<data xmlns:xsi="http://www.w3.org/2001/XMLSchema-instance">
<row _id="1"><NewsTitle>จิ้งหรีด แพะเนื้อ โคขุน หญ้าเนเปียร์ สินค้าที่มีอนาคต สร้างรายได้สูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางรัชนีกร&amp;nbsp;เงินแย้ม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;(สศท.4)&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต&amp;nbsp;(Future&amp;nbsp;Crop)&amp;nbsp;ที่น่าสนใจ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จิ้งหรีด&amp;nbsp;แพะเนื้อ&amp;nbsp;โคขุน&amp;nbsp;และหญ้าเนเปียร์&amp;nbsp;ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูงกว่าการผลิตข้าว&amp;nbsp;ยางพาราและมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ในพื้นที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางคือ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;มหาสารคาม&amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp;ตามแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนสินค้าเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Future&amp;nbsp;Crop&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;สามารถเลี้ยง&amp;nbsp;หรือปลูกเสริมทดแทนข้าว&amp;nbsp;ยางพาราและมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ในพื้นที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;ของพื้นที่เป้าหมายทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยหากจำแนกเป็นรายชนิด&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดจำหน่ายผลผลิตเอง&amp;nbsp;ทั้งจิ้งหรีดสดและจิ้งหรีดต้มสุก&amp;nbsp;ซึ่งจำหน่ายภายในประเทศและจำหน่ายให้กับผู้รวบรวม&amp;nbsp;หรือพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;เพื่อส่งต่อให้กับตลาด&amp;nbsp;Modern&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;และส่งออกไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะประเทศจีน&amp;nbsp;ออสเตรเลียและญี่ปุ่น&amp;nbsp;ส่วนแพะเนื้อ&amp;nbsp;เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตทั้งหมดให้แก่ผู้รวบรวม&amp;nbsp;หรือพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;ทั้งในท้องถิ่นและต่างจังหวัดที่เข้ามารับซื้อ&amp;nbsp;โดยผู้รวบรวม&amp;nbsp;หรือพ่อค้าคนกลางจะมีการจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;มาเลเซีย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;โคขุน&amp;nbsp;ปัจจุบันภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังผลิตโคขุนไม่เพียงพอต่อความต้องการรับซื้อและยังคงมีพ่อค้ารายใหม่ๆ&amp;nbsp;เข้ามาติดต่อรับซื้ออย่างต่อเนื่องและหญ้าเนเปียร์ที่&amp;nbsp;สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;อายุการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กำไรเฉลี่ยที่&amp;nbsp;33,311&amp;nbsp;บาท/ไร่&amp;nbsp;ทั้งนี้สินค้าเกษตรทางเลือกที่มีอนาคต&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิดดังกล่าว&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง&amp;nbsp;สามารถเลี้ยง&amp;nbsp;ปลูกเสริมหรือทดแทนข้าว&amp;nbsp;ยางพาราและมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ในพื้นที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;จริง&amp;nbsp;สร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301102455043</Link_News></row>
<row _id="2"><NewsTitle>เร่งกำจัดผักตบชวาขยายพันธุ์ในแม่น้ำท่าจีน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทรงศักดิ์&amp;nbsp;ทองศรี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำ&amp;nbsp;ลำคลอง&amp;nbsp;แหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ&amp;nbsp;เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญ&amp;nbsp;จึงกำชับกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;โดยให้ติดตาม&amp;nbsp;ตรวจสอบ&amp;nbsp;ดูแล&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมตัว&amp;nbsp;สร้างปัญหาการสัญจรทางน้ำ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้งรักษาคุณภาพน้ำในแม่น้ำและแหล่งน้ำให้อยู่ในค่ามาตรฐานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรพจน์&amp;nbsp;เพ็ญพาส&amp;nbsp;อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืช&amp;nbsp;โดยดูแลรับผิดชอบในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สายคือ&amp;nbsp;แม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเรือกำจัดผักตบชวาแบบสายพานลำเลียงพร้อมบีบอัด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือกำจัดผักตบชวา&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือพอนทูนบรรทุกรถขุด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่อำเภอสามพราน&amp;nbsp;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บริเวณวัดเชิงเลน&amp;nbsp;ชุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัดกัลยาณีทรงธรรม&amp;nbsp;และชุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัดทรงคนอง&amp;nbsp;ซึ่งผลปฏิบัติการระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กำจัดผักตบชวาได้ประมาณ&amp;nbsp;12,800&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ตั้งเป้าหมายกำจัดผักตบชวาที่แม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;ตั้งแต่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ถึงอำเภอกระทุ่มแบน&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและสัญจรได้อย่างปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301101910036</Link_News></row>
<row _id="3"><NewsTitle>ปภ.แม่ฮ่องสอน เตือนคุณภาพอากาศ (PM 2.5) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเรืองฤทธิ์&amp;nbsp;ผลดี&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งเตือนสาธารณภัย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;คุณภาพอากาศ&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/เชียงใหม่&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ&amp;nbsp;เชียงดาว&amp;nbsp;แม่แจ่ม)/พะเยา&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/ลำพูน&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/ลำปาง&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ&amp;nbsp;แม่เมาะ)/แพร่&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/ตาก&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ&amp;nbsp;แม่สอด)/พิษณุโลก&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/อุตรดิตถ์&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)/และสุโขทัย&amp;nbsp;(อ.เมืองฯ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อควรปฏิบัติติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อแนะนำขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อปพร.&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;เครือข่ายอาสาสมัคร&amp;nbsp;องค์กรสาธารณสุขเตรียมความพร้อมตามแผนเชิญเหตุ&amp;nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ให้กับชุมชน/หมู่บ้านทุกช่องทาง&amp;nbsp;ทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;วิทยุชุมขน&amp;nbsp;หอกระจายข่าว&amp;nbsp;หรือเสียงตามสายประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;รวมทั้งพิจารณาใช้อุปกรณ์แจ้งเตือนภัยในพื้นที่ตามสถานการณ์และความเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301104408055</Link_News></row>
<row _id="4"><NewsTitle>จิตอาสา จ.ลำปาง สานพลังบูรณาการทำแนวกันไฟรอบเขาดอยพระบาท ป้องกันไฟป่าลดปัญหามลพิษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนฤพนธ์&amp;nbsp;ทิพย์มณฑา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานองค์กรภาครัฐ&amp;nbsp;ข้าราชการ&amp;nbsp;พนักงาน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จากหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;250&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ลงพื้นที่สานพลังบูรณาการกับหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในชุมชนเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ร่วมเป็นจิตอาสาภัยพิบัติทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม&amp;nbsp;เนื่องในวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;)&amp;nbsp;คนลำปางร่วมใจ&amp;nbsp;สร้างฟ้าใส&amp;nbsp;ไร้หมอกควัน&amp;nbsp;นำอุปกรณ์และเครื่องมือครบชุด&amp;nbsp;ทำแนวกันไฟรอบบริเวณผืนป่าเขาดอยพระบาท&amp;nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&amp;nbsp;(สวนรุกขชาติพระบาท)&amp;nbsp;ตำบลพระบาท&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทำกิจกรรมครั้งนี้ได้กระจายกำลังทำแนวกันไฟขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไปตามจุดต่างๆ&amp;nbsp;ให้ยาวต่อเนื่องและเชื่อมต่อถึงกันตลอดแนวผืนป่าของสวนรุกขชาติพระบาท&amp;nbsp;รวมระยะทางกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พร้อมได้นำมาตรการกำจัดเชื้อเพลิงออกจากป่ามาใช้&amp;nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;"ชิงเก็บลดเผา"&amp;nbsp;ทั้งทำการฝังกลบเชื้อเพลิงในป่า&amp;nbsp;เพื่อให้เชื้อเพลิงได้กลายเป็นปุ๋ยสำหรับบำรุงต้นไม้&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้ทำการเก็บรวบรวมนำเอาเศษไม้&amp;nbsp;ใบไม้&amp;nbsp;และหญ้าแห้ง&amp;nbsp;มาอัดเป็นก้อนก่อนนำขนย้ายออกจากผืนป่า&amp;nbsp;โดยเชื้อเพลิงที่อัดเป็นก้อนชุมชนพื้นที่จะมีการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;หรือนำไปขายให้กับบริษัทภาคเอกชนที่มารับซื้อ&amp;nbsp;ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถูกนำกลับคืนไปใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ป่าตามชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การทำกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเชิงรุกเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควันไฟป่าของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ซึ่งทุกปีมักเกิดปัญหารุนแรงในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน&amp;nbsp;โดยการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาในปีนี้&amp;nbsp;ทางจังหวัดได้เน้นการดำเนินการแบบมีส่วนร่วมเป็นหลัก&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;คนลำปางร่วมใจ&amp;nbsp;สร้างฟ้าใส&amp;nbsp;ไร้หมอกควัน&amp;nbsp;อาศัยความร่วมมือคนในชุมชนและทุกภาคส่วนที่อยู่ในบริเวณรอบพื้นที่ป่าเข้ามาทำกิจกรรมร่วม&amp;nbsp;เพื่อสร้างจิตสำนึกรับผิดชอบให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักเห็นถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;และช่วยกันสอดส่องดูแลผืนป่าไม่ให้ถูกบุกรุกแผ้วถาง&amp;nbsp;หรือถูกเผาทำลาย&amp;nbsp;ตลอดจนการทำกิจกรรมแนวกันไฟ&amp;nbsp;อีกทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณรอบพื้นที่ป่าได้รับรู้&amp;nbsp;เข้าใจ&amp;nbsp;ตระหนักถึงปัญหา&amp;nbsp;และร่วมเป็นแกนนำในการรณรงค์ไม่ให้มีการเผาในพื้นที่ป่าในเขตชุมชน&amp;nbsp;เพื่อจะได้ลดปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟ&amp;nbsp;โดยทางจังหวัดมุ่งหวังที่จะให้การดำเนินกิจกรรมนี้เป็นต้นแบบในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301105127059</Link_News></row>
<row _id="5"><NewsTitle>กรมการค้าภายใน หารือกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ หาทางออกร่วมกัน ส่งผลดีที่สุดให้กับทุกฝ่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวถึงผู้เลี้ยงไก่หน้าฟาร์มได้ปรับราคาไข่ไก่ขึ้นแผงละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ราคาที่ขายให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยตัวเลขหารเฉลี่ยแล้วพบว่า&amp;nbsp;ไข่ไก่เบอร์&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อยู่ที่ฟองละ&amp;nbsp;3.29&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และบางห้างสรรพสินค้าราคาลดลง&amp;nbsp;ซึ่งได้กำกับราคาไว้ที่ไม่เกิน&amp;nbsp;3.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งได้พูดคุยกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ไว้แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งทราบว่าต้นทุนของผู้เลี้ยงไก่ไข่มีการปรับสูงขึ้นเป็นลำดับ&amp;nbsp;โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน&amp;nbsp;เชิญสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่มาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อส่งผลดีที่สุดให้กับทุกฝ่ายทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยง&amp;nbsp;เจ้าของฟาร์ม&amp;nbsp;ผู้รวบรวมไข่&amp;nbsp;รวมถึงผู้บริโภคให้เกิดความสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่ผู้เลี้ยงไก่ไข่ออกมาเรียกร้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอการเยียวยาช่วยเหลือเนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลสั่งให้ตรึงราคาแต่ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;จะต้องมาหารือกันก่อน&amp;nbsp;ยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปกำกับดูแลเรื่องราคาสินค้าแพงอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด&amp;nbsp;และมีการปรับราคาลงหลายรายการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะมีการลดราคาสินค้าที่ขายในห้างสรรพสินค้าหลายรายการเพื่อเป็นการชี้นำตลาดด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนผลกระทบการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สิ่งที่จะกระทบต่อประเทศไทยมากคือราคาน้ำมัน&amp;nbsp;และกระทบไปทั่วโลก&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับสินค้าต่างๆ&amp;nbsp;ที่มาจากการขนส่ง&amp;nbsp;แต่เมื่อดูสัดส่วนการส่งออกไทยไปรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;เป็นสัดส่วนที่ไม่สูงนัก&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นตลาดใหม่ของไทยที่จะต้องบุกเบิกและขยายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301105332060</Link_News></row>
<row _id="6"><NewsTitle>เกษตร จ.ลำพูนเตือนผู้ปลูกระวังเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ในมันสำปะหลัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพอากาศในช่วงนี้อากาศแห้งแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เตือนผู้ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ในระยะ&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;รับมือเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&amp;nbsp;พบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ตามส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ของมันสำปะหลัง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp;ยอด&amp;nbsp;และตา&amp;nbsp;โดยเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังดูดน้ำเลี้ยงแล้วขับถ่ายมูลของเหลวออกมา&amp;nbsp;ทำให้เกิดราดำบนใบ&amp;nbsp;มันสำปะหลังสังเคราะห์แสงได้น้อย&amp;nbsp;เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่&amp;nbsp;ลำต้นมีช่วงข้อถี่&amp;nbsp;โค้งงอ&amp;nbsp;ใบหงิกยอดแตกพุ่มหรือแห้งตาย&amp;nbsp;แนวทางป้องกัน/แก้ไข&amp;nbsp;ก่อนปลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ไถและพรวนดินหลายๆ&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังที่อยู่ในดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ใช้ท่อนพันธุ์ที่สะอาด&amp;nbsp;ปราศจากเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;แช่ท่อนพันธุ์ด้วยสารฆ่าแมลง&amp;nbsp;เป็นเวลา&amp;nbsp;5-10&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;โดยเลือกใช้สารฆ่าแมลงชนิดใดชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไทอะมีทอกแซม&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อิมิดาโคลพริด&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือไดโนทีฟูแรน&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หลังปลูก&amp;nbsp;เมื่อมันสำปะหลังอายุ&amp;nbsp;1-4&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ควรสำรวจการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถ้าพบการระบาดของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังให้ทำการ&amp;nbsp;ป้องกันกำจัด&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ถอนต้นมันสำปะหลังและเก็บทำลาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;พ่นสารฆ่าแมลงเฉพาะจุดที่พบเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง&amp;nbsp;โดยเลือกใช้สารฆ่าแมลงชนิดใดชนิดหนึ่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ไทอะมีทอกแซม&amp;nbsp;25%&amp;nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรืออิมิดาโคลพริด&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ดับเบิ้ลยูจี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือโคลไทอะนิดิน&amp;nbsp;16%&amp;nbsp;เอสจี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ไดโนทีฟูแรน&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;ดับเบิ้ลยูพี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กรัมต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือโพรไทโอฟอส&amp;nbsp;50&amp;nbsp;%&amp;nbsp;อีซี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;หรือไทอะมีทอกแซม/แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน&amp;nbsp;24.7%&amp;nbsp;แซดซี&amp;nbsp;อัตรา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มิลลิลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สวท.ลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301113445075</Link_News></row>
<row _id="7"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบน้ำท่วม 7 จังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ยังระวังฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จนเกิดน้ำท่วมขังและน้ำล้นตลิ่ง&amp;nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบน้ำท่วม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยมีฝนบางแห่งในภาคตะวันออก&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนลดลง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;39&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;58&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;40&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;30,951&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;24,709&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากเกิดความเสียหายในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;อย่างกองทัพลงพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและจุดเสี่ยงตามสถานที่ต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะเส้นทางสัญจร&amp;nbsp;พร้อมให้นำเครื่องกีดขวางและนำป้ายประกาศมาติดตั้งไว้&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301114818082</Link_News></row>
<row _id="8"><NewsTitle>อุตุฯ สุพรรณบุรี เตือนเกษตรกรระวังและป้องกันโรคราน้ำค้าง ในพืชไร่ พืชสวน และพืชผัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสมนึก&amp;nbsp;สวนดอกไม้&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระยะนี้&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า&amp;nbsp;ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น&amp;nbsp;สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลง&amp;nbsp;ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อน&amp;nbsp;โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสำหรับการเกษตรในภาคกลาง&amp;nbsp;ระยะนี้&amp;nbsp;จะมีหมอกในตอนเช้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรกรควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนขณะสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย&amp;nbsp;สำหรับรถที่ใช้งานในด้านการเกษตร&amp;nbsp;หากต้องวิ่งบนถนนหลวงตอนกลางคืนควรดูแลสัญญาณไฟหน้าและไฟท้ายให้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล&amp;nbsp;เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งระวังและป้องกันโรคราน้ำค้าง&amp;nbsp;ในพืชไร่&amp;nbsp;พืชสวน&amp;nbsp;และพืชผัก&amp;nbsp;สำหรับฝนที่ตกไม่สม่ำเสมอ&amp;nbsp;เกษตรกรควรระวังการระบาดของศัตรูพืชจำพวกหนอนในพืชไร่&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;และพืชผัก&amp;nbsp;ซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะกัดกินส่วนที่อ่อนของพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใบอ่อนและยอดอ่อน&amp;nbsp;ทำให้ต้นพืชชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;ผลผลิตลดลง&amp;nbsp;และด้อยคุณภาพได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301125204102</Link_News></row>
<row _id="9"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐาน 12 พื้นที่ ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 18 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;12&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนคลองทวีวัฒนา&amp;nbsp;เขตทวีวัฒนา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.คลองหนึ่ง&amp;nbsp;อ.คลองหลวง&amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนกาญจนาภิเษก&amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิด&amp;nbsp;ลมสงบ&amp;nbsp;และการจราจรหนาแน่น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ยกเว้นวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมเสี่ยงสูงที่ฝุ่นจะสูงขึ้นและควรเฝ้าระวังแหล่งกำเนิดในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;สูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&amp;nbsp;โดยเฉพาะวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301123651101</Link_News></row>
<row _id="10"><NewsTitle>จ.จันทบุรีเตรียมพร้อมส่งออกผลไม้ปลอดภัย ปลอดโควิด -19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.จันทบุรีประชุมเตรียมความพร้อมปฏิบัติแนวทางและมาตรการส่งออกผลไม้ปลอดภัย&amp;nbsp;ปลอดโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจผู้บริโภค&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พืชสวนพลิ้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;กำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันเชื้อโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ในโรงคัดบรรจุผลไม้&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้แทนผู้ประกอบการส่งออกผลไม้&amp;nbsp;ผู้แทนสมาคมชาวสวนผลไม้&amp;nbsp;ร่วมประชุมในห้องประชุม&amp;nbsp;และมีการประชุมผ่านทางไกล&amp;nbsp;ระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;ทูตเกษตรกรุงปักกิ่ง,ทูตเกษตรเมืองกวางโจว,ผู้แทนส่วนราชการส่วนกลางที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;โดยครั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมบูรณาการหน่วยงานและภาคเอกชนในการเตรียมความพร้อมส่งออกผลไม้ของเกษตรกรไปยังตลาดปลายทางโดยเฉพาะการส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;และการขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติแนวทาง&lt;/strong&gt;และมาตรการควบคุมกลไกการผลิตผลไม้ให้ปลอดภัย&amp;nbsp;ปลอดโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจผู้บริโภค&amp;nbsp;มีการออกมาตรการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รองรับและเป็นผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนผู้ผลิตทั้งด้านราคา&amp;nbsp;และการกระจายผลผลิตโดยจังหวัดจันทบุรีมุ่งเน้นสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคภายใต้มาตรการโควิดเป็นศูนย์&amp;nbsp;มาตรการความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทางสวนผลไม้&amp;nbsp;การเก็บผลผลิต&amp;nbsp;โรงคัดบรรจุผลไม้&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;free&amp;nbsp;setting&amp;nbsp;ขณะที่ทางรัฐบาล&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศและส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องก็เตรียมพร้อมในการกระจายผลผลิต&amp;nbsp;ผลไม้ของเกษตรกรมีการประสานงานตลาดปลายทาง&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการตลาดต่างประเทศและในประเทศเพิ่มขึ้นป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การสร้างความมั่นใจนอกเหนือจากรัฐบาล&amp;nbsp;หน่วยงานราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;เกษตรกรเองต้องรักษาคุณภาพผลผลิตของตนเองให้ได้มาตรฐานตามที่ตลาดต้องการไม่เห็นแก่ตัวเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเวลาที่เหมาะสมและยึดแนวทางตามประกาศของจังหวัดเรื่องกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนตามมาตรการในการควบคุมป้องกัน&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดในฤดูการผลิตปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ควบคู่กับมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และGMP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและรักษาชื่อเสียงของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301133507124</Link_News></row>
<row _id="11"><NewsTitle>พบคราบน้ำมันลักษณะเป็นผงสีดำโผล่หาดแม่รำพึง ชาวประมงเผยเป็นคราบน้ำมันที่ฝังใต้ผืนทราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกลุ่มประมงหาดแม่รำพึงว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบคราบน้ำมันถูกคลื่นซัดลอยมาติดชายหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;บริเวณคลองหัวรถ&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.ตะพง&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;ตรวจสอบพบ&amp;nbsp;คราบน้ำมันดังกล่าวมีลักษณะเป็นผงสีดำปนกับอยู่กับผืนทราย&amp;nbsp;พบเห็นเป็นระยะทางประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;มาเก็บกู้และนำไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวี&amp;nbsp;ศิราธารา&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.ตะพง&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมกลุ่มประมงหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ที่ไปตรวจสอบ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คราบน้ำมันที่เห็นคาดว่าน่าจะเกิดจากการขจัดคราบน้ำมันคราวที่ขึ้นบริเวณดังกล่าวในครัังแรก&amp;nbsp;ซึ่งฝังอยู่ในผืนทราย&amp;nbsp;ซึ่งมีการใช้สารเคมีกำจัดย่อยสลาย&amp;nbsp;เมื่อถูกคลื่นลมช่วงมรสุมจะพบว่าคราบน้ำมันที่เป็นลักษณะผงฝุ่นสีดำที่อยู่ใต้ผืนทรายในทะเลจะถูกพัดขึ้นมาให้เห็นดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งจากการขุดทรายบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;พบว่าคราบน้ำมันอยู่ใต้ผืนทรายถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนี้ยังพบเห็นส่วนน้อย&amp;nbsp;แต่คาดว่าในช่วงมรสุมประมาณเดือนพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;จะพบเห็นคราบน้ำมันดังกล่าวถูกพัดลอยมาติดชายหาดมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งในส่วนที่มีการใช้สารเคมีกำจัดกลางทะเล&amp;nbsp;ก็จะถูกพัดเข้าฝั่งจะมีลักษณะทาร์บอลหนาแน่นให้เห็นจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134014131</Link_News></row>
<row _id="12"><NewsTitle>เกษตรอำเภอกันตัง  จังหวัดตรังเยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกันตังใต้ ตำบลกันตังใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวสุคน&amp;nbsp;ศรีเกตุ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นางเย็นจิตร์&amp;nbsp;แซ่เลี้ยว&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลกันตังใต้&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มส่งเสริมอาชีพกันตังใต้&amp;nbsp;ตำบลกันตังใต้&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มมีกิจกรรมการทำปลาเค็มแดดเดียว&amp;nbsp;และปลูกผักสวนครัว&lt;/strong&gt;เพื่อบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;และจำหน่ายโดยได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตการปลูกผักในโรงเรือน&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยมีการแนะนำให้ทำปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ที่หาได้ในชุมชน&amp;nbsp;การทำน้ำหมัก&amp;nbsp;การทำจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;การใช้น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง&amp;nbsp;การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าป้องกันโรคพืช&amp;nbsp;ติดต่อสอบถามข้อมูลการทำเกษตรและซื้อสินค้าของกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกันตังใต้&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;090&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5918533&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301134602136</Link_News></row>
<row _id="13"><NewsTitle>จังหวัดตรัง จัดเวทีที่ 1 กิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อสร้างรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพในกลุ่มเกษตรสูงวัย กลุ่มผู้สูงอายุบ้านหนองชุมแสง อำเภอย่านตาขาว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางสาวเกศรินทร์&amp;nbsp;สุวรรณวัฒน์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นางประภา&amp;nbsp;ว่องทั่ง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จัดเวทีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการรวมกลุ่มเพื่อสร้างรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพในกลุ่มเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีกิจกรรม&amp;nbsp;ส่งเสริมการร่วมกลุ่มโดยมีการร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดตั้งกองทุนกลุ่มแม่บ้านฯ&amp;nbsp;และการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;และการจัดทำแผนเพื่อสร้างรายได้เสริมในกลุ่มเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการก้าวสู่สังคมเกษตรสูงอายุ&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านเคหกิจเกษตรในครัวเรือนเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมเกษตรสูงวัย&amp;nbsp;และเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรสูงวัยในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา&amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135044140</Link_News></row>
<row _id="14"><NewsTitle>เกษตรนาโยง จังหวัดตรัง นำสมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน ศึกษาดูงาน ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม จังหวัดนครศรีธรรมราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสุมาลี&amp;nbsp;เสมอเชื้อ&amp;nbsp;นางจรัสศรี&amp;nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&amp;nbsp;และน.ส.นงลักษณ์&amp;nbsp;เงารัตนพันธิกุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;นำสมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&amp;nbsp;ศึกษาดูงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลกะปาง&amp;nbsp;อำเภอทุ่งสง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคูกิจกรรมย่อยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกรเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;การรวมกลุ่ม&amp;nbsp;กิจกรรมย่อยที่&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;ฝึกอบรมและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ในการดูงาน&amp;nbsp;เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาบริหารจัดการ&lt;/strong&gt;กลุ่มเพื่อให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวางแผนด้านการตลาด&amp;nbsp;โดยมีนางพวงน้อย&amp;nbsp;พิพัฒน์ผล&amp;nbsp;(ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม)&amp;nbsp;พร้อมสมาชิกฯ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พาชมระบบนิเวศน์ป่าสาคูเชิงอนุรักษ์&amp;nbsp;และชมผลิตภัณฑ์จากต้นสาคูแท้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แป้งสาคูแบบผง&amp;nbsp;แบบเม็ด&amp;nbsp;และผู้ศึกษาดูงานร่วมผลิตแป้งสาคูเป็นเส้นสาคูด้วยเครื่องแบบหมุนมือ&amp;nbsp;และทำขนมชนิดต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทองม้วน&amp;nbsp;สาคูเปียก&amp;nbsp;ขนมกวน&amp;nbsp;ลอดช่อง&amp;nbsp;เซ็ตสาคูน้ำกะทิสำเร็จรูปสำหรับเป็นของฝาก&amp;nbsp;ช่องทางตลาดขายผ่านเฟสบุ๊ค&amp;nbsp;"พวงน้อย&amp;nbsp;พิพัฒน์ผล"&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;รศ.พนม&amp;nbsp;อินทฤทธิ์&amp;nbsp;(อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์&lt;/strong&gt;และเทคโนโลยี&amp;nbsp;มทร.ศรีวิชัย&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช)&amp;nbsp;ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องผลิตเม็ดแป้งสาคูให้ทางวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และแปรรูปสาคูบ้านกะโสม&amp;nbsp;ร่วมพบปะพูดคุย&amp;nbsp;ให้คำปรึกษาแก่ผู้ศึกษาดูงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;เดินทางไปยังศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของนายพยนต์&amp;nbsp;จันทรมาศ&amp;nbsp;เกษตรกรหมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลกะปาง&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทำเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;จนประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นำโดยนางอุไร&amp;nbsp;แสงภักดี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมติดตามและสังเกตการณ์ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135232142</Link_News></row>
<row _id="15"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองตรัง ส่งเสริมการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในทุเรียน และผักฯ เพื่อป้องกันโรครากเน่าในทุเรียนและโรคกุ้งแห้งในพริก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาววรรณธิดา&amp;nbsp;เบญจกุล&amp;nbsp;นางวิภารัตน์&amp;nbsp;มาลัยเล็ก&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางสาวปรัศนีย์&amp;nbsp;รัตนพงศ์มณี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาธิตการทำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าและร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.บ้านโพธิ์&amp;nbsp;อ.เมืองตรัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ร่วมผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า&amp;nbsp;และแนะนำการใช้เชื้อราฯ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันโรครากเน่าในทุเรียนและโรคกุ้งแห้งในพริกที่เกิดจากเชื้อแอคแทรกโนส&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;เป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาศัยเศษซากพืช&amp;nbsp;ซากสัตว์และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp;เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อราหลายชนิด&amp;nbsp;สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;nbsp;โคนิเดีย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สปอร์&amp;nbsp;จำนวนมากรวมเป็นกลุ่มหนาแน่นจนเห็นเป็นสีเขียว&amp;nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นศัตรู&amp;nbsp;(ปฏิปักษ์)&amp;nbsp;ต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียน&amp;nbsp;หรือเป็นปรสิต&amp;nbsp;และแข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ&amp;nbsp;นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลิตปฏิชีวนสาร&amp;nbsp;และสารพิษ&amp;nbsp;ตลอดจนน้ำย่อยหรือเอนไซม์สำหรับช่วยละลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคพืช&amp;nbsp;คุณสมบัติพิเศษของเชื้อราไตรโคเดอร์มาคือ&amp;nbsp;สามารถช่วยละลายแร่ธาตุให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช&amp;nbsp;จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุโรค&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135346143</Link_News></row>
<row _id="16"><NewsTitle>อำเภอกันตัง   จังหวัดตรัง จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย ศพก.และแปลงใหญ่ ครั้งที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางบุญญาพร&amp;nbsp;กายเพ็ชร&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นายสมุห์ภัทร์&amp;nbsp;สังข์ไชย&amp;nbsp;และนางสาวอมรรัตน์&amp;nbsp;ชูเมฆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่าย&amp;nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศพก.เครือข่ายฯ&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ตำบลบางหมาก&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายสมบูรณ์&amp;nbsp;ไชยกุล&amp;nbsp;ประธานเครือข่ายแปลงใหญ่ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ทำหน้าที่ประธานการประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ประกอบด้วยคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทยสาขากันตัง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มีการประชุมหารือการดำเนินงานขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และงานอื่นๆ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.แนวทางการรายงานผลการดำเนินงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านจะต้องรายงานผลทุกวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของเดือนถัดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.การปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.การดำเนินงานตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้งานโครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.โครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอผลการดำเนินงานและแผนการดำเนินงานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.รายงานผลการดำเนินงานของแปลงใหญ่ฯจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;แปลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของแต่ละชนิดสินค้าเพื่อการปรับปรุงและหา&amp;nbsp;แนวทางการพัฒนาที่ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการศึกษาดูงานเรื่องการทำน้ำตาลจาก&amp;nbsp;ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135542145</Link_News></row>
<row _id="17"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอในการพัฒนาด้านการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชยันต์&amp;nbsp;ศิริมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีเปิดการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&amp;nbsp;(District&amp;nbsp;workshop&amp;nbsp;:&amp;nbsp;DW)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2665&amp;nbsp;โดยมีนายเศรณี&amp;nbsp;อนิลบล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;กล่าวรายงานฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;รับมอบนโยบายแนวทางการพัฒนาการเกษตรของจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;และกลุ่มอารักขาพืชและกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;และฝ่ายบริหารทั่วไป&amp;nbsp;และสรุปผลการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทุกระดับ&amp;nbsp;มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พัฒนาการดำเนินงาน&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถและมีความพร้อมในการให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกร&amp;nbsp;และสร้างความเข้มแข็งความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย&amp;nbsp;พัฒนาด้านการเกษตร&amp;nbsp;และการขยายผลงานวิชาการด้วยงานส่งเสริมการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบประกาศเกียรติคุณการคัดเลือกผลงานเกษตรกรบุคคลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครสวรรค์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301142730171</Link_News></row>
<row _id="18"><NewsTitle>อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคู พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกรเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสุมาลี&amp;nbsp;เสมอเชื้อ&amp;nbsp;และนางจรัสศรี&amp;nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;จัดอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากและสาคู&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้กำหนดกิจกรรมย่อยที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พัฒนาความรู้และศักยภาพของเกษตรกร&lt;/strong&gt;เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;การรวมกลุ่ม&amp;nbsp;กิจกรรมย่อยที่&amp;nbsp;2.1&amp;nbsp;ฝึกอบรมและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขัน&amp;nbsp;โดยอบรมฝึกปฏิบัติการทำข้าวเกรียบจากแป้งสาคู&amp;nbsp;และการทำขนมทองม้วนจากแป้งสาคู&amp;nbsp;วิทยากรโดย&amp;nbsp;นางณัฐยมน&amp;nbsp;พุฒนวล&amp;nbsp;(ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาเมร่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง)&amp;nbsp;ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ร่วมสังเกตการณ์ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135616146</Link_News></row>
<row _id="19"><NewsTitle>เกษตรอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ปล่อยแตนเบียนควบคุมแมลงดำหนามสวนมะพร้าว ในพื้นที่ตำบลโคกสะบ้า ตำบลนาโยงเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;เซ่งเซี่ยง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางจรัสศรี&amp;nbsp;แก้วนิลประเสริฐ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;,11&amp;nbsp;ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;และหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;นำแตนเบียนอะซีโคเดส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;55&amp;nbsp;มัมมี่&amp;nbsp;สนับสนุนโดยศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช&amp;nbsp;จ.สงขลา&amp;nbsp;(ศทอ.&amp;nbsp;สงขลา)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยประสานผ่านกลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำไปปล่อยในสวนมะพร้าว&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อควบคุมแมลงดำหนามที่กำลังระบาดในสวนมะพร้าว&amp;nbsp;ของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลโคกสะบ้า&amp;nbsp;และตำบลนาโยงเหนือ&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;แตนเบียนอะซีโคเดส&amp;nbsp;เป็นแมลงที่มีประโยชน์ช่วยทำลาย&amp;nbsp;"แมลงดำหนาม"&amp;nbsp;ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะยอดที่ยังไม่คลี่&amp;nbsp;ทำให้ยอดอ่อนของมะพร้าวชะงักการเจริญเติบโต&amp;nbsp;หากต้นมะพร้าวถูกทำลายรุนแรงติดต่อกัน&amp;nbsp;ทำให้ทางใบที่ถูกทำลายแห้งกลายเป็นสีน้ำตาล&amp;nbsp;มองเห็นเป็นสีขาวโพลนชัดเจน&amp;nbsp;หรือที่ชาวสวนมะพร้าวมักเรียกว่า&amp;nbsp;"โรคหัวหงอก"&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากพบการเข้าทำลายให้รีบแจ้งอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน(อกม.)&amp;nbsp;หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยงหรืออำเภอใกล้เคียงทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135707147</Link_News></row>
<row _id="20"><NewsTitle>จังหวัดตรัง จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตร โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีเกษตร&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมย่อยการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรด้านการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&lt;/strong&gt;เชิงเกษตรหรือแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวตามวิถีชีวิตใหม่&amp;nbsp;(New&amp;nbsp;Normal)&amp;nbsp;มีเป้าหมายเป็นคณะกรรมการและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรคลองลำพูลุ่มแม่น้ำตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ดำเนินการพัฒนาศักยภาพสมาชิกวิสาหกิจชุมชนในด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย&amp;nbsp;ด้านการผลิตสินค้าและบริการแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยมีการบูรณาการงานร่วมกับท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลบางหมาก&amp;nbsp;ในการให้ความรู้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางเพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และร่วมกันจะทำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่สามารถส่งต่อนักท่องเที่ยวได้&amp;nbsp;รวมถึงสำรวจความต้องการการรับการสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้ได้มาตรฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301135819149</Link_News></row>
<row _id="21"><NewsTitle>จังหวัดตรัง  จัดเวทีชุมชนพัฒนากลุ่มเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรังเป็นประธานในการจัดเวทีชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มอบหมายนางอุไร&amp;nbsp;แสงภักดี&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตจัดเวทีชุมชน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวเบายอดม่วงเพื่อรองรับการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การพัฒนากลุ่ม/เครือข่ายโดยส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มและจัดทำแผนพัฒนากลุ่ม&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;151&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยมีกำหนดจัดเวทีจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;รุ่นที่3&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ตำบลนาวง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลนาวง&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการให้ความรู้แก่เกษตรกรโดยวิทยากร&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.การพัฒนาพันธุ์ข้าวเบายอดม่วงเพื่อรับรองการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายเอกราช&amp;nbsp;แก้วนางโอ&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง&amp;nbsp;และได้ให้ข้อมูลจุดเด่นด้านโภชนาการของข้าวเบายอดม่วงคือมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและสารต้านมะเร็งสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.การขับเคลื่อนแผนพัฒนาข้าวเบายอดม่วงตามโมเดลเศรษฐกิจแบบแบบใหม่หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยนางสาวเกวลี&amp;nbsp;ปานดำ&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำนาและการแปรรูปข้าวเบายอดม่วงของเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นางพรรณี&amp;nbsp;คงเอียด&amp;nbsp;นางกมลศรี&amp;nbsp;พลบุญ&amp;nbsp;และนายสมพล&amp;nbsp;รอดทุกข์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีนางสาวนนิดา&amp;nbsp;คุปต์กาญจนากุล&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ดำเนินการเป็นพิธีกรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;รวมทั้งจัดเวทีชุมชนหาความต้องการในการจัดทำบรรจุภัณฑ์ข้าวเบายอดม่วงและการสร้างแบรนด์ของกลุ่ม&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;และมีการประเมินผลการอบรมโครงการฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140017151</Link_News></row>
<row _id="22"><NewsTitle>สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันตรงหาดแม่รำพึงบริเวณคลองหัวรถไปจนถึงก้นอ่าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องหลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;ด้วยการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;9.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และสุ่มสำรวจก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตรงสะพานท่าเรือตะพง&amp;nbsp;คลองหัวรถ&amp;nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&amp;nbsp;และก้นอ่าว&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมันบนชายหาด&amp;nbsp;ส่วนการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&amp;nbsp;หาดแสงจันทร์&amp;nbsp;อ่าวบ้านเพ&amp;nbsp;และหาดสวนสน&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมันบนชายหาด&amp;nbsp;เช่นเดียวกับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;พบทุกจุดอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เพื่อการนันทนาการ&amp;nbsp;พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณคลองหัวรถ&amp;nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&amp;nbsp;และก้นอ่าวหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ได้ส่งชุดปฏิบัติการทางบกเดินสำรวจชายหาดติดตามเส้นทางการแพร่กระจายน้ำมันรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หาดแม่รำพึงตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&amp;nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ถึงบ้านก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยบริเวณห่างจากหินขาวหินดำบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&amp;nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;(ทอ.)&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;และบ้านเพถึงท่าเรือแกลง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;แต่ยังพบคราบสีดำคล้ายถ่านระยะทาง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณปากคลองตากวน&amp;nbsp;ต.เนินพระ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301132907117</Link_News></row>
<row _id="23"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยทั้ง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือสัปดาห์นี้มีตัวเลขคาดการณ์เพิ่มขึ้นทุกจังหวัด&amp;nbsp;หรือประมาณร้อยละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ของพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าจากสัปดาห์ก่อน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&amp;nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140636157</Link_News></row>
<row _id="24"><NewsTitle>สระแก้วออกให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ช่วยเกษตรกรแก้ไขปัญหาด้านเการเกษตรแบบครบวงจร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารที่ทำการฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำพระปรง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลช่องกุ่ม&amp;nbsp;อำเภอวัฒนานคร&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารี&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมกันปล่อยสัตว์น้ำและร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับการบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&amp;nbsp;ทั้งการวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;การวินิจฉัย&amp;nbsp;โรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์และการให้วัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้เกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจัก&amp;nbsp;สารการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุชีวิน&amp;nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301140306153</Link_News></row>
<row _id="25"><NewsTitle>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงพลังงาน ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล เขื่อนศรีนครินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ศูนย์ศึกษาและพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&amp;nbsp;อำเภอศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;นายพัฒนา&amp;nbsp;แสงศรีโรจน์&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรม&amp;nbsp;"เกี่ยวข้าวในนา&amp;nbsp;จับปลาในบ่อ&amp;nbsp;สานต่องานพ่อหลวง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2"&amp;nbsp;และติดตามผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุชีพ&amp;nbsp;มีถม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์&amp;nbsp;นางสาวสมจิตต์&amp;nbsp;น้ำค้าง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขื่อนศรีนครินทร์&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพัฒนา&amp;nbsp;แสงศรีโรจน์&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเดินทางมาในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อมาดูความก้าวหน้าโครงการสร้างศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจาก&amp;nbsp;การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เป็นเครื่องมือในการนำทางให้กับชุมชนที่อยู่บริเวณรอบ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เขื่อน&amp;nbsp;โรงไฟฟ้า&amp;nbsp;หรือสถานที่ของ&amp;nbsp;กฟผ.&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ทราบข้อมูลจากผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เขื่อนศรีนครินทร์&amp;nbsp;ได้มีการจัดอบรมประชาชนทุกอำเภอในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เป็นจำนวนกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;สำหรับศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;มีทั้งหมด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ซึ่งจัดตั้งโครงการฯ&amp;nbsp;ดังกล่าวขึ้นมา&amp;nbsp;ในปีบรมราชาภิเษก&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จึงได้จัดตั้งขึ้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เขื่อนพระนาม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรงไฟฟ้า&amp;nbsp;มุ่งหวังว่า&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ฯ&amp;nbsp;จะช่วยทำให้ชุมชนที่อยู่รอบๆ&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง&amp;nbsp;และเป็นภูมิคุ้มกันแผ่นดินไทยให้ปลอดภัย&amp;nbsp;มีพอเพียงในเชิงของปัจจัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณัฏฐภัส&amp;nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สวท.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สวท.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301145015182</Link_News></row>
<row _id="26"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า700จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;ก.พ.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;742&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&amp;nbsp;186&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;220&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;197&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;159&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;91&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;225&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;79&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และขอนแก่น&amp;nbsp;48&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนมีการกระจายตัวเพิ่มมากขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันตก&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;ผสมกับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลให้วันนี้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดอำนาจเจริญมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;7,490&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;6,695&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;4,377&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;3,158&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&amp;nbsp;1,509&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;989&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143311175</Link_News></row>
<row _id="27"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อนสะสม (1ม.ค-28 ก.พ 65) 804 จุด เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ ลด pm 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เมื่อวานนี้)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;804&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;291&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;548&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;137&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&amp;nbsp;และท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่เขตชุมชน&amp;nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอนจ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พบจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;(1ม.ค-28&amp;nbsp;ก.พ&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;804&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ&amp;nbsp;ลด&amp;nbsp;pm&amp;nbsp;2.5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เมื่อวานนี้)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;804&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;291&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;548&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;137&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;91&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&amp;nbsp;และท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่เขตชุมชน&amp;nbsp;อ.เมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301143428176</Link_News></row>
<row _id="28"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่ความรู้ด้านการป้องกันโรค การจัดการฟาร์ม และมอบเวชภัณฑ์ แก่แก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สพ.ญ.ศรีสมัย&amp;nbsp;โชติวนิช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;ติดตามโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาไม่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพปศุสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่มได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านโสกเชือก&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.โนนกอก&amp;nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ้มเลี้ยงโคบ้านสระ&amp;nbsp;ม.10&amp;nbsp;ต.โนนกอก&amp;nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านหนองคู&amp;nbsp;ม.7&amp;nbsp;ต.สระโพนทอง&amp;nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงโคบ้านตลาด&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ม.15&amp;nbsp;ต.บ้านหัน&amp;nbsp;อ.เกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;จำนวนสมาชิก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อตรวจติดตาม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ของสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบเวชภัณฑ์ให้สมาชิกในกลุ่มทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ให้มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอคอนสาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.ฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;ใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่ฟาร์มแพะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2.ฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;(ต่ออายุ)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.ฟาร์มสุกรจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;2.ฟาร์มโคเนื้อจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;และ3.ฟาร์มไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ความรู้แก่เกษตรกรในด้านการป้องกันโรค&amp;nbsp;การจัดการฟาร์ม&amp;nbsp;และมอบเวชภัณฑ์ให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301155650215</Link_News></row>
<row _id="29"><NewsTitle>จ.สมุทรปราการ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดบัวโรย&amp;nbsp;ตำบลบางเสาธง&amp;nbsp;อำเภอบางเสาธง&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายมนตรี&amp;nbsp;เรืองพันธ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;นายธรา&amp;nbsp;สุโพธิ์เงิน&amp;nbsp;นายอำเภอบางเสาธง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และประชาชนเข้าร่วมดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;โดยในวันนี้มีบุคคลเป้าหมายที่จะให้บริการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;รวมประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;การสาธิตของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;การให้บริการด้านสุขภาพและการให้บริการของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301145702185</Link_News></row>
<row _id="30"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ประธานเปิดการสัมมนาสร้างความตระหนักรู้การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดการสัมมนาสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;พีช&amp;nbsp;ลากูน่า&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์สปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมีผู้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการประมง&amp;nbsp;เข้าร่วมสัมมนา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;การจัดสัมมนาฯในครังนี้&amp;nbsp;เพื่อสตร้างความตระหนักรู้ความสำคัญของผลประโยชน์ของชาติทางทะเล&amp;nbsp;สิทธิอธิปไตย&amp;nbsp;เขตอำนาจและสิทธิในการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรในเขตทะเลด้านการประมง&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาในการสัมมนาประกอบด้วย&amp;nbsp;ปัญหาการทำประมงในพื้นที่เขตทางทะเลจังหวัดกระบี่ที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,&amp;nbsp;การทำประมงพื้นบ้านชายฝั่งและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล,&amp;nbsp;ปัญหาการทำประมงในพื้นที่เขตทางทะเลจังหวัดกระบี่กับการปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์ป้องกันปราบปรามประมงทะเลกระบี่และแนวทางแก้ไข,&amp;nbsp;การทำประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดสัมมนาฯในวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนได้มีส่วนร่วมในการปกป้องและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่กระบี่&amp;nbsp;และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ&amp;nbsp;รวมถึงการแสวงหาผลประโยชน์จากทะเลอย่างสมดุล&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถใช้ทะเลได้อย่างยั่งยืนตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายปริญญา&amp;nbsp;งอสอน/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301161445233</Link_News></row>
<row _id="31"><NewsTitle>จังหวัดตรัง   ประชุมพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพบูลย์&amp;nbsp;โอมาก&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพระยารัษฎา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;พร้อมทั้งทบทวน&amp;nbsp;สรุปและถอดบทเรียนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อนำปัญหาอุปสรรคมาปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินงานในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้มีมาตรการป้องกันและแผนการดำเนินการระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะดำเนินงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลโดยการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่&amp;nbsp;ถือเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301164501259</Link_News></row>
<row _id="32"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อนในวันที่ 2 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ออกประกาศเรื่องการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเทศไทยจะสิ้นสุดฤดูหนาวและเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูร้อน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อน&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;&amp;nbsp;องศาเซลเชียสขึ้นไป&amp;nbsp;ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ้ายใต้พัดปกคลุมแทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ลักษณะอากาศในช่วงต้นฤดูร้อนนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะแปรปรวนและมีฝนตกเป็นระยะๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเข้าต่อไปอีกระยะหนึ่งและคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194748343</Link_News></row>
<row _id="33"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือปัญหาปุ๋ยราคาแพง ผลมาจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้แจ้งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีทราบว่า&amp;nbsp;จากติดตามปัญหาปุ๋ยราคาแพง&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;กระทบกับต้นทุนการผลิตและการขนส่ง&amp;nbsp;โดยได้สั่งการให้การอุดมศึกษาไทย&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ช่วยกันบูรณาการทั้งระบบวัตถุดิบ&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยเหลือบรรเทาราคา&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อที่จะต่อยอดกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังติดตามการส่งเสริม&amp;nbsp;soft&amp;nbsp;power&amp;nbsp;ของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การส่งเสริมมวยไทยให้บรรจุในกีฬาสากลในอนาคต&amp;nbsp;โดยมีการส่งเสริมอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เสนอแนวคิดให้บรรจุเป็นวิชาเลือกในหลักสูตรการเรียนการสอน&amp;nbsp;รวมทั้งจัดฝึกอบรม&amp;nbsp;หรือจัดเป็นหลักสูตรเฉพาะกรรมการมวย&amp;nbsp;โดยกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;รับเป็นผู้ประสานงานในการเผยแพร่&amp;nbsp;และสร้างความเข้าใจกับนานาชาติในการส่งเสริมกีฬามวยไทยต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194143329</Link_News></row>
<row _id="34"><NewsTitle>ส.สัตวแพทย์ฯ ย้ำไก่ไทยได้มาตรฐานโลก ไม่มีฮอร์โมนเร่งโต ทานได้ปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;น.สพ.สุเมธ ทรัพย์ชูกุล นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสัตว์ปีกและเลขาธิการสัตวแพทยสภา กล่าวว่า ประเทศไทยมีมาตรฐานการเลี้ยงไก่ระดับโลก และเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับ 4 ของโลก ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อไทยไม่มีการใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต และมีพัฒนาการด้านคุณภาพ มาตรฐาน ระบบการเลี้ยง ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยให้ไก่เติบโตได้ดี มีสุขภาพแข็งแรง มาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไทย มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ปรับปรุงพันธุ์ไก่ให้เป็นสายพันธุ์ที่โตเร็ว มีความต้านทานต่อโรค มีเทคโนโลยีการป้องกันโรคที่ดี เลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดที่ทันสมัย มีการจัดทำฟาร์มมาตรฐาน GAP รวมทั้งเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่มีสารอาหารเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยของไก่ ทำให้ไก่มีสุขภาพดีและเติบโตได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องเสริมสารเร่งโตและยาปฏิชีวนะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฎหมายประกาศยกเลิกและควบคุมการใช้ฮอร์โมนในไก่อย่างเคร่งครัดมาเป็นเวลากว่า 36 ปีแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศเพิกถอนทะเบียนยาฮอร์โมนชื่อ Hexoestrol ซึ่งเป็นฮอร์โมนตระกูล estrogen ที่ใช้ในสัตว์ปีก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ซึ่งหากมีการลักลอบใช้ ถือว่ามีความผิดและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;น.สพ.สุเมธฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฟาร์มมาตรฐาน GAP ทุกฟาร์มต้องมีสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มในการควบคุมกำกับดูแลในการตรวจสอบทั้งด้านสุขภาพสัตว์ ควบคุมการใช้ยา สารเคมีและการจัดการด้านอื่น ๆ ในฟาร์มด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการใช้ฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะอย่างผิดวัตถุประสงค์ เพื่อเร่งการเจริญเติบโตในการเลี้ยงไก่ไทยแน่นอน 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ในประเทศไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ มีการเลี้ยงไก่ในโรงเรือนระบบปิดเพื่อป้องกันโรค มีการควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม นำคอมพิวเตอร์มาควบคุมในการเลี้ยงไก่ที่สามารถตรวจเช็คได้ตลอด 24 ชม. ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการลดการสัมผัสของคนและสัตว์ รวมถึงการปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนในกระบวนการผลิตของโรงงานจะมีระบบ GMP HACCP และจะมีระบบการตรวจรับรองคุณภาพต่างๆ ทั้งด้านกายภาพ เช่น ลักษณะเนื้อไก่ คุณภาพ สี ด้านเคมี จะมีการตรวจสารเคมีตกค้าง ด้านจุลชีววิทยา จะมีการตรวจเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ก่อนจำหน่ายออกไป ซึ่งกำกับดูแลโดยกรมปศุสัตว์ นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานการส่งออก ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของโลก ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ไก่ไทยจะมีสารตกค้าง หรือมีสารพิษสะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรณีที่กระทรวงดิจิทัลเผยแพร่ว่า กินคอไก่ ปีกไก่ หัวไก่ จะมีสารพิษสะสม โดยอ้าง "คอไก่" เป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆ รวมถึงมีการฉีดฮอร์โมนที่บริเวณปีกถึง 4 ครั้ง เพื่อเร่งการเติบโต ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น ขอให้กระทรวงดิจิทัลแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง และยกเลิกข้อมูลเท็จดังกล่าวทันที เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดของประชาชน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182418288</Link_News></row>
<row _id="35"><NewsTitle>รัสเซียรบยูเครนทำวัตถุดิบป่วน ดันต้นทุนเกษตรกรพุ่ง แนะรัฐปล่อยตามกลไกตลาด ต่อลมหายใจคนเลี้ยง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;เจ้ากระทรวงพาณิชย์ยอมรับว่าเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันไปทั่วโลก และอาจมีสินค้าบางรายการปรับราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดา เพราะแนวโน้มสินค้านั้นควรจะปรับตัวขึ้นไปแล้ว ตามภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกตัวที่ปรับราคาไปแล้ว 40-50% อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ราคาปรับจากกิโลกรัมละ 10.50&amp;nbsp;บาท เป็น&amp;nbsp;11.45 บาท ส่วนราคาข้าวสาลีนำเข้าปรับจากกิโลกรัมละ 8.91 บาท เป็น 12.75 บาท และกากถั่วเหลืองจากเมล็ดนำเข้าจากกิโลกรัมละ 22.50 บาท เป็น 19.50 บาท ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และมีแนวโน้มราคาปรับสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อีก&amp;nbsp;หากการสู้รบของรัสเซียและยูเครนยังคงยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกธัญพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก มีปริมาณการส่งออกข้าวสาลี และส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รวมกันราว 29% และ19%&amp;nbsp;ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วันนี้ผู้นำเข้าและผู้บริโภคปลายทางกำลังวิตก ว่าซัพพลายธัญพืชจะเกิดภาวะชะงักงันจากสงครามยูเครน เพราะต่อให้สงครามยุติตอนนี้ก็ตาม แต่การส่งออกในยูเครนก็ต้องใช้เวลามากถึง 45-60 วัน กว่าจะกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง แน่นอนว่าต้องกระทบกับการส่งออกสินค้าธัญพืชสำคัญอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่สำคัญวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับราคาขึ้นเช่นนี้ กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นับตั้งแต่ห่วงโซ่แรกของการผลิตอย่างภาคผู้ผลิตอาหารสัตว์ ที่ต้องเจอกับปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีความต้องการใช้สูงถึง 7.98 ตัน แต่ขณะนี้ในประเทศไม่มีผลผลิตข้าวโพดแล้ว ผู้ประกอบการขาดแคลนผลผลิตถึง 3.18 ล้านตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ซ้ำยังติดประเด็นมาตรการรัฐ 3:1 ต้องซื้อผลผลิตข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน แต่เมื่อไม่มีข้าวโพดในประเทศให้ซื้อก็ไม่สามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ ขณะเดียวกัน การซื้อกากถั่วเหลืองยังมีภาษีนำเข้าอีก 2% ซ้ำเติมภาระต้นทุน เพราะต้องสั่งซื้อมาทดแทนปริมาณผลผลิตตัวอื่นที่ขาดแคลน ภาระที่หนักอึ้งเช่นนี้ทำให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์หลายแห่ง จำเป็นต้องทยอยลดกำลังการผลิตลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาที่ตามมาเป็นลูกโซ่ตกอยู่กับฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ที่มีแนวโน้มขาดแคลนอาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์ หากโรงงานต้องลดการผลิตลงเช่นนี้ และยังต้องเผชิญหน้ากับภาวะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่จำเป็นต้องปรับสูงขึ้นอย่างยากจะหลีกเลี่ยง และเกษตรกรยังต้องเน้นการป้องกันโรคสัตว์และโรคคนอย่างเข้มงวด ด้วยการยกระดับระบบป้องกันโรค Biosecurity ที่กลายเป็นต้นทุนแฝงในการเลี้ยงที่จำเป็นต้องแบกรับ รวมถึงปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนอาจทำให้เกษตรกรที่สายป่านทางการเงินไม่ยาวนัก จำต้องหยุดระบบการผลิตไปอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังเช่นภาคผู้เลี้ยงไก่ที่เริ่มวิตกกังวล ทำให้หลายคนเริ่มจะพักการเลี้ยงไว้ก่อนแล้ว ดีกว่าต้องมาเสี่ยงแบกรับภาระขาดทุนสูง และเสี่ยงต่อภาวะไม่มีอาหารสัตว์เลี้ยงไก่ รวมทั้งยังต้องทำตามมาตรการรัฐด้วยการตรึงราคาไก่หน้าฟาร์มไว้ ไม่สามารถขายได้ตามต้นทุนที่แท้จริง หากราคาวัตถุดิบยังคงสูงต่อไป เกษตรกรไม่มีทางอยู่รอดได้ ที่สุดแล้วผลพวงสุดท้ายจะตกกับผู้บริโภคที่อาจต้องขาดแคลนเนื้อสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้นภาครัฐต้องหันกลับมามองปัญหาที่แท้จริง เร่งแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงเกินไป ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่จะสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ต่อไป ไม่ใช้วิธีตรึงราคา แต่ต้องปล่อยให้ราคาสินค้าปศุสัตว์เป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งเรื่องนี้มีผลสำเร็จให้เห็นแล้วจากราคาหมูที่ลดลงจากกลไกตลาดที่ทำงานอย่างเสรีโดยไม่มีการควบคุม ทำให้เกษตรกรได้เดินหน้าอาชีพช่วยต่อลมหายใจคนเลี้ยง เพื่อไม่ต้องให้คนทั้งประเทศต้องเสี่ยงกับความมั่นคงทางอาหารที่อาจสั่นคลอนได้./&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เรื่องโดย กันยาพร สดสาย นักวิชาการด้านปศุสัตว์&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182443289</Link_News></row>
<row _id="36"><NewsTitle>กลไกตลาดเสรี ปล่อยวางราคาสินค้าตามต้นทุน ทางรอดเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สถานการณ์วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน กลายเป็นชนวนที่สร้างความสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิดของหลายประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสิ่งที่ได้รับผลกระทบที่เห็นกันชัดๆ อาทิ ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงทันที รวมถึงราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นเกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาเรล ตลอดจนอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้ปลูกพืชรายใหญ่ของโลก ทั้งข้าวสาลี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จะเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาอาหารโลกสูงขึ้นด้วย&amp;nbsp;โดยการส่งออกข้าวสาลีของทั้งสองประเทศรวมกันคิดเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีอันดับสามของโลก มีสัดส่วนที่ร้อยละ 29 ของการส่งออกข้าวสาลีทั่วโลก และมีสัดส่วนการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ร้อยละ 19 ของตลาดโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลของสงครามส่งผลให้ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีราคาเพิ่มขึ้นแล้ว 15 %&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ขณะนี้มีราคาที่กิโลกรัมละ 12 บาท จากเดิมในปี 2564 มีราคากิโลกรัมละ 8-9 บาท&amp;nbsp;หรือเพิ่มขึ้นกว่า 34% ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยราคาปรับขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 11.45 บาท&amp;nbsp;นับเป็นการเพิ่มขึ้นที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นั่นหมายความว่าต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ทั้งหมู ไก่ ไก่ไข่ ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นไปด้วย&amp;nbsp;แล้วผู้เลี้ยงสัตว์จะอยู่กันได้อย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ถึงเวลาที่กระทรวงพาณิชย์ควรพิจารณานำกลไกตลาดเสรีมาปรับใช้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มากกว่าจะปล่อยให้ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องแบกรับภาระต้นทุนแทนรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการคุมราคาสินค้าอาหาร โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ทั้งเนื้อหมู ไก่เนื้อ และไก่ไข่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบตรงจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตุลาคม 2564 แต่ราคาขายปลีกกลับถูกควบคุมไว้ไม่เป็นไปตามกลไกการตลาด ทำให้เกษตรกรแบกภาระขาดทุนสะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเชิญสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่มาหารืออีกครั้ง เพื่อหาทางออกร่วมกันให้เกิดผลดีที่สุด ทั้งต่อเกษตรกรและฟาร์ม ผู้รวบรวมไข่ รวมทั้งผู้บริโภค&amp;nbsp;จะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลที่สุดเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp;หลังจากมีการพูดคุยกันมาตลอด&amp;nbsp;และขณะนี้ราคาไข่ไก่ก็ไม่จัดว่าสูงเกินสมควร เพราะราคากำกับที่ฟองละ 3.50 บาท มีราคาเฉลี่ยที่ฟองละ 3.29 บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุดคุณพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย บอกว่า วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนเป็นตัวเร่งที่ทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงอยู่ขณะนี้แพงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp;การสั่งนำเข้าข้าวสาลีล่วงหน้าที่จะส่งมอบในเดือนเมษายน-พฤษภาคมนั้น ปัจจุบันได้รับแจ้งว่า อาจส่งมอบไม่ได้ เนื่องจากแนวโน้มสงครามที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้น อาจกระทบด้านการขนส่งสินค้าด้วย หากว่า วัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้&amp;nbsp;จำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องลดการผลิต&amp;nbsp;หรือหาแหล่งนำเข้าสำรองจากประเทศอื่น เช่น อินเดีย&amp;nbsp;และยอมนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาแพง พร้อมปรับราคาเนื้อสัตว์ให้สูงขึ้นในระดับที่สอดคล้องกับต้นทุน เพื่อให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทางฟากผู้เลี้ยงสัตว์บอกกล่าวกันมาตลอดตั้งแต่ยังไม่มีวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ถึงปัญหาต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศที่มีราคาสูง ทำให้มีต้นทุนการเลี้ยงสูงแต่ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแลใดๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จากนี้จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องเร่งหาแนวทางเพื่อช่วยผ่อนคลายภาระต้นทุนของผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จากมาตรการดูแลพืชอาหารสัตว์ในประเทศ ด้วยการยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีที่มีอัตรา 3:1&amp;nbsp;รวมทั้งเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO และ AFTA โดยยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียมในปริมาณขาดแคลน ในปี 2565 และยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2 %&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301182504290</Link_News></row>
<row _id="37"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนใน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงระวังการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างฉับพลัน หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนเพิ่มการระบายน้ำช่วง 4 - 10 มี.ค.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงระวังการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;หลังเขื่อนจิ่งหงของจีนเพิ่มการระบายน้ำช่วง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หลังพบระดับน้ำจากสถานีจิ่งหง&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;โดยเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;66&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;หรืออัตราการระบายน้ำจากเดิม&amp;nbsp;997&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เป็นอัตราการระบายน้ำ&amp;nbsp;1,463&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ประเมินระดับน้ำในแม่น้ำโขงจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&amp;nbsp;จึงขอแจ้งเตือนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;อำเภอเชียงแสน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณอำเภอเชียงคาน&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และอำเภอโขงเจียม&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขง&amp;nbsp;มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงและแจ้งเตือนให้ประชาชนที่สัญจรและประกอบกิจกรรมในบริเวณแม่น้ำโขง&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมเตรียมเฝ้าระวังผลกระทบที่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแม่น้ำโขงอย่างฉับพลันด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301191412313</Link_News></row>
<row _id="38"><NewsTitle>เทศบาลเมืองเบตงร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสภา&amp;nbsp;เทศบาลเมืองเบตง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายจรัญ&amp;nbsp;จันทร์ทิพย์&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;บุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;(ชุมชนสวนผัก)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจรัญ&amp;nbsp;จันทร์ทิพย์&amp;nbsp;รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;เป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในปัจจุบัน&amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งทางตรงและทางอ้อม&amp;nbsp;สาเหตุหลักที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การดำเนิน&amp;nbsp;กิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;สู่ชั้นบรรยากาศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การใช้พลังงานในครัวเรือน&amp;nbsp;การใข้พลังงานในภาคธุรกิจการค้า&amp;nbsp;การขนส่ง&amp;nbsp;การจัดการของเสีย&amp;nbsp;กิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;เทศบาลเมืองเบตงจึงร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;(สงขลา)&amp;nbsp;จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และชุมชน&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;พร้อมพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมให้ชุมชนสู่การเป็นสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193707325</Link_News></row>
<row _id="39"><NewsTitle>จังหวัดนนทบุรีจัดประชุมสรุปผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายวงแหวนรอบนอก กทม. ด้านตะวันตก (บางขุนเทียน-บางปะอิน)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภิชัย&amp;nbsp;อร่ามศรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมสรุปผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง&amp;nbsp;สายวงแหวนรอบนอก&amp;nbsp;กทม.&amp;nbsp;ด้านตะวันตก&amp;nbsp;(บางขุนเทียน-บางปะอิน)&amp;nbsp;รวมถนนเชื่อมต่อวงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกและด้านตะวันออก&amp;nbsp;และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้เกิดจาก&amp;nbsp;กรมทางหลวงมีความต้องการที่จะพัฒนาถนน&lt;/strong&gt;วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก&amp;nbsp;ช่วงบางขุนเทียน-บางปะอิน&amp;nbsp;ให้เป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่มีการควบคุมทางเข้า-ออก&amp;nbsp;โดยสมบูรณ์เพื่อรองรับกับถนนวงแหวนด้านตะวันออกและด้านใต้ที่มีการควบคุมทางเข้าออกโดยสมบูรณ์แล้ว&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงกับโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองในอนาคตได้อย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เป็นผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ต้นทุนการเดินทางและการขนส่งสินค้าลดลงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการมีระยะทาง&amp;nbsp;7875&amp;nbsp;กิโลเมตรครอบคลุมเขตปกครอง&lt;/strong&gt;ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรีจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;แขวง&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ตำบลและ&amp;nbsp;233&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;โดยศึกษาสิ่งแวดล้อมด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คุณภาพอากาศ&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ความสั่นสะเทือน&amp;nbsp;การคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;อุบัติเหตุและความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง&amp;nbsp;เกษตรกรรม&amp;nbsp;การโยกย้ายและการเวนคืน&amp;nbsp;ประวัติศาสตร์และโบราณคดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301193212319</Link_News></row>
<row _id="40"><NewsTitle>จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ อบจ.อยุธยา จัดฝึกอบรมหลักสูตร การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม (EPU)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงแรมกรุงศรีริเวอร์&amp;nbsp;นายประทีป&amp;nbsp;การมิตรี&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร&amp;nbsp;การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(EPU)จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางสมทรง&amp;nbsp;พันธ์เจริญวรกุล&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารสวนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;มีนายนายสมศักดิ์&amp;nbsp;สันธินาค&amp;nbsp;ประธานเครือข่าย&amp;nbsp;ทสม.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;มาร่วมทำพิธีเปิดในครั้งนี้&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสมทรงฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดฝึกอบรมในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สืบเนื่องจากกองสาธารณสุข&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ได้รับอนุมัติให้จัดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;การบริหารจัดการขยะมูลฝอยและผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยประสานความร่วมมือกับ&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อถล.&amp;nbsp;ทสม.&amp;nbsp;และประชาชนมีความเข้าใจในการให้ความร่วมมือจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้ง&amp;nbsp;บทบาทหน้าที่ของการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างและสนับสนุน&lt;/strong&gt;ความรู้ด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และการเฝ้าระวังมลพิษในสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;จิตอาสาประชาชน&amp;nbsp;อถล.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทสม.&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายประทีปฯ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัญหาขยะของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;เป็นปัญหาที่ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;นำ&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วางนโยบายในการส่งเสริมให้องค์กรต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมถึงภาคครัวเรือน&amp;nbsp;คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;รวมถึงมอบหมายองค์กรปกครองท้องถิ่นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;วางแนวทางในการบริหารจัดการขยะภาคครัวเรือน&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และส่งเสริมภาพลักษณ์&amp;nbsp;"อยุธยา&amp;nbsp;เมืองสะอาด"&amp;nbsp;สร้างทัศนียภาพที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ที่เดินทางมาเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ซึ่งการฝึกอบรมครั้งนี้ผู้เข้าอบรมจะได้นำข้อมูลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไปปรับใช้ตามพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;สำนกงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เว็ปไซต์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301194122328</Link_News></row>
<row _id="41"><NewsTitle>รอง ผอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา  ตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำสีชมพูอมม่วงผุดในบ่อน้ำประชาชน จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พ.อ.อรรชัย&amp;nbsp;รักษาศิลป์&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&amp;nbsp;ข้อเท็จจริงกรณีมีน้ำสีชมพูผุดขึ้นมาในบ่อน้ำของประชาชน&amp;nbsp;บ้านหนองสมอ&amp;nbsp;ตำบลหนองระเวียง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยมีนายบัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นางสาวอัจฉรา&amp;nbsp;อิ่มมณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองระเวียง&amp;nbsp;และผู้จัดการเขตอุตสาหกรรมสุรนารี&amp;nbsp;เข้าร่วมการตรวจสอบ&amp;nbsp;สรุปผลการตรวจสอบดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;นำเสนอหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวีดีโอผลการตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ซึ่งตรวจพบการระบายน้ำทิ้งสีชมพูแดงออกจากโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในเขตอุตสาหกรรมสุรนารี&amp;nbsp;จึงติดตามดูทิศทางการไหลของน้ำสีชมพูแดงดังกล่าว&amp;nbsp;พบว่าน้ำทิ้งดังกล่าวไหลไปตามรางระบายน้ำด้านข้าง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ศรีไทยซุเปอร์แวร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และซึมหายไปในรางระบายน้ำ&amp;nbsp;คล้ายกับมีรอยแตกร้าวหรือโพรงใต้แนวรางระบายน้ำบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.บ่อบำบัดน้ำเสียในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่เข้าตรวจสอบสภาพผิวน้ำเป็นสีชมพู&amp;nbsp;แต่น้ำทิ้งที่ระบายออกมีสีใส&amp;nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งขณะกำลังระบายออกสู่ภายนอกไปตรวจสอบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;และเก็บตัวอย่างน้ำสีชมพูอมม่วงในบ่อของประชาชนไปตรวจสอบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัวอย่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;นำตรวจสอบบริเวณรางระบายน้ำในเขตอุตสาหกรรมสุรนารีที่ตรวจพบการรั่วไหลของน้ำเสีย&amp;nbsp;โดยผู้จัดการเขตอุตสาหกรรมสุรนารี&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;จะตรวจสอบระบบรางระบายน้ำดังกล่าวภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หากพบว่ามีการรั่วไหลของ&amp;nbsp;น้ำเสียจะดำเนินการซ่อมแซมโดยเร่งด่วน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220301212707365</Link_News></row>
<row _id="42"><NewsTitle>ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าภารกิจขจัดคราบน้ำมันในทะเลและการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำทำการซ่อมวาล์วต่อเนื่องจากช่วงเช้า&amp;nbsp;และได้รับแจ้งว่าจะซ่อมทำเสร็จเวลาประมาณ&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะทำการทดสอบแรงดันกับตัววาล์วในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;โดยขณะที่ปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;พบว่ามีคราบน้ำมันเป็นฟิล์มบาง&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;3x50&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีกลิ่น&amp;nbsp;บริเวณทุ่น&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;ออกมาเป็นบางช่วง&amp;nbsp;และมีเรือคอยพ่นน้ำยาเป็นระยะ&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานว่ายังไม่พบคราบน้ำมันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินงานของบริษัท&amp;nbsp;SPRC&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการจัดชุดเฝ้าระวังคราบและฟิล์มน้ำมันทั้งทางบกและทางน้ำ&amp;nbsp;รวมถึงเก็บทำความสะอาด&amp;nbsp;Tar&amp;nbsp;ball&amp;nbsp;บริเวณชายหาดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานั้น&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมงเกาะเสม็ด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;37&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่โรงเรียนเกาะแก้วพิสดารเกาะเสม็ด&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัทจะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมงอีก&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;617&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ส่วนกรณีประชาชนและผู้สื่อข่าวร้องเรียน&amp;nbsp;พบคราบตะกอนดำและได้กลิ่นน้ำมัน&amp;nbsp;เวลาประมาณ&amp;nbsp;10.26&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SECOT&amp;nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างตะกอนดำ&amp;nbsp;ผลการทดสอบเบื้องต้นไม่ใช่คราบน้ำมันและไม่มีกลิ่น&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองและ&amp;nbsp;SECOT&amp;nbsp;ได้เก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,936&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากต้องการยื่นเรื่องร้องทุกข์ให้ติดต่อที่สายด่วน&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;038-699881&amp;nbsp;ส่วนสิ่งที่ต้องเตรียมมาประกอบการยื่นเรื่อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำเนาบัตรประชาชน&amp;nbsp;สำเนาทะเบียนบ้าน&amp;nbsp;เอกสารการจดทะเบียนการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;การคำนวณการขาดรายได้&amp;nbsp;รูปถ่ายสถานที่ประกอบอาชีพ/ร้านค้า/หาบเร่/แผงลอยหรืออื่น&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-01-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302004548405</Link_News></row>
<row _id="43"><NewsTitle>ทหารพรานที่ 35 ผนึกกำลังชาวท่าสองยาง จ.ตาก ทำแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 พันเอก จักรพงษ์ เทพพันธุ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3503&amp;nbsp;ได้จัดกำลังพล ร่วมกับจิตอาสาพระราชทานอำเภอท่าสองยาง ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 กองกำลังนเรศวร กำนันตำบลแม่หละ คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยนกกก และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่บ้านห้วยนกกก ร่วมกันทำแนวกันไฟบริเวณป่าชุมชนบ้านห้วยนกกก หมู่ที่ 4 ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ซึ่งมีเนื้อที่ป่าชุมชน จำนวน 2,000 ไร่ เพื่อเป็นการบริหารจัดการลดปริมาณเชื้อเพลิง และเป็นการป้องกันการเกิดไฟป่า ลดการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 10 และ PM 2.5 ที่ก่อมลพิษในอากาศในพื้นที่ ซึ่งแนวกันไฟมีขนาดความกว้าง 3 เมตร ระยะทางยาว 2 กิโลเมตร มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 313 คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สวท.แม่สอด จ.ตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302023919423</Link_News></row>
<row _id="44"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ชมโรงเรียนสามารถจัดการได้ตามแผนเผชิญเหตุ หลังมีนักเรียนติดเชื้อ COVID-19 ในสถานศึกษา พร้อมปรับรูปแบบการเรียนจาก On Site เป็น On Line หรือ On Hand ตามสถานการณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong style="background-color: white; color: black;"&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ชมโรงเรียนสามารถจัดการได้ตามแผนเผชิญเหตุ หลังมีนักเรียนติดเชื้อ COVID-19 ในสถานศึกษา พร้อมปรับรูปแบบการเรียนจาก On Site เป็น On Line หรือ On Hand ตามสถานการณ์ &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span style="background-color: white; color: black;"&gt;วันนี้ (1 มี.ค. 65) นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล , พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสตูล , ประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่อยู่ระหว่างการกักตัวสังเกตอาการหลังเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงภายใน HQ และผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างรักษาตัวภายใน HI ในพื้นที่อำเภอควนกาหลง และเยี่ยมโรงเรียนในอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล หลังนักเรียนติดเชื้อ COVID-19 หลายราย พร้อมติดตามการบริหารจัดการตามแผนเผชิญเหตุของโรงเรียนต่างๆ โดยมีนายประหยัด สุขขี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และคณะผู้บริหารโรงเรียนร่วมให้การต้อนรับ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span style="background-color: white; color: black;"&gt;สำหรับการลงพื้นที่ดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและคณะ เยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพ สิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคให้แก่ประชาชนพื้นที่อำเภอมะนัง 2 หลังคาเรือน จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจพร้อมทั้งติดตามการบริหารจัดการแผนเผชิญเหตุโรงเรียนในพื้นที่อำเภอมะนัง จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนนิคมพัฒนาผัง 6 , โรงเรียนผังปาล์ม 2 , โรงเรียนผังปาล์ม 3 และโรงเรียนอนุบาลมะนัง ซึ่งได้มีการปรับรูปแบบรองรับสถานการณ์นักเรียนติดเชื้อ COVID-19 ภายในโรงเรียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวชื่นชมการบริหารจัดการตามแผนเผชิญเหตุของแต่ละโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนที่ติดเชื้อมากบ้าง น้อยบ้าง แต่ก็สามารถจัดการได้ โดยนักเรียนบางแห่งมีการเรียนรู้ในการกักตัวและการดูแลเพื่อนที่มีอาการป่วย เช่น การเช็ดตัวเพื่อน , การจดบันทึกอุณภูมิร่างกาย , การจดบันทึกระดับออกซิเจนในเลือดจากเครื่องตรวจวัด ซึ่งภายหลังกักตัวหรือรักษาตัวครบแล้ว ทางโรงเรียนได้ออกใบรับรองการสังเกตอาการให้ทุกราย &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span style="background-color: white; color: black;"&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้จังหวัดสตูลมีการอนุญาตให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนแบบ On Site มากถึง 90 เปอร์เซ็น โดยโรงเรียนแต่ละแห่งสามารถบริหารจัดการได้ดี และมีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จากการเรียนแบบ On Site เป็นเรียนรูปแบบ On Line หรือ On Hand เด็กก็จะสามารถเรียนหนังสือต่อไปได้ ส่วนนักเรียนที่ติดเชื้อแล้ว รักษาตัวที่บ้านรูปแบบ HI ปัจจุบันรัฐบาลมีแนวทางการจัดการแบบ เจอ-แจก-จบ คือ เมื่อเจอว่าเป็นผู้ติดเชื้อก็จะเข้าสู่ระบบการรักษา โดยหน่วยงานสาธารณสุขจะแจกจ่ายยาให้สอดคล้องกับอาการและความเสี่ยง โดยมี 3 สูตรด้วยกัน คือ สูตร 1 จ่ายยาฟาวิพิราเวีย ให้แก่กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;ผู้มีโรคประจำตัว เป็นต้น , สูตร 2 จ่ายยาฟ้าทะลายโจร ให้แก่ผู้ที่มีอาการไม่มาก และจ่ายยารักษาตามอาการ สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือเป็นกลุ่มสีเขียว โดยประชาชนเริ่มเข้าใจและปรับเปลี่ยนบ้านให้เป็น HI ได้ดีขึ้น ส่วนบ้านไหนที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนเป็น HI ได้ ก็สามารถเข้ารับการรักษาตัวที่ CI ของแต่ละพื้นที่ได้เช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;strong style="background-color: white; color: black;"&gt; &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302023629419</Link_News></row>
<row _id="45"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ย้ำ ไก่ไทยไร้สารตกค้าง ไร้ฮอร์โมน ผู้บริโภคมั่นใจทานได้ปกติ คู่ค้ามั่นใจส่งออกได้ต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามที่มีรายงานทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็น&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;กินคอไก่&amp;nbsp;ปีกไก่&amp;nbsp;และหัวไก่&amp;nbsp;จะมีสารพิษ&amp;nbsp;เมื่อทานแล้วสะสม&amp;nbsp;เสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมปศุสัตว์ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว&amp;nbsp;สรุปว่าเป็นข่าวปลอมไม่เป็นความจริง&amp;nbsp;การนำเสนอข้อมูลเท็จนี้&amp;nbsp;สามารถสร้างความตื่นตะหนกให้แก่ประชาชนผู้บริโภคเนื้อไก่ได้&amp;nbsp;และอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่เป็นผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกรายใหญ่ของโลกได้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการคุ้มครองและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;จึงได้เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;และให้ทุกหน่วยงานกำกับดูแลสินค้าปศุสัตว์ให้มีความปลอดภัยอาหาร&amp;nbsp;รักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งในประเด็นกินไก่&amp;nbsp;ส่วนคอไก่&amp;nbsp;ปีกไก่&amp;nbsp;และหัวไก่&amp;nbsp;ทำให้ได้รับสารพิษสะสมในร่างกายเกิดอันตรายนั้น&amp;nbsp;ทางข้อมูลทางวิชาการต้องขอชี้แจงว่า&amp;nbsp;ไก่เป็นสัตว์ปีก&amp;nbsp;ที่ไม่มีต่อมน้ำเหลือง&amp;nbsp;แต่จะมีต่อม&amp;nbsp;Thymus&amp;nbsp;ที่คอ&amp;nbsp;และจะฝ่อไปเมื่อไก่โตขึ้น&amp;nbsp;โดยเมื่อไก่โตขึ้นระบบต่อมน้ำเหลืองในไก่จะเป็นลักษณะเนื้อเยื่อที่อยู่ในทางเดินอาหาร&amp;nbsp;จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการสะสมของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่คอไก่&amp;nbsp;และหัวไก่ไม่สามารถสะสมสารพิษได้&amp;nbsp;เนื่องจากไก่ไม่มีต่อมพิษที่หัว&amp;nbsp;และไก่ยังมีตับและไตที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษออกจากร่างกายเหมือนกับมนุษย์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์มีการเก็บตัวอย่างเพื่อสำรวจสารตกค้างในเนื้อสัตว์เป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งจากผลการตรวจสอบตรวจพบว่าไม่มีการใช้ฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตในเนื้อไก่แน่นอน&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้มีการเก็บตัวอย่างทั้งเนื้อไก่และเครื่องในตรวจหาสารตกค้างต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมถึงฮอร์โมนทั้งที่ฟาร์มและโรงฆ่าสัตว์&amp;nbsp;ดำเนินการมามากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งผลจากการตรวจวิเคราะห์ฮอร์โมนรวมจำนวนกว่า&amp;nbsp;2,505&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;ทั้งหมดไม่พบสารตกค้างของฮอร์โมน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังไม่เคยพบรายงานการติดพยาธิจากการบริโภคเนื้อไก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากพยาธิต้องการมีความจำเพาะต่อร่างกายของโฮสต์&amp;nbsp;แต่ร่างกายของมนุษย์ไม่มีความจำเพาะต่อพยาธิที่ติดในไก่&amp;nbsp;จึงทำให้ไม่เคยมีรายงานการติดพยาธิจากการบริโภคไก่มาก่อน&amp;nbsp;จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจเนื้อไก่&amp;nbsp;รวมทั้งคอไก่&amp;nbsp;ปีกไก่&amp;nbsp;และหัวไก่ที่จำหน่ายในไทยยังมีความปลอดภัยรับประทานได้ตามปกติ&amp;nbsp;ไม่มีสารตกค้าง&amp;nbsp;ไม่มีฮอร์โมน&amp;nbsp;และแนะปรุงสุกก่อนนำมารับประทานทุกครั้ง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302111633468</Link_News></row>
<row _id="46"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเกษตรกรหลังน้ำท่วมพื้นที่เกษตรภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากที่มีประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าด้วยหย่อมความกดอากาศต่ำที่พัดผ่านปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้&amp;nbsp;ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีคลื่นลมแรงบริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;และสตูล&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;60-70&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะมีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;80,153&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเบื้องต้นหลังน้ำลด&amp;nbsp;และผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว&amp;nbsp;โดยต้องดำเนินการสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ในกรณีที่วงเงินที่จะชดเชยไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;จะเสนอคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ&amp;nbsp;พิจารณาให้การช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หากวงเงินชดเชยเกินกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;จะต้องเร่งเสนอ&amp;nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&amp;nbsp;พิจารณาให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และหากเกินวงเงิน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จะต้องเสนอกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อสรุปเสนอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาให้การช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางการช่วยเหลือนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้สนับสนุนเกษตรกรพันธ์พืชทันที&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;262,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ที่เป็นพืชที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกและรับประทานในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งหัวเชื้อสำหรับให้เกษตรกรขยายเชื้อเอง&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟู&amp;nbsp;ป้องกันเชื้อราสาเหตุโรคพืชให้แก่เกษตรกรที่ประสบภัยภายหลังน้ำลด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในอัตราดังนี้&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;1,340&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;พืชไร่และพืชผัก&amp;nbsp;1,980&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&amp;nbsp;4,048&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;ตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ทั้งนี้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112108474</Link_News></row>
<row _id="47"><NewsTitle>เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว เตือนยังเกิดสภาพอากาศแปรปรวนมีฝนฟ้าคะนอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองอธิบดีและรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.)&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยในตอนกลางวันพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนอุณหภูมิสูงสุดตั้งแต่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป&amp;nbsp;ช่วงต้นฤดูร้อนอากาศยังแปรปรวนเกิดฝนฟ้าคะนองเป็นระยะ&amp;nbsp;ขณะที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ยังคงจะมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับฤดูร้อนปีนี้&amp;nbsp;คาดว่าจะยาวนานไปจนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงที่อากาศร้อนสูงสุดปีนี้จะอยู่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิสูงที่สุดประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;43&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ภาคกลางและภาคตะวันออก&amp;nbsp;อุณหภูมิสูงที่สุดประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;42&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;&amp;nbsp;บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองได้ในบางวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของพื้นที่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน&amp;nbsp;จากนั้น&amp;nbsp;ฝนจะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและอากาศร้อนจัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตก&amp;nbsp;หรือบางครั้งอาจมีไฟป่าเกิดขึ้นจากอากาศที่ร้อนและแห้งในบางพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302115633518</Link_News></row>
<row _id="48"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ ตรัง  ประชุมพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพบูลย์&amp;nbsp;โอมาก&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ที่ห้องพระยารัษฎา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาร่างแผนเผชิญเหตุไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;และแผนเผชิญเหตุภัยแล้งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;พร้อมทั้งทบทวน&amp;nbsp;สรุปและถอดบทเรียนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาภัยแล้งของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อนำปัญหาอุปสรรคมาปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;สำหรับการดำเนินงานในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้มีมาตรการป้องกันและแผนการดำเนินการระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;มีเป้าหมายบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะดำเนินงานภายใต้นโยบายของรัฐบาลโดยการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่&amp;nbsp;ถือเป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302102935439</Link_News></row>
<row _id="49"><NewsTitle>นายกสมาคมไก่ไทย จี้รัฐบาล เร่งช่วยเหลือวัตถุดิบอาหารสัตว์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกสมาคมไก่ไทย&amp;nbsp;จี้รัฐบาล&amp;nbsp;เร่งช่วยเหลือวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;หลังรัสเซียและยูเครนเปิดศึกยิงกันแล้ว&amp;nbsp;เหตุเป็นแหล่งนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;ข้าวโพดสำคัญ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.ฉวีวรรณ&amp;nbsp;คำพา&amp;nbsp;นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อยู่ในความควบคุมของภาครัฐโดยเฉพาะกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนั้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ก็พุ่งอยู่แล้ว&amp;nbsp;และในขณะนี้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย&amp;nbsp;กับยูเครน&amp;nbsp;ที่ได้เปิดศึกยิงใส่กัน&amp;nbsp;มีผลอย่างยิ่งต่อราคาธัญพืช&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;เนื่องจากรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งเพาะปลูกสำคัญ&amp;nbsp;ทั้งข้าวสาลี&amp;nbsp;ข้าวโพดสำหรับข้าวสาลีนำเข้า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงไก่&amp;nbsp;ราคาปรับสูงขึ้นจาก&amp;nbsp;8-9&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน&amp;nbsp;ขณะที่ข้าวโพดในประเทศไทย&amp;nbsp;ราคาปรับไปถึง&amp;nbsp;11.10&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ปัจจุบันวัตถุดิบอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ราคาขึ้นมาสูงกว่า&amp;nbsp;50-60%&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;ยังไม่นับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่จะสูงขึ้นทำให้ต้นทุนค่าขนส่งปรับเพิ่มด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ดร.ฉวีวรรณ&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ทางสมาคมและผู้ประกอบการยังเคยแนะแนวทางแก้ปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์พุ่งสูง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยรัฐบาลควรลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทั้งกากถั่ว&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;และวัตถุดิบอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;แต่รัฐบาลยังนิ่ง&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;สิ่งที่ขอฝากไปยังรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์คือ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรก็พูดมาตลอดว่าแบกรับต้นทุนมาตลอด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งตนเป็นนายกนายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์มา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปีแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และอยู่กับสมาคม&amp;nbsp;เกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พบเห็นการบริหารประเทศมาหลายรัฐบาล&amp;nbsp;ขอฝากให้รัฐบาลชุดนี้ดูแล&amp;nbsp;และแก้ปัญหาให้ตรงจุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ถ้ารัฐไม่สามารถควบคุมราคาวัตถุดิบจากผลกระทบของสถานการณ์ยูเครน&amp;nbsp;ก็ควรปล่อยให้ราคาไก่และไก่ไข่เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประเทศรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;มีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกันประมาณ&amp;nbsp;29%&amp;nbsp;ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก&amp;nbsp;ส่วนข้าวโพด&amp;nbsp;19%&amp;nbsp;ของตลาดโลก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302134531582</Link_News></row>
<row _id="50"><NewsTitle>สนง.ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมงานโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังฯ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ การทำฟางปรุงแต่งยูเรียผสมกากน้ำตาล แก่เกษตรกรและผู้สนใจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;น.สพ.ดร.&amp;nbsp;อนิรุธ&amp;nbsp;เนื่องเม็ก&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอนมอบหมาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอมรินทร์&amp;nbsp;เดชานุวัติ&amp;nbsp;นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการและร่วมงานโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงสาธิตการไถกลบตอซัง&amp;nbsp;บ้านกุงไม้สัก&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ตามแผนการจัดโครงการฯ&amp;nbsp;ของสถานีพัฒนาที่ดินแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งประโยชน์จากการไถกลบตอซัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้โครงสร้างดินมีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;แร่ธาตุอาหารในดินเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมการใส่ปุ๋ย&amp;nbsp;หมักมีอินทรีย์วัตถุ&amp;nbsp;แร่ธาตุ&amp;nbsp;ฟอสฟอรัส&amp;nbsp;โพแทสเซียมในดินเพิ่มมากขึ้นและช่วยในการย่อยสลายได้เร็วขึ้นการใส่นํ้าสกัดชีวภาพมี&amp;nbsp;อินทรีย์วัตถุ&amp;nbsp;แร่ธาตุฟอสฟอรัส&amp;nbsp;โพแทสเซียมในดินเพิ่มมากขึ้นและช่วยในการยอยสลายได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์ฯ&amp;nbsp;ได้จัดนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่อง&amp;nbsp;การผลิตอาหารหมักจากเปลือกข้าวโพด&amp;nbsp;(สวทช.)&amp;nbsp;และการทำฟางปรุงแต่งยูเรียผสมกากน้ำตาล&amp;nbsp;(กรมปศุสัตว์)&amp;nbsp;แก่เกษตรกรและผู้สนใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302112100473</Link_News></row>
<row _id="51"><NewsTitle>คณะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่ศึกษากระบวนการผลิตและเยี่ยมชมสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง  ผลไม้ที่บ่งชี้ภูมิศาสตร์ GI  แหล่งปลูกในพื้นที่ตำบลหนองโสน  ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;ตำบลหนองโสน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.อาณัติ&amp;nbsp;หุ่นหลา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายยุทธนา&amp;nbsp;เมืองเล็ก&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา&amp;nbsp;นางสาวมนชนก&amp;nbsp;ธนสันติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวมณีรัตน์&amp;nbsp;จุ้ยเรือง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;และคณะสื่อมวลชน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ศึกษากระบวนการผลิตและเยี่ยมชมสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธนา&amp;nbsp;เมืองเล็ก&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.หนองโสน&amp;nbsp;ได้เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;เป็นผลไม้ที่บ่งชี้ภูมิศาสตร์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;แหล่งปลูกในพื้นที่ตำบลหนองโสน&amp;nbsp;ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;มีขั้นตอนการปลูกตามภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;จึงมีความหวานกรอบ&amp;nbsp;อร่อยต่างจากชมพู่ทั่วไป&amp;nbsp;การเก็บผลผลิตเพื่อยืดอายุต้องนำเข้าห้องเย็น&amp;nbsp;ควบคุมปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม&amp;nbsp;จะทำให้ผลผลิตสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้นและเพิ่มคุณภาพผลชมพู่มีสีสวยสดน่ารับประทาน&amp;nbsp;มีกลิ่นหอม&amp;nbsp;ส่งผลให้เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;ซึ่งเราได้รับการสนับสนุนจาก&amp;nbsp;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.อาณัติ&amp;nbsp;หุ่นหลา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายธนไชย&amp;nbsp;อ่ำจั่น&amp;nbsp;สจ.เพชรบุรี&amp;nbsp;ผศ.ดร.บำเพ็ญ&amp;nbsp;ไมตรีโสภณ&amp;nbsp;คณะบดี&amp;nbsp;รัฐประศาสนศาสตร์&amp;nbsp;ม.นานาชาติแสตมป์ฟอร์ด&amp;nbsp;นายชลอ&amp;nbsp;ดำนิล&amp;nbsp;สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมให้ข้อมูลฯ&amp;nbsp;โดยการลงพื้นที่ของคณะเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งการขยายช่องทางการตลาด&amp;nbsp;และเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ&amp;nbsp;เพื่อเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อาศัยองค์ความรู้และการดำเนินงานแบบบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชน&amp;nbsp;และสนับสนุนให้สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302125916557</Link_News></row>
<row _id="52"><NewsTitle>กอนช.ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน 7จังหวัด พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่วนบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;61&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;59&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;35&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;174&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;629&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;20,730&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;30,836&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;24,605&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมเพิ่มขึ้นและระบายด้วยอัตรา&amp;nbsp;997&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ส่วนวันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นเป็น&amp;nbsp;1,463&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;อาจผลกระทบในพื้นที่บริเวณช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;อ.เชียงแสน&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;คาดช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคมระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;และช่วงท้ายเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;อ.เชียงคาน&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.หนองคาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.มุกดาหาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.โขงเจียม&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;คาดช่วงวันที่&amp;nbsp;710&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;โดยขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;จึงขอให้จังหวัดบริเวณริมแม่น้ำโขงและผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133114569</Link_News></row>
<row _id="53"><NewsTitle>จังหวัดพิษณุโลกปฏิบัติการ Kick Off กิจกรรม "รัฐเข้ม ตรวจจับ ปรับจริง - ห้ามใช้รถควันดำ" หลังได้รับผลกระทบคุณภาพอากาศเริ่มเกินค่ามาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่บริเวณจุดตรวจตลาดไดโนเสาร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถนนสีหราชเดโชชัย&amp;nbsp;ตำบลวัดจันทร์&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;นายรณชัย&amp;nbsp;จิตรวิเศษ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดปฏิบัติการ&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;รัฐเข้ม&amp;nbsp;ตรวจจับ&amp;nbsp;ปรับจริง&amp;nbsp;ห้ามให้รถควันดำ&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินการตรวจวัดควันดำรถยนต์ดีเซล&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดด้วยเครื่องมือระบบวัดความทึบแสง&amp;nbsp;ของกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยหากตรวจวัดค่าควันดำได้เกินกว่าร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่จะมีการออกคำสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว&amp;nbsp;และให้เจ้าของรถต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไขให้มีค่าควันดำเป็นไปตามมาตรฐานภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนคำสั่งห้ามจะมีความผิดตาม&amp;nbsp;พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.2535&amp;nbsp;มีโทษปรับไม่เกิน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;จะมีโทษจำคุกสูงสุด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ปรับสูงสุด&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินการตรวจวัดควันดำดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายรณชัย&amp;nbsp;จิตรนวิเศษ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(พิษณุโลก)&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบ&amp;nbsp;ตรวจจับ&amp;nbsp;และห้ามใช้รถควันดำ&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;ในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบเรื่องคุณภาพอากาศที่เกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;จึงได้พยายามหาต้นตอของแหล่งเกิดมลพิษ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไม่ว่าจะมาจากการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;จากโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และที่มาจากภาคการจราจรและการขนส่ง&amp;nbsp;อีกทั้งจากไฟป่าเผาไหม้&amp;nbsp;และจากการที่รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;เป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลกจึงได้ตระหนักเห็นถึงความสำคัญในการที่จะป้องกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบและควบคุมมลพิษทางอากาศด้านการขนส่ง&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมตรวจจับควันดำจากยานพาหนะดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในวันนี้มีการตรวจวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พรบ.สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ควันดำเกินค่ามาตรฐานและห้ามใช้จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พรบ.ขนส่งทางบก&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ควันดำเกินมาตรฐานและห้ามใช้จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;32&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิษณุโลก</Province><Department>สวท.พิษณุโลก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141759601</Link_News></row>
<row _id="54"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 2 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน และ รพ.เทพรัตนฯ จ.เชียงใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และรพ.เทพรัตนฯ&amp;nbsp;อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;รพ.เทพรัตนฯ&amp;nbsp;อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302133336571</Link_News></row>
<row _id="55"><NewsTitle>สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องหลังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;ด้วยการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;9.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;แต่พบก้อนน้ำมันบนชายหาดตั้งแต่บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดไปจนถึงก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;4.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สะพานท่าเรือตะพง&amp;nbsp;คลองหัวรถ&amp;nbsp;ร้านเจ้จุ้กซีฟู๊ด&amp;nbsp;และก้นอ่าว&amp;nbsp;โดยตรงสะพานท่าเรือตะพงและคลองหัวรถไม่พบก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;ยกเว้นตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าวมีความหนาแน่นสูงสุดบริเวณก้นอ่าว&amp;nbsp;ส่วนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&amp;nbsp;หาดแสงจันทร์&amp;nbsp;อ่าวบ้านเพ&amp;nbsp;และหาดสวนสน&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปผลอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;(มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&amp;nbsp;๔&amp;nbsp;เพื่อการนันทนาการ)&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณสถานีเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดิน&amp;nbsp;เพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302141501598</Link_News></row>
<row _id="56"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่ฯ แม่ฮ่องสอน ฉีดพ่นละอองน้ำ 60,000 ลิตร ลด PM 2.5 ณ ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&amp;nbsp;และท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)&amp;nbsp;มีค่าเกินมาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าพบจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;59&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;863&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;312&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;583&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;196&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;113&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;141&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;92&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302145317630</Link_News></row>
<row _id="57"><NewsTitle>เกษตรแพร่ ร่วมประชุมขับเคลื่อนสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยในระดับเขต เขตที่ 6 (ภาคเหนือ)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ร่วมประชุมขับเคลื่อนสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนระดับเขต&amp;nbsp;เขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(ภาคเหนือ)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Cloud&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกับสมาพันธ์ทุเรียนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมพิรุณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นางสาวกรณ์สิรี&amp;nbsp;อภิสิริรัชฎ์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานไม้ผลเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ร่วมประชุมขับเคลื่อนสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนระดับเขต&amp;nbsp;เขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(ภาคเหนือ)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Cloud&amp;nbsp;Meeting&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรสนับสนุนให้มีการเตรียมการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ส่งเสริมให้มีการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาคุณภาพและการรักษามาตรฐาน&amp;nbsp;และสนับสนุนให้มีการดำเนินการในลักษณะ&amp;nbsp;โดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีนายนาวิน&amp;nbsp;อินทจักร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการประชุมการเข้าร่วมดำเนินงานในรูปแบบของสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยระดับเขต&amp;nbsp;เขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(ภาคเหนือ)&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ผู้ปลูกทุเรียนภาคเหนือจะมีการรวมกลุ่มกัน&amp;nbsp;แต่จะรวมในรูปแบบสมาพันธ์&amp;nbsp;หรือเครือข่าย&amp;nbsp;การใช้ชื่อ&amp;nbsp;(ตั้งชื่อ)&amp;nbsp;ยังไม่ได้ข้อสรุป&amp;nbsp;โดยให้จังหวัดพิจารณาคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเข้าร่วมประชุมในครั้งต่อไปร่วมตัดสินใจร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ต้องมีการเชื่อมโยงกับสมาพันธ์ทุเรียนไทย&amp;nbsp;โดยที่ประชุมพิจารณาให้นายปิติภัทร&amp;nbsp;วิสาวะโท&amp;nbsp;นายกสมาพันธ์จังหวัดตาก&amp;nbsp;เป็นตัวแทนในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;แนวทางขับเคลื่อนจากเขตอื่นๆ&amp;nbsp;กับเขต&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(ภาคเหนือ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ในการประชุมครั้งต่อไปจะดำเนินการหาข้อสรุปเรื่องเครือข่าย&amp;nbsp;วางกติกาต่างๆ&amp;nbsp;และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนของภาคเหนือ&amp;nbsp;(หรืออาจทำเป็นยุทธศาสตร์ทุเรียน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302150604651</Link_News></row>
<row _id="58"><NewsTitle>อ.แม่สอดฉีดพ่นละอองน้ำ แก้ไขปัญหาหมอกควัน ลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM. 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;ไตรทิพย์ชาติสกุล&amp;nbsp;นายอำเภอแม่สอด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;ไฟป่า&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อำเภอแม่สอด&amp;nbsp;กลุ่มงานความมั่นคงอำเภอแม่สอด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตาก&amp;nbsp;สาขาแม่สอด&amp;nbsp;เทศบาลนครแม่สอด&amp;nbsp;เทศบาลตำบลท่าสายลวด&amp;nbsp;เทศบาลตำบลแม่กุ&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ทุกแห่งสนับสนุนรถน้ำ&amp;nbsp;รถฉีดน้ำแรงดันสูง&amp;nbsp;และรถดับเพลิง&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นสู่อากาศ&amp;nbsp;เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์&amp;nbsp;และฉีดล้างถนน&amp;nbsp;เป็นการลดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM.10&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;PM.&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่อำเภอแม่สอด&amp;nbsp;ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สวท.แม่สอด จ.ตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302151030652</Link_News></row>
<row _id="59"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเจริญ&amp;nbsp;ซื้อตระกูล&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;2&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;เพื่อตรวจราชการแบบบูรณาการ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ร่วมกับผู้ตรวจราชการกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุจินต์&amp;nbsp;ไชยชุมศักดิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและหารือข้อราชการร่วมกันในประเด็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสียเขียว&amp;nbsp;(BCG)&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;6.การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;คณะผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามงาน&lt;/strong&gt;โครงการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานรากการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล"&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;นายสินชัย&amp;nbsp;ทองมั่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลราษฎร์นิยม&amp;nbsp;อำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;และการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตถภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบ้านคลองหม่อมแช่ม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลไทรใหญ่&amp;nbsp;อำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190915786</Link_News></row>
<row _id="60"><NewsTitle>สนง.เกษตรอำเภอเมืองตรัง จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายสมศักดิ์&amp;nbsp;ชูแสง&amp;nbsp;เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;ปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านควน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เครือข่าย&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ตำบลบ้านควน&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานได้มีกิจกรรม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิจกรรมหลัก&amp;nbsp;1.กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ผ่าน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1)สถานีสวนยางดีมีแต่ได้&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;กบเงินหมื่น&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;เครื่องตัดหญ้าไร้น้ำมันในสวนยาง&amp;nbsp;(เลี้ยงแพะเสริมรายได้)4)&amp;nbsp;เข้าใจโรค&amp;nbsp;(ยางพารา)รู้ก่อน&amp;nbsp;ป้องกันได้&amp;nbsp;และ5)&amp;nbsp;ดินดี&amp;nbsp;ปุ๋ยดี&amp;nbsp;มีชัยกว่าครึ่ง&amp;nbsp;2.กิจกรรมการให้บริการทางการเกษตรในรูปแบบคลินิกเกษตร&amp;nbsp;และนิทรรศการความรู้ทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;3.กิจกรรมการแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ตลอดจนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ให้ความสำคัญกับการผลิตของเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกร&amp;nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;ในวันนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้&amp;nbsp;เพื่อวางแผนการผลิต&amp;nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;บริหารจัดการความเสี่ยง&amp;nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งหากสามารถทำให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ไปประยุกต์ใช้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;สำหรับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในศูนย์เรียนรู้ฯ&amp;nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีที่หน่วยงานราชการส่งเสริมกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&amp;nbsp;และได้มีการประยุกต์ใช้ให้มีความเหมาะสมอย่างเฉพาะเจาะจง&amp;nbsp;กับสภาพแวดล้อมของพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302165822709</Link_News></row>
<row _id="61"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ เร่งอบรมเจ้าหน้าที่ทดสอบกลิ่น พร้อมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดมในส่วนภูมิภาค 16 แห่ง เพื่อแก้ปัญหามลพิษให้กับประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เร่งอบรมเจ้าหน้าที่ทดสอบกลิ่น&amp;nbsp;พร้อมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดมในส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;16&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหามลพิษให้กับประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากปัญหากลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อนรำคาญจนนำสู่การร้องเรียนจากภาคประชาสังคมมีจำนวนมากขึ้นและเป็นปัญหามลพิษที่พบการร้องเรียนมากที่สุดเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;หลังสถิติเรื่องร้องเรียนของกรมควบคุมมลพิษปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบมีการร้องเรียนปัญหาด้านมลพิษ&amp;nbsp;732&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;โดยสูงสุดเป็นปัญหากลิ่นเหม็น&amp;nbsp;544&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;74&amp;nbsp;ส่วนแหล่งกำเนิดหลักที่ร้องเรียนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สถานประกอบกิจการ&amp;nbsp;และสถานที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดค่ามาตรฐานความเข้มกลิ่นจากแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเก็บตัวอย่างกลิ่น&amp;nbsp;และการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่น&amp;nbsp;เพื่อใช้ตรวจสอบและแก้ปัญหากลิ่นเหม็นดังกล่าว&amp;nbsp;แต่กระทรวงทรัพย์ฯ&amp;nbsp;มีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นในสังกัดเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ตั้งอยู่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจวิเคราะห์กลิ่นที่จะใช้แก้ปัญหาเรื่องดังกล่าวได้&amp;nbsp;จึงได้เพิ่มห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม&amp;nbsp;(Sensory&amp;nbsp;Test)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1-16&amp;nbsp;พร้อมจัดอบรมหลักสูตรการตรวจวัดกลิ่นและตรวจวิเคราะห์กลิ่นให้กับเจ้าหน้าที่ตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวัดและตรวจวิเคราะห์กลิ่นในส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;และช่วยสนับสนุนการตรวจสอบปัญหาในพื้นที่ต่างจังหวัดได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ปัญหา&amp;nbsp;เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170641714</Link_News></row>
<row _id="62"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า1,000จุดส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;1,060&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&amp;nbsp;318&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;301&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;254&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;248&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;146&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;104&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;110&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;92&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และชัยภูมิ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนมีการกระจายตัวหนาแน่นขึ้นทั้งในและนอกประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&amp;nbsp;7,912&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;7,033&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;4,550&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;4,212&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2,479&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;1,743&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302170928719</Link_News></row>
<row _id="63"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตลาดเทศบาลตรวจการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณริมเขื่อนวัดเพชรสมุทรวรวิหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;,นายกรกฎ&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงเขตเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;ตันประเสริฐ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายมาโนช&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตรัยรัตนยนต์&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ปลัดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ได้มีการจัดตั้งสถานีสูบน้ำไว้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;มีเครื่องสูบน้ำจุดแรก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;จุดที่สอง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;เสียไป&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม&amp;nbsp;ที่ผ่านมาระหว่างเดือนตุลาคม&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;แต่ซอยเพชรสมุทร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และเพชรสมุทร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;nbsp;ไปประสบปัญหาบริเวณถนนศรีจำปาหน้าวัดเพชรสมุทรและตลาดเทศบาลเมือง&amp;nbsp;และบริเวณหน้าเทศบาลเมืองถนนสมุทรสงคราม-บางแพ&amp;nbsp;จนถึงหน้าโรงเรียนถาวรานุกูล&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นพื้นที่ท้องกระทะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนที่สัญจรไป-มา&amp;nbsp;ประสบปัญหาน้ำทะแลหนุน&amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และมีโครงการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดทำแผนงาน/โครงการการปรับปรุงซ่อมแซมท่อและล้างท่อในตลาดสดแทศบาลเมือง&amp;nbsp;พร้อมทั้งการขุดลอกลำประโดง&amp;nbsp;ที่ตื้นเขินให้สามารถเป็นที่กักเก็บน้ำในกรณีมีน้ำทะเลหนุน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ชี้แจงว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางกรมโยธิการและผังเมืองได้จัดทำโครงงานแก้ปัญหาน้ำท่วมและการระบายน้ำหลักในชุมชนเมืองสมุทรสงครามและชุมชนต่อเนื่องเป็นงบประมาณผูกพันระหว่างปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2566-2568&amp;nbsp;ด้วยการจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่งและสามารถป้องกันกรณีน้ำทะเลหนุนเข้าสู่ตลาดเทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สืบเนื่องจากมีประชาชนแจ้งปัญหาความเดือดร้อนกรณีน้ำทะเลหนุนสูงที่เป็นปัญหามายาวนานถึงแม้จะเป็นวิถีชีวิตของคนสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าปัญหามาจากหลายสาเหตุ&amp;nbsp;การเจริญเติบโตของชุมชน&amp;nbsp;คูคลองตื้นเขิน&amp;nbsp;ท่อระบายน้ำตันทำให้ระบายน้ำไม่ทัน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้สั่งการให้เทศบาลเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;รีบดำเนินการซ่อมเครื่องสูบน้ำที่เสีย&amp;nbsp;พร้อมรีบดำเนินการจัดหาเพิ่มเติมตามจำนวนที่แจ้ง&amp;nbsp;และจัดการเรื่องบ่อดักไขมัน&amp;nbsp;ส่วนถนนสมุทรสงคราม-บางแพ&amp;nbsp;ทางจังหวัดมอบหมายให้สำนักงานแขวงทางหลวงสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ดำเนินการจัดหาเครื่องสูบน้ำมาดำเนินการ&amp;nbsp;ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมอบหมายทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมเมื่อถึงปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;จะได้เร่งดำเนินการในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่ประสบปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302181417759</Link_News></row>
<row _id="64"><NewsTitle>ปลื้มความสำเร็จ ตั้งแลปตรวจแมลงศัตรูพืชและสารตกค้างในผักผลไม้ ด่านเชียงของ ตรวจวิเคราะห์ ได้ทันที</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาว&amp;nbsp;มนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตามที่ได้มอบนโยบายเร่งรัดการสร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์แมลงศัตรูพืชและสารตกค้างในผักและผลไม้ที่นำเข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ส่งออกให้เบ็ดเสร็จที่ด่านเชียงของ&amp;nbsp;เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและคู่ค้านั้น&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชเชียงของได้รับงบประมาณจัดสรรเครื่องมือปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;พร้อมห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,421,600&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขณะนี้ได้สร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้ของบสนับสนุนอาคารปฏิบัติการเพื่อความสะดวก&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;ให้การปฎิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากจะเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคทั้งประเทศต้นทางและปลายทางอีกด้วย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในการตรวจหาสารต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา&amp;nbsp;(อย.)&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาคือเมื่อตรวจพบสารที่เป็นอันตราย&amp;nbsp;จะต้องนำไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เชียงราย&amp;nbsp;จึงอยากให้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ&amp;nbsp;ที่ด่านเชียงของให้เบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ลดความล่าช้าลงเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยจะกลับไปหารือกับกระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง&amp;nbsp;จึงได้มอบนโยบายให้สร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์แมลงศัตรูพืชและสารตกค้างในผักและผลไม้ที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยสุ่มตัวอย่างตรวจศัตรูพืชเชิงลึก&amp;nbsp;จากนั้นนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ให้กับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ผู้นำเข้าและสิ่งสำคัญที่สุดคือ&amp;nbsp;สุขอนามัยของผู้บริโภค&amp;nbsp;ตลอดจนขอชื่นชมกรมวิชาการเกษตรที่สามารถดำเนินงานตามนโยบายที่มอบไว้&amp;nbsp;ถือเป็นความความสำเร็จของภาคเกษตรไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานการนำเข้าสินค้าเกษตรในช่วงปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ของด่านตรวจพืชเชียงของ&amp;nbsp;มีปริมาณการนำเข้ากว่า&amp;nbsp;346,535ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,357&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ17&amp;nbsp;พืชนำเข้าที่มีการตรวจมากที่สุดคือ&amp;nbsp;องุ่น&amp;nbsp;ผักกาดขาว&amp;nbsp;ส้ม&amp;nbsp;ผักตระกูลกะหล่ำและพริกสด&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการส่งออกสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีปริมาณการส่งเพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;รัฐบาลจีน&amp;nbsp;ได้มีประกาศปิดการเข้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ที่ด่านโม่ฮาน&amp;nbsp;ชั่วคราว&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;-16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ส่งผลให้รถสินค้าทั้งเข้าและออกติดอยู่บริเวณชายแดนบ่อเต็น&amp;nbsp;-&amp;nbsp;โม่ฮาน&amp;nbsp;จำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้การจราจรติดขัดและการเปิดใช้เส้นทางรถไฟจีน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้ประกอบการบางรายทดลองเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเปิด&amp;nbsp;ทางด่านฯ&amp;nbsp;จึงได้ติดตามสถานการณ์การเปิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปิดด่านฯ&amp;nbsp;จากทูตเกษตร&amp;nbsp;และผู้นำเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งออกอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออกที่ต้องการนำสินค้ากลับเข้ามาในประเทศและให้คำแนะนำ&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนเส้นทาง&amp;nbsp;และเข้มงวดในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งสินค้า&amp;nbsp;ตู้สินค้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงคัดบรรจุและจุดตรวจสินค้า&amp;nbsp;อีกทั้งติดตามสถานการณ์ข่าวสารการทดลองใช้เส้นทางรถไฟจีน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ลาว&amp;nbsp;จากทูตเกษตรและผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205757835</Link_News></row>
<row _id="65"><NewsTitle>รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่นครพนม ติดตามความคุ้มประสิทธิภาพอุปกรณ์การตลาดที่ให้การสนับสนุนสหกรณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายประกอบ&amp;nbsp;เผ่าพงศ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายประวัติ&amp;nbsp;แดงบรรจง&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;10,11,12&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความคุ้มประสิทธิภาพในการจัดสรรอุปกรณ์การตลาดที่ให้การสนับสนุนสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&amp;nbsp;ลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลนาทราย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;โดยมีนางสาววัชรี&amp;nbsp;ปุกหุต&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ประธานสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้จัดการสหกรณ์&amp;nbsp;และสมาชิกสหกรณ์ร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&amp;nbsp;ลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2534&amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;58,079&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีทุนเรือนหุ้น&amp;nbsp;19,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ดำเนินธุรกิจหลัก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำน่าย&amp;nbsp;ธุรกิจรวบรวมผลิตผลการเกษตร&amp;nbsp;และธุรกิจแปรรูป&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้รับการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;10,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โกดัง&amp;nbsp;เก็บสินค้าและลานตาก&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนตามโครงการงบพัฒนากลุ่มจังหวัดสนุกในการสร้างโรงสีขนาด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ตัน/วัน&amp;nbsp;โรงอบลดความชื้นขนาด&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ตัน/วัน&amp;nbsp;รถตัก&amp;nbsp;โรงสีพร้อมชุดแยกขนาดกำลังการผลิต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัน/วัน&amp;nbsp;รถโฟล์คลิฟท์&amp;nbsp;อาคารศูนย์กระจายสินค้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;โกดังเก็บข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;2,400&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;สามารถเก็บข้าวเปลือกได้&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และอุปกรณ์ตลาดในการบรรจุข้าวสาร&amp;nbsp;คือเครื่องแพ็คสุญญากาศและเครื่องดูดเมล็ดข้าวลีบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจากการสนับสนุนดังกล่าวส่งผลให้สหกรณ์ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถรวบรวมข้าวเปลือกได้เพิ่มมากขึ้นจากเดิมปีละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;ทั้งยังสามารถแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสารคุณภาพสูงเพื่อจำหน่ายภายใต้บรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลินครพนม&amp;nbsp;ตรานครเรือไฟ&amp;nbsp;ในปริมาณหลายขนาด&amp;nbsp;ส่งผลให้มีผลประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และจากการสำรวจพบว่า&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งของภาคอีสานที่มีผลกำไรในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งภายหลังการรับฟังบรรยายสรุปรองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวให้ข้อคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการของสหกรณ์&amp;nbsp;คือการรวมกันซื้อรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;เป็นการเชื่อมโยงสหกรณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เข้าด้วยกัน&amp;nbsp;ที่จะก่อให้เกิดความเข้มแข็งที่ยั่งยืนที่ธุรกิจอื่นทำไม่ได้&amp;nbsp;ทั้งนี้ในการบริหารที่ผ่านมาของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&amp;nbsp;ลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ทำได้ดีแล้วมีความคุ้มประสิทธิภาพกับเครื่องมือและอุปกรณ์ที่สนับสนุนและขอเป็นกำลังใจให้&amp;nbsp;แต่ถ้าสามารถลดต้นทุนในส่วนอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพิ่มเติมได้จะส่งผลดีต่อสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ได้อีกมาก&amp;nbsp;ยกตัวอย่างเช่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะนี้ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด&amp;nbsp;ลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำอยู่คือการไปรับซื้อตามจุดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แล้วขนกับมาที่&amp;nbsp;สกต.&amp;nbsp;ก่อนที่จะจำหน่ายกลับไปที่โรงสีในพื้นที่&amp;nbsp;ทำให้มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของแรงงาน&amp;nbsp;การขนส่งและค่าบริหารจัดการอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แต่ถ้าสามารถตกลงกับสหกรณ์ในพื้นที่ที่อาจจะมีศักยภาพไม่เพียงพอเท่า&amp;nbsp;สกต.&amp;nbsp;ธ.ก.ส.นครพนม&amp;nbsp;จำกัดได้&amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนแล้วยังจะมีกำไรมาบริหารจัดการหรือมากำหนดราคาซื้อที่สูงขึ้นกว่าเดิมได้&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ตัวสหกรณ์เองก็จะมีผลกำไรจากจำนวนผลผลิตที่รับซื้อที่มากขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์ทุกฝ่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งยังจะเป็นการเชื่อมโยง&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนให้สหกรณ์อื่น&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เติบโตไปด้วยกัน&amp;nbsp;อย่างไรก็ดีในเรื่องที่กล่าวมาทั้งหมดก็จะต้องอยู่บนมาตรฐานที่ทำอยู่เดิม&amp;nbsp;ในส่วนของอาคารแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานที่กำลังขาดอยู่ก็ขอให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดนครพนมเพื่อช่วยดำเนินการ&amp;nbsp;รวมถึงอยากฝากให้สมาชิกทุกคนหมั่นตรวจสอบและดูให้ดีในเรื่องของการจำหน่ายสินค้าเชื่อ&amp;nbsp;เพราะมีหลาย&amp;nbsp;สกต.มีปัญหาจากการทำในลักษณะนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302185404776</Link_News></row>
<row _id="66"><NewsTitle>ลงพื้นที่บูรณาการส่วนราชการสร้างความมั่นคงการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร  ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ ปี 2565 ตามนโยบาย ตลาดนำการผลิต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่แปลงปลูกข่า&amp;nbsp;อินทรีย์&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจห้วยร่องคำ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;น.ส&amp;nbsp;จริยา&amp;nbsp;วงศวีระ&amp;nbsp;ปฎิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และนายเพรชเหล็ก&amp;nbsp;ทองภูธร&amp;nbsp;ผู้อำนายการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการสร้างความมั่นคงด้านการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายตลาดนำการผลิต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และกำหนดแนวทางการดำเนินงานการตลาดนำการผลิตไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมเพื่อนำไปใช้ในการบริหารงานการเกษตรกรรมในพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอนและมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;โดยมีข้อสั่งการให้หน่วยงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคดำเนินการร่วมกันแบบบูรณาการ&amp;nbsp;รวมทั้งให้แสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะจากภาคเอกชนในการประสานข้อมูลความต้องการด้านการตลาดจับคู่กับภาคการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตทั้งในเชิงปริมาณ&amp;nbsp;คุณภาพมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ลดปัญหาทั้งกรณีสินค้าเกษตรล้นตลาดและไม่เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอนและมีความมั่นคง&lt;/strong&gt;ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นการอบรมต่อยอดให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ทำข้อตกลงสัญญาซื้อผลผลิต(MOU)&amp;nbsp;บริษัทวรนิยมฟู๊ด&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ส่ง&amp;nbsp;ข่า&amp;nbsp;ตะไคร้&amp;nbsp;ขมิ้นชัน&amp;nbsp;ส่งโรงงานพริกแกงท่านขุน&amp;nbsp;(บ.วรนิยม&amp;nbsp;ฟู๊ด)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นการอบรม&amp;nbsp;การแปรรูปสร้างมูลค่า&lt;/strong&gt;เพิ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ได้จัดการอบรม&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่กระบวนการ&amp;nbsp;การผลิต&amp;nbsp;สู่การแปรรูป&amp;nbsp;การพัฒนาบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมแสวงหาภาคีเครือข่ายคือสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;และการบูรณาการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;อบรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;ปุ๋ยหมักชีวภาพและปุ๋ยพืชสด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนยาจเริญ&amp;nbsp;เรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน&amp;nbsp;กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจกองทุนสามารถช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเกษตรกรได้&amp;nbsp;การเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการผลิต&amp;nbsp;และแนะนำแนวทางการของบสนับสนุน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญ&amp;nbsp;อบรม&amp;nbsp;พัฒนากลุ่ม&amp;nbsp;ด้านการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;Modern&amp;nbsp;Trade&amp;nbsp;และการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การแปรรูปสมุนไพร&amp;nbsp;พัฒนาแพคเกิจจิ้ง&amp;nbsp;และการบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;การปลูกข่าและตะไคร้อินทรีย์&amp;nbsp;และช่องทางการตลาด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจชุมชนบ้านห้วยร่องคำ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอนและมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302190957787</Link_News></row>
<row _id="67"><NewsTitle>นอภ.อำเภอขุนหาญ ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรร่วมโครงการโคก หนอง นา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายพรชัย&amp;nbsp;วงศ์งาม&amp;nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอ&amp;nbsp;ผู้บริหารสถานศึกษา&amp;nbsp;พัฒนากร&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เกษตรกรร่วมโครงการโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พช&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเกษตรกรรายนางติม&amp;nbsp;วิลา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลพราน&amp;nbsp;พร้อมหารือวาระงานของพื้นที่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302193538807</Link_News></row>
<row _id="68"><NewsTitle>นอภ.อำเภอขุนหาญ  ลงพื้นที่เตรียมให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาปรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วันนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายพรชัย&amp;nbsp;วงศ์งาม&amp;nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&amp;nbsp;ออกตรวจตราพื้นที่การทำนาปรังและสภาพการเก็บกักน้ำของเขื่อนตาจู&amp;nbsp;ฝายเก็กกักน้ำบ้านป่าอ้อ&amp;nbsp;ตำบลกันทรอม&amp;nbsp;เขื่อนห้วยทา&amp;nbsp;ตำบลบักดอง&amp;nbsp;อำเภอขุนหาญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302200415809</Link_News></row>
<row _id="69"><NewsTitle>ร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์และพืชสมุนไพร ปี 2565 รุ่นที่ 2 ณ จังหวัดอำนาจเจริญ โดย มกอช.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายนายจิรทัต&amp;nbsp;สวรรคทัต&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานฯ&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาต้นแบบการผลิตสมุนไพรอินทรีย์ในพื้นที่เมืองสมุนไพร&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โดยมีนางสาวเสาวลักษณ์&amp;nbsp;ศุภกมลเสนีย์&amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&amp;nbsp;(มกอช.)&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกิตติเกษม&amp;nbsp;นิ่มสะอาด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มแผนงานและติดตามประเมินผล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน&amp;nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มกอช.)&amp;nbsp;ดำเนินการจัดฝึกอบรมเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรจากอำเภอพนา&amp;nbsp;และอำเภอเสนางคนิคม&amp;nbsp;มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจข้อกำหนดของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์พืชสมุนไพร&amp;nbsp;มาตรฐานพืชสมุนไพรแห้ง&amp;nbsp;และการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติและมีความพร้อมของการรับรองมาตรฐานพืชสมุนไพรอินทรีย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมฝ้ายขิด&amp;nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;ที่มาของภาพและเนื้อข่าว&amp;nbsp;:&amp;nbsp;(มกอช.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302204131815</Link_News></row>
<row _id="70"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดนครราชสีมา  รวมพลเกษตรกร 32 อำเภอ ถ่ายทอดความรู้ตามรอยในหลวง ร.9</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรมสู่เกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2โครงการพัฒนานวัตกรรมเกษตรอาหารปลอดภัยกลุ่มนครชัยบุรินทร์&amp;nbsp;พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนโครงการและพบปะพี่น้องเกษตรกรที่เข้าร่วมการอบรม&amp;nbsp;32&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา&amp;nbsp;ตำบลลาดบัวขาว&amp;nbsp;อำเภอสีคิ้ว&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การถ่ายทอดความรู้&lt;/strong&gt;การส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรสู่การทำเกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกร&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตร&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถพัฒนาประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;มีรายได้เพียงพอ&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;มั่นคงในอาชีพส่งผลต่อเนื่อง&amp;nbsp;เกิดความยั่งยืนของภาคการเกษตรระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งมีผู้แทนจากโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ดร.ปริเวท&amp;nbsp;วรรณโกวิท&amp;nbsp;และนายณัฎฐ์&amp;nbsp;พงศ์พูนสุขศรี&amp;nbsp;มาบรรยายให้ความรู้การบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;โดยยึดหลักดำเนินงาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หนึ่ง&amp;nbsp;ต้องมีพื้นที่ให้น้ำอยู่,สอง&amp;nbsp;มีที่ให้น้ำไหล&amp;nbsp;และสาม&amp;nbsp;เก็บน้ำไว้ใต้ดิน&amp;nbsp;จึงจะสร้างความอุดมสมบูรณ์ของน้ำให้กับชุมชนนอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการทำการเกษตร&amp;nbsp;และเพื่อบริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205537832</Link_News></row>
<row _id="71"><NewsTitle>จังหวัดกำแพงเพชรประกอบพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทานให้กับผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน ในพื้นที่โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านป่าคา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านป่าคา&amp;nbsp;ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถพระพันปีหลวง&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;พ.ศ.2551&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;ป่าไม้&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ให้กับราษฎรชาวไทยบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;มีกลุ่มหมู่บ้านเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บ้านป่าคา&amp;nbsp;บ้านโล๊ะโค๊ะ&amp;nbsp;และบ้านป่าหมากและได้น้อมนำพระราชดำริ&amp;nbsp;มาใช้ในการดำเนินงานจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ประสานการทำงาน&amp;nbsp;ภายใต้คณะกรรมการ&amp;nbsp;ประสานงานการขับเคลื่อนและขยายผล&amp;nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ทำให้การดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านป่าคา&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และเมื่อวันพฤหัสบดี&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี&amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;นายพลากร&amp;nbsp;สุวรรณรัฐ&amp;nbsp;องคมนตรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;มูลนิธิราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;ในพระราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญถุงพระราชทาน&amp;nbsp;มอบแก่&amp;nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง&amp;nbsp;ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านป่าคา&amp;nbsp;อำเภอคลองลาน&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านน้ำหอม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บ้านทีนามู&amp;nbsp;ตำบลแม่ตื่น&amp;nbsp;อำเภอแม่ระมาด&amp;nbsp;จังหวัดตากเพื่อส่งมอบให้กับประชาชน&amp;nbsp;และผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ห้องประชุมค่ายเยาวชน&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า&amp;nbsp;อ.โกสัมพีนคร&amp;nbsp;จ.กำแพงเพชร&amp;nbsp;นายเชาวลิตร&amp;nbsp;แสงอุทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีส่งมอบสิ่งของพระราชทาน&amp;nbsp;ให้กับผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;ในพื้นที่โครงการ&amp;nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านป่าคา&amp;nbsp;อำเภอคลองลาน&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ถุง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กำแพงเพชร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302205819838</Link_News></row>
<row _id="72"><NewsTitle>ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าภารกิจขจัดคราบน้ำมันในทะเลและการดำเนินงานบริษัท SPRC</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&amp;nbsp;ไม่มีภารกิจในพื้นที่&amp;nbsp;เรือทุกลำในพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณทุ่น&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;เพื่อรอผลการประชุมหารือเปลี่ยนแนวทางวิธีการพันท่อน้ำมันต่อไป&amp;nbsp;จากการสำรวจบริเวณทุ่นไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมัน&amp;nbsp;เหตุการณ์โดยรวมปกติรวมถึงพื้นที่บริเวณชายฝั่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการดำเนินงานของบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้มีการจัดชุดเฝ้าระวังคราบและฟิล์มน้ำมันทั้งทางบกและทางน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมถึงเก็บทำความสะอาด&amp;nbsp;Tar&amp;nbsp;ball&amp;nbsp;บริเวณชายหาดอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาในวันนี้&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;617&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ส่วนกรณีได้รับแจ้งเรื่องคราบตะกอนดำและกลิ่นบริเวณคลองหัวรถ&amp;nbsp;ทดสอบเบื้องต้นไม่ใช่คราบน้ำมัน&amp;nbsp;ส่วนกลิ่นที่ได้มาจากการเติมน้ำมันเรือสปีดโบ๊ท&amp;nbsp;ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองร่วมเก็บตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์&amp;nbsp;และอีกกรณีได้รับแจ้งจากสมาชิกเทศบาลตำบลแกลงกระเฉด&amp;nbsp;ได้ซื้อปลาหมึกสดจากพ่อค้าอาหารทะเลในพื้นที่มาทานอาหารรับประทาน&amp;nbsp;ปรากฏว่ามีอาหาร&amp;nbsp;คลื่นไส้อาเจียน&amp;nbsp;หลังรับประทานอาหาร&amp;nbsp;โดยใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;บริษัทร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโดยเก็บตัวอย่างอาหารและปลาหมึกนำไปตรวจสอบหาสารปนเปื้อนในอาหารต่อไป&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&amp;nbsp;คราบ&amp;nbsp;ฟิล์มน้ำมันดิบแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,975&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนทางบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมว่าขอยุติการรับคำร้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดให้บริการประชาชนของภาครัฐทุกจุด&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าผู้ร้องเรียนลดลงและพบว่าข้อมูลการร้องเรียนมีความซ้ำซ้อน&amp;nbsp;โดยขอให้&amp;nbsp;อปท.ที่เป็นจุดรับเรื่องร้องทุกข์ทุกจุด&amp;nbsp;ส่งต่อข้อมูลตั้งแต่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.65&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ให้แก่เจ้าหน้าที่บริษัทฯ&amp;nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบว่าผู้ได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน&amp;nbsp;สามารถร้องเรียนผ่านศูนย์สื่อสาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้โดยตรงทางโทรศัพท์หมายเลข&amp;nbsp;038-699881&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-02-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220302222519867</Link_News></row>
<row _id="73"><NewsTitle>เกษตรยะลา ลงพื้นที่ จัดเก็บข้อมูล คัดเลือกบุคลากรทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการฝ่ายประกวดบุคลากรทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อจัดเก็บข้อมูล&amp;nbsp;คัดเลือกเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;บุคลากรทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้ลงเก็บข้อมูลคัดเลือกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านยือนัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;34&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลกาบัง&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านบันนังดามา&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;85&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลกาบัง&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาคัดเลือกบุคคลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่น&amp;nbsp;ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน&amp;nbsp;เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303080518881</Link_News></row>
<row _id="74"><NewsTitle>เปิดหน่วยบริการประชาชนปฏิบัติการฝนหลวงกู้ภัยแล้ง ควบคู่ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงแผนปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;ช่วยบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากการประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เบื้องต้นคาดการณ์ว่าปีนี้หน้าแล้งจะน้อยกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งกรมฝนหลวงฯ&amp;nbsp;ติดตามสภาพอากาศเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีการผันน้ำ&amp;nbsp;เพื่อประกอบการวางแผนการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถบินทำฝนช่วยเหลือได้ครอบคลุมทุกพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.)&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดปฏิบัติการฝนหลวงกู้ภัยแล้งประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเก็บเครื่องบิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สนามบินนครสวรรค์&amp;nbsp;จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดหน่วยบริการช่วยเหลือประชาชนในช่วงหน้าแล้งอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ภายใต้ปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง&amp;nbsp;ที่จังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp;หลังนำร่องปฏิบัติการในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปแล้ว&amp;nbsp;ซึ่งมีการเตรียมความพร้อมอากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรจำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนอากาศยานจากกองทัพอากาศร่วมปฏิบัติการฝนหลวงอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากแผนปฏิบัติการช่วยบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติและแก้ไขปัญหาภัยแล้งแล้ว&amp;nbsp;อีกหนึ่งในมาตรการคือ&amp;nbsp;การพิจารณานำฝนหลวงมาช่วยลดค่าฝุ่นละอองและหมอกควัน&amp;nbsp;โดยในช่วงที่มีสภาพปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองโดยเฉพาะ&amp;nbsp;PM10&amp;nbsp;,&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ที่มีค่าเกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;การปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จึงเป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่หากสภาพอากาศมีความชื้นต่ำ&amp;nbsp;การวางแผนปฏิบัติการในขั้นตอนการก่อเมฆ&amp;nbsp;เพื่อให้ท้องฟ้าบริเวณที่มีปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;มีเมฆเพิ่มมากขึ้นเพื่อจะสามารถดูดซับฝุ่นละอองที่ลอยอยู่เหนืออากาศบริเวณนั้น&amp;nbsp;ก็เป็นการลดปริมาณหมอกควัน-ฝุ่นละอองได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303100334908</Link_News></row>
<row _id="75"><NewsTitle>เร่งรัดพัฒนาสมุนไพรไทย รองรับตลาดผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การขับเคลื่อนการพัฒนาสมุนไพร&amp;nbsp;ตามแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยแผนแม่บทได้กำหนดให้มียุทธศาสตร์ในการบรรลุตามเป้าหมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์คือ&amp;nbsp;การส่งเสริมผลิตผลสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตรงความต้องการของตลาด&amp;nbsp;การพัฒนาอุตสาหกรรมและตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล&amp;nbsp;&amp;nbsp;การส่งเสริมการใช้เพื่อการรักษาโรค&amp;nbsp;เสริมสร้างสุขภาพ&amp;nbsp;และการสร้างความเข็มแข็งด้านการบริหารและนโยบายภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรอย่างยั่งยืนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีการขับเคลื่อนด้านวัตถุดิบสมุนไพร&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในประเด็นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การส่งเสริมผลิตผลสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพตรงความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;แผนการส่งเสริมการเพิ่มผลิตภาพสมุนไพรที่มีคุณภาพสู่การผลิตสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;เพิ่มความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตร&amp;nbsp;กระจายรายได้สู่เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยต้นน้ำ&amp;nbsp;ผลิตสมุนไพรปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือเกษตรอินทรีย์ใช้เทคโนโลยีในการผลิต&amp;nbsp;มีการปลูกแปลงใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจ&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;มีนวัตกรรมต่อยอด&amp;nbsp;มีการลงทุนวิจัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;ส่งเสริมตลาดชุมชน&amp;nbsp;ออนไลน์ตลาดกลางสมุนไพร&amp;nbsp;โดยมีการขับเคลื่อนการผลิตสมุนไพร&amp;nbsp;กำหนดพืช&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;champion&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กวาวเครือขาว&amp;nbsp;กระชายดำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขมิ้นชัน&amp;nbsp;บัวบก&amp;nbsp;มะขามป้อม&amp;nbsp;กระชาย&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp;กระเจี๊ยบแดง&amp;nbsp;หญ้าหวาน&amp;nbsp;ว่านหางจระเข้&amp;nbsp;ไพล&amp;nbsp;ทั้งนี้ในปี2564&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรให้เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;363,353&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมพื้นที่ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp;1,151,495&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานเพื่อส่งเสริมการผลิตสมุนไพร&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;Champion&amp;nbsp;&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ให้ได้คุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ดำเนินการพัฒนาห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ISO&amp;nbsp;17025)&amp;nbsp;เพื่อรองรับการให้บริการการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบสมุนไพร&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ร่วมจัดทำระบบฐานข้อมูลสมุนไพร&amp;nbsp;โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร&amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานกลางในการจัดทำระบบฐานข้อมูลสมุนไพรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101051934</Link_News></row>
<row _id="76"><NewsTitle>เดินหน้าแผนปฏิบัติการโลจิสติกส์ภาคเกษตร ระยะ 5 ปี ตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เกษตรของภูมิภาคอาเซียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(สศก.)&amp;nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยถึงความคืบหน้า&amp;nbsp;(ร่าง)&amp;nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเกษตรที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;(ร่าง)&amp;nbsp;แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนา&amp;nbsp;ระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570)&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเสนอ&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาระบบโลจิสติกส์สาขาเกษตรเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยดังกล่าว&amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เกษตรของภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;มีตัวชี้วัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ต้นทุนโลจิสติกส์สินค้าเกษตรที่สำคัญต่อยอดขายลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;มูลค่าการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;รวบรวมของสหกรณ์การเกษตรเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกและให้บริการด้านโลจิสติกส์เกษตรเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กำหนดประเด็นการพัฒนา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเด็นหลัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์เกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์เกษตร&amp;nbsp;และการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;โดยการผลักดันภายใต้ประเด็นการพัฒนาต่างๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการในการบริหารจัดการโลจิสติกส์เกษตร&amp;nbsp;โดยเน้นการยกระดับสถาบันเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งให้เป็นผู้ประกอบการโลจิสติกส์เกษตร&amp;nbsp;สนับสนุนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์เกษตร&amp;nbsp;สร้างและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรต้นแบบ&amp;nbsp;ตลอดจนพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์ให้มีองค์ความรู้ด้านการพัฒนาระบบ&amp;nbsp;โลจิสติกส์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/strong&gt;และการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์เกษตร&amp;nbsp;โดยการยกระดับศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;สร้างเครือข่าย&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เป็นฐานการรวบรวมกระจายและเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าเกษตรที่สำคัญในภูมิภาค&amp;nbsp;พัฒนาตลาดกลางและเชื่อมโยง&amp;nbsp;ตลาดระดับต่างๆ&amp;nbsp;บูรณาการและผลักดันการใช้กลไกภาครัฐ&amp;nbsp;รวมถึงเจรจาและปรับปรุง&amp;nbsp;กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์สินค้าเกษตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;การส่งเสริมการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ภาคการเกษตร&amp;nbsp;จะจัดทำระบบฐานข้อมูลที่ครอบคลุมทุกมิติ&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;ในเดือนมีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303101936943</Link_News></row>
<row _id="77"><NewsTitle>ปชส.สุราษฎร์ธานี เผย ครม.มีมติอนุมัติงบกลาง วงเงิน 2,000 ล้านบาท ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุนิสา&amp;nbsp;รามแก้ว&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการอนุมัติงบกลางแก้หนี้เกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&amp;nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;(กฟก.)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;267.62&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;และค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;(งบบุคลากร&amp;nbsp;งบดำเนินงาน)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;230.38&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เนื่องจากในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ผ่านมา&amp;nbsp;คือตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองทุนฯ&amp;nbsp;ไม่ได้รับจัดสรรงบฯ&amp;nbsp;และภายหลังได้รับการจัดสรรงบ&amp;nbsp;จะทำให้กองทุนสามารถเข้าไปซื้อหนี้ที่เกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน&amp;nbsp;เข้ามาเป็นหนี้กองทุนฯ&amp;nbsp;แล้วให้เกษตรกรผ่อนชำระคืนกับทางกองทุน&amp;nbsp;จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย&amp;nbsp;และลดการถูกยึดที่ดินทำกินของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;จัดตั้งโดย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&lt;/strong&gt;กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;ส่งเสริมและสนับสนุนการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;พัฒนาความรู้ด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับจากโครงการนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูอาชีพจำนวน&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&amp;nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมผลผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;ยั่งยืนต่อไป.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303095417897</Link_News></row>
<row _id="78"><NewsTitle>จนท.อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ เข้าตรวจสอบและควบคุมไฟป่า พบพื้นที่ป่าเบญจพรรณถูกไฟไหม้กว่า 16 ไร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;วังวล&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าคณะทำงานชุดที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์การเกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;รอบวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยได้ตรวจสอบจากดาวเทียม&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;05:04:36&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Fire&amp;nbsp;DNP&amp;nbsp;Hotspot&amp;nbsp;Alert&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17:04:00&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบดาวเทียม&amp;nbsp;Suomi&amp;nbsp;NPP&amp;nbsp;(GISTDA)&amp;nbsp;ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ถ้ำปลาน้ำตก-ผาเสื่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุดนั้น&amp;nbsp;พบว่าเกิดจุดความร้อนขึ้นที่บริเวณทิศใต้&amp;nbsp;บ้านห้วยโป่งอ่อน&amp;nbsp;ตำบลหมอกจำแป่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าปางตองฯ,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่โครงการพระราชดำริปางตอง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;พื้นที่ถูกไฟไหม้&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ชนิดป่าเบญจพรรณ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่จุดสกัดบ้านดอยแสง&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบจุดความร้อน&amp;nbsp;บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้บ้านกุงไม้สัก&amp;nbsp;ทิศใต้บ้านในสอย&amp;nbsp;และทิศใต้บ้านในสอยพิกัด&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมและดับไฟป่า&amp;nbsp;พื้นที่ถูกไฟไหม้&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ชนิดป่าเบญจพรรณเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303104446964</Link_News></row>
<row _id="79"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ ค่า PM 2.5 สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปสถานการณ์คุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ตำบลนาจักร&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วัดได้สูงสุด&amp;nbsp;126&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ดัชนีคุณภาพอากาศในระดับสีส้มซึ่งถือว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนบนคาดการณ์ล่วงหน้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&amp;nbsp;พื้นที่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;และลำพูน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาคเหนือตอนล่างคาดการณ์ล่วงหน้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;และพิจิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอเตือนประชาชนควรเฝ้าระวังสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถ้ามีอาการเบื้องต้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไอ&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;ระคายเคืองตา&amp;nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง&amp;nbsp;หากมีความจำเป็น&amp;nbsp;และผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไอ&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;ตาอักเสบ&amp;nbsp;แน่นหน้าอก&amp;nbsp;ปวดศีรษะ&amp;nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&amp;nbsp;คลื่นไส้&amp;nbsp;อ่อนเพลีย&amp;nbsp;ควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303112243977</Link_News></row>
<row _id="80"><NewsTitle>กรมชลประทาน สั่งเตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก  6-8 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จากการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางพื้นที่&amp;nbsp;สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ติดตามสภาพอากาศและสภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจมีผลกระทบในหลายพื้นที่&amp;nbsp;รวมไปถึงจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ&amp;nbsp;มีการปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารชลประทาน&amp;nbsp;ให้พร้อมรับน้ำหลากและป้องกันน้ำท่วมได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลากไว้ล่วงหน้า&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมบุคลากร&amp;nbsp;เครื่องจักรเครื่องมือ&amp;nbsp;รวมไปถึงระบบสื่อสารสำรองและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;พร้อมกับประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนล่วงหน้า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303185059208</Link_News></row>
<row _id="81"><NewsTitle>สมุทรสาคร แถลงข่าวการจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายพิรุณโรจน์&amp;nbsp;นาคดนตรี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พระมงคลพัฒนาภรณ์&amp;nbsp;เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พระเทพศาสนาภิบาล&amp;nbsp;เจ้าคณะภาค&amp;nbsp;14&amp;nbsp;(เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;โดยบรรยากาศของการแถลงข่าวปีนี้&amp;nbsp;ก็มีทั้งการแสดงของผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และการนำผลไม้&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;(บางส่วน)&amp;nbsp;ซึ่งสามารถหาซื้อได้ภายในงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;มาจัดแสดงไว้&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานแถลงข่าวทุกคนได้ชม&amp;nbsp;ชิม&amp;nbsp;ช้อป&amp;nbsp;แชร์&amp;nbsp;และชักชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศมาร่วมงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ตำบลยกกระบัตร&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมกับงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อโต&amp;nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิรุณโรจน์&amp;nbsp;นาคดนตรี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;มีลำคลองน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยมีคลองดำเนินสะดวกเป็นสายน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เหมาะกับการทำเกษตรกรรม&amp;nbsp;สมกับคำที่ว่า&amp;nbsp;ลานเกษตร&amp;nbsp;และยังเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคหลายชนิด&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;องุ่น&amp;nbsp;ชมพู่&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;มะนาว&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;กล้วยไม้&amp;nbsp;และการทำน้ำตาลจากมะพร้าว&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาสลิดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงมี&amp;nbsp;หลวงพ่อโต&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;เป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์ท่าน&amp;nbsp;จนได้ชื่อว่า&amp;nbsp;เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำดำเนิน&amp;nbsp;ประดิษฐานอยู่ด้วย&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของอำเภอให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป&amp;nbsp;ทางอำเภอบ้านแพ้วร่วมกับวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และประชาชนชาวสวนเกษตร&amp;nbsp;จึงได้ร่วมมือกันจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้วขึ้นเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิรุณโรจน์&amp;nbsp;นาคดนตรี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ภายในงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรราคาถูกจากเกษตรกร&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์โอทอป&amp;nbsp;(OTOP)&amp;nbsp;และสินค้าราคาถูกจากกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปลาสลิด&amp;nbsp;กล้วยไม้&amp;nbsp;มะพร้าว&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;ชมพู่&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;นอกจากนี้ในแต่ละวันจะมีกิจกรรมการประกวดต่างๆ&amp;nbsp;ที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดประกวดพืชผลทางการเกษตร,&amp;nbsp;การประกวดสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;และสำรับอาหารไทยประจำตำบล,&amp;nbsp;การประกวดหนูน้อยเกษตรบ้านแพ้ว,&amp;nbsp;การประกวดปลาสลิด,&amp;nbsp;การคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแต่ละตำบลเข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ,&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละกิจกรรมล้วนแต่มีความสนุกสนานและมีจุดโดดเด่นที่น่าสนใจทั้งสิ้น&amp;nbsp;ในการจัดงานครั้งนี้จะส่งผลให้เกษตรกร&amp;nbsp;และผู้บริโภคจะได้รับผลประโยชน์โดยตรง&amp;nbsp;ภายใต้การจัดงานตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ในโอกาสนี้&amp;nbsp;ขอเชิญเที่ยวงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;และงานประจำปีปิดทองหลวงพ่อโต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ตำบลยกกระบัตร&amp;nbsp;อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;โดยสามารถสอบถามเส้นทางการท่องเที่ยวหรือข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;ที่ทำการปกครองอำเภอ/ที่ว่าการอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;0-3448-1010&amp;nbsp;โทรสาร&amp;nbsp;0-3448-1010&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สำนักเกษตรอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;0-3448-1033&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;08-1887-1947&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303115531998</Link_News></row>
<row _id="82"><NewsTitle>ปศุสัตว์ร้องกวาง ผสมเทียมโคให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอร้องกวาง&amp;nbsp;ผสมเทียมโคให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&lt;/strong&gt;ในพื้นที่อำเภอร้องกวาง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;และให้คำแนะนำในการป้องกันโรคอุบัติใหม่&amp;nbsp;ลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อย&amp;nbsp;(FMD)&amp;nbsp;โรคคอบวม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุรพล&amp;nbsp;ปิ่นแก้ว&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอร้องกวาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออกให้บริการเกษตรกร&amp;nbsp;โดยผสมโคเนื้อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และติดตามลูกเกิดจากการผสมเทียม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการป้องกันโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;skin&amp;nbsp;disease)&amp;nbsp;และโรคปากและเท้าเปื่อย&amp;nbsp;(FMD)&amp;nbsp;โรคคอบวม&amp;nbsp;การกำจัดแมลงดูดเลือดในโค-กระบือ&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;อำเภอร้องกวาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายสุทัศ&amp;nbsp;กวางเดินดง&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอร้องกวาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แนะนำโรคอุบัติใหม่&amp;nbsp;ลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบ&amp;nbsp;และแพร่กระจายในโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้&amp;nbsp;โดยอาการของสัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้&amp;nbsp;ต่อมน้ำเหลืองโต&amp;nbsp;มีตุ่มขนาดใหญ่บนผิวหนัง&amp;nbsp;พบมากที่คอ&amp;nbsp;หัว&amp;nbsp;เต้านม&amp;nbsp;ถุงอันฑะ&amp;nbsp;และช่วงขา&amp;nbsp;โดยตุ่มที่เกิดขึ้นสามารถแตก&amp;nbsp;และตกสะเก็ดเกิดเป็นเนื้อตาย&amp;nbsp;หรือมีหนอนชอนไชได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนโรคปากและเท้าเปื่อยเกิดจากเชื้อไวรัส&amp;nbsp;เอฟ&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;ดี&amp;nbsp;(FMD)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่พบในประเทศไทย&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไทป์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โอ&amp;nbsp;(O)&amp;nbsp;เอ&amp;nbsp;(A)&amp;nbsp;และเอเชียวัน&amp;nbsp;(Asia&amp;nbsp;I)&amp;nbsp;เชื้อทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไทป์นี้&amp;nbsp;จะทำให้สัตว์ป่วยแสดงอาการเหมือนกัน&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถให้ภูมิคุ้มกันต่างไทป์ได้&amp;nbsp;โรคนี้มีระยะฟักตัว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โคที่เป็นโรคนี้&amp;nbsp;จะมีอาการไข้&amp;nbsp;ซึม&amp;nbsp;เบื่ออาหาร&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะมีเม็ดตุ่มพอง&amp;nbsp;เกิดที่ริมฝีปากในช่องปาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เหงือกและลิ้น&amp;nbsp;ทำให้น้ำลายไหล&amp;nbsp;กินอาหารไม่ได้&amp;nbsp;และเกิดเม็ดตุ่มที่ระหว่างช่องกีบเท้า&amp;nbsp;ทำให้เจ็บ&amp;nbsp;เดินกะเผลก&amp;nbsp;เมื่อเม็ดตุ่มแตกออกอาจมีเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย&amp;nbsp;ทำให้แผลหายช้าขณะที่โคเป็นโรคจะผอมน้ำนมจะลดลงอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303124819015</Link_News></row>
<row _id="83"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน 7 จังหวัด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนัก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;65&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;46&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;44&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;227&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1,122&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;59,563&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;30,715&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;24,499&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;อย่างกรมชลประทานและกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;วางแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&amp;nbsp;//&amp;nbsp;กรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;เร่งรัดและวางแผนการก่อสร้างพนังกั้นน้ำในจุดเสี่ยงอุทกภัยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;สำรวจและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;ประสานแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และปัตตานี&amp;nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้ให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจและยอมรับการก่อสร้างโครงการต่างๆที่ช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303124239013</Link_News></row>
<row _id="84"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรฯ เปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ประจำปี 2565 ปล่อยขบวนคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกปฏิบัติภารกิจป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งและภัยพิบัติทั่วประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สนามบินนครสวรรค์&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ในขณะนี้หลายพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศเริ่มมีสถานการณ์ภัยแล้งเกิดขึ้น&amp;nbsp;น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักลดลงตามลำดับ&amp;nbsp;และในช่วงฤดูร้อนนี้&amp;nbsp;มีแนวโน้มของสถานการณ์การเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;รวมไปถึงแนวโน้มการเกิดพายุลูกเห็บในหลายพื้นที่ของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;และพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวสำหรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;และสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้&amp;nbsp;การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภูมิภาค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการจัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนเครื่องบินกองทัพอากาศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้มีการจัดตั้งปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วงชิงสภาพอากาศในการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและความต้องการน้ำในบางพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp;และจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งในด้านข้อมูลสภาพอากาศ&amp;nbsp;ปริมาณน้ำ&amp;nbsp;การวิเคราะห์-วิจัยข้อมูลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อนำมาวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;พี่น้องเกษตรกรและประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;ขอรับบริการฝนหลวง&amp;nbsp;หรือแจ้งข้อมูลความต้องการน้ำในพื้นที่ได้ทุกวันที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ&amp;nbsp;อาสาสมัครฝนหลวงในพื้นที่&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303132913032</Link_News></row>
<row _id="85"><NewsTitle>จ.สุโขทัย ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ (MOU) 74 หน่วยงาน ตั้งเป้าปลอดขยะภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;74&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขับเคลื่อนการลดและคัดแยกมูลฝอยในหน่วยงานของรัฐ&amp;nbsp;ตั้งเป้าปลอดขยะภายในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิรุฬ&amp;nbsp;พรรณเทวี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ได้ทำบันทึกตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ทั้งหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;74&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ตามโครงการ&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ปลอดขยะ&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp;เพื่อแสดงพลังความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ในการลดและคัดแยกมูลฝอยในหน่วยงานของรัฐตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจะร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลด&amp;nbsp;และคัดแยกขยะมูลฝอย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง&amp;nbsp;และงดใช้กล่องโฟมบรรจุอาหาร&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างความตระหนัก&amp;nbsp;และส่งเสริมบทบาทของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดและคัดแยกขยะมูลฝอย&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม&amp;nbsp;รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันรักษาความสะอาด&amp;nbsp;และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเชื่อว่าวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัยจะสามารถประกาศ&lt;/strong&gt;เป็นจังหวัดปลอดขยะ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่องค์การสหประชาชาติประกาศเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก&amp;nbsp;สำหรับแนวทางการดำเนินงานแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;และระดับจังหวัด&amp;nbsp;บริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางคือ&amp;nbsp;ผู้ก่อให้เกิดขยะ&amp;nbsp;กลางทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผู้มีหน้าที่เก็บขนขยะ&amp;nbsp;และปลายทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การทำลายขยะ&amp;nbsp;ตามหลัก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;R&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การลดปริมาณ&amp;nbsp;(Reduce)&amp;nbsp;การนำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp;(Reuse)&amp;nbsp;และการนำไปแปรรูป&amp;nbsp;(Recyce)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303130758025</Link_News></row>
<row _id="86"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดมีฝนตกลงมาและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303131204027</Link_News></row>
<row _id="87"><NewsTitle>ยกระดับคุณภาพกาแฟอะราบิกาบ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสู่ระดับพรีเมียม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟอะราบิกา&amp;nbsp;สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านปางขอน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ได้วิเคราะห์วางแผนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟอะราบิกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจัดทำแปลงต้นแบบการฟื้นฟูสภาพต้นกาแฟอะราบิกา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีอายุมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จัดทำแปลงขยายพันธุ์มะคาเดเมีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ใช้เป็นพืชร่มเงา&amp;nbsp;การฝึกอบรมการผลิต&amp;nbsp;กาแฟอะราบิกาที่ถูกต้องและเหมาะสม&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมผลิตต้นพันธุ์กาแฟอะราบิกาพันธุ์เชียงใหม่&amp;nbsp;80&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ต้นต่อปี&amp;nbsp;และผลิตต้นพันธุ์มะคาเดเมีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ต้นต่อปี&amp;nbsp;ใช้เป็นพืชร่มเงากาแฟ&amp;nbsp;สนับสนุนให้กับเกษตรกรที่ผ่านการฝึกอบรมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;การปลูกกาแฟอะราบิก้าพันธุ์เชียงใหม่&amp;nbsp;80&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีผลผลิตตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;132,100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;และในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;380,107&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;380,107&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อเทียบในปี&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;ก่อนเริ่มโครงการเกษตรกรมีรายได้ครัวเรือนเพียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&amp;nbsp;นับได้ว่าเป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่อื่นของภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่ดำเนินงานของสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯ&amp;nbsp;ได้รับการรับรองแหล่งผลิตดีที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;ตามมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;9001-2556&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;95&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่ได้รับการรับรอง&amp;nbsp;1,170&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สำหรับแผนการดำเนินงานต่อไป&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย&amp;nbsp;มีแผนสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาการผลิตกาแฟสู่ระดับพรีเมียม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยใช้ชุดเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ครอบคลุมเพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์กาแฟของเกษตรกรต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150133093</Link_News></row>
<row _id="88"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน เร่งแก้ไขปัญหาค่าปริมาณมลพิษในอากาศ โดยระดมเร่ง ฉีดพ่นละอองน้ำต่อเนื่อง เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ หวังลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่บริเวณหนองจองคำ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;กันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;สร้างความชุ่มชื่นในอากาศ&amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;มีค่าเฉลี่ยที่วัดจากตัวอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;126&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งมีค่าเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;มาแล้ว&amp;nbsp;6&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบจุดความร้อนสะสมทั้งหมด&amp;nbsp;936&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สถานการณ์คุณภาพอากาศ&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;126&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303131835028</Link_News></row>
<row _id="89"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี จัดอบรมแปรรูปเนื้อแพะส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงแพะให้มีช่องทางการค้าและส่งออก เพิ่มมูลค่าราคาเนื้อแพะ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้จัดกิจกรรมอบรมการแปรรูปเนื้อแพะ&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรที่เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมหลักส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพผู้เลี้ยงแพะแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงแพะเพื่อการค้าและการส่งออก&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;"เทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์แพะ"&amp;nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรจากกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;มาสอนให้แก่ผู้เข้ารับการอบรม&amp;nbsp;ถึงวิธีการแปรรูปเนื้อแพะ&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่การชำแหละหรือแยกชิ้นส่วนซากแพะ&amp;nbsp;เพื่อนำชิ้นส่วนแต่ละอย่างไปใช้แปรรูปเป็นอาหารที่แตกต่างกันตามลักษณะความเหนียวและความนุ่มของเนื้อแพะในแต่ละชิ้นส่วน&amp;nbsp;มีการสอนภาคปฏิบัติให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ลงมือทำจริงใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมนูอาหาร&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การทำแพะแดดเดียว&amp;nbsp;การทำแพะปิ้งย่าง&amp;nbsp;การทำไส้อั่วแพะ&amp;nbsp;และการทำขาแพะรมควัน&amp;nbsp;สำหรับแพะถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ของจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ซึ่งมีการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงแพะเนื้อมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2562&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่เลี้ยงแพะจำนวน&amp;nbsp;413&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยมีแพะเป็นผลผลิตทั้งจังหวัดเฉลี่ยจำนวนกว่า&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ตัวต่อปี&amp;nbsp;มีรายได้เฉลี่ยต่อปีประมาณ&amp;nbsp;97&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรที่เลี้ยงแพะของจังหวัดสิงห์บุรีจะเลี้ยงเพื่อขายส่งเป็นตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่&amp;nbsp;แพะเป็นอายุประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กิโลกรัมราคาประมาณ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือเฉลี่ยราคาตัวละประมาณ&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรสามารถแปรรูปเนื้อแพะและส่งขายเองได้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแพะได้อีกเท่าตัว&amp;nbsp;หรือเฉลี่ยประมาณ&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;บาทต่อแพะ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วีรยุทธ&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สิงห์บุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303133515036</Link_News></row>
<row _id="90"><NewsTitle>สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึงตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดและก้นอ่าว&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ได้เดินสำรวจชายหาดเพื่อตรวจติดตามเส้นทางการแพร่กระจายและผลกระทบจากน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลมาบตาพุดรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&amp;nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ถึงบ้านก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยบริเวณหินขาวหินดำ&amp;nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายถ่านระยะ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนสะพานป่าคั้น&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&amp;nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ(ทอ.)&amp;nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;หาดบ้านเพ-ท่าเรือแกลง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;5.43&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังได้นำเรือ&amp;nbsp;ทช.311&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.221&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทช.302&amp;nbsp;ตรวจติดตามและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของคราบน้ำมันที่อาจมีหลงเหลือในพื้นที่ทะเลระยองรวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ด&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;45&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;87.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;120cกิโลเมตร&amp;nbsp;โดยการสำรวจทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันในทะเล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303141922059</Link_News></row>
<row _id="91"><NewsTitle>จังหวัดอ่างทอง จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 2/2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวีระศักดิ์&amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดบางศาลา&amp;nbsp;ตำบลชัยฤทธิ์&amp;nbsp;อำเภอไชโย&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวินัย&amp;nbsp;ขยันยิ่ง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานฯ&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงรับโครงการดังกล่าวไว้ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ในปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการ&amp;nbsp;ของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุก&amp;nbsp;ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกด้านพืช&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ดินและปุ๋ย&amp;nbsp;และคลินิกอื่น&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาและถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจร&amp;nbsp;พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยในการป้องกันและดูแลตนเองจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19)&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อ่างทอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145617086</Link_News></row>
<row _id="92"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ รับข้อเสนอแผนฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายภาคประชาชนไปปรับใช้กับนโยบายภาครัฐ เพื่อสร้างแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกมิติให้เกิดเป็นรูปธรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รับข้อเสนอแผนฟื้นฟูและพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายภาคประชาชนไปปรับใช้กับนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อสร้างแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกมิติให้เกิดเป็นรูปธรรม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวในเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp;"หยุดทำลายโลกใบนี้&amp;nbsp;ก้าวสู่โลกที่ยั่งยืน"&amp;nbsp;จัดโดย&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สส.)&amp;nbsp;เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ซึ่งมีการระดมความคิดเห็นจากภาคประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp;ร่วมกันจัดทำเป็นข้อเสนอ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ข้อเสนอ&amp;nbsp;แล้วส่งต่อให้กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำไปผนวกจัดทำเป็นแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในเชิงนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง&amp;nbsp;โดยปีนี้กระทรวงทรัพย์ฯมุ่งมั่นให้เป็นปีแห่งการปรับตัวและฟื้นฟู&amp;nbsp;ภายใต้นโยบาย&amp;nbsp;"ทส.ยกกำลังเอ็กซ์"&amp;nbsp;ส่วนการฟื้นฟูเน้นการสร้างเศรษฐกิจครัวเรือนและการทุ่งสู่เศรษฐกิจแบบใหม่และสังคมคาร์บอนต่ำ&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;และการพัฒนาระบบดิจิตอล&amp;nbsp;แพลทฟอร์ม&amp;nbsp;เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลัง&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศหากเทียบกับทั่วโลกพื้นที่ดินใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์จะมีความสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากถึงร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของโลกใบนี้&amp;nbsp;และช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาของโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้กิจกรรมของมนุษย์หลายกิจกรรมต้องหยุดลง&amp;nbsp;แล้วส่งผลให้ธรรมชาติเริ่มฟื้นกลับคืนมา&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องร่วมกันปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติเหล่านี้ให้มากขึ้นภายใต้แผนการปฏิบัติร่วมกัน&amp;nbsp;โดยข้อเสนอที่กลุ่มสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเสนอมานั้นมีความครอบคลุมและสอดคล้องกับที่กระทรวงทรัพย์ฯ&amp;nbsp;มีอยู่&amp;nbsp;โดยสามารถนำไปปรับใช้กับทุกหน่วยงานในสังกัดได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายภาคภูมิ&amp;nbsp;วิธานติรวัฒน์&amp;nbsp;ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในส่วนของข้อเสนอที่ส่งให้กับกระทรวงทรัพย์ฯมีประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การร่วมกันรักษาโลก&amp;nbsp;ด้วยการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ก้าวผ่านการใช้พลังงานถ่านหิน&amp;nbsp;อนุรักษ์ฟื้นฟูป่า&amp;nbsp;และสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนให้ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การสร้างความยุติธรรมให้กับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การสร้างระบบนิเวศฐานชีวิตและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;//&amp;nbsp;แก้ปัญหาฝุ่นพิษและ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;//&amp;nbsp;แก้ปัญหาขยะพิษจากอุตสาหกรรรม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;แก้ปัญหาขยะทะเล&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ&amp;nbsp;หรือแรมซ่าไซด์&amp;nbsp;//&amp;nbsp;แก้ปัญหาแม่น้ำโขง&amp;nbsp;แม่น้ำนานาชาติ&amp;nbsp;และผลกระทบข้ามพรมแดน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;แก้ปัญหาชุมชนคนอยู่กับป่า&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ส่งเสริมประชาชนหุ้นส่วนการพัฒนา&amp;nbsp;และการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งเครือข่ายภาคประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆและทำงานปกป้องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว&amp;nbsp;โดยต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการทำงานด้วยนโยบายและกฎหมายเข้าไปบังคับใช้ให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303144904080</Link_News></row>
<row _id="93"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร - พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย จังหวัดยโสธร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--primary-text);"&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--primary-text);"&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พนมไพร&amp;nbsp;และโครงการฝายธาตุน้อย&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เพื่อพิจารณารับรองรายชื่อของผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างฝายยโสธร&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พนมไพร&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ในรอบแรกจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;และอำเภอคำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;469&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การแต่งตั้งคณะทำงานอำเภอเพื่อตรวจสอบสิทธิ์ในการรับค่าชดเชยความเสียหายของราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายยโสธร&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พนมไพร&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เพิ่มพื้นที่อำเภอมหาชนะชัย&amp;nbsp;และอำเภอค้อวัง&amp;nbsp;การกำหนดกรอบระยะเวลา&amp;nbsp;และแนวทางในการดำเนินงานของคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ในรอบสอง&amp;nbsp;(รายใหม่)&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--primary-text);"&gt;โดยมีอาจารย์&amp;nbsp;ดร.กิตติชัย&amp;nbsp;ดวงมาลย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;var(--primary-text);"&gt;&amp;nbsp;รองคณบดีฝ่ายวางแผนและกายภาพ&amp;nbsp;คณะสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303145711087</Link_News></row>
<row _id="94"><NewsTitle>หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44  สำนักงานพัฒนาภาค 4 และ เทศบาลเมืองปัตตานี ดำเนินการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ไม่ให้น้ำเข้าเขตเทศบาลเมืองปัตตานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาภาค&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา&amp;nbsp;จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;รถขุดตัก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถลากจูงกึ่งพ่วง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รถยนต์บรรทุกตรวจการณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายนิอันนุวา&amp;nbsp;สุไลมาน&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี&amp;nbsp;พร้อม&amp;nbsp;จนท.&amp;nbsp;และสมาชิกสภาเทศบาล&amp;nbsp;ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เก็บขยะไม่ให้กีดขวางทางน้ำในแม่น้ำปัตตานี&amp;nbsp;บริเวณสะพานเดชานุชิต&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อให้น้ำไหลสะดวกรวดเร็วขึ้นและเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ได้มอบน้ำดื่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ขวด&amp;nbsp;ให้แก่ราษฎรในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สะพานเดชานุชิต&amp;nbsp;ต.อาเนาะรู&amp;nbsp;อ.เมืองปัตตานี&amp;nbsp;จ.ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303150527100</Link_News></row>
<row _id="95"><NewsTitle>ความสำเร็จของศูนย์การเรียนรู้สวนพุทธเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่โคกหนองนาบ้านหนองอีดำ จ.สุรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สวนพุทธเกษตร&amp;nbsp;เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/strong&gt;สู่โคกหนองนา&amp;nbsp;บนแปลงที่ดิน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บ้านหนองอีดำ&amp;nbsp;ต&amp;nbsp;กะโพ&amp;nbsp;อ&amp;nbsp;ท่าตูม&amp;nbsp;จ&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งของภาพความก้าวหน้าและความสำเร็จ&amp;nbsp;จากความร่วมมือกันอย่างแท้จริงระหว่างชุมชน&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อุปถัมภ์ขับเคลื่อนโดยพระภิกษุสงฆ์&amp;nbsp;โดยพระเดชพระคุณ&amp;nbsp;ดร.หลวงพ่อ&amp;nbsp;พระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;หลวงพ่อแดง&amp;nbsp;นันทิโย&amp;nbsp;องค์ประธานมูลนิธิวัดอินทาราม&amp;nbsp;รองเจ้าคณะอำเภออัมพวาเจ้าอาวาสวัดอินทาราม&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันดีในนามธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;ซึ่งได้มาก่อตั้งแปลงนาอินทรีย์บนพื้นที่เปล่าแห่งนี้&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และปรับพื้นที่ขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิดเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา&amp;nbsp;มีวิสาหกิจในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อ.ท่าตูม&amp;nbsp;จอมพระ&amp;nbsp;ชุมพลบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศีขรภูมิ&amp;nbsp;ร่วมหมุนเวียนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ให้สมบูรณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีพระมหาบวร&amp;nbsp;ปวรธมฺโม&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองเจ้าคณะอำเมืองนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้เดินทางมาเยี่ยมชมความก้าวหน้าของการพัฒนาสวนพุทธเกษตรบ้านหนองอีดำแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และนำผลไม้และพันธุ์ไม้มาแจกจ่ายแลกเปลี่ยนให้ญาติโยมที่ศูนย์พุทธเกษตรนำไปใช้ประโยชน์ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันตั้งวิสากิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้ามาเรียนรู้วิธีปลดหนี้&amp;nbsp;และสังกัดเป็นสมาชิกโรงเรียนสอนชาวนาสู้กับความจน&amp;nbsp;ได้เอาแนวคิดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;มาลงพื้นที่&amp;nbsp;โดยยึดหลักการแก้ปัญหาของคนชนบท&amp;nbsp;มาเป็นโจทย์ในการพัฒนา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ส่วนใหญ่มีหนี้จากการทำนา&amp;nbsp;ลงทุนสูง&amp;nbsp;โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และแรงงานส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปรับจ้างเพื่อยังชีพทิ้งเรือกสวนไร่นา&amp;nbsp;ช่วงเวลาการทำนาและฤดูกาลที่ต้องพึ่งพิงปริมาณน้ำฝน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบว่าไม่ได้เลี้ยงวัวควายในบ้าน&amp;nbsp;จึงทำให้ใช้ปุ๋ยเคมีแทน&amp;nbsp;โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;ได้ส่งวัวมาประจำที่คอกอภัยทาน&amp;nbsp;มีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาไว้ให้ขยายพันธุ์&amp;nbsp;แจกจ่ายมาแล้วประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และยังคงออกลูกเป็นผลผลิตให้กับชาวบ้านเป็นผลพลอยได้ต่อยอดการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองศาสตรจารย์&amp;nbsp;ดร.วาสนา&amp;nbsp;แก้วหล้า&amp;nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนักพัฒนาและบริการท้องถิ่นตามภารกิจรับใช้สังคม&amp;nbsp;ของบุคลาการในสถาบันอุดมศึกษา&amp;nbsp;ที่ทำงานเน้นการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยเฉพาะก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนการพลิกปัญหามาแก้ไข&amp;nbsp;จึงจับเอาเรื่องการมีวัวบ้านล่ะ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวมาเติมให้แต่ล่ะครัวเรือน&amp;nbsp;ตอนนี้มีชาวบ้านกว่า&amp;nbsp;32&amp;nbsp;หมู่บ้านของจังหวัดสุรินทร์มารับวัวไปเลี้ยง&amp;nbsp;และมาลงมือเรียนในศูนย์การเรียนรู้แนวพุทธเกษตร&amp;nbsp;เน้นการทำกิจกรรมพึ่งตนเอง&amp;nbsp;ลดปัญหาโลกร้อน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&amp;nbsp;ทำนาปี&amp;nbsp;นาปรัง&amp;nbsp;ใช้ปุ๋ยคอกผสมกับแหนแดงไมโครฟิลล่า&amp;nbsp;วิชาที่เรียนด้วยการลงมือทำ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด&amp;nbsp;การเลี้ยงปลากินพืช&amp;nbsp;การเลี้ยงหอยนา&amp;nbsp;หอยปัง&amp;nbsp;หอยขม&amp;nbsp;หอยเชอรี่สีทอง&amp;nbsp;การปลูกพืชอาหาร&amp;nbsp;ผักสวนครัว&amp;nbsp;ผักป่า&amp;nbsp;เห็ดโคน&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่เก็บไข่ขาย&amp;nbsp;วิชาการช่าง&amp;nbsp;วิชาการทำก้อนปุ๋ยและปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;การปลูกดอกดาวเรืองส่งจำหน่าย&amp;nbsp;และโรงสีข้าวเพื่อชาวนาสีข้าวเปลือกขายเอง&amp;nbsp;ในระบบออนไลน์&amp;nbsp;การชื้อสินค้าและการออมเงินระบบถือหุ้นสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุริยา&amp;nbsp;เครือ&amp;nbsp;จันทร์&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สาขาบ้านหนองอีดำ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ&amp;nbsp;โดยสมาชิกเพิ่มจำนวนมากขึ้น&amp;nbsp;คุณภาพวิถีชีวิตดีมากขึ้น&amp;nbsp;การใช้จ่ายลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากสมาชิกมีการแปรรูปสินค้าเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าวสารที่แปรรูปด้วยตนเองพร้อมกับนำออกไปจำหน่ายสร้างรายได้ที่ดีกว่า&amp;nbsp;การนำกลุ่มวิสาหกิจเข้ามาร่วมกันพัฒนาสวนเรียนรู้โคกหนองนาแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับวิถีชีวิตของชาวบ้านให้มีรายได้ลดรายจ่ายได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รศ&amp;nbsp;ดร&amp;nbsp;วาสนา&amp;nbsp;แก้วหล้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในทัศนะการรับใช้สังคมโดยมาช่วยชาวบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;กับบทบาทของงานสงฆ์สาธารณะสงเคราะห์&amp;nbsp;เห็นว่าความร่วมมือของการพัฒนาในรูปแบบ&amp;nbsp;บวร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บ้าน&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;ราชการ&amp;nbsp;ในที่นี่สามารถระดมพลังทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาสังคม&amp;nbsp;ที่สวนเรียนรู้แห่งนี้นี่จึงเป็นต้นแบบได้&amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนกลุ่มองค์กร&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ได้เยี่ยมศึกษาเรียนรู้พุทธเกษตรบ้านหนองอีดำแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแบบเกษตรพอเพียงทฤษฎีใหม่ให้ได้อยู่กับธรรมชาติของเกษตรแบบยั่งยืนและพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303151547111</Link_News></row>
<row _id="96"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(2&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;957&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;278&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;246&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;202&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;124&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;94&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;99&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;72&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี&amp;nbsp;543&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;8,455&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;7,274&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;4,676&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;3,305&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&amp;nbsp;1,832&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,766&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303154414132</Link_News></row>
<row _id="97"><NewsTitle>กอ.รมน.จังหวัดเลย ประชุมบูรณาการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้และที่ดินทำกินของราษฎร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมภูกระดึง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พ.อ.สมหมาย&amp;nbsp;บุษบา&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัดเลย&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมบูรณาการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้และที่ดินทำกินของราษฎรพื้นที่&amp;nbsp;ต.นาหอ&amp;nbsp;อ.ด่านซ้าย&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&amp;nbsp;ต.นาหอ&amp;nbsp;อ.ด่านซ้ายฯ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ผู้แทนคณะกรรมการป่าชุมชนนาหอ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;สาระสำคัญ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;1.&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดเลย&amp;nbsp;นำเสนอสภาพปัญหาด้านทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;และความขัดแย้งระหว่างผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&amp;nbsp;ต.นาหอ&amp;nbsp;อ.ด่านซ้ายฯ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;2.&amp;nbsp;ความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คดี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-สภ.ด่านซ้าย&amp;nbsp;คดีที่&amp;nbsp;145/2564&amp;nbsp;กรณี&amp;nbsp;บุกรุกป่าชุมชนนาหอ&amp;nbsp;ผตห./นายบำเพ็ญ&amp;nbsp;เสนานุช&amp;nbsp;พงส.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-สภ.ด่านซ้าย&amp;nbsp;คดีที่&amp;nbsp;146/2564&amp;nbsp;กรณี&amp;nbsp;ตัดไม้ป่าชุมชนนาหอ&amp;nbsp;ผตห./กำนัน&amp;nbsp;ต.นาหอ&amp;nbsp;พร้อมพวก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อยู่ในชั้นอัยการพิจารณาคดี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;-สภ.โคกงาม&amp;nbsp;คดีที่&amp;nbsp;84/2564&amp;nbsp;กรณี&amp;nbsp;บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ตรวจยึดแบคโฮ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ผตห.&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;พงส.อยู่ระหว่างสอบสวนผู้แทน&amp;nbsp;อบจ.เลย&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณสัปดาห์หน้าสามารถส่งสำนวนฟ้องได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;3.&amp;nbsp;นายสนอง&amp;nbsp;โสประดิษฐ์&amp;nbsp;รองนายกฯ/ผู้แทน&amp;nbsp;อบจ.เลย&amp;nbsp;กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการแก้ปัญหาภัยแล้งฯ&amp;nbsp;(ขุดบ่อน้ำราษฎรสมทบ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บ./บ่อ)&amp;nbsp;และแจ้งว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวได้แจ้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;4.&amp;nbsp;ทสจ.เลย&amp;nbsp;กล่าวถึงการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้ก่อนเข้าดำเนินการ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ&amp;nbsp;และการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;คณะกรรมการป่าชุมชน&amp;nbsp;ถือเป็นเจ้าพนักงาน&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ป่าชุมชน&amp;nbsp;พ.ศ.2562&amp;nbsp;ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;5.&amp;nbsp;พ.อ.พงษ์เพชร&amp;nbsp;เกษสุภะ&amp;nbsp;ผู้แทน&amp;nbsp;ศปป.4&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;แจ้งว่าเคยตรวจพบการดำเนินโครงการดังกล่าวในห้วงที่ผ่านมาและได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขแล้วแต่ยังคงปรากฏว่ามีการดำเนินการที่ละเมิดต่อกฎหมายเป็น&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;6.&amp;nbsp;นางชนากานต์&amp;nbsp;แก้วเพชร&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ต.นาหอฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;มีขบวนการกลั่นแกล้งตนเองให้ได้รับโทษตามกฎหมาย&amp;nbsp;โดยไม่ทราบสาเหตุ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;7.&amp;nbsp;นายประสาสน์&amp;nbsp;อุ่นแก้ว&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.นาหอ&amp;nbsp;กล่าวถึงความขัดแย้งในพื้นที่ห้วงที่ผ่านมามิได้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวของผู้นำ&amp;nbsp;แต่เกิดจากข้าราชการที่ไม่ยึดถือระเบียบกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;8.&amp;nbsp;นางกัณจน์พาณิภัค&amp;nbsp;กุดเปล่ง&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านนาเบี้ย&amp;nbsp;กล่าวถึงขั้นตอนการดำเนินการของคณะกรรมการหมู่บ้านนาเบี้ย&amp;nbsp;ได้ยึดถือระเบียบ&amp;nbsp;มท.ทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ประธานกล่าวสรุป&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ&amp;nbsp;กอ.รมน.ได้เร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหากรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;การดำเนินการมีความคืบหน้าตามลำดับ&amp;nbsp;และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;และขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้ากัน&amp;nbsp;ก้าวข้ามความขัดแย้ง&amp;nbsp;ร่วมกันพัฒนาพื้นที่เพื่อความสงบสุขของประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;9.&amp;nbsp;จากการสังเกตการณ์&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น&amp;nbsp;ต.นาหอ&amp;nbsp;อ.ด่านซ้ายฯ&amp;nbsp;มีความเข้าใจการทำงานภาครัฐมากขึ้น&amp;nbsp;และมีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;คาดว่าความขัดแย้งในพื้นที่จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303160432141</Link_News></row>
<row _id="98"><NewsTitle>ร้อยเอ็ดขับเคลื่อนนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยโดยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า ระบบปิดแบบ Waste To Energy (WTE) โซนใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเชวงศักดิ์&amp;nbsp;พลเยี่ยม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยโดยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;ระบบปิดแบบ&amp;nbsp;Waste&amp;nbsp;To&amp;nbsp;Energy&amp;nbsp;(WTE)&amp;nbsp;โซนใต้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ประชุม&amp;nbsp;สาเกต&amp;nbsp;ฮอลล์&amp;nbsp;อำเภอเมืองร้อยเอ็ด&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเอกภาพ&amp;nbsp;พลซื่อ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยปัญหาของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ&lt;/strong&gt;เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;ขยะมูลฝอยมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นทุกปี&amp;nbsp;และจากการเพิ่มขึ้นของประชากร&amp;nbsp;การขยายตัวของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การขยายตัวของชุมชนเมือง&amp;nbsp;และทางด้านอุตสาหกรรม&amp;nbsp;อีกทั้งสถานที่กำจัดหรือสถานที่บริหารจัดการขยะที่มีไม่เพียงพอและยังไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;จึงได้แบ่งการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โซน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มพื้นที่โซนเหนือ&amp;nbsp;กลุ่มพื้นที่โซนกลาง&amp;nbsp;กลุ่มพื้นที่โซนใต้และกลุ่มพื้นที่เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด&amp;nbsp;โดยกลุ่มที่ร่วมประชุมในวันนี้คือกลุ่มพื้นที่โซนใต้&amp;nbsp;ประกอบไปด้วยกลุ่มเป้าหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด&amp;nbsp;80&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเกษตรวิสัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสรวง&amp;nbsp;อำเภอสุวรรณภูมิ&amp;nbsp;อำเภอโพนทราย&amp;nbsp;อำเภอหนองฮี&amp;nbsp;อำเภอพนมไพร&amp;nbsp;อำเภอจตุรพักตรพิมาน&amp;nbsp;และอำเภอปทุมรัตต์&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่โซนใต้&amp;nbsp;ด้วยวิธีการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงขั้นตอนและวิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนถิ่นทุกแห่งในการขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยร่วมกัน&amp;nbsp;และให้ได้ทราบถึงทิศทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและให้นำแนวทางไปเสนอความเห็นชอบต่อสภาท้องถิ่นของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งจะสามารถนำไปขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอยได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาการไม่มีสถานที่ทิ้งขยะและสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303162029145</Link_News></row>
<row _id="99"><NewsTitle>วราวุธ ย้ำไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บนเวทีการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 (UNEA 5.2)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ย้ำประเทศไทยมุ่งมั่นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;บนเวทีการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;สมัยที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ช่วงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(UNEA&amp;nbsp;5.2)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;สมัยที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ช่วงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(UNEA&amp;nbsp;5.2)&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;Strengthening&amp;nbsp;Actions&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Nature&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Achieve&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Goals&amp;nbsp;เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูธรรมชาติและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกลในลักษณะผสมผสาน&amp;nbsp;(Hybrid)&amp;nbsp;จากกรุงไนโรบี&amp;nbsp;สาธารณรัฐเคนยา&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้กล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ&amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;และปัญหามลพิษที่กำลังบั่นทอนสุขภาพของประชาคมโลก&amp;nbsp;ในส่วนของประเทศไทยกำลังเร่งขับเคลื่อนรูปแบบโมเดลเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;หรือเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(Bio-Circular-Green&amp;nbsp;Economy)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในการรักษาความสมดุลระหว่างการส่งเสริมความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ควบคู่กับการดูแลปกป้องธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อคงระบบนิเวศและความมั่นคงมนุษย์&amp;nbsp;พร้อมย้ำเป้าหมายของไทยที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน&amp;nbsp;(Carbon&amp;nbsp;Neutrality)&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2050&amp;nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&amp;nbsp;(Net&amp;nbsp;Zero)&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2065&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ตั้งเป้า&amp;nbsp;Recycle&amp;nbsp;พลาสติกให้นำกลับมาใช้ประโยชน์&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ภายในปี&amp;nbsp;2027&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303161557143</Link_News></row>
<row _id="100"><NewsTitle>เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ติดตามศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าส่วนหน้า จ.ลำปาง สร้างความมั่นใจในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลโทนิรันด&amp;nbsp;ศรีคชา&amp;nbsp;เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก/หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก&amp;nbsp;พร้อมคณะทำงานฯ&amp;nbsp;และผู้แทน&amp;nbsp;WANG&amp;nbsp;โอกาสเดินทางเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าส่วนหน้า&amp;nbsp;(อำเภอแม่ทะ)&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมปิดการแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญด้านการดับไฟป่าแระหว่างกองทัพบกกับกองทัพบกสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;Bush&amp;nbsp;Fire&amp;nbsp;SMEE&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในพื้นที่กองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองทัพบกมีความห่วงใยในสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จำเป็นต้องบูรณาการและทุ่มเททั้งกำลังใจ&amp;nbsp;กำลังกาย&amp;nbsp;ยุทโธปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ร่วมกันทุกภาคส่วนให้สามารถ&amp;nbsp;ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้เกิดผลดี&amp;nbsp;ลดการเกิดไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี&amp;nbsp;มีอากาศที่สดใส&amp;nbsp;และเพื่อให้ลำปางไร้ปัญหาไฟป่าหมอกควันต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายอิศเรศ&amp;nbsp;จิระรัตน์&amp;nbsp;หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;กรมป่าไม้&amp;nbsp;ผู้แทนกรมป่าไม้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะฯร่วมให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการดำเนินการ&amp;nbsp;พร้อมนำชมนิทรรศการและการสาธิตการบัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;เพื่อให้เห็นถึงขั้นตอนการปฏิบัติ&amp;nbsp;ความรู้และความชำนาญของเจ้าหน้าที่และการใช้อุปการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ความปลอดภัยเมื่อเข้าปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ซึ่งสร้างความมั่นใจและความพร้อมการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยความร่วมมือและการบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164238157</Link_News></row>
<row _id="101"><NewsTitle>ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงฯ ตรวจเยี่ยม รับฟังการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พล.ท.สวัสดิ์&amp;nbsp;ชนะจิตรสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เดินทางไปตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;รับฟังการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสวนสาธารณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;พบค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เปรียบเทียบสถิติการเกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hot&amp;nbsp;Sport)&amp;nbsp;พบว่าในช่วงเดือนมกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;864&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;น้อยกว่าสถิติในช่วงเดียวกันของปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เกิดความร้อนสะสม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,449&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยในปีนี้มีแนวโน้มที่ดี&amp;nbsp;กว่าหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่วนอำเภอที่ยังต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;คืออำเภอปาย&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;และอำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;พบว่าปัจจุบันค่าฝุ่นละอองในอากาศเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;สำหรับปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าหมายจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;ต้องไม่เกิน&amp;nbsp;9,556&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากฝุ่นควันจากการเผา&amp;nbsp;จากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ที่มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ขณะที่ลมจากทิศตะวันตกพัดเข้ามายังประเทศไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณค่าฝุ่นควันจากการเผาในอากาศเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สั่งการหน่วยงานป่าไม้ทุกแห่ง&amp;nbsp;หยุดและชะลอการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในเขตป่าทุกชนิด&amp;nbsp;ในช่วงนี้&amp;nbsp;ทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;และในพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการสอดส่องและดูแล&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการลักลอบจุดไฟเผาป่า&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ยังคงมาตรการทางกฏหมายมาบังคับใช้ด้วย&amp;nbsp;หากสถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่มีความรุนแรงจากการลักลอบจุดไฟเผาป่า&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้ออกประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พล.ท.สวัสดิ์&amp;nbsp;ชนะจิตรสกุล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เห็นถึงการบูรณาการ&amp;nbsp;ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งในระดับจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;และหมู่บ้าน&amp;nbsp;รวมถึงภาคเอกชนและภาคประชาชน&amp;nbsp;ที่เข้ามามีส่วนร่วมในแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;กอ.รมน.ส่วนกลาง&amp;nbsp;จะนำเรียนผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร&amp;nbsp;ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;เป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับชมการสาธิตการอัดใบไม้เป็นก้อน&amp;nbsp;เพื่อนำไปแปรรูปเป็นถ่าน&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp;จากเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;รวมทั้งชมการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเปลือกข้าวโพด&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;ใบตองตึง&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนและเป็นการลดเชื้อเพลิงที่จะก่อให้เกิดไฟป่า&amp;nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจสร้างป่าสร้างรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303164845163</Link_News></row>
<row _id="102"><NewsTitle>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา เร่งสำรวจพื้นที่เสียหาย เตรียมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรภาคใต้  สำรองพืชพันธุ์ดีและไตรโครเดอร์มา ฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรทันทีหลังน้ำลด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย&amp;nbsp;ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;25-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนราษฎรเสียหาย&amp;nbsp;ซึ่งนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;และนายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้สั่งการไปยังเกษตรจังหวัดทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;สำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;และเตรียมการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งขณะนี้พบว่าพี่น้องเกษตรกรประสบภัยพิบัติด้านพืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;และจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;56&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;281&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1,913&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ครัวเรือนเกษตรกรที่คาดว่าจะประสบภัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;68,955&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่คาดว่าจะเสียหายรวม&amp;nbsp;89,274&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำแนกเป็นข้าว&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะใกล้จะเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;57,196&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;14,034&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&amp;nbsp;18,044&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และจากสภาพน้ำท่วมขังดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้ดินขาดออกซิเจนที่รากพืชจำเป็นต้องใช้ในการหายใจ&amp;nbsp;เกิดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;ขณะน้ำท่วมอินทรียวัตถุในดินเศษพืชและสัตว์ต่างๆ&amp;nbsp;จะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลาย&amp;nbsp;ทำให้เกิดก๊าซพิษที่เป็นอันตรายต่อรากไม้ผล&amp;nbsp;ส่งผลให้ประสิทธิภาพ&amp;nbsp;การดูดน้ำและแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ลดลง&amp;nbsp;รากพืชและลำต้นจะอ่อนแอง่ายต่อการที่โรคและแมลงจะเข้าทำลาย&amp;nbsp;อาจจะทำให้ไม้ผลบางชนิดล้มได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติภาคใต้&amp;nbsp;ร่วมกับอีก&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้ประสานเน้นย้ำให้จังหวัดรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ลงสำรวจพื้นที่เสียหายและเตรียมการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;หากยังมีฝนตกต่อเนื่อง&amp;nbsp;ให้รีบรายงานทันที&amp;nbsp;สำหรับการเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดนั้น&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีโครงการผลิตพืชพันธุ์ดีเพื่อสำรองในกรณีช่วยเหลือ&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย&amp;nbsp;และใช้ในภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการผลิตพืชพันธุ์ดีให้เกษตรกรในยามฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยได้มอบหมายให้ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดสุราษร์ฏานี&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เตรียมพร้อมพันธุ์พืชผักและไม้ผล&amp;nbsp;สำหรับสนับสนุนเกษตรกรทันทีหลังน้ำลด&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;262,000&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พริกเดือยไก่&amp;nbsp;พริกขี้หนู&amp;nbsp;มะเขือเปราะ&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;มะเขือยาว&amp;nbsp;มะเขือพวง&amp;nbsp;กะเพรา&amp;nbsp;แมงลัก&amp;nbsp;กระเจี๊ยบเขียว&amp;nbsp;กล้วยน้ำว้า&amp;nbsp;มะละกอ&amp;nbsp;ทุเรียนบ้าน&amp;nbsp;หมาก&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;ผักเหลียง&amp;nbsp;กระท่อม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกและรับประทานในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;(ศจช.)&amp;nbsp;เตรียมสนับสนุนชีวภัณฑ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;ป้องกันเชื้อรา&amp;nbsp;อันเป็นสาเหตุโรคพืช&amp;nbsp;มอบให้เกษตรกรนำไปฟื้นฟูสวนผลไม้&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;และไม้ยืนต้น&amp;nbsp;ทันทีหลังน้ำลด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรณีเสียหายโดยสิ้นเชิงกรมส่งเสริมการเกษตรยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในอัตราดังนี้&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;1,340&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;พืชไร่และพืชผัก&amp;nbsp;1,980&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ&amp;nbsp;4,048&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;ตามพื้นที่เสียหายจริงไม่เกินครัวเรือนละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เป็นไปตามที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยเกษตรกรต้องยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ&amp;nbsp;(กษ&amp;nbsp;01)&amp;nbsp;ให้ผู้นำรับรอง&amp;nbsp;ก่อนจะมีการตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และพื้นที่เสียหายจริง&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;และขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนาระบบสำหรับบันทึกข้อมูลการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติขึ้นใหม่&amp;nbsp;ทันสมัย&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อจะได้นำข้อมูลให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&amp;nbsp;รับรอง&amp;nbsp;และส่งข้อมูลให้&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโอนเงินช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอและสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303202653252</Link_News></row>
<row _id="103"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่คลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามโครงการ คืนคลองสวย น้ำใส ให้คลองแห มุ่งฟื้นฟูแหล่งน้ำกลับมามีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลาอเนกประสงค์วัดคลองแห&amp;nbsp;อำเภอหาดใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงศ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายนิพนธ์&amp;nbsp;บุญญามณี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามโครงการ&amp;nbsp;คืนคลองสวยน้ำใสให้คลองแห&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเจษฎา&amp;nbsp;จิตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นายวรณัฎฐ์&amp;nbsp;หนูรอต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;พล.ต.สิรภพ&amp;nbsp;ศุภวานิช&amp;nbsp;ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้กำหนดให้คลองแห&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำในการพัฒนาฟื้นฟู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้สะอาด&amp;nbsp;สวยงาม&amp;nbsp;มีระยะทางความยาวประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;มีชุมชนที่มีพื้นที่ติดต่อกับคลองแห&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ปัจจุบันบริเวณชุมชนบ้านคลองแห&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตรงข้ามวัดคลองแห&amp;nbsp;เป็นที่ตั้งของตลาดน้ำคลองแห&amp;nbsp;เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยในช่วงก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;จังหวัดสงขลามีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;28,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งตลาดน้ำคลองแห&amp;nbsp;เป็นจุดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันสภาพปัญหาของคลองแห&amp;nbsp;จากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองหาดใหญ่&lt;/strong&gt;และพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ทำให้คลองแหได้ประสบปัญหาภาวะหลายอย่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปัญหาขยะ&amp;nbsp;ปัญหาน้ำเสีย&amp;nbsp;และตื้นเขินจากการไหลของน้ำ&amp;nbsp;ที่ไหลจากต้นน้ำ&amp;nbsp;สู่ปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะน้ำที่ไหลผ่านคลองแหส่วนใหญ่จากครัวเรือนในพื้นที่คลองแห&amp;nbsp;และพื้นที่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้กำหนดแนวทางดำเนินการโครงการ&amp;nbsp;คืนคลองสวย&amp;nbsp;น้ำใส&amp;nbsp;ให้คลองแห&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้การฟื้นฟูคลองแห&amp;nbsp;มีด้วยกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;โดยระยะแรก&amp;nbsp;(ระยะเร่งด่วน)&amp;nbsp;ในพื้นที่ช่วงที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เริ่มจากบริเวณสะพานข้างร้านอาหารมิตรโอชา&amp;nbsp;(ข้างบิ๊กซีคลองแห)&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;สะพานประชาสรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าสภาพพื้นที่มีขยะปกคลุมหนาแน่น&amp;nbsp;สภาพน้ำเน่าเหม็น&amp;nbsp;และตื้นเขินจากการทับถมของดินตะกอน&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการใช้รถโกยตักประกอบเรือทุ่น&amp;nbsp;และเรือท้องแบนเครื่องติดท้าย&amp;nbsp;พร้อมกำลังพลจิตอาสาช่วยกันเก็บขยะและวัชพืชหนาแน่นขึ้นบนฝั่ง&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะใช้&amp;nbsp;M&amp;nbsp;Ball&amp;nbsp;และน้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;เพื่อปรับคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;และพื้นที่ช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เริ่มจากบริเวณ&amp;nbsp;สะพานประชาสรรค์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;สะพานตลาดน้ำคลองแห&amp;nbsp;ซึ่งมีสภาพพื้นที่&amp;nbsp;และปัญหา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตื้นเขินจากการทับถมของดินตะกอน&amp;nbsp;ดังนั้นจึงได้กำหนดวิธีการโดยใช้รถโกยตักประกอบเรือทุ่น&amp;nbsp;และบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อร่วมปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเชิงบูรณาการ&amp;nbsp;และแผนในระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มุ่งประสิทธิผลน้ำใส&amp;nbsp;และระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มุ่งสู่การแก้ปัญหาบำบัดน้ำเสียสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการมุ่งสู่ประสิทธิผลน้ำใส&amp;nbsp;และการแก้บำบัดน้ำเสียสู่ความยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงศ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หวังให้การฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองแหให้มีความสะอาด&amp;nbsp;โดยต้องร่วมกันดูแล&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสา&amp;nbsp;แม้กระทั่งชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งเดิมเป็นคลองที่มีน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp;และทุกภาคส่วนได้เข้ามาดำเนินดูแลขับเคลื่อนโครงการฯ&amp;nbsp;โดยการใช้แผนทั้งระยะสั้น&amp;nbsp;และระยะยาว&amp;nbsp;คาดให้คลองแหกลับมามีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ&amp;nbsp;ถ้าเกิดมีการแก้ปัญหาน้ำได้ดี&amp;nbsp;และมีการดูแลที่สะอาด&amp;nbsp;อันจะเป็นแหล่งสำคัญที่จะนำพานักท่องเที่ยวเข้ามา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณิชารีย์&amp;nbsp;หนูบุญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303190425216</Link_News></row>
<row _id="104"><NewsTitle>เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2565 มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดทับมา&amp;nbsp;ต.ทับมา&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;วงษ์ศรี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&amp;nbsp;อันเนื่องพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีผู้นำชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านตำบลทับมา&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมโครงการ&amp;nbsp;ในงานมีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&amp;nbsp;อันเนื่องพระราชดำริฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นโครงการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ทรงสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;ซึ่งทรงมีสายพระเนตรยาวไกล&amp;nbsp;ทรงให้ความสำคัญและเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;จึงได้เข้าสมัครเข้าร่วมและดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช&amp;nbsp;อันเนื่องพระราชดำริฯ&amp;nbsp;มีผู้นำชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;มุ่งสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยชุมชนมีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp;ร่วมปฏิบัติในการรักษาทรัพยากรท้องถิ่นไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์แก่ลูกหลานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303192133220</Link_News></row>
<row _id="105"><NewsTitle>จังหวัดสมุทรปราการขับเคลื่อนการลดฝุ่น PM2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสมุทรปราการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;เร่งลดควันดำจากยานพาหนะ&amp;nbsp;และควันจากภาคอุตสาหกรรม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อาคารศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเจนเจตน์&amp;nbsp;เจนนาวิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์บัญชาการณ์&amp;nbsp;การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือว่า&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนมาตรการการป้องกันและลดการเกิดปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสมุทรปราการมีพื้นที่ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;อำเภอบางเสาธง&amp;nbsp;อำเภอบางพลี&amp;nbsp;อำเภอบางบ่อ&amp;nbsp;อำเภอพระประแดง&amp;nbsp;และอำเภอพระสมุทรเจดีย์&amp;nbsp;โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทำให้แบ่งพื้นที่เป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่ง&amp;nbsp;และเป็นหนึ่งในจังหวัดของปากอ่าวตัว&amp;nbsp;ก.&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากนักธุรกิจในการลงทุนของอุตสาหกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และมีการใช้รถยนต์ขนส่งสินค้าในทางบก&amp;nbsp;และการขนส่งสินค้าทางน้ำเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ส่งผลให้มีค่าของฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;แต่ด้วยภูมิประเทศของจังหวัดตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวตัว&amp;nbsp;ก.&amp;nbsp;จึงได้รับผลดีจากลมทะเล&amp;nbsp;ทำให้มีการถ่ายเทอากาศที่ดีในพื้นที่&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณฝุ่นไม่หนาแน่น&amp;nbsp;และไม่ส่งผลร้ายต่อประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเจนเจตน์&amp;nbsp;เจนนาวิน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการร่วมกันบูรณาการการทำงานตามแนวนโยบายของนายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ซึ่งขอให้ทุกหน่วยเร่งยกระดับความเข้มงวดในมาตรการควบคุมการเผา&amp;nbsp;,การควบคุมควันดำ&amp;nbsp;และการบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จะเกิดมาจาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แหล่งที่เป็นสาเหตุหลัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เกิดจาดการเผาไหม้ของเครื่องยนต์&amp;nbsp;เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้หม้อต้ม&amp;nbsp;เกิดจากโครงการก่อสร้าง&amp;nbsp;และเกิดจากการเผาในจุดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และสั่งการให้ผู้แทนของแต่ละอำเภอที่มาเข้าประชุม&amp;nbsp;ไปดำเนินการเฝ้าระวังจุด&amp;nbsp;HOT&amp;nbsp;SPOT&amp;nbsp;ในพื้นที่ตนเองด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครนายก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครนายก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220303203337255</Link_News></row>
<row _id="106"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองยะลา สำรวจนาข้าวน้ำท่วม  เตรียมให้การช่วยเหลือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;สำรวจนาข้าวน้ำท่วม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เตรียมให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;แนะเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนน้ำมาอีกระลอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;ห้วงที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลใน&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;บางส่วนเป็นพื้นที่ทางการเกษตร&amp;nbsp;ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยทาง&amp;nbsp;นางสาววันวิสาข์&amp;nbsp;จั่นเพชร&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวรัศมีแรม&amp;nbsp;เพชรรัตน์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เกษตรตำบล&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ได้เร่งลงพื้นที่&amp;nbsp;สำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าว&amp;nbsp;ที่บ้านปาโจ&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.ยะลา&amp;nbsp;อ.เมืองยะลา&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;197&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;เนื้อที่ปลูกข้าว&amp;nbsp;720&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จากการสำรวจในเบื้องต้น&amp;nbsp;พบว่าส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมีการเก็บเกี่ยวข้าวไปบ้างแล้ว&amp;nbsp;ข้าวที่เสียหายจะเป็นข้าวที่ยังไม่นำขึ้นจากนา&amp;nbsp;ส่วนต้นข้าวที่เสียหายมีบางส่วนจมน้ำแต่ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการเข้ามาดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;จากน้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตรนั้นนางสาววันวิสาข์&amp;nbsp;จั่นเพชร&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;ทางสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จะให้ทางเจ้าหน้าที่ประจำตำบลแต่ละตำบลสำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;เบื้องต้นก่อน&amp;nbsp;รวมถึงชี้แจง&amp;nbsp;หลักเกณฑ์&amp;nbsp;การจะรับความช่วยเหลือกรณีน้ำท่วม&amp;nbsp;หลักๆ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มาพบกับเกษตรกร&amp;nbsp;แนะนำวิธีการที่ทำให้ผลผลิตที่เหลืออยู่ไม่โดนน้ำท่วม&amp;nbsp;ให้ผลผลิตอยู่รอด&amp;nbsp;สามารถช่วยผลผลิตมีคุณภาพ&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ที่ลงสำรวจทุกพืชตอนนี้ยังมีน้ำท่วมขังอยู่&amp;nbsp;แต่ในพืชอื่นๆ&amp;nbsp;ที่ไม่ใช่ข้าว&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;เป็นลักษณะต้นโตแล้ว&amp;nbsp;สามารถทนน้ำได้&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ยังไม่มีความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนที่กังวลคือ&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ตอนช่วงน้ำมาเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้ผลผลิตบางส่วนเสียหายไป&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรเก็บแล้วมีการตากข้าว&amp;nbsp;เป็นเรียงในคันนา&amp;nbsp;ผืนนา&amp;nbsp;น้ำมาไม่ทันตั้งตัว&amp;nbsp;ซึ่งกลายเป็นว่าน้ำท่วมในหน้าร้อน&amp;nbsp;เกษตรกรเองก็ไม่คาดคิดกัน&amp;nbsp;เป็นปีแรก&amp;nbsp;น้ำมาท่วมหน้าร้อน&amp;nbsp;การตาก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ก็ทำให้ผลผลิตเสียหาย&amp;nbsp;ตอนนี้น้ำเริ่มลดแล้ว&amp;nbsp;ถ้าไม่มีปริมาณน้ำมาเพิ่ม&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;ที่เสียหายก็จะอยู่ที่&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;คาดการณ์ไว้ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วที่เสียหาย&amp;nbsp;ส่วนผลผลิตที่ยังไม่เก็บติดกับต้นยังไม่เสียหายมาก&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่นาข้าว&amp;nbsp;ทั้งอำเภอเมือง&amp;nbsp;มีกว่า&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวไว้&amp;nbsp;บางส่วนไม่แจ้งเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;10%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนของหลักเกณฑ์&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่เสียหายนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรก็จะต้องมีการถ่ายภาพความเสียหาย&amp;nbsp;และให้ทาง&amp;nbsp;ปภ.จังหวัด&amp;nbsp;ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;ซึ่งจะมีแบบที่จะเป็นการสำรวจ&amp;nbsp;คงต้องรอน้ำลด&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;วันก่อน&amp;nbsp;และจะมีเกษตรตำบลมาตรวจสอบอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ที่จะถึงนี้&amp;nbsp;จะมีการประกาศเตือนจะมีพายุลูกใหม่เข้ามา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก็ได้เน้นย้ำให้เกษตรตำบล&amp;nbsp;แจ้งทุกพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่นา&amp;nbsp;ให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;และนำไปไว้ในที่สูง&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายมะบ๊ะ&amp;nbsp;โต๊ะเฮง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;น้ำท่วมที่ผ่านม&lt;/strong&gt;า&amp;nbsp;ข้าวที่เรียงไว้หลังจากเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;วางไว้ในที่นา&amp;nbsp;เก็บไม่ทัน&amp;nbsp;น้ำมาเร็ว&amp;nbsp;นอกจากนี้ก็มีต้นข้าวบางส่วนจมน้ำเสียหาย&amp;nbsp;บางส่วนยังสามารถเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีน้ำท่วมในช่วงนี้&amp;nbsp;หลังจากนี้ทางเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;เกษตรตำบลก็ได้มาให้คำแนะนำ&amp;nbsp;ต้องเก็บเกี่ยวให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;และขนมาไว้ที่สูงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304092717299</Link_News></row>
<row _id="107"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจประเมินหลักเกณฑ์การจัดระบบป้องกันโรคในสนามชนไก่หรือซ้อมชนไก่ และตรวจเยี่ยมเกษตรกร Smart Farmer ต้นแบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจประเมินหลักเกณฑ์การจัดระบบป้องกันโรคในสนามชนไก่หรือซ้อมชนไก่&amp;nbsp;(ต่ออายุ)&amp;nbsp;ตามแบบ&amp;nbsp;สกช.2&amp;nbsp;(ปรับปรุง&amp;nbsp;60)&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;นายสมคิด&amp;nbsp;หอมทรัพย์&amp;nbsp;สถานที่ตั้ง&amp;nbsp;173&amp;nbsp;บ้านนาหว้า&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านนาหว้า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยมเกษตรกร&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ต้นแบบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายบุญนอง&amp;nbsp;ศรีธรรมมา&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;262&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;387&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่งวง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่ต๊อก&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;นางรัตนาพร&amp;nbsp;พงขจร&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;138&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่งวง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็ดเทศ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุกรพื้นเมือง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ที่บ้านนาเจียง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านหนองหลวง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304095540317</Link_News></row>
<row _id="108"><NewsTitle>สถานการณ์ผลผลิตผลไม้จังหวัดระยองปีนี้ มีปริมาณผลผลิตรวมกว่า 174,000 ตัน เน้นมาตรการควบคุมคุณภาพผลผลิต ควบคู่กับการส่งออกต้อง Zero COVID เท่านั้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สถานการณ์การผลิตทุเรียนของจังหวัดระยองปีนี้&amp;nbsp;มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีปริมาณผลผลิตรวม&amp;nbsp;140,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ส่วนมังคุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัว&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขณะที่เงาะและลองกอง&amp;nbsp;ให้ผลผลิตลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรโค่นเงาะและลองกองทิ้ง&amp;nbsp;แล้วหันมาปลูกทุเรียนที่ได้ราคาคุ้มกว่า&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตผลไม้ทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ให้ผลผลิตรวม&amp;nbsp;174,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ประเทศจีนได้เพิ่มความเข็มงวดในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนมากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้จังหวัดระยองจำเป็นต้องประกาศเพิ่มมาตรการควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;มีเปอร์เซ็นต์แป้งตามมาตรฐานส่งออก&amp;nbsp;เช่นหมอนทอง&amp;nbsp;32&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์,&amp;nbsp;ชะนี&amp;nbsp;พวงมณี&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;,กระดุม&amp;nbsp;27&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกับ&amp;nbsp;ห้ามซื้อ-ขายทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;หากฝ่าฝืนจะถูกจับดำเนินคดีทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ลงพื้นที่ประสานความร่วมมือในการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดร่วมกับเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพการส่งออก&amp;nbsp;และสร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้วยการกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียนแต่ละชนิดพันธุ์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พันธุ์กระดุม&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,พันธุ์ชะนีและพวงมณี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,พันธุ์หมอนทองและก้านยาว&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันดังกล่าว&amp;nbsp;ต้องส่งผลิตให้สำนักงานเกษตรอำเภอทำการตรวจเปอร์เซ็นต์แป้ง&amp;nbsp;จากนั้นจึงจะออกใบรับรองคุณภาพทุเรียนให้กับเกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สำคัญ&amp;nbsp;ในฤดูกาลผลไม้ปีนี้&amp;nbsp;ประเทศจีนในฐานะเป็นประเทศคู่ค้าผลไม้&lt;/strong&gt;ที่สำคัญของภาคตะวันออก&amp;nbsp;กำหนดให้ต้องตรวจไม่พบเชื้อ&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ทั้งในคน&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;และองค์ประกอบอื่นๆ&amp;nbsp;ในการขนส่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ภาชนะบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;รถขนส่ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยจะมีการสุ่มตรวจทั้งโรงคัดบรรจุและสวนเกษตรกรเป็นประจำ&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรต้องวางระบบป้องกันการระบาดของ&amp;nbsp;&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ในสวนของตนเองอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;โดยในปีนี้ได้กำหนดเป้าหมายการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;หากตรวจพบเชื้อโควิด&amp;nbsp;จะถูกห้ามนำเข้าทันที&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาล&amp;nbsp;และอาจจะะส่งผลให้ปริมาณผลผลิตล้นตลาดได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304093140301</Link_News></row>
<row _id="109"><NewsTitle>สมุทรสาครจัดงานสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดสมุทรสาครรับรองการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน GAP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มหาชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;ผลยังส่ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานสินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;โดยมีปลัดจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้แทนศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&amp;nbsp;มหาชัย&amp;nbsp;ผู้แทนองค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และสื่อมวลชน&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัยจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นไปตามโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของงบกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;ซึ่งจัดงานระหว่างวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา&amp;nbsp;มหาชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสาคร&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมในงานประกอบด้วยการจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร&lt;/strong&gt;และสินค้าเกษตรปลอดภัยของจังหวัดสมุทรสาครของเกษตรกร&amp;nbsp;และองค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ร้านค้า?&amp;nbsp;เช่น?&amp;nbsp;ก้อนเห็ดภูฐาน?&amp;nbsp;คุกกี้เผ็ดโฮมเมด?&amp;nbsp;น้ำมะพร้าวน้พหอมบ้านแพ้ว?&amp;nbsp;ลำไยพวงทอง?&amp;nbsp;กล้วยไม้?&amp;nbsp;ฝรั่งกิมจู&amp;nbsp;ผักสดปลอดสารพิษ?&amp;nbsp;มะนาวแป้น?&amp;nbsp;ไม้ประดับ,&amp;nbsp;การบริการให้คำปรึกษาการขอการรับรองเพื่อเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP,&amp;nbsp;บริการตรวจสารพิษในเลือดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;และกิจกรรมส่งเสริมการขาย&amp;nbsp;(นาทีทอง)&amp;nbsp;เป็นต้น?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการตลาด&lt;/strong&gt;ให้แก่เกษตรกรในการจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ของเกษตรกร&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดในการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และองค์กรเกษตรกรของจังหวัดสมุทรสาครให้เกิดเครือข่ายเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ในอนาคต&amp;nbsp;กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;และเพื่อรับรองการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304093450306</Link_News></row>
<row _id="110"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลไฟป่าภาคเหนือ ไม่ให้ขยายสร้างความเสียหาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรณีเกิดไฟป่าในพื้นที่ตำบลแม่แฝกใหม่&amp;nbsp;อำเภอสันทราย&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบรายงานแล้ว&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ร่วมกับกองทัพระดมกำลังลงพื้นที่เร่งดับไฟป่า&amp;nbsp;กระชับพื้นที่ไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นจัดเวรยามคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสถานการณ์&amp;nbsp;รวมถึงคอยสังเกตพฤติกรรมลูกบ้านที่อาจจะลักลอบไปจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรและหาของป่าในช่วงเวลานี้&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมษายนของทุกปี&amp;nbsp;ภาคเหนือมักจะประสบปัญหาวิกฤติหมอกควัน&amp;nbsp;สาเหตุหลักมาจากการเผาป่า&amp;nbsp;การเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และการเผาในพื้นที่ทำไร่หมุนเวียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมการรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งคุมเข้มมาตรการทางกฎหมาย&amp;nbsp;ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม&amp;nbsp;ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์เผยแพร่รณรงค์ลดการเผาในพื้นที่การเกษตรผ่านช่องทางสื่อต่างๆ&amp;nbsp;ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เร่งหาตัวผู้กระทำผิด&amp;nbsp;มาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;เพื่อเป็นตัวอย่างและป้องปรามไม่ให้มีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันอีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105327355</Link_News></row>
<row _id="111"><NewsTitle>พ่อเมืองขุนแผน เตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัยและแก้ไขฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อุทยานมิตรผล&amp;nbsp;อ.ด่านช้าง&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมและรับทราบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธนพงศ์&amp;nbsp;อุดมศิลป์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการด้านโรงงานน้ำตาลมิตรผล&amp;nbsp;ด่านช้าง&amp;nbsp;พร้อมคณะให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัยจากการเผาไร่อ้อย&amp;nbsp;โดยรับซื้อใบอ้อยสดจากเกษตรกรที่ราคา&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;หากอ้อยไฟไหม้จะถูกหัก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;และเฉลี่ยให้กับอ้อยสดทุกตัน&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเกษตรกรพบเห็นและแจ้งเบาะแสการเผาอ้อย&amp;nbsp;จะได้รับเงินรางวัลนำจับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;ทั้งนี้จากแนวทางดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดปัญญาอัคคีภัยจากการเผาอ้อยลงได้มาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อุทยานมิตรผลด่านช้าง&amp;nbsp;ยังได้จัดทำโครงการจัดทำแนวกันไฟพื้นที่ไร่อ้อย&lt;/strong&gt;อย่างมีส่วนร่วมครอบคลุมพื้นที่อำเภอด่านช้างและอำเภอหนองหญ้าไซ&amp;nbsp;โดยจัดประชุมทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;กำหนดจุดประสานงานโครงการ&amp;nbsp;จุดสังเกตการณ์&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังไฟพร้อมรถน้ำและพนักงานดับเพลิงประจำจุด&amp;nbsp;และแปลงแนวกันไฟ&amp;nbsp;จุดติดตั้งจุดงวงช้าง&amp;nbsp;(จุดเติมน้ำ)&amp;nbsp;พร้อมประสานเตรียมรถน้ำเสริมจาก&amp;nbsp;อบต.ในพื้นที่&amp;nbsp;จากการดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้ปัญหาไฟไหม้อ้อยก่อนเปิดหีบและการลักลอบเผาอ้อยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;สอดคล้องกับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในช่วงฤดูกาลเปิดหีบอ้อยของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ลดน้อยลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304095141316</Link_News></row>
