลการจัดในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและให้ข้อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาผลการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;จังหวัดปทุมธานี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2564</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ปทุมธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311143551897"],
    [298,"ทหารพราน ฉก.ทพ.36 ร่วมรณรงค์ทำแนวป้องกันไฟป่าหมอกควันและดับไฟป่าข้างถนน","<p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.กำลังพลหน่วย&nbsp;ฉก.ทพ.36&nbsp;</strong>นำโดยร้อยเอก&nbsp;บรรจง&nbsp;อัมพุธ&nbsp;ผู้ช่วยนายทหาร&nbsp;ฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;จัดกำลังพลทำกิจกรรมโดยประชาสัมพันธ์&nbsp;รณรงค์การแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;21&nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ปกครองของนักเรียน&nbsp;และให้คำแนะนำในการทำแนวป้องกันไฟป่า&nbsp;การเตรียมอุปกรณ์ในการดับไฟป่าเมื่อเกิดเหตุ&nbsp;ชี้แจงห้วงการห้ามเผาโดยเด็ดขาดตามประกาศของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;21&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลแม่ลาน้อย&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;500&nbsp;คน</p><p><strong>วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภาคบ่าย&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;(&nbsp;ฉก.ทพ.36)&nbsp;</strong>นำโดยร้อยเอก&nbsp;บรรจง&nbsp;อัมพุธ&nbsp;ผู้ช่วยนายทหาร&nbsp;ฝ่ายกิจการพลเรือน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;จัดกำลังพล&nbsp;11&nbsp;นาย&nbsp;ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า&nbsp;ดำเนินการดับไฟป่าข้างถนนระยะทางประมาณ&nbsp;1&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และทำแนวกันไฟ&nbsp;เพื่อป้องกันไฟและสามารถควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎร&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;108&nbsp;ตำบลบ้านกาศ&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311143611898"],
    [299,"ติวเข้มเกษตรกรปลอดการเผา ผ่านโรงเรียนเกษตรทางไกล","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ด้วยปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เป็นประจำทุกปี&nbsp;โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทานภาคกลาง&nbsp;อันเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควร&nbsp;อีกทั้งรัฐบาลได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างสมดุลมากขึ้น&nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;จึงจัดทำโครงการโรงเรียนเกษตรทางไกล&nbsp;หลักสูตร&nbsp;เกษตรกรปลอดการเผาขึ้น&nbsp;เพื่อส่งเสริมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสมาชิกของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดชัยนาท&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรที่มีจุดความร้อน&nbsp;หรือ&nbsp;Hot&nbsp;Spot&nbsp;สูง&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการไม่เผาในพื้นที่เกษตร&nbsp;รวมถึงสร้างการรับรู้การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่อื่นและประชาชนทั่วไปที่สนใจ&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมเรียนหลักสูตร&nbsp;&nbsp;เกษตรกรปลอดการเผา&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311151008919"],
    [300,"จ.สุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 22565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมตาปี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;คล้ายอุดม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;เพื่อพิจารณาโครงการ&nbsp;สังกะจาย&nbsp;(วิลล่า&nbsp;5&nbsp;ซามูจาน่า)&nbsp;(เปลี่ยนการใช้อาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;สังกะจาย&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ่อผุด&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;มีจำนวนห้องพัก&nbsp;ห้อง&nbsp;</p><p>โดยมอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;ทรัพย์ปัญญา&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น&nbsp;มาเพื่อให้คณะกรรมการฯ&nbsp;พิจารณาตามระเบียบ&nbsp;สผ.&nbsp;โดยได้ลงตรวจพื้นที่โครงการแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับหนังสือแจ้งความเห็นเบื้องต้น&nbsp;จาก&nbsp;สผ.&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;โดยจะครบกำหนด&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันได้รับความเห็นเบื้องต้นจาก&nbsp;สผ.&nbsp;ในวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;และผลการตรวจสอบพื้นที่สถานที่ก่อสร้างโครงการ</p><p><strong>สำหรับการพิจารณาสืบเนื่องโครงการ&nbsp;มิสกวัน</strong>&nbsp;(ดัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;มิสกวัน&nbsp;จำกัด&nbsp;ตั้งอยู่ที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลแม่น้ำ&nbsp;อำเภอเกาะสมุย&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เป็นโครงการประเภทโรงแรม&nbsp;มีจำนวนห้องพัก&nbsp;34&nbsp;ห้อง&nbsp;โดยมอบหมายให้&nbsp;บริษัท&nbsp;ทรัพย์ปัญญา&nbsp;คอนซัลแตนท์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;มาเพื่อให้คณะกรรมการฯ&nbsp;พิจารณาตาม&nbsp;ระเบียบ&nbsp;สผ.&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้พิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการมิสกวัน&nbsp;(ตัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;มิสกวัน&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;การประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งที่&nbsp;8/2564&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;สิงหาคม&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;โดยที่ประชุมมีมติฯ&nbsp;ไม่ให้ความเห็นชอบ&nbsp;รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;โครงการ&nbsp;มิสกวัน&nbsp;(ดัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร)&nbsp;ของบริษัท&nbsp;มิสกวัน&nbsp;จำกัด&nbsp;และให้ดำเนินการแก้ไขตามความเห็นของคณะกรรมการฯ&nbsp;ให้ครบถ้วน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการพิจารณารายงานชี้แจงเพิ่มเติม&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;</strong>ตามประเด็นที่คณะกรรมการ&nbsp;ได้มีความเห็นให้มีการดำเนินการแก้ไข&nbsp;โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้รับเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมครั้งที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจะครบกำหนด&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;ในวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(ทั้งนี้&nbsp;ฝ่ายเลขานุการได้ตรวจสอบกำหนดครบ&nbsp;180&nbsp;วัน&nbsp;นับจากวันที่ได้รับการแจ้งมติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ซึ่งครบกำหนดในวันที่&nbsp;27มีนาคม&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311160642973"],
    [301,"ยกระดับแรงงานภาคเกษตร นำเทคโนโลยี IoT อบรมปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหาร","<p><strong>นายประทีป&nbsp;ทรงลำยอง&nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับต้นของโลก&nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพและมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารให้สูงขึ้น&nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการบริโภคของตลาดโลก&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;จึงดำเนินการ&nbsp;โครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มผู้มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&nbsp;กำลังแรงงานและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถทักษะฝีมือในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาการผลิตพืช&nbsp;ผักและผลไม้&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางเกษตรที่ได้มาตรฐาน&nbsp;มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;13&nbsp;กรุงเทพมหานคร</strong>&nbsp;ร่วมกับโรงเรียนแสงทองเทคโนโลยี&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ&nbsp;(Smart&nbsp;Greenhouses&nbsp;for&nbsp;Planting)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;7-11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(ระยะเวลาการฝึกอบรม&nbsp;30&nbsp;ชั่วโมง)&nbsp;มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>การฝึกอบรมมุ่งเน้นนำความรู้ด้านเทคโนโลยี</strong>&nbsp;Internet&nbsp;of&nbsp;Things&nbsp;หรือ&nbsp;IoT&nbsp;มาใช้ในการเพาะปลูกพืช&nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ&nbsp;โครงสร้างโรงเรือนที่เหมาะกับการเพาะปลูกพืชขนาดเล็กและขนาดใหญ่&nbsp;การป้องกันโรคพืชและแมลงศัตรูพืช&nbsp;การใช้ระบบ&nbsp;IoT&nbsp;ในการควบคุมการเปิด/ปิดน้ำ&nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิความชื้นและแสงสว่างภายในโรงเรือน&nbsp;ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;รวมถึงสามารถหาตลาดจำหน่ายสินค้าทั้ง&nbsp;Onsite&nbsp;และการขายสินค้าผ่านออนไลน์</p><p><strong>สำหรับข้อดีของการนำเทคโนโลยี&nbsp;IoT&nbsp;มาใช้ในการพัฒนาทักษะฝีมือ</strong>&nbsp;มีส่วนช่วยแรงงานในภาคเกษตรลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและเวลา&nbsp;ควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้อย่างแม่นยำ&nbsp;ได้ผลผลิตคุณภาพสูงรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง&nbsp;ได้รายได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกพืชในรูปแบบเดิม&nbsp;</p><p><strong>ผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรนี้&nbsp;หรือหลักสูตรอื่นๆ</strong>&nbsp;สามารถติดตามรายละเอียดข่าวสารผ่านทาง&nbsp;Facebook:&nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&nbsp;หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน&nbsp;1506&nbsp;กด&nbsp;4</p><p><br></p><p><br></p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311193545076"],
    [302,"จ.แม่ฮ่องสอน คุมเข้มมาตรการ และแนวทางการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ในห้วงการประกาศห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี&nbsp;สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><strong>ในที่ประชุมได้มีการพิจารณามาตรการ&nbsp;</strong>และแนวทางการแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ในห้วงการประกาศห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;8&nbsp;มาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;มาตรการประชาสัมพันธ์&nbsp;มาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่&nbsp;มาตรการการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;และดับไฟ&nbsp;มาตรการเผชิญเหตุ&nbsp;ในสถานการณ์วิกฤติรุนแรง&nbsp;มาตรการลดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตเมือง&nbsp;มาตรการดูแลสุขภาพของประชาชน&nbsp;และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ได้ให้แนวทางการปฏิบัติงาน&nbsp;ดังนี้&nbsp;มาตรการลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;และดับไฟ&nbsp;ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานการการดำเนินงาน&nbsp;จำนวนพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อน&nbsp;ไฟป่า&nbsp;ความเสียหาย&nbsp;จำนวนผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;ปัญหาอุปสรรค&nbsp;เครื่องมือที่ใช้&nbsp;โดยแจ้งข้อมูลมายังศูนย์&nbsp;varoom&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อให้การสนับสนุนกำลังคน&nbsp;เครื่องมือที่ใช้ในการดับไฟ&nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาพื้นที่เผาไหม้ที่อยู่บนเขาสูง&nbsp;ยากต่อการดับไฟ&nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามเข้าพื้นที่ชุมชน&nbsp;และพื้นที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;วัด&nbsp;แหล่งท่องเที่ยว</p><p><strong>ในด้านมาตรการลดฝุ่นละอองในเขตพื้นที่เมือง</strong>&nbsp;ให้ฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;เพิ่มความชุ่มชื่น&nbsp;ลดฝุ่นละออง&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่กลุ่มเปราะบาง&nbsp;ย่านการค้า&nbsp;ชุมชนหนาแน่น&nbsp;และพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง</p><p><strong>ในส่วนมาตรการด้านสุขภาพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มีความห่วงใยต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&nbsp;ซึ่งได้มีมาตรการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เตรียมจัดห้องปลอดฝุ่น&nbsp;(Safety&nbsp;Zone)&nbsp;ให้กับประชาชน&nbsp;เพื่อรองรับในช่วงที่คุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;รวมถึงให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประชาสัมพันธ์แนวทางการดูแล&nbsp;รักษาสุขภาพอนามัย&nbsp;แก่ประชาชน&nbsp;ในช่วงนี้ด้วย</p><p><strong>ท้ายนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&nbsp;สร้างการรับรู้&nbsp;ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน&nbsp;ในห้วงการประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311161953987"],
    [303,"ภาครัฐ คุมเข้มมาตรการตรวจจับรถยนต์ควันดำในเขตเมืองใหญ่ โดย คพ. เตรียมยกระดับความเข้มข้นการตรวจวัดควันดำเริ่ม 13 เม.ย.นี้ หวังรับมือฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.","<p><strong>ภาครัฐ&nbsp;คุมเข้มมาตรการตรวจจับรถยนต์ควันดำในเขตเมืองใหญ่&nbsp;โดยกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เตรียมยกระดับความเข้มข้นการตรวจวัดควันดำเริ่มวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;หวังรับมือฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในกรุงเทพมหานคร</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และนายเสกสม&nbsp;อัครพันธุ์&nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงานบริเวณหน้าสถานทีรถไฟฟ้า&nbsp;BTS&nbsp;หมอชิต&nbsp;ถนนกำแพงเพชร&nbsp;2&nbsp;เขตจตุจักร&nbsp;ที่มีการตั้งจุดตรวจควันดำสุ่มตรวจรถเมล์และรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลที่มีสภาพเก่า&nbsp;โดยมีรถเข้ามาตรวจวัดประมาณ&nbsp;40&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;รถโดยสาร&nbsp;13&nbsp;คัน&nbsp;มีค่าควันเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;1</p><p>คัน&nbsp;,&nbsp;รถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;และรถยนต์&nbsp;21&nbsp;คัน&nbsp;มีค่าควันดำเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;5&nbsp;คัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดย&nbsp;นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาลมีความเข้มงวดการตรวจจับรถควันดำ&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;และบังคับใช้บทลงโทษสูงสุด&nbsp;เพื่อลดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ให้ความสำคัญการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;และตามแผนปฏิบัติการลดมลพิษทางอากาศ&nbsp;โดยเฉพาะลดฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ให้เกิดผลอย่างแท้จริง&nbsp;ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่&nbsp;การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง&nbsp;และการลดบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครจะเน้นการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดควันดำและฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาพรวมจากการตั้งจุดตรวจตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;กรุงเทพมหานครตรวจสอบสะสม&nbsp;143,752&nbsp;คัน&nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานสะสม&nbsp;38,349&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้สะสม&nbsp;648&nbsp;คัน&nbsp;และพื้นที่ต่างจังหวัด&nbsp;ตรวจสอบสะสม&nbsp;70,522&nbsp;คัน&nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;933&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้สะสม&nbsp;993&nbsp;คัน&nbsp;ซึ่งจากสถิติภาพรวมพบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานประมาณร้อยละ&nbsp;18&nbsp;ถือว่าค่อนข้างสูง&nbsp;ขณะที่เดือนเมษายนนี้จะเพิ่มมาตรการตรวจวัดควันที่เข้มข้นขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;การปรับค่ามาตรฐานควันดำรถทุกประเภท&nbsp;,&nbsp;ระบบความทึบแสงจากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;45&nbsp;เป็น&nbsp;ไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;และระบบกระดาษกรอง&nbsp;เดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;เป็นไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายนเป็นต้นไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์คุณภาพอากาศช่วงนี้ถึง&nbsp;13&nbsp;มีนาคมฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอาจพบเกินเกณฑ์มาตรฐานในบางพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะเพิ่มมากขึ้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนลดกิจกรรมการใช้ยานพาหนะ&nbsp;งดการเผาเศษวัชพืชในที่โล่งและพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;นำยานพาหนะเข้าบำรุงรักษาตามวงรอบ&nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกที่พัก&nbsp;และติดตามรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163105996"],
    [304,"เกษตรปะเหลียน จังหวัดตรัง  ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย หมู่ที่ 3 ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดยนายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ณ&nbsp;โรงงานแปรรูปผึ้งโพรง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สมาชิกนำชมไลน์การผลิตของโรงงานแปรรูปผึ้งโพรงไทย&nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างรอดำเนินงาน&nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;&nbsp;ผึ้งโพรงไทย&nbsp;เป็นแหล่งรายได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;และเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;ขณะเดียวกันก็แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย&nbsp;ในการเลี้ยงผึ้งโพรงไทย&nbsp;เกษตรกรจะมีต้นทุนการผลิตต่ำ&nbsp;เพราะผึ้งโพรงไทยมีอยู่แล้วในธรรมชาติ&nbsp;ไม่ต้องซื้อและหา&nbsp;ให้ผึ้ง&nbsp;ส่วนรังเลี้ยงไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง&nbsp;เก็บน้ำผึ้งครั้งเดียวก็คุ้มทุน&nbsp;ขณะนี้น้ำผึ้งโพรงยังผลิตได้ไม่พอต่อความต้องการตลาด&nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศ&nbsp;จึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจและถือเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพราะผึ้งโพรงเป็นแนวทางทำการเกษตรที่นอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องการสร้างรายได้แล้ว&nbsp;ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163117997"],
    [305,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม พร้อมคณะฯ ติดตามการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและคณะติดตามงานภารกิจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง</strong></p><p><strong>นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานภารกิจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่งด้านชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน&nbsp;ตำบลแหลมใหญ่&nbsp;ตำบลบางจะเกร็ง&nbsp;ตำบลบางแก้ว&nbsp;ตําบลคลองโคน&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พื้นชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มีพื้นที่ชายฝั่งทะเล&nbsp;24.18&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และพื้นที่ทะเลพื้นที่ในทะเล&nbsp;143,750&nbsp;ไร่&nbsp;คิดเป็น&nbsp;230&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;เป็นเขตรับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;8&nbsp;&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อตรวจสภาพพื้นที่&nbsp;รวมทั้งรับทราบสภาพปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และตรวจท่าเทียบเรือของคลังแก๊ส&nbsp;</p><p><br></p><p>รุ่งนภา&nbsp;/ข่าว&nbsp;ธิติมา&nbsp;/เรียบเรียง</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311171144020"],
    [306,"เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนและติดตามการปลูกผักยกแคร่บ้านผมเด็น ตำบลไม้ฝาด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสมเดช&nbsp;ว่องทั่ง&nbsp;เกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา</strong>&nbsp;เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนของนายสัญญา&nbsp;แจ่มกำเนิด&nbsp;ต้นทุเรียนอายุ&nbsp;4&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;ให้ผลผลิตเป็นปีแรก&nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะดอกบาน&nbsp;ระยะหางแย้&nbsp;และติดตามการปลูกผักยกแคร่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;พบว่าเกษตรมีความพึงพอใจกับการเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก&nbsp;เพราะนอกจากจะมีผักบริโภคในครัวเรือนแล้ว&nbsp;ยังมีรายได้จากการจำหน่ายผักอีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ได้มีการแนะนำการใช้ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาในการป้องกันโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อราอีกด้วย&nbsp;ณ&nbsp;บ้านผมเด็น&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลไม้ฝาด&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p>สำหรับ&nbsp;การปลูกผักยกแคร่เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปลูกผักแล้วพบปัญหาไม่มีพื้นที่&nbsp;โรคแมลงรบกวน&nbsp;หรือพื้นที่ชุ่มน้ำไม่เหมาะกับการเพาะปลูก&nbsp;การปลูกผักเป็นการสร้างแหล่งอาหารในครัวเรือน&nbsp;มุ่งเน้นการพึ่งตนเอง&nbsp;และแบ่งปันผู้อื่น&nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;เป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน&nbsp;และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในยามวิกฤต</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311173326028"],
    [307,"ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเลและการดำเนินงานของบริษัทในการอุดรูรั่วของท่อน้ำมันดิบที่ทุ่น","<p><strong>วันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;</p><p><strong>เมื่อเวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG</strong>&nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ของบริเวณรอยรั่วเดิมด้วยเทปกาวพันท่อชนิดพิเศษ&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;มีคราบน้ำมันออกมาขนาด&nbsp;2?200&nbsp;เมตร&nbsp;ลักษณะเป็นฟิล์มบางใส&nbsp;เป็นบางช่วง&nbsp;โดยมีเรือสนับสนุนปฏิบัติการใต้น้ำในพื้นที่ใช้น้ำยาขจัดและตีกวนให้คราบน้ำมันจางลง&nbsp;ส่วนพื้นที่ใกล้ชายฝั่งอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;วันนี้บริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงจำนวน&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;สมาคมสุนทรภู่&nbsp;อำเภอแกลง&nbsp;จังหวัดระยอง</p><p><strong>ส่วนเวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศรชล.&nbsp;ปภ.&nbsp;คพ.&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ&nbsp;และ&nbsp;อบจ.&nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดบริเวณชายหาดแม่รำพึง&nbsp;บริเวณหาดหน้าบ้านสบ๊าย&nbsp;สบาย&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;10&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ได้มีการประชุมหารือโครงการศึกษาผลกระทบและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจาก&nbsp;Chevron&nbsp;Technical&nbsp;Center&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกามาร่วมประชุม&nbsp;ส่วน&nbsp;สทช.1&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบก้อนคล้ายยางมะตอยที่ก้นอ่าวและบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่านที่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;และพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยทางการเกษตรที่คลองหัวรถ&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป</p><p><strong>สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์</strong>จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;-&nbsp;ศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;15.30&nbsp;น.</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-11-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312012158100"],
    [308,"กรมปศุสัตว์สานต่อนโยบาย เดินหน้าตรวจห้องเย็นรอบใหม่ต่อเนื่อง","<p><strong>นายสรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ตามที่&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีความห่วงใยและให้ความสำคัญ&nbsp;ในกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า&nbsp;โดยได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;กระทรวงเกษตรฯ</strong>&nbsp;พร้อมหน่วยงานเครือข่ายสนองนโยบาย&nbsp;สนธิกำลังไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-11&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;สรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมาย&nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&nbsp;พ.ศ.2558&nbsp;พบรายงานผลการตรวจสอบห้องเย็นประจำวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ที่เข้าตรวจสอบรอบใหม่จำนวน&nbsp;25&nbsp;แห่ง&nbsp;ในจังหวัดชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;สงขลา&nbsp;สระบุรี&nbsp;นครนายก&nbsp;กรุงเทพฯ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;นครปฐม&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;พังงา&nbsp;และอุทัยธานี&nbsp;ตรวจพบซากสุกรจำนวน&nbsp;387,570.60&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รวมจำนวนตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่รวมสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;รวมกว่า&nbsp;15&nbsp;ล้านกิโลกรัม&nbsp;จากห้องเย็นทั้งหมด&nbsp;336&nbsp;แห่ง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม</strong>&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มปรับขึ้นเล็กน้อยตามแรงกดดันของต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคเริ่มมีการปรับตัวรับราคาเนื้อสุกรในปัจจุบันได้มากขึ้น&nbsp;ห้างค้าปลีก&nbsp;จัดส่วนต่างราคาตามความต้องการของตลาดได้ดีและสร้างราคาชิ้นส่วนทางเลือกที่สนองนโยบายรัฐ&nbsp;ถึงแม้ต้นทุนอาหารสัตว์&nbsp;ค่าพลังงานน้ำมัน&nbsp;จะขยับเพิ่มเป็นรายวัน&nbsp;กระทบทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่ง&nbsp;ในขณะที่ราคาจำหน่ายเนื้อสุกรและสุกรขุนหน้าฟาร์มยังคงถูกจับตาโดยภาครัฐเป็นรายสัปดาห์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับราคาข้าวโพดหน้าโรงงานอาหารสัตว์สูงสุด&nbsp;</strong>ที่กรุงไทยอาหารสัตว์&nbsp;บ้านบึง&nbsp;ที่กิโลกรัมละ&nbsp;13.05&nbsp;บาท&nbsp;โดย&nbsp;CPF&nbsp;บางนาและเซ็นทาโกอยู่ที่&nbsp;13.00&nbsp;บาท&nbsp;โดยปัจจัยที่ท้าทายภาคปศุสัตว์ไทยในสถานะการณ์สงครามที่เป็นปัญหาหนัก&nbsp;นอกเหนือจากปัญหาราคาน้ำมัน&nbsp;คือราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;เพราะรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งออกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก&nbsp;โดยมีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกันราว&nbsp;29%&nbsp;ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก&nbsp;และมีสัดส่วนการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงถึง&nbsp;19%&nbsp;ของตลาดโลก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312113330155"],
    [309,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;40&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครนายก&nbsp;37&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;32&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,591&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,555&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312094824121"],
    [310,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน แพร่ และสุโขทัย ยังสูงในระดับสีส้ม ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;แพร่&nbsp;และสุโขทัย&nbsp;ยังสูงในระดับสีส้ม&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังมีสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;และ&nbsp;ต.ธานี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;13&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312095029122"],
    [311,"ทช. ตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยในพื้นที่หาดแม่รำพึง โดยบริเวณคลองหัวรถและก้นอ่าวพบก้อนน้ำมัน ส่วนตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดได้เก็บตัวอย่างเม็ดสีน้ำตาลให้กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบ","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยในพื้นที่หาดแม่รำพึง&nbsp;โดยบริเวณคลองหัวรถและก้นอ่าวพบก้อนน้ำมัน&nbsp;ส่วนตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดได้เก็บตัวอย่างเม็ดสีน้ำตาลให้กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;หลังได้รับแจ้งพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยในพื้นที่หาดแม่รำพึง&nbsp;จากการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;9.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันบริเวณคลองหัวรถ&nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;โดยผลสำรวจบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดไม่พบก้อนน้ำมัน&nbsp;แต่พบที่บริเวณคลองหัวรถและก้นอ่าว&nbsp;ส่วนกรณีพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&nbsp;ผลการสำรวจเบื้องต้นพบหินขนาดเล็ก&nbsp;น้ำหนักเบาสีน้ำตาล&nbsp;ระยะทาง&nbsp;100&nbsp;เมตร&nbsp;สันนิษฐานว่าเป็นหินภูเขาไฟจึงเก็บตัวอย่างส่งกรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบชนิดและองค์ประกอบอย่างละเอียดอีกครั้ง&nbsp;พร้อมได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&nbsp;หาดแสงจันทร์&nbsp;หาดแหลมเจริญ&nbsp;อ่าวบ้านเพ&nbsp;และหาดสวนสน&nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&nbsp;และก้อนน้ำมัน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับการตรวจสอบคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาดระยอง&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;มีผลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&nbsp;4&nbsp;เพื่อการนันทนาการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอน&nbsp;เพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312103358128"],
    [312,"เร่งเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ แก่สหกรณ์และเกษตรกร","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีงานวันคล้ายวันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;ว่า&nbsp;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;เกษตรกรและประชาชน&nbsp;โดยมีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์&nbsp;วางระบบบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี&nbsp;ให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินการบัญชีและส่งเสริมการจัดทำบัญชีให้แก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;เยาวชนและประชาชน&nbsp;ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับขบวนการสหกรณ์&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกสหกรณ์ว่า&nbsp;จะได้รับผลประโยชน์ที่พึงได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม&nbsp;อันเป็นการยืนยันถึงหลักการและอุดมการณ์แห่งสหกรณ์นั่นคือ&nbsp;สหกรณ์ของสมาชิก&nbsp;เพื่อสมาชิก&nbsp;และโดยสมาชิก&nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีทุนดำเนินงานกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านล้านบาท&nbsp;จึงนับเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&nbsp;และมีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานรากได้&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;&nbsp;ดำเนินงานตามภารกิจ&nbsp;ใน&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบบัญชีอย่างถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วนและโปร่งใส&nbsp;และในปัจจุบัน&nbsp;มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ที่กรมฯ&nbsp;จะต้องให้คำแนะนำและตรวจสอบบัญชีกว่า&nbsp;12,000&nbsp;แห่ง&nbsp;ด้านการสอนบัญชี&nbsp;ที่ส่งเสริมสอนบัญชีรับ&nbsp;-&nbsp;จ่ายในครัวเรือน&nbsp;และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&nbsp;ให้กับเกษตรกร&nbsp;รวมถึงลูกหลานของเกษตรกรด้วย&nbsp;เพื่อจะได้นำไปใช้ในการวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคต&nbsp;ช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เกษตรกรได้อย่างมั่นคงและเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;&nbsp;ขณะนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;(สพฐ.)&nbsp;เพื่อจัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ร่วมกัน&nbsp;บรรจุหลักสูตรการทำบัญชีรับ&nbsp;-&nbsp;จ่ายในครัวเรือน&nbsp;ให้กับเด็กนักเรียน&nbsp;ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา&nbsp;อันจะเป็นการวางรากฐานให้กับเยาวชนไทยได้มีวินัยในการใช้จ่ายเงิน&nbsp;โดยคาดว่าจะลงนามภายในเดือนเมษายนนี้&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยให้คำแนะนำให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จัดทำบัญชีให้ถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;หากสหกรณ์ใดยังไม่สามารถดำเนินการจัดทำบัญชีด้วยตนเองได้&nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่กรมฯ&nbsp;ช่วยดูแลสอนแนะอย่างใกล้ชิดและเนื่องในโอกาสที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;สถาปนาครบรอบ&nbsp;70&nbsp;ปี&nbsp;อยากให้ทุกภาคส่วนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีต่อๆ&nbsp;ไป&nbsp;เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการทำบัญชีและมาตรฐานการจัดทำรายงานทางการเงินของสถาบันเกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312114132163"],
    [313,"ผู้ตรวจราชการ กษ. เขต 15 ติดตามการขับเคลื่อนงานแบบบูรณการงาน หน่วยงานเกษตรจังหวัดลำปาง","<p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;รอบที่&nbsp;1&nbsp;ของจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชาตรี&nbsp;บุญนาค&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;15&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จากกรมต่างๆ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;<strong>ที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;</strong></p><p>1.การขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ข้าวเหนียว&nbsp;และไผ่&nbsp;โดยการนำความก้าวหน้าการดำเนินงานเข้ารายงานในการประชุม&nbsp;SC&nbsp;ของจังหวัด&nbsp;และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p>2.การรายงานหมอกควันและไฟป่า&nbsp;ให้รายงานความก้าวหน้าเปรียบเทียบเป็นรายเดือน&nbsp;</p><p>3.ภัยแล้ง/น้ำท่วม&nbsp;ให้จัดทำข้อมูลในภาพรวมของจังหวัดก่อน&nbsp;แล้วแยกในส่วนภัยแล้ง/น้ำท่วมที่เกิด&nbsp;และ&nbsp;ภัยแล้ง/น้ำท่วมซ้ำซาก&nbsp;</p><p>4.พืชสมุนไพร&nbsp;ให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;และ&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ตรวจสอบข้อมูลการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่&nbsp;โดยให้สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&nbsp;</p><p>5.การตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ใน&nbsp;13&nbsp;โครงการ&nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงาน&nbsp;และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน&nbsp;ควรมีการประชาสัมพันธ์สินค้า/ผลิตภัณฑ์&nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;เช่น&nbsp;Facebook&nbsp;Live&nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า&nbsp;</p><p>6.ข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้แก่&nbsp;สับปะรด&nbsp;และโคเนื้อ&nbsp;โดยให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทำรายงานความก้าวหน้าของแต่ละชนิดสินค้า&nbsp;โดยระบุปัญหา-แนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่รับผิดชอบในแต่ละประเด็น&nbsp;และความก้าวหน้าการดำเนินงาน&nbsp;รวมถึงการนำวาระสับปะรดเสนอในที่ประชุม&nbsp;คพจ.&nbsp;และรายงานผลในการประชุมครั้งต่อไป&nbsp;และ&nbsp;</p><p>7.ผู้แทนภาคประชาชนได้ให้ข้อเสนอแนะในด้านการขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;ไผ่&nbsp;ให้แยกกลุ่มเกษตรกรตามความต้องการพัฒนาให้ชัดเจน&nbsp;เพื่อการพัฒนาศักยภาพตามความต้องการของเกษตรกร&nbsp;และส่งเสริมการผลิตข้าวโดยใช้ตอซังข้าว&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;อีกทั้งให้หน่วยงานด้านปศุสัตว์ติดตามการส่งเสริมการเลี้ยงแพะในจังหวัดลำปาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312104617141"],
    [314,"นายกฯ สั่งการตำรวจ เกษตร พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ หากพบการกักตุนสินค้า ฉวยโอกาสทำกำไร ให้ดำเนินการตามกฎหมาย","<p><strong><u>ด่วน! ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศ</u></strong>&nbsp;</p><p><strong>จากกรณีปรากฏปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong> โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศโดยด่วน พร้อมให้รายงานนายกรัฐมนตรีรับทราบข้อเท็จจริง หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย มีการกักตุนสินค้า ปั่นราคาแพง ฉวยโอกาสทำกำไรในสภาวการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงในขณะนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดทุกราย โดยไม่ละเว้น&nbsp;</p><p><strong><u>ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม</u></strong></p><p><strong>มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพด เพื่อขายเข้าสู่ตลาดแล้ว แต่กลับพบว่า&nbsp;ปริมาณข้าวโพดในตลาดมีน้อยผิดปกติ </strong>ไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่พ่อค้ารับซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&nbsp;ดันให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่งขึ้นทุกวัน ซึ่งเข้าข่ายพฤติกรรมการกักตุนสินค้า รวมทั้งเป็นการกดดันผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ต้องจ่ายราคาพิเศษเพิ่มขึ้นอีก ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่กำลังเดือดร้อนในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก </p><p><strong>นายกฯ รับทราบกรณีดังกล่าว โดยกำชับให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง</strong> อย่าให้มีการฉวยโอกาส หรือใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ ซ้ำเติมภาระให้ประชาชน ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ อยู่ในขณะนี้ และขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศด้วย&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312104608139"],
    [315,"ผู้ตรวจราชการ กษ. เขต 15 ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนสับปะรดจังหวัดลำปาง","<p><strong>นายธีระพงศ์&nbsp;ฤทธิโชติ&nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;การลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนสับปะรดจังหวัดลำปาง&nbsp;ของ&nbsp;นายชาตรี&nbsp;บุญนาค&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;15&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จากหน่วยกรมต่างๆ&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับฟังสถานการณ์การผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;</strong>และการตลาดสับปะรด&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;นายชาตรี&nbsp;บุญนาค&nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการผลิตสับปะรดให้ออกผลผลิตทั้งปี&nbsp;รวมถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกสับปะรดเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;และในส่วนของการผลิตสับปะรดส่งโรงงานและสับปะรดผลสด&nbsp;ให้เน้นการผลิตให้ได้คุณภาพและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;ขณะที่ผู้แทนเกษตรกรได้กล่าวถึงปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิต&nbsp;จึงทำให้ไม่สามารถผลิตสับปะรดตลอดทั้งปีได้&nbsp;จึงต้องการรับสนับสนุนในด้านแหล่งน้ำ&nbsp;อาทิ&nbsp;บ่อน้ำ&nbsp;สระน้ำ&nbsp;และบ่อบาดาล&nbsp;รวมถึงเกษตรกรมีความต้องการปรับเปลี่ยนไปดำเนินการในด้านปศุสัตว์&nbsp;อาทิ&nbsp;พืชอาหารสัตว์&nbsp;การเลี้ยงสัตว์&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312110717146"],
    [316,"จังหวัดพะเยา ติดตามการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่","<p><strong>นายชุติเดช&nbsp;มีจันทร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดพะเยา&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพะเยา&nbsp;(หลังเก่า)&nbsp;</p><p><strong>โดยที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า</strong>&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;ห้วงการป้องกันและการเตรียมความพร้อมในช่วงเดือนพฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;-&nbsp;2565&nbsp;โดยใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2550&nbsp;ในการดำเนินการ&nbsp;สั่งการควบคุมและแก้ไขปัญหา&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ให้มีการประชุมคณะทำงานเป็นประจำ&nbsp;1&nbsp;วัน/สัปดาห์&nbsp;จัดทำแผนเผชิญเหตุป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็กระดับจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินงานจัดเตรียมความพร้อม</strong>ทางด้านวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;ในการป้องกันไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่น&nbsp;ละอองขนาดเล็ก&nbsp;รวมถึงการจัดทำแนวกันไฟและควบคุมการเผา&nbsp;พร้อมกับเฝ้าระวังในการเผาในเขตรอยต่อชุมชนกับพื้นที่ป่า&nbsp;ห้วงการควบคุมเหตุเผชิญเหตุ&nbsp;90&nbsp;วันอันตรายงดเผาเด็ดขาด&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา&nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดและมาตรการทางกฎหมาย&nbsp;และประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับทราบและถือปฏิบัติ&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของการจัดชุดลาดตระเวนโดยชุมชน&nbsp;สำนักงานทรัพยากร</strong>ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา&nbsp;ได้รับงบประมาณจากจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ตอนบน&nbsp;2&nbsp;ในการจัดชุดลาดตระเวน&nbsp;เฝ้าระวังและดับไฟโดยชุมชน&nbsp;จำนวน&nbsp;473&nbsp;ชุด&nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวทางและมาตรการพิจารณา&nbsp;ติดตามการปฏิบัติงานตามแนวทางมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประธานในที่ประชุม&nbsp;ได้ให้ส่วนปฏิบัติการ&nbsp;จัดทำแผนในการจัดทำ</strong>แนวกันไฟ&nbsp;จากนั้นให้ดำเนินการตามแผนเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดไฟป่า&nbsp;โดยระดมอุปกรณ์ที่ในพื้นที่หากไม่เพียงพอ&nbsp;ให้แจ้ง&nbsp;ปภ.จังหวัด&nbsp;เพื่อขอใช้งบยับยั้ง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สวท.พะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121310179"],
    [317,"จ.แม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด (20 ก.พ.  11 มี.ค.65) 928 จุด ขณะที่คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี","<p><strong>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า</strong>&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่าจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;(เมื่อวานนี้)&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,595&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;511&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,040&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;928&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;332&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;598&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;65&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ)&nbsp;และ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;35&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121444182"],
    [318,"เกษตรกรเฮ ม.อ. ลดค่าวิเคราะห์ตัวอย่างดินและใบปาล์มน้ำมัน ราคาพิเศษต่อเนื่อง","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;</strong>จังหวัดสงขลา&nbsp;ให้ข้อมูลว่า&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;5,319,602&nbsp;ไร่&nbsp;เนื้อที่ให้ผล&nbsp;4,414,420&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตกว่า&nbsp;14&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;251,265&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;พื้นที่จำนวน&nbsp;3,388,411&nbsp;ไร่&nbsp;จังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;1,359,380&nbsp;ไร่&nbsp;รองลงมาจังหวัดกระบี่จำนวน&nbsp;1,170,815&nbsp;ไร่&nbsp;และจังหวัดชุมพร&nbsp;จำนวน&nbsp;1,024,499&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกร</strong>ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่&nbsp;ปี&nbsp;2559&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;233&nbsp;แปลง&nbsp;มีพื้นที่รวม&nbsp;225,040ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;13,752&nbsp;ราย&nbsp;เป้าหมายของการพัฒนาแปลงใหญ่&nbsp;มี&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;2.&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;3.เพิ่มคุณภาพผลผลิต/จัดทำมาตรฐาน&nbsp;4.&nbsp;บริหารจัดการ&nbsp;5.&nbsp;จัดการด้านการตลาด&nbsp;โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะใส่ปุ๋ยตามความเคยชินของเกษตรกร&nbsp;ทำให้มีต้นทุนในการผลิตที่สูง&nbsp;หากเกษตรกรมีการวิเคราะห์ดิน&nbsp;และทางใบปาล์มน้ำมัน&nbsp;สามารถใส่ปุ๋ยได้ตามค่าวิเคราะห์ทำให้ลดต้นทุนการผลิตและผลผลิตยังมีคุณภาพได้</p><p><strong>นายนายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร</strong>&nbsp;ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2561&nbsp;เพื่อเป็นหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงงานวิจัยด้านการเกษตร&nbsp;และนำงานวิจัยต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่สำเร็จและพร้อมใช้มาแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ดำเนินการในพืชเศรฐกิจของภาคใต้&nbsp;คือ&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งคณะทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong>&nbsp;มีศูนย์ปฏิบัติการวิเคราะห์กลาง&nbsp;สำหรับตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดินและตัวอย่างพืช&nbsp;เพื่อประเมินความต้องการธาตุอาหารของพืช&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุงบำรุงดิน&nbsp;และการใช้ปุ๋ย&nbsp;อยู่แล้ว&nbsp;โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&nbsp;จะลดค่าตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดินและตัวอย่างพืช&nbsp;ในราคาพิเศษต่อเนื่อง&nbsp;จากราคาปกติร้อยละ&nbsp;40&nbsp;คิดอัตราค่าบริการดังนี้&nbsp;การวิเคราะห์ตัวอย่างใบพืช&nbsp;(ทางใบปาล์มน้ำมัน)&nbsp;ปกติราคา&nbsp;1,360&nbsp;บาท&nbsp;ลดเหลือ&nbsp;816&nbsp;บาท&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;(ความอุดมสมบูรณ์พื้นฐาน)&nbsp;ปกติราคา&nbsp;1,210&nbsp;บาท&nbsp;เหลือ&nbsp;726&nbsp;บาท&nbsp;และคิดค่าบริการให้คำแนะนำตัวอย่างละ&nbsp;200&nbsp;บาท</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;ทราบถึงข้อตกลงดังกล่าว&nbsp;และขอเชิญ&nbsp;ส่งตัวอย่างดิน&nbsp;และใบปาล์มน้ำมัน&nbsp;วิเคราะห์ธาตุอาหาร&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&nbsp;และมีการจัดการสวนปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ผลผลิตเพิ่มขี้น&nbsp;หากเกษตรกรมีความสนใจวิธีการเก็บตัวอย่างดิน&nbsp;การเก็บตัวอย่างทางใบ&nbsp;หรือมีปัญหา&nbsp;สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312122222188"],
    [319,"ชุดกำลังเจ้าหน้าที่ เข้มมาตรการลาดตระเวนเเละเฝ้าระวังไฟป่าจากจุดเฝ้าระวังรอบพื้นที่ดอยพระบาท ลำปาง","<p><strong>นายจิรภัทร&nbsp;กันธิยาใจ&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&nbsp;</strong>สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&nbsp;รับผิดชอบ&nbsp;โดยเจ้าหน้าสถานีฯ&nbsp;ได้ลาดตระเวนเเละเฝ้าระวังไฟป่าจากจุดเฝ้าระวังรอบพื้นที่ดอยพระบาท&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดเฝ้าระวังบ้านปงอ้อม&nbsp;ม.4&nbsp;&nbsp;ต.บ้านเสด็จ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;จุดเฝ้าระวังบ้านทรายใต้&nbsp;ม.8&nbsp;ต.พิชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;และจุดเฝ้าระวังปั้มน้ำมัน&nbsp;PT&nbsp;ต.พระบาท&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ลาดตระเวนและอยู่ประจำจุดสกัดแก้ไขปัญหาไฟป่า</strong>และหมอกควัน&nbsp;บ้านทรายใต้&nbsp;ม.8&nbsp;ต.พิชัย&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;โดยเหตุการณ์ทั่วไปปกติ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&nbsp;ได้ดำเนินการเก็บใบไม้และเศษวัสดุเชื้อเพลิงเพื่ออัดก้อนเชื้อเพลิง&nbsp;ตามมาตรการ\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ตามนโยบายของ&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312131617208"],
    [320,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 300 จุด โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ 5,000 จุด กระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;300&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงเกือบ&nbsp;5,000&nbsp;จุด&nbsp;กระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(11&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;383&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;122&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;98&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;72&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สกลนคร&nbsp;45&nbsp;จุด&nbsp;และลำปาง&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังกระจายตัวตั้งแต่ตอนกลางไปถึงตอนบนของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งวันนี้พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงถึง&nbsp;165&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;10,225&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;8,777&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,375&nbsp;จุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;13&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูงถึง&nbsp;4,886&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,528&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;1,089&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312143356218"],
    [321,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดนครพนมวันนี้ (12 มี.ค.) อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น","<p>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;รายงานค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชม.)&nbsp;37&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี&nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&nbsp;ค่าฝุ่น&nbsp;PM10&nbsp;มีค่า&nbsp;53&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี&nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&nbsp;ค่าโอโซน&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดี&nbsp;สำหรับค่าไนโตรเจนไดออกไซด์,&nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีมาก&nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;คุณภาพอากาศดี</p><p><strong>คำแนะนำสุขภาพ&nbsp;วันนี้&nbsp;คุณภาพอากาศดี</strong>&nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;และการท่องเที่ยว&nbsp;ได้ตามปกติ</p><p><strong>สรุปการเกิดจุดความร้อนจากการเผา(Hotspot)&nbsp;ของจังหวัดนครพนม&nbsp;</strong>ประจำวันที่&nbsp;11&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกิดจุดความร้อนจำนวน&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่เกษตร&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ประเภทพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;(ในท้องที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;3&nbsp;จุด,&nbsp;อ.นาหว้า&nbsp;6&nbsp;จุด,&nbsp;อ.โพนสวรรค์&nbsp;4&nbsp;จุด)</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312145419221"],
    [322,"ประชาชนร่วมจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า งานตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ใจกลางเมือง Organic Weekend Market กว่า 60 ร้านค้าทั่วประเทศ ","<p><strong>บรรยากาศภายในงาน&nbsp;Organic&nbsp;Weekend&nbsp;Market&nbsp;2022&nbsp;สัปดาห์ที่&nbsp;4</strong>&nbsp;ช่วงเย็นวันนี้พบว่า&nbsp;มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยภายในงานได้นำร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&nbsp;และสินค้า&nbsp;Farm&nbsp;Outlet&nbsp;จากเกษตรกรในชุมชนทั่วประเทศรวมกว่า&nbsp;60&nbsp;ร้านค้า&nbsp;มาจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาย่อมเยา&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;ผักพื้นบ้าน&nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูปและร้านค้าอื่นๆ&nbsp;อีกมากมาย&nbsp;รวมถึงมีการจัดกิจกรรม&nbsp;Oganic&nbsp;Workshop&nbsp;ให้ประชาชนภายในงาน&nbsp;เช่น&nbsp;สอนแต่งหน้าขนมคัพเค้ก&nbsp;DIY&nbsp;สอนจัดสวนถาดรักษ์โลก&nbsp;โคมไฟประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในงานยังมีการจัดแสดงพืชผักสวนผักครัว&nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ถ่ายรูปเป็นจุดเช็คอินและเพื่อเป็นความรู้ให้ประชาชนได้รู้จักสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย</p><p><strong>โดยประชาชนที่มาร่วมงานในวันนี้&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปกติเป็นคนชอบทานผักออแกนิกอยู่แล้ว&nbsp;เพราะผักออแกนิกเป็นผักที่สะอาดปลอดสารพิษและมีประโยชน์ต่อร่างกาย&nbsp;สนใจอยากมางานในครั้งเพื่อนำไปพัฒนาปลูกเอง</p><p><strong>ด้านผู้ประกอบการร้านอรุณฟาร์ม&nbsp;ชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;งานนี้เป็นงานพืชผักออแกนิกโดยเฉพาะและเห็นว่างานนี้เป็นงานที่น่าสนใจ&nbsp;สามารถเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้&nbsp;จึงอยากนำผลิตภัณฑ์ออแกนิกของตนเองมาจำหน่ายให้แก่ประชาชน</p><p><strong>ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ทุกวันศุกร์-เสาร์&nbsp;-และอาทิตย์</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;สัปดาห์&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.-&nbsp;21.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;G&nbsp;Garden&nbsp;หลังเซ็นทรัลพระราม&nbsp;9&nbsp;กรุงเทพมหานคร</p><p><br></p><p><br></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312202048281"],
    [323,"พยาบาลวิชาชีพชาว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เผย ปลูกหญ้าเนเปียขาย รายได้ตกเดือนละเกือบแสน","<p><strong>นางพนิดา&nbsp;แสวงทรัพย์&nbsp;อายุ&nbsp;32&nbsp;ปี&nbsp;ชาวบ้านหนองกุง&nbsp;</strong>ตำบลกระทียม&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ตนมีอาชีพพยาบาล&nbsp;ที่นอกจากจะดูแลคนไข้แล้ว&nbsp;ยังใช้เวลาว่างหลังเลิกงานพาครอบครัวปลูกหญ้าเนเปียบดขายให้กับเกษตรกรคนในพื้นที่ใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งแต่ละวันไม่พอจะขาย&nbsp;จึงใช้พื้นที่ที่เคยทำนา&nbsp;ทำการขยายออก&nbsp;และทำอย่างต่อเนื่องจนสามารถปลดหนี้สินให้พ่อแม่ได้</p><p><strong>นางพนิดา&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;ที่นาของพ่อและแม่มีทั้งหมด&nbsp;26&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;ทำนามาหลายสิบปีก็มีแต่หนี้สิน&nbsp;ไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายในครัวเรือน&nbsp;และกับครอบครัวที่ตนเองดูแล&nbsp;ตนจึงได้นำหญ้าเนเปียมาทดลองปลูกจำนวน&nbsp;1&nbsp;งาน&nbsp;โดยให้พ่อกับแม่เป็นผู้ดูแล&nbsp;หลังจากที่ปลูกแล้วได้นำไปบดและนำออกจำหน่ายกระสอบละ&nbsp;40&nbsp;บาท&nbsp;ปรากฏว่ามีบรรดาผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งโค&nbsp;กระบือ&nbsp;สุกร&nbsp;มาซื้อนำไปให้สัตว์กินเป็นจำนวนมาก&nbsp;จนมีให้ไม่พอ&nbsp;จึงได้ขยายการปลูกออกไปอีกจำนวนกว่า&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;มีคนสนใจมาชมจำนวนมาก&nbsp;มีการมาติดต่อซื้อถึงบ้าน&nbsp;เมื่อบวก&nbsp;ลบ&nbsp;คูณ&nbsp;หาร&nbsp;แล้ว&nbsp;มีรายได้ตกเดือนละ&nbsp;60,000&nbsp;&nbsp;100,000&nbsp;บาท</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นางพนิดา&nbsp;ยังกล่าวถึงพ่อแม่ว่า&nbsp;เมื่อก่อนพ่อแม่เคย</strong>ตั้งคำถามว่า&nbsp;ปลูกแล้วจะได้ผลหรือ&nbsp;แต่หลังจากที่ตนลงมือทำและได้ผล&nbsp;จึงรู้ว่าหญ้าเนเปียที่ปลูกนั้น&nbsp;มีค่ามหาศาล&nbsp;และนอกจากในนาจะมีหญ้าเนปียแล้ว&nbsp;ยังใช้พื้นที่ที่เหลือขยายขุดบ่อ&nbsp;เลี้ยงปลาดุก&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาไน&nbsp;เลี้ยงหอย&nbsp;เลี้ยงกบ&nbsp;ปลูกพริก&nbsp;ผักสวนครัว&nbsp;จนพื้นที่&nbsp;26&nbsp;ไร่&nbsp;แทบจะไม่มีพื้นที่ว่าง</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;นางพนิดา&nbsp;ยังให้ความเห็นว่า&nbsp;เพราะตนเองคิดว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมาพ่อแม่เป็นหนี้เพราะทำนา&nbsp;พอหันหน้ามาทำไร่นาสวนผสมแล้ว&nbsp;ทำให้พอมีกิน&nbsp;มีใช้&nbsp;ไม่ต้องเป็นหนี้ใครอีก&nbsp;และคิดว่าตนเองประสบผลสำเร็จ&nbsp;นอกจากการงานประจำแล้ว&nbsp;ยังได้แบ่งเวลามาทำงานที่บ้าน&nbsp;ทำให้มีความสุข&nbsp;และมีเงินใช้ด้วย</p><p><strong>สำหรับท่านผู้ที่สนใจอยากศึกษาดูงานการปลูกหญ้าเนเปียร์เงินล้าน</strong>&nbsp;และสวนเกษตรผสมสาน&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;1&nbsp;ล้าน&nbsp;นางพนิดา&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;สามารถไปดูได้&nbsp;และสั่งหญ้าเนเปียร์บดได้&nbsp;ที่สวนศรีเจริญทรัพย์&nbsp;บ้านหนองกุง&nbsp;ตำบลกระเทียม&nbsp;อำเภอสังขะ&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;086-877-1409</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312215544295"],
    [324,"ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&nbsp;2&nbsp;ต่อจากของเดิมเพื่อป้องกันเกิดการรั่วซึม&nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจการปิดรอยรั่ว&nbsp;ในวันที่&nbsp;9&nbsp;ของการปฏิบัติหน้าที่)&nbsp;ส่วนการดำเนินงานของบริษัทบนชายฝั่งยังคงกำลังในการเฝ้าระวังคราบน้ำมันดิบและทำความสะอาดชายหาด&nbsp;ส่วน&nbsp;สทช.1&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบก้อนคล้ายยางมะตอยที่ก้นอ่าว&nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่านที่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;และพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยทางการเกษตรที่บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล</strong>ได้ที่&nbsp;ศูนย์สื่อสารบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;โทร&nbsp;038-699881&nbsp;ในวันจันทร์&nbsp;-&nbsp;ศุกร์&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;15.30&nbsp;น.</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-12-03T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313084337314"],
    [325,"กรมหม่อนไหม ริเริ่มโครงการ พี่สอนน้อง ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหม่อนไหมแก่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการระยะ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;(พ.ศ.2563&nbsp;-&nbsp;2565)&nbsp;ของกรมหม่อนไหม&nbsp;กำหนดเป้าหมายให้องค์กรมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานหม่อนไหมอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;อีกทั้งประกาศกรมหม่อนไหม&nbsp;กำหนดนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลในด้านการพัฒนาบุคลากร&nbsp;มุ่งเน้นให้บุคลากรมีการพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญ&nbsp;มีความเป็นมืออาชีพ&nbsp;เรียนรู้งานอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม&nbsp;จากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญสู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่&nbsp;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กรมหม่อนไหม&nbsp;</strong>โดยสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เขต&nbsp;4&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาและศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เครือข่าย&nbsp;จัดโครงการ&nbsp;พี่สอนน้อง&nbsp;เพื่อให้บุคลากรของกรมหม่อนไหมที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญงานด้านหม่อนไหม&nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่&nbsp;ที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านหม่อนไหม&nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์&nbsp;รวมทั้งให้เกิดความชำนาญงานด้านหม่อนไหมมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>การอบรมดังกล่าวจะมีช่างต้นแบบสิ่งทอ</strong>&nbsp;จากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;&nbsp;เป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้&nbsp;เทคนิค&nbsp;หลักการให้กับรุ่นน้อง&nbsp;เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรด้านหม่อนไหม&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดี&nbsp;สัปดาห์ที่&nbsp;2&nbsp;ของเดือน&nbsp;&nbsp;โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการลอกกาวเส้นไหมโดยใช้นวัตกรรมใหม่&nbsp;(แบบใช้ถุงผ้า)&nbsp;การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีเคมีที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&nbsp;และการจัดการเส้นไหมเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการทอผ้าไหม&nbsp;ซึ่งการจัดการเส้นไหมเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการทอผ้าไหม&nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&nbsp;7&nbsp;&nbsp;8&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;นครราชสีมา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313124757355"],
    [326,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้&nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.เชียงราย&nbsp;45&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ภูเก็ต&nbsp;33&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;21&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,303&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;51&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,295&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313095724318"],
    [327,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้ม 7 พื้นที่ โดยสูงสุดบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้ม&nbsp;7&nbsp;พื้นที่&nbsp;โดยสูงสุดบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&nbsp;7&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;,&nbsp;ต.นาจักร&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แพร่&nbsp;,&nbsp;ต.ท่าอิฐ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;,&nbsp;ต.ท่าหลวง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.พิจิตร&nbsp;,&nbsp;ต.ธานี&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;,&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และ&nbsp;ต.ระแหง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ตาก&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313095855319"],
    [328,"วราวุธ ย้ำ ไทยมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น แต่แหล่งอาหารกลับลดลงจากการขยายตัวของชุมชน พร้อมเดินหน้าปรับปรุงถิ่นอยู่อาศัยแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;ประเทศไทยมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น&nbsp;แต่แหล่งอาหารกลับลดลงจากการขยายตัวของชุมชน&nbsp;พร้อมเดินหน้าปรับปรุงถิ่นอยู่อาศัยและแหล่งอาหารช้างให้สมบูรณ์ขึ้นแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวเนื่องในวันช้างไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีช้างป่าอาศัยอยู่ตามธรรมชาติประมาณ&nbsp;3,168&nbsp;-&nbsp;3,440&nbsp;ตัว&nbsp;ส่วนใหญ่อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ&nbsp;69&nbsp;แห่ง&nbsp;ภาพรวมมีป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าประมาณ&nbsp;52,000&nbsp;ตารางกิโลเมตร&nbsp;ที่จะอยู่ร่วมกันเป็นโขลงตั้งแต่น้อยกว่า&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;ไปจนถึง&nbsp;200&nbsp;&nbsp;300&nbsp;ตัวในแต่ละพื้นที่&nbsp;โดยการอนุรักษ์ช้างป่าไทยที่ผ่านมาของไทยทำให้ประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น&nbsp;แต่กลับพบพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งที่เป็นถิ่นอาศัยของช้างป่าเริ่มขาดแคลนพืชอาหาร&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;และสภาพถิ่นอาศัยที่เหมาะสมมีขนาดลดลงจากเดิม&nbsp;เนื่องจากการขยายตัวของชุมชน&nbsp;การขยายพื้นที่เกษตร&nbsp;และการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน&nbsp;เช่น&nbsp;การก่อสร้างเส้นทางคมนาคมที่ผ่านป่าสมบูรณ์&nbsp;การก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;จึงเป็นปัจจัยให้เกิดปัญหาช้างป่าออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะที่อาศัยตามแนวขอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จนกลายเป็นปัญหาสำคัญที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับชุมชนต้องป้องกันไม่ให้ถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่าถูกทำลาย&nbsp;ทั้งการป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าและการตัดไม้&nbsp;ป้องกันปราบปรามไม่ให้มีการล่าช้าง&nbsp;ปรับปรุงป่าเสื่อมโทรมให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามหลักวิชาการ&nbsp;และกลุ่มป่าบางแห่งที่เป็นเส้นทางช้างในอดีตที่ถูกตัดขาดไม่ต่อเนื่องจะสร้างแนวเชื่อมต่อพื้นที่ให้เป็นป่าผืนใหญ่เชื่อมต่อหากันได้&nbsp;เมื่อป่าสมบูรณ์ช้างป่าไม่จำเป็นต้องออกมาทำลายพืชไร่ของประชาชนและความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อย่างอุทยานแห่งชาติกุยบุรี&nbsp;อ.กุยบุรี&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ได้แก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่า&nbsp;ด้วยตั้งศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า&nbsp;(Smart&nbsp;Early&nbsp;Warning&nbsp;System)&nbsp;เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง&nbsp;ซึ่งศูนย์ฯแห่งนี้เป็นร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;กับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ทรูมูฟเอช&nbsp;ยูนิเวอร์แซล&nbsp;คอมมิวนิเคชั่น&nbsp;และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล&nbsp;(WWF)&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาลดความขัดแย้งระหว่างช้างป่าและเกษตรกรในพื้นที่รอบอุทยาน&nbsp;จากปัญหาช้างป่าลงมาหากินทำลายพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ด้วยการติดตั้งกล้อง&nbsp;25&nbsp;จุดตามแนวชายป่าอุทยาน&nbsp;เมื่อมีช้างป่าลงมาจากอุทยานกล้องจะถ่ายภาพและส่งสัญญาณเตือนผ่านเครือข่ายมือถือส่งกลับมาที่ศูนย์ฯและแจ้งเตือนไปยังแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน&nbsp;ซึ่งแบ่งกำลังลาดตระเวนออกเป็น&nbsp;4&nbsp;หน่วยตามแต่ละพื้นที่ทันที&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุพิกัดช้างป่าได้อย่างแม่นยำและสามารถผลักดันช้างกลับสู่ป่าก่อนเกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันกรมอุทยานฯยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือของประชาชนที่อาศัยบริเวณรอบอุทยาน&nbsp;และจัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยาน&nbsp;โดยอาสาสมัครสามารถโหลดแอพพลิเคชั่น&nbsp;Smart&nbsp;Early&nbsp;Warning&nbsp;System&nbsp;เพื่อส่งข้อมูลภาพถ่ายช้างป่านอกเหนือจากจุดที่มีการติดตั้งกล้องหลัก&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อขอกำลังเข้าผลักดันช้างกลับสู่ป่าได้ทันที&nbsp;พร้อมบันทึกข้อมูลและสะสมสถิติการบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมของช้างป่า&nbsp;ทำให้สามารถวิเคราะห์&nbsp;ประมวลผลพฤติกรรม&nbsp;และช่วงเวลาหากินของช้างป่าได้จาก&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;ที่บันทึกในระบบ&nbsp;เพื่อนำไปศึกษาวิจัยพัฒนาด้านอื่นๆต่อไป&nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีและการจัดการที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจะกลายเป็นโมเดลนำไปต่อยอดใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกประมาณ&nbsp;40&nbsp;แห่งทั่วประเทศต่อไป</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313111117332"],
    [329,"กรมปศุสัตว์ ร่วมกับมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย จัดงานวันช้างไทย  วิถีคน วิถีช้าง สู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงาน&nbsp;วันช้างไทยเพื่อเป็นการระลึกถึงช้างไทยที่เป็นสัตว์ประจำชาติ&nbsp;ว่ากรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องช้างไทย&nbsp;โดยกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ&nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบ&nbsp;ร่วมกับสำนักควบคุม&nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&nbsp;ดำเนินการด้านสุขภาพของช้าง&nbsp;ฝึกอบรมนายสัตวแพทย์ในจังหวัดที่มีการเลี้ยงช้าง&nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลสุขภาพช้างและจัดตั้งทีมหมอช้างในพื้นที่&nbsp;วางแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคช้างที่สำคัญ&nbsp;ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับช้าง&nbsp;การสนับสนุนส่งเสริมการคิดค้นวิธีการตรวจวินิจฉัย&nbsp;การรักษาและการป้องกันโรคดังกล่าว&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อหยุดยั้งการเกิดและการระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งการรักษาโรคในช้างแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเจ้าของช้างส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในชนบท&nbsp;อาจไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องการพัฒนาสุขภาพ</strong>&nbsp;ให้ช้างมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อลดการเจ็บไข้ได้ป่วย&nbsp;ในการนี้กรมปศุสัตว์&nbsp;บริการตรวจสุขภาพช้างและการถ่ายพยาธิประจำปี&nbsp;รวมทั้งส่งเสริมและจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชอาหารที่เหมาะสมกับช้างสำหรับให้เจ้าของช้างปลูกเสริมในช่วงแล้งที่ขาดอาหารตามธรรมชาติด้านการส่งเสริมอาชีพควาญช้าง&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;เห็นว่าอาชีพควาญช้างมีส่วนสำคัญในการดูแลช้างให้มีความเป็นอยู่ที่ดี&nbsp;ซึ่งเป็นมีส่วนสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวกับช้าง&nbsp;การสนับสนุนให้มีการยกฐานะอาชีพควาญช้าง&nbsp;ให้มีมาตรฐานวิชาชีพควาญช้างตามที่สถาบัน&nbsp;คุณวุฒิวิชาชีพได้จัดทำขึ้น&nbsp;จึงเป็นภาระหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&nbsp;ที่มุ่งหวังให้มีการยกระดับคุณภาพชีวิตของควาญช้างให้เป็นที่ยอมรับ&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;เร่งบูรณาการความร่วมมือในการทำงานอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;ภาคประชาสังคมและองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;ในการดำเนินการสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อช้างอย่างสูงสุด&nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์&nbsp;ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลช่วยเหลือช้างอย่างเต็มกำลังเพื่อนำไปสู่การยกระดับการคุ้มครองช้างไทยอย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313203735462"],
    [330,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ800จุดโดยเฉพาะภาคอีสานส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า5,000จุดกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ&nbsp;800&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า&nbsp;5,000&nbsp;จุด&nbsp;กระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(12&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;760&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;253&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;206&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;119&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;94&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;53&nbsp;จุด&nbsp;และสกลนคร&nbsp;40&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมากระจายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งในประเทศและนอกประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&nbsp;โดยข้อมูลจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ภาพรวมทั้งประเทศอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศที่มีคุณภาพอากาศที่เริ่มจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;12&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;10,523&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9,016&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,513&nbsp;จุด</span></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูงถึง&nbsp;5,707&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,072&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;787&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</span></p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313142007387"],
    [331,"จตุพร ย้ำ ท่าเทียบเรืออ่าวโล๊ะซามะพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของธรรมชาติอ่าวมาหยาเต็มศักยภาพรองรับแล้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ย้ำ&nbsp;ท่าเทียบเรืออ่าวโล๊ะซามะพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของธรรมชาติอ่าวมาหยาเต็มศักยภาพรองรับแล้ว&nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามการเปิดให้บริการท่าเทียบเรือบริเวณอ่าวโล๊ะซามะ&nbsp;เกาะพีพีเล&nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา&nbsp;-&nbsp;หมู่เกาะพีพี&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จ.กระบี่&nbsp;ที่เป็นจุดจอดเรือสำหรับนักท่องเที่ยวจะเข้าไปชื่มชมธรรมชาติของอ่าวมาหยา&nbsp;เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมอีกครั้งหลังปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรทชาตินานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปีตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&nbsp;ภาพรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;โดยเฉพาะการนำเรือมาเทียบส่งแล้วไปจอดรอตามจุดที่กำหนดไว้&nbsp;ตามมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามขีดความสามารถการรองรับของพื้นที่&nbsp;ซึ่งอ่าวมาหยาสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน&nbsp;4,125&nbsp;คนต่อวัน&nbsp;จึงแบ่งการเข้าชมเป็นรอบจำนวน&nbsp;11&nbsp;รอบต่อวัน&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;07.00&nbsp;&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;รอบละ&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;แต่ละรอบให้มีนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน&nbsp;375&nbsp;คน&nbsp;และลงเล่นน้ำได้ในระยะไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;เมตรจากชายฝั่งเท่านั้น&nbsp;เพื่อให้การท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเกิดความยั่งยืน&nbsp;ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ&nbsp;และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศช่วงสถานการณ์โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;อยากขอความร่วมมือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว&nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&nbsp;ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตราการต่างๆที่อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งได้กำหนดไว้&nbsp;ตั้งแต่การตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยว&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ&nbsp;ด้วยการแสดงผลการฉีดวัคซีน&nbsp;หรือผลตรวจ&nbsp;ATK&nbsp;(Antigen&nbsp;Test&nbsp;Kit)&nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่&nbsp;ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน&nbsp;SHA&nbsp;และ&nbsp;SHA+&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&nbsp;รวมถึง&nbsp;การลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติผ่านแอปพลิเคชัน&nbsp;QueQ&nbsp;ที่สำคัญไม่ขีดเขียน&nbsp;ทำลาย&nbsp;หรือนำทรัพยากรใดๆออกจากอุทยานแห่งชาติ&nbsp;เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้คงความสวยงามต่อไป</p>","2022-03-13T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313180326433"],
    [332,"สสส.ลำปาง เปิดเวทีปฐมนิเทศแกนนำชุมชน ขับเคลื่อนงานบริหารจัดการแก้ปัญหาหมอกควัน","<p><strong>หน่วยจัดการ&nbsp;สสส.ลำปาง&nbsp;สานพลังภาคีเครือข่าย</strong>&nbsp;เปิดเวทีสัมมนาปฐมนิเทศแกนนำชุมชนพื้นที่ป่า&nbsp;เดินหน้าขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์&nbsp;สร้างชุมชนลดการเผาแก้ปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า</p><p><strong>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ</strong>&nbsp;หน่วยจัดการ&nbsp;สสส.ลำปาง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;หน่วยงานภาคียุทธศาสตร์&nbsp;ทั้งด้านสุขภาพและด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดลำปาง&nbsp;จัดกิจกรรมขับเคลื่อนขยายผลสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงาน&nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผลักดันชุมชนท้องถิ่นสู่การเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการบริหารจัดการป้องกันและลดปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า&nbsp;จับมือร่วมกันเปิดเวทีสัมมนาปฐมนิเทศแกนนำชุมชน&nbsp;เสริมสร้างการรับรู้แนวทางปฏิบัติการบริหารจัดการป่าตลอดปีสร้างชุมชนลดการเผา&nbsp;ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ห้องกิ่งกนก&nbsp;โรงแรมเอเชียลำปาง&nbsp;ตำบลสวนดอก&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;โดยมีนายสุรพล&nbsp;บุรินทราพันธุ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา&nbsp;กล่าวให้โอวาทและบรรยายพิเศษในหัวข้อ&nbsp;\"กลไกชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;แรงผลักเกิดชุมชนลดการเผาจังหวัดลำปาง\"&nbsp;พร้อมมอบแนวคิด&nbsp;ต่อการปฏิบัติงานในการที่จะสานพลังบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;และองค์กรท้องถิ่น&nbsp;เพื่อให้งานป้องกันและลดปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าของจังหวัดลำปางสามารถดำเนินการให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย</p><p><strong>การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า</strong>&nbsp;ทางจังหวัดลำปางได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน&nbsp;จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&nbsp;(สสส.)&nbsp;สำนัก&nbsp;6&nbsp;สำนักงานสร้างสรรค์โอกาส&nbsp;เฉพาะประเด็นการบริหารจัดการหมอกควันไฟป่าในจุดพื้นที่เสี่ยง&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;1,600,000&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งได้มุ่งเน้นในการที่จะดำเนินการผลักดันสร้างชุมชนลดการเผาแบบยั่งยืนในบริเวณเขตพื้นที่ที่มักเกิดปัญหาไฟป่ารุนแรง&nbsp;เฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบเขาดอยพระบาท&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานบริหารจัดการป้องกันเพื่อลดปัญหามลพิษ</strong>จากหมอกควันไฟป่านั้น&nbsp;จะเร่งดำเนินการในพื้นที่จุดเสี่ยง&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;6&nbsp;ตำบล&nbsp;15&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ที่จะดำเนินการ&nbsp;2&nbsp;ส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การดำเนินงานต่อยอดในบริเวณพื้นที่เดิม&nbsp;7&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;และการดำเนินการขยายผลในบริเวณพื้นที่ใหม่&nbsp;8&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ซึ่งการประชุมสัมมนาปฐมนิเทศแกนนำดังกล่าวได้จัดขึ้น&nbsp;เพื่อต้องการพัฒนาขีดความสามารถคณะทำงานในการดำเนินงานให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;ให้กลุ่มแกนนำมีเข้าใจในแผนปฏิบัติอย่างถูกต้องชัดเจน&nbsp;สามารถที่จะนำไปใช้สนับสนุนเสริมสร้างกระบวนการการขับเคลื่อน&nbsp;การดำเนินงานและติดตามประเมินผล&nbsp;เพื่อให้แต่ละชุมชนเกิดการบริหารจัดการแผนการจัดการป่าตลอดปี</p><p><strong>โดยจากการประชุมปฐมนิเทศ&nbsp;ทั้ง&nbsp;15&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีแนวทางร่วมกัน&nbsp;4&nbsp;แนวทาง&nbsp;</strong>ที่จะดำเนินการปฏิบัติตามแผนการจัดการป่า&nbsp;เพื่อสร้างชุมชนลดการเผาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;ได้แก่&nbsp;การดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า&nbsp;ทั้งการทำแนวกันไฟ&nbsp;ตั้งจุดตรวจจุดสกัด&nbsp;จัดทำหอคอยเฝ้าระวัง&nbsp;การจัดเวรยามออกลาดตระเวน&nbsp;การจดบันทึกการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า,&nbsp;การจัดทำแผนเผชิญเหตุของชุมชน&nbsp;ทั้งในเรื่องการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ดับไฟป่า&nbsp;การออกดับไฟป่าเมื่อเกิดเหตุ&nbsp;การขอความช่วยเหลือกรณีประสบอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน&nbsp;การสื่อสาร&nbsp;การขอรับความช่วยเหลือเมื่อหลงป่า&nbsp;รวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น,&nbsp;แผนการดำเนินงานด้านสุขภาพ&nbsp;ต้องมีการอบรมสร้างจิตสำนึกร่วมแก่ชาวบ้านภายในชุมชน&nbsp;</p><p><strong>เพื่อเตรียมรับมือพร้อมดูแลสุขภาพในช่วงอากาศวิกฤต&nbsp;</strong>สวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp;และจัดทำห้องปลอดฝุ่นชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;Safe&nbsp;Zone&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;การจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชุมชน&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;15&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;มีแนวทางที่จะดำเนินการภายใต้กระบวนการป่าเปียก&nbsp;ทั้งการจัดสร้าง-ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำแบบผสมผสานกึ่งถาวร&nbsp;การจัดทำฝายบก&nbsp;ขุดหลุมขนมครก&nbsp;และการปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081601495"],
    [333,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;46&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;39&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;36&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;29,144&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;50&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;23,151&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314084954497"],
    [334,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;และมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;15&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314085813498"],
    [335,"เตือนภัยโรคระบาดสัตว์จากแมลงพาหะ ในช่วงฤดูร้อนและอากาศแปรปรวน","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน&nbsp;ประกอบกับมีสภาพอากาศที่แปรปรวน&nbsp;เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกรรโชกแรงและมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่&nbsp;อาจส่งผลทำให้สัตว์เกิดความเครียด&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;&nbsp;และมีโอกาสติดเชื้อต่างๆ&nbsp;ได้ง่าย&nbsp;อีกทั้งลักษณะภูมิอากาศดังกล่าว&nbsp;ยังมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;จึงมีโอกาสที่จะพบการระบาดของโรคที่มาจากแมลงพาหะเพิ่มขึ้นและเกิดการแพร่กระจายของโรคไปในวงกว้างได้&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกร&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์</strong>&nbsp;ในการดำเนินการป้องกัน&nbsp;&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำจัด&nbsp;หรือลดปริมาณแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก&nbsp;หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์&nbsp;ร่วมกับการใช้ยาฉีดพ่น&nbsp;หรือราดหลัง&nbsp;&nbsp;หรือหยดบนตัวสัตว์&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;รวมทั้งการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือแหล่งรวมสัตว์&nbsp;ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง&nbsp;หรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่ให้มีอุจจาระ&nbsp;ปัสสาวะ&nbsp;หมักหมม&nbsp;ควรเก็บอุจจาระไว้ในสถานที่ป้องกันแมลงและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&nbsp;รวมทั้งเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ทุกวัน&nbsp;&nbsp;ซึ่งหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&nbsp;หรือแสดงอาการป่วย&nbsp;เช่น&nbsp;ม้า&nbsp;ลา&nbsp;ล่อ&nbsp;แสดงอาการ&nbsp;ซึม&nbsp;มีไข้อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;38.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;กินอาหารลดลง&nbsp;มีอาการบวมน้ำบริเวณขมับหรือคอ&nbsp;ตาแดงอักเสบ&nbsp;ชัก&nbsp;หรือกระวนกระวายคล้ายอาการเสียดท้อง&nbsp;</p><p><strong>ส่วนในโค-กระบือ&nbsp;หากพบสัตว์แสดงอาการซึม&nbsp;มีไข้</strong>&nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;39.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนัง&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ให้เกษตรกรหรือเจ้าของสัตว์&nbsp;แจ้งเจ้าหน้ากรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>หากไม่สะดวกสามารถโทรแจ้งมายังสายด่วนกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;063-225-6888&nbsp;ได้ตลอดเวลา&nbsp;เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการตรวจสอบ&nbsp;ให้การช่วยเหลือและควบคุมโรคโดยทันที&nbsp;และหากพบสัตว์ป่วยที่แสดงอาการสงสัยด้วยโรคระบาดข้างต้น&nbsp;ห้ามทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากฟาร์มโดยเด็ดขาด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปยังท้องที่อื่นๆ&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ควรจะเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามยานพาหนะ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะรถรับซื้อสัตว์&nbsp;รถอาหารสัตว์&nbsp;รถรับซื้อมูลสัตว์&nbsp;เข้าภายในฟาร์มโดยเด็ดขาด&nbsp;หากจำเป็นต้องทำการฆ่าเชื้อยานพาหนะจากภายนอกทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม&nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมถึงควบคุมแมลงพาหะด้วยสารกำจัดแมลงที่อาจมากับยานพาหนะดังกล่าวด้วย&nbsp;และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ของโรคเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่</strong>&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลง&nbsp;หรือใช้สารกำจัดแมลงเพื่อควบคุมแมลงพาหะอย่างเหมาะสม</p><p><strong>ขอเน้นย้ำให้เกษตรกร&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์ดูแลสัตว์ของตนเอง</strong>&nbsp;โดยการให้น้ำและอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้พอเพียงกับสัตว์&nbsp;เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ&nbsp;ที่ดี&nbsp;รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ&nbsp;ที่จะนำโรคเข้าฟาร์ม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314095055520"],
    [336,"สถานีควบคุมไฟป่าขุนตาล-ผาเมือง จ.ลำปาง จัดชุดมวลชนสัมพันธ์ \"ชิงเก็บ ลดเผา\" พร้อมเฝ้าระวังการลักบอบเผาในบริเวณรอบๆ ที่ช้างสำคัญ","<p><strong>นายชัยสิทธิ์&nbsp;เมฆอากาศ&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าขุนตาล-ผาเมือง</strong>&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่&nbsp;1&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;สาขาลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ชุดประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ของสถานีฯ&nbsp;ได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;พร้อมแจกจ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับไฟป่า&nbsp;และได้แสดงสาธิตการอัดก้อนใบไม้เศษวัสดุเชื้อเพลิง&nbsp;ตามมาตรการนโยบาย&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เนื่องในวันช้างไทย&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&nbsp;โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและสอบถามเพื่อที่จะนำวิธีการอัดเก็บเชื้อเพลิงนี้ไปต่อยอดต่อไป</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ชุดมวลชนสัมพันธ์ได้ร่วมกันจัดเก็บใบไม้และอัดเป็นก้อน&nbsp;</strong>เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ&nbsp;ณ&nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมนี้ได้เฝ้าระวังการลักลอบเผาในบริเวณรอบๆ&nbsp;ที่ช้างสำคัญ&nbsp;โดยเหตุการณ์ทั่วไปปกติ&nbsp;ไม่พบไฟป่าหรืออุบัติภัยในพื้นที่รับผิดชอบแต่อย่างใด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314094022508"],
    [337,"ทช. ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึง ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึง&nbsp;ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยการเดินสำรวจผลกระทบที่อาจหลงเหลือจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลมาบตาพุด&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึงตั้งแต่&nbsp;บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&nbsp;-&nbsp;บ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยจุดที่ห่างจากหินขาวหินดำบริเวณลานหินขาว&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยและพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ&nbsp;,&nbsp;บริเวณก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;,&nbsp;บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยและพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ&nbsp;//&nbsp;ชายหาดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ.)&nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ชายหาดบริวณบ้านเพ&nbsp;-&nbsp;ท่าเรือแกลงระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ระยะทาง&nbsp;150&nbsp;เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ยังได้นำเรือ&nbsp;ทช.302&nbsp;,&nbsp;ทช.111&nbsp;,&nbsp;ทช.311&nbsp;และ&nbsp;ทช.221&nbsp;ตรวจติดตามผลกระทบที่อาจหลงเหลือจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลมาบตาพุด&nbsp;4&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;เขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;รอบเกาะเสม็ดและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;62&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะเสม็ด&nbsp;(เลียบฝั่ง)&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;135&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะเสม็ด&nbsp;(นอกฝั่ง)&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;120&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;-&nbsp;เขาแหลมหญ้า&nbsp;-&nbsp;อ่าวเพ&nbsp;-&nbsp;ปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;87.7&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำทะเล</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314092626504"],
    [338,"รัฐบาลยืนยันไม่เคยทอดทิ้งชาวสวนทุเรียน กางแผนเจรจาส่งออกผลไม้ไปจีน พร้อมขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง","<p><strong>นางสาวรัชดา&nbsp;ธนาดิเรก&nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong>ชี้แจงประเด็นการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีน&nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบาย&nbsp;Zero-Covid&nbsp;ของจีน&nbsp;ที่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด&nbsp;ณ&nbsp;ด่านโหย่วอี้กวาน&nbsp;ผิงเสียง&nbsp;ตงซิง&nbsp;และโมฮ่าน&nbsp;ทำให้การจราจรติดขัด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะไทยเท่านั้น&nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้บูรณาการการทำงานหลายกระทรวง&nbsp;พร้อมทั้งหารือฝ่ายจีนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้การขนส่งสินค้าไทยมีความคล่องตัว&nbsp;ไม่เกิดความเสียหายและเร่งขยายตลาดสู่ประเทศตะวันออกกลางมากขึ้น&nbsp;มั่นใจปีนี้ส่งออกสินค้าเกษตรโตแน่นอน</p><p><strong>รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อการแก้ปัญหาการส่งสินค้าข้ามพรมแดนไปจีน</strong>&nbsp;นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ได้บูรณาการการทำงาน&nbsp;ประสานกับทางการจีนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;และได้แก้ปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ&nbsp;จนทำให้การส่งออกผลไม้ในปี&nbsp;2563&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;91,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และปี&nbsp;2564&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;160,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เฉพาะทุเรียนกว่าหนึ่งแสนล้านบาท</p><p><strong>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&nbsp;</strong>การไปเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&nbsp;จะนำไปสู่โอกาสทองการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรของไทยแล้ว&nbsp;ล่าสุด&nbsp;การเจรจาหารือระหว่างนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กับรัฐมนตรีด้านการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&nbsp;ณ&nbsp;เมืองดูไบ&nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;จะนำไปสู่การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารอย่างแน่นอน&nbsp;ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ&nbsp;หมื่นกว่าล้านบาท/ปี&nbsp;และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&nbsp;4.6</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314101214532"],
    [339,"จ.พะเยา ระบายน้ำกว๊านพะเยาช่วยเหลือเกษตรกรนาปรัง","<p><strong>ชลประทานพะเยาเริ่มระบายน้ำช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง</strong>&nbsp;ในพื้นที่ลาบลุ่มแม่น้ำอิง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;และอำเภอภูกามยาว&nbsp;หลังเริ่มขาดน้ำ&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ผู้อำนวยการชลประทานพะเยา&nbsp;ระบุ</strong>&nbsp;การระบายน้ำดังกล่าวจะไม่กระทบกับการผลิตน้ำประปา&nbsp;ล่าสุดระดับน้ำกว๊านพะเยาอยู่ที่&nbsp;22.8&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;คาดว่าน้ำในกว๊านพะเยาจะเพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงภัยแล้งนี้&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังที่อยู่บริเวณท้ายน้ำแม่น้ำอิง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้และอำเภอภูกามยาว&nbsp;เริ่มทำการสูบน้ำเข้าหล่อเลี้ยงนาข้าวซึ่งเป็นข้าวนาปรัง&nbsp;ที่มีพื้นที่รวมมากกว่า&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;หลังชลประทานจังหวัดพะเยา&nbsp;เริ่มระบายน้ำจากกว๊านพะเยาเพื่อเข้าทำการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้&nbsp;และอำเภอภูกามยาวหลังปริมาณน้ำเริ่มแห้งลง&nbsp;ซึ่งเกรงจะส่งผลกระทบต่อนาข้าวที่ปลูกไว้&nbsp;</p><p><strong>นายปาโมกข์&nbsp;ปิงเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการชลประธานจังหวัดพะเยา&nbsp;ระบุว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ทางชลประทานได้ทำการระบายน้ำจากกว๊านพะเยา&nbsp;เพื่อเข้าทำการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอดอกคำใต้และอำเภอภูกามยาว&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณโดยรอบแม่น้ำอิง&nbsp;โดยในปีนี้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังรวมแล้วมากกว่า&nbsp;6,000&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งทางชลประทานได้มีแผน&nbsp;ที่จะระบายน้ำเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงนี้โดยในห้วงเดือนมีนาคมจะระบายน้ำให้กับเกษตรกรจำนวน&nbsp;3,000,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และในเดือนเมษานี้จะระบายน้ำอีก&nbsp;3,000,000&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งการระบายน้ำดังกล่าวนั้น&nbsp;จะไม่กระทบกับปริมาณน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;และการผลิตน้ำประปา&nbsp;ซึ่งปริมาณน้ำกว๊านพะเยาจะอยู่ในระดับที่สามารถรองรับการใช้อุปโภคบริโภคได้และจะไม่กระทบกับภาวะภัยแล้ง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314094609518"],
    [340,"เกษตรและสหกรณ์ จ.นราธิวาส เผยแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ในช่วงภัยแล้ง ปี 2564/65 เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที","<p><strong>นายเทอดศักดิ์&nbsp;&nbsp;รัญจวน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ได้มีการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตร&nbsp;ในช่วงภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;โดยเฉพาะการป้องกันไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะและป่าพรุโต๊ะแดง&nbsp;ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;หน่วยงานสังกัดกรมชลประทาน&nbsp;ได้มีการขุดคลองส่งน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงพื้นที่บริเวณพรุ&nbsp;อีกทั้งมีการขอสนับสนุนการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกพืชในพื้นที่แล้งซ้ำซาก&nbsp;และจากการคาดการณ์ของสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาสช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ฝนตกประมาณ&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;และจะมีอากาศร้อนจัด&nbsp;ทำให้น้ำในแม่น้ำมีเพียงพอแต่ก็ระเหยได้สูง&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรอย่างไรก็ตามคาดว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องไฟไหม้ป่าพรุ&nbsp;</strong>เพราะมีความพร้อมทั้งระบบน้ำ&nbsp;การเฝ้าระวัง&nbsp;การเตรียมการพร้อมขอความร่วมมือประชาชนเลิกจุดไฟเผาป่า&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ&nbsp;&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และยังเป็นการทำลายความสมดุลของระบบนิเวศวิทยาอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314100356528"],
    [341,"สุพรรณบุรี รณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง","<p><strong>ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;เป็นประธานเปิดการรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ในห้วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาภัยแล้งและมีลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่&nbsp;สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควัน&nbsp;สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสุขภาพของประชาชน&nbsp;การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งหมอกควันและฝุ่นละลองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และจะได้ช่วยกันลดพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุการเกิดปัญหาดังกล่าว</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นายปภิณวิช&nbsp;ละอองแก้ว&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ในนามของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลต่างๆ&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมทั้งการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยเป็นการบูรณาการร่วมกัน&nbsp;14&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยคาดหวังว่าความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อปท.&nbsp;และเครือข่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด&nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุพรรณบุรี","สวท.สุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314101201531"],
    [342,"จ.สุโขทัย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน พร้อมประกาศ \"ห้ามเผาเด็ดขาด\"","<p><strong>จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐานฯ&nbsp;อยู่ระดับ&nbsp;</strong>\"เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ\"&nbsp;พร้อมออกประกาศ&nbsp;\"ห้ามเผาเด็ดขาด\"&nbsp;เพื่อลดการเกิดไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>นายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย&nbsp;โดยมีนายสุชาติ&nbsp;ทีคะสุข&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&nbsp;พร้อมพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&nbsp;รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย&nbsp;โดยนายเมืองแมน&nbsp;เกิดนานา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย&nbsp;ได้รายงานว่า&nbsp;</p><p><strong>เวลา&nbsp;07.00&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;มีค่าเท่ากับ&nbsp;57&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในระดับ&nbsp;\"เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ\"&nbsp;ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;เนื่องจากในช่วงนี้การระบายอากาศในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์&nbsp;\"ไม่ดี\"&nbsp;ขณะที่การเผาในที่โล่ง&nbsp;ก่อนเวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;และหลังเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศค่อนข้างมาก&nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ม.ค.-13&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ได้ดำเนินการดับไฟ&nbsp;43&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีพื้นที่ป่าเสียหายแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;232&nbsp;ไร่&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;97&nbsp;ไร่&nbsp;รวมทั้งจัดทำแนวกันไฟ&nbsp;รวม&nbsp;359&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย&nbsp;จึงได้ออกประกาศกำหนดเขตควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง&nbsp;\"ห้ามเผาเด็ดขาด\"&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคม&nbsp;-30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดการเกิดไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนจุดไฟเผาป่าหรือเผาในที่โล่ง&nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมาย&nbsp;โดยนายวิรุฬ&nbsp;พรรณเทวี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&nbsp;กำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังเหตุการณ์&nbsp;ติดตามข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ&nbsp;และการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(hotspot)&nbsp;ทุกวัน&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;และเพิ่มความเข้มข้นการลาดตะเวนในพื้นป่า&nbsp;รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&nbsp;และแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อสุขภาพด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สุโขทัย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314105128539"],
    [343,"ไทย มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม หลังพบปล่อยก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์สูง พร้อมเร่งสร้างคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่าให้ได้ตามแผนร้อยละ 40","<p><strong>ประเทศไทย&nbsp;มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม&nbsp;หลังพบปล่อยก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์สูง&nbsp;พร้อมเร่งสร้างคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่าให้ได้ตามแผนร้อยละ&nbsp;40</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ&nbsp;\"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;โอกาส&nbsp;และความท้าทาย\"&nbsp;ในการประชุมสัมมนากลไกทางการเงินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;Thailand&nbsp;Climate&nbsp;Finance&nbsp;Conference:&nbsp;From&nbsp;International&nbsp;to&nbsp;Domestic&nbsp;Mechanism&nbsp;จัดโดย&nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;โครงการด้านนโยบาย&nbsp;ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย&nbsp;&nbsp;เยอรมัน&nbsp;ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;ว่า&nbsp;ทุกภาคส่วนจะได้รับทราบกลไกทางการเงินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแหล่งเงินทุน&nbsp;เพื่อดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;การรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเกี่ยวกับความท้าทายในการพัฒนาธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ&nbsp;และความต้องการรับการสนับสนุนจากภาครัฐให้สามารถแข่งขันและพัฒนาธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการเชิงลึก&nbsp;ซึ่งในอนาคตการปลูกป่าจะไม่ใช่&nbsp;CSR&nbsp;อีกต่อไป&nbsp;แต่จะเป็นงานหลักในการสร้างคาร์บอนเครดิตที่มีมูลค่าสูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;โดยมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;อบก.&nbsp;ทำหน้าที่เป็นเรกกูเรเตอร์&nbsp;โดยจากแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ระบุชัดเจนถึงแผนการสร้างคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยด้วยการปลูกป่าให้ได้ร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ที่ผ่านมาได้ประสานทุกหน่วยงานเร่งปลูกป่าในพื้นที่สามารถปลูกป่าได้&nbsp;โดยเฉพาะความร่วมมือจากภาคเอกชนผ่านโครงการปลูกป่าทั้งป่าบกและป่าชายเลน&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้&nbsp;120&nbsp;ล้านตันต่อปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทยมีแผนจะปรับตัวในภาคเกษตรกรรม&nbsp;โดยเฉพาะการทำนา&nbsp;(ไรซ์&nbsp;นามา)&nbsp;ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการขังน้ำในนาข้าวในเขตนาชลประทานก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง&nbsp;30&nbsp;เท่า&nbsp;จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวใหม่ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวแต่ปล่อยมลพิษต่ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และกองทุนสนับสนุนจากต่างประเทศมาใช้เปลี่ยนผ่านในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;โดยเฉพาะกระบวนการใช้สารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศที่ต้องเริ่มจากกระบวนการผลิต&nbsp;เบื้องต้นได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากประเทศเยอรมนีและประเทศอื่นๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงร้อยละ&nbsp;0.8&nbsp;เท่านั้น&nbsp;แต่กลับพบว่าไทยเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;10&nbsp;ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด&nbsp;โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;จึงเป็นสาเหตุที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุดตั้งแต่วันนี้&nbsp;หากไม่เริ่มต้นทำอย่างจริงจังไทยจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างไม่มีสิ้นสุด</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314111858545"],
    [344,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ เกษตรปลื้ม ผลตอบรับผลไม้ไทยดี จากกิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรในงาน Expo 2020 Dubai มีโอกาสปักหมุดในตลาดตะวันออกกลางได้หลายชนิด","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดกิจกรรมเทศกาลแห่งความสุข&nbsp;ภายใต้ธีมงาน&nbsp;Digital&nbsp;for&nbsp;Agri&nbsp;&nbsp;Dev</strong>&nbsp;โดยนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพจากประเทศไทยมาจัดแสดงเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงาน&nbsp;World&nbsp;Expo&nbsp;2020&nbsp;Dubai&nbsp;ได้รู้จัก&nbsp;เรียนรู้&nbsp;และเข้าใจถึงวัฒนธรรมความเป็นมาด้านการเกษตรของไทย&nbsp;รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเกษตรในการพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ผ่านระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญตามนโยบายด้านการเกษตรและอาหาร&nbsp;3S&nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในคุณภาพ&nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรไทย&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้เกษตรกรไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ตลาดสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์&nbsp;และตลาดโลก</strong>&nbsp;โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่&nbsp;11&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;โดยประเทศไทยได้นำสินค้าเกษตรไทย&nbsp;ซึ่งเป็นผลจากการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสินค้าเกษตรที่คัดเลือกไปจัดแสดงเป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูงและได้มาตรฐานแล้ว&nbsp;ยังเป็นผลผลิตที่มีการประเมินแล้วว่า&nbsp;น่าจะสอดคล้องกับรสนิยม&nbsp;หรือความชอบของผู้บริโภคแถบนี้&nbsp;รวมทั้งมีโอกาสในการเติบโตหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลจากการประเมินภาพรวมพบว่า&nbsp;</strong>ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ให้การตอบรับสินค้าเกษตรไทยดีมาก&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มไม้ผลที่มีให้เลือกชิมทั้งแบบสด&nbsp;แบบอบแห้ง&nbsp;และแบบทอดกรอบ&nbsp;เนื่องจากมีสีสันสวยงาม&nbsp;รูปร่างแปลกตา&nbsp;สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมงานได้ดี&nbsp;ประกอบกับมีรสชาติที่โดดเด่น&nbsp;จึงนับเป็นประโยชน์ในการทดลองสินค้าเกษตรไทยใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ในตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง&nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมและขยายสินค้าไปยังตลาดที่มีศักยภาพ&nbsp;มีกำลังซื้อสูง&nbsp;และมีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่อเกษตรกร&nbsp;และผู้ประกอบการไทย&nbsp;และยังจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียวได้อีกด้วย</p><p><br></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314144304643"],
    [345,"จังหวัดสุพรรณบุรี รณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง","<p><strong>ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;</strong>เป็นประธานเปิดการรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมกล่าวว่า&nbsp;ในห้วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาภัยแล้งและมีลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่&nbsp;สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&nbsp;และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควัน&nbsp;สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสุขภาพของประชาชน&nbsp;การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละลองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และจะได้ช่วยกันลดพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุการเกิดปัญหาดังกล่าว</p><p><strong>ด้านนายปภิณวิช&nbsp;ละอองแก้ว&nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;ในนามของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องจักรกลต่างๆ&nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;รวมทั้งการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยเป็นการบูรณาการร่วมกัน&nbsp;14&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยคาดหวังว่าความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;อปท.&nbsp;และเครือข่ายต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;จะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด&nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314134126604"],
    [346,"กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ติดตามผลการใช้ชีวภัณฑ์ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) อำเภอรัษฎาอย่างต่อเนื่องในช่วงฝนตกชุก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดย&nbsp;นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสุภัชชา&nbsp;ณ&nbsp;พัทลุง&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการใช้ชีวภัณฑ์&nbsp;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชีวภัณฑ์อย่างง่ายสำหรับเกษตรกร&nbsp;ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;(ศจช.)&nbsp;ซึ่งปลูกพริก&nbsp;มะเขือ&nbsp;ถั่ว&nbsp;บวบ&nbsp;และผักวอเตอร์เครป&nbsp;ณ&nbsp;เลขที่&nbsp;16&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>การควบคุมโรคพืชโดยชีววิธีเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการใช้สารเคมี&nbsp;</strong>แนะนำ&nbsp;3&nbsp;วิธี&nbsp;&nbsp;คือ&nbsp;วิธีที่&nbsp;1&nbsp;การพ่นสารชีวภัณฑ์&nbsp;Bs&nbsp;ตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;โดยควรพ่นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อกล้าเริ่มตั้งตัวหลังการย้ายปลูก&nbsp;พ่นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เมื่อออกดอก&nbsp;หลังจากนั้นพ่นทุก&nbsp;5-7&nbsp;วัน&nbsp;ในอัตรา&nbsp;40-50&nbsp;กรัม/น้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิธีที่&nbsp;2&nbsp;ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;ทางดิน&nbsp;โดยผสมเชื้อสด&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;รำละเอียด&nbsp;4&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;:&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;โรยรอบโคนต้น&nbsp;ต้นละ&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;1&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ต่อน้ำสะอาด&nbsp;100-200&nbsp;ลิตร&nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงพืช&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิธีที่&nbsp;3&nbsp;ใช้กับดักกาวเหนียวในแปลงผัก&nbsp;กรณีที่มีศัตรูพืชระบาด&nbsp;ควรติดตั้งกับดักให้สูงประมาณ&nbsp;30&nbsp;เซนติเมตร&nbsp;หรือสูงกว่ายอดต้นผักเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว&nbsp;โดยใช้กับดักประมาณ&nbsp;60-80&nbsp;กับดัก/พื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ส่วนในฤดูที่มีการระบาดของศัตรูพืชน้อยอาจใช้เพียง&nbsp;15&nbsp;&nbsp;20&nbsp;กับดัก/ไร่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314134300605"],
    [347,"สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง  ประชุมติดตามและวางแผนการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;โดย&nbsp;นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ประชุมประจำเดือนสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลท่าข้าม&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;เพื่อมอบหมายงานให้ข้าราชการ&nbsp;และพนักงานราชการปฏิบัติงาน</strong>&nbsp;พร้อมทั้งชี้แจงและรับทราบหัวข้อราชการ&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายภาครัฐ&nbsp;และงานตามภารกิจต่างๆ&nbsp;ได้แก่&nbsp;แผนและผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนจัดสรรงบประมาณโครงการ&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;การรายงานแปลงพยากรณ์และระบบเตือนการระบาดศัตรูพืช&nbsp;การรายงานการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำข้อมูลประมาณการผลผลิตไม้ผล&nbsp;การขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตร&nbsp;(T&amp;V&nbsp;System)&nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;รายงานความก้าวหน้าของการขึ้น/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;โครงการตลาดเกษตรกร&nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์&nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314135155608"],
    [348,"ปลัดอำเภอปายฯ ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกลาดตระเวน สำรวจสิ่งผิดปกติ ตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่","<p><strong>วันที่&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายทศพล&nbsp;สินยบุตร&nbsp;นายอำเภอปาย</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายพิเชษฐ&nbsp;พุ่มนวน&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&nbsp;ประสานงานกับกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เดินลาดตระเวนสำรวจสิ่งผิดปกติ&nbsp;รวมถึงการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบตามมาตรการการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ดังนี้&nbsp;บ้านน้ำฮู&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเวียงใต้&nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโป่งสา&nbsp;บ้านม่วงสร้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;จัดชุดออกตรวจตามจุดที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;บ้านทรายขาว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลแม่ฮี้&nbsp;บ้านนาจลองใหม่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;บ้านปางแปก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;บ้านแพมกลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลทุ่งยาว&nbsp;จัดชุดอยู่เวรศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;พร้อมลาดตระเวนและทำแนวกันไฟตามจุดที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าบ้านแม่นะ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;ร่วมกันพัฒนาเก็บกวาดใบไม้แห้งเพื่อลดการเผาและฝุ่นควันตัดกิ่งไม้ข้างถนนเข้าหมู่บ้านที่เสี่ยงและอันตรายออกทิ้งเพื่อความปลอดภัยในการสัญจรไปมาในหมู่บ้านบ้านแม่ของ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;จัดชุดอยู่เวรศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;บ้านแม่นาเติงนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลแม่นาเติง&nbsp;ได้มีการพัฒนาหมู่บ้าน&nbsp;ทำแนวกันไฟ&nbsp;พร้อมกับมีการตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;และหมอกควัน&nbsp;ณ.พื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314142821630"],
    [349,"จ.สุรินทร์มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์แบบมีส่วนร่วม (PGS) สร้างการขยายตัวตามแนวทาง \"สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมช้างใหญ่&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานมอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS&nbsp;Surin)&nbsp;ให้กับตัวแทนเกษตรกรที่ผ่านการรับรอง&nbsp;ซึ่งมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมขึ้นโดยเรียกว่า&nbsp;Participatory&nbsp;Guarantee&nbsp;System&nbsp;หรือเรียกสั้นๆ&nbsp;ว่า&nbsp;พี&nbsp;จี&nbsp;เอส&nbsp;(PGS)&nbsp;เกิดขึ้นจากการที่สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;IFOAM&nbsp;ได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ&nbsp;ของระบบการรับรองโดยบุคคลที่&nbsp;3&nbsp;ที่เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถขยายช่องทางตลาดได้&nbsp;จึงได้ร่วมกับเครือข่ายประเทศต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;พัฒนาระบบ&nbsp;PGS&nbsp;ขึ้น&nbsp;และทดลองนำร่อง&nbsp;ใน&nbsp;8&nbsp;ประเทศตั้งแต่ปี&nbsp;2547&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;จนถึงปัจจุบันมีประเทศที่นำระบบไปใช้รับรองเกษตรอินทรีย์กว่า&nbsp;70&nbsp;ประเทศ&nbsp;และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;เพราะ&nbsp;PGS&nbsp;ทำให้เกิดการขยายตัวการทำเกษตรอินทรีย์ในชนบท&nbsp;และมีช่องทางตลาดให้เกษตรกรขายตรงมากขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ตลาดนัดสีเขียวในพื้นที่&nbsp;ระบบสมาชิกล่วงหน้า&nbsp;ระบบเครือข่ายดิจิตอล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชนบททำให้ผู้บริโภคภายในประเทศเข้าถึงอาหารอินทรีย์ในราคาที่ซื้อหาได้&nbsp;เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยไม่พึ่งสารเคมี&nbsp;และ&nbsp;PGS&nbsp;จะเป็นระบบที่ทำให้มีการทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น&nbsp;เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งต่อรายได้ของเกษตรกร&nbsp;ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค&nbsp;และเกิดสังคมเข้มแข็งในที่สุด&nbsp;ตรงกับเป้าวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ&nbsp;\"สุรินทร์รุ่งเรือง&nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์\"&nbsp;</p><p><strong>นางสาวพิชชากร&nbsp;แจ่มศรี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;เป็นระบบที่มีความสำคัญถือเป็นบันไดขั้นแรกที่จะทำให้เกษตรกรกล้าที่จะเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรของตนจากเคมีมาสู่อินทรีย์&nbsp;เพื่อที่จะตอบสนองปัญหาต่างๆ&nbsp;ดังที่กล่าวมา&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจัดให้มีการจัดทำแผนการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(PGS)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่องและประหยัดงบประมาณ&nbsp;ตอบสนองผู้บริโภคในชุมชน&nbsp;โดยการดำเนินโครงการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;&nbsp;(PGS&nbsp;Surin)&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;17&nbsp;อำเภอ&nbsp;18&nbsp;แห่ง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;540&nbsp;ราย&nbsp;มีเกษตรกรผ่านการรับรองแบบกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;210&nbsp;ราย&nbsp;และผ่านการรับรองแบบรายบุคคล&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รวมเกษตรกรผ่านการรับรองทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;222&nbsp;ราย&nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้ารับมอบใบรับรองที่ผ่านการรับรองแบบกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;และเกษตรกรที่ผ่านการรับรองแบบรายบุคคล&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ราย&nbsp;รวม&nbsp;19&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314141757626"],
    [350,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยยังสูงกว่า 700 จุด โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยยังสูงกว่า&nbsp;700&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(13&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;775&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;226&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;167&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;157&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;110&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;102&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;135&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;สกลนคร&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกระจายตัวหนาแน่นตั้งแต่ตอนกลางไปจนถึงตอนบนของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้สูงถึง&nbsp;426&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่เกษตร&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&nbsp;ส่วนวันนี้หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพไปจนถึงมีผลต่อสุขภาพ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;13&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;10,949&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9,197&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,634&nbsp;จุด&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;14&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูง&nbsp;4,097&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,372&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;2,090&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314145032648"],
    [351,"ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ ออกบริการผสมเทียมให้แก่สัตว์เลี้ยงเกษตรกร","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;ออกบริการผสมเทียมให้แก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&nbsp;และอำเภอลอง&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้&nbsp;และให้คำแนะนำในการป้องกันโรคระบาด</p><p><strong>นายปริญญา&nbsp;แสงพายัพ&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองแพร่&nbsp;</strong>นำทีมนายวิรุธ&nbsp;สาระกุล&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;ออกให้บริการเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&nbsp;โดยการผสมเทียมโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;3&nbsp;ราย,&nbsp;ตรวจท้องโค&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;1&nbsp;ราย,&nbsp;ติดตามลูกโคเกิด&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;รักษาโคป่วย&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;และแก้ไข&nbsp;CL&nbsp;ค้าง&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;1&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับในพื้นที่อำเภอลอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>นายอนุชา&nbsp;ใจเสน&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอลอง&nbsp;นำทีมโดยนายจตุรภัทร&nbsp;ชากันดี&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;ออกให้บริการเกษตรกร&nbsp;ผสมเทียมโคเนื้อ&nbsp;3&nbsp;ตัว&nbsp;2&nbsp;ราย,&nbsp;ติดตามลูกเกิด&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;และถ่ายบำรุงโค&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้ทางสำนักงานปศุสัตว์ให้เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่</strong>ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการป้องกันโรคระบาดในโค-กระบือ&nbsp;และสัตว์ปีก&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;ส่งเสริมให้ทำวัคซีน&nbsp;และกำจัดแมลงดูดเลือดในโค-กระบือ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154258706"],
    [352,"จ.จันทบุรีแถลงข่าวการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิดตัดทุเรียนอ่อนเพื่อส่งออกต่างประเทศ  จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องขั้นเด็ดขาด เพื่อป้องกันชื่อเสียงและผลกระทบการส่งออกของทุเรียนไทย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่สถานีตำรวจภูธรท่าใหม่&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;นายสุธี&nbsp;ทองแย้ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;พ.ต.อ.&nbsp;กัมพล&nbsp;ลีลาประภาภรณ์&nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้กระทำผิดตัดทุเรียนอ่อนเพื่อจำหน่ายเข้าข่ายความผิดหลอกลวงผู้บริโภค&nbsp;และฝ่าฝืนประกาศจังหวัดเรื่องการกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;และกำหนดการเก็บเกี่ยวทุเรียน&nbsp;ตามมาตรการในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฝ่ายปกครองจังหวัด&nbsp;อำเภอ&nbsp;ทหาร&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;6&nbsp;(สวพ.6)&nbsp;กอ.รมน.จบ.&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&nbsp;ร้อย.อส.จบ.ที่&nbsp;1&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันตรวจสอบโรงคัดทุเรียน(ล้ง)&nbsp;บริษัท&nbsp;ไท&nbsp;ชิงเต่า&nbsp;จำกัด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาบายศรี&nbsp;อำเภอท่าใหม่&nbsp;ในด้านคุณภาพของทุเรียนชนิดพันธุ์กระดุม&nbsp;โดยจากการสุ่มตรวจตัวอย่าง&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;พบว่ามีเปอร์เซ็นต์แป้ง&nbsp;17%&nbsp;,16%&nbsp;,18%&nbsp;และ&nbsp;15%&nbsp;ซึ่งต่ำกว่าเปอร์เซ็นต์แป้งมาตรฐาน&nbsp;ที่&nbsp;27%&nbsp;จึงได้ทำตำหนิและทำบันทึกตรวจยึดทุเรียนที่ไม่ได้คุณภาพ&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;1,066&nbsp;ลูก&nbsp;โดยได้รวบรวมหลักฐาน&nbsp;เพื่อนำแจ้ง&nbsp;พนักงานสอบสวน&nbsp;สภ.ท่าใหม่&nbsp;ดำเนินคดี&nbsp;กับล้งที่รับซื้อ&nbsp;และผู้ที่ตัดทุเรียนดังกล่าว&nbsp;ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&nbsp;และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ส่วนเกษตรกรเจ้าของสวนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต&nbsp;GAP&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้จัดชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ</strong>จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ออกสุ่มตรวจล้งคัดแยกบรรจุผลไม้&nbsp;และแผงผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีตลอดฤดูกาลผลิต&nbsp;เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ผลไม้คุณภาพดีของจังหวัด&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;หากพบผู้กระทำผิดก็จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาดทันที</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314162754746"],
    [353,"รมว.เกษตรและสหกรณ์ Kick off เปิดน้ำเข้าทุ่งบางระกำ ตามแผนปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าว 2.6 แสนไร่ เพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจว่ามีน้ำส่งอย่างทั่วถึง ได้ลงมือปลูกข้าวพร้อมกันวันที่ 1 เม.ย.นี้","<p><strong>บ่ายวันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;เปิดน้ำเข้าทุ่งบางระกำ&nbsp;&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจว่ามีน้ำส่งอย่างทั่วถึง&nbsp;ได้ลงมือปลูกข้าวพร้อมกันวันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ตามแผนการปรับปฎิทินการเพาะปลูกนาข้าวนาปีให้เร็วขึ้น&nbsp;เพื่อลดผลกระทบผลผลิตเสียหายในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณท่อระบายน้ำคลองแยงมุม&nbsp;อำเภอพรหมพิราม&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก</p><p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทุ่งบางระกำ&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;11&nbsp;ทุ่ง&nbsp;ที่กรมชลประทานปรับปฎิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากจะมา&nbsp;โดยปีนี้จะเริ่มส่งน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ให้ทุ่งบางระกำพื้นที่&nbsp;2.6&nbsp;แสนไร่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกนาข้าวนาปีได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จนเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในสิงหาคมนี้&nbsp;รวมปริมาณน้ำ&nbsp;310&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ลบ.ม.)&nbsp;ภายหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว&nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำ&nbsp;เป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากช่วยป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดพิษณุโลกและตัวเมืองสุโขทัย&nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;ขณะเดียวกันได้ร่วมกับกรมประมงจัดหาปลาน้ำจืดมาปล่อยเข้าทุ่งบางระกำ&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพประมงให้เป็นรายได้เสริม&nbsp;กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;และเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายนจะระบายน้ำออกจากทุ่ง&nbsp;ให้เหลือน้ำค้างทุ่ง&nbsp;ไว้ให้เกษตรกรเตรียมแปลงทำนาปรังต่อไปเป็นการประหยัดน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนหลักได้เป็นอย่างมาก</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;ตลอดเวลาดำเนินโครงการบางระกำโมเดลตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;ได้รับความพึงพอใจและการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่และเกษตรกรผู้ใช้น้ำ&nbsp;เนื่องด้วยช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก&nbsp;ในขณะเดียวกันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย&nbsp;นับว่าโครงการบางระกำโมเดลตอบโจทย์บรรเทาปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง&nbsp;ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำได้ทั้งลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคเหนือ","พิษณุโลก","สวท.พิษณุโลก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314155235723"],
    [354,"บางระกำโมเดล ตอบโจทย์เกษตรพื้นที่ลุ่มต่ำ ลดผลผลิตเสียหาย สร้างรายได้เพิ่ม","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;&nbsp;บางระกำโมเดล&nbsp;ต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่&nbsp;6&nbsp;ด้วยการปรับเปลี่ยนปฏิทินทำนาปีของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ&nbsp;ครอบคลุมอำเภอพรหมพิราม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอบางระกำ&nbsp;และอำเภอวัดโบสถ์&nbsp;&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และอำเภอกงไกรลาศ&nbsp;จังหวัดสุโขทัย&nbsp;ให้เร็วขึ้นกว่าปกติ&nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปีได้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;เมษายนของทุกปี&nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึง&nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงปัญหานาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายและยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ชาวนาในทุ่งบางระกำได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>สำหรับทุ่งบางระกำเป็น&nbsp;1&nbsp;ใน&nbsp;11&nbsp;ทุ่ง</strong>&nbsp;ที่กรมชลประทานปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากจะมา&nbsp;โดยในปีนี้จะเริ่มส่งน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ให้ทุ่งบางระกำพื้นที่กว่า&nbsp;2&nbsp;แสนไร่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จนเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ภายในเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;รวมปริมาณน้ำที่จัดสรรประมาณ&nbsp;310&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)&nbsp;ภายหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว&nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ&nbsp;รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&nbsp;ช่วยป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขต&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;และตัวเมืองสุโขทัย&nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันได้ร่วมกับกรมประมง</strong>&nbsp;จัดหาพันธุ์ปลาน้ำจืดมาปล่อยเข้าทุ่งบางระกำ&nbsp;ช่วยสร้างอาชีพประมงให้เป็นรายได้เสริมกับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;และเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน&nbsp;จะระบายน้ำออกจากทุ่งโดยให้เหลือน้ำค้างทุ่งไว้ให้เกษตรกรได้เตรียมแปลงทำนาปรังต่อไปเป็นการประหยัดน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนหลักได้เป็นอย่างมาก</p><p><strong>อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ตลอดเวลาดำเนินโครงการบางระกำโมเดลตั้งแต่ปี&nbsp;2560&nbsp;&nbsp;ได้รับความพึงพอใจและการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่และเกษตรกรผู้ใช้น้ำ&nbsp;เนื่องด้วยช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก&nbsp;ในขณะเดียวกันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย&nbsp;นับว่าโครงการบางระกำตอบโจทย์บรรเทาปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง&nbsp;ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำได้ทั้งลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำเจ้าพระยา</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214535819"],
    [355,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมบูรณาการหลายภาคส่วนตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบกิจการการทำเหมืองแร่โปแตช จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่&nbsp;เขต&nbsp;6&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไทร&nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;ประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบการแพร่กระจายความเค็มจากการประกอบกิจการเหมืองแร่โปแตช&nbsp;</p><p><strong>รวมทั้งการเรียกค่าชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหาย</strong>ในพื้นที่ตำบลหนองไทร&nbsp;และตำบลหนองบัวตะเกียด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไทร&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;โดยมีข้อสรุปดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ขณะตรวจสอบพบว่าทางโรงงานมิได้ประกอบกิจการ&nbsp;เนื่องจากมีน้ำไหลเข้าไปในพื้นที่ทำเหมือง&nbsp;และอยู่ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไข&nbsp;โดยมีการซื้อน้ำเกลือเข้ามาผลิตในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ตรวจสอบบ่อเก็บน้ำของเหมืองแร่&nbsp;ตั้งอยู่บริเวณทางด้านทิศใต้ของพื้นที่ทำเหมือง&nbsp;ลักษณะเป็นบ่อน้ำมีคันดินล้อมรอบสูงประมาณ&nbsp;5&nbsp;เมตร&nbsp;สภาพแข็งแรง&nbsp;ไม่พบน้ำไหลออกนอกบ่อ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ตรวจสอบและสอบถามประชาชนในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;บริเวณจุดที่เคยมีน้ำเค็มผุดขึ้นเมื่อปี&nbsp;2562&nbsp;โดยสภาพในปัจจุบันไม่พบน้ำเค็มผุดขึ้นจากบริเวณดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ตรวจสอบคุณภาพน้ำภาคสนามบริเวณบ่อเก็บน้ำสาธารณะจำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จุดที่&nbsp;1&nbsp;บ่อเก็บน้ำ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;มีค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;7.74&nbsp;ค่าความเค็มสูงมากกว่า&nbsp;40&nbsp;กรัม/ลิตร&nbsp;ค่าสารที่ละลายได้ทั้งหมด&nbsp;เท่ากับ&nbsp;77,700&nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร&nbsp;และจุดที่&nbsp;2&nbsp;บ่อเก็บน้ำดิบสำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;มีค่า&nbsp;pH&nbsp;เท่ากับ&nbsp;9.49&nbsp;ค่าความเค็ม&nbsp;เท่ากับ&nbsp;0.2&nbsp;กรัม/ลิตร&nbsp;ค่าสารที่ละลายได้ทั้งหมด&nbsp;333&nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;ที่ประชุมมีมติให้เชิญผู้ที่ได้รับผลกระทบมาไกล่เกลี่ยค่าชดเชยเยียวยาในการประชุมครั้งต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314182412773"],
    [356,"ผู้ว่าฯ มหาสารคาม นำคณะแลกเปลี่ยนความคิดและศึกษาดูงานฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ เพื่อมุ่งยกระดับภาคการเกษตรแบบครบวงจร","<p><strong>ในระหว่างวันที่&nbsp;14-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่คูโบต้าฟาร์ม&nbsp;ตำบลหนองอิรุณ&nbsp;อำเภอบ้านบึง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>นายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางพรศรี&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม/ประธานแม่บ้านมหาดไทย&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;และผู้นำเกษตรกร&nbsp;ของจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ร่วมประชุมสัมมนา&nbsp;ภายใต้โครงการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;(Zero&nbsp;Burn)&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ตามข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ระหว่างจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และองค์กรเครือข่ายจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;และบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธีระศักดิ์&nbsp;พรรักษมณี&nbsp;ประธานกรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;คูโบต้ามหาสารคาม&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;นางนางสุนิษา&nbsp;พรรักษมณี&nbsp;กรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทคูโบต้ามหาสารคาม&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมโครงการ&nbsp;และให้การต้อนรับ</p><p><strong>สำหรับโครงการเกษตรปลอดการเผา&nbsp;(Zero&nbsp;Burn)</strong>&nbsp;มีเป้าหมายลดการเผาจากภาคการเกษตรในจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ให้เป็น&nbsp;0%&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;และเตรียมเปิดหมู่บ้านต้นแบบ&nbsp;เกษตรปลอดการเผา&nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&nbsp;เพื่อสนับสนุนและยกระดับกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง&nbsp;ในการเป็นต้นแบบหมู่บ้านเกษตรปลอดการเผา&nbsp;(Zero&nbsp;Burn)&nbsp;ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;และเผยแพร่องค์ความรู้การทำเกษตรปลอดการเผาในจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้กับเกษตรกรในจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ได้ตระหนักถึงการทำเกษตรปลอดการเผา&nbsp;โดยบริษัทคูโบต้า&nbsp;ขอความร่วมมือจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;ในการจัดตั้งตัวแทนหน่วยงาน&nbsp;ร่วมเข้าติดตามเป้าหมาย&nbsp;พัฒนาให้พ้นความยากจน&nbsp;ร่วมสรรหา&nbsp;และคัดเลือกพี่เลี้ยงเกษตรกร&nbsp;และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชน&nbsp;ภายใต้สโลแกน&nbsp;ชุมชนเพาะสุขสยามคูโบต้า</p><p><strong>ด้านนายเกียรติศักดิ์&nbsp;ตรงศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การศึกษาดูงานในครั้งนี้&nbsp;จะสามารถทำให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตลอดจนพี่น้องเกษตรกร&nbsp;สามารถนำรูปแบบไปปรับปรุง&nbsp;พัฒนาการประกอบอาชีพด้านการเกษตร&nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;ถึงปลายทาง&nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดมหาสารคามเอง&nbsp;ก็มุ่งยกระดับภาคการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีขึ้น&nbsp;และมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มหาสารคาม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314195616785"],
    [357,"ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ จชต.","<p><strong>วันนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;</strong>ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&nbsp;15&nbsp;/&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอก&nbsp;อังคาร&nbsp;พร้อมสุข&nbsp;เสนาธิการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าการเลี้ยงแพะ&nbsp;ตามกิจกรรมการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&nbsp;(กิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์&nbsp;และการทำประมง)&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;2&nbsp;ฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านน้ำดำ&nbsp;ตำบลปุโละปุโย&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p>โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;บ้านไร่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลคอลอตันหยง&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>โดยได้รับฟังปัญหา&nbsp;ข้อขัดข้อง&nbsp;ในการดำเนินงาน</strong>&nbsp;พร้อมกับได้มอบนโยบายในการบริหารจัดการภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด&nbsp;เพื่อให้ฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;สามารถเลี้ยงดูตนเองได้&nbsp;เป็นแหล่งจ้างแรงงานให้สมาชิกฯ&nbsp;มีงานทำ&nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&nbsp;ได้เรียนรู้การทำเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และประมงอย่างถูกหลักวิชาการ&nbsp;และรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่มทำงาน&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อน&nbsp;และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์&nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยมี&nbsp;พันเอก&nbsp;อิศรา&nbsp;จันทะกระยอม&nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&nbsp;153/&nbsp;หัวหน้าคณะทำงานที่&nbsp;2&nbsp;,ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</strong>เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล&nbsp;และให้ความช่วยเหลือในการดำเนินงานของโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ได้จัดทำโครงการการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ที่สนับสนุนให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่าง&nbsp;ได้มีทักษะในการดำรงชีพ&nbsp;และให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตในรูปแบบต่างๆ&nbsp;ส่งเสริมให้ฟาร์มตัวอย่างสามารถสร้างผลผลิตนำมาซึ่งรายได้ในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกฟาร์มตัวอย่างและชุมชนในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่&nbsp;จชต.&nbsp;โดยรวม&nbsp;ทั้งพี่น้องประชาชนไทยพุทธและพี่น้องประชาชนไทยมุสลิม&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ&nbsp;ด้วยความรัก&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</strong>&nbsp;สำรวจความต้องการของสมาชิกฟาร์มตัวอย่างในแต่ละพื้นที่&nbsp;ร่วมกับสมาชิกฟาร์ม&nbsp;ในการเลือกทำเล&nbsp;เตรียมพื้นที่บริเวณฟาร์มฯ&nbsp;รวมถึงประสานงานกับเกษตรอำเภอในพื้นที่&nbsp;ให้ความรู้&nbsp;ตามความเหมาะสมเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่ฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;โดยการจัดหาพันธุ์แพะ&nbsp;จัดทำโรงเรือนเลี้ยงแพะ&nbsp;และอาหาร&nbsp;ในระยะเริ่มต้น&nbsp;ให้แก่&nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&nbsp;ตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่&nbsp;สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&nbsp;ในความรับผิดชอบของ&nbsp;ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ฟาร์ม</p><p><strong>ในเวลาต่อมา&nbsp;พลตรี&nbsp;เฉลิมพร&nbsp;ขำเขียว&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน</strong>โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และคณะ&nbsp;เดินทางต่อไปยัง&nbsp;ชุมชนท่าด่านตำบลตุยง&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;ตามโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต&nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ประจำปี&nbsp;&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้การสนับสนุนจัดหาพันธุ์ไก่ไข่&nbsp;สายพันธุ์โร๊ดไอส์แลนด์เรด&nbsp;จำนวน&nbsp;36&nbsp;ตัว&nbsp;/&nbsp;ชุมชน&nbsp;พร้อมทั้งอุปกรณ์การเลี้ยงไก่&nbsp;และอาหารไก่&nbsp;ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในชุมชนที่ได้ทำการสำรวจ&nbsp;ตามแผนเสริมสร้างสันติสุข&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;ของ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ซึ่งกำหนดชุมชนล่อแหลมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&nbsp;จำนวน&nbsp;258&nbsp;ชุมชน&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมดังกล่าว&nbsp;เป็นกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องประชาชน</strong>ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยพุทธ&nbsp;และพี่น้องประชาชนไทยมุสลิม&nbsp;เป็นการลดต้นทุนในการประกอบอาชีพสามารถสร้างงาน&nbsp;ลดรายจ่าย&nbsp;เพิ่มรายได้&nbsp;ให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314205205796"],
    [358,"จังหวัดพังงา เปิดการปฐมนิเทศประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะพานเชื่อมเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า","<p><strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;เปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะพานเชื่อมเกาะคอเขา&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;โดยมี&nbsp;นางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียร&nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&nbsp;สส.จังหวัดพังงา&nbsp;ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคประชาชน&nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ไปยังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเขาหลัก&nbsp;โรงแรมชีวิว&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;เขาหลัก&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เพื่อชี้แจงรายละเอียดความเป็นมาของโครงการ&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;แนวทางการศึกษา&nbsp;และการดำเนินโครงการ&nbsp;รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยกรมทางหลวงชนบท&nbsp;มีความมุ่งหมายที่จะให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง&nbsp;ร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบของการก่อสร้างสะพาน&nbsp;รวมทั้งผลประโยชน์ที่ได้รับ&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านการคมนาคมขนส่ง&nbsp;ด้านการสัญจรไปมา&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านการดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมบริเวณแนวก่อสร้าง&nbsp;การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นต้น&nbsp;เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลในหลายๆ&nbsp;ด้านประกอบการพิจารณาในการอนุมัติเงินงบประมาณเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป</p><p><strong>โดยกรมทางหลวงชนบทมีพันธกิจในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท</strong>&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง&nbsp;การสัญจร&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;การพัฒนาชายแดน&nbsp;การพัฒนาเมือง&nbsp;โดยปัจจุบันการเดินทางระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะคอเขาจะต้องใช้เรือ&nbsp;และแพขนานยนต์จากฝั่งสู่เกาะคอเขา&nbsp;ทำให้มีปัญหาด้านความปลอดภัยและความล่าช้าในการเดินทาง&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยวและในเวลาเร่งด่วน&nbsp;ต่อมาคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน&nbsp;(กรอ.)&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&nbsp;มีมติให้ขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะคอเขา&nbsp;ซึ่งเป็นเกาะที่มีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพังงา&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัย&nbsp;รวดเร็วในการเดินทางและเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา&nbsp;จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทสนับสนุนการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา&nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;ซึ่งกรมทางหลวงชนบท&nbsp;ได้ตรวจสอบข้อมูลของโครงการในเบื้องต้น&nbsp;พบว่า&nbsp;โครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม&nbsp;แต่พื้นที่ในการดำเนินงานโครงการอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&nbsp;เขตพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าว&nbsp;จึงต้องปฏิบัติตามข้อระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยจะต้องทำการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงได้จัดให้มีการประชุมขึ้นในวันนี้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314220256825"],
    [359,"จังหวัดพังงา เตรียมชี้แจงปัญหาและข้อมูลแนวเขตทางทะเลที่ยังไม่ได้ข้อยุติต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา","<p><strong>ที่ห้องประชุมเหมืองแร่&nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&nbsp;</strong>นายจำเริญ&nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายเถลิงศักดิ์&nbsp;นุชประหาร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&nbsp;นายพจน์&nbsp;หรูวรนันท์&nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&nbsp;กอ.รมน.จังหวัดพังงา&nbsp;อำเภอเกาะยาว&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;และที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมประชุมหารือและเตรียมหลักฐานข้อมูลแนวเขตทางทะเลระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดกระบี่&nbsp;เพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ในโอกาสที่ได้ติดตามการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การบริหารจัดการเขตทางทะเลและชายฝั่งรายจังหวัด&nbsp;ในประเด็นจัดทำร่างพระราชกำหนดเขตการปกครองของจังหวัดทางทะเล&nbsp;(พ.ศ.)&nbsp;ซึ่งจะมีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีผู้ร่วมปรึกษาหารือ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับด้านทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;และภาครัฐ&nbsp;ที่มีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่(หรือผู้แทน)&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา(หรือผู้แทน)&nbsp;เพื่อชี้แจงปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ในการแบ่งเขตทางทะเล&nbsp;และหาข้อเสนอแนะเพื่อยุติปัญหา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314220814826"],
    [360,"ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเลและการดำเนินการพัรท่อใต้ทุ่น SPM","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อต่อเนื่อง&nbsp;โดยช่วงบ่ายเริ่มพันท่อในรอบที่&nbsp;4&nbsp;ของบริเวณรอยรั่วเดิม&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่ตั้งแต่&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันในพื้นที่ทุ่น&nbsp;SPM&nbsp;ส่วนการดำเนินงานของบริษัทบนชายฝั่งยังคงกำลังในการเฝ้าระวังคราบน้ำมันดิบและทำความสะอาดชายหาด&nbsp;ส่วน&nbsp;สทช.1&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบ&nbsp;ก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;เม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟบางๆ&nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&nbsp;ในบางจุดของชายหาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-14T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315003852841"],
    [361,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.สตูล 74 มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สงขลา&nbsp;73&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพัทลุง 56 มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 29,009 ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ 50 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 23,033 ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ 48 &nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315091647848"],
    [362,"ส่งเสริมการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เชิงพาณิชย์ด้วย มาลัยวิทยสถาน","<p><strong>นางสาววิภารัตน์&nbsp;ดีอ่อง&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;วช.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;&nbsp;</strong>วช.&nbsp;สนับสนุนโครงการมาลัยวิทยสถาน&nbsp;ให้แก่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;ดำเนินโครงการฯ&nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&nbsp;ด้วยการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ&nbsp;โดยใช้วิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;ทำให้สามารถยกระดับภาคเกษตรเป็นธุรกิจ&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>แนวทางมาลัยวิทยสถาน&nbsp;เป็นแนวคิด</strong>&nbsp;ของ&nbsp;ศ.(พิเศษ)&nbsp;ดร.เอนก&nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;ในการนำเอานวัตกรรม&nbsp;วิทยาศาสตร์&nbsp;และเทคโนโลยี&nbsp;การพัฒนาองค์ความรู้ที่ยั่งยืน&nbsp;สู่การพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัด&nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่องในจังหวัดเลยและจังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบสู่การเรียนรู้เชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><strong>นายอนันต์&nbsp;พิริยะภัทรกิจ&nbsp;หัวหน้าโครงการมาลัยวิทยสถาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการมาลัยวิทยสถาน&nbsp;ดำเนินโครงการโดยคณะนักวิจัย&nbsp;วว.&nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก&nbsp;วช.&nbsp;&nbsp;ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านการพัฒนาสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับและการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเชิงพาณิชย์และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ผลิตให้มีศักยภาพมากขึ้น&nbsp;ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากในช่วงวิกฤตระบาดของโควิด-19&nbsp;และการยกระดับสู่อาชีพที่ยั่งยืนหลังสถานการณ์คลี่คลายด้วยเกษตรสมัยใหม่&nbsp;ตามหลัก&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้เป็นเมืองน่าอยู่&nbsp;เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเป็นประโยชน์กับเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับและคนในชุมชนใกล้เคียง&nbsp;และเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ&nbsp;ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร&nbsp;นักวิจัยในมหาวิทยาลัย&nbsp;นักวิจัยในหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการเอกชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งในระดับของต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&nbsp;ได้อย่างแท้จริง</p><p><strong>นางสาวณัฐริกา&nbsp;ศรีสวัสดิ์&nbsp;หัวหน้าศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนท้ายบ้านแก่งไฮ</strong>&nbsp;อำเภอภูเรือ&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ขณะนี้ได้มีการพัฒนาเรื่องการอบดิน&nbsp;เพื่อไม่ให้ต้นคริสต์มาสเกิดโรคและเสียหาย&nbsp;จะได้อัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งตอนนี้มีการวิจัยอยู่&nbsp;คาดว่าผลที่จะได้&nbsp;ไม้ดอกจะไม่เสียหาย&nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&nbsp;มีคุณภาพที่ดีขึ้น&nbsp;รวมถึงการมีดอกใบที่สวยพร้อมส่งออกไปทั่วประเทศ&nbsp;สำหรับจังหวัดเลย&nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงเมืองหนึ่ง&nbsp;เนื่องจากมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทั้งมีภูมิอากาศที่เป็นเย็นสบายตลอดทั้งปี&nbsp;เหมาะแก่การเพาะปลูกพรรณไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์&nbsp;ส่งผลให้มีกลุ่มเกษตรกรที่ทำการเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยเฉพาะอำเภอภูเรือและอำเภอด่านซ้าย&nbsp;เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญและขนาดใหญ่สุดของประเทศ</p><p><strong>ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม</strong>&nbsp;ของโครงการมาลัยวิทยสถานได้ที่&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;โทร.&nbsp;02&nbsp;577&nbsp;9018&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315094351857"],
    [363,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน แล้วต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง 20  21 มี.ค.นี้ ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน แล้วต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง 20  21 มีนาคมนี้&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่ 20  21 มีนาคม ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;โดยช่วงวันที่ 16  19 มีนาคมมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน </p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093400853"],
    [364,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่ 500 จุด ส่วนใหญ่เกิดในภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่&nbsp;500&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนใหญ่เกิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(14&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;500&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;136&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;133&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;94&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;77&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;55&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดทางภาคเหนือ&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;81&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;คือ&nbsp;สกลนคร&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในบริเวณตอนบนของประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้พบ&nbsp;284&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;156&nbsp;จุด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตรและการเผาเพื่อเข้าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,233&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9,353&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,671&nbsp;จุด&nbsp;โดยวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพถึงมีผลต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนและหนองคาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;16&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูง&nbsp;2,896&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;2,114&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;820&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315095124866"],
    [365,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง เผยวันนี้ภาคเหนือ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 10 พื้นที่ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ","<p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2&nbsp;ลำปาง</strong>&nbsp;เปิดเผยสถานการณ์&nbsp;PM2.5&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;07.00&nbsp;น&nbsp;พบว่าเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;10&nbsp;พื้นที่&nbsp;วัดได้&nbsp;31&nbsp;-100&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;ได้แก่พื้นที่จังหวัดเชียงราย/จังหวัดแม่ฮ่องสอน/จังหวัดพะเยา/จังหวัดน่าน/จังหวัดลำปาง/จังหวัดแพร่/จังหวัดอุตรดิตถ์/จังหวัดสุโขทัย&nbsp;และจังหวัดกำแพงเพชร</p><p><strong>คำเตือนสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน</strong>&nbsp;ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ&nbsp;ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;และผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&nbsp;ควรปรึกษาแพทย์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์&nbsp;&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;</strong>และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;Air4Thai&nbsp;และ&nbsp;AirBKK</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315105552895"],
    [366,"แปลงใหญ่มะยงชิด นครนายก ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์","<p><strong>นางอัญชลี&nbsp;สุวจิตตานนท์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก&nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิดในจังหวัดรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อพัฒนาตามหลักการของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบันจังหวัดนครนายกมีแปลงใหญ่มะยงชิด&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;6&nbsp;แปลง&nbsp;เกษตรกรสมาชิก&nbsp;283&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;1,389.&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า</strong>&nbsp;แปลงใหญ่มะยงชิดทั้งหมด&nbsp;สามารถลดต้นทุนและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกแปลง&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;100&nbsp;ของจำนวนแปลงใหญ่มะยงชิดทั้งหมด&nbsp;ได้แก่&nbsp;แปลงใหญ่มะยงชิด&nbsp;ตำบลท่าทราย&nbsp;อำเภอเมืองนครนายก&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2563&nbsp;มีแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;ซึ่งแปลงใหญ่มะยงชิด&nbsp;ตำบลศรีนาวา&nbsp;&nbsp;อำเภอเมืองนครนายก&nbsp;เป็นแปลงที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายกสำรวจแล้วพบว่ามีศักยภาพในการดำเนินการแบบแปลงใหญ่ได้&nbsp;จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการในปี&nbsp;2565&nbsp;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการส่งเสริมด้านการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การเพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;การตลาดและการบริหารจัดการ&nbsp;ตามหลักการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;5&nbsp;ด้าน</p><p><strong>จังหวัดนครนายก&nbsp;มีเกษตรกรปลูกมะยงชิด&nbsp;จำนวน&nbsp;2,642&nbsp;ราย</strong>&nbsp;พื้นที่ปลูก&nbsp;7,956&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมืองนครนายก&nbsp;อำเภอบ้านนาและพื้นที่อำเภอปากพลีบางส่วน&nbsp;โดยในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นฤดูกาลที่มะยงชิดในพื้นที่จังหวัดนครนายกให้ผลผลิตออกสู่ตลาดและผลผลิตเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>โดยในปีนี้มะยงชิด&nbsp;จังหวัดนครนายก&nbsp;</strong>ให้ผลผลิตประมาณ&nbsp;1,800&nbsp;ตัน&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;&nbsp;226&nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&nbsp;เกษตรกรมีการจำหน่ายผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะยงชิด&nbsp;จากสวนเกษตรกรโดยตรง&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีลูกค้าประจำมาซื้อที่สวน&nbsp;การจำหน่ายผ่านเพจ&nbsp;&nbsp;Facebook&nbsp;ของตนเอง&nbsp;การจำหน่ายที่ตลาดเกษตรกรนครนายก&nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด&nbsp;ทุกวันศุกร์&nbsp;รวมทั้งมีการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์&nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315105827896"],
    [367,"พลิกโฉม นำระบบดิจิทัลพัฒนาสวนยาง เกษตรกรเข้าถึงการแข่งขันทางการค้าและการลงทุน ยกระดับรายได้ชาวสวนยาง","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในปัจจุบันการสร้างโอกาสในการแข่งขันทางการค้าของสินค้าเกษตร&nbsp;ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของปริมาณการซื้อขายในตลาดหรือรายได้เท่านั้น&nbsp;แต่ยังรวมถึงการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานสากล&nbsp;คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม&nbsp;แรงงาน&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงความต่อเนื่องและสม่ำเสมอของผลผลิต&nbsp;เหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดให้ผู้ซื้อเกิดความเชื่อมั่นทั้งต่อตัวผู้ผลิตและตัวสินค้า&nbsp;จึงได้เกิดความร่วมมือระหว่าง&nbsp;กยท.&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;RUBBERWAY&nbsp;PTE.&nbsp;นำแอปพลิเคชัน&nbsp;RUBBERWAY&nbsp;เข้าเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติตลอดทั้งห่วงโซ่ด้านยางพารา&nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาสวนยางพาราในประเทศให้เข้าสู่ระบบการจัดการสวนยางยั่งยืนของยางธรรมชาติ&nbsp;เปิดโอกาสการเข้าถึงการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนในเวทีระดับโลก&nbsp;และการจำหน่ายยางตรงสู่ผู้ประกอบการธุรกิจยางล้อ&nbsp;</p><p><strong>โดยได้ทำการเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ</strong>&nbsp;การสร้างความรับรู้&nbsp;ความเข้าใจและการใช้งานแอปพลิเคชัน&nbsp;RUBBERWAY&nbsp;ภายใต้โครงการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของยางธรรมชาติในประเทศไทย&nbsp;โดยมุ่งพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อการให้บริการข้อมูลและการติดต่อสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านยางพาราทั้งระบบ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กรสู่ระบบดิจิทัลให้ครอบคลุมมิติ&nbsp;สร้างโอกาสด้านการแข่งขันทางการค้าให้แก่เกษตรชาวสวนยางในยุค&nbsp;4.0&nbsp;</p><p><strong>แอปพลิเคชัน&nbsp;Rubberway</strong>&nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนายางพาราในประเทศด้วยระบบดิจิทัล&nbsp;ทั้งนี้จะเป็นการพัฒนามาตรฐานผลผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรให้เป็นที่ยอมรับ&nbsp;สร้างอำนาจต่อรองการซื้อขาย&nbsp;ช่วยให้ราคายางเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ&nbsp;ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรชาวสวนยาง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315111313902"],
    [368,"ภาคเอกชนจังหวัดสุรินทร์สนับสนุนโครงการปลูกป่าชุมชน  เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;KI&nbsp;GROUP</strong>&nbsp;บริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทรจำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;โดยนายยงยุทธ&nbsp;เสถียรถิระกุล&nbsp;กรรมการผู้จัดการ,&nbsp;นายมั่นคง&nbsp;เสถียรถิระกุล&nbsp;รองกรรมการผู้จัดการ&nbsp;มอบหมายภารกิจงานนายสุดเขต&nbsp;เขียวอุไร&nbsp;ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;และเจ้าหน้าที่รัฐกิจสัมพันธ์&nbsp;เจ้าหน้าที่กิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;เป็นตัวแทนพนักงานทุกคน&nbsp;เตรียมพร้อมสถานที่เพื่อดำเนินการจัดทำโครงการ&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;1CSR-006-006&nbsp;บำรุงไม้ป่า&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;หนองน้ำตาลอก&nbsp;บ้านละลมระไซร์&nbsp;ตำบลปรือ&nbsp;อำเภอปราสาท&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งได้จัดทำเพื่อช่วยเหลือต้นไม้ในโครงการที่ได้ปลูกป่าชุมชน&nbsp;</strong>ในปี&nbsp;2563&nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;บริเวณรอบหนองน้ำ&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีอากาศร้อนและเริ่มมีภาวะแล้ง&nbsp;อาจทำให้ต้นไม้ที่มีอยู่&nbsp;ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้&nbsp;โดยมีกำหนดการ&nbsp;ในวันจันทร์ที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;โดยการนำ&nbsp;Filter&nbsp;Cake&nbsp;ที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธาตุไนโตรเจน&nbsp;(N)&nbsp;ประมาณ&nbsp;3%&nbsp;ฟอสฟอรัส&nbsp;(P)&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.24%&nbsp;และโพแทสเซียม&nbsp;(K)&nbsp;ประมาณ&nbsp;0.2%&nbsp;คุณสมบัติเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้เป็นอย่างดี&nbsp;ใส่เพิ่มในบริเวณโคนต้นไม้&nbsp;ที่ได้ทำการปลูกในปี&nbsp;2563&nbsp;รอบหนองน้ำ&nbsp;ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และ&nbsp;บริษัท&nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&nbsp;จำกัด&nbsp;จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ทำการรดน้ำ&nbsp;เพิ่มความชุ่มชื้นของดิน&nbsp;อย่างน้อย&nbsp;สัปดาห์ละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;จนเสร็จสิ้นฤดู&nbsp;อีกด้วย&nbsp;และได้จัดทำเป็นประจำทุกปี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315120039939"],
    [369,"จ.ลำพูน ร่วมอนุรักษ์และสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและฟื้นฟูลำน้ำแม่สาร พร้อมปรับภูมิทัศน์ให้สะอาดให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุด","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริเวณท่าน้ำหน้าวัดทุ่งยาว&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>นายโยธิน&nbsp;ประสงค์ความดี&nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;เป็นประธานในการการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและฟื้นฟูลำน้ำแม่สาร&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;โดยมีนายจรูญ&nbsp;คำปันนา&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;คณะผู้บริหาร&nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่จิตอาสา&nbsp;จิตอาสาภัยพิบัติ&nbsp;และประชาชนตำบลศรีบัวบาน&nbsp;จำนวนมากเข้าร่วม</p><p><strong>นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ลำน้ำแม่สารถือเป็นเส้นเลือดฝอยของประชาชนตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ในฐานะเจ้าของพื้นที่ถือเป็นได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการทำกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;ซึ่งประชาชนตำบลศรีบัวบานสามารถช่วยกันพัฒนาแหล่งน้ำได้ตลอดทั้งปี&nbsp;เป็นโครงการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนจะดำเนินการสานต่อพระราชปณิธาน&nbsp;ในการพัฒนาลำน้ำให้สวยงาม&nbsp;ขุดลอกเปิดทางน้ำ&nbsp;รวมทั้งกำจัดวัชพืชและสิ่งปฏิกูลต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ได้พื้นที่ลำน้ำมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้&nbsp;</strong>เป็นการจัดกิจกรรมจิตอาสาฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนองบึงให้สะอาดสวยงาม&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้กำหนดให้ลำน้ำแม่สารที่ไหลผ่านพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ตำบล&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&nbsp;ตำบลเวียงยอง&nbsp;และตำบลป่าสัก&nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&nbsp;ระยะทางประมาณ&nbsp;28&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นแบบที่จะดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาให้ลำน้ำสวยงามอยู่คู่กับประชาชนตลอดไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315115325934"],