<row _id="112"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัยและปัญหามลพิษบ่อกำจัดขยะมูลฝอย อ.ด่านช้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณบ่อกำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.ด่านช้าง&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์และแผนเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&amp;nbsp;และปัญหามลพิษของ&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแบบเทกอง&amp;nbsp;และฝังกลบเป็นบางส่วน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงเขาสภาพเดิมเป็นบ่อดิน&amp;nbsp;ลึกประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีการเทขยะมูลฝอยมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2532&amp;nbsp;ปัจจุบันมีหน่วยงานที่นำขยะมูลฝอยมาทิ้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เทศบาลตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.ด่านช้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงได้เตรียมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะไว้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดย&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงและเทศบาลตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;จัดกำลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;โดยเมื่อได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;ชุดผจญเพลิง&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์จะเข้าไปยังที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พร้อมรายงานให้นายก&amp;nbsp;อบต.ทราบ&amp;nbsp;เพื่อรายงานไปยังนายอำเภอด่านช้างเพื่อขอกำลังสนับสนุน&amp;nbsp;โดยมีแหล่งน้ำสำรองในการดับเพลิง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาด่านช้าง&amp;nbsp;และโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้าง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;เพื่อรายงานรายละเอียดการเกิดเหตุ&amp;nbsp;และจัดประชุมหารือถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304093957307</Link_News></row>
<row _id="113"><NewsTitle>เตือนประชาชนในทุกพื้นที่ ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง  6-8 มีนาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางแผ่ลงมาจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน&amp;nbsp;ประกอบกับลมใต้และลมตะวันออกฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย&amp;nbsp;ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นด้วย&amp;nbsp;โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับผลกระทบก่อน&amp;nbsp;ส่วนในภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;จะได้รับผลกระทบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และลมกระโชกแรง&amp;nbsp;รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&amp;nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประชาชนสามารถติดตามประกาศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากกรุมอุตุนิยมวิทยาและติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="http://www.tmd.go.th/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(17,&amp;nbsp;85,&amp;nbsp;204);"&gt;http://www.tmd.go.th&lt;/a&gt;&amp;nbsp;หรือที่&amp;nbsp;0-2399-4012-13&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1182&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304105011347</Link_News></row>
<row _id="114"><NewsTitle>แนวทางส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;Pig&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;จะเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ&amp;nbsp;เพื่อนำร่อง&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;ฟื้นฟูการผลิตและควบคุมป้องกันโรคสุกร&amp;nbsp;ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เขตพื้นที่นำร่องและพื้นที่เกี่ยวข้องอื่นๆ&amp;nbsp;ตลอดห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคการเงินการธนาคาร&amp;nbsp;ภาคการขนส่ง&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;มาตรการทางกฎหมายและการสนับสนุนด้านอื่นๆ&amp;nbsp;โครงการ/กิจกรรมสำคัญที่ต้องดำเนินการ&amp;nbsp;กรอบเวลาและงบประมาณและคณะทำงานขับเคลื่อนทั้งส่วนกลางและในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของเกษตรกรรายเล็กและเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;มีการดำเนินการโดยใช้หลัก&amp;nbsp;3S&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;Scan&amp;nbsp;พื้นที่ภายใต้มาตรการประเมินความเสี่ยงเพื่อกำหนดพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;(Pig&amp;nbsp;Sandbox)&amp;nbsp;Screen&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;คอก&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;ที่มีความพร้อมและเหมาะสม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Support&amp;nbsp;อุดหนุน&amp;nbsp;ช่วยเหลือด้านการจัดการเลี้ยงดู&amp;nbsp;การตลาดและแหล่งทุน&amp;nbsp;โดยให้คำแนะนำ&amp;nbsp;อบรม&amp;nbsp;ในการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อยกระดับและปรับระบบการเลี้ยงเข้าสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;GFM/GAP&amp;nbsp;มีการอบรมเกษตรกร&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;อุดหนุน&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พันธุ์สัตว์ราคาถูก&amp;nbsp;(ลูกสุกรขุน/แม่พันธุ์)&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์และเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร&amp;nbsp;สนับสนุนการจัดทำ&amp;nbsp;ปรับปรุงฟาร์มภายใต้ระบบป้องกันภัยทางชีวภาพของฟาร์มเลี้ยงสุกรสู่ระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Farming&amp;nbsp;Management:&amp;nbsp;GFM)&amp;nbsp;โดยต้องเป็นเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&amp;nbsp;Pig&amp;nbsp;Sandbox&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;พื้นที่นำร่อง/พื้นที่ขยายผล&amp;nbsp;พื้นที่ปลอดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;และพื้นที่นอกเขตปลอดโรค&amp;nbsp;โดยปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เป็นพื้นที่นำร่อง&amp;nbsp;และปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรจำนวนมาก&amp;nbsp;และ/หรือมีความเหมาะสมหลังประเมินความเสี่ยง&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ขยายผล&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ปลอดโรค&amp;nbsp;ASF&amp;nbsp;&amp;nbsp;Free&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;จะมีกิจกรรมและมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;คนเลี้ยง&amp;nbsp;คนค้า&amp;nbsp;คนฆ่า&amp;nbsp;คนขน&amp;nbsp;คนขาย&amp;nbsp;โรงงานอาหารสัตว์&amp;nbsp;เวชภัณฑ์&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;การสร้างความรับรู้ที่ดี&amp;nbsp;การให้ความรู้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;การยกระดับมาตรฐานฟาร์ม&amp;nbsp;มาตรการการสุ่มตรวจสอบ&amp;nbsp;ตรวจโรค&amp;nbsp;การกำจัดซากสัตว์&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐาน&amp;nbsp;โรงฆ่า&amp;nbsp;ตัดแต่ง&amp;nbsp;ห้องเย็น&amp;nbsp;เขียง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวแนะนำเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฟาร์มสุกรควรมีรั้วรอบบริเวณพื้นที่การเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ป้องกันคน&amp;nbsp;รถ&amp;nbsp;และสัตว์พาหะได้&amp;nbsp;ควรมีระบบทำลายเชื้อโรคก่อนเข้าฟาร์ม&amp;nbsp;ทั้งคนและรถ&amp;nbsp;ควรจัดให้มีบริเวณที่ขายสุกรมีชีวิต&amp;nbsp;แยกออกมาจากพื้นที่การเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;มีคอกกักกันสุกรที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;แยกจากบริเวณการเลี้ยงสุกรเดิมภายในฟาร์ม&amp;nbsp;และมีการป้องกันและกำจัดสัตว์พาหะในโรงเรือน&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้มีการดำเนินการตามมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งเสริมและฟื้นฟูการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายเล็ก&amp;nbsp;และเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;เพื่อยกระดับฟาร์มให้มีมาตรฐานที่ดี&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;และส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304104352335</Link_News></row>
<row _id="115"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล พัฒนา Young Smart Farmer (YSF) ให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายชาญณรงค์&amp;nbsp;วิรุณสาร&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินงานของศูนย์เครือข่าย&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;สวนผักตาหวาน&amp;nbsp;ของนายสมศักดิ์&amp;nbsp;จันทรักษ์&amp;nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลควนกาหลง&amp;nbsp;อำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;จันทรักษ์&amp;nbsp;เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;(YSF)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้มีการดำเนินกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การปลูกผักบนกระเบื้อง&amp;nbsp;ซึ่งได้รับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;การผลิตดินหมักและปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;การเลี้ยงไส้เดือน&amp;nbsp;และการเลี้ยงไก่สายพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถเป็นจุดเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการพัฒนา&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;เป็นการสนับสนุนให้&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเกษตรของชุมชน&amp;nbsp;และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรเข้าสู่การเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของ&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;ให้เป็นต้นแบบ&amp;nbsp;เพื่อให้ถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาและประสบการณ์สู่เกษตรกรรุ่นใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304103604333</Link_News></row>
<row _id="116"><NewsTitle>ปภ.ระยอง รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภารกิจขจัดคราบน้ำมันกลางทะเลของทุกภาคส่วน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวแกนของวาล์ว&amp;nbsp;โดยจะซ่อมทำแล้วเสร็จในเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;แล้วจะเริ่มทำการทดสอบตัววาล์วที่ซ่อมทำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมา&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง&amp;nbsp;อำเภอเมืองระยอง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&amp;nbsp;คราบ&amp;nbsp;ฟิล์มน้ำมันดิบแต่อย่างใด&amp;nbsp;ส่วนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้แจ้งว่า&amp;nbsp;การเก็บตัวอย่างเลือดดูความผิดปกติของอวัยวะหลังเก็บกู้คราบน้ำมัน&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน&amp;nbsp;ในการติดตามระยะยาว&amp;nbsp;ผลตรวจเลือด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;542&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีภาวะซีด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การทำงานของตับ&amp;nbsp;ผิดปกติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การทำงานของไต&amp;nbsp;ผิดปกติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&lt;/strong&gt;มียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,987&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ส่วนทางบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้แจ้งมายังศูนย์ดำรงธรรมว่าขอยุติการรับคำร้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดให้บริการประชาชนของภาครัฐทุกจุด&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าผู้ร้องเรียนลดลงและพบว่าข้อมูลการร้องเรียนมีความซ้ำซ้อน&amp;nbsp;ส่วนผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่ได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์จากคราบน้ำมันสามารถติดต่อบริษัทโดยตรงที่ศูนย์สื่อสาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้โดยตรงทางโทรศัพท์หมายเลข&amp;nbsp;038-699881&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304111126365</Link_News></row>
<row _id="117"><NewsTitle>เตือนเกษตรกรในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกที่ระบาดในประเทศต่างๆ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การสุขภาพสัตว์โลก&amp;nbsp;(OIE)&amp;nbsp;รายงานพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกชนิดสายพันธุ์รุนแรง&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;รวมจุดพบโรคทั้งหมด&amp;nbsp;5,213&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และจากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบรายงานการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ชนิดความรุนแรงสูง&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;H5N1&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;H5N2&amp;nbsp;H5N5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;H5N8&amp;nbsp;มากกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;ทั้งในทวีปยุโรป&amp;nbsp;อเมริกา&amp;nbsp;แอฟริกา&amp;nbsp;รวมทั้งในเอเชีย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ไต้หวัน&amp;nbsp;ญี่ปุ่น&amp;nbsp;เกาหลีใต้&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;อีกทั้งองค์การอนามัยโลก&amp;nbsp;(WHO)&amp;nbsp;รายงานพบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนชนิด&amp;nbsp;H5N6&amp;nbsp;ในสาธารณรัฐประชาชนจีนและมีผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานหลัก&amp;nbsp;ไม่ได้นิ่งนอนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังคงเตรียมความพร้อมในการป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคไข้หวัดนกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการป้องกันโรคไข้หวัดนกแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ตั้งแต่การปรับระบบการเลี้ยง&amp;nbsp;โดยเน้นระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ป้องกันนกธรรมชาติเข้าเล้า/โรงเรือน&amp;nbsp;ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบริเวณสัตว์อาศัยอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;หาแหล่งน้ำบริโภคให้สะอาด&amp;nbsp;ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ออก&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;ในกรณีที่จะนำสัตว์ปีกเข้าร่วมฝูง&amp;nbsp;จะต้องมีการกักกันไว้ในบริเวณอื่นก่อน&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;อย่านำสัตว์ปีกไปจำหน่ายจ่ายแจก&amp;nbsp;หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านทันที&amp;nbsp;เพื่อเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการ&amp;nbsp;ควบคุมโรคทันที&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304114748372</Link_News></row>
<row _id="118"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ แพร่ เน้นย้ำประชาชนห้ามเผาเด็ดขาดทุกพื้นที่ หลังค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีส้มต่อเนื่องหลายวัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ดัชนีคุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ของจังหวัดแพร่ยังอยู่ในระดับสีส้ม&amp;nbsp;ซึ่งเกินค่ามาตรฐานและเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;โดยได้เกิดขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน&amp;nbsp;สาเหตุส่วนใหญ่คาดว่ามาจากการเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์&amp;nbsp;จังหวัดแพร่จึงยังคงต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กำชับทุกอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางป้องกันปัญหาไฟป่าและการเผาในที่โล่งของจังหวัดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;พร้อมเร่งสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่จึงขอความร่วมมือประชาชนงดเผาเด็ดขาดในทุกพื้นที่ของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ตามช่วงเวลาประกาศห้ามเผาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึงเมษายนนี้&amp;nbsp;เพื่อช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่ดี&amp;nbsp;หากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304113914370</Link_News></row>
<row _id="119"><NewsTitle>เกษตกรรุ่นใหม่จังหวัดแพร่ ขอเชิญร่วมงาน Yong Smart Farmer Phrae Showcase 2022</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชมรม&amp;nbsp;Yong&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Famer&amp;nbsp;Phrae&amp;nbsp;ขอเชิญร่วมงาน&amp;nbsp;Yong&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Phrae&amp;nbsp;Showcase&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีการแสดงผลงานของเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชมรม&amp;nbsp;Yong&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Famer&amp;nbsp;Phrae&amp;nbsp;ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอเชิญร่วมงาน&amp;nbsp;Yong&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;Phrae&amp;nbsp;Showcase&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณลานกิจกรรมหน้าโรงยิมชมรมแบดมีตัน&amp;nbsp;สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การประกวดลาบเมืองแพร่&amp;nbsp;การประกวดส้มตำลีลา&amp;nbsp;การเสวนาทางการเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Walk&amp;nbsp;Rally&amp;nbsp;และมีการแสดงผลงานทางการเกษตรสาขาต่างๆ&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ฟาร์มทั่วจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มีฐานการเรียนรู้ศูนย์เกษตรทฤษฎีใหม่/ฐานการเรียนรู้ธุรกิจเกษตร/การปศุสัตว์แนวใหม่/เกษตรยั่งยืน/&amp;nbsp;การออกแบบและการจัดการแปลงเกษตร&amp;nbsp;และการจัดการ&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;อาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้รับของรางวัลฟรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รับของแจกจากฟาร์ม&amp;nbsp;ทั้งเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;น้ำหมัก&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ต้นไม้&amp;nbsp;ไม้ประด้บ&amp;nbsp;และรับของที่ระลึกจากการเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120048384</Link_News></row>
<row _id="120"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงครามจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พี่สอนน้องเพื่อพัฒนาไปสู่พื้นที่ตำบลที่รับผิดชอบให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสมพิส&amp;nbsp;ทองดีนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลจอมปลวก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเสนีย์&amp;nbsp;ตรุยานนท์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;การจัดสัมมนาส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยจัดให้มีเวทีตามระบบส่งเสริมการเกษตรให้เจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;เป็นเวทีเชื่อมโยงวิชาการจากแหล่งความรู้ทางวิชาการไปสู่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานผ่านเวที&amp;nbsp;พี่สอนน้อง&amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการบรรจุเกษตรตำบลเข้ามาใหม่ทำให้ยังไม่มีประสบการณ์ในพื้นที่และบริบทของตำบล&amp;nbsp;และนำผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตน้ำตาลมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้ามาบูรณาการเพื่อให้ได้แนวทางในการพัฒนาด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อย่างเป็นรูปธรรมและมี&amp;nbsp;นางฐานิยา&amp;nbsp;นิยมญาติ&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เข้าร่วมงานพร้อมทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;และผู้แทนเกษตรกรผู้ผลิตน้ำตาลมะพร้าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมการจัดเวที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบการจัดเวทีชุมชนแบบมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;DOAE&amp;nbsp;สู่โมเดลเกษตรเขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในเรื่องการส่งเสริมการผลิตน้ำตาลมะพร้าวแท้แม่กลอง&amp;nbsp;โดยใช้การจัดกระบวนการเข็มทิศสร้างสุข&amp;nbsp;เพื่อเรียนรู้เรื่องการกำหนดเป้าหมายและกิจกรรมล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;ทำให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;คิดอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;วิเคราะห์เข้ามาร่วมระดมสมอง&amp;nbsp;ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสังคม&amp;nbsp;ในรูปแบบการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;โดยจะนำประเด็นจากการเสนอแนวคิด&amp;nbsp;เสนอความต้องการ&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรค&amp;nbsp;ของเกษตรกรนำไปจัดทำแผนงาน/โครงการ&amp;nbsp;โดยมีแนวทางขยายผลการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่&amp;nbsp;โดยการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรปัญหาอย่างรอบด้าน&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุดและทันเวลา&amp;nbsp;ตามแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตรรวมถึงการนำไปใช้ในการขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การสร้างรายได้&amp;nbsp;และมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120640388</Link_News></row>
<row _id="121"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ 1จังหวัดพร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลางตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;42&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;33&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนครสวรรค์&amp;nbsp;37&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;โดยตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;31&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2,604&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;30,581&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;24,382&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120533387</Link_News></row>
<row _id="122"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่บริเวณ ต.จองคำจ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานหลายพื้นที่&amp;nbsp;โดยสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304120800389</Link_News></row>
<row _id="123"><NewsTitle>สตูล ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมวัฒนโกเมร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศาลากลางจังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp;โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่ายได้ดำเนินการจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยจ้างเหมาบริษัท&amp;nbsp;กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บ&amp;nbsp;รวบรวม&amp;nbsp;คัดแยก&amp;nbsp;และขนส่งขยะมูลฝอยขึ้นฝั่งโดยใช้เรือบาร์จ&amp;nbsp;ไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร&amp;nbsp;เทศบาลตำบลกำแพง&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายกำจัดปีละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นบนเกาะหลีเป๊ะช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดือนกันยายน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;(Low&amp;nbsp;Season)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;และช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;(High&amp;nbsp;Season)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อ&amp;nbsp;COVID-19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยมีจำนวนลดน้อยลงมาก&amp;nbsp;จึงทำให้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยลดน้อยลง&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;โดยในการจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะประกอบด้วยโรงคัดแยกขยะมูลฝอยของบริษัทฯมีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คัดแยกได้ร้อยละ&amp;nbsp;35-&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด&amp;nbsp;ขยะมูลฝอยที่เหลือนำส่งไปกำจัดบนฝั่งซึ่งรวมขยะอินทรีย์จำพวกเศษอาหาร&amp;nbsp;เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ช่วงปกติขนย้ายเดือนละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวขนย้ายเดือนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสภาพปัญหาของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือการจัดการขยะที่ต้นทาง&amp;nbsp;ครัวเรือนและสถานประกอบการมีการคัดแยกขยะมูลฝอยค่อนข้างน้อย&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ทิ้งขยะมูลฝอยรวมไว้ในถุงเดียวกัน&amp;nbsp;การจัดการขยะมูลฝอยกลางทาง&amp;nbsp;ไม่มีระบบจัดเก็บรวมรวมและขนส่งแบบแยกประเภท&amp;nbsp;ทำให้มีกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;การขนส่งขยะมูลฝอยขึ้นฝั่งลงเรือบรรทุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหาดชาวเลมีมาตรการป้องกันการปลิวของขยะมูลฝอยไม่ดีพอ&amp;nbsp;และขยะมูลฝอยที่นำส่งไปกำจัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจร&amp;nbsp;เทศบาลตำบลกำแพง&amp;nbsp;ไม่มีการคัดแยก&amp;nbsp;มีการปนเปื้อนเศษอาหาร&amp;nbsp;ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;ทำให้ระบบกำจัดปลายทางไม่สามารถคัดแยกได้&amp;nbsp;ส่งผลให้ประสิทธิภาพการฝังกลบใกล้เต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อน&lt;/strong&gt;ตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;เพื่อการติดตามแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยและน้ำเสียบนเกาะหลีเป๊ะให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304124225397</Link_News></row>
<row _id="124"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(3&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;695&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวันก่อน&amp;nbsp;262&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;181&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;177&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;157&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;102&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;58&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;53&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;และภาคกลางเหมือน&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ทำให้ประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;8,828&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;7,440&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;4,789&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2,478&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&amp;nbsp;2,310&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,950&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304124327398</Link_News></row>
<row _id="125"><NewsTitle>ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการเร่งออกดับไฟป่า เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟ พร้อมเตรียมนำกฎหมายมาดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาป่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(Warroom)ได้ตรวจสอบพบไฟไหม้ป่า&amp;nbsp;บริเวณวัดหัวน้ำแม่สะกึด&amp;nbsp;บ้านหัวน้ำแม่สะกึด&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในการนี้นายเชษฐษ&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้สั่งการให้นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นหัวหน้าชุดผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;นำกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่า&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้ตลอดจนผู้นำชุมชนในท้องที่&amp;nbsp;ร่วมกันบูรณาการออดดับฟ้าบนเขาหลังวัดหัวน้ำแม่สะกึด&amp;nbsp;โดยการเกิดไฟป่าเป็นวงกว้างจนสามารถควบคุมไฟป่าในเบื้องต้นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเร่งดับไฟป่าภาคเหนือ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้ขยายสร้างความเสียหายในพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;โดยกำชับให้บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีผู้ลักลอบเผาป่าอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ระดมกำลังลงพื้นที่เร่งดับไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีการสั่งการให้องค์กร&amp;nbsp;ส่วนท้องถิ่นมีการจัดเวรยามคอยเฝ้าสอดส่องดูแลสถานการณ์&amp;nbsp;รวมถึงสังเกตพฤติกรรมชาวบ้านที่อาจจะลักลอบไปจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นทีทำการเกษตร&amp;nbsp;และหาของป่าในช่วงเวลานี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304132525413</Link_News></row>
<row _id="126"><NewsTitle>จังหวัดสระแก้วส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสระแก้วส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ศาลาประชาคมบ้านเนินสมบูรณ์&amp;nbsp;ตำบลตาพระยา&amp;nbsp;อำเภอตาพระยา&amp;nbsp;จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;เป็นประธานมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;จากแปลงพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรและผ่านการตรวจรับรองแล้ว&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เป็นจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;21,928,530&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อำเภอเมืองสระแก้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13,500&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อำเภอตาพระยา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20,895,155&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อำเภอวัฒนานคร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;93,000&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อำเภอเขาฉกรรจ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17,000&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;อำเภอโคกสูง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;877,000&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอวังสมบูรณ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;32,875&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประจักร์&amp;nbsp;ประสงค์สุข&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริการเกษตรดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกมันสำปะหลังสะอาดและทนทานต่อโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ควบคุมไม่ให้การระบาดของโรคขยายตัวไปยังพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสระแก้วมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;และทำลายต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;เป็นจำนวน&amp;nbsp;3,752&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;4,758&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่ทำลาย&amp;nbsp;50,818.75&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีระชัย&amp;nbsp;ลิ้มประสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การสนับสนุนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำหลัง&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วได้จัดหาพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;สนับสนุนให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจะเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;และเกษตรกรสามารถใช้พันธุ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มันสำปะหลังสะอาดที่ได้รับการสนับสนุนนำไปปลูกและเก็บไว้ขยายพันธุ์ต่อในรอบการผลิตต่อไปได้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคใบด่างมันสำปะหลังของจังหวัดสระแก้วได้อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประจัก&amp;nbsp;สารการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุชีวิน&amp;nbsp;ปิยะมิตรบัณฑิต&amp;nbsp;ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>สระแก้ว</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระแก้ว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304140901435</Link_News></row>
<row _id="127"><NewsTitle>ปิดทองหลังพระฯ ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้มแข็ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคชนบท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&amp;nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;ส่งเสริมเกษตรกรให้เข้มแข็ง&amp;nbsp;ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับภาคชนบท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกฤษฎา&amp;nbsp;บุญราช&amp;nbsp;ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&amp;nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การทำงานของปิดทองหลังพระฯในแผนปฏิบัติการระยะที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ระหว่างปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;ด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับกลุ่มและกองทุนที่ชุมชนร่วมกันจัดตั้งและบริหารจัดการเอง&amp;nbsp;ให้สามารถเชื่อมโยงกับภายนอกได้&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;จะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรของโครงการในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อขยายผลต่อยอดในเชิงธุรกิจในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม&amp;nbsp;(Social&amp;nbsp;Enterprise)&amp;nbsp;ผู้ประกอบการเกษตรชีวภาพ&amp;nbsp;เกษตรหมุนเวียนและเกษตรสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;โดยปิดทองหลังพระฯ&amp;nbsp;จะปรับบทบาทของตนเองจากการเป็นหน่วยงานพัฒนาหลักเป็นการเชิงรุกแสวงหาความร่วมมือและบูรณาการทำงานร่วมกับภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ประชาสังคม&amp;nbsp;และสถาบันการศึกษามากขึ้น&amp;nbsp;แล้วจะเป็นผู้ให้บริการทางวิชาการความรู้&amp;nbsp;การฝึกอบรม&amp;nbsp;และที่ปรึกษาด้านการพัฒนา&amp;nbsp;จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางการทำงานใหม่นี้เริ่มดำเนินการแล้วในปีนี้&amp;nbsp;แต่สิ่งสำคัญเกษตรกรต้องช่วยตนเองด้วยการยกระดับเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ที่มีการสร้างตราสินค้า&amp;nbsp;พัฒนามาตรฐานการผลิตให้มีปริมาณ&amp;nbsp;คุณภาพ&amp;nbsp;และความต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ&amp;nbsp;สืบสานแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การดำเนินงานของปิดทองหลังพระฯในปีที่ผ่านมาในพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต้นแบบให้กับประชาชน&amp;nbsp;5,278&amp;nbsp;ครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการฯได้รวมกว่า&amp;nbsp;109.9&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทำให้ครัวเรือนทั้งหมดมีรายได้ผ่านเส้นความยากจนระดับประเทศที่&amp;nbsp;102,763&amp;nbsp;บาทต่อครัวเรือนต่อปี&amp;nbsp;อย่างพื้นที่ป่าในจังหวัดอุทัยธานีได้รับการอนุรักษ์ดูแลรักษารวม&amp;nbsp;6,598&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมทำเกษตรแบบแม่นยำ&amp;nbsp;ทำให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;สามารถผ่านมาตรฐานการทดสอบสารพิษ&amp;nbsp;โรงคัดและบรรจุผักผลไม้&amp;nbsp;//&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่นได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และมาตรฐานสาธารณสุข&amp;nbsp;สบ.1&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ&amp;nbsp;แล้วยังได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;และการเสริมสร้างความเข้มแข็งโดยชุมชนบริหารจัดการกันเอง&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;19&amp;nbsp;หมู่บ้านในพื้นที่ต้นแบบจังหวัดน่านและอุดรธานี&amp;nbsp;มีแผนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนที่มีคุณภาพพร้อมส่งมอบพื้นที่เข้าสู่แผนปกติ&amp;nbsp;มีกลุ่มการผลิตและกองทุนได้รับการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;44&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304135728432</Link_News></row>
<row _id="128"><NewsTitle>ปภ.ระยอง เปิดเผยความคืบหน้าการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเล โดยเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมวาว์ลบริเวณท่ออ่อนส่งน้ำมันใต้ทะเลเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มทดสอบตัววาว์ลในวันนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานเฝ้าระวังคราบน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลระยอง&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&amp;nbsp;(ศปน.)&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;เมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่ประจำเรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;โดยการส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมแซมตัวแกนวาล์วของท่ออ่อนส่งน้ำมัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ทุ่นผูกเรือกลางทะเล&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;จนแล้วเสร็จในเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และจะเริ่มทำการทดสอบตัววาล์วในวันนี้&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินการตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง&amp;nbsp;บริเวณชายฝั่งจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&amp;nbsp;อ.บ้านฉาง&amp;nbsp;ถึงปากน้ำประแสร์&amp;nbsp;อ.แกลง&amp;nbsp;โดยตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&amp;nbsp;ปรากฏว่าคุณภาพเบื้องต้นและคุณภาพน้ำทั่วไป&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;สามารถรับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ในเช้าวันนี้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับกลุ่มประมงพื้นบ้าน&lt;/strong&gt;ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำมันรั่ว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารเอนกประสงค์&amp;nbsp;อบต.ตะพง&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;45,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;มีผู้ร้องทุกข์กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหลฯ&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,987&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304142800442</Link_News></row>
<row _id="129"><NewsTitle>ธ.ก.ส. เปิดตัวสินเชื่อเงินด่วน A-Cash Gold วงเงินรายละไม่เกิน 100,000 บาท เสริมสภาพคล่องเกษตรกร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพงษ์พันธ์&amp;nbsp;จงรักษ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เปิดตัวสินเชื่อเงินด่วน&amp;nbsp;A-Cash&amp;nbsp;Gold&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้า&amp;nbsp;และป้องกันการก่อหนี้สินนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงและไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร&amp;nbsp;สนับสนุนให้มีเงินทุนในการเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;หรือเป็นค่าใช้จ่ายสำรองเงินฉุกเฉินในครัวเรือน&amp;nbsp;อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เงื่อนไขการกู้เงินสินเชื่อ&amp;nbsp;A-Cash&amp;nbsp;Gold&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต้องเป็นลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี&amp;nbsp;จำกัดวงเงินรายละไม่เกิน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ย&amp;nbsp;MRR&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;(ปัจจุบัน&amp;nbsp;MRR&amp;nbsp;เท่ากับร้อยละ&amp;nbsp;6.50&amp;nbsp;ต่อปี)&amp;nbsp;กำหนดการชำระคืนภายใน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือนนับจากวันที่ทำสัญญา&amp;nbsp;โดยลูกค้าสามารถใช้หลักประกันที่จดทะเบียนจำนองได้ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;สำหรับลูกค้าที่สนใจสินเชื่อเงินด่วน&amp;nbsp;A-Cash&amp;nbsp;Gold&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ทุกสาขา&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304145923468</Link_News></row>
<row _id="130"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ส่งมอบแม่พันธุ์แหนแดง และบุหรี่เสื่อมคุณภาพ ให้แก่กลุ่มยุวเกษตรกรตำบลในควน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวอภันตรี&amp;nbsp;มีบุญ&amp;nbsp;และนางสาวเกศรินทร์&amp;nbsp;สุวรรณวัฒน์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ส่งมอบแม่พันธุ์แหนแดง&amp;nbsp;และบุหรี่เสื่อมคุณภาพ&amp;nbsp;ให้แก่&amp;nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งหนองแห้งและกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านทุ่งศาลา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลในควน&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อใช้ในกิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรของโรงเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยบุหรี่เสื่อมคุณภาพสามารถนำไปใช้เป็นส่วนผสมใ&lt;/strong&gt;นการทำน้ำหมักชีวภาพและสารไล่แมลงศัตรูพืชได้&amp;nbsp;ส่วนแหนแดงสามารถใช้ทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมีไนโตรเจน&amp;nbsp;เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน&amp;nbsp;ใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับพืชผักผลไม้&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีและใช้เป็นแหล่งโปรตีนสำหรับเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;แหนแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหมาะสำหรับเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;เกษตรกรที่ปลูกผักหรือทำการเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ถ้าใช้แหนแดงผสมกับดินปลูก&amp;nbsp;จะไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;แหนแดงสามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กินได้ทั้งสดและแห้ง&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับอาหารเม็ด&amp;nbsp;หรือผสมกับฟางข้าวหรือหญ้าแห้งก็ได้&amp;nbsp;เพราะองค์ประกอบของแหนแดงมีโปรตีนสูง&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;มีอะมิโนแอซิดครบทุกตัว&amp;nbsp;จึงเหมาะที่จะเป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในหน้าแล้งขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์หรือมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถใช้แหนแดงสดหรือแห้งผสมกับฟางแห้งหรือหญ้าแห้ง&amp;nbsp;สัตว์ก็จะได้อาหารที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงแหนแดงโดยเลี้ยงในบ่อน้ำตื้น&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;แหนแดงจะไม่มีวันขาดแคลน&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวได้ไม่มีวันสิ้นสุด&amp;nbsp;เพราะแหนแดงจะเจริญเติบโตและขยายตัวไปได้เรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;แหนแดง&amp;nbsp;สามารถไปทดแทนปุ๋ยยูเรียได้ในขณะที่ปุ๋ยมีราคาแพง&amp;nbsp;และไม่ต้องกังวลในเรื่องของปุ๋ยปลอมอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152652479</Link_News></row>
<row _id="131"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ พร้อมทั้งสาธิตการผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มา พร้อมทั้งมอบเส้นยาสูบ ให้แก่เกษตรกร ตำบลทุ่งค่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำ&amp;nbsp;พร้อมทั้งสาธิตการผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อใช้ป้องกันเชื้อราไฟท๊อปธอร่าซึ่งเป็นสาเหตุของโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&amp;nbsp;โรคแอนแทรคโนส&amp;nbsp;หรือโรคกุ้งแห้งในพริก&amp;nbsp;โดยแนะนำวิธีการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในอัตราส่วนดังนี้&amp;nbsp;ทางดิน&amp;nbsp;โดยผสมเชื้อสด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรยรอบโคนต้น&amp;nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำสะอาด&amp;nbsp;100-200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้มอบเส้นยาสูบซึ่งได้รับการสนับสนุน&lt;/strong&gt;จากสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการทำน้ำหมักยาสูบ&amp;nbsp;โดยได้แนะนำวิธีการหมักและวิธีการใช้ดังนี้1.&amp;nbsp;ใช้ยาสูบหรือยาเส้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ผสมน้ำส้มสายชู&amp;nbsp;700&amp;nbsp;มิลลิลิตร&amp;nbsp;และผสมแอลกอฮอร์&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;แช่ทิ้งไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คืน2.&amp;nbsp;เติมน้ำเปล่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลิตร3.&amp;nbsp;คั้นน้ำจากยาเส้นและกรองกากออก&amp;nbsp;จะได้น้ำหมักยาสูบ&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีการใช้แนะนำผสมน้ำไล่แมลงในอัตราส่วน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;และก่อนฉีดผสมสารจับใบ&amp;nbsp;ก็จะสามารถไล่แมลงศัตรูพืชและเพลี้ยแป้ง&amp;nbsp;เพลี้ยไฟ&amp;nbsp;เพลี้ยอ่อน&amp;nbsp;ไรแดง&amp;nbsp;ไรขาว&amp;nbsp;ด้วงหมัดผักกาด&amp;nbsp;หนอนกอข้าว&amp;nbsp;หนอน&amp;nbsp;กะหล่ำปลี&amp;nbsp;หนอนผักกาด&amp;nbsp;หนอนชอนใบได้หรือหากต้องการฉีดเพื่อป้องกันแมลงต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมไปถึงเพลี้ย&amp;nbsp;แบบไม่รอให้เข้ามาบุกทำลายต้นพืช&amp;nbsp;ก็สามารถใช้น้ำหมักยาสูบผสมน้ำในอัตรา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิตรต่อน้ำ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นบริเวณใบ&amp;nbsp;กิ่ง&amp;nbsp;และลำต้นทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;จะช่วยป้องกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304152830480</Link_News></row>
<row _id="132"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน นำทีมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน (Warroom) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าควบคุมไฟป่าบริเวณวัดหัวน้ำแม่สะกึด บ้านหัวน้ำแม่สะกึด ต.ผาบ่อง จ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(Warroom)&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบพบไฟไหม้ป่า&amp;nbsp;บริเวณวัดหัวน้ำแม่สะกึด&amp;nbsp;บ้านหัวน้ำแม่สะกึด&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลำปางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อาสาดับไฟป่า&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการเข้าควบคุมและดับไฟป่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทรัพยากรที่ใช้ในการดับไฟ&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รถบรรทุกน้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถดับไฟป่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถต่อต้านวินาสกรรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;เครื่องเป่าลม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;และรถบรรทุกน้ำขนาดเล็ก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;โดยนายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และนายพงศ์พีระ&amp;nbsp;ชูชื่น&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ควบคุมสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155104490</Link_News></row>
<row _id="133"><NewsTitle>ที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 ได้รับรองข้อมติด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกที่ไทยมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการเจรจา เพื่อมุ่งสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา (INC)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;สมัยที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ช่วงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(UNEA&amp;nbsp;5.2)&amp;nbsp;ได้รับรองข้อมติด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกที่ประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการเจรจา&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา&amp;nbsp;(INC)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย&amp;nbsp;กล่าวถึงการประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ&amp;nbsp;สมัยที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ช่วงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(UNEA&amp;nbsp;5.2)&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;Strengthening&amp;nbsp;Actions&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Nature&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Achieve&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Sustainable&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Goals&amp;nbsp;เพื่อมุ่งเน้นการฟื้นฟูธรรมชาติและมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ผ่านระบบการประชุมทางไกล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;กรุงไนโรบี&amp;nbsp;สาธารณรัฐเคนยา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ถือเป็นประวัติศาสตร์ของสหประชาชาติในการรับรองข้อมติด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกและเป็นก้าวแรกในการจัดตั้งกระบวนการเพื่อมุ่งไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา&amp;nbsp;(INC)&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการเจรจาของข้อมตินี้&amp;nbsp;ภายใต้นโยบายที่ชัดเจนของการดำเนินงานแก้ปัญหาขยะพลาสติกทั้งระบบ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมยังได้ตกลงร่วมกันจะจัดประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจ&amp;nbsp;(OEWG)&amp;nbsp;เพื่อเตรียมงานของคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาลภายใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรกของปีนี้&amp;nbsp;และการจัดการประชุมคณะกรรมการเจรจาระหว่างรัฐบาล&amp;nbsp;(INC)&amp;nbsp;ครั้งแรกภายใน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนหลังของปีนี้ด้วย&amp;nbsp;สิ่งสำคัญที่ประชุมครั้งนี้ยังได้รับรองรายงานการประชุม&amp;nbsp;UNEA&amp;nbsp;5.2&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รับรองปฏิญญาระดับรัฐมนตรี&amp;nbsp;(Ministerial&amp;nbsp;Declaration)&amp;nbsp;และรับรองข้อมติ&amp;nbsp;(Resolution)&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ข้อมติ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ข้อตัดสินใจ&amp;nbsp;(Decisions)&amp;nbsp;โดยประเทศไทยได้เป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์ข้อมติ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ข้อมติ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;Resolution&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;Sound&amp;nbsp;Management&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Chemicals&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Waste&amp;nbsp;//&amp;nbsp;Resolution&amp;nbsp;for&amp;nbsp;a&amp;nbsp;Science-Policy&amp;nbsp;Panel&amp;nbsp;to&amp;nbsp;contribute&amp;nbsp;further&amp;nbsp;to&amp;nbsp;the&amp;nbsp;sound&amp;nbsp;management&amp;nbsp;of&amp;nbsp;chemicals&amp;nbsp;and&amp;nbsp;waste&amp;nbsp;and&amp;nbsp;to&amp;nbsp;prevent&amp;nbsp;pollution&amp;nbsp;//&amp;nbsp;Resolution&amp;nbsp;on&amp;nbsp;the&amp;nbsp;environmental&amp;nbsp;dimension&amp;nbsp;of&amp;nbsp;a&amp;nbsp;sustainable&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;resilient&amp;nbsp;and&amp;nbsp;inclusive&amp;nbsp;post&amp;nbsp;COVID-19&amp;nbsp;recovery&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Resolution&amp;nbsp;on&amp;nbsp;an&amp;nbsp;Enhancing&amp;nbsp;Circular&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;as&amp;nbsp;a&amp;nbsp;contribution&amp;nbsp;to&amp;nbsp;achieving&amp;nbsp;sustainable&amp;nbsp;consumption&amp;nbsp;and&amp;nbsp;production&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ยังได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย&amp;nbsp;(National&amp;nbsp;Statement)&amp;nbsp;บนเวทีการประชุม&amp;nbsp;UNEA&amp;nbsp;5.2&amp;nbsp;ครั้งนี้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสถานการณ์การของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;และด้านมลพิษ&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้ใช้แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;มาขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304155450493</Link_News></row>
<row _id="134"><NewsTitle>จังหวัดสุราษฎร์ธานีหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนแตงโมบ้านทุ่งอ่าว หลังผลผลิตล้นตลาด ด้วยพิษโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;ต.ศรีวิชัย&amp;nbsp;อ.พุนพิน&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจของจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จะให้ผลผลิตเพียงแค่ปีละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ในพื้นที่กว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมีจำนวนมากกว่าความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;ส่งผลให้ให้แตงโมล้นตลาด&amp;nbsp;รวมไปถึงผลผลิตแตงโมทั่วประเทศ&amp;nbsp;ให้ผลผลิตพร้อมกัน&amp;nbsp;อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบภัยน้ำท่วมสวนแตงโม&amp;nbsp;ทำให้การกระจายสินค้ามีความยากลำบาก&amp;nbsp;ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อผลผลิตจากสวนลดน้อยลงเนื่องจากประสบปัญหาโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;และเกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูง&amp;nbsp;และรายได้ที่ลดลง&amp;nbsp;ประกอบกับภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เกษตรกรจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่นางอัมพร&amp;nbsp;แย้มยินดี&amp;nbsp;เกษตรกรสวนแตงโมทุ่งอ่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า&amp;nbsp;ปีนี้ผลผลิตมีจำนวนมาก&amp;nbsp;แต่ก็ต้องมาประสบกับปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;จนทำให้แม่ค้าที่มารับผลผลิตติดโควิดหลายราย&amp;nbsp;จึงไม่สามารถกระจายผลผลิตได้&amp;nbsp;รวมถึงปัญหาน้ำท่วมร่องแตงโมทำให้บางลูกต้องเน่าเสีย&amp;nbsp;จนได้รับความเสียเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;จึงอยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของการตลาด&amp;nbsp;เพื่อขายให้ได้ต้นตุนการผลิตกลับมาเพียงพอแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเอกพงส์&amp;nbsp;หงส์พฤกษ์&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ&amp;nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ทางสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่สวนแตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและกลุ่มองค์กรเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรสวนแตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งบูรนาการร่วมกับส่วนราชการ&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;และภาคีเครือข่ายต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการกระจายสินค้าของเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรในภาวะโควิด-19&amp;nbsp;ให้สามารถมีตลาดในการกระจายสินค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เร่งหาแนวทางในการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ในการกระจายผลผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าในราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์แบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับความโดดเด่นของแตงโมทุ่งอ่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้การยอมรับจากผู้บริโภคในอดีตนั้น&amp;nbsp;ด้วยความพิเศษของพื้นที่ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุในน้ำที่รวมตัวกันระหว่างน้ำทะเลและน้ำจืด&amp;nbsp;ทำให้เปลือกบาง&amp;nbsp;ผลโต&amp;nbsp;เนื้อเป็นเม็ดทราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;สีแดงสด&amp;nbsp;และความหวาน&amp;nbsp;ที่สำคัญคือปลอดสารเคมี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ได้ผ่านการตรวจวัดสารตกค้าง&amp;nbsp;จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลศรีวิชัย&amp;nbsp;จน&amp;nbsp;ได้ผ่านการประเมิน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ที่ได้มาตรฐานต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีคิวอาร์โค๊ตในการประกันคุณภาพจากเกษตรกร&amp;nbsp;หากไม่หวาน&amp;nbsp;ไม่แดง&amp;nbsp;แค่แสกนแล้วเปลี่ยนผลใหม่ได้ทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับใครที่สนใจสั่งซื้อแตงโมคุณภาพจากสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่&amp;nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เบอร์โทร089-7428770&amp;nbsp;คุณป้อม&amp;nbsp;หรือ093-6153569&amp;nbsp;คุณเอก&amp;nbsp;โดยมีผลิตผลให้เลือกซื้อถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไซส์&amp;nbsp;ด้วยกัน&amp;nbsp;โดยราคาอยู่ที่&amp;nbsp;23-25&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;แตงโมเมืองคนดี&amp;nbsp;ปลอดสารเคมี&amp;nbsp;ต้องแตงโมทุ่งอ่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170050548</Link_News></row>
<row _id="135"><NewsTitle>อบรมอาสาปศุสัตว์ต้านโรคพิษสุนัขบ้าปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรีจัดอบรมอาสาปศุสัตว์ต้านโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;เตรียมบุคลากรช่วยฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุขบ้าประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องโรคพิษสุขบ้า&lt;/strong&gt;และวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ขึ้นที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;ตามโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างและพัฒนาศักยภาพอาสาปศุสัตว์ต้านโรคพิษสุนัขบ้าประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามประณิธานศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;เพื่อเป็นการทบทวนความรู้และเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ให้กับอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่และผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ให้ได้เข้าใจถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยและในจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;รวมถึงแนะนำให้ความรู้ในเรื่องของการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่อาจเกิดขึ้นในคน&amp;nbsp;และในสัตว์&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;เป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่องของการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่อาจเกิดขึ้นในคน&amp;nbsp;และในสัตว์&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;เป็นผู้ให้ความรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังสาธิตและแนะนำวิธีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สุนัขและแมว&amp;nbsp;เพื่อให้อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ในการออกฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนของการรณรงค์ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าของประเทศไทย&amp;nbsp;ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;พบครั้งสุดท้ายที่ตำบลชีน้ำร้าย&amp;nbsp;อำเภออินทร์บุรี&amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.2555&amp;nbsp;ซึ่งไม่พบการแพร่ระบาดมาเป็นเวลา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;วีรยุทธ&amp;nbsp;รวดเร็ว&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สิงห์บุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสิงห์บุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304165120537</Link_News></row>
<row _id="136"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ติดตามผลการดำเนินงานของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบโครงการสุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์ อำเภอเขวาสินรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;ของหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ&amp;nbsp;โครงการสุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;เมืองเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านแดง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลบึง&amp;nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้พบกับประธานกลุ่ม&amp;nbsp;นางสมใจ&amp;nbsp;ขันทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านแดง&amp;nbsp;และสมาชิก&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มมีสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จากอดีตปลูกผักไว้เพื่อบริโภค&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการปลูกผักสวนครัวเพื่อการค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่จังหวัดสุรินทร์ได้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน&lt;/strong&gt;ทำให้สามารถสร้างรายได้ให้ครัวเรือน&amp;nbsp;ผักอินทรีย์ที่ปลูก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;คะน้า&amp;nbsp;ผักชี&amp;nbsp;ต้นหอม&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;มีตลาดหลักได้แก่&amp;nbsp;ตลาดชุมชน&amp;nbsp;ตลาดออนไลน์&amp;nbsp;มีการสั่งซื้อผ่านไลน์&amp;nbsp;เฟสบุ๊ค&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และได้ดำเนินการเชื่อมโยงทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับร้านอาหาร&amp;nbsp;ส่งผักให้กับร้านขนมจีน&amp;nbsp;ร้านก๋วยเตี๋ยว&amp;nbsp;ร้านราดหน้า&amp;nbsp;ร้านเนื้อย่าง&amp;nbsp;ในอำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของหมู่บ้าน&amp;nbsp;สภาพอากาศที่ร้อน&amp;nbsp;ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ผักที่ผลิตไม่ทัน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;เนื่องจากไม่ได้เตรียมวางแผนการผลิตที่ต่อเนื่อง&amp;nbsp;ยังขาดเครื่องทุ่นแรงในการบริหารจัดการระบบน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้กลุ่มกำลังจะดำเนินการขอจดวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และจะทำหลังคาสแลนด์กันแดดเพื่อให้สามารถปลูกผักได้ผลผลิตตลอดทั้งปี&amp;nbsp;สมาชิกในชุมชนมีรายได้จากการปลูกผักอินทรีย์สัปดาห์ละ&amp;nbsp;400-1,200&amp;nbsp;บาทต่อคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304170253551</Link_News></row>
<row _id="137"><NewsTitle>จ.สุพรรณบุรีเตรียมป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย ปัญหามลพิษบ่อกำจัดขยะมูลฝอยและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ อ.ด่านช้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณบ่อกำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;อ.ด่านช้าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อรับทราบสถานการณ์และแผนเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&amp;nbsp;และปัญหามลพิษของ&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแบบเทกอง&amp;nbsp;และฝังกลบเป็นบางส่วน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงเขาสภาพเดิมเป็นบ่อดิน&amp;nbsp;ลึกประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีการเทขยะมูลฝอยมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2532&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีหน่วยงานที่นำขยะมูลฝอยมาทิ้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หน่วยงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เทศบาลตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบต.ด่านช้าง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงได้เตรียมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะไว้แล้ว&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;อบต.หนองมะค่าโมงและเทศบาลตำบลด่านช้าง&amp;nbsp;จัดกำลังเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;โดยเมื่อได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้&amp;nbsp;ชุดผจญเพลิง&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์จะเข้าไปยังที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;พร้อมรายงานให้นายก&amp;nbsp;อบต.ทราบ&amp;nbsp;เพื่อรายงานไปยังนายอำเภอด่านช้างเพื่อขอกำลังสนับสนุน&amp;nbsp;โดยมีแหล่งน้ำสำรองในการดับเพลิง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;การประปาส่วนภูมิภาคสาขาด่านช้าง&amp;nbsp;และโรงงานน้ำตาลมิตรผลด่านช้าง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;ถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;เพื่อรายงานรายละเอียดการเกิดเหตุ&amp;nbsp;และจัดประชุมหารือถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้บ่อขยะต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อจากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่อุทยานมิตรผล&amp;nbsp;อ.ด่านช้าง&amp;nbsp;เข้าตรวจเยี่ยมและรับทราบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาอัคคีภัย&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธนพงศ์&amp;nbsp;อุดมศิลป์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการด้านโรงงานน้ำตาลมิตรผล&amp;nbsp;ด่านช้าง&amp;nbsp;พร้อมคณะให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พร้อมบรรยายสรุปเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอัคคีภัยจากการเผาไร่อ้อย&amp;nbsp;โดยรับซื้อใบอ้อยสดจากเกษตรกรที่ราคา&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;หากอ้อยไฟไหม้จะถูกหัก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาทต่อตัน&amp;nbsp;และเฉลี่ยให้กับอ้อยสดทุกตัน&amp;nbsp;นอกจากนี้หากเกษตรกรพบเห็นและแจ้งเบาะแสการเผาอ้อย&amp;nbsp;จะได้รับเงินรางวัลนำจับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แสนบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากแนวทางดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดปัญญาอัคคีภัย&lt;/strong&gt;จากการเผาอ้อยลงได้มาก&amp;nbsp;นอกจากนี้อุทยานมิตรผลด่านช้าง&amp;nbsp;ยังได้จัดทำโครงการจัดทำแนวกันไฟพื้นที่ไร่อ้อยอย่างมีส่วนร่วมครอบคลุมพื้นที่อำเภอด่านช้างและอำเภอหนองหญ้าไซ&amp;nbsp;โดยจัดประชุมทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;กำหนดจุดประสานงานโครงการ&amp;nbsp;จุดสังเกตการณ์&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังไฟพร้อมรถน้ำและพนักงานดับเพลิงประจำจุด&amp;nbsp;และแปลงแนวกันไฟ&amp;nbsp;จุดติดตั้งจุดงวงช้าง&amp;nbsp;(จุดเติมน้ำ)&amp;nbsp;พร้อมประสานเตรียมรถน้ำเสริมจาก&amp;nbsp;อบต.ในพื้นที่&amp;nbsp;จากการดำเนินโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้ปัญหาไฟไหม้อ้อยก่อนเปิดหีบและการลักลอบเผาอ้อยลดลงอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;สอดคล้องกับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในช่วงฤดูกาลเปิดหีบอ้อยของจังหวัดสุพรรณบุรีที่ลดน้อยลง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304183321574</Link_News></row>
<row _id="138"><NewsTitle>เกษตรนครพนม ถ่ายทอดนำความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงสู่เกษตรกรในพื้นที่ ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ปี 65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพ&lt;/strong&gt;การผลิตสินค้าเกษตรอำเภอนาแก&amp;nbsp;(ศูนย์เครือข่าย)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลก้านเหลือง&amp;nbsp;อำเภอนาแก&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายกชภูมิ&amp;nbsp;สำลี&amp;nbsp;นายอำเภอนาแก&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนมจัดขึ้น&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;ที่เป็นการถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริงให้แก่ตัวแทนเกษตรกรพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายวิชาญ&amp;nbsp;ซาตัน&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานส่วนราชการภาคีและเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมให้บริการด้านการเกษตร&amp;nbsp;และมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดกิจกรรมนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นตัวแทนของชุมชนต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำการเกษตร&amp;nbsp;ระหว่างเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;เพื่อเก็บเกี่ยวองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติในฤดูกาลผลิตใหม่ที่จะมาถึงนี้&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรทุกคนมีแนวคิดในการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดรายได้ที่มากขึ้น&amp;nbsp;มีเครือข่ายในองค์ความรู้และการจำหน่ายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้แบ่งสถานีการเรียนรู้ออกเป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;โคกหนองนาโมเดล&amp;nbsp;ฐานการเรียนรู้พันธุ์ข้าว/การปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าว&amp;nbsp;การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาที่เหมาะสม&amp;nbsp;การจัดการดินและปุ๋ย&amp;nbsp;และการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การผลิตถ่านไบโอชาร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากบริษัทคูโบต้า&amp;nbsp;ที่ให้คำแนะนำในการใช้งานและบำรุงรักษา&amp;nbsp;รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ในการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304220654645</Link_News></row>
<row _id="139"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกรอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.10&amp;nbsp;-&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องส่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สวท.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;นางสาวจริยา&amp;nbsp;วงศ์วีระ&amp;nbsp;ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายฉัตรชัย&amp;nbsp;เรืองสิทธิ์&amp;nbsp;ผอ.กลุ่มกฎหมาย&amp;nbsp;ส.ป.ก.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นางสาวทัศนีย์&amp;nbsp;บุญเคล้า&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตร&amp;nbsp;สพด.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายธนกฤต&amp;nbsp;เนื้ออ่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;สนง.กษ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ดำเนินรายการวิทยุ&amp;nbsp;รายการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบเกษตรกร&amp;nbsp;นำเสนอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;ออนไลน์&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ขับเคลื่อนตลาดนำการผลิต/เกษตรแม่นยำ&amp;nbsp;จากแปลงตะไคร้สู่นวดแผนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ให้คำปรึกษาแนะนำความรู้ด้านกฎหมายปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;บริการรับคำร้อง&amp;nbsp;คำขอเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;4-01&amp;nbsp;บริการสำรวจรังวัด&amp;nbsp;สำรวจออกเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;หรืออื่นๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับ&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;จัดสรรที่ดินให้เกษตรกรทำประโยชน์&amp;nbsp;รับซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน&amp;nbsp;และดูแลงานฟื้นฟูเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ติดตามการใช้ที่ดินของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;อ.ลืออำนาจ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.หัวตะพาน&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ส.ป.ก.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;เน้นย้ำ..คุณผู้ฟัง&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การดำเนินงานของ&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ไม่มีนโยบายเรียกรับเงินจากเกษตรกร&amp;nbsp;อ้าง&amp;nbsp;เป็นค่าบริการรังวัด&amp;nbsp;หรือค่าออกเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;4-01&amp;nbsp;หรือข้ออ้างอื่นๆ&amp;nbsp;เพื่อรับเงินจากท่านแต่อย่างใด&amp;nbsp;พบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างดังกล่าว&amp;nbsp;โปรดแจ้ง&amp;nbsp;ส.ป.ก.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;045-523-518&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;สพด.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;แก้ไขดินที่มีปัญหาในการทำการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ให้บริการตรวจวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;(แนะนำวิธีเก็บตัวอย่างดินที่ถูกต้อง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สนับสนุนโดโลไมค์&amp;nbsp;สนับสนุนกล้าหญ้าแฝก&amp;nbsp;(ปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ&amp;nbsp;ปลูกรอบสระน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างและพังทลาย)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่ว&amp;nbsp;(โครงการธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชในชุมชน)&amp;nbsp;(การปรับปรุงบำรุงดิน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สนับสนุนสารเร่ง&amp;nbsp;พด.&amp;nbsp;(ให้บริการวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สนับสนุนแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;(บ่อจิ๋ว&amp;nbsp;1,260&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;สมทบ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;Cr#&amp;nbsp;สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-04-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220304224419656</Link_News></row>
<row _id="140"><NewsTitle>จังหวัดโคราช เดินหน้าสร้างยุวเกษตรกรรุ่นใหม่ หวังปลูกฝังทัศคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจารพัฒน์&amp;nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&amp;nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินกิจกรรมกลุ่มยุวเกษตรกรของโรงเรียนกระเบื้องนอกพิทยาคม&amp;nbsp;ตำบลกระเบื้องนอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;และร่วมต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกบุคคลและสถาบันเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่มาคัดเลือกกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;สมาชิกยุวเกษตรกรและที่ปรึกษายุวเกษตรกร&amp;nbsp;โดยผู้ชนะเลิศระดับจังหวัด&amp;nbsp;จะได้เป็นตัวแทนในการคัดเลือกในระดับเขตต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนกระเบื้องนอก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการเปิดประชุมสภายุวเกษตรกรและนำเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมด้านการเกษตรในโรงเรียน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การปลูกผักบุ้งจีนเพื่อจำหน่ายร้านหมูกะทะ&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลาที่เลี้ยงปลา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ชนิดแบบเกื้อกูลกัน&amp;nbsp;แปลงนารวมจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;การดูแลเห็ดภูฐาน&amp;nbsp;การแปรรูปปลาส้ม&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การดำเนินกิจกรรมยุวเกษตรกร&amp;nbsp;ต้องดูแลเอาใจใส่&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;พัฒนาและสนับสนุนทุกมิติให้สามารถรับมือและเท่าทันโลก&amp;nbsp;ทั้งเป็นการปลูกฝังให้ยุวเกษตรกรมีทัศนคติที่ดีต่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการเป็นเกษตรกร&amp;nbsp;หรือประกอบอาชีพที่สนับสนุนและพัฒนาด้านการเกษตรในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305084838667</Link_News></row>
<row _id="141"><NewsTitle>ธ.ก.ส. โอนเงินค่าสินไหมประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2564 กว่า 1,500 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ใช้ระบบการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสียหายจากกรณีเกิดภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายในการทำประกันภัยบนพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ภัย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;ภัยแล้ง&amp;nbsp;ลมพายุ&amp;nbsp;ภัยหนาว&amp;nbsp;ลูกเห็บ&amp;nbsp;ไฟไหม้และช้างป่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยข้าวนาปีไปแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นเงินกว่า&amp;nbsp;1,522&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;พื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ขณะที่ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;พื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;22,945&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์รวมกว่า&amp;nbsp;113,931&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้วงเงินคุ้มครองจำนวน&amp;nbsp;1,260&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;ส่วนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;เมื่อเกษตรกรผู้ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;และแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;และจะได้รับการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจทำประกันภัยข้าวนาปี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3.59&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;และประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;96,620&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ขอเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;เพราะจะเป็นประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305115024710</Link_News></row>
<row _id="142"><NewsTitle>กำหนดทิศทางการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทย เพิ่มปริมาณผลผลิตให้ได้ 4 แสนตัน ภายในปี 2566</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กุ้งทะเล&amp;nbsp;นับเป็นสินค้าสัตว์น้ำที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก&amp;nbsp;โดยในอดีตอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลสามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละกว่าแสนล้านบาท&amp;nbsp;โดยเฉพาะในปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;มีปริมาณและมูลค่าการส่งออกมากที่สุดคือ&amp;nbsp;437,270&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีปริมาณการส่งออกลดลงเหลือเพียง&amp;nbsp;201,592&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;ปริมาณลดลงถึงร้อยละ&amp;nbsp;53&amp;nbsp;เลยทีเดียว&amp;nbsp;อันเป็นผลมาจากเหตุการณ์ในช่วงปลายปี&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;ที่ประเทศไทยประสบปัญหาการระบาดของโรคตายด่วน&amp;nbsp;ซึ่งได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงต่อวงการอุตสาหกรรมกุ้งของไทยและผลผลิตภายในประเทศยังไม่สามารถเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับปี&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสภาวการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้กรมประมงเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีผลผลิต&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้นำการผลิตในตลาดโลกได้อีกครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งกรมประมงได้รับสนองนโยบายฯจึงได้จัดการประชุมเพื่อหาแนวทางการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp;โดยได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของกรมประมงรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีพื้นที่การเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลรวม&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ร่วมระดมสมองกำหนดทิศทางและวางแผนในการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิตเพื่อฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกันภายใต้กลไกพื้นฐานของการมุ่งให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคที่เกษตรกรเผชิญอยู่โดยเน้นกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตตามระบบสากล&amp;nbsp;พร้อมนำอุตสาหกรรมกุ้งทะเลของไทยกลับมาทวงความเป็นผู้นำในการส่งออกอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันเกษตรกรมีการแจ้งประกอบกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;40,983&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีพื้นที่การเพาะเลี้ยงประมาณ&amp;nbsp;224,418&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงบางส่วนประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;โดยในภาพรวมได้ส่งผลกระทบให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางการแข่งขันในตลาดโลกอีกด้วย&amp;nbsp;โดยกรมประมงเชื่อมั่นว่าแผนปฏิบัติการที่ได้จากการประชุมในครั้งนี้&amp;nbsp;จะนำไปขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305181707810</Link_News></row>
<row _id="143"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน pm.2.5 เกินมาตรฐานต่อเนื่อง ขณะที่จุดความร้อน วันนี้พบ 40 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(เชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มีค่าระหว่าง&amp;nbsp;47-99&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ&amp;nbsp;ปานกลาง&amp;nbsp;ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.)&amp;nbsp;เกินมาตรฐานทุกจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;เกิดขึ้นจำนวน&amp;nbsp;68&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(เชียงใหม่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;จุด/เชียงราย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด/ลำพูน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด/และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุด)&amp;nbsp;คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองวันต่อไปอยู่ในเกณฑ์&amp;nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สถิติจุดความร้อนเปรียบเทียบ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แบบวันต่อวัน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค.-4&amp;nbsp;มี.ค.64&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;393&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค.-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนที่เกิดขึ้นคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;1.64&amp;nbsp;ของจุดความร้อนทั้งหมดในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;(รวม&amp;nbsp;915&amp;nbsp;จุด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305132644738</Link_News></row>
<row _id="144"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่และเร่งช่วยเหลือประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่และเร่งช่วยเหลือประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวันและมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;72&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;65&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;52&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;30,373&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;24,266&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ำด้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&amp;nbsp;พร้อมช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยา&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องและเริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำจังหวัดปัตตานีรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;31&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;2,604&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;อย่างสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ทำการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ทุกบานและได้สูบน้ำออกจากชุมชนระบายน้ำออกจากชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ส่วนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;สนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกลเข้ามาช่วยสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก&amp;nbsp;ซึ่งระบายน้ำออกได้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.65)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ตำบลมูโนะ&amp;nbsp;สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;โดยภาครัฐเตรียมแผนฟื้นฟูช่วยเหลือตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;และได้จัดเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อส.&amp;nbsp;ของอำเภอสุไหงโก-ลก&amp;nbsp;ร่วมกับทุกภาคส่วนเข้าช่วยทำความสะอาด&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;ขนย้ายสิ่งของและซ่อมแซมบ้านเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พบแม่น้ำปัตตานีมีแนวโน้มลดลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งบางแห่ง&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้ที่ประสบอุทกภัยแต่ละจังหวัดจะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนของประชาชน&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;แล้วให้การช่วยเหลือตามระเบียบราชการในพื้นที่ประสบภัยพิบัติต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142637750</Link_News></row>
<row _id="145"><NewsTitle>ค่าฝุ่นPM2.5ใน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำจ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานหลายพื้นที่&amp;nbsp;โดยสูงระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305142928753</Link_News></row>
<row _id="146"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(4&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;519&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวันก่อน&amp;nbsp;176&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;150&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;134&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;93&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขตสปก.&amp;nbsp;83&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชัยภูมิ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และนครราชสีมา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนมีการกระจายตัวเบาบางลง&amp;nbsp;แต่ยังพบมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้วันนี้หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;และประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;9,143&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;7,543&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;4,852&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2,947&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,626&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;1,459&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305144736758</Link_News></row>
<row _id="147"><NewsTitle>สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนสีดำคล้ายถ่านบริเวณหาดแม่รำพึง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ยังคงเดินสำรวจชายหาดเพื่อตรวจติดตามผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุดตามเส้นทางการแพร่กระจาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ตั้งแต่บ้านคลองกะเฌอ&amp;nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา-บ้านก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบบริเวณลานหินขาวพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&amp;nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;(ทอ.)&amp;nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;บริเวณบ้านเพ-ท่าเรือแกลง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;5.43&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบสภาพปกติและทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันบนชายหาด&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังได้นำเรือ&amp;nbsp;ทช.111&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.221&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.302&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทช.311&amp;nbsp;ตรวจติดตามและเฝ้าระวังคราบน้ำมันจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พื้นที่เขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ดและพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;66&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&amp;nbsp;นอกฝั่ง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;117&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&amp;nbsp;เลียบชายฝั่ง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;135&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;80&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ภาพรวมทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันในทะเล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305150914763</Link_News></row>
<row _id="148"><NewsTitle>คพ. เร่งแจ้งเตือนโรงน้ำแข็งและห้องเย็นป้องกันก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลช่วงฤดูร้อน ที่มีการผลิตสูงตามความต้องการของประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;เร่งแจ้งเตือนโรงน้ำแข็งและห้องเย็นป้องกันก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;ที่มีการผลิตสูงตามความต้องการของประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถิติการเกิดอุบัติภัยจากสารเคมีพบมีเหตุรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียจากโรงงานผลิตน้ำแข็งและห้องเย็นอยู่บ่อยครั้ง&amp;nbsp;อย่างช่วงต้นปีนี้เกิดขึ้นแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;โดยอาจจะเกิดขึ้นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการบริโภคน้ำแข็งมากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ&amp;nbsp;จึงอยากแจ้งเตือนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;หากเร่งกำลังการผลิตมากขึ้นจะทำให้ระบบทำความเย็นทำงานหนักและเพิ่มความเสี่ยงการรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนีย&amp;nbsp;หรืออาจเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์&amp;nbsp;เพราะก๊าซแอมโมเนียจะมีความเป็นพิษต่อระบบการหายใจของประชาชนทั้งที่ปฏิบัติงานอยู่บริเวณที่รั่วไหลและที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ได้มอบหมาย&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แจ้งเตือนผู้ประกอบการโรงงานผลิตน้ำแข็งและห้องเย็นในการตรวจสอบระบบและวัสดุอุปกรณ์ให้เพิ่มความระมัดระวังการประกอบกิจการช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;ควบคู่กับได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น&amp;nbsp;ERG4Thai&amp;nbsp;หรือแอพพลิเคชั่นคู่มือการระงับอุบัติภัยเบื้องต้นจากวัตถุอันตราย&amp;nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการกู้ภัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ความเป็นอันตรายจากการรับสัมผัสทางการหายใจ&amp;nbsp;ผิวหนัง&amp;nbsp;และดวงตา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน&amp;nbsp;อย่างเพลิงไหม้&amp;nbsp;การรั่วไหล&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การปฐมพยาบาลเบื้องต้น&amp;nbsp;และแนวทางการพิจารณาอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เกิดเหตุ&amp;nbsp;สามารถดาวน์โหลดได้ในระบบปฏิบัติการ&amp;nbsp;Android&amp;nbsp;iOS&amp;nbsp;และเว็บไซต์ที่&amp;nbsp;www.erg4Thai&amp;nbsp;หากมีข้อสงสัยประการใดหรือต้องการคำปรึกษาโทรศัพท์สายด่วน&amp;nbsp;1650&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การรั่วไหลของแอมโมเนีย&amp;nbsp;ส่วนใหญ่สาเหตุหลักจากความบกพร่อง&amp;nbsp;ความชำรุดของอุปกรณ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รอยรั่วของท่อขนส่ง&amp;nbsp;ข้อต่อ&amp;nbsp;วาล์ว&amp;nbsp;หรือเกิดระหว่างการบำรุงรักษาระบบ&amp;nbsp;เนื่องจากแอมโมเนียสามารถรวมตัวกับน้ำและความชื้นภายในโรงงานเกิดเป็นแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์&amp;nbsp;ที่มีความเป็นด่างสูงสามารถกัดกร่อนระบบท่อส่งก๊าซและวาล์วทำให้เกิดรอยรั่วได้&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;อาจเกิดจากการจัดเก็บภาชนะบรรจุแอมโมเนียที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไม่มีการจัดพื้นที่สำหรับการเก็บสารเคมีโดยเฉพาะ&amp;nbsp;ไม่มีการติดป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตราย&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;ส่วนใหญ่โรงงานน้ำแข็งเป็นกิจการเก่าแก่และตั้งอยู่ในชุมชน&amp;nbsp;ทำให้การรั่วไหลของก๊าซแอมโมเนียที่มีความเป็นพิษต่อระบบการหายใจ&amp;nbsp;จึงเกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนจำนวนมาก&amp;nbsp;หากมีน้ำเสียจากการดับเพลิง&amp;nbsp;หรือการดักจับก๊าซแอมโมเนียถูกปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;ทำให้ปลาและสัตว์น้ำตายได้&amp;nbsp;เนื่องจากแอมโมเนียมีความเป็นพิษต่อสัตว์น้ำและปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำลดลง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305155500774</Link_News></row>
<row _id="149"><NewsTitle>จังหวัดกระบี่จัดงาน กล้วยไม้สัญจร พฤกษาอันดามัน จังหวัดกระบี่ ช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีรายได้ผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;นารีเลิศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;กล้วยไม้สัญจร&amp;nbsp;พฤกษาอันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;นายวัชรพงศ์&amp;nbsp;พันธุ์แตง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้บริหารงาน&amp;nbsp;สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานสนามหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้&amp;nbsp;ได้มีช่องทางระบายผลผลิต&amp;nbsp;ขยายช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;และช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์กล้วยไม้ให้เป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยได้กำหนดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;4-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ในต้านต่างๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการตลาด&amp;nbsp;การขยายตลาดในประเทศ&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ให้ช่วยกันส่งเสริมและสนับสนุนการใช้กล้วยไม้ไทยในโอกาสต่างๆ&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ขยายช่องทางการตลาดสำหรับสินค้ากล้วยไม้&amp;nbsp;จัดนิทรรศการส่งเสริมการใช้กล้วยไม้&amp;nbsp;ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค&amp;nbsp;รวมถึงการจัดงานกล้วยไม้สัญจร&amp;nbsp;ของสหกรณ์ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;กล้วยไม้ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;การจัดงาน&amp;nbsp;"กล้วยไม้สัญจร&amp;nbsp;พฤกษาอันดามัน&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่"&amp;nbsp;ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งหนทาง&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp;ด้านเงินทุนในการประกอบอาชีพจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาจำหน่ายแก่สมาชิก&amp;nbsp;รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกเพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้ด้านวิชาการ&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพของกลัวยไม้&amp;nbsp;ให้ตรงตาม&amp;nbsp;ความต้องการของผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เ&lt;strong&gt;นื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลให้ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ได้รับผลกระทบโดยตรงในด้านราคาของกล้วยไม้ตกต่ำ&amp;nbsp;และไม่สามารถจำหน่ายกล้วยไม้ให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;ทั้งในและต่างประเทศได้&amp;nbsp;แต่เกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ยังคงต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา&amp;nbsp;ดอก&amp;nbsp;และต้นกล้วยไม้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ค่าแรงงาน&amp;nbsp;ค่าปุ๋ย&amp;nbsp;ค่าสารเคมี&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก&amp;nbsp;และใช้กล้วยไม้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาดให้กลับผู้บริโภคได้รับรู้&amp;nbsp;และสามารถใช้กล้วยไม้&amp;nbsp;ในกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทยจำกัด&amp;nbsp;เห็นว่าการจัดงานกล้วยไม้สัญจรในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม&amp;nbsp;และสามารถจัดงานแสดงกล้วยไม้ได้&amp;nbsp;เพื่อนำกล้วยไม้มาแสดงให้เห็นถึงความสวยงามสามารถนำกล้วยไม้มาใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย&amp;nbsp;และจำหน่ายให้กับประชาชนในจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้&amp;nbsp;ให้มีรายได้จากการประกอบอาชีพเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทย&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดตั้งและจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ประเภทสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2553&amp;nbsp;อยู่ที่ตำบลหนองนกไข่&amp;nbsp;อำเภอกระทุ่มแบน&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้ไทยจำกัด&amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;651&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีการดำเนินงานรวม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร/นครปฐม/ราชบุรี/กาญจนบุรี/นนทบุรี/สุพรรณบุรี/ปทุมธานี/พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;และกรุงเทพฯ&amp;nbsp;มีพื้นที่เพาะปลูกกลัวยไม้ของสมาชิกทั้งสิ้นประมาณ&amp;nbsp;21,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;การบริหารงานของสหกรณ์&amp;nbsp;มีคณะกรรมการดำเนินงานจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพยงค์&amp;nbsp;คงอุดมทรัพย์&amp;nbsp;เป็นประธานกรรมการ&amp;nbsp;ทั้งนี้การจัดกิจกรรมจัดภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;และตามประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อของจังหวัดกระบี่อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305222442849</Link_News></row>
<row _id="150"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล ส่วน สทช.1 ระยอง พบก้อนคล้ายยางมะตอยและผงคล้ายถ่าน 2 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมัน&amp;nbsp;โดยจะปฏิบัติงานถึงเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และจะเริ่มงานอีกครั้งในวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ส่วนหาดแหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp;และท่าเรือ&amp;nbsp;IRPC&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมงจำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพ&amp;nbsp;อำเภอเมืองระยอง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่นี้บริษัทได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องยังไม่พบความผิดปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คราบ&amp;nbsp;และฟิล์มน้ำมันดิบ&amp;nbsp;แต่สทช.1&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตรงบริเวณลานหินขาวฯ&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และผงสีดำคล้ายถ่านอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;(ทอ.)&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,988&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่ได้มายื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลสามารถติดต่อบริษัทโดยตรงที่ศูนย์สื่อสาร&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;038-699881&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-05-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220305234520852</Link_News></row>
<row _id="151"><NewsTitle>อนุมัติเงินส่วนต่างประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 256465 รอบที่ 1 งวดที่ 21 ชดเชยข้าว 4 ชนิด </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางมัลลิกา&amp;nbsp;บุญมีตระกูล&amp;nbsp;มหาสุข&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว&amp;nbsp;ได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;โดยมีมติจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,013.70&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เกษตรกรจะได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&amp;nbsp;32,219.20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;715.90&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&amp;nbsp;17,897.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข้าวเปลือกเจ้า&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;1,720.48&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&amp;nbsp;51,614.40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;/&amp;nbsp;และข้าวเปลือกเหนียว&amp;nbsp;ชดเชยตันละ&amp;nbsp;2,314.88&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ&amp;nbsp;37,038.08&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12,548&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;ไม่ต้องจ่ายชดเชยแล้ว&amp;nbsp;เพราะสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เกษตรกรจะได้รับเงินส่วนต่างประกันรายได้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;จะดำเนินการโอนเงินภายในสัปดาห์หน้านี้ไม่เกินวันพุธ&amp;nbsp;ขณะที่โครงการประกันรายได้พืชชนิดอื่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;และมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ไม่ต้องจ่ายส่วนต่าง&amp;nbsp;เนื่องจากราคาสูงกว่าที่ประกันรายได้ไว้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213330022</Link_News></row>
<row _id="152"><NewsTitle>ธ.ก.ส. โอนเงินค่าสินไหมประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ บรรเทาความเสียหาย </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ได้ใช้ระบบการประกันภัยข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อเป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสียหายจากกรณีเกิดภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรในการสร้างภูมิคุ้มกันและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิต&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายในการทำประกันภัยบนพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศกว่า&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ภัย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น้ำท่วม&amp;nbsp;ภัยแล้ง&amp;nbsp;ลมพายุ&amp;nbsp;ภัยหนาว&amp;nbsp;ลูกเห็บ&amp;nbsp;ไฟไหม้&amp;nbsp;และช้างป่า&amp;nbsp;ปัจจุบันได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยข้าวนาปีไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นเงินกว่า&amp;nbsp;1,522&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;พื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ขณะที่ประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;พื้นที่เสียหาย&amp;nbsp;22,945&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับประโยชน์รวมกว่า&amp;nbsp;113,931&amp;nbsp;ราย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ให้วงเงินคุ้มครองจำนวน&amp;nbsp;1,260&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;ส่วนโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;เมื่อเกษตรกรผู้ทำประกันภัยได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;และแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อประเมินความเสียหาย&amp;nbsp;และจะได้รับการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจทำประกันภัยข้าวนาปี&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3.59&amp;nbsp;ล้านราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;และประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;96,620&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตรกว่า&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ขอเชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;เพราะจะเป็นประโยชน์&amp;nbsp;โดยเฉพาะในสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213151021</Link_News></row>
<row _id="153"><NewsTitle>วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมครบรอบ47ปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;(ส.ป.ก.)&amp;nbsp;ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่ช่วยดูแลประชาชนที่เป็นเกษตรกรให้มีโอกาสในการถือครองที่ดินเพื่อยังชีพ&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรมี่ไม่มีที่ดินทำกิน&amp;nbsp;หรือมีแต่ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพโดยการจัดสรรที่ดินทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรับปรุงสิทธิและการถือครองที่ดิน&amp;nbsp;รวมถึงคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;กระจายการถือครองที่ดินอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมพร้อมรักษาพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ขอฝาก&amp;nbsp;ส.ป.ก.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เร่งรัดการจัดที่ดินให้แก่เกษตรกรที่ขาดแคลนที่ดินทำกิน&amp;nbsp;พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมมาใช้&amp;nbsp;พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&amp;nbsp;สร้างแหล่งน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำให้ทั่วถึงกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงปรับปรุงกฎหมายและระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท้าทายต่อการปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;ทั้งสถานการณ์เกษตรสูงวัย&amp;nbsp;พลวัตการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน&amp;nbsp;รวมถึงการดำเนินงานอย่างเป็นธรรมต่อเกษตรกร&amp;nbsp;โดยยังคงเจตนารมณ์ในการรักษาคุ้มครองที่ดินเกษตรกรรมให้คงอยู่ตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306213022020</Link_News></row>
<row _id="154"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่ พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนบริเวณตอนบนของประเทศลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคใต้ที่ยังเกิดน้ำท่วมขังอยู่&amp;nbsp;พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนบริเวณตอนบนของประเทศลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;62&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;63&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;62&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดหมายลักษณะอากาศช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&amp;nbsp;ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;ได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;พิจารณาปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;30,229&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;24,134&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขง&amp;nbsp;เนื่องจากการเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนจิ่งหง&amp;nbsp;หลังคาดการณ์และแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมาช่วงเหนือเขื่อนไซยะบุรี&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;บริเวณสถานีเชียงแสน&amp;nbsp;อำเภอเชียงแสน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำโขงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;พบว่าเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ระดับน้ำบริเวณสถานีเชียงแสนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;แล้วมีแนวโน้มระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่ยังคงต่ำกว่าระดับตลิ่ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ได้แจ้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดริมแม่น้ำโขง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;เลย&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;บึงกาฬ&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;อำนาจเจริญ&amp;nbsp;และอุบลราชธานี&amp;nbsp;เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำโขงเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและแจ้งเตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการสัญจรและประกอบกิจกรรมบริเวณแม่น้ำโขง&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306121031888</Link_News></row>
<row _id="155"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ นำทีมออกปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม รอบที่ 2 ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;นำทีมออกปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอหนองม่วงไข่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;320&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;ดร.สมพร&amp;nbsp;พรวิเศษศิริกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม&amp;nbsp;เป็นเรื่องที่กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญและดำเนินการติดตามการเกิดโรคอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส&amp;nbsp;เอฟ&amp;nbsp;เอ็ม&amp;nbsp;ดี&amp;nbsp;(FMD)&amp;nbsp;ที่พบในประเทศไทย&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไทป์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;โอ&amp;nbsp;(O)&amp;nbsp;เอ&amp;nbsp;(A)&amp;nbsp;และเอเชียวัน&amp;nbsp;(Asia&amp;nbsp;I)&amp;nbsp;เชื้อทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไทป์นี้จะทำให้สัตว์ป่วยแสดงอาการเหมือนกัน&amp;nbsp;แต่ไม่สามารถให้ภูมิคุ้มกันต่างไทป์ได้&amp;nbsp;โรคนี้มีระยะฟักตัว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;2-8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โคที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้&amp;nbsp;ซึม&amp;nbsp;เบื่ออาหาร&amp;nbsp;หลังจากนั้นจะมีเม็ดตุ่มพอง&amp;nbsp;เกิดที่ริมฝีปากในช่องปาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เหงือกและลิ้น&amp;nbsp;ทำให้น้ำลายไหล&amp;nbsp;กินอาหารไม่ได้&amp;nbsp;และเกิดเม็ดตุ่มที่ระหว่างช่องกีบเท้า&amp;nbsp;ทำให้เจ็บ&amp;nbsp;เดินกะเผลก&amp;nbsp;เมื่อเม็ดตุ่มแตกออกอาจมีเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย&amp;nbsp;ทำให้แผลหายช้าขณะที่โคเป็นโรคจะผอมน้ำนมจะลดลงอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;จึงส่งทีมเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำโดยนายจิรัฎฐ์&amp;nbsp;ทะนันชัย&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&amp;nbsp;นางปิยะวดี&amp;nbsp;นุ่มนวล&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ชำนาญการ&amp;nbsp;นายชัยเชษฐ์&amp;nbsp;ธงสิบเอ็ด&amp;nbsp;สัตวแพทย์ชำนาญงาน&amp;nbsp;นายเทวิน&amp;nbsp;ต้นฟู&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;และนายธีระวุฒิ&amp;nbsp;วงศ์ดาว&amp;nbsp;ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคนม&amp;nbsp;รอบรณรงค์ที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;และอำเภอหนองม่วงไข่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;320&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306122837894</Link_News></row>
<row _id="156"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 8 พื้นที่ โดยสูงสุดบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;โดยสูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงแต่ยังเกินมาตรฐานหลายพื้นที่&amp;nbsp;โดยสูงระดับสีส้ม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต.เวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเวียง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.บ้านต๋อม&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พะเยา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.เวียงพางคำ&amp;nbsp;อ.แม่สาย&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ในเมือง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ธานี&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สุโขทัย&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.แม่นะ&amp;nbsp;อ.เชียงดาว&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306122608892</Link_News></row>
<row _id="157"><NewsTitle>สภาพน้ำทะเลระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงแต่พบน้อยลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สภาพน้ำทะเลจังหวัดระยองอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ยกเว้นยังพบก้อนน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึงแต่พบน้อยลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลังพบก้อนน้ำมันในพื้นที่หาดแม่รำพึงบริเวณลานหินขาวพบก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;จากการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;9.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติและไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;บริเวณสะพานท่าเรือตะพง&amp;nbsp;คลองหัวรถ&amp;nbsp;ลานหินขาว&amp;nbsp;และก้นอ่าว&amp;nbsp;ซึ่งการสำรวจบริเวณสะพานท่าเรือตะพงและคลองหัวรถไม่พบก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;ส่วนบริเวณลานหินขาวและก้นอ่าวพบก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนการตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&amp;nbsp;หาดแสงจันทร์&amp;nbsp;อ่าวบ้านเพ&amp;nbsp;และหาดสวนสน&amp;nbsp;พบทุกแห่งมีสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;และไม่พบก้อนน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไปพบผลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เพื่อการนันทนาการ&amp;nbsp;พร้อมได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอนบริเวณสถานีเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันดิน&amp;nbsp;เพื่อวิเคราะห์หาค่าการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306131438896</Link_News></row>
<row _id="158"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(5&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;493&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;133&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;121&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;119&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขตสปก.&amp;nbsp;72&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกาญจนบุรี&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในพื้นที่หลายจังหวัด&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สอดคล้องกับเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้วันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;9,328&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;7,705&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;4,940&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2,576&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,594&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;493&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306133213897</Link_News></row>
<row _id="159"><NewsTitle>เกษตรกรพอใจ ประชาชนชมงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตรอย่างคึกคัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตลอดทั้งวัน&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ประชาชนเดินทางมาร่วมงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;วันสุดท้ายกันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;ซึ่งจัดตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายในงานยังมีการจำหน่ายพันธุ์ไม้มากกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;พร้อมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรมาให้คำแนะนำในเรื่องของการดูแลต้นไม้และผลผลิตให้งอกงาม&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีร้านค้าขายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์และพืชผล&amp;nbsp;จากเกษตรกรทั่วประเทศมาจำหน่ายภายในงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หนึ่งในประชาชนที่เข้ามาร่วมงาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชื่นชอบสินค้าภายในงานเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นสินค้าที่เกษตรกรนำมาขาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ประกอบการร้านค้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดีใจที่มีงานดังกล่าวเกิดขึ้น&amp;nbsp;นอกจากจะช่วยสนับสนุนสินค้าจากเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;ยังมีการสอนและให้คำแนะนำเกี่ยวกับพืชผลผลิตต่างๆ&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับภายในงานอัจฉริยะนวัตกรรมเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายในงานมีการนำนวัตกรรม&amp;nbsp;IOT&amp;nbsp;(Internet&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Things)&amp;nbsp;เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ&amp;nbsp;เข้ามาช่วยในด้านการเกษตรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้เรียนรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งเปิดรอบให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในอาคารพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา&amp;nbsp;ที่นำเสนอพระเกียรติคุณ&amp;nbsp;พระอัจฉริยภาพในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ด้านการเกษตรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306205745007</Link_News></row>
<row _id="160"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน เกิดจุดความร้อนสะสม1,108 จุด สูงสุดที่อำเภอปาย ค่า PM 2.5  86 มคก.ลบ.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าพบจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;1,108&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอปาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;388&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;755&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;441&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;197&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;313&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;86&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306204656005</Link_News></row>
<row _id="161"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล ยังคงมีก้อนดำคล้ายยางมะตอยและผงคล้ายถ่านที่จุดเดิม ส่วนกรณีพบเต่าป่วยอยู่ในระหว่างการรักษา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยองแจ้งว่าวันนี้&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;น.เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;เริ่มปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมัน&amp;nbsp;โดยจะปฏิบัติงานถึงเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และจะเริ่มงานอีกครั้งในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันรั่วไหลออกมาในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงจำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่นี้บริษัทได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่นเดียวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&amp;nbsp;คราบ&amp;nbsp;และฟิล์มน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;สทช.1&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;ยังพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตรงบริเวณลานหินขาวฯ&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และผงสีดำคล้ายถ่านอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;(ทอ.)&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง&amp;nbsp;ได้แจ้งถึงกรณีมีชาวประมงพบเต่าทะเลป่วยลอยอยู่กลางทะเลใกล้ชายฝั่งมาบตาพุด&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ศวทอ.เข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;พบว่าเป็นเต่าตนุ&amp;nbsp;(Chelonia&amp;nbsp;mydas)&amp;nbsp;ความยาวกว้าง&amp;nbsp;64&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;71&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;น้ำหนัก&amp;nbsp;30.1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ไม่ทราบเพศ&amp;nbsp;อยู่ในช่วงอายุก่อนวัยเจริญพันธุ์ไม่พบหมายเลขไมโครชิพ&amp;nbsp;จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นเต่าทะเลตัวดังกล่าวมีความสมบูรณ์ทางโภชนะต่ำ&amp;nbsp;เต่าทะเลมีอาการอ่อนแรงแต่ยังตอบสนองได้ดี&amp;nbsp;มีอาการลอยไม่สามารถดำน้ำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นสัตวแพทย์ได้ทำการเก็บเลือดพบว่าเต่าทะเลมีอาการขาดน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ค่าเม็ดเลือดแดงอัดแน่นและโปรตีนในเลือดค่อนข้างสูงกว่าปกติ&amp;nbsp;ซึ่งเกิดขึ้นได้ในสัตว์ที่ขาดน้ำ&amp;nbsp;โดยการรักษาในเบื้องต้นได้ให้น้ำเกลือเพื่อทดแทนการขาดน้ำ&amp;nbsp;และพักเต่าในน้ำตื้นเพื่อรอผลการวินิจฉัยต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,988&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;038-699881&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-06-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220306223944031</Link_News></row>
<row _id="162"><NewsTitle>กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรด จ.ประจวบฯ เร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกสับปะรดผลสด พร้อมพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานต่อยอดสู่ตลาดส่งออกโดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายรุ่งเรือง&amp;nbsp;ไล้รักษา&amp;nbsp;เกษตรกรแปลงใหญ่สับปะรด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต.หินเหล็กไฟ&amp;nbsp;อ.หัวหิน&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในพื้นที่&amp;nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่กว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;บริหารจัดการในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน&amp;nbsp;ทำให้สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพมาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาดและช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มยังมีแนวทางปรับเปลี่ยนเพิ่มพื้นที่&lt;/strong&gt;ปลูกสับปะรดผลสดพันธุ์เอ็มดีทูทดแทนพื้นที่ปลูกสับปะรดโรงงานพันธุ์ปัตตาเวีย&amp;nbsp;โดยปัจจุบันผลผลิตสับปะรดผลสดยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด&amp;nbsp;รวมถึงขณะนี้กำลังสร้างโรงเก็บรวบรวมผลผลิตสับปะรดผลสด&amp;nbsp;และพัฒนาให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งออก&amp;nbsp;โดยมีตลาดประเทศจีนให้ความสนใจ&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านราคาจากการที่เกษตรกรปลูกสับปะรดเพื่อส่งเข้าโรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียวภายใต้หลักการตลาดนำการผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307090700041</Link_News></row>
<row _id="163"><NewsTitle>อนุมัติงบกลางแก้หนี้เกษตรกร พร้อมฟื้นฟูและพัฒนาภาคการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้กำหนดให้ปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นปีแห่งการแก้หนี้ภาคครัวเรือน&amp;nbsp;จึงได้สั่งการและมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นรูปธรรมอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบกลาง&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาทรายการเงินสำรองจ่ายประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น&amp;nbsp;ให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;(กฟก.)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;267.62&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานฯ&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;(งบบุคลากร&amp;nbsp;งบดำเนินงาน)&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;230.38&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการนี้&amp;nbsp;จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;รักษาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของเกษตรกรได้มากกว่า&amp;nbsp;3,425&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรได้ประโยชน์&amp;nbsp;จากการฟื้นฟูอาชีพจำนวน&amp;nbsp;42,034&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;776&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;มีโอกาสฟื้นฟูตนเองในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้นำไปชำระหนี้ตามกำหนด&amp;nbsp;และทำให้เข้าถึงแหล่งทุนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูอาชีพ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพทางผลผลิต&amp;nbsp;การรวบรวมผลผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307092501049</Link_News></row>
<row _id="164"><NewsTitle>เกิดวาตภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;รายงานเกิดวาตภัยในพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดสกลนคร&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่อำเภอวานรนิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ที่อำเภอทับคล้อและอำเภอดงเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ที่อำเภอภูเขียว&amp;nbsp;อำเภอซับใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเกษตรสมบูรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;บ้านเรือนประชาชนเสียหาย&amp;nbsp;159&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประสานจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สำรวจความเสียหาย&amp;nbsp;และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&amp;nbsp;ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ปภ.รับแจ้งเหตุ&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;และสายด่วนนิรภัย&amp;nbsp;1784&amp;nbsp;ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144717208</Link_News></row>
<row _id="165"><NewsTitle>ประชาชนทั่วทุกภาคเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง มีลูกเห็บตก </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวชมภารี&amp;nbsp;ชมภูรัตน์&amp;nbsp;อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน&amp;nbsp;ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน&amp;nbsp;จากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมอยู่&amp;nbsp;ส่งผลให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;และภาคเหนือ&amp;nbsp;จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นไปจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงมีฟ้าผ่าที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะได้รับผลกระทบทั่วทุกภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;รวมถึงกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล&amp;nbsp;ส่วนในวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดที่จะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;อุทัยธานี&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;สมุทรสงคราม&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;ตราด&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น&amp;nbsp;และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;ใต้ต้นไม้ใหญ่&amp;nbsp;สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรควรเตรียมป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;และติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ทั้งเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;หรือสายด่วน&amp;nbsp;1182&amp;nbsp;ได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307145029213</Link_News></row>
<row _id="166"><NewsTitle>หนุนสร้างคนรุ่นใหม่กลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ทำการเกษตรมั่นคงอยู่ได้ครอบครัวเข้มแข็ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยถึงโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพการเกษตร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;นับแต่เริ่มโครงการมากว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;nbsp;3,670&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งเป้าจะพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่อีกประมาณ&amp;nbsp;850&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งแม้จะมีจำนวนไม่มาก&amp;nbsp;แต่พบว่ากลุ่มเกษตรกรเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่กลับไปสร้างความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ให้บ้านเกิดและเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีการพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งที่ผสานกับเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทั้งการผลิตและการตลาด&amp;nbsp;อีกทั้งจะเป็นแรงงานทดแทนเกษตรกรไทยที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัย&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละปีจะมีการสำรวจผลสัมฤทธิ์โครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำรวจแปลงเกษตร&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีรายได้จากภาคเกษตรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า&amp;nbsp;โดยพบว่าก่อนเข้าร่วมโครงการมีรายได้&amp;nbsp;7,451&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อปี&amp;nbsp;หลังเข้าร่วมโครงการมีรายได้เฉลี่ย&amp;nbsp;10,098&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อปี&amp;nbsp;ซึ่งโครงการนี้ไม่ได้ใช้เงินเป็นหลัก&amp;nbsp;แต่ใช้การสนับสนุนสร้างแรงจูงใจให้เยาวชน&amp;nbsp;คนรุ่นใหม่มองเห็นว่า&amp;nbsp;การเกษตรก็เป็นอาชีพที่มั่นคงได้หากมุ่งมั่นตั้งใจและย้ำในเรื่องการทำน้อยได้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เกษตรกรที่เข้าโครงการนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเข้ามาช่วยเหลือในการเป็นพี่เลี้ยงประสานหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้แนะนำการทำการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งปลูกพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทำประมง&amp;nbsp;ตามความถนัดและความสนใจของแต่ละคน&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีสหกรณ์ในพื้นที่คอยสนับสนุนหาตลาด&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิตและจัดหาเงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;และพันธมิตรอย่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)ที่พร้อมสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกรที่เข้าโครงการนำไปเป็นทุนประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เชื่อว่า&amp;nbsp;โครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่สร้างความยั่งยืนภาคการเกษตรของไทยในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307111115094</Link_News></row>
<row _id="167"><NewsTitle>รัฐหนุนแก้หนี้สินภาคเกษตร อนุมัติงบกลาง 2,000 ล้านบาทให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรได้ผลักดันกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตร &lt;/strong&gt;มาตั้งแต่ ปี 2549&amp;nbsp;โดยมีหลักสำคัญคือ การแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร และการฟื้นฟูอาชีพให้กับเกษตรกรรายย่อย โดยปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนกว่า 5.6 ล้านคน และลงทะเบียนหนี้สินเกษตรกร ทั้งสิ้นกว่า 5 แสนราย รวมเป็นเงินกว่า 1 แสนล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สิน&lt;/strong&gt; จากเงื่อนไขกองทุนฟื้นฟูฯ ลูกหนี้กว่า 5 หมื่นรายที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารของรัฐ 4 แห่งจะได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งมีวงเงินกว่า 9,200 กว่าล้าน&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ขณะที่การฟื้นฟูอาชีพ &lt;/strong&gt;นั้น ได้วางนโยบายให้ทุกหน่วยในกระทรงเกษตรฯ ช่วยเสริมผลักดันทั้งการฟื้นฟูอาชีพด้านพืข ประมง ปศุสัตวฺ และด้านใหม่ ๆ เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฟิวเจอร์ ฟู้ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ครม.ได้อนุมัติงบกลาง 2,000 ล้านบาทให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 3,425 ราย ตามนโยบายและข้อสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307103246063</Link_News></row>
<row _id="168"><NewsTitle>จ.นครพนมวันนี้ ค่าดัชนีคุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;(ค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.)&amp;nbsp;77&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์&amp;nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;และมีแนวโน้มทรงตัว&amp;nbsp;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM10&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์&amp;nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&amp;nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&amp;nbsp;โอโซน&amp;nbsp;ไนโตรเจนไดออกไซด์,&amp;nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&amp;nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีมาก&amp;nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&amp;nbsp;ของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;อยู่ในระดับ&amp;nbsp;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสุขภาพ&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ควรเฝ้าระวังสุขภาพ&amp;nbsp;ถ้ามีอาการเบื้องต้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไอ&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;ระคายเคืองตา&amp;nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกลุ่มเสี่ยงควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือใช้อุปกรณ์&amp;nbsp;ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ไอ&amp;nbsp;หายใจลำบากตาอักเสบ&amp;nbsp;แน่นหน้าอก&amp;nbsp;ปวดศีรษะ&amp;nbsp;หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ&amp;nbsp;คลื่นไส้&amp;nbsp;อ่อนเพลีย&amp;nbsp;ควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปการเกิดจุดความร้อนจากการเผา(Hotspot)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;(ในท้องที่&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;อำเภอธาตุพนม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;อำเภอปลาปาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;อำเภอโพนสวรรค์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;อำเภอศรีสงคราม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307113113106</Link_News></row>
<row _id="169"><NewsTitle>คณะกรรมการชุดปฎิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ประชุมประเมินสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;เพ็ชร์พิพัฒน์&amp;nbsp;นายอำเภอเวียงสา/ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันอำเภอเวียงสา&amp;nbsp;ร่วมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่จริม&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าพื้นที่เวียงสา&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.เวียงสา,&amp;nbsp;น้ำมวบ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;นายกฯ&amp;nbsp;กำนันทุกตำบล&amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำให้หน่วยงานในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;เพิ่มมาตรการตรวจสอบ&amp;nbsp;และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;และหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องปราม&amp;nbsp;ผู้ที่คิดก่อให้เกิดเหตุไฟป่า&amp;nbsp;หรือลักลอบทำการเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเวียงสา&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในขณะเดียวกันในพื้นที่อำเภอเวียงสา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้พบความร้อน&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;spot&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พิกัด&amp;nbsp;673274E,&amp;nbsp;2050930&amp;nbsp;N&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;673159E,&amp;nbsp;2051090&amp;nbsp;N&amp;nbsp;นายพิพัฒน์&amp;nbsp;เพ็ชร์พิพัฒน์&amp;nbsp;นายอำเภอเวียงสา/ผู้บัญชาการเหตุการณ์ฯ&amp;nbsp;อำเภอได้สั่งการให้นายจวน&amp;nbsp;จันเครื่อง&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;นายณัฐพล&amp;nbsp;วิระขันคำ&amp;nbsp;ปลัดอำเภองานป้องกัน&amp;nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก&amp;nbsp;อส.ร้อยฯ&amp;nbsp;เวียงสา&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กำนันในพื้นที่&amp;nbsp;เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;พบอยู่ในสวนสักพื้นที่&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ท้องที่บ้านใหม่เจริญราษฏร์&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.อ่ายนาไลย&amp;nbsp;อ.เวียงสา&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;สภาพไฟไหม้ดับแล้ว&amp;nbsp;พื้นที่เสียหายประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สาเหตุสันนิษฐานว่าเกิดจากการลักลอบเผาเพื่อกำจัดเชื้อเพลิงในสวน&amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯอำเภอเวียงสา&amp;nbsp;ได้ประสานงานสำนักงาน&amp;nbsp;ส.ป.ก&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ในการตรวจสอบผู้ครอบครองพื้นที่ตามพิกัด&amp;nbsp;ส.ป.ก&amp;nbsp;แปลงดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ&amp;nbsp;เพื่อบังคับใช้กฏหมายดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืนฯ&amp;nbsp;ตามแนวทางของศูนย์ฯอำเภอ&amp;nbsp;ศูนย์ฯ&amp;nbsp;จังหวัดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้กำนัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;งดเว้นการเผาตามประกาศจังหวัดน่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307122152112</Link_News></row>
<row _id="170"><NewsTitle>ส.ป.ก.ตราด นำเกษตรกรร่วมจำหน่ายสินค้าในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 47 ปี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณตลาดเกษตรกรจังหวัดตราด&amp;nbsp;(หน้าสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดตราด)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตราด&amp;nbsp;(ส.ป.ก.ตราด)&amp;nbsp;ร่วมกับตลาดเกษตรกรจังหวัดตราด&amp;nbsp;นำกลุ่มเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;ออกบูธจำหน่ายผลผลิตสินค้าในเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสงานวันคล้ายวันสถาปนา&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;โดยมีผู้สนใจร่วมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เนื่องมาจากตามที่&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรรม&amp;nbsp;(ส.ป.ก.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กำหนดจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp;เขตพระนคร&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจัดกิจกรรมดังกล่าวคูขนาน&amp;nbsp;ทางส.ป.ก.ตราด&amp;nbsp;จึงได้จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และเป็นการเพิ่มช่องทางด้านการตลาดให้เกษตรกร&amp;nbsp;โดยในครั้งนี้ได้นำสินค้าในเขตปฏิรูปมาจำหน่ายหลายชนิด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สินค้าหมวกใบจาก&amp;nbsp;ของกลุ่มปลูกผักปลอดภัย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านเนินดินแดง&amp;nbsp;ตำบลคลองใหญ่&amp;nbsp;อำเภอแหลมงอบ&amp;nbsp;สินค้าพรมเช็ดเท้า&amp;nbsp;จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ้านโป่ง&amp;nbsp;ตำบลวังตะเคียน&amp;nbsp;อำเภอเขาสมิง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307123235115</Link_News></row>
<row _id="171"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามการปฏิบัติราชการ ของที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม พร้อมรณรงค์ขอความร่มมือในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ป้องกันแก้ไขปัญาหาไฟป่าและหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจติดตามการปฏิบัติราชการ&amp;nbsp;ของที่ทำการปกครองอำเภอขุนยวม&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;โดยได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ทำงานและบริเวณโดยรอบของที่ว่าการอำเภอ&amp;nbsp;ตลอดจนถึงหมู่บ้านชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ริมถนนสองข้างทาง&amp;nbsp;และการบริหารจัดการขยะของหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;การให้บริการประชาชนให้เกิดความประทับใจ&amp;nbsp;การป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไข&amp;nbsp;ปัญาหา&amp;nbsp;ไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ในพื้นที่ของอำเภอ&amp;nbsp;และการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจทุกช่องทางให้ทั่วถึงประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307133246145</Link_News></row>
<row _id="172"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน ค่า PM 2.5 เกินมาตรฐานติดต่อกัน 10 วัน ขณะที่จุดความร้อนสะสม 1,278 จุด สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;คุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของจุดความร้อน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;170&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,278&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;424&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;859&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;611&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;245&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;417&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307144524205</Link_News></row>
<row _id="173"><NewsTitle>จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางการเกษตร ระดับจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลทางเกษตร&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประธานสภาเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;คณะกรรมการ&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประเด็นสำคัญในการประชุมหารือครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นการรับทราบผลการดำเนินงานในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กิจกรรมเพิ่มช่องทางและเชื่อมโยงการจำหน่าย&amp;nbsp;กิจกรรมเชื่อมโยงกระจายผลไม้(มังคุด)&amp;nbsp;ออกนอกจังหวัดแหล่งผลิต&amp;nbsp;ตามโครงการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามสถานการณ์ผลผลิตผลไม้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;69,182&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;66,919&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;8,870&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,350&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณาการขออนุมัติ&lt;/strong&gt;และส่งคืนเงินงบประมาณกิจกรรมเชื่อมโยงกระจายผลไม้(มังคุด)&amp;nbsp;ออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;ตามโครงการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ได้มีมติในการประชุมครั้งที่&amp;nbsp;5/2564&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;42)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อนุมัติให้ขยายเวลาดำเนินการตามโครงการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จากเดิมสิ้นสุดธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นสิ้นสุดมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยเมื่อสิ้นสุดกิจกรรมให้ดำเนินการปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร&amp;nbsp;และส่งคืนเงินเหลือพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;สาขากระทรวงพาณิชย์ฯ&amp;nbsp;ซึ่งในการประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้ขอมติที่ประชุมเพื่อปิดการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;และส่งคืนเงินงบประมาณดังกล่าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33,095,548.79&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307155343251</Link_News></row>
<row _id="174"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง และสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณหอนาฬิกา&amp;nbsp;ถนนสัมพันธ์เจริญเมือง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ลงอำนวยการฉีดพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศ&amp;nbsp;และลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;2.สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;3.ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;4.เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;5.องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;6.แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มาตรการเร่งด่วนการฉีดพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง&amp;nbsp;ลดผลกระทบกับสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สรุปสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;1.จุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เมื่อวานนี้)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;170&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;2.จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,278&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;424&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;859&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;3.จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;611&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;245&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;417&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;คุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307164057277</Link_News></row>
<row _id="175"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ อะโวคาโด ไม้ผลทางเลือก สู่ทางรอด บนพื้นที่สูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;จัดกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเกษตรบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;ในประเด็น&amp;nbsp;อะโวคาโด&amp;nbsp;ไม้ผลทางเลือก&amp;nbsp;สู่ทางรอด&amp;nbsp;บนพื้นที่สูง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;(เกษตรที่สูง)&amp;nbsp;ตำบลผาช้างน้อย&amp;nbsp;อำเภอปง&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2-4&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียบรู้&amp;nbsp;ประสบการณ์&amp;nbsp;แนวคิดและข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความเข้าใจ&amp;nbsp;เกิดแนวคิดในการต่อยอดอาชีพและสามารถนำความรู้เทคโนโลยีการเกษตรบนพื้นที่สูงไปใช้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;เหมาะสมกับสภาพพื้นที่&amp;nbsp;นำไปสู่กระบวนการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกอะโวคาโดให้เป็นพืชเศรษฐกิจหลักบนพื้นที่สูงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวง&amp;nbsp;มีพื้นที่ดำเนินการจำนวน&amp;nbsp;39&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายม้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กะเหรี่ยงและมูเซอ&amp;nbsp;โดยดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อขยายผลองค์ความรู้&amp;nbsp;กระบวนการเรียนรู้และเทคโนโลยีของการพัฒนาพื้นที่โครงการหลวงไปสู่พื้นที่สูงอื่นๆ&amp;nbsp;ของประเทศ&amp;nbsp;ผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติด&amp;nbsp;การบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า&amp;nbsp;การทำไร่เลื่อนลอย&amp;nbsp;การทำลายแหล่งต้นน้ำลำธาร&amp;nbsp;ลดการใช้สารเคมีบนพื้นที่สูง&amp;nbsp;เพื่อให้ชุมชนบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp;มีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;มีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223650357</Link_News></row>
<row _id="176"><NewsTitle>เกษตรกรรับเงินเยียวยาที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบสัตว์ตายจากโรคลัมปีสกิน&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;และจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี-สกิน&amp;nbsp;ในโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือนั้น&amp;nbsp;ภายหลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางกว่า&amp;nbsp;684&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมโรคลัมปี-สกิน&amp;nbsp;ในโค&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนลัมปี&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สกิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และภายหลังจากการกระจายวัคซีนชุดใหญ่ไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;ส่งผลให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้นและในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากข้อมูลสัตว์ป่วยรายวันลดเหลือจำนวนน้อยมาก&amp;nbsp;และจากการคาดการณ์ของกรมปศุสัตว์คาดว่าประเทศไทยจะสามารถขอคืนสถานะปลอดโรคลัมปี-สกิน&amp;nbsp;ได้ในไม่ช้า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบและเก็บข้อมูลของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;พบสัตว์ป่วย&amp;nbsp;69&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;624,800&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;หายป่วย&amp;nbsp;541,568&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;17,944&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สัตว์ตาย&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;65,288&amp;nbsp;ตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางแล้ว&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;64,913&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดส่งเอกสารให้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และมีการส่งเอกสารขอรับความช่วยเหลือให้กรมปศุสัตว์แล้ว&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือเกษตรกรแล้วจำนวน&amp;nbsp;36,949&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นการโอนเงินในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;15,015&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;17,211&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;21,934&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;24,182&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และสามารถปิดภัยได้แล้ว&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตายจากโรคลัมปี-สกิน&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;ได้ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อายุน้อยกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;13,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;29,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนกระบือ&amp;nbsp;ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อายุน้อยกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;32,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;39,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะหลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค&amp;nbsp;รวมถึงสาธารณภัยต่างๆ&amp;nbsp;จึงได้มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;เร่งส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงโครุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนที่เสียหายไปจากการระบาดของโรค&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;พร้อมจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ&amp;nbsp;สนับสนุนอย่างเต็มที่ให้กับเกษตรที่มีความสนใจ&amp;nbsp;โดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;สานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;และยกระดับรายได้เกษตรกรมในการปล่อยสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;หรืออาชีพนอกภาคเกษตร&amp;nbsp;หรือการลงทุนค้าขาย&amp;nbsp;เพื่อเสริมรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน&amp;nbsp;มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อการดำรงชีพ&amp;nbsp;และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;ไม่ได้มีเพียงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเท่านั้น&amp;nbsp;แต่มีเมนูทางเลือกให้กับเกษตรกรในด้านต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307223314354</Link_News></row>
<row _id="177"><NewsTitle>พบคราบน้ำมันเป็นแผ่นฟิล์มลอยติดชายหาดแหลมเจริญ อ.เมืองระยอง เจ้าหน้าที่เร่งน้ำบูมกำจัด และใช้เรือแล่นตีกวนให้คราบน้ำมันแตกตัว เพื่อง่ายต่อการกำจัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยวและประชาชนพบคราบน้ำมันมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์ม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลอยติดชายหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;บริเวณเขื่อนกั้นคลื่นหน้าร้านครัวลุงระ&amp;nbsp;ต.ปากน้ำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1(ระยอง)&amp;nbsp;ได้นำเรือออกตรวจสอบพบคราบน้ำมันมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ&amp;nbsp;เมื่อแสงแดดส่องจะเห็นชัดเจนเป็นสีรุ้งกระจายทั่วบริเวณในทะเลและบริเวณชายหาด&amp;nbsp;โดยมีกลิ่นเหม็นของน้ำมัน&amp;nbsp;พบเห็นเป็นวงกว้าง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่บริษัท&amp;nbsp;สตาร์&amp;nbsp;ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้นำบูมหรือทุ่นยางมาซับคราบน้ำมัน&amp;nbsp;โดยใช้เรือลากไปยังบริเวณที่พบคราบน้ำน้ำหนาแน่น&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้ใช้เรือแล่นตีกวน&amp;nbsp;เพื่อให้คราบน้ำมันดังกล่าวแตกตัว&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถกำจัดได้ง่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการปฏิบัติการปิด&amp;nbsp;ดูดและอุดท่อน้ำมันใต้ทะเล&amp;nbsp;วันนี้เป็นวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;แล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการพักขั้นตอนการปิดบอลวาล์วท่อน้ำมันแล้วมาทำขั้นตอนการอุดรอยรั่วท่ออ่อนใต้ทะเลทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งรอยรั่วดังกล่าวอยู่ด้านบนและด้านล่างของท่อ&amp;nbsp;จากนั้นค่อยกลับไปสู่ขั้นตอนการดูดน้ำมันค้างท่อต่อ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้มีการดูดน้ำมันค้างท่อออกมาแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;36,540&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จากการประมาณที่มีอยู่เพียง&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(51,&amp;nbsp;51,&amp;nbsp;51);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171532290</Link_News></row>
<row _id="178"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอคำชะอี ประชุมและคัดเลือกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ในระบบไร่นาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์อำเภอคำชะอี&amp;nbsp;ประชุมและคัดเลือกเกษตรกร&lt;/strong&gt;ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ในระบบไร่นาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพิภพ?&amp;nbsp;เพียวิเศษ?&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;?&amp;nbsp;มอบหมายให้นายเลิศรัตน์ชัย&amp;nbsp;ผุยคำสิงห์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอคำชะอี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายครองศักดิ์&amp;nbsp;ศรีวะรา&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;ศูนย์ผลิตพันธุ์สัตว์เล็กและสัตว์ปีกประจำตำบลกกตูม&amp;nbsp;ประชุมเกษตรกรโครงการต่างๆ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาประชาคมบ้านตาเปอะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลบ้านค้อ&amp;nbsp;อำเภอคำชะอี&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมการเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่บ้านโนนสมบูรณ์&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบ้านค้อ&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการและแจ้งให้เกษตรกรจัดเตรียมความพร้อมด้านโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.โครงการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงเป็ดไข่ในระบบไร่นาแก่เกษตรกรเขตชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยตาเปอะ&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งบ&amp;nbsp;กปร.&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกร&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่บ้านตาเปอะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ้านโนนสมบูรณ์&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และบ้านด่านช้าง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลบ้านค้อ&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงโครงการและคัดเลือกเกษตรกรเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307171957293</Link_News></row>
<row _id="179"><NewsTitle>กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งประชาชนรับมือพายุฤดูร้อนเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดู</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;ธนะสิทธิ์&amp;nbsp;เอี่ยมอนันชัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อิทธิพลของพายุฤดูร้อนเกิดจากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งจะเกิดฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ฝนตกหนัก&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกบางพื้นที่อาจสร้างความเสียหายกับบ้านเรือนที่ไม่แข็งแรง&amp;nbsp;จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งและต้นไม้ใหญ่&amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่อยู่กลางแจ้งและเกษตรกรที่มีอุปกรณ์โลหะติดตัว&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อุปกรณ์สื่อสาร&amp;nbsp;ต่างหู&amp;nbsp;อุปกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ระมัดระวังเรื่องฟ้าผ่าและหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งและความเสียหายของผลิตผลทางการเกษตรไปจนถึงวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลกระทบในวันนี้ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;ภาคกลางและภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีการสะสมความร้อนไว้เป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;เมื่อมวลอากาศเย็นแผ่ลงมาปกคลุมปะทะกับอากาศร้อนจึงเกิดพายุขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังต้องเฝ้าระวังการเกิดพายุฤดูร้อนได้อีกเป็นระยะเนื่องจากเป็นช่วงการผลัดเปลี่ยนฤดู&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นจนสิ้นสุดฤดูร้อน&amp;nbsp;พร้อมให้ประชาชนติดตามประกาศสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;โดยจะมีการแจ้งเตือนประชาชนซึ่งจะแจ้งเตือนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307224854364</Link_News></row>
<row _id="180"><NewsTitle>อำเภอกันทรลักษ์ พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอกันทรลักษ์ (ก.ช.ภ.อ.) จังหวัดศรีสะเกษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสุกิจ&amp;nbsp;เหลืองสกุลไทย&amp;nbsp;นายอำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์ชนิดโรคลัมปีสกิล&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;(เพิ่มเติม&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;109,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และกลุ่มคุณสมบัติไม่ครบตามหลักเกณฑ์&amp;nbsp;(เพิ่มเติม&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;96,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมติคณะกรรมการ&amp;nbsp;ก.ช.ภ.อ.กันทรลักษ์&amp;nbsp;เห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;(ชนิดลัมปีสกิน)&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น&amp;nbsp;205,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307182404317</Link_News></row>
<row _id="181"><NewsTitle>SPRC แจง ฟิล์มน้ำมันที่หาดแหลมเจริญวันนี้ไม่ใช่น้ำมันดิบ ยันทุ่นกลางทะเลไม่รั่วระหว่างปฏิบัติงาน ตอนนี้คุมสถานการณ์ได้แล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;SPRC&amp;nbsp;แจงผ่านเพจ&amp;nbsp;ฟิล์มน้ำมันที่พบบริเวณหาดแหลมเจริญไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ยัน&amp;nbsp;ไม่พบว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันดิบออกจากบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลในระหว่างปฎิบัติการ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;SPRC&amp;nbsp;ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจกรณีพบคราบน้ำมันที่บริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;มี.ค.65)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ว่าพบฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;0.09&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;บริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;ตรงข้ามกับร้านอาหารครัวลุงระนั้น&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ขอยืนยันว่า&amp;nbsp;ฟิล์มน้ำมันที่พบบริเวณหาดแหลมเจริญไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&amp;nbsp;และไม่พบว่ามีการรั่วไหลของน้ำมันดิบออกจากบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;(SPM)&amp;nbsp;ในระหว่างปฎิบัติการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทันทีที่ทราบเหตุ&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้นำเรือลากทุ่นดูดซับน้ำมัน&amp;nbsp;(absorbent&amp;nbsp;boom)&amp;nbsp;เพื่อดูดซับฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;และใช้เรือตีกวนฟิล์มน้ำมันเพื่อให้แตกตัว&amp;nbsp;และเมื่อเวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;จากโดรนถ่ายภาพทางอากาศที่บินสำรวจเหนือบริเวณร้านอาหารครัวลุงระ&amp;nbsp;ไม่พบฟิล์มน้ำมันเพิ่มเติม&amp;nbsp;และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลที่ปนเปื้อนฟิล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าฟิล์มน้ำมันที่พบเป็นน้ำมันชนิดใด&amp;nbsp;และมีสาเหตุมาจากอะไร&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เมื่อทราบผลที่แน่ชัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307221010344</Link_News></row>
<row _id="182"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล พบฟิล์มน้ำมันบริเวณหน้าหาดสุชาดา ตอนนี้ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ด้านบริษัทแจงลักษณะไม่ใช่ฟิล์มคราบน้ำมันดิบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;พบคราบฟิล์มน้ำมันบริเวณหาดสุชาดา&amp;nbsp;(แหลมเจริญ)&amp;nbsp;ตำบลปากน้ำ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการตรวจพื้นที่บริเวณชายหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันและกลิ่นน้ำมันตามแนวชายหาด&amp;nbsp;ซึ่งเรือตรวจการณ์&amp;nbsp;804&amp;nbsp;ได้แจ้งว่ามีคราบฟิล์มน้ำมันห่างจากแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;และได้มีเรือเล็กเข้ามาตีกวนฟิล์มน้ำมันจนแตกตัวกระจายออกไปแล้ว&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้ที่กระทำความผิดทำให้เกิดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันบริเวณชายฝั่งแหลมเจริญ&amp;nbsp;ส่วนกรมควบคุมมลพิษและบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และเก็บตัวอย่างน้ำผสมฟิล์มน้ำมันเพื่อวิเคราะห์ต่อไป&amp;nbsp;โดยบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้ชี้แจงในภายหลังว่าลักษณะคราบน้ำมันไม่ใช่น้ำมันดิบและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมงจำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านเพ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ส่วนการเฝ้าระวังในพื้นที่หน้าหาดแม่รำพึง-แหลมรุ่งเรือง&amp;nbsp;ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด&amp;nbsp;เช่นเดียวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานว่าไม่พบกลิ่น&amp;nbsp;คราบ&amp;nbsp;และฟิล์มน้ำมันดิบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการยื่นเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ม.ค.65&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,988&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;038-699881&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307231301384</Link_News></row>
<row _id="183"><NewsTitle>ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย ออกลาดตระเวน สำรวจสิ่งผิดปกติ รวมถึงการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยการสั่งการของ&amp;nbsp;นายทศพล&amp;nbsp;สินยบุตร&amp;nbsp;นายอำเภอปาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และตามข้อสั่งการของศูนย์ไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายพิเชษฐ&amp;nbsp;พุ่มนวน&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&amp;nbsp;ประสานงานกับกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าดำเนินการเดินลาดตระเวน&amp;nbsp;สำรวจสิ่งผิดปกติ&amp;nbsp;รวมถึงการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ตามมาตรการการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;บ้านโป่งสา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตแม่เลา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แม่แสะ&amp;nbsp;และชาวบ้าน&amp;nbsp;ร่วมทำแนวไฟป่า&amp;nbsp;อนุรักษ์ป่าบ้านทรายขาว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลแม่ฮี้&amp;nbsp;ได้จัดชุดอยู่เวรศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;พร้อมจัดชุดลาดตระเวนบริเวณพื้นที่ป่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307225803380</Link_News></row>
<row _id="184"><NewsTitle>จนท.แม่ฮ่องสอนระดมฉีดน้ำ ลดฝุ่น pm 2.5 ต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แขวงทางหลวงแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำปริมาณน้ำ&amp;nbsp;66,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-07-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220307225453379</Link_News></row>
<row _id="185"><NewsTitle>ปภ.สุราษฎร์ธานี เผย สถานการณ์ข้อมูลน้ำท่า จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภาและกล้อง CCTV กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 5 จุด อยู่ในระดับปกติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายจำนง&amp;nbsp;สวัสดิ์วงศ์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้อมูลน้ำท่าประจำวันนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากระบบโทรมาตรเขื่อนรัชชประภา&amp;nbsp;และกล้อง&amp;nbsp;CCTV&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ในพื้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;อยู่ในระดับปกติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ตำบลอิปัน&amp;nbsp;อำเภอพระแสง&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&amp;nbsp;ลดลงจากเมื่อวาน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;0.08&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ตำบลเคียนซา&amp;nbsp;อำเภอเคียนซา&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&amp;nbsp;คงที่จากเมื่อวาน&amp;nbsp;2.56&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ตำบลท่าสะท้อน&amp;nbsp;อำเภอพุนพิน&amp;nbsp;ระดับน้ำแม่น้ำตาปี&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจาก&amp;nbsp;เมื่อวาน&amp;nbsp;+&amp;nbsp;0.05&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.ตำบลท่าขนอน&amp;nbsp;อำเภอคีรีรัฐนิคม&amp;nbsp;ระดับน้ำคลองพุมดวง&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน&amp;nbsp;+&amp;nbsp;0.13&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และที่&amp;nbsp;5.ตำบลต้นยวน&amp;nbsp;อำเภอพนม&amp;nbsp;ระดับน้ำคลองศก&amp;nbsp;ลดลงจาก&amp;nbsp;เมื่อวาน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;0.21&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่รายงานสภาพเครื่องโรงไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา&amp;nbsp;อำเภอบ้านตาขุน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประจำวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สภาพเครื่องปกติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ระดับน้ำเวลา&amp;nbsp;24:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;84.68&amp;nbsp;ม.รทก.&amp;nbsp;(ลดลง&amp;nbsp;7.0&amp;nbsp;ซม.)&amp;nbsp;Rule&amp;nbsp;curve&amp;nbsp;=&amp;nbsp;91.37&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;ระดับน้ำสูงกว่า&amp;nbsp;LRC&amp;nbsp;=&amp;nbsp;4.49&amp;nbsp;ม.&amp;nbsp;น้ำกักเก็บ&amp;nbsp;3,943.8895&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;69.94%&amp;nbsp;&amp;nbsp;น้ำที่ใช้งานได้&amp;nbsp;2,592.3461&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;60.47%&amp;nbsp;&amp;nbsp;แผนระบายน้ำวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;=&amp;nbsp;15.0&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;Peak&amp;nbsp;EGAT.&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;19:30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;27,635.5&amp;nbsp;MW.&amp;nbsp;C]tPeak&amp;nbsp;R-3&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;19:14&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;2,366.1&amp;nbsp;MW.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้เขื่อนรัชชประภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความมั่นคง&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;และปลอดภัย&amp;nbsp;สามารถรับน้ำไดัอีก&amp;nbsp;1,694.9524&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;30.06%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308101746422</Link_News></row>
<row _id="186"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ (Field Day) ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สวนเกษตรอินทรีย์ตามวิถีพอเพียง&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลลาดหญ้า&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายรณภพ&amp;nbsp;เวียงสิมมา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;เทคโนโลยีการผลิต&amp;nbsp;และให้บริการการเกษตรแก่เกษตรกรให้ได้รับความรู้&amp;nbsp;เข้าถึงปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เพื่อลดความเสี่ยงในกระบวนการผลิต&amp;nbsp;และให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;โดยเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ไปประยุกต์ใช้จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ตลอดจนได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง&amp;nbsp;รวมทั้งนักวิชาการ&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอกพฤทธิ์&amp;nbsp;จันทราสา&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการกองพล&amp;nbsp;ทหารราบที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;และสหกรณ์&amp;nbsp;องค์กรปกครอง&amp;nbsp;ส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดให้มีกิจกรรมศูนย์เรียนรู้ที่เน้นในเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;390&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และได้จัดเป็นสถานีเรียนรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คนติดดิน&amp;nbsp;เกี่ยวกับการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์&amp;nbsp;น้ำหมักชีวภาพ&amp;nbsp;และการทำถ่านอัดแท่ง&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์แห่งความห่วงใย&amp;nbsp;เกี่ยวกับการคัดแยกเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ป.ปลา&amp;nbsp;ตา-กลม&amp;nbsp;เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;น้ำพระทัยจากในหลวง&amp;nbsp;เกี่ยวกับการทำฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;ตามทฤษฎีของรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;และสถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;เราทำได้เกี่ยวกับการคัดบรรจุสินค้า&amp;nbsp;ทางการเกษตร&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กิจกรรมสาธิตใช้นวัตกรรมสมัยใหม่ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยี&amp;nbsp;"อากาศยานไร้คนขับ"&amp;nbsp;การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ขององค์กรเกษตร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer/Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สวท.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308102150423</Link_News></row>
<row _id="187"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดพายุฤดูร้อน พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนลง ส่วนภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;พร้อมเตรียมแผนลดผลกระทบที่รุนแรงจากพายุฤดูร้อนลง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ระวังฝนตกหนักบางพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคกลางจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.อุดรธานี&amp;nbsp;97&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;97&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;87&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ได้คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;-&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;และกำแพงเพชร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์และนครราชสีมา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;และสมุทรสงคราม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;และตราด&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้หน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;ได้ประสานกรมฝนหลวงและการบินเกษตรพิจารณาปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,962&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,900&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308104258435</Link_News></row>
<row _id="188"><NewsTitle>เดินหน้าปราบหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด คิดค้นนวัตกรรมเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วย สำเร็จเป็นเครื่องแรกของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดเป็นแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นที่พบเข้ามาระบาดครั้งแรกในไทยเมื่อปลายปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;โดยพบการระบาดในข้าวโพดที่ปลูกหน้าแล้งหลังนาในหลายจังหวัด&amp;nbsp;ลักษณะการทำลายของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดจะกัดกินอยู่ในยอดข้าวโพด&amp;nbsp;ทำให้ใบขาดเป็นรู&amp;nbsp;เว้าแหว่ง&amp;nbsp;ยอดกุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่มีการปลูกข้าวโพดอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบกับสภาพอากาศที่เหมาะสมของประเทศไทย&amp;nbsp;จึงทำให้เกิดการระบาดอย่างรุนแรงและเป็นพื้นที่กว้าง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;จากพฤติกรรมที่สามารถเข้าทำลายได้ในทุกช่วงการเจริญเติบโตของข้าวโพดและตัวหนอนจะกัดกินอยู่ในยอดข้าวโพด&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรพบอุปสรรคในการพ่นสารที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;จนทำให้เกิดการระบาดรุนแรง&amp;nbsp;ซึ่งในบางพื้นที่ทำให้ผลผลิตเสียหายมากกว่า&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกันศึกษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;ออกแบบเครื่องพ่นสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้พ่นสารเคมี&amp;nbsp;หรือสารชีวภัณฑ์ให้เป็นละอองฝอยและส่งไปยังเป้าหมายโดนหนอนกระทู้ลายจุดให้มากที่สุด&amp;nbsp;จากการวิจัยและทดสอบทำให้ได้เครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วย&amp;nbsp;ซึ่งช่วยกระจายละอองฝอยของสารที่ออกจากหัวฉีดไปโดนตัวหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดที่หลบซ่อนอยู่ในกรวยใบ&amp;nbsp;หรือใต้ใบได้โดยตรง&amp;nbsp;โดยอาศัยหลักการของลมที่ช่วยให้เกิดการพลิกของใบข้าวโพด&amp;nbsp;ทำให้สารออกฤทธิ์ทั้งสารเคมีและชีวภัณฑ์&amp;nbsp;สามารถแทรกซอนบริเวณใต้ใบพืชและในกรวยข้าวโพดได้โดยง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การใช้แรงลมช่วยนี้ไม่มีในเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดที่เกษตรกรใช้ในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงสามารถกล่าวได้ว่าเป็นเครื่องแรกที่ผลิตในประเทศไทย&amp;nbsp;โดยเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วยสามารถพ่นได้รวดเร็ว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และสามารถพ่นได้ตั้งแต่ข้าวโพดอายุ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันจนถึงข้าวโพดติดฝัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด&amp;nbsp;เป็นการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างตรงจุดเพราะสามารถพ่นป้องกันกำจัดการระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยขณะนี้ได้มีการดัดแปลงนำเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดชนิดใช้แรงลมช่วยนำไปใช้กำจัดศัตรูพืชในนาข้าว&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;และทานตะวันด้วย&amp;nbsp;ซึ่งเครื่องพ่นสารแบบคานหัวฉีดใช้แรงลมช่วยสามารถพ่นได้ทั้งสารเคมีและสารชีวภัณฑ์ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนได้รับต้นแบบจากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;นำไปผลิตในเชิงพาณิชย์เพื่อให้กระจายไปสู่เกษตรกรได้อย่างกว้างขวางแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192236721</Link_News></row>
<row _id="189"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยสัปดาห์นี้ทั้ง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือมีตัวเลขคาดการณ์ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า&amp;nbsp;แต่พื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่ายังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์เหมือน&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์&amp;nbsp;จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308105120438</Link_News></row>
<row _id="190"><NewsTitle>ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง 1 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำจ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษฝุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจังหวัดแม่ฮ่องสอนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษจนถึงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัดช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308110515440</Link_News></row>
<row _id="191"><NewsTitle>จ.พะเยาตั้งจุดสกัดตรวจคนเข้าป่า ลดการเกิดไฟป่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน ที่ผ่านมาคาดมาจากการเกิดไฟป่านอกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ในที่หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบ้านตุ่น&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดคนเข้าป่า&amp;nbsp;รวมถึงการลาดตระเวน&amp;nbsp;ทั้งการเดินเท้าและรถจักรยานยนต์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสำรวจพื้นที่ป่า&amp;nbsp;บริเวณโดยรอบของหมู่บ้าน&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดพะเยาที่ได้ดำเนินการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;โดยจุดสกัดและตรวจคนเข้าป่าดังกล่าวนั้น&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กว่าจุด&amp;nbsp;ที่ได้จัดตั้งขึ้น&amp;nbsp;และจนถึงขณะนี้นับเป็นระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา&amp;nbsp;หลังจากมีประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาดและประกาศปิดป่า&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดพะเยายังไม่พบการเกิดไฟป่าจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉกาจ&amp;nbsp;เทพทองปัน&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีไฟป่าจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;รวมทั้งหน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;และเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตั้งจุดตรวจจุดสกัด&amp;nbsp;รวมทั้งได้ร่วมกันดำเนินมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;โดยมีการออกประชาสัมพันธ์ในหมู่บ้าน&amp;nbsp;เรื่องของการห้ามเผาเด็ดขาด&amp;nbsp;รวมทั้งการปิดป่า&amp;nbsp;ขณะที่ผู้ที่เดินทางเข้าป่าจะต้องรายงานตัว&amp;nbsp;ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งภารกิจของเครือข่ายป้องกันไฟป่าจะต้องมีการตรวจเช็คคนเข้าป่า&amp;nbsp;มีการลาดตระเวนและมีการเตรียมพร้อมดับไฟป่าหากเกิดขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากที่ได้มีการดำเนินมาตรการดังกล่าวนั้น&amp;nbsp;พบว่าสามารถลดการเกิดไฟป่าได้มากกว่า&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ซึ่งจนถึงขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ยังไม่มีการเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่แต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่นายสุรมัย&amp;nbsp;เล่ดี&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านห้วยหม้อ&amp;nbsp;ตำบลบ้านตุ่น&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในหมู่บ้านได้มีเครือข่ายอาสาสมัครป้องกันไฟป่าและมีการทำงานกันอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ทั้งการประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย&amp;nbsp;ตลอดจนถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดคนเข้าป่า&amp;nbsp;การลาดตระเวนทั้งกลางวันและกลางคืน&amp;nbsp;ซึ่งสามารถประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;เนื่องจากตั้งแต่มีการประกาศห้ามเผาโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กุมภาพันธ์เป็นต้นมา&amp;nbsp;ในพื้นที่ยังไม่พบการเกิดไฟป่าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สวท.พะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308114542450</Link_News></row>
<row _id="192"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดเพชรบุรี พัฒนาเครือข่ายส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่ ขับเคลื่อนงานเกษตรเชิงพื้นที่ ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตชมพู่เพชรสายรุ้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.&amp;nbsp;อาณัติ&amp;nbsp;หุ่นหลา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายยุกตนันท์&amp;nbsp;จำปาเทศ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองเพชรบุรี/ตัวแทนเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;ร่วมด้วยนายยุทธนา&amp;nbsp;เมืองเล็ก&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&amp;nbsp;และคณะเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;ตำบลหนองโสน&amp;nbsp;ร่วมประชุมพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้ร่วมบูรณาการแสดงความคิดเห็นเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;DOAE&amp;nbsp;สู่โมเดลเกษตรเขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ขับเคลื่อนงานเกษตรเชิงพื้นที่&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรผู้ปลูกชมพู่เพชรสายรุ้งในพื้นได้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สนับสนุนให้เกษตรกรทำงานร่วมกันในรูปแบบเครือข่าย&amp;nbsp;ต่อยอดหาวิธีแก้ไขปัญหาการระบาดของศัตรูพืช&amp;nbsp;ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยพืชสด&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;และอีกหนึ่งเป้าหมายคือการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;จากผลการประชุมร่วมกันในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลที่ได้จากประชามติของตัวแทนเกษตรกรสวนชมพู่ไปเป็นแนวทางให้การสนับสนุนช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308114727451</Link_News></row>
<row _id="193"><NewsTitle>ทส. จัดอบรมหลักสูตรจิตอาสา ตามโครงการปลูกป่าฯ เพื่อป้องกันไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ จ.สุโขทัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ตามโครงการปลูกป่า&amp;nbsp;เพื่ออนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;ป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;ป่าชายเลน&amp;nbsp;และป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายจงคล้าย&amp;nbsp;วรพงศธร&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ตามโครงการปลูกป่า&amp;nbsp;เพื่ออนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;ป่าชายเลน&amp;nbsp;และป้องกันไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงแรมสุโขทัยเทรเชอร์&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;สปา&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;โดยมีนายวิรุฬ&amp;nbsp;พรรณเทวี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;และนายสมหวัง&amp;nbsp;เรืองนิวัติศัย&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธ์พืช&amp;nbsp;เป็นผู้กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;เพื่อสร้างผู้นำเครือข่ายจิตอาสาพระราชทานในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;โดยได้จัดอบรมให้ความรู้ทางวิชาการ&amp;nbsp;และการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องไฟป่า&amp;nbsp;นิเวศวิทยา&amp;nbsp;ป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์&amp;nbsp;ให้แก่ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูป่า&amp;nbsp;รักษาต้นน้ำ&amp;nbsp;และควบคุมไฟป่าในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ไปถ่ายทอดองค์ความรู้&amp;nbsp;และสร้างจิตสำนึกในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างและขยายเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;และป้องกันไฟป่าได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;และยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308115042452</Link_News></row>
<row _id="194"><NewsTitle>GISTDA เผย จุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ แม่ฮ่องสอน 168 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;GISTDA&amp;nbsp;เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบจุดความร้อนทั้งประเทศ&amp;nbsp;761&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวานก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;266&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;231&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;142&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;168&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;129&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตามลำดับ&amp;nbsp;จุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตามด้วยภาคกลางและภาคตะวันตก&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนจุดความร้อนลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ส่วนเช้าวันนี้เวลา&amp;nbsp;08.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;มีเพียงไม่กี่จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้ว&amp;nbsp;9,618&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตามด้วยภาคเหนือ&amp;nbsp;8,543&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,197&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(เชียงใหม่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มีค่าระหว่าง&amp;nbsp;33-90&amp;nbsp;ไมโครกรับต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ&amp;nbsp;ดี&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.)&amp;nbsp;โดยพื้นที่ที่มีค่า&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐาน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตำบลจองคำ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังสุขภาพ&amp;nbsp;ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ&amp;nbsp;ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&amp;nbsp;ควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(พื้นที่สีแดง)&amp;nbsp;ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308120749460</Link_News></row>
<row _id="195"><NewsTitle>ทช. ตรวจพบคราบฟิล์มน้ำมันบริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ เร่งกำจัดด้วยทุ่นดูดซับน้ำมัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ตรวจพบคราบฟิล์มน้ำมันบริเวณหน้าหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;เร่งกำจัดด้วยทุ่นดูดซับน้ำมัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;และสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลังพบคราบฟิล์มน้ำมันและคราบสีขาวลอยอยู่บนผิวน้ำเป็นวงกว้าง&amp;nbsp;ยาวประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ห่างจากชายฝั่งหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เบื้องต้นพบน้ำทะเลตรงแนวเขื่อนหินหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;บริเวณร้านอาหารลุงระ&amp;nbsp;พบมีคราบฟิล์มน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำและมีกลิ่นเหม็นระยะทาง&amp;nbsp;900&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แล้วมีบางส่วนพัดเข้าเกยชายหาด&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และไม่พบสัตว์น้ำตาย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;เร่งกำจัดคราบน้ำมันเบื้องต้นด้วยทุ่นดูดซับน้ำมัน&amp;nbsp;จากการคาดการณ์ของบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ไม่ใช่ผลจากน้ำมันดิบที่รั่วไหล&amp;nbsp;จากนี้จะตรวจสอบหาที่มาต่อไป&amp;nbsp;พร้อมได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณนอกชายฝั่งและชายหาด&amp;nbsp;พบอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เพื่อการนันทนาการ&amp;nbsp;และได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อหาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308120009455</Link_News></row>
<row _id="196"><NewsTitle>จังหวัดลำพูนมุ่งแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และกำหนดวันห้ามเผา ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์-30 เมษายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมจามเทวี&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;(ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้ประกาศห้ามบุคคลทำการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภาษเดช&amp;nbsp;หงส์ลดารมภ์,&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มอบเครื่องเป่าลมจำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ที่ได้รับบริจาค&amp;nbsp;จากศูนย์ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;(CSR)&amp;nbsp;ให้กับชุดปฏิบัติการดับไฟป่าในจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;และหน่วยงานป้องกันและพัฒนาป่าไม้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หน่วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการคาดการณ์สภาพอากาศ&amp;nbsp;และแนวโน้มสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม-3&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;342&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจำนวน&amp;nbsp;1,390&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;หรือลดลงร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในช่วงเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;(โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีจุด&amp;nbsp;Hotspot&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,732&amp;nbsp;จุด)&amp;nbsp;ซึ่งแนวโน้มสถานการณ์การเกิดจุดความร้อนในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;คาดว่าจะมีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง&amp;nbsp;และจากสถิติการเกิดจุดความร้อนในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เกิดจำนวนจุดความร้อนสูงสุดถึง&amp;nbsp;1,363&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในส่วนของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม-5&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดลำพูนมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ใน&amp;nbsp;ระดับดีมาก&amp;nbsp;(สีฟ้า)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;อากาศดี&amp;nbsp;(สีเขียว)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ระดับปานกลาง&amp;nbsp;(สีเหลือง)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีส้ม)&amp;nbsp;หรือเกินค่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบกับปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในช่วงเวลาเดียวกันมีวันที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานลดลง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;หรือลดลงร้อยละ&amp;nbsp;82&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลการปฏิบัติด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในภาพรวมของจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดฯ&amp;nbsp;เน้นย้ำและกำชับการปฏิบัติงานของศูนย์ฯอำเภอ&amp;nbsp;ระดมสรรพกำลัง&amp;nbsp;และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการศูนย์ฯ&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;หน่วยงานกรมป่าไม้&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;และรายงานผลการปฏิบัติกลับมายังศูนย์ฯจังหวัด&amp;nbsp;ในรอบวันนั้นๆ&amp;nbsp;ตามระบบบัญชาการณ์ของแผนเผชิญเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไพป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจะสรุปผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดความร้อนที่เกิดขึ้นประจำวัน&amp;nbsp;ว่าเกิดขึ้นกี่จุด&amp;nbsp;บริเวณใดบ้าง&amp;nbsp;พื้นที่ประเภทใด&amp;nbsp;ผลการแก้ไขปัญหาเป็นเช่นไร&amp;nbsp;(ดับได้&amp;nbsp;หรือไม่ได้)&amp;nbsp;หากดับไม่ได้เพราะเหตุใด&amp;nbsp;และมีแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไปอย่างไร&amp;nbsp;โดยจุดความร้อยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;393&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดฯ&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าควบคุมไฟได้แล้วทุกจุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308121116462</Link_News></row>
<row _id="197"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อยส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(7&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;761&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ลดลงจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;266&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;231&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;142&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;168&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;129&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกาญจนบุรี&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;รองลงมาเป็นภาคกลางและภาคตะวันตก&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนจุดความร้อนลดลงเนื่องจากเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยรวมทั่วประเทศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;มีเพียงไม่กี่จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือที่อยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;9,618&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;8,543&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,197&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;3,344&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;761&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;708&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308123610475</Link_News></row>
<row _id="198"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปล่อยคาราวานแตงโมทุ่งอ่าว กว่า10 ตัน เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นสวนให้แก่เกษตรกร ภายใต้คอนเซป แตงโมทุ่งอ่าว คือสายใย สุราษฎร์ธานีเชื่อมใจ ห่วงใยเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการปล่อยคาราวานแตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ศรีวิชัย&amp;nbsp;อ.พุนพิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ภายใต้คอนเซป&amp;nbsp;แตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;คือสายใย&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานีเชื่อมใจ&amp;nbsp;ห่วงใยเกษตรกร&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายศักดาพร&amp;nbsp;รัตนสุภา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นางช่อทิพย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;วาณิชย์เจริญ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนยุทธ์ศาสตร์การเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานสภาเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นางโรจนภรณ์&amp;nbsp;บุญศิริ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;นายชัยพร&amp;nbsp;นุภักดิ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปล่อยขบวนแตงโมทุ่งอ่าวไปยังภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;ในพื้นจังหวัด&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;และอ.ไชยา&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องเกษตรกรสวนแตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;บ้านทุ่งอ่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.ศรีวิชัย&amp;nbsp;อ.พุนพิน&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;585&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประสบปัญหาแตงโมล้นตลาด&amp;nbsp;รวมไปถึงผลผลิตแตงโมทั่วประเทศ&amp;nbsp;ให้ผลผลิตพร้อมกัน&amp;nbsp;อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบภัยน้ำท่วมสวนแตงโม&amp;nbsp;ทำให้การกระจายสินค้ามีความยากลำบาก&amp;nbsp;ขณะเดียวกันพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อผลผลิตจากสวนลดน้อยลงเนื่องจากประสบปัญหาโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;และเกษตรกรขาดทุนจากต้นทุนการผลิตที่สูง&amp;nbsp;และรายได้ที่ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวิชวุทย์&amp;nbsp;จินโต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้ถือได้ว่าเป็นการ&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;กระจายแตงโมทุ่งอ่าว&amp;nbsp;ในการช่วยเหลือเกษตรกรกระจายผลผลิต&amp;nbsp;ที่ปีนี้ให้ผลผลิตกว่า&amp;nbsp;1,170&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จึงจำเป็นที่ช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น&amp;nbsp;ที่สำคัญแตงโมทุ่งอ่าวเป็นแตงโม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;หวาน&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;และปลอดภัยมีเครื่องหมาย&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;รับรองมาตรฐานว่าทานแล้วปลอดภัยอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้เชิญชวนประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลองชิมแตงโมทุ่งอ่าวทานแล้วจะติดใจ&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการช่วยเหลือเกษตรในการกระจายรายได้และผลผลิตในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ของแท้ต้องมีบาร์โค้ดสแกนได้เลยว่ามาจากแปลงไหน&amp;nbsp;ที่สำคัญตอนนี้พี่น้องประชาชนสามารถซื้อทานได้จากภาคีเครือข่ายได้กันทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308131033480</Link_News></row>
<row _id="199"><NewsTitle>ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาสร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนเสบียงสัตว์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ จ.นราธิวาส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้(7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายจักรพงษ์&amp;nbsp;ขานโบ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย&lt;/strong&gt;และพัฒนาอาหารสัตว์นราธิวาส&amp;nbsp;ร่วมกับนายสามารถ&amp;nbsp;อ่อนสองชั้น&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;นายสมพงค์&amp;nbsp;เพ็ชรพรหม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์นราธิวาส&amp;nbsp;นายต้นพงษ์&amp;nbsp;คำพลงาม&amp;nbsp;หัวหน้าด่านกักกันสัตว์นราธิวาส&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ประสบอุทกภัยฯ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการสนับสนุนเสบียงสัตว์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;และบำรุงสุขภาพสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่ด้วยการนำหญ้าแห้งอัดฟ่อนไปแจกจ่ายให้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้นำไปแจกจ่ายให้กับพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,300&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;(65&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;อ.ตากใบ&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,680&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;(&amp;nbsp;134&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;อ.รือเสาะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;(50&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;อ.สุไหงโกลก&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;(200&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.สุไหงปาดี&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;(50&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;อ.เจาะไอร้อง&amp;nbsp;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;&amp;nbsp;(200&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;สนับสนุนหญ้าแห้งอัดฟ่อน&amp;nbsp;13,980&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;(699&amp;nbsp;ฟ่อน)&amp;nbsp;โดยการลงไปช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือในพื้นที่ตำบล&amp;nbsp;ที่เกิดน้ำท่วม&amp;nbsp;ซ้ำซาก&amp;nbsp;และท่วมทุกปีพร้อมทั้งให้ความรู้&amp;nbsp;แนวทางการช่วยเหลือ&amp;nbsp;และการอพยพสัตว์ไปในที่ที่ปลอดภัย&amp;nbsp;หากเกิดน้ำท่วม&amp;nbsp;และเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนไม่ให้สัตว์ขาดแคลนหญ้าอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308145345549</Link_News></row>
<row _id="200"><NewsTitle>ปี 65 กรมชลประทานจัดจ้างแรงงานชลประทานทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เผยยอดทะลุ 36,000คนแล้ว เชิญชวนเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ หวังบรรเทาปัญหาจากภัยแล้ง และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยถึงความก้าวหน้าโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ด้วยการดำเนินโครงการจ้างแรงงานชลประทาน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อซ่อมแซม&amp;nbsp;บำรุงรักษา&amp;nbsp;ขุดลอก&amp;nbsp;ปรับปรุงงานชลประทาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ก่อสร้างแหล่งน้ำ&amp;nbsp;และระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน/ชนบท&amp;nbsp;แก้มลิง&amp;nbsp;การจัดการคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนจากการว่างเว้นการทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีแผนจัดจ้างแรงงานทั้งสิ้น&amp;nbsp;75,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณ&amp;nbsp;4,465&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ระยะเวลาการจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;วงเงินจ้างแรงงาน/คน&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;8,700&amp;nbsp;&amp;nbsp;87,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปัจจุบันมีการจ้างแรงงานแล้ว&amp;nbsp;36,856&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำดับ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;2,732&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;2,025&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;1,981&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้ารับสมัครจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้&amp;nbsp;หากเกษตรกรหรือประชาชนท่านใดที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน&amp;nbsp;หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน&amp;nbsp;1460&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135813511</Link_News></row>
<row _id="201"><NewsTitle>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ พบไข่เต่าทะเลบริเวณอ่าวสุเทพน้อย เกาะสุรินทร์ใต้ 112 ฟอง จึงย้ายไปไว้ที่ปลอดถัยและเฝ้าระวังการฟักไข่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&amp;nbsp;พบไข่เต่าทะเลบริเวณอ่าวสุเทพน้อย&amp;nbsp;เกาะสุรินทร์ใต้&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ฟอง&amp;nbsp;จึงย้ายไปไว้ที่ปลอดถัยและเฝ้าระวังการฟักไข่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอาทิตย์&amp;nbsp;ขยันกิจ&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&amp;nbsp;ได้ออกสำรวจและเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเลภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์&amp;nbsp;จ.พังงา&amp;nbsp;จากการสำรวจพบรังไข่เต่าตนุบริเวณอ่าวสุเทพน้อย&amp;nbsp;เกาะสุรินทร์ใต้&amp;nbsp;จึงได้ขุดหลุมรังไข่พบไข่&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ฟอง&amp;nbsp;เป็นไข่ที่สมบูรณ์&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ฟอง&amp;nbsp;และไข่ไม่สมบูรณ์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฟอง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงย้ายรังไปไว้ในที่ปลอดภัยจากสัตว์ที่จะเข้ามากินไข่เต่าและน้ำทะเลที่อาจท่วมถึงจะทำให้ไข่เต่าไม่ปลอดภัยได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308135743509</Link_News></row>
<row _id="202"><NewsTitle>ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 2 จังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้พื้นถิ่น จังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวรรณา&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมายนางสาวนพรัตน์&amp;nbsp;ถวิลเวทิน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ติดตามให้คำแนะนำการปลูกเลี้ยง&amp;nbsp;การอนุบาลกล้วยไม้&amp;nbsp;และแนะนำการแก้ปัญหา?ในการป้องกันกำจัดโรคกล้วยไม้&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกขยายพันธุ์ไม้ด่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กล้วยด่าง&amp;nbsp;บอนกระดาษด่าง&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์กล้วยไม้พื้นถิ่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปลูกจำหน่ายเป็นรายได้เสริมในช่วงที่ไม้ด่างได้รับความนิยม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามบทบาทและภารกิจหลักของศูนย์ขยายพันธ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในการขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สายการผลิต&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต้นพันธุ์&amp;nbsp;ท่อนพันธุ์&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ&amp;nbsp;ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดหาแม่พันธุ์พืชพันธุ์ดี&amp;nbsp;และจัดสร้างเกษตรกรเครือข่ายการผลิตขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;รวมทั้งการจัดทำสื่อเรียนรู้ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และจัดงานสถานีถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตและขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้รับรู้ถึงการดำเนินงานผลิตขยายพันธุ์พืชของศูนย์ขยายพันธุ์พืชดังกล่าว&amp;nbsp;และเข้าถึงพืชพันธุ์ดีได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกร&amp;nbsp;หรือประชาชนที่สนใจกล้วยไม้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และพันธ์ไม้ด่าง&amp;nbsp;สามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ที่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกเลี้ยงพันธุ์กล้วยไม้พื้นถิ่น&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.แหลมสัก&amp;nbsp;อ.อ่าวลึก&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;ปานบุญ&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนฯ&amp;nbsp;เบอร์โทรศัพท์&amp;nbsp;061-2454882&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตพันธุ์พืชที่สำคัญครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีบทบาท&amp;nbsp;ภารกิจ&amp;nbsp;และหน้าที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ในการศึกษา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;ทดสอบ&amp;nbsp;ประยุกต์และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตพืชพันธุ์ดี&amp;nbsp;วางแผนการผลิตพืชพันธุ์ดีให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ผลิตพืชพันธุ์ดีให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตและขยายกระจายพันธุ์พืช&amp;nbsp;เพื่อใช้ในงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;ฝึกอาชีพด้านการผลิตและขยายพันธุ์พืชแก่เกษตรกรทั่วไปและผู้สนใจ&amp;nbsp;ให้บริการข้อมูลข่าวสารวิชาการด้านการผลิตขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;และสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&amp;nbsp;รวมทั้งให้บริการทางการเกษตรอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308150429562</Link_News></row>
<row _id="203"><NewsTitle>อ.อ.ป. เตรียมจัดงานวันช้างไทย ประจำปี 65 เพื่อสืบสาน ปกป้อง และอนุรักษ์ช้างไทย ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&amp;nbsp;(อ.อ.ป.)&amp;nbsp;เตรียมจัดงานวันช้างไทย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อสืบสาน&amp;nbsp;ปกป้อง&amp;nbsp;และอนุรักษ์ช้างไทย&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุกิจ&amp;nbsp;จันทร์ทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&amp;nbsp;ในพระอุปถัมภ์ฯ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&amp;nbsp;(อ.อ.ป.)&amp;nbsp;จะจัดงาน&amp;nbsp;"วันช้างไทย"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตรงกับวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&amp;nbsp;ในพระอุปถัมภ์ฯ&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนไทยหันมาสนใจ&amp;nbsp;รัก&amp;nbsp;และหวงแหนช้าง&amp;nbsp;สิ่งสำคัญให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ช้างมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากคนไทยมีวิถีชีวิตที่มีความผูกพันกับช้างมาตั้งแต่อดีต&amp;nbsp;โดยวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;จะเป็นกิจกรรมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิธีฮ้องขวัญช้าง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ช้าง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สุสานช้าง&amp;nbsp;และการประกวดซุ้มอาหารช้าง&amp;nbsp;ส่วนวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;จะจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งร่วมกับช้าง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระสงฆ์&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รูป&amp;nbsp;(สะพานบุญ)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิธีเลี้ยงอาหารช้าง&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้จะเปิดให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานมีโอกาสเข้าเยี่ยมและร่วมเลี้ยงอาหารช้างด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมวันช้างไทยปีนี้จะจัดงานภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยจัดตั้งจุดตรวจโควิด-19&amp;nbsp;เพื่อคัดกรองประชาชนก่อนเข้างาน&amp;nbsp;พร้อมกำชับให้การจัดกิจกรรมต่างๆต้องเว้นระยะห่าง&amp;nbsp;เพื่อลดความแออัดของการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308144140539</Link_News></row>
<row _id="204"><NewsTitle>คพ. และ ทช. เร่งตรวจสอบหาที่มาของคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลระยองบริเวณชายหาดแหลมเจริญ ระยะทางกว่า 1 กม. คาดใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;เร่งตรวจสอบหาที่มาของคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลจังหวัดระยองบริเวณชายหาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;ระยะทางกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;คาดใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้รับแจ้งพบคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลจังหวัดระยอง&amp;nbsp;จึงร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างคราบฟิล์มน้ำมันมาทำการวิเคราะห์โครงสร้างองค์ประกอบน้ำมัน&amp;nbsp;(ฟิงเกอร์ปริ้นท์)&amp;nbsp;หาต้นตอที่มาของคราบน้ำมันรั่วในทะเล&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์จะรู้คำตอบแหล่งที่มาของคราบน้ำมันดังกล่าว&amp;nbsp;ภาพรวมช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนที่มาหลังเกิดปัญหาท่อน้ำมันของ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;สตาร์ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;รั่วใต้ทะเลยังอยู่ระหว่างซ่อมแซมรอยรั่ว&amp;nbsp;พบปัญหาฟิล์มและคราบน้ำมันหลายจุดของทะเลระยอง&amp;nbsp;โดยบริษัทได้ขยายเวลาการซ่อมแซมท่อใต้ทะเลออกไปอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ยังคงตรวจสอบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&amp;nbsp;(TPH)&amp;nbsp;ในทะลและชายหาดท่องเที่ยวต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณก้นอ่าวหาดแม่รำพึงยังพบเกินค่ามาตรฐานแต่ไม่สูงมาก&amp;nbsp;ซึ่งไม่ชัดเจนว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับกระแสน้ำหรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ยังขอความร่วมมือประชาชนงดเล่นน้ำและรอผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำมีความปลอดภัยแล้วหรือไม่&amp;nbsp;หลังสัปดาห์ก่อนพบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน&amp;nbsp;(TPH)&amp;nbsp;จากคราบน้ำมันที่พัดเข้าหาดแม่รำพึงที่พบมีค่าเกินมาตรฐานอย่างน้อย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;บริเวณลานหินขาว&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;และบริเวณก้นอ่าว&amp;nbsp;พบเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;เท่าตามเกณฑ์คุณภาพน้ำทะเลที่ต้องไม่เกิน&amp;nbsp;1.0&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลิตร&amp;nbsp;แต่แนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308151732575</Link_News></row>
<row _id="205"><NewsTitle>กอ.รมน.มุกดาหาร จัดกิจกรรมอบรมปลูกจิตสำนึกเยาวชนและประชาชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พ.อ.วรพรต&amp;nbsp;แก้ววิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน&amp;nbsp;(กอ.รมน.)จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมโครงการ&amp;nbsp;ปลูกจิตสำนึกเยาวชน&amp;nbsp;และประชาชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;งวดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(เพิ่มเติม)&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการอบรม&amp;nbsp;เป็นครูและนักเรียน&amp;nbsp;จากโรงเรียนคำป่าหลายสรรพวิทย์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ที่หอประชุมโรงเรียนคำป่าหลายสรรพวิทย์&amp;nbsp;ตำบลคำป่าหลาย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดมุกดาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดมุกดาหาร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดการอบรมดังกล่าวขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมการฝึกอบรมประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้ความรู้ในเรื่องการปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การสาธิตการเพาะชำกล้าไม้&amp;nbsp;กิจกรรมการปฏิบัติ&amp;nbsp;การเพาะชำกล้าไม้&amp;nbsp;การทำแนวป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การสร้างฝ่ายมีชีวิตและดูงานเรื่องศูนย์เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;โดยมีวิทยากรจาก&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร,&amp;nbsp;สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมุกดาหาร&amp;nbsp;,เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว,&amp;nbsp;หน่วยเพาะพันธุ์กล้าไม้มุกดาหาร&amp;nbsp;,ประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ปราชญ์ชาวบ้าน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ในการอนุรักษ์&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;ปลูกป่าไม้ทดแทน&amp;nbsp;และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยยึดหลัก&amp;nbsp;"ประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา"&amp;nbsp;มุ่งสร้างการอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นมิตรและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153122585</Link_News></row>
<row _id="206"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง รายงานฝุ่น PM2.5 พบค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 98 มคก.ลบ.ม.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รายงานฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พบค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;98&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;และพบค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ต่ำสุด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;และข้อมูลศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;และภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ซึ่งภาคเหนือตอนบนคาดการณ์ล่วงหน้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คุณภาพอากาศปานกลาง&amp;nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;สำหรับภาคเหนือตอนล่างคาดการณ์ล่วงหน้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;คุณภาพอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และพิจิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308153720592</Link_News></row>
<row _id="207"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อและขึ้นทะเบียนปรับปรุงข้อมูล ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน กรมปศุสัตว์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่าสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;ให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การให้อาหาร&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายเกรียงไกร&amp;nbsp;เสนานุช&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;86&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปากหมัน&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่บ้านนาข่า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปากหมัน&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการปรับปรุงข้อมูล&amp;nbsp;ในระบบทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายพิเชษฐ์&amp;nbsp;เหมือนศรีชัย&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;91&amp;nbsp;บ้านชั่งสี่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;เลี้ยงกระบือ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุนัข&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แมว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรที่มาขึ้นทะเบียนฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308161240626</Link_News></row>
<row _id="208"><NewsTitle>ประเทศไทย ได้สิทธิ์เจ้าภาพพืชสวนโลก ปี 2569 พร้อมเนรมิตอุดรธานี พื้นที่ 1,030 ไร่ กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมสมาคมพืชสวนโลก&amp;nbsp;ตามคำเชิญของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;โดยในวันนี้สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ได้ประกาศการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;(ระดับ&amp;nbsp;B)&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Diversity&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Life:&amp;nbsp;Connecting&amp;nbsp;people,&amp;nbsp;water&amp;nbsp;and&amp;nbsp;plants&amp;nbsp;for&amp;nbsp;sustainable&amp;nbsp;living&amp;nbsp;(วิถีชีวิตสายน้ำและพืชพรรณ)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;134&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&amp;nbsp;ตำบลกุดสระ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;บนเนื้อที่&amp;nbsp;1,030&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;พื้นน้ำ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นดิน&amp;nbsp;630&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดว่าจะทำให้มีจำนวนผู้เข้าชมงานถึง&amp;nbsp;3.6&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;เป็นชาวไทยร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;และชาวต่างชาติร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีจำนวนประเทศ&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;องค์กร&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สมาคมการเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลกในปี&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;สามารถเพิ่มเงินสะพัดระหว่างการจัดงานได้ประมาณ&amp;nbsp;32,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพิ่มมูลค่าการสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวม&amp;nbsp;(GDP)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และเกิดการสร้างงาน&amp;nbsp;การจ้างงาน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;81,000&amp;nbsp;อัตรา&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เป็นงานมหกรรมจัดแสดงด้านพืชสวนกลางแจ้ง&amp;nbsp;โดยมีสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;(AIPH)&amp;nbsp;เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การจัดงาน&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรเข้าเป็นสมาชิก&amp;nbsp;AIPH&amp;nbsp;ในนามประเทศไทยตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2546&amp;nbsp;และไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกมาแล้วจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งคือ&amp;nbsp;ครั้งแรกเมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2554&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งการยื่นประมูลสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยยื่นประมูลสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบงบประมาณด้วยแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;(TCEB&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สสปน.)&amp;nbsp;ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ได้ยื่นประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;อย่างเป็นทางการต่อสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และคณะกรรมการสมาคม&amp;nbsp;AIPH&amp;nbsp;ได้เดินทางมาสำรวจพื้นที่เชิงลึก&amp;nbsp;(Site&amp;nbsp;Inspection)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ตามข้อกำหนด&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;AIPH&amp;nbsp;เรียบร้อยแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308210620749</Link_News></row>
<row _id="209"><NewsTitle>ตัวแทนประชาชนผู้เดือดร้อนขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้ประสานกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแก้ไขปัญหาเร่งด่วน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(8&amp;nbsp;มี.ค.65)ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมด้วยพันเอกจิระโรจน์&amp;nbsp;กองวารี&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสันชัย&amp;nbsp;พัฒนะวิชัย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายไชยวัฒน์&amp;nbsp;วิเศษการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ร่วมรับมอบหนังสือขอความอนุเคราะห์ประสานงานการจัดหาน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;จากนายธนู&amp;nbsp;เสมอจิต&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่โดยมีประชาชนชาวตำบลลาดใหญ่ที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;เดินทางมาร่วมมอบหนังสือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่ตำบลลาดใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;ทางองค์การบริหารส่วนตำบลลาดใหญ่&amp;nbsp;จึงขอเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;จัดทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ในการขอความอนุเคราะห์ประสานงานกับสำนักทรัพยากรน้ำบาดดาลเขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;จัดหาน้ำบาดาลสำหรับการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชนของตำบลลาดใหญ่ทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หมู่บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กล่าวกับประชาชน&amp;nbsp;ที่มายื่นหนังสือว่า&amp;nbsp;นอกจากพื้นที่ตำบลลาดใหญ่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคแล้ว&amp;nbsp;ยังมีประชาชนในเขตตำบลบางนกแขวก&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;ตำบลบางลี่&amp;nbsp;อำเภออัมพวา&amp;nbsp;และในเขตเทศบาลตำบลอัมพวา&amp;nbsp;ประสบกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;และได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จัดทำหนังสือถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;และกรมทรัพยากรน้ำบาดาลพร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308174752677</Link_News></row>
<row _id="210"><NewsTitle>จ.สมุทรปราการเตรียมจัดมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เตรียมจัดมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&amp;nbsp;เผยแพร่ประชาสัมพันธ์มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จัดแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;11-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การค้ามาร์เก็ต&amp;nbsp;วิลเลจ&amp;nbsp;สุวรรณภูมิ&amp;nbsp;ตำบลบางพลีใหญ่&amp;nbsp;อำเภอบางพลี&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;คงเกษม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เป็นประธานการแถลงข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ชายฝั่ง&lt;/strong&gt;ติดกับทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;และลำคลองระบายน้ำขนาดใหญ่หลายสายไหลผ่านในเขตอำเภอต่างๆ&amp;nbsp;ก่อนลงสู่ทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ดังกล่าวจึงได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงเกิดระบบนิเวศ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;น้ำเค็ม&amp;nbsp;น้ำจืด&amp;nbsp;และน้ำกร่อย&amp;nbsp;ซึ่งการที่แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;และลำคลองต่างๆ&amp;nbsp;ไหลผ่าน&amp;nbsp;ได้นำพาแร่ธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อการปลูกพืชมาสะสมเกิดตะกอนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;มีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้ของจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ที่มีรสชาติที่อร่อยและโดดเด่นกว่ามะม่วงจากแหล่งผลิตอื่นๆ&amp;nbsp;เพราะมีรสชาติที่หอมหวาน&amp;nbsp;ความหวาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;23&amp;nbsp;องศาบริกซ์&amp;nbsp;ผลอวบ&amp;nbsp;เนื้อแน่นแห้ง&amp;nbsp;สีจำปา&amp;nbsp;เปลือกบางมาก&amp;nbsp;สีเหลืองอมเขียว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&lt;/strong&gt;ชาวสวนมะม่วง&amp;nbsp;โดยการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในรูปแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นและปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์มะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;ให้คงอยู่คู่จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีการฟื้นฟู&amp;nbsp;บำรุงรักษาสวนมะม่วงให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;พัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพที่ดี&amp;nbsp;และเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการสร้างแบรนด์มะม่วงน้ำดอกไม้ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานมหกรรมวันมะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะช่วยกระตุ้นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ฟื้นฟู&amp;nbsp;บำรุงรักษาสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพเพื่อการค้า&amp;nbsp;ตลอดจนเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ&amp;nbsp;ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปและยังเป็นการช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการแบบมีชีวิต&lt;/strong&gt;นิทรรศการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;การสาธิตการเพิ่มมูลค่าผลผลิตมะม่วง&amp;nbsp;คลินิกเกษตรให้คำปรึกษาแนะนำ&amp;nbsp;และความรู้ที่จำเป็นในการปลูก&amp;nbsp;บำรุงรักษาสวนมะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;ให้มีคุณภาพปลอดภัยและได้มาตรฐาน&amp;nbsp;การประกวดผลผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาการผลิตมะม่วงน้ำดอกไม้&amp;nbsp;และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะม่วง&amp;nbsp;ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรปราการ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรปราการ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308192726727</Link_News></row>
<row _id="211"><NewsTitle>ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสินค้า กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้างในการควบคุมดูแลและเลี้ยงช้าง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้างเป็นมาตรฐานบังคับ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;..&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยสาระสำคัญเป็นการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับปางช้างเป็นมาตรฐานบังคับเพื่อกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง&amp;nbsp;ในการจัดการควบคุมดูแลและเลี้ยงช้างให้ถูกต้องเหมาะสม&amp;nbsp;เป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;โดยกฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อผลกำหนด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เห็นความสำคัญของช้าง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่&amp;nbsp;คู่บ้านคู่เมือง&amp;nbsp;ด้วยการยกระดับการปฏิบัติในปางช้างให้มีมาตรฐานและส่งเสริมการดูแลช้างตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;ลดปัญหาช้างเร่ร่อน&amp;nbsp;และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีปางช้างจำนวนมากที่ทำธุรกิจบริการ&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติที่ดี&amp;nbsp;จึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพช้าง&amp;nbsp;รวมทั้งเกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมจากมูลช้างและขยะมูลฝอย&amp;nbsp;สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มกอช.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงได้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เรื่องกำหนดให้มาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง&amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2551&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นมาตรฐานบังคับ&amp;nbsp;โดยใช้บังคับกับปางช้างทุกขนาดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308211611754</Link_News></row>
<row _id="212"><NewsTitle>วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานประเด็น โครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบกำจัดขยะมูลฝอย ในพื้นที่เกาะช้าง จ.ตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.30&amp;nbsp;นาฬิกา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญส่ง&amp;nbsp;ไข่เกษ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;วสันต์&amp;nbsp;สุริยมงคล&amp;nbsp;และนายอุดม&amp;nbsp;วรัญญูรัฐ&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ไปยังอำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;และระบบกำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่อำเภอเกาะช้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เทศบาลตำบลเกาะช้างจะทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินโครงการ&amp;nbsp;(IEE)&amp;nbsp;พร้อมทั้งสอบถามประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับประโยชน์หรือผลกระทบที่จะดำเนินโครงการดังกล่าวต่อไป&amp;nbsp;ส่วนประเด็นระบบกำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;มีข้อเสนอแนะให้ลดความชื้นของขยะก่อนนำเข้าสู่กระบวนการบริหารจัดการด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงพื้นที่รับฟังข้อคิดเห็นครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;จะนำไปเป็นข้อมูลในการติดตาม&amp;nbsp;เร่งรัด&amp;nbsp;และเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220308214407757</Link_News></row>
<row _id="213"><NewsTitle>โครงการกระบี่โมเด็ล (model) สร้างรายได้ให้แก่เกษตรชาวสวนปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไกรวิทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝั่งขวา&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่169&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ตลิ่งชัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเหนือคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;กล่าวถึงการเข้าร่วมโครงการกระบี่โมเด็ลว่าตนเองเข้าร่วมโครงการกระบี่โมเดลเมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการและลงมือปฏิบัตอย่างจริงจังก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง&amp;nbsp;ในการทำสวนปาล์มน้ำมันภายใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แต่อย่างแรกในการทำกระบี่โมเดล&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;การยอมรับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความคิด&amp;nbsp;ความรู้ใหม่ๆ&amp;nbsp;จากเมื่อก่อนมีการทำการเกษตรแบบเดิม&amp;nbsp;คือการบอกต่อกันมา&amp;nbsp;ทำให้ได้ค่าตอบแทนไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตก็สูง&amp;nbsp;หากเราผ่านการอบรมแล้วมีการนำความรู้มาปรับใช้&amp;nbsp;ก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพราะในการอบรมก็เป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ไม่ต้องไปเพิ่มพื้นที่ให้มาก&amp;nbsp;เพียงแต่ปรับพื้นที่ที่มีอยู่ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;โดยทางสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ได้มีการเชิญวิทยากรที่มีความชำนาญ&amp;nbsp;เข้ามาให้ความรู้ในทุกๆ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะการบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมันที่ดี&lt;/strong&gt;ภายในระยะเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ก็จะเห็นความแตกต่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เมื่อก่อนการดูแลสวนปาล์มเราก็จะใส่ปุ๋ยตามคำบอกเล่าของคนอื่นที่บอกต่อกันมา&amp;nbsp;แต่เมื่อเราเข้าร่วมโครงการกระบี่โมเดลเราก็จะได้รู้ว่าการใส่ปุ๋ยแต่ละครั้ง&amp;nbsp;แต่ละรอบปี&amp;nbsp;เราต้องมีการวัดค่า&amp;nbsp;pH&amp;nbsp;ความเป็นกรด&amp;nbsp;เป็นด่างของดินก่อน&amp;nbsp;ทำให้เราได้ทราบว่าดินของเราเป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;ดินเปรี้ยวหรือดินเค็ม&amp;nbsp;เมื่อใส่ปุ๋ยก็จะได้ตรงตามความต้องการของปาล์ม&amp;nbsp;มีการจดบันทึกผลผลิตที่ได้ในแต่ละรอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการกระบี่โมเดล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะมีการจัดอบรมทฤษฎีและปฏิบัติแบบเข้มข้น&amp;nbsp;สมาชิกทุกคนต้องวัดค่า&amp;nbsp;PH&amp;nbsp;ของดินเป็นทุกคน&amp;nbsp;มีการฝึกอบรมการปฏิบัติอย่างจริงจัง&amp;nbsp;การดูแลภายในสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;การกองทางปาล์มอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;การหว่านปุ๋ยที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ซึ่งทุกๆ&amp;nbsp;อย่างถ้าหากทำอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ปาล์มน้ำมันมีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามมา&amp;nbsp;โดยเฉพาะสวนปาล์มของตนเองในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จากเมื่อก่อนได้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตันต่อไร่ต่อปี&amp;nbsp;ปัจจุบันมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตันต่อไร่ต่อปี&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-08-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309044013801</Link_News></row>
<row _id="214"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ประเทศไทยได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;รับทราบผลการประชุมสมาคมพืชสวนโลก&amp;nbsp;(International&amp;nbsp;Association&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Producers&amp;nbsp;:&amp;nbsp;AIPH)&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และยินดีที่ไทยได้รับคัดเลือกอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;ให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;มีความเชื่อมั่นในความพร้อมของประเทศไทยในการทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน&amp;nbsp;และขอให้ใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอนวัตกรรมและเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพืชสวน&amp;nbsp;และการดำรงอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลย์&amp;nbsp;งานดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ในการแสดงผลงานในการผลักดันนโยบาย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;รวมถึงเป็นการสร้างความร่วมมือทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติในการสร้างความมั่นคงทางอาหารในโลกอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังได้ขอบคุณ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ที่มีส่วนสำคัญในการขับเลื่อนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในนามประเทศไทย&amp;nbsp;โดยงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;Diversity&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Life:&amp;nbsp;Connecting&amp;nbsp;people,&amp;nbsp;water&amp;nbsp;and&amp;nbsp;plants&amp;nbsp;for&amp;nbsp;sustainable&amp;nbsp;living&amp;nbsp;(วิถีชีวิตสายน้ำและพืชพรรณ)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2570&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด&amp;nbsp;ตำบลกุดสระ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;บนเนื้อที่&amp;nbsp;1,030&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;พื้นน้ำ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นดิน&amp;nbsp;630&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคน&amp;nbsp;สร้างงานได้กว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หมื่นอัตรา&amp;nbsp;ให้แก่คนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;และสร้างรายได้แก่ประเทศหลักหมื่นล้านบาท&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกของไทย&amp;nbsp;นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในด้านการพัฒนาพืชสวนแล้ว&amp;nbsp;ยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ในด้านการเกษตร&amp;nbsp;ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่พระราชดำริด้านการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนสู่ประชาคมโลกอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การจัดงานในครั้งนี้ยังจะสามารถสร้างงาน&amp;nbsp;กระจายรายได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ให้กับคนในพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง&amp;nbsp;ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านพืชสวนและการเกษตรให้กับท้องถิ่น&amp;nbsp;รวมไปถึงสามารถแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;สามารถผลิตอาหารที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309193009164</Link_News></row>
<row _id="215"><NewsTitle>จ.ลำปาง ศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ (War Room) ระดับจังหวัด ติดตามการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสุรพล&amp;nbsp;บุรินทราพันธุ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมศูนย์รวบรวมข้อมูลและสั่งการ&amp;nbsp;(War&amp;nbsp;Room)&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการติดตาม&amp;nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;Pm&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;7/2565&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุม&amp;nbsp;ได้รับทราบสภาวะอากาศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปริมาณน้ำฝน/สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและ&amp;nbsp;Pm&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง/การรับมือสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันฯ&amp;nbsp;ของแต่ละหน่วยงาน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;การรายงานแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;และของแต่ละอำเภอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ทางจังหวัดลำปางยังคงเพิ่มความเข้มข้นในเรื่องของการบริหารจัดการสถานการณ์และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ลวดตระเวนป้องกันการลักลอบเผาในบริเวณพื้นที่ป่าและชุมชน&amp;nbsp;เนื่องจากช่วงนี้ได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อน&amp;nbsp;สภาพอากาศแห้งแล้งทำให้เกิดไฟป่าและเกิดการลุกลามได้ง่าย&amp;nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309095947829</Link_News></row>
<row _id="216"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก ส่วนภาคใต้ฝนลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;94&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;91&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;66&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,835&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,782&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่กวงอุดมธารา&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309092551819</Link_News></row>
<row _id="217"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าต่อเนื่อง ฟิวเดย์ เสริมภูมิรู้เกษตรกรพร้อมสู่ฤดูเพาะปลูกใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมองค์ความรู้ด้านการเกษตรที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานครั้งล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดพระราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุทธยา&amp;nbsp;ซึ่งได้เชิญเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จในการทำนา&amp;nbsp;มาร่วมถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ดำเนินภารกิจในการจัดงาน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;Day&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้แบบเห็นของจริงมาอย่างต่อเนื่องทุกปี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้รับทราบเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ&amp;nbsp;ช่องทางการตลาด&amp;nbsp;แหล่งข้อมูล&amp;nbsp;การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp;ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง&amp;nbsp;รวมทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงาน&amp;nbsp;และใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรที่มีเกษตรกรผู้นำเป็นผู้บริหารจัดการภายใต้การสนับสนุนของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นสถานที่จัดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจรับความรู้ในงานฟิวเดย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียด&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;และสถานที่จัดงานประจำจังหวัดของตนได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309103839851</Link_News></row>
<row _id="218"><NewsTitle>คณะอาจารย์ และนักศึกษา ม.ราชภัฏเพชรบุรี ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง ตำบลหนองโสน ศึกษา วิธีการปลูก การดูแลรักษา การกำจัดศัตรูพืช ช่องทางการตลาด สร้างทักษะต่อยอดสู่การพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้(&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลหนองโสน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;นายยุทธนา&amp;nbsp;เมืองเล็ก&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&amp;nbsp;ต้อนรับอาจารย์&amp;nbsp;ดร.ศิริวรรณ&amp;nbsp;แดงฉ่ำ&amp;nbsp;ประธานสาขาวิชาเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;คณะเพชรบุรีการเกษตร&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี&amp;nbsp;และคณะนักศึกษา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รายวิชาการผลิตไม้ผล&amp;nbsp;ลงพื้นที่สวนชมพู่เพชรสายรุ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธนา&amp;nbsp;เมืองเล็ก&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.หนองโสน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้สนับสนุนส่งเสริมให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ตรงในด้านการเกษตรให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการปลูก&amp;nbsp;การดูแลรักษา&amp;nbsp;การกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;รวมไปถึงวิธีการห่อผลผลิต&amp;nbsp;การบรรจุผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายชมพู่เพชรสายรุ้งออกสู่ตลาด&amp;nbsp;นักศึกษาให้ความสนใจเป็นอย่างมากและจดบันทึกข้อมูลความรู้ที่ได้รับ&amp;nbsp;เพื่อนำไปประกอบการเรียนสร้างทักษะต่อยอดนำไปสู่การพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ&amp;nbsp;ในอนาคตให้กับการผลิตไม้ผลสู่ท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี/9&amp;nbsp;มี.ค.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309094415822</Link_News></row>
<row _id="219"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 15 พื้นที่ โดยต้องเฝ้าระวังฝุ่นสูงขึ้นพรุ่งนี้อีก 1 วัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;โดยต้องเฝ้าระวังฝุ่นสูงขึ้นพรุ่งนี้อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ค่าฝุ่นลดลงแล้วหลังเกินมาตรฐานในระดับสีแดงต่อเนื่องมาหลายวัน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีแนวโน้มค่าฝุ่นอาจสูงขึ้นได้บางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนดินแดง&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขตคลองสามวา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&amp;nbsp;เขตบางนา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนมาเจริญ&amp;nbsp;เพชรเกษม&amp;nbsp;81&amp;nbsp;เขตหนองแขม&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมพัดนิ่ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;-&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังและควบคุมการเผาในจังหวัดทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพราะมีโอกาสส่งผลกระทบให้กรุงเทพมหานครและปริมณฑลบางพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐานได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309094219821</Link_News></row>
<row _id="220"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากจากการเกิดพายุฤดูร้อน ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงมากจากการเกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(8&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;167&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยพบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;48&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และอุดรธานี&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดจำนวนมากจากพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังพบจุดความร้อนบ้างในพื้นที่ภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;9,711&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;8,602&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,210&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2,135&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นกัมพูชา&amp;nbsp;1,142&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;767&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309102022842</Link_News></row>
<row _id="221"><NewsTitle>ผลักดันเกษตรกรเลี้ยงแพะ สินค้าปศุสัตว์ทางเลือก ส่งเสริมรวมกลุ่ม พัฒนาศักยภาพการผลิต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพฑูรย์&amp;nbsp;สีลาพัฒน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลิตแพะเนื้อในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;รองจากจังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในจังหวัดสงขลาส่วนใหญ่&amp;nbsp;มีการเลี้ยงแพะเนื้อเป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้&amp;nbsp;ในครอบครัวและมีแนวโน้มการเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย&amp;nbsp;ทนทานต่อทุกสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยและให้ผลตอบแทนเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีจำนวนแพะเนื้อรวม&amp;nbsp;58,353&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาและมีเกษตรกรผู้เลี้ยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;5,952&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จึงได้ศึกษาวิจัยการผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่&amp;nbsp;นิยมเลี้ยงพันธุ์แพะลูกผสม&amp;nbsp;เป็นการใช้ประโยชน์จากข้อดีและลดข้อด้อยของสายพันธุ์ที่เป็นพันธุ์แท้แต่ละพันธุ์&amp;nbsp;สำหรับต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตแพะขุนของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;2,655&amp;nbsp;บาท/ตัว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;107&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ตลาดแพะขุนของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;การจำหน่ายแพะขุนส่วนใหญ่&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้ารวบรวมในจังหวัดใกล้เคียง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายต่อในจังหวัดและรวบรวมส่งออกไปยังประเทศเวียดนามและมาเลเซีย&amp;nbsp;รองลงมาร้อยละ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;จำหน่ายให้กับพ่อค้ารวบรวมในจังหวัดสงขลาเพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้แก่พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชำแหละ&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะเป็นผู้จำหน่ายเองให้แก่ผู้บริโภคโดยตรงและส่วนที่เหลืออีกร้อยละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในท้องถิ่นเพื่อนำไปเลี้ยงต่อหรือขยายพันธุ์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเลี้ยงแพะควรมีการส่งเสริมพัฒนาองค์ความรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนาการเลี้ยงแพะขุนคุณภาพอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนากลุ่มเกษตรกรในการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน&amp;nbsp;อีกทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อจำหน่ายให้พ่อค้าขายปลีกเนื้อแพะชำแหละโดยตรง&amp;nbsp;มีการส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งโรงชำแหละที่ได้รับมาตรฐานและการส่งเสริมการแปรรูปเนื้อแพะให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปขยายผลและพัฒนาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309104622860</Link_News></row>
<row _id="222"><NewsTitle>หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับเหยี่ยวไฟ เข้าควบคุมดับไฟบริเวณ ป่าทางขึ้นสถานีเรดาร์บ้านสบสอย พร้อมทำแนวป้องกันไฟสกัดไว้ เสียหาย 10 ไร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายทวีชัย&amp;nbsp;กันทใจ&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เมืองแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยฯ&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;(เหยี่ยวไฟ)&amp;nbsp;เข้าควบคุมดับไฟบริเวณป่าทางขึ้นสถานีเรดาร์บ้านสบสอย&amp;nbsp;ท้องที่หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พื้นที่บางส่วนเป็นเขาสูงชัน&amp;nbsp;ทางลาดชันยากต่อการเข้าดับ&amp;nbsp;สามารถควบคุมดับไฟได้บางส่วน&amp;nbsp;และได้ทำแนวป้องกันไฟสกัดไว้ความเสียหาย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ได้มีการประชุมวางแผนและให้กำลังใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานดับไฟประจำหน่วยฯ&amp;nbsp;สั่งการให้ลาดตระเวนไฟ&amp;nbsp;และตรวจสอบจุดความร้อนแต่ละวัน&amp;nbsp;และให้ออกประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเจ้าหน้าที่หน่วยฯ&amp;nbsp;ออกประชาสัมพันธ์งานป้องกันรักษาป่าและเรื่องไฟป่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในช่วงห้ามเผา&amp;nbsp;ท้องที่หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บ้านห้วยเสือเฒ่า&amp;nbsp;ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวา&amp;nbsp;และท้องที่หมู่.12&amp;nbsp;บ้านผาบ่องเหนือ&amp;nbsp;ตำบลผาบ่อง&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้าย&amp;nbsp;การปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ผู้นำหมู่บ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309105252867</Link_News></row>
<row _id="223"><NewsTitle>ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จ.แม่ฮ่องสอน ประชาสัมพันธ์โครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกรัณย์พล&amp;nbsp;แสงทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดโครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยการอุดหนุนเงินลงทุนสำหรับการปลูกสร้างสวนป่าในปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ของตนองเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการเตรียมพื้นที่&amp;nbsp;การปลูกและบำรุงดูแลรักษาในปีแรก&amp;nbsp;ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูกไม้เศรษฐกิจที่เป็นไม้รอบตัดฟันยาวสำหรับใช้ประโยชน์เนื้อไม้&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพด้านป่าไม้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น&amp;nbsp;และเพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นบุคคลธรรมดา&amp;nbsp;บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp;และต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย&amp;nbsp;มีสัญชาติไทย&amp;nbsp;มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองตามกฎหมาย&amp;nbsp;หรือเป็นผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ดินที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือที่ดินที่รัฐอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ประเภทใดประเภทหนึ่ง&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน&amp;nbsp;(น.ส.4)&amp;nbsp;ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่มีหลักฐานการอนุญาต&amp;nbsp;ที่ดินต้องมีเนื้อที่ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;รวมทุกท้องที่/จังหวัด&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ไร่ต่อราย&amp;nbsp;ที่ดินที่จะขอเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;หากเคยได้รับเงินสนับสนุนตามโครงการอื่นๆ&amp;nbsp;ของกรมป่าไม้มาก่อน&amp;nbsp;ต้องสิ้นสุดการรับเงินมาแล้วไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ก่อนวันที่ยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ชนิดไม้.ที่ปลูกตามโครงการเป็นไม้รอบตัดฟันยาวตามบัญชีรายชื่อพรรณไม้โครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ที่กรมป่าไม้กำหนด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;38&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;โดยผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้จัดหาต้นไม้สำหรับปลูก&amp;nbsp;จำนวนไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้น/ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาวเยาวลักษณ์&amp;nbsp;ชินวงศ์&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5369&amp;nbsp;5007&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;09&amp;nbsp;2771&amp;nbsp;0751&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309110600871</Link_News></row>
<row _id="224"><NewsTitle>ชาวนาโคราช หันมาปลูกพริก สร้างรายได้เสริมช่วงหน้าแล้ง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจารพัฒน์&amp;nbsp;ไตรพัฒนจันทร์&amp;nbsp;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;ลงพื้นที่สาธิตและสร้างความเข้าใจในการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพริกบ้านนางโท&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลเมืองยาง&amp;nbsp;อำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกของกลุ่มจำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมพื้นที่การปลูก&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ใกล้หนองน้ำนางโท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวปลูกพริกเป็นอาชีพเสริมช่วงหน้าแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกเหนือจากการทำนา&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำและคลองชลประทาน&amp;nbsp;จึงไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้&amp;nbsp;เกษตรกรจึงหารายได้เสริมด้วยการปลูกพริก&amp;nbsp;โดยพันธุ์พริกที่ปลูกจะมีพันธุ์อัมพวา&amp;nbsp;อัมพวาโกล&amp;nbsp;เงินด่วน&amp;nbsp;ซุปเปอร์ฮอตและพันธุ์พื้นบ้าน&amp;nbsp;ได้ผลผลิตเฉลี่ยต่อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งานได้พริกสดกว่า&amp;nbsp;90-100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จำหน่ายทั้งพริกสด&amp;nbsp;และแปรรูป&amp;nbsp;ราคาพริกสดกิโลกรัมละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พริกแห้งกิโลกรัมละ&amp;nbsp;120-150&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;พริกป่นราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่งขายในตลาดในพื้นที่และนอกพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งก็ถือว่าช่วยให้เกษตรกรมีรายได้นอกจากการทำนาในช่วงหน้าแล้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รักษาการเกษตรอำเภอเมืองยาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;การลงพื้นที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกพริกในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่ออบรมให้ความรู้พร้อม&amp;nbsp;ทั้งแนะนำให้เกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการป้องกันกำจัดโรคพืชผักแทนการใช้สารเคมีเพื่อลดต้นทุนทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;สำหรับเชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;เป็นเชื้อราชั้นสูงที่ดำรงชีวิตอยู่ในดิน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;อาศัยเศษซากพืช&amp;nbsp;ซากสัตว์และอินทรียวัตถุเป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp;เจริญได้รวดเร็วบนอาหารเลี้ยงเชื้อราหลายชนิด&amp;nbsp;สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุ์ที่&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;nbsp;โคนิเดีย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สปอร์&amp;nbsp;จำนวนมากรวมเป็นกลุ่มหนาแน่นจนเห็นเป็นสีเขียว&amp;nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มาเป็นศัตรู&amp;nbsp;(ปฏิปักษ์)&amp;nbsp;ต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวิธีการเบียดเบียน&amp;nbsp;หรือเป็นปรสิต&amp;nbsp;และแข่งขันหรือแย่งใช้อาหารที่เชื้อโรคต้องการ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลิตปฏิชีวนสารและสารพิษ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;ตลอดจนน้ำย่อยหรือเอนไซม์สำหรับช่วยละลายผนังเส้นใยของเชื้อโรคพืช&amp;nbsp;คุณสมบัติพิเศษของเชื้อราไตรโคเดอร์มาคือ&amp;nbsp;สามารถช่วยละลายแร่ธาตุให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อพืช&amp;nbsp;จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและชักนำให้ต้นพืชมีความต้านทานต่อเชื้อโรคพืชทั้งเชื้อราและแบคทีเรียสาเหตุของโรคได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309114334892</Link_News></row>
<row _id="225"><NewsTitle>ยโสธร kick off โครงการ"เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีฉลองครบรอบ 50 ปี จังหวัดยโสธร (สะออน ๕๐ ปี ศรียโสธร)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวเสาวนิตย์&amp;nbsp;ทับทิมจรูญ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;โครงการ"เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีฉลองครบรอบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปีจังหวัดยโสธร"&amp;nbsp;ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อำเภอกุดชุม&amp;nbsp;ผู้บริหารท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชนตำบลโนนเปือย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยยาง&amp;nbsp;บ้านชลประทาน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลโนนเปือย&amp;nbsp;อำเภอกุดชุม&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ในงานมีกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย&amp;nbsp;กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ(ลงในคอกอนุบาล)จำนวน&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ปลูกต้นรวงผึ้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ทุน&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายสรวิศ&amp;nbsp;สมพงษ์นายอำเภอกุดชุมให้เกียรติกล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;และนายธนนชัย&amp;nbsp;สืบพรม&amp;nbsp;ประมงจังหวัดยโสธรกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลา&lt;/strong&gt;จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดยโสธร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จากศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง&amp;nbsp;โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนการจัดเตรียมสถานที่&amp;nbsp;และการทำคอกอนุบาลลูกปลา&amp;nbsp;จากชุมชนบ้านชลประทานและองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเปือย&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุน&amp;nbsp;อุปกรณ์ทำคอกอนุบาล&amp;nbsp;อาหารปลา&amp;nbsp;ทุนการศึกษา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พันธุ์ต้นรวงผึ้ง&amp;nbsp;จากพระอาจารย์มหาสันติ&amp;nbsp;งามเหลา&amp;nbsp;ผู้ริเริ่มก่อตั้งชมรมจิตอาสาพัฒนาบ้านเกิด&amp;nbsp;ของตำบลโนนเปือย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309121523906</Link_News></row>
<row _id="226"><NewsTitle>รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ด้านการเกษตร ที่สุพรรณบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สหกรณ์การเกษตรบางปลาม้า&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลโคกคราม&amp;nbsp;อำเภอบางปลาม้า&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;(อุทกภัย)&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;นายณัฐวุฒิประเสริฐสุวรรณ&amp;nbsp;นายสรชัด&amp;nbsp;สุจิตต์&amp;nbsp;สส.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;เพื่อส่งกำลังใจให้กับเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;ซึ่งภาครัฐให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ&amp;nbsp;รวมถึงหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเกษตรกรทุกท่านที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ถูกต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ด้วย&amp;nbsp;ประการที่สำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และแจ้งข้อมูลการปลูกพืช&amp;nbsp;การเลี้ยงปลา&amp;nbsp;กุ้ง&amp;nbsp;หรือสัตว์ต่างๆ&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามจริงในปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานถึงระดับตำบลให้บริการ&amp;nbsp;จึงขอให้เกษตรกรทุกท่านให้ความร่วมมือและติดตามข่าวสารการปฏิบัติงานจากเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือผู้นำชุมชน&amp;nbsp;อาสาสมัคร&amp;nbsp;ในพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางสาวพจนา&amp;nbsp;เสมา&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลร่องมรสุมพายุโซนร้อน&amp;nbsp;เตี้ยนหมู่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คมปาซุ&amp;nbsp;และได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;(อุทกภัย)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เทศบาล&amp;nbsp;110&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;997&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;56,110&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรด้านพืช&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ที่ผลผลิตเสียหายโดยสิ้นเชิงยื่นขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;9,249&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;74,208.75&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวนเงินขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;224,708,914&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แยกเป็น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านพืช&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;5,763&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นที่&amp;nbsp;59,383&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;92,453,486&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านประมง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;3,472&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;14,755.75&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;783.50&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;132,090,903&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แพะ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แปลงหญ้า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;164,525&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเกษตรกรทุกรายที่ยื่นขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;จะได้รับการตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความถูกต้องโดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.อ.)&amp;nbsp;และตรวจสอบเอกสารอีกครั้งโดยคณะกรรมการตรวจสอบรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธาน&amp;nbsp;ก่อนนำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัด&amp;nbsp;(ก.ช.ภ.จ.)&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309125654919</Link_News></row>
<row _id="227"><NewsTitle>จังหวัดนนทบุรีประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ศาลาการเปรียญวัดคลองขวาง&amp;nbsp;ตำบลคลองขวาง&amp;nbsp;อำเภอไทรน้อย&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายจำลอง&amp;nbsp;ขำสา&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;นายอุดร&amp;nbsp;ระโหฐาน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;และตัวแทนบริษัท&amp;nbsp;ซุปเปอร์เอิร์ธ&amp;nbsp;เอนเนอร์ยี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผู้ร่วมลงทุนโครงการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบการจัดขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด&amp;nbsp;โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;ตามสัญญาโครงการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการระบบกำจัดขยะมูลฝอยขององค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งบริษัท&amp;nbsp;ซุปเปอร์&amp;nbsp;เอิร์ธ&amp;nbsp;เอนเนอร์ยี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ต้องดำเนินการศึกษาทบทวนรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่&amp;nbsp;เพื่อทบทวนและปรับปรุงรายงานให้สอดคล้องกับสภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp;และเป็นไปตามความเห็นของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่กำหนดให้รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีอายุเกิน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้วต้องศึกษาทบทวนข้อมูลใหม่&amp;nbsp;เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดความเหมาะสมก่อนการก่อสร้างและดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ซุปเปอร์&amp;nbsp;เอิร์ธ&amp;nbsp;เอนเนอร์ยี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาโครงการ&amp;nbsp;โดยเปิดโอกาสให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องนำเสนอที่ประชุม&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาให้ความคิดเห็นเพื่อที่คณะผู้ศึกษาจะได้นำไปปรับปรุงร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ก่อนนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาตามขั้นตอนของระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309142503962</Link_News></row>
<row _id="228"><NewsTitle>จ.ลำปาง เดินหน้าสร้างการรับรู้สู่ชุมชนรอบดอยพระบาท ขยายผลการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในระยะยาว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พันเอกนพอนันต์&amp;nbsp;ปาลิวนิช&amp;nbsp;หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;นายจิระภัทร&amp;nbsp;กันธิยาใจ&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&amp;nbsp;นางสาวดวงพร&amp;nbsp;เกียรติดำรง&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&amp;nbsp;ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรเมืองเขลางค์&amp;nbsp;และจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;904&amp;nbsp;หลักสูตรพื้นฐานภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;1/65&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณวัดหัวทุ่งสามัคคี&amp;nbsp;ตำบลพระบาท&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมพบปะหารือและรับฟังปัญหา&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะอันเนื่องมาจากผลกระทบของการเกิดไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของชุมชนรอบดอยพระบาท&amp;nbsp;ทำให้ครัวเรือนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าซื้ออุปกรณ์ป้องกันมลพิษ&amp;nbsp;ตลอดจนความเสียหายของป่ารอบชุมชนอันเป็นทรัพยากรที่สำคัญ&amp;nbsp;พร้อมทั้งเพื่อหาแนวทางการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนและการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดผลกระทบให้น้อยลงและเกิดเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;โดยปัญหาและข้อเสนอแนะดังกล่าวจะได้นำไปขยายผลกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางร่วมกันแก้ไขในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;สุปินะ&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเขลางค์&lt;/strong&gt;/ประธานชุมชนบ้านหัวทุ่งสามัคคี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ประธานชมรมผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;และจิตอาสาชุมชนเหยี่ยวไฟ&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะกรรมหมู่บ้านร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในปกป้องพื้นที่ป่าของชุมชนเพื่อให้ลำปางมีอากาศสดใสไร้หมอกควัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบสิ่งของและเอกสารประชาสัมพันธ์รณรงค์ป้องกันไฟป่าของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อพี่น้องในชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309134425953</Link_News></row>
<row _id="229"><NewsTitle>สส. เดินหน้าลดขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง พร้อมนำร่องร้านค้าในตลาดประชานิเวศน์กว่า 14 ร้านค้า เพื่อเป็นต้นแบบร้านค้าลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในตลาดสด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สส.)&amp;nbsp;เดินหน้าลดขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง&amp;nbsp;พร้อมนำร่องร้านค้าในตลาดประชานิเวศน์กว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบร้านค้าลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในตลาดสด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางภาวินี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สายบุรี&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สส.)&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้ารณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกในห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;ศูนย์การค้า&amp;nbsp;ซูเปอร์มาเก็ต&amp;nbsp;และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว&amp;nbsp;และบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว&amp;nbsp;(Single&amp;nbsp;use&amp;nbsp;Plastic)&amp;nbsp;โดยสร้างความรู้ความเข้าใจ&amp;nbsp;การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกัน&amp;nbsp;และแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะสถานการณ์ขยะพลาสติกในพื้นที่ตลาดสดทั่วประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;18,000&amp;nbsp;ล้านใบต่อปี&amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาดังกล่าวและขยายผลส่งเสริมการนำขยะพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&amp;nbsp;ด้วยระบบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;(Circular&amp;nbsp;Economy)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;มากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ค้าและผู้มาใช้บริการเป็นสิ่งสำคัญ&amp;nbsp;จึงได้ขยายผลการดำเนินงานสู่ตลาดสดสร้างต้นแบบร้านค้าด้านการลดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวในตลาดสด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปูนซิเมนต์ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;มอบชุดถังรับคืนพลาสติก&amp;nbsp;(ถังเติมบุญ)&amp;nbsp;ให้สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานครและรณรงค์เชิญชวนประชาชนลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียว&amp;nbsp;แล้วคัดแยกขยะนำกลับไปใช้ประโยชน์&amp;nbsp;หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในตลาดประชานิเวศน์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซึ่งมีร้านค้านำร่องเข้าร่วมโครงการตลาดสดต้นแบบด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ร้านค้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับตลาดประชานิเวศน์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นตลาดสดที่มีความพร้อมและศักยภาพการพัฒนาสู่การเป็นตลาดสดต้นแบบด้านการจัดการขยะพลาสติกที่ต้นทาง&amp;nbsp;สอดคล้องกับเป้าการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะที่สามารถลดปริมาณขยะที่ออกสู่สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และลดภาระการจัดการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเปลี่ยนพลาสติกเป็นบุญ&amp;nbsp;(เมื่อคุณหมุนเวียน)&amp;nbsp;ผ่านจุดรับคืนพลาสติก&amp;nbsp;(Drop&amp;nbsp;Point)&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309130552923</Link_News></row>
<row _id="230"><NewsTitle>กอนช. คาดการณ์สถานการณ์แล้งนี้ไม่น่าห่วงและยังไม่พบมีพื้นที่ประสบภัยแล้ง ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;คาดการณ์สถานการณ์แล้งนี้ไม่น่าห่วงและยังไม่พบมีพื้นที่ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศพื้นที่เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp;(ภัยแล้ง)&amp;nbsp;แต่อย่างใด&amp;nbsp;ส่วนมาตรการเร่งกักเก็บน้ำและบริหารจัดการน้ำในกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ตามแผนการใช้น้ำตั้งแต่หน้าแล้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบปริมาณน้ำต้นทุนของแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ทั้ง&amp;nbsp;35&amp;nbsp;แห่งปีนี้ยังมีปริมาณน้ำใช้การมากกว่าช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาเกือบ&amp;nbsp;10,200&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;โดยปัจจุบันเหลือปริมาณน้ำที่ใช้การอยู่ที่&amp;nbsp;24,059&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ของปริมาณน้ำที่ใช้การ&amp;nbsp;ส่วนผลการจัดสรรน้ำช่วงหน้าแล้งยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;ซึ่งจะมีน้ำเพียงพอสำหรับใช้ไปจนสิ้นสุดหน้าแล้งและใช้ช่วงต้นฤดูฝนด้วย&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้จะมีปริมาณน้ำต้นทุนรวมกันอยู่ที่&amp;nbsp;42,165&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ของความจุกักเก็บ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;แม้สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ภาพรวมทั้งประเทศจะดีกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;แต่ปริมาณน้ำต้นทุนใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยายังมีอยู่อย่างจำกัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&amp;nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;ขณะนี้จัดสรรน้ำไปมากกว่าแผนสะสมอยู่&amp;nbsp;427&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ยังได้จัดสรรน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาสนับสนุนลุ่มน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีนอีก&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ปัจจุบันจัดสรรมาแล้ว&amp;nbsp;209&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะสามารถสงวนน้ำต้นทุน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบได้ตลอดแล้งนี้&amp;nbsp;และทำให้มีน้ำเพียงพอจะใช้ในทุกกิจกรรมการใช้น้ำช่วงต้นฤดูฝนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ภาพรวมการเพาะปลูกพืชหน้าแล้งปีนี้อาจจะมากกว่าแผนที่วางไว้&amp;nbsp;โดยเฉพาะการทำนารอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ข้าวนาปรัง)&amp;nbsp;ไม่ได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;เนื่องจากมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;เกษตรกรส่วนหนึ่งมีแหล่งน้ำต้นทุนเป็นของตนเอง&amp;nbsp;และปีนี้มีพายุฝนฤดูร้อนเกิดขึ้นด้วย&amp;nbsp;แต่ภาครัฐยังคงขอความร่วมมือเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วควรงดการทำนาปรังรอบที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เพราะเสี่ยงสูงที่ผลผลิตจะได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้ความเค็มใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดปากคลองดำเนินสะดวก&amp;nbsp;แม่น้ำแม่กลอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดปากคลองจินดา&amp;nbsp;แม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดบ้านสร้าง&amp;nbsp;แม่น้ำบางปะกง&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดสูบน้ำสำแล&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมรับมือค่าความเค็มช่วงน้ำทะเลหนุนสูงตลอดเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;โดยเพิ่มการระบายน้ำเพื่อผลักดันน้ำเค็มให้สอดคล้องกับช่วงน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;และยังคงติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงตลอดแล้งนี้&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และไม่กระทบต่อคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309134743956</Link_News></row>
<row _id="231"><NewsTitle>สมุทรสาครจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดเกาะ&amp;nbsp;ตำบลบ้านเกาะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสาคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;เข้าร่วมงานและร่วมออกบูธบริการประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งมีประชาชนและเกษตรกรทั้งในพื้นที่ตำบลบ้านเกาะและใกล้เคียงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนาจ&amp;nbsp;โสรถาวร&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;และทรงพระราชทานพระราชนุญาตอัญเชิญอักษรพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกันเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่งเพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;เป็นการนำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การสาธิตการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&amp;nbsp;ด้วงแรด&amp;nbsp;หนอนหัวดำ&amp;nbsp;ด้วยสารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;การสาธิตการทำกองอาหารจากวัชพืชสำหรับปลาสลิดเพื่อลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การสาธิตการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;บริการตรวจวัดคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;การทำหมันสุนัขและแมว&amp;nbsp;การสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;การแจกต้นไม้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ต้นฝรั่ง&amp;nbsp;ต้นชมพู&amp;nbsp;ต้นพริก&amp;nbsp;ต้นมะเขือ&amp;nbsp;และกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรต่างๆ&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309152623999</Link_News></row>
<row _id="232"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ร่วมกับผู้ประกอบการอาหารสัตว์ เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์การขาดแคลนและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย&amp;nbsp;และสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ประชุมผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;เพื่อหารือถึงผลกระทบและแนวทางแก้ไขเพื่อบริหารจัดการวัตถุดิบอาหารสัตว์ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้นโดยทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยแจ้งว่า&amp;nbsp;โรงงานอาหารสัตว์ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน&amp;nbsp;คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;25-30%&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกอบด้วยกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก&amp;nbsp;รวมถึงค่าบริหารจัดการและการขนส่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้&amp;nbsp;และนโยบายภาครัฐที่ต้องการดูแลราคาพืชอาหารสัตว์ในประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลีโดยจะต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วนก่อนนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;การจำกัดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;รวมถึงมาตรการด้านภาษี&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง&amp;nbsp;2%&amp;nbsp;รวมถึงที่ผ่านมาประเทศสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วเหลืองที่สำคัญของโลกประสบภาวะภัยแล้งส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบันมีความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นแหล่งส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญต่อประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวสาลีสำหรับเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์หยุดชะงักไป&amp;nbsp;เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทำให้มีราคาสูงขึ้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;มีความเห็นและมีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;ซึ่งอาจมีผลมาจากภาวะสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่แพร่ระบาดทั่วโลกและภาวะความขัดแย้งระหว่างประเทศต่างๆ&amp;nbsp;รวมไปถึงสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่รองรับสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ซึ่งนำมาใช้เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตภาคปศุสัตว์&amp;nbsp;ดังนั้นต้องมีมาตรการในการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน&amp;nbsp;ซึ่งมีแหล่งที่มาจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยในที่ประชุมมีข้อสรุปถึงแนวทางมีในการแก้ปัญหา&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โดยในระยะสั้น&amp;nbsp;ได้ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;3:1&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าข้าวสาลีได้โดยเสรี&amp;nbsp;จากหลายแหล่งทั่วโลก&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาการซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาดโลก/ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง&amp;nbsp;2%&amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิตเนื่องจากกากถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนที่ใช้เป็นวัตถุดิบสัตว์ในการผลิตอาหารสัตว์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เปิดให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ&amp;nbsp;WTO,&amp;nbsp;AFTA&amp;nbsp;ยกเลิกโควตา&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ภาษีและค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;ในปริมาณที่ขาดแคลนในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบทำให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเพียงพอตลอดปี&amp;nbsp;และลดต้นทุนในการผลิตอาหารสัตว์ส่วนระยะยาว&amp;nbsp;ส่งเสริมการปลูกข้าวโพดภายในประเทศให้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะการปลูกภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;พัฒนาและปรับปรุงพันธุ์&amp;nbsp;ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตพืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวโพดให้สามารถมีผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้นการส่งเสริมการปลูกและใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดพร้อมนอกจากนี้&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์ที่มีวัตถุดิบทางเลือกสำหรับเกษตรกรเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192308159</Link_News></row>
<row _id="233"><NewsTitle>เร่งแก้ปัญหาโควตานมโรงเรียน ช่วยเหลือสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมให้ได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยภายหลังประชุมหารือการแก้ไขปัญหาโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;และรับมอบหนังสือพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;จากตัวแทนชุมนุมสหกรณ์&amp;nbsp;นมไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดนมาร์ค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภายหลังได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;จะนำข้อร้องเรียนของตัวแทนชุมนุมสหกรณ์นมไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดนมาร์ค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เข้าหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อได้ข้อสรุปแล้วจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานให้สามารถมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจากรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่จัดสรรให้ดำเนินการปีละกว่า&amp;nbsp;14,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สำหรับผลิตนมโรงเรียน&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพให้แก่เด็กนักเรียนของไทยได้ดื่มนม&amp;nbsp;และยังช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้ความสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากข้อร้องเรียนของชุมนุมสหกรณ์โคนมไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดนมาร์ค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ได้มีการประชุมร่วมกันในหลายครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีหลายประเด็นที่จะต้องตรวจสอบความถูกต้องให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเกี่ยวกับข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การจัดสรรโควตานมโรงเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้กับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(อ.ส.ค.)&amp;nbsp;ปีการศึกษาละ&amp;nbsp;96&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็นจำนวนที่เหมาะสมหรือไม่&amp;nbsp;หากเทียบกับจำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อ.ส.ค.&amp;nbsp;จะต้องรับซื้อน้ำนมดิบวันละประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ของโครงการนมโรงเรียนที่จะใช้นมดิบทั้งระบบประมาณ&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;จากผลผลิตนมทั้งประเทศ&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คุณภาพนมดิบที่เข้าโครงการเป็นไปตามมาตรฐานที่มีการกำหนดหรือไม่&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรระบุว่า&amp;nbsp;ในบางพื้นที่ยังพบปัญหาคุณภาพน้ำนมยังไม่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;แต่บางโรงงานนำไปผลิตเข้าโครงการได้&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องนี้เห็นควรต้องมีการมาวางระบบตรวจสอบให้ถูกต้องและชัดเจน&amp;nbsp;และการที่มีผู้ประกอบการไปจัดตั้งโรงงานผลิตนมขนาดเล็ก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพื่อขอรับสิทธิ์เข้าโครงการนมโรงเรียน&amp;nbsp;โดยไม่มีที่มาของฟาร์มโคนมที่นำมาผลิตเป็นวัตถุดิบ&amp;nbsp;กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นจริงตามข้อร้องเรียนหรือไม่&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสมาน&amp;nbsp;เหล็งหวาน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์นมไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดนมาร์ค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ระบุว่า&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากการจัดสรรโควต้านมโรงเรียน&amp;nbsp;ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมกับภาคเกษตรกร&amp;nbsp;จึงต้องมาขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309151721993</Link_News></row>
<row _id="234"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ นราธิวาสประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 1/2565 เพื่อรับทราบการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด SC และเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสนั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมหลวงปริวรรตวรวิจิตร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อรับทราบการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;SC&amp;nbsp;การขับเคลื่อนรายสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ชนิดสินค้า&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และแนวโน้มปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาสและการประเมินผลโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;อีกทั้งพิจารณาแผนปฏิบัติราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ว&amp;nbsp;ปี2564/2565&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งมีคณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;และผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนงาน&lt;/strong&gt;ด้านการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ขอให้แนวทางการทำงานว่าทำอย่างไรให้ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;และผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการเพิ่มองค์ความรู้แก่เกษตรกรนำไปสู่การปฏิบัติ&amp;nbsp;พร้อมฝากด้วยว่าขอให้คณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้หาแนวทางร่วมกันในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเทอดศักดิ์&amp;nbsp;รัญจวน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;การขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเตรียมรับความปกติถัดไป&amp;nbsp;(next&amp;nbsp;normal)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์&amp;nbsp;15&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;โดยให้มีการบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้&amp;nbsp;โดยในวันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เป็นการประชุมครั้งแรกของปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ที่ประชุมได้รับทราบผลการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สินค้ายางพารา&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2561-2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,193&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;12,021.61&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนได้เฉลี่ยไร่ละ&amp;nbsp;1,942&amp;nbsp;บาท//สินค้าลองกอง&amp;nbsp;ผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;แปลงลองกองได้รับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;526&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;526&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่993,815&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อีกทั้งที่ประชุมยังรับทราบเรื่องต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องและพิจารณาแผนปฏิบัติราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ว&amp;nbsp;ปี2564/2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มีการรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;23-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำสายหลัก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ&amp;nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี//ลุ่มน้ำบางนรา//ลุ่มน้ำโก-ลก&amp;nbsp;มีระดับสูงกว่าตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้ประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุอุทกภัย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ตำบล561&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เขตเทศบาล&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ด้านการประเมินความเสียหายเบื้องต้นด้านการเกษตร&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;เกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;28,829&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;10,861&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นนาข้าว&amp;nbsp;4,662&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พืชไร่และพืชผัก&amp;nbsp;1,623&amp;nbsp;พืชสวนและอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;4,576&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมถึงยังมีความเสียหายด้านประมงและปศุสัตว์อีกจำนวนหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยทางศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ตามแบบกษ.01&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อ.พ.ก.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรในพื้นที่จังหวัด&amp;nbsp;โดยเกิดจากการบูรณาการ&amp;nbsp;ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐเอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาสังคมในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อน&amp;nbsp;ผลักดัน&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงเป็นเครื่องมือการบริหารราชการของผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ในด้านการพัฒนาและแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309155808024</Link_News></row>
<row _id="235"><NewsTitle>จิตอาสา ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน บูรณาการร่วม ทำแนวกันไฟรอบที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายรัชพล&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน.กลุ่มบริหารงานปกครองรักษาราชการแทนนายอำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;มอบหมายให้นายวัชรพงศ์&amp;nbsp;จันทิมาปลัดอำเภอ&amp;nbsp;หน.ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;และนายนนทวัฒน์&amp;nbsp;วุฒิลักษณ์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอ&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;ร่วมปล่อยแถวการทำแนวกันไฟรอบๆ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย,&amp;nbsp;สถานที่ราชการ&amp;nbsp;และบริเวณโดยรอบ&amp;nbsp;ชุมชนหมู่บ้านแม่ลาน้อย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองร้อย&amp;nbsp;อส.แม่ลาน้อย,&amp;nbsp;เทศบาลตำบลแม่ลาน้อย,&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;สภ.แม่ลาน้อย,&amp;nbsp;ฉก.ทพ.36,&amp;nbsp;ฝ่ายปกครอง,&amp;nbsp;โรงเรียนอนุบาลแม่ลาน้อย,&amp;nbsp;และราษฎร&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;เพื่อร่วมทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ป้องกันหากเกิดเหตุไฟป่าลุกลาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามประกาศจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในการงดเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดหมอกควันจากการเผา&amp;nbsp;ลดผลกระทบทั้งด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;และด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(52,&amp;nbsp;58,&amp;nbsp;64);"&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161702052</Link_News></row>
<row _id="236"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ฯ เพื่อขยายผลต่อยอดการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรแก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่บ้านสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู&amp;nbsp;อำเภอถลาง&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;นำโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกันจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;เพื่อสนองพระราชดำริและเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ถือเป็นโครงการสำคัญตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้โครงการคลินิกเคลื่อนที่&amp;nbsp;อยู่ในพระราชานุเคราะห์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ด้วยวิธีการดำเนินงานที่สามารถให้บริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;ที่มีปัญหาและเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และครบถ้วน&amp;nbsp;แบบครบวงจรในคราวเดียว&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ออกการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คลินิกพืช,&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;และคลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;ให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;และสามารถนำความรู้ที่ถูกต้องไปปฏิบัติ&amp;nbsp;เพื่อเกิดผลตอบแทนและรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ภายในงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;เรื่องการปลูกทุเรียนเสริมราก&amp;nbsp;และการเพาะเลี้ยงปลากัด&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์กลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;การแจกปัจจัยทางด้านการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พันธุ์ไม้&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์พืช&amp;nbsp;ให้แก่เกษตร&amp;nbsp;และมีหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานออกบูธเพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ร่วมด้วย&amp;nbsp;โดยมีการลงทะเบียนประวัติเกษตรกรและประชาชนก่อนเข้ารับบริการ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขในการป้องกันโรคโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;พร้อมเน้นย้ำผู้ร่วมงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ร่วมงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309164244076</Link_News></row>
<row _id="237"><NewsTitle>เกษตรกรสตูล อบรมพัฒนาต้นแบบศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;วิรุณสาร&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอมะนัง&amp;nbsp;ดำเนินการจัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในกิจกรรมพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนต้นแบบด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;บ้านผัง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;บ้านผัง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.นิคมพัฒนา&amp;nbsp;อ.มะนัง&amp;nbsp;จ.สตูล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการเรียนรู้เรื่องการสำรวจโรค&lt;/strong&gt;และแมลงศัตรูผักในแปลงปลูกเพื่อศึกษาระบบนิเวศของแมลงศัตรูผักในแปลง&amp;nbsp;เรียนรู้โรคพืช&amp;nbsp;การจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้&amp;nbsp;พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติการผลิตและขยายเชื้อ&amp;nbsp;Bacillus&amp;nbsp;Subtilis&amp;nbsp;(BS)&amp;nbsp;การผลิตสารสกัดจากธรรมชาติ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;น้ำหมักจากบุหรี่เสื่อมสภาพ&amp;nbsp;สารสกัดจากสะเดาช้าง&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;สามารถนำไปผลิตและขยาย&amp;nbsp;นำไปใช้ในแปลงปลูกของตนเองได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามภารกิจ&lt;/strong&gt;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การส่งเสริมการเกษตรโดยยึดหลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;โดยการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;(ศจช.)&amp;nbsp;และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;(ศดปช.)&amp;nbsp;เชื่อมโยงกับหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมสู่เกษตรกร&amp;nbsp;และให้บริการทางการเกษตรที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309161518049</Link_News></row>
<row _id="238"><NewsTitle>สุพรรณบุรี จัดกิจกรรม สุพรรณบุรีรวมใจ ป้องกันแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM.2.5.) และกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ ชิงเก็บ ลดเผา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;การป้องกันไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM.2.5)&amp;nbsp;สุพรรณบุรีรวมใจ&amp;nbsp;ป้องกันแก้ไขไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM.2.5)&amp;nbsp;และกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลวังคัน&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;เนื่องจากจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้ความสำคัญต่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงแล้ง&amp;nbsp;ฤดูหนาวและรอยต่อฤดูร้อน&amp;nbsp;ทุกปี&amp;nbsp;มาโดยตลอด&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อทำความเข้าใจ&amp;nbsp;เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการสาเหตุการเกิดและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวป้องกันแก้ไขแก่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชน&amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดความร่วมมือตามแผนเผชิญเหตุไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;ที่กำหนดของจังหวัด&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจัดทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์&amp;nbsp;ก็เป็นกิจกรรมที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ที่มักต่อเนื่องจากการเผาที่โล่งได้&amp;nbsp;จึงขอให้พวกเราทั้งที่เจ้าหน้ารัฐและภาคประชาชนชาวสุพรรณ&amp;nbsp;ได้ร่วมมือกันในการรณรงค์&amp;nbsp;เผยแพร่และลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาและผลกระทบจากการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็กในจังหวัดลดลง&amp;nbsp;เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;10(ราชบุรี)&amp;nbsp;และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(บ้านโป่ง)&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;และอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;รวมถึงภาคเอกชนคือ&amp;nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผล&amp;nbsp;จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจสาเหตุและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM.2.5)&amp;nbsp;งด/ลดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;การเผาป่า&amp;nbsp;การเผาขยะ&amp;nbsp;และการเผาวัชพืชข้างทาง&amp;nbsp;รวมถึงลดฝุ่นละอองขนาดเล็กและปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ที่เกิดจากการกิจกรรมการขนส่งและการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;กิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วยการบรรยายและการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&amp;nbsp;สมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&amp;nbsp;(ทสม.)&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;แกนนำชุมชนและพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จำนวนประมาณ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309162343062</Link_News></row>
<row _id="239"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย แนะนำให้ความรู้การปลูกพืชอาหารสัตว์และการป้องกันโรคลัมปิสกีน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;ให้คำแนะนำส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเก็บสำรองวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรห้วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เรื่องโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(LSD)&amp;nbsp;ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในโค-กระบือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;ดร.อนิรุธ&amp;nbsp;เนื่องเม็ก&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายมงคล&amp;nbsp;เจริญเมือง&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายไชยยศ&amp;nbsp;แจ้งใจ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;นายพีรพัฒน์&amp;nbsp;พงไพรภูมิ&amp;nbsp;พนักงานผู้ช่วยสัตวแพทย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกันปฏิบัติงานติดตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;ตามพระราชดำริโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;โคอาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;ภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งการลงพื้นที่ปฎิบัติงานโค&amp;nbsp;ธกค.อาสาปศุสัตว์&amp;nbsp;ที่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;นายกมล&amp;nbsp;นิธิไพรสิธ์จินดา&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;36/1&amp;nbsp;บ้านแม่ปาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลสันติคีรี&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ทำการประเมินราคาลูกโคเพศผู้&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แม่โคหมายเลข&amp;nbsp;มส.36/2563&amp;nbsp;เกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และได้แนะนำส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;การป้องกันโรค&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;การเก็บสำรองวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเปลือกข้าวโพดไว้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือ&amp;nbsp;LSD&amp;nbsp;ตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(LSD)&amp;nbsp;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;และพ่นหมอกควันกำจัดแมลงที่เป็นพาหะของโรคให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1คอก&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติในการดูแลรักษาโค-กระบือได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309165027081</Link_News></row>
<row _id="240"><NewsTitle>คณะสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามความก้าวหน้าสมาชิกที่ไร่ของพ่อ สานต่ออาชีพเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สมาชิกสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทำสวนไร่ของพ่อ&amp;nbsp;ความสำเร็จลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคีตวุฒิ&amp;nbsp;นับแสง&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งนายการุณ&amp;nbsp;วนศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&amp;nbsp;และนายพีรกร&amp;nbsp;พวงบุตร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการจัดการสหกรณ์&amp;nbsp;ได้เข้าเยี่ยมเยียนและติดตามความก้าวหน้าพร้อมทั้งให้คำแนะนำการพัฒนาในด้านการตลาด&amp;nbsp;รวมถึงวางแผนทางการเงินและแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำที่ไร่ของพ่อ&amp;nbsp;ที่ตำบลบ้านกาศ&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เจ้าของ&amp;nbsp;นายรัชพล&amp;nbsp;เกรียงไกรสิงห์&amp;nbsp;หนึ่งสมาชิกโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพเกษตร&amp;nbsp;ได้ทำในสิ่งที่ต้นเองรัก&amp;nbsp;และสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&amp;nbsp;ด้วยการทำเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;ในแบบฉบับความพอเพียง&amp;nbsp;ปลูกผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;แบบอินทรีย์&amp;nbsp;เลี้ยงปลา&amp;nbsp;เลี้ยงไก่&amp;nbsp;และเปิดเป็นร้านอาหารเพื่อให้คนได้ทานผักและผลไม้เพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการนำลูกหลาน&amp;nbsp;เกษตรกรกลับบ้าน&amp;nbsp;สานต่ออาชีพเกษตรที่ต้องการ&amp;nbsp;เป็นนโยบายของนายมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยนำเกษตรกรรุ่นใหม่กลับมาทำอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ถิ่นฐานบ้านเกิด&amp;nbsp;เพื่อสานต่ออาชีพการเกษตรและยังได้ดูแลครอบครัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;ไร่ของพ่อ&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เป็นไร่ตัวอย่างของการทำเศรษฐกิจพอเพียงแบบเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;ตามปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สานต่อที่พ่อทำ&amp;nbsp;อีกอย่างคือสวนนี้เคยเป็นของพ่อด้วย&amp;nbsp;หลังจากพ่อเสียชีวิตไม่มีใครทำต่อ&amp;nbsp;กลายเป็นพื้นที่รกร้าง&amp;nbsp;ตนจึงตั้งใจมาสานต่อ&amp;nbsp;สิ่งสำคัญที่สุด&amp;nbsp;ต้องการให้ทุกคนที่มาเที่ยวมีความสุข&amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าทำแล้วต้องรวย&amp;nbsp;แค่ร้านอยู่ได้ก็เพียงพอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้สนใจไปศึกษาเรียนรู้การเกษตรผสมผสาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำเป็นร้านอาหารกลางสวน&amp;nbsp;ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่&amp;nbsp;ลิ้มรสผักผลไม้สดจากไร่ที่ปลอดภัยไร้สารพิษ&amp;nbsp;เก็บแล้วปรุงเลยในไร่ของพ่อ&amp;nbsp;ระยะทางจากตัวเมืองแม่สะเรียงเพียง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ถึงไร่ของพ่อตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;บ้านแม่ต้อบเหนือ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลบ้านกาศ&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เปิดเฉพาะวันเสาร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.00-17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;สอบถามเพิ่มเติม&amp;nbsp;โทร.093-1969656&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309171912098</Link_News></row>
<row _id="241"><NewsTitle>จังหวัดระนองฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าเรือระนอง กรณีลักลอบขนสินค้า เกิดสารเคมีรั่วไหล การเกิดอัคคีภัย และการค้นหากู้ภัยทางทะเล มีผู้เข้าร่วมการฝึกกว่า 200 คน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดระนองร่วมกับท่าเรือระนอง&amp;nbsp;การท่าเรือแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าเรือระนอง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรณีลักลอบขนสินค้า&amp;nbsp;เกิดสารเคมีรั่วไหล&amp;nbsp;การเกิดอัคคีภัย&amp;nbsp;และการค้นหากู้ภัยทางทะเล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าเรือระนอง&amp;nbsp;ต.ปากน้ำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระนอง&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น&amp;nbsp;และให้เป็นไปตามมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินท่าเรือดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;องค์กรสาธารณกุศล&amp;nbsp;และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;โดยได้มีการสมมติสถานการณ์&amp;nbsp;เรือขนส่งสินค้าของเอกชนเทียบท่าเรือระนอง&amp;nbsp;มีการลักลอบขนถ่ายสินค้าแล้วถังเกิดตกหล่นกระแทกพื้น&amp;nbsp;ทำให้สารเคมีเกิดการรั่วไหล&amp;nbsp;และเกิดอัคคีภัย&amp;nbsp;มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;สัมผัสกับสารเคมี&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และตกเรือ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เป็นเพศชายทั้งหมด&amp;nbsp;จึงต้องมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามลำดับชั้น&amp;nbsp;ตั้งแต่ผู้จัดการท่าเรือระนอง&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และจังหวัด&amp;nbsp;มีนายนพสิทธิ์&amp;nbsp;อุดมสุวรรณกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง&amp;nbsp;เป็นประธานการฝึกซ้อม&amp;nbsp;มีผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมการฝึกซ้อมกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ&amp;nbsp;การบูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp;การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;การเข้าเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ระบบการสื่อสาร&amp;nbsp;การประสานงาน&amp;nbsp;การบัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสารเคมี&amp;nbsp;อัคคีภัยและภัยทางน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งในการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินดังกล่าว&amp;nbsp;ทางทัพเรือภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศรชล&amp;nbsp;ภาค&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้นำเรือตรวจการใกล้ฝั่ง&amp;nbsp;(เรือ&amp;nbsp;ต.&amp;nbsp;)&amp;nbsp;และเฮลิคอปเตอร์ร่วมฝึกซ้อมการค้นหากู้ภัยทางทะเลด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ระนอง</Province><Department>สวท.ระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309172257099</Link_News></row>
<row _id="242"><NewsTitle>เกษตรกรอำเภอวังยาง รวมใจลงแขกเก็บมันฝรั่ง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บ้านยอดชาด&amp;nbsp;ตำบลยอดชาด&amp;nbsp;อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นที่ปลูกมันฝรั่งที่ให้ผลผลิตมันฝรั่งที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดในทุกๆ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งตลาดยังมีความต้องการเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรที่นี่จากเดิมที่เคยปลูกข้าวนาปรังในช่วงภัยแล้งหันมาปลูกมันฝรั่งพืชใช้น้ำน้อยสร้างรายได้กันเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ส่วนที่เป็นมนต์เสน่ห์ของการปลูกมันฝรั่งที่นี่ก็คือบรรยากาศในการลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย&amp;nbsp;เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของเกษตรกร&amp;nbsp;ที่เดินทางมาช่วยกันลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่งสดเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับตัวแทนบริษัทที่มารับซื้อ&amp;nbsp;เป็นการช่วยกันลดรายจ่ายของแต่ละคนทำให้ทุกคนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งยังเกิดความรักความสามัคคีของคนในชุมชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพรรณ&amp;nbsp;ชานุชิต&amp;nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งตำบลยอดชาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เริ่มต้นปลูกมันฝรั่งในพื้นที่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตัวเองและครอบครัวมีการปลูกมันฝรั่งมาได้ประมาณ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;เพราะมองว่ามีรายได้สูงกว่าการทำนาปรัง&amp;nbsp;ทั้งยังใช้น้ำน้อยกว่าและเหมาะกับพื้นที่ของตนเองที่อยู่ห่างจากคลองส่งน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งชาวบ้านในละแวกนี้มีการปลูกอยู่ประมาณ&amp;nbsp;70-80&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยการลงทุน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นกว่าบาท&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;แต่ละคนจะมีกำไรประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทขึ้นไป&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนว่ามีความขยันขนาดไหน&amp;nbsp;สามารถดูแลแปลงมันฝรั่งได้ดีมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;ส่วนขั้นตอนการปลูกนั้น&amp;nbsp;ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเริ่มจากการไถดินยกร่องแปลงปลูก&amp;nbsp;จากนั้นก็นำพันธุ์มันฝรั่งที่ซื้อมาทำการผ่าตรงกลางให้ได้ประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชิ้นแล้วนำไปคลุกปูนขาวหรือผงปูนก่อสร้าง&amp;nbsp;รอประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อาทิตย์ก็นำลงแปลงปลูก&amp;nbsp;รดน้ำ&amp;nbsp;พอต้นเริ่มโตก็ทำการกลบ&amp;nbsp;ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาของแต่ละคน&amp;nbsp;ส่วนระยะเวลาการปลูกจะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งการรวมกลุ่มลงแขกเก็บผลผลิตของชาวบ้านยอดชาดแห่งนี้ก็เพราะต้องการให้ทุกคนมีรายได้สูงขึ้น&amp;nbsp;เป็นการลดต้นทุนการผลิตให้กับทุกคน&amp;nbsp;ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนแนวความคิด&amp;nbsp;วิธีการผลิต&amp;nbsp;การดูแลแปลงของแต่ละคนไปด้วยระหว่างทำงาน&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละวันก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเก็บในแต่ละแปลงให้ได้ตามจำนวนที่บริษัทต้องการในแต่ละวันที่อยู่ประมาณ&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;ซึ่งการปลูกมันฝรั่งในช่วงภัยแล้งนี้&amp;nbsp;เมื่อจำหน่ายแล้วทุกคนมีรายได้มาหล่อเลี้ยงครอบครัวแบบไม่เดือดร้อน&amp;nbsp;โดยในปีนี้ทุกคนต่างก็ยิ้มออกเพราะมีผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจากมีหน่วยงานเข้ามาให้ความรู้เรื่องต้นพันธุ์&amp;nbsp;และวิธีการดูแลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิตมันฝรั่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางกลุ่มได้มีการร่วมกันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเจ้าของแปลงจะมีการเลี้ยงอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp;ถือเป็นการช่วยแรงกันในการเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;ทำให้คนในชุมชนลดค่าใช้จ่ายและเกิดความสามัคคีมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ในปัจจุบันได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&amp;nbsp;ในการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกกว่า&amp;nbsp;332&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และจำหน่ายให้กับบริษัทในราคาประกันจากโรงงานในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;สำหรับท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกมันฝรั่ง&amp;nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;093&amp;nbsp;4606&amp;nbsp;153&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309174225113</Link_News></row>
<row _id="243"><NewsTitle>หม่อนไหมฯ ขอนแก่น ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ มกษ. 5900-2559 และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน GI ให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ อ.หนองสองห้อง และ อ.ชนบท จ.ขอนแก่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวจิราลักษณ์&amp;nbsp;ปรีดี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวพิมลรัตน์&amp;nbsp;เมธินธรังสรรค์&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนายสุพจน์&amp;nbsp;บรรเทา&amp;nbsp;ช่างต้นแบบสิ่งทอ&amp;nbsp;ช2&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ&amp;nbsp;นำคณะผู้ตรวจรับรอง&amp;nbsp;นำทีมโดยนางสุกานดา&amp;nbsp;คำปลิว&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;5900-2559&amp;nbsp;และมาตรฐานเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อำเภอชนบท&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;โดยได้ตรวจรับรองมาตรฐานเส้นไหมไทยสาวมือ&amp;nbsp;มกษ.&amp;nbsp;5900-2559&amp;nbsp;แก่ผู้ผลิตเส้นไหมกลุ่มใหม่&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ด้วยกันคือ&amp;nbsp;กลุ่มไหมทอง&amp;nbsp;มกษ.บ้านหัวฝาย&amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขอรับรอง&amp;nbsp;มาตรฐานไหมน้อย&amp;nbsp;และกลุ่มสตรีสหกรณ์ไหมสาวเลยบ้านหัวฝาย&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขอรับรอง&amp;nbsp;มาตรฐานไหมสาวเลย&amp;nbsp;ตรวจรับรอง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางบ้าน&amp;nbsp;บ.หัวฝาย&amp;nbsp;ต.ปอแดง&amp;nbsp;อ.ชนบท&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;ซึ่งในกระบวนการผลิตเส้นไหม&amp;nbsp;สมาชิกทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มนี้&amp;nbsp;ได้รับไข่ไหมจาก&amp;nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;มีการตรวจประเมินภายใน&amp;nbsp;จากคณะกรรมการจัดการภายในกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะผู้ตรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ติดตามการผลิตและต่ออายุการรับรองของกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านปอแดง&amp;nbsp;ตำบลคึมชาด&amp;nbsp;อำเภอหนองสองห้อง&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ผลิตเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;มีสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่ผลิตเส้นไหม&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;และเป็นกลุ่มที่ผลิตไข่ไหมชุมชน&amp;nbsp;ผลิตไหมวัยอ่อน&amp;nbsp;เพื่อให้จำหน่ายให้แก่สมาชิกและผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;นอกจากนี้มีเส้นไหมที่ทางสมาชิกกลุ่มได้คัดเลือกและผ่านมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยเป็นพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านที่เกษตรกรเลี้ยงและต่อพันธุ์เอง&amp;nbsp;คือพันธุ์ทับทิมสยาม&amp;nbsp;และนางน้อย&amp;nbsp;ในขั้นตอนการรับรอง&amp;nbsp;คณะผู้ตรวจรับรองฯ&amp;nbsp;มีการตรวจสอบเอกสารการบันทึกของกลุ่มร่วมด้วย&amp;nbsp;โดยมีเส้นไหมลืบที่กลุ่มเกษตรกรผลิต&amp;nbsp;และสามารถเพิ่มมูลค่าให้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ด้วยการทำมาตรฐานให้ตรงตามความต้องการของตลาดและผู้ซื้อ&amp;nbsp;พร้อมส่งจำหน่ายให้กับเครือข่ายผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309181247117</Link_News></row>
<row _id="244"><NewsTitle>ผู้ว่า นราธิวาสฯ เน้นย้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางการแก้ปัญหาสินค้าการเกษตรที่สำคัญของ จ.นราธิวาส 14 ชนิดสินค้า ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมหลวงปริวรรตวรวิจิตร&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อทราบการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรระดับจังหวัด,&amp;nbsp;การขับเคลื่อนรายสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดนราธิวาส,&amp;nbsp;ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;และแนวโน้มปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;การประเมินผลโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และเพื่อพิจารณาแผนปฏิบัติราชการด้านการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,และแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายเทิดศักดิ์&amp;nbsp;รัญจวน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;มีการรายงานผลการขับเคลื่อนรายสินค้าเกษตรที่สำคัญ&lt;/strong&gt;ของจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สินค้ายางพารา&amp;nbsp;สินค้าปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;สินค้าข้าว&amp;nbsp;สินค้ามะพร้าว&amp;nbsp;สินค้าลองกอง&amp;nbsp;สินค้าทุเรียน&amp;nbsp;สินค้ามังคุด&amp;nbsp;สินค้าเงาะ&amp;nbsp;สินค้าหม่อนไหม&amp;nbsp;สินค้าสมุนไพร&amp;nbsp;สินค้าโคเนื้อ&amp;nbsp;สินค้าแพะ&amp;nbsp;สินค้าปลาพลวงชมพู&amp;nbsp;และสินค้ากุ้งแวนนาไม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้าน&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สั่งการให้หน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของสินค้าการเกษตรต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะปัญหาโรคยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าเกษตรกรในพื้นที่ยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรค&amp;nbsp;จึงยังไม่สนใจในการควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันโรคในระยะยาว&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้ปริมาณผลผลิตลดลงไปด้วย&amp;nbsp;และยังเน้นย้ำอีกว่าปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆ&amp;nbsp;ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาสินค้าการเกษตรต่างๆ&amp;nbsp;จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำนวัตกรรมต่างๆ&amp;nbsp;มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์และสอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp;นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309190044143</Link_News></row>
<row _id="245"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ร่วมเป็นเกียรติในพิธีส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มเติมประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านคลองแรด&amp;nbsp;ต.คลองพน&amp;nbsp;อ.คลองท่อม&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธรรมรักษ์&amp;nbsp;จงรักษ์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลคลองพน&amp;nbsp;นายชำนาญ&amp;nbsp;นุ่นดำ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;นายบุญส่ง&amp;nbsp;นับทอง&amp;nbsp;นายกสมาคมชาวสวนยางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;นางชวนคะนึง&amp;nbsp;จริจฉรียกุล&amp;nbsp;เกษตรอำเภอคลองท่อม&amp;nbsp;นายประภาส&amp;nbsp;กาเยาว์&amp;nbsp;ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;นายประกอบ&amp;nbsp;กาเยาว์&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตรในโครงการ&amp;nbsp;คูโบต้าร่วมมือ&amp;nbsp;เกษตรร่วมใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องด้วยบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;มีนโยบายตอบรับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน&amp;nbsp;(BOI)&amp;nbsp;โดยมีการส่งมอบเครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อใช้พัฒนากลุ่ม&amp;nbsp;และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;โดยได้ทำการส่งมอบไปแล้ว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;และมีแผนส่งมอบทั้งหมดอีก&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กลุ่มในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีแผนส่งมอบเพิ่มอีกกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สำหรับวันนี้บริษัทสยามดูโบต้าฯ&amp;nbsp;ร่วมกับคูโบต้ามิตรแท้กระบี่&amp;nbsp;ภายใต้เครือคูโบต้ามิตรแท้&amp;nbsp;จะมีการส่งมอบแทรกเตอร์&amp;nbsp;L50&amp;nbsp;18SP&amp;nbsp;KIS&amp;nbsp;บุ๋งกี๋&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง&amp;nbsp;ผานพรวน&amp;nbsp;จอบหมุน&amp;nbsp;และเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ตัดหญ้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;อย่างละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ให้กับ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้กล่าวขอบคุณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตัวแทนจากบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่ได้มีการจัดโครงการเพื่อช่วยเหลือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลสำหรับใช้ในงานเกษตรกรรม&amp;nbsp;และยังได้กล่าวยินดีกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านคลองแรด&amp;nbsp;ที่ได้รับเครื่องจักรกลครั้งนี้&amp;nbsp;พร้อมกับเน้นย้ำให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;ขยายผล&amp;nbsp;ต่อยอดการพัฒนาสู่พื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศษรฐกิจพอเพียงเป็นหลักในการดำเนินชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา&amp;nbsp;งอสอน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309192730162</Link_News></row>
<row _id="246"><NewsTitle>เกษตรกรนครพนม รวมกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกมันฝรั่ง พืชใช้น้ำน้อย ทดแทนการทำนาปรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพรรณ&amp;nbsp;ชานุชิต&amp;nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่งตำบลยอดชาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ภายหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่นิยมหันมาปลูกมันฝรั่งทดแทนการปลูกข้าวนาปรังเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากมันฝรั่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นด้วย&amp;nbsp;ส่วนตนและครอบครัวได้ปลูกมันฝรั่งมาได้ประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;เพราะมองว่ามีรายได้สูงกว่าการทำนาปรัง&amp;nbsp;ทั้งยังใช้น้ำน้อยกว่าและเหมาะกับพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ห่างจากคลองส่งน้ำ&amp;nbsp;ต่อมาชาวบ้านในละแวกนี้มีการปลูกมันฝรั่งเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่งประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;-&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งจากการลงทุน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นกว่าบาท&amp;nbsp;เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;แต่ละคนจะมีกำไรประมาณ&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท/ไร่&amp;nbsp;ขึ้นไป&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุพรรณ&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ขั้นตอนการปลูกนั้น&amp;nbsp;ถือว่าไม่ยุ่งยาก&amp;nbsp;เริ่มจากการไถดินยกร่องแปลงปลูก&amp;nbsp;จากนั้นก็นำพันธุ์มันฝรั่งมาผ่าตรงกลางให้ได้ประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;แล้วนำไปคลุกปูนขาวหรือผงปูนก่อสร้าง&amp;nbsp;รอประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์ก็นำลงแปลงปลูก&amp;nbsp;รดน้ำ&amp;nbsp;พอต้นเริ่มโตก็ทำการกลบ&amp;nbsp;ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาของแต่ละคน&amp;nbsp;ส่วนระยะเวลาการปลูกจะอยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;วันก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว&amp;nbsp;ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และสำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&amp;nbsp;ในการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มแปลงใหญ่มันฝรั่งตำบลยอดชาด&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกกว่า&amp;nbsp;332&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และจำหน่ายให้กับบริษัทในราคาประกันจากโรงงานในราคา&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจจากเกษตรกรในพื้นที่เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับท่านใดที่สนใจเกี่ยวกับการปลูกมันฝรั่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังยาง&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;093-4606153&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309194309168</Link_News></row>
<row _id="247"><NewsTitle>เกษตรกรขอบคุณ รมว.เกษตรฯ-พาณิชย์ ไม่นำเข้าหมู ย้ำปล่อยกลไกตลาดทำงาน ช่วยสร้างเสถียรภาพหมูไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยถึงกรณีที่ภาครัฐยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการเรื่องการนำเข้าสุกร จากแนวโน้มราคาสุกรยังคงเป็นราคาที่ผู้บริโภครับได้ สถานการณ์ราคาในขณะนี้เป็นไปตามกลไกตลาด มีอุปสงค์-อุปทานเป็นตัวกำหนด และราคาขายมีแนวโน้มต่ำลง ขณะเดียวกัน สมาคมผู้เลี้ยงทั่วประเทศได้ให้ความร่วมมือในการรักษาระดับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มโดยตลอด จึงยังไม่มีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องนำเข้า&amp;nbsp;เกษตรกรผู้เลี้ยงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ ยังคงยืนหยัดดูแลเกษตรกรไม่ให้เนื้อหมูนำเข้ามาทำลายเสถียรภาพของอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรของไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;"เกษตรกรผู้เลี้ยงทั้งหมดขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่เดินหน้านโยบายดูแลพี่น้องเกษตรกรคนเลี้ยงหมู โดยไม่เปิดนำเข้าหมู เข้ามาซ้ำเติมทุกข์ของพวกเรา แม้ว่าวันนี้ราคาหมูจะปรับตัวลดลง สวนทางกับภาระต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นที่ภาคผู้เลี้ยงต้องแบกรับ ตามสถานการณ์โลกที่มีผลต่อต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงขึ้น ตามกลไกตลาดโลกจากวิกฤติยูเครน-รัสเซียก็ตาม แต่เรายังมีกำลังใจร่วมกันผลิตหมูปลอดภัยต่อไป ขอเพียงภาครัฐยึนเคียงข้างเกษตรกร ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานอย่างเสรี ดังเช่นที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้ราคาหมูเกิดเสถียรภาพ และเป็นแรงจูงใจอย่างดี ทำให้พี่น้องเกษตรกรรายย่อย-รายเล็ก หันกลับมาเลี้ยงหมู ทำให้มีปริมาณหมูในระบบมากขึ้น ตามเป้าหมายที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการผลักดัน" นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้เปิดเผยผลสำรวจจำนวนผู้เลี้ยงสุกรล่าสุดพบว่า มีเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเพิ่มขึ้น โดยฟาร์มไซส์ M มีผู้เลี้ยงเพิ่ม 963 ราย เพิ่มขึ้น 24.97% และไซส์ L เพิ่มขึ้น 651 ราย จากเดิมที่มี 241 ราย อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้เลี้ยงยังคงต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ ในการดูแลปัญหาเรื่องต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวขึ้นทุกชนิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสุกรได้ต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309195808173</Link_News></row>
<row _id="248"><NewsTitle>สุพรรณบุรีจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สุพรรณบุรีรวมใจ ป้องกันแก้ไขไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;"สุพรรณบุรีรวมใจ&amp;nbsp;ป้องกันแก้ไขไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)"&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อทำความเข้าใจ&amp;nbsp;เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการหาสาเหตุการเกิดและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวป้องกันแก้ไขแก่ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะภาคประชาชน&amp;nbsp;และเพื่อให้เกิดความร่วมมือตามแผนเผชิญเหตุไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;ที่กำหนดของจังหวัด&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การจัดทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;ในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์&amp;nbsp;ก็เป็นกิจกรรมที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ที่มักต่อเนื่องจากการเผาที่โล่งได้&amp;nbsp;จึงขอให้พวกเราทั้งที่เจ้าหน้าที่รัฐและภาคประชาชนชาวสุพรรณ&amp;nbsp;ได้ร่วมมือกันในการรณรงค์&amp;nbsp;เผยแพร่&amp;nbsp;และลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาและผลกระทบจากการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวปวีณา&amp;nbsp;ทิพย์เสวต&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรีได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงภาคเอกชนคือโรงงานน้ำตาลมิตรผล&amp;nbsp;จัดกิจกรรมสุพรรณบุรีรวมใจ&amp;nbsp;ป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนมีความรู้ความเข้าใจสาเหตุและผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;งด/ลดการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;การเผาป่า&amp;nbsp;การเผาขยะ&amp;nbsp;และการเผาวัชพืชข้างทาง&amp;nbsp;รวมถึงลดฝุ่นละอองขนาดเล็กและปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ที่เกิดจากกิจกรรมการขนส่งและการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;กิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การบรรยายและการจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ&amp;nbsp;สมาชิกเครือข่ายอาสาสมัครทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน&amp;nbsp;(ทสม.)&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;แกนนำชุมชนและพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309213701208</Link_News></row>
<row _id="249"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค11X-Ray โรงงานที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเอกสิทธิ์&amp;nbsp;อักษร&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบโรงงานที่ดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบมาตรการป้องกันมลพิษจากการประกอบกิจการและมาตรการป้องกันอัคคีภัยตามนโยบายของอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ในเขตอุสาหกรรมสุรนารี&amp;nbsp;ตำบลหนองบัวศาลา&amp;nbsp;และตำบลหนองระเวียง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก&amp;nbsp;จากเมลามีน&amp;nbsp;(Melamine)&amp;nbsp;ประเภทของใช้ในครัวเรือน&amp;nbsp;และชิ้นส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;โรงงานผลิตถุงปูน&amp;nbsp;และถุงใหญ่บิ๊กแบ็ค(big&amp;nbsp;bag&amp;nbsp;)/&amp;nbsp;ถุงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;จากพลาสติกพอลิโพรไพลีน&amp;nbsp;Polypropylene&amp;nbsp;(PP)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจสอบมาตรการป้องกันอัคคีภัยของสถานประกอบการพลาสติก&amp;nbsp;พบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โรงงานมีมาตรการแนวทางในการป้องกันอัคคีภัยไว้เบื้องต้น&amp;nbsp;และมีการติดตั้งป้ายมาตรการป้องกันอัคคีภัยในพื้นที่จุดต่างๆ&amp;nbsp;ภายในโรงงาน&amp;nbsp;ทั้งนี้โรงงานดังกล่าว&amp;nbsp;ไม่มีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก&amp;nbsp;สำนักงานฯ&amp;nbsp;ได้กำชับผู้ประกอบการให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังอัคคีภัย&amp;nbsp;และฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309224107218</Link_News></row>
<row _id="250"><NewsTitle>ทสจ.สุพรรณบุรี จัดกิจกรรมจัดทำแนวกันไฟ ชิงเก็บ ลดเผา ลดปัญหาหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลวังคัน&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุพรรณบุรีร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและส่วนราชการในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จัดกิจกรรมการจัดทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ความรู้และเทคนิค&amp;nbsp;โดยการสาธิตและปฏิบัติจริงในการจัดทำแนวกันไฟให้กับสมาชิกเครือข่าย&amp;nbsp;ทสม.,&amp;nbsp;สมาชิกป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ในบริเวณป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่&amp;nbsp;สืบเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าชุมชนขนาดใหญ่&amp;nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;2,593&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าห้วยขมิ้น&amp;nbsp;ป่าพุน้ำร้อนและป้าหนองหญ้าไทร&amp;nbsp;ท้องที่ตำบลวังคัน&amp;nbsp;อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp;ป่าบริเวณนี้จะเกิดไฟป่าเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;และอยู่ใกล้ชุมชน&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นต้องให้ความรู้ในการทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;และส่งเสริมให้สมาชิกป่าชุมชนและเครือข่ายทสม.มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปรีชา&amp;nbsp;ทองคำ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้ให้ความสำคัญต่อปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และไฟป่า&amp;nbsp;ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อของฤดูหนาวไปถึงฤดูร้อนของทุกปี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีได้จัดกิจกรรมในวันนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเข้าใจเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุการเกิด&amp;nbsp;และผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไขแก่ทุกภาคส่วน&amp;nbsp;และจัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ป่าชุมชนบ้านทุ่งใหญ่แห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;รักษาป่าชุมชนที่พี่น้องชุมชนบ้านทุ่งใหญ่ดูแลรักษามานับทศวรรษให้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ตามเจตจำนงค์ของคณะกรรมการป่าชุมชน&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งอาหารของชุมชน&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้&amp;nbsp;และเป็นมรดกให้ลูกหลานสืบไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309214126209</Link_News></row>
<row _id="251"><NewsTitle>หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11บูรณาการหน่วยงานร่วม  ปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว&amp;nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&amp;nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;304&amp;nbsp;ป้อมสถานีตำรวจวังน้ำเขียว&amp;nbsp;อำเภอวังน้ำเขียว&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&amp;nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการ&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;83&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;แบ่งออกเป็น&amp;nbsp;รถตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2522&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;38&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และรถตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,083&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;165&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-09-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220309224957219</Link_News></row>
<row _id="252"><NewsTitle>จ.นราธิวาส สรุปความเสียหายด้านการเกษตรหลังเกิดอุทกภัยในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมขอให้ยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ (แบบ กษ.01) ภายในวันที่ 25 มีนาคม นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเทอดศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัญจวน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;23-27&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สายหลักในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ลุ่มน้ำสายบุรี&amp;nbsp;ลุ่มน้ำบางนราและลุ่มน้ำโก-ลก&amp;nbsp;มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;บ้านเรือนและพื้นที่ทำกินของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดนราธิวาสได้ประกาศเป็นเขตให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;เหตุอุทกภัย&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;561&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เขตเทศบาล&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มี.ค.65)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประเมินความเสียหายเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;28,829&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;10,861&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แยกเป็นนาข้าว&amp;nbsp;4,662&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พืชไร่และพืชผัก&amp;nbsp;1,623&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พืชสวนและอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;4,576&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;442&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แยกเป็น&amp;nbsp;ปลาในบ่อดิน&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;168.464&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปลาในกระชัง/บ่อซีเมนต์&amp;nbsp;685.68&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;44&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;166&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โดยทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ตามแบบ&amp;nbsp;กษ.01&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;โทร.073-532744&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310090630244</Link_News></row>
<row _id="253"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก ส่วนภาคใต้ฝนลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ฝนลดลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&amp;nbsp;ด้านภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,715&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,670&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310093552255</Link_News></row>
<row _id="254"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม 16 พื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นระดับสีส้มบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวสูงขึ้นเกินมาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีแนวโน้มค่าฝุ่นอาจสูงขึ้นได้บางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ริมถนนลาดพร้าว&amp;nbsp;ซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนบางนา-ตราด&amp;nbsp;เขตบางนา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนเพชรเกษม&amp;nbsp;เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แขวงคลองเตย&amp;nbsp;เขตคลองเตย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนกาญจนาภิเษก&amp;nbsp;เขตบางขุนเทียน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ริมถนนดินแดง&amp;nbsp;เขตดินแดง&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศปิดและลมนิ่ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310093830256</Link_News></row>
<row _id="255"><NewsTitle>ไปรษณีย์ตราด เปิดแผน ช่วยพี่น้องเกษตรกร รับส่งครบทุกมิติ เปิดฤดูกาลผลไม้เมืองตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเทิดศักดิ์&amp;nbsp;ศรีวงษ์&amp;nbsp;หัวหน้าไปรษณีย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เปิดเผยถึงนโยบาย&amp;nbsp;ในการเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;ในฤดูกาลผลไม้จังหวัดตราด&amp;nbsp;ทำให้ระบบขนส่งสินค้า&amp;nbsp;และเศรษฐกิจมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ไปรษณีย์&amp;nbsp;ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยสร้างรายได้&amp;nbsp;และสร้างความต่อเนื่องในการค้าขายให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งผู้ใช้บริการทั่วประเทศ&amp;nbsp;ล่าสุดได้มีการเตรียมความพร้อมระบบการขนส่ง&amp;nbsp;ของทางไปรษณีย์&amp;nbsp;เพื่อรองรับผลผลิตผลไม้&amp;nbsp;การดูแลสินค้า&amp;nbsp;มีการดำเนินการเบิกกล่องพลาสติก&amp;nbsp;ป้องกันผลิตผล&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ลดแรงกระแทกระหว่างการขนส่ง&amp;nbsp;ตลอดจนนโยบายที่ไปรับพัสดุถึงที่&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกและสนับสนุนผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และผู้ใช้บริการ&amp;nbsp;ให้ขนส่งสิ่งของตรงไปสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;และผู้รับปลายทางด้วยความต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ใช้บริการได้สัมผัสความสะดวกสบายและมีทางเลือกในการส่งของอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;ด้วยขั้นตอนการใช้บริการที่ไม่ยุ่งยาก&amp;nbsp;และไม่ต้องเดินทางมาส่งสิ่งของด้วยตนเอง&amp;nbsp;โดยขณะนี้บริการดังกล่าวครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;และถือเป็นบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;อย่างแท้จริง&amp;nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันโควิด&amp;nbsp;-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หัวหน้าไปรษณีย์&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้กล่าวเสริมอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางไปรษณีย์&amp;nbsp;ทั้งต้นทาง&amp;nbsp;ไปรษณีย์ตราด&amp;nbsp;และปลายทาง&amp;nbsp;ศูนย์ใหญ่ไปรษณีย์ศรีราชา&amp;nbsp;ได้มีมาตรการพ่นฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;ตามแนวนโยบายของทางไปรษณีย์อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;และฝากถึงพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;และผู้ที่ใช้บริการ&amp;nbsp;ขอให้มั่นใจในบริการไปรษณีย์&amp;nbsp;ที่มีต่อสินค้าหรือบริการ&amp;nbsp;ให้ถึงปลายทาง&amp;nbsp;ให้ตรงเวลาตามมาตรฐานที่ไปรษณีย์ไทยกำหนด&amp;nbsp;แล้วถ้าเกิดความเสียหายทางไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;มีความยินดีที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;ขอให้ผู้ใช้บริการมั่นใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310105511307</Link_News></row>
<row _id="256"><NewsTitle>วราวุธ กำชับเร่งแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันปีนี้อย่างเข้มข้น ทั้งภายในประเทศและหมอกควันข้ามแดน ภาพรวมปีนี้เกิดจุดความร้อนไปแล้วเกือบ 13,000 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กำชับเร่งแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันปีนี้อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;ทั้งภายในประเทศและหมอกควันข้ามแดน&amp;nbsp;ภาพรวมปีนี้เกิดจุดความร้อนไปแล้วเกือบ&amp;nbsp;13,000&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;เฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พฤษภาคมว่า&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;โดยให้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืชและกรมป่าไม้ดูแลในพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;ด้วยการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคประสานจังหวัดดำเนินงานและให้จังหวัดกำกับดูแลให้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;พร้อมทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการเกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ภาพรวมจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;พื้นที่ภาคเหนือปีนี้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;3,717&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;5,316&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตรและที่อื่นๆ&amp;nbsp;3,763&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รวมแล้วกว่า&amp;nbsp;12,796&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์จุดความร้อนสะสมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;พบปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เกิดจึดความร้อนขึ้น&amp;nbsp;25,770&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนขึ้น&amp;nbsp;17,289&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนขึ้น&amp;nbsp;3,717&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนการลดปริมาณเชื้อเพลิงด้วยวิธีชิงเก็บลดเผาปีนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;กรมป่าไม้ได้ดำเนินการพื้นที่ชิงเก็บได้กว่า&amp;nbsp;11,261&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จัดเก็บเชื้อเพลิงได้จำนวนปริมาณ&amp;nbsp;708.24&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ด้านกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์พืชกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่&amp;nbsp;โดยทุกหน่วยงานได้ปฏิบัติงานตามมาตรการอย่างเข้มข้นทั้งการเฝ้าระวัง&amp;nbsp;การจัดทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;การจัดชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าดับไฟ&amp;nbsp;และการดูแลสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;การป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดนปีนี้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบเริ่มเกิดปัญหาหมอกควันข้ามแดนในอนุภูมิภาคแม่โขงขึ้นและมีแนวโน้มส่งผลกระทบในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;แล้วจะส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในอนาคตด้วย&amp;nbsp;ทำให้&amp;nbsp;คพ.ได้ประสานและรายงานสถานการณ์ปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่มีผลกระทบต่อไทยไปยังสำนักเลขาธิการเซียน&amp;nbsp;เพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านลดการเผาในที่โล่งตามแบบฟอร์มของอาเซียน&amp;nbsp;โดยได้รายงานและแจ้งปัญหาหมอกควันข้ามแดนไปแล้ว&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งสำนักเลขาธิการอาเซียนได้ประสานแจ้งเวียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของไทยให้ประเทศเพื่อนบ้านรับทราบแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนสามารถติดตามการรายงานคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;ได้ผ่านทางเว็บไซต์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Air4Thai&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310103258295</Link_News></row>
<row _id="257"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้การเกิดพายุฤดูร้อนจะช่วยลดในบางจุดลงได้ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;แม้การเกิดพายุฤดูร้อนจะช่วยลดในบางจุดลงได้&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(9&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;262&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;79&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;61&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษณ์&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครพนม&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจำนวนมากจากการเกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังพบจุดความร้อนบ้างในพื้นที่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2,039&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;827&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;820&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310115454327</Link_News></row>
<row _id="258"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร ชวนกินมังคุดผลเล็กภาคตะวันออก รสเข้มสุดฟิน พอดีคำ ชี้ปี 65 ปัจจัยเอื้อรอบด้าน มังคุด 3 จังหวัดติดผลดี พร้อมจำหน่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากข้อมูลของคณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดการณ์ว่า&amp;nbsp;มังคุดภาคตะวันออกจะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณหนึ่งเท่าตัว&amp;nbsp;เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ&amp;nbsp;ที่เอื้ออำนวย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สภาพอากาศที่หนาวเย็นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนถึงเดือนมกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ช่วยกระตุ้นการออกดอกได้ดี&amp;nbsp;อีกทั้งเมื่อปีที่ผ่านมาต้นมังคุดไม่ติดผล&amp;nbsp;จึงทำให้เกิดการพักต้น&amp;nbsp;และสะสมอาหารอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดมาตรการตามนโยบายการบริหารจัดการผลไม้&lt;/strong&gt;ของ&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Fruit&amp;nbsp;Board&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จัดแคมเปญส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรภายในประเทศ&amp;nbsp;Fresh&amp;nbsp;Fruit&amp;nbsp;From&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;การสนับสนุนให้เกษตรกรเน้นการจำหน่ายผลผลิตทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสาเหตุที่ทำให้มังคุดมีผลเล็กนั้น&amp;nbsp;เกิดจากสภาพแวดล้อมที่แปรปรวน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทำให้ผลมังคุดบางส่วนมีขนาดเล็กลง&amp;nbsp;แต่ยืนยันว่ายังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน&amp;nbsp;และยังมีรสชาติดีเยี่ยมเช่นเดิม&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีลักษณะเด่น&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เปลือกบาง&amp;nbsp;รสเข้มข้นหวานนำเปรี้ยวตาม&amp;nbsp;เนื้อสีขาวฟูมีความฉ่ำ&amp;nbsp;ที่สำคัญสามารถรับประทานได้ง่าย&amp;nbsp;เนื่องจากไม่มีเมล็ดโตให้ต้องคายทิ้ง&amp;nbsp;สามารถเคี้ยวกลืนเนื้อได้ทั้งผล&amp;nbsp;และจะทำให้มีปริมาณส่วนที่รับประทานได้มากขึ้นเมื่อเทียบปริมาณต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งผลการวิจัยพบว่า&amp;nbsp;เนื้อมังคุด&amp;nbsp;มีสารอาหารที่จำเป็น&amp;nbsp;ทั้งวิตามินซี&amp;nbsp;วิตามินอี&amp;nbsp;วิตามินบีต่างๆ&amp;nbsp;และมีแร่ธาตุที่จำเป็น&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเชิญชวนประชาชนสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดภาคตะวันออกได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนสถานการณ์ผลผลิตมังคุดของภาคตะวันออก&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จันทบุรี&amp;nbsp;และตราด&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;มีเนื้อที่ปลูกทั้งหมด&amp;nbsp;192,670&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเป็นเนื้อที่ให้ผลแล้ว&amp;nbsp;188,428&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ขณะที่ปริมาณผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดมีประมาณ&amp;nbsp;210,864&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผลผลิตมังคุดจากทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;โดยในช่วงเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงที่มีผลผลิตมังคุดจาก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดออกสู่ตลาดมากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310112251314</Link_News></row>
<row _id="259"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตรัง เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ&amp;nbsp;และกล่าวเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต.บางดี&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;จ.ตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&amp;nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp;สำหรับปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบางดี&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยบูรณาการจัดงานร่วมกับโครงการ&amp;nbsp;หน่วยบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;ของจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้บริการทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยบริการคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;จัดเป็นกลุ่มบริการด้านพืช&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านประมง&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านกฎหมาย&amp;nbsp;และกลุ่มบริการด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หน่วยงาน&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;red;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;และภายนอกจังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลามาร่วมให้บริการเกษตรกร&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการนำผลผลิตทางการเกษตรของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ปลูกผักยกแคร่ในพื้นที่อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขันอำเภอนาโยง&amp;nbsp;และกลุ่มข้าวเบายอดม่วงอำเภอนาโยงมาแสดงและจำหน่ายในบริเวณงานด้วย&amp;nbsp;เกษตรกรที่มาร่วมงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรในอำเภอห้วยยอดและใกล้เคียงเป้าหมาย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310114545325</Link_News></row>
<row _id="260"><NewsTitle>จังหวัดสตูล พร้อมเดินหน้าตามกรอบการประเมินการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จังหวัด สะอาด ประจำปี พ.ศ. 2565 รอบคัดเลือก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงหลักเกณฑ์ประเมินการประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบคัดเลือก&amp;nbsp;ตามเกณฑ์การประกวด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;2.การดำเนินการตามแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้านการจัดการขยะต้นทาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ด้านการจัดการขยะกลางทาง&amp;nbsp;และด้านการจัดการขยะปลายทาง&amp;nbsp;3.การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;4.การนำนวัตกรรมหรือกิจรรมริเริ่มสร้างสรรค์มาใช้ในการจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;5.การจัดการขยะอันตรายชุมชน&amp;nbsp;6.การจัดการขยะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;7.การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบร้อยของพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสน่ห์ของจังหวัดสตูลอยู่ที่ความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;จึงอยากให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้มงวดกวดขันเรื่องนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp;เพื่อให้สอดคล้องกับวาระการขับเคลื่อนจังหวัดสตูล&amp;nbsp;"วาระ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.&amp;nbsp;เมืองสตูลน่าอยู่&amp;nbsp;น่าเยือน&amp;nbsp;อย่างยั่งยืน"&amp;nbsp;สตูล...สะอาด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การสร้างวินัย&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การรักษาความสะอาด&amp;nbsp;การคัดแยกขยะต้นทางและบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และนอกจากจะดำเนินการตามหลักวิชาการแล้วจะต้องปฏิบัติได้จริงด้วย&amp;nbsp;โดยเฉพาะภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง&amp;nbsp;42&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;นอกจากนี้จังหวัดสตูลยังมีพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนของการจัดการขยะคือบริเวณพื้นที่เกาะต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เกาะปูยู&amp;nbsp;และเกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้รับรางวัลการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เป็นอันดับ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของภาคใต้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310115929329</Link_News></row>
<row _id="261"><NewsTitle>จังหวัดตรัง  จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ&amp;nbsp;และกล่าวเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต.บางดี&amp;nbsp;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการ&amp;nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร&amp;nbsp;อีกทั้งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการให้บริการและแก้ไขปัญหาทางเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp;สำหรับปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กำหนด&amp;nbsp;จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดในวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านควนอารี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลบางดี&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยบูรณาการจัดงานร่วมกับโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;พอ.สว.ของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยกิจกรรมในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วยการให้บริการทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยบริการคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;จัดเป็นกลุ่มบริการด้านพืช&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านประมง&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านกฎหมาย&amp;nbsp;และกลุ่มบริการด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดตรัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;และภายนอกจังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง&amp;nbsp;ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชจังหวัดสงขลามาร่วมให้บริการเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการนำผลผลิตทางการเกษตรของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปลูกผักยกแคร่ในพื้นที่อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต้นตำรับแป้งสาคูรวมใจบ้านไสขันอำเภอนาโยง&amp;nbsp;และกลุ่มข้าวเบายอดม่วงอำเภอนาโยงมาแสดงและจำหน่ายในบริเวณงานด้วย&amp;nbsp;เกษตรกรที่มาร่วมงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรในอำเภอห้วยยอดและใกล้เคียงเป้าหมาย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310133726395</Link_News></row>
<row _id="262"><NewsTitle>กรมการข้าว จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวชายแดนใต้ ปี 65 แก้ปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายณัฎฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&amp;nbsp;ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&amp;nbsp;ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาการผลิตข้าวที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;รวมไปถึงการแสดงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมที่ให้ผลผลิตสูง&amp;nbsp;การแสดงเทคโนโลยีการผลิตข้าว&amp;nbsp;เครื่องจักรกลที่ใช้ในการลดต้นทุน&amp;nbsp;การผลิตข้าว&amp;nbsp;การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากข้าว&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ผลิตข้าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่ผู้มาร่วมงาน&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีนิทรรศการจากหลายหน่วยงานและมีกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;มากมายที่เป็นประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงานในวันนี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับโครงการตำบลมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;ยั่งยืน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหารของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้แก่ครัวเรือนเกษตรกรผู้ทำนา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กิจกรรมคือ&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;และกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310205153674</Link_News></row>
<row _id="263"><NewsTitle>กรมชลประทาน เดินหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;จังหวัด&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่กรมชลประทานได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)&amp;nbsp;ก่อนที่จะดำเนินการสร้าง&amp;nbsp;บริเวณตอนล่างของอ่างเก็บน้ำห้วยป่าเลา&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่&amp;nbsp;อำเภอหัวหิน&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;มีแผนการดำเนินงาน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2560-2566)&amp;nbsp;มีพื้นที่ชลประทาน&amp;nbsp;6,490&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้กับราษฎรในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1,2,3,5,6&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,095&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ประชากรประมาณ&amp;nbsp;3,250&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมไปถึงครูและนักเรียนของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนเรศวรป่าละอู&amp;nbsp;จะมีแหล่งน้ำใช้อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอตลอดทั้งปี&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างหลากหลายและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;เร่งรัดติดตามงานก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอูอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;จังหวัด&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็ว&amp;nbsp;คาดปีหน้า(2566)&amp;nbsp;จะดำเนินการแล้วเสร็จและเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ภาพรวมการก่อสร้างถือว่าเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้&amp;nbsp;ได้ปรับแผนการก่อสร้างให้สามารถเก็บกักน้ำได้&amp;nbsp;แม้โครงการจะยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำทั้งอุปโภคบริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;โดยไม่กระทบกับการก่อสร้าง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204928672</Link_News></row>
<row _id="264"><NewsTitle>เกษตรอำเภอเมืองตรัง จัดกิจกรรมจัดทำ focus group เพื่อสรุปข้อมูลการประเมินสถานการณ์ผลผลิตในแปลงพยากรณ์ไม้ผลระดับอำเภอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายศรายุทธ&amp;nbsp;นวลเนาว์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดกิจกรรมจัดทำ&amp;nbsp;focus&amp;nbsp;group&amp;nbsp;เพื่อสรุปข้อมูลการประเมินสถานการณ์ผลผลิตในแปลงพยากรณ์ไม้ผลระดับอำเภอครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;มีจุดประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์การออกดอกติดผล&amp;nbsp;ของไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้(ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;ลองกอง)&amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดทำปฏิทินการผลิตสำหรับวางแผนบริหารจัดการไม้ผลเบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้มีการแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ที่ประสบปัญหาเป็นพืชทุเรียน&amp;nbsp;และปัญหาที่พบเป็นปัญหาเกี่ยวกับการผลิต&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การระบาดของหนอนเจาะเมล็ด&amp;nbsp;และหนอนเจาะผลทุเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการนี้สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังได้ให้คำแนะนำวิธีในการป้องกันกำจัดด้วยการใช้กับดักแสงไฟ&amp;nbsp;(black&amp;nbsp;light)&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถทำได้ไม่ยาก&amp;nbsp;ประหยัด&amp;nbsp;ไม่ใช้สารเคมี&amp;nbsp;และยังให้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141622417</Link_News></row>
<row _id="265"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ ตำบลโพรงจระเข้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรเข้ารับบริการจำนวน&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&amp;nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&amp;nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310141928427</Link_News></row>
<row _id="266"><NewsTitle>เกษตรกรในพื้นที่ตำบลทุ่งยาว อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ปลูกมะนาวขาย  โดยในช่วงนี้ ผลผลิตทางการเกษตรขายได้ราคาที่สูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวปราณี&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางสาวบุหลัน&amp;nbsp;ทักษิณาวาณิชย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางสาวศัลยา&amp;nbsp;มานะกล้า&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกมะนาว&amp;nbsp;และปลูกผักในพื้นที่ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;1.&amp;nbsp;นายจรัล&amp;nbsp;บุญโยดม&amp;nbsp;(สวนมะนาวโบวี่)&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ปลูกมะนาว&amp;nbsp;หลากหลายพันธุ์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;บนเนื้อที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;โดยผลผลิตอยู่ที่&amp;nbsp;20-50&amp;nbsp;กิโลกรัม/วัน&amp;nbsp;ช่วงนี้เก็บผลผลิตได้น้อยวันละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ขายภายในพื้นที่ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;ได้ราคาสูงถึง&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;2.&amp;nbsp;นายสมพร&amp;nbsp;คงชู&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;บนเนื้อที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยแบ่งพื้นที่ปลูกมะนาว&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และปลูกพืชผักตามฤดูกาล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักคะน้า&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;กวางตุ้ง&amp;nbsp;ผักพื้นบ้าน&amp;nbsp;กะเพรา&amp;nbsp;โหระพา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ยอดมะม่วงหิมพานต์&amp;nbsp;ยอดใบหมุย&amp;nbsp;มะตูมซาอุ&amp;nbsp;ซึ่งทุกวันจะมีผลผลิตส่งขายแม่ค้าตลาดสดเทศบาลทุ่งยาว&amp;nbsp;และร้านอาหารในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งในช่วงนี้&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรขายได้ราคาที่สูงขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะในส่วนของมะนาว&amp;nbsp;เก็บผลผลิตได้วันละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จำหน่าย&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310143055436</Link_News></row>
<row _id="267"><NewsTitle>สำนักงานประมงจังหวัดเลย จัดโครงการเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำ สร้างแหล่งอาหารให้ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิทยา&amp;nbsp;หันตุลา&amp;nbsp;นักวิชาการประมงปฏิบัติการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสายัน&amp;nbsp;อาสาวัง&amp;nbsp;ประมงอำเภอวังสะพุง&amp;nbsp;และนางสุพัตรา&amp;nbsp;เงินลาด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน&amp;nbsp;ได้มอบพันธุ์ปลากินพืชและอาหารปลากินพืช&amp;nbsp;2&amp;nbsp;โครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อ.ด่านซ้าย&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;บ้านห้วยไผ่&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ต.อิปุ่ม&amp;nbsp;อ.ด่านซ้าย&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;มอบพันธุ์ปลากินพืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;1000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อาหารปลากินพืชเล็ก&amp;nbsp;โปรตีน&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และโครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน&amp;nbsp;(ลุ่มน้ำหมัน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.กกสะทอน&amp;nbsp;อ.ด่านซ้าย&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;พันธุ์ปลากินพืช&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;1000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อาหารปลากินพืชเล็ก&amp;nbsp;โปรตีน&amp;nbsp;18%&amp;nbsp;รายละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และติดตามให้คำแนะนำเกษตรกรในการเลี้ยงปลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310145017442</Link_News></row>
<row _id="268"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตำบลบางสักให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้นายปิยวุฒิ&amp;nbsp;แดงเหมือน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลบางสัก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาเอนกประสงค์วัดทุ่งโคกหิน&amp;nbsp;หมู่ที่2&amp;nbsp;ตำบลบางสัก&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&amp;nbsp;53&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆจากทางภาครัฐ&amp;nbsp;สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&amp;nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&amp;nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&amp;nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310163037525</Link_News></row>
<row _id="269"><NewsTitle>จังหวัดตรัง  เดินหน้าตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอปะเหลียน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดินหน้าตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;ที่ว่าการอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรปะเหลียน&amp;nbsp;และสำนักงานสาขาชั่งตวงวัด&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;3-6&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของผู้ประกอบการลานเทในพื้นที่อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายผลปาล์มน้ำมัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันจังหวัดตรังให้สามารถแข่งขันในตลาดได้&amp;nbsp;และกำกับดูแลผู้ประกอบการลานเทให้ปฏิบัติตามประกาศจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการลานเทแจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จำหน่ายผลปาล์มน้ำมันต้องยืนยันแสดงตัวตน&amp;nbsp;โดยยื่นสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขายผลปาล์มประกอบการซื้อขายทุกครั้ง&amp;nbsp;และห้ามรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ไม่ปรากฏแหล่งที่มา&amp;nbsp;เพื่อป้องปรามการลักขโมยผลปาล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310161211494</Link_News></row>
<row _id="270"><NewsTitle>ปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด ตรวจประเมินฟาร์มไก่พื้นเมือง เพื่อยกระดับสู่ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม GOOD FARMING MANAGEMENT (GFM)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานปศุสัตว์อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดำเนินการตรวจประเมินฟาร์มเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;เพื่อยกระดับให้เข้าสู่ฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;GOOD&amp;nbsp;FARMING&amp;nbsp;MANAGEMENT&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ฟาร์มไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;ของเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;ซึ่งข้อดีของการเข้าสู่ระบบฟาร์ม&amp;nbsp;GFM&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;ลดรายจ่ายและความสูญเสียจากการรักษาสัตว์ป่วย&amp;nbsp;กรณีเกิดโรคระบาด&amp;nbsp;ประชาชนได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310151044456</Link_News></row>
<row _id="271"><NewsTitle>รองอธิบดี กสก. ตรวจเยี่ยมแปลงแตงโมอินทรีย์ ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร พร้อมใส่บล็อคแตงโมรูปหัวใจ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่ท้องทุ่งกลุ่มแปลงใหญ่แตงโมอินทรีย์ตำบลลุมพุก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ้านเหล่าฝ้าย&amp;nbsp;ตำบลลุมพุก&amp;nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกลุ่มแปลงใหญ่ปลูกแตงโมอินทรีย์พร้อมสอบถามอุปสักปัญหาในการปลูกแตงโมอินทรีย์ตลอดจนความต้องการของกลุ่มฯที่ปลูกแตงโมอินทรีย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ยังได้ลงพื้นที่ไร่แตงโมอินทรีย์ดูผลผลิต&lt;/strong&gt;และร่วมใส่บล็อครูปหัวใจให้กับแตงโมเมื่อแตงโมโตแล้วเต็มบล็อคก็จะกลายเป็นแตงโมรูปหัวใจเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแตงโมซึ่งจำหน่ายที่ลูกละ&amp;nbsp;399&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่หากเป็นแตงโมอินทรีย์ลูกตามปกติทั่วไปจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีนายประยงค์&amp;nbsp;พลขำ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้วพร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่แตงโมอินทรีย์ตำบลลุมพุก&amp;nbsp;พร้อมสมาชิกให้การต้อนรับและรายงานผลการผลิตปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ให้รับทราบในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310153702467</Link_News></row>
<row _id="272"><NewsTitle>จังหวัดแพร่กำหนดลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เพื่อติดตามสนับสนุนในการคำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รับแจ้งจาก&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;โตมี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางจังหวัดแพร่โดยนายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;กำหนดลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30-16.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&amp;nbsp;ตำบลเวียงต้า&amp;nbsp;อำเภอลอง&amp;nbsp;ซึ่งจะมีหน่วยงานที่รับการตรวจติดตาม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอลอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ลอง&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอวังชิ้นได้แก่&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังชิ้น&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าแพร่&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30-&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&amp;nbsp;ตำบลสะเอียบ&amp;nbsp;อำเภอสอง&amp;nbsp;หน่วยงานที่รับการตรวจติดตาม&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอสอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ยม&amp;nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;พร.2&amp;nbsp;(แม่สอง)&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สอง&amp;nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการรับทราบปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และมอบนโยบายในการปฏิบัติ&amp;nbsp;มอบสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมาย&amp;nbsp;หรือตัวชี้วัดของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;สังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310154821471</Link_News></row>
<row _id="273"><NewsTitle>รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดกระบี่ ครั้งที่ 1 2565 หารือแนวทางการก่อตั้งโรงงานกำจัดขยะพื้นที่เกาะและพิจารณาผลการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน จังหวัดสะอาด ประจำปี 2564 จังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุวรรตน์&amp;nbsp;โหมดพริ้ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธีรยุทธ&amp;nbsp;กำศิริพิมาน&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;นายสาโรจน์&amp;nbsp;ไชยมาตย์&amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ในฐานะฝ่ายเลขานุการ&amp;nbsp;มีคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอ่าวลึก&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมในวันนี้&amp;nbsp;ได้รับทราบและหารือแนวทาง&lt;/strong&gt;ในการจัดตั้งโรงงานกำจัดขยะในกลุ่ม&amp;nbsp;Cluster&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอเกาะลันตา&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอเกาะลันตาได้จัดประชุมร่วมกับ&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาหาพื้นที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อตั้งโรงงานกำจัดขยะเรื่องการจัดการมูลฝอยติดเชื้อในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;และกรมส่งเสริมท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยให้องค์กรส่วนท้องถิ่นดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่คนในชุมชนในมาตรการรณรงค์คัดแยกขยะ&amp;nbsp;เก็บขยะ&amp;nbsp;และกำจัดขยะ&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;รายงานผลการดำเนินงานการจัดทำถังขยะอินทรีย์หรือถังขยะเปียกครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้มีการพิจารณาผลการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;การจัดการขยะ&amp;nbsp;มูลฝอย&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดทำเกณฑ์การประกวดจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบคัดเลือก&amp;nbsp;โดยขอให้จังหวัดรวบรวมและจัดทำเอกสารผลการดำเนินงานการจัดการมูลฝอยชุมชนในปีงบประมาณพ.ศ.2564(ตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;-กันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นำเสนอคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดให้ความเห็นชอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และมีการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมประเมินผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;.และนำเสนอแผนงานเพื่อจัดทำมาตรการแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะเป้าหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ได้เน้นย้ำในเรื่องของ&lt;/strong&gt;การบริหารจัดการขยะ&amp;nbsp;ต้องมีการแก้ปัญหาขยะเก่า&amp;nbsp;และรองรับการแก้ปัญหาขยะที่จะเกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายของจังหวัดกระบี่ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนกับกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการบริหารการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปานอุมา&amp;nbsp;แหละยุหีม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162732521</Link_News></row>
<row _id="274"><NewsTitle>วราวุธ ให้ทบทวนการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่เมาะ พร้อมย้ำ การศึกษาทางเลือกระหว่างการพัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชน ต.ปง จ.พะเยา ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์ลดกระทบระบบนิเวศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ให้ทบทวนการใช้พื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่เมาะ&amp;nbsp;พร้อมย้ำ&amp;nbsp;การศึกษาทางเลือกระหว่างการพัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชน&amp;nbsp;ต.ปง&amp;nbsp;จ.พะเยา&amp;nbsp;ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์ลดกระทบระบบนิเวศ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ได้พิจารณาเกี่ยวกับการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติดอยภูนางบางส่วน&amp;nbsp;เพื่อให้กรมชลประทานก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมาะอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ต.ปง&amp;nbsp;อ.ปง&amp;nbsp;จ.พะเยา&amp;nbsp;จะส่งผลกระทบกับระบบนิเวศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะถิ่นอาศัยของนกยูง&amp;nbsp;ซึ่งนกยูงได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ทั้งบริเวณลำห้วยหลัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ห้วยแม่เมาะและลำห้วยสาขาที่มีน้ำไหลไม่ตลอดทั้งปีอยู่เป็นประจำจนมีความถี่การพบสูง&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศของลำห้วยมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของนกยูงบริเวณพื้นที่ที่เป็นอ่างเก็บน้ำดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้ที่ประชุมได้มีมติ&amp;nbsp;ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือกอื่นๆที่ดีที่สุด&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ให้มีน้ำใช้สำหรับการเกษตรกว่า&amp;nbsp;4,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศด้วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การใช้ศักยภาพของน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;จึงเน้นย้ำเป้าการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน&amp;nbsp;เป็นหลักแต่ต้องควบคู่กับการอนุรักษ์เพื่อความยั่งยืนด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ยังได้มีมติให้นำแผนการจัดการอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือแผนการจัดการกลุ่มป่าเดิม&amp;nbsp;หรือร่างแผนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาตินำมาใช้ประกอบการพิจารณาการอนุญาตตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่าด้วยการอนุญาตให้กระทำการในอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;วนอุทยาน&amp;nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&amp;nbsp;สวนรุกขชาติ&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;22&amp;nbsp;วรรคสอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;27&amp;nbsp;วรรคสาม&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;34&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่าด้วยการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;วนอุทยาน&amp;nbsp;สวนพฤกษศาสตร์&amp;nbsp;สวนรุกขชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;สามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบตาม&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;(5)&amp;nbsp;ของระเบียบดังกล่าวได้&amp;nbsp;ครอบคลุมถึงแผนงานหรือโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้าง&amp;nbsp;สาธารณูปโภคพื้นฐาน&amp;nbsp;หรือเพื่อความมั่นคงทางพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพตามโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่ได้รับการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;หรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;64&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.2562&amp;nbsp;แล้วสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อ&amp;nbsp;7(6)&amp;nbsp;ของระเบียบดังกล่าวได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310162835523</Link_News></row>
<row _id="275"><NewsTitle>กรรมาธิการ วุฒิสภา ติดตามและรับทราบปัญหาเกษตรแปลงใหญ่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่(ทุเรียน)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาวสวนทุเรียนจันท์&amp;nbsp;เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการของเกษตรกร&amp;nbsp;นำไปสู่การขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;อบต.ทุ่งเบญจา&amp;nbsp;อ.ท่าใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะกรรมมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;นำโดยนายอุดม&amp;nbsp;วรัญญรัฐหัวหน้าคณะได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;และโครงการกระจายน้ำ&amp;nbsp;ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรคของเกษตรกรโดยแบ่งการลงพื้นที่ออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนชาวสวนทุเรียนจันท์&amp;nbsp;บ้านเนินมะหาด&amp;nbsp;ต.เขาบายศรี&amp;nbsp;อ.ท่าใหม่&amp;nbsp;นางจินตนา&amp;nbsp;ชัยยวรรณการ&amp;nbsp;รองโฆษกคณะกรรมาธิการฯ&amp;nbsp;ร่วมประชุมรับทราบการพัฒนา&amp;nbsp;ปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ทุเรียนแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อสรุปปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการของเกษตรกร&amp;nbsp;นำไปสู่การขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งตัวแทนจากสมาคมและสมาพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ร้องขอให้ภาครัฐไปขับเคลื่อนเรื่องของเงินทุนสำรองเพื่อให้ผู้ประกอบมีหมุนเวียนในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;เจรจากับประเทศจีนให้ผ่อนผันเรื่องมาตรการผ่านด่าน&amp;nbsp;ขอให้เปิดให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากผลผลิตทุเรียนจะออกมากในเดือน&amp;nbsp;เม.ย.-มิ.ย.และเจรจาให้เปิดจุด&amp;nbsp;One&amp;nbsp;stop&amp;nbsp;service&amp;nbsp;ที่จันทบุรี&amp;nbsp;และเปิดเส้นทาง&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;Way&amp;nbsp;เพื่อล้นระยะเวลาและไม่ส่งผลกระทบต่อผลผลิต&amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จะได้สรุปนำเข้าเสนอที่ประชุมใหญ่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310164407540</Link_News></row>
<row _id="276"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ยืนยัน สนับสนุนให้มีการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ภายในประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;?นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ตามที่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์มีข้อเสนอให้ยกเลิกมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;โดยต้องซื้อข้าวโพดภายในประเทศ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ต่อการนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง&amp;nbsp;2%&amp;nbsp;และเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ&amp;nbsp;WTO,&amp;nbsp;AFTA&amp;nbsp;ยกเลิกโควตา&amp;nbsp;ภาษีและค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;ว่าเนื่องจากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก&amp;nbsp;รวมถึงค่าบริหารจัดการและการขนส่งสูงขึ้น&amp;nbsp;สภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน&amp;nbsp;ของประเทศผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักของโลก&amp;nbsp;ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นแหล่งส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สำคัญต่อประเทศไทยรวมถึงทั่วโลก&amp;nbsp;โดยเฉพาะข้าวสาลีสำหรับเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์หยุดชะงักไป&amp;nbsp;เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทำให้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;นั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านคุณภาพและมาตรฐานอาหารสัตว์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้มีความเห็นและมีข้อกังวลเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;และผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ที่มีมูลค่าสูงมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนล้านบาทต่อปี&amp;nbsp;จากสถานการณ์การขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้นของวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งมีผลกระทบทั้งห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตั้งแต่เกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการด้านอาหารสัตว์&amp;nbsp;ผู้เลี้ยงสัตว์และผู้บริโภค&amp;nbsp;เนื่องจากอาหารสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญในภาคปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องมีแนวทางที่รองรับสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ดังนั้นต้องมีมาตรการในการหาแหล่งวัตถุดิบทดแทนซึ่งมีแหล่งที่มาจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ในส่วนของข้อเสนอของผู้ประกอบการอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ที่ให้มีการยกเลิกเงื่อนไขการนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;การเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ&amp;nbsp;WTO,&amp;nbsp;AFTA&amp;nbsp;ยกเลิกโควตา&amp;nbsp;ภาษีและค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;เป็นอำนาจในการพิจารณาของกระทรวงพาณิชย์โดยตรง&amp;nbsp;โดยกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านคุณภาพและมาตรฐานของอาหารสัตว์&amp;nbsp;ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2558&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310204812671</Link_News></row>
<row _id="277"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน เปิด 16 จุด รับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร ตามโครงการบริหารจัดการการตลาด พืชหัว ปี 2565 จังหวัดแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวยุพา&amp;nbsp;นาคา&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งประกาศคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เรื่องราคากระเทียมสดคละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางการค้าปกติ&amp;nbsp;(ครั้งที่&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกร&lt;/strong&gt;อันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(คพจ.)&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มีมติในคราวประชุมครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้เห็นชอบผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอนประกาศกำหนดจุดรับซื้อกระเทียมจากเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมที่อาจได้รับผลกระทบด้านราคา&amp;nbsp;ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก&amp;nbsp;และให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย&amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข&amp;nbsp;และวิธีดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงประกาศราคากระเทียมสดคละ&amp;nbsp;ทางการค้าปกติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อใช้ประกอบการกำหนดราคารับซื้อกระเทียมจากเกษตรกรของผู้เข้าร่วมโครงการฯในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ประจำวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคากระเทียมสดคละทางการค้าปกติ&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;12.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ราคากระเทียมสดคละตามประกาศฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ใช้ประกอบการกำหนดราคารับซื้อกระเทียมสดจากเกษตรกรในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;10-13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310171839566</Link_News></row>
<row _id="278"><NewsTitle>ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ร้องราคาข้าวโพดพุ่งสูงกระทบทั้งระบบ เร่ง พาณิชย์ ใช้กลไกการตลาดบริหารราคาห่วงโซ่การผลิตอาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;วงการผลิตอาหารสัตว์ ร้องกระทรวงพาณิชย์ ปลดล็อก มาตรการคุมราคาสินค้าตั้งต้นทางจนถึงปลายทาง ปล่อยราคาอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ให้เป็นไปตามกลไกตลาด หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบหนักทำวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ขาดแคลนและราคาสูงเป็นประวัติการณ์ หวั่นเกิดผลกระทบต่อห่วงโซ่ภาคการผลิตอาหารทั้งระบบและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายงานข่าวจากวงการผู้ผลิตอาหารสัตว์&lt;/strong&gt; กล่าวว่า วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของโลกเท่านั้น แต่ยังกระทบความมั่นคงทางอาหารของผู้บริโภคทั่วโลกด้วย เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศ เป็นผู้ผลิตธัญพืชสำคัญของโลกทั้ง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ ส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้น 14% และข้าวสาลีพุ่งขึ้น 43% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2564 ในกรณีที่สงครามยืดเยื้อราคาจะปรับสูงขึ้นไม่หยุด และหากภาครัฐไม่มีมาตรการสนับสนุนภาคการผลิต จะเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและมีราคาสูงมาก และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะนี้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาข้าวโพดปรับตัวสูงขึ้นมากตามราคาตลาดโลก ขณะที่ราคาอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์เป็นสินค้าควบคุมราคาภายใต้มาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักเดือนธันวาคม 2564 เทียบกับเดือนมีนาคม 2565 ราคาข้าวโพดปรับเพิ่มจาก 10.05 บาท/กก. เป็น 12.65 บาท/กก. ข้าวสาลีนำเข้าจาก 8.91 บาท/กก. เป็น 12.75 บาท/กก. และกากถั่วเหลือจากเมล็ดนำเข้าเพิ่มจาก 19.50 บาท/กก. เป็น 22.50 บาท/กก. (เพิ่มขึ้น 15%) ในอนาคตอันใกล้หากอาหารสัตว์ไม่สามารถปรับราคาได้ตามต้นทุนการผลิต โรงงานอาหารสัตว์อาจตัดสินใจหยุดไลน์การผลิต ทำให้อาหารสัตว์ขาดแคลนและกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงแน่นอน รัฐบาลควรพิจารณามาตรการที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมด้านราคากับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ล่าสุดบริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับซื้อข้าวโพดรายใหญ่ แจ้งปรับราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาสูงสุดที่ 12.65 บาท/กก. สำหรับข้าวโพดหลังนาต้นฤดู เพื่อสร้างหลักประกันในการส่งมอบวัตถุดิบให้กับลูกค้าและลดความเสี่ยงด้านราคาที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นอีกหากสงครามยืดเยื้อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัจจุบันข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมราคาขั้นต่ำ (Floor Price) เพื่อสนับสนุนเกษตรกรซึ่งเป็นภาคการผลิตต้นทาง โดยกำหนดราคาประกันขั้นต่ำเมล็ดข้าวโพดความชื้น 14.5% ที่ 8.50 บาท/กก. โดยจะจ่ายส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรเมื่อราคาตลาดต่ำกว่า 8.50 บาท/กก. ซึ่งราคาข้าวโพดสูงกว่าราคาประกันตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่มีการกำหนดเพดานราคา (Ceiling Price) ส่งผลกระทบอุตสาหกรรมการผลิตกลางน้ำอย่างโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ต้องซื้อวัตถุดิบในราคาสูงแต่ไม่สามารถปรับราคาขายได้ต้องลดกำลังการผลิตลง ขณะที่ผู้เลี้ยงสัตว์ก็ไม่สามารถปรับราคาหน้าฟาร์มได้เช่นกัน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการคุมราคาของภาครัฐกำลังทำลายคลังอาหารของประเทศ หากผู้ผลิตอาหารสัตว์หยุดไลน์การผลิต ผู้เลี้ยงลดปริมาณการเลี้ยง เนื่องจากไม่สามารถปรับราคาขายได้ ห่วงโซ่การผลิตอาหารของประเทศจะหยุดชะงัก และสินค้ามีโอกาสหายไปจากตลาด ขณะที่ราคาถึงผู้บริโภคสูงมาก รัฐควรบริหารจัดการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและมีอาหารบริโภคอย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์ แม้วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน จะเป็นแรงผลักดันต้นทุนการผลิตต่างๆ ทั้งน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์และอาหารพุ่งสูงขึ้น แต่รัฐบาลต้องบริหารจัดการทั้งซัพพลายและดีมานด์ให้เกิดความสมดุล โดยเฉพาะการใช้กลไกตลาดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องยกเลิกการแทรกแซงตลาดด้วยการคุมราคาหรือตรึงราคาสินค้า เพราะเป็นการทำร้ายภาคการผลิตในภาวะต้นทุนสูงขึ้นจากปัจจัยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310172221569</Link_News></row>
<row _id="279"><NewsTitle>เกษตรพังงาติดตามการจัดทำระบบการให้ปุ๋ยอัตโนมัติในสวนทุเรียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรพังงาติดตามการดำเนินงานจัดทำระบบการให้ปุ๋ยอัตโนมัติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กิจกรรมจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประคอง&amp;nbsp;อุสาห์มัน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;นำโดยนางสาววิไลวรรณ&amp;nbsp;สีนา&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานจัดทำระบบการให้ปุ๋ยอัตโนมัติ&amp;nbsp;กิจกรรมจัดทำแปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรตามอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นแปลงการผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;เกิดเป็นแปลงเกษตรอัจฉริยะ&amp;nbsp;สามารถเป็นสถานที่ศึกษาดูงานเพื่อขยายผลสู่แปลงสมาชิกภายในจังหวัดหรือจังหวัดอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอกะปง&amp;nbsp;พิจารณาคัดเลือกแปลงทุเรียนของ&amp;nbsp;นายฐิติกร&amp;nbsp;เอี๋ยวสกุล&amp;nbsp;เป็นจุดสาธิตและถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดทำแปลงเรียนรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลท่านา&amp;nbsp;อำเภอกะปง&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310185648618</Link_News></row>
<row _id="280"><NewsTitle>เกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษาใหม่ เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว คาดสาเหตุเกิดจากอากาศร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกิดเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะแพรกษาใหม่&amp;nbsp;เบื้องต้นสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว&amp;nbsp;คาดสาเหตุเกิดจากอากาศร้อน&amp;nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันเพลิงปะทุขึ้นอีก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ได้รับการประสานจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;หรือบ่อขยะแพรกษาใหม่&amp;nbsp;บริเวณบ้านคลองหม้อแตก&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;ต.แพรกษาใหม่&amp;nbsp;อ.เมืองสมุทรปราการ&amp;nbsp;จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp;เมื่อเวลาประมาณ&amp;nbsp;16.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;320&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;UCER&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;คพ.ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจคุณภาพอากาศพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้และบริเวณพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหน่วยงานต่างๆเร่งดับเพลิงจนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เวลาประมาณ&amp;nbsp;17.10&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;แต่ยังจัดเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เพลิงไหม้ปะทุขึ้นอีก&amp;nbsp;คาดการณ์สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากอากาศร้อนทำให้เกิดเพลิงไหม้&amp;nbsp;โดยมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310192202631</Link_News></row>
<row _id="281"><NewsTitle>เกษตรกรขอรัฐเลิกตรึงราคา ปล่อยตามกลไก ให้คนเลี้ยงมีแรงสู้ต่อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคปศุสัตว์กำลังประสบปัญหาใหญ่ จากภาวะต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ต้องแบกรับภาระนี้มาตลอดตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 ที่ราคาธัญพืชทุกตัวปรับราคาต่อเนื่องมาตลอด จนถึงปัจจุบันมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นถึง 25-30% วันนี้สถานการณ์ย่ำแย่ลงจากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศ ทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ ปัจจัยภายนอก จากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบในตลาดโลก รวมถึงค่าบริหารจัดการและการขนส่ง โดยเฉพาะเมื่อสงครามรัสเซีย-ยูเครนได้ปะทุขึ้น สองประเทศยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชป้อนตลาดโลกทำสงครามกัน การส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ต้องหยุดชะงักไป เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์และทำให้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนปัจจัยภายใน เกิดจากนโยบายภาครัฐที่ขัดขวางการจัดหาซัพพลายวัตถุดิบป้อนภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยง อาทิ มาตรการ 3:1 ที่กำหนดให้ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ 3 ส่วนก่อน จึงจะนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนได้ และยังจำกัดช่วงเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงภาระต้นทุนจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้าวัตถุดิบกากถั่วเหลืองในอัตรา 2%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ พิจารณาการเปิดเสรีนำเข้าสาลี กากถั่วเหลือง ข้าวโพด ยกเลิกมาตรการ 3:1 ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง และให้นำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO AFTA ตลอดจนยกเลิกโควต้า ภาษีและค่าธรรมเนียม ในปริมาณที่ขาดแคลนในปี 2565 เพื่อแก้ไขเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลน ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้านี้ จึงพอทำให้เกษตรกรได้ใจชื้นกันขึ้นมาบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เหตุเพราะตั้งแต่เกิดวิกฤติยูเครนขึ้น ก็ผลักดันให้ราคาข้าวสาลีพุ่งสูงขึ้นไปเป็น 13.25 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว จากเมื่อปลายปี 2564 ราคาไม่ถึง 9 บาท และยังส่งผลต่อราคาพืชอาหารสัตว์ชนิดอื่นให้ขยับตามด้วย สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ไทย ราคา 13.05 บาทต่อกิโลกรัม เรียกว่าพุ่งทะยานสูงกว่าราคาตลาดโลกไปไกลและมีทีท่าขยับขึ้นต่อเนื่องอาจถึง 15 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากขาดแคลนสินค้าอย่างหนัก จากความต้องการใช้ข้าวโพดที่ 7.98 ล้านตัน แต่ตอนนี้มีผลผลิตที่ต้องการใช้อีกกว่า 3.18 ล้านตัน แต่ในประเทศหมดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ไม่มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว ส่วนจะหวังพึ่งพากากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า ราคาก็มหาโหดถึงกิโลกรัมละ 22.50 บาท และสำหรับวัตถุดิบทางเลือกทดแทนอื่นๆ ก็ต้องได้คุณภาพที่ดี มีคุณค่าอาหารเทียบเท่าและเป็นที่ยอมรับด้วยจึงจะนำใช้ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาระหนักอึ้งที่ต้องแบกรับยิ่งถูกซ้ำเติม เพราะอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ถูกจัดให้เป็นสินค้าควบคุมตามมาตรการของกระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถปรับราคาให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากอาหารสัตว์ยังปรับราคาตามต้นทุนไม่ได้ และยังมีปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาเช่นนี้ อาจกดดันให้โรงงานอาหารสัตว์ต้องหยุดการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะขาดทุน แน่นอนว่าอาหารสัตว์ต้องขาดแคลน กระทบกับภาคอุตสาหกรรมการเลี้ยงทั้งหมดแน่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้ภาคผู้เลี้ยงสัตว์ที่จำต้องขายสินค้าในราคาที่ถูกควบคุมไว้ก็กำลังหมดแรงไปต่อ และยังต้องเจอกับปัญหาต้นทุนเช่นนี้ ก็เริ่มจะถอดใจหยุดเลี้ยงกันไปบ้างแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังเช่นที่คุณฉวีวรรณ คำพา  นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ข้อมูลว่า ต้นทุนอาหารสัตว์ขยับขึ้นมานานแล้วร่วม 2 ปี&amp;nbsp;ซ้ำต้องมาเจอกับวิกฤตสงครามยูเครน ก็ยิ่งกระทบเป็นทวีคูณ วัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าขนส่ง ค่าพลังงาน ค่าน้ำมันปรับขึ้นรายวัน ในขณะที่เกษตรกรไก่เนื้อขายสินค้าเริ่มไม่คุ้มทุนกันมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาภาคปศุสัตว์ถือว่าเป็นเกษตรกรที่คุยง่าย กรมการค้าภายในขอความร่วมมือราคาอย่างไรก็ยอม แม้ถึงขนาดขายขาดทุนก็ยังเคยมีมาเสมอ จึงเป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจที่สุดของเกษตรกรไทย โดยปัจจุบันสถาบันการเงินประเมินว่ากลุ่มปศุสัตว์ไทย ถือว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงมาก การจะปล่อยสินเชื่อให้นั้นยากเต็มที วันนี้ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เช่นการลดกำแพงภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2% เพื่อช่วยให้กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์สามารถดำเนินการต่อไปได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สอดคล้องกับนายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่  ที่ให้ความเห็นว่า ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพงขึ้นมา 30-40% ตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม และสงครามก็ผลักดันให้ราคาสูงขึ้นไปอีก แถมยังทำให้วัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศปรับแพงตามไปด้วย ตอนนี้เกษตรกรทุกคนต้องปรับตัว พึ่งพาตัวเอง ระมัดระวังการเลี้ยงให้มากขึ้น พยายามลดต้นทุนในทุกทาง สำคัญที่สุดคือ รัฐไม่ควรควบคุมราคาไข่ไก่ ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเลิกตรึงราคาและปล่อยกลไกตลาดให้สามรถทำงานได้อย่างเสรี ถือเป็นการช่วยเหลืออย่างดียิ่งสำหรับเกษตรกร ที่แม้มีต้นทุนสูงให้ต้องแบกรับ แต่หากสามารถขายสินค้าที่สะท้อนต้นทุนได้ ก็คงพอมีแรงผลิตสินค้าต่อ ไม่พากันถอดใจเลิกอาชีพไปกันหมด เรื่องนี้รอไม่ได้ ภาครัฐต้องเร่งตัดสินใจ และดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดก่อนจะสายและพังกันทั้งห่วงโซ่ อย่าปล่อยให้ภาคเกษตรต้องล้มทั้งกระดาน เพราะปัญหาจะตกหนักกับผู้บริโภคทั้งประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เนื้อหาโดย : นายเกียรติ์ ศุภมาศ นักวิชาการ ด้านเกษตรปศุสัตว์&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220310203025668</Link_News></row>
<row _id="282"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานสถานการณ์ภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของบริเวณรอยรั่วเดิมด้วยเทปกาวพันท่อชนิดพิเศษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีคราบน้ำมันออกมาขนาด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;?&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ลักษณะเป็นฟิล์มบางใส&amp;nbsp;เป็นบางช่วง&amp;nbsp;โดยมีเรือสนับสนุนปฏิบัติการใต้น้ำในพื้นที่ใช้น้ำยาขจัดและตีกวนให้คราบน้ำมันจางลง&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ใกล้ชายฝั่งอื่นๆ&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;วันนี้บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;126&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ชายตารีสอร์ท&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมงจำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สมาคมสุนทรภู่&amp;nbsp;อำเภอแกลง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;และเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บริษัทร่วมกับ&amp;nbsp;ศรชล.&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดบริเวณชายหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;บริเวณหาดหน้าบ้านสบ๊าย&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;ส่วนกรณีพบก้อนคล้ายไขมันบริษัทได้นำไปตรวจแล้วพบว่ามีไขมันปนแต่ไม่ใช่ลักษณะคราบน้ำมันดิบ&amp;nbsp;ส่วนชายหาดแม่รำพึงยังคงพบทาร์บอลเล็กน้อยบริษัทได้เก็บและทำความสะอาดตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;สํานักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(ชลบุรี)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ดำเนินการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล&amp;nbsp;พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ค่าต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;สทช.1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบก้อนคล้ายยางมะตอยที่ก้นอ่าวและผงสีดำคล้ายถ่านที่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;038-699881&amp;nbsp;ในวันจันทร์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-10-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311002808710</Link_News></row>
<row _id="283"><NewsTitle>ขับเคลื่อนระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรรายเล็กรายย่อย  พัฒนาฟาร์ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตว์แพทย์&amp;nbsp;บุญญกฤช&amp;nbsp;ปิ่นประสงค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp;ฟาร์มสุกรของเกษตรกรรายเล็ก/รายย่อย&amp;nbsp;เกิดโรค&amp;nbsp;จนทำให้สุกร&amp;nbsp;หรือหมูล้มตายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;เพราะขาดการพัฒนาปศุสัตว์ฟาร์ม&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงมีนโยบายขับเคลื่อนระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;เป็นการทำระบบความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม&amp;nbsp;ถือเป็นพื้นฐานการพัฒนาฟาร์มให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การจัดพื้นที่เลี้ยงและโครงสร้าง&amp;nbsp;การจัดการโรงเรือน&amp;nbsp;เล้าและอุปกรณ์&amp;nbsp;การจัดการยานพาหนะ&amp;nbsp;การจัดการบุคคล&amp;nbsp;การจัดการด้านสุขภาพ&amp;nbsp;การจัดการอาหาร&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;และยาสัตว์&amp;nbsp;การจัดการข้อมูลและการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อว่าหากสามารถดำเนินการได้&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปขายยังต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้&amp;nbsp;สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดได้เกือบร้อยเปอร์เซนต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&amp;nbsp;กล่าวอีกกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;มีการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี่ยงสัตว์ที่เหมาะสมในปศุสัตว์&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สัตว์ปีกพื้นเมือง&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;เป็ดเนื้อ&amp;nbsp;เป็ดไข่&amp;nbsp;โคนม&amp;nbsp;โคเนื้อ&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;และสุกร&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีมาตรการส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิตที่จำเป็น&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;การให้คำแนะนำด้านพืชอาหารสัตว์ต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งการประสานหาแหล่งทุนสนับสนุนการเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจ&amp;nbsp;สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;หรือในเว็บไซต์ของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311101208742</Link_News></row>
<row _id="284"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ห่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อ ทำปุ๋ยและอาหารสัตว์ราคาแพง กำชับติดตามใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;ห่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ที่ได้ส่งผลต่อระบบการค้าโลกแล้ว&amp;nbsp;โดยราคาน้ำมัน&amp;nbsp;สินค้าโภคภัณฑ์และสินแร่ที่มีการซื้อขายระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว&amp;nbsp;และหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ&amp;nbsp;จะยิ่งทำให้การค้าโลกมีข้อจำกัดมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;จะมีราคาเพิ่มขึ้นอีกเพราะรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;ไทยยังต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยจากต่างประเทศเป็นหลัก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประกอบกับราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการขนส่งสินค้าปรับเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพานิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เร่งแก้ปัญหา&amp;nbsp;ทั้งติดตามระดับราคาอาหารสัตว์และปุ๋ยให้ขึ้น-ลงสอดคล้องกับสัดส่วนต้นทุนที่แท้จริง&amp;nbsp;ไม่ให้มีการกักตุน&amp;nbsp;ฉวยโอกาสขึ้นราคา&amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็ให้เร่งกระจายการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยและอาหารสัตว์จากแหล่งนำเข้าอื่นๆ&amp;nbsp;เพิ่มเติม&amp;nbsp;รวมทั้งใช้มาตรการอื่นในการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ลดอุปสรรคการผลิต&amp;nbsp;การนำเข้า&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและเกษตกรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจาก&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;5,520,883&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;70,103&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์&amp;nbsp;เป็นสินค้าควบคุมตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;หากจะมีการปรับราคา&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะต้องพิจารณาคำร้องของผู้ประกอบการก่อน&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชน์แจ้งว่า&amp;nbsp;ยังไม่มีใครทำเรื่องขอปรับราคาอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เตรียมมาตรการและแนวทางรับมือผลกระทบตั้งแต่มีความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ก่อนที่จะพัฒนาเป็นวิฤกตสงครามและนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมาเป็นระยะ&amp;nbsp;โดยอะไรที่อยู่ในอำนาจหรือกฎหมายที่รัฐบาลสามารถผ่อนผันได้&amp;nbsp;ก็เร่งดำเนินการทันที&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กระทรวงการคลังใช้มาตรการทางภาษี&amp;nbsp;ลดภาษีสรรพสามิต&amp;nbsp;กระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;ดูแลราคาพลังงาน&amp;nbsp;ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท/ลิตร&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชน์&amp;nbsp;กำกับราคาเนี้อสัตว์และอาหาร&amp;nbsp;สินค้าจำเป็น&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากภาวะสงครามยุติเร็ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คาดว่าราคาสินค้าและน้ำมันจะกลับเข้าสู่กลไกตลาด&amp;nbsp;แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลก็ได้เตรียมมาตรการอื่นๆ&amp;nbsp;ไว้แล้ว&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาภาระพี่น้องเกษตกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและประชาชนให้มากที่สุดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311101610748</Link_News></row>
<row _id="285"><NewsTitle>เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ยิ้มออก หลังพาณิชย์ช่วยเจรจา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ลานเอนกประสงค์หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลเด่นเหล็ก&amp;nbsp;อำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่ทยอยขับรถไถที่บรรทุกหอมแดงมาส่งให้กับผู้รับซื้อ&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์ร่วมกับกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ดำเนินการช่วยเหลือประสานงานผู้รับซื้อเข้ามารับซื้อหอมแดงสดคละในราคานำตลาด&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จากเดิมราคากิโลกรัม&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีนายผล&amp;nbsp;ดำธรรม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;เป็นผู้ปล่อยรถช่วยเหลือเกษตรกรฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางพิสมนต์&amp;nbsp;มงคลเทพ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในพื้นที่ตำบลเด่นเหล็ก&amp;nbsp;ประสบปัญหาเรื่องราคาจำหน่ายหอมแดง&amp;nbsp;ซึ่งไม่สอดคล้องกับราคาต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;จึงได้ประสานผู้รับซื้อเข้ามารับซื้อหอมแดงสดคละในพื้นที่เพื่อกระจายไปยังตลาดปลายทาง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการรถ&amp;nbsp;Mobile&amp;nbsp;พาณิชย์ลดราคา&amp;nbsp;ช่วยประชาชน&amp;nbsp;สถานีบริการน้ำมันและอื่นๆ&amp;nbsp;โดยรับซื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็นเงินทั้งหมด&amp;nbsp;102,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และจะรับซื้อหอมแดงในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมดฤดูกาลผลิตในปีนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่เพาะปลูกหอมแดง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,648&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตรวม&amp;nbsp;6,090.40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ผลผลิตหอมแดง&amp;nbsp;(ฤดูแล้ง)&amp;nbsp;ออกสู่ตลาดมากในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;สิ้นสุดฤดูกาลต้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;ปลูกมากที่ตำบลเด่นเหล็ก&amp;nbsp;อำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;พื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;อำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,690&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตรวม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,887&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102117753</Link_News></row>
<row _id="286"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำตามแผนให้เพียงพอช่วงแล้งนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำตามแผนให้เพียงพอช่วงแล้งนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;40&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครนายก&amp;nbsp;37&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,591&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,555&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์ขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้&amp;nbsp;โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามแผนอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;อย่างกรมชลประทานปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;สำหรับช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคมปรับแผนฯในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;และแม่กลอง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพลปรับลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การซ่อมแซมฝายชั่วคราวกั้นแม่ปิง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และการขุดลอกบึงบอระเพ็ด&amp;nbsp;จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;จากอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;15.89&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ลงเหลือวันละ&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;5.50&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นวันละ&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เพื่อส่งน้ำให้เขื่อนทดน้ำนเรศวรเตรียมส่งน้ำเข้าทุ่งรับน้ำบางระกำ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&amp;nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำ&amp;nbsp;จากอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;3.02&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ&amp;nbsp;4.32&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;3.87&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรเป็นวันละ&amp;nbsp;4.32&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ลุ่มน้ำท่าจีน&amp;nbsp;ควบคุมการรับน้ำเข้าคลองบึงจระเข้สามพันในอัตรา&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;โดยลำเลียงน้ำลงสู่&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำสองพี่น้องในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;พร้อมรับน้ำจากคลองท่าสารในอัตรา&amp;nbsp;35&amp;nbsp;-&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ลำเลียงสู่แม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;ผ่านประตูระบายน้ำบางปลา&amp;nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เปิดรับน้ำผ่านคลองพระยาบันลือ&amp;nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ลำเลียงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;โดยเปิดระบายน้ำที่สถานีสิงหนาท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคมเป็นต้นไป&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ลุ่มน้ำแม่กลอง&amp;nbsp;ปรับแผนการระบายน้ำเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนวชิราลงกรณ&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ในอัตรารวมวันละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เพื่อกำหนดการรับน้ำเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311094921738</Link_News></row>
<row _id="287"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ยังสูงในระดับสีส้ม ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงแล้วทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ยังสูงในระดับสีส้ม&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงแล้วทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&amp;nbsp;แต่ยังมีสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แต่วันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษมีแนวโน้มค่าฝุ่นอาจสูงขึ้นได้บางพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกมาช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311101705751</Link_News></row>
<row _id="288"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(10&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;268&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;76&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;51&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และร้อยเอ็ด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกระจายตัวเบาบางอันเนื่องมาจากพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้พบมากถึง&amp;nbsp;163&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยรวมทั่วประเทศไทยอยู่ในระดับดีถึงดีมากและเหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;10,060&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;8,669&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,294&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;2,039&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;827&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;820&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311102803761</Link_News></row>
<row _id="289"><NewsTitle>ผบ.มทบ.32 นำทีมลงพื้นที่สร้างการรับรู้และรับฟังข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยจิตอาสา&amp;nbsp;904&amp;nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้ช่วยสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ม่อนพระยาแช่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพบปะเพื่อสร้างการรับรู้และรับฟังข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;ที่บ้านต้นต้อง&amp;nbsp;ตำบลพิชัย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายนิยม&amp;nbsp;คำปันบุตร&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านบ้านต้นต้อง&amp;nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน&amp;nbsp;จิตอาสาดับไฟป่า&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทุกหน่วยงานพร้อมสนับสนุนหากเกิดไฟป่าหรือสาธารณภัยต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อย่างเต็มกำลังความสามารถพร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้มอบชุดเวชภัณฑ์ยาสามัญสำหรับจิตอาสาดับไฟป่าและเอกสารประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกิดความร่วมมือป้องกันไฟป่าหมอกควันในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311104954766</Link_News></row>
<row _id="290"><NewsTitle>เทศบาลตำบลทับมา เดินหน้าโครงการชุมชนปลอดโฟมและถุงพลาสติก เติมความรู้ประชาชน ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร ตระหนักอันตรายต่อสุขภาพและผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้โฟมและถุงพลาสติก และการลด ละ เลิกใช้ภาชนะโฟมและถุงพลาสติก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดทับมา&amp;nbsp;ต.ทับมา&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;วงษ์ศรี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการชุมชนปลอดโฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีผู้บริหาร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการเทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติ&amp;nbsp;โดยมีผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมอบรม&amp;nbsp;ภายในงานมีการให้ความรู้เรื่องผลกระทบของการใช้โฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;การลด&amp;nbsp;ละเลิก&amp;nbsp;ใช้โฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ทางเลือก&amp;nbsp;การคัดแยกขยะโฟมและถุงพลาสติกและการใช้ประโยชน์จากขยะโฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;รวมทั้งการเปิดจุดให้ประชาชนนำขยะรีไซเคิลมาและไข่ไก่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญ&lt;/strong&gt;และตระหนักถึงปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก&amp;nbsp;โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(&amp;nbsp;พ.ศ.2563-2565)&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;Roadmap&amp;nbsp;การจัดการขยะพลาสติก&amp;nbsp;พ.ศ.2561-2573&amp;nbsp;เพื่อเป็นกรอบแนวทางและทิศทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ&amp;nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;อย่างบูรณาการตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต&amp;nbsp;การจำหน่าย&amp;nbsp;การบริโภคการจัดการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปลายทาง&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแสดล้อม&amp;nbsp;ทั้งทางบกและทะเลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งการอบรมดังกล่าว&amp;nbsp;มุ่งให้ผู้ประกอบการจำหน่ายอาหาร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;มีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจและตระหนักถึงอันตรายต่อสุขภาพและผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้โฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;รวมทั้งการเลือกใช้ภาชนะอื่นบรรจุอาหารแทนการใช้โฟมและถุงพลาสติก&amp;nbsp;และคัดแยกพลาสติก&amp;nbsp;เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311112355785</Link_News></row>
<row _id="291"><NewsTitle>จังหวัดลำพูน เตรียมวางแผนและการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เมื่อเกิดสถานการณ์ผลผลิตล้นตลาดและประสบภาวะราคาตกต่ำ เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อเหตุการณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ห้องประชุมจามเทวี&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายภาษเดช&amp;nbsp;หงส์ลดารมภ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาเห็นชอบการเปิดบัญชีโครงการฯและพิจารณาการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สถานการณ์การผลิต&amp;nbsp;การตลาดและสินค้าเกษตรที่สำคัญประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สถานการณ์กระเทียม&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม&amp;nbsp;387&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;895&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;507&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ผลผลิตที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;3,200&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;1,213&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสถานการณ์หอมแดง&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง&amp;nbsp;344&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;943&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;783&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ผลผลิตที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;3,800&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ลดลงจากปีที่แล้ว&amp;nbsp;2,242&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสถานการณ์มะม่วง&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูก&amp;nbsp;9,132&amp;nbsp;ครัวเรือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีผลผลิตทั้งหมด&amp;nbsp;101,625&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เนื้อที่ยืนต้น&amp;nbsp;46,446&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และเนื้อที่ให้ผล&amp;nbsp;42,457&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยแบ่งตามอำเภอ&amp;nbsp;ได้ดังนี้&amp;nbsp;1)&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;12,316&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;อำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;74,713&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;3)&amp;nbsp;อำเภอเวียงหนองล่อง&amp;nbsp;6,291&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;4)อำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;3,074&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;5)&amp;nbsp;อำเภอป่าซาง&amp;nbsp;2,318&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;6)&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;1,630&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;7)&amp;nbsp;อำเภอแม่ทา&amp;nbsp;975&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;8)&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;307&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสถานการณ์ลำไย&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;54,535&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื้อที่ยืนต้น&amp;nbsp;367,943&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;1.53&amp;nbsp;เนื้อที่ให้ผล&amp;nbsp;346,393&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;5.9&amp;nbsp;คาดการณ์ปริมาณผลผลิตรวม&amp;nbsp;393,005&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แบ่งได้ดังนี้&amp;nbsp;ลำไยในฤดู&amp;nbsp;:&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณช่วงปลายเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เดือนกันยายนและออกมากช่วงเดือน&amp;nbsp;กรกฎาคม-สิงหาคม&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;40,238&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;255,273&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;10.68&amp;nbsp;ลำไยนอกฤดู:&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมและช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม&amp;nbsp;จำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;17,350&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ผลผลิต&amp;nbsp;137,732&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;21.64&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวาระการประชุมที่สำคัญประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การพิจารณาเรื่อง&amp;nbsp;การเปิดบัญชีเงินฝาก&amp;nbsp;ประเภทออมทรัพย์&amp;nbsp;ธนาคารกรุงไทย&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ชื่อบัญชีกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เงินจ่ายขาด)&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การพิจารณาเรื่องของกำหนดหลักเกณฑ์&amp;nbsp;เงื่อนไขและวิธี&amp;nbsp;การดำเนินโครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอนกแหล่งผลิต&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;การพิจารณาการดำเนินโครงการกระจายกระเทียมออกนอนกแหล่งผลิต&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;การขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อดำเนินโครงการขยายช่องทางการตลาดลำไยสด(รูดร่วง)&amp;nbsp;เข้าสู้โรงงานแปรรูปจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี2565,&amp;nbsp;การขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการกระจายผลผลิตมะม่วงออกนอกแหล่งผลิตจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565,&amp;nbsp;การขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการกระจายลำไยออกนอนแหล่งผลิตจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311114043794</Link_News></row>
<row _id="292"><NewsTitle>ทส. ร่วมกับ SCG ลำปาง เร่งหาแนวทางลดการเผาในที่โล่งด้วยการเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นมูลค่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีศักดิ์&amp;nbsp;มาลัยรุ่งสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ลำปาง)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การลงพื้นที่จังหวัดลำปางของ&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ลำปาง)&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(สาขาลำปาง)&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(ลำปาง)&amp;nbsp;ได้เข้าหารือแนวทางการดำเนินงานการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโครงการ&amp;nbsp;"ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปูนซิเมนต์ไทย&amp;nbsp;(ลำปาง)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(SCG)&amp;nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายสุรชัย&amp;nbsp;นิ่มละออ&amp;nbsp;Managing&amp;nbsp;Director&amp;nbsp;Mainland&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Border&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;บริษัทปูนซิเมนต์ไทย&amp;nbsp;(ลำปาง)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การหารือประกอบด้วยประเด็น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การนำวัสดุเชื้อเพลิงไปใช้เป็นพลังงานทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซิเมนต์&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันมีการใช้เชื้อเพลิงทดแทน&amp;nbsp;23.6%&amp;nbsp;คิดเป็นประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ตัน/วัน&amp;nbsp;และมีเป้าหมาย&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2026,&amp;nbsp;การประเมิน&amp;nbsp;supply&amp;nbsp;chain&amp;nbsp;ของวัสดุทดแทนเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เศษใบไม้&amp;nbsp;วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร,&amp;nbsp;รวมทั้งประเด็นความคุ้มทุนในการขนส่งและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการอัดก้อนเชื้อเพลิง&amp;nbsp;โดยมีการสาธิตการอัดก้อนใบไม้จากเครื่องอัดใบไม้ที่&amp;nbsp;SCG&amp;nbsp;พัฒนาขึ้น&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติเห็นควรเร่งนำโมเดลพื้นที่ต้นแบบมาขยายผล&amp;nbsp;และจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SCG&amp;nbsp;เพื่อลดมลพิษทางอากาศจากการเผาในที่โล่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311114504796</Link_News></row>
<row _id="293"><NewsTitle>ผู้ว่าสุพรรณบุรี เปิดโครงการ "กระเสียวปันน้ำใช้ ร่วมใจประชารัฐ"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;น้ำไม่พอใช้ในช่วงหน้าแล้ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งภัยที่&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ต้องประสบปัญหามาตลอด&amp;nbsp;รวมถึงที่&amp;nbsp;ต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;อ.ด่านช้าง&amp;nbsp;จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ซึ่งทางกรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ดำเนินการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;ก่อสร้างโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านทุ่งดินดำ&amp;nbsp;พร้อมเดินระบบส่งน้ำงบประมาณจำนวน&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผ่านระบบท่อใต้ดินสายหลัก&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำลงลำห้วยขจี&amp;nbsp;โดยมีการกำหนดพื้นที่รับโดยทำการสูบน้ำจากเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;ผ่านระบบชลประทาน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;ได้รับประโยชน์โครงการทั้งหมด&amp;nbsp;7,142&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แต่โครงการดังกล่าวฯ&amp;nbsp;ยังคงเหลือระยะทางอีก&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ซึ่งมีลักษณะตื้นเขิน&amp;nbsp;น้ำไม่สามารถไหลลงลำห้วยขจี&amp;nbsp;ทำให้พื้นที่ดังกล่าวอีกกว่า&amp;nbsp;1พันไร่&amp;nbsp;ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางผู้นำชุมชนกำนัน&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และภาคส่วนเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มบริหารกลุ่มผู้ใช้น้ำลำห้วยขจี&amp;nbsp;จึงได้ร่วมมือกันผลักดันให้มีการขุดลอกลำห้วยดังกล่าวขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้ใช้น้ำจัดทำโครงการ&amp;nbsp;"กระเสียวปันน้ำใช้&amp;nbsp;ร่วมใจประชารัฐ"&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาลำห้วยขจี&amp;nbsp;(ขุดลอกลำห้วยขจี)&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ในตำบลด่านช้างและตำบลหนองมะค่าโมง&amp;nbsp;โดยได้รับความ&amp;nbsp;อนุเคราะห์&amp;nbsp;และได้รับการสนับสนุนงบประมาณ&amp;nbsp;สำหรับการขุดลอกลำห้วยขจี&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;โรงงานน้ำตาลมิตรผล&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;252,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีนายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผวจ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายสิทธิศักดิ์&amp;nbsp;แย้มพรายภิรมย์&amp;nbsp;นอภ.ด่านช้าง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กำนายธนพงศ์&amp;nbsp;จันทร์สุวรรณ&amp;nbsp;กำนันตำบลหนองมะค่าโมง&amp;nbsp;ร่วมกับเปิดงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งหลังจากมีการตัดริ้นบิ้นเปิดโครงการแล้ว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;ได้กระโดดขึ้นขับรถแบคโฮ&amp;nbsp;ทดลองขับใช้บุ้งกี๊&amp;nbsp;ตักโกยดินเพื่อเปิดปฐมฤกษ์โครงการ&amp;nbsp;ซึ่งทางด้านผู้ว่าบอกนับเป็นครั้งแรก&amp;nbsp;ในการเปิดงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดต้องขับรถแบคโฮเลยทีเดียว&amp;nbsp;แม้จะไม่เคยขับ&amp;nbsp;แต่เครื่องก็เบาดี&amp;nbsp;งงๆ&amp;nbsp;มีคันบังคับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่ง&amp;nbsp;ถ้าขับบ่อยๆ&amp;nbsp;คงชำนาญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายธนพงศ์&amp;nbsp;จันทร์สุวรรณ&amp;nbsp;กำนันตำบลหนองมะค่าโมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่มีเขื่อนกระเสียวมา&amp;nbsp;47-48&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้าน&amp;nbsp;ต.หนองมะค่าโมง&amp;nbsp;มีหน้าที่เพียงคอยเฝ้าน้ำ&amp;nbsp;แต่น้ำไม่เคยได้ผ่านขึ้นมาให้ใช้เลย&amp;nbsp;ความฝันตั้งแต่วัยเด็กตนฝันว่าเมื่อไหร่จะมีคลองผ่านบ้าน&amp;nbsp;จะได้เล่นน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งตอนนั้นจะเล่นน้ำต้องไปที่เขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;จนวันนี้&amp;nbsp;วันที่ตนเริ่มเติบโต&amp;nbsp;ในฐานะกำนัน&amp;nbsp;จึงพยายามผลักดัน&amp;nbsp;การร่วมมือของภาคส่วนในการขุดลอกคลอกผ่านพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้&amp;nbsp;หลังจากที่เฝ้ามานาน&amp;nbsp;ในไม่ช้านี้เราจะได้มีน้ำใช้กันเสียที&amp;nbsp;หวังว่าพืชผล&amp;nbsp;ทางเกษตรกร&amp;nbsp;จะได้ผมดี&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีรายได้มากขึ้น&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตจะได้ดีขึ้นไปอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311115734811</Link_News></row>
<row _id="294"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนภายใต้กองทุนหมุนเวียน เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนจังหวัดแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสวนหมอกคำรีสอร์ท&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มอบหมายให้นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ระเบียบหลักเกณฑ์&amp;nbsp;และวิธีการปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;ภายใต้กองทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;เพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ&amp;nbsp;ครั้งนี้ขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับความรู้และฝึกปฏิบัติจริง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามบทบาทภารกิจการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนด้านหนี้สินและที่ดิน&amp;nbsp;ตามระเบียบกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และเพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมเกษตรกรและผู้ยากจนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311121554828</Link_News></row>
<row _id="295"><NewsTitle>กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&amp;nbsp;รวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;50,418&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;66&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;รวมกัน&amp;nbsp;ส่วนผลการทำนาปรังในช่วงแล้งปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;ทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&amp;nbsp;ติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.)&amp;nbsp;อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;นำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีตและสอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;โดยเน้นย้ำน้ำเพื่อการอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;ต้องไม่ขาดแคลน&amp;nbsp;ระบบนิเวศน์เกิดความสมดุล&amp;nbsp;รวมไปถึงคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;และเพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนและเกษตรกรในแต่พื้นที่&amp;nbsp;ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามขอให้ทุกภาคส่วนร่วมใจกันใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&amp;nbsp;เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อทุกกิจกรรมไปตลอดแล้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311155024955</Link_News></row>
<row _id="296"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เห็นชอบร่างมาตรการรับมือฤดูฝนปี 65 จำนวน 13 มาตรการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;เห็นชอบร่างมาตรการรับมือฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;พร้อมเห็นชอบปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบต่อร่างมาตรการรับมือฤดูฝนปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนให้เร็วขึ้นและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คาดการณ์ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อรองรับน้ำหลาก&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ทบทวน&amp;nbsp;ปรับปรุงเกณฑ์บริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่-กลาง&amp;nbsp;และเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ซ่อมแซม&amp;nbsp;ปรับปรุงอาคารชลศาสตร์&amp;nbsp;และระบบระบายน้ำสถานีโทรมาตรให้พร้อมใช้งาน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ปรับปรุงแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ขุดลอกคูคลองและกำจัดผักตบชวา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;เตรียมพร้อมและวางแผนเครื่องจักรเครื่องมือ&amp;nbsp;ประจำพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและฝนน้อยกว่าค่าปกติ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและปรับปรุงวิธีการส่งน้ำ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ตรวจความมั่นคงปลอดภัยคัน&amp;nbsp;ทำนบ&amp;nbsp;และพนังกั้นน้ำ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;จัดเตรียมพื้นที่อพยพและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ตั้งศูนย์ส่วนหน้าก่อนเกิดภัย&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;ติดตามประเมินผลปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัย&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานบูรณาการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้และเก็บกักน้ำเพื่อหน้าแล้งปีนี้ต่อเนื่องปีหน้าเสนอ&amp;nbsp;กนช.&amp;nbsp;และคณะรัฐมนตรีเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้นำงานวิจัยการกำจัดผักตบชวาโดยใช้จุลินทรีย์ชีวภาพจากสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสัตว์น้ำของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อนำมาทดลองปฏิบัติงานจริงช่วงฤดูฝนนี้&amp;nbsp;ควบคู่กับการใช้เครื่องจักรกลกำจัดผักตบชวาให้สามารถกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำได้ยั่งยืน&amp;nbsp;โดยกำหนดพื้นที่สำหรับทดลองตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้สารสกัดสมุนไพรกำจัดผักตบชวา&amp;nbsp;แล้วให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;(อบจ.)&amp;nbsp;ทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานจริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฉบับปรับปรุงที่ได้ทบทวนและปรับขั้นตอนของปฏิทิน&amp;nbsp;และปรับเปลี่ยนช่วงเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;และฤดูฝน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;แล้วเสนอตให้&amp;nbsp;กนช.&amp;nbsp;พิจารณาวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;พร้อมให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามปฏิทินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้หน่วยงานร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรน้ำช่วงฤดูฝนและหน้าแล้งอย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311132020867</Link_News></row>
<row _id="297"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ปทุมธานี ประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดปทุมธานี ครั้งที่ 1/2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมบัวหลวง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;โอสถธนากร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพงศธร&amp;nbsp;กาญจนะจิตรา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;และคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรื่องแจ้งที่ประชุมทราบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อมูลการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย&amp;nbsp;(Clusters)&amp;nbsp;ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ด้วยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปทุมธานีและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสอบสอบประเมินผลการจัดในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและให้ข้อเสนอแนะแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พร้อมทั้งพิจารณาผลการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ปทุมธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311143551897</Link_News></row>
<row _id="298"><NewsTitle>ทหารพราน ฉก.ทพ.36 ร่วมรณรงค์ทำแนวป้องกันไฟป่าหมอกควันและดับไฟป่าข้างถนน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.กำลังพลหน่วย&amp;nbsp;ฉก.ทพ.36&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำโดยร้อยเอก&amp;nbsp;บรรจง&amp;nbsp;อัมพุธ&amp;nbsp;ผู้ช่วยนายทหาร&amp;nbsp;ฝ่ายกิจการพลเรือน&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จัดกำลังพลทำกิจกรรมโดยประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;รณรงค์การแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เพื่อเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ปกครองของนักเรียน&amp;nbsp;และให้คำแนะนำในการทำแนวป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;การเตรียมอุปกรณ์ในการดับไฟป่าเมื่อเกิดเหตุ&amp;nbsp;ชี้แจงห้วงการห้ามเผาโดยเด็ดขาดตามประกาศของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;21&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลแม่ลาน้อย&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภาคบ่าย&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;(&amp;nbsp;ฉก.ทพ.36)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำโดยร้อยเอก&amp;nbsp;บรรจง&amp;nbsp;อัมพุธ&amp;nbsp;ผู้ช่วยนายทหาร&amp;nbsp;ฝ่ายกิจการพลเรือน&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จัดกำลังพล&amp;nbsp;11&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า&amp;nbsp;ดำเนินการดับไฟป่าข้างถนนระยะทางประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไฟและสามารถควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;108&amp;nbsp;ตำบลบ้านกาศ&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311143611898</Link_News></row>
<row _id="299"><NewsTitle>ติวเข้มเกษตรกรปลอดการเผา ผ่านโรงเรียนเกษตรทางไกล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทานภาคกลาง&amp;nbsp;อันเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควร&amp;nbsp;อีกทั้งรัฐบาลได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างสมดุลมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงจัดทำโครงการโรงเรียนเกษตรทางไกล&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;เกษตรกรปลอดการเผาขึ้น&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสมาชิกของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตรที่มีจุดความร้อน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Hot&amp;nbsp;Spot&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการไม่เผาในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;รวมถึงสร้างการรับรู้การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่อื่นและประชาชนทั่วไปที่สนใจ&amp;nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมเรียนหลักสูตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรปลอดการเผา&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311151008919</Link_News></row>
<row _id="300"><NewsTitle>จ.สุราษฎร์ธานี ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ครั้งที่ 22565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมตาปี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;คล้ายอุดม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาโครงการ&amp;nbsp;สังกะจาย&amp;nbsp;(วิลล่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ซามูจาน่า)&amp;nbsp;(เปลี่ยนการใช้อาคาร)&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;สังกะจาย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบ่อผุด&amp;nbsp;อำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็นโครงการประเภทโรงแรม&amp;nbsp;มีจำนวนห้องพัก&amp;nbsp;ห้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดยมอบหมายให้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทรัพย์ปัญญา&amp;nbsp;คอนซัลแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นผู้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น&amp;nbsp;มาเพื่อให้คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;พิจารณาตามระเบียบ&amp;nbsp;สผ.&amp;nbsp;โดยได้ลงตรวจพื้นที่โครงการแล้ว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้รับหนังสือแจ้งความเห็นเบื้องต้น&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;สผ.&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยจะครบกำหนด&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันได้รับความเห็นเบื้องต้นจาก&amp;nbsp;สผ.&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และผลการตรวจสอบพื้นที่สถานที่ก่อสร้างโครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการพิจารณาสืบเนื่องโครงการ&amp;nbsp;มิสกวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(ดัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร)&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;มิสกวัน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลแม่น้ำ&amp;nbsp;อำเภอเกาะสมุย&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เป็นโครงการประเภทโรงแรม&amp;nbsp;มีจำนวนห้องพัก&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ห้อง&amp;nbsp;โดยมอบหมายให้&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทรัพย์ปัญญา&amp;nbsp;คอนซัลแตนท์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นผู้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มาเพื่อให้คณะกรรมการฯ&amp;nbsp;พิจารณาตาม&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;สผ.&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้พิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการมิสกวัน&amp;nbsp;(ตัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร)&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;มิสกวัน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การประชุมคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานีครั้งที่&amp;nbsp;8/2564&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยที่ประชุมมีมติฯ&amp;nbsp;ไม่ให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;มิสกวัน&amp;nbsp;(ดัดแปลงและเปลี่ยนการใช้อาคาร)&amp;nbsp;ของบริษัท&amp;nbsp;มิสกวัน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และให้ดำเนินการแก้ไขตามความเห็นของคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ให้ครบถ้วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการพิจารณารายงานชี้แจงเพิ่มเติม&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามประเด็นที่คณะกรรมการ&amp;nbsp;ได้มีความเห็นให้มีการดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้รับเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจะครบกำหนด&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ทั้งนี้&amp;nbsp;ฝ่ายเลขานุการได้ตรวจสอบกำหนดครบ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับจากวันที่ได้รับการแจ้งมติครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซึ่งครบกำหนดในวันที่&amp;nbsp;27มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311160642973</Link_News></row>
<row _id="301"><NewsTitle>ยกระดับแรงงานภาคเกษตร นำเทคโนโลยี IoT อบรมปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประทีป&amp;nbsp;ทรงลำยอง&amp;nbsp;อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับต้นของโลก&amp;nbsp;เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพและมูลค่าสินค้าเกษตรและอาหารให้สูงขึ้น&amp;nbsp;ตอบโจทย์ความต้องการบริโภคของตลาดโลก&amp;nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;จึงดำเนินการ&amp;nbsp;โครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มผู้มีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;กำลังแรงงานและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถทักษะฝีมือในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาการผลิตพืช&amp;nbsp;ผักและผลไม้&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางเกษตรที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับโรงเรียนแสงทองเทคโนโลยี&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตรการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Greenhouses&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Planting)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ระยะเวลาการฝึกอบรม&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ชั่วโมง)&amp;nbsp;มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การฝึกอบรมมุ่งเน้นนำความรู้ด้านเทคโนโลยี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;Internet&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Things&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;IoT&amp;nbsp;มาใช้ในการเพาะปลูกพืช&amp;nbsp;สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการการปลูกพืชในโรงเรือนอัจฉริยะ&amp;nbsp;โครงสร้างโรงเรือนที่เหมาะกับการเพาะปลูกพืชขนาดเล็กและขนาดใหญ่&amp;nbsp;การป้องกันโรคพืชและแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;การใช้ระบบ&amp;nbsp;IoT&amp;nbsp;ในการควบคุมการเปิด/ปิดน้ำ&amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิความชื้นและแสงสว่างภายในโรงเรือน&amp;nbsp;ผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;รวมถึงสามารถหาตลาดจำหน่ายสินค้าทั้ง&amp;nbsp;Onsite&amp;nbsp;และการขายสินค้าผ่านออนไลน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้อดีของการนำเทคโนโลยี&amp;nbsp;IoT&amp;nbsp;มาใช้ในการพัฒนาทักษะฝีมือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีส่วนช่วยแรงงานในภาคเกษตรลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและเวลา&amp;nbsp;ควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;ได้ผลผลิตคุณภาพสูงรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง&amp;nbsp;ได้รายได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกพืชในรูปแบบเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรนี้&amp;nbsp;หรือหลักสูตรอื่นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถติดตามรายละเอียดข่าวสารผ่านทาง&amp;nbsp;Facebook:&amp;nbsp;กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน&amp;nbsp;หรือโทรสายด่วนกระทรวงแรงงาน&amp;nbsp;1506&amp;nbsp;กด&amp;nbsp;4&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311193545076</Link_News></row>
<row _id="302"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน คุมเข้มมาตรการ และแนวทางการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ในห้วงการประกาศห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในที่ประชุมได้มีการพิจารณามาตรการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และแนวทางการแก้ปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในห้วงการประกาศห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มาตรการประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;มาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่&amp;nbsp;มาตรการการลาดตระเวน&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;และดับไฟ&amp;nbsp;มาตรการเผชิญเหตุ&amp;nbsp;ในสถานการณ์วิกฤติรุนแรง&amp;nbsp;มาตรการลดฝุ่นละอองในพื้นที่เขตเมือง&amp;nbsp;มาตรการดูแลสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;และมาตรการบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ให้แนวทางการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;มาตรการลาดตระเวน&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;และดับไฟ&amp;nbsp;ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รายงานการการดำเนินงาน&amp;nbsp;จำนวนพื้นที่ที่เกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;ไฟป่า&amp;nbsp;ความเสียหาย&amp;nbsp;จำนวนผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;เครื่องมือที่ใช้&amp;nbsp;โดยแจ้งข้อมูลมายังศูนย์&amp;nbsp;varoom&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อให้การสนับสนุนกำลังคน&amp;nbsp;เครื่องมือที่ใช้ในการดับไฟ&amp;nbsp;รวมถึงการแก้ปัญหาพื้นที่เผาไหม้ที่อยู่บนเขาสูง&amp;nbsp;ยากต่อการดับไฟ&amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟไม่ให้ลุกลามเข้าพื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;และพื้นที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;แหล่งท่องเที่ยว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในด้านมาตรการลดฝุ่นละอองในเขตพื้นที่เมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ฉีดพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;เพิ่มความชุ่มชื่น&amp;nbsp;ลดฝุ่นละออง&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;ย่านการค้า&amp;nbsp;ชุมชนหนาแน่น&amp;nbsp;และพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนมาตรการด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งได้มีมาตรการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เตรียมจัดห้องปลอดฝุ่น&amp;nbsp;(Safety&amp;nbsp;Zone)&amp;nbsp;ให้กับประชาชน&amp;nbsp;เพื่อรองรับในช่วงที่คุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;รวมถึงให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยประชาสัมพันธ์แนวทางการดูแล&amp;nbsp;รักษาสุขภาพอนามัย&amp;nbsp;แก่ประชาชน&amp;nbsp;ในช่วงนี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท้ายนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอความร่วมมือทุกภาคส่วน&amp;nbsp;สร้างการรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ในห้วงการประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311161953987</Link_News></row>
<row _id="303"><NewsTitle>ภาครัฐ คุมเข้มมาตรการตรวจจับรถยนต์ควันดำในเขตเมืองใหญ่ โดย คพ. เตรียมยกระดับความเข้มข้นการตรวจวัดควันดำเริ่ม 13 เม.ย.นี้ หวังรับมือฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาครัฐ&amp;nbsp;คุมเข้มมาตรการตรวจจับรถยนต์ควันดำในเขตเมืองใหญ่&amp;nbsp;โดยกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;เตรียมยกระดับความเข้มข้นการตรวจวัดควันดำเริ่มวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;หวังรับมือฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในกรุงเทพมหานคร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และนายเสกสม&amp;nbsp;อัครพันธุ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงานบริเวณหน้าสถานทีรถไฟฟ้า&amp;nbsp;BTS&amp;nbsp;หมอชิต&amp;nbsp;ถนนกำแพงเพชร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตจตุจักร&amp;nbsp;ที่มีการตั้งจุดตรวจควันดำสุ่มตรวจรถเมล์และรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลที่มีสภาพเก่า&amp;nbsp;โดยมีรถเข้ามาตรวจวัดประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;รถโดยสาร&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;มีค่าควันเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;1&lt;/p&gt;&lt;p&gt;คัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถบรรทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และรถยนต์&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;มีค่าควันดำเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาลมีความเข้มงวดการตรวจจับรถควันดำ&amp;nbsp;ตรวจจับ&amp;nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&amp;nbsp;และบังคับใช้บทลงโทษสูงสุด&amp;nbsp;เพื่อลดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ให้ความสำคัญการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;และตามแผนปฏิบัติการลดมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะลดฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ให้เกิดผลอย่างแท้จริง&amp;nbsp;ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่&amp;nbsp;การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง&amp;nbsp;และการลดบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครจะเน้นการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดควันดำและฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ภาพรวมจากการตั้งจุดตรวจตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานครตรวจสอบสะสม&amp;nbsp;143,752&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานสะสม&amp;nbsp;38,349&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ห้ามใช้สะสม&amp;nbsp;648&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และพื้นที่ต่างจังหวัด&amp;nbsp;ตรวจสอบสะสม&amp;nbsp;70,522&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;933&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ห้ามใช้สะสม&amp;nbsp;993&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ซึ่งจากสถิติภาพรวมพบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานประมาณร้อยละ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ถือว่าค่อนข้างสูง&amp;nbsp;ขณะที่เดือนเมษายนนี้จะเพิ่มมาตรการตรวจวัดควันที่เข้มข้นขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การปรับค่ามาตรฐานควันดำรถทุกประเภท&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ระบบความทึบแสงจากเดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;และระบบกระดาษกรอง&amp;nbsp;เดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เป็นไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายนเป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์คุณภาพอากาศช่วงนี้ถึง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคมฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอาจพบเกินเกณฑ์มาตรฐานในบางพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะเพิ่มมากขึ้นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือประชาชนลดกิจกรรมการใช้ยานพาหนะ&amp;nbsp;งดการเผาเศษวัชพืชในที่โล่งและพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;นำยานพาหนะเข้าบำรุงรักษาตามวงรอบ&amp;nbsp;สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกนอกที่พัก&amp;nbsp;และติดตามรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163105996</Link_News></row>
<row _id="304"><NewsTitle>เกษตรปะเหลียน จังหวัดตรัง  ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย หมู่ที่ 3 ตำบลปะเหลียน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดยนายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของกลุ่มแปลงใหญ่ผึ้งโพรงไทย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงงานแปรรูปผึ้งโพรง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;สมาชิกนำชมไลน์การผลิตของโรงงานแปรรูปผึ้งโพรงไทย&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ระหว่างรอดำเนินงาน&amp;nbsp;คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผึ้งโพรงไทย&amp;nbsp;เป็นแหล่งรายได้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเป็นอาชีพที่น่าสนใจไม่น้อย&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย&amp;nbsp;ในการเลี้ยงผึ้งโพรงไทย&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีต้นทุนการผลิตต่ำ&amp;nbsp;เพราะผึ้งโพรงไทยมีอยู่แล้วในธรรมชาติ&amp;nbsp;ไม่ต้องซื้อและหา&amp;nbsp;ให้ผึ้ง&amp;nbsp;ส่วนรังเลี้ยงไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง&amp;nbsp;เก็บน้ำผึ้งครั้งเดียวก็คุ้มทุน&amp;nbsp;ขณะนี้น้ำผึ้งโพรงยังผลิตได้ไม่พอต่อความต้องการตลาด&amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;จึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจและถือเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะผึ้งโพรงเป็นแนวทางทำการเกษตรที่นอกจากจะตอบโจทย์ในเรื่องการสร้างรายได้แล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311163117997</Link_News></row>
<row _id="305"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม พร้อมคณะฯ ติดตามการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและคณะติดตามงานภารกิจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานภารกิจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามการดำเนินงานของกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่งด้านชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน&amp;nbsp;ตำบลแหลมใหญ่&amp;nbsp;ตำบลบางจะเกร็ง&amp;nbsp;ตำบลบางแก้ว&amp;nbsp;ตําบลคลองโคน&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;มีพื้นที่ชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;24.18&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และพื้นที่ทะเลพื้นที่ในทะเล&amp;nbsp;143,750&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;230&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;เป็นเขตรับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อตรวจสภาพพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งรับทราบสภาพปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;และตรวจท่าเทียบเรือของคลังแก๊ส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา&amp;nbsp;/ข่าว&amp;nbsp;ธิติมา&amp;nbsp;/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311171144020</Link_News></row>
<row _id="306"><NewsTitle>เกษตรอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนและติดตามการปลูกผักยกแคร่บ้านผมเด็น ตำบลไม้ฝาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายสมเดช&amp;nbsp;ว่องทั่ง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนแปลงทุเรียนของนายสัญญา&amp;nbsp;แจ่มกำเนิด&amp;nbsp;ต้นทุเรียนอายุ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีครึ่ง&amp;nbsp;ให้ผลผลิตเป็นปีแรก&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในระยะดอกบาน&amp;nbsp;ระยะหางแย้&amp;nbsp;และติดตามการปลูกผักยกแคร่ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;พบว่าเกษตรมีความพึงพอใจกับการเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เพราะนอกจากจะมีผักบริโภคในครัวเรือนแล้ว&amp;nbsp;ยังมีรายได้จากการจำหน่ายผักอีกด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้มีการแนะนำการใช้ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาในการป้องกันโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อราอีกด้วย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านผมเด็น&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลไม้ฝาด&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำหรับ&amp;nbsp;การปลูกผักยกแคร่เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปลูกผักแล้วพบปัญหาไม่มีพื้นที่&amp;nbsp;โรคแมลงรบกวน&amp;nbsp;หรือพื้นที่ชุ่มน้ำไม่เหมาะกับการเพาะปลูก&amp;nbsp;การปลูกผักเป็นการสร้างแหล่งอาหารในครัวเรือน&amp;nbsp;มุ่งเน้นการพึ่งตนเอง&amp;nbsp;และแบ่งปันผู้อื่น&amp;nbsp;ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;เป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในยามวิกฤต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220311173326028</Link_News></row>
<row _id="307"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเลและการดำเนินงานของบริษัทในการอุดรูรั่วของท่อน้ำมันดิบที่ทุ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของบริเวณรอยรั่วเดิมด้วยเทปกาวพันท่อชนิดพิเศษ&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;มีคราบน้ำมันออกมาขนาด&amp;nbsp;2?200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ลักษณะเป็นฟิล์มบางใส&amp;nbsp;เป็นบางช่วง&amp;nbsp;โดยมีเรือสนับสนุนปฏิบัติการใต้น้ำในพื้นที่ใช้น้ำยาขจัดและตีกวนให้คราบน้ำมันจางลง&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ใกล้ชายฝั่งอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมัน&amp;nbsp;ด้านการช่วยเหลือบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;วันนี้บริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มประมงจำนวน&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สมาคมสุนทรภู่&amp;nbsp;อำเภอแกลง&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนเวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ศรชล.&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าฯ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อบจ.&amp;nbsp;จัดกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดบริเวณชายหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;บริเวณหาดหน้าบ้านสบ๊าย&amp;nbsp;สบาย&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ได้มีการประชุมหารือโครงการศึกษาผลกระทบและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยบูรพา&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจาก&amp;nbsp;Chevron&amp;nbsp;Technical&amp;nbsp;Center&amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกามาร่วมประชุม&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;สทช.1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบก้อนคล้ายยางมะตอยที่ก้นอ่าวและบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&amp;nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่านที่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;และพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยทางการเกษตรที่คลองหัวรถ&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์&lt;/strong&gt;จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเลได้ที่ศูนย์สื่อสารบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;038-699881&amp;nbsp;ในวันจันทร์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-11-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312012158100</Link_News></row>
<row _id="308"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์สานต่อนโยบาย เดินหน้าตรวจห้องเย็นรอบใหม่ต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามที่&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีความห่วงใยและให้ความสำคัญ&amp;nbsp;ในกรณีที่อาจมีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อสุกรเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า&amp;nbsp;โดยได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมเครือข่ายปฏิบัติงานเร่งตรวจสอบห้องเย็นเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมหน่วยงานเครือข่ายสนองนโยบาย&amp;nbsp;สนธิกำลังไล่ตรวจสอบห้องเย็นรอบใหม่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-11&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;สรุปผลการตรวจสอบและการดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;พ.ศ.2558&amp;nbsp;พบรายงานผลการตรวจสอบห้องเย็นประจำวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่ที่เข้าตรวจสอบรอบใหม่จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;นครนายก&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;นครปฐม&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;และอุทัยธานี&amp;nbsp;ตรวจพบซากสุกรจำนวน&amp;nbsp;387,570.60&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รวมจำนวนตรวจพบซากสุกรที่พบในห้องเย็นรอบใหม่รวมสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมกว่า&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ล้านกิโลกรัม&amp;nbsp;จากห้องเย็นทั้งหมด&amp;nbsp;336&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับรายงานข้อมูลสภาวะตลาดสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าราคาสุกรขุนหน้าฟาร์มปรับขึ้นเล็กน้อยตามแรงกดดันของต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ผู้บริโภคเริ่มมีการปรับตัวรับราคาเนื้อสุกรในปัจจุบันได้มากขึ้น&amp;nbsp;ห้างค้าปลีก&amp;nbsp;จัดส่วนต่างราคาตามความต้องการของตลาดได้ดีและสร้างราคาชิ้นส่วนทางเลือกที่สนองนโยบายรัฐ&amp;nbsp;ถึงแม้ต้นทุนอาหารสัตว์&amp;nbsp;ค่าพลังงานน้ำมัน&amp;nbsp;จะขยับเพิ่มเป็นรายวัน&amp;nbsp;กระทบทั้งต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่ง&amp;nbsp;ในขณะที่ราคาจำหน่ายเนื้อสุกรและสุกรขุนหน้าฟาร์มยังคงถูกจับตาโดยภาครัฐเป็นรายสัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับราคาข้าวโพดหน้าโรงงานอาหารสัตว์สูงสุด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่กรุงไทยอาหารสัตว์&amp;nbsp;บ้านบึง&amp;nbsp;ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;13.05&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;CPF&amp;nbsp;บางนาและเซ็นทาโกอยู่ที่&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยปัจจัยที่ท้าทายภาคปศุสัตว์ไทยในสถานะการณ์สงครามที่เป็นปัญหาหนัก&amp;nbsp;นอกเหนือจากปัญหาราคาน้ำมัน&amp;nbsp;คือราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;เพราะรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งออกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก&amp;nbsp;โดยมีปริมาณการส่งออกข้าวสาลีรวมกันราว&amp;nbsp;29%&amp;nbsp;ของปริมาณการส่งออกทั่วโลก&amp;nbsp;และมีสัดส่วนการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงถึง&amp;nbsp;19%&amp;nbsp;ของตลาดโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312113330155</Link_News></row>
<row _id="309"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;40&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครนายก&amp;nbsp;37&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,591&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,555&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312094824121</Link_News></row>
<row _id="310"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือบริเวณ จ.แม่ฮ่องสอน แพร่ และสุโขทัย ยังสูงในระดับสีส้ม ส่วน กทม.และปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;และสุโขทัย&amp;nbsp;ยังสูงในระดับสีส้ม&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&amp;nbsp;แต่ยังมีสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.นาจักร&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แพร่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ธานี&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สุโขทัย&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312095029122</Link_News></row>
<row _id="311"><NewsTitle>ทช. ตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยในพื้นที่หาดแม่รำพึง โดยบริเวณคลองหัวรถและก้นอ่าวพบก้อนน้ำมัน ส่วนตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดได้เก็บตัวอย่างเม็ดสีน้ำตาลให้กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยในพื้นที่หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;โดยบริเวณคลองหัวรถและก้นอ่าวพบก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;ส่วนตรงร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดได้เก็บตัวอย่างเม็ดสีน้ำตาลให้กรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลังได้รับแจ้งพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยในพื้นที่หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;จากการสำรวจชายหาดแม่รำพึงตั้งแต่ศาลเจ้าแม่รำพึงถึงก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;9.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;และสุ่มเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันบริเวณคลองหัวรถ&amp;nbsp;ร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&amp;nbsp;และก้นอ่าว&amp;nbsp;โดยผลสำรวจบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ดไม่พบก้อนน้ำมัน&amp;nbsp;แต่พบที่บริเวณคลองหัวรถและก้นอ่าว&amp;nbsp;ส่วนกรณีพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยบริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู๊ด&amp;nbsp;ผลการสำรวจเบื้องต้นพบหินขนาดเล็ก&amp;nbsp;น้ำหนักเบาสีน้ำตาล&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สันนิษฐานว่าเป็นหินภูเขาไฟจึงเก็บตัวอย่างส่งกรมทรัพยากรธรณีตรวจสอบชนิดและองค์ประกอบอย่างละเอียดอีกครั้ง&amp;nbsp;พร้อมได้ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายหาดสุชาดา&amp;nbsp;หาดแสงจันทร์&amp;nbsp;หาดแหลมเจริญ&amp;nbsp;อ่าวบ้านเพ&amp;nbsp;และหาดสวนสน&amp;nbsp;พบสภาพน้ำทะเลเป็นปกติ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมันในน้ำทะเล&amp;nbsp;และก้อนน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับการตรวจสอบคุณภาพน้ำทั่วไปบริเวณชายหาดระยอง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มีผลอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เพื่อการนันทนาการ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังเก็บตัวอย่างน้ำทะเลและดินตะกอน&amp;nbsp;เพื่อวิเคราะห์หาการปนเปื้อนปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312103358128</Link_News></row>
<row _id="312"><NewsTitle>เร่งเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านการเงินการบัญชีที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ แก่สหกรณ์และเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีงานวันคล้ายวันสถาปนากรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;โดยมีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์&amp;nbsp;วางระบบบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี&amp;nbsp;ให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินการบัญชีและส่งเสริมการจัดทำบัญชีให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยาวชนและประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับขบวนการสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกสหกรณ์ว่า&amp;nbsp;จะได้รับผลประโยชน์ที่พึงได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม&amp;nbsp;อันเป็นการยืนยันถึงหลักการและอุดมการณ์แห่งสหกรณ์นั่นคือ&amp;nbsp;สหกรณ์ของสมาชิก&amp;nbsp;เพื่อสมาชิก&amp;nbsp;และโดยสมาชิก&amp;nbsp;ปัจจุบันสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;มีทุนดำเนินงานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&amp;nbsp;จึงนับเป็นกลไกในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ&amp;nbsp;และมีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานรากได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบนโยบายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดำเนินงานตามภารกิจ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการสอบบัญชีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบบัญชีอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วนและโปร่งใส&amp;nbsp;และในปัจจุบัน&amp;nbsp;มีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ที่กรมฯ&amp;nbsp;จะต้องให้คำแนะนำและตรวจสอบบัญชีกว่า&amp;nbsp;12,000&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ด้านการสอนบัญชี&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมสอนบัญชีรับ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงลูกหลานของเกษตรกรด้วย&amp;nbsp;เพื่อจะได้นำไปใช้ในการวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคต&amp;nbsp;ช่วยเสริมสร้างศักยภาพด้านการประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เกษตรกรได้อย่างมั่นคงและเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;(สพฐ.)&amp;nbsp;เพื่อจัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ร่วมกัน&amp;nbsp;บรรจุหลักสูตรการทำบัญชีรับ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;ให้กับเด็กนักเรียน&amp;nbsp;ทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา&amp;nbsp;อันจะเป็นการวางรากฐานให้กับเยาวชนไทยได้มีวินัยในการใช้จ่ายเงิน&amp;nbsp;โดยคาดว่าจะลงนามภายในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยให้คำแนะนำให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;จัดทำบัญชีให้ถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วน&amp;nbsp;หากสหกรณ์ใดยังไม่สามารถดำเนินการจัดทำบัญชีด้วยตนเองได้&amp;nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่กรมฯ&amp;nbsp;ช่วยดูแลสอนแนะอย่างใกล้ชิดและเนื่องในโอกาสที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;สถาปนาครบรอบ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อยากให้ทุกภาคส่วนของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีต่อๆ&amp;nbsp;ไป&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการทำบัญชีและมาตรฐานการจัดทำรายงานทางการเงินของสถาบันเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312114132163</Link_News></row>
<row _id="313"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการ กษ. เขต 15 ติดตามการขับเคลื่อนงานแบบบูรณการงาน หน่วยงานเกษตรจังหวัดลำปาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีระพงศ์&amp;nbsp;ฤทธิโชติ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การประชุมตรวจติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนการตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;บุญนาค&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จากกรมต่างๆ&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.การขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ข้าวเหนียว&amp;nbsp;และไผ่&amp;nbsp;โดยการนำความก้าวหน้าการดำเนินงานเข้ารายงานในการประชุม&amp;nbsp;SC&amp;nbsp;ของจังหวัด&amp;nbsp;และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.การรายงานหมอกควันและไฟป่า&amp;nbsp;ให้รายงานความก้าวหน้าเปรียบเทียบเป็นรายเดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ภัยแล้ง/น้ำท่วม&amp;nbsp;ให้จัดทำข้อมูลในภาพรวมของจังหวัดก่อน&amp;nbsp;แล้วแยกในส่วนภัยแล้ง/น้ำท่วมที่เกิด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ภัยแล้ง/น้ำท่วมซ้ำซาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.พืชสมุนไพร&amp;nbsp;ให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ตรวจสอบข้อมูลการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยให้สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.การตรวจราชการและการขับเคลื่อนแบบบูรณาการในพื้นที่ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;โดยให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงาน&amp;nbsp;และเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน&amp;nbsp;ควรมีการประชาสัมพันธ์สินค้า/ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับของสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.ข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สับปะรด&amp;nbsp;และโคเนื้อ&amp;nbsp;โดยให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทำรายงานความก้าวหน้าของแต่ละชนิดสินค้า&amp;nbsp;โดยระบุปัญหา-แนวทางการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือที่รับผิดชอบในแต่ละประเด็น&amp;nbsp;และความก้าวหน้าการดำเนินงาน&amp;nbsp;รวมถึงการนำวาระสับปะรดเสนอในที่ประชุม&amp;nbsp;คพจ.&amp;nbsp;และรายงานผลในการประชุมครั้งต่อไป&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.ผู้แทนภาคประชาชนได้ให้ข้อเสนอแนะในด้านการขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;ไผ่&amp;nbsp;ให้แยกกลุ่มเกษตรกรตามความต้องการพัฒนาให้ชัดเจน&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาศักยภาพตามความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;และส่งเสริมการผลิตข้าวโดยใช้ตอซังข้าว&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;อีกทั้งให้หน่วยงานด้านปศุสัตว์ติดตามการส่งเสริมการเลี้ยงแพะในจังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312104617141</Link_News></row>
<row _id="314"><NewsTitle>นายกฯ สั่งการตำรวจ เกษตร พาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ หากพบการกักตุนสินค้า ฉวยโอกาสทำกำไร ให้ดำเนินการตามกฎหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ด่วน! ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศ&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากกรณีปรากฏปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดมีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt; โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศโดยด่วน พร้อมให้รายงานนายกรัฐมนตรีรับทราบข้อเท็จจริง หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย มีการกักตุนสินค้า ปั่นราคาแพง ฉวยโอกาสทำกำไรในสภาวการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงในขณะนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดทุกราย โดยไม่ละเว้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพด เพื่อขายเข้าสู่ตลาดแล้ว แต่กลับพบว่า&amp;nbsp;ปริมาณข้าวโพดในตลาดมีน้อยผิดปกติ &lt;/strong&gt;ไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่พ่อค้ารับซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp;ดันให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่งขึ้นทุกวัน ซึ่งเข้าข่ายพฤติกรรมการกักตุนสินค้า รวมทั้งเป็นการกดดันผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ต้องจ่ายราคาพิเศษเพิ่มขึ้นอีก ถือเป็นการซ้ำเติมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่กำลังเดือดร้อนในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกฯ รับทราบกรณีดังกล่าว โดยกำชับให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/strong&gt; อย่าให้มีการฉวยโอกาส หรือใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ ซ้ำเติมภาระให้ประชาชน ในขณะที่รัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาต่าง ๆ อยู่ในขณะนี้ และขอให้ทุกฝ่ายเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312104608139</Link_News></row>
<row _id="315"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการ กษ. เขต 15 ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนสับปะรดจังหวัดลำปาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีระพงศ์&amp;nbsp;ฤทธิโชติ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;การลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนสับปะรดจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;บุญนาค&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จากหน่วยกรมต่างๆ&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับฟังสถานการณ์การผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการตลาดสับปะรด&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายชาตรี&amp;nbsp;บุญนาค&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการผลิตสับปะรดให้ออกผลผลิตทั้งปี&amp;nbsp;รวมถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกสับปะรดเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;และในส่วนของการผลิตสับปะรดส่งโรงงานและสับปะรดผลสด&amp;nbsp;ให้เน้นการผลิตให้ได้คุณภาพและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&amp;nbsp;ขณะที่ผู้แทนเกษตรกรได้กล่าวถึงปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการผลิต&amp;nbsp;จึงทำให้ไม่สามารถผลิตสับปะรดตลอดทั้งปีได้&amp;nbsp;จึงต้องการรับสนับสนุนในด้านแหล่งน้ำ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;บ่อน้ำ&amp;nbsp;สระน้ำ&amp;nbsp;และบ่อบาดาล&amp;nbsp;รวมถึงเกษตรกรมีความต้องการปรับเปลี่ยนไปดำเนินการในด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;พืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;การเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312110717146</Link_News></row>
<row _id="316"><NewsTitle>จังหวัดพะเยา ติดตามการดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชุติเดช&amp;nbsp;มีจันทร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;(หลังเก่า)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ห้วงการป้องกันและการเตรียมความพร้อมในช่วงเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2550&amp;nbsp;ในการดำเนินการ&amp;nbsp;สั่งการควบคุมและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ให้มีการประชุมคณะทำงานเป็นประจำ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน/สัปดาห์&amp;nbsp;จัดทำแผนเผชิญเหตุป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็กระดับจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินงานจัดเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt;ทางด้านวัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;ในการป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่น&amp;nbsp;ละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;รวมถึงการจัดทำแนวกันไฟและควบคุมการเผา&amp;nbsp;พร้อมกับเฝ้าระวังในการเผาในเขตรอยต่อชุมชนกับพื้นที่ป่า&amp;nbsp;ห้วงการควบคุมเหตุเผชิญเหตุ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วันอันตรายงดเผาเด็ดขาด&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดช่วงเวลาห้ามเผาเด็ดขาดและมาตรการทางกฎหมาย&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับทราบและถือปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของการจัดชุดลาดตระเวนโดยชุมชน&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากร&lt;/strong&gt;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณจากจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ตอนบน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในการจัดชุดลาดตระเวน&amp;nbsp;เฝ้าระวังและดับไฟโดยชุมชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;473&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวทางและมาตรการพิจารณา&amp;nbsp;ติดตามการปฏิบัติงานตามแนวทางมาตรการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประธานในที่ประชุม&amp;nbsp;ได้ให้ส่วนปฏิบัติการ&amp;nbsp;จัดทำแผนในการจัดทำ&lt;/strong&gt;แนวกันไฟ&amp;nbsp;จากนั้นให้ดำเนินการตามแผนเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;โดยระดมอุปกรณ์ที่ในพื้นที่หากไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ให้แจ้ง&amp;nbsp;ปภ.จังหวัด&amp;nbsp;เพื่อขอใช้งบยับยั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สวท.พะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121310179</Link_News></row>
<row _id="317"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด (20 ก.พ.  11 มี.ค.65) 928 จุด ขณะที่คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(เมื่อวานนี้)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,595&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;511&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,040&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;928&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;332&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;598&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312121444182</Link_News></row>
<row _id="318"><NewsTitle>เกษตรกรเฮ ม.อ. ลดค่าวิเคราะห์ตัวอย่างดินและใบปาล์มน้ำมัน ราคาพิเศษต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,319,602&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เนื้อที่ให้ผล&amp;nbsp;4,414,420&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตกว่า&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมาขึ้นทะเบียนเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;251,265&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;พื้นที่จำนวน&amp;nbsp;3,388,411&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากที่สุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;1,359,380&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รองลงมาจังหวัดกระบี่จำนวน&amp;nbsp;1,170,815&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,024,499&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;ผู้ปลูกปาล์มน้ำมันเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;มีแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;233&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;มีพื้นที่รวม&amp;nbsp;225,040ไร่&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;13,752&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป้าหมายของการพัฒนาแปลงใหญ่&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;3.เพิ่มคุณภาพผลผลิต/จัดทำมาตรฐาน&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;บริหารจัดการ&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;จัดการด้านการตลาด&amp;nbsp;โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะใส่ปุ๋ยตามความเคยชินของเกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้มีต้นทุนในการผลิตที่สูง&amp;nbsp;หากเกษตรกรมีการวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;และทางใบปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;สามารถใส่ปุ๋ยได้ตามค่าวิเคราะห์ทำให้ลดต้นทุนการผลิตและผลผลิตยังมีคุณภาพได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดทำบันทึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เพื่อเป็นหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงงานวิจัยด้านการเกษตร&amp;nbsp;และนำงานวิจัยต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่สำเร็จและพร้อมใช้มาแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้ดำเนินการในพืชเศรฐกิจของภาคใต้&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งคณะทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีศูนย์ปฏิบัติการวิเคราะห์กลาง&amp;nbsp;สำหรับตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดินและตัวอย่างพืช&amp;nbsp;เพื่อประเมินความต้องการธาตุอาหารของพืช&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับปรุงบำรุงดิน&amp;nbsp;และการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;อยู่แล้ว&amp;nbsp;โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์&amp;nbsp;จะลดค่าตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างดินและตัวอย่างพืช&amp;nbsp;ในราคาพิเศษต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากราคาปกติร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คิดอัตราค่าบริการดังนี้&amp;nbsp;การวิเคราะห์ตัวอย่างใบพืช&amp;nbsp;(ทางใบปาล์มน้ำมัน)&amp;nbsp;ปกติราคา&amp;nbsp;1,360&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ลดเหลือ&amp;nbsp;816&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;(ความอุดมสมบูรณ์พื้นฐาน)&amp;nbsp;ปกติราคา&amp;nbsp;1,210&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เหลือ&amp;nbsp;726&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และคิดค่าบริการให้คำแนะนำตัวอย่างละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;ทราบถึงข้อตกลงดังกล่าว&amp;nbsp;และขอเชิญ&amp;nbsp;ส่งตัวอย่างดิน&amp;nbsp;และใบปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;วิเคราะห์ธาตุอาหาร&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ย&amp;nbsp;และมีการจัดการสวนปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ผลผลิตเพิ่มขี้น&amp;nbsp;หากเกษตรกรมีความสนใจวิธีการเก็บตัวอย่างดิน&amp;nbsp;การเก็บตัวอย่างทางใบ&amp;nbsp;หรือมีปัญหา&amp;nbsp;สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312122222188</Link_News></row>
<row _id="319"><NewsTitle>ชุดกำลังเจ้าหน้าที่ เข้มมาตรการลาดตระเวนเเละเฝ้าระวังไฟป่าจากจุดเฝ้าระวังรอบพื้นที่ดอยพระบาท ลำปาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจิรภัทร&amp;nbsp;กันธิยาใจ&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;สาขาลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่&amp;nbsp;รับผิดชอบ&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าสถานีฯ&amp;nbsp;ได้ลาดตระเวนเเละเฝ้าระวังไฟป่าจากจุดเฝ้าระวังรอบพื้นที่ดอยพระบาท&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังบ้านปงอ้อม&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.บ้านเสด็จ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังบ้านทรายใต้&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.พิชัย&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;และจุดเฝ้าระวังปั้มน้ำมัน&amp;nbsp;PT&amp;nbsp;ต.พระบาท&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ลาดตระเวนและอยู่ประจำจุดสกัดแก้ไขปัญหาไฟป่า&lt;/strong&gt;และหมอกควัน&amp;nbsp;บ้านทรายใต้&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.พิชัย&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;โดยเหตุการณ์ทั่วไปปกติ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สถานีฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเก็บใบไม้และเศษวัสดุเชื้อเพลิงเพื่ออัดก้อนเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตามมาตรการ"ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา"&amp;nbsp;ตามนโยบายของ&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312131617208</Link_News></row>
<row _id="320"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 300 จุด โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาสูงเกือบ 5,000 จุด กระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงเกือบ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(11&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;383&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;122&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;72&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังกระจายตัวตั้งแต่ตอนกลางไปถึงตอนบนของประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นทุกภูมิภาค&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงถึง&amp;nbsp;165&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;10,225&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;8,777&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,375&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูงถึง&amp;nbsp;4,886&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,528&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;1,089&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312143356218</Link_News></row>
<row _id="321"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดนครพนมวันนี้ (12 มี.ค.) อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;รายงานค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5(ค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชม.)&amp;nbsp;37&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี&amp;nbsp;และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM10&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;53&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศดี&amp;nbsp;ค่ามลพิษที่สำคัญ&amp;nbsp;ค่าโอโซน&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดี&amp;nbsp;สำหรับค่าไนโตรเจนไดออกไซด์,&amp;nbsp;คาร์บอนมอนอกไซด์&amp;nbsp;และซัลเฟอร์ไดออกไซด์&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์คุณภาพดีมาก&amp;nbsp;ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI)&amp;nbsp;ของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;อยู่ในระดับ&amp;nbsp;คุณภาพอากาศดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำแนะนำสุขภาพ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;คุณภาพอากาศดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;และการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ได้ตามปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปการเกิดจุดความร้อนจากการเผา(Hotspot)&amp;nbsp;ของจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประจำวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกิดจุดความร้อนจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ประเภทพื้นที่&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;(ในท้องที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;อ.นาหว้า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด,&amp;nbsp;อ.โพนสวรรค์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312145419221</Link_News></row>
<row _id="322"><NewsTitle>ประชาชนร่วมจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า งานตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ใจกลางเมือง Organic Weekend Market กว่า 60 ร้านค้าทั่วประเทศ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บรรยากาศภายในงาน&amp;nbsp;Organic&amp;nbsp;Weekend&amp;nbsp;Market&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;สัปดาห์ที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วงเย็นวันนี้พบว่า&amp;nbsp;มีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยภายในงานได้นำร้านค้าจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และสินค้า&amp;nbsp;Farm&amp;nbsp;Outlet&amp;nbsp;จากเกษตรกรในชุมชนทั่วประเทศรวมกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ร้านค้า&amp;nbsp;มาจำหน่ายแก่ประชาชนในราคาย่อมเยา&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;ผักพื้นบ้าน&amp;nbsp;สินค้าเกษตรแปรรูปและร้านค้าอื่นๆ&amp;nbsp;อีกมากมาย&amp;nbsp;รวมถึงมีการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;Oganic&amp;nbsp;Workshop&amp;nbsp;ให้ประชาชนภายในงาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สอนแต่งหน้าขนมคัพเค้ก&amp;nbsp;DIY&amp;nbsp;สอนจัดสวนถาดรักษ์โลก&amp;nbsp;โคมไฟประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในงานยังมีการจัดแสดงพืชผักสวนผักครัว&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนได้ถ่ายรูปเป็นจุดเช็คอินและเพื่อเป็นความรู้ให้ประชาชนได้รู้จักสินค้าเกษตรอินทรีย์เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยประชาชนที่มาร่วมงานในวันนี้&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปกติเป็นคนชอบทานผักออแกนิกอยู่แล้ว&amp;nbsp;เพราะผักออแกนิกเป็นผักที่สะอาดปลอดสารพิษและมีประโยชน์ต่อร่างกาย&amp;nbsp;สนใจอยากมางานในครั้งเพื่อนำไปพัฒนาปลูกเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ประกอบการร้านอรุณฟาร์ม&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;งานนี้เป็นงานพืชผักออแกนิกโดยเฉพาะและเห็นว่างานนี้เป็นงานที่น่าสนใจ&amp;nbsp;สามารถเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้&amp;nbsp;จึงอยากนำผลิตภัณฑ์ออแกนิกของตนเองมาจำหน่ายให้แก่ประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ทุกวันศุกร์-เสาร์&amp;nbsp;-และอาทิตย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สัปดาห์&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.-&amp;nbsp;21.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;G&amp;nbsp;Garden&amp;nbsp;หลังเซ็นทรัลพระราม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312202048281</Link_News></row>
<row _id="323"><NewsTitle>พยาบาลวิชาชีพชาว อ.สังขะ จ.สุรินทร์ เผย ปลูกหญ้าเนเปียขาย รายได้ตกเดือนละเกือบแสน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพนิดา&amp;nbsp;แสวงทรัพย์&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ชาวบ้านหนองกุง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลกระทียม&amp;nbsp;อำเภอสังขะ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตนมีอาชีพพยาบาล&amp;nbsp;ที่นอกจากจะดูแลคนไข้แล้ว&amp;nbsp;ยังใช้เวลาว่างหลังเลิกงานพาครอบครัวปลูกหญ้าเนเปียบดขายให้กับเกษตรกรคนในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp;ซึ่งแต่ละวันไม่พอจะขาย&amp;nbsp;จึงใช้พื้นที่ที่เคยทำนา&amp;nbsp;ทำการขยายออก&amp;nbsp;และทำอย่างต่อเนื่องจนสามารถปลดหนี้สินให้พ่อแม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางพนิดา&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;ที่นาของพ่อและแม่มีทั้งหมด&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำนามาหลายสิบปีก็มีแต่หนี้สิน&amp;nbsp;ไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp;และกับครอบครัวที่ตนเองดูแล&amp;nbsp;ตนจึงได้นำหญ้าเนเปียมาทดลองปลูกจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;โดยให้พ่อกับแม่เป็นผู้ดูแล&amp;nbsp;หลังจากที่ปลูกแล้วได้นำไปบดและนำออกจำหน่ายกระสอบละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปรากฏว่ามีบรรดาผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งโค&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;สุกร&amp;nbsp;มาซื้อนำไปให้สัตว์กินเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;จนมีให้ไม่พอ&amp;nbsp;จึงได้ขยายการปลูกออกไปอีกจำนวนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีคนสนใจมาชมจำนวนมาก&amp;nbsp;มีการมาติดต่อซื้อถึงบ้าน&amp;nbsp;เมื่อบวก&amp;nbsp;ลบ&amp;nbsp;คูณ&amp;nbsp;หาร&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;มีรายได้ตกเดือนละ&amp;nbsp;60,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นางพนิดา&amp;nbsp;ยังกล่าวถึงพ่อแม่ว่า&amp;nbsp;เมื่อก่อนพ่อแม่เคย&lt;/strong&gt;ตั้งคำถามว่า&amp;nbsp;ปลูกแล้วจะได้ผลหรือ&amp;nbsp;แต่หลังจากที่ตนลงมือทำและได้ผล&amp;nbsp;จึงรู้ว่าหญ้าเนเปียที่ปลูกนั้น&amp;nbsp;มีค่ามหาศาล&amp;nbsp;และนอกจากในนาจะมีหญ้าเนปียแล้ว&amp;nbsp;ยังใช้พื้นที่ที่เหลือขยายขุดบ่อ&amp;nbsp;เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;ปลาไน&amp;nbsp;เลี้ยงหอย&amp;nbsp;เลี้ยงกบ&amp;nbsp;ปลูกพริก&amp;nbsp;ผักสวนครัว&amp;nbsp;จนพื้นที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แทบจะไม่มีพื้นที่ว่าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;นางพนิดา&amp;nbsp;ยังให้ความเห็นว่า&amp;nbsp;เพราะตนเองคิดว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมาพ่อแม่เป็นหนี้เพราะทำนา&amp;nbsp;พอหันหน้ามาทำไร่นาสวนผสมแล้ว&amp;nbsp;ทำให้พอมีกิน&amp;nbsp;มีใช้&amp;nbsp;ไม่ต้องเป็นหนี้ใครอีก&amp;nbsp;และคิดว่าตนเองประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;นอกจากการงานประจำแล้ว&amp;nbsp;ยังได้แบ่งเวลามาทำงานที่บ้าน&amp;nbsp;ทำให้มีความสุข&amp;nbsp;และมีเงินใช้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับท่านผู้ที่สนใจอยากศึกษาดูงานการปลูกหญ้าเนเปียร์เงินล้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสวนเกษตรผสมสาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;นางพนิดา&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;สามารถไปดูได้&amp;nbsp;และสั่งหญ้าเนเปียร์บดได้&amp;nbsp;ที่สวนศรีเจริญทรัพย์&amp;nbsp;บ้านหนองกุง&amp;nbsp;ตำบลกระเทียม&amp;nbsp;อำเภอสังขะ&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;086-877-1409&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220312215544295</Link_News></row>
<row _id="324"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อในรอบที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต่อจากของเดิมเพื่อป้องกันเกิดการรั่วซึม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจการปิดรอยรั่ว&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ของการปฏิบัติหน้าที่)&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินงานของบริษัทบนชายฝั่งยังคงกำลังในการเฝ้าระวังคราบน้ำมันดิบและทำความสะอาดชายหาด&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;สทช.1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบก้อนคล้ายยางมะตอยที่ก้นอ่าว&amp;nbsp;พบผงสีดำคล้ายถ่านที่หน้าศาลเจ้าแม่ทับทิมสถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;และพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายปุ๋ยทางการเกษตรที่บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นเรื่องร้องทุกข์จากกรณีเหตุน้ำมันดิบรั่วกลางทะเล&lt;/strong&gt;ได้ที่&amp;nbsp;ศูนย์สื่อสารบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;038-699881&amp;nbsp;ในวันจันทร์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ศุกร์&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;15.30&amp;nbsp;น.&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-12-03T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313084337314</Link_News></row>
<row _id="325"><NewsTitle>กรมหม่อนไหม ริเริ่มโครงการ พี่สอนน้อง ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านหม่อนไหมแก่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติราชการระยะ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;(พ.ศ.2563&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ของกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กำหนดเป้าหมายให้องค์กรมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานหม่อนไหมอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;อีกทั้งประกาศกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กำหนดนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลในด้านการพัฒนาบุคลากร&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้บุคลากรมีการพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp;มีความเป็นมืออาชีพ&amp;nbsp;เรียนรู้งานอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม&amp;nbsp;จากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญสู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่&amp;nbsp;ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;กรมหม่อนไหม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมาและศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;จัดโครงการ&amp;nbsp;พี่สอนน้อง&amp;nbsp;เพื่อให้บุคลากรของกรมหม่อนไหมที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญงานด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่&amp;nbsp;ที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มทักษะและประสบการณ์&amp;nbsp;รวมทั้งให้เกิดความชำนาญงานด้านหม่อนไหมมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การอบรมดังกล่าวจะมีช่างต้นแบบสิ่งทอ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;เทคนิค&amp;nbsp;หลักการให้กับรุ่นน้อง&amp;nbsp;เพื่อนำความรู้ไปปรับใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรด้านหม่อนไหม&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นทุกวันพฤหัสบดี&amp;nbsp;สัปดาห์ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการลอกกาวเส้นไหมโดยใช้นวัตกรรมใหม่&amp;nbsp;(แบบใช้ถุงผ้า)&amp;nbsp;การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีเคมีที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&amp;nbsp;การย้อมสีเส้นไหมด้วยสีธรรมชาติที่ได้มาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน&amp;nbsp;และการจัดการเส้นไหมเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการทอผ้าไหม&amp;nbsp;ซึ่งการจัดการเส้นไหมเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการทอผ้าไหม&amp;nbsp;จะจัดขึ้นในวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;นครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313124757355</Link_News></row>
<row _id="326"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;และภาคตะวันออกระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนอากาศร้อนในตอนกลางวัน&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.เชียงราย&amp;nbsp;45&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูเก็ต&amp;nbsp;33&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,303&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,295&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313095724318</Link_News></row>
<row _id="327"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้ม 7 พื้นที่ โดยสูงสุดบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้ม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;โดยสูงสุดบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.นาจักร&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แพร่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ท่าอิฐ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ท่าหลวง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.พิจิตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.ธานี&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สุโขทัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.ระแหง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313095855319</Link_News></row>
<row _id="328"><NewsTitle>วราวุธ ย้ำ ไทยมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น แต่แหล่งอาหารกลับลดลงจากการขยายตัวของชุมชน พร้อมเดินหน้าปรับปรุงถิ่นอยู่อาศัยแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ประเทศไทยมีประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;แต่แหล่งอาหารกลับลดลงจากการขยายตัวของชุมชน&amp;nbsp;พร้อมเดินหน้าปรับปรุงถิ่นอยู่อาศัยและแหล่งอาหารช้างให้สมบูรณ์ขึ้นแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวเนื่องในวันช้างไทย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยมีช้างป่าอาศัยอยู่ตามธรรมชาติประมาณ&amp;nbsp;3,168&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3,440&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;69&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ภาพรวมมีป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าประมาณ&amp;nbsp;52,000&amp;nbsp;ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;ที่จะอยู่ร่วมกันเป็นโขลงตั้งแต่น้อยกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ไปจนถึง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ตัวในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;โดยการอนุรักษ์ช้างป่าไทยที่ผ่านมาของไทยทำให้ประชากรช้างป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;แต่กลับพบพื้นที่ป่าอนุรักษ์หลายแห่งที่เป็นถิ่นอาศัยของช้างป่าเริ่มขาดแคลนพืชอาหาร&amp;nbsp;แหล่งน้ำ&amp;nbsp;และสภาพถิ่นอาศัยที่เหมาะสมมีขนาดลดลงจากเดิม&amp;nbsp;เนื่องจากการขยายตัวของชุมชน&amp;nbsp;การขยายพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;และการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การก่อสร้างเส้นทางคมนาคมที่ผ่านป่าสมบูรณ์&amp;nbsp;การก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;จึงเป็นปัจจัยให้เกิดปัญหาช้างป่าออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชุมชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่อาศัยตามแนวขอบพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จนกลายเป็นปัญหาสำคัญที่เพิ่มความรุนแรงขึ้นทุกปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับชุมชนต้องป้องกันไม่ให้ถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่าถูกทำลาย&amp;nbsp;ทั้งการป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายป่าและการตัดไม้&amp;nbsp;ป้องกันปราบปรามไม่ให้มีการล่าช้าง&amp;nbsp;ปรับปรุงป่าเสื่อมโทรมให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;และกลุ่มป่าบางแห่งที่เป็นเส้นทางช้างในอดีตที่ถูกตัดขาดไม่ต่อเนื่องจะสร้างแนวเชื่อมต่อพื้นที่ให้เป็นป่าผืนใหญ่เชื่อมต่อหากันได้&amp;nbsp;เมื่อป่าสมบูรณ์ช้างป่าไม่จำเป็นต้องออกมาทำลายพืชไร่ของประชาชนและความขัดแย้งจะไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างอุทยานแห่งชาติกุยบุรี&amp;nbsp;อ.กุยบุรี&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ได้แก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่า&amp;nbsp;ด้วยตั้งศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าด้วยระบบเตือนภัยล่วงหน้า&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Early&amp;nbsp;Warning&amp;nbsp;System)&amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง&amp;nbsp;ซึ่งศูนย์ฯแห่งนี้เป็นร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทรูมูฟเอช&amp;nbsp;ยูนิเวอร์แซล&amp;nbsp;คอมมิวนิเคชั่น&amp;nbsp;และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล&amp;nbsp;(WWF)&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาลดความขัดแย้งระหว่างช้างป่าและเกษตรกรในพื้นที่รอบอุทยาน&amp;nbsp;จากปัญหาช้างป่าลงมาหากินทำลายพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;ด้วยการติดตั้งกล้อง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุดตามแนวชายป่าอุทยาน&amp;nbsp;เมื่อมีช้างป่าลงมาจากอุทยานกล้องจะถ่ายภาพและส่งสัญญาณเตือนผ่านเครือข่ายมือถือส่งกลับมาที่ศูนย์ฯและแจ้งเตือนไปยังแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์อุทยาน&amp;nbsp;ซึ่งแบ่งกำลังลาดตระเวนออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยตามแต่ละพื้นที่ทันที&amp;nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุพิกัดช้างป่าได้อย่างแม่นยำและสามารถผลักดันช้างกลับสู่ป่าก่อนเกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันกรมอุทยานฯยังสร้างเครือข่ายความร่วมมือของประชาชนที่อาศัยบริเวณรอบอุทยาน&amp;nbsp;และจัดอบรมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อุทยาน&amp;nbsp;โดยอาสาสมัครสามารถโหลดแอพพลิเคชั่น&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Early&amp;nbsp;Warning&amp;nbsp;System&amp;nbsp;เพื่อส่งข้อมูลภาพถ่ายช้างป่านอกเหนือจากจุดที่มีการติดตั้งกล้องหลัก&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพื่อขอกำลังเข้าผลักดันช้างกลับสู่ป่าได้ทันที&amp;nbsp;พร้อมบันทึกข้อมูลและสะสมสถิติการบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมของช้างป่า&amp;nbsp;ทำให้สามารถวิเคราะห์&amp;nbsp;ประมวลผลพฤติกรรม&amp;nbsp;และช่วงเวลาหากินของช้างป่าได้จาก&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;ที่บันทึกในระบบ&amp;nbsp;เพื่อนำไปศึกษาวิจัยพัฒนาด้านอื่นๆต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งเทคโนโลยีและการจัดการที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีจะกลายเป็นโมเดลนำไปต่อยอดใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อีกประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313111117332</Link_News></row>
<row _id="329"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์ ร่วมกับมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย จัดงานวันช้างไทย  วิถีคน วิถีช้าง สู่การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงาน&amp;nbsp;วันช้างไทยเพื่อเป็นการระลึกถึงช้างไทยที่เป็นสัตว์ประจำชาติ&amp;nbsp;ว่ากรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญในเรื่องช้างไทย&amp;nbsp;โดยกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ&amp;nbsp;มีหน้าที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักควบคุม&amp;nbsp;ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์&amp;nbsp;ดำเนินการด้านสุขภาพของช้าง&amp;nbsp;ฝึกอบรมนายสัตวแพทย์ในจังหวัดที่มีการเลี้ยงช้าง&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลสุขภาพช้างและจัดตั้งทีมหมอช้างในพื้นที่&amp;nbsp;วางแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคช้างที่สำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับช้าง&amp;nbsp;การสนับสนุนส่งเสริมการคิดค้นวิธีการตรวจวินิจฉัย&amp;nbsp;การรักษาและการป้องกันโรคดังกล่าว&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อหยุดยั้งการเกิดและการระบาดของโรค&amp;nbsp;ซึ่งการรักษาโรคในช้างแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเจ้าของช้างส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรในชนบท&amp;nbsp;อาจไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องดำเนินการในเรื่องการพัฒนาสุขภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ช้างมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อลดการเจ็บไข้ได้ป่วย&amp;nbsp;ในการนี้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;บริการตรวจสุขภาพช้างและการถ่ายพยาธิประจำปี&amp;nbsp;รวมทั้งส่งเสริมและจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชอาหารที่เหมาะสมกับช้างสำหรับให้เจ้าของช้างปลูกเสริมในช่วงแล้งที่ขาดอาหารตามธรรมชาติด้านการส่งเสริมอาชีพควาญช้าง&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เห็นว่าอาชีพควาญช้างมีส่วนสำคัญในการดูแลช้างให้มีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมีส่วนสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวกับช้าง&amp;nbsp;การสนับสนุนให้มีการยกฐานะอาชีพควาญช้าง&amp;nbsp;ให้มีมาตรฐานวิชาชีพควาญช้างตามที่สถาบัน&amp;nbsp;คุณวุฒิวิชาชีพได้จัดทำขึ้น&amp;nbsp;จึงเป็นภาระหน้าที่ของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ที่มุ่งหวังให้มีการยกระดับคุณภาพชีวิตของควาญช้างให้เป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เร่งบูรณาการความร่วมมือในการทำงานอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ภาคประชาสังคมและองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;ในการดำเนินการสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อช้างอย่างสูงสุด&amp;nbsp;ซึ่งกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลช่วยเหลือช้างอย่างเต็มกำลังเพื่อนำไปสู่การยกระดับการคุ้มครองช้างไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313203735462</Link_News></row>
<row _id="330"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ800จุดโดยเฉพาะภาคอีสานส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า5,000จุดกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(12&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;760&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;253&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;206&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;119&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;94&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;107&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;53&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และสกลนคร&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมากระจายตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งในประเทศและนอกประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงสุด&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;โดยข้อมูลจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้วันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ภาพรวมทั้งประเทศอยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศที่มีคุณภาพอากาศที่เริ่มจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;12&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;10,523&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;9,016&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,513&amp;nbsp;จุด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูงถึง&amp;nbsp;5,707&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2,072&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;787&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313142007387</Link_News></row>
<row _id="331"><NewsTitle>จตุพร ย้ำ ท่าเทียบเรืออ่าวโล๊ะซามะพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของธรรมชาติอ่าวมาหยาเต็มศักยภาพรองรับแล้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ย้ำ&amp;nbsp;ท่าเทียบเรืออ่าวโล๊ะซามะพร้อมรับนักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามของธรรมชาติอ่าวมาหยาเต็มศักยภาพรองรับแล้ว&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ติดตามการเปิดให้บริการท่าเทียบเรือบริเวณอ่าวโล๊ะซามะ&amp;nbsp;เกาะพีพีเล&amp;nbsp;ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;หมู่เกาะพีพี&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;จ.กระบี่&amp;nbsp;ที่เป็นจุดจอดเรือสำหรับนักท่องเที่ยวจะเข้าไปชื่มชมธรรมชาติของอ่าวมาหยา&amp;nbsp;เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมอีกครั้งหลังปิดฟื้นฟูทรัพยากรธรรทชาตินานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ภาพรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยเฉพาะการนำเรือมาเทียบส่งแล้วไปจอดรอตามจุดที่กำหนดไว้&amp;nbsp;ตามมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวตามขีดความสามารถการรองรับของพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งอ่าวมาหยาสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน&amp;nbsp;4,125&amp;nbsp;คนต่อวัน&amp;nbsp;จึงแบ่งการเข้าชมเป็นรอบจำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;รอบต่อวัน&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;รอบละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;แต่ละรอบให้มีนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน&amp;nbsp;375&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และลงเล่นน้ำได้ในระยะไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เมตรจากชายฝั่งเท่านั้น&amp;nbsp;เพื่อให้การท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติเกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ&amp;nbsp;และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;อยากขอความร่วมมือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ&amp;nbsp;ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตราการต่างๆที่อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งได้กำหนดไว้&amp;nbsp;ตั้งแต่การตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ด้วยการแสดงผลการฉีดวัคซีน&amp;nbsp;หรือผลตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;(Antigen&amp;nbsp;Test&amp;nbsp;Kit)&amp;nbsp;ก่อนเข้าพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน&amp;nbsp;SHA&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;SHA+&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;การลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติผ่านแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;QueQ&amp;nbsp;ที่สำคัญไม่ขีดเขียน&amp;nbsp;ทำลาย&amp;nbsp;หรือนำทรัพยากรใดๆออกจากอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้คงความสวยงามต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-13T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220313180326433</Link_News></row>
<row _id="332"><NewsTitle>สสส.ลำปาง เปิดเวทีปฐมนิเทศแกนนำชุมชน ขับเคลื่อนงานบริหารจัดการแก้ปัญหาหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยจัดการ&amp;nbsp;สสส.ลำปาง&amp;nbsp;สานพลังภาคีเครือข่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเวทีสัมมนาปฐมนิเทศแกนนำชุมชนพื้นที่ป่า&amp;nbsp;เดินหน้าขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์&amp;nbsp;สร้างชุมชนลดการเผาแก้ปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หน่วยจัดการ&amp;nbsp;สสส.ลำปาง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;หน่วยงานภาคียุทธศาสตร์&amp;nbsp;ทั้งด้านสุขภาพและด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จัดกิจกรรมขับเคลื่อนขยายผลสร้างความยั่งยืนในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผลักดันชุมชนท้องถิ่นสู่การเป็นหมู่บ้านต้นแบบในการบริหารจัดการป้องกันและลดปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า&amp;nbsp;จับมือร่วมกันเปิดเวทีสัมมนาปฐมนิเทศแกนนำชุมชน&amp;nbsp;เสริมสร้างการรับรู้แนวทางปฏิบัติการบริหารจัดการป่าตลอดปีสร้างชุมชนลดการเผา&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการจัดกิจกรรมขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องกิ่งกนก&amp;nbsp;โรงแรมเอเชียลำปาง&amp;nbsp;ตำบลสวนดอก&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายสุรพล&amp;nbsp;บุรินทราพันธุ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา&amp;nbsp;กล่าวให้โอวาทและบรรยายพิเศษในหัวข้อ&amp;nbsp;"กลไกชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp;แรงผลักเกิดชุมชนลดการเผาจังหวัดลำปาง"&amp;nbsp;พร้อมมอบแนวคิด&amp;nbsp;ต่อการปฏิบัติงานในการที่จะสานพลังบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;และองค์กรท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อให้งานป้องกันและลดปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าของจังหวัดลำปางสามารถดำเนินการให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางจังหวัดลำปางได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน&amp;nbsp;จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ&amp;nbsp;(สสส.)&amp;nbsp;สำนัก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สำนักงานสร้างสรรค์โอกาส&amp;nbsp;เฉพาะประเด็นการบริหารจัดการหมอกควันไฟป่าในจุดพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;1,600,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งได้มุ่งเน้นในการที่จะดำเนินการผลักดันสร้างชุมชนลดการเผาแบบยั่งยืนในบริเวณเขตพื้นที่ที่มักเกิดปัญหาไฟป่ารุนแรง&amp;nbsp;เฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบเขาดอยพระบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานบริหารจัดการป้องกันเพื่อลดปัญหามลพิษ&lt;/strong&gt;จากหมอกควันไฟป่านั้น&amp;nbsp;จะเร่งดำเนินการในพื้นที่จุดเสี่ยง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ที่จะดำเนินการ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การดำเนินงานต่อยอดในบริเวณพื้นที่เดิม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;และการดำเนินการขยายผลในบริเวณพื้นที่ใหม่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ซึ่งการประชุมสัมมนาปฐมนิเทศแกนนำดังกล่าวได้จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อต้องการพัฒนาขีดความสามารถคณะทำงานในการดำเนินงานให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ให้กลุ่มแกนนำมีเข้าใจในแผนปฏิบัติอย่างถูกต้องชัดเจน&amp;nbsp;สามารถที่จะนำไปใช้สนับสนุนเสริมสร้างกระบวนการการขับเคลื่อน&amp;nbsp;การดำเนินงานและติดตามประเมินผล&amp;nbsp;เพื่อให้แต่ละชุมชนเกิดการบริหารจัดการแผนการจัดการป่าตลอดปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจากการประชุมปฐมนิเทศ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีแนวทางร่วมกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แนวทาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่จะดำเนินการปฏิบัติตามแผนการจัดการป่า&amp;nbsp;เพื่อสร้างชุมชนลดการเผาอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ทั้งการทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;ตั้งจุดตรวจจุดสกัด&amp;nbsp;จัดทำหอคอยเฝ้าระวัง&amp;nbsp;การจัดเวรยามออกลาดตระเวน&amp;nbsp;การจดบันทึกการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่า,&amp;nbsp;การจัดทำแผนเผชิญเหตุของชุมชน&amp;nbsp;ทั้งในเรื่องการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ดับไฟป่า&amp;nbsp;การออกดับไฟป่าเมื่อเกิดเหตุ&amp;nbsp;การขอความช่วยเหลือกรณีประสบอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติงาน&amp;nbsp;การสื่อสาร&amp;nbsp;การขอรับความช่วยเหลือเมื่อหลงป่า&amp;nbsp;รวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น,&amp;nbsp;แผนการดำเนินงานด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ต้องมีการอบรมสร้างจิตสำนึกร่วมแก่ชาวบ้านภายในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เพื่อเตรียมรับมือพร้อมดูแลสุขภาพในช่วงอากาศวิกฤต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สวมใส่หน้ากากอนามัย&amp;nbsp;และจัดทำห้องปลอดฝุ่นชุมชน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Safe&amp;nbsp;Zone&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;การจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;มีแนวทางที่จะดำเนินการภายใต้กระบวนการป่าเปียก&amp;nbsp;ทั้งการจัดสร้าง-ซ่อมแซมฝายชะลอน้ำแบบผสมผสานกึ่งถาวร&amp;nbsp;การจัดทำฝายบก&amp;nbsp;ขุดหลุมขนมครก&amp;nbsp;และการปลูกป่าขยายพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;ปันเต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314081601495</Link_News></row>
<row _id="333"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกปานกลางถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;46&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;29,144&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;23,151&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314084954497</Link_News></row>
<row _id="334"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;และมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314085813498</Link_News></row>
<row _id="335"><NewsTitle>เตือนภัยโรคระบาดสัตว์จากแมลงพาหะ ในช่วงฤดูร้อนและอากาศแปรปรวน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;ประกอบกับมีสภาพอากาศที่แปรปรวน&amp;nbsp;เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกรรโชกแรงและมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่&amp;nbsp;อาจส่งผลทำให้สัตว์เกิดความเครียด&amp;nbsp;อ่อนแอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และมีโอกาสติดเชื้อต่างๆ&amp;nbsp;ได้ง่าย&amp;nbsp;อีกทั้งลักษณะภูมิอากาศดังกล่าว&amp;nbsp;ยังมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;จึงมีโอกาสที่จะพบการระบาดของโรคที่มาจากแมลงพาหะเพิ่มขึ้นและเกิดการแพร่กระจายของโรคไปในวงกว้างได้&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ขอความร่วมมือเกษตรกร&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการดำเนินการป้องกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;กำจัด&amp;nbsp;หรือลดปริมาณแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก&amp;nbsp;หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับการใช้ยาฉีดพ่น&amp;nbsp;หรือราดหลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือหยดบนตัวสัตว์&amp;nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;รวมทั้งการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือแหล่งรวมสัตว์&amp;nbsp;ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง&amp;nbsp;หรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&amp;nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่ให้มีอุจจาระ&amp;nbsp;ปัสสาวะ&amp;nbsp;หมักหมม&amp;nbsp;ควรเก็บอุจจาระไว้ในสถานที่ป้องกันแมลงและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;รวมทั้งเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ทุกวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;หรือแสดงอาการป่วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ม้า&amp;nbsp;ลา&amp;nbsp;ล่อ&amp;nbsp;แสดงอาการ&amp;nbsp;ซึม&amp;nbsp;มีไข้อุณหภูมิมากกว่า&amp;nbsp;38.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;กินอาหารลดลง&amp;nbsp;มีอาการบวมน้ำบริเวณขมับหรือคอ&amp;nbsp;ตาแดงอักเสบ&amp;nbsp;ชัก&amp;nbsp;หรือกระวนกระวายคล้ายอาการเสียดท้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนในโค-กระบือ&amp;nbsp;หากพบสัตว์แสดงอาการซึม&amp;nbsp;มีไข้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&amp;nbsp;39.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ไม่กินอาหาร&amp;nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนัง&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;ให้เกษตรกรหรือเจ้าของสัตว์&amp;nbsp;แจ้งเจ้าหน้ากรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากไม่สะดวกสามารถโทรแจ้งมายังสายด่วนกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;063-225-6888&amp;nbsp;ได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการตรวจสอบ&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือและควบคุมโรคโดยทันที&amp;nbsp;และหากพบสัตว์ป่วยที่แสดงอาการสงสัยด้วยโรคระบาดข้างต้น&amp;nbsp;ห้ามทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากฟาร์มโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปยังท้องที่อื่นๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ควรจะเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามยานพาหนะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะรถรับซื้อสัตว์&amp;nbsp;รถอาหารสัตว์&amp;nbsp;รถรับซื้อมูลสัตว์&amp;nbsp;เข้าภายในฟาร์มโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องทำการฆ่าเชื้อยานพาหนะจากภายนอกทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม&amp;nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงควบคุมแมลงพาหะด้วยสารกำจัดแมลงที่อาจมากับยานพาหนะดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&amp;nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ของโรคเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลง&amp;nbsp;หรือใช้สารกำจัดแมลงเพื่อควบคุมแมลงพาหะอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกร&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์ดูแลสัตว์ของตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการให้น้ำและอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้พอเพียงกับสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&amp;nbsp;มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ&amp;nbsp;ที่ดี&amp;nbsp;รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ&amp;nbsp;ที่จะนำโรคเข้าฟาร์ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314095055520</Link_News></row>
<row _id="336"><NewsTitle>สถานีควบคุมไฟป่าขุนตาล-ผาเมือง จ.ลำปาง จัดชุดมวลชนสัมพันธ์ "ชิงเก็บ ลดเผา" พร้อมเฝ้าระวังการลักบอบเผาในบริเวณรอบๆ ที่ช้างสำคัญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยสิทธิ์&amp;nbsp;เมฆอากาศ&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าขุนตาล-ผาเมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;สาขาลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จัดเจ้าหน้าที่ชุดประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ของสถานีฯ&amp;nbsp;ได้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับการรณรงค์การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;พร้อมแจกจ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับไฟป่า&amp;nbsp;และได้แสดงสาธิตการอัดก้อนใบไม้เศษวัสดุเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตามมาตรการนโยบาย&amp;nbsp;"ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา"&amp;nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เนื่องในวันช้างไทย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและสอบถามเพื่อที่จะนำวิธีการอัดเก็บเชื้อเพลิงนี้ไปต่อยอดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ชุดมวลชนสัมพันธ์ได้ร่วมกันจัดเก็บใบไม้และอัดเป็นก้อน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถาบันคชบาลแห่งชาติ&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมนี้ได้เฝ้าระวังการลักลอบเผาในบริเวณรอบๆ&amp;nbsp;ที่ช้างสำคัญ&amp;nbsp;โดยเหตุการณ์ทั่วไปปกติ&amp;nbsp;ไม่พบไฟป่าหรืออุบัติภัยในพื้นที่รับผิดชอบแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314094022508</Link_News></row>
<row _id="337"><NewsTitle>ทช. ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึง ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ยังคงตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&amp;nbsp;ด้วยการเดินสำรวจผลกระทบที่อาจหลงเหลือจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลมาบตาพุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หาดแม่รำพึงตั้งแต่&amp;nbsp;บ้านคลองกะเฌอ&amp;nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;-&amp;nbsp;บ้านก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยจุดที่ห่างจากหินขาวหินดำบริเวณลานหินขาว&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยและพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บริเวณก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;บริเวณร้านเจ๊จุกซีฟู้ด&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยและพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ชายหาดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&amp;nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;(ทอ.)&amp;nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;ชายหาดบริวณบ้านเพ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ท่าเรือแกลงระยะทาง&amp;nbsp;5.43&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ยังได้นำเรือ&amp;nbsp;ทช.302&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.111&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.311&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทช.221&amp;nbsp;ตรวจติดตามผลกระทบที่อาจหลงเหลือจากเหตุน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลมาบตาพุด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขาแหลมหญ้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;รอบเกาะเสม็ดและบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;62&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะเสม็ด&amp;nbsp;(เลียบฝั่ง)&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;135&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะเสม็ด&amp;nbsp;(นอกฝั่ง)&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;120&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เขาแหลมหญ้า&amp;nbsp;-&amp;nbsp;อ่าวเพ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปากคลองแกลง&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;87.7&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำทะเล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314092626504</Link_News></row>
<row _id="338"><NewsTitle>รัฐบาลยืนยันไม่เคยทอดทิ้งชาวสวนทุเรียน กางแผนเจรจาส่งออกผลไม้ไปจีน พร้อมขยายตลาดสู่ตะวันออกกลาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชี้แจงประเด็นการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบาย&amp;nbsp;Zero-Covid&amp;nbsp;ของจีน&amp;nbsp;ที่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านโหย่วอี้กวาน&amp;nbsp;ผิงเสียง&amp;nbsp;ตงซิง&amp;nbsp;และโมฮ่าน&amp;nbsp;ทำให้การจราจรติดขัด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลไม้ของทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะไทยเท่านั้น&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้บูรณาการการทำงานหลายกระทรวง&amp;nbsp;พร้อมทั้งหารือฝ่ายจีนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้การขนส่งสินค้าไทยมีความคล่องตัว&amp;nbsp;ไม่เกิดความเสียหายและเร่งขยายตลาดสู่ประเทศตะวันออกกลางมากขึ้น&amp;nbsp;มั่นใจปีนี้ส่งออกสินค้าเกษตรโตแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจต่อการแก้ปัญหาการส่งสินค้าข้ามพรมแดนไปจีน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ได้บูรณาการการทำงาน&amp;nbsp;ประสานกับทางการจีนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และได้แก้ปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ&amp;nbsp;จนทำให้การส่งออกผลไม้ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;91,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;160,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เฉพาะทุเรียนกว่าหนึ่งแสนล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การไปเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;จะนำไปสู่โอกาสทองการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรของไทยแล้ว&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;การเจรจาหารือระหว่างนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กับรัฐมนตรีด้านการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เมืองดูไบ&amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จะนำไปสู่การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารอย่างแน่นอน&amp;nbsp;ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ&amp;nbsp;หมื่นกว่าล้านบาท/ปี&amp;nbsp;และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ&amp;nbsp;4.6&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314101214532</Link_News></row>