    [370,"ตรัง - กยท.เร่งหนุนเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทองรุกตลาดห้างดังและต่างประเทศ ทั้งนี้ สามารถปลูกในพื้นที่ยางปลูกใหม่ได้ประมาณ 3 ปี  เก็บผลผลิตได้ในระยะเวลาเพียง 8 เดือนแรก ต่อปีตัดได้ 6 รอบ  และสามารถคืนทุนได้ในรอบแรก ที่เหลือกำไรอีก 5 รอบ","<p><strong>นายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยกุล&nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ด้านปฏิบัติการ&nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;และผู้บริหารการยางในพื้นที่จ.ตรัง&nbsp;เดินทางลงพื้นที่สวนกล้วยหอมทอง&nbsp;เนื้อที่&nbsp;8&nbsp;ไร่ครึ่ง&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;2,100&nbsp;ต้น&nbsp;ที่กำลังให้ผลผลิต&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;4&nbsp;บ้านทุ่งส้มป่อย&nbsp;ต.ละมอ&nbsp;อ.นาโยง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;ของนายสมชาย&nbsp;แก้วลาย&nbsp;อายุ&nbsp;71&nbsp;ปี&nbsp;อดีตผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;จ.พัทลุง&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง&nbsp;เจ้าแรกเจ้าใหญ่เจ้าเดียวในจ.ตรัง&nbsp;ขณะนี้ขายกล้วยหอมทองได้กิโลกรัมละ&nbsp;12&nbsp;บาท&nbsp;สูงกว่าราคาในตลาดทั่วไปถึง&nbsp;1&nbsp;เท่า&nbsp;โดยตลาดทั่วไปรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&nbsp;6&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายสมชัย&nbsp;หนูนวล&nbsp;อายุ&nbsp;40&nbsp;ปี&nbsp;เจ้าของสวนนายปาน</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรหนุ่ม&nbsp;และเป็นพ่อค้าคนกลาง&nbsp;รับซื้อ-ส่งขายผลไม้ในห้างโมเดิร์นเทรดภาคใต้และต่างประเทศ&nbsp;เดินทางมาพบปะกับผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทยระดับประเทศและจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการส่งเสริมให้เกษตรชาวสวนยางปลูกกล้วยหอมทองแซมในสวนยางที่ปลูกใหม่&nbsp;พร้อมกับสาธิตวิธีการมัดเครือกล้วยกับต้น&nbsp;การปลูกดูแลรักษา&nbsp;และรับฟังแนวทางการตลาด&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอนทั้งในภาคใต้และต่างประเทศ&nbsp;และในราคารับประกัน&nbsp;ซึ่งตรงกับนโยบายของการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชแซมยาง&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยนายสมชัย&nbsp;เจ้าของสวนนายปาน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สวนนายปาน</strong>&nbsp;ส่งผลไม้ไทยมากกว่า&nbsp;50&nbsp;ชนิด&nbsp;แต่มุ่งเน้นหลักหลักเพื่อให้เกษตรกรปลูกได้โดยที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;กล้วยหอม&nbsp;มะละกอ&nbsp;สับปะรด&nbsp;สละ&nbsp;และผลไม้ตามฤดูกาลที่มีอยู่อย่าง&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;ลองกอง&nbsp;โดยรับทุกประเภทที่เป็นผลไม้ไทย&nbsp;ตลาดสำคัญคือ&nbsp;ห้างโมเดิร์นเทรดทุกสาขาในภาคใต้&nbsp;เช่น&nbsp;ห้างแม็คโคร&nbsp;และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะขณะนี้กล้วยหอมทอง&nbsp;ตลาดต้องการผลผลิตจำนวนมาก</strong>&nbsp;แต่ปัญหาต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;คือ&nbsp;ผลผลิตมีไม่เพียงพอ&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ปลูกมีน้อย&nbsp;วันนี้&nbsp;จึงมาจับมือกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เพราะว่าการยางมีพื้นที่ปลูกยางใหม่แต่ละปีจำนวนมาก&nbsp;จึงมองเห็นโอกาส&nbsp;จึงมาขอความร่วมมือจากทางผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อขอสนับสนุนพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&nbsp;มีแหล่งน้ำ&nbsp;เกษตรกรมีความพร้อม&nbsp;มาจับมือกับสวนนายปาน&nbsp;เพื่อทำการปลูกเน้นไปที่กล้วยหอมทองเป็นหลัก&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ตลาดเติบโตมากยิ่งขึ้น&nbsp;ให้มีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด&nbsp;โดยขณะนี้กล้วยหอมส่งได้เพียงวันละ&nbsp;1&nbsp;ตันเท่านั้น&nbsp;ขณะที่ความต้องการประมาณวันละ&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;หรือประมาณดือนละ&nbsp;60&nbsp;ตัว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;ขณะนี้กำลังเริ่มบุกเบิกตลาดต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;ญี่ปุ่น&nbsp;</strong>และตลาดฟรีซดราย&nbsp;(Freeze&nbsp;Dried)&nbsp;ส่งไปยังประเทศเยอรมัน&nbsp;โดยเริ่มต้นส่งผ่านมาเลเซีย&nbsp;โดยต่างประเทศตอนนี้ตนเองรับออเดอร์มาอาทิตย์ละ&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;รวมทั้งตลาดซาอุดิอาระเบีย&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งตนเองต้องการผลไม้จากเกษตรกรในภาคใต้เป็นจำนวนมากในราคารับประกัน&nbsp;และสูงกว่าราคาทั่วไป&nbsp;เพราะผลไม้เป็นสินค้าที่ขายได้ทั้งปี&nbsp;ไม่มีฤดูกาล&nbsp;หากทำได้เกษตรกรก็จะมีรายได้ต่อเนื่องตลอดเช่นกัน&nbsp;ไม่เว้นแม้สถานการณ์วิกฤติ&nbsp;ก็จะยิ่งเป็นโอกาส&nbsp;เช่น&nbsp;สถานการณ์วิกฤตโควิดที่ผ่านมา&nbsp;มีการปิดจังหวัด&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างจ.ภูเก็ต&nbsp;นทท.ต่างชาติติดค้างในประเทศ&nbsp;ทำตลาดกล้วยหอมทองเติบโตถึง&nbsp;300%&nbsp;เพราะคนต้องกินในทุกสถานการณ์&nbsp;จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายสุขทัศน์&nbsp;ต่างวิริยกุล&nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ด้านปฏิบัติการ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โชคดีที่ได้มาเยี่ยมเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการดูแลของการยาง&nbsp;คือ&nbsp;สวนกล้วยหอมทอง&nbsp;ของนายสมชาย&nbsp;แก้วลาย&nbsp;โดยการยางมีนโยบายส่งเสริมให้มีการหารายได้ระหว่างทำสวนยาง&nbsp;โดยใช้พื้นที่ว่างเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;ให้เกษตรกรมีรายได้ระหว่างรอกรีด&nbsp;ฟังพ่อค้าคนกลางพูดแล้ว&nbsp;การยางก็พร้อมส่งเสริมเกษตรกร&nbsp;ตามนโยบายสวนยางยั่งยืน&nbsp;และต้องมีความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;&nbsp;โดยประเทศไทยมีสวนยางพาราประมาณ&nbsp;20&nbsp;กว่าล้านไร่&nbsp;และมีคนโค่นยางทุกวัน&nbsp;จึงพร้อมสนับสนุน&nbsp;โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิตภายใต้คุณภาพที่ผู้ประกอบการกำหนด&nbsp;เป็นธุรกิจที่คืนทุนใน&nbsp;1&nbsp;รอบ&nbsp;ในการส่งเสริมเกษตรกรจะต้องมีตลาดที่แน่นอน&nbsp;ทาง&nbsp;กยท.ก็พร้อมจะจับมือเดินไปพร้อมกันทั้ง&nbsp;ตลาด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และกยท.&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายณรงค์ศักดิ์&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผอ.การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;บอกว่า&nbsp;ดูแลพื้นที่สวนยาง&nbsp;6&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ตรัง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;&nbsp;กระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีฯ&nbsp;พัทลุง&nbsp;ตรัง&nbsp;มีเป้าหมายในการโค่นยาง&nbsp;เพื่อปลูกทดแทนในแต่ละปีประมาณ&nbsp;20,000&nbsp;กว่าไร่&nbsp;จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&nbsp;ที่จะสร้างรายได้&nbsp;เพิ่มการใช้ประโยชน์ในที่ดิน&nbsp;ช่วงปลูกยางใหม่ให้มีรายได้ต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งการพูดคุยในวันนี้เป็นลักษณะมุ่งเน้นเรื่องการตลาดนำการผลิต&nbsp;มีตลาดแน่นอน&nbsp;มีผู้ซื้อ&nbsp;มีการประกันราคารับซื้อกลับให้กับเกษตรกรอยู่ในราคาที่ค่อนข้างจะสูง&nbsp;น่าจะเป็นที่พอใจ&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;แปลงตัวอย่างของนายสมชาย&nbsp;แก้วลาย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งขายให้กับสวนนายปานอยู่แล้ว&nbsp;พบว่าผลผลิตเฉลี่ยรายได้ต่อเดือน</strong>&nbsp;ในการผลิตกล้วยหอมแต่ละรุ่น&nbsp;ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;10,000&nbsp;บาทต่อไร่ต่อเดือน&nbsp;ปลูกได้แปดเดือนเก็บผลผลิตได้&nbsp;เกษตรกรจะมีกำไรจากการผลิตกล้วยไร่ประมาณ&nbsp;80,000&nbsp;บาท&nbsp;จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;อยากให้มีความมั่นคงด้านครอบครัว&nbsp;และความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;ให้กับสังคมและภูมิภาคของภาคใต้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทางด้านนายภิรม&nbsp;หนูรอด&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;</strong>จังหวัดตรัง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ฟังการตลาดทำให้เกิดความมั่นใจขึ้น&nbsp;เดิมพนักงานในตรังที่ลงพื้นที่หากไม่มั่นใจในด้านตลาด&nbsp;ก็ไม่มั่นใจที่จะไปบอกกับเกษตรกร&nbsp;แต่วันนี้ฟังทั้งด้านการตลาด&nbsp;และฟังผู้บริหาร&nbsp;กยท.ตรังก็พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;จะมีพื้นที่โค่นใหม่ไม่น้อยกว่า&nbsp;15,000&nbsp;ไร่&nbsp;วางแผนแล้วจะคัดสรรเกษตรกรหัวก้าวหน้าประมาณ&nbsp;50&nbsp;ราย&nbsp;ในทุกอำเภอ&nbsp;ส่วนเงินทุน&nbsp;กยท.มีเงินสนับสนุนส่งเสริมอาชีพ&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.บ&nbsp;การยางฯ&nbsp;มาตรา&nbsp;49&nbsp;(5)&nbsp;ละไม่เกิน&nbsp;50,000&nbsp;บาท&nbsp;แต่ขณะนี้&nbsp;กยท&nbsp;จะปรับให้ได้รายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ในอนาคต&nbsp;</p><p><strong>ซึ่ง&nbsp;กยท.มีเงินเพียงพอ&nbsp;พร้อมสนับสนุนเกษตรกรด้านนายสมชาย&nbsp;แก้วลาย&nbsp;</strong>เกษตรกร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื้อที่&nbsp;8&nbsp;ไร่ครึ่ง&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;&nbsp;2,100&nbsp;ต้น&nbsp;ตนเองลงทุนรอบแรก&nbsp;400,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;และตัดขายสามารถคืนทุนได้ในรอบแรก&nbsp;ซึ่งต้นทุนของตนอาจจะมากกว่าคนหนุ่มสาว&nbsp;เพราะตนทำไม่ไหว&nbsp;ต้องจ้างทุกอย่าง&nbsp;ต้นทุนอยู่ที่ต้นละ&nbsp;200&nbsp;บาท&nbsp;แต่คนอื่นต้นทุนเพียงประมาณ&nbsp;120&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;แต่หากเกษตรกรมีแค่&nbsp;2-3&nbsp;ไร่&nbsp;ต้นทุนประมาณ&nbsp;80&nbsp;บาทต่อต้น&nbsp;ซึ่งตัดครั้งแรกก็คุ้มทุนแล้ว&nbsp;โดยการปลูกแซมยางสามารถปลูกได้ถึง&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;แต่ละปีตัดได้ประมาณ&nbsp;6&nbsp;รอบ&nbsp;จะได้กำไรถึง&nbsp;5&nbsp;รอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315113950922"],
    [371,"ช้อป ชิม ชม\"ตลาดกลาง ของดีชุมชน ฅนพิมูลฯ\"...","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วานนี้&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสมมาฏฐ์&nbsp;โพธิ&nbsp;นายอำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;</strong>เยี่ยมเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งได้นำผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;สินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;มาจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;\"ตลาดกลาง&nbsp;ของดีชุมชน&nbsp;คนพิบูลฯ\"&nbsp;ซึ่งอำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;โดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมสินค้าชุมชน&nbsp;และเครือข่ายต่างๆ&nbsp;ของอำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;เช่น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ตลาดเกษตรอินทรีย์(ตลาดเขียว)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ตลาดจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;ตลาดเครือข่ายโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;ตลาดสินค้าสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;ตลาดสัมมาชีพชุมชน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งเป็นกิจกรรมกระตุ้นการค้าขายในชุมชน</strong>&nbsp;โดยเพิ่มช่องทางตลาด&nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าขายให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและมีพื้นที่ให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูป&nbsp;พบกับผู้ซื้อโดยตรง&nbsp;เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;กระตุ้นการค้าขายในชุมชน&nbsp;สร้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายในแต่ละท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตลาดจะมีทุกวันจันทร์&nbsp;และวันศุกร์</strong>&nbsp;เวลา&nbsp;07.30&nbsp;-&nbsp;12.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ลานจอดรถข้างศาลหลักเมือง&nbsp;(หน้าอำเภอ)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315120142940"],
    [372,"เร่งเดินหน้าเตรียมพร้อมทหารกองประจำการ 200 นาย สู่ทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการสู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่&nbsp;เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;ภายใต้ความร่วมมือในการทำงานกับกรมเสมียนตรา&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพให้ทหารกองประจำการก่อนปลดประจำการ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปี&nbsp;2565&nbsp;จะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมิถุนายน&nbsp;&nbsp;กันยายน</strong>&nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;ทหารกองประจำการที่เป็นลูกหลานเกษตรกร&nbsp;ทหารกองประจำการที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการแต่ไม่ได้เป็นลูกหลานเกษตรกร&nbsp;และข้าราชการทหาร&nbsp;ที่กำกับดูแล&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;200&nbsp;นาย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>เน้นย้ำการฝึกอบรมพื้นฐาน&nbsp;การทำการเกษตรผสมผสาน</strong>&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญ&nbsp;ซึ่งมีทั้งวิชาหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;การปรับแนวคิด&nbsp;ระบบการทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;การจัดทำแผนพัฒนาตนเองและแผนพัฒนาอาชีพ&nbsp;การตลาดสินค้าเกษตรในยุคประเทศไทย&nbsp;4.0&nbsp;และ&nbsp;ICTกับเกษตรเชิงพาณิชย์&nbsp;และวิชาเลือก&nbsp;ซึ่งเลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่&nbsp;ซึ่งใช้เวลาอบรมทั้งหมดรวม&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;ดำเนินการใน&nbsp;8&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;หน่วยทหาร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315142635005"],
    [373,"ผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง เสนอรัฐบาลตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-จีน เจรจาส่งออกผลไม้ก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จากกรณีที่ประเทศจีน&nbsp;ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้ของประเทศไทย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;มีนโยบาย</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">บังคับใช้มาตรการรักษายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&nbsp;ให้เป็นศูนย์&nbsp;หรือ&nbsp;Zero-COVID</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;โดยการตรวจผลไม้นำเข้าอย่างเข้มงวด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณด่านตรวจสินค้าชายแดน&nbsp;จนทำให้เกิดปัญหาล่าช้าในการส่งออก&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;หากตรวจพบเชื้อโควิด-19&nbsp;ยังต้องถูกปิดด่านเป็นเวลาหลายวัน&nbsp;ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นและอาจทำให้ผลไม้เน่าเสียได้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">นายโชติชัย&nbsp;บัวดิษฐ์&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;</strong><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">ประธานชมรมสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;&nbsp;background-color:&nbsp;white;\">เกษตรกร&nbsp;และกลุ่มชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง&nbsp;มีความกังวลในการส่งออกผลไม้ในปีนี้เป็นอย่างมาก&nbsp;หลังจากทางการจีนมีมาตรการ&nbsp;Zero-COVID&nbsp;อยาก</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เสนอให้รัฐบาล&nbsp;เปิดเจรจากับทางการจีน&nbsp;โดยการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อหาทางออกร่วมกัน&nbsp;อาจจะให้ตัวแทนประเทศจีนเข้ามาตรวจสอบ&nbsp;ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บผลไม้&nbsp;การบรรจุใส่ตู้&nbsp;จนกระทั่งถึงการขนส่งไปยังประเทศจีน&nbsp;หากสามารถทำได้เช่นนี้&nbsp;เชื่อว่าจะแก้ปัญหาความล่าช้าในการส่งออกได้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากยังไม่รีบแก้ปัญหา&nbsp;และรอจนถึงใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ของภาคตะวันออกประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้&nbsp;จะทำให้แก้ปัญหาไม่ทัน&nbsp;และอาจล่วงเลยไปถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ทางภาคใต้&nbsp;ซึ่งจะตรงกับผลไม้ของประเทศกัมพูชาและเวียดนามออกสู่ตลาดเช่นกัน&nbsp;ยิ่งจะทำให้เกิดปัญหาจนยากที่จะแก้ไขได้</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อย่างไรก็ตามในปีนี้&nbsp;สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดระยอง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;จะเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนในวันที่&nbsp;1&nbsp;พฤษภาคมนี้&nbsp;กำหนดราคาเข้าชมคนละ&nbsp;690&nbsp;บาท&nbsp;ยกเว้นส่งออกไม่ได้&nbsp;อาจลดราคาเหลือ&nbsp;350&nbsp;บาท&nbsp;เนื่องจากปริมาณผลผลิตมีจำนวนมาก&nbsp;ราคาทุเรียนและมังคุดจะถูกลง&nbsp;จากที่คาดการณ์ไว้&nbsp;150-180&nbsp;บาท&nbsp;ต่อกิโลกรัม&nbsp;อาจลดเหลือต่ำกว่า&nbsp;100&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315134931981"],
    [374,"พบทาร์บอลเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ โผล่ชายหาดสวนสน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบว่ามีเกิดจากการใช้สารเคมีกำจัดสลายคราบน้ำมันรั่วกลางทะเลหรือไม่","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;มี.ค.&nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&nbsp;มีนักท่องเที่ยว&nbsp;และผู้ประกอบการร้านอาหารซีฟู้ด&nbsp;ชายหาดสวนสน</strong>&nbsp;ต.เพ&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;ได้พบเห็นก้อนทาร์บอลเม็ดน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ&nbsp;ขนาดเล็กถูกคลื่นทะเลพัดมาติดชายหาดสวนสนจำนวนมาก&nbsp;โดยพบเห็นเป็นระยะทางกว่า&nbsp;500&nbsp;เมตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการร้านอาหารทะเลริมหาดสวนสน&nbsp;ยืนยันว่าพบเห็นก้อนทาร์บอล</strong>ที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟดังกล่าว&nbsp;ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว&nbsp;พบเห็นเป็นทางยาวตลอดแนวชายหาด&nbsp;ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าลักษณะของเม็ดสีน้ำตาลดังกล่าว&nbsp;เกิดจากการใช้สารเคมีพ่นกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลกลางทะเลระยองหรือไม่&nbsp;ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;นำไปตรวจสอบ&nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;สำนักงานทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแลดล้อมจังหวัดระยอง&nbsp;บ.SPRC&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่มาตรวจสอบและเก็บตัวอย่างก้อนสีน้ำตาลดังกล่าวไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบวิเคราะห์ต่อไปแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315135214983"],
    [375,"ก.ทรัพย์ ออกมาตรการตรวจจับควันดำรถยนต์ใหม่เริ่ม 13 เม.ย.นี้ ด้วยการยกระดับมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ 15 เพื่อลดฝุ่นละออง PM 2.5 โดยเฉพาะใน กทม.และปริมณฑล","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ออกมาตรการตรวจจับควันดำรถยนต์ใหม่เริ่มวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ด้วยการยกระดับมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ&nbsp;15&nbsp;เพื่อลดฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์และเป็นไปตามมาตรฐานสากล&nbsp;โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&nbsp;55&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จึงออกประกาศให้ยกเลิกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดลงวันที่&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;แล้วมาใช้ประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ซึ่งวิธีการตรวจวัดค่าควันดำขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระจะมีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอแจ้งผู้ประกอบการและประชาชนให้ดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และเป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสุขภาพของประชาชน&nbsp;อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบแหล่งกำเนิดมาจากการขนส่งทางถนนร้อยละ&nbsp;72.5&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รถบรรทุกร้อยละ&nbsp;28&nbsp;,&nbsp;รถกระบะร้อยละ&nbsp;21&nbsp;,&nbsp;รถบัสร้อยละ&nbsp;7&nbsp;,&nbsp;รถยนต์นั่งร้อยละ&nbsp;10&nbsp;,&nbsp;รถมอเตอร์ไซค์ร้อยละ&nbsp;5&nbsp;,&nbsp;รถตู้ร้อยละ&nbsp;1.5&nbsp;และอื่นๆร้อยละ&nbsp;27.5&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ด้วยการกำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานและวิธีการตรวจวัดการระบายมลพิษจากรถยนต์&nbsp;ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315132727969"],
    [376,"จังหวัดพะเยา จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2  ประจำปี 2565","<p><strong>นายบำรุง&nbsp;สังข์ขาว&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;เทศบาลตำบลปง&nbsp;อำเภอปง&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&nbsp;สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้รับความรู้ด้านวิชาการ&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหา&nbsp;ด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;เป็นการสร้างภาพลักษณ์ด้านวิชาการ&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อประชาชน&nbsp;</p><p><strong>โดยภายในงาน&nbsp;จัดให้บริการคลินิกเกษตร&nbsp;ร่วมกับหน่วยงาน</strong>ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้บริการและ&nbsp;แก้ไขปัญหาด้านพืช&nbsp;ดิน&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;&nbsp;ชลประทาน&nbsp;ข้าว&nbsp;&nbsp;ยางพารา&nbsp;&nbsp;สหกรณ์&nbsp;บัญชี&nbsp;กฎหมาย&nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&nbsp;ที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้าน&nbsp;การเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกันด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","พะเยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315155105077"],
    [377,"ชุดปฏิบัติการกำบี้ขาว อุทยานฯ แม่ปิง ออกประชาสัมพันธ์ให้ หยุดการเผา อย่างต่อเนื่อง ลดต้นตอปัญหาฝุ่น PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ชุดปฏิบัติการกำบี้ขาว</strong>&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ปิงร่วมกับ&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ปิง&nbsp;ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการ&nbsp;\"หยุดเผา\"&nbsp;ในชุมชนตำบลบ้านแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;เพื่อให้ตระหนักถึงโทษและ&nbsp;ผลกระทบของการจุดไฟเผาเศษวัชพืช&nbsp;และลดปริมาณการเกิดไฟป่าในชุมชน&nbsp;สาเหตุของการสะสมของฝุ่น&nbsp;PM2.5</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทางจังหวัดได้มีการประกาศ</strong>&nbsp;ห้ามบุคคลทำการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย&nbsp;ปรับต่ำสุดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;หมื่น&nbsp;สูงสุด&nbsp;2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จำคุกต่ำสุดตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;สูงสุด&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&nbsp;ทั้งนี้หากพบเห็นการกระทำผิด&nbsp;สามารถแจ้ง&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;นายกเทศมนตรี&nbsp;หรือนายอำเภอ&nbsp;เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p><p>เบอร์ติดต่อ</p><p>-ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;053-562963</p><p>-ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน&nbsp;/&nbsp;ทุกแห่ง&nbsp;สายด่วน&nbsp;191</p><p>-ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;สายด่วน&nbsp;1362&nbsp;หรือโทร&nbsp;053-232019</p><p>-สายด่วนทางหลวง&nbsp;1586</p><p>-สายด่วนทางหลวงชนบท&nbsp;1146</p><p>-นายอำเภอเมืองลำพูน&nbsp;081-8674377</p><p>-นายอำเภอป่าซาง&nbsp;081-8674380</p><p>-นายอำเภอลี้&nbsp;081-8674419</p><p>-นายอำเภอแม่ทา&nbsp;081-8674409</p><p>-นายอำเภอบ้านโฮ่ง&nbsp;081-8674397</p><p>-นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&nbsp;081-8674423</p><p>-นายอำเภอเวียงหนองล่อง&nbsp;081-8674425</p><p>-นายอำเภอบ้านธิ&nbsp;081-8674424</p><p>&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สวท.ลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315155220078"],
    [378,"คณะกรรมการ Smart Farmer ลงพื้นที่ดูงาน ณ โคสง่าฟาร์ม อ.เนินสง่า เลี้ยงโคพันธุ์บรามันห์ เพื่อผลิตลูกขาย สร้างรายได้","<p><strong>สพ.ญ.ศรีสมัย&nbsp;โชติวนิช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;</strong>มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเนินสง่า&nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการประกวดคัดเลือกเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;(Smart&nbsp;Farmer)&nbsp;ดีเด่นระดับเขต&nbsp;จากสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;3&nbsp;ณ&nbsp;โคสง่าฟาร์ม&nbsp;ของนายสันชัย&nbsp;ภู่บัว&nbsp;(ประเภทโคเนื้อ)&nbsp;230&nbsp;ม.9&nbsp;ต.กะฮาด&nbsp;อ.เนินสง่า&nbsp;จ.ชัยภูมิ&nbsp;เลี้ยงโคพันธุ์บรามันห์ลูกผสมพ่อแม่พันธุ์&nbsp;เพื่อผลิตลูกขาย&nbsp;และเลี้ยงสุกร&nbsp;ปัจจุบันมีโคพ่อพันธุ์&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;โคแม่พันธุ์&nbsp;13&nbsp;ตัว&nbsp;และลูกโคหย่านม&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;สุกรจำนวน&nbsp;560&nbsp;ตัว&nbsp;ภายในฟาร์มมีการนำรถช็อปหญ้ามาใช้แทนเครื่องตัดหญ้า&nbsp;ช่วยให้ประหยัดแรง&nbsp;มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ในคอกเพื่อคอยสังเกตพฤติกรรมโคเวลาใกล้คลอดหรือได้รับอันตรายจากสัตว์อื่นในส่วนของแปลงหญ้ามีการปลูกหญ้าแพงโกล่า&nbsp;โดยนำน้ำเสียจากฟาร์มสุกร&nbsp;มาใช้รดหญ้าในแปลงหญ้า&nbsp;ทำให้มีหญ้าเพียงพอตลอดทั้งปี&nbsp;และได้จำหน่ายให้กับเกษตรกรรายอื่นในจังหวัดอีกด้วย</p><p><strong>นอกจากนี้ยังรับบทบาทหน้าที่ในการเป็นวิทยากรให้แก่โรงเรียนสอนเลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;บ้านหนองไข่น้ำ</strong>&nbsp;อำเภอเนินสง่า&nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&nbsp;ในการฝึกวัวเข้าประกวด&nbsp;และการบังคับวัว&nbsp;ปัจจุบันมีรายได้จากการขายโคอายุหย่านม&nbsp;7-8&nbsp;เดือน&nbsp;ประมาณ&nbsp;300,000-450,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;ขายมูลวัวประมาณ&nbsp;20,000-25,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;และมีรายได้จากการเลี้ยงสุกรประมาณ&nbsp;800,000-&nbsp;900,000&nbsp;บาท/ปี&nbsp;มีการปรับปรุงพันธุ์วัวลูกผสมเข้าประกวดจนได้รางวัลถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ถ้วย&nbsp;และรางวัลชนะเลิศอีกมากมาย&nbsp;ปัจจุบันโคสง่าฟาร์มยังเป็นสมาชิกของสมาคมส่งเสริมบำรุงพันธุ์บราห์มันแห่งประเทศไทยอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ชัยภูมิ","สวท.ชัยภูมิ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315162751098"],
    [379,"รองผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ณ อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&nbsp;ตำบลเวียงต้า&nbsp;อำเภอลอง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;มอบหมายให้นายวิเชียร&nbsp;อนุสาสนนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;โดยร่วมประชุมรับประชุมเพื่อรับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และมอบนโยบายในการปฏิบัติ&nbsp;มอบสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;หรือตัวชี้วัดของจังหวัดแพร่&nbsp;จากหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พื้นที่อำเภอลอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ลอง&nbsp;พื้นที่อำเภอวังชิ้น&nbsp;ได้แก่&nbsp;อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังชิ้น&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าแพร่&nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมชิงเก็บลดเผา&nbsp;ของอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&nbsp;และปลูกต้นรวงผึ้งอีกด้วย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดแพร่ตั้งเป้าหมายฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในปี&nbsp;2565</strong>&nbsp;จะมีค่าเกินมาตรฐานได้ไม่เกิน&nbsp;31&nbsp;วัน&nbsp;ขณะนี้&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกินมาแล้ว&nbsp;12&nbsp;วัน&nbsp;และตั้งเป้าหมายจุดความร้อน&nbsp;Hotspot&nbsp;ต้องไม่เกิน&nbsp;3,528&nbsp;จุด&nbsp;โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมดูแลป่าของประชาชน&nbsp;สร้างเครือข่ายดูแลป่า&nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ติดป่ามีส่าวนร่วมในการป้องกัน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;และดับไฟป่าเมื่อมีเหตุ&nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีสรรพกำลังไม่เพียงพอ&nbsp;แม้ปีนี้งบประมาณสนับสนุนชุมชนหมู่บ้านจะถูกตัดไป&nbsp;แต่ก็ต้องร่วมกันดูแล&nbsp;เพื่อให้จังหวัดแพร่มีอากาศสดใส&nbsp;ไร้หมอกควัน&nbsp;อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน&nbsp;สังคม&nbsp;และเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183654150"],
    [380,"มทร.ศรีวิชัย ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals: SDGs  ด้านสิ่งแวดล้อม SDG 14  (Life Below Water)","<p><strong>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง</strong>&nbsp;ผศ.&nbsp;โกสินทร์&nbsp;พัฒนมณี&nbsp;รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง&nbsp;และ&nbsp;ผศ.ดร.ชาญยุทธ&nbsp;สุดทองคง&nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนด้านการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล&nbsp;(Life&nbsp;Below&nbsp;Water)&nbsp;ร่วมหารือเพื่อสนองนโยบาย&nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;&nbsp;Goals:&nbsp;SDGs)&nbsp;&nbsp;โดยองค์การสหประชาชาติได้แบ่งเป้าหมายการดำเนินงานออกเป็น&nbsp;17&nbsp;ข้อ&nbsp;ตามมิติต่างๆออกเป็น&nbsp;5&nbsp;มิติได้แก่&nbsp;สังคม&nbsp;(People)&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;(Prosperity)&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;(Planet)&nbsp;สันติภาพและสถาบัน&nbsp;(Peace)&nbsp;และหุ้นส่วนการพัฒนา&nbsp;(Partnership)&nbsp;(Sustainable&nbsp;Development&nbsp;Goals:&nbsp;SDGs)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มหาวิทยาลัยได้มุ่งเน้นสนับสนุนการดำเนินงาน</strong>ที่สอดคล้องกับนโยบาย&nbsp;และการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;SDGs&nbsp;14&nbsp;โดยมีกิจกรรมการลดขยะในทะเล&nbsp;การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;การจัดตั้งธนาคารปูม้า&nbsp;และการจัดตั้งโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;พะยูนและสัตว์ทะเลหายาก&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;เพื่อเป็นสถานที่ช่วยเหลือ&nbsp;รักษา&nbsp;พยาบาลสัตว์ทะเลหายาก&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;พะยูน&nbsp;และเต่าทะเล&nbsp;และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญ&nbsp;</p><p><strong>จึงได้มีการรวบรวมข้อมูลและจัดทำเนื้อหา</strong>&nbsp;เพื่อการนำเสนอต่อสาธารณะทางสื่อออนไลน์&nbsp;https://fishtech.rmutsv.ac.th/fishtech/th/sdgs&nbsp;เพื่อทำเป็นตัวชี้วัด&nbsp;SDG&nbsp;ในการดำเนินโครงการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยเข้าสู่ระดับการจัดอันดับของ&nbsp;Time&nbsp;Higher&nbsp;Education&nbsp;(THE)&nbsp;ซึ่ง&nbsp;มทร.&nbsp;ศรีวิชัย&nbsp;วิทยาเขตตรัง&nbsp;ได้ให้การสนับสนุนทรัพยากรและบุคลากรอย่างเต็มที่ในการดำเนินโครงการขับเคลื่อนฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;โดยการสนับสนุนอาคารสถานที่&nbsp;ครุภัณฑ์&nbsp;วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย&nbsp;และบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;SDG&nbsp;14&nbsp;(Life&nbsp;Below&nbsp;Water)&nbsp;ภายใต้การสนับของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195643191"],
    [381,"ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ไขปัญหาปุ๋ยและอาหารสัตว์แพง ","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์&nbsp;ราคา&nbsp;และการนำเข้า&nbsp;&nbsp;ส่งออก&nbsp;ของปุ๋ย&nbsp;อาหารสัตว์และผลไม้&nbsp;&nbsp;โดยราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น&nbsp;ได้มีมาตรการการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โดยจะพิจารณาในเรื่องต้นทุนที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งหากราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จะหาช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาถูกลงได้&nbsp;จึงมีโครงการลดราคาปุ๋ยเคมีและมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินและกรมการข้าว&nbsp;เป็นหน่วยงานหลัก&nbsp;อีกทั้งจะส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้ได้&nbsp;5&nbsp;ล้านตัน&nbsp;จากปัจจุบันที่มีประมาณ&nbsp;3.2&nbsp;ล้านตัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการส่งออกผลไม้ของไทย</strong>&nbsp;ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยตลาดที่ส่งออกสำคัญคือ&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;ซึ่งได้มีการประสานงานกับหน่วยงานของจีนอย่างใกล้ชิด&nbsp;ปัจจุบันจีนยังคงยึดมาตรการโควิดเป็นศูนย์&nbsp;บังคับใช้ทั้งระดับส่วนกลางและระดับท้องถิ่น&nbsp;ซึ่งแตกต่างกันไปตามความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่&nbsp;สำหรับสินค้าที่ขนส่งผ่านห่วงโซ่ความเย็น&nbsp;เช่น&nbsp;ผลไม้&nbsp;จะต้องถูกตรวจ&nbsp;3&nbsp;อย่าง&nbsp;และจะต้องได้รับใบรับรอง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ใบรับรองผ่านตรวจสอบกักกัน&nbsp;ใบรับรองผลตรวจโควิด-19&nbsp;และใบรับรองการผ่านการฆ่าเชื้อ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จะมีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้ผลไม้ของไทยสามารถส่งออกไปจีนได้&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายบุณยฤทธิ์&nbsp;กัลยาณมิตร&nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์&nbsp;ทั้งข้าวโพด&nbsp;ข้าวสาลี&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้น&nbsp;จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการและสมาคมต่างๆ&nbsp;จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ&nbsp;เพื่อเสนอความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว&nbsp;โดยให้มีการชะลอมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ&nbsp;อัตราส่วน&nbsp;1&nbsp;ต่อ&nbsp;3&nbsp;ของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ไว้ชั่วคราวจนถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;ก.ค.&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;รวมถึงต้องกำหนดปริมาณที่จะนำเข้า&nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ&nbsp;โดยจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว&nbsp;ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ได้มอบหมายกรมปศุสัตว์และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเข้า</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195450186"],
    [382,"คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ? วุฒิสภา, เลขาธิการ? ศอ.บต.ลงพื้นที่พบปะสมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว?ในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.30?&nbsp;น.&nbsp;นายโอฬาร&nbsp;บิลสัน&nbsp;นอ.ยะหริ่ง/ผอ.ศปก.อ.&nbsp;ยะหริ่ง&nbsp;</strong>ร่วมให้การต้อนรับ&nbsp;พลเอก&nbsp;จีระศักดิ์&nbsp;ชมประสพ?&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง/ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ,&nbsp;&nbsp;พลเรือตรี?&nbsp;สมเกียรติ?&nbsp;ผลประยูร&nbsp;เลขาธิการ?&nbsp;ศอ.บต.,&nbsp;นาวาเอก&nbsp;จักรพงษ์&nbsp;อภิมหาธรรม&nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน?ศอ.บต.,&nbsp;นายยะห์ยา?&nbsp;ปะนาฆอ?&nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี?และ?คณะกรรมาธิการ?ฯ&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่พบปะประชาชน,&nbsp;สมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำในบ่อกุ้งร้างและกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว?ในพื้นที่อำเภอยะหริ่งเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล?ตามโครงการพัฒนายกระดับพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้ชายแดนให้เป็น?\"เมืองปูทะเลโลก\"&nbsp;และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในพื้นที่?&nbsp;เพื่อสร้างงาน?&nbsp;สร้างอาชีพ&nbsp;สร้างรายได้?และเพื่อพัฒนา?ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป&nbsp;?พร้อม?ชมนิทรรศการการเลี้ยงปูดำ&nbsp;โดยมี?&nbsp;นางสาวณิชาวีร์&nbsp;สะมะอูน&nbsp;รักษาการปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอยะหริ่ง,&nbsp;ปลัดอำเภอยะหริ่ง,&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลบางปู?,&nbsp;ป.หนต.บางปู,&nbsp;ทีมปกครองอำเภอยะหริ่ง,&nbsp;กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ต.บางปู,ทีมงานเทศบาลตำบลบางปู,&nbsp;ผู้นำชุมชน,&nbsp;สมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำ,&nbsp;สมาชิกกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว,&nbsp;ทหาร,&nbsp;ตำรวจ?,&nbsp;สมาชิก&nbsp;?อส.อำเภอยะหริ่ง?&nbsp;ฯลฯ&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ?&nbsp;ณ?&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล?&nbsp;บ้านโต๊ะโสม?&nbsp;ตำบลบางปู?&nbsp;อำเภอยะหริ่ง?&nbsp;จังหวัดปัตตานี?&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200143198"],
    [383,"คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สส. ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ดูงานเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำ","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายสำรวย&nbsp;เกษกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ร่วมศึกษาดูงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะกิจกรรมสาธารณะและหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"ปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\"</p><p><strong>เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายอุบลศักดิ์&nbsp;บัวหลวงงาม&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการ</strong>&nbsp;นายจาตุรงค์&nbsp;เพ็งนรพัฒน์&nbsp;รองประธานคณะอนุกรรมาธิการคนที่&nbsp;1&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงบประมาณและคณะดังกล่าวได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;ห้วยด่าน&nbsp;และห้วยเรือ&nbsp;ตำบลโนนสำราญ&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้นในเวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.ได้ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า</strong>&nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำห้วยด่าน&nbsp;ตำบลภูผาหมอก&nbsp;และฝายบ้านขะยูง&nbsp;ตำบลน้ำอ้อม&nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><strong>การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯดังกล่าว&nbsp;</strong>เพื่อรับทราบปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ข้อเสนอแนะความต้องการชุมชนหมู่บ้าน&nbsp;และบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของพื้นที่&nbsp;พร้อมกันนี้คณะกรรมาธิการได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเข้าสู่กระบวนการ&nbsp;แก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&nbsp;โดยมีนายอำเภอกันทรลักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานศรีสะเกษ&nbsp;ท้องถิ่นอำเภอ&nbsp;หน่วยงานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&nbsp;สำนักงานจังหวัด&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่&nbsp;ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหา&nbsp;เสนอแนะความต้องการของพื้นที่ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315205538219"],
    [384,"เกษตรธารโต มอบสารชีวภัณฑ์บาซิลลัส ซับทีลิส ควบคุมโรคเหี่ยวกล้วยหิน แก่เกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;</strong>พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&nbsp;ได้มอบสารชีวภัณฑ์บาซิลลัส&nbsp;ซับทีลิส&nbsp;ควบคุมโรคเหี่ยวสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย&nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหิน&nbsp;โดยวิธีใช้ผงเชื้ออัตรา&nbsp;50&nbsp;กรัม&nbsp;ผสมน้ำ&nbsp;20&nbsp;ลิตร&nbsp;รดรอบโคนต้นกล้วยทุก&nbsp;30&nbsp;วัน&nbsp;ควบคู่กับการห่อปลีและตัดปลีในระยะตีนเต่าเพื่อป้องกันแมลงนำโรคเข้าทำลายในระยะผสมเกสร&nbsp;ทำความสะอาดกอกล้วยให้โปร่งลดแหล่งสะสมของโรคและแมลง&nbsp;ทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรด้วยน้ำยาฟอกขาว&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลแม่หวาด&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;จังหวัดยะลา</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315212111224"],
    [385,"เกษตรจังหวัดเพชรบุรี และคณะ ขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลหนองโสน  สู่เพชรบุรีโมเดล ด้านข้าว","<p><strong>ณ&nbsp;ศาลากลางหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านบ้านฉาง&nbsp;ตำบลหนองโสน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ว่าที่&nbsp;ร.ต.อาณัติ&nbsp;หุ่นหลา&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;นายยุกตนันท์&nbsp;จำปาเทศ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเพชรบุรี&nbsp;นายกริชชา&nbsp;จึงเจริญ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนพร้อมคณะบริหารและเจ้าหน้าที่&nbsp;ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองโสน&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ช่วยฯ&nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&nbsp;และภาคีเครือข่าย&nbsp;เข้าร่วมชี้แจงแนวทางในการขับเคลื่อน&nbsp;คนหนองโสนทานข้าวคนหนองโสนปลูก&nbsp;สู่การขับเคลื่อนเพชรบุรีโมเดล&nbsp;ด้านข้าวให้กับเกษตรกรและชุมชนตำบลหนองโสน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ&nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;เป็น&nbsp;1&nbsp;ในกิจกรรมการขับเคลื่อน&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนให้ดีขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315211218222"],
    [386,"จ.อำนาจเจริญ ลงนามบันทึกความร่วมมือซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร บูรณาการความร่วมมือเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือชื้อขายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ระหว่างกลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนและบริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ลานรับชื้อข้าวเปลือกบ้านเนินกุง&nbsp;ตำบลหนองสามสี&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>บริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ได้มีโครงการจัดทำข้าวหอมมะลิประชารัฐ&nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&nbsp;โดยได้มีการร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากเกษตรกรสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;โดยตรง&nbsp;และนำไปแปรสภาพเป็นข้าวสาร&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านประชารัฐและช่องทางอื่นๆ</p><p><strong>สำหรับข้าวหอมหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มีที่ตั้งอยู่บนเส้นรุ้งที่&nbsp;16&nbsp;องศา&nbsp;01&nbsp;N&nbsp;(&nbsp;16&nbsp;องศา&nbsp;1&nbsp;ลิปดา&nbsp;เหนือ)&nbsp;เส้นแวงที่&nbsp;104&nbsp;องศา&nbsp;36&nbsp;E&nbsp;(104&nbsp;องศา&nbsp;36&nbsp;ลิปดา&nbsp;ตะวันออก)&nbsp;เป็นที่ตั้งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เรียกว่า&nbsp;ตะวันอ้อมข้าว&nbsp;จึงทำข้าวที่ปลูกได้รับแสงแดด&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเนินขาว&nbsp;ดินร่วนปนทรายมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล&nbsp;138&nbsp;เมตร&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณ&nbsp;แสงแดด&nbsp;ฝน&nbsp;และดินเหมาะสม&nbsp;มีผลดีกับต้นข้าวหอมมะลิ&nbsp;จึงส่งผลให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;สร้างช่อรวงอ่อนบ่มเมล็ดในรวง&nbsp;ทำให้เมล็ดข้าวแกร่ง&nbsp;สวย&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;เมื่อหุงเมล็ดข้าวขยายยาวออกมา&nbsp;มีกลิ่นหอมธรรมชาติ&nbsp;และนุ่มเป็นพิเศษ&nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ตามวิสัยทัศน์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เมืองธรรมเกษตร&nbsp;การเกษตรสร้างมูลค่า&nbsp;ท่องเที่ยวเสริมสร้างสุขภาพ&nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางการค้า&nbsp;จนทำให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับประเทศตั้งแต่ปีการผลิต&nbsp;พ.ศ.2539&nbsp;-2557&nbsp;รวม&nbsp;16&nbsp;รางวัล&nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงทำให้&nbsp;ข้าวหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;หอม&nbsp;นุ่มและอร่อย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316013037256"],
    [387,"กษ.อำนาจเจริญ ถ่ายทอดแนวคิด เกษตรทฤษฎีใหม่ โคก หนอง นา โมเดล ให้กับสมาชิกสหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่ จำกัด","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้&nbsp;เรื่อง&nbsp;แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ให้กับสมาชิกสหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการอบรมเกษตรผสมผสานในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;กับทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดย&nbsp;กษ.อำนาจเจริญ&nbsp;ได้เล่าถึง&nbsp;ทฤษฎีบันได&nbsp;9&nbsp;ขั้นสู่ความพอเพียง&nbsp;เป็นรูปแบบการดำเนินชีวิต&nbsp;และการทำการเกษตร&nbsp;ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานไว้ให้ดำเนินการโดยใช้หลักปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวคิดในการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในพื้นที่ที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อให้เป็นการผลิตเพื่อยังชีพมีผลผลิตพอกินตลอดทั้งปีจนเมื่อผลผลิตเหลือแล้ว&nbsp;จึงนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว&nbsp;นั่นคือเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน&nbsp;เมื่อก้าวข้ามขั้นพื้นฐานสู่ขั้นก้าวหน้าแล้วก็จะกล่าวถึงการร่วมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาการผลิตสู่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเพื่อการดูแลกันด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน&nbsp;ตลอดจนให้ควาสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาโดยชุมชน&nbsp;การพัฒนาสังคมและการอยู่ร่วมกันโดยมีศาสนาเป็นศูนย์กลาง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316010658251"],
    [388,"ลงนามบันทึกความร่วมมือซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร บูรณาการความร่วมมือเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกร","<p><strong>วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.20&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายทวีป&nbsp;บุตรโพธิ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ระหว่างกลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนและบริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&nbsp;โดยมี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมในพิธี&nbsp;ณ&nbsp;ลานรับชื้อข้าวเปลือกบ้านเนินกุง&nbsp;ตำบลหนองสามสี&nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ</p><p><strong>บริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ได้มีโครงการจัดทำข้าวหอมมะลิประชารัฐ&nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&nbsp;โดยได้มีการร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน&nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;150&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากเกษตรกรสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจฯ&nbsp;โดยตรง&nbsp;และนำไปแปรสภาพเป็นข้าวสาร&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านประชารัฐและช่องทางอื่นๆ</p><p><strong>สำหรับข้าวหอมหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>มีที่ตั้งอยู่บนเส้นรุ้งที่&nbsp;16&nbsp;องศา&nbsp;01&nbsp;N&nbsp;(&nbsp;16&nbsp;องศา&nbsp;1&nbsp;ลิปดาเหนือ)&nbsp;เส้นแวงที่&nbsp;104&nbsp;องศา&nbsp;36&nbsp;E&nbsp;(104&nbsp;องศา&nbsp;36&nbsp;ลิปดาตะวันออก)&nbsp;เป็นที่ตั้งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เรียกว่า&nbsp;ตะวันอ้อมข้าว&nbsp;จึงทำข้าวที่ปลูกได้รับแสงแดด&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเนินขาว&nbsp;ดินร่วนปนทรายมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล&nbsp;138&nbsp;เมตร&nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณแสงแดด&nbsp;ฝน&nbsp;และดินเหมาะสม&nbsp;มีผลดีกับต้นข้าวหอมมะลิ&nbsp;จึงส่งผลให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;สร้างช่อรวงอ่อนบ่มเมล็ดในรวง&nbsp;ทำให้เมล็ดข้าวแกร่ง&nbsp;สวย&nbsp;สมบูรณ์&nbsp;เมื่อหุงเมล็ดข้าวขยายยาวออกมา&nbsp;มีกลิ่นหอมธรรมชาติ&nbsp;และนุ่มเป็นพิเศษ&nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;100&nbsp;%&nbsp;ตามวิสัยทัศน์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เมืองธรรมเกษตร&nbsp;การเกษตรสร้างมูลค่า&nbsp;ท่องเที่ยวเสริมสร้างสุขภาพ&nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางการค้า&nbsp;จนทำให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&nbsp;ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับประเทศตั้งแต่ปีการผลิต&nbsp;&nbsp;พ.ศ.2539-2557&nbsp;รวม&nbsp;16&nbsp;รางวัล&nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ข้าวหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&nbsp;หอม&nbsp;นุ่มและอร่อย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-15T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316010152249"],
    [389,"เกษตรจังหวัดพังงา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้งส่งเสริมเกษตรกรรมทางเลือกใหม่","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;นำโดยนายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน</strong>&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;มอบหมายให้นางสาววิไลวรรณ&nbsp;สีนา&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;และนายกวีพจน์&nbsp;มัชฉากิจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกใหม่และแมลงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในจังหวัดพังงา&nbsp;ส่งมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;(รังผึ้งและขาตั้ง)&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้ง</strong>ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้ง&nbsp;นายบัญชา&nbsp;เกิดล่อง&nbsp;เกษตรอำเภอท้ายเหมือง&nbsp;และนางสาวอรอุมา&nbsp;ศุภศรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงผึ้งให้กับเกษตรกรผู้มีความสนใจด้านการเลี้ยงผึ้งในเขตอำเภอเมืองพังงา&nbsp;และอำเภอทับปุด&nbsp;ได้เพิ่มพูนความรู้การเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจชนิดใหม่&nbsp;เพื่อเป็นเกษตรกรรมทางเลือกให้กับเกษตรกรได้ในระยะยาว&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้รับเกียรติจาก&nbsp;นางกันตวรรณ&nbsp;ตันเถียรกุลจรรยาวิวัฒน์</strong>&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมพบปะ&nbsp;พูดคุย&nbsp;รับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในพื้นที่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090544270"],
    [390,"เกษตรฯแม่ฮ่องสอน ขับเคลื่อนการดำเนินงาน เสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จัดการประชุมคณะกรรมการ</strong>แม่บ้านเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริม&nbsp;สนับสนุนการพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;โดยนายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;โดยจัดให้มีการเลือกตั้งประธานคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;(ชุดใหม่)&nbsp;เพื่อดำรงตำแหน่งแทนคณะกรรมการฯ&nbsp;ชุดปัจจุบัน&nbsp;ที่กำลังจะครบวาระในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีการจัดแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละอำเภอ</strong>ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมทั้งการนำเสนอสินค้า/ผลิตภัณฑ์เด่นและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอและเจ้าหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090826271"],
    [391,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้นที่&nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.น่าน&nbsp;78&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;66&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และลำพูน&nbsp;51&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,860&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;50&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,895&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาคุณภาพน้ำเค็มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม&nbsp;อย่างกรมชลประทาน&nbsp;ควบคุมค่าความเค็มด้วยการวางแผนบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาที่คำนึงถึงมาตรการประหยัดน้ำจากพื้นที่ตอนบน&nbsp;//&nbsp;ผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองผ่านคลองสาขายังแม่น้ำท่าจีน&nbsp;ก่อนจะผันน้ำเข้าสู่คลองสาขาและสูบน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;เพื่อควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&nbsp;//&nbsp;บริหารจัดการประตูระบายน้ำและอาคารเชื่อมต่อในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;เปิดรับน้ำเฉพาะการอุปโภค-บริโภคตามรอบเวร&nbsp;พร้อมขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้างดสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;การประปานครหลวง&nbsp;สูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยหลบเลี่ยงสูบน้ำที่มีลิ่มความเค็มสูงเข้ามาในคลองประปาให้น้อยที่สุด&nbsp;และปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็ม&nbsp;(Water&nbsp;Hammer)&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&nbsp;ควบคุมการปิด-เปิดประตูระบายน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและใช้อุโมงค์ระบายน้ำ&nbsp;สถานีสูบน้ำบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาน้ำเค็ม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคมอาจเกิดน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและส่งผลให้ความเค็มรุกบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;จึงขอให้เฝ้าระวังและปรับแผนการบริหารจัดการเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093530274"],
    [392,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2565\"","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค</strong>&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565\"</p><p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เทศบาลตำบลศรีสองรัก&nbsp;สำนักงานอำเภอด่านซ้าย&nbsp;,&nbsp;เมืองเลย&nbsp;,&nbsp;ภูเรือ&nbsp;,&nbsp;หนองหิน&nbsp;,&nbsp;ภูกระดึง&nbsp;,&nbsp;เอราวัณ&nbsp;,&nbsp;ท่าลี่&nbsp;ร่วมปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้บริการการผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&nbsp;&nbsp;สุนัขเพศผู้&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;สุนัขเพศเมีย&nbsp;7&nbsp;ตัว&nbsp;แมวเพศผู้&nbsp;8&nbsp;ตัว&nbsp;เพศเมีย&nbsp;24&nbsp;ตัว&nbsp;รวม&nbsp;45&nbsp;ตัว&nbsp;และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่&nbsp;สุนัข-แมว&nbsp;รวม&nbsp;45&nbsp;ตัว&nbsp;ผู้มารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;29&nbsp;ราย&nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลศรีสองรัก&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><strong>ด้วยพระปณิธานของศาสตราจารย์</strong>&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยและสรรพชีวิตในข้อทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติรวมถึงพระวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโลกหนึ่งเดียว&nbsp;โดยมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย&nbsp;ดังนั้นเพื่อสนองพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์ดังกล่าว&nbsp;เห็นควรดำเนินโครงการสัตวปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&nbsp;ดร.&nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093620275"],
    [393,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน และต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง 20  21 มี.ค.นี้ ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;และต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง&nbsp;20&nbsp;&nbsp;21&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;และมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;17&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093716276"],
    [394,"พช.ลำพูนร่วมกับศูนย์หม่อนไหมเชียงใหม่ สำรวจพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อส่งเสริมให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและนำเส้นไหมมาทอเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนเพิ่มมากขึ้น ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด","<p><strong>ที่บ้านทาสองท่า&nbsp;ตำบลทาปลาดุก&nbsp;อำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน</strong>&nbsp;นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;ประสานความร่วมมือศูนย์หม่อนไหมเชียงใหม่&nbsp;นำโดย&nbsp;นางเสาวณีย์&nbsp;อภิญญานุวัฒน์&nbsp;ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และนางสาวศิริลักษณ์&nbsp;เขื่อนควบ&nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในเขตอำเภอแม่ทา&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมาน&nbsp;กองแก้ว&nbsp;นายอำเภอแม่ทา&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอแม่ทา&nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ทา&nbsp;อำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่&nbsp;และให้ข้อมูลฯ</p><p><strong>นางบำเพ็ญ&nbsp;เมืองมูล&nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ร่วมกันในครั้งนี้&nbsp;เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&nbsp;ในการลงพื้นที่สำรวจแปลงของนายไชยยงค์&nbsp;รัตนอังกูร&nbsp;(คุณเอก)&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้า/ผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;ผู้ก่อตั้ง&nbsp;TEMPLE&nbsp;House&nbsp;ครีเอทีฟ&nbsp;ที่มีความสนใจที่จะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ตนเอง&nbsp;สืบเนื่องจากประชาชนนิยมในการเลือกซื้อผ้าไหมยกดอกลำพูนที่ใช้เส้นไหมไทยเป็นส่วนประกอบมากขึ้น&nbsp;ทำให้ตลาดที่เป็นผู้ประกอบการและช่างทอผ้าไหมมีความต้องการเส้นไหมพันธุ์ไทยมากขึ้น&nbsp;ทั้งนี้การส่งเสริมให้มีผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อจำหน่ายเส้นไหม&nbsp;นำมาทอเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลที่เน้นให้มีการส่งเสริม&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;รวมทั้งจะเป็นการประชาสัมพันธ์การใช้เส้นไหมไทยให้มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316101933301"],
    [395,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(15&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;337&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;107&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;76&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;72&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดทางภาคเหนือเป็นแม่ฮ่องสอน&nbsp;81&nbsp;จุดติดต่อกัน&nbsp;5&nbsp;วัน&nbsp;รองลงมาเป็นกาญจนบุรี&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;และนครพนม&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจากวันก่อนจากการเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;แต่ยังพบจุดความร้อนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่วันนี้พบ&nbsp;137&nbsp;จุด&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,370&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9,460&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,721&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนเช้าวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลางผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอาจต้องระวังเป็นพิเศษ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;17&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูง&nbsp;4,673&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;1,185&nbsp;จุด&nbsp;และไทย&nbsp;337&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316100142293"],
    [396,"แจ้งเตือนประชาชนเลือกซื้อเนื้อในช่วงหน้าร้อน ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว&nbsp;ทำให้สภาพอากาศในหลายพื้นที่ร้อนอบอ้าว&nbsp;ส่งผลให้เอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์&nbsp;อาจทำให้อาหารบูด&nbsp;หรือเน่าเสียง่าย&nbsp;ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอาหารเป็นพิษ&nbsp;หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้&nbsp;</p><p><strong>กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชน</strong>&nbsp;จึงออกมาแจ้งเตือนถึงข้อแนะนำเกี่ยวกับการบริโภคเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัย&nbsp;ถูกสุขอนามัย&nbsp;ได้มาตรฐานตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดและที่สำคัญต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&nbsp;โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์ได้ในสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์&nbsp;ที่มีตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ดังสโลแกนที่ว่า&nbsp;เนื้อสัตว์ปลอดโรค&nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&nbsp;เลือกซื้อเนื้อสัตว์ครั้งใด&nbsp;มองหาสัญลักษณ์ปศุสัตว์&nbsp;OK&nbsp;ซึ่งผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในร้านค้าดังกล่าว&nbsp;จะผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานครบวงจร&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ประชาชนต้องรู้จักสังเกตลักษณะภายนอกของเนื้อสัตว์</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;เนื้อหมู&nbsp;ควรเลือกหมูที่มีสีชมพู&nbsp;มันสีขาว&nbsp;หนังเกลี้ยงและขาว&nbsp;ไม่มีเม็ดสาคูซึ่งเป็นตัวอ่อนของพยาธิแทรกในเนื้อ&nbsp;สำหรับหมูสามชั้นควรเลือกที่มีมันบาง&nbsp;มีเนื้อหลายชั้น&nbsp;หนังบาง&nbsp;ไม่ควรซื้อหมูที่มีเนื้อสีแดงเกินไป&nbsp;,เนื้อวัว&nbsp;ควรเลือกซื้อเนื้อวัวที่มีสีแดงสด&nbsp;กดแล้วไม่บุ๋ม&nbsp;ไม่มีน้ำเลือดไหลซึมออกมา&nbsp;ไม่มีสีคล้ำอมเขียว&nbsp;ดมดูแล้วไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า&nbsp;</p><p><strong>เนื้อเป็ดและไก่&nbsp;ควรเลือกที่สด&nbsp;สะอาด&nbsp;เนื้อแน่น</strong>&nbsp;ไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียว&nbsp;ไม่มีกลิ่นเหม็น&nbsp;&nbsp;หรือมีสีเทาตามตัว&nbsp;ไม่มีจ้ำเลือดหรือตุ่มหนอง&nbsp;และไข่เป็ด&nbsp;ไข่ไก่&nbsp;ควรเลือกซื้อและบริโภคไข่ที่มีสภาพเปลือกไข่ดี&nbsp;ไม่แตก&nbsp;หรือบุบ&nbsp;ร้าว&nbsp;ไม่บริโภคไข่ที่หมดอายุ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญในการผลิตเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัยและมีมาตรการในการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316104742312"],
    [397,"จ.นราธิวาสขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) และบริการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อถ่ายทอดความรู้ และบริการให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสังคม&nbsp;&nbsp;เกิดก่อ&nbsp;นายอำเภอเมืองนราธิวาส</strong>&nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;และบริการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมันตำบลโคกเคียน&nbsp;</strong>(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;บ้านฮูแตทูวอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ตามโยบายของรัฐบาล&nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้&nbsp;และให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้เข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;ลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการ&nbsp;และให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นในชุมชน&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ประมาณ&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;มาร่วมรับการถ่ายทอดความรู้และการบริการการเกษตร&nbsp;ในสถานีถ่ายทอดความรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;สถานี&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;ศูนย์หมาอนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;โครงการชลประทานนราธิวาส&nbsp;</p><p><strong>นายสังคม&nbsp;&nbsp;เกิดก่อ&nbsp;นายอำเภอเมืองนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีความตระหนักและเข้าใจในปัญหาที่เกษตรต้องเผชิญอยู่&nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&nbsp;ทำการเกษตรแบบต่างคนต่างทำ&nbsp;ทำให้ยากต่อการจัดการผลผลิตและผลิตสินค้าเกษตรไม่สอดคล้องกับความต้องการของการตลาด&nbsp;จึงได้มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ&nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกร&nbsp;ซึ่งการจัดงานในวันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของพี่น้องเกษตรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมย้ำหากสามารถทำให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในไร่นาและสวนของตนเอง&nbsp;จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&nbsp;ที่สำคัญหาดมีการขยายผลหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ให้เกษตรกรเข้าถึงได้&nbsp;จะทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายซูไฮดี&nbsp;&nbsp;บาซอ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองนราธิวาส</strong>&nbsp;กล่าวถึงการดำเนินการของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และเครือข่าย&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการสร้างกระบวนการการเรียนรู้และให้ความรู้แก่เกษตรกร&nbsp;ที่หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมาย&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&nbsp;และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง&nbsp;ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316101519299"],
    [398,"ทหารพราน ฉก.ทพ.36 ร่วมผู้นำชุมชน และราษฏร ทำฝายชะลอน้ำสร้างป่าเปียกป้องกันไฟป่าหมอกควัน","<p><strong>วันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พันตรี&nbsp;ไพโรจน์&nbsp;อ่อนโอน&nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&nbsp;3604&nbsp;</strong>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;36&nbsp;หรือ&nbsp;ฉก.ทพ.36&nbsp;จัดกำลังพลร่วมกับ&nbsp;ผู้?นำชุมชนและราษฎรบ้านแม่สุ&nbsp;ตำบลแม่ลาหลวง&nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวมพลังร่วมกันสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น&nbsp;ทำเป็นฝายแม้วบริเวณลำห้วยในป่าชุมชนบ้านแม่สุ&nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภค&nbsp;บริโภคในช่วงภัยแล้ง&nbsp;ยังเป็นการสร้างป่าเปียกเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า&nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316104314311"],
    [399,"สหกรณ์จังหวัดตาก ลงพื้นที่แนะนำ ส่งเสริม ติดตามสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการขยายผลการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายนำโชค&nbsp;ศิลกุล&nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสินีนาถ&nbsp;อ่อนนวล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;1&nbsp;ลงพื้นที่แนะนำ&nbsp;ส่งเสริม&nbsp;ติดตามสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการขยายผลการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรทำไร่วังจันทร์&nbsp;บ้านวังน้ำผึ้ง&nbsp;ตำบลวังจันทร์&nbsp;อำเภอสามเงา&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;นางยนต์&nbsp;บัวผัน&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;บัวผัน&nbsp;นางสมหมาย&nbsp;ฐานนอก&nbsp;และนายวิทยา&nbsp;ฤทธานันท์&nbsp;ซึ่งเป็นสมาชิกที่สมัครใจและมีความตั้งใจนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้</p><p><strong>นางสินีนาถ&nbsp;อ่อนนวล&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สหกรณ์จังหวัดตากได้ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับเกษตรกรและสหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก&nbsp;สนับสนุนการประกอบอาชีพ&nbsp;โดยนำการตลาดมานำการผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;ขยายผลไปถึงการแปรรูป&nbsp;ซึ่งเป็นขั้นตอนของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เหลือกินเหลือใช้แล้วนำไปขายแปรรูปแล้วก็จำหน่าย&nbsp;สิ่งที่สำคัญคือสนับสนุนให้เกษตรกรเหล่านี้รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;ลดต้นทุนเรื่องของการผลิตลงมา&nbsp;แล้วก็เพิ่มช่องทางการตลาดของเกษตรกรเหล่านี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110955341"],
    [400,"จังหวัดชัยนาท ประชุมคณะกรรมการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 1/2565 เพื่อพิจารณาแนวทางและแผนการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมธรรมจักร&nbsp;(501)&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางและแผนการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภา&nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการให้จังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแห่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;เพื่อสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ตามแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูและพัฒนาลำน้ำ&nbsp;คูคลองในพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการเกษตร&nbsp;การป้องกันและแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ&nbsp;และเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่บึงสำเภา&nbsp;อยู่ในตำบลธรรมามูล&nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท</strong>&nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;230&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งจังหวัดชัยนาท&nbsp;ได้กำหนดให้บึงสำเภา&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟิ้นฟู&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดชัยนาท&nbsp;และเมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดชัยนาทโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;เทศบาลตำบลธรรมามูล&nbsp;ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจบริเวณบึงสำเภา&nbsp;พบว่าสภาพของพื้นที่บึงสำเภามีแหล่งน้ำ&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือหนองฮุ้งใหญ่และหนองฮุ้งเล็ก&nbsp;สภาพแหล่งน้ำทั้งสอง&nbsp;มีวัชพืชและสิ่งปฏิกูลภายในแหล่งน้ำ&nbsp;ส่วนสภาพพื้นที่โดยรองบึงสำเภา&nbsp;ได้มีการพัฒนาพื้นที่โดยการก่อสร้างทางจักรยานพร้อมด้วยลานออกกำลังกายและห้องน้ำ&nbsp;แต่ยังขาดการบำรุงรักษา&nbsp;ทำให้มีสภาพเสื่อมโทรม&nbsp;และมีไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภาของอำเภอเมืองชัยนาท&nbsp;ตามแผนการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภา&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานฯ&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดชัยนาท&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316122320376"],
    [401,"ปศุสัตว์แพร่ รับมอบการสนับสนุนหญ้าแห้งช่วยเหลือผู้ประสบภัย","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;รับมอบการสนับสนุนหญ้าแห้งในการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล&nbsp;แก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัม</strong></p><p><br></p><p><strong>นางสาวอาทิยา&nbsp;แปลงใจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;และนายจตุรภัทร&nbsp;คำนามะ&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน&nbsp;รักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบการสนับสนุนหญ้าแห้งในการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล&nbsp;จำนวน&nbsp;5,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลแม่คำมี&nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารหยาบคุณภาพดีในช่วงภัยธรรมชาติ</p><p><strong>นายสัตวแพทย์&nbsp;ดร.สมพร&nbsp;พรวิเศษศิริกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ทางกรมปศุสัตว์มีแนวทางปฏิบัติในการจัดการภัยพิบัติด้านปศุสัตว์&nbsp;ทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากโรคระบาดใน&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;คือ&nbsp;ก่อนเกิดภัย&nbsp;ขณะเกิดภัย&nbsp;และหลังเกิดภัย&nbsp;โดยเกษตรกรต้องไปขอขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงปศุสัตว์กับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอก่อนขอความช่วยเหลือกรณีได้รับความเสียหาย</p><p><strong>หากเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์มีข้อสงสัย</strong>&nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;ถนนร่องซ้อ&nbsp;ซอย&nbsp;3&nbsp;ตำบลในเวียง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โทร&nbsp;054-511098&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316120823369"],
    [402,"สภาเกษตรกรแห่งชาติจัดเวทีรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ ด้านข้าวและชาวนาไทย 4 ภาค","<p>นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ เลขาธิการคณะทำงานด้านข้าวและชาวนา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวในการเปิดประชุม \"โครงการส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิและการมีส่วนร่วมของชาวนาในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน\" และบรรยายพิเศษ หัวข้อ ลดต้นทุนการผลิต ก้าวแรกทางรอดชาวนาไทย\" ณ ห้องประชุมสมาคมผู้พิการจังหวัดอ่างทอง ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง&nbsp;โดยคณะทำงานด้านข้าวและชาวนา&nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงสี เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น จำนวน 70 คน&nbsp;ว่า เริ่มต้นโครงการนี้คืออยากจะได้ทั้งชาวนา โรงสี และผู้ส่งออก มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อรวบรวมแล้วจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืนและครบวงจร ซึ่งเวทีที่จังหวัดอ่างทองถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่อาจจะปรับเป็นการลงพื้นที่เพื่อหารือถึงมุมมองปัญหาและแนวทางร่วมกันของโรงสี และผู้ส่งออก คณะทำงานด้านข้าวและชาวนาจะนำแนวทางไปปรับเพื่อเวทีในภาคอื่นต่อไป โดยมองว่าเริ่มแรกชาวนาควรมีการปรับตัว ทั้งปัจจัยการผลิต ได้แก่ ที่ดิน ทุน แรงงาน และการจัดการ , วิธีการบำรุงดิน , การแปรรูป&nbsp;และนโยบายภาครัฐ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>ทั้งนี้ \"โครงการส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิและการมีส่วนร่วมของชาวนาในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน\" จัดขึ้นเพื่อจัดทำข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางแก้ไขปัญหาด้านข้าวและชาวนา โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมเวทีภาคกลางได้นำเสนอหากภาครัฐต้องการช่วยเหลือให้ตรงตามความต้องการ ได้แก่ ระบบชลประทานที่ทั่วถึงทุกพื้นที่ไม่ใช่มีแค่คลองส่งน้ำแต่ไม่มีการส่งน้ำ หรือสนับสนุนบ่อบาดาลขนาดเล็กที่เกษตรกรสามารถบำรุง รักษาด้วยตนเองได้ , ลดภาษีเครื่องมือทางการเกษตร , ลดดอกเบี้ยจากธนาคารที่ไม่ใช่การพักหนี้ เพราะดอกเบี้ยยังปกติอัตราเดิม , ปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิตควรมีความเสมอภาค เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าน้ำ&nbsp;, การทำนาขาดทุนแต่ส่วนใหญ่ขายได้แต่กำไรน้อย อยากตั้งราคาได้เอง&nbsp;, การช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น เมล็ดพันธุ์/ปุ๋ยบำรุง มาไม่ตรงตามฤดูกาล เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>อย่างไรก็ตาม คณะทำงานด้านข้าวและชาวนา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กำหนดจัดเวทีรับฟังความเห็นจากเกษตรกร พื้นที่ 4 ภาค เริ่มต้นจาก ภาคกลาง จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 ณ สมาคมคนพิการจังหวัดอ่างทอง ต.ศาลาแดง อ.เมือง ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 18-20 มีนาคม 2565 ภาคอีสาน จ.ศรีษะเกษ วันที่ 25-27 มีนาคม 2565&nbsp;และ ภาคเหนือ จ.อุตรดิตถ์ วันที่ 1-3 เมษายน 2565&nbsp;โดยจะรวบรวมความคิดเห็นจากเวทีทั้ง 4 ภาค แล้วดำเนินการจัดทำข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางแก้ไขปัญหาด้านข้าวและชาวนาต่อไป</p>","2022-03-16T00:00:00","NULL","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316122318375"],
    [403,"ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง ยังคงเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง พบคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้บริโภครับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง</strong>&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติและกำลังดำเนินการตามขั้นตอนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&nbsp;ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง&nbsp;ยังดำเนินการเฝ้าระวังและตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง&nbsp;บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&nbsp;อ.บ้านฉาง&nbsp;ถึงปากน้ำประแสร์&nbsp;อ.แกลง&nbsp;จ.ระยองอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำ&nbsp;ก่อนนำไปตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&nbsp;ผลการตรวจคุณภาพเบื้องต้นและคุณภาพน้ำทั่วไป&nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ผู้บริโภคสามารถรับประทานอาหารทะเลระยองได้ทุกชนิด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ</strong>&nbsp;ทางบริษัท&nbsp;SPRC&nbsp;ต้นเหตุทำให้เกิดน้ำมันรั่ว&nbsp;ได้จ่ายเงินให้กลุ่มประมงพื้นบ้านไปแล้ว&nbsp;1,792&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;,กลุ่มหาบเร่แผงลอยและอาชีพอื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;1,071&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;15,000&nbsp;&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมผู้ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;2,863&nbsp;ราย&nbsp;จากทั้งหมด&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็นเงินกว่า&nbsp;96&nbsp;ล้านบาท</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316132659397"],
    [404,"ปภ.ระยอง รายงานผลการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วลงทะเล ไม่พบคราบน้ำมันรั่วไหลเพิ่ม แต่พบวัตถุขนาดเล็กสีเทา มีรูพรุนจำนวนมากลอยขึ้นชายหาด","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ปภ.ระยอง&nbsp;รายงานผลการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วลงทะเล&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันรั่วไหลเพิ่ม&nbsp;แต่พบวัตถุขนาดเล็กสีเทา&nbsp;มีรูพรุนจำนวนมากลอยขึ้นชายหาด&nbsp;ตรวจสอบเบื้องต้นคล้ายหินภูเขาไฟที่เคยพบบริเวณภาคใต้ของไทย&nbsp;</strong></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยองว่า&nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&nbsp;(ศปน.)&nbsp;แจ้งว่า&nbsp;เรือ&nbsp;UNIWISE&nbsp;RAYONG&nbsp;ยังปฏิบัติงานใต้น้ำ&nbsp;โดยส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมท่อเพื่ออุดรอยรั่วของท่ออ่อนน้ำมัน&nbsp;ด้วยการใช้วิธีพันท่อรอบที่&nbsp;4&nbsp;บริเวณรอยรั่วเดิม&nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานตั้งแต่&nbsp;09.00&nbsp;-&nbsp;17.00&nbsp;น.&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันในพื้นที่ทุ่นผูกเรือกลางทะเล&nbsp;หรือ&nbsp;SPM&nbsp;ส่วนการปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเล&nbsp;ยังมีเรือ&nbsp;22&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือตรวจทางอากาศ&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ดำเนินการเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันทั้งบริเวณชายฝั่งและนอกชายฝั่ง&nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันในทะเลแต่อย่างใด&nbsp;แต่พบก้อนวัตถุขนาดเล็กสีเทา&nbsp;มีรูพรุน&nbsp;จำนวนมาก&nbsp;ลอยขึ้นหาดบริเวณหาดสวนสนและหาดดวงตะวัน&nbsp;ตำบลแกลง&nbsp;อำเภอเมืองระยอง&nbsp;จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า&nbsp;ไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&nbsp;และไม่มีน้ำมันเจือปนในหินดังกล่าว&nbsp;แต่น่าจะเป็นหินภูเขาไฟ&nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้พบขึ้นบริเวณชายหาดทางภาคใต้ของไทย&nbsp;ขณะนี้ได้เก็บตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์&nbsp;แล้ว</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316133624404"],
    [405,"จังหวัดตรังตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&nbsp;เกลี้ยงสงค์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&nbsp;ร่วมบูรณาการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอรัษฎา&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;และอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;35&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&nbsp;ผู้ว่าจ้าง&nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&nbsp;100&nbsp;ตันขึ้นไป&nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&nbsp;สถานที่เก็บฯ&nbsp;ณ&nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&nbsp;ภายในวันที่&nbsp;10&nbsp;ของเดือนถัดไป&nbsp;</p><p>ผลการตรวจสต็อก&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;คือ</p><p>อ.&nbsp;รัษฎา&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรรัษฎา</p><p>-&nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;บวรฟาร์ม</p><p>อ.ห้วยยอด&nbsp;2&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด</p><p>-&nbsp;บริษัท&nbsp;เรืองตรัง&nbsp;คลังเกษตร&nbsp;จำกัด</p><p>อ.วังวิเศษ&nbsp;3&nbsp;ราย</p><p>-&nbsp;ร้านน้องใหม่เคมีการเกษตร</p><p>-&nbsp;ร้านเพื่อนแท้การเกษตร</p><p>-&nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังวิเศษ</p><p>2.&nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;33,540&nbsp;กระสอบ&nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;148&nbsp;ลิตร</p><p>3.&nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&nbsp;ออกสินค้า&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&nbsp;</p><p>4.&nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน</p><p>5.&nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างล่าช้า</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง</strong>ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;ห้ามมิให้กักตุนสินค้า&nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดตรังได้จัดทำแผนการตรวจบูรณาการสต็อกปุ๋ยเคมี</strong>&nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&nbsp;และข้าวโพดอาหารสัตว์&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ทั้ง&nbsp;10&nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316143938431"],
    [406,"สถานการณ์จุดความร้อนสะสม จ.แม่ฮ่องสอน พบกว่า 2,000 จุด เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นละอองน้ำ สร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM.25","<p><strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า</strong>&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าพบจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;84&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,002&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;600&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,219&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1,335&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;421&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;777&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;98&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลต่อสุขภาพ)&nbsp;และ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;79&nbsp;&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ)</p><p><strong>โดยวันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ไ</strong>ด้บูรณาการร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;ลำปาง&nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ&nbsp;ปริมาณ&nbsp;40,000&nbsp;ลิตร&nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;บริเวณศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;และสนามบินท่าอากาศยานจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144634438"],
    [407,"เกษตรธารโต ร่วมออกตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคา","<p><strong>นางสาวปุณญิสา&nbsp;เซ่งซิ้ว&nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&nbsp;</strong>ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดยะลา&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา&nbsp;อำเภอธารโต&nbsp;สถานีตำรวจภูธรธารโต&nbsp;ออกตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี&nbsp;ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;หรือโรคพืช&nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&nbsp;ที่&nbsp;ร้านจำหน่วยปุ๋ยยาเคมีในพื้นที่อำเภอธารโต&nbsp;ณ&nbsp;ต.ธารโต&nbsp;อ.ธารโต&nbsp;จ.ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144030434"],
    [408,"เกษตรแพร่เตรียมพร้อมตรวจราชการ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;เตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการ&nbsp;</strong>โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;2565&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>นายประภาส&nbsp;สานอูป&nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนายเรืองกิตติ์&nbsp;พันธุ์เลิศเมธี&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่และสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่&nbsp;ลงพื้นที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงผึ้ง&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลวังธง&nbsp;และที่ทำการกลุ่มนาแปลงใหญ่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลวังหงส์&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;เพื่อพบปะผู้นำกลุ่ม&nbsp;ร่วมวางแผนประสานงานการทำงานในการเตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการของนายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316151156460"],
    [409,"ผู้ว่าฯนราธิวาส สืบสานปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส กำหนดแหล่งน้ำต้นแบบเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสร้างประโยชน์แก่ประชาชน","<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มี.ค.65&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพระยานราศัยสุนทร&nbsp;</strong>ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;คณะกรรมการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ปลัดจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</p><p><strong>โดยดำเนินการจัดระเบียบ&nbsp;หากมีน้ำเน่าเสียหรือผักตบชวา</strong>ต้องดำเนินการแก้ไข&nbsp;โดยจังหวัดนราธิวาสได้กำหนดแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำจำนวน&nbsp;1&nbsp;แหล่ง&nbsp;คือ&nbsp;คลองทอน-คลองโคกเคียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;4,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;12&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ความยาว&nbsp;11.3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ซึ่งมีสภาพน้ำเน่าเสีย&nbsp;และมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก&nbsp;ในการนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จัดเตรียมแผนงาน/โครงการ&nbsp;ฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316154813493"],
    [410,"อำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานีบูรณาการสำรวจปริมาณสินค้าและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย ป้องกันผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา  หากพบกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;นายสุกิจ&nbsp;มีพริ้ง&nbsp;</strong>นายอำเภอท่าฉาง&nbsp;สั่งการให้ฝ่ายปกครอง&nbsp;ร่วมกับชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&nbsp;เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุราษฎร์ธานี&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอท่าฉาง&nbsp;&nbsp;เกษตรอำเภอท่าฉาง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณสินค้าและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา</p><p><strong>ซึ่งจากการสำรวจร้านค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;34&nbsp;ร้าน&nbsp;ในพื้นที่อำเภอท่าฉาง</strong>&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;เบื้องต้นไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&nbsp;ขณะที่สถานการณ์ราคามีแนวโน้มปรับขึ้นตามราคาตลาด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด&nbsp;หากพบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316160832506"],
    [411,"ปศุสัตว์ชัยนาท เตือนภัย โรคระบาดสัตว์หน้าร้อน","<p><strong>นายสัตวแพทย์บุญฤทธิ์&nbsp;ทองสม&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท</strong>&nbsp;เป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;ในช่วงร้อนนี้&nbsp;ซึ่งสภาพอากาศมีความแปรปรวน&nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ในบางพื้นที่อาจมีลมกรรโชคแรง&nbsp;อาจส่งผลทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียด&nbsp;สุขภาพสัตว์อ่อนแอลง&nbsp;ทำให้เกิดติดเชื้อต่างๆ&nbsp;ได้ง่าย&nbsp;และลักษณะอากาศดังกล่าว&nbsp;ยังมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;อาจเกิดการระบาดของโรคที่มาจากแมลงพาหะเพิ่มขึ้น&nbsp;และอาจเกิดการแพร่กระจายไปในวงกว้างได้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้เลี้ยงสัตว์</p><p><strong>ปศุสัตว์ชัยนาท&nbsp;จึงขอความร่วมมือเกษตรกร&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์&nbsp;</strong>ในการดำเนินการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำจัด&nbsp;หรือลดปริมาณแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก&nbsp;หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์&nbsp;<span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ร่วมกับการใช้ยาฉีดพ่น&nbsp;หรือราดหลัง&nbsp;หรือหยดบนตัวสัตว์&nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;รวมทั้งการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือแหล่งรวมสัตว์&nbsp;ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง&nbsp;หรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่ให้มีอุจจาระ&nbsp;ปัสสาวะ&nbsp;หมักหมม&nbsp;ควรเก็บอุจจาระไว้ในสถานที่ป้องกันแมลงและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&nbsp;รวมทั้งเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ทุกวัน&nbsp;ซึ่งหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&nbsp;หรือแสดงอาการป่วย&nbsp;เช่น&nbsp;ม้า&nbsp;ลา&nbsp;ล่อ&nbsp;แสดงอาการ&nbsp;ซึม&nbsp;มีไข้อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;38.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;กินอาหารลดลง&nbsp;มีอาการบวมน้ำบริเวณขมับหรือคอ&nbsp;ตาแดงอักเสบ&nbsp;ชัก&nbsp;หรือกระวนกระวายคล้ายอาการเสียดท้อง</span></p><p><strong>ในโค-กระบือ&nbsp;หากพบสัตว์แสดงอาการซึม&nbsp;มีไข้</strong>&nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;39.5&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนัง&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ให้เกษตรกรหรือเจ้าของสัตว์&nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์&nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด</p><p>เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปยังท้องที่อื่นๆ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ควรจะเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามยานพาหนะ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะรถรับซื้อสัตว์&nbsp;รถอาหารสัตว์&nbsp;รถรับซื้อมูลสัตว์&nbsp;เข้าภายในฟาร์มโดยเด็ดขาด&nbsp;หากจำเป็นต้องทำการฆ่าเชื้อยานพาหนะจากภายนอกทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม&nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมถึงควบคุมแมลงพาหะด้วยสารกำจัดแมลงที่อาจมากับยานพาหนะดังกล่าวด้วย&nbsp;และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ของโรคเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่</p><p><strong>หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่</strong>&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลง&nbsp;หรือใช้สารกำจัดแมลงเพื่อควบคุมแมลงพาหะอย่างเหมาะสม</p><p><strong>ขอเน้นย้ำให้เกษตรกร&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์ดูแลสัตว์ของตนเอง</strong>&nbsp;โดยการให้น้ำและอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้พอเพียงกับสัตว์&nbsp;เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ&nbsp;ที่ดี&nbsp;รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ&nbsp;ที่จะนำโรคเข้าฟาร์ม&nbsp;และควรทำวัคซีนป้องกันโรค&nbsp;ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316171415542"],
    [412,"คณะกรรมการบริหารจัดการควบคุมตรวจสอบกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้า GI เตรียมลงพื้นที่ตรวจรับรองส้มโอทับทิมสยามแก่เกษตรกรที่แจ้งความประสงค์ในพื้นที่อำเภอปากพนัง","<p><strong>วันนี้(16&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;นายไตรรัตน์&nbsp;ไชยรัตน์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการควบคุมตรวจสอบกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&nbsp;โดยมีพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนหน่วยงานท้องถิ่น&nbsp;ผู้แทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&nbsp;เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อร่วมพิจารณาแผนการลงพื้นที่</strong>ตรวจประเมินมาตรฐานการผลิตของผู้ที่ประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&nbsp;ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&nbsp;โดยเบื้องต้นมีกำหนดจะลงพื้นที่ระหว่างวันที่&nbsp;22-23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งมีผู้ผลิต/ผู้ประกอบการประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&nbsp;</p><p><strong>ทั้งที่&nbsp;เป็นรายเดิมและรายใหม่&nbsp;มีจำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;แบ่งเป็น</strong>&nbsp;การขอต่ออายุใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;ราย&nbsp;และขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;หรือ&nbsp;GI&nbsp;ครั้งแรก&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้จากข้อมูลสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ระบุมีการปลูกส้มโอทับทิมสยาม&nbsp;ในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;4,900&nbsp;ไร่&nbsp;จากจำนวนเกษตรกรทั้งสิ้น&nbsp;1,060&nbsp;ราย&nbsp;โดยในจำนวนนี้เป็นการปลูกในพื้นที่อำเภอปากพนัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3,432&nbsp;ไร่&nbsp;และมีจำนวนเกษตรกรที่เพาะปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;692&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ/16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316185027574"],
    [413,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามความเข้าใจร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และอุปทานอาหารแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร&nbsp;ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย&nbsp;กับกระทรวงเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และอุปทานอาหารแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และอุปทานอาหาร&nbsp;แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&nbsp;จะเริ่มมีการดำเนินการความร่วมมือด้านการเกษตรร่วมกันอย่างเป็นทางการ&nbsp;นับตั้งแต่วันนี้&nbsp;หลังจากที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตั้งแต่ปี&nbsp;2502&nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานถึง&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;ทางประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&nbsp;ต่างให้ความสำคัญต่อภาคการเกษตรและมีนโยบายภาคเกษตรกรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&nbsp;แม้ว่าจะห่างไกลกัน&nbsp;แต่ทั้งสองประเทศก็อยู่ในเขตการเกษตรของภูมิอากาศเขตร้อนเหมือนกัน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ภาควิชาความรู้จะสามารถแลกเปลี่ยนและนำสู่การปฏิบัติได้จริง&nbsp;ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้&nbsp;จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้น&nbsp;และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการเกษตรและเกษตรกรได้โดยตรง&nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศ&nbsp;อันจะส่งผลให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;2030</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้ขอให้เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;นำส่งบันทึกความเข้าใจฉบับที่ได้ลงนามในวันนี้&nbsp;ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;และอุปทานอาหาร&nbsp;แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&nbsp;และหวังว่าทั้งสองกระทรวงฯ&nbsp;จะใช้กรอบนี้ในการขยายความร่วมมือด้านการเกษตร&nbsp;และหารือประเด็นที่สนใจร่วมกัน&nbsp;เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194421624"],
    [414,"นายอำเภอหางดง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปลาในกระชังในแม่น้ำปิง น็อคน้ำตาย","<p><strong>นายอำเภอหางดง&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;ปลาในกระชังในแม่น้ำปิง</strong>&nbsp;น็อคน้ำตาย&nbsp;นายอำเภอหางดง&nbsp;ประสาน&nbsp;4&nbsp;หน่วยงานเข้าช่วยเหลือกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง&nbsp;หลังพบ&nbsp;ปลาในกระชังในแม่น้ำปิงน็อคน้ำตาย&nbsp;ว่าที่ร้อยตรีบำรุงเกียรติ&nbsp;วินัยพานิช&nbsp;นายอำเภอหางดง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังในเขตแม่น้ำปิงร้องเรียนว่า&nbsp;ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาผักตบชวา&nbsp;ทำให้น้ำในลำน้ำปิงเน่าเสียปลาที่เลี้ยงในกระชังตายเป็นจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>โดยทางอำเภอหางดง&nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบลำน้ำปิง</strong>ในเขตติดต่อและพื้นที่รับผิดชอบของอำเภอหางดง&nbsp;เพื่อตรวจสอบปัญหา&nbsp;และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบลำน้ำปิงในเขตพื้นที่อำเภอหางดงตลอดสาย&nbsp;ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;พบว่า&nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักในเขตจังหวัดเชียงใหม่และได้มีการระบายน้ำจากเมืองเชียงใหม่ลงสู่แม่น้ำปิง&nbsp;ทำให้มีการชะล้างสิ่งปฏิกูลและสารแขวนลอยลงสู่แม่น้ำปิง&nbsp;ส่งผลให้ปลาในกระชังของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาตายไปบางส่วน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่า&nbsp;มีผักตบชะวากีดขวางลำน้ำปิงอยู่หลายจุด</strong>&nbsp;ทำให้เกิดการสะสมของตะกอนและน้ำปิงมีลักษณะนิ่งเป็นแอ่ง&nbsp;ซึ่งไม่สามารถระบายได้&nbsp;อีกทั้งน้ำปิงมีฝายกั้นอยู่หลายจุด&nbsp;คือ&nbsp;ฝายป่าแดด&nbsp;ฝายน้ำโท้ง&nbsp;ฝายท่ามะโก๋&nbsp;และฝายสบร้องศรีวิชัย&nbsp;ทำให้การไหลเวียนของแม่น้ำปิงขาดช่วง&nbsp;สำหรับปลาในกระชังที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว&nbsp;มีปริมาณ&nbsp;400&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ค่าเสียหายประมาณ&nbsp;32,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;อำเภอหางดง&nbsp;และ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้ร่วมกันสรุปผลการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;โดยได้ประสานโครงการชลประทานเชียงใหม่&nbsp;เพื่อทำการปล่อยน้ำเข้าสู่ลำน้ำปิงในพื้นที่อำเภอหางดง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในเบื้องต้น&nbsp;ด้านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จะได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรในการขุดลอกเพื่อกำจัดผักตบชะวาในลำน้ำปิงในจุดที่มีการกีดขวางทางน้ำ&nbsp;หน่วยงานประมงจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จะทำการสำรวจความเสียหายและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&nbsp;ด้านอำเภอหางดงก็จะจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบริเวณริมตลิ่งน้ำแม่ปิง&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาในส่วนที่สามารถดำเนินการได้อีกทางด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่16&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193254615"],
    [415,"กรมชลประทาน เดินหน้าอ่างเก็บน้ำห้วยคุกหมีฯ จังหวัดอุดรธานี หวังบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยคุกหมีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยคุกหมีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านผาสุก&nbsp;ตำบลผาสุก&nbsp;อำเภอวังสามหมอ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ทางตอนบนของลุ่มน้ำสาขาลำพันชาด&nbsp;พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;จึงต้องจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น(IEE)&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;ลักษณะโครงการเป็นเขื่อนดินปิดกั้นห้วยคุกหมี&nbsp;กว้าง&nbsp;6&nbsp;เมตร&nbsp;ยาวประมาณ&nbsp;585&nbsp;เมตร&nbsp;มีอาคารระบายน้ำล้นเป็นฝายน้ำล้น&nbsp;ยาว&nbsp;12&nbsp;เมตร&nbsp;พร้อมก่อสร้างอาคารท่อส่งน้ำฝั่งซ้าย&nbsp;ฝั่งขวา&nbsp;สามารถ&nbsp;เก็บกักน้ำได้กว่า&nbsp;2&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;มีพื้นที่ชลประทานประมาณ&nbsp;2,174&nbsp;ไร่&nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตโครงการฯ&nbsp;ทั้งในฤดูฝนและหน้าแล้ง&nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการเพาะปลูก&nbsp;อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โครงการอ่างเก็บน้ำดังกล่าว</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขรายงานตามข้อคิดเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ)&nbsp;และจะเสนอรายงานเข้ากระบวนการพิจารณารายงานต่อไป&nbsp;การเตรียมความพร้อมจะดำเนินการออกแบบรายละเอียดในปี&nbsp;2566&nbsp;คาดเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี&nbsp;2567&nbsp;ระยะเวลาก่อสร้างโครงการ&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;การพิจารณาผลตอบแทนต่อเกษตรกรที่รับผลกระทบ&nbsp;รัฐบาลจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193601619"],
    [416,"หลายอำเภอใน จ.สุราษฎร์ธานี ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจสินค้าทางการเกษตรและราคาอาหารสัตว์ ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา","<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;สิรภักดี&nbsp;นายอำเภอบ้านนาเดิม</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายพิษณุ&nbsp;นวลน้อม&nbsp;ปลัดอาวุโส&nbsp;นางจิตรนภา&nbsp;มั่นจิตร&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;น.ส.นันทวัน&nbsp;วัฒนา&nbsp;&nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอ&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก&nbsp;อส.อ.บ้านนาเดิม&nbsp;ออกสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่&nbsp;อ.บ้านนาเดิม&nbsp;&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;ร้านบ้านนาอาหารสัตว์&nbsp;ม.4&nbsp;ต.นาใต้&nbsp;จำหน่ายอาหารสุกร&nbsp;อาหารไก่&nbsp;,&nbsp;ร้านบ้านนาการเกษตร&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;จำหน่ายปุ๋ยเคมี&nbsp;สารกำจัดศัตรูพืช&nbsp;และอุปกรณ์ด้านเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;และร้านสยามกสิกิจ&nbsp;ม.2&nbsp;ต.บ้านนา&nbsp;อ.บ้านนาเดิม&nbsp;จำหน่ายปุ๋ยเคมี</p><p><strong>ซึ่งผลการสำรวจตรวจสอบปรากฏว่า</strong>&nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;ผู้ประกอบการอยากขาย&nbsp;แต่ผู้ซื้อมีน้อย&nbsp;ปัจจุบันยอดขายลดลงมากกว่า&nbsp;50%&nbsp;โดยเฉพาะอาหารสุกรลดลงประมาณ&nbsp;70&nbsp;%&nbsp;ส่วนราคาขาย&nbsp;ขายไม่เกินราคาอ้างอิงของราคาปัจจัยทางการเกษตรที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายปุ๋ย&nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&nbsp;แต่ปุ๋ยบางสูตร&nbsp;ที่เกษตรกรต้องการมาก&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมัน&nbsp;ขาดแคลน&nbsp;ได้รับแจ้งจากผู้ขายว่า&nbsp;เป็นเพราะโรงงานผู้ผลิต/เอเย่นรายใหญ่&nbsp;ไม่มีสินค้าดังกล่าวส่งให้&nbsp;ส่วนราคาขาย&nbsp;ขายไม่เกินราคาอ้างอิงเช่นกัน</p><p><strong>ขณะที่อำเภออื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ท่าฉาง&nbsp;พนม&nbsp;ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่</strong>ออกสำรวจตรวจสอบด้วยเช่นกัน&nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพื่อป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าทางการเกษตร&nbsp;รวมทั้งสินค้าอื่นๆ&nbsp;ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;ซึ่งหากพบผู้ใดกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคใต้","สุราษฎร์ธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316213417646"],
    [417,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจร้านค้าเพื่อติดตามราคาจำหน่ายปุ๋ยและปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในทุกอำเภอ","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจร้านค้า</strong>เพื่อติดตามราคาจำหน่ายปุ๋ยและปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในทุกอำเภอ&nbsp;วันนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;สำนักงาน&nbsp;กกต.สตูล&nbsp;อำเภอเมืองสตูล&nbsp;</p><p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;</strong>เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และการจำหน่ายปุ๋ยในทุกอำเภอของจังหวัดสตูล&nbsp;ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้า</strong>ในการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนด้วยปรากฏสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้มีการสั่งการผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ให้แก้ไขปัญหาและควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;หากพบการกระทำผิดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ</strong>ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้นายอำเภอ&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;บูรณาการร่วมหน่วยงานในพื้นที่ลงสำรวจและสร้างความเข้าใจร้านค้าจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ว่ามีการครอบครองอยู่จำนวนเท่าไหร่&nbsp;รวมถึงวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;เช่น&nbsp;รำละเอียด&nbsp;ปลายข้าวสาร&nbsp;หรือข้าวเปลือก&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนและขึ้นราคา&nbsp;ลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว/อมรรัตน์&nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล&nbsp;16&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316205417640"],
    [418,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยและอาหารสัตว์ ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสตูล ไม่พบการกักตุนหรือขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด","<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ</strong>ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ในพื้นที่อำเภอ&nbsp;เมืองสตูล&nbsp;ณ&nbsp;ร้านเจริญศรีการค้า&nbsp;และร้านฉลุงการเกษตร&nbsp;พร้อมซักถามและให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบ&nbsp;เพื่อเยี่ยมและแนะนำการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการค้าขายและการบริโภคในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้ได้มอบหมายให้คณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เยี่ยมเยือนผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยและอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;แนะนำการติดป้ายราคา&nbsp;ค้าขายอย่างเป็นธรรม&nbsp;ซึ่งได้รับทราบเรื่องของราคาสินค้าที่มีการปรับขึ้นทั้งปัจจัยจากต้นทางคือโรงงาน&nbsp;รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;สถานการณ์เศรษฐกิจโลก&nbsp;และสถานการณ์น้ำมัน&nbsp;ส่งผลให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรราคาสูงขึ้น&nbsp;20&nbsp;&nbsp;30&nbsp;%&nbsp;ขณะที่บางตัวสูงขึ้นถึง&nbsp;40&nbsp;%&nbsp;ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีการขาดแคลนบ้างแล้ว&nbsp;</p><p><strong>การลงพื้นที่ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้ประกอบการ</strong>ว่ามีการกักตุนสินค้าหรือไม่&nbsp;โดยภาพรวมไม่มีการกักตุนสินค้าหรือขึ้นราคาแต่อย่างใด&nbsp;ในจังหวัดสตูลส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย&nbsp;บางส่วนเป็นซาปั๊วที่รับจากโรงงานโดยตรง&nbsp;และยี่ปั๊ว&nbsp;ภาพรวมมีร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยประมาณ&nbsp;126&nbsp;ร้าน&nbsp;ส่วนร้านใหญ่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์มีประมาณ&nbsp;128&nbsp;ร้าน&nbsp;และร้านใหญ่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ร้าน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สินค้าปุ๋ยและอาหารสัตว์ขณะนี้เป็นสินค้าควบคุมที่รัฐบาล</strong>ได้มีการประกาศออกมาแล้ว&nbsp;เพราะฉะนั้นการขึ้นราคาจะต้องสมเหตุสมผล&nbsp;ในส่วนของราคาบางตัวที่มีการขึ้นราคาเพราะราคาสูงมาตั้งแต่โรงงาน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามกลไกการตลาด&nbsp;ในส่วนของจังหวัดสตูลจะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์เป็นระยะ&nbsp;ๆ&nbsp;ต่อไป&nbsp;เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า&nbsp;ส่วนแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตร&nbsp;ได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสตูล&nbsp;และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&nbsp;หามาตรการวางแผนช่วยเหลือโดยเฉพาะปัจจัยการผลิตทดแทนปุ๋ยเคมี&nbsp;และพืชอาหารสัตว์ทดแทนสิ่งที่ขาดแคลนรองรับแนวโน้มในอนาคต&nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและดูแลพี่น้องเกษตรกรทุกกลุ่มต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ข่าว/อมรรัตน์&nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล&nbsp;16&nbsp;มี.ค.&nbsp;65</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316205621642"],
    [419,"ภาครัฐ สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนปาล์ม แปรรูปน้ำมันปาล์มแดง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตามนโยบาย เกษตรสร้างมูลค่า","<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มสารสนเทศการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;บ.โนนโพธิ์&nbsp;ต.โนนโพธิ์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;บ.กุดซวย&nbsp;&nbsp;ต.คำพระ&nbsp;อ.หัวตะพาน&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&nbsp;(นางอัมพร&nbsp;พันธุ์ดี)&nbsp;เพื่อสำรวจข้อมูลเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมอบรมการแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&nbsp;ในระดับครัวเรือน&nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&nbsp;*&nbsp;โดยเกษตรกรให้เหตุผลว่า&nbsp;ดีใจกับราคาปาล์มที่สูงขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;แต่ไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะอยู่ได้ตลอด&nbsp;จึงมีความสนใจที่เข้าร่วมอบรมการแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;แม้ว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันขณะนี้ราคาจะสูงกว่า&nbsp;8&nbsp;บาท</strong>/กิโลกรัม&nbsp;แล้วก็ตาม&nbsp;แต่ก็วางใจไม่ได้&nbsp;โดยเกษตรกรจะพอใจกับความสมดุลของราคามากกว่า&nbsp;แต่ว่าในปัจจุบันนี้ความสมดุลของราคาไม่ได้เกิดจากความเป็นจริงของปริมาณผลผลิตและความต้องการใช้&nbsp;แต่มีกลไกที่เกษตรกรเข้าไม่ถึง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เกษตรกรจึงต้องหาวิธีการช่วยเหลือตัวเอง&nbsp;จึงต้องหันไปทางผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถทำให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>การแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&nbsp;เป็นการบูรณาการร่วมกัน</strong>ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;การอบรมเกษตรกรการแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&nbsp;โดย&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&nbsp;การลงสำรวจข้อมูล&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;โครงการชลประทาน&nbsp;และ&nbsp;การให้ข้อมูลจาก&nbsp;สำนักการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;(ส.ป.ก.)&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เนื่องจากเกษตรกรมีพื้นที่ในเขต&nbsp;ส.ป.ก.&nbsp;</strong>และเขตพื้นที่ชลประทาน&nbsp;เพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น&nbsp;ด้วยการยกระดับการผลิตทางการเกษตรให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่ง&nbsp;ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316215124653"],
    [420,"เกษตรโคราช มุ่งเป้าเตรียมความพร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร กาแฟดงมะไฟ และลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดแก่เกษตรกรอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;การส่งเสริมการปลูกกาแฟในพื้นที่บ้านดงมะไฟ&nbsp;ตำบลมะเกลือใหม่&nbsp;อำเภอสูงเนิน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กาแฟดงมะไฟ&nbsp;เป็นกาแฟที่มีความพิเศษเฉพาะตัวและได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นสินค้า&nbsp;GI&nbsp;หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;</p><p><strong>โดยเกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟดงมะไฟ</strong>&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิก้าและมะคาเดเมียแบบประชาอาสาบ้านดงมะไฟ&nbsp;เป็นการสร้างรายได้&nbsp;สร้างงานให้กับเกษตรกร&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;โดยเกษตรกรเน้นการปลูกแบบอินทรีย์&nbsp;เนื่องจากพื้นที่ปลูกเป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อไม่ให้เกิดการเปื้อนสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;จุดเด่นของ&nbsp;กาแฟดงมะไฟ&nbsp;คือ&nbsp;มีกาเฟอีนต่ำเพียง&nbsp;1%&nbsp;โดยแหล่งปลูกอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลน้อยจึงมีค่ากาเฟอีนต่ำ&nbsp;เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นายคณกร&nbsp;ทองสุขนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนงานมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในการสนับสนุนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&nbsp;เป็นการควบคุมการระบาดของโรค&nbsp;ไม่ให้สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรและส่งผลกระทบถึงภาคอุตสาหกรรมเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ทำการเกษตร&nbsp;ตำบลมะเกลือใหม่&nbsp;อำเภอสูงเนิน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-16T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316220312658"],
    [421,"กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเสี่ยงน้ำน้อยหน้าแล้ง 5 แห่ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเสี่ยงน้ำน้อยหน้าแล้ง&nbsp;5&nbsp;แห่ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;117&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;106&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;83&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,860&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;50&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,770&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำและพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้&nbsp;พบการจัดสรรน้ำ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;มีนาคมในอ่างเก็บน้ำ&nbsp;35&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้จัดสรรน้ำสะสม&nbsp;11,014&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;น้อยกว่าแผนจัดสรรน้ำสะสม&nbsp;241&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;โดยมีอ่างเก็บน้ำที่จัดสรรน้ำมากกว่าแผนแล้ว&nbsp;15&nbsp;แห่ง&nbsp;และคาดการณ์อ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเสี่ยงน้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำกักเก็บต่ำสุด&nbsp;(LRC)&nbsp;ต้องเฝ้าระวัง&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนกิ่วลม&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;และเขื่อนนฤบดินทรจินดา</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317090127686"],
    [422,"ทช. ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึงบางจุด ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน","<p><strong>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึงบางจุด&nbsp;ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายโสภณ&nbsp;ทองดี&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;และบริษัท&nbsp;สตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จํากัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;SPRC&nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;ด้วยการเดินสำรวจผลกระทบที่อาจหลงเหลือจากเหตุน้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&nbsp;3&nbsp;เส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;หาดแม่รำพึงตั้งแต่&nbsp;บ้านคลองกะเฌอ&nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา-บ้านก้นอ่าว&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยจุดที่ห่างจากหินขาวหินดำ&nbsp;(ลานหินขาว)&nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;,&nbsp;ก้นอ่าวพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยระยะทาง&nbsp;200&nbsp;เมตร&nbsp;คลองหัวรถพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&nbsp;ระยะทาง&nbsp;150&nbsp;เมตร&nbsp;และพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟตลอดแนวชายหาด&nbsp;//&nbsp;ชายหาดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&nbsp;(ทอ.)&nbsp;พบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟตลอดแนวชายหาด&nbsp;ระยะทาง&nbsp;400&nbsp;เมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ชายหาดบริวณบ้านเพ-ท่าเรือแกลงระยะทาง&nbsp;5.43&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;พบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟตลอดแนวชายหาด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&nbsp;1&nbsp;(ระยอง)&nbsp;ยังได้นำเรือ&nbsp;ทช.302&nbsp;,&nbsp;ทช.111&nbsp;,&nbsp;ทช.311&nbsp;และ&nbsp;ทช.221&nbsp;ตรวจติดตามอีก&nbsp;4&nbsp;เส้นทางในทะเล&nbsp;คือ&nbsp;เขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ดและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;67&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&nbsp;(เลียบฝั่ง)&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;132&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;//&nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&nbsp;(นอกฝั่ง)&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;125&nbsp;&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;89.3&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ภาพรวมทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำทะเล</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317094759695"],
    [423,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยในสัปดาห์นี้ทั้ง&nbsp;17&nbsp;จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือมีตัวเลขคาดการณ์เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ&nbsp;6.18&nbsp;ของพื้นที่เสี่ยงสูง&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และตาก&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่ายังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317102112705"],
    [424,"ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565","<p><strong>ที่บริเวณภายในศาลากลางจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;ภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อเสริมพลังการขับเคลื่อนมาตรการลดและคัดแยกขยะ&nbsp;ให้ข้อเสนอแนะรับฟังการนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานตามมาตรการลดและคัดแยกขยะในหน่วยงาน&nbsp;โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&nbsp;คณะติดตามฯ&nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของส่วนราชการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317103818714"],
    [425,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317111339754"],
    [426,"จังหวัดหนองคาย จัดโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดหนองคาย</strong>&nbsp;นายมนต์สิทธิ์&nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;มีนายณัฐวัสส์&nbsp;วิริยานภาภรณ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;ทหาร&nbsp;มูลนิธิ&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;จิตอาสา&nbsp;และประชาชน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองคายมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมากขึ้น&nbsp;ทำให้เกิดปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่&nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคายได้ตระหนักถึงผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;จึงได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จังหวัดหนองคาย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานด่านศุลกากรหนองคาย&nbsp;และบริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติทางแยกการเคหะแห่งชาติ</p><p><strong>ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร&nbsp;</strong>ระบบการปฏิบัติการเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่หนองคาย&nbsp;เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมถึงการวางแผนโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน&nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฯ&nbsp;ที่ได้กำหนดไว้&nbsp;รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้น</p><p><strong>รวมทั้งเป็นการเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดการทำกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;</strong>ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;เพื่อเป็นการลดกระทบและเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนัก&nbsp;ถึงอันตรายเกิดขึ้น&nbsp;รวมทั้งเป็นการเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดการทำกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย&nbsp;กิจกรรมที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;การใช้เครื่องจักรกลฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;การตรวจวัดควันดำของรถยนต์&nbsp;การรณรงค์ดับเครื่องยนต์ขณะจอด&nbsp;การฉีดน้ำทำความสะอาดถนนและพื้นที่ที่มีการฟุ้งกระจายของฝุ่น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","หนองคาย","สวท.หนองคาย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317115906783"],
    [427,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากการเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า 7,000 จุด ส่งผลกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากการเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า&nbsp;7,000&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(16&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;336&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;109&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;92&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;73&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดทางภาคเหนือยังคงเป็นแม่ฮ่องสอน&nbsp;54&nbsp;จุด&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;6&nbsp;วัน&nbsp;รองลงมาเป็นกาญจนบุรี&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันตกยังพบจุดความร้อนกระจายตัว&nbsp;โดยเฉพาะภาคกลาง&nbsp;116&nbsp;จุด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,420&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;9,559&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;5,837&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้หลายจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลางผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอาจต้องระวังเป็นพิเศษ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;18&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูงถึง&nbsp;7,068&nbsp;จุด&nbsp;ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่ต้นปีนี้&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;337&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;201&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317123656791"],
    [428,"เพราะโควิด-19 ทำให้การส่งออกทุเรียนปีนี้อาจไม่ค่อยดีนัก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>มาตรการปิดเมืองของจีน&nbsp;เพราะโควิด-19&nbsp;ทำให้การส่งออกทุเรียนปีนี้อาจไม่ค่อยดีนัก&nbsp;แถมผลผลิตออกมากกว่าเดิมกว่า&nbsp;100,000&nbsp;ตัน&nbsp;อาจทำให้เกิดภาวะล้นตลาด</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;</strong>เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจพิชแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;และตรวจติดตามการทำงานของศูนย์&nbsp;X-RAY&nbsp;กรมวิชาการเกษตร-กรมศุลกากร&nbsp;และการทำงานของเจ้าหน้าที่&nbsp;เพื่อป้องกันการนำสินค้าเกษตร-ผลไม้&nbsp;ที่ได้รับอนุญาต&nbsp;เข้ามาในประเทศไทย&nbsp;เนื่องจากปีที่ผ่านมา&nbsp;(2564)&nbsp;พบมีการลักลอบนำทุเรียนจากเวียดนามเข้ามาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย&nbsp;แล้วส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;(14/3/65)&nbsp;ว่า&nbsp;ผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก&nbsp;โดยเฉพาะที่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปลูกใหญ่&nbsp;พบปีนี้(2565)&nbsp;มีผลผลิตออกมากถึง&nbsp;740,000&nbsp;ตัน&nbsp;จากเดิมราว&nbsp;600,000&nbsp;กว่าตันมากขึ้นกว่าทุกปี&nbsp;ราวกว่า&nbsp;100,000&nbsp;ตัน&nbsp;และอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไปยังต่างประเทศ&nbsp;โดยร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ส่งออกไปยังประเทศจีน&nbsp;ซึ่งตอนนี้ในประเทศจีน&nbsp;มีการปิดเมืองเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&nbsp;อีกรอบ&nbsp;อย่างเช่น&nbsp;เฉินตู&nbsp;ปักกิ่ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่งผลให้สินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศจีนตกค้างเป็นจำนวนมาก&nbsp;ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา&nbsp;มีความพยายามทดสอบส่งทุเรียนแช่แข็งไปทางเรือ&nbsp;พบว่า&nbsp;มีสินค้าตกค้างอยู่มากกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ตู้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ระบุว่า&nbsp;</strong>แนวทางแก้ไขปัญหาทุเรียนล้นตลาด&nbsp;จะจับมือกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมให้จัดตลาดนัดการเกษตรเพื่อทำให้คนไทยได้หันมาบริโภคทุเรียนในราคาที่เป็นธรรม&nbsp;และเป็นการระบายผลผลิตของเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย&nbsp;ซึ่งการส่งเสริมในรอบนี้จะต้องทำเป็นวาระแห่งชาติและเน้นย้ำให้ข้าราชการช่วยกันบริโภคทุเรียนในทุกมิติ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ระบุว่า&nbsp;</strong>ปัญหาทุเรียนอ่อนเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ&nbsp;เท่านั้น&nbsp;ที่ดำเนินการซึ่งส่งผลต่อชื่อเสียงแต่ยังไม่รุนแรงเท่าสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ขณะที่มาตรฐานผลผลิตของเกษตรกรปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ&nbsp;ทุกล้งให้ความร่วมมือขึ้นป้ายประกาศไม่รับซื้อทุเรียนอ่อน&nbsp;หรือทุเรียนตกเกรด&nbsp;อีกปัญหาที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ&nbsp;มีทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา&nbsp;ซึ่งมีผลผลิตไม่น้อยกว่าประเทศไทย&nbsp;จะทะลักข้ามแดนเข้ามา&nbsp;เนื่องจากไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศจีนได้&nbsp;เพราะในปีนี้ประเทศจีนอนุมัติ&nbsp;ให้ส่งผลทุเรียนสดเฉพาะทุเรียนที่มาจากประเทศไทยเท่านั้น&nbsp;จึงเสี่ยงต่อการที่จะเกิดการสวมสิทธิ์ส่งทุเรียนไปยังปลายทาง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317143545835"],
    [429,"จังหวัดสตูล ช่วยกระจายสินค้าเกษตรกรแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด ปี พ.ศ. 2565 \"ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ สหกรณ์การเกษตรบางคนที จำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม\"","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายถาวรศักดิ์&nbsp;รัตนชูศรี&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เข้าพบนายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เพื่อรายงานผลโครงการกระจายสินค้าเกษตรกรแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;\"ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบางคนที&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม\"&nbsp;พร้อมนำส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;มอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;อีกด้วย</p><p><strong>สำหรับโครงการกระจายสินค้าเกษตรกรแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด</strong>&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;\"ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบางคนที&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม\"&nbsp;&nbsp;นั้น&nbsp;จังหวัดสตูลได้รับส้มโอมาประมาณ&nbsp;2&nbsp;ตัน&nbsp;และได้กระจายให้แก่สหกรณ์ในทุกอำเภอจัดจำหน่ายให้ประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;(รวมค่าส่ง)&nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยระบายผลผลิตของสมาชิกเกษตรกร&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบางคนที&nbsp;จำกัด&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จากการประสบปัญหาผลผลิตส้มโอออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&nbsp;ไม่สามารถกระจายผลผลิตได้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา&nbsp;(COVID-19)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317142941820"],
    [430,"เกียรติบัตรแก่เกษตรกร ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;มอบโฉนดที่ดิน&nbsp;และเกียรติบัตร&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร</strong></p><p><br></p><p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานมอบโฉนดที่ดิน&nbsp;และเกียรติบัตร&nbsp;แก่เกษตรกรของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรที่สามารถผ่อนชำระเงินกู้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้สำเร็จ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ผู้เข้ารับมอบโฉนดที่ดิน&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;และผู้เข้ารับมอบเกียรติบัตร&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมเสรีพิทักษ์&nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำกัด</p><p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลมีความตั้งใจในการช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&nbsp;รวมทั้งโครงการประกันรายได้เกษตรกร&nbsp;เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ&nbsp;ทั้ง&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าว,&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,&nbsp;ยางพารา,&nbsp;ปาล์ม&nbsp;และมันสำปะหลัง&nbsp;มีรายได้ที่แน่นอน&nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145649856"],
    [431,"รัฐบาล กำชับเร่งบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกและแนวทางการควบคุมค่าความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกงระยะยาว หลังประชาชนมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;กำชับเร่งบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกและแนวทางการควบคุมค่าความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกงระยะยาว&nbsp;หลังประชาชนมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น&nbsp;พร้อมส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกและแนวทางการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะว่า&nbsp;ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ&nbsp;เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ&nbsp;และเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&nbsp;ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;แต่มักประสบภาวะฝนทิ้งช่วงและแหล่งเก็บกักน้ำไม่เพียงพอจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;โดยปีนี้พบปริมาณน้ำแล้งไม่น่าห่วงภาพรวมปริมาณฝนปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การในพื้นที่ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกลุ่มน้ำโตนเลสาบและลุ่มน้ำบางปะกงรวมกันอยู่ที่&nbsp;1,618&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;55&nbsp;ส่วนแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;เหลือปริมาณน้ำใช้การ&nbsp;701&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จ.ฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี&nbsp;ประสบปัญหาน้ำเค็มรุกตัวที่กระทบต่อกิจกรรมการใช้น้ำด้านต่างๆ&nbsp;โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;ทำให้รัฐบาลกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาให้เป็นระบบระยะยาว&nbsp;โดยให้&nbsp;สทนช.&nbsp;ขับเคลื่อนแผนหลักการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ป้องกันและแก้ปัญหาทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว&nbsp;//&nbsp;ให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกงอย่างเต็มประสิทธิภาพ&nbsp;ด้วยการใช้เขื่อนทดน้ำบางปะกงเป็นกลไกหลัก&nbsp;//&nbsp;ให้การประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;(กปภ.)&nbsp;วางแผนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&nbsp;พร้อมจัดหาแหล่งน้ำสำรองไว้ล่วงหน้าให้เพียงพอตลอดแล้งนี้&nbsp;และให้&nbsp;จ.ฉะเชิงเทรา&nbsp;เร่งพิจารณาเสนอแผนงานและโครงการแก้ปัญหาด้านน้ำที่สำคัญให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว&nbsp;ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกงปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่&nbsp;699&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;โดยแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนขุนด่านปราการชล&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองสียัด&nbsp;และเขื่อนนฤบดินทรจินดา&nbsp;มีปริมาณน้ำใช้การรวม&nbsp;313&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่&nbsp;จ.ฉะเชิงเทรา&nbsp;มีปริมาณน้ำใช้การรวม&nbsp;128&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ขณะที่ภาพรวมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงที่สามารถดำเนินการได้ปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2567&nbsp;รวม&nbsp;27&nbsp;โครงการ&nbsp;หากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ทำได้ตามแผนจะเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บ&nbsp;792&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&nbsp;1,522,883&nbsp;ไร่&nbsp;และประชาชนได้รับประโยชน์&nbsp;371,133&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317151819875"],
    [432,"จังหวัดลพบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปี 2565","<p><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นายนิวัฒน์&nbsp;รุ่งสาคร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลพบุรี&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดชัยมงคลวนาราม&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนิยมชัย&nbsp;อำเภอสระโบสถ์&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;covid-19&nbsp;ทำให้วิถีการทำเกษตรเปลี่ยนไปการรวมกลุ่มการทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เท่าที่ควร&nbsp;เนื่องจากช่องทางจำหน่ายลดลงทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรมีราคาสูง&nbsp;ขาดอำนาจการต่อรอง&nbsp;ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&nbsp;และยังประสบปัญหาด้านการเกษตรด้านโรค&nbsp;แมลง&nbsp;ศัตรูพืชระบาด&nbsp;จะเห็นว่าปัญหาด้านการเกษตรมีความหลากหลาย&nbsp;จึงจำเป็นต้องบูรณาการ&nbsp;ออกหน่วยให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพการเกษตรและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&nbsp;ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และยั่งยืนสำหรับหน่วยคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;19&nbsp;คลินิก</span><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">เช่น&nbsp;คลินิกด้านพืช,&nbsp;สัตว์,&nbsp;ประมง,&nbsp;ดินและปุ๋ย&nbsp;และคลินิกอื่นๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;ราย&nbsp;</span><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">นอกจากนี้&nbsp;ยังนำหน่วยงานราชการ&nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&nbsp;ภาคเอกชน</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;ในระดับจังหวัดนำบริการต่างๆ&nbsp;มาให้บริการประชาชนในพื้นที่โดยตรง&nbsp;รวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและต้องการของประชาชน&nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาให้การช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&nbsp;และยังมีพิธีมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยากไร้,&nbsp;&nbsp;มอบทุนกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และพิธีมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ลพบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161817926"],
    [433,"ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังเกษตรประสบปัญหาราคาต้นทุนวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้น","<p><strong>นายเอกรัฐ&nbsp;หลีเส็น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&nbsp;</strong>หลีเส็น&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;กิจกรรมที่&nbsp;1&nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตและการตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง&nbsp;หลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&nbsp;อำเภอควนกาหลง&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคจากอำเภอเมือง&nbsp;ควนกาหลง&nbsp;และท่าแพ&nbsp;เข้าร่วมราว&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้ด้านวิชาการและการผสมอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อให้โคเนื้อมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;ได้เยี่ยมชมการผสมอาหารข้น</strong>&nbsp;ในรูปแบบผสมด้วยมือและผสม&nbsp;ด้วยเครื่องจักร&nbsp;ซึ่งมีวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ที่หาได้จากในพื้นที่จังหวัดสตูล&nbsp;เช่น&nbsp;กากตะกอนน้ำมันปาล์ม&nbsp;กากเนื้อในปาล์ม&nbsp;รำละเอียด&nbsp;ขณะที่ส่วนผสมอื่น&nbsp;เช่น&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;(มันเส้น)&nbsp;กากถั่ว&nbsp;เหลือง&nbsp;ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างจังหวัด&nbsp;สำหรับอาหารข้นสูตรนี้สามารถลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้ราว&nbsp;7&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;รวมถึงชมการสาธิตการผสมอาหารสูตร&nbsp;TMR&nbsp;ซึ่งเป็นอาหารแบบผสมเสร็จให้แก่โค&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;รับประทานได้ในทันทีโดยมีสารอาหารครบถ้วน&nbsp;พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมโรงเก็บหญ้าแห้งสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือภัยแล้งอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้&nbsp;</strong>ไม่ว่าจะเป็นสงคราม&nbsp;ระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;ปัญหาราคาน้ำมัน&nbsp;และปัญหาอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ขึ้นราคา&nbsp;รวมถึงราคาปุ๋ย&nbsp;วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์&nbsp;และอาหารสัตว์สำเร็จรูป&nbsp;โดยทางจังหวัดคำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรที่ประสบปัญหาเหล่านี้&nbsp;จึงได้เร่งให้ทุกส่วนราชการให้หาแนวทางและวิธีการต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนางสาวไหมมูนะ&nbsp;นุ้ยดำ&nbsp;ลูกสาวเจ้าของฟาร์ม&nbsp;วีน่าฟาร์ม</strong>&nbsp;ตั้งอยู่ที่หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลแป-ระ&nbsp;อำเภอท่าแพ&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เล่าว่า&nbsp;ฟาร์มฯ&nbsp;ของตน&nbsp;เปิดมาประมาณ&nbsp;4&nbsp;ปี&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;20&nbsp;ตัว&nbsp;จำหน่ายเป็นตัว&nbsp;ไม่มีเนื้อชำแหละ&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากต่างจังหวัด&nbsp;รายได้ค่อนข้างดี&nbsp;แต่ขณะนี้กลับประสบปัญหาราคาต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น&nbsp;การได้มารับความรู้ในครั้งนี้สามารถลดต้นทุน&nbsp;และเพิ่มคุณภาพให้กับโคเนื้อของตนได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161450922"],
    [434,"อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ตรวจและรับทราบปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปุ๋ยเคมี","<p><strong>อำเภอเมืองหนองบัวลำภู </strong>บูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดชุดตรวจสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยเคมี สถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งนางศิวพร&nbsp;ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติ โดยมีนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู แจ้งแนวทางปฎิบัติในพื้นที่ในการบูรณาการร่วมกันในเชิงพื้นที่&nbsp;จากนั้นร่วมกันลงพื้นที่ออกตรวจสอบ/สำรวจ ปริมาณและราคาวัตถุดิบ อาหารสัตว์และปุ๋ยเคมี สถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขการกักตุน การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า อาหารสัตว์และปุ๋ยเคมี </p><p><strong>นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวว่า </strong>การลงพื้นที่ตรวจ/สำรวจ สถานประกอบการในพื้นที่  2 แห่ง ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนรวมเกษตรหนองบัวและห้างหุ้นส่วนไทยเจริญค้าปุ๋ย</p><p>ปรากฎว่า ราคาปุ๋ยเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด </p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161753925"],
    [435,"สถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลประจำวันที่ 17 มี.ค.65","<p><strong>สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา</strong></p><p><strong>ปฏิบัติการในทะเล</strong></p><p><strong>บริษัทฯ&nbsp;ดำเนินงานในขั้นตอนการพันปิดรอยปริ&nbsp;</strong>บริเวณด้านล่างท่ออ่อนด้วยโครงสร้างชั้นที่สองเสร็จสิ้นและดำเนินงานต่อเนื่องในโครงสร้างชั้นที่สาม&nbsp;โดยความคืบหน้าในการดำเนินงานคิดเป็นร้อยละ&nbsp;93.5&nbsp;จากแผนการดำเนินงานทั้งหมด&nbsp;SPRC&nbsp;ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแผนงานที่ได้วางไว้อย่างสุดความสามารถ&nbsp;ทั้งภารกิจใต้น้ำ&nbsp;บนผิวน้ำ&nbsp;และชายฝั่งต่อไป&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>บริษัทฯ&nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเล&nbsp;</strong>เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;24&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วยเรือปฏิบัติการ&nbsp;16&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;โดยดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ตลอดแนวห่างจากชายฝั่ง&nbsp;1-2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>ปฏิบัติการบนชายฝั่ง</strong></p><p><strong>ทีมปฏิบัติการบนชายฝั่งของ&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&nbsp;ไออาร์พีซี&nbsp;กรมอุตุฯ&nbsp;กรมประมง&nbsp;ระยองบีช&nbsp;ลานหินขาว&nbsp;เยลโล่เฮ้าส์&nbsp;และก้นอ่าว&nbsp;ซึ่งไม่ได้รับรายงานเรื่องกลิ่นและพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;พบทาร์บอลปริมาณเล็กน้อยมาก&nbsp;ซึ่งได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ตามขั้นตอน&nbsp;อีกทั้งยังได้ทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;อย่างเช่นทุกวัน</p><p><strong>วันนี้&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.</strong>&nbsp;<strong>เป็นต้นไป&nbsp;</strong>ทีมงาน&nbsp;SPRC&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;นายสนาน&nbsp;เพชร์ฉ่ำ&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลแกลงกะเฉด&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาลแกลงกะเฉด&nbsp;ช่วยกันเก็บกวาดหินภูเขาไฟและขยะมูลฝอย&nbsp;บริเวณดวงตะวัน&nbsp;บีช&nbsp;รีสอร์ท&nbsp;หาดดวงตะวัน</p><p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;</strong>ครอบครัว&nbsp;SPRC&nbsp;จิตอาสา&nbsp;ประมาณ&nbsp;30&nbsp;ท่าน&nbsp;พร้อมถุงขยะสีดำ&nbsp;จะเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาด&nbsp;Beach&nbsp;cleaning&nbsp;ที่ก้นอ่าว&nbsp;หาดแม่รำพึง&nbsp;ซึ่งจัดโดย&nbsp;อบต.&nbsp;เพ</p><p><strong>ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;</strong>การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;สรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&nbsp;</p><p>ประมงพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,793&nbsp;ลำ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;79.9&nbsp;ล้านบาท</p><p>อาชีพอื่นๆ&nbsp;1,188&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;18.3&nbsp;ล้านบาท</p><p>รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,981&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;98.2&nbsp;ล้านบาท</p><p>โรงแรม&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;อยู่ในระหว่างการเจรจา</p><p>ส่วนด้านสุขภาพ&nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง</p><p><strong>การปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า</strong></p><p><strong>ปฎิบัติการในทะเล</strong></p><p><strong>บริษัทฯ&nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล</strong>&nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;24&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วยเรือปฏิบัติการ&nbsp;16&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;โดยดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังคราบน้ำมันในทะเล&nbsp;ตลอดแนวห่างจากชายฝั่ง&nbsp;1-2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</p><p><strong>ปฎิบัติการบนชายฝั่ง</strong></p><p><strong>บริษัทฯ&nbsp;เฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาดและเก็บขยะ&nbsp;</strong>และดำเนินการทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&nbsp;ด้วยการพลิกหน้าทรายโดยใช้อุปกรณ์ไถคราดโดยแรงงานคน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317164441947"],
    [436,"มทบ.32 ร่วมกับจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่สร้างการรับรู้และความร่วมมือประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พันเอกนพอนันต์&nbsp;ปาลิวนิช&nbsp;หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;วัดบ้านร้อง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ้านร้อง&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อร่วมรับฟังและหาแนวทางการมีส่วนร่วม&nbsp;สร้างความเข้าใจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันระหว่างหน่วยงานเกี่ยวข้องกับชุมชน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่เพื่อรับฟังการนำเสนอข้อมูลแนวทางที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันแก้ไชปัญหาดังกล่าวจาก&nbsp;หัวหน้าป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;19&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;ผู้แทนกรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยาน&nbsp;สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;13&nbsp;ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและการขอรับการสนับสนุนด้านการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและการจัดหาแหล่งน้ำ&nbsp;ที่ทำกิน&nbsp;&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะได้เดินทางมาพบปะหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนที่โรงเรียนบ้านหวด&nbsp;</strong>หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลบ้านหวด&nbsp;อำเภองาว&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยตัวแทนของประชาชนได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและลงพื้นที่รับฟังปัญหา&nbsp;ทำให้คนในชุมชนมีกำลังใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับส่วนราชการเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากที่สุด&nbsp;ในการนี้&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยทหารพร้อมจะเป็นกำลังสนับสนุนและประสานความช่วยเหลือกับหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&nbsp;เพื่อร่วมสร้างความสุขและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกโอกาส&nbsp;และปัญหาทุกอย่างจะเบาบางลงได้ด้วยความร่วมมือจากประชาชนอย่างจริงจัง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317162532936"],
    [437,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยร่วมติดตามการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม","<p><strong>ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ขยะมูลฝอยของจังหวัดตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2563-เดือนกันยายน&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งพบว่ามีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด&nbsp;56&nbsp;ล้านตัน&nbsp;หรือเฉลี่ย&nbsp;4&nbsp;ล้านตันต่อเดือน&nbsp;หรือกว่า&nbsp;155&nbsp;ตัน/ต่อวัน&nbsp;แยกเป็นขยะอินทรีย์มากที่สุด&nbsp;ขยะมูลฝอยทั่วไป&nbsp;ขยะรีไซเคิล&nbsp;และขยะอันตราย&nbsp;ทั้งนี้มีขยะที่เข้าสู่ระบบกำจัดจำนวนกว่า&nbsp;42&nbsp;ตัน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายงบประมาณในการกำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;50&nbsp;ล้านบาท&nbsp;นอกจากนี้จังหวัดสมุทรสงครามยังได้รับการให้คะแนนในการประเมินการจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;เช่นการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;จังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2564&nbsp;คะแนนเต็ม&nbsp;5&nbsp;คะแนน&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามได้&nbsp;5&nbsp;คะแนน</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;การประชุมชี้แจงเกณฑ์การประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนจังหวัดสะอาด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนดหลักเกณฑ์การประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนจังหวัดสะอาด\"&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;รอบคัดเลือก&nbsp;โดยขอให้จังหวัดสมุทรสงครามรวบรวมและจัดทำเอกสารผลการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนตั้งแต่เดือนตุลาคม&nbsp;2564-กันยายน&nbsp;2565&nbsp;นำเสนอคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดให้ความเห็นชอบแล้วจัดส่งเอกสารผลการดำเนินการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317170956958"],
    [438,"ปัตตานี ประชุมติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืน","<p><strong>ปัตตานี&nbsp;ประชุมติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ</strong>การผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;เพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืน&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ห้องประชุมหาดวาสุกรี&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&nbsp;</p><p><strong>นายนิพันธ์&nbsp;บุญหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามโครงการประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(โครงการทุเรียนคุณภาพ)&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;สืบเนื่องจากสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ&nbsp;และจังหวัดปัตตานี&nbsp;ได้บูรณาการทำงานร่วมกันกับส่วนงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&nbsp;ในการยกระดับการผลิตทุเรียนของเกษตรกรให้มีคุณภาพ&nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ&nbsp;มุ่งสู่ความเป็นเลิศ&nbsp;(Excellent)&nbsp;&nbsp;และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระบบตลาด&nbsp;โดยน้อมนำพระราชดำริ&nbsp;\"ทฤษฎีใหม่\"&nbsp;ที่ได้ดำเนินงาน&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2562&nbsp;ถึงปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>จังหวัดปัตตานีได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการฯ</strong>&nbsp;เพื่อร่วมกำหนดแผนดำเนินงาน&nbsp;ติดตามและแก้ไขปัญหา&nbsp;และสนับสนุนปัจจัยผลิต&nbsp;ลักษณะกองทุน&nbsp;ขณะนี้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนทุเรียนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีแล้ว&nbsp;6&nbsp;แห่ง&nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&nbsp;63&nbsp;คน&nbsp;จำนวนต้นทุเรียน&nbsp;1,487&nbsp;ต้น&nbsp;การประชุมครั้งนี้&nbsp;ได้พิจารณาจัดทำแผนการพัฒนาและสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ในการพัฒนาแปลงตัวอย่างนวัตกรรมผลิตทุเรียนคุณภาพ&nbsp;\"หนามเขียว&nbsp;ไม่มีหนอนเจาะเมล็ด\"&nbsp;</p><p><strong>โดยคัดเลือกแปลงตัวอย่าง&nbsp;20&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้</strong>และขยายผลสู่แปลงอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ของสมาชิกฯ&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;การวิเคราะห์และหาช่องทางการตลาดสมัยใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;การขายออนไลน์&nbsp;(Online)&nbsp;การขายปลีกในประเทศ&nbsp;(Retail)&nbsp;การพัฒนารูปแบบการติดตามและแก้ไขปัญหาแก่เกษตรกรผลิตทุเรียนคุณภาพ&nbsp;โดยตั้งไลน์กลุ่มใหญ่&nbsp;(Open&nbsp;chat)&nbsp;เพื่อสื่อสารและปรึกษาปัญหา&nbsp;และมีคลิปวิดีโอแนะนำ&nbsp;/&nbsp;แก้ปัญหา&nbsp;เป็นภาษามลายู&nbsp;ให้เกษตรกรที่ไม่มี&nbsp;Smart&nbsp;Phone&nbsp;หรือสูงอายุ&nbsp;ได้เรียนรู้&nbsp;การพัฒนาความเข็มแข็ง&nbsp;ทำกิจกรรมกลุ่ม&nbsp;เน้นการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติ&nbsp;เพื่อให้เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง&nbsp;(Change&nbsp;Agent)&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;จะได้บูรณาการส่วนราชการ&nbsp;เชื่อมโยงแผนงาน/โครงการ</strong>&nbsp;ในปี&nbsp;2566&nbsp;ต่อไป&nbsp;สำหรับภาพรวมการปลูกทุเรียนในจังหวัดปัตตานี&nbsp;ขณะนี้มีพื้นที่การปลูกทุเรียนแล้ว&nbsp;7&nbsp;พันกว่าไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;4&nbsp;พันกว่าคน&nbsp;มีพื้นที่ให้ผลผลิต&nbsp;6,190&nbsp;ไร่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ภาพ/เพชรน้อย&nbsp;ข่าว/วิชิต&nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317165936951"],
    [439,"จ.ยะลาเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่โรงเรียนบ้านบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา บริการเกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านบางลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบาเจาะ&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;</strong>นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;ได้เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;2)&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;และ&nbsp;เพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&nbsp;โดยมีหัวหน้า&nbsp;นายสุริยา&nbsp;บุญพันธ์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอบันนังสตารักษาราชการแทนนายอำเภอบันนังสตา&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ส่วนราชการหนย่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;รมอบปัจจัยการผลิต&nbsp;ให้กับเกษตรกรและประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งให้ความรูด้านการเกษตร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317182143988"],
    [440,"จังหวัดชุมพร จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรชาวพะโต๊ะ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;พร้อมด้วยนางปวีณ์ริศา&nbsp;เกิดสม&nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชุมพร&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้บริการความรู้ทางด้านวิชาการของคลินิกต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>โดยมี&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ตำบลปังหวาน&nbsp;และตำบลใกล้เคียง</strong>มารับบริการและร่วมงานกว่า&nbsp;200&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;อาคารเอนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลปังหวาน&nbsp;อำเภอพะโต๊ะ&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;นายโชตินรินทร์&nbsp;เกิดสม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บริการทางวิชาการและเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร&nbsp;ในการประกอบอาชีพให้บรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวัง&nbsp;</p><p><strong>โดยดำเนินงานในลักษณะบูรณาการนักวิชาการแต่ละสาขา</strong>&nbsp;มาร่วมออกให้บริการ&nbsp;มีเจ้าหน้าที่คอยให้&nbsp;คำแนะนำ&nbsp;คำปรึกษา&nbsp;มีเครื่องมือและอุปกรณ์มาช่วยในการปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;สามารถตรวจวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างแม่นยำ&nbsp;ทำให้แก้ไขปัญหาได้ตรงตามความต้องการ&nbsp;อย่างรวดเร็ว&nbsp;และทันเหตุการณ์&nbsp;ด้าน&nbsp;นายธีระศักด์&nbsp;ยมสวัสดิ์&nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;มาตั้งแต่&nbsp;ปีพุทธศักราช&nbsp;2545&nbsp;และได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการ&nbsp;ทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในคราวเดียวกัน&nbsp;</p><p><strong>การจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในแต่ละครั้ง&nbsp;</strong>กิจกรรมหลักคือการให้บริการความรู้ทางด้านวิชาการ&nbsp;ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรจากทุกหน่วยงาน&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการอย่างครบวงจร&nbsp;รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;สำหรับโครงการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ครั้งนี้&nbsp;ให้บริการแก้ไขปัญหา&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ดิน&nbsp;ข้าว&nbsp;ประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ชลประทาน&nbsp;กฎหมาย&nbsp;สหกรณ์&nbsp;บัญชี&nbsp;หม่อนไหม&nbsp;ผึ้ง&nbsp;ยางพารา&nbsp;พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง&nbsp;บริหารศัตรูพืชและกิจกรรมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ซึ่งคาดว่าเกษตรที่เข้ารับบริการในวันนี้&nbsp;จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตร&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;และมีรายได้ที่มั่นคง&nbsp;ยั่งยืน&nbsp;เกิดผลดีต่อครอบครัวและประเทศชาติต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>พอพล&nbsp;กล้าผจญ&nbsp;ข่าว/ภาพ&nbsp;</p><p>ส.ปชส.&nbsp;ชุมพร&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ชุมพร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317185022004"],
    [441,"เกษตรยะลา จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม&nbsp;หัวหน้าฝ่าย&nbsp;และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&nbsp;ร่วมจัดงานคลินิกเคลื่อนที่ฯ&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด</p><p><strong>การจัดงานในครั้งนี้เป็นการร่วมบูรณาการ</strong>ระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการ&nbsp;รัฐวิสาหกิจ&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&nbsp;ให้บริการประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนบ้านบางลาง&nbsp;ตำบลบาเจาะ&nbsp;อำเภอบันนังสตา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;มีประชาชนเข้าร่วมงานและรับบริการทางการเกษตร&nbsp;จำนวนมากกว่า&nbsp;250&nbsp;ราย</p><p><strong>ภายในงานมีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่</strong>&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;คลินิกเงินทุน&nbsp;คลินิกธงฟ้า&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขององค์กรเกษตรกร&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ราคาประหยัด&nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้ากับเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าโดยตรง&nbsp;สร้างโอกาสหรือช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>ทั้งนี้การจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ</strong>&nbsp;สามารถให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184247994"],
    [442,"เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ ตำบลโพรงจระเข้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวหนึ่งฤทัย&nbsp;กงทิพย์&nbsp;นักศึกษาฝึกงาน&nbsp;จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&nbsp;42&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ร่วมกับนายวิทยา&nbsp;สมบัติทอง&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์&nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี&nbsp;</strong>ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317210834067"],
    [443,"วิกฤต รัสเซีย-ยูเครน ปัจจัยภายนอกทำปุ๋ยในไทยแพงขึ้น ภาครัฐ เร่งบรรเทาความเดือดร้อน","<p><strong>อันที่จริงราคาปุ๋ยและสารตั้งต้นผลิตปุ๋ยเคมี</strong> ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา จากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 65 ที่รัสเซียบุกยูเครน ราคาปุ๋ยก็ปรับพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะรัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยเคมีอันดับ 1 ของโลก หรือนับเป็นกว่า 12% ของมูลค่าการส่งออกปุ๋ยทั้งโลก เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งขึ้น จึงมีผลต่ออุปทาน หรือความต้องการขายสินค้าต่อตลาดลดลง โดยอุปทานที่ลดลงก็มาจากหลายปัจจัย ปัจจัยหลักๆ เช่น กลุ่มประเทศตะวันตกคว่ำบาตรไม่ทำการค้ากับรัสเซีย ตลอดจนการที่รัสเซียจำกัดการส่งออกปุ๋ยเองด้วยเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรดังกล่าว ล้วนมีผลทำให้ราคาปุ๋ยในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงในไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นตามแหล่งนำเข้าปุ๋ยเคมี-สารตั้งต้นของไทย มาจากรัสเซีย-เบลารุส ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีและสารตั้งต้นจาก 45 ประเทศ เฉลี่ย กว่า 5.5 ล้านตัน/ปี มูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท โดย 5 อันดับประเทศที่ไทยนำเข้ามากสุดตามลำดับ คือ</p><p>1. จีน นำเข้า 1.25 ล้านตัน หรือ 22.75%&nbsp;</p><p>2. ซาอุดีอาระเบีย นำเข้า 8.4 แสนตัน หรือ 15.3 %</p><p>3. รัสเซีย นำเข้า 4.4 แสนตัน หรือ 8.06%</p><p>4. โอมาน นำเข้า 3.6 แสนตัน หรือ 6.64%</p><p>5. เกาหลีใต้ นำเข้า 3.3 แสนตัน หรือ 6.14%</p><p><strong>แม้รัสเซียจะไม่ใช่ประเทศอันดับหนึ่งที่ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมี</strong> แต่การประกาศห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีไปหลายประเทศทั่วโลกของรัสเซีย ก็ส่งผลต่อปริมาณปุ๋ยในตลาดโลกที่หายไปเกือบ 50 ล้านตัน หรือราว 12% ของมูลค่าการส่งออกทั่วโลก ประกอบกับไทยยังนำเข้าสารตั้งต้น หรือแม่ปุ๋ย ที่นำมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตปุ๋ยทั้งจากรัสเซียและเบลารุส หนึ่งในประเทศพันธมิตรของรัสเซีย ซึ่งพบอุปสรรคการส่งออกจากการต้องใช้ท่าเรือในยูเครนที่ทำได้ไม่สะดวกเหมือนก่อนและยังจำกัดปริมาณการส่งออกอีกด้วย ปัจจัยเหล่านี้จึงล้วนส่งผลให้ปุ๋ยและสารตั้งต้นขาดแคลน ราคาถีบตัวสูงต่อเนื่อง ดังนั้น ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าจึงได้รับผลกระทบดังกล่าว</p><p><strong>ปุ๋ยแพงขึ้นใกล้ฤดูเพาะปลูก ผลกระทบของเกษตรกรไทย</strong></p><p><strong>ผู้ประกอบการนำเข้าปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ย</strong> ได้สะท้อนปัญหานี้ออกมาว่า ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นทำให้ราคาขายปลีกปุ๋ยเคมีหลายสูตรเพิ่มสูงเป็นเท่าตัว หากเทียบตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมากับปัจจุบันจากกระสอบขนาด 50 กิโลกรัม ราคา 600-700 บาท กลับเพิ่มเป็นกระสอบละกว่า 1,300 บาท และมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอีก ยิ่งเมื่อถึงเดือนพฤษภาคมที่เป็นช่วงเริ่มการเพาะปลูก เกษตรกรต้องการใช้ปุ๋ยปริมาณมากขึ้นก็จะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น และยังจะส่งผลไปยังราคาพืชผลทางการเกษตรที่ต้องเพิ่มขึ้นตามราคาต้นทุนผลิตของเกษตรกรด้วย</p><p><strong>ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน</strong></p><p><strong>ปัญหาปุ๋ยแพงในครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก</strong> แต่ภายในบ้านเราก็ต้องเร่งแก้ปัญหาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ติดตามดูแลไม่ให้มีการกักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมให้เร่งกระจายการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยจากหลายแหล่งเพิ่มเติม</p><p><strong>ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์</strong> ได้ร่วมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสต๊อกปุ๋ยทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุนและเก็งกำไรแล้ว นอกจากนี้ ยังเตรียมแนวทางรับมือหากมีการปรับราคาปุ๋ยขึ้นอีก ก็จะหาช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาถูก รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มากขึ้น ส่วนกรณีภาคเอกชนขอขึ้นราคาปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ จะพิจารณาราคาปรับขึ้นให้ตามความเหมาะสมที่สะท้อนต้นทุนการนำเข้าของปุ๋ยแต่ละสูตร</p><p><strong>การแก้ไขปัญหาตามแนวทางดังกล่าว</strong> ถือเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นภายในประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนบางส่วนให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ต้นเหตุของปัญหาปุ๋ยแพงที่แท้จริงอยู่นอกประเทศ จึงได้แต่หวังว่าวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน จะยุติและคลี่คลายโดยเร็ววัน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317190915018"],
    [444,"เกษตรนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมกับ ศบกต.ช่อง ประชุมกิจกรรมกลุ่มปลูกพืช โครงการยกระดับรายได้ด้วยการสร้างอาชีพเสริมในสวนยางพารา","<p><strong>นางสาวรัชนี&nbsp;นิลละออ&nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายฤทธิเดช&nbsp;สุขคง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;ศบกต.ช่อง&nbsp;นำโดยนายสถิตย์&nbsp;รัมนา&nbsp;(ประธาน&nbsp;ศบกต.ช่อง)&nbsp;นายเจษฎา&nbsp;ผอมปิด&nbsp;(ผู้รับผิดชอบโครงการ)&nbsp;พร้อมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลช่อง&nbsp;และ&nbsp;น.ส.ขนิษฐา&nbsp;จุลบล&nbsp;(ทีมพี่เลี้ยง&nbsp;กสศ.ภาคใต้)&nbsp;ร่วมประชุมสมาชิกกิจกรรมกลุ่มปลูกพืช&nbsp;1&nbsp;ในกิจกรรมของโครงการยกระดับรายได้ด้วยการสร้างอาชีพเสริมในสวนยางพารา&nbsp;ภายใต้โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp;(กสศ.)&nbsp;เพื่อชี้แจงการจัดตั้งกลุ่ม&nbsp;คัดเลือกคณะกรรมการ&nbsp;พร้อมมอบต้นพันธุ์พืช&nbsp;ให้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;ณ&nbsp;สวนตาจันทร์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลช่อง&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานมุ่งส่งเสริมการศึกษา&nbsp;</strong>เพื่อการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน&nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ของกลุ่มประชากรวัยแรงงานผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถยกระดับการศึกษาเรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการใหม่&nbsp;หรือแรงงานฝีมือในชุมชน/สังคมที่เป็นไปตามศักยภาพและความต้องการ&nbsp;รวมถึงการสร้างต้นแบบ&nbsp;(Model)&nbsp;ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ&nbsp;ในการยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การประกอบอาชีพ&nbsp;เพื่อนำไปสู่การต่อยอดขยายผลในระดับท้องถิ่น&nbsp;และนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317210436065"],
    [445,"เกษตรกันตัง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่สร้างการรับรู้งานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตำบลบางสัก พร้อมให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายปิยวุฒิ&nbsp;แดงเหมือน&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;เข้าร่วมประชุมหมู่บ้าน&nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้งานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&nbsp;การแจ้งเตือนและเฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&nbsp;พร้อมให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ตำบลบางสัก&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลบางสัก&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง</strong>&nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆ&nbsp;จากทางภาครัฐ&nbsp;สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317210107063"],
    [446,"เกษตรเมืองตรัง เยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์ผลผลิตส้มโอ ตำบลนาท่ามเหนือ หลังพบว่าต้นส้มโอ มีอาการของโรคเปลือกแตกยางไหล และโรครากเน่าโคนเน่าในส้ม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประทิ่น&nbsp;วรรณงาม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและคณะเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์ผลผลิตส้มโอ&nbsp;ณ&nbsp;แปลงทุเรียน&nbsp;นายใจ&nbsp;ชัยกลาง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลาท่ามใต้&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;โดยมีการปลูกส้มโอ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ต้น&nbsp;พบว่าต้นส้มโอมีอาการของโรคเปลือกแตกยางไหล&nbsp;และโรครากเน่าโคนเน่าในส้ม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการรักษาโรคเปลือกแตกยางไหลด้วยสาร&nbsp;คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์และรักษาโรครากเน่าโคนเน่าฯด้วยสาร&nbsp;</strong>เมทาแล็กซิลร่วมกับเชื้อราไตรโคเดอร์ม่ารวมทั้งการให้คำแนะนำในการใช้สารเมททิลยูจินอลในการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้&nbsp;อย่างถูกวิธีโดยได้มีการวางแผนติดตามผลการดูแลรักษาสวนส้มโออย่างต่อเนื่องและคาดว่าผลผลิตส้มโอจะเริ่มจำหน่ายออกสู่ตลาดในช่วงเดือน&nbsp;สิงหาคม-กันยายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317203927055"],