<row _id="339"><NewsTitle>จ.พะเยา ระบายน้ำกว๊านพะเยาช่วยเหลือเกษตรกรนาปรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลประทานพะเยาเริ่มระบายน้ำช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่ลาบลุ่มแม่น้ำอิง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;และอำเภอภูกามยาว&amp;nbsp;หลังเริ่มขาดน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ผู้อำนวยการชลประทานพะเยา&amp;nbsp;ระบุ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การระบายน้ำดังกล่าวจะไม่กระทบกับการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;ล่าสุดระดับน้ำกว๊านพะเยาอยู่ที่&amp;nbsp;22.8&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คาดว่าน้ำในกว๊านพะเยาจะเพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงภัยแล้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังที่อยู่บริเวณท้ายน้ำแม่น้ำอิง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้และอำเภอภูกามยาว&amp;nbsp;เริ่มทำการสูบน้ำเข้าหล่อเลี้ยงนาข้าวซึ่งเป็นข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ที่มีพื้นที่รวมมากกว่า&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หลังชลประทานจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เริ่มระบายน้ำจากกว๊านพะเยาเพื่อเข้าทำการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้&amp;nbsp;และอำเภอภูกามยาวหลังปริมาณน้ำเริ่มแห้งลง&amp;nbsp;ซึ่งเกรงจะส่งผลกระทบต่อนาข้าวที่ปลูกไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปาโมกข์&amp;nbsp;ปิงเมือง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการชลประธานจังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ระบุว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ทางชลประทานได้ทำการระบายน้ำจากกว๊านพะเยา&amp;nbsp;เพื่อเข้าทำการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอดอกคำใต้และอำเภอภูกามยาว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่บริเวณโดยรอบแม่น้ำอิง&amp;nbsp;โดยในปีนี้พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังรวมแล้วมากกว่า&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งทางชลประทานได้มีแผน&amp;nbsp;ที่จะระบายน้ำเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงนี้โดยในห้วงเดือนมีนาคมจะระบายน้ำให้กับเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;3,000,000&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และในเดือนเมษานี้จะระบายน้ำอีก&amp;nbsp;3,000,000&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งการระบายน้ำดังกล่าวนั้น&amp;nbsp;จะไม่กระทบกับปริมาณน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;ซึ่งปริมาณน้ำกว๊านพะเยาจะอยู่ในระดับที่สามารถรองรับการใช้อุปโภคบริโภคได้และจะไม่กระทบกับภาวะภัยแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314094609518</Link_News></row>
<row _id="340"><NewsTitle>เกษตรและสหกรณ์ จ.นราธิวาส เผยแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ในช่วงภัยแล้ง ปี 2564/65 เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเทอดศักดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัญจวน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ได้มีการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตร&amp;nbsp;ในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;โดยเฉพาะการป้องกันไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะและป่าพรุโต๊ะแดง&amp;nbsp;ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;หน่วยงานสังกัดกรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้มีการขุดคลองส่งน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงพื้นที่บริเวณพรุ&amp;nbsp;อีกทั้งมีการขอสนับสนุนการทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกพืชในพื้นที่แล้งซ้ำซาก&amp;nbsp;และจากการคาดการณ์ของสถานีอุตุนิยมวิทยานราธิวาสช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ฝนตกประมาณ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และจะมีอากาศร้อนจัด&amp;nbsp;ทำให้น้ำในแม่น้ำมีเพียงพอแต่ก็ระเหยได้สูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรอย่างไรก็ตามคาดว่าจะไม่มีปัญหาในเรื่องไฟไหม้ป่าพรุ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพราะมีความพร้อมทั้งระบบน้ำ&amp;nbsp;การเฝ้าระวัง&amp;nbsp;การเตรียมการพร้อมขอความร่วมมือประชาชนเลิกจุดไฟเผาป่า&amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และยังเป็นการทำลายความสมดุลของระบบนิเวศวิทยาอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314100356528</Link_News></row>
<row _id="341"><NewsTitle>สุพรรณบุรี รณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;ในห้วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาภัยแล้งและมีลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่&amp;nbsp;สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp;และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควัน&amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งหมอกควันและฝุ่นละลองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และจะได้ช่วยกันลดพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุการเกิดปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายปภิณวิช&amp;nbsp;ละอองแก้ว&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในนามของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องจักรกลต่างๆ&amp;nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;รวมทั้งการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยเป็นการบูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยคาดหวังว่าความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;และเครือข่ายต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุพรรณบุรี</Province><Department>สวท.สุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314101201531</Link_News></row>
<row _id="342"><NewsTitle>จ.สุโขทัย ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน พร้อมประกาศ "ห้ามเผาเด็ดขาด"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐานฯ&amp;nbsp;อยู่ระดับ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;"เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ"&amp;nbsp;พร้อมออกประกาศ&amp;nbsp;"ห้ามเผาเด็ดขาด"&amp;nbsp;เพื่อลดการเกิดไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิรุฬ&amp;nbsp;พรรณเทวี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;โดยมีนายสุชาติ&amp;nbsp;ทีคะสุข&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมพิจารณาป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัย&amp;nbsp;โดยนายเมืองแมน&amp;nbsp;เกิดนานา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ได้รายงานว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ค่าคุณภาพอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;มีค่าเท่ากับ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในระดับ&amp;nbsp;"เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ"&amp;nbsp;ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;เนื่องจากในช่วงนี้การระบายอากาศในพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์&amp;nbsp;"ไม่ดี"&amp;nbsp;ขณะที่การเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;ก่อนเวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;และหลังเวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศค่อนข้างมาก&amp;nbsp;ซึ่งตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม.ค.-13&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ได้ดำเนินการดับไฟ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีพื้นที่ป่าเสียหายแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;232&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;97&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมทั้งจัดทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;359&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;จึงได้ออกประกาศกำหนดเขตควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;"ห้ามเผาเด็ดขาด"&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดการเกิดไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนจุดไฟเผาป่าหรือเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;จะมีความผิดตามกฎหมาย&amp;nbsp;โดยนายวิรุฬ&amp;nbsp;พรรณเทวี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;กำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังเหตุการณ์&amp;nbsp;ติดตามข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศ&amp;nbsp;และการเกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;(hotspot)&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และเพิ่มความเข้มข้นการลาดตะเวนในพื้นป่า&amp;nbsp;รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องให้ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;และแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อสุขภาพด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สุโขทัย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314105128539</Link_News></row>
<row _id="343"><NewsTitle>ไทย มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม หลังพบปล่อยก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์สูง พร้อมเร่งสร้างคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่าให้ได้ตามแผนร้อยละ 40</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประเทศไทย&amp;nbsp;มุ่งลดก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;หลังพบปล่อยก๊าซมีเทนและคาร์บอนไดออกไซด์สูง&amp;nbsp;พร้อมเร่งสร้างคาร์บอนเครดิตจากการปลูกป่าให้ได้ตามแผนร้อยละ&amp;nbsp;40&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp;"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;โอกาส&amp;nbsp;และความท้าทาย"&amp;nbsp;ในการประชุมสัมมนากลไกทางการเงินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;Climate&amp;nbsp;Finance&amp;nbsp;Conference:&amp;nbsp;From&amp;nbsp;International&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Domestic&amp;nbsp;Mechanism&amp;nbsp;จัดโดย&amp;nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สผ.)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;โครงการด้านนโยบาย&amp;nbsp;ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;เยอรมัน&amp;nbsp;ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&amp;nbsp;(GIZ)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ทุกภาคส่วนจะได้รับทราบกลไกทางการเงินด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแหล่งเงินทุน&amp;nbsp;เพื่อดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;การรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเกี่ยวกับความท้าทายในการพัฒนาธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ&amp;nbsp;และความต้องการรับการสนับสนุนจากภาครัฐให้สามารถแข่งขันและพัฒนาธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการเชิงลึก&amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตการปลูกป่าจะไม่ใช่&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;อีกต่อไป&amp;nbsp;แต่จะเป็นงานหลักในการสร้างคาร์บอนเครดิตที่มีมูลค่าสูงขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยมีองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อบก.&amp;nbsp;ทำหน้าที่เป็นเรกกูเรเตอร์&amp;nbsp;โดยจากแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระบุชัดเจนถึงแผนการสร้างคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยด้วยการปลูกป่าให้ได้ร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้ประสานทุกหน่วยงานเร่งปลูกป่าในพื้นที่สามารถปลูกป่าได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะความร่วมมือจากภาคเอกชนผ่านโครงการปลูกป่าทั้งป่าบกและป่าชายเลน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ล้านตันต่อปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประเทศไทยมีแผนจะปรับตัวในภาคเกษตรกรรม&amp;nbsp;โดยเฉพาะการทำนา&amp;nbsp;(ไรซ์&amp;nbsp;นามา)&amp;nbsp;ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการขังน้ำในนาข้าวในเขตนาชลประทานก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกข้าวใหม่ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวแต่ปล่อยมลพิษต่ำ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่และกองทุนสนับสนุนจากต่างประเทศมาใช้เปลี่ยนผ่านในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตของไทยให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;โดยเฉพาะกระบวนการใช้สารทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศที่ต้องเริ่มจากกระบวนการผลิต&amp;nbsp;เบื้องต้นได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากประเทศเยอรมนีและประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงร้อยละ&amp;nbsp;0.8&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;แต่กลับพบว่าไทยเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;จึงเป็นสาเหตุที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุดตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;หากไม่เริ่มต้นทำอย่างจริงจังไทยจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างไม่มีสิ้นสุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314111858545</Link_News></row>
<row _id="344"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุ เกษตรปลื้ม ผลตอบรับผลไม้ไทยดี จากกิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรในงาน Expo 2020 Dubai มีโอกาสปักหมุดในตลาดตะวันออกกลางได้หลายชนิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดกิจกรรมเทศกาลแห่งความสุข&amp;nbsp;ภายใต้ธีมงาน&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Agri&amp;nbsp;&amp;nbsp;Dev&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนำผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพจากประเทศไทยมาจัดแสดงเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงาน&amp;nbsp;World&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;2020&amp;nbsp;Dubai&amp;nbsp;ได้รู้จัก&amp;nbsp;เรียนรู้&amp;nbsp;และเข้าใจถึงวัฒนธรรมความเป็นมาด้านการเกษตรของไทย&amp;nbsp;รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเกษตรในการพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ผ่านระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญตามนโยบายด้านการเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;3S&amp;nbsp;ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐานสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้เกษตรกรไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสู่ตลาดสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์&amp;nbsp;และตลาดโลก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยประเทศไทยได้นำสินค้าเกษตรไทย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลจากการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยสินค้าเกษตรที่คัดเลือกไปจัดแสดงเป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูงและได้มาตรฐานแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นผลผลิตที่มีการประเมินแล้วว่า&amp;nbsp;น่าจะสอดคล้องกับรสนิยม&amp;nbsp;หรือความชอบของผู้บริโภคแถบนี้&amp;nbsp;รวมทั้งมีโอกาสในการเติบโตหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดภูมิภาคตะวันออกกลางได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลจากการประเมินภาพรวมพบว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้เข้าชมงานส่วนใหญ่ให้การตอบรับสินค้าเกษตรไทยดีมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มไม้ผลที่มีให้เลือกชิมทั้งแบบสด&amp;nbsp;แบบอบแห้ง&amp;nbsp;และแบบทอดกรอบ&amp;nbsp;เนื่องจากมีสีสันสวยงาม&amp;nbsp;รูปร่างแปลกตา&amp;nbsp;สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมงานได้ดี&amp;nbsp;ประกอบกับมีรสชาติที่โดดเด่น&amp;nbsp;จึงนับเป็นประโยชน์ในการทดลองสินค้าเกษตรไทยใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง&amp;nbsp;เพื่อเตรียมพร้อมและขยายสินค้าไปยังตลาดที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;มีกำลังซื้อสูง&amp;nbsp;และมีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาวต่อเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้ประกอบการไทย&amp;nbsp;และยังจะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314144304643</Link_News></row>
<row _id="345"><NewsTitle>จังหวัดสุพรรณบุรี รณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานเปิดการรณรงค์แก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมกล่าวว่า&amp;nbsp;ในห้วงเดือนธันวาคมถึงพฤษภาคมของทุกปี&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีมักจะประสบปัญหาภัยแล้งและมีลมกระโชกแรงส่งผลให้เกิดไฟป่าขึ้นในหลายพื้นที่&amp;nbsp;สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน&amp;nbsp;และเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควัน&amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมรณรงค์ในครั้งนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงสถานการณ์และผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละลองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และจะได้ช่วยกันลดพฤติกรรมที่จะเป็นสาเหตุการเกิดปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายปภิณวิช&amp;nbsp;ละอองแก้ว&amp;nbsp;ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในนามของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องจักรกลต่างๆ&amp;nbsp;ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งได้ตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;รวมทั้งการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยเป็นการบูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยคาดหวังว่าความร่วมแรงร่วมใจจากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;และเครือข่ายต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314134126604</Link_News></row>
<row _id="346"><NewsTitle>กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  ลงพื้นที่ติดตามผลการใช้ชีวภัณฑ์ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) อำเภอรัษฎาอย่างต่อเนื่องในช่วงฝนตกชุก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสุภัชชา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอรัษฎา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามผลการใช้ชีวภัณฑ์&amp;nbsp;โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตชีวภัณฑ์อย่างง่ายสำหรับเกษตรกร&amp;nbsp;ของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;(ศจช.)&amp;nbsp;ซึ่งปลูกพริก&amp;nbsp;มะเขือ&amp;nbsp;ถั่ว&amp;nbsp;บวบ&amp;nbsp;และผักวอเตอร์เครป&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;การควบคุมโรคพืชโดยชีววิธีเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการใช้สารเคมี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แนะนำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วิธี&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;วิธีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การพ่นสารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;Bs&amp;nbsp;ตามคำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;โดยควรพ่นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อกล้าเริ่มตั้งตัวหลังการย้ายปลูก&amp;nbsp;พ่นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมื่อออกดอก&amp;nbsp;หลังจากนั้นพ่นทุก&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ในอัตรา&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;กรัม/น้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;ทางดิน&amp;nbsp;โดยผสมเชื้อสด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;โรยรอบโคนต้น&amp;nbsp;ต้นละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;หรือใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ต่อน้ำสะอาด&amp;nbsp;100-200&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิธีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ใช้กับดักกาวเหนียวในแปลงผัก&amp;nbsp;กรณีที่มีศัตรูพืชระบาด&amp;nbsp;ควรติดตั้งกับดักให้สูงประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เซนติเมตร&amp;nbsp;หรือสูงกว่ายอดต้นผักเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว&amp;nbsp;โดยใช้กับดักประมาณ&amp;nbsp;60-80&amp;nbsp;กับดัก/พื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ส่วนในฤดูที่มีการระบาดของศัตรูพืชน้อยอาจใช้เพียง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กับดัก/ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314134300605</Link_News></row>
<row _id="347"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน  จังหวัดตรัง  ประชุมติดตามและวางแผนการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ประชุมประจำเดือนสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลท่าข้าม&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อมอบหมายงานให้ข้าราชการ&amp;nbsp;และพนักงานราชการปฏิบัติงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งชี้แจงและรับทราบหัวข้อราชการ&amp;nbsp;ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน&amp;nbsp;ขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;และงานตามภารกิจต่างๆ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แผนและผลการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนจัดสรรงบประมาณโครงการ&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การรายงานแปลงพยากรณ์และระบบเตือนการระบาดศัตรูพืช&amp;nbsp;การรายงานการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง&amp;nbsp;โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียน&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำข้อมูลประมาณการผลผลิตไม้ผล&amp;nbsp;การขับเคลื่อนระบบส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;(T&amp;amp;V&amp;nbsp;System)&amp;nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;รายงานความก้าวหน้าของการขึ้น/ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์และวัสดุอินทรีย์&amp;nbsp;พร้อมทั้งเน้นย้ำแนวทางการดำเนินงานของสำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314135155608</Link_News></row>
<row _id="348"><NewsTitle>ปลัดอำเภอปายฯ ร่วมกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ออกลาดตระเวน สำรวจสิ่งผิดปกติ ตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายทศพล&amp;nbsp;สินยบุตร&amp;nbsp;นายอำเภอปาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายพิเชษฐ&amp;nbsp;พุ่มนวน&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย&amp;nbsp;ประสานงานกับกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เดินลาดตระเวนสำรวจสิ่งผิดปกติ&amp;nbsp;รวมถึงการตั้งจุดเฝ้าระวังไฟป่า&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบตามมาตรการการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;บ้านน้ำฮู&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลเวียงใต้&amp;nbsp;บ้านห้วยเดื่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโป่งสา&amp;nbsp;บ้านม่วงสร้อย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแม่นาเติง&amp;nbsp;จัดชุดออกตรวจตามจุดที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า&amp;nbsp;บ้านโป่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&amp;nbsp;บ้านทรายขาว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลแม่ฮี้&amp;nbsp;บ้านนาจลองใหม่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;บ้านปางแปก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลแม่นาเติง&amp;nbsp;บ้านแพมกลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลทุ่งยาว&amp;nbsp;จัดชุดอยู่เวรศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;พร้อมลาดตระเวนและทำแนวกันไฟตามจุดที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่าบ้านแม่นะ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลแม่นาเติง&amp;nbsp;ร่วมกันพัฒนาเก็บกวาดใบไม้แห้งเพื่อลดการเผาและฝุ่นควันตัดกิ่งไม้ข้างถนนเข้าหมู่บ้านที่เสี่ยงและอันตรายออกทิ้งเพื่อความปลอดภัยในการสัญจรไปมาในหมู่บ้านบ้านแม่ของ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลแม่นาเติง&amp;nbsp;จัดชุดอยู่เวรศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;บ้านแม่นาเติงนอก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลแม่นาเติง&amp;nbsp;ได้มีการพัฒนาหมู่บ้าน&amp;nbsp;ทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;พร้อมกับมีการตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;และหมอกควัน&amp;nbsp;ณ.พื้นที่ป่าชุมชนของหมู่บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314142821630</Link_News></row>
<row _id="349"><NewsTitle>จ.สุรินทร์มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์แบบมีส่วนร่วม (PGS) สร้างการขยายตัวตามแนวทาง "สุรินทร์รุ่งเรือง สู่เมืองเกษตรอินทรีย์"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมช้างใหญ่&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานมอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(PGS&amp;nbsp;Surin)&amp;nbsp;ให้กับตัวแทนเกษตรกรที่ผ่านการรับรอง&amp;nbsp;ซึ่งมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมขึ้นโดยเรียกว่า&amp;nbsp;Participatory&amp;nbsp;Guarantee&amp;nbsp;System&amp;nbsp;หรือเรียกสั้นๆ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;พี&amp;nbsp;จี&amp;nbsp;เอส&amp;nbsp;(PGS)&amp;nbsp;เกิดขึ้นจากการที่สหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;IFOAM&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ของระบบการรับรองโดยบุคคลที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ที่เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถขยายช่องทางตลาดได้&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับเครือข่ายประเทศต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;พัฒนาระบบ&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;และทดลองนำร่อง&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประเทศตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2547&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันมีประเทศที่นำระบบไปใช้รับรองเกษตรอินทรีย์กว่า&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp;เพราะ&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;ทำให้เกิดการขยายตัวการทำเกษตรอินทรีย์ในชนบท&amp;nbsp;และมีช่องทางตลาดให้เกษตรกรขายตรงมากขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ตลาดนัดสีเขียวในพื้นที่&amp;nbsp;ระบบสมาชิกล่วงหน้า&amp;nbsp;ระบบเครือข่ายดิจิตอล&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชนบททำให้ผู้บริโภคภายในประเทศเข้าถึงอาหารอินทรีย์ในราคาที่ซื้อหาได้&amp;nbsp;เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยไม่พึ่งสารเคมี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;PGS&amp;nbsp;จะเป็นระบบที่ทำให้มีการทำเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งต่อรายได้ของเกษตรกร&amp;nbsp;ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สุขภาพของผู้ผลิตและผู้บริโภค&amp;nbsp;และเกิดสังคมเข้มแข็งในที่สุด&amp;nbsp;ตรงกับเป้าวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;"สุรินทร์รุ่งเรือง&amp;nbsp;สู่เมืองเกษตรอินทรีย์"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพิชชากร&amp;nbsp;แจ่มศรี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(PGS)&amp;nbsp;เป็นระบบที่มีความสำคัญถือเป็นบันไดขั้นแรกที่จะทำให้เกษตรกรกล้าที่จะเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตรของตนจากเคมีมาสู่อินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อที่จะตอบสนองปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ดังที่กล่าวมา&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจัดให้มีการจัดทำแผนการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(PGS)&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่องและประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp;ตอบสนองผู้บริโภคในชุมชน&amp;nbsp;โดยการดำเนินโครงการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สุรินทร์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;&amp;nbsp;(PGS&amp;nbsp;Surin)&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีพื้นที่เป้าหมายโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;540&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีเกษตรกรผ่านการรับรองแบบกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;210&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผ่านการรับรองแบบรายบุคคล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเกษตรกรผ่านการรับรองทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;222&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนเกษตรกรเข้ารับมอบใบรับรองที่ผ่านการรับรองแบบกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และเกษตรกรที่ผ่านการรับรองแบบรายบุคคล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314141757626</Link_News></row>
<row _id="350"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยยังสูงกว่า 700 จุด โดยเฉพาะภาคอีสาน ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยยังสูงกว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(13&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;775&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;226&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;167&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;157&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;110&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;102&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;135&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และอุบลราชธานี&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกระจายตัวหนาแน่นตั้งแต่ตอนกลางไปจนถึงตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้สูงถึง&amp;nbsp;426&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เกิดจุดความร้อนในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนวันนี้หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพไปจนถึงมีผลต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;10,949&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;9,197&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,634&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูง&amp;nbsp;4,097&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2,372&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;2,090&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่องค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314145032648</Link_News></row>
<row _id="351"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดแพร่ ออกบริการผสมเทียมให้แก่สัตว์เลี้ยงเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ออกบริการผสมเทียมให้แก่สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;และอำเภอลอง&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้&amp;nbsp;และให้คำแนะนำในการป้องกันโรคระบาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปริญญา&amp;nbsp;แสงพายัพ&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำทีมนายวิรุธ&amp;nbsp;สาระกุล&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;ออกให้บริการเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;โดยการผสมเทียมโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย,&amp;nbsp;ตรวจท้องโค&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย,&amp;nbsp;ติดตามลูกโคเกิด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย,&amp;nbsp;รักษาโคป่วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และแก้ไข&amp;nbsp;CL&amp;nbsp;ค้าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในพื้นที่อำเภอลอง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ใจเสน&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอลอง&amp;nbsp;นำทีมโดยนายจตุรภัทร&amp;nbsp;ชากันดี&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;ออกให้บริการเกษตรกร&amp;nbsp;ผสมเทียมโคเนื้อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย,&amp;nbsp;ติดตามลูกเกิด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และถ่ายบำรุงโค&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ทางสำนักงานปศุสัตว์ให้เจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่&lt;/strong&gt;ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรในการป้องกันโรคระบาดในโค-กระบือ&amp;nbsp;และสัตว์ปีก&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ทำวัคซีน&amp;nbsp;และกำจัดแมลงดูดเลือดในโค-กระบือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314154258706</Link_News></row>
<row _id="352"><NewsTitle>จ.จันทบุรีแถลงข่าวการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิดตัดทุเรียนอ่อนเพื่อส่งออกต่างประเทศ  จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องขั้นเด็ดขาด เพื่อป้องกันชื่อเสียงและผลกระทบการส่งออกของทุเรียนไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่สถานีตำรวจภูธรท่าใหม่&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;นายสุธี&amp;nbsp;ทองแย้ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;พ.ต.อ.&amp;nbsp;กัมพล&amp;nbsp;ลีลาประภาภรณ์&amp;nbsp;รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด&amp;nbsp;ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้กระทำผิดตัดทุเรียนอ่อนเพื่อจำหน่ายเข้าข่ายความผิดหลอกลวงผู้บริโภค&amp;nbsp;และฝ่าฝืนประกาศจังหวัดเรื่องการกำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&amp;nbsp;และกำหนดการเก็บเกี่ยวทุเรียน&amp;nbsp;ตามมาตรการในการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาดในฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ฝ่ายปกครองจังหวัด&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;(สวพ.6)&amp;nbsp;กอ.รมน.จบ.&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน&amp;nbsp;ร้อย.อส.จบ.ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันตรวจสอบโรงคัดทุเรียน(ล้ง)&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไท&amp;nbsp;ชิงเต่า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลเขาบายศรี&amp;nbsp;อำเภอท่าใหม่&amp;nbsp;ในด้านคุณภาพของทุเรียนชนิดพันธุ์กระดุม&amp;nbsp;โดยจากการสุ่มตรวจตัวอย่าง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;พบว่ามีเปอร์เซ็นต์แป้ง&amp;nbsp;17%&amp;nbsp;,16%&amp;nbsp;,18%&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;15%&amp;nbsp;ซึ่งต่ำกว่าเปอร์เซ็นต์แป้งมาตรฐาน&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;27%&amp;nbsp;จึงได้ทำตำหนิและทำบันทึกตรวจยึดทุเรียนที่ไม่ได้คุณภาพ&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,066&amp;nbsp;ลูก&amp;nbsp;โดยได้รวบรวมหลักฐาน&amp;nbsp;เพื่อนำแจ้ง&amp;nbsp;พนักงานสอบสวน&amp;nbsp;สภ.ท่าใหม่&amp;nbsp;ดำเนินคดี&amp;nbsp;กับล้งที่รับซื้อ&amp;nbsp;และผู้ที่ตัดทุเรียนดังกล่าว&amp;nbsp;ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา&amp;nbsp;และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรเจ้าของสวนจะถูกเพิกถอนใบอนุญาต&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีได้จัดชุดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&lt;/strong&gt;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ออกสุ่มตรวจล้งคัดแยกบรรจุผลไม้&amp;nbsp;และแผงผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีตลอดฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ผลไม้คุณภาพดีของจังหวัด&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;หากพบผู้กระทำผิดก็จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องอย่างเฉียบขาดทันที&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314162754746</Link_News></row>
<row _id="353"><NewsTitle>รมว.เกษตรและสหกรณ์ Kick off เปิดน้ำเข้าทุ่งบางระกำ ตามแผนปรับปฏิทินการเพาะปลูกข้าว 2.6 แสนไร่ เพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจว่ามีน้ำส่งอย่างทั่วถึง ได้ลงมือปลูกข้าวพร้อมกันวันที่ 1 เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บ่ายวันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;เปิดน้ำเข้าทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นใจว่ามีน้ำส่งอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ได้ลงมือปลูกข้าวพร้อมกันวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตามแผนการปรับปฎิทินการเพาะปลูกนาข้าวนาปีให้เร็วขึ้น&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบผลผลิตเสียหายในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณท่อระบายน้ำคลองแยงมุม&amp;nbsp;อำเภอพรหมพิราม&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ทุ่ง&amp;nbsp;ที่กรมชลประทานปรับปฎิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากจะมา&amp;nbsp;โดยปีนี้จะเริ่มส่งน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ให้ทุ่งบางระกำพื้นที่&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกนาข้าวนาปีได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จนเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในสิงหาคมนี้&amp;nbsp;รวมปริมาณน้ำ&amp;nbsp;310&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ลบ.ม.)&amp;nbsp;ภายหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว&amp;nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;เป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากช่วยป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดพิษณุโลกและตัวเมืองสุโขทัย&amp;nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้ร่วมกับกรมประมงจัดหาปลาน้ำจืดมาปล่อยเข้าทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;ช่วยสร้างอาชีพประมงให้เป็นรายได้เสริม&amp;nbsp;กับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;และเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายนจะระบายน้ำออกจากทุ่ง&amp;nbsp;ให้เหลือน้ำค้างทุ่ง&amp;nbsp;ไว้ให้เกษตรกรเตรียมแปลงทำนาปรังต่อไปเป็นการประหยัดน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนหลักได้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลอดเวลาดำเนินโครงการบางระกำโมเดลตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ได้รับความพึงพอใจและการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่และเกษตรกรผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;เนื่องด้วยช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย&amp;nbsp;นับว่าโครงการบางระกำโมเดลตอบโจทย์บรรเทาปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำได้ทั้งลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พิษณุโลก</Province><Department>สวท.พิษณุโลก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314155235723</Link_News></row>
<row _id="354"><NewsTitle>บางระกำโมเดล ตอบโจทย์เกษตรพื้นที่ลุ่มต่ำ ลดผลผลิตเสียหาย สร้างรายได้เพิ่ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บางระกำโมเดล&amp;nbsp;ต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้วยการปรับเปลี่ยนปฏิทินทำนาปีของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;ครอบคลุมอำเภอพรหมพิราม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอบางระกำ&amp;nbsp;และอำเภอวัดโบสถ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และอำเภอกงไกรลาศ&amp;nbsp;จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;ให้เร็วขึ้นกว่าปกติ&amp;nbsp;โดยเกษตรกรสามารถเริ่มเตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปีได้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายนของทุกปี&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จก่อนที่ฤดูน้ำหลากจะมาถึง&amp;nbsp;ช่วยลดความเสี่ยงปัญหานาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายและยังช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ชาวนาในทุ่งบางระกำได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับทุ่งบางระกำเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ทุ่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่กรมชลประทานปรับปฏิทินเพาะปลูกให้เกษตรกรได้เพาะปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนฤดูน้ำหลากจะมา&amp;nbsp;โดยในปีนี้จะเริ่มส่งน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ให้ทุ่งบางระกำพื้นที่กว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนไร่&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จนเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ภายในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวมปริมาณน้ำที่จัดสรรประมาณ&amp;nbsp;310&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.)&amp;nbsp;ภายหลังที่เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว&amp;nbsp;จะใช้ทุ่งบางระกำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ&amp;nbsp;รองรับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ช่วยป้องกันบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขต&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;และตัวเมืองสุโขทัย&amp;nbsp;รวมทั้งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันได้ร่วมกับกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดหาพันธุ์ปลาน้ำจืดมาปล่อยเข้าทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;ช่วยสร้างอาชีพประมงให้เป็นรายได้เสริมกับเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;และเมื่อสิ้นเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp;จะระบายน้ำออกจากทุ่งโดยให้เหลือน้ำค้างทุ่งไว้ให้เกษตรกรได้เตรียมแปลงทำนาปรังต่อไปเป็นการประหยัดน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนหลักได้เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตลอดเวลาดำเนินโครงการบางระกำโมเดลตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับความพึงพอใจและการตอบรับที่ดีจากประชาชนในพื้นที่และเกษตรกรผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;เนื่องด้วยช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซาก&amp;nbsp;ในขณะเดียวกันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวด้วย&amp;nbsp;นับว่าโครงการบางระกำตอบโจทย์บรรเทาปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง&amp;nbsp;ตลอดจนสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับผู้ใช้น้ำได้ทั้งลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314214535819</Link_News></row>
<row _id="355"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมบูรณาการหลายภาคส่วนตรวจสอบผลกระทบจากการประกอบกิจการการทำเหมืองแร่โปแตช จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอัจฉรา&amp;nbsp;อิ่มมณี&amp;nbsp;&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไทร&amp;nbsp;และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาผลกระทบการแพร่กระจายความเค็มจากการประกอบกิจการเหมืองแร่โปแตช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งการเรียกค่าชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหาย&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ตำบลหนองไทร&amp;nbsp;และตำบลหนองบัวตะเกียด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองไทร&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;โดยมีข้อสรุปดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ขณะตรวจสอบพบว่าทางโรงงานมิได้ประกอบกิจการ&amp;nbsp;เนื่องจากมีน้ำไหลเข้าไปในพื้นที่ทำเหมือง&amp;nbsp;และอยู่ในระหว่างการปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;โดยมีการซื้อน้ำเกลือเข้ามาผลิตในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ตรวจสอบบ่อเก็บน้ำของเหมืองแร่&amp;nbsp;ตั้งอยู่บริเวณทางด้านทิศใต้ของพื้นที่ทำเหมือง&amp;nbsp;ลักษณะเป็นบ่อน้ำมีคันดินล้อมรอบสูงประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สภาพแข็งแรง&amp;nbsp;ไม่พบน้ำไหลออกนอกบ่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ตรวจสอบและสอบถามประชาชนในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บริเวณจุดที่เคยมีน้ำเค็มผุดขึ้นเมื่อปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;โดยสภาพในปัจจุบันไม่พบน้ำเค็มผุดขึ้นจากบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ตรวจสอบคุณภาพน้ำภาคสนามบริเวณบ่อเก็บน้ำสาธารณะจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ่อเก็บน้ำ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;pH&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;7.74&amp;nbsp;ค่าความเค็มสูงมากกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กรัม/ลิตร&amp;nbsp;ค่าสารที่ละลายได้ทั้งหมด&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;77,700&amp;nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร&amp;nbsp;และจุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อเก็บน้ำดิบสำหรับผลิตประปาหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;pH&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;9.49&amp;nbsp;ค่าความเค็ม&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;0.2&amp;nbsp;กรัม/ลิตร&amp;nbsp;ค่าสารที่ละลายได้ทั้งหมด&amp;nbsp;333&amp;nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;ที่ประชุมมีมติให้เชิญผู้ที่ได้รับผลกระทบมาไกล่เกลี่ยค่าชดเชยเยียวยาในการประชุมครั้งต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314182412773</Link_News></row>
<row _id="356"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ มหาสารคาม นำคณะแลกเปลี่ยนความคิดและศึกษาดูงานฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ เพื่อมุ่งยกระดับภาคการเกษตรแบบครบวงจร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;14-15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่คูโบต้าฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลหนองอิรุณ&amp;nbsp;อำเภอบ้านบึง&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ตรงศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางพรศรี&amp;nbsp;ตรงศิริ&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม/ประธานแม่บ้านมหาดไทย&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ได้นำหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;และผู้นำเกษตรกร&amp;nbsp;ของจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ร่วมประชุมสัมมนา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Burn)&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ตามข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ระหว่างจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และองค์กรเครือข่ายจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;และบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธีระศักดิ์&amp;nbsp;พรรักษมณี&amp;nbsp;ประธานกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;คูโบต้ามหาสารคาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นางนางสุนิษา&amp;nbsp;พรรักษมณี&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัทคูโบต้ามหาสารคาม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมโครงการ&amp;nbsp;และให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Burn)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเป้าหมายลดการเผาจากภาคการเกษตรในจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ให้เป็น&amp;nbsp;0%&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และเตรียมเปิดหมู่บ้านต้นแบบ&amp;nbsp;เกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;จังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนและยกระดับกลุ่มเกษตรกรตัวอย่าง&amp;nbsp;ในการเป็นต้นแบบหมู่บ้านเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Burn)&amp;nbsp;ที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;และเผยแพร่องค์ความรู้การทำเกษตรปลอดการเผาในจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้กับเกษตรกรในจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงการทำเกษตรปลอดการเผา&amp;nbsp;โดยบริษัทคูโบต้า&amp;nbsp;ขอความร่วมมือจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;ในการจัดตั้งตัวแทนหน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมเข้าติดตามเป้าหมาย&amp;nbsp;พัฒนาให้พ้นความยากจน&amp;nbsp;ร่วมสรรหา&amp;nbsp;และคัดเลือกพี่เลี้ยงเกษตรกร&amp;nbsp;และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชน&amp;nbsp;ภายใต้สโลแกน&amp;nbsp;ชุมชนเพาะสุขสยามคูโบต้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเกียรติศักดิ์&amp;nbsp;ตรงศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การศึกษาดูงานในครั้งนี้&amp;nbsp;จะสามารถทำให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตลอดจนพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;สามารถนำรูปแบบไปปรับปรุง&amp;nbsp;พัฒนาการประกอบอาชีพด้านการเกษตร&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;ถึงปลายทาง&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดมหาสารคามเอง&amp;nbsp;ก็มุ่งยกระดับภาคการเกษตรแบบครบวงจร&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ผลผลิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;และมีรายได้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มหาสารคาม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314195616785</Link_News></row>
<row _id="357"><NewsTitle>ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่ จชต.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;อังคาร&amp;nbsp;พร้อมสุข&amp;nbsp;เสนาธิการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าการเลี้ยงแพะ&amp;nbsp;ตามกิจกรรมการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;(กิจกรรมส่งเสริมการทำปศุสัตว์&amp;nbsp;และการทำประมง)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฟาร์มตัวอย่างฯ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านน้ำดำ&amp;nbsp;ตำบลปุโละปุโย&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;บ้านไร่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลคอลอตันหยง&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้รับฟังปัญหา&amp;nbsp;ข้อขัดข้อง&amp;nbsp;ในการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมกับได้มอบนโยบายในการบริหารจัดการภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด&amp;nbsp;เพื่อให้ฟาร์มตัวอย่างฯ&amp;nbsp;สามารถเลี้ยงดูตนเองได้&amp;nbsp;เป็นแหล่งจ้างแรงงานให้สมาชิกฯ&amp;nbsp;มีงานทำ&amp;nbsp;มีรายได้เลี้ยงครอบครัว&amp;nbsp;ได้เรียนรู้การทำเกษตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และประมงอย่างถูกหลักวิชาการ&amp;nbsp;และรวมกลุ่มกันประกอบอาชีพในลักษณะการรวมกลุ่มทำงาน&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อน&amp;nbsp;และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์&amp;nbsp;ตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;อิศรา&amp;nbsp;จันทะกระยอม&amp;nbsp;ผู้บังคับการกรมทหารราบที่&amp;nbsp;153/&amp;nbsp;หัวหน้าคณะทำงานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;,ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;และส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล&amp;nbsp;และให้ความช่วยเหลือในการดำเนินงานของโครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการการพัฒนาความสามารถในการพึ่งพาตนเองของฟาร์มตัวอย่างตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ที่สนับสนุนให้สมาชิกฟาร์มตัวอย่าง&amp;nbsp;ได้มีทักษะในการดำรงชีพ&amp;nbsp;และให้การสนับสนุนปัจจัยการผลิตในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ฟาร์มตัวอย่างสามารถสร้างผลผลิตนำมาซึ่งรายได้ในการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์กับสมาชิกฟาร์มตัวอย่างและชุมชนในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่&amp;nbsp;จชต.&amp;nbsp;โดยรวม&amp;nbsp;ทั้งพี่น้องประชาชนไทยพุทธและพี่น้องประชาชนไทยมุสลิม&amp;nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ&amp;nbsp;ด้วยความรัก&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำรวจความต้องการของสมาชิกฟาร์มตัวอย่างในแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกับสมาชิกฟาร์ม&amp;nbsp;ในการเลือกทำเล&amp;nbsp;เตรียมพื้นที่บริเวณฟาร์มฯ&amp;nbsp;รวมถึงประสานงานกับเกษตรอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ความรู้&amp;nbsp;ตามความเหมาะสมเกี่ยวกับการเลี้ยงแพะสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่ฟาร์มตัวอย่างฯ&amp;nbsp;โดยการจัดหาพันธุ์แพะ&amp;nbsp;จัดทำโรงเรือนเลี้ยงแพะ&amp;nbsp;และอาหาร&amp;nbsp;ในระยะเริ่มต้น&amp;nbsp;ให้แก่&amp;nbsp;โครงการฟาร์มตัวอย่างฯ&amp;nbsp;ตามโครงการพระราชดำริในพื้นที่&amp;nbsp;สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในความรับผิดชอบของ&amp;nbsp;ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ฟาร์ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในเวลาต่อมา&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;เฉลิมพร&amp;nbsp;ขำเขียว&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน&lt;/strong&gt;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;เดินทางต่อไปยัง&amp;nbsp;ชุมชนท่าด่านตำบลตุยง&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้าการเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;ตามโครงการส่งเสริมคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้การสนับสนุนจัดหาพันธุ์ไก่ไข่&amp;nbsp;สายพันธุ์โร๊ดไอส์แลนด์เรด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งอุปกรณ์การเลี้ยงไก่&amp;nbsp;และอาหารไก่&amp;nbsp;ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนในชุมชนที่ได้ทำการสำรวจ&amp;nbsp;ตามแผนเสริมสร้างสันติสุข&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ซึ่งกำหนดชุมชนล่อแหลมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;258&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมช่วยเหลือพี่น้องประชาชน&lt;/strong&gt;ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไทยพุทธ&amp;nbsp;และพี่น้องประชาชนไทยมุสลิม&amp;nbsp;เป็นการลดต้นทุนในการประกอบอาชีพสามารถสร้างงาน&amp;nbsp;ลดรายจ่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้&amp;nbsp;ให้สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314205205796</Link_News></row>
<row _id="358"><NewsTitle>จังหวัดพังงา เปิดการปฐมนิเทศประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะพานเชื่อมเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสะพานเชื่อมเกาะคอเขา&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางกันตวรรณ&amp;nbsp;ตันเถียร&amp;nbsp;กุลจรรยาวิวัฒน์&amp;nbsp;สส.จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ผู้แทนกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงาน&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคประชาชน&amp;nbsp;และผ่านระบบออนไลน์ไปยังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมเขาหลัก&amp;nbsp;โรงแรมชีวิว&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;เขาหลัก&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงรายละเอียดความเป็นมาของโครงการ&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;แนวทางการศึกษา&amp;nbsp;และการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;มีความมุ่งหมายที่จะให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง&amp;nbsp;ร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบของการก่อสร้างสะพาน&amp;nbsp;รวมทั้งผลประโยชน์ที่ได้รับ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ด้านการคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;ด้านการสัญจรไปมา&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านการดูแลฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมบริเวณแนวก่อสร้าง&amp;nbsp;การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลในหลายๆ&amp;nbsp;ด้านประกอบการพิจารณาในการอนุมัติเงินงบประมาณเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกรมทางหลวงชนบทมีพันธกิจในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่ง&amp;nbsp;การสัญจร&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;การพัฒนาชายแดน&amp;nbsp;การพัฒนาเมือง&amp;nbsp;โดยปัจจุบันการเดินทางระหว่างแผ่นดินใหญ่กับเกาะคอเขาจะต้องใช้เรือ&amp;nbsp;และแพขนานยนต์จากฝั่งสู่เกาะคอเขา&amp;nbsp;ทำให้มีปัญหาด้านความปลอดภัยและความล่าช้าในการเดินทาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยวและในเวลาเร่งด่วน&amp;nbsp;ต่อมาคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;(กรอ.)&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน&amp;nbsp;มีมติให้ขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่และส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณเกาะคอเขา&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกาะที่มีศักยภาพในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัย&amp;nbsp;รวดเร็วในการเดินทางและเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา&amp;nbsp;จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทสนับสนุนการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา&amp;nbsp;อำเภอตะกั่วป่า&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;ซึ่งกรมทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ได้ตรวจสอบข้อมูลของโครงการในเบื้องต้น&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวมีความเป็นไปได้ทางวิศวกรรม&amp;nbsp;แต่พื้นที่ในการดำเนินงานโครงการอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เขตพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าว&amp;nbsp;จึงต้องปฏิบัติตามข้อระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยจะต้องทำการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จึงได้จัดให้มีการประชุมขึ้นในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314220256825</Link_News></row>
<row _id="359"><NewsTitle>จังหวัดพังงา เตรียมชี้แจงปัญหาและข้อมูลแนวเขตทางทะเลที่ยังไม่ได้ข้อยุติต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมเหมืองแร่&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดพังงา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทิพญพงศ์ธาดา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเถลิงศักดิ์&amp;nbsp;นุชประหาร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นายพจน์&amp;nbsp;หรูวรนันท์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดพังงา&amp;nbsp;กอ.รมน.จังหวัดพังงา&amp;nbsp;อำเภอเกาะยาว&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;และที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมประชุมหารือและเตรียมหลักฐานข้อมูลแนวเขตทางทะเลระหว่างจังหวัดพังงากับจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ในโอกาสที่ได้ติดตามการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การบริหารจัดการเขตทางทะเลและชายฝั่งรายจังหวัด&amp;nbsp;ในประเด็นจัดทำร่างพระราชกำหนดเขตการปกครองของจังหวัดทางทะเล&amp;nbsp;(พ.ศ.)&amp;nbsp;ซึ่งจะมีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีผู้ร่วมปรึกษาหารือ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับด้านทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;และภาครัฐ&amp;nbsp;ที่มีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่(หรือผู้แทน)&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา(หรือผู้แทน)&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ในการแบ่งเขตทางทะเล&amp;nbsp;และหาข้อเสนอแนะเพื่อยุติปัญหา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220314220814826</Link_News></row>
<row _id="360"><NewsTitle>ปภ.ระยองรายงานภาพรวมการเฝ้าระวังคราบน้ำมันกลางทะเลและการดำเนินการพัรท่อใต้ทุ่น SPM</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สรุปการดำเนินงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กรณีคราบน้ำมันดิบรั่วไหล&amp;nbsp;โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;ปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;ส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมทำตัวท่อด้วยการพันและอุดรอยรั่วของท่อน้ำมันด้วยการใช้วิธีพันท่อต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยช่วงบ่ายเริ่มพันท่อในรอบที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ของบริเวณรอยรั่วเดิม&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานในพื้นที่ตั้งแต่&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันในพื้นที่ทุ่น&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินงานของบริษัทบนชายฝั่งยังคงกำลังในการเฝ้าระวังคราบน้ำมันดิบและทำความสะอาดชายหาด&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;สทช.1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจชายหาดยังคงพบ&amp;nbsp;ก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;เม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟบางๆ&amp;nbsp;พบคราบสีดำคล้ายถ่าน&amp;nbsp;ในบางจุดของชายหาด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-14T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315003852841</Link_News></row>
<row _id="361"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.สตูล 74 มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;73&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และพัทลุง 56 มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด 29,009 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ 50 และแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 23,033 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ 48 &amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315091647848</Link_News></row>
<row _id="362"><NewsTitle>ส่งเสริมการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เชิงพาณิชย์ด้วย มาลัยวิทยสถาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววิภารัตน์&amp;nbsp;ดีอ่อง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;วช.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วช.&amp;nbsp;สนับสนุนโครงการมาลัยวิทยสถาน&amp;nbsp;ให้แก่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(วว.)&amp;nbsp;ดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ&amp;nbsp;ด้วยการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ&amp;nbsp;โดยใช้วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;ทำให้สามารถยกระดับภาคเกษตรเป็นธุรกิจ&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวทางมาลัยวิทยสถาน&amp;nbsp;เป็นแนวคิด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;ศ.(พิเศษ)&amp;nbsp;ดร.เอนก&amp;nbsp;เหล่าธรรมทัศน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;ในการนำเอานวัตกรรม&amp;nbsp;วิทยาศาสตร์&amp;nbsp;และเทคโนโลยี&amp;nbsp;การพัฒนาองค์ความรู้ที่ยั่งยืน&amp;nbsp;สู่การพัฒนาตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวในจังหวัด&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่นำร่องในจังหวัดเลยและจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบสู่การเรียนรู้เชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนันต์&amp;nbsp;พิริยะภัทรกิจ&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการมาลัยวิทยสถาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการมาลัยวิทยสถาน&amp;nbsp;ดำเนินโครงการโดยคณะนักวิจัย&amp;nbsp;วว.&amp;nbsp;ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก&amp;nbsp;วช.&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในด้านการพัฒนาสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับและการถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรมด้านการผลิตไม้ดอกไม้ประดับเชิงพาณิชย์และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของผู้ผลิตให้มีศักยภาพมากขึ้น&amp;nbsp;ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากในช่วงวิกฤตระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;และการยกระดับสู่อาชีพที่ยั่งยืนหลังสถานการณ์คลี่คลายด้วยเกษตรสมัยใหม่&amp;nbsp;ตามหลัก&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้เป็นเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเป็นประโยชน์กับเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับและคนในชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp;และเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;นักวิจัยในมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;นักวิจัยในหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการเอกชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งในระดับของต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำและปลายน้ำ&amp;nbsp;ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวณัฐริกา&amp;nbsp;ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;หัวหน้าศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนท้ายบ้านแก่งไฮ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอภูเรือ&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มีการพัฒนาเรื่องการอบดิน&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ต้นคริสต์มาสเกิดโรคและเสียหาย&amp;nbsp;จะได้อัตราการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้มีการวิจัยอยู่&amp;nbsp;คาดว่าผลที่จะได้&amp;nbsp;ไม้ดอกจะไม่เสียหาย&amp;nbsp;มีผลผลิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;มีคุณภาพที่ดีขึ้น&amp;nbsp;รวมถึงการมีดอกใบที่สวยพร้อมส่งออกไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดเลย&amp;nbsp;เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงเมืองหนึ่ง&amp;nbsp;เนื่องจากมีวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทั้งมีภูมิอากาศที่เป็นเย็นสบายตลอดทั้งปี&amp;nbsp;เหมาะแก่การเพาะปลูกพรรณไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธุ์&amp;nbsp;ส่งผลให้มีกลุ่มเกษตรกรที่ทำการเพาะเลี้ยงไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาวเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะอำเภอภูเรือและอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;เป็นแหล่งผลิตไม้ดอกไม้ประดับที่สำคัญและขนาดใหญ่สุดของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของโครงการมาลัยวิทยสถานได้ที่&amp;nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(วว.)&amp;nbsp;โทร.&amp;nbsp;02&amp;nbsp;577&amp;nbsp;9018&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315094351857</Link_News></row>
<row _id="363"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน แล้วต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง 20  21 มี.ค.นี้ ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน แล้วต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง 20  21 มีนาคมนี้&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่ 20  21 มีนาคม ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;โดยช่วงวันที่ 16  19 มีนาคมมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน &lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315093400853</Link_News></row>
<row _id="364"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่ 500 จุด ส่วนใหญ่เกิดในภาคอีสานและภาคเหนือ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เกิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(14&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;136&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;133&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;94&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;77&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดทางภาคเหนือ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;81&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สกลนคร&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และอุบลราชธานี&amp;nbsp;38&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงกระจายตัวอยู่ในบริเวณตอนบนของประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้พบ&amp;nbsp;284&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือ&amp;nbsp;156&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตรและการเผาเพื่อเข้าไปหาของป่าหรือล่าสัตว์&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,233&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;9,353&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,671&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพถึงมีผลต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนและหนองคาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูง&amp;nbsp;2,896&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;2,114&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;820&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315095124866</Link_News></row>
<row _id="365"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 2 ลำปาง เผยวันนี้ภาคเหนือ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน 10 พื้นที่ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยสถานการณ์&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น&amp;nbsp;พบว่าเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;วัดได้&amp;nbsp;31&amp;nbsp;-100&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;ได้แก่พื้นที่จังหวัดเชียงราย/จังหวัดแม่ฮ่องสอน/จังหวัดพะเยา/จังหวัดน่าน/จังหวัดลำปาง/จังหวัดแพร่/จังหวัดอุตรดิตถ์/จังหวัดสุโขทัย&amp;nbsp;และจังหวัดกำแพงเพชร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำเตือนสำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชาชนทั่วไปควรเฝ้าระวังสุขภาพ&amp;nbsp;ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;และผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น&amp;nbsp;ถ้ามีอาการทางสุขภาพ&amp;nbsp;ควรปรึกษาแพทย์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Air4Thai&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;AirBKK&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315105552895</Link_News></row>
<row _id="366"><NewsTitle>แปลงใหญ่มะยงชิด นครนายก ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตได้ร้อยเปอร์เซ็นต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอัญชลี&amp;nbsp;สุวจิตตานนท์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิดในจังหวัดรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาตามหลักการของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ส่งผลให้ปัจจุบันจังหวัดนครนายกมีแปลงใหญ่มะยงชิด&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;283&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;1,389.&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แปลงใหญ่มะยงชิดทั้งหมด&amp;nbsp;สามารถลดต้นทุนและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกแปลง&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ของจำนวนแปลงใหญ่มะยงชิดทั้งหมด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;แปลงใหญ่มะยงชิด&amp;nbsp;ตำบลท่าทราย&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครนายก&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีแปลงใหญ่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ซึ่งแปลงใหญ่มะยงชิด&amp;nbsp;ตำบลศรีนาวา&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครนายก&amp;nbsp;เป็นแปลงที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายกสำรวจแล้วพบว่ามีศักยภาพในการดำเนินการแบบแปลงใหญ่ได้&amp;nbsp;จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในระหว่างการส่งเสริมด้านการลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;การตลาดและการบริหารจัดการ&amp;nbsp;ตามหลักการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดนครนายก&amp;nbsp;มีเกษตรกรปลูกมะยงชิด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,642&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&amp;nbsp;7,956&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอเมืองนครนายก&amp;nbsp;อำเภอบ้านนาและพื้นที่อำเภอปากพลีบางส่วน&amp;nbsp;โดยในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นฤดูกาลที่มะยงชิดในพื้นที่จังหวัดนครนายกให้ผลผลิตออกสู่ตลาดและผลผลิตเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในปีนี้มะยงชิด&amp;nbsp;จังหวัดนครนายก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;1,800&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;&amp;nbsp;226&amp;nbsp;กิโลกรัมต่อไร่&amp;nbsp;เกษตรกรมีการจำหน่ายผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะยงชิด&amp;nbsp;จากสวนเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่มีลูกค้าประจำมาซื้อที่สวน&amp;nbsp;การจำหน่ายผ่านเพจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ของตนเอง&amp;nbsp;การจำหน่ายที่ตลาดเกษตรกรนครนายก&amp;nbsp;บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp;ทุกวันศุกร์&amp;nbsp;รวมทั้งมีการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315105827896</Link_News></row>
<row _id="367"><NewsTitle>พลิกโฉม นำระบบดิจิทัลพัฒนาสวนยาง เกษตรกรเข้าถึงการแข่งขันทางการค้าและการลงทุน ยกระดับรายได้ชาวสวนยาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปัจจุบันการสร้างโอกาสในการแข่งขันทางการค้าของสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของปริมาณการซื้อขายในตลาดหรือรายได้เท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังรวมถึงการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม&amp;nbsp;แรงงาน&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงความต่อเนื่องและสม่ำเสมอของผลผลิต&amp;nbsp;เหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดให้ผู้ซื้อเกิดความเชื่อมั่นทั้งต่อตัวผู้ผลิตและตัวสินค้า&amp;nbsp;จึงได้เกิดความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;RUBBERWAY&amp;nbsp;PTE.&amp;nbsp;นำแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;RUBBERWAY&amp;nbsp;เข้าเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติตลอดทั้งห่วงโซ่ด้านยางพารา&amp;nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาสวนยางพาราในประเทศให้เข้าสู่ระบบการจัดการสวนยางยั่งยืนของยางธรรมชาติ&amp;nbsp;เปิดโอกาสการเข้าถึงการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนในเวทีระดับโลก&amp;nbsp;และการจำหน่ายยางตรงสู่ผู้ประกอบการธุรกิจยางล้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้ทำการเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การสร้างความรับรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจและการใช้งานแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;RUBBERWAY&amp;nbsp;ภายใต้โครงการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของยางธรรมชาติในประเทศไทย&amp;nbsp;โดยมุ่งพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อการให้บริการข้อมูลและการติดต่อสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านยางพาราทั้งระบบ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานขององค์กรสู่ระบบดิจิทัลให้ครอบคลุมมิติ&amp;nbsp;สร้างโอกาสด้านการแข่งขันทางการค้าให้แก่เกษตรชาวสวนยางในยุค&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Rubberway&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนายางพาราในประเทศด้วยระบบดิจิทัล&amp;nbsp;ทั้งนี้จะเป็นการพัฒนามาตรฐานผลผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรให้เป็นที่ยอมรับ&amp;nbsp;สร้างอำนาจต่อรองการซื้อขาย&amp;nbsp;ช่วยให้ราคายางเพิ่มขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315111313902</Link_News></row>
<row _id="368"><NewsTitle>ภาคเอกชนจังหวัดสุรินทร์สนับสนุนโครงการปลูกป่าชุมชน  เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;KI&amp;nbsp;GROUP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;น้ำตาลสุรินทรจำกัด&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;โดยนายยงยุทธ&amp;nbsp;เสถียรถิระกุล&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการ,&amp;nbsp;นายมั่นคง&amp;nbsp;เสถียรถิระกุล&amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;มอบหมายภารกิจงานนายสุดเขต&amp;nbsp;เขียวอุไร&amp;nbsp;ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่รัฐกิจสัมพันธ์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กิจกรรมเพื่อสังคม&amp;nbsp;เป็นตัวแทนพนักงานทุกคน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมสถานที่เพื่อดำเนินการจัดทำโครงการ&amp;nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&amp;nbsp;1CSR-006-006&amp;nbsp;บำรุงไม้ป่า&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองน้ำตาลอก&amp;nbsp;บ้านละลมระไซร์&amp;nbsp;ตำบลปรือ&amp;nbsp;อำเภอปราสาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งได้จัดทำเพื่อช่วยเหลือต้นไม้ในโครงการที่ได้ปลูกป่าชุมชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;บริเวณรอบหนองน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีอากาศร้อนและเริ่มมีภาวะแล้ง&amp;nbsp;อาจทำให้ต้นไม้ที่มีอยู่&amp;nbsp;ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้&amp;nbsp;โดยมีกำหนดการ&amp;nbsp;ในวันจันทร์ที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยการนำ&amp;nbsp;Filter&amp;nbsp;Cake&amp;nbsp;ที่มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธาตุไนโตรเจน&amp;nbsp;(N)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3%&amp;nbsp;ฟอสฟอรัส&amp;nbsp;(P)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;0.24%&amp;nbsp;และโพแทสเซียม&amp;nbsp;(K)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;0.2%&amp;nbsp;คุณสมบัติเป็นวัสดุปรับปรุงดินได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ใส่เพิ่มในบริเวณโคนต้นไม้&amp;nbsp;ที่ได้ทำการปลูกในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;รอบหนองน้ำ&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม&amp;nbsp;ทางบริษัท&amp;nbsp;น้ำตาลสุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไฟฟ้าสุรินทร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ทำการรดน้ำ&amp;nbsp;เพิ่มความชุ่มชื้นของดิน&amp;nbsp;อย่างน้อย&amp;nbsp;สัปดาห์ละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;จนเสร็จสิ้นฤดู&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;และได้จัดทำเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315120039939</Link_News></row>
<row _id="369"><NewsTitle>จ.ลำพูน ร่วมอนุรักษ์และสืบสานพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและฟื้นฟูลำน้ำแม่สาร พร้อมปรับภูมิทัศน์ให้สะอาดให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริเวณท่าน้ำหน้าวัดทุ่งยาว&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายโยธิน&amp;nbsp;ประสงค์ความดี&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานในการการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาและฟื้นฟูลำน้ำแม่สาร&amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;โดยมีนายจรูญ&amp;nbsp;คำปันนา&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;คณะผู้บริหาร&amp;nbsp;สมาชิกสภาเทศบาล&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงานราชการในพื้นที่จิตอาสา&amp;nbsp;จิตอาสาภัยพิบัติ&amp;nbsp;และประชาชนตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;จำนวนมากเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลำน้ำแม่สารถือเป็นเส้นเลือดฝอยของประชาชนตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;ในฐานะเจ้าของพื้นที่ถือเป็นได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการทำกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนตำบลศรีบัวบานสามารถช่วยกันพัฒนาแหล่งน้ำได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;เป็นโครงการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนจะดำเนินการสานต่อพระราชปณิธาน&amp;nbsp;ในการพัฒนาลำน้ำให้สวยงาม&amp;nbsp;ขุดลอกเปิดทางน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้งกำจัดวัชพืชและสิ่งปฏิกูลต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ได้พื้นที่ลำน้ำมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นการจัดกิจกรรมจิตอาสาฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนองบึงให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้กำหนดให้ลำน้ำแม่สารที่ไหลผ่านพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตำบลศรีบัวบาน&amp;nbsp;ตำบลเวียงยอง&amp;nbsp;และตำบลป่าสัก&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;ระยะทางประมาณ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นแบบที่จะดำเนินการฟื้นฟูและพัฒนาให้ลำน้ำสวยงามอยู่คู่กับประชาชนตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315115325934</Link_News></row>
<row _id="370"><NewsTitle>ตรัง - กยท.เร่งหนุนเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทองรุกตลาดห้างดังและต่างประเทศ ทั้งนี้ สามารถปลูกในพื้นที่ยางปลูกใหม่ได้ประมาณ 3 ปี  เก็บผลผลิตได้ในระยะเวลาเพียง 8 เดือนแรก ต่อปีตัดได้ 6 รอบ  และสามารถคืนทุนได้ในรอบแรก ที่เหลือกำไรอีก 5 รอบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุขทัศน์&amp;nbsp;ต่างวิริยกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านปฏิบัติการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;และผู้บริหารการยางในพื้นที่จ.ตรัง&amp;nbsp;เดินทางลงพื้นที่สวนกล้วยหอมทอง&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่ครึ่ง&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;2,100&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ที่กำลังให้ผลผลิต&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ้านทุ่งส้มป่อย&amp;nbsp;ต.ละมอ&amp;nbsp;อ.นาโยง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;ของนายสมชาย&amp;nbsp;แก้วลาย&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;71&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;อดีตผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จ.พัทลุง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง&amp;nbsp;เจ้าแรกเจ้าใหญ่เจ้าเดียวในจ.ตรัง&amp;nbsp;ขณะนี้ขายกล้วยหอมทองได้กิโลกรัมละ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;สูงกว่าราคาในตลาดทั่วไปถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;โดยตลาดทั่วไปรับซื้อในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายสมชัย&amp;nbsp;หนูนวล&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าของสวนนายปาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรหนุ่ม&amp;nbsp;และเป็นพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;รับซื้อ-ส่งขายผลไม้ในห้างโมเดิร์นเทรดภาคใต้และต่างประเทศ&amp;nbsp;เดินทางมาพบปะกับผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทยระดับประเทศและจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการส่งเสริมให้เกษตรชาวสวนยางปลูกกล้วยหอมทองแซมในสวนยางที่ปลูกใหม่&amp;nbsp;พร้อมกับสาธิตวิธีการมัดเครือกล้วยกับต้น&amp;nbsp;การปลูกดูแลรักษา&amp;nbsp;และรับฟังแนวทางการตลาด&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอนทั้งในภาคใต้และต่างประเทศ&amp;nbsp;และในราคารับประกัน&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับนโยบายของการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชแซมยาง&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายสมชัย&amp;nbsp;เจ้าของสวนนายปาน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สวนนายปาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ส่งผลไม้ไทยมากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;แต่มุ่งเน้นหลักหลักเพื่อให้เกษตรกรปลูกได้โดยที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;กล้วยหอม&amp;nbsp;มะละกอ&amp;nbsp;สับปะรด&amp;nbsp;สละ&amp;nbsp;และผลไม้ตามฤดูกาลที่มีอยู่อย่าง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;โดยรับทุกประเภทที่เป็นผลไม้ไทย&amp;nbsp;ตลาดสำคัญคือ&amp;nbsp;ห้างโมเดิร์นเทรดทุกสาขาในภาคใต้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ห้างแม็คโคร&amp;nbsp;และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะขณะนี้กล้วยหอมทอง&amp;nbsp;ตลาดต้องการผลผลิตจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ปัญหาต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ผลผลิตมีไม่เพียงพอ&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่ปลูกมีน้อย&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;จึงมาจับมือกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพราะว่าการยางมีพื้นที่ปลูกยางใหม่แต่ละปีจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงมองเห็นโอกาส&amp;nbsp;จึงมาขอความร่วมมือจากทางผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อขอสนับสนุนพื้นที่ที่มีความเหมาะสม&amp;nbsp;มีแหล่งน้ำ&amp;nbsp;เกษตรกรมีความพร้อม&amp;nbsp;มาจับมือกับสวนนายปาน&amp;nbsp;เพื่อทำการปลูกเน้นไปที่กล้วยหอมทองเป็นหลัก&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ตลาดเติบโตมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ให้มีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด&amp;nbsp;โดยขณะนี้กล้วยหอมส่งได้เพียงวันละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตันเท่านั้น&amp;nbsp;ขณะที่ความต้องการประมาณวันละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;หรือประมาณดือนละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;ขณะนี้กำลังเริ่มบุกเบิกตลาดต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ญี่ปุ่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และตลาดฟรีซดราย&amp;nbsp;(Freeze&amp;nbsp;Dried)&amp;nbsp;ส่งไปยังประเทศเยอรมัน&amp;nbsp;โดยเริ่มต้นส่งผ่านมาเลเซีย&amp;nbsp;โดยต่างประเทศตอนนี้ตนเองรับออเดอร์มาอาทิตย์ละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รวมทั้งตลาดซาอุดิอาระเบีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งตนเองต้องการผลไม้จากเกษตรกรในภาคใต้เป็นจำนวนมากในราคารับประกัน&amp;nbsp;และสูงกว่าราคาทั่วไป&amp;nbsp;เพราะผลไม้เป็นสินค้าที่ขายได้ทั้งปี&amp;nbsp;ไม่มีฤดูกาล&amp;nbsp;หากทำได้เกษตรกรก็จะมีรายได้ต่อเนื่องตลอดเช่นกัน&amp;nbsp;ไม่เว้นแม้สถานการณ์วิกฤติ&amp;nbsp;ก็จะยิ่งเป็นโอกาส&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สถานการณ์วิกฤตโควิดที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีการปิดจังหวัด&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างจ.ภูเก็ต&amp;nbsp;นทท.ต่างชาติติดค้างในประเทศ&amp;nbsp;ทำตลาดกล้วยหอมทองเติบโตถึง&amp;nbsp;300%&amp;nbsp;เพราะคนต้องกินในทุกสถานการณ์&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายสุขทัศน์&amp;nbsp;ต่างวิริยกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้านปฏิบัติการ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โชคดีที่ได้มาเยี่ยมเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการดูแลของการยาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สวนกล้วยหอมทอง&amp;nbsp;ของนายสมชาย&amp;nbsp;แก้วลาย&amp;nbsp;โดยการยางมีนโยบายส่งเสริมให้มีการหารายได้ระหว่างทำสวนยาง&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่ว่างเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;ให้เกษตรกรมีรายได้ระหว่างรอกรีด&amp;nbsp;ฟังพ่อค้าคนกลางพูดแล้ว&amp;nbsp;การยางก็พร้อมส่งเสริมเกษตรกร&amp;nbsp;ตามนโยบายสวนยางยั่งยืน&amp;nbsp;และต้องมีความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยประเทศไทยมีสวนยางพาราประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กว่าล้านไร่&amp;nbsp;และมีคนโค่นยางทุกวัน&amp;nbsp;จึงพร้อมสนับสนุน&amp;nbsp;โดยยึดหลักการตลาดนำการผลิตภายใต้คุณภาพที่ผู้ประกอบการกำหนด&amp;nbsp;เป็นธุรกิจที่คืนทุนใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;ในการส่งเสริมเกษตรกรจะต้องมีตลาดที่แน่นอน&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;กยท.ก็พร้อมจะจับมือเดินไปพร้อมกันทั้ง&amp;nbsp;ตลาด&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และกยท.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ผอ.การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;บอกว่า&amp;nbsp;ดูแลพื้นที่สวนยาง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;และภูเก็ต&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีฯ&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการโค่นยาง&amp;nbsp;เพื่อปลูกทดแทนในแต่ละปีประมาณ&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;กว่าไร่&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสของเกษตรกร&amp;nbsp;ที่จะสร้างรายได้&amp;nbsp;เพิ่มการใช้ประโยชน์ในที่ดิน&amp;nbsp;ช่วงปลูกยางใหม่ให้มีรายได้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งการพูดคุยในวันนี้เป็นลักษณะมุ่งเน้นเรื่องการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;มีตลาดแน่นอน&amp;nbsp;มีผู้ซื้อ&amp;nbsp;มีการประกันราคารับซื้อกลับให้กับเกษตรกรอยู่ในราคาที่ค่อนข้างจะสูง&amp;nbsp;น่าจะเป็นที่พอใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;แปลงตัวอย่างของนายสมชาย&amp;nbsp;แก้วลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งขายให้กับสวนนายปานอยู่แล้ว&amp;nbsp;พบว่าผลผลิตเฉลี่ยรายได้ต่อเดือน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการผลิตกล้วยหอมแต่ละรุ่น&amp;nbsp;ได้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาทต่อไร่ต่อเดือน&amp;nbsp;ปลูกได้แปดเดือนเก็บผลผลิตได้&amp;nbsp;เกษตรกรจะมีกำไรจากการผลิตกล้วยไร่ประมาณ&amp;nbsp;80,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;อยากให้มีความมั่นคงด้านครอบครัว&amp;nbsp;และความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;ให้กับสังคมและภูมิภาคของภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทางด้านนายภิรม&amp;nbsp;หนูรอด&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ฟังการตลาดทำให้เกิดความมั่นใจขึ้น&amp;nbsp;เดิมพนักงานในตรังที่ลงพื้นที่หากไม่มั่นใจในด้านตลาด&amp;nbsp;ก็ไม่มั่นใจที่จะไปบอกกับเกษตรกร&amp;nbsp;แต่วันนี้ฟังทั้งด้านการตลาด&amp;nbsp;และฟังผู้บริหาร&amp;nbsp;กยท.ตรังก็พร้อมจะสนับสนุนเต็มที่&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;จะมีพื้นที่โค่นใหม่ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;วางแผนแล้วจะคัดสรรเกษตรกรหัวก้าวหน้าประมาณ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในทุกอำเภอ&amp;nbsp;ส่วนเงินทุน&amp;nbsp;กยท.มีเงินสนับสนุนส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ&amp;nbsp;การยางฯ&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;49&amp;nbsp;(5)&amp;nbsp;ละไม่เกิน&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่ขณะนี้&amp;nbsp;กยท&amp;nbsp;จะปรับให้ได้รายละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่ง&amp;nbsp;กยท.มีเงินเพียงพอ&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนเกษตรกรด้านนายสมชาย&amp;nbsp;แก้วลาย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรกร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เนื้อที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่ครึ่ง&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2,100&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ตนเองลงทุนรอบแรก&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตัดขายสามารถคืนทุนได้ในรอบแรก&amp;nbsp;ซึ่งต้นทุนของตนอาจจะมากกว่าคนหนุ่มสาว&amp;nbsp;เพราะตนทำไม่ไหว&amp;nbsp;ต้องจ้างทุกอย่าง&amp;nbsp;ต้นทุนอยู่ที่ต้นละ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่คนอื่นต้นทุนเพียงประมาณ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;บาทต่อต้น&amp;nbsp;แต่หากเกษตรกรมีแค่&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ต้นทุนประมาณ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;บาทต่อต้น&amp;nbsp;ซึ่งตัดครั้งแรกก็คุ้มทุนแล้ว&amp;nbsp;โดยการปลูกแซมยางสามารถปลูกได้ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่ละปีตัดได้ประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รอบ&amp;nbsp;จะได้กำไรถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315113950922</Link_News></row>
<row _id="371"><NewsTitle>ช้อป ชิม ชม"ตลาดกลาง ของดีชุมชน ฅนพิมูลฯ"...</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสมมาฏฐ์&amp;nbsp;โพธิ&amp;nbsp;นายอำเภอพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เยี่ยมเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งได้นำผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;สินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;มาจำหน่าย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;"ตลาดกลาง&amp;nbsp;ของดีชุมชน&amp;nbsp;คนพิบูลฯ"&amp;nbsp;ซึ่งอำเภอพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;ได้ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;โดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นแหล่งรวมสินค้าชุมชน&amp;nbsp;และเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;ของอำเภอพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;เช่น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ตลาดเกษตรอินทรีย์(ตลาดเขียว)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ตลาดจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;ตลาดเครือข่ายโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;ตลาดสินค้าสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;ตลาดสัมมาชีพชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นกิจกรรมกระตุ้นการค้าขายในชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเพิ่มช่องทางตลาด&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการค้าขายให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ผลิตและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและมีพื้นที่ให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตและแปรรูป&amp;nbsp;พบกับผู้ซื้อโดยตรง&amp;nbsp;เพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;กระตุ้นการค้าขายในชุมชน&amp;nbsp;สร้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายในแต่ละท้องถิ่นอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตลาดจะมีทุกวันจันทร์&amp;nbsp;และวันศุกร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;07.30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;12.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานจอดรถข้างศาลหลักเมือง&amp;nbsp;(หน้าอำเภอ)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315120142940</Link_News></row>
<row _id="372"><NewsTitle>เร่งเดินหน้าเตรียมพร้อมทหารกองประจำการ 200 นาย สู่ทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการเตรียมความพร้อมทหารกองประจำการสู่การเป็นทายาทเกษตรรุ่นใหม่&amp;nbsp;เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ภายใต้ความร่วมมือในการทำงานกับกรมเสมียนตรา&amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพให้ทหารกองประจำการก่อนปลดประจำการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนมิถุนายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย&amp;nbsp;ทหารกองประจำการที่เป็นลูกหลานเกษตรกร&amp;nbsp;ทหารกองประจำการที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการแต่ไม่ได้เป็นลูกหลานเกษตรกร&amp;nbsp;และข้าราชการทหาร&amp;nbsp;ที่กำกับดูแล&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เน้นย้ำการฝึกอบรมพื้นฐาน&amp;nbsp;การทำการเกษตรผสมผสาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญ&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งวิชาหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การปรับแนวคิด&amp;nbsp;ระบบการทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;การจัดทำแผนพัฒนาตนเองและแผนพัฒนาอาชีพ&amp;nbsp;การตลาดสินค้าเกษตรในยุคประเทศไทย&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ICTกับเกษตรเชิงพาณิชย์&amp;nbsp;และวิชาเลือก&amp;nbsp;ซึ่งเลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งใช้เวลาอบรมทั้งหมดรวม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ดำเนินการใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;หน่วยทหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315142635005</Link_News></row>
<row _id="373"><NewsTitle>ผู้ประกอบการสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง เสนอรัฐบาลตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-จีน เจรจาส่งออกผลไม้ก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;จากกรณีที่ประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้ของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;มีนโยบาย&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;บังคับใช้มาตรการรักษายอดผู้ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Zero-COVID&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;โดยการตรวจผลไม้นำเข้าอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณด่านตรวจสินค้าชายแดน&amp;nbsp;จนทำให้เกิดปัญหาล่าช้าในการส่งออก&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;หากตรวจพบเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ยังต้องถูกปิดด่านเป็นเวลาหลายวัน&amp;nbsp;ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้นและอาจทำให้ผลไม้เน่าเสียได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นายโชติชัย&amp;nbsp;บัวดิษฐ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;ประธานชมรมสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เกษตรกร&amp;nbsp;และกลุ่มชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง&amp;nbsp;มีความกังวลในการส่งออกผลไม้ในปีนี้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;หลังจากทางการจีนมีมาตรการ&amp;nbsp;Zero-COVID&amp;nbsp;อยาก&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;เสนอให้รัฐบาล&amp;nbsp;เปิดเจรจากับทางการจีน&amp;nbsp;โดยการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อหาทางออกร่วมกัน&amp;nbsp;อาจจะให้ตัวแทนประเทศจีนเข้ามาตรวจสอบ&amp;nbsp;ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บผลไม้&amp;nbsp;การบรรจุใส่ตู้&amp;nbsp;จนกระทั่งถึงการขนส่งไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;หากสามารถทำได้เช่นนี้&amp;nbsp;เชื่อว่าจะแก้ปัญหาความล่าช้าในการส่งออกได้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากยังไม่รีบแก้ปัญหา&amp;nbsp;และรอจนถึงใกล้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ของภาคตะวันออกประมาณปลายเดือนมีนาคมนี้&amp;nbsp;จะทำให้แก้ปัญหาไม่ทัน&amp;nbsp;และอาจล่วงเลยไปถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลไม้ทางภาคใต้&amp;nbsp;ซึ่งจะตรงกับผลไม้ของประเทศกัมพูชาและเวียดนามออกสู่ตลาดเช่นกัน&amp;nbsp;ยิ่งจะทำให้เกิดปัญหาจนยากที่จะแก้ไขได้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;อย่างไรก็ตามในปีนี้&amp;nbsp;สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;จะเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤษภาคมนี้&amp;nbsp;กำหนดราคาเข้าชมคนละ&amp;nbsp;690&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ยกเว้นส่งออกไม่ได้&amp;nbsp;อาจลดราคาเหลือ&amp;nbsp;350&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื่องจากปริมาณผลผลิตมีจำนวนมาก&amp;nbsp;ราคาทุเรียนและมังคุดจะถูกลง&amp;nbsp;จากที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;150-180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;อาจลดเหลือต่ำกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315134931981</Link_News></row>
<row _id="374"><NewsTitle>พบทาร์บอลเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ โผล่ชายหาดสวนสน เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เก็บตัวอย่างไปตรวจสอบว่ามีเกิดจากการใช้สารเคมีกำจัดสลายคราบน้ำมันรั่วกลางทะเลหรือไม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า&amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;และผู้ประกอบการร้านอาหารซีฟู้ด&amp;nbsp;ชายหาดสวนสน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.เพ&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;ได้พบเห็นก้อนทาร์บอลเม็ดน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;ขนาดเล็กถูกคลื่นทะเลพัดมาติดชายหาดสวนสนจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยพบเห็นเป็นระยะทางกว่า&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการร้านอาหารทะเลริมหาดสวนสน&amp;nbsp;ยืนยันว่าพบเห็นก้อนทาร์บอล&lt;/strong&gt;ที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟดังกล่าว&amp;nbsp;ถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว&amp;nbsp;พบเห็นเป็นทางยาวตลอดแนวชายหาด&amp;nbsp;ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าลักษณะของเม็ดสีน้ำตาลดังกล่าว&amp;nbsp;เกิดจากการใช้สารเคมีพ่นกำจัดคราบน้ำมันที่รั่วไหลกลางทะเลระยองหรือไม่&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;นำไปตรวจสอบ&amp;nbsp;เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากร&amp;nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแลดล้อมจังหวัดระยอง&amp;nbsp;บ.SPRC&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่มาตรวจสอบและเก็บตัวอย่างก้อนสีน้ำตาลดังกล่าวไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบวิเคราะห์ต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315135214983</Link_News></row>
<row _id="375"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ ออกมาตรการตรวจจับควันดำรถยนต์ใหม่เริ่ม 13 เม.ย.นี้ ด้วยการยกระดับมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ 15 เพื่อลดฝุ่นละออง PM 2.5 โดยเฉพาะใน กทม.และปริมณฑล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ออกมาตรการตรวจจับควันดำรถยนต์ใหม่เริ่มวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ด้วยการยกระดับมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิมร้อยละ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เพื่อลดฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์และเป็นไปตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา&amp;nbsp;55&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;จึงออกประกาศให้ยกเลิกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัดลงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;แล้วมาใช้ประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ซึ่งวิธีการตรวจวัดค่าควันดำขณะเครื่องยนต์ไม่มีภาระจะมีผลบังคับใช้วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอแจ้งผู้ประกอบการและประชาชนให้ดูแลบำรุงรักษาเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และเป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;อย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบแหล่งกำเนิดมาจากการขนส่งทางถนนร้อยละ&amp;nbsp;72.5&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;รถบรรทุกร้อยละ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถกระบะร้อยละ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถบัสร้อยละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถยนต์นั่งร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถมอเตอร์ไซค์ร้อยละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รถตู้ร้อยละ&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;และอื่นๆร้อยละ&amp;nbsp;27.5&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;ด้วยการกำหนดให้เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานและวิธีการตรวจวัดการระบายมลพิษจากรถยนต์&amp;nbsp;ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315132727969</Link_News></row>
<row _id="376"><NewsTitle>จังหวัดพะเยา จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2  ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบำรุง&amp;nbsp;สังข์ขาว&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;เทศบาลตำบลปง&amp;nbsp;อำเภอปง&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาด้านการเกษตร&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้รับความรู้ด้านวิชาการ&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;เป็นการสร้างภาพลักษณ์ด้านวิชาการ&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยีของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภายในงาน&amp;nbsp;จัดให้บริการคลินิกเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงาน&lt;/strong&gt;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ให้บริการและ&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาด้านพืช&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชลประทาน&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;บัญชี&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้าน&amp;nbsp;การเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกันด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>พะเยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315155105077</Link_News></row>
<row _id="377"><NewsTitle>ชุดปฏิบัติการกำบี้ขาว อุทยานฯ แม่ปิง ออกประชาสัมพันธ์ให้ หยุดการเผา อย่างต่อเนื่อง ลดต้นตอปัญหาฝุ่น PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการกำบี้ขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ปิงร่วมกับ&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ปิง&amp;nbsp;ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการ&amp;nbsp;"หยุดเผา"&amp;nbsp;ในชุมชนตำบลบ้านแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เพื่อให้ตระหนักถึงโทษและ&amp;nbsp;ผลกระทบของการจุดไฟเผาเศษวัชพืช&amp;nbsp;และลดปริมาณการเกิดไฟป่าในชุมชน&amp;nbsp;สาเหตุของการสะสมของฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ทางจังหวัดได้มีการประกาศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ห้ามบุคคลทำการเผาในพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย&amp;nbsp;ปรับต่ำสุดตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หมื่น&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จำคุกต่ำสุดตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;ทั้งนี้หากพบเห็นการกระทำผิด&amp;nbsp;สามารถแจ้ง&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;นายกเทศมนตรี&amp;nbsp;หรือนายอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เบอร์ติดต่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;053-562963&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ทุกแห่ง&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;191&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&amp;nbsp;สายด่วน&amp;nbsp;1362&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;053-232019&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-สายด่วนทางหลวง&amp;nbsp;1586&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-สายด่วนทางหลวงชนบท&amp;nbsp;1146&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอเมืองลำพูน&amp;nbsp;081-8674377&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอป่าซาง&amp;nbsp;081-8674380&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอลี้&amp;nbsp;081-8674419&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอแม่ทา&amp;nbsp;081-8674409&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอบ้านโฮ่ง&amp;nbsp;081-8674397&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอทุ่งหัวช้าง&amp;nbsp;081-8674423&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอเวียงหนองล่อง&amp;nbsp;081-8674425&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-นายอำเภอบ้านธิ&amp;nbsp;081-8674424&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สวท.ลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315155220078</Link_News></row>
<row _id="378"><NewsTitle>คณะกรรมการ Smart Farmer ลงพื้นที่ดูงาน ณ โคสง่าฟาร์ม อ.เนินสง่า เลี้ยงโคพันธุ์บรามันห์ เพื่อผลิตลูกขาย สร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สพ.ญ.ศรีสมัย&amp;nbsp;โชติวนิช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเนินสง่า&amp;nbsp;ให้การต้อนรับคณะกรรมการประกวดคัดเลือกเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;(Smart&amp;nbsp;Farmer)&amp;nbsp;ดีเด่นระดับเขต&amp;nbsp;จากสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โคสง่าฟาร์ม&amp;nbsp;ของนายสันชัย&amp;nbsp;ภู่บัว&amp;nbsp;(ประเภทโคเนื้อ)&amp;nbsp;230&amp;nbsp;ม.9&amp;nbsp;ต.กะฮาด&amp;nbsp;อ.เนินสง่า&amp;nbsp;จ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;เลี้ยงโคพันธุ์บรามันห์ลูกผสมพ่อแม่พันธุ์&amp;nbsp;เพื่อผลิตลูกขาย&amp;nbsp;และเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;ปัจจุบันมีโคพ่อพันธุ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;โคแม่พันธุ์&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และลูกโคหย่านม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุกรจำนวน&amp;nbsp;560&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ภายในฟาร์มมีการนำรถช็อปหญ้ามาใช้แทนเครื่องตัดหญ้า&amp;nbsp;ช่วยให้ประหยัดแรง&amp;nbsp;มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ในคอกเพื่อคอยสังเกตพฤติกรรมโคเวลาใกล้คลอดหรือได้รับอันตรายจากสัตว์อื่นในส่วนของแปลงหญ้ามีการปลูกหญ้าแพงโกล่า&amp;nbsp;โดยนำน้ำเสียจากฟาร์มสุกร&amp;nbsp;มาใช้รดหญ้าในแปลงหญ้า&amp;nbsp;ทำให้มีหญ้าเพียงพอตลอดทั้งปี&amp;nbsp;และได้จำหน่ายให้กับเกษตรกรรายอื่นในจังหวัดอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังรับบทบาทหน้าที่ในการเป็นวิทยากรให้แก่โรงเรียนสอนเลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;บ้านหนองไข่น้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอเนินสง่า&amp;nbsp;จังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;ในการฝึกวัวเข้าประกวด&amp;nbsp;และการบังคับวัว&amp;nbsp;ปัจจุบันมีรายได้จากการขายโคอายุหย่านม&amp;nbsp;7-8&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;300,000-450,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;ขายมูลวัวประมาณ&amp;nbsp;20,000-25,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;และมีรายได้จากการเลี้ยงสุกรประมาณ&amp;nbsp;800,000-&amp;nbsp;900,000&amp;nbsp;บาท/ปี&amp;nbsp;มีการปรับปรุงพันธุ์วัวลูกผสมเข้าประกวดจนได้รางวัลถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถ้วย&amp;nbsp;และรางวัลชนะเลิศอีกมากมาย&amp;nbsp;ปัจจุบันโคสง่าฟาร์มยังเป็นสมาชิกของสมาคมส่งเสริมบำรุงพันธุ์บราห์มันแห่งประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ชัยภูมิ</Province><Department>สวท.ชัยภูมิ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315162751098</Link_News></row>
<row _id="379"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯ แพร่ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ณ อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&amp;nbsp;ตำบลเวียงต้า&amp;nbsp;อำเภอลอง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;มอบหมายให้นายวิเชียร&amp;nbsp;อนุสาสนนันท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;โดยร่วมประชุมรับประชุมเพื่อรับทราบปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;และมอบนโยบายในการปฏิบัติ&amp;nbsp;มอบสิ่งสนับสนุนการปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามเป้าหมาย&amp;nbsp;หรือตัวชี้วัดของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอลอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ลอง&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอวังชิ้น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้วังชิ้น&amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าแพร่&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมชิงเก็บลดเผา&amp;nbsp;ของอุทยานแห่งชาติดอยผากลอง&amp;nbsp;และปลูกต้นรวงผึ้งอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดแพร่ตั้งเป้าหมายฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีค่าเกินมาตรฐานได้ไม่เกิน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกินมาแล้ว&amp;nbsp;12&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และตั้งเป้าหมายจุดความร้อน&amp;nbsp;Hotspot&amp;nbsp;ต้องไม่เกิน&amp;nbsp;3,528&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมดูแลป่าของประชาชน&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายดูแลป่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ติดป่ามีส่าวนร่วมในการป้องกัน&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;และดับไฟป่าเมื่อมีเหตุ&amp;nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีสรรพกำลังไม่เพียงพอ&amp;nbsp;แม้ปีนี้งบประมาณสนับสนุนชุมชนหมู่บ้านจะถูกตัดไป&amp;nbsp;แต่ก็ต้องร่วมกันดูแล&amp;nbsp;เพื่อให้จังหวัดแพร่มีอากาศสดใส&amp;nbsp;ไร้หมอกควัน&amp;nbsp;อันจะส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315183654150</Link_News></row>
<row _id="380"><NewsTitle>มทร.ศรีวิชัย ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals: SDGs  ด้านสิ่งแวดล้อม SDG 14  (Life Below Water)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&amp;nbsp;วิทยาเขตตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผศ.&amp;nbsp;โกสินทร์&amp;nbsp;พัฒนมณี&amp;nbsp;รองอธิการบดีประจำวิทยาเขตตรัง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ผศ.ดร.ชาญยุทธ&amp;nbsp;สุดทองคง&amp;nbsp;คณะกรรมการขับเคลื่อนด้านการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล&amp;nbsp;(Life&amp;nbsp;Below&amp;nbsp;Water)&amp;nbsp;ร่วมหารือเพื่อสนองนโยบาย&amp;nbsp;เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;&amp;nbsp;Goals:&amp;nbsp;SDGs)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยองค์การสหประชาชาติได้แบ่งเป้าหมายการดำเนินงานออกเป็น&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;ตามมิติต่างๆออกเป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;มิติได้แก่&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;(People)&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;(Prosperity)&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Planet)&amp;nbsp;สันติภาพและสถาบัน&amp;nbsp;(Peace)&amp;nbsp;และหุ้นส่วนการพัฒนา&amp;nbsp;(Partnership)&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Development&amp;nbsp;Goals:&amp;nbsp;SDGs)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยได้มุ่งเน้นสนับสนุนการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;ที่สอดคล้องกับนโยบาย&amp;nbsp;และการจัดกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;SDGs&amp;nbsp;14&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมการลดขยะในทะเล&amp;nbsp;การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;การจัดตั้งธนาคารปูม้า&amp;nbsp;และการจัดตั้งโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;พะยูนและสัตว์ทะเลหายาก&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;เพื่อเป็นสถานที่ช่วยเหลือ&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;พยาบาลสัตว์ทะเลหายาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พะยูน&amp;nbsp;และเต่าทะเล&amp;nbsp;และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงได้มีการรวบรวมข้อมูลและจัดทำเนื้อหา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อการนำเสนอต่อสาธารณะทางสื่อออนไลน์&amp;nbsp;https://fishtech.rmutsv.ac.th/fishtech/th/sdgs&amp;nbsp;เพื่อทำเป็นตัวชี้วัด&amp;nbsp;SDG&amp;nbsp;ในการดำเนินโครงการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยเข้าสู่ระดับการจัดอันดับของ&amp;nbsp;Time&amp;nbsp;Higher&amp;nbsp;Education&amp;nbsp;(THE)&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;มทร.&amp;nbsp;ศรีวิชัย&amp;nbsp;วิทยาเขตตรัง&amp;nbsp;ได้ให้การสนับสนุนทรัพยากรและบุคลากรอย่างเต็มที่ในการดำเนินโครงการขับเคลื่อนฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนอาคารสถานที่&amp;nbsp;ครุภัณฑ์&amp;nbsp;วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย&amp;nbsp;และบรรลุวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;SDG&amp;nbsp;14&amp;nbsp;(Life&amp;nbsp;Below&amp;nbsp;Water)&amp;nbsp;ภายใต้การสนับของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195643191</Link_News></row>
<row _id="381"><NewsTitle>ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ไขปัญหาปุ๋ยและอาหารสัตว์แพง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินการเพื่อเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;และการนำเข้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่งออก&amp;nbsp;ของปุ๋ย&amp;nbsp;อาหารสัตว์และผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยราคาปุ๋ยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น&amp;nbsp;ได้มีมาตรการการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;โดยจะพิจารณาในเรื่องต้นทุนที่เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งหากราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จะหาช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาถูกลงได้&amp;nbsp;จึงมีโครงการลดราคาปุ๋ยเคมีและมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดินและกรมการข้าว&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานหลัก&amp;nbsp;อีกทั้งจะส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้ได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;จากปัจจุบันที่มีประมาณ&amp;nbsp;3.2&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการส่งออกผลไม้ของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวที่คาดว่าจะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยตลาดที่ส่งออกสำคัญคือ&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการประสานงานกับหน่วยงานของจีนอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ปัจจุบันจีนยังคงยึดมาตรการโควิดเป็นศูนย์&amp;nbsp;บังคับใช้ทั้งระดับส่วนกลางและระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;ซึ่งแตกต่างกันไปตามความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่&amp;nbsp;สำหรับสินค้าที่ขนส่งผ่านห่วงโซ่ความเย็น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;จะต้องถูกตรวจ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;และจะต้องได้รับใบรับรอง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ใบรับรองผ่านตรวจสอบกักกัน&amp;nbsp;ใบรับรองผลตรวจโควิด-19&amp;nbsp;และใบรับรองการผ่านการฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จะมีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อให้ผลไม้ของไทยสามารถส่งออกไปจีนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายบุณยฤทธิ์&amp;nbsp;กัลยาณมิตร&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;ทั้งข้าวโพด&amp;nbsp;ข้าวสาลี&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;ที่มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;จะทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและสมาคมต่างๆ&amp;nbsp;จึงได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ&amp;nbsp;เพื่อเสนอความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว&amp;nbsp;โดยให้มีการชะลอมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ&amp;nbsp;อัตราส่วน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;ไว้ชั่วคราวจนถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;รวมถึงต้องกำหนดปริมาณที่จะนำเข้า&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ&amp;nbsp;โดยจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ได้มอบหมายกรมปศุสัตว์และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเข้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315195450186</Link_News></row>
<row _id="382"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ? วุฒิสภา, เลขาธิการ? ศอ.บต.ลงพื้นที่พบปะสมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว?ในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30?&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายโอฬาร&amp;nbsp;บิลสัน&amp;nbsp;นอ.ยะหริ่ง/ผอ.ศปก.อ.&amp;nbsp;ยะหริ่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมให้การต้อนรับ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;จีระศักดิ์&amp;nbsp;ชมประสพ?&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่สอง/ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ,&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเรือตรี?&amp;nbsp;สมเกียรติ?&amp;nbsp;ผลประยูร&amp;nbsp;เลขาธิการ?&amp;nbsp;ศอ.บต.,&amp;nbsp;นาวาเอก&amp;nbsp;จักรพงษ์&amp;nbsp;อภิมหาธรรม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน?ศอ.บต.,&amp;nbsp;นายยะห์ยา?&amp;nbsp;ปะนาฆอ?&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดปัตตานี?และ?คณะกรรมาธิการ?ฯ&amp;nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่พบปะประชาชน,&amp;nbsp;สมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำในบ่อกุ้งร้างและกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว?ในพื้นที่อำเภอยะหริ่งเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล?ตามโครงการพัฒนายกระดับพื้นที่ชายฝั่งภาคใต้ชายแดนให้เป็น?"เมืองปูทะเลโลก"&amp;nbsp;และเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในพื้นที่?&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน?&amp;nbsp;สร้างอาชีพ&amp;nbsp;สร้างรายได้?และเพื่อพัฒนา?ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป&amp;nbsp;?พร้อม?ชมนิทรรศการการเลี้ยงปูดำ&amp;nbsp;โดยมี?&amp;nbsp;นางสาวณิชาวีร์&amp;nbsp;สะมะอูน&amp;nbsp;รักษาการปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอยะหริ่ง,&amp;nbsp;ปลัดอำเภอยะหริ่ง,&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลบางปู?,&amp;nbsp;ป.หนต.บางปู,&amp;nbsp;ทีมปกครองอำเภอยะหริ่ง,&amp;nbsp;กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ต.บางปู,ทีมงานเทศบาลตำบลบางปู,&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน,&amp;nbsp;สมาชิกเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำ,&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว,&amp;nbsp;ทหาร,&amp;nbsp;ตำรวจ?,&amp;nbsp;สมาชิก&amp;nbsp;?อส.อำเภอยะหริ่ง?&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับ?&amp;nbsp;ณ?&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล?&amp;nbsp;บ้านโต๊ะโสม?&amp;nbsp;ตำบลบางปู?&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง?&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315200143198</Link_News></row>
<row _id="383"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สส. ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ดูงานเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายสำรวย&amp;nbsp;เกษกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ร่วมศึกษาดูงานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะกิจกรรมสาธารณะและหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;"ปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายอุบลศักดิ์&amp;nbsp;บัวหลวงงาม&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจาตุรงค์&amp;nbsp;เพ็งนรพัฒน์&amp;nbsp;รองประธานคณะอนุกรรมาธิการคนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงบประมาณและคณะดังกล่าวได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้วยด่าน&amp;nbsp;และห้วยเรือ&amp;nbsp;ตำบลโนนสำราญ&amp;nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้นในเวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.ได้ลงพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมระบบส่งน้ำห้วยด่าน&amp;nbsp;ตำบลภูผาหมอก&amp;nbsp;และฝายบ้านขะยูง&amp;nbsp;ตำบลน้ำอ้อม&amp;nbsp;อำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อรับทราบปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะความต้องการชุมชนหมู่บ้าน&amp;nbsp;และบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการเสนอโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรของพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมกันนี้คณะกรรมาธิการได้รวบรวมข้อมูลเพื่อเข้าสู่กระบวนการ&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&amp;nbsp;โดยมีนายอำเภอกันทรลักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโครงการชลประทานศรีสะเกษ&amp;nbsp;ท้องถิ่นอำเภอ&amp;nbsp;หน่วยงานสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นแนวทางการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เสนอแนะความต้องการของพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315205538219</Link_News></row>
<row _id="384"><NewsTitle>เกษตรธารโต มอบสารชีวภัณฑ์บาซิลลัส ซับทีลิส ควบคุมโรคเหี่ยวกล้วยหิน แก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นางสาวปุณญิสา&amp;nbsp;เซ่งซิ้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;ได้มอบสารชีวภัณฑ์บาซิลลัส&amp;nbsp;ซับทีลิส&amp;nbsp;ควบคุมโรคเหี่ยวสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย&amp;nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหิน&amp;nbsp;โดยวิธีใช้ผงเชื้ออัตรา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กรัม&amp;nbsp;ผสมน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;รดรอบโคนต้นกล้วยทุก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ควบคู่กับการห่อปลีและตัดปลีในระยะตีนเต่าเพื่อป้องกันแมลงนำโรคเข้าทำลายในระยะผสมเกสร&amp;nbsp;ทำความสะอาดกอกล้วยให้โปร่งลดแหล่งสะสมของโรคและแมลง&amp;nbsp;ทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรด้วยน้ำยาฟอกขาว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลแม่หวาด&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315212111224</Link_News></row>
<row _id="385"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดเพชรบุรี และคณะ ขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลหนองโสน  สู่เพชรบุรีโมเดล ด้านข้าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;ศาลากลางหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านบ้านฉาง&amp;nbsp;ตำบลหนองโสน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.อาณัติ&amp;nbsp;หุ่นหลา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางอุไร&amp;nbsp;กาลปักษ์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;นายยุกตนันท์&amp;nbsp;จำปาเทศ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองเพชรบุรี&amp;nbsp;นายกริชชา&amp;nbsp;จึงเจริญ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวราชบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสนพร้อมคณะบริหารและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ผอ.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหนองโสน&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ช่วยฯ&amp;nbsp;สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโสน&amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;เข้าร่วมชี้แจงแนวทางในการขับเคลื่อน&amp;nbsp;คนหนองโสนทานข้าวคนหนองโสนปลูก&amp;nbsp;สู่การขับเคลื่อนเพชรบุรีโมเดล&amp;nbsp;ด้านข้าวให้กับเกษตรกรและชุมชนตำบลหนองโสน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในกิจกรรมการขับเคลื่อน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220315211218222</Link_News></row>
<row _id="386"><NewsTitle>จ.อำนาจเจริญ ลงนามบันทึกความร่วมมือซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร บูรณาการความร่วมมือเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือชื้อขายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ระหว่างกลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนและบริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานรับชื้อข้าวเปลือกบ้านเนินกุง&amp;nbsp;ตำบลหนองสามสี&amp;nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีโครงการจัดทำข้าวหอมมะลิประชารัฐ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&amp;nbsp;โดยได้มีการร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากเกษตรกรสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจฯ&amp;nbsp;โดยตรง&amp;nbsp;และนำไปแปรสภาพเป็นข้าวสาร&amp;nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านประชารัฐและช่องทางอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้าวหอมหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีที่ตั้งอยู่บนเส้นรุ้งที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;01&amp;nbsp;N&amp;nbsp;(&amp;nbsp;16&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิปดา&amp;nbsp;เหนือ)&amp;nbsp;เส้นแวงที่&amp;nbsp;104&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;E&amp;nbsp;(104&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ลิปดา&amp;nbsp;ตะวันออก)&amp;nbsp;เป็นที่ตั้งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เรียกว่า&amp;nbsp;ตะวันอ้อมข้าว&amp;nbsp;จึงทำข้าวที่ปลูกได้รับแสงแดด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเนินขาว&amp;nbsp;ดินร่วนปนทรายมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;138&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณ&amp;nbsp;แสงแดด&amp;nbsp;ฝน&amp;nbsp;และดินเหมาะสม&amp;nbsp;มีผลดีกับต้นข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;จึงส่งผลให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&amp;nbsp;สร้างช่อรวงอ่อนบ่มเมล็ดในรวง&amp;nbsp;ทำให้เมล็ดข้าวแกร่ง&amp;nbsp;สวย&amp;nbsp;สมบูรณ์&amp;nbsp;เมื่อหุงเมล็ดข้าวขยายยาวออกมา&amp;nbsp;มีกลิ่นหอมธรรมชาติ&amp;nbsp;และนุ่มเป็นพิเศษ&amp;nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ตามวิสัยทัศน์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เมืองธรรมเกษตร&amp;nbsp;การเกษตรสร้างมูลค่า&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเสริมสร้างสุขภาพ&amp;nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางการค้า&amp;nbsp;จนทำให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับประเทศตั้งแต่ปีการผลิต&amp;nbsp;พ.ศ.2539&amp;nbsp;-2557&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงทำให้&amp;nbsp;ข้าวหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;นุ่มและอร่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316013037256</Link_News></row>
<row _id="387"><NewsTitle>กษ.อำนาจเจริญ ถ่ายทอดแนวคิด เกษตรทฤษฎีใหม่ โคก หนอง นา โมเดล ให้กับสมาชิกสหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่ จำกัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;แนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ให้กับสมาชิกสหกรณ์นิคมนาหว้าใหญ่&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลนาหว้า&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ที่เข้าร่วมโครงการอบรมเกษตรผสมผสานในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กับทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กษ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้เล่าถึง&amp;nbsp;ทฤษฎีบันได&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ขั้นสู่ความพอเพียง&amp;nbsp;เป็นรูปแบบการดำเนินชีวิต&amp;nbsp;และการทำการเกษตร&amp;nbsp;ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้พระราชทานไว้ให้ดำเนินการโดยใช้หลักปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวคิดในการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในพื้นที่ที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นการผลิตเพื่อยังชีพมีผลผลิตพอกินตลอดทั้งปีจนเมื่อผลผลิตเหลือแล้ว&amp;nbsp;จึงนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว&amp;nbsp;นั่นคือเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;เมื่อก้าวข้ามขั้นพื้นฐานสู่ขั้นก้าวหน้าแล้วก็จะกล่าวถึงการร่วมกลุ่มของเกษตรกรเพื่อพัฒนาการผลิตสู่วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และเพื่อการดูแลกันด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปัน&amp;nbsp;ตลอดจนให้ควาสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาโดยชุมชน&amp;nbsp;การพัฒนาสังคมและการอยู่ร่วมกันโดยมีศาสนาเป็นศูนย์กลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316010658251</Link_News></row>
<row _id="388"><NewsTitle>ลงนามบันทึกความร่วมมือซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร บูรณาการความร่วมมือเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.20&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายทวีป&amp;nbsp;บุตรโพธิ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ระหว่างกลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนและบริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานรับชื้อข้าวเปลือกบ้านเนินกุง&amp;nbsp;ตำบลหนองสามสี&amp;nbsp;อำเภอเสนางคนิคม&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(วิสาหกิจเพื่อสังคม)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีโครงการจัดทำข้าวหอมมะลิประชารัฐ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาข้าวตกต่ำ&amp;nbsp;โดยได้มีการร่วมมือกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อรับซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิจากเกษตรกรสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจฯ&amp;nbsp;โดยตรง&amp;nbsp;และนำไปแปรสภาพเป็นข้าวสาร&amp;nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในร้านประชารัฐและช่องทางอื่นๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับข้าวหอมหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีที่ตั้งอยู่บนเส้นรุ้งที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;01&amp;nbsp;N&amp;nbsp;(&amp;nbsp;16&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลิปดาเหนือ)&amp;nbsp;เส้นแวงที่&amp;nbsp;104&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;E&amp;nbsp;(104&amp;nbsp;องศา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ลิปดาตะวันออก)&amp;nbsp;เป็นที่ตั้งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เรียกว่า&amp;nbsp;ตะวันอ้อมข้าว&amp;nbsp;จึงทำข้าวที่ปลูกได้รับแสงแดด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบเนินขาว&amp;nbsp;ดินร่วนปนทรายมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;138&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่งผลให้มีปริมาณแสงแดด&amp;nbsp;ฝน&amp;nbsp;และดินเหมาะสม&amp;nbsp;มีผลดีกับต้นข้าวหอมมะลิ&amp;nbsp;จึงส่งผลให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&amp;nbsp;สร้างช่อรวงอ่อนบ่มเมล็ดในรวง&amp;nbsp;ทำให้เมล็ดข้าวแกร่ง&amp;nbsp;สวย&amp;nbsp;สมบูรณ์&amp;nbsp;เมื่อหุงเมล็ดข้าวขยายยาวออกมา&amp;nbsp;มีกลิ่นหอมธรรมชาติ&amp;nbsp;และนุ่มเป็นพิเศษ&amp;nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยเพราะเป็นข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;100&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ตามวิสัยทัศน์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เมืองธรรมเกษตร&amp;nbsp;การเกษตรสร้างมูลค่า&amp;nbsp;ท่องเที่ยวเสริมสร้างสุขภาพ&amp;nbsp;เชื่อมโยงเส้นทางการค้า&amp;nbsp;จนทำให้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับประเทศตั้งแต่ปีการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2539-2557&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;รางวัล&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ข้าวหอมมะลิตะวันอ้อมข้าวอำนาจเจริญ&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;นุ่มและอร่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-15T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316010152249</Link_News></row>
<row _id="389"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดพังงา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้งส่งเสริมเกษตรกรรมทางเลือกใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;นำโดยนายประคอง&amp;nbsp;อุสาห์มัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาววิไลวรรณ&amp;nbsp;สีนา&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;และนายกวีพจน์&amp;nbsp;มัชฉากิจ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมการปลูกพืชทางเลือกใหม่และแมลงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในจังหวัดพังงา&amp;nbsp;ส่งมอบปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;(รังผึ้งและขาตั้ง)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงผึ้ง&lt;/strong&gt;ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้ง&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;เกิดล่อง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอท้ายเหมือง&amp;nbsp;และนางสาวอรอุมา&amp;nbsp;ศุภศรี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงผึ้งให้กับเกษตรกรผู้มีความสนใจด้านการเลี้ยงผึ้งในเขตอำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;และอำเภอทับปุด&amp;nbsp;ได้เพิ่มพูนความรู้การเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจชนิดใหม่&amp;nbsp;เพื่อเป็นเกษตรกรรมทางเลือกให้กับเกษตรกรได้ในระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับเกียรติจาก&amp;nbsp;นางกันตวรรณ&amp;nbsp;ตันเถียรกุลจรรยาวิวัฒน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมพบปะ&amp;nbsp;พูดคุย&amp;nbsp;รับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้งในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090544270</Link_News></row>
<row _id="390"><NewsTitle>เกษตรฯแม่ฮ่องสอน ขับเคลื่อนการดำเนินงาน เสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จัดการประชุมคณะกรรมการ&lt;/strong&gt;แม่บ้านเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุนการพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยนายขจรศักดิ์ชนัน&amp;nbsp;จิตภิลัย&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;โดยจัดให้มีการเลือกตั้งประธานคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&amp;nbsp;(ชุดใหม่)&amp;nbsp;เพื่อดำรงตำแหน่งแทนคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ชุดปัจจุบัน&amp;nbsp;ที่กำลังจะครบวาระในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีการจัดแสดงสินค้า/ผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละอำเภอ&lt;/strong&gt;ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พร้อมทั้งการนำเสนอสินค้า/ผลิตภัณฑ์เด่นและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับอำเภอและเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316090826271</Link_News></row>
<row _id="391"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกบางแห่ง&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและร้อนจัดบางพื้นที่&amp;nbsp;โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;และลูกเห็บตกบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;66&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และลำพูน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,860&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,895&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาคุณภาพน้ำเค็มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม&amp;nbsp;อย่างกรมชลประทาน&amp;nbsp;ควบคุมค่าความเค็มด้วยการวางแผนบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาที่คำนึงถึงมาตรการประหยัดน้ำจากพื้นที่ตอนบน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองผ่านคลองสาขายังแม่น้ำท่าจีน&amp;nbsp;ก่อนจะผันน้ำเข้าสู่คลองสาขาและสูบน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เพื่อควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;บริหารจัดการประตูระบายน้ำและอาคารเชื่อมต่อในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เปิดรับน้ำเฉพาะการอุปโภค-บริโภคตามรอบเวร&amp;nbsp;พร้อมขอความร่วมมือสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้างดสูบน้ำสำหรับการเพาะปลูก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;การประปานครหลวง&amp;nbsp;สูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยหลบเลี่ยงสูบน้ำที่มีลิ่มความเค็มสูงเข้ามาในคลองประปาให้น้อยที่สุด&amp;nbsp;และปฏิบัติการผลักดันลิ่มน้ำเค็ม&amp;nbsp;(Water&amp;nbsp;Hammer)&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ควบคุมการปิด-เปิดประตูระบายน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและใช้อุโมงค์ระบายน้ำ&amp;nbsp;สถานีสูบน้ำบริหารจัดการน้ำแก้ปัญหาน้ำเค็ม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคมอาจเกิดน้ำทะเลหนุนสูงบริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้าและส่งผลให้ความเค็มรุกบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;จึงขอให้เฝ้าระวังและปรับแผนการบริหารจัดการเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093530274</Link_News></row>
<row _id="392"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปี 2565"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;จัดโครงการสัตว์ปลอดโรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;เทศบาลตำบลศรีสองรัก&amp;nbsp;สำนักงานอำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เมืองเลย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูเรือ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หนองหิน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภูกระดึง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เอราวัณ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ท่าลี่&amp;nbsp;ร่วมปฏิบัติงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;และผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&amp;nbsp;ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมให้บริการการผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุนัขเพศผู้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;สุนัขเพศเมีย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แมวเพศผู้&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพศเมีย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่&amp;nbsp;สุนัข-แมว&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ผู้มารับบริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่สำนักงานเทศบาลตำบลศรีสองรัก&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยพระปณิธานของศาสตราจารย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยและสรรพชีวิตในข้อทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติรวมถึงพระวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโลกหนึ่งเดียว&amp;nbsp;โดยมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อสนองพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์ดังกล่าว&amp;nbsp;เห็นควรดำเนินโครงการสัตวปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธานศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093620275</Link_News></row>
<row _id="393"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน และต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง 20  21 มี.ค.นี้ ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และต้องเฝ้าระวังค่าฝุ่นสูงขึ้นอีกช่วง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&amp;nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;และมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;-&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316093716276</Link_News></row>
<row _id="394"><NewsTitle>พช.ลำพูนร่วมกับศูนย์หม่อนไหมเชียงใหม่ สำรวจพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อส่งเสริมให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและนำเส้นไหมมาทอเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนเพิ่มมากขึ้น ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บ้านทาสองท่า&amp;nbsp;ตำบลทาปลาดุก&amp;nbsp;อำเภอแม่ทา&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางบำเพ็ญ&amp;nbsp;เมืองมูล&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ประสานความร่วมมือศูนย์หม่อนไหมเชียงใหม่&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นางเสาวณีย์&amp;nbsp;อภิญญานุวัฒน์&amp;nbsp;ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และนางสาวศิริลักษณ์&amp;nbsp;เขื่อนควบ&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจพื้นที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในเขตอำเภอแม่ทา&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;กองแก้ว&amp;nbsp;นายอำเภอแม่ทา&amp;nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอแม่ทา&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ทา&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกในการลงพื้นที่&amp;nbsp;และให้ข้อมูลฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางบำเพ็ญ&amp;nbsp;เมืองมูล&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับการลงพื้นที่ร่วมกันในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ในการลงพื้นที่สำรวจแปลงของนายไชยยงค์&amp;nbsp;รัตนอังกูร&amp;nbsp;(คุณเอก)&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้า/ผู้ทรงคุณวุฒิ&amp;nbsp;ผู้ก่อตั้ง&amp;nbsp;TEMPLE&amp;nbsp;House&amp;nbsp;ครีเอทีฟ&amp;nbsp;ที่มีความสนใจที่จะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในพื้นที่ตนเอง&amp;nbsp;สืบเนื่องจากประชาชนนิยมในการเลือกซื้อผ้าไหมยกดอกลำพูนที่ใช้เส้นไหมไทยเป็นส่วนประกอบมากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ตลาดที่เป็นผู้ประกอบการและช่างทอผ้าไหมมีความต้องการเส้นไหมพันธุ์ไทยมากขึ้น&amp;nbsp;ทั้งนี้การส่งเสริมให้มีผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อจำหน่ายเส้นไหม&amp;nbsp;นำมาทอเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลที่เน้นให้มีการส่งเสริม&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;รวมทั้งจะเป็นการประชาสัมพันธ์การใช้เส้นไหมไทยให้มีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316101933301</Link_News></row>
<row _id="395"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านยังกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(15&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;337&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;107&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;76&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;72&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดทางภาคเหนือเป็นแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;81&amp;nbsp;จุดติดต่อกัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;รองลงมาเป็นกาญจนบุรี&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และนครพนม&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงจากวันก่อนจากการเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังพบจุดความร้อนมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่วันนี้พบ&amp;nbsp;137&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,370&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;9,460&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,721&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนเช้าวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลางผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอาจต้องระวังเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;17&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูง&amp;nbsp;4,673&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;1,185&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และไทย&amp;nbsp;337&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316100142293</Link_News></row>
<row _id="396"><NewsTitle>แจ้งเตือนประชาชนเลือกซื้อเนื้อในช่วงหน้าร้อน ป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการแล้ว&amp;nbsp;ทำให้สภาพอากาศในหลายพื้นที่ร้อนอบอ้าว&amp;nbsp;ส่งผลให้เอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์&amp;nbsp;อาจทำให้อาหารบูด&amp;nbsp;หรือเน่าเสียง่าย&amp;nbsp;ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอาหารเป็นพิษ&amp;nbsp;หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์มีความห่วงใยในสุขภาพของประชาชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงออกมาแจ้งเตือนถึงข้อแนะนำเกี่ยวกับการบริโภคเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัย&amp;nbsp;ถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;ได้มาตรฐานตามที่กรมปศุสัตว์กำหนดและที่สำคัญต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้&amp;nbsp;โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อเนื้อสัตว์ได้ในสถานที่จัดจำหน่ายสินค้าปศุสัตว์&amp;nbsp;ที่มีตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;ดังสโลแกนที่ว่า&amp;nbsp;เนื้อสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;ผู้บริโภคปลอดภัย&amp;nbsp;เลือกซื้อเนื้อสัตว์ครั้งใด&amp;nbsp;มองหาสัญลักษณ์ปศุสัตว์&amp;nbsp;OK&amp;nbsp;ซึ่งผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่จำหน่ายในร้านค้าดังกล่าว&amp;nbsp;จะผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานครบวงจร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ประชาชนต้องรู้จักสังเกตลักษณะภายนอกของเนื้อสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เนื้อหมู&amp;nbsp;ควรเลือกหมูที่มีสีชมพู&amp;nbsp;มันสีขาว&amp;nbsp;หนังเกลี้ยงและขาว&amp;nbsp;ไม่มีเม็ดสาคูซึ่งเป็นตัวอ่อนของพยาธิแทรกในเนื้อ&amp;nbsp;สำหรับหมูสามชั้นควรเลือกที่มีมันบาง&amp;nbsp;มีเนื้อหลายชั้น&amp;nbsp;หนังบาง&amp;nbsp;ไม่ควรซื้อหมูที่มีเนื้อสีแดงเกินไป&amp;nbsp;,เนื้อวัว&amp;nbsp;ควรเลือกซื้อเนื้อวัวที่มีสีแดงสด&amp;nbsp;กดแล้วไม่บุ๋ม&amp;nbsp;ไม่มีน้ำเลือดไหลซึมออกมา&amp;nbsp;ไม่มีสีคล้ำอมเขียว&amp;nbsp;ดมดูแล้วไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนื้อเป็ดและไก่&amp;nbsp;ควรเลือกที่สด&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;เนื้อแน่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียว&amp;nbsp;ไม่มีกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือมีสีเทาตามตัว&amp;nbsp;ไม่มีจ้ำเลือดหรือตุ่มหนอง&amp;nbsp;และไข่เป็ด&amp;nbsp;ไข่ไก่&amp;nbsp;ควรเลือกซื้อและบริโภคไข่ที่มีสภาพเปลือกไข่ดี&amp;nbsp;ไม่แตก&amp;nbsp;หรือบุบ&amp;nbsp;ร้าว&amp;nbsp;ไม่บริโภคไข่ที่หมดอายุ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ให้ความสำคัญในการผลิตเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัยและมีมาตรการในการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316104742312</Link_News></row>
<row _id="397"><NewsTitle>จ.นราธิวาสขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) และบริการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อถ่ายทอดความรู้ และบริการให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดก่อ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;และบริการเกษตรเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมันตำบลโคกเคียน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ศพก.เครือข่าย)&amp;nbsp;บ้านฮูแตทูวอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลโคกเคียน&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ตามโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;เพื่อถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;และให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนให้ได้รับความรู้เข้าถึงปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการ&amp;nbsp;และให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มาร่วมรับการถ่ายทอดความรู้และการบริการการเกษตร&amp;nbsp;ในสถานีถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ศูนย์หมาอนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;โครงการชลประทานนราธิวาส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดก่อ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองนราธิวาส&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลมีความตระหนักและเข้าใจในปัญหาที่เกษตรต้องเผชิญอยู่&amp;nbsp;เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;ทำการเกษตรแบบต่างคนต่างทำ&amp;nbsp;ทำให้ยากต่อการจัดการผลผลิตและผลิตสินค้าเกษตรไม่สอดคล้องกับความต้องการของการตลาด&amp;nbsp;จึงได้มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และเครือข่าย&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานในวันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของพี่น้องเกษตรก่อนเข้าสู่การเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมย้ำหากสามารถทำให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในไร่นาและสวนของตนเอง&amp;nbsp;จะทำให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ที่สำคัญหาดมีการขยายผลหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและองค์ความรู้ต่างๆ&amp;nbsp;ให้เกษตรกรเข้าถึงได้&amp;nbsp;จะทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายซูไฮดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;บาซอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวถึงการดำเนินการของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และเครือข่าย&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นกลไกสำคัญในการสร้างกระบวนการการเรียนรู้และให้ความรู้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ที่หน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมกันดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าหมาย&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;และมีการแข่งขันค่อนข้างสูง&amp;nbsp;ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316101519299</Link_News></row>
<row _id="398"><NewsTitle>ทหารพราน ฉก.ทพ.36 ร่วมผู้นำชุมชน และราษฏร ทำฝายชะลอน้ำสร้างป่าเปียกป้องกันไฟป่าหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พันตรี&amp;nbsp;ไพโรจน์&amp;nbsp;อ่อนโอน&amp;nbsp;ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่&amp;nbsp;3604&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ฉก.ทพ.36&amp;nbsp;จัดกำลังพลร่วมกับ&amp;nbsp;ผู้?นำชุมชนและราษฎรบ้านแม่สุ&amp;nbsp;ตำบลแม่ลาหลวง&amp;nbsp;อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รวมพลังร่วมกันสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น&amp;nbsp;ทำเป็นฝายแม้วบริเวณลำห้วยในป่าชุมชนบ้านแม่สุ&amp;nbsp;เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภค&amp;nbsp;บริโภคในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;ยังเป็นการสร้างป่าเปียกเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316104314311</Link_News></row>
<row _id="399"><NewsTitle>สหกรณ์จังหวัดตาก ลงพื้นที่แนะนำ ส่งเสริม ติดตามสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการขยายผลการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายนำโชค&amp;nbsp;ศิลกุล&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดตาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสินีนาถ&amp;nbsp;อ่อนนวล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลงพื้นที่แนะนำ&amp;nbsp;ส่งเสริม&amp;nbsp;ติดตามสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการขยายผลการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ของกลุ่มเกษตรกรทำไร่วังจันทร์&amp;nbsp;บ้านวังน้ำผึ้ง&amp;nbsp;ตำบลวังจันทร์&amp;nbsp;อำเภอสามเงา&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นางยนต์&amp;nbsp;บัวผัน&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;บัวผัน&amp;nbsp;นางสมหมาย&amp;nbsp;ฐานนอก&amp;nbsp;และนายวิทยา&amp;nbsp;ฤทธานันท์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นสมาชิกที่สมัครใจและมีความตั้งใจนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสินีนาถ&amp;nbsp;อ่อนนวล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มจัดตั้งและส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สหกรณ์จังหวัดตากได้ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับเกษตรกรและสหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดตาก&amp;nbsp;สนับสนุนการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;โดยนำการตลาดมานำการผลิตเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ขยายผลไปถึงการแปรรูป&amp;nbsp;ซึ่งเป็นขั้นตอนของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เหลือกินเหลือใช้แล้วนำไปขายแปรรูปแล้วก็จำหน่าย&amp;nbsp;สิ่งที่สำคัญคือสนับสนุนให้เกษตรกรเหล่านี้รวมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ลดต้นทุนเรื่องของการผลิตลงมา&amp;nbsp;แล้วก็เพิ่มช่องทางการตลาดของเกษตรกรเหล่านี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316110955341</Link_News></row>
<row _id="400"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท ประชุมคณะกรรมการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ครั้งที่ 1/2565 เพื่อพิจารณาแนวทางและแผนการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมธรรมจักร&amp;nbsp;(501)&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางและแผนการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภา&amp;nbsp;ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการให้จังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ในการฟื้นฟูแห่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;เพื่อสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูและพัฒนาลำน้ำ&amp;nbsp;คูคลองในพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการเกษตร&amp;nbsp;การป้องกันและแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ&amp;nbsp;และเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่บึงสำเภา&amp;nbsp;อยู่ในตำบลธรรมามูล&amp;nbsp;อำเภอเมืองชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;230&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;ได้กำหนดให้บึงสำเภา&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟิ้นฟู&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;และเมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาทโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;เทศบาลตำบลธรรมามูล&amp;nbsp;ได้ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจบริเวณบึงสำเภา&amp;nbsp;พบว่าสภาพของพื้นที่บึงสำเภามีแหล่งน้ำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือหนองฮุ้งใหญ่และหนองฮุ้งเล็ก&amp;nbsp;สภาพแหล่งน้ำทั้งสอง&amp;nbsp;มีวัชพืชและสิ่งปฏิกูลภายในแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ส่วนสภาพพื้นที่โดยรองบึงสำเภา&amp;nbsp;ได้มีการพัฒนาพื้นที่โดยการก่อสร้างทางจักรยานพร้อมด้วยลานออกกำลังกายและห้องน้ำ&amp;nbsp;แต่ยังขาดการบำรุงรักษา&amp;nbsp;ทำให้มีสภาพเสื่อมโทรม&amp;nbsp;และมีไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภาของอำเภอเมืองชัยนาท&amp;nbsp;ตามแผนการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำบึงสำเภา&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานฯ&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316122320376</Link_News></row>
<row _id="401"><NewsTitle>ปศุสัตว์แพร่ รับมอบการสนับสนุนหญ้าแห้งช่วยเหลือผู้ประสบภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;รับมอบการสนับสนุนหญ้าแห้งในการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอาทิยา&amp;nbsp;แปลงใจ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;และนายจตุรภัทร&amp;nbsp;คำนามะ&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน&amp;nbsp;รักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอหนองม่วงไข่&amp;nbsp;เป็นตัวแทนรับมอบการสนับสนุนหญ้าแห้งในการจัดตั้งคลังเสบียงสัตว์ประจำตำบล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลแม่คำมี&amp;nbsp;อำเภอหนองม่วงไข่&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารหยาบคุณภาพดีในช่วงภัยธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์&amp;nbsp;ดร.สมพร&amp;nbsp;พรวิเศษศิริกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางกรมปศุสัตว์มีแนวทางปฏิบัติในการจัดการภัยพิบัติด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ทั้งภัยธรรมชาติและภัยจากโรคระบาดใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ก่อนเกิดภัย&amp;nbsp;ขณะเกิดภัย&amp;nbsp;และหลังเกิดภัย&amp;nbsp;โดยเกษตรกรต้องไปขอขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงปศุสัตว์กับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอก่อนขอความช่วยเหลือกรณีได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากเกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์มีข้อสงสัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ถนนร่องซ้อ&amp;nbsp;ซอย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลในเวียง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;054-511098&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์ใกล้บ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316120823369</Link_News></row>
<row _id="402"><NewsTitle>สภาเกษตรกรแห่งชาติจัดเวทีรับฟังปัญหาและแนวทางแก้ ด้านข้าวและชาวนาไทย 4 ภาค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;นายณรงค์รัตน์ ม่วงประเสริฐ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ เลขาธิการคณะทำงานด้านข้าวและชาวนา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวในการเปิดประชุม "โครงการส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิและการมีส่วนร่วมของชาวนาในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน" และบรรยายพิเศษ หัวข้อ ลดต้นทุนการผลิต ก้าวแรกทางรอดชาวนาไทย" ณ ห้องประชุมสมาคมผู้พิการจังหวัดอ่างทอง ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง&amp;nbsp;โดยคณะทำงานด้านข้าวและชาวนา&amp;nbsp;ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเกษตรกร ผู้ประกอบการโรงสี เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น จำนวน 70 คน&amp;nbsp;ว่า เริ่มต้นโครงการนี้คืออยากจะได้ทั้งชาวนา โรงสี และผู้ส่งออก มาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อรวบรวมแล้วจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืนและครบวงจร ซึ่งเวทีที่จังหวัดอ่างทองถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่อาจจะปรับเป็นการลงพื้นที่เพื่อหารือถึงมุมมองปัญหาและแนวทางร่วมกันของโรงสี และผู้ส่งออก คณะทำงานด้านข้าวและชาวนาจะนำแนวทางไปปรับเพื่อเวทีในภาคอื่นต่อไป โดยมองว่าเริ่มแรกชาวนาควรมีการปรับตัว ทั้งปัจจัยการผลิต ได้แก่ ที่ดิน ทุน แรงงาน และการจัดการ , วิธีการบำรุงดิน , การแปรรูป&amp;nbsp;และนโยบายภาครัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้ "โครงการส่งเสริมและสนับสนุนสิทธิและการมีส่วนร่วมของชาวนาในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านข้าวและชาวนาอย่างยั่งยืน" จัดขึ้นเพื่อจัดทำข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางแก้ไขปัญหาด้านข้าวและชาวนา โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมเวทีภาคกลางได้นำเสนอหากภาครัฐต้องการช่วยเหลือให้ตรงตามความต้องการ ได้แก่ ระบบชลประทานที่ทั่วถึงทุกพื้นที่ไม่ใช่มีแค่คลองส่งน้ำแต่ไม่มีการส่งน้ำ หรือสนับสนุนบ่อบาดาลขนาดเล็กที่เกษตรกรสามารถบำรุง รักษาด้วยตนเองได้ , ลดภาษีเครื่องมือทางการเกษตร , ลดดอกเบี้ยจากธนาคารที่ไม่ใช่การพักหนี้ เพราะดอกเบี้ยยังปกติอัตราเดิม , ปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิตควรมีความเสมอภาค เช่น ค่าเช่าที่ดิน ค่าน้ำ&amp;nbsp;, การทำนาขาดทุนแต่ส่วนใหญ่ขายได้แต่กำไรน้อย อยากตั้งราคาได้เอง&amp;nbsp;, การช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น เมล็ดพันธุ์/ปุ๋ยบำรุง มาไม่ตรงตามฤดูกาล เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คณะทำงานด้านข้าวและชาวนา สภาเกษตรกรแห่งชาติ กำหนดจัดเวทีรับฟังความเห็นจากเกษตรกร พื้นที่ 4 ภาค เริ่มต้นจาก ภาคกลาง จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 ณ สมาคมคนพิการจังหวัดอ่างทอง ต.ศาลาแดง อ.เมือง ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 18-20 มีนาคม 2565 ภาคอีสาน จ.ศรีษะเกษ วันที่ 25-27 มีนาคม 2565&amp;nbsp;และ ภาคเหนือ จ.อุตรดิตถ์ วันที่ 1-3 เมษายน 2565&amp;nbsp;โดยจะรวบรวมความคิดเห็นจากเวทีทั้ง 4 ภาค แล้วดำเนินการจัดทำข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในการกำหนดนโยบาย มาตรการ และแนวทางแก้ไขปัญหาด้านข้าวและชาวนาต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316122318375</Link_News></row>
<row _id="403"><NewsTitle>ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง ยังคงเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง พบคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้บริโภครับประทานอาหารทะเลได้ทุกชนิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วลงทะเลระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติและกำลังดำเนินการตามขั้นตอนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลระยอง&amp;nbsp;ยังดำเนินการเฝ้าระวังและตรวจติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางการประมง&amp;nbsp;บริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ตั้งแต่หาดพลา&amp;nbsp;อ.บ้านฉาง&amp;nbsp;ถึงปากน้ำประแสร์&amp;nbsp;อ.แกลง&amp;nbsp;จ.ระยองอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและรวบรวมตัวอย่างสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ก่อนนำไปตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนโลหะหนัก&amp;nbsp;ผลการตรวจคุณภาพเบื้องต้นและคุณภาพน้ำทั่วไป&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ผู้บริโภคสามารถรับประทานอาหารทะเลระยองได้ทุกชนิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทางบริษัท&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ต้นเหตุทำให้เกิดน้ำมันรั่ว&amp;nbsp;ได้จ่ายเงินให้กลุ่มประมงพื้นบ้านไปแล้ว&amp;nbsp;1,792&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;45,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;,กลุ่มหาบเร่แผงลอยและอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1,071&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมผู้ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว&amp;nbsp;2,863&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จากทั้งหมด&amp;nbsp;14,203&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเป็นเงินกว่า&amp;nbsp;96&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316132659397</Link_News></row>
<row _id="404"><NewsTitle>ปภ.ระยอง รายงานผลการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วลงทะเล ไม่พบคราบน้ำมันรั่วไหลเพิ่ม แต่พบวัตถุขนาดเล็กสีเทา มีรูพรุนจำนวนมากลอยขึ้นชายหาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ปภ.ระยอง&amp;nbsp;รายงานผลการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วลงทะเล&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันรั่วไหลเพิ่ม&amp;nbsp;แต่พบวัตถุขนาดเล็กสีเทา&amp;nbsp;มีรูพรุนจำนวนมากลอยขึ้นชายหาด&amp;nbsp;ตรวจสอบเบื้องต้นคล้ายหินภูเขาไฟที่เคยพบบริเวณภาคใต้ของไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยความคืบหน้าการเฝ้าระวังคราบน้ำมันรั่วลงทะเลระยองว่า&amp;nbsp;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาระยอง&amp;nbsp;ในฐานะศูนย์ประสานการปฏิบัติกรณีคราบน้ำมันรั่วไหล&amp;nbsp;(ศปน.)&amp;nbsp;แจ้งว่า&amp;nbsp;เรือ&amp;nbsp;UNIWISE&amp;nbsp;RAYONG&amp;nbsp;ยังปฏิบัติงานใต้น้ำ&amp;nbsp;โดยส่งนักประดาน้ำลงไปซ่อมท่อเพื่ออุดรอยรั่วของท่ออ่อนน้ำมัน&amp;nbsp;ด้วยการใช้วิธีพันท่อรอบที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บริเวณรอยรั่วเดิม&amp;nbsp;ซึ่งจากการสังเกตการณ์ของการปฏิบัติงานตั้งแต่&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;ไม่พบคราบและกลิ่นน้ำมันในพื้นที่ทุ่นผูกเรือกลางทะเล&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPM&amp;nbsp;ส่วนการปฏิบัติการในพื้นที่ทางทะเล&amp;nbsp;ยังมีเรือ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และเรือตรวจทางอากาศ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ดำเนินการเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันทั้งบริเวณชายฝั่งและนอกชายฝั่ง&amp;nbsp;ไม่พบคราบน้ำมันในทะเลแต่อย่างใด&amp;nbsp;แต่พบก้อนวัตถุขนาดเล็กสีเทา&amp;nbsp;มีรูพรุน&amp;nbsp;จำนวนมาก&amp;nbsp;ลอยขึ้นหาดบริเวณหาดสวนสนและหาดดวงตะวัน&amp;nbsp;ตำบลแกลง&amp;nbsp;อำเภอเมืองระยอง&amp;nbsp;จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp;ไม่ใช่ลักษณะของน้ำมันดิบ&amp;nbsp;และไม่มีน้ำมันเจือปนในหินดังกล่าว&amp;nbsp;แต่น่าจะเป็นหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้พบขึ้นบริเวณชายหาดทางภาคใต้ของไทย&amp;nbsp;ขณะนี้ได้เก็บตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์&amp;nbsp;แล้ว&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316133624404</Link_News></row>
<row _id="405"><NewsTitle>จังหวัดตรังตรวจเข้มสต็อกปุ๋ยเคมี และยาป้องกันศัตรูพืช เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวสุภากิตติ์&amp;nbsp;เกลี้ยงสงค์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรตรัง&amp;nbsp;ร่วมบูรณาการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&amp;nbsp;ของผู้ประกอบการในพื้นที่อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;และอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านปริมาณ&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;รวมทั้งกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;35&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่กำหนดให้ผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ว่าจ้าง&amp;nbsp;ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายที่มีปริมาณการจำหน่ายเดือนละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ตันขึ้นไป&amp;nbsp;ต้องแจ้งปริมาณ&amp;nbsp;สถานที่เก็บฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันสิ้นเดือนเป็นประจำทุกเดือน&amp;nbsp;ภายในวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของเดือนถัดไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลการตรวจสต็อก&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจสต็อกผู้ประกอบการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.&amp;nbsp;รัษฎา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรรัษฎา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;บวรฟาร์ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.ห้วยยอด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เรืองตรัง&amp;nbsp;คลังเกษตร&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อ.วังวิเศษ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ร้านน้องใหม่เคมีการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ร้านเพื่อนแท้การเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรวังวิเศษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;มีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;33,540&amp;nbsp;กระสอบ&amp;nbsp;สต็อกยาป้องกันและกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;148&amp;nbsp;ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ผู้ประกอบการรายใหญ่มีการทำบัญชีคุมสินค้าและมีบัญชีการเคลื่อนไหวเข้า-&amp;nbsp;ออกสินค้า&amp;nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่เข้าข่ายการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&amp;nbsp;ในส่วนของผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;ไม่มีการจัดทำบัญชีคุมสต็อกสินค้า&amp;nbsp;เนื่องจากสินค้าในร้านมีปริมาณน้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;มีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ประกอบการแจ้งว่าการสั่งซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายช่วงนี้จะได้รับสินค้าค่อนข้างล่าช้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ห้ามมิให้กักตุนสินค้า&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดตรังได้จัดทำแผนการตรวจบูรณาการสต็อกปุ๋ยเคมี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยาปราบศัตรูพืช&amp;nbsp;และข้าวโพดอาหารสัตว์&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดตรัง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316143938431</Link_News></row>
<row _id="406"><NewsTitle>สถานการณ์จุดความร้อนสะสม จ.แม่ฮ่องสอน พบกว่า 2,000 จุด เจ้าหน้าที่เร่งฉีดพ่นละอองน้ำ สร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM.25</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าพบจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;84&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม-15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,002&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;600&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,219&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,335&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;421&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;777&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับมีผลต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;79&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ไ&lt;/strong&gt;ด้บูรณาการร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำ&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;บริเวณศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และสนามบินท่าอากาศยานจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144634438</Link_News></row>
<row _id="407"><NewsTitle>เกษตรธารโต ร่วมออกตรวจสต๊อกปุ๋ยเคมี ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช ป้องกันการกักตุนสินค้า และฉวยโอกาสขึ้นราคา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวปุณญิสา&amp;nbsp;เซ่งซิ้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอธารโต&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรยะลา&amp;nbsp;อำเภอธารโต&amp;nbsp;สถานีตำรวจภูธรธารโต&amp;nbsp;ออกตรวจสอบสต๊อกปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ยาป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;หรือโรคพืช&amp;nbsp;ป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าโดยไม่มีเหตุอันควร&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ร้านจำหน่วยปุ๋ยยาเคมีในพื้นที่อำเภอธารโต&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ต.ธารโต&amp;nbsp;อ.ธารโต&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316144030434</Link_News></row>
<row _id="408"><NewsTitle>เกษตรแพร่เตรียมพร้อมตรวจราชการ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประภาส&amp;nbsp;สานอูป&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายเรืองกิตติ์&amp;nbsp;พันธุ์เลิศเมธี&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่และสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;ลงพื้นที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงผึ้ง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลวังธง&amp;nbsp;และที่ทำการกลุ่มนาแปลงใหญ่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลวังหงส์&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เพื่อพบปะผู้นำกลุ่ม&amp;nbsp;ร่วมวางแผนประสานงานการทำงานในการเตรียมความพร้อมรับการตรวจราชการของนายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316151156460</Link_News></row>
<row _id="409"><NewsTitle>ผู้ว่าฯนราธิวาส สืบสานปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส กำหนดแหล่งน้ำต้นแบบเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำสร้างประโยชน์แก่ประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพระยานราศัยสุนทร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;คณะกรรมการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยดำเนินการจัดระเบียบ&amp;nbsp;หากมีน้ำเน่าเสียหรือผักตบชวา&lt;/strong&gt;ต้องดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;โดยจังหวัดนราธิวาสได้กำหนดแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แหล่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คลองทอน-คลองโคกเคียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลโคกเคียน&amp;nbsp;อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ความยาว&amp;nbsp;11.3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ซึ่งมีสภาพน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp;และมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จัดเตรียมแผนงาน/โครงการ&amp;nbsp;ฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316154813493</Link_News></row>
<row _id="410"><NewsTitle>อำเภอท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานีบูรณาการสำรวจปริมาณสินค้าและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย ป้องกันผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา  หากพบกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายสุกิจ&amp;nbsp;มีพริ้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;สั่งการให้ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ร่วมกับชุดเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรอำเภอท่าฉาง&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่สำรวจปริมาณสินค้าและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยของผู้ประกอบการรับซื้อ-ขายวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาและควบคุมมิให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจากการสำรวจร้านค้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอท่าฉาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;เบื้องต้นไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด&amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์ราคามีแนวโน้มปรับขึ้นตามราคาตลาด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้กำชับผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากพบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316160832506</Link_News></row>
<row _id="411"><NewsTitle>ปศุสัตว์ชัยนาท เตือนภัย โรคระบาดสัตว์หน้าร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์บุญฤทธิ์&amp;nbsp;ทองสม&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ในช่วงร้อนนี้&amp;nbsp;ซึ่งสภาพอากาศมีความแปรปรวน&amp;nbsp;ฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ในบางพื้นที่อาจมีลมกรรโชคแรง&amp;nbsp;อาจส่งผลทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียด&amp;nbsp;สุขภาพสัตว์อ่อนแอลง&amp;nbsp;ทำให้เกิดติดเชื้อต่างๆ&amp;nbsp;ได้ง่าย&amp;nbsp;และลักษณะอากาศดังกล่าว&amp;nbsp;ยังมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;อาจเกิดการระบาดของโรคที่มาจากแมลงพาหะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และอาจเกิดการแพร่กระจายไปในวงกว้างได้&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้เลี้ยงสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปศุสัตว์ชัยนาท&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือเกษตรกร&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการดำเนินการป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;กำจัด&amp;nbsp;หรือลดปริมาณแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก&amp;nbsp;หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;ร่วมกับการใช้ยาฉีดพ่น&amp;nbsp;หรือราดหลัง&amp;nbsp;หรือหยดบนตัวสัตว์&amp;nbsp;อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;รวมทั้งการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์หรือแหล่งรวมสัตว์&amp;nbsp;ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง&amp;nbsp;หรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&amp;nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่ให้มีอุจจาระ&amp;nbsp;ปัสสาวะ&amp;nbsp;หมักหมม&amp;nbsp;ควรเก็บอุจจาระไว้ในสถานที่ป้องกันแมลงและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;รวมทั้งเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ทุกวัน&amp;nbsp;ซึ่งหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;หรือแสดงอาการป่วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ม้า&amp;nbsp;ลา&amp;nbsp;ล่อ&amp;nbsp;แสดงอาการ&amp;nbsp;ซึม&amp;nbsp;มีไข้อุณหภูมิมากกว่า&amp;nbsp;38.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;กินอาหารลดลง&amp;nbsp;มีอาการบวมน้ำบริเวณขมับหรือคอ&amp;nbsp;ตาแดงอักเสบ&amp;nbsp;ชัก&amp;nbsp;หรือกระวนกระวายคล้ายอาการเสียดท้อง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;หากพบสัตว์แสดงอาการซึม&amp;nbsp;มีไข้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&amp;nbsp;39.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;ไม่กินอาหาร&amp;nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนัง&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;ให้เกษตรกรหรือเจ้าของสัตว์&amp;nbsp;แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปยังท้องที่อื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ควรจะเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามยานพาหนะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะรถรับซื้อสัตว์&amp;nbsp;รถอาหารสัตว์&amp;nbsp;รถรับซื้อมูลสัตว์&amp;nbsp;เข้าภายในฟาร์มโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;หากจำเป็นต้องทำการฆ่าเชื้อยานพาหนะจากภายนอกทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม&amp;nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงควบคุมแมลงพาหะด้วยสารกำจัดแมลงที่อาจมากับยานพาหนะดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&amp;nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ของโรคเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลง&amp;nbsp;หรือใช้สารกำจัดแมลงเพื่อควบคุมแมลงพาหะอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกร&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์ดูแลสัตว์ของตนเอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยการให้น้ำและอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้พอเพียงกับสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&amp;nbsp;มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ&amp;nbsp;ที่ดี&amp;nbsp;รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ&amp;nbsp;ที่จะนำโรคเข้าฟาร์ม&amp;nbsp;และควรทำวัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp;ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316171415542</Link_News></row>
<row _id="412"><NewsTitle>คณะกรรมการบริหารจัดการควบคุมตรวจสอบกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้า GI เตรียมลงพื้นที่ตรวจรับรองส้มโอทับทิมสยามแก่เกษตรกรที่แจ้งความประสงค์ในพื้นที่อำเภอปากพนัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายไตรรัตน์&amp;nbsp;ไชยรัตน์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการควบคุมตรวจสอบกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&amp;nbsp;โดยมีพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงานท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้แทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมดังกล่าวเพื่อร่วมพิจารณาแผนการลงพื้นที่&lt;/strong&gt;ตรวจประเมินมาตรฐานการผลิตของผู้ที่ประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&amp;nbsp;ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นมีกำหนดจะลงพื้นที่ระหว่างวันที่&amp;nbsp;22-23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้ผลิต/ผู้ประกอบการประสงค์จะขอใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งที่&amp;nbsp;เป็นรายเดิมและรายใหม่&amp;nbsp;มีจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;แบ่งเป็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การขอต่ออายุใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;ครั้งแรก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้จากข้อมูลสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ระบุมีการปลูกส้มโอทับทิมสยาม&amp;nbsp;ในจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4,900&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จากจำนวนเกษตรกรทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,060&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยในจำนวนนี้เป็นการปลูกในพื้นที่อำเภอปากพนัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,432&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และมีจำนวนเกษตรกรที่เพาะปลูก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;692&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ/16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316185027574</Link_News></row>
<row _id="413"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงนามความเข้าใจร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และอุปทานอาหารแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร&amp;nbsp;ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;กับกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และอุปทานอาหารแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงเกษตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และอุปทานอาหาร&amp;nbsp;แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&amp;nbsp;จะเริ่มมีการดำเนินการความร่วมมือด้านการเกษตรร่วมกันอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;หลังจากที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2502&amp;nbsp;ซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานถึง&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทางประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&amp;nbsp;ต่างให้ความสำคัญต่อภาคการเกษตรและมีนโยบายภาคเกษตรกรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง&amp;nbsp;แม้ว่าจะห่างไกลกัน&amp;nbsp;แต่ทั้งสองประเทศก็อยู่ในเขตการเกษตรของภูมิอากาศเขตร้อนเหมือนกัน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ภาควิชาความรู้จะสามารถแลกเปลี่ยนและนำสู่การปฏิบัติได้จริง&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้&amp;nbsp;จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ด้านการเกษตรให้แน่นแฟ้นและใกล้ชิดยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคการเกษตรและเกษตรกรได้โดยตรง&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรของทั้งสองประเทศ&amp;nbsp;อันจะส่งผลให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;2030&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้ขอให้เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&amp;nbsp;ประจำประเทศไทย&amp;nbsp;นำส่งบันทึกความเข้าใจฉบับที่ได้ลงนามในวันนี้&amp;nbsp;ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;และอุปทานอาหาร&amp;nbsp;แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล&amp;nbsp;และหวังว่าทั้งสองกระทรวงฯ&amp;nbsp;จะใช้กรอบนี้ในการขยายความร่วมมือด้านการเกษตร&amp;nbsp;และหารือประเด็นที่สนใจร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316194421624</Link_News></row>
<row _id="414"><NewsTitle>นายอำเภอหางดง ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปลาในกระชังในแม่น้ำปิง น็อคน้ำตาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอหางดง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&amp;nbsp;ปลาในกระชังในแม่น้ำปิง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;น็อคน้ำตาย&amp;nbsp;นายอำเภอหางดง&amp;nbsp;ประสาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;หน่วยงานเข้าช่วยเหลือกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง&amp;nbsp;หลังพบ&amp;nbsp;ปลาในกระชังในแม่น้ำปิงน็อคน้ำตาย&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีบำรุงเกียรติ&amp;nbsp;วินัยพานิช&amp;nbsp;นายอำเภอหางดง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังในเขตแม่น้ำปิงร้องเรียนว่า&amp;nbsp;ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาผักตบชวา&amp;nbsp;ทำให้น้ำในลำน้ำปิงเน่าเสียปลาที่เลี้ยงในกระชังตายเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยทางอำเภอหางดง&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบลำน้ำปิง&lt;/strong&gt;ในเขตติดต่อและพื้นที่รับผิดชอบของอำเภอหางดง&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบปัญหา&amp;nbsp;และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบลำน้ำปิงในเขตพื้นที่อำเภอหางดงตลอดสาย&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักในเขตจังหวัดเชียงใหม่และได้มีการระบายน้ำจากเมืองเชียงใหม่ลงสู่แม่น้ำปิง&amp;nbsp;ทำให้มีการชะล้างสิ่งปฏิกูลและสารแขวนลอยลงสู่แม่น้ำปิง&amp;nbsp;ส่งผลให้ปลาในกระชังของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาตายไปบางส่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบว่า&amp;nbsp;มีผักตบชะวากีดขวางลำน้ำปิงอยู่หลายจุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เกิดการสะสมของตะกอนและน้ำปิงมีลักษณะนิ่งเป็นแอ่ง&amp;nbsp;ซึ่งไม่สามารถระบายได้&amp;nbsp;อีกทั้งน้ำปิงมีฝายกั้นอยู่หลายจุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ฝายป่าแดด&amp;nbsp;ฝายน้ำโท้ง&amp;nbsp;ฝายท่ามะโก๋&amp;nbsp;และฝายสบร้องศรีวิชัย&amp;nbsp;ทำให้การไหลเวียนของแม่น้ำปิงขาดช่วง&amp;nbsp;สำหรับปลาในกระชังที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;มีปริมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ค่าเสียหายประมาณ&amp;nbsp;32,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;อำเภอหางดง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้ร่วมกันสรุปผลการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;โดยได้ประสานโครงการชลประทานเชียงใหม่&amp;nbsp;เพื่อทำการปล่อยน้ำเข้าสู่ลำน้ำปิงในพื้นที่อำเภอหางดง&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในเบื้องต้น&amp;nbsp;ด้านโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จะได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรในการขุดลอกเพื่อกำจัดผักตบชะวาในลำน้ำปิงในจุดที่มีการกีดขวางทางน้ำ&amp;nbsp;หน่วยงานประมงจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จะทำการสำรวจความเสียหายและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;nbsp;ด้านอำเภอหางดงก็จะจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบริเวณริมตลิ่งน้ำแม่ปิง&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาในส่วนที่สามารถดำเนินการได้อีกทางด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิมลกัลย์&amp;nbsp;เดชะชัย&amp;nbsp;สวท.&amp;nbsp;เชียงใหม่16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193254615</Link_News></row>
<row _id="415"><NewsTitle>กรมชลประทาน เดินหน้าอ่างเก็บน้ำห้วยคุกหมีฯ จังหวัดอุดรธานี หวังบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยคุกหมีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยคุกหมีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านผาสุก&amp;nbsp;ตำบลผาสุก&amp;nbsp;อำเภอวังสามหมอ&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ทางตอนบนของลุ่มน้ำสาขาลำพันชาด&amp;nbsp;พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;จึงต้องจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น(IEE)&amp;nbsp;ตามมติ&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;ลักษณะโครงการเป็นเขื่อนดินปิดกั้นห้วยคุกหมี&amp;nbsp;กว้าง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ยาวประมาณ&amp;nbsp;585&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;มีอาคารระบายน้ำล้นเป็นฝายน้ำล้น&amp;nbsp;ยาว&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;พร้อมก่อสร้างอาคารท่อส่งน้ำฝั่งซ้าย&amp;nbsp;ฝั่งขวา&amp;nbsp;สามารถ&amp;nbsp;เก็บกักน้ำได้กว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;มีพื้นที่ชลประทานประมาณ&amp;nbsp;2,174&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หากดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตโครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งในฤดูฝนและหน้าแล้ง&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อการเพาะปลูก&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โครงการอ่างเก็บน้ำดังกล่าว&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขรายงานตามข้อคิดเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ)&amp;nbsp;และจะเสนอรายงานเข้ากระบวนการพิจารณารายงานต่อไป&amp;nbsp;การเตรียมความพร้อมจะดำเนินการออกแบบรายละเอียดในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;คาดเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ระยะเวลาก่อสร้างโครงการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;การพิจารณาผลตอบแทนต่อเกษตรกรที่รับผลกระทบ&amp;nbsp;รัฐบาลจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316193601619</Link_News></row>
<row _id="416"><NewsTitle>หลายอำเภอใน จ.สุราษฎร์ธานี ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจสินค้าทางการเกษตรและราคาอาหารสัตว์ ป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;สิรภักดี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านนาเดิม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายพิษณุ&amp;nbsp;นวลน้อม&amp;nbsp;ปลัดอาวุโส&amp;nbsp;นางจิตรนภา&amp;nbsp;มั่นจิตร&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;น.ส.นันทวัน&amp;nbsp;วัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;พร้อมด้วยสมาชิก&amp;nbsp;อส.อ.บ้านนาเดิม&amp;nbsp;ออกสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยในพื้นที่&amp;nbsp;อ.บ้านนาเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ร้านบ้านนาอาหารสัตว์&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.นาใต้&amp;nbsp;จำหน่ายอาหารสุกร&amp;nbsp;อาหารไก่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ร้านบ้านนาการเกษตร&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.บ้านนา&amp;nbsp;จำหน่ายปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;สารกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;และอุปกรณ์ด้านเกษตรอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และร้านสยามกสิกิจ&amp;nbsp;ม.2&amp;nbsp;ต.บ้านนา&amp;nbsp;อ.บ้านนาเดิม&amp;nbsp;จำหน่ายปุ๋ยเคมี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งผลการสำรวจตรวจสอบปรากฏว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการอยากขาย&amp;nbsp;แต่ผู้ซื้อมีน้อย&amp;nbsp;ปัจจุบันยอดขายลดลงมากกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;โดยเฉพาะอาหารสุกรลดลงประมาณ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ส่วนราคาขาย&amp;nbsp;ขายไม่เกินราคาอ้างอิงของราคาปัจจัยทางการเกษตรที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายปุ๋ย&amp;nbsp;ไม่พบการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;แต่ปุ๋ยบางสูตร&amp;nbsp;ที่เกษตรกรต้องการมาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยใส่ต้นปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ขาดแคลน&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากผู้ขายว่า&amp;nbsp;เป็นเพราะโรงงานผู้ผลิต/เอเย่นรายใหญ่&amp;nbsp;ไม่มีสินค้าดังกล่าวส่งให้&amp;nbsp;ส่วนราคาขาย&amp;nbsp;ขายไม่เกินราคาอ้างอิงเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่อำเภออื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ท่าฉาง&amp;nbsp;พนม&amp;nbsp;ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่&lt;/strong&gt;ออกสำรวจตรวจสอบด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;เบื้องต้นยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อเพื่อป้องกันการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งสินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งหากพบผู้ใดกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สุราษฎร์ธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316213417646</Link_News></row>
<row _id="417"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจร้านค้าเพื่อติดตามราคาจำหน่ายปุ๋ยและปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในทุกอำเภอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจร้านค้า&lt;/strong&gt;เพื่อติดตามราคาจำหน่ายปุ๋ยและปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในทุกอำเภอ&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำนักงาน&amp;nbsp;กกต.สตูล&amp;nbsp;อำเภอเมืองสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และการจำหน่ายปุ๋ยในทุกอำเภอของจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยเฉพาะเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เพื่อติดตามความคืบหน้า&lt;/strong&gt;ในการสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนด้วยปรากฏสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;และส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจึงได้มีการสั่งการผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;และกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ให้แก้ไขปัญหาและควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการกักตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากพบการกระทำผิดให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ&lt;/strong&gt;ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้นายอำเภอ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;บูรณาการร่วมหน่วยงานในพื้นที่ลงสำรวจและสร้างความเข้าใจร้านค้าจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ว่ามีการครอบครองอยู่จำนวนเท่าไหร่&amp;nbsp;รวมถึงวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;ปลายข้าวสาร&amp;nbsp;หรือข้าวเปลือก&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนและขึ้นราคา&amp;nbsp;ลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว/อมรรัตน์&amp;nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316205417640</Link_News></row>
<row _id="418"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยและอาหารสัตว์ ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสตูล ไม่พบการกักตุนหรือขึ้นราคาสินค้าแต่อย่างใด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&lt;/strong&gt;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยและวัตถุดิบอาหารสัตว์ในพื้นที่อำเภอ&amp;nbsp;เมืองสตูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ร้านเจริญศรีการค้า&amp;nbsp;และร้านฉลุงการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมซักถามและให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบ&amp;nbsp;เพื่อเยี่ยมและแนะนำการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการค้าขายและการบริโภคในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้มอบหมายให้คณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เยี่ยมเยือนผู้ประกอบการร้านจำหน่ายปุ๋ยและอาหารสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;แนะนำการติดป้ายราคา&amp;nbsp;ค้าขายอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;ซึ่งได้รับทราบเรื่องของราคาสินค้าที่มีการปรับขึ้นทั้งปัจจัยจากต้นทางคือโรงงาน&amp;nbsp;รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;สถานการณ์เศรษฐกิจโลก&amp;nbsp;และสถานการณ์น้ำมัน&amp;nbsp;ส่งผลให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ขณะที่บางตัวสูงขึ้นถึง&amp;nbsp;40&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ซึ่งในขณะนี้เริ่มมีการขาดแคลนบ้างแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงพื้นที่ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อติดตามพฤติกรรมผู้ประกอบการ&lt;/strong&gt;ว่ามีการกักตุนสินค้าหรือไม่&amp;nbsp;โดยภาพรวมไม่มีการกักตุนสินค้าหรือขึ้นราคาแต่อย่างใด&amp;nbsp;ในจังหวัดสตูลส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย&amp;nbsp;บางส่วนเป็นซาปั๊วที่รับจากโรงงานโดยตรง&amp;nbsp;และยี่ปั๊ว&amp;nbsp;ภาพรวมมีร้านจำหน่ายปุ๋ยรายย่อยประมาณ&amp;nbsp;126&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ส่วนร้านใหญ่ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;ขณะที่ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์มีประมาณ&amp;nbsp;128&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;และร้านใหญ่ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ร้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สินค้าปุ๋ยและอาหารสัตว์ขณะนี้เป็นสินค้าควบคุมที่รัฐบาล&lt;/strong&gt;ได้มีการประกาศออกมาแล้ว&amp;nbsp;เพราะฉะนั้นการขึ้นราคาจะต้องสมเหตุสมผล&amp;nbsp;ในส่วนของราคาบางตัวที่มีการขึ้นราคาเพราะราคาสูงมาตั้งแต่โรงงาน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามกลไกการตลาด&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดสตูลจะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์เป็นระยะ&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;ส่วนแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตร&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสตูล&amp;nbsp;และศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&amp;nbsp;หามาตรการวางแผนช่วยเหลือโดยเฉพาะปัจจัยการผลิตทดแทนปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และพืชอาหารสัตว์ทดแทนสิ่งที่ขาดแคลนรองรับแนวโน้มในอนาคต&amp;nbsp;เพื่อลดรายจ่ายและดูแลพี่น้องเกษตรกรทุกกลุ่มต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข่าว/อมรรัตน์&amp;nbsp;จันทร์พริ้ม/สวท.สตูล&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316205621642</Link_News></row>
<row _id="419"><NewsTitle>ภาครัฐ สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนปาล์ม แปรรูปน้ำมันปาล์มแดง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตามนโยบาย เกษตรสร้างมูลค่า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มสารสนเทศการเกษตร&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;บ.โนนโพธิ์&amp;nbsp;ต.โนนโพธิ์&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ.กุดซวย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.คำพระ&amp;nbsp;อ.หัวตะพาน&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(นางอัมพร&amp;nbsp;พันธุ์ดี)&amp;nbsp;เพื่อสำรวจข้อมูลเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมอบรมการแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&amp;nbsp;ในระดับครัวเรือน&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;*&amp;nbsp;โดยเกษตรกรให้เหตุผลว่า&amp;nbsp;ดีใจกับราคาปาล์มที่สูงขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;แต่ไม่ได้ยืนยันว่าราคาจะอยู่ได้ตลอด&amp;nbsp;จึงมีความสนใจที่เข้าร่วมอบรมการแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;แม้ว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันขณะนี้ราคาจะสูงกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;/กิโลกรัม&amp;nbsp;แล้วก็ตาม&amp;nbsp;แต่ก็วางใจไม่ได้&amp;nbsp;โดยเกษตรกรจะพอใจกับความสมดุลของราคามากกว่า&amp;nbsp;แต่ว่าในปัจจุบันนี้ความสมดุลของราคาไม่ได้เกิดจากความเป็นจริงของปริมาณผลผลิตและความต้องการใช้&amp;nbsp;แต่มีกลไกที่เกษตรกรเข้าไม่ถึง&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เกษตรกรจึงต้องหาวิธีการช่วยเหลือตัวเอง&amp;nbsp;จึงต้องหันไปทางผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถทำให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&amp;nbsp;เป็นการบูรณาการร่วมกัน&lt;/strong&gt;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;การอบรมเกษตรกรการแปรรูปน้ำมันปาล์มแดง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอำนาจเจริญ&amp;nbsp;การลงสำรวจข้อมูล&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;โครงการชลประทาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การให้ข้อมูลจาก&amp;nbsp;สำนักการปฏิรูปที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;(ส.ป.ก.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เนื่องจากเกษตรกรมีพื้นที่ในเขต&amp;nbsp;ส.ป.ก.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเขตพื้นที่ชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อมุ่งหวังให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น&amp;nbsp;ด้วยการยกระดับการผลิตทางการเกษตรให้มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นอีกกลไกหนึ่ง&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316215124653</Link_News></row>
<row _id="420"><NewsTitle>เกษตรโคราช มุ่งเป้าเตรียมความพร้อมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร กาแฟดงมะไฟ และลงพื้นที่ขับเคลื่อนงานมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดแก่เกษตรกรอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานและมอบนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;การส่งเสริมการปลูกกาแฟในพื้นที่บ้านดงมะไฟ&amp;nbsp;ตำบลมะเกลือใหม่&amp;nbsp;อำเภอสูงเนิน&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กาแฟดงมะไฟ&amp;nbsp;เป็นกาแฟที่มีความพิเศษเฉพาะตัวและได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นสินค้า&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟดงมะไฟ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกาแฟอาราบิก้าและมะคาเดเมียแบบประชาอาสาบ้านดงมะไฟ&amp;nbsp;เป็นการสร้างรายได้&amp;nbsp;สร้างงานให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน&amp;nbsp;โดยเกษตรกรเน้นการปลูกแบบอินทรีย์&amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่ปลูกเป็นแหล่งต้นน้ำเพื่อไม่ให้เกิดการเปื้อนสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ&amp;nbsp;จุดเด่นของ&amp;nbsp;กาแฟดงมะไฟ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มีกาเฟอีนต่ำเพียง&amp;nbsp;1%&amp;nbsp;โดยแหล่งปลูกอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลน้อยจึงมีค่ากาเฟอีนต่ำ&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นายคณกร&amp;nbsp;ทองสุขนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนงานมอบท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในการสนับสนุนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดและทนทานโรคใบด่างมันสำปะหลัง&amp;nbsp;เป็นการควบคุมการระบาดของโรค&amp;nbsp;ไม่ให้สร้างความเสียหายแก่เกษตรกรและส่งผลกระทบถึงภาคอุตสาหกรรมเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ทำการเกษตร&amp;nbsp;ตำบลมะเกลือใหม่&amp;nbsp;อำเภอสูงเนิน&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-16T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220316220312658</Link_News></row>
<row _id="421"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเสี่ยงน้ำน้อยหน้าแล้ง 5 แห่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเสี่ยงน้ำน้อยหน้าแล้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;117&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;106&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และชัยภูมิ&amp;nbsp;83&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,860&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,770&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำและพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำช่วงหน้าแล้งปีนี้&amp;nbsp;พบการจัดสรรน้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มีนาคมในอ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้จัดสรรน้ำสะสม&amp;nbsp;11,014&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;น้อยกว่าแผนจัดสรรน้ำสะสม&amp;nbsp;241&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;โดยมีอ่างเก็บน้ำที่จัดสรรน้ำมากกว่าแผนแล้ว&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และคาดการณ์อ่างเก็บน้ำมีแนวโน้มเสี่ยงน้ำน้อยต่ำกว่าเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำกักเก็บต่ำสุด&amp;nbsp;(LRC)&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวัง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;เขื่อนกิ่วลม&amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;และเขื่อนนฤบดินทรจินดา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317090127686</Link_News></row>
<row _id="422"><NewsTitle>ทช. ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึงบางจุด ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;ยังตรวจพบก้อนน้ำมันและเม็ดสีน้ำตาลในพื้นที่หาดแม่รำพึงบางจุด&amp;nbsp;ส่วนภาพรวมน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่พบคราบน้ำมัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโสภณ&amp;nbsp;ทองดี&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;สตาร์&amp;nbsp;ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จํากัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ได้ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&amp;nbsp;ด้วยการเดินสำรวจผลกระทบที่อาจหลงเหลือจากเหตุน้ำมันดิบรั่วในทะเลมาบตาพุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เส้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หาดแม่รำพึงตั้งแต่&amp;nbsp;บ้านคลองกะเฌอ&amp;nbsp;สถานีอุตุนิยมวิทยา-บ้านก้นอ่าว&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยจุดที่ห่างจากหินขาวหินดำ&amp;nbsp;(ลานหินขาว)&amp;nbsp;พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ก้นอ่าวพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอยระยะทาง&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;คลองหัวรถพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และพบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟตลอดแนวชายหาด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ชายหาดหน้าศาลเจ้าแม่ทับทิม&amp;nbsp;สถานีรายงานบ้านเพ&amp;nbsp;(ทอ.)&amp;nbsp;พบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟตลอดแนวชายหาด&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;ชายหาดบริวณบ้านเพ-ท่าเรือแกลงระยะทาง&amp;nbsp;5.43&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;พบเม็ดสีน้ำตาลคล้ายหินภูเขาไฟตลอดแนวชายหาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(ระยอง)&amp;nbsp;ยังได้นำเรือ&amp;nbsp;ทช.302&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.111&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ทช.311&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทช.221&amp;nbsp;ตรวจติดตามอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เส้นทางในทะเล&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขาแหลมหญ้า-รอบเกาะเสม็ดและบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;67&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&amp;nbsp;(เลียบฝั่ง)&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;132&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;//&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เกาะสะเก็ด&amp;nbsp;(นอกฝั่ง)&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;125&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง-เขาแหลมหญ้า-อ่าวเพ-ปากคลองแกลง&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;89.3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ภาพรวมทุกเส้นทางไม่พบคราบน้ำมันบนผิวน้ำทะเล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317094759695</Link_News></row>
<row _id="423"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยในสัปดาห์นี้ทั้ง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดพื้นที่ภาคเหนือมีตัวเลขคาดการณ์เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ&amp;nbsp;6.18&amp;nbsp;ของพื้นที่เสี่ยงสูง&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่ายังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317102112705</Link_News></row>
<row _id="424"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณภายในศาลากลางจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามมาตรการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยในหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;ภายในบริเวณศาลากลางจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เพื่อเสริมพลังการขับเคลื่อนมาตรการลดและคัดแยกขยะ&amp;nbsp;ให้ข้อเสนอแนะรับฟังการนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานตามมาตรการลดและคัดแยกขยะในหน่วยงาน&amp;nbsp;โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด&amp;nbsp;คณะติดตามฯ&amp;nbsp;ร่วมตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของส่วนราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317103818714</Link_News></row>
<row _id="425"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&amp;nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317111339754</Link_News></row>
<row _id="426"><NewsTitle>จังหวัดหนองคาย จัดโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายมนต์สิทธิ์&amp;nbsp;ไพศาลธนวัฒน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;มีนายณัฐวัสส์&amp;nbsp;วิริยานภาภรณ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;ทหาร&amp;nbsp;มูลนิธิ&amp;nbsp;อาสาสมัคร&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองคายมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;ทำให้เกิดปัญหาในการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองคายได้ตระหนักถึงผลกระทบและปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;จึงได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณหน้าสำนักงานด่านศุลกากรหนองคาย&amp;nbsp;และบริเวณถนนเฉลิมพระเกียรติทางแยกการเคหะแห่งชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระบบการปฏิบัติการเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่หนองคาย&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวมถึงการวางแผนโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฯ&amp;nbsp;ที่ได้กำหนดไว้&amp;nbsp;รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รวมทั้งเป็นการเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดการทำกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการลดกระทบและเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ตระหนัก&amp;nbsp;ถึงอันตรายเกิดขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นการเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดการทำกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดหนองคาย&amp;nbsp;กิจกรรมที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การใช้เครื่องจักรกลฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง&amp;nbsp;การตรวจวัดควันดำของรถยนต์&amp;nbsp;การรณรงค์ดับเครื่องยนต์ขณะจอด&amp;nbsp;การฉีดน้ำทำความสะอาดถนนและพื้นที่ที่มีการฟุ้งกระจายของฝุ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>หนองคาย</Province><Department>สวท.หนองคาย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317115906783</Link_News></row>
<row _id="427"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากการเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า 7,000 จุด ส่งผลกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากการเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงกว่า&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(16&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;336&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;109&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;92&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;73&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุดทางภาคเหนือยังคงเป็นแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;54&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ติดต่อกัน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;รองลงมาเป็นกาญจนบุรี&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และชัยภูมิ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันตกยังพบจุดความร้อนกระจายตัว&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคกลาง&amp;nbsp;116&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,420&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;9,559&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;5,837&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้หลายจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลางผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอาจต้องระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูงถึง&amp;nbsp;7,068&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ถือว่าสูงที่สุดตั้งแต่ต้นปีนี้&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;337&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;201&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317123656791</Link_News></row>
<row _id="428"><NewsTitle>เพราะโควิด-19 ทำให้การส่งออกทุเรียนปีนี้อาจไม่ค่อยดีนัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;มาตรการปิดเมืองของจีน&amp;nbsp;เพราะโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้การส่งออกทุเรียนปีนี้อาจไม่ค่อยดีนัก&amp;nbsp;แถมผลผลิตออกมากกว่าเดิมกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;อาจทำให้เกิดภาวะล้นตลาด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจพิชแหลมฉบัง&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;และตรวจติดตามการทำงานของศูนย์&amp;nbsp;X-RAY&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร-กรมศุลกากร&amp;nbsp;และการทำงานของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการนำสินค้าเกษตร-ผลไม้&amp;nbsp;ที่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp;เข้ามาในประเทศไทย&amp;nbsp;เนื่องจากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;(2564)&amp;nbsp;พบมีการลักลอบนำทุเรียนจากเวียดนามเข้ามาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย&amp;nbsp;แล้วส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;(14/3/65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปลูกใหญ่&amp;nbsp;พบปีนี้(2565)&amp;nbsp;มีผลผลิตออกมากถึง&amp;nbsp;740,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากเดิมราว&amp;nbsp;600,000&amp;nbsp;กว่าตันมากขึ้นกว่าทุกปี&amp;nbsp;ราวกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;โดยร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ส่งออกไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ในประเทศจีน&amp;nbsp;มีการปิดเมืองเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;อีกรอบ&amp;nbsp;อย่างเช่น&amp;nbsp;เฉินตู&amp;nbsp;ปักกิ่ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่งผลให้สินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศจีนตกค้างเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีความพยายามทดสอบส่งทุเรียนแช่แข็งไปทางเรือ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีสินค้าตกค้างอยู่มากกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตู้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แนวทางแก้ไขปัญหาทุเรียนล้นตลาด&amp;nbsp;จะจับมือกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมให้จัดตลาดนัดการเกษตรเพื่อทำให้คนไทยได้หันมาบริโภคทุเรียนในราคาที่เป็นธรรม&amp;nbsp;และเป็นการระบายผลผลิตของเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย&amp;nbsp;ซึ่งการส่งเสริมในรอบนี้จะต้องทำเป็นวาระแห่งชาติและเน้นย้ำให้ข้าราชการช่วยกันบริโภคทุเรียนในทุกมิติ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปัญหาทุเรียนอ่อนเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;ที่ดำเนินการซึ่งส่งผลต่อชื่อเสียงแต่ยังไม่รุนแรงเท่าสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ขณะที่มาตรฐานผลผลิตของเกษตรกรปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ&amp;nbsp;ทุกล้งให้ความร่วมมือขึ้นป้ายประกาศไม่รับซื้อทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;หรือทุเรียนตกเกรด&amp;nbsp;อีกปัญหาที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ&amp;nbsp;มีทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา&amp;nbsp;ซึ่งมีผลผลิตไม่น้อยกว่าประเทศไทย&amp;nbsp;จะทะลักข้ามแดนเข้ามา&amp;nbsp;เนื่องจากไม่สามารถส่งออกไปยังประเทศจีนได้&amp;nbsp;เพราะในปีนี้ประเทศจีนอนุมัติ&amp;nbsp;ให้ส่งผลทุเรียนสดเฉพาะทุเรียนที่มาจากประเทศไทยเท่านั้น&amp;nbsp;จึงเสี่ยงต่อการที่จะเกิดการสวมสิทธิ์ส่งทุเรียนไปยังปลายทาง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317143545835</Link_News></row>
<row _id="429"><NewsTitle>จังหวัดสตูล ช่วยกระจายสินค้าเกษตรกรแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด ปี พ.ศ. 2565 "ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ สหกรณ์การเกษตรบางคนที จำกัด จังหวัดสมุทรสงคราม"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายถาวรศักดิ์&amp;nbsp;รัตนชูศรี&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดสตูล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เข้าพบนายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เพื่อรายงานผลโครงการกระจายสินค้าเกษตรกรแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;"ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบางคนที&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม"&amp;nbsp;พร้อมนำส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;มอบให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการกระจายสินค้าเกษตรกรแก้ไขปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;"ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบางคนที&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม"&amp;nbsp;&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;จังหวัดสตูลได้รับส้มโอมาประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และได้กระจายให้แก่สหกรณ์ในทุกอำเภอจัดจำหน่ายให้ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;(รวมค่าส่ง)&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยระบายผลผลิตของสมาชิกเกษตรกร&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบางคนที&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จากการประสบปัญหาผลผลิตส้มโอออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ไม่สามารถกระจายผลผลิตได้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317142941820</Link_News></row>
<row _id="430"><NewsTitle>เกียรติบัตรแก่เกษตรกร ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;มอบโฉนดที่ดิน&amp;nbsp;และเกียรติบัตร&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นประธานมอบโฉนดที่ดิน&amp;nbsp;และเกียรติบัตร&amp;nbsp;แก่เกษตรกรของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรที่สามารถผ่อนชำระเงินกู้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้สำเร็จ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ผู้เข้ารับมอบโฉนดที่ดิน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และผู้เข้ารับมอบเกียรติบัตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมเสรีพิทักษ์&amp;nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลมีความตั้งใจในการช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ผ่านโครงการต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งโครงการประกันรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าว,&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,&amp;nbsp;ยางพารา,&amp;nbsp;ปาล์ม&amp;nbsp;และมันสำปะหลัง&amp;nbsp;มีรายได้ที่แน่นอน&amp;nbsp;บรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;และเพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317145649856</Link_News></row>
<row _id="431"><NewsTitle>รัฐบาล กำชับเร่งบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกและแนวทางการควบคุมค่าความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกงระยะยาว หลังประชาชนมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;กำชับเร่งบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกและแนวทางการควบคุมค่าความเค็มในลุ่มน้ำบางปะกงระยะยาว&amp;nbsp;หลังประชาชนมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;พร้อมส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกและแนวทางการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะว่า&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ&amp;nbsp;เป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลักของประเทศ&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่มักประสบภาวะฝนทิ้งช่วงและแหล่งเก็บกักน้ำไม่เพียงพอจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำช่วงหน้าแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;โดยปีนี้พบปริมาณน้ำแล้งไม่น่าห่วงภาพรวมปริมาณฝนปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การในพื้นที่ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกลุ่มน้ำโตนเลสาบและลุ่มน้ำบางปะกงรวมกันอยู่ที่&amp;nbsp;1,618&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ส่วนแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เหลือปริมาณน้ำใช้การ&amp;nbsp;701&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จ.ฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี&amp;nbsp;ประสบปัญหาน้ำเค็มรุกตัวที่กระทบต่อกิจกรรมการใช้น้ำด้านต่างๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;ทำให้รัฐบาลกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ปัญหาให้เป็นระบบระยะยาว&amp;nbsp;โดยให้&amp;nbsp;สทนช.&amp;nbsp;ขับเคลื่อนแผนหลักการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ป้องกันและแก้ปัญหาทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกงอย่างเต็มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ด้วยการใช้เขื่อนทดน้ำบางปะกงเป็นกลไกหลัก&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ให้การประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;(กปภ.)&amp;nbsp;วางแผนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;พร้อมจัดหาแหล่งน้ำสำรองไว้ล่วงหน้าให้เพียงพอตลอดแล้งนี้&amp;nbsp;และให้&amp;nbsp;จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;เร่งพิจารณาเสนอแผนงานและโครงการแก้ปัญหาด้านน้ำที่สำคัญให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว&amp;nbsp;ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำบางปะกงปัจจุบันมีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่&amp;nbsp;699&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;โดยแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนขุนด่านปราการชล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองสียัด&amp;nbsp;และเขื่อนนฤบดินทรจินดา&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำใช้การรวม&amp;nbsp;313&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำใช้การรวม&amp;nbsp;128&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มากกว่าปีที่ผ่านมาประมาณร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมโครงการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงที่สามารถดำเนินการได้ปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;27&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;หากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ทำได้ตามแผนจะเพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บ&amp;nbsp;792&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีพื้นที่รับประโยชน์&amp;nbsp;1,522,883&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และประชาชนได้รับประโยชน์&amp;nbsp;371,133&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317151819875</Link_News></row>
<row _id="432"><NewsTitle>จังหวัดลพบุรี จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 2 และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นายนิวัฒน์&amp;nbsp;รุ่งสาคร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชนจังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดชัยมงคลวนาราม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลนิยมชัย&amp;nbsp;อำเภอสระโบสถ์&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;ในสถานการณ์ปัจจุบันมีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;covid-19&amp;nbsp;ทำให้วิถีการทำเกษตรเปลี่ยนไปการรวมกลุ่มการทำกิจกรรมทางการเกษตรไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติเกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายสินค้าได้เท่าที่ควร&amp;nbsp;เนื่องจากช่องทางจำหน่ายลดลงทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงต้นทุนผลิตสินค้าเกษตรมีราคาสูง&amp;nbsp;ขาดอำนาจการต่อรอง&amp;nbsp;ถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง&amp;nbsp;และยังประสบปัญหาด้านการเกษตรด้านโรค&amp;nbsp;แมลง&amp;nbsp;ศัตรูพืชระบาด&amp;nbsp;จะเห็นว่าปัญหาด้านการเกษตรมีความหลากหลาย&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องบูรณาการ&amp;nbsp;ออกหน่วยให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้เกษตรกรเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพการเกษตรและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการเกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;อย่างทั่วถึง&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาให้บริการและแก้ไขปัญหาทางการเกษตรร่วมกัน&amp;nbsp;ให้สามารถผลิตพืชผลทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และยั่งยืนสำหรับหน่วยคลินิกเกษตรที่เปิดให้บริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คลินิก&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;เช่น&amp;nbsp;คลินิกด้านพืช,&amp;nbsp;สัตว์,&amp;nbsp;ประมง,&amp;nbsp;ดินและปุ๋ย&amp;nbsp;และคลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการให้บริการคลินิกเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;มีเกษตรกรให้ความสนใจมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังนำหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;ในระดับจังหวัดนำบริการต่างๆ&amp;nbsp;มาให้บริการประชาชนในพื้นที่โดยตรง&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนและต้องการของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อนำไปพิจารณาให้การช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโครงการหน่วยงานบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน&amp;nbsp;และยังมีพิธีมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยากไร้,&amp;nbsp;&amp;nbsp;มอบทุนกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&amp;nbsp;เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;และพิธีมอบเงินสงเคราะห์ให้แก่ประชาชนผู้ประสบปัญหาทางสังคม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ลพบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161817926</Link_News></row>
<row _id="433"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ลงพื้นที่ติดตามการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังเกษตรประสบปัญหาราคาต้นทุนวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เพิ่มสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอกรัฐ&amp;nbsp;หลีเส็น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยนาวาตรีหญิงโนสมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลีเส็น&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพการตลาดโคเนื้อ-แพะเนื้อคุณภาพสูง&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;กิจกรรมที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตและการตลาดโคเนื้อคุณภาพสูง&amp;nbsp;หลักสูตรการเลี้ยงโคเนื้อเพื่อผลิตเนื้อโคคุณภาพสูง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์สตูล&amp;nbsp;ตำบลทุ่งนุ้ย&amp;nbsp;อำเภอควนกาหลง&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคจากอำเภอเมือง&amp;nbsp;ควนกาหลง&amp;nbsp;และท่าแพ&amp;nbsp;เข้าร่วมราว&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้ด้านวิชาการและการผสมอาหารสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้โคเนื้อมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;ได้เยี่ยมชมการผสมอาหารข้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในรูปแบบผสมด้วยมือและผสม&amp;nbsp;ด้วยเครื่องจักร&amp;nbsp;ซึ่งมีวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ที่หาได้จากในพื้นที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กากตะกอนน้ำมันปาล์ม&amp;nbsp;กากเนื้อในปาล์ม&amp;nbsp;รำละเอียด&amp;nbsp;ขณะที่ส่วนผสมอื่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;(มันเส้น)&amp;nbsp;กากถั่ว&amp;nbsp;เหลือง&amp;nbsp;ซึ่งต้องนำเข้ามาจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;สำหรับอาหารข้นสูตรนี้สามารถลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้ราว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;รวมถึงชมการสาธิตการผสมอาหารสูตร&amp;nbsp;TMR&amp;nbsp;ซึ่งเป็นอาหารแบบผสมเสร็จให้แก่โค&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;รับประทานได้ในทันทีโดยมีสารอาหารครบถ้วน&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมโรงเก็บหญ้าแห้งสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือภัยแล้งอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่ว่าจะเป็นสงคราม&amp;nbsp;ระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;ปัญหาราคาน้ำมัน&amp;nbsp;และปัญหาอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ขึ้นราคา&amp;nbsp;รวมถึงราคาปุ๋ย&amp;nbsp;วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;และอาหารสัตว์สำเร็จรูป&amp;nbsp;โดยทางจังหวัดคำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรที่ประสบปัญหาเหล่านี้&amp;nbsp;จึงได้เร่งให้ทุกส่วนราชการให้หาแนวทางและวิธีการต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางสาวไหมมูนะ&amp;nbsp;นุ้ยดำ&amp;nbsp;ลูกสาวเจ้าของฟาร์ม&amp;nbsp;วีน่าฟาร์ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลแป-ระ&amp;nbsp;อำเภอท่าแพ&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp;ฟาร์มฯ&amp;nbsp;ของตน&amp;nbsp;เปิดมาประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;จำหน่ายเป็นตัว&amp;nbsp;ไม่มีเนื้อชำแหละ&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากต่างจังหวัด&amp;nbsp;รายได้ค่อนข้างดี&amp;nbsp;แต่ขณะนี้กลับประสบปัญหาราคาต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;การได้มารับความรู้ในครั้งนี้สามารถลดต้นทุน&amp;nbsp;และเพิ่มคุณภาพให้กับโคเนื้อของตนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161450922</Link_News></row>
<row _id="434"><NewsTitle>อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ตรวจและรับทราบปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ปุ๋ยเคมี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อำเภอเมืองหนองบัวลำภู &lt;/strong&gt;บูรณาการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดชุดตรวจสำรวจปริมาณและราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยเคมี สถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ซึ่งนางศิวพร&amp;nbsp;ฉั่วสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติ โดยมีนายประยูร อรัญรุท นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู แจ้งแนวทางปฎิบัติในพื้นที่ในการบูรณาการร่วมกันในเชิงพื้นที่&amp;nbsp;จากนั้นร่วมกันลงพื้นที่ออกตรวจสอบ/สำรวจ ปริมาณและราคาวัตถุดิบ อาหารสัตว์และปุ๋ยเคมี สถานประกอบการในพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู&amp;nbsp;เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขการกักตุน การฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า อาหารสัตว์และปุ๋ยเคมี &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอเมืองหนองบัวลำภู กล่าวว่า &lt;/strong&gt;การลงพื้นที่ตรวจ/สำรวจ สถานประกอบการในพื้นที่  2 แห่ง ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนรวมเกษตรหนองบัวและห้างหุ้นส่วนไทยเจริญค้าปุ๋ย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปรากฎว่า ราคาปุ๋ยเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่พบการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด &lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317161753925</Link_News></row>
<row _id="435"><NewsTitle>สถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลประจำวันที่ 17 มี.ค.65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปฏิบัติการในทะเล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;ดำเนินงานในขั้นตอนการพันปิดรอยปริ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริเวณด้านล่างท่ออ่อนด้วยโครงสร้างชั้นที่สองเสร็จสิ้นและดำเนินงานต่อเนื่องในโครงสร้างชั้นที่สาม&amp;nbsp;โดยความคืบหน้าในการดำเนินงานคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;93.5&amp;nbsp;จากแผนการดำเนินงานทั้งหมด&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแผนงานที่ได้วางไว้อย่างสุดความสามารถ&amp;nbsp;ทั้งภารกิจใต้น้ำ&amp;nbsp;บนผิวน้ำ&amp;nbsp;และชายฝั่งต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;โดยดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังคราบน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ตลอดแนวห่างจากชายฝั่ง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปฏิบัติการบนชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทีมปฏิบัติการบนชายฝั่งของ&amp;nbsp;SPRC&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาด&amp;nbsp;ไออาร์พีซี&amp;nbsp;กรมอุตุฯ&amp;nbsp;กรมประมง&amp;nbsp;ระยองบีช&amp;nbsp;ลานหินขาว&amp;nbsp;เยลโล่เฮ้าส์&amp;nbsp;และก้นอ่าว&amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้รับรายงานเรื่องกลิ่นและพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;พบทาร์บอลปริมาณเล็กน้อยมาก&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ตามขั้นตอน&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้ทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;อย่างเช่นทุกวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทีมงาน&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;นายสนาน&amp;nbsp;เพชร์ฉ่ำ&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลแกลงกะเฉด&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาลแกลงกะเฉด&amp;nbsp;ช่วยกันเก็บกวาดหินภูเขาไฟและขยะมูลฝอย&amp;nbsp;บริเวณดวงตะวัน&amp;nbsp;บีช&amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;nbsp;หาดดวงตะวัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ครอบครัว&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จิตอาสา&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ท่าน&amp;nbsp;พร้อมถุงขยะสีดำ&amp;nbsp;จะเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาด&amp;nbsp;Beach&amp;nbsp;cleaning&amp;nbsp;ที่ก้นอ่าว&amp;nbsp;หาดแม่รำพึง&amp;nbsp;ซึ่งจัดโดย&amp;nbsp;อบต.&amp;nbsp;เพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;สรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;และกลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,793&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;79.9&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;1,188&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;18.3&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,981&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;98.2&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โรงแรม&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างการเจรจา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปฎิบัติการในทะเล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;โดยดำเนินการติดตามและเฝ้าระวังคราบน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ตลอดแนวห่างจากชายฝั่ง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปฎิบัติการบนชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;เฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายหาดและเก็บขยะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และดำเนินการทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่ใต้ทรายบริเวณชายหาด&amp;nbsp;ด้วยการพลิกหน้าทรายโดยใช้อุปกรณ์ไถคราดโดยแรงงานคน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317164441947</Link_News></row>
<row _id="436"><NewsTitle>มทบ.32 ร่วมกับจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่สร้างการรับรู้และความร่วมมือประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พันเอกนพอนันต์&amp;nbsp;ปาลิวนิช&amp;nbsp;หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดบ้านร้อง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบ้านร้อง&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อร่วมรับฟังและหาแนวทางการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;สร้างความเข้าใจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันระหว่างหน่วยงานเกี่ยวข้องกับชุมชน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่เพื่อรับฟังการนำเสนอข้อมูลแนวทางที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันแก้ไชปัญหาดังกล่าวจาก&amp;nbsp;หัวหน้าป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ผู้แทนกรมป่าไม้&amp;nbsp;กรมอุทยาน&amp;nbsp;สำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและการขอรับการสนับสนุนด้านการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและการจัดหาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ที่ทำกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะได้เดินทางมาพบปะหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนที่โรงเรียนบ้านหวด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลบ้านหวด&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยตัวแทนของประชาชนได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและลงพื้นที่รับฟังปัญหา&amp;nbsp;ทำให้คนในชุมชนมีกำลังใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับส่วนราชการเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากที่สุด&amp;nbsp;ในการนี้&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหน่วยทหารพร้อมจะเป็นกำลังสนับสนุนและประสานความช่วยเหลือกับหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อร่วมสร้างความสุขและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกโอกาส&amp;nbsp;และปัญหาทุกอย่างจะเบาบางลงได้ด้วยความร่วมมือจากประชาชนอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317162532936</Link_News></row>
<row _id="437"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม ประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยร่วมติดตามการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ขยะมูลฝอยของจังหวัดตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2563-เดือนกันยายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมด&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;หรือเฉลี่ย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ล้านตันต่อเดือน&amp;nbsp;หรือกว่า&amp;nbsp;155&amp;nbsp;ตัน/ต่อวัน&amp;nbsp;แยกเป็นขยะอินทรีย์มากที่สุด&amp;nbsp;ขยะมูลฝอยทั่วไป&amp;nbsp;ขยะรีไซเคิล&amp;nbsp;และขยะอันตราย&amp;nbsp;ทั้งนี้มีขยะที่เข้าสู่ระบบกำจัดจำนวนกว่า&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายงบประมาณในการกำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;นอกจากนี้จังหวัดสมุทรสงครามยังได้รับการให้คะแนนในการประเมินการจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;เช่นการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;จังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;คะแนนเต็ม&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คะแนน&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามได้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คะแนน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การประชุมชี้แจงเกณฑ์การประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนจังหวัดสะอาด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนดหลักเกณฑ์การประกวดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนจังหวัดสะอาด"&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รอบคัดเลือก&amp;nbsp;โดยขอให้จังหวัดสมุทรสงครามรวบรวมและจัดทำเอกสารผลการดำเนินงานการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนตั้งแต่เดือนตุลาคม&amp;nbsp;2564-กันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นำเสนอคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดให้ความเห็นชอบแล้วจัดส่งเอกสารผลการดำเนินการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317170956958</Link_News></row>
<row _id="438"><NewsTitle>ปัตตานี ประชุมติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัตตานี&amp;nbsp;ประชุมติดตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ&lt;/strong&gt;การผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;เพื่อยกระดับสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมหาดวาสุกรี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิพันธ์&amp;nbsp;บุญหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมติดตามโครงการประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(โครงการทุเรียนคุณภาพ)&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;สืบเนื่องจากสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ&amp;nbsp;และจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ได้บูรณาการทำงานร่วมกันกับส่วนงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ในการยกระดับการผลิตทุเรียนของเกษตรกรให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ&amp;nbsp;มุ่งสู่ความเป็นเลิศ&amp;nbsp;(Excellent)&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระบบตลาด&amp;nbsp;โดยน้อมนำพระราชดำริ&amp;nbsp;"ทฤษฎีใหม่"&amp;nbsp;ที่ได้ดำเนินงาน&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดปัตตานีได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อร่วมกำหนดแผนดำเนินงาน&amp;nbsp;ติดตามและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และสนับสนุนปัจจัยผลิต&amp;nbsp;ลักษณะกองทุน&amp;nbsp;ขณะนี้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนทุเรียนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีแล้ว&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จำนวนต้นทุเรียน&amp;nbsp;1,487&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้&amp;nbsp;ได้พิจารณาจัดทำแผนการพัฒนาและสร้างเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ในการพัฒนาแปลงตัวอย่างนวัตกรรมผลิตทุเรียนคุณภาพ&amp;nbsp;"หนามเขียว&amp;nbsp;ไม่มีหนอนเจาะเมล็ด"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยคัดเลือกแปลงตัวอย่าง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้&lt;/strong&gt;และขยายผลสู่แปลงอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของสมาชิกฯ&amp;nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;การวิเคราะห์และหาช่องทางการตลาดสมัยใหม่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขายออนไลน์&amp;nbsp;(Online)&amp;nbsp;การขายปลีกในประเทศ&amp;nbsp;(Retail)&amp;nbsp;การพัฒนารูปแบบการติดตามและแก้ไขปัญหาแก่เกษตรกรผลิตทุเรียนคุณภาพ&amp;nbsp;โดยตั้งไลน์กลุ่มใหญ่&amp;nbsp;(Open&amp;nbsp;chat)&amp;nbsp;เพื่อสื่อสารและปรึกษาปัญหา&amp;nbsp;และมีคลิปวิดีโอแนะนำ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;แก้ปัญหา&amp;nbsp;เป็นภาษามลายู&amp;nbsp;ให้เกษตรกรที่ไม่มี&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Phone&amp;nbsp;หรือสูงอายุ&amp;nbsp;ได้เรียนรู้&amp;nbsp;การพัฒนาความเข็มแข็ง&amp;nbsp;ทำกิจกรรมกลุ่ม&amp;nbsp;เน้นการพัฒนาศักยภาพของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;นำไปสู่การปฏิบัติ&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผู้นำการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;(Change&amp;nbsp;Agent)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;จะได้บูรณาการส่วนราชการ&amp;nbsp;เชื่อมโยงแผนงาน/โครงการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;สำหรับภาพรวมการปลูกทุเรียนในจังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;ขณะนี้มีพื้นที่การปลูกทุเรียนแล้ว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พันกว่าไร่&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พันกว่าคน&amp;nbsp;มีพื้นที่ให้ผลผลิต&amp;nbsp;6,190&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/เพชรน้อย&amp;nbsp;ข่าว/วิชิต&amp;nbsp;ส.ปชส.ปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317165936951</Link_News></row>
<row _id="439"><NewsTitle>จ.ยะลาเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่โรงเรียนบ้านบางลาง ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา บริการเกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่โรงเรียนบ้านบางลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบาเจาะ&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เพื่อบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;ไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้า&amp;nbsp;นายสุริยา&amp;nbsp;บุญพันธ์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอบันนังสตารักษาราชการแทนนายอำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ส่วนราชการหนย่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดยะลาได้กำหนดจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภายในงานกำหนดให้มีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;รมอบปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ความรูด้านการเกษตร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&amp;nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317182143988</Link_News></row>
<row _id="440"><NewsTitle>จังหวัดชุมพร จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรชาวพะโต๊ะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายโชตินรินทร์&amp;nbsp;เกิดสม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางปวีณ์ริศา&amp;nbsp;เกิดสม&amp;nbsp;ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้บริการความรู้ทางด้านวิชาการของคลินิกต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ตำบลปังหวาน&amp;nbsp;และตำบลใกล้เคียง&lt;/strong&gt;มารับบริการและร่วมงานกว่า&amp;nbsp;200&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารเอนกประสงค์องค์การบริหารส่วนตำบลปังหวาน&amp;nbsp;อำเภอพะโต๊ะ&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;นายโชตินรินทร์&amp;nbsp;เกิดสม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บริการทางวิชาการและเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ในการประกอบอาชีพให้บรรลุผลสำเร็จตามที่มุ่งหวัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยดำเนินงานในลักษณะบูรณาการนักวิชาการแต่ละสาขา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาร่วมออกให้บริการ&amp;nbsp;มีเจ้าหน้าที่คอยให้&amp;nbsp;คำแนะนำ&amp;nbsp;คำปรึกษา&amp;nbsp;มีเครื่องมือและอุปกรณ์มาช่วยในการปฏิบัติงานอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;สามารถตรวจวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;ทำให้แก้ไขปัญหาได้ตรงตามความต้องการ&amp;nbsp;อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;และทันเหตุการณ์&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายธีระศักด์&amp;nbsp;ยมสวัสดิ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;มาตั้งแต่&amp;nbsp;ปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;และได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงการบริการ&amp;nbsp;ทางวิชาการและได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในแต่ละครั้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมหลักคือการให้บริการความรู้ทางด้านวิชาการ&amp;nbsp;ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรจากทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการอย่างครบวงจร&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;สำหรับโครงการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ครั้งนี้&amp;nbsp;ให้บริการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ชลประทาน&amp;nbsp;กฎหมาย&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;บัญชี&amp;nbsp;หม่อนไหม&amp;nbsp;ผึ้ง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง&amp;nbsp;บริหารศัตรูพืชและกิจกรรมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าเกษตรที่เข้ารับบริการในวันนี้&amp;nbsp;จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;และมีรายได้ที่มั่นคง&amp;nbsp;ยั่งยืน&amp;nbsp;เกิดผลดีต่อครอบครัวและประเทศชาติต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พอพล&amp;nbsp;กล้าผจญ&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ชุมพร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317185022004</Link_News></row>
<row _id="441"><NewsTitle>เกษตรยะลา จัดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่ม&amp;nbsp;หัวหน้าฝ่าย&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมจัดงานคลินิกเคลื่อนที่ฯ&amp;nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดงานในครั้งนี้เป็นการร่วมบูรณาการ&lt;/strong&gt;ระหว่างหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการ&amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ให้บริการประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนบ้านบางลาง&amp;nbsp;ตำบลบาเจาะ&amp;nbsp;อำเภอบันนังสตา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;มีประชาชนเข้าร่วมงานและรับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;จำนวนมากกว่า&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;คลินิกเงินทุน&amp;nbsp;คลินิกธงฟ้า&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเหี่ยวในกล้วยหิน&amp;nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขององค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ราคาประหยัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้ากับเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าโดยตรง&amp;nbsp;สร้างโอกาสหรือช่องทางในการจำหน่ายสินค้าให้เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้การจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน&amp;nbsp;ในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317184247994</Link_News></row>
<row _id="442"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ให้บริการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2565 ในพื้นที่ ตำบลโพรงจระเข้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวหนึ่งฤทัย&amp;nbsp;กงทิพย์&amp;nbsp;นักศึกษาฝึกงาน&amp;nbsp;จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ร่วมกับนายวิทยา&amp;nbsp;สมบัติทอง&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;สร้างการรับรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;และการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาอเนกประสงค์หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลโพรงจระเข้&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การแจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อมูลจะมีความครบถ้วน&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันทำให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เนื่องจากทำให้ภาครัฐ&amp;nbsp;สามารถวางแผนการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;ส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและจัดทำโครงการมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้อีกด้วย&amp;nbsp;ดังจะเห็นได้จากการที่หน่วยงานภาครัฐเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรไปใช้เป็นข้อมูลประกอบโครงการและมาตรการเพื่อให้การสนับสนุน&amp;nbsp;และช่วยเหลือเกษตรกรเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317210834067</Link_News></row>
<row _id="443"><NewsTitle>วิกฤต รัสเซีย-ยูเครน ปัจจัยภายนอกทำปุ๋ยในไทยแพงขึ้น ภาครัฐ เร่งบรรเทาความเดือดร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อันที่จริงราคาปุ๋ยและสารตั้งต้นผลิตปุ๋ยเคมี&lt;/strong&gt; ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา จากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 65 ที่รัสเซียบุกยูเครน ราคาปุ๋ยก็ปรับพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะรัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกปุ๋ยเคมีอันดับ 1 ของโลก หรือนับเป็นกว่า 12% ของมูลค่าการส่งออกปุ๋ยทั้งโลก เมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งขึ้น จึงมีผลต่ออุปทาน หรือความต้องการขายสินค้าต่อตลาดลดลง โดยอุปทานที่ลดลงก็มาจากหลายปัจจัย ปัจจัยหลักๆ เช่น กลุ่มประเทศตะวันตกคว่ำบาตรไม่ทำการค้ากับรัสเซีย ตลอดจนการที่รัสเซียจำกัดการส่งออกปุ๋ยเองด้วยเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรดังกล่าว ล้วนมีผลทำให้ราคาปุ๋ยในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงในไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นตามแหล่งนำเข้าปุ๋ยเคมี-สารตั้งต้นของไทย มาจากรัสเซีย-เบลารุส ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีและสารตั้งต้นจาก 45 ประเทศ เฉลี่ย กว่า 5.5 ล้านตัน/ปี มูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาท โดย 5 อันดับประเทศที่ไทยนำเข้ามากสุดตามลำดับ คือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1. จีน นำเข้า 1.25 ล้านตัน หรือ 22.75%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2. ซาอุดีอาระเบีย นำเข้า 8.4 แสนตัน หรือ 15.3 %&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3. รัสเซีย นำเข้า 4.4 แสนตัน หรือ 8.06%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4. โอมาน นำเข้า 3.6 แสนตัน หรือ 6.64%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5. เกาหลีใต้ นำเข้า 3.3 แสนตัน หรือ 6.14%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้รัสเซียจะไม่ใช่ประเทศอันดับหนึ่งที่ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมี&lt;/strong&gt; แต่การประกาศห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีไปหลายประเทศทั่วโลกของรัสเซีย ก็ส่งผลต่อปริมาณปุ๋ยในตลาดโลกที่หายไปเกือบ 50 ล้านตัน หรือราว 12% ของมูลค่าการส่งออกทั่วโลก ประกอบกับไทยยังนำเข้าสารตั้งต้น หรือแม่ปุ๋ย ที่นำมาเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตปุ๋ยทั้งจากรัสเซียและเบลารุส หนึ่งในประเทศพันธมิตรของรัสเซีย ซึ่งพบอุปสรรคการส่งออกจากการต้องใช้ท่าเรือในยูเครนที่ทำได้ไม่สะดวกเหมือนก่อนและยังจำกัดปริมาณการส่งออกอีกด้วย ปัจจัยเหล่านี้จึงล้วนส่งผลให้ปุ๋ยและสารตั้งต้นขาดแคลน ราคาถีบตัวสูงต่อเนื่อง ดังนั้น ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าจึงได้รับผลกระทบดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปุ๋ยแพงขึ้นใกล้ฤดูเพาะปลูก ผลกระทบของเกษตรกรไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการนำเข้าปุ๋ยเคมีและแม่ปุ๋ย&lt;/strong&gt; ได้สะท้อนปัญหานี้ออกมาว่า ต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นทำให้ราคาขายปลีกปุ๋ยเคมีหลายสูตรเพิ่มสูงเป็นเท่าตัว หากเทียบตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมากับปัจจุบันจากกระสอบขนาด 50 กิโลกรัม ราคา 600-700 บาท กลับเพิ่มเป็นกระสอบละกว่า 1,300 บาท และมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นอีก ยิ่งเมื่อถึงเดือนพฤษภาคมที่เป็นช่วงเริ่มการเพาะปลูก เกษตรกรต้องการใช้ปุ๋ยปริมาณมากขึ้นก็จะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น และยังจะส่งผลไปยังราคาพืชผลทางการเกษตรที่ต้องเพิ่มขึ้นตามราคาต้นทุนผลิตของเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหา บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาปุ๋ยแพงในครั้งนี้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก&lt;/strong&gt; แต่ภายในบ้านเราก็ต้องเร่งแก้ปัญหาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ติดตามดูแลไม่ให้มีการกักตุน ฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมให้เร่งกระจายการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยจากหลายแหล่งเพิ่มเติม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt; ได้ร่วมส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสต๊อกปุ๋ยทั่วประเทศ ป้องกันการกักตุนและเก็งกำไรแล้ว นอกจากนี้ ยังเตรียมแนวทางรับมือหากมีการปรับราคาปุ๋ยขึ้นอีก ก็จะหาช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาถูก รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์ให้มากขึ้น ส่วนกรณีภาคเอกชนขอขึ้นราคาปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ จะพิจารณาราคาปรับขึ้นให้ตามความเหมาะสมที่สะท้อนต้นทุนการนำเข้าของปุ๋ยแต่ละสูตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแก้ไขปัญหาตามแนวทางดังกล่าว&lt;/strong&gt; ถือเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นภายในประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนบางส่วนให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ต้นเหตุของปัญหาปุ๋ยแพงที่แท้จริงอยู่นอกประเทศ จึงได้แต่หวังว่าวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน จะยุติและคลี่คลายโดยเร็ววัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317190915018</Link_News></row>
<row _id="444"><NewsTitle>เกษตรนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมกับ ศบกต.ช่อง ประชุมกิจกรรมกลุ่มปลูกพืช โครงการยกระดับรายได้ด้วยการสร้างอาชีพเสริมในสวนยางพารา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรัชนี&amp;nbsp;นิลละออ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายฤทธิเดช&amp;nbsp;สุขคง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอนาโยง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;ศบกต.ช่อง&amp;nbsp;นำโดยนายสถิตย์&amp;nbsp;รัมนา&amp;nbsp;(ประธาน&amp;nbsp;ศบกต.ช่อง)&amp;nbsp;นายเจษฎา&amp;nbsp;ผอมปิด&amp;nbsp;(ผู้รับผิดชอบโครงการ)&amp;nbsp;พร้อมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลช่อง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;น.ส.ขนิษฐา&amp;nbsp;จุลบล&amp;nbsp;(ทีมพี่เลี้ยง&amp;nbsp;กสศ.ภาคใต้)&amp;nbsp;ร่วมประชุมสมาชิกกิจกรรมกลุ่มปลูกพืช&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในกิจกรรมของโครงการยกระดับรายได้ด้วยการสร้างอาชีพเสริมในสวนยางพารา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสนับสนุนงบประมาณโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&amp;nbsp;(กสศ.)&amp;nbsp;เพื่อชี้แจงการจัดตั้งกลุ่ม&amp;nbsp;คัดเลือกคณะกรรมการ&amp;nbsp;พร้อมมอบต้นพันธุ์พืช&amp;nbsp;ให้แก่สมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนตาจันทร์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลช่อง&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐานมุ่งส่งเสริมการศึกษา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ของกลุ่มประชากรวัยแรงงานผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถยกระดับการศึกษาเรียนรู้สู่การพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการใหม่&amp;nbsp;หรือแรงงานฝีมือในชุมชน/สังคมที่เป็นไปตามศักยภาพและความต้องการ&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างต้นแบบ&amp;nbsp;(Model)&amp;nbsp;ผ่านการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;ในการยกระดับการเรียนรู้ตลอดชีวิตสู่การประกอบอาชีพ&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การต่อยอดขยายผลในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;และนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317210436065</Link_News></row>
<row _id="445"><NewsTitle>เกษตรกันตัง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่สร้างการรับรู้งานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ตำบลบางสัก พร้อมให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายปิยวุฒิ&amp;nbsp;แดงเหมือน&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมหมู่บ้าน&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้งานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;การแจ้งเตือนและเฝ้าระวังโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่&amp;nbsp;พร้อมให้บริการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่ตำบลบางสัก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลบางสัก&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีผู้มาใช้บริการจำนวน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลการปลูกพืชในพื้นที่มีความถูกต้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นปัจจุบันและเพื่อรองรับโครงการหรือมาตรการของต่างๆ&amp;nbsp;จากทางภาครัฐ&amp;nbsp;สำหรับการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอกันตังนั้น&amp;nbsp;เกษตรกรจะต้องนำเอกสารสิทธิ์ที่ดินตัวจริงหรือในกรณีติดจำนอง&amp;nbsp;ให้นำสำเนาที่มีการรับรองจากสถาบันการเงินนั้นๆ&amp;nbsp;มายื่นแสดงเพื่อขอปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปีปัจจุบัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;ได้ในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;หรือที่จุดให้บริการในพื้นที่&amp;nbsp;ที่มีการให้บริการตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317210107063</Link_News></row>
<row _id="446"><NewsTitle>เกษตรเมืองตรัง เยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์ผลผลิตส้มโอ ตำบลนาท่ามเหนือ หลังพบว่าต้นส้มโอ มีอาการของโรคเปลือกแตกยางไหล และโรครากเน่าโคนเน่าในส้ม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายประทิ่น&amp;nbsp;วรรณงาม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการและคณะเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;เยี่ยมเยียนและติดตามสถานการณ์ผลผลิตส้มโอ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงทุเรียน&amp;nbsp;นายใจ&amp;nbsp;ชัยกลาง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลาท่ามใต้&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;โดยมีการปลูกส้มโอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;พบว่าต้นส้มโอมีอาการของโรคเปลือกแตกยางไหล&amp;nbsp;และโรครากเน่าโคนเน่าในส้ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการรักษาโรคเปลือกแตกยางไหลด้วยสาร&amp;nbsp;คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์และรักษาโรครากเน่าโคนเน่าฯด้วยสาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมทาแล็กซิลร่วมกับเชื้อราไตรโคเดอร์ม่ารวมทั้งการให้คำแนะนำในการใช้สารเมททิลยูจินอลในการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้&amp;nbsp;อย่างถูกวิธีโดยได้มีการวางแผนติดตามผลการดูแลรักษาสวนส้มโออย่างต่อเนื่องและคาดว่าผลผลิตส้มโอจะเริ่มจำหน่ายออกสู่ตลาดในช่วงเดือน&amp;nbsp;สิงหาคม-กันยายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220317203927055</Link_News></row>
<row _id="447"><NewsTitle>12 สหกรณ์โคนมภาคเหนือตอนบน รวมตัวยื่นหนังสือให้รื้อโควต้านมโรงเรียน เสนอให้รัฐดูแลกลุ่มเกษตรกรตัวจริง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ลำปาง&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายชุมพร&amp;nbsp;ปาลี&amp;nbsp;ประธานสหกรณ์โคนมภาคเหนือ&amp;nbsp;พร้อมด้วยประธานและตัวแทนสหกรณ์โคนมในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมแถลงการณ์ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;เพื่อการจัดสรรโควตานมโรงเรียนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม&amp;nbsp;ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และความเป็นธรรม&amp;nbsp;โดยมีการยื่นหนังสือผ่าน&amp;nbsp;นายไพโรจน์&amp;nbsp;โล่ห์สุนทร&amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หนังสือดังกล่าวระบุข้อเสนอว่า&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสหกรณ์โคนม&amp;nbsp;34&amp;nbsp;สหกรณ์ทุกภาค&amp;nbsp;ที่มีเกษตรกรเลี้ยงโคนมเป็นสมาชิกและเป็นเจ้าของน้ำนมดิบได้ประโยชน์จากโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการจัดสรรสิทธิ์โควต้าในการทำนมโรงเรียนในภาคเรียนการศึกษาเทอมนี้&amp;nbsp;ชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ในฐานะตัวแทนสหกรณ์สมาชิกจำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;สหกรณ์ทุกภาค&amp;nbsp;ขอเรียกร้องและเสนอให้คณะอนุกรรมการบริหารกลางโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ได้พิจารณาและดำเนินการทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการทำนมโรงเรียนของสหกรณ์โคนมเจ้าของน้ำนมดิบ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ให้มีการจัดสรรสิทธิ์โควต้าทำนมโรงเรียนให้กับกลุ่มเกษตรสหกรณ์โคนมที่มีเกษตรกรเลี้ยงโคนมเป็นสมาชิก&amp;nbsp;และได้ทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างกันและต้องการขอสิทธิ์โควต้าทำนมโรงเรียน&amp;nbsp;โดยการจัดสรรสิทธิ์โควต้าให้เป็นไปตามสัดส่วนที่เป็นธรรมโปร่งใส&amp;nbsp;ตามจำนวนน้ำนมที่ผลิต&amp;nbsp;เพื่อทำนมโรงเรียนกับปริมาณน้ำนมที่สหกรณ์รับซื้อจากเกษตรกรสมาชิกและสิทธิ์โควตาทำนมโรงเรียน&amp;nbsp;โดยทุกภาคส่วนที่นี่ขอสิทธิ์โควต้าทำนมโรงเรียนจะต้องใช้มาตรการหลักเกณฑ์จัดสรรตามสัดส่วนตามกล่าวอย่างเป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ประกอบการนมโรงเรียนที่ต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเฉพาะกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สหกรณ์โคนม&amp;nbsp;โดยให้สามารถจ้างโรงงานผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้รับมาตรฐานสากล&amp;nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโรงงาน&amp;nbsp;ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สหกรณ์โคนม&amp;nbsp;สามารถเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;สร้างรายได้จากการเพิ่มมูลค่าน้ำนมดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ส่วนเงื่อนไขการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มโคนม&amp;nbsp;(GAP)&amp;nbsp;คุณภาพน้ำนมดิบ&amp;nbsp;ตามเกณฑ์มาตรฐานที่นำมาใช้ผลิตเป็นนมโรงเรียน&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อให้นมโรงเรียนได้คุณภาพให้เด็กนักเรียนได้ดื่มอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มสหกรณ์ได้ขอให้ผู้มีอำนาจและเกี่ยวข้องในการกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;ได้พิจารณาและเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์โคนม&amp;nbsp;ได้สิทธิ์โควต้าเข้าไปทำนมโรงเรียนได้ง่ายและมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางรายได้ให้กับให้สหกรณ์&amp;nbsp;เกษตรกรสมาชิกตลอดจนการพัฒนาสหกรณ์ให้มีความมั่นคง&amp;nbsp;ก้าวหน้า&amp;nbsp;และเป็นการสร้างรายได้&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;โดยขอเรียกร้องดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ในนามชุมนุมสหกรณ์นมไทย-&amp;nbsp;เดนมาร์ค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคใต้&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เป็นจำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิจารณาโควต้านมโรงเรียนให้แก่กลุ่มเกษตรกรก่อน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการบางรายไม่มีโคนม&amp;nbsp;และให้ยกเลิกคุ้มครองโรงงานโรงเล็กทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งไม่เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรและนักเรียน&amp;nbsp;ให้ยกเลิกทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ฉะนั้นจะมีโรงใหม่ทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;แต่จำนวนหัวเด็กตามงบประมาณเท่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ให้สุหกรณ์ที่มีเกษตรกรเลี้ยงโคนมจริงเป็นสมาชิก&amp;nbsp;และได้ทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างกันและต้องการขอสิทธิโควตาทำนมโรงเรียน&amp;nbsp;โดยขอจัดสรรสิทธิ์โควต้าให้เป็นไปตามสัดส่วนการรับนมดิบที่เป็นธรรมและโปร่งใส&amp;nbsp;(เกษตรตัวจริง)&amp;nbsp;ที่รวมตัวเป็นสหกรณ์&amp;nbsp;หรือกลุ่มเกษตรกรตัวจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์และเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้ประกอบการนมโรงเรียนอนุญาตประกอบการโรงงานเฉพาะกลุ่มเกษตรกรสหกรณ์โคนม&amp;nbsp;โดยให้สามารถจ้างโรงงานผลิตภัณฑ์นมในพื้นที่ที่มีกระบวนการผลิตผ่านหลักเกณฑ์อาหารเสริม&amp;nbsp;(นม)&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;เป็นไปตามข้อกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;พิจารณาให้กลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์โคนมจริงๆ&amp;nbsp;ได้สิทธิ์โควต้า&amp;nbsp;เข้าไปทำนมโรงเรียนง่ายและมากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มน้ำนมที่ผลิตได้และเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้สหกรณ์และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม&amp;nbsp;มีตลาดที่แน่นอน&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;และยั่งยืนตลอดไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ประกอบการบางรายไม่มีโคนมเอาประโยชน์ส่วนตัวไม่ดูแลเกษตรกรหวังผลทางธุรกิจพยายามให้ข่าวว่ามีผลประโยชน์&amp;nbsp;อยากให้มีการการตรวจสอบจริงว่ารับนมจริงหรือไม่&amp;nbsp;โรงงานผ่าน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;หรือไม่&amp;nbsp;และมีผู้ประกอบการบางรายไม่รับนมดิบจากเกษตรกรแต่มาแจ้งสัดส่วนนมโรงเรียนไม่เป็นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ให้จัดสรรสิทธิ์ตามสัดส่วนการรับน้ำนมดิบของเกษตรกรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและยุติธรรม&amp;nbsp;หรือรื้อโควตาใหม่เกิดการแข่งขันเชิงธุรกิจและให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมสดที่มีคุณภาพมาตรฐานดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ขอให้ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;ลงตรวจข้อมูลโค&amp;nbsp;น้ำนมดิบ&amp;nbsp;และศูนย์นมที่ผ่าน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และเห็นควรยกเลิกระบบโควต้านมโรงเรียนเพื่อความเป็นธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318013355103</Link_News></row>