    [447,"12 สหกรณ์โคนมภาคเหนือตอนบน รวมตัวยื่นหนังสือให้รื้อโควต้านมโรงเรียน เสนอให้รัฐดูแลกลุ่มเกษตรกรตัวจริง","<p><strong>ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ลำปาง&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>นายชุมพร&nbsp;ปาลี&nbsp;ประธานสหกรณ์โคนมภาคเหนือ&nbsp;พร้อมด้วยประธานและตัวแทนสหกรณ์โคนมในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;12&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ร่วมแถลงการณ์ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เพื่อการจัดสรรโควตานมโรงเรียนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และความเป็นธรรม&nbsp;โดยมีการยื่นหนังสือผ่าน&nbsp;นายไพโรจน์&nbsp;โล่ห์สุนทร&nbsp;&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;หนังสือดังกล่าวระบุข้อเสนอว่า&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสหกรณ์โคนม&nbsp;34&nbsp;สหกรณ์ทุกภาค&nbsp;ที่มีเกษตรกรเลี้ยงโคนมเป็นสมาชิกและเป็นเจ้าของน้ำนมดิบได้ประโยชน์จากโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;โดยเฉพาะการจัดสรรสิทธิ์โควต้าในการทำนมโรงเรียนในภาคเรียนการศึกษาเทอมนี้&nbsp;ชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค&nbsp;จำกัด&nbsp;ในฐานะตัวแทนสหกรณ์สมาชิกจำนวน&nbsp;34&nbsp;สหกรณ์ทุกภาค&nbsp;ขอเรียกร้องและเสนอให้คณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ได้พิจารณาและดำเนินการทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการทำนมโรงเรียนของสหกรณ์โคนมเจ้าของน้ำนมดิบ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ให้มีการจัดสรรสิทธิ์โควต้าทำนมโรงเรียนให้กับกลุ่มเกษตรสหกรณ์โคนมที่มีเกษตรกรเลี้ยงโคนมเป็นสมาชิก&nbsp;และได้ทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;ซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างกันและต้องการขอสิทธิ์โควต้าทำนมโรงเรียน&nbsp;โดยการจัดสรรสิทธิ์โควต้าให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เป็นธรรมโปร่งใส&nbsp;ตามจำนวนน้ำนมที่ผลิต&nbsp;เพื่อทำนมโรงเรียนกับปริมาณน้ำนมที่สหกรณ์รับซื้อจากเกษตรกรสมาชิกและสิทธิ์โควตาทำนมโรงเรียน&nbsp;โดยทุกภาคส่วนที่นี่ขอสิทธิ์โควต้าทำนมโรงเรียนจะต้องใช้มาตรการหลักเกณฑ์จัดสรรตามสัดส่วนตามกล่าวอย่างเป็นธรรม&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ประกอบการนมโรงเรียนที่ต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเฉพาะกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สหกรณ์โคนม&nbsp;โดยให้สามารถจ้างโรงงานผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้รับมาตรฐานสากล&nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงาน&nbsp;ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกร&nbsp;สหกรณ์โคนม&nbsp;สามารถเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้น&nbsp;สร้างรายได้จากการเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ส่วนเงื่อนไขการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคนม&nbsp;(GAP)&nbsp;คุณภาพน้ำนมดิบ&nbsp;ตามเกณฑ์มาตรฐานที่นำมาใช้ผลิตเป็นนมโรงเรียน&nbsp;ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อให้นมโรงเรียนได้คุณภาพให้เด็กนักเรียนได้ดื่มอย่างปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้</strong>&nbsp;กลุ่มสหกรณ์ได้ขอให้ผู้มีอำนาจและเกี่ยวข้องในการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;ได้พิจารณาและเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์โคนม&nbsp;ได้สิทธิ์โควต้าเข้าไปทำนมโรงเรียนได้ง่ายและมากขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางรายได้ให้กับให้สหกรณ์&nbsp;เกษตรกรสมาชิกตลอดจนการพัฒนาสหกรณ์ให้มีความมั่นคง&nbsp;ก้าวหน้า&nbsp;และเป็นการสร้างรายได้&nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป&nbsp;โดยขอเรียกร้องดังนี้&nbsp;</p><p>1.&nbsp;ในนามชุมนุมสหกรณ์นมไทย-&nbsp;เดนมาร์ค&nbsp;จำกัด&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคใต้&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เป็นจำนวน&nbsp;34&nbsp;สหกรณ์&nbsp;&nbsp;พิจารณาโควต้านมโรงเรียนให้แก่กลุ่มเกษตรกรก่อน&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายไม่มีโคนม&nbsp;และให้ยกเลิกคุ้มครองโรงงานโรงเล็กทั้งหมด&nbsp;ซึ่งไม่เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและนักเรียน&nbsp;ให้ยกเลิกทั้ง&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;ฉะนั้นจะมีโรงใหม่ทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ปี&nbsp;แต่จำนวนหัวเด็กตามงบประมาณเท่าเดิม&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ให้สุหกรณ์ที่มีเกษตรกรเลี้ยงโคนมจริงเป็นสมาชิก&nbsp;และได้ทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;MOU&nbsp;ซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างกันและต้องการขอสิทธิโควตาทำนมโรงเรียน&nbsp;โดยขอจัดสรรสิทธิ์โควต้าให้เป็นไปตามสัดส่วนการรับนมดิบที่เป็นธรรมและโปร่งใส&nbsp;(เกษตรตัวจริง)&nbsp;ที่รวมตัวเป็นสหกรณ์&nbsp;หรือกลุ่มเกษตรกรตัวจริง&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ประกอบการนมโรงเรียนอนุญาตประกอบการโรงงานเฉพาะกลุ่มเกษตรกรสหกรณ์โคนม&nbsp;โดยให้สามารถจ้างโรงงานผลิตภัณฑ์นมในพื้นที่ที่มีกระบวนการผลิตผ่านหลักเกณฑ์อาหารเสริม&nbsp;(นม)&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เป็นไปตามข้อกำหนด&nbsp;</p><p>4.&nbsp;พิจารณาให้กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์โคนมจริงๆ&nbsp;ได้สิทธิ์โควต้า&nbsp;เข้าไปทำนมโรงเรียนง่ายและมากขึ้น&nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มน้ำนมที่ผลิตได้และเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้สหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;มีตลาดที่แน่นอน&nbsp;มั่นคง&nbsp;และยั่งยืนตลอดไป</p><p>5.&nbsp;ผู้ประกอบการบางรายไม่มีโคนมเอาประโยชน์ส่วนตัวไม่ดูแลเกษตรกรหวังผลทางธุรกิจพยายามให้ข่าวว่ามีผลประโยชน์&nbsp;อยากให้มีการการตรวจสอบจริงว่ารับนมจริงหรือไม่&nbsp;โรงงานผ่าน&nbsp;GMP&nbsp;หรือไม่&nbsp;และมีผู้ประกอบการบางรายไม่รับนมดิบจากเกษตรกรแต่มาแจ้งสัดส่วนนมโรงเรียนไม่เป็นจริง&nbsp;</p><p>6.&nbsp;ให้จัดสรรสิทธิ์ตามสัดส่วนการรับน้ำนมดิบของเกษตรกรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและยุติธรรม&nbsp;หรือรื้อโควตาใหม่เกิดการแข่งขันเชิงธุรกิจและให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมสดที่มีคุณภาพมาตรฐานดี&nbsp;</p><p>7.&nbsp;ขอให้ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;ลงตรวจข้อมูลโค&nbsp;น้ำนมดิบ&nbsp;และศูนย์นมที่ผ่าน&nbsp;GMP&nbsp;และเห็นควรยกเลิกระบบโควต้านมโรงเรียนเพื่อความเป็นธรรม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318013355103"],
    [448,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญตรวจเยี่ยมให้ความรู้คำแนะนำ  เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง ที่อำเภอปทุมราชวงศา","<p><strong>วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>ได้มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;ทำการตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพโคและการป้องกันโรคสัตว์ในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน&nbsp;เช่น&nbsp;โรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;รวมทั้งให้ความรู้คำแนะนำขั้นตอนการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตามระเบียบการเคลื่อนย้ายสัตว์ของกรมปศุสัตว์ได้อย่างถูกต้องให้แก่เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง&nbsp;หมู่&nbsp;4&nbsp;ตำบลห้วย&nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;โดยมีสมาชิกของกลุ่มเข้าร่วมรับฟัง&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;ราย&nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรได้รับความรู้และมีความเข้าใจเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318002633085"],
    [449,"ศรีสะเกษ เดินหน้าขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรบูรณาการ : ทุเรียน","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยคณะทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรบูรณาการ</strong>&nbsp;ชนิดสินค้าทุเรียน&nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ตัดลูก&nbsp;ตัดใจ&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค</p><p><strong>เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>ณ&nbsp;สวนโชคผดุงทรัพย์&nbsp;เจือจันทึก&nbsp;เลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;กิจกรรม&nbsp;ตัดลูก&nbsp;ตัดใจ&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&nbsp;โดยมีนายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวิชัย&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายนคร&nbsp;บุตรดีวงศ์&nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายมณเฑียร&nbsp;เหลืองเดชานุรักษ์&nbsp;สถิติจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายพรชัย&nbsp;วงศ์งาม&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&nbsp;นายปริน&nbsp;วิลา&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพราน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจนผู้ประกอบการสวนทุเรียน&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และร่วมกิจกรรม</p><p><strong>นายวิชัย&nbsp;&nbsp;ศรีโพธิ์งาม&nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ในนามคณะทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษฯ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ตามที่จังหวัดศรีสะมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรนำพาประชาชนให้มีความอยู่ดีกินดี&nbsp;โดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน&nbsp;กำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดผ่านวาระขับเคลื่อนจังหวัด&nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นการต่อยอดการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ดังคำว่า&nbsp;&nbsp;อะไร&nbsp;อะไร&nbsp;ก็ดี&nbsp;ที่ศรีสะเกษ&nbsp;ผ่านวาระด้านเศรษฐกิจ&nbsp;ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;ในนั้น&nbsp;คือวาระเกษตรบูรณาการ&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;ข้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;หอมแดง&nbsp;และพริก</p><p><strong>ทุเรียน&nbsp;เ</strong>ป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้จังหวัดศรีสะเกษจำนวนมาก&nbsp;มีอัตลักษณ์เฉพาะและอร่อยกว่าทุเรียนจากแหล่งอื่น&nbsp;เนื่อนุ่ม&nbsp;รสชาติดี&nbsp;ไม่แฉะติดมือ&nbsp;พูสวย&nbsp;กลิ่นไม่แรง&nbsp;ในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;14,828&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ให้ผลผลิต&nbsp;5,596&nbsp;ไร่&nbsp;คาดการณ์ผลผลิตประมาณ&nbsp;8,200&nbsp;ตัน&nbsp;ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟส่วนใหญ่&nbsp;คือ&nbsp;แรงงานที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ&nbsp;สภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้&nbsp;ประกอบกับจำนวนพื้นที่และปริมาณผลผลิตทุเรียนมีปริมาณมาก&nbsp;เกษตรกรอาจจำไม่สามารถตรวจสอบ&nbsp;หรือดูแลการเจริญเติบโตของผลทุเรียนอย่างครบถ้วน&nbsp;อันจะส่งผลต่อคุณภาพและรสชาติทุเรียนที่อาจจะไม่สามารถระบุวันเก็บเกี่ยวได้</p><p><strong>เกษตรจังหวัดศรีสะเกษในนามคณะทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษฯ&nbsp;&nbsp;กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี&nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนได้อย่างมีคุณภาพ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้สนับสนุนและส่งเสริมการนำเทคโนโลยีผสมผสานกับองค์ความรู้&nbsp;ภูมิปัญญาที่เกษตรกรสั่งสมมา&nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย&nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนากระบวนการผลิต&nbsp;สร้างความแตกต่างตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่เกษตรกร&nbsp;รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและแปรรูปผลผลิตที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของตลาดมากขึ้น&nbsp;โดยการจัดทำระบบข้อมูล&nbsp;เพื่อให้ผู้บริหารใช้ในการบริหารจัดการผลผลิตให้ทันต่อสถานการณ์&nbsp;การใช้โดรนพ่นเชื่อราไตรโคเดอร์มา&nbsp;การใช้รถแอร์บรัสพ่นหมอก&nbsp;การใช้รถตัดหญ้า&nbsp;เพื่อลดแรงงานประหยัดเวลา&nbsp;ช่วยเพิ่มสักยภาพในการผลิตให้เกิดความแม่นยำ&nbsp;มีปริมาณเพียงพอและคุณภาพที่ดี&nbsp;การส่งเสริมการตลาดออนไลน์เชิงรุก&nbsp;ที่สนองตอบค่อพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ทันตามเทคโนโลยี&nbsp;และที่สำคัญจะทำให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหนายสินค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย</p><p><strong>สำหรับกิจกรรม&nbsp;ตัดลูก&nbsp;ตัดใจ&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;</strong>เพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกรดูแลจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพ&nbsp;โดยการตัดลูกส่วนเกิน&nbsp;แต่เหลือลูกไว้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ&nbsp;และเพื่อเป็นการสื่อสาร&nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบและมั่นใจทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&nbsp;ได้รับการดูแล&nbsp;เอาใจใส่&nbsp;และเป็นทุเรียนเกรดพีเมียมอย่างแท้จริง&nbsp;กิจกรรมประกอบด้วยไปด้วย&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;การบริหารจัดการทุเรียนภูเขาไฟคุณภาพ&nbsp;การจัดทำระบบฐานข้อมูล&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการ&nbsp;การประกันภัยทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;การพัฒนาตลาดทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์&nbsp;การพัฒนาทุเรียนพันธุ์ใหม่&nbsp;พิธีมอบต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ใหม่&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;238\"&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;พิธีมอบใบอนุญาตการใช้ตราสัญลักษณ์บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;GI&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และประธานนำคณะฯ&nbsp;ตัดลูก&nbsp;ตัดใจ&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&nbsp;พร้อมกับปลูกต้นทุเรียนสายพันธุ์ใหม่&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;238</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-17T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318001601082"],
    [450,"เตรียมการโครงการทหารพันธุ์ดี  พื้นที่ อำนาจเจริญ","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มี.ค.65&nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)</strong>&nbsp;โดย&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ./ศปร.นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;ได้จัดชุดปฏิบัติงาน&nbsp;เตรียมการโครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;เป็นการเรียนรู้และปฎิบัติในวิชาการเษตรกรรม&nbsp;ดังนี้&nbsp;ดำเนินการรดน้ำ&nbsp;พรวนดิน&nbsp;ถากถางวัชพืช&nbsp;และใส่ปุ๋ยแปลงปลูกทานตะวัน,&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;และแตงโม&nbsp;ณ&nbsp;โครงการทหารพันธุ์ดี&nbsp;นพค.51&nbsp;สนภ.5&nbsp;นทพ.&nbsp;ต.โนนหนามแท่ง&nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&nbsp;จ.อำนาจเจริญ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318085505124"],
    [451,"ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ   ประเด็นเกษตรบูรณาการ ชนิดสินค้าทุเรียน เพื่อติดตามการดำเนินงาน และการบูรณาการของทุกภาคีเครือข่าย","<p><strong>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;&nbsp;ประเด็นเกษตรบูรณาการ&nbsp;ชนิดสินค้าทุเรียน&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงาน&nbsp;และการบูรณาการของทุกภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในพื้นที่พัฒนาที่โดดเด่น&nbsp;(Best&nbsp;Practice)&nbsp;ณ&nbsp;สวนโชคผดุงทรัพย์&nbsp;ของนายผดุง&nbsp;เจือจันทึก&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;138&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลพราน&nbsp;อำเภอขุนหาญ&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกิจกรรม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กิจกรรมการเสวนา</strong>แลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;การบริหารจัดการทุเรียนภูเขาไฟคุณภาพ&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;ตัดลูก&nbsp;ตัดใจ&nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&nbsp;มีการการจัดทำระบบฐานข้อมูล&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการ&nbsp;การประกันภัยทุเรียนภูเขาไฟ&nbsp;การพัฒนาตลาดทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์&nbsp;การพัฒนาทุเรียนภูเขาไฟพันธุ์ใหม่&nbsp;รวมทั้งการมอบต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ใหม่&nbsp;&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;238&nbsp;แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;24&nbsp;ราย&nbsp;การมอบใบอนุญาตการใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;GI&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;และกิจกรรมการสาธิตการใช้เทคโนโลยี&nbsp;ได้แก่&nbsp;โดรนพ่นเชื้อราไดรโคเดอม่า&nbsp;รถแอร์บรัส(พ่นหมอก)&nbsp;รถตัดหญ้าใต้ต้นทุเรียน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการ</strong>ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สถิติจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&nbsp;ผอ.คปภ.ภาค&nbsp;5&nbsp;ผอ.สพป.ศก.เขต&nbsp;3&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอขุนหาญ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&nbsp;สื่อมวลชนและส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318090019125"],
    [452,"จ.อุบลฯ จัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป","<p><strong>นายสมเพชร&nbsp;สร้อยสระคู&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;งบพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นที่อาคารเกษตรตุ้มโฮม&nbsp;2557&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;อำเภอเมืองอุบลราชธานี&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์/</strong>บรรจุภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสินค้าจากสถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายผลิตภัณฑ์และการตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;2&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายกมล&nbsp;โสพัฒน์&nbsp;เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;</strong>กล่าวรายงานฯ&nbsp;พร้อมด้วยนายสฤษดิ์&nbsp;วิฑูรย์&nbsp;ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;บริษัท&nbsp;ประชารัฐรักสามัคคี&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;ตัวแทนส่วนราชการจังหวัด&nbsp;รศ.ดร.ประนอม&nbsp;คำผา&nbsp;ผศ.ว่าที่&nbsp;ร.ต.(หญิง)&nbsp;ดร.เกศินี&nbsp;จันทรโสภณ&nbsp;คณะวิทยากร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจ/กลุ่มเกษตรกรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&nbsp;๒&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดเวทีวิเคราะห์ฯ&nbsp;ดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>กรกช&nbsp;ภูมี&nbsp;สวท.อุบลฯ/รายงาน&nbsp;18&nbsp;มี.ค.65&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318093540135"],
    [453,"จ.ลำปาง หารือแนวทางพัฒนา ฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง มุ่งเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัด","<p><strong>การประชุมคณะกรรมการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;</strong>ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;เพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดมาตรการ&nbsp;แนวทาง&nbsp;และจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนา&nbsp;ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของแม่น้ำวัง&nbsp;โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนงานพัฒนา&nbsp;ออกเป็น&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</p><p><strong>ระยะเร่งด่วน</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;การขุดลอกจอก&nbsp;แหน&nbsp;วัชพืชบก&nbsp;วัชพืชน้ำ&nbsp;หรือเศษขยะที่อยู่ในแม่น้ำ,&nbsp;ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย,&nbsp;การรักษาระดับแม่น้ำวัง,&nbsp;ต่อลมหายใจแม่น้ำวังโดยใช้เครื่องพ่นน้ำ,&nbsp;การบำบัดน้ำเสียปลายท่อแม่น้ำวัง&nbsp;รวมไปถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ในแม่น้ำคูคลอง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ระยะพัฒนา&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;การควบคุมปริมาณและรักษาระดับน้ำ&nbsp;(ฝายชะลอน้ำ,&nbsp;ประตูระบายน้ำ,แก้มลิงแม่น้ำวัง)&nbsp;ปรับภูมิทัศน์และรักษาเอกลักษณ์&nbsp;(เส้นทางจักรยาน,&nbsp;สวนสาธารณะริมเขื่อนยาง,&nbsp;พัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ)&nbsp;เติมลมหายใจให้แม่น้ำวัง&nbsp;(ระบบเติมอากาศให้แม่น้ำวัง)&nbsp;และระบบรวบรวมน้ำเสีย&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ระยะยาวสู่ความยั่งยืน&nbsp;</strong>ในการวางระบบเฝ้าระวัง&nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมชุมชน&nbsp;ในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพและคุณภาพน้ำแม่น้ำวังที่มีคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;มีประเด็นข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;พร้อมทั้งเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&nbsp;โดยจังหวัดลำปางได้เสนอลุ่มน้ำวัง&nbsp;เหนือเขื่อนยาง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;6&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหัวเวียง&nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&nbsp;และตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318093917141"],
    [454,"กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง ส่วนภาคตะวันตกและภาคใต้มีฝนตก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนภาคตะวันตกและภาคใต้มีฝนตก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีลมกระโชกแรง&nbsp;ด้านตะวันตกของประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;55&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;50&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และชัยภูมิ&nbsp;63&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,576&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,642&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318093658138"],
    [455,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&nbsp;1&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094115143"],
    [456,"การส่งเสริมให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่","<p><strong>วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าที่ร้อยโท&nbsp;ปุณณกิจ&nbsp;เชาว์น้อย</strong>&nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายวัชรินทร์&nbsp;มามาก&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายนิวัตร&nbsp;คำภา&nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ&nbsp;บูรณาการร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ลงพื้นที่แนะนำส่งเสริมให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;การตลาด&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;และสร้างโอกาสในการเพิ่มเพิ่มรายได้&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;ต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;แปรรูป&nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318101753162"],
    [457,"โคก หนอง นา กับการผสมผสานความพอเพียงที่พร้อมก้าวสู่ความยั่งยืน","<p><strong>นางเครือวัลย์&nbsp;สุจริตตานันท์&nbsp;เกษตรกรบ้านตาล</strong>&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนมได้เข้ามาสอบถามว่ามีใครสนใจที่จะทำโคกหนองนาบ้าง&nbsp;ซึ่งตัวเองมีใจรักในเรื่องนี้อยู่แล้วจึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ&nbsp;เพราะชอบปลูก&nbsp;ชอบฝังอยู่แล้ว&nbsp;ซึ่งขั้นแรกก่อนที่จะเริ่มทำก็จะมีการเตรียมหาปุ๋ยมาบำรุงดินก่อน&nbsp;คือการไปหาฟางและมูลสัตว์มาทำปุ๋ยแห้ง&nbsp;ปุ๋ยน้ำ&nbsp;และน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในการบำรุงดิน&nbsp;พอทำทุกอย่างไว้เสร็จหมดแล้วก็พอดีกับที่เจ้าหน้าที่มาขุดแปลงให้&nbsp;ก็เริ่มลงมือปลูกพืชได้เลย&nbsp;ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่าควรปลูกต้นกล้วยก่อนเพราะจะทำให้พื้นที่มีความชุ่มชื้นและมีน้ำในดินสามารถเลี้ยงพืชชนิดอื่นๆ&nbsp;ได้&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นก็ปลูกตะไคร้เพื่อยึดหน้าดินร่วมกับหญ้าแฝก</strong>&nbsp;ซึ่งที่เราปลูกมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เรามีกินมีใช้และเมื่อเหลือก็จะมีขาย&nbsp;ตอนนี้ที่ขายก็จะมีพืช&nbsp;ประเภทต้นหอม&nbsp;พริก&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;และผักกาด&nbsp;โดยจะมีร้านค้ามาสั่งเป็นประจำแม้จะมีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม&nbsp;แต่ทุกคนจะชอบ&nbsp;เพราะไม่มีพิษมีภัยต่อร่างกายเนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมี&nbsp;จะใส่เพียงปุ๋ยทั่วไปแล้วก็รดน้ำเท่านั้น&nbsp;</p><p><strong>ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ตอนนี้ยังไม่โตเต็มที่เท่าไหร่จึงยังไม่ได้ขาย</strong>&nbsp;ซึ่งจากการทำมา&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เดือนพบว่าน้ำในบ่อมีไม่เพียงพอก็ได้คิดหาวิธีอื่นมาแก้ไข&nbsp;โดยวางแผนว่าจะเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติมจากนั้นจะใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วย&nbsp;แต่อาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้ข้อมูลว่า&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;บ่อจะเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น&nbsp;จึงได้ชะลอแผนตัวนี้ไปก่อนเพื่อรอดูว่าปีถัดไปน้ำจะมากน้อยขนาดไหน&nbsp;ดังนั้นในตอนนี้การปลูกพืชจึงมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่บางส่วนเคยมีเห็ดเกิดขึ้นมาก็จะมีการหาวิธีปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมเพื่อให้เห็ดเกิดมากขึ้น&nbsp;จะได้เป็นอีกหนึ่งช่องทางของแหล่งอาหาร&nbsp;นอกจากนี้ก็มีการหาพืชชนิดอื่นๆ&nbsp;มาปลูกเพิ่มเติมเพราะถือเป็นช่วงแรกที่เราเริ่มทำโคกหนองนา&nbsp;เริ่มบำรุงดิน&nbsp;ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้คือจะปลูกผสมผสานกันทุกอย่างที่เป็นพืช&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;สูง&nbsp;เตี้ย&nbsp;เรี่ยดิน&nbsp;และใต้ดิน&nbsp;รวมถึงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เพิ่มด้วย&nbsp;เพราะเราจะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกนาน&nbsp;ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;โรคภัยไข้เจ็บไปไหนมาไหนไม่ได้เราก็จะมีอยู่มีกินอย่างพอเพียง&nbsp;ตอนนี้คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นแปลงโคกหนองนา&nbsp;ก็มีการเข้ามาสอบถามและขอดูอยู่เรื่อยๆ&nbsp;เราก็เชิญให้เข้ามาดูมาชมและเรียนรู้&nbsp;สิ่งไหนที่เป็นความรู้ที่ให้ได้เราก็พร้อมถ่ายทอดต่อ&nbsp;รวมถึงแนะนำช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอื่นๆ&nbsp;ให้ด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318103317170"],
    [458,"ปลูกสละอินโด ระหว่างต้นยางพารา สร้างรายได้มากกว่าการกรีดยางพารากว่าเท่าตัว","<p><strong>สวนยางพาราหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลควนเมา&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นสวนยางพาราของ</p><p>นายปราโมทย์&nbsp;ไชยมณี&nbsp;อายุ&nbsp;57&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;อาชีพทำสวนยางพาราและได้ปลูกสละพันธุ์อินโด&nbsp;&nbsp;ระหว่างต้นยางพารา&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว&nbsp;หลังจากที่ราคายางพารามีราคาตกต่ำและสถานการณ์ราคายางพารามีความผันผวนอย่างมาก&nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นราคาตกต่ำมากกว่าราคาเพิ่มขึ้น&nbsp;การหารายได้เสริมของเกษตรกรมีความจำเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว&nbsp;ในยุคที่ข้าวของมีราคาแพง&nbsp;ประชาชนรวมถึงเกษตรกรมีรายได้ลดลงเป็นอย่างมาก</p><p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ไชยมณี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนเองได้มีโอกาสเดินทาไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;และให้ความสนใจการปลูกสละพันธุ์อินโด&nbsp;ที่ปลูกเสริมระหว่างร่องยางพาราและขอความรู้จากเจ้าหน้าที่&nbsp;หลังจากศึกษาดูงานแล้วได้กลับมาลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่สวนยางพาราของตนเอง&nbsp;ปลูกระหว่างร่องยางพารา&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมตรคูณ&nbsp;7&nbsp;เมตร&nbsp;ปลูกประมาณ&nbsp;1&nbsp;ปีครึ่ง&nbsp;ต้นสละจะเริ่มแทงชื่อดอก&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;จะเริ่มผสมพันธุ์สละเมื่อผสมพันธุ์สละแล้ว&nbsp;สละจะให้ผลผลิตในปีแรกๆ&nbsp;นั้นจะให้ผลผลิตน้อย&nbsp;&nbsp;แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่&nbsp;3&nbsp;สละจะให้ผลผลิตอย่างเต็มที่&nbsp;โดยราคาขายปลีก&nbsp;70&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;สละมีรสชาติหวานกรอบ&nbsp;เมล็ดร่อน&nbsp;&nbsp;ส่วนการขายออนไลน์&nbsp;100&nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&nbsp;</p><p><strong>โดยปลูกสละพันธุ์อินโด&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ไร่ก่อน</strong>&nbsp;และขณะนี้ปลูกสละเต็มพื้นที่&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;หากคำนวณ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;รายได้จากขายสละอินโดนั้น&nbsp;มีรายได้หลักแสนบาท&nbsp;แต่รายได้จากยางพาราในขณะนี้ได้ประมาร&nbsp;5&nbsp;หมื่นบาทต่อปี&nbsp;รายได้จากการสละจะมากกว่ายางพารากว่าเท่าตัวในแต่ละปีและไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;หากประชาชนสนใจสามารถสอบถามได้ที่&nbsp;นายปราโมทย์&nbsp;ไชยมณี&nbsp;โทร&nbsp;084-8629687</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318102149165"],
    [459,"เน้นย้ำชาวสวนทุเรียนเฝ้าระวังโรคผลเน่า เชื้อราสาเหตุโรคทำลายผลภายในเปลือกแพร่ระบาดได้ด้วยลม","<p><strong>นายศรุต&nbsp;สุทธิอารมณ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช</strong>&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออกกำลังให้ผลผลิตขณะนี้&nbsp;ขอแจ้งเตือนเกษตรกรชาวสวนทุเรียนให้เฝ้าระวังโรคผลเน่า&nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพลดลง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยโรคนี้พบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน</strong>&nbsp;แต่ส่วนใหญ่มักพบในผลช่วง&nbsp;1&nbsp;เดือนก่อนเก็บเกี่ยวจนกระทั่งเก็บเกี่ยวและระหว่างการบ่มผลให้สุก&nbsp;โดยอาการเริ่มแรกจะเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำบนผลและจุดแผลจะขยายใหญ่ลุกลามมากขึ้นตามการสุกของผล&nbsp;ในสภาพที่มีความชื้นสูงอาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบนแผล&nbsp;โดยจะพบอาการของโรคได้ตั้งแต่ผลยังอยู่บนต้น&nbsp;ซึ่งถ้าอาการรุนแรงมากผลจะเน่าร่วงหล่นก่อนกำหนด&nbsp;</p><p><strong>โรคผลเน่ามักพบหลังการเก็บเกี่ยว</strong>&nbsp;โดยเชื้อราสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผลเน่า&nbsp;ซึ่งสามารถป้องกันและลดความเสียหายได้หากมีการปฏิบัติดูแลแปลงตามคำแนะนำ&nbsp;โดยเฉพาะในแปลงที่มีต้นที่เป็นโรครากเน่าและโคนเน่าในแปลงมาก&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังมีเชื้อราบางชนิดที่สามารถทำให้เกิดการอาการผลเน่า</strong>หลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;ดังนั้นเพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากโรคผลเน่าทุเรียน&nbsp;เกษตรกรควรเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;โดยการดูแลในแปลงปลูกก่อนการเก็บเกี่ยวให้หมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ตัดผลที่เป็นโรคและเก็บผลเน่าที่ร่วงหล่นนำไปทำลายนอกแปลงปลูก&nbsp;แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรค&nbsp;ให้ทั่วทรงพุ่ม&nbsp;จำนวน&nbsp;1-2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทุก&nbsp;7-10&nbsp;วัน&nbsp;และควรหยุดพ่นสารก่อนเก็บเกี่ยวผลอย่างน้อย&nbsp;15&nbsp;วัน&nbsp;ไม่นำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นเป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติและทำความสะอาดเครื่องมือก่อนนำไปใช้ใหม่ทุกครั้ง&nbsp;ในแปลงปลูกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผลเน่าสูง&nbsp;เนื่องจากมีต้นที่เป็นโรครากเน่าและโคนเน่าในแปลงมาก&nbsp;เชื้อสาเหตุโรคอาจจะติดไปกับผลได้โดยยังไม่แสดงอาการ&nbsp;ดังนั้นการเก็บเกี่ยวผลต้องระมัดระวังไม่ให้ผลสัมผัสกับดิน&nbsp;หรือปูพื้นดินที่จะวางผลด้วยวัสดุหรือกระสอบที่สะอาด&nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผลจะสัมผัสกับดินซึ่งมีเชื้อสาเหตุโรคและการขนย้ายควรระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลที่ผล</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318111713194"],
    [460,"เน้นย้ำมาตรการคุมเข้ม ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;ในช่วงระหว่างนี้เรื่อยไปจนถึงประมาณเดือนกันยายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นช่วงที่ผลไม้ภาคตะวันออกให้ผลผลิต&nbsp;ผลไม้สำคัญหลายชนิดโดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;มังคุดและเงาะ&nbsp;ปีนี้ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&nbsp;คาดว่าผลผลิตทุเรียนปีนี้อยู่ที่ประมาณ&nbsp;744,549&nbsp;ตัน&nbsp;มังคุด&nbsp;210,864&nbsp;ตัน&nbsp;และเงาะ&nbsp;210,646&nbsp;ตัน&nbsp;สาเหตุเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย&nbsp;ทั้งสภาพอากาศที่เหมาะสม&nbsp;จำหน่ายได้ราคาดีตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&nbsp;จูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกและบำรุงรักษาผลไม้ดังกล่าวกันมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพและเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพมาตรฐานของผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกตลอดทั้งฤดูกาล&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมานั้น&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ไทยสามารถส่งออกผลไม้สูงสุดเป็นประวัติการณ์&nbsp;แม้จะเผชิญกับปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์จากค่าระวางที่สูงขึ้น&nbsp;การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการปิดด่านหลายครั้งจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ&nbsp;Covid-19&nbsp;ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งชาวสวนผลไม้&nbsp;ผู้ประกอบการภาคเอกชนและภาครัฐ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">จึงได้กำหนดเป้าหมายในการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกเพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออก&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศและการส่งออกผลไม้ต้อง&nbsp;Zero&nbsp;COVID&nbsp;เท่านั้น</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318104513181"],
    [461,"พาณิชย์แพร่ แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดแพร่","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแพร่&nbsp;ตลาดปลายทางปรับราคาซื้อสูงขึ้น&nbsp;เกิดการแข่งขันทางด้านราคาของผู้ประกอบการ</p><p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงภัยแล้งของจังหวัดแพร่&nbsp;ปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;โดยราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ราคา&nbsp;9.00-11.00&nbsp;บาท/กิโลกรัม,&nbsp;ความชื้น&nbsp;30%&nbsp;ราคา&nbsp;7.00-8.80&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;มีการปรับขึ้น&nbsp;0.50&nbsp;บาท/กิโลกรัม</p><p><strong>สำหรับจังหวัดแพร่มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน&nbsp;45,117.99&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&nbsp;34,560&nbsp;ตัน&nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&nbsp;10%&nbsp;เนื่องจากเกิดการแข่งขันทางด้านราคาของผู้ประกอบการ&nbsp;และตลาดปลายทางปรับราคาซื้อสูงขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318104339180"],
    [462,"จังหวัดสงขลา เดินหน้าแก้ไขปัญหาคลองสำโรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเพื่อพัฒนาไปสู่ คลองสวย น้ำใส","<p><strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาคลองสำโรง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคลองสำโรง&nbsp;พร้อมพิจารณาแผนปฏิบัติการและให้คำแนะนำแก่คณะทำงานแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำและคณะทำงานจัดระเบียบและภูมิทัศน์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายไชยพร&nbsp;นิยมแก้ว&nbsp;นายอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;</strong>นายจักรธร&nbsp;สุริแสง&nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง&nbsp;ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;เทศบาลนครสงขลา&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสารภี&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;สำนักงานเทศบาลนครสงขลาและผ่านระบบวิดีโอ&nbsp;conference&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คลองสําโรง&nbsp;เป็นคลองในพื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ไหลมาจากตำบลเกาะแต้ว&nbsp;ผ่านตำบลเขารูปช้าง&nbsp;โดยเมื่อเข้าสู่เขตเทศบาลนครสงขลาจะแยกเป็น&nbsp;2&nbsp;สาย&nbsp;</p><p>สายแรกไหลไปทางด้านทิศตะวันออก&nbsp;ออกสู่ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย&nbsp;</p><p>สายที่สองไหลไปทางทิศตะวันตกลงสู่ทะเลสาบสงขลา&nbsp;รวมระยะทางของคลองสำโรง&nbsp;14.4&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</p><p><strong>โดยคลองสำโรงส่วนที่กั้นระหว่างเทศบาลนครสงขลา</strong>กับเทศบาลตำบลเขารูปช้างมีความยาวประมาณ&nbsp;5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;สภาพปัจจุบันของคลองสำโรง&nbsp;มีบ้านเรือนและอุตสาหกรรมครัวเรือนเกี่ยวกับสัตว์น้ำตั้งอยู่ตลอดแนวความยาวของคลอง&nbsp;ทำให้มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่คลองสำโรงโดยตรง&nbsp;จึงส่งผลให้น้ำในคลองมีสีดำและมีกลิ่นเหม็น&nbsp;อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากอีกด้วย&nbsp;</p><p>ทั้งนี้&nbsp;คณะทำงานแก้ไขคุณภาพน้ำ&nbsp;โดยผู้แทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;16&nbsp;(สงขลา)&nbsp;ได้กล่าวถึงแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำและความตื้นเขินของคลองสำโรงในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีการวางมาตรการไว้&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในคลองสำโรง&nbsp;2.&nbsp;การลดปริมาณความสกปรกจากน้ำเสียก่อนระบายสู่คลองสำโรง&nbsp;3.มาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมการ&nbsp;4.&nbsp;การใช้มาตรการทางกฎหมาย&nbsp;และ5.&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองสำโรง&nbsp;จัดทำฐานข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา&nbsp;และบ้านเรือนที่อยู่อาศัยบริเวณคลองสำโรง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทางคณะทำงานจัดระเบียบและภูมิทัศน์จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;โดยนายอำเภอเมืองสงขลา&nbsp;กล่าวถึงการจัดระเบียบ&nbsp;โดยแบ่งคลองสำโรงออกเป็น&nbsp;2&nbsp;สาย&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลองสำโรงตอนบน&nbsp;ตั้งแต่เกาะแต้ว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ถึงแยกกำปั่น&nbsp;ระยะทาง&nbsp;9.470&nbsp;กิโลเมตร<strong>&nbsp;</strong>และคลองสำโรงตอนล่าง&nbsp;ตั้งแต่ปากคลอง&nbsp;72&nbsp;พรรษา&nbsp;ถึงปากคลองเก้าเส้ง&nbsp;ระยะทาง&nbsp;5.5&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;รวมระยะทางคลองสำโรง&nbsp;ต้นน้ำ&nbsp;-&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;-&nbsp;ปลายน้ำ&nbsp;(เทศบาลตำบลเกาะแต้ว&nbsp;เทศบาลเมืองเขารูปช้าง&nbsp;&nbsp;เทศบาลนครสงขลา)&nbsp;รวม&nbsp;14.9&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งสภาพปัญหาคลองสำโรงตอนล่างตลอดแนว&nbsp;</strong>มีการบุกรุก&nbsp;รุกล้ำลำคลองสร้างบ้านเรือน&nbsp;สภาพน้ำเสียเนื่องจากมีการปล่อยน้ำเสียลงคลอง&nbsp;อีกทั้งยังมีสิ่งกีดขวางทาง&nbsp;เช่น&nbsp;สายเคเบิ้ลและสายสื่อสาร&nbsp;วัชพืช&nbsp;เสาและตอม่อสะพานน้ำ&nbsp;ส่วนแนวทางแก้ไขนั้นจะดำเนินการจัดสร้างที่อยู่อาศัยบ้านเอื้ออาทรให้กับครัวเรือนที่มีการบุกรุกลำน้ำ&nbsp;มีการบริหารจัดการน้ำเสียโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ศิริลักษณ์&nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>ประชา&nbsp;โชคผ่อง/ภาพ&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</p><p><strong>ประสิทธิภาพช่องทางการเผยแพร่เว็บไซต์ข่าวจริงประเทศไทย&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong></p><p><strong>&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318120225219"],
    [463,"สั่งเข้มกรมวิชาการเกษตร ลุยตรวจผลผลิตส้มโอส่งออกป้องปัญหาสวมสิทธิ","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ของทุกภาคได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดตรวจสอบและเฝ้าระวังปัญหาการนำผลไม้มาสวมสิทธิเป็นผลไม้ไทยและสวมใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อส่งออกไปประเทศที่&nbsp;3&nbsp;เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศและอาจทำให้มีแมลงศัตรูพืชกักกันที่ไม่เคยมีในประเทศติดเข้ามาแพร่ระบาดภายในประเทศ&nbsp;</p><p><strong>โดยสถานการณ์ล่าสุด</strong>&nbsp;ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ว่า&nbsp;ได้ระงับการส่งออกส้มโอที่โรงงานคัดบรรจุแห่งหนึ่ง&nbsp;ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;เนื่องจากนำส้มโอจำนวนหนึ่งมาสวมสิทธิใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;เตรียมส่งออกไปจีนจึงได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดตรวจสอบผลผลิตส้มโอที่จะส่งออกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการตรวจสอบปริมาณผลผลิตที่ขออนุญาตส่งออกว่าสัมพันธ์กับพื้นที่แปลง&nbsp;GAP&nbsp;หรือไม่</p><p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&nbsp;(สวพ.2)&nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ดำเนินการตรวจโรงคัดบรรจุส้มโอในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อตรวจสอบปริมาณผลผลิตที่ทำการส่งออกป้องกันการนำผลผลิตที่ไม่ผ่านการรับรองแหล่งผลิต&nbsp;GAP&nbsp;มาสวมสิทธิ&nbsp;รวมทั้งป้องกันการลักลอบนำเข้าส้มโอจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิเป็นส้มโอไทยแล้วส่งออกไปประเทศจีน&nbsp;ซึ่งได้รับรายงานว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจโรงคัดบรรจุส้มโอในจังหวัดพิจิตรจำนวน&nbsp;3&nbsp;โรง&nbsp;พบข้อสังเกตในโรงคัดบรรจุผลไม้ส่งออกจำนวน&nbsp;1&nbsp;โรง&nbsp;ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;มีผลผลิตส้มโอเตรียมส่งออกจำนวน&nbsp;22.15&nbsp;ตัน&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นส้มโอที่เป็นผลผลิตมาจากแปลง&nbsp;GAP&nbsp;จำนวน&nbsp;1.30&nbsp;ตัน&nbsp;ส่วนที่เหลืออีกจำนวน&nbsp;20.85&nbsp;ตัน&nbsp;เป็นผลผลิตที่นำมาสวมสิทธิแปลง&nbsp;GAP&nbsp;จึงไม่อนุญาตให้นำส้มโอที่สวมสิทธิใบรับรอง&nbsp;GAP&nbsp;จำนวนดังกล่าวส่งออกไปจีน</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318113611204"],
    [464,"คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทใต้ยุทธศาสตร์ชาติ","<p><strong>วานนี้&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;บรรดาศักดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง</strong>&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายอำเภอแสวงหา&nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรแปลงใหญ่&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&nbsp;วุฒิสภา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พลเอก&nbsp;ดนัย&nbsp;มีชูเวท&nbsp;ตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;คนที่หนึ่ง&nbsp;นายวิทยา&nbsp;ผิวผ่อง&nbsp;ตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;คนที่สอง&nbsp;นายลักษณ์&nbsp;วจนานวัช&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;คนที่สี่&nbsp;และนายเฉลียว&nbsp;เกาะแก้ว&nbsp;กรรมาธิการ&nbsp;ในโอกาสศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและ&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ตำบลวังน้ำเย็น&nbsp;อำเภอแสวงหา&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;และแปลงใหญ่ชะอม&nbsp;ตำบลโพธิ์รังนก&nbsp;อำเภอโพธิ์ทอง&nbsp;จังหวัดอ่างทอง&nbsp;ทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ความสำเร็จ&nbsp;และปัญหาอุปสรรค&nbsp;ในการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ตลอดจนให้คำแนะนำ&nbsp;ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานโครงการฯ&nbsp;และรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง&nbsp;และในพื้นที่แปลงใหญ่แปลงใหญ่</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","อ่างทอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318134123270"],
    [465,"สสก.5 สงขลา ประชุมเชื่อมโยง 3 เครือข่าย ชู ศพก. แปลงใหญ่ และ YSF   เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการเกษตรภาคใต้","<p><strong>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;Zoom&nbsp;meeting</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศพก.&nbsp;และเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ถือเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ตลอดระยะเวลา&nbsp;6-7&nbsp;ปี&nbsp;ที่มีการดำเนินงานมา&nbsp;ได้เกิดผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจในทุกมิติและมีแนวโน้มการพัฒนาของเกษตรกรที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;มีการเชื่อมโยงการทำงานกับเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;:&nbsp;YSF)&nbsp;ในการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรมต่างๆ&nbsp;ได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดย&nbsp;ศพก.เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรที่ถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลข่าวสาร&nbsp;รวมทั้งบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;สามารถการขยายผลองค์ความรู้&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และผลงานวิจัย&nbsp;ไปสู่เกษตรกรแปลงใหญ่ได้&nbsp;</p><p><strong>ในส่วนภาคใต้มี&nbsp;ศพก.หลัก&nbsp;จำนวน&nbsp;151&nbsp;ศพก.&nbsp;และ&nbsp;ศพก.&nbsp;</strong>เครือข่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;2,176&nbsp;เครือข่าย&nbsp;มีแปลงใหญ่ที่ได้รับการรับรองแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;1,209&nbsp;แปลง&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;680,799&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;เกษตรกร&nbsp;64,661&nbsp;ราย&nbsp;และมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาเป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;3,026&nbsp;คน&nbsp;ขับเคลื่อนโดยศูนย์บ่มเพาะเกษตรเกษตรกรุ่นใหม่&nbsp;(ศบพ.)&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;14&nbsp;ศูนย์&nbsp;และ&nbsp;ศูนย์เครือข่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;119&nbsp;ศูนย์&nbsp;ซึ่งทั้ง&nbsp;3&nbsp;เครือข่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนการเกษตรของภาคใต้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การร่วมมือกันการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของภาคใต้&nbsp;เริ่มตั้งแต่&nbsp;ศพก.&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;ฐานเรียนรู้ต่างๆ&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ขับเคลื่อนให้นำเทคโนโลยี&nbsp;นวัตกรรม&nbsp;และผลงานวิจัย&nbsp;โดยเฉพาะจาก&nbsp;ศูนย์&nbsp;AIC&nbsp;ที่มีอยู่ทุกจังหวัด&nbsp;และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ได้ทำ&nbsp;MOU&nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัย&nbsp;และหน่วยงานวิชาการต่างๆ&nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้ผลวิจัยมาขยายสู่เกษตรกรผ่าน&nbsp;ศพก.&nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้&nbsp;เมื่อมีความเหมาะสมกับพื้นที่ก็ขยายไปสู่เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งภาคใต้เองมีพืชหลากหลายทั้งยางพารา&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ข้าว</strong>&nbsp;ไม้ผล&nbsp;พืชผัก&nbsp;ตลอดจนกิจกรรมด้านประมง&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;การทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;การผลิตขยายพันธุ์แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเป็นฐานเรียนรู้ใน&nbsp;ศพก.&nbsp;การพัฒนา&nbsp;ศพก.เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;การผลิตสื่อองค์ความรู้ของ&nbsp;ศพก.&nbsp;และการส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยได้มาตรฐานของสินค้า&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ศพก.ยังเป็นแหล่งให้ความรู้และฝึกอาชีพให้เกษตรก</strong>รในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด&nbsp;19&nbsp;เพื่อสร้างรายได้และมีอาหารบริโภคในครัวเรือน&nbsp;นอกจากนี้มีการสรุปผลการดำเนินงานโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;มีแปลงใหญ่ด้านพืชเข้าร่วมโครงการในระยะที่&nbsp;1&nbsp;จำนวน&nbsp;123&nbsp;แปลง&nbsp;ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว&nbsp;อยู่ในระหว่างการแนะนำและตรวจบัญชี&nbsp;โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;และในระยะที่&nbsp;2&nbsp;มีแปลงใหญ่เสนอขอเข้าร่วมโครงการรวม&nbsp;69&nbsp;แปลง&nbsp;งบประมาณ&nbsp;200&nbsp;กว่าล้านบาท&nbsp;อยู่ในระหว่างเสนอขอรับงบประมาณไปที่สภาพัฒน์&nbsp;และการประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;การประกวดแปลงใหญ่&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และกิจกรรมของน้องๆ&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และโมเดลการทำงานร่วมกัน&nbsp;3&nbsp;เครือข่าย&nbsp;มีการจัดทำฐานข้อมูลด้านการเกษตร&nbsp;และนำไปใช้ประโยชน์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด&nbsp;วิธีการทำงาน</strong>&nbsp;ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป&nbsp;ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายใต้หลักตลาดนำการผลิต&nbsp;จะให้ความสำคัญตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกับการวางแผนการผลิต&nbsp;และนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;การจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร&nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;ตลอดจนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318130458242"],
    [466,"สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอวังวิเศษ ให้บริการทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย","<p><strong>วันนี้(&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565)&nbsp;นายนิกร&nbsp;ชิดเชื้อ&nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;เยี่ยมชมตลาดเกษตรกรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;ตั้งอยู่&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณข้างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.สาขาเขาวิเศษ)&nbsp;ซึ่งภายในตลาดมีสินค้าทางการเกษตรจากเกษตรกรที่หลากหลายให้เลือกชิมเลือกช้อป&nbsp;ทั้งอาหารพร้อมทาน&nbsp;ผัก&nbsp;ผลไม้ขนม&nbsp;ต้นพันธุ์ผัก&nbsp;ต้นไม้สวยงาม&nbsp;โดยตลาดเกษตรกรกรอำเภอวังวิเศษ&nbsp;จะให้บริการทุกวันจันทร์และวันศุกร์&nbsp;ตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;-&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณ&nbsp;ข้าง&nbsp;ธกส.สาขาเขาวิเศษ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาวิเศษ&nbsp;อำเภอวังวิเศษ&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ตามที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดตรังได้อนุมัติโครงการและงบประมาณจากงบกลาง</strong>รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&nbsp;</strong>ผลิตภัณฑ์&nbsp;สินค้าแปรรูป&nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&nbsp;ๆ&nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318130654243"],
    [467,"กรมประมง ยืนยันประเทศไทยไร้ข้อกังขา การทำประมงนอกน่านน้ำของไทย ไม่กระทบพื้นที่หญ้าทะเล ในเขต SIOFA","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในการประชุมสามัญประจำปีของภาคีสมาชิกองค์การ&nbsp;บริหารจัดการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้&nbsp;(Southern&nbsp;Indian&nbsp;Ocean&nbsp;Fisheries&nbsp;Agreement,&nbsp;SIOFA)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;8&nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมในฐานะรัฐภาคี&nbsp;โดยในการประชุมดังกล่าวได้มีองค์กร&nbsp;The&nbsp;Deep&nbsp;Sea&nbsp;Conservation&nbsp;Coalition,&nbsp;DSCC&nbsp;ซึ่งเป็นองค์การนอกภาครัฐ&nbsp;(NGO)&nbsp;เข้าร่วมประชุมในสถานะ&nbsp;observer&nbsp;หรือ&nbsp;ผู้สังเกตการณ์การประชุม&nbsp;ได้นำเสนอเอกสารที่มีสถานะเป็น&nbsp;information&nbsp;paper&nbsp;ต่อที่ประชุม&nbsp;เรื่อง&nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ&nbsp;ความหลากหลายทางระบบนิเวศจากการทำประมงอวนลากในพื้นที่&nbsp;Saya&nbsp;de&nbsp;Malha&nbsp;Bank&nbsp;โดยเรียกร้อง<strong>&nbsp;ให้ประเทศไทย&nbsp;หยุดทำการประมงในบริเวณพื้นที่&nbsp;Saya&nbsp;de&nbsp;Malha&nbsp;Bank&nbsp;</strong>จนกว่าจะมีการประเมินสภาวะทรัพยากรและพัฒนามาตรการที่ปกป้อง&nbsp;ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและชนิดสัตว์น้ำ&nbsp;ตลอดจนหญ้าทะเลในบริเวณดังกล่าวซึ่งในการประชุมครั้งนั้นประเทศไทยและภาคีสมาชิก&nbsp;SIOFA&nbsp;พิจารณาแล้วเห็นว่า&nbsp;เป็นข้อเสนอที่มิได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือรองรับ&nbsp;จึงไม่ได้รับมติเห็นชอบจากภาคีสมาชิก&nbsp;SIOFA&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จากข้อเรียกร้องของ&nbsp;DSCC&nbsp;ดังกล่าว</strong>&nbsp;SIOFA&nbsp;เห็นว่าการศึกษาผลกระทบการประมงต่อพื้นท้องทะเลเป็นเรื่องสำคัญและต้องใช้อ้างอิงในการบริหารจัดการประมงเชิงพื้นที่&nbsp;จึงมีมติให้คณะกรรมการวิทยาศาสตร์&nbsp;ทำการศึกษาระบบนิเวศและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำประมงอวนลากในพื้นที่&nbsp;Saya&nbsp;de&nbsp;Malha&nbsp;Bank&nbsp;ตามแผนงานที่วางไว้&nbsp;โดยให้ใช้ระยะเวลาการศึกษา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;และให้นำมาพิจารณาในการประชุมประจำปี&nbsp;SC&nbsp;ในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาภายหลังการประชุมสามัญประจำปีเมื่อเดือนกรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;SC&nbsp;ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้&nbsp;โดยได้ประสานงานกับกรมประมงมาเป็นระยะเพื่อขอรับข้อมูลการทำประมงของกองเรือประมงไทย&nbsp;เพื่อประกอบการศึกษาวิเคราะห์ตามกระบวนงานและขั้นตอนของ&nbsp;SIOFA&nbsp;ที่กำหนดไว้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กรมประมงยังได้ประสานแจ้งและร่วมดำเนินการกับผู้ประกอบการประมงนอกน่านน้ำไทย&nbsp;และสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทยมาโดยตลอด&nbsp;</strong>โดยล่าสุด&nbsp;กรมประมงได้รับร่างรายงานผลกระทบจาก&nbsp;SIOFA&nbsp;ซึ่งจากการประเมินความเสี่ยงของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่เปราะบาง&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ชนิด&nbsp;ในพื้นที่ทำประมงอวนลากบริเวณ&nbsp;Saya&nbsp;de&nbsp;Malha&nbsp;Bank&nbsp;พบว่า&nbsp;มีความเสี่ยงในระดับต่ำ&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;และมีความเสี่ยงในระดับปานกลาง&nbsp;11&nbsp;ชนิด&nbsp;ทั้งนี้ในรายงานระบุชัดเจนว่า&nbsp;การทำประมงอวนลากไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่หญ้าทะเลแต่อย่างใด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ประเทศไทยยังคงให้ความร่วมมือกับ&nbsp;SC&nbsp;เพื่อศึกษาผลกระทบตามแผนงานที่วางไว้ต่อไป</strong>&nbsp;เพื่อให้เกิดความชัดเจนของข้อมูล&nbsp;และเป็นการแสดงให้ภาคีสมาชิก&nbsp;SIOFA&nbsp;เห็นถึงความมุ่งมั่นและจุดยืนของประเทศไทยในการบริหารจัดการประมงนอกน่านน้ำไทยอย่างยั่งยืนและปราศจากการทำประมงผิดกฎหมาย</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318214031563"],
    [468,"คณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย จังหวัดสตูล หารือแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยเกาะหลีเป๊ะ เพื่อเกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน","<p><strong>พันจ่าเอกสาคร&nbsp;สิทธิศักดิ์&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสตูล&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้มีการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;เนื่องจากปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นบนเกาะหลีเป๊ะช่วงเดือนมิถุนายน&nbsp;&nbsp;กันยายนของทุกปี&nbsp;เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;(Low&nbsp;Season)&nbsp;ประมาณ&nbsp;15&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;และช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;&nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&nbsp;เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว&nbsp;(High&nbsp;Season)&nbsp;ประมาณ&nbsp;20&nbsp;ตันต่อวัน&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด&nbsp;-19&nbsp;ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยมีจำนวนลดน้อยลงมากจึงทำให้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยลดน้อยลง&nbsp;แต่ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น</p><p><strong>สำหรับการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ</strong>&nbsp;ในปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย&nbsp;(อบต.เกาะสาหร่าย)&nbsp;ได้จ้างเหมาบริษัทกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บ&nbsp;รวบรวม&nbsp;คัดแยก&nbsp;และขนส่งขยะมูลฝอยขึ้นฝั่งโดยใช้เรือบาร์จ&nbsp;โดยโรงคัดแยกขยะมูลฝอยของบริษัทฯ&nbsp;มีพื้นที่ตั้งอยู่บนเกาะหลีเป๊ะราว&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;คัดแยกได้ร้อยละ&nbsp;35-45&nbsp;ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด&nbsp;ในส่วนของขยะมูลฝอยที่เหลือจะนำส่งกำจัดบนฝั่งที่ศูนย์จำกัดขยะมูลฝอยแบบครบจรเทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งรวมขยะอินทรีย์จำพวกเศษอาหาร&nbsp;(เดิมมีระบบผลิตก๊าชชีวภาพ&nbsp;ปัจจุบันชำรุด)&nbsp;เฉลี่ยวันละ&nbsp;9&nbsp;ตัน&nbsp;ช่วงปกติขนย้ายเดือนละ&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ส่วนช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวขนย้ายเดือนละ&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว</strong>&nbsp;ตั้งแต่การจัดการขยะจากต้นทาง&nbsp;ให้อบต.เกาะสาหร่าย&nbsp;จัดหาภาชนะเพื่อรองรับขยะที่ถูกหลักวิชาการและเพียงพอ&nbsp;ให้ผู้รับจ้างเพิ่มจำนวนครั้งในการจัดเก็บขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ&nbsp;เพื่อไม่ให้มีปริมาณขยะตกค้างในแต่ละวัน&nbsp;และให้ออกข้อบัญญัติให้สถานประกอบการมีการคัดแยกขยะมูลฝอยออกจากขยะทั่วไป&nbsp;</p><p><strong>ส่วนการจัดการขยะกลางทาง&nbsp;ให้ใช้รถเก็บขนขยะมูลฝอย</strong>ที่ถูกหลักวิชาการ&nbsp;รวมถึงการขนส่งขยะมูลฝอยด้วยเรือบาร์จให้มีการปิดคลุมด้วยผ้าใบป้องกันการปลิวของขยะมูลฝอยและน้ำชะขยะมูลฝอยไหลลงสู่ทะเล&nbsp;อีกทั้งให้เพิ่มการขนถ่ายขยะด้วยเรือบาร์จ&nbsp;3&nbsp;ครั้งต่อเดือน&nbsp;ขณะที่การจัดการขยะปลายทาง&nbsp;ให้เพิ่มศักยภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลกำแพง&nbsp;ให้สามารถรองรับขยะมูลฝอยได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ&nbsp;และให้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบจัดการขยะมูลฝอยเกาะหลีเป๊ะครบวงจรให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318133805266"],
    [469,"หลายหน่วยงานในแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่า ทำแนวกันไฟ ชิงเก็บลดเผา ลดจุดความร้อน ลดฝุ่นควัน PM2.5","<p><strong>หลายหน่วยงาน&nbsp;ร่วมปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่</strong>&nbsp;โดยเฉพาะบนยอดดอยสูง&nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กำชับทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&nbsp;ทั้งการลาดตระเวนดับไฟป่า&nbsp;การทำแนวกันไฟ&nbsp;การชิงเก็บลดเผา&nbsp;เพื่อเป้าหมายลดจุดความร้อน&nbsp;ลดฝุ่นควัน&nbsp;PM2.5&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่ปริมาณจุดความร้อน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;225&nbsp;จุด&nbsp;ขณะที่จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบจำนวน&nbsp;2,281&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;681&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,369&nbsp;จุด&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เมื่อคำนวณจุดความร้อนสะสม&nbsp;ช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบจำนวน&nbsp;1,614&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;502&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;927&nbsp;จุด</p><p><strong>ด้านคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;142&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นค่าคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;75&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นค่าคุณภาพอากาศระดับปานกลาง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318142301307"],
    [470,"คณะอนุกรรมการกำกับดูแลฯ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.แม่ฮ่องสอน ปี 6465 งวดที่ 4 เผย ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย (กิโลกรัมละ 8.50 บาท)","<p><strong>นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;4)&nbsp;ดังนี้&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;(งวดที่&nbsp;4)&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2564&nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;มกราคม&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;19&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&nbsp;15.5&nbsp;เปอร์เซ็น&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;9.72&nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&nbsp;(กิโลกรัมละ&nbsp;8.50&nbsp;บาท)&nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144005325"],
    [471,"มทบ.32 ร่วมกับภาคีเครือข่าย เยี่ยมและให้กำลังใจชุมชนจิตอาสารักษาป่า ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายธนารัฐ&nbsp;สายเทพ&nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;นางสาวดวงพร&nbsp;เกียรติดำรง&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&nbsp;นายจิระภัทร&nbsp;กันธิยาใจ&nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&nbsp;ร่วมเดินทางพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;และฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดสกัดไฟป่าของเหล่าจิตอาสาชุมชนบ้านใหม่พัฒนา&nbsp;หมู่&nbsp;13&nbsp;ตำบลพิชัย&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ซึ่งอยู่ห่างชุมชนและเป็นจุดผ่านเข้าออกพื้นที่และบริเวณที่เกิดไฟป่ามากที่สุด&nbsp;โดยจุดสกัดนี้มีนายสมเกียรติ&nbsp;ยศปินตา&nbsp;ประธานไฟป่าชุมชนบ้านใหม่พัฒนา&nbsp;และจิตอาสาดับไฟป่าหมุนเวียนเฝ้ายาม&nbsp;ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เป็นประจำทุกวัน&nbsp;นับเป็นมาตรการและได้รับความร่วมมือกับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียง&nbsp;โดยทุกคนต่างรับทราบและปฏิบัติตามมาตรการพร้อมร่วมมือกันเป็นอย่างดี&nbsp;ซึ่งทำให้ปีที่ผ่านมีการลักลอบเผาป่าน้อยลง&nbsp;แต่ยังคงมีไฟที่เกิดขึ้นที่ต้องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือดูแลเพื่อมิให้เกิดผลกระทบกับชุมชนและคนลำปางต่อไป&nbsp;</p><p><strong>ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ได้มอบน้ำดื่ม&nbsp;และน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณจุดสกัด&nbsp;พร้อมทั้งนำแจกจ่ายตามบ้านเรือนของพี่น้องบ้านใหม่พัฒนาไว้ใช้บรรเทาความเดือดร้อน&nbsp;ตามโครงการราษฎร์&nbsp;รัฐ&nbsp;ร่วมใจ&nbsp;ช่วยภัยแล้ง</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144231327"],
    [472,"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ระยอง ร่วมกิจกรรมเก็บผักตบชวา และติดตั้งตาข่ายดักขยะในคลองสาธารณะ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2565","<p><strong>นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลองสวยน้ำใส&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;เนื่องในวันท้องถิ่นไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลน้ำคอก&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;มี&nbsp;นายสมชาย&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;สุภาผล&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายประเชิญ&nbsp;เห่งยี้&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเชิงเนิน&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ขาวนวล&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคอก&nbsp;ผู้แทนบริษัทไออาร์พีซี&nbsp;จำกัด(มหาชน)&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง&nbsp;และจิตอาสาชาวจังหวัดระยอง&nbsp;ร่วมโครงการฯ</p><p><strong>ภายในงานมีกิจกรรมเก็บผักตบชวา&nbsp;และวัชพืช&nbsp;</strong>ก่อนนำผักตบชวามาทำเป็นปุ๋ยหมัก&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร&nbsp;และการติดตั้งตาข่ายดักขยะเพื่อลดปริมาณขยะจากท่อระบายน้ำ&nbsp;ก่อนไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ&nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จัดขึ้นพร้อมกัน&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลองกะแมง&nbsp;หลังหมู่บ้านศุภลัย&nbsp;ม.3&nbsp;ต.น้ำคอก&nbsp;,คลองคา&nbsp;บริเวณหนองตาโพธิ์&nbsp;ม.1&nbsp;และบริเวณสะพาน&nbsp;ม.5&nbsp;และแม่น้ำระยอง&nbsp;บริเวณสะพานวัดบ้านดอน&nbsp;ม.4&nbsp;ต.เชิงเนิน&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมที่จัดขึ้น&nbsp;เนื่องในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคมของทุกปี&nbsp;เป็นวันท้องถิ่นไทย&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมขึ้น&nbsp;เป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2448&nbsp;ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจปกครองส่วนท้องถิ่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&nbsp;และถือเป็นการกำเนิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318135829287"],
    [473,"คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ มีมติเห็นชอบอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าสร้างคาร์บอนเครดิต พร้อมเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาการลงนามปฏิญญากลาสโกว์ฯสัปดาห์หน้า","<p><strong>คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ&nbsp;มีมติเห็นชอบอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าสร้างคาร์บอนเครดิต&nbsp;พร้อมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาการลงนามปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินสัปดาห์หน้า</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่าจากการประชุมคณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ที่มี&nbsp;พลเอกประวิตรวงษ์&nbsp;สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี&nbsp;เป็นประธานได้มีมติเห็นชอบการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าภาคเอกชน&nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกป่าเศรษฐกิจด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ทำให้การพัฒนาของประเทศไทยก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านสังคม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยภาคเอกชนสามารถปลูกป่าได้ทั้งป่าบกและป่าชายเลนช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และสีเขียวให้กับประเทศที่ไม่ใช่การทำ&nbsp;CSR&nbsp;อีกต่อไป&nbsp;แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย&nbsp;ที่สำคัญจะสร้างการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตของไทยตามนโยบายการขับเคลื่อนบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน&nbsp;(Carbon&nbsp;neutrality)&nbsp;ภายในปี&nbsp;2050&nbsp;และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&nbsp;(Net&nbsp;Zero&nbsp;Greenhouse&nbsp;Gas&nbsp;Emission)&nbsp;ภายในปี&nbsp;2065&nbsp;ภายใต้กลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต&nbsp;ขณะที่การลงนามปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินของประเทศไทยอยู่ระหว่างกระบวนขั้นตอนดำเนินงาน&nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาสัปดาห์หน้าจากนั้นจะสามารถลงนามได้ทันที&nbsp;เพื่อใช้ขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย&nbsp;ซึ่งเป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดิน&nbsp;สร้างความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และรักษาไว้ซึ่งการบริการของระบบนิเวศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ประชุมยังได้พิจารณาให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถจำหน่ายไม้ของกลางได้ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำรายได้เข้ารัฐ&nbsp;จากเดิมที่ให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;(อ.อ.ป.)&nbsp;จำหน่ายไม้ของกลางได้เพียงผู้เดียว&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาได้เก็บไม้ของกลางไว้จำนวนมากส่งผลให้ไม้ของกลางที่มีอยู่เกิดการเสื่อมสภาพและผุพัง&nbsp;เพราะจำหน่ายไม้ไม่ทัน</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318140054289"],
    [474,"ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควันอำเภอเด่นชัย สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวก","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;</strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;ที่บริเวณทางหลวงสายเด่นชัย-ลำปาง&nbsp;ก่อนถึงค่ายพระยาไชยบูรณ์&nbsp;นายกองโท&nbsp;อิสรา&nbsp;สุขแจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเด่นชัย&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวกหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเด่นชัย&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;โดยมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&nbsp;ทหารจากกองพันทหารม้าที่&nbsp;12&nbsp;กองพลทหารม้าที่&nbsp;1&nbsp;ค่ายพระยาไชยบูรณ์&nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าไปปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวกหมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเด่นชัย&nbsp;ซึ่งพบว่ามีการลุกไหม้ในพื้นที่เขาสูงชัน&nbsp;จึงต้องใช้กำลังเดินเท้าเข้าไปดับ</p><p><strong>&nbsp;นายกองโท&nbsp;อิสรา&nbsp;สุขแจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเด่นชัย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>พื้นที่ดังกล่าว&nbsp;ทางอำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจและร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้าไปทำการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;จนถึงวันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ได้จัดชุดเดินทางเข้าไปอีกและทำการสร้างแนวกันไฟป้องกันไฟลุกลามเป็นวงกว้าง&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี&nbsp;ขอบคุณผู้หวังดีที่แจ้งเหตุ&nbsp;ซึ่งทางราชการเข้าไปปฏิบัติงานอย่างเต็มที่&nbsp;จะไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144650337"],
    [475,"ชลประทาน 6 ยืนยัน ปีนี้อีสานน้ำมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร แต่ยังขอความร่วมมือให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด","<p><strong>ชลประทานยืนยัน&nbsp;ปีนี้อีสานน้ำมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร&nbsp;แต่ยังขอความร่วมมือให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด</strong>&nbsp;ขณะที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;1&nbsp;จัดเวทีสื่อสารสถานการณ์น้ำและการเกษตรแก่ประชาชนผ่านสื่อสมัยใหม่</p><p><br></p><p><strong>ที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;1&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;</strong>ดร.พรพิทักษ์&nbsp;แม้นศิริ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;1&nbsp;เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว&nbsp;สถานการณ์น้ำและเตรียมการรับมือภัยแล้งอีสานตอนบน&nbsp;โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย&nbsp;นายสมปอง&nbsp;ฉ่ำกมล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;นายดำรงฤทธิ์&nbsp;หลอดคำ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;4&nbsp;และนายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;ผ่านรูปแบบออนไลน์&nbsp;ระบบซูม&nbsp;และออนไซต์&nbsp;เพื่อสื่อสารไปยังประชาชนให้เข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;รวมถึงการเพาะปลูกและราคาสินค้าเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเพาะปลูกในพื้นที่ต่อไป</p><p><strong>ทั้งนี้สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้ถ่ายทอดการแถลงข่าวผ่าน&nbsp;เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&nbsp;1&nbsp;และถ่ายทอดเสียงผ่าน&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&nbsp;จังหวัดขอนแก่น&nbsp;เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารถึงประชาชนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น&nbsp;โดยภายในห้องประชุมมีสื่อมวลชนร่วมรับฟัง&nbsp;นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนในเขตพื้นที่&nbsp;11&nbsp;จังหวัดภาคอีสานตอนบน&nbsp;ร่วมรับฟังผ่านโปรแกรม&nbsp;zoom</p><p><strong>นายสมปอง&nbsp;ฉ่ำกมล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้ค่อนข้างดีเนื่องจากปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ขนาดกลางและขนาดเล็กทำให้ปีนี้ในช่วงแล้งจะสามารถส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเกษตรได้เต็มที่&nbsp;ขณะที่พื้นที่นอกเขตชลประทาน&nbsp;สำนักงานชลประทานที่&nbsp;6&nbsp;ยังได้เตรียมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันที&nbsp;ในส่วนของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคนั้นมั่นใจว่าไม่ขาดแคลนแน่นอน&nbsp;เนื่องจากการประปาส่วนภูมิภาคทั้ง&nbsp;48&nbsp;แห่งทั่วภาคอีสาน&nbsp;ยืนยันว่ามีน้ำเพียงพอในการแจกจ่ายให้ประชาชนอุปโภคโภคและบริโภค</p><p><strong>ด้านนายดำรงฤทธิ์&nbsp;หลอดคำ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่&nbsp;4&nbsp;</strong>กล่าวเพิ่มเติมว่าถึงแม้ว่าจะมีน้ำในการทำการเกษตรจำนวนมากเพียงพอตลอดหน้าแล้งแต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องขอความร่วมมือให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชตามความต้องการของตลาดเพื่อที่จะมีรายได้จากการเกษตรเต็มที่&nbsp;เช่นหากปีนี้ราคาข้าวตกต่ำให้หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่มีราคาสูง&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ถั่วเขียว&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายชาญยุทธ&nbsp;วันดี&nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&nbsp;</strong>เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&nbsp;พาณิชย์จังหวัดได้สำรวจตลาดที่จะรองรับผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งยืนยันว่ามีหลายจุดที่รับซื้อผลผลิต&nbsp;โดยเฉพาะพืชฤดูแล้งโดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมไปยังตลาดโดยตรง&nbsp;หรือโทรศัพท์สอบถามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ในเวลาราชการ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318163907453"],
    [476,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 800 จุด โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;800&nbsp;จุด&nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงทำสถิติใหม่กว่า&nbsp;7,600&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(17&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;852&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;337&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;228&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;157&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;49&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;225&nbsp;จุด&nbsp;ติดต่อกัน&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;,&nbsp;ลำปาง&nbsp;110&nbsp;จุด&nbsp;และแพร่&nbsp;65&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมจุดความร้อนทั้งประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือภาค&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเบาบางเนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,497&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,072&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,016&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;19&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบสูงถึง&nbsp;7,631&nbsp;จุด&nbsp;ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;852&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;393&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318150029362"],
    [477,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดลำพูน มุ่งแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อย่างยั่งยืน","<p><strong>ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการ&nbsp;และติดตามสถานการณ์น้ำ&nbsp;ณ&nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;โดยมีนายภาษเดช&nbsp;หงษ์ลดารมภ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และประชนชาวอำเภอแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>ในการนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่</strong>&nbsp;และการบรรยายสรุป&nbsp;สถานการณ์น้ำ&nbsp;และความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนสำหรับการเพาะปลูก&nbsp;ความจุ&nbsp;2.67&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;โดยมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;ในเขตพื้นที่หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลโป่งทุ่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลแม่ลาน&nbsp;อำเภอลี้&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ของประชาชน&nbsp;จำนวน&nbsp;879&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในขอบเขตพื้นที่โครงการ&nbsp;ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจให้กับราษฎรและนักท่องเที่ยว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่โครงการฯ&nbsp;ส่วนใหญ่</strong>&nbsp;ที่ดินที่อยู่ในเขตก่อสร้างมีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;จำนวน&nbsp;350&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นพื้นที่ราษฎร&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;(ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์&nbsp;นส.3ก.,&nbsp;นส.2)ปัจจุบัน&nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&nbsp;รังวัดปักหลักเขตเป็นพื้นที่ป่าถาวร&nbsp;ตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;2484&nbsp;จำนวน&nbsp;250&nbsp;ไร่&nbsp;(พื้นที่กันออก)ขออนุญาตแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;ก.ค.64&nbsp;(พร้อมดำเนินการก่อสร้าง&nbsp;ได้ขอผ่อนผันการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ที่ขออนุญาตไปพลางก่อนตามมติ&nbsp;ครม.&nbsp;28&nbsp;กันยายน&nbsp;2536)</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ&nbsp;ภายใต้ภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;แก่ส่วนราชการ&nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยม&nbsp;และพบปะประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่&nbsp;&nbsp;และจะผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้น&nbsp;ภายในปี&nbsp;2565&nbsp;อย่างแน่นอน&nbsp;พร้อมทั้งจะได้เร่งการดำเนินจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง&nbsp;ภายในระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2569&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำกินน้ำใช้&nbsp;และเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318154226400"],
    [478,"กองการบิน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำอากาศยานขนน้ำดับไฟป่าในท้องที่ตอนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันนี้&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;กองการบิน&nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>นำอากาศยาน&nbsp;เฮลิคอปเตอร์&nbsp;ทำการขนน้ำแล้วทิ้งน้ำดับไฟป่า&nbsp;บริเวณพื้นที่อำเภอสบเมย&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยพบจุดความร้อนกระจายในทุกอำเภอ&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และอำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ด้าน&nbsp;นายธิติทัศน์&nbsp;ฉลอม&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&nbsp;นายมิตร&nbsp;อุตมะ&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร&nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;นายลิขิต&nbsp;ไหวพรม&nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง&nbsp;(เตรียมการ)&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้&nbsp;ร่วมกันบินตรวจพื้นที่ป่าตามการปฎิบัติการบินบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันประจำปีงบประมาณ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในห้วงเวลาห้ามเผานับตั้งแต่วันที่&nbsp;22&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง&nbsp;(เตรียมการ)&nbsp;พบจุดไฟป่า&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;จัดให้มีการประชุมร่วมของเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;และวางแผนการจัดกำลังพลเข้าพื้นที่ในการดับไฟป่าตามพิกัดที่ได้จากการบินตรวจไฟป่า&nbsp;และ&nbsp;มอบหมายให้ชุดภาคพื้นดิน&nbsp;โดย&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;นาย&nbsp;เข้าพื้นที่เพื่อดับไฟป่าตามพิกัดที่ได้จากการบินตรวจไฟป่า&nbsp;ทำการดับไฟป่าแล้วเสร็จ&nbsp;มีพื้นที่ถูกไฟเผาไหม้&nbsp;จำนวนเนื้อที่ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าเป็นไฟที่เกิดมาจากพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านและลุกลามเข้ามาในพื้นที่ป่า&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็นส่วนใหญ่&nbsp;และลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศจังหวัดแม่ฮ่องสอนวันนี้&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;โดยกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;ได้รายงานคุณภาพอากาศบริเวณตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ตรวจ&nbsp;พบปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;หรือ&nbsp;PM2.5&nbsp;มีค่า&nbsp;146&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นละออง&nbsp;ขนาดไม่เกิน&nbsp;10&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM10)&nbsp;มีค่า&nbsp;156&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;พบมีการลอบเผาป่าอย่างหนักในแทบทุกอำเภอ&nbsp;ส่วนใหญ่เป็นป่าในเทือกเขาสูงชัน&nbsp;ยากต่อการดับไฟป่า&nbsp;ทำให้ควันพิษปกคลุมเมืองหนาทึบไม่หยุด&nbsp;จากการตรวจจุดความร้อน&nbsp;(&nbsp;Hotspot&nbsp;)&nbsp;ด้วยดาวเทียม&nbsp;พบว่า&nbsp;จุดความร้อนที่แม่ฮ่องสอน&nbsp;พบจำนวน&nbsp;255&nbsp;จุดสูงสุดที่&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;67&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนรวม&nbsp;66&nbsp;จุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","NULL","เชียงราย","สวท.เชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318153559388"],
    [479,"อปท.ระยอง จัดกิจกรรมเก็บผักตบชวา และติดตั้งตาข่ายดักขยะในคลองสาธารณะ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2565","<p><strong>นายยุทธพล&nbsp;องอาจอิทธิชัย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลองสวยน้ำใส&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;เนื่องในวันท้องถิ่นไทย&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลน้ำคอก&nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&nbsp;มีนายสมชาย&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;นายธวัชชัย&nbsp;สุภาผล&nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง&nbsp;นายธนโชค&nbsp;พงษ์ชวลิต&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง&nbsp;นายประเชิญ&nbsp;เห่งยี้&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเชิงเนิน&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ขาวนวล&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคอก&nbsp;และผู้บริหารบริษัท&nbsp;ไออาร์พีซี&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ร่วมโครงการฯ&nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมเก็บผักตบชวา&nbsp;และวัชพืช&nbsp;ติดตั้งตาข่ายดักขยะรวมทั้งการนำผักตบชวามาทำเป็นปุ๋ยหมัก&nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์&nbsp;โดยดำเนินกิจกรรมใน&nbsp;4&nbsp;จุดของแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่&nbsp;อ.เมืองระยอง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลองจัด&nbsp;บริเวณวัดน้ำคอกเก่า&nbsp;ม.3&nbsp;ต.น้ำคอก&nbsp;คลองคา&nbsp;บริเวณหนองตาโพธิ์&nbsp;ม.1&nbsp;และบริเวณสะพาน&nbsp;ม.5&nbsp;และแม่น้ำระยอง&nbsp;บริเวณสะพานวัดบ้านดอน&nbsp;ม.4&nbsp;ต.เชิงเนิน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมที่จัดขึ้น&nbsp;เนื่องในวันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;เป็นวันท้องถิ่นไทย</strong>&nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;5&nbsp;ที่ทรงมีต่อการปกครองท้องถิ่นไทย&nbsp;ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจปกครองส่วนท้องถิ่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&nbsp;และถือเป็นการกำเนิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172225476"],
    [480,"ผวจ.นครศรีธรรมราช นำทีมลงพื้นที่ตรวจติดตามและป้องปรามการกักตุนและฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ อาหารสัตว์ ปุ๋ยเคมี และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่บริษัทเอฟเอ็มเอส&nbsp;จำกัด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;</strong>ตำบลช้างช้าย&nbsp;อำเภอพระพรหม&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจติดตาม&nbsp;ป้องปรามและชี้แจงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ&nbsp;เพื่อป้องปรามการกักตุนและฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;อาหารสัตว์&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การลงพื้นที่ในวันนี้&nbsp;มีประเด็นสำคัญอยู่&nbsp;2&nbsp;เรื่อง&nbsp;คือ&nbsp;ให้คำแนะนำและขอความร่วมมือห้ามกักตุนสินค้า&nbsp;และห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าทั้งในส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;และปุ๋ย&nbsp;นอกจากนั้นในการลงตรวจติดตามครั้งนี้ยังดูไปถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และการดำเนินการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะดำเนินการใน&nbsp;3&nbsp;ขั้นตอน&nbsp;คือ&nbsp;การบังคับใช้กฎหมาย&nbsp;การป้องปราม&nbsp;และการขอความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;บริษัทเอฟเอ็มเอส&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์</strong>&nbsp;เจ้าหน้าที่จะดูตั้งแต่วัตถุดิบต้นทางที่เข้ามามีอะไรบ้าง&nbsp;นำมาจากที่ใด&nbsp;ต้องเอาตัวเลขรายวัน&nbsp;จดบันทึกและรายงานไปยังส่วนกลาง&nbsp;เพื่อให้เป็นภาพรวมของส่วนกลาง&nbsp;ว่ามีวัตถุดิบอาหารสัตว์หรือปุ๋ย&nbsp;ขายไปในพื้นที่ใดบ้าง&nbsp;ซึ่งจำเป็นจะต้องมาดูที่โรงงานเป็นลำดับแรก&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;เมื่อแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ที่จะออกจำหน่าย</strong>&nbsp;จะต้องรู้จำนวนที่ผลิตและออกจำหน่ายที่ใดบ้าง&nbsp;จำหน่ายไปยังร้านค้าหรือเกษตรกรโดยตรง&nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&nbsp;รวมทั้งการตรวจสอบเรื่องราคาสินค้า&nbsp;กรณีโรงงานมีการขึ้นราคาสินค้า&nbsp;จะต้องดูถึงความจำเป็นและความเหมาะสม&nbsp;ที่สำคัญคือการไปดูที่หน้าร้านค้าต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;กรณีโรงงานขึ้น&nbsp;3&nbsp;บาท&nbsp;แต่หน้าร้านฉวยโอกาสขึ้น&nbsp;10-20&nbsp;บาท&nbsp;ด้วยเหตุผลอะไร&nbsp;นี่คือการตรวจ&nbsp;การช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>โดยรัฐบาลได้ให้นโยบายที่ชัดเจนและเอาจริงเอาจังกับเรื่องดังกล่าว</strong>&nbsp;ฉะนั้นกลไกที่สำคัญคือภาครัฐ&nbsp;หน่วยงานของรัฐบาลจะต้องจริงจัง&nbsp;ในการลงมาตรวจในพื้นที่เพื่อให้เป็นการเริ่มต้น&nbsp;ของความเข้าใจในการบูรณาการ&nbsp;การกักตุนสินค้าไม่ได้ดูแค่ว่าสินค้ามีจำนวนมาก&nbsp;ดูว่าสินค้าแจ้งไว้เข้ามาเท่าไหร่&nbsp;มีจำนวนน้อยแต่ว่านำไปเก็บไว้ที่ไหนบ้าง&nbsp;หรือบางครั้งแจ้งเผื่อไว้ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นความผิด&nbsp;การขึ้นราคาสินค้านอกจากสมเหตุสมผลแล้ว&nbsp;มีข้ออ้างต่างๆ&nbsp;แล้วเจ้าหน้าที่ต้องดูว่าเป็นการฉวยโอกาส&nbsp;หรือซ้ำเติมเกษตรกรหรือไม่&nbsp;</p><p><strong>จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องเกษตรกรว่า</strong>&nbsp;รัฐบาลห่วงใยและช่วยเหลือท่านอย่างจริงจัง&nbsp;และขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการว่าโอกาสดังกล่าวเป็นโอกาสที่เราจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ/18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165554460"],
    [481,"กลุ่มเกษตรทำสวนยางฯ ตาชี จับมือ บริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ ฯ  ลงนาม MOU เพิ่มมูลค่ายางพาราไทย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ที่กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี</strong>&nbsp;ตำบลตาชี&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;MOU&nbsp;โครงการเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย&nbsp;ระหว่างบริษัท&nbsp;เอส.เค.โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;ดำรงกูล&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี,&nbsp;น.ส.จรูญรัตน์&nbsp;ธิรักษพันธ์&nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&nbsp;บริษัท&nbsp;เอส.เค.โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;นายสุรชัย&nbsp;บุญวรรโณ&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;นาย&nbsp;ธัชพงศ์&nbsp;บัวนุช&nbsp;สหกรณ์จังหวัดยะลา&nbsp;และประชาชนในพื้นที่&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในการบันทึกข้อตกลงครั้งนี้</p><p><strong>นายทรงวุฒิ&nbsp;ดำรงกูล&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้&nbsp;เพื่อดำเนินการร่วมกันส่งเสริมให้เกษตรกรมีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต&nbsp;และการพัฒนาบุคลากรของสถาบันเกษตรกรอยู่ในระดับอุตสาหกรรม&nbsp;อีกทั้งเพิ่มมูลค่าของยางธรรมชาติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการทำบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มเกษตรกร</strong>ทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&nbsp;และบริษัทเอส.เค.โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ได้จัดทำสัญญาการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน&nbsp;คือ&nbsp;ยางกั้นล้อรถยนต์ในที่จอดรถ&nbsp;และยางปะรองท่อประปา&nbsp;เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างประเทศได้เห็นถึงฝีมือของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลา</p><p><strong>ด้านนายสุรชัย&nbsp;บุญวรรโณ&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;</strong>ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่การยางแห่งประเทศไทยทั้ง&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เป็นที่น่ายินดีสำหรับกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีได้จัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;กับบริษัท&nbsp;&nbsp;เอส.เค&nbsp;โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยฝีมือกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางจากจังหวัดยะลา&nbsp;และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ได้มีงานทำจากการผลิตผลิตภัณฑ์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong>&nbsp;</p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318164523455"],
    [482,"กลุ่มเกษตรทำสวนยางฯ ตาชี จ.ยะลา จับมือ บริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด","<p><strong>นายทรงวุฒิ&nbsp;ดำรงกูล&nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนยาง</strong>และผลิตภัณฑ์ยางตาชี&nbsp;ได้ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;MOU&nbsp;กับบริษัท&nbsp;เอส.เค.โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภิรมย์&nbsp;นิลทยา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;นายทรงวุฒิ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การทำบันทึกข้อตกลงครั้งนี้</strong>เป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&nbsp;และบริษัทเอส.เค.โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ที่ได้จัดทำสัญญาการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน&nbsp;คือ&nbsp;ยางกั้นล้อรถยนต์ในที่จอดรถ&nbsp;และยางปะรองท่อประปา&nbsp;การที่ได้จัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ในครั้งนี้เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&nbsp;ได้ทำการติดต่อซื้อสารเคมีที่ใช้ทำการผลิตแท่งเบริเออร์&nbsp;ที่ใช้ในโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และได้มีการติดต่อกันมาตลอดทำให้บริษัทเอส.เค.โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;ไว้วางใจให้กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีผลิตยางกั้นล้อรถยนต์และยางรองปะท่อประปา&nbsp;ให้บริษัท&nbsp;เอส.เค&nbsp;โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ทางกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีได้จัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;และทางกลุ่มก็มีวัสดุ&nbsp;อุปกรณ์ครบในการผลิต&nbsp;ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างประเทศได้เห็นถึงฝีมือของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;จ.ยะลาอีกด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสุรชัย&nbsp;บุญวรรโณ&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง</strong>&nbsp;ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่การยางแห่งประเทศไทยทั้ง&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ก็เป็นที่น่ายินดีสำหรับกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีได้จัดทำ&nbsp;MOU&nbsp;ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา&nbsp;กับบริษัท&nbsp;เอส.เค&nbsp;โพลีเมอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยฝีมือกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางจากจังหวัดยะลา&nbsp;และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ได้มีงานทำจากการผลิตผลิตภัณฑ์&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยก็มีโครงการที่ช่วยเหลือ</strong>พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางคือ&nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2565&nbsp;อนุมัติให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;คณะทำงานได้มีการประชุมคณะกำหนดราคากลางอ้างอิง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;4&nbsp;เมือวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ประชุมได้กำหนดราคากลางอ้างอิงการขายตามชนิดยางที่จะชดเชยโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ในรอบที่&nbsp;5&nbsp;หรือเงินชดเชยครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ของเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;แต่รอบนี้เกษตรกรจะไม่ได้รับเงินส่วนต่างชดเชยการประกันราคายาง&nbsp;รอบที่&nbsp;5&nbsp;ทั้งสามชนิดไม่ว่าจะเป็น&nbsp;ยางแผ่นดิบ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;ไม่มีการชดเชยทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;&nbsp;เนื่องจากราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการชดเชยของรอบที่&nbsp;5&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;แต่ยังมีรอบที่&nbsp;6&nbsp;ของเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายสุรชัย&nbsp;บุญวรรโณ&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง</strong>&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;โดยพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;)&nbsp;ได้รับอนุมัติจำนวนพื้นที่รวม&nbsp;19,500&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;ดังนี้1.&nbsp;เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับเกษตรกรชาวสวนยางกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;และได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่2.&nbsp;สวนยางมีอายุตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือนขึ้นไป&nbsp;ไม่ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;มีต้นยางเฉลี่ยไม่น้อยกว่า&nbsp;25&nbsp;ต้นต่อไร3.&nbsp;ต้องไม่เป็นสวนยางที่อยู่ระหว่างรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน4&nbsp;.เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีเนื้อที่สวนยางที่ถือครองไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>เกษตรกรท่านใดสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยสาขาใกล้บ้านนะครับ&nbsp;&nbsp;ก็เป็นโครงการดีๆ&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;หนึ่งโครงการที่การยางแห่งประเทศไทยพยายามช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการระบาดและประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;&nbsp;ยางพาราที่ทำให้เกิดผลกระทบจากผลผลิตยางพาราตกต่ำ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำอาชีพสวนยาง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318173408482"],
    [483,"จังหวัดสุรินทร์ตรวจวัดมลพิษอุตสาหกรรม ป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)","<p><strong>นางอิฐสราชัย&nbsp;ลำพา&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายธรรมชัย&nbsp;สุมา&nbsp;วิศวกรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมตรวจวัดมลพิษอุตสาหกรรม&nbsp;ตามแผนการตรวจสถานประกอบการโรงงานที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษทางอากาศ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่อำเภอปราสาท&nbsp;</p><p><strong>การตรวจครั้งนี้เป็นการตรวจบูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัย</strong>และเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ซึ่งการตรวจครั้งนี้เป็นการกำกับดูแลป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM&nbsp;2.5)</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172302477"],
    [484,"นครพนมเชิญชวนประชาชนสมัครเข้าร่วมโครงการโคกหนองนากับการผสมผสานความพอเพียงที่พร้อมก้าวสู่ความยั่งยืน","<p><strong>นางเครือวัลย์&nbsp;สุจริตตานันท์&nbsp;เกษตรกรบ้านตาล</strong>&nbsp;ตำบลนาหว้า&nbsp;อำเภอนาหว้า&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม&nbsp;ได้เข้ามาสอบถามว่ามีใครสนใจที่จะทำโคกหนองนาบ้าง&nbsp;ซึ่งขั้นแรกก่อนที่จะเริ่มทำก็จะมีการเตรียมหาปุ๋ยมาบำรุงดินก่อน&nbsp;คือการไปหาฟางและมูลสัตว์มาทำปุ๋ยแห้ง&nbsp;ปุ๋ยน้ำ&nbsp;และน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในการบำรุงดิน&nbsp;เจ้าหน้าที่มาขุดแปลงให้&nbsp;ก็เริ่มลงมือปลูกพืชได้เลย&nbsp;ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่าควรปลูกต้นกล้วยก่อนเพราะจะทำให้พื้นที่มีความชุ่มชื้น&nbsp;และมีน้ำในดินสามารถเลี้ยงพืชชนิดอื่นๆได้&nbsp;จากนั้นก็ปลูกตะไคร้เพื่อยึดหน้าดินร่วมกับหญ้าแฝก&nbsp;ซึ่งที่เราปลูกมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เรามีกินมีใช้และเมื่อเหลือก็จะมีขาย</p><p><strong>นางเครือวัลย์&nbsp;สุจริตตานันท์&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>ตอนนี้ที่ขายก็จะมีพืช&nbsp;ประเภทต้นหอม&nbsp;พริก&nbsp;ผักบุ้ง&nbsp;และผักกาด&nbsp;โดยจะมีร้านค้ามาสั่งเป็นประจำแม้จะมีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม&nbsp;แต่ทุกคนจะชอบ&nbsp;เพราะไม่มีพิษมีภัยต่อร่างกายเนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมี&nbsp;จะใส่เพียงปุ๋ยทั่วไปแล้วก็รดน้ำเท่านั้น&nbsp;ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ตอนนี้ยังไม่โตเต็มที่เท่าไหร่จึงยังไม่ได้ขาย&nbsp;ซึ่งจากการทำมา&nbsp;&nbsp;5&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เดือนพบว่าน้ำในบ่อมีไม่เพียงพอก็ได้คิดหาวิธีอื่นมาแก้ไข&nbsp;</p><p><strong>โดยวางแผนว่าจะเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติมจากนั้น</strong>จะใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วย&nbsp;แต่อาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้ข้อมูลว่า&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;บ่อจะเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น&nbsp;จึงได้ชะลอแผนตัวนี้ไปก่อนเพื่อรอดูว่าปีถัดไปน้ำจะมากน้อยขนาดไหน&nbsp;ดังนั้นในตอนนี้การปลูกพืชจึงมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย&nbsp;เช่น&nbsp;พื้นที่บางส่วนเคยมีเห็ดเกิดขึ้นมาก็จะมีการหาวิธีปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมเพื่อให้เห็ดเกิดมากขึ้น&nbsp;จะได้เป็นอีกหนึ่งช่องทางของแหล่งอาหาร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ก็มีการหาพืชชนิดอื่นๆ&nbsp;มาปลูกเพิ่มเติมเพราะถือเป็นช่วงแรกที่เราเริ่มทำโคกหนองนา&nbsp;เริ่มบำรุงดิน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้คือจะปลูกผสมผสานกันทุกอย่าง</strong>ที่เป็นพืช&nbsp;5&nbsp;ชนิด&nbsp;สูง&nbsp;เตี้ย&nbsp;เรี่ยดิน&nbsp;และใต้ดิน&nbsp;รวมถึงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เพิ่มด้วย&nbsp;เพราะเราจะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกนาน&nbsp;ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;โรคภัยไข้เจ็บไปไหนมาไหนไม่ได้เราก็จะมีอยู่มีกินอย่างพอเพียงตอนนี้คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นแปลงโคกหนองนา&nbsp;ก็มีการเข้ามาสอบถามและขอดูอยู่เรื่อย&nbsp;ๆ&nbsp;เราก็เชิญให้เข้ามาดูมาชมและเรียนรู้&nbsp;สิ่งไหนที่เป็นความรู้ที่ให้ได้เราก็พร้อมถ่ายทอดต่อ&nbsp;รวมถึงแนะนำช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอื่นๆ&nbsp;ให้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318175558494"],
    [485,"ชาวนา ?อ.ชุมพวง? จังหวัดนครราชสีมา ?เปลี่ยนนาปลูกพืชผัก?สวนครัว?โกยเงินแสนช่วงหน้าแล้ง","<p><strong>นายโกวิทย์&nbsp;เพียรแก้ว&nbsp;เกษตรอำเภอชุมพวง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลชุมพวง&nbsp;ได้ออกสำรวจและเยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;หมู่บ้านชุมพวงธารทอง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ตำบลชุมพวง&nbsp;อำเภอชุมพวง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายพีระ&nbsp;หมายดี&nbsp;และนางนิว&nbsp;กายตะคุ&nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่นามาปลูกพืชฤดูแล้งเพื่อสร้างรายได้?&nbsp;</p><p><strong>โดยนายพีระ&nbsp;หมายดี&nbsp;ปรับเปลี่ยนพื้นที่นามาปลูกมะระจีน</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;เก็บขาย&nbsp;2-3&nbsp;วัน/ครั้ง&nbsp;ครั้งละ&nbsp;500&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ขายได้ราคากิโลกรัมละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เป็นจำนวนเงิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท/การเก็บเกี่ยว?1?ครั้ง&nbsp;โดยส่งขายที่ตลาดสุระนคร&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาและตลาดไท&nbsp;กรุงเทพมหานครส่วนนางนิว&nbsp;กายตะคุ&nbsp;มีพื้นที่จำนวน&nbsp;11&nbsp;ไร่&nbsp;อยู่ติดกับพื้นที่นายพีระ&nbsp;หมายดี&nbsp;ปลูกแคตาลูป&nbsp;ถั่วฝักยาว&nbsp;แตงกวา&nbsp;บวบเหลี่ยม&nbsp;โดยปลูกแคนตาลูป&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;จำหน่าย&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;รวมจำหน่ายทั้งแปลงได้มีรายได้ประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;97,000&nbsp;ต่อรอบการปลูก&nbsp;ปลูกถั่วฝักยาวพื้นที่&nbsp;1&nbsp;ไร่&nbsp;ขายในราคากิโลกรัมละ&nbsp;25&nbsp;บาท&nbsp;เก็บขายวันละ&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;รายได้จากการขายถั่วฝักยาววันละประมาณ&nbsp;2,500&nbsp;บาท&nbsp;ปลูกบวบเหลี่ยม&nbsp;ในพื้นที่รวมกับถั่วฝักยาว&nbsp;เก็บจำหน่าย&nbsp;วันละ&nbsp;70&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;1,400&nbsp;บาท</p><p><strong>นายโกวิทย์?&nbsp;เพียรแก้ว?&nbsp;เกษตรอำเภอชุมพวง?&nbsp;จ.นครราชสีมา?&nbsp;กล่าวว่า?&nbsp;</strong>เกษตรกรทั้ง?2?&nbsp;ราย?&nbsp;ถือเป็นต้นแบบ?&nbsp;ให้เกษตรกรรรายอื่น?&nbsp;ในการแบ่งพื้นทีานาบางส่วน?&nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกพืชหน้าแล้ง?&nbsp;หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว?นาปี?&nbsp;?&nbsp;ซึ่งเกษตรทั้ง?&nbsp;2?&nbsp;ราย?&nbsp;ได้ทำการเปลี่ยนพื้นที่นาปลูกพืชหน้าแล้ง?&nbsp;มาประมาณ?&nbsp;2?ปี?&nbsp;เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวแทนการทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของเกษตรกร&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชตระกูลแตง&nbsp;ตระกูลถั่ว&nbsp;พืชไม้เลื้อย&nbsp;และพืชอายุสั้นที่สามารถให้ผลผลิตได้ไวทันต่อการออกจำหน่ายสู่ตลาด&nbsp;</p><p><strong>โดยเฉพาะพืชผักสวนครัว&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;</strong>ได้ดีทั้งยังลงทุนน้อยให้ผลผลิตไวมีรายได้หมุนเวียนชัดเจน&nbsp;และยังสามารถบรรเทาค่าใช้จ่ายในครอบครัว&nbsp;&nbsp;จากการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ในการปลูกกินเหลือขายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318184437504"],
    [486,"สุพรรณบุรีเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สูบน้ำ ผันน้ำ ทอยน้ำ ผ่านคลองผ่าโลก สานฝันอาชีพเกษตรกร","<p><strong>วันนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่สระน้ำสาธารณะบ้านหนองสานแตร</strong>&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลทะเลบก&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;สูบน้ำ&nbsp;ผันน้ำ&nbsp;ทอยน้ำ&nbsp;ผ่านคลองผ่าโลก&nbsp;สานฝันอาชีพเกษตรกร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลทะเลบก&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ประชาชนชาวตำบลทะเลบก&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;</strong>พื้นที่ตำบลทะเลบก&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;เป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลักและอยู่นอกเขตชลประทาน&nbsp;ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&nbsp;ปัจจุบันน้ำในบ่อน้ำสาธารณะต่างๆ&nbsp;มีปริมาณลดน้อยลง&nbsp;ทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;และน้ำเพื่อการปศุสัตว์&nbsp;ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนกระเสียวมีปริมาณน้ำเต็มปริมาณความจุของเขื่อน&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;(นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน)</strong>&nbsp;ได้ประสานงานกับคณะกรรมการ&nbsp;JMC&nbsp;และ&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;&nbsp;เพื่อพิจารณาจัดสรรน้ำให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าด่านช้างของกรมชลประทาน&nbsp;เพื่อสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ&nbsp;และอำเภอดอนเจดีย์&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลทะเลบก&nbsp;ที่ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เพื่อบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุข&nbsp;และสานฝันให้เกษตรกร&nbsp;ที่รอคอยวันนี้มาเป็นระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;ปี</p><p><strong>นายธีรยุทธ์&nbsp;จันทร์ดิษฐวงษ์&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</strong>&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ศูนย์&nbsp;ปภ.เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการปฏิบัติงานขุดลอกเปิดทางน้ำคลองผ่าโลก&nbsp;เป็นระยะทาง&nbsp;22&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;นับจากสถานีสูบน้ำแจงงาม&nbsp;อ.หนองหญ้าไซ&nbsp;ถึงแยกหนองสานแตร&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;อ.ดอนเจดีย์&nbsp;โดยเมื่อมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนกระเสียว&nbsp;อ.ด่านช้าง&nbsp;มวลน้ำจะใช้เวลาประมาณ&nbsp;7&nbsp;ชั่วโมงในการเดินทางมาถึงแยกหนองสานแตร&nbsp;จากนั้นจะไหลเข้าสู่สระน้ำสาธารณะในพื้นที่&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;และ&nbsp;ต.สระกระโจม&nbsp;รวม&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งรองรับปริมาตรน้ำได้รวม&nbsp;752,800&nbsp;ลบ.ม.</p><p><strong>ด้านนายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จะมีการผันน้ำจากเขื่อนกระเสียวผ่านคลองผ่าโลกมาถึง&nbsp;ต.ทะเลบก&nbsp;อ.ดอนเจดีย์&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;3&nbsp;เดือน&nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรใช้ปลูกพืช&nbsp;เช่น&nbsp;ฟักทอง&nbsp;พริก&nbsp;แฟง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และทำปศุสัตว์&nbsp;เลี้ยงเป็ด&nbsp;ไก่&nbsp;แพะ&nbsp;แกะ&nbsp;โดยขอความร่วมมืองดทำนา&nbsp;เนื่องจากต้องใช้น้ำจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง&nbsp;ก่อนจะกดปุ่มปล่อยน้ำที่สูบจากคลองผ่าโลกเข้าสู่สระหลวงหนองสานแตร&nbsp;เพื่อเป็นการเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;สูบน้ำ&nbsp;ผันน้ำ&nbsp;ทอยน้ำ&nbsp;ผ่านคลองผ่าโลก&nbsp;สานฝันอาชีพเกษตรกร&nbsp;ในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318193320518"],
    [487,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11   ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของน้ำเสียที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำสาธารณะ จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&nbsp;&nbsp;เพื่อหาแหล่งที่มาหรือจุดระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษที่ระบายลงสู่คลองโกรกกระสังข์&nbsp;ตำบลหนองสรวง&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจสอบพบจุดลักลอบระบายน้ำเสียออกจากโรงงานอุตสาหกรรม</strong>&nbsp;และลานตากมันสำปะหลัง&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;แต่ได้มีการถมดินปิดกั้นทางระบายบริเวณที่จะไหลลงสู่คลองโกรกกระสังข์แล้ว&nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากลานตากมันสำปะหลังจำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ขณะที่มีฝนตก&nbsp;พบว่ามีค่าของแข็งละลายในน้ำทั้งหมด&nbsp;(TDS)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;&nbsp;1,020&nbsp;และ&nbsp;1,409&nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร&nbsp;และน้ำทิ้งในทางระบายน้ำใกล้กับบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&nbsp;มีค่าของแข็งละลายในน้ำทั้งหมด&nbsp;(TDS)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;1,918&nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;</strong>จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ลักลอบระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะดังกล่าว&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202554545"],
    [488,"เกษตรพังงา จัดอบรมหลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer","<p><strong>นายประคอง&nbsp;อุสาห์มัน&nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&nbsp;จัดอบรมหลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เวทีที่&nbsp;2&nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;ณ&nbsp;โรงยิมศูนย์ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา&nbsp;อำเภอเมืองพังงา&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;แปลงเรียนรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ศพก.เครือข่าย&nbsp;อำเภอทับปุด&nbsp;จังหวัดพังงาและเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะอำเภอทับปุด&nbsp;(สวนไผ่บุตรนาคและโรงสีปู่เจ้า)&nbsp;ตำบลทับปุด&nbsp;อำเภอทับปุด&nbsp;จังหวัดพังงา&nbsp;เป้าหมายประกอบด้วย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่ที่คัดเลือกจากอำเภอต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;41&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>-&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่จากอำเภอและผู้ดำเนินงานโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;51&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้</strong>และสัญจรศึกษาดูงานร่วมกันของเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายระดับจังหวัด&nbsp;และให้เกษตรกรรุ่นใหม่วางแผนอนาคต&nbsp;สรุปและประเมินผลการเรียนรู้&nbsp;พร้อมทั้งประเมินคุณสมบัติของ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;โดยการประเมินตนเองหลังการเรียนรู้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-18T00:00:00","ภาคใต้","พังงา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318221759569"],
    [489,"ปศุสัตว์ลำปาง เตือนภัยโรคระบาดสัตว์จากแมลงพาหะในช่วงฤดูร้อนและอากาศแปรปรวน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายศร&nbsp;ธีปฏิมากร&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน&nbsp;ประกอบกับมีสภาพอากาศที่แปรปรวน&nbsp;เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกรรโชกแรง&nbsp;และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่&nbsp;อาจส่งผลทำให้สัตว์เกิดความเครียด&nbsp;อ่อนแอ&nbsp;และมีโอกาสติดเชื้อต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้ง่าย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>อีกทั้ง&nbsp;ลักษณะภูมิอากาศดังกล่าว</strong>&nbsp;ยังมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงพาหะนำโรค&nbsp;จึงมีโอกาสที่จะพบการระบาดของโรคที่มาจากแมลงพาหะเพิ่มขึ้น&nbsp;และเกิดการแพร่กระจายของโรคไปในวงกว้างได้&nbsp;โดยโรคที่มักจะเกิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;โรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;โรคกาฬ&nbsp;โรคแอฟริกา&nbsp;และโรคโลหิตจาง&nbsp;ในม้า&nbsp;รวมถึงโรคพยาธิในเลือดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;โรคเซอร่า&nbsp;โรคแอนาพลาสมา&nbsp;โรคไข้เห็บ&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์อย่างมากได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค</strong>&nbsp;และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์จึงขอความร่วมมือเกษตรกรหรือเจ้าของสัตว์ในการดำเนินการป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำจัด&nbsp;หรือลดปริมาณแมลงพาหะนำโรค&nbsp;โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก&nbsp;หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์&nbsp;ร่วมกับการใช้ยาฉีดพ่น&nbsp;หรือราดหลัง&nbsp;หรือหยดบนตัวสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;รวมทั้งการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;หรือแหล่งรวมสัตว์&nbsp;ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง&nbsp;หรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ไม่ให้มีอุจจาระ&nbsp;ปัสสาวะ&nbsp;หมักหมม&nbsp;ควรเก็บอุจจาระไว้ในสถานที่ป้องกันแมลง&nbsp;และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>รวมทั้งเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ทุกวัน</strong>&nbsp;ซึ่งหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&nbsp;หรือแสดงอาการป่วย&nbsp;เช่น&nbsp;ม้า&nbsp;ลา&nbsp;ล่อ&nbsp;แสดงอาการ&nbsp;ซึม&nbsp;มีไข้&nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;38.5&nbsp;องศาเซลเซียส)&nbsp;กินอาหารลดลง&nbsp;มีอาการบวมน้ำบริเวณขมับ&nbsp;หรือคอ&nbsp;ตาแดงอักเสบ&nbsp;ชัก&nbsp;หรือกระวนกระวายคล้ายอาการเสียดท้อง&nbsp;ส่วนในโค-กระบือ&nbsp;หากพบสัตว์แสดงอาการซึม&nbsp;มีไข้&nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&nbsp;39.5&nbsp;องศาเซลเซียส)&nbsp;ไม่กินอาหาร&nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนัง&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์&nbsp;แจ้งเจ้าหน้ากรมปศุสัตว์ได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่&nbsp;หากไม่สะดวกสามารถโทรแจ้งมายังสายด่วนกรมปศุสัตว์&nbsp;06-3225-6888&nbsp;หรือแจ้งผ่าน&nbsp;Application&nbsp;DLD&nbsp;4.0&nbsp;ได้ตลอดเวลา&nbsp;เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการตรวจสอบ&nbsp;ให้การช่วยเหลือและควบคุมโรคโดยทันที&nbsp;และหากพบสัตว์ป่วยที่แสดงอาการสงสัยด้วยโรคระบาดข้างต้น&nbsp;ห้ามทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากฟาร์มโดยเด็ดขาด&nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปยังท้องที่อื่น&nbsp;ๆ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ควรจะเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามยานพาหนะ</strong>&nbsp;โดยเฉพาะรถรับซื้อสัตว์&nbsp;รถอาหารสัตว์&nbsp;รถรับซื้อมูลสัตว์&nbsp;เข้าภายในฟาร์มโดยเด็ดขาด&nbsp;หากจำเป็น&nbsp;ต้องทำการฆ่าเชื้อยานพาหนะจากภายนอกทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม&nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;รวมถึงควบคุมแมลงพาหะด้วยสารกำจัดแมลงที่อาจมากับยานพาหนะดังกล่าวด้วย&nbsp;และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ของโรคเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่</strong>&nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย&nbsp;28&nbsp;วัน&nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงหรือใช้สารกำจัดแมลงเพื่อควบคุมแมลงพาหะอย่างเหมาะสม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกร&nbsp;หรือเจ้าของสัตว์ดูแลสัตว์ของตนเอง&nbsp;โดยการให้น้ำและอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้พอเพียงกับสัตว์&nbsp;เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&nbsp;มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ดี&nbsp;รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะนำโรคเข้าฟาร์ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;คน&nbsp;ยานพาหนะต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่&nbsp;เป็นต้น&nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319081824593"],
    [490,"วราวุธ  กำชับคุมเข้ม-เฝ้าระวังพร้อมยกระดับการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงมี.ค.-เม.ย.นี้","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับคุมเข้ม-เฝ้าระวังพร้อมยกระดับการแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือเป็นพิเศษ&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ปีนี้ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;บริเวณศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้เน้นแก้ปัญหาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนด้วยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านกลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;และแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;1&nbsp;สื่อสาร&nbsp;5&nbsp;ป้องกัน&nbsp;3&nbsp;เผชิญเหตุ&nbsp;โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;เมษายนนี้ขอให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;โดยยกระดับการทำงานเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;แก้ปัญหาและควบคุมไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;พร้อมให้ใช้บทเรียนที่ผ่านมาเป็นองค์ความรู้กำหนดแผนงานและการปฏิบัติการเพื่อเกิดผลสำเร็จนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างยั่งยืน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอให้ศูนย์ปฏิบัติการฯกำกับการวางกลยุทธ์การป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และดับไฟป่า&nbsp;พร้อมเคลื่อนย้ายกำลังพลสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานอย่างสูงสุด&nbsp;โดยเฉพาะการเกิดจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;และการพยากรณ์ปัญหาฝุ่นละอองล่วงหน้า&nbsp;ควบคู่กับให้&nbsp;ทสจ.&nbsp;ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;ปภ.&nbsp;จังหวัด&nbsp;ประกาศระดับจังหวัดช่วงห้ามเผา&nbsp;หรืองดเว้นการเผาป่า&nbsp;เผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เผาขยะ&nbsp;และเผาวัชพืชข้างทาง&nbsp;หรือการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;พร้อมบทลงโทษตามกฎหมาย&nbsp;แล้วขอความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่และทำความเข้าใจกับเครือข่ายและประชาชนทุกช่องทาง&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มคนเผาป่าให้เกิดจิตสำนึก&nbsp;มีความเข้าใจ&nbsp;ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวัง&nbsp;สอดส่องดูแลและแจ้งจับผู้กระทำผิดกฎหมาย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับปัญหาหมอกควันข้ามแดนได้ให้กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ประสานประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดดำเนินการตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;โดยเฉพาะการบรรจุเป้าหมายลดจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ในอาเซียนร้อยละ&nbsp;20&nbsp;พร้อมให้ชี้แจงและขอความร่วมมือเรื่องหมอกควันข้ามแดนในเวทีการประชุมต่างๆด้วย&nbsp;ส่วน&nbsp;ทสจ.&nbsp;ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในประเทศเพื่อนบ้าน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่&nbsp;14&nbsp;มีนาคมว่า&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;71&nbsp;จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&nbsp;เมื่อแยกจุดความร้อนตามการใช้ประโยชน์ที่ดินพบ&nbsp;9&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบนเกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่าเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;86&nbsp;ส่วน&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนล่างเกิดจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ&nbsp;59&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เมื่อเปรียบเทียบจุดความร้อนสะสมในอนุภูมิภาคแม่โขง&nbsp;5&nbsp;ประเทศ&nbsp;คือ&nbsp;เมียนมา&nbsp;กัมพูชา&nbsp;ไทย&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;กลับพบว่าประเทศไทยมีจำนวนจุดความร้อนลดลงมากที่สุด&nbsp;ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;พบค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือลดลงร้อยละ&nbsp;38&nbsp;และจำนวนวันที่มีค่า&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;46&nbsp;ด้วย</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319093804604"],
    [491,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง&nbsp;พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;และแม่กลอง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคตะวันออก&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชลบุรี&nbsp;137&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สุรินทร์&nbsp;120&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และเพชรบุรี&nbsp;115&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,436&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,515&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;และแม่กลอง&nbsp;โดยกรมชลประทานได้ปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคมปรับลดการระบายน้ำจากอัตราวันละ&nbsp;15.72&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เหลืออัตราวันละ&nbsp;14&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ทดยกระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวรเตรียมส่งน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;18&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;5.5&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นอัตราวันละ&nbsp;10&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;3.02&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;,&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&nbsp;3.87&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นอัตราวันละ&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่&nbsp;ลุ่มน้ำท่าจีน&nbsp;ควบคุมการรับน้ำเข้าพื้นที่&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;16&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;รับน้ำเข้าคลองจรเข้สามพันในอัตรา&nbsp;350&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;โดยลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนผ่านประตูระบายน้ำสองพี่น้องในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;50&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;และรับน้ำคลองท่าสารในอัตรา&nbsp;50&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนผ่านประตูระบายน้ำบางปลา&nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;45&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;และเปิดรับน้ำผ่านคลองพระยาบรรลือ&nbsp;อัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;30&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;ลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;โดยสูบน้ำหรือเปิดระบายน้ำที่สถานีสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;12&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&nbsp;แล้วปรับเพิ่มในอัตราไม่ต่ำกว่า&nbsp;17&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีมาตั้งแต่วันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;ด้าน&nbsp;ลุ่มน้ำแม่กลอง&nbsp;แผนการระบายน้ำเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนวชิราลงกรณ&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;ระบายน้ำในอัตรารวมวันละ&nbsp;521&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319100345605"],
    [492,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในแม่ฮ่องสอนกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง และต.แม่คง อ.แม่สะเรียง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;คือ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319102348606"],
    [493,"ค่าฝุ่นภาคเหนือตอนบนเกินมาตรฐาน แนะผู้ปกครองในพื้นที่ประสบปัญหาช่วงปิดเทอม ดูแลเด็กเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง","<p><strong>นายแพทย์สุวรรณชัย&nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ยังคงพบเกินมาตรฐานในจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่องใน&nbsp;9&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เชียงราย&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;ลำปาง&nbsp;ลำพูน&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;น่าน&nbsp;แพร่&nbsp;พะเยา&nbsp;และตาก&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่&nbsp;รวมทั้งการเผาป่าเพิ่มมากขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลจองคำ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดที่&nbsp;140&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นอยู่เกินมาตรฐานสูงสุด&nbsp;19&nbsp;วัน&nbsp;และมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;(สีแดง)&nbsp;สูงถึง&nbsp;11&nbsp;วัน&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง&nbsp;โดยเฉพาะเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบาง&nbsp;โดยองค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่า&nbsp;เด็กอายุ&nbsp;05&nbsp;ปี&nbsp;ทั่วโลก&nbsp;เสียชีวิตปีละกว่า&nbsp;570,000&nbsp;คน&nbsp;เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่&nbsp;อีกทั้งเด็กจะมีอัตราการหายใจมากกว่าผู้ใหญ่&nbsp;และมักเล่นอยู่กลางแจ้ง&nbsp;หากอยู่ใกล้แหล่งกำเนิด&nbsp;PM2.5&nbsp;อาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ&nbsp;ระบบหัวใจและหลอดเลือด&nbsp;รวมถึงกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก&nbsp;ซี่งการเจ็บป่วยตั้งแต่วัยเด็ก&nbsp;ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยแบบเรื้อรังตลอดในช่วงวัยผู้ใหญ่ได้&nbsp;</p><p><strong>จากฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ&nbsp;</strong>(HDC)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขในปี&nbsp;2564&nbsp;มีรายงานจำนวนเด็กอายุ&nbsp;0-9&nbsp;ปี&nbsp;ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ&nbsp;&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;27,550&nbsp;ราย&nbsp;ช่วงนี้เด็กปิดเทอม&nbsp;จึงขอพ่อแม่&nbsp;ผู้ปกครอง&nbsp;ควรตรวจสภาพอากาศทุกวันหากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เกินมาตรฐานควรเปลี่ยนให้เด็กทำกิจกรรมในบ้านแทน&nbsp;ลดการออกนอกอาคาร&nbsp;สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น&nbsp;ปิดประตูหน้าต่าง&nbsp;กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ&nbsp;เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;หากเด็กมีอาการผิดปกติ&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;ระคายเคืองผิวหนัง&nbsp;แสบตา&nbsp;แสบจมูก&nbsp;น้ำมูกไหล&nbsp;ไอ&nbsp;คอแห้ง&nbsp;เจ็บคอ&nbsp;หายใจลำบาก&nbsp;อึดอัดแน่นหน้าอก&nbsp;ปวดศีรษะ&nbsp;คลื่นไส้&nbsp;และอาเจียน&nbsp;ให้รีบพาไปพบแพทย์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมอนามัยได้จัดทำชุดข้อมูลความรู้ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพสำหรับเด็กเล็ก&nbsp;ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์กรมอนามัย&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319114708637"],
    [494,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือ 400 จุด โดยพบสูงสุดแม่ฮ่องสอน ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงกว่า 5,500 จุด ส่งผลกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือ&nbsp;400&nbsp;จุด&nbsp;โดยพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&nbsp;5,500&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(18&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;470&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;204&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;142&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;61&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;31&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;234&nbsp;จุดติดต่อกัน&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;,&nbsp;แพร่&nbsp;36&nbsp;จุด&nbsp;และลำปาง&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนมีจำนวนลดลงในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แต่พื้นที่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจายตัวอยู่มากวันนี้พบ&nbsp;336&nbsp;จุด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,571&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,408&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,058&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้ทางตอนบนของพื้นที่ภาคเหนือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ยังอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;ส่วนจังหวัดอื่นๆโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการท่องเที่ยวได้ตามปกติ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;20&nbsp;วันวันนี้พบสูง&nbsp;5,578&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;470&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;330&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319103829609"],
    [495,"ขนส่งมุกดาหาร ชวนประชาชนนำรถไปตรวจวัดค่าควันดำ ช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;ชวนประชาชนนำรถยนต์ไปตรวจสอบวัดค่าควันดำรถให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&nbsp;ช่วยลดฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสาวณิราวรรณ&nbsp;ปัญสุทธิ์&nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ประกาศกำหนดมาตรฐานค่าวัดควันดำของรถยนต์&nbsp;โดยปรับเกณฑ์เมื่อตรวจวัดค่าควันดำของรถด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรองจากเดิมสูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;50&nbsp;เป็นไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;และตรวจวัดค่าควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบความทึบแสงจากเดิมสูงสุดไม่เกินร้อยละ&nbsp;45&nbsp;เป็นไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&nbsp;กล่าวด้วยว่า</strong>&nbsp;รถที่เสี่ยงมีค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;สังเกตรถเริ่มมีคราบเขม่าควันดำบริเวณท้ายรถ&nbsp;รถที่มีการใช้งานหนักหรือรถเก่าที่ไม่ได้ดูแล&nbsp;หรือสังเกตจากการเร่งเครื่องแล้วมีควันดำออกมา&nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้ใช้รถ&nbsp;ร่วมรณรงค์ลดฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&nbsp;และปลอดภัยแก่สุขภาพ&nbsp;โดยสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพได้ที่&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดและสถานตรวจสภาพรถเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศ&nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113045620"],
    [496,"จังหวัดแพร่ ระดมกำลังดับไฟป่า ลดจุดความร้อนและหมอกควันเขตป่าสงวนแม่พวก","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดแพร่ได้ตรวจพบจุดความร้อนจากการตรวจสอบของดาวเทียมระบบ&nbsp;VIRS&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่&nbsp;พบจุดความร้อนในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่พวก&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ในท้องที่บ้านห้วยกูด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลเด่นชัย&nbsp;และท้องที่บ้านฮ้านน้ำหม้อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลห้วยไร่&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;จังหวัดแพร่&nbsp;จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่นำโดยนายจีระ&nbsp;ทรงพุฒิ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&nbsp;3&nbsp;สาขาแพร่&nbsp;,&nbsp;นายนพดล&nbsp;ใจกลม&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้แพร่&nbsp;,&nbsp;นายปรีชา&nbsp;โตมี&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่&nbsp;,&nbsp;นายกองโท&nbsp;อิสรา&nbsp;สุขแจ่มใส&nbsp;นายอำเภอเด่นชัย&nbsp;,&nbsp;ปลัดอำเภอเด่นชัย&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเด่นชัย&nbsp;,&nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารม้าที่&nbsp;12&nbsp;และเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่าบ้านห้วยกูด&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;บ้านปากจั๊วะ&nbsp;หมู่&nbsp;8&nbsp;ตำบลเด่นชัย&nbsp;อำเภอเด่นชัย&nbsp;ร่วมกันดำเนินการดับไฟป่า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>หลังจากควบคุมไฟได้แล้ว</strong>&nbsp;พบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่พวกในท้องที่บ้านห้วยกูด&nbsp;ถูกไฟไหม้ประมาณ&nbsp;60&nbsp;ไร่&nbsp;ในท้องที่บ้านฮ้านน้ำหม้อ&nbsp;พื้นที่ถูกไฟไหม้ประมาณ&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งคาดว่าสาเหตุเกิดจากการจุดไฟเพื่อเก็บหาของป่า</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319112631613"],
    [497,"จังหวัดกำแพงเพชร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และ ธ.ก.ส สนับสนุน สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) กำแพงเพชร จำกัด ยกระดับการตลาดนำการผลิตร่วมกับผู้ประกอบการในรูปแบบพันธสัญญา","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธ.ก.ส.)&nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;โครงการตลาดนำการผลิตร่วมกับผู้ประกอบการในรูปแบบพันธสัญญาสถาบันเกษตรกร&nbsp;ระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;จำกัด&nbsp;กับ&nbsp;เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;และบริษัทผู้ส่งออกมันเส้นสะอาด&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดกลางการเกษตรสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลมหาชัย&nbsp;อำเภอไทรงาม&nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;การสร้างเครือข่าย&nbsp;ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้สถาบันเกษตรกร&nbsp;และช่องทางการตลาดในการขายผลผลิตมันสำปะหลัง&nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&nbsp;ในการรองรับผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป&nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมขับเคลื่อนการบริหารจัดการสินค้าเกษตร&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;โดยการสนับสนุนร่วมกันแบบบูรณาการของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;และแหล่งเงินทุนจาก&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;</p><p><strong>นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์</strong>&nbsp;นายณรงค์&nbsp;ขันติวิริยะกุล&nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)&nbsp;และนายสุวิทย์&nbsp;สันตติวงศ์ไชย&nbsp;ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;&nbsp;ซื้อ-&nbsp;ขาย&nbsp;มันเส้นสะอาดระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตและรวบรวมมันสำปะหลังในจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;กับเครือข่ายสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการเอกชนผู้ส่งออกมันสำปะหลัง&nbsp;โดยมีนายภูมิ&nbsp;เกลียวศิริกุล&nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;สาขาภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;และนางสาวไพรินทร์&nbsp;สุขเล็ก&nbsp;สหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;มีเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงโคนม&nbsp;และบริษัทผู้ส่งออกมันเส้นสะอาด&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;แห่ง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กมิตรภาพ&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กพัฒนานิคม&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กสวนมะเดื่อ&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โคนมพัฒนานิคม&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โคนมลำพูน&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;สหกรณ์โคนมผาตั้ง&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์โคนมเทพสถิต&nbsp;จำกัด&nbsp;และบริษัท&nbsp;ทาปิโอกา&nbsp;อินเตอร์&nbsp;คอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;ผู้ส่งออกมันเส้นสะอาดไปยังประเทศจีน&nbsp;มูลค่าการ&nbsp;ซื้อ&nbsp;-&nbsp;ขาย&nbsp;จำนวน&nbsp;17,040&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่า&nbsp;136.795&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่การผลิต&nbsp;7,500&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&nbsp;</strong>และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;วงเงินสินเชื่อรวมทั้งสิ้น&nbsp;134&nbsp;ล้านบาท</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กำแพงเพชร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319120510651"],
    [498,"สรุปสถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2565","<p><strong>สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาปฏิบัติการในทะเล&nbsp;บริษัท&nbsp;SPRC</strong>&nbsp;หยุดการปฏิบัติงานเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้หยุดพักและเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป&nbsp;โดยในวันนี้บริษัทฯ&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานขั้นตอนการฉีดซีลแลนท์ที่บอลวาล์ว&nbsp;SPRC&nbsp;มุ่งมั่นดำเนินงานด้วยวิธีปฏิบัติที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของฝ่ายปฏิบัติการ&nbsp;ชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมที่อยู่โดยรอบในทุกขั้นตอนของปฏิบัติการ&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วยเรือปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;โดยดำเนินการบินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ตลอดแนวห่างจากชายฝั่ง&nbsp;1-2&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;โดยสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>ซึ่งการปฏิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&nbsp;มีดังนี้</strong></p><p>-เรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ</p><p>-มีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน</p><p>-มีการใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน</p><p>-ทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;เก็บหินภูเขาไฟ&nbsp;เก็บทาร์บอลปริมาณเล็กน้อยซึ่งได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ตามขั้นตอน&nbsp;อีกทั้งยังได้ทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;และมีการไถพรวน</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>บริษัทฯ&nbsp;เก็บตัวอย่างน้ำ&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;จากร้านป้ายาถึงลานหินขาว&nbsp;ทุกจุด&nbsp;ค่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ส่วนความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม&nbsp;มีดังนี้</strong></p><p>-วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือสรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&nbsp;</strong></p><p>ประมงพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,793&nbsp;ลำ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;79.9&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อาชีพอื่นๆ&nbsp;1,188&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;18.3&nbsp;ล้านบาท&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;2,981&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;98.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โรงแรม&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;อยู่ในระหว่างการเจรจา</p><p>ส่วนด้านสุขภาพ&nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง</p><p><strong>และการปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า</strong></p><p>ปฎิบัติการในทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล</p><p>บริษัทฯ&nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p>ปฎิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง</p><p>-ยังคงมีเรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ</p><p>-ยังคงมีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;&nbsp;</p><p>-ยังคงมีการใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง</p><p>-ยังคงทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;เก็บหินภูเขาไฟ&nbsp;เก็บทาร์บอล&nbsp;และมีการไถพรวน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>#SPRC</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319122749656"],
    [499,"เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกิจกรรม The Pitch: From Local Economy  to Economy  ปั้นฝัน จากเศรษฐกิจฐานราก สู่เศรษฐกิจโลก ยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องกัญญลักษณ์&nbsp;เอบี&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;โรงแรมโฟร์วิงส์&nbsp;สุขุมวิท&nbsp;26&nbsp;กทม.</strong>&nbsp;ว่าที่&nbsp;ร.ต.อาณัติ&nbsp;หุ่นหลา&nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางอุไร&nbsp;กาลปักษ์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;The&nbsp;Pitch:&nbsp;From&nbsp;Local&nbsp;Economy&nbsp;to&nbsp;Economy&nbsp;ปั้นฝัน&nbsp;จากเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;สู่&nbsp;เศรษฐกิจโลก&nbsp;กิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการชั้นสูง&nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จัดโดย&nbsp;กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน&nbsp;กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและบริการให้กับกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ตลอดจนสามารถบริหารจัดการธุรกิจ&nbsp;การใช้เทคโนโลยี&nbsp;และกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ผู้ประกอบการ&nbsp;สามารถเชื่อมโยงธุรกิจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินงานธุรกิจเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;วิสาหกิจชุมชนตำบลแหลมผักเบี้ย&nbsp;อำเภอบ้านแหลม&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ&nbsp;คือ&nbsp;จ้อปู&nbsp;2.&nbsp;ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ&nbsp;คือ&nbsp;เซตทองม้วน&nbsp;และ3.&nbsp;วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ&nbsp;คือ&nbsp;เซตสามข้าว&nbsp;ทุกกลุ่ม&nbsp;ได้รับงบประมาณต่อเนื่องในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;มีการนำเสนอปัญหาวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขปัญหาของเพชรบุรีทั้ง&nbsp;3&nbsp;กลุ่ม&nbsp;โดยการขอสนับสนุนโครงการเพิ่มขึ้นอีก&nbsp;อีกทั้งได้รับโอกาสในการเชื่อมต่อด้านการตลาดโดยตรงกับผู้ประกอบการ&nbsp;ทำให้มีการติดต่อซื้อขาย&nbsp;เช่นผลิตภัณฑ์ข้าว&nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม&nbsp;อำเภอบ้านลาด&nbsp;ผู้ประการ&nbsp;ติดต่อการซื้อขายข้าวขาวเพื่อส่งออกไปประเทศโปแลนด์&nbsp;ครั้งละ&nbsp;1&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;(&nbsp;ประมาณ&nbsp;20-24&nbsp;ตัน)&nbsp;ซึ่งเป็นช่องทางการตลาดในการขับเคลื่อนเพชรบุรีโมเดล&nbsp;ด้านข้าว&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>ได้มีการเชื่อมโยงร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&nbsp;เพื่อพัฒนากลุ่มและยกระดับธุรกิจของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;สร้างโอกาสดีๆ&nbsp;กับกลุ่ม&nbsp;ได้รับโอกาสเป็นโครงการต่อเนื่องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&nbsp;ได้รับโอกาสเป็นโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาของแต่ละกลุ่ม&nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดของกลุ่ม&nbsp;ได้โอกาสในการขับเคลื่อนเพชรบุรี&nbsp;และได้เครือข่าย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319130658665"],
    [500,"ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน อ.อุทุมพรพิสัย ส่งเสริมภาคเกษตรมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ อยู่ดีกินดี","<p><strong>วันที่&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;โคกหนองนาพาสุข&nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong></p><p>นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน&nbsp;บ้านรังแร้ง&nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย</p><p>-&nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&nbsp;ผ้าศรีมะดัน</p><p>-&nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม</p><p>-&nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p><p>-&nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน</p><p><strong>พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข&nbsp;</strong>บ้านสวนเงินเงิน&nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&nbsp;101&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลรังแร้ง&nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;มีนายบุญเลิศ&nbsp;แสงดี&nbsp;เป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;อยู่ดี&nbsp;กินดี&nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&nbsp;ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น&nbsp;การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019(COVID-19)&nbsp;โดยเคร่งครัด</p><p><strong>โดยมี&nbsp;นางสาวชนมณัฐ&nbsp;รอดบุญธรรม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นางสาววริศรา&nbsp;โสภาค&nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายสุพิชัย&nbsp;หล่าสกุล&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายศราวุธ&nbsp;ทรงโฉม&nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131338669"],
    [501,"วราวุธ กำชับเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่แม่ฮ่องสอนอย่างเข้มข้น หลังช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจุดความร้อนสูงติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือ","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเข้มข้น&nbsp;หลังช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจุดความร้อนสูงติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมการแก้ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;พร้อมร่วมทำแนวกันไฟ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;สูงติดต่อกันหลายวันในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือจนกระทบประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ยังได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองแม่ฮ่องสอนช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคมฝุ่นละอองมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำชับให้เฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันในแม่ฮ่องสอนอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น&nbsp;ควบคู่กับรณรงค์สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมกับประชาชน&nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มคนจุดไฟเผาป่าที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความเข้าใจ&nbsp;และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทั้งประชาชนและภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ&nbsp;พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับกลุ่มผู้กระทำผิดที่ฝ่าฝืนเผาป่าช่วงห้ามเผาที่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอนได้ออกประกาศ&nbsp;ห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงมาตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือด้วย</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319143921690"],
    [502,"กรมประมงจับมือเกษตรกรพลิกฟื้นกุ้งไทย ให้มีคุณภาพปลอดภัย เพื่อก้าวไกลสู่ความยั่งยืนในงาน วันกุ้งจันท์ ครั้งที่ 26","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง&nbsp;</strong>กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน&nbsp;\"วันกุ้งจันท์\"&nbsp;ครั้งที่&nbsp;26&nbsp;ภายใต้หัวข้อ&nbsp;พลิกฟื้นกุ้งไทย&nbsp;คุณภาพปลอดภัย&nbsp;ก้าวไกลสู่ความยั่งยืน&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;20&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;ว่า&nbsp;นับเป็นการเปิดเวทีให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมกุ้งทะเลทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการ&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรม&nbsp;รวมถึงกลยุทธ์ทางด้านการตลาด&nbsp;โดยกรมประมงพร้อมจะร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดและกลับมาผงาดในเวทีโลกได้อีกครั้ง&nbsp;ตามที่ได้วางเป้าหมายในการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีผลผลิตปริมาณ&nbsp;400,000&nbsp;ตัน&nbsp;ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;ภายใต้บริบทความท้าทายของปัญหาต่างๆ&nbsp;ที่เกษตรกรเผชิญอยู่ในขณะนี้&nbsp;</p><p><strong>โดยเชื่อมั่นว่า&nbsp;ประเทศไทย</strong>&nbsp;ยังมีข้อได้เปรียบทางประสบการณ์และความสามารถของพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&nbsp;ประกอบกับการมีเทคโนโลยีเลี้ยงกุ้งที่ทันสมัย&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้นได้ตามที่คาดการณ์ไว้&nbsp;อีกทั้งในด้านการแปรรูปและส่งออก&nbsp;ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปของไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์กุ้งทะเล&nbsp;ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก&nbsp;โดยกรมประมงจะเน้นส่งเสริม/ควบคุมกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลทั้งระบบ&nbsp;ให้มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามระบบสากล&nbsp;</p><p><strong>ภายในงานมีการสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจ</strong>&nbsp;อาทิ&nbsp;อนาคตอุตสาหกรรมกุ้งไทย&nbsp;ปี&nbsp;65&nbsp;การบริหารความเสี่ยงในการเลี้ยงกุ้งด้วยวูก้า&nbsp;(VUCA)&nbsp;แนวทางการผลิตให้ตรงทิศทางตลาดกุ้งไทย&nbsp;-&nbsp;กุ้งโลก&nbsp;การประยุกต์ผลงานวิจัยปรับใช้ในการเลี้ยงจริง&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185639762"],
    [503,"กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.กำแพง สำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรบริเวณพื้นที่ปกปักบริเวณโรงเรียนบ้านท่าแลหลา เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพฯ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;สำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรบริเวณพื้นที่ปกปักบริเวณโรงเรียนบ้านท่าแลหลา&nbsp;เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพฯ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางสำลี&nbsp;ลัคนาวงศ์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ดำเนินการสำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรบริเวณพื้นที่ปกปักของโรงเรียนบ้านท่าแลหลา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลกำแพง&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมสอบถามข้อมูลจากนายมูฮอฟฟัล&nbsp;ยาหมาย&nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าแลหลา&nbsp;เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ตามคำแนะนำของคณะกรรมการงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น&nbsp;(อบต.กำแพง)&nbsp;เพื่อดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์พืชในพื้นที่ตำบลกำแพงให้เกิดเป็นรูปธรรม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ</strong>&nbsp;ได้เริ่มต้นขึ้นราวปีพุทธศักราช&nbsp;2535&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สถาบันต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีหน้าที่ในการศึกษาพืชพรรณต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และบุคคลที่สนใจได้มีโอกาสปฏิบัติงานที่ศึกษาพืชพรรณต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่มีอยู่จำนวนมากในประเทศไทย&nbsp;ได้ศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์&nbsp;ได้รวบรวมเป็นหลักฐานไว้&nbsp;และเพื่อเป็นสื่อในระหว่างสถาบันต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;บุคคลต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ที่ทำการศึกษาให้สามารถ&nbsp;ร่วมใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน&nbsp;เพื่อให้การศึกษาไม่ซ้ำซ้อน&nbsp;สามารถที่จะดำเนินการ&nbsp;ไปก้าวหน้าเป็นประโยชน์ในทางวิชาการได้</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319170104732"],
    [504,"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พร้อมด้วยนายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ปกท.ทส.)&nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ&nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ&nbsp;2565&nbsp;โดยวันนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีค่าคุณภาพอากาศ&nbsp;ฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;110&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานมาแล้ว&nbsp;21&nbsp;วัน&nbsp;ขณะที่ในพื้นที่&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;มีค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;เท่ากับ&nbsp;95&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เกืดเกณฑ์มาตรฐานมาแล้ว&nbsp;8&nbsp;วัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อม&nbsp;ในการป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จากนั้นมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตลอดจนมอบเสบียงอาหาร&nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอุทยานแห่งชาติสาละวิน&nbsp;จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกันทำแนวกันไฟและกิจกรรมชิงเก็บลดเผา&nbsp;กะทบชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย</p><p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&nbsp;-&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;ซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;พบว่า&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดทางภาคเหนือ&nbsp;ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;เริ่มส่งผลกระทบด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน&nbsp;อีกทั้งยังได้กำชับให้ยกระดับการทำงานเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;แก้ไข&nbsp;และควบคุมไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ในทุกมิติ&nbsp;โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ&nbsp;สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดอย่างเต็มที่&nbsp;ให้ศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ทส.&nbsp;(ส่วนหน้า)&nbsp;กำกับการวางกลยุทธ์ป้องกัน&nbsp;ควบคุม&nbsp;และดับไฟป่า&nbsp;การเคลื่อนย้ายสรรพกำลัง&nbsp;การประสานงานสนธิกำลังกับหน่วยงานท้องถิ่นและท้องที่อย่างใกล้ชิด&nbsp;และดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานอย่างสูงสุด&nbsp;รวมถึงการเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือทุกประเภท&nbsp;ให้อยู่ในสภาพดี&nbsp;พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา&nbsp;ตลอดจนระดมเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ในสังกัดกระทรวงฯ&nbsp;สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังให้รณรงค์สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง</strong>&nbsp;มุ่งเน้นทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ทั้งกลุ่มคนจุดไฟเผาป่า&nbsp;ที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความเข้าใจ&nbsp;กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ทั้งประชาชน&nbsp;และภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว&nbsp;โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ&nbsp;พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับกลุ่มผู้กระทำผิดที่ฝ่าฝืนเผาป่าในช่วงห้ามเผา&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&nbsp;โดย&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้มีการออกประกาศ&nbsp;ห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงมาตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;ก.พ.-&nbsp;30&nbsp;เม.ย.2565&nbsp;รวมถึงจังหวัดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือด้วย</p><p><strong>ขณะเดียวกัน&nbsp;ยังให้ขยายการดำเนินงานโครงการ&nbsp;</strong>ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร&nbsp;ตลอดจนเร่งดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัท&nbsp;SCG&nbsp;กับ&nbsp;ทส.&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร&nbsp;มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์&nbsp;จูงใจพี่น้องประชาชนในการให้ความร่วมมือเก็บเชื้อเพลิงไปใช้ประโยชน์&nbsp;ตลอดจนใช้บทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นองค์ความรู้ในการกำหนดแผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาหมอกควันให้ได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำถึงความห่วงใยและการให้ความสำคัญของรัฐบาล</strong>&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน&nbsp;ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผ่านกลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;และ&nbsp;แผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;1&nbsp;สื่อสาร&nbsp;5&nbsp;ป้องกัน&nbsp;3&nbsp;เผชิญเหตุ&nbsp;โดย&nbsp;1&nbsp;สื่อสาร&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;และแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า&nbsp;5&nbsp;ป้องกัน&nbsp;คือ&nbsp;ให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;บรรจุในแผน&nbsp;ปภ.จังหวัด&nbsp;ขยายผลการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการเก็บขน&nbsp;(ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา)&nbsp;ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&nbsp;ทั้งในพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;พื้นที่ชุมชน&nbsp;พื้นที่ริมทาง&nbsp;และประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;Burn&nbsp;Check&nbsp;ในการลงทะเบียนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&nbsp;ป่าชายเลน&nbsp;และป้องกันไฟป่า&nbsp;ภายใต้&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;(ศอญ.)&nbsp;สร้างเครือข่ายและอาสาสมัคร&nbsp;เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด&nbsp;และพลังงานทางเลือกเพื่อลดปัญหา&nbsp;PM2.5&nbsp;ส่วน&nbsp;3&nbsp;เผชิญเหตุ&nbsp;คือ&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดทั้งจากยานพาหนะ&nbsp;และภาคอุตสาหกรรมในเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าธรรมชาติ&nbsp;และกำหนดตัวชี้วัดร่วม&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;และขยายหมู่บ้านคู่ขนานชายแดน&nbsp;ภายใต้กรอบคณะกรรมการชายแดน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319161446717"],
    [505,"สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม ป่าชายเลนบ้านเรา ปลูกจิตสำนึกฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม&nbsp;ป่าชายเลนบ้านเรา&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณพื้นที่ชุมชนและป่าชายเลน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ตำบลสทิงหม้อ&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเวทีเสวนา&nbsp;สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน&nbsp;สร้างเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในระดับพื้นที่อยู่มีส่วนร่วม&nbsp;พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;ปลูกป่าชายเลน&nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&nbsp;</p><p><strong>นายอาคม&nbsp;ยุทธนา&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีหน้าที่สงวน&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;และพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;การจัดการการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัคสงขลา&nbsp;จึงมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบและดำเนินการในการป้องกันดูแลรักษาและพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น&nbsp;การส่งเสริมเผยแพร่และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น&nbsp;โดยการบูรณาการการดำเนินงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง</p><p><strong>ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดลงขลามีพื้นที่ป่าชายเลน&nbsp;จำนวน&nbsp;50,220.01&nbsp;ไร่</strong>&nbsp;เป็นป่าชายเลนคงสภาพจำนวน&nbsp;17,178.75&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่ป่าชายเลนลดลง&nbsp;เนื่องจากมีการเปลี่ยนพื้นที่เพื่อทำการเกษตร&nbsp;ประมง&nbsp;ที่อยู่อาศัย&nbsp;จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการปลูกหรือฟื้นฟูสภาพป่า&nbsp;สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลน&nbsp;และสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ป่าชายเลน&nbsp;กำหนดพื้นที่ในการใช้ประโยชน์&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เนื่องจากป่าชายเลนมีประโยชน์นานัปการ&nbsp;เช่น&nbsp;เป็นแหล่งอาหาร&nbsp;แหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์หลากหลายชนิด&nbsp;ป้องกันหน้าดินพังทลายบริเวณชายฝั่งทะเล&nbsp;ป้องกันภัยธรรมชาติที่จะส่งผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของประชากร&nbsp;เป็นแหล่งตึกษาธรรมชาติ&nbsp;และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p><p><strong>พื้นที่ป่าชายเลน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลสทิงหม้อ&nbsp;</strong>อำเภอสิงหนคร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีการทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ&nbsp;ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงของสถานที่&nbsp;เนื่องจากการใช้ประโยชน์&nbsp;ขาดการบำรุงดูแลรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีความทรุดโทรม&nbsp;ไม่เป็นระเบียบ&nbsp;มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;มีขยะทะเล&nbsp;การลดลงพื้นที่ป่าชายเลน&nbsp;ดังนั้นเพื่อให้มีการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟูของสภาพพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น&nbsp;มีความเป็นระเบียบของสถานที่&nbsp;เหมาะแก่การใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;จึงกำหนดจัดกิจกรรมป่าชายเลนบ้านเราเพื่อสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์&nbsp;ฟื้นฟู&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;&nbsp;และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;4&nbsp;ตำบลสทิงหม้อ&nbsp;อำเภอสิงหนคร&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เพื่อส่งเสริม&nbsp;สนับสนุน&nbsp;และขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สวท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319163007721"],
    [506,"ก.ทรัพย์ เพิ่มความเข้มงวดการห้ามรับซื้อทองแดงจากการเผาและห้ามเผาสายไฟในที่โล่งเด็ดขาด หลังพบก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดอันตรายจากสารเคมีต่อสุขภาพประชาชน","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพิ่มความเข้มงวดการห้ามรับซื้อทองแดงจากการเผาและห้ามเผาสายไฟในที่โล่งเด็ดขาด&nbsp;หลังพบก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดอันตรายจากสารเคมีต่อสุขภาพประชาชน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;ยังคงให้ความสำคัญการแก้ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ทำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งจัดการฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดมลพิษ&nbsp;เพื่อป้องกันการก่อมลพิษก่อนเกิดปัญหา&nbsp;ซึ่งจากการติดตามการประกอบกิจการถอดแยกซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเอาวัสดุมีค่าไปขายในหลายจังหวัด&nbsp;พบการเผาซากผลิตภัณฑ์และเศษวัสดุที่เหลือจากการคัดแยก&nbsp;เช่น&nbsp;สายไฟ&nbsp;จอภาพแอลซีดี&nbsp;เศษพลาสติก&nbsp;โฟมฉนวนตู้เย็น&nbsp;ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ&nbsp;ทั้งฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์&nbsp;ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์&nbsp;ก๊าซฟอสจีน&nbsp;และสารไดออกซิน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ถอดแยกและประชาชนในชุมชนที่จะได้รับก๊าซพิษ&nbsp;หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย&nbsp;และการรับสัมผัสต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน&nbsp;จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายและเป็นสารก่อมะเร็ง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การเผาสายไฟขนาดเล็กในซากผลิตภัณฑ์เพื่อคัดแยกทองแดงที่ส่วนใหญ่ประชาชนจะรวบรวมไปเผาในบ่อขยะหรือตามที่รกร้าง&nbsp;แล้วทองแดงที่คัดแยกได้จะถูกขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่และส่งต่อไปยังร้านรับซื้อของเก่ารายใหญ่ก่อนขายให้กับโรงหลอมและโรงงานรีไซเคิลทองแดง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กระทรวงทรัพย์ฯ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;,&nbsp;เทศบาลในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;,&nbsp;สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&nbsp;,&nbsp;ผู้ประกอบกิจการร้านรับซื้อของเก่า&nbsp;,&nbsp;ศูนย์รับซื้อทองแดง&nbsp;โรงหลอมและโรงงานรีไซเคิลทองแดง&nbsp;ได้ร่วมกันหาแนวทางร่วมกันแก้ปัญหาการเผาสายไฟขนาดเล็ก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อปท.&nbsp;ได้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและให้ประกอบกิจการถอดแยกอย่างถูกต้อง&nbsp;//&nbsp;ให้&nbsp;อปท.&nbsp;รวมชุมชนและผู้ประกอบการขนาดเล็กจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนและสนับสนุนเครื่องจักรบดย่อยสายไฟเพื่อใช้คัดแยกทองแดงแทนการเผา&nbsp;//&nbsp;ให้ประชาสัมพันธ์ถึงอันตรายที่เกิดจากการเผาสายไฟและขยะอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;//&nbsp;ห้ามการเผาสายไฟในที่โล่งอย่างเด็ดขาด&nbsp;//&nbsp;ให้ผู้ประกอบกิจการร้านรับซื้อของเก่าและโรงงานรีไซเคิลทองแดง&nbsp;ส่งขายทองแดงที่ได้จากการเผาที่รับซื้อหรือมีครอบครองไว้ภายใน&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;และให้ยกเลิกการรับซื้อทองแดงที่ได้จากการเผาอย่างเด็ดขาด&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;ผู้ที่มีสายไฟขนาดเล็กให้ระบายไปสู่โรงงานหลอมทองแดง&nbsp;หลังจากนี้จะตรวจบังคับใช้กฎหมายต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ภาพรวมทุกภาคส่วนเห็นด้วยและพร้อมให้ความร่วมมือตามแนวทางดังกล่าว&nbsp;แล้วจะร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;เพื่อแสดงเจตนารมย์ร่วมกับ&nbsp;คพ.&nbsp;เนื่องจากผู้เผาสายไฟจะมีความผิดหลายกฎหมาย&nbsp;เช่น&nbsp;พระราชบัญญัติการสาธารณสุข&nbsp;,&nbsp;พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;,&nbsp;พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่&nbsp;ส่วนผู้ที่รับซื้ออาจมีความผิดที่สนับสนุนการกระทำความผิดจะมีโทษทั้งจำคุก&nbsp;หรือการปรับ&nbsp;จึงขออยากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือและร่วมกันในป้องกันและควบคุมการคัดแยกทองแดงจากสายไฟให้เป็นไปอย่างถูกต้อง&nbsp;สิ่งสำคัญไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมด้วย</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319154036703"],
    [507,"วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาพุ่ง เนื้อสัตว์ ไข่ กระทบแน่  รัฐงัดมาตรการรับมือ","<p><strong>ข้าวสาลีและข้าวโพด วัตถุดิบหลักผลิตอาหารสัตว์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว </strong>เนื่องจากมีความต้องการใช้สูง และเมื่อเกิดเหตุรัสเซียบุกยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. เป็นต้นมา ราคาข้าวสาลีและข้าวโพด ได้ปรับราคารขึ้นอีกมาก โดย ข้าวสาลีเพิ่ม 60%&nbsp;&nbsp;ข้าวโพดเพิ่ม 17% เพราะทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ เฉพาะข้าวสาลีรวมกันประมาณ 30%&nbsp;ส่วนข้าวโพดรวมกันประมาณ 19% ของการส่งออกทั่วโลก แต่เมื่อเกิดการสู้รบ การปลูก การผลิตและการส่งออกในยูเครนแทบหยุดชะงัก ส่วนรัสเซียก็ถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก การค้าขายธัญพืช 2ชนิดนี้กับรัสเซียทำได้ยากขึ้น ปริมาณวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ในตลาดส่งออกโลกจึงน้อยลงอีก รวมทั้งราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนในการขนส่งสินค้าพุ่งสูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างมาก</p><p><strong>แนวโน้มราคาเพิ่มสูง ไทยยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศราคาข้าวสาลี ข้าวโพด เพิ่มขึ้น</strong>หลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ข้าวสาลีพุ่งสูงขึ้นตีเป็นเงินบาทไทยอยู่ในอัตรา 12.75 บาท/กก. จากราคา 8.91 บาท/กก. เมื่อปี 2564 ขณะที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จาก 6-8 บาท/กก. มาอยู่ที่ 11-12 บาท/กก. และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกตามทิศทางตลาดโลก โดยปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าข้าวสาลีประมาณ 17 ล้านตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากยูเครน แต่ขณะนี้ยูเครนประสบภัยสงคราม การส่งออกน้อยลงมากและเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้นำเข้าไทยจึงจำเป็นต้องหาประเทศแหล่งนำเข้าใหม่มาทดแทนท่ามกลางราคาในตลาดโลกที่เพิ่มสูง ซึ่งข้าวโพดก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน แต่ระดับของปัญหาอาจน้อยกว่าข้าวสาลี เพราะมีความต้องการนำเข้าน้อยกว่า ไม่เกิน 3 ล้านตัน/ปี อีกทั้งยังมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศให้ได้ใช้สอยพอควร รวมทั้งยังสามารถนำเข้าบางส่วนจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ด้วย</p><p><strong><u>ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม กระทบผู้เลี้ยง-ผู้บริโภค</u></strong></p><p>สถานการณ์ด้านราคาล่าสุด วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 4,000บาท/ตัน ส่งผลให้ราคาอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องแบกรับราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับราคาจำหน่ายสินค้าจากสัตว์ขึ้น โดยเริ่มเห็นราคาสินค้าบางตัวปรับขึ้นแล้ว เช่น ไข่ไก่คละขนาดหน้าฟาร์มในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ เพิ่มขึ้นฟองละ 30 สตางค์ จาก 2.90 บาท เป็น 3.20 บาท ขณะที่ เนื้อหมู ไก่ ปลา ราคายังทรงตัว แต่ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นสูง เมื่อผลผลิตรอบใหม่ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ที่ราคาสูงขึ้นออกสู่ตลาด</p><p><strong><u>ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา บรรเทาความเดือดร้อน</u></strong></p><p>ผลจากการประชุมร่วมระหว่างปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ไก่เนื้อ สุกร และไก่ไข่ ได้เห็นชอบให้ยกเลิกใช้มาตรการ 3 ต่อ1 หรือ มาตรการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ซึ่งหมายความว่าเมื่อมีการยกเลิกมาตรการนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าข้าวสาลีได้มากขึ้น จากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกโดยไม่มีข้อจำกัด และมีเพียงพอที่จะนำมาผลิตอาหารสัตว์&nbsp;</p><p>อย่างไรก็ตามการยกเลิกใช้มาตรการ 3 ต่อ 1 นี้อยู่ภายใต้เงื่อนไข ต้องนำเข้าข้าวสาลี ในปริมาณที่กำหนด ได้ถึงวันที่ 31 ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยไม่มีผลผลิตข้าวโพด ซึ่งจะไม่กระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ขณะที่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว เช่น มาตรการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดให้มากขึ้น เพื่อนำมาใช้ภายในประเทศ ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ จะถูกนำมาใช้ในเร็วๆนี้</p><p><br></p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319155906709"],
    [508,"รมว.คลังฯ ลงนาม MOU ระหว่าง ธ.ก.ส. กับ กอช. สร้างบำนาญภาคประชาชนไว้ใช้วัยชรา พร้อมตรวจติดตามความก้าวหน้าเกษตรแปลงใหญ่และแปลงเกษตรอินทรีย์ ที่ อุบลฯ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;)&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศแปลงใหญ่บ้านตาติด&nbsp;ตำบลโนนผึ้ง&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่าง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวชุณหจิต&nbsp;สังข์ใหม่&nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&nbsp;ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;โดยมีนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;อำนวยความสะดวกลงพื้นที่ดังกล่าว</p><p><strong>ทั้งนี้การลงนามดังกล่าว&nbsp;เป็นบันทึกความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;</strong>การให้บริการหน่วยรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;หน่วยให้บริการออกสมุดเงินออมให้แก่สมาชิก&nbsp;กอช.&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ธกส.&nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กอช.&nbsp;โดย&nbsp;นางสาวจารุลักษณ์&nbsp;เรืองสุวรรณ&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมการออมเงินให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;เพื่อไว้ใช้ในวัยชรา&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการสร้างโอกาส&nbsp;และความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;การให้ความรู้ด้านการออม&nbsp;การวางแผนทางการเงิน&nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนการออมเงินกับ&nbsp;กอช.&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรและครอบครัว&nbsp;ให้มีบำนาญภาคประชาชนใช้กันถ้วนหน้า&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกดอกไม้&nbsp;บ้านตาติด&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;เป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;มีสมาชิกทั้งสิ้น&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปีโดยเฉลี่ย&nbsp;375000&nbsp;บาทต่อคนต่อปี</p><p><strong>ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะ</strong>ได้ลงพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งเป็นแปลงดอกไม้ของกลุ่มเกษตรกรปลูกดอกไม้บ้านตาติด&nbsp;แปลงใหญ่&nbsp;รับทราบปัญหาความต้องการของประชาชนโดยตรง&nbsp;และภาคบ่ายลงพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีที่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;ส่งขายทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319160534714"],
    [509,"ตรวจสต็อกสินค้าป้องปรามผู้ประกอบการกักตุนข้าวโพดทำอาหารสัตว์และปุ๋ยเบื้องต้นพบผู้กระทำผิดแล้ว1รายในนครปฐม","<p><strong>พลตำรวจเอก&nbsp;ดำรงศักดิ์&nbsp;กิตติประภัสร์&nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก&nbsp;จีงสั่งการให้ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&nbsp;หรือ&nbsp;ปคบ.&nbsp;และตำรวจทุกพื้นที่&nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;จัดชุดตรวจร่วมบูรณาการตรวจสอบสถานที่เก็บข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;และตรวจสอบการกักตุนปุ๋ยของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศตามเป้าหมายที่ได้รับจากกรมการค้าภายใน&nbsp;จำนวน&nbsp;206&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;ซึ่งขณะนี้เข้าตรวจสอบแล้ว&nbsp;95&nbsp;&nbsp;เป้าหมาย&nbsp;พบการกระทำผิดและดำเนินคดีแล้ว&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&nbsp;โดยจะมีการตรวจเป้าหมายอื่นๆ&nbsp;เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก</p><p><strong>รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;กล่าวด้วยว่า&nbsp;</strong>ข้าวโพดอาหารสัตว์และปุ๋ย&nbsp;เป็นสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ&nbsp;จึงฝากถึงประชาชน&nbsp;หากพบพ่อค้าคนกลางมีพฤติกรรมกักตุนสินค้า&nbsp;ปฏิเสธการจำหน่าย&nbsp;หรือประวิงการจำหน่ายสินค้า&nbsp;อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม&nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.ศ.2542&nbsp;และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;หากพบเบาะแส&nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน&nbsp;191&nbsp;และ&nbsp;1599&nbsp;ทั่วประเทศ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.จันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319190049766"],
    [510,"หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียงประชุมติดตามความคืบหน้าการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ พร้อมลงพื้นที่สำรวจผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อ.กะเปอร์ จ.ระนอง","<p><strong>วันที่&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พันเอก&nbsp;ภูมิพัฒน์&nbsp;บุญเรืองขาว&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;25&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียง&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา&nbsp;ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้&nbsp;และสิ่งแวดล้อมของอำเภอกะเปอร์&nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ&nbsp;9,000&nbsp;ไร่&nbsp;สัตว์ป่าอีก&nbsp;50&nbsp;กว่าชนิด&nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลสภาพพื้นที่ป่า&nbsp;การบุกรุกแผ้วถางป่า&nbsp;โดยได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ในการดูแลรักษาผืนป่า&nbsp;พร้อมทั้งได้เดินสำรวจผืนป่าต้นน้ำดูความอุดมสมบูรณ์&nbsp;ความหนาแน่น&nbsp;และความสูงของต้นไม้&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนจัดการ&nbsp;ดูเเลทรัพยากรป่าไม้&nbsp;และป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่า&nbsp;ณ&nbsp;หน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียง&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา&nbsp;อ.กะเปอร์&nbsp;จ.ระนอง</p><p><strong>ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;25&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;\"การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า&nbsp;ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&nbsp;เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;วันนี้ได้เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้า&nbsp;และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย&nbsp;โดยเรื่องของทรัพยากรธรรมชาตินั้น&nbsp;ถือเป็นภารกิจสำคัญ&nbsp;ที่ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;25&nbsp;ได้รับมอบหมายจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก&nbsp;และกองทัพภาคที่&nbsp;4&nbsp;ให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปัจจุบันหน่วยงานทุกภาคส่วนพร้อมทั้งผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;พี่น้องประชาชน&nbsp;เห็นถึงความสำคัญ&nbsp;จึงร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้&nbsp;เพื่อปกปักรักษาไว้ให้กับลูกหลาน&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;เป็นการรักษาทรัพยากรป่าต้นน้ำด้วย&nbsp;หากป่าไม้ถูกทำลายลงทุกวันจะทำให้เกิดวิกฤติอื่นๆ&nbsp;ตามมามากมาย&nbsp;เช่น&nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม&nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&nbsp;สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความมุ่งมั่นในการปกป้องรักษาผืนป่า&nbsp;และทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขและเข้าไปเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ใดๆ&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการร่วมกันดูแลรักษาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของบ้านเราให้อยู่คู่กับลูกหลานต่อไป&nbsp;ในส่วนของผู้กระทำความผิดนั้นจะมีการตรวจสอบและขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป\"</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&nbsp;25</strong>&nbsp;ดำเนินการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่อำเภอกะเปอร์&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;ไปแล้วกว่า&nbsp;1,000&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;และยังคงดำเนินการคุมเข้ม&nbsp;เพื่อป้องกันมิให้ใครเข้ามาบุกรุกแผ้วถาง&nbsp;ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น&nbsp;โดยทางหน่วยยังคงดำเนินการดูแลรักษาผืนป่าเหล่านี้&nbsp;พร้อมทั้งปลูกป่าทดแทนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคใต้","ระนอง","สวท.ระนอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185444761"],
    [511,"คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชนภายใต้สถานการณ์โควิด -19","<p><strong>วันนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้ผักเกษตรอินทรีย์เมืองธรรมเกษตรไร่ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม</strong>&nbsp;บ้านหนองเม็ก&nbsp;ตำบลคึมใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&nbsp;คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;นำโดย&nbsp;นายวรสิทธิ์&nbsp;กัลป์ตินันท์&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม&nbsp;นายพีระเพชร&nbsp;ศิริกุล&nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ดร.เดชา&nbsp;จาตุธนานันท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;และคณะ&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ในเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและต้นแบบฟาร์มเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรให้มีความสมดุลและยั่งยืน&nbsp;สามารถแข่งชันได้ในทุกระดับให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรให้ครบวงจรและเอื้อต่อการผลิตชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดยมีนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;&nbsp;นายอาทิตย์&nbsp;อิงคุทานนท์&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>&nbsp;ในการนี้คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม&nbsp;</strong>ได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์เมืองธรรมการเกษตร&nbsp;ไร่ภูตะวัน&nbsp;ออร์แกนิคฟาร์ม&nbsp;ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;SMEs&nbsp;ที่รับบริการของกระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนาต่อยอดการส่งเสริม&nbsp;อุตสาหกรรมเกษตรและการเป็นต้นแบบฟาร์มเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยมี&nbsp;นางจำปา&nbsp;สุวะไกร&nbsp;ประธานแปลงใหญ่ผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก&nbsp;ไร่ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม&nbsp;และนายศุภชัย&nbsp;มิ่งขวัญ&nbsp;เป็นผู้นำเสนอผลการดำเนินงานของกลุ่ม&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&nbsp;</strong>ได้เยี่ยมชมการผลิตผักอินทรีย์&nbsp;&nbsp;สำหรับศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร&nbsp;ไร่ภูตะวัน&nbsp;ออร์แกนิคฟาร์ม&nbsp;จัดตั้งขึ้นภายใต้กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองเม็กและวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านหนองเม็ก&nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด&nbsp;การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่นี่มีจุดเริ่มต้นจากบทเรียนการใช้สารเคมีของเกษตรกร&nbsp;แกนนำซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงปัญหาและเห็นความสำคัญของวิถีการดูแลสุขภาพ&nbsp;จึงใช้ประสบการณ์&nbsp;องค์ความรู้และเทคโนโลยี&nbsp;มาประยุกต์กับการทำเกษตร&nbsp;โดยปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน&nbsp;ภายใต้หลักการ&nbsp;การตลาดนำการผลิต&nbsp;มีวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ&nbsp;เพื่อให้สามารถมีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดได้ตลอดทั้งปีรวมทั้งมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจในการต่อรอง&nbsp;ผลผลิตหลัก&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผักอินทรีย์ในโรงเรือน&nbsp;และผลผลิตรองชนิดอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ข้าวอินทรีย์&nbsp;สมุนไพร&nbsp;ข้าวโพด&nbsp;กล้วย&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;อินทรีย์และปลาอินทรีย์&nbsp;การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่นี่มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจังหวัดอำนาจเจริญในเรื่องเมืองธรรมเกษตร&nbsp;หรือเมืองเกษตรอินทรีย์วิถีธรรม&nbsp;ที่เกษตรกรมีคุณธรรมในการทำการเกษตร</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>ภาพ&nbsp;/&nbsp;ข่าว&nbsp;.....สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</p>","2022-03-19T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319232830808"],
    [512,"กยท. เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง พัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เตรียมโครงการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง</strong>&nbsp;โดยนายสุรชัย&nbsp;บุญวรรโณ&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่การยางแห่งประเทศไทยทั้ง&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส)&nbsp;ได้เผยว่า&nbsp;โครงการที่&nbsp;กยท.&nbsp;จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;เป็นโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&nbsp;ซึ่งคณะทำงานประชุมพร้อมกับกำหนดราคากลางอ้างอิงการขายตามชนิดยางที่จะชดเชยโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ในรอบที่&nbsp;5&nbsp;หรือเงินชดเชยครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ของเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;แต่รอบนี้เกษตรกรจะไม่ได้รับเงินส่วนต่างชดเชยการประกันราคายาง&nbsp;รอบที่&nbsp;5&nbsp;ทั้งสามชนิดไม่ว่าจะเป็นยางแผ่นดิบ&nbsp;น้ำยางสด&nbsp;และยางก้อนถ้วย&nbsp;ไม่มีการชดเชยทั้ง&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;เนื่องจากราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการชดเชยของรอบที่&nbsp;5&nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;แต่ยังมีรอบที่&nbsp;6&nbsp;ของเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;ครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณ&nbsp;</strong>โครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;โดยพื้นที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส)&nbsp;ได้รับอนุมัติจำนวนพื้นที่รวม&nbsp;19,500&nbsp;ไร่&nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;สำหรับเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&nbsp;เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับเกษตรกรชาวสวนยางกับการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;และได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;สวนยางมีอายุตั้งแต่&nbsp;6&nbsp;เดือนขึ้นไป&nbsp;ไม่ไม่เกิน&nbsp;25&nbsp;ปี&nbsp;มีต้นยางเฉลี่ยไม่น้อยกว่า&nbsp;25&nbsp;ต้นต่อไร่&nbsp;ต้องไม่เป็นสวนยางที่อยู่ระหว่างรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน&nbsp;เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีเนื้อที่สวนยางที่ถือครองไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่</strong>&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยสาขาใกล้บ้านได้&nbsp;ก็เป็นโครงการดี&nbsp;ๆ&nbsp;อีก&nbsp;1&nbsp;หนึ่งโครงการที่การยางแห่งประเทศไทยพยายามช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;และเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการระบาดและประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&nbsp;ยางพาราที่ทำให้เกิดผลกระทบจากผลผลิตยางพาราตกต่ำ&nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำอาชีพสวนยาง</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320074648828"],
    [513,"ลำปาง ดัน อ.แม่เมาะ พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบ เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565</strong>&nbsp;โดยมีนายจำลักษ์&nbsp;กันเพ็ชร์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;และนายจรัญ&nbsp;คำเงิน&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า&nbsp;2&nbsp;เป็นผู้แทน&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้ประกอบการและเครือข่ายภาคเอกชน&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โดยที่ประชุมมีมติคัดเลือกให้&nbsp;อำเภอแม่เมาะ&nbsp;จังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;เป็นพื้นที่พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบของการพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&nbsp;เนื่องจากมีความพร้อมสูงในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งมิติทางกายภาพซึ่งมีสถานประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่&nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;มิติทางสังคม&nbsp;และมิติทางเศรษฐกิจ&nbsp;โดยมีเป้าหมายให้เป็น&nbsp;เมืองน่าอยู่&nbsp;คู่อุตสาหกรรม&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นให้มีความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนโดยรอบ&nbsp;สร้างการเติบโตและขับเคลื่อนไปด้วยกันภายใต้การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การขับเคลื่อนพื้นที่&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนั้น</strong>&nbsp;มีความสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของ&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;ตามโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&nbsp;(Mae&nbsp;Moh&nbsp;Smart&nbsp;City)&nbsp;ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนและพัฒนาตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;ผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทั้งในมิติด้านสังคม&nbsp;พลังงาน&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่ง&nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;พร้อมที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อน&nbsp;อ.แม่เมาะ&nbsp;ร่วมกับภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต่อไปในอนาคต</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320084810831"],
    [514,"คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร ติดตามการขับเคลื่อนด้านเกษตรลำปาง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ</strong>&nbsp;โดยนายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;นายยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัด?ลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและเปิดการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตร?และ?สหกรณ์?จังหวัด?ลํา?ปาง?&nbsp;ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒ?นาด้านการเกษตร?จังหวัด?ลำปาง?&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์?การพัฒนา?จังหวัด?ลำปาง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>โอกาสนี้&nbsp;คณะได้เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาผลิตสินค้าเซรามิค&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริษัทอินทราเซรามิค&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;,&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สินค้าไผ่&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;แปลงปลูกไผ่&nbsp;การรักษาสภาพไผ่&nbsp;โดยนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าไผ่&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มเกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา&nbsp;ตำบลแม่สุก&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;,&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สินค้าข้าว&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;และแปลงนาข้าวเหนียว&nbsp;โดยมีนางคัทลียา&nbsp;สิงหศิริ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตรร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าข้าวเหนียว&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาข้าวเหนียวตำบลวังพร้าว&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัด?ลำปาง&nbsp;และเดินทางไปเยี่ยมชมระบบการผลิต?โรงงาน?ข้าวแต๋น?ทวีพรรณ?&nbsp;ตำบลนาแก้ว&nbsp;อำเภอ?เกาะคา?จังหวัด?ลำปาง?</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะได้รับฟังการบรรยาย?สรุป?ผลการดำเนินงาน</strong>&nbsp;สินค้าครั่งและไม้จามจุรี?&nbsp;จากกรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัท&nbsp;นอร์ทเทอร์น&nbsp;สยามซีดแลค&nbsp;จำกัด&nbsp;และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการไม้จังหวัดลำปางโดยนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าครั่งและจามจุรี&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท?&nbsp;นอร์ท?เทอร์นสยามซีดแลค&nbsp;จำกัด&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปงแสนทอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัด?ลำปาง</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320094344833"],
    [515,"คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร ติดตามการขับเคลื่อนด้านเกษตรลำปาง","<p><strong>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;โดยนายอิสระ&nbsp;ว่องกุศลกิจ&nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&nbsp;</strong>และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;นายยุคล&nbsp;ลิ้มแหลมทอง&nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สาขาเกษตร&nbsp;ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&nbsp;จังหวัด?ลำปาง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและเปิดการประชุม&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตร?และ?สหกรณ์?จังหวัด?ลํา?ปาง?&nbsp;ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒ?นาด้านการเกษตร?จังหวัด?ลำปาง?&nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์?การพัฒนา?จังหวัด?ลำปาง</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;คณะได้เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาผลิตสินค้าเซรามิค&nbsp;</strong>ณ&nbsp;บริษัทอินทราเซรามิค&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สินค้าไผ่&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;แปลงปลูกไผ่&nbsp;การรักษาสภาพไผ่&nbsp;โดยนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์&nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าไผ่&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ณ&nbsp;ฟาร์มเกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา&nbsp;ตำบลแม่สุก&nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;สินค้าข้าว&nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&nbsp;และแปลงนาข้าวเหนียว&nbsp;โดยมีนางคัทลียา&nbsp;สิงหศิริ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตรร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าข้าวเหนียว&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาข้าวเหนียวตำบลวังพร้าว&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;จังหวัด?ลำปาง&nbsp;และเดินทางไปเยี่ยมชมระบบการผลิต?โรงงาน?ข้าวแต๋น?ทวีพรรณ?&nbsp;ตำบลนาแก้ว&nbsp;อำเภอ?เกาะคา?จังหวัด?ลำปาง?&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;คณะได้รับฟังการบรรยาย?สรุป?ผลการดำเนินงาน&nbsp;สินค้าครั่งและไม้จามจุรี</strong>?&nbsp;จากกรรมการผู้จัดการ&nbsp;บริษัทนอร์ทเทอร์น&nbsp;สยามซีดแลค&nbsp;จำกัด&nbsp;และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการไม้จังหวัดลำปางโดยนางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าครั่งและจามจุรี&nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ณ&nbsp;บริษัท?นอร์ท?เทอร์นสยามซีดแลค&nbsp;จำกัด&nbsp;หมู่&nbsp;2&nbsp;ตำบลปงแสนทอง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัด?ลำปาง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320095745834"],
    [516,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&nbsp;140&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;84&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;76&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,322&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,406&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320102717836"],
    [517,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในแม่ฮ่องสอนกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง และต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;2&nbsp;พื้นที่&nbsp;บริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;คือ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;และ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320103319837"],
    [518,"จ.อุบลฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้า เยี่ยมให้กำลังใจวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญ อำเภอพิบูลมังสาหาร","<p><strong>นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลัง</strong>&nbsp;และผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.)&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ณ&nbsp;แปลงนาข้าวของนางสาวดาวพระศุกร์&nbsp;สัตยากูล&nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญ&nbsp;ตำบลดอนจิก&nbsp;อำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;&nbsp;โดยวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญแห่งนี้มีสมาชิกทั้งสิ้น&nbsp;36&nbsp;ราย&nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวจำนวน&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;โดยปลูกข้าว&nbsp;4&nbsp;ชนิด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ข้าวไรซ์เบอร์รี่&nbsp;ข้าวกล้องหอมมะลิ&nbsp;ข้าวเหนียวดำ&nbsp;และข้าวทับทิมชุมแพ&nbsp;โดยมีการปลูกข้าว&nbsp;ทั้งนาปีและนาปรัง&nbsp;ผลผลิตที่ได้ประมาณ&nbsp;300-400&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกร&nbsp;จะแปรรูปจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</strong>หรือตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการ&nbsp;และขายปลีกในราคากิโลกรัมละ&nbsp;60&nbsp;บาท&nbsp;ทำให้ครอบครัวเกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น</p><p><strong>ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;</strong>ได้รับทราบปัญหา&nbsp;และอุปสรรค&nbsp;ของเกษตรกรโดยให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรในพื้นที่&nbsp;ให้ความรู้ด้านการผลิตข้าว&nbsp;และเพิ่มช่องทางกลุ่มตลาดการจำหน่ายข้าว&nbsp;ตลอดจนนำมาตรการให้การช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;โดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.)&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320114248852"],
    [519,"รมว.คลังฯ ลงนาม MOU ระหว่าง ธ.ก.ส. กับ กอช. สร้างบำนาญภาคประชาชนไว้ใช้วัยชรา พร้อมตรวจติดตามความก้าวหน้าเกษตรแปลงใหญ่และแปลงเกษตรอินทรีย์ที่ อุบลฯ","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วานนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายอาคม&nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;และคณะ</strong>&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศแปลงใหญ่บ้านตาติด&nbsp;ตำบลโนนผึ้ง&nbsp;อำเภอวารินชำราบ&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวชุณหจิต&nbsp;สังข์ใหม่&nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&nbsp;ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;มี&nbsp;นายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;อำนวยความสะดวกลงพื้นที่ดังกล่าว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;การลงนามดังกล่าวเป็นบันทึกความร่วมมือ&nbsp;(MOU)</strong>&nbsp;การให้บริการหน่วยรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;หน่วยให้บริการออกสมุดเงินออมให้แก่สมาชิก&nbsp;กอช.&nbsp;ระหว่าง&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;หรือ&nbsp;กอช.&nbsp;โดยนางสาวจารุลักษณ์&nbsp;เรืองสุวรรณ&nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมการออมเงินให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&nbsp;เพื่อไว้ใช้ในวัยชรา&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&nbsp;การให้ความรู้ด้านการออม&nbsp;การวางแผนทางการเงิน&nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนการออมเงินกับ&nbsp;กอช.&nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรและครอบครัว&nbsp;ให้มีบำนาญภาคประชาชนใช้กันถ้วนหน้า</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มผู้ปลูกดอกไม้&nbsp;บ้านตาติด&nbsp;อำเภอวารินชำราบ</strong>&nbsp;เป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;มีสมาชิกทั้งสิ้น&nbsp;42&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;มีรายได้ตลอดทั้งปีโดยเฉลี่ย&nbsp;375,000&nbsp;บาทต่อคนต่อปี</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;และคณะ&nbsp;</strong>ได้ลงพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งเป็นแปลงดอกไม้ของกลุ่มเกษตรกรปลูกดอกไม้บ้านตาติด&nbsp;แปลงใหญ่&nbsp;รับทราบปัญหาความต้องการของประชาชนโดยตรง&nbsp;และภาคบ่ายลงพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;ส่งขายทั่วประเทศ</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320113826849"],
    [520,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง โดยพบสูงสุดในแม่ฮ่องสอนส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงเกือบ5,000จุด ส่งผลกระทบไทยหลายพื้นที่","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;โดยพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงเกือบ&nbsp;5,000&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(19&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;351&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;158&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;119&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;15&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;196&nbsp;จุดสูงติดต่อกัน&nbsp;9&nbsp;วัน&nbsp;รองลงมาเป็นแพร่&nbsp;29&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;14&nbsp;ถึง&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงต่อเนื่องในหลายพื้นที่&nbsp;เพราะเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แต่พื้นที่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจายตัวอยู่และมีการกระจุกตัวในบางพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,609&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,669&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,086&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้ตอนบนของภาคเหนือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;ส่วนจังหวัดอื่นๆโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;21&nbsp;วันวันนี้พบสูง&nbsp;4,953&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&nbsp;351&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;325&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320130527873"],
    [521,"สนับสนุนทุกภาคส่วนในการทำให้พืชสมุนไพรของไทยมีการพัฒนาและต่อยอด ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ กัญชา กัญชง กระท่อม","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;รับฟังการนำเสนอ&nbsp;พืชกระท่อมไทย&nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;บนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่&nbsp;ของสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;บทบาทพืชกระท่อมไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก&nbsp;นำร่อง&nbsp;4&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทยและทุกภาคส่วน&nbsp;ที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการทำให้พืชสมุนไพรของไทยมีการพัฒนาและต่อยอดได้&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;มีการจัดทำคู่มือสำหรับเกษตรกร&nbsp;ในการปลูกและขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกัญชา&nbsp;กัญชงและกระท่อม&nbsp;ที่จัดทำโดยกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ให้สอดคล้องกับกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากการผลิตและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;ร่วมกับสถาบันการศึกษา&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในทุกมิติ&nbsp;ตั้งแต่การผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ&nbsp;จนถึงการเชื่อมโยงตลาด&nbsp;รวมทั้งสร้างการรับรู้ถึงกฎหมายข้อระเบียบที่เกี่ยวข้อง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212249973"],
    [522,"ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อพัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่ ดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี ","<p><strong>นายธนารัตน์&nbsp;งามวลัยรัตน์</strong>&nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(ธกส.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ธกส.ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มและจัดหาปัจจัยการผลิตร่วมกัน&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทั้งการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การรวบรวมผลผลิตเพื่อจำหน่าย&nbsp;โดยสนับสนุนเงินทุนให้แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย&nbsp;ค่าลงทุน&nbsp;วงเงินสินเชื่อรวม&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อัตราดอกเบี้ยทั้งโครงการร้อยละ&nbsp;3.01&nbsp;ต่อปี&nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรฯ&nbsp;จ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ&nbsp;0.01&nbsp;ต่อปี&nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;แทนเกษตรกร&nbsp;ร้อยละ&nbsp;2.875&nbsp;ต่อปี&nbsp;และ&nbsp;ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยเองร้อยละ&nbsp;0.125&nbsp;ต่อปี&nbsp;ระยะเวลาไม่เกิน&nbsp;5&nbsp;ปีนับตั้งแต่วันกู้&nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2559&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;มิถุนายน&nbsp;2575&nbsp;ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มเกษตรกรฯไปแล้ว&nbsp;366&nbsp;กลุ่ม&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;2,104.70&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>สำหรับหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการฯ</strong>&nbsp;ต้องเป็นสหกรณ์การเกษตร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ที่รวมตัวกันตั้งแต่&nbsp;30&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;และมีพื้นที่การผลิตทั้งประเภทพืชไร่&nbsp;ยางพารา&nbsp;ข้าว&nbsp;ปาล์ม&nbsp;ไม้ผล&nbsp;พืชผัก&nbsp;ไม้ดอก&nbsp;ประมงและปศุสัตว์&nbsp;รวมกันตั้งแต่&nbsp;300&nbsp;ไร่ขึ้นไป&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ฯที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;หรือติดต่อได้ที่&nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212015969"],
    [523,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาโรค \"ลัมปี สกิน\" ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.</strong>&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อมอบเงินเยียวยาโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;,&nbsp;นายจำลอง&nbsp;ผูกดวง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;,&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;เข้าร่วมต้อนรับ&nbsp;ณ&nbsp;หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ในครั้งนี้&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;3,357&nbsp;ราย&nbsp;</strong>3,579&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;85,478,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมให้ความช่วยเหลือแล้ว&nbsp;3,749&nbsp;ราย&nbsp;3,989&nbsp;ตัว&nbsp;วงเงินช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;96,076,000&nbsp;บาท&nbsp;คงเหลืออยู่ระหว่างขอความช่วยเหลืออีก&nbsp;986&nbsp;ราย&nbsp;1,038&nbsp;ตัว&nbsp;19,910,800&nbsp;บาท&nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป&nbsp;โดยรวมรัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์&nbsp;(โรคลัมปี&nbsp;สกิน)&nbsp;แล้วทั้งสิ้น&nbsp;39&nbsp;จังหวัด&nbsp;42,266&nbsp;ราย&nbsp;วงเงินกว่า&nbsp;&nbsp;972&nbsp;ล้านบาท&nbsp;คิดเป็น&nbsp;70%&nbsp;ของวงเงินที่ขอความช่วยเหลือทั้งประเทศ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ชี้แจงผลักดันส่งเสริมโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;</strong>เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ปศุสัตว์ประมง&nbsp;สิ่งที่เกษตรกรจะได้รับ&nbsp;1.หาตลาดได้ง่าย&nbsp;2.มีประกันราคารับซื้อ&nbsp;3.ธ.ก.ส.&nbsp;อนุมัติสิ้นเชื่อ&nbsp;100,000&nbsp;บาท/ราย&nbsp;ไม่ต้องมีหลักทรัพย์คำประกัน&nbsp;(1&nbsp;คนกู้&nbsp;2&nbsp;คนค้ำ&nbsp;ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน)</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320141431887"],
    [524,"อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&nbsp;เตือนอิสานใต้&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายจำเริญ&nbsp;ทองละมุล&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ</strong>&nbsp;รายงานสภาพอากาศ&nbsp;ประจำวันอาทิตย์ที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ดังนี้&nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้&nbsp;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันนี้&nbsp;ถึงเวลา&nbsp;06.00&nbsp;น.&nbsp;วันพรุ่งนี้&nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลักษณะอากาศ&nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&nbsp;40&nbsp;ของพื้นที่&nbsp;กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ลมผิวพื้น&nbsp;ลมตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;ความเร็ว&nbsp;10-15&nbsp;กม./ชม.&nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;33&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&nbsp;ประมาณ&nbsp;25&nbsp;องศาเซลเซียส</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320142645895"],
    [525,"นอภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ เปิดงาน \"วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565\"","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>&nbsp;นายสุวรรณ&nbsp;เนตรเนติกุล&nbsp;นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&nbsp;\"วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565\"&nbsp;ซึ่งมีนายยงยศ&nbsp;ช่วยบุญ&nbsp;เกษตรอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>การจัดงานในครั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&nbsp;</strong>โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;เพื่อให้บริการและช่วยแก้ไขปัญหาการผลิตของเกษตรกร&nbsp;นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;พัฒนาคุณภาพผลผลิต&nbsp;และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;โดยมีฐานถ่ายทอดความรู้จำนวน&nbsp;6&nbsp;ฐาน&nbsp;ดังนี้&nbsp;ฐานที่&nbsp;1&nbsp;การทํานาหยอดกับการลดต้นทุน&nbsp;,&nbsp;ฐานที่&nbsp;2&nbsp;การอารักขาพืช&nbsp;,&nbsp;ฐานที่&nbsp;3&nbsp;ด้านบริหารจัดการพืชไร่&nbsp;,&nbsp;ฐานที่&nbsp;4&nbsp;ด้านการปศุสัตว์&nbsp;,&nbsp;ฐานที่&nbsp;5&nbsp;ด้านประมง&nbsp;และฐานที่&nbsp;6&nbsp;ด้านจัดการดินและปุ๋ย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หน่วยงานอื่น&nbsp;ๆ</strong>&nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมออกหน่วยบริการให้ความรู้และบริการเกษตรอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมงานดังกล่าว</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320142639894"],
    [526,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาโรคลัมปี สกิน และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร ที่จังหวัดสุรินทร์","<p><strong>ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้มอบเงินเยียวยาโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกรให้แก่ประชาชนชาวสุรินทร์&nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;นายจำลอง&nbsp;ผูกดวง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้มีเกียรติ&nbsp;และประชาชนที่ได้รับเงินเยียวยากว่า&nbsp;400&nbsp;คน&nbsp;ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>นายจำลอง&nbsp;ผูกดวง&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</strong>ถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ชนิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโคและกระบือ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ได้ออกประกาศ&nbsp;เรื่อง&nbsp;เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ฉบับลงวันที่&nbsp;16&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564&nbsp;และดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด&nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;มีมติรับรองไปแล้ว&nbsp;7&nbsp;ครั้ง&nbsp;รวมเกษตรกร&nbsp;4,530&nbsp;ราย&nbsp;โคและกระบือ&nbsp;4,855&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินที่ขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;114,981,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการประชุมครั้งที่&nbsp;8&nbsp;ภายในห้วงเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อรับรองการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรที่ยื่นคำขอความช่วยเหลือต่อไป&nbsp;เนื่องด้วยจังหวัดสุรินทร์ยังมีสัตว์ป่วยตาย&nbsp;และภัยดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์&nbsp;ชนิดลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(สถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;(Lumpy&nbsp;skin&nbsp;disease&nbsp;:&nbsp;LSD)&nbsp;ในพื้นที่สุรินทร์&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;120&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิน&nbsp;2,678,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมเกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือทั้ง&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;3,237&nbsp;ราย&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิน&nbsp;82,800,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมเกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือทั้ง&nbsp;13&nbsp;อำเภอ&nbsp;รวมทั้งครั้งที่&nbsp;1&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;มีจำนวนเกษตรกร&nbsp;3,357&nbsp;และ&nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิน&nbsp;85,478,000&nbsp;บาท&nbsp;ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือ&nbsp;ทั้ง&nbsp;14&nbsp;อำเภอ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320151420904"],
    [527,"รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้ พร้อมสนับสนุนปลูกข้าวอินทรีย์ และขับเคลื่อนโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายประภัตร&nbsp;โพธสุธน&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวในการลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาโรค&nbsp;\"ลัมปี&nbsp;สกิน\"&nbsp;และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ว่า&nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้มี&nbsp;3&nbsp;เรื่องที่ต้องขับเคลื่อน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เรื่องแรก&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสุรินทร์ที่มีผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;มากที่สุดในประเทศไทยและเสียหายมากที่สุด&nbsp;เป็นเงินประมาณ&nbsp;100&nbsp;ล้านเศษ&nbsp;ซึ่งชาวสุรินทร์ต่างพึงพอใจในการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับกระทรวงการคลัง&nbsp;ปรับการเยียวช่วยเหลือมากกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>เรื่องที่&nbsp;2&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การสนับสนุนส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์ผลักดันการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์&nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้รักสุขภาพ&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดในขณะนี้&nbsp;และจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านข้าวหอมมะลิด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>และเรี่องที่&nbsp;3&nbsp;คือ</strong>&nbsp;การมาชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&nbsp;ของรัฐบาลที่มีการอนุมัติงบประมาณ&nbsp;30,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;สนับสนุนให้ประชาชนปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่ใช้น้ำน้อยในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;โดยสามารถยื่นกู้ได้รายละ&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;ผ่านผู้ค้ำประกัน&nbsp;2&nbsp;คน&nbsp;โดยได้ฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;รับดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดต่อไป</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320155401908"],
    [528,"เร่งขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เดินหน้าขยายผลในทุกจังหวัดและทุกองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ","<p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน&nbsp;&nbsp;ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;และครอบคลุมกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน&nbsp;&nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศรณรงค์เชิญชวนผู้ที่มีอายุตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;เพื่อร่วมมือกันดูแลครอบครัวให้รู้จักคัดแยกขยะเปียก&nbsp;ขยะแห้ง&nbsp;ขยะพิษ&nbsp;รวมทั้งเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;มีส่วนร่วมบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;3Rs&nbsp;หรือ&nbsp;3ช&nbsp;:&nbsp;ใช้น้อย&nbsp;Reduce&nbsp;ใช้ซ้ำ&nbsp;Reuse&nbsp;และนำมาผลิตเพื่อใช้ใหม่&nbsp;Recycle&nbsp;&nbsp;พร้อมรณรงค์ให้ทุกครัวเรือน&nbsp;จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&nbsp;ซึ่งเป็นถังขยะเปียกคัดแยกขยะครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;ต้นทาง&nbsp;ตั้งแต่แหล่งกำเนิดให้ครบ&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;2565</p><p><strong>หากครัวเรือนใดมีพื้นที่&nbsp;ที่ไม่สามารถทำได้</strong>&nbsp;&nbsp;ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&nbsp;จัดถังขยะรวมคือ&nbsp;ถังขยะเปียก&nbsp;เพื่อรวมเศษอาหาร&nbsp;ขยะอินทรีย์&nbsp;&nbsp;ถังขยะทั่วไปและถังขยะอันตราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมาโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน</strong>&nbsp;ได้จัดทำแล้วถึง&nbsp;10&nbsp;ล้าน&nbsp;5&nbsp;แสนครัวเรือน&nbsp;จาก&nbsp;17&nbsp;ล้าน&nbsp;8&nbsp;แสนครัวเรือน&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;&nbsp;60&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;&nbsp;ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดภาวะโลกร้อนได้กว่า&nbsp;300,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี&nbsp;เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้&nbsp;600&nbsp;ล้านตัน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ยังเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดขยายผลให้ช่างทอผ้า</strong>&nbsp;ผู้ประกอบการผ้าไทย&nbsp;ผ้าอัตลักษณ์ทุกประเภททั่วประเทศ&nbsp;น้อมนำพระราชดำริ&nbsp;ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;งดใช้สีเคมีในการย้อมผ้า&nbsp;มาผลิตวัตถุดิบที่จะใช้ผลิตผ้า&nbsp;เพื่อไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&nbsp;รวมถึงให้ทุกจังหวัด&nbsp;รณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;พร้อมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;&nbsp;นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศแล้ว&nbsp;ยังตอบโจทย์การแก้ปัญหาฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;สภาวะโลกร้อนและภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;</p><p><strong>พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;&nbsp;กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&nbsp;ทั้งยานพาหนะ&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน&nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมตามมาตรการภาครัฐ&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320211731965"],
    [529,"เจ้าท่าภูมิภาคสงขลา ขอให้ระมัดระวังในการเดินเรือ หลังกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางสาวนงลักษณ์&nbsp;ฤทธิเดช&nbsp;นักวิชาการขนส่งชำนาญการ&nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้ออกประกาศสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา&nbsp;ขอให้ระมัดระวังการเดินเรือ&nbsp;ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;เรื่องหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&nbsp;20-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&nbsp;มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไชโคลน&nbsp;ในช่วงวันที่&nbsp;20-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;คาดว่าจะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน&nbsp;และเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา&nbsp;แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง&nbsp;แต่จะทำให้ลมที่พัดเข้าหาศูนย์กลางพายุมีกำลังแรงขึ้น&nbsp;และพัดปกคลุมทางด้านตะวันตกของประเทศไทย&nbsp;ส่งผลทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ด้านตะวันตกของภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจาก</p><p>ฝนฟ้าคะนอง&nbsp;และฝนตกหนักถึงหนักมากที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น</strong>&nbsp;โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูง&nbsp;1-2&nbsp;เมตร&nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&nbsp;และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองนี้ไว้ด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>คำเตือน&nbsp;เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินเรือ&nbsp;</strong>สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&nbsp;สาขาสงขลา&nbsp;จึงขอประกาศเตือนผู้ควบคุมเรือ&nbsp;เจ้าของเรือ&nbsp;ผูัประกอบการเดินเรือและชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ&nbsp;และขอให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเรือพร้อมทั้งประกาศกรมเจ้าท่าที่โดยเคร่งครัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ให้ผู้ควบคุมเรือตรวจสอบความพร้อมของสภาพตัวเรือ&nbsp;เครื่องยนต์&nbsp;และเฝ้าติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320155558909"],
    [530,"ชิงเก็บ ลดเผา บริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ครอบคลุมพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชนและพื้นที่ริมทาง","<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และคณะผู้บริหาร&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวมทั้งเป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อม&nbsp;โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมคณะ&nbsp;ประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เน้นย้ำถึงความห่วงใยและการให้ความสำคัญของรัฐบาล&nbsp;โดยพลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;และพลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&nbsp;และขอกำชับให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;โดยยกระดับการทำงานเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;แก้ไขและควบคุมไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในทุกมิติ&nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;และ&nbsp;แผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;1&nbsp;สื่อสาร&nbsp;5&nbsp;ป้องกัน&nbsp;3&nbsp;เผชิญเหตุ&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>มอบหมายให้ขยายการดำเนินงานโครงการ&nbsp;ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา&nbsp;บริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ครอบคลุมพื้นที่ป่า&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;พื้นที่ชุมชนและพื้นที่ริมทาง&nbsp;เป้าหมายรวม&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;และเร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง&nbsp;บริษัท&nbsp;SCG&nbsp;กับ&nbsp;ทส.&nbsp;ให้เป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อสร้างรายได้และแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือ&nbsp;ตลอดจนให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่&nbsp;เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ให้มีสภาพดี&nbsp;พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>ประชุมเตรียมความพร้อมโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา&nbsp;โดยเน้นกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่&nbsp;เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี&nbsp;ความสมานฉันท์สามัคคี&nbsp;และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;ของหน่วยงานทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชนและประชาชน&nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชนและประชาชน&nbsp;และร่วมฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศของประเทศ</p><p><br></p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320160203911"],
    [531,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ความสามารถ ด้านวิชาการเกษตรทั้งระบบ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่สู่ผู้ประกอบการ&nbsp;ในการประชุมและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร&nbsp;การผลักดันเกษตรกรรุ่นใหม่เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&nbsp;ผู้ประกอบการและกิจกรรมแปลงใหญ่&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ให้ความสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทย&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมกับการสร้างบุคลากรด้านการเกษตรรุ่นใหม่ให้มีความทันสมัย&nbsp;สามารถทำการเกษตรได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบันและเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรสำหรับรองรับการเป็นครัวโลกในอนาคต&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมุ่งหวังให้เกษตรกรรุ่นใหม่มีการประกอบอาชีพการเกษตรให้แก่เยาวชน&nbsp;เกษตรกรและบุคคลทั่วไป&nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ส่งผลให้ชุมชนสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจจากฐานการเกษตรได้ต่อไป</p><p><strong>ด้านนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี&nbsp;2557&nbsp;&nbsp;2564&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;Step&nbsp;1&nbsp;Getting&nbsp;Idea&nbsp;หรือการปรับกระบวนทัศน์สู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร&nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรรุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาเป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จำนวน&nbsp;18,215&nbsp;ราย&nbsp;Step&nbsp;2&nbsp;Set&nbsp;up&nbsp;Project&nbsp;หรือการเริ่มต้นประกอบกิจกรรมการเกษตรในเชิงธุรกิจเกษตร&nbsp;ปัจจุบันมี&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ได้รับการพัฒนา&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6,152&nbsp;ราย&nbsp;Step&nbsp;3&nbsp;Startup&nbsp;หรือการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรเต็มตัว&nbsp;ปัจจุบันมี&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ได้รับการพัฒนาต่อยอด&nbsp;จำนวน&nbsp;1,003&nbsp;ราย&nbsp;และการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสากล&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมี&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer</strong>&nbsp;ได้รับการพัฒนาต่อยอด&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;รายนอกจากนี้&nbsp;ยังมีการสนับสนุนการทำงานของเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;โดยการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(ศบพ.)&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;ศูนย์&nbsp;รวม&nbsp;77&nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&nbsp;และได้ขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่ระดับอำเภอและชุมชน&nbsp;ทำให้เกิดเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น&nbsp;จำนวน&nbsp;592&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานของเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ระดับจังหวัด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212611976"],
    [532,"กษ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ร่วมกับเกษตรอำเภอน้ำเกลี้ยงและพายุห์ เร่งขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง","<p><strong>สำนักงานกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</strong>ภายใต้การอำนวยการของ&nbsp;นายนาวิน&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายธนาวิทย์&nbsp;แสวงผล&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ/&nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางบุษบา&nbsp;สุขศรี&nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ลงพื้นที่หารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำเกลี้ยง&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอพยุห์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320180109946"],
    [533,"เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดแพคเกจเอาใจเจ้าของไร่ที่ไม่มีเวลา บริการไถ ปลูก ดูแล แบบเหมาจ่าย ยกทีมทำงานกว่า 20 ชีวิต สร้างรายได้ดีช่วงสถานการณ์โควิด-19","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ที่บ้านไชยวาร&nbsp;หมู่&nbsp;9&nbsp;ตำบลหนองบัว&nbsp;อำเภอหนองกุงศรี&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;กลุ่มเกษตรกรกว่า&nbsp;20&nbsp;คน&nbsp;รวมตัวกันบริการด้านการเกษตรแบบครบเซท&nbsp;เอาใจเจ้าของไร่นาที่ไม่มีเวลาปลูกพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ตั้งแต่ไถเตรียมดิน&nbsp;ปลูก&nbsp;ดายหญ้าจนถึงเก็บผลผลิต&nbsp;โดยคิดเป็นแบบเหมาจ่ายค่าแรง&nbsp;คิดเป็นไร่ละ&nbsp;300-500&nbsp;บาท&nbsp;ไม่รวมค่าไถเตรียมดิน&nbsp;ซึ่งใน&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;สามารถให้บริการได้กว่าวันละ&nbsp;20&nbsp;ไร่</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นางหนูเจน&nbsp;แก้วพรม&nbsp;เจ้าของไร่&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ตนมีที่นา&nbsp;6&nbsp;ไร่&nbsp;ที่เป็นที่ว่าง&nbsp;ซึ่งได้ว่าจ้างให้กลุ่มนี้มาดำเนินการปลูกให้&nbsp;ซึ่งเป็นมันสำปะหลัง&nbsp;แต่มีท่อนพันธุ์แล้ว&nbsp;ทางกลุ่มคิดค่าบริการเหมาไร่ละ&nbsp;300&nbsp;บาทเท่านั้น&nbsp;ที่ตนเลือกใช้บริการเพราะอายุมากแล้ว&nbsp;มีไร่มันสำปะหลังที่ทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&nbsp;จึงต้องดำเนินการต่อดีกว่าจะปล่อยเป็นพื้นที่ว่าง&nbsp;ประหยัดทั้งแรงตนและค่าใช้จ่ายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมถึงระยะเวลาที่เร็วขึ้น&nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว&nbsp;ตนก็จะจ้างกลุ่มนี้มาเก็บเกี่ยวผลผลิตเช่นเดิม&nbsp;เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นการสนับสนุนชาวบ้านด้วยกัน&nbsp;ช่วงสถานการณ์ยากลำบาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นางเทียมจันทร์&nbsp;จุนันท์&nbsp;หนึ่งในกลุ่มผู้รับเหมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ทำให้ไม่ได้ออกไปทำงานในต่างพื้นที่&nbsp;จึงได้รวมตัวกันกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่รับเหมาบริการทางการเกษตรแบบครบวงจร&nbsp;ซึ่งตนมองว่าสามารถทำรายได้ตลอดทั้งปี&nbsp;เพราะพืชพรรณทางการเกษตรที่ปลูก&nbsp;ต้องดูแลรักษาจนถึงขั้นเก็บเกี่ยวผลผลิต&nbsp;ส่วนมากจะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีเวลา&nbsp;จึงได้คิดแพคเกจนี้มาบริการ&nbsp;ซึ่งหลังเสร็จงานค่าแรงทุกคนได้เท่ากัน&nbsp;บางวันตกคนละ&nbsp;600-800&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับจำนวนไร่ที่รับเหมาและปริมาณที่ทำได้ในแต่ละวัน&nbsp;ซึ่งก็พอที่จะเป็นรายได้จุนเจือครอบครัวและค่าใช้จ่ายช่วงสถานการณ์โควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;และได้ทำงานที่บ้านเกิดด้วย</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สทท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320175904944"],
    [534,"เหมาหมดสวน ทุเรียนเขาบรรทัด ก.ก.ละ 220 บาท","<p><strong>นายชายดาว&nbsp;ขำวงษ์&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4</strong>&nbsp;บ้านคลองมะนาว&nbsp;ตำบลไม้รูด&nbsp;อำเภอคลองใหญ่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การทำสวนทุเรียนของเกษตรกรชาวสวนในตำบลไม้รูด&nbsp;อำเภอคลองใหญ่&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ว่า&nbsp;สวนทุเรียนของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนส่วนใหญ่&nbsp;จะมีพื้นที่ปลูกทุเรียนตามเชิงเขาบรรทัด&nbsp;ชายแดนไทย-กัมพูชา&nbsp;โดยรวมแล้วจะมีพื้นที่สวนทุเรียนนับพันไร่&nbsp;ทั้งทุเรียนเก่า&nbsp;และทุเรียนปลูกใหม่&nbsp;ซึ่งทุเรียนของตำบลไม้รูดจะเป็นทุเรียนที่เป็นดินเชิงเขาบรรทัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ประกอบกับสภาพอากาศที่ใกล้ชายทะเล&nbsp;ทำให้มีลมทะเลพัดโชยมาตลอดเวลา&nbsp;ส่งผลให้สภาพพื้นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ที่ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับทุเรียนและผลไม้ต่างๆ&nbsp;นอกจากนี้หลายสวนยังมีสภาพพื้นดินที่มีส่วนผสมของทรายแก้ว&nbsp;ซึ่งเป็นทรายที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำแก้ว&nbsp;ทุเรียนไม้รูดจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีรสชาติหวาน&nbsp;หอม&nbsp;กลมกล่อม&nbsp;เนื้อเหนียวแห้ง&nbsp;นุ่มนวล&nbsp;ซึ่งก็มีทุเรียนหลากหลายพันธุ์&nbsp;ทั้งหมอนทอง&nbsp;กระดุม&nbsp;ชะนี&nbsp;ก้านยาว&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>สำหรับสวนทุเรียนของผู้ใหญ่ชายดาว</strong>&nbsp;มีทั้งทุเรียนรุ่นเก่าอายุ&nbsp;50&nbsp;ปี&nbsp;และทุเรียนรุ่นใหม่เพิ่งปลูกอายุ&nbsp;3-4&nbsp;ปี&nbsp;ทั้งหมดเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนที่ตลาดมีความต้องการมาก&nbsp;และยังมีทุเรียนพันธุ์ชะนีบ้างแต่ไม่มากนัก&nbsp;ทั้งหมดปลูกในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;ไร่ด้วยกัน&nbsp;โดยทุเรียนของตนเองดอกบานระหว่างวันที่&nbsp;15-25&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2564&nbsp;และจะครบกำหนดเก็บเกี่ยวในต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้&nbsp;(โดยนับตั้งแต่ดอกบานถึงวันเก็บเกี่ยวต้องใช้เวลา&nbsp;120&nbsp;วัน)&nbsp;</p><p><strong>นายชายดาวเล่าต่อว่า&nbsp;ทุเรียนตำบลไม้รูด&nbsp;</strong>เป็นทุเรียนคุณภาพทั้งจากสภาพดินภูเขา&nbsp;สภาพอากาศชายทะเล&nbsp;และแร่ธาตุต่างๆ&nbsp;ตลอดจนการดูแล&nbsp;บำรุงรักษาของเกษตรกรชาวสวน&nbsp;แต่ทางจังหวัดตราดกลับไม่เห็นคุณค่า&nbsp;ให้ความสำคัญแค่ถนนทุเรียนที่ตำบลอ่าวใหญ่เท่านั้น&nbsp;แต่จากคุณภาพ&nbsp;และชื่อเสียงของทุเรียนไม้รูดที่ผ่านมาหลายปี&nbsp;ผลผลิตไม่พอจำหน่าย&nbsp;และเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนทุเรียนจากท้องที่อื่นเช่นกัน&nbsp;โดยพ่อค้าจะเหมาซื้อผลผลิตทั้งสวน&nbsp;สำหรับพันธุ์หมอนทอง&nbsp;ในราคากก.ละ&nbsp;220&nbsp;บาท&nbsp;และพันธุ์ชะนี&nbsp;กก.ละ&nbsp;180&nbsp;บาท&nbsp;คาดว่าปีนี้ชาวสวนจะได้เงินจากการขายทุเรียนเป็นกอบเป็นกำไปตามๆ&nbsp;กัน</p><p><strong>นายชายดาวบอกว่า&nbsp;</strong>ตนเองทำสวนทุเรียนตั้งแต่อายุ&nbsp;21&nbsp;ปี&nbsp;จนปีนี้อายุ&nbsp;55&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;หลังประสบความสำเร็จจากการทำสวนทุเรียน&nbsp;มีเกษตรกรชาวสวนพากันปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น&nbsp;ทำให้ถนนสาย&nbsp;3&nbsp;ต่อจากศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทยเขาล้าน&nbsp;เลียบเชิงเขาบรรทัดมีสวนทุเรียนปลูกเรียงราย&nbsp;เป็นวิวทิวทัศน์เชิงเขาบรรทัดที่สวยงาม&nbsp;นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมภาพความสวยงามของสวนทุเรียนเชิงเขาบรรทัดระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอคลองใหญ่อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สวท.ตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320204302956"],
    [535,"กอนช. ขอให้ระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด ช่วง 21  24 มี.ค.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;12&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มีนาคมนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เนื่องจากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&nbsp;มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลนช่วงวันที่&nbsp;20&nbsp;&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบนและเข้าปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา&nbsp;แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง&nbsp;แต่จะทำให้ลมที่พัดเข้าหาศูนย์กลางพายุมีกำลังแรงขึ้นและพัดปกคลุมทางด้านตะวันตกของไทย&nbsp;ส่งผลให้ไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;และฝั่งตะวันออก&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;สงขลา&nbsp;พัทลุง&nbsp;กระบี่&nbsp;พังงา&nbsp;ตรัง&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือ&nbsp;พร้อมติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตรในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำและแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&nbsp;</p>","2022-03-20T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212820979"],
    [536,"กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง พร้อมระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 19 จังหวัด","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง&nbsp;พร้อมระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่&nbsp;19&nbsp;จังหวัด</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ปริมณฑล&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคใต้ฝั่งตะวันออก&nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.กรุงเทพมหานคร&nbsp;115&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;97&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพังงา&nbsp;101&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;นนทบุรี&nbsp;ปทุมธานี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ชุมพร&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;กระบี่&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;ตรัง&nbsp;พัทลุง&nbsp;สตูล&nbsp;สงขลา&nbsp;ยะลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;และนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,203&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;49&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,290&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094715008"],
    [537,"จังหวัดตรัง ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง","<p><strong>นางนิตยา&nbsp;จันทร์ประทีป&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&nbsp;พร้อมนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง&nbsp;ณ&nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาบินหลา&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยร่วมประชุมเพื่อร่วมกันวางแผนการพัฒนา&nbsp;แลกเปลี่ยนปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;และติดตามผลการปลูกผักยกแคร่ของสมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาด้านแมลง&nbsp;ได้แนะนำวิธีการป้องกันแมลง&nbsp;ได้แก่&nbsp;การใช้น้ำส้มควันไม้ไล่แมลง&nbsp;และการปลูกผักที่มีกลิ่นฉุนไว้บริเวณรอบแปลงผักยกแคร่&nbsp;เพื่อไล่แมลงศัตรูพืช&nbsp;ในด้านตลาดสมาชิกส่วนใหญ่จะเน้นบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก&nbsp;ทำให้สามารถลดรายจ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี</p><p><strong>สำหรับแนวทางขับเคลื่อนต่อไปเป้าหมายของอำเภอเมืองตรัง</strong>&nbsp;คือ&nbsp;การอนุรักษ์พันธุกรรมผักพื้นบ้าน&nbsp;ซึ่งจะนำร่องปลูกผักพื้นบ้านในโรงเรือนผักยกแคร่&nbsp;เช่น&nbsp;ผักกาดนกเขา&nbsp;บัวบกบ้าน&nbsp;ผักลำปะสี&nbsp;แส้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สมาชิกฯ&nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงโรงเรือนผักยกแคร่&nbsp;ของ&nbsp;นางสาวสมพิษ&nbsp;รงรักษ์&nbsp;พื้นที่หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาบินหลา&nbsp;ซึ่งได้มีการปลูกผักชี&nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรังต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094144004"],
    [538,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนความก้าวหน้าโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;โดยนายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านบางค้างคาว&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยและขนมพื้นบ้าน&nbsp;ตำบลบ่อหิน&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านบางค้างคาว&nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว</strong>&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยและขนมพื้นบ้าน&nbsp;ตำบลบ่อหิน&nbsp;อำเภอสิเกา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;&nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;และเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;เรื่องวิสาหกิจชุมชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;เครื่องแกง&nbsp;ขนมอบ&nbsp;ขนมพื้นเมือง&nbsp;หลังจากการได้รับสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณของสินค้าเพราะมีกำลังการผลิตวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยสะดวกสบายมากขึ้น&nbsp;เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094348006"],
    [539,"เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่พัฒนา ศจช.ต้นแบบ ด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลทุ่งค่าย","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับนางสุภัชชา&nbsp;ณ&nbsp;พัทลุง&nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่จัดกิจกรรมพัฒนา&nbsp;ศจช.ต้นแบบ&nbsp;ด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&nbsp;10&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่สละสุมาลี&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช&nbsp;พร้อมทั้งสาธิตวิธีการผลิตเชื้อบิวเวอร์เรีย&nbsp;เมตาไรเซียม&nbsp;ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชหลายชนิด&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในแปลงเกษตรของตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมมากที่สุด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับ&nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;(ศจช.)&nbsp;จัดตั้งขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกร</strong>เพื่อการจัดการศัตรูพืชในพื้นที่ของตนเองและชุมชน&nbsp;โดยสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนได้รับการถ่ายทอดความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และนำความรู้ไปดำเนินการจัดการศัตรูพืชด้วยตนเอง&nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรใช้&nbsp;ศจช.&nbsp;เป็นกลไกและเครือข่ายของการจัดการศัตรูพืช&nbsp;ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรจากการระบาดของศัตรูพืชและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;และท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&nbsp;(participatory&nbsp;learning)&nbsp;ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร(Farmer&nbsp;Field&nbsp;School&nbsp;:&nbsp;FFS)&nbsp;เพื่อให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจรและยั่งยืน&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม&nbsp;และรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางการเกษตร&nbsp;พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นโดยมีเกษตรกร&nbsp;ชุมชน&nbsp;และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094540007"],
    [540,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้มบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้มบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</strong></p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมาในหลายพื้นที่ แต่ยังมีบางพื้นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 1 พื้นที่ใน บริเวณ ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp; ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;22 , 27 และ 28&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;22&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321100344015"],
    [541,"สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ทำสำเร็จฟื้นฟูนกกระสาคอขาวปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่อ่างเก็บน้ำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์","<p><strong>นายอรรถพร&nbsp;ศรีเหรัญ&nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ&nbsp;สัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ดำเนินโครงการวิจัย&nbsp;การฟื้นฟูพฤติกรรมนกกระสาคอขาวและการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;ณ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;หนึ่งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มรดกโลก&nbsp;ดินแดนแห่ง&nbsp;เมืองปราสาทหิน&nbsp;ถิ่นภูเขาไฟ&nbsp;ผ้าไหมสวย&nbsp;รวยวัฒนธรรม&nbsp;เลิศล้ำเมืองกีฬา&nbsp;ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&nbsp;(สกสว)&nbsp;และบริษัทแปซิฟิค&nbsp;เฮลธ์&nbsp;แคร์&nbsp;จำกัด&nbsp;เพื่อให้นกกระสาคอขาวที่เป็นนกกระสาขนาดกลางที่แทบไม่พบแล้วในธรรมชาติของประเทศไทยได้ฟื้นฟูประชากรขึ้นได้ใหม่อีกครั้ง&nbsp;</p><p><strong>ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สวนสัตว์เปิดเขาเขียว</strong>&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;มีการใช้กระบวนการศึกษาวิจัยและใช้เวลานานหลายสิบปีจึงประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์นกกระสาคอขาวจากจำนวนไม่กี่ตัว&nbsp;จนมีฐานประชากรนกกระสาคอขาวที่มั่นคง&nbsp;มีจำนวนมากพอและมีองค์ความรู้ที่จะจัดทำโครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;เพื่อกู้วิกฤติก่อนการสูญพันธุ์ครั้งนี้&nbsp;รวมถึงคืนความสมดุลสู่ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและสร้างต้นทุนให้กับพื้นที่ธรรมชาติที่ทำการปล่อยสำหรับสรรพชีวิตต่างๆ</p><p><strong>การนำนกกระสาคอขาวปล่อยคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติ</strong>&nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก&nbsp;ซับซ้อน&nbsp;ท้าทายและต้องใช้เวลาดำเนินงานนานมาก&nbsp;นักวิจัยและทีมงานกลุ่มเล็กๆ&nbsp;ต้องพยายามเก็บข้อมูลหลายประเด็น&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูพฤติกรรมตามธรรมชาติให้นกกระสาคอขาวที่เกิดและเติบโตในสภาพการเพาะเลี้ยงอยู่นานกว่า&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;การดำเนินงานการขออนุญาตที่เป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;การดำเนินการปล่อยที่เป็นไปตามแนวทางการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติของ&nbsp;IUCN&nbsp;SSC&nbsp;และ&nbsp;AZA&nbsp;Guideline&nbsp;ตลอดจนการศึกษาเทคนิคที่จะใช้ในการติดตามตัวสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม&nbsp;2563</strong>&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้เริ่มทดลองปล่อยนกกระสาคอขาวที่ได้รับการฟื้นฟูพฤติกรรมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่สวนสัตว์ฯ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;ในจำนวนนี้&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;ได้แบกสัมภาระที่เป็นอุปกรณ์ติดตามตัวขนาดเล็กไปด้วย&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;(แบบว่าไปไหนมาไหนเราจะทราบ)&nbsp;เพื่อการทดสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคต่างๆ&nbsp;และการศึกษานิเวศการแพร่กระจายภายหลังการปล่อย&nbsp;ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาใช้ในกระบวนการปล่อย&nbsp;ณ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ในเวลาต่อมา&nbsp;ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เป็นพื้นที่ที่ได้รับการประเมินจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;และสำนักอนุรักษ์&nbsp;และวิจัย&nbsp;องค์การสวนสัตว์ฯ&nbsp;แล้วว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม&nbsp;</p><p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;นกกระสาคอขาวที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;ถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่กรงพักสัตว์ที่เป็นกรงเตรียมปล่อย&nbsp;(กรง&nbsp;soft&nbsp;release)&nbsp;ที่สร้างขึ้นมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ&nbsp;ณ&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เพื่อให้นกมีการปรับตัวและเรียนรู้สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่จะเป็นบ้านแห่งใหม่ให้กับพวกเค้าในเวลาต่อมา&nbsp;จากจำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัวนี้มีนกเพศผู้&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;รับบทนำเครื่องระบุพิกัดตำแหน่ง&nbsp;GPS&nbsp;ขนาดเล็กติดตัวไปด้วย</p><p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2564</strong>&nbsp;ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;เหล่านกกระสาคอขาวทั้ง&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;ที่กล้าแกร่งมากเพียงพอแล้วจึงได้เริ่มออกโบยบินสู่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่เป็นครั้งแรกของชีวิต&nbsp;ถึงตอนนี้แม้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการออกเดินทางอันแสนยาวไกลของเหล่านกกระสาคอขาว&nbsp;แต่ทีมงานวิจัยจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวและพันธมิตรกลุ่มเล็กๆ&nbsp;นี้ก็หวังว่าคนไทยทุกคนจะช่วยกันส่งกำลังใจให้กับนกกระสาคอขาวตัวน้อยที่เป็นกลุ่มตัวแทนของพี่น้องนกกระสาคอขาวอีกหลายสิบชีวิตที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างขะมักเขม้น&nbsp;ในการเข้าต่อสู้กับวิกฤติการสูญพันธุ์ในประเทศไทย&nbsp;ให้พวกเค้าได้รับโอกาสในการอยู่รอด&nbsp;มีการแพร่กระจายตั้งต้นเผ่าพันธุ์ใหม่ในบ้านตามธรรมชาติของพวกเค้าได้อีกครั้ง</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321110748051"],
    [542,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่ แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบสูงสุดอยู่ ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงกว่า 4,400 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่&nbsp;แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบสูงสุดอยู่&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&nbsp;4,400&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(20&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;192&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;74&nbsp;จุด&nbsp;//พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;61&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;112&nbsp;จุดสูงสุดติดต่อกัน&nbsp;10&nbsp;วัน&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;ร้อยเอ็ด&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;และเชียงใหม่&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงกระจายตัวเบาบางหลายภูมิภาค&nbsp;เพราะเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แต่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจุกตัวอยู่บางพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,650&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,789&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,104&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยรวมทั้งประเทศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;22&nbsp;วันวันนี้พบสูง&nbsp;4,467&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;566&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;255&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321102706032"],
    [543,"เกษตรฯ แม่ฮ่องสอน จัดอบรมเทคนิคการขายสินค้าและการตลาดออนไลน์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของวิสาหกิจชุมชน","<p><strong>นายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุตร์ชล&nbsp;สุวรรณลพ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสาวพชรวลัย&nbsp;เอี่ยมอาภรณ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;และนางสาวรชนีกร&nbsp;ศรีบุญเรือง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอปางมะผ้า&nbsp;จัดอบรมพัฒนาทักษะวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;และการตลาด&nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์&nbsp;บรรจุภัณฑ์&nbsp;และคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปให้แก่วิสาหกิจชุมชน&nbsp;ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องเทคนิคการขายสินค้าและการตลาดออนไลน์&nbsp;การจัดทำแผนธุรกิจอย่างง่าย&nbsp;(BMC)&nbsp;และจัดทำแผนความต้องการการพัฒนากระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนชูบี&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลถ้ำลอด&nbsp;อำเภอปางมะผ้า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321104317043"],
    [544,"ยะลา  ธ.ก.ส. จับมือ อุตสาหกรรม  หนุนเกษตรกร - ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน","<p><strong>สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&nbsp;(.ก.ส.)&nbsp;</strong>จ.ยะลา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรม&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกรลูกค้า(A-Product)&nbsp;และผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน&nbsp;โดยมีความมุ่งหวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตผู้ประกอบการเพิ่มโอกาสทางการตลาด&nbsp;การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;อันจะสร้างรายได้&nbsp;เกิดการจ้างงานสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรลูกค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น&nbsp;และส่งเสริมบทบาทการเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืนมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบทนั้น&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(21มี.ค.65)&nbsp;ทางด้านนายนวรัฐ&nbsp;ทองพูน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน</strong>&nbsp;ธ.ก.ส.ยะลา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดยะลา&nbsp;ได้ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย&nbsp;A-Product&nbsp;ให้แก่ลูกค้าและผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน&nbsp;&nbsp;คัดเลือกผลผลิตของเกษตรกรลูกค้า&nbsp;ที่มีมาตรฐานตามวิธีปฏิบัติธนาคารตามโครงการ&nbsp;A&nbsp;product&nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นที่รู้จัก&nbsp;ผ่านการสนับสนุนและช่องทางการตลาดของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด&nbsp;สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค&nbsp;และเพิ่มโอกาสจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและชุมชน&nbsp;สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;เข้าร่วม</strong>&nbsp;ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์&nbsp;\"ข้าวบุดี\"&nbsp;/ผลิตภัณฑ์&nbsp;\"ลูกหยีอีชัน\"&nbsp;/&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;\"ทุเรียนทอดกรอบตรา&nbsp;เจ้จุ่ม&nbsp;เบตง&nbsp;โอเค&nbsp;เบตง\"&nbsp;/&nbsp;ผลิตภัณฑ์&nbsp;\"ผ้ามัดย้อมสีมายา\"&nbsp;/ผลิตภัณฑ์&nbsp;\"กาละแม&nbsp;หน่อไม้&nbsp;\"</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321122427085"],
    [545,"สสก.5 ติดอาวุธให้เจ้าหน้าที่ภาคใต้ พร้อมเป็นที่ปรึกษาเกษตรกร เร่งพัฒนาสินค้าสู่การรับรอง GAP","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริม</strong>และพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ให้ข้อมูลว่า&nbsp;ปัจจุบันภาคใต้มีเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;แล้ว&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;54,589&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งถือว่ายังมีจำนวนน้อย&nbsp;เกษตรกรทุกรายควรได้รับการรับรอง&nbsp;ซึ่งตามภารกิจแล้ว&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร&nbsp;และกรมวิชาการเกษตรจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจให้การรับรอง</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรพัฒนาสินค้าให้เข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;GAP</strong>&nbsp;ให้มากขึ้น&nbsp;จึงได้ร่วมกันสร้างการรับรู้&nbsp;และเร่งพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ให้พร้อมเป็นที่ปรึกษาและตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นตามข้อกำหนด&nbsp;ก่อนการยื่นขอตรวจรับรองจริงโดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในปี&nbsp;2565&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายดำเนินการส่งเสริม</strong>การผลิตสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรในการรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหาร&nbsp;จำนวน&nbsp;15,000&nbsp;ราย&nbsp;โดยเน้นพื้นที่ที่มีการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;และแปลงทั่วไปที่มีศักยภาพทางการผลิตและการตลาด&nbsp;ภาคใต้ได้รับเป้าหมายเกษตรกรให้ดำเนินการ&nbsp;จำนวน&nbsp;3,926&nbsp;ราย&nbsp;โดยเกษตรกร&nbsp;ที่จะเข้าร่วมต้องเป็นเกษตรกรที่ยังไม่เคยเข้ารับการอบรมเรื่องมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;หรือเกษตรกรรายเดิมที่ยังไม่ผ่านการประเมินแปลงเบื้องต้นจากกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรที่อยู่ในขอบข่ายการตรวจรับรองของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;โดยพื้นที่ในการผลิต&nbsp;ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;(มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย&nbsp;หรือ&nbsp;มีเอกสาร/หนังสือรับรอง)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&nbsp;สามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ที่</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งอยู่ในพื้นที่&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;การที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีการพัฒนา</strong>สินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน&nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเองจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตรตามหลักการของมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตร&nbsp;ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบได้</p><p><strong>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;จึงได้จัดอบรมพัฒนาความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั้ง&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;สถาบันการศึกษา&nbsp;รวมทั้งกรมส่งเสริมการเกษตรเอง&nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่เข้าอบรมได้รับความรู้ที่จะนำไปปฏิบัติงานในพื้นที่ได้มากที่สุด&nbsp;โดยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นครบทุกรุ่นแล้ว&nbsp;ในไตรมาส&nbsp;2&nbsp;พร้อมที่จะไปปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาให้เกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321133509110"],
    [546,"พัฒนาเส้นไหมไทยพื้นบ้าน เส้นพุ่งสำหรับทอผ้า สร้างอัตลักษณ์ให้กับไหมไทย","<p><strong>นายปราโมทย์&nbsp;ยาใจ&nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในกระบวนการทอผ้าประกอบด้วยเส้นพุ่งและเส้นยืนนำมาทอเป็นผืนผ้า&nbsp;ซึ่งในการผลิตเส้นไหมเพื่อใช้ในการทอผ้านั้น&nbsp;เส้นไหมที่ได้จากการสาวไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นไหมเส้นพุ่งเพื่อการทอผ้า&nbsp;เนื่องจากเส้นใยมีความยาวค่อนข้างสั้น&nbsp;คือประมาณ&nbsp;250&nbsp;&nbsp;300&nbsp;เมตร&nbsp;แต่นำมาทำเป็นเส้นยืนสำหรับทอผ้าได้ยาก&nbsp;</p><p><strong>กรมหม่อนไหม&nbsp;จึงร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ</strong>&nbsp;พัฒนาเทคนิคและวิธีการสาวไหมและตีเกลียว&nbsp;&nbsp;เพื่อให้สามารถทำเส้นไหมยืนและเส้นไหมพุ่งจากไหมไทยพื้นบ้านด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน&nbsp;เกษตรกรสามารถทำได้เอง&nbsp;เส้นไหมที่สาวได้มีลักษณะกลม&nbsp;มีการรวมตัวของเส้นไหมดี&nbsp;เส้นไหมมีความแน่น&nbsp;ไม่แตก&nbsp;เมื่อนำไปทอผ้าจะได้ผ้ามีคุณภาพดีมาก&nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสาวไหมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ&nbsp;ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพเส้นไหมโดยรวมของประเทศ&nbsp;เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทอผ้าไหมได้ผ้าไหมคุณภาพ&nbsp;เป็นการสร้างอัตลักษณ์ให้กับไหมไทยและสามารถจำหน่ายได้ราคาสูงเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นผ้าไหมลักษณะพิเศษที่มีความนุ่มพลิ้วได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับกระบวนการทำเส้นไหมเส้นยืนนั้น</strong>&nbsp;มีเทคนิคและวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน&nbsp;โดยจุดเด่นของกระบวนการนี้คือ&nbsp;สามารถนำรังไหมรังเหลืองจากไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านมาทำเป็นเส้นไหมได้ตามความต้องการ&nbsp;ทั้งไหมเส้นพุ่งและไหมเส้นยืน&nbsp;เส้นไหมที่สาวได้มีลักษณะกลม&nbsp;มีการรวมตัวของเส้นไหมดี&nbsp;เส้นไหมไม่แตก&nbsp;สามารถนำมาทอผ้าไหมคุณภาพสูง&nbsp;หรือผ้ากิโมโนได้&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เกษตรกรสามารถทำได้เอง&nbsp;ไม่ยุ่งยาก&nbsp;ซับซ้อน</strong>&nbsp;และสามารถสาวเส้นและตีเกลียวได้ปริมาณมากกว่าวิธีเดิม&nbsp;อีกทั้งยังสามารถควบคุมขนาดและคุณภาพของเส้นไหมได้ตามความต้องการและตามมาตรฐานที่กำหนดด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321145301156"],
    [547,"ธ.ก.ส.ยะลา ร่วมกับ อุตสาหกรรมยะลา ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย A-Product แก่ลูกค้าและผู้ประกอบการธุจกิจชุมชนในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มีค.65)&nbsp;ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์</strong>การเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;นายนวรัฐ&nbsp;ทองพูน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดยะลา&nbsp;และนายสมบัติ&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;อุตาสาหกรรมจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกันส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย&nbsp;A-Product&nbsp;ให้แก่ลูกค้าและผู้ประกอบการธุจกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;รายการ&nbsp;เนื่องจากสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา&nbsp;ได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกรลูกค้า&nbsp;(A-Product)&nbsp;และผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน&nbsp;โดยธนาคารมีความมุ่งหวังการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตผู้ประกอบการ&nbsp;เพิ่มโอกาสทางการตลาด&nbsp;การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรและเกษตรแปรรูป&nbsp;อันจะสร้างรายได้เกิดการจ้างงาน&nbsp;สร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรลูกค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น&nbsp;และส่งเสริมบทบาทการเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน&nbsp;มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบท</p><p><strong>นายนวรัฐ&nbsp;ทองพูน&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่มีการพัฒนาขึ้น&nbsp;เพื่อที่จะเอื้ออำนวยให้กับกลุ่มเกษตรกรของกลุ่มวิสาหกิจของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;ในการที่จะพัฒนาในเรื่องของการขายผลิตผล&nbsp;และขายผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากพืชผลทางการเกษตร&nbsp;จากเดิมที่เราขายกันในท้องตลาดโดยขายกันแบบธรรมดาทั่วไปอย่างเช่นผักที่เราขายกันเป็นมัด&nbsp;และในวันนี้เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดูสวยงามขึ้น&nbsp;ดูสะดุดตาขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคก็สามารถคิดว่าสินค้าที่เราพัฒนามีมาตรฐานมีคุณสมบัติปลอดภัยในการบริโภค&nbsp;ได้รับตราสัญลักษณ์รับรองจากหลายๆหน่วยงานโดยเฉพาะตราสัญลักษณ์ของธนาคารเอง&nbsp;A&nbsp;Product&nbsp;โดยการคัดเลือก&nbsp;A&nbsp;Product&nbsp;นี้&nbsp;เราต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน&nbsp;ก่อนที่จะให้ตราสัญลักษณ์&nbsp;A&nbsp;Product&nbsp;ซึ่งวันนี้ผลิตภัณฑ์มีทั้งผักสด&nbsp;ข้าวบุดี&nbsp;กาละแมร์หน่อไม้&nbsp;ผ้าทอของสีมายา&nbsp;ลูกหยี&nbsp;ซึ่งเป็นผลิตผลจากเกษตรกรและผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของ&nbsp;ธ.ก.ส.&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่&nbsp;นายสมบัติ&nbsp;สุวรรณมณี&nbsp;อุตาสาหกรรมจังหวัดยะลา&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ทางอุตสาหกรรมจังหวัดได้เห็นความสำคัญของโครงการที่ทำและเรามีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์และให้คำแนะนำปรึกษาในด้านพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์&nbsp;โดยทางอุตสาหกรรมจังหวัดยะลามีบทบาทภารกิจขับเคลื่อน&nbsp;และการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยทางเราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;ภายใต้กิจกรรมที่ทำในเรื่องของการส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;และได้ทราบว่าทางธนาคารได้มีแพลตฟอร์มที่จะไปวางขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะไปต่อยอดต่อไป&nbsp;และหากว่าปีหน้าทางธนาคารมีโครงการแบบนี้อีก&nbsp;ทางอุตสาหกรรมก็จะให้ความร่วมมืออีก&nbsp;เพราะเราจะพัฒนากลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาวิสาหกิจด้วยกัน</p><p><strong>ด้านนางสาวโรสนี&nbsp;ดอเลาะ&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวพื้นเมืองปลอดสารพิษ&nbsp;</strong>(ข้าวบุดี)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ดีใจมากที่ทาง&nbsp;ธ.ก.ส.เห็นความสำคัญของกลุ่มข้าวบุดี&nbsp;ว่าเราพอมีศักยภาพที่จะสามารถต่อยอดได้ในแง่ของบรรจุภัณฑ์&nbsp;ทั้งกระบวนการผลิต&nbsp;กระบวนการขายของเราก็มีอยู่แล้วแต่ว่าในช่วงของแพ็คเก็ตจริงหรือผลิตภัณฑ์ของเราสามารถยกระดับขึ้นได้อีกสเต็ปหนึ่ง&nbsp;ซึ่งทาง&nbsp;ธ.ก.ส.มีทั้งเงินทุนและโอกาสให้กลุ่มเยอะมากทุกด้านทั้งองค์ความรู้และกระบวนการจัดการและตัวแพคเกจจิ้งด้วยอาจจะมีการตลาดเข้ามาด้วยในอนาคตข้างหน้าที่จะเสริมเข้ามา&nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321141503125"],
    [548,"ขับเคลื่อนโครงการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมพลังลดโลกร้อน ที่สุพรรณบุรี","<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา</strong>&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;รวมพลังลดโลกร้อน&nbsp;ที่หอประชุมอาชาสีหมอก&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;ผู้บริหารและปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนผู้อำนวยการดรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;337&nbsp;คน&nbsp;โดยมีนายณัฐภัทร&nbsp;สุวรรณประทีป&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ให้การต้อนรับ</p><p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;มอบเกียรติบัตรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้แก่&nbsp;เทศบาลตำบลดอนเจดีย์&nbsp;และด้านการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;ได้แก่&nbsp;อบต.พลับพลาไชย</p><p><strong>กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำหนดให้มีการคัดเลือก&nbsp;อปท.</strong>ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2564&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ด้านการศึกษา&nbsp;ด้านการสาธารณสุข&nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ด้านส่งเสริมศาสนา&nbsp;ศิลปะ&nbsp;วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ด้านการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น&nbsp;ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สุงอายุ&nbsp;และด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดพิจารณาคัดเลือก&nbsp;อปท.&nbsp;ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านละ&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;เพื่อเป็นแบบอย่างและขวัญกำลังใจแก่&nbsp;อปท.ดังกล่าวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321142335131"],
    [549,"ผู้ว่าฯ แพร่ นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ณ อุทยานแห่งชาติแม่ยม","<p><strong>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม&nbsp;ตำบลสะเอียบ&nbsp;อำเภอสอง&nbsp;นายสมหวัง&nbsp;พ่วงบางโพ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&nbsp;โดยมีหน่วยงานทั้งสังกัดกรมป่าไม้&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;ในพื้นที่อำเภอสองร่วมชี้แจงและบรรยายสรุปผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ยม&nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&nbsp;พร.2&nbsp;(แม่สอง)&nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สอง&nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวง</p><p><strong>จังหวัดแพร่มีเป้าหมายตัวชี้วัด&nbsp;ดังนี้&nbsp;</strong>ความสำเร็จของการจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&nbsp;(Hotspot)&nbsp;คือจุดความร้อนลดลงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;3,528&nbsp;จุด&nbsp;ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบจุดความร้อนจำนวน&nbsp;939&nbsp;จุด</p><p><strong>เป้าหมายความสำเร็จในการควบคุมฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;คือ&nbsp;</strong>ร้อยละวันที่ปริมาณ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานลดลงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;หรือไม่เกิน&nbsp;31&nbsp;วัน&nbsp;ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบจำนวนวันที่ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐานจำนวน&nbsp;13&nbsp;วัน&nbsp;โดยค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร</p><p><strong>ข้อมูลเปรียบเทียบ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;</strong>ข้อมูลระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมถึง&nbsp;19&nbsp;มีนาคม&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;และปี&nbsp;2565&nbsp;พบว่าปี&nbsp;2564&nbsp;จำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;46&nbsp;วัน&nbsp;สำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานจำนวน&nbsp;13&nbsp;วัน</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&nbsp;</strong>เน้นย้ำแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก<strong>&nbsp;</strong>ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติตามมาตรการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำหรับแนวทางของจังหวัดแพร่เน้นการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;โดยเน้นการสร้างความเข้าใจให้ถึงกลุ่มเป้าหมายพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึงตลอดปี&nbsp;มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนและหลังช่วงวิกฤตหมอกควันอย่างเหมาะสม&nbsp;ให้มีการบริหารงบประมาณอย่างเหมาะสมเพียงพอทั่วถึง&nbsp;พื้นที่&nbsp;ที่สามารถดูแลไม่ให้เกิดไฟป่า&nbsp;ให้จัดหางบประมาณสนับสนุนมากกว่าพื้นที่&nbsp;ที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก&nbsp;การนำนโยบายคนอยู่กับป่าเพื่อประโยชน์อย่างสมดุล&nbsp;และปัญหาไฟป่าหมอกควันเป็นปัญหาส่งผล&nbsp;กระทบต่อสุขภาพของประชาชน&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;เศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยว&nbsp;ดังนั้นจึงต้องได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;9&nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&nbsp;ร่วมมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&nbsp;นอกจากนั้นยังมีปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้อาทิ&nbsp;สภาวะอากาศ&nbsp;กระแสลมภูมิประเทศ&nbsp;ส่งผลต่อปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่</p><p><strong>จากนั้นคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่</strong>ได้เดินทางไปยังหน่วยป้องกันและรักษาป่า&nbsp;พร.&nbsp;2&nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321143050133"],
    [550,"รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิด  Green Youth Camp ปลูกจิตสำนึกเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สุพรรณบุรี","<p><strong>ที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;</strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(ทส.)&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนา&nbsp;\"ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(Green&nbsp;Youth&nbsp;Camp)\"&nbsp;ระหว่าง&nbsp;วันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>โดย&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่สำคัญอันดับแรก&nbsp;1&nbsp;ของโลก&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลง&nbsp;ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงอยู่และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนเป็นอย่างมาก&nbsp;จึงได้ให้การส่งเสริมสร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กและเยาวชนในทุกช่วงวัยมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ที่สำคัญคือ&nbsp;ดึงเยาวชนในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ร่วมเป็นพลังในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สร้างความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;และจิตสำนึก&nbsp;และขยายเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนในพื้นที่&nbsp;เกิดการกระตุ้นเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>ด้านนายสรชัด&nbsp;สุจิตต์&nbsp;กล่าวในฐานะประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;สิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์&nbsp;</strong>กล่าวว่า&nbsp;การจัดสัมมนาในครั้งนี้จัดโดยคณะกรรมาธิการการที่ดิน&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และการศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเรียนรู้เรื่อง&nbsp;\"การบริหารการจัดการขยะอย่างยั่งยืน\"&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ชุมชนบ้านรางพลับ&nbsp;จ.ราชบุรี&nbsp;กิจกรรมปลูกป่า&nbsp;เพื่อเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติป่าแก่งกระจาน&nbsp;ณ&nbsp;อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&nbsp;ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแห่งที่&nbsp;6&nbsp;ของประเทศไทย&nbsp;การศึกษาดูงาน&nbsp;\"โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่\"&nbsp;ณ&nbsp;สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&nbsp;การเรียนรู้&nbsp;เรื่อง&nbsp;\"การบริหารจัดการ&nbsp;การพัฒนา&nbsp;และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล\"&nbsp;ณ&nbsp;เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์&nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดวนกร&nbsp;กิจกรรมศึกษาดูงาน&nbsp;\"การศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย&nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;\"&nbsp;รวมไปถึงการเรียนรู้ฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสานตามพระราชดำริโดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;และอาชีวศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321143002132"],
    [551,"ประวิตร กำชับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี โดยเฉพาะการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตร","<p><strong>รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กำชับ&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;โดยเฉพาะการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;เบื้องต้นมีบ่อบาดาลใช้งานได้แล้วกว่า&nbsp;1,500&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พล.อ.ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อำเภอบ้านไร่&nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&nbsp;พร้อมปล่อยแถวทีมดับไฟป่าและขบวนรถบรรทุกน้ำช่วยเหลือประชาชนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;สุพรรณบุรี&nbsp;เพื่อนำน้ำดื่มสะอาด&nbsp;7,500&nbsp;ลิตร&nbsp;ส่งมอบให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง&nbsp;โดย&nbsp;นายศักดิ์ดา&nbsp;วิเชียรศิลป์&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดอุทัยธานีไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนเพียงพอและแหล่งกักเก็บน้ำใช้น้ำฝนเป็นหลัก&nbsp;แต่ประชาชนในพื้นที่ทำอาชีพเกษตรกรรมน้ำฝนถึงร้อยละ&nbsp;80&nbsp;แล้วมีพื้นที่การเกษตรกว่า&nbsp;1.4&nbsp;ล้านไร่&nbsp;แต่อยู่ในเขตชลประทานเพียง&nbsp;230,000&nbsp;ไร่&nbsp;และไม่สามารถสนับสนุนน้ำทำการเกษตรได้เพียงพอ&nbsp;จนเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะหน้าแล้ง&nbsp;เบื้องต้นอุทัยธานีได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว&nbsp;68&nbsp;ตำบล&nbsp;จาก&nbsp;70&nbsp;ตำบล&nbsp;ส่งผลให้ภาคการเกษตรพัฒนาไม่เต็มศักยภาพ&nbsp;สิ่งสำคัญยังหาแหล่งน้ำบาดาลยากมาก&nbsp;ทำให้การเจาะและพัฒนาน้ำบาดาลไม่ประสบผลสำเร็จ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;ได้เร่งรัดขุดเจาะบ่อบาดาลและใช้เครื่องมือทันสมัยค้นหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ๆในพื้นที่&nbsp;เพื่อให้ประชาชนใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ขณะนี้อุทัยธานีมีบ่อน้ำบาดาลที่ใช้งานได้แล้ว&nbsp;1,579&nbsp;แห่ง&nbsp;แบ่งเป็น&nbsp;บ่อน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร&nbsp;114&nbsp;แห่ง&nbsp;และบ่อน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค&nbsp;1,465&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563-2565&nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยเหลือประชาชนในอุทัยธานีผ่านโครงการต่างๆกว่า&nbsp;22&nbsp;โครงการ&nbsp;เช่น&nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่หาน้ำยาก&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;//&nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมาก&nbsp;ทั้งการเกษตรกรรมและอุปโภค-บริโภค&nbsp;จนประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321154342193"],
    [552,"เกอิชา กาแฟเด่นจากดอยสูง บ้านมณีพฤกษ์ เมืองน่าน กิโลละ 8 พัน ผลการพัฒนาภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ประเทศไทยอยู่ในเขต&nbsp;Bean&nbsp;Belt&nbsp;</strong>ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกกาแฟและมีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม&nbsp;สามารถปลูกกาแฟได้ทั้งพันธุ์อาราบิก้า&nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;และพันธุ์โรบัสต้าในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จึงได้มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ที่เน้นการบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;รวมกันผลิต&nbsp;และรวมกันจำหน่าย&nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&nbsp;ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยใช้แนวทางการพัฒนา&nbsp;Smart&nbsp;Group&nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพ&nbsp;พัฒนาศักยภาพของเกษตรกรสู่&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาด&nbsp;โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต&nbsp;อีกทั้งยังได้มีการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรให้กับกลุ่มแปลงใหญ่ผ่านโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดอีกด้วย</p><p><strong>สำหรับแปลงใหญ่กาแฟบ้านมณีพฤกษ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ตำบลงอบ&nbsp;อำเภอทุ่งช้าง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;</strong>ซึ่งมีผลการจัดชั้นคุณภาพ&nbsp;A&nbsp;ถือเป็นอีกความสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จนเกิดผลสำเร็จในรูปแบบแปลงใหญ่กาแฟที่โดดเด่น&nbsp;ขณะที่ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้าไปสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;ทำให้กลุ่มแปลงใหญ่กาแฟบ้านมณีพฤกษ์&nbsp;สามารถจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการผลิตกาแฟ&nbsp;ซึ่งช่วยให้กลุ่มสามารถแปรรูปผลผลิตกาแฟเชอรี่ได้ถึง&nbsp;1,400&nbsp;กิโลกรัม/ชั่วโมง&nbsp;พร้อมทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ยังทำให้กระบวนการผลิตมีการควบคุมอย่างเข้มงวดในทุกรอบการผลิตและการปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้ได้กาแฟที่มีมาตรฐานเดียวกัน</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150323168"],
    [553,"กรมส่งเสริมการเกษตร ระบุเกษตรขอความร่วมมือเกษตรกรตัดทุเรียนก่อนกำหนด ส่งตัวอย่างตรวจเพื่อวัดหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งก่อนเก็บเกี่ยว ป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีความห่วงใยในเรื่องคุณภาพของทุเรียนในภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่และกำลังให้ผลผลิตอยู่ในขณะนี้&nbsp;&nbsp;</strong>โดยเฉพาะการเร่งตัดทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;ทุเรียนอ่อน&nbsp;ในช่วงต้นฤดูกาลเพื่อจำหน่ายทำกำไร&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อราคาทุเรียนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค&nbsp;รวมทั้งเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเมื่อถูกกดราคาจากผู้รับซื้อ&nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ดำเนินการป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน&nbsp;ภายใต้การกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;โดยร่วมกันวางมาตรการเพื่อควบคุมและป้องกันปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;พร้อมจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)ในจังหวัดแหล่งผลิตที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;และตราด&nbsp;พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้บริการตรวจสอบความสุกแก่ของทุเรียนให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดด้วย</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวอีกว่า&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรและมือตัดทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก&nbsp;</strong>ในการนำตัวอย่างทุเรียนที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศไว้&nbsp;มาตรวจหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนอย่างเคร่งครัด&nbsp;เพื่อร่วมกันควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่ามาตรการดังกล่าวเกษตรกรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&nbsp;สามารถควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ได้ในระดับที่น่าพอใจเนื่องจากเห็นว่าเป็นแนวที่ดีที่จะทำให้ทุเรียนมีคุณภาพมากขึ้น&nbsp;และมีตลาดรองรับในอนาคต</p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150909171"],
    [554,"ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศและภาคีเครือข่าย จัดโครงการถอดบทเรียนขยะพลาสติกจากบ้านเรือนสู่การรีไซเคิลแบบวงจรปิด ลดการปนเปื้อนขยะพลาสติกในทะเล","<p><strong>ที่โรงแรมคลาสสิค&nbsp;คามิโอ&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายฉัตรนุชัย&nbsp;สมบัติศรี&nbsp;ปลัดเทศบาลนครระยอง&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับขยะพลาสติก&nbsp;ถอดบทเรียนจากอดีตสู่อนาคต&nbsp;กรณีศึกษาการรีไซเคิลแบบวงจรปิดและหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;มี&nbsp;&nbsp;Dr.Giuseppe&nbsp;Busin&nbsp;&nbsp;อัครราชทูต&nbsp;รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป&nbsp;(EU)&nbsp;ประจำประเทศไทย&nbsp;นางสาวปรีญาพร&nbsp;สุวรรณเกษ&nbsp;&nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;กล่าวในรายละเอียดและความสำคัญของโครงการผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และมี&nbsp;นายสมชาย&nbsp;รุ่งเรือง&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;ดร.อรทัย&nbsp;ชวาลภาฤทธิ์&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;และตัวแทนจากทุกภาคส่วน&nbsp;ประชาชนในเขตเทศบาลนครระยอง&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุดเข้าร่วมสัมมนาโครงการดังกล่าว&nbsp;&nbsp;ภายใต้วัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการและผลงานพร้อมเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก&nbsp;รวมทั้งระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการจัดการขยะพลาสติกให้ต่อเนื่องและยั่งยืนลดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล&nbsp;ขณะเดียวกันเป็นการขับเคลื่อนการเพิ่มขอบเขตความรับผิดชอบผู้ผลิตพลาสติกในระดับท้องถิ่น&nbsp;(Extended&nbsp;Producer&nbsp;Responsibility)&nbsp;ให้นำพลาสติกที่เหลือใช้จากครัวเรือนมาผ่านกระบวนการคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่แบบวงจรปิดและลดจำนวนขยะพลาสติกสะสมโดยจะเริ่มนำร่องในพื้นที่จังหวัดระยอง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&nbsp;โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong>&nbsp;ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&nbsp;(GIZ)&nbsp;และสำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านเทคนิคระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส&nbsp;(EF)&nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และรับฟังความคิดเห็น&nbsp;เรื่อง&nbsp;ขยะพลาสติก&nbsp;:&nbsp;ถอดบทเรียนจากอดีตสู่อนาคต&nbsp;กรณีศึกษาการรีไซเคิลแบบวงจรปิดและหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ภายใต้การดำเนินงานโครงการ&nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะพลาสติกจากบ้านเรือนเพื่อการรีไซเคิลแบบวงจรปิด&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป&nbsp;(EU)&nbsp;และกระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหภาพที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกปนเปื้อนในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะระบบนิเวศทางทะเลอย่างเร่งด่วน&nbsp;ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อให้เกิดข้อเสนอทางนโยบายด้านการจัดการขยะพลาสติกหรือกิจกรรมอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อป้องกันและลดมลพิษจากการรั่วไหลของขยะพลาสติกจากชายฝั่งลงสู่ทะเล&nbsp;ด้วยการส่งเสริมระบบการรีไซเคิลแบบวงจรปิดหรือ&nbsp;Closed-loop&nbsp;recycling</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321152922185"],
    [555,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก EXPO 2022 Floriade Almere เปิดตัว Thailand Pavilion โชว์ศักยภาพนวัตกรรมอาหารสินค้าเกษตรไทยสู่สายตาชาวโลก","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>คณะรัฐมนตรีได้มีมติ&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;12&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2563&nbsp;อนุมัติให้เข้าร่วมงานและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในนามประเทศไทย&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;หน่วยงานราชการอี่น&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;ประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;The&nbsp;International&nbsp;Horticultural&nbsp;Expo&nbsp;(EXPO&nbsp;2022&nbsp;Floriade&nbsp;Almere)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายน&nbsp;&nbsp;9&nbsp;ตุลาคม&nbsp;นี้&nbsp;ณ&nbsp;ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าด้านการเกษตรของประเทศไทย&nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเกษตรและสินค้าเพื่อสุขภาพของไทย&nbsp;การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือเรื่องพืชสวนระหว่างกัน&nbsp;รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผู้บริโภคหรือคู่ค้าในระดับสากล&nbsp;อีกทั้งการร่วมงานในครั้งนี้ยังเป็นโอกาสอันดีในการร่วมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&nbsp;ครบรอบ&nbsp;418&nbsp;ปี&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด&nbsp;ทั้งในระดับพระราชวงศ์&nbsp;รัฐบาล&nbsp;และประชาชน</p><p><strong>ด้านนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกดังกล่าว&nbsp;</strong>ประเทศไทยเข้าร่วมจัดงานภายใต้แนวคิดหลัก&nbsp;TRUST&nbsp;Thailand&nbsp;โดยจะนำเสนอนโยบาย&nbsp;BCG&nbsp;model&nbsp;และนโยบาย&nbsp;3S&nbsp;(3S&nbsp;:&nbsp;Safety&nbsp;Security&nbsp;and&nbsp;Sustainability)&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;สอดคล้องกับแนวคิดหลักในการจัดงาน&nbsp;Growing&nbsp;Green&nbsp;Cities&nbsp;ความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมอาหารและสินค้าเกษตรของไทย&nbsp;การพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&nbsp;ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&nbsp;นำเสนอสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการส่งออก&nbsp;รวมทั้งจะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย&nbsp;กับผู้นำเข้าสินค้าของเนเธอร์แลนด์&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจสินค้าพืชสวนของไทย&nbsp;ซึ่งการเข้าร่วมการจัดงาน&nbsp;Floriade&nbsp;ของประเทศไทยในอดีตสามารถเปิดตลาดสินค้ากล้วยไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จมาแล้ว</p><p><br></p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321152424183"],
    [556,"ก.ทรัพย์ฯ ผลักดันเยาวชนไทยรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาเยาวชนให้รู้เท่าทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผลักดันเยาวชนไทยรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม&nbsp;ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(Green&nbsp;Youth&nbsp;Camp)&nbsp;เพื่อพัฒนาเยาวชนให้รู้เท่าทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ได้จัดโครงการสัมมนา&nbsp;ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม&nbsp;(Green&nbsp;Youth&nbsp;Camp)&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;21&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;ณ&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&nbsp;ราชบุรี&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นประโยชน์พัฒนาเยาวชนให้รู้เท่าทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน&nbsp;และเกิดการกระตุ้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;ด้วยการดึงเยาวชนในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่นำร่องร่วมเป็นพลังอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูมิอากาศก้าวสู่การขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาสุพรรณบุรีเป็นหนึ่งจังหวัดที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งปัญหาอุทกภัยรุนแรง&nbsp;ปัญหาภัยแล้ง&nbsp;ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;ปัญหาการเผาป่า&nbsp;และปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ซึ่งการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญจะเกิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสรชัด&nbsp;สุจิตต์&nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และพยายามผลักดันการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่&nbsp;เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น&nbsp;โดยมุ่งเน้นไปที่เยาวชนเป็นหลัก&nbsp;ด้วยการเสริมสร้างการเรียนรู้และการศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321155213203"],
    [557,"ผู้ว่าฯ ยโสธรลงพื้นที่เยี่ยมชมและส่งเสริมเกษตรกรทุ่งนาแตงโมอินทรีย์","<p><strong>เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทุ่งนาบ้านเหล่าฝ้าย&nbsp;ตำบลลุมพุก&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;และส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจ&nbsp;กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ที่มีศักยภาพ&nbsp;มีความเข้มแข็ง&nbsp;และมุ่งมั่นในการผลิตเกษตรอินทรีย์&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&nbsp;การปลูกแตงโมอินทรีย์&nbsp;หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว&nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่แตงโมอินทรีย์และการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมอินทรีย์พร้อมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคตลอดจนความต้องการที่จะให้ทางจังหวัดยโสธรช่วยเหลือสนับสนุนโดยแตงโมที่ปลูกมีทั้งแตงโมรูปหัวใจและแตงโมรูปสี่เหลี่ยมโดยมีนางยุพิน&nbsp;ภัทรกุลพงษ์&nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&nbsp;นายสุชาติ&nbsp;ปกป้อง&nbsp;เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้วพร้อมเจ้าหน้า&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านตลอดจนสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมทุ่งนาแตงโมอินทรีย์ในครั้งนี้</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170837260"],
    [558,"สหกรณ์ศรีสะเกษ เดินหน้าอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 28 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องธุรกิจและอาชีพสมาชิกสหกรณ์","<p><strong>จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัด</strong>&nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมกรพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ระดับจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;โดยมีสหกรณ์เสนอขอกู้เงินทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;&nbsp;15&nbsp;สัญญา&nbsp;เป็นเงินจำนวน&nbsp;28,686,500&nbsp;.-บาท</p><p><strong>เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมพิทยาลงกรณ์&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ได้มอบหมายให้&nbsp;นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;เพื่อติดตามผลการรับชำระหนี้เงินกู้&nbsp;และการพิจารณาอนุมัติเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์&nbsp;เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายภาณุพงศ์&nbsp;แสงคำสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ&nbsp;และผู้แทนสถาบันเกษตรกร&nbsp;ร่วมการประชุม</p><p><strong>นายภาณุพงศ์&nbsp;แสงคำ&nbsp;สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์ต่างๆ&nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนากิจการสหกรณ์และขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจ&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีการติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมครั้งที่ผ่านมา&nbsp;ติดตามผลการรับชำระหนี้เงินกู้&nbsp;เร่งรัดหนี้ค้างชำระ&nbsp;และในที่ประชุม&nbsp;คณะอนุกรรมการฯได้ร่วมกันพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ครั้งนี้&nbsp;มีสหกรณ์เสนอขอกู้เงินทั้งหมด&nbsp;11&nbsp;แห่ง&nbsp;15&nbsp;สัญญา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1).สหกรณ์การเกษตรวังหิน&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์&nbsp;จัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;(ปุ๋ย&nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวและอาหารสัตว์)&nbsp;2).&nbsp;สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านพระ&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(ปลูกข้าว)&nbsp;3).&nbsp;สหกรณ์การเกษตรอุทุมพรพิสัย&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์จัดหาสินค้ามาจำหน่าย&nbsp;(ปุ๋ย&nbsp;และเมล็ดพันธุ์ข้าว)&nbsp;4).&nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์จัดหาแม่ปุ๋ยเพื่อผลิตปุ๋ยสั่งตัดมาจำหน่าย&nbsp;5).&nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน&nbsp;จำกัด&nbsp;เป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืม&nbsp;(เลี้ยงโคขุน)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;6).&nbsp;สหกรณ์การเกษตรพยุห์&nbsp;จำกัด)&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(เลี้ยงโค)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;7).&nbsp;สหกรณ์การเกษตรอุทุมพรพิสัย&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(เลี้ยงไก่ไข่,&nbsp;เลี้ยงวัวแม่พันธุ์)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;8).สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(เลี้ยงสัตว์และปลูกผักปลอดสาร)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&nbsp;New&nbsp;Normal&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;9).สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อไปลงทุนในการจัดหาหรือปรับปรุงระบบกักเก็บน้ำ&nbsp;พร้อมอุปกรณ์เพื่อป้องกันผลกระทบจากภัยแล้งในระยะยาว&nbsp;ตามโครงการจัดหาและปรับปรุงแหล่งน้ำของสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;10).สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(เลี้ยงโคขุน)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;11).&nbsp;สหกรณ์การเกษตรไพรบึง&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(เลี้ยงโคขุน)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;2&nbsp;12).สหกรณ์ผู้ปลูกหอมแดงกันทรารมย์&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(ปลูกพริก)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;13).สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองโอง&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(เลี้ยงวัว)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;&nbsp;14).สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองบัวไชยวาน&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&nbsp;(ปลูกข้าวโพด)&nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&nbsp;ปีที่&nbsp;3&nbsp;และ15).สหกรณ์โคนมศรีสะเกษ&nbsp;จำกัด&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินตามโครงการพัฒนาการผลิตน้ำนมโคที่มีคุณภาพลดต้นทุนการผลิต&nbsp;รวมวงเงินที่อนุมัติ&nbsp;จำนวน&nbsp;28,686,500&nbsp;บาท</p><p><strong>สำหรับเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์เป็นกองทุนที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับสหกรณ์และสมาชิก&nbsp;</strong>ช่วยให้สหกรณ์ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก&nbsp;และที่สำคัญเป็นกองทุนดอกเบี้ยต่ำ&nbsp;ช่วยให้ต้นทุนทางธุรกิจของสหกรณ์ลดลงเมื่อเทียบกับเงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น&nbsp;ทำให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;และสมาชิกก็ได้รับผลประโยชน์ในลักษณะของเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนเมื่อสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321172517278"],
    [559,"ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สั่งการทุกหน่วยงาน เดินหน้าเฝ้าระวัง ควบคุมสถาการณ์ไฟป่า หมอกควัน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ลดกิจกรรมการเผาทุกชนิด ควบคู่กับมาตรการด้านกฏหมาย","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;11&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5.&nbsp;</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการติดตามพบว่า&nbsp;ยังมีจุดความร้อนเกิดขึ้นกระจายในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังสามารถควบคุมได้&nbsp;โดยปัจจุบันพบจุดความร้อนสะสม&nbsp;2,823&nbsp;จุด&nbsp;น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งพบจำนวน&nbsp;11,945&nbsp;จุด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าลดจุดความร้อนลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ต้องไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด</p><p><strong>ซึ่งจากนี้การดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า</strong>&nbsp;จะบริหารจัดการบนพื้นฐานของข้อมูลในพื้นที่&nbsp;ทั้งป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;และพื้นที่การเกษตร&nbsp;ในด้านการปฏิบัติหากพื้นที่ใดเกิดสถานการณ์ไฟป่าไหม้ลุกลามรุนแรง&nbsp;หน่วยงานฝ่ายทหารมีความพร้อมสนับสนุนกำลังพลทันที&nbsp;ทั้งภารกิจการลาดตระเวน&nbsp;และการดับไฟป่า&nbsp;โดยจากนี้จะเพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการ&nbsp;ทั้งการลาดตระเวน&nbsp;การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;และการป้องปรามการเผาป่า&nbsp;รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนในการลดกิจกรรมการเผา&nbsp;ควบคู่กับมาตรการด้านกฏหมาย&nbsp;อย่างไรก็ตามยังพบว่าปริมาณฝุ่นควันส่วนหนึ่ง&nbsp;เป็นฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เนื่องจากระยะนี้มีลมพัดจากทิศตะวันตกเข้ามา&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายทหาร&nbsp;ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการควบคุมการเผาแล้ว</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง</strong>&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;โดยมีจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,823&nbsp;จุด&nbsp;พบสูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;824&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;1,643&nbsp;จุด&nbsp;หากวิเคราะห์จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,156&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;645&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,201&nbsp;จุด&nbsp;ขณะที่คุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;84&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;เริ่มมีผลต่อสุขภาพ&nbsp;และที่สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;42&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321191905324"],
    [560,"พช.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;นายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสานงานหัตถกรรมพื้นบ้านการจักสานกระติบข้าวไม้ไผ่&nbsp;ซึ่งมีคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมยวดี&nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลชมสะอาด&nbsp;สมาชิกสตรีตำบลชมสะอาด&nbsp;และครัวเรือนตกเกณฑ์&nbsp;จปฐ.&nbsp;ด้านรายได้&nbsp;ตำบลชมสะอาด&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;ณ&nbsp;วัดโพธิ์ชัยศรี&nbsp;บ้านศรีอุดม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลชมสะอาด&nbsp;อำเภอเมยวดี&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด</strong>&nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&nbsp;\"โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด\"&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการฯ&nbsp;ณ&nbsp;แปลงครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;นายวีระชัย&nbsp;ทิพเจริญ&nbsp;บ้านหนองโน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลชมสะอาด&nbsp;อำเภอเมยวดี&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;พื้นที่ครัวเรือนต้นแบบ&nbsp;(HLM)&nbsp;ขนาดพื้นที่&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;อัตราส่วน&nbsp;1:2&nbsp;ประเภทดินร่วนปนทราย&nbsp;ซึ่งแปลงนี้ได้ดำเนินการปลูกไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับ&nbsp;ตามหลักกสิกรรมชาติ&nbsp;เลี้ยงปลาในบ่อ&nbsp;ตอนนี้เริ่มได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นจำนวนมาก&nbsp;และได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว&nbsp;พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเครือข่าย&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;และสามารถนำไปขยายผลต่อยอด&nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ของชุมชนต่อไป</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;</strong>ได้เดินทางไปยังวัดศรีมงคล&nbsp;เพื่อกราบไหว้พระครูสมุห์&nbsp;สุริยา&nbsp;สุภัทโธ&nbsp;เจ้าอาวาสวัดศรีมงคล&nbsp;ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;(โซน&nbsp;2)&nbsp;โดยวัดศรีมงคลเป็นศูนย์เรียนรู้&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;พัฒนาชุมชนอำเภอเมยวดี&nbsp;และเป็นสถานที่สมัครเข้าร่วมโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;ขนาด&nbsp;102&nbsp;ไร่&nbsp;ณ&nbsp;บ้านโป่ง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลบุ่งเลิศ&nbsp;อำเภอเมยวดี&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203400348"],
    [561,"พช.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจติดตามและสนับสนุนงานสำนักงานพัฒนาชุมชน อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด","<p><strong>วันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายพิศ&nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองพอก&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1-2&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอในการลงพื้นที่ตรวจติดตามและสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองพอก&nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด</p><p><strong>โดยกิจกรรมที่ตรวจติดตามและสนับสนุน&nbsp;ประกอบด้วย</strong></p><p>1..&nbsp;การติดตามสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;และกิจกรรมงานพัฒนาชุมชน</p><p>2.การขับเคลื่อนตัวชี้วัดกรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>3.&nbsp;การน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;สู่ปฏิบัติการ&nbsp;90&nbsp;วัน&nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารต่อเนื่อง&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565</p><p>4.&nbsp;การขับเคลื่อนกิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง</p><p>5.&nbsp;การอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย</p><p>6.&nbsp;การขับเคลื่อนตลาดประชารัฐ</p><p>7.&nbsp;การติดตามกลุ่มออมทรัพย์ฯ/กข.คจ.</p><p>8.&nbsp;การขับเคลื่อน&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&nbsp;และแพลตฟอร์มบริการดิจิทัล</p><p>9.&nbsp;รายงานผลการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ</p><p>10.&nbsp;การจัดทำสารสนเทศตำบลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต</p><p>11.&nbsp;การบริหารการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน&nbsp;จปฐ.&nbsp;ปี&nbsp;2565</p><p>12.&nbsp;การขับเคลื่อนการขจัดความยากจน&nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และการใช้งานระบบ&nbsp;TPMAP&nbsp;Logbook</p><p>13.การประชาสัมพันธ์&nbsp;และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ผ่านทาง&nbsp;Line,&nbsp;Facebook&nbsp;และ&nbsp;เพจ&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองพอก</p><p>14.&nbsp;การบริหารจัดการหนี้&nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p>15.&nbsp;การเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203024347"],
    [562,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางสาวปวีณา&nbsp;ด่านกุล&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>และเจ้าหน้าที่&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ติดตามประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยลงพื้นที่ติดตามประสิทธิภาพการเดินระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน&nbsp;เทศบาลตำบลกุดจิก&nbsp;อำเภอสูงเนิน&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เทศบาลตำบลกุดจิก&nbsp;ร่วมลงพื้นที่</p><p><strong>สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลกุดจิก&nbsp;</strong>มีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ&nbsp;240&nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;60&nbsp;ของที่ออกแบบไว้&nbsp;จากการติดตามประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียมีการเดินระบบปกติ&nbsp;น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วปล่อยลงสู่คลองหมัน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ได้เสนอแนะให้เทศบาลตำบลกุดจิก&nbsp;ควบคุมปริมาณวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ&nbsp;ให้แสงแดดสามารถสังเคราะห์แสงได้มากยิ่งขึ้น&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานระบบบำบัดน้ำได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","NULL","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321204511353"],
    [563,"ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สั่งการทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการ เฝ้าระวัง ควบคุมสถาการณ์ไฟป่า หมอกควัน","<p><strong>วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</strong>เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ครั้งที่&nbsp;11&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5.</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากการติดตามพบว่า&nbsp;ปัจจุบันพบจุดความร้อนสะสม&nbsp;2,823&nbsp;จุด&nbsp;กระจายในหลายพื้นที่&nbsp;แต่ยังสามารถควบคุมได้&nbsp;ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&nbsp;พบจำนวน&nbsp;11,945&nbsp;จุด&nbsp;โดยในปี&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าลดจุดความร้อนลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ต้องไม่เกิน&nbsp;9,556&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจากนี้การดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;จะบริหารจัดการบนพื้นฐานของข้อมูลในพื้นที่&nbsp;ทั้งป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าอนุรักษ์&nbsp;และพื้นที่การเกษตร&nbsp;ในด้านการปฏิบัติหากพื้นที่ใดเกิดสถานการณ์ไฟป่าไหม้ลุกลามรุนแรง&nbsp;หน่วยงานฝ่ายทหารมีความพร้อมสนับสนุนกำลังพลทันที&nbsp;ทั้งภารกิจการลาดตระเวน&nbsp;และการดับไฟป่า&nbsp;โดยจากนี้จะเพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการ&nbsp;ทั้งการลาดตระเวน&nbsp;การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&nbsp;และการป้องปรามการเผาป่า&nbsp;รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนในการลดกิจกรรมการเผา&nbsp;ควบคู่กับมาตรการด้านกฏหมาย&nbsp;อย่างไรก็ตามยังพบว่าปริมาณฝุ่นควันส่วนหนึ่ง&nbsp;เป็นฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;เนื่องจากระยะนี้มีลมพัดจากทิศตะวันตกเข้ามา&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายทหาร&nbsp;ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการควบคุมการเผาแล้ว</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;พบจุดความร้อนประจำวันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;112&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,823&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;824&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,643&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,156&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;645&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,201&nbsp;จุด</p><p><strong>ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;&nbsp;ค่า&nbsp;&nbsp;PM2.5&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;84&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ)&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;42&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรไม่ฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง)</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-21T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321234656396"],
    [564,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน อัสนี คาดจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเมียนมาวันนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน&nbsp;อัสนี&nbsp;คาดจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเมียนมาวันนี้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;พายุดีเปรสชัน&nbsp;อัสนี&nbsp;บริเวณทะเลอันดามันตอนบนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือ&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเมียนมาวันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ส่งผลให้ภาคเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.เลย&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;66&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และนราธิวาส&nbsp;64&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;28,086&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,193&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322083353423"],
    [565,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกในหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังแม่ฮ่องสอนมีโอกาสฝุ่นสูงขึ้นอีกวันที่ 28 มี.ค.นี้","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกในหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีโอกาสฝุ่นสูงขึ้นอีกวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322084627424"],
    [566,"แตงโมไทยสายพันธุ์ \" Century Star\" คว้ารางวัลสายพันธุ์ดีเยี่ยม AAS Regional Winner จากอเมริกา","<p><strong>ไทยเรานับเป็นอีกประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช </strong>เมื่อไม่นานมานี้ แตงโมไทยไร้เมล็ดสายพันธุ์ Century Star คว้ารางวัลสายพันธุ์ดีเยี่ยมระดับภูมิภาค หรือ รางวัล All-America Selections? Regional Winner จากสถาบัน All-America Selections (AAS) ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล</p><p><strong>แตงโม Century Star เป็นหนึ่งในผลงานที่วิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด </strong>เพิ่มมูลค่าผลิตผล โดดเด่นในเรื่องเพาะปลูกง่าย ต้นแข็งแรง ทนต่อโรค สามารถปรับตัวเข้ากับแต่ละพื้นที่เพาะปลูกได้ดี ผลิตผลมีรูปทรงสวย รสชาติอร่อย หวานฉ่ำ เนื้อแน่นกรอบ สีแดงสด และไร้เมล็ด น้ำหนักต่อผลอยู่ที่ 35 กก.</p><p><strong>จากการพัฒนาวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช สู่เมล็ดพันธุ์คุณภาพ จ</strong>ะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรไทยมีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี สามารถยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร นำไปสู่ความยั่งยืนในภาคเกษตรในอนาคต</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322102215464"],
    [567,"สสก.5 สงขลา ถก สศก. เผยตัวเลขเอกภาพไม้ผลภาคใต้ปี 65 รอบแรก คาดการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาด 8.9 แสนตัน เตรียมแผนบริหารจัดการเชิงรุก ทุกลูกต้องได้คุณภาพ","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ภาคใต้เป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่สำคัญของประเทศไทย&nbsp;อันดับ&nbsp;2&nbsp;รองจากภาคตะวันออก&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;สถานการณ์การผลิตผลไม้ภาคใต้&nbsp;(ทุเรียน/มังคุด/เงาะ/ลองกอง)&nbsp;จากการสัมมนาจัดทำข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคใต้&nbsp;ร่วมกับการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลโลจิสติกส์ภาคใต้&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;พบว่า&nbsp;มีพื้นที่ปลูกรวม&nbsp;1,108,655&nbsp;ไร่&nbsp;แยกเป็นทุเรียน&nbsp;672,330&nbsp;ไร่&nbsp;มังคุด&nbsp;241,250&nbsp;ไร่&nbsp;เงาะ&nbsp;70,705&nbsp;ไร่&nbsp;และลองกอง&nbsp;124,370&nbsp;ไร่&nbsp;มีเนื้อที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;931,688&nbsp;ไร่&nbsp;จำแนกเป็นทุเรียน&nbsp;509,151&nbsp;ไร่&nbsp;มังคุด&nbsp;&nbsp;230,274&nbsp;ไร่&nbsp;เงาะ&nbsp;69,185&nbsp;ไร่&nbsp;และลองกอง&nbsp;123,078&nbsp;ไร่&nbsp;ปริมาณผลผลิตรวมทั้งสิ้น&nbsp;889,758&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ&nbsp;2.4&nbsp;หรือประมาณ&nbsp;20,943&nbsp;ตัน&nbsp;(ปี&nbsp;2564&nbsp;ผลผลิตรวม&nbsp;868,815&nbsp;ตัน)&nbsp;จำแนกเป็นทุเรียน&nbsp;627,432&nbsp;ตัน&nbsp;มังคุด&nbsp;160,446&nbsp;ตัน&nbsp;เงาะ&nbsp;64,841&nbsp;ตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;37,039&nbsp;ตัน</p><p><strong>ซึ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม&nbsp;</strong>โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม&nbsp;ยกเว้นลองกองผลผลิตออกมากในช่วงเดือนกันยายน&nbsp;ปีนี้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;1.8&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;เนื่องจากเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้น&nbsp;43,437&nbsp;ไร่&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;เดือนมีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สถานการณ์โดยรวมช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภาคใต้ประสบกับมรสุมติดต่อกันยาวนานเกือบทุกพื้นที่&nbsp;และมีน้ำท่วมขังโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการออกดอก&nbsp;การแตกใบอ่อนแทนตาดอก&nbsp;และดอกร่วง&nbsp;ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตในภาพรวมที่ประมาณการไว้</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการกระตุ้นการออกดอกของไม้ผลต้องอาศัยการกระทบแล้งประมาณ&nbsp;20-30&nbsp;วัน</strong>&nbsp;ดังนั้นช่วงเวลาระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน&nbsp;หากฝนทิ้งช่วงยาวนานพอ&nbsp;อาจทำให้ไม้ผลที่ยังไม่ออกออกมีการออกดอกติดผลเพิ่มขึ้น&nbsp;ประมาณการผลผลิตจะมีความชัดเจนขึ้นในการประมาณการผลผลิตไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งจะดำเนินการช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้ต้องติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการผลผลิตทุกระยะอย่างใกล้ชิด&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการผลักดัน&nbsp;การบริหารจัดการผลไม้&nbsp;โดยใช้มาตรการเชิงรุก&nbsp;มีการประชุมวางแผนจัดทำข้อมูล&nbsp;โดยการสำรวจข้อมูลการผลิตไม้ผลตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;อำเภอ&nbsp;จังหวัด&nbsp;และรวบรวมเป็นระดับภาค&nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล&nbsp;การคาดการณ์ผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด&nbsp;เพื่อจัดทำแผนรองรับ&nbsp;และรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลผลิต&nbsp;การขอรับรองคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โดยผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;รวมไปถึงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;โดยการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการคุณภาพผลผลิต&nbsp;โดยเชื่อมโยงกับการตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;คาดกว่าหลังจากนี้สถานการณ์การระบาดของ&nbsp;Covid-19&nbsp;อาจจะเริ่มคลี่คลาย&nbsp;ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาด&nbsp;จึงต้องเร่งส่งเสริมการตลาดเพื่อกระจายผลไม้คุณภาพไปยังภูมิภาคต่างๆ</p><p><strong>ทั้งนี้ได้จัดประชุมเชื่อมโยงเกษตรกร&nbsp;พ่อค้า&nbsp;และผู้ประกอบการเป็นระยะ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายมังคุดซึ่งดำเนินการไปแล้ว&nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายทุเรียน&nbsp;และการพัฒนาศูนย์คัดแยก&nbsp;การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ที่สำคัญการพัฒนาคุณภาพทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก&nbsp;เพื่อให้ผลผลิตที่ออกมาตรงความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียนได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดภาคใต้&nbsp;พัฒนาการผลิตทุเรียนคุณภาพ&nbsp;ไม่ให้มีการตัดทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด&nbsp;โดยกำหนดมาตรฐานทุเรียนคุณภาพ&nbsp;จัดอบรมให้เจ้าหน้าที่เรื่องการวิเคราะห์ทุเรียนคุณภาพและสนับสนุนเครื่องมือในการตรวจสอบ&nbsp;และจัดทำโครงการป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนด้วยวิธีผสมผสาน&nbsp;การพัฒนาคุณภาพเข้าสู่มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;เพื่อการส่งออก&nbsp;และการจัดทำระบบน้ำในสวนทุเรียน&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ในส่วนสถานการณ์ด้านราคา</strong>&nbsp;สำหรับทุเรียนยังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการมาก&nbsp;คาดว่าราคาค่อนข้างสูงเหมือนปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนเงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;และลองกอง&nbsp;จากสภาพอากาศคาดว่าการกระจายตัวของผลผลิตน่าจะออกสู่ตลาดไม่พร้อมกัน&nbsp;ทั้งนี้หากผลผลิตทุกลูกได้คุณภาพ&nbsp;ก็ไม่น่ากังวลเรื่องราคา&nbsp;นายอนุชา&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322104848476"],
    [568,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงกว่า 5,000 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&nbsp;5,000&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(21&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;46&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;19&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;และชัยนาท&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนมีจำนวนลดลงมาก&nbsp;เพราะเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศ&nbsp;ส่งผลให้วันนี้ทุกจังหวัดมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,660&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,823&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,115&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;23&nbsp;วันวันนี้พบสูง&nbsp;5,269&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;274&nbsp;จุด&nbsp;และเวียดนาม&nbsp;128&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322104341474"],
    [569,"การยางแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก\" ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;</strong>ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&nbsp;โดยมีนายณรงค์ศักดิ์&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;พร้อมด้วยนางชวรีย์&nbsp;กิ่งรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p><p><strong>สำหรับการจัดงานดังกล่าว&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทย</strong>เป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;และเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;การวิจัย&nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราโดยงานจะมีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;รัชกาลที่&nbsp;10</strong>&nbsp;เมืองแห่งยางพารา&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&nbsp;จุดบริการข้อมูล&nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;สินค้าอื่นๆ&nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&nbsp;&nbsp;7&nbsp;เขต&nbsp;การเสวนาวิชาการ&nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ซึ่งการจัดงานจะดำเนินการภายใต้มาตรการคนนครฯ&nbsp;สู้ภัยโควิดด้วยกัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;&nbsp;พรรณี/ภาพ</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</p><p>22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114420514"],
    [570,"จ.น่าน มณฑลทหารบกที่ 38 ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์แหล่งน้ำ สร้างฝาย ชะลอน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง \"ป้องกันแก้ไขหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่","<p><strong>พลตรี&nbsp;คณิศร&nbsp;อาสมะ&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;นำกำลังพลจิตอาสา</strong>&nbsp;นายทหารประทวนชายมณฑลทหารบกที่&nbsp;38&nbsp;&nbsp;ร่วมกับประชาชนในพื้นที่สร้างฝายแกนดินซีเมนต์&nbsp;ณ&nbsp;บ้านน้ำเกี๋ยนใต้&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลน้ำเกี๋ยน.&nbsp;อำเภอภูเพียง&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพลำน้ำห้วยเต๋ย&nbsp;ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำเกี๋ยนให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรกรรม&nbsp;รวมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดินของป่าต้นน้ำที่สายน้ำไหลผ่าน&nbsp;รักษาสมดุลทางธรรมชาติ&nbsp;คน&nbsp;น้ำ&nbsp;ป่า&nbsp;และแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในชุมชน&nbsp;สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&nbsp;และเป็นการป้องกันแก้ไขหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่&nbsp;ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;ฝาย</p><p><strong>สำหรับการสร้างฝายมีในครั้งนี้&nbsp;</strong>มีโดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพให้กับแหล่งน้ำในการนำมาใช้ประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ให้มากขึ้น&nbsp;ร่วมกันพื้นฟูระบบนิเวศและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำของชุมชนในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลากน้ำแล้งต้นไม้ยืนต้นตาย&nbsp;เนื่องจากขาดน้ำใต้ดินมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น&nbsp;ตลอดจนส่งผลให้เศรษฐกิจและสังคมชุมชนในท้องถิ่นดีขึ้น&nbsp;เพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง&nbsp;โดยการนำเอาภูมิปรัชญาชาวบ้านผสมผสานกับภูมิสังคมของพื้นที่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่ดีร่วมกัน&nbsp;ฝายกั้นน้ำ&nbsp;หรือฝายชะลอน้ำ&nbsp;เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นทางน้ำที่เป็นร่องน้ำกัดเซาะลำห้วย&nbsp;ลำธารขนาดเล็ก&nbsp;บริเวณป่าต้นน้ำของลุ่มน้ำต่างๆ&nbsp;โดยทำหน้าที่ควบคุมความเร็วการไหลของน้ำให้ช้าลงในช่วงฤดูฝน&nbsp;ช่วยให้การกัดเซาะ&nbsp;ชะล้าง&nbsp;และพังทลายของดินสองฝั่งสายน้ำลดลง&nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้ง&nbsp;กักเก็บตะกอนดินไม่ให้พัดพาสู่การตื้นเขินของแหล่งน้ำชั้นล่าง&nbsp;และยังช่วยส่งเสริมการเก็บกักอินทรียวัตถุไว้ในแหล่งน้ำให้เพิ่มปริมาณมากขึ้น&nbsp;รวมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดินของป่าต้นน้ำที่ทุกสายน้ำไหลผ่าน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115605523"],
    [571,"การยางแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานมหกรรมยางพารา 2564","<p><strong>การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เตรียมจัดงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564</strong>&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก\"&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;วันนี้(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เป็นประธานประชุมงานมหกรรมยางพารา&nbsp;2564&nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&nbsp;ใจสมุทร&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;พร้อมด้วยนางชวรีย์&nbsp;กิ่งรัตน์&nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการจัดงานดังกล่าว&nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&nbsp;</strong>และเทคโนโลยีการ&nbsp;แปรรูปยางพารา&nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;การวิจัย&nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา&nbsp;โดยงานจะมีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;8-10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&nbsp;อำเภอช้างกลาง&nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่&nbsp;10</strong>&nbsp;เมืองแห่งยางพารา&nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&nbsp;จุดบริการข้อมูล&nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;สินค้าอื่นๆ&nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&nbsp;7&nbsp;เขต&nbsp;การเสวนาวิชาการ&nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&nbsp;ซึ่งการจัดงานจะดำเนินการภายใต้มาตรการคนนครฯ&nbsp;สู้ภัยโควิดด้วยกัน&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&nbsp;พรรณี/ภาพ&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322131435551"],
    [572,"ผลผลิตทุเรียนพันธุ์ชะนีต้นฤดูของจังหวัดตราดเริ่มออกสู่ตลาด ขณะที่ผู้ว่าฯ ตราด ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&nbsp;ที่สวนทุเรียนของนางลออ&nbsp;บุญลอย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;พร้อมทั้งร่วมสาธิตตัดทุเรียนพันธุ์ชะนีต้นฤดูกาล&nbsp;พร้อมทั้งนำตัวอย่างทุเรียนพันธุ์ชะนีมาตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;โดยจากการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนพบว่าตัวอย่างมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;39.3&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งถือว่าผ่านมาตรฐานตามหลักของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ที่กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;สายพันธุ์ชะนีไว้ที่ไม่น้อยกว่า&nbsp;30&nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;ยังได้มอบหนังสือรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามที่จังหวัดตราดได้ออกมาตรการควบคุมและป้องกันแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด</strong>&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน&nbsp;5&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;พันธุ์กระดุม&nbsp;วันที่&nbsp;20&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พันธุ์ชะนี&nbsp;และพันธุ์พวงมณี&nbsp;วันที่&nbsp;10&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และสายพันธุ์หมอนทอง&nbsp;และพันธุ์ก้านยาว&nbsp;วันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรจะเก็บผลผลิตทุเรียนก่อนวันที่กำหนดจะต้องแจ้ง&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;หรือ&nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ&nbsp;ที่ตั้งแปลงปลูก&nbsp;เพื่อตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&nbsp;ออกสู่ตลาด&nbsp;&nbsp;อย่างไรก็ตามสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตราด&nbsp;ได้จัดทำแผนให้บริการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนสายพันธุ์ชะนี&nbsp;เพื่อกำหนดระดับความสุกแก่ของทุเรียนสายพันธุ์ชะนี&nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองตราดให้กับเกษตรกรอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322120352532"],
    [573,"จังหวัดตราดจัดประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ซึ่งสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนตราด&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&nbsp;ที่วิทยาลัยชุมชนตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>พันเอกแพทย์หญิง&nbsp;สุมล&nbsp;นาคเฉลิม&nbsp;รองประธานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;จังหวัดตราด</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืน&nbsp;(Sustainable&nbsp;Agriculture)&nbsp;เป็นระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตของเกษตรกร&nbsp;กระบวนการผลิต&nbsp;และการจัดการรูปแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;สิ่งแวดล้อม&nbsp;และระบบนิเวศ&nbsp;นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนมีเกณฑ์มาตรฐานในการรับรองแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาและรับรองแปลงผลผลิต&nbsp;จึงได้มีการจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนระดับจังหวัดขึ้น&nbsp;4&nbsp;กลไก&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลไกคณะทํางานตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์&nbsp;กลไกธุรกิจ&nbsp;กลไกคณะกรรมการรับรองมาตรฐาน&nbsp;เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;และสุดท้ายคือกลไกเพื่อดูแลการบริหารจัดการข้อมูลในระบบ&nbsp;ฐานข้อมูล&nbsp;SDGsPGS&nbsp;SAN&nbsp;(Sustainable&nbsp;Agriculture&nbsp;Network)&nbsp;ใช้ตลาดนําการผลิต&nbsp;ทําให้สามารถช่วยเกษตรกรจัดการผลิตเพื่อการค้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว&nbsp;จึงได้จัดประชุมครั้งนี้ขึ้น&nbsp;เพื่อร่วมกันพิจารณารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&nbsp;SDGsPGS&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;ต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322130608547"],
    [574,"ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ติดตามเข้ม การเร่งรัดจำแนกประเภทที่ดิน เพื่อการบริหารจัดการที่ดิน ดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เร่งสำรวจประเภทที่ดิน ตรวจสอบขอบเขตที่ดิน แก้ปัญหารุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ","<p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;และคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;โครงการชลประทานเพชรบุรี&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</p><p><strong>นายณัฐวุฒิ&nbsp;เพ็ชรพรหมศร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลด้วยโปรแกรมสารสนเทศทางภูมิศาสตร์&nbsp;พบว่ายังมีพื้นที่ป่าไม้ถาวร&nbsp;นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ที่ยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจและจำแนกประเภทที่ดิน&nbsp;จึงต้องดำเนินการโดยผ่านการพิจารณากลั่นกรองการจำแนกประเภทที่ดินของคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวรตามเดิม&nbsp;และเพื่อการจำแนกออกจากป่าไม้ถาวรเพื่อให้เป็นที่ทำกินของราษฎรหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น&nbsp;<strong>โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้กล่าวย้ำว่า</strong>&nbsp;การพิจารณากลั่นกรองการจำแนกประเภทที่ดิน&nbsp;ที่เป็นที่เข้าทำกินของราษฎรหรือใช้ประโยชน์&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่นต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้าน&nbsp;ให้การดูแลช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;ให้มีการสำรวจวิเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง&nbsp;ซึ่งจากการร้องขอของราษฎรได้มีการขอให้จำแนกประเภทที่ดินป่าไม้ถาวร&nbsp;ซึ่งที่ดินบางส่วนอยู่ในพื้นที่&nbsp;ป่าหนองกระทุ่ม&nbsp;ป่าหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ป่าห้วยโรงหนองหญ้าปล้อง&nbsp;ได้มีการตรวจสอบแนวเขต&nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่เคยมีการสำรวจจำแนกประเภทที่ดินมาก่อน&nbsp;โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ได้รับเรื่อง&nbsp;ให้คณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ดำเนินการที่จะไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน&nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อราษฎรที่ร้องทุกข์เบื้องต้นพบว่าบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;บางส่วนอยู่ในพื้นที่&nbsp;สปก.&nbsp;และบางส่วนอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร&nbsp;ซึ่งจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องต่อการจำแนกประเภทที่ดินต่อไป&nbsp;</p><p><br></p><p>จามรี&nbsp;อนุรัตน์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;&nbsp;รายงาน</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322134639577"],
    [575,"รัฐบาล มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและลดการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน พร้อมเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายสหประชาชาติ เนื่องในวันน้ำโลก","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและลดการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน&nbsp;พร้อมเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายสหประชาชาติ&nbsp;เนื่องในวันน้ำโลก&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ร่วมรู้จัก&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;น้ำใต้ดิน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จนทั่วโลกประสบกับภาวะการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง&nbsp;องค์การสหประชาชาติ&nbsp;(UN)&nbsp;จึงกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์น้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำ&nbsp;เพราะปัญหาการขาดแคลนน้ำอาจก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำในอนาคตได้&nbsp;โดยวันน้ำโลกตรงกับวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคมปีนี้องค์การสหประชาชาติได้กำหนดหัวข้อ&nbsp;GroundwaterMaking&nbsp;the&nbsp;invisible&nbsp;visible.&nbsp;หรือ&nbsp;ร่วมรู้จัก&nbsp;อนุรักษ์&nbsp;น้ำใต้ดิน&nbsp;เน้นให้ทุกประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาดูแลทรัพยากรน้ำใต้ดินมากขึ้น&nbsp;ในส่วนของประเทศไทย&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ให้ความสำคัญบริหารจัดการน้ำทั้งด้านเกษตรกรรม&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และการบริการ&nbsp;ที่ต้องบริหารจัดการให้สอดรับกับการพัฒนาประเทศด้านต่างๆไปพร้อมกัน&nbsp;เพื่อป้องกันและบรรเทาวิกฤติการขาดแคลนน้ำ&nbsp;โดยปีนี้รัฐบาลขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญการอนุรักษ์น้ำ&nbsp;ด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและร่วมกันลดการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน&nbsp;ซึ่งจะนำสู่ประโยชน์สูงสุดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&nbsp;พร้อมปลูกจิตสำนึกร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;สทนช.ได้เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;20&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2561-2580)&nbsp;ทั้ง&nbsp;6&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;การจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค&nbsp;//&nbsp;การสร้างความมั่นคงของน้ำ&nbsp;//&nbsp;การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย&nbsp;//&nbsp;จัดการคุณภาพน้ำ&nbsp;//&nbsp;การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของรัฐบาลไทยที่มุ่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย&nbsp;ทศวรรษแห่งการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ&nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ของสหประชาชาติให้ได้</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322133155561"],
    [576,"คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเล บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลระยอง","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;นายอภิชาติ&nbsp;ศิริสุนทร&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;(กมธ.)&nbsp;การที่ดิน&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;โดยมีตัวแทนกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก&nbsp;กลุ่มอาชีพอื่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอภิชาติ&nbsp;ศิริสุนทร&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;(กมธ.)&nbsp;การที่ดิน&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่ว&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยวและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งขณะนี้เวลาได้ผ่านไปเกือบครบ&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ทางคณะกรรมมาธิการ&nbsp;จึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจสอบ&nbsp;ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม&nbsp;การตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล&nbsp;รวมถึงปริมาณการใช้สารขจัดน้ำมัน&nbsp;และการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ&nbsp;ว่า&nbsp;มีความคืบหน้าอย่างไร</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดระยอง&nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการกำกับ&nbsp;ติดตามและคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&nbsp;ระหว่างบริษัทสาตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;กลุ่มสุขภาพ&nbsp;และกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพต่างๆ&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ยื่นเรื่องร้องเรียน&nbsp;ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่บริษัท&nbsp;ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,981&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;1,781&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;อีก&nbsp;1,201&nbsp;ราย&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;15,000&nbsp;&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงินประมาณ&nbsp;98&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยังเหลือกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างตกลงเจรจากัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;ส่วนกรณีปริมาณน้ำมันรั่วที่ยังเป็นข้อสงสัยนั้น&nbsp;ได้แถลงข่าวไปแล้วว่ามีปริมาณ&nbsp;49,000&nbsp;ลิตร&nbsp;แต่ยังไม่มีใครเชื่อ&nbsp;เนื่องจากทางบริษัท&nbsp;แถลงออกมา&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีตัวเลขไม่ตรงกัน&nbsp;จึงยังเป็นปัญหาว่า&nbsp;ยังหาข้อสรุปตรงนี้ไม่ได้</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","NULL","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322140827597"],