<row _id="448"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญตรวจเยี่ยมให้ความรู้คำแนะนำ  เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง ที่อำเภอปทุมราชวงศา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายธานินทร์&amp;nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ร่วมกับปศุสัตว์อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;ทำการตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพโคและการป้องกันโรคสัตว์ในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;รวมทั้งให้ความรู้คำแนะนำขั้นตอนการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติตามระเบียบการเคลื่อนย้ายสัตว์ของกรมปศุสัตว์ได้อย่างถูกต้องให้แก่เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่โคขุนพื้นเมือง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลห้วย&amp;nbsp;อำเภอปทุมราชวงศา&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;โดยมีสมาชิกของกลุ่มเข้าร่วมรับฟัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ทั้งนี้เกษตรกรได้รับความรู้และมีความเข้าใจเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318002633085</Link_News></row>
<row _id="449"><NewsTitle>ศรีสะเกษ เดินหน้าขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรบูรณาการ : ทุเรียน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยคณะทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เกษตรบูรณาการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชนิดสินค้าทุเรียน&amp;nbsp;ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&amp;nbsp;ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ตัดลูก&amp;nbsp;ตัดใจ&amp;nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;สวนโชคผดุงทรัพย์&amp;nbsp;เจือจันทึก&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;138&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลพราน&amp;nbsp;อำเภอขุนหาญ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;นำหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&amp;nbsp;ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;ตัดลูก&amp;nbsp;ตัดใจ&amp;nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยมีนายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวิชัย&amp;nbsp;ศรีโพธิ์งาม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายนคร&amp;nbsp;บุตรดีวงศ์&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายมณเฑียร&amp;nbsp;เหลืองเดชานุรักษ์&amp;nbsp;สถิติจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายพรชัย&amp;nbsp;วงศ์งาม&amp;nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&amp;nbsp;นายปริน&amp;nbsp;วิลา&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพราน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ตลอดจนผู้ประกอบการสวนทุเรียน&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิชัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีโพธิ์งาม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในนามคณะทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษฯ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ตามที่จังหวัดศรีสะมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรนำพาประชาชนให้มีความอยู่ดีกินดี&amp;nbsp;โดยบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน&amp;nbsp;กำหนดนโยบายและขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดผ่านวาระขับเคลื่อนจังหวัด&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งเป็นการต่อยอดการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ดังคำว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;อะไร&amp;nbsp;อะไร&amp;nbsp;ก็ดี&amp;nbsp;ที่ศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผ่านวาระด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในนั้น&amp;nbsp;คือวาระเกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;เป็นการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;หอมแดง&amp;nbsp;และพริก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทุเรียน&amp;nbsp;เ&lt;/strong&gt;ป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างชื่อเสียงและรายได้ให้จังหวัดศรีสะเกษจำนวนมาก&amp;nbsp;มีอัตลักษณ์เฉพาะและอร่อยกว่าทุเรียนจากแหล่งอื่น&amp;nbsp;เนื่อนุ่ม&amp;nbsp;รสชาติดี&amp;nbsp;ไม่แฉะติดมือ&amp;nbsp;พูสวย&amp;nbsp;กลิ่นไม่แรง&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14,828&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ให้ผลผลิต&amp;nbsp;5,596&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดการณ์ผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;8,200&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟส่วนใหญ่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แรงงานที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ&amp;nbsp;สภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้&amp;nbsp;ประกอบกับจำนวนพื้นที่และปริมาณผลผลิตทุเรียนมีปริมาณมาก&amp;nbsp;เกษตรกรอาจจำไม่สามารถตรวจสอบ&amp;nbsp;หรือดูแลการเจริญเติบโตของผลทุเรียนอย่างครบถ้วน&amp;nbsp;อันจะส่งผลต่อคุณภาพและรสชาติทุเรียนที่อาจจะไม่สามารถระบุวันเก็บเกี่ยวได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรจังหวัดศรีสะเกษในนามคณะทำงานขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยี&amp;nbsp;และเพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนได้อย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษได้สนับสนุนและส่งเสริมการนำเทคโนโลยีผสมผสานกับองค์ความรู้&amp;nbsp;ภูมิปัญญาที่เกษตรกรสั่งสมมา&amp;nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย&amp;nbsp;เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนากระบวนการผลิต&amp;nbsp;สร้างความแตกต่างตลอดห่วงโซ่อุปทานให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและแปรรูปผลผลิตที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่และความต้องการของตลาดมากขึ้น&amp;nbsp;โดยการจัดทำระบบข้อมูล&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้บริหารใช้ในการบริหารจัดการผลผลิตให้ทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;การใช้โดรนพ่นเชื่อราไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;การใช้รถแอร์บรัสพ่นหมอก&amp;nbsp;การใช้รถตัดหญ้า&amp;nbsp;เพื่อลดแรงงานประหยัดเวลา&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มสักยภาพในการผลิตให้เกิดความแม่นยำ&amp;nbsp;มีปริมาณเพียงพอและคุณภาพที่ดี&amp;nbsp;การส่งเสริมการตลาดออนไลน์เชิงรุก&amp;nbsp;ที่สนองตอบค่อพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ทันตามเทคโนโลยี&amp;nbsp;และที่สำคัญจะทำให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหนายสินค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรม&amp;nbsp;ตัดลูก&amp;nbsp;ตัดใจ&amp;nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกรดูแลจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;โดยการตัดลูกส่วนเกิน&amp;nbsp;แต่เหลือลูกไว้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการสื่อสาร&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบและมั่นใจทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้รับการดูแล&amp;nbsp;เอาใจใส่&amp;nbsp;และเป็นทุเรียนเกรดพีเมียมอย่างแท้จริง&amp;nbsp;กิจกรรมประกอบด้วยไปด้วย&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;การบริหารจัดการทุเรียนภูเขาไฟคุณภาพ&amp;nbsp;การจัดทำระบบฐานข้อมูล&amp;nbsp;เพื่อการบริหารจัดการ&amp;nbsp;การประกันภัยทุเรียนภูเขาไฟ&amp;nbsp;การพัฒนาตลาดทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์&amp;nbsp;การพัฒนาทุเรียนพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;พิธีมอบต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;238"&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พิธีมอบใบอนุญาตการใช้ตราสัญลักษณ์บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และประธานนำคณะฯ&amp;nbsp;ตัดลูก&amp;nbsp;ตัดใจ&amp;nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&amp;nbsp;พร้อมกับปลูกต้นทุเรียนสายพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;238&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-17T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318001601082</Link_News></row>
<row _id="450"><NewsTitle>เตรียมการโครงการทหารพันธุ์ดี  พื้นที่ อำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;nbsp;(หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นพค.51&amp;nbsp;สนภ.5&amp;nbsp;นทพ./ศปร.นพค.51&amp;nbsp;สนภ.5&amp;nbsp;นทพ.&amp;nbsp;ได้จัดชุดปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เตรียมการโครงการทหารพันธุ์ดี&amp;nbsp;เป็นการเรียนรู้และปฎิบัติในวิชาการเษตรกรรม&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ดำเนินการรดน้ำ&amp;nbsp;พรวนดิน&amp;nbsp;ถากถางวัชพืช&amp;nbsp;และใส่ปุ๋ยแปลงปลูกทานตะวัน,&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;และแตงโม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการทหารพันธุ์ดี&amp;nbsp;นพค.51&amp;nbsp;สนภ.5&amp;nbsp;นทพ.&amp;nbsp;ต.โนนหนามแท่ง&amp;nbsp;อ.เมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318085505124</Link_News></row>
<row _id="451"><NewsTitle>ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ   ประเด็นเกษตรบูรณาการ ชนิดสินค้าทุเรียน เพื่อติดตามการดำเนินงาน และการบูรณาการของทุกภาคีเครือข่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนวาระจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประเด็นเกษตรบูรณาการ&amp;nbsp;ชนิดสินค้าทุเรียน&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินงาน&amp;nbsp;และการบูรณาการของทุกภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ในพื้นที่พัฒนาที่โดดเด่น&amp;nbsp;(Best&amp;nbsp;Practice)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนโชคผดุงทรัพย์&amp;nbsp;ของนายผดุง&amp;nbsp;เจือจันทึก&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;138&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลพราน&amp;nbsp;อำเภอขุนหาญ&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกิจกรรม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กิจกรรมการเสวนา&lt;/strong&gt;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;การบริหารจัดการทุเรียนภูเขาไฟคุณภาพ&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;ตัดลูก&amp;nbsp;ตัดใจ&amp;nbsp;ใส่ใจผู้บริโภค&amp;nbsp;มีการการจัดทำระบบฐานข้อมูล&amp;nbsp;เพื่อการบริหารจัดการ&amp;nbsp;การประกันภัยทุเรียนภูเขาไฟ&amp;nbsp;การพัฒนาตลาดทุเรียนภูเขาไฟออนไลน์&amp;nbsp;การพัฒนาทุเรียนภูเขาไฟพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;รวมทั้งการมอบต้นพันธุ์ทุเรียนพันธุ์ใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;238&amp;nbsp;แก่ตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การมอบใบอนุญาตการใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และกิจกรรมการสาธิตการใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โดรนพ่นเชื้อราไดรโคเดอม่า&amp;nbsp;รถแอร์บรัส(พ่นหมอก)&amp;nbsp;รถตัดหญ้าใต้ต้นทุเรียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการ&lt;/strong&gt;ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;สถิติจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอขุนหาญ&amp;nbsp;ผอ.คปภ.ภาค&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ผอ.สพป.ศก.เขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภอขุนหาญ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน&amp;nbsp;สื่อมวลชนและส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318090019125</Link_News></row>
<row _id="452"><NewsTitle>จ.อุบลฯ จัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมเพชร&amp;nbsp;สร้อยสระคู&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดเวทีวิเคราะห์ความต้องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;โครงการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;งบพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดขึ้นที่อาคารเกษตรตุ้มโฮม&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;อำเภอเมืองอุบลราชธานี&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์/&lt;/strong&gt;บรรจุภัณฑ์ให้กับกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสินค้าจากสถาบันมาตรฐานผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายผลิตภัณฑ์และการตลาดผลิตภัณฑ์แปรรูปในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายกมล&amp;nbsp;โสพัฒน์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวรายงานฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายสฤษดิ์&amp;nbsp;วิฑูรย์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ประชารัฐรักสามัคคี&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตัวแทนส่วนราชการจังหวัด&amp;nbsp;รศ.ดร.ประนอม&amp;nbsp;คำผา&amp;nbsp;ผศ.ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.(หญิง)&amp;nbsp;ดร.เกศินี&amp;nbsp;จันทรโสภณ&amp;nbsp;คณะวิทยากร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจ/กลุ่มเกษตรกรกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;๒&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธีเปิดกิจกรรมการจัดเวทีวิเคราะห์ฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรกช&amp;nbsp;ภูมี&amp;nbsp;สวท.อุบลฯ/รายงาน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318093540135</Link_News></row>
<row _id="453"><NewsTitle>จ.ลำปาง หารือแนวทางพัฒนา ฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง มุ่งเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมคณะกรรมการพัฒนา&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาแม่น้ำวัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;เพื่อระดมความคิดเห็นในการกำหนดมาตรการ&amp;nbsp;แนวทาง&amp;nbsp;และจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนา&amp;nbsp;ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของแม่น้ำวัง&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแผนงานพัฒนา&amp;nbsp;ออกเป็น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะเร่งด่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขุดลอกจอก&amp;nbsp;แหน&amp;nbsp;วัชพืชบก&amp;nbsp;วัชพืชน้ำ&amp;nbsp;หรือเศษขยะที่อยู่ในแม่น้ำ,&amp;nbsp;ใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำเสีย,&amp;nbsp;การรักษาระดับแม่น้ำวัง,&amp;nbsp;ต่อลมหายใจแม่น้ำวังโดยใช้เครื่องพ่นน้ำ,&amp;nbsp;การบำบัดน้ำเสียปลายท่อแม่น้ำวัง&amp;nbsp;รวมไปถึงการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบำเพ็ญประโยชน์ในแม่น้ำคูคลอง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะพัฒนา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การควบคุมปริมาณและรักษาระดับน้ำ&amp;nbsp;(ฝายชะลอน้ำ,&amp;nbsp;ประตูระบายน้ำ,แก้มลิงแม่น้ำวัง)&amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์และรักษาเอกลักษณ์&amp;nbsp;(เส้นทางจักรยาน,&amp;nbsp;สวนสาธารณะริมเขื่อนยาง,&amp;nbsp;พัฒนาพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำ)&amp;nbsp;เติมลมหายใจให้แม่น้ำวัง&amp;nbsp;(ระบบเติมอากาศให้แม่น้ำวัง)&amp;nbsp;และระบบรวบรวมน้ำเสีย&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ระยะยาวสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการวางระบบเฝ้าระวัง&amp;nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมชุมชน&amp;nbsp;ในการร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพและคุณภาพน้ำแม่น้ำวังที่มีคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตและสวยงามอีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สืบเนื่องจากกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีประเด็นข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ในการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;โดยจังหวัดลำปางได้เสนอลุ่มน้ำวัง&amp;nbsp;เหนือเขื่อนยาง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลหัวเวียง&amp;nbsp;ตำบลเวียงเหนือ&amp;nbsp;และตำบลพิชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318093917141</Link_News></row>
<row _id="454"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง ส่วนภาคตะวันตกและภาคใต้มีฝนตก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันตกและภาคใต้มีฝนตก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีพายุฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;กับมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ด้านตะวันตกของประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;55&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และชัยภูมิ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,576&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,642&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318093658138</Link_News></row>
<row _id="455"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือยังสูงในระดับสีแดงบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลง&amp;nbsp;แต่ยังเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ช่วงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318094115143</Link_News></row>
<row _id="456"><NewsTitle>การส่งเสริมให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยโท&amp;nbsp;ปุณณกิจ&amp;nbsp;เชาว์น้อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายวัชรินทร์&amp;nbsp;มามาก&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายนิวัตร&amp;nbsp;คำภา&amp;nbsp;นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ลงพื้นที่แนะนำส่งเสริมให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;และสร้างโอกาสในการเพิ่มเพิ่มรายได้&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่&amp;nbsp;ต่อยอดด้านคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;แปรรูป&amp;nbsp;สร้างมูลค่าเพิ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318101753162</Link_News></row>
<row _id="457"><NewsTitle>โคก หนอง นา กับการผสมผสานความพอเพียงที่พร้อมก้าวสู่ความยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางเครือวัลย์&amp;nbsp;สุจริตตานันท์&amp;nbsp;เกษตรกรบ้านตาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลนาหว้า&amp;nbsp;อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนมได้เข้ามาสอบถามว่ามีใครสนใจที่จะทำโคกหนองนาบ้าง&amp;nbsp;ซึ่งตัวเองมีใจรักในเรื่องนี้อยู่แล้วจึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;เพราะชอบปลูก&amp;nbsp;ชอบฝังอยู่แล้ว&amp;nbsp;ซึ่งขั้นแรกก่อนที่จะเริ่มทำก็จะมีการเตรียมหาปุ๋ยมาบำรุงดินก่อน&amp;nbsp;คือการไปหาฟางและมูลสัตว์มาทำปุ๋ยแห้ง&amp;nbsp;ปุ๋ยน้ำ&amp;nbsp;และน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในการบำรุงดิน&amp;nbsp;พอทำทุกอย่างไว้เสร็จหมดแล้วก็พอดีกับที่เจ้าหน้าที่มาขุดแปลงให้&amp;nbsp;ก็เริ่มลงมือปลูกพืชได้เลย&amp;nbsp;ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่าควรปลูกต้นกล้วยก่อนเพราะจะทำให้พื้นที่มีความชุ่มชื้นและมีน้ำในดินสามารถเลี้ยงพืชชนิดอื่นๆ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นก็ปลูกตะไคร้เพื่อยึดหน้าดินร่วมกับหญ้าแฝก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งที่เราปลูกมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เรามีกินมีใช้และเมื่อเหลือก็จะมีขาย&amp;nbsp;ตอนนี้ที่ขายก็จะมีพืช&amp;nbsp;ประเภทต้นหอม&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;และผักกาด&amp;nbsp;โดยจะมีร้านค้ามาสั่งเป็นประจำแม้จะมีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม&amp;nbsp;แต่ทุกคนจะชอบ&amp;nbsp;เพราะไม่มีพิษมีภัยต่อร่างกายเนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมี&amp;nbsp;จะใส่เพียงปุ๋ยทั่วไปแล้วก็รดน้ำเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ตอนนี้ยังไม่โตเต็มที่เท่าไหร่จึงยังไม่ได้ขาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งจากการทำมา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนพบว่าน้ำในบ่อมีไม่เพียงพอก็ได้คิดหาวิธีอื่นมาแก้ไข&amp;nbsp;โดยวางแผนว่าจะเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติมจากนั้นจะใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วย&amp;nbsp;แต่อาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อจะเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น&amp;nbsp;จึงได้ชะลอแผนตัวนี้ไปก่อนเพื่อรอดูว่าปีถัดไปน้ำจะมากน้อยขนาดไหน&amp;nbsp;ดังนั้นในตอนนี้การปลูกพืชจึงมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่บางส่วนเคยมีเห็ดเกิดขึ้นมาก็จะมีการหาวิธีปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมเพื่อให้เห็ดเกิดมากขึ้น&amp;nbsp;จะได้เป็นอีกหนึ่งช่องทางของแหล่งอาหาร&amp;nbsp;นอกจากนี้ก็มีการหาพืชชนิดอื่นๆ&amp;nbsp;มาปลูกเพิ่มเติมเพราะถือเป็นช่วงแรกที่เราเริ่มทำโคกหนองนา&amp;nbsp;เริ่มบำรุงดิน&amp;nbsp;ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้คือจะปลูกผสมผสานกันทุกอย่างที่เป็นพืช&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;เตี้ย&amp;nbsp;เรี่ยดิน&amp;nbsp;และใต้ดิน&amp;nbsp;รวมถึงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เพิ่มด้วย&amp;nbsp;เพราะเราจะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกนาน&amp;nbsp;ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคภัยไข้เจ็บไปไหนมาไหนไม่ได้เราก็จะมีอยู่มีกินอย่างพอเพียง&amp;nbsp;ตอนนี้คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นแปลงโคกหนองนา&amp;nbsp;ก็มีการเข้ามาสอบถามและขอดูอยู่เรื่อยๆ&amp;nbsp;เราก็เชิญให้เข้ามาดูมาชมและเรียนรู้&amp;nbsp;สิ่งไหนที่เป็นความรู้ที่ให้ได้เราก็พร้อมถ่ายทอดต่อ&amp;nbsp;รวมถึงแนะนำช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอื่นๆ&amp;nbsp;ให้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ/ข่าว/ส.ปชส.นครพนม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318103317170</Link_News></row>
<row _id="458"><NewsTitle>ปลูกสละอินโด ระหว่างต้นยางพารา สร้างรายได้มากกว่าการกรีดยางพารากว่าเท่าตัว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สวนยางพาราหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลควนเมา&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นสวนยางพาราของ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาชีพทำสวนยางพาราและได้ปลูกสละพันธุ์อินโด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างต้นยางพารา&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว&amp;nbsp;หลังจากที่ราคายางพารามีราคาตกต่ำและสถานการณ์ราคายางพารามีความผันผวนอย่างมาก&amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะเป็นราคาตกต่ำมากกว่าราคาเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;การหารายได้เสริมของเกษตรกรมีความจำเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เพื่อหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว&amp;nbsp;ในยุคที่ข้าวของมีราคาแพง&amp;nbsp;ประชาชนรวมถึงเกษตรกรมีรายได้ลดลงเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนเองได้มีโอกาสเดินทาไปศึกษาดูงานที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;และให้ความสนใจการปลูกสละพันธุ์อินโด&amp;nbsp;ที่ปลูกเสริมระหว่างร่องยางพาราและขอความรู้จากเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;หลังจากศึกษาดูงานแล้วได้กลับมาลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่สวนยางพาราของตนเอง&amp;nbsp;ปลูกระหว่างร่องยางพารา&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตรคูณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ปลูกประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีครึ่ง&amp;nbsp;ต้นสละจะเริ่มแทงชื่อดอก&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จะเริ่มผสมพันธุ์สละเมื่อผสมพันธุ์สละแล้ว&amp;nbsp;สละจะให้ผลผลิตในปีแรกๆ&amp;nbsp;นั้นจะให้ผลผลิตน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สละจะให้ผลผลิตอย่างเต็มที่&amp;nbsp;โดยราคาขายปลีก&amp;nbsp;70&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;สละมีรสชาติหวานกรอบ&amp;nbsp;เมล็ดร่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการขายออนไลน์&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาทต่อกิโลกรัม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยปลูกสละพันธุ์อินโด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่ก่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และขณะนี้ปลูกสละเต็มพื้นที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;หากคำนวณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;รายได้จากขายสละอินโดนั้น&amp;nbsp;มีรายได้หลักแสนบาท&amp;nbsp;แต่รายได้จากยางพาราในขณะนี้ได้ประมาร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หมื่นบาทต่อปี&amp;nbsp;รายได้จากการสละจะมากกว่ายางพารากว่าเท่าตัวในแต่ละปีและไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;หากประชาชนสนใจสามารถสอบถามได้ที่&amp;nbsp;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ไชยมณี&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;084-8629687&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318102149165</Link_News></row>
<row _id="459"><NewsTitle>เน้นย้ำชาวสวนทุเรียนเฝ้าระวังโรคผลเน่า เชื้อราสาเหตุโรคทำลายผลภายในเปลือกแพร่ระบาดได้ด้วยลม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศรุต&amp;nbsp;สุทธิอารมณ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในช่วงฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออกกำลังให้ผลผลิตขณะนี้&amp;nbsp;ขอแจ้งเตือนเกษตรกรชาวสวนทุเรียนให้เฝ้าระวังโรคผลเน่า&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผลผลิตทุเรียนมีคุณภาพลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยโรคนี้พบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ส่วนใหญ่มักพบในผลช่วง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนก่อนเก็บเกี่ยวจนกระทั่งเก็บเกี่ยวและระหว่างการบ่มผลให้สุก&amp;nbsp;โดยอาการเริ่มแรกจะเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำบนผลและจุดแผลจะขยายใหญ่ลุกลามมากขึ้นตามการสุกของผล&amp;nbsp;ในสภาพที่มีความชื้นสูงอาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบนแผล&amp;nbsp;โดยจะพบอาการของโรคได้ตั้งแต่ผลยังอยู่บนต้น&amp;nbsp;ซึ่งถ้าอาการรุนแรงมากผลจะเน่าร่วงหล่นก่อนกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โรคผลเน่ามักพบหลังการเก็บเกี่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเชื้อราสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผลเน่า&amp;nbsp;ซึ่งสามารถป้องกันและลดความเสียหายได้หากมีการปฏิบัติดูแลแปลงตามคำแนะนำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในแปลงที่มีต้นที่เป็นโรครากเน่าและโคนเน่าในแปลงมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังมีเชื้อราบางชนิดที่สามารถทำให้เกิดการอาการผลเน่า&lt;/strong&gt;หลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อป้องกันและลดความเสียหายจากโรคผลเน่าทุเรียน&amp;nbsp;เกษตรกรควรเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นทั้งก่อนและหลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;โดยการดูแลในแปลงปลูกก่อนการเก็บเกี่ยวให้หมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ตัดผลที่เป็นโรคและเก็บผลเน่าที่ร่วงหล่นนำไปทำลายนอกแปลงปลูก&amp;nbsp;แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรค&amp;nbsp;ให้ทั่วทรงพุ่ม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทุก&amp;nbsp;7-10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และควรหยุดพ่นสารก่อนเก็บเกี่ยวผลอย่างน้อย&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ไม่นำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นเป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติและทำความสะอาดเครื่องมือก่อนนำไปใช้ใหม่ทุกครั้ง&amp;nbsp;ในแปลงปลูกที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผลเน่าสูง&amp;nbsp;เนื่องจากมีต้นที่เป็นโรครากเน่าและโคนเน่าในแปลงมาก&amp;nbsp;เชื้อสาเหตุโรคอาจจะติดไปกับผลได้โดยยังไม่แสดงอาการ&amp;nbsp;ดังนั้นการเก็บเกี่ยวผลต้องระมัดระวังไม่ให้ผลสัมผัสกับดิน&amp;nbsp;หรือปูพื้นดินที่จะวางผลด้วยวัสดุหรือกระสอบที่สะอาด&amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่ผลจะสัมผัสกับดินซึ่งมีเชื้อสาเหตุโรคและการขนย้ายควรระมัดระวังไม่ให้เกิดบาดแผลที่ผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318111713194</Link_News></row>
<row _id="460"><NewsTitle>เน้นย้ำมาตรการคุมเข้ม ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;ในช่วงระหว่างนี้เรื่อยไปจนถึงประมาณเดือนกันยายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นช่วงที่ผลไม้ภาคตะวันออกให้ผลผลิต&amp;nbsp;ผลไม้สำคัญหลายชนิดโดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;มังคุดและเงาะ&amp;nbsp;ปีนี้ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;คาดว่าผลผลิตทุเรียนปีนี้อยู่ที่ประมาณ&amp;nbsp;744,549&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;210,864&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และเงาะ&amp;nbsp;210,646&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;สาเหตุเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย&amp;nbsp;ทั้งสภาพอากาศที่เหมาะสม&amp;nbsp;จำหน่ายได้ราคาดีตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;จูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกและบำรุงรักษาผลไม้ดังกล่าวกันมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลผลิตดีมีคุณภาพและเพื่อเป็นการรักษาคุณภาพมาตรฐานของผลผลิตไม้ผลภาคตะวันออกตลอดทั้งฤดูกาล&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมานั้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ไทยสามารถส่งออกผลไม้สูงสุดเป็นประวัติการณ์&amp;nbsp;แม้จะเผชิญกับปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์จากค่าระวางที่สูงขึ้น&amp;nbsp;การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการปิดด่านหลายครั้งจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งชาวสวนผลไม้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการภาคเอกชนและภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;จึงได้กำหนดเป้าหมายในการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกเพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออก&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นสู่ผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศและการส่งออกผลไม้ต้อง&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;เท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318104513181</Link_News></row>
<row _id="461"><NewsTitle>พาณิชย์แพร่ แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จังหวัดแพร่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ตลาดปลายทางปรับราคาซื้อสูงขึ้น&amp;nbsp;เกิดการแข่งขันทางด้านราคาของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;แจ้งสถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงภัยแล้งของจังหวัดแพร่&amp;nbsp;ปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;โดยราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;14.5%&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;9.00-11.00&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม,&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;7.00-8.80&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;มีการปรับขึ้น&amp;nbsp;0.50&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดแพร่มีพื้นที่เพาะปลูกจำนวน&amp;nbsp;45,117.99&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตประมาณ&amp;nbsp;34,560&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;10%&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดการแข่งขันทางด้านราคาของผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และตลาดปลายทางปรับราคาซื้อสูงขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318104339180</Link_News></row>
<row _id="462"><NewsTitle>จังหวัดสงขลา เดินหน้าแก้ไขปัญหาคลองสำโรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูเพื่อพัฒนาไปสู่ คลองสวย น้ำใส</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาคลองสำโรง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาคลองสำโรง&amp;nbsp;พร้อมพิจารณาแผนปฏิบัติการและให้คำแนะนำแก่คณะทำงานแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำและคณะทำงานจัดระเบียบและภูมิทัศน์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายไชยพร&amp;nbsp;นิยมแก้ว&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายจักรธร&amp;nbsp;สุริแสง&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง&amp;nbsp;ผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เทศบาลนครสงขลา&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสารภี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สำนักงานเทศบาลนครสงขลาและผ่านระบบวิดีโอ&amp;nbsp;conference&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลองสําโรง&amp;nbsp;เป็นคลองในพื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ไหลมาจากตำบลเกาะแต้ว&amp;nbsp;ผ่านตำบลเขารูปช้าง&amp;nbsp;โดยเมื่อเข้าสู่เขตเทศบาลนครสงขลาจะแยกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สายแรกไหลไปทางด้านทิศตะวันออก&amp;nbsp;ออกสู่ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สายที่สองไหลไปทางทิศตะวันตกลงสู่ทะเลสาบสงขลา&amp;nbsp;รวมระยะทางของคลองสำโรง&amp;nbsp;14.4&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยคลองสำโรงส่วนที่กั้นระหว่างเทศบาลนครสงขลา&lt;/strong&gt;กับเทศบาลตำบลเขารูปช้างมีความยาวประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;สภาพปัจจุบันของคลองสำโรง&amp;nbsp;มีบ้านเรือนและอุตสาหกรรมครัวเรือนเกี่ยวกับสัตว์น้ำตั้งอยู่ตลอดแนวความยาวของคลอง&amp;nbsp;ทำให้มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่คลองสำโรงโดยตรง&amp;nbsp;จึงส่งผลให้น้ำในคลองมีสีดำและมีกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;คณะทำงานแก้ไขคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;โดยผู้แทนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;(สงขลา)&amp;nbsp;ได้กล่าวถึงแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำและความตื้นเขินของคลองสำโรงในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีการวางมาตรการไว้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในคลองสำโรง&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การลดปริมาณความสกปรกจากน้ำเสียก่อนระบายสู่คลองสำโรง&amp;nbsp;3.มาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมการ&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การใช้มาตรการทางกฎหมาย&amp;nbsp;และ5.&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในคลองสำโรง&amp;nbsp;จัดทำฐานข้อมูลแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และบ้านเรือนที่อยู่อาศัยบริเวณคลองสำโรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางคณะทำงานจัดระเบียบและภูมิทัศน์จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนายอำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;กล่าวถึงการจัดระเบียบ&amp;nbsp;โดยแบ่งคลองสำโรงออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สาย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลองสำโรงตอนบน&amp;nbsp;ตั้งแต่เกาะแต้ว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถึงแยกกำปั่น&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;9.470&amp;nbsp;กิโลเมตร&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และคลองสำโรงตอนล่าง&amp;nbsp;ตั้งแต่ปากคลอง&amp;nbsp;72&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ถึงปากคลองเก้าเส้ง&amp;nbsp;ระยะทาง&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;รวมระยะทางคลองสำโรง&amp;nbsp;ต้นน้ำ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ปลายน้ำ&amp;nbsp;(เทศบาลตำบลเกาะแต้ว&amp;nbsp;เทศบาลเมืองเขารูปช้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทศบาลนครสงขลา)&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;14.9&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งสภาพปัญหาคลองสำโรงตอนล่างตลอดแนว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีการบุกรุก&amp;nbsp;รุกล้ำลำคลองสร้างบ้านเรือน&amp;nbsp;สภาพน้ำเสียเนื่องจากมีการปล่อยน้ำเสียลงคลอง&amp;nbsp;อีกทั้งยังมีสิ่งกีดขวางทาง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สายเคเบิ้ลและสายสื่อสาร&amp;nbsp;วัชพืช&amp;nbsp;เสาและตอม่อสะพานน้ำ&amp;nbsp;ส่วนแนวทางแก้ไขนั้นจะดำเนินการจัดสร้างที่อยู่อาศัยบ้านเอื้ออาทรให้กับครัวเรือนที่มีการบุกรุกลำน้ำ&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการน้ำเสียโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ศิริลักษณ์&amp;nbsp;แคล้วคลาด/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประชา&amp;nbsp;โชคผ่อง/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประสิทธิภาพช่องทางการเผยแพร่เว็บไซต์ข่าวจริงประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318120225219</Link_News></row>
<row _id="463"><NewsTitle>สั่งเข้มกรมวิชาการเกษตร ลุยตรวจผลผลิตส้มโอส่งออกป้องปัญหาสวมสิทธิ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในช่วงฤดูกาลส่งออกผลไม้ของทุกภาคได้กำชับให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดตรวจสอบและเฝ้าระวังปัญหาการนำผลไม้มาสวมสิทธิเป็นผลไม้ไทยและสวมใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพื่อส่งออกไปประเทศที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศและอาจทำให้มีแมลงศัตรูพืชกักกันที่ไม่เคยมีในประเทศติดเข้ามาแพร่ระบาดภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยสถานการณ์ล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ได้ระงับการส่งออกส้มโอที่โรงงานคัดบรรจุแห่งหนึ่ง&amp;nbsp;ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;เนื่องจากนำส้มโอจำนวนหนึ่งมาสวมสิทธิใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เตรียมส่งออกไปจีนจึงได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเข้มงวดตรวจสอบผลผลิตส้มโอที่จะส่งออกเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการตรวจสอบปริมาณผลผลิตที่ขออนุญาตส่งออกว่าสัมพันธ์กับพื้นที่แปลง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;หรือไม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;(สวพ.2)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ดำเนินการตรวจโรงคัดบรรจุส้มโอในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเพื่อตรวจสอบปริมาณผลผลิตที่ทำการส่งออกป้องกันการนำผลผลิตที่ไม่ผ่านการรับรองแหล่งผลิต&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;มาสวมสิทธิ&amp;nbsp;รวมทั้งป้องกันการลักลอบนำเข้าส้มโอจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิเป็นส้มโอไทยแล้วส่งออกไปประเทศจีน&amp;nbsp;ซึ่งได้รับรายงานว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจโรงคัดบรรจุส้มโอในจังหวัดพิจิตรจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรง&amp;nbsp;พบข้อสังเกตในโรงคัดบรรจุผลไม้ส่งออกจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โรง&amp;nbsp;ที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ประทับช้าง&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;มีผลผลิตส้มโอเตรียมส่งออกจำนวน&amp;nbsp;22.15&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นส้มโอที่เป็นผลผลิตมาจากแปลง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1.30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีกจำนวน&amp;nbsp;20.85&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เป็นผลผลิตที่นำมาสวมสิทธิแปลง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จึงไม่อนุญาตให้นำส้มโอที่สวมสิทธิใบรับรอง&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;จำนวนดังกล่าวส่งออกไปจีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318113611204</Link_News></row>
<row _id="464"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทใต้ยุทธศาสตร์ชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายศักดิ์ดา&amp;nbsp;บรรดาศักดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายอำเภอแสวงหา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องและเกษตรกรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;วุฒิสภา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ดนัย&amp;nbsp;มีชูเวท&amp;nbsp;ตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&amp;nbsp;นายวิทยา&amp;nbsp;ผิวผ่อง&amp;nbsp;ตำแหน่งรองประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;คนที่สอง&amp;nbsp;นายลักษณ์&amp;nbsp;วจนานวัช&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;คนที่สี่&amp;nbsp;และนายเฉลียว&amp;nbsp;เกาะแก้ว&amp;nbsp;กรรมาธิการ&amp;nbsp;ในโอกาสศึกษาดูงานและติดตามความคืบหน้าการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศและ&amp;nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ตำบลวังน้ำเย็น&amp;nbsp;อำเภอแสวงหา&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;และแปลงใหญ่ชะอม&amp;nbsp;ตำบลโพธิ์รังนก&amp;nbsp;อำเภอโพธิ์ทอง&amp;nbsp;จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;ทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;ความสำเร็จ&amp;nbsp;และปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;ในการดำเนินงานโครงการยกระดับแปลงใหญ่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ตลอดจนให้คำแนะนำ&amp;nbsp;ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานโครงการฯ&amp;nbsp;และรับฟังแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;และในพื้นที่แปลงใหญ่แปลงใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>อ่างทอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอ่างทอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318134123270</Link_News></row>
<row _id="465"><NewsTitle>สสก.5 สงขลา ประชุมเชื่อมโยง 3 เครือข่าย ชู ศพก. แปลงใหญ่ และ YSF   เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการเกษตรภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;meeting&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ถือเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา&amp;nbsp;6-7&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่มีการดำเนินงานมา&amp;nbsp;ได้เกิดผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจในทุกมิติและมีแนวโน้มการพัฒนาของเกษตรกรที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด&amp;nbsp;มีการเชื่อมโยงการทำงานกับเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;:&amp;nbsp;YSF)&amp;nbsp;ในการพัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรมต่างๆ&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ศพก.เป็นแหล่งเรียนรู้การผลิตสินค้าเกษตรที่ถูกต้องและเหมาะสม&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;รวมทั้งบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สามารถการขยายผลองค์ความรู้&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;และผลงานวิจัย&amp;nbsp;ไปสู่เกษตรกรแปลงใหญ่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนภาคใต้มี&amp;nbsp;ศพก.หลัก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;151&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เครือข่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,176&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;มีแปลงใหญ่ที่ได้รับการรับรองแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,209&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;680,799&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;64,661&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมีเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาเป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,026&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขับเคลื่อนโดยศูนย์บ่มเพาะเกษตรเกษตรกรุ่นใหม่&amp;nbsp;(ศบพ.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศูนย์เครือข่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;119&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เครือข่ายได้ร่วมกันขับเคลื่อนการเกษตรของภาคใต้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ประเด็นสำคัญในการประชุมครั้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การร่วมมือกันการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของภาคใต้&amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;ฐานเรียนรู้ต่างๆ&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนให้นำเทคโนโลยี&amp;nbsp;นวัตกรรม&amp;nbsp;และผลงานวิจัย&amp;nbsp;โดยเฉพาะจาก&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;AIC&amp;nbsp;ที่มีอยู่ทุกจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ได้ทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ร่วมกับมหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และหน่วยงานวิชาการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อนำองค์ความรู้ผลวิจัยมาขยายสู่เกษตรกรผ่าน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;เป็นแหล่งเรียนรู้&amp;nbsp;เมื่อมีความเหมาะสมกับพื้นที่ก็ขยายไปสู่เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งภาคใต้เองมีพืชหลากหลายทั้งยางพารา&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;ตลอดจนกิจกรรมด้านประมง&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;การทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;การผลิตขยายพันธุ์แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเป็นฐานเรียนรู้ใน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;การพัฒนา&amp;nbsp;ศพก.เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;การผลิตสื่อองค์ความรู้ของ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และการส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัยได้มาตรฐานของสินค้า&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ศพก.ยังเป็นแหล่งให้ความรู้และฝึกอาชีพให้เกษตรก&lt;/strong&gt;รในช่วงสถานการณ์การระบาดของโควิด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้และมีอาหารบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp;นอกจากนี้มีการสรุปผลการดำเนินงานโครงการยกระดับเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการสำคัญตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;มีแปลงใหญ่ด้านพืชเข้าร่วมโครงการในระยะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;123&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างการแนะนำและตรวจบัญชี&amp;nbsp;โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;และในระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีแปลงใหญ่เสนอขอเข้าร่วมโครงการรวม&amp;nbsp;69&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;กว่าล้านบาท&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างเสนอขอรับงบประมาณไปที่สภาพัฒน์&amp;nbsp;และการประชาสัมพันธ์โครงการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;การประกวดแปลงใหญ่&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และกิจกรรมของน้องๆ&amp;nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;และโมเดลการทำงานร่วมกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;มีการจัดทำฐานข้อมูลด้านการเกษตร&amp;nbsp;และนำไปใช้ประโยชน์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด&amp;nbsp;วิธีการทำงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่และทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนภาคเกษตรภายใต้หลักตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;จะให้ความสำคัญตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงกับการวางแผนการผลิต&amp;nbsp;และนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;การจัดการผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;มีการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร&amp;nbsp;การตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;ตลอดจนส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318130458242</Link_News></row>
<row _id="466"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เปิดตลาดเกษตรกรอำเภอวังวิเศษ ให้บริการทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;นายนิกร&amp;nbsp;ชิดเชื้อ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอวังวิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;เยี่ยมชมตลาดเกษตรกรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;ตั้งอยู่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณข้างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธกส.สาขาเขาวิเศษ)&amp;nbsp;ซึ่งภายในตลาดมีสินค้าทางการเกษตรจากเกษตรกรที่หลากหลายให้เลือกชิมเลือกช้อป&amp;nbsp;ทั้งอาหารพร้อมทาน&amp;nbsp;ผัก&amp;nbsp;ผลไม้ขนม&amp;nbsp;ต้นพันธุ์ผัก&amp;nbsp;ต้นไม้สวยงาม&amp;nbsp;โดยตลาดเกษตรกรกรอำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จะให้บริการทุกวันจันทร์และวันศุกร์&amp;nbsp;ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;-&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ข้าง&amp;nbsp;ธกส.สาขาเขาวิเศษ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลเขาวิเศษ&amp;nbsp;อำเภอวังวิเศษ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดตรังได้อนุมัติโครงการและงบประมาณจากงบกลาง&lt;/strong&gt;รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดำเนินงานโครงการพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ดำเนินการในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สินค้าแปรรูป&amp;nbsp;และสินค้าหัตถกรรมที่ดีมีคุณภาพ&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรของเกษตรกร&amp;nbsp;และเพื่อพัฒนาตลาดเกษตรกรระดับอำเภอให้เป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรหลักของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;และรวมถึงให้ภาคเอกชนได้มีโอกาสเข้ามาร่วมมือในการจัดตลาดเกษตรกร&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตมาจำหน่ายด้วยตนเอง&amp;nbsp;มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายอย่างทั่วถึง&amp;nbsp;ตามสโลแกนเกษตรกรจริง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทุกสิ่งปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318130654243</Link_News></row>
<row _id="467"><NewsTitle>กรมประมง ยืนยันประเทศไทยไร้ข้อกังขา การทำประมงนอกน่านน้ำของไทย ไม่กระทบพื้นที่หญ้าทะเล ในเขต SIOFA</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการประชุมสามัญประจำปีของภาคีสมาชิกองค์การ&amp;nbsp;บริหารจัดการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้&amp;nbsp;(Southern&amp;nbsp;Indian&amp;nbsp;Ocean&amp;nbsp;Fisheries&amp;nbsp;Agreement,&amp;nbsp;SIOFA)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมในฐานะรัฐภาคี&amp;nbsp;โดยในการประชุมดังกล่าวได้มีองค์กร&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Deep&amp;nbsp;Sea&amp;nbsp;Conservation&amp;nbsp;Coalition,&amp;nbsp;DSCC&amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์การนอกภาครัฐ&amp;nbsp;(NGO)&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมในสถานะ&amp;nbsp;observer&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ผู้สังเกตการณ์การประชุม&amp;nbsp;ได้นำเสนอเอกสารที่มีสถานะเป็น&amp;nbsp;information&amp;nbsp;paper&amp;nbsp;ต่อที่ประชุม&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ&amp;nbsp;ความหลากหลายทางระบบนิเวศจากการทำประมงอวนลากในพื้นที่&amp;nbsp;Saya&amp;nbsp;de&amp;nbsp;Malha&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;โดยเรียกร้อง&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ให้ประเทศไทย&amp;nbsp;หยุดทำการประมงในบริเวณพื้นที่&amp;nbsp;Saya&amp;nbsp;de&amp;nbsp;Malha&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จนกว่าจะมีการประเมินสภาวะทรัพยากรและพัฒนามาตรการที่ปกป้อง&amp;nbsp;ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและชนิดสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ตลอดจนหญ้าทะเลในบริเวณดังกล่าวซึ่งในการประชุมครั้งนั้นประเทศไทยและภาคีสมาชิก&amp;nbsp;SIOFA&amp;nbsp;พิจารณาแล้วเห็นว่า&amp;nbsp;เป็นข้อเสนอที่มิได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือรองรับ&amp;nbsp;จึงไม่ได้รับมติเห็นชอบจากภาคีสมาชิก&amp;nbsp;SIOFA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากข้อเรียกร้องของ&amp;nbsp;DSCC&amp;nbsp;ดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;SIOFA&amp;nbsp;เห็นว่าการศึกษาผลกระทบการประมงต่อพื้นท้องทะเลเป็นเรื่องสำคัญและต้องใช้อ้างอิงในการบริหารจัดการประมงเชิงพื้นที่&amp;nbsp;จึงมีมติให้คณะกรรมการวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;ทำการศึกษาระบบนิเวศและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำประมงอวนลากในพื้นที่&amp;nbsp;Saya&amp;nbsp;de&amp;nbsp;Malha&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;ตามแผนงานที่วางไว้&amp;nbsp;โดยให้ใช้ระยะเวลาการศึกษา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และให้นำมาพิจารณาในการประชุมประจำปี&amp;nbsp;SC&amp;nbsp;ในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาภายหลังการประชุมสามัญประจำปีเมื่อเดือนกรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;SC&amp;nbsp;ได้ทำการศึกษาในเรื่องนี้&amp;nbsp;โดยได้ประสานงานกับกรมประมงมาเป็นระยะเพื่อขอรับข้อมูลการทำประมงของกองเรือประมงไทย&amp;nbsp;เพื่อประกอบการศึกษาวิเคราะห์ตามกระบวนงานและขั้นตอนของ&amp;nbsp;SIOFA&amp;nbsp;ที่กำหนดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กรมประมงยังได้ประสานแจ้งและร่วมดำเนินการกับผู้ประกอบการประมงนอกน่านน้ำไทย&amp;nbsp;และสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทยมาโดยตลอด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยล่าสุด&amp;nbsp;กรมประมงได้รับร่างรายงานผลกระทบจาก&amp;nbsp;SIOFA&amp;nbsp;ซึ่งจากการประเมินความเสี่ยงของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่เปราะบาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ในพื้นที่ทำประมงอวนลากบริเวณ&amp;nbsp;Saya&amp;nbsp;de&amp;nbsp;Malha&amp;nbsp;Bank&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีความเสี่ยงในระดับต่ำ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;และมีความเสี่ยงในระดับปานกลาง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ทั้งนี้ในรายงานระบุชัดเจนว่า&amp;nbsp;การทำประมงอวนลากไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่หญ้าทะเลแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ประเทศไทยยังคงให้ความร่วมมือกับ&amp;nbsp;SC&amp;nbsp;เพื่อศึกษาผลกระทบตามแผนงานที่วางไว้ต่อไป&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความชัดเจนของข้อมูล&amp;nbsp;และเป็นการแสดงให้ภาคีสมาชิก&amp;nbsp;SIOFA&amp;nbsp;เห็นถึงความมุ่งมั่นและจุดยืนของประเทศไทยในการบริหารจัดการประมงนอกน่านน้ำไทยอย่างยั่งยืนและปราศจากการทำประมงผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318214031563</Link_News></row>
<row _id="468"><NewsTitle>คณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย จังหวัดสตูล หารือแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยเกาะหลีเป๊ะ เพื่อเกิดการจัดการขยะอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พันจ่าเอกสาคร&amp;nbsp;สิทธิศักดิ์&amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดสตูล&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้มีการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยเกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp;เนื่องจากปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นบนเกาะหลีเป๊ะช่วงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายนของทุกปี&amp;nbsp;เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;(Low&amp;nbsp;Season)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;และช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤษภาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว&amp;nbsp;(High&amp;nbsp;Season)&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตันต่อวัน&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยมีจำนวนลดน้อยลงมากจึงทำให้ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยลดน้อยลง&amp;nbsp;แต่ปัจจุบันเริ่มมีนักท่องเที่ยวมากขึ้นทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย&amp;nbsp;(อบต.เกาะสาหร่าย)&amp;nbsp;ได้จ้างเหมาบริษัทกำจัดขยะมูลฝอยชุมชนเกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นผู้ดำเนินการจัดเก็บ&amp;nbsp;รวบรวม&amp;nbsp;คัดแยก&amp;nbsp;และขนส่งขยะมูลฝอยขึ้นฝั่งโดยใช้เรือบาร์จ&amp;nbsp;โดยโรงคัดแยกขยะมูลฝอยของบริษัทฯ&amp;nbsp;มีพื้นที่ตั้งอยู่บนเกาะหลีเป๊ะราว&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คัดแยกได้ร้อยละ&amp;nbsp;35-45&amp;nbsp;ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด&amp;nbsp;ในส่วนของขยะมูลฝอยที่เหลือจะนำส่งกำจัดบนฝั่งที่ศูนย์จำกัดขยะมูลฝอยแบบครบจรเทศบาลตำบลกำแพง&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ซึ่งรวมขยะอินทรีย์จำพวกเศษอาหาร&amp;nbsp;(เดิมมีระบบผลิตก๊าชชีวภาพ&amp;nbsp;ปัจจุบันชำรุด)&amp;nbsp;เฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ช่วงปกติขนย้ายเดือนละ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ส่วนช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวขนย้ายเดือนละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งแต่การจัดการขยะจากต้นทาง&amp;nbsp;ให้อบต.เกาะสาหร่าย&amp;nbsp;จัดหาภาชนะเพื่อรองรับขยะที่ถูกหลักวิชาการและเพียงพอ&amp;nbsp;ให้ผู้รับจ้างเพิ่มจำนวนครั้งในการจัดเก็บขยะมูลฝอยบนเกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีปริมาณขยะตกค้างในแต่ละวัน&amp;nbsp;และให้ออกข้อบัญญัติให้สถานประกอบการมีการคัดแยกขยะมูลฝอยออกจากขยะทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการจัดการขยะกลางทาง&amp;nbsp;ให้ใช้รถเก็บขนขยะมูลฝอย&lt;/strong&gt;ที่ถูกหลักวิชาการ&amp;nbsp;รวมถึงการขนส่งขยะมูลฝอยด้วยเรือบาร์จให้มีการปิดคลุมด้วยผ้าใบป้องกันการปลิวของขยะมูลฝอยและน้ำชะขยะมูลฝอยไหลลงสู่ทะเล&amp;nbsp;อีกทั้งให้เพิ่มการขนถ่ายขยะด้วยเรือบาร์จ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งต่อเดือน&amp;nbsp;ขณะที่การจัดการขยะปลายทาง&amp;nbsp;ให้เพิ่มศักยภาพสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยของเทศบาลตำบลกำแพง&amp;nbsp;ให้สามารถรองรับขยะมูลฝอยได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และให้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดระบบจัดการขยะมูลฝอยเกาะหลีเป๊ะครบวงจรให้แล้วเสร็จโดยเร็วด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318133805266</Link_News></row>
<row _id="469"><NewsTitle>หลายหน่วยงานในแม่ฮ่องสอน ปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่า ทำแนวกันไฟ ชิงเก็บลดเผา ลดจุดความร้อน ลดฝุ่นควัน PM2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลายหน่วยงาน&amp;nbsp;ร่วมปฏิบัติการลาดตระเวนดับไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะบนยอดดอยสูง&amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กำชับทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ&amp;nbsp;ทั้งการลาดตระเวนดับไฟป่า&amp;nbsp;การทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;การชิงเก็บลดเผา&amp;nbsp;เพื่อเป้าหมายลดจุดความร้อน&amp;nbsp;ลดฝุ่นควัน&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่ปริมาณจุดความร้อน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;225&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ขณะที่จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม-17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบจำนวน&amp;nbsp;2,281&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;681&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,369&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เมื่อคำนวณจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;ช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบจำนวน&amp;nbsp;1,614&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;502&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;927&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;142&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นค่าคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นค่าคุณภาพอากาศระดับปานกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318142301307</Link_News></row>
<row _id="470"><NewsTitle>คณะอนุกรรมการกำกับดูแลฯ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.แม่ฮ่องสอน ปี 6465 งวดที่ 4 เผย ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย (กิโลกรัมละ 8.50 บาท)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แจ้งประกาศคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp;เรื่องการกำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงประจำวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;(งวดที่&amp;nbsp;4)&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ที่มีวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ดความชื่นไม่เกิน&amp;nbsp;15.5&amp;nbsp;เปอร์เซ็น&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;9.72&amp;nbsp;การจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง&amp;nbsp;เมื่อคำนวณส่วนต่างจากราคาเป้าหมายกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงแล้ว&amp;nbsp;ราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในครั้งนี้สูงกว่าราคาเป้าหมาย&amp;nbsp;(กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.50&amp;nbsp;บาท)&amp;nbsp;จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนต่างให้แก่เกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144005325</Link_News></row>
<row _id="471"><NewsTitle>มทบ.32 ร่วมกับภาคีเครือข่าย เยี่ยมและให้กำลังใจชุมชนจิตอาสารักษาป่า ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายธนารัฐ&amp;nbsp;สายเทพ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;นางสาวดวงพร&amp;nbsp;เกียรติดำรง&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&amp;nbsp;นายจิระภัทร&amp;nbsp;กันธิยาใจ&amp;nbsp;หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่&amp;nbsp;ร่วมเดินทางพบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจพร้อมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณจุดสกัดไฟป่าของเหล่าจิตอาสาชุมชนบ้านใหม่พัฒนา&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลพิชัย&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ห่างชุมชนและเป็นจุดผ่านเข้าออกพื้นที่และบริเวณที่เกิดไฟป่ามากที่สุด&amp;nbsp;โดยจุดสกัดนี้มีนายสมเกียรติ&amp;nbsp;ยศปินตา&amp;nbsp;ประธานไฟป่าชุมชนบ้านใหม่พัฒนา&amp;nbsp;และจิตอาสาดับไฟป่าหมุนเวียนเฝ้ายาม&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เป็นประจำทุกวัน&amp;nbsp;นับเป็นมาตรการและได้รับความร่วมมือกับคนในชุมชนและบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;โดยทุกคนต่างรับทราบและปฏิบัติตามมาตรการพร้อมร่วมมือกันเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ซึ่งทำให้ปีที่ผ่านมีการลักลอบเผาป่าน้อยลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีไฟที่เกิดขึ้นที่ต้องให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือดูแลเพื่อมิให้เกิดผลกระทบกับชุมชนและคนลำปางต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบน้ำดื่ม&amp;nbsp;และน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณจุดสกัด&amp;nbsp;พร้อมทั้งนำแจกจ่ายตามบ้านเรือนของพี่น้องบ้านใหม่พัฒนาไว้ใช้บรรเทาความเดือดร้อน&amp;nbsp;ตามโครงการราษฎร์&amp;nbsp;รัฐ&amp;nbsp;ร่วมใจ&amp;nbsp;ช่วยภัยแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144231327</Link_News></row>
<row _id="472"><NewsTitle>องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ.ระยอง ร่วมกิจกรรมเก็บผักตบชวา และติดตั้งตาข่ายดักขยะในคลองสาธารณะ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธพล&amp;nbsp;องอาจอิทธิชัย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลองสวยน้ำใส&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เนื่องในวันท้องถิ่นไทย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เทศบาลตำบลน้ำคอก&amp;nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&amp;nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;รุ่งเรือง&amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;สุภาผล&amp;nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายประเชิญ&amp;nbsp;เห่งยี้&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเชิงเนิน&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;ขาวนวล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคอก&amp;nbsp;ผู้แทนบริษัทไออาร์พีซี&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน)&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าระยอง&amp;nbsp;และจิตอาสาชาวจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ร่วมโครงการฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีกิจกรรมเก็บผักตบชวา&amp;nbsp;และวัชพืช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก่อนนำผักตบชวามาทำเป็นปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตร&amp;nbsp;และการติดตั้งตาข่ายดักขยะเพื่อลดปริมาณขยะจากท่อระบายน้ำ&amp;nbsp;ก่อนไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ&amp;nbsp;สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;จัดขึ้นพร้อมกัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลองกะแมง&amp;nbsp;หลังหมู่บ้านศุภลัย&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.น้ำคอก&amp;nbsp;,คลองคา&amp;nbsp;บริเวณหนองตาโพธิ์&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;และบริเวณสะพาน&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;และแม่น้ำระยอง&amp;nbsp;บริเวณสะพานวัดบ้านดอน&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.เชิงเนิน&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมที่จัดขึ้น&amp;nbsp;เนื่องในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคมของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันท้องถิ่นไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทรงมีพระบรมราชโองการให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมขึ้น&amp;nbsp;เป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2448&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจปกครองส่วนท้องถิ่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&amp;nbsp;และถือเป็นการกำเนิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318135829287</Link_News></row>
<row _id="473"><NewsTitle>คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ มีมติเห็นชอบอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าสร้างคาร์บอนเครดิต พร้อมเตรียมเสนอ ครม.พิจารณาการลงนามปฏิญญากลาสโกว์ฯสัปดาห์หน้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติ&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบอนุญาตให้ภาคเอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าสร้างคาร์บอนเครดิต&amp;nbsp;พร้อมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาการลงนามปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินสัปดาห์หน้า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่าจากการประชุมคณะกรรมการป่าไม้แห่งชาติครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ที่มี&amp;nbsp;พลเอกประวิตรวงษ์&amp;nbsp;สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เป็นประธานได้มีมติเห็นชอบการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้เพื่อการปลูกสร้างสวนป่าภาคเอกชน&amp;nbsp;ถือเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกป่าเศรษฐกิจด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ทำให้การพัฒนาของประเทศไทยก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งด้านสังคม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยภาคเอกชนสามารถปลูกป่าได้ทั้งป่าบกและป่าชายเลนช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และสีเขียวให้กับประเทศที่ไม่ใช่การทำ&amp;nbsp;CSR&amp;nbsp;อีกต่อไป&amp;nbsp;แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;ที่สำคัญจะสร้างการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตของไทยตามนโยบายการขับเคลื่อนบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน&amp;nbsp;(Carbon&amp;nbsp;neutrality)&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2050&amp;nbsp;และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์&amp;nbsp;(Net&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Greenhouse&amp;nbsp;Gas&amp;nbsp;Emission)&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2065&amp;nbsp;ภายใต้กลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต&amp;nbsp;ขณะที่การลงนามปฏิญญากลาสโกว์ของผู้นำด้านป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินของประเทศไทยอยู่ระหว่างกระบวนขั้นตอนดำเนินงาน&amp;nbsp;โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาสัปดาห์หน้าจากนั้นจะสามารถลงนามได้ทันที&amp;nbsp;เพื่อใช้ขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการแสดงถึงการมีส่วนร่วมหยุดยั้งการสูญเสียป่าไม้และความเสื่อมโทรมของที่ดิน&amp;nbsp;สร้างความสมดุลระหว่างการปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;และรักษาไว้ซึ่งการบริการของระบบนิเวศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ที่ประชุมยังได้พิจารณาให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสามารถจำหน่ายไม้ของกลางได้ตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำรายได้เข้ารัฐ&amp;nbsp;จากเดิมที่ให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&amp;nbsp;(อ.อ.ป.)&amp;nbsp;จำหน่ายไม้ของกลางได้เพียงผู้เดียว&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาได้เก็บไม้ของกลางไว้จำนวนมากส่งผลให้ไม้ของกลางที่มีอยู่เกิดการเสื่อมสภาพและผุพัง&amp;nbsp;เพราะจำหน่ายไม้ไม่ทัน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318140054289</Link_News></row>
<row _id="474"><NewsTitle>ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าและหมอกควันอำเภอเด่นชัย สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่บริเวณทางหลวงสายเด่นชัย-ลำปาง&amp;nbsp;ก่อนถึงค่ายพระยาไชยบูรณ์&amp;nbsp;นายกองโท&amp;nbsp;อิสรา&amp;nbsp;สุขแจ่มใส&amp;nbsp;นายอำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวกหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลเด่นชัย&amp;nbsp;อำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;โดยมีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง&amp;nbsp;ทหารจากกองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;กองพลทหารม้าที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ค่ายพระยาไชยบูรณ์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ป่าไม้&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าไปปฏิบัติการดับไฟป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พวกหมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลเด่นชัย&amp;nbsp;ซึ่งพบว่ามีการลุกไหม้ในพื้นที่เขาสูงชัน&amp;nbsp;จึงต้องใช้กำลังเดินเท้าเข้าไปดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;นายกองโท&amp;nbsp;อิสรา&amp;nbsp;สุขแจ่มใส&amp;nbsp;นายอำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;ทางอำเภอไม่ได้นิ่งนอนใจและร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายได้เข้าไปทำการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;จนถึงวันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ได้จัดชุดเดินทางเข้าไปอีกและทำการสร้างแนวกันไฟป้องกันไฟลุกลามเป็นวงกว้าง&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ขอบคุณผู้หวังดีที่แจ้งเหตุ&amp;nbsp;ซึ่งทางราชการเข้าไปปฏิบัติงานอย่างเต็มที่&amp;nbsp;จะไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318144650337</Link_News></row>
<row _id="475"><NewsTitle>ชลประทาน 6 ยืนยัน ปีนี้อีสานน้ำมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร แต่ยังขอความร่วมมือให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชลประทานยืนยัน&amp;nbsp;ปีนี้อีสานน้ำมีเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคและการทำการเกษตร&amp;nbsp;แต่ยังขอความร่วมมือให้เกษตรกรใช้น้ำอย่างคุ้มค่าที่สุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จัดเวทีสื่อสารสถานการณ์น้ำและการเกษตรแก่ประชาชนผ่านสื่อสมัยใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดร.พรพิทักษ์&amp;nbsp;แม้นศิริ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำและเตรียมการรับมือภัยแล้งอีสานตอนบน&amp;nbsp;โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวประกอบด้วย&amp;nbsp;นายสมปอง&amp;nbsp;ฉ่ำกมล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นายดำรงฤทธิ์&amp;nbsp;หลอดคำ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;และนายชาญยุทธ&amp;nbsp;วันดี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;ผ่านรูปแบบออนไลน์&amp;nbsp;ระบบซูม&amp;nbsp;และออนไซต์&amp;nbsp;เพื่อสื่อสารไปยังประชาชนให้เข้าใจถึงสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งที่จะถึงและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการเพาะปลูกและราคาสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการเพาะปลูกในพื้นที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ถ่ายทอดการแถลงข่าวผ่าน&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;สำนักประชาสัมพันธ์เขต&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และถ่ายทอดเสียงผ่าน&amp;nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารถึงประชาชนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น&amp;nbsp;โดยภายในห้องประชุมมีสื่อมวลชนร่วมรับฟัง&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชนในเขตพื้นที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จังหวัดภาคอีสานตอนบน&amp;nbsp;ร่วมรับฟังผ่านโปรแกรม&amp;nbsp;zoom&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสมปอง&amp;nbsp;ฉ่ำกมล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำปีนี้ค่อนข้างดีเนื่องจากปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ขนาดกลางและขนาดเล็กทำให้ปีนี้ในช่วงแล้งจะสามารถส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเกษตรได้เต็มที่&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่นอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;สำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ยังได้เตรียมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันที&amp;nbsp;ในส่วนของน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคนั้นมั่นใจว่าไม่ขาดแคลนแน่นอน&amp;nbsp;เนื่องจากการประปาส่วนภูมิภาคทั้ง&amp;nbsp;48&amp;nbsp;แห่งทั่วภาคอีสาน&amp;nbsp;ยืนยันว่ามีน้ำเพียงพอในการแจกจ่ายให้ประชาชนอุปโภคโภคและบริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายดำรงฤทธิ์&amp;nbsp;หลอดคำ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวเพิ่มเติมว่าถึงแม้ว่าจะมีน้ำในการทำการเกษตรจำนวนมากเพียงพอตลอดหน้าแล้งแต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องขอความร่วมมือให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชตามความต้องการของตลาดเพื่อที่จะมีรายได้จากการเกษตรเต็มที่&amp;nbsp;เช่นหากปีนี้ราคาข้าวตกต่ำให้หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยที่มีราคาสูง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ถั่วเขียว&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายชาญยุทธ&amp;nbsp;วันดี&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดได้สำรวจตลาดที่จะรองรับผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งยืนยันว่ามีหลายจุดที่รับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;โดยเฉพาะพืชฤดูแล้งโดยสามารถสอบถามเพิ่มเติมไปยังตลาดโดยตรง&amp;nbsp;หรือโทรศัพท์สอบถามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้ในเวลาราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318163907453</Link_News></row>
<row _id="476"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 800 จุด โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;800&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงทำสถิติใหม่กว่า&amp;nbsp;7,600&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(17&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;852&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;337&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;228&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;157&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;71&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;225&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ติดต่อกัน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;110&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และแพร่&amp;nbsp;65&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมจุดความร้อนทั้งประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือภาค&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเบาบางเนื่องจากเกิดฝนตกในหลายพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,497&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,072&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,016&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และเชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;19&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบสูงถึง&amp;nbsp;7,631&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;852&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;393&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318150029362</Link_News></row>
<row _id="477"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดลำพูน มุ่งแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร อย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมคณะฯ&amp;nbsp;ผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการ&amp;nbsp;และติดตามสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตำบลแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;โดยมีนายภาษเดช&amp;nbsp;หงษ์ลดารมภ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และประชนชาวอำเภอแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการบรรยายสรุป&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;และความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตำบลแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนสำหรับการเพาะปลูก&amp;nbsp;ความจุ&amp;nbsp;2.67&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;โดยมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในเขตพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลโป่งทุ่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลแม่ลาน&amp;nbsp;อำเภอลี้&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ของประชาชน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;879&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในขอบเขตพื้นที่โครงการ&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจให้กับราษฎรและนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่โครงการฯ&amp;nbsp;ส่วนใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ดินที่อยู่ในเขตก่อสร้างมีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ราษฎร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp;นส.3ก.,&amp;nbsp;นส.2)ปัจจุบัน&amp;nbsp;อยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;รังวัดปักหลักเขตเป็นพื้นที่ป่าถาวร&amp;nbsp;ตามมติ&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;2484&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(พื้นที่กันออก)ขออนุญาตแล้ว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;(พร้อมดำเนินการก่อสร้าง&amp;nbsp;ได้ขอผ่อนผันการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ที่ขออนุญาตไปพลางก่อนตามมติ&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;2536)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการ&amp;nbsp;ภายใต้ภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;แก่ส่วนราชการ&amp;nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;และพบปะประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้น&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อย่างแน่นอน&amp;nbsp;พร้อมทั้งจะได้เร่งการดำเนินจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง&amp;nbsp;ภายในระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระหว่างปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2569&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำกินน้ำใช้&amp;nbsp;และเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318154226400</Link_News></row>
<row _id="478"><NewsTitle>กองการบิน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำอากาศยานขนน้ำดับไฟป่าในท้องที่ตอนใต้ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กองการบิน&amp;nbsp;สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำอากาศยาน&amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;ทำการขนน้ำแล้วทิ้งน้ำดับไฟป่า&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่อำเภอสบเมย&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ภายหลังจากที่สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยพบจุดความร้อนกระจายในทุกอำเภอ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;และอำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายธิติทัศน์&amp;nbsp;ฉลอม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า&amp;nbsp;นายมิตร&amp;nbsp;อุตมะ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร&amp;nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;นายลิขิต&amp;nbsp;ไหวพรม&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง&amp;nbsp;(เตรียมการ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้&amp;nbsp;ร่วมกันบินตรวจพื้นที่ป่าตามการปฎิบัติการบินบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในห้วงเวลาห้ามเผานับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;ในพื้นที่รับผิดชอบอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง&amp;nbsp;(เตรียมการ)&amp;nbsp;พบจุดไฟป่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;จัดให้มีการประชุมร่วมของเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;และวางแผนการจัดกำลังพลเข้าพื้นที่ในการดับไฟป่าตามพิกัดที่ได้จากการบินตรวจไฟป่า&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มอบหมายให้ชุดภาคพื้นดิน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;เข้าพื้นที่เพื่อดับไฟป่าตามพิกัดที่ได้จากการบินตรวจไฟป่า&amp;nbsp;ทำการดับไฟป่าแล้วเสร็จ&amp;nbsp;มีพื้นที่ถูกไฟเผาไหม้&amp;nbsp;จำนวนเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดว่าเป็นไฟที่เกิดมาจากพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านและลุกลามเข้ามาในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ไฟป่าเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็นส่วนใหญ่&amp;nbsp;และลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์คุณภาพอากาศจังหวัดแม่ฮ่องสอนวันนี้&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;ได้รายงานคุณภาพอากาศบริเวณตำบลจองคำ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ตรวจ&amp;nbsp;พบปริมาณฝุ่นละออง&amp;nbsp;ขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;146&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นละออง&amp;nbsp;ขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM10)&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;156&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;พบมีการลอบเผาป่าอย่างหนักในแทบทุกอำเภอ&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เป็นป่าในเทือกเขาสูงชัน&amp;nbsp;ยากต่อการดับไฟป่า&amp;nbsp;ทำให้ควันพิษปกคลุมเมืองหนาทึบไม่หยุด&amp;nbsp;จากการตรวจจุดความร้อน&amp;nbsp;(&amp;nbsp;Hotspot&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ด้วยดาวเทียม&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;จุดความร้อนที่แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พบจำนวน&amp;nbsp;255&amp;nbsp;จุดสูงสุดที่&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;67&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนรวม&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สวท.เชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318153559388</Link_News></row>
<row _id="479"><NewsTitle>อปท.ระยอง จัดกิจกรรมเก็บผักตบชวา และติดตั้งตาข่ายดักขยะในคลองสาธารณะ เนื่องในวันท้องถิ่นไทย ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยุทธพล&amp;nbsp;องอาจอิทธิชัย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลองสวยน้ำใส&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เนื่องในวันท้องถิ่นไทย&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เทศบาลตำบลน้ำคอก&amp;nbsp;เทศบาลตำบลเชิงเนิน&amp;nbsp;และภาคเอกชนในพื้นที่&amp;nbsp;มีนายสมชาย&amp;nbsp;รุ่งเรือง&amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายธวัชชัย&amp;nbsp;สุภาผล&amp;nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายธนโชค&amp;nbsp;พงษ์ชวลิต&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;นายประเชิญ&amp;nbsp;เห่งยี้&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลเชิงเนิน&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;ขาวนวล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลน้ำคอก&amp;nbsp;และผู้บริหารบริษัท&amp;nbsp;ไออาร์พีซี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ภายในงานมีกิจกรรมเก็บผักตบชวา&amp;nbsp;และวัชพืช&amp;nbsp;ติดตั้งตาข่ายดักขยะรวมทั้งการนำผักตบชวามาทำเป็นปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;เพื่อใช้ประโยชน์&amp;nbsp;โดยดำเนินกิจกรรมใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุดของแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมืองระยอง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลองจัด&amp;nbsp;บริเวณวัดน้ำคอกเก่า&amp;nbsp;ม.3&amp;nbsp;ต.น้ำคอก&amp;nbsp;คลองคา&amp;nbsp;บริเวณหนองตาโพธิ์&amp;nbsp;ม.1&amp;nbsp;และบริเวณสะพาน&amp;nbsp;ม.5&amp;nbsp;และแม่น้ำระยอง&amp;nbsp;บริเวณสะพานวัดบ้านดอน&amp;nbsp;ม.4&amp;nbsp;ต.เชิงเนิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมที่จัดขึ้น&amp;nbsp;เนื่องในวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;เป็นวันท้องถิ่นไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ที่ทรงมีต่อการปกครองท้องถิ่นไทย&amp;nbsp;ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายอำนาจปกครองส่วนท้องถิ่นให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&amp;nbsp;และถือเป็นการกำเนิดของการปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172225476</Link_News></row>
<row _id="480"><NewsTitle>ผวจ.นครศรีธรรมราช นำทีมลงพื้นที่ตรวจติดตามและป้องปรามการกักตุนและฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ อาหารสัตว์ ปุ๋ยเคมี และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่บริษัทเอฟเอ็มเอส&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตำบลช้างช้าย&amp;nbsp;อำเภอพระพรหม&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจติดตาม&amp;nbsp;ป้องปรามและชี้แจงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เพื่อป้องปรามการกักตุนและฉกฉวยโอกาสขึ้นราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;อาหารสัตว์&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การลงพื้นที่ในวันนี้&amp;nbsp;มีประเด็นสำคัญอยู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ให้คำแนะนำและขอความร่วมมือห้ามกักตุนสินค้า&amp;nbsp;และห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าทั้งในส่วนของวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;และปุ๋ย&amp;nbsp;นอกจากนั้นในการลงตรวจติดตามครั้งนี้ยังดูไปถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และการดำเนินการในส่วนของกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชจะดำเนินการใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ขั้นตอน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การบังคับใช้กฎหมาย&amp;nbsp;การป้องปราม&amp;nbsp;และการขอความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;บริษัทเอฟเอ็มเอส&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จะดูตั้งแต่วัตถุดิบต้นทางที่เข้ามามีอะไรบ้าง&amp;nbsp;นำมาจากที่ใด&amp;nbsp;ต้องเอาตัวเลขรายวัน&amp;nbsp;จดบันทึกและรายงานไปยังส่วนกลาง&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นภาพรวมของส่วนกลาง&amp;nbsp;ว่ามีวัตถุดิบอาหารสัตว์หรือปุ๋ย&amp;nbsp;ขายไปในพื้นที่ใดบ้าง&amp;nbsp;ซึ่งจำเป็นจะต้องมาดูที่โรงงานเป็นลำดับแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;เมื่อแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ที่จะออกจำหน่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะต้องรู้จำนวนที่ผลิตและออกจำหน่ายที่ใดบ้าง&amp;nbsp;จำหน่ายไปยังร้านค้าหรือเกษตรกรโดยตรง&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า&amp;nbsp;รวมทั้งการตรวจสอบเรื่องราคาสินค้า&amp;nbsp;กรณีโรงงานมีการขึ้นราคาสินค้า&amp;nbsp;จะต้องดูถึงความจำเป็นและความเหมาะสม&amp;nbsp;ที่สำคัญคือการไปดูที่หน้าร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กรณีโรงงานขึ้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่หน้าร้านฉวยโอกาสขึ้น&amp;nbsp;10-20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ด้วยเหตุผลอะไร&amp;nbsp;นี่คือการตรวจ&amp;nbsp;การช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยรัฐบาลได้ให้นโยบายที่ชัดเจนและเอาจริงเอาจังกับเรื่องดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ฉะนั้นกลไกที่สำคัญคือภาครัฐ&amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐบาลจะต้องจริงจัง&amp;nbsp;ในการลงมาตรวจในพื้นที่เพื่อให้เป็นการเริ่มต้น&amp;nbsp;ของความเข้าใจในการบูรณาการ&amp;nbsp;การกักตุนสินค้าไม่ได้ดูแค่ว่าสินค้ามีจำนวนมาก&amp;nbsp;ดูว่าสินค้าแจ้งไว้เข้ามาเท่าไหร่&amp;nbsp;มีจำนวนน้อยแต่ว่านำไปเก็บไว้ที่ไหนบ้าง&amp;nbsp;หรือบางครั้งแจ้งเผื่อไว้ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นความผิด&amp;nbsp;การขึ้นราคาสินค้านอกจากสมเหตุสมผลแล้ว&amp;nbsp;มีข้ออ้างต่างๆ&amp;nbsp;แล้วเจ้าหน้าที่ต้องดูว่าเป็นการฉวยโอกาส&amp;nbsp;หรือซ้ำเติมเกษตรกรหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องเกษตรกรว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐบาลห่วงใยและช่วยเหลือท่านอย่างจริงจัง&amp;nbsp;และขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการว่าโอกาสดังกล่าวเป็นโอกาสที่เราจะได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;จุรีรัตน์/ภาพ/18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318165554460</Link_News></row>
<row _id="481"><NewsTitle>กลุ่มเกษตรทำสวนยางฯ ตาชี จับมือ บริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ ฯ  ลงนาม MOU เพิ่มมูลค่ายางพาราไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ที่กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลตาชี&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;โครงการเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย&amp;nbsp;ระหว่างบริษัท&amp;nbsp;เอส.เค.โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายทรงวุฒิ&amp;nbsp;ดำรงกูล&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี,&amp;nbsp;น.ส.จรูญรัตน์&amp;nbsp;ธิรักษพันธ์&amp;nbsp;ผู้จัดการทั่วไป&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;เอส.เค.โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp;บุญวรรโณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;ธัชพงศ์&amp;nbsp;บัวนุช&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยานในการบันทึกข้อตกลงครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทรงวุฒิ&amp;nbsp;ดำรงกูล&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการร่วมกันส่งเสริมให้เกษตรกรมีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต&amp;nbsp;และการพัฒนาบุคลากรของสถาบันเกษตรกรอยู่ในระดับอุตสาหกรรม&amp;nbsp;อีกทั้งเพิ่มมูลค่าของยางธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการทำบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มเกษตรกร&lt;/strong&gt;ทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&amp;nbsp;และบริษัทเอส.เค.โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่ได้จัดทำสัญญาการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยางกั้นล้อรถยนต์ในที่จอดรถ&amp;nbsp;และยางปะรองท่อประปา&amp;nbsp;เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างประเทศได้เห็นถึงฝีมือของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสุรชัย&amp;nbsp;บุญวรรโณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่การยางแห่งประเทศไทยทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(สตูล&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เป็นที่น่ายินดีสำหรับกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีได้จัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา&amp;nbsp;กับบริษัท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เอส.เค&amp;nbsp;โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยฝีมือกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางจากจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ได้มีงานทำจากการผลิตผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318164523455</Link_News></row>
<row _id="482"><NewsTitle>กลุ่มเกษตรทำสวนยางฯ ตาชี จ.ยะลา จับมือ บริษัท เอส.เค.โพลีเมอร์ จำกัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทรงวุฒิ&amp;nbsp;ดำรงกูล&amp;nbsp;ประธานกลุ่มเกษตรกรทำสวนยาง&lt;/strong&gt;และผลิตภัณฑ์ยางตาชี&amp;nbsp;ได้ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับบริษัท&amp;nbsp;เอส.เค.โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภิรมย์&amp;nbsp;นิลทยา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานกล่าวเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายทรงวุฒิ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การทำบันทึกข้อตกลงครั้งนี้&lt;/strong&gt;เป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&amp;nbsp;และบริษัทเอส.เค.โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ที่ได้จัดทำสัญญาการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ด้วยกัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ยางกั้นล้อรถยนต์ในที่จอดรถ&amp;nbsp;และยางปะรองท่อประปา&amp;nbsp;การที่ได้จัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ในครั้งนี้เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชี&amp;nbsp;ได้ทำการติดต่อซื้อสารเคมีที่ใช้ทำการผลิตแท่งเบริเออร์&amp;nbsp;ที่ใช้ในโครงการส่งเสริมการใช้ยางของหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และได้มีการติดต่อกันมาตลอดทำให้บริษัทเอส.เค.โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ไว้วางใจให้กลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีผลิตยางกั้นล้อรถยนต์และยางรองปะท่อประปา&amp;nbsp;ให้บริษัท&amp;nbsp;เอส.เค&amp;nbsp;โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ทางกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีได้จัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา&amp;nbsp;และทางกลุ่มก็มีวัสดุ&amp;nbsp;อุปกรณ์ครบในการผลิต&amp;nbsp;ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนต่างประเทศได้เห็นถึงฝีมือของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ยะลาอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสุรชัย&amp;nbsp;บุญวรรโณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่การยางแห่งประเทศไทยทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(สตูล&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ก็เป็นที่น่ายินดีสำหรับกลุ่มเกษตรกรทำสวนยางและผลิตภัณฑ์ยางตาชีได้จัดทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพารา&amp;nbsp;กับบริษัท&amp;nbsp;เอส.เค&amp;nbsp;โพลีเมอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยฝีมือกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางจากจังหวัดยะลา&amp;nbsp;และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ได้มีงานทำจากการผลิตผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการยางแห่งประเทศไทยก็มีโครงการที่ช่วยเหลือ&lt;/strong&gt;พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางคือ&amp;nbsp;โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อนุมัติให้ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะทำงานได้มีการประชุมคณะกำหนดราคากลางอ้างอิง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมือวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ประชุมได้กำหนดราคากลางอ้างอิงการขายตามชนิดยางที่จะชดเชยโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในรอบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หรือเงินชดเชยครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แต่รอบนี้เกษตรกรจะไม่ได้รับเงินส่วนต่างชดเชยการประกันราคายาง&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทั้งสามชนิดไม่ว่าจะเป็น&amp;nbsp;ยางแผ่นดิบ&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;ไม่มีการชดเชยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการชดเชยของรอบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;แต่ยังมีรอบที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ของเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสุรชัย&amp;nbsp;บุญวรรโณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;โดยพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(สตูล&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;)&amp;nbsp;ได้รับอนุมัติจำนวนพื้นที่รวม&amp;nbsp;19,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&amp;nbsp;ดังนี้1.&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับเกษตรกรชาวสวนยางกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่2.&amp;nbsp;สวนยางมีอายุตั้งแต่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนขึ้นไป&amp;nbsp;ไม่ไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีต้นยางเฉลี่ยไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ต้นต่อไร3.&amp;nbsp;ต้องไม่เป็นสวนยางที่อยู่ระหว่างรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน4&amp;nbsp;.เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีเนื้อที่สวนยางที่ถือครองไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรท่านใดสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยสาขาใกล้บ้านนะครับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็เป็นโครงการดีๆ&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หนึ่งโครงการที่การยางแห่งประเทศไทยพยายามช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการระบาดและประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยางพาราที่ทำให้เกิดผลกระทบจากผลผลิตยางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำอาชีพสวนยาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318173408482</Link_News></row>
<row _id="483"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ตรวจวัดมลพิษอุตสาหกรรม ป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอิฐสราชัย&amp;nbsp;ลำพา&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายธรรมชัย&amp;nbsp;สุมา&amp;nbsp;วิศวกรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมตรวจวัดมลพิษอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ตามแผนการตรวจสถานประกอบการโรงงานที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอปราสาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การตรวจครั้งนี้เป็นการตรวจบูรณาการร่วมกับศูนย์วิจัย&lt;/strong&gt;และเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ซึ่งการตรวจครั้งนี้เป็นการกำกับดูแลป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ในการนี้เจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318172302477</Link_News></row>
<row _id="484"><NewsTitle>นครพนมเชิญชวนประชาชนสมัครเข้าร่วมโครงการโคกหนองนากับการผสมผสานความพอเพียงที่พร้อมก้าวสู่ความยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางเครือวัลย์&amp;nbsp;สุจริตตานันท์&amp;nbsp;เกษตรกรบ้านตาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลนาหว้า&amp;nbsp;อำเภอนาหว้า&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ได้เข้ามาสอบถามว่ามีใครสนใจที่จะทำโคกหนองนาบ้าง&amp;nbsp;ซึ่งขั้นแรกก่อนที่จะเริ่มทำก็จะมีการเตรียมหาปุ๋ยมาบำรุงดินก่อน&amp;nbsp;คือการไปหาฟางและมูลสัตว์มาทำปุ๋ยแห้ง&amp;nbsp;ปุ๋ยน้ำ&amp;nbsp;และน้ำหมักชีวภาพไว้ใช้ในการบำรุงดิน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่มาขุดแปลงให้&amp;nbsp;ก็เริ่มลงมือปลูกพืชได้เลย&amp;nbsp;ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำว่าควรปลูกต้นกล้วยก่อนเพราะจะทำให้พื้นที่มีความชุ่มชื้น&amp;nbsp;และมีน้ำในดินสามารถเลี้ยงพืชชนิดอื่นๆได้&amp;nbsp;จากนั้นก็ปลูกตะไคร้เพื่อยึดหน้าดินร่วมกับหญ้าแฝก&amp;nbsp;ซึ่งที่เราปลูกมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เรามีกินมีใช้และเมื่อเหลือก็จะมีขาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางเครือวัลย์&amp;nbsp;สุจริตตานันท์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตอนนี้ที่ขายก็จะมีพืช&amp;nbsp;ประเภทต้นหอม&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;ผักบุ้ง&amp;nbsp;และผักกาด&amp;nbsp;โดยจะมีร้านค้ามาสั่งเป็นประจำแม้จะมีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม&amp;nbsp;แต่ทุกคนจะชอบ&amp;nbsp;เพราะไม่มีพิษมีภัยต่อร่างกายเนื่องจากไม่ได้ใช้สารเคมี&amp;nbsp;จะใส่เพียงปุ๋ยทั่วไปแล้วก็รดน้ำเท่านั้น&amp;nbsp;ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ตอนนี้ยังไม่โตเต็มที่เท่าไหร่จึงยังไม่ได้ขาย&amp;nbsp;ซึ่งจากการทำมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนพบว่าน้ำในบ่อมีไม่เพียงพอก็ได้คิดหาวิธีอื่นมาแก้ไข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยวางแผนว่าจะเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติมจากนั้น&lt;/strong&gt;จะใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วย&amp;nbsp;แต่อาจารย์ที่ปรึกษาได้ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อจะเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น&amp;nbsp;จึงได้ชะลอแผนตัวนี้ไปก่อนเพื่อรอดูว่าปีถัดไปน้ำจะมากน้อยขนาดไหน&amp;nbsp;ดังนั้นในตอนนี้การปลูกพืชจึงมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พื้นที่บางส่วนเคยมีเห็ดเกิดขึ้นมาก็จะมีการหาวิธีปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมเพื่อให้เห็ดเกิดมากขึ้น&amp;nbsp;จะได้เป็นอีกหนึ่งช่องทางของแหล่งอาหาร&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ก็มีการหาพืชชนิดอื่นๆ&amp;nbsp;มาปลูกเพิ่มเติมเพราะถือเป็นช่วงแรกที่เราเริ่มทำโคกหนองนา&amp;nbsp;เริ่มบำรุงดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้คือจะปลูกผสมผสานกันทุกอย่าง&lt;/strong&gt;ที่เป็นพืช&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;สูง&amp;nbsp;เตี้ย&amp;nbsp;เรี่ยดิน&amp;nbsp;และใต้ดิน&amp;nbsp;รวมถึงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่เพิ่มด้วย&amp;nbsp;เพราะเราจะต้องอยู่ตรงนี้ไปอีกนาน&amp;nbsp;ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคภัยไข้เจ็บไปไหนมาไหนไม่ได้เราก็จะมีอยู่มีกินอย่างพอเพียงตอนนี้คนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นแปลงโคกหนองนา&amp;nbsp;ก็มีการเข้ามาสอบถามและขอดูอยู่เรื่อย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เราก็เชิญให้เข้ามาดูมาชมและเรียนรู้&amp;nbsp;สิ่งไหนที่เป็นความรู้ที่ให้ได้เราก็พร้อมถ่ายทอดต่อ&amp;nbsp;รวมถึงแนะนำช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมอื่นๆ&amp;nbsp;ให้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318175558494</Link_News></row>
<row _id="485"><NewsTitle>ชาวนา ?อ.ชุมพวง? จังหวัดนครราชสีมา ?เปลี่ยนนาปลูกพืชผัก?สวนครัว?โกยเงินแสนช่วงหน้าแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโกวิทย์&amp;nbsp;เพียรแก้ว&amp;nbsp;เกษตรอำเภอชุมพวง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลชุมพวง&amp;nbsp;ได้ออกสำรวจและเยี่ยมเยียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่บ้านชุมพวงธารทอง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตำบลชุมพวง&amp;nbsp;อำเภอชุมพวง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายพีระ&amp;nbsp;หมายดี&amp;nbsp;และนางนิว&amp;nbsp;กายตะคุ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่นามาปลูกพืชฤดูแล้งเพื่อสร้างรายได้?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายพีระ&amp;nbsp;หมายดี&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนพื้นที่นามาปลูกมะระจีน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เก็บขาย&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วัน/ครั้ง&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ขายได้ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท/การเก็บเกี่ยว?1?ครั้ง&amp;nbsp;โดยส่งขายที่ตลาดสุระนคร&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมาและตลาดไท&amp;nbsp;กรุงเทพมหานครส่วนนางนิว&amp;nbsp;กายตะคุ&amp;nbsp;มีพื้นที่จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อยู่ติดกับพื้นที่นายพีระ&amp;nbsp;หมายดี&amp;nbsp;ปลูกแคตาลูป&amp;nbsp;ถั่วฝักยาว&amp;nbsp;แตงกวา&amp;nbsp;บวบเหลี่ยม&amp;nbsp;โดยปลูกแคนตาลูป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำหน่าย&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมจำหน่ายทั้งแปลงได้มีรายได้ประมาณ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;97,000&amp;nbsp;ต่อรอบการปลูก&amp;nbsp;ปลูกถั่วฝักยาวพื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ขายในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เก็บขายวันละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;รายได้จากการขายถั่วฝักยาววันละประมาณ&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปลูกบวบเหลี่ยม&amp;nbsp;ในพื้นที่รวมกับถั่วฝักยาว&amp;nbsp;เก็บจำหน่าย&amp;nbsp;วันละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายโกวิทย์?&amp;nbsp;เพียรแก้ว?&amp;nbsp;เกษตรอำเภอชุมพวง?&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา?&amp;nbsp;กล่าวว่า?&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรกรทั้ง?2?&amp;nbsp;ราย?&amp;nbsp;ถือเป็นต้นแบบ?&amp;nbsp;ให้เกษตรกรรรายอื่น?&amp;nbsp;ในการแบ่งพื้นทีานาบางส่วน?&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกพืชหน้าแล้ง?&amp;nbsp;หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว?นาปี?&amp;nbsp;?&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรทั้ง?&amp;nbsp;2?&amp;nbsp;ราย?&amp;nbsp;ได้ทำการเปลี่ยนพื้นที่นาปลูกพืชหน้าแล้ง?&amp;nbsp;มาประมาณ?&amp;nbsp;2?ปี?&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวแทนการทำนาซึ่งเป็นอาชีพหลักของเกษตรกร&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชตระกูลแตง&amp;nbsp;ตระกูลถั่ว&amp;nbsp;พืชไม้เลื้อย&amp;nbsp;และพืชอายุสั้นที่สามารถให้ผลผลิตได้ไวทันต่อการออกจำหน่ายสู่ตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเฉพาะพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ดีทั้งยังลงทุนน้อยให้ผลผลิตไวมีรายได้หมุนเวียนชัดเจน&amp;nbsp;และยังสามารถบรรเทาค่าใช้จ่ายในครอบครัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ในการปลูกกินเหลือขายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318184437504</Link_News></row>
<row _id="486"><NewsTitle>สุพรรณบุรีเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง สูบน้ำ ผันน้ำ ทอยน้ำ ผ่านคลองผ่าโลก สานฝันอาชีพเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่สระน้ำสาธารณะบ้านหนองสานแตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลทะเลบก&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;สูบน้ำ&amp;nbsp;ผันน้ำ&amp;nbsp;ทอยน้ำ&amp;nbsp;ผ่านคลองผ่าโลก&amp;nbsp;สานฝันอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลทะเลบก&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ประชาชนชาวตำบลทะเลบก&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พื้นที่ตำบลทะเลบก&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;เป็นพื้นที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลักและอยู่นอกเขตชลประทาน&amp;nbsp;ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;ปัจจุบันน้ำในบ่อน้ำสาธารณะต่างๆ&amp;nbsp;มีปริมาณลดน้อยลง&amp;nbsp;ทำให้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;และน้ำเพื่อการปศุสัตว์&amp;nbsp;ในปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนกระเสียวมีปริมาณน้ำเต็มปริมาณความจุของเขื่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;(นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประสานงานกับคณะกรรมการ&amp;nbsp;JMC&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาจัดสรรน้ำให้สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าด่านช้างของกรมชลประทาน&amp;nbsp;เพื่อสูบน้ำช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไซ&amp;nbsp;และอำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลทะเลบก&amp;nbsp;ที่ประสบปัญหาแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;เพื่อบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุข&amp;nbsp;และสานฝันให้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่รอคอยวันนี้มาเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธีรยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์ดิษฐวงษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ปภ.เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการปฏิบัติงานขุดลอกเปิดทางน้ำคลองผ่าโลก&amp;nbsp;เป็นระยะทาง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;นับจากสถานีสูบน้ำแจงงาม&amp;nbsp;อ.หนองหญ้าไซ&amp;nbsp;ถึงแยกหนองสานแตร&amp;nbsp;ต.ทะเลบก&amp;nbsp;อ.ดอนเจดีย์&amp;nbsp;โดยเมื่อมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนกระเสียว&amp;nbsp;อ.ด่านช้าง&amp;nbsp;มวลน้ำจะใช้เวลาประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ชั่วโมงในการเดินทางมาถึงแยกหนองสานแตร&amp;nbsp;จากนั้นจะไหลเข้าสู่สระน้ำสาธารณะในพื้นที่&amp;nbsp;ต.ทะเลบก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.สระกระโจม&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งรองรับปริมาตรน้ำได้รวม&amp;nbsp;752,800&amp;nbsp;ลบ.ม.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะมีการผันน้ำจากเขื่อนกระเสียวผ่านคลองผ่าโลกมาถึง&amp;nbsp;ต.ทะเลบก&amp;nbsp;อ.ดอนเจดีย์&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรใช้ปลูกพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;พริก&amp;nbsp;แฟง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และทำปศุสัตว์&amp;nbsp;เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp;ไก่&amp;nbsp;แพะ&amp;nbsp;แกะ&amp;nbsp;โดยขอความร่วมมืองดทำนา&amp;nbsp;เนื่องจากต้องใช้น้ำจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;ได้กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการครั้งนี้ให้สำเร็จลุล่วง&amp;nbsp;ก่อนจะกดปุ่มปล่อยน้ำที่สูบจากคลองผ่าโลกเข้าสู่สระหลวงหนองสานแตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเปิดการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;สูบน้ำ&amp;nbsp;ผันน้ำ&amp;nbsp;ทอยน้ำ&amp;nbsp;ผ่านคลองผ่าโลก&amp;nbsp;สานฝันอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp;ในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318193320518</Link_News></row>
<row _id="487"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11   ตรวจสอบหาแหล่งที่มาของน้ำเสียที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำสาธารณะ จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบัญชา&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อหาแหล่งที่มาหรือจุดระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษที่ระบายลงสู่คลองโกรกกระสังข์&amp;nbsp;ตำบลหนองสรวง&amp;nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจสอบพบจุดลักลอบระบายน้ำเสียออกจากโรงงานอุตสาหกรรม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และลานตากมันสำปะหลัง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;แต่ได้มีการถมดินปิดกั้นทางระบายบริเวณที่จะไหลลงสู่คลองโกรกกระสังข์แล้ว&amp;nbsp;ตรวจวัดคุณภาพน้ำภาคสนามของน้ำทิ้งที่ระบายออกจากลานตากมันสำปะหลังจำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ขณะที่มีฝนตก&amp;nbsp;พบว่ามีค่าของแข็งละลายในน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;(TDS)&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,020&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1,409&amp;nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร&amp;nbsp;และน้ำทิ้งในทางระบายน้ำใกล้กับบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&amp;nbsp;มีค่าของแข็งละลายในน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;(TDS)&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;1,918&amp;nbsp;มิลลิกรัม/ลิตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่ลักลอบระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะดังกล่าว&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318202554545</Link_News></row>
<row _id="488"><NewsTitle>เกษตรพังงา จัดอบรมหลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประคอง&amp;nbsp;อุสาห์มัน&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพังงา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา&amp;nbsp;จัดอบรมหลักสูตรพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวทีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงยิมศูนย์ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา&amp;nbsp;อำเภอเมืองพังงา&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;แปลงเรียนรู้การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ศพก.เครือข่าย&amp;nbsp;อำเภอทับปุด&amp;nbsp;จังหวัดพังงาและเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะอำเภอทับปุด&amp;nbsp;(สวนไผ่บุตรนาคและโรงสีปู่เจ้า)&amp;nbsp;ตำบลทับปุด&amp;nbsp;อำเภอทับปุด&amp;nbsp;จังหวัดพังงา&amp;nbsp;เป้าหมายประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่ที่คัดเลือกจากอำเภอต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จากอำเภอและผู้ดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/strong&gt;และสัญจรศึกษาดูงานร่วมกันของเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายระดับจังหวัด&amp;nbsp;และให้เกษตรกรรุ่นใหม่วางแผนอนาคต&amp;nbsp;สรุปและประเมินผลการเรียนรู้&amp;nbsp;พร้อมทั้งประเมินคุณสมบัติของ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;โดยการประเมินตนเองหลังการเรียนรู้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-18T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พังงา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220318221759569</Link_News></row>
<row _id="489"><NewsTitle>ปศุสัตว์ลำปาง เตือนภัยโรคระบาดสัตว์จากแมลงพาหะในช่วงฤดูร้อนและอากาศแปรปรวน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายศร&amp;nbsp;ธีปฏิมากร&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน&amp;nbsp;ประกอบกับมีสภาพอากาศที่แปรปรวน&amp;nbsp;เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกรรโชกแรง&amp;nbsp;และมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่&amp;nbsp;อาจส่งผลทำให้สัตว์เกิดความเครียด&amp;nbsp;อ่อนแอ&amp;nbsp;และมีโอกาสติดเชื้อต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้ง่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ลักษณะภูมิอากาศดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;จึงมีโอกาสที่จะพบการระบาดของโรคที่มาจากแมลงพาหะเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และเกิดการแพร่กระจายของโรคไปในวงกว้างได้&amp;nbsp;โดยโรคที่มักจะเกิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โรค&amp;nbsp;"ลัมปี&amp;nbsp;สกิน"&amp;nbsp;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;โรคกาฬ&amp;nbsp;โรคแอฟริกา&amp;nbsp;และโรคโลหิตจาง&amp;nbsp;ในม้า&amp;nbsp;รวมถึงโรคพยาธิในเลือดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โรคเซอร่า&amp;nbsp;โรคแอนาพลาสมา&amp;nbsp;โรคไข้เห็บ&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์อย่างมากได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์จึงขอความร่วมมือเกษตรกรหรือเจ้าของสัตว์ในการดำเนินการป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;กำจัด&amp;nbsp;หรือลดปริมาณแมลงพาหะนำโรค&amp;nbsp;โดยการใช้สารกำจัดแมลงพาหะด้วยวิธีการฉีดพ่นบริเวณคอก&amp;nbsp;หรือสถานที่พักอาศัยของสัตว์&amp;nbsp;ร่วมกับการใช้ยาฉีดพ่น&amp;nbsp;หรือราดหลัง&amp;nbsp;หรือหยดบนตัวสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;รวมทั้งการปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;หรือแหล่งรวมสัตว์&amp;nbsp;ไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง&amp;nbsp;หรือแหล่งเพาะพันธุ์แมลง&amp;nbsp;ทำความสะอาดฆ่าเชื้อคอกสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ไม่ให้มีอุจจาระ&amp;nbsp;ปัสสาวะ&amp;nbsp;หมักหมม&amp;nbsp;ควรเก็บอุจจาระไว้ในสถานที่ป้องกันแมลง&amp;nbsp;และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;รวมทั้งเฝ้าระวังและสังเกตอาการของสัตว์ทุกวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ&amp;nbsp;หรือแสดงอาการป่วย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ม้า&amp;nbsp;ลา&amp;nbsp;ล่อ&amp;nbsp;แสดงอาการ&amp;nbsp;ซึม&amp;nbsp;มีไข้&amp;nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&amp;nbsp;38.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส)&amp;nbsp;กินอาหารลดลง&amp;nbsp;มีอาการบวมน้ำบริเวณขมับ&amp;nbsp;หรือคอ&amp;nbsp;ตาแดงอักเสบ&amp;nbsp;ชัก&amp;nbsp;หรือกระวนกระวายคล้ายอาการเสียดท้อง&amp;nbsp;ส่วนในโค-กระบือ&amp;nbsp;หากพบสัตว์แสดงอาการซึม&amp;nbsp;มีไข้&amp;nbsp;(อุณหภูมิมากกว่า&amp;nbsp;39.5&amp;nbsp;องศาเซลเซียส)&amp;nbsp;ไม่กินอาหาร&amp;nbsp;มีตุ่มนูนตามผิวหนัง&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์&amp;nbsp;แจ้งเจ้าหน้ากรมปศุสัตว์ได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่&amp;nbsp;หากไม่สะดวกสามารถโทรแจ้งมายังสายด่วนกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;06-3225-6888&amp;nbsp;หรือแจ้งผ่าน&amp;nbsp;Application&amp;nbsp;DLD&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;ได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการตรวจสอบ&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือและควบคุมโรคโดยทันที&amp;nbsp;และหากพบสัตว์ป่วยที่แสดงอาการสงสัยด้วยโรคระบาดข้างต้น&amp;nbsp;ห้ามทำการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากฟาร์มโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไปยังท้องที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ควรจะเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามยานพาหนะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะรถรับซื้อสัตว์&amp;nbsp;รถอาหารสัตว์&amp;nbsp;รถรับซื้อมูลสัตว์&amp;nbsp;เข้าภายในฟาร์มโดยเด็ดขาด&amp;nbsp;หากจำเป็น&amp;nbsp;ต้องทำการฆ่าเชื้อยานพาหนะจากภายนอกทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม&amp;nbsp;หรือสถานที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;รวมถึงควบคุมแมลงพาหะด้วยสารกำจัดแมลงที่อาจมากับยานพาหนะดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;และงดการนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค&amp;nbsp;ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ของโรคเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากกรณีเกษตรกรนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควรมีการกักแยกสัตว์ออกจากฝูงเพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย&amp;nbsp;28&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งกางมุ้งกันแมลงหรือใช้สารกำจัดแมลงเพื่อควบคุมแมลงพาหะอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอเน้นย้ำให้เกษตรกร&amp;nbsp;หรือเจ้าของสัตว์ดูแลสัตว์ของตนเอง&amp;nbsp;โดยการให้น้ำและอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้พอเพียงกับสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง&amp;nbsp;มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ดี&amp;nbsp;รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการของสัตว์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ป้องกันสัตว์ของตนเองไม่ให้สัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จะนำโรคเข้าฟาร์ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ยานพาหนะต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สัตว์ที่นำเข้ามาเลี้ยงใหม่&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319081824593</Link_News></row>
<row _id="490"><NewsTitle>วราวุธ  กำชับคุมเข้ม-เฝ้าระวังพร้อมยกระดับการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงมี.ค.-เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กำชับคุมเข้ม-เฝ้าระวังพร้อมยกระดับการแก้ปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมแก้ปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ปีนี้ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;บริเวณศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;(ส่วนหน้า)&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้เน้นแก้ปัญหาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนด้วยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องผ่านกลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;และแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สื่อสาร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เผชิญเหตุ&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมษายนนี้ขอให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดยยกระดับการทำงานเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;แก้ปัญหาและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;พร้อมให้ใช้บทเรียนที่ผ่านมาเป็นองค์ความรู้กำหนดแผนงานและการปฏิบัติการเพื่อเกิดผลสำเร็จนำไปสู่การป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอให้ศูนย์ปฏิบัติการฯกำกับการวางกลยุทธ์การป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;และดับไฟป่า&amp;nbsp;พร้อมเคลื่อนย้ายกำลังพลสนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานอย่างสูงสุด&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;และการพยากรณ์ปัญหาฝุ่นละอองล่วงหน้า&amp;nbsp;ควบคู่กับให้&amp;nbsp;ทสจ.&amp;nbsp;ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ปภ.&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ประกาศระดับจังหวัดช่วงห้ามเผา&amp;nbsp;หรืองดเว้นการเผาป่า&amp;nbsp;เผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;เผาขยะ&amp;nbsp;และเผาวัชพืชข้างทาง&amp;nbsp;หรือการเผาในพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;พร้อมบทลงโทษตามกฎหมาย&amp;nbsp;แล้วขอความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่และทำความเข้าใจกับเครือข่ายและประชาชนทุกช่องทาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มคนเผาป่าให้เกิดจิตสำนึก&amp;nbsp;มีความเข้าใจ&amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวัง&amp;nbsp;สอดส่องดูแลและแจ้งจับผู้กระทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับปัญหาหมอกควันข้ามแดนได้ให้กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ประสานประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดดำเนินการตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการบรรจุเป้าหมายลดจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ในอาเซียนร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พร้อมให้ชี้แจงและขอความร่วมมือเรื่องหมอกควันข้ามแดนในเวทีการประชุมต่างๆด้วย&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ทสจ.&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวถึงสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคมว่า&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;71&amp;nbsp;จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;เมื่อแยกจุดความร้อนตามการใช้ประโยชน์ที่ดินพบ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบนเกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่าเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ&amp;nbsp;86&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนล่างเกิดจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เมื่อเปรียบเทียบจุดความร้อนสะสมในอนุภูมิภาคแม่โขง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เมียนมา&amp;nbsp;กัมพูชา&amp;nbsp;ไทย&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;กลับพบว่าประเทศไทยมีจำนวนจุดความร้อนลดลงมากที่สุด&amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;พบค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือลดลงร้อยละ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;และจำนวนวันที่มีค่า&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐาน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319093804604</Link_News></row>
<row _id="491"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;พร้อมเร่งบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;และแม่กลอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;และภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ชลบุรี&amp;nbsp;137&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;120&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และเพชรบุรี&amp;nbsp;115&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,436&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,515&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;และแม่กลอง&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานได้ปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคมปรับลดการระบายน้ำจากอัตราวันละ&amp;nbsp;15.72&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เหลืออัตราวันละ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ทดยกระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวรเตรียมส่งน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นอัตราวันละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำในอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;3.02&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;4.32&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากอัตราเฉลี่ยวันละ&amp;nbsp;3.87&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นอัตราวันละ&amp;nbsp;4.32&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;ลุ่มน้ำท่าจีน&amp;nbsp;ควบคุมการรับน้ำเข้าพื้นที่&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;รับน้ำเข้าคลองจรเข้สามพันในอัตรา&amp;nbsp;350&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;โดยลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนผ่านประตูระบายน้ำสองพี่น้องในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;และรับน้ำคลองท่าสารในอัตรา&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำท่าจีนผ่านประตูระบายน้ำบางปลา&amp;nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;และเปิดรับน้ำผ่านคลองพระยาบรรลือ&amp;nbsp;อัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;ลำเลียงน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;โดยสูบน้ำหรือเปิดระบายน้ำที่สถานีสิงหนาท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&amp;nbsp;แล้วปรับเพิ่มในอัตราไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ลุ่มน้ำแม่กลอง&amp;nbsp;แผนการระบายน้ำเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนวชิราลงกรณ&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ระบายน้ำในอัตรารวมวันละ&amp;nbsp;521&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319100345605</Link_News></row>
<row _id="492"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในแม่ฮ่องสอนกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง และต.แม่คง อ.แม่สะเรียง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319102348606</Link_News></row>
<row _id="493"><NewsTitle>ค่าฝุ่นภาคเหนือตอนบนเกินมาตรฐาน แนะผู้ปกครองในพื้นที่ประสบปัญหาช่วงปิดเทอม ดูแลเด็กเลี่ยงทำกิจกรรมกลางแจ้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายแพทย์สุวรรณชัย&amp;nbsp;วัฒนายิ่งเจริญชัย&amp;nbsp;อธิบดีกรมอนามัย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ยังคงพบเกินมาตรฐานในจังหวัดภาคเหนือตอนบนอย่างต่อเนื่องใน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เชียงราย&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;ลำปาง&amp;nbsp;ลำพูน&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp;และตาก&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้งการเผาป่าเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลจองคำ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดที่&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;มีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นอยู่เกินมาตรฐานสูงสุด&amp;nbsp;19&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;(สีแดง)&amp;nbsp;สูงถึง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;โดยเฉพาะเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp;โดยองค์การอนามัยโลกประมาณการณ์ว่า&amp;nbsp;เด็กอายุ&amp;nbsp;05&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั่วโลก&amp;nbsp;เสียชีวิตปีละกว่า&amp;nbsp;570,000&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่&amp;nbsp;อีกทั้งเด็กจะมีอัตราการหายใจมากกว่าผู้ใหญ่&amp;nbsp;และมักเล่นอยู่กลางแจ้ง&amp;nbsp;หากอยู่ใกล้แหล่งกำเนิด&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;อาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ&amp;nbsp;ระบบหัวใจและหลอดเลือด&amp;nbsp;รวมถึงกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก&amp;nbsp;ซี่งการเจ็บป่วยตั้งแต่วัยเด็ก&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยแบบเรื้อรังตลอดในช่วงวัยผู้ใหญ่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากฐานข้อมูลเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(HDC)&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุขในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีรายงานจำนวนเด็กอายุ&amp;nbsp;0-9&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;27,550&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ช่วงนี้เด็กปิดเทอม&amp;nbsp;จึงขอพ่อแม่&amp;nbsp;ผู้ปกครอง&amp;nbsp;ควรตรวจสภาพอากาศทุกวันหากฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐานควรเปลี่ยนให้เด็กทำกิจกรรมในบ้านแทน&amp;nbsp;ลดการออกนอกอาคาร&amp;nbsp;สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น&amp;nbsp;ปิดประตูหน้าต่าง&amp;nbsp;กินอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;หากเด็กมีอาการผิดปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ระคายเคืองผิวหนัง&amp;nbsp;แสบตา&amp;nbsp;แสบจมูก&amp;nbsp;น้ำมูกไหล&amp;nbsp;ไอ&amp;nbsp;คอแห้ง&amp;nbsp;เจ็บคอ&amp;nbsp;หายใจลำบาก&amp;nbsp;อึดอัดแน่นหน้าอก&amp;nbsp;ปวดศีรษะ&amp;nbsp;คลื่นไส้&amp;nbsp;และอาเจียน&amp;nbsp;ให้รีบพาไปพบแพทย์&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมอนามัยได้จัดทำชุดข้อมูลความรู้ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพสำหรับเด็กเล็ก&amp;nbsp;ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์กรมอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319114708637</Link_News></row>
<row _id="494"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือ 400 จุด โดยพบสูงสุดแม่ฮ่องสอน ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงกว่า 5,500 จุด ส่งผลกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเหลือ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(18&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;470&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;204&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;142&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;61&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;31&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;234&amp;nbsp;จุดติดต่อกัน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แพร่&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนมีจำนวนลดลงในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;แต่พื้นที่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจายตัวอยู่มากวันนี้พบ&amp;nbsp;336&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,571&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,408&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,058&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้ทางตอนบนของพื้นที่ภาคเหนือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ยังอยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดอื่นๆโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือการท่องเที่ยวได้ตามปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;วันวันนี้พบสูง&amp;nbsp;5,578&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;470&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;330&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319103829609</Link_News></row>
<row _id="495"><NewsTitle>ขนส่งมุกดาหาร ชวนประชาชนนำรถไปตรวจวัดค่าควันดำ ช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;ชวนประชาชนนำรถยนต์ไปตรวจสอบวัดค่าควันดำรถให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;ช่วยลดฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสาวณิราวรรณ&amp;nbsp;ปัญสุทธิ์&amp;nbsp;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ประกาศกำหนดมาตรฐานค่าวัดควันดำของรถยนต์&amp;nbsp;โดยปรับเกณฑ์เมื่อตรวจวัดค่าควันดำของรถด้วยเครื่องวัดควันดำระบบกระดาษกรองจากเดิมสูงสุดไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เป็นไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;และตรวจวัดค่าควันดำด้วยเครื่องวัดควันดำระบบความทึบแสงจากเดิมสูงสุดไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;เป็นไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รถที่เสี่ยงมีค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;สังเกตรถเริ่มมีคราบเขม่าควันดำบริเวณท้ายรถ&amp;nbsp;รถที่มีการใช้งานหนักหรือรถเก่าที่ไม่ได้ดูแล&amp;nbsp;หรือสังเกตจากการเร่งเครื่องแล้วมีควันดำออกมา&amp;nbsp;จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้ใช้รถ&amp;nbsp;ร่วมรณรงค์ลดฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;และปลอดภัยแก่สุขภาพ&amp;nbsp;โดยสามารถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดและสถานตรวจสภาพรถเอกชนทุกแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319113045620</Link_News></row>
<row _id="496"><NewsTitle>จังหวัดแพร่ ระดมกำลังดับไฟป่า ลดจุดความร้อนและหมอกควันเขตป่าสงวนแม่พวก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดแพร่ได้ตรวจพบจุดความร้อนจากการตรวจสอบของดาวเทียมระบบ&amp;nbsp;VIRS&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแพร่&amp;nbsp;พบจุดความร้อนในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่พวก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ในท้องที่บ้านห้วยกูด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลเด่นชัย&amp;nbsp;และท้องที่บ้านฮ้านน้ำหม้อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลห้วยไร่&amp;nbsp;อำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&amp;nbsp;จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่นำโดยนายจีระ&amp;nbsp;ทรงพุฒิ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาขาแพร่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายนพดล&amp;nbsp;ใจกลม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้แพร่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายปรีชา&amp;nbsp;โตมี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายกองโท&amp;nbsp;อิสรา&amp;nbsp;สุขแจ่มใส&amp;nbsp;นายอำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ปลัดอำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารม้าที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และเครือข่ายความร่วมมือในการควบคุมไฟป่าบ้านห้วยกูด&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;บ้านปากจั๊วะ&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลเด่นชัย&amp;nbsp;อำเภอเด่นชัย&amp;nbsp;ร่วมกันดำเนินการดับไฟป่า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;หลังจากควบคุมไฟได้แล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่พวกในท้องที่บ้านห้วยกูด&amp;nbsp;ถูกไฟไหม้ประมาณ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในท้องที่บ้านฮ้านน้ำหม้อ&amp;nbsp;พื้นที่ถูกไฟไหม้ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าสาเหตุเกิดจากการจุดไฟเพื่อเก็บหาของป่า&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319112631613</Link_News></row>
<row _id="497"><NewsTitle>จังหวัดกำแพงเพชร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และ ธ.ก.ส สนับสนุน สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) กำแพงเพชร จำกัด ยกระดับการตลาดนำการผลิตร่วมกับผู้ประกอบการในรูปแบบพันธสัญญา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;โครงการตลาดนำการผลิตร่วมกับผู้ประกอบการในรูปแบบพันธสัญญาสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ระหว่างสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงโคนม&amp;nbsp;และบริษัทผู้ส่งออกมันเส้นสะอาด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดกลางการเกษตรสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลมหาชัย&amp;nbsp;อำเภอไทรงาม&amp;nbsp;จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;การสร้างเครือข่าย&amp;nbsp;ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และช่องทางการตลาดในการขายผลผลิตมันสำปะหลัง&amp;nbsp;และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์&amp;nbsp;ในการรองรับผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นการส่งเสริมขับเคลื่อนการบริหารจัดการสินค้าเกษตร&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนร่วมกันแบบบูรณาการของส่วนงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ภายใต้ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาของจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;การพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ตามนโยบายของกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;และแหล่งเงินทุนจาก&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอัชฌา&amp;nbsp;สุวรรณนิตย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;ขันติวิริยะกุล&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)&amp;nbsp;และนายสุวิทย์&amp;nbsp;สันตติวงศ์ไชย&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซื้อ-&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;มันเส้นสะอาดระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตและรวบรวมมันสำปะหลังในจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;กับเครือข่ายสหกรณ์โคนมและผู้ประกอบการเอกชนผู้ส่งออกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;โดยมีนายภูมิ&amp;nbsp;เกลียวศิริกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;สาขาภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;และนางสาวไพรินทร์&amp;nbsp;สุขเล็ก&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ร่วมเป็นสักขีพยาน&amp;nbsp;มีเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรผู้เลี้ยงโคนม&amp;nbsp;และบริษัทผู้ส่งออกมันเส้นสะอาด&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กมิตรภาพ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กพัฒนานิคม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กสวนมะเดื่อ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมพัฒนานิคม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมลำพูน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมผาตั้ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์โคนมเทพสถิต&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ทาปิโอกา&amp;nbsp;อินเตอร์&amp;nbsp;คอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผู้ส่งออกมันเส้นสะอาดไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;มูลค่าการ&amp;nbsp;ซื้อ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;17,040&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;136.795&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่การผลิต&amp;nbsp;7,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนสินเชื่อภายใต้โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมมันสำปะหลังและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;วงเงินสินเชื่อรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;134&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กำแพงเพชร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319120510651</Link_News></row>
<row _id="498"><NewsTitle>สรุปสถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาปฏิบัติการในทะเล&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SPRC&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หยุดการปฏิบัติงานเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้หยุดพักและเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;โดยในวันนี้บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการปฏิบัติงานขั้นตอนการฉีดซีลแลนท์ที่บอลวาล์ว&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;มุ่งมั่นดำเนินงานด้วยวิธีปฏิบัติที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของฝ่ายปฏิบัติการ&amp;nbsp;ชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;และความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมที่อยู่โดยรอบในทุกขั้นตอนของปฏิบัติการ&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วยเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;โดยดำเนินการบินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ตลอดแนวห่างจากชายฝั่ง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;โดยสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการปฏิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-เรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-มีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-มีการใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;เก็บหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;เก็บทาร์บอลปริมาณเล็กน้อยซึ่งได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ตามขั้นตอน&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้ทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;และมีการไถพรวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;เก็บตัวอย่างน้ำ&amp;nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จากร้านป้ายาถึงลานหินขาว&amp;nbsp;ทุกจุด&amp;nbsp;ค่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือสรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;และกลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,793&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;79.9&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;1,188&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;18.3&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,981&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;98.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างการเจรจา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส่วนด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และการปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปฎิบัติการในทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปฎิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงมีเรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงมีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงมีการใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;เก็บหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;เก็บทาร์บอล&amp;nbsp;และมีการไถพรวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#SPRC&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319122749656</Link_News></row>
<row _id="499"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกิจกรรม The Pitch: From Local Economy  to Economy  ปั้นฝัน จากเศรษฐกิจฐานราก สู่เศรษฐกิจโลก ยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องกัญญลักษณ์&amp;nbsp;เอบี&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โรงแรมโฟร์วิงส์&amp;nbsp;สุขุมวิท&amp;nbsp;26&amp;nbsp;กทม.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.อาณัติ&amp;nbsp;หุ่นหลา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางอุไร&amp;nbsp;กาลปักษ์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;The&amp;nbsp;Pitch:&amp;nbsp;From&amp;nbsp;Local&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Economy&amp;nbsp;ปั้นฝัน&amp;nbsp;จากเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;สู่&amp;nbsp;เศรษฐกิจโลก&amp;nbsp;กิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการชั้นสูง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;จัดโดย&amp;nbsp;กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน&amp;nbsp;กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจและบริการให้กับกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ตลอดจนสามารถบริหารจัดการธุรกิจ&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;และกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;สามารถเชื่อมโยงธุรกิจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินงานธุรกิจเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนตำบลแหลมผักเบี้ย&amp;nbsp;อำเภอบ้านแหลม&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จ้อปู&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ชุมชนบ้านน้ำทรัพย์&amp;nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เซตทองม้วน&amp;nbsp;และ3.&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เซตสามข้าว&amp;nbsp;ทุกกลุ่ม&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณต่อเนื่องในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;มีการนำเสนอปัญหาวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขปัญหาของเพชรบุรีทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;โดยการขอสนับสนุนโครงการเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;อีกทั้งได้รับโอกาสในการเชื่อมต่อด้านการตลาดโดยตรงกับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ทำให้มีการติดต่อซื้อขาย&amp;nbsp;เช่นผลิตภัณฑ์ข้าว&amp;nbsp;ของวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม&amp;nbsp;อำเภอบ้านลาด&amp;nbsp;ผู้ประการ&amp;nbsp;ติดต่อการซื้อขายข้าวขาวเพื่อส่งออกไปประเทศโปแลนด์&amp;nbsp;ครั้งละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;(&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;20-24&amp;nbsp;ตัน)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่องทางการตลาดในการขับเคลื่อนเพชรบุรีโมเดล&amp;nbsp;ด้านข้าว&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้มีการเชื่อมโยงร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เพื่อพัฒนากลุ่มและยกระดับธุรกิจของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สร้างโอกาสดีๆ&amp;nbsp;กับกลุ่ม&amp;nbsp;ได้รับโอกาสเป็นโครงการต่อเนื่องในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ได้รับโอกาสเป็นโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาของแต่ละกลุ่ม&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการตลาดของกลุ่ม&amp;nbsp;ได้โอกาสในการขับเคลื่อนเพชรบุรี&amp;nbsp;และได้เครือข่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319130658665</Link_News></row>
<row _id="500"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา ผ้าศรีมะดัน อ.อุทุมพรพิสัย ส่งเสริมภาคเกษตรมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ อยู่ดีกินดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โคกหนองนาพาสุข&amp;nbsp;บ้านสวนเงินเงิน&amp;nbsp;บ้านรังแร้ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดัน&amp;nbsp;บ้านรังแร้ง&amp;nbsp;มีกิจกรรมประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;การเปิดตลาดประชารัฐของชมรมโคกหนองนา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;กิจกรรมการเดินแบบผ้าไหม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;เยี่ยมชมและให้กำลังใจผู้ประกอบการและเกษตรกรที่นำผลผลิต&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่ายในตลาดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลผลิตไข่มดแดงตามวิถีชาวบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงโคกหนองนาพาสุข&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บ้านสวนเงินเงิน&amp;nbsp;ตั้งอยู่เลขที่&amp;nbsp;101&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;มีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีนายบุญเลิศ&amp;nbsp;แสงดี&amp;nbsp;เป็นเจ้าของได้เสียสละสถานที่พร้อมปัจจัยต่างๆ&amp;nbsp;ให้อำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;ร่วมกับชมรมโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ผ้าศรีมะดันบ้านรังแร้ง&amp;nbsp;ใช้สถานที่จัดตลาดแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนมีสถานที่จำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;อยู่ดี&amp;nbsp;กินดี&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp;และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป&amp;nbsp;ทั้งนี้ตลาดจะเปิดทุกวันศุกร์ในช่วงเย็น&amp;nbsp;การดำเนินกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019(COVID-19)&amp;nbsp;โดยเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมี&amp;nbsp;นางสาวชนมณัฐ&amp;nbsp;รอดบุญธรรม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางสาววริศรา&amp;nbsp;โสภาค&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายสุพิชัย&amp;nbsp;หล่าสกุล&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายศราวุธ&amp;nbsp;ทรงโฉม&amp;nbsp;นายอำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรังแร้ง&amp;nbsp;รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการอำเภออุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319131338669</Link_News></row>
<row _id="501"><NewsTitle>วราวุธ กำชับเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่แม่ฮ่องสอนอย่างเข้มข้น หลังช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจุดความร้อนสูงติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กำชับเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;หลังช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจุดความร้อนสูงติดต่อกันหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมการแก้ปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;พร้อมร่วมทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;"ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา"&amp;nbsp;บริเวณอุทยานแห่งชาติสาละวิน&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;สูงติดต่อกันหลายวันในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือจนกระทบประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ยังได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองแม่ฮ่องสอนช่วงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคมฝุ่นละอองมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้กำชับให้เฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควันในแม่ฮ่องสอนอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น&amp;nbsp;ควบคู่กับรณรงค์สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมกับประชาชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะกลุ่มคนจุดไฟเผาป่าที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;และกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบทั้งประชาชนและภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ&amp;nbsp;พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับกลุ่มผู้กระทำผิดที่ฝ่าฝืนเผาป่าช่วงห้ามเผาที่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอนได้ออกประกาศ&amp;nbsp;ห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319143921690</Link_News></row>
<row _id="502"><NewsTitle>กรมประมงจับมือเกษตรกรพลิกฟื้นกุ้งไทย ให้มีคุณภาพปลอดภัย เพื่อก้าวไกลสู่ความยั่งยืนในงาน วันกุ้งจันท์ ครั้งที่ 26</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดงาน&amp;nbsp;"วันกุ้งจันท์"&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ภายใต้หัวข้อ&amp;nbsp;พลิกฟื้นกุ้งไทย&amp;nbsp;คุณภาพปลอดภัย&amp;nbsp;ก้าวไกลสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;นับเป็นการเปิดเวทีให้ผู้เกี่ยวข้องในวงการอุตสาหกรรมกุ้งทะเลทุกภาคส่วนได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการ&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรม&amp;nbsp;รวมถึงกลยุทธ์ทางด้านการตลาด&amp;nbsp;โดยกรมประมงพร้อมจะร่วมสนับสนุนและผลักดันให้เกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดและกลับมาผงาดในเวทีโลกได้อีกครั้ง&amp;nbsp;ตามที่ได้วางเป้าหมายในการเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีผลผลิตปริมาณ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ภายใต้บริบทความท้าทายของปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกษตรกรเผชิญอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเชื่อมั่นว่า&amp;nbsp;ประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังมีข้อได้เปรียบทางประสบการณ์และความสามารถของพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเล&amp;nbsp;ประกอบกับการมีเทคโนโลยีเลี้ยงกุ้งที่ทันสมัย&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ผลผลิตกุ้งทะเลของไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้นได้ตามที่คาดการณ์ไว้&amp;nbsp;อีกทั้งในด้านการแปรรูปและส่งออก&amp;nbsp;ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปของไทยมีศักยภาพสูงในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์กุ้งทะเล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก&amp;nbsp;โดยกรมประมงจะเน้นส่งเสริม/ควบคุมกระบวนการผลิตสินค้ากุ้งทะเลทั้งระบบ&amp;nbsp;ให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตให้เป็นไปตามระบบสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานมีการสัมมนาในหัวข้อที่น่าสนใจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อนาคตอุตสาหกรรมกุ้งไทย&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;การบริหารความเสี่ยงในการเลี้ยงกุ้งด้วยวูก้า&amp;nbsp;(VUCA)&amp;nbsp;แนวทางการผลิตให้ตรงทิศทางตลาดกุ้งไทย&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กุ้งโลก&amp;nbsp;การประยุกต์ผลงานวิจัยปรับใช้ในการเลี้ยงจริง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185639762</Link_News></row>
<row _id="503"><NewsTitle>กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.กำแพง สำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรบริเวณพื้นที่ปกปักบริเวณโรงเรียนบ้านท่าแลหลา เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;สำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรบริเวณพื้นที่ปกปักบริเวณโรงเรียนบ้านท่าแลหลา&amp;nbsp;เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางสำลี&amp;nbsp;ลัคนาวงศ์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรบริเวณพื้นที่ปกปักของโรงเรียนบ้านท่าแลหลา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลกำแพง&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมสอบถามข้อมูลจากนายมูฮอฟฟัล&amp;nbsp;ยาหมาย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าแลหลา&amp;nbsp;เกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ตามคำแนะนำของคณะกรรมการงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น&amp;nbsp;(อบต.กำแพง)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการอนุรักษ์พันธุ์พืชในพื้นที่ตำบลกำแพงให้เกิดเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เริ่มต้นขึ้นราวปีพุทธศักราช&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สถาบันต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่มีหน้าที่ในการศึกษาพืชพรรณต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และบุคคลที่สนใจได้มีโอกาสปฏิบัติงานที่ศึกษาพืชพรรณต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่มีอยู่จำนวนมากในประเทศไทย&amp;nbsp;ได้ศึกษาวิธีการทางวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;ได้รวบรวมเป็นหลักฐานไว้&amp;nbsp;และเพื่อเป็นสื่อในระหว่างสถาบันต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;บุคคลต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่ทำการศึกษาให้สามารถ&amp;nbsp;ร่วมใช้ฐานข้อมูลเดียวกัน&amp;nbsp;เพื่อให้การศึกษาไม่ซ้ำซ้อน&amp;nbsp;สามารถที่จะดำเนินการ&amp;nbsp;ไปก้าวหน้าเป็นประโยชน์ในทางวิชาการได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319170104732</Link_News></row>
<row _id="504"><NewsTitle>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ปกท.ทส.)&amp;nbsp;และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ&amp;nbsp;ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยวันนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีค่าคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;110&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานมาแล้ว&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ขณะที่ในพื้นที่&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;มีค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;95&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เกืดเกณฑ์มาตรฐานมาแล้ว&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;ในการป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จากนั้นมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตลอดจนมอบเสบียงอาหาร&amp;nbsp;และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และเครือข่ายอุทยานแห่งชาติสาละวิน&amp;nbsp;จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ร่วมกันทำแนวกันไฟและกิจกรรมชิงเก็บลดเผา&amp;nbsp;กะทบชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ในช่วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;ซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดทางภาคเหนือ&amp;nbsp;ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เริ่มส่งผลกระทบด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้กำชับให้ยกระดับการทำงานเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไข&amp;nbsp;และควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในทุกมิติ&amp;nbsp;โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ&amp;nbsp;สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดอย่างเต็มที่&amp;nbsp;ให้ศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;ทส.&amp;nbsp;(ส่วนหน้า)&amp;nbsp;กำกับการวางกลยุทธ์ป้องกัน&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;และดับไฟป่า&amp;nbsp;การเคลื่อนย้ายสรรพกำลัง&amp;nbsp;การประสานงานสนธิกำลังกับหน่วยงานท้องถิ่นและท้องที่อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;และดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานอย่างสูงสุด&amp;nbsp;รวมถึงการเตรียมพร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือทุกประเภท&amp;nbsp;ให้อยู่ในสภาพดี&amp;nbsp;พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา&amp;nbsp;ตลอดจนระดมเครือข่ายประชาชนในพื้นที่ในสังกัดกระทรวงฯ&amp;nbsp;สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังให้รณรงค์สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มุ่งเน้นทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ทั้งกลุ่มคนจุดไฟเผาป่า&amp;nbsp;ที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างความเข้าใจ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ทั้งประชาชน&amp;nbsp;และภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;nbsp;โดยไม่ขัดต่อข้อกฎหมายและระเบียบปฏิบัติ&amp;nbsp;พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับกลุ่มผู้กระทำผิดที่ฝ่าฝืนเผาป่าในช่วงห้ามเผา&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้มีการออกประกาศ&amp;nbsp;ห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงมาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ก.พ.-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เม.ย.2565&amp;nbsp;รวมถึงจังหวัดอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ยังให้ขยายการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนเร่งดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัท&amp;nbsp;SCG&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ทส.&amp;nbsp;เพื่อการบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบครบวงจร&amp;nbsp;มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์&amp;nbsp;จูงใจพี่น้องประชาชนในการให้ความร่วมมือเก็บเชื้อเพลิงไปใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ตลอดจนใช้บทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นองค์ความรู้ในการกำหนดแผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ&amp;nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาหมอกควันให้ได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำถึงความห่วงใยและการให้ความสำคัญของรัฐบาล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;ด้วยการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผ่านกลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;แผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สื่อสาร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เผชิญเหตุ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สื่อสาร&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;และแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองล่วงหน้า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;บรรจุในแผน&amp;nbsp;ปภ.จังหวัด&amp;nbsp;ขยายผลการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการเก็บขน&amp;nbsp;(ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา)&amp;nbsp;ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทั้งในพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชน&amp;nbsp;พื้นที่ริมทาง&amp;nbsp;และประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;Burn&amp;nbsp;Check&amp;nbsp;ในการลงทะเบียนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เร่งรัดขับเคลื่อนโครงการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;ป่าชายเลน&amp;nbsp;และป้องกันไฟป่า&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;(ศอญ.)&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายและอาสาสมัคร&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด&amp;nbsp;และพลังงานทางเลือกเพื่อลดปัญหา&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เผชิญเหตุ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เพิ่มความเข้มงวดควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดทั้งจากยานพาหนะ&amp;nbsp;และภาคอุตสาหกรรมในเขตเมืองและเขตอุตสาหกรรม&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าธรรมชาติ&amp;nbsp;และกำหนดตัวชี้วัดร่วม&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน&amp;nbsp;และขยายหมู่บ้านคู่ขนานชายแดน&amp;nbsp;ภายใต้กรอบคณะกรรมการชายแดน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319161446717</Link_News></row>
<row _id="505"><NewsTitle>สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรม ป่าชายเลนบ้านเรา ปลูกจิตสำนึกฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ป่าชายเลนบ้านเรา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณพื้นที่ชุมชนและป่าชายเลน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลสทิงหม้อ&amp;nbsp;อำเภอสิงหนคร&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดเวทีเสวนา&amp;nbsp;สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในระดับพื้นที่อยู่มีส่วนร่วม&amp;nbsp;พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;ปลูกป่าชายเลน&amp;nbsp;เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;ยุทธนา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มีหน้าที่สงวน&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;และพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การจัดการการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัคสงขลา&amp;nbsp;จึงมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบและดำเนินการในการป้องกันดูแลรักษาและพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น&amp;nbsp;การส่งเสริมเผยแพร่และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยการบูรณาการการดำเนินงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดลงขลามีพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50,220.01&amp;nbsp;ไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นป่าชายเลนคงสภาพจำนวน&amp;nbsp;17,178.75&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่ป่าชายเลนลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากมีการเปลี่ยนพื้นที่เพื่อทำการเกษตร&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยการปลูกหรือฟื้นฟูสภาพป่า&amp;nbsp;สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลน&amp;nbsp;และสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ป่าชายเลน&amp;nbsp;กำหนดพื้นที่ในการใช้ประโยชน์&amp;nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เนื่องจากป่าชายเลนมีประโยชน์นานัปการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เป็นแหล่งอาหาร&amp;nbsp;แหล่งอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์หลากหลายชนิด&amp;nbsp;ป้องกันหน้าดินพังทลายบริเวณชายฝั่งทะเล&amp;nbsp;ป้องกันภัยธรรมชาติที่จะส่งผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของประชากร&amp;nbsp;เป็นแหล่งตึกษาธรรมชาติ&amp;nbsp;และลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลสทิงหม้อ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอสิงหนคร&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่มีการทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ&amp;nbsp;ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงของสถานที่&amp;nbsp;เนื่องจากการใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ขาดการบำรุงดูแลรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีความทรุดโทรม&amp;nbsp;ไม่เป็นระเบียบ&amp;nbsp;มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มีขยะทะเล&amp;nbsp;การลดลงพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อให้มีการอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟูของสภาพพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;มีความเป็นระเบียบของสถานที่&amp;nbsp;เหมาะแก่การใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์&amp;nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;จึงกำหนดจัดกิจกรรมป่าชายเลนบ้านเราเพื่อสร้างเครือข่ายในการอนุรักษ์&amp;nbsp;ฟื้นฟู&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลสทิงหม้อ&amp;nbsp;อำเภอสิงหนคร&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริม&amp;nbsp;สนับสนุน&amp;nbsp;และขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สวท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319163007721</Link_News></row>
<row _id="506"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ เพิ่มความเข้มงวดการห้ามรับซื้อทองแดงจากการเผาและห้ามเผาสายไฟในที่โล่งเด็ดขาด หลังพบก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดอันตรายจากสารเคมีต่อสุขภาพประชาชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพิ่มความเข้มงวดการห้ามรับซื้อทองแดงจากการเผาและห้ามเผาสายไฟในที่โล่งเด็ดขาด&amp;nbsp;หลังพบก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดอันตรายจากสารเคมีต่อสุขภาพประชาชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;ยังคงให้ความสำคัญการแก้ปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ทำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งจัดการฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดมลพิษ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการก่อมลพิษก่อนเกิดปัญหา&amp;nbsp;ซึ่งจากการติดตามการประกอบกิจการถอดแยกซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเอาวัสดุมีค่าไปขายในหลายจังหวัด&amp;nbsp;พบการเผาซากผลิตภัณฑ์และเศษวัสดุที่เหลือจากการคัดแยก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สายไฟ&amp;nbsp;จอภาพแอลซีดี&amp;nbsp;เศษพลาสติก&amp;nbsp;โฟมฉนวนตู้เย็น&amp;nbsp;ยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ทั้งฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์&amp;nbsp;ก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์&amp;nbsp;ก๊าซฟอสจีน&amp;nbsp;และสารไดออกซิน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ถอดแยกและประชาชนในชุมชนที่จะได้รับก๊าซพิษ&amp;nbsp;หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย&amp;nbsp;และการรับสัมผัสต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;จะทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายและเป็นสารก่อมะเร็ง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การเผาสายไฟขนาดเล็กในซากผลิตภัณฑ์เพื่อคัดแยกทองแดงที่ส่วนใหญ่ประชาชนจะรวบรวมไปเผาในบ่อขยะหรือตามที่รกร้าง&amp;nbsp;แล้วทองแดงที่คัดแยกได้จะถูกขายให้ร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่และส่งต่อไปยังร้านรับซื้อของเก่ารายใหญ่ก่อนขายให้กับโรงหลอมและโรงงานรีไซเคิลทองแดง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;กระทรวงทรัพย์ฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เทศบาลในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผู้ประกอบกิจการร้านรับซื้อของเก่า&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ศูนย์รับซื้อทองแดง&amp;nbsp;โรงหลอมและโรงงานรีไซเคิลทองแดง&amp;nbsp;ได้ร่วมกันหาแนวทางร่วมกันแก้ปัญหาการเผาสายไฟขนาดเล็ก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ได้ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและให้ประกอบกิจการถอดแยกอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ให้&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;รวมชุมชนและผู้ประกอบการขนาดเล็กจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนและสนับสนุนเครื่องจักรบดย่อยสายไฟเพื่อใช้คัดแยกทองแดงแทนการเผา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ให้ประชาสัมพันธ์ถึงอันตรายที่เกิดจากการเผาสายไฟและขยะอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ห้ามการเผาสายไฟในที่โล่งอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ให้ผู้ประกอบกิจการร้านรับซื้อของเก่าและโรงงานรีไซเคิลทองแดง&amp;nbsp;ส่งขายทองแดงที่ได้จากการเผาที่รับซื้อหรือมีครอบครองไว้ภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;และให้ยกเลิกการรับซื้อทองแดงที่ได้จากการเผาอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;ผู้ที่มีสายไฟขนาดเล็กให้ระบายไปสู่โรงงานหลอมทองแดง&amp;nbsp;หลังจากนี้จะตรวจบังคับใช้กฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ภาพรวมทุกภาคส่วนเห็นด้วยและพร้อมให้ความร่วมมือตามแนวทางดังกล่าว&amp;nbsp;แล้วจะร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;เพื่อแสดงเจตนารมย์ร่วมกับ&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;เนื่องจากผู้เผาสายไฟจะมีความผิดหลายกฎหมาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พระราชบัญญัติการสาธารณสุข&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่&amp;nbsp;ส่วนผู้ที่รับซื้ออาจมีความผิดที่สนับสนุนการกระทำความผิดจะมีโทษทั้งจำคุก&amp;nbsp;หรือการปรับ&amp;nbsp;จึงขออยากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือและร่วมกันในป้องกันและควบคุมการคัดแยกทองแดงจากสายไฟให้เป็นไปอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;สิ่งสำคัญไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319154036703</Link_News></row>
<row _id="507"><NewsTitle>วัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาพุ่ง เนื้อสัตว์ ไข่ กระทบแน่  รัฐงัดมาตรการรับมือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้าวสาลีและข้าวโพด วัตถุดิบหลักผลิตอาหารสัตว์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว &lt;/strong&gt;เนื่องจากมีความต้องการใช้สูง และเมื่อเกิดเหตุรัสเซียบุกยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. เป็นต้นมา ราคาข้าวสาลีและข้าวโพด ได้ปรับราคารขึ้นอีกมาก โดย ข้าวสาลีเพิ่ม 60%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าวโพดเพิ่ม 17% เพราะทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ เฉพาะข้าวสาลีรวมกันประมาณ 30%&amp;nbsp;ส่วนข้าวโพดรวมกันประมาณ 19% ของการส่งออกทั่วโลก แต่เมื่อเกิดการสู้รบ การปลูก การผลิตและการส่งออกในยูเครนแทบหยุดชะงัก ส่วนรัสเซียก็ถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก การค้าขายธัญพืช 2ชนิดนี้กับรัสเซียทำได้ยากขึ้น ปริมาณวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ในตลาดส่งออกโลกจึงน้อยลงอีก รวมทั้งราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนในการขนส่งสินค้าพุ่งสูง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ราคาวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แนวโน้มราคาเพิ่มสูง ไทยยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศราคาข้าวสาลี ข้าวโพด เพิ่มขึ้น&lt;/strong&gt;หลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ข้าวสาลีพุ่งสูงขึ้นตีเป็นเงินบาทไทยอยู่ในอัตรา 12.75 บาท/กก. จากราคา 8.91 บาท/กก. เมื่อปี 2564 ขณะที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จาก 6-8 บาท/กก. มาอยู่ที่ 11-12 บาท/กก. และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกตามทิศทางตลาดโลก โดยปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าข้าวสาลีประมาณ 17 ล้านตัน ส่วนใหญ่นำเข้าจากยูเครน แต่ขณะนี้ยูเครนประสบภัยสงคราม การส่งออกน้อยลงมากและเป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้นำเข้าไทยจึงจำเป็นต้องหาประเทศแหล่งนำเข้าใหม่มาทดแทนท่ามกลางราคาในตลาดโลกที่เพิ่มสูง ซึ่งข้าวโพดก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน แต่ระดับของปัญหาอาจน้อยกว่าข้าวสาลี เพราะมีความต้องการนำเข้าน้อยกว่า ไม่เกิน 3 ล้านตัน/ปี อีกทั้งยังมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศให้ได้ใช้สอยพอควร รวมทั้งยังสามารถนำเข้าบางส่วนจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่ม กระทบผู้เลี้ยง-ผู้บริโภค&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สถานการณ์ด้านราคาล่าสุด วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 4,000บาท/ตัน ส่งผลให้ราคาอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องแบกรับราคาต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับราคาจำหน่ายสินค้าจากสัตว์ขึ้น โดยเริ่มเห็นราคาสินค้าบางตัวปรับขึ้นแล้ว เช่น ไข่ไก่คละขนาดหน้าฟาร์มในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ เพิ่มขึ้นฟองละ 30 สตางค์ จาก 2.90 บาท เป็น 3.20 บาท ขณะที่ เนื้อหมู ไก่ ปลา ราคายังทรงตัว แต่ก็มีแนวโน้มปรับขึ้นสูง เมื่อผลผลิตรอบใหม่ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ที่ราคาสูงขึ้นออกสู่ตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ภาครัฐเร่งแก้ปัญหา บรรเทาความเดือดร้อน&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลจากการประชุมร่วมระหว่างปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตัวแทนสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย&amp;nbsp;ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ไก่เนื้อ สุกร และไก่ไข่ ได้เห็นชอบให้ยกเลิกใช้มาตรการ 3 ต่อ1 หรือ มาตรการซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วนต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ซึ่งหมายความว่าเมื่อมีการยกเลิกมาตรการนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าข้าวสาลีได้มากขึ้น จากแหล่งต่างๆ ทั่วโลกโดยไม่มีข้อจำกัด และมีเพียงพอที่จะนำมาผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการยกเลิกใช้มาตรการ 3 ต่อ 1 นี้อยู่ภายใต้เงื่อนไข ต้องนำเข้าข้าวสาลี ในปริมาณที่กำหนด ได้ถึงวันที่ 31 ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยไม่มีผลผลิตข้าวโพด ซึ่งจะไม่กระทบกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ขณะที่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว เช่น มาตรการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดให้มากขึ้น เพื่อนำมาใช้ภายในประเทศ ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ จะถูกนำมาใช้ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319155906709</Link_News></row>
<row _id="508"><NewsTitle>รมว.คลังฯ ลงนาม MOU ระหว่าง ธ.ก.ส. กับ กอช. สร้างบำนาญภาคประชาชนไว้ใช้วัยชรา พร้อมตรวจติดตามความก้าวหน้าเกษตรแปลงใหญ่และแปลงเกษตรอินทรีย์ ที่ อุบลฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศแปลงใหญ่บ้านตาติด&amp;nbsp;ตำบลโนนผึ้ง&amp;nbsp;อำเภอวารินชำราบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวชุณหจิต&amp;nbsp;สังข์ใหม่&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยมีนายพงศ์รัตน์&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกลงพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้การลงนามดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การให้บริการหน่วยรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;หน่วยให้บริการออกสมุดเงินออมให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ธกส.&amp;nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นางสาวจารุลักษณ์&amp;nbsp;เรืองสุวรรณ&amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมการออมเงินให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;เพื่อไว้ใช้ในวัยชรา&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ด้านการสร้างโอกาส&amp;nbsp;และความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp;การให้ความรู้ด้านการออม&amp;nbsp;การวางแผนทางการเงิน&amp;nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนการออมเงินกับ&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรและครอบครัว&amp;nbsp;ให้มีบำนาญภาคประชาชนใช้กันถ้วนหน้า&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกดอกไม้&amp;nbsp;บ้านตาติด&amp;nbsp;อำเภอวารินชำราบ&amp;nbsp;เป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งสิ้น&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรมีรายได้ตลอดทั้งปีโดยเฉลี่ย&amp;nbsp;375000&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะ&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแปลงดอกไม้ของกลุ่มเกษตรกรปลูกดอกไม้บ้านตาติด&amp;nbsp;แปลงใหญ่&amp;nbsp;รับทราบปัญหาความต้องการของประชาชนโดยตรง&amp;nbsp;และภาคบ่ายลงพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานีที่ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ส่งขายทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319160534714</Link_News></row>
<row _id="509"><NewsTitle>ตรวจสต็อกสินค้าป้องปรามผู้ประกอบการกักตุนข้าวโพดทำอาหารสัตว์และปุ๋ยเบื้องต้นพบผู้กระทำผิดแล้ว1รายในนครปฐม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตำรวจเอก&amp;nbsp;ดำรงศักดิ์&amp;nbsp;กิตติประภัสร์&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์วัตถุดิบอาหารสัตว์และปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จีงสั่งการให้ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ปคบ.&amp;nbsp;และตำรวจทุกพื้นที่&amp;nbsp;ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จัดชุดตรวจร่วมบูรณาการตรวจสอบสถานที่เก็บข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;และตรวจสอบการกักตุนปุ๋ยของพ่อค้าคนกลางทั่วประเทศตามเป้าหมายที่ได้รับจากกรมการค้าภายใน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;206&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เข้าตรวจสอบแล้ว&amp;nbsp;95&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป้าหมาย&amp;nbsp;พบการกระทำผิดและดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;โดยจะมีการตรวจเป้าหมายอื่นๆ&amp;nbsp;เพิ่มเติมอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้าวโพดอาหารสัตว์และปุ๋ย&amp;nbsp;เป็นสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ&amp;nbsp;จึงฝากถึงประชาชน&amp;nbsp;หากพบพ่อค้าคนกลางมีพฤติกรรมกักตุนสินค้า&amp;nbsp;ปฏิเสธการจำหน่าย&amp;nbsp;หรือประวิงการจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.ศ.2542&amp;nbsp;และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;หากพบเบาะแส&amp;nbsp;สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน&amp;nbsp;191&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;1599&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.จันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319190049766</Link_News></row>
<row _id="510"><NewsTitle>หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 25 ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียงประชุมติดตามความคืบหน้าการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ พร้อมลงพื้นที่สำรวจผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา อ.กะเปอร์ จ.ระนอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;ภูมิพัฒน์&amp;nbsp;บุญเรืองขาว&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียง&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา&amp;nbsp;ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อมของอำเภอกะเปอร์&amp;nbsp;ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;9,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สัตว์ป่าอีก&amp;nbsp;50&amp;nbsp;กว่าชนิด&amp;nbsp;เพื่อรับทราบข้อมูลสภาพพื้นที่ป่า&amp;nbsp;การบุกรุกแผ้วถางป่า&amp;nbsp;โดยได้มีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;ในการดูแลรักษาผืนป่า&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เดินสำรวจผืนป่าต้นน้ำดูความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;ความหนาแน่น&amp;nbsp;และความสูงของต้นไม้&amp;nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนจัดการ&amp;nbsp;ดูเเลทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;และป้องกันการบุกรุกแผ้วถางป่า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หน่วยพิทักษ์ป่าเชี่ยวเหลียง&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา&amp;nbsp;อ.กะเปอร์&amp;nbsp;จ.ระนอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;"การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า&amp;nbsp;ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp;เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;วันนี้ได้เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้า&amp;nbsp;และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย&amp;nbsp;โดยเรื่องของทรัพยากรธรรมชาตินั้น&amp;nbsp;ถือเป็นภารกิจสำคัญ&amp;nbsp;ที่ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายจากศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก&amp;nbsp;และกองทัพภาคที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ให้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ปัจจุบันหน่วยงานทุกภาคส่วนพร้อมทั้งผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;พี่น้องประชาชน&amp;nbsp;เห็นถึงความสำคัญ&amp;nbsp;จึงร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้&amp;nbsp;เพื่อปกปักรักษาไว้ให้กับลูกหลาน&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;เป็นการรักษาทรัพยากรป่าต้นน้ำด้วย&amp;nbsp;หากป่าไม้ถูกทำลายลงทุกวันจะทำให้เกิดวิกฤติอื่นๆ&amp;nbsp;ตามมามากมาย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม&amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความมุ่งมั่นในการปกป้องรักษาผืนป่า&amp;nbsp;และทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขและเข้าไปเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ใดๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;ตั้งใจปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนในการร่วมกันดูแลรักษาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของบ้านเราให้อยู่คู่กับลูกหลานต่อไป&amp;nbsp;ในส่วนของผู้กระทำความผิดนั้นจะมีการตรวจสอบและขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่&amp;nbsp;25&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดำเนินการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่อำเภอกะเปอร์&amp;nbsp;จังหวัดระนอง&amp;nbsp;ไปแล้วกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;และยังคงดำเนินการคุมเข้ม&amp;nbsp;เพื่อป้องกันมิให้ใครเข้ามาบุกรุกแผ้วถาง&amp;nbsp;ซึ่งจากการสำรวจพบว่าผืนป่ามีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยทางหน่วยยังคงดำเนินการดูแลรักษาผืนป่าเหล่านี้&amp;nbsp;พร้อมทั้งปลูกป่าทดแทนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ระนอง</Province><Department>สวท.ระนอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319185444761</Link_News></row>
<row _id="511"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชนภายใต้สถานการณ์โควิด -19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้ผักเกษตรอินทรีย์เมืองธรรมเกษตรไร่ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ้านหนองเม็ก&amp;nbsp;ตำบลคึมใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมืองอำนาจเจริญ&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นายวรสิทธิ์&amp;nbsp;กัลป์ตินันท์&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;นายพีระเพชร&amp;nbsp;ศิริกุล&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ดร.เดชา&amp;nbsp;จาตุธนานันท์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ในเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อสร้างรายได้สู่ชุมชนภายใต้สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและต้นแบบฟาร์มเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรให้มีความสมดุลและยั่งยืน&amp;nbsp;สามารถแข่งชันได้ในทุกระดับให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรให้ครบวงจรและเอื้อต่อการผลิตชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดยมีนายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอาทิตย์&amp;nbsp;อิงคุทานนท์&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ในการนี้คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์เมืองธรรมการเกษตร&amp;nbsp;ไร่ภูตะวัน&amp;nbsp;ออร์แกนิคฟาร์ม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;SMEs&amp;nbsp;ที่รับบริการของกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;พร้อมทั้งเทคโนโลยีที่สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนาต่อยอดการส่งเสริม&amp;nbsp;อุตสาหกรรมเกษตรและการเป็นต้นแบบฟาร์มเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นางจำปา&amp;nbsp;สุวะไกร&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่ผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก&amp;nbsp;ไร่ภูตะวันออร์แกนิคฟาร์ม&amp;nbsp;และนายศุภชัย&amp;nbsp;มิ่งขวัญ&amp;nbsp;เป็นผู้นำเสนอผลการดำเนินงานของกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เยี่ยมชมการผลิตผักอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับศูนย์เรียนรู้ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร&amp;nbsp;ไร่ภูตะวัน&amp;nbsp;ออร์แกนิคฟาร์ม&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นภายใต้กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านหนองเม็กและวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์บ้านหนองเม็ก&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ของจังหวัด&amp;nbsp;การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่นี่มีจุดเริ่มต้นจากบทเรียนการใช้สารเคมีของเกษตรกร&amp;nbsp;แกนนำซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงปัญหาและเห็นความสำคัญของวิถีการดูแลสุขภาพ&amp;nbsp;จึงใช้ประสบการณ์&amp;nbsp;องค์ความรู้และเทคโนโลยี&amp;nbsp;มาประยุกต์กับการทำเกษตร&amp;nbsp;โดยปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน&amp;nbsp;ภายใต้หลักการ&amp;nbsp;การตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;มีวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถมีผลผลิตป้อนเข้าสู่ตลาดได้ตลอดทั้งปีรวมทั้งมีการรวมกลุ่มเพื่อให้มีอำนาจในการต่อรอง&amp;nbsp;ผลผลิตหลัก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผักอินทรีย์ในโรงเรือน&amp;nbsp;และผลผลิตรองชนิดอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้าวอินทรีย์&amp;nbsp;สมุนไพร&amp;nbsp;ข้าวโพด&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;อินทรีย์และปลาอินทรีย์&amp;nbsp;การพัฒนาเกษตรอินทรีย์ที่นี่มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจังหวัดอำนาจเจริญในเรื่องเมืองธรรมเกษตร&amp;nbsp;หรือเมืองเกษตรอินทรีย์วิถีธรรม&amp;nbsp;ที่เกษตรกรมีคุณธรรมในการทำการเกษตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาพ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ข่าว&amp;nbsp;.....สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-19T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220319232830808</Link_News></row>
<row _id="512"><NewsTitle>กยท. เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง พัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เตรียมโครงการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนายสุรชัย&amp;nbsp;บุญวรรโณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศเขตภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่การยางแห่งประเทศไทยทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(สตูล&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส)&amp;nbsp;ได้เผยว่า&amp;nbsp;โครงการที่&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;ซึ่งคณะทำงานประชุมพร้อมกับกำหนดราคากลางอ้างอิงการขายตามชนิดยางที่จะชดเชยโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในรอบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หรือเงินชดเชยครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แต่รอบนี้เกษตรกรจะไม่ได้รับเงินส่วนต่างชดเชยการประกันราคายาง&amp;nbsp;รอบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ทั้งสามชนิดไม่ว่าจะเป็นยางแผ่นดิบ&amp;nbsp;น้ำยางสด&amp;nbsp;และยางก้อนถ้วย&amp;nbsp;ไม่มีการชดเชยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;เนื่องจากราคากลางอ้างอิงสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการชดเชยของรอบที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประจำเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;แต่ยังมีรอบที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ของเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยได้อนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืนที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;โดยพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(สตูล&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส)&amp;nbsp;ได้รับอนุมัติจำนวนพื้นที่รวม&amp;nbsp;19,500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติ&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับเกษตรกรชาวสวนยางกับการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;และได้รับผลกระทบจากโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;สวนยางมีอายุตั้งแต่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนขึ้นไป&amp;nbsp;ไม่ไม่เกิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีต้นยางเฉลี่ยไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ต้นต่อไร่&amp;nbsp;ต้องไม่เป็นสวนยางที่อยู่ระหว่างรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน&amp;nbsp;เป็นเกษตรกรรายย่อยที่มีเนื้อที่สวนยางที่ถือครองไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยสาขาใกล้บ้านได้&amp;nbsp;ก็เป็นโครงการดี&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หนึ่งโครงการที่การยางแห่งประเทศไทยพยายามช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;และเพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการระบาดและประสบกับปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่&amp;nbsp;ยางพาราที่ทำให้เกิดผลกระทบจากผลผลิตยางพาราตกต่ำ&amp;nbsp;และเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมใหม่ทดแทนการทำอาชีพสวนยาง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320074648828</Link_News></row>
<row _id="513"><NewsTitle>ลำปาง ดัน อ.แม่เมาะ พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบ เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีนายจำลักษ์&amp;nbsp;กันเพ็ชร์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;และนายจรัญ&amp;nbsp;คำเงิน&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เป็นผู้แทน&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและเครือข่ายภาคเอกชน&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยที่ประชุมมีมติคัดเลือกให้&amp;nbsp;อำเภอแม่เมาะ&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นพื้นที่พัฒนาเป็นเมืองต้นแบบของการพัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีความพร้อมสูงในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ทั้งมิติทางกายภาพซึ่งมีสถานประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มิติทางสังคม&amp;nbsp;และมิติทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมายให้เป็น&amp;nbsp;เมืองน่าอยู่&amp;nbsp;คู่อุตสาหกรรม&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งมุ่งเน้นให้มีความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนโดยรอบ&amp;nbsp;สร้างการเติบโตและขับเคลื่อนไปด้วยกันภายใต้การกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การขับเคลื่อนพื้นที่&amp;nbsp;อ.แม่เมาะ&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีความสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของ&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;ตามโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่&amp;nbsp;(Mae&amp;nbsp;Moh&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;City)&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนและพัฒนาตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ผ่านการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีทั้งในมิติด้านสังคม&amp;nbsp;พลังงาน&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;พร้อมที่จะสนับสนุนการขับเคลื่อน&amp;nbsp;อ.แม่เมาะ&amp;nbsp;ร่วมกับภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;สู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320084810831</Link_News></row>
<row _id="514"><NewsTitle>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร ติดตามการขับเคลื่อนด้านเกษตรลำปาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนายอิสระ&amp;nbsp;ว่องกุศลกิจ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;นายยุคล&amp;nbsp;ลิ้มแหลมทอง&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&amp;nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและเปิดการประชุม&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตร?และ?สหกรณ์?จังหวัด?ลํา?ปาง?&amp;nbsp;ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒ?นาด้านการเกษตร?จังหวัด?ลำปาง?&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์?การพัฒนา?จังหวัด?ลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;คณะได้เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาผลิตสินค้าเซรามิค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;บริษัทอินทราเซรามิค&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สินค้าไผ่&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;แปลงปลูกไผ่&amp;nbsp;การรักษาสภาพไผ่&amp;nbsp;โดยนางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าไผ่&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฟาร์มเกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา&amp;nbsp;ตำบลแม่สุก&amp;nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สินค้าข้าว&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;และแปลงนาข้าวเหนียว&amp;nbsp;โดยมีนางคัทลียา&amp;nbsp;สิงหศิริ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตรร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าข้าวเหนียว&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนาข้าวเหนียวตำบลวังพร้าว&amp;nbsp;อำเภอเกาะคา&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&amp;nbsp;และเดินทางไปเยี่ยมชมระบบการผลิต?โรงงาน?ข้าวแต๋น?ทวีพรรณ?&amp;nbsp;ตำบลนาแก้ว&amp;nbsp;อำเภอ?เกาะคา?จังหวัด?ลำปาง?&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะได้รับฟังการบรรยาย?สรุป?ผลการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สินค้าครั่งและไม้จามจุรี?&amp;nbsp;จากกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;นอร์ทเทอร์น&amp;nbsp;สยามซีดแลค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการไม้จังหวัดลำปางโดยนางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าครั่งและจามจุรี&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริษัท?&amp;nbsp;นอร์ท?เทอร์นสยามซีดแลค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปงแสนทอง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320094344833</Link_News></row>
<row _id="515"><NewsTitle>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ BCG Model สาขาเกษตร ติดตามการขับเคลื่อนด้านเกษตรลำปาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;โดยนายอิสระ&amp;nbsp;ว่องกุศลกิจ&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนา?&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;นายยุคล&amp;nbsp;ลิ้มแหลมทอง&amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน?การพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สาขาเกษตร&amp;nbsp;ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิด?เห็น?แนวทางขับเคลื่อน?การพัฒนา?เศรษฐกิจ&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมอาลัมภางค์?&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมีนายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้?ว่าราชการ?จังหวัด?ลํา?ปาง?&amp;nbsp;กล่าวให้การต้อนรับและเปิดการประชุม&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตร?และ?สหกรณ์?จังหวัด?ลํา?ปาง?&amp;nbsp;ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมและพัฒ?นาด้านการเกษตร?จังหวัด?ลำปาง?&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์?การพัฒนา?จังหวัด?ลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;คณะได้เข้าเยี่ยมชมกิจกรรมการพัฒนาผลิตสินค้าเซรามิค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ณ&amp;nbsp;บริษัทอินทราเซรามิค&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สินค้าไผ่&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;แปลงปลูกไผ่&amp;nbsp;การรักษาสภาพไผ่&amp;nbsp;โดยนางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าไผ่&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ฟาร์มเกษตรอินทรีย์เพชรล้านนา&amp;nbsp;ตำบลแม่สุก&amp;nbsp;อำเภอแจ้ห่ม&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;สินค้าข้าว&amp;nbsp;เยี่ยมชมนิทรรศการ&amp;nbsp;และแปลงนาข้าวเหนียว&amp;nbsp;โดยมีนางคัทลียา&amp;nbsp;สิงหศิริ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตรร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าข้าวเหนียว&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนาข้าวเหนียวตำบลวังพร้าว&amp;nbsp;อำเภอเกาะคา&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&amp;nbsp;และเดินทางไปเยี่ยมชมระบบการผลิต?โรงงาน?ข้าวแต๋น?ทวีพรรณ?&amp;nbsp;ตำบลนาแก้ว&amp;nbsp;อำเภอ?เกาะคา?จังหวัด?ลำปาง?&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;คณะได้รับฟังการบรรยาย?สรุป?ผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;สินค้าครั่งและไม้จามจุรี&lt;/strong&gt;?&amp;nbsp;จากกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;บริษัทนอร์ทเทอร์น&amp;nbsp;สยามซีดแลค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการไม้จังหวัดลำปางโดยนางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ร่วมอำนวยการและบรรยายแนวทางการพัฒนาสินค้าครั่งและจามจุรี&amp;nbsp;โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริษัท?นอร์ท?เทอร์นสยามซีดแลค&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลปงแสนทอง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัด?ลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320095745834</Link_News></row>
<row _id="516"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;140&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;84&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;76&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,322&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,406&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนและแม่กลองมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320102717836</Link_News></row>
<row _id="517"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในแม่ฮ่องสอนกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร 2 พื้นที่ บริเวณ ต.จองคำ อ.เมือง และต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีแดงในจังหวัดแม่ฮ่องสอนกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นเกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320103319837</Link_News></row>
<row _id="518"><NewsTitle>จ.อุบลฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้า เยี่ยมให้กำลังใจวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญ อำเภอพิบูลมังสาหาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและคณะข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธกส.)&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงนาข้าวของนางสาวดาวพระศุกร์&amp;nbsp;สัตยากูล&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญ&amp;nbsp;ตำบลดอนจิก&amp;nbsp;อำเภอพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านนาเจริญแห่งนี้มีสมาชิกทั้งสิ้น&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกข้าวจำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยปลูกข้าว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ข้าวไรซ์เบอร์รี่&amp;nbsp;ข้าวกล้องหอมมะลิ&amp;nbsp;ข้าวเหนียวดำ&amp;nbsp;และข้าวทับทิมชุมแพ&amp;nbsp;โดยมีการปลูกข้าว&amp;nbsp;ทั้งนาปีและนาปรัง&amp;nbsp;ผลผลิตที่ได้ประมาณ&amp;nbsp;300-400&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;จะแปรรูปจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หรือตามออเดอร์ที่ลูกค้าต้องการ&amp;nbsp;และขายปลีกในราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทำให้ครอบครัวเกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รับทราบปัญหา&amp;nbsp;และอุปสรรค&amp;nbsp;ของเกษตรกรโดยให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ให้ความรู้ด้านการผลิตข้าว&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางกลุ่มตลาดการจำหน่ายข้าว&amp;nbsp;ตลอดจนนำมาตรการให้การช่วยเหลือตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;โดยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธกส.)&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320114248852</Link_News></row>
<row _id="519"><NewsTitle>รมว.คลังฯ ลงนาม MOU ระหว่าง ธ.ก.ส. กับ กอช. สร้างบำนาญภาคประชาชนไว้ใช้วัยชรา พร้อมตรวจติดตามความก้าวหน้าเกษตรแปลงใหญ่และแปลงเกษตรอินทรีย์ที่ อุบลฯ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายอาคม&amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;และคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศแปลงใหญ่บ้านตาติด&amp;nbsp;ตำบลโนนผึ้ง&amp;nbsp;อำเภอวารินชำราบ&amp;nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;โดยความร่วมมือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวชุณหจิต&amp;nbsp;สังข์ใหม่&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;อำนวยความสะดวกลงพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การลงนามดังกล่าวเป็นบันทึกความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การให้บริการหน่วยรับสมัครสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;หน่วยให้บริการออกสมุดเงินออมให้แก่สมาชิก&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;กับกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;โดยนางสาวจารุลักษณ์&amp;nbsp;เรืองสุวรรณ&amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมการออมเงินให้เกษตรกรและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;เพื่อไว้ใช้ในวัยชรา&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp;การให้ความรู้ด้านการออม&amp;nbsp;การวางแผนทางการเงิน&amp;nbsp;การส่งเสริมและสนับสนุนการออมเงินกับ&amp;nbsp;กอช.&amp;nbsp;ให้กับกลุ่มเกษตรกรและครอบครัว&amp;nbsp;ให้มีบำนาญภาคประชาชนใช้กันถ้วนหน้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ปลูกดอกไม้&amp;nbsp;บ้านตาติด&amp;nbsp;อำเภอวารินชำราบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งสิ้น&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;มีรายได้ตลอดทั้งปีโดยเฉลี่ย&amp;nbsp;375,000&amp;nbsp;บาทต่อคนต่อปี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;และคณะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ลงพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแปลงดอกไม้ของกลุ่มเกษตรกรปลูกดอกไม้บ้านตาติด&amp;nbsp;แปลงใหญ่&amp;nbsp;รับทราบปัญหาความต้องการของประชาชนโดยตรง&amp;nbsp;และภาคบ่ายลงพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ที่ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ส่งขายทั่วประเทศ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320113826849</Link_News></row>
<row _id="520"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง โดยพบสูงสุดในแม่ฮ่องสอนส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงเกือบ5,000จุด ส่งผลกระทบไทยหลายพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;โดยพบสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงเกือบ&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบประเทศไทยหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(19&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;351&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;158&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;119&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;15&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;196&amp;nbsp;จุดสูงติดต่อกัน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;รองลงมาเป็นแพร่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงต่อเนื่องในหลายพื้นที่&amp;nbsp;เพราะเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;แต่พื้นที่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจายตัวอยู่และมีการกระจุกตัวในบางพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,609&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,669&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,086&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้ตอนบนของภาคเหนือค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดอื่นๆโดยรวมอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;วันวันนี้พบสูง&amp;nbsp;4,953&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นประเทศไทย&amp;nbsp;351&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;325&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320130527873</Link_News></row>
<row _id="521"><NewsTitle>สนับสนุนทุกภาคส่วนในการทำให้พืชสมุนไพรของไทยมีการพัฒนาและต่อยอด ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจใหม่ กัญชา กัญชง กระท่อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;รับฟังการนำเสนอ&amp;nbsp;พืชกระท่อมไทย&amp;nbsp;ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;บนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่&amp;nbsp;ของสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;บทบาทพืชกระท่อมไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก&amp;nbsp;นำร่อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสมาคมพืชกระท่อมแห่งประเทศไทยและทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการทำให้พืชสมุนไพรของไทยมีการพัฒนาและต่อยอดได้&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;มีการจัดทำคู่มือสำหรับเกษตรกร&amp;nbsp;ในการปลูกและขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกัญชา&amp;nbsp;กัญชงและกระท่อม&amp;nbsp;ที่จัดทำโดยกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับกฎหมาย&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากการผลิตและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับสถาบันการศึกษา&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้มีความรู้ความเข้าใจในทุกมิติ&amp;nbsp;ตั้งแต่การผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ&amp;nbsp;จนถึงการเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างการรับรู้ถึงกฎหมายข้อระเบียบที่เกี่ยวข้อง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212249973</Link_News></row>
<row _id="522"><NewsTitle>ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อพัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่ ดอกเบี้ยร้อยละ 0.01 ต่อปี </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนารัตน์&amp;nbsp;งามวลัยรัตน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(ธกส.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ธกส.ได้ดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มและจัดหาปัจจัยการผลิตร่วมกัน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทั้งการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การรวบรวมผลผลิตเพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;โดยสนับสนุนเงินทุนให้แก่กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย&amp;nbsp;ค่าลงทุน&amp;nbsp;วงเงินสินเชื่อรวม&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยทั้งโครงการร้อยละ&amp;nbsp;3.01&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;โดยกลุ่มเกษตรกรฯ&amp;nbsp;จ่ายดอกเบี้ยเพียงร้อยละ&amp;nbsp;0.01&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ยให้&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;แทนเกษตรกร&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;2.875&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.รับภาระดอกเบี้ยเองร้อยละ&amp;nbsp;0.125&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;ระยะเวลาไม่เกิน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีนับตั้งแต่วันกู้&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2575&amp;nbsp;ปัจจุบันปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มเกษตรกรฯไปแล้ว&amp;nbsp;366&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;2,104.70&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องเป็นสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ที่รวมตัวกันตั้งแต่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คนขึ้นไป&amp;nbsp;และมีพื้นที่การผลิตทั้งประเภทพืชไร่&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ปาล์ม&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;ไม้ดอก&amp;nbsp;ประมงและปศุสัตว์&amp;nbsp;รวมกันตั้งแต่&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ไร่ขึ้นไป&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ฯที่สนใจเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;หรือติดต่อได้ที่&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ทุกสาขา&amp;nbsp;ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212015969</Link_News></row>
<row _id="523"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาโรค "ลัมปี สกิน" ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อมอบเงินเยียวยาโรค&amp;nbsp;"ลัมปี&amp;nbsp;สกิน"&amp;nbsp;และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นายจำลอง&amp;nbsp;ผูกดวง&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เข้าร่วมต้อนรับ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;อำเภอเมืองสุรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในครั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์ได้มอบเงินช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,357&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;3,579&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;85,478,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมให้ความช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;3,749&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;3,989&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;วงเงินช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;96,076,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คงเหลืออยู่ระหว่างขอความช่วยเหลืออีก&amp;nbsp;986&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;1,038&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;19,910,800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป&amp;nbsp;โดยรวมรัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;(โรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน)&amp;nbsp;แล้วทั้งสิ้น&amp;nbsp;39&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;42,266&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;วงเงินกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;972&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;คิดเป็น&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของวงเงินที่ขอความช่วยเหลือทั้งประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ชี้แจงผลักดันส่งเสริมโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์ประมง&amp;nbsp;สิ่งที่เกษตรกรจะได้รับ&amp;nbsp;1.หาตลาดได้ง่าย&amp;nbsp;2.มีประกันราคารับซื้อ&amp;nbsp;3.ธ.ก.ส.&amp;nbsp;อนุมัติสิ้นเชื่อ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท/ราย&amp;nbsp;ไม่ต้องมีหลักทรัพย์คำประกัน&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;คนกู้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนค้ำ&amp;nbsp;ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน)&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320141431887</Link_News></row>
<row _id="524"><NewsTitle>อุตุฯ ศรีสะเกษ เตือนอิสานใต้ มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&amp;nbsp;เตือนอิสานใต้&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายจำเริญ&amp;nbsp;ทองละมุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสภาพอากาศ&amp;nbsp;ประจำวันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา&amp;nbsp;04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ถึงเวลา&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;วันพรุ่งนี้&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลักษณะอากาศ&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ของพื้นที่&amp;nbsp;กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;ลมผิวพื้น&amp;nbsp;ลมตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;ความเร็ว&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;กม./ชม.&amp;nbsp;คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดบ่ายวันนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;33&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;อุณหภูมิต่ำสุดเช้าพรุ่งนี้&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320142645895</Link_News></row>
<row _id="525"><NewsTitle>นอภ.โพธิ์ศรีสุวรรณ เปิดงาน "วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565"</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;นายสุวรรณ&amp;nbsp;เนตรเนติกุล&amp;nbsp;นายอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&amp;nbsp;"วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565"&amp;nbsp;ซึ่งมีนายยงยศ&amp;nbsp;ช่วยบุญ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;การจัดงานในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมและภูมิปัญญาที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้บริการและช่วยแก้ไขปัญหาการผลิตของเกษตรกร&amp;nbsp;นำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;โดยมีฐานถ่ายทอดความรู้จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;ฐานที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การทํานาหยอดกับการลดต้นทุน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ฐานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การอารักขาพืช&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ฐานที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้านบริหารจัดการพืชไร่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ฐานที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้านการปศุสัตว์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ฐานที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;และฐานที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้านจัดการดินและปุ๋ย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หน่วยงานอื่น&amp;nbsp;ๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมออกหน่วยบริการให้ความรู้และบริการเกษตรอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมงานดังกล่าว&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320142639894</Link_News></row>
<row _id="526"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาโรคลัมปี สกิน และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร ที่จังหวัดสุรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบเงินเยียวยาโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกรให้แก่ประชาชนชาวสุรินทร์&amp;nbsp;โดยมีนายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;นายจำลอง&amp;nbsp;ผูกดวง&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้มีเกียรติ&amp;nbsp;และประชาชนที่ได้รับเงินเยียวยากว่า&amp;nbsp;400&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจำลอง&amp;nbsp;ผูกดวง&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&amp;nbsp;ชนิดโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโคและกระบือ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ว่า&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ได้ออกประกาศ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;(โรคระบาดสัตว์)&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ฉบับลงวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด&amp;nbsp;คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;มีมติรับรองไปแล้ว&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;รวมเกษตรกร&amp;nbsp;4,530&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โคและกระบือ&amp;nbsp;4,855&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงินที่ขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;114,981,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ซึ่งจะดำเนินการประชุมครั้งที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ภายในห้วงเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อรับรองการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรที่ยื่นคำขอความช่วยเหลือต่อไป&amp;nbsp;เนื่องด้วยจังหวัดสุรินทร์ยังมีสัตว์ป่วยตาย&amp;nbsp;และภัยดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;กรณีโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;ชนิดลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(สถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;(Lumpy&amp;nbsp;skin&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;:&amp;nbsp;LSD)&amp;nbsp;ในพื้นที่สุรินทร์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิน&amp;nbsp;2,678,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครอบคลุมเกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;3,237&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิน&amp;nbsp;82,800,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครอบคลุมเกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือทั้ง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;รวมทั้งครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีจำนวนเกษตรกร&amp;nbsp;3,357&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รวมเป็นเงินทั้งสิน&amp;nbsp;85,478,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ครอบคลุมทั้งเกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320151420904</Link_News></row>
<row _id="527"><NewsTitle>รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้ พร้อมสนับสนุนปลูกข้าวอินทรีย์ และขับเคลื่อนโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายประภัตร&amp;nbsp;โพธสุธน&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวในการลงพื้นที่มอบเงินเยียวยาโรค&amp;nbsp;"ลัมปี&amp;nbsp;สกิน"&amp;nbsp;และมอบนโยบายโครงการสานฝันสร้างอาชีพ&amp;nbsp;ยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ที่จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การลงพื้นที่ครั้งนี้มี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เรื่องที่ต้องขับเคลื่อน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เรื่องแรก&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสุรินทร์ที่มีผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;มากที่สุดในประเทศไทยและเสียหายมากที่สุด&amp;nbsp;เป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านเศษ&amp;nbsp;ซึ่งชาวสุรินทร์ต่างพึงพอใจในการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;ปรับการเยียวช่วยเหลือมากกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;เรื่องที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การสนับสนุนส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์ผลักดันการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้รักสุขภาพ&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดในขณะนี้&amp;nbsp;และจังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านข้าวหอมมะลิด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;และเรี่องที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การมาชี้แจงโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร&amp;nbsp;ของรัฐบาลที่มีการอนุมัติงบประมาณ&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;สนับสนุนให้ประชาชนปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่ใช้น้ำน้อยในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;โดยสามารถยื่นกู้ได้รายละ&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ผ่านผู้ค้ำประกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยได้ฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;รับดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของจังหวัดต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320155401908</Link_News></row>
<row _id="528"><NewsTitle>เร่งขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เดินหน้าขยายผลในทุกจังหวัดและทุกองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ให้ความสำคัญการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(SDGs)&amp;nbsp;และครอบคลุมกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศรณรงค์เชิญชวนผู้ที่มีอายุตั้งแต่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;เพื่อร่วมมือกันดูแลครอบครัวให้รู้จักคัดแยกขยะเปียก&amp;nbsp;ขยะแห้ง&amp;nbsp;ขยะพิษ&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในครอบครัว&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;และหมู่บ้าน&amp;nbsp;มีส่วนร่วมบริหารจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;โดยใช้หลัก&amp;nbsp;3Rs&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;3ช&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ใช้น้อย&amp;nbsp;Reduce&amp;nbsp;ใช้ซ้ำ&amp;nbsp;Reuse&amp;nbsp;และนำมาผลิตเพื่อใช้ใหม่&amp;nbsp;Recycle&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมรณรงค์ให้ทุกครัวเรือน&amp;nbsp;จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นถังขยะเปียกคัดแยกขยะครัวเรือน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ต้นทาง&amp;nbsp;ตั้งแต่แหล่งกำเนิดให้ครบ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หากครัวเรือนใดมีพื้นที่&amp;nbsp;ที่ไม่สามารถทำได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่&amp;nbsp;จัดถังขยะรวมคือ&amp;nbsp;ถังขยะเปียก&amp;nbsp;เพื่อรวมเศษอาหาร&amp;nbsp;ขยะอินทรีย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถังขยะทั่วไปและถังขยะอันตราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมาโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้จัดทำแล้วถึง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสนครัวเรือน&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนครัวเรือน&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกิดภาวะโลกร้อนได้กว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี&amp;nbsp;เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังเน้นย้ำให้ทุกจังหวัดขยายผลให้ช่างทอผ้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ประกอบการผ้าไทย&amp;nbsp;ผ้าอัตลักษณ์ทุกประเภททั่วประเทศ&amp;nbsp;น้อมนำพระราชดำริ&amp;nbsp;ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;งดใช้สีเคมีในการย้อมผ้า&amp;nbsp;มาผลิตวัตถุดิบที่จะใช้ผลิตผ้า&amp;nbsp;เพื่อไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;รวมถึงให้ทุกจังหวัด&amp;nbsp;รณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนสวมใส่ผ้าไทย&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;nbsp;พร้อมขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp;ยังตอบโจทย์การแก้ปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;สภาวะโลกร้อนและภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;ทั้งยานพาหนะ&amp;nbsp;การก่อสร้าง&amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน&amp;nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมตามมาตรการภาครัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320211731965</Link_News></row>
<row _id="529"><NewsTitle>เจ้าท่าภูมิภาคสงขลา ขอให้ระมัดระวังในการเดินเรือ หลังกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวนงลักษณ์&amp;nbsp;ฤทธิเดช&amp;nbsp;นักวิชาการขนส่งชำนาญการ&amp;nbsp;รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&amp;nbsp;สาขาสงขลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้ออกประกาศสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา&amp;nbsp;ขอให้ระมัดระวังการเดินเรือ&amp;nbsp;ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เรื่องหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&amp;nbsp;(มีผลกระทบตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20-22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&amp;nbsp;มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไชโคลน&amp;nbsp;ในช่วงวันที่&amp;nbsp;20-22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คาดว่าจะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบน&amp;nbsp;และเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา&amp;nbsp;แม้ศูนย์กลางของพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง&amp;nbsp;แต่จะทำให้ลมที่พัดเข้าหาศูนย์กลางพายุมีกำลังแรงขึ้น&amp;nbsp;และพัดปกคลุมทางด้านตะวันตกของประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;ด้านตะวันตกของภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;และฝนตกหนักถึงหนักมากที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูง&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;และหลีกเสี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;คำเตือน&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินเรือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค&amp;nbsp;สาขาสงขลา&amp;nbsp;จึงขอประกาศเตือนผู้ควบคุมเรือ&amp;nbsp;เจ้าของเรือ&amp;nbsp;ผูัประกอบการเดินเรือและชาวเรือใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ&amp;nbsp;และขอให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการเดินเรือพร้อมทั้งประกาศกรมเจ้าท่าที่โดยเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ให้ผู้ควบคุมเรือตรวจสอบความพร้อมของสภาพตัวเรือ&amp;nbsp;เครื่องยนต์&amp;nbsp;และเฝ้าติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320155558909</Link_News></row>
<row _id="530"><NewsTitle>ชิงเก็บ ลดเผา บริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ครอบคลุมพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ชุมชนและพื้นที่ริมทาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือ&amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นประธานในการประชุมเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เน้นย้ำถึงความห่วงใยและการให้ความสำคัญของรัฐบาล&amp;nbsp;โดยพลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และพลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง&amp;nbsp;และขอกำชับให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;โดยยกระดับการทำงานเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;แก้ไขและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในทุกมิติ&amp;nbsp;ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;แผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สื่อสาร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เผชิญเหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้ขยายการดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา&amp;nbsp;บริหารจัดการเชื้อเพลิงให้ครอบคลุมพื้นที่ป่า&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและพื้นที่ริมทาง&amp;nbsp;เป้าหมายรวม&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และเร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;SCG&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;ทส.&amp;nbsp;ให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้และแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือ&amp;nbsp;ตลอดจนให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ให้มีสภาพดี&amp;nbsp;พร้อมใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชุมเตรียมความพร้อมโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;โดยเน้นกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่&amp;nbsp;เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&amp;nbsp;เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ&amp;nbsp;ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี&amp;nbsp;ความสมานฉันท์สามัคคี&amp;nbsp;และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;ของหน่วยงานทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชนและประชาชน&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชนและประชาชน&amp;nbsp;และร่วมฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศของประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320160203911</Link_News></row>
<row _id="531"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ให้มีความรู้ความสามารถ ด้านวิชาการเกษตรทั้งระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่สู่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ในการประชุมและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;การผลักดันเกษตรกรรุ่นใหม่เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง&amp;nbsp;ผู้ประกอบการและกิจกรรมแปลงใหญ่&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ให้ความสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทย&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมกับการสร้างบุคลากรด้านการเกษตรรุ่นใหม่ให้มีความทันสมัย&amp;nbsp;สามารถทำการเกษตรได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคปัจจุบันและเป็นกำลังสำคัญของภาคเกษตรสำหรับรองรับการเป็นครัวโลกในอนาคต&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมุ่งหวังให้เกษตรกรรุ่นใหม่มีการประกอบอาชีพการเกษตรให้แก่เยาวชน&amp;nbsp;เกษตรกรและบุคคลทั่วไป&amp;nbsp;รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตรและองค์กรเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ส่งผลให้ชุมชนสามารถเติบโตทางเศรษฐกิจจากฐานการเกษตรได้ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2557&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;1&amp;nbsp;Getting&amp;nbsp;Idea&amp;nbsp;หรือการปรับกระบวนทัศน์สู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเกษตรกรรุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาเป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18,215&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;2&amp;nbsp;Set&amp;nbsp;up&amp;nbsp;Project&amp;nbsp;หรือการเริ่มต้นประกอบกิจกรรมการเกษตรในเชิงธุรกิจเกษตร&amp;nbsp;ปัจจุบันมี&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ได้รับการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6,152&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;Step&amp;nbsp;3&amp;nbsp;Startup&amp;nbsp;หรือการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรเต็มตัว&amp;nbsp;ปัจจุบันมี&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ได้รับการพัฒนาต่อยอด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,003&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมี&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับการพัฒนาต่อยอด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;รายนอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการสนับสนุนการทำงานของเครือข่าย&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;โดยการจัดตั้งศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;(ศบพ.)&amp;nbsp;จังหวัดละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;77&amp;nbsp;ศูนย์ทั่วประเทศ&amp;nbsp;และได้ขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมพื้นที่ระดับอำเภอและชุมชน&amp;nbsp;ทำให้เกิดเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;592&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์กลางการทำงานของเครือข่าย&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212611976</Link_News></row>
<row _id="532"><NewsTitle>กษ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ร่วมกับเกษตรอำเภอน้ำเกลี้ยงและพายุห์ เร่งขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานกเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ภายใต้การอำนวยการของ&amp;nbsp;นายนาวิน&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายธนาวิทย์&amp;nbsp;แสวงผล&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ/&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มช่วยเหลือเกษตรกรและโครงการพิเศษ&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางบุษบา&amp;nbsp;สุขศรี&amp;nbsp;นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ลงพื้นที่หารือแนวทางการขับเคลื่อนโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำเกลี้ยง&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอพยุห์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320180109946</Link_News></row>
<row _id="533"><NewsTitle>เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดแพคเกจเอาใจเจ้าของไร่ที่ไม่มีเวลา บริการไถ ปลูก ดูแล แบบเหมาจ่าย ยกทีมทำงานกว่า 20 ชีวิต สร้างรายได้ดีช่วงสถานการณ์โควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ที่บ้านไชยวาร&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลหนองบัว&amp;nbsp;อำเภอหนองกุงศรี&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;รวมตัวกันบริการด้านการเกษตรแบบครบเซท&amp;nbsp;เอาใจเจ้าของไร่นาที่ไม่มีเวลาปลูกพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;ตั้งแต่ไถเตรียมดิน&amp;nbsp;ปลูก&amp;nbsp;ดายหญ้าจนถึงเก็บผลผลิต&amp;nbsp;โดยคิดเป็นแบบเหมาจ่ายค่าแรง&amp;nbsp;คิดเป็นไร่ละ&amp;nbsp;300-500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไม่รวมค่าไถเตรียมดิน&amp;nbsp;ซึ่งใน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สามารถให้บริการได้กว่าวันละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางหนูเจน&amp;nbsp;แก้วพรม&amp;nbsp;เจ้าของไร่&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตนมีที่นา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่เป็นที่ว่าง&amp;nbsp;ซึ่งได้ว่าจ้างให้กลุ่มนี้มาดำเนินการปลูกให้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมันสำปะหลัง&amp;nbsp;แต่มีท่อนพันธุ์แล้ว&amp;nbsp;ทางกลุ่มคิดค่าบริการเหมาไร่ละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาทเท่านั้น&amp;nbsp;ที่ตนเลือกใช้บริการเพราะอายุมากแล้ว&amp;nbsp;มีไร่มันสำปะหลังที่ทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษ&amp;nbsp;จึงต้องดำเนินการต่อดีกว่าจะปล่อยเป็นพื้นที่ว่าง&amp;nbsp;ประหยัดทั้งแรงตนและค่าใช้จ่ายอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมถึงระยะเวลาที่เร็วขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้ถึงช่วงเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ตนก็จะจ้างกลุ่มนี้มาเก็บเกี่ยวผลผลิตเช่นเดิม&amp;nbsp;เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นการสนับสนุนชาวบ้านด้วยกัน&amp;nbsp;ช่วงสถานการณ์ยากลำบาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นางเทียมจันทร์&amp;nbsp;จุนันท์&amp;nbsp;หนึ่งในกลุ่มผู้รับเหมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;ทำให้ไม่ได้ออกไปทำงานในต่างพื้นที่&amp;nbsp;จึงได้รวมตัวกันกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่รับเหมาบริการทางการเกษตรแบบครบวงจร&amp;nbsp;ซึ่งตนมองว่าสามารถทำรายได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp;เพราะพืชพรรณทางการเกษตรที่ปลูก&amp;nbsp;ต้องดูแลรักษาจนถึงขั้นเก็บเกี่ยวผลผลิต&amp;nbsp;ส่วนมากจะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีเวลา&amp;nbsp;จึงได้คิดแพคเกจนี้มาบริการ&amp;nbsp;ซึ่งหลังเสร็จงานค่าแรงทุกคนได้เท่ากัน&amp;nbsp;บางวันตกคนละ&amp;nbsp;600-800&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับจำนวนไร่ที่รับเหมาและปริมาณที่ทำได้ในแต่ละวัน&amp;nbsp;ซึ่งก็พอที่จะเป็นรายได้จุนเจือครอบครัวและค่าใช้จ่ายช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;และได้ทำงานที่บ้านเกิดด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สทท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320175904944</Link_News></row>
<row _id="534"><NewsTitle>เหมาหมดสวน ทุเรียนเขาบรรทัด ก.ก.ละ 220 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชายดาว&amp;nbsp;ขำวงษ์&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;บ้านคลองมะนาว&amp;nbsp;ตำบลไม้รูด&amp;nbsp;อำเภอคลองใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์การทำสวนทุเรียนของเกษตรกรชาวสวนในตำบลไม้รูด&amp;nbsp;อำเภอคลองใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สวนทุเรียนของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนส่วนใหญ่&amp;nbsp;จะมีพื้นที่ปลูกทุเรียนตามเชิงเขาบรรทัด&amp;nbsp;ชายแดนไทย-กัมพูชา&amp;nbsp;โดยรวมแล้วจะมีพื้นที่สวนทุเรียนนับพันไร่&amp;nbsp;ทั้งทุเรียนเก่า&amp;nbsp;และทุเรียนปลูกใหม่&amp;nbsp;ซึ่งทุเรียนของตำบลไม้รูดจะเป็นทุเรียนที่เป็นดินเชิงเขาบรรทัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ประกอบกับสภาพอากาศที่ใกล้ชายทะเล&amp;nbsp;ทำให้มีลมทะเลพัดโชยมาตลอดเวลา&amp;nbsp;ส่งผลให้สภาพพื้นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ที่ช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ให้กับทุเรียนและผลไม้ต่างๆ&amp;nbsp;นอกจากนี้หลายสวนยังมีสภาพพื้นดินที่มีส่วนผสมของทรายแก้ว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทรายที่ใช้ในอุตสาหกรรมทำแก้ว&amp;nbsp;ทุเรียนไม้รูดจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่มีรสชาติหวาน&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;กลมกล่อม&amp;nbsp;เนื้อเหนียวแห้ง&amp;nbsp;นุ่มนวล&amp;nbsp;ซึ่งก็มีทุเรียนหลากหลายพันธุ์&amp;nbsp;ทั้งหมอนทอง&amp;nbsp;กระดุม&amp;nbsp;ชะนี&amp;nbsp;ก้านยาว&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสวนทุเรียนของผู้ใหญ่ชายดาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีทั้งทุเรียนรุ่นเก่าอายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;และทุเรียนรุ่นใหม่เพิ่งปลูกอายุ&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ทั้งหมดเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทุเรียนที่ตลาดมีความต้องการมาก&amp;nbsp;และยังมีทุเรียนพันธุ์ชะนีบ้างแต่ไม่มากนัก&amp;nbsp;ทั้งหมดปลูกในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่ด้วยกัน&amp;nbsp;โดยทุเรียนของตนเองดอกบานระหว่างวันที่&amp;nbsp;15-25&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และจะครบกำหนดเก็บเกี่ยวในต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้&amp;nbsp;(โดยนับตั้งแต่ดอกบานถึงวันเก็บเกี่ยวต้องใช้เวลา&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชายดาวเล่าต่อว่า&amp;nbsp;ทุเรียนตำบลไม้รูด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นทุเรียนคุณภาพทั้งจากสภาพดินภูเขา&amp;nbsp;สภาพอากาศชายทะเล&amp;nbsp;และแร่ธาตุต่างๆ&amp;nbsp;ตลอดจนการดูแล&amp;nbsp;บำรุงรักษาของเกษตรกรชาวสวน&amp;nbsp;แต่ทางจังหวัดตราดกลับไม่เห็นคุณค่า&amp;nbsp;ให้ความสำคัญแค่ถนนทุเรียนที่ตำบลอ่าวใหญ่เท่านั้น&amp;nbsp;แต่จากคุณภาพ&amp;nbsp;และชื่อเสียงของทุเรียนไม้รูดที่ผ่านมาหลายปี&amp;nbsp;ผลผลิตไม่พอจำหน่าย&amp;nbsp;และเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนทุเรียนจากท้องที่อื่นเช่นกัน&amp;nbsp;โดยพ่อค้าจะเหมาซื้อผลผลิตทั้งสวน&amp;nbsp;สำหรับพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;ในราคากก.ละ&amp;nbsp;220&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และพันธุ์ชะนี&amp;nbsp;กก.ละ&amp;nbsp;180&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คาดว่าปีนี้ชาวสวนจะได้เงินจากการขายทุเรียนเป็นกอบเป็นกำไปตามๆ&amp;nbsp;กัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชายดาวบอกว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตนเองทำสวนทุเรียนตั้งแต่อายุ&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จนปีนี้อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;หลังประสบความสำเร็จจากการทำสวนทุเรียน&amp;nbsp;มีเกษตรกรชาวสวนพากันปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทำให้ถนนสาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อจากศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทยเขาล้าน&amp;nbsp;เลียบเชิงเขาบรรทัดมีสวนทุเรียนปลูกเรียงราย&amp;nbsp;เป็นวิวทิวทัศน์เชิงเขาบรรทัดที่สวยงาม&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมภาพความสวยงามของสวนทุเรียนเชิงเขาบรรทัดระหว่างเดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอคลองใหญ่อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สวท.ตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320204302956</Link_News></row>
<row _id="535"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้ 12 จังหวัด ช่วง 21  24 มี.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;เนื่องจากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&amp;nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง&amp;nbsp;มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลนช่วงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเคลื่อนตัวทางทิศเหนือเข้าสู่อ่าวเบงกอลตอนบนและเข้าปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา&amp;nbsp;แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง&amp;nbsp;แต่จะทำให้ลมที่พัดเข้าหาศูนย์กลางพายุมีกำลังแรงขึ้นและพัดปกคลุมทางด้านตะวันตกของไทย&amp;nbsp;ส่งผลให้ไทยมีฝนเพิ่มขึ้นโดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;และฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;กอนช.ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&amp;nbsp;(ONE&amp;nbsp;MAP)&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือ&amp;nbsp;พร้อมติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตรในช่วงเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำและแม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-20T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220320212820979</Link_News></row>
<row _id="536"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง พร้อมระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 19 จังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักและบางพื้นที่มีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;พร้อมระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จังหวัด&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ภาคเหนือตอนล่าง&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ปริมณฑล&amp;nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวเบงกอลตอนกลางทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคใต้ฝั่งตะวันออก&amp;nbsp;โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;115&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;97&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และพังงา&amp;nbsp;101&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากบริเวณ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;และนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,203&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;49&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,290&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094715008</Link_News></row>
<row _id="537"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางนิตยา&amp;nbsp;จันทร์ประทีป&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;พร้อมนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการบริโภคผักปลอดภัยตามแนวเกษตรอินทรีย์วิถีเมืองตรัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศาลาหมู่บ้าน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลนาบินหลา&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยร่วมประชุมเพื่อร่วมกันวางแผนการพัฒนา&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;และติดตามผลการปลูกผักยกแคร่ของสมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาด้านแมลง&amp;nbsp;ได้แนะนำวิธีการป้องกันแมลง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การใช้น้ำส้มควันไม้ไล่แมลง&amp;nbsp;และการปลูกผักที่มีกลิ่นฉุนไว้บริเวณรอบแปลงผักยกแคร่&amp;nbsp;เพื่อไล่แมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;ในด้านตลาดสมาชิกส่วนใหญ่จะเน้นบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก&amp;nbsp;ทำให้สามารถลดรายจ่ายภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแนวทางขับเคลื่อนต่อไปเป้าหมายของอำเภอเมืองตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การอนุรักษ์พันธุกรรมผักพื้นบ้าน&amp;nbsp;ซึ่งจะนำร่องปลูกผักพื้นบ้านในโรงเรือนผักยกแคร่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักกาดนกเขา&amp;nbsp;บัวบกบ้าน&amp;nbsp;ผักลำปะสี&amp;nbsp;แส้&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สมาชิกฯ&amp;nbsp;ผู้เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนแปลงโรงเรือนผักยกแคร่&amp;nbsp;ของ&amp;nbsp;นางสาวสมพิษ&amp;nbsp;รงรักษ์&amp;nbsp;พื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลนาบินหลา&amp;nbsp;ซึ่งได้มีการปลูกผักชี&amp;nbsp;เพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดเกษตรกรจังหวัดตรังต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094144004</Link_News></row>
<row _id="538"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ติดตามเยี่ยมเยียนความก้าวหน้าโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดตรัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยนายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอสิเกา&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามเยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านบางค้างคาว&amp;nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยและขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp;ตำบลบ่อหิน&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านบางค้างคาว&amp;nbsp;ตำบลเขาไม้แก้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกล้วยและขนมพื้นบ้าน&amp;nbsp;ตำบลบ่อหิน&amp;nbsp;อำเภอสิเกา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;และเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;เรื่องวิสาหกิจชุมชนทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เครื่องแกง&amp;nbsp;ขนมอบ&amp;nbsp;ขนมพื้นเมือง&amp;nbsp;หลังจากการได้รับสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณของสินค้าเพราะมีกำลังการผลิตวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยสะดวกสบายมากขึ้น&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชนทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094348006</Link_News></row>
<row _id="539"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่พัฒนา ศจช.ต้นแบบ ด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน ตำบลทุ่งค่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับนางสุภัชชา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่จัดกิจกรรมพัฒนา&amp;nbsp;ศจช.ต้นแบบ&amp;nbsp;ด้านการจัดการศัตรูพืชโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการแปลงใหญ่สละสุมาลี&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช&amp;nbsp;พร้อมทั้งสาธิตวิธีการผลิตเชื้อบิวเวอร์เรีย&amp;nbsp;เมตาไรเซียม&amp;nbsp;ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชหลายชนิด&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในแปลงเกษตรของตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมมากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;(ศจช.)&amp;nbsp;จัดตั้งขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกร&lt;/strong&gt;เพื่อการจัดการศัตรูพืชในพื้นที่ของตนเองและชุมชน&amp;nbsp;โดยสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนได้รับการถ่ายทอดความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และนำความรู้ไปดำเนินการจัดการศัตรูพืชด้วยตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรใช้&amp;nbsp;ศจช.&amp;nbsp;เป็นกลไกและเครือข่ายของการจัดการศัตรูพืช&amp;nbsp;ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรจากการระบาดของศัตรูพืชและเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;(participatory&amp;nbsp;learning)&amp;nbsp;ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร(Farmer&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;School&amp;nbsp;:&amp;nbsp;FFS)&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจรและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมศัตรูพืชที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งจะนำไปสู่ความเข้มแข็งในอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp;และรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นโดยมีเกษตรกร&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321094540007</Link_News></row>
<row _id="540"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้มบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือสูงในระดับสีส้มบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมาในหลายพื้นที่ แต่ยังมีบางพื้นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานระดับสีส้ม 1 พื้นที่ใน บริเวณ ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; ซึ่งต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&amp;nbsp;22 , 27 และ 28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321100344015</Link_News></row>
<row _id="541"><NewsTitle>สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ทำสำเร็จฟื้นฟูนกกระสาคอขาวปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ที่อ่างเก็บน้ำนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอรรถพร&amp;nbsp;ศรีเหรัญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;สัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการวิจัย&amp;nbsp;การฟื้นฟูพฤติกรรมนกกระสาคอขาวและการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;หนึ่งในพื้นที่ป่าอนุรักษ์มรดกโลก&amp;nbsp;ดินแดนแห่ง&amp;nbsp;เมืองปราสาทหิน&amp;nbsp;ถิ่นภูเขาไฟ&amp;nbsp;ผ้าไหมสวย&amp;nbsp;รวยวัฒนธรรม&amp;nbsp;เลิศล้ำเมืองกีฬา&amp;nbsp;ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(วช.)&amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp;(สกสว)&amp;nbsp;และบริษัทแปซิฟิค&amp;nbsp;เฮลธ์&amp;nbsp;แคร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เพื่อให้นกกระสาคอขาวที่เป็นนกกระสาขนาดกลางที่แทบไม่พบแล้วในธรรมชาติของประเทศไทยได้ฟื้นฟูประชากรขึ้นได้ใหม่อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;มีการใช้กระบวนการศึกษาวิจัยและใช้เวลานานหลายสิบปีจึงประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์นกกระสาคอขาวจากจำนวนไม่กี่ตัว&amp;nbsp;จนมีฐานประชากรนกกระสาคอขาวที่มั่นคง&amp;nbsp;มีจำนวนมากพอและมีองค์ความรู้ที่จะจัดทำโครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;เพื่อกู้วิกฤติก่อนการสูญพันธุ์ครั้งนี้&amp;nbsp;รวมถึงคืนความสมดุลสู่ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและสร้างต้นทุนให้กับพื้นที่ธรรมชาติที่ทำการปล่อยสำหรับสรรพชีวิตต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การนำนกกระสาคอขาวปล่อยคืนสู่พื้นที่ธรรมชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก&amp;nbsp;ซับซ้อน&amp;nbsp;ท้าทายและต้องใช้เวลาดำเนินงานนานมาก&amp;nbsp;นักวิจัยและทีมงานกลุ่มเล็กๆ&amp;nbsp;ต้องพยายามเก็บข้อมูลหลายประเด็น&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูพฤติกรรมตามธรรมชาติให้นกกระสาคอขาวที่เกิดและเติบโตในสภาพการเพาะเลี้ยงอยู่นานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;การคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทดลองปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;การดำเนินงานการขออนุญาตที่เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;การดำเนินการปล่อยที่เป็นไปตามแนวทางการปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติของ&amp;nbsp;IUCN&amp;nbsp;SSC&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;AZA&amp;nbsp;Guideline&amp;nbsp;ตลอดจนการศึกษาเทคนิคที่จะใช้ในการติดตามตัวสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม&amp;nbsp;2563&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้เริ่มทดลองปล่อยนกกระสาคอขาวที่ได้รับการฟื้นฟูพฤติกรรมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่สวนสัตว์ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ในจำนวนนี้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ได้แบกสัมภาระที่เป็นอุปกรณ์ติดตามตัวขนาดเล็กไปด้วย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;(แบบว่าไปไหนมาไหนเราจะทราบ)&amp;nbsp;เพื่อการทดสอบความเป็นไปได้ทางเทคนิคต่างๆ&amp;nbsp;และการศึกษานิเวศการแพร่กระจายภายหลังการปล่อย&amp;nbsp;ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาใช้ในกระบวนการปล่อย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์ในเวลาต่อมา&amp;nbsp;ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ที่ได้รับการประเมินจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;และสำนักอนุรักษ์&amp;nbsp;และวิจัย&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์ฯ&amp;nbsp;แล้วว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นกกระสาคอขาวที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่กรงพักสัตว์ที่เป็นกรงเตรียมปล่อย&amp;nbsp;(กรง&amp;nbsp;soft&amp;nbsp;release)&amp;nbsp;ที่สร้างขึ้นมาสำหรับการนี้โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เพื่อให้นกมีการปรับตัวและเรียนรู้สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่จะเป็นบ้านแห่งใหม่ให้กับพวกเค้าในเวลาต่อมา&amp;nbsp;จากจำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัวนี้มีนกเพศผู้&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รับบทนำเครื่องระบุพิกัดตำแหน่ง&amp;nbsp;GPS&amp;nbsp;ขนาดเล็กติดตัวไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ&amp;nbsp;พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เหล่านกกระสาคอขาวทั้ง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่กล้าแกร่งมากเพียงพอแล้วจึงได้เริ่มออกโบยบินสู่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่เป็นครั้งแรกของชีวิต&amp;nbsp;ถึงตอนนี้แม้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการออกเดินทางอันแสนยาวไกลของเหล่านกกระสาคอขาว&amp;nbsp;แต่ทีมงานวิจัยจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวและพันธมิตรกลุ่มเล็กๆ&amp;nbsp;นี้ก็หวังว่าคนไทยทุกคนจะช่วยกันส่งกำลังใจให้กับนกกระสาคอขาวตัวน้อยที่เป็นกลุ่มตัวแทนของพี่น้องนกกระสาคอขาวอีกหลายสิบชีวิตที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างขะมักเขม้น&amp;nbsp;ในการเข้าต่อสู้กับวิกฤติการสูญพันธุ์ในประเทศไทย&amp;nbsp;ให้พวกเค้าได้รับโอกาสในการอยู่รอด&amp;nbsp;มีการแพร่กระจายตั้งต้นเผ่าพันธุ์ใหม่ในบ้านตามธรรมชาติของพวกเค้าได้อีกครั้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321110748051</Link_News></row>
<row _id="542"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่ แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบสูงสุดอยู่ ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงกว่า 4,400 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมาหลายพื้นที่&amp;nbsp;แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังพบสูงสุดอยู่&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&amp;nbsp;4,400&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(20&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;192&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;74&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;112&amp;nbsp;จุดสูงสุดติดต่อกัน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;ร้อยเอ็ด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเชียงใหม่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนลดลงกระจายตัวเบาบางหลายภูมิภาค&amp;nbsp;เพราะเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;แต่ภาคเหนือยังพบจุดความร้อนกระจุกตัวอยู่บางพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,650&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,789&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,104&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยรวมทั้งประเทศอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;ยกเว้นจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;วันวันนี้พบสูง&amp;nbsp;4,467&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;566&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;255&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321102706032</Link_News></row>
<row _id="543"><NewsTitle>เกษตรฯ แม่ฮ่องสอน จัดอบรมเทคนิคการขายสินค้าและการตลาดออนไลน์ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของวิสาหกิจชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์ชนัน&amp;nbsp;จิตภิลัย&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวบุตร์ชล&amp;nbsp;สุวรรณลพ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางสาวพชรวลัย&amp;nbsp;เอี่ยมอาภรณ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;และนางสาวรชนีกร&amp;nbsp;ศรีบุญเรือง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;จัดอบรมพัฒนาทักษะวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การพัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;และการตลาด&amp;nbsp;ให้แก่วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;และคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปให้แก่วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องเทคนิคการขายสินค้าและการตลาดออนไลน์&amp;nbsp;การจัดทำแผนธุรกิจอย่างง่าย&amp;nbsp;(BMC)&amp;nbsp;และจัดทำแผนความต้องการการพัฒนากระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการวิสาหกิจชุมชนชูบี&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลถ้ำลอด&amp;nbsp;อำเภอปางมะผ้า&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321104317043</Link_News></row>
<row _id="544"><NewsTitle>ยะลา  ธ.ก.ส. จับมือ อุตสาหกรรม  หนุนเกษตรกร - ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;(.ก.ส.)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จ.ยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกรลูกค้า(A-Product)&amp;nbsp;และผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยมีความมุ่งหวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตผู้ประกอบการเพิ่มโอกาสทางการตลาด&amp;nbsp;การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรและเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;อันจะสร้างรายได้&amp;nbsp;เกิดการจ้างงานสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรลูกค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และส่งเสริมบทบาทการเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืนมุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบทนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21มี.ค.65)&amp;nbsp;ทางด้านนายนวรัฐ&amp;nbsp;ทองพูน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ธ.ก.ส.ยะลา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสมบัติ&amp;nbsp;สุวรรณมณี&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย&amp;nbsp;A-Product&amp;nbsp;ให้แก่ลูกค้าและผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คัดเลือกผลผลิตของเกษตรกรลูกค้า&amp;nbsp;ที่มีมาตรฐานตามวิธีปฏิบัติธนาคารตามโครงการ&amp;nbsp;A&amp;nbsp;product&amp;nbsp;เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นที่รู้จัก&amp;nbsp;ผ่านการสนับสนุนและช่องทางการตลาดของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค&amp;nbsp;และเพิ่มโอกาสจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกและชุมชน&amp;nbsp;สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เข้าร่วม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;"ข้าวบุดี"&amp;nbsp;/ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;"ลูกหยีอีชัน"&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;"ทุเรียนทอดกรอบตรา&amp;nbsp;เจ้จุ่ม&amp;nbsp;เบตง&amp;nbsp;โอเค&amp;nbsp;เบตง"&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;"ผ้ามัดย้อมสีมายา"&amp;nbsp;/ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;"กาละแม&amp;nbsp;หน่อไม้&amp;nbsp;"&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321122427085</Link_News></row>
<row _id="545"><NewsTitle>สสก.5 ติดอาวุธให้เจ้าหน้าที่ภาคใต้ พร้อมเป็นที่ปรึกษาเกษตรกร เร่งพัฒนาสินค้าสู่การรับรอง GAP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริม&lt;/strong&gt;และพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ให้ข้อมูลว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันภาคใต้มีเกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;54,589&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งถือว่ายังมีจำนวนน้อย&amp;nbsp;เกษตรกรทุกรายควรได้รับการรับรอง&amp;nbsp;ซึ่งตามภารกิจแล้ว&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร&amp;nbsp;และกรมวิชาการเกษตรจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจให้การรับรอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรพัฒนาสินค้าให้เข้าสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้มากขึ้น&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันสร้างการรับรู้&amp;nbsp;และเร่งพัฒนาเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ให้พร้อมเป็นที่ปรึกษาและตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นตามข้อกำหนด&amp;nbsp;ก่อนการยื่นขอตรวจรับรองจริงโดยกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายดำเนินการส่งเสริม&lt;/strong&gt;การผลิตสินค้าเกษตรสู่มาตรฐานภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรในการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหาร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเน้นพื้นที่ที่มีการส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;และแปลงทั่วไปที่มีศักยภาพทางการผลิตและการตลาด&amp;nbsp;ภาคใต้ได้รับเป้าหมายเกษตรกรให้ดำเนินการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,926&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;โดยเกษตรกร&amp;nbsp;ที่จะเข้าร่วมต้องเป็นเกษตรกรที่ยังไม่เคยเข้ารับการอบรมเรื่องมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;หรือเกษตรกรรายเดิมที่ยังไม่ผ่านการประเมินแปลงเบื้องต้นจากกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรที่อยู่ในขอบข่ายการตรวจรับรองของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;โดยพื้นที่ในการผลิต&amp;nbsp;ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;(มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;มีเอกสาร/หนังสือรับรอง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรที่สนใจ&amp;nbsp;สามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ที่&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;การที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรมีการพัฒนา&lt;/strong&gt;สินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรเองจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตรตามหลักการของมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และสามารถที่จะถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนเป็นที่ปรึกษาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่รับผิดชอบได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงได้จัดอบรมพัฒนาความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั้ง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยได้เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;สถาบันการศึกษา&amp;nbsp;รวมทั้งกรมส่งเสริมการเกษตรเอง&amp;nbsp;เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่เข้าอบรมได้รับความรู้ที่จะนำไปปฏิบัติงานในพื้นที่ได้มากที่สุด&amp;nbsp;โดยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นครบทุกรุ่นแล้ว&amp;nbsp;ในไตรมาส&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พร้อมที่จะไปปฏิบัติงานเป็นที่ปรึกษาให้เกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321133509110</Link_News></row>
<row _id="546"><NewsTitle>พัฒนาเส้นไหมไทยพื้นบ้าน เส้นพุ่งสำหรับทอผ้า สร้างอัตลักษณ์ให้กับไหมไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปราโมทย์&amp;nbsp;ยาใจ&amp;nbsp;อธิบดีกรมหม่อนไหม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในกระบวนการทอผ้าประกอบด้วยเส้นพุ่งและเส้นยืนนำมาทอเป็นผืนผ้า&amp;nbsp;ซึ่งในการผลิตเส้นไหมเพื่อใช้ในการทอผ้านั้น&amp;nbsp;เส้นไหมที่ได้จากการสาวไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านส่วนใหญ่จะนำมาทำเป็นไหมเส้นพุ่งเพื่อการทอผ้า&amp;nbsp;เนื่องจากเส้นใยมีความยาวค่อนข้างสั้น&amp;nbsp;คือประมาณ&amp;nbsp;250&amp;nbsp;&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แต่นำมาทำเป็นเส้นยืนสำหรับทอผ้าได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมหม่อนไหม&amp;nbsp;จึงร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พัฒนาเทคนิคและวิธีการสาวไหมและตีเกลียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อให้สามารถทำเส้นไหมยืนและเส้นไหมพุ่งจากไหมไทยพื้นบ้านด้วยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถทำได้เอง&amp;nbsp;เส้นไหมที่สาวได้มีลักษณะกลม&amp;nbsp;มีการรวมตัวของเส้นไหมดี&amp;nbsp;เส้นไหมมีความแน่น&amp;nbsp;ไม่แตก&amp;nbsp;เมื่อนำไปทอผ้าจะได้ผ้ามีคุณภาพดีมาก&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสาวไหมทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ&amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพเส้นไหมโดยรวมของประเทศ&amp;nbsp;เพื่อเป็นวัตถุดิบในการทอผ้าไหมได้ผ้าไหมคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นการสร้างอัตลักษณ์ให้กับไหมไทยและสามารถจำหน่ายได้ราคาสูงเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นผ้าไหมลักษณะพิเศษที่มีความนุ่มพลิ้วได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกระบวนการทำเส้นไหมเส้นยืนนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีเทคนิคและวิธีการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน&amp;nbsp;โดยจุดเด่นของกระบวนการนี้คือ&amp;nbsp;สามารถนำรังไหมรังเหลืองจากไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านมาทำเป็นเส้นไหมได้ตามความต้องการ&amp;nbsp;ทั้งไหมเส้นพุ่งและไหมเส้นยืน&amp;nbsp;เส้นไหมที่สาวได้มีลักษณะกลม&amp;nbsp;มีการรวมตัวของเส้นไหมดี&amp;nbsp;เส้นไหมไม่แตก&amp;nbsp;สามารถนำมาทอผ้าไหมคุณภาพสูง&amp;nbsp;หรือผ้ากิโมโนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถทำได้เอง&amp;nbsp;ไม่ยุ่งยาก&amp;nbsp;ซับซ้อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสามารถสาวเส้นและตีเกลียวได้ปริมาณมากกว่าวิธีเดิม&amp;nbsp;อีกทั้งยังสามารถควบคุมขนาดและคุณภาพของเส้นไหมได้ตามความต้องการและตามมาตรฐานที่กำหนดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321145301156</Link_News></row>