    [577,"กระทรวงมหาดไทยเร่งขับเคลื่อนงานเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เดินหน้าขยายผลในทุกจังหวัดและทุกองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกัน Change for Good ในทุกกิจกรรมของชีวิตเพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน","<p><strong>นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน&nbsp;เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;ข้อ&nbsp;13&nbsp;การปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น&nbsp;(Take&nbsp;Urgent&nbsp;Action&nbsp;to&nbsp;Combat&nbsp;Climate&nbsp;Change&nbsp;and&nbsp;Its&nbsp;Impacts)&nbsp;ซึ่งผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย&nbsp;(UN)&nbsp;และผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย&nbsp;(UNDP)&nbsp;ได้ให้ความสนใจและชื่นชมการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยในการ&nbsp;Change&nbsp;for&nbsp;Good&nbsp;ให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;ด้วยการรณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้ดำเนินวิถีชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;การคัดแยกขยะ&nbsp;การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&nbsp;การทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;การปลูกต้นไม้&nbsp;การรับประทานอาหาร&nbsp;การแต่งกาย&nbsp;การใช้ยวดยานพาหนะ&nbsp;ที่&nbsp;ทุกคนต้องช่วยกัน&nbsp;เพื่อร่วมกัน&nbsp;Change&nbsp;for&nbsp;Good&nbsp;ให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในชีวิตของพวกเราทุกคน&nbsp;</p><p><strong>โดยนายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ครอบคลุมกิจกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในชีวิตประจำวัน&nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่&nbsp;7&nbsp;ปีขึ้นไปที่ตระหนักถึงภัยคุกคามของปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง&nbsp;จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน&nbsp;อากาศวิปริตแปรปรวน&nbsp;ให้เข้ามาร่วมสมัครเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;(อถล.)&nbsp;ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561&nbsp;เพื่อร่วมมือกันดูแลครอบครัวให้รู้จักคัดแยกขยะเปียก&nbsp;ขยะแห้ง&nbsp;ขยะพิษ&nbsp;รวมทั้งเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;ตำบล&nbsp;และหมู่บ้าน&nbsp;ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&nbsp;โดยใช้หลัก&nbsp;3Rs&nbsp;หรือ&nbsp;3ช&nbsp;:&nbsp;ใช้น้อย&nbsp;Reduce&nbsp;ใช้ซ้ำ&nbsp;Reuse&nbsp;และนำมาผลิตเพื่อใช้ใหม่&nbsp;Recycle&nbsp;โดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ในวัยเด็ก&nbsp;ให้รวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเพื่อช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและถ่ายทอดความรู้ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับบุคคลหรือประชาชน&nbsp;พร้อมทั้งรณรงค์ให้ทุกครัวเรือน&nbsp;จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&nbsp;ซึ่งเป็นถังขยะเปียกคัดแยกขยะครัวเรือน&nbsp;ณ&nbsp;ต้นทาง&nbsp;ตั้งแต่แหล่งกำเนิด&nbsp;ให้ครบ&nbsp;100%&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยหากครัวเรือนใดมีพื้นที่ที่ไม่สามารถทำได้&nbsp;ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดถังขยะรวมไว้ในพื้นที่อย่างน้อย&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;ถังขยะเปียก&nbsp;เพื่อรวมเศษอาหาร&nbsp;ขยะอินทรีย์&nbsp;ถังขยะทั่วไป&nbsp;และถังขยะอันตราย&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนได้มีการจัดทำแล้วถึง&nbsp;10.5&nbsp;ล้านครัวเรือนจาก&nbsp;17.8&nbsp;ล้านครัวเรือน&nbsp;หรือคิดเป็น&nbsp;60%&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ตัวการของการเกิดภาวะโลกร้อนได้กว่า&nbsp;300,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี&nbsp;เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้&nbsp;600&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ซึ่งมีตัวอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถขับเคลื่อนจนเกิดผลสำเร็จ&nbsp;เกิดความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;การบริหารขยะอินทรีย์สู่แปลงผักสวนครัวตามโครงการพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง&nbsp;&nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู&nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&nbsp;จังหวัดลพบุรี&nbsp;และการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยการคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกออกจากขยะทั่วไปของชุมชนบ้านป่าบุก&nbsp;เทศบาลตำบลแม่แรง&nbsp;อำเภอป่าซาง&nbsp;จังหวัดลำพูน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;กล่าวต่อว่า&nbsp;</strong>ยังได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดช่วยกันขยายผลและไปกระตุ้นปลุกเร้าให้ช่างทอผ้า&nbsp;ผู้ประกอบการผ้าไทย&nbsp;ผ้าอัตลักษณ์ทุกประเภททั่วประเทศ&nbsp;น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;งดใช้สีเคมีในการย้อมผ้า&nbsp;และหันมาผลิตวัตถุดิบที่จะใช้ผลิตผ้า&nbsp;เช่น&nbsp;ปลูกฝ้าย&nbsp;ปลูกหม่อน&nbsp;และเลี้ยงไหม&nbsp;ปลูกต้นไม้ที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นสีย้อมผ้าให้มากขึ้น&nbsp;เพื่อลดการเกิดของเสีย&nbsp;ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&nbsp;ใบไม้หรือเปลือกไม้ที่นำมาย้อมสีผ้าก็สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้&nbsp;และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคนย้อมผ้าและผู้สวมใส่&nbsp;รวมถึงให้ทุกจังหวัดได้รณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนร่วมกันสวมใส่ผ้าไทย&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&nbsp;ตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&nbsp;ซึ่งมีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน&nbsp;ผู้ทอผ้าในทุกถิ่นที่ของประเทศไทย&nbsp;ที่เป็นเสาหลักในการดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีด้วยรายได้จากการจำหน่ายผ้าไทย&nbsp;รวมถึงสิ่งที่นอกเหนือจากการมีรายได้&nbsp;นั่นคือ&nbsp;ทำให้ลูกหลานกตัญญูต่อบรรพบุรุษ&nbsp;ด้วยการช่วยกันรักษาภูมิปัญญา&nbsp;อัตลักษณ์ความเป็นไทย&nbsp;และยังเป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาโลกร้อน&nbsp;เพราะผ้าทอไทยเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยที่อยู่กับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ถิ่นต่างๆ&nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิต&nbsp;การย้อมผ้า&nbsp;ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;ได้กล่าวอีกว่า</strong>&nbsp;นอกจากนี้ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&nbsp;ประยุกต์สู่&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;โมเดล&nbsp;ของกระทรวงมหาดไทย&nbsp;เปรียบเสมือนการปฏิวัติสีเขียวครั้งใหญ่ที่ประชาชนจะอยู่รอดปลอดภัย&nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้&nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศแล้ว&nbsp;ยังช่วยตอบโจทย์การแก้ปัญหาฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;และสภาวะโลกร้อน&nbsp;(Global&nbsp;warming)&nbsp;ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง&nbsp;(climate&nbsp;change)&nbsp;ที่กระทบทุกประเทศทั่วทั้งโลกอย่างรุนแรง&nbsp;ซึ่งภายในแปลงโคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;จะมีการปลูกต้นไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับก็คือ&nbsp;ป่า&nbsp;3&nbsp;อย่างประโยชน์&nbsp;4&nbsp;อย่าง&nbsp;เป็นการผสมผสาน&nbsp;ที่เล็งเห็นถึงปัจจัย&nbsp;4&nbsp;ทั้งหมด&nbsp;เช่น&nbsp;มีไม้เพื่อใช้ทำที่อยู่อาศัย&nbsp;ไว้ใช้สอย&nbsp;ไว้ทำเครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตร&nbsp;และการปลูกที่มีไว้ใช้สำหรับเป็นอาหารและยารักษาโรค&nbsp;รวมถึงมีส่วนที่ไว้ค้าขายผลิตผลทางเกษตร&nbsp;และอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;ทุกพื้นที่จะเป็นกสิกรรมธรรมชาติ&nbsp;ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง&nbsp;และไม่มีการเผาทำลายซากเศษใด&nbsp;ๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;แต่เราจะเอาส่วนนั้นมาประยุกต์ใช้ในการทำน้ำหมัก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดบริหารจัดการไม่ให้เหลือเป็นเศษขยะ&nbsp;เป็นการลดภาวะฝุ่นควันปัญหา&nbsp;PM2.5&nbsp;ได้ตั้งแต่ต้นเหตุ&nbsp;โดยต้นไม้&nbsp;5&nbsp;ระดับนี้&nbsp;จะทำให้มีไม้ยืนต้นมากกว่า&nbsp;10&nbsp;ล้านต้น&nbsp;ที่จะช่วยทำให้สภาพดินฟ้าอากาศทุกพื้นที่มีความร่มเย็น&nbsp;มีร่มเงาจากไม้ใหญ่ในพื้นที่ของตนเองได้&nbsp;แล้วจะมีการปลูกทดแทนต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อความยั่งยืนอันจะส่งผลถึงระบบนิเวศ&nbsp;นี่จึงเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว&nbsp;ทำให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล&nbsp;ช่วยต่ออายุโลกของเรา&nbsp;สร้างโลกที่น่าอยู่&nbsp;ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญเรื่องปากท้อง&nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน</p><p><strong>นายสุทธิพงษ์&nbsp;จุลเจริญ&nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า</strong>&nbsp;ในด้านการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด&nbsp;และการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในระดับท้องถิ่น&nbsp;สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับเมืองที่ส่งผลต่อภาพรวมระดับประเทศ&nbsp;มีตัวอย่างผลสำเร็จจากการขับเคลื่อน&nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยรวมแบบผสมผสาน&nbsp;โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;เพื่อมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนของเทศบาลเมืองยโสธร&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;ที่ทำให้เทศบาลได้ทราบถึงองค์ประกอบของขยะที่เป็นข้อมูลในการวางแผนการจัดการขยะได้อย่างเหมาะสม&nbsp;ปริมาณขยะที่จะนำเข้าสู่ระบบการฝังกลบจึงลดลง&nbsp;ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;และสร้างรายได้จากการแลกเปลี่ยน/ขายคาร์บอนเครดิต&nbsp;โดยในปัจจุบันเทศบาลเมืองยโสธรมีคาร์บอนเครดิตสะสมในบัญชีที่ได้รับการรับรองแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;12,149&nbsp;ตัน&nbsp;มีคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&nbsp;(tCO2e)&nbsp;สามารถแลกเปลี่ยน/ขายคาร์บอนเครดิตแล้วกว่า&nbsp;4,838&nbsp;(tCO2e)&nbsp;คิดเป็นเงินประมาณ&nbsp;1,000,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;พลเอก&nbsp;อนุพงษ์&nbsp;เผ่าจินดา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&nbsp;ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ปี&nbsp;64-65&nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ด้วยการติดตามสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&nbsp;ทั้งยานพาหนะ&nbsp;การก่อสร้าง&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และภาคครัวเรือน&nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมตามมาตรการภาครัฐ</p><p><strong>การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใหญ่ที่มิใช่กระทบต่อวิถีชีวิตคนไทย</strong>&nbsp;แต่มันกระทบต่อทุกอณูชีวิต&nbsp;ทุกลมหายใจของมนุษย์ทั้งโลก&nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อนในลักษณะ&nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนในการช่วยกันดูแลชุมชน&nbsp;ดูแลท้องถิ่น&nbsp;ดูแลจังหวัดของตนเองให้เป็นจังหวัดต้นแบบ&nbsp;ให้เป็นจังหวัดที่ทำบุญกับโลกใบนี้ของเรา&nbsp;ซึ่งสิ่งต่างๆ&nbsp;ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น&nbsp;กระทรวงมหาดไทยจะได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&nbsp;บูรณาการภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และประสานให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการขับเคลื่อนต่อยอดขยายผล&nbsp;ทำให้การปลดปล่อยก๊าซที่จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมันลดน้อยถอยลง&nbsp;เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์&nbsp;(Net-zero&nbsp;GHG&nbsp;emission)&nbsp;ภายในปี&nbsp;2065&nbsp;อันจะทำให้ประเทศไทยอยู่คู่กับโลก&nbsp;โลกของเราอยู่คู่กับจักรวาล&nbsp;คู่กับมวลมนุษยชาติไม่มีวันสิ้นสุด&nbsp;ซึ่งมันจะไม่มีทางเป็นไปได้&nbsp;ถ้าวันนี้เราไม่ทำทันที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144928616"],
    [578,"คพ. และ TEI ร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประชาคมโลกและเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;(TEI)&nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;ของประชาคมโลกและเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;(TEI)&nbsp;ได้ร่วมลงนามบันทึกการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ&nbsp;ถือเป็นการขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน&nbsp;ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;ของประชาคมโลก&nbsp;และเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;คพ.&nbsp;จะมีส่วนร่วมส่งเสริมให้ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;และภาคประชาชนหันมาให้ความสนใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อสร้างสังคมการบริโภคยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(Green&nbsp;Economy)&nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;แล้วยังสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;,&nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;,&nbsp;แผนปฏิรูปประเทศ&nbsp;,&nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;12&nbsp;และกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;13&nbsp;(พ.ศ.2566&nbsp;-&nbsp;2570)&nbsp;โดย&nbsp;คพ.&nbsp;ได้เสนอให้กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2563&nbsp;ลงวันที่&nbsp;8&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2563&nbsp;กำหนดให้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ&nbsp;คพ.&nbsp;เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน&nbsp;และ&nbsp;คพ.&nbsp;พิจารณาเห็นควรให้สินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวและขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;หรือ&nbsp;ตะกร้าเขียว&nbsp;ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นลำดับแรก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&nbsp;(TEI)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อม&nbsp;การรับรู้ความรุนแรงของปัญหา&nbsp;และผลกระทบที่ตามมามากขึ้น&nbsp;โดยประชาชนเห็นความสำคัญการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;จึงเป็นโอกาสทางการตลาดสำหรับธุรกิจที่ต้องการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;ในส่วนของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ดำเนินงานฉลากเขียวมาตั้งแต่ปี&nbsp;2536&nbsp;พร้อมจะร่วมมือพัฒนาบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ&nbsp;คพ.&nbsp;และการดำเนินงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อผลักดันให้การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐเกิดผลสัมฤทธิ์&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144740615"],
    [579,"เกษตรอำเภอย่านตาขาว   จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นเพื่อขอรับรองมาตรฐาน GAP","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายธีรภัทร์&nbsp;บุญฤทธิ์&nbsp;และนายฮูสรี&nbsp;หีมมะหมัด&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและมังคุด&nbsp;เพื่อขอรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;สำหรับ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practice)&nbsp;หมายถึง&nbsp;ระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม&nbsp;</p><p><strong>โดยพิจารณาตั้งแต่พื้นที่การปลูก&nbsp;การดูแลรักษา&nbsp;การเก็บเกี่ยว</strong>&nbsp;และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;มีลักษณะตรงตามความต้องการ&nbsp;และมีความปลอดภัยต่อการบริโภค&nbsp;เกษตรดีที่เหมาะสม&nbsp;8&nbsp;ประการ&nbsp;&nbsp;ทั้งการจัดการดินที่ดี&nbsp;มีการรักษา&nbsp;และปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ&nbsp;,&nbsp;การจัดการน้ำ&nbsp;,&nbsp;การผลิตพืช&nbsp;คัดเลือกพันธุ์หรือสายพันธุ์พืชที่ต้านทานโรคและแมลงศัตรู&nbsp;,&nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูพืช&nbsp;ให้มีการตรวจสอบและพยากรณ์ช่วงการระบาดของโรคและแมลงอยู่อย่างสม่ำเสมอและ&nbsp;วิธีการ&nbsp;จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสานมาใช้&nbsp;ให้มีประสิทธิภาพปลอดภัย&nbsp;และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144346612"],
    [580,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;&nbsp;&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;อำเภอเมืองตรัง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยมีแม่บ้านเกษตรกรที่เข้าร่วมการจัดเวที&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;</p><p><strong>ในการจัดเวทีดังกล่าวมีการบรรยายให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้</strong>เกี่ยวกับการเกษตรผสมผสานที่เน้นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;การบรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการด้านการตลาดแก่แม่บ้านเกษตรกรที่เข้าร่วมการจัดเวทีในครั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;&nbsp;ยังได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร</strong>ระดับจังหวัดชุดใหม่&nbsp;แทนชุดเดิมที่จะหมดวาระในเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นี้ด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144718614"],
    [581,"สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน Young smart farmer อำเภอเมือง","<p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;มอบหมาย</strong>ให้นางสาวกำไลทิพย์&nbsp;เศรษฐ์วิชัย&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินงาน&nbsp;ของนาย&nbsp;จิรเมธ&nbsp;หนูเหมือน&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ม.9&nbsp;ต.บ้านโพธิ์&nbsp;อ.เมือง&nbsp;มีการทำกิจกรรมการเลี้ยงไส้เดือน&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ไทเกอร์&nbsp;และAF&nbsp;จำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือน&nbsp;เลี้ยงหมูแม่พันธุ์/พ่อพันธุ์&nbsp;เพาะพันธุ์กระท่อมก้านแดง&nbsp;ปลูกผักหวานบ้าน&nbsp;และโรงสีข้าว&nbsp;สามารถจำหน่ายหมุนเวียนตามฤดูกาลออกสู่ตลาด&nbsp;และมีแม่ค้ามารับซื้อ&nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรตลอดทั้งปี&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;คือ&nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผ่านการประเมินคุณสมบัติ</strong>เป็น&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;โดย&nbsp;&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;หรือ&nbsp;YSF&nbsp;&nbsp;เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีเป้าหมายที่จะพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักการเกษตร&nbsp;ให้รู้จักบริหารจัดการการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;มีความคิดสร้างสรรค์&nbsp;สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่สามารถพึ่งพาตนเอง&nbsp;และเป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่นได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322145328620"],
    [582,"กรมวิชาการเกษตร เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพารา ช่วยชาวสวนยางภาคใต้","<p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ได้รับข้อสั่งการจากนางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ให้เร่งติดตามและแก้ไขปัญหา&nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราซึ่งพบมากใน&nbsp;3&nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยปัจจุบันพบการระบาดเกือบ&nbsp;70&nbsp;จังหวัดและมีพื้นที่ได้รับความเสียหายมากกว่าล้านไร่และมีแนวโน้มพบพื้นที่ได้รับความเสียหายจากการระบาดของโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราโดยตรง&nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา&nbsp;</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการโรคที่เหมาะสมและประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน&nbsp;สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช&nbsp;ดำเนินการทดสอบหาวิธีการที่เหมาะสมในการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&nbsp;โดย&nbsp;ได้แบ่งงานวิจัยออกเป็น&nbsp;2&nbsp;ส่วนคือ&nbsp;งานวิจัยด้านสาเหตุของการเกิดโรคและงานวิจัยด้านการป้องกันกำจัดเพื่อประเมินประสิทธิภาพวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ชนิดของสารเคมี&nbsp;และชนิดของเครื่องพ่นสาร&nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ประหยัดค่าใช้จ่ายและมีความปลอดภัยต่อการนำไปใช้แนะนำให้กับเกษตรกรต่อไป&nbsp;ที่ผ่านมาคณะนักวิจัยจากสำนักวิจัยพัฒนาการอารักพืช&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปทดสอบในสวนยางพาราของเกษตรกรที่พบปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งแม้ขณะนี้จะได้ชนิดสารป้องกันกำจัด&nbsp;เทคโนโลยีการพ่นสาร&nbsp;และเครื่องพ่นสารที่เหมาะสมต่อการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงยางพาราแล้วก็ตาม&nbsp;แต่คณะนักวิจัยเห็นตรงกันว่าควรจะมีการทดสอบเพิ่มอีกอย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลยืนยันชนิดของสารป้องกันกำจัดโรคพืช&nbsp;ชนิดของเครื่องพ่นสารและอัตราพ่นที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อนำมาใช้เป็นคำแนะนำแก้ไขปัญหาการระบาดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161448698"],
    [583,"รองผู้ว่าฯสตูล เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า</strong>&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายชาญณรงค์&nbsp;วิรุณสาร&nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอทุ่งหว้าเข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;</strong>สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;และบริการอื่นๆ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กัน&nbsp;รวมถึงบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป</p><p><strong>โดยกิจกรรมภายในงานมีกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆประกอบด้วย</strong>&nbsp;การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกตรวจบัญชี&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;คลินิกประเมินผล&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152559638"],
    [584,"บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนโครงการวนเกษตรสวนยางเพื่อฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์และสังคมเป็นสุข","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาลตะโหมด&nbsp;</strong>อำเภอตะโหมด&nbsp;จังหวัดพัทลุง&nbsp;โดยนายกู้เกียรติ&nbsp;วงศ์กระพันธุ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&nbsp;เป็นประธานร่วมกันบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;การขับเคลื่อนโครงการวนเกษตรสวนยางเพื่อฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์และสังคมเป็นสุข&nbsp;ระหว่าง&nbsp;4&nbsp;ฝ่าย&nbsp;Terra&nbsp;Genesis&nbsp;International&nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&nbsp;และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพารา&nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกันในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ&nbsp;วัฒนธรรม&nbsp;คุณภาพของดิน&nbsp;ป่าไม้&nbsp;และชุมชนของจังหวัดพัทลุง&nbsp;เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงวิถีการเกษตร&nbsp;แนวปฏิบัติ&nbsp;ระบบจัดการ&nbsp;การตลดยางพาราธรรมชาติ&nbsp;และการสนับสนุนวนเกษตรเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดพัทลุงโดยใช้เกษตรอินทรีย์และวนเกษตรด้วยนโยบายและการสนับสนุนทางการตลาด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานในการฟื้นฟูสวนยางพารา</strong>ให้กลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ในรูปแบบวนเกษตร&nbsp;โดยความร่วมมือของชุมชน&nbsp;ตลอดจนการสนับสนุนของจังหวัดพัทลุงในการขับเคลื่อนการทำเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์&nbsp;จังหวัดพัทลุงและ&nbsp;TGI&nbsp;ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการ&nbsp;วนเกษตรสวนยางเพื่อฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์และสังคมเป็นสุข&nbsp;</p><p><strong>โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้เกษตร</strong>เกิดการปรับเปลี่ยนสู่การสร้างสมดุลธรรมชาติ&nbsp;ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์และสวนยางพารา&nbsp;เพื่อร่วมกันส่งเสริมสร้างฐานการผลิตยางพาราของจังหวัดให้เข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;และเพื่อร่วมกันสนับสนุนด้านการตลาดยางพาราธรรมชาติให้กว้างมากขึ้น</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&nbsp;074612404</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","พัทลุง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152828640"],
    [585,"เดินหน้าชูเกษตรกรต้นแบบด้านปศุสัตว์ช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของเกษตรกรผ่านศูนย์เครือข่ายด้านปศุสัตว์ 2,646 ศูนย์ทั่วประเทศ","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&nbsp;เผยว่า</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากความต้องการของชุมชนและสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้&nbsp;สามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต&nbsp;ตลอดจนการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต</p><p><strong>กรมปศุสัตว์&nbsp;จึงได้จัดตั้งศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต</strong>สินค้าเกษตรด้านปศุสัตว์&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;เครือข่าย&nbsp;(ด้านปศุสัตว์)&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2560&nbsp;จนปัจจุบันมี&nbsp;ศพก.&nbsp;เครือข่าย&nbsp;(ด้านปศุสัตว์)&nbsp;จำนวน&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;2,646&nbsp;ศูนย์&nbsp;ในทุกอำเภอทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อให้เป็นเครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ขยายเป็นเครือข่ายในการให้ความรู้และให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านปศุสัตว์&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ในลักษณะของเกษตรกรสอนเกษตรกร&nbsp;ทำให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้เกิดความรู้&nbsp;ความเข้าใจ&nbsp;ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม&nbsp;และนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมีระบบการผลิตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;อีกทั้งยังใช้เป็นจุดนัดพบในการพบปะพูดคุยของเจ้าหน้าที่กับเกษตรกรและเกษตรกรกับเกษตรกรด้วยกันเอง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161719702"],
    [586,"สถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ประจำวันที่ 22 มีนาคม 2565","<p><strong>สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาการปฏิบัติการในทะเล</strong>(วานนี้)&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ไม่มีการปฏิบัติงานในขั้นตอนการพันท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตก&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศมีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมแรง&nbsp;และคลื่นสูงกว่า&nbsp;2&nbsp;เมตร&nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จึงพิจารณาหยุดการปฏิบัติงานเป็นเวลา&nbsp;1&nbsp;วัน&nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการในการหยุดปฏิบัติงานเมื่อไม่ปลอดภัย&nbsp;(ข้อมูลสภาพอากาศ&nbsp;อ้างอิงจากรายงานสภาพอากาศประจำวันของกรมอุตุนิยมวิทยา)&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จะเริ่มการปฏิบัติงานในขั้นตอนการพันท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตกต่อไป</p><p><strong>บริษัทฯ&nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;</strong>เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;โดยดำเนินการบินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>การปฏิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง</strong></p><p>-&nbsp;เรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ</p><p>-&nbsp;มีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน</p><p>-&nbsp;มีการใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง</p><p><strong>การปฏิบัติการบนชายฝั่ง</strong></p><p>-&nbsp;วันนี้&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;15.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;SPRC&nbsp;จะมีการตรวจสอบและเก็บตัวอย่างทาร์บอลพร้อมหน่วยงานราชการ&nbsp;ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&nbsp;(ค.พ.)&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;(ทช.)&nbsp;และ&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&nbsp;(อช.)&nbsp;</p><p>-&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จัดทีมทำความสะอาดบริเวณชายหาดและเก็บหินภูเขาไฟ&nbsp;พบทาร์บอลในปริมาณเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งทีมงานได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่บริษัทฯ&nbsp;ตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;อีกทั้งยังได้ทำการไถพรวนด้วย</p><p><strong>ความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำ&nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;จากร้านป้ายาถึงลานหินขาว&nbsp;ทุกจุด&nbsp;ค่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม</strong></p><p>การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;โดยสรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;ประมงพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,180&nbsp;ลำ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;98&nbsp;ล้านบาท</p><p>-&nbsp;อาชีพอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;1,201&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;18&nbsp;ล้านบาท</p><p>รวมทั้งสิ้น&nbsp;3,381&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;116&nbsp;ล้านบาท</p><p>-&nbsp;โรงแรม&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;อยู่ในระหว่างการเจรจา</p><p>-ส่วนด้านสุขภาพ&nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง</p><p><strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;SPRC&nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;กลุ่มประมง</strong>&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงินประมาณ&nbsp;18&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>การปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&nbsp;ปฏิบัติการในทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;</strong>บริษัทฯ&nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การปฎิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง</strong></p><p>-&nbsp;ยังคงมีเรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ</p><p>-&nbsp;ยังคงมีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;&nbsp;</p><p>-&nbsp;ยังคงมีการใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง</p><p><strong>การปฎิบัติการบนชายฝั่ง</strong></p><p>-&nbsp;ยังคงทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;เก็บทาร์บอล&nbsp;และมีการไถพรวน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322154159654"],
    [587,"รองผู้ว่าฯสตูล เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า</strong>&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;รอดเรือง&nbsp;ณ&nbsp;หนองคาย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;โดยมีนายชาญณรงค์&nbsp;วิรุณสาร&nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอทุ่งหว้าเข้าร่วม</p><p><strong>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&nbsp;ณ&nbsp;จุดเดียว&nbsp;และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;และบริการอื่นๆ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กัน&nbsp;รวมถึงบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป</p><p><strong>โดยกิจกรรมภายในงานมีกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆประกอบด้วย&nbsp;</strong>การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร&nbsp;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกตรวจบัญชี&nbsp;คลินิกสุขภาพ&nbsp;คลินิกประเมินผล&nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;คน&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322155457665"],
    [588,"เกษตรกันตัง จังหวัดตรัง  ร่วมกิจกรรมโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ณ โรงเรียนโคกยาง","<p><strong>วันนี้(&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;</strong>เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนโคกยาง&nbsp;ต.โคกยาง&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;จ.ตรัง&nbsp;โดยวัตถุประสงค์โครงการ&nbsp;เพื่อส่งเสริมลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง&nbsp;และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำหรับวันนี้&nbsp;มีการอบรมเกี่ยวกับโครงการตามแนวพระราชดำริ</strong>และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่:โคกหนองนา&nbsp;สอนนักเรียนให้เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการทำกิจกรรมปลูกพืชผักบริเวณโรงเรียน&nbsp;เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง&nbsp;ทำให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปสานต่อยังครอบครัว&nbsp;สามารถลดรายจ่ายภายในครัวเรือน&nbsp;และสามารถสร้างรายได้เสริมได้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322155554666"],
    [589,"อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอห้วยยอด (SC)","<p><strong>วันนี้(&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;)&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด</strong>&nbsp;โดยนางสุชิรา&nbsp;อินทอง&nbsp;เกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ&nbsp;ร่วมกับประมงอำเภอห้วยยอด&nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;(SC)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อแจ้งแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งและมาตรการบริหารจัดการน้ำ</strong>ในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;แผนโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;โครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;และมีการพิจารณาและรับรองข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านพืช&nbsp;(ยางพารา&nbsp;ปาล์มน้ำมัน&nbsp;ข้าว&nbsp;ทุเรียน&nbsp;เงาะ&nbsp;มังคุด&nbsp;และลองกอง)&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;และสถาบันเกษตรกรและกลุ่มองค์กร&nbsp;รวมถึงประเด็นการขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;&nbsp;model&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161033688"],
    [590,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย ตรวจติดตามการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM)","<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจติดตามการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;(GFM)&nbsp;รายใหม่&nbsp;รวม&nbsp;3&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;&nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;และเลี้ยงสุกร&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการฟาร์ม&nbsp;และการป้องกันโรค&nbsp;แก่เกษตรกรเจ้าของฟาร์ม&nbsp;ที่บ้านโคกงาม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านนาเจียง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลโคกงาม&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ขอรับการรับรอง</strong>&nbsp;ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&nbsp;จากกรมปศุสัตว์&nbsp;&nbsp;ไม่อยู่ระหว่างการเพิกถอนการรับรอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์&nbsp;หรือหลักสูตรฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมจากกรมปศุสัตว์&nbsp;หรือได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาของเกษตรกร</p><p><strong>การเตรียมความพร้อม</strong>&nbsp;โดยที่ปรึกษาของเกษตรกรประชาสัมพันธ์และที่ปรึกษาของเกษตรกรอบรมหรอให้คำแนะนำระบบการป้องกันโรค&nbsp;การจัดการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ที่ปรึกษาของเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์&nbsp;หรือหลักสูตรฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&nbsp;หรือผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาของเกษตรกร&nbsp;อีกทั้งที่ปรึกษาของเกษตรให้คำปรึกษาและตรวจประเมินสถานที่เลี้ยงสัตว์เบื้องต้น</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322162953722"],
    [591,"กรมการข้าว ยกระดับแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจและโครงการสำคัญอย่างเร่งด่วน&nbsp;ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรไทยมีองค์ความรู้ที่ทันสมัยและสามารถนำเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาด&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;จะเร่งพัฒนางานและภารกิจต่างๆ</strong>&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;งานด้านวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้เป็นไปตามความต้องการและสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้&nbsp;โดยบูรณาการงานวิจัยร่วมกับภาคการศึกษา&nbsp;ภาคเอกชนและเกษตรกร&nbsp;</p><p><strong>ส่วนด้านเมล็ดพันธุ์&nbsp;จะเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์</strong>&nbsp;ตั้งเป้าให้ได้ปีละ&nbsp;200,000&nbsp;ตัน&nbsp;ต้องเน้นให้เกษตรกรทำการรวมกลุ่มใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ&nbsp;สนับสนุนชาวนารุ่นใหม่&nbsp;ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี&nbsp;ในการทำนาให้ได้กำไร&nbsp;รวมถึงจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแปรรูปข้าวครบวงจร&nbsp;สามารถพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการได้</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193033811"],
    [592,"สมุทรสาคร จัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้วปี 2565 โชว์ศักยภาพสดจากสวน สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เมื่อเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;ของวานนี้&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ต.ยกกระบัตร&nbsp;อ.บ้านแพ้ว&nbsp;จ.สมุทรสาคร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายพิรุณโรจน์&nbsp;นาคดนตรี&nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;เป็นประธานการจัดงาน&nbsp;ซึ่งในพิธีเปิดงานครั้งนี้ก็มี&nbsp;นางเตือนจิตร์&nbsp;รักร้อย&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&nbsp;นายสุรศักดิ์&nbsp;ผลยังส่ง&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ปลัดจังหวัด&nbsp;เกษตรอำเภอ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ผู้นำท้องที่&nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;และเกษตรกรจากทั้ง&nbsp;12&nbsp;ตำบลในอำเภอบ้านแพ้วเข้าร่วม&nbsp;โดยก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;จะทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการนั้น&nbsp;ก็ได้มีการมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรดีเด่นของแต่ละตำบล&nbsp;และพระมงคลพัฒนาภรณ์&nbsp;เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;มอบหลวงพ่อโตเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกรดีเด่น&nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด&nbsp;ทำการเปิดงานเกษตรบ้านแพ้วในรูปแบบ&nbsp;ผ่ามะพร้าวง่ายๆ&nbsp;เพียงแค่คลิกเดียว&nbsp;ด้วยนวัตกรรมเครื่องมือการผ่ามะพร้าวจากบ้านสวนไพศาล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายณรงค์&nbsp;รักร้อย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด้วยอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม&nbsp;มีลำคลองน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก&nbsp;โดยมีคลองดำเนินสะดวกเป็นสายน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการทำเกษตรกรรม&nbsp;สมกับคำที่ว่า&nbsp;ลานเกษตร&nbsp;เป็นอย่างยิ่ง&nbsp;จึงเป็นแหล่งผลิตพืชผลทาง&nbsp;การเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาครและของประเทศ&nbsp;โดยอำเภอบ้านแพ้วมีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคหลายชนิด&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&nbsp;องุ่น&nbsp;ชมพู่&nbsp;ฝรั่ง&nbsp;มะม่วง&nbsp;มะนาว&nbsp;ลำไย&nbsp;กล้วยไม้&nbsp;และการทำน้ำตาลจากมะพร้าว&nbsp;เป็นต้น&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาสลิดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ&nbsp;</strong>ฉะนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของอำเภอบ้านแพ้ว&nbsp;และเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของอำเภอให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไป&nbsp;ทางส่วนราชการและภาคเอกชนจึงได้พร้อมใจกันจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้วขึ้นเป็นประจำทุกปี&nbsp;โดยการจัดงาน&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;จัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่&nbsp;20&nbsp;-&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;งานประจำปีปิดทองขอพรหลวงพ่อโต&nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญ&nbsp;คือ&nbsp;การจัดประกวดพืชผลทางการเกษตร&nbsp;ได้แก่&nbsp;การประกวดกล้วยไม้&nbsp;ผลไม้ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;การประกวดปลาสลิด&nbsp;และการประกวดการจัดสำรับอาหาร,การคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแต่ละตำบล&nbsp;เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ,การประกวดหนูน้อยเกษตร&nbsp;และการจำหน่ายผลไม้&nbsp;พันธุ์ไม้&nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรโดยตรงในราคาถูก&nbsp;การจำหน่ายสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ที่ขึ้นชื่อของอำเภอ&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการโชว์ศักยภาพทางด้านผลผลิตทางการเกษตรของอำเภอบ้านแพ้วแล้ว&nbsp;ยังเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่น&nbsp;และยังนำไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","สมุทรสาคร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322170712762"],
    [593,"ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ลงพื้นที่ให้คำแนะนำกลุ่มเกษตรสร้างสรรค์ รักษ์ ดิน น้ำ ป่า ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด ในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ","<p><strong>วันนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านต้นผึ้ง&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสามหมื่น&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;จังหวัดตาก&nbsp;นายสมชัย&nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำกลุ่มเกษตรสร้างสรรค์&nbsp;รักษ์&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ป่า&nbsp;ในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;โดยมี&nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;เภสัชกรหญิง&nbsp;ดร.กฤษณา&nbsp;ไกรสินธุ์,&nbsp;นายอำเภอแม่ระมาด,&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดตาก,&nbsp;บริษัท&nbsp;ทิปโก้&nbsp;ไบโอเท็ค&nbsp;จำกัด,&nbsp;บริษัท&nbsp;ไทยวา&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>โดยกิจกรรมในวันนี้&nbsp;</strong>ศาสตราจารย์พิเศษ&nbsp;เภสัชกรหญิง&nbsp;ดร.กฤษณา&nbsp;ไกรสินธุ์&nbsp;ได้บรรยายให้ความรู้และให้คำแนะนำแก่กลุ่มเกษตรกรฯ&nbsp;ในเรื่องการปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&nbsp;ยังได้ให้การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่&nbsp;เพื่อลดการทำไร่เลื่อนลอย&nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และเกิดการทำลายป่า&nbsp;ให้หันมาปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;เพื่อนำไปสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดังกล่าว&nbsp;หลังจากนั้น&nbsp;คณะฯ&nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปยังแปลงปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;และร่วมกันปลูกสมุนไพรด้วย</p><p><strong>สำหรับกลุ่มเกษตรสร้างสรรค์</strong>&nbsp;รักษ์&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;ป่า&nbsp;หมู่&nbsp;5&nbsp;ตำบลสามหมื่น&nbsp;อำเภอแม่ระมาด&nbsp;มีสมาชิกทั้งสิ้น&nbsp;28&nbsp;ราย&nbsp;จัดตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง&nbsp;และคนในหมู่บ้าน&nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&nbsp;โดยเกษตรกรของกลุ่มส่วนใหญ่&nbsp;ปลูกข้าว&nbsp;บุก&nbsp;ไผ่&nbsp;กาแฟ&nbsp;ผักสวนครัว&nbsp;พืชสมุนไพร&nbsp;รวมถึงเลี้ยงไก่&nbsp;ปลา&nbsp;และหมูพื้นเมือง&nbsp;เป็นต้น</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กลุ่มเกษตรฯ&nbsp;</strong>จะได้นำความรู้และคำแนะที่ได้รับปรับใช้และต่อยอดในการปลูกและแปรรูปพืชสมุนไพร&nbsp;ขณะที่หน่วยงาน&nbsp;องค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;จะได้ร่วมบูรณาการดำเนินการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร&nbsp;และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้เป็นรูปธรรมต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันตก","ตาก","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322163014723"],
    [594,"จังหวัดยโสธร จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;10.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ฟาร์มชุมชน</strong>&nbsp;ม.9&nbsp;ต.โนนเปือย&nbsp;อ.กุดชุม&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรได้นำเทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้ง&nbsp;ยังมีการให้บริการด้านการเกษตร&nbsp;การจัดนิทรรศการ</strong>ให้ความรู้จากหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และยังมีกิจกรรมออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;&nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;มีเกษตรกรจากอำเภอเลิงนกทา&nbsp;ไทยเจริญ&nbsp;กุดชุม&nbsp;ทรายมูล&nbsp;และป่าติ้ว&nbsp;เข้าร่วมงานจำนวน&nbsp;150&nbsp;คน&nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัด&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายอำเภอกุดชุม&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&nbsp;พี่น้องเกษตรกร&nbsp;เข้าร่วมในพิธี</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สวท.ยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322165009750"],
    [595,"5 หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ ร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี 65 โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวคิดของเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องน้ำใต้ดิน หวังลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำและน้ำใต้ดินในประเทศ","<p><strong>5&nbsp;หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ&nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวคิดของเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องน้ำใต้ดิน&nbsp;หวังลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำและน้ำใต้ดินในประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พลเอก&nbsp;ประวิตร&nbsp;วงษ์สุวรรณ&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี&nbsp;2565&nbsp;ระหว่าง&nbsp;5&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;คือ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;,&nbsp;กระทรวงยุติธรรม&nbsp;,&nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&nbsp;(สวทช.)&nbsp;,&nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;(วว.)&nbsp;และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;(สสน.)&nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;โดย&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;เนื่องในวันน้ำโลกปีนี้รัฐบาลมุ่งเน้นสื่อสารองค์ความรู้และการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&nbsp;ควบคู่กับ&nbsp;สร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวคิดของเยาวชน&nbsp;โดยเฉพาะเรื่องน้ำใต้ดิน&nbsp;สอดคล้องกับที่องค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญ&nbsp;ถือเป็นการยกระดับความเข้มข้นและช่วยส่งเสริมให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยเกิดผลสัมฤทธิ์ตามแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลเน้นความสำคัญการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ&nbsp;ด้วยการให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นมีส่วนร่วมดูแลจัดการน้ำอย่างเหมาะสมในภาคเกษตรกรรม&nbsp;อุตสาหกรรม&nbsp;และบริการ&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทยจะบริหารจัดการน้ำใต้ดินอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการตั้งแต่การฟื้นฟูป่ารักษาความชุ่มชื้นให้ระบบนิเวศ&nbsp;การเติมน้ำใต้ดินผ่านแหล่งน้ำต่างๆ&nbsp;เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ&nbsp;ลดการรุกล้ำของน้ำเค็ม&nbsp;บรรเทาอุทกภัย&nbsp;และการใช้ประโยชน์ช่วงวิกฤติภัยแล้ง&nbsp;พร้อมปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ&nbsp;ด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&nbsp;ลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำและน้ำใต้ดิน&nbsp;เพื่อให้ไทยสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย&nbsp;ทศวรรษแห่งการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ&nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ของสหประชาชาติด้านน้ำและเพื่อประโยชน์สูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายสุรสีห์&nbsp;กิตติมณฑล&nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&nbsp;(สทนช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงนามครั้งนี้มี&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;คือ&nbsp;ความร่วมมือการส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&nbsp;ทั้งระบบในเรือนจำและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกับกระทรวงยุติธรรม&nbsp;//&nbsp;ความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;ส่วนอีก&nbsp;2&nbsp;ฉบับเป็นความร่วมมือการบริหารจัดการน้ำด้วยวิทยาศาสตร์&nbsp;เทคโนโลยี&nbsp;และนวัตกรรมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&nbsp;เพื่อยกระดับการทำงานด้านการจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;ด้วยการนำองค์ความรู้การพัฒนาและประยุกต์ใช้ข้อมูลและสารสนเทศภูมิศาสตร์&nbsp;การประเมินผลด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์&nbsp;การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322170114756"],
    [596,"เกษตรยะลา ถ่ายทอดความรู้ การผลิต ขยายและการใช้สารชีวภัณฑ์","<p><strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นางสาวสนธิลา&nbsp;บุญมาก&nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;ถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อเรื่องการผลิต&nbsp;ขยายและการใช้สารชีวภัณฑ์&nbsp;แก่ตัวแทนคณะกรรมการศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนและศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;3&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322172321765"],
    [597,"ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนานาเกลือทะเลไทยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาคีและเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล เร่งพัฒนาคุณภาพในการผลิตเกลือเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกลือทะเลให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค","<p><strong>ที่สหกรณ์การเกษตรนาเกลือบางแก้ว&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลบางแก้ว&nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนานาเกลือทะเลไทย&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายโอภาส&nbsp;ทองยงค์&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;นายนวนิตย์&nbsp;พลเคน&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยที่ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาคีและเกษตรกร&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการบริหารจัดการเกลือทะเลไทยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;พร้อมให้กำลังใจ&nbsp;ให้ข้อเสนอแนะ&nbsp;แลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไขปัญหากับเจ้าหน้าที่&nbsp;โดยเฉพาะด้านการเชื่อมโยงการผลิตเกลือกับผู้ประกอบการ&nbsp;ที่ใช้เกลือเป็นวัตถุดิบและผู้ค้าส่งเกลือทะเล&nbsp;พร้อมมอบใบรับรองมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&nbsp;เรื่องการปฏิบัติ&nbsp;ทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเลของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ราย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;นางสมพิศ&nbsp;ทองดีนอก&nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>ได้รายงานผลการดำเนินกิจกรรมเกลือทะเลของจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ว่า&nbsp;มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกษตรกรนาเกลือจำนวน&nbsp;149&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;5,223.28&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิตในปีการผลิตนี้ประมาณ&nbsp;78,114&nbsp;ตัน&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดได้สนับสนุนเกษตรกรชาวนาเกลือทะเลปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&nbsp;มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือ&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแปลงนาเกลือต้นแบบ&nbsp;นำไปปรับปรุงการผลิตขั้นตอนการรักษาผลผลิตเกลือทะเล&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้สะอาดและปลอดภัย&nbsp;จนได้รับการพัฒนาแปลงต้นแบบนาเกลือทะเลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด&nbsp;</p><p><strong>ด้าน&nbsp;นางเกตุแก้ว&nbsp;สำเภาทอง&nbsp;รองประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรนาเกลือบางแก้ว&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรนาเกลือบางแก้วจำกัด&nbsp;ว่า&nbsp;สหกรณ์มีทุนดำเนินการลดลงจากปีก่อน&nbsp;เนื่องจากสหกรณ์นำทุนไปลงทุนถือหุ้นในชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาชุมนุมมีผลขาดทุนสุทธิประจำปี&nbsp;ส่งผลให้มูลค่าหุ้นติดลบ&nbsp;ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลตอบแทนและหุ้นคืน&nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&nbsp;-19&nbsp;ที่มีการระบาดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิกที่มีอาชีพเป็นเกษตรกรและรับจ้างทั่วไปซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน&nbsp;และจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันค่าครองชีพที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อกำลังความสามารถในการซื้อสินค้าของสมาชิก&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ทั้งประเทศมี&nbsp;7&nbsp;จังหวัดที่ทำนาเกลือ&nbsp;พื้นที่ไม่ถึง&nbsp;30,000&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรกว่า&nbsp;900&nbsp;ราย&nbsp;ร้อยละ&nbsp;90&nbsp;ประกอบอาชีพการทำนาเกลือจะอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร,สมุทรสงครามและเพชรบุรี&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนา&nbsp;เกลือทะเลไทย&nbsp;ต้องมาช่วยกันแก้ไขปัญหาพร้อมกำชับให้เกษตรกรนาเกลือทะเล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เร่งพัฒนาคุณภาพในการผลิตเกลือเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกลือทะเลให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค&nbsp;</p><p><br></p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322181148781"],
    [598,"เกษตรนครพนม เปิดเวทีออนไลน์ เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ ศพก. และแปลงใหญ่......เน้นการผลิตที่มีคุณภาพ ต่อยอดและพัฒนาสินค้าเกษตรในพื้นที่","<p><strong>วันนี้&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายวินัย&nbsp;คงยืน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ&nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&nbsp;เน้นการผลิตที่มีคุณภาพ&nbsp;ต่อยอดและพัฒนาสินค้าเกษตรในพื้นที่&nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;และประธาน&nbsp;ศพก.&nbsp;ทั้ง&nbsp;12&nbsp;อำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ในครั้งนี้</p><p><strong>นายวินัย&nbsp;คงยืน&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;หรือ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการแปลงใหญ่&nbsp;คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ในการรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&nbsp;</p><p><strong>โดยมีบุคคลเป้าหมาย&nbsp;คือ&nbsp;ประธาน&nbsp;ศพก.&nbsp;ประธานแปลงใหญ่</strong>&nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแปลงใหญ่ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;สำหรับการจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการ&nbsp;ศพก.&nbsp;และแปลงใหญ่&nbsp;เพื่อร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพรวมถึงการสร้างการรับรู้งานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&nbsp;โดยเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มกันผลิต&nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ&nbsp;มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดร่วมกัน&nbsp;สำหรับการตลาดที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ทั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;แต่ละอำเภอจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;การจัดทำแผนการผลิตทั้งรายบุคคลและรายแปลง&nbsp;เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ&nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่</p><p><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)</strong>&nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่เองจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีในการพบปะและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลจากรูปแบบเดิม&nbsp;เพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;-&nbsp;19&nbsp;ทำให้เกิดความปลอดภัย&nbsp;สะดวกและรวดเร็ว&nbsp;สามารถสื่อสารได้ทันต่อสถานการณ์&nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนในพื้นที่ทำให้เห็นกิจกรรมและสภาพพื้นที่จริงในแต่พื้นที่&nbsp;ในยุคปัจจุบันการส่งเสริมการเกษตรที่หวังผลการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;นอกจากจะสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรแล้ว&nbsp;ยังให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาและกระบวนการเรียนรู้ของเกษตรกร&nbsp;โดยการหนุนเสริมให้เกิดช่องทางและกลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการหรือกึ่งทางการ&nbsp;เช่น&nbsp;เวทีชุมชนกลุ่ม/เครือข่าย/ศูนย์การเรียนรู้&nbsp;และโรงเรียนเกษตรกร/โรงเรียนชาวนา&nbsp;การส่งเสริมเกษตรตามแนวทางเช่นนี้ถือว่าเกษตรกรมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง&nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรในพื้นที่ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322173200770"],
    [599,"จังหวัดยโสธร จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ Field day หรือ ฟิวด์เดย์ ปี 2565 เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร พร้อมรณรงค์งดการเผาพื้นที่ทางการเกษตร ลดการเกิดฝุ่นละออง PM. 2.5","<p><strong>นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;เกษตรจังหวัดยโสธร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกร&nbsp;ในพื้นที่อำเภอกุดชุม&nbsp;เลิงนกทา&nbsp;ไทยเจริญ&nbsp;ทรายมูล&nbsp;และป่าติ้ว&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;ณ&nbsp;เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ฟาร์มชุมชน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ต.โนนเปือย&nbsp;อ.กุดชุม&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;หรือ&nbsp;ฟิวด์เดย์&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมองค์ความรู้ในการวางแผนการผลิต&nbsp;รบริหารตลาด&nbsp;แหล่งเงินทุน&nbsp;การทำบัญชี&nbsp;การให้คำแนะนำเกษตรกรในการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;&nbsp;การเข้าถึงปัจจัยการผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธ์พืช&nbsp;พันธ์สัตว์&nbsp;ดิน&nbsp;ปุ๋ย&nbsp;น้ำ&nbsp;เครื่องจักรทางการเกษตร&nbsp;การบริหารจัดการความเสี่ยง&nbsp;และ&nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร&nbsp;ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพเกษตรกรไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเอง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยการจัดงานครั้งนี้&nbsp;ได้นำเทคโนโลยีและภูมิปัญญา</strong>ที่มีมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;สถานี&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.&nbsp;สถานีนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร&nbsp;2.&nbsp;การบริหารจัดการน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;3.&nbsp;การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิต&nbsp;4.&nbsp;การขยายพันธ์พืชสมุนไพร&nbsp;และ&nbsp;5.&nbsp;การแปรรูปผลผลิต&nbsp;นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้า&nbsp;อีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนั้น&nbsp;นายชลธี&nbsp;ยังตรง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ยังได้กล่าวให้ชื่นชมและให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรในการทำเกษตรอินทรีย์&nbsp;พร้อมทั้งขอให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;มาปรับใช้&nbsp;อันจะส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต&nbsp;&nbsp;ตลอดจน&nbsp;รณรงค์ให้พี่น้องเกษตรกร&nbsp;งดการเผาตอซังข้าว&nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;และการเผาทุกชนิด&nbsp;เพื่อลดการเกิดฝุ่นละออง&nbsp;PM.&nbsp;2.5&nbsp;และขอให้หันมาทำปุ๋ยหมักจากวัชพืช&nbsp;หรือไถ่กลบตอซังข้าวแทน&nbsp;หรือ&nbsp;หว่านปอเทือง&nbsp;เพื่อธาตุอาหารในดิน&nbsp;และเป็นการลดปัญหามลภาวะ&nbsp;ลดฝุ่นละออง&nbsp;PM.&nbsp;2.5&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322182909794"],
    [600,"กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งมอบระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ให้เกษตรกรมุกดาหาร ใช้เพาะปลูกพืชหน้าแล้ง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">ที่บ้านพังคอง&nbsp;ตำบลบ้านโคก&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายพรชัย&nbsp;พุดซ้อน&nbsp;นายอำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;จากนายวินิต&nbsp;จันทรานนท์&nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;เขต&nbsp;10&nbsp;อุดรธานี&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสันติ&nbsp;ทรัพย์ส่งเสริม&nbsp;นายก&nbsp;อบต.บ้านโคก&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรชาวบ้านพังคอง&nbsp;เข้าร่วมในพิธีรับมอบและรับฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้แนะนำวิธีการใช้งานการบำรุงรักษาระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยโซล่าเซลล์</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>สำหรับระบบน้ำบาดาลที่ส่งมอบนี้&nbsp;ได้รับงบประมาณ&nbsp;ปี&nbsp;2564</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;หมู่บ้านพังคอง&nbsp;ตำบลบ้านโคก&nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ขนาด&nbsp;3&nbsp;แรงม้า&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;บ่อ&nbsp;หอถังเหล็กเก็บน้ำ&nbsp;ความจุ&nbsp;120&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ชุด&nbsp;และอีก&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ใช้งบประมาณ</span>ตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19&nbsp;ตาม&nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฯ&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">จัดทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;พื้นที่&nbsp;500&nbsp;ไร่&nbsp;ให้กับบ้านพังคองใต้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ขนาด&nbsp;5.5&nbsp;แรงม้า&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;หอถังเหล็กเก็บน้ำ&nbsp;ความจุ&nbsp;120&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;หอถัง&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลบ้านโคก&nbsp;ซึ่งอยู่นอกเขตชลประทานและขาดแคลนน้ำได้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชหลังนาในช่วงหน้าแล้ง&nbsp;การเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;และยังสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี</span></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","มุกดาหาร","สวท.มุกดาหาร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193412822"],
    [601,"ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 ติดตามงานการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียว ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจ สีเขียว ที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านท่าเยี่ยม อ.เมืองยโสธร พร้อมมอบแนวทางสนับสนุนการดำเนินงาน จากภาครัฐและเอกชน","<p><strong>นางสุมิตรา&nbsp;อติศัพท์&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เขตตรวจราชการที่&nbsp;14&nbsp;</strong>ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร&nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG&nbsp;Model)&nbsp;ที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;บ้านท่าเยี่ยม&nbsp;ต.ค้อเหนือ&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;ทวินันท์&nbsp;หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง&nbsp;อันเนื่องมาจาก&nbsp;พระราชดำริ,นายยศวัฒน์&nbsp;&nbsp;เธียรสวัสดิ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร,นายสมชัย&nbsp;บูรณะ&nbsp;นายอำเภอ&nbsp;เมืองยโสธร,นายชาติศักดิ์&nbsp;จันทร์สุคน&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร,&nbsp;จ.ส.ต.พงษ์สถิตย์&nbsp;อรอินทร์&nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&nbsp;และผู้นำหมู่บ้าน&nbsp;ผู้บริการ&nbsp;อบต.ค้อเหนือ&nbsp;พร้อมประชาชน&nbsp;ร่วมต้อนรับ</p><p><strong>โดย&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;ทวินันท์&nbsp;ได้นำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการ&nbsp;</strong>พัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในด้านการขุดลอกหนองอึ่งเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและขยายพันธุ์ปลา&nbsp;การพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้มีความสมบูรณ์และการฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน&nbsp;พร้อมทั้งความสำเร็จของการสร้างเครือข่าย&nbsp;ป่าไม้ตามแนวพระราชชดำริ&nbsp;การปลูกไม้วงศ์ยางเพาะเชื้อเห็ดป่า&nbsp;ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;ที่บ้านเปาะ&nbsp;ต.ค้อวัง&nbsp;อ.ค้อวัง&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;พื้นที่สวนป่าคูเมือง&nbsp;ต.คูเมือง&nbsp;อ.มหาชนะชัย&nbsp;จ.ยโสธร&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;และในพื้นที่ป่าดงมัน&nbsp;บ.ท่าเยี่ยม&nbsp;ต.ค้อเหนือ&nbsp;อ.เมืองยโสธร&nbsp;จำนวน&nbsp;3,006&nbsp;ไร่&nbsp;ที่ให้ผลผลิตเห็ดป่า&nbsp;ทั้งเห็ดเผาะหนัง&nbsp;เห็ดละโงก&nbsp;เห็ดตะไค&nbsp;เห็ดโคน&nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์&nbsp;เป็นแหล่งอาหารตาม&nbsp;ธรรมชาติและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&nbsp;วนาทิพย์&nbsp;โอทอปชุมชน&nbsp;คนรักป่า&nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;โดยมีภาคเอกชน&nbsp;ร่วมสนับสนุนช่องทางการตลาด</p><p><strong>ส่วนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานในพื้นที่&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;งบประมาณในการผลิตไม้วงศ์ยางเพาะเชื้อเห็ดป่า&nbsp;เพื่อมอบให้กับประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่&nbsp;การพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์และการบำรุงรักษาพื้นที่&nbsp;ปลูกไม้วงศ์ยางเพาะเห็ดป่า&nbsp;ที่ยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน</p><p><strong>พร้อมนี้&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้มอบแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่&nbsp;</strong>โดยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;และภาคเอกชน&nbsp;เพื่อร่วมดำเนินงานตามแนวทางการ&nbsp;พัฒนาเศรษฐกิจ&nbsp;ชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;ในการสร้างความมั่น&nbsp;คงทางอาหาร&nbsp;การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากการ&nbsp;เกษตรและการสนับสนุนช่อทางการตลาด&nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนา&nbsp;คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;ส่วนปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;ด้านงบประมาณที่ยังไม่เพียงพอนั้น&nbsp;จะสรุปเป็นข้อเสนอแนะ&nbsp;จากการตรวจติดตามงาน&nbsp;เพื่อหาแนวทางให้การสนับสนุนการดำเนินงาน&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ยโสธร&nbsp;&nbsp;ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322194306824"],
    [602,"จังหวัดยโสธร รณรงค์ประชาชนหยุดเผาพื้นที่การเกษตร หันมาไถกลบตอซังข้าว หรือ หว่านปอเทือง เพิ่มแร่ธาตุในดินและลดการเกิดฝุ่นละออง P.M. 2.5","<p><strong>ที่ทุ่งนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่&nbsp;</strong>บ้านดู่ทุ่ง&nbsp;ตำบลดู่ทุ่ง&nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;&nbsp;นายสมชัย&nbsp;บูรณะ&nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์&nbsp;เผยแพร่&nbsp;และประชาสัมพันธ์&nbsp;หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;โดยมีภาคีเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ตำรวจ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจน&nbsp;ประชาชน&nbsp;ตำบลดู่ทุ่ง&nbsp;ร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดยโสธร&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร</strong>&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยโสธร&nbsp;จัดงานรณรงค์&nbsp;เผยแพร่&nbsp;และประชาสัมพันธ์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&nbsp;ขึ้น&nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนงดเผาตอซังข้าวและพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;โดยจากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์จากดาวเทียม&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พบจุดความร้อนสะสมเป็นจำนวนมาก&nbsp;ในช่วงวิกฤตของทุกปี&nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&nbsp;ถึง&nbsp;พฤษภาคมสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาตอซังฟางข้าวและเศษซากพืชที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยวการเผาในพื้นที่โล่ง&nbsp;นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ที่มีความมีค่าสูงเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนแล้ว&nbsp;การเผาจะทำให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ด้วย&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เร่ง&nbsp;รณรงค์สร้างการรับรู้และกระตุ้นเตือนให้พี่น้องเกษตรกรหยุดเผาพื้นที่ทางการเกษตร&nbsp;หันมาไถ่กลบตอซังข้าว&nbsp;หรือ&nbsp;หว่านปอเทือง&nbsp;เพื่อเพิ่มแร่ธาตุอาหารในดินและลดการเกิดฝุ่นละออง&nbsp;P.M.&nbsp;2.5&nbsp;ลดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;ตลอดจนนำเทคโนโลยีการเกษตรมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ยโสธร","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195013828"],
    [603,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากการประกอบกิจการโรงงานแป้งมันสำปะหลังแปรรูป&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สรุปผลการตรวจสอบ&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ขณะตรวจสอบมีการเดินเครื่องจักรทำการผลิตตามปกติ&nbsp;บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียมีกลิ่นเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งผู้จัดการโรงงานแจ้งว่าสายการผลิตขณะนี้&nbsp;มิได้ใช้สาร&nbsp;Propylene&nbsp;Oxide&nbsp;มีระบบกำจัดก๊าซ&nbsp;โดยการเผาร่วมกับการใช้เชื้อเพลิงก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;ช่วยเผาไหม้&nbsp;บ่อบำบัดน้ำเสียมีใช้งานจำนวน&nbsp;3&nbsp;บ่อ&nbsp;โดยบ่อที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;2&nbsp;ปิดคลุมด้วยพลาสติก&nbsp;HDPE&nbsp;และบ่อที่&nbsp;3&nbsp;เป็นบ่อเติมอากาศ&nbsp;ซึ่งเป็นบ่อที่มีกลิ่นแรงที่สุด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;ตรวจวัดก๊าซอันตรายบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่&nbsp;3&nbsp;ระหว่างเวลา&nbsp;12.30&nbsp;&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;โดยวัดก๊าซอินทรีย์ระเหยง่ายด้วยเครื่องมือตรวจวัดแบบอ่านค่าทันทีขณะที่ตรวจวัด&nbsp;พบว่ามีค่าระหว่าง&nbsp;0&nbsp;&nbsp;165&nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&nbsp;และวัดก๊าซอันตรายโดยเครื่องตรวจวัดก๊าซด้วยเทคนิค&nbsp;FTIR&nbsp;ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&nbsp;9&nbsp;พบก๊าซมลพิษหลายชนิด&nbsp;เช่น&nbsp;Vinyl&nbsp;Chloride,&nbsp;Propylene&nbsp;Oxide&nbsp;,&nbsp;Methyl&nbsp;ethyl&nbsp;Ketone&nbsp;,Acrolein&nbsp;,&nbsp;Isopropanol&nbsp;,&nbsp;Aniline&nbsp;,&nbsp;Hydrogen&nbsp;cyanide&nbsp;,&nbsp;1,3&nbsp;butadiene&nbsp;,&nbsp;Ethylene&nbsp;,&nbsp;Acetylene&nbsp;เป็นต้น</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;การตรวจสอบกระบวนการผลิต&nbsp;ผู้จัดการโรงงานแจ้งว่าได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบดังกล่าวโดยปรับสูตรแป้งเคมีให้สามารถลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายจากส่วนผสมร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ&nbsp;20</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;เข้าพบประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อแจ้งผลการตรวจสอบในระหว่างเวลา&nbsp;14.20&nbsp;&nbsp;14.45&nbsp;น.&nbsp;บริเวณบ้านปราสาทใต้&nbsp;หมู่&nbsp;14&nbsp;ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบให้ข้อมูลว่าปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นช่วงระยะเวลาสั้นๆ&nbsp;ในช่วง&nbsp;04.00&nbsp;น.&nbsp;โดยเป็นกลิ่นเหม็นแต่ไม่ฉุนระคายเคือง&nbsp;และมีความต้องการให้ทางโรงงานปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นอีกและต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะแจ้งผลการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณากำกับ&nbsp;ควบคุม&nbsp;การประกอบกิจการของโรงงานมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณใกล้เคียง&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322210138862"],
    [604,"ร้อยเอ็ดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ด้านพลังงานเชิงพื้นที่ อนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก","<p><strong>ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;:&nbsp;</strong>&nbsp;นายสนอง&nbsp;ดลประสิทธิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์&nbsp;ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;เรื่อง&nbsp;เพื่อพิจารณากลั่นกรองให้ความเห็นชอบ&nbsp;และจัดลำดับความสำคัญของโครงการ&nbsp;เสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ&nbsp;(กบจ.)</p><p><strong>จากการเปิดรับข้อเสนอโครงการระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้กลุ่มงานอนุรักษ์พลังานและพลัง</strong>งานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;8&nbsp;-&nbsp;18&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีหน่วยงานนำส่งข้อเสนอโครงการระดับจังหวัด&nbsp;ภายใต้กลุ่มงานอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;รวม&nbsp;26&nbsp;โครงการ&nbsp;วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น&nbsp;65,084,000.00&nbsp;บาท&nbsp;แยกเป็นรายเทคโนโลยีพลังงาน&nbsp;&nbsp;(โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;สำหรับบ่อบาดาลและถังพักน้ำ&nbsp;,โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;สำหรับผิวดิน&nbsp;,โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ชนิด&nbsp;(รถลากจูง&nbsp;และรถเข็น)?&nbsp;,โครงการติดตั้งระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;(ขนาด๒x๒&nbsp;เมตร&nbsp;และขนาด&nbsp;๓x๔&nbsp;เมตร)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ที่ประชุมคณะทำงานฯ&nbsp;ได้ร่วมพิจารณาหน่วยงาน</strong>ที่ผ่านเงื่อนไขและมีคุณสมบัติครบ&nbsp;สามารถยื่นขอโครงการได้&nbsp;ให้พิจารณาอยู่ในวงเงิน&nbsp;25&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และหน่วยงานที่เห็นควรส่งเป็นโครงการสำรอง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ร้อยเอ็ด","สวท.ร้อยเอ็ด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221602873"],
    [605,"ยะลา เดินหน้าโครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน","<p><strong>ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;เปิดกิจกรรมสัมมนาพัฒนาทุเรียนคุณภาพยะลา&nbsp;โครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพสู่ความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน</strong></p><p><strong>ที่ห้องประชุมปาหนัน&nbsp;โรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&nbsp;</strong>ต.เขื่อนบางลาง&nbsp;อ.บันนังสตา&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;(ศอ.บต.)&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;เป็นประธานการเปิดกิจกรรมสัมมนาพัฒนาทุเรียนคุณภาพยะลา&nbsp;โครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพสู่ความมั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายมะเสาวดี&nbsp;ไสสากา&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&nbsp;ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่เข้าร่วม</p><p><strong>นายอำนวย&nbsp;ศรีระแก้ว&nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&nbsp;ศอ.บต.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากสถานการณ์วิกฤติทางเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา&nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพ&nbsp;รายได้จากภาคเกษตรในพื้นที่อย่างมาก&nbsp;ดังที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อการแก้ไขปัญหา&nbsp;และพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;โดยยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและสามารถให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้&nbsp;ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่กระแสการปรับพื้นที่ของพืชชนิดอื่น&nbsp;มาเป็นสวนทุเรียนมีให้เห็นได้มากและคาดว่าจะยิ่งมีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นในอนาคต</p><p><strong>การยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร</strong>&nbsp;จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนซึ่งจะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่าน&nbsp;กระบวนการเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยีเพื่อระดับคุณภาพของเกษตรกรและนำพาเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการนั้นจำเป็นต้องอาศัยหลักสำคัญ&nbsp;3&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;การปรับกระบวนทัศน์ในการประกอบอาชีพ&nbsp;การเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การรวมกลุ่มและการได้รับการพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ดังนั้นจึงกำหนดแนวทางเพื่อการพัฒนาคุณภาพเกษตรกร&nbsp;คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรไม้ผลตลอดจนการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและการจัดการองค์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการพัฒนา&nbsp;การจัดโครงการนี้จึงเป็นการตอบสนองต่อการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากภายใต้โครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&nbsp;เป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมในการประกอบอาชีพของเกษตรกรตลอดจนสร้างความเข้มแข็งเกษตรกร&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนซึ่งจะนำไปสู่การสร้างกลไกของการพัฒนาที่ยั่งยืนของเกษตรกรไม้ผลในจังหวัดยะลา&nbsp;เพื่อที่จะเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;เพิ่มรายได้และพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221924875"],
    [606,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญร่วมประชุมคณะทำงานวิชาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ","<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ</strong>&nbsp;มอบหมาย&nbsp;นางสาวปิยะพร&nbsp;สุริโยตระกูล&nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานวิชาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมดอกจานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญพ.ศ&nbsp;2556&nbsp;4&nbsp;ถึง&nbsp;2565&nbsp;โดยมีประเด็นเพื่อพิจารณา&nbsp;2&nbsp;ประเด็นคือ</p><p>1.&nbsp;การฟื้นฟูคุณภาพชีวิตคนเมืองธรรมะเกษตรภายใต้สถานการณ์&nbsp;covid-19</p><p>2&nbsp;.การยกระดับความมั่นคงทางอาหารเมืองธรรมะเกษตรสู่ความยั่งยืน&nbsp;โดยมีการแบ่งทีมทำงานเป็น&nbsp;2&nbsp;ทีมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้อยู่ในส่วนของทีมที่&nbsp;2&nbsp;คือการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;โดยมีกรอบประเด็นหารือประกอบด้วย</p><p>1.&nbsp;คำนิยามความมั่นคงทางอาหาร</p><p>2.&nbsp;สถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารของประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญ</p><p>3.&nbsp;ข้อเสนอแนวทางการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต</p><p>4.&nbsp;กลไกการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง&nbsp;ๆ</p><p><strong>ในเบื้องต้นสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จะส่งข้อมูล&nbsp;การผลิตด้านพืช&nbsp;ปศุสัตว์&nbsp;ประมง</strong>&nbsp;มาตรฐานการผลิตในจังหวัด&nbsp;เช่น&nbsp;GAP&nbsp;เกษตรอินทรีย์&nbsp;และข้อมูลแหล่งผลิตการแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตรของผู้ประกอบการในจังหวัดอำนาจเจริญให้เป็นเบื้องต้น&nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-22T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322234241890"],
    [607,"กรมชลประทานจับมือกรุงเทพมหานคร การประปานครหลวง วางแผนรับมือน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 28 มี.ค.  3 เม.ย. 65 นี้ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา-บางปะกง","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยกำหนดมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ด้วยการระบายน้ำจาก&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลัก&nbsp;คือเขื่อนภูมิพล&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;และควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&nbsp;รวมถึงควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานที่สำคัญ&nbsp;อาทิ&nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา&nbsp;เขื่อนพระรามหก&nbsp;รวมทั้งการระบายน้ำจากคลองพระยาบรรลือผ่านทางสถานีสูบน้ำพระยาบรรลือและสถานีสูบน้ำสิงหนาท&nbsp;2&nbsp;ให้สอดคล้องกับระดับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล&nbsp;</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนที่แม่น้ำบางปะกง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ควบคุมความเค็มโดยการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำทางตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองสียัด&nbsp;อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล&nbsp;อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองระบม&nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองพระสทึง&nbsp;และอ่างเก็บน้ำคลองพระปรง&nbsp;ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&nbsp;และพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดการระบายน้ำให้สอดคล้องตามสถานการณ์&nbsp;รวมทั้งพิจารณาจุดเฝ้าระวังและกำหนดจุดควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&nbsp;ในช่วงต้นเดือนมกราคมไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;นครนายก&nbsp;และปราจีนบุรี&nbsp;รวมไปถึงการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาฉะเชิงเทรา&nbsp;ด้วย&nbsp;ปัจจุบันได้ควบคุมค่าความเค็มที่จุดสูบน้ำการประปาส่วนภูมิภาค&nbsp;สาขาปราจีนบุรี&nbsp;และประตูระบายน้ำหาดยาง&nbsp;อำเภอศรีมหาโพธิ์&nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&nbsp;ไม่ให้เกิน&nbsp;1&nbsp;กรัม/ลิตร&nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา&nbsp;และกิจกรรมการใช้น้ำของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้มีการวางแผนเพื่อควบคุมค่าความเค็มตลอดแล้งนี้</strong>&nbsp;ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ&nbsp;(กทม.)&nbsp;การประปานครหลวง&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;โดยพิจารณาจากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนของกรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323100338938"],
    [608,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชูความเข้มแข็งแปลงใหญ่ลำไยหนองตอง คาดการณ์ผลผลิตเดือนสิงหาคม 65 ออกมากสุด","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตร&nbsp;โดยจัดทำโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ที่มีการบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;โดยให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน&nbsp;ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการผลิตเพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี&nbsp;ราคาถูก&nbsp;และ&nbsp;การใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&nbsp;เพื่อลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด&nbsp;ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&nbsp;มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพ&nbsp;สู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด&nbsp;ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน&nbsp;โดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก&nbsp;เป็นการเพิ่มอำนาจ&nbsp;การต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิต&nbsp;และตลอดโซ่อุปทาน</p><p><strong>ด้านนายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>สำหรับโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;มีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพ&nbsp;และมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;และยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งนอกจากงบประมาณที่กลุ่มแปลงใหญ่จะได้รับการสนับสนุนตามที่เสนอขอแล้ว&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งในการบริหารธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;รวมถึงพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้มีมาตรฐาน&nbsp;และมีระบบการตลาดที่แน่นอนทั้งนี้&nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่ของโลก&nbsp;โดยส่วนใหญ่ส่งออกในรูปลำไยสดและลำไยอบแห้ง&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการส่งออกลำไยสด&nbsp;ประมาณ&nbsp;3.4&nbsp;แสนตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&nbsp;1.24&nbsp;หมื่นล้านบาท&nbsp;และส่งออกลำไยอบแห้ง&nbsp;ประมาณ&nbsp;8.4&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;4.2&nbsp;พันล้านบาท&nbsp;และยังมีการส่งออกลำไยกระป๋องประมาณ&nbsp;7&nbsp;พันตัน&nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&nbsp;481&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;อินโดนีเซีย&nbsp;เวียดนาม&nbsp;ฮ่องกง&nbsp;และสาธารณรัฐเกาหลี&nbsp;โดยมีแหล่งผลิตมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;โดยจะมีการเก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนสิงหาคม</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095921934"],
    [609,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกับ กองทัพอากาศ ปฏิบัติการยับยั้งและสลายลูกเห็บพื้นที่ภาคเหนือ","<p><strong>นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นลมที่มีความชื้นพัดปกคลุมประเทศไทย&nbsp;ส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศเกิดฝนฟ้าคะนอง&nbsp;โดยในช่วงกลางวันมีอากาศร้อนอบอ้าว&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์เป็นต้นไป&nbsp;มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย&nbsp;สภาพอากาศแบบนี้จะส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ซึ่งมีลักษณะมีพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรง&nbsp;และมีพายุลูกเห็บตามมาอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>ล่าสุด&nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ร่วมกับกองทัพอากาศ&nbsp;โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;ได้ติดตามสภาพอากาศและขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงโดยใช้เครื่องบินโจมตีแบบที่&nbsp;7&nbsp;เพื่อช่วยยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;บริเวณ</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริเวณ&nbsp;อ.แม่ออน&nbsp;จ.เชียงใหม่&nbsp;อ.เมืองปาน&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;และบริเวณ&nbsp;อ.งาว&nbsp;จ.ลำปาง&nbsp;อ.เมืองพะเยา&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;ซึ่งหลังปฏิบัติการ&nbsp;พบว่า&nbsp;มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง&nbsp;และไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่ช่วงหลังปฏิบัติการ&nbsp;ขณะเดียวกัน&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอีก&nbsp;5&nbsp;หน่วยฯ&nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าไม้ของ&nbsp;จ.ตาก&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;ลพบุรี&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;อุดรธานี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ฉะเชิงเทรา</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;จะยังคงติดตามสภาพอากาศต่อเนื่อง</strong>&nbsp;หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขต่อการปฏิบัติการ&nbsp;จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำน้อย&nbsp;รวมไปถึงภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในบริเวณพื้นที่ได้รับผลกระทบทันที</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095518930"],
    [610,"โรงเรียนแก้จนผลสำเร็จของความร่วมมือจนเป็นศูนย์เรียนรู้พุทธเกษตร โคกหนองนาบ้านหนองอีดำ จ.สุรินทร์","<p><strong>ผลสำเร็จของความร่วมมือจนเป็นศูนย์เรียนรู้พุทธเกษตร</strong>&nbsp;โคกหนองนาบ้านหนองอีดำ&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;จากผืนที่ดินแห้งแล้ง&nbsp;สู่ศูนย์เรียนรู้แบบครบวงจรเพื่อเป็นโรงเรียนแก้จนให้กับชาวบ้านเกษตรกร&nbsp;จากที่ดินผืนเปล่าจำนวน&nbsp;8&nbsp;ไร่&nbsp;สู่&nbsp;\"ศูนย์เรียนรู้พุทธเกษตร\"&nbsp;เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่โคกหนองนา&nbsp;บ้านหนองอีดำ&nbsp;ต.กะโพ&nbsp;อ.ท่าตูม&nbsp;จ.สุรินทร์&nbsp;เป็นอีกหนึ่งของภาพความก้าวหน้าและความสำเร็จ&nbsp;จากความร่วมมือกันอย่างแท้จริงระหว่างชุมชน&nbsp;คน&nbsp;อุปถัมภ์ขับเคลื่อนโดยพระภิกษุสงฆ์&nbsp;โดยพระเดชพระคุณ&nbsp;ดร.หลวงพ่อพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&nbsp;หรือ&nbsp;หลวงพ่อแดง&nbsp;นันทิโย&nbsp;องค์ประธานมูลนิธิวัดอินทาราม&nbsp;รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา&nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;หรือที่รู้จักกันดีในนามธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;ซึ่งได้มาก่อตั้งแปลงนาอินทรีย์บนพื้นที่เปล่าแห่งนี้&nbsp;เมื่อปี&nbsp;2563&nbsp;และให้ชาวบ้านร่วมกันปรับพื้นที่ขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด&nbsp;เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา&nbsp;มีวิสาหกิจในพื้นที่&nbsp;4&nbsp;อำเภอรอบๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;อ.ท่าตูม&nbsp;จอมพระ&nbsp;ชุมพลบุรี&nbsp;และ&nbsp;ศีขรภูมิ&nbsp;ร่วมหมุนเวียนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ให้สมบูรณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันตั้งวิสากิจชุมชน</strong>ธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;เข้ามาเรียนรู้วิธีปลดหนี้&nbsp;และสังกัดเป็นสมาชิกโรงเรียนสอนชาวนาสู้กับความจน&nbsp;ได้เอาแนวคิดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน&nbsp;มาลงพื้นที่&nbsp;โดยยึดหลักการแก้ปัญหาของคนชนบท&nbsp;มาเป็นโจทย์ในการพัฒนา&nbsp;พบว่า&nbsp;ส่วนใหญ่มีหนี้จากการทำนา&nbsp;ลงทุนสูง&nbsp;โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;และแรงงานส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปรับจ้างเพื่อยังชีพ&nbsp;ทิ้งเรือกสวนไร่นา&nbsp;ช่วงเวลาการทำนาและฤดูกาลที่ต้องพึ่งพิงปริมาณน้ำฝน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังพบว่าไม่ได้เลี้ยงวัวควายในบ้าน</strong>&nbsp;จึงทำให้ใช้ปุ๋ยเคมีแทน&nbsp;โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อแดง&nbsp;ได้ส่งวัวมาประจำที่คอกอภัยทาน&nbsp;มีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาไว้ให้ขยายพันธุ์&nbsp;แจกจ่ายมาแล้วประมาณ&nbsp;700&nbsp;กว่าตัว&nbsp;และยังคงออกลูกเป็นผลผลิตให้กับชาวบ้านเป็นผลพลอยได้ต่อยอดการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วยอีกทางหนึ่ง&nbsp;นายสุริยา&nbsp;เครือจันทร์&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;สาขาบ้านหนองอีดำ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ&nbsp;โดยสมาชิกเพิ่มจำนวนมากขึ้น&nbsp;คุณภาพวิถีชีวิตดีมากขึ้น&nbsp;การใช้จ่ายลดลง&nbsp;เนื่องจากสมาชิกมีการแปรรูปสินค้าเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าวสารที่แปรรูปด้วยตนเองพร้อมกับนำออกไปจำหน่ายสร้างรายได้ที่ดีกว่า&nbsp;การนำกลุ่มวิสาหกิจเข้ามาร่วมกันพัฒนาสวนเรียนรู้โคกหนองนาแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับวิถีชีวิตของชาวบ้านให้มีรายได้ลดรายจ่ายได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน&nbsp;รองศาสตรจารย์&nbsp;ดร.วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&nbsp;ซึ่งเป็นนักพัฒนาและบริการท้องถิ่นตามภารกิจรับใช้สังคม&nbsp;ของบุคลาการในสถาบันอุดมศึกษา&nbsp;ที่ทำงานเน้นการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น&nbsp;โดยเฉพาะก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;แห่ง&nbsp;ในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนการพลิกปัญหามาแก้ไข&nbsp;จึงจับเอาเรื่องการมีวัวบ้านล่ะ&nbsp;2&nbsp;ตัวมาเติมให้แต่ล่ะครัวเรือน&nbsp;ตอนนี้มีชาวบ้านกว่า&nbsp;32&nbsp;หมู่บ้านของจังหวัดสุรินทร์มารับวัวไปเลี้ยง&nbsp;และมาลงมือเรียนในศูนย์การเรียนรู้แนวพุทธเกษตร&nbsp;เน้นการทำกิจกรรมพึ่งตนเอง&nbsp;ลดปัญหาโลกร้อน&nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&nbsp;ทำนาปี&nbsp;นาปรัง&nbsp;ใช้ปุ๋ยคอกผสมกับแหนแดงไมโครฟิลล่า&nbsp;วิชาที่เรียนด้วยการลงมือทำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;การขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด&nbsp;การเลี้ยงปลากินพืช&nbsp;การเลี้ยงหอยนา&nbsp;หอยปัง&nbsp;หอยขม&nbsp;หอยเชอรี่สีทอง&nbsp;การปลูกพืชอาหาร&nbsp;ผักสวนครัว&nbsp;ผักป่า&nbsp;เห็ดโคน&nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่เก็บไข่ขาย&nbsp;วิชาการช่าง&nbsp;วิชาการทำก้อนปุ๋ยและปุ๋ยหมัก&nbsp;การปลูกดอกดาวเรืองส่งจำหน่าย&nbsp;และโรงสีข้าวเพื่อชาวนาสีข้าวเปลือกขายเอง&nbsp;ในระบบออนไลน์&nbsp;การชื้อสินค้าและการออมเงินระบบถือหุ้นสหกรณ์&nbsp;</p><p><strong>รศ.&nbsp;ดร.&nbsp;วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในทัศนะการรับใช้สังคมโดยมาช่วยชาวบ้าน&nbsp;มีหลวงพ่อแดง&nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&nbsp;กับบทบาทของงานสงฆ์สาธารณะสงเคราะห์&nbsp;เห็นว่าความร่วมมือของการพัฒนาในรูปแบบ&nbsp;บวร&nbsp;หรือ&nbsp;บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;ราชการ&nbsp;ในที่นี่สามารถระดมพลังทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาสังคม&nbsp;ที่สวนเรียนรู้แห่งนี้นี่จึงเป็นต้นแบบได้&nbsp;จึงอยากเชิญชวนกลุ่มองค์กร&nbsp;เกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชนต่างๆ&nbsp;นักเรียน&nbsp;นักศึกษา&nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&nbsp;ได้เยี่ยมศึกษาเรียนรู้พุทธเกษตรบ้านหนองอีดำแห่งนี้&nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแบบเกษตรพอเพียงทฤษฎีใหม่ให้ได้อยู่กับธรรมชาติของเกษตรแบบยั่งยืนและพอเพียง&nbsp;กำชัย&nbsp;วันสุข&nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&nbsp;รายงาน&nbsp;CG&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายสุริยา&nbsp;เครือจันทร์&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&nbsp;สาขาบ้านหนองอีดำ&nbsp;รศ.ดร.วาสนา&nbsp;แก้วหล้า&nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095947935"],
    [611,"กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะตอนบนของประเทศมีลมกระโชกแรง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนัก&nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศมีลมกระโชกแรง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.ตราด&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;85&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;84&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,903&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;22,068&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323094456927"],
    [612,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323094813928"],
    [613,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า 2,000 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&nbsp;2,000&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(22&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;121&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;66&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;5&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;นครสวรรค์&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พิจิตร&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นบริเวณภาคกลางตอนบน&nbsp;ส่วนพื้นที่ในภูมิภาคอื่นๆยังคงมีจุดความร้อนเกิดขึ้นเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,681&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,834&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,196&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศยังคงมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&nbsp;22&nbsp;วัน&nbsp;วันนี้พบ&nbsp;2,309&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;328&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;121&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323102751946"],
    [614,"กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาแปลงเรียนรู้งานส่งเสริมการเกษตร ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หนุนเกษตรกรเรียนรู้สร้างอาชีพ ขยายสู่ชุมชน","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลาได้ดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตามบทบาทและภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทของศูนย์ฯ&nbsp;ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริ&nbsp;นโยบายและความต้องการของประชาชน&nbsp;โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้&nbsp;3&nbsp;ด้าน&nbsp;คือ&nbsp;1.ด้านการศึกษา&nbsp;ทดลอง&nbsp;วิจัย&nbsp;และพัฒนา&nbsp;2.ด้านการขยายผลการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้&nbsp;และ&nbsp;3.ด้านการบริหารจัดการองค์กร</p><p><strong>สำหรับยุทธศาสตร์การขยายผลการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ในการขยายผลองค์ความรู้ของงานศึกษา&nbsp;ทดลอง&nbsp;วิจัยที่ประสบผลสำเร็จและเหมาะสมจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่เกษตรกร&nbsp;โดยการนำองค์ความรู้ดังกล่าว&nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพของตนเอง</p><p><strong>โดยมีกิจกรรมพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;</strong>ในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกษตรกรต้นแบบ&nbsp;นำไปศึกษาดูงาน&nbsp;พัฒนาทักษะ&nbsp;ให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ตัวอย่างเกษตรกรต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการและประสบผลสำเร็จ&nbsp;เช่น&nbsp;นายดำ&nbsp;หะยะมิน&nbsp;อยู่บ้านเลขที่&nbsp;52/3&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลกะลุวอเหนือ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งเดิมประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป&nbsp;มีรายได้ไม่แน่นอน&nbsp;ต่อมาจึงผันตัวเองมาทำการเกษตร&nbsp;โดยได้เข้าฝึกอบรมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ทำกิจกรรมเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่&nbsp;15&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายชนิด&nbsp;อาทิเช่น&nbsp;การทำนาผักบุ้ง&nbsp;การปลูกผักและไม้ผลบนคันนา&nbsp;การเลี้ยงเป็ด&nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อดิน&nbsp;การเลี้ยงกบ&nbsp;และการทำปุ๋ยหมักใช้เอง&nbsp;ปัจจุบันเป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด&nbsp;ซึ่งทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&nbsp;ได้เข้ามาดำเนินการปรับรูปแปลงนา&nbsp;พร้อมกับจัดแบ่งพื้นที่&nbsp;และปรับสภาพดินและน้ำ&nbsp;รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ด้านพืช&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;ด้านประมง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&nbsp;เฉลี่ยเดือนละ&nbsp;35,000-40,000&nbsp;บาท&nbsp;จนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>จากผลสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>จึงได้ขยายผลโครงการพระราชดำริ&nbsp;ดังกล่าวให้กับเกษตรกรเครือข่ายรอบๆ&nbsp;แปลงเกษตรกรต้นแบบ&nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้จากเกษตรกรต้นแบบไปยังเกษตรกรเครือข่าย&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นการขยายผลโครงการพระราชดำริ&nbsp;ที่มีเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ&nbsp;เกิดเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงการผลิตและการตลาด&nbsp;ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดรายจ่าย&nbsp;เกิดอาชีพที่มั่นคง&nbsp;เป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ได้&nbsp;ในปี&nbsp;2564-2565&nbsp;มีผู้เข้าศึกษาเรียนรู้ในแปลงเกษตรของนายดำแล้วกว่า&nbsp;300&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันงานส่งเสริมการเกษตรภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</strong>&nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตรนั้น&nbsp;ได้จัดทำและพัฒนาแปลงต้นแบบภายในศูนย์&nbsp;ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรต่างๆ&nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&nbsp;1.5&nbsp;ไร่&nbsp;เช่น&nbsp;การปลูกผักสวนครัว&nbsp;การปลูกผักยกแคร่อย่างง่าย&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;การเพาะเลี้ยงบอนสี&nbsp;การเลี้ยงชันโรง&nbsp;และการสาธิตติดตั้งระบบน้ำในแปลง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติตามแนวทางการทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323103835951"],
    [615,"สสก.5 สงขลา หนุนเกษตรกรภาคใต้ผลิตกาแฟคุณภาพ ชูกลไกแปลงใหญ่พัฒนา 5 ด้าน ยกระดับสู่ผู้ประกอบการ","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันภาคใต้มีเนื้อที่ปลูกกาแฟ&nbsp;123,996&nbsp;ไร่&nbsp;เนื้อที่ยืนต้น&nbsp;113,958&nbsp;ไร่&nbsp;ผลผลิตรวม&nbsp;11,379&nbsp;ตัน&nbsp;และผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;100&nbsp;กิโลกรัม/ไร่&nbsp;(ข้อมูลปี&nbsp;2564)&nbsp;โดยกระจายอยู่ในพื้นที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;สำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดชุมพร&nbsp;รองลงมาคือ&nbsp;จังหวัดระนอง&nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>สำหรับพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกมากในพื้นที่ภาคใต้</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์โรบัสต้า&nbsp;เนื่องจากปลูกได้ในพื้นที่ต่ำ&nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง&nbsp;500&nbsp;&nbsp;600&nbsp;เมตร&nbsp;เท่านั้น&nbsp;และสภาพอากาศชุ่มชื้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำให้ได้กาแฟคุณภาพดี&nbsp;สำหรับกลิ่นของสายพันธุ์กาแฟโรบัสต้าจะค่อนข้างออกไปทางฉุน&nbsp;รสชาติก็จะเข้มข้นและขมกว่าพันธุ์อื่นๆ&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ต้นทุนการผลิตของประเทศไทยค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น&nbsp;เนื่องจากขาดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;และผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่ำ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานและค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิตสูง&nbsp;ปัญหาดินเสื่อมสภาพ&nbsp;เนื่องจากสวนกาแฟส่วนใหญ่มีอายุมากแล้ว&nbsp;โดยเฉพาะสวนกาแฟในภาคใต้&nbsp;นอกจากนี้สวนกาแฟมีสภาพเป็นสวนผสมจำนวนมาก&nbsp;คือมีต้นกาแฟเพียง&nbsp;80&nbsp;ต้นต่อไร่&nbsp;ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำผลผลิตกาแฟที่ผลิตได้ในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ&nbsp;และผลผลิตที่มีคุณภาพยังมีน้อย&nbsp;เนื่องจากจำนวนสวนกาแฟที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพผลผลิต&nbsp;หรือ&nbsp;GAP&nbsp;(Good&nbsp;Agricultural&nbsp;Practice)&nbsp;ยังมีน้อย</p><p><strong>ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตกาแฟเฉลี่ยปีละประมาณ&nbsp;24,000&nbsp;ตัน&nbsp;</strong>แบ่งเป็นกาแฟอะราบิก้า&nbsp;ซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคเหนือประมาณ&nbsp;11,000&nbsp;ตัน&nbsp;และกาแฟโรบัสต้า&nbsp;ซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคใต้ประมาณ&nbsp;13,000&nbsp;ตัน&nbsp;ในช่วงปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟไทยก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;ทําให้เกิดการชะลอตัว&nbsp;และมีผลผลิตตกค้าง</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&nbsp;จัดทําโครงการประชาสัมพันธ์สุดยอดกาแฟไทยปี&nbsp;2564&nbsp;</strong>เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดกาแฟไทย&nbsp;และสร้างการรับรู้ความเป็นสุดยอดกาแฟของไทยให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้น&nbsp;เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ&nbsp;อันเนื่องมาจากภาวะตลาดที่ซบเซาได้อีกทางหนึ่ง</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;</strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;ได้ผลักดันให้เกษตรกรผลิตกาแฟคุณภาพ&nbsp;สร้างอัตลักษณ์&nbsp;และยกระดับไปสู่ผู้ประกอบการ&nbsp;โดยการรวมกลุ่มกันในรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;ขณะนี้ทั่วประเทศมีแปลงใหญ่กาแฟ&nbsp;จำนวน&nbsp;55&nbsp;แปลง&nbsp;ในส่วนภาคใต้มีจำนวน&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;สมาชิกรวม&nbsp;605&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่&nbsp;6,605&nbsp;ไร่&nbsp;โดยจังหวัดระนองมีมากที่สุด&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;แปลง&nbsp;รองลงมา&nbsp;คือ&nbsp;ชุมพร&nbsp;3&nbsp;แปลง&nbsp;และ&nbsp;กระบี่&nbsp;ตรัง&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;และสงขลา&nbsp;จังหวัดละ&nbsp;1&nbsp;แปลง&nbsp;การผลิตกาแฟในรูปแบบแปลงใหญ่&nbsp;ทำให้มีอำนาจต่อรองสูงกว่าเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อย</p><p><strong>ทั้งยัง&nbsp;สร้างความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค</strong>&nbsp;และสามารถเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าได้มากขึ้น&nbsp;โดยจะมีการพัฒนาตามกระบวนการแปลงใหญ่ใน&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ&nbsp;ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;การบริการจัดการตลาด&nbsp;และการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;เกษตรกรจะได้รับความรู้&nbsp;เรื่องการปลูกกาแฟให้ได้คุณภาพ&nbsp;วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว&nbsp;การแปรรูปกาแฟคั่วบดและกาแฟโบราณ&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;การจัดหาตลาดให้เกษตรกร&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการจัดทำสัญญาข้อตกลงซื้อขายเมล็ดกาแฟ&nbsp;ระหว่างเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;กับผู้ประกอบการโรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูป&nbsp;และการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนากาแฟไทย&nbsp;ที่มีเป้าหมายต้องการให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำในด้านการผลิตและการค้ากาแฟคุณภาพของภูมิภาคอาเซียน&nbsp;เนื่องจากราคาผลผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพในตลาดโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>ได้นำแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตรที่จะพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพ&nbsp;โดยจะผลักดันให้กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของไทยที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ดำเนินธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมกาแฟของไทย&nbsp;โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตแก่เกษตรกร&nbsp;ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย&nbsp;การสร้างเกษตรกรต้นแบบและแปลงเรียนรู้&nbsp;รวมถึงการสนับสนุนทางวิชาการด้านการผลิตและจัดการผลผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&nbsp;ตลอดจนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;และเทคนิคการเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;ผ่านกลไกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;และเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;โดยเน้นการบริหารจัดการแบบครบวงจร&nbsp;(Value&nbsp;Chain)&nbsp;บนพื้นฐานของศักยภาพ&nbsp;(Potential)&nbsp;และอัตลักษณ์ของกาแฟของภาคใต้&nbsp;รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;การพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟสู่มาตรฐานสากล&nbsp;และการผลิตกาแฟเฉพาะถิ่น&nbsp;นายอนุชา&nbsp;กล่าวทิ้งท้าย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323104243953"],
    [616,"สสก.5 สงขลา เดินหน้าพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้   สู้ภัย Covid 19 ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง","<p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;เป็นการรวมตัวกันของสตรีในภาคเกษตร&nbsp;&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;10&nbsp;คนขึ้นไป&nbsp;ตามความสมัครใจ&nbsp;ภายใต้กติกากลุ่มและการบริหารงานในรูปคณะกรรมการ&nbsp;เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมพัฒนาอาชีพและยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนให้ดีขึ้นทั้ง&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยยึดหลักบริหารจัดการกลุ่มตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงไปจนถึงต่อยอดเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจึงถือเป็นสถาบันเกษตรกรที่มีบทบาทสำคัญ&nbsp;และเป็นกลไกหลักที่ช่วยผลักดันการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร</strong>ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;14&nbsp;จังหวัดภาคใต้&nbsp;จำนวน&nbsp;1,460&nbsp;กลุ่ม&nbsp;สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรวม&nbsp;จำนวน&nbsp;41,725&nbsp;คน&nbsp;แบ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรประมาณ&nbsp;75&nbsp;%,&nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง&nbsp;ผ้าพิมพ์ลาย&nbsp;ประมาณ&nbsp;10&nbsp;%,&nbsp;ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเครื่องจักสานต่างๆ&nbsp;ประมาณ&nbsp;10&nbsp;%&nbsp;และกิจกรรมอื่นๆอีก&nbsp;5&nbsp;%</p><p><strong>ในปี&nbsp;2564&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนาและขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป้าหมายคือพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือน&nbsp;สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและพัฒนาสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้เป็น&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;พัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็น&nbsp;Smart&nbsp;Group&nbsp;ส่งเสริมให้มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็น&nbsp;Smart&nbsp;Product&nbsp;ที่มีการรับรองมาตรฐานการันตีคุณภาพ&nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครัวเรือนของเกษตรกรและชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;เพื่อให้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;กินดี&nbsp;อยู่ดี&nbsp;เพิ่มพูนรายได้</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5</strong>&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;ได้จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรภาคใต้&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;เขต&nbsp;และกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมสัมมนา</p><p><strong>การสัมมนามีการบรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;และ&nbsp;2565&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;1-2&nbsp;การวางแผน&nbsp;ออกแบบการขับเคลื่อนการดำเนินงานระดับเขต&nbsp;และการบริหารจัดการกองทุนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;นำไปสู่การพัฒนางานส่งเสริมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&nbsp;มีแผนจัดสัมมนาเพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;รูปแบบเผชิญหน้า&nbsp;โดยการจัดทำข้อมูลเนื้อหาวิชาการเป็นตัวเลือกที่จะอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;และผู้นำแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ซึ่งจัดแยกหลักสูตรระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้นำแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ได้ให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนการบริหารจัดการกองทุน</strong>กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้แนวทางการขับเคลื่อนงาน&nbsp;และแนะนำเอกสารวิชาการ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การบริหารจัดการกองทุนในงานสถาบันเกษตรกร&nbsp;เป็นแนวทางการดำเนินงานต่อไป</p><p><strong>และในช่วงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์&nbsp;Covid&nbsp;19&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรก</strong>รได้มีการเชื่อมโยงเครือข่าย&nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&nbsp;มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน&nbsp;เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือและการพัฒนาองค์กรเกษตรกรที่เข้มแข็งตลอดจนช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&nbsp;โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มาใช้ในสถานการณ์ที่ลำบากและข้าวของแพง&nbsp;ยังสามารถสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้</p><p><br></p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรหวังให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรซึ่งเป็นสตรีที่มีบทบาท</strong>พื้นฐานหลักในครอบครัวช่วยกันสร้างสมดุล&nbsp;ให้ครอบครัวมีความสุข&nbsp;ร่วมกันทำกิจกรรมให้ชุมชนเข้มแข็ง&nbsp;อันจะส่งผลให้สังคมสงบสุขต่อไป..//</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110216959"],
    [617,"จ.แม่ฮ่องสอน คุณภาพอากาศวันนี้ (23 มี.ค. 65) อยู่ในระดับดีมาก PM 2.5 เท่ากับ 17 มค.ก.ลบ.ม เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยว","<p><strong>ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;17&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)&nbsp;เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยวได้ตามปกติ</p><p><strong>ในส่วนของจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;2,845&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;825&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,662&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์-22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,178&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;646&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,220&nbsp;จุด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323113447978"],
    [618,"จ.นราธิวาส จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ : Field Day ปี 2565 อ.บาเจาะ","<p><strong>จ.นราธิวาส&nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้น</strong>ฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;:&nbsp;&nbsp;Field&nbsp;&nbsp;Day&nbsp;&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;อ.บาเจาะ&nbsp;มุ่งเน้นทำเกษตรแบบผสมผสาน&nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อความมั่นคงทางอาหารในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิจัย&nbsp;เพ็ญพัฒนากุล&nbsp;นายอำเภอบาเจาะ</strong>&nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;:&nbsp;Field&nbsp;Day&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสิสค้าเกษตร&nbsp;&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานตำบลบาเระเหนือ&nbsp;&nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&nbsp;&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านจำปากอ&nbsp;ตำบลบาเระเหนือ&nbsp;อำเภอบาเจาะ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีเกษตรจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน&nbsp;กองทัพเรือเกษตรและผู้เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมในกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นางสาวงามเพ็ญ&nbsp;&nbsp;ลอยเมฆ&nbsp;เกษตรอำเภอบาเจาะ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายในการบูรณาการหน่วยงานในสังกัด&nbsp;จัดงานดังกล่าว&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่&nbsp;ๆ&nbsp;ที่จะนำมาปรับใช้กับไร่นาของตนเองอย่างเหมาะสม&nbsp;เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารสู่การเชื่อมโยงการตลาด&nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&nbsp;รวมถึงภาคเอกชน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานฯ&nbsp;ของอำเภอบาเจาะ&nbsp;มุ่งเน้นการส่งเสริมการทำเกษตร</strong>แบบผสมผสาน&nbsp;ลดต้นทุนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;และเพื่อความมั่นคงทางอาหารในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ซึ่งมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;9&nbsp;สถานี&nbsp;อาทิ&nbsp;สถานีต้นไม้มหัศจรรย์&nbsp;โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;นราธิวาส&nbsp;&nbsp;&nbsp;สถานีระบบใช้น้ำ&nbsp;นวัตกรรมฯ&nbsp;แอแว&nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&nbsp;17&nbsp;&nbsp;สถานีบ่อเงินแสน&nbsp;โดยสำนักงานประมงอำเภอบาเจาะ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานตำบลบาเระเหนือ</strong>&nbsp;สถานที่จัดงานฯ&nbsp;เป็นของ&nbsp;นายอับดุลเราะห์มัน&nbsp;มาฮามะ&nbsp;มีสินค้าหลัก&nbsp;มะพร้าว&nbsp;พืชผัก&nbsp;การปศุสัตว์&nbsp;ประมงน้ำจืด&nbsp;&nbsp;เทคโนโลยีเด่น&nbsp;การทำเกษตรผสมผสาน&nbsp;&nbsp;การนำไปใช้ประโยชน์แหล่งเรียนรู้การผลิตพืชแบบผสมผสาน&nbsp;การเลี้ยงปลาน้ำจืด&nbsp;และการปศุสัตว์&nbsp;</p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สวท.นราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323115326996"],
    [619,"ไก่เบตง ฟาร์มคีรีเบย์ สู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธในการเลี้ยงไก่ ช่วงโควิด-19  รังสรรค์เมนูไก่สับเบตง เมนูเด็ด ที่หลายคนต้องลิ้มลอง รองรับนักท่องเที่ยวหลังเปิดสนามบินและรอการเปิดด่านทางบกในเดือนเมษายนนี้","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเบตง</strong>&nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่เบตงของฟาร์มคีรีเบย์&nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ต.ยะรม&nbsp;อ.เบตง&nbsp;จ.ยะลา&nbsp;มี&nbsp;นายอุดม&nbsp;ลักษณะ&nbsp;เจ้าของฟาร์มไก่เบตงคีรีเบย์&nbsp;ได้มีการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;ซึ่งเป็นไก่สายพันธ์ุเบตงแท้&nbsp;ให้เกษตรกรที่อยู่ภายในหมู่บ้าน&nbsp;รวมกลุ่มกระจายกันเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม&nbsp;โดยทางฟาร์มได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงทั้งระบบ&nbsp;รวมทั้งด้านการตลาด&nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค&nbsp;การเลี้ยงไก่เบตงของที่นี่&nbsp;เป็นไก่เบตงสายพันธ์ุแท้&nbsp;ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์&nbsp;ซึ่งจะมีลักษณะเด่น&nbsp;ปีกสั้น&nbsp;หางสั้น&nbsp;หงอนเป็นกงจักร&nbsp;ขนสีเหลืองทองทั้งตัวผู้ตัวเมีย&nbsp;การเลี้ยงจะทำโรงเรือนแบบปิด&nbsp;แยกไก่ออกเป็นรุ่น&nbsp;ให้อาหารจนกระทั่งไก่โตได้ที่&nbsp;จนครบระยะเวลาจับจำหน่าย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายลำไพ&nbsp;สมพิศ&nbsp;อายุ&nbsp;63&nbsp;ปี&nbsp;คนเลี้ยงไก่ในฟาร์ม&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;แรกๆ&nbsp;ลูกไก่ยังเล็ก&nbsp;จะให้หัวอาหารพอโตขึ้น&nbsp;หัวอาหารผสมข้าว&nbsp;และหัวอาหารผสมข้าวโพด&nbsp;จนกระทั่ง&nbsp;ได้ระยะเวลา&nbsp;5-6&nbsp;เดือน&nbsp;ก็สามารถจับขายได้&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;2.5-3&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ซึ่งไก่ที่เลี้ยงอยู่ขณะนี้&nbsp;น้ำหนักประมาณ&nbsp;1-1.5&nbsp;&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;ไก่เมื่อได้ขนาดและน้ำหนัก&nbsp;เมื่อนำไปประกอบอาหารจะมีรสชาติอร่อย&nbsp;นำไปทำไก่สับ&nbsp;ข้าวมั้นไก่&nbsp;และอีกหลายๆ&nbsp;เมนู&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายอุดม&nbsp;ลักษณะ&nbsp;เจ้าของฟาร์มไก่เบตงคีรีเบย์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;เลี้ยงไก่เบตงมา&nbsp;6&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ที่นี่เป็นฟาร์มใหญ่&nbsp;ปัจจุบันที่นี่เป็นศูนย์รวมการเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;เป็นแหล่งส่งไก่เบตงทั่วประเทศ&nbsp;ในรูปแบบไก่แช่แข็ง&nbsp;และไก่สด&nbsp;การเลี้ยงของที่นี่&nbsp;เมื่อก่อนเลี้ยงในปริมาณที่มากกว่า&nbsp;10,000&nbsp;ตัว&nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ไก่ส่งออกตลาดไม่ได้&nbsp;ได้รับผลกระทบ&nbsp;ประสบปัญหาขาดทุน&nbsp;จึงได้ปรับแผนการเลี้ยงไก่เบตง&nbsp;กระจายให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เลี้ยงด้วยโดยเมื่อไก่โตได้ขนาด&nbsp;ประมาณ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;จับขายแล้วนำมาแช่เข็งเพื่อจำหน่าย&nbsp;ความพิเศษของไก่เบตง&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;หนังหนึบกรอบ&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;&nbsp;ราคาขายไก่แช่แข็ง&nbsp;ราคาต่อ&nbsp;กก.&nbsp;280&nbsp;บาท&nbsp;ไก่สดราคา&nbsp;220&nbsp;บาท&nbsp;เมื่อนำมาแปรรูปเป็นอาหารเมนูไก่สับ&nbsp;ราคาจะอยู่ที่&nbsp;500&nbsp;-&nbsp;1,200&nbsp;บาท&nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของตัวไก่&nbsp;ถ้านึกถึงไก่เบตงสายพันธุ์แท้ต้องมาที่นี่&nbsp;ฟาร์มไก่คีรีเบย์&nbsp;ได้รับการรับรองจากกรมปศุสตว์&nbsp;และเป็นอัตลักษณ์ของอำเภอเบตง&nbsp;การส่งขาย&nbsp;จะมีลูกค้าโทรสั่ง&nbsp;มีรถส่งตลอด&nbsp;เฉพาะร้านค้าต่างๆ&nbsp;ในตัวเมืองเบตง&nbsp;ตกต่อเดือนประมาณ&nbsp;2,000&nbsp;ตัว&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สถานการณ์โควิด-19&nbsp;ที่ยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทางฟาร์มเองได้เลี้ยงไก่ชน&nbsp;ซึ่งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ&nbsp;เมื่อเปิดประเทศทางประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ยังมีความต้องการราคาสูงกว่าการเลี้ยงไก่เบตง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ซึ่งในอนาคตหากเปิดประเทศ&nbsp;ด่านชายแดนมาเลเซียเปิด&nbsp;และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก</strong>&nbsp;ทั้งสนามบิน&nbsp;เดินทางโดยรถยนต์&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;1&nbsp;เดือนความต้องการบริโภคไก่เบตงในตัวเมืองเบตงประมาณ&nbsp;3,000&nbsp;ตัว&nbsp;ความต้องการด้านแหล่งอาหารในพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะไก่เบตง&nbsp;คงไม่เพียงพออย่างแน่นอน&nbsp;การเลี้ยงในขณะนี้ยอมรับว่าไม่กล้าเลี้ยงในปริมาณที่มาก&nbsp;ซึ่งหากเปิดประเทศ&nbsp;ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป&nbsp;เป้าหมายการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง&nbsp;ซึ่งขณะนี้มีสนามบิน&nbsp;มีเส้นทางที่เดินทางสะดวก&nbsp;นักท่องเที่ยวมุ่งหวังอยากมาเที่ยวเบตง&nbsp;มาที่นี่&nbsp;ประชาชนอัธยาศัยดี&nbsp;อาหารการกินอร่อย&nbsp;ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม&nbsp;หมอกสวย&nbsp;อากาศดี&nbsp;ชาวเบตงยินดีต้อนรับ&nbsp;แล้วท่านจะได้รับความประทับใจ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวณัฐธิดา&nbsp;ลักษณะ&nbsp;เจ้าของร้านชูก้าเรส&nbsp;จำหน่ายเมนูไก่สับเบตง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ทางร้านได้รับไก่จากฟาร์มคีรีเบย์&nbsp;เพื่อนำมารังสรรค์&nbsp;เมนูไก่สับเบตง&nbsp;ซึ่งเมนูไก่สับเบตงนั้น&nbsp;ต้องผ่านขั้นตอนการปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน&nbsp;เริ่มจากการนำไก่มาต้มประมาณ&nbsp;&nbsp;1&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;จากนั้นนำมาน็อคน้ำเย็น&nbsp;แล่เนื้อไก่ออกจากกระดูก&nbsp;หั่นเป็นชิ้นพอคำ&nbsp;ปรุงรสด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน&nbsp;ไก่เบตงจะเป็นเมนูแรกๆ&nbsp;ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเบตง&nbsp;จะนิยมสั่งรับประทาน&nbsp;คือเมนูไก่เบตงสับ&nbsp;ความพิเศษของเมนูนี้เป็นไก่ที่เราเลี้ยงเอง&nbsp;มาจากฟาร์มคีรีเบย์&nbsp;รสชาติของไก่เบตงจะพิเศษกว่าไก่ที่อื่น&nbsp;ไก่และหนังจะแยกออกจากกัน&nbsp;ไม่มีชั้นไขมันแทรก&nbsp;หนังหนึบกรอบ&nbsp;เนื้อนุ่ม&nbsp;รสชาติอร่อย&nbsp;และสูตรน้ำจิ้มราดไก่สับเบตงจากทางร้าน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323133826043"],
    [620,"ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับมือเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เปิดจุดจำหน่ายกุ้งก้ามกราม ส่งตรงจากจากเกษตรกรแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม อำเภอผักไห่ ราคาถูก","<p><strong>นายสุชาติ&nbsp;พิลาเดช&nbsp;ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ออกเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม</strong>&nbsp;อำเภอผักไห่&nbsp;ที่นำกุ้งก้ามกรามขนาดต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาจำหน่ายให้กับประชาชน&nbsp;ที่บริเวณริมถนนคลองมะขามเรียง&nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&nbsp;สมทรง&nbsp;สรรพโกศลกุล&nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;จัดพื้นที่ช่วยเหลือให้กับเกษตรกรนำกุ้งมาจำหน่ายในครั้งนี้&nbsp;</p><p><strong>นายสุชาติ&nbsp;พิลาเดช&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>นายวีระชัย&nbsp;นาคมาศ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้มีนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่&nbsp;ซึ่งประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำ&nbsp;มีกุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงในบ่อจำนวนมาก&nbsp;ได้มีการจำหน่ายกุ้งให้กับประชาชนในราคาประหยัด&nbsp;ซึ่งทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ได้อนุเคราะห์สถานที่ให้เปิดจำหน่ายกุ้งได้&nbsp;ซึ่งการเปิดจุดจำหน่ายกุ้งในครั้งนี้เกษตรกรจะสามารถจำหน่ายกุ้งได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและไม่ถูกกดราคา&nbsp;</p><p><strong>นายสุกิจ&nbsp;ปานอุทัย&nbsp;ตัวแทนเกษตรกรแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม&nbsp;อำเภอผักไห่&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การเปิดจุดจำหน่ายกุ้งดังกล่าว&nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถขายกุ้งโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางทำให้ราคาเต็ม&nbsp;ต้องขอบคุณประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ที่เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง&nbsp;</p><p><br></p><p>ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;:<a&nbsp;href=\"&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">&nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/&nbsp;</a></p><p>IG&nbsp;:&nbsp;<a&nbsp;href=\"https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/\"&nbsp;rel=\"noopener&nbsp;noreferrer\"&nbsp;target=\"_blank\">https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/</a></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","พระนครศรีอยุธยา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323132036022"],
    [621,"ผวจ.นครศรีธรรมราช ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์&nbsp;ชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;</strong>นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบบวิดีโอคอนเฟอเร้นท์จากห้องประชุมกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยมีนายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานการประชุม</p><p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong>&nbsp;นายไกรศร&nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;ได้กล่าวสรุปและรายงานการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ราคาไม้ผล&nbsp;รวมทั้งแนวทางการบริหารสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&nbsp;โดยได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ในพื้นที่เพิ่มเติมใน&nbsp;4&nbsp;มาตรการ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเพิ่มคุณภาพผลไม้&nbsp;การแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน&nbsp;การสร้างและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์&nbsp;และการส่งเสริมการแปรรูปไม้ผลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม</strong>&nbsp;ก่อนหน้านี้ได้มีการคาดการณ์จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;8&nbsp;ซึ่งได้รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่าในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;มีพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ&nbsp;ทั้งทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;เงาะ&nbsp;และลองกอง&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;213,296&nbsp;ไร่&nbsp;และคาดว่าในปี&nbsp;2565&nbsp;จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดในห้วงระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;รวม&nbsp;149,321&nbsp;ตัน&nbsp;โดยทุเรียนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนตุลาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;15,047&nbsp;ตัน,มังคุด&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;31,572&nbsp;ตัน,เงาะ&nbsp;ในเดือนสิงหาคม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,885&nbsp;ตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;ในเดือนกันยายน&nbsp;จำนวน&nbsp;2,035&nbsp;ตัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","นครศรีธรรมราช","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144242080"],
    [622,"ผู้ว่าฯ ตราด นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2565 และการแก้ปัญหาการส่งออก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</strong>&nbsp;นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;และการแก้ปัญหาการส่งออก&nbsp;ผ่านระบบ&nbsp;Video&nbsp;Conference&nbsp;(ZOOM)&nbsp;โดยมี&nbsp;นายจุรินทร์&nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เป็นประธานในที่ประชุมพร้อมกันกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับการประชุมมีการติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;</strong>และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ในประเด็นต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.&nbsp;การส่งออกผลไม้ไทยไปจีน&nbsp;2.&nbsp;การบริหารจัดการส่งออก&nbsp;3.&nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นผลไม้ไทย&nbsp;4.&nbsp;การเสริมสร้างสภาพคล่องผู้ประกอบการ&nbsp;5.&nbsp;การเคลื่อนย้ายแรงงาน&nbsp;6.&nbsp;การรณรงค์บริโภคผลไม้ในประเทศ&nbsp;และ&nbsp;7.&nbsp;การขนส่งผลไม้จากแหล่งผลิตกระจายในประเทศ&nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ&nbsp;และรายงานผลต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&nbsp;ได้คาดคะเนผลผลิต&nbsp;ผลไม้&nbsp;4&nbsp;ชนิดของจังหวัดตราด</strong>&nbsp;ที่จะออกสู่ตลาดในปี&nbsp;2565&nbsp;โดยคาดว่า&nbsp;ทุเรียนจะมีผลผลิต&nbsp;90,328&nbsp;ตัน&nbsp;เงาะ&nbsp;104,520&nbsp;ตัน&nbsp;มังคุด&nbsp;42,662&nbsp;ตัน&nbsp;และลองกอง&nbsp;3,387&nbsp;ตัน&nbsp;โดยคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&nbsp;ได้เตรียมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จังหวัดตราดไว้&nbsp;อาทิ&nbsp;การกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;การส่งเสริมการสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร&nbsp;การใช้กลไกสหกรณ์ในการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144409085"],
    [623,"กระเทียมน้ำปาด มีค่าสารอินทรีย์กำมะถันสูง เปลือกบาง แกะง่าย หนุนพัฒนาทั้งระบบ","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ถือเป็นแหล่งปลูกกระเทียมที่สำคัญของประเทศ&nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอน้ำปาด&nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกระเทียมพันธุ์ไทยแท้ที่เกษตรกรเรียกว่า&nbsp;พันธุ์ดอ&nbsp;หรือที่ผู้บริโภคต่างรู้จักในชื่อ&nbsp;กระเทียมน้ำปาด&nbsp;โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ&nbsp;หัวกระเทียมเป็นสีชมพูอมม่วงมีค่าสารอินทรีย์กำมะถันสูงถึง&nbsp;1.543&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศ&nbsp;รวมทั้งมีกลิ่นฉุน&nbsp;เปลือกบาง&nbsp;เมื่อแห้งจะแกะง่าย&nbsp;ขนาดของกลีบจะใหญ่แกร่ง&nbsp;ไม่ฝ่อง่าย&nbsp;</p><p><strong>กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;</strong>มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;เข้าไปดำเนินการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เช่น&nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;การสนับสนุนองค์ความรู้ต่างๆ&nbsp;ทั้งการผลิตและการตลาดในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;ผ่านเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยปีการผลิต&nbsp;2564/65&nbsp;นี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;รายงานว่า&nbsp;มีพื้นที่ปลูกรวม&nbsp;87&nbsp;ไร่&nbsp;จากเกษตรกร&nbsp;27&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;มีผลผลิตรวม&nbsp;84&nbsp;ตัน&nbsp;</p><p><strong>ด้านนายพัฒนศักดิ์&nbsp;พ่วงสมบัติ&nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำปาด&nbsp;เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรเช่น&nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&nbsp;แจ้งประชาสัมพันธ์ในเวทีการประชุมประจำเดือนในระดับอำเภอ&nbsp;ทั้งการประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอน้ำปาด&nbsp;และการประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอำเภอน้ำปาด&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเกษตรกร&nbsp;จนนำมาสู่การมีข้อมูลที่ถูกต้อง&nbsp;&nbsp;สามารถใช้กำหนดนโยบายส่งเสริมและพัฒนา&nbsp;รวมถึงการด้านการผลิตการตลาด&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;เกษตรกรปลูกกระเทียมน้ำปาด&nbsp;บอกเล่าไว้ว่าสำหรับปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ปลูกกระเทียมรวม&nbsp;4&nbsp;ไร่&nbsp;ได้ผลผลิตกว่า&nbsp;3&nbsp;ตัน&nbsp;แต่ได้กระเทียมโทนเพียง&nbsp;6&nbsp;ขีดเท่านั้น&nbsp;โดยราคาที่จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;500&nbsp;บาท&nbsp;ในขณะที่กระเทียมสดอยู่ที่กิโลกรัมละ&nbsp;35&nbsp;บาท&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจะได้กระเทียมโทนนั้น&nbsp;ต้องลงแรงในการค้นหาและคัดแยก&nbsp;เพราะจะขึ้นปะปนอยู่ในแปลงปลูก&nbsp;&nbsp;โดยลูกค้าที่สั่งซื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย&nbsp;ด้วยมีความเชื่อส่วนบุคคลว่า&nbsp;มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323150215106"],
    [624,"สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดการอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ                           Young  Smart Farmer เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ Young Smart Farmer และยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพ","<p><strong>ที่&nbsp;ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ตำบลปากแพรก&nbsp;อำเภอเมือง</strong>&nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;ดร.เฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชำนาญ&nbsp;ชื่นตา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางธัญธิตา&nbsp;บุญญมณีกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;นายประสาน&nbsp;ปานคง&nbsp;เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;การอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม&nbsp;และพัฒนาศักยภาพของ&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;พร้อมยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาด&nbsp;สินค้าเกษตร&nbsp;และการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการจัดอบรมครั้งนี้ประกอบไปด้วย&nbsp;หลักสูตรและกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;</strong>ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ&nbsp;อาทิ&nbsp;การนำเสนอ&nbsp;Business&nbsp;Model&nbsp;Project&nbsp;Idea&nbsp;,&nbsp;กิจกรรม&nbsp;Shopping&nbsp;Idea&nbsp;,&nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลงานและแนวคิด&nbsp;\"การสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;ของเครือข่าย&nbsp;Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;เขต&nbsp;2&nbsp;ภาคตะวันตก\"&nbsp;,&nbsp;การฝึกการนำเสนองานเพื่อเข้าถึง&nbsp;แหล่งทุนวิจัยและแหล่งทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ&nbsp;,&nbsp;การบรรยายพิเศษ&nbsp;หัวข้อ&nbsp;\"การรวมกลุ่มเพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน\"&nbsp;และ&nbsp;\"เทคนิคการถ่ายภาพสินค้า&nbsp;เพื่อการขายและการสร้าง&nbsp;Content&nbsp;ที่น่าสนใจ\"&nbsp;</p><p><br></p><p>ณัฏฐภัส&nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&nbsp;/&nbsp;สวท.กาญจนบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันตก","กาญจนบุรี","สวท.กาญจนบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323161336137"],
    [625,"ก.ทรัพย์ เร่งผลักดันแหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นเป็น มรดกโลกในอนาคต พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้ามาพิจารณา 3 คณะ","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งผลักดันแหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นเป็น&nbsp;มรดกโลกในอนาคต&nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้ามาพิจารณา&nbsp;3&nbsp;คณะ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก&nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&nbsp;(ร่าง)&nbsp;แผนปฏิบัติงาน&nbsp;(Action&nbsp;Plan)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก&nbsp;พร้อมตั้งคณะทำงานภายใต้แผนปฏิบัติงาน&nbsp;(Action&nbsp;Plan)&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;4&nbsp;คณะ&nbsp;คือ&nbsp;คณะทำงานด้านการดำเนินงานภายใต้กลไกการบริหารอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก&nbsp;,&nbsp;คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่&nbsp;คณะทำงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วม&nbsp;และคณะทำงานด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานในพื้นที่ระดับจังหวัดอีก&nbsp;3&nbsp;คณะ&nbsp;คือ&nbsp;ระนอง&nbsp;พังงา&nbsp;และภูเก็ต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ได้กำชับให้ฝ่ายเลขานุการฯ&nbsp;นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปปรับปรุงคำสั่งและอำนาจหน้าที่&nbsp;เพื่อจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานและงบประมาณต่อไป&nbsp;พร้อมเพิ่มองค์ประกอบคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลกให้มีความครอบคลุมและสมบูรณ์มากขึ้น&nbsp;และวางแผน&nbsp;Site&nbsp;Visit&nbsp;ช่วงเดือนเมษายนนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่การเห็นพ้องตรงกันทุกภาคส่วน&nbsp;โดยเฉพาะภาคอาสาสมัครและภาคประชาชน&nbsp;ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประชาชนภาคใต้แต่ทุกคนต้องเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญร่วมกัน&nbsp;ถึงจะผลักดันให้พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลกในอนาคต</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323155248126"],
    [626,"สหกรณ์จังหวัดระยอง เติมความรู้การวางระบบการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัด แก่กลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นางสุวรรณี&nbsp;อาจสุโพธิ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการวางระบบการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกร&nbsp;และเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านฉาง&nbsp;จำกัด&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านน้ำเป็น&nbsp;จำกัด&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร&nbsp;โดยมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการเชื่อมโยงธุรกิจสินค้าสหกรณ์&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลด้านการผลิตและช่องทางการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และการวางแผนความร่วมมือในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;โดยการประชุมดังกล่าว&nbsp;มุ่งหวังเพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม&nbsp;รับซื้อผลผลิตการเกษตรในพื้นที่&nbsp;และส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีปริมาณธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น&nbsp;และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างคลัสเตอร์สหกรณ์ผู้ผลิต&nbsp;สหกรณ์ผู้บริโภค&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;และจับคู่ธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านฉาง&nbsp;จำกัด&nbsp;</strong>มีผลิตภัณฑ์จำหน่าย&nbsp;คือ&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านน้ำเป็น&nbsp;จำกัด&nbsp;ผลิตภัณฑ์จำหน่ายคือ&nbsp;มังคุดและทุเรียนทอด&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน&nbsp;มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายคือ&nbsp;สับปะรดและสับปะรดลอยแก้ว</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323164000160"],
    [627,"สถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2565","<p><strong>สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา</strong>&nbsp;การปฏิบัติการในทะเล&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการพันท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตก&nbsp;การปฏิบัติงานในขั้นตอนนี้เป็นการดำเนินการเพื่อเสริมความแข็งแรงของท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตก&nbsp;โดยบริษัทฯ&nbsp;ได้ทำความสะอาดพื้นผิวด้านนอกของท่ออ่อนโดยได้มีการพันด้วยเทปกาวชนิดพิเศษ&nbsp;และพันทับด้วยแผ่นไนลอน&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติงานดังกล่าวนี้&nbsp;เป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของบริษัทฯ</p><p><strong>บริษัทฯ&nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;</strong>เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;โดยดำเนินการบินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&nbsp;สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด</p><p><strong>ปฏิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง</strong></p><p>-เรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ</p><p>-มีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;ผลการตรวจสอบ&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน</p><p>-มีการใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง&nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน</p><p><strong>การปฏิบัติการบนชายฝั่ง</strong></p><p>-บริษัทฯ&nbsp;จัดทีมทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;พบทาร์บอลในปริมาณเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งทีมงานได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่บริษัทฯ&nbsp;ตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;อีกทั้งยังได้ทำการไถพรวนด้วย</p><p><strong>ความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณหาดแม่รำพึง&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;จากร้านป้ายาถึงลานหินขาวทุกจุด&nbsp;ค่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม</strong>&nbsp;การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือสรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&nbsp;</p><p>-&nbsp;ประมงพื้นบ้าน&nbsp;และกลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;2,163&nbsp;ลำ&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;98&nbsp;ล้านบาท</p><p>-&nbsp;อาชีพอื่นๆ&nbsp;1,201&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;18&nbsp;ล้านบาท</p><p>-โรงแรม&nbsp;ท่องเที่ยว&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;7&nbsp;ล้านบาท</p><p>รวมทั้งสิ้น&nbsp;3,387&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;122&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ส่วนด้านสุขภาพ&nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง</strong></p><p>-&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทีมงานกลุ่มอาชีพๆอื่น&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารร้องเรียนร่วมกับ&nbsp;อบต.เพ&nbsp;เทศบาลเพ&nbsp;และเทศบาลนครระยอง</p><p>-&nbsp;วันนี้&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;13.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มโรงแรม&nbsp;และร้านอาหารฝั่งบ้านเพ&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;ราย&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;7.2&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ณ&nbsp;บ้านอาจารย์&nbsp;บัญชา&nbsp;จ.ระยอง</p><p>-&nbsp;วันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;น.&nbsp;เป็นต้นไป&nbsp;SPRC&nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือลุ่มประมง&nbsp;จำนวน&nbsp;400&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ&nbsp;จ.ระยอง</p><p><strong>การปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า</strong>&nbsp;การปฎิบัติการในทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;บริษัทฯ&nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&nbsp;18&nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เรือปฏิบัติการ&nbsp;12&nbsp;ลำ&nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&nbsp;(Boom)&nbsp;จำนวน&nbsp;6&nbsp;เส้น&nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&nbsp;5&nbsp;ลำ&nbsp;เรือสั่งการ&nbsp;1&nbsp;ลำ&nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&nbsp;(Drone)&nbsp;1&nbsp;เครื่อง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การปฎิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง</strong></p><p>-ยังคงมีเรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ลำ</p><p>-ยังคงมีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ลำ&nbsp;&nbsp;</p><p>-ยังคงมีการใช้&nbsp;Drone&nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;เครื่อง</p><p><strong>ส่วนการปฎิบัติการบนชายฝั่ง</strong></p><p>-ยังคงทำความสะอาดบริเวณชายหาด&nbsp;เก็บทาร์บอล&nbsp;และมีการไถพรวน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323164940171"],
    [628,"จ.นครพนม จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชนุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้บริการความรู้ แก้ไขปัญหาด้านการเกษตรครบจบที่เดียว","<p><strong>ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอวังยาง</strong>&nbsp;อำเภอวังยาง&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;นายชาธิป&nbsp;รุจนเสรี&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชนุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;พร้อมให้บริการด้านการเกษตรครบจบที่เดียว&nbsp;โดยมีนางสาวกัญณฐา&nbsp;อภินนท์ธนา&nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมพิธี&nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับการจัดกิจกรรม&nbsp;คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการผลิตที่รวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;ครบถ้วน&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนา&nbsp;แก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกยางพารา&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&nbsp;คลินิกอื่นๆ&nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมเสริม&nbsp;คือ&nbsp;การเสริมสร้างความรู้&nbsp;นิทรรศการตามความต้องการของเกษตรกร&nbsp;รวมทั้งกิจกรรมออกร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูป&nbsp;สินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและภาคเอกชน&nbsp;การขยายพันธุ์พืช&nbsp;โดยให้เกษตรกรจะได้ฝึกปฏิบัติจริงเรียนรู้จริง&nbsp;โดยมีการสาธิตการขยายพันธุ์ต้นกระท่อม&nbsp;และพันธุ์พืชเศรษฐกิจใหม่&nbsp;เช่น&nbsp;อ้อยคั้นน้ำ&nbsp;พันธุ์สายน้ำผึ้ง&nbsp;ซึ่งเกษตรกรจะได้รับความรู้&nbsp;พร้อมกับรับมอบต้นกล้าพืชผัก&nbsp;ปัจจัยการผลิตต่างๆ&nbsp;ไปปลูกและปรับใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการมอบพันธุ์ปลา&nbsp;มอบพันธุ์พืช&nbsp;ยารักษาสัตว์&nbsp;เพื่อนำไปดูแลสัตว์เลี้ยงด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครพนม","สวท.นครพนม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323165408174"],
    [629,"ก.ทรัพย์ฯ กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเร่งยกระดับแผนปฏิบัติการลดการใช้น้ำ ไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรับมาตรการรัฐบาลลดใช้พลังงาน","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเร่งยกระดับแผนปฏิบัติการลดการใช้น้ำ&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;เพื่อรับมาตรการรัฐบาลลดใช้พลังงาน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้กำชับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเร่งยกระดับแผนปฏิบัติการลดการใช้น้ำ&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและให้หน่วยงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&nbsp;ทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการประชุมและสัมมนา&nbsp;หรือตรวจราชการแบบออนไลน์&nbsp;,&nbsp;จัดซื้อรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในราชการในส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงาน&nbsp;ณ&nbsp;สถานที่พัก&nbsp;หรือ&nbsp;Work&nbsp;From&nbsp;Home&nbsp;อย่างเต็มความสามารถอย่างน้อยร้อยละ&nbsp;70&nbsp;ควบคู่กับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโควิด-19&nbsp;โดยประสิทธิภาพของการดำเนินงานต้องคงเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังเน้นการปฏิบัติตามมาตรการประหยัดน้ำ&nbsp;พลังงานไฟฟ้า&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่เดิมอย่างจริงจังมากขึ้นทุกระดับ&nbsp;เช่น&nbsp;ติดต่อราชการเส้นทางเดียวกันต้องไปด้วยกัน&nbsp;(Car&nbsp;Pool)&nbsp;,&nbsp;เปิดปิดเครื่องปรับอากาศ&nbsp;คอมพิวเตอร์&nbsp;อุปกรณ์สำนักงาน&nbsp;เครื่องถ่ายเอกสาร&nbsp;และลิฟต์ตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ&nbsp;26&nbsp;องศาเซลเซียส&nbsp;เปิดใช้เวลา&nbsp;08.50&nbsp;น.&nbsp;ปิดเวลา&nbsp;16.00&nbsp;น.&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ปิดไฟช่วงพักเที่ยง&nbsp;ปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานเมื่อไม่ใช้งาน&nbsp;,&nbsp;สลับการใช้ลิฟต์ตามเวลาที่กำหนด&nbsp;ปิดก๊อกน้ำให้สนิท&nbsp;ตรวจสอบมิเตอร์น้ำและอุปกรณ์ใช้น้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&nbsp;,&nbsp;การจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมประจำปีตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2559-2564)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;,&nbsp;โครงการประหยัดพลังงาน&nbsp;สานฝันสู่อนาคต&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการเป็นไปอย่างเข้มงวดและเกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;จึงได้กำชับให้หัวหน้าหน่วยงานควบคุม&nbsp;กำกับดูแล&nbsp;ปรับปรุงและแก้ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&nbsp;ติดตามความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานทุก&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;พร้อมจัดทำรายงานและประเมินผลการใช้น้ำ&nbsp;ไฟฟ้า&nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;ตามแผนปฏิบัติการฯรอบ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;และรอบ&nbsp;12&nbsp;เดือน&nbsp;แล้วรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการอย่างเคร่งครัด</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323165350173"],
    [630,"เดินหน้าโครงการบัญชีต้นกล้า สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนิน&nbsp;โครงการต้นกล้าความดี&nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและประชาชน&nbsp;รวมไปถึงเด็กและเยาวชนได้มีองค์ความรู้ทางบัญชี&nbsp;ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง&nbsp;ครอบครัว&nbsp;ไปจนถึงคนในชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารที่ยังขาดโอกาส&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การดำเนินโครงการ&nbsp;ต้นกล้าความดี&nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ให้แก่เด็กและเยาวชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;จึงเป็นโครงการที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ริเริ่มขึ้นตามพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กและเยาวชนของชาติที่ยังขาดโอกาส&nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ&nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ&nbsp;สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี&nbsp;พึ่งพาตนเองและช่วยเหลือพัฒนาชุมชน&nbsp;ให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">โดยส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้วิธีการจดบันทึกบัญชี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน&nbsp;กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งการสอดแทรกสอนแนะการจัดทำบัญชีไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ถ่ายทอดให้แก่ครูไปสู่นักเรียนเพื่อฝึกหัดให้เด็กและเยาวชนมีความรู้&nbsp;ด้านการบัญชี&nbsp;รู้จักการคิดคำนวณเลข&nbsp;รู้จักวางแผนในการจำหน่ายสินค้าและผลผลิต&nbsp;ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี&nbsp;เป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง&nbsp;ครอบครัวและชุมชน&nbsp;ทำให้รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในโรงเรียน&nbsp;ครอบครัวและชุมชน&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นอกจากนี้&nbsp;ยังได้ดำเนินโครงการเกษตรวิชญา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่กลุ่มเป้าหมาย&nbsp;มุ่งเน้นให้มีการจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&nbsp;และนำข้อมูลจากการบันทึกบัญชีมาปรับใช้ในการวางแผนในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม&nbsp;มีเหตุมีผล&nbsp;สร้างวินัยทางการเงินและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201902285"],
    [631,"เกษตรวิชญา สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงได้กว่า 20 เปอร์เซ็นต์","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ว่า&nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลโป่งแยง&nbsp;&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;1,350&nbsp;ไร่&nbsp;ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร&nbsp;เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>สำหรับในปีนี้&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอะราบิกาในพื้นที่</strong>&nbsp;พบปัญหามอดกาแฟทำลายผลผลิตกาแฟ&nbsp;จึงได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดการมอดกาแฟแบบผสมผสาน&nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการผลิตกาแฟอะราบิกาต่อไป&nbsp;ซึ่งผลจากการดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตรทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด&nbsp;ในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนอะโวคาโดพันธุ์ดีสามารถเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า&nbsp;20%&nbsp;ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจำนวน&nbsp;40&nbsp;รายที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและขายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นมากกว่า&nbsp;20%&nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;เป็นต้นแบบในการผลิตพืชบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323200154272"],
    [632,"ก.ทรัพย์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิอมตะ และมูลนิธิ ICCF พัฒนาและยกศักยภาพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้เข้าสู่ระดับสากล","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มูลนิธิอมตะ&nbsp;และมูลนิธิ&nbsp;ICCF&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;พัฒนาและยกศักยภาพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้เข้าสู่ระดับสากล&nbsp;(World&nbsp;Class)&nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบให้กับอุทยานแห่งชาติอื่นๆ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิกรม&nbsp;กรมดิษฐ์&nbsp;ประธานมูลนิธิอมตะ&nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิ&nbsp;ICCF&nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;ได้ร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนาโครงการอุทยานพี่ออุทยานน้องร่วมแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้&nbsp;หรือ&nbsp;SPARK&nbsp;(Sister&nbsp;Parks&nbsp;Arrangement&nbsp;for&nbsp;Resources&nbsp;and&nbsp;Knowledge&nbsp;Sharing)&nbsp;เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สู่ระดับสากล&nbsp;(World&nbsp;Class)&nbsp;และเป็นต้นแบบให้กับอุทยานแห่งชาติอื่นๆในประเทศไทยและภูมิภาค&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&nbsp;พร้อมย้ำเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงไว้บนเวทีการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;สมัยที่&nbsp;26&nbsp;(COP&nbsp;26)&nbsp;ที่ผ่านมาว่า&nbsp;ประเทศไทยมีเป้าหมายจะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี&nbsp;2050&nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี&nbsp;2065&nbsp;โดยการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านการเงิน&nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และการเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศไทย&nbsp;ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนให้ไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ที่ผ่านมาโครงการอุทยานพี่อุทยานน้องร่วมแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้&nbsp;(SPARK)&nbsp;ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&nbsp;และ&nbsp;Great&nbsp;Smoky&nbsp;Mountains&nbsp;National&nbsp;Park&nbsp;มีคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยศึกษาระบบการบริหารจัดการอุทยาน&nbsp;และกำหนดแนวทางปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับ&nbsp;Great&nbsp;Smoky&nbsp;Mountains&nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการจัดฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่&nbsp;การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ&nbsp;ระบบจัดการน้ำเสีย&nbsp;ระบบการจองที่พัก&nbsp;ขีดความสามารถการรองรับนักท่องเที่ยว&nbsp;การดูแลสัตว์ป่า&nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อพัฒนาชุมชน&nbsp;อาสาสมัคร&nbsp;การพัฒนาเว็ปไซต์&nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ&nbsp;โดยปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศหลายเส้นทาง&nbsp;คือ&nbsp;เส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-สหรัฐอเมริกา&nbsp;,&nbsp;เส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-สวิตเซอร์แลนด์&nbsp;และเส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-เยอรมนี</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323175846195"],
    [633,"กรุงเทพมหานคร เร่งฟื้นฟูคลองแสนแสบ สำรวจชุมชนเตรียมติดตั้งบ่อดักไขมัน","<p><strong>นายขจิต&nbsp;ชัชวานิชย์&nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;</strong>ประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการพัฒนาคลองแสนแสบ&nbsp;โดยมีนายณรงค์&nbsp;เรืองศรี&nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;พร้อมด้วยเลขานุการคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวกับการพัฒนาคลอง&nbsp;คณะทำงานสนับสนุนการพัฒนาคลองแสนแสบและคลองสาขาด้านการจัดการไขมัน&nbsp;สำนักงานเขต&nbsp;21&nbsp;เขต&nbsp;ที่มีพื้นที่ริมคลองแสนแสบและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&nbsp;</p><p><strong>ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการพัฒนาคลองแสนแสบและคลองสาขา&nbsp;</strong>ด้านการจัดการไขมันและรายงานการลงพื้นที่สำรวจแหล่งกำเนิดน้ำเสีย&nbsp;ชุมชนริมคลองฯ&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกชุมชนที่จะติดตั้งถังดักไขมันตามที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม</p><p><strong>ส่วนการสำรวจแหล่งกำเนิดน้ำเสียจากโรงงาน&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;18&nbsp;เขต</strong>&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;จะมีการลงพื้นที่สำรวจ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;2&nbsp;มีนาคม-&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;พร้อมตรวจวิเคราะห์&nbsp;หากค่าเกินมาตรฐาน&nbsp;สำนักงานเขตจะออกคำสั่งปรับปรุง&nbsp;หรือดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p><p><strong>ปลัดกรุงเทพมหานคร&nbsp;มอบหมายสำนักงานเขต&nbsp;21&nbsp;เขต</strong>&nbsp;ที่มีพื้นที่ริมคลองแสนแสบ&nbsp;สำรวจและรวบรวมข้อมูลสิ่งก่อสร้างรุกล้ำริมคลองแสนแสบและคลองสาขาให้เรียบร้อยโดยเร็ว&nbsp;พร้อมกำหนดแนวทางการบริหารจัดการรื้อย้ายโดยให้เป็นรูปแบบเดียวกัน&nbsp;รวมทั้งสำรวจบ้านเรือนประชาชนเพื่อทำการติดตั้งบ่อดักไขมัน&nbsp;โดยติดตั้งบ่อดักไขมันทุกระยะ&nbsp;500&nbsp;เมตร&nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจและรณรงค์ไม่ทิ้งขยะและน้ำเสียลงคลองอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323200546277"],
    [634,"เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับเกษตรตรัง ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์พันธุกรรมระกำหวาน ตำบลทุ่งค่าย","<p><strong>นายนนท์นภนต์&nbsp;นาพอ&nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&nbsp;ทองพิทักษ์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับนางกันยารัตน์&nbsp;ก้านจันทร์&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์พันธุกรรมระกำหวาน&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์การจัดการศัตรูพืชชุมชน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&nbsp;อำเภอย่านตาขาว&nbsp;จังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ตำบลทุ่งค่าย</strong>&nbsp;มีการปลูกระกำหวานมา&nbsp;100&nbsp;กว่าปี&nbsp;และได้เน้นให้เกษตรกรมีการจัดการสวนระกำหวานที่ถูกต้องและเหมาะสม&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น&nbsp;และเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมระกำหวานให้ดำรงอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งค่ายต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323182831211"],
    [635,"เกษตรกันตัง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชน ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง","<p><strong>นายสรวง&nbsp;พรหมบุญทอง&nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&nbsp;</strong>พร้อมด้วยนางสาวอมรรัตน์&nbsp;ชูเมฆ&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ตำบลโคกยาง&nbsp;อำเภอกันตัง&nbsp;โดยเยี่ยมเยียนวิสากิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำฉา&nbsp;ม.8&nbsp;ต.โคกยาง&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;กลุ่มดำเนินกิจกรรมผลิตพริกแกง&nbsp;โดยทางกลุ่มได้รับงบประมาณสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&nbsp;โดยทางกลุ่มจะผลิตพริกแกงส้ม&nbsp;พริกแกงพริก&nbsp;และพริกเแกงกะทิ&nbsp;ตามออร์เดอร์ทั้งจากในชุมชน&nbsp;และผ่านทางช่องทางออนไลน์&nbsp;หากท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เพจเฟสบุค&nbsp;พริกแกงบ้านน้ำฉา&nbsp;หรือโทร&nbsp;081&nbsp;091&nbsp;4019&nbsp;คุณปุ้ย&nbsp;ประธานกลุ่ม&nbsp;</p><p><strong>จากนั้นได้ไปเยี่ยมเนียนวิสาหกิจชุมชนกันตัง&nbsp;ม.8</strong>&nbsp;ต.โคกยาง&nbsp;อ.กันตัง&nbsp;ทางกลุ่มดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ปลูกพืชกระท่อม&nbsp;มีการแปรรูปพืชกระท่อมเป็นแบบอัดเม็ด&nbsp;มีการวางแผนให้สมาชิกกลุ่มปลูกพืชกระท่อมป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตกระท่อมอัดเม็ด&nbsp;และรับซื้อจากภายนอกบ้างหากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแผนปรับภูมิทัศน์แปลงสาธิตปลูกพืชกระท่อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323183042212"],
    [636,"ผู้ว่าฯศรีสะเกษ พิธีเปิดโครงการ การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์ เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องของแม่โค ประจำปี 2565","<p><strong>วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน</strong>โคเนื้อยั่งยืนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;บ้านกู่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลกู่&nbsp;อำเภอปรางค์กู่&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษนายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ&nbsp;การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อ&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์&nbsp;เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องของแม่โค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดย&nbsp;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีแก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่&nbsp;และอำเภอขุขันธ์&nbsp;มีสมาชิกเครือข่ายจำนวน&nbsp;310&nbsp;ราย</p><p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลสำเร็จที่เกิดจากโครงการ&nbsp;การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อ&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องของแม่โค&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;และเพื่อแสดงแนวทางในการดำเนินงานโครงการในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;บุคลากรภาครัฐ&nbsp;และเอกชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;ได้รับความรู้และเข้าใจในองค์ความรู้การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์&nbsp;รวมทั้งเพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการบริหารจัดการโคเนื้อ&nbsp;ในรูปแบบของ&nbsp;ต้นน้ำ&nbsp;กลางน้ำ&nbsp;และปลายน้ำ&nbsp;ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;บุคลากรภาครัฐ&nbsp;และเอกชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;ทีมวิจัยคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องที่&nbsp;ท้องถิ่น&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อยั่งยืนจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;จำนวน&nbsp;60&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(โควิด-19)&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;และมี&nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&nbsp;ดร.วิวัฒน์&nbsp;พัฒนาวงศ์&nbsp;และทีมวิจัยคณะสัตวศาสตร์&nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายศรีสะเกษ&nbsp;สมาน&nbsp;รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ&nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัด&nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอปรางค์กู่&nbsp;หัวหน้าส่วนราขการในสังกัดอำเภอปรางค์กู่&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;อพปร.&nbsp;อสม.&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อยั่งยืนจังหวัดศรีสะเกษ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323192751248"],
    [637,"กรมการค้าภายใน ประชุม 4 ฝ่าย หารือมาตรการ 3 ต่อ 1 ยังไม่ได้ข้อยุติ ","<p><strong>นายวัฒนศักย์&nbsp;เสือเอี่ยม&nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน</strong>&nbsp;เปิดเผยผลการประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดการผ่อนคลายเงื่อนไขการนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;จากเดิมหากนำเข้าข้าวสาลี&nbsp;1&nbsp;ส่วน&nbsp;ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ&nbsp;3&nbsp;ส่วน&nbsp;เป็นไม่มีการกำหนดสัดส่วน&nbsp;เป็นการชั่วคราว&nbsp;ถึงวันที่&nbsp;31&nbsp;กรกฎาคมนี้&nbsp;</p><p><strong>โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;4&nbsp;ฝ่ายคือ</strong>&nbsp;ผู้ปลูก&nbsp;ผู้เลี้ยง&nbsp;โรงงานอาหารสัตว์และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่อนคลายการนำเข้าดังกล่าวแล้ว&nbsp;แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ&nbsp;เนื่องจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้แจ้งขอลาประชุม&nbsp;จึงได้หารือร่วมกับผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;มันสำปะหลังและข้าว&nbsp;รวมถึงตัวแทนสมาคมการค้าพืชไร่&nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจถึงสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อย&nbsp;พร้อมยินดีที่จะหารือถึงแนวทางการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว&nbsp;บนพื้นฐานข้อมูลที่ยอมรับร่วมกัน&nbsp;เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถช่วยลดภาระราคาอาหารสัตว์ได้&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;กรมการค้าภายในจะได้นัดประชุมหารือและหาข้อยุติร่วมกันทุกฝ่ายโดยด่วนที่สุดต่อไป</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323195915266"],
    [638,"สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา จัดประชุมหารือ ข้อมูลพื้นที่ ด้านดิน : การจัดการดิน : การวิเคราะห์ความอุดมสมบรูณ์ของดิน การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2572 (ค.ศ. 2029) จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>นายวิรุธ&nbsp;คงเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;3&nbsp;จัดประชุมหารือการดำเนินงานเตรียมพื้นที่ทางด้านดิน&nbsp;:&nbsp;การจัดการดินและการวิเคราะห์ความอุดมสมบรูณ์ของดิน&nbsp;<strong>สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;ปี&nbsp;2572&nbsp;(ค.ศ.&nbsp;2029)&nbsp;</strong>จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;3&nbsp;ในการประชุมฯ&nbsp;ได้รับเกียรติจากนายประเสริฐ&nbsp;อนุพันธ์&nbsp;ที่ปรึกษากรมวิชาการเกษตรด้านพืชสวนอุตสาหกรรม&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;ปี&nbsp;2572&nbsp;(ค.ศ.&nbsp;2029)&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมประชุมฯ&nbsp;ครั้งนี้ด้วย&nbsp;ซึ่งการจัดประชุมเป็นการหารือในประเด็นการเตรียมข้อมูลทางด้านดิน&nbsp;:&nbsp;การจัดการดินและการวิเคราะห์ความอุดมสมบรูณ์ของดิน&nbsp;เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลผลการตรวจสอบดิน&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;ในบริเวณพื้นที่จัดงานฯ&nbsp;เพื่อการดำเนินงานในการปลูกต้นไม้&nbsp;และพืชชนิดต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้มีสอดคล้องกับการดำเนินงานด้านต่างๆ&nbsp;ให้เกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้เข้าเยี่ยมชมงานมหกรรมพืชสวนโลก&nbsp;ปี&nbsp;2572&nbsp;(ค.ศ.&nbsp;2029)&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323233147311"],
    [639,"กรมควบคุมมลพิษเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลชุมชนใกล้เคียงกับพื้นที่ที่มีการลักลอบฝังกลบของเสียอันตราย จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;และเทศบาลตำบลสีมามงคล&nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบาดาลในพื้นที่หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;บ้านบุญบันดาล&nbsp;ตำบลกลางดง&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เพื่อพิสูจน์การปนเปื้อนซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากการลักลอบฝังกลบของเสียอันตรายจากภาคอุตสาหกรรมในบริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง&nbsp;</p><p><strong>โดยการลงพื้นที่ดังกล่าว&nbsp;กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินจากบ่อบาดาลของชุมชน&nbsp;</strong>ไปตรวจวิเคราะห์&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;ซึ่งจะส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์เพื่อการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำใต้ดิน&nbsp;การแจ้งเตือนประชาชน&nbsp;และใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-23T00:00:00","NULL","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323233514313"],
    [640,"คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเล บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลระยอง","<p><strong>ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;</strong>นายอภิชาติ&nbsp;ศิริสุนทร&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;(กมธ.)&nbsp;การที่ดิน&nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง&nbsp;โดยมีตัวแทนกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก&nbsp;กลุ่มอาชีพอื่น&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ</p><p><strong>นายอภิชาติ&nbsp;ศิริสุนทร&nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&nbsp;(กมธ.)&nbsp;การที่ดิน&nbsp;ทรัพยากร&nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่ว&nbsp;เมื่อคืนวันที่&nbsp;25&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&nbsp;การท่องเที่ยวและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก&nbsp;ซึ่งขณะนี้เวลาได้ผ่านไปเกือบครบ&nbsp;2&nbsp;เดือน&nbsp;ทางคณะกรรมมาธิการ&nbsp;จึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจสอบ&nbsp;ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม&nbsp;การตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล&nbsp;รวมถึงปริมาณการใช้สารขจัดน้ำมัน&nbsp;และการควบคุมสถานการณ์ต่างๆว่า&nbsp;มีความความคืบอย่างไร&nbsp;</p><p><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จังหวัดระยอง&nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการกำกับ&nbsp;ติดตามและคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&nbsp;ระหว่างบริษัทสาตาร์&nbsp;ปิโตรเลียม&nbsp;รีไฟน์นิ่ง&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;กลุ่ม&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&nbsp;กลุ่มประมง&nbsp;กลุ่มสุขภาพ&nbsp;และกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพต่างๆ&nbsp;ซึ่งขณะนี้&nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&nbsp;ยื่นเรื่องร้องเรียน&nbsp;ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;14,203&nbsp;ราย&nbsp;ขณะที่บริษัท&nbsp;ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;2,981&nbsp;ราย&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;1,781&nbsp;รายๆ&nbsp;ละ&nbsp;45,000&nbsp;บาท&nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&nbsp;อีก1,201&nbsp;ราย&nbsp;ๆ&nbsp;ละ&nbsp;15,000&nbsp;&nbsp;30,000&nbsp;บาท&nbsp;รวมเป็นเงินประมาณ&nbsp;98&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ยังเหลือกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&nbsp;กำลังอยู่ระหว่างตกลงเจรจากัน&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ในส่วนของการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&nbsp;ส่วนกรณีปริมาณน้ำมันรั่วที่ยังเป็นข้อสงสัยนั้น&nbsp;ได้แถลงข่าวไปแล้วว่ามีปริมาณ&nbsp;49,000&nbsp;ลิตร&nbsp;แต่ยังไม่มีใครเชื่อ&nbsp;เนื่องจากทางบริษัท&nbsp;แถลงออกมา&nbsp;3&nbsp;ครั้ง&nbsp;มีตัวเลขไม่ตรงกัน&nbsp;จึงยังเป็นปัญหาว่า&nbsp;ยังหาข้อสรุปตรงนี้ไม่ได้</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324095414361"],
    [641,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324095451363"],
    [642,"ชวนเที่ยวตลาดปลาจตุจักร ชมงานประกวดปลาสวยงาม กระตุ้นเศรษฐกิจปลาสวยงามหลังได้รับผลกระทบโควิด-19","<p><strong>นายถาวร&nbsp;ทันใจ&nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&nbsp;</strong>กล่าวในฐานะโฆษกกรมประมงว่า&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทย&nbsp;มีการจัดประกวดปลาสวยงามมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะปลากัด&nbsp;ปลาทอง&nbsp;ปลาหางนกยูง&nbsp;และปลาหมอสีครอสบรีด&nbsp;เนื่องจากเป็นปลาสวยงามที่เกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสามารถพัฒนาสายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;อีกทั้งยังเป็นปลาสวยงามที่เป็นความต้องการของตลาด&nbsp;แต่ในช่วง&nbsp;2&nbsp;ปีที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&nbsp;ทำให้ไม่สามารถจัดงานประกวดปลาสวยงามได้&nbsp;ส่งผลให้ธุรกิจปลาสวยงามได้รับผลกระทบจากการขาดช่องทางประชาสัมพันธ์&nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดการ&nbsp;กระตุ้นการซื้อขาย&nbsp;รวมถึงการนำเข้าส่งออก&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;จึงได้ร่วมกับตลาดปลาจตุจักรและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจัดงานนี้ขึ้น&nbsp;&nbsp;</strong>สำหรับการประกวดปลาสวยงาม&nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&nbsp;กำหนดจัดขึ้น&nbsp;ณ&nbsp;ลานเร่&nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&nbsp;โดยแบ่งการประกวดออกแบ่งเป็น&nbsp;2&nbsp;ช่วงคือ&nbsp;ช่วงที่&nbsp;1&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;24&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จัดประกวดปลากัดสวยงาม&nbsp;14&nbsp;ประเภท&nbsp;และปลาหมอสีครอสบรีด&nbsp;7&nbsp;ประเภท&nbsp;และช่วงที่&nbsp;2&nbsp;ในระหว่างวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;จัดประกวดปลาทอง&nbsp;3&nbsp;ประเภท&nbsp;และปลาหางนกยูง&nbsp;8&nbsp;ประเภท&nbsp;</p><p><strong>นอกจากการจัดประกวดปลาสวยงามแล้ว</strong>&nbsp;กรมประมงได้มีการจัดนิทรรศการด้านประมงในหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย&nbsp;อาทิ&nbsp;การพัฒนาสายพันธุ์ปลาสวยงาม&nbsp;การผลิตอาหารปลาสวยงามอย่างง่ายด้วยอุปกรณ์ในครัวเรือน&nbsp;การขึ้นทะเบียน&nbsp;GAP&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเปิดให้บริการคลินิกโรคสัตว์น้ำเคลื่อนที่</strong>&nbsp;เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์น้ำและการตรวจโรคสัตว์น้ำเบื้องต้น&nbsp;บริการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการเปิดร้าน&nbsp;Fisherman&nbsp;Shop&nbsp;เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากชาวประมงและเกษตรกรที่มีคุณภาพ&nbsp;ราคาถูกและผ่านมาตรฐานการรับรองจากกรมประมง</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324104751396"],
    [643,"กอนช.ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและลมกระโชกแรงส่วนภาคอีสานและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและลมกระโชกแรง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&nbsp;,&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;116&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;81&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และยะลา&nbsp;91&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,820&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,940&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324100158369"],
    [644,"พาณิชย์แพร่ แจ้งราคาหอมแดง กระเทียม และขิง","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์ราคาหอมแดง&nbsp;กระเทียม&nbsp;และขิง&nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง</strong></p><p><br></p><p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;แจ้งสถานการณ์การราคาสินค้า&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ราคาหอมแดง&nbsp;และกระเทียมแกะกลีบ&nbsp;โดยหอมแดง&nbsp;ราคา&nbsp;40-50&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;และกระเทียมแกะกลีบ&nbsp;ราคา&nbsp;90-100&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนกระเทียมมัดจุกผลผลิตจะเริ่มออกสู่ท้องตลาดในช่วงเดือนเมษายนนี้&nbsp;ราคาขิง&nbsp;ขิงแก่&nbsp;ราคา&nbsp;30-40&nbsp;บาท/กิโลกรัม&nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ส่วนขิงอ่อน&nbsp;ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ท้องตลาดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103349388"],
    [645,"ระดมทีมพาณิชย์ แก้ปัญหาราคาปุ๋ยเคมี-อาหารสัตว์ หลังรัสเซียประกาศหยุดส่งออก","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก&nbsp;เนื่องจากส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในเชิงเศรษฐกิจและการค้าไปทั่วโลก&nbsp;หากสงครามมีความยืดเยื้อ&nbsp;จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ&nbsp;รวมถึงประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น&nbsp;กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย&nbsp;</p><p><strong>ด้านสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศไทย-รัสเซีย</strong>&nbsp;รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่&nbsp;30&nbsp;ของไทย&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่าการค้ารวม&nbsp;88,167&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไทยส่งออก&nbsp;32,508&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และนำเข้า&nbsp;55,660&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าเกษตรจากรัสเซีย&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;2,720&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>ส่วนไทย-ยูเครน</strong>&nbsp;ยูเครนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่&nbsp;63&nbsp;ของไทย&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;มีมูลค่าการค้า&nbsp;12,428&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ไทยส่งออก&nbsp;4,229&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และนำเข้า&nbsp;8,200&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังยูเครน&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;1,165&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จะเห็นได้ว่า&nbsp;ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าให้กับรัสเซียและยูเครนมาโดยตลอด&nbsp;โดยสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังรัสเซียและยูเครนส่วนใหญ่&nbsp;เช่น&nbsp;สับปะรดปรุงแต่ง&nbsp;พืชผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;ลูกนัต&nbsp;เปลือกผลไม้และส่วนอื่นของพืช&nbsp;แช่อิ่ม&nbsp;เชื่อมหรือฉาบ&nbsp;เนื้อปลาอื่นๆ&nbsp;แช่เย็นจนแข็ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ส่วนสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากรัสเซีย&nbsp;เช่น&nbsp;สินค้าประมงแช่แข็ง&nbsp;บักก์วีต&nbsp;ข้าวฟ่างนกเขา&nbsp;</p><p><strong>สำหรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทย</strong>&nbsp;ในกรณีรัสเซีย&nbsp;ประเมินว่า&nbsp;เป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่รัสเซียมีความต้องการสูง&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ไทยต้องคำนึงถึงการแสดงท่าทีของประเทศในสถานการณ์สงครามให้เหมาะสม&nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา&nbsp;ไทยแสดงจุดยืนที่เป็นกลางมาโดยตลอดผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;กรณียูเครน&nbsp;การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก&nbsp;แต่จะได้รับผลกระทบในด้านการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด&nbsp;เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าจากยูเครนในระดับสูง&nbsp;จึงต้องเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ราคาวัตถุดิบเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;หรือไม่สามารถนำเข้าจากยูเครนได้&nbsp;</p><p><strong>สำหรับสถานการณ์ล่าสุด</strong>&nbsp;รัสเซียได้ประกาศห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีทั้งหมด&nbsp;ซึ่งรัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตปุ๋ยเคมีในอันดับที่&nbsp;2&nbsp;ของโลก&nbsp;รองจากแคนาดา&nbsp;จึงอาจทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอีก&nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรของไทย&nbsp;</p><p><strong>ภาครัฐ&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์</strong>&nbsp;รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;หารือเพื่อแก้ไขปัญหาราคาปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้น&nbsp;ทั้งปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์&nbsp;&nbsp;โดยกำหนดแนวทางคือ&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;การแก้ไขปัญหาปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาปรับราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นสินค้าควบคุมให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น&nbsp;เพื่อให้ภาคเอกชนนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น&nbsp;และป้องกันปัญหาปุ๋ยเคมีขาดตลาด&nbsp;การแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูง&nbsp;4&nbsp;ถูก&nbsp;ถูกสูตร&nbsp;ถูกอัตรา&nbsp;ถูกเวลา&nbsp;ถูกวิธี&nbsp;และเร่งผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพให้ได้จำนวน&nbsp;5&nbsp;ล้านตัน&nbsp;เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เศรษฐกิจการเกษตรของไทย</strong>&nbsp;จะได้รับผลกระทบทางตรงจากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยเคมี&nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัจจัยการผลิตหลักในการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น&nbsp;ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปยังรัสเซียและยูเครนในปี&nbsp;2565&nbsp;มีแนวโน้มลดลงจากปี&nbsp;2564&nbsp;ประมาณร้อยละ&nbsp;70-90&nbsp;&nbsp;เนื่องจากปัญหาในด้านการขนส่งและการกระจายสินค้า&nbsp;ประกอบกับกำลังซื้อที่ลดลงมาก</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145821504"],
    [646,"กำลังพลทหารจิตอาสา มทบ.32 ร่วมกับชุมชนจิตอาสา ทำแนวป้องกันไฟป่ารอบดอยพระบาท","<p><strong>พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอกกวิน&nbsp;ยาวิชัย&nbsp;รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;นำกำลังพลทหารจิตอาสามณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่า&nbsp;ร่วมกิจกรรมทำแนวกันไฟรอบดอยพระบาทของหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;เพื่อป้องกันมลภาวะจากไฟป่าและหมอกควันอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจจุดสกัดบ้านปงอ้อม&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนารัฐ&nbsp;สายเทพ&nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ&nbsp;การทำแนวกันไฟ&nbsp;เพื่อจะช่วยปกป้องผืนป่าในบริเวณพื้นที่เสี่ยง&nbsp;เป็นการป้องกันมิให้เกิดไฟป่าจากผู้บุกรุก&nbsp;ลักลอบเข้าจุดไฟเผา&nbsp;ซึ่งอาจเกิดลุกลามสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มณฑลทหารบกที่&nbsp;32</strong>&nbsp;ได้สนับสนุนและบูรณาการเพื่อร่วมป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&nbsp;ร่วมกับทุกภาคส่วน&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง,&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จ,&nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;เครือข่ายไฟป่าบ้านปงอ้อม,&nbsp;ประชาชนบ้านทรายทอง,&nbsp;บ้านห้วยน้ำเค็ม&nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;อาทิ&nbsp;อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&nbsp;และสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่ฯ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324113955420"],
    [647,"ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เปิดงาน Field day ที่ ศพก.อำเภอทับสะแก เสริมศักยภาพเกษตรกรเรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร","<p><strong>ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;</strong>หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ต.เขาล้าน&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นายเสถียร&nbsp;เจริญเหรียญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;มี&nbsp;นายวันชัย&nbsp;นิลวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดฯ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;อ.บางสะพาน&nbsp;และ&nbsp;อ.บางสะพานน้อย&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;จำนวน&nbsp;120&nbsp;คน&nbsp;เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ&nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง&nbsp;ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง&nbsp;รวมทั้งนักวิชาการ&nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ&nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการจัดงาน&nbsp;Field&nbsp;day&nbsp;ยังถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในปีการผลิต&nbsp;2565/2566&nbsp;โดยกำหนดจัดงานรวม&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ดำเนินการจัดในวันนี้ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;และครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ในวันที่&nbsp;21&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;11&nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&nbsp;อ.หัวหิน&nbsp;ซึ่งการจัดงาน&nbsp;Field&nbsp;Day&nbsp;จะมีกิจกรรมหลักที่แตกต่างกัน&nbsp;โดยคำนึงถึงกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญในพื้นที่&nbsp;และฤดูกาลผลิตที่เหมาะสม</p><p><strong>สำหรับการจัดงาน&nbsp;Field&nbsp;Day&nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;</strong>อ.ทับสะแก&nbsp;มีกิจกรรมหลัก&nbsp;คือ&nbsp;การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรมูลค่าสูง&nbsp;และสร้างความยั่งยืนในสวนมะพร้าว&nbsp;โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;สถานีเรียนรู้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;1&nbsp;การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลในการจัดการสวนมะพร้าว&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;2&nbsp;การดูแลรักษาสวนมะพร้าว&nbsp;และการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;3&nbsp;การสร้างรายได้เสริมในสวนมะพร้าว&nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&nbsp;4&nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการนำเสนอองค์ความรู้&nbsp;และบริการการเกษตรอื่นๆ&nbsp;จากหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่&nbsp;(Young&nbsp;Smart&nbsp;Farmer)</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;8&nbsp;ศูนย์ใน&nbsp;8&nbsp;อำเภอ&nbsp;และมีศูนย์เรียนรู้เครือข่ายจำนวน&nbsp;155&nbsp;ศูนย์&nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่สอดคล้องกับสินค้าเกษตรหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;ซึ่งองค์ความรู้ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรนั้น&nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตรและการดำเนินชีวิตของเกษตรกร&nbsp;และขยายผลนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น&nbsp;รวมทั้งยังเป็นจุดบริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่างๆ&nbsp;แก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324115939435"],
    [648,"สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เร่งเดินหน้าก้าวสู่ภาคเกษตรมูลค่าสูง ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>กล่าวในงานแถลงข่าววันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ&nbsp;43&nbsp;ปี&nbsp;ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;ว่า&nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;เป็นอีกปีหนึ่งที่ทั่วโลกและประเทศไทยยังต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ที่ยังคงยืดเยื้อ&nbsp;และภัยพิบัติทางธรรมชาติ&nbsp;ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมภาคบริการ&nbsp;และภาคเกษตร&nbsp;ต้องเร่งปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านจากชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ไปสู่ชีวิตวิถีถัดไป&nbsp;ที่ผ่านมาได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานที่สำคัญตามยุทธศาสตร์ชาติ&nbsp;และนโยบายของรัฐบาล&nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&nbsp;พร้อมบูรณาการกับทุกหน่วยงานในการผลักดัน&nbsp;&nbsp;5&nbsp;ยุทธศาสตร์หลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;เทคโนโลยีเกษตร&nbsp;4.0&nbsp;แนวทาง&nbsp;3S&nbsp;คือ&nbsp;Safety-Security-Sustainability&nbsp;บริหารเชิงรุกแบบบูรณาการโมเดล&nbsp;เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย&nbsp;และเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา&nbsp;ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;หรือ&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;</p><p><strong>สำหรับปีนี้&nbsp;ในฐานะเนวิเกเตอร์&nbsp;ด้านเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;มีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจเพื่อผลักดันให้ภาคเกษตรเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ</strong>&nbsp;และพร้อมจะร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในทุกมิติ&nbsp;ทั้งด้านการพัฒนา&nbsp;Big&nbsp;Data&nbsp;สารสนเทศด้านการเกษตร&nbsp;งานวิจัยที่มีความทันสมัย&nbsp;และแผนพัฒนาการเกษตรในด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;มีการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ตลอดจนติดตามและประเมินผลโครงการสำคัญ&nbsp;เพื่อการทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;จะเร่งเดินหน้าปฏิบัติภารกิจ&nbsp;เพื่อให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่ภาคเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;</strong>ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ&nbsp;ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต&nbsp;และสร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับเกษตรกรไทย</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142122473"],
    [649,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(23&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;68&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;37&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;7&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;พิษณุโลก&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;พิจิตร&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;และนครสวรรค์&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงเกิดขึ้นบริเวณภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,714&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,835&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,229&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศยังคงมีค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเวียดนามวันนี้พบ&nbsp;137&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;117&nbsp;จุด&nbsp;และกัมพูชา&nbsp;93&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดน&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324115248431"],
    [650,"พัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง มีศักยภาพในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น ให้เบ็ดกับสหกรณ์ แปรรูปสร้างรายได้","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี&nbsp;จำกัด&nbsp;ว่า&nbsp;สหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี&nbsp;จำกัด&nbsp;ได้ขับเคลื่อนงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ด้านการพัฒนาสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง&nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อก่อสร้างลานตาก&nbsp;คอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;พื้นที่ไม่น้อยกว่า&nbsp;3,200&nbsp;ตารางเมตร&nbsp;&nbsp;เพื่อใช้รวบรวมผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;ข้าว&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;ลำไย&nbsp;มะม่วง&nbsp;ของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรทั่วไป&nbsp;ซึ่งมีการใช้ประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างหมุนเวียนตลอดทั้งปี&nbsp;ส่งผลให้สามารถลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร&nbsp;สมาชิกสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งมีการวางแผนการใช้ประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างให้มีความคุ้มค่าสูงสุด&nbsp;ช่วยเหลือสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงต่อไป</p><p><strong>ชื่นชมสหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ที่ให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายต่างๆ&nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมจัดเก็บและแปรรูป&nbsp;จำหน่าย&nbsp;กระจายผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน&nbsp;มีการให้บริการสมาชิกเพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์&nbsp;รวมถึงลดการใช้สารเคมีอันตรายและส่งเสริมให้มีการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;มอบอุปกรณ์การตลาด&nbsp;สิ่งก่อสร้าง&nbsp;ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&nbsp;การรวบรวม&nbsp;การแปรรูป&nbsp;ของสถาบันเกษตรกร&nbsp;รองรับผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ให้แก่สถาบันเกษตรกร&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;65&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ&nbsp;ที่ได้มอบในวันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ&nbsp;เพราะเป็นเครื่องมือพื้นฐาน&nbsp;นำมาใช้รวบรวมผลผลิตการเกษตรไปปรับปรุงศักยภาพของตนเอง&nbsp;เพื่อพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งและมีศักยภาพในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น&nbsp;เป็นการให้เบ็ดกับสหกรณ์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324144912490"],
    [651,"จังหวัดลำพูนเตรียมพร้อมรับมือในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ","<p><strong>จังหวัดลำพูน&nbsp;เตรียมพร้อมรับมือในการป้องกัน</strong>&nbsp;และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตร&nbsp;รวมถึงเพื่อใช้ในการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;อย่างเพียงพอในช่วงฤดูแล้งนี้</p><p><strong>ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;นายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;</strong>เป็นประธานในการรับมอบถังน้ำ&nbsp;10,500&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;พร้อมทั้งมอบโล่&nbsp;และหนังสือขอบคุณแก่&nbsp;นายสมาน&nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเกรียงถาวร&nbsp;คอนเทนเนอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;และนางเพียงพร&nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&nbsp;ภริยา&nbsp;พร้อมคณะฯ&nbsp;ที่มีความตั้งใจในการมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาในด้านความเป็นอยู่&nbsp;ตลอดจนผู้ยากไร้&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้พิการ&nbsp;ในการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&nbsp;ทั้งยังเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาภัยการขาดแคลนน้ำในหมู่บ้าน&nbsp;ชุมชน&nbsp;ประชาชนจังหวัดลำพูน&nbsp;มีน้ำกินน้ำใช้&nbsp;อย่างเพียงพอในช่วงภัยแล้ง&nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้มีการเตรียมความพร้อม&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&nbsp;โดยมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&nbsp;(ภัยแล้ง)&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;พร้อมทั้งมีการเข้าสำรวจพื้นที่&nbsp;ในการจัดทำแผน&nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่&nbsp;ในการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงภัยแล้งให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร&nbsp;รวมถึงเพื่อใช้ในการอุปโภค&nbsp;บริโภคอย่างเพียงพอในช่วงภัยแล้งนี้&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;นายสมาน&nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเกรียงถาวร&nbsp;คอนเทนเนอร์&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;และนางเพียงพร&nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&nbsp;ภริยา&nbsp;ได้มอบถังน้ำ&nbsp;10,500&nbsp;ลิตร&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ถัง&nbsp;มูลค่า&nbsp;84,000&nbsp;บาท&nbsp;เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่&nbsp;โดยมีนายวรยุทธ&nbsp;เนาวรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;เป็นประธานพร้อมด้วย&nbsp;นายอนุพงษ์&nbsp;วาวงศ์มูล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ร่วมรับมอบในครั้งนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำพูน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324134225462"],
    [652,"เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน สายพันธุ์ไทยในโค-กระบือ ลดค่าใช้จ่ายสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน","<p><strong>นายสัตวแพทย์สรวิศ&nbsp;ธานีโต&nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์</strong>&nbsp;เผยความคืบหน้าการผลิตวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ&nbsp;สำหรับใช้ป้องกันและควบคุมโรคกรณีฉุกเฉิน&nbsp;โดยหน่วยพัฒนาวัคซีนของกรมปศุสัตว์&nbsp;ที่ให้ผลการการทดลองประสิทธิภาพเบื้องต้นมีความคุ้มโรคเทียบเท่าวัคซีนจากต่างประเทศ&nbsp;คาดว่าวัคซีนชุดแรกแล้วเสร็จช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ในราคาต้นทุนโดสละ&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคให้แก่เกษตรกร&nbsp;และเป็นการสร้างความมั่นคงทางวัคซีนของไทยอีกด้วย&nbsp;</p><p><strong>จากปัญหาการเกิดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ในโค-กระบือ</strong>&nbsp;และเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านวัคซีน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์วิจัยและพัฒนาวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;โดยสำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;สำหรับใช้ป้องกันและควบคุมโรคกรณีฉุกเฉิน&nbsp;ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาวัคซีนในระดับห้องปฏิบัติการ&nbsp;มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&nbsp;2564&nbsp;โดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&nbsp;&nbsp;สามารถแยกไวรัสจากตัวอย่างสัตว์ป่วยในประเทศมาเพาะเลี้ยงในห้องทดลองได้สำเร็จ&nbsp;และส่งหัวเชื้อไวรัสต่อให้สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์&nbsp;นำมาขยายปริมาณไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยงและผลิตเป็นแอนติเจนที่หมดฤทธิ์ในการก่อโรค&nbsp;จากนั้นได้ทดลองผลิตเป็นวัคซีน&nbsp;2&nbsp;สูตรได้แก่&nbsp;วัคซีนเชื้อตายในรูปแบบชนิดน้ำและวัคซีนเชื้อตายชนิดน้ำมัน&nbsp;โดยผลการทดลองในสัตว์ตามวิธีมาตรฐานการผลิตวัคซีน&nbsp;แสดงให้เห็นว่าวัคซีนทั้ง&nbsp;2&nbsp;สูตร&nbsp;มีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในสัตว์</p><p><strong>ปัจจุบันกรมปศุสัตว์&nbsp;</strong>&nbsp;เดินหน้าขยายกำลังการผลิตวัคซีนจากระดับห้องปฏิบัติการ&nbsp;สู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรม&nbsp;ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในขวดเพาะเลี้ยงเซลล์&nbsp;ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมของการผลิตวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย&nbsp;และที่สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์มีองค์ความรู้และมีบุคลากรที่มีความชำนาญ&nbsp;โดยเทคโนโลยีการผลิตดังกล่าวสามารถรองรับปริมาณการผลิตวัคซีนที่&nbsp;50,000-100,000&nbsp;โดสต่อเดือน&nbsp;โดยตลอดกระบวนการผลิตใช้ระยะเวลาประมาณ&nbsp;2&nbsp;เดือนเศษ&nbsp;และคาดว่าจะผลิตวัคซีนชุดแรกแล้วเสร็จช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&nbsp;2565&nbsp;ในราคาต้นทุนโดสละ&nbsp;9&nbsp;บาท&nbsp;ในช่วงปีแรก&nbsp;สามารถผลิตวัคซีนได้&nbsp;มีมูลค่า&nbsp;6&nbsp;ล้านบาท&nbsp;หากต้องนำเข้าจากต่างประเทศต้องใช้งบประมาณถึง&nbsp;27&nbsp;ล้านบาท&nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึง&nbsp;21&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;เพื่อให้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการใช้</strong>&nbsp;สำหรับการควบคุมและป้องกันภายในประเทศ&nbsp;รวมถึงสัตว์นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายกำลังการผลิตวัคซีนดังกล่าว&nbsp;ให้สามารถผลิตได้เดือนละ&nbsp;5&nbsp;แสน&nbsp;ถึงกว่า&nbsp;1&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ซึ่งจะทราบผลการศึกษาในช่วงกลางปี&nbsp;2566&nbsp;หากกำลังการผลิตเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&nbsp;จะสามารถช่วยลดการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศได้มากถึงปีละ&nbsp;8&nbsp;ล้านโดส&nbsp;ซึ่งต้องใช้งบประมาณถึง&nbsp;360&nbsp;ล้านบาท</p><p><strong>การที่กรมปศุสัตว์สามารถผลิตวัคซีนโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;เองได้</strong>&nbsp;จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่าปีละ&nbsp;280&nbsp;ล้านบาท&nbsp;อีกทั้งสามารถส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อีกด้วย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงยังนำไปสู่การกำจัดโรคลัมปี&nbsp;สกิน&nbsp;ให้หมดไปจากประเทศไทยได้อย่างถาวรในอนาคต</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324144445485"],
    [653,"จังหวัดสงขลา เปิดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ เพื่อร่วมสืบสานและอนุรักษ์วิถีชีวิตการทำนาแบบดั้งเดิม","<p><strong>วันนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ณ&nbsp;บริเวณแปลงข้าว&nbsp;กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&nbsp;ตำบลสะพานไม้แก่น&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;</strong>นายอำพล&nbsp;พงศ์สุวรรณ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว&nbsp;กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&nbsp;เพื่อร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวแบบดั้งเดิม&nbsp;โดยมีว่าที่พันตรี&nbsp;ยุทธา&nbsp;เจ้าดูรี&nbsp;นายอำเภอจะนะ&nbsp;นายมนุชาธิป&nbsp;วรกาญจนานนท์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดสงขลา&nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&nbsp;เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่ประธานกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&nbsp;พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ที่ได้ปรับพื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;เพื่อสร้างงาน&nbsp;สร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับประชาชน&nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหมู่บ้านและชุมชนใกล้เคียง&nbsp;จากนั้นได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดจำนวน&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนก&nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวสำหรับนำไปเป็นอาหารนกเขาชวา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ไร่&nbsp;และปลูกข้าวเล็บนกไว้สำหรับบริโภค&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;ไร่&nbsp;โดยทำการปลูกไปเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องเกษตรกรในกลุ่ม&nbsp;ฯ</p><p><strong>สำหรับกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น</strong>&nbsp;อำเภอจะนะ&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;จัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินของจังหวัดสงขลา&nbsp;ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด&nbsp;30&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;โดยมีนายศรชัย&nbsp;จันทร์มณี&nbsp;เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสม&nbsp;ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรสะพานไม้แก่น&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324143034479"],
    [654,"เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ มุ่งปรับสภาพที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุและผู้พิการให้เหมาะสม ปลอดภัย และถูกสุขอนามัย มีสภาพจิตใจดี","<p><strong>เมื่อวันที่&nbsp;24&nbsp;มี.ค.65&nbsp;ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา&nbsp;ต.ทับมา&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;</strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;มีผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มสตรีตำบลทับมา&nbsp;อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุผู้พิการตำบลทับมา&nbsp;(อผส.)&nbsp;อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์&nbsp;(อพม.)&nbsp;และผู้ช่วยเหลือ&nbsp;(Care&nbsp;giver)&nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;โดยมีการบรรยาย&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุคนพิการ&nbsp;และการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ&nbsp;การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับ&nbsp;ผู้สูงอายุ&nbsp;คนพิการ&nbsp;และการลงนาม&nbsp;MOU&nbsp;กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ในการขับเคลื่อนส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;และผู้พิการในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย</p><p><strong>นายประเสริฐ&nbsp;วงษ์ศรี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา&nbsp;ที่อยู่อาศัยและความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&nbsp;จึงได้จัดโครงการอบรมให้ความรู้&nbsp;เพื่อปรับปรุง&nbsp;ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการดังกล่าวขึ้นมา&nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน&nbsp;ซึ่งมีผู้นำชุมชน,กลุ่มองค์กรต่างๆ&nbsp;ในชุมชนที่ช่วยเหลือดูแล&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ผู้สูงอายุในพื้นที่&nbsp;ให้สามารถดำรงชีวิตในที่อยู่อาศัยได้สะดวก&nbsp;เหมาะสม&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และถูกสุขอนามัย&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัว&nbsp;ชุมชน&nbsp;มีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม</strong>และปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการมากขึ้น&nbsp;และเพื่อส่งเสริมการให้ความรู้การดูแลผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการระยะยาว&nbsp;ต่อชุมชน&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;กลุ่มสตรีตำบลทับมา&nbsp;และอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุผู้พิการตำบลทับมา&nbsp;รวมทั้งเพื่อต่อยอดครอบครัวผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้พิการ&nbsp;ในการปรับสภาพที่อยู่อาศัย&nbsp;ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตให้มีที่อยู่อาศัย&nbsp;สะดวก&nbsp;เหมาะสม&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;และถูกสุขอนามัย&nbsp;มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง&nbsp;มีสุขภาพจิตใจที่ดีอีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145329500"],
    [655,"BEDO และ ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เร่งพัฒนาและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BEDO&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&nbsp;เร่งพัฒนาและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;ด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ควบคู่กับการอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวิจารย์&nbsp;สิมาฉายา&nbsp;ประธานคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BEDO&nbsp;(เบโด้)&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ควบคู่กับการอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพในระดับฐานราก&nbsp;โดยใช้นโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&nbsp;(BCG)&nbsp;,&nbsp;การบริหารจัดการข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ&nbsp;,&nbsp;การแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการ&nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วม&nbsp;โดยเน้นการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;ควบคู่การอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&nbsp;สิ่งสำคัญจะช่วยขยายผลและยกระดับความเข้มแข็งให้กับชุมชน&nbsp;ซึ่งระยะแรก&nbsp;BEDO&nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&nbsp;จะช่วยกันพัฒนาองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับศักยภาพชุนชนท้องถิ่นและกิจกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp;ครอบคลุมการต่อยอดทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในอนาคต</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142326475"],
    [656,"ผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจเยี่ยมการเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของตำบลนางแล ในระดับพื้นที่ตามนโยบายเร่งด่วน","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายภาสกร&nbsp;บุญญลักษม์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&nbsp;</strong>พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อาสาอาสาสมัครป้องกันไฟป่าตำบลนางแล&nbsp;ที่ศูนย์อาสาสมัครป้องกันไฟป่าตำบลนาแล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;บ้านนางแลใน&nbsp;ตำบลนางแล&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดเชียงราย&nbsp;พร้อมมอบสิ่งของให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;ทองพิจิตร&nbsp;นายอำเภอเมืองเชียงราย&nbsp;นายเสน่ห์&nbsp;ภักดี&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลนางแล&nbsp;ตลอดจนผู้นำชุมชนจากตำบลนางแล&nbsp;ตำบลบ้านดู่&nbsp;และตำบลท่าสุด&nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานและป่าไม้&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังนโยบายและมาตรการต่างๆ&nbsp;ในห้วง&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;ของการห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายกำหนด้ามเผาโดยเด้ดขาด&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย</strong>&nbsp;ได้ให้ความสำคัญในเรื่องไฟป่าหมอกควัน&nbsp;จึงขอความร่วมมือข้าราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp;และนายอำเภอในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดเป็นเวลา&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;กุมภาพันธ์-15&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เพื่อลดปัญหาหมอกควัน&nbsp;และเป็นการป้องกันการเกิดโรคร้ายต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;กลุ่มโรคทางเดินหายใจ&nbsp;โดยผู้ที่ละเมิดประกาศข้อบังคับจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุดอีกด้วย</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;ทองพิจิตร&nbsp;นายอำเภอเมืองเชียงราย</strong>&nbsp;ยังได้นำผู้นำชุมชน&nbsp;ผู้นำหมู่บ้าน&nbsp;ชุดอาสาสมัครป้องกันไฟป่าตำบลนางแล&nbsp;ร่วมทำกิจกรรมการทำแนวกันไฟที่บริเวณเขตรอยต่อ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;14&nbsp;ของตำบลนางแล&nbsp;เพื่อป้องกันไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ได้ทุกเมื่อทุกเวลาอีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงราย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150020508"],
    [657,"รัฐบาล ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเข้มข้น โดยปีนี้เน้นเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นและเพิ่มความเข้มงวดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น","<p><strong>รัฐบาล&nbsp;ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและประเทศ&nbsp;โดยปีนี้เน้นเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นและเพิ่มความเข้มงวดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละออง&nbsp;โดยได้กำหนดให้การแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;และให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&nbsp;ซึ่งปีนี้ได้จัดทำแผนเฉพาะกิจฯ&nbsp;9&nbsp;ข้อ&nbsp;1&nbsp;สื่อสาร&nbsp;5&nbsp;ป้องกัน&nbsp;3&nbsp;เผชิญเหตุ&nbsp;ด้วยการยกระดับการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการพยากรณ์ฝุ่นละอองให้มีความแม่นยำมากขึ้น&nbsp;แล้วมุ่งเน้นเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นและเพิ่มความเข้มงวดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น&nbsp;พร้อมถอดบทเรียนหลังสิ้นสุดสถานการณ์นำมาปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;เช่น&nbsp;การตรวจสอบตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจแล้ว&nbsp;165,308&nbsp;คัน&nbsp;พ่นห้ามใช้&nbsp;893&nbsp;คัน&nbsp;พบเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;63,997&nbsp;คัน&nbsp;พ่นห้ามใช้&nbsp;190&nbsp;คัน&nbsp;พร้อมปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำเพื่อเพิ่มความเข้มงวดและประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์&nbsp;โดยออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&nbsp;30&nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&nbsp;45&nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&nbsp;40&nbsp;จากเดิมไม่เกิน&nbsp;ร้อยละ&nbsp;50&nbsp;จะมีผลบังคับใช้วันที่&nbsp;13&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;//&nbsp;การแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้&nbsp;โดยปีการผลิต&nbsp;2564/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคมมีปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบร้อยละ&nbsp;25&nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&nbsp;และจะลดให้เหลือศูนย์ในฤดูกาลผลิต&nbsp;2566/2567&nbsp;//&nbsp;โครงการ&nbsp;\"ชิงเก็บ&nbsp;ลดเผา\"&nbsp;ปีนี้เก็บขนเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่ามาใช้ประโยชน์ได้&nbsp;1,310&nbsp;ตัน&nbsp;จากเป้า&nbsp;3,000&nbsp;ตัน&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะแล้วเสร็จได้ตามเป้าแน่นอน&nbsp;//&nbsp;การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน&nbsp;ได้เสนอให้พิจารณาขยายแผนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย&nbsp;2017&nbsp;(เพิ่มขึ้นอีก&nbsp;5&nbsp;ปี)&nbsp;และการกำหนดตัวชี้วัดร่วม&nbsp;ASEAN&nbsp;Joint&nbsp;KPI&nbsp;เพื่อลดจุดความร้อนในภูมิภาคอาเซียนร้อยละ&nbsp;20&nbsp;ภายในปีนี้&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;อยู่ระหว่างปรับปรุงมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอนในบรรยากาศด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์หมอกควัน&nbsp;ไฟป่า&nbsp;และฝุ่นละอองปีนี้ว่า&nbsp;ดีขึ้นว่าปีที่ผ่านมาอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;มีจำนวนวันที่ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&nbsp;26&nbsp;วัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;61&nbsp;หากพิจารณาเฉพาะวันที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;หรือ&nbsp;สีแดง&nbsp;พบช่วงวิกฤติมี&nbsp;1&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;86&nbsp;จากปีที่ผ่านมา&nbsp;ส่วนภาคเหนือ&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;มีจำนวนวันที่ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินมาตรฐาน&nbsp;38&nbsp;วัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;45&nbsp;หากพิจารณาเฉพาะวันที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;หรือ&nbsp;สีแดง&nbsp;พบปีนี้มี&nbsp;8&nbsp;วัน&nbsp;ลดลงร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จากปีที่ผ่านมา&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150422515"],
    [658,"จังหวัดชลบุรี จัดงาน \"คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>นายนิติ&nbsp;วิวัฒน์วานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;</strong>เปิดงาน&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง&nbsp;ตำบลวัดหลวง&nbsp;อำเภอพนัสนิคม&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p><strong>นางดวงภรณ์&nbsp;โตอนันต์&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;รักษาการแทนเกษตรจังหวัดชลบุรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมีกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตรและเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คลินิก&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกอื่นๆ&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</p><p><strong>สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร</strong>ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย</p><p><strong>นายนิติ&nbsp;วิวัฒน์วานิช&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&nbsp;ประธานในพิธี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น&nbsp;ในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอด&nbsp;พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&nbsp;การพัฒนางานด้านต่างๆ&nbsp;ทรงทุ่มเทพระวรกาย&nbsp;พระวิริยอุตสาหะ&nbsp;เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกด้าน&nbsp;อย่างต่อเนื่อง&nbsp;การจัดตั้งคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;จึงเป็นวิธีการดําเนินงานอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บรรลุผลสําเร็จตามภารกิจที่รับผิดชอบโดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทําให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็วทั่วถึงและครบถ้วน</p><p><strong>นอกจากการให้บริการคลินิกเกษตร&nbsp;ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ</strong>&nbsp;เช่น&nbsp;บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น&nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้าน&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;การจัดงานยังคงยึดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p>ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324170424637"],
    [659,"องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการนำนกกระสาคอขาวคืนสู่ธรรมชาติ จ.บุรีรัมย์","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;พิรุณสุนทร&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายเทวินทร์&nbsp;รัตนะวงศะวัต&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น&nbsp;บริษัทเอกชน&nbsp;รวมถึงโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ร่วมกันเปิดตัว&nbsp;โครงการทดลองปล่อยนกกระสาคอขาวคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;และการติดตามภายหลังการปล่อยฯ&nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&nbsp;ภายในงานมีนิทรรศการให้ความรู้เรื่องนกกระสาคอขาว&nbsp;และกิจกรรมสวนสัตว์สัญจร&nbsp;ที่ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้&nbsp;ความตระหนักในการอนุรักษ์นกกระสาคอขาว&nbsp;ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งของประเทศไทย&nbsp;โดยมี&nbsp;6&nbsp;ฐาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ฐานบ้านของฉันที่ดงใหญ่&nbsp;ฐานนกกระสาสู่ฟ้าเมืองไทยฐานนกกระสาของฉัน&nbsp;ฐานปากท้องต้องรู้&nbsp;ฐานไข่คืนรัง&nbsp;ฐานส่ายสะโพกโบนบิน&nbsp;มีโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;4&nbsp;โรงเรียน&nbsp;จำนวน&nbsp;83&nbsp;คน&nbsp;ณ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;จ.บุรีรัมย์&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;\"มุ่งมั่น&nbsp;ตั้งใจ&nbsp;ส่งนกกระสาคอขาว&nbsp;สู่ฟ้าเมืองไทย\"</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายเทวินทร์&nbsp;รัตนะวงศะวัต&nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จากการที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า&nbsp;และพันธุ์พืช&nbsp;และหน่วยงานพันธมิตร&nbsp;ได้ดำเนินการทดลองปล่อยนกกระสาคอขาวคืนสู่ธรรมชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัว&nbsp;ณ&nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;10)&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งจากผลการศึกษาเบื้องต้น&nbsp;ณ&nbsp;ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่พบว่านกกระสาคอขาวที่ทำการทดลองปล่อยในชุดแรกนั้น&nbsp;บางส่วนยังคงมีการแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&nbsp;พื้นที่กักเก็บน้ำธรรมชาติ&nbsp;เขื่อน&nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านโดยรอบในอำเภอโนนดินแดงและใกล้เคียง&nbsp;จึงถือเป็นวาระสำคัญที่เยาวชนและประชาชนทั่วไปจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร&nbsp;มีความตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมในการช่วยกันอนุรักษ์นกกระสาคอขาวที่เป็นหนึ่งในนกกระสาชนิดพันธุ์หายากของไทยนี้ให้สามารถคงอยู่คู่กับจังหวัดบุรีรัมย์&nbsp;ดังเช่น&nbsp;นกกระเรียนสายพันธุ์ไทย&nbsp;ให้เป็นมรดกของประชาชนชาวบุรีรัมย์และของชาติไทยสืบต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในการนี้&nbsp;ทางโครงการฯ&nbsp;มีแผนการศึกษาวิจัยในระยะยาวไม่น้อยกว่า&nbsp;4&nbsp;ปีข้างหน้า</strong>&nbsp;และทำการปล่อยนกกระสาคอขาวเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;(รัชกาลที่&nbsp;10)&nbsp;อย่างต่อเนื่องต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา/ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324163735602"],
    [660,"ผลักดันงานวิจัยมันฝรั่ง เร่งเพิ่มผลผลิตต้านทานโรค เน้นย้ำนโยบาย ตลาดนำการผลิต ลดต้นทุนนำเข้าหัวพันธุ์ เพิ่มรายได้เกษตรกร","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้มอบนโยบายให้กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์พืชที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมากและเร่งขยายพันธุ์ให้เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนของการนำเข้าพันธุ์จากต่างประเทศ&nbsp;เช่น&nbsp;มันฝรั่ง&nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่ทำรายได้สูงให้แก่เกษตรกรโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือ&nbsp;โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ปลูกได้ขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ&nbsp;</p><p>การปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในประเทศไทย&nbsp;ยังมีผลผลิตที่ไม่เพียงพอในการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;จึงมีการนำเข้ามันฝรั่งเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป&nbsp;จำนวน&nbsp;46,355&nbsp;ตัน&nbsp;และนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง&nbsp;6,500&nbsp;ตัน&nbsp;จากต่างประเทศมาปลูกมากทุกปี&nbsp;</p><p><strong>ที่ผ่านมา&nbsp;กรมวิชาการเกษตร</strong>&nbsp;สนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;พันธุ์เชียงใหม่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;2&nbsp;ซึ่งเป็นพันธุที่มีหัวกลม&nbsp;เนื้อในสีขาว-ขาวครีม&nbsp;ให้ผลผลิตสูง&nbsp;3,162-3,608&nbsp;กก./ไร่&nbsp;ได้เกรดส่งเข้าโรงงานแปรรูป&nbsp;ซึ่งสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี&nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานด้านลดปริมาณการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง&nbsp;ด้วยการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลักปีละ&nbsp;400,000&nbsp;หัว&nbsp;เพื่อนำไปปลูกขยายเป็นชั้นพันธุ์ขยายและชั้นพันธุ์รับรอง&nbsp;ปีละ&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;ร่วมกับการดำเนินโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&nbsp;เพื่อการกระจายหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพสู่กลุ่มเกษตรกรและบริษัทแปรรูปมันฝรั่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;รวมทั้งเพื่อลดต้นทุนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งในชั้นพันธุ์หลักให้ได้อย่างน้อยร้อยละ&nbsp;40</p><p><strong>ด้านนายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงานโครงการปรับปรุงพันธุ์และพัฒนาพันธุ์มันฝรั่งให้ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียวด้วยการผสมข้ามมันฝรั่งจากศูนย์มันฝรั่งระหว่างประเทศ&nbsp;ประเทศเปรู&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;18&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;กับพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรที่ให้ผลผลิตสูง&nbsp;และพันธุ์ที่มีลักษณะที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง&nbsp;คัดเลือกจนได้สายต้นมันฝรั่งที่ต้านทานโรคเหี่ยวเขียว&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;สายต้น&nbsp;โดยจะคัดพันธุ์ให้เหลืออย่างน้อย&nbsp;6-8&nbsp;สายพันธุ์&nbsp;ไปปลูกเปรียบเทียบในแปลงวิจัย&nbsp;2&nbsp;สถานที่&nbsp;&nbsp;ใน&nbsp;2&nbsp;ฤดูกาลปลูก&nbsp;คาดว่าจะเสนอเป็นพันธุ์แนะนำ&nbsp;ในปี&nbsp;2567&nbsp;ได้อย่างน้อย&nbsp;1&nbsp;พันธุ์ต่อไป&nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้พันธุ์มันฝรั่งสำหรับแปรรูปที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว&nbsp;ให้ผลผลิตต่อไร่สูง&nbsp;สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้และมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324184914687"],
    [661,"นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ ตรวจเยี่ยมโครงการอารยเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง อารยเกษตรตาเนาะแมเราะ สร้างนวัตกรเกษตรกรรม ร้อยรัดวัฒนธรรมชายแดนใต้","<p><strong>วันนี้&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ</strong>&nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&nbsp;อำเภอเบตง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;พลโท&nbsp;สมบัติ&nbsp;ธัญญะวัน&nbsp;นายทหารปฏิบัติการพิเศษ&nbsp;สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์&nbsp;เป็นประธานโครงการตรวจเยี่ยมโครงการอารยเกษตร&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&nbsp;อารยเกษตรตาเนาะแมเราะ&nbsp;สร้างนวัตกรเกษตรกรรม&nbsp;ร้อยรัดวัฒนธรรมชายแดนใต้&nbsp;โดยมีพันจ่าโท&nbsp;อนันต์&nbsp;บุญสำราญ&nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&nbsp;ดร.วิวัฒน์&nbsp;ศัลยกำธร&nbsp;นายกสมาคมดินโลก&nbsp;,&nbsp;ดร.พัฒนะ&nbsp;พัฒนทวีดล&nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน&nbsp;คณะผู้บริหารสถานศึกษา&nbsp;คณะครูนักเรียน&nbsp;และผู้ปกครองนักเรียน&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้</p><p><strong>พลโท&nbsp;สมบัติ&nbsp;ธัญญะวัน&nbsp;นายทหารปฏิบัติการพิเศษ</strong>&nbsp;สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;โครงการ&nbsp;อารยเกษตร&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&nbsp;เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง&nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;904&nbsp;วปร.&nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;ที่มุ่งเน้นให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนโดยการประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และทฤษฎีใหม่&nbsp;นำมาประยุกต์แบบชาวบ้าน&nbsp;ปั้นโคก&nbsp;ขุดหนอง&nbsp;และทำนา&nbsp;เพื่อเป็นการสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก&nbsp;และสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่&nbsp;โดยปรับเปลี่ยนพื้นฐาน&nbsp;แนวความคิด&nbsp;ฝึกวินัย&nbsp;ลงมือปฏิบัติ&nbsp;แก้ปัญหาจริงในท้องถิ่นสู่การเรียนรู้ในสถานศึกษา&nbsp;ให้เกิดผลในมิติต่างๆ&nbsp;ทางด้านการพึ่งพาตนเอง&nbsp;มีความกตัญญู&nbsp;การพัฒนาจิตใจ&nbsp;การพัฒนาทางปัญญา&nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p><p><strong>อารยเกษตร&nbsp;จะเป็นต้นแบบตัวอย่างของความสำเร็จ</strong>ทางด้านรูปธรรมและนามธรรม&nbsp;โดยน้อมนำองค์ความรู้&nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่&nbsp;ตลอดจนคุณธรรม&nbsp;จากการได้ลงมือ&nbsp;ลงใจศึกษา&nbsp;และนำมาปฏิบัติด้วยตนเองจนเกิดผลตามแนวทางพระราชทานอารยเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&nbsp;พร้อมทุ่มเทแรงกาย&nbsp;แรงใจ&nbsp;ร่วมกันดำเนินงานโครงการ&nbsp;อารยเกษตร&nbsp;สืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;ต่อยอด&nbsp;ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย&nbsp;โคก&nbsp;หนอง&nbsp;นา&nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&nbsp;&nbsp;ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี&nbsp;มีความกตัญญู&nbsp;และเป็นกำลังในการพัฒนาชาติสืบไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สวท.เบตง จ.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324153518556"],
    [662,"กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส แปรรูป \"ลูกหยีแห่งเทือกเขาบูโด\" วางรากฐานความสุขจากครอบครัวสู่ชุมชน ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน","<p><strong>ชุมชนนากอ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ตำบลจอเบาะ&nbsp;อำเภอยี่งอ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส</strong>&nbsp;เดิมทำสวนยางพารา&nbsp;และรับจ้างทั่วไป&nbsp;ในช่วงปี&nbsp;2555&nbsp;เกษตรกรประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&nbsp;มีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัว&nbsp;จึงรวมกลุ่มกันเพื่อหาอาชีพเสริมให้กับครัวเรือน&nbsp;โดยจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;ชื่อว่า&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ&nbsp;ขึ้น&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;2&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2555&nbsp;แรกเริ่มมีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;16&nbsp;ราย&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;มีสมาชิก&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;และมีนางอรุณี&nbsp;ยะโย&nbsp;เป็นประธานกลุ่ม</p><p><strong>ด้วยนางอรุณี&nbsp;มีพื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดชุมพร&nbsp;เดินทางไปกลับ</strong>&nbsp;นราธิวาส&nbsp;-&nbsp;ชุมพร&nbsp;บ่อยครั้ง&nbsp;ระหว่างทางพบว่าสินค้าเกษตรแปรรูป&nbsp;เช่น&nbsp;ลูกหยี&nbsp;ส้มแขก&nbsp;ลองกอง&nbsp;เงาะ&nbsp;กล้วย&nbsp;มีการวางจำหน่ายในร้านของฝากตลอดเส้นทาง&nbsp;จึงกลับมาปรึกษากับสมาชิกกลุ่มว่าในหมู่บ้านว่ามีวัตถุดิบดังกล่าวในพื้นที่เช่นกัน&nbsp;น่าจะนำมาพัฒนาแปรรูปเสริมรายได้ให้กับสมาชิกได้&nbsp;จึงเริ่มต้นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ&nbsp;โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอยี่งอเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้&nbsp;ทดลองแปรรูปลูกหยี&nbsp;เพราะเห็นว่า&nbsp;ลูกหยีมีมากในชุมซน&nbsp;เรียกว่า&nbsp;\"ลูกหยีแห่งเทือกเขาบูโด\"&nbsp;ทำให้ต้นทุนในการผลิตไม่สูงนัก&nbsp;และเป็นพืชเอกลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;แรกเริ่มผลิตสินค้าออกมา&nbsp;2&nbsp;ชนิด&nbsp;คือ&nbsp;ลูกหยีฉาบและลูกหยีเคลือบน้ำตาล&nbsp;พัฒนาจนกระทั่งสามารถจำหน่าย&nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกเป็นอย่างดี&nbsp;</p><p><strong>นางอรุณี&nbsp;ยะโย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;หลักการดำเนินงานของกลุ่มคือ</strong>&nbsp;เสนอและส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ&nbsp;เหมาะสมกับวิถีชีวิต&nbsp;ให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&nbsp;โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;และอนุรักษ์ไม้ถิ่นชุมชน&nbsp;ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&nbsp;ไม่ต้องไปรับจ้างงานภายนอกชุมชน&nbsp;ส่งผลให้ครอบครัวมีความอบอุ่น&nbsp;ชุมชนอยู่ดีกินดีมีเงินออม&nbsp;เยาวชนมีรายได้เสริมจากการรับจ้างช่วงปิดภาคเรียน&nbsp;รู้คุณค่าของเงิน&nbsp;ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด&nbsp;</p><p><strong>มีทรัพยากรของกลุ่มที่เป็นจุดเด่นในพื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;\"ต้นหยี\"&nbsp;และมี</strong>&nbsp;\"ฝายโต๊ะแก\"&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&nbsp;9&nbsp;ก่อเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ตามคำขวัญที่ว่า&nbsp;\"รักบ้านเกิดเที่ยวบ้านเกิด..เที่ยวชุมชนธรรมชาติฝายโต๊ะแก&nbsp;ต้นหยี&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;ไม้ถิ่นแห่งเทือกเขาบูโด\"&nbsp;และ\"กินผลไม้&nbsp;100&nbsp;ปี&nbsp;กินลูกหยีบูโด\"&nbsp;นั่นเอง</p><p><strong>นางอรุณี&nbsp;ยะโย&nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&nbsp;ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม</strong>ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ&nbsp;และมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบตามความชอบและความถนัด&nbsp;มีกฎระเบียบชัดเจน&nbsp;มีการออมทรัพย์&nbsp;และจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก&nbsp;และส่งเสริมให้สมาชิกศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;มีหน่วยงานเข้ามาบูรณาการและสนับสนุนงบประมาณพัฒนาเป็นสินค้า&nbsp;OTOP&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากลูกหยีบูโด&nbsp;ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นสินค้าที่มียอดขายดีมาก&nbsp;เนื่องจากมีรสชาติอร่อย&nbsp;กลมกล่อม&nbsp;มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์&nbsp;เป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกหยีจากเทือกเขาบูโด&nbsp;บรรจุภัณฑ์สวยงามสะดุดตา&nbsp;สะอาด&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;ได้คุณค่าจากสารอาหาร&nbsp;มีเครื่องหมายมาตรฐานรองรับ&nbsp;เหมาะเป็นของซื้อของฝากได้เป็นอย่างดี&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;\"วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านนากอ\"&nbsp;ปัจจุบันมีเงินทุนเวียน&nbsp;จำนวน&nbsp;667,273&nbsp;บาท</p><p><strong>ต่อมาในปี&nbsp;2563&nbsp;เกิดการระบาดของโรค&nbsp;Covid-19&nbsp;</strong>กลุ่มมียอดจำหน่ายลดลง&nbsp;จึงนำผลไม้ที่มีอยู่ในชุมชน&nbsp;เช่น&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;กล้วยขนุน&nbsp;(กล้วยพันธุ์นากอ)&nbsp;ส้มแขก&nbsp;มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า&nbsp;โดยการกวน&nbsp;ฉาบ&nbsp;ตากแห้ง&nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&nbsp;โดยการขายออนไลน์&nbsp;ผ่านการ&nbsp;Live&nbsp;และ&nbsp;เพจ&nbsp;Facebook&nbsp;เพื่อให้กลุ่มและสมาชิกมีรายได้อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลายมากถึง&nbsp;14&nbsp;ชนิด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ลูกหยีกวน&nbsp;(ไร้เมล็ด)&nbsp;ลูกหยีกวนน้ำผึ้ง&nbsp;(ไร้เมล็ด)&nbsp;ลูกหยีกวนสามรส&nbsp;(มีเมล็ด)&nbsp;ลูกหยีคลุกน้ำตาล&nbsp;น้ำลูกหยีพร้อมดื่ม&nbsp;ลูกหยีสดไม่แกะเปลือก&nbsp;ลูกหยีสดแกะเปลือกกล้วยอบน้ำผึ้งพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ส้มแขกตากแห้ง&nbsp;น้ำผึ้งแท้เขาบูโด&nbsp;กล้วยฉาบ&nbsp;กล้วยกวน&nbsp;ทุเรียนกวน&nbsp;และ&nbsp;มังคุดกวน&nbsp;มีแผนจะพัฒนายกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานต่อไป&nbsp;</p><p><strong>นายอนุชา&nbsp;ยาอีด&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริ</strong>มและพัฒนาการเกษตรที่&nbsp;5&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ&nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มจากความต้องการของสมาชิก&nbsp;สามารถยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนให้ดีขึ้นทั้ง&nbsp;4&nbsp;มิติ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;ด้านสังคม&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;ยึดหลักบริหารจัดการกลุ่มตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงไปจนถึงต่อยอดเป็นผู้ประกอบการ&nbsp;มีการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&nbsp;มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า&nbsp;และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่าง&nbsp;ก็คือ&nbsp;พยายามอนุรักษ์วิถีชีวิต</strong>ของชุมชนไว้ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่&nbsp;ต่อยอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น&nbsp;จะเห็นได้ว่าสมาชิกกลุ่มทุกคนมีการพัฒนาสามารถเป็นวิทยากรให้ความรู้ได้เป็นอย่างดีกลุ่มมีความเข้มแข็ง&nbsp;จัดสรรสวัสดิการดูแลสมาชิกครอบคลุมตามหลักการบริหารจัดการกลุ่ม&nbsp;สร้างจิตสำนึกและปลูกฝังในการอนุรักษ์ป่าและทรัพยากรของชุมชน&nbsp;ตลอดจนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;น่ายกย่องและชื่นชม&nbsp;กล่าวได้ว่า&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ&nbsp;เป็นรากฐานความสุขจากครอบครัวสู่ชุมชน&nbsp;ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สทท.สงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155729573"],
    [663,"กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) ครั้งที่ 12565","<p><strong>นายชาญวิทย์&nbsp;ธานี&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&nbsp;(กพร.ปจ.)&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;โดยมีนายธนูสินธ์&nbsp;ไชยสิริ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;และมีคณะอนุกรรมการฯ&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุม&nbsp;พระมงคลมิ่งเมือง&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ซึ่งมีประเด็นสำคัญเพื่อทราบและพิจารณาดังต่อไปนี้</p><p>1.&nbsp;ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ&nbsp;(ฉบับที่&nbsp;2)&nbsp;พ.ศ.2564</p><p>2.&nbsp;สถานการณ์แรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ไตรมาส&nbsp;5&nbsp;(ตุลาคม-ธันวาคม&nbsp;2564)</p><p>3.&nbsp;สรุปผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ปี&nbsp;2564</p><p>4.&nbsp;นโยบาย&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;9&nbsp;โครงการ</p><p>5.&nbsp;แนวทางการดำเนินตามแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;(ทบทวนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เมื่อวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2555)</p><p>6.&nbsp;ร่างแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2561-2570&nbsp;(ทบทวนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;เมื่อวันพุธที่&nbsp;9&nbsp;มีนาคม&nbsp;2555)&nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324183840680"],
    [664,"นายอำเภอด่านขุนทดติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>นายเมธี&nbsp;กาญจนสุนทร&nbsp;นายอำเภอด่านขุนทด&nbsp;</strong>เป็นประธานติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยมีนายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง&nbsp;สถาบันพระปกเกล้า&nbsp;นายไกรฤกษ์&nbsp;เสียนขุนทด&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมติดตามตรวจสอบ&nbsp;มีข้อสรุป&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;ผู้แทนโรงงานแจ้งว่าได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากกระบวนการผลิตโดยติดตั้งระบบก๊าซ&nbsp;LPG&nbsp;เป็นเชื้อเพลิงเสริมช่วยเผาก๊าซพิษที่รวบรวมจากบ่อบำบัดน้ำเสีย&nbsp;และติดตั้ง&nbsp;Sensor&nbsp;ตรวจจับความร้อนบริเวณปล่องเตาเผา&nbsp;ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ก่อนครบกำหนดสิ้นสุดระยะเวลาปรับปรุงแก้ไขในวันที่&nbsp;21&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาดแจ้งว่าได้เข้าตรวจสอบหลังจากที่โรงงานปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จแล้ว&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;16&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;แล้ว</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;แจ้งว่าได้ออกคำสั่งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขและครบกำหนดคำสั่งเมื่อวันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จึงเข้าติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขเมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบว่ายังก่อให้เกิดผลกระทบและจะออกคำสั่งแจ้งให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;ต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทดแจ้งว่าได้สำรวจผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า&nbsp;3,000&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;4.&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาแจ้งว่าได้ประสานแพทย์เฉพาะทางให้มาตรวจสุขภาพของประชาชนกลุ่มที่มีความเสี่ยงในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;5.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;นำเสนอผลการตรวจวัดก๊าซอันตราย&nbsp;โดยบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงาน&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจพบก๊าซอันตราย&nbsp;51&nbsp;ชนิด&nbsp;และตรวจสอบบริเวณชุมชนบ้านปราสาทใต้&nbsp;หมู่&nbsp;14&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;17&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบก๊าซอันตราย&nbsp;23&nbsp;ชนิด&nbsp;ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่ตรวจพบในโรงงาน&nbsp;และจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีก๊าซอันตราย&nbsp;3&nbsp;ชนิดที่มีค่าความเข้มข้นอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ก๊าซ&nbsp;1,3&nbsp;Butadien&nbsp;มีค่าระหว่าง&nbsp;3.37&nbsp;&nbsp;3.4&nbsp;ppm&nbsp;มีแนวโน้มเกินค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมงที่กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&nbsp;1&nbsp;ppm&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ก๊าซ&nbsp;Anilien&nbsp;มีค่าระหว่าง&nbsp;1.56&nbsp;&nbsp;1.86&nbsp;ppm&nbsp;มีค่าอยู่ในระดับที่จะต้องอพยพประชาชนถ้าสัมผัสนานเกินกว่า&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;(กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&nbsp;1.5&nbsp;ppm)</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;-&nbsp;ก๊าซ&nbsp;Acrolein&nbsp;มีค่าระหว่าง&nbsp;1.18&nbsp;&nbsp;1.36&nbsp;ppm&nbsp;แนวโน้มเกินค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน&nbsp;8&nbsp;ชั่วโมงที่กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&nbsp;0.1&nbsp;ppm&nbsp;มีค่าอยู่ในระดับที่จะต้องอพยพประชาชนถ้าสัมผัสนานเกินกว่า&nbsp;10&nbsp;นาที&nbsp;(กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&nbsp;0.44&nbsp;ppm)&nbsp;และมีค่าอยู่ในระดับที่อาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตถ้าสัมผัสนานกว่า&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;(กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&nbsp;0.48&nbsp;ppm)</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะส่งผลการตรวจวัดก๊าซ</strong>อันตรายดังกล่าว&nbsp;ให้จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;ให้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","NULL","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185704703"],
    [665,"ภาคีหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ร่วมกับ</strong>&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;205&nbsp;หน้าสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ&nbsp;อำเภอพระทองคำ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;</strong>จำนวน&nbsp;86&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;8&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;รถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;32&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;7&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;54&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,296&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;196&nbsp;คัน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185816704"],
    [666,"ศูนย์หม่อนไหมฯขอนแก่น ร่วมจัดนิทรรศการ ในงาน Field Day ที่ ศพก. (เครือข่าย) บ้านดงกล้วย หมู่ที่ 4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์","<p><strong>นางสาวจิราลักษณ์&nbsp;ปรีดี&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ</strong>&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;อมรรัตน์&nbsp;โวหาร&nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&nbsp;นางสาวนิตยา&nbsp;แก่นหามูล&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุคนธ์&nbsp;นรนิล&nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรผสมผสาน(เครือข่าย)&nbsp;บ้านดงกล้วย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ต.นาจำปา&nbsp;อ.ดอนจาน&nbsp;จ.กาฬสินธุ์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่</strong>โดยใช้เทคโนโลยี&nbsp;และภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่&nbsp;เกษตรกรได้รับความรู้และเทคโนโลยีในการผลิต&nbsp;ช่องทางการตลาด&nbsp;และแหล่งข้อมูลการเลือก&nbsp;พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จ</p><p><strong>ในการนี้ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&nbsp;ขอนแก่น</strong>&nbsp;ได้ร่วมจัดนิทรรศการ&nbsp;บริการให้ความรู้ด้านวิชาการหม่อนไหม&nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม&nbsp;การทำสบู่โปรตีนไหม&nbsp;การทำชาใบหม่อน&nbsp;และให้บริการน้ำลูกหม่อน&nbsp;น้ำชาใบหม่อนกับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน&nbsp;ซึ่งมีผู้มารับบริการกว่า&nbsp;30&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ขอนแก่น","สวท.ขอนแก่น","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193419751"],
    [667,"เกษตรกรกระทุ้งรัฐแก้ปัญหาข้าวโพดด่วน เร่งตรวจสต๊อกป้องกักตุน หลังราคาปรับเพิ่มต่อเนื่อง แต่ประโยชน์ไม่ตกถึงเกษตรกร","<p>การประชุมแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อหารือแนวทางการผ่อนปรนมาตรการ 3 : 1 (ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน จึงจะนำเข้าข้าวสาลีจากเดิมหากนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนได้) เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565 ที่มีกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นโต้โผนัดหารือผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ สุกร สมาคมโรงงานอาหารสัตว์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มีมติเห็นควรให้ผ่อนคลายมาตรการ 3 ต่อ 1 เป็นไม่มีการกำหนดสัดส่วนเป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถช่วยลดภาระราคาอาหารสัตว์ได้&nbsp;</p><p><br></p><p>กระทั่งการประชุมล่าสุดระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง ผู้เลี้ยงสัตว์ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานการประชุม แม้ว่ายังไร้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดการผ่อนคลายเงื่อนไข แต่ทุกฝ่ายก็เข้าใจถึงสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อย และยินดีที่จะหารือถึงแนวทางการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว บนพื้นฐานข้อมูลที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถช่วยลดภาระราคาอาหารสัตว์ได้</p><p><br></p><p>รายงานข่าวจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้วัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อผสมในสูตรอาหารสัตว์ กล่าวว่า การจำกัดช่วงเวลาในการนำเข้าจะกลายเป็นปัจจัยที่จะทำให้ราคาสินค้าธัญพืชปรับตัวสูงขึ้นไปอีกเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เนื่องจากพพ่อค้าคนกลางจะใช้เหตุผลนี้กดดันราคากับภาคผู้ผลิตและเกษตรกรผู้เพาะปลูก ซึ่งภาครัฐควรมองให้ถึงแก่นของปัญหา เพราะขณะนี้สินค้าไม่ได้อยู่ในมือเกษตรกรอีกต่อไป แต่ถูกเก็บไว้โดยพ่อค้าคนกลาง ทำให้ปัจจุบัน (24 มีนาคม) ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับไปอยู่ที่ 13.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดโลก และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้ในสูตรอาหารสัตว์มากกว่า 50% ในขณะที่ภาคผู้เลี้ยงมีภาระต้นทุนการเลี้ยงที่ต้องแบกรับมาตลอดอยู่แล้ว เมื่อราคาธัญพืชที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง รวมทั้งข้าวสาลี ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตยูเครนและรัสเซีย ที่ผลักดันให้ราคาวัตถุดิบทั่วโลกแพงขึ้น กลายเป็นภาระหนักต่อเกษตรกรปลายทาง ที่สำคัญพ่อค้าวัตถุดิบเห็นช่องทางการทำกำไรในช่วงนี้ จึงอาจมีการกักตุนสินค้าโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาดมากในช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามขึ้น&nbsp;</p><p><br></p><p>การเก็บสินค้าตุ้นไว้เพื่อเก็งกำไร ถือเป็นการซ้ำเติมภาคผู้ผลิตและภาคผู้เลี้ยงสัตว์อย่างมาก พ่อค้าคนกลางเพียงแค่ซื้อมาและขายออกไป แทบไม่มีความเสี่ยงใดๆ ในขณะที่ผู้เลี้ยงสัตว์มีต้นทุนให้ต้องแบกรับเป็นจำนวนมาก ทั้งต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่คิดเป็น 70-80% ของต้นทุนการเลี้ยงทั้งหมด ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าการจัดการ ค่าแรงงาน และการป้องกันโรคที่ต้องยกระดับขึ้นซึ่งต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูง การกักตุนผลผลิตข้าวโพด นำไปสู่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นมาก และไม่มีเพดานราคาสูงสุด การเพิ่มขึ้นของราคาเป็นไปอย่างอิสระ ขณะที่ภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยงกลับต้องซื้อสินค้าในราคาที่ภาครัฐประกันรายได้ไว้กับผู้เพาะปลูก แต่กลับขอให้เกษตรกรกรตรึงราคาสินค้าปศุสัตว์เอาไว้ ทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่ เพื่อหวังช่วยเหลือผู้บริโภค โดยลืมคิดไปว่าคนเลี้ยงสัตว์ก็คือประชาชนและผู้บริโภคคนหนึ่งเช่นกัน</p><p><br></p><p>หากยังปล่อยให้พ่อค้ากักตุนข้าวโพดไว้เช่นนี้ นอกจากประโยชน์จะไม่ตกถึงเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่ดังที่รัฐบาลมุ่งช่วยเหลือมาตลอดแล้ว ทุกข์หนักจะตกกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่อาจต้องหยุดเลี้ยง หากภาคการผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถทนรับต้นทุนการผลิตที่สูงได้อีกต่อไป ย่อมตัดสินใจเลิกการผลิตอย่างแน่นอน ขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสต๊อกข้าวโพด เพื่อให้เกิดผลเชิงจิตวิทยา ให้พ่อค้าปล่อยสต๊อกออกมาทำให้ราคาสินค้าปรับลดลง\"&nbsp;</p><p><br></p><p>สอดคล้องกับ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่ มาโนช ชูทับทิม ที่กล่าวถึงราคาไข่ไก่ที่มีการปรับตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญมาจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพด และข้าวสาลี ที่ขาดแคลนจากสงครามยูเครน ซึ่งทั้งรัสเซียและยูเครน เป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ ปริมาณมากกว่า 30% ของผลผลิตทั้งโลก และต้นทุนในการขนส่งไข่ไก่ยังปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ขณะนี้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่ พุ่งสูงถึง 3.10 - 3.24 บาทต่อฟอง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องขยับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นเป็น 3.40 บาท คาดว่ายิ่งสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ก็ยิ่งจะทำให้ราคาไข่ไก่สูงขึ้นไปอีก&nbsp;</p><p><br></p><p>ปัญหาราคาข้าวโพดที่สูงขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ คงมีแต่ภาครัฐเท่านั้นที่พอจะช่วยเกษตรกรได้ อย่าให้คนเพียงกลุ่มเดียวได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ การปกป้องและดูแลผู้ผลิตและเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม คือทางออกของปัญหานี้ และควรปล่อยราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ในสถานการณ์ที่ต้นทุนการผลิตทั้งหมดต่างปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p class=\"ql-align-right\">โดย กันย์สินี ศตคุณ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324182548676"],
    [668,"นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปุ๋ยขาดแคลน สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา","<p><strong>พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม</strong>&nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&nbsp;ใจความสำคัญว่า&nbsp;ห่วงใยสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;เนื่องจากใกล้เริ่มฤดูการเพาะปลูก&nbsp;จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;สำรวจปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในสต๊อกและจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอ&nbsp;โดยมอบแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการปุ๋ยว่า&nbsp;ปุ๋ยจะต้องไม่ขาดแคลน&nbsp;รัฐบาลต้องหาปุ๋ยเพิ่มเติมจากต่างประเทศเข้ามาให้เพียงพอ&nbsp;ราคาปุ๋ยต้องเป็นราคาที่เกษตรกรสามารถรับภาระได้&nbsp;และรัฐบาลจะหาแหล่งสินเชื่อให้กับเกษตรกรรายย่อย&nbsp;โดยให้เกษตรกรรับผิดชอบตามราคาจริงที่ยอมรับได้&nbsp;รัฐบาลกำหนดให้มีระยะเวลาผ่อนผันที่เกษตรกรไม่ต้องจ่ายต้นอย่างน้อย&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;ประกอบกับรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระด้านดอกเบี้ยแทนเกษตรกร&nbsp;ซึ่งได้กำชับว่าการดำเนินการตามมาตรการนี้&nbsp;จะต้องไม่เปิดโอกาสให้มีบุคคล&nbsp;หรือกลุ่มใดเข้ามาหาผลประโยชน์&nbsp;หรือนำเข้าปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ทั้งเรื่องปุ๋ยและพลังงานที่ราคาแพงขึ้น</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง&nbsp;สำนักงบประมาณและกระทรวงการต่างประเทศ&nbsp;ประสานงานกับต่างประเทศว่าจะสามารถให้การสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง&nbsp;ควบคู่กับการดูแลการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรและผลไม้&nbsp;ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัยและเตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรอินทรีย์ในอนาคต&nbsp;ซึ่งต้องเร่งวิจัยพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพมาใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324190156710"],
    [669,"ติดตามการตรวจรถยนต์ควันดำตามมาตรการลดฝุ่น PM2.5 พบรถควันดำเพิ่มขึ้น เตรียมแผนตรวจจับเข้มข้นและห้ามใช้รถทันที","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายธีรภัทร&nbsp;ประยูรสิทธิ&nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานร่วมของเจ้าหน้าที่&nbsp;ณ&nbsp;จุดตรวจรถยนต์ควันดำ&nbsp;บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย&nbsp;2&nbsp;เขตทวีวัฒนา&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;และนโยบายของรัฐบาลที่เข้มงวดการตรวจจับรถควันดำ&nbsp;ตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;และบังคับใช้บทลงโทษสูงสุด&nbsp;เพื่อลดฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;สถานการณ์ฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ?&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ภาพรวมปริมาณ&nbsp;PM2.5&nbsp;ในประเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมาก&nbsp;สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;โดยสถานีตรวจวัดของ&nbsp;คพ.&nbsp;ร่วมกับ?&nbsp;?กทม.&nbsp;ตรวจวัดได้&nbsp;11&nbsp;-&nbsp;32&nbsp;มคก./ลบ.ม.</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ภาพรวมการตั้งจุดสกัดรถยนต์ควันดำ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ผลการตรวจสอบสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;ตุลาคม&nbsp;2564&nbsp;ถึง&nbsp;15&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ทั่วประเทศ&nbsp;ตรวจสอบสะสมจำนวน&nbsp;219,977&nbsp;คัน&nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;41,019&nbsp;คัน&nbsp;ห้ามใช้สะสม&nbsp;1,692&nbsp;คัน&nbsp;จากสถิติในภาพรวมพบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานประมาณร้อยละ&nbsp;18</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับจุดตรวจรถยนต์ควันดำในพื้นที่เขตทวีวัฒนาครั้งนี้</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เป็นการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองบังคับการตำรวจจราจร&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;และตรวจสอบรถยนต์ที่สัญจรไปมาบริเวณหน้าถนนพุทธมณฑลสาย&nbsp;2&nbsp;ตรวจสอบจำนวน&nbsp;34&nbsp;คัน&nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;โดยมีรถบรรทุกเล็ก&nbsp;2&nbsp;คันได้รับใบสั่งควันดำไปแล้ว&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ครั้งนี้ถูกตรวจพบเป็นครั้งที่&nbsp;2&nbsp;เจ้าของรถแจ้งว่ากำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมซ่อมตามกำหนดเวลาที่ให้ไว้&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;ซึ่งกรมควบคุมมลพิษจะได้ติดตามการซ่อมบำรุงรถที่ได้รับใบสั่งไปแล้ว&nbsp;หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาจะห้ามใช้รถยนต์ทันที</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ขอความร่วมมือเจ้าของยานพาหนะทุกคน&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ให้ตรวจและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามรอบที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จะได้ช่วยกันลดมลพิษทางอากาศที่มีผลเสียต่อสุขภาพและในระยะต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปตรวจควันดำรถบรรทุกขนาดใหญ่และเล็กที่ศูนย์ขนส่งสินค้าชานเมืองทุกจุด</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324192854742"],
    [670,"อำเภอยางชุมน้อย  ดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน","<p><strong>นายธรรมศักดิ์&nbsp;สว่างวงษ์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง</strong>&nbsp;รักษาราชการแทน&nbsp;นายอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;เกษตรอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;ครูศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอยางชุมน้อย&nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางชุมใหญ่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลยางชุมใหญ่&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมกันออกเคาะประตูครัวเรือน&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;(สงเคราะห์ทั้งหมด)&nbsp;เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(ศจพ.)&nbsp;ในระดับพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลยางชุมใหญ่</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193610754"],
    [671,"จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 2 จังหวัดสุรินทร์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>ที่โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเขวาสินรินทร์&nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;</strong>จังหวัดสุรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ไตรมาสที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน&nbsp;ระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตร&nbsp;เสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;นายวันชัย&nbsp;ประยงค์หอม&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอร่วมเป็นเกียรติ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน&nbsp;4&nbsp;ครั้ง&nbsp;ไตรมาสละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่การฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น&nbsp;การให้บริการของหน่วยงานในสังกัด</p><p><strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์/และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&nbsp;18&nbsp;คลินิก</strong>&nbsp;จาก&nbsp;25&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้ารับบริการทางการเกษตรประมาณ&nbsp;300&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายอำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;เทศบาลตำบลเขวาสินรินทร์&nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&nbsp;ส่วนราชการและผู้นำชุมชนในอำเภอเขวาสินรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193008745"],
    [672,"ศรีสะเกษออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ( พอ.สว.) และบริการจังหวัดเคลื่อนที่","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จังหวัดศรีสะเกษออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;(พอ.สว.)&nbsp;และบริการจังหวัดเคลื่อนที่ในพื้นที่ห่างไกลพร้อมเข้าไปรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในอำเภอเมืองจันทร์</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่โรงเรียนบ้านวรคุณอุปถัมภ์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลหนองใหญ่&nbsp;อำเภอเมืองจันทร์</strong>&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&nbsp;หรือ&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ&nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&nbsp;ผู้พิการและยากไร้&nbsp;อีกทั้งยังบูรณาการนำส่วนราชการออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่&nbsp;ช่วยลดภาระค่าใช้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางติดต่อราชการถึงอำเภอหรือจังหวัด&nbsp;โอกาสนี้&nbsp;ยุติธรรมจังหวัด&nbsp;ได้มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากคดีจราจร&nbsp;การมอบยาสามัญประจำบ้าน&nbsp;การมอบถุงยังชีพ&nbsp;ตลอดจนมอบไม้เท้าแก่ผู้สูงอายุอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สำหรับปัญหาความต้องการที่อยากให้จังหวัดแก้ไขเร่งด่วน&nbsp;</strong>คือ&nbsp;ขุดลอกคลองโนนใหญ่&nbsp;&nbsp;ตำบลหนองใหญ่&nbsp;ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;บ้านอลาง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลหนองใหญ่&nbsp;ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&nbsp;บานเขวา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลหนองใหญ่&nbsp;&nbsp;บ้านหนองแคน&nbsp;หมูที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลเมืองจันทร์&nbsp;ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ&nbsp;ไม่สะดวกแก่การสัญจรไปมา&nbsp;และ&nbsp;ขนส่งสินค้าเกษตรกร&nbsp;จึงอยากให้ปรับปรุง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ขณะที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;(พอ.สว.)&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&nbsp;พระราชทานพระราชานุญาต&nbsp;จากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&nbsp;ให้เป็นจังหวัด&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ลำดับที่&nbsp;28&nbsp;เมื่อ&nbsp;พ.ศ.2513&nbsp;วัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือและรักษาโรคแก่ประชาชนในถิ่นห่างไกลและทุรกันดาร&nbsp;การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&nbsp;พอ.สว.&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&nbsp;และร่วมเทิดพระเกียรติ<strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;34);\">สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&nbsp;อัครราชกุมารี&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี</span><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(32,&nbsp;33,&nbsp;34);\">&nbsp;</strong>องค์ประธานกิตติมศักดิ์&nbsp;มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&nbsp;ที่ทรงมุ่งบำบัดทุกข์&nbsp;บำรุงสุขแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ&nbsp;ได้เข้าถึงบริการทางด้านการแพทย์&nbsp;และสาธารณสุขอย่างทั่วถึง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\"><br></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193449752"],
    [673,"จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2565 ณ โรงเรียนสินรินทร์วิทยา อำเภอเขวาสินรินทร์","<p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(234,&nbsp;67,&nbsp;53);\">สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร</span>&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายอำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนชาวสุรินทร์&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเขวาสินรินทร์&nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;</p><p><strong>นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(234,&nbsp;67,&nbsp;53);\">สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;</span>เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;เป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่</p><p><strong>กิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;</strong>การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานในจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ทั้งสิ้นจำนวนกว่า&nbsp;80&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;เช่น&nbsp;การแจกพันธุ์ไม้&nbsp;การแจกพันธุ์ปลา&nbsp;การสาธิต&nbsp;การใช้โซลาร์เซลในครัวเรือน&nbsp;การบริการความรู้ด้านต่างๆ&nbsp;ของหน่วยงานในจังหวัดสุรินทร์</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324204623775"],
    [674,"รมช.คมนาคมมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยจากโรคลัมปีสกินในโค-กระบือ พร้อมมอบโค โครงการธนาคารโค - กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ","<p><strong>วันนี้(24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;09.30&nbsp;น.&nbsp;ดร.อธิรัฐ&nbsp;รัตนเศรษฐ</strong>&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยจากโรคลัมปีสกินในโค-กระบือ&nbsp;พร้อมมอบโค&nbsp;ซึ่งได้รับสนับสนุนจากกรมปศุสัตว์&nbsp;ให้เกษตรกรยืมเพื่อการผลิต&nbsp;ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&nbsp;เพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายพศวีร์&nbsp;สมใจ&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา,</strong>&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ธนาคาร&nbsp;ธ.ก.ส.,&nbsp;อาสาสมัครปศุสัตว์&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ผู้นำชุมชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&nbsp;โดยมอบให้เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.โนนแดง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;57&nbsp;ราย&nbsp;เงินเยียวยา&nbsp;768,500&nbsp;บาท</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.เมืองยาง&nbsp;เกษตรกร&nbsp;118&nbsp;ราย&nbsp;เงินเยียวยา&nbsp;2,823,000&nbsp;บาท&nbsp;และมอบโค&nbsp;28&nbsp;ตัว&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;28&nbsp;ราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อ.ลำทะเมนชัย&nbsp;เกษตรกร&nbsp;108&nbsp;ราย&nbsp;เงินเยียวยา&nbsp;2,279,000&nbsp;บาท&nbsp;และมอบโค&nbsp;26&nbsp;ตัว&nbsp;ให้เกษตรกร&nbsp;26&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-24T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324212541785"],
    [675,"เกษตรยะลา ให้ความรู้\"โรคเหี่ยวกล้วย\" งาน Field Day  เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่","<p>เกษตรยะลา&nbsp;จัดนิทรรศการวิชาการให้ความรู้&nbsp;\"โรคเหี่ยวกล้วย\"&nbsp;<strong>แก่เกษตรกร&nbsp;งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)</strong></p><p><strong>&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;</strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;ออกหน่วยบริการคลินิกพืช&nbsp;จัดนิทรรศการวิชาการโรคเหี่ยวกล้วย&nbsp;เพื่อให้ความรู้คำแนะนำการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวกล้วย&nbsp;โดยวิธีผสมผสาน&nbsp;รวมทั้งการผลิตขยายเชื้อบีเอส&nbsp;เพื่อใช้ในแปลงกล้วย&nbsp;แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;ราย&nbsp;ที่สนใจเข้าเรียนรู้&nbsp;เพื่อนำไปปฏิบัติในแปลง&nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอกาบัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลบาละ&nbsp;อำเภอกาบัง&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;ซึ่งมีนายอัมรันท์&nbsp;บากา&nbsp;นายอำเภอกาบัง&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325090310807"],
    [676,"การยางแห่งประเทศไทย เดินหน้าชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการยาง - สถาบันเกษตรกรฯ วงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดยื่นคำขอแล้ว ตั้งแต่ 1 เม.ย. นี้","<p><strong>นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริง&nbsp;แต่ไม่เกินร้อยละ&nbsp;3&nbsp;ต่อปี&nbsp;</strong>ระยะเวลาโครงการ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;(ไม่เกิน&nbsp;ธันวาคม&nbsp;2565)&nbsp;วงเงินกู้รวมทั้งโครงการไม่เกิน&nbsp;20,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนผลผลิต&nbsp;ช่วยดูดซับยางพาราออกจากระบบมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผู้ประกอบการในลักษณะหมุนเวียน&nbsp;เสริมสร้างศักยภาพโครงสร้างอุตสาหกรรมยาง&nbsp;พร้อมแข่งขันทั้งภายในและต่างประเทศในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง&nbsp;ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องรับซื้อยางในราคาเฉลี่ยรายเดือนไม่ต่ำกว่า&nbsp;ราคาประกาศเฉลี่ยของการยางแห่งประเทศไทย</strong>&nbsp;ซึ่งการดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยางดังกล่าว&nbsp;ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบกิจการยางรายใหญ่ที่สามารถเข้าร่วมโครงการเท่านั้น&nbsp;แต่มุ่งหวังให้ผู้ประกอบกิจการยางรายย่อย&nbsp;โดยเฉพาะสถาบันเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเข้าก็สามารถร่วมโครงการได้เช่นกัน</p><p><strong>สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจะร่วมโครงการดังกล่าว</strong>&nbsp;สามารถส่งคําขอพร้อมเอกสารมาที่&nbsp;ฝ่ายอุตสาหกรรมยาง&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&nbsp;หรือสามารถยื่นเอกสารด้วยตัวเองในวันและเวลาราชการ&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;วันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;นี้&nbsp;โดยจะต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;(ยางแห้ง)&nbsp;ที่ซื้อยางมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางแท่ง&nbsp;ยางแผ่นรมควัน&nbsp;ยางแผ่นผึ่งแห้ง&nbsp;ยางเครป&nbsp;ยางคอมปาวด์&nbsp;ยางผสม&nbsp;ยางสกิม&nbsp;ไม่ใช่เป็นการดําเนินการรวบรวมผลผลิตเพื่อจําหน่าย&nbsp;เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตค้ายาง&nbsp;ใบอนุญาตตั้งโรงทํายางตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2542&nbsp;และมีการรายงานข้อมูลบัญชียางให้กับกรมวิชาการเกษตร&nbsp;นอกจากนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน&nbsp;(รง.4)&nbsp;ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม&nbsp;หรือหนังสือรับรองจากสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่&nbsp;(แล้วแต่กรณี)&nbsp;แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ประกอบกิจการยางซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย&nbsp;และมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นมากกว่า&nbsp;50%&nbsp;ของทุนจดทะเบียน&nbsp;และสามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้โดยที่สถาบันการเงินนั้นๆ&nbsp;รับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ&nbsp;เมื่อผู้ประกอบการยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว&nbsp;คณะกรรมการบริหาร&nbsp;จะเป็นผู้พิจารณากําหนดวงเงินจัดสรรของผู้ประกอบกิจการยาง&nbsp;โดยพิจารณาจากข้อมูลบัญชีการซื้อยางตามแบบยาง&nbsp;5&nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กําหนดให้วงเงินจัดสรรไม่เกินมูลค่าซื้อยางเฉลี่ยรายเดือนที่ใช้ซื้อจริงในปี&nbsp;2564&nbsp;และไม่เกิน&nbsp;1,000&nbsp;ล้านบาทต่อราย&nbsp;จากนั้นคณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาอนุมัติเงินชดเชยดอกเบี้ยของผู้เข้าร่วมโครงการ</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325104058855"],
    [677,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&nbsp;จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;1&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325092446815"],
    [678,"กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตก ส่วนตอนบนของประเทศฝนลดลง","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&nbsp;ส่วนตอนบนของประเทศฝนลดลง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;67&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;นราธิวาส&nbsp;104&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสกลนคร&nbsp;74&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,713&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,804&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;46&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325092210814"],
    [679,"หนุนสหกรณ์ต่อยอดผลักดันสมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สร้างรายได้ต่อไร่ดีกว่าปลูกข้าว","<p><strong>นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;โครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ตำบลบ้านหม้อ&nbsp;อำเภอพิชัย&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้ลงมือปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังมาเป็นข้าวโพดหลังนา&nbsp;สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;สหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p><p><strong>เดิมเกษตรกรปลูกข้าวได้กำไร&nbsp;1,200&nbsp;บาทต่อไร่</strong>&nbsp;เมื่อเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดทำให้ได้กำไรเพิ่มเป็น&nbsp;4,170&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายผล&nbsp;&nbsp;ปัจจุบันมีสหกรณ์หลายแห่งมองข้าวโพดเป็นพืชทางเลือกใหม่&nbsp;จึงมีสมาชิกสหกรณ์หันมาปลูกข้าวโพดในฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เฉพาะที่อุตรดิตถ์จาก&nbsp;2,300&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;10,130&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์สงครามทั้งยูเครนและเมียนมาร์กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จึงเชื่อว่าจะจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเกษตรกรที่ปรับจากการปลูกข้าวนาปรังมาปลูกข้าวโพดหลังนา&nbsp;แม้จะไม่มากหากเปรียบเทียบกับความต้องการในประเทศที่มีประมาณ&nbsp;&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ประเทศไทยผลิตได้เพียง&nbsp;4-5&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ทำให้ข้าวโพดฤดูแล้งสามารถทำรายได้ที่ดีเปรียบเทียบต่อไร่ระหว่างข้าวกับข้าวโพด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กสส.ประเมินว่า</strong>&nbsp;จากสถานการณ์สงครามที่ยูเครนกระทบต่อการส่งออกพืชทดแทน&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าวสาลีและที่เมียนมากระทบต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ทำให้ในประเทศขาดแคลนกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้น&nbsp;ดังนั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มทั้งในฤดูและนอกฤดู&nbsp;จากราคาที่จูงใจ&nbsp;ประกอบกับใช้เวลาในการปลูกเพียง&nbsp;120&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;จึงเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ที่มีธุรกิจรวบรวมข้าวโพดมาช่วยในการรับซื้อและเชื่อมโยงตลาด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325103105843"],
    [680,"กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์ต่อยอดผลักดันสมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สร้างรายได้ต่อไร่ดีกว่าปลูกข้าว เพราะความต้องการวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ในประเทศปีละ 8 ล้านตัน","<p><strong>นายอัชฌา&nbsp;สุวรรณนิตย์&nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;โครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;</strong>โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ&nbsp;จำกัด&nbsp;ต.บ้านหม้อ&nbsp;อ.พิชัย&nbsp;จ.อุตรดิตถ์&nbsp;ได้ลงมือปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังมาเป็นข้าวโพดหลังนา&nbsp;สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง&nbsp;3&nbsp;เท่า&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;สหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เดิมเกษตรกรปลูกข้าวได้กำไร&nbsp;1,200&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;เมื่อเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดทำให้ได้กำไรเพิ่มเป็น&nbsp;4,170&nbsp;บาทต่อไร่&nbsp;จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายผล&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ปัจจุบันมีสหกรณ์หลายแห่งมองข้าวโพดเป็นพืชทางเลือกใหม่&nbsp;</strong>จึงมีสมาชิกสหกรณ์หันมาปลูกข้าวโพดในฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้น&nbsp;เฉพาะที่อุตรดิตถ์จาก&nbsp;2,300&nbsp;ไร่&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;10,130&nbsp;ไร่&nbsp;ประกอบกับสถานการณ์สงครามทั้งยูเครนและเมียนมาร์กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&nbsp;ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น&nbsp;จึงเชื่อว่าจะจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเกษตรกรที่ปรับจากการปลูกข้าวนาปรังมาปลูกข้าวโพดหลังนา&nbsp;แม้จะไม่มากหากเปรียบเทียบกับความต้องการในประเทศที่มีประมาณ&nbsp;&nbsp;8&nbsp;&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ประเทศไทยผลิตได้เพียง&nbsp;4-5&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ทำให้ข้าวโพดฤดูแล้งสามารถทำรายได้ที่ดีเปรียบเทียบต่อไร่ระหว่างข้าวกับข้าวโพด&nbsp;</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;ขณะนี้&nbsp;กสส.ประเมินว่าจากสถานการณ์สงครามที่ยูเครนกระทบต่อการส่งออกพืชทดแทน&nbsp;</strong>ได้แก่&nbsp;ข้าวสาลีและที่เมียนมาร์กระทบต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&nbsp;ทำให้ในประเทศ&nbsp;ขาดแคลนกว่า&nbsp;3&nbsp;ล้านตัน&nbsp;ส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้น&nbsp;ดังนั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มทั้งในฤดูและนอกฤดู&nbsp;จากราคาที่จูงใจ&nbsp;ประกอบกับใช้เวลาในการปลูกเพียง&nbsp;120&nbsp;วันเท่านั้น&nbsp;จึงเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ที่มีธุรกิจรวบรวมข้าวโพดมาช่วยในการรับซื้อและเชื่อมโยงตลาด</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102804842"],
    [681,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(24&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศเพียง&nbsp;50&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;24&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;กำแพงเพชร&nbsp;4&nbsp;จุด&nbsp;และชัยนาท&nbsp;3&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นเบาบางทั้งในและนอกประเทศ&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;แต่ยังมีพบบ้างเล็กน้อยกระจายบริเวณพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,723&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,836&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,253&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้พบ&nbsp;387&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเวียดนาม&nbsp;186&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;50&nbsp;จุด</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325101926830"],
    [682,"กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำประจำสัปดาห์ พร้อมสั่งโครงการชลประทานทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&nbsp;รวมกันทั้งสิ้น&nbsp;48,704&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;</strong>เป็นน้ำใช้การได้&nbsp;24,768&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกเป็นระยะๆ&nbsp;ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและในลำน้ำธรรมชาติ&nbsp;ทำให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก&nbsp;ทั้งยังส่งผลดีต่อการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ตอนบนพิจารณาปรับลดการระบายน้ำ&nbsp;เพื่อเป็นการประหยัดน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน&nbsp;และสำรองไว้เพื่อการปรับปฏิทินการเพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มต่ำ&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี&nbsp;65&nbsp;</strong>ตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบทั้ง&nbsp;13&nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&nbsp;ตรวจสอบอาคารชลประทาน&nbsp;โดยเฉพาะบานระบายประตูน้ำให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;ให้ควบคุมปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์&nbsp;พร้อมกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102501831"],
    [683,"จ.ประจวบฯ ลงนามความร่วมมือโครงการตามพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง ป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","<p><strong>ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง&nbsp;ต.ห้วยยาง&nbsp;อ.ทับสะแก&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>นายคมกริช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขัน&nbsp;เป็นประธานพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&nbsp;ชุมชนไร้ถัง&nbsp;ภายใต้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริและกิจการพิเศษ&nbsp;จัดโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ&nbsp;มีหัวหน้าหน่วยงานและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;12&nbsp;โครงการ&nbsp;อุทยานแห่งชาติ&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;และวนอุทยาน&nbsp;4&nbsp;แห่งในพื้นที่&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ร่วมลงนาม&nbsp;เพื่อขยายผลการบริหารจัดการขยะในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;วนอุทยานแห่งชาติ&nbsp;และวนอุทยาน&nbsp;ป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;โดยมีการบรรยายแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&nbsp;ชุมชนไร้ถัง&nbsp;มีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้&nbsp;และมีกิจกรรมสาธิต&nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้การบริหารจัดการขยะและจัดทำแผนปฏิบัติการบริหารจัดการขยะตามแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&nbsp;ชุมชนไร้ถัง</p><p><strong>นายคมกริช&nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>จากกรณีที่ตั้งแต่วันที่&nbsp;2&nbsp;ส.ค.64&nbsp;ได้ครบกำหนดสัญญาการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ศูนย์กำจัดขยะรวมของเทศบาลตำบลปราณบุรี&nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์การทหารราบ&nbsp;ค่ายธนะรัชต์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.เขาน้อย&nbsp;อ.ปราณบุรี&nbsp;ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการบริหารจัดการขยะที่ต้องนำไปกำจัดประมาณวันละ&nbsp;280&nbsp;ตัน&nbsp;ดังนั้น&nbsp;ในปี&nbsp;2565&nbsp;จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินงานขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&nbsp;ชุมชนไร้ถัง&nbsp;ซึ่งเป็นการประยุกต์ทฤษฎีของสถาบันพระปกเกล้ามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของ&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;โดยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของประชาชน&nbsp;จากเดิมที่เห็นว่าการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัด&nbsp;เปลี่ยนเป็นหน้าที่ของทุกคนในจังหวัด&nbsp;เพื่อสนับสนุนการไม่มีถังขยะในชุมชน&nbsp;เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านสังคม&nbsp;คือ&nbsp;การต่อต้านสถานที่กำจัดขยะ&nbsp;ประชาชนไม่อยากให้ท้องถิ่นของตัวเองเป็นสถานที่กำจัดขยะของท้องถิ่นอื่น&nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&nbsp;องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการกำจัดขยะ&nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติจากการเปลี่ยนระบบนิเวศป่าชายเลน&nbsp;การใช้ป่าสงวนเสื่อมโทรมเป็นสถานที่ทิ้งขยะ&nbsp;หรือก่อสร้างระบบกำจัดขยะที่ไม่ถูกต้อง&nbsp;หรือเกิดมลพิษทางทะเลจากไมโครพลาสติก</p><p><strong>การจัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้&nbsp;</strong>จึงเป็นการนำต้นแบบผลงานโครงการมิติใหม่&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ไร้ถังขยะมาต่อยอดขยายผล&nbsp;สร้างประชาชนให้เป็นพลังของเมืองในการร่วมกันจัดการปัญหาขยะด้วยตนเอง&nbsp;ซึ่งแนวทางชุมชนไร้ถัง&nbsp;คือ&nbsp;ไม่ทิ้งอะไรไว้&nbsp;ให้เหลือไว้แต่รอยยิ้ม&nbsp;พริ้มใจและความสดใสของธรรมชาติ&nbsp;ใช้วัฒนธรรมนำเทคโนโลยี&nbsp;เปื้อนให้ล้าง&nbsp;เปียกให้ตาก&nbsp;รวบรวมบริจาค&nbsp;ซึ่งความสำเร็จต้องเริ่มจากผู้นำต้องทำก่อน&nbsp;ภายหลังการลงนามความร่วมมือแล้ว&nbsp;คณะทำงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&nbsp;จะตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำ&nbsp;ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน&nbsp;และในโอกาสต่อไปจะเชิญหน่วยงานที่ดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรมมาร่วมถอดบทเรียนเพื่อขยายผลไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานอื่นๆ&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112517884"],
    [684,"สคทช. และ BEDO ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ คทช. มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น","<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BEDO&nbsp;ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นางรวีวรรณ&nbsp;ภูริเดช&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นางสุวรรณา&nbsp;เตียรถ์สุวรรณ&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&nbsp;(BEDO)&nbsp;ได้ร่วมลงนามข้อตกลงการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้มาใช้ประกอบอาชีพหรือพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆของชุมชน&nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพในระดับฐานรากในพื้นที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(คทช.)&nbsp;ให้เป็นประโยชน์และเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพชีวิต&nbsp;ควบคู่กับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน&nbsp;โดย&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กับ&nbsp;สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;BEDO&nbsp;(เบโด้)&nbsp;จะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้กับประชาชนในพื้นที่&nbsp;คทช.&nbsp;ยกระดับสินค้าทางการเกษตร&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆในท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนและเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน&nbsp;จึงเป็นความร่วมมือกันกับภาคีที่เข้มแข็งอย่าง&nbsp;BEDO&nbsp;มาสนับสนุนและขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพตามโมเดลเศรษฐกิจ&nbsp;BCG&nbsp;(การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว)&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดการขยายผลทั่วประเทศในปีต่อไป</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&nbsp;(สคทช.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;รัฐบาล&nbsp;เน้นให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สูงสุดที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อเร่งให้เกิดการดำเนินการและแก้ปัญหาหรือปลดล็อกกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย&nbsp;พร้อมติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการตรวจพิสูจน์สิทธิการครอบครองและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน&nbsp;โดยให้ยึดหลักการใช้ข้อเท็จจริงที่รอบด้านและหลักการการเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ&nbsp;แต่ให้เข้าใช้ประโยชน์ได้ไม่ให้เกิดปัญหาและผลกระทบในอนาคต&nbsp;โดยเฉพาะเน้นการเสริมสร้างพื้นที่ทำกินให้ประชาชนเป็นการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112447883"],
    [685,"จังหวัดระยอง  เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร  ให้บริการแก้ไขปัญหาและถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมารไตรมาสที่&nbsp;2/2565&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวัดมาบข่า&nbsp;(มาบข่าวิทยาคาร)&nbsp;ต.มาบข่า&nbsp;อ.นิคมพัฒนา&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;มีนางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้นำชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&nbsp;&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง&nbsp;คลินิกสาธารณสุข&nbsp;คลินิกพืชสวน&nbsp;และคลินิกอารักขาพืช&nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;สวนพฤกษาศาสตร์จังหวัดระยอง&nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&nbsp;100&nbsp;คน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325123749908"],
    [686,"ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบคุณภาพน้ำเน่าเสียในคลองวัดประดู่ว่าเกิดจากสาเหตุใดให้ชัดเจน เพื่อจะได้เร่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด","<p><strong>ที่ห้องประชุมชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมี&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะกรรมการและคณะทำงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&nbsp;เข้าร่วมประชุม</p><p><strong>ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามคุณภาพน้ำในคลองวัดประดู่&nbsp;</strong>โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำรวม&nbsp;8&nbsp;จุด&nbsp;ได้แก่&nbsp;วัดแก้วเจริญ&nbsp;ตำบลเหมืองใหม่,วัดประดู่&nbsp;ตำบลวัดประดู่,วัดช่องลมวรรณาราม,คลองปากท่อ&nbsp;ตำบลวัดยางงาม,คลองวันดาว&nbsp;ตำบลวันดาว,สะพานก่อนประตูน้ำ&nbsp;คลองวัดประดู่&nbsp;ตำบลวันดาว,สะพานหลังประตูน้ำ&nbsp;คลองห้วยโรง&nbsp;ตำบลห้วยโรง&nbsp;และฝายทับเทียม&nbsp;ตำบลแพรกหนามแดง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งพบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณคลองวัดประดู่และบริเวณหน้าวัดช่องลมวรรณาราม&nbsp;เนื่องจากมีแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม,ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์,แบคทีเรีย,และแอมโมเนียไนโตรเจนปะปนอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก&nbsp;ทำให้สภาพน้ำเน่าเสียประชาชนไม่สามารถนำน้ำไปอุปโภคได้&nbsp;อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบสาเหตุของน้ำเน่าเสียว่าเกิดจากมูลสัตว์หรือการทิ้งสิ่งปฎิกูลลงสู่ลำคลอง&nbsp;เพื่อที่จังหวัดจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;โดยให้จังหวัดทุกจังหวัดเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟูเพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามได้เลือกคลองวัดประดู่&nbsp;และได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2563&nbsp;จนถึงปัจจุบันและจะดำเนินการต่อเนื่องให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว&nbsp;โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงคำสั่งจังหวัดฉบับเดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140434941"],
    [687,"ชูต้นแบบสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา เชื่อมโยงตลาดพืชผักอินทรีย์ของเกษตรกรรุ่นใหม่","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา&nbsp;จำกัด&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ตำบลแม่ทา&nbsp;อำเภอแม่ออน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;นับว่าเป็นพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;ให้แก่พื้นที่โครงการ&nbsp;คทช.หลายๆ&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้นำไปศึกษาและใช้แนวคิดของชุมชนแห่งนี้ไปปรับใช้&nbsp;</p><p><strong>ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ&nbsp;เกิดจากความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน</strong>&nbsp;ความร่วมมือจากชาวแม่ทาและองค์กรทางเศรษฐกิจในชุมชน&nbsp;อย่างสหกรณ์ที่พยายามขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนอย่างมีเอกภาพ&nbsp;เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&nbsp;ระบบสหกรณ์&nbsp;ยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกในชุมชนแห่งนี้&nbsp;ให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ&nbsp;และฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่&nbsp;ให้ช่วยกันขับเคลื่อน&nbsp;ระบบเกษตรและการตลาดอินทรีย์&nbsp;ที่สร้างความปลอดภัยต่อสุขภาพผู้คนในสังคม&nbsp;สร้างความมั่นคงทางรายได้ของคนในชุมชน&nbsp;ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการและวิสัยทัศน์&nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;คือ&nbsp;ภาคเกษตรมั่นคง&nbsp;เกษตรกรมั่งคั่ง&nbsp;ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน&nbsp;ต่อไป&nbsp;</p><p><strong>สำหรับพื้นที่ชุมชนบ้านแม่ทา&nbsp;อำเภอแม่ออน&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่</strong>&nbsp;ในโครงการจัดที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;มีพื้นที่รับมอบจากกรมป่าไม้&nbsp;2,323&nbsp;แปลง&nbsp;1,190&nbsp;ราย&nbsp;รวมพื้นที่&nbsp;7,282&nbsp;ไร่&nbsp;อนุญาตให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์&nbsp;1,374&nbsp;ราย&nbsp;2,693&nbsp;แปลง&nbsp;พื้นที่&nbsp;5,586&nbsp;ไร่&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ส่งเสริมสนับสนุน&nbsp;อาทิ&nbsp;การสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์&nbsp;ในปีงบประมาณ&nbsp;2561&nbsp;ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325141916950"],
    [688,"เกษตรจังหวัดระยอง จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ เติมความรู้ให้เกษตรกร","<p><strong>ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวัดมาบข่า&nbsp;ต.มาบข่า&nbsp;อ.นิคมพัฒนา&nbsp;จ.ระยอง</strong>&nbsp;นายชาญนะ&nbsp;เอี่ยมแสง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(234,&nbsp;67,&nbsp;53);\">สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยาม</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">มกุฎราชกุมาร&nbsp;</span>ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;มี&nbsp;นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์&nbsp;ภายในงานมีการให้บริการคลินิเกษตรเคลื่อนที่ให้คำปรึกษา&nbsp;และความรู้วิเคราะห์&nbsp;วินิจฉัยโรคทั้งพืช&nbsp;สัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ดิน&nbsp;น้ำ&nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;เมล็ดพันธุ์พืช&nbsp;และต้นกล้าไม้แจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่</p><p><strong>นางมาริน&nbsp;สมคิด&nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(234,&nbsp;67,&nbsp;53);\">สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยาม</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(77,&nbsp;81,&nbsp;86);\">มกุฎราชกุมาร&nbsp;</span>ดังกล่าว&nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร&nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และองค์ความรู้การแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145225966"],
    [689,"ประมงจังหวัดนครปฐมและคณะกรรมการ FC ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนประมงท้องถิ่น กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำบัวปากท่า อ.บางเลน และเยี่ยมฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP","<p><strong>นายชนินทร์&nbsp;แสงรุ่งเรือง&nbsp;ประมงจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;และคณะกรรมการติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาอาชีพชุมชนประมง&nbsp;ด้านแปรรูปสัตว์น้ำ&nbsp;กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&nbsp;ด้านแปรรูปปลาดุกแดดเดียว&nbsp;บ้านบัวปากท่า&nbsp;ต.บัวปากท่า&nbsp;อ.บางเลน&nbsp;จ.นครปฐม&nbsp;โดย&nbsp;กลุ่มได้จัดซื้ออุปกรณ์การบรรจุผลิตภัณฑ์แบบใหม่&nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบพร้อมทาน&nbsp;หวังเพิ่มยอดการจำหน่ายให้กลุ่มปลาแดดเดียว&nbsp;อย่างต่อเนื่องและปรับให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;นำเจ้าหน้าที่กลุ่มฯ&nbsp;ร่วมกับประมงอำเภอบางเลน&nbsp;เข้าตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหินมูล&nbsp;อำเภอบางเลน&nbsp;ที่ประสบปัญหาภาวะสารปนเปื้อนในกุ้ง&nbsp;จึงเข้าตรวจสอบแนะนำวิธีการเลี้ยงและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพกุ้งด้วยวิธีการที่เหมาะสม&nbsp;และเนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนอาหารเม็ดจึงได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างอาหารเพื่อมาส่งตรวจวิเคราะห์&nbsp;และเข้าตรวจสอบฟาร์มเพาะฟักและอนุบาลกุ้งก้ามกรามในพื้นที่ตำบลห้วยขวาง&nbsp;อำเภอกำแพงแสน&nbsp;เพื่อให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้ารับการประเมินรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะฟักและอนุบาลกุ้งก้ามกราม&nbsp;ตามมาตรฐาน&nbsp;มกษ.7421</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145644968"],
    [690,"จ.นครปฐม สภาเกษตรฯ ร่วมกับภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย ม.เกษตร จัดโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น","<p><strong>นางสาวกมลชนก&nbsp;สวัสดี&nbsp;นักจัดการงานทั่วไป&nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม</strong>&nbsp;ร่วมกับโครงการจัดตั้ง&nbsp;ภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย&nbsp;คณะเกษตรกำแพงแสน&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;ในการจัดโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น&nbsp;โดย&nbsp;ผศ.ดร.ศศิธร&nbsp;นาคทอง&nbsp;อาจารย์ประจำ&nbsp;โครงการจัดตั้งภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย&nbsp;คณะเกษตร&nbsp;กำแพงแสน&nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&nbsp;และ&nbsp;ทีมนักวิจัย&nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายและสอนการปฏิบัติการแปรรูปนมแพะเป็นชีส&nbsp;(มอสซาเรลล่า)&nbsp;และเนยเหลวสดจากนมแพะ&nbsp;ณ&nbsp;ห้องปฏิบัติการแปรรูป&nbsp;โครงการจัดตั้งภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย&nbsp;คณะเกษตร&nbsp;กำแพงแสน&nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&nbsp;เป้าหมายเกษตรกรจำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งคุณสมบัติของนมแพะที่แตกต่างจากนมวัว&nbsp;คือการย่อยและดูดซึมได้ง่าย&nbsp;</strong>และยังมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับน้ำนมแม่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัว&nbsp;เด็กแรกเกิด&nbsp;แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่มีอายุ&nbsp;สัตว์เลี้ยงที่ป่วย&nbsp;และสัตว์เลี้ยงแรกเกิด&nbsp;โดยเทคนิคการที่จะทำให้นมแพะไม่มีกลิ่นสาบ&nbsp;เริ่มจากวัตถุดิบที่ดี&nbsp;คือการจัดการฟาร์มที่ดีอย่างถูกต้อง&nbsp;เช่น&nbsp;การแยกบริเวณในการรีดนมและการเลี้ยง&nbsp;เกษตรกรได้รับความรู้ในเรื่องเทคนิคการแปรรูปนมแพะที่ไม่ทำให้มีกลิ่นของแพะ&nbsp;และยังได้ลงมือปฏิบัติจริงในการทำเนยเหลวสด&nbsp;และชีส&nbsp;มีความสนใจที่จะนำความรู้ที่ได้ทำเองเพื่อเกิดรายได้แก่ครอบครัว&nbsp;รวมถึงสอบถามในด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์อื่นๆ&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145941971"],
    [691,"ประมง จ.นครปฐม จัดการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ? สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์? พระบรมราชินีนาถ? พระบรมราชชนนีพันปีหลวง? เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา? 12 สิงหาคม 2565","<p><strong>นายชนินทร์?&nbsp;แสงรุ่งเรือง?&nbsp;ประมงจังหวัดนครปฐม?&nbsp;ร่วมกับอำเภอบางเลน?</strong>&nbsp;นำโดย&nbsp;ปลัดอาวุโส?&nbsp;ตัวแทนนายอำเภอบางเลน?&nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง?&nbsp;สมาชิกเทศบาลตำบลบางหลวง&nbsp;ประมงอำเภอบางเลน?&nbsp;และกำนัน?ผู้ใหญ่บ้านตำบลบางหลวง?&nbsp;ร่วมกันปล่อยปลาแก้มช้ำ&nbsp;และปลาตะเพียน&nbsp;จำนวน&nbsp;100,000&nbsp;ตัว&nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์?&nbsp;พระบรมราชินีนาถ?&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง?&nbsp;เนื่องในโอกาสวัน?เฉลิมพระชนมพรรษา&nbsp;90&nbsp;พรรษา?&nbsp;12&nbsp;สิงหาคม&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ท่าน้ำวัดบางหลวง&nbsp;ม.6&nbsp;ต.บางหลวง&nbsp;อ.บางเลน&nbsp;โดยโครงการจะทำการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในทุกอำเภอ&nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล&nbsp;อนุรักษ์และรักษาพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นครปฐม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325150335973"],
    [692,"ผู้ว่าฯนราประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 22565 กำหนดแหล่งน้ำฟื้นฟูพื้นที่อ.เมืองนราธิวาส 1 แหล่ง เร่งสนับสนุนเครื่องจักรกล ขุดลอกกำจัดวัชพืชฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาด สวยงาม","<p><strong>วันที่&nbsp;25&nbsp;มี.ค.&nbsp;65&nbsp;เวลา&nbsp;13.30&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมหลวงปริวรรตวรวิจิตร</strong>&nbsp;ชั้น&nbsp;4&nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&nbsp;นายสนั่น&nbsp;พงษ์อักษร&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส&nbsp;,&nbsp;ผอ.โครงการชลประทานนราธิวาส,&nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส&nbsp;และคณะกรรมการฯ&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&nbsp;แม่น้ำ&nbsp;คูคลอง&nbsp;หนอง&nbsp;บึง&nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;</p><p><strong>โดยจังหวัดนราธิวาสได้กำหนดแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู</strong>&nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำจำนวน&nbsp;1&nbsp;แหล่ง&nbsp;คือ&nbsp;คลองทอน-คลองโคกเคียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1,&nbsp;2,&nbsp;4,&nbsp;5&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;12&nbsp;ตำบลโคกเคียน&nbsp;อำเภอเมืองฯ&nbsp;จังหวัดนราธิวาส&nbsp;ซึ่งมีสภาพน้ำเน่าเสีย&nbsp;และมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งคณะกรรมการฯ&nbsp;ได้สำรวจเครื่องจักรกล&nbsp;วัสดุอุปกรณ์</strong>&nbsp;ที่จำเป็นต้องใช้ในการฟื้นฟูคลอง&nbsp;และขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกล&nbsp;วัสดุอุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือที่จำเป็น&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อดำเนินการขุดลอกคลองทอน-คลองโคกเคียนและกำจัดวัชพืช&nbsp;ตามเป้าหมายการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","นราธิวาส","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325160854003"],
    [693,"สัตวแพทย์ย้ำเนื้อไก่ไทยมาตรฐานสูง ปลอดสาร ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล","<p>สัตวแพทย์ ม.เกษตร เผยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ในประเทศไทยมีมาตรฐานสูงระดับสากล ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ตระหนักในหลักสวัสดิภาพสัตว์ มีระบบการป้องกันโรคที่ดีในการเลี้ยง และตรวจสารพิษ สารตกค้าง ก่อนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจำหน่ายไปยังผู้บริโภคภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ ทำให้ไก่เจริญเติบโตได้เต็มที่ ไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเร่งโต และได้รับการยอมรับในระดับโลก&nbsp;</p><p><br></p><p>ผศ.น.สพ.ดร.เกรียงไกร วิฑูรย์เสถียร ภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกเนื้อไก่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก โดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญ อาทิ&nbsp;ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และล่าสุดประเทศซาอุดิอาระเบีย อนุญาตนำเข้าไก่สดแช่เย็น-แช่แข็ง และแปรรูปจากประเทศไทยถึง 11 โรงงาน นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพราะซาอุฯ เป็นตลาดที่บริโภคเนื้อไก่ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก&nbsp;</p><p><br></p><p>อุตสาหกรรมการเลี้ยงและผลิตสัตว์ปีกในประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานเนื้อไก่ตลอดห่วงโซ่การผลิตของไทย ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ไปถึงกระบวนการเลี้ยงไก่ในฟาร์มระบบปิด ภายใต้การปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&nbsp;ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีทันสมัย โดยนำมาตรฐาน Good Agriculture Practices (GAP) หรือ แนวทางด้านการปฏิบัติที่ดีทางด้านการเกษตรเกี่ยวข้องกับฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาเป็นแนวทางปฏิบัติ&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ ประเทศไทยยังนำมาตรฐานด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity System) และ มาตรฐานการควบคุมและเฝ้าระวังโรค (Disease Surveillance System) มาเป็นส่วนสำคัญในการวางระบบการป้องกันโรค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันไข้หวัดนก ก็มีการนำ ระบบคอมพาร์ทเมนต์ มาใช้ในการควบคุมและป้องกันโรค ซึ่งระบบคอมพาร์ทเมนต์นี้เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ไทยปลอดจากไข้หวัดนกมานานร่วม 2 ทศวรรษ ตอกย้ำถึงการจัดการการเลี้ยงไก่ของไทยว่ามีความปลอดภัย สามารถส่งออกสร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง</p><p><br></p><p>ด้วยความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการผลิตไก่ไทย ซึ่งมีการปรับปรุงสายพันธุ์สัตว์ปีกที่ดี มีการเลี้ยงในโรงเรือนที่เหมาะสม ให้อาหารและน้ำสะอาดเพียงพอ ไม่ทำให้สัตว์รู้สึกเครียด เจ็บป่วย ส่งผลให้ไก่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ตามพันธุกรรม ดังนั้น อุตสาหกรรมไก่ของไทย จึงไม่มีความจำเป็นใดที่จะใช้สารเร่งการเจริญเติบโต ขณะเดียวกัน การใช้สารเร่งโตยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศเพิกถอนทะเบียนยาฮอร์โมนชื่อ Hexoestrol หรือ estrogen ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529&nbsp;ซึ่งหากมีการลักลอบใช้ถือว่ามีความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่สำคัญ ประเทศผู้นำเข้าไก่เนื้อของไทย ทั้งญี่ปุ่น และ สหภาพยุโรป ต่างเข้มงวดกฎเกณฑ์ด้านสุขอนามัยสูงมาก (Sanitary and Phytosanitary :SPS) ยังไม่เคยมีการตรวจพบฮอร์โมนเร่งโตตกค้างในไก่ไทยเลย&nbsp;</p><p><br></p><p>ในฐานะนักวิชาการขอยืนยันว่า ไก่เนื้อของไทยมีความปลอดภัยทางอาหาร และมีคุณภาพเดียวกันทั้งที่บริโภคในประเทศและส่งออก&nbsp;โดยสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไก่เนื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ เพียงปรุงสุกก่อนรับประทานก็บริโภคได้อย่างสบายใจ</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325161701010"],
    [694,"สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 2","<p><strong>นายสุภัทธ&nbsp;คงด้วง&nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปะเหลียน&nbsp;อำเภอปะเหลียน&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ซึ่งเป้าหมายหลักได้แก่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ตำบลปะเหลียน&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ราย</p><p><strong>สำหรับ&nbsp;กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวฯ</strong>&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรไปสู่การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&nbsp;ซึ่งในวันนี้&nbsp;มีนายมนตรี&nbsp;ศรียงยศ&nbsp;รองประธานเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดตรัง&nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&nbsp;การจัดการระบบน้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;นางเมตตา&nbsp;คงวิทยา&nbsp;ประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนอำเภอปะเหลียน&nbsp;มาให้ความรู้เรื่องการผลิตและการใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา&nbsp;และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้แหนแดงในแปลงผัก&nbsp;พร้อมทั้งส่งมอบพันธุ์แหนแดงที่ได้รับมอบจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำไปขยายพันธุ์และใช้ในแปลงปลูกของตนเอง&nbsp;โดยในการจัดอบรมครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325180530064"],
    [695,"จังหวัดตรัง สำรวจแปลงต้นแบบกาแฟโรบัสต้า ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด ที่มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นกาแฟในชุมชน ","<p><strong>จังหวัดตรัง&nbsp;สำรวจแปลงต้นแบบกาแฟโรบัสต้า&nbsp;ตำบลปากแจ่ม&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;</strong>ที่มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นกาแฟในชุมชน&nbsp;และมีแปลงต้นแบบการปลูกกาแฟในสวนยางพารา&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร</p><p><strong>นายวสันต์&nbsp;สุขสุวรรณ&nbsp;เกษตรฯ&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;</strong>มอบหมายให้&nbsp;นายธนาคม&nbsp;พรหมเพ็ญ&nbsp;และนางสาวสุมนรัตน์&nbsp;ตรึกตรอง&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับ&nbsp;นางสาวทิพยา&nbsp;ไกรทอง&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร&nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร&nbsp;ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและส่วนยอด&nbsp;เมล็ด&nbsp;และต้นอ่อนกาแฟโบราณในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลปากแจ่ม&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดยได้สอบถามข้อมูลจาก&nbsp;นายเพื่อม&nbsp;วัฒนา&nbsp;โดยเป็นต้นพันธุ์กาแฟดั้งเดิมที่ได้มีการได้ต้นพันธุ์จากสมัยโบราณ&nbsp;ในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์อนุสรณ์&nbsp;ซึ่งในจังหวัดตรังได้มีการทำแปลงสาธิตกาแฟโรบัสต้า&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;แปลง&nbsp;คือ1)สวนกาแฟอำเภอห้วยยอด&nbsp;ปัจจุบันเป็นศูนย์เด็กเล็กตำบลปากแจ่ม&nbsp;2)สวนกาแฟบ้านโคกขี้เหล็ก&nbsp;อำเภอนาโยง&nbsp;เนื่องจากพระยารัษฎาฯ&nbsp;ๆได้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกและมีแปลงต้นแบบ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีนายสมคิด&nbsp;นาเลื่อน</strong>&nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านในเขา&nbsp;ตำบลปากแจ่ม&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ได้มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นกาแฟในชุมชน&nbsp;และได้มีแปลงต้นแบบการปลูกกาแฟในสวนยางพารา&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรโดยมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและแปรรูปกาแฟบ้านในเขา&nbsp;โดยมีการคั่ว&nbsp;บดและชงกาแฟ&nbsp;เพื่อจำหน่ายในตลาดเกษตรกรอำเภอห้วยยอด&nbsp;ทุกวันพฤหัสบดีที่&nbsp;1&nbsp;และ&nbsp;3&nbsp;ของทุกเดือน&nbsp;โดยมีรสชาติดี&nbsp;เมล็ดใหญ่&nbsp;มีความเข้มข้นกว่าปลูกที่อื่นๆ&nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมเนื่องจากเป็นภูเขา&nbsp;และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลที่เหมาะสมในการให้รสชาติและความหอมที่เป็นลักษณะเฉพาะ&nbsp;ทั้งนี้ทางศูนย์ได้ติดตาแปลงกาแฟที่ศูนย์ได้ให้การสนับสนุนเป็นแปลงต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&nbsp;(zoning)&nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ&nbsp;30&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งเป็นพืชทางเลือกให้กับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325181117066"],
    [696,"เกษตรรัษฎาจังหวัดตรัง ร่วมศึกษาดูงานโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP ปี 2565","<p><strong>วันนึ้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นางฉลวย&nbsp;เวียนคำ&nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา</strong>&nbsp;มอบหมายให้นางสาวปนัดดา&nbsp;จีนประสม&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;และนายไกรนรา&nbsp;รัตนบุรี&nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&nbsp;นำเกษตรกรศึกษาดูงานการผลิตตามระบบมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้ามาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนทักษะการจัดการสวนที่ดีเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ตลาดต้องการ&nbsp;ณ&nbsp;สวนทุเรียนนายมนตรี&nbsp;แสงแก้ว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลเขาไพร&nbsp;อำเภอรัษฎา&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;โดย&nbsp;GAP&nbsp;พืช&nbsp;มีข้อกำหนด&nbsp;8&nbsp;ประการดังนี้</p><p>1.&nbsp;น้ำ&nbsp;น้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตต้องมาจากเเหล่งที่ไม่มีสภาพเเวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนต่อผลผลิต</p><p><strong>2.&nbsp;พื้นที่ปลูก</strong>&nbsp;ไม่อยู่ในสภาพเเวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อผลผลิต</p><p><strong>3.&nbsp;วัตถุอันตรายทางการเกษตร&nbsp;</strong>จัดเก็บเป็นหมวดหมู่ในสถานที่เก็บที่มิดชิดและใช้ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>4.&nbsp;การจัดการคุณภาพในกระบวนการเก็บเกี่ยว</strong>&nbsp;มีแผนควบคุมการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพโดยใช้หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;</p><p><strong>5.&nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว</strong>&nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีอายุเหมาะสม&nbsp;ผลผลิตมีคุณภาพตามความต้องการของตลาดและข้อตกลงของประเทศคู่ค้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>6.&nbsp;การพักผลิตผล</strong>&nbsp;การขนย้ายในเเปลงปลูกและการเก็บรักษาผลผลิต&nbsp;มีการจัดการด้านสุขลักษณะเพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค</p><p><strong>7.&nbsp;สุขลักษณะส่วนบุคคล</strong>&nbsp;ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในสุขลักษณะล่วนบุคคล&nbsp;เพื่อสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกสุขลักษณะ</p><p><strong>8.&nbsp;การบันทึกข้อมูลและการตามสอบ</strong>&nbsp;มีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานการใช้สารเคมี&nbsp;ข้อมูลผู้รับซื้อและปริมาณผลผลิต&nbsp;เพื่อประโยชน์ต่อการตามสอบ</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325181632068"],
    [697,"รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบเครื่องจักรทางการเกษตรและเงินช่วยเหลือเกษตรกรในงานบูรณาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดบึงกาฬ","<p><strong>วันที่&nbsp;24&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย</strong>&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องจักรทางการเกษตร&nbsp;ในโครงการโครงการยกระดับแปลงใหญ่&nbsp;พิธีมอบโคในโครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;พิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;(โรคลัมปีสกิน)&nbsp;และพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;ซึ่งร่วมบูรณาการหน่วยงานต่างๆในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกให้บริการประชาชน&nbsp;ณ&nbsp;วัดศรีสุพลวนาราม&nbsp;ตำบลหนองเลิง&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสนิท&nbsp;ขาวสอาด&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&nbsp;นางแว่นฟ้า&nbsp;ทองศรี&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.บึงกาฬ&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนผู้รับผลประโยชน์&nbsp;ร่วมในพิธี</p><p><strong>ดร.ทรงศักดิ์&nbsp;ทองศรี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่มาทำงานในนามของกระทรวงเกษตรถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันซึ่งเป็นดำริของนายกรัฐมนตรี&nbsp;พลเอก&nbsp;ประยุทธ&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;ให้บูรณาการกันเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน&nbsp;ซึ่งในวันนี้ได้มาร่วมงานในกิจกรรมบูรณาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มอบเครื่องจักรทางการเกษตร&nbsp;ในโครงการโครงการยกระดับแปลงใหญ่&nbsp;มอบโคในโครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;มอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&nbsp;(โรคลัมปีสกิน)&nbsp;และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน&nbsp;สปก.4-01&nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน&nbsp;ที่รัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ&nbsp;ผมก็ลงมาติดตามดูก็เห็นว่าเป็นประโยชน์&nbsp;แต่ประชาชนต้องร่วมมือกัน&nbsp;เพราะประชาชนเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้นโยบายต่างๆของรัฐประสบความสำเร็จ</p><p><strong>ภายในงานยังมีการออกบูธให้ความรู้ของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;</strong>เช่น&nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ&nbsp;โครงการชลประทานบึงกาฬ&nbsp;กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&nbsp;และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","บึงกาฬ","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325192929090"],
    [698,"นายก อบจ.ตรัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่สวนยาง สวนปาล์มน้ำมันอบจ.ตรัง เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล","<p><strong>นายบุ่นเล้ง&nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&nbsp;นายก&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&nbsp;&nbsp;</strong>รองปลัด&nbsp;อบจ.รักษาราชการแทนปลัด&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;หัวหน้าสำนักปลัด&nbsp;อบจ.ตรัง&nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่สวนยาง&nbsp;สวนปาล์มน้ำมันอบจ.ตรัง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ต.วังมะปรางเหนือ&nbsp;อ.วังวิเศษ&nbsp;เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล</p><p><strong>สำหรับสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน&nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นที่ดินและทรัพย์สินของอบจ.ตรัง&nbsp;มีเนื้อที่&nbsp;1,077&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ&nbsp;400&nbsp;ไร่&nbsp;ในส่วนของสวนยางพาราได้บริหารจัดการ&nbsp;แบ่งจำนวนต้นยางพารา&nbsp;ตามหลักวิชาการเกษตร&nbsp;คือ&nbsp;แปลงต้นยางอ่อน&nbsp;และแปลงยางแก่&nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน&nbsp;265&nbsp;ไร่&nbsp;พื้นที่เหลือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;และเป็นพื้นที่ธรรมชาติมากที่สุด&nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&nbsp;200&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งควรแก่การอนุรักษ์ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195525112"],
    [699,"ตรวจสต๊อกพ่อค้าป้องกักตุน ทางแก้ข้าวโพดราคาพุ่ง","<p>สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลถึงระดับราคาธัญพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยูเครนระงับการส่งออกข้าวสาลี รวมถึงอาเจนตินาที่ระงับการส่งออกถั่วเหลือง และอีกหลายประเทศที่ทยอยระงับการส่งออกธัญพืช เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางอาหารของตนเอง&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>กลับมาดูราคาข้าวโพดในประเทศไทย ราคาพุ่งสูงขึ้นมาตลอดตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม ล่าสุดสูงถึง กก.ละ 13 บาท (จากปี 64 อยู่ที่ราคา 10.05 บาท/กก.) ส่งผลกระทบถึงต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างหนัก และนำไปสู่การเรียกร้องขอให้รัฐแก้ปัญหาทั้งปริมาณและราคาวัตถุดิบโดยเร่งด่วน ก่อนเกิดวิกฤตความมั่นคงทางอาหารของประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยมีอยู่ราว 8 ล้านตัน/ปี แต่มีผลผลิตในประเทศเพียง 5 ล้านตัน/ปี ขาดแคลนถึง 3 ล้านตัน/ปี จึงต้องมีการหาวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลี ซึ่งรัฐอ้างการดูแลผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ จึงตั้งมาตรการ 3:1 (ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน จึงจะนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน) มาตั้งแต่ปี 2561 กระทั่งปัจจุบันมาตรการดังกล่าว กลายเป็นอุปสรรคในการแก้สถานการณ์วัตถุดิบ เป็นที่มาของการผลการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และโรงงานอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ในที่สุดที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต และบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเชื่อมต่อไปถึงต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยงสัตว์ แต่ที่ผิดสังเกตคือการจำกัดระยะเวลาที่สั้นเพียงถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ทั้งยังจำกัดโควต้าจำนวนนำเข้าด้วย จนไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ตามวัตถุประสงค์&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ขณะที่วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ยูเครนประกาศระงับการส่งออกธัญพืชรวมทั้งข้าวสาลี ทำให้ราคาของข้าวสาลีในตลาดโลกราคาสูงขึ้นใกล้เคียงกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คือที่ 13.00 บาท/กิโลกรัม (จากปกติจะมีราคาต่ำกว่าข้าวโพดประมาณ 1 บาท) เมื่อราคาเท่ากันก็ไม่จูงใจให้เกิดการนำเข้าข้าวสาลีในช่วงนี้เพื่อทดแทนข้าวโพด&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ราคาข้าวโพดในประเทศไม่ควรอยู่ในระดับสูง ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ย่อมต้องแสดงกึ๋นและฝีมือในการจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วนให้ทันเหตุการณ์&nbsp;อะไรเป็นอุปสรรคทำต้นทุนสูงต้องรีบเคลียร์ รวมถึง ปัจจัยเอื้อให้ราคาสูงนอกเหนือจากสถานการณ์สงคราม เช่น การกักตุนเพื่อเก็งกำไร เพราะช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวโพดทั้งหมดและขายให้ไปอยู่ในสต๊อกของพ่อค้าพืชไร่หมดแล้ว&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>อันที่จริงเคยมีการร้องเรียนให้ภาครัฐตรวจสต็อกวัตถุดิบอาหารสัตว์ของพ่อค้าพืชไร่ เพราะปริมาณข้าวโพดในตลาดน้อยลงจนผิดสังเกตุ แต่ภาครัฐกลับเข้าตรวจสต็อกของโรงงานอาหารสัตว์แทน ทั้งๆที่โรงงานเหล่านี้รายงานสต็อกให้กรมการค้าภายในทราบทุกๆ 10 วันเป็นประจำตามปกติอยู่แล้ว คล้ายเป็นมวยล้มต้มคนดู ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่าเหตุใดรัฐจึงละเลยการตรวจสต๊อกพ่อค้าซึ่งเป็นคนกุมปริมาณข้าวโพดไว้ในมือทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ยังคงต้องจ่ายค่าข้าวโพดราคาแพงมาโดยตลอด&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>หากมีการกักตุนผลผลิตข้าวโพด ย่อมผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นได้มาก โดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงที่จุดใดเพราะไม่มีเพดานราคา กำกับ ภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยงต้องซื้อวัตถุดิบในราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แบกรับภาระต้นทุนอย่างหนักหน่วง แต่รัฐกลับขอให้ตรึงราคาสินค้าปศุสัตว์ ทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่&nbsp;ซึ่งในที่สุดเกษตรกรผู้ผลิตอาหารจะอยู่ไม่ได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ ตัวเลขปริมาณการส่งออกวัตถุดิบทั้ง 2 รายการจากกรมศุลกากร พบว่าในปี 2564 มีการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 93,615 ตัน เฉพาะช่วงเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ส่งออกรวมกันถึง 65,930 ตัน และในส่วนของกากถั่วเหลืองตลอดปี 2564 มีการส่งออกถึง 103,091 ตัน หากภาครัฐยังคงนโยบายอนุญาตให้ส่งออกข้าวโพดได้อย่างเสรี และส่งออกกากถั่วเหลืองได้ร้อยละ 20 ของกำลังการผลิตของโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง ปริมาณวัตถุดิบก็จะไม่เพียงพอ และเป็นผลให้ราคาในประเทศสูงขึ้นต่อเนื่องดังเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>ดังนั้น รัฐบาลไทยควรระงับการส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์วิกฤตจะคลี่คลายลง เพื่อคงปริมาณวัตถุดิบดังกล่าวให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งจะเป็นการบรรเทาการขาดแคลน และส่งผลทางจิตวิทยาให้ระดับราคาข้าวโพดในประเทศลดลงได้&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p><p>นาทีนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ควรเร่งตรวจสอบสต็อกพ่อค้าพืชไร่โดยด่วน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลไปถึงเกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ด้วย นอกจากนี้ ยังควรตัดสินใจให้เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์สามารถขายสินค้าในราคาที่สอดคล้องต้นทุน ไม่ใช่กดดันให้แบกต้นทุนสูงแต่ขายราคาต่ำ จนส่งผลกระทบไปตลอดห่วงโซ่</p><p><br></p><p><br></p><p>โดย รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325191127083"],
    [700,"กรมปศุสัตว์พร้อมสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรังและจังหวัดสตูล  15,000 แม่","<p><strong>นายอำพล&nbsp;วริทธิธรรม&nbsp;ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์</strong>&nbsp;กรมปศุสัตว์กล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ตรังและจังหวัดสตูล&nbsp;15,000&nbsp;&nbsp;แม่ว่าโครงการนี้จะมีการอุดหนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกระบี่&nbsp;ตรังและจังหวัดสตูล&nbsp;รวม&nbsp;15,000&nbsp;แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์&nbsp;1,500&nbsp;ตัวเมื่อมีผลผลิตแล้ว&nbsp;แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือด้านการตลาดที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป&nbsp;ในที่ประชุม&nbsp;ตัวแทน&nbsp;ปศุสัตว์ทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้มีการชี้แจง&nbsp;ในเบื้องต้นเป็นการสร้างความเข้าใจในการผลิตแพะตอบสนองการบริโภค&nbsp;เพราะมีการขยายจากตลาดได้อีกหลายเท่าตัว&nbsp;นอกจากนี้ยังมองถึงการผลิตแพะเพื่อการส่งออก&nbsp;ที่มองไปยังประเทศทางภูมิภาคตะวันออกกลาง&nbsp;ในปัจจุบัน&nbsp;จากปัญหาเศรษฐกิจและผลกระทบจากสงครามรัสเซียกับยูเครน&nbsp;จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปยังตลาดกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ&nbsp;AEC&nbsp;ก่อน&nbsp;เช่นการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและตลาดกลางแพะรวมถึงการพิจารณาถึง&nbsp;Quality&nbsp;Goat&nbsp;Supply,Food&nbsp;SafetyและFood&nbsp;Security&nbsp;ควบคุู่ไปกับการมีมาตรฐานฮาลาลสากลหรือ&nbsp;Intetnational&nbsp;Halal&nbsp;Standard&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายสำคัญ&nbsp;เพชรทอง&nbsp;รองนายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่&nbsp;</strong>แจ้งว่าขณะนี้ได้มีการติดต่อประสานงานกับ&nbsp;ที่ปรึกษา&nbsp;คณะทำงาน&nbsp;คุณหญิงกัลยา&nbsp;โสภณพนิช&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp;และมีกำหนดการร่วมประชุมที่ศรีผ่องฟาร์มเพื่อหารือความเป็นไปได้ในการ&nbsp;ทำ&nbsp;MOUกรณีสนับสนุนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคใต้&nbsp;ร่วมผลิตแพะ&nbsp;&nbsp;เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า&nbsp;สถาบันการศึกษามีโอกาสผลิตบุคลากรให้มีทักษะ&nbsp;ความรู้ความสามารถและเมื่อสำเร็จการศึกษา&nbsp;มีงานด้านการเลี้ยงแพะรองรับเพิ่มมากขึ้น&nbsp;ประกอบกับแต่ละแห่งมีพื้นที่กว้างใหญ่เพียงพอ&nbsp;ที่สามารถ&nbsp;จะร่วมผลิตแพะคุณภาพดี&nbsp;เพิ่มเติมจากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-25T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สวท.กระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195050104"],
    [701,"เปิดทางเลือกโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล ศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ-เอกชน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมเกียรติ&nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เนื่องจากมูลค่าการลงทุนของโครงการจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงมาก&nbsp;กรมชลประทานจึงได้มีการจ้างดำเนินการ&nbsp;โครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล&nbsp;แนวส่งน้ำยวม&nbsp;&nbsp;อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;ตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2562&nbsp;มีรายละเอียดของการศึกษาที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมของการร่วมลงทุน&nbsp;การศึกษาความเป็นไปได้ด้านการเงินกรณีร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาต่อ&nbsp;คณะรัฐมนตรีในการพิจารณาตัดสินใจทางเลือกของการลุงทุนค่าก่อสร้างโครงการที่เหมาะสม&nbsp;ซึ่งการศึกษาครั้งนี้&nbsp;จึงให้ความสำคัญในเรื่องการวิเคราะห์ราคาค่าก่อสร้างโครงการเป็นอย่างมากเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเนื่องจากที่ผ่านมามักมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน&nbsp;โดยมักนำค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษา&nbsp;หรือค่าอื่นๆ&nbsp;มารวมเป็นค่าก่อสร้างโครงการ&nbsp;ทั้งที่ผลการวิเคราะห์ตามรายงาน&nbsp;EIA&nbsp;ปีพ.ศ.&nbsp;2559&nbsp;ประมาณ&nbsp;71,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ให้เป็นราคาปีปัจจุบัน&nbsp;ซึ่งจะมีมูลค่าก่อสร้างโดยประมาณ&nbsp;88,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">หากโครงการแล้วเสร็จ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;จะสามารถสร้างประโยชน์ครอบคลุมทุกด้าน&nbsp;เช่น&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;70,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ด้านอุปโภคบริโภคจะมีการจัดสรรน้ำเฉลี่ยปีละ&nbsp;300&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.ได้รับประโยชน์&nbsp;กว่า&nbsp;1,300,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ด้านการผลิตไฟฟ้า&nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนภูมิพลผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น&nbsp;426&nbsp;ล้านหน่วย&nbsp;ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับประโยชน์&nbsp;100,000&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ด้านประมงในเขื่อนน้ำยวม&nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&nbsp;ด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม&nbsp;รวมถึงการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ&nbsp;ด้วย</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326122528308"],
    [702,"กรมการข้าว เร่งสืบสานและพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้คงเป็นมรดกอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป","<p><strong>นางสาวนนทิชา&nbsp;วรรณสว่าง&nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมการข้าวให้ความสำคัญต่องานการพัฒนาข้าวพันธุ์พื้นเมืองเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้&nbsp;รวมถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ทำนา&nbsp;อาชีพทำนาปลูกข้าวนั้นมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยตลอดมาจากอดีตจนปัจจุบันแม้ในช่วงระยะหลังนี้จะมีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามาใช้ในด้านการปรับปรุงพันธุ์มากขึ้นแต่ความนิยมบริโภคข้าวพันธุ์พื้นเมืองก็ยังคงอยู่ไม่ได้จางหายไป&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;จึงมีนโยบายอย่างชัดเจนว่า</strong>&nbsp;ต้องสืบสานและพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้คงเป็นมรดกอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไปตราบนานเท่าที่ภาคการเกษตรยังคงมีบทบาทในฐานะการผลิตอาหาร&nbsp;ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กรมการข้าวต้องวิจัยพัฒนาข้าวพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้นั้น&nbsp;เนื่องจากภาคใต้เป็นมนต์เสน่ห์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองท้องถิ่น&nbsp;มีบทบาทมากตลอดฝั่งอันดามันและอ่าวไทย&nbsp;และมีสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเฉพาะถิ่นจำนวนมากที่กรมการข้าวต้องเร่งฟื้นฟูให้เป็นสายพันธุ์บริสุทธิ์เพื่อเป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่น&nbsp;เน้นย้ำความเป็นปรึกแผ่นของความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเกษตรเฉพาะถิ่น&nbsp;ส่งเสริมผลักดันให้เกิดเป็นสินค้าข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;ต่อไป&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศความสำคัญของสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองภาคใต้ให้เกิดการรับรู้โดยทั่วไปด้วย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326121826295"],
    [703,"ความสำเร็จแปลงใหญ่ผึ้งโพรง ปันแต เน้นน้ำผึ้งคุณภาพ แปรรูปเป็นเครื่องสำอาง เพิ่มมูลค่าเจาะตลาดทั่วโลก","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&nbsp;เป็นโครงการที่มุ่งเป้าหมายไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนเกษตรอย่างยั่งยืนและมีการดำเนินการทั่วประเทศ&nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;โดยเน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการมีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;ช่วยยกระดับการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ&nbsp;&nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&nbsp;ตามนโยบายตลาดนำการผลิต&nbsp;</p><p><strong>สำหรับแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลปันแต&nbsp;อำเภอควนขนุน&nbsp;จังหวัดพัทลุง</strong>&nbsp;เป็นแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ&nbsp;ได้รับการจัดชั้นคุณภาพ&nbsp;A&nbsp;ที่สามารถเป็นต้นแบบได้&nbsp;ทั้งด้านบริหารจัดการ&nbsp;ที่เน้นวางแผนการผลิตและสร้างรายได้&nbsp;จากหลักบริหารจัดการร่วมกัน&nbsp;ส่วนด้านลดต้นทุนการผลิต&nbsp;&nbsp;ได้ใช้เทคนิคปรับเปลี่ยนรูปแบบลังผึ้ง&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง&nbsp;ให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น&nbsp;ง่ายต่อการติดตั้งและเคลื่อนย้าย&nbsp;ช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว</p><p><strong>อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวต่อไปว่า</strong>&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ทางกลุ่มยังได้ดำเนินการยื่นขอรับใบรับรองจาก&nbsp;อย.&nbsp;เพื่อรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์&nbsp;เช่น&nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผึ้งโพรงและน้ำผึ้งในรูปแบบเครื่องสำอางอย่างลิปสติก&nbsp;ลิปมัน&nbsp;น้ำผึ้ง&nbsp;สบู่&nbsp;และส่วนผสมในเครื่องดื่ม&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้สามารถขยายตลาดได้กว้างมากขึ้นและมียอดการจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เกิดการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกเป็นอย่างดี</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120619283"],
    [704,"กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ พร้อมบริหารจัดการน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วง 21 - 27 มี.ค.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำ&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคมนี้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ภูเก็ต&nbsp;102&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สตูล&nbsp;98&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุบลราชธานี&nbsp;95&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,607&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;48&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,732&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำ&nbsp;4&nbsp;เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคมนี้&nbsp;มีแผนการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;ปรับเพิ่มแผนการระบายน้ำจาก&nbsp;17.28&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;19&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;//&nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&nbsp;เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวรสำหรับการเตรียมส่งน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;จึงปรับแผนการระบายน้ำจาก&nbsp;5.50&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;10&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;//&nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;21&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้ปรับแผนการระบายน้ำจาก&nbsp;3.02&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;6.91&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;-&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;ปรับแผนการระบายน้ำจาก&nbsp;3.02&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&nbsp;ปรับแผนการระบายน้ำจาก&nbsp;3.89&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;เพิ่มเป็น&nbsp;4.32&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;23&nbsp;-&nbsp;24&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ได้เกิดมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครสวรรค์&nbsp;ทำให้มีน้ำท่าไหลลงสู่เเม่น้ำปิงเพิ่มขึ้น&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อวันที่&nbsp;25&nbsp;มีนาคมอยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;จึงไม่มีผลกระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่ตอนล่าง&nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลเป็นไปอย่างเหมาะสม&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ให้ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;25&nbsp;-&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;จากเดิม&nbsp;19&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;ให้เหลือ&nbsp;14&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;และวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;ได้ปรับลดจากเดิม&nbsp;17&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;ให้เหลือ&nbsp;14&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326102001245"],