<row _id="547"><NewsTitle>ธ.ก.ส.ยะลา ร่วมกับ อุตสาหกรรมยะลา ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย A-Product แก่ลูกค้าและผู้ประกอบการธุจกิจชุมชนในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มีค.65)&amp;nbsp;ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;การเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;นายนวรัฐ&amp;nbsp;ทองพูน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดยะลา&amp;nbsp;และนายสมบัติ&amp;nbsp;สุวรรณมณี&amp;nbsp;อุตาสาหกรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกันส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับเครื่องหมาย&amp;nbsp;A-Product&amp;nbsp;ให้แก่ลูกค้าและผู้ประกอบการธุจกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดยะลา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp;เนื่องจากสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ได้จัดทำโครงการสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของเกษตรกรลูกค้า&amp;nbsp;(A-Product)&amp;nbsp;และผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยธนาคารมีความมุ่งหวังการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตผู้ประกอบการ&amp;nbsp;เพิ่มโอกาสทางการตลาด&amp;nbsp;การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรและเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;อันจะสร้างรายได้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp;สร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรลูกค้าและผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และส่งเสริมบทบาทการเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน&amp;nbsp;มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนวรัฐ&amp;nbsp;ทองพูน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงาน&amp;nbsp;ธ.ก.ส.จังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ส่งมอบบรรจุภัณฑ์ที่มีการพัฒนาขึ้น&amp;nbsp;เพื่อที่จะเอื้ออำนวยให้กับกลุ่มเกษตรกรของกลุ่มวิสาหกิจของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ในการที่จะพัฒนาในเรื่องของการขายผลิตผล&amp;nbsp;และขายผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;จากเดิมที่เราขายกันในท้องตลาดโดยขายกันแบบธรรมดาทั่วไปอย่างเช่นผักที่เราขายกันเป็นมัด&amp;nbsp;และในวันนี้เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดูสวยงามขึ้น&amp;nbsp;ดูสะดุดตาขึ้น&amp;nbsp;ผู้บริโภคก็สามารถคิดว่าสินค้าที่เราพัฒนามีมาตรฐานมีคุณสมบัติปลอดภัยในการบริโภค&amp;nbsp;ได้รับตราสัญลักษณ์รับรองจากหลายๆหน่วยงานโดยเฉพาะตราสัญลักษณ์ของธนาคารเอง&amp;nbsp;A&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;โดยการคัดเลือก&amp;nbsp;A&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;เราต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน&amp;nbsp;ก่อนที่จะให้ตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;A&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ผลิตภัณฑ์มีทั้งผักสด&amp;nbsp;ข้าวบุดี&amp;nbsp;กาละแมร์หน่อไม้&amp;nbsp;ผ้าทอของสีมายา&amp;nbsp;ลูกหยี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลิตผลจากเกษตรกรและผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของ&amp;nbsp;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่&amp;nbsp;นายสมบัติ&amp;nbsp;สุวรรณมณี&amp;nbsp;อุตาสาหกรรมจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางอุตสาหกรรมจังหวัดได้เห็นความสำคัญของโครงการที่ทำและเรามีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์และให้คำแนะนำปรึกษาในด้านพัฒนาตัวผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;โดยทางอุตสาหกรรมจังหวัดยะลามีบทบาทภารกิจขับเคลื่อน&amp;nbsp;และการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยทางเราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรมที่ทำในเรื่องของการส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;และได้ทราบว่าทางธนาคารได้มีแพลตฟอร์มที่จะไปวางขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะไปต่อยอดต่อไป&amp;nbsp;และหากว่าปีหน้าทางธนาคารมีโครงการแบบนี้อีก&amp;nbsp;ทางอุตสาหกรรมก็จะให้ความร่วมมืออีก&amp;nbsp;เพราะเราจะพัฒนากลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาวิสาหกิจด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนางสาวโรสนี&amp;nbsp;ดอเลาะ&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวพื้นเมืองปลอดสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;(ข้าวบุดี)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ดีใจมากที่ทาง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.เห็นความสำคัญของกลุ่มข้าวบุดี&amp;nbsp;ว่าเราพอมีศักยภาพที่จะสามารถต่อยอดได้ในแง่ของบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ทั้งกระบวนการผลิต&amp;nbsp;กระบวนการขายของเราก็มีอยู่แล้วแต่ว่าในช่วงของแพ็คเก็ตจริงหรือผลิตภัณฑ์ของเราสามารถยกระดับขึ้นได้อีกสเต็ปหนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งทาง&amp;nbsp;ธ.ก.ส.มีทั้งเงินทุนและโอกาสให้กลุ่มเยอะมากทุกด้านทั้งองค์ความรู้และกระบวนการจัดการและตัวแพคเกจจิ้งด้วยอาจจะมีการตลาดเข้ามาด้วยในอนาคตข้างหน้าที่จะเสริมเข้ามา&amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321141503125</Link_News></row>
<row _id="548"><NewsTitle>ขับเคลื่อนโครงการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมพลังลดโลกร้อน ที่สุพรรณบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ทส.)&amp;nbsp;มอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;รวมพลังลดโลกร้อน&amp;nbsp;ที่หอประชุมอาชาสีหมอก&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;ผู้บริหารและปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนผู้อำนวยการดรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;337&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีนายณัฐภัทร&amp;nbsp;สุวรรณประทีป&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบเกียรติบัตรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เทศบาลตำบลดอนเจดีย์&amp;nbsp;และด้านการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อบต.พลับพลาไชย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำหนดให้มีการคัดเลือก&amp;nbsp;อปท.&lt;/strong&gt;ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2564&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ด้านการสาธารณสุข&amp;nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ด้านส่งเสริมศาสนา&amp;nbsp;ศิลปะ&amp;nbsp;วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สุงอายุ&amp;nbsp;และด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดพิจารณาคัดเลือก&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;เพื่อเป็นแบบอย่างและขวัญกำลังใจแก่&amp;nbsp;อปท.ดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321142335131</Link_News></row>
<row _id="549"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ แพร่ นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ณ อุทยานแห่งชาติแม่ยม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม&amp;nbsp;ตำบลสะเอียบ&amp;nbsp;อำเภอสอง&amp;nbsp;นายสมหวัง&amp;nbsp;พ่วงบางโพ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสนับสนุนในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานทั้งสังกัดกรมป่าไม้&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอสองร่วมชี้แจงและบรรยายสรุปผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแม่ยม&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าแม่ยม&amp;nbsp;หน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;พร.2&amp;nbsp;(แม่สอง)&amp;nbsp;หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้สอง&amp;nbsp;และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยหลวง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดแพร่มีเป้าหมายตัวชี้วัด&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความสำเร็จของการจัดการไฟป่าและการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;คือจุดความร้อนลดลงร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;3,528&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบจุดความร้อนจำนวน&amp;nbsp;939&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เป้าหมายความสำเร็จในการควบคุมฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร้อยละวันที่ปริมาณ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินเกณฑ์มาตรฐานลดลงร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;หรือไม่เกิน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ผลการดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบจำนวนวันที่ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐานจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;โดยค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลเปรียบเทียบ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ข้อมูลระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคมถึง&amp;nbsp;19&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่าปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;46&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;สำหรับปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานจำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เน้นย้ำแนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติตามมาตรการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำหรับแนวทางของจังหวัดแพร่เน้นการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;โดยเน้นการสร้างความเข้าใจให้ถึงกลุ่มเป้าหมายพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึงตลอดปี&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงก่อนและหลังช่วงวิกฤตหมอกควันอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ให้มีการบริหารงบประมาณอย่างเหมาะสมเพียงพอทั่วถึง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;ที่สามารถดูแลไม่ให้เกิดไฟป่า&amp;nbsp;ให้จัดหางบประมาณสนับสนุนมากกว่าพื้นที่&amp;nbsp;ที่เกิดไฟป่าซ้ำซาก&amp;nbsp;การนำนโยบายคนอยู่กับป่าเพื่อประโยชน์อย่างสมดุล&amp;nbsp;และปัญหาไฟป่าหมอกควันเป็นปัญหาส่งผล&amp;nbsp;กระทบต่อสุขภาพของประชาชน&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยว&amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องได้รับความร่วมมือจาก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;ร่วมมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้อาทิ&amp;nbsp;สภาวะอากาศ&amp;nbsp;กระแสลมภูมิประเทศ&amp;nbsp;ส่งผลต่อปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;ได้เดินทางไปยังหน่วยป้องกันและรักษาป่า&amp;nbsp;พร.&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321143050133</Link_News></row>
<row _id="550"><NewsTitle>รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิด  Green Youth Camp ปลูกจิตสำนึกเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่สุพรรณบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(ทส.)&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนา&amp;nbsp;"ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Youth&amp;nbsp;Camp)"&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่สำคัญอันดับแรก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงอยู่และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตระหนักถึงความสำคัญของเยาวชนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;จึงได้ให้การส่งเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กและเยาวชนในทุกช่วงวัยมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ที่สำคัญคือ&amp;nbsp;ดึงเยาวชนในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ร่วมเป็นพลังในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สร้างความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;และจิตสำนึก&amp;nbsp;และขยายเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนในพื้นที่&amp;nbsp;เกิดการกระตุ้นเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายสรชัด&amp;nbsp;สุจิตต์&amp;nbsp;กล่าวในฐานะประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจัดสัมมนาในครั้งนี้จัดโดยคณะกรรมาธิการการที่ดิน&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้และการศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การเรียนรู้เรื่อง&amp;nbsp;"การบริหารการจัดการขยะอย่างยั่งยืน"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนปลอดขยะ&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ชุมชนบ้านรางพลับ&amp;nbsp;จ.ราชบุรี&amp;nbsp;กิจกรรมปลูกป่า&amp;nbsp;เพื่อเรียนรู้ศึกษาธรรมชาติป่าแก่งกระจาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกแห่งที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ของประเทศไทย&amp;nbsp;การศึกษาดูงาน&amp;nbsp;"โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp;การเรียนรู้&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;"การบริหารจัดการ&amp;nbsp;การพัฒนา&amp;nbsp;และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เกาะจานและเกาะท้ายทรีย์&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติหาดวนกร&amp;nbsp;กิจกรรมศึกษาดูงาน&amp;nbsp;"การศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;"&amp;nbsp;รวมไปถึงการเรียนรู้ฟาร์มทะเลตัวอย่างแบบผสมผสานตามพระราชดำริโดยมีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย&amp;nbsp;และอาชีวศึกษาในจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321143002132</Link_News></row>
<row _id="551"><NewsTitle>ประวิตร กำชับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี โดยเฉพาะการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กำชับ&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;โดยเฉพาะการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;เบื้องต้นมีบ่อบาดาลใช้งานได้แล้วกว่า&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อำเภอบ้านไร่&amp;nbsp;จังหวัดอุทัยธานี&amp;nbsp;พร้อมปล่อยแถวทีมดับไฟป่าและขบวนรถบรรทุกน้ำช่วยเหลือประชาชนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลให้สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;เพื่อนำน้ำดื่มสะอาด&amp;nbsp;7,500&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ส่งมอบให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายศักดิ์ดา&amp;nbsp;วิเชียรศิลป์&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมาจังหวัดอุทัยธานีไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนเพียงพอและแหล่งกักเก็บน้ำใช้น้ำฝนเป็นหลัก&amp;nbsp;แต่ประชาชนในพื้นที่ทำอาชีพเกษตรกรรมน้ำฝนถึงร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;แล้วมีพื้นที่การเกษตรกว่า&amp;nbsp;1.4&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;แต่อยู่ในเขตชลประทานเพียง&amp;nbsp;230,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และไม่สามารถสนับสนุนน้ำทำการเกษตรได้เพียงพอ&amp;nbsp;จนเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะหน้าแล้ง&amp;nbsp;เบื้องต้นอุทัยธานีได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้งแล้ว&amp;nbsp;68&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาคการเกษตรพัฒนาไม่เต็มศักยภาพ&amp;nbsp;สิ่งสำคัญยังหาแหล่งน้ำบาดาลยากมาก&amp;nbsp;ทำให้การเจาะและพัฒนาน้ำบาดาลไม่ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;ได้เร่งรัดขุดเจาะบ่อบาดาลและใช้เครื่องมือทันสมัยค้นหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ๆในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ขณะนี้อุทัยธานีมีบ่อน้ำบาดาลที่ใช้งานได้แล้ว&amp;nbsp;1,579&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;บ่อน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;114&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และบ่อน้ำบาดาลเพื่อการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;1,465&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563-2565&amp;nbsp;รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยเหลือประชาชนในอุทัยธานีผ่านโครงการต่างๆกว่า&amp;nbsp;22&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่หาน้ำยาก&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ขนาดพื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมาก&amp;nbsp;ทั้งการเกษตรกรรมและอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;จนประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321154342193</Link_News></row>
<row _id="552"><NewsTitle>เกอิชา กาแฟเด่นจากดอยสูง บ้านมณีพฤกษ์ เมืองน่าน กิโลละ 8 พัน ผลการพัฒนาภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยอยู่ในเขต&amp;nbsp;Bean&amp;nbsp;Belt&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกกาแฟและมีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศและสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;สามารถปลูกกาแฟได้ทั้งพันธุ์อาราบิก้า&amp;nbsp;ในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;และพันธุ์โรบัสต้าในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จึงได้มีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ที่เน้นการบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;รวมกันผลิต&amp;nbsp;และรวมกันจำหน่าย&amp;nbsp;โดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน&amp;nbsp;ผ่านการถ่ายทอดความรู้โดยใช้แนวทางการพัฒนา&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Group&amp;nbsp;ของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพ&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพของเกษตรกรสู่&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาด&amp;nbsp;โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้มีการส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรให้กับกลุ่มแปลงใหญ่ผ่านโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแปลงใหญ่กาแฟบ้านมณีพฤกษ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตำบลงอบ&amp;nbsp;อำเภอทุ่งช้าง&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งมีผลการจัดชั้นคุณภาพ&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ถือเป็นอีกความสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้การส่งเสริมของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จนเกิดผลสำเร็จในรูปแบบแปลงใหญ่กาแฟที่โดดเด่น&amp;nbsp;ขณะที่ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรได้เข้าไปสนับสนุนกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ภายใต้โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;ทำให้กลุ่มแปลงใหญ่กาแฟบ้านมณีพฤกษ์&amp;nbsp;สามารถจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการผลิตกาแฟ&amp;nbsp;ซึ่งช่วยให้กลุ่มสามารถแปรรูปผลผลิตกาแฟเชอรี่ได้ถึง&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;กิโลกรัม/ชั่วโมง&amp;nbsp;พร้อมทั้งการสนับสนุนองค์ความรู้ยังทำให้กระบวนการผลิตมีการควบคุมอย่างเข้มงวดในทุกรอบการผลิตและการปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้ได้กาแฟที่มีมาตรฐานเดียวกัน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150323168</Link_News></row>
<row _id="553"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร ระบุเกษตรขอความร่วมมือเกษตรกรตัดทุเรียนก่อนกำหนด ส่งตัวอย่างตรวจเพื่อวัดหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งก่อนเก็บเกี่ยว ป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรมีความห่วงใยในเรื่องคุณภาพของทุเรียนในภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่และกำลังให้ผลผลิตอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะการเร่งตัดทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;ทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;ในช่วงต้นฤดูกาลเพื่อจำหน่ายทำกำไร&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อราคาทุเรียนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อทุเรียนไทยในสายตาผู้บริโภค&amp;nbsp;รวมทั้งเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเมื่อถูกกดราคาจากผู้รับซื้อ&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ดำเนินการป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อน&amp;nbsp;ภายใต้การกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;โดยร่วมกันวางมาตรการเพื่อควบคุมและป้องกันปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&amp;nbsp;พร้อมจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;(ทุเรียนอ่อน)ในจังหวัดแหล่งผลิตที่สำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;และตราด&amp;nbsp;พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ให้บริการตรวจสอบความสุกแก่ของทุเรียนให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนดด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรและมือตัดทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในการนำตัวอย่างทุเรียนที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันเก็บเกี่ยวที่ประกาศไว้&amp;nbsp;มาตรวจหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&amp;nbsp;สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;ซึ่งในปีที่ผ่านมาพบว่ามาตรการดังกล่าวเกษตรกรส่วนใหญ่มีความพึงพอใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี&amp;nbsp;สามารถควบคุมทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&amp;nbsp;ได้ในระดับที่น่าพอใจเนื่องจากเห็นว่าเป็นแนวที่ดีที่จะทำให้ทุเรียนมีคุณภาพมากขึ้น&amp;nbsp;และมีตลาดรองรับในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321150909171</Link_News></row>
<row _id="554"><NewsTitle>ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศและภาคีเครือข่าย จัดโครงการถอดบทเรียนขยะพลาสติกจากบ้านเรือนสู่การรีไซเคิลแบบวงจรปิด ลดการปนเปื้อนขยะพลาสติกในทะเล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงแรมคลาสสิค&amp;nbsp;คามิโอ&amp;nbsp;ต.เนินพระ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายฉัตรนุชัย&amp;nbsp;สมบัติศรี&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลนครระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับขยะพลาสติก&amp;nbsp;ถอดบทเรียนจากอดีตสู่อนาคต&amp;nbsp;กรณีศึกษาการรีไซเคิลแบบวงจรปิดและหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;Dr.Giuseppe&amp;nbsp;Busin&amp;nbsp;&amp;nbsp;อัครราชทูต&amp;nbsp;รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป&amp;nbsp;(EU)&amp;nbsp;ประจำประเทศไทย&amp;nbsp;นางสาวปรีญาพร&amp;nbsp;สุวรรณเกษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;กล่าวในรายละเอียดและความสำคัญของโครงการผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;นายสมชาย&amp;nbsp;รุ่งเรือง&amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.อรทัย&amp;nbsp;ชวาลภาฤทธิ์&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;และตัวแทนจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ประชาชนในเขตเทศบาลนครระยอง&amp;nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;เทศบาลเมืองมาบตาพุดเข้าร่วมสัมมนาโครงการดังกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภายใต้วัตถุประสงค์ในการเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการและผลงานพร้อมเกี่ยวกับการจัดการขยะพลาสติก&amp;nbsp;รวมทั้งระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการจัดการขยะพลาสติกให้ต่อเนื่องและยั่งยืนลดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล&amp;nbsp;ขณะเดียวกันเป็นการขับเคลื่อนการเพิ่มขอบเขตความรับผิดชอบผู้ผลิตพลาสติกในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;(Extended&amp;nbsp;Producer&amp;nbsp;Responsibility)&amp;nbsp;ให้นำพลาสติกที่เหลือใช้จากครัวเรือนมาผ่านกระบวนการคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่แบบวงจรปิดและลดจำนวนขยะพลาสติกสะสมโดยจะเริ่มนำร่องในพื้นที่จังหวัดระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน&amp;nbsp;(GIZ)&amp;nbsp;และสำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านเทคนิคระหว่างประเทศแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส&amp;nbsp;(EF)&amp;nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และรับฟังความคิดเห็น&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ขยะพลาสติก&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ถอดบทเรียนจากอดีตสู่อนาคต&amp;nbsp;กรณีศึกษาการรีไซเคิลแบบวงจรปิดและหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ภายใต้การดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;การเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะพลาสติกจากบ้านเรือนเพื่อการรีไซเคิลแบบวงจรปิด&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป&amp;nbsp;(EU)&amp;nbsp;และกระทรวงความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งสหภาพที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะพลาสติกปนเปื้อนในระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะระบบนิเวศทางทะเลอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดข้อเสนอทางนโยบายด้านการจัดการขยะพลาสติกหรือกิจกรรมอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและลดมลพิษจากการรั่วไหลของขยะพลาสติกจากชายฝั่งลงสู่ทะเล&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมระบบการรีไซเคิลแบบวงจรปิดหรือ&amp;nbsp;Closed-loop&amp;nbsp;recycling&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321152922185</Link_News></row>
<row _id="555"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก EXPO 2022 Floriade Almere เปิดตัว Thailand Pavilion โชว์ศักยภาพนวัตกรรมอาหารสินค้าเกษตรไทยสู่สายตาชาวโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คณะรัฐมนตรีได้มีมติ&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;อนุมัติให้เข้าร่วมงานและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในนามประเทศไทย&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;หน่วยงานราชการอี่น&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;ประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;The&amp;nbsp;International&amp;nbsp;Horticultural&amp;nbsp;Expo&amp;nbsp;(EXPO&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;Floriade&amp;nbsp;Almere)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&amp;nbsp;เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าด้านการเกษตรของประเทศไทย&amp;nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเกษตรและสินค้าเพื่อสุขภาพของไทย&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือเรื่องพืชสวนระหว่างกัน&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยส่งเสริมโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผู้บริโภคหรือคู่ค้าในระดับสากล&amp;nbsp;อีกทั้งการร่วมงานในครั้งนี้ยังเป็นโอกาสอันดีในการร่วมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์&amp;nbsp;ครบรอบ&amp;nbsp;418&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด&amp;nbsp;ทั้งในระดับพระราชวงศ์&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;และประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประเทศไทยเข้าร่วมจัดงานภายใต้แนวคิดหลัก&amp;nbsp;TRUST&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;โดยจะนำเสนอนโยบาย&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;model&amp;nbsp;และนโยบาย&amp;nbsp;3S&amp;nbsp;(3S&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Safety&amp;nbsp;Security&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Sustainability)&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;สอดคล้องกับแนวคิดหลักในการจัดงาน&amp;nbsp;Growing&amp;nbsp;Green&amp;nbsp;Cities&amp;nbsp;ความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมอาหารและสินค้าเกษตรของไทย&amp;nbsp;การพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง&amp;nbsp;นำเสนอสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการส่งออก&amp;nbsp;รวมทั้งจะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย&amp;nbsp;กับผู้นำเข้าสินค้าของเนเธอร์แลนด์&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจสินค้าพืชสวนของไทย&amp;nbsp;ซึ่งการเข้าร่วมการจัดงาน&amp;nbsp;Floriade&amp;nbsp;ของประเทศไทยในอดีตสามารถเปิดตลาดสินค้ากล้วยไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จมาแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321152424183</Link_News></row>
<row _id="556"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ฯ ผลักดันเยาวชนไทยรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาเยาวชนให้รู้เท่าทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ผลักดันเยาวชนไทยรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม&amp;nbsp;ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Youth&amp;nbsp;Camp)&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเยาวชนให้รู้เท่าทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ได้จัดโครงการสัมมนา&amp;nbsp;ผู้นำเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Youth&amp;nbsp;Camp)&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp;ราชบุรี&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;และประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เป็นประโยชน์พัฒนาเยาวชนให้รู้เท่าทันพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน&amp;nbsp;และเกิดการกระตุ้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;ด้วยการดึงเยาวชนในจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่นำร่องร่วมเป็นพลังอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูมิอากาศก้าวสู่การขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมาสุพรรณบุรีเป็นหนึ่งจังหวัดที่ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งปัญหาอุทกภัยรุนแรง&amp;nbsp;ปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ปัญหาการเผาป่า&amp;nbsp;และปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ซึ่งการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญจะเกิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายสรชัด&amp;nbsp;สุจิตต์&amp;nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และพยายามผลักดันการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยมุ่งเน้นไปที่เยาวชนเป็นหลัก&amp;nbsp;ด้วยการเสริมสร้างการเรียนรู้และการศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321155213203</Link_News></row>
<row _id="557"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ยโสธรลงพื้นที่เยี่ยมชมและส่งเสริมเกษตรกรทุ่งนาแตงโมอินทรีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทุ่งนาบ้านเหล่าฝ้าย&amp;nbsp;ตำบลลุมพุก&amp;nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;และส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจ&amp;nbsp;กลุ่มผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;และมุ่งมั่นในการผลิตเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่ง&amp;nbsp;การปลูกแตงโมอินทรีย์&amp;nbsp;หลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่แตงโมอินทรีย์และการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกแตงโมอินทรีย์พร้อมทั้งสอบถามปัญหาอุปสรรคตลอดจนความต้องการที่จะให้ทางจังหวัดยโสธรช่วยเหลือสนับสนุนโดยแตงโมที่ปลูกมีทั้งแตงโมรูปหัวใจและแตงโมรูปสี่เหลี่ยมโดยมีนางยุพิน&amp;nbsp;ภัทรกุลพงษ์&amp;nbsp;อำเภอคำเขื่อนแก้ว&amp;nbsp;นายสุชาติ&amp;nbsp;ปกป้อง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้วพร้อมเจ้าหน้า&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านตลอดจนสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมทุ่งนาแตงโมอินทรีย์ในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321170837260</Link_News></row>
<row _id="558"><NewsTitle>สหกรณ์ศรีสะเกษ เดินหน้าอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์กว่า 28 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องธุรกิจและอาชีพสมาชิกสหกรณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประชุมคณะอนุกรรมกรพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;ระดับจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;โดยมีสหกรณ์เสนอขอกู้เงินทั้งหมด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;เป็นเงินจำนวน&amp;nbsp;28,686,500&amp;nbsp;.-บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมพิทยาลงกรณ์&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้&amp;nbsp;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการรับชำระหนี้เงินกู้&amp;nbsp;และการพิจารณาอนุมัติเงินกู้กองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายภาณุพงศ์&amp;nbsp;แสงคำสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ&amp;nbsp;และผู้แทนสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ร่วมการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภาณุพงศ์&amp;nbsp;แสงคำ&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนากิจการสหกรณ์และขยายช่องทางการดำเนินธุรกิจ&amp;nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้มีการติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมครั้งที่ผ่านมา&amp;nbsp;ติดตามผลการรับชำระหนี้เงินกู้&amp;nbsp;เร่งรัดหนี้ค้างชำระ&amp;nbsp;และในที่ประชุม&amp;nbsp;คณะอนุกรรมการฯได้ร่วมกันพิจารณาอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ครั้งนี้&amp;nbsp;มีสหกรณ์เสนอขอกู้เงินทั้งหมด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1).สหกรณ์การเกษตรวังหิน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์&amp;nbsp;จัดหาสินค้ามาจำหน่าย&amp;nbsp;(ปุ๋ย&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์ข้าวและอาหารสัตว์)&amp;nbsp;2).&amp;nbsp;สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านพระ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(ปลูกข้าว)&amp;nbsp;3).&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรอุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์จัดหาสินค้ามาจำหน่าย&amp;nbsp;(ปุ๋ย&amp;nbsp;และเมล็ดพันธุ์ข้าว)&amp;nbsp;4).&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์จัดหาแม่ปุ๋ยเพื่อผลิตปุ๋ยสั่งตัดมาจำหน่าย&amp;nbsp;5).&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;เป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืม&amp;nbsp;(เลี้ยงโคขุน)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;6).&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรพยุห์&amp;nbsp;จำกัด)&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(เลี้ยงโค)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;7).&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรอุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(เลี้ยงไก่ไข่,&amp;nbsp;เลี้ยงวัวแม่พันธุ์)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;8).สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(เลี้ยงสัตว์และปลูกผักปลอดสาร)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมอาชีพในยุค&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Normal&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;9).สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อไปลงทุนในการจัดหาหรือปรับปรุงระบบกักเก็บน้ำ&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์เพื่อป้องกันผลกระทบจากภัยแล้งในระยะยาว&amp;nbsp;ตามโครงการจัดหาและปรับปรุงแหล่งน้ำของสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;10).สหกรณ์การเกษตรเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(เลี้ยงโคขุน)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;11).&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรไพรบึง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(เลี้ยงโคขุน)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อแก้ปัญหาหนี้และฟื้นฟูอาชีพสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;12).สหกรณ์ผู้ปลูกหอมแดงกันทรารมย์&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(ปลูกพริก)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;13).สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองโอง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(เลี้ยงวัว)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;14).สหกรณ์ผู้ใช้น้ำสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านหนองบัวไชยวาน&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ยืมประกอบอาชีพการเกษตร&amp;nbsp;(ปลูกข้าวโพด)&amp;nbsp;ตามโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;ปีที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ15).สหกรณ์โคนมศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อดำเนินตามโครงการพัฒนาการผลิตน้ำนมโคที่มีคุณภาพลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;รวมวงเงินที่อนุมัติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;28,686,500&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์เป็นกองทุนที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับสหกรณ์และสมาชิก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ช่วยให้สหกรณ์ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก&amp;nbsp;และที่สำคัญเป็นกองทุนดอกเบี้ยต่ำ&amp;nbsp;ช่วยให้ต้นทุนทางธุรกิจของสหกรณ์ลดลงเมื่อเทียบกับเงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น&amp;nbsp;ทำให้สหกรณ์มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และสมาชิกก็ได้รับผลประโยชน์ในลักษณะของเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนเมื่อสิ้นปีทางบัญชีของสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321172517278</Link_News></row>
<row _id="559"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สั่งการทุกหน่วยงาน เดินหน้าเฝ้าระวัง ควบคุมสถาการณ์ไฟป่า หมอกควัน พร้อมขอความร่วมมือประชาชน ลดกิจกรรมการเผาทุกชนิด ควบคู่กับมาตรการด้านกฏหมาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการติดตามพบว่า&amp;nbsp;ยังมีจุดความร้อนเกิดขึ้นกระจายในหลายพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังสามารถควบคุมได้&amp;nbsp;โดยปัจจุบันพบจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;2,823&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งพบจำนวน&amp;nbsp;11,945&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าลดจุดความร้อนลง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต้องไม่เกิน&amp;nbsp;9,556&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งจากนี้การดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะบริหารจัดการบนพื้นฐานของข้อมูลในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;และพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ในด้านการปฏิบัติหากพื้นที่ใดเกิดสถานการณ์ไฟป่าไหม้ลุกลามรุนแรง&amp;nbsp;หน่วยงานฝ่ายทหารมีความพร้อมสนับสนุนกำลังพลทันที&amp;nbsp;ทั้งภารกิจการลาดตระเวน&amp;nbsp;และการดับไฟป่า&amp;nbsp;โดยจากนี้จะเพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการ&amp;nbsp;ทั้งการลาดตระเวน&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&amp;nbsp;และการป้องปรามการเผาป่า&amp;nbsp;รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนในการลดกิจกรรมการเผา&amp;nbsp;ควบคู่กับมาตรการด้านกฏหมาย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามยังพบว่าปริมาณฝุ่นควันส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;เป็นฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เนื่องจากระยะนี้มีลมพัดจากทิศตะวันตกเข้ามา&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายทหาร&amp;nbsp;ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการควบคุมการเผาแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;112&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยมีจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,823&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบสูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;824&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,643&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;หากวิเคราะห์จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,156&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;645&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,201&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ขณะที่คุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;84&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เริ่มมีผลต่อสุขภาพ&amp;nbsp;และที่สถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321191905324</Link_News></row>
<row _id="560"><NewsTitle>พช.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและสนับสนุนการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายพิศ&amp;nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดกิจกรรมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสืบสานงานหัตถกรรมพื้นบ้านการจักสานกระติบข้าวไม้ไผ่&amp;nbsp;ซึ่งมีคณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเมยวดี&amp;nbsp;คณะกรรมการพัฒนาสตรีตำบลชมสะอาด&amp;nbsp;สมาชิกสตรีตำบลชมสะอาด&amp;nbsp;และครัวเรือนตกเกณฑ์&amp;nbsp;จปฐ.&amp;nbsp;ด้านรายได้&amp;nbsp;ตำบลชมสะอาด&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดโพธิ์ชัยศรี&amp;nbsp;บ้านศรีอุดม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลชมสะอาด&amp;nbsp;อำเภอเมยวดี&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายพิศ&amp;nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่&amp;nbsp;"โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;พัฒนาชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ด"&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แปลงครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;นายวีระชัย&amp;nbsp;ทิพเจริญ&amp;nbsp;บ้านหนองโน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลชมสะอาด&amp;nbsp;อำเภอเมยวดี&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;พื้นที่ครัวเรือนต้นแบบ&amp;nbsp;(HLM)&amp;nbsp;ขนาดพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อัตราส่วน&amp;nbsp;1:2&amp;nbsp;ประเภทดินร่วนปนทราย&amp;nbsp;ซึ่งแปลงนี้ได้ดำเนินการปลูกไม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;ตามหลักกสิกรรมชาติ&amp;nbsp;เลี้ยงปลาในบ่อ&amp;nbsp;ตอนนี้เริ่มได้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;สามารถลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;และได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัว&amp;nbsp;พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับเครือข่าย&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;ให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;และสามารถนำไปขยายผลต่อยอด&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีใหม่ของชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายพิศ&amp;nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้เดินทางไปยังวัดศรีมงคล&amp;nbsp;เพื่อกราบไหว้พระครูสมุห์&amp;nbsp;สุริยา&amp;nbsp;สุภัทโธ&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดศรีมงคล&amp;nbsp;ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;(โซน&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;โดยวัดศรีมงคลเป็นศูนย์เรียนรู้&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;พัฒนาชุมชนอำเภอเมยวดี&amp;nbsp;และเป็นสถานที่สมัครเข้าร่วมโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(SEDZ)&amp;nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;102&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านโป่ง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลบุ่งเลิศ&amp;nbsp;อำเภอเมยวดี&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203400348</Link_News></row>
<row _id="561"><NewsTitle>พช.ร้อยเอ็ด ลงพื้นที่ตรวจติดตามและสนับสนุนงานสำนักงานพัฒนาชุมชน อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายพิศ&amp;nbsp;นันทพูนพิพัฒน์&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองพอก&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอในการลงพื้นที่ตรวจติดตามและสนับสนุนการดำเนินงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองพอก&amp;nbsp;จังหวัดร้อยเอ็ด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมที่ตรวจติดตามและสนับสนุน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1..&amp;nbsp;การติดตามสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;และกิจกรรมงานพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.การขับเคลื่อนตัวชี้วัดกรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;การน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;สู่ปฏิบัติการ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;การขับเคลื่อนกิจกรรมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;การอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;การขับเคลื่อนตลาดประชารัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;การติดตามกลุ่มออมทรัพย์ฯ/กข.คจ.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;8.&amp;nbsp;การขับเคลื่อน&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;และแพลตฟอร์มบริการดิจิทัล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;9.&amp;nbsp;รายงานผลการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;10.&amp;nbsp;การจัดทำสารสนเทศตำบลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;11.&amp;nbsp;การบริหารการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน&amp;nbsp;จปฐ.&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;12.&amp;nbsp;การขับเคลื่อนการขจัดความยากจน&amp;nbsp;และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และการใช้งานระบบ&amp;nbsp;TPMAP&amp;nbsp;Logbook&lt;/p&gt;&lt;p&gt;13.การประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;และติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ผ่านทาง&amp;nbsp;Line,&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอหนองพอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;14.&amp;nbsp;การบริหารจัดการหนี้&amp;nbsp;กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;15.&amp;nbsp;การเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321203024347</Link_News></row>
<row _id="562"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นางสาวปวีณา&amp;nbsp;ด่านกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ติดตามประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยลงพื้นที่ติดตามประสิทธิภาพการเดินระบบบำบัดน้ำเสียรวมชุมชน&amp;nbsp;เทศบาลตำบลกุดจิก&amp;nbsp;อำเภอสูงเนิน&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เทศบาลตำบลกุดจิก&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลกุดจิก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ&amp;nbsp;240&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ของที่ออกแบบไว้&amp;nbsp;จากการติดตามประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียมีการเดินระบบปกติ&amp;nbsp;น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วปล่อยลงสู่คลองหมัน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;ได้เสนอแนะให้เทศบาลตำบลกุดจิก&amp;nbsp;ควบคุมปริมาณวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ&amp;nbsp;ให้แสงแดดสามารถสังเคราะห์แสงได้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานระบบบำบัดน้ำได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321204511353</Link_News></row>
<row _id="563"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน สั่งการทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการ เฝ้าระวัง ควบคุมสถาการณ์ไฟป่า หมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากการติดตามพบว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันพบจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;2,823&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;กระจายในหลายพื้นที่&amp;nbsp;แต่ยังสามารถควบคุมได้&amp;nbsp;ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;พบจำนวน&amp;nbsp;11,945&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งเป้าลดจุดความร้อนลง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ต้องไม่เกิน&amp;nbsp;9,556&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจากนี้การดำเนินการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;จะบริหารจัดการบนพื้นฐานของข้อมูลในพื้นที่&amp;nbsp;ทั้งป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;และพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ในด้านการปฏิบัติหากพื้นที่ใดเกิดสถานการณ์ไฟป่าไหม้ลุกลามรุนแรง&amp;nbsp;หน่วยงานฝ่ายทหารมีความพร้อมสนับสนุนกำลังพลทันที&amp;nbsp;ทั้งภารกิจการลาดตระเวน&amp;nbsp;และการดับไฟป่า&amp;nbsp;โดยจากนี้จะเพิ่มความเข้มข้นในทุกมาตรการ&amp;nbsp;ทั้งการลาดตระเวน&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้&amp;nbsp;และการป้องปรามการเผาป่า&amp;nbsp;รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนในการลดกิจกรรมการเผา&amp;nbsp;ควบคู่กับมาตรการด้านกฏหมาย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามยังพบว่าปริมาณฝุ่นควันส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;เป็นฝุ่นควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;เนื่องจากระยะนี้มีลมพัดจากทิศตะวันตกเข้ามา&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายทหาร&amp;nbsp;ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านในการควบคุมการเผาแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบจุดความร้อนประจำวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;112&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,823&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;824&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,643&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,156&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;645&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,201&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;84&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ)&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรไม่ฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-21T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220321234656396</Link_News></row>
<row _id="564"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน อัสนี คาดจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเมียนมาวันนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุดีเปรสชัน&amp;nbsp;อัสนี&amp;nbsp;คาดจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเมียนมาวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;พายุดีเปรสชัน&amp;nbsp;อัสนี&amp;nbsp;บริเวณทะเลอันดามันตอนบนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือ&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.เลย&amp;nbsp;68&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;66&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และนราธิวาส&amp;nbsp;64&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;28,086&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,193&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322083353423</Link_News></row>
<row _id="565"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกในหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังแม่ฮ่องสอนมีโอกาสฝุ่นสูงขึ้นอีกวันที่ 28 มี.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกในหลายพื้นที่ช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;แต่ยังต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนมีโอกาสฝุ่นสูงขึ้นอีกวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นหลายพื้นที่ปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นพิเศษ&amp;nbsp;หากมีแหล่งกำเนิดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีโอกาสที่ค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นถึงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322084627424</Link_News></row>
<row _id="566"><NewsTitle>แตงโมไทยสายพันธุ์ " Century Star" คว้ารางวัลสายพันธุ์ดีเยี่ยม AAS Regional Winner จากอเมริกา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ไทยเรานับเป็นอีกประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช &lt;/strong&gt;เมื่อไม่นานมานี้ แตงโมไทยไร้เมล็ดสายพันธุ์ Century Star คว้ารางวัลสายพันธุ์ดีเยี่ยมระดับภูมิภาค หรือ รางวัล All-America Selections? Regional Winner จากสถาบัน All-America Selections (AAS) ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แตงโม Century Star เป็นหนึ่งในผลงานที่วิจัยและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด &lt;/strong&gt;เพิ่มมูลค่าผลิตผล โดดเด่นในเรื่องเพาะปลูกง่าย ต้นแข็งแรง ทนต่อโรค สามารถปรับตัวเข้ากับแต่ละพื้นที่เพาะปลูกได้ดี ผลิตผลมีรูปทรงสวย รสชาติอร่อย หวานฉ่ำ เนื้อแน่นกรอบ สีแดงสด และไร้เมล็ด น้ำหนักต่อผลอยู่ที่ 35 กก.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการพัฒนาวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช สู่เมล็ดพันธุ์คุณภาพ จ&lt;/strong&gt;ะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรไทยมีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดี สามารถยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร นำไปสู่ความยั่งยืนในภาคเกษตรในอนาคต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322102215464</Link_News></row>
<row _id="567"><NewsTitle>สสก.5 สงขลา ถก สศก. เผยตัวเลขเอกภาพไม้ผลภาคใต้ปี 65 รอบแรก คาดการณ์ผลผลิตออกสู่ตลาด 8.9 แสนตัน เตรียมแผนบริหารจัดการเชิงรุก ทุกลูกต้องได้คุณภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภาคใต้เป็นแหล่งผลิตไม้ผลที่สำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;อันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;รองจากภาคตะวันออก&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สถานการณ์การผลิตผลไม้ภาคใต้&amp;nbsp;(ทุเรียน/มังคุด/เงาะ/ลองกอง)&amp;nbsp;จากการสัมมนาจัดทำข้อมูลเอกภาพไม้ผลภาคใต้&amp;nbsp;ร่วมกับการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลโลจิสติกส์ภาคใต้&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกรวม&amp;nbsp;1,108,655&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แยกเป็นทุเรียน&amp;nbsp;672,330&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;241,250&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;70,705&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;124,370&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีเนื้อที่ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;931,688&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำแนกเป็นทุเรียน&amp;nbsp;509,151&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;230,274&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;69,185&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;123,078&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ปริมาณผลผลิตรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;889,758&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;2.4&amp;nbsp;หรือประมาณ&amp;nbsp;20,943&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;(ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผลผลิตรวม&amp;nbsp;868,815&amp;nbsp;ตัน)&amp;nbsp;จำแนกเป็นทุเรียน&amp;nbsp;627,432&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;160,446&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;64,841&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;37,039&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม&amp;nbsp;ยกเว้นลองกองผลผลิตออกมากในช่วงเดือนกันยายน&amp;nbsp;ปีนี้ผลผลิตทุเรียนเพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;1.8&amp;nbsp;หมื่นตัน&amp;nbsp;เนื่องจากเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;43,437&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;สถานการณ์โดยรวมช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภาคใต้ประสบกับมรสุมติดต่อกันยาวนานเกือบทุกพื้นที่&amp;nbsp;และมีน้ำท่วมขังโดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการออกดอก&amp;nbsp;การแตกใบอ่อนแทนตาดอก&amp;nbsp;และดอกร่วง&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตในภาพรวมที่ประมาณการไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในการกระตุ้นการออกดอกของไม้ผลต้องอาศัยการกระทบแล้งประมาณ&amp;nbsp;20-30&amp;nbsp;วัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นช่วงเวลาระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน&amp;nbsp;หากฝนทิ้งช่วงยาวนานพอ&amp;nbsp;อาจทำให้ไม้ผลที่ยังไม่ออกออกมีการออกดอกติดผลเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ประมาณการผลผลิตจะมีความชัดเจนขึ้นในการประมาณการผลผลิตไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งจะดำเนินการช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการผลผลิตทุกระยะอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการผลักดัน&amp;nbsp;การบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;โดยใช้มาตรการเชิงรุก&amp;nbsp;มีการประชุมวางแผนจัดทำข้อมูล&amp;nbsp;โดยการสำรวจข้อมูลการผลิตไม้ผลตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และรวบรวมเป็นระดับภาค&amp;nbsp;ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล&amp;nbsp;การคาดการณ์ผลผลิตที่จะออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เพื่อจัดทำแผนรองรับ&amp;nbsp;และรณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;การขอรับรองคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โดยผ่านศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;รวมไปถึงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;โดยเชื่อมโยงกับการตลาดทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;คาดกว่าหลังจากนี้สถานการณ์การระบาดของ&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;อาจจะเริ่มคลี่คลาย&amp;nbsp;ผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาด&amp;nbsp;จึงต้องเร่งส่งเสริมการตลาดเพื่อกระจายผลไม้คุณภาพไปยังภูมิภาคต่างๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ได้จัดประชุมเชื่อมโยงเกษตรกร&amp;nbsp;พ่อค้า&amp;nbsp;และผู้ประกอบการเป็นระยะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายมังคุดซึ่งดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;การเชื่อมโยงเครือข่ายทุเรียน&amp;nbsp;และการพัฒนาศูนย์คัดแยก&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ที่สำคัญการพัฒนาคุณภาพทุกขั้นตอนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก&amp;nbsp;เพื่อให้ผลผลิตที่ออกมาตรงความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียนได้ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;พัฒนาการผลิตทุเรียนคุณภาพ&amp;nbsp;ไม่ให้มีการตัดทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด&amp;nbsp;โดยกำหนดมาตรฐานทุเรียนคุณภาพ&amp;nbsp;จัดอบรมให้เจ้าหน้าที่เรื่องการวิเคราะห์ทุเรียนคุณภาพและสนับสนุนเครื่องมือในการตรวจสอบ&amp;nbsp;และจัดทำโครงการป้องกันกำจัดหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนด้วยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพเข้าสู่มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เพื่อการส่งออก&amp;nbsp;และการจัดทำระบบน้ำในสวนทุเรียน&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนสถานการณ์ด้านราคา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับทุเรียนยังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการมาก&amp;nbsp;คาดว่าราคาค่อนข้างสูงเหมือนปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่วนเงาะ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;จากสภาพอากาศคาดว่าการกระจายตัวของผลผลิตน่าจะออกสู่ตลาดไม่พร้อมกัน&amp;nbsp;ทั้งนี้หากผลผลิตทุกลูกได้คุณภาพ&amp;nbsp;ก็ไม่น่ากังวลเรื่องราคา&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322104848476</Link_News></row>
<row _id="568"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมายังสูงกว่า 5,000 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;19&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และชัยนาท&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนมีจำนวนลดลงมาก&amp;nbsp;เพราะเกิดฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนองทั่วประเทศ&amp;nbsp;ส่งผลให้วันนี้ทุกจังหวัดมีคุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,660&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,823&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,115&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;วันวันนี้พบสูง&amp;nbsp;5,269&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;274&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และเวียดนาม&amp;nbsp;128&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322104341474</Link_News></row>
<row _id="569"><NewsTitle>การยางแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานมหกรรมยางพารา 2564 นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก" ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมงานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&amp;nbsp;โดยมีนายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางชวรีย์&amp;nbsp;กิ่งรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทย&lt;/strong&gt;เป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;และเทคโนโลยีการแปรรูปยางพารา&amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&amp;nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราโดยงานจะมีขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;อำเภอช้างกลาง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;รัชกาลที่&amp;nbsp;10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมืองแห่งยางพารา&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&amp;nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;จุดบริการข้อมูล&amp;nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&amp;nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&amp;nbsp;สินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;การเสวนาวิชาการ&amp;nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานจะดำเนินการภายใต้มาตรการคนนครฯ&amp;nbsp;สู้ภัยโควิดด้วยกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พรรณี/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322114420514</Link_News></row>
<row _id="570"><NewsTitle>จ.น่าน มณฑลทหารบกที่ 38 ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์แหล่งน้ำ สร้างฝาย ชะลอน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้ง "ป้องกันแก้ไขหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรี&amp;nbsp;คณิศร&amp;nbsp;อาสมะ&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;38&amp;nbsp;นำกำลังพลจิตอาสา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายทหารประทวนชายมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;38&amp;nbsp;&amp;nbsp;ร่วมกับประชาชนในพื้นที่สร้างฝายแกนดินซีเมนต์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านน้ำเกี๋ยนใต้&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลน้ำเกี๋ยน.&amp;nbsp;อำเภอภูเพียง&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพลำน้ำห้วยเต๋ย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำเกี๋ยนให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรกรรม&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดินของป่าต้นน้ำที่สายน้ำไหลผ่าน&amp;nbsp;รักษาสมดุลทางธรรมชาติ&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;และแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในชุมชน&amp;nbsp;สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp;และเป็นการป้องกันแก้ไขหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่&amp;nbsp;ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฝาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการสร้างฝายมีในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีโดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพให้กับแหล่งน้ำในการนำมาใช้ประโยชน์ให้กับชุมชนในพื้นที่ให้มากขึ้น&amp;nbsp;ร่วมกันพื้นฟูระบบนิเวศและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำของชุมชนในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำป่าไหลหลากน้ำแล้งต้นไม้ยืนต้นตาย&amp;nbsp;เนื่องจากขาดน้ำใต้ดินมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนส่งผลให้เศรษฐกิจและสังคมชุมชนในท้องถิ่นดีขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง&amp;nbsp;โดยการนำเอาภูมิปรัชญาชาวบ้านผสมผสานกับภูมิสังคมของพื้นที่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดการบริหารจัดการน้ำที่ดีร่วมกัน&amp;nbsp;ฝายกั้นน้ำ&amp;nbsp;หรือฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นทางน้ำที่เป็นร่องน้ำกัดเซาะลำห้วย&amp;nbsp;ลำธารขนาดเล็ก&amp;nbsp;บริเวณป่าต้นน้ำของลุ่มน้ำต่างๆ&amp;nbsp;โดยทำหน้าที่ควบคุมความเร็วการไหลของน้ำให้ช้าลงในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;ช่วยให้การกัดเซาะ&amp;nbsp;ชะล้าง&amp;nbsp;และพังทลายของดินสองฝั่งสายน้ำลดลง&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้ง&amp;nbsp;กักเก็บตะกอนดินไม่ให้พัดพาสู่การตื้นเขินของแหล่งน้ำชั้นล่าง&amp;nbsp;และยังช่วยส่งเสริมการเก็บกักอินทรียวัตถุไว้ในแหล่งน้ำให้เพิ่มปริมาณมากขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดินของป่าต้นน้ำที่ทุกสายน้ำไหลผ่าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322115605523</Link_News></row>
<row _id="571"><NewsTitle>การยางแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงานมหกรรมยางพารา 2564</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เตรียมจัดงานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก"&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;วันนี้(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมงานมหกรรมยางพารา&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นครแห่งนวัตกรรมยางพาราโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์&amp;nbsp;ใจสมุทร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางชวรีย์&amp;nbsp;กิ่งรัตน์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ผู้แทนส่วนราชการ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และเทคโนโลยีการ&amp;nbsp;แปรรูปยางพารา&amp;nbsp;แสดงให้เห็นถึงคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การวิจัย&amp;nbsp;และแนวคิดการต่อยอดพัฒนานวัตกรรมให้เกิดความหลากหลายในการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมไทย&amp;nbsp;และเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;ผู้ประกอบกิจการยางพารามีช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;และแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพารา&amp;nbsp;โดยงานจะมีขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง&amp;nbsp;อำเภอช้างกลาง&amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่&amp;nbsp;10&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมืองแห่งยางพารา&amp;nbsp;นวัตกรรมและเทคโนโลยียางพารา&amp;nbsp;การอบรมส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;จุดบริการข้อมูล&amp;nbsp;จับคู่ธุรกิจ/นัดหมายเจรจาการค้า&amp;nbsp;และออกร้านจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา&amp;nbsp;สินค้าอื่นๆ&amp;nbsp;รวมทั้งการจัดนิทรรศการเทคโนโลยียางพาราและงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์ของดี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;การเสวนาวิชาการ&amp;nbsp;การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานจะดำเนินการภายใต้มาตรการคนนครฯ&amp;nbsp;สู้ภัยโควิดด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุไรวรรณ/ข่าว/ภาพ&amp;nbsp;พรรณี/ภาพ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322131435551</Link_News></row>
<row _id="572"><NewsTitle>ผลผลิตทุเรียนพันธุ์ชะนีต้นฤดูของจังหวัดตราดเริ่มออกสู่ตลาด ขณะที่ผู้ว่าฯ ตราด ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การควบคุมและป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ที่สวนทุเรียนของนางลออ&amp;nbsp;บุญลอย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลอ่าวใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;พร้อมทั้งร่วมสาธิตตัดทุเรียนพันธุ์ชะนีต้นฤดูกาล&amp;nbsp;พร้อมทั้งนำตัวอย่างทุเรียนพันธุ์ชะนีมาตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&amp;nbsp;โดยจากการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนพบว่าตัวอย่างมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&amp;nbsp;39.3&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าผ่านมาตรฐานตามหลักของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ที่กำหนดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&amp;nbsp;สายพันธุ์ชะนีไว้ที่ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;ยังได้มอบหนังสือรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามที่จังหวัดตราดได้ออกมาตรการควบคุมและป้องกันแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยกำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;พันธุ์กระดุม&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พันธุ์ชะนี&amp;nbsp;และพันธุ์พวงมณี&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และสายพันธุ์หมอนทอง&amp;nbsp;และพันธุ์ก้านยาว&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งหากเกษตรกรจะเก็บผลผลิตทุเรียนก่อนวันที่กำหนดจะต้องแจ้ง&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน&amp;nbsp;หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ&amp;nbsp;ที่ตั้งแปลงปลูก&amp;nbsp;เพื่อตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพ&amp;nbsp;(ทุเรียนอ่อน)&amp;nbsp;ออกสู่ตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;ได้จัดทำแผนให้บริการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนสายพันธุ์ชะนี&amp;nbsp;เพื่อกำหนดระดับความสุกแก่ของทุเรียนสายพันธุ์ชะนี&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอเมืองตราดให้กับเกษตรกรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322120352532</Link_News></row>
<row _id="573"><NewsTitle>จังหวัดตราดจัดประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ซึ่งสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนตราด&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น&amp;nbsp;ที่วิทยาลัยชุมชนตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;พันเอกแพทย์หญิง&amp;nbsp;สุมล&amp;nbsp;นาคเฉลิม&amp;nbsp;รองประธานคณะกรรมการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;จังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืน&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Agriculture)&amp;nbsp;เป็นระบบการเกษตรที่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตของเกษตรกร&amp;nbsp;กระบวนการผลิต&amp;nbsp;และการจัดการรูปแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และระบบนิเวศ&amp;nbsp;นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;เกษตรกรรมยั่งยืนมีเกณฑ์มาตรฐานในการรับรองแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาและรับรองแปลงผลผลิต&amp;nbsp;จึงได้มีการจัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนระดับจังหวัดขึ้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลไก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลไกคณะทํางานตรวจแปลงเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;กลไกธุรกิจ&amp;nbsp;กลไกคณะกรรมการรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;และสุดท้ายคือกลไกเพื่อดูแลการบริหารจัดการข้อมูลในระบบ&amp;nbsp;ฐานข้อมูล&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;SAN&amp;nbsp;(Sustainable&amp;nbsp;Agriculture&amp;nbsp;Network)&amp;nbsp;ใช้ตลาดนําการผลิต&amp;nbsp;ทําให้สามารถช่วยเกษตรกรจัดการผลิตเพื่อการค้าสู่ตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว&amp;nbsp;จึงได้จัดประชุมครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันพิจารณารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;SDGsPGS&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322130608547</Link_News></row>
<row _id="574"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ เพชรบุรี ติดตามเข้ม การเร่งรัดจำแนกประเภทที่ดิน เพื่อการบริหารจัดการที่ดิน ดูแลช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เร่งสำรวจประเภทที่ดิน ตรวจสอบขอบเขตที่ดิน แก้ปัญหารุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;และคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;โครงการชลประทานเพชรบุรี&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฐวุฒิ&amp;nbsp;เพ็ชรพรหมศร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลด้วยโปรแกรมสารสนเทศทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;พบว่ายังมีพื้นที่ป่าไม้ถาวร&amp;nbsp;นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ที่ยังไม่ได้ดำเนินการสำรวจและจำแนกประเภทที่ดิน&amp;nbsp;จึงต้องดำเนินการโดยผ่านการพิจารณากลั่นกรองการจำแนกประเภทที่ดินของคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นป่าไม้ถาวรตามเดิม&amp;nbsp;และเพื่อการจำแนกออกจากป่าไม้ถาวรเพื่อให้เป็นที่ทำกินของราษฎรหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้กล่าวย้ำว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การพิจารณากลั่นกรองการจำแนกประเภทที่ดิน&amp;nbsp;ที่เป็นที่เข้าทำกินของราษฎรหรือใช้ประโยชน์&amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่นต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้าน&amp;nbsp;ให้การดูแลช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;ให้มีการสำรวจวิเคราะห์ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง&amp;nbsp;ซึ่งจากการร้องขอของราษฎรได้มีการขอให้จำแนกประเภทที่ดินป่าไม้ถาวร&amp;nbsp;ซึ่งที่ดินบางส่วนอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;ป่าหนองกระทุ่ม&amp;nbsp;ป่าหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;ป่าห้วยโรงหนองหญ้าปล้อง&amp;nbsp;ได้มีการตรวจสอบแนวเขต&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่เคยมีการสำรวจจำแนกประเภทที่ดินมาก่อน&amp;nbsp;โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาที่ดินจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ได้รับเรื่อง&amp;nbsp;ให้คณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ดำเนินการที่จะไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน&amp;nbsp;ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อราษฎรที่ร้องทุกข์เบื้องต้นพบว่าบางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;บางส่วนอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;และบางส่วนอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร&amp;nbsp;ซึ่งจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องต่อการจำแนกประเภทที่ดินต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;จามรี&amp;nbsp;อนุรัตน์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322134639577</Link_News></row>
<row _id="575"><NewsTitle>รัฐบาล มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและลดการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน พร้อมเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายสหประชาชาติ เนื่องในวันน้ำโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;มุ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและลดการปนเปื้อนน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;พร้อมเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายสหประชาชาติ&amp;nbsp;เนื่องในวันน้ำโลก&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ร่วมรู้จัก&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;น้ำใต้ดิน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการขยายตัวของเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;จนทั่วโลกประสบกับภาวะการขาดแคลนน้ำที่ทวีความรุนแรงต่อเนื่อง&amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;(UN)&amp;nbsp;จึงกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์น้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำ&amp;nbsp;เพราะปัญหาการขาดแคลนน้ำอาจก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำในอนาคตได้&amp;nbsp;โดยวันน้ำโลกตรงกับวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคมปีนี้องค์การสหประชาชาติได้กำหนดหัวข้อ&amp;nbsp;GroundwaterMaking&amp;nbsp;the&amp;nbsp;invisible&amp;nbsp;visible.&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ร่วมรู้จัก&amp;nbsp;อนุรักษ์&amp;nbsp;น้ำใต้ดิน&amp;nbsp;เน้นให้ทุกประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาดูแลทรัพยากรน้ำใต้ดินมากขึ้น&amp;nbsp;ในส่วนของประเทศไทย&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ให้ความสำคัญบริหารจัดการน้ำทั้งด้านเกษตรกรรม&amp;nbsp;อุตสาหกรรม&amp;nbsp;และการบริการ&amp;nbsp;ที่ต้องบริหารจัดการให้สอดรับกับการพัฒนาประเทศด้านต่างๆไปพร้อมกัน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและบรรเทาวิกฤติการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยปีนี้รัฐบาลขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญการอนุรักษ์น้ำ&amp;nbsp;ด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและร่วมกันลดการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;ซึ่งจะนำสู่ประโยชน์สูงสุดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;พร้อมปลูกจิตสำนึกร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;สทนช.ได้เร่งขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2561-2580)&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การสร้างความมั่นคงของน้ำ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย&amp;nbsp;//&amp;nbsp;จัดการคุณภาพน้ำ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;เพื่อตอบสนองความต้องการของรัฐบาลไทยที่มุ่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย&amp;nbsp;ทศวรรษแห่งการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ&amp;nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ของสหประชาชาติให้ได้&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322133155561</Link_News></row>
<row _id="576"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเล บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลระยอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายอภิชาติ&amp;nbsp;ศิริสุนทร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;(กมธ.)&amp;nbsp;การที่ดิน&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพอื่น&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp;ศิริสุนทร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;(กมธ.)&amp;nbsp;การที่ดิน&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่ว&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เวลาได้ผ่านไปเกือบครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ทางคณะกรรมมาธิการ&amp;nbsp;จึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจสอบ&amp;nbsp;ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;การตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล&amp;nbsp;รวมถึงปริมาณการใช้สารขจัดน้ำมัน&amp;nbsp;และการควบคุมสถานการณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;มีความคืบหน้าอย่างไร&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการกำกับ&amp;nbsp;ติดตามและคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&amp;nbsp;ระหว่างบริษัทสาตาร์&amp;nbsp;ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;กลุ่มสุขภาพ&amp;nbsp;และกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้&amp;nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ยื่นเรื่องร้องเรียน&amp;nbsp;ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;14,203&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขณะที่บริษัท&amp;nbsp;ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,981&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;1,781&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;45,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1,201&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ยังเหลือกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&amp;nbsp;กำลังอยู่ระหว่างตกลงเจรจากัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในส่วนของการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;ส่วนกรณีปริมาณน้ำมันรั่วที่ยังเป็นข้อสงสัยนั้น&amp;nbsp;ได้แถลงข่าวไปแล้วว่ามีปริมาณ&amp;nbsp;49,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;แต่ยังไม่มีใครเชื่อ&amp;nbsp;เนื่องจากทางบริษัท&amp;nbsp;แถลงออกมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีตัวเลขไม่ตรงกัน&amp;nbsp;จึงยังเป็นปัญหาว่า&amp;nbsp;ยังหาข้อสรุปตรงนี้ไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322140827597</Link_News></row>
<row _id="577"><NewsTitle>กระทรวงมหาดไทยเร่งขับเคลื่อนงานเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เดินหน้าขยายผลในทุกจังหวัดและทุกองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกัน Change for Good ในทุกกิจกรรมของชีวิตเพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(SDGs)&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;13&amp;nbsp;การปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;(Take&amp;nbsp;Urgent&amp;nbsp;Action&amp;nbsp;to&amp;nbsp;Combat&amp;nbsp;Climate&amp;nbsp;Change&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Its&amp;nbsp;Impacts)&amp;nbsp;ซึ่งผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp;(UN)&amp;nbsp;และผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย&amp;nbsp;(UNDP)&amp;nbsp;ได้ให้ความสนใจและชื่นชมการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นของกระทรวงมหาดไทยในการ&amp;nbsp;Change&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;ให้เกิดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;ด้วยการรณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้ดำเนินวิถีชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การคัดแยกขยะ&amp;nbsp;การจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&amp;nbsp;การทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;การปลูกต้นไม้&amp;nbsp;การรับประทานอาหาร&amp;nbsp;การแต่งกาย&amp;nbsp;การใช้ยวดยานพาหนะ&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ทุกคนต้องช่วยกัน&amp;nbsp;เพื่อร่วมกัน&amp;nbsp;Change&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Good&amp;nbsp;ให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในชีวิตของพวกเราทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อลดภาวะโลกร้อนมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ครอบคลุมกิจกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;โดยให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศรณรงค์เชิญชวนให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีขึ้นไปที่ตระหนักถึงภัยคุกคามของปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง&amp;nbsp;จนทำให้เกิดภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;อากาศวิปริตแปรปรวน&amp;nbsp;ให้เข้ามาร่วมสมัครเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;(อถล.)&amp;nbsp;ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;ว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;เพื่อร่วมมือกันดูแลครอบครัวให้รู้จักคัดแยกขยะเปียก&amp;nbsp;ขยะแห้ง&amp;nbsp;ขยะพิษ&amp;nbsp;รวมทั้งเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในครอบครัว&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;และหมู่บ้าน&amp;nbsp;ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะมูลฝอย&amp;nbsp;โดยใช้หลัก&amp;nbsp;3Rs&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;3ช&amp;nbsp;:&amp;nbsp;ใช้น้อย&amp;nbsp;Reduce&amp;nbsp;ใช้ซ้ำ&amp;nbsp;Reuse&amp;nbsp;และนำมาผลิตเพื่อใช้ใหม่&amp;nbsp;Recycle&amp;nbsp;โดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ในวัยเด็ก&amp;nbsp;ให้รวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเพื่อช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและถ่ายทอดความรู้ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับบุคคลหรือประชาชน&amp;nbsp;พร้อมทั้งรณรงค์ให้ทุกครัวเรือน&amp;nbsp;จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นถังขยะเปียกคัดแยกขยะครัวเรือน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ต้นทาง&amp;nbsp;ตั้งแต่แหล่งกำเนิด&amp;nbsp;ให้ครบ&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;ในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยหากครัวเรือนใดมีพื้นที่ที่ไม่สามารถทำได้&amp;nbsp;ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดถังขยะรวมไว้ในพื้นที่อย่างน้อย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ถังขยะเปียก&amp;nbsp;เพื่อรวมเศษอาหาร&amp;nbsp;ขยะอินทรีย์&amp;nbsp;ถังขยะทั่วไป&amp;nbsp;และถังขยะอันตราย&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อนได้มีการจัดทำแล้วถึง&amp;nbsp;10.5&amp;nbsp;ล้านครัวเรือนจาก&amp;nbsp;17.8&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;หรือคิดเป็น&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;ตัวการของการเกิดภาวะโลกร้อนได้กว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี&amp;nbsp;เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้&amp;nbsp;600&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ซึ่งมีตัวอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถขับเคลื่อนจนเกิดผลสำเร็จ&amp;nbsp;เกิดความร่วมมือของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การบริหารขยะอินทรีย์สู่แปลงผักสวนครัวตามโครงการพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู&amp;nbsp;อำเภอเมืองลพบุรี&amp;nbsp;จังหวัดลพบุรี&amp;nbsp;และการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;โดยการคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกออกจากขยะทั่วไปของชุมชนบ้านป่าบุก&amp;nbsp;เทศบาลตำบลแม่แรง&amp;nbsp;อำเภอป่าซาง&amp;nbsp;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดช่วยกันขยายผลและไปกระตุ้นปลุกเร้าให้ช่างทอผ้า&amp;nbsp;ผู้ประกอบการผ้าไทย&amp;nbsp;ผ้าอัตลักษณ์ทุกประเภททั่วประเทศ&amp;nbsp;น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;งดใช้สีเคมีในการย้อมผ้า&amp;nbsp;และหันมาผลิตวัตถุดิบที่จะใช้ผลิตผ้า&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลูกฝ้าย&amp;nbsp;ปลูกหม่อน&amp;nbsp;และเลี้ยงไหม&amp;nbsp;ปลูกต้นไม้ที่สามารถนำไปใช้ทำเป็นสีย้อมผ้าให้มากขึ้น&amp;nbsp;เพื่อลดการเกิดของเสีย&amp;nbsp;ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ใบไม้หรือเปลือกไม้ที่นำมาย้อมสีผ้าก็สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้&amp;nbsp;และยังส่งผลดีต่อสุขภาพของคนย้อมผ้าและผู้สวมใส่&amp;nbsp;รวมถึงให้ทุกจังหวัดได้รณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนร่วมกันสวมใส่ผ้าไทย&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;nbsp;ตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี&amp;nbsp;นารีรัตนราชกัญญา&amp;nbsp;ซึ่งมีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน&amp;nbsp;ผู้ทอผ้าในทุกถิ่นที่ของประเทศไทย&amp;nbsp;ที่เป็นเสาหลักในการดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีด้วยรายได้จากการจำหน่ายผ้าไทย&amp;nbsp;รวมถึงสิ่งที่นอกเหนือจากการมีรายได้&amp;nbsp;นั่นคือ&amp;nbsp;ทำให้ลูกหลานกตัญญูต่อบรรพบุรุษ&amp;nbsp;ด้วยการช่วยกันรักษาภูมิปัญญา&amp;nbsp;อัตลักษณ์ความเป็นไทย&amp;nbsp;และยังเป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาโลกร้อน&amp;nbsp;เพราะผ้าทอไทยเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยที่อยู่กับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ถิ่นต่างๆ&amp;nbsp;ตั้งแต่กระบวนการผลิต&amp;nbsp;การย้อมผ้า&amp;nbsp;ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;ได้กล่าวอีกว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์สู่&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ของกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เปรียบเสมือนการปฏิวัติสีเขียวครั้งใหญ่ที่ประชาชนจะอยู่รอดปลอดภัย&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้&amp;nbsp;เพราะนอกจากจะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศแล้ว&amp;nbsp;ยังช่วยตอบโจทย์การแก้ปัญหาฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และสภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;(Global&amp;nbsp;warming)&amp;nbsp;ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;(climate&amp;nbsp;change)&amp;nbsp;ที่กระทบทุกประเทศทั่วทั้งโลกอย่างรุนแรง&amp;nbsp;ซึ่งภายในแปลงโคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;จะมีการปลูกต้นไม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ระดับก็คือ&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อย่างประโยชน์&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อย่าง&amp;nbsp;เป็นการผสมผสาน&amp;nbsp;ที่เล็งเห็นถึงปัจจัย&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ทั้งหมด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มีไม้เพื่อใช้ทำที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ไว้ใช้สอย&amp;nbsp;ไว้ทำเครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตร&amp;nbsp;และการปลูกที่มีไว้ใช้สำหรับเป็นอาหารและยารักษาโรค&amp;nbsp;รวมถึงมีส่วนที่ไว้ค้าขายผลิตผลทางเกษตร&amp;nbsp;และอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ทุกพื้นที่จะเป็นกสิกรรมธรรมชาติ&amp;nbsp;ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลง&amp;nbsp;และไม่มีการเผาทำลายซากเศษใด&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;แต่เราจะเอาส่วนนั้นมาประยุกต์ใช้ในการทำน้ำหมัก&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ใช้ประโยชน์ให้มากที่สุดบริหารจัดการไม่ให้เหลือเป็นเศษขยะ&amp;nbsp;เป็นการลดภาวะฝุ่นควันปัญหา&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่ต้นเหตุ&amp;nbsp;โดยต้นไม้&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ระดับนี้&amp;nbsp;จะทำให้มีไม้ยืนต้นมากกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านต้น&amp;nbsp;ที่จะช่วยทำให้สภาพดินฟ้าอากาศทุกพื้นที่มีความร่มเย็น&amp;nbsp;มีร่มเงาจากไม้ใหญ่ในพื้นที่ของตนเองได้&amp;nbsp;แล้วจะมีการปลูกทดแทนต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อความยั่งยืนอันจะส่งผลถึงระบบนิเวศ&amp;nbsp;นี่จึงเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;ทำให้ฝนฟ้าตกตามฤดูกาล&amp;nbsp;ช่วยต่ออายุโลกของเรา&amp;nbsp;สร้างโลกที่น่าอยู่&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญเรื่องปากท้อง&amp;nbsp;เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp;จุลเจริญ&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในด้านการพัฒนาแนวทางลดก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด&amp;nbsp;และการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในระดับท้องถิ่น&amp;nbsp;สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับเมืองที่ส่งผลต่อภาพรวมระดับประเทศ&amp;nbsp;มีตัวอย่างผลสำเร็จจากการขับเคลื่อน&amp;nbsp;โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยรวมแบบผสมผสาน&amp;nbsp;โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;เพื่อมุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืนของเทศบาลเมืองยโสธร&amp;nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;ที่ทำให้เทศบาลได้ทราบถึงองค์ประกอบของขยะที่เป็นข้อมูลในการวางแผนการจัดการขยะได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;ปริมาณขยะที่จะนำเข้าสู่ระบบการฝังกลบจึงลดลง&amp;nbsp;ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;และสร้างรายได้จากการแลกเปลี่ยน/ขายคาร์บอนเครดิต&amp;nbsp;โดยในปัจจุบันเทศบาลเมืองยโสธรมีคาร์บอนเครดิตสะสมในบัญชีที่ได้รับการรับรองแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12,149&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มีคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า&amp;nbsp;(tCO2e)&amp;nbsp;สามารถแลกเปลี่ยน/ขายคาร์บอนเครดิตแล้วกว่า&amp;nbsp;4,838&amp;nbsp;(tCO2e)&amp;nbsp;คิดเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ&amp;nbsp;ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;64-65&amp;nbsp;ให้เกิดประสิทธิภาพ&amp;nbsp;สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;ด้วยการติดตามสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด&amp;nbsp;ทั้งยานพาหนะ&amp;nbsp;การก่อสร้าง&amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และภาคครัวเรือน&amp;nbsp;พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมตามมาตรการภาครัฐ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องใหญ่ที่มิใช่กระทบต่อวิถีชีวิตคนไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่มันกระทบต่อทุกอณูชีวิต&amp;nbsp;ทุกลมหายใจของมนุษย์ทั้งโลก&amp;nbsp;ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องเป็นตัวอย่างในการขับเคลื่อนในลักษณะ&amp;nbsp;ผู้นำต้องทำก่อน&amp;nbsp;และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนในการช่วยกันดูแลชุมชน&amp;nbsp;ดูแลท้องถิ่น&amp;nbsp;ดูแลจังหวัดของตนเองให้เป็นจังหวัดต้นแบบ&amp;nbsp;ให้เป็นจังหวัดที่ทำบุญกับโลกใบนี้ของเรา&amp;nbsp;ซึ่งสิ่งต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างต้น&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยจะได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&amp;nbsp;บูรณาการภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และประสานให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการขับเคลื่อนต่อยอดขยายผล&amp;nbsp;ทำให้การปลดปล่อยก๊าซที่จะทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมันลดน้อยถอยลง&amp;nbsp;เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์&amp;nbsp;(Net-zero&amp;nbsp;GHG&amp;nbsp;emission)&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;2065&amp;nbsp;อันจะทำให้ประเทศไทยอยู่คู่กับโลก&amp;nbsp;โลกของเราอยู่คู่กับจักรวาล&amp;nbsp;คู่กับมวลมนุษยชาติไม่มีวันสิ้นสุด&amp;nbsp;ซึ่งมันจะไม่มีทางเป็นไปได้&amp;nbsp;ถ้าวันนี้เราไม่ทำทันที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144928616</Link_News></row>
<row _id="578"><NewsTitle>คพ. และ TEI ร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของประชาคมโลกและเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;และมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;(TEI)&amp;nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(SDGs)&amp;nbsp;ของประชาคมโลกและเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิจารย์&amp;nbsp;สิมาฉายา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;(TEI)&amp;nbsp;ได้ร่วมลงนามบันทึกการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ&amp;nbsp;ถือเป็นการขับเคลื่อนการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(SDGs)&amp;nbsp;ของประชาคมโลก&amp;nbsp;และเป้าหมายการพัฒนาของประเทศ&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;จะมีส่วนร่วมส่งเสริมให้ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;และภาคประชาชนหันมาให้ความสนใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อสร้างสังคมการบริโภคยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(Green&amp;nbsp;Economy)&amp;nbsp;ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;แล้วยังสอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แผนปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;และกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;(พ.ศ.2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570)&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ได้เสนอให้กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;กำหนดให้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;พิจารณาเห็นควรให้สินค้าและบริการที่ได้รับการรับรองฉลากเขียวและขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ตะกร้าเขียว&amp;nbsp;ได้รับการบรรจุในบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นลำดับแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายวิจารย์&amp;nbsp;สิมาฉายา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย&amp;nbsp;(TEI)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันคนไทยตื่นตัวในเรื่องสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;การรับรู้ความรุนแรงของปัญหา&amp;nbsp;และผลกระทบที่ตามมามากขึ้น&amp;nbsp;โดยประชาชนเห็นความสำคัญการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จึงเป็นโอกาสทางการตลาดสำหรับธุรกิจที่ต้องการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;ในส่วนของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ดำเนินงานฉลากเขียวมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2536&amp;nbsp;พร้อมจะร่วมมือพัฒนาบัญชีรายชื่อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;และการดำเนินงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อผลักดันให้การส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐเกิดผลสัมฤทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144740615</Link_News></row>
<row _id="579"><NewsTitle>เกษตรอำเภอย่านตาขาว   จังหวัดตรัง ลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นเพื่อขอรับรองมาตรฐาน GAP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายธีรภัทร์&amp;nbsp;บุญฤทธิ์&amp;nbsp;และนายฮูสรี&amp;nbsp;หีมมะหมัด&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงเบื้องต้นของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและมังคุด&amp;nbsp;เพื่อขอรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลนาชุมเห็ด&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;สำหรับ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Agricultural&amp;nbsp;Practice)&amp;nbsp;หมายถึง&amp;nbsp;ระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยพิจารณาตั้งแต่พื้นที่การปลูก&amp;nbsp;การดูแลรักษา&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;มีลักษณะตรงตามความต้องการ&amp;nbsp;และมีความปลอดภัยต่อการบริโภค&amp;nbsp;เกษตรดีที่เหมาะสม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งการจัดการดินที่ดี&amp;nbsp;มีการรักษา&amp;nbsp;และปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์อยู่เสมอ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจัดการน้ำ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การผลิตพืช&amp;nbsp;คัดเลือกพันธุ์หรือสายพันธุ์พืชที่ต้านทานโรคและแมลงศัตรู&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การป้องกันกำจัดศัตรูพืช&amp;nbsp;ให้มีการตรวจสอบและพยากรณ์ช่วงการระบาดของโรคและแมลงอยู่อย่างสม่ำเสมอและ&amp;nbsp;วิธีการ&amp;nbsp;จัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสานมาใช้&amp;nbsp;ให้มีประสิทธิภาพปลอดภัย&amp;nbsp;และไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144346612</Link_News></row>
<row _id="580"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง  จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;อำเภอเมืองตรัง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยมีแม่บ้านเกษตรกรที่เข้าร่วมการจัดเวที&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการจัดเวทีดังกล่าวมีการบรรยายให้ความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/strong&gt;เกี่ยวกับการเกษตรผสมผสานที่เน้นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;การบรรยายให้ความรู้เรื่องการจัดการด้านการตลาดแก่แม่บ้านเกษตรกรที่เข้าร่วมการจัดเวทีในครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยังได้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&lt;/strong&gt;ระดับจังหวัดชุดใหม่&amp;nbsp;แทนชุดเดิมที่จะหมดวาระในเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322144718614</Link_News></row>
<row _id="581"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียน Young smart farmer อำเภอเมือง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;มอบหมาย&lt;/strong&gt;ให้นางสาวกำไลทิพย์&amp;nbsp;เศรษฐ์วิชัย&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ติดตามเยี่ยมเยียนการดำเนินงาน&amp;nbsp;ของนาย&amp;nbsp;จิรเมธ&amp;nbsp;หนูเหมือน&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ม.9&amp;nbsp;ต.บ้านโพธิ์&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;มีการทำกิจกรรมการเลี้ยงไส้เดือน&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ไทเกอร์&amp;nbsp;และAF&amp;nbsp;จำหน่ายปุ๋ยมูลไส้เดือน&amp;nbsp;เลี้ยงหมูแม่พันธุ์/พ่อพันธุ์&amp;nbsp;เพาะพันธุ์กระท่อมก้านแดง&amp;nbsp;ปลูกผักหวานบ้าน&amp;nbsp;และโรงสีข้าว&amp;nbsp;สามารถจำหน่ายหมุนเวียนตามฤดูกาลออกสู่ตลาด&amp;nbsp;และมีแม่ค้ามารับซื้อ&amp;nbsp;สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรตลอดทั้งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผ่านการประเมินคุณสมบัติ&lt;/strong&gt;เป็น&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;YSF&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยกรมส่งเสริมการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีเป้าหมายที่จะพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักการเกษตร&amp;nbsp;ให้รู้จักบริหารจัดการการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่&amp;nbsp;มีความคิดสร้างสรรค์&amp;nbsp;สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นผู้ประกอบการที่สามารถพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;และเป็นผู้นำทางการเกษตรในท้องถิ่นได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322145328620</Link_News></row>
<row _id="582"><NewsTitle>กรมวิชาการเกษตร เร่งแก้ปัญหาโรคใบร่วงยางพารา ช่วยชาวสวนยางภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับข้อสั่งการจากนางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ให้เร่งติดตามและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราซึ่งพบมากใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยปัจจุบันพบการระบาดเกือบ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;จังหวัดและมีพื้นที่ได้รับความเสียหายมากกว่าล้านไร่และมีแนวโน้มพบพื้นที่ได้รับความเสียหายจากการระบาดของโรคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราโดยตรง&amp;nbsp;เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการโรคที่เหมาะสมและประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช&amp;nbsp;ดำเนินการทดสอบหาวิธีการที่เหมาะสมในการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ได้แบ่งงานวิจัยออกเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส่วนคือ&amp;nbsp;งานวิจัยด้านสาเหตุของการเกิดโรคและงานวิจัยด้านการป้องกันกำจัดเพื่อประเมินประสิทธิภาพวิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ชนิดของสารเคมี&amp;nbsp;และชนิดของเครื่องพ่นสาร&amp;nbsp;ที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ประหยัดค่าใช้จ่ายและมีความปลอดภัยต่อการนำไปใช้แนะนำให้กับเกษตรกรต่อไป&amp;nbsp;ที่ผ่านมาคณะนักวิจัยจากสำนักวิจัยพัฒนาการอารักพืช&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปทดสอบในสวนยางพาราของเกษตรกรที่พบปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งแม้ขณะนี้จะได้ชนิดสารป้องกันกำจัด&amp;nbsp;เทคโนโลยีการพ่นสาร&amp;nbsp;และเครื่องพ่นสารที่เหมาะสมต่อการป้องกันกำจัดโรคใบร่วงยางพาราแล้วก็ตาม&amp;nbsp;แต่คณะนักวิจัยเห็นตรงกันว่าควรจะมีการทดสอบเพิ่มอีกอย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลยืนยันชนิดของสารป้องกันกำจัดโรคพืช&amp;nbsp;ชนิดของเครื่องพ่นสารและอัตราพ่นที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อนำมาใช้เป็นคำแนะนำแก้ไขปัญหาการระบาดโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161448698</Link_News></row>
<row _id="583"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯสตูล เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายชาญณรงค์&amp;nbsp;วิรุณสาร&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอทุ่งหว้าเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และบริการอื่นๆ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กัน&amp;nbsp;รวมถึงบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมภายในงานมีกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร&amp;nbsp;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกตรวจบัญชี&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;คลินิกประเมินผล&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152559638</Link_News></row>
<row _id="584"><NewsTitle>บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนโครงการวนเกษตรสวนยางเพื่อฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์และสังคมเป็นสุข</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาลตะโหมด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อำเภอตะโหมด&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;โดยนายกู้เกียรติ&amp;nbsp;วงศ์กระพันธุ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เป็นประธานร่วมกันบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;การขับเคลื่อนโครงการวนเกษตรสวนยางเพื่อฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์และสังคมเป็นสุข&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฝ่าย&amp;nbsp;Terra&amp;nbsp;Genesis&amp;nbsp;International&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยทักษิณ&amp;nbsp;และตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางพารา&amp;nbsp;ซึ่งได้ร่วมมือกันในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ&amp;nbsp;วัฒนธรรม&amp;nbsp;คุณภาพของดิน&amp;nbsp;ป่าไม้&amp;nbsp;และชุมชนของจังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงวิถีการเกษตร&amp;nbsp;แนวปฏิบัติ&amp;nbsp;ระบบจัดการ&amp;nbsp;การตลดยางพาราธรรมชาติ&amp;nbsp;และการสนับสนุนวนเกษตรเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนของเกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดพัทลุงโดยใช้เกษตรอินทรีย์และวนเกษตรด้วยนโยบายและการสนับสนุนทางการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานในการฟื้นฟูสวนยางพารา&lt;/strong&gt;ให้กลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ในรูปแบบวนเกษตร&amp;nbsp;โดยความร่วมมือของชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนการสนับสนุนของจังหวัดพัทลุงในการขับเคลื่อนการทำเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนาเข้าสู่ระบบเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุงและ&amp;nbsp;TGI&amp;nbsp;ตลอดจนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;วนเกษตรสวนยางเพื่อฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์และสังคมเป็นสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันส่งเสริมให้เกษตร&lt;/strong&gt;เกิดการปรับเปลี่ยนสู่การสร้างสมดุลธรรมชาติ&amp;nbsp;ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์และสวนยางพารา&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันส่งเสริมสร้างฐานการผลิตยางพาราของจังหวัดให้เข้มแข็งและยั่งยืน&amp;nbsp;และเพื่อร่วมกันสนับสนุนด้านการตลาดยางพาราธรรมชาติให้กว้างมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;074612404&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>พัทลุง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพัทลุง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322152828640</Link_News></row>
<row _id="585"><NewsTitle>เดินหน้าชูเกษตรกรต้นแบบด้านปศุสัตว์ช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของเกษตรกรผ่านศูนย์เครือข่ายด้านปศุสัตว์ 2,646 ศูนย์ทั่วประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;เผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;สนองนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่เกิดจากความต้องการของชุมชนและสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการด้านการเกษตรของชุมชนได้&amp;nbsp;สามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยเน้นการเรียนรู้จากเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิต&amp;nbsp;ตลอดจนการยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;จึงได้จัดตั้งศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&lt;/strong&gt;สินค้าเกษตรด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;(ด้านปศุสัตว์)&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;จนปัจจุบันมี&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;เครือข่าย&amp;nbsp;(ด้านปศุสัตว์)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;2,646&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;ในทุกอำเภอทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นเครือข่ายของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ขยายเป็นเครือข่ายในการให้ความรู้และให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;ในลักษณะของเกษตรกรสอนเกษตรกร&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรที่มาเรียนรู้เกิดความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจ&amp;nbsp;ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ที่มีการใช้ปัจจัยการผลิตได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;และนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตสินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมีระบบการผลิตที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;อีกทั้งยังใช้เป็นจุดนัดพบในการพบปะพูดคุยของเจ้าหน้าที่กับเกษตรกรและเกษตรกรกับเกษตรกรด้วยกันเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161719702</Link_News></row>
<row _id="586"><NewsTitle>สถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ประจำวันที่ 22 มีนาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมาการปฏิบัติการในทะเล&lt;/strong&gt;(วานนี้)&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ไม่มีการปฏิบัติงานในขั้นตอนการพันท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศมีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมแรง&amp;nbsp;และคลื่นสูงกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;จึงพิจารณาหยุดการปฏิบัติงานเป็นเวลา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไปตามมาตรการในการหยุดปฏิบัติงานเมื่อไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;(ข้อมูลสภาพอากาศ&amp;nbsp;อ้างอิงจากรายงานสภาพอากาศประจำวันของกรมอุตุนิยมวิทยา)&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;จะเริ่มการปฏิบัติงานในขั้นตอนการพันท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตกต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;โดยดำเนินการบินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฏิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;เรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;มีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;มีการใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฏิบัติการบนชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;15.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะมีการตรวจสอบและเก็บตัวอย่างทาร์บอลพร้อมหน่วยงานราชการ&amp;nbsp;ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง&amp;nbsp;(ค.พ.)&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;(ทช.)&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด&amp;nbsp;(อช.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;จัดทีมทำความสะอาดบริเวณชายหาดและเก็บหินภูเขาไฟ&amp;nbsp;พบทาร์บอลในปริมาณเล็กน้อย&amp;nbsp;ซึ่งทีมงานได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่บริษัทฯ&amp;nbsp;ตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้ทำการไถพรวนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำ&amp;nbsp;บริเวณหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จากร้านป้ายาถึงลานหินขาว&amp;nbsp;ทุกจุด&amp;nbsp;ค่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;โดยสรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;และกลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,180&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;อาชีพอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;1,201&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;3,381&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;116&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;โรงแรม&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;อยู่ในระหว่างการเจรจา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ส่วนด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;กลุ่มประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&amp;nbsp;ปฏิบัติการในทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฎิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ยังคงมีเรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ยังคงมีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ยังคงมีการใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฎิบัติการบนชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ยังคงทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;เก็บทาร์บอล&amp;nbsp;และมีการไถพรวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322154159654</Link_News></row>
<row _id="587"><NewsTitle>รองผู้ว่าฯสตูล เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนอนุบาลทุ่งหว้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;รอดเรือง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;หนองคาย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีนายชาญณรงค์&amp;nbsp;วิรุณสาร&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนประชาชนชาวอำเภอทุ่งหว้าเข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและประชาชนในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรได้อย่างเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเดียว&amp;nbsp;และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการรับทราบปัญหาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และบริการอื่นๆ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กัน&amp;nbsp;รวมถึงบูรณาการส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมภายในงานมีกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร&amp;nbsp;และเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกตรวจบัญชี&amp;nbsp;คลินิกสุขภาพ&amp;nbsp;คลินิกประเมินผล&amp;nbsp;และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งยังมีนิทรรศการวิชาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322155457665</Link_News></row>
<row _id="588"><NewsTitle>เกษตรกันตัง จังหวัดตรัง  ร่วมกิจกรรมโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ณ โรงเรียนโคกยาง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอมรรัตน์&amp;nbsp;ชูเมฆ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมโครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนโคกยาง&amp;nbsp;ต.โคกยาง&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;จ.ตรัง&amp;nbsp;โดยวัตถุประสงค์โครงการ&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมลูกเสือและบุคลากรทางการลูกเสือน้อมนำโครงการจิตอาสาพระราชทานมาเสริมสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับวันนี้&amp;nbsp;มีการอบรมเกี่ยวกับโครงการตามแนวพระราชดำริ&lt;/strong&gt;และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เกษตรทฤษฎีใหม่:โคกหนองนา&amp;nbsp;สอนนักเรียนให้เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชผักเพื่อบริโภคในครัวเรือนและมีการทำกิจกรรมปลูกพืชผักบริเวณโรงเรียน&amp;nbsp;เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง&amp;nbsp;ทำให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปสานต่อยังครอบครัว&amp;nbsp;สามารถลดรายจ่ายภายในครัวเรือน&amp;nbsp;และสามารถสร้างรายได้เสริมได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322155554666</Link_News></row>
<row _id="589"><NewsTitle>อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอห้วยยอด (SC)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;)&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยนางสุชิรา&amp;nbsp;อินทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ&amp;nbsp;ร่วมกับประมงอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;(SC)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อแจ้งแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งและมาตรการบริหารจัดการน้ำ&lt;/strong&gt;ในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;แผนโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;โครงการการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;โครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;และมีการพิจารณาและรับรองข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรระดับอำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;(ยางพารา&amp;nbsp;ปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;และลองกอง)&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรและกลุ่มองค์กร&amp;nbsp;รวมถึงประเด็นการขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;&amp;nbsp;model&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322161033688</Link_News></row>
<row _id="590"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย ตรวจติดตามการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;นำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจติดตามการรับรองฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;(GFM)&amp;nbsp;รายใหม่&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลี้ยงไก่พื้นเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;และเลี้ยงสุกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการฟาร์ม&amp;nbsp;และการป้องกันโรค&amp;nbsp;แก่เกษตรกรเจ้าของฟาร์ม&amp;nbsp;ที่บ้านโคกงาม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านนาเจียง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลโคกงาม&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ขอรับการรับรอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรผู้เลี้ยงสัตว์รายครัวเรือน&amp;nbsp;จากกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่อยู่ระหว่างการเพิกถอนการรับรอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือหลักสูตรฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมจากกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเตรียมความพร้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยที่ปรึกษาของเกษตรกรประชาสัมพันธ์และที่ปรึกษาของเกษตรกรอบรมหรอให้คำแนะนำระบบการป้องกันโรค&amp;nbsp;การจัดการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาของเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;หรือหลักสูตรฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;หรือผู้ที่ได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาของเกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้งที่ปรึกษาของเกษตรให้คำปรึกษาและตรวจประเมินสถานที่เลี้ยงสัตว์เบื้องต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322162953722</Link_News></row>
<row _id="591"><NewsTitle>กรมการข้าว ยกระดับแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เร่งขับเคลื่อนภารกิจและโครงการสำคัญอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรไทยมีองค์ความรู้ที่ทันสมัยและสามารถนำเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพและตรงกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;จะเร่งพัฒนางานและภารกิจต่างๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;งานด้านวิจัยและพัฒนาพันธุ์ให้เป็นไปตามความต้องการและสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้&amp;nbsp;โดยบูรณาการงานวิจัยร่วมกับภาคการศึกษา&amp;nbsp;ภาคเอกชนและเกษตรกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนด้านเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;จะเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตั้งเป้าให้ได้ปีละ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ต้องเน้นให้เกษตรกรทำการรวมกลุ่มใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ&amp;nbsp;สนับสนุนชาวนารุ่นใหม่&amp;nbsp;ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;ในการทำนาให้ได้กำไร&amp;nbsp;รวมถึงจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแปรรูปข้าวครบวงจร&amp;nbsp;สามารถพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193033811</Link_News></row>
<row _id="592"><NewsTitle>สมุทรสาคร จัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้วปี 2565 โชว์ศักยภาพสดจากสวน สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อเวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ของวานนี้&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายณรงค์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ต.ยกกระบัตร&amp;nbsp;อ.บ้านแพ้ว&amp;nbsp;จ.สมุทรสาคร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายพิรุณโรจน์&amp;nbsp;นาคดนตรี&amp;nbsp;นายอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;เป็นประธานการจัดงาน&amp;nbsp;ซึ่งในพิธีเปิดงานครั้งนี้ก็มี&amp;nbsp;นางเตือนจิตร์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัด&amp;nbsp;นายสุรศักดิ์&amp;nbsp;ผลยังส่ง&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ปลัดจังหวัด&amp;nbsp;เกษตรอำเภอ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ผู้นำท้องที่&amp;nbsp;ผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;และเกษตรกรจากทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลในอำเภอบ้านแพ้วเข้าร่วม&amp;nbsp;โดยก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;จะทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการนั้น&amp;nbsp;ก็ได้มีการมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรดีเด่นของแต่ละตำบล&amp;nbsp;และพระมงคลพัฒนาภรณ์&amp;nbsp;เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;มอบหลวงพ่อโตเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด&amp;nbsp;ทำการเปิดงานเกษตรบ้านแพ้วในรูปแบบ&amp;nbsp;ผ่ามะพร้าวง่ายๆ&amp;nbsp;เพียงแค่คลิกเดียว&amp;nbsp;ด้วยนวัตกรรมเครื่องมือการผ่ามะพร้าวจากบ้านสวนไพศาล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายณรงค์&amp;nbsp;รักร้อย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;มีลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ราบลุ่ม&amp;nbsp;มีลำคลองน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;โดยมีคลองดำเนินสะดวกเป็นสายน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงให้พื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะกับการทำเกษตรกรรม&amp;nbsp;สมกับคำที่ว่า&amp;nbsp;ลานเกษตร&amp;nbsp;เป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;จึงเป็นแหล่งผลิตพืชผลทาง&amp;nbsp;การเกษตรที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสาครและของประเทศ&amp;nbsp;โดยอำเภอบ้านแพ้วมีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อและเป็นที่นิยมของผู้บริโภคหลายชนิด&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;มะพร้าวน้ำหอม&amp;nbsp;องุ่น&amp;nbsp;ชมพู่&amp;nbsp;ฝรั่ง&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;มะนาว&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;กล้วยไม้&amp;nbsp;และการทำน้ำตาลจากมะพร้าว&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาสลิดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ฉะนั้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของอำเภอบ้านแพ้ว&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของอำเภอให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ทางส่วนราชการและภาคเอกชนจึงได้พร้อมใจกันจัดงานเกษตรและของดีอำเภอบ้านแพ้วขึ้นเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;โดยการจัดงาน&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;จัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;-&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;งานประจำปีปิดทองขอพรหลวงพ่อโต&amp;nbsp;วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร&amp;nbsp;ซึ่งมีกิจกรรมที่สำคัญ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การจัดประกวดพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การประกวดกล้วยไม้&amp;nbsp;ผลไม้ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;การประกวดปลาสลิด&amp;nbsp;และการประกวดการจัดสำรับอาหาร,การคัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแต่ละตำบล&amp;nbsp;เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติ,การประกวดหนูน้อยเกษตร&amp;nbsp;และการจำหน่ายผลไม้&amp;nbsp;พันธุ์ไม้&amp;nbsp;ผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรโดยตรงในราคาถูก&amp;nbsp;การจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ที่ขึ้นชื่อของอำเภอ&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะเป็นการโชว์ศักยภาพทางด้านผลผลิตทางการเกษตรของอำเภอบ้านแพ้วแล้ว&amp;nbsp;ยังเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;และยังนำไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>สมุทรสาคร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322170712762</Link_News></row>
<row _id="593"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ลงพื้นที่ให้คำแนะนำกลุ่มเกษตรสร้างสรรค์ รักษ์ ดิน น้ำ ป่า ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด ในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านต้นผึ้ง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลสามหมื่น&amp;nbsp;อำเภอแม่ระมาด&amp;nbsp;จังหวัดตาก&amp;nbsp;นายสมชัย&amp;nbsp;กิจเจริญรุ่งโรจน์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ให้คำแนะนำกลุ่มเกษตรสร้างสรรค์&amp;nbsp;รักษ์&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;ศาสตราจารย์พิเศษ&amp;nbsp;เภสัชกรหญิง&amp;nbsp;ดร.กฤษณา&amp;nbsp;ไกรสินธุ์,&amp;nbsp;นายอำเภอแม่ระมาด,&amp;nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัดตาก,&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทิปโก้&amp;nbsp;ไบโอเท็ค&amp;nbsp;จำกัด,&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไทยวา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยกิจกรรมในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ศาสตราจารย์พิเศษ&amp;nbsp;เภสัชกรหญิง&amp;nbsp;ดร.กฤษณา&amp;nbsp;ไกรสินธุ์&amp;nbsp;ได้บรรยายให้ความรู้และให้คำแนะนำแก่กลุ่มเกษตรกรฯ&amp;nbsp;ในเรื่องการปลูกพืชสมุนไพร&amp;nbsp;และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ&amp;nbsp;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp;ยังได้ให้การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อลดการทำไร่เลื่อนลอย&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลกระทบทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;และเกิดการทำลายป่า&amp;nbsp;ให้หันมาปลูกพืชสมุนไพร&amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดังกล่าว&amp;nbsp;หลังจากนั้น&amp;nbsp;คณะฯ&amp;nbsp;ได้ลงพื้นที่ไปยังแปลงปลูกพืชสมุนไพร&amp;nbsp;และร่วมกันปลูกสมุนไพรด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกลุ่มเกษตรสร้างสรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษ์&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;ป่า&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลสามหมื่น&amp;nbsp;อำเภอแม่ระมาด&amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งสิ้น&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จัดตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง&amp;nbsp;และคนในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ในสภาวะแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&amp;nbsp;โดยเกษตรกรของกลุ่มส่วนใหญ่&amp;nbsp;ปลูกข้าว&amp;nbsp;บุก&amp;nbsp;ไผ่&amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp;ผักสวนครัว&amp;nbsp;พืชสมุนไพร&amp;nbsp;รวมถึงเลี้ยงไก่&amp;nbsp;ปลา&amp;nbsp;และหมูพื้นเมือง&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรฯ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จะได้นำความรู้และคำแนะที่ได้รับปรับใช้และต่อยอดในการปลูกและแปรรูปพืชสมุนไพร&amp;nbsp;ขณะที่หน่วยงาน&amp;nbsp;องค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;จะได้ร่วมบูรณาการดำเนินการส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร&amp;nbsp;และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพให้เป็นรูปธรรมต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ตาก</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตาก</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322163014723</Link_News></row>
<row _id="594"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ฟาร์มชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ม.9&amp;nbsp;ต.โนนเปือย&amp;nbsp;อ.กุดชุม&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรได้นำเทคโนโลยีและภูมิปัญญาที่มีมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้ง&amp;nbsp;ยังมีการให้บริการด้านการเกษตร&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการ&lt;/strong&gt;ให้ความรู้จากหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และยังมีกิจกรรมออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;มีเกษตรกรจากอำเภอเลิงนกทา&amp;nbsp;ไทยเจริญ&amp;nbsp;กุดชุม&amp;nbsp;ทรายมูล&amp;nbsp;และป่าติ้ว&amp;nbsp;เข้าร่วมงานจำนวน&amp;nbsp;150&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายอำเภอกุดชุม&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ&amp;nbsp;พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สวท.ยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322165009750</Link_News></row>
<row _id="595"><NewsTitle>5 หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ ร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี 65 โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวคิดของเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องน้ำใต้ดิน หวังลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำและน้ำใต้ดินในประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5&amp;nbsp;หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวคิดของเยาวชนเกี่ยวกับเรื่องน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;หวังลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำและน้ำใต้ดินในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้เป็นประธานลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ระหว่าง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ&amp;nbsp;(สวทช.)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(วว.)&amp;nbsp;และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;(สสน.)&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;เนื่องในวันน้ำโลกปีนี้รัฐบาลมุ่งเน้นสื่อสารองค์ความรู้และการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ควบคู่กับ&amp;nbsp;สร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวคิดของเยาวชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;สอดคล้องกับที่องค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญ&amp;nbsp;ถือเป็นการยกระดับความเข้มข้นและช่วยส่งเสริมให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยเกิดผลสัมฤทธิ์ตามแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลเน้นความสำคัญการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ&amp;nbsp;ด้วยการให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นมีส่วนร่วมดูแลจัดการน้ำอย่างเหมาะสมในภาคเกษตรกรรม&amp;nbsp;อุตสาหกรรม&amp;nbsp;และบริการ&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประเทศไทยจะบริหารจัดการน้ำใต้ดินอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการตั้งแต่การฟื้นฟูป่ารักษาความชุ่มชื้นให้ระบบนิเวศ&amp;nbsp;การเติมน้ำใต้ดินผ่านแหล่งน้ำต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ&amp;nbsp;ลดการรุกล้ำของน้ำเค็ม&amp;nbsp;บรรเทาอุทกภัย&amp;nbsp;และการใช้ประโยชน์ช่วงวิกฤติภัยแล้ง&amp;nbsp;พร้อมปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ด้วยการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า&amp;nbsp;ลดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำและน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;เพื่อให้ไทยสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย&amp;nbsp;ทศวรรษแห่งการร่วมมือปฏิบัติของทุกประเทศ&amp;nbsp;เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ของสหประชาชาติด้านน้ำและเพื่อประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายสุรสีห์&amp;nbsp;กิตติมณฑล&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(สทนช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การลงนามครั้งนี้มี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ความร่วมมือการส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;ทั้งระบบในเรือนจำและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกับกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;ส่วนอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฉบับเป็นความร่วมมือการบริหารจัดการน้ำด้วยวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;เทคโนโลยี&amp;nbsp;และนวัตกรรมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติและสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เพื่อยกระดับการทำงานด้านการจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;ด้วยการนำองค์ความรู้การพัฒนาและประยุกต์ใช้ข้อมูลและสารสนเทศภูมิศาสตร์&amp;nbsp;การประเมินผลด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322170114756</Link_News></row>
<row _id="596"><NewsTitle>เกษตรยะลา ถ่ายทอดความรู้ การผลิต ขยายและการใช้สารชีวภัณฑ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นางสาวสนธิลา&amp;nbsp;บุญมาก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;ถ่ายทอดความรู้ในหัวข้อเรื่องการผลิต&amp;nbsp;ขยายและการใช้สารชีวภัณฑ์&amp;nbsp;แก่ตัวแทนคณะกรรมการศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนและศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322172321765</Link_News></row>
<row _id="597"><NewsTitle>ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนานาเกลือทะเลไทยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาคีและเกษตรกรชาวนาเกลือทะเล เร่งพัฒนาคุณภาพในการผลิตเกลือเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกลือทะเลให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่สหกรณ์การเกษตรนาเกลือบางแก้ว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลบางแก้ว&amp;nbsp;อำเภอเมืองสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนานาเกลือทะเลไทย&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายโอภาส&amp;nbsp;ทองยงค์&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;นายนวนิตย์&amp;nbsp;พลเคน&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยที่ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมหน่วยงานภาคีและเกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการบริหารจัดการเกลือทะเลไทยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;พร้อมให้กำลังใจ&amp;nbsp;ให้ข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไขปัญหากับเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านการเชื่อมโยงการผลิตเกลือกับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ที่ใช้เกลือเป็นวัตถุดิบและผู้ค้าส่งเกลือทะเล&amp;nbsp;พร้อมมอบใบรับรองมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร&amp;nbsp;เรื่องการปฏิบัติ&amp;nbsp;ทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเลของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;นางสมพิศ&amp;nbsp;ทองดีนอก&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้รายงานผลการดำเนินกิจกรรมเกลือทะเลของจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกษตรกรนาเกลือจำนวน&amp;nbsp;149&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;5,223.28&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดว่าจะมีผลผลิตในปีการผลิตนี้ประมาณ&amp;nbsp;78,114&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดได้สนับสนุนเกษตรกรชาวนาเกลือทะเลปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล&amp;nbsp;มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแปลงนาเกลือต้นแบบ&amp;nbsp;นำไปปรับปรุงการผลิตขั้นตอนการรักษาผลผลิตเกลือทะเล&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้สะอาดและปลอดภัย&amp;nbsp;จนได้รับการพัฒนาแปลงต้นแบบนาเกลือทะเลที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางเกตุแก้ว&amp;nbsp;สำเภาทอง&amp;nbsp;รองประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรนาเกลือบางแก้ว&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรนาเกลือบางแก้วจำกัด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สหกรณ์มีทุนดำเนินการลดลงจากปีก่อน&amp;nbsp;เนื่องจากสหกรณ์นำทุนไปลงทุนถือหุ้นในชุมนุมสหกรณ์เกลือทะเลไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาชุมนุมมีผลขาดทุนสุทธิประจำปี&amp;nbsp;ส่งผลให้มูลค่าหุ้นติดลบ&amp;nbsp;ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลตอบแทนและหุ้นคืน&amp;nbsp;ประกอบกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด&amp;nbsp;-19&amp;nbsp;ที่มีการระบาดรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้มีผลกระทบต่อรายได้ของสมาชิกที่มีอาชีพเป็นเกษตรกรและรับจ้างทั่วไปซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน&amp;nbsp;และจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันค่าครองชีพที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อกำลังความสามารถในการซื้อสินค้าของสมาชิก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งประเทศมี&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จังหวัดที่ทำนาเกลือ&amp;nbsp;พื้นที่ไม่ถึง&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรกว่า&amp;nbsp;900&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;90&amp;nbsp;ประกอบอาชีพการทำนาเกลือจะอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร,สมุทรสงครามและเพชรบุรี&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนา&amp;nbsp;เกลือทะเลไทย&amp;nbsp;ต้องมาช่วยกันแก้ไขปัญหาพร้อมกำชับให้เกษตรกรนาเกลือทะเล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เร่งพัฒนาคุณภาพในการผลิตเกลือเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกลือทะเลให้ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322181148781</Link_News></row>
<row _id="598"><NewsTitle>เกษตรนครพนม เปิดเวทีออนไลน์ เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ ศพก. และแปลงใหญ่......เน้นการผลิตที่มีคุณภาพ ต่อยอดและพัฒนาสินค้าเกษตรในพื้นที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศูนย์สารสนเทศยางพารานครพนม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;อำเภอเมืองนครพนม&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายวินัย&amp;nbsp;คงยืน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เชื่อมโยงเครือข่ายคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศพก.และแปลงใหญ่&amp;nbsp;เน้นการผลิตที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ต่อยอดและพัฒนาสินค้าเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ประธานกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;และประธาน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ทั้ง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมออนไลน์ในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวินัย&amp;nbsp;คงยืน&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เปิดเวทีการประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการแปลงใหญ่&amp;nbsp;คณะกรรมการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ในการรับทราบถึงปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีบุคคลเป้าหมาย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;ประธานแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลแปลงใหญ่ในพื้นที่แต่ละอำเภอ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;สำหรับการจัดประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการ&amp;nbsp;ศพก.&amp;nbsp;และแปลงใหญ่&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันบูรณาการการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพรวมถึงการสร้างการรับรู้งานตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตร&amp;nbsp;โดยเน้นให้เกิดการรวมกลุ่มกันผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนในการผลิต&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ&amp;nbsp;มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยใช้หลักการตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการผลิตที่ชัดเจนและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดร่วมกัน&amp;nbsp;สำหรับการตลาดที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;ทั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;แต่ละอำเภอจะต้องมีการจัดทำแผนร่วมกันถึงทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;การจัดทำแผนการผลิตทั้งรายบุคคลและรายแปลง&amp;nbsp;เพื่อให้ข้อมูลเป็นระบบ&amp;nbsp;สามารถใช้ประโยชน์ได้ง่ายในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำให้เจ้าหน้าที่เองจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีในการพบปะและร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลจากรูปแบบเดิม&amp;nbsp;เพื่อเป็นการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ทำให้เกิดความปลอดภัย&amp;nbsp;สะดวกและรวดเร็ว&amp;nbsp;สามารถสื่อสารได้ทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนในพื้นที่ทำให้เห็นกิจกรรมและสภาพพื้นที่จริงในแต่พื้นที่&amp;nbsp;ในยุคปัจจุบันการส่งเสริมการเกษตรที่หวังผลการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;นอกจากจะสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรแล้ว&amp;nbsp;ยังให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาและกระบวนการเรียนรู้ของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยการหนุนเสริมให้เกิดช่องทางและกลไกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลายผ่านเครือข่ายการเรียนรู้แบบไม่เป็นทางการหรือกึ่งทางการ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เวทีชุมชนกลุ่ม/เครือข่าย/ศูนย์การเรียนรู้&amp;nbsp;และโรงเรียนเกษตรกร/โรงเรียนชาวนา&amp;nbsp;การส่งเสริมเกษตรตามแนวทางเช่นนี้ถือว่าเกษตรกรมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง&amp;nbsp;และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรในพื้นที่ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322173200770</Link_News></row>
<row _id="599"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ Field day หรือ ฟิวด์เดย์ ปี 2565 เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร พร้อมรณรงค์งดการเผาพื้นที่ทางการเกษตร ลดการเกิดฝุ่นละออง PM. 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่และเกษตรกร&amp;nbsp;ในพื้นที่อำเภอกุดชุม&amp;nbsp;เลิงนกทา&amp;nbsp;ไทยเจริญ&amp;nbsp;ทรายมูล&amp;nbsp;และป่าติ้ว&amp;nbsp;ร่วมงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เครือข่ายศูนย์เรียนรู้ฟาร์มชุมชน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ต.โนนเปือย&amp;nbsp;อ.กุดชุม&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับ&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ฟิวด์เดย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมองค์ความรู้ในการวางแผนการผลิต&amp;nbsp;รบริหารตลาด&amp;nbsp;แหล่งเงินทุน&amp;nbsp;การทำบัญชี&amp;nbsp;การให้คำแนะนำเกษตรกรในการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเข้าถึงปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธ์พืช&amp;nbsp;พันธ์สัตว์&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;ปุ๋ย&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;เครื่องจักรทางการเกษตร&amp;nbsp;การบริหารจัดการความเสี่ยง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพเกษตรกรไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการจัดงานครั้งนี้&amp;nbsp;ได้นำเทคโนโลยีและภูมิปัญญา&lt;/strong&gt;ที่มีมาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;สถานีนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การขยายพันธ์พืชสมุนไพร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;การแปรรูปผลผลิต&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนั้น&amp;nbsp;นายชลธี&amp;nbsp;ยังตรง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้กล่าวให้ชื่นชมและให้กำลังใจพี่น้องเกษตรกรในการทำเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;พร้อมทั้งขอให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;มาปรับใช้&amp;nbsp;อันจะส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;รณรงค์ให้พี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;งดการเผาตอซังข้าว&amp;nbsp;พื้นที่ทางการเกษตร&amp;nbsp;และการเผาทุกชนิด&amp;nbsp;เพื่อลดการเกิดฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM.&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;และขอให้หันมาทำปุ๋ยหมักจากวัชพืช&amp;nbsp;หรือไถ่กลบตอซังข้าวแทน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;หว่านปอเทือง&amp;nbsp;เพื่อธาตุอาหารในดิน&amp;nbsp;และเป็นการลดปัญหามลภาวะ&amp;nbsp;ลดฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM.&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322182909794</Link_News></row>
<row _id="600"><NewsTitle>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ส่งมอบระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ให้เกษตรกรมุกดาหาร ใช้เพาะปลูกพืชหน้าแล้ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;ที่บ้านพังคอง&amp;nbsp;ตำบลบ้านโคก&amp;nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นายพรชัย&amp;nbsp;พุดซ้อน&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;จากนายวินิต&amp;nbsp;จันทรานนท์&amp;nbsp;ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;10&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสันติ&amp;nbsp;ทรัพย์ส่งเสริม&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.บ้านโคก&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรชาวบ้านพังคอง&amp;nbsp;เข้าร่วมในพิธีรับมอบและรับฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้แนะนำวิธีการใช้งานการบำรุงรักษาระบบน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยโซล่าเซลล์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;สำหรับระบบน้ำบาดาลที่ส่งมอบนี้&amp;nbsp;ได้รับงบประมาณ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;หมู่บ้านพังคอง&amp;nbsp;ตำบลบ้านโคก&amp;nbsp;อำเภอเมืองมุกดาหาร&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;หอถังเหล็กเก็บน้ำ&amp;nbsp;ความจุ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;และอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ใช้งบประมาณ&lt;/span&gt;ตามแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;พ.ร.ก.กู้เงินฯ&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;จัดทำโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ให้กับบ้านพังคองใต้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ระบบพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;5.5&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;หอถังเหล็กเก็บน้ำ&amp;nbsp;ความจุ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หอถัง&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลบ้านโคก&amp;nbsp;ซึ่งอยู่นอกเขตชลประทานและขาดแคลนน้ำได้ใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชหลังนาในช่วงหน้าแล้ง&amp;nbsp;การเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และยังสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>มุกดาหาร</Province><Department>สวท.มุกดาหาร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322193412822</Link_News></row>
<row _id="601"><NewsTitle>ผู้ตรวจราชการ สำนักนายกรัฐมนตรี เขต 14 ติดตามงานการจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียว ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจ สีเขียว ที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บ้านท่าเยี่ยม อ.เมืองยโสธร พร้อมมอบแนวทางสนับสนุนการดำเนินงาน จากภาครัฐและเอกชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุมิตรา&amp;nbsp;อติศัพท์&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เขตตรวจราชการที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;เพื่อติดตามการดำเนินโครงการ&amp;nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(BCG&amp;nbsp;Model)&amp;nbsp;ที่โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;บ้านท่าเยี่ยม&amp;nbsp;ต.ค้อเหนือ&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;ทวินันท์&amp;nbsp;หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง&amp;nbsp;อันเนื่องมาจาก&amp;nbsp;พระราชดำริ,นายยศวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เธียรสวัสดิ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากร&amp;nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร,นายสมชัย&amp;nbsp;บูรณะ&amp;nbsp;นายอำเภอ&amp;nbsp;เมืองยโสธร,นายชาติศักดิ์&amp;nbsp;จันทร์สุคน&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร,&amp;nbsp;จ.ส.ต.พงษ์สถิตย์&amp;nbsp;อรอินทร์&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;และผู้นำหมู่บ้าน&amp;nbsp;ผู้บริการ&amp;nbsp;อบต.ค้อเหนือ&amp;nbsp;พร้อมประชาชน&amp;nbsp;ร่วมต้อนรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;ทวินันท์&amp;nbsp;ได้นำเสนอผลการดำเนินงานของโครงการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในด้านการขุดลอกหนองอึ่งเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและขยายพันธุ์ปลา&amp;nbsp;การพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้มีความสมบูรณ์และการฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลกัน&amp;nbsp;พร้อมทั้งความสำเร็จของการสร้างเครือข่าย&amp;nbsp;ป่าไม้ตามแนวพระราชชดำริ&amp;nbsp;การปลูกไม้วงศ์ยางเพาะเชื้อเห็ดป่า&amp;nbsp;ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่บ้านเปาะ&amp;nbsp;ต.ค้อวัง&amp;nbsp;อ.ค้อวัง&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;พื้นที่สวนป่าคูเมือง&amp;nbsp;ต.คูเมือง&amp;nbsp;อ.มหาชนะชัย&amp;nbsp;จ.ยโสธร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และในพื้นที่ป่าดงมัน&amp;nbsp;บ.ท่าเยี่ยม&amp;nbsp;ต.ค้อเหนือ&amp;nbsp;อ.เมืองยโสธร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,006&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ที่ให้ผลผลิตเห็ดป่า&amp;nbsp;ทั้งเห็ดเผาะหนัง&amp;nbsp;เห็ดละโงก&amp;nbsp;เห็ดตะไค&amp;nbsp;เห็ดโคน&amp;nbsp;ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เป็นแหล่งอาหารตาม&amp;nbsp;ธรรมชาติและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;วนาทิพย์&amp;nbsp;โอทอปชุมชน&amp;nbsp;คนรักป่า&amp;nbsp;ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;โดยมีภาคเอกชน&amp;nbsp;ร่วมสนับสนุนช่องทางการตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;งบประมาณในการผลิตไม้วงศ์ยางเพาะเชื้อเห็ดป่า&amp;nbsp;เพื่อมอบให้กับประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่&amp;nbsp;การพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้มีความอุดมสมบูรณ์และการบำรุงรักษาพื้นที่&amp;nbsp;ปลูกไม้วงศ์ยางเพาะเห็ดป่า&amp;nbsp;ที่ยังไม่เพียงพอต่อการดำเนินงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมนี้&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้มอบแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;และภาคเอกชน&amp;nbsp;เพื่อร่วมดำเนินงานตามแนวทางการ&amp;nbsp;พัฒนาเศรษฐกิจ&amp;nbsp;ชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;ในการสร้างความมั่น&amp;nbsp;คงทางอาหาร&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จากการ&amp;nbsp;เกษตรและการสนับสนุนช่อทางการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนา&amp;nbsp;คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;ส่วนปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;ด้านงบประมาณที่ยังไม่เพียงพอนั้น&amp;nbsp;จะสรุปเป็นข้อเสนอแนะ&amp;nbsp;จากการตรวจติดตามงาน&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางให้การสนับสนุนการดำเนินงาน&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322194306824</Link_News></row>
<row _id="602"><NewsTitle>จังหวัดยโสธร รณรงค์ประชาชนหยุดเผาพื้นที่การเกษตร หันมาไถกลบตอซังข้าว หรือ หว่านปอเทือง เพิ่มแร่ธาตุในดินและลดการเกิดฝุ่นละออง P.M. 2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ทุ่งนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;บ้านดู่ทุ่ง&amp;nbsp;ตำบลดู่ทุ่ง&amp;nbsp;อำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสมชัย&amp;nbsp;บูรณะ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์&amp;nbsp;เผยแพร่&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;โดยมีภาคีเครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ตำรวจ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;ประชาชน&amp;nbsp;ตำบลดู่ทุ่ง&amp;nbsp;ร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดยโสธร&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอเมืองยโสธร&amp;nbsp;จัดงานรณรงค์&amp;nbsp;เผยแพร่&amp;nbsp;และประชาสัมพันธ์หยุดเผาในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนงดเผาตอซังข้าวและพื้นที่ทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยจากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์จากดาวเทียม&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;พบจุดความร้อนสะสมเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ในช่วงวิกฤตของทุกปี&amp;nbsp;ระหว่างเดือนมกราคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;พฤษภาคมสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาตอซังฟางข้าวและเศษซากพืชที่เหลือใช้หลังการเก็บเกี่ยวการเผาในพื้นที่โล่ง&amp;nbsp;นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ที่มีความมีค่าสูงเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนแล้ว&amp;nbsp;การเผาจะทำให้ดินเสื่อมโทรมขาดความอุดมสมบูรณ์ด้วย&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เร่ง&amp;nbsp;รณรงค์สร้างการรับรู้และกระตุ้นเตือนให้พี่น้องเกษตรกรหยุดเผาพื้นที่ทางการเกษตร&amp;nbsp;หันมาไถ่กลบตอซังข้าว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;หว่านปอเทือง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มแร่ธาตุอาหารในดินและลดการเกิดฝุ่นละออง&amp;nbsp;P.M.&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ลดปัญหามลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ตลอดจนนำเทคโนโลยีการเกษตรมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ยโสธร</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322195013828</Link_News></row>
<row _id="603"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบัญชา&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยนางสาวอัจฉรา&amp;nbsp;อิ่มมณี&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากการประกอบกิจการโรงงานแป้งมันสำปะหลังแปรรูป&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สรุปผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ขณะตรวจสอบมีการเดินเครื่องจักรทำการผลิตตามปกติ&amp;nbsp;บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียมีกลิ่นเล็กน้อย&amp;nbsp;ซึ่งผู้จัดการโรงงานแจ้งว่าสายการผลิตขณะนี้&amp;nbsp;มิได้ใช้สาร&amp;nbsp;Propylene&amp;nbsp;Oxide&amp;nbsp;มีระบบกำจัดก๊าซ&amp;nbsp;โดยการเผาร่วมกับการใช้เชื้อเพลิงก๊าซ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;ช่วยเผาไหม้&amp;nbsp;บ่อบำบัดน้ำเสียมีใช้งานจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;โดยบ่อที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปิดคลุมด้วยพลาสติก&amp;nbsp;HDPE&amp;nbsp;และบ่อที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เป็นบ่อเติมอากาศ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบ่อที่มีกลิ่นแรงที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;ตรวจวัดก๊าซอันตรายบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียบ่อที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระหว่างเวลา&amp;nbsp;12.30&amp;nbsp;&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยวัดก๊าซอินทรีย์ระเหยง่ายด้วยเครื่องมือตรวจวัดแบบอ่านค่าทันทีขณะที่ตรวจวัด&amp;nbsp;พบว่ามีค่าระหว่าง&amp;nbsp;0&amp;nbsp;&amp;nbsp;165&amp;nbsp;ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และวัดก๊าซอันตรายโดยเครื่องตรวจวัดก๊าซด้วยเทคนิค&amp;nbsp;FTIR&amp;nbsp;ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พบก๊าซมลพิษหลายชนิด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;Vinyl&amp;nbsp;Chloride,&amp;nbsp;Propylene&amp;nbsp;Oxide&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Methyl&amp;nbsp;ethyl&amp;nbsp;Ketone&amp;nbsp;,Acrolein&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Isopropanol&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Aniline&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Hydrogen&amp;nbsp;cyanide&amp;nbsp;,&amp;nbsp;1,3&amp;nbsp;butadiene&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Ethylene&amp;nbsp;,&amp;nbsp;Acetylene&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การตรวจสอบกระบวนการผลิต&amp;nbsp;ผู้จัดการโรงงานแจ้งว่าได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบดังกล่าวโดยปรับสูตรแป้งเคมีให้สามารถลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายจากส่วนผสมร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ลดลงเหลือไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;20&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;เข้าพบประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อแจ้งผลการตรวจสอบในระหว่างเวลา&amp;nbsp;14.20&amp;nbsp;&amp;nbsp;14.45&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;บริเวณบ้านปราสาทใต้&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบให้ข้อมูลว่าปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นช่วงระยะเวลาสั้นๆ&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;04.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;โดยเป็นกลิ่นเหม็นแต่ไม่ฉุนระคายเคือง&amp;nbsp;และมีความต้องการให้ทางโรงงานปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นอีกและต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จะแจ้งผลการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณากำกับ&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;การประกอบกิจการของโรงงานมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนบริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322210138862</Link_News></row>
<row _id="604"><NewsTitle>ร้อยเอ็ดขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ด้านพลังงานเชิงพื้นที่ อนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสนอง&amp;nbsp;ดลประสิทธิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์&amp;nbsp;ด้านพลังงานเชิงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;เพื่อพิจารณากลั่นกรองให้ความเห็นชอบ&amp;nbsp;และจัดลำดับความสำคัญของโครงการ&amp;nbsp;เสนอต่อคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ&amp;nbsp;(กบจ.)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการเปิดรับข้อเสนอโครงการระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้กลุ่มงานอนุรักษ์พลังานและพลัง&lt;/strong&gt;งานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;-&amp;nbsp;18&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีหน่วยงานนำส่งข้อเสนอโครงการระดับจังหวัด&amp;nbsp;ภายใต้กลุ่มงานอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;26&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น&amp;nbsp;65,084,000.00&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แยกเป็นรายเทคโนโลยีพลังงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;(โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;สำหรับบ่อบาดาลและถังพักน้ำ&amp;nbsp;,โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;สำหรับผิวดิน&amp;nbsp;,โครงการติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ชนิด&amp;nbsp;(รถลากจูง&amp;nbsp;และรถเข็น)?&amp;nbsp;,โครงการติดตั้งระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;(ขนาด๒x๒&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;และขนาด&amp;nbsp;๓x๔&amp;nbsp;เมตร)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ประชุมคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ได้ร่วมพิจารณาหน่วยงาน&lt;/strong&gt;ที่ผ่านเงื่อนไขและมีคุณสมบัติครบ&amp;nbsp;สามารถยื่นขอโครงการได้&amp;nbsp;ให้พิจารณาอยู่ในวงเงิน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เห็นควรส่งเป็นโครงการสำรอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ร้อยเอ็ด</Province><Department>สวท.ร้อยเอ็ด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221602873</Link_News></row>
<row _id="605"><NewsTitle>ยะลา เดินหน้าโครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;เปิดกิจกรรมสัมมนาพัฒนาทุเรียนคุณภาพยะลา&amp;nbsp;โครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพสู่ความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมปาหนัน&amp;nbsp;โรงไฟฟ้าเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ต.เขื่อนบางลาง&amp;nbsp;อ.บันนังสตา&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;(ศอ.บต.)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานการเปิดกิจกรรมสัมมนาพัฒนาทุเรียนคุณภาพยะลา&amp;nbsp;โครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพสู่ความมั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายมะเสาวดี&amp;nbsp;ไสสากา&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ตลอดจนเกษตรกรชาวสวนทุเรียนในพื้นที่เข้าร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำนวย&amp;nbsp;ศรีระแก้ว&amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ&amp;nbsp;ศอ.บต.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากสถานการณ์วิกฤติทางเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่ออาชีพ&amp;nbsp;รายได้จากภาคเกษตรในพื้นที่อย่างมาก&amp;nbsp;ดังที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเพื่อการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;โดยยึดหลักประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและสามารถให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่กระแสการปรับพื้นที่ของพืชชนิดอื่น&amp;nbsp;มาเป็นสวนทุเรียนมีให้เห็นได้มากและคาดว่าจะยิ่งมีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนซึ่งจะต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่าน&amp;nbsp;กระบวนการเปลี่ยนจากการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยีเพื่อระดับคุณภาพของเกษตรกรและนำพาเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการนั้นจำเป็นต้องอาศัยหลักสำคัญ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การปรับกระบวนทัศน์ในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp;การเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การรวมกลุ่มและการได้รับการพัฒนาทักษะการเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ดังนั้นจึงกำหนดแนวทางเพื่อการพัฒนาคุณภาพเกษตรกร&amp;nbsp;คุณภาพผลผลิตทางการเกษตรไม้ผลตลอดจนการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและการจัดการองค์เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการพัฒนา&amp;nbsp;การจัดโครงการนี้จึงเป็นการตอบสนองต่อการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากภายใต้โครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่งและยั่งยืน&amp;nbsp;เป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมในการประกอบอาชีพของเกษตรกรตลอดจนสร้างความเข้มแข็งเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนซึ่งจะนำไปสู่การสร้างกลไกของการพัฒนาที่ยั่งยืนของเกษตรกรไม้ผลในจังหวัดยะลา&amp;nbsp;เพื่อที่จะเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;เพิ่มรายได้และพัฒนาสังคมที่ยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322221924875</Link_News></row>
<row _id="606"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญร่วมประชุมคณะทำงานวิชาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมาย&amp;nbsp;นางสาวปิยะพร&amp;nbsp;สุริโยตระกูล&amp;nbsp;ร่วมประชุมคณะทำงานวิชาการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมดอกจานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการสนับสนุนการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะผ่านกระบวนการสมัชชาสุขภาพจังหวัดอำนาจเจริญพ.ศ&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีประเด็นเพื่อพิจารณา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเด็นคือ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;การฟื้นฟูคุณภาพชีวิตคนเมืองธรรมะเกษตรภายใต้สถานการณ์&amp;nbsp;covid-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2&amp;nbsp;.การยกระดับความมั่นคงทางอาหารเมืองธรรมะเกษตรสู่ความยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีการแบ่งทีมทำงานเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทีมสำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้อยู่ในส่วนของทีมที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือการยกระดับความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;โดยมีกรอบประเด็นหารือประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;คำนิยามความมั่นคงทางอาหาร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารของประชาชนจังหวัดอำนาจเจริญ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ข้อเสนอแนวทางการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;กลไกการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง&amp;nbsp;ๆ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในเบื้องต้นสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จะส่งข้อมูล&amp;nbsp;การผลิตด้านพืช&amp;nbsp;ปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาตรฐานการผลิตในจังหวัด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และข้อมูลแหล่งผลิตการแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตรของผู้ประกอบการในจังหวัดอำนาจเจริญให้เป็นเบื้องต้น&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-22T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220322234241890</Link_News></row>
<row _id="607"><NewsTitle>กรมชลประทานจับมือกรุงเทพมหานคร การประปานครหลวง วางแผนรับมือน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 28 มี.ค.  3 เม.ย. 65 นี้ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา-บางปะกง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยกำหนดมาตรการควบคุมความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ด้วยการระบายน้ำจาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขื่อนหลัก&amp;nbsp;คือเขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&amp;nbsp;และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการใช้น้ำในกิจกรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;และควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมถึงควบคุมการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานที่สำคัญ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เขื่อนเจ้าพระยา&amp;nbsp;เขื่อนพระรามหก&amp;nbsp;รวมทั้งการระบายน้ำจากคลองพระยาบรรลือผ่านทางสถานีสูบน้ำพระยาบรรลือและสถานีสูบน้ำสิงหนาท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ให้สอดคล้องกับระดับการขึ้น-ลงของน้ำทะเล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่วนที่แม่น้ำบางปะกง&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ควบคุมความเค็มโดยการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำทางตอนบนของลุ่มน้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองสียัด&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองระบม&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำคลองพระสทึง&amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำคลองพระปรง&amp;nbsp;ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้&amp;nbsp;และพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดการระบายน้ำให้สอดคล้องตามสถานการณ์&amp;nbsp;รวมทั้งพิจารณาจุดเฝ้าระวังและกำหนดจุดควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำบางปะกง-ปราจีนบุรี&amp;nbsp;ในช่วงต้นเดือนมกราคมไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;นครนายก&amp;nbsp;และปราจีนบุรี&amp;nbsp;รวมไปถึงการผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;สาขาฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;ปัจจุบันได้ควบคุมค่าความเค็มที่จุดสูบน้ำการประปาส่วนภูมิภาค&amp;nbsp;สาขาปราจีนบุรี&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำหาดยาง&amp;nbsp;อำเภอศรีมหาโพธิ์&amp;nbsp;จังหวัดปราจีนบุรี&amp;nbsp;ไม่ให้เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กรัม/ลิตร&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;และกิจกรรมการใช้น้ำของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้มีการวางแผนเพื่อควบคุมค่าความเค็มตลอดแล้งนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp;(กทม.)&amp;nbsp;การประปานครหลวง&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;โดยพิจารณาจากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลหนุนของกรมอุทกศาสตร์&amp;nbsp;กองทัพเรือ&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323100338938</Link_News></row>
<row _id="608"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชูความเข้มแข็งแปลงใหญ่ลำไยหนองตอง คาดการณ์ผลผลิตเดือนสิงหาคม 65 ออกมากสุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดนโยบายสำคัญในการพัฒนาภาคเกษตร&amp;nbsp;โดยจัดทำโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ที่มีการบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการผลิตเพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดี&amp;nbsp;ราคาถูก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด&amp;nbsp;ช่วยพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp;มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพ&amp;nbsp;สู่การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรตามความต้องการตลาด&amp;nbsp;ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยหน่วยงานภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก&amp;nbsp;เป็นการเพิ่มอำนาจ&amp;nbsp;การต่อรองของเกษตรกรตลอดกระบวนการผลิต&amp;nbsp;และตลอดโซ่อุปทาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพ&amp;nbsp;และมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&amp;nbsp;และยกระดับการผลิตไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากงบประมาณที่กลุ่มแปลงใหญ่จะได้รับการสนับสนุนตามที่เสนอขอแล้ว&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งในการบริหารธุรกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวมถึงพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;และมีระบบการตลาดที่แน่นอนทั้งนี้&amp;nbsp;ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกลำไยรายใหญ่ของโลก&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ส่งออกในรูปลำไยสดและลำไยอบแห้ง&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการส่งออกลำไยสด&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;3.4&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่ากว่า&amp;nbsp;1.24&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;และส่งออกลำไยอบแห้ง&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;8.4&amp;nbsp;หมื่นตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;4.2&amp;nbsp;พันล้านบาท&amp;nbsp;และยังมีการส่งออกลำไยกระป๋องประมาณ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;พันตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่าประมาณ&amp;nbsp;481&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;เวียดนาม&amp;nbsp;ฮ่องกง&amp;nbsp;และสาธารณรัฐเกาหลี&amp;nbsp;โดยมีแหล่งผลิตมากที่สุดในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยจะมีการเก็บเกี่ยวสูงสุดในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095921934</Link_News></row>
<row _id="609"><NewsTitle>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ร่วมกับ กองทัพอากาศ ปฏิบัติการยับยั้งและสลายลูกเห็บพื้นที่ภาคเหนือ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเป็นลมที่มีความชื้นพัดปกคลุมประเทศไทย&amp;nbsp;ส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศเกิดฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;โดยในช่วงกลางวันมีอากาศร้อนอบอ้าว&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ส่วนในช่วงกลางสัปดาห์เป็นต้นไป&amp;nbsp;มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย&amp;nbsp;สภาพอากาศแบบนี้จะส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ซึ่งมีลักษณะมีพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรง&amp;nbsp;และมีพายุลูกเห็บตามมาอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับกองทัพอากาศ&amp;nbsp;โดยหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ได้ติดตามสภาพอากาศและขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงโดยใช้เครื่องบินโจมตีแบบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เพื่อช่วยยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงจากพายุลูกเห็บ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บริเวณ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริเวณ&amp;nbsp;อ.แม่ออน&amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;อ.เมืองปาน&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;และบริเวณ&amp;nbsp;อ.งาว&amp;nbsp;จ.ลำปาง&amp;nbsp;อ.เมืองพะเยา&amp;nbsp;จ.พะเยา&amp;nbsp;ซึ่งหลังปฏิบัติการ&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง&amp;nbsp;และไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่ช่วงหลังปฏิบัติการ&amp;nbsp;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หน่วยฯ&amp;nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ป่าไม้ของ&amp;nbsp;จ.ตาก&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;อุดรธานี&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;จะยังคงติดตามสภาพอากาศต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขต่อการปฏิบัติการ&amp;nbsp;จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่ยังมีปริมาณน้ำน้อย&amp;nbsp;รวมไปถึงภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในบริเวณพื้นที่ได้รับผลกระทบทันที&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095518930</Link_News></row>
<row _id="610"><NewsTitle>โรงเรียนแก้จนผลสำเร็จของความร่วมมือจนเป็นศูนย์เรียนรู้พุทธเกษตร โคกหนองนาบ้านหนองอีดำ จ.สุรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลสำเร็จของความร่วมมือจนเป็นศูนย์เรียนรู้พุทธเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โคกหนองนาบ้านหนองอีดำ&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;จากผืนที่ดินแห้งแล้ง&amp;nbsp;สู่ศูนย์เรียนรู้แบบครบวงจรเพื่อเป็นโรงเรียนแก้จนให้กับชาวบ้านเกษตรกร&amp;nbsp;จากที่ดินผืนเปล่าจำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;สู่&amp;nbsp;"ศูนย์เรียนรู้พุทธเกษตร"&amp;nbsp;เพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่โคกหนองนา&amp;nbsp;บ้านหนองอีดำ&amp;nbsp;ต.กะโพ&amp;nbsp;อ.ท่าตูม&amp;nbsp;จ.สุรินทร์&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งของภาพความก้าวหน้าและความสำเร็จ&amp;nbsp;จากความร่วมมือกันอย่างแท้จริงระหว่างชุมชน&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;อุปถัมภ์ขับเคลื่อนโดยพระภิกษุสงฆ์&amp;nbsp;โดยพระเดชพระคุณ&amp;nbsp;ดร.หลวงพ่อพระครูพิศิษฏ์ประชานาถ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;หลวงพ่อแดง&amp;nbsp;นันทิโย&amp;nbsp;องค์ประธานมูลนิธิวัดอินทาราม&amp;nbsp;รองเจ้าคณะอำเภออัมพวา&amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดอินทาราม&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;หรือที่รู้จักกันดีในนามธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;ซึ่งได้มาก่อตั้งแปลงนาอินทรีย์บนพื้นที่เปล่าแห่งนี้&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;และให้ชาวบ้านร่วมกันปรับพื้นที่ขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบเปิด&amp;nbsp;เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้โคกหนองนา&amp;nbsp;มีวิสาหกิจในพื้นที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;อำเภอรอบๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;อ.ท่าตูม&amp;nbsp;จอมพระ&amp;nbsp;ชุมพลบุรี&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ศีขรภูมิ&amp;nbsp;ร่วมหมุนเวียนเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ให้สมบูรณ์มากขึ้นไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันตั้งวิสากิจชุมชน&lt;/strong&gt;ธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;เข้ามาเรียนรู้วิธีปลดหนี้&amp;nbsp;และสังกัดเป็นสมาชิกโรงเรียนสอนชาวนาสู้กับความจน&amp;nbsp;ได้เอาแนวคิดของการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;มาลงพื้นที่&amp;nbsp;โดยยึดหลักการแก้ปัญหาของคนชนบท&amp;nbsp;มาเป็นโจทย์ในการพัฒนา&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ส่วนใหญ่มีหนี้จากการทำนา&amp;nbsp;ลงทุนสูง&amp;nbsp;โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;และแรงงานส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปรับจ้างเพื่อยังชีพ&amp;nbsp;ทิ้งเรือกสวนไร่นา&amp;nbsp;ช่วงเวลาการทำนาและฤดูกาลที่ต้องพึ่งพิงปริมาณน้ำฝน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังพบว่าไม่ได้เลี้ยงวัวควายในบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จึงทำให้ใช้ปุ๋ยเคมีแทน&amp;nbsp;โดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;ได้ส่งวัวมาประจำที่คอกอภัยทาน&amp;nbsp;มีพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาไว้ให้ขยายพันธุ์&amp;nbsp;แจกจ่ายมาแล้วประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;กว่าตัว&amp;nbsp;และยังคงออกลูกเป็นผลผลิตให้กับชาวบ้านเป็นผลพลอยได้ต่อยอดการพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นอีกด้วยอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;นายสุริยา&amp;nbsp;เครือจันทร์&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;สาขาบ้านหนองอีดำ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การพัฒนาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเปลี่ยนไปค่อนข้างเยอะ&amp;nbsp;โดยสมาชิกเพิ่มจำนวนมากขึ้น&amp;nbsp;คุณภาพวิถีชีวิตดีมากขึ้น&amp;nbsp;การใช้จ่ายลดลง&amp;nbsp;เนื่องจากสมาชิกมีการแปรรูปสินค้าเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าวสารที่แปรรูปด้วยตนเองพร้อมกับนำออกไปจำหน่ายสร้างรายได้ที่ดีกว่า&amp;nbsp;การนำกลุ่มวิสาหกิจเข้ามาร่วมกันพัฒนาสวนเรียนรู้โคกหนองนาแห่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับวิถีชีวิตของชาวบ้านให้มีรายได้ลดรายจ่ายได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน&amp;nbsp;รองศาสตรจารย์&amp;nbsp;ดร.วาสนา&amp;nbsp;แก้วหล้า&amp;nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นนักพัฒนาและบริการท้องถิ่นตามภารกิจรับใช้สังคม&amp;nbsp;ของบุคลาการในสถาบันอุดมศึกษา&amp;nbsp;ที่ทำงานเน้นการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยเฉพาะก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนการพลิกปัญหามาแก้ไข&amp;nbsp;จึงจับเอาเรื่องการมีวัวบ้านล่ะ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวมาเติมให้แต่ล่ะครัวเรือน&amp;nbsp;ตอนนี้มีชาวบ้านกว่า&amp;nbsp;32&amp;nbsp;หมู่บ้านของจังหวัดสุรินทร์มารับวัวไปเลี้ยง&amp;nbsp;และมาลงมือเรียนในศูนย์การเรียนรู้แนวพุทธเกษตร&amp;nbsp;เน้นการทำกิจกรรมพึ่งตนเอง&amp;nbsp;ลดปัญหาโลกร้อน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการเพาะปลูก&amp;nbsp;ทำนาปี&amp;nbsp;นาปรัง&amp;nbsp;ใช้ปุ๋ยคอกผสมกับแหนแดงไมโครฟิลล่า&amp;nbsp;วิชาที่เรียนด้วยการลงมือทำ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;การขุดธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด&amp;nbsp;การเลี้ยงปลากินพืช&amp;nbsp;การเลี้ยงหอยนา&amp;nbsp;หอยปัง&amp;nbsp;หอยขม&amp;nbsp;หอยเชอรี่สีทอง&amp;nbsp;การปลูกพืชอาหาร&amp;nbsp;ผักสวนครัว&amp;nbsp;ผักป่า&amp;nbsp;เห็ดโคน&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่ไข่เก็บไข่ขาย&amp;nbsp;วิชาการช่าง&amp;nbsp;วิชาการทำก้อนปุ๋ยและปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;การปลูกดอกดาวเรืองส่งจำหน่าย&amp;nbsp;และโรงสีข้าวเพื่อชาวนาสีข้าวเปลือกขายเอง&amp;nbsp;ในระบบออนไลน์&amp;nbsp;การชื้อสินค้าและการออมเงินระบบถือหุ้นสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รศ.&amp;nbsp;ดร.&amp;nbsp;วาสนา&amp;nbsp;แก้วหล้า&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในทัศนะการรับใช้สังคมโดยมาช่วยชาวบ้าน&amp;nbsp;มีหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp;กับบทบาทของงานสงฆ์สาธารณะสงเคราะห์&amp;nbsp;เห็นว่าความร่วมมือของการพัฒนาในรูปแบบ&amp;nbsp;บวร&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บ้าน&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;ราชการ&amp;nbsp;ในที่นี่สามารถระดมพลังทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาสังคม&amp;nbsp;ที่สวนเรียนรู้แห่งนี้นี่จึงเป็นต้นแบบได้&amp;nbsp;จึงอยากเชิญชวนกลุ่มองค์กร&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;นักเรียน&amp;nbsp;นักศึกษา&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;ได้เยี่ยมศึกษาเรียนรู้พุทธเกษตรบ้านหนองอีดำแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแบบเกษตรพอเพียงทฤษฎีใหม่ให้ได้อยู่กับธรรมชาติของเกษตรแบบยั่งยืนและพอเพียง&amp;nbsp;กำชัย&amp;nbsp;วันสุข&amp;nbsp;ส.ปชส.สุรินทร์&amp;nbsp;รายงาน&amp;nbsp;CG&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุริยา&amp;nbsp;เครือจันทร์&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง&amp;nbsp;สาขาบ้านหนองอีดำ&amp;nbsp;รศ.ดร.วาสนา&amp;nbsp;แก้วหล้า&amp;nbsp;อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323095947935</Link_News></row>
<row _id="611"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะตอนบนของประเทศมีลมกระโชกแรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนหลายพื้นที่ทั่วประเทศระวังเกิดฝนตกหนัก&amp;nbsp;โดยเฉพาะตอนบนของประเทศมีลมกระโชกแรง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.ตราด&amp;nbsp;88&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;85&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;84&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,903&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;22,068&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323094456927</Link_News></row>
<row _id="612"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323094813928</Link_News></row>
<row _id="613"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า 2,000 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมายังสูงกว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;121&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;66&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นครสวรรค์&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิจิตร&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนกลับมาเพิ่มขึ้นบริเวณภาคกลางตอนบน&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ในภูมิภาคอื่นๆยังคงมีจุดความร้อนเกิดขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,681&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,834&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,196&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศยังคงมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาติดต่อกัน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;วันนี้พบ&amp;nbsp;2,309&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;328&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;121&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดน&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323102751946</Link_News></row>
<row _id="614"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร พัฒนาแปลงเรียนรู้งานส่งเสริมการเกษตร ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หนุนเกษตรกรเรียนรู้สร้างอาชีพ ขยายสู่ชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลาได้ดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตามบทบาทและภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทของศูนย์ฯ&amp;nbsp;ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวพระราชดำริ&amp;nbsp;นโยบายและความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;1.ด้านการศึกษา&amp;nbsp;ทดลอง&amp;nbsp;วิจัย&amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp;2.ด้านการขยายผลการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3.ด้านการบริหารจัดการองค์กร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับยุทธศาสตร์การขยายผลการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรจึงเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ในการขยายผลองค์ความรู้ของงานศึกษา&amp;nbsp;ทดลอง&amp;nbsp;วิจัยที่ประสบผลสำเร็จและเหมาะสมจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปสู่เกษตรกร&amp;nbsp;โดยการนำองค์ความรู้ดังกล่าว&amp;nbsp;ไปส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพของตนเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกิจกรรมพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ให้เกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;นำไปศึกษาดูงาน&amp;nbsp;พัฒนาทักษะ&amp;nbsp;ให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ตัวอย่างเกษตรกรต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการและประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;นายดำ&amp;nbsp;หะยะมิน&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;52/3&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลกะลุวอเหนือ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งเดิมประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp;มีรายได้ไม่แน่นอน&amp;nbsp;ต่อมาจึงผันตัวเองมาทำการเกษตร&amp;nbsp;โดยได้เข้าฝึกอบรมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ทำกิจกรรมเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;มีกิจกรรมหลากหลายชนิด&amp;nbsp;อาทิเช่น&amp;nbsp;การทำนาผักบุ้ง&amp;nbsp;การปลูกผักและไม้ผลบนคันนา&amp;nbsp;การเลี้ยงเป็ด&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาในบ่อดิน&amp;nbsp;การเลี้ยงกบ&amp;nbsp;และการทำปุ๋ยหมักใช้เอง&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรผสมผสานบนพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด&amp;nbsp;ซึ่งทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ&amp;nbsp;ได้เข้ามาดำเนินการปรับรูปแปลงนา&amp;nbsp;พร้อมกับจัดแบ่งพื้นที่&amp;nbsp;และปรับสภาพดินและน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ด้านดิน&amp;nbsp;ด้านพืช&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว&amp;nbsp;เฉลี่ยเดือนละ&amp;nbsp;35,000-40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากผลสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงได้ขยายผลโครงการพระราชดำริ&amp;nbsp;ดังกล่าวให้กับเกษตรกรเครือข่ายรอบๆ&amp;nbsp;แปลงเกษตรกรต้นแบบ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้จากเกษตรกรต้นแบบไปยังเกษตรกรเครือข่าย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการขยายผลโครงการพระราชดำริ&amp;nbsp;ที่มีเกษตรกรต้นแบบในพื้นที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ&amp;nbsp;เกิดเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงการผลิตและการตลาด&amp;nbsp;ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีรายได้ลดรายจ่าย&amp;nbsp;เกิดอาชีพที่มั่นคง&amp;nbsp;เป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรรายอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2564-2565&amp;nbsp;มีผู้เข้าศึกษาเรียนรู้ในแปลงเกษตรของนายดำแล้วกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันงานส่งเสริมการเกษตรภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นภารกิจภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตรนั้น&amp;nbsp;ได้จัดทำและพัฒนาแปลงต้นแบบภายในศูนย์&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรต่างๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp;การปลูกผักยกแคร่อย่างง่าย&amp;nbsp;การขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;การเพาะเลี้ยงบอนสี&amp;nbsp;การเลี้ยงชันโรง&amp;nbsp;และการสาธิตติดตั้งระบบน้ำในแปลง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ามาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติตามแนวทางการทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323103835951</Link_News></row>
<row _id="615"><NewsTitle>สสก.5 สงขลา หนุนเกษตรกรภาคใต้ผลิตกาแฟคุณภาพ ชูกลไกแปลงใหญ่พัฒนา 5 ด้าน ยกระดับสู่ผู้ประกอบการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันภาคใต้มีเนื้อที่ปลูกกาแฟ&amp;nbsp;123,996&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เนื้อที่ยืนต้น&amp;nbsp;113,958&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ผลผลิตรวม&amp;nbsp;11,379&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และผลผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่&amp;nbsp;(ข้อมูลปี&amp;nbsp;2564)&amp;nbsp;โดยกระจายอยู่ในพื้นที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกมากที่สุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;รองลงมาคือ&amp;nbsp;จังหวัดระนอง&amp;nbsp;และจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพันธุ์กาแฟที่นิยมปลูกมากในพื้นที่ภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์โรบัสต้า&amp;nbsp;เนื่องจากปลูกได้ในพื้นที่ต่ำ&amp;nbsp;มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง&amp;nbsp;500&amp;nbsp;&amp;nbsp;600&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;เท่านั้น&amp;nbsp;และสภาพอากาศชุ่มชื้นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำให้ได้กาแฟคุณภาพดี&amp;nbsp;สำหรับกลิ่นของสายพันธุ์กาแฟโรบัสต้าจะค่อนข้างออกไปทางฉุน&amp;nbsp;รสชาติก็จะเข้มข้นและขมกว่าพันธุ์อื่นๆ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ต้นทุนการผลิตของประเทศไทยค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น&amp;nbsp;เนื่องจากขาดเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp;และผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ต่ำ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานและค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิตสูง&amp;nbsp;ปัญหาดินเสื่อมสภาพ&amp;nbsp;เนื่องจากสวนกาแฟส่วนใหญ่มีอายุมากแล้ว&amp;nbsp;โดยเฉพาะสวนกาแฟในภาคใต้&amp;nbsp;นอกจากนี้สวนกาแฟมีสภาพเป็นสวนผสมจำนวนมาก&amp;nbsp;คือมีต้นกาแฟเพียง&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ต้นต่อไร่&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตต่อไร่ต่ำผลผลิตกาแฟที่ผลิตได้ในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ&amp;nbsp;และผลผลิตที่มีคุณภาพยังมีน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากจำนวนสวนกาแฟที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพผลผลิต&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;(Good&amp;nbsp;Agricultural&amp;nbsp;Practice)&amp;nbsp;ยังมีน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันประเทศไทยมีผลผลิตกาแฟเฉลี่ยปีละประมาณ&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แบ่งเป็นกาแฟอะราบิก้า&amp;nbsp;ซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคเหนือประมาณ&amp;nbsp;11,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และกาแฟโรบัสต้า&amp;nbsp;ซึ่งปลูกในพื้นที่ภาคใต้ประมาณ&amp;nbsp;13,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในช่วงปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟไทยก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;ทําให้เกิดการชะลอตัว&amp;nbsp;และมีผลผลิตตกค้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;จัดทําโครงการประชาสัมพันธ์สุดยอดกาแฟไทยปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดกาแฟไทย&amp;nbsp;และสร้างการรับรู้ความเป็นสุดยอดกาแฟของไทยให้เป็นที่รู้จักในวงที่กว้างขึ้น&amp;nbsp;เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ&amp;nbsp;อันเนื่องมาจากภาวะตลาดที่ซบเซาได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;ได้ผลักดันให้เกษตรกรผลิตกาแฟคุณภาพ&amp;nbsp;สร้างอัตลักษณ์&amp;nbsp;และยกระดับไปสู่ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;โดยการรวมกลุ่มกันในรูปแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ขณะนี้ทั่วประเทศมีแปลงใหญ่กาแฟ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;55&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ในส่วนภาคใต้มีจำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;สมาชิกรวม&amp;nbsp;605&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;6,605&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยจังหวัดระนองมีมากที่สุด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;และสงขลา&amp;nbsp;จังหวัดละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;การผลิตกาแฟในรูปแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ทำให้มีอำนาจต่อรองสูงกว่าเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟรายย่อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งยัง&amp;nbsp;สร้างความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์แก่ผู้บริโภค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสามารถเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าได้มากขึ้น&amp;nbsp;โดยจะมีการพัฒนาตามกระบวนการแปลงใหญ่ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;การบริการจัดการตลาด&amp;nbsp;และการบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;เกษตรกรจะได้รับความรู้&amp;nbsp;เรื่องการปลูกกาแฟให้ได้คุณภาพ&amp;nbsp;วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;การแปรรูปกาแฟคั่วบดและกาแฟโบราณ&amp;nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;การจัดหาตลาดให้เกษตรกร&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมการจัดทำสัญญาข้อตกลงซื้อขายเมล็ดกาแฟ&amp;nbsp;ระหว่างเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;กับผู้ประกอบการโรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูป&amp;nbsp;และการยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนากาแฟไทย&amp;nbsp;ที่มีเป้าหมายต้องการให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำในด้านการผลิตและการค้ากาแฟคุณภาพของภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp;เนื่องจากราคาผลผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพในตลาดโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้นำแนวทางของกรมส่งเสริมการเกษตรที่จะพัฒนากาแฟให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;โดยจะผลักดันให้กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของไทยที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ดำเนินธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมกาแฟของไทย&amp;nbsp;โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย&amp;nbsp;การสร้างเกษตรกรต้นแบบและแปลงเรียนรู้&amp;nbsp;รวมถึงการสนับสนุนทางวิชาการด้านการผลิตและจัดการผลผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพ&amp;nbsp;ตลอดจนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;และเทคนิคการเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ผ่านกลไกศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;และเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;โดยเน้นการบริหารจัดการแบบครบวงจร&amp;nbsp;(Value&amp;nbsp;Chain)&amp;nbsp;บนพื้นฐานของศักยภาพ&amp;nbsp;(Potential)&amp;nbsp;และอัตลักษณ์ของกาแฟของภาคใต้&amp;nbsp;รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;การพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟสู่มาตรฐานสากล&amp;nbsp;และการผลิตกาแฟเฉพาะถิ่น&amp;nbsp;นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323104243953</Link_News></row>
<row _id="616"><NewsTitle>สสก.5 สงขลา เดินหน้าพัฒนากลุ่มแม่บ้านเกษตรกร สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้   สู้ภัย Covid 19 ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นการรวมตัวกันของสตรีในภาคเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คนขึ้นไป&amp;nbsp;ตามความสมัครใจ&amp;nbsp;ภายใต้กติกากลุ่มและการบริหารงานในรูปคณะกรรมการ&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมพัฒนาอาชีพและยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนให้ดีขึ้นทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ด้านสังคม&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยยึดหลักบริหารจัดการกลุ่มตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงไปจนถึงต่อยอดเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจึงถือเป็นสถาบันเกษตรกรที่มีบทบาทสำคัญ&amp;nbsp;และเป็นกลไกหลักที่ช่วยผลักดันการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรตามนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&lt;/strong&gt;ที่อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,460&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรวม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;41,725&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แบ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีผลิตภัณฑ์จากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรประมาณ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;%,&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง&amp;nbsp;ผ้าพิมพ์ลาย&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;%,&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเครื่องจักสานต่างๆ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;%&amp;nbsp;และกิจกรรมอื่นๆอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;%&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินการพัฒนาและขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป้าหมายคือพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือน&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรและพัฒนาสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรให้เป็น&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;พัฒนาศักยภาพกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็น&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Group&amp;nbsp;ส่งเสริมให้มีการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็น&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Product&amp;nbsp;ที่มีการรับรองมาตรฐานการันตีคุณภาพ&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งเสริมให้ครัวเรือนของเกษตรกรและชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;เพื่อให้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;กินดี&amp;nbsp;อยู่ดี&amp;nbsp;เพิ่มพูนรายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;ได้จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรภาคใต้&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;และกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมสัมมนา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสัมมนามีการบรรยายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;การวางแผน&amp;nbsp;ออกแบบการขับเคลื่อนการดำเนินงานระดับเขต&amp;nbsp;และการบริหารจัดการกองทุนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนางานส่งเสริมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&amp;nbsp;มีแผนจัดสัมมนาเพิ่มศักยภาพผู้นำในการขับเคลื่อนงานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ระหว่างเดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รูปแบบเผชิญหน้า&amp;nbsp;โดยการจัดทำข้อมูลเนื้อหาวิชาการเป็นตัวเลือกที่จะอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;และผู้นำแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งจัดแยกหลักสูตรระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้นำแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ได้ให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนการบริหารจัดการกองทุน&lt;/strong&gt;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรระดับจังหวัด&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้แนวทางการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp;และแนะนำเอกสารวิชาการ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การบริหารจัดการกองทุนในงานสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;เป็นแนวทางการดำเนินงานต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และในช่วงที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรก&lt;/strong&gt;รได้มีการเชื่อมโยงเครือข่าย&amp;nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน&amp;nbsp;เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือและการพัฒนาองค์กรเกษตรกรที่เข้มแข็งตลอดจนช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;มาใช้ในสถานการณ์ที่ลำบากและข้าวของแพง&amp;nbsp;ยังสามารถสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตรหวังให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรซึ่งเป็นสตรีที่มีบทบาท&lt;/strong&gt;พื้นฐานหลักในครอบครัวช่วยกันสร้างสมดุล&amp;nbsp;ให้ครอบครัวมีความสุข&amp;nbsp;ร่วมกันทำกิจกรรมให้ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp;อันจะส่งผลให้สังคมสงบสุขต่อไป..//&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323110216959</Link_News></row>
<row _id="617"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน คุณภาพอากาศวันนี้ (23 มี.ค. 65) อยู่ในระดับดีมาก PM 2.5 เท่ากับ 17 มค.ก.ลบ.ม เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)&amp;nbsp;เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยวได้ตามปกติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของจุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;2,845&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;825&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,662&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,178&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;646&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,220&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323113447978</Link_News></row>
<row _id="618"><NewsTitle>จ.นราธิวาส จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ : Field Day ปี 2565 อ.บาเจาะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.นราธิวาส&amp;nbsp;จัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้น&lt;/strong&gt;ฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อ.บาเจาะ&amp;nbsp;มุ่งเน้นทำเกษตรแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และเพื่อความมั่นคงทางอาหารในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายวิจัย&amp;nbsp;เพ็ญพัฒนากุล&amp;nbsp;นายอำเภอบาเจาะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;:&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสิสค้าเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานตำบลบาเระเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(ศพก.เครือข่าย)&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านจำปากอ&amp;nbsp;ตำบลบาเระเหนือ&amp;nbsp;อำเภอบาเจาะ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีเกษตรจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน&amp;nbsp;กองทัพเรือเกษตรและผู้เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมในกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวงามเพ็ญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลอยเมฆ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอบาเจาะ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายในการบูรณาการหน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp;จัดงานดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ที่จะนำมาปรับใช้กับไร่นาของตนเองอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารสู่การเชื่อมโยงการตลาด&amp;nbsp;เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร&amp;nbsp;นักวิชาการ&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา&amp;nbsp;รวมถึงภาคเอกชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดงานฯ&amp;nbsp;ของอำเภอบาเจาะ&amp;nbsp;มุ่งเน้นการส่งเสริมการทำเกษตร&lt;/strong&gt;แบบผสมผสาน&amp;nbsp;ลดต้นทุนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และเพื่อความมั่นคงทางอาหารในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สถานี&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สถานีต้นไม้มหัศจรรย์&amp;nbsp;โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีระบบใช้น้ำ&amp;nbsp;นวัตกรรมฯ&amp;nbsp;แอแว&amp;nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีบ่อเงินแสน&amp;nbsp;โดยสำนักงานประมงอำเภอบาเจาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานตำบลบาเระเหนือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานที่จัดงานฯ&amp;nbsp;เป็นของ&amp;nbsp;นายอับดุลเราะห์มัน&amp;nbsp;มาฮามะ&amp;nbsp;มีสินค้าหลัก&amp;nbsp;มะพร้าว&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;การปศุสัตว์&amp;nbsp;ประมงน้ำจืด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เทคโนโลยีเด่น&amp;nbsp;การทำเกษตรผสมผสาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;การนำไปใช้ประโยชน์แหล่งเรียนรู้การผลิตพืชแบบผสมผสาน&amp;nbsp;การเลี้ยงปลาน้ำจืด&amp;nbsp;และการปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สวท.นราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323115326996</Link_News></row>
<row _id="619"><NewsTitle>ไก่เบตง ฟาร์มคีรีเบย์ สู่การปรับเปลี่ยนกลยุทธในการเลี้ยงไก่ ช่วงโควิด-19  รังสรรค์เมนูไก่สับเบตง เมนูเด็ด ที่หลายคนต้องลิ้มลอง รองรับนักท่องเที่ยวหลังเปิดสนามบินและรอการเปิดด่านทางบกในเดือนเมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเบตง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่เบตงของฟาร์มคีรีเบย์&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ยะรม&amp;nbsp;อ.เบตง&amp;nbsp;จ.ยะลา&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายอุดม&amp;nbsp;ลักษณะ&amp;nbsp;เจ้าของฟาร์มไก่เบตงคีรีเบย์&amp;nbsp;ได้มีการปรับเปลี่ยนการเลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไก่สายพันธ์ุเบตงแท้&amp;nbsp;ให้เกษตรกรที่อยู่ภายในหมู่บ้าน&amp;nbsp;รวมกลุ่มกระจายกันเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม&amp;nbsp;โดยทางฟาร์มได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงทั้งระบบ&amp;nbsp;รวมทั้งด้านการตลาด&amp;nbsp;เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่เบตงของที่นี่&amp;nbsp;เป็นไก่เบตงสายพันธ์ุแท้&amp;nbsp;ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ซึ่งจะมีลักษณะเด่น&amp;nbsp;ปีกสั้น&amp;nbsp;หางสั้น&amp;nbsp;หงอนเป็นกงจักร&amp;nbsp;ขนสีเหลืองทองทั้งตัวผู้ตัวเมีย&amp;nbsp;การเลี้ยงจะทำโรงเรือนแบบปิด&amp;nbsp;แยกไก่ออกเป็นรุ่น&amp;nbsp;ให้อาหารจนกระทั่งไก่โตได้ที่&amp;nbsp;จนครบระยะเวลาจับจำหน่าย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายลำไพ&amp;nbsp;สมพิศ&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;คนเลี้ยงไก่ในฟาร์ม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การเลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;แรกๆ&amp;nbsp;ลูกไก่ยังเล็ก&amp;nbsp;จะให้หัวอาหารพอโตขึ้น&amp;nbsp;หัวอาหารผสมข้าว&amp;nbsp;และหัวอาหารผสมข้าวโพด&amp;nbsp;จนกระทั่ง&amp;nbsp;ได้ระยะเวลา&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ก็สามารถจับขายได้&amp;nbsp;น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;2.5-3&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ซึ่งไก่ที่เลี้ยงอยู่ขณะนี้&amp;nbsp;น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;1-1.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;ไก่เมื่อได้ขนาดและน้ำหนัก&amp;nbsp;เมื่อนำไปประกอบอาหารจะมีรสชาติอร่อย&amp;nbsp;นำไปทำไก่สับ&amp;nbsp;ข้าวมั้นไก่&amp;nbsp;และอีกหลายๆ&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายอุดม&amp;nbsp;ลักษณะ&amp;nbsp;เจ้าของฟาร์มไก่เบตงคีรีเบย์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เลี้ยงไก่เบตงมา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ที่นี่เป็นฟาร์มใหญ่&amp;nbsp;ปัจจุบันที่นี่เป็นศูนย์รวมการเลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;เป็นแหล่งส่งไก่เบตงทั่วประเทศ&amp;nbsp;ในรูปแบบไก่แช่แข็ง&amp;nbsp;และไก่สด&amp;nbsp;การเลี้ยงของที่นี่&amp;nbsp;เมื่อก่อนเลี้ยงในปริมาณที่มากกว่า&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ไก่ส่งออกตลาดไม่ได้&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ประสบปัญหาขาดทุน&amp;nbsp;จึงได้ปรับแผนการเลี้ยงไก่เบตง&amp;nbsp;กระจายให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เลี้ยงด้วยโดยเมื่อไก่โตได้ขนาด&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;จับขายแล้วนำมาแช่เข็งเพื่อจำหน่าย&amp;nbsp;ความพิเศษของไก่เบตง&amp;nbsp;เนื้อนุ่ม&amp;nbsp;หนังหนึบกรอบ&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาขายไก่แช่แข็ง&amp;nbsp;ราคาต่อ&amp;nbsp;กก.&amp;nbsp;280&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ไก่สดราคา&amp;nbsp;220&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เมื่อนำมาแปรรูปเป็นอาหารเมนูไก่สับ&amp;nbsp;ราคาจะอยู่ที่&amp;nbsp;500&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของตัวไก่&amp;nbsp;ถ้านึกถึงไก่เบตงสายพันธุ์แท้ต้องมาที่นี่&amp;nbsp;ฟาร์มไก่คีรีเบย์&amp;nbsp;ได้รับการรับรองจากกรมปศุสตว์&amp;nbsp;และเป็นอัตลักษณ์ของอำเภอเบตง&amp;nbsp;การส่งขาย&amp;nbsp;จะมีลูกค้าโทรสั่ง&amp;nbsp;มีรถส่งตลอด&amp;nbsp;เฉพาะร้านค้าต่างๆ&amp;nbsp;ในตัวเมืองเบตง&amp;nbsp;ตกต่อเดือนประมาณ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทางฟาร์มเองได้เลี้ยงไก่ชน&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่น่าสนใจ&amp;nbsp;เมื่อเปิดประเทศทางประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ยังมีความต้องการราคาสูงกว่าการเลี้ยงไก่เบตง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในอนาคตหากเปิดประเทศ&amp;nbsp;ด่านชายแดนมาเลเซียเปิด&amp;nbsp;และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งสนามบิน&amp;nbsp;เดินทางโดยรถยนต์&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือนความต้องการบริโภคไก่เบตงในตัวเมืองเบตงประมาณ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ความต้องการด้านแหล่งอาหารในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะไก่เบตง&amp;nbsp;คงไม่เพียงพออย่างแน่นอน&amp;nbsp;การเลี้ยงในขณะนี้ยอมรับว่าไม่กล้าเลี้ยงในปริมาณที่มาก&amp;nbsp;ซึ่งหากเปิดประเทศ&amp;nbsp;ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป&amp;nbsp;เป้าหมายการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้มีสนามบิน&amp;nbsp;มีเส้นทางที่เดินทางสะดวก&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวมุ่งหวังอยากมาเที่ยวเบตง&amp;nbsp;มาที่นี่&amp;nbsp;ประชาชนอัธยาศัยดี&amp;nbsp;อาหารการกินอร่อย&amp;nbsp;ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp;หมอกสวย&amp;nbsp;อากาศดี&amp;nbsp;ชาวเบตงยินดีต้อนรับ&amp;nbsp;แล้วท่านจะได้รับความประทับใจ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวณัฐธิดา&amp;nbsp;ลักษณะ&amp;nbsp;เจ้าของร้านชูก้าเรส&amp;nbsp;จำหน่ายเมนูไก่สับเบตง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ทางร้านได้รับไก่จากฟาร์มคีรีเบย์&amp;nbsp;เพื่อนำมารังสรรค์&amp;nbsp;เมนูไก่สับเบตง&amp;nbsp;ซึ่งเมนูไก่สับเบตงนั้น&amp;nbsp;ต้องผ่านขั้นตอนการปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน&amp;nbsp;เริ่มจากการนำไก่มาต้มประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;จากนั้นนำมาน็อคน้ำเย็น&amp;nbsp;แล่เนื้อไก่ออกจากกระดูก&amp;nbsp;หั่นเป็นชิ้นพอคำ&amp;nbsp;ปรุงรสด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน&amp;nbsp;ไก่เบตงจะเป็นเมนูแรกๆ&amp;nbsp;ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเบตง&amp;nbsp;จะนิยมสั่งรับประทาน&amp;nbsp;คือเมนูไก่เบตงสับ&amp;nbsp;ความพิเศษของเมนูนี้เป็นไก่ที่เราเลี้ยงเอง&amp;nbsp;มาจากฟาร์มคีรีเบย์&amp;nbsp;รสชาติของไก่เบตงจะพิเศษกว่าไก่ที่อื่น&amp;nbsp;ไก่และหนังจะแยกออกจากกัน&amp;nbsp;ไม่มีชั้นไขมันแทรก&amp;nbsp;หนังหนึบกรอบ&amp;nbsp;เนื้อนุ่ม&amp;nbsp;รสชาติอร่อย&amp;nbsp;และสูตรน้ำจิ้มราดไก่สับเบตงจากทางร้าน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323133826043</Link_News></row>
<row _id="620"><NewsTitle>ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับมือเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เปิดจุดจำหน่ายกุ้งก้ามกราม ส่งตรงจากจากเกษตรกรแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม อำเภอผักไห่ ราคาถูก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;พิลาเดช&amp;nbsp;ประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ออกเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอผักไห่&amp;nbsp;ที่นำกุ้งก้ามกรามขนาดต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาจำหน่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;ที่บริเวณริมถนนคลองมะขามเรียง&amp;nbsp;อ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจาก&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรี&amp;nbsp;สมทรง&amp;nbsp;สรรพโกศลกุล&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;จัดพื้นที่ช่วยเหลือให้กับเกษตรกรนำกุ้งมาจำหน่ายในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุชาติ&amp;nbsp;พิลาเดช&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp;นาคมาศ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ได้มีนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำ&amp;nbsp;มีกุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงในบ่อจำนวนมาก&amp;nbsp;ได้มีการจำหน่ายกุ้งให้กับประชาชนในราคาประหยัด&amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ได้อนุเคราะห์สถานที่ให้เปิดจำหน่ายกุ้งได้&amp;nbsp;ซึ่งการเปิดจุดจำหน่ายกุ้งในครั้งนี้เกษตรกรจะสามารถจำหน่ายกุ้งได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางและไม่ถูกกดราคา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุกิจ&amp;nbsp;ปานอุทัย&amp;nbsp;ตัวแทนเกษตรกรแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม&amp;nbsp;อำเภอผักไห่&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การเปิดจุดจำหน่ายกุ้งดังกล่าว&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรสามารถขายกุ้งโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางทำให้ราคาเต็ม&amp;nbsp;ต้องขอบคุณประมงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ที่เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;:&lt;a&amp;nbsp;href="&amp;nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;&amp;nbsp;https://ayutthaya.prd.go.th/&amp;nbsp;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;IG&amp;nbsp;:&amp;nbsp;&lt;a&amp;nbsp;href="https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/"&amp;nbsp;rel="noopener&amp;nbsp;noreferrer"&amp;nbsp;target="_blank"&gt;https://www.instagram.com/prd.ayutthaya/&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>พระนครศรีอยุธยา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323132036022</Link_News></row>
<row _id="621"><NewsTitle>ผวจ.นครศรีธรรมราช ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศรีปราชญ์&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการประชุมผ่านระบบบวิดีโอคอนเฟอเร้นท์จากห้องประชุมกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยมีนายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายไกรศร&amp;nbsp;วิศิษฏ์วงศ์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;ได้กล่าวสรุปและรายงานการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ราคาไม้ผล&amp;nbsp;รวมทั้งแนวทางการบริหารสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร&amp;nbsp;โดยได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ในพื้นที่เพิ่มเติมใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การเพิ่มคุณภาพผลไม้&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน&amp;nbsp;การสร้างและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;และการส่งเสริมการแปรรูปไม้ผลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ได้มีการคาดการณ์จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ซึ่งได้รายงานสถานการณ์สินค้าเกษตรที่สำคัญ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ&amp;nbsp;ทั้งทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;213,296&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และคาดว่าในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดในห้วงระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;149,321&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยทุเรียนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนตุลาคม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15,047&amp;nbsp;ตัน,มังคุด&amp;nbsp;ในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;31,572&amp;nbsp;ตัน,เงาะ&amp;nbsp;ในเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,885&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;ในเดือนกันยายน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,035&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นครศรีธรรมราช</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144242080</Link_News></row>
<row _id="622"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ตราด นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้ ปี 2565 และการแก้ปัญหาการส่งออก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมตราดสีทอง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และการแก้ปัญหาการส่งออก&amp;nbsp;ผ่านระบบ&amp;nbsp;Video&amp;nbsp;Conference&amp;nbsp;(ZOOM)&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายจุรินทร์&amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์&amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;เป็นประธานในที่ประชุมพร้อมกันกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมมีการติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และการแก้ไขปัญหาการส่งออกผลไม้ในประเด็นต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;การส่งออกผลไม้ไทยไปจีน&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;การบริหารจัดการส่งออก&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นผลไม้ไทย&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;การเสริมสร้างสภาพคล่องผู้ประกอบการ&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;การเคลื่อนย้ายแรงงาน&amp;nbsp;6.&amp;nbsp;การรณรงค์บริโภคผลไม้ในประเทศ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;7.&amp;nbsp;การขนส่งผลไม้จากแหล่งผลิตกระจายในประเทศ&amp;nbsp;ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการ&amp;nbsp;และรายงานผลต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้คาดคะเนผลผลิต&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชนิดของจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จะออกสู่ตลาดในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยคาดว่า&amp;nbsp;ทุเรียนจะมีผลผลิต&amp;nbsp;90,328&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;104,520&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;42,662&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และลองกอง&amp;nbsp;3,387&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;โดยคาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดสูงสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้เตรียมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จังหวัดตราดไว้&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;การส่งเสริมการสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;การใช้กลไกสหกรณ์ในการกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323144409085</Link_News></row>
<row _id="623"><NewsTitle>กระเทียมน้ำปาด มีค่าสารอินทรีย์กำมะถันสูง เปลือกบาง แกะง่าย หนุนพัฒนาทั้งระบบ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ถือเป็นแหล่งปลูกกระเทียมที่สำคัญของประเทศ&amp;nbsp;เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกระเทียมพันธุ์ไทยแท้ที่เกษตรกรเรียกว่า&amp;nbsp;พันธุ์ดอ&amp;nbsp;หรือที่ผู้บริโภคต่างรู้จักในชื่อ&amp;nbsp;กระเทียมน้ำปาด&amp;nbsp;โดยมีคุณสมบัติเด่นคือ&amp;nbsp;หัวกระเทียมเป็นสีชมพูอมม่วงมีค่าสารอินทรีย์กำมะถันสูงถึง&amp;nbsp;1.543&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประเทศ&amp;nbsp;รวมทั้งมีกลิ่นฉุน&amp;nbsp;เปลือกบาง&amp;nbsp;เมื่อแห้งจะแกะง่าย&amp;nbsp;ขนาดของกลีบจะใหญ่แกร่ง&amp;nbsp;ไม่ฝ่อง่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;เข้าไปดำเนินการพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูก&amp;nbsp;การสนับสนุนองค์ความรู้ต่างๆ&amp;nbsp;ทั้งการผลิตและการตลาดในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิต&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ่านเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยปีการผลิต&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;รายงานว่า&amp;nbsp;มีพื้นที่ปลูกรวม&amp;nbsp;87&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;จากเกษตรกร&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;มีผลผลิตรวม&amp;nbsp;84&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายพัฒนศักดิ์&amp;nbsp;พ่วงสมบัติ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;เข้าไปส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรเช่น&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;แจ้งประชาสัมพันธ์ในเวทีการประชุมประจำเดือนในระดับอำเภอ&amp;nbsp;ทั้งการประชุมหัวหน้าส่วนราชการอำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;และการประชุมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านอำเภอน้ำปาด&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเกษตรกร&amp;nbsp;จนนำมาสู่การมีข้อมูลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถใช้กำหนดนโยบายส่งเสริมและพัฒนา&amp;nbsp;รวมถึงการด้านการผลิตการตลาด&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เกษตรกรปลูกกระเทียมน้ำปาด&amp;nbsp;บอกเล่าไว้ว่าสำหรับปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ปลูกกระเทียมรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ได้ผลผลิตกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;แต่ได้กระเทียมโทนเพียง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ขีดเท่านั้น&amp;nbsp;โดยราคาที่จำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในขณะที่กระเทียมสดอยู่ที่กิโลกรัมละ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจะได้กระเทียมโทนนั้น&amp;nbsp;ต้องลงแรงในการค้นหาและคัดแยก&amp;nbsp;เพราะจะขึ้นปะปนอยู่ในแปลงปลูก&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยลูกค้าที่สั่งซื้อส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย&amp;nbsp;ด้วยมีความเชื่อส่วนบุคคลว่า&amp;nbsp;มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323150215106</Link_News></row>
<row _id="624"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จัดการอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ                           Young  Smart Farmer เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของ Young Smart Farmer และยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่&amp;nbsp;ศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ตำบลปากแพรก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;ดร.เฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชำนาญ&amp;nbsp;ชื่นตา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางธัญธิตา&amp;nbsp;บุญญมณีกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;นายประสาน&amp;nbsp;ปานคง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;บุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;การอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริม&amp;nbsp;และพัฒนาศักยภาพของ&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;พร้อมยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;สินค้าเกษตร&amp;nbsp;และการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการจัดอบรมครั้งนี้ประกอบไปด้วย&amp;nbsp;หลักสูตรและกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การนำเสนอ&amp;nbsp;Business&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;Project&amp;nbsp;Idea&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กิจกรรม&amp;nbsp;Shopping&amp;nbsp;Idea&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจัดแสดงนิทรรศการผลงานและแนวคิด&amp;nbsp;"การสร้างความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ของเครือข่าย&amp;nbsp;Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ภาคตะวันตก"&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การฝึกการนำเสนองานเพื่อเข้าถึง&amp;nbsp;แหล่งทุนวิจัยและแหล่งทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การบรรยายพิเศษ&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;"การรวมกลุ่มเพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน"&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;"เทคนิคการถ่ายภาพสินค้า&amp;nbsp;เพื่อการขายและการสร้าง&amp;nbsp;Content&amp;nbsp;ที่น่าสนใจ"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ณัฏฐภัส&amp;nbsp;เหลืองพฤกษชาติ&amp;nbsp;/&amp;nbsp;สวท.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>กาญจนบุรี</Province><Department>สวท.กาญจนบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323161336137</Link_News></row>
<row _id="625"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ เร่งผลักดันแหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นเป็น มรดกโลกในอนาคต พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้ามาพิจารณา 3 คณะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เร่งผลักดันแหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันขึ้นเป็น&amp;nbsp;มรดกโลกในอนาคต&amp;nbsp;พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้ามาพิจารณา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก&amp;nbsp;ได้มีมติเห็นชอบ&amp;nbsp;(ร่าง)&amp;nbsp;แผนปฏิบัติงาน&amp;nbsp;(Action&amp;nbsp;Plan)&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลก&amp;nbsp;พร้อมตั้งคณะทำงานภายใต้แผนปฏิบัติงาน&amp;nbsp;(Action&amp;nbsp;Plan)&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คณะทำงานด้านการดำเนินงานภายใต้กลไกการบริหารอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่&amp;nbsp;คณะทำงานด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;และคณะทำงานด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะทำงานในพื้นที่ระดับจังหวัดอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;พังงา&amp;nbsp;และภูเก็ต&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้กำชับให้ฝ่ายเลขานุการฯ&amp;nbsp;นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปปรับปรุงคำสั่งและอำนาจหน้าที่&amp;nbsp;เพื่อจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินงานและงบประมาณต่อไป&amp;nbsp;พร้อมเพิ่มองค์ประกอบคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการนำเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลกให้มีความครอบคลุมและสมบูรณ์มากขึ้น&amp;nbsp;และวางแผน&amp;nbsp;Site&amp;nbsp;Visit&amp;nbsp;ช่วงเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้อยู่ที่การเห็นพ้องตรงกันทุกภาคส่วน&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคอาสาสมัครและภาคประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประชาชนภาคใต้แต่ทุกคนต้องเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญร่วมกัน&amp;nbsp;ถึงจะผลักดันให้พื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันเป็นมรดกโลกในอนาคต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323155248126</Link_News></row>
<row _id="626"><NewsTitle>สหกรณ์จังหวัดระยอง เติมความรู้การวางระบบการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร ระดับจังหวัด แก่กลุ่มเกษตรกร และเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.เนินพระ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;นางสุวรรณี&amp;nbsp;อาจสุโพธิ์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมเชิงปฏิบัติการวางระบบการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แก่กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านฉาง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านน้ำเป็น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร&amp;nbsp;โดยมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการเชื่อมโยงธุรกิจสินค้าสหกรณ์&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลด้านการผลิตและช่องทางการจำหน่ายสินค้าสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และการวางแผนความร่วมมือในการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;โดยการประชุมดังกล่าว&amp;nbsp;มุ่งหวังเพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิตการเกษตรในพื้นที่&amp;nbsp;และส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีปริมาณธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และมีการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างคลัสเตอร์สหกรณ์ผู้ผลิต&amp;nbsp;สหกรณ์ผู้บริโภค&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;และจับคู่ธุรกิจเพื่อเชื่อมโยงเครือข่าย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านฉาง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีผลิตภัณฑ์จำหน่าย&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรบ้านน้ำเป็น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จำหน่ายคือ&amp;nbsp;มังคุดและทุเรียนทอด&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรปลูกสับปะรดทางเกวียน&amp;nbsp;มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายคือ&amp;nbsp;สับปะรดและสับปะรดลอยแก้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323164000160</Link_News></row>
<row _id="627"><NewsTitle>สถานการณ์การปฏิบัติงานเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สรุปผลการปฏิบัติงานในช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปฏิบัติการในทะเล&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการพันท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;การปฏิบัติงานในขั้นตอนนี้เป็นการดำเนินการเพื่อเสริมความแข็งแรงของท่ออ่อนใต้ทะเลฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;โดยบริษัทฯ&amp;nbsp;ได้ทำความสะอาดพื้นผิวด้านนอกของท่ออ่อนโดยได้มีการพันด้วยเทปกาวชนิดพิเศษ&amp;nbsp;และพันทับด้วยแผ่นไนลอน&amp;nbsp;ซึ่งการปฏิบัติงานดังกล่าวนี้&amp;nbsp;เป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของบริษัทฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บริษัทฯ&amp;nbsp;ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;โดยดำเนินการบินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันในทะเล&amp;nbsp;สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการพบคราบฟิล์มน้ำมันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปฏิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-เรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-มีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบ&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-มีการใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ไม่พบคราบฟิล์มน้ำมัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฏิบัติการบนชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-บริษัทฯ&amp;nbsp;จัดทีมทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;พบทาร์บอลในปริมาณเล็กน้อย&amp;nbsp;ซึ่งทีมงานได้มีการเก็บและนำมากำจัดที่บริษัทฯ&amp;nbsp;ตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;อีกทั้งยังได้ทำการไถพรวนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าและแผนการดำเนินงานจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;ได้เก็บตัวอย่างน้ำบริเวณหาดแม่รำพึง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จากร้านป้ายาถึงลานหินขาวทุกจุด&amp;nbsp;ค่าหน้างานอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ความคืบหน้าด้านการดำเนินงานกิจกรรมเพื่อสังคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การดำเนินงานจ่ายเงินช่วยเหลือสรุปยอดการจ่ายเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แยกเป็นกลุ่มดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;และกลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,163&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;อาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;1,201&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-โรงแรม&amp;nbsp;ท่องเที่ยว&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;3,387&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;122&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนด้านสุขภาพ&amp;nbsp;ไม่มีการยื่นคำร้อง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทีมงานกลุ่มอาชีพๆอื่น&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารร้องเรียนร่วมกับ&amp;nbsp;อบต.เพ&amp;nbsp;เทศบาลเพ&amp;nbsp;และเทศบาลนครระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มโรงแรม&amp;nbsp;และร้านอาหารฝั่งบ้านเพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;7.2&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บ้านอาจารย์&amp;nbsp;บัญชา&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;เป็นต้นไป&amp;nbsp;SPRC&amp;nbsp;จะดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือลุ่มประมง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนเทศบาลวัดปากน้ำ&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฏิบัติงานในวันนี้และช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงข้างหน้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปฎิบัติการในทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;บริษัทฯ&amp;nbsp;จะยังคงดำเนินการปฏิบัติการในทะเล&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังคราบฟิล์มน้ำมันในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล&amp;nbsp;ด้วยเรือปฏิบัติการเฝ้าระวังทั้งหมด&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ลำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;ที่ดำเนินการกางทุ่นกักน้ำมัน&amp;nbsp;(Boom)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เส้น&amp;nbsp;พร้อมเรือปฏิบัติการ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;เรือสั่งการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;และเรือตรวจสอบทางอากาศหรือโดรน&amp;nbsp;(Drone)&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การปฎิบัติการในทะเลใกล้ชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงมีเรือสนับสนุนจากกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงมีเรือเฝ้าระวังและตรวจสอบตลอดแนวชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ลำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงมีการใช้&amp;nbsp;Drone&amp;nbsp;บินตรวจสอบฟิล์มน้ำมันบริเวณชายฝั่ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เครื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการปฎิบัติการบนชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;-ยังคงทำความสะอาดบริเวณชายหาด&amp;nbsp;เก็บทาร์บอล&amp;nbsp;และมีการไถพรวน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323164940171</Link_News></row>
<row _id="628"><NewsTitle>จ.นครพนม จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชนุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้บริการความรู้ แก้ไขปัญหาด้านการเกษตรครบจบที่เดียว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณที่ว่าการอำเภอวังยาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอวังยาง&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;นายชาธิป&amp;nbsp;รุจนเสรี&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชนุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;พร้อมให้บริการด้านการเกษตรครบจบที่เดียว&amp;nbsp;โดยมีนางสาวกัญณฐา&amp;nbsp;อภินนท์ธนา&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดนครพนม&amp;nbsp;กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมพิธี&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรในพื้นที่มารับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการผลิตที่รวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;ครบถ้วน&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนา&amp;nbsp;แก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไป&amp;nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกยางพารา&amp;nbsp;คลินิกหม่อนไหม&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม&amp;nbsp;คลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;พร้อมจัดกิจกรรมเสริม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;นิทรรศการตามความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;รวมทั้งกิจกรรมออกร้านจำหน่ายสินค้าแปรรูป&amp;nbsp;สินค้าเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและภาคเอกชน&amp;nbsp;การขยายพันธุ์พืช&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรจะได้ฝึกปฏิบัติจริงเรียนรู้จริง&amp;nbsp;โดยมีการสาธิตการขยายพันธุ์ต้นกระท่อม&amp;nbsp;และพันธุ์พืชเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;อ้อยคั้นน้ำ&amp;nbsp;พันธุ์สายน้ำผึ้ง&amp;nbsp;ซึ่งเกษตรกรจะได้รับความรู้&amp;nbsp;พร้อมกับรับมอบต้นกล้าพืชผัก&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิตต่างๆ&amp;nbsp;ไปปลูกและปรับใช้ในพื้นที่การเกษตรของตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการมอบพันธุ์ปลา&amp;nbsp;มอบพันธุ์พืช&amp;nbsp;ยารักษาสัตว์&amp;nbsp;เพื่อนำไปดูแลสัตว์เลี้ยงด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครพนม</Province><Department>สวท.นครพนม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323165408174</Link_News></row>
<row _id="629"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ฯ กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเร่งยกระดับแผนปฏิบัติการลดการใช้น้ำ ไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรับมาตรการรัฐบาลลดใช้พลังงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเร่งยกระดับแผนปฏิบัติการลดการใช้น้ำ&amp;nbsp;ไฟฟ้า&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;เพื่อรับมาตรการรัฐบาลลดใช้พลังงาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้กำชับให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดมาตรการประหยัดพลังงานเพื่อเร่งยกระดับแผนปฏิบัติการลดการใช้น้ำ&amp;nbsp;ไฟฟ้า&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและให้หน่วยงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ทั้งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการประชุมและสัมมนา&amp;nbsp;หรือตรวจราชการแบบออนไลน์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จัดซื้อรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในราชการในส่วนสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานที่พัก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Work&amp;nbsp;From&amp;nbsp;Home&amp;nbsp;อย่างเต็มความสามารถอย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ควบคู่กับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังโควิด-19&amp;nbsp;โดยประสิทธิภาพของการดำเนินงานต้องคงเดิมหรือดีขึ้นกว่าเดิม&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังเน้นการปฏิบัติตามมาตรการประหยัดน้ำ&amp;nbsp;พลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่เดิมอย่างจริงจังมากขึ้นทุกระดับ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ติดต่อราชการเส้นทางเดียวกันต้องไปด้วยกัน&amp;nbsp;(Car&amp;nbsp;Pool)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เปิดปิดเครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;อุปกรณ์สำนักงาน&amp;nbsp;เครื่องถ่ายเอกสาร&amp;nbsp;และลิฟต์ตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;องศาเซลเซียส&amp;nbsp;เปิดใช้เวลา&amp;nbsp;08.50&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ปิดเวลา&amp;nbsp;16.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ปิดไฟช่วงพักเที่ยง&amp;nbsp;ปิดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานเมื่อไม่ใช้งาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สลับการใช้ลิฟต์ตามเวลาที่กำหนด&amp;nbsp;ปิดก๊อกน้ำให้สนิท&amp;nbsp;ตรวจสอบมิเตอร์น้ำและอุปกรณ์ใช้น้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การจัดทำแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมประจำปีตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2559-2564)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;,&amp;nbsp;โครงการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;สานฝันสู่อนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการเป็นไปอย่างเข้มงวดและเกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้หัวหน้าหน่วยงานควบคุม&amp;nbsp;กำกับดูแล&amp;nbsp;ปรับปรุงและแก้ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน&amp;nbsp;ติดตามความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานทุก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;พร้อมจัดทำรายงานและประเมินผลการใช้น้ำ&amp;nbsp;ไฟฟ้า&amp;nbsp;และน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตามแผนปฏิบัติการฯรอบ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;และรอบ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;แล้วรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323165350173</Link_News></row>
<row _id="630"><NewsTitle>เดินหน้าโครงการบัญชีต้นกล้า สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนิน&amp;nbsp;โครงการต้นกล้าความดี&amp;nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและประชาชน&amp;nbsp;รวมไปถึงเด็กและเยาวชนได้มีองค์ความรู้ทางบัญชี&amp;nbsp;ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง&amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp;ไปจนถึงคนในชุมชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารที่ยังขาดโอกาส&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ต้นกล้าความดี&amp;nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ให้แก่เด็กและเยาวชน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;จึงเป็นโครงการที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ริเริ่มขึ้นตามพระราชประสงค์ที่จะให้เด็กและเยาวชนของชาติที่ยังขาดโอกาส&amp;nbsp;ได้มีโอกาสเข้าถึงความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ&amp;nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี&amp;nbsp;พึ่งพาตนเองและช่วยเหลือพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;โดยส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้วิธีการจดบันทึกบัญชี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กิจกรรมสหกรณ์นักเรียน&amp;nbsp;กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและมีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งการสอดแทรกสอนแนะการจัดทำบัญชีไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ถ่ายทอดให้แก่ครูไปสู่นักเรียนเพื่อฝึกหัดให้เด็กและเยาวชนมีความรู้&amp;nbsp;ด้านการบัญชี&amp;nbsp;รู้จักการคิดคำนวณเลข&amp;nbsp;รู้จักวางแผนในการจำหน่ายสินค้าและผลผลิต&amp;nbsp;ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี&amp;nbsp;เป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง&amp;nbsp;ครอบครัวและชุมชน&amp;nbsp;ทำให้รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในโรงเรียน&amp;nbsp;ครอบครัวและชุมชน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้ดำเนินโครงการเกษตรวิชญา&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่กลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;มุ่งเน้นให้มีการจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ&amp;nbsp;และนำข้อมูลจากการบันทึกบัญชีมาปรับใช้ในการวางแผนในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม&amp;nbsp;มีเหตุมีผล&amp;nbsp;สร้างวินัยทางการเงินและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323201902285</Link_News></row>
<row _id="631"><NewsTitle>เกษตรวิชญา สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงได้กว่า 20 เปอร์เซ็นต์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ในพื้นที่สวนบ้านกองแห&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลโป่งแยง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอแม่ริม&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,350&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชนเป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับในปีนี้&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟอะราบิกาในพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบปัญหามอดกาแฟทำลายผลผลิตกาแฟ&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินการถ่ายทอดความรู้เรื่อง&amp;nbsp;การจัดการมอดกาแฟแบบผสมผสาน&amp;nbsp;ให้กับเกษตรกรในพื้นที่จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการผลิตกาแฟอะราบิกาต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งผลจากการดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตรทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโด&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนอะโวคาโดพันธุ์ดีสามารถเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพและมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟจำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;รายที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและขายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นมากกว่า&amp;nbsp;20%&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;เป็นต้นแบบในการผลิตพืชบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323200154272</Link_News></row>
<row _id="632"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ฯ ร่วมกับ มูลนิธิอมตะ และมูลนิธิ ICCF พัฒนาและยกศักยภาพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้เข้าสู่ระดับสากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;มูลนิธิอมตะ&amp;nbsp;และมูลนิธิ&amp;nbsp;ICCF&amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;พัฒนาและยกศักยภาพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้เข้าสู่ระดับสากล&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Class)&amp;nbsp;พร้อมเป็นต้นแบบให้กับอุทยานแห่งชาติอื่นๆ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิกรม&amp;nbsp;กรมดิษฐ์&amp;nbsp;ประธานมูลนิธิอมตะ&amp;nbsp;และผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิ&amp;nbsp;ICCF&amp;nbsp;ประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;ได้ร่วมกันหารือแนวทางการพัฒนาโครงการอุทยานพี่ออุทยานน้องร่วมแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;SPARK&amp;nbsp;(Sister&amp;nbsp;Parks&amp;nbsp;Arrangement&amp;nbsp;for&amp;nbsp;Resources&amp;nbsp;and&amp;nbsp;Knowledge&amp;nbsp;Sharing)&amp;nbsp;เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สู่ระดับสากล&amp;nbsp;(World&amp;nbsp;Class)&amp;nbsp;และเป็นต้นแบบให้กับอุทยานแห่งชาติอื่นๆในประเทศไทยและภูมิภาค&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย&amp;nbsp;พร้อมย้ำเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงไว้บนเวทีการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;สมัยที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;(COP&amp;nbsp;26)&amp;nbsp;ที่ผ่านมาว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยมีเป้าหมายจะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี&amp;nbsp;2050&amp;nbsp;และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี&amp;nbsp;2065&amp;nbsp;โดยการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งทางด้านการเงิน&amp;nbsp;การถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;และการเพิ่มขีดความสามารถให้กับประเทศไทย&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนให้ไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ที่ผ่านมาโครงการอุทยานพี่อุทยานน้องร่วมแบ่งปันทรัพยากรและองค์ความรู้&amp;nbsp;(SPARK)&amp;nbsp;ระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Great&amp;nbsp;Smoky&amp;nbsp;Mountains&amp;nbsp;National&amp;nbsp;Park&amp;nbsp;มีคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาช่วยศึกษาระบบการบริหารจัดการอุทยาน&amp;nbsp;และกำหนดแนวทางปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกับ&amp;nbsp;Great&amp;nbsp;Smoky&amp;nbsp;Mountains&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นการจัดฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ&amp;nbsp;ระบบจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;ระบบการจองที่พัก&amp;nbsp;ขีดความสามารถการรองรับนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;การดูแลสัตว์ป่า&amp;nbsp;การท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;อาสาสมัคร&amp;nbsp;การพัฒนาเว็ปไซต์&amp;nbsp;และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ&amp;nbsp;โดยปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศหลายเส้นทาง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-สหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-สวิตเซอร์แลนด์&amp;nbsp;และเส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-เยอรมนี&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323175846195</Link_News></row>
<row _id="633"><NewsTitle>กรุงเทพมหานคร เร่งฟื้นฟูคลองแสนแสบ สำรวจชุมชนเตรียมติดตั้งบ่อดักไขมัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจิต&amp;nbsp;ชัชวานิชย์&amp;nbsp;ปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการพัฒนาคลองแสนแสบ&amp;nbsp;โดยมีนายณรงค์&amp;nbsp;เรืองศรี&amp;nbsp;รองปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;พร้อมด้วยเลขานุการคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวกับการพัฒนาคลอง&amp;nbsp;คณะทำงานสนับสนุนการพัฒนาคลองแสนแสบและคลองสาขาด้านการจัดการไขมัน&amp;nbsp;สำนักงานเขต&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เขต&amp;nbsp;ที่มีพื้นที่ริมคลองแสนแสบและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการพัฒนาคลองแสนแสบและคลองสาขา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ด้านการจัดการไขมันและรายงานการลงพื้นที่สำรวจแหล่งกำเนิดน้ำเสีย&amp;nbsp;ชุมชนริมคลองฯ&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกชุมชนที่จะติดตั้งถังดักไขมันตามที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการสำรวจแหล่งกำเนิดน้ำเสียจากโรงงาน&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เขต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;จะมีการลงพื้นที่สำรวจ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีนาคม-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมตรวจวิเคราะห์&amp;nbsp;หากค่าเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;สำนักงานเขตจะออกคำสั่งปรับปรุง&amp;nbsp;หรือดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;มอบหมายสำนักงานเขต&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เขต&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่มีพื้นที่ริมคลองแสนแสบ&amp;nbsp;สำรวจและรวบรวมข้อมูลสิ่งก่อสร้างรุกล้ำริมคลองแสนแสบและคลองสาขาให้เรียบร้อยโดยเร็ว&amp;nbsp;พร้อมกำหนดแนวทางการบริหารจัดการรื้อย้ายโดยให้เป็นรูปแบบเดียวกัน&amp;nbsp;รวมทั้งสำรวจบ้านเรือนประชาชนเพื่อทำการติดตั้งบ่อดักไขมัน&amp;nbsp;โดยติดตั้งบ่อดักไขมันทุกระยะ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจและรณรงค์ไม่ทิ้งขยะและน้ำเสียลงคลองอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323200546277</Link_News></row>
<row _id="634"><NewsTitle>เกษตรย่านตาขาว ร่วมกับเกษตรตรัง ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์พันธุกรรมระกำหวาน ตำบลทุ่งค่าย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนนท์นภนต์&amp;nbsp;นาพอ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอย่านตาขาว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางแพรวพรรณ&amp;nbsp;ทองพิทักษ์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับนางกันยารัตน์&amp;nbsp;ก้านจันทร์&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการอนุรักษ์พันธุกรรมระกำหวาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์การจัดการศัตรูพืชชุมชน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลทุ่งค่าย&amp;nbsp;อำเภอย่านตาขาว&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่ตำบลทุ่งค่าย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการปลูกระกำหวานมา&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กว่าปี&amp;nbsp;และได้เน้นให้เกษตรกรมีการจัดการสวนระกำหวานที่ถูกต้องและเหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;และเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมระกำหวานให้ดำรงอยู่ในพื้นที่ตำบลทุ่งค่ายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323182831211</Link_News></row>
<row _id="635"><NewsTitle>เกษตรกันตัง จังหวัดตรัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชน ตำบลโคกยาง อำเภอกันตัง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสรวง&amp;nbsp;พรหมบุญทอง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอกันตัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยนางสาวอมรรัตน์&amp;nbsp;ชูเมฆ&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ตำบลโคกยาง&amp;nbsp;อำเภอกันตัง&amp;nbsp;โดยเยี่ยมเยียนวิสากิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำฉา&amp;nbsp;ม.8&amp;nbsp;ต.โคกยาง&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;กลุ่มดำเนินกิจกรรมผลิตพริกแกง&amp;nbsp;โดยทางกลุ่มได้รับงบประมาณสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์และมาตรฐานเกษตรแปรรูปเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp;โดยทางกลุ่มจะผลิตพริกแกงส้ม&amp;nbsp;พริกแกงพริก&amp;nbsp;และพริกเแกงกะทิ&amp;nbsp;ตามออร์เดอร์ทั้งจากในชุมชน&amp;nbsp;และผ่านทางช่องทางออนไลน์&amp;nbsp;หากท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เพจเฟสบุค&amp;nbsp;พริกแกงบ้านน้ำฉา&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;081&amp;nbsp;091&amp;nbsp;4019&amp;nbsp;คุณปุ้ย&amp;nbsp;ประธานกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้นได้ไปเยี่ยมเนียนวิสาหกิจชุมชนกันตัง&amp;nbsp;ม.8&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต.โคกยาง&amp;nbsp;อ.กันตัง&amp;nbsp;ทางกลุ่มดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ปลูกพืชกระท่อม&amp;nbsp;มีการแปรรูปพืชกระท่อมเป็นแบบอัดเม็ด&amp;nbsp;มีการวางแผนให้สมาชิกกลุ่มปลูกพืชกระท่อมป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตกระท่อมอัดเม็ด&amp;nbsp;และรับซื้อจากภายนอกบ้างหากกำลังการผลิตไม่เพียงพอ&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการแผนปรับภูมิทัศน์แปลงสาธิตปลูกพืชกระท่อมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323183042212</Link_News></row>
<row _id="636"><NewsTitle>ผู้ว่าฯศรีสะเกษ พิธีเปิดโครงการ การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อ ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์ เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องของแม่โค ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่กลุ่มเกษตรกรเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน&lt;/strong&gt;โคเนื้อยั่งยืนจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;บ้านกู่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลกู่&amp;nbsp;อำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษนายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ&amp;nbsp;การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อ&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องของแม่โค&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีแก่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่อำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;และอำเภอขุขันธ์&amp;nbsp;มีสมาชิกเครือข่ายจำนวน&amp;nbsp;310&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลสำเร็จที่เกิดจากโครงการ&amp;nbsp;การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อ&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องของแม่โค&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และเพื่อแสดงแนวทางในการดำเนินงานโครงการในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;บุคลากรภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;ได้รับความรู้และเข้าใจในองค์ความรู้การปรับปรุงระบบการผลิตโคเนื้อด้วยเทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์และองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีอาหารสัตว์&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือในการบริหารจัดการโคเนื้อ&amp;nbsp;ในรูปแบบของ&amp;nbsp;ต้นน้ำ&amp;nbsp;กลางน้ำ&amp;nbsp;และปลายน้ำ&amp;nbsp;ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;บุคลากรภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทีมวิจัยคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องที่&amp;nbsp;ท้องถิ่น&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อยั่งยืนจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กิจกรรมดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรการภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(โควิด-19)&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และมี&amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp;ดร.วิวัฒน์&amp;nbsp;พัฒนาวงศ์&amp;nbsp;และทีมวิจัยคณะสัตวศาสตร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยแม่โจ้&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายศรีสะเกษ&amp;nbsp;สมาน&amp;nbsp;รองเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด&amp;nbsp;สภาเกษตรกรจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;ประธานหอการค้าจังหวัด&amp;nbsp;รักษาราชการแทนนายอำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราขการในสังกัดอำเภอปรางค์กู่&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;อพปร.&amp;nbsp;อสม.&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อยั่งยืนจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323192751248</Link_News></row>
<row _id="637"><NewsTitle>กรมการค้าภายใน ประชุม 4 ฝ่าย หารือมาตรการ 3 ต่อ 1 ยังไม่ได้ข้อยุติ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวัฒนศักย์&amp;nbsp;เสือเอี่ยม&amp;nbsp;อธิบดีกรมการค้าภายใน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยผลการประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดการผ่อนคลายเงื่อนไขการนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;จากเดิมหากนำเข้าข้าวสาลี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;เป็นไม่มีการกำหนดสัดส่วน&amp;nbsp;เป็นการชั่วคราว&amp;nbsp;ถึงวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;กรกฎาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฝ่ายคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ปลูก&amp;nbsp;ผู้เลี้ยง&amp;nbsp;โรงงานอาหารสัตว์และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่อนคลายการนำเข้าดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ&amp;nbsp;เนื่องจากสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ได้แจ้งขอลาประชุม&amp;nbsp;จึงได้หารือร่วมกับผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;มันสำปะหลังและข้าว&amp;nbsp;รวมถึงตัวแทนสมาคมการค้าพืชไร่&amp;nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายเข้าใจถึงสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อย&amp;nbsp;พร้อมยินดีที่จะหารือถึงแนวทางการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว&amp;nbsp;บนพื้นฐานข้อมูลที่ยอมรับร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถช่วยลดภาระราคาอาหารสัตว์ได้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;กรมการค้าภายในจะได้นัดประชุมหารือและหาข้อยุติร่วมกันทุกฝ่ายโดยด่วนที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323195915266</Link_News></row>
<row _id="638"><NewsTitle>สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา จัดประชุมหารือ ข้อมูลพื้นที่ ด้านดิน : การจัดการดิน : การวิเคราะห์ความอุดมสมบรูณ์ของดิน การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ปี 2572 (ค.ศ. 2029) จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายวิรุธ&amp;nbsp;คงเมือง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จัดประชุมหารือการดำเนินงานเตรียมพื้นที่ทางด้านดิน&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การจัดการดินและการวิเคราะห์ความอุดมสมบรูณ์ของดิน&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;(ค.ศ.&amp;nbsp;2029)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ในการประชุมฯ&amp;nbsp;ได้รับเกียรติจากนายประเสริฐ&amp;nbsp;อนุพันธ์&amp;nbsp;ที่ปรึกษากรมวิชาการเกษตรด้านพืชสวนอุตสาหกรรม&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานประมูลสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;(ค.ศ.&amp;nbsp;2029)&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมประชุมฯ&amp;nbsp;ครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;ซึ่งการจัดประชุมเป็นการหารือในประเด็นการเตรียมข้อมูลทางด้านดิน&amp;nbsp;:&amp;nbsp;การจัดการดินและการวิเคราะห์ความอุดมสมบรูณ์ของดิน&amp;nbsp;เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลผลการตรวจสอบดิน&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;ในบริเวณพื้นที่จัดงานฯ&amp;nbsp;เพื่อการดำเนินงานในการปลูกต้นไม้&amp;nbsp;และพืชชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้มีสอดคล้องกับการดำเนินงานด้านต่างๆ&amp;nbsp;ให้เกิดผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้เข้าเยี่ยมชมงานมหกรรมพืชสวนโลก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2572&amp;nbsp;(ค.ศ.&amp;nbsp;2029)&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323233147311</Link_News></row>
<row _id="639"><NewsTitle>กรมควบคุมมลพิษเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลชุมชนใกล้เคียงกับพื้นที่ที่มีการลักลอบฝังกลบของเสียอันตราย จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสาวอัจฉรา&amp;nbsp;อิ่มมณี&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;และเทศบาลตำบลสีมามงคล&amp;nbsp;ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบาดาลในพื้นที่หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ้านบุญบันดาล&amp;nbsp;ตำบลกลางดง&amp;nbsp;อำเภอปากช่อง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เพื่อพิสูจน์การปนเปื้อนซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากการลักลอบฝังกลบของเสียอันตรายจากภาคอุตสาหกรรมในบริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการลงพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินจากบ่อบาดาลของชุมชน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไปตรวจวิเคราะห์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์เพื่อการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;การแจ้งเตือนประชาชน&amp;nbsp;และใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-23T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220323233514313</Link_News></row>
<row _id="640"><NewsTitle>คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเล บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลระยอง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมภักดีศรีสงคราม&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp;ศิริสุนทร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;(กมธ.)&amp;nbsp;การที่ดิน&amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;พร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหากรณีน้ำมันรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง&amp;nbsp;โดยมีตัวแทนกลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พัก&amp;nbsp;กลุ่มอาชีพอื่น&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุมฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอภิชาติ&amp;nbsp;ศิริสุนทร&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมาธิการ&amp;nbsp;(กมธ.)&amp;nbsp;การที่ดิน&amp;nbsp;ทรัพยากร&amp;nbsp;ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่ว&amp;nbsp;เมื่อคืนวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ&amp;nbsp;การท่องเที่ยวและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้เวลาได้ผ่านไปเกือบครบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ทางคณะกรรมมาธิการ&amp;nbsp;จึงได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามและตรวจสอบ&amp;nbsp;ความคืบหน้าเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;การฟื้นฟูสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;การตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำมันที่รั่วไหล&amp;nbsp;รวมถึงปริมาณการใช้สารขจัดน้ำมัน&amp;nbsp;และการควบคุมสถานการณ์ต่างๆว่า&amp;nbsp;มีความความคืบอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ได้ตั้งคณะกรรมการกำกับ&amp;nbsp;ติดตามและคณะทำงานประสานการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหาย&amp;nbsp;ระหว่างบริษัทสาตาร์&amp;nbsp;ปิโตรเลียม&amp;nbsp;รีไฟน์นิ่ง&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;กับผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&amp;nbsp;กลุ่มประมง&amp;nbsp;กลุ่มสุขภาพ&amp;nbsp;และกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้&amp;nbsp;มีผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;ยื่นเรื่องร้องเรียน&amp;nbsp;ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;14,203&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ขณะที่บริษัท&amp;nbsp;ได้จ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,981&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;กลุ่มประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;1,781&amp;nbsp;รายๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;45,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และกลุ่มอาชีพอื่นๆ&amp;nbsp;อีก1,201&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ละ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;รวมเป็นเงินประมาณ&amp;nbsp;98&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ยังเหลือกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม/ที่พักและร้านอาหาร&amp;nbsp;กำลังอยู่ระหว่างตกลงเจรจากัน&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ในส่วนของการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;ส่วนกรณีปริมาณน้ำมันรั่วที่ยังเป็นข้อสงสัยนั้น&amp;nbsp;ได้แถลงข่าวไปแล้วว่ามีปริมาณ&amp;nbsp;49,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;แต่ยังไม่มีใครเชื่อ&amp;nbsp;เนื่องจากทางบริษัท&amp;nbsp;แถลงออกมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;มีตัวเลขไม่ตรงกัน&amp;nbsp;จึงยังเป็นปัญหาว่า&amp;nbsp;ยังหาข้อสรุปตรงนี้ไม่ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324095414361</Link_News></row>