    [705,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย</strong> <strong>ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม </strong>ส่วนก<strong>รุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&nbsp;จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นบางพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;30&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326103839249"],
    [706,"กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือภาคีเครือข่าย กระจายผลผลิตมะม่วงคุณภาพเมืองพิจิตร ส่งถึงมือผู้บริโภค","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;&nbsp;ขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เกษตรผลิต&nbsp;พาณิชย์ตลาด&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;โดยมีหลักการดำเนินงาน&nbsp;4&nbsp;ด้านคือ&nbsp;ด้านข้อมูล&nbsp;ด้านแพลตฟอร์มกลาง&nbsp;ด้านการกำหนดคุณภาพ&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;และตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;และด้านการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด&nbsp;&nbsp;เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างครบวงจร&nbsp;ตั้งแต่การผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;และการตลาดควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเหมาะสม&nbsp;มีให้ได้คุณภาพมาตรฐาน&nbsp;มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค&nbsp;สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการกระจายผลผลิตเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้</strong>&nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;คาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการผลผลิตร่วมกัน&nbsp;ล่าสุด&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;บริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;และหน่วยงานภาคี&nbsp;บูรณาการร่วมกัน&nbsp;จัดคาราวานส่งมะม่วงผ่านบริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;ภายใต้แคมเปญ&nbsp;สั่งผลไม้&nbsp;ส่งไปรษณีย์&nbsp;เกษตรกรไทยแฮปปี้&nbsp;เน้นกระจายผลผลิตช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงจังหวัดพิจิตร&nbsp;ให้สามารถจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปยังผู้บริโภคได้โดยตรง</p><p>ด้านนายสามารถ&nbsp;เดชบุญ&nbsp;เกษตรจังหวัดพิจิตร&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตมะม่วงคุณภาพในฤดู&nbsp;จังหวัดพิจิตร&nbsp;เดือนมีนาคมและเมษายน&nbsp;2565&nbsp;จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด&nbsp;&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.7&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;โดยจังหวัดพิจิตรมีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมด&nbsp;28,034.25&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;22,519&nbsp;ไร่&nbsp;ยังไม่ให้ผลผลผลิต&nbsp;5,515&nbsp;ไร่&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร</strong>&nbsp;ประสานความร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร&nbsp;&nbsp;วางแผนการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ประมาณ&nbsp;70%&nbsp;และเพื่อการส่งออก&nbsp;ประมาณ&nbsp;30%&nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;มีแผนรับซื้อประมาณ&nbsp;4-5&nbsp;ตัน&nbsp;ทุกวัน&nbsp;จนถึงกำหนดวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;นี้&nbsp;รวมแล้วกว่า&nbsp;135&nbsp;ตัน&nbsp;และสำหรับมะม่วงคละไซส์&nbsp;มีแผนกระจายผลผลิตอีก&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;ตัน&nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&nbsp;25-30&nbsp;มีนาคมนี้</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120054274"],
    [707,"ประมงจังหวัดปัตตานี ออกบูธจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำแปรรูปตามนโยบาย รมว.เกษตรและสหกรณ์","<p><strong>วานนี้&nbsp;(25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี</strong>&nbsp;ได้ดำเนินโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู้ผู้บริโภค&nbsp;(Fisherman&nbsp;Market)&nbsp;ตามนโยบายของนายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยออกบูธจำหน่ายสินค้า&nbsp;ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูปจากวัตถุดิบในท้องถิ่น&nbsp;เพื่อเป็นการนำสินค้าจากชาวประมงพื้นบ้านมาจัดวางจำหน่าย&nbsp;ณ&nbsp;ตลาดประชารัฐ&nbsp;(ที่ว่าการอำเภอเมืองปัตตานี)&nbsp;โดยมีสินค้าสัตว์น้ำจากการแปรรูปในแบบผลิตภัณฑ์หลากหลาย&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ปลาหวาน&nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาหวานดาริน&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p>2.ปลากุเราเค็ม&nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชุนแม่บ้านศรีบารู&nbsp;อำเภอหนองจิก&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p>3.&nbsp;ปลาส้ม&nbsp;(เมืองสาย)&nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะฟัก&nbsp;อนุบาลปลาทับทิมชุมชนสะพานม้า&nbsp;อำเภอสายบุรี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ปลาแห้ง&nbsp;จากกลุ่มแม่บ้านปากน้ำ&nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>5.&nbsp;ผลิตภัณฑ์เมี่ยงคำสด,&nbsp;เมี่ยงคำแห้ง&nbsp;และสาหร่ายพวงองุ่น&nbsp;จากกลุ่มแม่บ้านจะรัง&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p>6.&nbsp;ข้าวเกรียบปลา,&nbsp;น้ำพริกปลาทราย,&nbsp;ปลาทรายทุบ&nbsp;และปลาแก้วกรอบ&nbsp;จากห้างหุ้นส่วนจำกัด&nbsp;มาเรียม&nbsp;โอเชียน&nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&nbsp;อำเภอยะหริ่ง&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p>7.&nbsp;ปูดำ&nbsp;จากกลุ่มเลี้ยงปูดำตำบลไทรทอง&nbsp;อำเภอไม้แก่น&nbsp;จังหวัดปัตตานี</p><p><strong>โดยการออกบูธจำหน่ายสินค้าฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจำนวนมาก</strong>&nbsp;สร้างความพึงพอใจกับชาวประมงพื้นบ้านที่ได้เข้าร่วม&nbsp;สรุปยอดการจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในครั้งนี้&nbsp;เป็นจำนวนเงินกว่า&nbsp;9,780&nbsp;บาท</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326113817271"],
    [708,"ศูนย์ป่าไม้ตราด เชิญชวน ประชาชน เกษตรกร สมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ พ.ศ. 2565","<p><strong>วันนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;นายปฎิยุทธ์&nbsp;บูรพัฒน์&nbsp;เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส</strong>&nbsp;ทำหน้าที่&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ตราด&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด&nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;เป้าหมายในพื้นที่จังหวัดตราด&nbsp;300&nbsp;ไร่&nbsp;โดยการอุดหนุนเงินลงทุนสำหรับการปลูกสร้างสวนป่าในที่ปีที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจที่กำหนด&nbsp;38&nbsp;ชนิด&nbsp;อาทิ&nbsp;กันเกรา&nbsp;ประดูป่า&nbsp;พะยอม&nbsp;พะยูง&nbsp;มะค่าแต้&nbsp;เต็ง&nbsp;รัง&nbsp;แดง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ในพื้นที่ตนเอง&nbsp;</p><p><strong>โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการเตรียมพื้นที่</strong>&nbsp;การปลูกและบำรุงรักษาไม้ป่าเศรษฐกิจ&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;100&nbsp;ต้น/ไร่&nbsp;ให้แก่ประชาชน&nbsp;เกษตรกร&nbsp;ในอัตราไร่ละ&nbsp;1,000&nbsp;บาท&nbsp;&nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด&nbsp;จึงขอประชาสัมพันธ์&nbsp;โครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&nbsp;ประจำปี&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;</p><p><strong>โดยประชาชนทั่วไป&nbsp;หรือเกษตรกร&nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ</strong>&nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;และติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ป่าไม้ตราด&nbsp;เลขที่&nbsp;45&nbsp;ซอยท่าเรือจ้าง&nbsp;1&nbsp;&nbsp;ถนนท่าเรือจ้าง&nbsp;ตำบลวังกระแจะ&nbsp;อำเภอเมืองตราด&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;039-511-157&nbsp;หรือทาง&nbsp;Page&nbsp;Facebook&nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด,&nbsp;ทาง&nbsp;Line&nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด&nbsp;หรือ&nbsp;แบบฟอร์มลงชื่อผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;(Google&nbsp;Form)&nbsp;ตาม&nbsp;QR&nbsp;Code&nbsp;ที่แนบมาพร้อมนี้</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p><br></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326123658311"],
    [709,"แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ จังหวัดอุดรธานี พร้อมเปิดจับสัตว์น้ำ คาดสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการเปิดจับสัตว์น้ำ&nbsp;แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;ว่า&nbsp;ที่ผ่านมากรมประมงมีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาโครงการฯ&nbsp;ได้รับการตอบรับที่ดี&nbsp;มีแหล่งน้ำเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;ทั้งสิ้นกว่า&nbsp;120&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;47&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;จนประสบผลสำเร็จเห็นผลเชิงประจักษ์&nbsp;มีสัตว์น้ำสำหรับบริโภคในชุมชน&nbsp;สามารถลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;ตลอดจนมีการจัดสรรผลประโยชน์คืนให้แก่สมาชิกโครงการฯ&nbsp;&nbsp;และรายได้ส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชนเป็นต้นทุนในการพัฒนาชุมชน&nbsp;ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;ซึ่งแหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลนาม่วง&nbsp;อำเภอประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่เข้าร่วมโครงการ&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;เดิมทีแหล่งน้ำแห่งนี้มีการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรเพียงอย่างเดียว&nbsp;ไม่ได้มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้มีการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของแหล่งน้ำอย่างเต็มที่&nbsp;</p><p><strong>กรมประมง&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี</strong>&nbsp;เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำจืดของชุมชน&nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืดให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญสำหรับการบริโภค&nbsp;สามารถลดรายจ่ายครัวเรือนและสร้างรายได้ในชุมชน&nbsp;โดยปีที่ผ่านมา&nbsp;ได้มีการเปิดขายบัตรจับสัตว์น้ำเก่า&nbsp;มีรายได้กว่า&nbsp;89,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ชุมชนร่วมกันดำเนินการตามแผนชุมชน</strong>&nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&nbsp;ในการผลิตสัตว์น้ำและสร้างรายได้&nbsp;ปัจจุบันชุมชนพิจารณาเปิดรับสมัครสมาชิกร่วมหุ้นเพิ่มเติมหลังจากมีการปันผลคืนให้สมาชิกแล้ว&nbsp;โดยกิจกรรมการเปิดจับสัตว์น้ำในวันนี้เป็นการเปิดจับปลาในแหล่งน้ำครั้งแรกตามแผนดำเนินงาน&nbsp;ชุมชนหลังจากปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำและคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และมีรายได้ปันผลคืนสู่ชุมชนและสมาชิกโครงการฯ&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;เปอร์เซ็นต์</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326191140386"],
    [710,"กฟผ.แม่เมาะ เดินหน้าแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า นำ จนท. Kick Off ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกัน","<p><strong>กฟผ.แม่เมาะ&nbsp;เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกจังหวัด&nbsp;สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมจัดทีมลาดตระเวน&nbsp;ร่วมสมทบหน่วยงานส่วนราชการ&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;สานพลังแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า</strong></p><p><strong>จากการที่จังหวัดลำปางได้ออกประกาศ&nbsp;เรื่อง&nbsp;การงดเว้นการเผาในเขตพื้นที่ป่าและพื้นที่โล่งแจ้ง&nbsp;</strong>เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่&nbsp;เป็นระยะเวลา&nbsp;60&nbsp;วัน&nbsp;นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยได้จัดตั้ง&nbsp;War&nbsp;Room&nbsp;ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันจังหวัดลำปางขึ้น&nbsp;ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;ได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงาน&nbsp;โดยทางหน่วยงาน&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;มีพื้นที่ป่าอยู่ในความดูแลรับผิดชอบประมาณ&nbsp;9&nbsp;หมื่นกว่าไร่&nbsp;มีพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาไฟป่า&nbsp;ทั้งในบริเวณพื้นที่ป่าธรรมชาติ&nbsp;และบริเวณพื้นที่ป่าฟื้นฟู&nbsp;ประกอบกับสภาพพื้นที่ปัจจุบันได้เข้าสู่หน้าแล้ง&nbsp;ทำให้ทั่วบริเวณผืนป่ามีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก&nbsp;<strong>ในการนี้&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว</strong>&nbsp;เกรงว่าในช่วงหน้าแล้งนี้จะเกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควันเหมือนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยรวม&nbsp;ดังนั้นจึงได้ร่วมบูรณาการนำหน่วยกองงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด&nbsp;เข้าทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;รณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;\"หยุดเผา\"&nbsp;เดินหน้าต่อเนื่องแผนยุทธการเชิงรุกป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ตามแนวทางมาตรการจังหวัด&nbsp;คนลำปางร่วมใจ&nbsp;ไม่เผาป่า&nbsp;คืนฟ้าใส&nbsp;ให้ชาวลำปาง</p><p><strong>ซึ่งในการจัดกิจกรรม&nbsp;นายประจวบ&nbsp;ดอนคำมูล&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ&nbsp;</strong>ได้ให้เกียรติเป็นหัวหน้าคณะ&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์มือเครื่องจักรในส่วนงานฝ่ายต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งจากแผนกรักษาความปลอดภัยทั่วไป&nbsp;แผนกรักษาความปลอดภัยโรงไฟฟ้า&nbsp;กองจัดการน้ำและสนับสนุนการปฏิบัติการ&nbsp;และหน่วยกองฟื้นฟูสภาพเหมือง&nbsp;เข้าทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมพร้อมกัน&nbsp;ณ&nbsp;ที่บริเวณกองฟื้นฟูสภาพเหมือง&nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;โดยการนี้&nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ&nbsp;ได้เป็นประธานทำพิธีปล่อยแถวกำลังพลเจ้าหน้าที่&nbsp;ซึ่งจะมีทั้งทีมสนับสนุนและทีมปฏิบัติการ&nbsp;ที่จะลงพื้นที่ไปประจำตามจุดเฝ้าระวังต่างๆ&nbsp;คอยให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือและกำลังพล&nbsp;โดยกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนนี้&nbsp;ทาง&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;จะให้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครป้องกันและควบคุมไฟป่า&nbsp;ซึ่งกำลังพลส่วนหนึ่งจะได้เป็นกำลังเสริมคอยช่วยเหลือหน่วยงานเทศบาล&nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตท้องที่&nbsp;เน้นการปฏิบัติงานเชิงรุกทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวน&nbsp;หรือเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว&nbsp;ซึ่งชุดปฏิบัติการดังกล่าวจะปฏิบัติการออกลาดตระเวนพร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่าครบชุด&nbsp;คอยเฝ้าระวังตรวจตราพื้นที่&nbsp;ทำแนวกันไฟรอบบริเวณเหมืองแม่เมาะ&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาไฟป่า&nbsp;รวมถึงพื้นที่รอยต่อกับอำเภอใกล้เคียงเป็นประจำทุกวัน&nbsp;หากเมื่อพบเห็นการเกิดไฟป่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วจะเป็นหน่วยแรกที่เข้าระงับเหตุแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นทันที&nbsp;และกำลังพลที่เหลืออีกส่วนหนึ่ง&nbsp;จะเป็นหน่วยเตรียมความพร้อมจัดเตรียมในส่วนของเครื่องจักร&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;และอุปกรณ์ทุ่นแรงไว้คอยสนับสนุนตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ตลอดจนให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยประชาสัมพันธ์&nbsp;ส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า&nbsp;มีการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&nbsp;เช่น&nbsp;ใบไม้แห้ง&nbsp;ฟางข้าว&nbsp;ตอซัง&nbsp;ฯลฯ&nbsp;มาใช้ทำเป็นปุ๋ยหมักสร้างรายได้เพิ่ม&nbsp;เพื่อจะได้ช่วยลดการเผาเศษวัสดุซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปัญหาหมอกควัน</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;แม่เมาะ&nbsp;มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเผาของชาวบ้านในชุมชนรอบพื้นที่</strong>&nbsp;รวมทั้งยังเพื่อต้องการส่งเสริมสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้เข้ามาดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;เพื่อเฝ้าระวังป้องกันปัญหาตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละภาคส่วน&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นไปอย่างมีระบบและยั่งยืน</p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","NULL","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326133346325"],
    [711,"พัฒนาหนองเล็งทราย เพิ่มปริมาณเก็บกัก บรรเทาน้ำท่วมน้ำแล้ง ส่งเสริมอาชีพประมง สร้างแหล่งท่องเที่ยว","<p><strong>นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน</strong>&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางในการพัฒนาหนองเล็งทราย&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ว่า&nbsp;หนองเล็งทราย&nbsp;เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;เนื้อที่ประมาณ&nbsp;5,563&nbsp;ไร่&nbsp;&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;5&nbsp;ตำบล&nbsp;ในอำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;ประชาชนได้อาศัยแหล่งน้ำนี้&nbsp;ในการประกอบอาชีพประมงและเลี้ยงสัตว์&nbsp;แต่เนื่องจากมีตะกอนดินที่ไหลมาจากลำห้วยต่างๆ&nbsp;ลงสู่หนอง&nbsp;ทำให้เกิดความตื้นเขินไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพในฤดูฝน&nbsp;ประกอบกับมีการบุกรุกพื้นที่บริเวณรอบหนอง&nbsp;จึงทำให้ระบบนิเวศตามธรรมชาติถูกทำลาย&nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพน้ำในการผลิตน้ำประปาและการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ&nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านที่ใช้แหล่งน้ำนี้ในการอุปโภคบริโภค&nbsp;และการเกษตร&nbsp;รวมทั้งอาชีพประมง</p><p><strong>กรมชลประทาน&nbsp;จึงได้วางแนวทางการพัฒนาหนองเล็งทรายออกเป็น&nbsp;6&nbsp;ระยะ</strong>&nbsp;เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ซึ่งหากดำเนินโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด&nbsp;จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้มากขึ้น&nbsp;จากเดิมเก็บกักได้&nbsp;9&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เป็นประมาณ&nbsp;23&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;&nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณ&nbsp;14&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ได้ถึง&nbsp;10,000&nbsp;ไร่&nbsp;ให้แก่เกษตรกรและผู้ใช้น้ำในอำเภอแม่ใจ&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อีกทางหนี่งด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326191524391"],
    [712,"จ.แม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อน 23 จุด ขณะที่คุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง 5 วันติด (ตั้งแต่วันที่ 22-26 มี.ค. 65)","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong><span&nbsp;style=\"background-color:&nbsp;white;\">&nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</span>ประจำวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ว่าพบจุดความร้อน&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;จำนวน&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,869&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&nbsp;จำนวน&nbsp;839&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,669&nbsp;จุด&nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;20&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;-&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;2,202&nbsp;จุด&nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จำนวน&nbsp;660&nbsp;จุด&nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;จำนวน&nbsp;1,227&nbsp;จุด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ส่วนคุณภาพอากาศประจำวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ค่า&nbsp;PM2.5</strong>&nbsp;ณ&nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;เท่ากับ&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีปานกลาง)&nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&nbsp;เท่ากับ&nbsp;22&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;(ค่ามาตรไม่ฐานเกิน&nbsp;50&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326150140336"],
    [713,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับจุดความร้อนจากเมียนมาสูงขึ้นเกือบ 2,000 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&nbsp;เช่นเดียวกับจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงขึ้นเกือบ&nbsp;2,000&nbsp;จุด&nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(25&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;&nbsp;111&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;22&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;14&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;11&nbsp;จุด&nbsp;และพิจิตร&nbsp;9&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวในหลายภูมิภาค&nbsp;แต่ยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก&nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่บริเวณภาคกลางตอนบน&nbsp;คาดว่าจะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;25&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,753&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,866&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,292&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้โดยรวมทั่วประเทศอยู่ในระดับดีมาก&nbsp;ยกเว้นบริเวณตอนบนของภาคเหนือพบค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้พบ&nbsp;1,901&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็นเวียดนาม&nbsp;294&nbsp;จุด&nbsp;และ&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;227&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326144619332"],
    [714,"จังหวัดชลบุรี   กรมโยธาธิการและผังเมือง การประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะที่ 2","<p><strong>กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;การประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการศึกษา&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่พื้นที่ตำบลอ่างศิลา&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ถึงตำบลสัตหีบ&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;จังหวัดชลบุรี</strong></p><p><strong>ที่ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ&nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</strong>(THE&nbsp;COP&nbsp;Seminar&nbsp;&amp;&nbsp;Resort)&nbsp;ตำบลบางละมุง&nbsp;อำเภอบางละมุง&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;นายปราบพิภพ&nbsp;จัมปะโสม&nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการโยธาธิการ&nbsp;สำนักงานโยธาธิการและ&nbsp;ผังเมืองจังหวัดชลบุรี&nbsp;เป็นประธานการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;โครงการศึกษา&nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่พื้นที่ตำบลอ่างศิลา&nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;ถึงตำบลสัตหีบ&nbsp;อำเภอสัตหีบ&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p><strong>ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย&nbsp;มีระดับความรุนแรงและสาเหตุที่แตกต่างกันไป&nbsp;</strong>ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;ตระหนักถึงปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&nbsp;จึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&nbsp;ได้ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้าง&nbsp;ป้องกันชายฝั่งรูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;และตามการร้องขอของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย</p><p><strong>&nbsp;ปี&nbsp;พ.ศ.2557&nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ได้เสนอแนวคิดในการจัดการชายฝั่ง</strong>&nbsp;โดยใช้&nbsp;ระบบกลุ่มหาด&nbsp;(Littoral&nbsp;Cell)&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่ง&nbsp;ในการจัดการชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&nbsp;โดยใช้หลักเกณฑ์และองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านสมุทรศาสตร์&nbsp;เกี่ยวกับกระบวนการชายฝั่ง&nbsp;เข้ามากำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่ง&nbsp;ดังนัน&nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;เป็นไปในลักษณะเชิงพื้นที่&nbsp;หรือในลักษณะระบบกลุ่มหาด&nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&nbsp;จึงได้จัดทำ&nbsp;โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;โดยนำแนวคิดระบบกลุ่มหาด&nbsp;มาใช้เป็นแนวทางในการศึกษา&nbsp;ในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่&nbsp;2&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่แนวชายฝั่งประมาณ&nbsp;1,208&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;ในการจัดการชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาด&nbsp;พร้อมจัดทำแผนหลักแนวทาง&nbsp;และมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ศึกษา&nbsp;โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม&nbsp;สภาพเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเชิงพื้นที่&nbsp;ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้&nbsp;ในการจัดการชายฝั่ง&nbsp;โดยใช้ระบบกลุ่มหาด&nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกัน&nbsp;ระหว่างองค์กรภาครัฐที่รับผิดชอบในการจัดการ&nbsp;และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป&nbsp;โดยได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว&nbsp;และภาคประชาชน&nbsp;เพื่อร่วมรับฟังข้อมูลโครงการและร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา</p><p><br></p><p>บัณฑิต&nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326151939340"],
    [715,"กองทัพบก และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมบูรณาการในการใช้อากาศยาน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงเดือนเมษายน 2565","<p><strong>กองทัพบก&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;บูรณาการในการใช้อากาศยาน&nbsp;เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;ที่อาจจะมีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนเมษายน&nbsp;2565&nbsp;เนื่องจากยังมีปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่จำนวนมาก&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่ห้องประชุมกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;</strong>กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;กองพลทหารราบที่&nbsp;7&nbsp;อำเภอแม่ริม&nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;นายบุญธรรม&nbsp;เลิศสุขีเกษม&nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;พร้อมคณะ&nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;ร่วมประชุมติดตามความพร้อมเกี่ยวกับการใช้อากาศยานในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;พร้อมหารือแนวทางการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&nbsp;กับ&nbsp;พลตรี&nbsp;ประสิษฐิพงษ์&nbsp;มูลดี&nbsp;รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&nbsp;กองทัพภาคที่&nbsp;3&nbsp;และ&nbsp;นายวรวิทย์&nbsp;ชัยสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่</p><p><strong>จากสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาพรวมในปีนี้&nbsp;จะดีกว่าปีที่ผ่านมา&nbsp;</strong>ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&nbsp;ส่งผลให้จุดความร้อนสะสมลดลง&nbsp;ขณะเดียวกันยังไม่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่รุนแรง&nbsp;ประกอบกับภาคส่วนต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ได้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็น&nbsp;เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนป้องปรามการเกิดไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง&nbsp;รวมทั้งประชาชนให้ความร่วมมือในการลดการเผา&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;ได้มีการนำอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;UAV&nbsp;และเครื่อง&nbsp;DA42&nbsp;ของกองทัพอากาศ&nbsp;มาบินลาดตระเวนตรวจสอบจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า&nbsp;โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมเวียร์เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวิเคราะห์ก่อนจะนำอากาศยานไร้คนขับ&nbsp;UAV&nbsp;ขึ้นบิน&nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้นในการเกิดจุดความร้อน&nbsp;ก่อนจะดำเนินการจัดหน่วยดับไฟเข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด&nbsp;หากเกิดไฟป่าขึ้นบนพื้นที่สูงชัน&nbsp;จะพิจารณาส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;KA-32&nbsp;ซึ่งมาประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่&nbsp;เข้าพื้นที่ปฏิบัติการ&nbsp;ซึ่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;KA&nbsp;&nbsp;32&nbsp;สามารถลำเลียงน้ำได้เที่ยวละ&nbsp;3,000&nbsp;ลิตร&nbsp;บินด้วยความเร็วสูงสุด&nbsp;250&nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&nbsp;ความสูงในการบินหรือเพดานบินอยู่ที่&nbsp;6,000&nbsp;เมตร&nbsp;สามารถบินได้นาน&nbsp;3&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;20&nbsp;นาที&nbsp;โดยจะทำการทิ้งน้ำครั้งเดียวทั้ง&nbsp;3,000&nbsp;ลิตร&nbsp;ซึ่งจะเป็นการทิ้งน้ำเพื่อเป็นแนวกันไฟ&nbsp;จะไม่ทำการทิ้งน้ำลงบนเพลิงที่กำลังลุกไหม้&nbsp;เนื่องจากจะทำให้สะเก็ดไฟเล็ก&nbsp;ๆ&nbsp;ลอยขึ้นสู่อากาศ&nbsp;ทำให้สามารถลุกลามเป็นวงกว้างได้&nbsp;ซึ่งการปฏิบัติภารกิจของอากาศยานจะเป็นการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น</p><p><br></p><p>พิมลกัลย์&nbsp;เดชะชัย&nbsp;สวท.&nbsp;เชียงใหม่</p><p><strong>&nbsp;</strong>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคเหนือ","เชียงใหม่","สวท.เชียงใหม่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326154234345"],
    [716,"วราวุธ เร่งฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยแล้ง เพื่อลดปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพออุปโภค-บริโภค","<p><strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เร่งฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยแล้ง&nbsp;เพื่อลดปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพออุปโภค-บริโภค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการติดตามความคืบหน้าโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;เพื่อใช้สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;พร้อมส่งมอบโครงการให้ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ&nbsp;ณ&nbsp;โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;อ.ตระการพืชผล&nbsp;จ.อุบลราชธานี&nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ&nbsp;ให้ประชาชน&nbsp;มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ&nbsp;พร้อมจัดหาน้ำต้นทุนในการอุปโภค-บริโภค&nbsp;การปลูกพืชใช้น้ำน้อย&nbsp;และการเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&nbsp;ควบคู่กับส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมมีความมั่นคงและลดปัญหาความยากจนให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นในอนาคต&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;อยากขอให้ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆให้สามารถใช้งานได้อยู่เสมอ&nbsp;แล้วแบ่งปันการใช้น้ำอย่างทั่วถึงและคุ้มค่า&nbsp;สิ่งสำคัญอยากขอให้ทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้ให้เป็นแหล่งต้นน้ำต่อไปด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ฯแห่งนี้&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;หอถังสูงแคปซูลขนาด&nbsp;100&nbsp;ลูกบาศก์เมตร&nbsp;3&nbsp;ถัง&nbsp;//&nbsp;ปั๊มสูบน้ำผิวดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;ขนาด&nbsp;10&nbsp;แรงม้า&nbsp;3&nbsp;ชุด&nbsp;//&nbsp;แผงโซลาร์เซลล์&nbsp;ขนาด&nbsp;310&nbsp;วัตต์&nbsp;96&nbsp;แผง&nbsp;//&nbsp;โรงสูบน้ำและท่อจ่ายน้ำ&nbsp;ปัจจุบันมีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;112&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;และมีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า&nbsp;556&nbsp;ไร่&nbsp;</p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326175806373"],
    [717,"อธิบดีกรมประมงตรวจราชการและปฏิบัติราชการที่อุดรธานี","<p><strong>อธิบดีกรมประมงตรวจราชการและปฏิบัติงานในพื้นที่</strong>จังหวัดอุดรธานี&nbsp;กรมประมงลุยต่อ&nbsp;\"โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม\"&nbsp;โชว์ผลสำเร็จ&nbsp;\"แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ\"&nbsp;จังหวัดอุดรธานี&nbsp;เปิดจับสัตว์น้ำ&nbsp;มุ่งกระจายรายได้ให้ชุมชนคาดสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;เงินปันผลไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานวิสาหกิจกลุ่มแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาว&nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดจับปลาในแหล่งน้ำโครงการธนาคารสินค้าเกษตร&nbsp;กิจกรรมสนับสนุนผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม&nbsp;ทำนบปลาห้วยวังเบญ&nbsp;บ้านดอนม่วง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;3&nbsp;ตำบลนาม่วง&nbsp;อำเภอประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;โดยมีนายจำรัส&nbsp;กังน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;นายอำพล&nbsp;จินดาวงศ์&nbsp;ประมงจังหวัดอุดรธานี&nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;และประชาชนร่วมกิจกรรม&nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด19&nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&nbsp;กรมประมงมีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&nbsp;\"โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม\"&nbsp;อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;</p><p><strong>โดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน</strong>&nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;พร้อมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการให้ชุมชนเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินการ&nbsp;และกำหนดกติการ่วมกันภายใต้หลักการ&nbsp;\"ร่วมคิด&nbsp;ร่วมทำ&nbsp;ร่วมรับผลประโยชน์\"&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาโครงการฯ&nbsp;ได้รับการตอบรับที่ดี&nbsp;มีผลสำเร็จเห็นผลเชิงประจักษ์&nbsp;ปัจจุบันมีแหล่งน้ำเข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;120&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;47&nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;มีสัตว์น้ำสำหรับบริโภคในชุมชน&nbsp;สามารถลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&nbsp;ตลอดจน&nbsp;มีการจัดสรรผลประโยชน์คืนให้แก่สมาชิกโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;และรายได้ส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชนเป็นต้นทุนในการพัฒนาชุมชน&nbsp;ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน&nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;มีแหล่งน้ำที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;4&nbsp;แหล่งน้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;</p><p>หนองคำลากไม้&nbsp;ตำบลขอนยูง&nbsp;อำเภอกุดจับ,&nbsp;</p><p>หนองเสี่ยนดุม&nbsp;ตำบลนาดี&nbsp;อำเภอหนองแสง&nbsp;,</p><p>หนองหายโศก&nbsp;ตำบลหนองไผ่&nbsp;อำเภอหนองหาน&nbsp;</p><p>และทำนบปลาห้วยวังเบญ&nbsp;ตำบลนาม่วง&nbsp;อำเภอประจักษ์ศิลปาคม&nbsp;</p><p><strong>เป็นแหล่งน้ำที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;มาตั้งแต่ปี&nbsp;2564</strong>&nbsp;มีพื้นที่ขนาด&nbsp;28&nbsp;ไร่&nbsp;เดิมทีแหล่งน้ำแห่งนี้มีการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรอย่างเดียว&nbsp;จากศักยภาพของแหล่งน้ำโดยเฉพาะด้านการประมง&nbsp;กรมประมงโดยสำนักงานประมงจังหวัดอุดรธานี&nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี&nbsp;จึงได้เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำแห่งนี้&nbsp;เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำจืดของชุมชน&nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืดให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญสำหรับการบริโภค&nbsp;</p><p><strong>โดยชุมชนได้มีการทำประชาคมหมู่บ้านร่วมกันจัดทำแผนการพัฒนาแหล่งน้ำ</strong>&nbsp;มีการจัดตั้งคณะกรรมการแหล่งน้ำ&nbsp;พร้อมร่วมกันออกกฎกติกาในการบริหารจัดการและจัดสรรรายได้ที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ&nbsp;สำหรับใช้พัฒนาชุมชนด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เช่น&nbsp;สาธารณูปโภคในหมู่บ้าน&nbsp;วัด&nbsp;โรงเรียน&nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการแหล่งน้ำในปีต่อไป&nbsp;และส่วนหนึ่งปันผลคืนให้แก่สมาชิกตามกฎระเบียบที่ชุมชนร่วมกันกำหนดขึ้น&nbsp;ซึ่งในปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;ได้มีการเปิดขายบัตรจับสัตว์น้ำเก่า&nbsp;มีรายได้กว่า&nbsp;89,000&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>หลังจากนั้น&nbsp;ชุมชนได้ร่วมกันดำเนินการตามแผนชุมชนเพื่อพัฒนา</strong>แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&nbsp;ในการผลิตสัตว์น้ำและสร้างรายได้โดยใช้เงินงบอุดหนุนจากโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;175,000&nbsp;บาท&nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ประมงคอยเป็นพี่เลี้ยง&nbsp;สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อเพิ่มเติมผลผลิตสัตว์น้ำ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ปลานิล&nbsp;ปลาตะเพียนขาว&nbsp;ปลายี่สกเทศ&nbsp;ปลาบ้า&nbsp;พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบลดต้นทุนการผลิต&nbsp;โดยการเพิ่มอาหารธรรมชาติจากวัสดุธรรมชาติในชุมชน&nbsp;มีการสอนการเพาะสัตว์น้ำด้วยชุดเพาะฟักเคลื่อนที่&nbsp;&nbsp;(Mobile&nbsp;Hatchery)&nbsp;&nbsp;ทำให้ชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพและทักษะด้านการประมง&nbsp;จนสามารถการบริหารจัดการแหล่งน้ำของชุมชนได้เป็นอย่างดี&nbsp;สามารถสร้างรายได้จากการอนุบาลลูกปลาจำหน่ายกว่า&nbsp;55,000&nbsp;บาท&nbsp;ปัจจุบัน&nbsp;แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญมีการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&nbsp;มีคณะกรรมการบริหารองค์กรโครงการ&nbsp;จำนวน&nbsp;21&nbsp;คน&nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนแล้วกว่า&nbsp;77&nbsp;คน&nbsp;มีเงินหุ้นรวม&nbsp;7,700&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>กิจกรรมครั้งนี้เปิดจับปลาในแหล่งน้ำครั้งแรกตามแผนดำเนินงาน</strong>ของชุมชนหลังจากปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำ&nbsp;คาดสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&nbsp;100,000&nbsp;บาท&nbsp;และมีรายได้ปันผลคืนสู่ชุมชนและสมาชิกโครงการฯ&nbsp;ไม่ต่ำกว่า&nbsp;20&nbsp;เปอร์เซ็นต์&nbsp;จากความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของชุมชน&nbsp;ทำให้โครงการฯ&nbsp;นี้&nbsp;ประสบผลสำเร็จ&nbsp;ซึ่งนอกจากจะเกิดการสร้างรายได้ในชุมชนแล้ว&nbsp;ยังเกิดแหล่งเรียนรู้ด้านการประมงชุมชนต้นแบบ&nbsp;เกิดความรัก&nbsp;ความสามัคคี&nbsp;ชุมชนมีทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมง&nbsp;ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้&nbsp;นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;มั่นคง&nbsp;มั่งคั่ง&nbsp;และยั่งยืนต่อไป&nbsp;</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;อธิบดีกรมประมงและคณะ&nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงาน</strong>ของวิสาหกิจกลุ่มแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาว&nbsp;ที่บ้านหนองแวง&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลไชยวาน&nbsp;อำเภอไชยวาน&nbsp;&nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับงบอุดหนุนแปลงใหญ่ยกระดับ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;มีการผลิตอาหารเม็ด&nbsp;และเพาะลูกปลาด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่&nbsp;ซึ่งอธิบดีกรมประมง&nbsp;ได้กล่าวพบปะและเยี่ยมชมกิจกรรมการผลิตอาหารปลาลอยน้ำ&nbsp;การสาธิตการเพาะพันธ์ปลาตะเพียนขาวด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่&nbsp;และเยี่ยมชมบ่อเลี้ยงปลาตะเพียนขาว&nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปประชุมติดตามการดำเนินงานด้านประมงในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&nbsp;และมอบนโยบายให้แก่คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกรมประมงระดับจังหวัด&nbsp;(Fisheries&nbsp;Coordinator&nbsp;(FC)&nbsp;หน่วยงานในสังกัดกรมประมงจังหวัดอุดรธานีที่&nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพันาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190033376"],
    [718,"รมว.ทส. วราวุธ ฯ เปิดโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำ สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ประชาชน  ตำบลไหล่ทุ่ง อ.ตระการพืชผล","<p><strong>นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;เปิดโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำ&nbsp;สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลไหล่ทุ่ง&nbsp;อำเภอตระการพืชผล&nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;โดยมีนายพงศ์รัตน์&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โครงการดังกล่าวฯ&nbsp;ราษฎร&nbsp;หมู่ที่&nbsp;12&nbsp;ตำบลไหล่ทุ่ง&nbsp;ได้รวมกลุ่มดำเนินการเกษตรแปลงใหญ่ข้าว</strong>&nbsp;ได้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย&nbsp;ซึ่งในพื้นที่มีแหล่งน้ำผิวดินที่มีปริมาณเก็บกักน้ำมากแต่ไม่สามารถนำน้ำที่มีอยู่ไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลไหล่ทุ่ง&nbsp;จึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสนับสนุนแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;</p><p><strong>โดยเป็นปั๊มสูบน้ำผิวดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&nbsp;จากสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลภาค&nbsp;11</strong>&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;&nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&nbsp;และบรรเทาภัยแล้งให้กับประชาชน&nbsp;สมาชิกกลุ่ม&nbsp;แปลงใหญ่ข้าวในพื้นที่&nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ&nbsp;ปัจจุบันมีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์&nbsp;จากโครงการ&nbsp;ฯ&nbsp;&nbsp;112&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;จำนวนประชากร&nbsp;336&nbsp;คน&nbsp;พื้นที่การเกษตร&nbsp;556&nbsp;ไร่&nbsp;รวมความยาวท่อจ่ายน้ำ&nbsp;3,385&nbsp;เมตร&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-26T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุบลราชธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326191504390"],
    [719,"วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่ เพชรบูรณ์ ต้นแบบการรวมกลุ่มปลูกมะขามเปรี้ยว สร้างกำไรปีละ 32 ล้านบาท","<p><strong>นายนพดล&nbsp;ศรีพันธุ์&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&nbsp;12&nbsp;นครสวรรค์</strong>&nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;มะขามเปรี้ยว&nbsp;เป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ&nbsp;โดยจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;นับเป็นแหล่งปลูกมะขามเปรี้ยวที่สำคัญของประเทศ&nbsp;เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ&nbsp;ลักษณะดิน&nbsp;และสภาพอากาศเหมาะแก่การเจริญเติบโต&nbsp;ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;พบว่า&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;มีเนื้อที่ปลูกมะขามเปรี้ยว&nbsp;จำนวน&nbsp;5,901&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกรผู้ปลูก&nbsp;จำนวน&nbsp;887&nbsp;ราย&nbsp;พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอหล่มเก่า&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอหนองไผ่&nbsp;และอำเภอวังโป่ง&nbsp;ทำให้จากการลงพื้นที่ติดตาม&nbsp;พบว่า&nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรมีการรวมกลุ่มผลิต&nbsp;ซึ่ง&nbsp;1&nbsp;ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จคือ&nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่&nbsp;อำเภอหล่มเก่า&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp;เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่&nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&nbsp;65&nbsp;ราย&nbsp;เนื้อที่ปลูก&nbsp;1,012&nbsp;ไร่</p><p><strong>ช่วงเก็บเกี่ยวจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;ของทุกปี&nbsp;</strong>ให้ผลผลิตรวม&nbsp;3,013&nbsp;ตัน/ปี&nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&nbsp;2,977&nbsp;กิโลกรัม/ไร่/ปี&nbsp;คิดเป็นกำไร&nbsp;31,886&nbsp;บาท/ไร่/ปี&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;หากคิดเป็นผลตอบแทนของทั้งกลุ่มจะได้กำไรประมาณ&nbsp;32&nbsp;ล้านบาท/ปี&nbsp;โดยการจำหน่ายจะมีพ่อค้าเป็นผู้รวบรวมเพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา&nbsp;และที่เหลืออีกร้อยละ&nbsp;10&nbsp;แปรรูปเป็นมะขามเปียก&nbsp;มะขามจี๊ดจ๊าด&nbsp;มะขามคลุกน้ำตาล&nbsp;มะขามคลุกบ๊วย&nbsp;และมะขามหยีปรุงรสต่างๆ&nbsp;จำหน่ายทั้งปลีกและส่งที่ร้านค้ากลุ่มและร้านขายของฝากในจังหวัด&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;มีจำหน่ายออนไลน์</strong>&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรควรเฝ้าระวังหนอนในช่วงที่ผลผลิตออกดอกในเดือนเมษายน&nbsp;-&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญในการปลูกมะขามเปรี้ยว&nbsp;อาจทำลายให้ผลผลิตเสียหายได้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327150949517"],
    [720,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกตัวเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง 28 มี.ค. - 3 เม.ย.","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกตัวเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(27&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงเช่นกัน&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.เพชรบูรณ์&nbsp;53&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;ระนอง&nbsp;47&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และสุราษฎร์ธานี&nbsp;38&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,483&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,612&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามข้อมูลระดับน้ำทำนายสูงสุด&nbsp;-&nbsp;ต่ำสุดปีนี้&nbsp;โดย&nbsp;กรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;และการคาดการณ์ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;อิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมกระทบบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เกิดน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้อุปโภค-บริโภคและการใช้น้ำเพื่อการเกษตรโดย&nbsp;คาดการณ์ว่าช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;ระดับน้ำอยู่ที่&nbsp;1.701.80&nbsp;เมตร&nbsp;แล้วจะมีค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;และช่วงวันที่&nbsp;19&nbsp;-&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;จะยังคงเกิดน้ำทะเลหนุนสูงได้อีก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริหารจัดการน้ำและควบคุมค่าความเค็มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวและเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพน้ำช่วงน้ำทะเลหนุนตลอดช่วงหน้าแล้งนี้&nbsp;โดยกรมชลประทานวางแผนควบคุมค่าความเค็มจากการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานการประปานครหลวงบริหารจัดการการสูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยงข้องติดตามสถานการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย</p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327100904453"],
    [721,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ ต.จองคำ  จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวสูงในระดับสีแดงเกือบแตะ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงเกือบแตะ&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(27&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นบางพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงในระดับสีแดงเกือบแตะ&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;-&nbsp;31&nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327101052454"],
    [722,"เตรียมส่งออกขนุนจากภาคใต้สัปดาห์นี้ ต่อด้วยลำไยจากภาคเหนือ ผ่านลาวไปจีนด้วยระบบขนส่งแบบผสมผสาน","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&nbsp;(เฉพาะกิจ)&nbsp;เปิดเผยวันนี้ว่า&nbsp;การขนส่งทุเรียน&nbsp;2&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์&nbsp;และมะพร้าวจำนวน&nbsp;6&nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ&nbsp;&nbsp;จากจังหวัดระยองในภาคตะวันออก&nbsp;ไปยังสถานีรถไฟหนองคาย&nbsp;เพื่อตรวจและออกใบรับรองตรวจโรคพืชไฟโตที่ด่านหนองคายตามพิธีสารผลไม้ไทย-จีน&nbsp;จากนั้นขบวนรถไฟจะขนส่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&nbsp;ข้ามแม่น้ำโขงไปยังท่าบก&nbsp;ท่านาแล้ง&nbsp;ก่อนยกขึ้นหัวลากจากท่านาแล้ง&nbsp;&nbsp;2.9&nbsp;กม.&nbsp;ไปขึ้นรถไฟลาว-จีนที่&nbsp;สถานีเวียงจันทน์&nbsp;ก่อนขนส่งไปสถานีรถไฟนาเตยแล้วยกขึ้นรถหัวลากเดินทางไปด่านบ่อเตนของลาวข้ามพรมแดนลาว-จีน&nbsp;ไปตรวจปล่อยที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนานของจีน&nbsp;&nbsp;เป็นระบบการขนส่งหลายรูปแบบ&nbsp;ที่เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&nbsp;&nbsp;กรณีที่ยังไม่สามารถขนส่งผลไม้ทางรถไฟจากลาวข้ามแดนไปด่านรถไฟโมฮ่านโดยตรง&nbsp;เนื่องจากจีนกำลังก่อสร้างอาคารและลานตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน&nbsp;จึงต้องไปใช้การตรวจโรคพืชที่ด่านโมฮ่าน&nbsp;ซึ่งเป็นด่านใหญ่ด่านเดิมไปพรางก่อน&nbsp;และคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีการส่งออกขนุนจากภาคใต้&nbsp;ต่อด้วยผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;ลำไยจากภาคเหนือ&nbsp;หลังจากเริ่มการขนส่งผลไม้จากภาคตะวันออก&nbsp;โดยหวังว่าจะผ่านไปด้วยดีโดยตนจะติดตามทุกขั้นตอนจนกว่าทุเรียนและมะพร้าวจะถึงกวางโจว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;</strong>ได้ประชุมหารือถึงเรื่องการทดสอบทดลองใช้ระบบขนส่งผสมผสานทางรางทางรถ&nbsp;จะดูทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน&nbsp;และปัญหาข้อขัดข้องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข&nbsp;โดยมีบริษัทผู้ส่งออกผลไม้และบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ได้รับอนุญาตให้ร่วมในการทดสอบครั้งนี้&nbsp;ซึ่งมีหลายบริษัทที่ทางการจีนได้อนุมัติให้ดำเนินการทดสอบทดลอง&nbsp;ซึ่งต้องขอบคุณสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&nbsp;และทางการยูนนาน&nbsp;&nbsp;สถาบันโลจิสติกส์คุนหมิง&nbsp;และสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยตลอดจนภาคเอกชนของ&nbsp;3&nbsp;ประเทศ&nbsp;และฟรุ้ทบอร์ด&nbsp;ที่ร่วมมือกันส่งเสริมการค้าการส่งออกทุเรียนมะพร้าวและผลไม้อื่นๆ&nbsp;ภายใต้พิธีสารแม้จะมีปัญหาอุปสรรค&nbsp;ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ลาว-จีน</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327150021507"],
    [723,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 300 จุด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(26&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;298&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;114&nbsp;จุด&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;88&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;59&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;25&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;10&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;</p><p><strong>ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;71&nbsp;จุด&nbsp;&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;และพิจิตร&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมากระจายตัวเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่บริเวณภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;</p><p><strong>จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;26&nbsp;มีนาคม</strong>&nbsp;2565&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,771&nbsp;จุด&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;10,990&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,410&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงรายฝุ่นค่อนข้างสูง</p><p><strong>สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&nbsp;</strong>วันนี้พบ&nbsp;2,311&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;845&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;298&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327143154504"],
    [724,"โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร","<p><strong>ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอปากชม&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;โดยมี&nbsp;นายฉลอง&nbsp;อินทนนท์&nbsp;เกษตรจังหวัดเลย,&nbsp;นายกฤษฎา&nbsp;โพธิ์ชัย&nbsp;นายอำเภอปากชม&nbsp;&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรกรและประชาชนชาวอำเภอปากชม&nbsp;ร่วมกิจกรรม&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นายชัยธวัช&nbsp;เนียมศิริ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เป็นโครงการที่สามารถให้บริการทางวิชาการ&nbsp;และทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสู่เกษตรกร&nbsp;บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย&nbsp;เป็นโครงการที่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุก&nbsp;ๆ&nbsp;ด้าน&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;ด้านประมง&nbsp;และอื่น&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;และองค์ความรู้&nbsp;ด้านการเกษตร&nbsp;มาสู่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;โดยเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลไปถึงตัวเมือง&nbsp;หรือสถานที่ราชการซึ่งอาจจะอยู่ห่างไกล</p><p><strong>นายฉลองอินทนนท์&nbsp;เกษตรจังหวัดเลย&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เนื่องในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;&nbsp;&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงมีพระชนมายุครบ&nbsp;50&nbsp;พรรษา&nbsp;ในพุทธศักราช&nbsp;2545&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;&nbsp;กราบบังคมทูลถวาย&nbsp;และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&nbsp;ฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;และทรงพระราชทาน&nbsp;พระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมาย&nbsp;ตราสัญลักษณ์โครงการ&nbsp;โดยเปิดให้บริการครั้งแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;22&nbsp;กรกฎาคม&nbsp;2545&nbsp;&nbsp;ณ&nbsp;ตำบลบ้านหลวง&nbsp;อำเภอดอนพุด&nbsp;จังหวัดสระบุรี&nbsp;และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนถึงปัจจุบัน&nbsp;</p><p><strong>การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;เป็นวิธีการดำเนินงานอย่างหนึ่ง</strong>ที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการ&nbsp;และการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;ทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บรรลุผลสำเร็จตามภารกิจที่รับผิดชอบ&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัย&nbsp;โรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;และการให้วัคซีนป้องกันโรค&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี&nbsp;และฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นการดำเนินการ&nbsp;ในลักษณะบูรณาการ&nbsp;การทำงานระหว่าง</strong>&nbsp;นักวิชาการเกษตรของหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ในแต่ละสาขา&nbsp;ทั้งด้านพืช&nbsp;สัตว์&nbsp;ประมง&nbsp;ดิน&nbsp;และน้ำ&nbsp;ฯลฯ&nbsp;พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิชาการด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;มาให้บริการในคลินิกเกษตร&nbsp;โดยสามารถเคลื่อนที่เข้าไปได้ถึงในระดับตำบล&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง&nbsp;ครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ในงานกำหนดให้มีกิจกรรมเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่</strong>&nbsp;การจัดนิทรรศการจากส่วนราชการและภาคเอกชน&nbsp;การแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน</p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-27T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327165759533"],
    [725,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ ต.จองคำ  จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;สูงในระดับสีแดงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;และวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;4&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328095802627"],
    [726,"กอนช.ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่ง พร้อมให้กรมชลประทานเดินหน้ามาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่ง&nbsp;พร้อมให้กรมชลประทานเดินหน้ามาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;กระบี่&nbsp;72&nbsp;&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และพะเยา&nbsp;68&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,360&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,496&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามการดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&nbsp;โดยกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำได้เลื่อนระยะเวลาการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำเร็วขึ้น&nbsp;ส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่โครงการ&nbsp;ซึ่งได้เริ่มส่งน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ให้ทุ่งบางระกำพื้นที่&nbsp;265,000&nbsp;ไร่&nbsp;ตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&nbsp;2&nbsp;จังหวัด&nbsp;5&nbsp;อำเภอ&nbsp;คือ&nbsp;อ.พรหมพิราม&nbsp;อ.บางระกำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;อ.วัดโบสถ์&nbsp;จ.พิษณุโลก&nbsp;และ&nbsp;อ.กงไกรลาศ&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;รวม&nbsp;21&nbsp;ตำบล&nbsp;97&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;จากเดิมเริ่มเดือนพฤษภาคม&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกเร็วขึ้นและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลาก&nbsp;ช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;สามารถใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากจากลุ่มน้ำยม&nbsp;ลดผลกระทบจากอุทกภัยทั้งในพื้นที่การเกษตร&nbsp;และพื้นที่ชุมชนเมืองของ&nbsp;จ.สุโขทัย&nbsp;แล้วยังชะลอการระบายน้ำลงสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้สูงสุด&nbsp;400&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากผลิตภัณฑ์ข้าว&nbsp;และการทำอาชีพประมง&nbsp;การแปรรูปผลผลิตจากปลา&nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมช่วงรับน้ำเข้าทุ่ง&nbsp;โดยกรมชลประทานจะนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำขยายผลสู่พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างด้วย</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328100119628"],
    [727,"ฉก.ปัตตานี มุ่ง ส่งเสริมอาชีพ ประมง พื้นบ้าน สร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น","<p><strong>วานนี้&nbsp;(27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;ที่&nbsp;ศูนย์ประมงพื้นบ้าน</strong>&nbsp;อำเภอปะนาเระ&nbsp;จังหวัดปัตตานี&nbsp;พลตรี&nbsp;คมกฤช&nbsp;รัตนฉายา&nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;พันเอก&nbsp;&nbsp;กฤศณัฏฐ์&nbsp;จันทร&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&nbsp;42&nbsp;เข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับ&nbsp;นาย&nbsp;สุไลมาน&nbsp;ดาราโอะ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มประมงพื้นบ้าน&nbsp;และนางสาวอาอีซะฮ์&nbsp;ตีมุง&nbsp;หัวหน้ากลุ่มทำขนมสตรี&nbsp;ตำบลปะนาเระ&nbsp;เพื่อรับฟังแลกเปลี่ยนแนวความคิด&nbsp;ประสบการณ์ในการประกอบอาชีพของกลุ่ม&nbsp;เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการส่งเสริมอาชีพพื้นบ้าน&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&nbsp;พร้อมทั้งเป็นส่วนสนับสนุน</strong>&nbsp;หาแนวทางในการขยายตลาดอาชีพของชุมชนออกไปสู่ตลาดภายนอก&nbsp;โดยการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;องค์กรอิสระ&nbsp;ที่เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร&nbsp;ให้สามารถมีตลาดในการกระจายสินค้าและบริการไปสู่ผู้บริโภค&nbsp;เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพที่มั่นคง&nbsp;สร้างรายได้ที่มั่งคั่ง&nbsp;และทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;อย่างยั่งยืนต่อไป</p><p><strong>ในการนี้&nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&nbsp;ได้ฝากข้อห่วงใย&nbsp;</strong>กับทางหัวหน้ากลุ่มฯ&nbsp;เกี่ยวกับเรื่องข้อปฏิบัติตนในห้วงเดือนรอมฎอนให้ปลอดภัยไร้โควิด&nbsp;&nbsp;19&nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์&nbsp;เรื่อง&nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อ&nbsp;-&nbsp;ขาย&nbsp;ใช้&nbsp;ดอกไม้เพลิง&nbsp;ประทัดและสิ่งเทียมที่ทำให้เกิดเสียงดังทุกชนิด&nbsp;ในห้วงเดือนรอมฎอน&nbsp;ตามประกาศของ&nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&nbsp;4&nbsp;ส่วนหน้า&nbsp;ทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก&nbsp;ไม่เกิน&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;หรือปรับไม่เกิน&nbsp;40,000&nbsp;บาท&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","ปัตตานี","สวท.ปัตตานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328115637681"],
    [728,"สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10  พัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ยกระดับการควบคุมภายใน สำหรับผู้ตรวจสอบกิจการ รุ่นที่  2","<p><strong>ณ&nbsp;โรงแรมลองบีช&nbsp;ชะอำ&nbsp;อำเภอชะอำ&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;นางวรรณทณี&nbsp;ศรีพุ่มไข่&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่&nbsp;10&nbsp;เปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ยกระดับการควบคุมภายใน&nbsp;สำหรับผู้ตรวจสอบกิจการ&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;ร่วมด้วย&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;สหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;และสมุทรสงคราม&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;สหกรณ์&nbsp;ผู้เข้ารับการอบรม&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;คน&nbsp;</p><p><strong>นางวรรณทณี&nbsp;ศรีพุ่มไข่&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่&nbsp;10&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;รุ่นที่&nbsp;2&nbsp;จัดอบรมระหว่างวันที่&nbsp;28-29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;มีระบบการควบคุมภายในที่ดี&nbsp;คณะกรรมการ&nbsp;ฝ่ายจัดการ&nbsp;และผู้ตรวจสอบกิจการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการควบคุม&nbsp;การบริหารจัดการ&nbsp;การประเมินความเสี่ยง&nbsp;การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการบริหารจัดการสหกรณ์&nbsp;นำไปสู่การจัดชั้นคุณภาพของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในระดับที่สูงขึ้น&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์&nbsp;ปัจจุบันเป็นยุค&nbsp;Thailand&nbsp;4.0&nbsp;การใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการมีความจำเป็นมากขึ้น&nbsp;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ยกระดับองค์กร&nbsp;สู่การเป็น&nbsp;Digital&nbsp;Government&nbsp;มีการพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีครบวงจรมาให้บริการกับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;ช่วยในการจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงินได้สะดวก&nbsp;ถูกต้อง&nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;รวมทั้งนำ&nbsp;App&nbsp;Smart&nbsp;4M&nbsp;ช่วยให้สมาชิก&nbsp;คณะกรรมการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ทุกที่ทุกเวลา&nbsp;เพื่อความโปร่งใสในระบบสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&nbsp;สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารงานจัดการสหกรณ์&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;นอกจากสร้างความสำเร็จในการบริหารงานแล้ว&nbsp;ยังสร้างความเข้มแข็ง&nbsp;ด้วยระบบการควบคุมภายในที่ดี&nbsp;ช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจทำให้เกิดความเสียหายในสหกรณ์ได้อย่างทันเวลา&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","NULL","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328121647699"],
    [729,"กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรลำปาง ขานรับมติ ครม.แก้หนี้เกษตรกรฯ เร่งสำรวจสมาชิกกองทุนฯ ได้รับสิทธิ์มากกว่า 1,700 ราย มูลหนี้รวม 297 ล้านบาทเศษ","<p><strong>นางสาวอธิภัทร&nbsp;ก้อวงค์&nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>ตามที่&nbsp;ครม.&nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;ได้แก่&nbsp;ธนาคารออมสิน,&nbsp;ธ.ก.ส.,&nbsp;ธอส.&nbsp;และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&nbsp;(ธพว.)&nbsp;โดยให้เกษตรกรฯ&nbsp;ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิมโดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)&nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&nbsp;และให้เกษตรกรฯ&nbsp;ทำสัญญาผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&nbsp;(ร้อยละ&nbsp;50)&nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน&nbsp;15&nbsp;ปี&nbsp;สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ&nbsp;50&nbsp;ในส่วนที่เกษตรกรฯ&nbsp;ไม่ต้องรับภาระ&nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&nbsp;50,621&nbsp;ราย&nbsp;รัฐจะรับภาระในการจัดสรรเมื่อเกษตรกรฯ&nbsp;ได้ชำระหนี้คืนงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว</p><p><strong>สำหรับจังหวัดลำปางมีสมาชิกกองทุนฯ</strong>&nbsp;ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการดังกล่าวทั้งหมด&nbsp;1,756&nbsp;ราย&nbsp;2,913&nbsp;สัญญา&nbsp;มูลหนี้รวม&nbsp;297,580,084.16&nbsp;บาท&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&nbsp;จะดำเนินการแจ้งสิทธิ์ตามโครงการฯ&nbsp;พร้อมขั้นตอนการดำเนินการให้แก่เกษตรกรเป็นรายบุคคล&nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;ทั้งสิ้น&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้เกษตรกรสามารถตรวจสอบรายชื่อ</strong>&nbsp;หรือมีข้อสงสัยต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&nbsp;ทั้งการขึ้นทะเบียนองค์กร&nbsp;การขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร&nbsp;และการยื่นเสนอแผนและโครงการฯ&nbsp;สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;หรือโทร&nbsp;0&nbsp;5426&nbsp;5054</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328115909684"],
    [730,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ","<p><strong>นายพรเทพ&nbsp;เจริญสืบสกุล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าบริเวณพื้นที่ป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;รวมถึงพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ&nbsp;สบอ.16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;มีจุดความร้อน&nbsp;(Hot&nbsp;Spot)&nbsp;และมีไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p><strong>ทั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;</strong>ได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานภาคสนามในสังกัดฯ&nbsp;ดูแลรับผิดชอบดับไฟป่า&nbsp;บูรณาการและสนธิกำลังหน่วยงานภาคี&nbsp;เช่น&nbsp;หน่วยงานราชการในพื้นที่&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์&nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&nbsp;ร่วมกันป้องกันและดูแลรับผิดชอบ&nbsp;การดับไฟป่าให้ทั่วถึง&nbsp;และลดจำนวนไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วด้วย</p><p><strong>ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&nbsp;16&nbsp;สาขาแม่สะเรียง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้รายงานปัญหาหมอกควัน&nbsp;ต่อนายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการลักลอบจุดไฟป่า&nbsp;โดยเฉพาะบริเวณป่าสาละวิน&nbsp;ริมแม่น้ำสาละวินในแถบประเทศเพื่อนบ้านที่มีการลักลอบจุดไฟเผาป่าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งเบื้องต้นได้มีการการสนธิกำลังเข้าดับไฟป่าตามลำน้ำสาละวิน&nbsp;ชายแดนไทย-พม่า&nbsp;บริเวณหน่วยฯผาแดง&nbsp;และจุดสกัดนอปานา&nbsp;เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสาละวิน</p><p><strong>ส่วนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&nbsp;</strong>ได้ให้เจ้าหน้าที่ป่าทุกภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนแล้ว&nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานร่วม</p><p><strong>ทั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;ปริมาณจุดฮอตสปอต&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ยืนยันว่า&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนลดลง&nbsp;70&nbsp;กว่า%&nbsp;จากปี&nbsp;2564&nbsp;ทั้งนี้ต้องคอยติดตามฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาอยู่ขณะนี้&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328130440705"],
    [731,"ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่จันท์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด หอการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่ ผลไม้เมืองจันท์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษมีรสชาติ หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง กรอบ ไม่แฉะ พร้อมเปิดท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนลิ้นจี่","<p><strong>ที่บริเวณลานศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัด&nbsp;ประธานหอการค้า&nbsp;ผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่จังหวัดจันทบุรีได้ร่วมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลไม้&nbsp;ของดีเมืองจันท์คือ&nbsp;ลิ้นจี่ที่กำลังให้ผลผลิต&nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอสอยดาว&nbsp;และอำเภอโป่งน้ำร้อน&nbsp;ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;เนื้อลิ้นจี่ของเกษตรกรที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรีจะมีกลิ่นหอมรสชาติ&nbsp;หวานอมเปรี้ยว&nbsp;เนื้อแห้ง&nbsp;กรอบ&nbsp;ไม่แฉะ&nbsp;เนื้อหา&nbsp;เม็ดเล็ก&nbsp;สีสันต์สวยงาม&nbsp;มีสรรพคุณเป็นยากึ่งๆสมุนไพร&nbsp;เช่น&nbsp;มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ&nbsp;ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งเต้านม&nbsp;เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย&nbsp;ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง&nbsp;คัดจมูก&nbsp;ป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ที่ผ่านมาลิ้นจี่ในจังหวัดจันทบุรีนิยมปลูกกันมากแต่หลังจากทุเรียนมีราคาสูงขึ้นเกษตรกรจึงโค่นต้นลิ้นจี่หันมาปลูกทุเรียนกันเพิ่มขึ้น&nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันจึงเกรงว่าลิ้นจี่พันธุ์จันทบุรีจะหายไปเพราะเหลือพื้นที่ปลูกรวมกันประมาณ&nbsp;6,000&nbsp;กว่าไร่เท่านั้น&nbsp;และอยากให้ทางจังหวัดส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่&nbsp;พร้อมทั้งมีมาตรการป้องกันผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดซึ่งลิ้นที่ที่มีคุณภาพจะมีระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ&nbsp;75&nbsp;&nbsp;80&nbsp;วัน&nbsp;</p><p><strong>สำหรับราคาผลผลิตในปีนี้ขายปลีกประมาณกิโลกรัมละ&nbsp;120&nbsp;ถึง&nbsp;150&nbsp;บาท</strong>&nbsp;และในช่วงนี้ชาวสวนลิ้นจี่ได้เปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ประชาชน&nbsp;นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมสวนฟรี&nbsp;พร้อมเลือกซื้อลิ้นจี่สดจากสวนโดยผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;เกษตรอำเภอสอยดาว&nbsp;โป่งน้ำร้อน&nbsp;หรือ&nbsp;ที่คุณไพโรจน์&nbsp;ลิมธนวงศ์&nbsp;เลขาชมรมผู้ปลูกลิ้นจี่จังหวัดจันทบุรี&nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&nbsp;081&nbsp;6522544&nbsp;ทุกวัน&nbsp;ลิ้นจี่จันทบุรีปีนี้จะให้ผลผลิตไปถึงประมาณสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;2565</p><p><br></p><p>&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328124735703"],
    [732,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 600 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&nbsp;600&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(27&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;632&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&nbsp;228&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;175&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;117&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;52&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;17&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;115&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;44&nbsp;จุด&nbsp;และพิษณุโลก&nbsp;43&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพบจุดความร้อนเล็กน้อยเนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,826&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;11,228&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,671&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้พื้นที่ภาคเหนือมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;วันนี้&nbsp;2,075&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมาร&nbsp;1,122&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;632&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140914731"],
    [733,"กรมชลประทาน เฝ้าระวังสภาพอากาศ ติดตามบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมน้ำรับฤดูน้ำหลาก","<p><strong>นายทวีศักดิ์&nbsp;ธนเดโชพล&nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&nbsp;48,206&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&nbsp;63&nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&nbsp;24,268&nbsp;ล้าน&nbsp;ลบ.ม.&nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&nbsp;</strong>ปริมาณฝนในปี&nbsp;65&nbsp;นี้&nbsp;จะคล้ายคลึงปี&nbsp;52&nbsp;ประกอบกับปรากฏการณ์เอลนีโญ&nbsp;ซึ่งอาจส่งผลให้มีปริมาณฝนตกมาก&nbsp;จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ&nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&nbsp;เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องเหมาะสม&nbsp;เน้นย้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&nbsp;80&nbsp;ของความจุอ่างฯ&nbsp;ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&nbsp;รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทาน&nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด</p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328145357766"],
    [734,"จ.ประจวบฯ จัดบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้แก่เกษตรกร","<p><strong>ที่วัดบ่อนอก&nbsp;หมู่ที่&nbsp;6&nbsp;ต.บ่อนอก&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์</strong>&nbsp;นายกิตติพงศ์&nbsp;สุขภาคกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;โดยมี&nbsp;นายธนนท์&nbsp;พรรพีภาส&nbsp;นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์&nbsp;นายวันชัย&nbsp;นิลวงศ์&nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เกษตรกร&nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี&nbsp;มีกิจกรรมภายในงาน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;จำนวน&nbsp;13&nbsp;คลินิก&nbsp;ได้แก่&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&nbsp;คลินิกการยาง&nbsp;คลินิกพืชอาหารสัตว์&nbsp;คลินิกหม่อนไหม&nbsp;และคลินิก&nbsp;อสค.&nbsp;มุ่งเน้นการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในด้านต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;โดยมีเกษตรกรจำนวนมากมารับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;พร้อมกันนี้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฯ&nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ให้บริการทำหมันสุนัขและแมวของประชาชน&nbsp;และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;รวมถึงการออกร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;สินค้าแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชน&nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชงแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาบทบาทสตรีบ้านหนองปุหลก&nbsp;ต.บ่อนอก&nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมาย&nbsp;</p><p><strong>นายกิตติพงศ์&nbsp;สุขภาคกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&nbsp;ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการสืบสาน&nbsp;รักษา&nbsp;และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&nbsp;บรมนาถบพิตร&nbsp;และ&nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&nbsp;การพัฒนางานด้านต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;พร้อมการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในคราวเดียวกัน&nbsp;ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกร&nbsp;เพราะจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกด้าน&nbsp;โดยหน่วยงานต่างๆ&nbsp;ได้นำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่เกษตรกรถึงในพื้นที่จึงขอให้เกษตรกรที่มาร่วมงานใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเข้ารับบริการหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายกิตติพงศ์&nbsp;สุขภาคกุล&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;</strong>ยังได้มอบเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน&nbsp;สปก.4-01&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ราย&nbsp;และมอบพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สร้างรายได้ในครัวเรือน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328152615782"],
    [735,"ส่งสารวัตรข้าว ตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์จังหวัดอยุธยาให้ได้มาตรฐาน","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว&nbsp;และมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านสารวัตรข้าวของกรมการข้าว&nbsp;เพื่อ&nbsp;Kick&nbsp;Off&nbsp;ปล่อยขบวน&nbsp;สารวัตรข้าว&nbsp;ออกตรวจติดตาม&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์&nbsp;ควบคุมข้าวเปลือก&nbsp;ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;ว่า&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการผลิตข้าวตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;เสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตข้าวคุณภาพ&nbsp;ตั้งแต่การจัดการระดับแปลง&nbsp;จนถึงผลิตภัณฑ์ข้าว&nbsp;เพื่อให้คุณภาพชีวิตของชาวนาดียิ่งขึ้น&nbsp;ผู้บริโภคได้บริโภค&nbsp;ข้าวที่ปลอดภัย&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;เป็นที่พึงพอใจ&nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&nbsp;ซึ่งให้การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าวในขอบข่ายต่างๆ&nbsp;ตลอดห่วงโซ่การผลิต&nbsp;</p><p><strong>การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้น&nbsp;เพื่อให้บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้</strong>&nbsp;ทำความเข้าใจและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานตลอด&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาและอุปสรรค&nbsp;ตลอดจนแนวทางพัฒนาการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าวตามระบบมาตรฐานข้าวของกรมการข้าว</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;ยังได้&nbsp;Kick&nbsp;Off</strong>&nbsp;ปล่อยขบวนสารวัตรข้าวและออกตรวจ&nbsp;&nbsp;ติดตาม&nbsp;ควบคุม&nbsp;กำกับ&nbsp;สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือก&nbsp;กระตุ้นเตือนให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ใส่ใจและระมัดระวังในการประกอบธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;เพื่อให้การผลิตและขายเมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;คุณภาพดี&nbsp;เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด&nbsp;ตลอดจนให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211205948"],
    [736,"มหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนหลังสถานการณ์โควิด-19","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายเฉลิมชัย&nbsp;สุวรรณรักษ์&nbsp;อธิบดีกรมประมง</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;เปิดงานมหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลระยอง&nbsp;ซึ่งกรมประมง&nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่า&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่&nbsp;พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนประมงหลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;ให้ฟื้นตัว&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ภายในงานมีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">จากสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยองและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยองหลากหลายชนิด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;สัตว์น้ำเศรษฐกิจ&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาเก๋า&nbsp;และปลากะรังหน้างอน&nbsp;สัตว์น้ำที่อาศัยในแนวปะการัง&nbsp;อาทิ&nbsp;ปลาการ์ตูนชนิดต่างๆ&nbsp;ปลาอมไข่ครีบยาวและลูกปลาฉลามกบซึ่งสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยองสามารถเพาะพันธุ์ได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีการเปิดตลาด&nbsp;Fisherman&nbsp;market&nbsp;ซึ่งมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่และชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดระยอง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้ที่ลานกิจกรรมชั้น&nbsp;1</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&nbsp;พลาซ่า&nbsp;จังหวัดระยอง&nbsp;ตั้งแต่วันนี้&nbsp;-&nbsp;23&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;นี้</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211956954"],
    [737,"ก.ทรัพย์ ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข (Zero Food Waste) มุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้ หรืออาหารส่วนเกิน","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข&nbsp;(Zero&nbsp;Food&nbsp;Waste)&nbsp;มุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้&nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&nbsp;เพื่อลดขยะหรือของเสียเหลือศูนย์&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ตามแผนประเทศ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายวราวุธ&nbsp;ศิลปอาชา&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;,&nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&nbsp;,&nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;,&nbsp;องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;และบริษัท&nbsp;เอก-ชัย&nbsp;ดิสทริบิวชั่น&nbsp;ซิสเทม&nbsp;จำกัด&nbsp;(โลตัส)&nbsp;ได้ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข&nbsp;(Zero&nbsp;Food&nbsp;Waste)&nbsp;มุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้&nbsp;หรือ&nbsp;อาหารส่วนเกิน&nbsp;และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดตามแนวคิด&nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่ร้านค้า&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ซูเปอร์มาเก็ต&nbsp;ห้างสรรพสินค้า&nbsp;ศูนย์การค้า&nbsp;และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้เห็นความสำคัญการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้&nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&nbsp;จึงให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;เร่งสร้างความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาดังกล่าวผ่านโครงการอาหารปันสุข&nbsp;(Zero&nbsp;Food&nbsp;Waste)&nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งลดปริมาณขยะอาหารจำนวนมหาศาลนี้&nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากอาหารที่ยังรับประทานได้&nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&nbsp;ที่อาจเหลือจากการจำหน่าย&nbsp;ทั้งผัก&nbsp;ผลไม้&nbsp;อาหารสด&nbsp;หรืออาหารปรุงสำเร็จ&nbsp;แล้วส่งต่อให้หน่วยงาน&nbsp;หรือองค์กรไม่แสวงกำไรนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ&nbsp;หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์&nbsp;ทำให้ลดขยะหรือของเสียเหลือศูนย์&nbsp;(Zero&nbsp;Waste)&nbsp;ช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการขาดแคลนทรัพยากรของประเทศ&nbsp;ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้พลังงานและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;และรักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรนำไปสู่ความสำเร็จบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้าน&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ปาปะทา&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สส.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การลงนามประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข&nbsp;(Zero&nbsp;Food&nbsp;Waste)&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;เพื่อมุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหาร&nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากอาหารที่ยังรับประทานได้&nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&nbsp;ส่งต่อให้กับมูลนิธิรับบริจาคอาหารนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ&nbsp;หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์ในสวนสัตว์ภายใต้ความรับผิดชอบขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&nbsp;7&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;สวนสัตว์เขาดิน&nbsp;(แห่งใหม่)&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์สงขลา&nbsp;//&nbsp;สวนสัตว์อุบลราชธานี&nbsp;และสวนสัตว์ขอนแก่น&nbsp;รวมถึง&nbsp;อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ&nbsp;154&nbsp;แห่ง&nbsp;และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&nbsp;ที่จะนำอาหารที่ยังรับประทานได้ไปเป็นอาหารสัตว์ในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยทั้ง&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย&nbsp;จังหวัดลำปาง&nbsp;และโรงพยาบาลช้าง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;หรือนำอาหารที่เสื่อมสภาพแล้วไปหมักทำปุ๋ยชีวภาพใช้ภายในพื้นที่ของสถาบันคชบาลแห่งชาติฯ&nbsp;จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญช่วยลดขยะอาหารได้&nbsp;แล้วจะขยายความร่วมมือไปยังภาคีภาคส่วนต่างๆในอนาคต&nbsp;</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328152709785"],
    [738,"อบจ.สงขลา เดินหน้าส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี เร่งแก้ปัญหาขยะมูลฝอย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนพื้นที่ อบต.สนามชัย โครงการจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยฯ ตามโครงการจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา","<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;ที่วัดประดิษฐ์สโมสร&nbsp;(วัดสนามชัยออก)&nbsp;ตำบลสนามชัย&nbsp;อำเภอสทิงพระ&nbsp;จังหวัดสงขลา</strong>&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;ผ่องแผ้ว&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย&nbsp;โครงการจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ตามโครงการจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;โดยมีนายภูวดล&nbsp;วงษ์โสภณากุล&nbsp;เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;พร้อมด้วยนายปราโมทย์&nbsp;รัศมี&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย&nbsp;และคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย&nbsp;เข้าร่วม&nbsp;มี&nbsp;นางสาวภพภร&nbsp;ทองคณารักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการกองผังเมือง&nbsp;(อบจ.สงขลา)&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;ตลอดจนประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ยังมีผู้สนใจบางส่วนเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ&nbsp;Zoom&nbsp;Cloud&nbsp;Meetings&nbsp;อีกด้วย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>นายชัยวุฒิ&nbsp;ผ่องแผ้ว&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;นับเป็นโครงการที่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข&nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบต่อประชาชนในการบริการสาธารณะ&nbsp;ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ&nbsp;เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข&nbsp;เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานโครงการในเขตจังหวัด&nbsp;ที่มุ่งต่อประโยชน์ของท้องถิ่น&nbsp;หรือประชาชนเป็นส่วนรวม&nbsp;โดยจังหวัดสงขลาถูกกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายระยะเร่งด่วน&nbsp;ให้มีการนำร่องรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย&nbsp;เนื่องจากมีปริมาณขยะสะสมในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุดของประเทศ&nbsp;อันส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสภาพแวดล้อม&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีนโยบายแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยของจังหวัดสงขลา&nbsp;ในการกำจัดขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูลรวม&nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;เพื่อที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&nbsp;และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนดำเนินการโครงการในการแก้ไขปัญหา&nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ผู้มีส่วนได้เสีย&nbsp;จึงได้กำหนดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>ด้าน&nbsp;นางสาวภพภร&nbsp;ทองคณารักษ์&nbsp;ผู้อำนวยการกองผังเมือง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2561&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ&nbsp;เป็นที่ปรึกษาศึกษาออกแบบโครงการจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&nbsp;(ก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย)&nbsp;เพื่อผลิตพลังงาน&nbsp;โดยที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บริเวณตำบลเกาะแต้ว&nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&nbsp;จังหวัดสงขลา&nbsp;ผลการศึกษาเสนอแนะให้มีการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อก่อสร้างสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย&nbsp;เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการขนส่งขยะมูลฝอยเป็นระยะทางไกล&nbsp;ยังเป็นการแก้ปัญหาขยะมูลฝอยตกหล่น&nbsp;หรือน้ำชะขยะมูลฝอยระหว่างการขนส่ง&nbsp;หรือปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี&nbsp;เป็นที่ปรึกษาศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้มีการลงนามร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;(MOU)&nbsp;จำนวน&nbsp;79&nbsp;อปท.&nbsp;เพื่อนำขยะมูลฝอย&nbsp;จำนวน&nbsp;456&nbsp;ตัน&nbsp;กำจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐานที่โรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;โดยการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;ดังนี้&nbsp;เพื่อศึกษาที่ตั้งสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยตามกลุ่มพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;และศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้างเส้นทางที่เหมาะสมในการขนส่งขยะมูลฝอยเข้าสู่โรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย&nbsp;เพื่อศึกษาออกแบบก่อสร้าง&nbsp;สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย&nbsp;และการขนส่งขยะมูลฝอยที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ&nbsp;สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยที่เหมาะสม</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong>สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้</strong>&nbsp;จัดขึ้นเพื่อนำเสนอความเป็นมา&nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการ&nbsp;สถานที่ที่จะดำเนินการขั้นตอน&nbsp;เพื่อให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ในการนำไปประกอบการศึกษา&nbsp;ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;ซึ่งเมื่อการศึกษาแล้วเสร็จ&nbsp;บริษัท&nbsp;ทีพีไอ&nbsp;โพลีน&nbsp;เพาเวอร์&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ยินดีให้การสนับสนุนด้านงบประมาณก่อสร้างเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&nbsp;และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น&nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;จัดให้มีการนำเสนอภาพรวมการศึกษาของโครงการฯ&nbsp;โดยคณะที่ปรึกษาฯ&nbsp;การประชุมซักถามและแสดงความคิดเห็น&nbsp;โดยมีคณะทำงานคอยชี้แจงตอบข้อซักถาม</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคใต้","สงขลา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154943798"],
    [739,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วง มี.ค.ถึง พ.ค.นี้ 3 ช่วงเวลา คาดทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นกระทบพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้&nbsp;3&nbsp;ช่วงเวลา&nbsp;คาดทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นกระทบพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศ&nbsp;เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ฉบับที่&nbsp;6&nbsp;หลัง&nbsp;กรมอุทกศาสตร์&nbsp;กองทัพเรือ&nbsp;คาดการณ์จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้&nbsp;โดยระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดของแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าสถานีป้อมพระจุลจอมเกล้าจะเกิดภาวะน้ำทะเลขึ้นเต็มที่ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;,&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;&nbsp;6&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;และวันที่&nbsp;19&nbsp;&nbsp;21&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;ประกอบกับ&nbsp;อิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมส่งผลกระทบต่อบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;มีลิ่มความเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตรได้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&nbsp;ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำ&nbsp;และเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ&nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ,&nbsp;แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร&nbsp;(แนวฟันหลอ)&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำตามริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนช่วงเวลาดังกล่าว&nbsp;และตรวจวัดคุณภาพน้ำต่อเนื่องพร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ&nbsp;อ่างเก็บน้ำ&nbsp;เขื่อนระบายน้ำ&nbsp;และประตูระบายน้ำ&nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเร่งผลักดันน้ำเค็มโดยเร็ว&nbsp;พร้อมปรับแผนการผลิตน้ำประปาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อคุณภาพน้ำที่ใช้ในการอุปโภค-&nbsp;บริโภค&nbsp;และการใช้น้ำเพื่อการเกษตรบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328153003786"],
    [740,"เสริมสภาพคล่องเกษตรกรผ่านสินเชื่อสู้ภัย COVID-19  ธ.ก.ส. พร้อมเติม 10,000 ล้านบาท","<p><strong>ธ.ก.ส.&nbsp;ขยายระยะเวลาขอสินเชื่อสู้ภัย&nbsp;COVID&nbsp;&nbsp;19</strong>&nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบให้กับเกษตรกรรายย่อยและลูกจ้างภาคการเกษตร&nbsp;รายละไม่เกิน&nbsp;10,000&nbsp;บาท&nbsp;โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน&nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&nbsp;0.35&nbsp;ต่อเดือน&nbsp;ส่งชำระคืน&nbsp;3&nbsp;ปี&nbsp;ปลอดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยในช่วง&nbsp;6&nbsp;เดือนแรก&nbsp;วงเงินรวม&nbsp;10,000&nbsp;ล้านบาท&nbsp;และเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่เชื้อ&nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน&nbsp;LINE&nbsp;Official&nbsp;BAAC&nbsp;Family&nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง&nbsp;30&nbsp;กันยายน&nbsp;65</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328173410853"],
    [741,"ลงพื้นที่ต่ออายุ ตรา GI มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี</strong>&nbsp;ร่วมกับคณะทำงานพิจารณาการขอใช้&nbsp;และควบคุมตรวจสอบกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้ามะม่วงยายกล่ำ&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงมะม่วงยายกล่ำนนทบุรี&nbsp;จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี&nbsp;ประเภทต่ออายุ&nbsp;ณ&nbsp;สวนมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;แห่งอำเภอเมืองนนทบุรี&nbsp;จังหวัดนนทบุรี</p><p><strong>จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์</strong>และการติดเครื่องหมายรับรองตราสัญลักษณ์&nbsp;GI&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นถึงประโยชน์และกระตุ้นให้ชุมชนต่างๆ&nbsp;เข้าสู่ระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยมากยิ่งขึ้น&nbsp;ตลอดจนให้ได้รับความคุ้มครองในประเทศโดยพัฒนาผู้ผลิตผู้ประกอบการค้าสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้สามารถบริหารจัดการในการควบคุมตรวจสอบคุณภาพ&nbsp;กระบวนการผลิต&nbsp;และแหล่งที่มาของสินค้าตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร&nbsp;GI&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี&nbsp;</strong>ที่ถือเป็นผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด&nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมะม่วงยายกล่ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;287.51&nbsp;ไร่&nbsp;เกษตรกร&nbsp;286&nbsp;ครัวเรือน&nbsp;ผลผลิตออกมากที่สุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์&nbsp;&nbsp;มีนาคม&nbsp;ของทุกปี&nbsp;มีเกษตรกรที่ได้รับการอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&nbsp;(GI)&nbsp;แล้ว&nbsp;จำนวน&nbsp;45&nbsp;ราย&nbsp;และอยู่ระหว่างยื่นคำขอใช้ตรา&nbsp;GI&nbsp;มะม่วงยายกล่ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&nbsp;ยังได้มีการให้คำปรึกษา&nbsp;แนะนำ&nbsp;และตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น&nbsp;ให้แก่เกษตรกร&nbsp;อีกทั้ง&nbsp;ส่งเสริมการขอต่อใบอนุญาตมาตรฐานอื่นๆ&nbsp;เช่น&nbsp;มาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&nbsp;และมาตรฐานนนทบุรีการันตี&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328190336905"],
    [742,"เปิดตลาดกลางยางเชียงราย เพิ่มทางเลือกให้สถาบันเกษตรกรฯ ภาคเหนือ ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายณกรณ์&nbsp;ตรรกวิรพัท&nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;การยางแห่งประเทศไทย(กยท.)&nbsp;มุ่งส่งเสริมและพัฒนายางพาราของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม&nbsp;ผลิตภัณฑ์ยางพารา&nbsp;สร้างกลไกรักษาเสถียรภาพราคายาง&nbsp;เน้นสร้างรากฐานการผลิตที่เข้มแข็ง&nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ยกระดับรายได้คุณภาพชีวิต&nbsp;และส่งเสริมการค้าให้มีความเป็นธรรมต่อเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ซึ่งหนึ่งในความสําเร็จตามภารกิจนี้คือ&nbsp;การขับเคลื่อนตลาดกลางยางพาราของ&nbsp;กยท.&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจุบันมีทั้งหมด&nbsp;8&nbsp;แห่ง&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กระจายอยู่ในพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย&nbsp;โดยตลาดกลางยางพาราแห่งใหม่จัดตั้งขึ้นเขตภาคเหนือ&nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ&nbsp;1.25&nbsp;ล้านไร่&nbsp;มีปริมาณผลผลิตยางแห้งประมาณ&nbsp;200,000&nbsp;ตัน&nbsp;เฉลี่ยผลผลิต&nbsp;170&nbsp;กก./ไร่/ปี&nbsp;โดยจังหวัดเชียรายเป็นจังหวัดที่มีปริมาณผลผลิตยางพาราสูงที่สุดในภาคเหนือ&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;58,000&nbsp;ตัน/ปี&nbsp;มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&nbsp;ได้รับการยกระดับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ&nbsp;มีความพร้อมทางด้านโลจิสติกส์&nbsp;ทั้งทางบก&nbsp;ทางเรือ&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;สามารถอํานวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้&nbsp;ถือเป็นโอกาสและจุดแข็งดีในการพัฒนาตลาดยางพาราไทย&nbsp;จึงจัดตั้งตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงรายขึ้น&nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาการซื้อขาย&nbsp;ยางก้อนถ้วยหรือยางเครปที่ได้มาตรฐาน&nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อขายผลผลิตยาง&nbsp;สร้างความเป็นธรรมด้านราคา&nbsp;มีการกำหนดมาตรฐานและคุณภาพยางที่ส่งมอบอย่างชัดเจน&nbsp;เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ซื้อขายยางผ่านตลาดกลาง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ปัจจุบันตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงราย&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">มีสมาชิกผู้ซื้อยาง&nbsp;22&nbsp;ราย&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;กลุ่มเกษตรกร&nbsp;49&nbsp;ราย&nbsp;และมีตลาดเครือข่ายกว่า&nbsp;30&nbsp;ตลาด&nbsp;ล่าสุดมีปริมาณยางซื้อขายผ่านตลาดแล้ว&nbsp;ประมาณ&nbsp;1.6&nbsp;หมื่นตัน&nbsp;คิดเป็นมูลซื้อขายกว่า&nbsp;445&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ดำเนินการซื้อขายยางพาราผ่านระบบประมูลยางอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดยตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงราย&nbsp;ช่วยให้ผู้ซื้อผู้ขายยางสามารถเข้าประมูลยางผ่านระบบได้สะดวกขึ้น&nbsp;โดยราคาประมูลเป็นไปตามกลไกตลาด&nbsp;มีการกำหนดราคากลางเปิดตลาดร่วมกันโดย&nbsp;กยท.&nbsp;และสถาบันเกษตรกรผู้ขายยาง&nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโดยผู้ซื้อจะได้รับยางพาราที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาอย่างแน่นอน</span></p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328212646958"],
    [743,"กอนช. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากภาคใต้ตอนล่างในพื้นที่ 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 2  4 เม.ย.นี้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากภาคใต้ตอนล่างในพื้นที่&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เมษายนนี้</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย&nbsp;ฉบับที่&nbsp;7&nbsp;หลัง&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนใต้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.&nbsp;ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;(ONE&nbsp;MAP)&nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;2&nbsp;&nbsp;4&nbsp;เมษายน&nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&nbsp;สุราษฎร์ธานี&nbsp;นครศรีธรรมราช&nbsp;พัทลุง&nbsp;สงขลา&nbsp;ปัตตานี&nbsp;ยะลา&nbsp;และนราธิวาส</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&nbsp;90&nbsp;มิลลิเมตรในช่วงเวลา&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;และพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำ&nbsp;-&nbsp;แม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&nbsp;&nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328163751836"],
    [744,"เดินหน้าปรับปรุงคลองบางขนาก เพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำในคลองแสนแสบและคลองบางขนาก","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายประพิศ&nbsp;จันทร์มา&nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;โครงการปรับปรุงคลองบางขนาก&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการปรับปรุงระบบชลประทานพื้นที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง&nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและฉะเชิงเทรา&nbsp;เนื่องจากคลองบางขนากเป็นทางแยกรับน้ำจากคลองแสนแสบ&nbsp;คลอง13-15&nbsp;คลอง&nbsp;17&nbsp;คลองบึงคอหอยและคลองสาขาต่างๆ&nbsp;ที่มีความสามารถในการระบายน้ำไม่เพียงพอที่จะเร่งระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากได้&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมชลประทาน&nbsp;จะกำหนดขอบเขตการขุดลอกคลองให้อยู่ในคลองเดิม</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;และจะระบายน้ำด้วยระบบคลองในแนวเหนือ-ใต้&nbsp;และแนวตะวันออก-ตะวันตก&nbsp;ต่อเนื่องไปออกสู่ทะเลอ่าวไทย&nbsp;รวมทั้งตัดยอดน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครและบริเวณชุมชนเมืองใกล้เคียง</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการปรับปรุงคลองบางขนาก&nbsp;อำเภอบางน้ำเปรี้ยว&nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ระยะทางรวม&nbsp;25&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านที่ดินในการก่อสร้างและการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นแล้ว&nbsp;2&nbsp;ครั้ง&nbsp;โดยจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม&nbsp;2565&nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขแบบการก่อสร้างและการรุกล้ำเขตชลประทาน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","กรมประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328212104955"],
    [745,"มอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล อ.พนมดงรัก ขับเคลื่อน สุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์","<p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;14:00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ข้าว</strong>&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;นายสุวพงศ์&nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&nbsp;หมู่ที่&nbsp;20&nbsp;ตำบลบักได&nbsp;อำเภอพนมดงรัก&nbsp;จังหวัดสุรินทร์&nbsp;โดยมีนายสมบัติ&nbsp;สมบูรณ์เทิดธนา&nbsp;ประธานกรรมการผู้จัดการ&nbsp;คูโบต้าเกษตรรุ่งเรืองแทรกเตอร์&nbsp;แอนด์&nbsp;คอมไบน์&nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ปลัดอำเภอพนมดงรัก&nbsp;เกษตรอำเภอพนมดงรัก&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ข้าวศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&nbsp;ผู้บริหารคูโบต้าเกษตรรุ่งเรืองแทรกเตอร์&nbsp;แอนด์&nbsp;คอมไบน์&nbsp;และ&nbsp;เกษตรกรชาวตำบลบักได&nbsp;เข้าร่วมพิธีด้วย</p><p><strong>สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรคูโบต้าที่สนับสนุนแก่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่</strong>ข้าวศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;รถแทรกเตอร์คูโบต้า&nbsp;รุ่น&nbsp;L5018SP&nbsp;KIS&nbsp;&nbsp;จำนวน&nbsp;&nbsp;1&nbsp;คัน&nbsp;พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง&nbsp;ใบมีดดันดิน&nbsp;ผานบุกเบิก&nbsp;ผานพรวน&nbsp;จอบหมุน&nbsp;เครื่องหยอดเมล็ดอเนกประสงค์&nbsp;รวมจำนวน&nbsp;5&nbsp;ชิ้น&nbsp;รวมมูลค่า&nbsp;866,950&nbsp;บาท&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายอนาจศักดิ์&nbsp;ดวงทิพย์&nbsp;ผู้จัดการอาวุโส</strong>&nbsp;สำนักงานขายภาคอีสาน&nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&nbsp;จำกัด&nbsp;และนายสมศักดิ์&nbsp;เชื้อจันทร์&nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว&nbsp;ร่วมลงนามบันทึกการส่งมอบเครื่องจากกลการเกษตร&nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชน&nbsp;ลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต&nbsp;และสร้างรายได้หมุนเวียน</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","สุรินทร์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328174134859"],
    [746,"อุดรธานีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565","<p><strong>หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;บูรณาการภาคีเครือข่าย&nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</strong></p><p><strong>ที่อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลคอนสาย&nbsp;อำเภอกู่แก้ว&nbsp;จังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;นายจำรัส&nbsp;กองน้อย&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&nbsp;ประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นายเอนก&nbsp;รัตน์รองใต้&nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการทางการเกษตร&nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และครบถ้วน&nbsp;เช่น&nbsp;การวิเคราะห์ดิน&nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&nbsp;โรคสัตว์&nbsp;โรคสัตว์น้ำ&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนนี้&nbsp;นายสยาม&nbsp;ศิริมงคล&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี</strong>&nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมคลินิกที่ออกหน่วยให้บริการประชาชนซึ่งมี&nbsp;13&nbsp;คลินิก&nbsp;ที่จัดแบ่งเป็นกลุ่มบริการด้านพืช&nbsp;กลุ่มบริการด้านปศุสัตว์&nbsp;กลุ่มบริการด้านประมง&nbsp;กลุ่มบริการด้านกฎหมาย&nbsp;และกลุ่มบริการด้านวิชาการ&nbsp;คลินิกให้คำปรึกษา&nbsp;การตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัยโดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น&nbsp;นอกจากนี้ในงานยังจัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้&nbsp;นิทรรศการเทคโนโลยีที่เกษตรกรควรรู้&nbsp;การเสนอผลงาน&nbsp;การแสดงผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;องค์กรต่างๆ&nbsp;พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&nbsp;ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงแหล่งน้ำสาธารณะหลังเทศบาลตำบลคอนสายด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>ทีมข่าว&nbsp;ส.ปชส.อด.&nbsp;ศรีภูมิ&nbsp;ทองใหญ่&nbsp;ณ&nbsp;อยุธยา&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อุดรธานี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328192319908"],
    [747,"พัฒนาที่ดินเขต3ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านโนนสำโรง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;เวลา&nbsp;08.30&nbsp;น.&nbsp;นายชาติชาย&nbsp;ประสาระวัน</strong>&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;3&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายวิรุธ&nbsp;คงเมือง&nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัด&nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&nbsp;3&nbsp;&nbsp;ลงพื้นที่&nbsp;ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรของ&nbsp;นางวัชรินท์&nbsp;บุดดีกุล&nbsp;เกษตรกรในโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;บ้านโนนสำโรง&nbsp;ตำบลขามเฒ่า&nbsp;อำเภอโนนสูง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งการลงพื้นที่ฯ&nbsp;ในครั้งนี้&nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมและสอบถามความพึงพอใจ</strong>หลังจากหน่วยงานได้เข้ามาสนับสนุนการขุดสระเก็บน้ำ&nbsp;พร้อมการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&nbsp;ภายใต้โครงการฯ&nbsp;รวมถึงปัญหาอุปสรรคและความต้องการของเกษตรกรเพิ่มเติม&nbsp;ซึ่งโครงการ&nbsp;1&nbsp;ตำบล&nbsp;1&nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่จุดเรียนรู้&nbsp;สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บน้ำสำหรับทำการเกษตรตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ&nbsp;รวมไปถึงการพื้นฟูเศรษฐกิจ&nbsp;สังคม&nbsp;และภาคการเกษตรภายหลังการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส&nbsp;COVID-19</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328205603935"],
    [748,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11   ตรวจสอบปัญหาน้ำในลำจักราชเน่าเสีย จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม</strong>&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&nbsp;&nbsp;อำเภอพิมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;นางปัญญา&nbsp;จันทรศรี&nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;พลีดี&nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&nbsp;นางน้ำฝน&nbsp;ทศกฎไพรี&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&nbsp;และมีนายจตุรงค์&nbsp;สุรุ่งเรืองสกุล&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;หมู่&nbsp;18&nbsp;บ้านวังหิน&nbsp;ร่วมตรวจสอบคุณภาพน้ำลำจักราชบริเวณที่มีการร้องเรียนปัญหาน้ำเน่าเสีย&nbsp;เขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&nbsp;อำเภอพิมาย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบว่าลำน้ำจักราชบริเวณดังกล่าว</strong>&nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่ชุมชนใช้ในการอุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;และใช้เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&nbsp;&nbsp;ลักษณะน้ำเป็นสีเขียวจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินตลอดลำน้ำ&nbsp;เป็นลักษณะของปรากฎการณ์&nbsp;Eutrophication&nbsp;ประกอบกับแหล่งน้ำมีประตูระบายน้ำควบคุมการไหล&nbsp;ทำให้น้ำไม่มีการหมุนเวียน&nbsp;และมีน้ำจากชุมชน&nbsp;แหล่งเกษตรกรรม&nbsp;และโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนระบายลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำจำนวน&nbsp;3&nbsp;จุด</strong>&nbsp;จากลำน้ำธรรมชาติ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;บริเวณฝายบ้านวังหิน&nbsp;&nbsp;และบริเวณสะพานสามแยกยูคา&nbsp;และจากน้ำทิ้งโรงงานแป้งมัน&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;จุด&nbsp;เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น&nbsp;</strong>โดยการควบคุมปริมาณธาตุอาหารที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำ&nbsp;พร้อมกับเสนอให้เปิดประตูระบายน้ำเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนน้ำ&nbsp;และแนะนำให้โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มอัตราการนำน้ำทิ้งไปใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่โรงงาน&nbsp;เพื่อลดการระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-28T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328215025967"],
    [749,"ผวจ.ลำปาง เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ติดตามใกล้ชิดการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน","<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;เน้นย้ำทุกหน่วยเฝ้าระวังเต็มที่&nbsp;เล็งเป้านำชุมชนสร้างพื้นที่ป่าเปียกแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืน</p><p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย</strong>&nbsp;พล.ต.อโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่&nbsp;ทำการตรวจเยี่ยมติดตามดูการปฏิบัติหน้าที่และเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานเฝ้าระวังป้องกันสถานการณ์ไฟป่าในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;พร้อมร่วมประชุมติดตามผลการปฏิบัติงาน&nbsp;การดำเนินการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันจากหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ณ&nbsp;ที่อาคารทำการชั่วคราว&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพญาแช่&nbsp;ตำบลพระบาท&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;</p><p><strong>โดยมีนายปิยะ&nbsp;หนูนิล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ</strong>และสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&nbsp;นายจรัสพันธ์&nbsp;อรุณคง&nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&nbsp;น.ส.รตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;และนายธนารัฐ&nbsp;สายเทพ&nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;ร่วมเป็นตัวแทนในนามหน่วยงานพื้นที่&nbsp;นำผู้บริหาร&nbsp;หัวหน้าหน่วย&nbsp;หัวหน้าส่วนงานและฝ่ายงานต่างๆ&nbsp;รวมทั้งข้าราชการ&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดหน่วยงาน&nbsp;รวมถึงอาสาสมัครภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่</p><p><strong>โดยจากการรายงานผลการดำเนินงานภาพรวม</strong>&nbsp;พบว่าในเขตท้องที่อำเมืองลำปางมีพื้นป่าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&nbsp;ตรงบริเวณเขาดอยพระบาท&nbsp;ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน&nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นผืนป่าผลัดใบ&nbsp;มีเนื้อที่กว้างประมาณ&nbsp;50,000&nbsp;กว่าไร่&nbsp;มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ถึง&nbsp;3&nbsp;อำเภอ&nbsp;7&nbsp;ตำบล&nbsp;โดยมีชุมชนอาศัยอยู่ติดกับบริเวณเขตป่าถึง&nbsp;36&nbsp;หมู่บ้าน&nbsp;ดังนั้นจึงทำให้บริเวณผืนป่าเขาดอยพระบาทเป็นจุดพื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดปัญหาไฟป่าได้ง่าย&nbsp;อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นภูเขาสูงชันเมื่อเกิดไฟป่าขึ้นจึงยากแก่การที่จะทำการควบคุม&nbsp;ทำให้ในทุกๆ&nbsp;ปีที่ผ่านมาเขาดอยพระบาท&nbsp;เกิดสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงและเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน</p><p><strong>ส่วนในการแก้ไขปัญหา&nbsp;ปีนี้ทางจังหวัดลำปางโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ได้มีมาตรการป้องกันตั้งแต่แรกเริ่มของการเข้าสู่หน้าแล้ง&nbsp;โดยได้พยามดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อป้องกันให้เกิดการเผาในเขตพื้นที่น้อยที่สุด&nbsp;โดยการปฏิบัติได้ใช้มาตรการบริหาร&nbsp;4&nbsp;พื้นที่&nbsp;5&nbsp;หลักบริหารจัดการ&nbsp;เน้นการทำงานในการประชาสัมพันธ์เชิงรุก&nbsp;การป้องกัน&nbsp;การเตรียมพร้อม&nbsp;การรับมือ&nbsp;และการฟื้นฟู&nbsp;พร้อมวางมาตรการปฏิบัติตามกฎหมาย&nbsp;พร้อมให้มีจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&nbsp;ทั้งในระดับหมู่บ้าน&nbsp;ตำบล&nbsp;และในระดับอำเภอ&nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด&nbsp;ซึ่งในปีนี้นับตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;สถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปางอยู่ในเกณฑ์ที่ลดลง&nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&nbsp;โดยมีการแจ้งรายงานการเกิดจุด&nbsp;Hotspots&nbsp;จากดาวเทียม&nbsp;และแจ้งเหตุไฟป่าในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&nbsp;50,000&nbsp;กว่าไร่&nbsp;เพียง&nbsp;10&nbsp;กว่าครั้งเท่านั้น</p><p><strong>อย่างไรก็ตาม&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่อาจวางใจได้</strong>&nbsp;เนื่องจากในพื้นที่ป่ายังมีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมอีกเป็นจำนวนมาก&nbsp;ประกอบกับในห้วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่อากาศแห้งแล้งและร้อนจัด&nbsp;ซึ่งยังเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาไฟป่ารุนแรงได้ง่าย&nbsp;โดยในส่วนนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้มอบนโยบายเน้นกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ได้มีการประสานร่วมกันทำงานเป็นทีม&nbsp;จัดแบ่งกำลังพลเฝ้าระวังพิเศษตามจุดบริเวณพื้นที่ที่เห็นว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์ตามลำดับ&nbsp;</p><p><strong>ขณะเดียวกันให้ใช้กำลังพลอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำแนวกันไฟตามพื้นที่ป่าจุดเสี่ยง</strong>&nbsp;พร้อมทั้งจัดกำลังพลลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนชาวบ้าน&nbsp;ขอความร่วมมืองดการเผาไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&nbsp;และทำงานเชิงรุกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าจุดเสี่ยงคอยสังเกตบุคคลแปลกหน้ารวมถึงผู้ที่เข้าออกบริเวณป่า&nbsp;เพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้มีการลักลอบจุดไฟเผาป่า&nbsp;ตลอดจนให้หน่วยงานหลักทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;และที่ว่าการอำเภอในเขตท้องที่&nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำแผนนำกำลังพลจิตอาสาที่มีอยู่เข้ามาร่วมในการปฏิบัติงานเป็นหน่วยกำลังพลสำรองคอยเฝ้าระวัง&nbsp;ป้องกัน&nbsp;และระงับเหตุเบื้องต้น&nbsp;ส่วนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้เกิดความยั่งยืน&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;ได้เล็งแนวทางที่จะขยายพื้นที่สร้างชุมชนลดการเผา&nbsp;เน้นแผนบูรณาการสร้างพื้นที่ป่าเปียก&nbsp;จัดหาพื้นที่ทำเป็นแหล่งกักเก็บน้ำในบริเวณผืนและนำชุมชนเข้ามีส่วนร่วมปรับสภาพพื้นที่ป่าชุมชนด้วยการปลูกไม้ไม่ผลัดใบและสร้างฝายชะลอน้ำ&nbsp;โดยเบื้องต้นในปี&nbsp;2565&nbsp;ตั้งเป้าจะสร้างชุมชนป่าเปียกในบริเวณผืนป่าดอยพระบาท&nbsp;ให้ได้ไม่น้อยกว่า&nbsp;2,500&nbsp;ไร่</p><p><strong>และในโอกาสเดียวกันนี้&nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า</strong>&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;ได้ลงตรวจเยี่ยมแถวร่วมพบปะกับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ&nbsp;เสือไฟ&nbsp;ที่ประจำอยู่ภายในสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพญาแช่&nbsp;ทำการมอบนโยบายแนวทางการทำงาน&nbsp;พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค&nbsp;ทั้งน้ำดื่มสะอาด&nbsp;อาหารกระป๋อง&nbsp;อาหารกึ่งสำเร็จรูป&nbsp;เครื่องดื่มชูกำลัง&nbsp;และหน้ากากอนามัย&nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่กำลังพลด้วย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&nbsp;</p><p>นายชาญณรงค์&nbsp;ปันเต</p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329085535997"],
    [750,"กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.พะเยา&nbsp;119&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;น่าน&nbsp;100&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และอุตรดิตถ์&nbsp;75&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,234&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,380&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;45&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329081500992"],
    [751,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีส้ม 5 พื้นที่ในเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง","<p class=\"ql-align-justify\"><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีส้ม 5 พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้น 5 พื้นที่ในระดับสีส้ม คือ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน , ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;3 -&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน (Hotspot) มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;และวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;เมษายน</p><p class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329082605993"],
    [752,"กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วงชิงสภาพอากาศช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำ","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">นายสำเริง&nbsp;แสงภู่วงค์&nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เปิดเผยว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ขณะนี้ความกดอากาศสูง&nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและบริเวณทะเลจีนใต้&nbsp;ประกอบกับระยะนี้ทางตอนบนของประเทศมีอากาศร้อนอบอ้าว&nbsp;และมีลมใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมประเทศ&nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อน&nbsp;ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่&nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติดังกล่าวและหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&nbsp;การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่&nbsp;ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;ยังคงมีพื้นที่การเกษตรบางแห่งที่ยังต้องการน้ำเพื่อการเกษตร</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก&nbsp;ได้บินปฏิบัติการในภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝั่งตะวันตก&nbsp;โดยหลังปฏิบัติการไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่ที่บินปฏิบัติการของจังหวัดชัยภูมิ&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;และเลย&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;และบุรีรัมย์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">&nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังคงต้องการน้ำเพื่อทำการเกษตร&nbsp;อุปโภค&nbsp;บริโภค&nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยที่&nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">จังหวัด</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สุพรรณบุรี&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">อำเภอ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ศรีสวัสดิ์&nbsp;หนองปรือ&nbsp;เลาขวัญ&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">จังหวัด</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กาญจนบุรี&nbsp;และ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">อำเภอ</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">อุทุมพรพิสัย&nbsp;ปรางค์กู่&nbsp;</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">จังหวัด</span><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ศรีสะเกษ&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับการติดตามสภาพอากาศ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">เพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงเช้าวันนี้&nbsp;จากสถานีเรดาร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;ภาคตะวันออก&nbsp;และภาคใต้&nbsp;พบว่า&nbsp;สภาพอากาศเข้าเงื่อนไขในการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;และมีการวางแผนขึ้นบินเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&nbsp;และเติมน้ำต้นทุนให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ&nbsp;สำหรับอีก&nbsp;6&nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&nbsp;ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน&nbsp;หากเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง&nbsp;จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329093409013"],
    [753,"จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565","<p><strong>นายไพบูลย์&nbsp;โอมาก&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง</strong>&nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;ห้องมรกต&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</p><p><strong>ที่ประชุมได้แจ้งเรื่อง&nbsp;รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ</strong>&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2564&nbsp;และผลการดำเนินงานในการบริหาร&nbsp;จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;การประชุมอนุกรรมการด้านวิชาการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;21&nbsp;มกราคม&nbsp;2565&nbsp;ความก้าวหน้าการดำเนินงานแผนอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลจังหวัดตรัง&nbsp;และการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการอนุรักษ์พะยูนจังหวัดตรัง&nbsp;ภายใต้&nbsp;แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;การประชุมอนุกรรมการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง&nbsp;ครั้งที่&nbsp;1/2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;8&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ความคืบหน้าของโครงการ&nbsp;คทช.&nbsp;ในพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดตรัง</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้พิจารณาใน&nbsp;5&nbsp;ประเด็น</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;เรื่อง&nbsp;ขอปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการด้านวิชาการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ขอปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการอนุรักษ์พะยูนจังหวัดตรัง&nbsp;ภายใต้แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ&nbsp;การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจังหวัดตรัง&nbsp;ภายใต้&nbsp;คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด&nbsp;ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดตรังเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์&nbsp;พ.ศ.&nbsp;....&nbsp;รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่ง&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;ปี&nbsp;2564</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329102138023"],
    [754,"นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน กำชับทุกหน่วยงานเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร","<p><strong>นายธนกร&nbsp;วังบุญคงชนะ&nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;พลเอก&nbsp;&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;มีความห่วงใยสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน&nbsp;กำชับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลปัญหาเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนให้มากที่สุด&nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&nbsp;สำรวจปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในสต๊อกและจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอแล้ว&nbsp;แต่ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&nbsp;ประกอบกับราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นจากหลายปัญหาในเวลาเดียวกันทั้งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&nbsp;และสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศโดยเฉพาะความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน</p><p><strong>รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด</strong>&nbsp;แต่ไทยยังไม่สามารถผลิตปุ๋ยเคมีที่เป็นอาหารพืชและปุ๋ยยูเรียได้เอง&nbsp;เพราะไม่มีวัตถุดิบ&nbsp;ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ&nbsp;&nbsp;ทำให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดโลก&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;นายกรัฐมนตรี&nbsp;ได้สั่งการให้ดำเนินโครงการปุ๋ยสั่งตัด&nbsp;ที่เหมาะกับสภาพดินและความต้องการของพืช&nbsp;อีกทั้งเร่งการผลิตปุ๋ยหมัก&nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุน&nbsp;พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจนำเข้า&nbsp;เพื่อหาทางนำเข้าเพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด&nbsp;รวมถึงมาตรการทางการเงิน&nbsp;เช่น&nbsp;ปล่อยเงินกู้พิเศษ&nbsp;เงินกู้ระยะยาว&nbsp;ดูแลเรื่องดอกเบี้ย</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329104005036"],
    [755,"วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) จ.นครศรีธรรมราช พร้อมให้ความร่วมมือลดฝุ่นจากการจุดประทัดที่กระทบประชาชนในพื้นที่ ด้วยการสร้างอาคารจุดประทัดลดเสียงและฝุ่นละออง คาด เริ่มเปิดใช้เต็มรูปแบบ เม.ย.นี้","<p><strong>วัดเจดีย์&nbsp;(ไอ้ไข่)&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือลดฝุ่นจากการจุดประทัดที่กระทบประชาชนในพื้นที่&nbsp;ด้วยการสร้างอาคารจุดประทัดลดเสียงและฝุ่นละอองรองรับการจุดประทัดได้วันละ&nbsp;5&nbsp;ล้านนัด&nbsp;คาด&nbsp;เริ่มเปิดใช้เต็มรูปแบบเมษายนนี้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากเหตุร้องเรียนเสียงดังและฝุ่นควันจากการจุดประทัดแก้บนในพื้นที่วัดเจดีย์&nbsp;(ไอ้ไข่)&nbsp;ต.ฉลอง&nbsp;อ.สิชล&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;คพ.ได้ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;14&nbsp;(สุราษฏร์ธานี)&nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงและแก้ปัญหากับหน่วยงานในจังหวัด&nbsp;เนื่องจากพลังศรัทธาต่อไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์มีเยอะมาก&nbsp;โดยวัดรับทราบและยินดีสนับสนุนนโยบายลดฝุ่นสร้างอาคารจุดประทัดปลอดมลพิษ&nbsp;ปัจจุบันจากการตรวจสอบระบบเก่ามีการจุดประทัดประมาณ&nbsp;1-2&nbsp;ล้านนัดต่อวัน&nbsp;ระยะ&nbsp;1-2&nbsp;ชั่วโมงจุดหนึ่งครั้ง&nbsp;โดยระบบใหม่การก่อสร้างอาคารจุดประทัดพร้อมติดตั้งระบบกำจัดมลพิษดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;โดยใช้ระบบจำกัดมลพิษแบบห้องเผาควันด้วยระบบน้ำมันอยู่ระหว่างการทดสอบระบบและปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น&nbsp;คาดว่า&nbsp;จะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบเดือนเมษายนนี้จะรองรับการจุดประทัดได้วันละ&nbsp;5&nbsp;ล้านนัด&nbsp;ซึ่งการทำงานของระบบกำจัดมลพิษเมื่อจุดประทัดแล้วควันในห้องจะถูกดูดโดยมอเตอร์ดูดอากาศ&nbsp;6&nbsp;ตัว&nbsp;เข้าเตาเผาควันที่อยู่บนหลังคาอาคาร&nbsp;มีหัวเผาด้วยน้ำมัน&nbsp;2&nbsp;หัวเผา&nbsp;แล้วระบายควันออกสู่ภายนอก&nbsp;แล้วยังมีระบบสเปรย์น้ำเพื่อดับไฟและลดฝุ่นควันภายในอาคาร&nbsp;โดยใช้น้ำปริมาณน้อยจึงไม่เกิดน้ำเสียออกสู่ภายนอก&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการทดสอบการจุดประทัด&nbsp;200,000&nbsp;นัด&nbsp;พบในห้องมีฝุ่นควันเยอะมาก&nbsp;แต่จะถูกดูดขึ้นไปเผาด้านบนอีกครั้งและระบายควันออกมาด้านนอกเล็กน้อย&nbsp;ซึ่งเสียงยังดังอยู่เมื่อมีการใช้งานจริง&nbsp;คพ.&nbsp;จะติดตามการปรับปรุงและแก้ปัญหาต่อเนื่อง&nbsp;เพื่อให้วัดและประชาชนพัฒนาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329102221025"],
    [756,"ปศุสัตว์แพร่คัดเลือก Smart Farmer ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2565","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&nbsp;</strong>ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;ดำเนินการคัดเลือก&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ดีเด่น&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;มีตัวแทน&nbsp;เลิศสิริฟาร์ม&nbsp;จังหวัดแพร่เข้าร่วมการคัดเลือก</p><p><strong>นางสาวอาทิยา&nbsp;แปลงใจ&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่</strong>&nbsp;และนายพนมสิงห์&nbsp;วงศ์เป็ง&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองแพร่&nbsp;เข้าร่วมกับคณะดำเนินการคัดเลือก&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ดีเด่นระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;นำทีมโดย&nbsp;นายสุเทพ&nbsp;สุขผล&nbsp;นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ&nbsp;นายนรินทร์&nbsp;คำตา&nbsp;นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ&nbsp;และนายอภิชาติ&nbsp;ชูศักดิ์เหลือง&nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์เขต&nbsp;5&nbsp;ดำเนินการพิจารณาคัดเลือก&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ดีเด่น&nbsp;ระดับเขต&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;</p><p><strong>ซึ่งตัวแทน&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัด</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายชิษณุพงษ์&nbsp;เม้าเขียว&nbsp;เลิศสิริฟาร์ม&nbsp;ตำบลช่อแฮ&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดแพร่</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329111750054"],
    [757,"เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าน่าน สนธิกำลังเร่งตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่อำเภอสันติสุข","<p><strong>ที่อำเภอสันติสุข</strong>&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของนายวิบูรณ์&nbsp;แววบัณฑิต&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านทุกท่าน&nbsp;นายวิศิษฐ์&nbsp;ทวีสิงห์&nbsp;ปลัดจังหวัดน่าน&nbsp;</p><p><strong>วันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;</strong>นายหาญชัย&nbsp;ไชยวงค์&nbsp;นายอำเภอสันติสุข&nbsp;นายสำเริง&nbsp;&nbsp;กลั่นน้ำทิพย์&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&nbsp;ได้สั่งการให้นายธนัชฌาย์&nbsp;นาตัน&nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&nbsp;นำสมาชิก&nbsp;อส.อ.&nbsp;สันติสุข&nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมไฟป่าดอยภูคา,หน่วย&nbsp;พมพ.2&nbsp;และผู้นำชุมชนบ้านดอนไพรวัลย์&nbsp;ลงพื้นที่บ้านดอนไพรวัลย์&nbsp;หมู่ที่&nbsp;10&nbsp;ตำบลพงษ์&nbsp;อำเภอสันติสุข&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;เพื่อตรวจสอบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ที่เกิดขึ้นในพื้นที่วันที่&nbsp;27&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่จุด&nbsp;E&nbsp;715809&nbsp;N&nbsp;2094720&nbsp;และในวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พบความร้อนที่บ้านหัวนา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;9&nbsp;ตำบลพงษ์&nbsp;อำเภอสันติสุข&nbsp;จังหวัดน่าน&nbsp;ได้แก่จุด&nbsp;X710137&nbsp;Y&nbsp;2094845&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดย&nbsp;นายหาญชัย&nbsp;ไชยวงค์&nbsp;นายอำเภอสันติสุข</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยจัดการต้นน้ำได้เดินทางลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีค่าความร้อนขึ้นมา&nbsp;เป็นพื้นที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่&nbsp;จากการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นพื้นที่เตรียมการเพื่อการเกษตรและไฟดับลงแล้ว&nbsp;พร้อมนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในการงดเว้นการเผา&nbsp;ในช่วงห้ามเผาตั้งแต่วันที่&nbsp;15&nbsp;ก.พ.65-20&nbsp;เม.ย.65</p><p><strong>สำหรับค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;ประจำวันที่&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565</strong>&nbsp;สภาพคุณภาพอากาศดี&nbsp;ประกอบกับจังหวัดน่านมีฝนในพื้นที่&nbsp;โดยค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;สูงสุด&nbsp;75&nbsp;มคก./ลบ.ม.ค่าฝุ่น&nbsp;PM2.5&nbsp;และต่ำสุด&nbsp;23&nbsp;มคก./ลบ.ม.&nbsp;โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;2</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","น่าน","สวท.น่าน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329113814059"],
    [758,"สหกรณ์จังหวัดระยอง เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ผู้ตรวจการสหกรณ์ ให้สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานตรวจการสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&nbsp;ต.เนินพระ&nbsp;</strong>อ.เมือง&nbsp;จ.ระยอง&nbsp;นางสุวรรณี&nbsp;อาจสุโพธิ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการตรวจสหกรณ์&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;แก่ผู้ตรวจการสหกรณ์&nbsp;และข้าราชการในสังกัด&nbsp;ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ตรวจการสหกรณ์&nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจการสหกรณ์&nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;จำนวน&nbsp;30&nbsp;คน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;มัณฑนานนท์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดนนทบุรี&nbsp;เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ&nbsp;มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;ข้อบังคับ&nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการสหกรณ์&nbsp;ตรวจสอบกิจการและฐานะทางการเงินของสหกรณ์&nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดข้อบกพร่องและทุจริตเกี่ยวกับการเงิน&nbsp;การบัญชีหรือกิจการ&nbsp;หรือฐานะการเงินในสหกรณ์&nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกำกับ&nbsp;ดูแล&nbsp;การดำเนินงานของสหกรณ์ให้เป็นไปตามกฎหมาย&nbsp;ระเบียบ&nbsp;และข้อบังคับของสหกรณ์</p><p><strong>นางสุวรรณี&nbsp;อาจสุโพธิ์&nbsp;สหกรณ์จังหวัดระยอง&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้&nbsp;เพิ่มทักษะและประสบการณ์แก่ผู้ตรวจการสหกรณ์ให้ก้าวทันสถานการณ์&nbsp;และนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง&nbsp;สามารถปฏิบัติงานตรวจสอบสหกรณ์ได้ตามแนวทางที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329115614071"],
    [759,"พาณิชย์จังหวัดแพร่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์","<p><strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอสอง&nbsp;พบการติดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวโพดชัดเจน</strong></p><p><br></p><p><strong>นางสาวจุฬารัตน์&nbsp;นุ่มนิ่ม&nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&nbsp;</strong>นายศิรินุสรณ์&nbsp;เตชะ&nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอสอง&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;พบว่าการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ชนิดเมล็ด&nbsp;ณ&nbsp;ความชื้น&nbsp;14.5%&nbsp;ราคากิโลกรัมละ&nbsp;10.00-12.90&nbsp;บาท&nbsp;และความชื้น&nbsp;30%&nbsp;กิโลกรัมละ&nbsp;8.00-8.50&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีการติดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวโพดชัดเจน&nbsp;และได้แนะนำให้ปฏิบัติตาม&nbsp;พ.ร.บ&nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&nbsp;พ.&nbsp;ศ.&nbsp;2542&nbsp;อย่างเคร่งครัด</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายมีความชื้นค่อนข้างสูง&nbsp;(40-50%&nbsp;ขึ้นไป)&nbsp;</strong>และมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน&nbsp;120&nbsp;วัน&nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพมากนัก</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329114025060"],
    [760,"สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง เมืองแม่กลองสะอาด พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน","<p><strong>ที่บริเวณโรงเรียนบ้านยายแพง&nbsp;ตำบลยายแพง&nbsp;อำเภอบางคนที&nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;</strong>สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที&nbsp;จัดกิจกรรรมลงแขก&nbsp;ลงคลอง&nbsp;เมืองแม่กลองสะอาด&nbsp;ตามทางประชารัฐภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&nbsp;และรณรงค์โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน&nbsp;โดยมี&nbsp;นายขจร&nbsp;ศรีชวโนทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;พร้อมทั้ง&nbsp;นายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&nbsp;พันเอก&nbsp;จิระโรจน์&nbsp;&nbsp;กองวารี&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&nbsp;นายอำเภอบางคนที&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;</p><p><strong>นางสาวเรณู&nbsp;เล็กนิมิต&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดกิจกรรมครั้งนี้&nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาทำความสะอาดลำคลองในพื้นที่&nbsp;โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;ทั้งจิตอาสา&nbsp;กำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;ภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;(อถส.)&nbsp;กลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ&nbsp;และประชาชน&nbsp;จำนวนกว่า&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;ซึ่งได้ร่วมกันจัดเก็บผักตบชวา&nbsp;วัชพืช&nbsp;ขยะในลำคลอง&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;เพื่อทำให้หมู่บ้านชุมชนมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย&nbsp;พร้อมทั้งขับเคลื่อนการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนในครัวเรือน&nbsp;ชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาด&nbsp;ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ลดจำนวนปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่&nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามขับเคลื่อนการลดปริมาณและคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกใครัวเรือนระดับท้องถิ่น</p><p><strong>ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>กิจกรรมลงแขกลงคลอง&nbsp;เมืองแม่กลองสะอาด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัด&nbsp;ได้มีการจัดทำเป็นประจำเดือนละ&nbsp;1&nbsp;ครั้ง&nbsp;ทั้งในลำคลอง&nbsp;ถนนในหมู่บ้าน/ชุมชน&nbsp;นอกจากทำให้จังหวัดสมุทรสงครามมีทัศนยภาพที่สวยงามแล้ว&nbsp;ยังส่งผลให้ประชาชนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&nbsp;เสริมสร้างความรักสามัคคีของคนในชุมชน</p><p><strong>จากนั้น&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;พร้อมคณะได้ลงเรือร่วมกันจัดเก็บวัชพืชในลำคลอง&nbsp;</strong>เพื่อให้ลำคลองมีความสะอาด&nbsp;ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้เรือเป็นพาหนะในการสัญจรไปมาได้&nbsp;&nbsp;และนำถังขยะเปียกลดโลกร้อนและถังดักไขมันในเรือนมอบให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที&nbsp;เพื่อนำไปใช้ภายในชุมชนด้วย</p><p>&nbsp;</p><p>รุ่งนภา/ข่าว&nbsp;&nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง</p><p>ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329115029066"],
    [761,"ผู้ว่าฯ ลำปาง ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฯ และปัญหาภัยแล้งพื้นที่ อ.เมือง และ อ.แม่ทะ","<p><strong>นายสิธิชัย&nbsp;จินดาหลวง&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;พลตรีอโณทัย&nbsp;ชัยมงคล&nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&nbsp;32&nbsp;นายธนารัฐ&nbsp;สายเทพ&nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์และรับฟังการนำเสนอข้อมูล&nbsp;พร้อมหารือแนวทางร่วมกับประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่&nbsp;ณ&nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-พระยาแช่&nbsp;,&nbsp;จุดสกัดชุมชนโทกหัวช้าง,&nbsp;จุดสกัดชุมชนกล้วยฝาย,&nbsp;จุดสกัดชุมชนกล้วยแพะ&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;และจุดสกัดชุมชนแม่ทะ&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;ในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;(PM2.5)&nbsp;รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</strong>&nbsp;ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานดับไฟป่า&nbsp;อาทิ&nbsp;น้ำดื่มสะอาด&nbsp;เครื่องดื่มชูกำลัง/เครื่องดื่มเกลือแร่&nbsp;ยา&nbsp;ข้าวสาร&nbsp;อาหารสำเร็จรูป&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า&nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นที่ป่าชุมชนต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329115612070"],
    [762,"ปศุสัตว์ฯ แม่ฮ่องสอน ผ่าตัดทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เร่งขับเคลื่อนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>น.สพ.ดร.อนิรุธ&nbsp;เนื่องเม็ก&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;น.สพ.ธราภัท&nbsp;คงเหล็กดี&nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;บูรณาการการทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&nbsp;ออกให้บริการผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ให้แมวด้อยโอกาส&nbsp;ณ&nbsp;วัดปาง&nbsp;หมู่&nbsp;1&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยได้ให้บริการผ่าตัดทำหมันแมวเพศเมีย&nbsp;จำนวน&nbsp;10&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>แมวเพศผู้&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แมว&nbsp;จำนวน&nbsp;12&nbsp;ตัว&nbsp;รวมทั้งให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;และการดูแลสุนัขและแมวในกำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ&nbsp;กฎหมายและปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&nbsp;ตามพระปณิธาน&nbsp;ศาสตราจารย์&nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&nbsp;วรขัตติยราชนารี&nbsp;&nbsp;ปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">&nbsp;</span></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329123210086"],
    [763,"ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีก","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>น.สพ.ธราภัท&nbsp;คงเหล็กดี&nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&nbsp;ออกดำเนินการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีก&nbsp;ในฟาร์มที่ได้รับการรับรองในการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสัตว์ปีก&nbsp;ณ&nbsp;สยามฟาร์ม&nbsp;ตำบลปางหมู&nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>จากการดำเนินงาน&nbsp;มีการเก็บตัวอย่าง&nbsp;Oropharyngeal&nbsp;swab&nbsp;ไก่ไข่&nbsp;30&nbsp;ตัว&nbsp;</strong>เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดนกและเชื้อไวรัสนิวคาสเซิล&nbsp;และเก็บตัวอย่าง&nbsp;Boot&nbsp;swab&nbsp;จากโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&nbsp;จำนวน&nbsp;5&nbsp;คู่&nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียแซลโมเนลลาทางห้องปฏิบัติการต่อไป</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โรคไข้หวัดนกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ที่พบในนกและสัตว์ปีก&nbsp;</strong>โดยอาการและความรุนแรงของโรคขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัสและชนิดของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อสายพันธุ์ที่มีความสำคัญคือ&nbsp;H5N1&nbsp;ซึ่งทำให้สัตว์ปีกที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงและตายอย่างรวดเร็ว&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ในส่วนของโรคนิวคาสเซิลเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสัตว์ปีก</strong>&nbsp;เป็นโรคที่มีความสำคัญมากในสัตว์ปีกที่เลี้ยงเป็นอาหาร&nbsp;อาการของโรคมีตั้งแต่อ่อนจนถึงรุนแรง&nbsp;โรคที่ติดต่อได้ง่ายและทำให้เกิดอาการรุนแรงเรียกว่า&nbsp;Exotic&nbsp;Newcastle&nbsp;disease&nbsp;(END)&nbsp;ซึ่งทำให้มีสัตว์ปีกจำนวนมากตายอย่างเฉียบพลันโดยไม่แสดงอาการของโรค</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329122724084"],
    [764,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(28&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;589&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;176&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;165&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;119&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;85&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;38&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;6&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;124&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;64&nbsp;จุด&nbsp;และนครสวรรค์&nbsp;42&nbsp;จุด&nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&nbsp;7&nbsp;วัน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;พบมากที่สุด&nbsp;4&nbsp;วันติดต่อกัน&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,852&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;11,472&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,891&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้พบพื้นที่ภาคเหนือยังมีฝุ่นอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่&nbsp;ส่วนภาพรวมภูมิภาคอื่นคุณภาพอากาศยังคงอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;2,534&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมา&nbsp;เป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;959&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;589&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329123924087"],
    [765,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&nbsp;MODIS&nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&nbsp;7&nbsp;วันนี้&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;ถึง&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;พบมี&nbsp;3&nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&nbsp;คือ&nbsp;ตาก&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และลำปาง&nbsp;โดยสัปดาห์นี้ตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่ามีจำนวนสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ผ่านมาพบอยู่ประมาณ&nbsp;25&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งกลายเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329125237088"],
    [766,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Kick Off สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร A.M.1386 KHz. กลับมาออกอากาศอีกครั้ง มั่นใจเป็นสื่อกลางถ่ายทอดข่าวสารความรู้ เคียงข้างเกษตรกรไทย","<p><strong>นายทองเปลว&nbsp;กองจันทร์&nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเปิดตัวสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร&nbsp;A.M.1386&nbsp;KHz.&nbsp;ว่า</strong>&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร&nbsp;กระจายเสียงในระบบ&nbsp;A.M.&nbsp;ความถี่&nbsp;1386&nbsp;KHz.&nbsp;กำลังส่ง&nbsp;10&nbsp;กิโลวัตต์&nbsp;จะกลับมาออกอากาศทางคลื่นวิทยุกระจายเสียงอีกครั้ง&nbsp;หลังจากต้องหยุดออกอากาศไปนานกว่า&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;เนื่องจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค&nbsp;เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านการเกษตร&nbsp;และเป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลให้มีความรู้ความสามารถด้านการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ&nbsp;ปลอดภัย&nbsp;สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างดีเยี่ยม&nbsp;แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วและสะดวกกว่าในอดีต&nbsp;แต่ก็ยังมีเกษตรกรในบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี&nbsp;ดังนั้น&nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร&nbsp;จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนเหล่านั้น&nbsp;ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าตามแนวทางการพัฒนาของรัฐบาล</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329133650107"],
    [767,"เกษตรจังหวัดภูเก็ต มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรปลูกผักเหมียงคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรปลูกผักเหมียงคุณภาพ&nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และการพัฒนาการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&nbsp;สนับสนุนและยกระดับการผลิตเป็นสินค้าปลอดภัยและมูลค่าสูง&nbsp;ภายใต้แนวคิด&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy</strong></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;(ศพก.)&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลฉลอง&nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;นายพิเชษฐ์&nbsp;ปาณะพงศ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;นายสุบรรณ์&nbsp;รักษ์ทอง&nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมมอบปัจจัยการผลิตและบรรจุภัณฑ์โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ด้วยแนวคิด&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;การปลูกผักเหมียงให้แก่เกษตรกรเจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต&nbsp;อำเภอกะทู้&nbsp;และอำเภอถลาง&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;ราย&nbsp;เพื่อเป็นส่งเสริมพัฒนาการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&nbsp;ยกระดับการผลิตเป็นสินค้าปลอดภัยและมูลค่าสูง&nbsp;และพัฒนาการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&nbsp;ผสมผสานกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&nbsp;ทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่และปริมาณผลผลิตผักเหมียงให้เพียงพอต่อการบริโภค&nbsp;และการเพิ่มช่องทางการตลาด&nbsp;เพื่อให้เกิดการพึ่งพาช่วยเหลือตนเอง&nbsp;และมีความมั่นคงด้านอาหาร&nbsp;มีการผลิตอาหารปลอดภัย&nbsp;ดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&nbsp;โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">จังหวัดภูเก็ตด้วยแนวคิด&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&nbsp;จังหวัดภูเก็ต&nbsp;งบประมาณ&nbsp;4,701,900&nbsp;บาท&nbsp;โดยมีการส่งเสริมการปลูกผักเหมียงเชิงการค้า&nbsp;จำนวน&nbsp;550&nbsp;ไร่&nbsp;พัฒนาฝึกทักษะอาชีพทางด้านการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&nbsp;จำนวน&nbsp;230&nbsp;ราย&nbsp;จัดทำแปลงต้นแบบผลิตผักเหมียงคุณภาพ&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;แปลง&nbsp;ส่งเสริมการผลิตเห็ด&nbsp;ผักต้นอ่อน&nbsp;และผักไฮโดรโปนิกส์&nbsp;เพื่อการบริโภค&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ราย&nbsp;และมอบบรรจุภัณฑ์&nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้วใส&nbsp;และเทปรัดผัก&nbsp;จำนวน&nbsp;500&nbsp;ม้วน</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">อย่างไรก็ตาม&nbsp;เกษตรกรปลูกผักเหมียงอำเภอเมืองภูเก็ต</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;black;\">&nbsp;ได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำผักเหมียงมาแปรรูปอาหาร&nbsp;ตามแนวทาง&nbsp;City&nbsp;of&nbsp;Gastronomy&nbsp;ซึ่งได้รับความนิยมและให้การตอบรับจากนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก&nbsp;เช่น&nbsp;ผักเหมียงลาซานญาพิซซ่าโรล&nbsp;ขนมเค้กผักเหมือง&nbsp;ชาผักเหมียง&nbsp;ฯลฯ</span></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคใต้","ภูเก็ต","สวท.ภูเก็ต","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329134300109"],
    [768,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมผนึกกำลังลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งเป้า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในปี พ.ศ. 2566","<p><strong>นายประยูร&nbsp;อินสกุล&nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>เปิดเผยภายหลังพิธีประกาศ&nbsp;MISSION&nbsp;2023&nbsp;ผนึกกำลังมุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;1,000,000&nbsp;ตัน&nbsp;CO2&nbsp;สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน&nbsp;สาขากระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์:&nbsp;มาตรการทดแทนปูนเม็ด&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;เนื่องจากภาคเกษตรเป็นภาคที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&nbsp;จึงมีนโยบายร่วมกับทุกหน่วยงาน&nbsp;แผนการดำเนินงานด้านเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตรครอบคลุมด้านพืช&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ด้านน้ำ&nbsp;ด้านปศุสัตว์&nbsp;ด้านประมง&nbsp;และด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการเกษตร&nbsp;ซึ่งจะนำมาถึงความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร&nbsp;รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน</p><p><strong>สำหรับการร่วมลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;โดยกรมชลประทาน</strong>&nbsp;มีส่วนร่วมขับเคลื่อนมาตั้งแต่เริ่มบูรณาการความร่วมมือในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคม&nbsp;2563&nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา</p><p><strong>ปัจจุบัน&nbsp;กรมชลประทานได้กำหนดเป็นนโยบายให้งานก่อสร้างประเภทต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;</strong>โดยปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุก่อสร้างประเภทปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก&nbsp;ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;โดยในปีงบประมาณ&nbsp;2564&nbsp;ได้นำร่องให้มีการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก&nbsp;3&nbsp;โครงการสำคัญ&nbsp;นับว่า&nbsp;เป็นที่น่ายินดีที่สามารถมีส่วนร่วมทำให้บรรลุเป้าหมายแรก&nbsp;300,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;เมื่อสิ้นปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;เร็วกว่าที่ตั้งใจกันไว้&nbsp;และกำลังจะก้าวไปสู่เป้าหมายใหม่&nbsp;ในการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;1,000,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ภายในปี&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;ตามที่กำหนดไว้ต่อไป</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329140926119"],
    [769,"รมช.เกษตรฯ ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ ในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ&nbsp;ในฤดูกาลผลไม้&nbsp;ภาคตะวันออกปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>พร้อมด้วย&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;นายภัสชญภณ&nbsp;หมื่นแจ้ง&nbsp;รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;และคณะผู้บริการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ&nbsp;ในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกปี&nbsp;2565&nbsp;โดยประชุมรับฟังรายงานการปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ณ&nbsp;ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;จากนั้นเดินทางเยี่ยมชมการปฏิบัติงานตรวจสอบการนำเข้าสินค้าเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เอ็กเรย์สินค้า&nbsp;ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;ก่อนเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตรวจสอบสินค้าเกษตรเพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืช&nbsp;ณ&nbsp;ด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกในปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบ&nbsp;และตรวจรับรองสินค้า&nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(Covid-19)&nbsp;ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวที่สวน&nbsp;การคัดบรรจุ&nbsp;ตลอดจนการส่งออก&nbsp;ซึ่งต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัยพืช&nbsp;(Phyto&nbsp;certificate)&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรได้นำระบบขอใบรับรองสุขอนามัยพืชแบบอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;(e&nbsp;Phyto&nbsp;Certificate)&nbsp;มาใช้ตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;กุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;โดยนำร่องระบบใช้กับผลไม้&nbsp;22&nbsp;ชนิดไปจีน&nbsp;เพื่อรองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก&nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจในการผลิตสินค้าคุณภาพที่มาจากแปลงเกษตรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตที่ดี&nbsp;สามารถตรวจสอบย้อนกลับ&nbsp;และสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศผู้นำเข้าได้&nbsp;รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ&nbsp;โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&nbsp;2565&nbsp;เป็นต้นมา&nbsp;มีการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีน&nbsp;มีจำนวนประมาณ&nbsp;6,238&nbsp;ชิปเมนท์&nbsp;ปริมาณ&nbsp;177,522.78&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่าประมาณ&nbsp;3,390&nbsp;ล้านบาท&nbsp;โดยเป็นการส่งออกทางเรือ&nbsp;ประมาณ&nbsp;62%&nbsp;ทางบก&nbsp;26%&nbsp;และทางอากาศ&nbsp;12%</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมคณะ</strong>&nbsp;ได้ติดตามการทำงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;อำเภอศรีราชา&nbsp;จังหวัดชลบุรี&nbsp;โดยมอบนโยบายและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของด่านตรวจพืชปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎระเบียบ&nbsp;ประกาศ&nbsp;และกฎหมายที่กรมวิชาการเกษตรกำกับดูแลอย่างเข้มงวด&nbsp;ตามคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชให้ชัดเจน&nbsp;ครอบคลุมทุกขั้นตอน&nbsp;ตั้งแต่การขออนุญาต&nbsp;การตรวจสอบสินค้า&nbsp;การตรวจปล่อยร่วมกับหน่วยงานศุลกากรในพื้นที่&nbsp;รวมถึงการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูพืชที่อาจจะติดมากับสินค้านำเข้าแพร่กระจายและทำความเสียหายกับแปลงผักผลไม้&nbsp;แปลงเกษตรไทย&nbsp;หรือผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;ศัตรูพืชที่สำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;ด้วงอิฐ&nbsp;ซึ่งได้เน้นย้ำให้ด่านตรวจพืชทุกด่านต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษไม่ให้ปนเปื้อนมากับกลุ่มสินค้าธัญพืช&nbsp;เช่น&nbsp;กากถั่วเหลือง&nbsp;ถั่วเหลือง&nbsp;จากประเทศที่มีกลุ่มเสี่ยง&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ด้าน&nbsp;นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&nbsp;เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมการนำเข้าพืช&nbsp;ผลผลิตพืช&nbsp;ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&nbsp;ตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช&nbsp;(Phyto&nbsp;Certificate)&nbsp;เพื่อรับรองการปลอดโรคแมลง&nbsp;ศัตรูพืช&nbsp;สำหรับสินค้าส่งออก&nbsp;ตามเงื่อนไขประเทศปลายทาง&nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไข&nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ฉบับ&nbsp;ได้แก่&nbsp;1.พระราชบัญญัติกักพืช&nbsp;พ.ศ.2507&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;2.&nbsp;พระราช&nbsp;บัญญัติพันธุ์พืช&nbsp;พ.ศ.2518&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;3.&nbsp;พระราชบัญญัติปุ๋ย&nbsp;พ.ศ.2518&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;4.&nbsp;พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&nbsp;โดยในปี&nbsp;2564&nbsp;มีการออกใบรับรองสุขอนามัย&nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&nbsp;66,166&nbsp;ฉบับ&nbsp;สินค้าส่งออกที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;ข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;ยางพารา&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ลำไยสดและอบแห้ง&nbsp;ทุเรียนแช่แข็ง&nbsp;เป็นต้น&nbsp;สินค้านำเข้าที่สำคัญ&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง&nbsp;ข้าวสาลี&nbsp;แอปเปิ้ล&nbsp;ข้าวบาร์เลย์เพื่อผลิตอาหารสัตว์&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">ปริญญา&nbsp;&nbsp;ข่าว/ภาพ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329153423164"],
    [770,"นายกรัฐมนตรี เร่งรัดแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง เน้นหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางร่วมกัน","<p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">พลเอก&nbsp;ประยุทธ์&nbsp;จันทร์โอชา&nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&nbsp;กล่าวว่า</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">&nbsp;สถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาแพงนั้น&nbsp;ได้รับรายงานจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว&nbsp;ยังมีปัญหาระหว่างผู้ประกอบการ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;สมาคมต่างๆ&nbsp;ที่ต้องมาหาร่วมรือกัน&nbsp;เพราะทุกเรื่องต้องมีการหารือระหว่าง&nbsp;2&nbsp;ฝ่ายเสมอ&nbsp;คือในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ให้บริการจัดหานำเข้าปุ๋ยเข้าประเทศ&nbsp;จึงต้องหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป&nbsp;และรัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ทุกเรื่องอย่างใกล้ชิด&nbsp;ทั้งเรื่องผลกระทบจากการสู้รบรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน&nbsp;รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านหลายมาตรการ&nbsp;ซึ่งหลายอย่างต้องทำอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และต้องเตรียมความพร้อมรับมือต่อทุกสถานการณ์&nbsp;เพราะบางเรื่องอยู่นอกเหนือการควบคุม</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">นายกรัฐมนตรี&nbsp;ย้ำว่า&nbsp;สิ่งสำคัญคือ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\">คนไทยต้องเตรียมความพร้อมที่จะร่วมกันแก้ปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุด&nbsp;ด้วยเหตุผลและไม่อยากให้ขัดแย้งกัน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182642290"],
    [771,"มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วม อปท. 4 แห่งในจังหวัดตราดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะจากทุกภาคส่วน เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในอ่าวตราด","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</span>&nbsp;มอบนโยบายในการบริหารจัดการขยะภายหลังการลงนามบันทึกความร่วมมือการบริหารจัดการขยะจากทุกภาคส่วน&nbsp;เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในอ่าวตราด&nbsp;ซึ่งมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;นำโดย&nbsp;นางเรวดี&nbsp;ประเสริฐเจริญสุข&nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;13&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;จัดขึ้นที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&nbsp;ที่&nbsp;1&nbsp;จังหวัดตราด&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้&nbsp;มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;ได้จัดให้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือการบริหารจัดการขยะจากทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในอ่าวตราด&nbsp;ขึ้น&nbsp;ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&nbsp;4&nbsp;แห่ง&nbsp;รอบอ่าวตราด&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;เทศบาลตำบลตำบลแหลมงอบ&nbsp;อบต.อ่าวใหญ่&nbsp;อบต.ไม้รูด&nbsp;และเทศบาลตำบลเกาะช้างใต้&nbsp;เพื่อร่วมกันรณรงค์แก้ไขปัญหาขยะ&nbsp;ภายใต้แนวคิดที่ว่าการแก้ไขปัญหาขยะต้องเริ่มจากจากต้นเหตุหรือผู้ที่ก่อให้เกิดขยะ&nbsp;ก็คือประชาชนในชุมชน&nbsp;โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะ&nbsp;ทั้งการคัดแยกขยะ&nbsp;ณ&nbsp;แหล่งกำเนิด&nbsp;และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่&nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้พฤติกรรมในการทิ้งและการจัดการขยะก่อนที่จะนำไปทำลายของประชาชนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น&nbsp;ปริมาณขยะในชุมชนลดลง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329165530239"],
    [772,"แอปพลิเคชัน ฟ้าฝน ชูจุดเด่น บอกสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าอย่างแม่นยำ","<p><strong>นายณัฏฐกิตติ์&nbsp;ของทิพย์&nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;ฟ้าฝน&nbsp;เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&nbsp;(depa)&nbsp;และบริษัท&nbsp;ซีพีเอส&nbsp;อะกริ&nbsp;จำกัด&nbsp;(CPS&nbsp;AGRI)&nbsp;ที่สามารถทำให้ชาวนาทราบถึงข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแม่นยำ&nbsp;อีกทั้งให้ชาวนาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรวางแผนการเพาะปลูกและการจัดจำหน่ายได้</p><p><strong>กรมการข้าว&nbsp;ร่วมมือกับทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล</strong>&nbsp;(depa)&nbsp;เพื่อให้มีการส่งเสริมการใช้งานแอปพลิเคชัน&nbsp;ฟ้าฝน&nbsp;ให้กับชาวนาและบุคลากรกรมการข้าว&nbsp;ในการใช้ประโยชน์ด้านการติดตามและพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ&nbsp;โดยมีเป้าหมาย&nbsp;1&nbsp;ล้านสิทธิการใช้งาน&nbsp;ในฤดูการปลูกข้าว&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;นี้&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการเพาะปลูกข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;ดังนั้น&nbsp;เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล&nbsp;และพัฒนาเกษตรอัจฉริยะของประเทศด้านข้าว&nbsp;</p><p><strong>กรมการข้าวจึงนำ&nbsp;แอปพลิเคชัน&nbsp;ฟ้าฝน</strong>&nbsp;มาปรับใช้กับโครงการต่างๆ&nbsp;ที่สำคัญของกรมการข้าว&nbsp;อาทิ&nbsp;งานตรวจรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์&nbsp;งานส่งเสริมการผลิตข้าว&nbsp;นาแปลงใหญ่&nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;Smart&nbsp;Farmer&nbsp;และด้านอื่นๆ&nbsp;อีกทั้งให้บุคลากรของกรมการข้าวนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับชาวนาไปใช้ประโยชน์ในบริหารจัดการแปลงนาของตนเองและได้รับการแจ้งเตือนภัยจากสภาพอากาศ&nbsp;เพื่อลดความเสียหายต่อผลผลิตข้าว&nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวนาและต่อกรมการข้าว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329180951269"],
    [773,"ก.ทรัพย์ ร่วมกับ 25 พันธมิตร ประกาศเป้าหมายใหม่ \"MISSION 2023\" มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 66","<p><strong>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;25&nbsp;พันธมิตร&nbsp;ประกาศเป้าหมายใหม่&nbsp;\"MISSION&nbsp;2023\"&nbsp;มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;1&nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;หลังประสบความสำเร็จจากมาตรการทดแทนปูนเม็ด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&nbsp;กระทรวงคมนาคม&nbsp;กระทรวงมหาดไทย&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กระทรวงพาณิชย์&nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย&nbsp;(TCMA)&nbsp;ครอบคลุมภาครัฐ&nbsp;ภาควิชาชีพ&nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&nbsp;และภาคการศึกษารวมภาคีเครือข่าย&nbsp;25&nbsp;พันธมิตร&nbsp;ได้ร่วมกันประกาศเป้าหมายใหม่&nbsp;\"MISSION&nbsp;2023\"&nbsp;มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;1&nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี&nbsp;2566&nbsp;เพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน&nbsp;สาขากระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์&nbsp;:&nbsp;มาตรการทดแทนปูนเม็ด&nbsp;โดย&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยความสำเร็จ&nbsp;4&nbsp;ประการ&nbsp;คือ&nbsp;นโยบายภาครัฐและกฎหมาย&nbsp;,&nbsp;ความร่วมมือของทุกภาคส่วน&nbsp;,&nbsp;การลงทุนอย่างยั่งยืน&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&nbsp;ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จช่วยสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ&nbsp;และการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์&nbsp;สิ่งสำคัญช่วยสนับสนุนการจัดประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย&nbsp;(TCAC)&nbsp;ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกัน&nbsp;จนทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายแรกของความตกลงปารีส&nbsp;(NDCs)&nbsp;ฉบับที่&nbsp;1&nbsp;ด้วยมาตรการทดแทนปูนเม็ดได้ตั้งแต่ปี&nbsp;2564&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;โดยช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า&nbsp;300,000&nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์&nbsp;ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;(สผ.)&nbsp;ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&nbsp;,&nbsp;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกนะจก&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;เบโด้&nbsp;ในฐานะหน่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ&nbsp;และกรมทรัพยากรธรณี&nbsp;ในฐานะหน่วยบริหารจัดการด้านแหล่งวัตถุดิบ&nbsp;พร้อมร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย&nbsp;\"MISSION&nbsp;2023\"&nbsp;,&nbsp;สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&nbsp;(SDGs)&nbsp;และการขับเคลื่อน&nbsp;BCG&nbsp;Model&nbsp;ที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของไทยที่ร่วมกับประชาคมโลกบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329183128293"],
    [774,"คณะทำงานตรวจประเมินผลฯ ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายพุฒิพงศ์&nbsp;ศิริมาตย์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่</strong>&nbsp;มอบหมายให้นายราชัน&nbsp;มีน้อย&nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;นายชัยวุฒิ&nbsp;บัวทอง&nbsp;นายอำเภอเมือง</strong>&nbsp;นางชณิสา&nbsp;หาญภักดีปฏิมา&nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&nbsp;ร่วมติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการฯ&nbsp;โดยคณะดังกล่าวได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน&nbsp;ณ&nbsp;โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดกระบี่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;1&nbsp;ตำบลเขาคราม&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&nbsp;พระบรมราชินีนาถ&nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&nbsp;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรกระบี่&nbsp;ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จ&nbsp;พระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;และโครงการปรับปรุงฝายคลองน้ำตายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;ตำบลทับปริก&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดกระบี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การลงพื้นที่ครั้งนี้&nbsp;เพื่อรับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค</strong>&nbsp;ของการดำเนินโครงการฯ&nbsp;&nbsp;และหาแนวทางแก้ไข&nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&nbsp;สืบสาน&nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&nbsp;จากนั้นลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อน&nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ระดับอำเภอในพื้นที่&nbsp;หมู่ที่&nbsp;7&nbsp;ตำบลกระบี่น้อย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;มีเนื้อที่&nbsp;18&nbsp;ไร่&nbsp;20&nbsp;ตารางวา&nbsp;ลักษณะเป็นที่เลี้ยงสัตว์&nbsp;โดยโรงเรียนวัดโพธิ์เรียน&nbsp;ขอใช้พื้นที่ดังกล่าว&nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;(SEDZ)&nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&nbsp;และเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้กับกลุ่มที่สนใจได้ศึกษาต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคใต้","กระบี่","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329184951300"],
    [775,"ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาลงพื้นที่แก้ไขปัญหาผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป ในพื้นที่ตำบลหินดาด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากการประกอบกิจการของโรงงานแป้งมันสำปะหลังแปรรูป&nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&nbsp;</p><p><strong>ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;โดยมีนายสมเกียรติ&nbsp;วิริยะกุลนันท์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;พ.อ.อรรถชัย&nbsp;รักษาศิลป์&nbsp;รอง&nbsp;ผอ.รมน.&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นายบัญชา&nbsp;ขุนสูงเนิน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&nbsp;นางสงกรานต์&nbsp;ประจันตะเสน&nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นางสาวอัจฉรา&nbsp;อิ่มมณี&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&nbsp;ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ศูนย์อนามัยที่&nbsp;9&nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทด&nbsp;อำเภอด่านขุนทด&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&nbsp;ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง&nbsp;สถาบันพระปกเกล้า&nbsp;นายไกรฤกษ์&nbsp;เสียนขุนทด&nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ผู้นำชุมชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เข้าร่วมการประชุม&nbsp;จำนวน&nbsp;80&nbsp;คน&nbsp;โดยมีข้อสรุป&nbsp;ดังนี้</p><p>1.&nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ชี้แจงความเป็นมากรณีที่ประชาชนในพื้นที่ตำบลหินดาด&nbsp;และตำบลห้วยบง&nbsp;ได้รับผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากการประกอบกิจการโรงงานแป้งมันแปรรูป&nbsp;</p><p>2.&nbsp;ผู้แทนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;นำเสนอข้อมูลผลการตรวจวัดก๊าซอันตรายบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานพบก๊าซอันตราย&nbsp;51&nbsp;ชนิด&nbsp;บริเวณชุมชนพบก๊าซอันตราย&nbsp;23&nbsp;ชนิดซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่ตรวจพบในโรงงาน&nbsp;และตรวจพบก๊าซอันตราย&nbsp;3&nbsp;ชนิด&nbsp;ที่มีความเข้มข้นสูง&nbsp;ได้แก่&nbsp;Butadienำ,&nbsp;Aniline&nbsp;และ&nbsp;Acrolein&nbsp;ซึ่งมีค่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน&nbsp;โดยหากสัมผัสเป็นระยะเวลานานกว่า&nbsp;4&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้&nbsp;โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีอาการผิวหนังไหม้&nbsp;เป็นผื่น&nbsp;และเลือดกำเดาไหล&nbsp;</p><p>3.&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ออกคำสั่งตามมาตรา&nbsp;39&nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;ให้โรงงานหยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;</p><p>4.&nbsp;โรงพยาบาลมหาราชจะส่งทีมแพทย์เฉพาะทางมาตรวจสุขภาพให้ประชาชน&nbsp;ในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p>5.&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาจะประสานอัยการคุ้มครองสิทธิ&nbsp;เพื่อพิจารณาดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดแก่สุขภาพของประชาชน</p><p>6.&nbsp;ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ตรวจประเมินก๊าซอันตรายบริเวณชุมชนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;และรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทราบ&nbsp;เพื่อพิจารณาสั่งการระงับ&nbsp;ยับยั้งการแพร่กระจายของก๊าซอันตรายดังกล่าว</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231204347"],
    [776,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จัดกิจกรรมส่งเสริมการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (LESS) จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อักษร&nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร่วมกับเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม&nbsp;จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนากิจกรรมการลดก๊าชเรือนกระจก&nbsp;(Low&nbsp;Emission&nbsp;Support&nbsp;Scheme&nbsp;&nbsp;:&nbsp;LESS)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกของชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;ชุมชนบ้านโจด&nbsp;หมู่ที่&nbsp;4&nbsp;ตำบลท่าเยี่ยม&nbsp;อำเภอโชคชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน&nbsp;คณะกรรมการชุมชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาลท่าเยี่ยม&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ชุมชนได้เข้าร่วมกิจกรรมการสำรวจและเก็บข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้&nbsp;</strong>ประกอบด้วย&nbsp;ชื่อต้นไม้&nbsp;ชนิดพรรณ&nbsp;ความสูง&nbsp;และเส้นรวบวง&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;500&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;10&nbsp;ไร่&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ต้นสัก&nbsp;ต้นตะแบก&nbsp;ต้นราชพฤกษ์&nbsp;ต้นกัลปพฤกษ์&nbsp;ต้นสะเดา&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประเมิน&nbsp;และคำนวนปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231356348"],
    [777,"หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 จับมือเครือข่ายปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;</strong>ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;และสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&nbsp;226&nbsp;หน้าสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ภายใต้กิจกรรม&nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&nbsp;ตามข้อสั่งการ&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&nbsp;</p><p><strong>ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&nbsp;จำนวน&nbsp;137&nbsp;คัน&nbsp;</strong>พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;จำนวน&nbsp;15&nbsp;คัน&nbsp;แบ่งออกเป็น&nbsp;รถตาม&nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2522&nbsp;จำนวน&nbsp;78&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;และรถตาม&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;จำนวน&nbsp;59&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&nbsp;จำนวน&nbsp;9&nbsp;คัน&nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&nbsp;26&nbsp;พฤศจิกายน&nbsp;2564&nbsp;รวมทั้งสิ้น&nbsp;1,433&nbsp;คัน&nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&nbsp;211&nbsp;คัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231541349"],
    [778,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ร่วมตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะกรณีน้ำเสียไหลท่วมขัง ส่งกลิ่นเหม็น จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อักษร&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมเจ้าหน้าที่&nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม&nbsp;อำเภอโชคชัย&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;นำโดย&nbsp;พ.จ.อ.วัชนันท์&nbsp;วรางค์พิสุทธิ์&nbsp;รองปลัดเทศบาลฯ&nbsp;ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งว่ามีน้ำเสียไหลท่วมขังบริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านด้านข้างบริษัท&nbsp;ซีพีเอฟ&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น&nbsp;เน่าเสีย&nbsp;และไหลลงลำมูล&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากการตรวจสอบพบว่า&nbsp;บริเวณโดยรอบเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น&nbsp;ประกอบไปด้วย</strong>&nbsp;หอพักพนักงานบริษัท&nbsp;ซีพีเอฟฯ&nbsp;ตลาดสด&nbsp;อาคารพาณิชย์&nbsp;และครัวเรือนประชาชน&nbsp;โดยส่วนใหญ่ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เพียงพอ&nbsp;ทำให้น้ำเสียไหลลงมาท่วมขังและเน่าเสียในบริเวณดังกล่าว&nbsp;ซึ่งเป็นทางระบายน้ำเดิมและมีวัชพืชจำนวนมากทำให้การระบายน้ำเสียไม่คล่องตัว&nbsp;จึงให้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นในการแก้ปัญหา&nbsp;ดังนี้&nbsp;</p><p>1.ให้เทศบาลฯ&nbsp;จัดการขุดลอกร่องระบายน้ำของชุมชน&nbsp;เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการระบายน้ำ</p><p>2.ให้เทศบาลฯ&nbsp;ดูแลกำกับแหล่งกำเนิดน้ำเสียตาม&nbsp;พรบ.ควบคุมอาคารฯ&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยให้มีการจัดการน้ำเสีย&nbsp;เช่น&nbsp;ติดตั้งบ่อดักไขมันและถังบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุม</p><p>3.ให้เทศบาลฯ&nbsp;สำรวจและรวบรวมข้อมูลแหล่งกำเนิดน้ำเสียเบื้องต้น&nbsp;ส่งให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;(นครราชสีมา)&nbsp;หากเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะได้เข้าดำเนินการกำกับตามกฎหมายต่อไป&nbsp;</p><p>4.&nbsp;ให้เทศบาลฯ&nbsp;เตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการด้านการจัดการน้ำเสีย&nbsp;โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการในการดำเนินการต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231818350"],
    [779,"จังหวัดนครราชสีมาจัดหน่วยเคลื่อนที่กระทรวงเกษตรฯ ให้บริการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรแก่พี่น้องเกษตรกรอำเภอปากช่อง","<p><strong>วันนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายวิจิตร&nbsp;กิจวิรัตน์&nbsp;ปลัดจังหวัดนครราชสีมา</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;ณ&nbsp;โรงเรียนปากช่อง&nbsp;2&nbsp;ตำบลหนองสาหร่าย&nbsp;อำเภอปากช่อง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมาโดยมีเกษตรกรร่วมงานกว่า&nbsp;100&nbsp;คน</p><p><strong>นายภูดิษ&nbsp;ภัทรกุลเชษฐ&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>การจัดงานในครั้งนี้มีให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&nbsp;25&nbsp;คลินิก&nbsp;และหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมจัดบูธให้บริการคลินิกเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด&nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&nbsp;3&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ศูนย์อนุรักษ์ดินและน้ำ&nbsp;PGSเกษตรอินทรีย์&nbsp;ธนาคารออมสิน&nbsp;คูโบต้า&nbsp;อิเซกิ&nbsp;ตังนำการเกษตร&nbsp;&nbsp;เป็นต้น&nbsp;</p><p><strong>สำหรับคลินิกเกษตรเคลื่อนที่นี้&nbsp;</strong>มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการหน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-29T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329233305353"],
    [780,"เกษตรกรแปลงใหญ่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เน้นส่งออกเป็นหลัก","<p><strong>นายพนม&nbsp;ซำเผือก&nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออกนอกฤดู</strong>&nbsp;ตำบลอ่าวน้อย&nbsp;อำเภอเมือง&nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;จากกรณีที่ขณะนี้ผลผลิตมะม่วงในตลาดราคาตกต่ำ&nbsp;แต่สำหรับกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบ&nbsp;เนื่องจากมีเป้าหมายทำมะม่วงนอกฤดูกาลเพื่อส่งออกเป็นหลักและเกษตรกรได้รวมตัวกันทำเกษตรแปลงใหญ่กว่า&nbsp;2,000&nbsp;ไร่&nbsp;มีการบริหารจัดการการผลิตในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุน&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่บางจังหวัดผลิตมะม่วงตามฤดูกาลปกติมีราคาผันผวน&nbsp;</strong>เนื่องจากส่วนใหญ่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;การส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&nbsp;เกรดเอ&nbsp;ปลอดสารพิษที่ผ่านมาประสบปัญหาเรื่องตันทุนค่าขนส่งเครื่องบินไปยังประเทศปลายทาง&nbsp;ล่าสุดกลุ่มเกษตรกรจึงร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร&nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&nbsp;(วช.)&nbsp;ทำการศึกษาทดลองขนส่งผลผลิตมะม่วงทางเรือไปประเทศตะวันออกกลางโดยใช้เวลาขนส่ง&nbsp;1&nbsp;เดือน&nbsp;</p><p><strong>เบื้องต้นพบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ&nbsp;เมื่อผลผลิตไปถึงประเทศปลายทาง&nbsp;</strong>ไม่พบว่ามีความเสียหาย&nbsp;สำหรับการจำหน่ายในระยะยาวของชาวสวนที่ตำบลอ่าวน้อย&nbsp;จะต้องทำผลผลิตนอกฤดูกาลเป็นหลักและต้องหาตลาดส่งออกไปต่างประเทศเท่านั้น&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันตก","ประจวบคีรีขันธ์","สวท.ประจวบคีรีขันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330091056377"],
    [781,"ผู้ว่าฯโคราชสั่งปิดโรงงานแป้งมัน 30 วัน หลังสร้างผลกระทบด้านกลิ่นอย่างรุนแรงต่อชาวบ้านในพื้นที่  ย้ำหากไม่สามารถแก้ไขได้ก็จะไม่มีการอนุญาตเปิดให้ประกอบกิจการโดยเด็ดขาด","<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ที่ห้องประชุม&nbsp;อบต.หินดาด&nbsp;อ.ด่านขุนทด</strong>&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;นายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผวจ.นครราชสีมา&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;กอ.รมน.&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&nbsp;11&nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&nbsp;ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและหาข้อสรุปเพื่อแก้ปัญหา&nbsp;ให้กับชาวบ้านชาวบ้านหนองกาดน้อย&nbsp;ต.หินดาด&nbsp;อ.ด่านขุนทด&nbsp;จ.นครราชสีมา&nbsp;หลังจากเดินทางไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;เมื่อเช้าวันที่&nbsp;28&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ผ่านมา&nbsp;เนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นรุนแรงจากบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงแป้งมัน&nbsp;Modify&nbsp;แห่งหนึ่งในพื้นที่&nbsp;และทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางผู้ประกอบการโรงงานแป้งมันดังกล่าว&nbsp;ดำเนินการแก้ไข&nbsp;ภายใน&nbsp;45&nbsp;วัน&nbsp;แต่ทางโรงงานไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้&nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาจึงต้องลงพื้นที่เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน</p><p><strong>ด้านนายวิเชียร&nbsp;จันทรโณทัย&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จาการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;&nbsp;มีข้อสรุปออกมาว่า&nbsp;กรณีบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานแป้งมัน&nbsp;Modify&nbsp;ได้สั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัดออกคำสั่งให้โรงงานหยุดกิจการเพื่อปรับปรุงให้มีผลตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&nbsp;30&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะไม่อนุญาตให้เปิดกิจการ&nbsp;ส่วนเรื่องสุขภาพ&nbsp;ทางสาธารสุขอำเภอและรพ.มหาราชนครราชสีมา&nbsp;จะเข้าตรวจสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ในวันที่&nbsp;5&nbsp;เมษายน&nbsp;2565</p><p>กรณีชาวบ้านร้องเพิ่มเติมว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาหลักฐาน&nbsp;เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับโรงงาน&nbsp;และหาทางแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก&nbsp;สำหรับการร้องขอเยียวยาของชาวบ้าน&nbsp;จะขอให้อัยการด้านคุ้มครองสิทธิ์เข้ามาช่วยเหลือแนะนำในข้อกฎหมายต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p><p>&nbsp;</p><p>&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330092211380"],
    [782,"กรมชลประทาน เร่งแก้ปัญหาคลองส่งน้ำชลประทาน ระยะที่ 3 จ.จันทบุรี  หลังมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคง และตำบลเทพนิมิต ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค","<p><em>กรมชลประทาน&nbsp;เร่งแก้ปัญหาคลองส่งน้ำชลประทาน&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จ.จันทบุรี&nbsp;&nbsp;หลังมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคง&nbsp;และตำบลเทพนิมิต&nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค</em></p><p><strong>นายสุริยพล&nbsp;นุชอนงค์&nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำไขนาดกลาง&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ได้ชี้แจงกรณีมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคง&nbsp;และตำบลเทพนิมิต&nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&nbsp;</strong>ได้ขึ้นป้ายเรียกร้องให้มีการก่อสร้างคลองส่งน้ำชลประทาน&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&nbsp;เนื่องจากผ่านมา&nbsp;3&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ยังไม่แล้วเสร็จ&nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&nbsp;ว่า&nbsp;โครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ&nbsp;ระยะที่&nbsp;3&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&nbsp;มี&nbsp;ความยาวกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;และคลองส่งน้ำสายซอยและสายแยกซอย&nbsp;ความยาวรวมกว่า&nbsp;19&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เนื่องจากในระหว่างการก่อสร้างคลองส่งน้ำ&nbsp;มีการขยายถนนทางหลวงแผ่นดิน&nbsp;และ&nbsp;ถนนทางหลวงชนบท&nbsp;ส่งผลให้คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&nbsp;ซึ่งตัดผ่านถนนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยออกแบบไว้&nbsp;จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขแบบคลองส่งน้ำและสะพานรถยนต์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของถนนทางหลวง&nbsp;จึงต้องดำเนินการแก้ไขสัญญาเนื่องจากมีปริมาณงานและวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น&nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไขสัญญา&nbsp;และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งสัญญาในปี&nbsp;พ.ศ.2566&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;กรมชลประทานวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น</strong>&nbsp;ด้วยการวางท่อส่งน้ำชั่วคราว&nbsp;ตามแนวท่อลอดถนนทางหลวงหมายเลข&nbsp;3193&nbsp;ไปยังคลองส่งน้ำอีกฝั่งของถนน&nbsp;ทำให้สามารถส่งน้ำไปตามคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงหน้าแล้ง</p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330114115480"],
    [783,"มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลังราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น","<p><strong>นายเศกสรรค์&nbsp;สวนกูล&nbsp;อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์&nbsp;กรมปศุสัตว์&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน&nbsp;ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบการเลี้ยงสัตว์ทำให้ราคาอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ&nbsp;30&nbsp;-&nbsp;40&nbsp;ซึ่งภาพรวมนำเข้าปีนี้มีจำนวนกว่า&nbsp;22.4&nbsp;ล้านตัน&nbsp;และปี&nbsp;2566&nbsp;จำนวน&nbsp;23.27&nbsp;ล้านตัน&nbsp;โดยอุตสาหกรรมไก่เนื้อมีปริมาณใช้ถึงร้อยละ&nbsp;40&nbsp;สุกรร้อยละ&nbsp;34&nbsp;และไก่ไข่ร้อยละ&nbsp;11&nbsp;</p><p><strong>จากผลกระทบดังกล่าวจึงออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;การแนะนำทางเลือกใช้วัถตุดิบภายในประเทศ&nbsp;โดยเฉพาะอาหารสัตว์ในท้องถิ่น&nbsp;&nbsp;พร้อมแนะนำพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ทดแทนการนำเข้า&nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญผลิตหัวอาหารสูตรเข้มข้นร้อยละ&nbsp;30&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรราย่อยนำไปผสมกับวัตถุดิบในท้องถิ่น&nbsp;เช่น&nbsp;ปลายข้าว&nbsp;มันสำปะหลัง&nbsp;รำ&nbsp;ข้าวกล้อง&nbsp;ต้นกล้วย&nbsp;ฟักทอง&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมอบหมายให้ศูนย์อาหารสัตว์&nbsp;33&nbsp;แห่งทั่วประเทศ</strong>&nbsp;จัดทีมออกปฏิบัติการ&nbsp;ภายใต้หน่วยบริการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกร&nbsp;พร้อมแนะนำสูตรทดแทน&nbsp;โดยใช้ใบพืช&nbsp;โดยเฉพาะมันสำปะหลังและใบหม่อน&nbsp;ที่เป็นแหล่งโปรตีนประสิทธิภาพดีเป็นวัตถุดิบทดแทน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330102326410"],
    [784,"กาฬสินธุ์ เร่งแก้ปัญหา ฝุ่น PM2.5","<p><strong>จังหวัดกาฬสินธุ์ลงนามทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;</strong>เพื่อขับเคลื่อนลดการเผาในที่โล่งและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5</p><p><strong>ที่ห้องฟ้าแดดสงยาง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์</strong>&nbsp;นายทรงพล&nbsp;ใจกลิ่ม&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานการประชุมและจัดทำบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการลดการเผาในที่โล่งและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;โดยจังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;ได้กำหนดให้โครงการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นนโยบายสำคัญของจังหวัด&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง</p><p><strong>โดยมีเป้าหมายดำเนินงาน&nbsp;ได้แก่&nbsp;จำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้น</strong>ในพื้นที่ลดลงร้อยละ&nbsp;30&nbsp;และจำนวนวันที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;เกินค่ามาตรฐานลดลงร้อยละ&nbsp;40&nbsp;&nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กรณีการใช้น้ำหมักจาวปลวกเร่งการย่อยสลายตอซังข้าวเพื่อลดการเผาในการไถกลบตอซังข้าว&nbsp;โดยนายเฉลิมศักดิ์&nbsp;ถนอมสิทธิ์&nbsp;ประธานศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกาฬสินธุ์&nbsp;พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์หมู่บ้านปลอดการเผา&nbsp;</p><p><strong>โดยนายรังสรรค์&nbsp;โพธิชัย&nbsp;กำนันตำบลหนองตอกแป้น</strong>&nbsp;อำเภอยางตลาด&nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือมาตรการแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมและหยุดยั้งการเผาในที่โล่งกรณีการทำนาปรัง&nbsp;หารือมาตรการแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมและหยุดยั้งการเผาในที่โล่งกรณีการผลิตอ้อย&nbsp;และทำพิธีลงนามความร่วมมือ&nbsp;(MOU)&nbsp;เพื่อลดการเผาในที่โล่งและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;จังหวัดได้สมัครขอรับรางวัลเลิศรัฐ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565</strong>&nbsp;ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม&nbsp;ผลงานการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ดังนั้นเพื่อดำเนินการโครงการดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมาย&nbsp;และเพื่อให้การสมัครขอรับรางวัลเลิศรัฐ&nbsp;ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วมและผลงานการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM2.5&nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","กาฬสินธุ์","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330092509382"],
    [785,"กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&nbsp;จ.ชุมพร&nbsp;112&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;เพชรบูรณ์&nbsp;88&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และน่าน&nbsp;82&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;27,107&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,260&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330100506403"],
    [786,"ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ต.จองคำ&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอนค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงกว่า&nbsp;100&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&nbsp;มีลมพัด&nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;-&nbsp;6&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330100630404"],
    [787,"ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี จัดเวทีการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โครงการประชุมสัมมนา ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่","<p><strong>วานนี้&nbsp;(29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่แก้วกล้า&nbsp;อำเภอท่ายาง&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี</strong>&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;\"จัดเวที&nbsp;3/5&nbsp;ประสาน&nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม\"&nbsp;โครงการประชุมสัมมนาส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เป้าหมายกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&nbsp;เกิดเวทีแลกเปลี่ยนรู้&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;ทดลองทำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพื่อเตรียมจำหน่ายออกสู่ตลาด&nbsp;ได้แก่&nbsp;เมนู&nbsp;ปลาร้าสับ&nbsp;น้ำพริกกะปิ&nbsp;น้ำพริกหนุ่ม&nbsp;และน้ำพริกอ่อง&nbsp;พร้อมจัดชุดผัก&nbsp;เพื่อจัดจำหน่ายงานเกษตรแฟร์และของดีท่ายาง&nbsp;มีจัดงานตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&nbsp;6&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;<strong>นอกจากนี้&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;</strong>โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตร&nbsp;\"จัดเวที&nbsp;3/5&nbsp;ประสาน&nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม\"&nbsp;โครงการประชุมสัมมนาส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ที่ทำการกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลพุสวรรค์&nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&nbsp;ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&nbsp;เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&nbsp;และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกร&nbsp;ทดลองทำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพื่อเตรียมจำหน่ายออกสู่ตลาด&nbsp;เมนู&nbsp;เนื้อแดดเดียวพริกพราน&nbsp;และ&nbsp;หมูสวรรค์</p><p><br></p><p>สวท.เพชรบุรี</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันตก","เพชรบุรี","สวท.เพชรบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330104348433"],
    [788,"จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(29&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;329&nbsp;จุด&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;105&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;91&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;91&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;28&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;12&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;109&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;58&nbsp;จุด&nbsp;และกาญจนบุรี&nbsp;20&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนมีจำนวนลดลงเล็กน้อยในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&nbsp;แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงพบจุดความร้อนต่อเนื่อง&nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,872&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;11,646&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;6,982&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีขึ้นและหลายจังหวัดอยู่ในระดับดี&nbsp;ยกเว้นแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;1,605&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;357&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;329&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330105940450"],
    [789,"แจ้งข่าวดี ทุเรียนไทยฉลุยเข้าตลาดจีนสำเร็จ ตัววัดผลสำเร็จทุเรียนไทยปลอดโควิด-19","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;ได้รับรายงานจากนายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเมื่อเช้าวันนี้&nbsp;ว่า&nbsp;ทุเรียนไทยที่ส่งทางรถไฟผ่านด่านตรวจพืชหนองคายได้ถึงเมืองโมฮ่านของจีนแล้ว&nbsp;เป็นการยืนยันถึงความสำเร็จถึงมาตรการป้องกันโควิดของไทยภายใต้การแนะนำของทางการจีน&nbsp;ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของชาวทุเรียนไทย</p><p><strong>นางสาววัชริน&nbsp;แหลมคม&nbsp;หัวหน้าด่านตรวจพืชหนองคาย</strong>&nbsp;รายงานเข้ามา&nbsp;แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบสินค้า&nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่จีน&nbsp;ให้แก้ไขข้อมูลในใบรับรองสุขอนามัยพืช&nbsp;แล้วส่งกลับไปใหม่โดยใช้เลขเอกสารเดิม&nbsp;ทางด่านฯหนองคาย&nbsp;จึงแนะนำให้ยื่น&nbsp;แบบ&nbsp;พก.9&nbsp;เข้ามาในระบบเพื่อจะทำการแก้ไขให้ตามร้องขอ&nbsp;เพื่อออกเอกสารดังกล่าวที่จะระบุข้อความให้ถูกต้องตามเจ้าหน้าที่ฯจีนร้องขอ&nbsp;และส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปตามที่อยู่ของโมฮ่านเหมือนเดิม</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330145220566"],
    [790,"วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล จัดงานมหกรรมเกษตรฮาลาล 2565 พร้อมเปิดโอกาสภาครัฐ เอกชน และประชาชน ออกบูธส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้","<p><strong>วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล&nbsp;ได้จัดงานมหกรรมเกษตรฮาลาล&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากแผนกวิชาต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;ของวิทยาลัย&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&nbsp;เผยแพร่องค์ความรู้เกษตรฮาลาล&nbsp;สร้างเครือข่ายกลุ่มทักษะอาชีพเกษตร&nbsp;และสร้างความมั่นใจในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรฮาลาล&nbsp;ภายในงานจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิชาการ&nbsp;และกิจกรรม&nbsp;108&nbsp;อาชีพ&nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐ&nbsp;และเอกชน&nbsp;รวมถึงภาคประชาชนร่วมออกบูธ&nbsp;อาทิ&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนหมุนเวียน&nbsp;,&nbsp;ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล&nbsp;จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ปกครองและนักเรียน&nbsp;และสถานีพัฒนาที่ดินสตูล&nbsp;แนะนำบัตรดินดี&nbsp;เป็นต้น</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชนที่ร่วมออกบูธภายในงานนี้ด้วย</strong>&nbsp;คือ&nbsp;นางสาวรสิกา&nbsp;สูนสละ&nbsp;ได้กล่าวว่า&nbsp;ทางครอบครัวได้เปิดฟาร์มเพื่อจำหน่ายต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง&nbsp;ภายใต้ชื่อ&nbsp;บังเส็นพันธุ์กระท่อมฟาร์ม&nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมสน&nbsp;อำเภอละงู&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;เนื่องจากเห็นว่าพืชกระท่อมได้รับการปลดล็อกสามารถปลูกกิน&nbsp;ซื้อ&nbsp;ขายได้อย่างเสรี&nbsp;อีกทั้งยังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น&nbsp;จึงตัดสินใจเปิดฟาร์มฯ&nbsp;ดังกล่าวมาประมาณครึ่งปีแล้วขณะนี้มีจำหน่ายทั้งหน้าฟาร์มและออนไลน์ทาง&nbsp;Facebook&nbsp;:&nbsp;อูเส็น&nbsp;สูนสละ&nbsp;และ&nbsp;Line&nbsp;:&nbsp;USE085&nbsp;จำหน่ายต้นพันธุ์หลายขนาดตั้งแต่ราคา&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;30&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;50&nbsp;บาท&nbsp;จนถึงราคาหลักร้อย&nbsp;และตนยังมองอีกว่ากระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองในอนาคตสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p&nbsp;class=\"ql-align-center\">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330111218458"],
    [791,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรังจัดดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ระยะที่ 2","<p><strong>นายจรูญศักดิ์&nbsp;สุขขุม&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญการยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยเร่งผลักดันให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบรวมกลุ่มผลิตและสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และโลจิสติกส์สินค้าเกษตรระหว่างเกษตรกรกับบริษัท&nbsp;รับซื้อผลผลิต&nbsp;ที่ผ่านการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรยังมีข้อจำกัด&nbsp;คือ&nbsp;เกษตรกรไม่มีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและการพัฒนาภาคการเกษตรยังไม่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างกัน&nbsp;โดยดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการปีงบประมาณ&nbsp;2564-2566&nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;และคณะทำงานจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตและการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกร</strong>มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการแผนการผลิตสินค้าเกษตรร่วมกับกลุ่มบริษัทรับซื้อผลผลิต&nbsp;โดยมีตลาดที่เป็นอุตสาหกรรมรองรับผลผลิตที่แน่นอน&nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ตามความต้องการของบริษัทรับซื้อผลผลิตทั้งด้านปริมาณ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และช่วงเวลาการรับซื้อผลผลิต&nbsp;ซึ่งเป้าหมายการดำเนินงานเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ผลิตสินค้าตามเป้าหมายของอุตสาหกรรมที่ห่างจากแหล่งรับซื้อผลผลิตในระยะรัศมี&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อลดภาระต้นทุนการจัดการด้านโลจิสติกส์ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;การดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;สำหรับจังหวัดตรังบริษัทวู้ดเวอร์ค&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีความประสงค์รับซื้อผลผลิตได้แก่&nbsp;ผักสลัด&nbsp;(กรีนโอ๊ค,เรดโอ๊ด,กรีนคอส,ฟิลเลย์)&nbsp;ผักไทย&nbsp;(กวางตุ้ง,คะน้า)&nbsp;และผักเคล&nbsp;ในพื้นที่รัศมี&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตรัง&nbsp;&nbsp;กระบี่&nbsp;พัทลุง&nbsp;และนครศรีธรรมราช</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113228469"],
    [792,"สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรังจัดดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ระยะที่ 2","<p><strong>นายจรูญศักดิ์&nbsp;สุขขุม&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญการยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ&nbsp;ตามนโยบาย&nbsp;ตลาดนำการผลิต&nbsp;โดยเร่งผลักดันให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบรวมกลุ่มผลิตและสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต&nbsp;การตลาด&nbsp;และโลจิสติกส์สินค้าเกษตรระหว่างเกษตรกรกับบริษัท&nbsp;รับซื้อผลผลิต&nbsp;ที่ผ่านการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรยังมีข้อจำกัด&nbsp;คือ&nbsp;เกษตรกรไม่มีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและการพัฒนาภาคการเกษตรยังไม่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างกัน&nbsp;โดยดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในพื้นที่เป้าหมาย&nbsp;2&nbsp;ล้านไร่&nbsp;ระยะเวลาดำเนินการปีงบประมาณ&nbsp;2564-2566&nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม&nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&nbsp;และคณะทำงานจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตและการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม</strong>และบริหารจัดการแผนการผลิตสินค้าเกษตรร่วมกับกลุ่มบริษัทรับซื้อผลผลิต&nbsp;โดยมีตลาดที่เป็นอุตสาหกรรมรองรับผลผลิตที่แน่นอน&nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ตามความต้องการของบริษัทรับซื้อผลผลิตทั้งด้านปริมาณ&nbsp;คุณภาพ&nbsp;และช่วงเวลาการรับซื้อผลผลิต&nbsp;ซึ่งเป้าหมายการดำเนินงานเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ผลิตสินค้าตามเป้าหมายของอุตสาหกรรมที่ห่างจากแหล่งรับซื้อผลผลิตในระยะรัศมี&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;เพื่อลดภาระต้นทุนการจัดการด้านโลจิสติกส์ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ&nbsp;การดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&nbsp;ระยะที่&nbsp;2&nbsp;สำหรับจังหวัดตรังบริษัทวู้ดเวอร์ค&nbsp;ฟาร์ม&nbsp;จำกัด&nbsp;อำเภอห้วยยอด&nbsp;จังหวัดตรัง&nbsp;มีความประสงค์รับซื้อผลผลิต&nbsp;ได้แก่&nbsp;ผักสลัด&nbsp;(กรีนโอ๊ค,เรดโอ๊ด,กรีนคอส,ฟิลเลย์)&nbsp;ผักไทย&nbsp;(กวางตุ้ง,คะน้า)&nbsp;และผักเคล&nbsp;ในพื้นที่รัศมี&nbsp;100&nbsp;กิโลเมตร&nbsp;ใน&nbsp;4&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;ตรัง&nbsp;กระบี่&nbsp;พัทลุง&nbsp;และนครศรีธรรมราช</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113524473"],
    [793,"จังหวัดตรัง จัดพิธีมอบโล่รางวัลสหกรณ์ดีเด่นระดับภาค ประจำปี 2565 แก่สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด","<p><strong>นายขจรศักดิ์&nbsp;เจริญโสภา&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&nbsp;</strong>เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลสหกรณ์ดีเด่นระดับภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ราย&nbsp;ณ&nbsp;ห้องพระยารัษฎา&nbsp;ชั้น&nbsp;5&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;มีนโยบาย</strong>ให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์&nbsp;ที่มีผลงานดีเด่นในแต่ละสาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนดเป็นเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์&nbsp;ให้ปรากฏต่อสาธารณชน&nbsp;และเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์อื่น&nbsp;ๆ&nbsp;รวมทั้งการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกร&nbsp;และสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>โดยเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจะได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ณ&nbsp;พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกตามแนวทางประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนด&nbsp;5&nbsp;ด้าน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;1.ความคิดริเริ่ม&nbsp;2.ความสามารถในการบริหารและการจัดการสถาบัน&nbsp;3.บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน&nbsp;4.ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบัน&nbsp;5.การทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนการคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นไว้&nbsp;3&nbsp;ระดับ&nbsp;คือ&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ระดับภาค&nbsp;และระดับชาติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>บัดนี้&nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้พิจารณาคัดเลือกสหกรณ์</strong>และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นระดับภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว&nbsp;สหกรณ์ดีเด่นระดับภาค&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ประเภทสหกรณ์การเกษตรภาคใต้&nbsp;ได้แก่&nbsp;สหกรณ์การเกษตรนาโยง&nbsp;จำกัด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ตรัง","สวท.ตรัง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330114641486"],
    [794,"จังหวัดตราด มอบใบประกาศเกียรติคุณเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2565","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(5,&nbsp;5,&nbsp;5);\">นายชำนาญวิทย์&nbsp;เตรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</strong>&nbsp;&nbsp;เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดจัดขึ้น&nbsp;ในโอกาสการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตราด&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3/2565&nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ทั้งนี้ตามที่จังหวัดตราด&nbsp;ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร</strong>&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกเกษตรกร&nbsp;บุคคลทางการเกษตร&nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่น&nbsp;ระดับจังหวัด&nbsp;ประจำปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นตัวแทนเขต&nbsp;ในการคัดเลือกฯ&nbsp;ระดับประเทศ&nbsp;ในส่วนของจังหวัดตราดคัดเลือกเสร็จสิ้นแล้ว&nbsp;จึงได้มีการจัดให้มีการมอบรางวัลในครั้งนี้ขึ้น&nbsp;ประกอบด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เกษตรกรสาขาอาชีพทำสวน&nbsp;อันดับที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายเฉลิมพล&nbsp;ทัศมากร&nbsp;ตำบลเกาะช้าง&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;นายคมญ์คริษฐ์&nbsp;กล่อมสังข์&nbsp;ตำบลไม้รูด&nbsp;อันดับที่&nbsp;3&nbsp;นายพรหม&nbsp;ฉัยยากูล&nbsp;ตำบลแสนตุ้ง</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เกษตรกรสาขาอาชีพทำไร่&nbsp;รางวัลชมเชย&nbsp;</strong>นายศรชัย&nbsp;หงส์ตะนุ&nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&nbsp;และนางสาวจัสมิน&nbsp;มะลิวัลย์&nbsp;ตำบลคลองใหญ่</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เกษตรกรสาขาอาชีพไร่นาสวนผสม&nbsp;อันดับที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายภาสกร&nbsp;เขียวขจี&nbsp;ตำบลหนองคันทรง&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;นายเชาวลิตร&nbsp;ชูอำไพ&nbsp;ตำบลสะตอ&nbsp;และอันดับที่&nbsp;3&nbsp;นายสุรินทร์&nbsp;ปาทะคุณ&nbsp;ตำบลด่านชุมพล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>สมาชิกยุวเกษตรกร&nbsp;อันดับที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายวุฒิชัย&nbsp;กาญจนานิล&nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;นายภูวดล&nbsp;จันทนาวสาร&nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม&nbsp;และอันดับที่&nbsp;3&nbsp;เด็กหญิงณัฐนิชา&nbsp;พรมสา&nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนคีรีศรีสาครวิทยา</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;อันดับที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;นายภาสกร&nbsp;ศรภักดีธนากิจ&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;นายสุรักษ์&nbsp;สุทธิพิบูลย์&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม&nbsp;และอันดับที่&nbsp;3&nbsp;ดาบตำรวจเจริญ&nbsp;ดีชัย&nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&nbsp;อันดับที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปากพีด&nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านคลองจาก&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;และอันดับที่&nbsp;3&nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทับทิมสยาม&nbsp;01&nbsp;ตำบลด่านชุมพล</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>และกลุ่มยุวเกษตรกร&nbsp;อันดับที่&nbsp;1</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม&nbsp;อันดับที่&nbsp;2&nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด&nbsp;และอันดับที่&nbsp;3&nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านโขดทราย&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","ตราด","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330115059492"],
    [795,"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยข่าวดี ทุเรียนไทยส่งถึงจีนสำเร็จ พร้อมเดินหน้ายกระดับด่านตรวจพืชตามมาตรฐาน GAP กวดขันตรวจเข้มทั้งส่งออก-นำเข้า","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>วันนี้&nbsp;ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตรว่า&nbsp;ทุเรียนของไทยส่งถึงประเทศจีนสำเร็จแล้ว&nbsp;และผ่านการตรวจสอบจากจีนว่าปลอดเชื้อโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ร่วมกันทำ&nbsp;GAP+&nbsp;ที่ปฏิบัติตามมาตรการการส่งออกผลไม้ไปจีน&nbsp;ทำให้วันนี้ล้งที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ทั้งการพ่นยา&nbsp;การตรวจศัตรูพืช&nbsp;สามารถส่งออกไปถึงจีนได้สำเร็จ&nbsp;ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยและเกษตรกรชาวสวนทุกคน&nbsp;แม้ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าทุเรียนของไทยไม่สามารถส่งออกไปจีนได้&nbsp;ขอเกษตรกรอย่าเชื่อข่าวบิดเบือนดังกล่าว&nbsp;วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าทุเรียนประเทศไทยมีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;จนเป็นที่ยอมรับของจีน&nbsp;ในส่วนของด่านตรวจพืช&nbsp;&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ก็ได้ให้ความสําคัญ&nbsp;และต้องการที่จะยกระดับมาตรฐานการทํางานให้มีความสามารถในการตรวจสอบศัตรูพืช&nbsp;และสารพิษตกค้าง&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงการทํางานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>สําหรับด่านตรวจพืชจันทบุรีแห่งนี้&nbsp;มีหน้าที่ตรวจสอบศัตรูพืช&nbsp;และตรวจปิดตู้ผลไม้เพื่อการส่งออกไปยังประเทศปลายทาง</strong>&nbsp;ให้ปลอดจากศัตรูพืชและเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแจ้งเตือนจากประเทศปลายทาง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;จึงจัดให้มีพิธีเปิดอาคารสํานักงานของด่านตรวจพืชจันทบุรี&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อพัฒนาด่านตรวจพืชให้มีมาตรฐาน&nbsp;ในการรองรับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;หรือ&nbsp;EEC</p><p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ได้กํากับดูแล&nbsp;ควบคุมการนําเข้า-ส่งออกพืช&nbsp;โดยมีด่านตรวจพืช&nbsp;จํานวนทั้งสิ้น&nbsp;48&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อทําหน้าที่การตรวจสอบพืช&nbsp;ผลิตผลพืช&nbsp;และวัสดุการเกษตรที่นําเข้า&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของศัตรูพืชจากการเคลื่อนย้ายพืช&nbsp;และเพื่อเป็น&nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าของไทยไม่ให้มีการระบาดของศัตรูพืชจากต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาในประเทศ&nbsp;และเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายสินค้าตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงในอนาคต</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135057528"],
    [796,"คพ. เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายในพื้นที่เสี่ยง 12 จังหวัด","<p><strong>กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายในพื้นที่เสี่ยง&nbsp;12&nbsp;จังหวัด&nbsp;หลังพบช่วง&nbsp;10&nbsp;ปีเกิดการลักลอบทิ้งกากของเสียที่เป็นอันตรายเกือบ&nbsp;80&nbsp;ครั้ง</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมให้เครือข่ายจัดทำทำเนียบเครือข่าย&nbsp;ช่องทางการติดต่อ&nbsp;คู่มือการทำงาน&nbsp;พร้อมจะอบรมเพิ่มและทบทวนสร้างองค์ความรู้ให้กับเครือข่ายเป็นระยะ&nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย&nbsp;12&nbsp;จังหวัด&nbsp;คือ&nbsp;ระยอง&nbsp;ฉะเชิงเทรา&nbsp;ชลบุรี&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;สมุทรสาคร&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;สระบุรี&nbsp;สระแก้ว&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;ลพบุรี&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และราชบุรี&nbsp;โดยให้แนวทางการทำงานและเน้นประเด็นสำคัญกรณีเกิดสถานการณ์มลพิษต้องหยุดยั้งมลพิษให้รวดเร็ว&nbsp;แล้วสืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ&nbsp;ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา&nbsp;มีการเรียกร้องค่าเสียหาย&nbsp;มีการเชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งกากของเสียกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นข้อมูลติดตามผู้กระทำความผิด&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.&nbsp;อยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;เพื่อให้มีอำนาจและกฎหมายรองรับ&nbsp;พร้อมเน้นให้เครือข่ายอาสาสมัครฯร่วมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย&nbsp;แต่ต้องดูแลความปลอดภัยของตนเองด้วยขณะปฏิบัติงาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากสถิติการลักลอบทิ้งกากของเสียที่เป็นอันตรายรวบรวมไว้ในรอบ&nbsp;10&nbsp;ปี&nbsp;ระหว่างปี&nbsp;2555&nbsp;-&nbsp;2564&nbsp;พบมากถึง&nbsp;79&nbsp;ครั้ง&nbsp;สูงสุดอยู่ที่ภาคตะวันออก&nbsp;45&nbsp;ครั้ง&nbsp;,&nbsp;ภาคกลาง&nbsp;21&nbsp;ครั้ง&nbsp;และภาคตะวันตก&nbsp;8&nbsp;ครั้ง&nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งอุตสาหกรรม&nbsp;ทำให้สารเคมีอันตรายแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม&nbsp;เช่น&nbsp;ปัญหากลิ่น&nbsp;การปนเปื้อนของดิน&nbsp;แหล่งน้ำผิวดิน&nbsp;ระบบน้ำใต้ดิน&nbsp;ระบบนิเวศส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&nbsp;สุขภาพอนามัยและการประกอบอาชีพของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง&nbsp;ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาตรวจสอบหาผู้กระทำผิดยาวนานและมีค่าใช้จ่ายการบำบัดและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;กล่าวย้ำว่า&nbsp;เครือข่ายภาคประชาชนได้ขอให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบเร่งสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด&nbsp;จัดการกับกากของเสียและฟื้นฟูให้รวดเร็วเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม&nbsp;มีบทลงโทษทางสังคมกับผู้กระทำความผิด&nbsp;มีระบบข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของสารเคมีและกากของเสียจากโรงงาน&nbsp;ผลักดันการจัดตั้งกองทุนการจัดการกากของเสียอันตรายและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน&nbsp;การออกกฎระเบียบกำหนดพื้นที่เฉพาะ&nbsp;(zoning)&nbsp;สำหรับโรงงานประเภท&nbsp;101&nbsp;,&nbsp;105&nbsp;และ&nbsp;106&nbsp;ให้จัดการกากของเสียภายในจังหวัดและห้ามขนย้ายข้ามจังหวัด&nbsp;รวมทั้ง&nbsp;เร่งรัดออกกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรองรับการจัดการกากของเสียอันตรายจากสถานประกอบการขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน&nbsp;ซึ่ง&nbsp;คพ.จะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปขับเคลื่อนและปฏิบัติงานร่วมกับอาสาสมัครอย่างใกล้ชิด&nbsp;หากพบเห็นการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายโทรแจ้ง&nbsp;1650</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330131708517"],
    [797,"จังหวัดชัยนาท จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565","<p><strong>ณ&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน&nbsp;อำเภอมโนรมย์&nbsp;จังหวัดชัยนาท&nbsp;</strong>นายรังสรรค์&nbsp;ตันเจริญ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;ทั่วถึง&nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัดชัยนาท&nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&nbsp;นายอำเภอมโนรมย์&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน&nbsp;และกำนัน&nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมงาน&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ครั้งนี้&nbsp;มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรด้านต่างๆ&nbsp;อาทิ&nbsp;คลินิกดิน&nbsp;คลินิกพืช&nbsp;คลินิกปศุสัตว์&nbsp;คลินิกประมง&nbsp;คลินิกชลประทาน&nbsp;คลินิกสหกรณ์&nbsp;คลินิกบัญชี&nbsp;คลินิกกฎหมาย&nbsp;คลินิกข้าว&nbsp;คลินิกส่งเสริมอาชีพ&nbsp;คลินิกเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;คลินิกบริหารศัตรูพืช&nbsp;คลินิกเครื่องจักรกล&nbsp;เป็นต้น&nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมให้บริการจำนวน&nbsp;24&nbsp;หน่วยงาน&nbsp;</p><p><br></p><p>ส.ปชส.ชัยนาท</p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135557530"],
    [798,"สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ","<p><strong>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์</strong>&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม&nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&nbsp;การให้อาหาร&nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ราย&nbsp;เป็นนายศุภศักดิ์&nbsp;ภูสถาน&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;111&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;4&nbsp;ตัว&nbsp;รักษาแม่โคเนื้อ&nbsp;หลังคลอด&nbsp;1&nbsp;ตัว&nbsp;และนายอนุชา&nbsp;ษรจันทร์ศรี&nbsp;บ้านเลขที่&nbsp;7&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตัว&nbsp;ที่บ้านเก่า&nbsp;หมู่ที่&nbsp;5&nbsp;ตำบลนาหอ&nbsp;บ้านหนองฟ้าแลบ&nbsp;และ&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330145219565"],
    [799,"ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังดี ปลอดโรคใบด่างมันกว่า 25 ล้านลำ ถึงมือให้เกษตรกรแล้ว","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&nbsp;มีผลการดำเนินการคือ&nbsp;การกำจัดต้นมันสำปะหลังเป็นโรคใบด่างในพื้นที่ระบาดประมาณ&nbsp;65,440&nbsp;ไร่&nbsp;พร้อมจ่ายค่าชดเชยการทำลายต้นเป็นโรคให้กับเกษตรกรเจ้าของแปลง&nbsp;จำนวน&nbsp;5,249&nbsp;ราย&nbsp;การจัดส่งท่อนพันธุ์สะอาดและทนทานต่อโรคใบด่างตามที่เกษตรกรต้องการรวมกว่า&nbsp;25&nbsp;ล้านลำ&nbsp;</p><p><strong>ขณะนี้ดำเนินการส่งมอบท่อนพันธุ์ถึงมือเกษตรกรครบถ้วนแล้ว&nbsp;100&nbsp;เปอร์เซ็นต์</strong>&nbsp;&nbsp;อาทิ&nbsp;เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากจังหวัดกาญจนบุรี&nbsp;นครราชสีมา&nbsp;สระแก้ว&nbsp;สุรินทร์&nbsp;ศรีสะเกษ&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ปราจีนบุรี&nbsp;ชลบุรี&nbsp;ระยอง&nbsp;และฉะเชิงเทรา&nbsp;กาฬสินธุ์&nbsp;ขอนแก่น&nbsp;ชัยนาท&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ซึ่งผลสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&nbsp;ถือเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ยังมีความห่วงใยและต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการด้านมาตรการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังระยะ&nbsp;5&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ.&nbsp;2566&nbsp;-&nbsp;2570)&nbsp;และประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสําปะหลัง&nbsp;(เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับผู้เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังที่ยั่งยืนต่อไป</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330145646580"],
    [800,"จังหวัดลำปางเตรียมความพร้อม 3 มาตรการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65","<p><strong>นางสาวรตนพร&nbsp;กิติกาศ&nbsp;เกษตร?และ?สหกรณ์?จังหวัด?ลำ?ปาง?&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรระดับจังหวัด&nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;และหน่วยงานบูรณาการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร&nbsp;โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&nbsp;เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ&nbsp;ได้จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2564/65&nbsp;เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานของส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร&nbsp;เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง&nbsp;ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&nbsp;และมีประสิทธิภาพ&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการดำเนินการ&nbsp;3&nbsp;มาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;มาตรการก่อนเกิดภัย&nbsp;มาตรการขณะเกิดภัย&nbsp;และมาตรการหลังเกิดภัย&nbsp;ประกอบด้วย</p><p><strong>ด้านพืช&nbsp;แจ้งให้สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ&nbsp;</strong>เตรียมความพร้อมในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;โดยให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร&nbsp;การพยากรณ์อากาศ&nbsp;สภาพภูมิอากาศ&nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรทราบเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติฯ&nbsp;ทำการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&nbsp;ให้คำแนะนำทางด้านวิชาการ&nbsp;และเน้นย้ำให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย&nbsp;และการป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสม&nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นรักษาความชุ่มชื้นรอบโคนต้น&nbsp;โดยใช้หญ้าแห้ง&nbsp;หรือเศษใบไม้&nbsp;ปิดบริเวณโคนต้น&nbsp;การตัดแต่งกิ่งเพื่อลดการคายน้ำ&nbsp;และแนะนำให้เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นใช้การจัดทำระบบน้ำหยดด้วยขวดพลาสติก&nbsp;เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาไม้ผลไม้ยืนต้นเสี่ยงยืนต้นตาย</p><p><strong>ด้านประมง</strong>&nbsp;<strong>แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนด้านประมงกับหน่วยงานของกรมประมงก่อนเกิดภัยพิบัติ&nbsp;</strong>และมีแจ้งเตือนภัยกับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&nbsp;ทราบถึงช่วงระยะเวลาหรือภาวะภัยที่จะมาถึง&nbsp;เพื่อสามารถเตรียมตัวรับสถานการณ์&nbsp;หาวิธีการป้องกันทางสื่อต่างๆ&nbsp;รวมทั้งให้เกษตรกรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&nbsp;ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่&nbsp;และต้องมีความระมัดระวังโรคระบาดสัตว์น้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าว&nbsp;ตลอดจนให้คำแนะนำทางวิชาการต่างๆ&nbsp;เช่น&nbsp;ข้อควรปฏิบัติในการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง&nbsp;ทั้งกรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน&nbsp;และกรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง</p><p><strong>ด้านปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปางได้แจ้งให้ปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ&nbsp;</strong>ให้เกษตรกรทราบอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย&nbsp;เช่น&nbsp;สำรองเสบียงอาหารสัตว์&nbsp;(หญ้าแห้ง)&nbsp;จำนวน&nbsp;14&nbsp;ตัน&nbsp;ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,000&nbsp;ซอง&nbsp;ยาฉีด&nbsp;จำนวน&nbsp;200&nbsp;ขวด&nbsp;วัคซีนสำหรับสัตว์ทุกชนิด&nbsp;200,000&nbsp;โดส</p><p><strong>ด้านพัฒนาที่ดิน</strong>&nbsp;<strong>สถานีพัฒนาทีดินลำปางได้ดำเนินโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน</strong>&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำในการทำการเกษตรในช่วงภัยแล้ง&nbsp;จำนวน&nbsp;183&nbsp;บ่อ&nbsp;กระจายในพื้นที่&nbsp;11&nbsp;อำเภอ&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอเถิน&nbsp;31&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอวังเหนือ&nbsp;30&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอแม่ทะ&nbsp;27&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอห้างฉัตร&nbsp;24&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&nbsp;18&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภองาว&nbsp;18&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอเกาะคา&nbsp;14&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอแม่พริก&nbsp;9&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอเสริมงาม&nbsp;6&nbsp;บ่อ,&nbsp;อำเภอสบปราบ&nbsp;4&nbsp;บ่อ&nbsp;และอำเภอเมืองปาน&nbsp;2&nbsp;บ่อ&nbsp;สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำวัง&nbsp;ปัจจุบันและแผนการจัดสรรน้ำภัยแล้ง&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;(ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;23&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี&nbsp;เฉลี่ย&nbsp;67.25&nbsp;%&nbsp;ปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค&nbsp;รักษาระบบนิเวศน์&nbsp;ตลอดภัยแล้งถึงต้นฤดูฝน&nbsp;รวมทั้งการเตรียมแปลงตกกล้า&nbsp;ข้าวนาปี&nbsp;2565&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ยังมีมาตรการป้องกันและสนับสนุน&nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&nbsp;2&nbsp;มี&nbsp;2&nbsp;มาตรการ&nbsp;คือ&nbsp;การจ้างแรงงานเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในเขตจังหวัดลำปาง&nbsp;จำนวน&nbsp;1,862&nbsp;คน&nbsp;จำนวน&nbsp;141&nbsp;โครงการ&nbsp;และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือภัยแล้ง&nbsp;เช่น&nbsp;เครื่องสูบน้ำ&nbsp;37&nbsp;เครื่อง&nbsp;รถบรรทุกน้ำ&nbsp;6&nbsp;คัน&nbsp;รถบรรทุกติดเครน&nbsp;3&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ตัน&nbsp;5&nbsp;คัน&nbsp;รถบรรทุก&nbsp;6&nbsp;ตัน&nbsp;4&nbsp;คัน&nbsp;รถบรรทุกเทท้าย&nbsp;10&nbsp;คัน&nbsp;และ&nbsp;รถขุด&nbsp;4&nbsp;คัน</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคเหนือ","ลำปาง","สวท.ลำปาง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330144418554"],
    [801,"เกษตรยะลา ให้ความรู้ โรคเหี่ยวกล้วย งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day)","<p><strong>วันนี้&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายกัสมัน&nbsp;ยะมาแล&nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา</strong>&nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&nbsp;จัดนิทรรศการวิชาการโรคเหี่ยวกล้วย&nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&nbsp;(Field&nbsp;Day)&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอเมืองยะลา&nbsp;หมู่ที่&nbsp;2&nbsp;ตำบลลำพะยา&nbsp;อำเภอเมืองยะลา&nbsp;จังหวัดยะลา&nbsp;โดยมีนายธราวุธ&nbsp;ช่วยเกิด&nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&nbsp;เป็นประธานเปิดงาน</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมที่ให้บริการ&nbsp;ได้แก่&nbsp;บริการคลินิกพืช&nbsp;</strong>ให้ความรู้คำแนะนำการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวกล้วย&nbsp;โดยวิธีผสมผสาน&nbsp;รวมทั้งการผลิตขยายเชื้อบีเอส&nbsp;เพื่อใช้ในแปลงกล้วย&nbsp;ทั้งนี้มีเกษตรกรเข้ารับบริการ&nbsp;จำนวน&nbsp;40&nbsp;ราย&nbsp;สนใจเข้าเรียนรู้และนำไปปฏิบัติในแปลงได้&nbsp;เกษตรเมือง&nbsp;ยะลา</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","ยะลา","สทท.ยะลา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330162611636"],
    [802,"รมช.มนัญญา ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจเกษตรกรชาวสวนผลไม้จันทบุรี","<p><strong>รมช.มนัญญา&nbsp;ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจเกษตรกรชาวสวนผลไม้ที่จันทบุรี&nbsp;พร้อมเปิดเผยข่าวดี&nbsp;ทุเรียนไทยส่งถึงจีนสำเร็จ&nbsp;ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ&nbsp;ยกระดับด่านตรวจพืชตามมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid</strong></p><p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>นำคณะ&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ติดตามความคืบหน้า&nbsp;รับทราบปัญหา&nbsp;อุปสรรค&nbsp;สร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ในการส่งออกผลไม้กระจายไปยังตลาดปลายทางทั้งในประเทศ&nbsp;และต่างประเทศ&nbsp;โดย&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ผู้แทนเกษตรกร&nbsp;สหกรณ์การเกษตร&nbsp;ผู้ประกอบการส่งออกผลไม้&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>ในวันนี้&nbsp;เวลา&nbsp;10.00&nbsp;น.&nbsp;ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตรว่า&nbsp;ทุเรียนของไทยส่งถึงประเทศจีนสำเร็จแล้ว&nbsp;และผ่านการตรวจสอบจากจีนว่าปลอดเชื้อโควิด-19&nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ร่วมกันทำ&nbsp;GAP+&nbsp;ที่ปฏิบัติตามมาตรการการส่งออกผลไม้ไปจีน&nbsp;ทำให้วันนี้ล้งที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ทั้งการพ่นยา&nbsp;การตรวจศัตรูพืช&nbsp;สามารถส่งออกไปถึงจีนได้สำเร็จ&nbsp;ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยและเกษตรกรชาวสวนทุกคน&nbsp;แม้ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าทุเรียนของไทยไม่สามารถส่งออกไปจีนได้&nbsp;ขอเกษตรกรอย่าเชื่อข่าวบิดเบือนดังกล่าว&nbsp;วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าทุเรียนประเทศไทยมีคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;อย่างเข้มงวด&nbsp;จนเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ</p><p><strong>โอกาสนี้&nbsp;รมช.มนัญญา&nbsp;เป็นประธานพิธีมอบพันธุ์พืช&nbsp;ชีวภาพและชีวภัณฑ์</strong>&nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;วันที่&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;และพิธีเปิดอาคารสํานักงานด่านตรวจพืชจันทบุรี&nbsp;ณ&nbsp;ด่านตรวจพืชจันทบุรี&nbsp;ตำบลคลองใหญ่&nbsp;อำเภอโป่งน้ำร้อน&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสําคัญในการผลิตและการส่งออกผลไม้ของภาคตะวันออก&nbsp;จากสถานการณ์ความเข้มงวดของประเทศจีนในด้านสุขอนามัยพืชและการปนเปื้อนของเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;จึงมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดทํามาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินค้าผลไม้ไทย&nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ&nbsp;ได้มีการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานด้านกระบวนการผลิตและให้ความสำคัญกับมาตรการ&nbsp;Zero&nbsp;Covid&nbsp;มากขึ้น</p><p><strong>รมช.มนัญญา&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ในส่วนของด่านตรวจพืช&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;</strong>ก็ได้ให้ความสําคัญ&nbsp;และต้องการที่จะยกระดับมาตรฐานการทํางานให้มีความสามารถในการตรวจสอบศัตรูพืช&nbsp;และสารพิษตกค้าง&nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงการทํางานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมากขึ้น&nbsp;สําหรับด่านตรวจพืชจันทบุรีแห่งนี้&nbsp;มีหน้าที่ตรวจสอบศัตรูพืช&nbsp;และตรวจปิดตู้ผลไม้เพื่อการส่งออกไปยังประเทศปลายทาง&nbsp;ให้ปลอดจากศัตรูพืชและเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแจ้งเตือนจากประเทศปลายทาง&nbsp;ดังนั้น&nbsp;กรมวิชาการเกษตร&nbsp;จึงจัดให้มีพิธีเปิดอาคารสํานักงานของด่านตรวจพืชจันทบุรี&nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เพื่อพัฒนาด่านตรวจพืชให้มีมาตรฐาน&nbsp;ทั้งด้านสถานที่ปฏิบัติงาน&nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ&nbsp;รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถในการปฏิบัติงานและเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เช่น&nbsp;ด่านศุลกากร&nbsp;ด่านตรวจสัตว์&nbsp;และประมง&nbsp;ในการรองรับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;(Eastern&nbsp;Economic&nbsp;Corridor)&nbsp;หรือ&nbsp;EEC</p><p><strong>นายระพีภัทร์&nbsp;จันทรศรีวงศ์&nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;กรมวิชาการเกษตรมีภารกิจในการกํากับดูแล&nbsp;ควบคุมการนําเข้า-ส่งออกพืช&nbsp;โดยมีด่านตรวจพืช&nbsp;จํานวนทั้งสิ้น&nbsp;48&nbsp;แห่งทั่วประเทศ&nbsp;เพื่อทําหน้าที่การตรวจสอบพืช&nbsp;ผลิตผลพืช&nbsp;และวัสดุการเกษตรที่นําเข้า&nbsp;และส่งออกตาม&nbsp;พ.ร.บ.กักพืช&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;วัตถุอันตราย&nbsp;พ.ร.บ.ปุ๋ย&nbsp;พ.ร.บ.&nbsp;พันธุ์พืช&nbsp;พ.ร.บ.ยาง&nbsp;และ&nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช&nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของศัตรูพืชจากการเคลื่อนย้ายพืช&nbsp;และเพื่อเป็น&nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าของไทยไม่ให้มีการระบาดของศัตรูพืชจากต่างประเทศ&nbsp;เข้ามาในประเทศ&nbsp;และเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายสินค้าตลอด&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงในอนาคต&nbsp;ทําให้ต้องพัฒนาด่านตรวจพืชให้ได้มาตรฐาน&nbsp;เชื่อมโยงข้อมูลการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และกรมศุลกากร&nbsp;โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบ&nbsp;National&nbsp;Single&nbsp;Window&nbsp;(NSW)&nbsp;และการตรวจสอบสินค้า&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนสดส่งออกไปจีน&nbsp;ซึ่งมีข้อตกลงตามพิธีสาร&nbsp;ภายใต้มาตรการสุขอนามัยพืช&nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้ปรับเปลี่ยนคําขอใบรับรองสุขอนามัยพืชเป็นแบบบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;e&nbsp;Phyto&nbsp;เพื่อรองรับการ&nbsp;แลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการจีนในอนาคต</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330173217650"],
    [803,"จ.จันทบุรี เปิดฤดูกาลมังคุดจันท์พร้อมกระจายมังคุดคุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค","<p><strong>จ.จันทบุรี&nbsp;แถลงข่าวเปิดฤดูกาลมังคุดจันท์พร้อมกระจายมังคุดคุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค&nbsp;ผ่านไปรษณีย์ไทย</strong></p><p><strong>ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น&nbsp;1&nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี</strong>&nbsp;นายสุพจน์&nbsp;ภูติเกียรติขจร&nbsp;พร้อมด้วย&nbsp;พาณิชย์จังหวัด&nbsp;เกษตรจังหวัด&nbsp;ผู้แทนวิสาหกิจชุมชน&nbsp;ผู้แทนเกษตรกรผู้จัดการไปรษณีย์จังหวัดจันทบุรีได้ร่วมแถลงข่าวเปิดฤดูกาล&nbsp;\"มังคุดจันห์\"&nbsp;คุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค&nbsp;ทั้งนี้ผลผลิตมังคุดของเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ในปีนี้มีพื้นที่ยืนต้น&nbsp;127,695&nbsp;ไร่&nbsp;มีพื้นที่ให้ผล&nbsp;126,156&nbsp;ไร่&nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิต&nbsp;145,079&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีก่อน&nbsp;73,384&nbsp;ตัน&nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&nbsp;103&nbsp;ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;43.48&nbsp;ประมาณ&nbsp;55,675&nbsp;ตัน&nbsp;รองลงมาเดือนมิถุนายนคิดเป็นร้อยละ&nbsp;29.56&nbsp;พื้นที่ปลูกแหล่งใหญ่&nbsp;ได้แก่&nbsp;อำเภอท่าใหม่&nbsp;ขลุง&nbsp;เขาคิชฌกูฎ&nbsp;และมะขาม&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;วิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ&nbsp;และวิสาหกิจชุมชนหุ้นส่วนมังคุดจันทบุรี&nbsp;ร่วมกับไปรษณีย์ไทย&nbsp;ได้มีแผนกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคในจังหวัดต่างๆ&nbsp;จึงขอจัดส่ง&nbsp;\"มังคุดจันท์\"&nbsp;ไปให้เครือข่ายเซลล์แมนพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ(ยกเว้นจังหวัดแหล่งผลิตมังคุดภาคใต้&nbsp;ได้ลองรับประทานมังคุดคุณภาพจากจันทบุรี&nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพ&nbsp;\"มังคุดจันท์\"&nbsp;คัดสรรคุณภาพทุกลูก&nbsp;ไม่ตก(ดิน)&nbsp;ไม่แตก&nbsp;ยางไม่ไหล&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นลังพลาสติก&nbsp;สะดวกในการขนส่ง&nbsp;</strong>สามารถวางทับซ้อนกันได้&nbsp;รักษาคุณภาพมังคุดได้เป็นอย่างดีจนถึงมือผู้บริโภค&nbsp;โดยบรรจุลังละ&nbsp;7&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;สำหรับราคาเป็นไปตามกลไกตลาดในแต่ละช่วงเวลาทั้งนี้&nbsp;จังหวัดจันทบุรีขอความร่วมมือเครือข่ายเซลล์แมนพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&nbsp;ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการค้าและผู้บริโภคให้มั่นใจในคุณภาพ&nbsp;\"มังคุดจันท์\"&nbsp;และรวบรวมคำสั่งซื้อจัดส่งให้จังหวัดจันทบุรีเพื่อจัดส่ง&nbsp;\"มังคุดจันท์\"&nbsp;คุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค&nbsp;โดยสามารถสั่งผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&nbsp;หรือ&nbsp;บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัดสาขาจันทบุรี&nbsp;รับรองคุณภาพ&nbsp;และราคายุติธรรม</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออก","จันทบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182258661"],
    [804,"เพิ่มพื้นที่สีเขียวในวัด โรงเรียน ชุมชน สนับสนุนการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เน้นการใช้อินทรียวัตถุ","<p><strong>นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัด&nbsp;ณ&nbsp;ธรรมสถานวัดพระราม&nbsp;9&nbsp;&nbsp;กาญจนาภิเษก&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;ว่า&nbsp;การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัดเพื่อผลิตอาหารเพียงพอปลอดภัยให้กับชุมชนในเมืองใกล้วัดและโรงเรียน&nbsp;เพื่อสร้างเป็นอาหาร&nbsp;เป็นยารักษาโรคและสร้างรายได้&nbsp;รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวสอดคล้องกับ&nbsp;BCG&nbsp;โมเดล&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;3&nbsp;เศรษฐกิจหลัก&nbsp;ด้วยความคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p><p><strong>การดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่ในโรงเรียนและวัด</strong>&nbsp;จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบการปลูกพืชผักสวนครัว&nbsp;ไม้ผล&nbsp;ไม้ยืนต้น&nbsp;เน้นการใช้อินทรียวัตถุ&nbsp;เช่น&nbsp;ปุ๋ยคอก&nbsp;ปุ๋ยหมัก&nbsp;ปุ๋ยพืชสดและปุ๋ยชีวภาพ&nbsp;ในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์&nbsp;เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง&nbsp;รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์&nbsp;เพื่อให้คนในชุมชนสามารถบริโภคผลผลิตพืชผัก&nbsp;ผลไม้ที่ปลอดภัย&nbsp;</p><p><strong>อีกทั้งยังไม่ทำลายสภาพแวดล้อม</strong>&nbsp;โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าในวัดทำแปลงเกษตรเพื่อให้มีอาหารปลอดภัยให้เด็กนักเรียนและคนในชุมชนได้บริโภค&nbsp;และมีรายได้จากการนำผลผลิตไปจำหน่ายในตลาดชุมชน&nbsp;รวมทั้งสร้างระบบนิเวศที่ดีให้กับวัดและชุมชน&nbsp;รวมถึงให้เป็นศูนย์เรียนรู้แก่ชุมชน&nbsp;&nbsp;และตัวอย่างให้แก่วัดและชุมชนอื่นๆ&nbsp;ด้วย&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;พร้อมจะให้การสนับสนุนการดำเนินงานและพร้อมเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด</p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330201356711"],
    [805,"จตุพร กำชับให้เร่งออกหลักฐานอนุญาตใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและการแก้ระเบียบเพิ่มความคล่องตัว หลังชอบการขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ 17 คำขอ","<p><strong>ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กำชับให้เร่งออกหลักฐานอนุญาตใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและการแก้ระเบียบเพิ่มความคล่องตัว&nbsp;หลังชอบการขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;รวม&nbsp;17&nbsp;คำขอ</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายจตุพร&nbsp;บุรุษพัฒน์&nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ครั้งที่&nbsp;3&nbsp;ได้กำชับให้กรมป่าไม้เร่งรัดการออกหลักฐานการอนุญาตและการแก้ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนเร็วที่สุด&nbsp;โดยได้มีมติเห็นชอบการขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;และคำขออนุญาตทั่วไปรวม&nbsp;17&nbsp;คำขอ&nbsp;เช่น&nbsp;จังหวัดนครพนม&nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าดงหมู&nbsp;ดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&nbsp;(คทช.)&nbsp;ต.อุ่มเหม้า&nbsp;อ.พระธาตุพนม&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;//&nbsp;กรมชลประทาน&nbsp;ขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ป่าภูล้อมข้าวและป่าภูเพ็ก&nbsp;และพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงชมภูพานและป่าดงกะเฌอ&nbsp;ต.ห้วยยาง&nbsp;อ.เมือง&nbsp;จ.สกลนคร&nbsp;ใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&nbsp;//&nbsp;สำนักงานพระพุทธศาสนา&nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูลังกา&nbsp;สร้างวัดที่พักสงฆ์เทพนิมิตรสถิตธรรม&nbsp;ต.หนองซน&nbsp;อ.นาทม&nbsp;จ.นครพนม&nbsp;โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้โครงการธรรมจักรสีเขียวอย่างเคร่งครัด&nbsp;และสุดท้าย&nbsp;บริษัท&nbsp;กาญจนบุรี&nbsp;เอ็คซ์โพลเรซั่น&nbsp;แอนด์&nbsp;ไมนิ่ง&nbsp;(เค็มโก)&nbsp;จำกัด&nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษีและป่าเขาบ่อแร่&nbsp;แปลงที่&nbsp;1&nbsp;เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม&nbsp;การอนุรักษ์&nbsp;และนันทนาการ&nbsp;ต.ชะแล&nbsp;อ.ทองผาภูมิ&nbsp;จ.กาญจนบุรี&nbsp;ซึ่งทุกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าทำประโยชน์ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;ยังได้เห็นชอบให้แต่งตั้ง&nbsp;นายปรมินทร์&nbsp;วงศ์สุวัฒน์&nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330165019643"],
    [806,"ทุเรียนไทยปลอดเชื้อ Covid-19 ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมสวนกระดุมทอง&nbsp;ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&nbsp;สำหรับพืชอาหาร&nbsp;(GAP&nbsp;ทุเรียน)&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;ว่า&nbsp;อยากเชิญชวนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการล้งให้ความสำคัญกับมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและผู้บริโภค&nbsp;ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&nbsp;ซึ่งประเทศจีนเป็นคู่ค้าหลักของไทย&nbsp;ได้มีการทำพิธีสารระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องกัน&nbsp;2&nbsp;ประเทศ&nbsp;ไทย-จีน&nbsp;ผลไม้ไทย&nbsp;5&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;ลำไย&nbsp;ลิ้นจี่&nbsp;มะม่วง&nbsp;และของจีน&nbsp;5&nbsp;ชนิดคือ&nbsp;แอปเปิ้ล&nbsp;สาลี่&nbsp;ส้ม&nbsp;&nbsp;พุทรา&nbsp;องุ่น&nbsp;ที่ต้องขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุ&nbsp;</p><p><strong>จากสถานการณ์&nbsp;Covid-19&nbsp;จีนเข้มงวดจริงจังกับมาตรฐานผลไม้สดจากไทย</strong>&nbsp;โดยให้ไทยตรวจเข้มในการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช&nbsp;ดังนั้นที่สวนทุเรียนของเกษตรกรต้องมี&nbsp;GAP&nbsp;และโรงคัดบรรจุต้องมีมาตรฐาน&nbsp;GMP&nbsp;เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับทุเรียนที่มีปัญหาและรับรองมาตรฐานทุเรียนไทยที่ส่งออกตลาดต่างประเทศให้มีคุณภาพ&nbsp;แสดงศักยภาพของทุเรียน/ผลไม้ไทย&nbsp;ที่มีคุณภาพมาตรฐานเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนในตอนนี้&nbsp;ซึ่งปัจจุบันเป็นคู่แข่งขันที่สำคัญ&nbsp;สำหรับสวนกระดุมทองได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;พืช&nbsp;การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตทุเรียน&nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี&nbsp;มีคุณภาพ&nbsp;ได้มาตรฐาน&nbsp;ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค&nbsp;เพื่อให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพและได้มาตรฐาน&nbsp;สามารถตรวจสอบได้&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&nbsp;นอกจากนี้&nbsp;สวนกระดุมทอง&nbsp;ยังได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อ&nbsp;Covid-19&nbsp;ในสวนอย่างเคร่งครัด</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330200628708"],
    [807,"พื้นที่อำนาจเจริญสรุปการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินชนิดโรคลัมปีสกีน 7 อำเภอ .","<p><strong>&nbsp;นายธานินทร์&nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;</strong>เปิดเผยว่า&nbsp;ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคลัมปีสกินในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;ประชาสัมพันธ์เชิงรุก,&nbsp;จัดประชุมชี้แจง,&nbsp;จ.อำนาจเจริญประกาศเขตโรคระบาด&nbsp;20&nbsp;พ.ค.64,&nbsp;จัดกิจกรรม&nbsp;kick&nbsp;off,&nbsp;ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;เรื่อง&nbsp;เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&nbsp;(โรคระบาดสัตว์),&nbsp;เข้มงวดในการเคลื่อนย้ายสัตว์&nbsp;เข้า-ออก,&nbsp;ดำเนินการควบคุมแมลงพาหะนำโรค,&nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการดูแลรักษาสัตว์ป่วยโดยรักษาตามอาการ&nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด,&nbsp;ดำเนินการฉีดวัคซีน</p><p>***&nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ทยอยหายป่วย&nbsp;และมีตัวตายบ้างเล็กน้อย</p><p>การดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรกรณี&nbsp;โค-กระบือ&nbsp;เกิดโรคลัมปีสกิน&nbsp;ตอนนี้อยู่ระหว่างการนำเข้าที่ประชุม&nbsp;ก.ช.ภ.จ.&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>อัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร</strong></p><p>1&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;&nbsp;13,000&nbsp;บาท.&nbsp;กระบือ&nbsp;15,000&nbsp;บาท</p><p>2&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;ถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;&nbsp;22,000&nbsp;บาท.&nbsp;กระบือ&nbsp;24,000&nbsp;บาท</p><p>3&nbsp;อายุ&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;ถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;&nbsp;29,000&nbsp;บาท.&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;32,000&nbsp;บาท</p><p>4&nbsp;อายุ&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โค&nbsp;35,000&nbsp;บาท.&nbsp;&nbsp;กระบือ&nbsp;&nbsp;39,000&nbsp;บาท</p><p>***&nbsp;<strong>ฝากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&nbsp;ให้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กับทาง&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านท่าน&nbsp;หากพบสัตว์ป่วยหรือต้องการคำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์&nbsp;ติดต่อขอคำแนะนำได้ที่&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&nbsp;ปศุสัตว์ตำบล&nbsp;และอาสาปศุสัตว์ใกล้บ้านท่าน</strong></p><p>(<strong>ข้อมูล&nbsp;ณ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565)&nbsp;ขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางแล้ว&nbsp;55&nbsp;จังหวัด&nbsp;64,913&nbsp;ตัว</strong>&nbsp;โดยขณะนี้&nbsp;อยู่ระหว่างจัดส่งเอกสารให้กรมปศุสัตว์&nbsp;5&nbsp;จังหวัด&nbsp;และมีการส่งเอกสารขอรับความช่วยเหลือให้กรมปศุสัตว์แล้ว&nbsp;50&nbsp;จังหวัด&nbsp;เกษตรกร&nbsp;59,835&nbsp;ราย&nbsp;รวมสัตว์&nbsp;66,362&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;1,362,888,330&nbsp;บาท&nbsp;ให้การช่วยเหลือเกษตรกรแล้วจำนวน&nbsp;36,949&nbsp;ราย&nbsp;รวมสัตว์&nbsp;41,393&nbsp;วงเงิน&nbsp;841,980,500&nbsp;บาท&nbsp;ใน&nbsp;47&nbsp;จังหวัด&nbsp;เป็นการโอนเงินในวันที่&nbsp;20&nbsp;พ.ย.&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2&nbsp;มี.ค.&nbsp;2565)&nbsp;เกษตรกร&nbsp;15,015&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์&nbsp;17,211&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;357,077,500&nbsp;บาท&nbsp;และ&nbsp;วันที่&nbsp;4&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เกษตรกร&nbsp;21,934&nbsp;ราย&nbsp;สัตว์&nbsp;24,182&nbsp;ตัว&nbsp;เป็นเงิน&nbsp;484,903,000&nbsp;บาท&nbsp;และสามารถปิดภัยได้แล้ว&nbsp;8&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;กรุงเทพมหานคร&nbsp;มุกดาหาร&nbsp;หนองบัวลำภู&nbsp;อุทัยธานี&nbsp;บุรีรัมย์&nbsp;อำนาจเจริญ&nbsp;น่าน&nbsp;และแพร่</p><p><strong>สำหรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค&nbsp;-&nbsp;กระบือตายจากโรคลัมปี&nbsp;-&nbsp;สกิน</strong>&nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2564&nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มีนาคม&nbsp;2564&nbsp;นั้น&nbsp;โค&nbsp;ได้ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;13,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;22,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปีถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;29,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;35,000&nbsp;บาท&nbsp;ส่วนกระบือ&nbsp;ไม่เกินรายละ&nbsp;5&nbsp;ตัว&nbsp;อายุน้อยกว่า&nbsp;6&nbsp;เดือน&nbsp;15,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุ&nbsp;6&nbsp;เดือนถึง&nbsp;1&nbsp;ปี&nbsp;24,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;1&nbsp;ปีถึง&nbsp;2&nbsp;ปี&nbsp;32,000&nbsp;บาท&nbsp;อายุมากกว่า&nbsp;2&nbsp;ปีขึ้นไป&nbsp;39,000&nbsp;บาท</p><p><strong>วันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;พื้นที่อำนาจเจริญสรุปการช่วยผู้ประสบภัย</strong>พิบัติกรณีฉุกเฉินชนิดโรคลัมปีสกีน&nbsp;&nbsp;7&nbsp;อำเภอ&nbsp;จำนวน&nbsp;1,676&nbsp;ราย.เป็นวัว&nbsp;1,789&nbsp;ตัว.&nbsp;กระบือ&nbsp;3&nbsp;ตัว.&nbsp;รวมทั้งหมด&nbsp;1,792&nbsp;ตัว.&nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&nbsp;36,364,000&nbsp;บาท.ในสัปดาห์นี้&nbsp;จัดโอนเงินช่วยเหลือก่อนมีดังนี้&nbsp;ปทุมราชวงษา&nbsp;พนา&nbsp;ชานุมาน</p><p><strong>เกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด&nbsp;1,676&nbsp;ราย</strong>.&nbsp;1792&nbsp;ตัว.&nbsp;(โค&nbsp;1789&nbsp;ตัว.&nbsp;กระบือ&nbsp;3&nbsp;ตัว.)ช่วยเหลือแล้ว&nbsp;537&nbsp;ราย.&nbsp;579&nbsp;ตัว&nbsp;(&nbsp;อ.ปทุมราชวงษา&nbsp;พนา&nbsp;ชานุมาน&nbsp;.)เป็นเงินทั้งสิ้น&nbsp;12,372,000&nbsp;บาท.&nbsp;และจะเร่งดำเนิการในส่วนที่คงเหลือให้เร็วที่สุด</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","อำนาจเจริญ","สวท.อำนาจเจริญ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330194623702"],
    [808,"นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประชุมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในระดับพื้นที่โครงการขับเคลื่อนการเกษตร ระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง","<p><strong>ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;นายคมป์&nbsp;สังข์วงษ์&nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;เป็นประธานการประชุมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในระดับพื้นที่โครงการขับเคลื่อนการเกษตร&nbsp;ระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง</p><p><strong>นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและกำหนดแผนดำเนินการ/จัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนพัฒนาธุรกิจ&nbsp;โดยคณะทำงานฯ&nbsp;ระดับอำเภอ&nbsp;เห็นชอบให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลาส้มบ้านโนน&nbsp;หมู่ที่&nbsp;8&nbsp;ตำบลน้ำคำ&nbsp;เป็นหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&nbsp;ของอำเภอเมืองศรีสะเกษ</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;มีเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ประมงอำเภอเมืองศรีสะเกษ</strong>&nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์อำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนพัฒนาการอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ&nbsp;ผู้แทนจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&nbsp;เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330205543737"],
    [809,"แก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ถูกทาง เร่งคลายปมทุกอุปสรรค..ก่อนสาย","<p>คำสั่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ตำรวจ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ สนธิกำลังกันลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ พ่อค้าคนกลาง ทั่วประเทศโดยด่วน เพื่อแก้ปัญหาโรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้&nbsp;หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดฯ เพื่อขายเข้าสู่ตลาดแล้ว แต่ปริมาณข้าวโพดฯ ในตลาดกลับมีน้อยผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่พ่อค้ารับซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&nbsp;</p><p>ผลักดันให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่งขึ้นทุกวัน ซึ่งเข้าข่ายพฤติกรรม การกักตุนสินค้า รวมทั้งเป็นการกดดันภาคผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ต้องจ่ายราคาพิเศษเพิ่มขึ้นอีก ถือเป็น การซ้ำเติมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่กำลังเดือดร้อน ในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก</p><p>นายกฯ ย้ำว่า หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กักตุนสินค้า ปั่นราคาแพง ฉวยโอกาสทำกำไรในสภาวการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงในขณะนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่ละเว้น</p><p>แม้ว่าทุกหน่วยงานจะรับคำสั่งมาเร่งดำเนินการในทันทีก็ตาม แต่ไม่ได้เป็นการตรวจสต๊อกข้าวโพดฯของพ่อค้าคนกลาง กลับเข้าตรวจสอบสต๊อกของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่โดยปกติต้องรายงานสต๊อกข้าวโพดฯ ให้กับทางการทราบเป็นประจำทุกวันที่ 10 ของทุกเดือนอยู่แล้ว จึงไม่รู้ว่าภาครัฐจะเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไปถึงเมื่อใด</p><p>ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าข้าวโพดอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางหมดแล้ว โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ ราคาสินค้าจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์วัตถุดิบราคาแพง จากผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน สองประเทศผู้เพาะปลูกและส่งออกธัญพืชรายสำคัญของโลก</p><p>ที่สำคัญจากข้อมูลของ กรมปศุสัตว์ ยังเห็นชัดเจนว่าปริมาณความต้องการด้านอาหารสัตว์ตามชนิดสินค้าปศุสัตว์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2565 นี้มีประมาณ 22.41 ล้านตัน และในปี 2566 คาดว่ามีความต้องการประมาณ 23.27 ล้านตัน โดยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อมีความต้องการใช้อาหารสัตว์มากถึง 40% อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรต้องการใช้ 34% และอุตสาหกรรมไก่ไข่ต้องการใช้ 11% ทำให้ความต้องการวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักๆ ทั้งข้าวโพดเมล็ด กากถั่วเหลือง ปลายข้าว และปลาป่น เพิ่มขึ้นในปี 2565  2566&nbsp;</p><p>ในเมื่อปริมาณความต้องการใช้ธัญพืชอาหารสัตว์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณผลผลิตกลับลดลงและราคาก็ขยับแพงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ราคาปรับจากกิโลกรัมละ 8-9 บาท เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา เป็นกิโลกรัมละ 13 บาทในปัจจุบัน หากแต่ผลผลิตทั้งประเทศที่มีอยู่เพียง 5 ล้านตันต่อปี ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ที่มากถึง 8 ล้านตันต่อปี ในการผลิตอาหารสัตว์ ปริมาณที่ขาดหายไปกว่า 3 ล้านตัน ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องเสาะหาวัตถุดิบทดแทน ตัวอย่างเช่น ข้าวสาลีที่ปกติจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ แต่วันนี้ราคากลับสูงขึ้นเป็น 13 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว จึงไม่จูงใจในการนำเข้ามาใช้&nbsp;</p><p>และถึงแม้จะต้องการใช้ข้าวสาลีทดแทนเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังติดประเด็นมาตรการรัฐ 3:1 ที่กำหนดให้ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศก่อน 3 ส่วน จึงจะสามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ 1 ส่วน ซึ่งวันนี้ไม่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดแล้ว เท่ากับไม่มีข้าวโพดในประเทศให้ซื้อ นั่นคือไม่สามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ไปโดยปริยาย ส่วนจะหันไปพึ่งพากากถั่วเหลืองนำเข้า ก็สุดจะสู้กับราคามหาโหด ที่ปรับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 23 บาทแล้ว และยังมีอุปสรรคจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้า 2% ด้วย</p><p>นั่นหมายความว่า ภาคผู้ผลิตต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับราคาขายอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ ที่ถูกภาครัฐตรึงไว้ ไม่สามารถขายในราคาสะท้อนต้นทุนได้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปี 2563 แต่เสียงเกษตรกรไม่ดังพอที่จะทำให้ภาครัฐเห็นใจได้</p><p>ข้อกังวลสำคัญในเรื่องนี้คือ หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยด่วน ที่สุดแล้วโรงงานอาหารสัตว์หลายแห่งอาจต้องหยุดไลน์การผลิต เพราะไม่มีวัตถุดิบเข้าโรงงานด้วยปัญหาขาดแคลนและราคาที่ไม่สามารถจับต้องได้ ย่อมกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีอาหารเลี้ยงสัตว์ซึ่งจำต้องหยุดการเลี้ยง ผลผลิตเนื้อสัตว์ย่อมน้อยลง และราคาจะขยับสูงขึ้น หรืออย่างที่เลวร้ายที่สุด คือทั้งผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรพากันเลิกกิจการทั้งหมด</p><p>สิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ คือการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ&nbsp;เพื่อลดภาระต้นทุนอาหารสัตว์และสินค้าปศุสัตว์ ทั้งการยกเลิกมาตรการ 3:1 ที่ใช้ควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2%&nbsp;พิจารณาเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO และ AFTA โดยยกเลิกโควต้าภาษีและค่าธรรมเนียม ให้สามารถนำเข้ามาได้ในปริมาณขาดแคลนในปี 2565 และรัฐต้องเร่งระงับการส่งออกเสรีข้าวโพดและกากถั่วเหลือง เพื่อรักษาปริมาณวัตถุดิบในประเทศ&nbsp;</p><p>ทั้งหมดนี้ต้องทำทันที เพราะปริมาณผลผลิตในปัจจุบันนั้นเพียงพอสำหรับการผลิตอาหารสัตว์เพียงแค่ไม่เกิน 2 เดือนเท่านั้น หากไม่อยากให้คนไทยเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และปัญหาข้าวยากหมากแพง รัฐต้องตัดสินใจ ฟันธงแก้ปัญหาอย่างไม่รีรอ ก่อนจะสายเกินแก้</p><p><br></p><p>&nbsp;เนื่องนที ฤกษ์เจริญ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร</p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330210851738"],
    [810,"นายก อบต.กำแพง จ.สตูล ผนึกกำลังทีม อถล.ในพื้นที่ จัดอบรมเสริมความรู้ผลักดันเป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสู่ทุกชุมชน","<p><strong>วันนี้&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.&nbsp;65)&nbsp;เวลา&nbsp;14.00&nbsp;น.&nbsp;ที่ห้องประชุมอุไรทอง</strong>&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;อ.ละงู&nbsp;จ.สตูล&nbsp;นางสำลี&nbsp;ลัคนาวงศ์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริม&nbsp;ป้องกัน&nbsp;เฝ้าระวัง&nbsp;ควบคุมและแก้ไขมลพิษในอากาศ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;โดยมีว่าที่&nbsp;ร.ต.สุกล&nbsp;พรหมรักษ์&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;กล่าว&nbsp;รายงาน<strong>นางสำลี&nbsp;ลัคนาวงศ์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;(อถล.)&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;&nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน&nbsp;ในการพัฒนา&nbsp;แนวทางป้องกัน&nbsp;และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้เฝ้าระวังและสร้างนวัตกรรมมากมายเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;แอปพลิเคชั่น&nbsp;เป็นตัวช่วยวัดค่าฝุ่น&nbsp;การประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง&nbsp;แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</strong>&nbsp;โดยเฉพาะพลังความร่วมมือจากอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;(อถล.)&nbsp;ที่จะเป็นตัวแทนเครือข่ายในการเสริมสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ&nbsp;ได้หันกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;และร่วมกันฟื้นฟูอากาศที่สะอาดไร้มลพิษให้กลับคืนสู่เขตพื้นที่ตำบลกำแพง</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221219758"],
    [811,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11  ตรวจสอบการระบายน้ำเสียจากโรงงานแป้งมันและลานมัน จังหวัดนครราชสีมา ตามข้อเสนอแนะของกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร","<p><strong>นายยศฐ์วพงศ์&nbsp;วัชรมโนภาส&nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ</strong>&nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่11&nbsp;ร่วมกับอำเภอด่านขุนทด&nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวงและองค์การบริหารส่วนตำบลบึงอ้อ&nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประชาชนอำเภอขามทะเลสอยื่นเรื่องคัดค้านการขยายโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&nbsp;และคัดค้านการตั้งโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง&nbsp;ต่อคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปได้&nbsp;ดังนี้</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;1.&nbsp;เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;ในพื้นที่หมู่&nbsp;6&nbsp;ตำบลหนองสรวง&nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&nbsp;พบว่ามีการนำกากมันมาละลายน้ำเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพซึ่งจะนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า&nbsp;จากการตรวจสอบพบว่ามีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นบ่อก๊าซชีวภาพ&nbsp;1&nbsp;บ่อ&nbsp;และบ่อปรับเสถียรจำนวน&nbsp;3&nbsp;บ่อ&nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำเสียสะสมในบ่อค่อนข้างมาก&nbsp;จึงมีความเสี่ยงที่จะไหลล้นออกสู่ภายนอกในกรณีที่มีฝนตก&nbsp;ขณะตรวจสอบไม่มีการระบายน้ำเสียออกสู่ภายนอกแต่พบร่องรอยการปิดถมทางระบายน้ำซึ่งเป็นจุดต้องสงสัยว่าอาจจะมีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกแล้ว&nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งในบ่อบำบัดสุดท้ายไปตรวจวิเคราะห์&nbsp;จำนวน&nbsp;1&nbsp;ตัวอย่าง&nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งน้ำธรรมชาติ&nbsp;ในกรณีที่มีการรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;2.&nbsp;เข้าตรวจสอบโรงงานทำมันเส้นและลานตากมันในพื้นที่ตำบลหนองสรวง&nbsp;1&nbsp;แห่ง&nbsp;และตำบลบึงอ้อ&nbsp;5&nbsp;แห่ง&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่าโรงงานทำมันเส้นและลานตากมันทุกแห่งมีบ่อพักน้ำเสียเพื่อรองรับน้ำฝนที่ไหลชะพื้นที่ลานตาก&nbsp;ขณะตรวจสอบไม่พบว่ามีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก&nbsp;แต่จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าบ่อพักน้ำเสียของลานตากมัน&nbsp;น่าจะมีขนาดความจุไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่ไหลชะผ่านพื้นที่ลานตาก&nbsp;และมีความเสี่ยงที่จะมีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกในช่วงที่มีฝนตก&nbsp;จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการให้งดตากกากมันและมันเส้นในช่วงฤดูฝน&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;3.จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในคลองโกรกกระสังข์ซึ่งไหลผ่านพื้นที่โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพและโรงงานทำมันเส้นและลานตากมัน&nbsp;โดยใช้เครื่องมือตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำภาคสนาม&nbsp;พบว่าบริเวณต้นน้ำมีค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด&nbsp;(TDS)&nbsp;เท่ากับ&nbsp;563&nbsp;มก./ล.&nbsp;ในขณะคลองโกรกกระสังข์หลังจากไหลผ่านพื้นที่แหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าว&nbsp;มีค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด&nbsp;(TDS)&nbsp;เพิ่มขึ้นและมีค่าอยู่ในช่วงระหว่าง&nbsp;717&nbsp;&nbsp;752&nbsp;มก./ล.&nbsp;ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนของเสียในคลองโกรกกระสังข์</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;จะเข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่าง</strong>น้ำทิ้งจากโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&nbsp;โรงงานทำมันเส้นและลานตากมัน&nbsp;ขณะที่มีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก&nbsp;เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ตามมาตรา&nbsp;82(2)&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221413759"],
    [812,"จังหวัดสุรินทร์ประชุมเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน","<p><strong>วันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดสุรินทร์ประชุมหน่วยงานภาคี</strong>ร่วมกับประธานศูนย์ข้าวระดับจังหวัด&nbsp;โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายและดำเนินการร่วมในระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp;มีเป้าหมายในการดำเนินงานที่ชัดเจน&nbsp;เกิดการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน&nbsp;</p><p><strong>ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&nbsp;หน่วยงานภาคี</strong>&nbsp;ได้แก่&nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุรินทร์&nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุรินทร์&nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดสุรินทร์ประธานหรือผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน&nbsp;111&nbsp;ศูนย์&nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&nbsp;</p><p><strong>จัดโดยศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์&nbsp;โดยมี&nbsp;นายสมลักษณ์&nbsp;มอญขาม&nbsp;</strong>ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์&nbsp;เป็นประธานการประชุม&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมข้าวหอม&nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-30T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221959762"],
    [813,"สสส. เร่งผลักดันกฎหมายกำกับดูแลจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ","<p><strong>นายชาติวุฒิ&nbsp;วังวล&nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ</strong>&nbsp;หรือ&nbsp;สสส.&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;หรือ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;&nbsp;ที่ปัจจุบันมีการกระจายตัวไปในชุมชนต่างๆ&nbsp;อย่างรวดเร็ว&nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ&nbsp;ที่มีการเผาไหม้จากเครื่องยนต์และพื้นที่ภาคเหนือที่เกิดจากการเผาไหม้วัชพืชมากถึง&nbsp;17&nbsp;จังหวัด&nbsp;ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของคนไทย&nbsp;เห็นได้จากตัวเลขผู้ป่วยที่ระบบทางเดินหายใจ&nbsp;มะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p><p><strong>แม้ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</strong>&nbsp;ได้บูรณาการการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&nbsp;ควบคู่กับการรณรงค์ควบคุมมลพิษแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไป&nbsp;ทั้งการควบคุมการเผาไหม้ให้ลดลง&nbsp;ปรับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง&nbsp;แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วก็ตาม&nbsp;เช่น&nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&nbsp;พ.ศ.&nbsp;2535&nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอและครอบคลุมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&nbsp;ที่ยังไม่สามารถบริหารจัดการอากาศที่ปลอดภัยได้&nbsp;</p><p><strong>สสส.&nbsp;จึงเร่งผลักดัน&nbsp;</strong>พ.ร.บ.กำกับดูแลจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ&nbsp;&nbsp;เข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อสภาผู้แทนราษฎร&nbsp;เพื่อจะทำให้คนไทยมีอากาสสะอาด&nbsp;ทั้งนี้หลายประเทศใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการแก้ไขการจัดการปัญหา&nbsp;การป้องกันการเกิดมลพิษ&nbsp;สอดคล้องกับการแนวคิดขององค์การอนามัยโลก&nbsp;ที่ว่าการขับเคลื่อนคุณภาพอากาศผ่านมิติทางกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ&nbsp;เพราะจะมีแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยประชาชนมีส่วนร่วม</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","นนทบุรี","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331112718854"],
    [814,"พช.เลย จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสมาชิกกองทุน","<p><strong>นายคมสิทธิ์&nbsp;สุริยวรรณ&nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย&nbsp;จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด&nbsp;ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ในด้านการเสริมสร้างอาชีพและรายได้&nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มอาชีพสมาชิก&nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน&nbsp;ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพ&nbsp;โดยมีกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีรวมทั้งสิ้น&nbsp;25&nbsp;กลุ่ม&nbsp;จากทั้ง&nbsp;14&nbsp;อำเภอในจังหวัดเลยเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;นำสินค้ามาร่วมแสดงและจำหน่ายทั้งอาหาร&nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&nbsp;ของใช้&nbsp;สมุนไพรที่&nbsp;และสินค้าตลาดประชารัฐ&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย</strong>&nbsp;ได้ส่งเสริมสนับสนุนสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่กู้ยืมเงินไปประกอบอาชีพ&nbsp;ให้มีช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์&nbsp;ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ด้านการเสริมสร้างอาชีพรายได้แก่สตรี&nbsp;ซึ่งการแพร่ระบาดของโควิด-19&nbsp;ได้ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน&nbsp;รวมถึงปัญหาเรื่องการทำมาของกินของพี่น้องประชาชน&nbsp;จึงต้องสร้างความตระหนักถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรค&nbsp;ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน&nbsp;โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&nbsp;ไม่เพียงแค่ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่สมาชิกเท่านั้น&nbsp;แต่ยังได้จัดหาช่องทางการตลาดให้กับสมาชิกอีกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.เลย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331095020794"],
    [815,"เหล่ากาชาด จ.อุบลฯ เชิญร่วมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า วันที่ 2 เม.ย.65","<p><strong>นางศลิษา&nbsp;ภิรมย์รัตน์&nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี</strong>&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์&nbsp;จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย&nbsp;ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ&nbsp;67&nbsp;พรรษา&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;โดยขอเชิญชวนประชาชนชาวอุบลราชธานี&nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ร่วมบริจาคโลหิต&nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย&nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ&nbsp;ในวันศุกร์ที่&nbsp;1&nbsp;เมษายน&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;09.00&nbsp;&nbsp;18.00&nbsp;น.&nbsp;ณ&nbsp;อาคารหม่อมเจียงคำ&nbsp;ชั้น&nbsp;2&nbsp;กลุ่มงานธนาคารเลือดและเวชศาสตร์บริการโลหิต&nbsp;โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์&nbsp;อุบลราชธานี&nbsp;ซึ่งผู้ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึกด้วย&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.อุบลราชธานี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331094437789"],
    [816,"สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล ส่งเสริมการผลิตมะพร้าวเพื่อความยั่งยืน แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ทั้งรูปแบบออนไลน์และศึกษาดูงานสถานที่จริง","<p><strong>นายชาญณรงค์&nbsp;วิรุณสาร&nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&nbsp;มอบหมายให้</strong>กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;นำโดยนางสุดา&nbsp;ยาอีด&nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกรและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว&nbsp;จำนวน&nbsp;25&nbsp;ราย&nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้า&nbsp;เกษตร&nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตมะพร้าวเพื่อความยั่งยืน&nbsp;กำหนดอบรมระหว่างวันที่&nbsp;29-30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>การอบรมครั้งนี้&nbsp;เป็นการอบรมหลักสูตรการตลาดมะพร้าว</strong>&nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;โดยคุณศุภชาติ&nbsp;ศรีเทพ&nbsp;วิสาหกิจชุมชนคนในบาง&nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;และฝึกปฏิบัติแปรรูปมะพร้าว&nbsp;เป็น&nbsp;\"แป้งมะพร้าว\"&nbsp;และ&nbsp;&nbsp;\"ขนมพริกไทยจากแป้งมะพร้าว&nbsp;\"&nbsp;โดยกลุ่มแม่บ้านทะเลดำ&nbsp;ตำบลขอนคลาน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้นำเกษตรกรดูงานการจัดการสวนมะพร้าวของนายสไว&nbsp;เจ๊ะสา</strong>&nbsp;หมู่&nbsp;3&nbsp;ตำบลขอนคลาน&nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&nbsp;จังหวัดสตูล&nbsp;ซึ่งเป็นแปลงที่มีการบริหารจัดการที่ดี&nbsp;เป็นมะพร้าวพันธุ์พื้นเมือง&nbsp;ที่ให้ผลิตผลสูงเฉลี่ย&nbsp;2,100&nbsp;ผล/ไร่/ปี&nbsp;และมีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดรายได้เสริม&nbsp;โดยการเลี้ยงแพะ&nbsp;เป็ด&nbsp;และปลานิลในร่องสวน&nbsp;ซึ่งกลุ่มเกษตรผู้ปลูกมะพร้าวสามารถนำแนวทางไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่มได้&nbsp;เป็นไปตามภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตรในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;และภาคการเกษตร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331101422803"],
    [817,"จังหวัดสตูล อบต.กำแพง ผนึกกำลังทีม อถล.ในพื้นที่ จัดอบรมเสริมความรู้ผลักดันเป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสู่ทุกชุมชน","<p><strong>จังหวัดสตูล&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;ผนึกกำลังทีม&nbsp;อถล.ในพื้นที่&nbsp;</strong>จัดอบรมเสริมความรู้ผลักดันเป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน&nbsp;ร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสู่ทุกชุมชน</p><p><strong>ที่ห้องประชุมอุไรทอง&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;อ.ละงู&nbsp;จ.สตูล&nbsp;นางสำลี&nbsp;ลัคนาวงศ์</strong>&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&nbsp;(อบต.กำแพง)&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมป้องกันเฝ้าระวังควบคุมและแก้ไขมลพิษในอากาศ&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;พ.ศ.2565&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;โดยมีว่าที่&nbsp;ร.ต.สุกล&nbsp;พรหมรักษ์&nbsp;ปลัด&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>นางสำลี&nbsp;ลัคนาวงศ์&nbsp;นายก&nbsp;อบต.กำแพง&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;(อถล.)&nbsp;จำนวน&nbsp;50&nbsp;คน&nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน&nbsp;ในการพัฒนาแนวทางป้องกัน&nbsp;และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;&nbsp;โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้เฝ้าระวังและสร้างนวัตกรรมมากมายเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;&nbsp;เว็บไซต์&nbsp;แอปพลิเคชั่น&nbsp;เป็นตัวช่วยวัดค่าฝุ่น&nbsp;การประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง&nbsp;ๆ&nbsp;แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลาย&nbsp;เหตุ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ดังนั้น&nbsp;จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&nbsp;</strong>โดยเฉพาะพลังความร่วมมือจากอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&nbsp;(อถล.)&nbsp;ที่จะเป็นตัวแทนเครือข่ายในการเสริมสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ&nbsp;ได้หันกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม&nbsp;และร่วมกันฟื้นฟูอากาศที่สะอาดไร้มลพิษให้กลับคืนสู่เขตพื้นที่ตำบลกำแพง&nbsp;</p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><br></p><p><strong>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</strong></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคใต้","สตูล","สวท.สตูล","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331102820812"],
    [818,"วางแผนเชิงรุกบริหารตลาดแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ป้องกันปัญหามะม่วงราคาถูก","<p><strong>นายเข้มแข็ง&nbsp;ยุติธรรมดำรง&nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในช่วงฤดูกาลผลไม้ในขณะนี้&nbsp;ทำให้มีผลผลิตผลไม้หลายชนิดออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากพร้อมๆ&nbsp;กัน&nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&nbsp;จึงได้เข้าไปส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรตั้งแต่กระบวนการผลิต&nbsp;การแปรรูป&nbsp;การตลาดและสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้&nbsp;เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&nbsp;</p><p><strong>พร้อมทั้งได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการผลผลิต</strong>และตลาดสินค้าเกษตรตั้งแต่ระดับพื้นที่คือ&nbsp;ในระดับอำเภอจนถึงระดับประเทศ&nbsp;ตามแผนบริหารจัดการไม้ผลแบบเบ็ดเสร็จ&nbsp;ปี&nbsp;2564&nbsp;&nbsp;2566&nbsp;(ระยะปานกลาง)&nbsp;ของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการไม้ผล&nbsp;ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เป็นประธาน&nbsp;มีการวางระบบบริหารจัดการไม้ผลตลอดห่วงโซ่อุปทาน&nbsp;ตั้งแต่&nbsp;3&nbsp;ระยะ&nbsp;</p><p><strong>สำหรับการบริหารจัดการมะม่วงนั้น</strong>&nbsp;ขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูกาลมะม่วงแล้ว&nbsp;โดยเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน&nbsp;ซึ่งจะมีผลผลิตมากปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม&nbsp;ร้อยละ&nbsp;60&nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น&nbsp;มีพื้นที่การปลูกมะม่วงกว่า&nbsp;33,355&nbsp;ไร่&nbsp;ให้ผลผลิตแล้ว&nbsp;27,939&nbsp;ไร่&nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง&nbsp;ได้ประสานกับบริษัทเอกชนรับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้อ่อน&nbsp;เพื่อนำไปผลิตมะม่วงยำต่อไป&nbsp;รวมทั้งประสานไปยังตลาดไท&nbsp;&nbsp;ซึ่งมีโครงการตลาดร่วมใจสินค้าปลอดภัย&nbsp;เปิดโซนสำหรับให้เกษตรกรนำผลผลิตที่มีคุณภาพเข้าจำหน่ายได้&nbsp;สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี&nbsp;พื้นที่การปลูกมะม่วงทั้งหมด&nbsp;2,160&nbsp;ไร่&nbsp;โดยส่วนใหญ่ปลูกเป็นสวนหลังบ้านกระจายอยู่ทั่วไป&nbsp;หรือเป็นสวนขนาดพื้นที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;5&nbsp;ไร่&nbsp;ขณะนี้&nbsp;&nbsp;มีการประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานและประชาชนทั่วไปให้เข้าไปซื้อผลผลิตหน้าสวนได้โดยตรงและนำผลผลิตออกมาจำหน่ายที่ตลาดของหน่วยงานภาครัฐจัดตั้งขึ้น&nbsp;เช่น&nbsp;ศาลากลางจังหวัด&nbsp;ส่วนราชการอื่นๆ&nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331111414842"],
    [819,"กอนช.ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 1 - 3 เม.ย. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก","<p><strong>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&nbsp;โดยเฉพาะช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก</strong></p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ว่า&nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&nbsp;แล้วช่วง&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&nbsp;73&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;,&nbsp;สมุทรปราการ&nbsp;69&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;และน่าน&nbsp;69&nbsp;มิลลิเมตร&nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&nbsp;26,968&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;47&nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;21,136&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;หรือร้อยละ&nbsp;44&nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&nbsp;3&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&nbsp;เขื่อนภูมิพล&nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&nbsp;ณ&nbsp;จุดเฝ้าระวัง&nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&nbsp;ท่าจีน&nbsp;บางปะกง&nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&nbsp;(กอนช.)&nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง&nbsp;หลัง&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&nbsp;คาดการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้า</p><p>ปกคลุมประเทศเวียดนามตอนล่างและปลายแหลมญวน&nbsp;ช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;3&nbsp;เมษายน&nbsp;ส่งผลทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&nbsp;ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&nbsp;2&nbsp;แห่ง&nbsp;คือ&nbsp;เขื่อนรัชชประภา&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;3,725&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;และเขื่อนบางลาง&nbsp;มีปริมาณน้ำ&nbsp;1,276&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;เบื้องต้น&nbsp;กอนช.</p><p>ได้คาดการณ์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&nbsp;ONEMAP&nbsp;ประเมินปริมาณน้ำในเขื่อนบางลาง&nbsp;7&nbsp;วันล่วงหน้า&nbsp;คาดจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่ม&nbsp;60&nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&nbsp;จึงแจ้งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&nbsp;(กฟผ.)&nbsp;ปรับการระบายน้ำเพื่อให้ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ควบคุม&nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&nbsp;พิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำ&nbsp;และเตรียมแผนรับน้ำหลาก&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331102306808"],
    [820,"ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือบริเวณต.แม่คง อ.แม่สะเรียงจ.แม่ฮ่องสอนปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า140ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร","<p><strong>ค่าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า&nbsp;140&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;นายอรรถพล&nbsp;เจริญชันษา&nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&nbsp;(ศกพ.)&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&nbsp;2.5&nbsp;ไมครอน&nbsp;(PM&nbsp;2.5)&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;17&nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&nbsp;โดยเฉพาะ&nbsp;ต.แม่คง&nbsp;อ.แม่สะเรียง&nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&nbsp;ค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงกว่า&nbsp;140&nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;4&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมษายน&nbsp;หากจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;2&nbsp;เมษายน&nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&nbsp;(คพ.)&nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&nbsp;7&nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&nbsp;1&nbsp;-&nbsp;7&nbsp;เมษายน</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&nbsp;24&nbsp;ชั่วโมง&nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&nbsp;Air4Thai.com&nbsp;และ&nbsp;bangkokairquality.com&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331102948813"],
    [821,"เกษตรกรชัยนาทอยากให้ลอง มะเขือเทศคลายกังวล ปลอดสารพิษ รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ","<p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>วิสาหกิจชุมชน&nbsp;คลายกังวล&nbsp;ออแกนิกฟาร์ม&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ต.ตลุก&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท</strong>&nbsp;เป็นสถานที่ผลิตพืชผัก&nbsp;ผลไม้อินทรีย์&nbsp;100%&nbsp;&nbsp;เช่น&nbsp;เมล่อน&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;บัตเตอร์นัท&nbsp;ฯลฯ&nbsp;โดยเฉพาะได้ปรับปรุงสายพันธุ์มะเขือเทศให้เป็นของฟาร์มตั้งชื่อว่า&nbsp;มะเขือเทศคลายกังวล&nbsp;สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอมีเงินใช้หนี้&nbsp;ชีวิตมีความสุข&nbsp;อีกทั้งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&nbsp;ขยายเครือข่ายสร้างรายได้ให้คนในชุมชน&nbsp;&nbsp;</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>นางพรภินันท์&nbsp;ล่ำสัน&nbsp;(แจ๊ว)&nbsp;เจ้าของคลายกังวลฟาร์ม&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>วิสาหกิจชุมชน&nbsp;คลายกังวล&nbsp;ออแกนิกฟาร์ม&nbsp;ภายในฟาร์มปลูกเมล่อน&nbsp;มะเขือเทศ&nbsp;บัตเตอร์นัท&nbsp;มีรายได้สม่ำเสมอ&nbsp;แต่มากระทบช่วงโควิด-19&nbsp;ระบาด&nbsp;ลูกค้าเข้ามาหาเราน้อยลง&nbsp;จึงต้องเปลี่ยนวิธีขายออนไลน์&nbsp;ส่งให้ลูกค้าผ่านขนส่ง&nbsp;ที่ขายดีคือมะเขือเทศตอนนี้ผลิตไม่ทันขาย&nbsp;เดิมปลูกมะเขือเทศเชอรี่&nbsp;นำเมล็ดพันธุ์มาจากวิทยาเขตกำแพงแสน&nbsp;ขณะนี้ได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์มาเป็นเวลา&nbsp;4&nbsp;ปีแล้ว&nbsp;ทำให้รสชาติลักษณะสายพันธุ์คงที่แล้วจึงตั้งชื่อเป็น&nbsp;มะเขือเทศคลายกังวล&nbsp;ซึ่งเป็นมะเขือเทศอินทรีย์&nbsp;รสชาติกลมกล่อมเข้มข้น&nbsp;ส่งขายกิโลกรัมละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;หากแวะมาที่สวน&nbsp;10&nbsp;บาท&nbsp;20&nbsp;บาท&nbsp;ก็ขาย&nbsp;อย่างเช่นเด็กแถวบ้านเลี้ยงไก่ชน&nbsp;มาซื้อมะเขือเทศสีแดงให้ไก่กิน&nbsp;เขาบอกว่าไก่กระโดดเก่ง&nbsp;แข็งแรง&nbsp;คึกคักดี&nbsp;รายนี้มาซื้อเป็นประจำ</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>โดยปกติจะมีลูกค้าขาประจำที่มาซื้อแล้วบอกต่อ</strong>&nbsp;ทั้งในจังหวัดชัยนาทและต่างจังหวัดเพราะติดใจกับรสชาติ&nbsp;ประกอบกับปัจจุบันคนรักสุขภาพกันมากขึ้นพอรู้ว่าของเราทำแบบอินทรีย์ก็ติดใจสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง&nbsp;จนผลิตขายแทบไม่ทัน</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>เมื่อก่อนเคยทำนาประมาณ&nbsp;100&nbsp;ไร่&nbsp;เป็นหนี้กว่าล้านบาท&nbsp;ต้องขายนาปิดหนี้</strong>&nbsp;แล้วไปลงทุนขายปุ๋ยที่จังหวัดกาญจนบุรีแต่ไม่รุ่งขาดทุนอีกจำนวนมาก&nbsp;จึงกลับมาเริ่มต้นปลูกเมล่อนที่ชัยนาทเมื่อปี&nbsp;2558&nbsp;จนถึงปัจจุบันรายได้ดี&nbsp;มีเงินใช้หนี้&nbsp;รู้สึกสบายใจ&nbsp;ยิ่งได้เป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว&nbsp;ทำให้เรามีเครือข่ายและสามารถช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><strong>ผู้สนใจจะเข้ามาท่องเที่ยวศึกษาดูงานได้ที่</strong>&nbsp;คลายกังวลฟาร์ม&nbsp;อยู่ติดกับวัดโคกโบสถ์(คุ้งตาล)&nbsp;หมู่&nbsp;7&nbsp;ต.ตลุก&nbsp;อ.สรรพยา&nbsp;จ.ชัยนาท&nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&nbsp;คลายกังวลฟาร์ม&nbsp;โทรศัพท์&nbsp;093-742-0034</p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\"><br></p><p&nbsp;class=\"ql-align-justify\">&nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","ชัยนาท","สวท.ชัยนาท","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331105351831"],
    [822,"บุกตลาดไลฟ์สด เอาใจแฟนขาช้อป ราชา-ราชินีผลไม้ไทย พร้อมกันพฤษภาคมนี้","<p><strong>นายฉันทานนท์&nbsp;วรรณเขจร&nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&nbsp;(สศก.)</strong>&nbsp;&nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;นายเฉลิมชัย&nbsp;ศรีอ่อน&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้มอบหมายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;เตรียมจัดทำโครงการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ช่วงฤดูกาลออกสู่ตลาดมาก&nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;โดยบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ&nbsp;เพิ่มช่องทางการซื้อขายสินค้าเกษตรทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>จากความสำเร็จได้ที่ร่วมมือกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ลาซาด้า&nbsp;ประเทศไทย&nbsp;จำกัด</strong>&nbsp;ผู้นำแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชั้นนำของไทย&nbsp;ในแคมเปญ&nbsp;เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ&nbsp;ตั้งแต่ปี&nbsp;2563&nbsp;รวมถึงพันธมิตรอย่างบริษัท&nbsp;ไปรษณีย์ไทย&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;และบริษัท&nbsp;เคอรี่&nbsp;เอ็กซ์เพรส&nbsp;(ประเทศไทย)&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;ที่ได้ใหความร่วมมือในด้านโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าเกษตรมาโดยตลอดในปีนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จึงได้มีแนวทางขยายความร่วมมือต่อเนื่อง&nbsp;โดยเตรียมบุกตลาดออนไลน์ในรูปแบบไลฟ์สด&nbsp;จัดมหกรรมช้อปออนไลน์จำหน่ายทุเรียนและมังคุด&nbsp;ราชาและราชินีแห่งผลไม้ไทย&nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&nbsp;สถาบันเกษตรกร&nbsp;ผู้ประกอบการ&nbsp;อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้สามารถสั่งซื้อผลผลิตคุณภาพดีจากสวนเกษตรกรโดยตรงในราคาที่เหมาะสมและการันตีคุณภาพมาตรฐานของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p><p><strong>ล่าสุดจากการหารือร่วมกัน</strong>&nbsp;ได้มีการเตรียมแนวทางจัดกิจกรรมแคมเปญครั้งนี้ขึ้น&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&nbsp;จะคัดเลือกสหกรณ์การเกษตร&nbsp;วิสาหกิจชุมชน&nbsp;หรือกลุ่มแปลงใหญ่&nbsp;ที่มีผลผลิตทุเรียนและมังคุดได้คุณภาพมาตรฐาน&nbsp;เข้ารวมแคมเปญบนแพลตฟอร์มของลาซาด้า&nbsp;ขณะที่ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&nbsp;จะร่วมกระจายสินค้าเข้ากลุ่มอุตสาหกรรม&nbsp;และ&nbsp;อ.ต.ก.&nbsp;จะร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในครั้งนี้ด้วย&nbsp;โดยมีไปรษณีย์ไทย&nbsp;และเคอรี่&nbsp;ร่วมสนับสนุนการขนส่งในอัตราพิเศษตลอดแคมเปญ&nbsp;ทุเรียน&nbsp;ถือว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ไทย&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;จะมีการแถลงข่าวร่วมกับพันธมิตรในรายละเอียดกิจกรรมให้ทราบอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้&nbsp;และจะเริ่ม&nbsp;Kick&nbsp;off&nbsp;ไลฟ์สดครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม&nbsp;-&nbsp;มิถุนายนนี้&nbsp;ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตทุเรียนและมังคุดออกสู่ตลาด</p><p><br></p><p>&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331113457867"],
    [823,"จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย","<p><strong>สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&nbsp;(องค์การมหาชน)&nbsp;หรือ&nbsp;GISTDA&nbsp;(จิสด้า)&nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&nbsp;เอ็นพีพี&nbsp;(Suomi&nbsp;NPP)&nbsp;ของระบบเวียร์&nbsp;(VIIRS)&nbsp;เมื่อวานนี้&nbsp;(30&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;พบจุดความร้อน&nbsp;(Hotspot)&nbsp;ทั้งประเทศ&nbsp;351&nbsp;จุด&nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&nbsp;177&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เกษตร&nbsp;75&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&nbsp;56&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&nbsp;23&nbsp;จุด&nbsp;//&nbsp;พื้นที่เขต&nbsp;สปก.&nbsp;18&nbsp;จุด&nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&nbsp;2&nbsp;จุด&nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&nbsp;คือ&nbsp;แม่ฮ่องสอน&nbsp;143&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;78&nbsp;จุด&nbsp;และร้อยเอ็ด&nbsp;13&nbsp;จุด&nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มลดลงในพื้นที่ภาคกลาง&nbsp;ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&nbsp;ส่วนภาคเหนือยังคงมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคม&nbsp;&nbsp;30&nbsp;มีนาคม&nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&nbsp;11,929&nbsp;จุด&nbsp;,&nbsp;ภาคเหนือ&nbsp;11,876&nbsp;จุด&nbsp;และภาคกลาง&nbsp;7,022&nbsp;จุด&nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;วันนี้บริเวณภาคเหนือตอนบนยังคงมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เชียงใหม่&nbsp;และเชียงราย</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&nbsp;1,825&nbsp;จุด&nbsp;รองลงมาเป็น&nbsp;สปป.ลาว&nbsp;451&nbsp;จุด&nbsp;และประเทศไทย&nbsp;351&nbsp;จุด&nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&nbsp;PM&nbsp;2.5&nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&nbsp;ภาคตะวันตก&nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331104835826"],
    [824,"พาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร ระดมแนวคิดแก้ปัญหาราคาปุ๋ยเกษตรกร ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน ร่วมวางแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต","<p><strong>พาณิชย์จังหวัดระดมแนวคิด&nbsp;แก้ปัญหาราคาปุ๋ยเกษตรกร</strong>&nbsp;ทั้งหน่วยงานรัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;ร่วมวางแนวทางลดต้นทุน&nbsp;เพิ่มผลผลิต</p><p><strong>ที่ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี&nbsp;ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;</strong>น.ส.สุพัฒตรา&nbsp;คล้ายทิม&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ได้เป็นประธานประชุมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและพัฒนาการเพาะปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;รวมถึงการแก้ไขปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง&nbsp;โดยการดำเนินงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;ได้เรียนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ทั้งภาครัฐ&nbsp;เอกชน&nbsp;สมาคมการค้าและผู้ผลิตปุ๋ย&nbsp;นักวิชาการ&nbsp;หมอดินอาสาและเกษตรกรได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ปัญหาการปรับตัวราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น&nbsp;และพัฒนาดินให้มีคุณภาพที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก&nbsp;โดยเฉพาะการปลูกมันสำปะหลัง&nbsp;ที่จังหวัดกำแพงเพชรได้เปิดเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาของภาคเหนือ&nbsp;และมีพื้นที่ในการเพาะปลูกทุกอำเภอรวมทั้งสิ้น&nbsp;756,000&nbsp;กว่าไร่&nbsp;ซึ่งปัญหาที่เจอส่วนใหญ่ในจังหวัดกำแพงเพชรคือ&nbsp;ดินเสื่อมคุณภาพ&nbsp;เป็นกรด&nbsp;ดินดาน&nbsp;ประสบภัยแล้ง&nbsp;พันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพต่ำ&nbsp;โรคแมลงศัตรูระบาด&nbsp;เกษตรกรขาดความรู้&nbsp;ความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีการผลิตตามหลักวิชาการ&nbsp;รวมถึงต้นทุนสูง&nbsp;ผลผลิตและคุณภาพแต่ละปีค่อนข้างจะต่ำ&nbsp;และประเด็นหนึ่ง</p><p><strong>ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอให้นำเอายิปซั่มธรรมชาติจากแม่เมาะจังหวัดลำปางมาทำการปรับปรุงสภาพดิน</strong>&nbsp;ซึ่งมีการเสนอความคิดที่หลากหลาย&nbsp;ทั้งผลการวิจัยทางวิชาการและการทดลองปลูกของเกษตรกร&nbsp;รวมถึงการนำวัสดุธรรมชาติมาทดแทน&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;น.ส.สุพัฒนา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ที่ผ่านมาเป็นการต่างคนต่างคิด&nbsp;แต่วันนี้ได้มีการนำผู้เชี่ยวชาญทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาพูดคุยกัน&nbsp;เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์&nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะต้องนำมาวิเคราะห์และหาบทสรุปร่วมกัน&nbsp;เพื่อที่จะทำความเข้าใจแก่เกษตรกร&nbsp;พร้อมทั้งได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินได้จัดทำเป็นแปลงสาธิตเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรว่า&nbsp;จะได้ผลดีหรือไม่อย่างไรต่อไป</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.กำแพงเพชร","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331121625901"],
    [825,"คุมเข้ม ห้ามตัดทุเรียนอ่อนขาย  เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนไทย ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP Plus","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ว่า&nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชลบุรีและจันทบุรี&nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการในการส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน&nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามการตัดทุเรียนอ่อนเพราะจะเป็นการทำลายโครงสร้างของการส่งออกทุเรียนทั้งหมด&nbsp;</p><p><strong>กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ยึดหลักการตรวจการส่งออก</strong>&nbsp;ตามหลัก&nbsp;GAP,&nbsp;GAP&nbsp;Plus,&nbsp;GMP&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;และมาตรการของทางจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ที่จะติดตามการส่งออกอย่างเคร่งครัด&nbsp;ซึ่งจีนให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน&nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร&nbsp;ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ลงพื้นที่เข้าตรวจติดตามล้งรับซื้อทุเรียนอ่อนเพื่อดำเนินการจับกุมล้งที่กระทำความผิดมาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมขอให้ผู้ประกอบการมีความซื่อสัตย์&nbsp;เข้มงวดในเรื่องของมาตรฐานในการกำหนดวันตัดทุเรียนและการป้องกันในเรื่องมาตรการโควิด-19&nbsp;และขอผู้ประกอบการอย่าทำลายโครงสร้างของการส่งออกทุเรียน&nbsp;จะทำให้ทุเรียนเกิดความล่มสลายในที่สุด</p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">กรมวิชาการเกษตร&nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&nbsp;</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&nbsp;ตรวจติดตาม&nbsp;ล้งรับซื้อทุเรียน&nbsp;และพบว่า&nbsp;มีทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่มีกำหนดให้ตัดได้ในวันที่&nbsp;25&nbsp;เมษายนนี้&nbsp;ปรากฏว่า&nbsp;พบทุเรียนอ่อนจากทั้งหมด&nbsp;17%&nbsp;ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในการส่งออกซึ่งมีความผิด&nbsp;เกษตรกรอาจจะโดนเพิกถอนใบ&nbsp;GAP&nbsp;และล้ง&nbsp;จะถูกยกเลิกใบ&nbsp;DOA&nbsp;ใบอนุญาตในการส่งออก&nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรจัดทำมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;และ&nbsp;GMP&nbsp;Plus&nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินค้าผลไม้ไทย&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;ได้ยกระดับด่านตรวจพืช&nbsp;</span></p><p><strong&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">สำหรับในปีนี้&nbsp;คาดการณ์สถานการณ์</strong><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\">การผลิตไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ได้แก่&nbsp;ทุเรียน&nbsp;มังคุด&nbsp;และเงาะ&nbsp;ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นคาดการณ์ว่าปี&nbsp;2565&nbsp;ทุเรียน&nbsp;จะมีผลผลิตปริมาณ&nbsp;744,549&nbsp;ตัน&nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม&nbsp;ส่วนมังคุดจะเริ่มเก็บได้&nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม&nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม&nbsp;จํานวน&nbsp;112,762&nbsp;ตัน</span></p><p><br></p><p><span&nbsp;style=\"color:&nbsp;rgb(34,&nbsp;34,&nbsp;34);&nbsp;background-color:&nbsp;rgb(255,&nbsp;255,&nbsp;255);\"><span&nbsp;class=\"ql-cursor\">&nbsp;</span></span></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331152211038"],
    [826,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2/2565 บูรณาการให้บริการและแก้ไขปัญหาการของเกษตรกรแบบครบวงจร","<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;นายสืบพงษ์&nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;ครั้งที่&nbsp;2/2565&nbsp;โดยมีนายพงศ์พีระ&nbsp;ชูชื่น&nbsp;นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวต้อนรับ&nbsp;และนายขจรศักดิ์ชนัน&nbsp;จิตภิลัย&nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวรายงานฯ&nbsp;ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน&nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&nbsp;โดยการถ่ายทอดความรู้และแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรในพื้นที่&nbsp;ในคราวเดียวกัน&nbsp;เกษตรกรจะได้รับทั้งความรู้ด้านวิชาการและบริการแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร&nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำบุคลากร&nbsp;อุปกรณ์&nbsp;เครื่องมือ&nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่</p><p><strong>สำหรับกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์</strong>&nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&nbsp;มีการเปิดให้บริการด้านวิชาการและการวิเคราะห์ปัญหาด้านพืช&nbsp;ด้านสัตว์&nbsp;การประมง&nbsp;ด้านดิน&nbsp;ด้นบัญชี&nbsp;ด้านสหกรณ์&nbsp;ชลประทาน&nbsp;ด้านสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร&nbsp;ด้านกฎหมาย&nbsp;การเจาะเลือดเพื่อหาปริมาณสารพิษตกค้างในร่างกาย&nbsp;และการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน&nbsp;ในไร่&nbsp;การจัดนิทรรศการการเกษตรการเพิ่มผลผลิตพืช&nbsp;การใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรคพืชเพื่อผลิตอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ&nbsp;นอกจากนั้นยังมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร&nbsp;อาทิ&nbsp;กล้วยน้ำว้าดิบ&nbsp;หอมแดงแห้ง&nbsp;และกระเทียมสด&nbsp;เป็นต้น</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สวท.แม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331142126977"],
    [827,"สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ หลักสูตรการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ประจำปีงบประมาณ 2565","<p><strong>ดร.สุวัฒน์&nbsp;มัตราช&nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย</strong>&nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&nbsp;สาระทัศนานันท์&nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&nbsp;และศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;ฝึกอบรมเกษตรกร&nbsp;โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ&nbsp;ศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย&nbsp;หลักสูตร&nbsp;\"การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม\"&nbsp;ประจำปีงบประมาณ&nbsp;2565&nbsp;เกษตรกรเข้ารับการอบรมฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;20&nbsp;ราย&nbsp;ในหัวข้อ&nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ประสบการณ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร&nbsp;และหลัก&nbsp;VRIO&nbsp;Model&nbsp;และกำหนดแผนการผลิตเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ในอาชีพณ&nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&nbsp;บ้านห้วยอ้อย&nbsp;หมู่ที่&nbsp;13&nbsp;ตำบลด่านซ้าย&nbsp;อำเภอด่านซ้าย&nbsp;จังหวัดเลย</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","เลย","สวท.ด่านซ้าย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331144030003"],
    [828,"การจัดการไม้ผลเศรษฐกิจของเกษตรกรแปลงใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช","<p><strong>สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong> ประชุมเชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)? ครั้งที่ 2/2565 ที่โรงแรมแกรนด์ปาร์ค อำเภอเมืองนคร?ศรี?ธรรมราช? จังหวัดนครศรี?ธรรมราช โดยมีนายภูวเดช วุฒิ?วงศ์?วัฒ? เกษตร?จังหวัด?นครศรี?ธรรมราช? ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด </p><p><strong>การประชุมเน้นการให้ความสำคัญในการใช้สารชีวภัณฑ์จากจุลินทรีย์</strong>&nbsp;การบริหารจัดการผลไม้&nbsp;โดยเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอความร่วมมือเกษตรกรประเมินการออกดอกและประมาณการผลผลิตไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ มังคุด ทุเรียน เงาะ และลองกอง&nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนจัดการผลผลิตในปี 2565 นี้ โดย ผศ.ดร.น้อมจิตต์ แก้วไทย อันเดร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มทร.ศรีวิชัย เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่อง \"การพัฒนาผลิตภัณฑ์?และบรรจุภัณฑ์?สินค้าเกษตร\" ?รวมทั้ง \"เทคนิคการขายผลผลิตทางการเกษตรแบบออนไลน์ที่ให้กำไรสูงกว่าการขายผ่านพ่อค้าคนกลาง\" พิสูจน์แล้วจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรี?ธรรมราช ?เมื่อครั้งมังคุดราคาตกต่ำและเกิดสถาน?การ?ณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19? ในปี 2564 ที่ผ่านมา</p><p><strong>ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกร </strong>ในการรับมือกับการจัดการผลผลิตในฤดูกาลนี้ และเป็นการขยายผลและถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัยเรื่อง \"การจัดการไม้ผลเศรษฐกิจของเกษตรกรแปลงใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช\" ให้กับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ของจังหวัดในวงที่กว้างขึ้น</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","หน่วยงานสำนักข่าว","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331142209979"],
    [829,"พาณิชย์จังหวัดแพร่ กระจายผลผลิตแคนตาลูป ช่วยเหลือเกษตรกร","<p><strong>นางอารีย์&nbsp;เหลืองหิรัญ&nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;เปิดเผยว่า&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรโดยการกระจายผลผลิตแคนตาลูปของเกษตรกรผู้ปลูกแคนตาลูป&nbsp;อำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&nbsp;2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;ปริมาณ&nbsp;1,000&nbsp;กิโลกรัม&nbsp;จำหน่ายในราคาถุงละ&nbsp;100&nbsp;บาท&nbsp;คิดเป็นมูลค่า&nbsp;25,000&nbsp;บาท</p><p><strong>โดยอำเภอแม่ใจ&nbsp;จังหวัดพะเยา&nbsp;เป็นแหล่งที่มีพื้นที่ปลูกแคนตาลูปมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา</strong>&nbsp;ซึ่งในขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ท้องตลาด&nbsp;มีรสชาติหวาน&nbsp;กรอบ&nbsp;หอม&nbsp;อร่อย&nbsp;ถือเป็นของดีอำเภอแม่ใจ</p><p><strong>ผู้ที่มีข้อสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&nbsp;</strong>สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&nbsp;โทร&nbsp;054-431636&nbsp;ในวันเวลาราชการ</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แพร่","สวท.แพร่","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331145042008"],
    [830,"อบจ.ระยอง ช่วยพลักดันการส่งออกทุเรียนไปยังจีน ผ่านทางรถไฟความเร็วสูง หลังจากจีนมีมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งอาจจะส่งผลให้ทุเรียนเน่าเสีย","<p><strong>นายปิยะ&nbsp;ปิตุเตชะ&nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&nbsp;เปิดเผยว่า</strong>&nbsp;ในปีนี้&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ร่วมกับบริษัท&nbsp;ปตท.&nbsp;และ&nbsp;อีอีชี&nbsp;ได้ร่วมกันวางแผนส่งออกทุเรียนจากจังหวัดระยองไปยังประเทศจีน&nbsp;หลังพบว่า&nbsp;ประเทศจีน&nbsp;ที่เป็นตลาดส่งออกทุเรียนของไทย&nbsp;มีมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19&nbsp;อย่างเข้มข้น&nbsp;บริเวณด่านตรวจสินค้า&nbsp;อาจทำให้การส่งออกเกิดความล่าช้า&nbsp;อบจ.ระยอง&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัท&nbsp;ปตท.และ&nbsp;อีอีชี&nbsp;จึงช่วยกันพลักดันขนส่งทุเรียนจากระยองไปยังประเทศจีน&nbsp;ผ่านทางรถไฟความเร็วสูง&nbsp;ไม่ต้องมีการตรวจสอบหลายขั้นตอนให้เกิดความล่าช้า&nbsp;จนอาจทำให้ผลไม้เน่าเสีย&nbsp;เพียงผ่านการตรวจสอบที่ต้นทางตามมาตรฐาน&nbsp;GAP&nbsp;Plus&nbsp;ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว&nbsp;การคัดบรรจุที่ล้งรับซื้อ&nbsp;การบรรจุหีบห่อ&nbsp;จนถึงการขนส่ง&nbsp;เริ่มนำร่องขบวนแรก&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;26&nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&nbsp;จำนวน&nbsp;2&nbsp;ตู้&nbsp;ปริมาณ&nbsp;40&nbsp;ตัน&nbsp;จากเป้าหมาย&nbsp;7&nbsp;แสนตัน&nbsp;อย่างไรก็ตาม&nbsp;หากไม่สามารถส่งออกได้ทั้งหมด&nbsp;จะกระจายผลผลิตไปยังตลาดภายในประเทศ&nbsp;เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาด&nbsp;ซึ่งอาจจะทำให้ราคาตกต่ำได้&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออก","ระยอง","สวท.ระยอง","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331154038059"],
    [831,"ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สมุทรสงครามร่วมประชุมหารือเรื่องร้องเรียนกรณีน้ำเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน","<p><strong>สืบเนื่องจากมีประชาชนได้ร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อน&nbsp;</strong>กรณีน้ำเสียจากฟาร์มสุกรในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองทำให้เกิดปัญหาเสื่อมโทรมและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เลี้ยงหอยแครง&nbsp;ปรากฏว่าจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง&nbsp;พร้อมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&nbsp;3&nbsp;จังหวัด&nbsp;ได้แก่&nbsp;จังหวัดราชบุรี&nbsp;เพชรบุรี&nbsp;และสมุทรสงคราม&nbsp;เมื่อวันที่&nbsp;4&nbsp;พฤษภาคม&nbsp;2560&nbsp;ตลอดจนได้ติดตามผลการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสงครามได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านต่างๆจำนวน&nbsp;6&nbsp;คณะ&nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสีย&nbsp;แต่เนื่องจากปัญหาน้ำเสียยังคงอยู่ในระดับเสื่อมโทรม&nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงโดยไม่มีการร้องเรียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน&nbsp;พ.ศ.2560&nbsp;เพื่อเป็นการรับทราบปัญหาข้อเท็จจริง&nbsp;&nbsp;</p><p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายสมศักดิ์&nbsp;แสนหิรัณย์&nbsp;ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมด้วยนายพีระ&nbsp;ทองโพธิ&nbsp;</strong>หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;นายธีรวุธ&nbsp;กลั่นเลี้ยง&nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต&nbsp;3&nbsp;พร้อมคณะและผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ&nbsp;เดินทางมาร่วมประชุมพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมชั้น&nbsp;3&nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&nbsp;ศิริมังคะลา&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;ภาคเอกชน&nbsp;ภาคีเครือข่ายผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร&nbsp;เข้าร่วมประชุม&nbsp;เพื่อสรุปประเด็นปัญหา&nbsp;พร้อมสรุปประเด็นปัญหาในการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&nbsp;แต่เนื่องจากสมุทรสงครามเป็นจังหวัดปลายน้ำ&nbsp;โดยเฉพาะคลองวัดประดู่จะรับน้ำเสียที่ไหลลงมาจากจังหวัดข้างเคียง&nbsp;ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่มาจากสุกรจำนวนมากจากจังหวัดข้างเคียงได้</p><p><strong>ด้านที่ปรึกษาที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;จะนำปัญหาและอุปสรรครวมถึงข้อเสนอแนะทั้ง&nbsp;3&nbsp;จังหวัดนำไปประชุมหารือหน่วยงานระดับกรม&nbsp;กระทรวง&nbsp;ว่า&nbsp;ปัญหาไหนเป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน&nbsp;เพื่อเป็นภาคีเครือข่ายในการแก้ไขปัญหา&nbsp;โดยมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านภูมิปัญญา&nbsp;พร้อมทั้งต้องออกกฎระเบียบ&nbsp;กำหนดมาตรฐานการควบคุมน้ำทิ้งจากการประกอบกิจการฟาร์มสุกรทุกประเภทและออกประกาศห้ามระบายน้ำทิ้งและน้ำเสียออกจากฟาร์มสุกรโดยเด็ดขาดและกำหนดให้การเลี้ยงสุกรทุกประเภทต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานและให้บังคับใช้กฎหมายในการกำกับ&nbsp;ควบคุมดูแลการประกอบกิจการฟาร์มสุกร&nbsp;การจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย&nbsp;การระบายน้ำทิ้ง&nbsp;การตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยเคร่งครัด&nbsp;อย่างไรก็ตามที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้นำข้อมูลทั้งหมดเพื่อเป็นแนวทางการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p><br></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","สมุทรสงคราม","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331173131150"],
    [832,"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง พร้อมกำหนดมาตรการเร่งด่วนในห้วงเดือนเมษายนนี้","<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;เวลา&nbsp;10.00.&nbsp;นายเชษฐา&nbsp;โมสิกรัตน์&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp;มอบหมายให้&nbsp;นายประเสริฐ&nbsp;จิตต์พลีชีพ&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เป็นประธานการประชุมการคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&nbsp;หมอกควัน&nbsp;และฝุ่นละออง&nbsp;ณ&nbsp;ห้องประชุมศูนย์&nbsp;Warroom&nbsp;ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินการ&nbsp;โดยในห้วงที่ผ่านระหว่างวันที่&nbsp;1&nbsp;มกราคมถึง&nbsp;29&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนสะสม&nbsp;จำนวน&nbsp;3,288&nbsp;จุด&nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งพบ&nbsp;10,670&nbsp;จุด&nbsp;โดยขณะนี้พบจุดความร้อนมากที่สุดที่อำเภอเมือง&nbsp;รองลงมาคืออำเภอแม่สะเรียง&nbsp;และอำเภอปาย&nbsp;ตามลำดับ</p><p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;ในห้วงเดือนเมษายนนี้&nbsp;คณะทำงานจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&nbsp;เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะเกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&nbsp;จึงกำหนดมาตรการเร่งด่วน&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;มาตรการชิงเก็บลดเผา&nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดเป้าหมายให้ได้&nbsp;1,000&nbsp;ตัน&nbsp;ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว&nbsp;525&nbsp;ตัน&nbsp;คิดเป็นร้อยละ&nbsp;52&nbsp;มาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&nbsp;โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่าสงวน&nbsp;และป่าอนุรักษ์&nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&nbsp;คงเหลือพื้นที่เกษตรที่ต้องบริหารจัดการต่อไป&nbsp;มาตรการลาดตระเวนเฝ้าระวัง&nbsp;และดับไฟป่าใน&nbsp;3&nbsp;พื้นที่&nbsp;คือ&nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&nbsp;&nbsp;และอำเภอขุนยวม&nbsp;</p><p><strong>ขณะที่มาตรการด้านสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายลดอัตราผู้ป่วยจาก&nbsp;4&nbsp;กลุ่มโรค&nbsp;ประกอบด้วย</strong>&nbsp;กลุ่มโรคทางเดินหายใจ/กลุ่มโรคหัวใจหลอดเลือดและสมองอุดตันขาดเลือด/กลุ่มโรคตาอักเสบ&nbsp;และกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ&nbsp;โดยกำหนดให้อัตราป่วยลดลง&nbsp;ร้อยละ&nbsp;10&nbsp;ขณะที่ในปัจจุบันพบผู้ป่วยฯ&nbsp;ดังกล่าว&nbsp;จำนวน&nbsp;9,127&nbsp;ราย&nbsp;น้อยกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งพบ&nbsp;12,407&nbsp;ราย</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคเหนือ","แม่ฮ่องสอน","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331162744099"],
    [833,"จ.ศรีสะเกษ จัดพิธีมอบเงินค่าชดเชยที่ดิน โครงการฝ่ายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ","<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรารมย์</strong>&nbsp;และประตูระบายนำ้เขื่อนหัวนา&nbsp;อำเภอกันทรารมย์&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;นายวัฒนา&nbsp;พุฒิชาติ&nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;มอบหมายให้นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;นายชนะศักดิ์&nbsp;อัตถาวงศ์&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&nbsp;ประธานในพิธีมอบเงินค่าชดเชยที่ดิน&nbsp;โครงการฝ่ายหัวนา&nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่บริเวณบานประตูระบาย</p><p>นำ้เขื่อนหัวนา&nbsp;พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปรับปรุง&nbsp;พัฒนา&nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษต่อไป</p><p><strong>นายอนุรัตน์&nbsp;ธรรมประจำจิต&nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ</strong>&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;การจ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินฯ&nbsp;ถือเป็นความก้าวหน้าในการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายหัวนา&nbsp;ภายใต้การอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการในระดับพื้นที่&nbsp;ที่ได้ดำเนินการจนสามารถจ่ายเงินให้กับราษฎรชุดแรกจากข้อเรียกร้องของราษฎรที่ผ่านมากว่า&nbsp;30&nbsp;ปี&nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรม&nbsp;ได้ถือปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&nbsp;(COVID-19)&nbsp;อย่างเคร่งครัด&nbsp;โดยมี&nbsp;นายณัทเศรษฐ์&nbsp;ถิรวัฒน์ธนกร&nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา&nbsp;กล่าวรายงาน&nbsp;นายอำเภอกันทรารมย์&nbsp;ผกก.สภ.กันทรารมย์&nbsp;ผู้ประสานงานกลุ่มผู้เดือนร้อนจากโครงการเขื่อนหัวนา&nbsp;ผู้ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;และราษฏรที่ได้รับเงินชดเชย&nbsp;เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน</p><p><br></p><p>#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","ศรีสะเกษ","สวท.ศรีสะเกษ","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331163649112"],
    [834,"เดินหน้าพัฒนาเรือประมง ยึด เรือฝึกปลาลัง เป็นต้นแบบ มุ่งลดต้นทุนแรงงาน-พลังงาน","<p><strong>นายอลงกรณ์&nbsp;พลบุตร&nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย&nbsp;เข้าเยี่ยมชมเรือฝึก&nbsp;\"ปลาลัง\"&nbsp;ณ&nbsp;ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ</p><p><strong>เรือฝึก&nbsp;ปลาลัง&nbsp;เดิมเป็นเรือประมงอวนล้อมจับ</strong>และได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเรือฝึกประมงอวนลากในปี&nbsp;2564&nbsp;ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากกรมประมงและรัฐบาลญี่ปุ่น&nbsp;ให้เป็นเรือฝึกประมงตัวอย่าง&nbsp;ในการพัฒนา&nbsp;ปรับปรุงเครื่องมือทำการประมง&nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนในการประกอบอาชีพด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า&nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแหล่งทำการประมง&nbsp;รวมถึงภาวะโลกร้อน&nbsp;</p><p><strong>นอกจากนี้&nbsp;ยังมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่และสุขอนามัยที่ดี</strong>&nbsp;ของลูกเรือบนเรือประมง&nbsp;เสริมสร้างความปลอดภัยการทำงานในทะเล&nbsp;การส่งเสริมและให้ความสำคัญในด้านการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำบนเรือประมง&nbsp;ทั้งแบบสดและมีชีวิต&nbsp;อย่างถูกสุขลักษณะ&nbsp;เพื่อให้สัตว์น้ำที่จับได้สามารถคงความสด&nbsp;ลดการสูญเสียและขายได้ราคาดี&nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&nbsp;ทั้งนี้ยังได้เสนอแนะให้ศูนย์ซีฟเดคและกรมประมงบูรณาการความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&nbsp;ในการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรกล&nbsp;มาใช้ในการพัฒนาเรือประมงของไทยต่อยอดจากแนวทางการพัฒนาเรือฝึก&nbsp;ปลาลัง&nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบที่ดี&nbsp;ขอให้สมาคมการประมง&nbsp;เข้ามาร่วมกันพัฒนาปรับปรุงเรือประมงของไทยมุ่งเป้า&nbsp;1&nbsp;จังหวัด&nbsp;1&nbsp;ลำ</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331192951193"],
    [835,"โครงการต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง หนุนเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เป็นศูนย์กลางนำบัญชีพัฒนาคุณภาพชีวิตในครอบครัวและชุมชน","<p><strong>นางสาวมนัญญา&nbsp;ไทยเศรษฐ์&nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong>&nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการต้นกล้าความดี&nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;จังหวัดจันทบุรี&nbsp;&nbsp;ว่า&nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&nbsp;โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;ดำเนินโครงการ&nbsp;ต้นกล้าความดี&nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เด็กและเยาวชน&nbsp;เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร&nbsp;ตามพระราชดำริ&nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&nbsp;สยามบรมราชกุมารี&nbsp;ในการส่งเสริมการพัฒนาให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ&nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&nbsp;ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ&nbsp;สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี&nbsp;พึ่งพาตนเองและช่วยเหลือพัฒนาชุมชน&nbsp;ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&nbsp;</p><p><strong>โดยส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้&nbsp;</strong>วิธีการจดบันทึกบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน&nbsp;&nbsp;กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน&nbsp;และมีความรู้&nbsp;ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์&nbsp;รวมทั้งการสอดแทรกความรู้การจัดทำบัญชีไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงวิธีการ&nbsp;บันทึกบัญชีรู้จักการคิดคำนวณเลข&nbsp;สามารถวางแผนในการจำหน่ายสินค้าและผลผลิต&nbsp;ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน&nbsp;ทำให้รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในโรงเรียน&nbsp;ครอบครัวและชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p><p><strong>กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&nbsp;เตรียมดำเนินการและวางรากฐานบัญชีให้กับคนรุ่นใหม่</strong>&nbsp;โดยวางแผนทำ&nbsp;MOU&nbsp;ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&nbsp;เพื่อสอนการจัดทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงให้กับเด็กและเยาวชน&nbsp;รวมถึงการจัดทำวีดิทัศน์การสอนบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบ&nbsp;5&nbsp;ภาษา&nbsp;ภาษาไทยกลาง&nbsp;ภาษาถิ่นเหนือ&nbsp;ภาษาถิ่นอีสาน&nbsp;ภาษาถิ่นใต้และภาษายาวี&nbsp;อีกด้วย</p><p><br></p><p><br></p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331185023174"],
    [836,"สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จัดกิจกรรมส่งเสริมการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (LESS) จังหวัดนครราชสีมา","<p><strong>วันนี้&nbsp;(31&nbsp;มี.ค.65)&nbsp;นายเอกสิทธิ์&nbsp;อักษร&nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&nbsp;</strong>พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&nbsp;11&nbsp;ร่วมกับสำนักงานเทศบาลตำบลตลาดแค&nbsp;จัดกิจกรรมชี้แจงแนวทางการพัฒนากิจกรรมการลดก๊าชเรือนกระจก&nbsp;(Low&nbsp;Emission&nbsp;Support&nbsp;Scheme&nbsp;:&nbsp;LESS)&nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&nbsp;เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ&nbsp;และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกของชุมชน&nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;ปี&nbsp;2565&nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบ&nbsp;ชุมชนหมู่ที่&nbsp;1&nbsp;บ้านสำโรง&nbsp;ตำบลตลาดแค&nbsp;อำเภอโนนสูง&nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายสมมิตร&nbsp;ขวัญกลาง&nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลตลาดแค&nbsp;ให้การต้อนรับ&nbsp;และได้รับความร่วมมือจาก&nbsp;ผู้นำชุมชน&nbsp;คณะกรรมการชุมชน&nbsp;และเจ้าหน้าที่&nbsp;เทศบาลตำบลตลาดแค&nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม</p><p><strong>ทั้งนี้&nbsp;ได้เข้าร่วมกิจกรรมการสำรวจและเก็บข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้</strong>&nbsp;ประกอบด้วย&nbsp;ชื่อต้นไม้&nbsp;ชนิดพรรณไม้&nbsp;ความสูง&nbsp;เส้นรอบวง&nbsp;และพิกัดต้นไม้&nbsp;โดยประมาณ&nbsp;จำนวน&nbsp;620&nbsp;ต้น&nbsp;และต้นไผ่&nbsp;จำนวน&nbsp;203&nbsp;ต้น&nbsp;ในพื้นที่&nbsp;16&nbsp;ไร่&nbsp;โดยรอบระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลตลาดแค&nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&nbsp;ต้นคูณ&nbsp;ต้นราชพฤกษ์&nbsp;ต้นสะเดา&nbsp;ต้นตาล&nbsp;ต้นมะม่วง&nbsp;ต้นกระถินณรงค์&nbsp;และต้นไผ่บงป่า&nbsp;เป็นต้น&nbsp;เพื่อนำข้อมูล&nbsp;มาใช้ประเมิน&nbsp;และคำนวณปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก&nbsp;ต่อไป</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ","นครราชสีมา","สวท.นครราชสีมา","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331194858216"],
    [837,"พาณิชย์สุรินทร์ตรวจสต๊อกข้าวรอบที่ 5","<p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&nbsp;</strong>ดำเนินการตรวจสอบสต็อกข้าว&nbsp;ครั้งที่&nbsp;5&nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&nbsp;2565&nbsp;ตรวจผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&nbsp;จำนวน&nbsp;7&nbsp;ราย&nbsp;ได้แก่&nbsp;บจก.กิจเจริญพรชัยชุมพลสุรินทร์&nbsp;หจก.สหพืชผลท่าตูม&nbsp;หจก.เจ.พี.ไรซ์&nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&nbsp;หจก.ไชยรุ่งเรืองสุรินทร์&nbsp;บจก.มังกรทอง&nbsp;999&nbsp;บจก.โรงสีทรัพย์อนันต์&nbsp;และบจก.พูลผลอโกร</p><p><strong>ผู้ประกอบการออกตั๋วสัญญาใช้เงินรวม&nbsp;30&nbsp;ฉบับ&nbsp;</strong>มูลค่ารวม&nbsp;648.30&nbsp;ล้านบาท&nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&nbsp;มีปริมาณสต็อกข้าวรวม&nbsp;45,516&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่ารวม&nbsp;745.61&nbsp;ล้านบาท&nbsp;เป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ&nbsp;35,038&nbsp;ตัน&nbsp;และข้าวสารหอมมะลิต้นข้าว&nbsp;10,478&nbsp;ตัน&nbsp;มูลค่าข้าวครอบคลุมตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&nbsp;30&nbsp;ฉบับ&nbsp;</p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคกลางและปริมณฑล","กรุงเทพมหานคร","สวท.สุรินทร์","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331231951249"],
    [838,"จังหวัดชลบุรี สวนนงนุชพัทยา ร่วมกับ บริษัทปรีชา กรุ๊ป  ลงนามบันทึกข้อตกลง ( MOU) ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม","<p><strong>สวนนงนุชพัทยา&nbsp;ร่วมกับ&nbsp;บริษัทปรีชา&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(MOU)&nbsp;</strong>ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน</p><p><strong>วันที่&nbsp;31&nbsp;มีนาคม&nbsp;2565&nbsp;เวลา&nbsp;11.00&nbsp;น.&nbsp;</strong>ที่ห้องรับรองนงนุชเทดดิชั่น&nbsp;เซ็นเตอร์&nbsp;สวนนงนุชพัทยา&nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&nbsp;(&nbsp;MOU)&nbsp;&nbsp;ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&nbsp;ธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน&nbsp;โดยมีนายฐนนท์ศรณ์&nbsp;เลิศฤทธิ์ศิริกุล&nbsp;กรรมการผู้อำนวยการ&nbsp;บริษัทปรีชา&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;&nbsp;(มหาชน)&nbsp;และนายกัมพล&nbsp;ตันสัจจา&nbsp;ประธาน&nbsp;บริษัท&nbsp;นงนุชแลนด์สเคป&nbsp;แอนด์&nbsp;การ์เด้นท์&nbsp;ดีไซน์&nbsp;จำกัด&nbsp;ร่วมลงนามจัดทำโครงการดังกล่าว</p><p><strong>นายกัมพล&nbsp;ตันสัจจา&nbsp;ประธาน&nbsp;บริษัท&nbsp;นงนุชแลนด์สเคป&nbsp;แอนด์&nbsp;การ์เด้นท์&nbsp;ดีไซน์&nbsp;จำกัด&nbsp;กล่าวว่า&nbsp;</strong>&nbsp;ในการออกแบบตกแต่งสวนในโครงการ&nbsp;New&nbsp;Project&nbsp;2022&nbsp;&nbsp;ปรีชา&nbsp;เขาใหญ่-ปากช่อง&nbsp;จะเน้นให้เป็นสวนพักผ่อน&nbsp;ด้วยการเลือกพรรณไม้ที่มีรูปทรงสวยงาม&nbsp;ดูแลง่าย&nbsp;แต่ให้ประโยชน์ใช้สอยสูงสุด&nbsp;รวมถึงเป็นพรรณไม้ที่ทรงคุณค่าสง่างาม&nbsp;เหมาะสมกับสถานที่&nbsp;เน้นความสวยงามในทุกมุมมอง</p><p><strong>นายฐนนท์ศรณ์&nbsp;เลิศฤทธิ์ศิริกุล&nbsp;กรรมการผู้อำนวยการ&nbsp;บริษัทปรีชา&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;จำกัด&nbsp;(มหาชน)&nbsp;กล่าวว่า</strong>&nbsp;&nbsp;ปรีชา&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&nbsp;ให้ตอบสนองความสุขในการอาศัย&nbsp;และรังสรรค์คุณภาพชีวิตเพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพ&nbsp;ทันสมัย&nbsp;สวยงามเป็นสถานที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัวคัดสรรสิ่งที่ดี&nbsp;เพื่อลูกค้าและสังคมเป็นมิตรกับธรรมชาติ&nbsp;และสิ่งแวดล้อมสอดคล้องที่อยู่อาศัย&nbsp;อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว&nbsp;จึงเชื่อมั่นว่าสวนนงนุชพัทยา&nbsp;เป็นหนึ่งในเรื่องการจัดสวน&nbsp;และมีความชำนาญ&nbsp;จึงได้ไว้ว่างใจในการจัดสวนและออกแบบสวน&nbsp;ภายในโครงการใหม่ของปรีชา&nbsp;กรุ๊ป&nbsp;กับโครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;New&nbsp;Project&nbsp;2022&nbsp;ปรีชา&nbsp;เขาใหญ่-ปากช่อง</p><p><br></p><p><br></p><p>#สำนักข่าว&nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&nbsp;#NNT&nbsp;#ILOVETHAILAND</p><p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>","2022-03-31T00:00:00","ภาคตะวันออก","ชลบุรี","สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี","https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401000332000"],
    [839,"","",null,"","","",""],
    [840,"","",null,"","","",""],
    [841,"","",null,"","","",""],
    [842,"","",null,"","","",""],
    [843,"","",null,"","","",""],
    [844,"","",null,"","","",""],
    [845,"","",null,"","","",""],
    [846,"","",null,"","","",""],
    [847,"","",null,"","","",""],
    [848,"","",null,"","","",""],
    [849,"","",null,"","","",""],
    [850,"","",null,"","","",""],
    [851,"","",null,"","","",""],
    [852,"","",null,"","","",""],
    [853,"","",null,"","","",""]
]}