<row _id="641"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีทุกพื้นที่จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมาก&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานถึงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324095451363</Link_News></row>
<row _id="642"><NewsTitle>ชวนเที่ยวตลาดปลาจตุจักร ชมงานประกวดปลาสวยงาม กระตุ้นเศรษฐกิจปลาสวยงามหลังได้รับผลกระทบโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายถาวร&amp;nbsp;ทันใจ&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวในฐานะโฆษกกรมประมงว่า&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทย&amp;nbsp;มีการจัดประกวดปลาสวยงามมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะปลากัด&amp;nbsp;ปลาทอง&amp;nbsp;ปลาหางนกยูง&amp;nbsp;และปลาหมอสีครอสบรีด&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นปลาสวยงามที่เกษตรกรและผู้เพาะเลี้ยงสามารถพัฒนาสายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นปลาสวยงามที่เป็นความต้องการของตลาด&amp;nbsp;แต่ในช่วง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ทำให้ไม่สามารถจัดงานประกวดปลาสวยงามได้&amp;nbsp;ส่งผลให้ธุรกิจปลาสวยงามได้รับผลกระทบจากการขาดช่องทางประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ซึ่งก่อให้เกิดการ&amp;nbsp;กระตุ้นการซื้อขาย&amp;nbsp;รวมถึงการนำเข้าส่งออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกับตลาดปลาจตุจักรและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องจัดงานนี้ขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำหรับการประกวดปลาสวยงาม&amp;nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&amp;nbsp;กำหนดจัดขึ้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ลานเร่&amp;nbsp;ตลาดปลาจตุจักร&amp;nbsp;โดยแบ่งการประกวดออกแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วงคือ&amp;nbsp;ช่วงที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดประกวดปลากัดสวยงาม&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;และปลาหมอสีครอสบรีด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;และช่วงที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในระหว่างวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จัดประกวดปลาทอง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;และปลาหางนกยูง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประเภท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากการจัดประกวดปลาสวยงามแล้ว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมประมงได้มีการจัดนิทรรศการด้านประมงในหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การพัฒนาสายพันธุ์ปลาสวยงาม&amp;nbsp;การผลิตอาหารปลาสวยงามอย่างง่ายด้วยอุปกรณ์ในครัวเรือน&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการเปิดให้บริการคลินิกโรคสัตว์น้ำเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพสัตว์น้ำและการตรวจโรคสัตว์น้ำเบื้องต้น&amp;nbsp;บริการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการเปิดร้าน&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;Shop&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากชาวประมงและเกษตรกรที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ราคาถูกและผ่านมาตรฐานการรับรองจากกรมประมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324104751396</Link_News></row>
<row _id="643"><NewsTitle>กอนช.ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและลมกระโชกแรงส่วนภาคอีสานและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนตอนบนของประเทศระวังเกิดฝนตกและลมกระโชกแรง&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;116&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;81&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และยะลา&amp;nbsp;91&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,820&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,940&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324100158369</Link_News></row>
<row _id="644"><NewsTitle>พาณิชย์แพร่ แจ้งราคาหอมแดง กระเทียม และขิง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;แจ้งสถานการณ์ราคาหอมแดง&amp;nbsp;กระเทียม&amp;nbsp;และขิง&amp;nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;แจ้งสถานการณ์การราคาสินค้า&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ราคาหอมแดง&amp;nbsp;และกระเทียมแกะกลีบ&amp;nbsp;โดยหอมแดง&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;และกระเทียมแกะกลีบ&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;90-100&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;ส่วนกระเทียมมัดจุกผลผลิตจะเริ่มออกสู่ท้องตลาดในช่วงเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;ราคาขิง&amp;nbsp;ขิงแก่&amp;nbsp;ราคา&amp;nbsp;30-40&amp;nbsp;บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;ราคาทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;ส่วนขิงอ่อน&amp;nbsp;ผลผลิตจะเริ่มออกสู่ท้องตลาดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324103349388</Link_News></row>
<row _id="645"><NewsTitle>ระดมทีมพาณิชย์ แก้ปัญหาราคาปุ๋ยเคมี-อาหารสัตว์ หลังรัสเซียประกาศหยุดส่งออก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นเหตุการณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เนื่องจากส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในเชิงเศรษฐกิจและการค้าไปทั่วโลก&amp;nbsp;หากสงครามมีความยืดเยื้อ&amp;nbsp;จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น&amp;nbsp;กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศไทย-รัสเซีย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่าการค้ารวม&amp;nbsp;88,167&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ไทยส่งออก&amp;nbsp;32,508&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และนำเข้า&amp;nbsp;55,660&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าเกษตรจากรัสเซีย&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;2,720&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนไทย-ยูเครน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยูเครนเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ของไทย&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีมูลค่าการค้า&amp;nbsp;12,428&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ไทยส่งออก&amp;nbsp;4,229&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และนำเข้า&amp;nbsp;8,200&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังยูเครน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;1,165&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่า&amp;nbsp;ไทยเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าให้กับรัสเซียและยูเครนมาโดยตลอด&amp;nbsp;โดยสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังรัสเซียและยูเครนส่วนใหญ่&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สับปะรดปรุงแต่ง&amp;nbsp;พืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;ลูกนัต&amp;nbsp;เปลือกผลไม้และส่วนอื่นของพืช&amp;nbsp;แช่อิ่ม&amp;nbsp;เชื่อมหรือฉาบ&amp;nbsp;เนื้อปลาอื่นๆ&amp;nbsp;แช่เย็นจนแข็ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ส่วนสินค้าเกษตรที่นำเข้าจากรัสเซีย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สินค้าประมงแช่แข็ง&amp;nbsp;บักก์วีต&amp;nbsp;ข้าวฟ่างนกเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในกรณีรัสเซีย&amp;nbsp;ประเมินว่า&amp;nbsp;เป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่รัสเซียมีความต้องการสูง&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ไทยต้องคำนึงถึงการแสดงท่าทีของประเทศในสถานการณ์สงครามให้เหมาะสม&amp;nbsp;เนื่องจากที่ผ่านมา&amp;nbsp;ไทยแสดงจุดยืนที่เป็นกลางมาโดยตลอดผลกระทบด้านเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;กรณียูเครน&amp;nbsp;การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก&amp;nbsp;แต่จะได้รับผลกระทบในด้านการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด&amp;nbsp;เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าจากยูเครนในระดับสูง&amp;nbsp;จึงต้องเตรียมมาตรการเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ราคาวัตถุดิบเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;หรือไม่สามารถนำเข้าจากยูเครนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสถานการณ์ล่าสุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัสเซียได้ประกาศห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งรัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตปุ๋ยเคมีในอันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของโลก&amp;nbsp;รองจากแคนาดา&amp;nbsp;จึงอาจทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอีก&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภาครัฐ&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;หารือเพื่อแก้ไขปัญหาราคาปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ทั้งปุ๋ยเคมีและอาหารสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยกำหนดแนวทางคือ&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาปุ๋ยขาดแคลน&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาปรับราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นสินค้าควบคุมให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้ภาคเอกชนนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;และป้องกันปัญหาปุ๋ยเคมีขาดตลาด&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพง&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ถูก&amp;nbsp;ถูกสูตร&amp;nbsp;ถูกอัตรา&amp;nbsp;ถูกเวลา&amp;nbsp;ถูกวิธี&amp;nbsp;และเร่งผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพให้ได้จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เศรษฐกิจการเกษตรของไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะได้รับผลกระทบทางตรงจากการที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยเคมี&amp;nbsp;วัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัจจัยการผลิตหลักในการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น&amp;nbsp;ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยไปยังรัสเซียและยูเครนในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีแนวโน้มลดลงจากปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ประมาณร้อยละ&amp;nbsp;70-90&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากปัญหาในด้านการขนส่งและการกระจายสินค้า&amp;nbsp;ประกอบกับกำลังซื้อที่ลดลงมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145821504</Link_News></row>
<row _id="646"><NewsTitle>กำลังพลทหารจิตอาสา มทบ.32 ร่วมกับชุมชนจิตอาสา ทำแนวป้องกันไฟป่ารอบดอยพระบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;พันเอกกวิน&amp;nbsp;ยาวิชัย&amp;nbsp;รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;นำกำลังพลทหารจิตอาสามณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่า&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรมทำแนวกันไฟรอบดอยพระบาทของหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;เพื่อป้องกันมลภาวะจากไฟป่าและหมอกควันอำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดตรวจจุดสกัดบ้านปงอ้อม&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธนารัฐ&amp;nbsp;สายเทพ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ&amp;nbsp;การทำแนวกันไฟ&amp;nbsp;เพื่อจะช่วยปกป้องผืนป่าในบริเวณพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;เป็นการป้องกันมิให้เกิดไฟป่าจากผู้บุกรุก&amp;nbsp;ลักลอบเข้าจุดไฟเผา&amp;nbsp;ซึ่งอาจเกิดลุกลามสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สนับสนุนและบูรณาการเพื่อร่วมป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;ร่วมกับทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง,&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเสด็จ,&amp;nbsp;กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครือข่ายไฟป่าบ้านปงอ้อม,&amp;nbsp;ประชาชนบ้านทรายทอง,&amp;nbsp;บ้านห้วยน้ำเค็ม&amp;nbsp;ตำบลบ้านเสด็จ&amp;nbsp;และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&amp;nbsp;และสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพระยาแช่ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324113955420</Link_News></row>
<row _id="647"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ เปิดงาน Field day ที่ ศพก.อำเภอทับสะแก เสริมศักยภาพเกษตรกรเรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.เขาล้าน&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;นายเสถียร&amp;nbsp;เจริญเหรียญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;นิลวงศ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดฯ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;อ.บางสะพาน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.บางสะพานน้อย&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ&amp;nbsp;ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp;ตลอดจนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรด้วยกันเอง&amp;nbsp;รวมทั้งนักวิชาการ&amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และการจัดงาน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;day&amp;nbsp;ยังถือเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ในปีการผลิต&amp;nbsp;2565/2566&amp;nbsp;โดยกำหนดจัดงานรวม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ดำเนินการจัดในวันนี้ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;และครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;อ.หัวหิน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.หินเหล็กไฟ&amp;nbsp;อ.หัวหิน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงาน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;จะมีกิจกรรมหลักที่แตกต่างกัน&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญในพื้นที่&amp;nbsp;และฤดูกาลผลิตที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการจัดงาน&amp;nbsp;Field&amp;nbsp;Day&amp;nbsp;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;มีกิจกรรมหลัก&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;และสร้างความยั่งยืนในสวนมะพร้าว&amp;nbsp;โดยมีการจัดสถานีถ่ายทอดความรู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลในการจัดการสวนมะพร้าว&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;การดูแลรักษาสวนมะพร้าว&amp;nbsp;และการป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าว&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;การสร้างรายได้เสริมในสวนมะพร้าว&amp;nbsp;สถานีเรียนรู้ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการนำเสนอองค์ความรู้&amp;nbsp;และบริการการเกษตรอื่นๆ&amp;nbsp;จากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้านเกษตรร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกรรุ่นใหม่&amp;nbsp;(Young&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ศูนย์ใน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;และมีศูนย์เรียนรู้เครือข่ายจำนวน&amp;nbsp;155&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชนที่สอดคล้องกับสินค้าเกษตรหลักและเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งองค์ความรู้ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรนั้น&amp;nbsp;เป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่&amp;nbsp;และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ตลอดจนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตรและการดำเนินชีวิตของเกษตรกร&amp;nbsp;และขยายผลนำไปประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นจุดบริการข้อมูลข่าวสารและบริการด้านการเกษตรต่างๆ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324115939435</Link_News></row>
<row _id="648"><NewsTitle>สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เร่งเดินหน้าก้าวสู่ภาคเกษตรมูลค่าสูง ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กล่าวในงานแถลงข่าววันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เป็นที่ทราบกันดีว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เป็นอีกปีหนึ่งที่ทั่วโลกและประเทศไทยยังต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ยังคงยืดเยื้อ&amp;nbsp;และภัยพิบัติทางธรรมชาติ&amp;nbsp;ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมภาคบริการ&amp;nbsp;และภาคเกษตร&amp;nbsp;ต้องเร่งปรับตัวและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านจากชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;ไปสู่ชีวิตวิถีถัดไป&amp;nbsp;ที่ผ่านมาได้ดำเนินการขับเคลื่อนงานที่สำคัญตามยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;และนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;พร้อมบูรณาการกับทุกหน่วยงานในการผลักดัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ยุทธศาสตร์หลักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;เทคโนโลยีเกษตร&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;แนวทาง&amp;nbsp;3S&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;Safety-Security-Sustainability&amp;nbsp;บริหารเชิงรุกแบบบูรณาการโมเดล&amp;nbsp;เกษตร-พาณิชย์ทันสมัย&amp;nbsp;และเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;ตลอดจนขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;และเศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปีนี้&amp;nbsp;ในฐานะเนวิเกเตอร์&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;มีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจเพื่อผลักดันให้ภาคเกษตรเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และพร้อมจะร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในทุกมิติ&amp;nbsp;ทั้งด้านการพัฒนา&amp;nbsp;Big&amp;nbsp;Data&amp;nbsp;สารสนเทศด้านการเกษตร&amp;nbsp;งานวิจัยที่มีความทันสมัย&amp;nbsp;และแผนพัฒนาการเกษตรในด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;มีการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;ตลอดจนติดตามและประเมินผลโครงการสำคัญ&amp;nbsp;เพื่อการทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;จะเร่งเดินหน้าปฏิบัติภารกิจ&amp;nbsp;เพื่อให้ภาคเกษตรไทยก้าวสู่ภาคเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ&amp;nbsp;ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;และสร้างความมั่นคงในอาชีพให้กับเกษตรกรไทย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142122473</Link_News></row>
<row _id="649"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(23&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;68&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;37&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พิษณุโลก&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;พิจิตร&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และนครสวรรค์&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนยังคงเกิดขึ้นบริเวณภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,714&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,835&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,229&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศยังคงมีค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเวียดนามวันนี้พบ&amp;nbsp;137&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;117&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกัมพูชา&amp;nbsp;93&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดน&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324115248431</Link_News></row>
<row _id="650"><NewsTitle>พัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็ง มีศักยภาพในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น ให้เบ็ดกับสหกรณ์ แปรรูปสร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ได้ขับเคลื่อนงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์เพื่อก่อสร้างลานตาก&amp;nbsp;คอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;พื้นที่ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;3,200&amp;nbsp;ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อใช้รวบรวมผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;มันฝรั่ง&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;ของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรทั่วไป&amp;nbsp;ซึ่งมีการใช้ประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างหมุนเวียนตลอดทั้งปี&amp;nbsp;ส่งผลให้สามารถลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;สมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งมีการวางแผนการใช้ประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างให้มีความคุ้มค่าสูงสุด&amp;nbsp;ช่วยเหลือสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชื่นชมสหกรณ์การเกษตรโหล่งขอดสามัคคี&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสหกรณ์ในจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ที่ให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามนโยบายต่างๆ&amp;nbsp;ให้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมจัดเก็บและแปรรูป&amp;nbsp;จำหน่าย&amp;nbsp;กระจายผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน&amp;nbsp;มีการให้บริการสมาชิกเพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์&amp;nbsp;รวมถึงลดการใช้สารเคมีอันตรายและส่งเสริมให้มีการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;สินค้าเกษตรปลอดภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบอุปกรณ์การตลาด&amp;nbsp;สิ่งก่อสร้าง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการปรับโครงสร้างการผลิต&amp;nbsp;การรวบรวม&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;ของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;รองรับผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ให้แก่สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp;ที่ได้มอบในวันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ&amp;nbsp;เพราะเป็นเครื่องมือพื้นฐาน&amp;nbsp;นำมาใช้รวบรวมผลผลิตการเกษตรไปปรับปรุงศักยภาพของตนเอง&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งและมีศักยภาพในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เป็นการให้เบ็ดกับสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324144912490</Link_News></row>
<row _id="651"><NewsTitle>จังหวัดลำพูนเตรียมพร้อมรับมือในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมรับมือในการป้องกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้ในการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อใช้ในการอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;อย่างเพียงพอในช่วงฤดูแล้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;นายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในการรับมอบถังน้ำ&amp;nbsp;10,500&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;พร้อมทั้งมอบโล่&amp;nbsp;และหนังสือขอบคุณแก่&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเกรียงถาวร&amp;nbsp;คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และนางเพียงพร&amp;nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&amp;nbsp;ภริยา&amp;nbsp;พร้อมคณะฯ&amp;nbsp;ที่มีความตั้งใจในการมอบสิ่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาในด้านความเป็นอยู่&amp;nbsp;ตลอดจนผู้ยากไร้&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และผู้พิการ&amp;nbsp;ในการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาภัยการขาดแคลนน้ำในหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;ประชาชนจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;มีน้ำกินน้ำใช้&amp;nbsp;อย่างเพียงพอในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดลำพูนได้มีการเตรียมความพร้อม&amp;nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;โดยมีการตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน&amp;nbsp;(ภัยแล้ง)&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีการเข้าสำรวจพื้นที่&amp;nbsp;ในการจัดทำแผน&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ในการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงภัยแล้งให้มีน้ำใช้เพื่อการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงเพื่อใช้ในการอุปโภค&amp;nbsp;บริโภคอย่างเพียงพอในช่วงภัยแล้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;นายสมาน&amp;nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทเกรียงถาวร&amp;nbsp;คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนางเพียงพร&amp;nbsp;คุณากรไพบูลย์ศิริ&amp;nbsp;ภริยา&amp;nbsp;ได้มอบถังน้ำ&amp;nbsp;10,500&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;84,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในศูนย์ราชการจังหวัดลำพูนแห่งใหม่&amp;nbsp;โดยมีนายวรยุทธ&amp;nbsp;เนาวรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;เป็นประธานพร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอนุพงษ์&amp;nbsp;วาวงศ์มูล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ร่วมรับมอบในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำพูน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำพูน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324134225462</Link_News></row>
<row _id="652"><NewsTitle>เร่งพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคลัมปี สกิน สายพันธุ์ไทยในโค-กระบือ ลดค่าใช้จ่ายสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสัตวแพทย์สรวิศ&amp;nbsp;ธานีโต&amp;nbsp;อธิบดีกรมปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เผยความคืบหน้าการผลิตวัคซีนโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโค-กระบือ&amp;nbsp;สำหรับใช้ป้องกันและควบคุมโรคกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;โดยหน่วยพัฒนาวัคซีนของกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ที่ให้ผลการการทดลองประสิทธิภาพเบื้องต้นมีความคุ้มโรคเทียบเท่าวัคซีนจากต่างประเทศ&amp;nbsp;คาดว่าวัคซีนชุดแรกแล้วเสร็จช่วงกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในราคาต้นทุนโดสละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;และเป็นการสร้างความมั่นคงทางวัคซีนของไทยอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากปัญหาการเกิดโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ในโค-กระบือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านวัคซีน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์วิจัยและพัฒนาวัคซีนโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;โดยสำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์และสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&amp;nbsp;สำหรับใช้ป้องกันและควบคุมโรคกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาวัคซีนในระดับห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;โดยสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถแยกไวรัสจากตัวอย่างสัตว์ป่วยในประเทศมาเพาะเลี้ยงในห้องทดลองได้สำเร็จ&amp;nbsp;และส่งหัวเชื้อไวรัสต่อให้สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์&amp;nbsp;นำมาขยายปริมาณไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยงและผลิตเป็นแอนติเจนที่หมดฤทธิ์ในการก่อโรค&amp;nbsp;จากนั้นได้ทดลองผลิตเป็นวัคซีน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สูตรได้แก่&amp;nbsp;วัคซีนเชื้อตายในรูปแบบชนิดน้ำและวัคซีนเชื้อตายชนิดน้ำมัน&amp;nbsp;โดยผลการทดลองในสัตว์ตามวิธีมาตรฐานการผลิตวัคซีน&amp;nbsp;แสดงให้เห็นว่าวัคซีนทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สูตร&amp;nbsp;มีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ในสัตว์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดินหน้าขยายกำลังการผลิตวัคซีนจากระดับห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;สู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ด้วยเทคโนโลยีการผลิตในขวดเพาะเลี้ยงเซลล์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดั้งเดิมของการผลิตวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อย&amp;nbsp;และที่สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์มีองค์ความรู้และมีบุคลากรที่มีความชำนาญ&amp;nbsp;โดยเทคโนโลยีการผลิตดังกล่าวสามารถรองรับปริมาณการผลิตวัคซีนที่&amp;nbsp;50,000-100,000&amp;nbsp;โดสต่อเดือน&amp;nbsp;โดยตลอดกระบวนการผลิตใช้ระยะเวลาประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือนเศษ&amp;nbsp;และคาดว่าจะผลิตวัคซีนชุดแรกแล้วเสร็จช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในราคาต้นทุนโดสละ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ในช่วงปีแรก&amp;nbsp;สามารถผลิตวัคซีนได้&amp;nbsp;มีมูลค่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;หากต้องนำเข้าจากต่างประเทศต้องใช้งบประมาณถึง&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้มากถึง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เพื่อให้มีปริมาณวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการใช้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับการควบคุมและป้องกันภายในประเทศ&amp;nbsp;รวมถึงสัตว์นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์ได้ศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายกำลังการผลิตวัคซีนดังกล่าว&amp;nbsp;ให้สามารถผลิตได้เดือนละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แสน&amp;nbsp;ถึงกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;ซึ่งจะทราบผลการศึกษาในช่วงกลางปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;หากกำลังการผลิตเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด&amp;nbsp;จะสามารถช่วยลดการนำเข้าวัคซีนจากต่างประเทศได้มากถึงปีละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ล้านโดส&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้งบประมาณถึง&amp;nbsp;360&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การที่กรมปศุสัตว์สามารถผลิตวัคซีนโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;เองได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศได้กว่าปีละ&amp;nbsp;280&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;อีกทั้งสามารถส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้อีกด้วย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;การฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงยังนำไปสู่การกำจัดโรคลัมปี&amp;nbsp;สกิน&amp;nbsp;ให้หมดไปจากประเทศไทยได้อย่างถาวรในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324144445485</Link_News></row>
<row _id="653"><NewsTitle>จังหวัดสงขลา เปิดกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าว กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ เพื่อร่วมสืบสานและอนุรักษ์วิถีชีวิตการทำนาแบบดั้งเดิม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;บริเวณแปลงข้าว&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&amp;nbsp;ตำบลสะพานไม้แก่น&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายอำพล&amp;nbsp;พงศ์สุวรรณ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดกิจกรรมเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&amp;nbsp;เพื่อร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการลงแขกเกี่ยวข้าวแบบดั้งเดิม&amp;nbsp;โดยมีว่าที่พันตรี&amp;nbsp;ยุทธา&amp;nbsp;เจ้าดูรี&amp;nbsp;นายอำเภอจะนะ&amp;nbsp;นายมนุชาธิป&amp;nbsp;วรกาญจนานนท์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มอบเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่ประธานกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้กล่าวชื่นชมกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ที่ได้ปรับพื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;เพื่อสร้างงาน&amp;nbsp;สร้างรายได้และลดรายจ่ายให้กับประชาชน&amp;nbsp;โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหมู่บ้านและชุมชนใกล้เคียง&amp;nbsp;จากนั้นได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมลงแขกเกี่ยวข้าว&amp;nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนก&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวสำหรับนำไปเป็นอาหารนกเขาชวา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;และปลูกข้าวเล็บนกไว้สำหรับบริโภค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยทำการปลูกไปเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วยความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องเกษตรกรในกลุ่ม&amp;nbsp;ฯ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสมปฏิรูปที่ดินสะพานไม้แก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอจะนะ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;จัดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;โดยมีนายศรชัย&amp;nbsp;จันทร์มณี&amp;nbsp;เป็นประธานกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสม&amp;nbsp;ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรสะพานไม้แก่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324143034479</Link_News></row>
<row _id="654"><NewsTitle>เทศบาลตำบลทับมา เปิดโครงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ มุ่งปรับสภาพที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุและผู้พิการให้เหมาะสม ปลอดภัย และถูกสุขอนามัย มีสภาพจิตใจดี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มี.ค.65&amp;nbsp;ที่โรงเรียนอนุบาลทับมา&amp;nbsp;ต.ทับมา&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;วงษ์ศรี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีผู้นำชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มสตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;อาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุผู้พิการตำบลทับมา&amp;nbsp;(อผส.)&amp;nbsp;อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์&amp;nbsp;(อพม.)&amp;nbsp;และผู้ช่วยเหลือ&amp;nbsp;(Care&amp;nbsp;giver)&amp;nbsp;อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีการบรรยาย&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุคนพิการ&amp;nbsp;และการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ&amp;nbsp;การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับ&amp;nbsp;ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;คนพิการ&amp;nbsp;และการลงนาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp;และผู้พิการในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประเสริฐ&amp;nbsp;วงษ์ศรี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เทศบาลตำบลทับมา&amp;nbsp;ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา&amp;nbsp;ที่อยู่อาศัยและความต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&amp;nbsp;จึงได้จัดโครงการอบรมให้ความรู้&amp;nbsp;เพื่อปรับปรุง&amp;nbsp;ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ผู้พิการดังกล่าวขึ้นมา&amp;nbsp;โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้นำชุมชน,กลุ่มองค์กรต่างๆ&amp;nbsp;ในชุมชนที่ช่วยเหลือดูแล&amp;nbsp;ผู้พิการ&amp;nbsp;ผู้สูงอายุในพื้นที่&amp;nbsp;ให้สามารถดำรงชีวิตในที่อยู่อาศัยได้สะดวก&amp;nbsp;เหมาะสม&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้ครอบครัว&amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp;มีความรู้ความเข้าใจ&amp;nbsp;สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&lt;/strong&gt;และปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ผู้พิการมากขึ้น&amp;nbsp;และเพื่อส่งเสริมการให้ความรู้การดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ผู้พิการระยะยาว&amp;nbsp;ต่อชุมชน&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;กลุ่มสตรีตำบลทับมา&amp;nbsp;และอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุผู้พิการตำบลทับมา&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อต่อยอดครอบครัวผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ผู้พิการ&amp;nbsp;ในการปรับสภาพที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตให้มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;สะดวก&amp;nbsp;เหมาะสม&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;และถูกสุขอนามัย&amp;nbsp;มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง&amp;nbsp;มีสุขภาพจิตใจที่ดีอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324145329500</Link_News></row>
<row _id="655"><NewsTitle>BEDO และ ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เร่งพัฒนาและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BEDO&amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&amp;nbsp;เร่งพัฒนาและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;ด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ควบคู่กับการอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวิจารย์&amp;nbsp;สิมาฉายา&amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BEDO&amp;nbsp;(เบโด้)&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&amp;nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ควบคู่กับการอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพในระดับฐานราก&amp;nbsp;โดยใช้นโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว&amp;nbsp;(BCG)&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การบริหารจัดการข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการ&amp;nbsp;และสร้างการมีส่วนร่วม&amp;nbsp;โดยเน้นการใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;ควบคู่การอนุรักษ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สิ่งสำคัญจะช่วยขยายผลและยกระดับความเข้มแข็งให้กับชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งระยะแรก&amp;nbsp;BEDO&amp;nbsp;และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา&amp;nbsp;จะช่วยกันพัฒนาองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับศักยภาพชุนชนท้องถิ่นและกิจกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ&amp;nbsp;ครอบคลุมการต่อยอดทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในอนาคต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324142326475</Link_News></row>
<row _id="656"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัด ตรวจเยี่ยมการเตรียมการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของตำบลนางแล ในระดับพื้นที่ตามนโยบายเร่งด่วน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายภาสกร&amp;nbsp;บุญญลักษม์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อาสาอาสาสมัครป้องกันไฟป่าตำบลนางแล&amp;nbsp;ที่ศูนย์อาสาสมัครป้องกันไฟป่าตำบลนาแล&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;บ้านนางแลใน&amp;nbsp;ตำบลนางแล&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;พร้อมมอบสิ่งของให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายบุญธรรม&amp;nbsp;ทองพิจิตร&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองเชียงราย&amp;nbsp;นายเสน่ห์&amp;nbsp;ภักดี&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลนางแล&amp;nbsp;ตลอดจนผู้นำชุมชนจากตำบลนางแล&amp;nbsp;ตำบลบ้านดู่&amp;nbsp;และตำบลท่าสุด&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อุทยานและป่าไม้&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังนโยบายและมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;ในห้วง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ของการห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายกำหนด้ามเผาโดยเด้ดขาด&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ให้ความสำคัญในเรื่องไฟป่าหมอกควัน&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือข้าราชการส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และนายอำเภอในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดเป็นเวลา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;กุมภาพันธ์-15&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;และเป็นการป้องกันการเกิดโรคร้ายต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กลุ่มโรคทางเดินหายใจ&amp;nbsp;โดยผู้ที่ละเมิดประกาศข้อบังคับจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างสูงสุดอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;นายบุญธรรม&amp;nbsp;ทองพิจิตร&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองเชียงราย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ยังได้นำผู้นำชุมชน&amp;nbsp;ผู้นำหมู่บ้าน&amp;nbsp;ชุดอาสาสมัครป้องกันไฟป่าตำบลนางแล&amp;nbsp;ร่วมทำกิจกรรมการทำแนวกันไฟที่บริเวณเขตรอยต่อ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ของตำบลนางแล&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ได้ทุกเมื่อทุกเวลาอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงราย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150020508</Link_News></row>
<row _id="657"><NewsTitle>รัฐบาล ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเข้มข้น โดยปีนี้เน้นเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นและเพิ่มความเข้มงวดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาล&amp;nbsp;ให้ความสำคัญการแก้ปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและประเทศ&amp;nbsp;โดยปีนี้เน้นเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นและเพิ่มความเข้มงวดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;โดยได้กำหนดให้การแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;และให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง&amp;nbsp;ซึ่งปีนี้ได้จัดทำแผนเฉพาะกิจฯ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ข้อ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สื่อสาร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เผชิญเหตุ&amp;nbsp;ด้วยการยกระดับการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการพยากรณ์ฝุ่นละอองให้มีความแม่นยำมากขึ้น&amp;nbsp;แล้วมุ่งเน้นเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นและเพิ่มความเข้มงวดมลพิษจากแหล่งกำเนิดมากขึ้น&amp;nbsp;พร้อมถอดบทเรียนหลังสิ้นสุดสถานการณ์นำมาปรับปรุงแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การตรวจสอบตรวจวัดควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารทั่วประเทศ&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตรวจแล้ว&amp;nbsp;165,308&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พ่นห้ามใช้&amp;nbsp;893&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบเป็นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;63,997&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พ่นห้ามใช้&amp;nbsp;190&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พร้อมปรับปรุงค่ามาตรฐานควันดำเพื่อเพิ่มความเข้มงวดและประสิทธิภาพการควบคุมมลพิษและแก้ปัญหา&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;จากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์&amp;nbsp;โดยออกประกาศเรื่องกำหนดมาตรฐานค่าควันดำของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดด้วยการอัด&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;กำหนดค่าความทึบแสงไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;และค่ากระดาษกรองไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;จากเดิมไม่เกิน&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จะมีผลบังคับใช้วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การแก้ปัญหาอ้อยไฟไหม้&amp;nbsp;โดยปีการผลิต&amp;nbsp;2564/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคมมีปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบร้อยละ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;และจะลดให้เหลือศูนย์ในฤดูกาลผลิต&amp;nbsp;2566/2567&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;"ชิงเก็บ&amp;nbsp;ลดเผา"&amp;nbsp;ปีนี้เก็บขนเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่ามาใช้ประโยชน์ได้&amp;nbsp;1,310&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากเป้า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะแล้วเสร็จได้ตามเป้าแน่นอน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;การแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน&amp;nbsp;ได้เสนอให้พิจารณาขยายแผนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการเชียงราย&amp;nbsp;2017&amp;nbsp;(เพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp;และการกำหนดตัวชี้วัดร่วม&amp;nbsp;ASEAN&amp;nbsp;Joint&amp;nbsp;KPI&amp;nbsp;เพื่อลดจุดความร้อนในภูมิภาคอาเซียนร้อยละ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ภายในปีนี้&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;อยู่ระหว่างปรับปรุงมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอนในบรรยากาศด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์หมอกควัน&amp;nbsp;ไฟป่า&amp;nbsp;และฝุ่นละอองปีนี้ว่า&amp;nbsp;ดีขึ้นว่าปีที่ผ่านมาอย่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีจำนวนวันที่ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;26&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;หากพิจารณาเฉพาะวันที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สีแดง&amp;nbsp;พบช่วงวิกฤติมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;วันเท่านั้น&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;86&amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือ&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;มีจำนวนวันที่ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินมาตรฐาน&amp;nbsp;38&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;หากพิจารณาเฉพาะวันที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สีแดง&amp;nbsp;พบปีนี้มี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;จากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324150422515</Link_News></row>
<row _id="658"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี จัดงาน "คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิติ&amp;nbsp;วิวัฒน์วานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดงาน&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง&amp;nbsp;ตำบลวัดหลวง&amp;nbsp;อำเภอพนัสนิคม&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางดวงภรณ์&amp;nbsp;โตอนันต์&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;รักษาการแทนเกษตรจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมีกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การฝึกอบรมอาชีพด้านการเกษตรและเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกอื่นๆ&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&lt;/strong&gt;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วอย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิติ&amp;nbsp;วิวัฒน์วานิช&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ประธานในพิธี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น&amp;nbsp;ในการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอด&amp;nbsp;พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;การพัฒนางานด้านต่างๆ&amp;nbsp;ทรงทุ่มเทพระวรกาย&amp;nbsp;พระวิริยอุตสาหะ&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกด้าน&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;การจัดตั้งคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;จึงเป็นวิธีการดําเนินงานอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บรรลุผลสําเร็จตามภารกิจที่รับผิดชอบโดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทําให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็วทั่วถึงและครบถ้วน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากการให้บริการคลินิกเกษตร&amp;nbsp;ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นๆ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น&amp;nbsp;การออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มแม่บ้าน&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดงานยังคงยึดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324170424637</Link_News></row>
<row _id="659"><NewsTitle>องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการนำนกกระสาคอขาวคืนสู่ธรรมชาติ จ.บุรีรัมย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;นายวุฒิชัย&amp;nbsp;พิรุณสุนทร&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายเทวินทร์&amp;nbsp;รัตนะวงศะวัต&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;และหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ตลอดจนผู้นำท้องถิ่น&amp;nbsp;บริษัทเอกชน&amp;nbsp;รวมถึงโรงเรียนในจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ร่วมกันเปิดตัว&amp;nbsp;โครงการทดลองปล่อยนกกระสาคอขาวคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;และการติดตามภายหลังการปล่อยฯ&amp;nbsp;เพื่อการอนุรักษ์&amp;nbsp;ภายในงานมีนิทรรศการให้ความรู้เรื่องนกกระสาคอขาว&amp;nbsp;และกิจกรรมสวนสัตว์สัญจร&amp;nbsp;ที่ส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้&amp;nbsp;ความตระหนักในการอนุรักษ์นกกระสาคอขาว&amp;nbsp;ที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ฐาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ฐานบ้านของฉันที่ดงใหญ่&amp;nbsp;ฐานนกกระสาสู่ฟ้าเมืองไทยฐานนกกระสาของฉัน&amp;nbsp;ฐานปากท้องต้องรู้&amp;nbsp;ฐานไข่คืนรัง&amp;nbsp;ฐานส่ายสะโพกโบนบิน&amp;nbsp;มีโรงเรียนเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;83&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;"มุ่งมั่น&amp;nbsp;ตั้งใจ&amp;nbsp;ส่งนกกระสาคอขาว&amp;nbsp;สู่ฟ้าเมืองไทย"&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายเทวินทร์&amp;nbsp;รัตนะวงศะวัต&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากการที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า&amp;nbsp;และพันธุ์พืช&amp;nbsp;และหน่วยงานพันธมิตร&amp;nbsp;ได้ดำเนินการทดลองปล่อยนกกระสาคอขาวคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;(รัชกาลที่&amp;nbsp;10)&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งจากผลการศึกษาเบื้องต้น&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่พบว่านกกระสาคอขาวที่ทำการทดลองปล่อยในชุดแรกนั้น&amp;nbsp;บางส่วนยังคงมีการแพร่กระจายอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่&amp;nbsp;พื้นที่กักเก็บน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;เขื่อน&amp;nbsp;และพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านโดยรอบในอำเภอโนนดินแดงและใกล้เคียง&amp;nbsp;จึงถือเป็นวาระสำคัญที่เยาวชนและประชาชนทั่วไปจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;มีความตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมในการช่วยกันอนุรักษ์นกกระสาคอขาวที่เป็นหนึ่งในนกกระสาชนิดพันธุ์หายากของไทยนี้ให้สามารถคงอยู่คู่กับจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ดังเช่น&amp;nbsp;นกกระเรียนสายพันธุ์ไทย&amp;nbsp;ให้เป็นมรดกของประชาชนชาวบุรีรัมย์และของชาติไทยสืบต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;ทางโครงการฯ&amp;nbsp;มีแผนการศึกษาวิจัยในระยะยาวไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีข้างหน้า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และทำการปล่อยนกกระสาคอขาวเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;(รัชกาลที่&amp;nbsp;10)&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา/ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324163735602</Link_News></row>
<row _id="660"><NewsTitle>ผลักดันงานวิจัยมันฝรั่ง เร่งเพิ่มผลผลิตต้านทานโรค เน้นย้ำนโยบาย ตลาดนำการผลิต ลดต้นทุนนำเข้าหัวพันธุ์ เพิ่มรายได้เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายให้กรมวิชาการเกษตรปรับปรุงพันธุ์พืชที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมากและเร่งขยายพันธุ์ให้เกษตรกรสามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนของการนำเข้าพันธุ์จากต่างประเทศ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มันฝรั่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชที่ทำรายได้สูงให้แก่เกษตรกรโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยมีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ปลูกได้ขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานในประเทศไทย&amp;nbsp;ยังมีผลผลิตที่ไม่เพียงพอในการบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;จึงมีการนำเข้ามันฝรั่งเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;46,355&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง&amp;nbsp;6,500&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากต่างประเทศมาปลูกมากทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งพันธุ์แนะนำของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;พันธุ์เชียงใหม่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพันธุที่มีหัวกลม&amp;nbsp;เนื้อในสีขาว-ขาวครีม&amp;nbsp;ให้ผลผลิตสูง&amp;nbsp;3,162-3,608&amp;nbsp;กก./ไร่&amp;nbsp;ได้เกรดส่งเข้าโรงงานแปรรูป&amp;nbsp;ซึ่งสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี&amp;nbsp;ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้ดำเนินงานด้านลดปริมาณการนำเข้าหัวพันธุ์มันฝรั่ง&amp;nbsp;ด้วยการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งหลักปีละ&amp;nbsp;400,000&amp;nbsp;หัว&amp;nbsp;เพื่อนำไปปลูกขยายเป็นชั้นพันธุ์ขยายและชั้นพันธุ์รับรอง&amp;nbsp;ปีละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ร่วมกับการดำเนินโครงการกระจายพืชพันธุ์ดีสู่กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อการกระจายหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพสู่กลุ่มเกษตรกรและบริษัทแปรรูปมันฝรั่งในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อลดต้นทุนการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งในชั้นพันธุ์หลักให้ได้อย่างน้อยร้อยละ&amp;nbsp;40&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงานโครงการปรับปรุงพันธุ์และพัฒนาพันธุ์มันฝรั่งให้ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียวด้วยการผสมข้ามมันฝรั่งจากศูนย์มันฝรั่งระหว่างประเทศ&amp;nbsp;ประเทศเปรู&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;กับพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตรที่ให้ผลผลิตสูง&amp;nbsp;และพันธุ์ที่มีลักษณะที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง&amp;nbsp;คัดเลือกจนได้สายต้นมันฝรั่งที่ต้านทานโรคเหี่ยวเขียว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;สายต้น&amp;nbsp;โดยจะคัดพันธุ์ให้เหลืออย่างน้อย&amp;nbsp;6-8&amp;nbsp;สายพันธุ์&amp;nbsp;ไปปลูกเปรียบเทียบในแปลงวิจัย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฤดูกาลปลูก&amp;nbsp;คาดว่าจะเสนอเป็นพันธุ์แนะนำ&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2567&amp;nbsp;ได้อย่างน้อย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พันธุ์ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้ได้พันธุ์มันฝรั่งสำหรับแปรรูปที่ต้านทานต่อโรคเหี่ยวเขียว&amp;nbsp;ให้ผลผลิตต่อไร่สูง&amp;nbsp;สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้และมีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324184914687</Link_News></row>
<row _id="661"><NewsTitle>นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ ตรวจเยี่ยมโครงการอารยเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง อารยเกษตรตาเนาะแมเราะ สร้างนวัตกรเกษตรกรรม ร้อยรัดวัฒนธรรมชายแดนใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;อำเภอเบตง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;พลโท&amp;nbsp;สมบัติ&amp;nbsp;ธัญญะวัน&amp;nbsp;นายทหารปฏิบัติการพิเศษ&amp;nbsp;สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์&amp;nbsp;เป็นประธานโครงการตรวจเยี่ยมโครงการอารยเกษตร&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&amp;nbsp;อารยเกษตรตาเนาะแมเราะ&amp;nbsp;สร้างนวัตกรเกษตรกรรม&amp;nbsp;ร้อยรัดวัฒนธรรมชายแดนใต้&amp;nbsp;โดยมีพันจ่าโท&amp;nbsp;อนันต์&amp;nbsp;บุญสำราญ&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ดร.วิวัฒน์&amp;nbsp;ศัลยกำธร&amp;nbsp;นายกสมาคมดินโลก&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดร.พัฒนะ&amp;nbsp;พัฒนทวีดล&amp;nbsp;รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน&amp;nbsp;คณะผู้บริหารสถานศึกษา&amp;nbsp;คณะครูนักเรียน&amp;nbsp;และผู้ปกครองนักเรียน&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลโท&amp;nbsp;สมบัติ&amp;nbsp;ธัญญะวัน&amp;nbsp;นายทหารปฏิบัติการพิเศษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;อารยเกษตร&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&amp;nbsp;เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;904&amp;nbsp;วปร.&amp;nbsp;และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;ที่มุ่งเน้นให้สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนโดยการประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;นำมาประยุกต์แบบชาวบ้าน&amp;nbsp;ปั้นโคก&amp;nbsp;ขุดหนอง&amp;nbsp;และทำนา&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก&amp;nbsp;และสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่&amp;nbsp;โดยปรับเปลี่ยนพื้นฐาน&amp;nbsp;แนวความคิด&amp;nbsp;ฝึกวินัย&amp;nbsp;ลงมือปฏิบัติ&amp;nbsp;แก้ปัญหาจริงในท้องถิ่นสู่การเรียนรู้ในสถานศึกษา&amp;nbsp;ให้เกิดผลในมิติต่างๆ&amp;nbsp;ทางด้านการพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp;มีความกตัญญู&amp;nbsp;การพัฒนาจิตใจ&amp;nbsp;การพัฒนาทางปัญญา&amp;nbsp;รวมทั้งสามารถเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อารยเกษตร&amp;nbsp;จะเป็นต้นแบบตัวอย่างของความสำเร็จ&lt;/strong&gt;ทางด้านรูปธรรมและนามธรรม&amp;nbsp;โดยน้อมนำองค์ความรู้&amp;nbsp;ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ตลอดจนคุณธรรม&amp;nbsp;จากการได้ลงมือ&amp;nbsp;ลงใจศึกษา&amp;nbsp;และนำมาปฏิบัติด้วยตนเองจนเกิดผลตามแนวทางพระราชทานอารยเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ&amp;nbsp;พร้อมทุ่มเทแรงกาย&amp;nbsp;แรงใจ&amp;nbsp;ร่วมกันดำเนินงานโครงการ&amp;nbsp;อารยเกษตร&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;ต่อยอด&amp;nbsp;ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงด้วย&amp;nbsp;โคก&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;นา&amp;nbsp;แห่งน้ำใจและความหวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;เพื่อสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี&amp;nbsp;มีความกตัญญู&amp;nbsp;และเป็นกำลังในการพัฒนาชาติสืบไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สวท.เบตง จ.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324153518556</Link_News></row>
<row _id="662"><NewsTitle>กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส แปรรูป "ลูกหยีแห่งเทือกเขาบูโด" วางรากฐานความสุขจากครอบครัวสู่ชุมชน ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ชุมชนนากอ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลจอเบาะ&amp;nbsp;อำเภอยี่งอ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เดิมทำสวนยางพารา&amp;nbsp;และรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp;ในช่วงปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;เกษตรกรประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ&amp;nbsp;มีรายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp;จึงรวมกลุ่มกันเพื่อหาอาชีพเสริมให้กับครัวเรือน&amp;nbsp;โดยจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;ชื่อว่า&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;แรกเริ่มมีสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;มีสมาชิก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมีนางอรุณี&amp;nbsp;ยะโย&amp;nbsp;เป็นประธานกลุ่ม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้วยนางอรุณี&amp;nbsp;มีพื้นเพเดิมเป็นชาวจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;เดินทางไปกลับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ชุมพร&amp;nbsp;บ่อยครั้ง&amp;nbsp;ระหว่างทางพบว่าสินค้าเกษตรแปรรูป&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลูกหยี&amp;nbsp;ส้มแขก&amp;nbsp;ลองกอง&amp;nbsp;เงาะ&amp;nbsp;กล้วย&amp;nbsp;มีการวางจำหน่ายในร้านของฝากตลอดเส้นทาง&amp;nbsp;จึงกลับมาปรึกษากับสมาชิกกลุ่มว่าในหมู่บ้านว่ามีวัตถุดิบดังกล่าวในพื้นที่เช่นกัน&amp;nbsp;น่าจะนำมาพัฒนาแปรรูปเสริมรายได้ให้กับสมาชิกได้&amp;nbsp;จึงเริ่มต้นหาความรู้จากแหล่งต่างๆ&amp;nbsp;โดยมีสำนักงานเกษตรอำเภอยี่งอเป็นพี่เลี้ยงให้ความรู้&amp;nbsp;ทดลองแปรรูปลูกหยี&amp;nbsp;เพราะเห็นว่า&amp;nbsp;ลูกหยีมีมากในชุมซน&amp;nbsp;เรียกว่า&amp;nbsp;"ลูกหยีแห่งเทือกเขาบูโด"&amp;nbsp;ทำให้ต้นทุนในการผลิตไม่สูงนัก&amp;nbsp;และเป็นพืชเอกลักษณ์ประจำถิ่น&amp;nbsp;แรกเริ่มผลิตสินค้าออกมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ลูกหยีฉาบและลูกหยีเคลือบน้ำตาล&amp;nbsp;พัฒนาจนกระทั่งสามารถจำหน่าย&amp;nbsp;เพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกเป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอรุณี&amp;nbsp;ยะโย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;หลักการดำเนินงานของกลุ่มคือ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เสนอและส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ&amp;nbsp;เหมาะสมกับวิถีชีวิต&amp;nbsp;ให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;และอนุรักษ์ไม้ถิ่นชุมชน&amp;nbsp;ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;ไม่ต้องไปรับจ้างงานภายนอกชุมชน&amp;nbsp;ส่งผลให้ครอบครัวมีความอบอุ่น&amp;nbsp;ชุมชนอยู่ดีกินดีมีเงินออม&amp;nbsp;เยาวชนมีรายได้เสริมจากการรับจ้างช่วงปิดภาคเรียน&amp;nbsp;รู้คุณค่าของเงิน&amp;nbsp;ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;มีทรัพยากรของกลุ่มที่เป็นจุดเด่นในพื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;"ต้นหยี"&amp;nbsp;และมี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;"ฝายโต๊ะแก"&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ก่อเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ตามคำขวัญที่ว่า&amp;nbsp;"รักบ้านเกิดเที่ยวบ้านเกิด..เที่ยวชุมชนธรรมชาติฝายโต๊ะแก&amp;nbsp;ต้นหยี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ไม้ถิ่นแห่งเทือกเขาบูโด"&amp;nbsp;และ"กินผลไม้&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;กินลูกหยีบูโด"&amp;nbsp;นั่นเอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอรุณี&amp;nbsp;ยะโย&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม&lt;/strong&gt;ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ&amp;nbsp;และมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบตามความชอบและความถนัด&amp;nbsp;มีกฎระเบียบชัดเจน&amp;nbsp;มีการออมทรัพย์&amp;nbsp;และจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก&amp;nbsp;และส่งเสริมให้สมาชิกศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มีหน่วยงานเข้ามาบูรณาการและสนับสนุนงบประมาณพัฒนาเป็นสินค้า&amp;nbsp;OTOP&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จากลูกหยีบูโด&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความนิยมและเป็นสินค้าที่มียอดขายดีมาก&amp;nbsp;เนื่องจากมีรสชาติอร่อย&amp;nbsp;กลมกล่อม&amp;nbsp;มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์&amp;nbsp;เป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของลูกหยีจากเทือกเขาบูโด&amp;nbsp;บรรจุภัณฑ์สวยงามสะดุดตา&amp;nbsp;สะอาด&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;ได้คุณค่าจากสารอาหาร&amp;nbsp;มีเครื่องหมายมาตรฐานรองรับ&amp;nbsp;เหมาะเป็นของซื้อของฝากได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;"วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรบ้านนากอ"&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเงินทุนเวียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;667,273&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ต่อมาในปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เกิดการระบาดของโรค&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กลุ่มมียอดจำหน่ายลดลง&amp;nbsp;จึงนำผลไม้ที่มีอยู่ในชุมชน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;กล้วยขนุน&amp;nbsp;(กล้วยพันธุ์นากอ)&amp;nbsp;ส้มแขก&amp;nbsp;มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;โดยการกวน&amp;nbsp;ฉาบ&amp;nbsp;ตากแห้ง&amp;nbsp;และเพิ่มช่องทางการจำหน่าย&amp;nbsp;โดยการขายออนไลน์&amp;nbsp;ผ่านการ&amp;nbsp;Live&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เพจ&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;เพื่อให้กลุ่มและสมาชิกมีรายได้อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลายมากถึง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ลูกหยีกวน&amp;nbsp;(ไร้เมล็ด)&amp;nbsp;ลูกหยีกวนน้ำผึ้ง&amp;nbsp;(ไร้เมล็ด)&amp;nbsp;ลูกหยีกวนสามรส&amp;nbsp;(มีเมล็ด)&amp;nbsp;ลูกหยีคลุกน้ำตาล&amp;nbsp;น้ำลูกหยีพร้อมดื่ม&amp;nbsp;ลูกหยีสดไม่แกะเปลือก&amp;nbsp;ลูกหยีสดแกะเปลือกกล้วยอบน้ำผึ้งพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ส้มแขกตากแห้ง&amp;nbsp;น้ำผึ้งแท้เขาบูโด&amp;nbsp;กล้วยฉาบ&amp;nbsp;กล้วยกวน&amp;nbsp;ทุเรียนกวน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;มังคุดกวน&amp;nbsp;มีแผนจะพัฒนายกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุชา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริ&lt;/strong&gt;มและพัฒนาการเกษตรที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ&amp;nbsp;เกิดจากการรวมกลุ่มจากความต้องการของสมาชิก&amp;nbsp;สามารถยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนให้ดีขึ้นทั้ง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มิติ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ด้านสังคม&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ยึดหลักบริหารจัดการกลุ่มตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงไปจนถึงต่อยอดเป็นผู้ประกอบการ&amp;nbsp;มีการนำวัตถุดิบท้องถิ่น&amp;nbsp;มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า&amp;nbsp;และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่าง&amp;nbsp;ก็คือ&amp;nbsp;พยายามอนุรักษ์วิถีชีวิต&lt;/strong&gt;ของชุมชนไว้ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่&amp;nbsp;ต่อยอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น&amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าสมาชิกกลุ่มทุกคนมีการพัฒนาสามารถเป็นวิทยากรให้ความรู้ได้เป็นอย่างดีกลุ่มมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp;จัดสรรสวัสดิการดูแลสมาชิกครอบคลุมตามหลักการบริหารจัดการกลุ่ม&amp;nbsp;สร้างจิตสำนึกและปลูกฝังในการอนุรักษ์ป่าและทรัพยากรของชุมชน&amp;nbsp;ตลอดจนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;น่ายกย่องและชื่นชม&amp;nbsp;กล่าวได้ว่า&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนากอ&amp;nbsp;เป็นรากฐานความสุขจากครอบครัวสู่ชุมชน&amp;nbsp;ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สทท.สงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324155729573</Link_News></row>
<row _id="663"><NewsTitle>กษ.อำนาจเจริญ ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) ครั้งที่ 12565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญวิทย์&amp;nbsp;ธานี&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด&amp;nbsp;(กพร.ปจ.)&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;โดยมีนายธนูสินธ์&amp;nbsp;ไชยสิริ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;และมีคณะอนุกรรมการฯ&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุม&amp;nbsp;พระมงคลมิ่งเมือง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ซึ่งมีประเด็นสำคัญเพื่อทราบและพิจารณาดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ&amp;nbsp;(ฉบับที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;พ.ศ.2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;สถานการณ์แรงงานจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ไตรมาส&amp;nbsp;5&amp;nbsp;(ตุลาคม-ธันวาคม&amp;nbsp;2564)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;สรุปผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;นโยบาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;โครงการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;แนวทางการดำเนินตามแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ทบทวนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2555)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ร่างแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2561-2570&amp;nbsp;(ทบทวนแผนพัฒนากำลังคนจังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2555)&amp;nbsp;มติที่ประชุมเห็นชอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324183840680</Link_News></row>
<row _id="664"><NewsTitle>นายอำเภอด่านขุนทดติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเมธี&amp;nbsp;กาญจนสุนทร&amp;nbsp;นายอำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยมีนายบัญชา&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง&amp;nbsp;สถาบันพระปกเกล้า&amp;nbsp;นายไกรฤกษ์&amp;nbsp;เสียนขุนทด&amp;nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมติดตามตรวจสอบ&amp;nbsp;มีข้อสรุป&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;ผู้แทนโรงงานแจ้งว่าได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากกระบวนการผลิตโดยติดตั้งระบบก๊าซ&amp;nbsp;LPG&amp;nbsp;เป็นเชื้อเพลิงเสริมช่วยเผาก๊าซพิษที่รวบรวมจากบ่อบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;และติดตั้ง&amp;nbsp;Sensor&amp;nbsp;ตรวจจับความร้อนบริเวณปล่องเตาเผา&amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ก่อนครบกำหนดสิ้นสุดระยะเวลาปรับปรุงแก้ไขในวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาดแจ้งว่าได้เข้าตรวจสอบหลังจากที่โรงงานปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จแล้ว&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;แจ้งว่าได้ออกคำสั่งให้โรงงานปรับปรุงแก้ไขและครบกำหนดคำสั่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงเข้าติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบว่ายังก่อให้เกิดผลกระทบและจะออกคำสั่งแจ้งให้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทดแจ้งว่าได้สำรวจผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาแจ้งว่าได้ประสานแพทย์เฉพาะทางให้มาตรวจสุขภาพของประชาชนกลุ่มที่มีความเสี่ยงในช่วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;5.&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;นำเสนอผลการตรวจวัดก๊าซอันตราย&amp;nbsp;โดยบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงาน&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตรวจพบก๊าซอันตราย&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;และตรวจสอบบริเวณชุมชนบ้านปราสาทใต้&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบก๊าซอันตราย&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่ตรวจพบในโรงงาน&amp;nbsp;และจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามีก๊าซอันตราย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิดที่มีค่าความเข้มข้นอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก๊าซ&amp;nbsp;1,3&amp;nbsp;Butadien&amp;nbsp;มีค่าระหว่าง&amp;nbsp;3.37&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.4&amp;nbsp;ppm&amp;nbsp;มีแนวโน้มเกินค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชั่วโมงที่กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ppm&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก๊าซ&amp;nbsp;Anilien&amp;nbsp;มีค่าระหว่าง&amp;nbsp;1.56&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.86&amp;nbsp;ppm&amp;nbsp;มีค่าอยู่ในระดับที่จะต้องอพยพประชาชนถ้าสัมผัสนานเกินกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;(กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;ppm)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ก๊าซ&amp;nbsp;Acrolein&amp;nbsp;มีค่าระหว่าง&amp;nbsp;1.18&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.36&amp;nbsp;ppm&amp;nbsp;แนวโน้มเกินค่ามาตรฐานในสถานที่ทำงาน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชั่วโมงที่กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&amp;nbsp;0.1&amp;nbsp;ppm&amp;nbsp;มีค่าอยู่ในระดับที่จะต้องอพยพประชาชนถ้าสัมผัสนานเกินกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;(กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&amp;nbsp;0.44&amp;nbsp;ppm)&amp;nbsp;และมีค่าอยู่ในระดับที่อาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตถ้าสัมผัสนานกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;(กำหนดให้มีค่าไม่เกิน&amp;nbsp;0.48&amp;nbsp;ppm)&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จะส่งผลการตรวจวัดก๊าซ&lt;/strong&gt;อันตรายดังกล่าว&amp;nbsp;ให้จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&amp;nbsp;ให้พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185704703</Link_News></row>
<row _id="665"><NewsTitle>ภาคีหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;ร่วมกับ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ&amp;nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&amp;nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;205&amp;nbsp;หน้าสถานีตำรวจภูธรพระทองคำ&amp;nbsp;อำเภอพระทองคำ&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&amp;nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการ&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จำนวน&amp;nbsp;86&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;แบ่งออกเป็น&amp;nbsp;รถตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2522&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;32&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และรถตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;54&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,296&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;196&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324185816704</Link_News></row>
<row _id="666"><NewsTitle>ศูนย์หม่อนไหมฯขอนแก่น ร่วมจัดนิทรรศการ ในงาน Field Day ที่ ศพก. (เครือข่าย) บ้านดงกล้วย หมู่ที่ 4 ต.นาจำปา อ.ดอนจาน จ.กาฬสินธุ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวจิราลักษณ์&amp;nbsp;ปรีดี&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;อมรรัตน์&amp;nbsp;โวหาร&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;นางสาวนิตยา&amp;nbsp;แก่นหามูล&amp;nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสุคนธ์&amp;nbsp;นรนิล&amp;nbsp;คนงานทดลองการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรผสมผสาน(เครือข่าย)&amp;nbsp;บ้านดงกล้วย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.นาจำปา&amp;nbsp;อ.ดอนจาน&amp;nbsp;จ.กาฬสินธุ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่&lt;/strong&gt;โดยใช้เทคโนโลยี&amp;nbsp;และภูมิปัญญาที่เหมาะสมกับพื้นที่&amp;nbsp;เกษตรกรได้รับความรู้และเทคโนโลยีในการผลิต&amp;nbsp;ช่องทางการตลาด&amp;nbsp;และแหล่งข้อมูลการเลือก&amp;nbsp;พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากเกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ&amp;nbsp;ขอนแก่น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ร่วมจัดนิทรรศการ&amp;nbsp;บริการให้ความรู้ด้านวิชาการหม่อนไหม&amp;nbsp;การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม&amp;nbsp;การทำสบู่โปรตีนไหม&amp;nbsp;การทำชาใบหม่อน&amp;nbsp;และให้บริการน้ำลูกหม่อน&amp;nbsp;น้ำชาใบหม่อนกับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน&amp;nbsp;ซึ่งมีผู้มารับบริการกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ขอนแก่น</Province><Department>สวท.ขอนแก่น</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193419751</Link_News></row>
<row _id="667"><NewsTitle>เกษตรกรกระทุ้งรัฐแก้ปัญหาข้าวโพดด่วน เร่งตรวจสต๊อกป้องกักตุน หลังราคาปรับเพิ่มต่อเนื่อง แต่ประโยชน์ไม่ตกถึงเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;การประชุมแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อหารือแนวทางการผ่อนปรนมาตรการ 3 : 1 (ต้องรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน จึงจะนำเข้าข้าวสาลีจากเดิมหากนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนได้) เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565 ที่มีกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นโต้โผนัดหารือผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ สุกร สมาคมโรงงานอาหารสัตว์ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง มีมติเห็นควรให้ผ่อนคลายมาตรการ 3 ต่อ 1 เป็นไม่มีการกำหนดสัดส่วนเป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถช่วยลดภาระราคาอาหารสัตว์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กระทั่งการประชุมล่าสุดระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง ผู้เลี้ยงสัตว์ และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยมีอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานการประชุม แม้ว่ายังไร้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดการผ่อนคลายเงื่อนไข แต่ทุกฝ่ายก็เข้าใจถึงสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อย และยินดีที่จะหารือถึงแนวทางการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว บนพื้นฐานข้อมูลที่ยอมรับร่วมกัน เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตและสามารถช่วยลดภาระราคาอาหารสัตว์ได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รายงานข่าวจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการใช้วัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อผสมในสูตรอาหารสัตว์ กล่าวว่า การจำกัดช่วงเวลาในการนำเข้าจะกลายเป็นปัจจัยที่จะทำให้ราคาสินค้าธัญพืชปรับตัวสูงขึ้นไปอีกเมื่อถึงเวลาที่กำหนด เนื่องจากพพ่อค้าคนกลางจะใช้เหตุผลนี้กดดันราคากับภาคผู้ผลิตและเกษตรกรผู้เพาะปลูก ซึ่งภาครัฐควรมองให้ถึงแก่นของปัญหา เพราะขณะนี้สินค้าไม่ได้อยู่ในมือเกษตรกรอีกต่อไป แต่ถูกเก็บไว้โดยพ่อค้าคนกลาง ทำให้ปัจจุบัน (24 มีนาคม) ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับไปอยู่ที่ 13.00 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดโลก และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ใช้ในสูตรอาหารสัตว์มากกว่า 50% ในขณะที่ภาคผู้เลี้ยงมีภาระต้นทุนการเลี้ยงที่ต้องแบกรับมาตลอดอยู่แล้ว เมื่อราคาธัญพืชที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง รวมทั้งข้าวสาลี ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวิกฤตยูเครนและรัสเซีย ที่ผลักดันให้ราคาวัตถุดิบทั่วโลกแพงขึ้น กลายเป็นภาระหนักต่อเกษตรกรปลายทาง ที่สำคัญพ่อค้าวัตถุดิบเห็นช่องทางการทำกำไรในช่วงนี้ จึงอาจมีการกักตุนสินค้าโดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาดมากในช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การเก็บสินค้าตุ้นไว้เพื่อเก็งกำไร ถือเป็นการซ้ำเติมภาคผู้ผลิตและภาคผู้เลี้ยงสัตว์อย่างมาก พ่อค้าคนกลางเพียงแค่ซื้อมาและขายออกไป แทบไม่มีความเสี่ยงใดๆ ในขณะที่ผู้เลี้ยงสัตว์มีต้นทุนให้ต้องแบกรับเป็นจำนวนมาก ทั้งต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่คิดเป็น 70-80% ของต้นทุนการเลี้ยงทั้งหมด ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าการจัดการ ค่าแรงงาน และการป้องกันโรคที่ต้องยกระดับขึ้นซึ่งต้องใช้เงินทุนค่อนข้างสูง การกักตุนผลผลิตข้าวโพด นำไปสู่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นมาก และไม่มีเพดานราคาสูงสุด การเพิ่มขึ้นของราคาเป็นไปอย่างอิสระ ขณะที่ภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยงกลับต้องซื้อสินค้าในราคาที่ภาครัฐประกันรายได้ไว้กับผู้เพาะปลูก แต่กลับขอให้เกษตรกรกรตรึงราคาสินค้าปศุสัตว์เอาไว้ ทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่ เพื่อหวังช่วยเหลือผู้บริโภค โดยลืมคิดไปว่าคนเลี้ยงสัตว์ก็คือประชาชนและผู้บริโภคคนหนึ่งเช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากยังปล่อยให้พ่อค้ากักตุนข้าวโพดไว้เช่นนี้ นอกจากประโยชน์จะไม่ตกถึงเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่ดังที่รัฐบาลมุ่งช่วยเหลือมาตลอดแล้ว ทุกข์หนักจะตกกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่อาจต้องหยุดเลี้ยง หากภาคการผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถทนรับต้นทุนการผลิตที่สูงได้อีกต่อไป ย่อมตัดสินใจเลิกการผลิตอย่างแน่นอน ขอให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบสต๊อกข้าวโพด เพื่อให้เกิดผลเชิงจิตวิทยา ให้พ่อค้าปล่อยสต๊อกออกมาทำให้ราคาสินค้าปรับลดลง"&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สอดคล้องกับ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่ มาโนช ชูทับทิม ที่กล่าวถึงราคาไข่ไก่ที่มีการปรับตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญมาจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพด และข้าวสาลี ที่ขาดแคลนจากสงครามยูเครน ซึ่งทั้งรัสเซียและยูเครน เป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ ปริมาณมากกว่า 30% ของผลผลิตทั้งโลก และต้นทุนในการขนส่งไข่ไก่ยังปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่งผลให้ขณะนี้ต้นทุนการผลิตไข่ไก่ พุ่งสูงถึง 3.10 - 3.24 บาทต่อฟอง เกษตรกรจึงจำเป็นต้องขยับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นเป็น 3.40 บาท คาดว่ายิ่งสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ ก็ยิ่งจะทำให้ราคาไข่ไก่สูงขึ้นไปอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปัญหาราคาข้าวโพดที่สูงขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ คงมีแต่ภาครัฐเท่านั้นที่พอจะช่วยเกษตรกรได้ อย่าให้คนเพียงกลุ่มเดียวได้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้ การปกป้องและดูแลผู้ผลิตและเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม คือทางออกของปัญหานี้ และควรปล่อยราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ในสถานการณ์ที่ต้นทุนการผลิตทั้งหมดต่างปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-right"&gt;โดย กันย์สินี ศตคุณ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324182548676</Link_News></row>
<row _id="668"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ห่วงใยปุ๋ยขาดแคลน สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว&amp;nbsp;ใจความสำคัญว่า&amp;nbsp;ห่วงใยสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน&amp;nbsp;เนื่องจากใกล้เริ่มฤดูการเพาะปลูก&amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;สำรวจปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในสต๊อกและจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอ&amp;nbsp;โดยมอบแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการปุ๋ยว่า&amp;nbsp;ปุ๋ยจะต้องไม่ขาดแคลน&amp;nbsp;รัฐบาลต้องหาปุ๋ยเพิ่มเติมจากต่างประเทศเข้ามาให้เพียงพอ&amp;nbsp;ราคาปุ๋ยต้องเป็นราคาที่เกษตรกรสามารถรับภาระได้&amp;nbsp;และรัฐบาลจะหาแหล่งสินเชื่อให้กับเกษตรกรรายย่อย&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรรับผิดชอบตามราคาจริงที่ยอมรับได้&amp;nbsp;รัฐบาลกำหนดให้มีระยะเวลาผ่อนผันที่เกษตรกรไม่ต้องจ่ายต้นอย่างน้อย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ประกอบกับรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระด้านดอกเบี้ยแทนเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งได้กำชับว่าการดำเนินการตามมาตรการนี้&amp;nbsp;จะต้องไม่เปิดโอกาสให้มีบุคคล&amp;nbsp;หรือกลุ่มใดเข้ามาหาผลประโยชน์&amp;nbsp;หรือนำเข้าปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทั้งเรื่องปุ๋ยและพลังงานที่ราคาแพงขึ้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง&amp;nbsp;สำนักงบประมาณและกระทรวงการต่างประเทศ&amp;nbsp;ประสานงานกับต่างประเทศว่าจะสามารถให้การสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp;ควบคู่กับการดูแลการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรและผลไม้&amp;nbsp;ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัยและเตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรอินทรีย์ในอนาคต&amp;nbsp;ซึ่งต้องเร่งวิจัยพัฒนาปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพมาใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324190156710</Link_News></row>
<row _id="669"><NewsTitle>ติดตามการตรวจรถยนต์ควันดำตามมาตรการลดฝุ่น PM2.5 พบรถควันดำเพิ่มขึ้น เตรียมแผนตรวจจับเข้มข้นและห้ามใช้รถทันที</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายธีรภัทร&amp;nbsp;ประยูรสิทธิ&amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ในฐานะประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานร่วมของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดตรวจรถยนต์ควันดำ&amp;nbsp;บริเวณถนนพุทธมณฑลสาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เขตทวีวัฒนา&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการ&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;และนโยบายของรัฐบาลที่เข้มงวดการตรวจจับรถควันดำ&amp;nbsp;ตรวจจับ&amp;nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&amp;nbsp;และบังคับใช้บทลงโทษสูงสุด&amp;nbsp;เพื่อลดฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ?&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณ&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ในประเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ส่วนใหญ่อยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;โดยสถานีตรวจวัดของ&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;ร่วมกับ?&amp;nbsp;?กทม.&amp;nbsp;ตรวจวัดได้&amp;nbsp;11&amp;nbsp;-&amp;nbsp;32&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ภาพรวมการตั้งจุดสกัดรถยนต์ควันดำ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั่วประเทศ&amp;nbsp;ตรวจสอบสะสมจำนวน&amp;nbsp;219,977&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;41,019&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ห้ามใช้สะสม&amp;nbsp;1,692&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;จากสถิติในภาพรวมพบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานประมาณร้อยละ&amp;nbsp;18&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับจุดตรวจรถยนต์ควันดำในพื้นที่เขตทวีวัฒนาครั้งนี้&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เป็นการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองบังคับการตำรวจจราจร&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;และตรวจสอบรถยนต์ที่สัญจรไปมาบริเวณหน้าถนนพุทธมณฑลสาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตรวจสอบจำนวน&amp;nbsp;34&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;โดยมีรถบรรทุกเล็ก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คันได้รับใบสั่งควันดำไปแล้ว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ครั้งนี้ถูกตรวจพบเป็นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เจ้าของรถแจ้งว่ากำลังอยู่ในระหว่างการเตรียมซ่อมตามกำหนดเวลาที่ให้ไว้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ซึ่งกรมควบคุมมลพิษจะได้ติดตามการซ่อมบำรุงรถที่ได้รับใบสั่งไปแล้ว&amp;nbsp;หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาจะห้ามใช้รถยนต์ทันที&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ขอความร่วมมือเจ้าของยานพาหนะทุกคน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ให้ตรวจและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ตามรอบที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จะได้ช่วยกันลดมลพิษทางอากาศที่มีผลเสียต่อสุขภาพและในระยะต่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปตรวจควันดำรถบรรทุกขนาดใหญ่และเล็กที่ศูนย์ขนส่งสินค้าชานเมืองทุกจุด&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324192854742</Link_News></row>
<row _id="670"><NewsTitle>อำเภอยางชุมน้อย  ดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธรรมศักดิ์&amp;nbsp;สว่างวงษ์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รักษาราชการแทน&amp;nbsp;นายอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;พร้อมด้วยพัฒนาการอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;เกษตรอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;ครูศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอยางชุมน้อย&amp;nbsp;ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางชุมใหญ่&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลยางชุมใหญ่&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมกันออกเคาะประตูครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;(สงเคราะห์ทั้งหมด)&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(ศจพ.)&amp;nbsp;ในระดับพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลยางชุมใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193610754</Link_News></row>
<row _id="671"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 2 จังหวัดสุรินทร์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ไตรมาสที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตร&amp;nbsp;ได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกัน&amp;nbsp;ระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตร&amp;nbsp;เสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;ประยงค์หอม&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;พร้อมหัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับจังหวัดและระดับอำเภอร่วมเป็นเกียรติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดให้จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ไตรมาสละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย&amp;nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่การฝึกอบรมอาชีพระยะสั้น&amp;nbsp;การให้บริการของหน่วยงานในสังกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์/และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งสิ้นจำนวน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;คลินิก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จาก&amp;nbsp;25&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรเข้ารับบริการทางการเกษตรประมาณ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ส่วนราชการในจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;เทศบาลตำบลเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&amp;nbsp;ส่วนราชการและผู้นำชุมชนในอำเภอเขวาสินรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193008745</Link_News></row>
<row _id="672"><NewsTitle>ศรีสะเกษออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ( พอ.สว.) และบริการจังหวัดเคลื่อนที่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดศรีสะเกษออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;(พอ.สว.)&amp;nbsp;และบริการจังหวัดเคลื่อนที่ในพื้นที่ห่างไกลพร้อมเข้าไปรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในอำเภอเมืองจันทร์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่โรงเรียนบ้านวรคุณอุปถัมภ์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลหนองใหญ่&amp;nbsp;อำเภอเมืองจันทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพแก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp;ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp;ผู้พิการและยากไร้&amp;nbsp;อีกทั้งยังบูรณาการนำส่วนราชการออกหน่วยบริการจังหวัดเคลื่อนที่&amp;nbsp;ช่วยลดภาระค่าใช้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางติดต่อราชการถึงอำเภอหรือจังหวัด&amp;nbsp;โอกาสนี้&amp;nbsp;ยุติธรรมจังหวัด&amp;nbsp;ได้มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากคดีจราจร&amp;nbsp;การมอบยาสามัญประจำบ้าน&amp;nbsp;การมอบถุงยังชีพ&amp;nbsp;ตลอดจนมอบไม้เท้าแก่ผู้สูงอายุอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สำหรับปัญหาความต้องการที่อยากให้จังหวัดแก้ไขเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;คือ&amp;nbsp;ขุดลอกคลองโนนใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำบลหนองใหญ่&amp;nbsp;ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;บ้านอลาง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลหนองใหญ่&amp;nbsp;ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp;บานเขวา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลหนองใหญ่&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านหนองแคน&amp;nbsp;หมูที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลเมืองจันทร์&amp;nbsp;ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ&amp;nbsp;ไม่สะดวกแก่การสัญจรไปมา&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ขนส่งสินค้าเกษตรกร&amp;nbsp;จึงอยากให้ปรับปรุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;(พอ.สว.)&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;พระราชทานพระราชานุญาต&amp;nbsp;จากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp;ให้เป็นจังหวัด&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;ลำดับที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;พ.ศ.2513&amp;nbsp;วัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือและรักษาโรคแก่ประชาชนในถิ่นห่างไกลและทุรกันดาร&amp;nbsp;การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่&amp;nbsp;พอ.สว.&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;nbsp;และร่วมเทิดพระเกียรติ&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(32,&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;34);"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ&amp;nbsp;เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์&amp;nbsp;อัครราชกุมารี&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&lt;/span&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(32,&amp;nbsp;33,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;องค์ประธานกิตติมศักดิ์&amp;nbsp;มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี&amp;nbsp;ที่ทรงมุ่งบำบัดทุกข์&amp;nbsp;บำรุงสุขแก่ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ&amp;nbsp;ได้เข้าถึงบริการทางด้านการแพทย์&amp;nbsp;และสาธารณสุขอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324193449752</Link_News></row>
<row _id="673"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2565 ณ โรงเรียนสินรินทร์วิทยา อำเภอเขวาสินรินทร์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(234,&amp;nbsp;67,&amp;nbsp;53);"&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&lt;/span&gt;&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;นายอำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนชาวสุรินทร์&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนสินรินทร์วิทยา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;อำเภอเขวาสินรินทร์&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(234,&amp;nbsp;67,&amp;nbsp;53);"&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;เป็นการนำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานในจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ทั้งสิ้นจำนวนกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแจกพันธุ์ไม้&amp;nbsp;การแจกพันธุ์ปลา&amp;nbsp;การสาธิต&amp;nbsp;การใช้โซลาร์เซลในครัวเรือน&amp;nbsp;การบริการความรู้ด้านต่างๆ&amp;nbsp;ของหน่วยงานในจังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324204623775</Link_News></row>
<row _id="674"><NewsTitle>รมช.คมนาคมมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยจากโรคลัมปีสกินในโค-กระบือ พร้อมมอบโค โครงการธนาคารโค - กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้(24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ดร.อธิรัฐ&amp;nbsp;รัตนเศรษฐ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยจากโรคลัมปีสกินในโค-กระบือ&amp;nbsp;พร้อมมอบโค&amp;nbsp;ซึ่งได้รับสนับสนุนจากกรมปศุสัตว์&amp;nbsp;ให้เกษตรกรยืมเพื่อการผลิต&amp;nbsp;ตามโครงการธนาคารโค-กระบือ&amp;nbsp;เพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายพศวีร์&amp;nbsp;สมใจ&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา,&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ธนาคาร&amp;nbsp;ธ.ก.ส.,&amp;nbsp;อาสาสมัครปศุสัตว์&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ&amp;nbsp;ร่วมเป็นเกียรติในพิธี&amp;nbsp;โดยมอบให้เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.โนนแดง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;57&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เงินเยียวยา&amp;nbsp;768,500&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.เมืองยาง&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;118&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เงินเยียวยา&amp;nbsp;2,823,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมอบโค&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ลำทะเมนชัย&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;108&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เงินเยียวยา&amp;nbsp;2,279,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมอบโค&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ให้เกษตรกร&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-24T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220324212541785</Link_News></row>
<row _id="675"><NewsTitle>เกษตรยะลา ให้ความรู้"โรคเหี่ยวกล้วย" งาน Field Day  เริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;เกษตรยะลา&amp;nbsp;จัดนิทรรศการวิชาการให้ความรู้&amp;nbsp;"โรคเหี่ยวกล้วย"&amp;nbsp;&lt;strong&gt;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;ออกหน่วยบริการคลินิกพืช&amp;nbsp;จัดนิทรรศการวิชาการโรคเหี่ยวกล้วย&amp;nbsp;เพื่อให้ความรู้คำแนะนำการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวกล้วย&amp;nbsp;โดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;รวมทั้งการผลิตขยายเชื้อบีเอส&amp;nbsp;เพื่อใช้ในแปลงกล้วย&amp;nbsp;แก่เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ที่สนใจเข้าเรียนรู้&amp;nbsp;เพื่อนำไปปฏิบัติในแปลง&amp;nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอกาบัง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลบาละ&amp;nbsp;อำเภอกาบัง&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;ซึ่งมีนายอัมรันท์&amp;nbsp;บากา&amp;nbsp;นายอำเภอกาบัง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325090310807</Link_News></row>
<row _id="676"><NewsTitle>การยางแห่งประเทศไทย เดินหน้าชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการยาง - สถาบันเกษตรกรฯ วงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมเปิดยื่นคำขอแล้ว ตั้งแต่ 1 เม.ย. นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;รัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยในอัตราตามที่จ่ายจริง&amp;nbsp;แต่ไม่เกินร้อยละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต่อปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ระยะเวลาโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(ไม่เกิน&amp;nbsp;ธันวาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;วงเงินกู้รวมทั้งโครงการไม่เกิน&amp;nbsp;20,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนผลผลิต&amp;nbsp;ช่วยดูดซับยางพาราออกจากระบบมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผู้ประกอบการในลักษณะหมุนเวียน&amp;nbsp;เสริมสร้างศักยภาพโครงสร้างอุตสาหกรรมยาง&amp;nbsp;พร้อมแข่งขันทั้งภายในและต่างประเทศในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องรับซื้อยางในราคาเฉลี่ยรายเดือนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;ราคาประกาศเฉลี่ยของการยางแห่งประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยางดังกล่าว&amp;nbsp;ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบกิจการยางรายใหญ่ที่สามารถเข้าร่วมโครงการเท่านั้น&amp;nbsp;แต่มุ่งหวังให้ผู้ประกอบกิจการยางรายย่อย&amp;nbsp;โดยเฉพาะสถาบันเกษตรกรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดเข้าก็สามารถร่วมโครงการได้เช่นกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจจะร่วมโครงการดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถส่งคําขอพร้อมเอกสารมาที่&amp;nbsp;ฝ่ายอุตสาหกรรมยาง&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;หรือสามารถยื่นเอกสารด้วยตัวเองในวันและเวลาราชการ&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;โดยจะต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกอบกิจการยาง&amp;nbsp;(ยางแห้ง)&amp;nbsp;ที่ซื้อยางมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตยางแท่ง&amp;nbsp;ยางแผ่นรมควัน&amp;nbsp;ยางแผ่นผึ่งแห้ง&amp;nbsp;ยางเครป&amp;nbsp;ยางคอมปาวด์&amp;nbsp;ยางผสม&amp;nbsp;ยางสกิม&amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการดําเนินการรวบรวมผลผลิตเพื่อจําหน่าย&amp;nbsp;เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตค้ายาง&amp;nbsp;ใบอนุญาตตั้งโรงทํายางตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;และมีการรายงานข้อมูลบัญชียางให้กับกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;นอกจากนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน&amp;nbsp;(รง.4)&amp;nbsp;ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม&amp;nbsp;หรือหนังสือรับรองจากสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในจังหวัดที่โรงงานตั้งอยู่&amp;nbsp;(แล้วแต่กรณี)&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ประกอบกิจการยางซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย&amp;nbsp;และมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นมากกว่า&amp;nbsp;50%&amp;nbsp;ของทุนจดทะเบียน&amp;nbsp;และสามารถขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้โดยที่สถาบันการเงินนั้นๆ&amp;nbsp;รับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ&amp;nbsp;เมื่อผู้ประกอบการยื่นคำขอเพื่อเข้าร่วมโครงการแล้ว&amp;nbsp;คณะกรรมการบริหาร&amp;nbsp;จะเป็นผู้พิจารณากําหนดวงเงินจัดสรรของผู้ประกอบกิจการยาง&amp;nbsp;โดยพิจารณาจากข้อมูลบัญชีการซื้อยางตามแบบยาง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กําหนดให้วงเงินจัดสรรไม่เกินมูลค่าซื้อยางเฉลี่ยรายเดือนที่ใช้ซื้อจริงในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;และไม่เกิน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp;จากนั้นคณะกรรมการบริหารโครงการพิจารณาอนุมัติเงินชดเชยดอกเบี้ยของผู้เข้าร่วมโครงการ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325104058855</Link_News></row>
<row _id="677"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ กทม. และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวลดลงจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ทำให้ทุกพื้นที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325092446815</Link_News></row>
<row _id="678"><NewsTitle>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตก ส่วนตอนบนของประเทศฝนลดลง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตก&amp;nbsp;ส่วนตอนบนของประเทศฝนลดลง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;67&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นราธิวาส&amp;nbsp;104&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสกลนคร&amp;nbsp;74&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,713&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,804&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325092210814</Link_News></row>
<row _id="679"><NewsTitle>หนุนสหกรณ์ต่อยอดผลักดันสมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สร้างรายได้ต่อไร่ดีกว่าปลูกข้าว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอัชฌา&amp;nbsp;สุวรรณนิตย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ตำบลบ้านหม้อ&amp;nbsp;อำเภอพิชัย&amp;nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ได้ลงมือปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังมาเป็นข้าวโพดหลังนา&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เดิมเกษตรกรปลูกข้าวได้กำไร&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บาทต่อไร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เมื่อเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดทำให้ได้กำไรเพิ่มเป็น&amp;nbsp;4,170&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายผล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสหกรณ์หลายแห่งมองข้าวโพดเป็นพืชทางเลือกใหม่&amp;nbsp;จึงมีสมาชิกสหกรณ์หันมาปลูกข้าวโพดในฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เฉพาะที่อุตรดิตถ์จาก&amp;nbsp;2,300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;10,130&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์สงครามทั้งยูเครนและเมียนมาร์กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;จึงเชื่อว่าจะจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเกษตรกรที่ปรับจากการปลูกข้าวนาปรังมาปลูกข้าวโพดหลังนา&amp;nbsp;แม้จะไม่มากหากเปรียบเทียบกับความต้องการในประเทศที่มีประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ประเทศไทยผลิตได้เพียง&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ทำให้ข้าวโพดฤดูแล้งสามารถทำรายได้ที่ดีเปรียบเทียบต่อไร่ระหว่างข้าวกับข้าวโพด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;กสส.ประเมินว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากสถานการณ์สงครามที่ยูเครนกระทบต่อการส่งออกพืชทดแทน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวสาลีและที่เมียนมากระทบต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทำให้ในประเทศขาดแคลนกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มทั้งในฤดูและนอกฤดู&amp;nbsp;จากราคาที่จูงใจ&amp;nbsp;ประกอบกับใช้เวลาในการปลูกเพียง&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วันเท่านั้น&amp;nbsp;จึงเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ที่มีธุรกิจรวบรวมข้าวโพดมาช่วยในการรับซื้อและเชื่อมโยงตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325103105843</Link_News></row>
<row _id="680"><NewsTitle>กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนสหกรณ์ต่อยอดผลักดันสมาชิกปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สร้างรายได้ต่อไร่ดีกว่าปลูกข้าว เพราะความต้องการวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ในประเทศปีละ 8 ล้านตัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอัชฌา&amp;nbsp;สุวรรณนิตย์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนาได้ผลเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ที่สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ต.บ้านหม้อ&amp;nbsp;อ.พิชัย&amp;nbsp;จ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;ได้ลงมือปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวนาปรังมาเป็นข้าวโพดหลังนา&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่า&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สหกรณ์ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เดิมเกษตรกรปลูกข้าวได้กำไร&amp;nbsp;1,200&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;เมื่อเปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดทำให้ได้กำไรเพิ่มเป็น&amp;nbsp;4,170&amp;nbsp;บาทต่อไร่&amp;nbsp;จึงได้ส่งเสริมให้มีการขยายผล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบันมีสหกรณ์หลายแห่งมองข้าวโพดเป็นพืชทางเลือกใหม่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงมีสมาชิกสหกรณ์หันมาปลูกข้าวโพดในฤดูแล้งเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;เฉพาะที่อุตรดิตถ์จาก&amp;nbsp;2,300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;10,130&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ประกอบกับสถานการณ์สงครามทั้งยูเครนและเมียนมาร์กระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์&amp;nbsp;ทำให้ราคาเพิ่มสูงขึ้น&amp;nbsp;จึงเชื่อว่าจะจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเกษตรกรที่ปรับจากการปลูกข้าวนาปรังมาปลูกข้าวโพดหลังนา&amp;nbsp;แม้จะไม่มากหากเปรียบเทียบกับความต้องการในประเทศที่มีประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;8&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ประเทศไทยผลิตได้เพียง&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ทำให้ข้าวโพดฤดูแล้งสามารถทำรายได้ที่ดีเปรียบเทียบต่อไร่ระหว่างข้าวกับข้าวโพด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;กสส.ประเมินว่าจากสถานการณ์สงครามที่ยูเครนกระทบต่อการส่งออกพืชทดแทน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าวสาลีและที่เมียนมาร์กระทบต่อการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ทำให้ในประเทศ&amp;nbsp;ขาดแคลนกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;ส่งผลให้ราคาข้าวโพดสูงขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้นเชื่อว่าเกษตรกรจะหันมาปลูกข้าวโพดเพิ่มทั้งในฤดูและนอกฤดู&amp;nbsp;จากราคาที่จูงใจ&amp;nbsp;ประกอบกับใช้เวลาในการปลูกเพียง&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วันเท่านั้น&amp;nbsp;จึงเตรียมความพร้อมในการสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ที่มีธุรกิจรวบรวมข้าวโพดมาช่วยในการรับซื้อและเชื่อมโยงตลาด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102804842</Link_News></row>
<row _id="681"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงต่อเนื่องจากฝนที่ตกลงมา&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงเช่นกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(24&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศเพียง&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;24&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กำแพงเพชร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และชัยนาท&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเกิดขึ้นเบาบางทั้งในและนอกประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;แต่ยังมีพบบ้างเล็กน้อยกระจายบริเวณพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,723&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,836&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,253&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทยมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้พบ&amp;nbsp;387&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเวียดนาม&amp;nbsp;186&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325101926830</Link_News></row>
<row _id="682"><NewsTitle>กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำประจำสัปดาห์ พร้อมสั่งโครงการชลประทานทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำในอ่างฯ&amp;nbsp;รวมกันทั้งสิ้น&amp;nbsp;48,704&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นน้ำใช้การได้&amp;nbsp;24,768&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;เนื่องจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกเป็นระยะๆ&amp;nbsp;ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและในลำน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;ทำให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก&amp;nbsp;ทั้งยังส่งผลดีต่อการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานในพื้นที่ตอนบนพิจารณาปรับลดการระบายน้ำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการประหยัดน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน&amp;nbsp;และสำรองไว้เพื่อการปรับปฏิทินการเพาะปลูกในพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝนปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบทั้ง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;มาตรการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ตรวจสอบอาคารชลประทาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะบานระบายประตูน้ำให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;ให้ควบคุมปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์&amp;nbsp;พร้อมกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325102501831</Link_News></row>
<row _id="683"><NewsTitle>จ.ประจวบฯ ลงนามความร่วมมือโครงการตามพระราชดำริ อุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่ ชุมชนไร้ถัง ป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง&amp;nbsp;ต.ห้วยยาง&amp;nbsp;อ.ทับสะแก&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายคมกริช&amp;nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขัน&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&amp;nbsp;ชุมชนไร้ถัง&amp;nbsp;ภายใต้โครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริและกิจการพิเศษ&amp;nbsp;จัดโดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ&amp;nbsp;มีหัวหน้าหน่วยงานและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;12&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และวนอุทยาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่งในพื้นที่&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ร่วมลงนาม&amp;nbsp;เพื่อขยายผลการบริหารจัดการขยะในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;วนอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;และวนอุทยาน&amp;nbsp;ป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;โดยมีการบรรยายแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&amp;nbsp;ชุมชนไร้ถัง&amp;nbsp;มีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้&amp;nbsp;และมีกิจกรรมสาธิต&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนความรู้การบริหารจัดการขยะและจัดทำแผนปฏิบัติการบริหารจัดการขยะตามแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&amp;nbsp;ชุมชนไร้ถัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคมกริช&amp;nbsp;เจริญพัฒนสมบัติ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จากกรณีที่ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส.ค.64&amp;nbsp;ได้ครบกำหนดสัญญาการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ศูนย์กำจัดขยะรวมของเทศบาลตำบลปราณบุรี&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ภายในศูนย์การทหารราบ&amp;nbsp;ค่ายธนะรัชต์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.เขาน้อย&amp;nbsp;อ.ปราณบุรี&amp;nbsp;ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการบริหารจัดการขยะที่ต้องนำไปกำจัดประมาณวันละ&amp;nbsp;280&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;ในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินงานขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการขยะแบบพลเรือนยุคใหม่&amp;nbsp;ชุมชนไร้ถัง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการประยุกต์ทฤษฎีของสถาบันพระปกเกล้ามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของ&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;โดยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของประชาชน&amp;nbsp;จากเดิมที่เห็นว่าการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัด&amp;nbsp;เปลี่ยนเป็นหน้าที่ของทุกคนในจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการไม่มีถังขยะในชุมชน&amp;nbsp;เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านสังคม&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การต่อต้านสถานที่กำจัดขยะ&amp;nbsp;ประชาชนไม่อยากให้ท้องถิ่นของตัวเองเป็นสถานที่กำจัดขยะของท้องถิ่นอื่น&amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp;องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการกำจัดขยะ&amp;nbsp;และด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติจากการเปลี่ยนระบบนิเวศป่าชายเลน&amp;nbsp;การใช้ป่าสงวนเสื่อมโทรมเป็นสถานที่ทิ้งขยะ&amp;nbsp;หรือก่อสร้างระบบกำจัดขยะที่ไม่ถูกต้อง&amp;nbsp;หรือเกิดมลพิษทางทะเลจากไมโครพลาสติก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การจัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จึงเป็นการนำต้นแบบผลงานโครงการมิติใหม่&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ไร้ถังขยะมาต่อยอดขยายผล&amp;nbsp;สร้างประชาชนให้เป็นพลังของเมืองในการร่วมกันจัดการปัญหาขยะด้วยตนเอง&amp;nbsp;ซึ่งแนวทางชุมชนไร้ถัง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ไม่ทิ้งอะไรไว้&amp;nbsp;ให้เหลือไว้แต่รอยยิ้ม&amp;nbsp;พริ้มใจและความสดใสของธรรมชาติ&amp;nbsp;ใช้วัฒนธรรมนำเทคโนโลยี&amp;nbsp;เปื้อนให้ล้าง&amp;nbsp;เปียกให้ตาก&amp;nbsp;รวบรวมบริจาค&amp;nbsp;ซึ่งความสำเร็จต้องเริ่มจากผู้นำต้องทำก่อน&amp;nbsp;ภายหลังการลงนามความร่วมมือแล้ว&amp;nbsp;คณะทำงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;มิติด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จะตรวจเยี่ยมให้คำแนะนำ&amp;nbsp;ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน&amp;nbsp;และในโอกาสต่อไปจะเชิญหน่วยงานที่ดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรมมาร่วมถอดบทเรียนเพื่อขยายผลไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112517884</Link_News></row>
<row _id="684"><NewsTitle>สคทช. และ BEDO ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ คทช. มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(สคทช.)&amp;nbsp;และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BEDO&amp;nbsp;ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นางรวีวรรณ&amp;nbsp;ภูริเดช&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(สคทช.)&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นางสุวรรณา&amp;nbsp;เตียรถ์สุวรรณ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&amp;nbsp;(BEDO)&amp;nbsp;ได้ร่วมลงนามข้อตกลงการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้มาใช้ประกอบอาชีพหรือพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆของชุมชน&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพในระดับฐานรากในพื้นที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;ให้เป็นประโยชน์และเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;ควบคู่กับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(สคทช.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(สคทช.)&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;BEDO&amp;nbsp;(เบโด้)&amp;nbsp;จะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;ยกระดับสินค้าทางการเกษตร&amp;nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆในท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนและเป็นแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;จึงเป็นความร่วมมือกันกับภาคีที่เข้มแข็งอย่าง&amp;nbsp;BEDO&amp;nbsp;มาสนับสนุนและขับเคลื่อนชุมชนให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพตามโมเดลเศรษฐกิจ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;(การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ&amp;nbsp;เศรษฐกิจหมุนเวียน&amp;nbsp;เศรษฐกิจสีเขียว)&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดการขยายผลทั่วประเทศในปีต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ&amp;nbsp;(สคทช.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;รัฐบาล&amp;nbsp;เน้นให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากที่ดินให้สูงสุดที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อเร่งให้เกิดการดำเนินการและแก้ปัญหาหรือปลดล็อกกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย&amp;nbsp;พร้อมติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการตรวจพิสูจน์สิทธิการครอบครองและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน&amp;nbsp;โดยให้ยึดหลักการใช้ข้อเท็จจริงที่รอบด้านและหลักการการเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ&amp;nbsp;แต่ให้เข้าใช้ประโยชน์ได้ไม่ให้เกิดปัญหาและผลกระทบในอนาคต&amp;nbsp;โดยเฉพาะเน้นการเสริมสร้างพื้นที่ทำกินให้ประชาชนเป็นการตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325112447883</Link_News></row>
<row _id="685"><NewsTitle>จังหวัดระยอง  เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร  ให้บริการแก้ไขปัญหาและถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมารไตรมาสที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวัดมาบข่า&amp;nbsp;(มาบข่าวิทยาคาร)&amp;nbsp;ต.มาบข่า&amp;nbsp;อ.นิคมพัฒนา&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;มีนางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม&amp;nbsp;สำหรับกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง&amp;nbsp;คลินิกสาธารณสุข&amp;nbsp;คลินิกพืชสวน&amp;nbsp;และคลินิกอารักขาพืช&amp;nbsp;และการให้บริการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;สวนพฤกษาศาสตร์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;มีเกษตรกรมาร่วมงานและเข้ารับบริการทางการเกษตรไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325123749908</Link_News></row>
<row _id="686"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบคุณภาพน้ำเน่าเสียในคลองวัดประดู่ว่าเกิดจากสาเหตุใดให้ชัดเจน เพื่อจะได้เร่งแก้ปัญหาให้ตรงจุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดฯ&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมคณะกรรมการและคณะทำงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียคลองวัดประดู่&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามคุณภาพน้ำในคลองวัดประดู่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำรวม&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;วัดแก้วเจริญ&amp;nbsp;ตำบลเหมืองใหม่,วัดประดู่&amp;nbsp;ตำบลวัดประดู่,วัดช่องลมวรรณาราม,คลองปากท่อ&amp;nbsp;ตำบลวัดยางงาม,คลองวันดาว&amp;nbsp;ตำบลวันดาว,สะพานก่อนประตูน้ำ&amp;nbsp;คลองวัดประดู่&amp;nbsp;ตำบลวันดาว,สะพานหลังประตูน้ำ&amp;nbsp;คลองห้วยโรง&amp;nbsp;ตำบลห้วยโรง&amp;nbsp;และฝายทับเทียม&amp;nbsp;ตำบลแพรกหนามแดง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งพบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมและเสื่อมโทรมมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณคลองวัดประดู่และบริเวณหน้าวัดช่องลมวรรณาราม&amp;nbsp;เนื่องจากมีแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์ม,ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์,แบคทีเรีย,และแอมโมเนียไนโตรเจนปะปนอยู่ในน้ำเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ทำให้สภาพน้ำเน่าเสียประชาชนไม่สามารถนำน้ำไปอุปโภคได้&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบสาเหตุของน้ำเน่าเสียว่าเกิดจากมูลสัตว์หรือการทิ้งสิ่งปฎิกูลลงสู่ลำคลอง&amp;nbsp;เพื่อที่จังหวัดจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขได้อย่างตรงจุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;โดยให้จังหวัดทุกจังหวัดเสนอชื่อแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟูเพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามได้เลือกคลองวัดประดู่&amp;nbsp;และได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2563&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันและจะดำเนินการต่อเนื่องให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว&amp;nbsp;โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงคำสั่งจังหวัดฉบับเดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325140434941</Link_News></row>
<row _id="687"><NewsTitle>ชูต้นแบบสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา เชื่อมโยงตลาดพืชผักอินทรีย์ของเกษตรกรรุ่นใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ตำบลแม่ทา&amp;nbsp;อำเภอแม่ออน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;นับว่าเป็นพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;ให้แก่พื้นที่โครงการ&amp;nbsp;คทช.หลายๆ&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้นำไปศึกษาและใช้แนวคิดของชุมชนแห่งนี้ไปปรับใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ&amp;nbsp;เกิดจากความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ความร่วมมือจากชาวแม่ทาและองค์กรทางเศรษฐกิจในชุมชน&amp;nbsp;อย่างสหกรณ์ที่พยายามขับเคลื่อนร่วมกับชุมชนอย่างมีเอกภาพ&amp;nbsp;เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;ระบบสหกรณ์&amp;nbsp;ยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของสมาชิกในชุมชนแห่งนี้&amp;nbsp;ให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;และฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;ให้ช่วยกันขับเคลื่อน&amp;nbsp;ระบบเกษตรและการตลาดอินทรีย์&amp;nbsp;ที่สร้างความปลอดภัยต่อสุขภาพผู้คนในสังคม&amp;nbsp;สร้างความมั่นคงทางรายได้ของคนในชุมชน&amp;nbsp;ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติราชการและวิสัยทัศน์&amp;nbsp;ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ภาคเกษตรมั่นคง&amp;nbsp;เกษตรกรมั่งคั่ง&amp;nbsp;ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับพื้นที่ชุมชนบ้านแม่ทา&amp;nbsp;อำเภอแม่ออน&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในโครงการจัดที่ดินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;มีพื้นที่รับมอบจากกรมป่าไม้&amp;nbsp;2,323&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;1,190&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมพื้นที่&amp;nbsp;7,282&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;อนุญาตให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์&amp;nbsp;1,374&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;2,693&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;5,586&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมสนับสนุน&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;การสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์&amp;nbsp;ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ในโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325141916950</Link_News></row>
<row _id="688"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดระยอง จัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ฯ เติมความรู้ให้เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนวัดมาบข่า&amp;nbsp;ต.มาบข่า&amp;nbsp;อ.นิคมพัฒนา&amp;nbsp;จ.ระยอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชาญนะ&amp;nbsp;เอี่ยมแสง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระบรมราชานุเคราะห์&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(234,&amp;nbsp;67,&amp;nbsp;53);"&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยาม&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;มกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวรายงานวัตถุประสงค์&amp;nbsp;ภายในงานมีการให้บริการคลินิเกษตรเคลื่อนที่ให้คำปรึกษา&amp;nbsp;และความรู้วิเคราะห์&amp;nbsp;วินิจฉัยโรคทั้งพืช&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์พืช&amp;nbsp;และต้นกล้าไม้แจกจ่ายเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางมาริน&amp;nbsp;สมคิด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(234,&amp;nbsp;67,&amp;nbsp;53);"&gt;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยาม&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(77,&amp;nbsp;81,&amp;nbsp;86);"&gt;มกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ดังกล่าว&amp;nbsp;เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;และองค์ความรู้การแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145225966</Link_News></row>
<row _id="689"><NewsTitle>ประมงจังหวัดนครปฐมและคณะกรรมการ FC ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนประมงท้องถิ่น กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำบัวปากท่า อ.บางเลน และเยี่ยมฟาร์มที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชนินทร์&amp;nbsp;แสงรุ่งเรือง&amp;nbsp;ประมงจังหวัดนครปฐม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และคณะกรรมการติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาอาชีพชุมชนประมง&amp;nbsp;ด้านแปรรูปสัตว์น้ำ&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&amp;nbsp;ด้านแปรรูปปลาดุกแดดเดียว&amp;nbsp;บ้านบัวปากท่า&amp;nbsp;ต.บัวปากท่า&amp;nbsp;อ.บางเลน&amp;nbsp;จ.นครปฐม&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กลุ่มได้จัดซื้ออุปกรณ์การบรรจุผลิตภัณฑ์แบบใหม่&amp;nbsp;และพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบพร้อมทาน&amp;nbsp;หวังเพิ่มยอดการจำหน่ายให้กลุ่มปลาแดดเดียว&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องและปรับให้เข้ากับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพการประมง&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดนครปฐม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำเจ้าหน้าที่กลุ่มฯ&amp;nbsp;ร่วมกับประมงอำเภอบางเลน&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหินมูล&amp;nbsp;อำเภอบางเลน&amp;nbsp;ที่ประสบปัญหาภาวะสารปนเปื้อนในกุ้ง&amp;nbsp;จึงเข้าตรวจสอบแนะนำวิธีการเลี้ยงและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพกุ้งด้วยวิธีการที่เหมาะสม&amp;nbsp;และเนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนอาหารเม็ดจึงได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างอาหารเพื่อมาส่งตรวจวิเคราะห์&amp;nbsp;และเข้าตรวจสอบฟาร์มเพาะฟักและอนุบาลกุ้งก้ามกรามในพื้นที่ตำบลห้วยขวาง&amp;nbsp;อำเภอกำแพงแสน&amp;nbsp;เพื่อให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้ารับการประเมินรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะฟักและอนุบาลกุ้งก้ามกราม&amp;nbsp;ตามมาตรฐาน&amp;nbsp;มกษ.7421&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145644968</Link_News></row>
<row _id="690"><NewsTitle>จ.นครปฐม สภาเกษตรฯ ร่วมกับภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย ม.เกษตร จัดโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวกมลชนก&amp;nbsp;สวัสดี&amp;nbsp;นักจัดการงานทั่วไป&amp;nbsp;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครปฐม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับโครงการจัดตั้ง&amp;nbsp;ภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;คณะเกษตรกำแพงแสน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;ในการจัดโครงการนวัตกรรมการแปรรูปนมแพะไร้กลิ่น&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ผศ.ดร.ศศิธร&amp;nbsp;นาคทอง&amp;nbsp;อาจารย์ประจำ&amp;nbsp;โครงการจัดตั้งภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;คณะเกษตร&amp;nbsp;กำแพงแสน&amp;nbsp;ม.เกษตรศาสตร์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ทีมนักวิจัย&amp;nbsp;เป็นวิทยากรบรรยายและสอนการปฏิบัติการแปรรูปนมแพะเป็นชีส&amp;nbsp;(มอสซาเรลล่า)&amp;nbsp;และเนยเหลวสดจากนมแพะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องปฏิบัติการแปรรูป&amp;nbsp;โครงการจัดตั้งภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;คณะเกษตร&amp;nbsp;กำแพงแสน&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์&amp;nbsp;เป้าหมายเกษตรกรจำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งคุณสมบัติของนมแพะที่แตกต่างจากนมวัว&amp;nbsp;คือการย่อยและดูดซึมได้ง่าย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และยังมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับน้ำนมแม่เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้นมวัว&amp;nbsp;เด็กแรกเกิด&amp;nbsp;แม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงที่มีอายุ&amp;nbsp;สัตว์เลี้ยงที่ป่วย&amp;nbsp;และสัตว์เลี้ยงแรกเกิด&amp;nbsp;โดยเทคนิคการที่จะทำให้นมแพะไม่มีกลิ่นสาบ&amp;nbsp;เริ่มจากวัตถุดิบที่ดี&amp;nbsp;คือการจัดการฟาร์มที่ดีอย่างถูกต้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การแยกบริเวณในการรีดนมและการเลี้ยง&amp;nbsp;เกษตรกรได้รับความรู้ในเรื่องเทคนิคการแปรรูปนมแพะที่ไม่ทำให้มีกลิ่นของแพะ&amp;nbsp;และยังได้ลงมือปฏิบัติจริงในการทำเนยเหลวสด&amp;nbsp;และชีส&amp;nbsp;มีความสนใจที่จะนำความรู้ที่ได้ทำเองเพื่อเกิดรายได้แก่ครอบครัว&amp;nbsp;รวมถึงสอบถามในด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์อื่นๆ&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325145941971</Link_News></row>
<row _id="691"><NewsTitle>ประมง จ.นครปฐม จัดการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ? สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์? พระบรมราชินีนาถ? พระบรมราชชนนีพันปีหลวง? เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา? 12 สิงหาคม 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชนินทร์?&amp;nbsp;แสงรุ่งเรือง?&amp;nbsp;ประมงจังหวัดนครปฐม?&amp;nbsp;ร่วมกับอำเภอบางเลน?&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;ปลัดอาวุโส?&amp;nbsp;ตัวแทนนายอำเภอบางเลน?&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง?&amp;nbsp;สมาชิกเทศบาลตำบลบางหลวง&amp;nbsp;ประมงอำเภอบางเลน?&amp;nbsp;และกำนัน?ผู้ใหญ่บ้านตำบลบางหลวง?&amp;nbsp;ร่วมกันปล่อยปลาแก้มช้ำ&amp;nbsp;และปลาตะเพียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์?&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ?&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง?&amp;nbsp;เนื่องในโอกาสวัน?เฉลิมพระชนมพรรษา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;พรรษา?&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สิงหาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ท่าน้ำวัดบางหลวง&amp;nbsp;ม.6&amp;nbsp;ต.บางหลวง&amp;nbsp;อ.บางเลน&amp;nbsp;โดยโครงการจะทำการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในทุกอำเภอ&amp;nbsp;เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล&amp;nbsp;อนุรักษ์และรักษาพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นครปฐม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325150335973</Link_News></row>
<row _id="692"><NewsTitle>ผู้ว่าฯนราประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส ครั้งที่ 22565 กำหนดแหล่งน้ำฟื้นฟูพื้นที่อ.เมืองนราธิวาส 1 แหล่ง เร่งสนับสนุนเครื่องจักรกล ขุดลอกกำจัดวัชพืชฟื้นฟูแหล่งน้ำให้สะอาด สวยงาม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;13.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมหลวงปริวรรตวรวิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;นายสนั่น&amp;nbsp;พงษ์อักษร&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ผอ.โครงการชลประทานนราธิวาส,&amp;nbsp;ท้องถิ่นจังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติ&amp;nbsp;แม่น้ำ&amp;nbsp;คูคลอง&amp;nbsp;หนอง&amp;nbsp;บึง&amp;nbsp;ให้สะอาดสวยงาม&amp;nbsp;ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจังหวัดนราธิวาสได้กำหนดแหล่งน้ำที่จะดำเนินการฟื้นฟู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาแหล่งน้ำจำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แหล่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;คลองทอน-คลองโคกเคียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1,&amp;nbsp;2,&amp;nbsp;4,&amp;nbsp;5&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลโคกเคียน&amp;nbsp;อำเภอเมืองฯ&amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;ซึ่งมีสภาพน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp;และมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ได้สำรวจเครื่องจักรกล&amp;nbsp;วัสดุอุปกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่จำเป็นต้องใช้ในการฟื้นฟูคลอง&amp;nbsp;และขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกล&amp;nbsp;วัสดุอุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือที่จำเป็น&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการขุดลอกคลองทอน-คลองโคกเคียนและกำจัดวัชพืช&amp;nbsp;ตามเป้าหมายการฟื้นฟูแหล่งน้ำตามธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>นราธิวาส</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนราธิวาส</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325160854003</Link_News></row>
<row _id="693"><NewsTitle>สัตวแพทย์ย้ำเนื้อไก่ไทยมาตรฐานสูง ปลอดสาร ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สัตวแพทย์ ม.เกษตร เผยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ในประเทศไทยมีมาตรฐานสูงระดับสากล ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ตระหนักในหลักสวัสดิภาพสัตว์ มีระบบการป้องกันโรคที่ดีในการเลี้ยง และตรวจสารพิษ สารตกค้าง ก่อนแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารจำหน่ายไปยังผู้บริโภคภายใต้การกำกับดูแลของกรมปศุสัตว์ ทำให้ไก่เจริญเติบโตได้เต็มที่ ไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเร่งโต และได้รับการยอมรับในระดับโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผศ.น.สพ.ดร.เกรียงไกร วิฑูรย์เสถียร ภาควิชาเวชศาสตร์และทรัพยากรการผลิตสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกเนื้อไก่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก โดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญ อาทิ&amp;nbsp;ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และล่าสุดประเทศซาอุดิอาระเบีย อนุญาตนำเข้าไก่สดแช่เย็น-แช่แข็ง และแปรรูปจากประเทศไทยถึง 11 โรงงาน นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพราะซาอุฯ เป็นตลาดที่บริโภคเนื้อไก่ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อุตสาหกรรมการเลี้ยงและผลิตสัตว์ปีกในประเทศไทย ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานเนื้อไก่ตลอดห่วงโซ่การผลิตของไทย ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ไปถึงกระบวนการเลี้ยงไก่ในฟาร์มระบบปิด ภายใต้การปฏิบัติตามหลักสวัสดิภาพสัตว์&amp;nbsp;ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีทันสมัย โดยนำมาตรฐาน Good Agriculture Practices (GAP) หรือ แนวทางด้านการปฏิบัติที่ดีทางด้านการเกษตรเกี่ยวข้องกับฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลมาเป็นแนวทางปฏิบัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประเทศไทยยังนำมาตรฐานด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity System) และ มาตรฐานการควบคุมและเฝ้าระวังโรค (Disease Surveillance System) มาเป็นส่วนสำคัญในการวางระบบการป้องกันโรค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันไข้หวัดนก ก็มีการนำ ระบบคอมพาร์ทเมนต์ มาใช้ในการควบคุมและป้องกันโรค ซึ่งระบบคอมพาร์ทเมนต์นี้เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ไทยปลอดจากไข้หวัดนกมานานร่วม 2 ทศวรรษ ตอกย้ำถึงการจัดการการเลี้ยงไก่ของไทยว่ามีความปลอดภัย สามารถส่งออกสร้างรายได้ให้แก่ประเทศได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้วยความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมการผลิตไก่ไทย ซึ่งมีการปรับปรุงสายพันธุ์สัตว์ปีกที่ดี มีการเลี้ยงในโรงเรือนที่เหมาะสม ให้อาหารและน้ำสะอาดเพียงพอ ไม่ทำให้สัตว์รู้สึกเครียด เจ็บป่วย ส่งผลให้ไก่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ตามพันธุกรรม ดังนั้น อุตสาหกรรมไก่ของไทย จึงไม่มีความจำเป็นใดที่จะใช้สารเร่งการเจริญเติบโต ขณะเดียวกัน การใช้สารเร่งโตยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศเพิกถอนทะเบียนยาฮอร์โมนชื่อ Hexoestrol หรือ estrogen ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529&amp;nbsp;ซึ่งหากมีการลักลอบใช้ถือว่ามีความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ที่สำคัญ ประเทศผู้นำเข้าไก่เนื้อของไทย ทั้งญี่ปุ่น และ สหภาพยุโรป ต่างเข้มงวดกฎเกณฑ์ด้านสุขอนามัยสูงมาก (Sanitary and Phytosanitary :SPS) ยังไม่เคยมีการตรวจพบฮอร์โมนเร่งโตตกค้างในไก่ไทยเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในฐานะนักวิชาการขอยืนยันว่า ไก่เนื้อของไทยมีความปลอดภัยทางอาหาร และมีคุณภาพเดียวกันทั้งที่บริโภคในประเทศและส่งออก&amp;nbsp;โดยสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ไก่เนื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ เพียงปรุงสุกก่อนรับประทานก็บริโภคได้อย่างสบายใจ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325161701010</Link_News></row>
<row _id="694"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ ครั้งที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุภัทธ&amp;nbsp;คงด้วง&amp;nbsp;เกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จัดอบรมโครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;กิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรผู้นำ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;อำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ซึ่งเป้าหมายหลักได้แก่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูกผักในพื้นที่ตำบลปะเหลียน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับ&amp;nbsp;กิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ดังกล่าวฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อบ่มเพาะเกษตรกรไปสู่การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้&amp;nbsp;มีนายมนตรี&amp;nbsp;ศรียงยศ&amp;nbsp;รองประธานเกษตรกรรุ่นใหม่จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มาให้ความรู้เรื่อง&amp;nbsp;การจัดการระบบน้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;นางเมตตา&amp;nbsp;คงวิทยา&amp;nbsp;ประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนอำเภอปะเหลียน&amp;nbsp;มาให้ความรู้เรื่องการผลิตและการใช้เชื้อไตรโคเดอร์มา&amp;nbsp;และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้แหนแดงในแปลงผัก&amp;nbsp;พร้อมทั้งส่งมอบพันธุ์แหนแดงที่ได้รับมอบจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้นำไปขยายพันธุ์และใช้ในแปลงปลูกของตนเอง&amp;nbsp;โดยในการจัดอบรมครั้งนี้ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325180530064</Link_News></row>
<row _id="695"><NewsTitle>จังหวัดตรัง สำรวจแปลงต้นแบบกาแฟโรบัสต้า ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด ที่มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นกาแฟในชุมชน </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;สำรวจแปลงต้นแบบกาแฟโรบัสต้า&amp;nbsp;ตำบลปากแจ่ม&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นกาแฟในชุมชน&amp;nbsp;และมีแปลงต้นแบบการปลูกกาแฟในสวนยางพารา&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวสันต์&amp;nbsp;สุขสุวรรณ&amp;nbsp;เกษตรฯ&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายธนาคม&amp;nbsp;พรหมเพ็ญ&amp;nbsp;และนางสาวสุมนรัตน์&amp;nbsp;ตรึกตรอง&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับ&amp;nbsp;นางสาวทิพยา&amp;nbsp;ไกรทอง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร&amp;nbsp;ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและส่วนยอด&amp;nbsp;เมล็ด&amp;nbsp;และต้นอ่อนกาแฟโบราณในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลปากแจ่ม&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดยได้สอบถามข้อมูลจาก&amp;nbsp;นายเพื่อม&amp;nbsp;วัฒนา&amp;nbsp;โดยเป็นต้นพันธุ์กาแฟดั้งเดิมที่ได้มีการได้ต้นพันธุ์จากสมัยโบราณ&amp;nbsp;ในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์อนุสรณ์&amp;nbsp;ซึ่งในจังหวัดตรังได้มีการทำแปลงสาธิตกาแฟโรบัสต้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;คือ1)สวนกาแฟอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นศูนย์เด็กเล็กตำบลปากแจ่ม&amp;nbsp;2)สวนกาแฟบ้านโคกขี้เหล็ก&amp;nbsp;อำเภอนาโยง&amp;nbsp;เนื่องจากพระยารัษฎาฯ&amp;nbsp;ๆได้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกและมีแปลงต้นแบบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีนายสมคิด&amp;nbsp;นาเลื่อน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านในเขา&amp;nbsp;ตำบลปากแจ่ม&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ได้มีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นกาแฟในชุมชน&amp;nbsp;และได้มีแปลงต้นแบบการปลูกกาแฟในสวนยางพารา&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรโดยมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตและแปรรูปกาแฟบ้านในเขา&amp;nbsp;โดยมีการคั่ว&amp;nbsp;บดและชงกาแฟ&amp;nbsp;เพื่อจำหน่ายในตลาดเกษตรกรอำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;ทุกวันพฤหัสบดีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของทุกเดือน&amp;nbsp;โดยมีรสชาติดี&amp;nbsp;เมล็ดใหญ่&amp;nbsp;มีความเข้มข้นกว่าปลูกที่อื่นๆ&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมเนื่องจากเป็นภูเขา&amp;nbsp;และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลที่เหมาะสมในการให้รสชาติและความหอมที่เป็นลักษณะเฉพาะ&amp;nbsp;ทั้งนี้ทางศูนย์ได้ติดตาแปลงกาแฟที่ศูนย์ได้ให้การสนับสนุนเป็นแปลงต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม&amp;nbsp;(zoning)&amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพืชทางเลือกให้กับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325181117066</Link_News></row>
<row _id="696"><NewsTitle>เกษตรรัษฎาจังหวัดตรัง ร่วมศึกษาดูงานโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP ปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนึ้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นางฉลวย&amp;nbsp;เวียนคำ&amp;nbsp;เกษตรอำเภอรัษฎา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นางสาวปนัดดา&amp;nbsp;จีนประสม&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;และนายไกรนรา&amp;nbsp;รัตนบุรี&amp;nbsp;นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ&amp;nbsp;ร่วมกับกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง&amp;nbsp;นำเกษตรกรศึกษาดูงานการผลิตตามระบบมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้ามาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนทักษะการจัดการสวนที่ดีเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ตลาดต้องการ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนทุเรียนนายมนตรี&amp;nbsp;แสงแก้ว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลเขาไพร&amp;nbsp;อำเภอรัษฎา&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;มีข้อกำหนด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ประการดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;น้ำ&amp;nbsp;น้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตต้องมาจากเเหล่งที่ไม่มีสภาพเเวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนต่อผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.&amp;nbsp;พื้นที่ปลูก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ไม่อยู่ในสภาพเเวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถุหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.&amp;nbsp;วัตถุอันตรายทางการเกษตร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดเก็บเป็นหมวดหมู่ในสถานที่เก็บที่มิดชิดและใช้ตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4.&amp;nbsp;การจัดการคุณภาพในกระบวนการเก็บเกี่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีแผนควบคุมการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพโดยใช้หลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5.&amp;nbsp;การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีอายุเหมาะสม&amp;nbsp;ผลผลิตมีคุณภาพตามความต้องการของตลาดและข้อตกลงของประเทศคู่ค้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;6.&amp;nbsp;การพักผลิตผล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การขนย้ายในเเปลงปลูกและการเก็บรักษาผลผลิต&amp;nbsp;มีการจัดการด้านสุขลักษณะเพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่มีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;7.&amp;nbsp;สุขลักษณะส่วนบุคคล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในสุขลักษณะล่วนบุคคล&amp;nbsp;เพื่อสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกสุขลักษณะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;8.&amp;nbsp;การบันทึกข้อมูลและการตามสอบ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานการใช้สารเคมี&amp;nbsp;ข้อมูลผู้รับซื้อและปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;เพื่อประโยชน์ต่อการตามสอบ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325181632068</Link_News></row>
<row _id="697"><NewsTitle>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบเครื่องจักรทางการเกษตรและเงินช่วยเหลือเกษตรกรในงานบูรณาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดบึงกาฬ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดร.ทรงศักดิ์&amp;nbsp;ทองศรี&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องจักรทางการเกษตร&amp;nbsp;ในโครงการโครงการยกระดับแปลงใหญ่&amp;nbsp;พิธีมอบโคในโครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;พิธีมอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;(โรคลัมปีสกิน)&amp;nbsp;และพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;ซึ่งร่วมบูรณาการหน่วยงานต่างๆในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกให้บริการประชาชน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดศรีสุพลวนาราม&amp;nbsp;ตำบลหนองเลิง&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสนิท&amp;nbsp;ขาวสอาด&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ&amp;nbsp;นางแว่นฟ้า&amp;nbsp;ทองศรี&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.บึงกาฬ&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการและประชาชนผู้รับผลประโยชน์&amp;nbsp;ร่วมในพิธี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.ทรงศักดิ์&amp;nbsp;ทองศรี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่มาทำงานในนามของกระทรวงเกษตรถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันซึ่งเป็นดำริของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;ให้บูรณาการกันเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งในวันนี้ได้มาร่วมงานในกิจกรรมบูรณาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มอบเครื่องจักรทางการเกษตร&amp;nbsp;ในโครงการโครงการยกระดับแปลงใหญ่&amp;nbsp;มอบโคในโครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;มอบเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคระบาดสัตว์&amp;nbsp;(โรคลัมปีสกิน)&amp;nbsp;และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;สปก.4-01&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;ที่รัฐบาลกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;ผมก็ลงมาติดตามดูก็เห็นว่าเป็นประโยชน์&amp;nbsp;แต่ประชาชนต้องร่วมมือกัน&amp;nbsp;เพราะประชาชนเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้นโยบายต่างๆของรัฐประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ภายในงานยังมีการออกบูธให้ความรู้ของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เช่น&amp;nbsp;ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวบึงกาฬ&amp;nbsp;โครงการชลประทานบึงกาฬ&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่&amp;nbsp;และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>บึงกาฬ</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325192929090</Link_News></row>
<row _id="698"><NewsTitle>นายก อบจ.ตรัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่สวนยาง สวนปาล์มน้ำมันอบจ.ตรัง เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายบุ่นเล้ง&amp;nbsp;โล่สถาพรพิพิธ&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบจ.ตรัง&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;รองปลัด&amp;nbsp;อบจ.รักษาราชการแทนปลัด&amp;nbsp;อบจ.ตรัง&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักปลัด&amp;nbsp;อบจ.ตรัง&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่สวนยาง&amp;nbsp;สวนปาล์มน้ำมันอบจ.ตรัง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.วังมะปรางเหนือ&amp;nbsp;อ.วังวิเศษ&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;ในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นที่ดินและทรัพย์สินของอบจ.ตรัง&amp;nbsp;มีเนื้อที่&amp;nbsp;1,077&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ในส่วนของสวนยางพาราได้บริหารจัดการ&amp;nbsp;แบ่งจำนวนต้นยางพารา&amp;nbsp;ตามหลักวิชาการเกษตร&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แปลงต้นยางอ่อน&amp;nbsp;และแปลงยางแก่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน&amp;nbsp;265&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พื้นที่เหลือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;และเป็นพื้นที่ธรรมชาติมากที่สุด&amp;nbsp;มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งควรแก่การอนุรักษ์ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195525112</Link_News></row>
<row _id="699"><NewsTitle>ตรวจสต๊อกพ่อค้าป้องกักตุน ทางแก้ข้าวโพดราคาพุ่ง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครน ส่งผลถึงระดับราคาธัญพืชซึ่งเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยูเครนระงับการส่งออกข้าวสาลี รวมถึงอาเจนตินาที่ระงับการส่งออกถั่วเหลือง และอีกหลายประเทศที่ทยอยระงับการส่งออกธัญพืช เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงทางอาหารของตนเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กลับมาดูราคาข้าวโพดในประเทศไทย ราคาพุ่งสูงขึ้นมาตลอดตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม ล่าสุดสูงถึง กก.ละ 13 บาท (จากปี 64 อยู่ที่ราคา 10.05 บาท/กก.) ส่งผลกระทบถึงต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างหนัก และนำไปสู่การเรียกร้องขอให้รัฐแก้ปัญหาทั้งปริมาณและราคาวัตถุดิบโดยเร่งด่วน ก่อนเกิดวิกฤตความมั่นคงทางอาหารของประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยมีอยู่ราว 8 ล้านตัน/ปี แต่มีผลผลิตในประเทศเพียง 5 ล้านตัน/ปี ขาดแคลนถึง 3 ล้านตัน/ปี จึงต้องมีการหาวัตถุดิบทดแทน เช่น ข้าวสาลี ซึ่งรัฐอ้างการดูแลผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ จึงตั้งมาตรการ 3:1 (ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน จึงจะนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน) มาตั้งแต่ปี 2561 กระทั่งปัจจุบันมาตรการดังกล่าว กลายเป็นอุปสรรคในการแก้สถานการณ์วัตถุดิบ เป็นที่มาของการผลการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และโรงงานอาหารสัตว์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในที่สุดที่ประชุมก็มีมติเห็นชอบให้ยกเลิก มาตรการ 3 : 1 เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิต และบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งเชื่อมต่อไปถึงต้นทุนการผลิตของผู้เลี้ยงสัตว์ แต่ที่ผิดสังเกตคือการจำกัดระยะเวลาที่สั้นเพียงถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ทั้งยังจำกัดโควต้าจำนวนนำเข้าด้วย จนไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ตามวัตถุประสงค์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ขณะที่วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ยูเครนประกาศระงับการส่งออกธัญพืชรวมทั้งข้าวสาลี ทำให้ราคาของข้าวสาลีในตลาดโลกราคาสูงขึ้นใกล้เคียงกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คือที่ 13.00 บาท/กิโลกรัม (จากปกติจะมีราคาต่ำกว่าข้าวโพดประมาณ 1 บาท) เมื่อราคาเท่ากันก็ไม่จูงใจให้เกิดการนำเข้าข้าวสาลีในช่วงนี้เพื่อทดแทนข้าวโพด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ราคาข้าวโพดในประเทศไม่ควรอยู่ในระดับสูง ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ย่อมต้องแสดงกึ๋นและฝีมือในการจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วนให้ทันเหตุการณ์&amp;nbsp;อะไรเป็นอุปสรรคทำต้นทุนสูงต้องรีบเคลียร์ รวมถึง ปัจจัยเอื้อให้ราคาสูงนอกเหนือจากสถานการณ์สงคราม เช่น การกักตุนเพื่อเก็งกำไร เพราะช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวโพดทั้งหมดและขายให้ไปอยู่ในสต๊อกของพ่อค้าพืชไร่หมดแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;อันที่จริงเคยมีการร้องเรียนให้ภาครัฐตรวจสต็อกวัตถุดิบอาหารสัตว์ของพ่อค้าพืชไร่ เพราะปริมาณข้าวโพดในตลาดน้อยลงจนผิดสังเกตุ แต่ภาครัฐกลับเข้าตรวจสต็อกของโรงงานอาหารสัตว์แทน ทั้งๆที่โรงงานเหล่านี้รายงานสต็อกให้กรมการค้าภายในทราบทุกๆ 10 วันเป็นประจำตามปกติอยู่แล้ว คล้ายเป็นมวยล้มต้มคนดู ทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างกว้างขวางว่าเหตุใดรัฐจึงละเลยการตรวจสต๊อกพ่อค้าซึ่งเป็นคนกุมปริมาณข้าวโพดไว้ในมือทั้งหมด ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ยังคงต้องจ่ายค่าข้าวโพดราคาแพงมาโดยตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หากมีการกักตุนผลผลิตข้าวโพด ย่อมผลักดันให้ราคาพุ่งสูงขึ้นได้มาก โดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงที่จุดใดเพราะไม่มีเพดานราคา กำกับ ภาคผู้ผลิตและผู้เลี้ยงต้องซื้อวัตถุดิบในราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แบกรับภาระต้นทุนอย่างหนักหน่วง แต่รัฐกลับขอให้ตรึงราคาสินค้าปศุสัตว์ ทั้งไก่เนื้อ ไข่ไก่&amp;nbsp;ซึ่งในที่สุดเกษตรกรผู้ผลิตอาหารจะอยู่ไม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตัวเลขปริมาณการส่งออกวัตถุดิบทั้ง 2 รายการจากกรมศุลกากร พบว่าในปี 2564 มีการส่งออกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กว่า 93,615 ตัน เฉพาะช่วงเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ส่งออกรวมกันถึง 65,930 ตัน และในส่วนของกากถั่วเหลืองตลอดปี 2564 มีการส่งออกถึง 103,091 ตัน หากภาครัฐยังคงนโยบายอนุญาตให้ส่งออกข้าวโพดได้อย่างเสรี และส่งออกกากถั่วเหลืองได้ร้อยละ 20 ของกำลังการผลิตของโรงสกัดน้ำมันถั่วเหลือง ปริมาณวัตถุดิบก็จะไม่เพียงพอ และเป็นผลให้ราคาในประเทศสูงขึ้นต่อเนื่องดังเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ดังนั้น รัฐบาลไทยควรระงับการส่งออกวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดและกากถั่วเหลืองเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์วิกฤตจะคลี่คลายลง เพื่อคงปริมาณวัตถุดิบดังกล่าวให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งจะเป็นการบรรเทาการขาดแคลน และส่งผลทางจิตวิทยาให้ระดับราคาข้าวโพดในประเทศลดลงได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นาทีนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ควรเร่งตรวจสอบสต็อกพ่อค้าพืชไร่โดยด่วน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดต้นทุน ซึ่งจะส่งผลไปถึงเกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์ด้วย นอกจากนี้ ยังควรตัดสินใจให้เกษตรกรคนเลี้ยงสัตว์สามารถขายสินค้าในราคาที่สอดคล้องต้นทุน ไม่ใช่กดดันให้แบกต้นทุนสูงแต่ขายราคาต่ำ จนส่งผลกระทบไปตลอดห่วงโซ่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โดย รศ.ดร.ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325191127083</Link_News></row>
<row _id="700"><NewsTitle>กรมปศุสัตว์พร้อมสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ตรังและจังหวัดสตูล  15,000 แม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำพล&amp;nbsp;วริทธิธรรม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์กล่าวถึงความพร้อมในการสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ตรังและจังหวัดสตูล&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;&amp;nbsp;แม่ว่าโครงการนี้จะมีการอุดหนุนให้เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ตรังและจังหวัดสตูล&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;ตัวเมื่อมีผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือด้านการตลาดที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป&amp;nbsp;ในที่ประชุม&amp;nbsp;ตัวแทน&amp;nbsp;ปศุสัตว์ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้มีการชี้แจง&amp;nbsp;ในเบื้องต้นเป็นการสร้างความเข้าใจในการผลิตแพะตอบสนองการบริโภค&amp;nbsp;เพราะมีการขยายจากตลาดได้อีกหลายเท่าตัว&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมองถึงการผลิตแพะเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;ที่มองไปยังประเทศทางภูมิภาคตะวันออกกลาง&amp;nbsp;ในปัจจุบัน&amp;nbsp;จากปัญหาเศรษฐกิจและผลกระทบจากสงครามรัสเซียกับยูเครน&amp;nbsp;จึงจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปยังตลาดกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ&amp;nbsp;AEC&amp;nbsp;ก่อน&amp;nbsp;เช่นการส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและตลาดกลางแพะรวมถึงการพิจารณาถึง&amp;nbsp;Quality&amp;nbsp;Goat&amp;nbsp;Supply,Food&amp;nbsp;SafetyและFood&amp;nbsp;Security&amp;nbsp;ควบคุู่ไปกับการมีมาตรฐานฮาลาลสากลหรือ&amp;nbsp;Intetnational&amp;nbsp;Halal&amp;nbsp;Standard&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสำคัญ&amp;nbsp;เพชรทอง&amp;nbsp;รองนายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แจ้งว่าขณะนี้ได้มีการติดต่อประสานงานกับ&amp;nbsp;ที่ปรึกษา&amp;nbsp;คณะทำงาน&amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา&amp;nbsp;โสภณพนิช&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;และมีกำหนดการร่วมประชุมที่ศรีผ่องฟาร์มเพื่อหารือความเป็นไปได้ในการ&amp;nbsp;ทำ&amp;nbsp;MOUกรณีสนับสนุนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีในภาคใต้&amp;nbsp;ร่วมผลิตแพะ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เนื่องจากพิจารณาเห็นว่า&amp;nbsp;สถาบันการศึกษามีโอกาสผลิตบุคลากรให้มีทักษะ&amp;nbsp;ความรู้ความสามารถและเมื่อสำเร็จการศึกษา&amp;nbsp;มีงานด้านการเลี้ยงแพะรองรับเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับแต่ละแห่งมีพื้นที่กว้างใหญ่เพียงพอ&amp;nbsp;ที่สามารถ&amp;nbsp;จะร่วมผลิตแพะคุณภาพดี&amp;nbsp;เพิ่มเติมจากวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;หรือเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-25T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สวท.กระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220325195050104</Link_News></row>
<row _id="701"><NewsTitle>เปิดทางเลือกโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล ศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ-เอกชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;คงวิเชียรวัฒน์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากมูลค่าการลงทุนของโครงการจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงมาก&amp;nbsp;กรมชลประทานจึงได้มีการจ้างดำเนินการ&amp;nbsp;โครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&amp;nbsp;โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;แนวส่งน้ำยวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;ตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;มีรายละเอียดของการศึกษาที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการที่เหมาะสมของการร่วมลงทุน&amp;nbsp;การศึกษาความเป็นไปได้ด้านการเงินกรณีร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน&amp;nbsp;เพื่อนำเสนอผลการศึกษาต่อ&amp;nbsp;คณะรัฐมนตรีในการพิจารณาตัดสินใจทางเลือกของการลุงทุนค่าก่อสร้างโครงการที่เหมาะสม&amp;nbsp;ซึ่งการศึกษาครั้งนี้&amp;nbsp;จึงให้ความสำคัญในเรื่องการวิเคราะห์ราคาค่าก่อสร้างโครงการเป็นอย่างมากเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเนื่องจากที่ผ่านมามักมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน&amp;nbsp;โดยมักนำค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษา&amp;nbsp;หรือค่าอื่นๆ&amp;nbsp;มารวมเป็นค่าก่อสร้างโครงการ&amp;nbsp;ทั้งที่ผลการวิเคราะห์ตามรายงาน&amp;nbsp;EIA&amp;nbsp;ปีพ.ศ.&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;71,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ให้เป็นราคาปีปัจจุบัน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีมูลค่าก่อสร้างโดยประมาณ&amp;nbsp;88,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;หากโครงการแล้วเสร็จ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;จะสามารถสร้างประโยชน์ครอบคลุมทุกด้าน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ด้านอุปโภคบริโภคจะมีการจัดสรรน้ำเฉลี่ยปีละ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;1,300,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ด้านการผลิตไฟฟ้า&amp;nbsp;โรงไฟฟ้าพลังน้ำของเขื่อนภูมิพลผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;426&amp;nbsp;ล้านหน่วย&amp;nbsp;ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับประโยชน์&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ด้านประมงในเขื่อนน้ำยวม&amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;ด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม&amp;nbsp;รวมถึงการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ&amp;nbsp;ด้วย&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326122528308</Link_News></row>
<row _id="702"><NewsTitle>กรมการข้าว เร่งสืบสานและพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้คงเป็นมรดกอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวนนทิชา&amp;nbsp;วรรณสว่าง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมการข้าวให้ความสำคัญต่องานการพัฒนาข้าวพันธุ์พื้นเมืองเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ทำนา&amp;nbsp;อาชีพทำนาปลูกข้าวนั้นมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยตลอดมาจากอดีตจนปัจจุบันแม้ในช่วงระยะหลังนี้จะมีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามาใช้ในด้านการปรับปรุงพันธุ์มากขึ้นแต่ความนิยมบริโภคข้าวพันธุ์พื้นเมืองก็ยังคงอยู่ไม่ได้จางหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;จึงมีนโยบายอย่างชัดเจนว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ต้องสืบสานและพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองให้คงเป็นมรดกอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไปตราบนานเท่าที่ภาคการเกษตรยังคงมีบทบาทในฐานะการผลิตอาหาร&amp;nbsp;ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กรมการข้าวต้องวิจัยพัฒนาข้าวพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้นั้น&amp;nbsp;เนื่องจากภาคใต้เป็นมนต์เสน่ห์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองท้องถิ่น&amp;nbsp;มีบทบาทมากตลอดฝั่งอันดามันและอ่าวไทย&amp;nbsp;และมีสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเฉพาะถิ่นจำนวนมากที่กรมการข้าวต้องเร่งฟื้นฟูให้เป็นสายพันธุ์บริสุทธิ์เพื่อเป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่น&amp;nbsp;เน้นย้ำความเป็นปรึกแผ่นของความมั่นคงทางอาหารและสินค้าเกษตรเฉพาะถิ่น&amp;nbsp;ส่งเสริมผลักดันให้เกิดเป็นสินค้าข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;ต่อไป&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศความสำคัญของสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองภาคใต้ให้เกิดการรับรู้โดยทั่วไปด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326121826295</Link_News></row>
<row _id="703"><NewsTitle>ความสำเร็จแปลงใหญ่ผึ้งโพรง ปันแต เน้นน้ำผึ้งคุณภาพ แปรรูปเป็นเครื่องสำอาง เพิ่มมูลค่าเจาะตลาดทั่วโลก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด&amp;nbsp;เป็นโครงการที่มุ่งเป้าหมายไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนเกษตรอย่างยั่งยืนและมีการดำเนินการทั่วประเทศ&amp;nbsp;ภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;โดยเน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการมีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&amp;nbsp;ช่วยยกระดับการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;สอดคล้องกับความต้องการของตลาด&amp;nbsp;ตามนโยบายตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับแปลงใหญ่ผึ้งโพรงตำบลปันแต&amp;nbsp;อำเภอควนขนุน&amp;nbsp;จังหวัดพัทลุง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp;ได้รับการจัดชั้นคุณภาพ&amp;nbsp;A&amp;nbsp;ที่สามารถเป็นต้นแบบได้&amp;nbsp;ทั้งด้านบริหารจัดการ&amp;nbsp;ที่เน้นวางแผนการผลิตและสร้างรายได้&amp;nbsp;จากหลักบริหารจัดการร่วมกัน&amp;nbsp;ส่วนด้านลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ใช้เทคนิคปรับเปลี่ยนรูปแบบลังผึ้ง&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง&amp;nbsp;ให้มีอายุการใช้งานนานขึ้น&amp;nbsp;ง่ายต่อการติดตั้งและเคลื่อนย้าย&amp;nbsp;ช่วยลดต้นทุนได้ในระยะยาว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ทางกลุ่มยังได้ดำเนินการยื่นขอรับใบรับรองจาก&amp;nbsp;อย.&amp;nbsp;เพื่อรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์จากผึ้งโพรงและน้ำผึ้งในรูปแบบเครื่องสำอางอย่างลิปสติก&amp;nbsp;ลิปมัน&amp;nbsp;น้ำผึ้ง&amp;nbsp;สบู่&amp;nbsp;และส่วนผสมในเครื่องดื่ม&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้สามารถขยายตลาดได้กว้างมากขึ้นและมียอดการจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เกิดการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120619283</Link_News></row>
<row _id="704"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ พร้อมบริหารจัดการน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วง 21 - 27 มี.ค.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ภูเก็ต&amp;nbsp;102&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สตูล&amp;nbsp;98&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และอุบลราชธานี&amp;nbsp;95&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,607&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,732&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคมนี้&amp;nbsp;มีแผนการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;ปรับเพิ่มแผนการระบายน้ำจาก&amp;nbsp;17.28&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;เขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนนเรศวรสำหรับการเตรียมส่งน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;จึงปรับแผนการระบายน้ำจาก&amp;nbsp;5.50&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;//&amp;nbsp;เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;-&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้ปรับแผนการระบายน้ำจาก&amp;nbsp;3.02&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;6.91&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;และช่วงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;-&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ปรับแผนการระบายน้ำจาก&amp;nbsp;3.02&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;4.32&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์&amp;nbsp;ปรับแผนการระบายน้ำจาก&amp;nbsp;3.89&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;เพิ่มเป็น&amp;nbsp;4.32&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;-&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้เกิดมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครสวรรค์&amp;nbsp;ทำให้มีน้ำท่าไหลลงสู่เเม่น้ำปิงเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคมอยู่ในเกณฑ์ควบคุม&amp;nbsp;จึงไม่มีผลกระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่ตอนล่าง&amp;nbsp;เพื่อให้การระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลเป็นไปอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;ได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;ให้ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;-&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;จากเดิม&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;ให้เหลือ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ได้ปรับลดจากเดิม&amp;nbsp;17&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;ให้เหลือ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326102001245</Link_News></row>
<row _id="705"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่ โดย&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม &lt;/strong&gt;ส่วนก&lt;strong&gt;รุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&amp;nbsp;จากฝนที่ตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลงได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นบางพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน สูงในระดับสีส้ม ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานช่วงวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;-&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326103839249</Link_News></row>
<row _id="706"><NewsTitle>กรมส่งเสริมการเกษตร จับมือภาคีเครือข่าย กระจายผลผลิตมะม่วงคุณภาพเมืองพิจิตร ส่งถึงมือผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เกษตรผลิต&amp;nbsp;พาณิชย์ตลาด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;โดยมีหลักการดำเนินงาน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ด้านคือ&amp;nbsp;ด้านข้อมูล&amp;nbsp;ด้านแพลตฟอร์มกลาง&amp;nbsp;ด้านการกำหนดคุณภาพ&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;และตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;และด้านการพัฒนาคนและผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้สามารถบริหารจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างครบวงจร&amp;nbsp;ตั้งแต่การผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;และการตลาดควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;มีให้ได้คุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;มีความปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค&amp;nbsp;สู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารคุณภาพของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการกระจายผลผลิตเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้สั่งการให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;คาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้าและประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการผลผลิตร่วมกัน&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;บูรณาการร่วมกัน&amp;nbsp;จัดคาราวานส่งมะม่วงผ่านบริษัท&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ภายใต้แคมเปญ&amp;nbsp;สั่งผลไม้&amp;nbsp;ส่งไปรษณีย์&amp;nbsp;เกษตรกรไทยแฮปปี้&amp;nbsp;เน้นกระจายผลผลิตช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะม่วงจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;ให้สามารถจำหน่ายมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปยังผู้บริโภคได้โดยตรง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ด้านนายสามารถ&amp;nbsp;เดชบุญ&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตมะม่วงคุณภาพในฤดู&amp;nbsp;จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;เดือนมีนาคมและเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จะมีผลผลิตออกสู่ตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;1.7&amp;nbsp;หมื่นตัน&amp;nbsp;โดยจังหวัดพิจิตรมีพื้นที่ปลูกมะม่วงทั้งหมด&amp;nbsp;28,034.25&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;22,519&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ยังไม่ให้ผลผลผลิต&amp;nbsp;5,515&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพิจิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;วางแผนการกระจายผลผลิตออกสู่ตลาดทั้งบริโภคภายในประเทศ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;และเพื่อการส่งออก&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;ทำให้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;มีแผนรับซื้อประมาณ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;จนถึงกำหนดวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;รวมแล้วกว่า&amp;nbsp;135&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และสำหรับมะม่วงคละไซส์&amp;nbsp;มีแผนกระจายผลผลิตอีก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ในช่วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;25-30&amp;nbsp;มีนาคมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326120054274</Link_News></row>
<row _id="707"><NewsTitle>ประมงจังหวัดปัตตานี ออกบูธจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำแปรรูปตามนโยบาย รมว.เกษตรและสหกรณ์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ดำเนินโครงการกระจายสินค้าประมงพื้นบ้านสู้ผู้บริโภค&amp;nbsp;(Fisherman&amp;nbsp;Market)&amp;nbsp;ตามนโยบายของนายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยออกบูธจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแปรรูปจากวัตถุดิบในท้องถิ่น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการนำสินค้าจากชาวประมงพื้นบ้านมาจัดวางจำหน่าย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตลาดประชารัฐ&amp;nbsp;(ที่ว่าการอำเภอเมืองปัตตานี)&amp;nbsp;โดยมีสินค้าสัตว์น้ำจากการแปรรูปในแบบผลิตภัณฑ์หลากหลาย&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ปลาหวาน&amp;nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาหวานดาริน&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ปลากุเราเค็ม&amp;nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชุนแม่บ้านศรีบารู&amp;nbsp;อำเภอหนองจิก&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ปลาส้ม&amp;nbsp;(เมืองสาย)&amp;nbsp;จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพาะฟัก&amp;nbsp;อนุบาลปลาทับทิมชุมชนสะพานม้า&amp;nbsp;อำเภอสายบุรี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ปลาแห้ง&amp;nbsp;จากกลุ่มแม่บ้านปากน้ำ&amp;nbsp;อำเภอเมืองปัตตานี&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เมี่ยงคำสด,&amp;nbsp;เมี่ยงคำแห้ง&amp;nbsp;และสาหร่ายพวงองุ่น&amp;nbsp;จากกลุ่มแม่บ้านจะรัง&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ข้าวเกรียบปลา,&amp;nbsp;น้ำพริกปลาทราย,&amp;nbsp;ปลาทรายทุบ&amp;nbsp;และปลาแก้วกรอบ&amp;nbsp;จากห้างหุ้นส่วนจำกัด&amp;nbsp;มาเรียม&amp;nbsp;โอเชียน&amp;nbsp;ตำบลแหลมโพธิ์&amp;nbsp;อำเภอยะหริ่ง&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;7.&amp;nbsp;ปูดำ&amp;nbsp;จากกลุ่มเลี้ยงปูดำตำบลไทรทอง&amp;nbsp;อำเภอไม้แก่น&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยการออกบูธจำหน่ายสินค้าฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคจำนวนมาก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สร้างความพึงพอใจกับชาวประมงพื้นบ้านที่ได้เข้าร่วม&amp;nbsp;สรุปยอดการจำหน่ายสินค้าประมงพื้นบ้านในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นจำนวนเงินกว่า&amp;nbsp;9,780&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326113817271</Link_News></row>
<row _id="708"><NewsTitle>ศูนย์ป่าไม้ตราด เชิญชวน ประชาชน เกษตรกร สมัครเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ พ.ศ. 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;นายปฎิยุทธ์&amp;nbsp;บูรพัฒน์&amp;nbsp;เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำหน้าที่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ตราด&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด&amp;nbsp;ได้รับมอบหมายให้ดำเนินโครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป้าหมายในพื้นที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;300&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยการอุดหนุนเงินลงทุนสำหรับการปลูกสร้างสวนป่าในที่ปีที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจที่กำหนด&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กันเกรา&amp;nbsp;ประดูป่า&amp;nbsp;พะยอม&amp;nbsp;พะยูง&amp;nbsp;มะค่าแต้&amp;nbsp;เต็ง&amp;nbsp;รัง&amp;nbsp;แดง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ในพื้นที่ตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการเตรียมพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การปลูกและบำรุงรักษาไม้ป่าเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ต้น/ไร่&amp;nbsp;ให้แก่ประชาชน&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;ในอัตราไร่ละ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด&amp;nbsp;จึงขอประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;โครงการสนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;หรือเกษตรกร&amp;nbsp;ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;และติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ป่าไม้ตราด&amp;nbsp;เลขที่&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ซอยท่าเรือจ้าง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถนนท่าเรือจ้าง&amp;nbsp;ตำบลวังกระแจะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองตราด&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;039-511-157&amp;nbsp;หรือทาง&amp;nbsp;Page&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด,&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;ศูนย์ป่าไม้ตราด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;แบบฟอร์มลงชื่อผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;(Google&amp;nbsp;Form)&amp;nbsp;ตาม&amp;nbsp;QR&amp;nbsp;Code&amp;nbsp;ที่แนบมาพร้อมนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326123658311</Link_News></row>
<row _id="709"><NewsTitle>แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ จังหวัดอุดรธานี พร้อมเปิดจับสัตว์น้ำ คาดสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการเปิดจับสัตว์น้ำ&amp;nbsp;แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ที่ผ่านมากรมประมงมีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&amp;nbsp;โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาโครงการฯ&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับที่ดี&amp;nbsp;มีแหล่งน้ำเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;ทั้งสิ้นกว่า&amp;nbsp;120&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;จนประสบผลสำเร็จเห็นผลเชิงประจักษ์&amp;nbsp;มีสัตว์น้ำสำหรับบริโภคในชุมชน&amp;nbsp;สามารถลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;ตลอดจนมีการจัดสรรผลประโยชน์คืนให้แก่สมาชิกโครงการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และรายได้ส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชนเป็นต้นทุนในการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;ซึ่งแหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลนาม่วง&amp;nbsp;อำเภอประจักษ์ศิลปาคม&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp;มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เดิมทีแหล่งน้ำแห่งนี้มีการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp;ไม่ได้มีการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้มีการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของแหล่งน้ำอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมประมง&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำจืดของชุมชน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืดให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญสำหรับการบริโภค&amp;nbsp;สามารถลดรายจ่ายครัวเรือนและสร้างรายได้ในชุมชน&amp;nbsp;โดยปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้มีการเปิดขายบัตรจับสัตว์น้ำเก่า&amp;nbsp;มีรายได้กว่า&amp;nbsp;89,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;ชุมชนร่วมกันดำเนินการตามแผนชุมชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&amp;nbsp;ในการผลิตสัตว์น้ำและสร้างรายได้&amp;nbsp;ปัจจุบันชุมชนพิจารณาเปิดรับสมัครสมาชิกร่วมหุ้นเพิ่มเติมหลังจากมีการปันผลคืนให้สมาชิกแล้ว&amp;nbsp;โดยกิจกรรมการเปิดจับสัตว์น้ำในวันนี้เป็นการเปิดจับปลาในแหล่งน้ำครั้งแรกตามแผนดำเนินงาน&amp;nbsp;ชุมชนหลังจากปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำและคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีรายได้ปันผลคืนสู่ชุมชนและสมาชิกโครงการฯ&amp;nbsp;ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326191140386</Link_News></row>
<row _id="710"><NewsTitle>กฟผ.แม่เมาะ เดินหน้าแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า นำ จนท. Kick Off ลงพื้นที่ปฏิบัติการป้องกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กฟผ.แม่เมาะ&amp;nbsp;เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกจังหวัด&amp;nbsp;สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือพร้อมจัดทีมลาดตระเวน&amp;nbsp;ร่วมสมทบหน่วยงานส่วนราชการ&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;สานพลังแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการที่จังหวัดลำปางได้ออกประกาศ&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;การงดเว้นการเผาในเขตพื้นที่ป่าและพื้นที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;นับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยได้จัดตั้ง&amp;nbsp;War&amp;nbsp;Room&amp;nbsp;ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันจังหวัดลำปางขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;ได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะทำงาน&amp;nbsp;โดยทางหน่วยงาน&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;มีพื้นที่ป่าอยู่ในความดูแลรับผิดชอบประมาณ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หมื่นกว่าไร่&amp;nbsp;มีพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;ทั้งในบริเวณพื้นที่ป่าธรรมชาติ&amp;nbsp;และบริเวณพื้นที่ป่าฟื้นฟู&amp;nbsp;ประกอบกับสภาพพื้นที่ปัจจุบันได้เข้าสู่หน้าแล้ง&amp;nbsp;ทำให้ทั่วบริเวณผืนป่ามีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เกรงว่าในช่วงหน้าแล้งนี้จะเกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควันเหมือนดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยรวม&amp;nbsp;ดังนั้นจึงได้ร่วมบูรณาการนำหน่วยกองงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด&amp;nbsp;เข้าทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;Off&amp;nbsp;รณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;"หยุดเผา"&amp;nbsp;เดินหน้าต่อเนื่องแผนยุทธการเชิงรุกป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ตามแนวทางมาตรการจังหวัด&amp;nbsp;คนลำปางร่วมใจ&amp;nbsp;ไม่เผาป่า&amp;nbsp;คืนฟ้าใส&amp;nbsp;ให้ชาวลำปาง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งในการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;นายประจวบ&amp;nbsp;ดอนคำมูล&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ให้เกียรติเป็นหัวหน้าคณะ&amp;nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์มือเครื่องจักรในส่วนงานฝ่ายต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งจากแผนกรักษาความปลอดภัยทั่วไป&amp;nbsp;แผนกรักษาความปลอดภัยโรงไฟฟ้า&amp;nbsp;กองจัดการน้ำและสนับสนุนการปฏิบัติการ&amp;nbsp;และหน่วยกองฟื้นฟูสภาพเหมือง&amp;nbsp;เข้าทำกิจกรรมแบบมีส่วนร่วมพร้อมกัน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่บริเวณกองฟื้นฟูสภาพเหมือง&amp;nbsp;การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;โดยการนี้&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ&amp;nbsp;ได้เป็นประธานทำพิธีปล่อยแถวกำลังพลเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ซึ่งจะมีทั้งทีมสนับสนุนและทีมปฏิบัติการ&amp;nbsp;ที่จะลงพื้นที่ไปประจำตามจุดเฝ้าระวังต่างๆ&amp;nbsp;คอยให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องอุปกรณ์เครื่องมือและกำลังพล&amp;nbsp;โดยกำลังเจ้าหน้าที่ส่วนนี้&amp;nbsp;ทาง&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;จะให้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครป้องกันและควบคุมไฟป่า&amp;nbsp;ซึ่งกำลังพลส่วนหนึ่งจะได้เป็นกำลังเสริมคอยช่วยเหลือหน่วยงานเทศบาล&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตท้องที่&amp;nbsp;เน้นการปฏิบัติงานเชิงรุกทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวน&amp;nbsp;หรือเป็นชุดเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;ซึ่งชุดปฏิบัติการดังกล่าวจะปฏิบัติการออกลาดตระเวนพร้อมอุปกรณ์ดับไฟป่าครบชุด&amp;nbsp;คอยเฝ้าระวังตรวจตราพื้นที่&amp;nbsp;ทำแนวกันไฟรอบบริเวณเหมืองแม่เมาะ&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่รอยต่อกับอำเภอใกล้เคียงเป็นประจำทุกวัน&amp;nbsp;หากเมื่อพบเห็นการเกิดไฟป่าหน่วยเคลื่อนที่เร็วจะเป็นหน่วยแรกที่เข้าระงับเหตุแก้ไขสถานการณ์เบื้องต้นทันที&amp;nbsp;และกำลังพลที่เหลืออีกส่วนหนึ่ง&amp;nbsp;จะเป็นหน่วยเตรียมความพร้อมจัดเตรียมในส่วนของเครื่องจักร&amp;nbsp;รถบรรทุกน้ำ&amp;nbsp;และอุปกรณ์ทุ่นแรงไว้คอยสนับสนุนตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ตลอดจนให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;ส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า&amp;nbsp;มีการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ใบไม้แห้ง&amp;nbsp;ฟางข้าว&amp;nbsp;ตอซัง&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;มาใช้ทำเป็นปุ๋ยหมักสร้างรายได้เพิ่ม&amp;nbsp;เพื่อจะได้ช่วยลดการเผาเศษวัสดุซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดปัญหาหมอกควัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;แม่เมาะ&amp;nbsp;มุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเผาของชาวบ้านในชุมชนรอบพื้นที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รวมทั้งยังเพื่อต้องการส่งเสริมสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้เข้ามาดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;เพื่อเฝ้าระวังป้องกันปัญหาตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละภาคส่วน&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นไปอย่างมีระบบและยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;ปันเต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326133346325</Link_News></row>
<row _id="711"><NewsTitle>พัฒนาหนองเล็งทราย เพิ่มปริมาณเก็บกัก บรรเทาน้ำท่วมน้ำแล้ง ส่งเสริมอาชีพประมง สร้างแหล่งท่องเที่ยว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางในการพัฒนาหนองเล็งทราย&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;หนองเล็งทราย&amp;nbsp;เป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;5,563&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;ในอำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ประชาชนได้อาศัยแหล่งน้ำนี้&amp;nbsp;ในการประกอบอาชีพประมงและเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;แต่เนื่องจากมีตะกอนดินที่ไหลมาจากลำห้วยต่างๆ&amp;nbsp;ลงสู่หนอง&amp;nbsp;ทำให้เกิดความตื้นเขินไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพในฤดูฝน&amp;nbsp;ประกอบกับมีการบุกรุกพื้นที่บริเวณรอบหนอง&amp;nbsp;จึงทำให้ระบบนิเวศตามธรรมชาติถูกทำลาย&amp;nbsp;ส่งผลต่อคุณภาพน้ำในการผลิตน้ำประปาและการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำ&amp;nbsp;สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านที่ใช้แหล่งน้ำนี้ในการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;และการเกษตร&amp;nbsp;รวมทั้งอาชีพประมง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จึงได้วางแนวทางการพัฒนาหนองเล็งทรายออกเป็น&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ระยะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ซึ่งหากดำเนินโครงการแล้วเสร็จทั้งหมด&amp;nbsp;จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้มากขึ้น&amp;nbsp;จากเดิมเก็บกักได้&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เป็นประมาณ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นประมาณ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ได้ถึง&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกรและผู้ใช้น้ำในอำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ&amp;nbsp;ช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้อีกทางหนี่งด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326191524391</Link_News></row>
<row _id="712"><NewsTitle>จ.แม่ฮ่องสอน พบจุดความร้อน 23 จุด ขณะที่คุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง 5 วันติด (ตั้งแต่วันที่ 22-26 มี.ค. 65)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละอองจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="background-color:&amp;nbsp;white;"&gt;&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละออง&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/span&gt;ประจำวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่าพบจุดความร้อน&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,869&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;839&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,669&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;จุดความร้อนสะสมช่วงประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิด&amp;nbsp;ยกเว้นพื้นที่ตามแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;-&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2,202&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สูงสุดที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;660&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยเกิดขึ้นสูงสุดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,227&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ส่วนคุณภาพอากาศประจำวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ค่า&amp;nbsp;PM2.5&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีตรวจวัดอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรฐานไม่เกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีปานกลาง)&amp;nbsp;และสถานีตรวจวัดอำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;(ค่ามาตรไม่ฐานเกิน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก)&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326150140336</Link_News></row>
<row _id="713"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับจุดความร้อนจากเมียนมาสูงขึ้นเกือบ 2,000 จุด ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เช่นเดียวกับจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาสูงขึ้นเกือบ&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(25&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;111&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;38&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพิจิตร&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่กระจายตัวในหลายภูมิภาค&amp;nbsp;แต่ยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก&amp;nbsp;ส่วนใหญ่พบในพื้นที่บริเวณภาคกลางตอนบน&amp;nbsp;คาดว่าจะเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;25&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,753&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,866&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,292&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้โดยรวมทั่วประเทศอยู่ในระดับดีมาก&amp;nbsp;ยกเว้นบริเวณตอนบนของภาคเหนือพบค่าฝุ่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้พบ&amp;nbsp;1,901&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;เป็นเวียดนาม&amp;nbsp;294&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;227&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326144619332</Link_News></row>
<row _id="714"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี   กรมโยธาธิการและผังเมือง การประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;การประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการศึกษา&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่พื้นที่ตำบลอ่างศิลา&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ถึงตำบลสัตหีบ&amp;nbsp;อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&lt;/strong&gt;(THE&amp;nbsp;COP&amp;nbsp;Seminar&amp;nbsp;&amp;amp;&amp;nbsp;Resort)&amp;nbsp;ตำบลบางละมุง&amp;nbsp;อำเภอบางละมุง&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;นายปราบพิภพ&amp;nbsp;จัมปะโสม&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการโยธาธิการ&amp;nbsp;สำนักงานโยธาธิการและ&amp;nbsp;ผังเมืองจังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โครงการศึกษา&amp;nbsp;เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พื้นที่ในระบบกลุ่มหาดตั้งแต่พื้นที่ตำบลอ่างศิลา&amp;nbsp;อำเภอเมืองชลบุรี&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ถึงตำบลสัตหีบ&amp;nbsp;อำเภอสัตหีบ&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย&amp;nbsp;มีระดับความรุนแรงและสาเหตุที่แตกต่างกันไป&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;ตระหนักถึงปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&amp;nbsp;จึงได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้าง&amp;nbsp;ป้องกันชายฝั่งรูปแบบต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;และตามการร้องขอของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;พ.ศ.2557&amp;nbsp;กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ได้เสนอแนวคิดในการจัดการชายฝั่ง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยใช้&amp;nbsp;ระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;(Littoral&amp;nbsp;Cell)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่ง&amp;nbsp;ในการจัดการชายฝั่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&amp;nbsp;โดยใช้หลักเกณฑ์และองค์ความรู้พื้นฐานทางด้านสมุทรศาสตร์&amp;nbsp;เกี่ยวกับกระบวนการชายฝั่ง&amp;nbsp;เข้ามากำหนดขอบเขตพื้นที่ชายฝั่ง&amp;nbsp;ดังนัน&amp;nbsp;เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;เป็นไปในลักษณะเชิงพื้นที่&amp;nbsp;หรือในลักษณะระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;กรมโยธาธิการและผังเมือง&amp;nbsp;จึงได้จัดทำ&amp;nbsp;โครงการศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;โดยนำแนวคิดระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;มาใช้เป็นแนวทางในการศึกษา&amp;nbsp;ในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่แนวชายฝั่งประมาณ&amp;nbsp;1,208&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;ในการจัดการชายฝั่งโดยใช้ระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;พร้อมจัดทำแผนหลักแนวทาง&amp;nbsp;และมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ศึกษา&amp;nbsp;โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม&amp;nbsp;สภาพเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเชิงพื้นที่&amp;nbsp;ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้&amp;nbsp;ในการจัดการชายฝั่ง&amp;nbsp;โดยใช้ระบบกลุ่มหาด&amp;nbsp;และส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกัน&amp;nbsp;ระหว่างองค์กรภาครัฐที่รับผิดชอบในการจัดการ&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป&amp;nbsp;โดยได้เชิญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว&amp;nbsp;และภาคประชาชน&amp;nbsp;เพื่อร่วมรับฟังข้อมูลโครงการและร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;บัณฑิต&amp;nbsp;มันปาฏิ....ภาพ/ข่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326151939340</Link_News></row>
<row _id="715"><NewsTitle>กองทัพบก และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมบูรณาการในการใช้อากาศยาน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือในช่วงเดือนเมษายน 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองทัพบก&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;บูรณาการในการใช้อากาศยาน&amp;nbsp;เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;ที่อาจจะมีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เนื่องจากยังมีปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่จำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;กองพลทหารราบที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอแม่ริม&amp;nbsp;จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;นายบุญธรรม&amp;nbsp;เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp;อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;พร้อมคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;ร่วมประชุมติดตามความพร้อมเกี่ยวกับการใช้อากาศยานในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;พร้อมหารือแนวทางการปฏิบัติงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;กับ&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;ประสิษฐิพงษ์&amp;nbsp;มูลดี&amp;nbsp;รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควันและฝุ่นละอองภาคเหนือ&amp;nbsp;กองทัพภาคที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;นายวรวิทย์&amp;nbsp;ชัยสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาพรวมในปีนี้&amp;nbsp;จะดีกว่าปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่งผลให้จุดความร้อนสะสมลดลง&amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังไม่มีเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่รุนแรง&amp;nbsp;ประกอบกับภาคส่วนต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ได้มีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็น&amp;nbsp;เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนป้องปรามการเกิดไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;รวมทั้งประชาชนให้ความร่วมมือในการลดการเผา&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;ได้มีการนำอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;UAV&amp;nbsp;และเครื่อง&amp;nbsp;DA42&amp;nbsp;ของกองทัพอากาศ&amp;nbsp;มาบินลาดตระเวนตรวจสอบจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงเช้า&amp;nbsp;โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียมเวียร์เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวิเคราะห์ก่อนจะนำอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp;UAV&amp;nbsp;ขึ้นบิน&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้นในการเกิดจุดความร้อน&amp;nbsp;ก่อนจะดำเนินการจัดหน่วยดับไฟเข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด&amp;nbsp;หากเกิดไฟป่าขึ้นบนพื้นที่สูงชัน&amp;nbsp;จะพิจารณาส่งเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;KA-32&amp;nbsp;ซึ่งมาประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เข้าพื้นที่ปฏิบัติการ&amp;nbsp;ซึ่งเฮลิคอปเตอร์&amp;nbsp;KA&amp;nbsp;&amp;nbsp;32&amp;nbsp;สามารถลำเลียงน้ำได้เที่ยวละ&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;บินด้วยความเร็วสูงสุด&amp;nbsp;250&amp;nbsp;กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;ความสูงในการบินหรือเพดานบินอยู่ที่&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;สามารถบินได้นาน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นาที&amp;nbsp;โดยจะทำการทิ้งน้ำครั้งเดียวทั้ง&amp;nbsp;3,000&amp;nbsp;ลิตร&amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นการทิ้งน้ำเพื่อเป็นแนวกันไฟ&amp;nbsp;จะไม่ทำการทิ้งน้ำลงบนเพลิงที่กำลังลุกไหม้&amp;nbsp;เนื่องจากจะทำให้สะเก็ดไฟเล็ก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ลอยขึ้นสู่อากาศ&amp;nbsp;ทำให้สามารถลุกลามเป็นวงกว้างได้&amp;nbsp;ซึ่งการปฏิบัติภารกิจของอากาศยานจะเป็นการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;พิมลกัลย์&amp;nbsp;เดชะชัย&amp;nbsp;สวท.&amp;nbsp;เชียงใหม่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>เชียงใหม่</Province><Department>สวท.เชียงใหม่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326154234345</Link_News></row>
<row _id="716"><NewsTitle>วราวุธ เร่งฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยแล้ง เพื่อลดปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพออุปโภค-บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เร่งฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มน้ำต้นทุนให้เพียงพออุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการติดตามความคืบหน้าโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;เพื่อใช้สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;พร้อมส่งมอบโครงการให้ผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;อ.ตระการพืชผล&amp;nbsp;จ.อุบลราชธานี&amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ให้ประชาชน&amp;nbsp;มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ&amp;nbsp;พร้อมจัดหาน้ำต้นทุนในการอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;การปลูกพืชใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;และการเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่&amp;nbsp;ควบคู่กับส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมมีความมั่นคงและลดปัญหาความยากจนให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;อยากขอให้ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆให้สามารถใช้งานได้อยู่เสมอ&amp;nbsp;แล้วแบ่งปันการใช้น้ำอย่างทั่วถึงและคุ้มค่า&amp;nbsp;สิ่งสำคัญอยากขอให้ทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้ให้เป็นแหล่งต้นน้ำต่อไปด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ฯแห่งนี้&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;หอถังสูงแคปซูลขนาด&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ถัง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;ปั๊มสูบน้ำผิวดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แรงม้า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;แผงโซลาร์เซลล์&amp;nbsp;ขนาด&amp;nbsp;310&amp;nbsp;วัตต์&amp;nbsp;96&amp;nbsp;แผง&amp;nbsp;//&amp;nbsp;โรงสูบน้ำและท่อจ่ายน้ำ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;และมีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า&amp;nbsp;556&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326175806373</Link_News></row>
<row _id="717"><NewsTitle>อธิบดีกรมประมงตรวจราชการและปฏิบัติราชการที่อุดรธานี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อธิบดีกรมประมงตรวจราชการและปฏิบัติงานในพื้นที่&lt;/strong&gt;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;กรมประมงลุยต่อ&amp;nbsp;"โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม"&amp;nbsp;โชว์ผลสำเร็จ&amp;nbsp;"แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ"&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เปิดจับสัตว์น้ำ&amp;nbsp;มุ่งกระจายรายได้ให้ชุมชนคาดสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เงินปันผลไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;พร้อมเยี่ยมชมการดำเนินงานวิสาหกิจกลุ่มแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;ที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดจับปลาในแหล่งน้ำโครงการธนาคารสินค้าเกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมสนับสนุนผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ทำนบปลาห้วยวังเบญ&amp;nbsp;บ้านดอนม่วง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลนาม่วง&amp;nbsp;อำเภอประจักษ์ศิลปาคม&amp;nbsp;โดยมีนายจำรัส&amp;nbsp;กังน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;นายอำพล&amp;nbsp;จินดาวงศ์&amp;nbsp;ประมงจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;และประชาชนร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด19&amp;nbsp;ของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;กรมประมงมีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน&amp;nbsp;"โครงการธนาคารผลผลิตสัตว์น้ำแบบมีส่วนร่วม"&amp;nbsp;อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการบริหารจัดการแหล่งน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;พร้อมเสริมสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการให้ชุมชนเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินการ&amp;nbsp;และกำหนดกติการ่วมกันภายใต้หลักการ&amp;nbsp;"ร่วมคิด&amp;nbsp;ร่วมทำ&amp;nbsp;ร่วมรับผลประโยชน์"&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาโครงการฯ&amp;nbsp;ได้รับการตอบรับที่ดี&amp;nbsp;มีผลสำเร็จเห็นผลเชิงประจักษ์&amp;nbsp;ปัจจุบันมีแหล่งน้ำเข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีสัตว์น้ำสำหรับบริโภคในชุมชน&amp;nbsp;สามารถลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ในครัวเรือน&amp;nbsp;ตลอดจน&amp;nbsp;มีการจัดสรรผลประโยชน์คืนให้แก่สมาชิกโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;และรายได้ส่วนหนึ่งคืนกลับสู่ชุมชนเป็นต้นทุนในการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ก่อให้เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;มีแหล่งน้ำที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แหล่งน้ำ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนองคำลากไม้&amp;nbsp;ตำบลขอนยูง&amp;nbsp;อำเภอกุดจับ,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนองเสี่ยนดุม&amp;nbsp;ตำบลนาดี&amp;nbsp;อำเภอหนองแสง&amp;nbsp;,&lt;/p&gt;&lt;p&gt;หนองหายโศก&amp;nbsp;ตำบลหนองไผ่&amp;nbsp;อำเภอหนองหาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และทำนบปลาห้วยวังเบญ&amp;nbsp;ตำบลนาม่วง&amp;nbsp;อำเภอประจักษ์ศิลปาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เป็นแหล่งน้ำที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีพื้นที่ขนาด&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เดิมทีแหล่งน้ำแห่งนี้มีการใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรอย่างเดียว&amp;nbsp;จากศักยภาพของแหล่งน้ำโดยเฉพาะด้านการประมง&amp;nbsp;กรมประมงโดยสำนักงานประมงจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี&amp;nbsp;จึงได้เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้ชุมชนมีการบริหารจัดการแหล่งน้ำแห่งนี้&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตสัตว์น้ำจืดของชุมชน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืดให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญสำหรับการบริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยชุมชนได้มีการทำประชาคมหมู่บ้านร่วมกันจัดทำแผนการพัฒนาแหล่งน้ำ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีการจัดตั้งคณะกรรมการแหล่งน้ำ&amp;nbsp;พร้อมร่วมกันออกกฎกติกาในการบริหารจัดการและจัดสรรรายได้ที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ&amp;nbsp;สำหรับใช้พัฒนาชุมชนด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สาธารณูปโภคในหมู่บ้าน&amp;nbsp;วัด&amp;nbsp;โรงเรียน&amp;nbsp;เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการแหล่งน้ำในปีต่อไป&amp;nbsp;และส่วนหนึ่งปันผลคืนให้แก่สมาชิกตามกฎระเบียบที่ชุมชนร่วมกันกำหนดขึ้น&amp;nbsp;ซึ่งในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ได้มีการเปิดขายบัตรจับสัตว์น้ำเก่า&amp;nbsp;มีรายได้กว่า&amp;nbsp;89,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;ชุมชนได้ร่วมกันดำเนินการตามแผนชุมชนเพื่อพัฒนา&lt;/strong&gt;แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญ&amp;nbsp;ในการผลิตสัตว์น้ำและสร้างรายได้โดยใช้เงินงบอุดหนุนจากโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;175,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีเจ้าหน้าที่ประมงคอยเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp;สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำจืดเพื่อเพิ่มเติมผลผลิตสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ปลานิล&amp;nbsp;ปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;ปลายี่สกเทศ&amp;nbsp;ปลาบ้า&amp;nbsp;พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบลดต้นทุนการผลิต&amp;nbsp;โดยการเพิ่มอาหารธรรมชาติจากวัสดุธรรมชาติในชุมชน&amp;nbsp;มีการสอนการเพาะสัตว์น้ำด้วยชุดเพาะฟักเคลื่อนที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;(Mobile&amp;nbsp;Hatchery)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ชุมชนได้รับการพัฒนาศักยภาพและทักษะด้านการประมง&amp;nbsp;จนสามารถการบริหารจัดการแหล่งน้ำของชุมชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้จากการอนุบาลลูกปลาจำหน่ายกว่า&amp;nbsp;55,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ปัจจุบัน&amp;nbsp;แหล่งน้ำทำนบปลาห้วยวังเบญมีการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น&amp;nbsp;มีคณะกรรมการบริหารองค์กรโครงการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;21&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีสมาชิกเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนแล้วกว่า&amp;nbsp;77&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;มีเงินหุ้นรวม&amp;nbsp;7,700&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กิจกรรมครั้งนี้เปิดจับปลาในแหล่งน้ำครั้งแรกตามแผนดำเนินงาน&lt;/strong&gt;ของชุมชนหลังจากปล่อยพันธุ์ปลาในแหล่งน้ำ&amp;nbsp;คาดสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;100,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และมีรายได้ปันผลคืนสู่ชุมชนและสมาชิกโครงการฯ&amp;nbsp;ไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp;จากความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของชุมชน&amp;nbsp;ทำให้โครงการฯ&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ประสบผลสำเร็จ&amp;nbsp;ซึ่งนอกจากจะเกิดการสร้างรายได้ในชุมชนแล้ว&amp;nbsp;ยังเกิดแหล่งเรียนรู้ด้านการประมงชุมชนต้นแบบ&amp;nbsp;เกิดความรัก&amp;nbsp;ความสามัคคี&amp;nbsp;ชุมชนมีทักษะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมง&amp;nbsp;ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp;นำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;มั่นคง&amp;nbsp;มั่งคั่ง&amp;nbsp;และยั่งยืนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมงและคณะ&amp;nbsp;ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงาน&lt;/strong&gt;ของวิสาหกิจกลุ่มแปลงใหญ่ปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;ที่บ้านหนองแวง&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลไชยวาน&amp;nbsp;อำเภอไชยวาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับงบอุดหนุนแปลงใหญ่ยกระดับ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการผลิตอาหารเม็ด&amp;nbsp;และเพาะลูกปลาด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่&amp;nbsp;ซึ่งอธิบดีกรมประมง&amp;nbsp;ได้กล่าวพบปะและเยี่ยมชมกิจกรรมการผลิตอาหารปลาลอยน้ำ&amp;nbsp;การสาธิตการเพาะพันธ์ปลาตะเพียนขาวด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่&amp;nbsp;และเยี่ยมชมบ่อเลี้ยงปลาตะเพียนขาว&amp;nbsp;ก่อนที่จะเดินทางไปประชุมติดตามการดำเนินงานด้านประมงในเขตพื้นที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;และมอบนโยบายให้แก่คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกรมประมงระดับจังหวัด&amp;nbsp;(Fisheries&amp;nbsp;Coordinator&amp;nbsp;(FC)&amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกรมประมงจังหวัดอุดรธานีที่&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยและพันาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าว&amp;nbsp;ส.ปชส.อด.&amp;nbsp;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326190033376</Link_News></row>
<row _id="718"><NewsTitle>รมว.ทส. วราวุธ ฯ เปิดโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำ สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว เพื่อแก้ไขปัญหาที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ ประชาชน  ตำบลไหล่ทุ่ง อ.ตระการพืชผล</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำ&amp;nbsp;สนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลไหล่ทุ่ง&amp;nbsp;อำเภอตระการพืชผล&amp;nbsp;จังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;โดยมีนายพงศ์รัตน์&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โครงการดังกล่าวฯ&amp;nbsp;ราษฎร&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตำบลไหล่ทุ่ง&amp;nbsp;ได้รวมกลุ่มดำเนินการเกษตรแปลงใหญ่ข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ประสบภัยฝนทิ้งช่วงและอุทกภัย&amp;nbsp;ซึ่งในพื้นที่มีแหล่งน้ำผิวดินที่มีปริมาณเก็บกักน้ำมากแต่ไม่สามารถนำน้ำที่มีอยู่ไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลไหล่ทุ่ง&amp;nbsp;จึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำสนับสนุนแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเป็นปั๊มสูบน้ำผิวดินด้วยพลังงานแสงอาทิตย์&amp;nbsp;จากสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลภาค&amp;nbsp;11&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;และบรรเทาภัยแล้งให้กับประชาชน&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่ม&amp;nbsp;แปลงใหญ่ข้าวในพื้นที่&amp;nbsp;ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;ปัจจุบันมีครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์&amp;nbsp;จากโครงการ&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;112&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;จำนวนประชากร&amp;nbsp;336&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;พื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;556&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;รวมความยาวท่อจ่ายน้ำ&amp;nbsp;3,385&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-26T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุบลราชธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220326191504390</Link_News></row>
<row _id="719"><NewsTitle>วิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่ เพชรบูรณ์ ต้นแบบการรวมกลุ่มปลูกมะขามเปรี้ยว สร้างกำไรปีละ 32 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนพดล&amp;nbsp;ศรีพันธุ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;นครสวรรค์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;มะขามเปรี้ยว&amp;nbsp;เป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ&amp;nbsp;โดยจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;นับเป็นแหล่งปลูกมะขามเปรี้ยวที่สำคัญของประเทศ&amp;nbsp;เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ&amp;nbsp;ลักษณะดิน&amp;nbsp;และสภาพอากาศเหมาะแก่การเจริญเติบโต&amp;nbsp;ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;มีเนื้อที่ปลูกมะขามเปรี้ยว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,901&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกรผู้ปลูก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;887&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอหนองไผ่&amp;nbsp;และอำเภอวังโป่ง&amp;nbsp;ทำให้จากการลงพื้นที่ติดตาม&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;ปัจจุบันเกษตรกรมีการรวมกลุ่มผลิต&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จคือ&amp;nbsp;กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่&amp;nbsp;อำเภอหล่มเก่า&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&amp;nbsp;เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่&amp;nbsp;ปัจจุบันมีสมาชิก&amp;nbsp;65&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เนื้อที่ปลูก&amp;nbsp;1,012&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ช่วงเก็บเกี่ยวจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ผลผลิตรวม&amp;nbsp;3,013&amp;nbsp;ตัน/ปี&amp;nbsp;ผลผลิตเฉลี่ย&amp;nbsp;2,977&amp;nbsp;กิโลกรัม/ไร่/ปี&amp;nbsp;คิดเป็นกำไร&amp;nbsp;31,886&amp;nbsp;บาท/ไร่/ปี&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;หากคิดเป็นผลตอบแทนของทั้งกลุ่มจะได้กำไรประมาณ&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ล้านบาท/ปี&amp;nbsp;โดยการจำหน่ายจะมีพ่อค้าเป็นผู้รวบรวมเพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp;และที่เหลืออีกร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;แปรรูปเป็นมะขามเปียก&amp;nbsp;มะขามจี๊ดจ๊าด&amp;nbsp;มะขามคลุกน้ำตาล&amp;nbsp;มะขามคลุกบ๊วย&amp;nbsp;และมะขามหยีปรุงรสต่างๆ&amp;nbsp;จำหน่ายทั้งปลีกและส่งที่ร้านค้ากลุ่มและร้านขายของฝากในจังหวัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;มีจำหน่ายออนไลน์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เกษตรกรควรเฝ้าระวังหนอนในช่วงที่ผลผลิตออกดอกในเดือนเมษายน&amp;nbsp;-&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญในการปลูกมะขามเปรี้ยว&amp;nbsp;อาจทำลายให้ผลผลิตเสียหายได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327150949517</Link_News></row>
<row _id="720"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้ พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกตัวเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วง 28 มี.ค. - 3 เม.ย.</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&amp;nbsp;พร้อมเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำเค็มรุกตัวเข้าแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง&amp;nbsp;แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงเช่นกัน&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.เพชรบูรณ์&amp;nbsp;53&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ระนอง&amp;nbsp;47&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;38&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,483&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,612&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำแม่จาง&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามข้อมูลระดับน้ำทำนายสูงสุด&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ต่ำสุดปีนี้&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;กรมอุทกศาสตร์&amp;nbsp;กองทัพเรือ&amp;nbsp;และการคาดการณ์ของสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;อิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมกระทบบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;เกิดน้ำเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้อุปโภค-บริโภคและการใช้น้ำเพื่อการเกษตรโดย&amp;nbsp;คาดการณ์ว่าช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ระดับน้ำอยู่ที่&amp;nbsp;1.701.80&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;แล้วจะมีค่าความเค็มอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;และช่วงวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;-&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;จะยังคงเกิดน้ำทะเลหนุนสูงได้อีก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริหารจัดการน้ำและควบคุมค่าความเค็มบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ดังกล่าวและเฝ้าระวังน้ำเค็มรุกต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพน้ำช่วงน้ำทะเลหนุนตลอดช่วงหน้าแล้งนี้&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานวางแผนควบคุมค่าความเค็มจากการระบายน้ำผ่านอาคารชลประทานการประปานครหลวงบริหารจัดการการสูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยงข้องติดตามสถานการณ์น้ำขึ้น-น้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327100904453</Link_News></row>
<row _id="721"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ ต.จองคำ  จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวสูงในระดับสีแดงเกือบแตะ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงเกือบแตะ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นบางพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สูงในระดับสีแดงเกือบแตะ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;-&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคมภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327101052454</Link_News></row>
<row _id="722"><NewsTitle>เตรียมส่งออกขนุนจากภาคใต้สัปดาห์นี้ ต่อด้วยลำไยจากภาคเหนือ ผ่านลาวไปจีนด้วยระบบขนส่งแบบผสมผสาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ&amp;nbsp;(เฉพาะกิจ)&amp;nbsp;เปิดเผยวันนี้ว่า&amp;nbsp;การขนส่งทุเรียน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์&amp;nbsp;และมะพร้าวจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากจังหวัดระยองในภาคตะวันออก&amp;nbsp;ไปยังสถานีรถไฟหนองคาย&amp;nbsp;เพื่อตรวจและออกใบรับรองตรวจโรคพืชไฟโตที่ด่านหนองคายตามพิธีสารผลไม้ไทย-จีน&amp;nbsp;จากนั้นขบวนรถไฟจะขนส่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว&amp;nbsp;ข้ามแม่น้ำโขงไปยังท่าบก&amp;nbsp;ท่านาแล้ง&amp;nbsp;ก่อนยกขึ้นหัวลากจากท่านาแล้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.9&amp;nbsp;กม.&amp;nbsp;ไปขึ้นรถไฟลาว-จีนที่&amp;nbsp;สถานีเวียงจันทน์&amp;nbsp;ก่อนขนส่งไปสถานีรถไฟนาเตยแล้วยกขึ้นรถหัวลากเดินทางไปด่านบ่อเตนของลาวข้ามพรมแดนลาว-จีน&amp;nbsp;ไปตรวจปล่อยที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนานของจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นระบบการขนส่งหลายรูปแบบ&amp;nbsp;ที่เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีที่ยังไม่สามารถขนส่งผลไม้ทางรถไฟจากลาวข้ามแดนไปด่านรถไฟโมฮ่านโดยตรง&amp;nbsp;เนื่องจากจีนกำลังก่อสร้างอาคารและลานตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน&amp;nbsp;จึงต้องไปใช้การตรวจโรคพืชที่ด่านโมฮ่าน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นด่านใหญ่ด่านเดิมไปพรางก่อน&amp;nbsp;และคาดว่าในสัปดาห์นี้จะมีการส่งออกขนุนจากภาคใต้&amp;nbsp;ต่อด้วยผลไม้&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ลำไยจากภาคเหนือ&amp;nbsp;หลังจากเริ่มการขนส่งผลไม้จากภาคตะวันออก&amp;nbsp;โดยหวังว่าจะผ่านไปด้วยดีโดยตนจะติดตามทุกขั้นตอนจนกว่าทุเรียนและมะพร้าวจะถึงกวางโจว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ประชุมหารือถึงเรื่องการทดสอบทดลองใช้ระบบขนส่งผสมผสานทางรางทางรถ&amp;nbsp;จะดูทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน&amp;nbsp;และปัญหาข้อขัดข้องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;โดยมีบริษัทผู้ส่งออกผลไม้และบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ได้รับอนุญาตให้ร่วมในการทดสอบครั้งนี้&amp;nbsp;ซึ่งมีหลายบริษัทที่ทางการจีนได้อนุมัติให้ดำเนินการทดสอบทดลอง&amp;nbsp;ซึ่งต้องขอบคุณสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน&amp;nbsp;และทางการยูนนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สถาบันโลจิสติกส์คุนหมิง&amp;nbsp;และสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยตลอดจนภาคเอกชนของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;และฟรุ้ทบอร์ด&amp;nbsp;ที่ร่วมมือกันส่งเสริมการค้าการส่งออกทุเรียนมะพร้าวและผลไม้อื่นๆ&amp;nbsp;ภายใต้พิธีสารแม้จะมีปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp;ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-ลาว-จีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327150021507</Link_News></row>
<row _id="723"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 300 จุด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(26&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;298&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;114&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;88&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;59&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;71&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพิจิตร&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มกลับมากระจายตัวเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่บริเวณภาคกลางและภาคเหนือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,771&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;10,990&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,410&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และเชียงรายฝุ่นค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมา&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้พบ&amp;nbsp;2,311&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;845&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;298&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327143154504</Link_News></row>
<row _id="724"><NewsTitle>โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอปากชม&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;นายชัยธวัช&amp;nbsp;เนียมศิริ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายฉลอง&amp;nbsp;อินทนนท์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเลย,&amp;nbsp;นายกฤษฎา&amp;nbsp;โพธิ์ชัย&amp;nbsp;นายอำเภอปากชม&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เกษตรกรและประชาชนชาวอำเภอปากชม&amp;nbsp;ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชัยธวัช&amp;nbsp;เนียมศิริ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;เป็นโครงการที่สามารถให้บริการทางวิชาการ&amp;nbsp;และทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรสู่เกษตรกร&amp;nbsp;บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย&amp;nbsp;เป็นโครงการที่เข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;เพราะเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุก&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ทั้งด้านพืช&amp;nbsp;ด้านดิน&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;และอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการนำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;และองค์ความรู้&amp;nbsp;ด้านการเกษตร&amp;nbsp;มาสู่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;โดยเกษตรกรไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลไปถึงตัวเมือง&amp;nbsp;หรือสถานที่ราชการซึ่งอาจจะอยู่ห่างไกล&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉลองอินทนนท์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดเลย&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องในวโรกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ทรงมีพระชนมายุครบ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;ในพุทธศักราช&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;กราบบังคมทูลถวาย&amp;nbsp;และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;nbsp;ฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;และทรงพระราชทาน&amp;nbsp;พระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมาย&amp;nbsp;ตราสัญลักษณ์โครงการ&amp;nbsp;โดยเปิดให้บริการครั้งแรก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ตำบลบ้านหลวง&amp;nbsp;อำเภอดอนพุด&amp;nbsp;จังหวัดสระบุรี&amp;nbsp;และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;เป็นวิธีการดำเนินงานอย่างหนึ่ง&lt;/strong&gt;ที่สามารถทำให้การบริการทางวิชาการ&amp;nbsp;และการถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;ทางการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์บรรลุผลสำเร็จตามภารกิจที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึงและครบถ้วน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัย&amp;nbsp;โรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;และการให้วัคซีนป้องกันโรค&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี&amp;nbsp;และฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นการดำเนินการ&amp;nbsp;ในลักษณะบูรณาการ&amp;nbsp;การทำงานระหว่าง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นักวิชาการเกษตรของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ในแต่ละสาขา&amp;nbsp;ทั้งด้านพืช&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;ประมง&amp;nbsp;ดิน&amp;nbsp;และน้ำ&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิชาการด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;มาให้บริการในคลินิกเกษตร&amp;nbsp;โดยสามารถเคลื่อนที่เข้าไปได้ถึงในระดับตำบล&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;ครบถ้วนทุกด้านในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในงานกำหนดให้มีกิจกรรมเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการจากส่วนราชการและภาคเอกชน&amp;nbsp;การแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-27T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220327165759533</Link_News></row>
<row _id="725"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ ต.จองคำ  จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นหลายพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สูงในระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ภาพรวมหลายพื้นที่จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328095802627</Link_News></row>
<row _id="726"><NewsTitle>กอนช.ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่ง พร้อมให้กรมชลประทานเดินหน้ามาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางแห่ง&amp;nbsp;พร้อมให้กรมชลประทานเดินหน้ามาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;88&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;72&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และพะเยา&amp;nbsp;68&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,360&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,496&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามการดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนปีนี้&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำได้เลื่อนระยะเวลาการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำเร็วขึ้น&amp;nbsp;ส่งน้ำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่โครงการ&amp;nbsp;ซึ่งได้เริ่มส่งน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ให้ทุ่งบางระกำพื้นที่&amp;nbsp;265,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;อ.พรหมพิราม&amp;nbsp;อ.บางระกำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;อ.วัดโบสถ์&amp;nbsp;จ.พิษณุโลก&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.กงไกรลาศ&amp;nbsp;จ.สุโขทัย&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;97&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;จากเดิมเริ่มเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกเร็วขึ้นและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนฤดูน้ำหลาก&amp;nbsp;ช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร&amp;nbsp;สามารถใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากจากลุ่มน้ำยม&amp;nbsp;ลดผลกระทบจากอุทกภัยทั้งในพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และพื้นที่ชุมชนเมืองของ&amp;nbsp;จ.สุโขทัย&amp;nbsp;แล้วยังชะลอการระบายน้ำลงสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาได้สูงสุด&amp;nbsp;400&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากผลิตภัณฑ์ข้าว&amp;nbsp;และการทำอาชีพประมง&amp;nbsp;การแปรรูปผลผลิตจากปลา&amp;nbsp;สามารถสร้างรายได้เสริมช่วงรับน้ำเข้าทุ่ง&amp;nbsp;โดยกรมชลประทานจะนำแนวทางการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำขยายผลสู่พื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328100119628</Link_News></row>
<row _id="727"><NewsTitle>ฉก.ปัตตานี มุ่ง ส่งเสริมอาชีพ ประมง พื้นบ้าน สร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;ศูนย์ประมงพื้นบ้าน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอปะนาเระ&amp;nbsp;จังหวัดปัตตานี&amp;nbsp;พลตรี&amp;nbsp;คมกฤช&amp;nbsp;รัตนฉายา&amp;nbsp;ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;กฤศณัฏฐ์&amp;nbsp;จันทร&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;เข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับ&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;สุไลมาน&amp;nbsp;ดาราโอะ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;และนางสาวอาอีซะฮ์&amp;nbsp;ตีมุง&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มทำขนมสตรี&amp;nbsp;ตำบลปะนาเระ&amp;nbsp;เพื่อรับฟังแลกเปลี่ยนแนวความคิด&amp;nbsp;ประสบการณ์ในการประกอบอาชีพของกลุ่ม&amp;nbsp;เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการส่งเสริมอาชีพพื้นบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมทั้งเป็นส่วนสนับสนุน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หาแนวทางในการขยายตลาดอาชีพของชุมชนออกไปสู่ตลาดภายนอก&amp;nbsp;โดยการเชื่อมต่อกับหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;องค์กรอิสระ&amp;nbsp;ที่เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพกลุ่มการผลิตด้านการเกษตร&amp;nbsp;ให้สามารถมีตลาดในการกระจายสินค้าและบริการไปสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพที่มั่นคง&amp;nbsp;สร้างรายได้ที่มั่งคั่ง&amp;nbsp;และทำให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในการนี้&amp;nbsp;รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี&amp;nbsp;ได้ฝากข้อห่วงใย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กับทางหัวหน้ากลุ่มฯ&amp;nbsp;เกี่ยวกับเรื่องข้อปฏิบัติตนในห้วงเดือนรอมฎอนให้ปลอดภัยไร้โควิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;ขาย&amp;nbsp;ใช้&amp;nbsp;ดอกไม้เพลิง&amp;nbsp;ประทัดและสิ่งเทียมที่ทำให้เกิดเสียงดังทุกชนิด&amp;nbsp;ในห้วงเดือนรอมฎอน&amp;nbsp;ตามประกาศของ&amp;nbsp;กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ส่วนหน้า&amp;nbsp;ทั้งนี้หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก&amp;nbsp;ไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;หรือปรับไม่เกิน&amp;nbsp;40,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ปัตตานี</Province><Department>สวท.ปัตตานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328115637681</Link_News></row>
<row _id="728"><NewsTitle>สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 10  พัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ยกระดับการควบคุมภายใน สำหรับผู้ตรวจสอบกิจการ รุ่นที่  2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;โรงแรมลองบีช&amp;nbsp;ชะอำ&amp;nbsp;อำเภอชะอำ&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางวรรณทณี&amp;nbsp;ศรีพุ่มไข่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เปิดการฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ยกระดับการควบคุมภายใน&amp;nbsp;สำหรับผู้ตรวจสอบกิจการ&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมด้วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;สหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;และสมุทรสงคราม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สหกรณ์&amp;nbsp;ผู้เข้ารับการอบรม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางวรรณทณี&amp;nbsp;ศรีพุ่มไข่&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพการควบคุมภายในของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;รุ่นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จัดอบรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;28-29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;มีระบบการควบคุมภายในที่ดี&amp;nbsp;คณะกรรมการ&amp;nbsp;ฝ่ายจัดการ&amp;nbsp;และผู้ตรวจสอบกิจการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการควบคุม&amp;nbsp;การบริหารจัดการ&amp;nbsp;การประเมินความเสี่ยง&amp;nbsp;การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการบริหารจัดการสหกรณ์&amp;nbsp;นำไปสู่การจัดชั้นคุณภาพของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในระดับที่สูงขึ้น&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสหกรณ์&amp;nbsp;ปัจจุบันเป็นยุค&amp;nbsp;Thailand&amp;nbsp;4.0&amp;nbsp;การใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการมีความจำเป็นมากขึ้น&amp;nbsp;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้ยกระดับองค์กร&amp;nbsp;สู่การเป็น&amp;nbsp;Digital&amp;nbsp;Government&amp;nbsp;มีการพัฒนาโปรแกรมระบบบัญชีครบวงจรมาให้บริการกับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;ช่วยในการจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงินได้สะดวก&amp;nbsp;ถูกต้อง&amp;nbsp;ได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;รวมทั้งนำ&amp;nbsp;App&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;4M&amp;nbsp;ช่วยให้สมาชิก&amp;nbsp;คณะกรรมการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทุกที่ทุกเวลา&amp;nbsp;เพื่อความโปร่งใสในระบบสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารงานจัดการสหกรณ์&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;นอกจากสร้างความสำเร็จในการบริหารงานแล้ว&amp;nbsp;ยังสร้างความเข้มแข็ง&amp;nbsp;ด้วยระบบการควบคุมภายในที่ดี&amp;nbsp;ช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจทำให้เกิดความเสียหายในสหกรณ์ได้อย่างทันเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>NULL</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328121647699</Link_News></row>
<row _id="729"><NewsTitle>กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรลำปาง ขานรับมติ ครม.แก้หนี้เกษตรกรฯ เร่งสำรวจสมาชิกกองทุนฯ ได้รับสิทธิ์มากกว่า 1,700 ราย มูลหนี้รวม 297 ล้านบาทเศษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอธิภัทร&amp;nbsp;ก้อวงค์&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ตามที่&amp;nbsp;ครม.&amp;nbsp;มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สำหรับลูกหนี้ธนาคารของรัฐ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน,&amp;nbsp;ธ.ก.ส.,&amp;nbsp;ธอส.&amp;nbsp;และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธพว.)&amp;nbsp;โดยให้เกษตรกรฯ&amp;nbsp;ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิมโดยพักชำระเงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&amp;nbsp;และดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน&amp;nbsp;และให้เกษตรกรฯ&amp;nbsp;ทำสัญญาผ่อนชำระหนี้เงินต้นครึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;(ร้อยละ&amp;nbsp;50)&amp;nbsp;ตามระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;สำหรับการชดเชยเงินต้นร้อยละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ในส่วนที่เกษตรกรฯ&amp;nbsp;ไม่ต้องรับภาระ&amp;nbsp;กลุ่มเป้าหมายจำนวน&amp;nbsp;50,621&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รัฐจะรับภาระในการจัดสรรเมื่อเกษตรกรฯ&amp;nbsp;ได้ชำระหนี้คืนงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับจังหวัดลำปางมีสมาชิกกองทุนฯ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับสิทธิ์ในโครงการดังกล่าวทั้งหมด&amp;nbsp;1,756&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;2,913&amp;nbsp;สัญญา&amp;nbsp;มูลหนี้รวม&amp;nbsp;297,580,084.16&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;สาขาจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จะดำเนินการแจ้งสิทธิ์ตามโครงการฯ&amp;nbsp;พร้อมขั้นตอนการดำเนินการให้แก่เกษตรกรเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&amp;nbsp;ทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้เกษตรกรสามารถตรวจสอบรายชื่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือมีข้อสงสัยต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม&amp;nbsp;ทั้งการขึ้นทะเบียนองค์กร&amp;nbsp;การขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร&amp;nbsp;และการยื่นเสนอแผนและโครงการฯ&amp;nbsp;สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หรือโทร&amp;nbsp;0&amp;nbsp;5426&amp;nbsp;5054&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328115909684</Link_News></row>
<row _id="730"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพรเทพ&amp;nbsp;เจริญสืบสกุล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากสถานการณ์ไฟป่าบริเวณพื้นที่ป่าในจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;รวมถึงพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ&amp;nbsp;สบอ.16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;มีจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hot&amp;nbsp;Spot)&amp;nbsp;และมีไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้สั่งการให้หัวหน้าหน่วยงานภาคสนามในสังกัดฯ&amp;nbsp;ดูแลรับผิดชอบดับไฟป่า&amp;nbsp;บูรณาการและสนธิกำลังหน่วยงานภาคี&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;หน่วยงานราชการในพื้นที่&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์&amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่&amp;nbsp;ร่วมกันป้องกันและดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp;การดับไฟป่าให้ทั่วถึง&amp;nbsp;และลดจำนวนไฟป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;สาขาแม่สะเรียง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้รายงานปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp;ต่อนายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการลักลอบจุดไฟป่า&amp;nbsp;โดยเฉพาะบริเวณป่าสาละวิน&amp;nbsp;ริมแม่น้ำสาละวินในแถบประเทศเพื่อนบ้านที่มีการลักลอบจุดไฟเผาป่าอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งเบื้องต้นได้มีการการสนธิกำลังเข้าดับไฟป่าตามลำน้ำสาละวิน&amp;nbsp;ชายแดนไทย-พม่า&amp;nbsp;บริเวณหน่วยฯผาแดง&amp;nbsp;และจุดสกัดนอปานา&amp;nbsp;เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสาละวิน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ให้เจ้าหน้าที่ป่าทุกภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปริมาณจุดฮอตสปอต&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ยืนยันว่า&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนลดลง&amp;nbsp;70&amp;nbsp;กว่า%&amp;nbsp;จากปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องคอยติดตามฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาอยู่ขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328130440705</Link_News></row>
<row _id="731"><NewsTitle>ชมรมเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่จันท์ ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด หอการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่ ผลไม้เมืองจันท์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษมีรสชาติ หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง กรอบ ไม่แฉะ พร้อมเปิดท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนลิ้นจี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณลานศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;ภูติเกียรติขจร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมด้วยเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ประธานหอการค้า&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่จังหวัดจันทบุรีได้ร่วมแถลงข่าวประชาสัมพันธ์ผลไม้&amp;nbsp;ของดีเมืองจันท์คือ&amp;nbsp;ลิ้นจี่ที่กำลังให้ผลผลิต&amp;nbsp;ปลูกมากในพื้นที่อำเภอสอยดาว&amp;nbsp;และอำเภอโป่งน้ำร้อน&amp;nbsp;ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;เนื้อลิ้นจี่ของเกษตรกรที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรีจะมีกลิ่นหอมรสชาติ&amp;nbsp;หวานอมเปรี้ยว&amp;nbsp;เนื้อแห้ง&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;ไม่แฉะ&amp;nbsp;เนื้อหา&amp;nbsp;เม็ดเล็ก&amp;nbsp;สีสันต์สวยงาม&amp;nbsp;มีสรรพคุณเป็นยากึ่งๆสมุนไพร&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ&amp;nbsp;ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งเต้านม&amp;nbsp;เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย&amp;nbsp;ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง&amp;nbsp;คัดจมูก&amp;nbsp;ป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ที่ผ่านมาลิ้นจี่ในจังหวัดจันทบุรีนิยมปลูกกันมากแต่หลังจากทุเรียนมีราคาสูงขึ้นเกษตรกรจึงโค่นต้นลิ้นจี่หันมาปลูกทุเรียนกันเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกันจึงเกรงว่าลิ้นจี่พันธุ์จันทบุรีจะหายไปเพราะเหลือพื้นที่ปลูกรวมกันประมาณ&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;กว่าไร่เท่านั้น&amp;nbsp;และอยากให้ทางจังหวัดส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่&amp;nbsp;พร้อมทั้งมีมาตรการป้องกันผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดซึ่งลิ้นที่ที่มีคุณภาพจะมีระยะเวลาก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ&amp;nbsp;75&amp;nbsp;&amp;nbsp;80&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับราคาผลผลิตในปีนี้ขายปลีกประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp;120&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และในช่วงนี้ชาวสวนลิ้นจี่ได้เปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้ประชาชน&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมสวนฟรี&amp;nbsp;พร้อมเลือกซื้อลิ้นจี่สดจากสวนโดยผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;เกษตรอำเภอสอยดาว&amp;nbsp;โป่งน้ำร้อน&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;ที่คุณไพโรจน์&amp;nbsp;ลิมธนวงศ์&amp;nbsp;เลขาชมรมผู้ปลูกลิ้นจี่จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;หมายเลขโทรศัพท์&amp;nbsp;081&amp;nbsp;6522544&amp;nbsp;ทุกวัน&amp;nbsp;ลิ้นจี่จันทบุรีปีนี้จะให้ผลผลิตไปถึงประมาณสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328124735703</Link_News></row>
<row _id="732"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 600 จุด ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นกว่า&amp;nbsp;600&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(27&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;632&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร&amp;nbsp;228&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;175&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;117&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;115&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพิษณุโลก&amp;nbsp;43&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพบจุดความร้อนเล็กน้อยเนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,826&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;11,228&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,671&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้พื้นที่ภาคเหนือมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และเชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดใน&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;2,075&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็นเมียนมาร&amp;nbsp;1,122&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;632&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328140914731</Link_News></row>
<row _id="733"><NewsTitle>กรมชลประทาน เฝ้าระวังสภาพอากาศ ติดตามบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมน้ำรับฤดูน้ำหลาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทวีศักดิ์&amp;nbsp;ธนเดโชพล&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ&amp;nbsp;48,206&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;หรือคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯรวมกัน&amp;nbsp;มีน้ำใช้การได้ประมาณ&amp;nbsp;24,268&amp;nbsp;ล้าน&amp;nbsp;ลบ.ม.&amp;nbsp;ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่กำหนด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ปริมาณฝนในปี&amp;nbsp;65&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;จะคล้ายคลึงปี&amp;nbsp;52&amp;nbsp;ประกอบกับปรากฏการณ์เอลนีโญ&amp;nbsp;ซึ่งอาจส่งผลให้มีปริมาณฝนตกมาก&amp;nbsp;จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ&amp;nbsp;เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศ&amp;nbsp;จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องเหมาะสม&amp;nbsp;เน้นย้ำอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำร้อยละ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ของความจุอ่างฯ&amp;nbsp;ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;พร้อมบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด&amp;nbsp;รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทาน&amp;nbsp;ให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ&amp;nbsp;หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328145357766</Link_News></row>
<row _id="734"><NewsTitle>จ.ประจวบฯ จัดบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตให้แก่เกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่วัดบ่อนอก&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ต.บ่อนอก&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;สุขภาคกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายธนนท์&amp;nbsp;พรรพีภาส&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;นายวันชัย&amp;nbsp;นิลวงศ์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;และประชาชนในพื้นที่ร่วมพิธี&amp;nbsp;มีกิจกรรมภายในงาน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกปฏิรูปที่ดิน&amp;nbsp;คลินิกการยาง&amp;nbsp;คลินิกพืชอาหารสัตว์&amp;nbsp;คลินิกหม่อนไหม&amp;nbsp;และคลินิก&amp;nbsp;อสค.&amp;nbsp;มุ่งเน้นการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในด้านต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;โดยมีเกษตรกรจำนวนมากมารับบริการจากหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดฯ&amp;nbsp;ได้จัดเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ให้บริการทำหมันสุนัขและแมวของประชาชน&amp;nbsp;และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;รวมถึงการออกร้านจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;สินค้าแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชงแปรรูปจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาบทบาทสตรีบ้านหนองปุหลก&amp;nbsp;ต.บ่อนอก&amp;nbsp;อ.เมืองประจวบฯ&amp;nbsp;ซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;สุขภาคกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ทรงมีพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่นในการสืบสาน&amp;nbsp;รักษา&amp;nbsp;และต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร&amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช&amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;ทรงดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจ&amp;nbsp;การพัฒนางานด้านต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ซึ่งโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;พร้อมการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;ถือเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกร&amp;nbsp;เพราะจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกด้าน&amp;nbsp;โดยหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;ได้นำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่เกษตรกรถึงในพื้นที่จึงขอให้เกษตรกรที่มาร่วมงานใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเข้ารับบริการหรือปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;สุขภาคกุล&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ยังได้มอบเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน&amp;nbsp;สปก.4-01&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมอบพันธุ์ปลาให้แก่เกษตรกรเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์สร้างรายได้ในครัวเรือน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328152615782</Link_News></row>
<row _id="735"><NewsTitle>ส่งสารวัตรข้าว ตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์จังหวัดอยุธยาให้ได้มาตรฐาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าว&amp;nbsp;และมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านสารวัตรข้าวของกรมการข้าว&amp;nbsp;เพื่อ&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;Off&amp;nbsp;ปล่อยขบวน&amp;nbsp;สารวัตรข้าว&amp;nbsp;ออกตรวจติดตาม&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;กำกับ&amp;nbsp;สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์&amp;nbsp;ควบคุมข้าวเปลือก&amp;nbsp;ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบการผลิตข้าวตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;เสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตข้าวคุณภาพ&amp;nbsp;ตั้งแต่การจัดการระดับแปลง&amp;nbsp;จนถึงผลิตภัณฑ์ข้าว&amp;nbsp;เพื่อให้คุณภาพชีวิตของชาวนาดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;ผู้บริโภคได้บริโภค&amp;nbsp;ข้าวที่ปลอดภัย&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นที่พึงพอใจ&amp;nbsp;ทั้งในประเทศและต่างประเทศ&amp;nbsp;ซึ่งให้การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าวในขอบข่ายต่างๆ&amp;nbsp;ตลอดห่วงโซ่การผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้น&amp;nbsp;เพื่อให้บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทำความเข้าใจและระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานตลอด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาและอุปสรรค&amp;nbsp;ตลอดจนแนวทางพัฒนาการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานข้าวตามระบบมาตรฐานข้าวของกรมการข้าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;ยังได้&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;Off&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปล่อยขบวนสารวัตรข้าวและออกตรวจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ติดตาม&amp;nbsp;ควบคุม&amp;nbsp;กำกับ&amp;nbsp;สถานประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ควบคุมข้าวเปลือก&amp;nbsp;กระตุ้นเตือนให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ใส่ใจและระมัดระวังในการประกอบธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;เพื่อให้การผลิตและขายเมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;คุณภาพดี&amp;nbsp;เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกําหนด&amp;nbsp;ตลอดจนให้เกษตรกรได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211205948</Link_News></row>
<row _id="736"><NewsTitle>มหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนหลังสถานการณ์โควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;สุวรรณรักษ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมประมง&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;เปิดงานมหัศจรรย์ความงามใต้ท้องทะเลระยอง&amp;nbsp;ซึ่งกรมประมง&amp;nbsp;ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;พลาซ่า&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรวิถีใหม่&amp;nbsp;พร้อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนประมงหลังการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;ให้ฟื้นตัว&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ภายในงานมีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;จากสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยองและศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยองหลากหลายชนิด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;สัตว์น้ำเศรษฐกิจ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปลาเก๋า&amp;nbsp;และปลากะรังหน้างอน&amp;nbsp;สัตว์น้ำที่อาศัยในแนวปะการัง&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;ปลาการ์ตูนชนิดต่างๆ&amp;nbsp;ปลาอมไข่ครีบยาวและลูกปลาฉลามกบซึ่งสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยองสามารถเพาะพันธุ์ได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีการเปิดตลาด&amp;nbsp;Fisherman&amp;nbsp;market&amp;nbsp;ซึ่งมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีคุณภาพจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่และชาวประมงพื้นบ้านในจังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้ที่ลานกิจกรรมชั้น&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ศูนย์การค้าเซ็นทรัล&amp;nbsp;พลาซ่า&amp;nbsp;จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ตั้งแต่วันนี้&amp;nbsp;-&amp;nbsp;23&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328211956954</Link_News></row>
<row _id="737"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข (Zero Food Waste) มุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้ หรืออาหารส่วนเกิน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;มุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้&amp;nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&amp;nbsp;เพื่อลดขยะหรือของเสียเหลือศูนย์&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ตามแผนประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายวราวุธ&amp;nbsp;ศิลปอาชา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;,&amp;nbsp;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;,&amp;nbsp;องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;เอก-ชัย&amp;nbsp;ดิสทริบิวชั่น&amp;nbsp;ซิสเทม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(โลตัส)&amp;nbsp;ได้ประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;มุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;อาหารส่วนเกิน&amp;nbsp;และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดตามแนวคิด&amp;nbsp;ชีวิตวิถีใหม่&amp;nbsp;ใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมขยายเครือข่ายความร่วมมือสู่ร้านค้า&amp;nbsp;ร้านอาหาร&amp;nbsp;ซูเปอร์มาเก็ต&amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;ศูนย์การค้า&amp;nbsp;และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ได้เห็นความสำคัญการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหารที่ยังรับประทานได้&amp;nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&amp;nbsp;จึงให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สส.)&amp;nbsp;เร่งสร้างความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาดังกล่าวผ่านโครงการอาหารปันสุข&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งลดปริมาณขยะอาหารจำนวนมหาศาลนี้&amp;nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากอาหารที่ยังรับประทานได้&amp;nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&amp;nbsp;ที่อาจเหลือจากการจำหน่าย&amp;nbsp;ทั้งผัก&amp;nbsp;ผลไม้&amp;nbsp;อาหารสด&amp;nbsp;หรืออาหารปรุงสำเร็จ&amp;nbsp;แล้วส่งต่อให้หน่วยงาน&amp;nbsp;หรือองค์กรไม่แสวงกำไรนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ&amp;nbsp;หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์&amp;nbsp;ทำให้ลดขยะหรือของเสียเหลือศูนย์&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการขาดแคลนทรัพยากรของประเทศ&amp;nbsp;ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการใช้พลังงานและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;และรักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรนำไปสู่ความสำเร็จบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ปาปะทา&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สส.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การลงนามประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนโครงการอาหารปันสุข&amp;nbsp;(Zero&amp;nbsp;Food&amp;nbsp;Waste)&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อมุ่งลดการเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะอาหาร&amp;nbsp;โดยใช้ประโยชน์จากอาหารที่ยังรับประทานได้&amp;nbsp;หรืออาหารส่วนเกิน&amp;nbsp;ส่งต่อให้กับมูลนิธิรับบริจาคอาหารนำไปแจกจ่ายให้ผู้ที่ต้องการ&amp;nbsp;หรือนำไปเป็นอาหารสัตว์ในสวนสัตว์ภายใต้ความรับผิดชอบขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;สวนสัตว์เขาดิน&amp;nbsp;(แห่งใหม่)&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์เปิดเขาเขียว&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์เชียงใหม่&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์นครราชสีมา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์สงขลา&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สวนสัตว์อุบลราชธานี&amp;nbsp;และสวนสัตว์ขอนแก่น&amp;nbsp;รวมถึง&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ&amp;nbsp;154&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้&amp;nbsp;ที่จะนำอาหารที่ยังรับประทานได้ไปเป็นอาหารสัตว์ในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย&amp;nbsp;จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และโรงพยาบาลช้าง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;หรือนำอาหารที่เสื่อมสภาพแล้วไปหมักทำปุ๋ยชีวภาพใช้ภายในพื้นที่ของสถาบันคชบาลแห่งชาติฯ&amp;nbsp;จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญช่วยลดขยะอาหารได้&amp;nbsp;แล้วจะขยายความร่วมมือไปยังภาคีภาคส่วนต่างๆในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328152709785</Link_News></row>
<row _id="738"><NewsTitle>อบจ.สงขลา เดินหน้าส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี เร่งแก้ปัญหาขยะมูลฝอย เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนพื้นที่ อบต.สนามชัย โครงการจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยฯ ตามโครงการจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;ที่วัดประดิษฐ์สโมสร&amp;nbsp;(วัดสนามชัยออก)&amp;nbsp;ตำบลสนามชัย&amp;nbsp;อำเภอสทิงพระ&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ผ่องแผ้ว&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย&amp;nbsp;โครงการจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ตามโครงการจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;โดยมีนายภูวดล&amp;nbsp;วงษ์โสภณากุล&amp;nbsp;เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;พร้อมด้วยนายปราโมทย์&amp;nbsp;รัศมี&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย&amp;nbsp;และคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลสนามชัย&amp;nbsp;เข้าร่วม&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;นางสาวภพภร&amp;nbsp;ทองคณารักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองผังเมือง&amp;nbsp;(อบจ.สงขลา)&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;ตลอดจนประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมรับฟังอย่างพร้อมเพรียง&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีผู้สนใจบางส่วนเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ&amp;nbsp;Zoom&amp;nbsp;Cloud&amp;nbsp;Meetings&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;ผ่องแผ้ว&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;นับเป็นโครงการที่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข&amp;nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบต่อประชาชนในการบริการสาธารณะ&amp;nbsp;ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานโครงการในเขตจังหวัด&amp;nbsp;ที่มุ่งต่อประโยชน์ของท้องถิ่น&amp;nbsp;หรือประชาชนเป็นส่วนรวม&amp;nbsp;โดยจังหวัดสงขลาถูกกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายระยะเร่งด่วน&amp;nbsp;ให้มีการนำร่องรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย&amp;nbsp;เนื่องจากมีปริมาณขยะสะสมในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุดของประเทศ&amp;nbsp;อันส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสภาพแวดล้อม&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีนโยบายแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยของจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ในการกำจัดขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูลรวม&amp;nbsp;การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;เพื่อที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;nbsp;และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนดำเนินการโครงการในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ผู้มีส่วนได้เสีย&amp;nbsp;จึงได้กำหนดให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นางสาวภพภร&amp;nbsp;ทองคณารักษ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองผังเมือง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2561&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ&amp;nbsp;เป็นที่ปรึกษาศึกษาออกแบบโครงการจัดการขยะมูลฝอยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;(ก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย)&amp;nbsp;เพื่อผลิตพลังงาน&amp;nbsp;โดยที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บริเวณตำบลเกาะแต้ว&amp;nbsp;อำเภอเมืองสงขลา&amp;nbsp;จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ผลการศึกษาเสนอแนะให้มีการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อก่อสร้างสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย&amp;nbsp;เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการขนส่งขยะมูลฝอยเป็นระยะทางไกล&amp;nbsp;ยังเป็นการแก้ปัญหาขยะมูลฝอยตกหล่น&amp;nbsp;หรือน้ำชะขยะมูลฝอยระหว่างการขนส่ง&amp;nbsp;หรือปัญหาเรื่องกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี&amp;nbsp;เป็นที่ปรึกษาศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาได้มีการลงนามร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;79&amp;nbsp;อปท.&amp;nbsp;เพื่อนำขยะมูลฝอย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;456&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;กำจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐานที่โรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;โดยการศึกษาออกแบบสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยในพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;เพื่อศึกษาที่ตั้งสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยตามกลุ่มพื้นที่จังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้างเส้นทางที่เหมาะสมในการขนส่งขยะมูลฝอยเข้าสู่โรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย&amp;nbsp;เพื่อศึกษาออกแบบก่อสร้าง&amp;nbsp;สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย&amp;nbsp;และการขนส่งขยะมูลฝอยที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ&amp;nbsp;สถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยที่เหมาะสม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในวันนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดขึ้นเพื่อนำเสนอความเป็นมา&amp;nbsp;วัตถุประสงค์ของโครงการ&amp;nbsp;สถานที่ที่จะดำเนินการขั้นตอน&amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ในการนำไปประกอบการศึกษา&amp;nbsp;ให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อการศึกษาแล้วเสร็จ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ทีพีไอ&amp;nbsp;โพลีน&amp;nbsp;เพาเวอร์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ยินดีให้การสนับสนุนด้านงบประมาณก่อสร้างเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนชาวจังหวัดสงขลา&amp;nbsp;และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;กิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;จัดให้มีการนำเสนอภาพรวมการศึกษาของโครงการฯ&amp;nbsp;โดยคณะที่ปรึกษาฯ&amp;nbsp;การประชุมซักถามและแสดงความคิดเห็น&amp;nbsp;โดยมีคณะทำงานคอยชี้แจงตอบข้อซักถาม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สงขลา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328154943798</Link_News></row>
<row _id="739"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วง มี.ค.ถึง พ.ค.นี้ 3 ช่วงเวลา คาดทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นกระทบพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ช่วงเวลา&amp;nbsp;คาดทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นกระทบพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศ&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงและความเค็มรุกตัวบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;กรมอุทกศาสตร์&amp;nbsp;กองทัพเรือ&amp;nbsp;คาดการณ์จะเกิดน้ำทะเลหนุนสูงช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้&amp;nbsp;โดยระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุดของแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าสถานีป้อมพระจุลจอมเกล้าจะเกิดภาวะน้ำทะเลขึ้นเต็มที่ช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;19&amp;nbsp;&amp;nbsp;21&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;ประกอบกับ&amp;nbsp;อิทธิพลของลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ส่งผลให้ช่วงดังกล่าวเกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมส่งผลกระทบต่อบริเวณพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;มีลิ่มความเค็มรุกตัวเข้าสู่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำใช้อุปโภค-บริโภคและการเกษตรได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ตรวจสอบความมั่นคงอาคารป้องกันริมแม่น้ำ&amp;nbsp;และเสริมคันบริเวณจุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ&amp;nbsp;และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ,&amp;nbsp;แนวเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร&amp;nbsp;(แนวฟันหลอ)&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำตามริมแม่น้ำทราบล่วงหน้า&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;ติดตามสถานการณ์น้ำทะเลหนุนช่วงเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;และตรวจวัดคุณภาพน้ำต่อเนื่องพร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำ&amp;nbsp;เขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp;และประตูระบายน้ำ&amp;nbsp;เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและเร่งผลักดันน้ำเค็มโดยเร็ว&amp;nbsp;พร้อมปรับแผนการผลิตน้ำประปาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อคุณภาพน้ำที่ใช้ในการอุปโภค-&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;และการใช้น้ำเพื่อการเกษตรบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328153003786</Link_News></row>
<row _id="740"><NewsTitle>เสริมสภาพคล่องเกษตรกรผ่านสินเชื่อสู้ภัย COVID-19  ธ.ก.ส. พร้อมเติม 10,000 ล้านบาท</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ธ.ก.ส.&amp;nbsp;ขยายระยะเวลาขอสินเชื่อสู้ภัย&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;&amp;nbsp;19&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและป้องกันการก่อหนี้นอกระบบให้กับเกษตรกรรายย่อยและลูกจ้างภาคการเกษตร&amp;nbsp;รายละไม่เกิน&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน&amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ&amp;nbsp;0.35&amp;nbsp;ต่อเดือน&amp;nbsp;ส่งชำระคืน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ปลอดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยในช่วง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนแรก&amp;nbsp;วงเงินรวม&amp;nbsp;10,000&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;และเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่เชื้อ&amp;nbsp;ผู้ที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน&amp;nbsp;LINE&amp;nbsp;Official&amp;nbsp;BAAC&amp;nbsp;Family&amp;nbsp;ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กันยายน&amp;nbsp;65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328173410853</Link_News></row>
<row _id="741"><NewsTitle>ลงพื้นที่ต่ออายุ ตรา GI มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ร่วมกับคณะทำงานพิจารณาการขอใช้&amp;nbsp;และควบคุมตรวจสอบกระบวนการผลิตและจำหน่ายสินค้ามะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจประเมินแปลงมะม่วงยายกล่ำนนทบุรี&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี&amp;nbsp;ประเภทต่ออายุ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สวนมะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แห่งอำเภอเมืองนนทบุรี&amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;เล็งเห็นความสำคัญของการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&lt;/strong&gt;และการติดเครื่องหมายรับรองตราสัญลักษณ์&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นถึงประโยชน์และกระตุ้นให้ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;เข้าสู่ระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;ตลอดจนให้ได้รับความคุ้มครองในประเทศโดยพัฒนาผู้ผลิตผู้ประกอบการค้าสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้สามารถบริหารจัดการในการควบคุมตรวจสอบคุณภาพ&amp;nbsp;กระบวนการผลิต&amp;nbsp;และแหล่งที่มาของสินค้าตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ถือเป็นผลไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด&amp;nbsp;ปัจจุบันพื้นที่ปลูกมะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;287.51&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;286&amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp;ผลผลิตออกมากที่สุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ของทุกปี&amp;nbsp;มีเกษตรกรที่ได้รับการอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์&amp;nbsp;(GI)&amp;nbsp;แล้ว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และอยู่ระหว่างยื่นคำขอใช้ตรา&amp;nbsp;GI&amp;nbsp;มะม่วงยายกล่ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;ยังได้มีการให้คำปรึกษา&amp;nbsp;แนะนำ&amp;nbsp;และตรวจประเมินแปลงเบื้องต้น&amp;nbsp;ให้แก่เกษตรกร&amp;nbsp;อีกทั้ง&amp;nbsp;ส่งเสริมการขอต่อใบอนุญาตมาตรฐานอื่นๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;มาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;มาตรฐานเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;และมาตรฐานนนทบุรีการันตี&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนนทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328190336905</Link_News></row>
<row _id="742"><NewsTitle>เปิดตลาดกลางยางเชียงราย เพิ่มทางเลือกให้สถาบันเกษตรกรฯ ภาคเหนือ </NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;การยางแห่งประเทศไทย(กยท.)&amp;nbsp;มุ่งส่งเสริมและพัฒนายางพาราของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ยางพารา&amp;nbsp;สร้างกลไกรักษาเสถียรภาพราคายาง&amp;nbsp;เน้นสร้างรากฐานการผลิตที่เข้มแข็ง&amp;nbsp;พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน&amp;nbsp;ยกระดับรายได้คุณภาพชีวิต&amp;nbsp;และส่งเสริมการค้าให้มีความเป็นธรรมต่อเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งหนึ่งในความสําเร็จตามภารกิจนี้คือ&amp;nbsp;การขับเคลื่อนตลาดกลางยางพาราของ&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปัจจุบันมีทั้งหมด&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กระจายอยู่ในพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย&amp;nbsp;โดยตลาดกลางยางพาราแห่งใหม่จัดตั้งขึ้นเขตภาคเหนือ&amp;nbsp;ซึ่งมีพื้นที่ปลูกยางประมาณ&amp;nbsp;1.25&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;มีปริมาณผลผลิตยางแห้งประมาณ&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เฉลี่ยผลผลิต&amp;nbsp;170&amp;nbsp;กก./ไร่/ปี&amp;nbsp;โดยจังหวัดเชียรายเป็นจังหวัดที่มีปริมาณผลผลิตยางพาราสูงที่สุดในภาคเหนือ&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;58,000&amp;nbsp;ตัน/ปี&amp;nbsp;มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;ได้รับการยกระดับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ&amp;nbsp;มีความพร้อมทางด้านโลจิสติกส์&amp;nbsp;ทั้งทางบก&amp;nbsp;ทางเรือ&amp;nbsp;และทางอากาศ&amp;nbsp;สามารถอํานวยความสะดวกให้แก่นักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศได้&amp;nbsp;ถือเป็นโอกาสและจุดแข็งดีในการพัฒนาตลาดยางพาราไทย&amp;nbsp;จึงจัดตั้งตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงรายขึ้น&amp;nbsp;เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาการซื้อขาย&amp;nbsp;ยางก้อนถ้วยหรือยางเครปที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อขายผลผลิตยาง&amp;nbsp;สร้างความเป็นธรรมด้านราคา&amp;nbsp;มีการกำหนดมาตรฐานและคุณภาพยางที่ส่งมอบอย่างชัดเจน&amp;nbsp;เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่ซื้อขายยางผ่านตลาดกลาง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ปัจจุบันตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;มีสมาชิกผู้ซื้อยาง&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;49&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมีตลาดเครือข่ายกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตลาด&amp;nbsp;ล่าสุดมีปริมาณยางซื้อขายผ่านตลาดแล้ว&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นตัน&amp;nbsp;คิดเป็นมูลซื้อขายกว่า&amp;nbsp;445&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ดำเนินการซื้อขายยางพาราผ่านระบบประมูลยางอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาโดยตลาดกลางยางพาราจังหวัดเชียงราย&amp;nbsp;ช่วยให้ผู้ซื้อผู้ขายยางสามารถเข้าประมูลยางผ่านระบบได้สะดวกขึ้น&amp;nbsp;โดยราคาประมูลเป็นไปตามกลไกตลาด&amp;nbsp;มีการกำหนดราคากลางเปิดตลาดร่วมกันโดย&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรผู้ขายยาง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโดยผู้ซื้อจะได้รับยางพาราที่มีคุณภาพเหมาะสมกับราคาอย่างแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328212646958</Link_News></row>
<row _id="743"><NewsTitle>กอนช. เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากภาคใต้ตอนล่างในพื้นที่ 8 จังหวัด ช่วงวันที่ 2  4 เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากภาคใต้ตอนล่างในพื้นที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายนนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;คาดการณ์มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนใต้จะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;กอนช.&amp;nbsp;ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&amp;nbsp;(ONE&amp;nbsp;MAP)&amp;nbsp;ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;พบมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดชุมพร&amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;สงขลา&amp;nbsp;ปัตตานี&amp;nbsp;ยะลา&amp;nbsp;และนราธิวาส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกสะสมมากกว่า&amp;nbsp;90&amp;nbsp;มิลลิเมตรในช่วงเวลา&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ&amp;nbsp;พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;และพิจารณาความเหมาะสมในการระบายน้ำในลำน้ำ&amp;nbsp;-&amp;nbsp;แม่น้ำให้สอดคล้องกับการขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงของระดับน้ำทะเล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328163751836</Link_News></row>
<row _id="744"><NewsTitle>เดินหน้าปรับปรุงคลองบางขนาก เพิ่มขีดความสามารถการระบายน้ำในคลองแสนแสบและคลองบางขนาก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายประพิศ&amp;nbsp;จันทร์มา&amp;nbsp;อธิบดีกรมชลประทาน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;โครงการปรับปรุงคลองบางขนาก&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในโครงการปรับปรุงระบบชลประทานพื้นที่เจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครและฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;เนื่องจากคลองบางขนากเป็นทางแยกรับน้ำจากคลองแสนแสบ&amp;nbsp;คลอง13-15&amp;nbsp;คลอง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คลองบึงคอหอยและคลองสาขาต่างๆ&amp;nbsp;ที่มีความสามารถในการระบายน้ำไม่เพียงพอที่จะเร่งระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากได้&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;จะกำหนดขอบเขตการขุดลอกคลองให้อยู่ในคลองเดิม&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;และจะระบายน้ำด้วยระบบคลองในแนวเหนือ-ใต้&amp;nbsp;และแนวตะวันออก-ตะวันตก&amp;nbsp;ต่อเนื่องไปออกสู่ทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp;รวมทั้งตัดยอดน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนไม่ให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครและบริเวณชุมชนเมืองใกล้เคียง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการปรับปรุงคลองบางขนาก&amp;nbsp;อำเภอบางน้ำเปรี้ยว&amp;nbsp;จังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ระยะทางรวม&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านที่ดินในการก่อสร้างและการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;โดยจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งในช่วงเดือนตุลาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขแบบการก่อสร้างและการรุกล้ำเขตชลประทาน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>กรมประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328212104955</Link_News></row>
<row _id="745"><NewsTitle>มอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล อ.พนมดงรัก ขับเคลื่อน สุรินทร์รุ่งเรือง เมืองเกษตรอินทรีย์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14:00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ข้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&amp;nbsp;อำเภอพนมดงรัก&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;นายสุวพงศ์&amp;nbsp;กิติภัทย์พิบูลย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องจักรกลการเกษตรแก่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตำบลบักได&amp;nbsp;อำเภอพนมดงรัก&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;โดยมีนายสมบัติ&amp;nbsp;สมบูรณ์เทิดธนา&amp;nbsp;ประธานกรรมการผู้จัดการ&amp;nbsp;คูโบต้าเกษตรรุ่งเรืองแทรกเตอร์&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;คอมไบน์&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอพนมดงรัก&amp;nbsp;เกษตรอำเภอพนมดงรัก&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนนาแปลงใหญ่ข้าวศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&amp;nbsp;ผู้บริหารคูโบต้าเกษตรรุ่งเรืองแทรกเตอร์&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;คอมไบน์&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;เกษตรกรชาวตำบลบักได&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับเครื่องจักรกลการเกษตรคูโบต้าที่สนับสนุนแก่วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่&lt;/strong&gt;ข้าวศูนย์ข้าวชุมชนบ้านอำปึล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;รถแทรกเตอร์คูโบต้า&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;L5018SP&amp;nbsp;KIS&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง&amp;nbsp;ใบมีดดันดิน&amp;nbsp;ผานบุกเบิก&amp;nbsp;ผานพรวน&amp;nbsp;จอบหมุน&amp;nbsp;เครื่องหยอดเมล็ดอเนกประสงค์&amp;nbsp;รวมจำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;รวมมูลค่า&amp;nbsp;866,950&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายอนาจศักดิ์&amp;nbsp;ดวงทิพย์&amp;nbsp;ผู้จัดการอาวุโส&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานขายภาคอีสาน&amp;nbsp;บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;และนายสมศักดิ์&amp;nbsp;เชื้อจันทร์&amp;nbsp;ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าว&amp;nbsp;ร่วมลงนามบันทึกการส่งมอบเครื่องจากกลการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชน&amp;nbsp;ลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&amp;nbsp;และสร้างรายได้หมุนเวียน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>สุรินทร์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328174134859</Link_News></row>
<row _id="746"><NewsTitle>อุดรธานีจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;บูรณาการภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลคอนสาย&amp;nbsp;อำเภอกู่แก้ว&amp;nbsp;จังหวัดอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายจำรัส&amp;nbsp;กองน้อย&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเอนก&amp;nbsp;รัตน์รองใต้&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์เพื่อสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจรในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตรอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และครบถ้วน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;การวิเคราะห์ดิน&amp;nbsp;การวินิจฉัยโรคพืช&amp;nbsp;โรคสัตว์&amp;nbsp;โรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนนี้&amp;nbsp;นายสยาม&amp;nbsp;ศิริมงคล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมคลินิกที่ออกหน่วยให้บริการประชาชนซึ่งมี&amp;nbsp;13&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;ที่จัดแบ่งเป็นกลุ่มบริการด้านพืช&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านประมง&amp;nbsp;กลุ่มบริการด้านกฎหมาย&amp;nbsp;และกลุ่มบริการด้านวิชาการ&amp;nbsp;คลินิกให้คำปรึกษา&amp;nbsp;การตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัยโดยใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น&amp;nbsp;นอกจากนี้ในงานยังจัดให้มีกิจกรรมเสริมสร้างความรู้&amp;nbsp;นิทรรศการเทคโนโลยีที่เกษตรกรควรรู้&amp;nbsp;การเสนอผลงาน&amp;nbsp;การแสดงผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;องค์กรต่างๆ&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;จิตอาสาพระราชทาน&amp;nbsp;ได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงแหล่งน้ำสาธารณะหลังเทศบาลตำบลคอนสายด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมข่าว&amp;nbsp;ส.ปชส.อด.&amp;nbsp;ศรีภูมิ&amp;nbsp;ทองใหญ่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อยุธยา&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อุดรธานี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328192319908</Link_News></row>
<row _id="747"><NewsTitle>พัฒนาที่ดินเขต3ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรกร โครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านโนนสำโรง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;08.30&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชาติชาย&amp;nbsp;ประสาระวัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายวิรุธ&amp;nbsp;คงเมือง&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา&amp;nbsp;นำทีมเจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัด&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลงพื้นที่&amp;nbsp;ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรของ&amp;nbsp;นางวัชรินท์&amp;nbsp;บุดดีกุล&amp;nbsp;เกษตรกรในโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;บ้านโนนสำโรง&amp;nbsp;ตำบลขามเฒ่า&amp;nbsp;อำเภอโนนสูง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งการลงพื้นที่ฯ&amp;nbsp;ในครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการตรวจเยี่ยมและสอบถามความพึงพอใจ&lt;/strong&gt;หลังจากหน่วยงานได้เข้ามาสนับสนุนการขุดสระเก็บน้ำ&amp;nbsp;พร้อมการสนับสนุนปัจจัยการผลิต&amp;nbsp;ภายใต้โครงการฯ&amp;nbsp;รวมถึงปัญหาอุปสรรคและความต้องการของเกษตรกรเพิ่มเติม&amp;nbsp;ซึ่งโครงการ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่จุดเรียนรู้&amp;nbsp;สามารถเพิ่มพื้นที่เก็บน้ำสำหรับทำการเกษตรตลอดจนพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp;รวมไปถึงการพื้นฟูเศรษฐกิจ&amp;nbsp;สังคม&amp;nbsp;และภาคการเกษตรภายหลังการได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัส&amp;nbsp;COVID-19&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328205603935</Link_News></row>
<row _id="748"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11   ตรวจสอบปัญหาน้ำในลำจักราชเน่าเสีย จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ส่วนเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ลงพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อำเภอพิมาย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;นางปัญญา&amp;nbsp;จันทรศรี&amp;nbsp;รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;พลีดี&amp;nbsp;ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&amp;nbsp;นางน้ำฝน&amp;nbsp;ทศกฎไพรี&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และมีนายจตุรงค์&amp;nbsp;สุรุ่งเรืองสกุล&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บ้านวังหิน&amp;nbsp;ร่วมตรวจสอบคุณภาพน้ำลำจักราชบริเวณที่มีการร้องเรียนปัญหาน้ำเน่าเสีย&amp;nbsp;เขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง&amp;nbsp;อำเภอพิมาย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบพบว่าลำน้ำจักราชบริเวณดังกล่าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นแหล่งน้ำที่ชุมชนใช้ในการอุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;และใช้เป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลักษณะน้ำเป็นสีเขียวจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินตลอดลำน้ำ&amp;nbsp;เป็นลักษณะของปรากฎการณ์&amp;nbsp;Eutrophication&amp;nbsp;ประกอบกับแหล่งน้ำมีประตูระบายน้ำควบคุมการไหล&amp;nbsp;ทำให้น้ำไม่มีการหมุนเวียน&amp;nbsp;และมีน้ำจากชุมชน&amp;nbsp;แหล่งเกษตรกรรม&amp;nbsp;และโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนระบายลงสู่แหล่งน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากลำน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;บริเวณฝายบ้านวังหิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบริเวณสะพานสามแยกยูคา&amp;nbsp;และจากน้ำทิ้งโรงงานแป้งมัน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ได้ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยการควบคุมปริมาณธาตุอาหารที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำ&amp;nbsp;พร้อมกับเสนอให้เปิดประตูระบายน้ำเพื่อเพิ่มการหมุนเวียนน้ำ&amp;nbsp;และแนะนำให้โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มอัตราการนำน้ำทิ้งไปใช้ประโยชน์ภายในพื้นที่โรงงาน&amp;nbsp;เพื่อลดการระบายน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-28T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220328215025967</Link_News></row>
<row _id="749"><NewsTitle>ผวจ.ลำปาง เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ติดตามใกล้ชิดการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นำทีมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;เน้นย้ำทุกหน่วยเฝ้าระวังเต็มที่&amp;nbsp;เล็งเป้านำชุมชนสร้างพื้นที่ป่าเปียกแก้ปัญหาให้เกิดความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ร่วมเดินทางลงพื้นที่&amp;nbsp;ทำการตรวจเยี่ยมติดตามดูการปฏิบัติหน้าที่และเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครผู้ปฏิบัติงานเฝ้าระวังป้องกันสถานการณ์ไฟป่าในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;พร้อมร่วมประชุมติดตามผลการปฏิบัติงาน&amp;nbsp;การดำเนินการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันจากหน่วยงานส่วนราชการต่างๆ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่อาคารทำการชั่วคราว&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพญาแช่&amp;nbsp;ตำบลพระบาท&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีนายปิยะ&amp;nbsp;หนูนิล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ&lt;/strong&gt;และสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;นายจรัสพันธ์&amp;nbsp;อรุณคง&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;น.ส.รตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;และนายธนารัฐ&amp;nbsp;สายเทพ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;ร่วมเป็นตัวแทนในนามหน่วยงานพื้นที่&amp;nbsp;นำผู้บริหาร&amp;nbsp;หัวหน้าหน่วย&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนงานและฝ่ายงานต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งข้าราชการ&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดหน่วยงาน&amp;nbsp;รวมถึงอาสาสมัครภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้การต้อนรับและรายงานข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยจากการรายงานผลการดำเนินงานภาพรวม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พบว่าในเขตท้องที่อำเมืองลำปางมีพื้นป่าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต&amp;nbsp;ตรงบริเวณเขาดอยพระบาท&amp;nbsp;ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน&amp;nbsp;ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นผืนป่าผลัดใบ&amp;nbsp;มีเนื้อที่กว้างประมาณ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;กว่าไร่&amp;nbsp;มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;โดยมีชุมชนอาศัยอยู่ติดกับบริเวณเขตป่าถึง&amp;nbsp;36&amp;nbsp;หมู่บ้าน&amp;nbsp;ดังนั้นจึงทำให้บริเวณผืนป่าเขาดอยพระบาทเป็นจุดพื้นที่เสี่ยงที่มักเกิดปัญหาไฟป่าได้ง่าย&amp;nbsp;อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นภูเขาสูงชันเมื่อเกิดไฟป่าขึ้นจึงยากแก่การที่จะทำการควบคุม&amp;nbsp;ทำให้ในทุกๆ&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาเขาดอยพระบาท&amp;nbsp;เกิดสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงและเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูงเกินค่ามาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ส่วนในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;ปีนี้ทางจังหวัดลำปางโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีมาตรการป้องกันตั้งแต่แรกเริ่มของการเข้าสู่หน้าแล้ง&amp;nbsp;โดยได้พยามดำเนินการทุกรูปแบบเพื่อป้องกันให้เกิดการเผาในเขตพื้นที่น้อยที่สุด&amp;nbsp;โดยการปฏิบัติได้ใช้มาตรการบริหาร&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;หลักบริหารจัดการ&amp;nbsp;เน้นการทำงานในการประชาสัมพันธ์เชิงรุก&amp;nbsp;การป้องกัน&amp;nbsp;การเตรียมพร้อม&amp;nbsp;การรับมือ&amp;nbsp;และการฟื้นฟู&amp;nbsp;พร้อมวางมาตรการปฏิบัติตามกฎหมาย&amp;nbsp;พร้อมให้มีจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า&amp;nbsp;ทั้งในระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp;และในระดับอำเภอ&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp;ซึ่งในปีนี้นับตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;สถานการณ์ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในเขตท้องที่อำเภอเมืองลำปางอยู่ในเกณฑ์ที่ลดลง&amp;nbsp;เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยมีการแจ้งรายงานการเกิดจุด&amp;nbsp;Hotspots&amp;nbsp;จากดาวเทียม&amp;nbsp;และแจ้งเหตุไฟป่าในเขตพื้นที่รับผิดชอบ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;กว่าไร่&amp;nbsp;เพียง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กว่าครั้งเท่านั้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่อาจวางใจได้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เนื่องจากในพื้นที่ป่ายังมีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมอีกเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ประกอบกับในห้วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่อากาศแห้งแล้งและร้อนจัด&amp;nbsp;ซึ่งยังเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาไฟป่ารุนแรงได้ง่าย&amp;nbsp;โดยในส่วนนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้มอบนโยบายเน้นกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ได้มีการประสานร่วมกันทำงานเป็นทีม&amp;nbsp;จัดแบ่งกำลังพลเฝ้าระวังพิเศษตามจุดบริเวณพื้นที่ที่เห็นว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะเดียวกันให้ใช้กำลังพลอีกส่วนหนึ่งช่วยกันทำแนวกันไฟตามพื้นที่ป่าจุดเสี่ยง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมทั้งจัดกำลังพลลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนชาวบ้าน&amp;nbsp;ขอความร่วมมืองดการเผาไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน&amp;nbsp;และทำงานเชิงรุกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าจุดเสี่ยงคอยสังเกตบุคคลแปลกหน้ารวมถึงผู้ที่เข้าออกบริเวณป่า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันและป้องปรามไม่ให้มีการลักลอบจุดไฟเผาป่า&amp;nbsp;ตลอดจนให้หน่วยงานหลักทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;และที่ว่าการอำเภอในเขตท้องที่&amp;nbsp;ได้ร่วมกันจัดทำแผนนำกำลังพลจิตอาสาที่มีอยู่เข้ามาร่วมในการปฏิบัติงานเป็นหน่วยกำลังพลสำรองคอยเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;และระงับเหตุเบื้องต้น&amp;nbsp;ส่วนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;ได้เล็งแนวทางที่จะขยายพื้นที่สร้างชุมชนลดการเผา&amp;nbsp;เน้นแผนบูรณาการสร้างพื้นที่ป่าเปียก&amp;nbsp;จัดหาพื้นที่ทำเป็นแหล่งกักเก็บน้ำในบริเวณผืนและนำชุมชนเข้ามีส่วนร่วมปรับสภาพพื้นที่ป่าชุมชนด้วยการปลูกไม้ไม่ผลัดใบและสร้างฝายชะลอน้ำ&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตั้งเป้าจะสร้างชุมชนป่าเปียกในบริเวณผืนป่าดอยพระบาท&amp;nbsp;ให้ได้ไม่น้อยกว่า&amp;nbsp;2,500&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;และในโอกาสเดียวกันนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ได้ลงตรวจเยี่ยมแถวร่วมพบปะกับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวไฟ&amp;nbsp;เสือไฟ&amp;nbsp;ที่ประจำอยู่ภายในสถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-ม่อนพญาแช่&amp;nbsp;ทำการมอบนโยบายแนวทางการทำงาน&amp;nbsp;พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค&amp;nbsp;ทั้งน้ำดื่มสะอาด&amp;nbsp;อาหารกระป๋อง&amp;nbsp;อาหารกึ่งสำเร็จรูป&amp;nbsp;เครื่องดื่มชูกำลัง&amp;nbsp;และหน้ากากอนามัย&amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่กำลังพลด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;ปันเต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329085535997</Link_News></row>
<row _id="750"><NewsTitle>กอนช. ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบางแห่งบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.พะเยา&amp;nbsp;119&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;100&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และอุตรดิตถ์&amp;nbsp;75&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,234&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,380&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329081500992</Link_News></row>
<row _id="751"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีส้ม 5 พื้นที่ในเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน ส่วน กทม.และปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือปรับตัวสูงในระดับสีส้ม 5 พื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้น 5 พื้นที่ในระดับสีส้ม คือ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ , ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน , ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;3 -&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน (Hotspot) มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;และวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329082605993</Link_News></row>
<row _id="752"><NewsTitle>กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วงชิงสภาพอากาศช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ต้องการน้ำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;นายสำเริง&amp;nbsp;แสงภู่วงค์&amp;nbsp;อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ความกดอากาศสูง&amp;nbsp;หรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและบริเวณทะเลจีนใต้&amp;nbsp;ประกอบกับระยะนี้ทางตอนบนของประเทศมีอากาศร้อนอบอ้าว&amp;nbsp;และมีลมใต้พัดนำความชื้นเข้าปกคลุมประเทศ&amp;nbsp;ส่งผลให้พื้นที่ประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ลมกระโชกแรงและอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่&amp;nbsp;ขอให้พี่น้องประชาชนระวังอันตรายจากภัยธรรมชาติดังกล่าวและหลีกเลี่ยงกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง&amp;nbsp;การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่&amp;nbsp;ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ยังคงมีพื้นที่การเกษตรบางแห่งที่ยังต้องการน้ำเพื่อการเกษตร&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเมื่อวานนี้&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;ได้บินปฏิบัติการในภารกิจยับยั้งและบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝั่งตะวันตก&amp;nbsp;โดยหลังปฏิบัติการไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่ที่บินปฏิบัติการของจังหวัดชัยภูมิ&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;และเลย&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ส่วนหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;และบุรีรัมย์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&amp;nbsp;ได้ขึ้นบินปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังคงต้องการน้ำเพื่อทำการเกษตร&amp;nbsp;อุปโภค&amp;nbsp;บริโภค&amp;nbsp;ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยที่&amp;nbsp;อำเภอดอนเจดีย์&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;จังหวัด&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สุพรรณบุรี&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;อำเภอ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;หนองปรือ&amp;nbsp;เลาขวัญ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;จังหวัด&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กาญจนบุรี&amp;nbsp;และ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;อำเภอ&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;อุทุมพรพิสัย&amp;nbsp;ปรางค์กู่&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;จังหวัด&lt;/span&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับการติดตามสภาพอากาศ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;เพื่อวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;จากสถานีเรดาร์ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;และภาคใต้&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;สภาพอากาศเข้าเงื่อนไขในการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;และมีการวางแผนขึ้นบินเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;และเติมน้ำต้นทุนให้พื้นที่ลุ่มรับน้ำต่างๆ&amp;nbsp;สำหรับอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หน่วยปฏิบัติการ&amp;nbsp;ยังคงติดตามสภาพอากาศระหว่างวัน&amp;nbsp;หากเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายทันที&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329093409013</Link_News></row>
<row _id="753"><NewsTitle>จังหวัดตรัง ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายไพบูลย์&amp;nbsp;โอมาก&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องมรกต&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ประชุมได้แจ้งเรื่อง&amp;nbsp;รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2564&amp;nbsp;และผลการดำเนินงานในการบริหาร&amp;nbsp;จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;การประชุมอนุกรรมการด้านวิชาการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ความก้าวหน้าการดำเนินงานแผนอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลจังหวัดตรัง&amp;nbsp;และการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการอนุรักษ์พะยูนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;การประชุมอนุกรรมการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;1/2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ความคืบหน้าของโครงการ&amp;nbsp;คทช.&amp;nbsp;ในพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้พิจารณาใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประเด็น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;ขอปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการด้านวิชาการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ขอปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการอนุรักษ์พะยูนจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ภายใต้แผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ&amp;nbsp;การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจังหวัดตรัง&amp;nbsp;ภายใต้&amp;nbsp;คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด&amp;nbsp;ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดตรังเป็นพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;....&amp;nbsp;รายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่ง&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329102138023</Link_News></row>
<row _id="754"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี ห่วงใยสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน กำชับทุกหน่วยงานเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายธนกร&amp;nbsp;วังบุญคงชนะ&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พลเอก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;มีความห่วงใยสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน&amp;nbsp;กำชับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลปัญหาเพื่อบรรเทาภาระของประชาชนให้มากที่สุด&amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;สำรวจปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในสต๊อกและจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอแล้ว&amp;nbsp;แต่ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&amp;nbsp;ประกอบกับราคาปุ๋ยที่สูงขึ้นจากหลายปัญหาในเวลาเดียวกันทั้งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp;และสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศโดยเฉพาะความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แต่ไทยยังไม่สามารถผลิตปุ๋ยเคมีที่เป็นอาหารพืชและปุ๋ยยูเรียได้เอง&amp;nbsp;เพราะไม่มีวัตถุดิบ&amp;nbsp;ต้องอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดโลก&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ได้สั่งการให้ดำเนินโครงการปุ๋ยสั่งตัด&amp;nbsp;ที่เหมาะกับสภาพดินและความต้องการของพืช&amp;nbsp;อีกทั้งเร่งการผลิตปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ปุ๋ยอินทรีย์&amp;nbsp;เพื่อช่วยเกษตรกรลดต้นทุน&amp;nbsp;พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจนำเข้า&amp;nbsp;เพื่อหาทางนำเข้าเพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;รวมถึงมาตรการทางการเงิน&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปล่อยเงินกู้พิเศษ&amp;nbsp;เงินกู้ระยะยาว&amp;nbsp;ดูแลเรื่องดอกเบี้ย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329104005036</Link_News></row>
<row _id="755"><NewsTitle>วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) จ.นครศรีธรรมราช พร้อมให้ความร่วมมือลดฝุ่นจากการจุดประทัดที่กระทบประชาชนในพื้นที่ ด้วยการสร้างอาคารจุดประทัดลดเสียงและฝุ่นละออง คาด เริ่มเปิดใช้เต็มรูปแบบ เม.ย.นี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วัดเจดีย์&amp;nbsp;(ไอ้ไข่)&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;พร้อมให้ความร่วมมือลดฝุ่นจากการจุดประทัดที่กระทบประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ด้วยการสร้างอาคารจุดประทัดลดเสียงและฝุ่นละอองรองรับการจุดประทัดได้วันละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านนัด&amp;nbsp;คาด&amp;nbsp;เริ่มเปิดใช้เต็มรูปแบบเมษายนนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากเหตุร้องเรียนเสียงดังและฝุ่นควันจากการจุดประทัดแก้บนในพื้นที่วัดเจดีย์&amp;nbsp;(ไอ้ไข่)&amp;nbsp;ต.ฉลอง&amp;nbsp;อ.สิชล&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;คพ.ได้ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;(สุราษฏร์ธานี)&amp;nbsp;ลงพื้นที่ติดตามการปรับปรุงและแก้ปัญหากับหน่วยงานในจังหวัด&amp;nbsp;เนื่องจากพลังศรัทธาต่อไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์มีเยอะมาก&amp;nbsp;โดยวัดรับทราบและยินดีสนับสนุนนโยบายลดฝุ่นสร้างอาคารจุดประทัดปลอดมลพิษ&amp;nbsp;ปัจจุบันจากการตรวจสอบระบบเก่ามีการจุดประทัดประมาณ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ล้านนัดต่อวัน&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;ชั่วโมงจุดหนึ่งครั้ง&amp;nbsp;โดยระบบใหม่การก่อสร้างอาคารจุดประทัดพร้อมติดตั้งระบบกำจัดมลพิษดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;โดยใช้ระบบจำกัดมลพิษแบบห้องเผาควันด้วยระบบน้ำมันอยู่ระหว่างการทดสอบระบบและปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น&amp;nbsp;คาดว่า&amp;nbsp;จะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบเดือนเมษายนนี้จะรองรับการจุดประทัดได้วันละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ล้านนัด&amp;nbsp;ซึ่งการทำงานของระบบกำจัดมลพิษเมื่อจุดประทัดแล้วควันในห้องจะถูกดูดโดยมอเตอร์ดูดอากาศ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เข้าเตาเผาควันที่อยู่บนหลังคาอาคาร&amp;nbsp;มีหัวเผาด้วยน้ำมัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หัวเผา&amp;nbsp;แล้วระบายควันออกสู่ภายนอก&amp;nbsp;แล้วยังมีระบบสเปรย์น้ำเพื่อดับไฟและลดฝุ่นควันภายในอาคาร&amp;nbsp;โดยใช้น้ำปริมาณน้อยจึงไม่เกิดน้ำเสียออกสู่ภายนอก&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการทดสอบการจุดประทัด&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;นัด&amp;nbsp;พบในห้องมีฝุ่นควันเยอะมาก&amp;nbsp;แต่จะถูกดูดขึ้นไปเผาด้านบนอีกครั้งและระบายควันออกมาด้านนอกเล็กน้อย&amp;nbsp;ซึ่งเสียงยังดังอยู่เมื่อมีการใช้งานจริง&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;จะติดตามการปรับปรุงและแก้ปัญหาต่อเนื่อง&amp;nbsp;เพื่อให้วัดและประชาชนพัฒนาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329102221025</Link_News></row>
<row _id="756"><NewsTitle>ปศุสัตว์แพร่คัดเลือก Smart Farmer ดีเด่นระดับเขต ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดำเนินการคัดเลือก&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ดีเด่น&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;มีตัวแทน&amp;nbsp;เลิศสิริฟาร์ม&amp;nbsp;จังหวัดแพร่เข้าร่วมการคัดเลือก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวอาทิยา&amp;nbsp;แปลงใจ&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดแพร่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และนายพนมสิงห์&amp;nbsp;วงศ์เป็ง&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาล&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอเมืองแพร่&amp;nbsp;เข้าร่วมกับคณะดำเนินการคัดเลือก&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ดีเด่นระดับเขต&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นำทีมโดย&amp;nbsp;นายสุเทพ&amp;nbsp;สุขผล&amp;nbsp;นักวิชาการสัตวบาลชำนาญการพิเศษ&amp;nbsp;นายนรินทร์&amp;nbsp;คำตา&amp;nbsp;นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ&amp;nbsp;และนายอภิชาติ&amp;nbsp;ชูศักดิ์เหลือง&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสัตวบาลชำนาญงาน&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์เขต&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ดำเนินการพิจารณาคัดเลือก&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ดีเด่น&amp;nbsp;ระดับเขต&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ซึ่งตัวแทน&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;ดีเด่นระดับจังหวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายชิษณุพงษ์&amp;nbsp;เม้าเขียว&amp;nbsp;เลิศสิริฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลช่อแฮ&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329111750054</Link_News></row>
<row _id="757"><NewsTitle>เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าน่าน สนธิกำลังเร่งตรวจสอบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่อำเภอสันติสุข</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่อำเภอสันติสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของนายวิบูรณ์&amp;nbsp;แววบัณฑิต&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านทุกท่าน&amp;nbsp;นายวิศิษฐ์&amp;nbsp;ทวีสิงห์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดน่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายหาญชัย&amp;nbsp;ไชยวงค์&amp;nbsp;นายอำเภอสันติสุข&amp;nbsp;นายสำเริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลั่นน้ำทิพย์&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง&amp;nbsp;ได้สั่งการให้นายธนัชฌาย์&amp;nbsp;นาตัน&amp;nbsp;ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp;นำสมาชิก&amp;nbsp;อส.อ.&amp;nbsp;สันติสุข&amp;nbsp;ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมไฟป่าดอยภูคา,หน่วย&amp;nbsp;พมพ.2&amp;nbsp;และผู้นำชุมชนบ้านดอนไพรวัลย์&amp;nbsp;ลงพื้นที่บ้านดอนไพรวัลย์&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตำบลพงษ์&amp;nbsp;อำเภอสันติสุข&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นในพื้นที่วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้แก่จุด&amp;nbsp;E&amp;nbsp;715809&amp;nbsp;N&amp;nbsp;2094720&amp;nbsp;และในวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พบความร้อนที่บ้านหัวนา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ตำบลพงษ์&amp;nbsp;อำเภอสันติสุข&amp;nbsp;จังหวัดน่าน&amp;nbsp;ได้แก่จุด&amp;nbsp;X710137&amp;nbsp;Y&amp;nbsp;2094845&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดย&amp;nbsp;นายหาญชัย&amp;nbsp;ไชยวงค์&amp;nbsp;นายอำเภอสันติสุข&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยจัดการต้นน้ำได้เดินทางลงไปตรวจสอบพื้นที่ที่มีค่าความร้อนขึ้นมา&amp;nbsp;เป็นพื้นที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;จากการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นพื้นที่เตรียมการเพื่อการเกษตรและไฟดับลงแล้ว&amp;nbsp;พร้อมนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนในการงดเว้นการเผา&amp;nbsp;ในช่วงห้ามเผาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ก.พ.65-20&amp;nbsp;เม.ย.65&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ประจำวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สภาพคุณภาพอากาศดี&amp;nbsp;ประกอบกับจังหวัดน่านมีฝนในพื้นที่&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;สูงสุด&amp;nbsp;75&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;และต่ำสุด&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มคก./ลบ.ม.&amp;nbsp;โดยข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;2&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>น่าน</Province><Department>สวท.น่าน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329113814059</Link_News></row>
<row _id="758"><NewsTitle>สหกรณ์จังหวัดระยอง เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ผู้ตรวจการสหกรณ์ ให้สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานตรวจการสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง&amp;nbsp;ต.เนินพระ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.ระยอง&amp;nbsp;นางสุวรรณี&amp;nbsp;อาจสุโพธิ์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการตรวจสหกรณ์&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;แก่ผู้ตรวจการสหกรณ์&amp;nbsp;และข้าราชการในสังกัด&amp;nbsp;ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ตรวจการสหกรณ์&amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้ตรวจการสหกรณ์&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;มัณฑนานนท์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp;เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ&amp;nbsp;มาบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;ข้อบังคับ&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องในการทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการสหกรณ์&amp;nbsp;ตรวจสอบกิจการและฐานะทางการเงินของสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อป้องกันการเกิดข้อบกพร่องและทุจริตเกี่ยวกับการเงิน&amp;nbsp;การบัญชีหรือกิจการ&amp;nbsp;หรือฐานะการเงินในสหกรณ์&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการกำกับ&amp;nbsp;ดูแล&amp;nbsp;การดำเนินงานของสหกรณ์ให้เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;ระเบียบ&amp;nbsp;และข้อบังคับของสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสุวรรณี&amp;nbsp;อาจสุโพธิ์&amp;nbsp;สหกรณ์จังหวัดระยอง&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อพัฒนาองค์ความรู้&amp;nbsp;เพิ่มทักษะและประสบการณ์แก่ผู้ตรวจการสหกรณ์ให้ก้าวทันสถานการณ์&amp;nbsp;และนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;สามารถปฏิบัติงานตรวจสอบสหกรณ์ได้ตามแนวทางที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329115614071</Link_News></row>
<row _id="759"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแพร่ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอสอง&amp;nbsp;พบการติดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวโพดชัดเจน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวจุฬารัตน์&amp;nbsp;นุ่มนิ่ม&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายศิรินุสรณ์&amp;nbsp;เตชะ&amp;nbsp;นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่อำเภอสอง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;พบว่าการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ชนิดเมล็ด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ความชื้น&amp;nbsp;14.5%&amp;nbsp;ราคากิโลกรัมละ&amp;nbsp;10.00-12.90&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และความชื้น&amp;nbsp;30%&amp;nbsp;กิโลกรัมละ&amp;nbsp;8.00-8.50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีการติดป้ายแสดงราคารับซื้อข้าวโพดชัดเจน&amp;nbsp;และได้แนะนำให้ปฏิบัติตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ&amp;nbsp;ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ&amp;nbsp;พ.&amp;nbsp;ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายมีความชื้นค่อนข้างสูง&amp;nbsp;(40-50%&amp;nbsp;ขึ้นไป)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อน&amp;nbsp;120&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ทำให้ผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพมากนัก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329114025060</Link_News></row>
<row _id="760"><NewsTitle>สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรมลงแขกลงคลอง เมืองแม่กลองสะอาด พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณโรงเรียนบ้านยายแพง&amp;nbsp;ตำบลยายแพง&amp;nbsp;อำเภอบางคนที&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงครามร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที&amp;nbsp;จัดกิจกรรรมลงแขก&amp;nbsp;ลงคลอง&amp;nbsp;เมืองแม่กลองสะอาด&amp;nbsp;ตามทางประชารัฐภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;และรณรงค์โครงการถังขยะเปียกลดโลกร้อน&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายขจร&amp;nbsp;ศรีชวโนทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;พร้อมทั้ง&amp;nbsp;นายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ&amp;nbsp;พันเอก&amp;nbsp;จิระโรจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองวารี&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.จังหวัด&amp;nbsp;นายอำเภอบางคนที&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวเรณู&amp;nbsp;เล็กนิมิต&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดกิจกรรมครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อเป็นการพัฒนาทำความสะอาดลำคลองในพื้นที่&amp;nbsp;โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;ทั้งจิตอาสา&amp;nbsp;กำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;ภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;(อถส.)&amp;nbsp;กลุ่มองค์กรเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp;และประชาชน&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ซึ่งได้ร่วมกันจัดเก็บผักตบชวา&amp;nbsp;วัชพืช&amp;nbsp;ขยะในลำคลอง&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;เพื่อทำให้หมู่บ้านชุมชนมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย&amp;nbsp;พร้อมทั้งขับเคลื่อนการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อนในครัวเรือน&amp;nbsp;ชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาความสะอาด&amp;nbsp;ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ลดจำนวนปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรสงครามขับเคลื่อนการลดปริมาณและคัดแยกขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกใครัวเรือนระดับท้องถิ่น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กิจกรรมลงแขกลงคลอง&amp;nbsp;เมืองแม่กลองสะอาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัด&amp;nbsp;ได้มีการจัดทำเป็นประจำเดือนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;ทั้งในลำคลอง&amp;nbsp;ถนนในหมู่บ้าน/ชุมชน&amp;nbsp;นอกจากทำให้จังหวัดสมุทรสงครามมีทัศนยภาพที่สวยงามแล้ว&amp;nbsp;ยังส่งผลให้ประชาชนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp;เสริมสร้างความรักสามัคคีของคนในชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากนั้น&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;พร้อมคณะได้ลงเรือร่วมกันจัดเก็บวัชพืชในลำคลอง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อให้ลำคลองมีความสะอาด&amp;nbsp;ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้เรือเป็นพาหนะในการสัญจรไปมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนำถังขยะเปียกลดโลกร้อนและถังดักไขมันในเรือนมอบให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางคนที&amp;nbsp;เพื่อนำไปใช้ภายในชุมชนด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;รุ่งนภา/ข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธิติมา/เรียบเรียง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทีมงานสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329115029066</Link_News></row>
<row _id="761"><NewsTitle>ผู้ว่าฯ ลำปาง ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฯ และปัญหาภัยแล้งพื้นที่ อ.เมือง และ อ.แม่ทะ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสิธิชัย&amp;nbsp;จินดาหลวง&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พลตรีอโณทัย&amp;nbsp;ชัยมงคล&amp;nbsp;ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่&amp;nbsp;32&amp;nbsp;นายธนารัฐ&amp;nbsp;สายเทพ&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์และรับฟังการนำเสนอข้อมูล&amp;nbsp;พร้อมหารือแนวทางร่วมกับประชาชนและผู้นำชุมชนในพื้นที่&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สถานีควบคุมไฟป่าพระบาท-พระยาแช่&amp;nbsp;,&amp;nbsp;จุดสกัดชุมชนโทกหัวช้าง,&amp;nbsp;จุดสกัดชุมชนกล้วยฝาย,&amp;nbsp;จุดสกัดชุมชนกล้วยแพะ&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;และจุดสกัดชุมชนแม่ทะ&amp;nbsp;อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp;ในการร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;(PM2.5)&amp;nbsp;รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้นำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานดับไฟป่า&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;น้ำดื่มสะอาด&amp;nbsp;เครื่องดื่มชูกำลัง/เครื่องดื่มเกลือแร่&amp;nbsp;ยา&amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp;อาหารสำเร็จรูป&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า&amp;nbsp;เพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องพื้นที่ป่าชุมชนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329115612070</Link_News></row>
<row _id="762"><NewsTitle>ปศุสัตว์ฯ แม่ฮ่องสอน ผ่าตัดทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เร่งขับเคลื่อนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;น.สพ.ดร.อนิรุธ&amp;nbsp;เนื่องเม็ก&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;น.สพ.ธราภัท&amp;nbsp;คงเหล็กดี&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการและเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;บูรณาการการทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู&amp;nbsp;ออกให้บริการผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ให้แมวด้อยโอกาส&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วัดปาง&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยได้ให้บริการผ่าตัดทำหมันแมวเพศเมีย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;แมวเพศผู้&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แมว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รวมทั้งให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;และการดูแลสุนัขและแมวในกำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบ&amp;nbsp;กฎหมายและปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ตามแนวทางการขับเคลื่อนให้จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นจังหวัดปลอดโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค&amp;nbsp;คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า&amp;nbsp;ตามพระปณิธาน&amp;nbsp;ศาสตราจารย์&amp;nbsp;สมเด็จเจ้าฟ้าฯ&amp;nbsp;กรมพระศรีสวางควัฒน&amp;nbsp;วรขัตติยราชนารี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329123210086</Link_News></row>
<row _id="763"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;น.สพ.ธราภัท&amp;nbsp;คงเหล็กดี&amp;nbsp;นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;ออกดำเนินการเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ปีก&amp;nbsp;ในฟาร์มที่ได้รับการรับรองในการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มสัตว์ปีก&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สยามฟาร์ม&amp;nbsp;ตำบลปางหมู&amp;nbsp;อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;จากการดำเนินงาน&amp;nbsp;มีการเก็บตัวอย่าง&amp;nbsp;Oropharyngeal&amp;nbsp;swab&amp;nbsp;ไก่ไข่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดนกและเชื้อไวรัสนิวคาสเซิล&amp;nbsp;และเก็บตัวอย่าง&amp;nbsp;Boot&amp;nbsp;swab&amp;nbsp;จากโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คู่&amp;nbsp;เพื่อตรวจหาเชื้อแบคทีเรียแซลโมเนลลาทางห้องปฏิบัติการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โรคไข้หวัดนกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่บางสายพันธุ์ที่พบในนกและสัตว์ปีก&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยอาการและความรุนแรงของโรคขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัสและชนิดของสัตว์ปีกที่ติดเชื้อสายพันธุ์ที่มีความสำคัญคือ&amp;nbsp;H5N1&amp;nbsp;ซึ่งทำให้สัตว์ปีกที่ติดเชื้อมีอาการรุนแรงและตายอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ในส่วนของโรคนิวคาสเซิลเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสัตว์ปีก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นโรคที่มีความสำคัญมากในสัตว์ปีกที่เลี้ยงเป็นอาหาร&amp;nbsp;อาการของโรคมีตั้งแต่อ่อนจนถึงรุนแรง&amp;nbsp;โรคที่ติดต่อได้ง่ายและทำให้เกิดอาการรุนแรงเรียกว่า&amp;nbsp;Exotic&amp;nbsp;Newcastle&amp;nbsp;disease&amp;nbsp;(END)&amp;nbsp;ซึ่งทำให้มีสัตว์ปีกจำนวนมากตายอย่างเฉียบพลันโดยไม่แสดงอาการของโรค&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329122724084</Link_News></row>
<row _id="764"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากเมียนมาส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเมียนมาส่งผลกระทบแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(28&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;589&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;176&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;165&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;119&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;85&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;38&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;124&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;64&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และนครสวรรค์&amp;nbsp;42&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;สอดคล้องกับการประเมินพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าล่วงหน้า&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;พบมากที่สุด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;วันติดต่อกัน&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,852&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;11,472&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,891&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้พบพื้นที่ภาคเหนือยังมีฝุ่นอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่&amp;nbsp;ส่วนภาพรวมภูมิภาคอื่นคุณภาพอากาศยังคงอยู่ในระดับดีถึงดีมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;2,534&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมา&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;959&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;589&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329123924087</Link_News></row>
<row _id="765"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่ 3 จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าในภาคเหนือพบมีพื้นที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดเสี่ยงสูงเกิดไฟป่า&amp;nbsp;ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียม&amp;nbsp;MODIS&amp;nbsp;แสดงให้เห็นพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าช่วง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;พบมี&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่า&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ตาก&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และลำปาง&amp;nbsp;โดยสัปดาห์นี้ตัวเลขคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดไฟป่ามีจำนวนสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ที่ผ่านมาพบอยู่ประมาณ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ส่วนพื้นที่เสี่ยงสูงเกิดไฟป่าอันดับหนึ่งกลายเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;รองลงมาเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;สาเหตุอาจเกิดจากการเผาในกิจกรรมการเกษตร&amp;nbsp;การเผาเพื่อหาของป่า&amp;nbsp;หรือการเผาเพื่อล่าสัตว์จนทำให้เกิดการลุกลาม&amp;nbsp;สำหรับข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปวางแผนจัดการเชื้อไฟ&amp;nbsp;และจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329125237088</Link_News></row>
<row _id="766"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Kick Off สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร A.M.1386 KHz. กลับมาออกอากาศอีกครั้ง มั่นใจเป็นสื่อกลางถ่ายทอดข่าวสารความรู้ เคียงข้างเกษตรกรไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายทองเปลว&amp;nbsp;กองจันทร์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเปิดตัวสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;A.M.1386&amp;nbsp;KHz.&amp;nbsp;ว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;กระจายเสียงในระบบ&amp;nbsp;A.M.&amp;nbsp;ความถี่&amp;nbsp;1386&amp;nbsp;KHz.&amp;nbsp;กำลังส่ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;กิโลวัตต์&amp;nbsp;จะกลับมาออกอากาศทางคลื่นวิทยุกระจายเสียงอีกครั้ง&amp;nbsp;หลังจากต้องหยุดออกอากาศไปนานกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เนื่องจากเหตุขัดข้องทางเทคนิค&amp;nbsp;เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กับเกษตรกรและพี่น้องประชาชนทั่วไปที่สนใจด้านการเกษตร&amp;nbsp;และเป็นเครื่องมือสำหรับพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลให้มีความรู้ความสามารถด้านการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ&amp;nbsp;ปลอดภัย&amp;nbsp;สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างดีเยี่ยม&amp;nbsp;แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารรวดเร็วและสะดวกกว่าในอดีต&amp;nbsp;แต่ก็ยังมีเกษตรกรในบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อกับกลุ่มคนเหล่านั้น&amp;nbsp;ให้ก้าวเดินไปข้างหน้าตามแนวทางการพัฒนาของรัฐบาล&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329133650107</Link_News></row>
<row _id="767"><NewsTitle>เกษตรจังหวัดภูเก็ต มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรปลูกผักเหมียงคุณภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรปลูกผักเหมียงคุณภาพ&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และการพัฒนาการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&amp;nbsp;สนับสนุนและยกระดับการผลิตเป็นสินค้าปลอดภัยและมูลค่าสูง&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิด&amp;nbsp;City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Gastronomy&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;(ศพก.)&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลฉลอง&amp;nbsp;อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;นายพิเชษฐ์&amp;nbsp;ปาณะพงศ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสุบรรณ์&amp;nbsp;รักษ์ทอง&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมมอบปัจจัยการผลิตและบรรจุภัณฑ์โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ด้วยแนวคิด&amp;nbsp;City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;การปลูกผักเหมียงให้แก่เกษตรกรเจ้าของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp;และเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต&amp;nbsp;อำเภอกะทู้&amp;nbsp;และอำเภอถลาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เพื่อเป็นส่งเสริมพัฒนาการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&amp;nbsp;ยกระดับการผลิตเป็นสินค้าปลอดภัยและมูลค่าสูง&amp;nbsp;และพัฒนาการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม&amp;nbsp;ผสมผสานกับภูมิปัญญาของเกษตรกร&amp;nbsp;ทั้งยังเป็นการเพิ่มพื้นที่และปริมาณผลผลิตผักเหมียงให้เพียงพอต่อการบริโภค&amp;nbsp;และการเพิ่มช่องทางการตลาด&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดการพึ่งพาช่วยเหลือตนเอง&amp;nbsp;และมีความมั่นคงด้านอาหาร&amp;nbsp;มีการผลิตอาหารปลอดภัย&amp;nbsp;ดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ได้รับการจัดสรรงบประมาณ&amp;nbsp;โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;จังหวัดภูเก็ตด้วยแนวคิด&amp;nbsp;City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;ภายใต้โครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp;จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;งบประมาณ&amp;nbsp;4,701,900&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;โดยมีการส่งเสริมการปลูกผักเหมียงเชิงการค้า&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;550&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พัฒนาฝึกทักษะอาชีพทางด้านการผลิตผักเหมียงคุณภาพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;230&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;จัดทำแปลงต้นแบบผลิตผักเหมียงคุณภาพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;แปลง&amp;nbsp;ส่งเสริมการผลิตเห็ด&amp;nbsp;ผักต้นอ่อน&amp;nbsp;และผักไฮโดรโปนิกส์&amp;nbsp;เพื่อการบริโภค&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;และมอบบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp;ถุงพลาสติกหูหิ้วใส&amp;nbsp;และเทปรัดผัก&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ม้วน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;เกษตรกรปลูกผักเหมียงอำเภอเมืองภูเก็ต&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;black;"&gt;&amp;nbsp;ได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยการนำผักเหมียงมาแปรรูปอาหาร&amp;nbsp;ตามแนวทาง&amp;nbsp;City&amp;nbsp;of&amp;nbsp;Gastronomy&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความนิยมและให้การตอบรับจากนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ผักเหมียงลาซานญาพิซซ่าโรล&amp;nbsp;ขนมเค้กผักเหมือง&amp;nbsp;ชาผักเหมียง&amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ภูเก็ต</Province><Department>สวท.ภูเก็ต</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329134300109</Link_News></row>
<row _id="768"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมผนึกกำลังลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งเป้า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ภายในปี พ.ศ. 2566</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายประยูร&amp;nbsp;อินสกุล&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยภายหลังพิธีประกาศ&amp;nbsp;MISSION&amp;nbsp;2023&amp;nbsp;ผนึกกำลังมุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;CO2&amp;nbsp;สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน&amp;nbsp;สาขากระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์:&amp;nbsp;มาตรการทดแทนปูนเม็ด&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;เนื่องจากภาคเกษตรเป็นภาคที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว&amp;nbsp;จึงมีนโยบายร่วมกับทุกหน่วยงาน&amp;nbsp;แผนการดำเนินงานด้านเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตรครอบคลุมด้านพืช&amp;nbsp;ด้านดิน&amp;nbsp;ด้านน้ำ&amp;nbsp;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;ด้านประมง&amp;nbsp;และด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งจะนำมาถึงความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp;รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความสามารถในการแข่งขัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการร่วมลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;โดยกรมชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มีส่วนร่วมขับเคลื่อนมาตั้งแต่เริ่มบูรณาการความร่วมมือในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปัจจุบัน&amp;nbsp;กรมชลประทานได้กำหนดเป็นนโยบายให้งานก่อสร้างประเภทต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุก่อสร้างประเภทปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก&amp;nbsp;ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;โดยในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ได้นำร่องให้มีการใช้ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โครงการสำคัญ&amp;nbsp;นับว่า&amp;nbsp;เป็นที่น่ายินดีที่สามารถมีส่วนร่วมทำให้บรรลุเป้าหมายแรก&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;เมื่อสิ้นปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;เร็วกว่าที่ตั้งใจกันไว้&amp;nbsp;และกำลังจะก้าวไปสู่เป้าหมายใหม่&amp;nbsp;ในการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;1,000,000&amp;nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;ภายในปี&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;ตามที่กำหนดไว้ต่อไป&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329140926119</Link_News></row>
<row _id="769"><NewsTitle>รมช.เกษตรฯ ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ ในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ&amp;nbsp;ในฤดูกาลผลไม้&amp;nbsp;ภาคตะวันออกปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;นายภัสชญภณ&amp;nbsp;หมื่นแจ้ง&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;และคณะผู้บริการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการส่งออกผลไม้ทางเรือ&amp;nbsp;ในฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออกปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยประชุมรับฟังรายงานการปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;จากนั้นเดินทางเยี่ยมชมการปฏิบัติงานตรวจสอบการนำเข้าสินค้าเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เอ็กเรย์สินค้า&amp;nbsp;ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;ก่อนเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตรวจสอบสินค้าเกษตรเพื่อออกใบรับรองสุขอนามัยพืช&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลส่งออกผลไม้ภาคตะวันออกในปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบ&amp;nbsp;และตรวจรับรองสินค้า&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(Covid-19)&amp;nbsp;ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวที่สวน&amp;nbsp;การคัดบรรจุ&amp;nbsp;ตลอดจนการส่งออก&amp;nbsp;ซึ่งต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเพื่อขอใบรับรองสุขอนามัยพืช&amp;nbsp;(Phyto&amp;nbsp;certificate)&amp;nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรได้นำระบบขอใบรับรองสุขอนามัยพืชแบบอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;(e&amp;nbsp;Phyto&amp;nbsp;Certificate)&amp;nbsp;มาใช้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยนำร่องระบบใช้กับผลไม้&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ชนิดไปจีน&amp;nbsp;เพื่อรองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก&amp;nbsp;เป็นการสร้างความมั่นใจในการผลิตสินค้าคุณภาพที่มาจากแปลงเกษตรที่ได้รับรองมาตรฐานการผลิตที่ดี&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบย้อนกลับ&amp;nbsp;และสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศผู้นำเข้าได้&amp;nbsp;รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ&amp;nbsp;โดยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป็นต้นมา&amp;nbsp;มีการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีน&amp;nbsp;มีจำนวนประมาณ&amp;nbsp;6,238&amp;nbsp;ชิปเมนท์&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;177,522.78&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่าประมาณ&amp;nbsp;3,390&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;โดยเป็นการส่งออกทางเรือ&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;62%&amp;nbsp;ทางบก&amp;nbsp;26%&amp;nbsp;และทางอากาศ&amp;nbsp;12%&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมคณะ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ติดตามการทำงานของด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;อำเภอศรีราชา&amp;nbsp;จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;โดยมอบนโยบายและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ของด่านตรวจพืชปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎระเบียบ&amp;nbsp;ประกาศ&amp;nbsp;และกฎหมายที่กรมวิชาการเกษตรกำกับดูแลอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;ตามคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานของด่านตรวจพืชให้ชัดเจน&amp;nbsp;ครอบคลุมทุกขั้นตอน&amp;nbsp;ตั้งแต่การขออนุญาต&amp;nbsp;การตรวจสอบสินค้า&amp;nbsp;การตรวจปล่อยร่วมกับหน่วยงานศุลกากรในพื้นที่&amp;nbsp;รวมถึงการเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูพืชที่อาจจะติดมากับสินค้านำเข้าแพร่กระจายและทำความเสียหายกับแปลงผักผลไม้&amp;nbsp;แปลงเกษตรไทย&amp;nbsp;หรือผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ศัตรูพืชที่สำคัญ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ด้วงอิฐ&amp;nbsp;ซึ่งได้เน้นย้ำให้ด่านตรวจพืชทุกด่านต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษไม่ให้ปนเปื้อนมากับกลุ่มสินค้าธัญพืช&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;กากถั่วเหลือง&amp;nbsp;ถั่วเหลือง&amp;nbsp;จากประเทศที่มีกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ด้าน&amp;nbsp;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชท่าเรือแหลมฉบัง&amp;nbsp;เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมการนำเข้าพืช&amp;nbsp;ผลผลิตพืช&amp;nbsp;ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;ตรวจสอบและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช&amp;nbsp;(Phyto&amp;nbsp;Certificate)&amp;nbsp;เพื่อรับรองการปลอดโรคแมลง&amp;nbsp;ศัตรูพืช&amp;nbsp;สำหรับสินค้าส่งออก&amp;nbsp;ตามเงื่อนไขประเทศปลายทาง&amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไข&amp;nbsp;ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.พระราชบัญญัติกักพืช&amp;nbsp;พ.ศ.2507&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;พระราช&amp;nbsp;บัญญัติพันธุ์พืช&amp;nbsp;พ.ศ.2518&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;3.&amp;nbsp;พระราชบัญญัติปุ๋ย&amp;nbsp;พ.ศ.2518&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;4.&amp;nbsp;พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;และที่แก้ไขเพิ่มเติม&amp;nbsp;โดยในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;มีการออกใบรับรองสุขอนามัย&amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;66,166&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;สินค้าส่งออกที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ข้าว&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;ยางพารา&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ลำไยสดและอบแห้ง&amp;nbsp;ทุเรียนแช่แข็ง&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;สินค้านำเข้าที่สำคัญ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เมล็ดถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง&amp;nbsp;ข้าวสาลี&amp;nbsp;แอปเปิ้ล&amp;nbsp;ข้าวบาร์เลย์เพื่อผลิตอาหารสัตว์&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;ปริญญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข่าว/ภาพ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329153423164</Link_News></row>
<row _id="770"><NewsTitle>นายกรัฐมนตรี เร่งรัดแก้ปัญหาปุ๋ยราคาแพง เน้นหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางร่วมกัน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;พลเอก&amp;nbsp;ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&amp;nbsp;สถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลนและมีราคาแพงนั้น&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากกระทรวงพาณิชย์แล้ว&amp;nbsp;ยังมีปัญหาระหว่างผู้ประกอบการ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;สมาคมต่างๆ&amp;nbsp;ที่ต้องมาหาร่วมรือกัน&amp;nbsp;เพราะทุกเรื่องต้องมีการหารือระหว่าง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝ่ายเสมอ&amp;nbsp;คือในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ให้บริการจัดหานำเข้าปุ๋ยเข้าประเทศ&amp;nbsp;จึงต้องหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป&amp;nbsp;และรัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ทุกเรื่องอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ทั้งเรื่องผลกระทบจากการสู้รบรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน&amp;nbsp;รัฐบาลใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านหลายมาตรการ&amp;nbsp;ซึ่งหลายอย่างต้องทำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และต้องเตรียมความพร้อมรับมือต่อทุกสถานการณ์&amp;nbsp;เพราะบางเรื่องอยู่นอกเหนือการควบคุม&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ย้ำว่า&amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;คนไทยต้องเตรียมความพร้อมที่จะร่วมกันแก้ปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุด&amp;nbsp;ด้วยเหตุผลและไม่อยากให้ขัดแย้งกัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329182642290</Link_News></row>
<row _id="771"><NewsTitle>มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วม อปท. 4 แห่งในจังหวัดตราดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการบริหารจัดการขยะจากทุกภาคส่วน เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในอ่าวตราด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/span&gt;&amp;nbsp;มอบนโยบายในการบริหารจัดการขยะภายหลังการลงนามบันทึกความร่วมมือการบริหารจัดการขยะจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในอ่าวตราด&amp;nbsp;ซึ่งมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;นางเรวดี&amp;nbsp;ประเสริฐเจริญสุข&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&amp;nbsp;13&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;จัดขึ้นที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัดตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;ได้จัดให้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือการบริหารจัดการขยะจากทุกภาคส่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมทางทะเลในอ่าวตราด&amp;nbsp;ขึ้น&amp;nbsp;ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;รอบอ่าวตราด&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;เทศบาลตำบลตำบลแหลมงอบ&amp;nbsp;อบต.อ่าวใหญ่&amp;nbsp;อบต.ไม้รูด&amp;nbsp;และเทศบาลตำบลเกาะช้างใต้&amp;nbsp;เพื่อร่วมกันรณรงค์แก้ไขปัญหาขยะ&amp;nbsp;ภายใต้แนวคิดที่ว่าการแก้ไขปัญหาขยะต้องเริ่มจากจากต้นเหตุหรือผู้ที่ก่อให้เกิดขยะ&amp;nbsp;ก็คือประชาชนในชุมชน&amp;nbsp;โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะ&amp;nbsp;ทั้งการคัดแยกขยะ&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;แหล่งกำเนิด&amp;nbsp;และการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้พฤติกรรมในการทิ้งและการจัดการขยะก่อนที่จะนำไปทำลายของประชาชนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น&amp;nbsp;ปริมาณขยะในชุมชนลดลง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329165530239</Link_News></row>
<row _id="772"><NewsTitle>แอปพลิเคชัน ฟ้าฝน ชูจุดเด่น บอกสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าอย่างแม่นยำ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายณัฏฐกิตติ์&amp;nbsp;ของทิพย์&amp;nbsp;อธิบดีกรมการข้าว&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ฟ้าฝน&amp;nbsp;เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp;(depa)&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;ซีพีเอส&amp;nbsp;อะกริ&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(CPS&amp;nbsp;AGRI)&amp;nbsp;ที่สามารถทำให้ชาวนาทราบถึงข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;อีกทั้งให้ชาวนาสามารถบริหารจัดการทรัพยากรวางแผนการเพาะปลูกและการจัดจำหน่ายได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าว&amp;nbsp;ร่วมมือกับทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;(depa)&amp;nbsp;เพื่อให้มีการส่งเสริมการใช้งานแอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ฟ้าฝน&amp;nbsp;ให้กับชาวนาและบุคลากรกรมการข้าว&amp;nbsp;ในการใช้ประโยชน์ด้านการติดตามและพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ&amp;nbsp;โดยมีเป้าหมาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านสิทธิการใช้งาน&amp;nbsp;ในฤดูการปลูกข้าว&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นี้&amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยให้สามารถวางแผนการเพาะปลูกข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล&amp;nbsp;และพัฒนาเกษตรอัจฉริยะของประเทศด้านข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมการข้าวจึงนำ&amp;nbsp;แอปพลิเคชัน&amp;nbsp;ฟ้าฝน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มาปรับใช้กับโครงการต่างๆ&amp;nbsp;ที่สำคัญของกรมการข้าว&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;งานตรวจรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;งานส่งเสริมการผลิตข้าว&amp;nbsp;นาแปลงใหญ่&amp;nbsp;ศูนย์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;Farmer&amp;nbsp;และด้านอื่นๆ&amp;nbsp;อีกทั้งให้บุคลากรของกรมการข้าวนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับชาวนาไปใช้ประโยชน์ในบริหารจัดการแปลงนาของตนเองและได้รับการแจ้งเตือนภัยจากสภาพอากาศ&amp;nbsp;เพื่อลดความเสียหายต่อผลผลิตข้าว&amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชาวนาและต่อกรมการข้าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329180951269</Link_News></row>
<row _id="773"><NewsTitle>ก.ทรัพย์ ร่วมกับ 25 พันธมิตร ประกาศเป้าหมายใหม่ "MISSION 2023" มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 66</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พันธมิตร&amp;nbsp;ประกาศเป้าหมายใหม่&amp;nbsp;"MISSION&amp;nbsp;2023"&amp;nbsp;มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;หลังประสบความสำเร็จจากมาตรการทดแทนปูนเม็ด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp;สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย&amp;nbsp;(TCMA)&amp;nbsp;ครอบคลุมภาครัฐ&amp;nbsp;ภาควิชาชีพ&amp;nbsp;ภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และภาคการศึกษารวมภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พันธมิตร&amp;nbsp;ได้ร่วมกันประกาศเป้าหมายใหม่&amp;nbsp;"MISSION&amp;nbsp;2023"&amp;nbsp;มุ่งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ภายในปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;เพื่อก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน&amp;nbsp;สาขากระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;มาตรการทดแทนปูนเม็ด&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การดำเนินการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยความสำเร็จ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ประการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นโยบายภาครัฐและกฎหมาย&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;การลงทุนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;เทคโนโลยีและนวัตกรรม&amp;nbsp;ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จช่วยสนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ&amp;nbsp;และการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์&amp;nbsp;สิ่งสำคัญช่วยสนับสนุนการจัดประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย&amp;nbsp;(TCAC)&amp;nbsp;ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกัน&amp;nbsp;จนทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายแรกของความตกลงปารีส&amp;nbsp;(NDCs)&amp;nbsp;ฉบับที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ด้วยมาตรการทดแทนปูนเม็ดได้ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;ตันคาร์บอนไดออกไซด์&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(สผ.)&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยประสานงานกลางของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกนะจก&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;เบโด้&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ&amp;nbsp;และกรมทรัพยากรธรณี&amp;nbsp;ในฐานะหน่วยบริหารจัดการด้านแหล่งวัตถุดิบ&amp;nbsp;พร้อมร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;"MISSION&amp;nbsp;2023"&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp;(SDGs)&amp;nbsp;และการขับเคลื่อน&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;ที่แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของไทยที่ร่วมกับประชาคมโลกบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329183128293</Link_News></row>
<row _id="774"><NewsTitle>คณะทำงานตรวจประเมินผลฯ ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายพุฒิพงศ์&amp;nbsp;ศิริมาตย์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้นายราชัน&amp;nbsp;มีน้อย&amp;nbsp;หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;พร้อมด้วยคณะทำงานตรวจประเมินผลการขับเคลื่อนและขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ&amp;nbsp;บัวทอง&amp;nbsp;นายอำเภอเมือง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นางชณิสา&amp;nbsp;หาญภักดีปฏิมา&amp;nbsp;รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;ร่วมติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;โดยคณะดังกล่าวได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรจังหวัดกระบี่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตำบลเขาคราม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์&amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp;พระบรมราชชนนีพันปีหลวง&amp;nbsp;โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรกระบี่&amp;nbsp;ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จ&amp;nbsp;พระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;และโครงการปรับปรุงฝายคลองน้ำตายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;ตำบลทับปริก&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การลงพื้นที่ครั้งนี้&amp;nbsp;เพื่อรับทราบปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของการดำเนินโครงการฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และหาแนวทางแก้ไข&amp;nbsp;อันจะเป็นการพัฒนา&amp;nbsp;สืบสาน&amp;nbsp;ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ&amp;nbsp;ให้เกิดประโชน์ต่อเกษตรกร&amp;nbsp;และเป็นแหล่งเรียนรู้สืบต่อไป&amp;nbsp;จากนั้นลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อน&amp;nbsp;เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(SEDZ)&amp;nbsp;ระดับอำเภอในพื้นที่&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตำบลกระบี่น้อย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;มีเนื้อที่&amp;nbsp;18&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;ลักษณะเป็นที่เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;โดยโรงเรียนวัดโพธิ์เรียน&amp;nbsp;ขอใช้พื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;เพื่อเข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;(SEDZ)&amp;nbsp;ด้วยโมเดลเศรษฐกิจใหม่&amp;nbsp;และเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้กับกลุ่มที่สนใจได้ศึกษาต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>กระบี่</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329184951300</Link_News></row>
<row _id="775"><NewsTitle>ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาลงพื้นที่แก้ไขปัญหาผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากโรงงานแป้งมันแปรรูป ในพื้นที่ตำบลหินดาด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากการประกอบกิจการของโรงงานแป้งมันสำปะหลังแปรรูป&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลหินดาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยมีนายสมเกียรติ&amp;nbsp;วิริยะกุลนันท์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;พ.อ.อรรถชัย&amp;nbsp;รักษาศิลป์&amp;nbsp;รอง&amp;nbsp;ผอ.รมน.&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นายบัญชา&amp;nbsp;ขุนสูงเนิน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นางสงกรานต์&amp;nbsp;ประจันตะเสน&amp;nbsp;ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นางสาวอัจฉรา&amp;nbsp;อิ่มมณี&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ศูนย์อนามัยที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สำนักงานสาธารณสุขอำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;อำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหินดาด&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง&amp;nbsp;สถาบันพระปกเกล้า&amp;nbsp;นายไกรฤกษ์&amp;nbsp;เสียนขุนทด&amp;nbsp;เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ผู้นำชุมชนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;80&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;โดยมีข้อสรุป&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ชี้แจงความเป็นมากรณีที่ประชาชนในพื้นที่ตำบลหินดาด&amp;nbsp;และตำบลห้วยบง&amp;nbsp;ได้รับผลกระทบกลิ่นสารเคมีจากการประกอบกิจการโรงงานแป้งมันแปรรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;ผู้แทนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;นำเสนอข้อมูลผลการตรวจวัดก๊าซอันตรายบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานพบก๊าซอันตราย&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;บริเวณชุมชนพบก๊าซอันตราย&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ชนิดซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่ตรวจพบในโรงงาน&amp;nbsp;และตรวจพบก๊าซอันตราย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชนิด&amp;nbsp;ที่มีความเข้มข้นสูง&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;Butadienำ,&amp;nbsp;Aniline&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Acrolein&amp;nbsp;ซึ่งมีค่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชน&amp;nbsp;โดยหากสัมผัสเป็นระยะเวลานานกว่า&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้&amp;nbsp;โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีอาการผิวหนังไหม้&amp;nbsp;เป็นผื่น&amp;nbsp;และเลือดกำเดาไหล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ออกคำสั่งตามมาตรา&amp;nbsp;39&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;ให้โรงงานหยุดประกอบกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;โรงพยาบาลมหาราชจะส่งทีมแพทย์เฉพาะทางมาตรวจสุขภาพให้ประชาชน&amp;nbsp;ในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;5.&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาจะประสานอัยการคุ้มครองสิทธิ&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดแก่สุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;6.&amp;nbsp;ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ตรวจประเมินก๊าซอันตรายบริเวณชุมชนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;และรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาทราบ&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาสั่งการระงับ&amp;nbsp;ยับยั้งการแพร่กระจายของก๊าซอันตรายดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231204347</Link_News></row>
<row _id="776"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จัดกิจกรรมส่งเสริมการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (LESS) จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเอกสิทธิ์&amp;nbsp;อักษร&amp;nbsp;รักษาราชการแทนผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร่วมกับเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม&amp;nbsp;จัดการประชุมชี้แจงแนวทางการพัฒนากิจกรรมการลดก๊าชเรือนกระจก&amp;nbsp;(Low&amp;nbsp;Emission&amp;nbsp;Support&amp;nbsp;Scheme&amp;nbsp;&amp;nbsp;:&amp;nbsp;LESS)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกของชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;ชุมชนบ้านโจด&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตำบลท่าเยี่ยม&amp;nbsp;อำเภอโชคชัย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำชุมชน&amp;nbsp;คณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่เทศบาลท่าเยี่ยม&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ชุมชนได้เข้าร่วมกิจกรรมการสำรวจและเก็บข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชื่อต้นไม้&amp;nbsp;ชนิดพรรณ&amp;nbsp;ความสูง&amp;nbsp;และเส้นรวบวง&amp;nbsp;โดยประมาณ&amp;nbsp;500&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;ต้นสัก&amp;nbsp;ต้นตะแบก&amp;nbsp;ต้นราชพฤกษ์&amp;nbsp;ต้นกัลปพฤกษ์&amp;nbsp;ต้นสะเดา&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประเมิน&amp;nbsp;และคำนวนปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231356348</Link_News></row>
<row _id="777"><NewsTitle>หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่ 11 จับมือเครือข่ายปฏิบัติการตรวจจับควันดำลดฝุ่น PM2.5 จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;และสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ตั้งจุดปฏิบัติการตรวจจับควันดำ&amp;nbsp;บริเวณทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;226&amp;nbsp;หน้าสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;อำเภอเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ภายใต้กิจกรรม&amp;nbsp;รัฐเข้มตรวจจับ&amp;nbsp;ปรับจริงห้ามใช้รถควันดำ&amp;nbsp;ตามข้อสั่งการ&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;จากการจราจรและการขนส่งทางบก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;137&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;แบ่งออกเป็น&amp;nbsp;รถตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ขนส่งทางบก&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2522&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;78&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พ่นสัญลักษณ์ห้ามใช้รถ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และรถตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;59&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐาน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พนักงานเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข&amp;nbsp;และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;ยอดตรวจสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;พฤศจิกายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,433&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;พบค่าควันดำเกินมาตรฐานสะสมรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;211&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231541349</Link_News></row>
<row _id="778"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 ร่วมตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะกรณีน้ำเสียไหลท่วมขัง ส่งกลิ่นเหม็น จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเอกสิทธิ์&amp;nbsp;อักษร&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;ร่วมกับเทศบาลตำบลท่าเยี่ยม&amp;nbsp;อำเภอโชคชัย&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;นำโดย&amp;nbsp;พ.จ.อ.วัชนันท์&amp;nbsp;วรางค์พิสุทธิ์&amp;nbsp;รองปลัดเทศบาลฯ&amp;nbsp;ตรวจสอบกรณีได้รับแจ้งว่ามีน้ำเสียไหลท่วมขังบริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้านด้านข้างบริษัท&amp;nbsp;ซีพีเอฟ&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น&amp;nbsp;เน่าเสีย&amp;nbsp;และไหลลงลำมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;บริเวณโดยรอบเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น&amp;nbsp;ประกอบไปด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หอพักพนักงานบริษัท&amp;nbsp;ซีพีเอฟฯ&amp;nbsp;ตลาดสด&amp;nbsp;อาคารพาณิชย์&amp;nbsp;และครัวเรือนประชาชน&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เพียงพอ&amp;nbsp;ทำให้น้ำเสียไหลลงมาท่วมขังและเน่าเสียในบริเวณดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งเป็นทางระบายน้ำเดิมและมีวัชพืชจำนวนมากทำให้การระบายน้ำเสียไม่คล่องตัว&amp;nbsp;จึงให้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นในการแก้ปัญหา&amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1.ให้เทศบาลฯ&amp;nbsp;จัดการขุดลอกร่องระบายน้ำของชุมชน&amp;nbsp;เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการระบายน้ำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2.ให้เทศบาลฯ&amp;nbsp;ดูแลกำกับแหล่งกำเนิดน้ำเสียตาม&amp;nbsp;พรบ.ควบคุมอาคารฯ&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยให้มีการจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ติดตั้งบ่อดักไขมันและถังบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3.ให้เทศบาลฯ&amp;nbsp;สำรวจและรวบรวมข้อมูลแหล่งกำเนิดน้ำเสียเบื้องต้น&amp;nbsp;ส่งให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;(นครราชสีมา)&amp;nbsp;หากเข้าข่ายเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จะได้เข้าดำเนินการกำกับตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4.&amp;nbsp;ให้เทศบาลฯ&amp;nbsp;เตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการด้านการจัดการน้ำเสีย&amp;nbsp;โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการในการดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329231818350</Link_News></row>
<row _id="779"><NewsTitle>จังหวัดนครราชสีมาจัดหน่วยเคลื่อนที่กระทรวงเกษตรฯ ให้บริการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรแก่พี่น้องเกษตรกรอำเภอปากช่อง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายวิจิตร&amp;nbsp;กิจวิรัตน์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดนครราชสีมา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;โรงเรียนปากช่อง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลหนองสาหร่าย&amp;nbsp;อำเภอปากช่อง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมาโดยมีเกษตรกรร่วมงานกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายภูดิษ&amp;nbsp;ภัทรกุลเชษฐ&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;การจัดงานในครั้งนี้มีให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;คลินิก&amp;nbsp;และหน่วยงานต่างๆที่เข้าร่วมจัดบูธให้บริการคลินิกเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานประมงจังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัด&amp;nbsp;ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;ศูนย์อนุรักษ์ดินและน้ำ&amp;nbsp;PGSเกษตรอินทรีย์&amp;nbsp;ธนาคารออมสิน&amp;nbsp;คูโบต้า&amp;nbsp;อิเซกิ&amp;nbsp;ตังนำการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับคลินิกเกษตรเคลื่อนที่นี้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่เกษตรกรในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;อย่างทั่วถึงและสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;ซึ่งมีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการหน่วยงานส่งเสริมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกรให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหาให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมความรู้การเกษตรเสริมเพิ่มเติมควบคู่กันไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-29T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220329233305353</Link_News></row>
<row _id="780"><NewsTitle>เกษตรกรแปลงใหญ่มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เน้นส่งออกเป็นหลัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายพนม&amp;nbsp;ซำเผือก&amp;nbsp;ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออกนอกฤดู&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตำบลอ่าวน้อย&amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;จากกรณีที่ขณะนี้ผลผลิตมะม่วงในตลาดราคาตกต่ำ&amp;nbsp;แต่สำหรับกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;ไม่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;เนื่องจากมีเป้าหมายทำมะม่วงนอกฤดูกาลเพื่อส่งออกเป็นหลักและเกษตรกรได้รวมตัวกันทำเกษตรแปลงใหญ่กว่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีการบริหารจัดการการผลิตในราคาที่คุ้มค่ากับต้นทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่บางจังหวัดผลิตมะม่วงตามฤดูกาลปกติมีราคาผันผวน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เนื่องจากส่วนใหญ่พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง&amp;nbsp;เกรดเอ&amp;nbsp;ปลอดสารพิษที่ผ่านมาประสบปัญหาเรื่องตันทุนค่าขนส่งเครื่องบินไปยังประเทศปลายทาง&amp;nbsp;ล่าสุดกลุ่มเกษตรกรจึงร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร&amp;nbsp;สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ&amp;nbsp;(วช.)&amp;nbsp;ทำการศึกษาทดลองขนส่งผลผลิตมะม่วงทางเรือไปประเทศตะวันออกกลางโดยใช้เวลาขนส่ง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เบื้องต้นพบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ&amp;nbsp;เมื่อผลผลิตไปถึงประเทศปลายทาง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ไม่พบว่ามีความเสียหาย&amp;nbsp;สำหรับการจำหน่ายในระยะยาวของชาวสวนที่ตำบลอ่าวน้อย&amp;nbsp;จะต้องทำผลผลิตนอกฤดูกาลเป็นหลักและต้องหาตลาดส่งออกไปต่างประเทศเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>ประจวบคีรีขันธ์</Province><Department>สวท.ประจวบคีรีขันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330091056377</Link_News></row>
<row _id="781"><NewsTitle>ผู้ว่าฯโคราชสั่งปิดโรงงานแป้งมัน 30 วัน หลังสร้างผลกระทบด้านกลิ่นอย่างรุนแรงต่อชาวบ้านในพื้นที่  ย้ำหากไม่สามารถแก้ไขได้ก็จะไม่มีการอนุญาตเปิดให้ประกอบกิจการโดยเด็ดขาด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม&amp;nbsp;อบต.หินดาด&amp;nbsp;อ.ด่านขุนทด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;นายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผวจ.นครราชสีมา&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;กอ.รมน.&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค&amp;nbsp;11&amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัด&amp;nbsp;สาธารณสุขจังหวัด&amp;nbsp;ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด&amp;nbsp;ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและหาข้อสรุปเพื่อแก้ปัญหา&amp;nbsp;ให้กับชาวบ้านชาวบ้านหนองกาดน้อย&amp;nbsp;ต.หินดาด&amp;nbsp;อ.ด่านขุนทด&amp;nbsp;จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;หลังจากเดินทางไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;เมื่อเช้าวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&amp;nbsp;เนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นรุนแรงจากบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงแป้งมัน&amp;nbsp;Modify&amp;nbsp;แห่งหนึ่งในพื้นที่&amp;nbsp;และทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางผู้ประกอบการโรงงานแป้งมันดังกล่าว&amp;nbsp;ดำเนินการแก้ไข&amp;nbsp;ภายใน&amp;nbsp;45&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;แต่ทางโรงงานไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้&amp;nbsp;ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาจึงต้องลงพื้นที่เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านนายวิเชียร&amp;nbsp;จันทรโณทัย&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จาการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีข้อสรุปออกมาว่า&amp;nbsp;กรณีบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานแป้งมัน&amp;nbsp;Modify&amp;nbsp;ได้สั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัดออกคำสั่งให้โรงงานหยุดกิจการเพื่อปรับปรุงให้มีผลตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;หากไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะไม่อนุญาตให้เปิดกิจการ&amp;nbsp;ส่วนเรื่องสุขภาพ&amp;nbsp;ทางสาธารสุขอำเภอและรพ.มหาราชนครราชสีมา&amp;nbsp;จะเข้าตรวจสุขภาพให้กับประชาชนในพื้นที่ในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&lt;/p&gt;&lt;p&gt;กรณีชาวบ้านร้องเพิ่มเติมว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาหลักฐาน&amp;nbsp;เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับโรงงาน&amp;nbsp;และหาทางแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;สำหรับการร้องขอเยียวยาของชาวบ้าน&amp;nbsp;จะขอให้อัยการด้านคุ้มครองสิทธิ์เข้ามาช่วยเหลือแนะนำในข้อกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330092211380</Link_News></row>
<row _id="782"><NewsTitle>กรมชลประทาน เร่งแก้ปัญหาคลองส่งน้ำชลประทาน ระยะที่ 3 จ.จันทบุรี  หลังมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคง และตำบลเทพนิมิต ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;em&gt;กรมชลประทาน&amp;nbsp;เร่งแก้ปัญหาคลองส่งน้ำชลประทาน&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;หลังมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคง&amp;nbsp;และตำบลเทพนิมิต&amp;nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายสุริยพล&amp;nbsp;นุชอนงค์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำไขนาดกลาง&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ได้ชี้แจงกรณีมีกลุ่มผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตำบลหนองตาคง&amp;nbsp;และตำบลเทพนิมิต&amp;nbsp;ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ได้ขึ้นป้ายเรียกร้องให้มีการก่อสร้างคลองส่งน้ำชลประทาน&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;เนื่องจากผ่านมา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ยังไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;โครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;ความยาวกว่า&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;และคลองส่งน้ำสายซอยและสายแยกซอย&amp;nbsp;ความยาวรวมกว่า&amp;nbsp;19&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เนื่องจากในระหว่างการก่อสร้างคลองส่งน้ำ&amp;nbsp;มีการขยายถนนทางหลวงแผ่นดิน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;ถนนทางหลวงชนบท&amp;nbsp;ส่งผลให้คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&amp;nbsp;ซึ่งตัดผ่านถนนมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยออกแบบไว้&amp;nbsp;จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขแบบคลองส่งน้ำและสะพานรถยนต์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างของถนนทางหลวง&amp;nbsp;จึงต้องดำเนินการแก้ไขสัญญาเนื่องจากมีปริมาณงานและวงเงินงบประมาณเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการแก้ไขสัญญา&amp;nbsp;และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งสัญญาในปี&amp;nbsp;พ.ศ.2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;กรมชลประทานวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ด้วยการวางท่อส่งน้ำชั่วคราว&amp;nbsp;ตามแนวท่อลอดถนนทางหลวงหมายเลข&amp;nbsp;3193&amp;nbsp;ไปยังคลองส่งน้ำอีกฝั่งของถนน&amp;nbsp;ทำให้สามารถส่งน้ำไปตามคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย&amp;nbsp;เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงหน้าแล้ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330114115480</Link_News></row>
<row _id="783"><NewsTitle>มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลังราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเศกสรรค์&amp;nbsp;สวนกูล&amp;nbsp;อำนวยการสำนักพัฒนาอาหารสัตว์&amp;nbsp;กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบการเลี้ยงสัตว์ทำให้ราคาอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;-&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ซึ่งภาพรวมนำเข้าปีนี้มีจำนวนกว่า&amp;nbsp;22.4&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;และปี&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;23.27&amp;nbsp;ล้านตัน&amp;nbsp;โดยอุตสาหกรรมไก่เนื้อมีปริมาณใช้ถึงร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;สุกรร้อยละ&amp;nbsp;34&amp;nbsp;และไก่ไข่ร้อยละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากผลกระทบดังกล่าวจึงออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;การแนะนำทางเลือกใช้วัถตุดิบภายในประเทศ&amp;nbsp;โดยเฉพาะอาหารสัตว์ในท้องถิ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมแนะนำพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ทดแทนการนำเข้า&amp;nbsp;โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญผลิตหัวอาหารสูตรเข้มข้นร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรราย่อยนำไปผสมกับวัตถุดิบในท้องถิ่น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปลายข้าว&amp;nbsp;มันสำปะหลัง&amp;nbsp;รำ&amp;nbsp;ข้าวกล้อง&amp;nbsp;ต้นกล้วย&amp;nbsp;ฟักทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมอบหมายให้ศูนย์อาหารสัตว์&amp;nbsp;33&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จัดทีมออกปฏิบัติการ&amp;nbsp;ภายใต้หน่วยบริการอาหารสัตว์เคลื่อนที่ให้คำแนะนำแก่เกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมแนะนำสูตรทดแทน&amp;nbsp;โดยใช้ใบพืช&amp;nbsp;โดยเฉพาะมันสำปะหลังและใบหม่อน&amp;nbsp;ที่เป็นแหล่งโปรตีนประสิทธิภาพดีเป็นวัตถุดิบทดแทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330102326410</Link_News></row>
<row _id="784"><NewsTitle>กาฬสินธุ์ เร่งแก้ปัญหา ฝุ่น PM2.5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดกาฬสินธุ์ลงนามทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เพื่อขับเคลื่อนลดการเผาในที่โล่งและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องฟ้าแดดสงยาง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายทรงพล&amp;nbsp;ใจกลิ่ม&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์เป็นประธานการประชุมและจัดทำบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการลดการเผาในที่โล่งและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;โดยจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;ได้กำหนดให้โครงการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นนโยบายสำคัญของจังหวัด&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดให้มีการทำงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยมีเป้าหมายดำเนินงาน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้น&lt;/strong&gt;ในพื้นที่ลดลงร้อยละ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;และจำนวนวันที่มีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;เกินค่ามาตรฐานลดลงร้อยละ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กรณีการใช้น้ำหมักจาวปลวกเร่งการย่อยสลายตอซังข้าวเพื่อลดการเผาในการไถกลบตอซังข้าว&amp;nbsp;โดยนายเฉลิมศักดิ์&amp;nbsp;ถนอมสิทธิ์&amp;nbsp;ประธานศูนย์กสิกรรมธรรมชาติกาฬสินธุ์&amp;nbsp;พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์หมู่บ้านปลอดการเผา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยนายรังสรรค์&amp;nbsp;โพธิชัย&amp;nbsp;กำนันตำบลหนองตอกแป้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อำเภอยางตลาด&amp;nbsp;จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือมาตรการแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมและหยุดยั้งการเผาในที่โล่งกรณีการทำนาปรัง&amp;nbsp;หารือมาตรการแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมและหยุดยั้งการเผาในที่โล่งกรณีการผลิตอ้อย&amp;nbsp;และทำพิธีลงนามความร่วมมือ&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;เพื่อลดการเผาในที่โล่งและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดได้สมัครขอรับรางวัลเลิศรัฐ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม&amp;nbsp;ผลงานการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ดังนั้นเพื่อดำเนินการโครงการดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมาย&amp;nbsp;และเพื่อให้การสมัครขอรับรางวัลเลิศรัฐ&amp;nbsp;ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วมและผลงานการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM2.5&amp;nbsp;เป็นไปด้วยความเรียบร้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>กาฬสินธุ์</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330092509382</Link_News></row>
<row _id="785"><NewsTitle>กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนระวังเกิดฝนตกบริเวณตอนบนของประเทศและภาคใต้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณ&amp;nbsp;จ.ชุมพร&amp;nbsp;112&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เพชรบูรณ์&amp;nbsp;88&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;82&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;27,107&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,260&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330100506403</Link_News></row>
<row _id="786"><NewsTitle>ค่าฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือบริเวณ ต.จองคำ จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ต.จองคำ&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอนค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงดี&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิด&amp;nbsp;มีลมพัด&amp;nbsp;และฝนตกช่วยลดการสะสมของฝุ่นลง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330100630404</Link_News></row>
<row _id="787"><NewsTitle>ปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี จัดเวทีการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โครงการประชุมสัมมนา ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วานนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่แก้วกล้า&amp;nbsp;อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอท่ายาง&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;"จัดเวที&amp;nbsp;3/5&amp;nbsp;ประสาน&amp;nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม"&amp;nbsp;โครงการประชุมสัมมนาส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เป้าหมายกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เกิดเวทีแลกเปลี่ยนรู้&amp;nbsp;และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;ทดลองทำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพื่อเตรียมจำหน่ายออกสู่ตลาด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;ปลาร้าสับ&amp;nbsp;น้ำพริกกะปิ&amp;nbsp;น้ำพริกหนุ่ม&amp;nbsp;และน้ำพริกอ่อง&amp;nbsp;พร้อมจัดชุดผัก&amp;nbsp;เพื่อจัดจำหน่ายงานเกษตรแฟร์และของดีท่ายาง&amp;nbsp;มีจัดงานตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมหลักสูตร&amp;nbsp;"จัดเวที&amp;nbsp;3/5&amp;nbsp;ประสาน&amp;nbsp;ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม"&amp;nbsp;โครงการประชุมสัมมนาส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ที่ทำการกลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ตำบลพุสวรรค์&amp;nbsp;อำเภอแก่งกระจาน&amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp;เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;และเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกร&amp;nbsp;ทดลองทำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเพื่อเตรียมจำหน่ายออกสู่ตลาด&amp;nbsp;เมนู&amp;nbsp;เนื้อแดดเดียวพริกพราน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หมูสวรรค์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สวท.เพชรบุรี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันตก</Region><Province>เพชรบุรี</Province><Department>สวท.เพชรบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330104348433</Link_News></row>
<row _id="788"><NewsTitle>จิสด้าใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลงส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยลดลง&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(29&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;329&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;105&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;91&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;91&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;109&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;58&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และกาญจนบุรี&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนมีจำนวนลดลงเล็กน้อยในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ&amp;nbsp;แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงพบจุดความร้อนต่อเนื่อง&amp;nbsp;ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบจุดความร้อนเล็กน้อย&amp;nbsp;เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,872&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;11,646&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;6,982&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้ภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีขึ้นและหลายจังหวัดอยู่ในระดับดี&amp;nbsp;ยกเว้นแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และเชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;1,605&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;357&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;329&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330105940450</Link_News></row>
<row _id="789"><NewsTitle>แจ้งข่าวดี ทุเรียนไทยฉลุยเข้าตลาดจีนสำเร็จ ตัววัดผลสำเร็จทุเรียนไทยปลอดโควิด-19</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากนายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเมื่อเช้าวันนี้&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ทุเรียนไทยที่ส่งทางรถไฟผ่านด่านตรวจพืชหนองคายได้ถึงเมืองโมฮ่านของจีนแล้ว&amp;nbsp;เป็นการยืนยันถึงความสำเร็จถึงมาตรการป้องกันโควิดของไทยภายใต้การแนะนำของทางการจีน&amp;nbsp;ซึ่งต้องขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของชาวทุเรียนไทย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาววัชริน&amp;nbsp;แหลมคม&amp;nbsp;หัวหน้าด่านตรวจพืชหนองคาย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;รายงานเข้ามา&amp;nbsp;แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบสินค้า&amp;nbsp;เนื่องจากเจ้าหน้าที่จีน&amp;nbsp;ให้แก้ไขข้อมูลในใบรับรองสุขอนามัยพืช&amp;nbsp;แล้วส่งกลับไปใหม่โดยใช้เลขเอกสารเดิม&amp;nbsp;ทางด่านฯหนองคาย&amp;nbsp;จึงแนะนำให้ยื่น&amp;nbsp;แบบ&amp;nbsp;พก.9&amp;nbsp;เข้ามาในระบบเพื่อจะทำการแก้ไขให้ตามร้องขอ&amp;nbsp;เพื่อออกเอกสารดังกล่าวที่จะระบุข้อความให้ถูกต้องตามเจ้าหน้าที่ฯจีนร้องขอ&amp;nbsp;และส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปตามที่อยู่ของโมฮ่านเหมือนเดิม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330145220566</Link_News></row>
<row _id="790"><NewsTitle>วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล จัดงานมหกรรมเกษตรฮาลาล 2565 พร้อมเปิดโอกาสภาครัฐ เอกชน และประชาชน ออกบูธส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล&amp;nbsp;ได้จัดงานมหกรรมเกษตรฮาลาล&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือจากแผนกวิชาต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ของวิทยาลัย&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;เพื่อประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;เผยแพร่องค์ความรู้เกษตรฮาลาล&amp;nbsp;สร้างเครือข่ายกลุ่มทักษะอาชีพเกษตร&amp;nbsp;และสร้างความมั่นใจในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรฮาลาล&amp;nbsp;ภายในงานจัดนิทรรศการแสดงผลงานวิชาการ&amp;nbsp;และกิจกรรม&amp;nbsp;108&amp;nbsp;อาชีพ&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;และเอกชน&amp;nbsp;รวมถึงภาคประชาชนร่วมออกบูธ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ให้ความรู้เกี่ยวกับกองทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล&amp;nbsp;จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ปกครองและนักเรียน&amp;nbsp;และสถานีพัฒนาที่ดินสตูล&amp;nbsp;แนะนำบัตรดินดี&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชนที่ร่วมออกบูธภายในงานนี้ด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นางสาวรสิกา&amp;nbsp;สูนสละ&amp;nbsp;ได้กล่าวว่า&amp;nbsp;ทางครอบครัวได้เปิดฟาร์มเพื่อจำหน่ายต้นกระท่อมพันธุ์ก้านแดง&amp;nbsp;ภายใต้ชื่อ&amp;nbsp;บังเส็นพันธุ์กระท่อมฟาร์ม&amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมสน&amp;nbsp;อำเภอละงู&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;เนื่องจากเห็นว่าพืชกระท่อมได้รับการปลดล็อกสามารถปลูกกิน&amp;nbsp;ซื้อ&amp;nbsp;ขายได้อย่างเสรี&amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น&amp;nbsp;จึงตัดสินใจเปิดฟาร์มฯ&amp;nbsp;ดังกล่าวมาประมาณครึ่งปีแล้วขณะนี้มีจำหน่ายทั้งหน้าฟาร์มและออนไลน์ทาง&amp;nbsp;Facebook&amp;nbsp;:&amp;nbsp;อูเส็น&amp;nbsp;สูนสละ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Line&amp;nbsp;:&amp;nbsp;USE085&amp;nbsp;จำหน่ายต้นพันธุ์หลายขนาดตั้งแต่ราคา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จนถึงราคาหลักร้อย&amp;nbsp;และตนยังมองอีกว่ากระท่อมจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองในอนาคตสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-center"&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330111218458</Link_News></row>
<row _id="791"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรังจัดดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ระยะที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจรูญศักดิ์&amp;nbsp;สุขขุม&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญการยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตามนโยบาย&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;โดยเร่งผลักดันให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบรวมกลุ่มผลิตและสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และโลจิสติกส์สินค้าเกษตรระหว่างเกษตรกรกับบริษัท&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ที่ผ่านการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรยังมีข้อจำกัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เกษตรกรไม่มีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและการพัฒนาภาคการเกษตรยังไม่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างกัน&amp;nbsp;โดยดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564-2566&amp;nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และคณะทำงานจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตและการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกร&lt;/strong&gt;มีการรวมกลุ่มและบริหารจัดการแผนการผลิตสินค้าเกษตรร่วมกับกลุ่มบริษัทรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;โดยมีตลาดที่เป็นอุตสาหกรรมรองรับผลผลิตที่แน่นอน&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ตามความต้องการของบริษัทรับซื้อผลผลิตทั้งด้านปริมาณ&amp;nbsp;คุณภาพ&amp;nbsp;และช่วงเวลาการรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ซึ่งเป้าหมายการดำเนินงานเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ผลิตสินค้าตามเป้าหมายของอุตสาหกรรมที่ห่างจากแหล่งรับซื้อผลผลิตในระยะรัศมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อลดภาระต้นทุนการจัดการด้านโลจิสติกส์ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;การดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดตรังบริษัทวู้ดเวอร์ค&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีความประสงค์รับซื้อผลผลิตได้แก่&amp;nbsp;ผักสลัด&amp;nbsp;(กรีนโอ๊ค,เรดโอ๊ด,กรีนคอส,ฟิลเลย์)&amp;nbsp;ผักไทย&amp;nbsp;(กวางตุ้ง,คะน้า)&amp;nbsp;และผักเคล&amp;nbsp;ในพื้นที่รัศมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113228469</Link_News></row>
<row _id="792"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรังจัดดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม ระยะที่ 2</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายจรูญศักดิ์&amp;nbsp;สุขขุม&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรัง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญการยกระดับการบริหารจัดการสินค้าเกษตรที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ตามนโยบาย&amp;nbsp;ตลาดนำการผลิต&amp;nbsp;โดยเร่งผลักดันให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบรวมกลุ่มผลิตและสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิต&amp;nbsp;การตลาด&amp;nbsp;และโลจิสติกส์สินค้าเกษตรระหว่างเกษตรกรกับบริษัท&amp;nbsp;รับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ที่ผ่านการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรยังมีข้อจำกัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เกษตรกรไม่มีตลาดรับซื้อที่แน่นอนและการพัฒนาภาคการเกษตรยังไม่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำแผนความร่วมมือระหว่างกัน&amp;nbsp;โดยดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;ระยะเวลาดำเนินการปีงบประมาณ&amp;nbsp;2564-2566&amp;nbsp;ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม&amp;nbsp;เพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และคณะทำงานจัดทำแนวทางการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตและการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม&lt;/strong&gt;และบริหารจัดการแผนการผลิตสินค้าเกษตรร่วมกับกลุ่มบริษัทรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;โดยมีตลาดที่เป็นอุตสาหกรรมรองรับผลผลิตที่แน่นอน&amp;nbsp;เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรได้ตามความต้องการของบริษัทรับซื้อผลผลิตทั้งด้านปริมาณ&amp;nbsp;คุณภาพ&amp;nbsp;และช่วงเวลาการรับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ซึ่งเป้าหมายการดำเนินงานเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ผลิตสินค้าตามเป้าหมายของอุตสาหกรรมที่ห่างจากแหล่งรับซื้อผลผลิตในระยะรัศมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;เพื่อลดภาระต้นทุนการจัดการด้านโลจิสติกส์ของเกษตรกรและผู้ประกอบการ&amp;nbsp;การดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ระยะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดตรังบริษัทวู้ดเวอร์ค&amp;nbsp;ฟาร์ม&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;อำเภอห้วยยอด&amp;nbsp;จังหวัดตรัง&amp;nbsp;มีความประสงค์รับซื้อผลผลิต&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ผักสลัด&amp;nbsp;(กรีนโอ๊ค,เรดโอ๊ด,กรีนคอส,ฟิลเลย์)&amp;nbsp;ผักไทย&amp;nbsp;(กวางตุ้ง,คะน้า)&amp;nbsp;และผักเคล&amp;nbsp;ในพื้นที่รัศมี&amp;nbsp;100&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ตรัง&amp;nbsp;กระบี่&amp;nbsp;พัทลุง&amp;nbsp;และนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330113524473</Link_News></row>
<row _id="793"><NewsTitle>จังหวัดตรัง จัดพิธีมอบโล่รางวัลสหกรณ์ดีเด่นระดับภาค ประจำปี 2565 แก่สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายขจรศักดิ์&amp;nbsp;เจริญโสภา&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลสหกรณ์ดีเด่นระดับภาค&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องพระยารัษฎา&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตรัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;มีนโยบาย&lt;/strong&gt;ให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์&amp;nbsp;ที่มีผลงานดีเด่นในแต่ละสาขาอาชีพ/ประเภทที่กำหนดเป็นเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ&amp;nbsp;เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์&amp;nbsp;ให้ปรากฏต่อสาธารณชน&amp;nbsp;และเป็นแบบอย่างแก่เกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์อื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;และสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจะได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกตามแนวทางประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำหนด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ด้าน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;1.ความคิดริเริ่ม&amp;nbsp;2.ความสามารถในการบริหารและการจัดการสถาบัน&amp;nbsp;3.บทบาทและการมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อสถาบัน&amp;nbsp;4.ความมั่นคงและฐานะทางเศรษฐกิจของสถาบัน&amp;nbsp;5.การทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์และการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนการคัดเลือกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นไว้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระดับ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ระดับภาค&amp;nbsp;และระดับชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บัดนี้&amp;nbsp;กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้พิจารณาคัดเลือกสหกรณ์&lt;/strong&gt;และกลุ่มเกษตรกรดีเด่นระดับภาค&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;สหกรณ์ดีเด่นระดับภาค&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ประเภทสหกรณ์การเกษตรภาคใต้&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตรนาโยง&amp;nbsp;จำกัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ตรัง</Province><Department>สวท.ตรัง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330114641486</Link_News></row>
<row _id="794"><NewsTitle>จังหวัดตราด มอบใบประกาศเกียรติคุณเกษตรกร บุคคลทางการเกษตร และสถาบันเกษตรกรดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(5,&amp;nbsp;5,&amp;nbsp;5);"&gt;นายชำนาญวิทย์&amp;nbsp;เตรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นประธานมอบใบประกาศเกียรติคุณเกษตรกร&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดจัดขึ้น&amp;nbsp;ในโอกาสการประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตราด&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3/2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมพลอยแดง&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดตราด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ตามที่จังหวัดตราด&amp;nbsp;ได้ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกร&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกเกษตรกร&amp;nbsp;บุคคลทางการเกษตร&amp;nbsp;และสถาบันเกษตรกรดีเด่น&amp;nbsp;ระดับจังหวัด&amp;nbsp;ประจำปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นตัวแทนเขต&amp;nbsp;ในการคัดเลือกฯ&amp;nbsp;ระดับประเทศ&amp;nbsp;ในส่วนของจังหวัดตราดคัดเลือกเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;จึงได้มีการจัดให้มีการมอบรางวัลในครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสาขาอาชีพทำสวน&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายเฉลิมพล&amp;nbsp;ทัศมากร&amp;nbsp;ตำบลเกาะช้าง&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายคมญ์คริษฐ์&amp;nbsp;กล่อมสังข์&amp;nbsp;ตำบลไม้รูด&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายพรหม&amp;nbsp;ฉัยยากูล&amp;nbsp;ตำบลแสนตุ้ง&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสาขาอาชีพทำไร่&amp;nbsp;รางวัลชมเชย&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายศรชัย&amp;nbsp;หงส์ตะนุ&amp;nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&amp;nbsp;และนางสาวจัสมิน&amp;nbsp;มะลิวัลย์&amp;nbsp;ตำบลคลองใหญ่&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรสาขาอาชีพไร่นาสวนผสม&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายภาสกร&amp;nbsp;เขียวขจี&amp;nbsp;ตำบลหนองคันทรง&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายเชาวลิตร&amp;nbsp;ชูอำไพ&amp;nbsp;ตำบลสะตอ&amp;nbsp;และอันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นายสุรินทร์&amp;nbsp;ปาทะคุณ&amp;nbsp;ตำบลด่านชุมพล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;สมาชิกยุวเกษตรกร&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายวุฒิชัย&amp;nbsp;กาญจนานิล&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายภูวดล&amp;nbsp;จันทนาวสาร&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม&amp;nbsp;และอันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เด็กหญิงณัฐนิชา&amp;nbsp;พรมสา&amp;nbsp;สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนคีรีศรีสาครวิทยา&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;นายภาสกร&amp;nbsp;ศรภักดีธนากิจ&amp;nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายสุรักษ์&amp;nbsp;สุทธิพิบูลย์&amp;nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม&amp;nbsp;และอันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ดาบตำรวจเจริญ&amp;nbsp;ดีชัย&amp;nbsp;ที่ปรึกษากลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปากพีด&amp;nbsp;ตำบลห้วยแร้ง&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านคลองจาก&amp;nbsp;ตำบลคลองใหญ่&amp;nbsp;และอันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทับทิมสยาม&amp;nbsp;01&amp;nbsp;ตำบลด่านชุมพล&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;และกลุ่มยุวเกษตรกร&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;1&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม&amp;nbsp;อันดับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาฉลาด&amp;nbsp;และอันดับที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;กลุ่มยุวเกษตรกรโรงเรียนบ้านโขดทราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ตราด</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตราด</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330115059492</Link_News></row>
<row _id="795"><NewsTitle>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยข่าวดี ทุเรียนไทยส่งถึงจีนสำเร็จ พร้อมเดินหน้ายกระดับด่านตรวจพืชตามมาตรฐาน GAP กวดขันตรวจเข้มทั้งส่งออก-นำเข้า</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตรว่า&amp;nbsp;ทุเรียนของไทยส่งถึงประเทศจีนสำเร็จแล้ว&amp;nbsp;และผ่านการตรวจสอบจากจีนว่าปลอดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ร่วมกันทำ&amp;nbsp;GAP+&amp;nbsp;ที่ปฏิบัติตามมาตรการการส่งออกผลไม้ไปจีน&amp;nbsp;ทำให้วันนี้ล้งที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งการพ่นยา&amp;nbsp;การตรวจศัตรูพืช&amp;nbsp;สามารถส่งออกไปถึงจีนได้สำเร็จ&amp;nbsp;ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยและเกษตรกรชาวสวนทุกคน&amp;nbsp;แม้ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าทุเรียนของไทยไม่สามารถส่งออกไปจีนได้&amp;nbsp;ขอเกษตรกรอย่าเชื่อข่าวบิดเบือนดังกล่าว&amp;nbsp;วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าทุเรียนประเทศไทยมีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;จนเป็นที่ยอมรับของจีน&amp;nbsp;ในส่วนของด่านตรวจพืช&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ก็ได้ให้ความสําคัญ&amp;nbsp;และต้องการที่จะยกระดับมาตรฐานการทํางานให้มีความสามารถในการตรวจสอบศัตรูพืช&amp;nbsp;และสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงการทํางานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สําหรับด่านตรวจพืชจันทบุรีแห่งนี้&amp;nbsp;มีหน้าที่ตรวจสอบศัตรูพืช&amp;nbsp;และตรวจปิดตู้ผลไม้เพื่อการส่งออกไปยังประเทศปลายทาง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ให้ปลอดจากศัตรูพืชและเชื้อ&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแจ้งเตือนจากประเทศปลายทาง&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;จึงจัดให้มีพิธีเปิดอาคารสํานักงานของด่านตรวจพืชจันทบุรี&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาด่านตรวจพืชให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;ในการรองรับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EEC&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้กํากับดูแล&amp;nbsp;ควบคุมการนําเข้า-ส่งออกพืช&amp;nbsp;โดยมีด่านตรวจพืช&amp;nbsp;จํานวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;48&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อทําหน้าที่การตรวจสอบพืช&amp;nbsp;ผลิตผลพืช&amp;nbsp;และวัสดุการเกษตรที่นําเข้า&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของศัตรูพืชจากการเคลื่อนย้ายพืช&amp;nbsp;และเพื่อเป็น&amp;nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าของไทยไม่ให้มีการระบาดของศัตรูพืชจากต่างประเทศ&amp;nbsp;เข้ามาในประเทศ&amp;nbsp;และเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายสินค้าตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงในอนาคต&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135057528</Link_News></row>
<row _id="796"><NewsTitle>คพ. เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายในพื้นที่เสี่ยง 12 จังหวัด</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;เร่งสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังติดตามปัญหาการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายในพื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;หลังพบช่วง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีเกิดการลักลอบทิ้งกากของเสียที่เป็นอันตรายเกือบ&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมให้เครือข่ายจัดทำทำเนียบเครือข่าย&amp;nbsp;ช่องทางการติดต่อ&amp;nbsp;คู่มือการทำงาน&amp;nbsp;พร้อมจะอบรมเพิ่มและทบทวนสร้างองค์ความรู้ให้กับเครือข่ายเป็นระยะ&amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย&amp;nbsp;12&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;สมุทรสาคร&amp;nbsp;ปราจีนบุรี&amp;nbsp;สระบุรี&amp;nbsp;สระแก้ว&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;ลพบุรี&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;และราชบุรี&amp;nbsp;โดยให้แนวทางการทำงานและเน้นประเด็นสำคัญกรณีเกิดสถานการณ์มลพิษต้องหยุดยั้งมลพิษให้รวดเร็ว&amp;nbsp;แล้วสืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ&amp;nbsp;ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยา&amp;nbsp;มีการเรียกร้องค่าเสียหาย&amp;nbsp;มีการเชื่อมโยงข้อมูลการขนส่งกากของเสียกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเป็นข้อมูลติดตามผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;คพ.&amp;nbsp;อยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;เพื่อให้มีอำนาจและกฎหมายรองรับ&amp;nbsp;พร้อมเน้นให้เครือข่ายอาสาสมัครฯร่วมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตราย&amp;nbsp;แต่ต้องดูแลความปลอดภัยของตนเองด้วยขณะปฏิบัติงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากสถิติการลักลอบทิ้งกากของเสียที่เป็นอันตรายรวบรวมไว้ในรอบ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ระหว่างปี&amp;nbsp;2555&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;พบมากถึง&amp;nbsp;79&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;สูงสุดอยู่ที่ภาคตะวันออก&amp;nbsp;45&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;21&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;และภาคตะวันตก&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นแหล่งอุตสาหกรรม&amp;nbsp;ทำให้สารเคมีอันตรายแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปัญหากลิ่น&amp;nbsp;การปนเปื้อนของดิน&amp;nbsp;แหล่งน้ำผิวดิน&amp;nbsp;ระบบน้ำใต้ดิน&amp;nbsp;ระบบนิเวศส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;สุขภาพอนามัยและการประกอบอาชีพของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง&amp;nbsp;ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาตรวจสอบหาผู้กระทำผิดยาวนานและมีค่าใช้จ่ายการบำบัดและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;กล่าวย้ำว่า&amp;nbsp;เครือข่ายภาคประชาชนได้ขอให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบเร่งสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;จัดการกับกากของเสียและฟื้นฟูให้รวดเร็วเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;มีบทลงโทษทางสังคมกับผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;มีระบบข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของสารเคมีและกากของเสียจากโรงงาน&amp;nbsp;ผลักดันการจัดตั้งกองทุนการจัดการกากของเสียอันตรายและฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อน&amp;nbsp;การออกกฎระเบียบกำหนดพื้นที่เฉพาะ&amp;nbsp;(zoning)&amp;nbsp;สำหรับโรงงานประเภท&amp;nbsp;101&amp;nbsp;,&amp;nbsp;105&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ให้จัดการกากของเสียภายในจังหวัดและห้ามขนย้ายข้ามจังหวัด&amp;nbsp;รวมทั้ง&amp;nbsp;เร่งรัดออกกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรองรับการจัดการกากของเสียอันตรายจากสถานประกอบการขนาดเล็กที่ไม่เข้าข่ายเป็นโรงงาน&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;คพ.จะนำข้อเสนอเหล่านี้ไปขับเคลื่อนและปฏิบัติงานร่วมกับอาสาสมัครอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;หากพบเห็นการลักลอบทิ้งกากของเสียอันตรายโทรแจ้ง&amp;nbsp;1650&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330131708517</Link_News></row>
<row _id="797"><NewsTitle>จังหวัดชัยนาท จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ณ&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน&amp;nbsp;อำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นายรังสรรค์&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาการผลิตด้านการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;ทั่วถึง&amp;nbsp;และสอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร&amp;nbsp;โดยมีเกษตรจังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท&amp;nbsp;หัวหน้าส่วนราชการ&amp;nbsp;นายอำเภอมโนรมย์&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าฉนวน&amp;nbsp;และกำนัน&amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;เกษตรกรเข้าร่วมงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ครั้งนี้&amp;nbsp;มีการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานวิชาการ&amp;nbsp;หน่วยงานส่งเสริม&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมพัฒนาฟื้นฟูเกษตรกร&amp;nbsp;ให้สามารถทำการผลิตทางการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยเป็นการปฏิบัติงานในเชิงรุกที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมายที่มีปัญหา&amp;nbsp;ให้ได้รับบริการทางการเกษตร&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรด้านต่างๆ&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;คลินิกดิน&amp;nbsp;คลินิกพืช&amp;nbsp;คลินิกปศุสัตว์&amp;nbsp;คลินิกประมง&amp;nbsp;คลินิกชลประทาน&amp;nbsp;คลินิกสหกรณ์&amp;nbsp;คลินิกบัญชี&amp;nbsp;คลินิกกฎหมาย&amp;nbsp;คลินิกข้าว&amp;nbsp;คลินิกส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp;คลินิกเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;คลินิกบริหารศัตรูพืช&amp;nbsp;คลินิกเครื่องจักรกล&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมให้บริการจำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ส.ปชส.ชัยนาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330135557530</Link_News></row>
<row _id="798"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายตรวจเยี่ยม&amp;nbsp;พร้อมให้คำแนะนำการเลี้ยง&amp;nbsp;การให้อาหาร&amp;nbsp;การดูแลสุขภาพสัตว์&amp;nbsp;การจัดการและเฝ้าระวังป้องกันโรคฯ&amp;nbsp;แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เป็นนายศุภศักดิ์&amp;nbsp;ภูสถาน&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;111&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาหอ&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;รักษาแม่โคเนื้อ&amp;nbsp;หลังคลอด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;และนายอนุชา&amp;nbsp;ษรจันทร์ศรี&amp;nbsp;บ้านเลขที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;เลี้ยงโคเนื้อ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;ที่บ้านเก่า&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตำบลนาหอ&amp;nbsp;บ้านหนองฟ้าแลบ&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330145219565</Link_News></row>
<row _id="799"><NewsTitle>ท่อนพันธุ์มันสำปะหลังดี ปลอดโรคใบด่างมันกว่า 25 ล้านลำ ถึงมือให้เกษตรกรแล้ว</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลการดำเนินงานตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;มีผลการดำเนินการคือ&amp;nbsp;การกำจัดต้นมันสำปะหลังเป็นโรคใบด่างในพื้นที่ระบาดประมาณ&amp;nbsp;65,440&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;พร้อมจ่ายค่าชดเชยการทำลายต้นเป็นโรคให้กับเกษตรกรเจ้าของแปลง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;5,249&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;การจัดส่งท่อนพันธุ์สะอาดและทนทานต่อโรคใบด่างตามที่เกษตรกรต้องการรวมกว่า&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ล้านลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะนี้ดำเนินการส่งมอบท่อนพันธุ์ถึงมือเกษตรกรครบถ้วนแล้ว&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;นครราชสีมา&amp;nbsp;สระแก้ว&amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp;ศรีสะเกษ&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;ปราจีนบุรี&amp;nbsp;ชลบุรี&amp;nbsp;ระยอง&amp;nbsp;และฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp;ขอนแก่น&amp;nbsp;ชัยนาท&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;ซึ่งผลสำเร็จที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;ถือเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ยังมีความห่วงใยและต้องการสร้างความยั่งยืนให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จัดทำแผนปฏิบัติการด้านมาตรการจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังระยะ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(พ.ศ.&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2570)&amp;nbsp;และประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสําปะหลัง&amp;nbsp;(เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับผู้เกี่ยวข้องในการป้องกันกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลังที่ยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330145646580</Link_News></row>
<row _id="800"><NewsTitle>จังหวัดลำปางเตรียมความพร้อม 3 มาตรการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ปี 2564/65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวรตนพร&amp;nbsp;กิติกาศ&amp;nbsp;เกษตร?และ?สหกรณ์?จังหวัด?ลำ?ปาง?&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรระดับจังหวัด&amp;nbsp;ซึ่งมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;และหน่วยงานบูรณาการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร&amp;nbsp;โดยมีเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ&amp;nbsp;ได้จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตรในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564/65&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานของส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร&amp;nbsp;เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;และมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มาตรการดำเนินการ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;มาตรการก่อนเกิดภัย&amp;nbsp;มาตรการขณะเกิดภัย&amp;nbsp;และมาตรการหลังเกิดภัย&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านพืช&amp;nbsp;แจ้งให้สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เตรียมความพร้อมในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรที่อาจประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;โดยให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;การพยากรณ์อากาศ&amp;nbsp;สภาพภูมิอากาศ&amp;nbsp;เพื่อประเมินสถานการณ์พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรทราบเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติฯ&amp;nbsp;ทำการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร&amp;nbsp;ให้คำแนะนำทางด้านวิชาการ&amp;nbsp;และเน้นย้ำให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย&amp;nbsp;และการป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เหมาะสม&amp;nbsp;รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นรักษาความชุ่มชื้นรอบโคนต้น&amp;nbsp;โดยใช้หญ้าแห้ง&amp;nbsp;หรือเศษใบไม้&amp;nbsp;ปิดบริเวณโคนต้น&amp;nbsp;การตัดแต่งกิ่งเพื่อลดการคายน้ำ&amp;nbsp;และแนะนำให้เกษตรกรที่ปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นใช้การจัดทำระบบน้ำหยดด้วยขวดพลาสติก&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาไม้ผลไม้ยืนต้นเสี่ยงยืนต้นตาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านประมง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;แจ้งให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนด้านประมงกับหน่วยงานของกรมประมงก่อนเกิดภัยพิบัติ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;และมีแจ้งเตือนภัยกับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ&amp;nbsp;ทราบถึงช่วงระยะเวลาหรือภาวะภัยที่จะมาถึง&amp;nbsp;เพื่อสามารถเตรียมตัวรับสถานการณ์&amp;nbsp;หาวิธีการป้องกันทางสื่อต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งให้เกษตรกรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;และต้องมีความระมัดระวังโรคระบาดสัตว์น้ำในช่วงระยะเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;ตลอดจนให้คำแนะนำทางวิชาการต่างๆ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ข้อควรปฏิบัติในการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง&amp;nbsp;ทั้งกรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน&amp;nbsp;และกรณีที่เลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปางได้แจ้งให้ปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้เกษตรกรทราบอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ได้เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;สำรองเสบียงอาหารสัตว์&amp;nbsp;(หญ้าแห้ง)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ยาปฏิชีวนะละลายน้ำ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ซอง&amp;nbsp;ยาฉีด&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ขวด&amp;nbsp;วัคซีนสำหรับสัตว์ทุกชนิด&amp;nbsp;200,000&amp;nbsp;โดส&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านพัฒนาที่ดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สถานีพัฒนาทีดินลำปางได้ดำเนินโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดลำปาง&amp;nbsp;เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งน้ำในการทำการเกษตรในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;183&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;กระจายในพื้นที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอเถิน&amp;nbsp;31&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอวังเหนือ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp;27&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอห้างฉัตร&amp;nbsp;24&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอเมืองลำปาง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภองาว&amp;nbsp;18&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอเกาะคา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอแม่พริก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอเสริมงาม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;บ่อ,&amp;nbsp;อำเภอสบปราบ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;และอำเภอเมืองปาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำวัง&amp;nbsp;ปัจจุบันและแผนการจัดสรรน้ำภัยแล้ง&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;(ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำเก็บกักภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี&amp;nbsp;เฉลี่ย&amp;nbsp;67.25&amp;nbsp;%&amp;nbsp;ปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค&amp;nbsp;รักษาระบบนิเวศน์&amp;nbsp;ตลอดภัยแล้งถึงต้นฤดูฝน&amp;nbsp;รวมทั้งการเตรียมแปลงตกกล้า&amp;nbsp;ข้าวนาปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ยังมีมาตรการป้องกันและสนับสนุน&amp;nbsp;โดยสำนักงานชลประทานที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;การจ้างแรงงานเพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรในเขตจังหวัดลำปาง&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,862&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;141&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือภัยแล้ง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เครื่องสูบน้ำ&amp;nbsp;37&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;รถบรรทุกน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถบรรทุกติดเครน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถบรรทุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;รถบรรทุกเทท้าย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คัน&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;รถขุด&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>ลำปาง</Province><Department>สวท.ลำปาง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330144418554</Link_News></row>
<row _id="801"><NewsTitle>เกษตรยะลา ให้ความรู้ โรคเหี่ยวกล้วย งานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day)</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายกัสมัน&amp;nbsp;ยะมาแล&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดยะลา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา&amp;nbsp;จัดนิทรรศการวิชาการโรคเหี่ยวกล้วย&amp;nbsp;ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่&amp;nbsp;(Field&amp;nbsp;Day)&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลลำพะยา&amp;nbsp;อำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;จังหวัดยะลา&amp;nbsp;โดยมีนายธราวุธ&amp;nbsp;ช่วยเกิด&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองยะลา&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดงาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมที่ให้บริการ&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บริการคลินิกพืช&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ให้ความรู้คำแนะนำการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวกล้วย&amp;nbsp;โดยวิธีผสมผสาน&amp;nbsp;รวมทั้งการผลิตขยายเชื้อบีเอส&amp;nbsp;เพื่อใช้ในแปลงกล้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้มีเกษตรกรเข้ารับบริการ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สนใจเข้าเรียนรู้และนำไปปฏิบัติในแปลงได้&amp;nbsp;เกษตรเมือง&amp;nbsp;ยะลา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>ยะลา</Province><Department>สทท.ยะลา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330162611636</Link_News></row>
<row _id="802"><NewsTitle>รมช.มนัญญา ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจเกษตรกรชาวสวนผลไม้จันทบุรี</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รมช.มนัญญา&amp;nbsp;ลงพื้นที่สร้างความมั่นใจเกษตรกรชาวสวนผลไม้ที่จันทบุรี&amp;nbsp;พร้อมเปิดเผยข่าวดี&amp;nbsp;ทุเรียนไทยส่งถึงจีนสำเร็จ&amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;ยกระดับด่านตรวจพืชตามมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;นำคณะ&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ติดตามความคืบหน้า&amp;nbsp;รับทราบปัญหา&amp;nbsp;อุปสรรค&amp;nbsp;สร้างความมั่นใจแก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ในการส่งออกผลไม้กระจายไปยังตลาดปลายทางทั้งในประเทศ&amp;nbsp;และต่างประเทศ&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;ภูติเกียรติขจร&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีนำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรกร&amp;nbsp;สหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการส่งออกผลไม้&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ในวันนี้&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตรว่า&amp;nbsp;ทุเรียนของไทยส่งถึงประเทศจีนสำเร็จแล้ว&amp;nbsp;และผ่านการตรวจสอบจากจีนว่าปลอดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;และจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ร่วมกันทำ&amp;nbsp;GAP+&amp;nbsp;ที่ปฏิบัติตามมาตรการการส่งออกผลไม้ไปจีน&amp;nbsp;ทำให้วันนี้ล้งที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ทั้งการพ่นยา&amp;nbsp;การตรวจศัตรูพืช&amp;nbsp;สามารถส่งออกไปถึงจีนได้สำเร็จ&amp;nbsp;ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยและเกษตรกรชาวสวนทุกคน&amp;nbsp;แม้ก่อนหน้านี้มีกระแสว่าทุเรียนของไทยไม่สามารถส่งออกไปจีนได้&amp;nbsp;ขอเกษตรกรอย่าเชื่อข่าวบิดเบือนดังกล่าว&amp;nbsp;วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าทุเรียนประเทศไทยมีคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;ปฏิบัติตามมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;อย่างเข้มงวด&amp;nbsp;จนเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอกาสนี้&amp;nbsp;รมช.มนัญญา&amp;nbsp;เป็นประธานพิธีมอบพันธุ์พืช&amp;nbsp;ชีวภาพและชีวภัณฑ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จากกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ทรงเจริญพระชนมพรรษา&amp;nbsp;67&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;และพิธีเปิดอาคารสํานักงานด่านตรวจพืชจันทบุรี&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ด่านตรวจพืชจันทบุรี&amp;nbsp;ตำบลคลองใหญ่&amp;nbsp;อำเภอโป่งน้ำร้อน&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสําคัญในการผลิตและการส่งออกผลไม้ของภาคตะวันออก&amp;nbsp;จากสถานการณ์ความเข้มงวดของประเทศจีนในด้านสุขอนามัยพืชและการปนเปื้อนของเชื้อ&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดทํามาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินค้าผลไม้ไทย&amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;ได้มีการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานด้านกระบวนการผลิตและให้ความสำคัญกับมาตรการ&amp;nbsp;Zero&amp;nbsp;Covid&amp;nbsp;มากขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รมช.มนัญญา&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ในส่วนของด่านตรวจพืช&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ก็ได้ให้ความสําคัญ&amp;nbsp;และต้องการที่จะยกระดับมาตรฐานการทํางานให้มีความสามารถในการตรวจสอบศัตรูพืช&amp;nbsp;และสารพิษตกค้าง&amp;nbsp;รวมถึงการเชื่อมโยงการทํางานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมากขึ้น&amp;nbsp;สําหรับด่านตรวจพืชจันทบุรีแห่งนี้&amp;nbsp;มีหน้าที่ตรวจสอบศัตรูพืช&amp;nbsp;และตรวจปิดตู้ผลไม้เพื่อการส่งออกไปยังประเทศปลายทาง&amp;nbsp;ให้ปลอดจากศัตรูพืชและเชื้อ&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแจ้งเตือนจากประเทศปลายทาง&amp;nbsp;ดังนั้น&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;จึงจัดให้มีพิธีเปิดอาคารสํานักงานของด่านตรวจพืชจันทบุรี&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาด่านตรวจพืชให้มีมาตรฐาน&amp;nbsp;ทั้งด้านสถานที่ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;เครื่องมืออุปกรณ์และห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถในการปฏิบัติงานและเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ด่านศุลกากร&amp;nbsp;ด่านตรวจสัตว์&amp;nbsp;และประมง&amp;nbsp;ในการรองรับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;nbsp;(Eastern&amp;nbsp;Economic&amp;nbsp;Corridor)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;EEC&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายระพีภัทร์&amp;nbsp;จันทรศรีวงศ์&amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรมีภารกิจในการกํากับดูแล&amp;nbsp;ควบคุมการนําเข้า-ส่งออกพืช&amp;nbsp;โดยมีด่านตรวจพืช&amp;nbsp;จํานวนทั้งสิ้น&amp;nbsp;48&amp;nbsp;แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;เพื่อทําหน้าที่การตรวจสอบพืช&amp;nbsp;ผลิตผลพืช&amp;nbsp;และวัสดุการเกษตรที่นําเข้า&amp;nbsp;และส่งออกตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.กักพืช&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;วัตถุอันตราย&amp;nbsp;พ.ร.บ.ปุ๋ย&amp;nbsp;พ.ร.บ.&amp;nbsp;พันธุ์พืช&amp;nbsp;พ.ร.บ.ยาง&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช&amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของศัตรูพืชจากการเคลื่อนย้ายพืช&amp;nbsp;และเพื่อเป็น&amp;nbsp;การสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าของไทยไม่ให้มีการระบาดของศัตรูพืชจากต่างประเทศ&amp;nbsp;เข้ามาในประเทศ&amp;nbsp;และเพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายสินค้าตลอด&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงในอนาคต&amp;nbsp;ทําให้ต้องพัฒนาด่านตรวจพืชให้ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;เชื่อมโยงข้อมูลการปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และกรมศุลกากร&amp;nbsp;โดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบ&amp;nbsp;National&amp;nbsp;Single&amp;nbsp;Window&amp;nbsp;(NSW)&amp;nbsp;และการตรวจสอบสินค้า&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียนสดส่งออกไปจีน&amp;nbsp;ซึ่งมีข้อตกลงตามพิธีสาร&amp;nbsp;ภายใต้มาตรการสุขอนามัยพืช&amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้ปรับเปลี่ยนคําขอใบรับรองสุขอนามัยพืชเป็นแบบบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์&amp;nbsp;e&amp;nbsp;Phyto&amp;nbsp;เพื่อรองรับการ&amp;nbsp;แลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการจีนในอนาคต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330173217650</Link_News></row>
<row _id="803"><NewsTitle>จ.จันทบุรี เปิดฤดูกาลมังคุดจันท์พร้อมกระจายมังคุดคุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จ.จันทบุรี&amp;nbsp;แถลงข่าวเปิดฤดูกาลมังคุดจันท์พร้อมกระจายมังคุดคุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;ผ่านไปรษณีย์ไทย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายสุพจน์&amp;nbsp;ภูติเกียรติขจร&amp;nbsp;พร้อมด้วย&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;เกษตรจังหวัด&amp;nbsp;ผู้แทนวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;ผู้แทนเกษตรกรผู้จัดการไปรษณีย์จังหวัดจันทบุรีได้ร่วมแถลงข่าวเปิดฤดูกาล&amp;nbsp;"มังคุดจันห์"&amp;nbsp;คุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;ทั้งนี้ผลผลิตมังคุดของเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ในปีนี้มีพื้นที่ยืนต้น&amp;nbsp;127,695&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;มีพื้นที่ให้ผล&amp;nbsp;126,156&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิต&amp;nbsp;145,079&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีก่อน&amp;nbsp;73,384&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ&amp;nbsp;103&amp;nbsp;ผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;43.48&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;55,675&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;รองลงมาเดือนมิถุนายนคิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;29.56&amp;nbsp;พื้นที่ปลูกแหล่งใหญ่&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;อำเภอท่าใหม่&amp;nbsp;ขลุง&amp;nbsp;เขาคิชฌกูฎ&amp;nbsp;และมะขาม&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่คิชฌกูฏ&amp;nbsp;และวิสาหกิจชุมชนหุ้นส่วนมังคุดจันทบุรี&amp;nbsp;ร่วมกับไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;ได้มีแผนกระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคในจังหวัดต่างๆ&amp;nbsp;จึงขอจัดส่ง&amp;nbsp;"มังคุดจันท์"&amp;nbsp;ไปให้เครือข่ายเซลล์แมนพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ(ยกเว้นจังหวัดแหล่งผลิตมังคุดภาคใต้&amp;nbsp;ได้ลองรับประทานมังคุดคุณภาพจากจันทบุรี&amp;nbsp;เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพ&amp;nbsp;"มังคุดจันท์"&amp;nbsp;คัดสรรคุณภาพทุกลูก&amp;nbsp;ไม่ตก(ดิน)&amp;nbsp;ไม่แตก&amp;nbsp;ยางไม่ไหล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังได้มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นลังพลาสติก&amp;nbsp;สะดวกในการขนส่ง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สามารถวางทับซ้อนกันได้&amp;nbsp;รักษาคุณภาพมังคุดได้เป็นอย่างดีจนถึงมือผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยบรรจุลังละ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;สำหรับราคาเป็นไปตามกลไกตลาดในแต่ละช่วงเวลาทั้งนี้&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรีขอความร่วมมือเครือข่ายเซลล์แมนพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ&amp;nbsp;ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการค้าและผู้บริโภคให้มั่นใจในคุณภาพ&amp;nbsp;"มังคุดจันท์"&amp;nbsp;และรวบรวมคำสั่งซื้อจัดส่งให้จังหวัดจันทบุรีเพื่อจัดส่ง&amp;nbsp;"มังคุดจันท์"&amp;nbsp;คุณภาพจากสวนสู่ผู้บริโภค&amp;nbsp;โดยสามารถสั่งผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัดสาขาจันทบุรี&amp;nbsp;รับรองคุณภาพ&amp;nbsp;และราคายุติธรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>จันทบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330182258661</Link_News></row>
<row _id="804"><NewsTitle>เพิ่มพื้นที่สีเขียวในวัด โรงเรียน ชุมชน สนับสนุนการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เน้นการใช้อินทรียวัตถุ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัด&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ธรรมสถานวัดพระราม&amp;nbsp;9&amp;nbsp;&amp;nbsp;กาญจนาภิเษก&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่วัดเพื่อผลิตอาหารเพียงพอปลอดภัยให้กับชุมชนในเมืองใกล้วัดและโรงเรียน&amp;nbsp;เพื่อสร้างเป็นอาหาร&amp;nbsp;เป็นยารักษาโรคและสร้างรายได้&amp;nbsp;รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวสอดคล้องกับ&amp;nbsp;BCG&amp;nbsp;โมเดล&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp;ด้วยความคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การดำเนินงานปรับปรุงพื้นที่ในโรงเรียนและวัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวในรูปแบบการปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp;ไม้ผล&amp;nbsp;ไม้ยืนต้น&amp;nbsp;เน้นการใช้อินทรียวัตถุ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ปุ๋ยคอก&amp;nbsp;ปุ๋ยหมัก&amp;nbsp;ปุ๋ยพืชสดและปุ๋ยชีวภาพ&amp;nbsp;ในการปรับปรุงบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;เพื่อให้ต้นพืชมีความแข็งแรงสามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง&amp;nbsp;รวมถึงการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์&amp;nbsp;เพื่อให้คนในชุมชนสามารถบริโภคผลผลิตพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้ที่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อีกทั้งยังไม่ทำลายสภาพแวดล้อม&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าในวัดทำแปลงเกษตรเพื่อให้มีอาหารปลอดภัยให้เด็กนักเรียนและคนในชุมชนได้บริโภค&amp;nbsp;และมีรายได้จากการนำผลผลิตไปจำหน่ายในตลาดชุมชน&amp;nbsp;รวมทั้งสร้างระบบนิเวศที่ดีให้กับวัดและชุมชน&amp;nbsp;รวมถึงให้เป็นศูนย์เรียนรู้แก่ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตัวอย่างให้แก่วัดและชุมชนอื่นๆ&amp;nbsp;ด้วย&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;พร้อมจะให้การสนับสนุนการดำเนินงานและพร้อมเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330201356711</Link_News></row>
<row _id="805"><NewsTitle>จตุพร กำชับให้เร่งออกหลักฐานอนุญาตใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและการแก้ระเบียบเพิ่มความคล่องตัว หลังชอบการขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ 17 คำขอ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กำชับให้เร่งออกหลักฐานอนุญาตใช้พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและการแก้ระเบียบเพิ่มความคล่องตัว&amp;nbsp;หลังชอบการขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;รวม&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คำขอ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายจตุพร&amp;nbsp;บุรุษพัฒน์&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;จากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ได้กำชับให้กรมป่าไม้เร่งรัดการออกหลักฐานการอนุญาตและการแก้ระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนเร็วที่สุด&amp;nbsp;โดยได้มีมติเห็นชอบการขอใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;และคำขออนุญาตทั่วไปรวม&amp;nbsp;17&amp;nbsp;คำขอ&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;จังหวัดนครพนม&amp;nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าดงหมู&amp;nbsp;ดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล&amp;nbsp;(คทช.)&amp;nbsp;ต.อุ่มเหม้า&amp;nbsp;อ.พระธาตุพนม&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;//&amp;nbsp;กรมชลประทาน&amp;nbsp;ขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ป่าภูล้อมข้าวและป่าภูเพ็ก&amp;nbsp;และพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงชมภูพานและป่าดงกะเฌอ&amp;nbsp;ต.ห้วยยาง&amp;nbsp;อ.เมือง&amp;nbsp;จ.สกลนคร&amp;nbsp;ใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;//&amp;nbsp;สำนักงานพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูลังกา&amp;nbsp;สร้างวัดที่พักสงฆ์เทพนิมิตรสถิตธรรม&amp;nbsp;ต.หนองซน&amp;nbsp;อ.นาทม&amp;nbsp;จ.นครพนม&amp;nbsp;โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้โครงการธรรมจักรสีเขียวอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;และสุดท้าย&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;กาญจนบุรี&amp;nbsp;เอ็คซ์โพลเรซั่น&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;ไมนิ่ง&amp;nbsp;(เค็มโก)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษีและป่าเขาบ่อแร่&amp;nbsp;แปลงที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม&amp;nbsp;การอนุรักษ์&amp;nbsp;และนันทนาการ&amp;nbsp;ต.ชะแล&amp;nbsp;อ.ทองผาภูมิ&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;ซึ่งทุกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าทำประโยชน์ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;ยังได้เห็นชอบให้แต่งตั้ง&amp;nbsp;นายปรมินทร์&amp;nbsp;วงศ์สุวัฒน์&amp;nbsp;หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;เป็นประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติด้วย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330165019643</Link_News></row>
<row _id="806"><NewsTitle>ทุเรียนไทยปลอดเชื้อ Covid-19 ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมสวนกระดุมทอง&amp;nbsp;ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี&amp;nbsp;สำหรับพืชอาหาร&amp;nbsp;(GAP&amp;nbsp;ทุเรียน)&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;อยากเชิญชวนให้เกษตรกรและผู้ประกอบการล้งให้ความสำคัญกับมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;อีกทั้งยังปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและผู้บริโภค&amp;nbsp;ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ซึ่งประเทศจีนเป็นคู่ค้าหลักของไทย&amp;nbsp;ได้มีการทำพิธีสารระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องกัน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ประเทศ&amp;nbsp;ไทย-จีน&amp;nbsp;ผลไม้ไทย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิดคือ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;ลำไย&amp;nbsp;ลิ้นจี่&amp;nbsp;มะม่วง&amp;nbsp;และของจีน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชนิดคือ&amp;nbsp;แอปเปิ้ล&amp;nbsp;สาลี่&amp;nbsp;ส้ม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พุทรา&amp;nbsp;องุ่น&amp;nbsp;ที่ต้องขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากสถานการณ์&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;จีนเข้มงวดจริงจังกับมาตรฐานผลไม้สดจากไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยให้ไทยตรวจเข้มในการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช&amp;nbsp;ดังนั้นที่สวนทุเรียนของเกษตรกรต้องมี&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และโรงคัดบรรจุต้องมีมาตรฐาน&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับทุเรียนที่มีปัญหาและรับรองมาตรฐานทุเรียนไทยที่ส่งออกตลาดต่างประเทศให้มีคุณภาพ&amp;nbsp;แสดงศักยภาพของทุเรียน/ผลไม้ไทย&amp;nbsp;ที่มีคุณภาพมาตรฐานเหนือกว่าประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนในตอนนี้&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันเป็นคู่แข่งขันที่สำคัญ&amp;nbsp;สำหรับสวนกระดุมทองได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;พืช&amp;nbsp;การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตทุเรียน&amp;nbsp;เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี&amp;nbsp;มีคุณภาพ&amp;nbsp;ได้มาตรฐาน&amp;nbsp;ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค&amp;nbsp;เพื่อให้กระบวนการผลิตมีคุณภาพและได้มาตรฐาน&amp;nbsp;สามารถตรวจสอบได้&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ&amp;nbsp;นอกจากนี้&amp;nbsp;สวนกระดุมทอง&amp;nbsp;ยังได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อ&amp;nbsp;Covid-19&amp;nbsp;ในสวนอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330200628708</Link_News></row>
<row _id="807"><NewsTitle>พื้นที่อำนาจเจริญสรุปการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินชนิดโรคลัมปีสกีน 7 อำเภอ .</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;nbsp;นายธานินทร์&amp;nbsp;จุฑาทิพย์ชาติกุล&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคลัมปีสกินในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์เชิงรุก,&amp;nbsp;จัดประชุมชี้แจง,&amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญประกาศเขตโรคระบาด&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ค.64,&amp;nbsp;จัดกิจกรรม&amp;nbsp;kick&amp;nbsp;off,&amp;nbsp;ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;เรื่อง&amp;nbsp;เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย&amp;nbsp;(โรคระบาดสัตว์),&amp;nbsp;เข้มงวดในการเคลื่อนย้ายสัตว์&amp;nbsp;เข้า-ออก,&amp;nbsp;ดำเนินการควบคุมแมลงพาหะนำโรค,&amp;nbsp;กำชับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในการดูแลรักษาสัตว์ป่วยโดยรักษาตามอาการ&amp;nbsp;พร้อมทั้งให้คำแนะนำเกษตรกรในการดูแลสัตว์อย่างใกล้ชิด,&amp;nbsp;ดำเนินการฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;***&amp;nbsp;สถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ทยอยหายป่วย&amp;nbsp;และมีตัวตายบ้างเล็กน้อย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;การดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรกรณี&amp;nbsp;โค-กระบือ&amp;nbsp;เกิดโรคลัมปีสกิน&amp;nbsp;ตอนนี้อยู่ระหว่างการนำเข้าที่ประชุม&amp;nbsp;ก.ช.ภ.จ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อัตราการชดเชยตามจริงแต่ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงินสดผ่านบัญชีเงินฝากเกษตรกร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;1&amp;nbsp;อายุน้อยกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;&amp;nbsp;13,000&amp;nbsp;บาท.&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;2&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;บาท.&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;3&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;&amp;nbsp;29,000&amp;nbsp;บาท.&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;32,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;4&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;บาท.&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;&amp;nbsp;39,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;***&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ฝากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ให้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กับทาง&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอใกล้บ้านท่าน&amp;nbsp;หากพบสัตว์ป่วยหรือต้องการคำแนะนำในการเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;ติดต่อขอคำแนะนำได้ที่&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ&amp;nbsp;ปศุสัตว์ตำบล&amp;nbsp;และอาสาปศุสัตว์ใกล้บ้านท่าน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;(&lt;strong&gt;ข้อมูล&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;ขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางแล้ว&amp;nbsp;55&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;64,913&amp;nbsp;ตัว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยขณะนี้&amp;nbsp;อยู่ระหว่างจัดส่งเอกสารให้กรมปศุสัตว์&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และมีการส่งเอกสารขอรับความช่วยเหลือให้กรมปศุสัตว์แล้ว&amp;nbsp;50&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;59,835&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมสัตว์&amp;nbsp;66,362&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;1,362,888,330&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ให้การช่วยเหลือเกษตรกรแล้วจำนวน&amp;nbsp;36,949&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;รวมสัตว์&amp;nbsp;41,393&amp;nbsp;วงเงิน&amp;nbsp;841,980,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;47&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;เป็นการโอนเงินในวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;2565)&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;15,015&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;17,211&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;357,077,500&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกษตรกร&amp;nbsp;21,934&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;สัตว์&amp;nbsp;24,182&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;เป็นเงิน&amp;nbsp;484,903,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;และสามารถปิดภัยได้แล้ว&amp;nbsp;8&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;มุกดาหาร&amp;nbsp;หนองบัวลำภู&amp;nbsp;อุทัยธานี&amp;nbsp;บุรีรัมย์&amp;nbsp;อำนาจเจริญ&amp;nbsp;น่าน&amp;nbsp;และแพร่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค&amp;nbsp;-&amp;nbsp;กระบือตายจากโรคลัมปี&amp;nbsp;-&amp;nbsp;สกิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;นั้น&amp;nbsp;โค&amp;nbsp;ได้ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อายุน้อยกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;13,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;22,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;29,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;35,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ส่วนกระบือ&amp;nbsp;ไม่เกินรายละ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;อายุน้อยกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน&amp;nbsp;15,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือนถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;24,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;32,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;อายุมากกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;39,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;พื้นที่อำนาจเจริญสรุปการช่วยผู้ประสบภัย&lt;/strong&gt;พิบัติกรณีฉุกเฉินชนิดโรคลัมปีสกีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อำเภอ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,676&amp;nbsp;ราย.เป็นวัว&amp;nbsp;1,789&amp;nbsp;ตัว.&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว.&amp;nbsp;รวมทั้งหมด&amp;nbsp;1,792&amp;nbsp;ตัว.&amp;nbsp;จำนวนเงินช่วยเหลือ&amp;nbsp;36,364,000&amp;nbsp;บาท.ในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;จัดโอนเงินช่วยเหลือก่อนมีดังนี้&amp;nbsp;ปทุมราชวงษา&amp;nbsp;พนา&amp;nbsp;ชานุมาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เกษตรกรที่ขอรับความช่วยเหลือทั้งหมด&amp;nbsp;1,676&amp;nbsp;ราย&lt;/strong&gt;.&amp;nbsp;1792&amp;nbsp;ตัว.&amp;nbsp;(โค&amp;nbsp;1789&amp;nbsp;ตัว.&amp;nbsp;กระบือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตัว.)ช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;537&amp;nbsp;ราย.&amp;nbsp;579&amp;nbsp;ตัว&amp;nbsp;(&amp;nbsp;อ.ปทุมราชวงษา&amp;nbsp;พนา&amp;nbsp;ชานุมาน&amp;nbsp;.)เป็นเงินทั้งสิ้น&amp;nbsp;12,372,000&amp;nbsp;บาท.&amp;nbsp;และจะเร่งดำเนิการในส่วนที่คงเหลือให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>อำนาจเจริญ</Province><Department>สวท.อำนาจเจริญ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330194623702</Link_News></row>
<row _id="808"><NewsTitle>นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ประชุมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในระดับพื้นที่โครงการขับเคลื่อนการเกษตร ระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายคมป์&amp;nbsp;สังข์วงษ์&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมการขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรในระดับพื้นที่โครงการขับเคลื่อนการเกษตร&amp;nbsp;ระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เพื่อพิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการขับเคลื่อนการเกษตรระดับหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูงและกำหนดแผนดำเนินการ/จัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้านและแผนพัฒนาธุรกิจ&amp;nbsp;โดยคณะทำงานฯ&amp;nbsp;ระดับอำเภอ&amp;nbsp;เห็นชอบให้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลาส้มบ้านโนน&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ตำบลน้ำคำ&amp;nbsp;เป็นหมู่บ้านสู่การผลิตสินค้าเกษตรมูลค่าสูง&amp;nbsp;ของอำเภอเมืองศรีสะเกษ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;มีเกษตรอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;ประมงอำเภอเมืองศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้แทนปศุสัตว์อำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้แทนพัฒนาการอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้แทนสาธารณสุขอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;ปลัดอำเภอเมืองศรีสะเกษ&amp;nbsp;ผู้แทนจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด&amp;nbsp;เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330205543737</Link_News></row>
<row _id="809"><NewsTitle>แก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ถูกทาง เร่งคลายปมทุกอุปสรรค..ก่อนสาย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;คำสั่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ตำรวจ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ สนธิกำลังกันลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของ พ่อค้าคนกลาง ทั่วประเทศโดยด่วน เพื่อแก้ปัญหาโรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้&amp;nbsp;หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดฯ เพื่อขายเข้าสู่ตลาดแล้ว แต่ปริมาณข้าวโพดฯ ในตลาดกลับมีน้อยผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับผลผลิตที่พ่อค้ารับซื้อจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ผลักดันให้ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พุ่งขึ้นทุกวัน ซึ่งเข้าข่ายพฤติกรรม การกักตุนสินค้า รวมทั้งเป็นการกดดันภาคผู้ผลิตอาหารสัตว์ให้ต้องจ่ายราคาพิเศษเพิ่มขึ้นอีก ถือเป็น การซ้ำเติมผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่กำลังเดือดร้อน ในสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมาก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นายกฯ ย้ำว่า หากพบมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กักตุนสินค้า ปั่นราคาแพง ฉวยโอกาสทำกำไรในสภาวการณ์ที่ราคาวัตถุดิบสูงในขณะนี้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่ละเว้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้ว่าทุกหน่วยงานจะรับคำสั่งมาเร่งดำเนินการในทันทีก็ตาม แต่ไม่ได้เป็นการตรวจสต๊อกข้าวโพดฯของพ่อค้าคนกลาง กลับเข้าตรวจสอบสต๊อกของโรงงานผลิตอาหารสัตว์ ที่โดยปกติต้องรายงานสต๊อกข้าวโพดฯ ให้กับทางการทราบเป็นประจำทุกวันที่ 10 ของทุกเดือนอยู่แล้ว จึงไม่รู้ว่าภาครัฐจะเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไปถึงเมื่อใด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าข้าวโพดอยู่ในมือพ่อค้าคนกลางหมดแล้ว โรงงานผลิตอาหารสัตว์ไม่สามารถหาซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ ราคาสินค้าจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์วัตถุดิบราคาแพง จากผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน สองประเทศผู้เพาะปลูกและส่งออกธัญพืชรายสำคัญของโลก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ที่สำคัญจากข้อมูลของ กรมปศุสัตว์ ยังเห็นชัดเจนว่าปริมาณความต้องการด้านอาหารสัตว์ตามชนิดสินค้าปศุสัตว์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2565 นี้มีประมาณ 22.41 ล้านตัน และในปี 2566 คาดว่ามีความต้องการประมาณ 23.27 ล้านตัน โดยอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อมีความต้องการใช้อาหารสัตว์มากถึง 40% อุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรต้องการใช้ 34% และอุตสาหกรรมไก่ไข่ต้องการใช้ 11% ทำให้ความต้องการวัตถุดิบอาหารสัตว์หลักๆ ทั้งข้าวโพดเมล็ด กากถั่วเหลือง ปลายข้าว และปลาป่น เพิ่มขึ้นในปี 2565  2566&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ในเมื่อปริมาณความต้องการใช้ธัญพืชอาหารสัตว์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณผลผลิตกลับลดลงและราคาก็ขยับแพงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ราคาปรับจากกิโลกรัมละ 8-9 บาท เมื่อปี 2564 ที่ผ่านมา เป็นกิโลกรัมละ 13 บาทในปัจจุบัน หากแต่ผลผลิตทั้งประเทศที่มีอยู่เพียง 5 ล้านตันต่อปี ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ที่มากถึง 8 ล้านตันต่อปี ในการผลิตอาหารสัตว์ ปริมาณที่ขาดหายไปกว่า 3 ล้านตัน ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องเสาะหาวัตถุดิบทดแทน ตัวอย่างเช่น ข้าวสาลีที่ปกติจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ แต่วันนี้ราคากลับสูงขึ้นเป็น 13 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว จึงไม่จูงใจในการนำเข้ามาใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;และถึงแม้จะต้องการใช้ข้าวสาลีทดแทนเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังติดประเด็นมาตรการรัฐ 3:1 ที่กำหนดให้ต้องซื้อข้าวโพดในประเทศก่อน 3 ส่วน จึงจะสามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ 1 ส่วน ซึ่งวันนี้ไม่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดแล้ว เท่ากับไม่มีข้าวโพดในประเทศให้ซื้อ นั่นคือไม่สามารถนำเข้าข้าวสาลีได้ไปโดยปริยาย ส่วนจะหันไปพึ่งพากากถั่วเหลืองนำเข้า ก็สุดจะสู้กับราคามหาโหด ที่ปรับขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 23 บาทแล้ว และยังมีอุปสรรคจากมาตรการเก็บภาษีนำเข้า 2% ด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นั่นหมายความว่า ภาคผู้ผลิตต้องมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งสวนทางกับราคาขายอาหารสัตว์และเนื้อสัตว์ ที่ถูกภาครัฐตรึงไว้ ไม่สามารถขายในราคาสะท้อนต้นทุนได้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่า เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงต่อเนื่อง มาตั้งแต่กลางปี 2563 แต่เสียงเกษตรกรไม่ดังพอที่จะทำให้ภาครัฐเห็นใจได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ข้อกังวลสำคัญในเรื่องนี้คือ หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยด่วน ที่สุดแล้วโรงงานอาหารสัตว์หลายแห่งอาจต้องหยุดไลน์การผลิต เพราะไม่มีวัตถุดิบเข้าโรงงานด้วยปัญหาขาดแคลนและราคาที่ไม่สามารถจับต้องได้ ย่อมกระทบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีอาหารเลี้ยงสัตว์ซึ่งจำต้องหยุดการเลี้ยง ผลผลิตเนื้อสัตว์ย่อมน้อยลง และราคาจะขยับสูงขึ้น หรืออย่างที่เลวร้ายที่สุด คือทั้งผู้ผลิตอาหารสัตว์และเกษตรกรพากันเลิกกิจการทั้งหมด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;สิ่งที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการ คือการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;เพื่อลดภาระต้นทุนอาหารสัตว์และสินค้าปศุสัตว์ ทั้งการยกเลิกมาตรการ 3:1 ที่ใช้ควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง 2%&amp;nbsp;พิจารณาเปิดให้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบ WTO และ AFTA โดยยกเลิกโควต้าภาษีและค่าธรรมเนียม ให้สามารถนำเข้ามาได้ในปริมาณขาดแคลนในปี 2565 และรัฐต้องเร่งระงับการส่งออกเสรีข้าวโพดและกากถั่วเหลือง เพื่อรักษาปริมาณวัตถุดิบในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ต้องทำทันที เพราะปริมาณผลผลิตในปัจจุบันนั้นเพียงพอสำหรับการผลิตอาหารสัตว์เพียงแค่ไม่เกิน 2 เดือนเท่านั้น หากไม่อยากให้คนไทยเผชิญหน้ากับปัญหาขาดแคลนอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และปัญหาข้าวยากหมากแพง รัฐต้องตัดสินใจ ฟันธงแก้ปัญหาอย่างไม่รีรอ ก่อนจะสายเกินแก้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;เนื่องนที ฤกษ์เจริญ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตร&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สำนักพัฒนานโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330210851738</Link_News></row>
<row _id="810"><NewsTitle>นายก อบต.กำแพง จ.สตูล ผนึกกำลังทีม อถล.ในพื้นที่ จัดอบรมเสริมความรู้ผลักดันเป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสู่ทุกชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มี.ค.&amp;nbsp;65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมอุไรทอง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;อ.ละงู&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;นางสำลี&amp;nbsp;ลัคนาวงศ์&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริม&amp;nbsp;ป้องกัน&amp;nbsp;เฝ้าระวัง&amp;nbsp;ควบคุมและแก้ไขมลพิษในอากาศ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;โดยมีว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.สุกล&amp;nbsp;พรหมรักษ์&amp;nbsp;ปลัด&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;รายงาน&lt;strong&gt;นางสำลี&amp;nbsp;ลัคนาวงศ์&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;(อถล.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน&amp;nbsp;ในการพัฒนา&amp;nbsp;แนวทางป้องกัน&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้เฝ้าระวังและสร้างนวัตกรรมมากมายเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;แอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;เป็นตัวช่วยวัดค่าฝุ่น&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง&amp;nbsp;แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะพลังความร่วมมือจากอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;(อถล.)&amp;nbsp;ที่จะเป็นตัวแทนเครือข่ายในการเสริมสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ได้หันกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และร่วมกันฟื้นฟูอากาศที่สะอาดไร้มลพิษให้กลับคืนสู่เขตพื้นที่ตำบลกำแพง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221219758</Link_News></row>
<row _id="811"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11  ตรวจสอบการระบายน้ำเสียจากโรงงานแป้งมันและลานมัน จังหวัดนครราชสีมา ตามข้อเสนอแนะของกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายยศฐ์วพงศ์&amp;nbsp;วัชรมโนภาส&amp;nbsp;นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่11&amp;nbsp;ร่วมกับอำเภอด่านขุนทด&amp;nbsp;สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสรวงและองค์การบริหารส่วนตำบลบึงอ้อ&amp;nbsp;ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีประชาชนอำเภอขามทะเลสอยื่นเรื่องคัดค้านการขยายโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&amp;nbsp;และคัดค้านการตั้งโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ต่อคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบสรุปได้&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ในพื้นที่หมู่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตำบลหนองสรวง&amp;nbsp;อำเภอขามทะเลสอ&amp;nbsp;พบว่ามีการนำกากมันมาละลายน้ำเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพซึ่งจะนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า&amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่ามีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นบ่อก๊าซชีวภาพ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;และบ่อปรับเสถียรจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;บ่อ&amp;nbsp;ซึ่งมีปริมาณน้ำเสียสะสมในบ่อค่อนข้างมาก&amp;nbsp;จึงมีความเสี่ยงที่จะไหลล้นออกสู่ภายนอกในกรณีที่มีฝนตก&amp;nbsp;ขณะตรวจสอบไม่มีการระบายน้ำเสียออกสู่ภายนอกแต่พบร่องรอยการปิดถมทางระบายน้ำซึ่งเป็นจุดต้องสงสัยว่าอาจจะมีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกแล้ว&amp;nbsp;จึงเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งในบ่อบำบัดสุดท้ายไปตรวจวิเคราะห์&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตัวอย่าง&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นข้อมูลประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแหล่งน้ำธรรมชาติ&amp;nbsp;ในกรณีที่มีการรั่วไหลออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;เข้าตรวจสอบโรงงานทำมันเส้นและลานตากมันในพื้นที่ตำบลหนองสรวง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;และตำบลบึงอ้อ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่าโรงงานทำมันเส้นและลานตากมันทุกแห่งมีบ่อพักน้ำเสียเพื่อรองรับน้ำฝนที่ไหลชะพื้นที่ลานตาก&amp;nbsp;ขณะตรวจสอบไม่พบว่ามีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก&amp;nbsp;แต่จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าบ่อพักน้ำเสียของลานตากมัน&amp;nbsp;น่าจะมีขนาดความจุไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณน้ำฝนที่ไหลชะผ่านพื้นที่ลานตาก&amp;nbsp;และมีความเสี่ยงที่จะมีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกในช่วงที่มีฝนตก&amp;nbsp;จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการให้งดตากกากมันและมันเส้นในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินในคลองโกรกกระสังข์ซึ่งไหลผ่านพื้นที่โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพและโรงงานทำมันเส้นและลานตากมัน&amp;nbsp;โดยใช้เครื่องมือตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำภาคสนาม&amp;nbsp;พบว่าบริเวณต้นน้ำมีค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;(TDS)&amp;nbsp;เท่ากับ&amp;nbsp;563&amp;nbsp;มก./ล.&amp;nbsp;ในขณะคลองโกรกกระสังข์หลังจากไหลผ่านพื้นที่แหล่งกำเนิดมลพิษดังกล่าว&amp;nbsp;มีค่าของแข็งละลายน้ำทั้งหมด&amp;nbsp;(TDS)&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นและมีค่าอยู่ในช่วงระหว่าง&amp;nbsp;717&amp;nbsp;&amp;nbsp;752&amp;nbsp;มก./ล.&amp;nbsp;ซึ่งบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนของเสียในคลองโกรกกระสังข์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;จะเข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่าง&lt;/strong&gt;น้ำทิ้งจากโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ&amp;nbsp;โรงงานทำมันเส้นและลานตากมัน&amp;nbsp;ขณะที่มีการระบายน้ำทิ้งออกสู่ภายนอก&amp;nbsp;เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;82(2)&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221413759</Link_News></row>
<row _id="812"><NewsTitle>จังหวัดสุรินทร์ประชุมเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดสุรินทร์ประชุมหน่วยงานภาคี&lt;/strong&gt;ร่วมกับประธานศูนย์ข้าวระดับจังหวัด&amp;nbsp;โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายและดำเนินการร่วมในระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;มีเป้าหมายในการดำเนินงานที่ชัดเจน&amp;nbsp;เกิดการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&amp;nbsp;หน่วยงานภาคี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรสุรินทร์&amp;nbsp;สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดสุรินทร์&amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดสุรินทร์ประธานหรือผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน&amp;nbsp;111&amp;nbsp;ศูนย์&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จัดโดยศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายสมลักษณ์&amp;nbsp;มอญขาม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมข้าวหอม&amp;nbsp;ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-30T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220330221959762</Link_News></row>
<row _id="813"><NewsTitle>สสส. เร่งผลักดันกฎหมายกำกับดูแลจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาติวุฒิ&amp;nbsp;วังวล&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;สสส.&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปัจจุบันมีการกระจายตัวไปในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp;ที่มีการเผาไหม้จากเครื่องยนต์และพื้นที่ภาคเหนือที่เกิดจากการเผาไหม้วัชพืชมากถึง&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของคนไทย&amp;nbsp;เห็นได้จากตัวเลขผู้ป่วยที่ระบบทางเดินหายใจ&amp;nbsp;มะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นที่มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้บูรณาการการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;ควบคู่กับการรณรงค์ควบคุมมลพิษแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้หมดไป&amp;nbsp;ทั้งการควบคุมการเผาไหม้ให้ลดลง&amp;nbsp;ปรับคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง&amp;nbsp;แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วก็ตาม&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2535&amp;nbsp;แต่ยังไม่เพียงพอและครอบคลุมกับสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;nbsp;ที่ยังไม่สามารถบริหารจัดการอากาศที่ปลอดภัยได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สสส.&amp;nbsp;จึงเร่งผลักดัน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พ.ร.บ.กำกับดูแลจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;เพื่อจะทำให้คนไทยมีอากาสสะอาด&amp;nbsp;ทั้งนี้หลายประเทศใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการแก้ไขการจัดการปัญหา&amp;nbsp;การป้องกันการเกิดมลพิษ&amp;nbsp;สอดคล้องกับการแนวคิดขององค์การอนามัยโลก&amp;nbsp;ที่ว่าการขับเคลื่อนคุณภาพอากาศผ่านมิติทางกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ&amp;nbsp;เพราะจะมีแนวทางที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยประชาชนมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>นนทบุรี</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331112718854</Link_News></row>
<row _id="814"><NewsTitle>พช.เลย จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับสมาชิกกองทุน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายคมสิทธิ์&amp;nbsp;สุริยวรรณ&amp;nbsp;พัฒนาการจังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย&amp;nbsp;จัดโครงการส่งเสริมช่องทางการตลาด&amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;เพื่อขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ในด้านการเสริมสร้างอาชีพและรายได้&amp;nbsp;ส่งเสริมช่องทางการตลาดของกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มอาชีพสมาชิก&amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ผลสำเร็จของการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มอาชีพ&amp;nbsp;โดยมีกลุ่มสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;25&amp;nbsp;กลุ่ม&amp;nbsp;จากทั้ง&amp;nbsp;14&amp;nbsp;อำเภอในจังหวัดเลยเข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;นำสินค้ามาร่วมแสดงและจำหน่ายทั้งอาหาร&amp;nbsp;ผ้าและเครื่องแต่งกาย&amp;nbsp;ของใช้&amp;nbsp;สมุนไพรที่&amp;nbsp;และสินค้าตลาดประชารัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้ส่งเสริมสนับสนุนสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่กู้ยืมเงินไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp;ให้มีช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์&amp;nbsp;ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ด้านการเสริมสร้างอาชีพรายได้แก่สตรี&amp;nbsp;ซึ่งการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ได้ส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วน&amp;nbsp;รวมถึงปัญหาเรื่องการทำมาของกินของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;จึงต้องสร้างความตระหนักถึงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;โดยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี&amp;nbsp;ไม่เพียงแค่ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่สมาชิกเท่านั้น&amp;nbsp;แต่ยังได้จัดหาช่องทางการตลาดให้กับสมาชิกอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.เลย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331095020794</Link_News></row>
<row _id="815"><NewsTitle>เหล่ากาชาด จ.อุบลฯ เชิญร่วมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า วันที่ 2 เม.ย.65</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางศลิษา&amp;nbsp;ภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;ร่วมกับโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์&amp;nbsp;จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย&amp;nbsp;ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ&amp;nbsp;67&amp;nbsp;พรรษา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยขอเชิญชวนประชาชนชาวอุบลราชธานี&amp;nbsp;หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ร่วมบริจาคโลหิต&amp;nbsp;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย&amp;nbsp;กำหนดจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;ในวันศุกร์ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;09.00&amp;nbsp;&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;อาคารหม่อมเจียงคำ&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;กลุ่มงานธนาคารเลือดและเวชศาสตร์บริการโลหิต&amp;nbsp;โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์&amp;nbsp;อุบลราชธานี&amp;nbsp;ซึ่งผู้ร่วมบริจาคโลหิตจะได้รับของที่ระลึกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.อุบลราชธานี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331094437789</Link_News></row>
<row _id="816"><NewsTitle>สำนักงานเกษตรจังหวัดสตูล ส่งเสริมการผลิตมะพร้าวเพื่อความยั่งยืน แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ทั้งรูปแบบออนไลน์และศึกษาดูงานสถานที่จริง</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายชาญณรงค์&amp;nbsp;วิรุณสาร&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดสตูล&amp;nbsp;มอบหมายให้&lt;/strong&gt;กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;นำโดยนางสุดา&amp;nbsp;ยาอีด&amp;nbsp;หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต&amp;nbsp;จัดฝึกอบรมเกษตรกรและศึกษาดูงานในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จแก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้า&amp;nbsp;เกษตร&amp;nbsp;กิจกรรมส่งเสริมการผลิตมะพร้าวเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;กำหนดอบรมระหว่างวันที่&amp;nbsp;29-30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การอบรมครั้งนี้&amp;nbsp;เป็นการอบรมหลักสูตรการตลาดมะพร้าว&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผ่านระบบออนไลน์&amp;nbsp;โดยคุณศุภชาติ&amp;nbsp;ศรีเทพ&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชนคนในบาง&amp;nbsp;จังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp;และฝึกปฏิบัติแปรรูปมะพร้าว&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;"แป้งมะพร้าว"&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;"ขนมพริกไทยจากแป้งมะพร้าว&amp;nbsp;"&amp;nbsp;โดยกลุ่มแม่บ้านทะเลดำ&amp;nbsp;ตำบลขอนคลาน&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้นำเกษตรกรดูงานการจัดการสวนมะพร้าวของนายสไว&amp;nbsp;เจ๊ะสา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตำบลขอนคลาน&amp;nbsp;อำเภอทุ่งหว้า&amp;nbsp;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นแปลงที่มีการบริหารจัดการที่ดี&amp;nbsp;เป็นมะพร้าวพันธุ์พื้นเมือง&amp;nbsp;ที่ให้ผลิตผลสูงเฉลี่ย&amp;nbsp;2,100&amp;nbsp;ผล/ไร่/ปี&amp;nbsp;และมีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดรายได้เสริม&amp;nbsp;โดยการเลี้ยงแพะ&amp;nbsp;เป็ด&amp;nbsp;และปลานิลในร่องสวน&amp;nbsp;ซึ่งกลุ่มเกษตรผู้ปลูกมะพร้าวสามารถนำแนวทางไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่มได้&amp;nbsp;เป็นไปตามภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตรในการสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;และภาคการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331101422803</Link_News></row>
<row _id="817"><NewsTitle>จังหวัดสตูล อบต.กำแพง ผนึกกำลังทีม อถล.ในพื้นที่ จัดอบรมเสริมความรู้ผลักดันเป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสู่ทุกชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จังหวัดสตูล&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;ผนึกกำลังทีม&amp;nbsp;อถล.ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;จัดอบรมเสริมความรู้ผลักดันเป็นตัวแทนภาคีเครือข่ายภาคประชาชน&amp;nbsp;ร่วมแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;เพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดสู่ทุกชุมชน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมอุไรทอง&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;อ.ละงู&amp;nbsp;จ.สตูล&amp;nbsp;นางสำลี&amp;nbsp;ลัคนาวงศ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกำแพง&amp;nbsp;(อบต.กำแพง)&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมป้องกันเฝ้าระวังควบคุมและแก้ไขมลพิษในอากาศ&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;พ.ศ.2565&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;โดยมีว่าที่&amp;nbsp;ร.ต.สุกล&amp;nbsp;พรหมรักษ์&amp;nbsp;ปลัด&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสำลี&amp;nbsp;ลัคนาวงศ์&amp;nbsp;นายก&amp;nbsp;อบต.กำแพง&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การจัดกิจกรรมในครั้งนี้&amp;nbsp;มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;(อถล.)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;50&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชน&amp;nbsp;ในการพัฒนาแนวทางป้องกัน&amp;nbsp;และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้เฝ้าระวังและสร้างนวัตกรรมมากมายเพื่อรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;เว็บไซต์&amp;nbsp;แอปพลิเคชั่น&amp;nbsp;เป็นตัวช่วยวัดค่าฝุ่น&amp;nbsp;การประชาสัมพันธ์รูปแบบต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลาย&amp;nbsp;เหตุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้น&amp;nbsp;จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;โดยเฉพาะพลังความร่วมมือจากอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก&amp;nbsp;(อถล.)&amp;nbsp;ที่จะเป็นตัวแทนเครือข่ายในการเสริมสร้างความตระหนักให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp;ได้หันกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และร่วมกันฟื้นฟูอากาศที่สะอาดไร้มลพิษให้กลับคืนสู่เขตพื้นที่ตำบลกำแพง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคใต้</Region><Province>สตูล</Province><Department>สวท.สตูล</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331102820812</Link_News></row>
<row _id="818"><NewsTitle>วางแผนเชิงรุกบริหารตลาดแบบเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ป้องกันปัญหามะม่วงราคาถูก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายเข้มแข็ง&amp;nbsp;ยุติธรรมดำรง&amp;nbsp;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในช่วงฤดูกาลผลไม้ในขณะนี้&amp;nbsp;ทำให้มีผลผลิตผลไม้หลายชนิดออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากพร้อมๆ&amp;nbsp;กัน&amp;nbsp;กรมส่งเสริมการเกษตร&amp;nbsp;จึงได้เข้าไปส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรตั้งแต่กระบวนการผลิต&amp;nbsp;การแปรรูป&amp;nbsp;การตลาดและสนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้&amp;nbsp;เพื่อให้ผลผลิตมีคุณภาพดีและปลอดภัยต่อผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พร้อมทั้งได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการผลผลิต&lt;/strong&gt;และตลาดสินค้าเกษตรตั้งแต่ระดับพื้นที่คือ&amp;nbsp;ในระดับอำเภอจนถึงระดับประเทศ&amp;nbsp;ตามแผนบริหารจัดการไม้ผลแบบเบ็ดเสร็จ&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;2566&amp;nbsp;(ระยะปานกลาง)&amp;nbsp;ของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการไม้ผล&amp;nbsp;ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เป็นประธาน&amp;nbsp;มีการวางระบบบริหารจัดการไม้ผลตลอดห่วงโซ่อุปทาน&amp;nbsp;ตั้งแต่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับการบริหารจัดการมะม่วงนั้น&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูกาลมะม่วงแล้ว&amp;nbsp;โดยเริ่มเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน&amp;nbsp;ซึ่งจะมีผลผลิตมากปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น&amp;nbsp;มีพื้นที่การปลูกมะม่วงกว่า&amp;nbsp;33,355&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp;27,939&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง&amp;nbsp;ได้ประสานกับบริษัทเอกชนรับซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้อ่อน&amp;nbsp;เพื่อนำไปผลิตมะม่วงยำต่อไป&amp;nbsp;รวมทั้งประสานไปยังตลาดไท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีโครงการตลาดร่วมใจสินค้าปลอดภัย&amp;nbsp;เปิดโซนสำหรับให้เกษตรกรนำผลผลิตที่มีคุณภาพเข้าจำหน่ายได้&amp;nbsp;สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี&amp;nbsp;พื้นที่การปลูกมะม่วงทั้งหมด&amp;nbsp;2,160&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยส่วนใหญ่ปลูกเป็นสวนหลังบ้านกระจายอยู่ทั่วไป&amp;nbsp;หรือเป็นสวนขนาดพื้นที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการประชาสัมพันธ์ไปยังหน่วยงานและประชาชนทั่วไปให้เข้าไปซื้อผลผลิตหน้าสวนได้โดยตรงและนำผลผลิตออกมาจำหน่ายที่ตลาดของหน่วยงานภาครัฐจัดตั้งขึ้น&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัด&amp;nbsp;ส่วนราชการอื่นๆ&amp;nbsp;เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331111414842</Link_News></row>
<row _id="819"><NewsTitle>กอนช.ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 1 - 3 เม.ย. จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนภาคใต้ระวังเกิดฝนตกบางพื้นที่&amp;nbsp;โดยเฉพาะช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศวันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน&amp;nbsp;ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง&amp;nbsp;แล้วช่วง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักบริเวณ&amp;nbsp;จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;73&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;,&amp;nbsp;สมุทรปราการ&amp;nbsp;69&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;และน่าน&amp;nbsp;69&amp;nbsp;มิลลิเมตร&amp;nbsp;ขณะที่ภาพรวมปริมาณน้ำใช้การแหล่งน้ำทั้งประเทศทุกขนาด&amp;nbsp;26,968&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;47&amp;nbsp;และแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;21,136&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;หรือร้อยละ&amp;nbsp;44&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล&amp;nbsp;เขื่อนภูมิพล&amp;nbsp;และเขื่อนสิริกิติ์&amp;nbsp;ส่วนคุณภาพน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและการเกษตร&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;จุดเฝ้าระวัง&amp;nbsp;ในแม่น้ำสายหลัก&amp;nbsp;แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;ท่าจีน&amp;nbsp;บางปะกง&amp;nbsp;แม่กลองอยู่ในเกณฑ์ปกติ&amp;nbsp;ยกเว้นแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณออกซิเจนต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ&amp;nbsp;(กอนช.)&amp;nbsp;ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ต่อเนื่อง&amp;nbsp;หลัง&amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา&amp;nbsp;คาดการณ์หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้า&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ปกคลุมประเทศเวียดนามตอนล่างและปลายแหลมญวน&amp;nbsp;ช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ส่งผลทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;เขื่อนรัชชประภา&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำ&amp;nbsp;3,725&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;และเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำ&amp;nbsp;1,276&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;เบื้องต้น&amp;nbsp;กอนช.&lt;/p&gt;&lt;p&gt;ได้คาดการณ์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์&amp;nbsp;ONEMAP&amp;nbsp;ประเมินปริมาณน้ำในเขื่อนบางลาง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันล่วงหน้า&amp;nbsp;คาดจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่ม&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;จึงแจ้งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(กฟผ.)&amp;nbsp;ปรับการระบายน้ำเพื่อให้ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ควบคุม&amp;nbsp;พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;พิจารณาความเหมาะสมการระบายน้ำในลำน้ำ&amp;nbsp;และเตรียมแผนรับน้ำหลาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331102306808</Link_News></row>
<row _id="820"><NewsTitle>ค่าฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือบริเวณต.แม่คง อ.แม่สะเรียงจ.แม่ฮ่องสอนปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า140ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ค่าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในภาคเหนือบริเวณ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ปรับตัวสูงในระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอรรถพล&amp;nbsp;เจริญชันษา&amp;nbsp;อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ในฐานะประธานศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ&amp;nbsp;(ศกพ.)&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ไมครอน&amp;nbsp;(PM&amp;nbsp;2.5)&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จังหวัดภาคเหนือมีคุณภาพอากาศดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;โดยเฉพาะ&amp;nbsp;ต.แม่คง&amp;nbsp;อ.แม่สะเรียง&amp;nbsp;จ.แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;ค่าฝุ่นปรับตัวสูงขึ้นระดับสีแดงกว่า&amp;nbsp;140&amp;nbsp;ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;ซึ่งต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;หากจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;มีจำนวนมากขึ้นอาจส่งผลให้ให้ฝุ่นละอองสูงขึ้นได้&amp;nbsp;โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน&amp;nbsp;แล้วต้องเฝ้าระวังช่วงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;ภาคเหนือมีโอกาสเกิดฝนตกหลายพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลคุณภาพอากาศดีมากถึงปานกลาง&amp;nbsp;โดยค่าฝุ่นอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่&amp;nbsp;เนื่องจากสภาพอากาศเปิดและมีลมพัด&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ศูนย์แบบจำลองคุณภาพอากาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ&amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;(คพ.)&amp;nbsp;ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วันข้างหน้าฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;แนวโน้มจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;-&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เมษายน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนบำรุงดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;จอดรถให้ดับเครื่อง&amp;nbsp;ลดการเผาในที่โล่ง&amp;nbsp;และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์&amp;nbsp;หากอยู่บริเวณพื้นที่มีปริมาณฝุ่น&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;สูงเกินเกณฑ์มาตรฐานให้หลีกเสี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&amp;nbsp;หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์&amp;nbsp;โดยสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทั้งแบบค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงและแบบค่าเฉลี่ย&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;ผ่านทางเว็บไซด์&amp;nbsp;Air4Thai.com&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;bangkokairquality.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331102948813</Link_News></row>
<row _id="821"><NewsTitle>เกษตรกรชัยนาทอยากให้ลอง มะเขือเทศคลายกังวล ปลอดสารพิษ รสชาติดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;คลายกังวล&amp;nbsp;ออแกนิกฟาร์ม&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ตลุก&amp;nbsp;อ.สรรพยา&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นสถานที่ผลิตพืชผัก&amp;nbsp;ผลไม้อินทรีย์&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;เมล่อน&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;บัตเตอร์นัท&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;โดยเฉพาะได้ปรับปรุงสายพันธุ์มะเขือเทศให้เป็นของฟาร์มตั้งชื่อว่า&amp;nbsp;มะเขือเทศคลายกังวล&amp;nbsp;สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอมีเงินใช้หนี้&amp;nbsp;ชีวิตมีความสุข&amp;nbsp;อีกทั้งเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&amp;nbsp;ขยายเครือข่ายสร้างรายได้ให้คนในชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;นางพรภินันท์&amp;nbsp;ล่ำสัน&amp;nbsp;(แจ๊ว)&amp;nbsp;เจ้าของคลายกังวลฟาร์ม&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;คลายกังวล&amp;nbsp;ออแกนิกฟาร์ม&amp;nbsp;ภายในฟาร์มปลูกเมล่อน&amp;nbsp;มะเขือเทศ&amp;nbsp;บัตเตอร์นัท&amp;nbsp;มีรายได้สม่ำเสมอ&amp;nbsp;แต่มากระทบช่วงโควิด-19&amp;nbsp;ระบาด&amp;nbsp;ลูกค้าเข้ามาหาเราน้อยลง&amp;nbsp;จึงต้องเปลี่ยนวิธีขายออนไลน์&amp;nbsp;ส่งให้ลูกค้าผ่านขนส่ง&amp;nbsp;ที่ขายดีคือมะเขือเทศตอนนี้ผลิตไม่ทันขาย&amp;nbsp;เดิมปลูกมะเขือเทศเชอรี่&amp;nbsp;นำเมล็ดพันธุ์มาจากวิทยาเขตกำแพงแสน&amp;nbsp;ขณะนี้ได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์มาเป็นเวลา&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีแล้ว&amp;nbsp;ทำให้รสชาติลักษณะสายพันธุ์คงที่แล้วจึงตั้งชื่อเป็น&amp;nbsp;มะเขือเทศคลายกังวล&amp;nbsp;ซึ่งเป็นมะเขือเทศอินทรีย์&amp;nbsp;รสชาติกลมกล่อมเข้มข้น&amp;nbsp;ส่งขายกิโลกรัมละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;หากแวะมาที่สวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;20&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ก็ขาย&amp;nbsp;อย่างเช่นเด็กแถวบ้านเลี้ยงไก่ชน&amp;nbsp;มาซื้อมะเขือเทศสีแดงให้ไก่กิน&amp;nbsp;เขาบอกว่าไก่กระโดดเก่ง&amp;nbsp;แข็งแรง&amp;nbsp;คึกคักดี&amp;nbsp;รายนี้มาซื้อเป็นประจำ&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;โดยปกติจะมีลูกค้าขาประจำที่มาซื้อแล้วบอกต่อ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งในจังหวัดชัยนาทและต่างจังหวัดเพราะติดใจกับรสชาติ&amp;nbsp;ประกอบกับปัจจุบันคนรักสุขภาพกันมากขึ้นพอรู้ว่าของเราทำแบบอินทรีย์ก็ติดใจสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;จนผลิตขายแทบไม่ทัน&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อก่อนเคยทำนาประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;เป็นหนี้กว่าล้านบาท&amp;nbsp;ต้องขายนาปิดหนี้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แล้วไปลงทุนขายปุ๋ยที่จังหวัดกาญจนบุรีแต่ไม่รุ่งขาดทุนอีกจำนวนมาก&amp;nbsp;จึงกลับมาเริ่มต้นปลูกเมล่อนที่ชัยนาทเมื่อปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;จนถึงปัจจุบันรายได้ดี&amp;nbsp;มีเงินใช้หนี้&amp;nbsp;รู้สึกสบายใจ&amp;nbsp;ยิ่งได้เป็นวิสาหกิจชุมชนแล้ว&amp;nbsp;ทำให้เรามีเครือข่ายและสามารถช่วยเหลือคนในชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;strong&gt;ผู้สนใจจะเข้ามาท่องเที่ยวศึกษาดูงานได้ที่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;คลายกังวลฟาร์ม&amp;nbsp;อยู่ติดกับวัดโคกโบสถ์(คุ้งตาล)&amp;nbsp;หมู่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ต.ตลุก&amp;nbsp;อ.สรรพยา&amp;nbsp;จ.ชัยนาท&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;คลายกังวลฟาร์ม&amp;nbsp;โทรศัพท์&amp;nbsp;093-742-0034&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&amp;nbsp;class="ql-align-justify"&gt;&amp;nbsp;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>ชัยนาท</Province><Department>สวท.ชัยนาท</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331105351831</Link_News></row>
<row _id="822"><NewsTitle>บุกตลาดไลฟ์สด เอาใจแฟนขาช้อป ราชา-ราชินีผลไม้ไทย พร้อมกันพฤษภาคมนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฉันทานนท์&amp;nbsp;วรรณเขจร&amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร&amp;nbsp;(สศก.)&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;นายเฉลิมชัย&amp;nbsp;ศรีอ่อน&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้มอบหมายและสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;เตรียมจัดทำโครงการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ช่วงฤดูกาลออกสู่ตลาดมาก&amp;nbsp;ในช่วงเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มิถุนายนนี้&amp;nbsp;โดยบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;เพิ่มช่องทางการซื้อขายสินค้าเกษตรทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จากความสำเร็จได้ที่ร่วมมือกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ลาซาด้า&amp;nbsp;ประเทศไทย&amp;nbsp;จำกัด&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ผู้นำแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ชั้นนำของไทย&amp;nbsp;ในแคมเปญ&amp;nbsp;เปลี่ยนเกษตรกรให้เป็นผู้ค้าออนไลน์มืออาชีพ&amp;nbsp;ตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;รวมถึงพันธมิตรอย่างบริษัท&amp;nbsp;ไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;และบริษัท&amp;nbsp;เคอรี่&amp;nbsp;เอ็กซ์เพรส&amp;nbsp;(ประเทศไทย)&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;ที่ได้ใหความร่วมมือในด้านโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าเกษตรมาโดยตลอดในปีนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จึงได้มีแนวทางขยายความร่วมมือต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดยเตรียมบุกตลาดออนไลน์ในรูปแบบไลฟ์สด&amp;nbsp;จัดมหกรรมช้อปออนไลน์จำหน่ายทุเรียนและมังคุด&amp;nbsp;ราชาและราชินีแห่งผลไม้ไทย&amp;nbsp;เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร&amp;nbsp;สถาบันเกษตรกร&amp;nbsp;ผู้ประกอบการ&amp;nbsp;อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคได้สามารถสั่งซื้อผลผลิตคุณภาพดีจากสวนเกษตรกรโดยตรงในราคาที่เหมาะสมและการันตีคุณภาพมาตรฐานของหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ล่าสุดจากการหารือร่วมกัน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ได้มีการเตรียมแนวทางจัดกิจกรรมแคมเปญครั้งนี้ขึ้น&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;จะคัดเลือกสหกรณ์การเกษตร&amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp;หรือกลุ่มแปลงใหญ่&amp;nbsp;ที่มีผลผลิตทุเรียนและมังคุดได้คุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;เข้ารวมแคมเปญบนแพลตฟอร์มของลาซาด้า&amp;nbsp;ขณะที่ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;จะร่วมกระจายสินค้าเข้ากลุ่มอุตสาหกรรม&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อ.ต.ก.&amp;nbsp;จะร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในครั้งนี้ด้วย&amp;nbsp;โดยมีไปรษณีย์ไทย&amp;nbsp;และเคอรี่&amp;nbsp;ร่วมสนับสนุนการขนส่งในอัตราพิเศษตลอดแคมเปญ&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;ถือว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ไทย&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;จะมีการแถลงข่าวร่วมกับพันธมิตรในรายละเอียดกิจกรรมให้ทราบอีกครั้งในเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;และจะเริ่ม&amp;nbsp;Kick&amp;nbsp;off&amp;nbsp;ไลฟ์สดครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;-&amp;nbsp;มิถุนายนนี้&amp;nbsp;ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตทุเรียนและมังคุดออกสู่ตลาด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331113457867</Link_News></row>
<row _id="823"><NewsTitle>จิสด้า ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของไทย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ใช้ดาวเทียมติดตามการเกิดไฟป่าพบจุดความร้อนในไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย&amp;nbsp;ส่วนจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบแนวชายแดนของประเทศไทย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ&amp;nbsp;(องค์การมหาชน)&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;GISTDA&amp;nbsp;(จิสด้า)&amp;nbsp;ได้เปิดเผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ&amp;nbsp;เอ็นพีพี&amp;nbsp;(Suomi&amp;nbsp;NPP)&amp;nbsp;ของระบบเวียร์&amp;nbsp;(VIIRS)&amp;nbsp;เมื่อวานนี้&amp;nbsp;(30&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;พบจุดความร้อน&amp;nbsp;(Hotspot)&amp;nbsp;ทั้งประเทศ&amp;nbsp;351&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากวันก่อนเล็กน้อย&amp;nbsp;พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp;177&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เกษตร&amp;nbsp;75&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;56&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;//&amp;nbsp;พื้นที่เขต&amp;nbsp;สปก.&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และพื้นที่ริมทางหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;143&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;78&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และร้อยเอ็ด&amp;nbsp;13&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยจุดความร้อนเริ่มลดลงในพื้นที่ภาคกลาง&amp;nbsp;ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มพบจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;ส่วนภาคเหนือยังคงมีจุดความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง&amp;nbsp;ทั้งนี้&amp;nbsp;จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อน&amp;nbsp;11,929&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ภาคเหนือ&amp;nbsp;11,876&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และภาคกลาง&amp;nbsp;7,022&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ภาพรวมปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;วันนี้บริเวณภาคเหนือตอนบนยังคงมีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง&amp;nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เชียงใหม่&amp;nbsp;และเชียงราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบสูงสุดในเมียนมาวันนี้&amp;nbsp;1,825&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;รองลงมาเป็น&amp;nbsp;สปป.ลาว&amp;nbsp;451&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;และประเทศไทย&amp;nbsp;351&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;ซึ่งจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ&amp;nbsp;PM&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ&amp;nbsp;ภาคตะวันตก&amp;nbsp;และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp;เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา&amp;nbsp;จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331104835826</Link_News></row>
<row _id="824"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร ระดมแนวคิดแก้ปัญหาราคาปุ๋ยเกษตรกร ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน ร่วมวางแนวทางลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;พาณิชย์จังหวัดระดมแนวคิด&amp;nbsp;แก้ปัญหาราคาปุ๋ยเกษตรกร&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ทั้งหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;ร่วมวางแนวทางลดต้นทุน&amp;nbsp;เพิ่มผลผลิต&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ที่ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;น.ส.สุพัฒตรา&amp;nbsp;คล้ายทิม&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ได้เป็นประธานประชุมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาและพัฒนาการเพาะปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;รวมถึงการแก้ไขปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง&amp;nbsp;โดยการดำเนินงานของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;ได้เรียนเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;สมาคมการค้าและผู้ผลิตปุ๋ย&amp;nbsp;นักวิชาการ&amp;nbsp;หมอดินอาสาและเกษตรกรได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนแนวคิดในการแก้ปัญหาการปรับตัวราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น&amp;nbsp;และพัฒนาดินให้มีคุณภาพที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก&amp;nbsp;โดยเฉพาะการปลูกมันสำปะหลัง&amp;nbsp;ที่จังหวัดกำแพงเพชรได้เปิดเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาของภาคเหนือ&amp;nbsp;และมีพื้นที่ในการเพาะปลูกทุกอำเภอรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;756,000&amp;nbsp;กว่าไร่&amp;nbsp;ซึ่งปัญหาที่เจอส่วนใหญ่ในจังหวัดกำแพงเพชรคือ&amp;nbsp;ดินเสื่อมคุณภาพ&amp;nbsp;เป็นกรด&amp;nbsp;ดินดาน&amp;nbsp;ประสบภัยแล้ง&amp;nbsp;พันธุ์มันสำปะหลังคุณภาพต่ำ&amp;nbsp;โรคแมลงศัตรูระบาด&amp;nbsp;เกษตรกรขาดความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในการนำเทคโนโลยีการผลิตตามหลักวิชาการ&amp;nbsp;รวมถึงต้นทุนสูง&amp;nbsp;ผลผลิตและคุณภาพแต่ละปีค่อนข้างจะต่ำ&amp;nbsp;และประเด็นหนึ่ง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอให้นำเอายิปซั่มธรรมชาติจากแม่เมาะจังหวัดลำปางมาทำการปรับปรุงสภาพดิน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งมีการเสนอความคิดที่หลากหลาย&amp;nbsp;ทั้งผลการวิจัยทางวิชาการและการทดลองปลูกของเกษตรกร&amp;nbsp;รวมถึงการนำวัสดุธรรมชาติมาทดแทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;น.ส.สุพัฒนา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ที่ผ่านมาเป็นการต่างคนต่างคิด&amp;nbsp;แต่วันนี้ได้มีการนำผู้เชี่ยวชาญทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมาพูดคุยกัน&amp;nbsp;เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์&amp;nbsp;ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงจะต้องนำมาวิเคราะห์และหาบทสรุปร่วมกัน&amp;nbsp;เพื่อที่จะทำความเข้าใจแก่เกษตรกร&amp;nbsp;พร้อมทั้งได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาที่ดินได้จัดทำเป็นแปลงสาธิตเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรว่า&amp;nbsp;จะได้ผลดีหรือไม่อย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.กำแพงเพชร</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331121625901</Link_News></row>
<row _id="825"><NewsTitle>คุมเข้ม ห้ามตัดทุเรียนอ่อนขาย  เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นทุเรียนไทย ผ่านมาตรฐาน GAP และ GMP Plus</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;จากการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชลบุรีและจันทบุรี&amp;nbsp;เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการในการส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามการตัดทุเรียนอ่อนเพราะจะเป็นการทำลายโครงสร้างของการส่งออกทุเรียนทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ยึดหลักการตรวจการส่งออก&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ตามหลัก&amp;nbsp;GAP,&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus,&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และมาตรการของทางจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ที่จะติดตามการส่งออกอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;ซึ่งจีนให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมาตรฐาน&amp;nbsp;โดยเฉพาะทุเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ลงพื้นที่เข้าตรวจติดตามล้งรับซื้อทุเรียนอ่อนเพื่อดำเนินการจับกุมล้งที่กระทำความผิดมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมขอให้ผู้ประกอบการมีความซื่อสัตย์&amp;nbsp;เข้มงวดในเรื่องของมาตรฐานในการกำหนดวันตัดทุเรียนและการป้องกันในเรื่องมาตรการโควิด-19&amp;nbsp;และขอผู้ประกอบการอย่าทำลายโครงสร้างของการส่งออกทุเรียน&amp;nbsp;จะทำให้ทุเรียนเกิดความล่มสลายในที่สุด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;กรมวิชาการเกษตร&amp;nbsp;ลงพื้นที่ตรวจสอบ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;ตรวจติดตาม&amp;nbsp;ล้งรับซื้อทุเรียน&amp;nbsp;และพบว่า&amp;nbsp;มีทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่มีกำหนดให้ตัดได้ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;ปรากฏว่า&amp;nbsp;พบทุเรียนอ่อนจากทั้งหมด&amp;nbsp;17%&amp;nbsp;ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ในการส่งออกซึ่งมีความผิด&amp;nbsp;เกษตรกรอาจจะโดนเพิกถอนใบ&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;และล้ง&amp;nbsp;จะถูกยกเลิกใบ&amp;nbsp;DOA&amp;nbsp;ใบอนุญาตในการส่งออก&amp;nbsp;โดยกรมวิชาการเกษตรจัดทำมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;GMP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดสินค้าผลไม้ไทย&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;ได้ยกระดับด่านตรวจพืช&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;สำหรับในปีนี้&amp;nbsp;คาดการณ์สถานการณ์&lt;/strong&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;การผลิตไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;มังคุด&amp;nbsp;และเงาะ&amp;nbsp;ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นคาดการณ์ว่าปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ทุเรียน&amp;nbsp;จะมีผลผลิตปริมาณ&amp;nbsp;744,549&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;ส่วนมังคุดจะเริ่มเก็บได้&amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม&amp;nbsp;ซึ่งผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม&amp;nbsp;จํานวน&amp;nbsp;112,762&amp;nbsp;ตัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span&amp;nbsp;style="color:&amp;nbsp;rgb(34,&amp;nbsp;34,&amp;nbsp;34);&amp;nbsp;background-color:&amp;nbsp;rgb(255,&amp;nbsp;255,&amp;nbsp;255);"&gt;&lt;span&amp;nbsp;class="ql-cursor"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331152211038</Link_News></row>
<row _id="826"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ ครั้งที่ 2/2565 บูรณาการให้บริการและแก้ไขปัญหาการของเกษตรกรแบบครบวงจร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;นายสืบพงษ์&amp;nbsp;นิ่มพูลสวัสดิ์&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;2/2565&amp;nbsp;โดยมีนายพงศ์พีระ&amp;nbsp;ชูชื่น&amp;nbsp;นายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวต้อนรับ&amp;nbsp;และนายขจรศักดิ์ชนัน&amp;nbsp;จิตภิลัย&amp;nbsp;เกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวรายงานฯ&amp;nbsp;ถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน&amp;nbsp;เพื่อให้บริการแก่เกษตรกร&amp;nbsp;โดยการถ่ายทอดความรู้และแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรในพื้นที่&amp;nbsp;ในคราวเดียวกัน&amp;nbsp;เกษตรกรจะได้รับทั้งความรู้ด้านวิชาการและบริการแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร&amp;nbsp;โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำบุคลากร&amp;nbsp;อุปกรณ์&amp;nbsp;เครื่องมือ&amp;nbsp;และองค์ความรู้ด้านการเกษตรมาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำหรับกิจกรรมโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ&amp;nbsp;สยามมกุฎราชกุมาร&amp;nbsp;มีการเปิดให้บริการด้านวิชาการและการวิเคราะห์ปัญหาด้านพืช&amp;nbsp;ด้านสัตว์&amp;nbsp;การประมง&amp;nbsp;ด้านดิน&amp;nbsp;ด้นบัญชี&amp;nbsp;ด้านสหกรณ์&amp;nbsp;ชลประทาน&amp;nbsp;ด้านสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ด้านกฎหมาย&amp;nbsp;การเจาะเลือดเพื่อหาปริมาณสารพิษตกค้างในร่างกาย&amp;nbsp;และการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน&amp;nbsp;ในไร่&amp;nbsp;การจัดนิทรรศการการเกษตรการเพิ่มผลผลิตพืช&amp;nbsp;การใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันโรคพืชเพื่อผลิตอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษ&amp;nbsp;นอกจากนั้นยังมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;กล้วยน้ำว้าดิบ&amp;nbsp;หอมแดงแห้ง&amp;nbsp;และกระเทียมสด&amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สวท.แม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331142126977</Link_News></row>
<row _id="827"><NewsTitle>สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย จัดโครงการฝึกอบรมเกษตรกร โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ หลักสูตรการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ประจำปีงบประมาณ 2565</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.สุวัฒน์&amp;nbsp;มัตราช&amp;nbsp;ปศุสัตว์จังหวัดเลย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์&amp;nbsp;สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลย&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์อำเภอด่านซ้ายนำโดยนายทวีพงศ์&amp;nbsp;สาระทัศนานันท์&amp;nbsp;ปศุสัตว์อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;และศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;ฝึกอบรมเกษตรกร&amp;nbsp;โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&amp;nbsp;หลักสูตร&amp;nbsp;"การสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม"&amp;nbsp;ประจำปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เกษตรกรเข้ารับการอบรมฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ในหัวข้อ&amp;nbsp;หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;ประสบการณ์การดำเนินงานของกลุ่มเกษตรกร&amp;nbsp;และหลัก&amp;nbsp;VRIO&amp;nbsp;Model&amp;nbsp;และกำหนดแผนการผลิตเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ในอาชีพณ&amp;nbsp;ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp;บ้านห้วยอ้อย&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ตำบลด่านซ้าย&amp;nbsp;อำเภอด่านซ้าย&amp;nbsp;จังหวัดเลย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>เลย</Province><Department>สวท.ด่านซ้าย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331144030003</Link_News></row>
<row _id="828"><NewsTitle>การจัดการไม้ผลเศรษฐกิจของเกษตรกรแปลงใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/strong&gt; ประชุมเชิงปฏิบัติการเชื่อมโยงการดำเนินงานของคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)? ครั้งที่ 2/2565 ที่โรงแรมแกรนด์ปาร์ค อำเภอเมืองนคร?ศรี?ธรรมราช? จังหวัดนครศรี?ธรรมราช โดยมีนายภูวเดช วุฒิ?วงศ์?วัฒ? เกษตร?จังหวัด?นครศรี?ธรรมราช? ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การประชุมเน้นการให้ความสำคัญในการใช้สารชีวภัณฑ์จากจุลินทรีย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;การบริหารจัดการผลไม้&amp;nbsp;โดยเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอความร่วมมือเกษตรกรประเมินการออกดอกและประมาณการผลผลิตไม้ผล 4 ชนิด ได้แก่ มังคุด ทุเรียน เงาะ และลองกอง&amp;nbsp;เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนจัดการผลผลิตในปี 2565 นี้ โดย ผศ.ดร.น้อมจิตต์ แก้วไทย อันเดร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มทร.ศรีวิชัย เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่อง "การพัฒนาผลิตภัณฑ์?และบรรจุภัณฑ์?สินค้าเกษตร" ?รวมทั้ง "เทคนิคการขายผลผลิตทางการเกษตรแบบออนไลน์ที่ให้กำไรสูงกว่าการขายผ่านพ่อค้าคนกลาง" พิสูจน์แล้วจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครศรี?ธรรมราช ?เมื่อครั้งมังคุดราคาตกต่ำและเกิดสถาน?การ?ณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19? ในปี 2564 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเกษตรกร &lt;/strong&gt;ในการรับมือกับการจัดการผลผลิตในฤดูกาลนี้ และเป็นการขยายผลและถ่ายทอดองค์ความรู้จากการวิจัยเรื่อง "การจัดการไม้ผลเศรษฐกิจของเกษตรกรแปลงใหญ่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช" ให้กับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ของจังหวัดในวงที่กว้างขึ้น&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>หน่วยงานสำนักข่าว</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331142209979</Link_News></row>
<row _id="829"><NewsTitle>พาณิชย์จังหวัดแพร่ กระจายผลผลิตแคนตาลูป ช่วยเหลือเกษตรกร</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางอารีย์&amp;nbsp;เหลืองหิรัญ&amp;nbsp;พาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;ช่วยเหลือเกษตรกรโดยการกระจายผลผลิตแคนตาลูปของเกษตรกรผู้ปลูกแคนตาลูป&amp;nbsp;อำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เป็นกิจกรรมเชื่อมโยงตลาดบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;กิโลกรัม&amp;nbsp;จำหน่ายในราคาถุงละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;คิดเป็นมูลค่า&amp;nbsp;25,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยอำเภอแม่ใจ&amp;nbsp;จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;เป็นแหล่งที่มีพื้นที่ปลูกแคนตาลูปมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ซึ่งในขณะนี้ผลผลิตเริ่มออกสู่ท้องตลาด&amp;nbsp;มีรสชาติหวาน&amp;nbsp;กรอบ&amp;nbsp;หอม&amp;nbsp;อร่อย&amp;nbsp;ถือเป็นของดีอำเภอแม่ใจ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ที่มีข้อสงสัยติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา&amp;nbsp;โทร&amp;nbsp;054-431636&amp;nbsp;ในวันเวลาราชการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แพร่</Province><Department>สวท.แพร่</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331145042008</Link_News></row>
<row _id="830"><NewsTitle>อบจ.ระยอง ช่วยพลักดันการส่งออกทุเรียนไปยังจีน ผ่านทางรถไฟความเร็วสูง หลังจากจีนมีมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด ซึ่งอาจจะส่งผลให้ทุเรียนเน่าเสีย</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายปิยะ&amp;nbsp;ปิตุเตชะ&amp;nbsp;นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในปีนี้&amp;nbsp;อบจ.ระยอง&amp;nbsp;ร่วมกับบริษัท&amp;nbsp;ปตท.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;อีอีชี&amp;nbsp;ได้ร่วมกันวางแผนส่งออกทุเรียนจากจังหวัดระยองไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;หลังพบว่า&amp;nbsp;ประเทศจีน&amp;nbsp;ที่เป็นตลาดส่งออกทุเรียนของไทย&amp;nbsp;มีมาตรการตรวจเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;อย่างเข้มข้น&amp;nbsp;บริเวณด่านตรวจสินค้า&amp;nbsp;อาจทำให้การส่งออกเกิดความล่าช้า&amp;nbsp;อบจ.ระยอง&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;ปตท.และ&amp;nbsp;อีอีชี&amp;nbsp;จึงช่วยกันพลักดันขนส่งทุเรียนจากระยองไปยังประเทศจีน&amp;nbsp;ผ่านทางรถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp;ไม่ต้องมีการตรวจสอบหลายขั้นตอนให้เกิดความล่าช้า&amp;nbsp;จนอาจทำให้ผลไม้เน่าเสีย&amp;nbsp;เพียงผ่านการตรวจสอบที่ต้นทางตามมาตรฐาน&amp;nbsp;GAP&amp;nbsp;Plus&amp;nbsp;ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยว&amp;nbsp;การคัดบรรจุที่ล้งรับซื้อ&amp;nbsp;การบรรจุหีบห่อ&amp;nbsp;จนถึงการขนส่ง&amp;nbsp;เริ่มนำร่องขบวนแรก&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตู้&amp;nbsp;ปริมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;จากเป้าหมาย&amp;nbsp;7&amp;nbsp;แสนตัน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;หากไม่สามารถส่งออกได้ทั้งหมด&amp;nbsp;จะกระจายผลผลิตไปยังตลาดภายในประเทศ&amp;nbsp;เพื่อป้องกันผลผลิตล้นตลาด&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะทำให้ราคาตกต่ำได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ระยอง</Province><Department>สวท.ระยอง</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331154038059</Link_News></row>
<row _id="831"><NewsTitle>ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สมุทรสงครามร่วมประชุมหารือเรื่องร้องเรียนกรณีน้ำเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สืบเนื่องจากมีประชาชนได้ร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;กรณีน้ำเสียจากฟาร์มสุกรในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกับจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองทำให้เกิดปัญหาเสื่อมโทรมและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เลี้ยงหอยแครง&amp;nbsp;ปรากฏว่าจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;พร้อมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp;เพชรบุรี&amp;nbsp;และสมุทรสงคราม&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;พฤษภาคม&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;ตลอดจนได้ติดตามผลการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสงครามได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านต่างๆจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คณะ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสีย&amp;nbsp;แต่เนื่องจากปัญหาน้ำเสียยังคงอยู่ในระดับเสื่อมโทรม&amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;จึงมอบหมายให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงโดยไม่มีการร้องเรียนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;พ.ศ.2560&amp;nbsp;เพื่อเป็นการรับทราบปัญหาข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายสมศักดิ์&amp;nbsp;แสนหิรัณย์&amp;nbsp;ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมด้วยนายพีระ&amp;nbsp;ทองโพธิ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;นายธีรวุธ&amp;nbsp;กลั่นเลี้ยง&amp;nbsp;ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พร้อมคณะและผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ&amp;nbsp;เดินทางมาร่วมประชุมพิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม&amp;nbsp;โดยมีนายศิริศักดิ์&amp;nbsp;ศิริมังคะลา&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;ภาคเอกชน&amp;nbsp;ภาคีเครือข่ายผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;เข้าร่วมประชุม&amp;nbsp;เพื่อสรุปประเด็นปัญหา&amp;nbsp;พร้อมสรุปประเด็นปัญหาในการเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;แต่เนื่องจากสมุทรสงครามเป็นจังหวัดปลายน้ำ&amp;nbsp;โดยเฉพาะคลองวัดประดู่จะรับน้ำเสียที่ไหลลงมาจากจังหวัดข้างเคียง&amp;nbsp;ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่มาจากสุกรจำนวนมากจากจังหวัดข้างเคียงได้&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ด้านที่ปรึกษาที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;จะนำปัญหาและอุปสรรครวมถึงข้อเสนอแนะทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดนำไปประชุมหารือหน่วยงานระดับกรม&amp;nbsp;กระทรวง&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;ปัญหาไหนเป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน&amp;nbsp;เพื่อเป็นภาคีเครือข่ายในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;โดยมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมด้านภูมิปัญญา&amp;nbsp;พร้อมทั้งต้องออกกฎระเบียบ&amp;nbsp;กำหนดมาตรฐานการควบคุมน้ำทิ้งจากการประกอบกิจการฟาร์มสุกรทุกประเภทและออกประกาศห้ามระบายน้ำทิ้งและน้ำเสียออกจากฟาร์มสุกรโดยเด็ดขาดและกำหนดให้การเลี้ยงสุกรทุกประเภทต้องมีบ่อบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานและให้บังคับใช้กฎหมายในการกำกับ&amp;nbsp;ควบคุมดูแลการประกอบกิจการฟาร์มสุกร&amp;nbsp;การจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp;การระบายน้ำทิ้ง&amp;nbsp;การตรวจสอบคุณภาพน้ำโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้นำข้อมูลทั้งหมดเพื่อเป็นแนวทางการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>สมุทรสงคราม</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331173131150</Link_News></row>
<row _id="832"><NewsTitle>จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ติดตามการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง พร้อมกำหนดมาตรการเร่งด่วนในห้วงเดือนเมษายนนี้</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00.&amp;nbsp;นายเชษฐา&amp;nbsp;โมสิกรัตน์&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;มอบหมายให้&amp;nbsp;นายประเสริฐ&amp;nbsp;จิตต์พลีชีพ&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมการคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า&amp;nbsp;หมอกควัน&amp;nbsp;และฝุ่นละออง&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ห้องประชุมศูนย์&amp;nbsp;Warroom&amp;nbsp;ไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;เพื่อติดตามผลการดำเนินการ&amp;nbsp;โดยในห้วงที่ผ่านระหว่างวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มกราคมถึง&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;จังหวัดแม่ฮ่องสอนพบจุดความร้อนสะสม&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;3,288&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาซึ่งพบ&amp;nbsp;10,670&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;โดยขณะนี้พบจุดความร้อนมากที่สุดที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;รองลงมาคืออำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;และอำเภอปาย&amp;nbsp;ตามลำดับ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในห้วงเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;คณะทำงานจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ&amp;nbsp;เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะเกิดจุดความร้อนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;จึงกำหนดมาตรการเร่งด่วน&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;มาตรการชิงเก็บลดเผา&amp;nbsp;โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดเป้าหมายให้ได้&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp;525&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;คิดเป็นร้อยละ&amp;nbsp;52&amp;nbsp;มาตรการบริหารจัดการเชื้อเพลิง&amp;nbsp;โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของป่าสงวน&amp;nbsp;และป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;ดำเนินการแล้วเสร็จ&amp;nbsp;คงเหลือพื้นที่เกษตรที่ต้องบริหารจัดการต่อไป&amp;nbsp;มาตรการลาดตระเวนเฝ้าระวัง&amp;nbsp;และดับไฟป่าใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;พื้นที่อำเภอเมือง&amp;nbsp;อำเภอแม่สะเรียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และอำเภอขุนยวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ขณะที่มาตรการด้านสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายลดอัตราผู้ป่วยจาก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กลุ่มโรค&amp;nbsp;ประกอบด้วย&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กลุ่มโรคทางเดินหายใจ/กลุ่มโรคหัวใจหลอดเลือดและสมองอุดตันขาดเลือด/กลุ่มโรคตาอักเสบ&amp;nbsp;และกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ&amp;nbsp;โดยกำหนดให้อัตราป่วยลดลง&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ขณะที่ในปัจจุบันพบผู้ป่วยฯ&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;9,127&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;น้อยกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งพบ&amp;nbsp;12,407&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคเหนือ</Region><Province>แม่ฮ่องสอน</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331162744099</Link_News></row>
<row _id="833"><NewsTitle>จ.ศรีสะเกษ จัดพิธีมอบเงินค่าชดเชยที่ดิน โครงการฝ่ายหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอกันทรารมย์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;และประตูระบายนำ้เขื่อนหัวนา&amp;nbsp;อำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;นายวัฒนา&amp;nbsp;พุฒิชาติ&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;มอบหมายให้นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;นายชนะศักดิ์&amp;nbsp;อัตถาวงศ์&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ประธานในพิธีมอบเงินค่าชดเชยที่ดิน&amp;nbsp;โครงการฝ่ายหัวนา&amp;nbsp;จังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;และเยี่ยมชมการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่บริเวณบานประตูระบาย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;นำ้เขื่อนหัวนา&amp;nbsp;พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปรับปรุง&amp;nbsp;พัฒนา&amp;nbsp;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดศรีสะเกษต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอนุรัตน์&amp;nbsp;ธรรมประจำจิต&amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;การจ่ายเงินค่าชดเชยที่ดินฯ&amp;nbsp;ถือเป็นความก้าวหน้าในการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายหัวนา&amp;nbsp;ภายใต้การอำนวยการของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการในระดับพื้นที่&amp;nbsp;ที่ได้ดำเนินการจนสามารถจ่ายเงินให้กับราษฎรชุดแรกจากข้อเรียกร้องของราษฎรที่ผ่านมากว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ซึ่งการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;ได้ถือปฏิบัติตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019&amp;nbsp;(COVID-19)&amp;nbsp;อย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;โดยมี&amp;nbsp;นายณัทเศรษฐ์&amp;nbsp;ถิรวัฒน์ธนกร&amp;nbsp;ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหัวนา&amp;nbsp;กล่าวรายงาน&amp;nbsp;นายอำเภอกันทรารมย์&amp;nbsp;ผกก.สภ.กันทรารมย์&amp;nbsp;ผู้ประสานงานกลุ่มผู้เดือนร้อนจากโครงการเขื่อนหัวนา&amp;nbsp;ผู้ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;และราษฏรที่ได้รับเงินชดเชย&amp;nbsp;เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>ศรีสะเกษ</Province><Department>สวท.ศรีสะเกษ</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331163649112</Link_News></row>
<row _id="834"><NewsTitle>เดินหน้าพัฒนาเรือประมง ยึด เรือฝึกปลาลัง เป็นต้นแบบ มุ่งลดต้นทุนแรงงาน-พลังงาน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายอลงกรณ์&amp;nbsp;พลบุตร&amp;nbsp;ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย&amp;nbsp;เข้าเยี่ยมชมเรือฝึก&amp;nbsp;"ปลาลัง"&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เรือฝึก&amp;nbsp;ปลาลัง&amp;nbsp;เดิมเป็นเรือประมงอวนล้อมจับ&lt;/strong&gt;และได้รับการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นเรือฝึกประมงอวนลากในปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากกรมประมงและรัฐบาลญี่ปุ่น&amp;nbsp;ให้เป็นเรือฝึกประมงตัวอย่าง&amp;nbsp;ในการพัฒนา&amp;nbsp;ปรับปรุงเครื่องมือทำการประมง&amp;nbsp;เพื่อช่วยลดต้นทุนในการประกอบอาชีพด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและใช้พลังงานเชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่า&amp;nbsp;ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและแหล่งทำการประมง&amp;nbsp;รวมถึงภาวะโลกร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp;ยังมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่และสุขอนามัยที่ดี&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ของลูกเรือบนเรือประมง&amp;nbsp;เสริมสร้างความปลอดภัยการทำงานในทะเล&amp;nbsp;การส่งเสริมและให้ความสำคัญในด้านการเก็บรักษาคุณภาพสัตว์น้ำบนเรือประมง&amp;nbsp;ทั้งแบบสดและมีชีวิต&amp;nbsp;อย่างถูกสุขลักษณะ&amp;nbsp;เพื่อให้สัตว์น้ำที่จับได้สามารถคงความสด&amp;nbsp;ลดการสูญเสียและขายได้ราคาดี&amp;nbsp;เป็นที่ต้องการของตลาด&amp;nbsp;ทั้งนี้ยังได้เสนอแนะให้ศูนย์ซีฟเดคและกรมประมงบูรณาการความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม&amp;nbsp;ในการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรกล&amp;nbsp;มาใช้ในการพัฒนาเรือประมงของไทยต่อยอดจากแนวทางการพัฒนาเรือฝึก&amp;nbsp;ปลาลัง&amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบที่ดี&amp;nbsp;ขอให้สมาคมการประมง&amp;nbsp;เข้ามาร่วมกันพัฒนาปรับปรุงเรือประมงของไทยมุ่งเป้า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ลำ&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331192951193</Link_News></row>
<row _id="835"><NewsTitle>โครงการต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง หนุนเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เป็นศูนย์กลางนำบัญชีพัฒนาคุณภาพชีวิตในครอบครัวและชุมชน</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวมนัญญา&amp;nbsp;ไทยเศรษฐ์&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการต้นกล้าความดี&amp;nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง&amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;ดำเนินโครงการ&amp;nbsp;ต้นกล้าความดี&amp;nbsp;สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เด็กและเยาวชน&amp;nbsp;เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ทุรกันดาร&amp;nbsp;ตามพระราชดำริ&amp;nbsp;สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ในการส่งเสริมการพัฒนาให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสเข้าถึงความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ&amp;nbsp;มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ&amp;nbsp;สามารถพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี&amp;nbsp;พึ่งพาตนเองและช่วยเหลือพัฒนาชุมชน&amp;nbsp;ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยส่งเสริมให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;วิธีการจดบันทึกบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน&amp;nbsp;&amp;nbsp;กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน&amp;nbsp;และมีความรู้&amp;nbsp;ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์&amp;nbsp;รวมทั้งการสอดแทรกความรู้การจัดทำบัญชีไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงวิธีการ&amp;nbsp;บันทึกบัญชีรู้จักการคิดคำนวณเลข&amp;nbsp;สามารถวางแผนในการจำหน่ายสินค้าและผลผลิต&amp;nbsp;ปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp;ทำให้รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp;สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในโรงเรียน&amp;nbsp;ครอบครัวและชุมชนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;กรมตรวจบัญชีสหกรณ์&amp;nbsp;เตรียมดำเนินการและวางรากฐานบัญชีให้กับคนรุ่นใหม่&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;โดยวางแผนทำ&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;nbsp;เพื่อสอนการจัดทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงให้กับเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;รวมถึงการจัดทำวีดิทัศน์การสอนบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ภาษา&amp;nbsp;ภาษาไทยกลาง&amp;nbsp;ภาษาถิ่นเหนือ&amp;nbsp;ภาษาถิ่นอีสาน&amp;nbsp;ภาษาถิ่นใต้และภาษายาวี&amp;nbsp;อีกด้วย&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>Radio-สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331185023174</Link_News></row>
<row _id="836"><NewsTitle>สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 จัดกิจกรรมส่งเสริมการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (LESS) จังหวัดนครราชสีมา</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันนี้&amp;nbsp;(31&amp;nbsp;มี.ค.65)&amp;nbsp;นายเอกสิทธิ์&amp;nbsp;อักษร&amp;nbsp;รักษาการผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ร่วมกับสำนักงานเทศบาลตำบลตลาดแค&amp;nbsp;จัดกิจกรรมชี้แจงแนวทางการพัฒนากิจกรรมการลดก๊าชเรือนกระจก&amp;nbsp;(Low&amp;nbsp;Emission&amp;nbsp;Support&amp;nbsp;Scheme&amp;nbsp;:&amp;nbsp;LESS)&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์&amp;nbsp;เพื่อให้ชุมชนมีความรู้ความเข้าใจ&amp;nbsp;และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกของชุมชน&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพชุมชนสู่สังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ในพื้นที่ต้นแบบ&amp;nbsp;ชุมชนหมู่ที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านสำโรง&amp;nbsp;ตำบลตลาดแค&amp;nbsp;อำเภอโนนสูง&amp;nbsp;จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;โดยได้รับเกียรติจากนายสมมิตร&amp;nbsp;ขวัญกลาง&amp;nbsp;ปลัดเทศบาลตำบลตลาดแค&amp;nbsp;ให้การต้อนรับ&amp;nbsp;และได้รับความร่วมมือจาก&amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp;คณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;เทศบาลตำบลตลาดแค&amp;nbsp;เข้าร่วมกิจกรรม&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ได้เข้าร่วมกิจกรรมการสำรวจและเก็บข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp;ชื่อต้นไม้&amp;nbsp;ชนิดพรรณไม้&amp;nbsp;ความสูง&amp;nbsp;เส้นรอบวง&amp;nbsp;และพิกัดต้นไม้&amp;nbsp;โดยประมาณ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;620&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;และต้นไผ่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;203&amp;nbsp;ต้น&amp;nbsp;ในพื้นที่&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;โดยรอบระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลตลาดแค&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย&amp;nbsp;ต้นคูณ&amp;nbsp;ต้นราชพฤกษ์&amp;nbsp;ต้นสะเดา&amp;nbsp;ต้นตาล&amp;nbsp;ต้นมะม่วง&amp;nbsp;ต้นกระถินณรงค์&amp;nbsp;และต้นไผ่บงป่า&amp;nbsp;เป็นต้น&amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูล&amp;nbsp;มาใช้ประเมิน&amp;nbsp;และคำนวณปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก&amp;nbsp;ต่อไป&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</Region><Province>นครราชสีมา</Province><Department>สวท.นครราชสีมา</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331194858216</Link_News></row>
<row _id="837"><NewsTitle>พาณิชย์สุรินทร์ตรวจสต๊อกข้าวรอบที่ 5</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ดำเนินการตรวจสอบสต็อกข้าว&amp;nbsp;ครั้งที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ประจำเดือนมีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ตรวจผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;บจก.กิจเจริญพรชัยชุมพลสุรินทร์&amp;nbsp;หจก.สหพืชผลท่าตูม&amp;nbsp;หจก.เจ.พี.ไรซ์&amp;nbsp;อินเตอร์เนชั่นแนล&amp;nbsp;หจก.ไชยรุ่งเรืองสุรินทร์&amp;nbsp;บจก.มังกรทอง&amp;nbsp;999&amp;nbsp;บจก.โรงสีทรัพย์อนันต์&amp;nbsp;และบจก.พูลผลอโกร&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผู้ประกอบการออกตั๋วสัญญาใช้เงินรวม&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;มูลค่ารวม&amp;nbsp;648.30&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;ผลการตรวจสอบพบว่า&amp;nbsp;มีปริมาณสต็อกข้าวรวม&amp;nbsp;45,516&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่ารวม&amp;nbsp;745.61&amp;nbsp;ล้านบาท&amp;nbsp;เป็นข้าวเปลือกหอมมะลิ&amp;nbsp;35,038&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;และข้าวสารหอมมะลิต้นข้าว&amp;nbsp;10,478&amp;nbsp;ตัน&amp;nbsp;มูลค่าข้าวครอบคลุมตามตั๋วสัญญาใช้เงิน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคกลางและปริมณฑล</Region><Province>กรุงเทพมหานคร</Province><Department>สวท.สุรินทร์</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220331231951249</Link_News></row>
<row _id="838"><NewsTitle>จังหวัดชลบุรี สวนนงนุชพัทยา ร่วมกับ บริษัทปรีชา กรุ๊ป  ลงนามบันทึกข้อตกลง ( MOU) ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม</NewsTitle><NT01_NewsDesc>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สวนนงนุชพัทยา&amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;บริษัทปรีชา&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;ลงนามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(MOU)&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;วันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;ที่ห้องรับรองนงนุชเทดดิชั่น&amp;nbsp;เซ็นเตอร์&amp;nbsp;สวนนงนุชพัทยา&amp;nbsp;ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง&amp;nbsp;(&amp;nbsp;MOU)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ความร่วมมือในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ควบคู่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;ธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน&amp;nbsp;โดยมีนายฐนนท์ศรณ์&amp;nbsp;เลิศฤทธิ์ศิริกุล&amp;nbsp;กรรมการผู้อำนวยการ&amp;nbsp;บริษัทปรีชา&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;และนายกัมพล&amp;nbsp;ตันสัจจา&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;นงนุชแลนด์สเคป&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;การ์เด้นท์&amp;nbsp;ดีไซน์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;ร่วมลงนามจัดทำโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายกัมพล&amp;nbsp;ตันสัจจา&amp;nbsp;ประธาน&amp;nbsp;บริษัท&amp;nbsp;นงนุชแลนด์สเคป&amp;nbsp;แอนด์&amp;nbsp;การ์เด้นท์&amp;nbsp;ดีไซน์&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;ในการออกแบบตกแต่งสวนในโครงการ&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Project&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรีชา&amp;nbsp;เขาใหญ่-ปากช่อง&amp;nbsp;จะเน้นให้เป็นสวนพักผ่อน&amp;nbsp;ด้วยการเลือกพรรณไม้ที่มีรูปทรงสวยงาม&amp;nbsp;ดูแลง่าย&amp;nbsp;แต่ให้ประโยชน์ใช้สอยสูงสุด&amp;nbsp;รวมถึงเป็นพรรณไม้ที่ทรงคุณค่าสง่างาม&amp;nbsp;เหมาะสมกับสถานที่&amp;nbsp;เน้นความสวยงามในทุกมุมมอง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายฐนนท์ศรณ์&amp;nbsp;เลิศฤทธิ์ศิริกุล&amp;nbsp;กรรมการผู้อำนวยการ&amp;nbsp;บริษัทปรีชา&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp;กล่าวว่า&lt;/strong&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปรีชา&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์&amp;nbsp;ให้ตอบสนองความสุขในการอาศัย&amp;nbsp;และรังสรรค์คุณภาพชีวิตเพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพ&amp;nbsp;ทันสมัย&amp;nbsp;สวยงามเป็นสถานที่แห่งความสุขสำหรับครอบครัวคัดสรรสิ่งที่ดี&amp;nbsp;เพื่อลูกค้าและสังคมเป็นมิตรกับธรรมชาติ&amp;nbsp;และสิ่งแวดล้อมสอดคล้องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;อยู่ร่วมกันกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว&amp;nbsp;จึงเชื่อมั่นว่าสวนนงนุชพัทยา&amp;nbsp;เป็นหนึ่งในเรื่องการจัดสวน&amp;nbsp;และมีความชำนาญ&amp;nbsp;จึงได้ไว้ว่างใจในการจัดสวนและออกแบบสวน&amp;nbsp;ภายในโครงการใหม่ของปรีชา&amp;nbsp;กรุ๊ป&amp;nbsp;กับโครงการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;New&amp;nbsp;Project&amp;nbsp;2022&amp;nbsp;ปรีชา&amp;nbsp;เขาใหญ่-ปากช่อง&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;#สำนักข่าว&amp;nbsp;#กรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;#NNT&amp;nbsp;#ILOVETHAILAND&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;</NT01_NewsDesc><NewsDate>2022-03-31T00:00:00</NewsDate><Region>ภาคตะวันออก</Region><Province>ชลบุรี</Province><Department>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี</Department><Link_News>https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220401000332000</Link_News></row>
<row _id="839"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="840"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="841"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="842"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="843"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="844"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="845"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="846"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="847"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="848"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="849"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="850"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="851"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="852"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
<row _id="853"><NewsTitle /><NT01_NewsDesc /><NewsDate xsi:nil="true" /><Region /><Province /><Department /><Link_News /></row>
</data>
